รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๓
ครั้งที่ ๑๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพฤหัสบดีที่ ๒ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
_____________
ตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ เปิดปรึกษาหารือก่อนที่จะเข้าระเบียบวาระการประชุมนะครับ ซึ่งมีรายชื่อมาแล้ว ๓๐ ท่าน ให้เวลาท่านละ ๒ นาทีเหมือนที่เคยปฏิบัติมาที่เราตกลงกันไว้ โดยให้พรรคร่วมฝ่ายค้าน ๑๕ พรรคร่วมรัฐบาล ๑๕ นะครับ ผมจะเชิญทีละ ๔ ท่านนะครับ โดยเริ่มจากท่านนายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ส.ส. มหาสารคาม ท่านประกอบ รัตนพันธ์ ส.ส. นครศรีธรรมราช ท่านบุญรื่น ศรีธเรศ ส.ส. กาฬสินธุ์ ท่านเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ส.ส. ลพบุรี เชิญท่านแรกครับ คุณหมอกิตติศักดิ์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ขอหารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวมหาสารคาม ดังนี้ ขอรูปนะครับ🔗
๑. ถนนทางหลวงสายสามแยก ทล. ๒๐๔๐ จากบ้านจำนัก ตำบลแวงน่าง ถึงบ้านหัวนาคำ ตำบลหนองปลิง อำเภอเมือง มหาสารคาม จากรูปมีสภาพชำรุดทรุดโทรม🔗
เส้นที่ ๒ คือถนนทางหลวงท้องถิ่นสายทางแยก ทล. ๒๐๔๐ บ้านโคกสี ตำบลหนองปลิง ถึงสามแยก ทล. มค. ๒๐๐๘ บ้านหนองอีดำ อำเภอเมืองมหาสารคาม เห็นในภาพก็จะทราบว่ามีความชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อมากมาย🔗
เส้นที่ ๓ ถนนทางหลวงท้องถิ่นสายทางแยก ทล. มค. ๒๐๑๐ บ้านสมศรี บ้านภูดิน ตำบลโคกก่อ อำเภอเมืองมหาสารคาม ไปบ้านเขวาน้อย ตำบลหนองม่วง อำเภอบรบือ ประชาชนเดือดร้อนเยอะ เห็นในภาพนี้ก็ไปเล่นน้ำกันในหลุมของถนนนะครับ🔗
เส้นที่ ๔ ถนนทางหลวงท้องถิ่น สายทางแยก ทล. ๒๓ บ้านหมี่ ตำบลเขวา ถึงบ้านท่าตูม ตำบลท่าตูม อำเภอเมืองมหาสารคาม จากรูปภาพก็จะเห็นถึงความชำรุด ทรุดโทรม🔗
ก็นำเรียนท่านประธานสภาว่าถนนมีปัญหาชำรุดทรุดโทรม แล้วก็ เป็นอันตรายต่อพี่น้องประชาชน ซึ่งถนนทั้ง ๔ แห่ง เป็นความรับผิดชอบของ อบจ. มหาสารคาม ผมได้ประสานไปยังนายก อบจ. ท่านคมคาย อุดรพิมพ์ ท่านบอกว่างบของ ในส่วนของ อบจ. ไม่เพียงพอ แต่มีปัญหาคือไม่มีงบประมาณมาบำรุง จึงขอให้ทาง สำนักงบประมาณ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้พิจารณางบประมาณในปี ๒๕๖๖ โดยเร่งด่วน ขอบคุณครับ🔗
คุณหมอ กิตติศักดิ์ ทำหนังสือรายละเอียดมายื่นอีกทีพร้อมรูปภาพด้วยจะดีครับ เดี๋ยวจะทำหนังสือ ต่อไปให้นะครับ เชิญท่านต่อไปครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผมขอหารือท่านประธานไปยังกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา สัก ๒ เรื่องด้วยกันนะครับ🔗
เรื่องแรก ขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ไปสำรวจออกแบบ และจัดตั้งงบประมาณเพื่อที่จะพัฒนาบ่อน้ำพุร้อน ตำบลวังหิน อำเภอบางขัน ซึ่งเป็น แหล่งท่องเที่ยวที่มีศักยภาพมากครับ แต่ขณะนี้ไม่ได้รับการดูแล ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ที่นี่เป็นบ่อน้ำพุร้อนที่มีน้ำพุร้อน ๙ บ่อ และมีน้ำจืด ๑ บ่อ ล้อมรอบไปด้วยบ่อน้ำร้อน ๙ บ่อ ด้วยกัน แล้วก็เป็นแหล่งพื้นที่ที่สวยงาม อยากให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และได้ไปออกแบบเพื่อออกแลนด์ สเคป (Land scape) แล้วก็ประชาสัมพันธ์ให้เป็น แหล่งท่องเที่ยวที่มีความสำคัญของจังหวัดนครศรีธรรมราช🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นอันซีน (Unseen) เลยครับ ที่หมู่ ๙ ตำบลเขาขาว อำเภอทุ่งสง เป็นทะเลหมอก มีพื้นที่ที่ไปดูจุดชมวิวประมาณสัก ๑-๒ ไร่ วันนี้ทางเข้าที่ขึ้นไปจุดชมวิว ยังเป็นถนนที่ยังไม่ได้รับการพัฒนา ก็ขอให้ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้กรุณา ไปสำรวจออกแบบจัดสร้างถนนและทางขึ้นจุดชมวิว ซึ่งเป็นทะเลหมอกที่สวยงามมาก ผมกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าหากกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาได้ไปพัฒนาแหล่งอันซีน (Unseen) ๒ ที่ ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสำคัญของจังหวัดนครศรีธรรมราชแล้ว จะสร้างงาน สร้างรายได้ ให้กับพี่น้องละแวกนั้นอย่างดียิ่ง ก็กราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านบุญรื่น เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน บุญรื่น ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ดิฉันได้รับคำร้องเรียนจากพี่น้องเกษตรกรชาวนาจังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ชาวนาได้เอาข้าวไปขายที่โรงสีกลางไปกันแต่เช้าเพื่อจะได้คิวต้น ๆ ค่ะท่านประธาน พอถึงเวลาซื้อพวกคิวต้น ๆ เขาก็ซื้อให้ราคา ๘ บาทต่อกิโลกรัม พอสายออกมาหน่อย คิวยาวเหยียดเขาก็ซื้อให้ ๗.๘๐ บาท ๗.๕๐ บาท จนถึง ๗ บาท พี่น้องประชาชนชาวนา พวกนี้ก็เลยขอร้องให้ผู้แทนหารือให้หน่อย เขาไม่ได้รับความเป็นธรรม ดิฉันขอหารือไปยัง กระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าภายใน ได้ตรวจสอบดูแลการค้าตลาดข้าวอย่างใกล้ชิด ให้เขาด้วยค่ะ เพื่อความเป็นธรรมของชาวนา🔗
เรื่องที่ ๒ คือเรื่องการออกเอกสารสิทธิให้กับพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็น จังหวัดไหนก็ได้รับปัญหาเหมือนกันค่ะ ๓ ปีมาแล้วที่หารือแล้วก็พูดในคณะกรรมาธิการ การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยค่ะ เพราะว่าพี่น้องไม่ได้มีเอกสารสิทธิ ในที่ทำกิน ไม่ได้มีเอกสารสิทธิในที่อยู่อาศัย จึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวง มหาดไทย กรมที่ดิน ได้ดูแลส่วนนี้ให้ด้วยค่ะเพราะว่าเขารอ🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องขอให้จ่ายค่าชดเชยน้ำท่วมพี่น้องชาวนา ที่ผ่านมาน้ำแห้งแล้วค่ะ แต่เหลือข้าวที่เน่าติดที่นาอยู่ เงินก็หมด เพราะฉะนั้นขอหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล ได้ดูแลส่วนนี้ให้เขาด้วยค่ะ เพราะว่าเขารอการแก้ปัญหาให้กับพวกชาวนาพวกนี้อยู่ค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ เช่นเดียวกันนะครับ ท่านสมาชิกที่ขอปรึกษาหารือท่านละ ๒ นาที บางครั้งรายละเอียด มันไม่พอ ให้ท่านทำหนังสือมาอีกทีหนึ่งนะครับ อย่างเช่นการออกเอกสารสิทธิท่านจะออก ที่ไหนอะไร ต้องการอย่างไรนะครับ ขอรายละเอียดหน่อยจะได้ทำหนังสือไปที่กระทรวง ที่เกี่ยวข้อง ให้มีรายละเอียดถึงความทุกข์ความเดือดร้อนของประชาชนได้นะครับ เชิญท่านต่อไป ท่านเกียรติครับ🔗
กราบสวัสดีท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย วันนี้มีเรื่องปรึกษาหารือเกี่ยวกับเรื่องที่ดินทำกินในจังหวัดลพบุรี พื้นที่ลพบุรีเขต ๔ มีอำเภอ ชัยบาดาล ท่าหลวง ลำสนธิ สระโบสถ์ โคกเจริญ เป็นพื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิจำนวนมาก เป็นพื้นที่ใบ ภ.บ.ท. ซึ่งชาวบ้านต่างได้รับความเดือดร้อน ได้รับความเดือดร้อนอย่างไร คือเรื่องจะเอาไปกู้เงินกับสถานที่ต่าง ๆ เขาก็ไม่ให้ แล้วก็มีบางหน่วยงานที่จะเข้าไปทำ ประโยชน์ให้กับชาวบ้าน เช่น กรมทรัพยากรน้ำหรือว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มีบางช่วงที่จะไปเจาะบ่อน้ำบาดาลหรือสร้างถนนไปให้กับชาวบ้านก็ไม่สามารถทำได้ ต้องทำเรื่องร้องขอ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ยุ่งยากมาก ในอำเภอชัยบาดาลคือเป็นพื้นที่ที่ค่อนข้าง ที่จะเป็นส่วนใหญ่ ประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ เป็นใบ ภ.บ.ท. ๕ นะครับ แล้วก็ท่าหลวงนี้ตก ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งได้พูดในสภาแห่งนี้หลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่มีหน่วยงานใด ที่เข้าไปดูแลแล้วก็แก้ไข อำเภอลำสนธิก็เช่นกัน เป็นพื้นที่ที่มีใบ ภ.บ.ท. กับราชพัสดุ จำนวนมาก ก็ไม่มีคนเข้าไปแก้ไข ผิดกับจังหวัดอื่น ๆ ในประเทศไทย ไม่ทราบว่าใช้กฎหมาย เดียวกันหรือไม่ เพราะว่าบางจังหวัด เช่น จังหวัดเลย จังหวัดกระบี่ จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย บางที่เขาเป็นเนินเขาเขายังสามารถออกเอกสารสิทธิได้ แต่พื้นที่จังหวัด ลพบุรีเป็นพื้นที่ที่เรียบ ไม่มีต้นไม้ ไม่มีป่าสงวนสักต้นหนึ่ง อยากจะให้ทางรัฐบาลช่วยดูแล แล้วก็ช่วยเป็นหูเป็นตาให้กับชาวบ้านให้ได้รับเอกสารสิทธิในช่วงนี้ด้วยนะครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
อีก ๔ ท่านนะครับ ท่านศักดินัย ส.ส. ตราด ท่านฐิติภัสร์ ส.ส. กรุงเทพมหานคร ท่านผ่องศรี ศรีสะเกษนะครับ และท่านจารึก จันทบุรี เริ่มจากท่านศักดินัย นุ่มหนู เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมขอนำ เรื่องราวที่เคยหารือต่อสภาแห่งนี้มาแล้ว เพื่อเป็นการตอกย้ำว่า ๒ เรื่องที่ผมจะได้หารือ ต่อไปนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญที่พี่น้องประชาชนชาวตราดนั้นมีความต้องการ เพราะว่า มีคุณค่าและมีประโยชน์อย่างยิ่งครับ🔗
เรื่องแรก ท่านประธานครับ ก็คือเรื่องของการขอให้มีการสร้างสะพาน ข้ามเกาะช้าง จากอำเภอแหลมงอบสู่อำเภอเกาะช้าง ก็อยากให้รัฐบาลได้เร่งศึกษากัน อย่างจริงจังนะครับ เพื่อที่จะได้จัดทำแผนงานโครงการหรืองบประมาณในการสร้าง เพราะว่าการสร้างสะพานข้ามเกาะช้างนั้นมันจะเป็นการตอบโจทย์ทั้งในเรื่องของคุณภาพ ชีวิตก็ดี ทั้งในเรื่องของการท่องเที่ยวครับท่านประธาน ซึ่งเรารู้กันดีครับว่าเกาะช้างนั้น ทำรายได้เป็นจำนวนมากให้กับประเทศของเรา ท่านประธานทราบไหมครับว่าประชาชน ที่อยู่เกาะช้างนั้นต้องซื้อของแพง ใช้ชีวิตในการเดินทางไปมาค่อนข้างจะลำบาก เวลาที่มี การเจ็บไข้ได้ป่วย การที่จะเข้ามา เข้าถึงการรักษาก็ค่อนข้างที่จะไม่ได้ง่ายหรือว่าในช่วงเวลา ที่มันเกิดเหตุเภทภัยต่าง ๆ นะครับ วาตภัยหรืออุทกภัยก็เกิดขึ้นบ่อย ๆ ซึ่งการเข้าถึง หรือทีมการช่วยเหลือ หรือหน่วยกู้ภัยต่าง ๆ ก็ไม่สามารถที่จะเดินทางไปได้อย่างสะดวกนะครับ ก็อยากที่จะให้ดำเนินการศึกษาเรื่องนี้อย่างจริงจังครับท่านประธาน🔗
เรื่องที่ ๒ ครับ ก็คือขอให้รัฐบาลได้เร่งดำเนินการในการที่จะเปิดจุดผ่านแดน ถาวรที่บ้านท่าเส้น ตำบลแหลมกลัด อำเภอเมือง จังหวัดตราดนะครับ ตามมติของ คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ ทั้งนี้เพื่อเป็นการที่จะส่งเสริมสนับสนุน ในเรื่องของการค้าการขาย การท่องเที่ยว แล้วก็การลงทุนนะครับ เพราะว่าพี่น้องประชาชน ฝั่งกัมพูชาที่ไม่ว่าจะอยู่ในจังหวัดโพธิสัตว์ก็ดี พระตะบองก็ดี และจังหวัดอื่น ๆ นี้ ราว ๆ ๔ ล้านกว่าคนนะครับ แล้วก็มีการที่จะสร้างเมืองใหม่ที่จะมีคนมาอยู่อีกเป็นจำนวนมาก นั่นคือ โอกาสของจังหวัดตราด แล้วก็ของประเทศ ก็อยากจะให้รัฐบาลได้เร่งศึกษาเรื่องนี้ อย่างจริงจังครับ ขอขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ท่านต่อไปครับ ท่านฐิติภัสร์ครับ เชิญครับ🔗
ขออนุญาตท่านประธานครับ ผมจารึกนะครับ ท่านประธานครับ ผิดหรือเปล่าครับ🔗
ท่านที่ ๔ ท่านจารึก เดี๋ยวหลังจากท่านอาจารย์ผ่องศรีนะครับที่เชิญไว้ เชิญต่อครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตบางกะปิ วังทองหลาง พรรคพลังประชารัฐค่ะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องนำเรียนหารือท่านประธาน ผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะที่ท่าน กำกับดูแลโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เนื่องจากว่ากระทรวงการคลังได้มีการเผยแพร่ ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับเรื่องของการทบทวนสิทธิ สำหรับประชาชนที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แล้วก็ประชาชนที่ตกหล่นนะคะ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี แล้วก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ประชาชน ทั่วทั้งประเทศรอคอย โดยเฉพาะประชาชนผู้มีรายได้น้อย แต่ว่าดิฉันได้ลงพื้นที่กับ คณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม ได้พบว่าประชาชนบางส่วน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ที่ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารจากทางรัฐบาล หรือเข้าถึงระบบโซเชียลมีเดีย (Social media) เขาจะไม่ทราบนะคะ แล้วก็รวมไปถึงผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ แล้วก็ประชาชนชายขอบ มักจะตกหล่น ไม่ได้รับการสำรวจ เพื่อที่จะได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนะคะ ดิฉันจึงอยาก นำเรียนหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ในฐานะที่ท่านจะเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนได้มีการทบทวนสิทธิ แล้วก็สามารถที่จะให้ประชาชนที่ตกหล่นได้รับสวัสดิการเหล่านี้นะคะ ก็อยากจะขอให้ท่าน ได้วางนโยบาย แล้วก็วางกรอบการทำงานว่าเราอาจจะให้ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ที่ผ่านมาแล้วนี้ ได้ดำเนินการแล้ว เราอาจจะเพิ่มในเรื่องของ อพม. อสม. หรือว่าอาสาสมัครในการที่จะลงไป ดูแลพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารจากทางรัฐ แล้วก็ผู้ป่วยติดเตียง ผู้พิการ แล้วก็ประชาชนชายขอบ เพื่อให้พวกเขาเหล่านั้นไม่ตกหล่นนะคะ พี่น้องประชาชนจะได้รับสวัสดิการอย่างถ้วนหน้าค่ะ ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗
ท่านต่อไปครับ อาจารย์ผ่องศรีครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพคะ ผ่องศรี แซ่จึง นะคะ ศรีสะเกษ เขต ๘ พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องปรึกษาหารือ ผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะคะ ท่านเฉลิมชัย คืออย่างนี้ค่ะ ขอรูปภาพด้วยนะคะ🔗
ท่านประธานคะ โครงการท่อส่งน้ำของ สถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า พร้อมระบบส่งน้ำบ้านเหล่าโดน ตำบลหนองแค อำเภอราษีไศล ทำเสร็จเมื่อปี ๒๕๖๒ ซึ่งมันจะมี ๒ ช่วงค่ะท่านประธาน ช่วงแรกเสร็จไปแล้ว พี่น้องประชาชนได้รับผลประโยชน์ประมาณ ๑,๕๐๐ ไร่ ความยาวประมาณ ๒.๕ กิโลเมตร ท่านประธาน คนที่ได้รับผลประโยชน์คือบ้านเหล่าโดน หมู่ ๑๐ นะคะท่านประธาน แต่ว่ามันจะมีอยู่ ๒ ช่วงค่ะ ช่วงที่ ๒ นี้ความยาวประมาณ ๒ กิโลเมตรกว่า ๆ เช่นกันนะคะ ถ้าหากว่าโครงการที่ ๒ ทำสำเร็จ คือขยายท่อส่งน้ำพร้อมสูบน้ำด้วยระบบไฟฟ้าและส่งน้ำนี้ โครงนี้ถ้าขยายต่อไปอีกประมาณ ๒ กิโลเมตร จะได้ให้ประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนอีก ๑,๒๐๐ กว่าไร่ ในขณะที่ช่วงแรกพี่น้องประชาชนได้รับผลประโยชน์ ๑,๕๐๐ ไร่ หมู่บ้าน ที่จะเพิ่มขึ้นมา คือบ้านดอนงูเหลือม หมู่ ๗ บ้านเพียมาต หมู่ ๓ บ้านปลาขาว หมู่ ๒ และหมู่ ๑๑ เพราะฉะนั้นถ้าเราได้ตรงนี้มาเพิ่มมันจะแก้ปัญหาเรื่องภัยแล้ง น้ำอุปโภค บริโภค เลี้ยงสัตว์ แล้วก็จะทำให้พี่น้องประชาชนทำนาปรังได้บางช่วงนะคะ ขอความกรุณาท่านประธานได้แจ้ง ไปยังท่านรัฐมนตรีด้วย ผลกระทบอีกอันหนึ่งของการสร้างเขื่อนราษีไศล และเขื่อนหัวนา พี่น้องจำนวนหนึ่ง ยังไม่ได้รับเงินชดเชย เขาก็ยังรอคอยอยู่นะคะท่านประธาน เพราะวันนี้ ทุกคนยากจนข้นแค้น ลำบากมาก เพราะฉะนั้นฝากไปยังท่านนายกรัฐมนตรีได้โปรดกรุณา พิจารณาชดเชยเงินเหล่านี้ให้เขาเหล่านั้นด้วยค่ะท่านประธาน กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ท่านจารึก เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม จารึก ศรีอ่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๒ พรรคพลังท้องถิ่นไทย ขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับเรื่องราคาผลผลิตลำไย ตกต่ำ ท่านประธานครับ ปีที่ผ่านมาจังหวัดจันทบุรีผลิตลำไยได้ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ตัน ปีนี้ผลิตได้ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ตัน เพราะฉะนั้นทำให้เกิดสภาวะลำไยล้นตลาดครับ ผมเองได้ไปพูดคุยกับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนลำไย ได้ไปพูดคุยกับผู้ประกอบการ ชาวสวนลำไยก็เห็นใจทั้ง ๒ ฝ่าย ผู้ประกอบการชาวสวนลำไยมาเก็บได้ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่ง ก็ต้องขายในตลาดที่คล้าย ๆ เขาเรียกผู้เหมามืด ซึ่งราคาตกต่ำมากมายทำให้ขาดทุนกัน ในส่วนของผู้ประกอบการก็เช่นกัน ด้วยสถานการณ์โควิด (COVID) ทำให้การส่งออกลำบาก ไม่ว่าจะเป็นด่านหรืออะไรต่าง ๆ ด่านทางบกก็ปิดไปบางด่าน ด่านทางเรือก็ใช้เวลานาน พอสมควร ทำให้ลำไยเสีย ทำให้ส่งออกได้ราคาตกต่ำเช่นกัน เพราะฉะนั้นผมจึงอยากเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับเงินเยียวยา ปีที่แล้วรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้เงินเยียวยาไปไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท จำนวน ๒๕ ไร่ พี่น้อง เกษตรกรก็ได้เอามาฟื้นฟูสวนได้ ในส่วนของสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ได้พูดกัน หลายคนเกี่ยวกับเรื่องราคาผลผลิตลำไยตกต่ำ แต่รัฐบาลก็ยังไม่ได้ดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้นนะครับ ผมได้ยินท่านจุรินทร์พูดเกี่ยวกับเรื่องยางพารา เกี่ยวกับเรื่องข้าว เกี่ยวกับเรื่องสวนปาล์ม ได้รับการชดเชยเยียวยานะครับ อย่างไรฝากท่านนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับเรื่องลำไยด้วยครับ ขอให้ได้รับเงินเยียวยาเฉกเช่นปีที่แล้ว ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปอีก ๔ ท่านนะครับ ท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ บัญชีรายชื่อนะครับ ท่านปรีดา บุญเพลิง บัญชีรายชื่อ ท่านกูเฮง ยาวอหะซัน ส.ส. นราธิวาส ท่านปริญญา ฤกษ์หร่าย ส.ส. กำแพงเพชร เชิญท่านประเสริฐพงษ์ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล ขอหารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวบ้านหินจอก ตำบลลิพัง อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ซึ่งเป็นพื้นที่บ้านท่านประธานชวน หลีกภัย กับท่าน ส.ส. ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ ที่ออกมาคัดค้านสัมปทานโรงโม่หินที่เขาติ้ง ซึ่งพี่น้อง ประชาชนกังวลทั้งเรื่องแหล่งโบราณคดี แหล่งโบราณวัตถุและคุณภาพชีวิตที่มีมลภาวะ ต่าง ๆ ก็ขอให้กระทรวงอุตสาหกรรม ขอให้กระทรวงมหาดไทยที่ดูแลมวลชน รวมทั้ง กระทรวงวัฒนธรรมได้ทบทวนโครงการดังกล่าวแล้วก็พบปะพี่น้องประชาชนโดยใกล้ชิดด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ชาวสวนปาล์มน้ำมันภาคใต้คัดค้านการปรับลดสัดส่วนการใช้ ไบโอดีเซล หรือต่ำกว่านั้นจากบี ๗ (B7) เป็น บี ๓ (B3) ซึ่งรัฐบาลปรับเปลี่ยนไปมาตลอด นโยบายไบโอดีเซลไม่มีเสถียรภาพครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๙ เคยปรับมาแล้วนะครับ เป็นสาเหตุ ให้น้ำมันปาล์มล้นตลาดฉุดราคาปาล์มทะลายลงต่ำกว่าทุนครับ ต่อเนื่องถึงปี ๒๕๖๓ การปรับใช้ต้องใช้คณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติเป็นผู้รับผิดชอบ การลดไบโอดีเซลครั้งนี้ต้องไม่เกิน ๓ เดือนนะครับ เพราะเดือนมีนาคมปี ๒๕๖๕ ผลผลิต ปาล์มทะลายจะออกมามากครับ กระทรวงพลังงานต้องให้ข้อมูลกับประชาชน เพราะโครงสร้างราคาน้ำมันดีเซลที่มีกองทุนชดเชยไบโอดีเซลไม่ได้เป็นภาระของผู้ใช้ น้ำมันดีเซล และต้องปรับโครงสร้างราคาน้ำมันไบโอดีเซลที่อ้างอิงเฉพาะกลุ่ม ตลอดจน การปรับปรุงโครงสร้างภาษีน้ำมันและค่าการตลาดขอให้กระทรวงพลังงานจัดการ ปัญหานี้ด้วย เพราะมีความขัดแย้งกันระหว่างกลุ่มชาวสวนผู้ปลูกปาล์มกับกลุ่มรถยนต์ขนส่ง สิบล้อที่ยังเข้าใจผิด ๆ อยู่ครับ อย่าลืมว่ามีข้อตกลงเรื่องพลังงานสะอาดที่ต้องเพิ่มการใช้ บี ๑๐๐ (B100) นะครับ กระทรวงพลังงานต้องไม่เป็นปฏิปักษ์กับความยั่งยืนของชาวสวนปาล์ม พอปาล์มราคาดีก็ลดไบโอดีเซลทุกครั้ง ปุ๋ยก็แพงมาก ๆ ครับ แกนนำประธานคนปลูกปาล์ม น้ำมันแห่งประเทศไทย คุณชโยดม ก่อนจากเราไปก็ได้ฝากเรื่องนี้มา และขอแสดงความรัก ความเคารพและขอไว้อาลัยกับนักสู้ชาวสวนปาล์มท่านนี้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านปรีดา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายปรีดา บุญเพลิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ🔗
เรื่องที่ ๑ ขณะนี้โรงเรียนสังกัด สพฐ. ทั่วประเทศไม่มีผู้บริหารโรงเรียน เป็นเวลาหลายปีผ่านมา เนื่องจากการเกษียณอายุราชการ ท่านทราบหรือไม่ว่าโรงเรียนเหล่านั้น ลำบากขนาดไหน ไหนจะเจอปัญหาครูไม่ครบชั้น ไหนจะต้องสอน ไหนจะต้องทำหน้าที่ บริหาร ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป การจัดการศึกษาจะมีคุณภาพได้อย่างไร ความเสมอภาค ทางการศึกษาอยู่ตรงไหน ท่านประธานครับ ผมขอเสนอท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการรีบตัดสินใจอะไรสักอย่าง ถ้าจะยุบหรือควบรวมโรงเรียนเหล่านั้น ให้ประกาศเป็นนโยบายที่ชัดเจนไปเลยครับ ถ้าไม่ยุบก็รีบบรรจุผู้บริหารโรงเรียนให้ครบ ทุกโรงเรียน ก่อนที่ครูผู้สอนที่มีหน้าที่หลายอย่างจะลาออกไปมากกว่านี้ เพราะจะยุบก็ไม่ยุบ จะรวมก็ไม่รวม จะปล่อยให้เป็นอย่างนี้ไม่ได้ครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องโรงเรียนมีบุคลากรที่สำคัญสำหรับ หน่วยงานประเภทหนึ่งที่เราอาจจะละเลย เพราะบุคคลเหล่านี้ทำงานอยู่เบื้องหลัง การจัดการบริหารการศึกษา นั่นคือนักการภารโรง ซึ่งบทบาทหน้าที่มีมากมายนะครับ เช่น งานประจำ งานในลักษณะที่ผู้บังคับบัญชามอบหมายหรืองานพิเศษ ท่านประธานที่เคารพครับ ขณะนี้โรงเรียนจำนวนมากไม่มีนักการภารโรง เพราะโรงเรียนใดที่เกษียณอายุราชการ จะถูกตัดตำแหน่งไปหมด ท่านจะโยนภาระนี้ให้กับผู้บริหารโรงเรียนและครูอย่างนั้นหรือครับ ท่านทราบหรือไม่ว่าโรงเรียนเหล่านี้เขาแก้ไขปัญหาเหล่านี้โดยการลงขันกัน ออกเงินจ้าง นักการภารโรงเป็นรายเดือน นี่ก็คือสิ่งหนึ่งที่ครูจะต้องนำไปสู่การเพิ่มภาระหนี้สินอีก เพราะฉะนั้นขอเรียนให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการโปรดลงมาดูแลแก้ไขปัญหา เหล่านี้โดยเร่งด่วน คือ ๑. บรรจุผู้บริหารให้ครบทุกโรงเรียน ๒. บรรจุนักการภารโรงให้ครบ ทุกโรงเรียน ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านกูเฮง เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกูเฮง ยาวอหะซัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติครับ ผมขอหารือเรื่องแรก เนื่องจากมีเหตุการณ์สลดใจในพื้นที่ผม ลูกชายได้ฆ่าปาดคอแม่ตัวเอง อายุ ๗๗ ครับ ส่วนลูกชายก็อายุประมาณ ๓๐ กว่า จากการได้สอบถาม ได้ปรึกษาหารือกับ ๓ ฝ่าย ซึ่งกำกับดูแลในพื้นที่ พร้อมทั้งหมอและกรมราชทัณฑ์มีความเห็นว่า หลังจากผู้ป่วย หรือว่าผู้ติดยาได้รับการบำบัด เวลามาอยู่บ้านเราไม่มีหน่วยที่จะติดตามความคืบหน้าของเขา ซึ่งไปอยู่ในสถานการณ์เดิม ๆ ยิ่งเพิ่มภาวะเครียดและซ้ำเติมด้วยสถานการณ์โควิด (COVID) ทำให้เกิดความรุนแรงเยอะขึ้น พร้อมทั้งในพื้นที่ผมวันนี้คดีอย่างนี้มีประมาณ ๑๐ กว่าคดีครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องการเยียวยาผู้ประกอบการในบริเวณ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างที่ทราบพื้นที่ผมมีชายแดนติดต่อที่อำเภอตากใบ สุไหงโก-ลกและอำเภอแว้งที่บูเก๊ะตา ปัญหาคือวันนี้เรือรับจ้าง มอเตอร์ไซค์รับจ้างนี่คือขาดรายได้ไปเลยครับ แล้วก็ร้านค้า ประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่ว่าไม่มีค่าเช่านะครับ วันนี้ต้องคืนร้านให้เขาไป และยิ่งที่บูเก๊ะตา คนไทยที่ไปประกอบการอยู่ฝั่งมาเลเซีย มีประมาณ ๑๐๐ กว่าร้านนะครับ วันนี้ไม่สามารถ จะทำการค้าได้ ซึ่งทำให้ปัญหาเรื่องนี้อยากขอร้องให้ทางรัฐบาล ทางนายกรัฐมนตรีได้ช่วยหา วิธีเยียวยาและพยายามเปิดประเทศให้เร็วที่สุด เพื่อได้แก้ไขปัญหาพี่น้องที่ประสบปัญหา🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องน้ำท่วมครับ ช่วงนี้เป็นช่วงมรสุมเข้าใน ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ เราเคยมีบทเรียนเมื่อปีที่แล้วเรื่องเขื่อนบางลาง วันนี้อยากให้ทางรัฐบาล หรือทางนายกรัฐมนตรีได้ประเมินสถานการณ์ให้ดี แล้วก็ช่วยหามาตรการช่วยเหลือ เพราะว่าช่วงโควิด (COVID) ก็ลำบากอยู่แล้ว ยิ่งขาดอาหารหรือว่าการดูแลจากรัฐบาลด้วย ก็ยิ่งลำบากเข้าไปใหญ่ ขอบคุณมากครับ🔗
ท่านปริญญา ฤกษ์หร่าย ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายปริญญา ฤกษ์หร่าย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกำแพงเพชร พลังประชารัฐ วันนี้ผมก็ขอหารือกับท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกันนะครับ🔗
เรื่องแรก เรื่องโครงการส่งน้ำบำรุงรักษาวังบัว ซึ่งเป็นเขตความรับผิดชอบ ของชลประทานที่กำกับดูแลอยู่นะครับ ที่ผันน้ำจากแม่น้ำปิงไปหล่อเลี้ยงเกษตรกรทั้งจังหวัด กำแพงเพชร จังหวัดพิจิตรและจังหวัดนครสวรรค์ ผมก็ขอกราบเรียนกับท่านประธานว่า ผมอยากจะให้ทางชลประทานได้จัดสรรงบประมาณในการขุดลอกคลองชุมนากจากบ้านน้อย ไปบ้านชุมนาก โดยระยะทางประมาณ ๘ กิโลเมตร เพื่อให้การไหลของน้ำมีความคล่องตัว แล้วก็เกษตรกรนั้นจะได้รับประโยชน์ในโครงการนี้หลายแสนไร่ และจะไม่ทำให้น้ำท่วม ในเขตเทศบาลตำบลทุ่งทราย อำเภอทรายทองวัฒนา ในช่วงฤดูน้ำหลาก🔗
ในเรื่องที่ ๒ เช่นเดียวกันครับ เป็นเรื่องของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา วังบัว ผมก็อยากจะให้ทางชลประทานได้จัดสรรงบประมาณสร้างดาดคอนกรีต เพื่อเส้น ๑ อาร์ (1R) เพื่อเพิ่มศักยภาพในการส่งน้ำให้เกษตรกรนั้นได้รับประโยชน์ จากการจัดสรรการบริหารการจัดการน้ำของชลประทานด้วยดี🔗
ในเรื่องสุดท้าย เรื่องที่ ๓ ถนนหมายเลข ๑๑๑๒ จากสี่แยกตำบลบ่อถ้ำ ไปสี่แยกวังปลาอ้าว ตำบลปางมะค่า อำเภอขาณุวรลักษบุรี จังหวัดกำแพงเพชร ผมก็อยากจะให้กรมทางหลวงได้ขยายผิวการจราจรให้กว้างขึ้น แล้วก็รวมถึงการติดตั้งไฟ ส่องสว่างในทางแยก แล้วก็ทางโค้งเพื่อลดอุบัติเหตุให้พี่น้องประชาชน ขอกราบขอบคุณครับ🔗
อีก ๔ ท่านนะครับ ท่านโกศล ส.ส. จังหวัดนครราชสีมา ท่านคารม ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ท่านเทียบจุฑา ส.ส. จังหวัดอุดรธานี ท่านจีรเดช ส.ส. จังหวัดพะเยา เชิญท่านโกศล ปัทมะ ท่านแรกครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายโกศล ปัทมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก สืบเนื่องมาจากที่ผมได้หารือประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคม เรื่องการจัดสรรงบประมาณมาก่อสร้างและขยายประสิทธิภาพถนนสาย ๒๐๒ ช่วง อำเภอบัวใหญ่ไปถึงอำเภอแก้งสนามนาง บัดนี้ได้รับการจัดสรรงบประมาณเรียบร้อยแล้ว ประมาณ ๙๐๐ ล้านบาท ก็กราบขอบพระคุณกระทรวงคมนาคมนะครับ แต่การก่อสร้าง ถนนสายดังกล่าวยังมีผลกระทบและสร้างปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ๓ เรื่อง คือเรื่อง จุดกลับรถช่วงบ้านโสกงูเหลือม แล้วก็บ้านหนองหิน ก่อนถึงแยกโคกสี ก็ขอให้กรมทางหลวง ไปก่อสร้างจุดกลับรถให้กับพี่น้องประชาชน🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องการก่อสร้างทางระบายน้ำช่วงบ้านดอนหัน ตำบลด่านช้าง ซึ่งพี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบจากการก่อสร้าง เพราะว่าเกิดน้ำขังแล้วก็น้ำหลากที่ผ่านมา ก็อยากจะให้กรมทางหลวงไปดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องการจัดสรรงบประมาณก่อสร้างขยายช่องทางจราจรช่วงตลาด แก้งสนามนาง ซึ่งในการจัดสรรงบประมาณครั้งนี้ไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณแต่อย่างใด อยากให้กรมทางหลวงจัดสรรงบประมาณไปก่อสร้างให้กับพี่น้องประชาชนเพิ่มเติมนะครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องการซ่อมแซมสถานีสูบน้ำพี ๒ (P2) บ้านเจริญสุข ที่ผมหารือมายังท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทานหลายครั้ง แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข จึงขอให้กรมชลประทานดำเนินการจัดสรรงบประมาณไปซ่อมแซม แล้วก็สูบน้ำไปให้กับ พี่น้องอำเภอแก้งสนามนาง พี่น้องอำเภอบัวใหญ่ เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ เพื่ออุปโภคบริโภคและเกษตรกรรมให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านคารม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดร้อยเอ็ด ขออนุญาตหารือความเดือดร้อนของชาวบ้าน จำนวน ๑ เรื่อง เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่น่าสงสารประชาชนครับ เพราะว่าในเขตเลือกตั้งผมคือ อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ข้าวก็ไม่มีราคาอยู่แล้วแต่มาถูกแก๊งเงินกู้หลอกลวงเป็นจำนวนเยอะมาก ทั้งที่เป็นคดีและเข้ามาร้องเรียนที่ผม ข้อเท็จจริงก็คือว่า ตามภาพนะครับ🔗
คือเขาจะเปิดเพจ (Page) ชื่อสุวิทย์ เงินกู้ แล้วก็ให้ประชาชนที่เขาต้องการเงินเป็นทุนเป็นรอนเอาเลขบัญชี หน้าบุ๊กแบงก์ (Book bank) แล้วเอาบัตรประชาชนให้ พอส่งให้เสร็จก็จะบล็อกไลน์ (Block Line) บล็อกเฟซบุ๊ก (Block Facebook) เสร็จแล้วเขาก็จะใช้เลขบัญชีนี้ไปหลอกลวง คนอื่นต่อให้โอนเงินเข้าบัญชีนี้ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจนะครับ เพราะเหตุว่าสุดท้ายก็ประชาชน อย่างคุณประสานต์ ประจิตร คุณศิริกุล ประจิตร คนตำบลหินกองนี่ก็มาหาผม ถูกหลอกลวงและหมดเงินไปเกือบ ๕๐๐,๐๐๐ บาท เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมต้องหาทาง ดูแล เพราะเป็นการซ้ำเติมประชาชน แล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สร้างความทุกข์ระทมให้กับ ประชาชนที่เป็นคนจนอยู่แล้ว การดำเนินคดีของตำรวจไม่ใช่มองเฉพาะคนที่เขาถูกกล่าวหา ว่าเขาเป็นคนผิด ตำรวจต้องแสวงหาพยานหลักฐานจนแน่ใจว่าเขาเป็นคนที่ผิดจริง จึงจะดำเนินคดี แต่ตำรวจส่วนใหญ่นะครับ ฝากไปถึงตำรวจในเขตตรงนั้นด้วยว่าเวลาท่าน รับคดีท่านต้องดูนะครับ ต้องแสวงหาพยานหลักฐานว่าเขาผิดจริง ๆ ไม่ใช่รับแล้วก็กล่าวหา ว่าเขาผิดเลย จึงฝากสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ดีอีเอส (DES) ให้ดูแลเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และขอบคุณพรรคภูมิใจไทยที่ให้เวลานำเสนอปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนต่อสภา ขอบคุณครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านเทียบจุฑา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันขอนำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือกับ ท่านประธานดังนี้ค่ะ ขอสไลด์ด้วยนะคะ🔗
เรื่องที่ ๑ ค่ะ เป็นเรื่องที่เคยหารือ มาแล้ว ก็ขอติดตามการก่อสร้างสะพานบ้านนาเมืองไทย ซึ่งขณะนั้นถูกพายุถล่ม ฝนตกหนัก ทำให้บ้านเรือนเสียหายและสะพานก็หัก สะพานก็เสียหาย สะพานก็ขาด จากรูปภาพนะคะ ชาวบ้านต้องใช้ไม้ไผ่มาทำเป็นสะพานทางเดินค่ะ ดิฉันเคยหารือท่านประธานไปแล้ว เมื่อวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๓ ทางจังหวัดอุดรธานีเขาแก้ปัญหาโดยวิธีสร้างสะพาน เบลีย์ (Bailey) หรือสะพานเหล็ก เป็นสะพานชั่วคราว พอสร้างแล้วในเวลาต่อมา เมื่อประมาณวันที่ ๒๙ หรือประมาณเดือนพฤศจิกายน กรมทางหลวงชนบท จังหวัดอุดรธานี ได้รื้อสะพานเบลีย์ (Bailey) นี้ออก พี่น้องก็เดือดร้อน ดิฉันได้รับการร้องเรียนจาก พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะผู้ใหญ่บ้าน ๓ หมู่บ้านของบ้านนาเมืองไทย และประชาชน บ้านนาเมืองไทยเดือดร้อนมากเพราะเขาจะต้องใช้สัญจรไปมาสะพานเส้นนี้ พอรื้อไปแล้วก็ ไม่ได้ก่อสร้างอะไร ให้พี่น้องประชาชนใช้ถนนคันดินแดงทางเบี่ยง ดิฉันเห็นว่าอันนี้ เดือดร้อนมาก จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทย รื้อสะพานเขาแล้วต้อง มาสร้างให้เขาสิคะ จัดงบประมาณให้เขา สร้างให้เขา เขาอยากได้สะพานที่มีมาตรฐาน คงทนถาวร เพื่อจะได้ใช้การสัญจรไปมาได้สะดวก🔗
อีกเรื่องหนึ่งค่ะท่านประธาน ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากนางฉวีวรรณว่า ถนนสาย ๒๐๙๗ ช่วงบ้านโคกกลาง บ้านหินตั้ง บ้านนาคำไฮ เกิดอุบัติเหตุบ่อย ๆ อยากได้ ไฟฟ้าแสงสว่างและขยายถนนค่ะ ขอฝากท่านประธานไปยังกรมทางหลวง กระทรวง คมนาคม จักขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ🔗
ท่านจีรเดช ศรีวิลาศ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจีรเดช ศรีวิลาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ได้แบกนำปัญหามาฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลให้ดำเนินการแก้ไข นั่นคือปัญหา ราคาข้าวตกต่ำ หลายปีที่ผ่านมาพี่น้องชาวนาประสบปัญหาอย่างหนัก มาปีนี้ราคาก็ยังไม่ดีขึ้น ข้าวหอมมะลิราคาอยู่ที่ ๙ บาท ส่วนข้าวเหนียวอยู่ที่ ๖ บาท ขณะที่ต้นทุนการผลิตสูงขึ้นทุกปี พี่น้องเกษตรกรให้ข้อมูลว่าการทำนา ๑ ไร่ มีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง ค่าไถก็ปาเข้าไป ๕๐๐ บาท ค่าพันธุ์ข้าวอีก ๗๐๐ บาท ค่าปุ๋ย ๑ ไร่ ใช้ ๑ กระสอบ ราคาประมาณ ๑,๐๐๐ บาท ค่าปลูก ค่าเก็บเกี่ยวอีก ๑,๐๐๐ บาท การดูแลรักษา ค่ายา ค่าแรงงานอีกประมาณ ๖๐๐ บาท รวมต้นทุนอย่างน้อยก็ไร่ละประมาณ ๓,๘๐๐ บาท ไม่นับรวมค่าเช่านาอีกประมาณ ไร่ละ ๑,๐๐๐-๒,๐๐๐ บาท ขณะที่ผลผลิตต่อไร่จะได้ประมาณ ๓๕๐ กิโลกรัม ซึ่งขายได้ เพียง ๓,๓๐๐ บาทเท่านั้น ถ้าจะให้พี่น้องชาวนาได้ลืมตาอ้าปาก ราคาต้องเริ่มจาก ๑๒ บาทขึ้นไป ท่านประธานครับ ผมเป็น ส.ส. บ้านนอก เป็นลูกชาวบ้าน หลานชาวนา ผมทราบดีว่าความทุกข์ยากของ พี่น้องชาวนานั้นเป็นอย่างไร ๒ วันที่ผ่านมาทราบว่าทางรัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อใช้ในการประกันรายได้และเงินช่วยเหลือพัฒนาคุณภาพข้าว ต้องขอขอบคุณรัฐบาลด้วยครับ ผมคิดว่าเงินงบประมาณในส่วนนี้ควรบรรจุไว้ในงบประมาณ รายจ่ายประจำปีจะดีที่สุด พี่น้องชาวนาจะได้ไม่ต้องมาลุ้นว่าในแต่ละปีรัฐบาลจะมีมาตรการ ช่วยเหลือหรือไม่ เป็นการสร้างหลักประกันความมั่นคงในอาชีพให้กับชาวนาไทย ซึ่งเป็นคน ส่วนใหญ่ของประเทศ🔗
อีกประเด็นหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากเงินช่วยเหลือนั้นต้องเข้าบัญชี ผู้ขึ้นทะเบียนเกษตรกร แต่ผู้ขึ้นทะเบียนบางส่วนเป็นเจ้าของที่นาซึ่งไม่ใช่ผู้ทำนา เมื่อได้รับแล้วไม่นำมาให้ การช่วยเหลือเยียวยาจะไม่ถึงมือผู้ทำนาตัวจริง ขอให้รัฐบาลได้หา แนวทางแก้ไขด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
อีก ๔ ท่าน ต่อไปนะครับ ท่านหมอประสงค์ บูรณ์พงศ์ ท่านสุรชาติ ศรีบุศกร ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ เชิญคุณหมอครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย จังหวัดนครพนม ผมมีปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่อยู่ริม ชายฝั่งแม่น้ำโขงที่มีอาชีพเลี้ยงปลาในกระชังว่าทำแล้วมันผิดกฎหมายการเดินเรือ ในน่านน้ำไทย ๒๔๕๖ ล่าสุดก็ถูกปรับไป ๑,๔๙๐,๔๐๐ บาท เดือดร้อนมากครับ แล้วก็ รายอื่น ๆ กระผมขอเรียนมายังท่านเพื่อประสานงานไปยังกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม เพื่อให้ดำเนินการแก้ไขความเดือดร้อนของประชาชนดังกล่าวด้วยนะครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผมไม่อยากให้ประชาชนเขาได้รับคำตอบว่า ต้องดำเนินการตามกฎหมาย ผมฝากไปยังเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติด้วย คือข้าราชการ นักการเมือง ควรมีธรรมะแห่งอาชีพนะครับ สมดังพระราชดำรัสของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก พระบิดาแห่งการแพทย์ไทยที่ว่า ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ ๑ ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์ เป็นกิจที่ ๑ ลาภ ทรัพย์ และเกียรติยศจะตกมาแก่ตัวท่านเอง ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งวิชาชีพ ไว้ให้บริสุทธิ์ ท่านใช้หลักรัฐศาสตร์หลักปกครองบ้างสิครับ เหมือนปฏิบัติกับนายทุน อย่างปัจจุบันนี้ ร้านอาหาร โรงแรมที่สร้างขึ้นมาในแม่น้ำไม่ว่าจะเป็นเจ้าพระยา แม่กลอง ท่าจีน มีไปหมดนะครับ ตอนนี้ท่านผู้ปฏิบัติถือว่าท่านเป็นที่ ๑ แต่ประชาชนเป็นที่ ๒ ครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ คือพี่น้องจังหวัดของผม คือหมู่บ้านหนองจันทร์ หมู่ที่ ๔ เป็นหมู่บ้านที่อยู่ริมถนนชยางกูร ๒๑๒ จากทิศเหนือไปตามถนนแลแม่น้ำโขง ราษฎรใช้เส้นทางดังกล่าวเมื่อถึงหมู่บ้านก็จะเลี้ยวขวาเข้าหมู่บ้านได้เลย แต่ปัจจุบัน ใช้เส้นทางนี้เลี้ยวขวาไม่ได้แล้วครับเพราะถูกกั้น การปิดช่องทางดังกล่าว ไม่มีการถาม ประชาชนหรือทำประชาพิจารณ์แต่อย่างใด เส้นทางนี้ไม่เคยมีอุบัติเหตุร้ายแรงอย่างไร เลยนะครับ ประชาชนต้องขับรถวิ่งลงไปอีก ๒ กิโลเมตร แล้วย้อนขึ้นมา ๒ กิโลเมตร จึงจะเข้าหมู่บ้านได้ ผู้ใช้รถใช้ถนนเดือดร้อนมากครับท่านประธาน ผมขอฝากท่านประธาน ได้โปรดแจ้งให้กรมทางหลวงแผ่นดินแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้ด้วยครับ จักขอบพระคุณยิ่ง ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไป ท่านสุรชาติ ส.ส. พิจิตร เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรชาติ ศรีบุศกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิจิตร เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือท่านประธานสภาผ่านไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง ขอภาพด้วยครับ🔗
เนื่องด้วยชาวบ้านที่มีวิถีชีวิตอาศัยอยู่ ริมแม่น้ำประสบปัญหาน้ำกัดเซาะตลิ่ง ซึ่งตลิ่งโดยทั่วไปเป็นถนนที่ใช้สัญจรไปมาระหว่าง หมู่บ้าน โดยในส่วนของอำเภอบางมูลนากนั้นมีแม่น้ำน่านไหลผ่าน และมีประชาชน เขตตำบลหอไกร ได้รวมตัวกันยื่นหนังสือถึงนายกเทศมนตรีตำบลหอไกร จากนั้นกระผม ได้ลงพื้นที่จริงพบว่า มีความเสียหายจากตลิ่งทรุดตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๖๐ และทรุดตัวลงมา นานถึง ๔ ปีต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันถนนมีระดับที่ต่ำกว่าระดับถนนจริงถึง ๑.๕ เมตร โดยพบความเสียหายดังนี้ หมู่ที่ ๔ เสียหาย ๕๐๐ เมตร หมู่ที่ ๒ เสียหาย ๓๐๐ เมตร หมู่ที่ ๑ เสียหาย ๒๐๐ เมตร โดยทั้ง ๓ หมู่บ้านมีประชากรอาศัยอยู่รวมกันแล้ว ๘๔๙ หลังคาเรือน🔗
จุดที่ ๒ ของแนวร่วมแม่น้ำน่านเช่นกันครับ ปัญหาเดียวกันคือ ตลิ่งทรุดตัวลงทุกปี ท้องถิ่นสนับสนุนงบประมาณนำดินและไม้มาทำพนังกั้นน้ำทุกปี แต่การแก้ปัญหาก็แก้ที่ปลายเหตุ ประชาชนจึงยื่นหนังสือถึงนายกเทศมนตรี ตำบลเนินมะกอก ลงพื้นที่พบว่า จุดที่ตลิ่งทรุดตัวลงนั้นมีความยาว ๑,๑๐๐ เมตร มีประชากร อาศัยอยู่ ๗๐๐ หลังคาเรือนและหากน้ำล้นตลิ่งจะสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือน ประชาชนพี่น้องเกษตรกรและพื้นที่เศรษฐกิจทั้งหมด🔗
จุดที่ ๓ คือจุดสุดท้ายครับท่านประธาน เป็นเขตของอำเภอโพทะเล จุดที่ตลิ่งทรุดตัวลงนั้นอยู่ในเขตของหมู่ที่ ๓ ตำบลโพทะเล ลักษณะเป็นถนนคอนกรีต ริมแม่น้ำยมและเกิดการทรุดตัวลง ความเสียหายระยะทางประมาณ ๓๐๐ เมตร สร้างความไม่สะดวกในการสัญจรไปมาของพี่น้องประชาชนกว่า ๓๐๐ ครัวเรือน กระผมจึงขอหารือท่านประธานสภาผ่านไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้โปรดสำรวจ และออกแบบ แล้วก็จัดสรรงบประมาณทั้ง ๕ จุดใน ๒ อำเภอ ด้วยความเคารพครับ ท่านประธานครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานในความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนไปถึงสำนักการโยธา สำนักงาน เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร🔗
เรื่องแรก ดิฉันขอให้ดำเนินการขยายถนนที่เชื่อมต่อระหว่างถนนประชาพัฒนา และถนนมาลี ๖ พื้นที่ตรงนั้นเป็นพื้นที่ที่ตั้งของโครงการบ้านเอื้ออาทรทับยาว มีพี่น้อง ประชาชนอาศัยอยู่มากกว่า ๑๐,๐๐๐ คน แต่ปัจจุบันสภาพถนนเป็นเพียงแค่ ๒ เลนสวนกัน เท่านั้น จราจรติดขัดตลอดทั้งวัน ดิฉันเคยดำเนินการเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้วแต่ยังไม่ได้รับ ความคืบหน้า สอบถามไปยังสำนักงานเขตลาดกระบังก็ได้แจ้งว่าได้ของบประมาณแล้ว แต่กรุงเทพมหานครไม่อนุมัติงบประมาณให้ ปัญหานี้เรื้อรัง และปัจจุบันมีรถขนาดใหญ่ที่มี น้ำหนักเยอะมาวิ่งอยู่ในพื้นที่ชุมชน ทำให้ถนนเกิดความชำรุดเสียหายหลายจุด เกิดอุบัติเหตุ หลายครั้ง ดิฉันขอให้ครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ดิฉันได้กล่าวถึงกรุงเทพมหานคร ได้โปรด ทำงานให้พี่น้องประชาชนอย่างรวดเร็วด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ เช่นเดียวกันสำนักงานเขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานครได้โปรด เข้าซ่อมแซมถนนร่มเกล้า ๒๕ มีสภาพขรุขระตลอดทั้งเส้น โดยเฉพาะช่วงที่จะไปออก ถนนไอซีดี ช่วงท้ายซอยมีหลุมขนาดใหญ่เกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง ขอให้รีบดำเนินการด้วยนะคะ รวมถึงในพื้นที่ของไอซีดีไฟชำรุดหลายจุด มีรถเทรลเลอร์ (Trailer) วิ่งและมีรถมอเตอร์ไซค์ ประสบอุบัติเหตุถึงแก่ชีวิตในหลาย ๆ ครั้ง ถนนพื้นที่ตรงนี้เคยปรับปรุงตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๖ และหลังจากนั้นก็ไม่ได้เคยปรับปรุงอีกเลย ทำให้มีสภาพชำรุดเสียหายอย่างมาก ดิฉัน ขอประสานการรถไฟแห่งประเทศไทยได้ทำงานร่วมกับกรุงเทพมหานครเข้าช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนอย่างเร่งด่วนค่ะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗
ท่านต่อไป ท่านคงกฤษ ส.ส. ระนองครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทย วันนี้กระผมขอหารือต่อท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาฝนตกน้ำท่วมอย่างหนัก เมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นปัญหาที่สร้างผลกระทบให้พี่น้องประชาชน ในจังหวัดระนอง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ๒ หมู่บ้าน หมู่บ้านแรกที่บ้านสองแพรก ตำบลลำเลียง อำเภอกระบุรี โดยผมได้รับการประสานงานจากท่าน สจ. ทวีศักดิ์ ใจบุญ สจ. อภิชาต หลีกภัย รวมถึงท่านอดีต สจ. เทียนชัย สายน้ำใส ให้รีบลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชน อย่างเร่งด่วน โดยมีภาครัฐและภาคเอกชนให้ความช่วยเหลือในเบื้องต้น หลังจากนั้น ได้ลงพื้นที่เพื่อทราบถึงปัญหาผลกระทบที่ตามมา ซึ่งจากได้ลงพื้นที่แล้วได้ทราบถึงปัญหา นั่นคือมีถนนอยู่ในเส้นของตำบลลำเลียงเป็นพื้นที่ของท้องถิ่นและพนังกั้นน้ำได้รับ ความเสียหายอย่างหนัก รวมถึงฝายน้ำล้นที่ไม่สามารถที่จะชะลอน้ำได้ และตลอดจนฝายน้ำ ที่ไม่สามารถจะกักเก็บน้ำได้ที่บ้านห้วยใหญ่ทั้งหมด คือหมู่ ๗ และหมู่ ๑๐ ได้รับ ความเสียหายอย่างหนัก🔗
ส่วนเรื่องที่ ๒ อยู่ที่บ้านทุ่งตาพล ตำบลบางแก้ว อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง ในส่วนนี้ก็ได้รับผลกระทบจากน้ำกัดเซาะตลิ่งจนทำให้บ้านเรือนเสียหาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อวานนี้มีฝนตกชุกอย่างหนัก โชคดีที่ยังมีท่าน สจ. สมควร ใจอุ่น รวมถึงท่าน สจ. วรานนท์ เกลื่อนสิน ได้ลงพื้นที่นำเครื่องจักรขององค์การบริหารส่วนจังหวัดระนองลงพื้นที่ให้ ความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน กระผมจึงขอฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมชลประทานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมป้องกันและ บรรเทาสาธารณภัย และตลอดจนกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นให้ช่วยเหลือเยียวยา และแก้ปัญหาเร่งด่วนให้กับพี่น้องประชาชนใน ๒ หมู่บ้านด้วย และรวมถึงตำบลทุกตำบล ที่ให้เข้าไปช่วยสนับสนุนและให้ไปช่วยในการสำรวจพื้นที่ต่อไป ขอกราบขอบคุณ ท่านประธานมากครับ🔗
อีก ๔ ท่าน ต่อไปนะครับ มีท่านองค์การ ท่าน พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา ท่านนพพล เหลืองทองนารา และท่านอนุรักษ์ จุรีมาศ เชิญท่านองค์การ ส.ส. บัญชีรายชื่อ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน กระผม องค์การ ชัยบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากภาคอีสาน ขออนุญาตหารือท่านประธานดังนี้ครับ กระผมได้รับข้อร้องเรียนจาก พระอธิการประคองธัมมวโร เจ้าอาวาสวัดบูรพาวนาราม บ้านคำบง พร้อมผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้าน ขอให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้จัดสรรงบประมาณก่อสร้างเมรุมาศ แทนอันเก่าที่ผุพังและไม่ได้มาตรฐาน ใช้งานมานานเป็นที่อุจาดตา ขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้เร่งรัดด้วยนะครับ🔗
เรื่องต่อไปผมได้รับข้อร้องเรียนจากเภสัชกรทรงพล ชารีพันธ์ และสมาชิก เทศบาลนิคมคำสร้อยพร้อมผู้ปกครองโรงเรียนคำสร้อยพิทยาสรรค์ ขอให้กรมทางหลวง ได้จัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างสะพานลอยข้ามถนนชยางกูร บริเวณหน้าโรงเรียน คำสร้อยพิทยาสรรค์🔗
ตามภาพเด็ก ๆ ข้ามถนน ๔ เลน เดือดร้อนมาก อยากฝากหน่วยงานของรัฐได้จัดสรรงบสร้างสะพานลอยให้กับเด็ก โดยเร่งด่วนครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
เรื่องต่อไป ได้รับข้อร้องเรียนจากคุณหมอและพยาบาลในหลายโรงพยาบาล ของภาคอีสาน กรณีเบี้ยเสี่ยงภัยท่านประธาน ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ บางแห่งยังไม่ได้รับเลย ไม่รู้ติดตรงไหนนะครับ กรณีต่อมาก็คือการออกพาสปอร์ตวัคซีน (Passport Vaccine) ทำไมต้องมาให้ที่ส่วนกลางออกอย่างเดียว โรงพยาบาลจังหวัดหรือสาธารณสุขจังหวัด ออกไม่ได้หรืออยากฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าให้กระจายอำนาจ กระจายการจัดการ เพราะว่ามันจะเป็นภาระกับชาวบ้านที่ต้องเดินทางมาถึงส่วนกลางและใช้เงินมากนะครับ🔗
เรื่องสุดท้าย ได้รับข้อร้องเรียนจากท่านสุพจน์ สุอริยพงษ์ อดีตรองนายก องค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ท่านสุรศักดิ์ เปี่ยมสง่า ท่านรัฐศาสตร์ พรหมวงษ์ ท่านปราโมทย์ เพชรวาท สมาชิกสภาจังหวัดในเขตอำเภอดอนตาล พร้อมกับชาวบ้านในพื้นที่ ตำบลเหล่าหมี ตำบลนาสะเม็ง ตำบลป่าไร่ กรณีชาวบ้านที่ถือ กสน. ๕ แล้วไปออกโฉนด ไม่ได้ครับท่านประธาน เจ้าหน้าที่อ้างว่าติดป่าจำแนก ติดป่ารอยต่อ อะไรเยอะแยะมากมาย ตอนนี้ชาวบ้านเดือดร้อนมาก ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งรัดหาทางแก้ไขด้วย ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ท่านต่อไป ท่าน พันตำรวจโท ฐนภัทร ส.ส. จันทบุรี ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด จันทบุรี เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐครับ กระผมขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกันครับ🔗
เรื่องที่ ๑ กรณีถนนสายตลาดพลับพลา ตำบลพลับพลา อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี สร้างเสร็จแล้ว แต่ประชาชนใช้ประโยชน์ไม่ได้เต็มที่เลยครับท่านประธาน บางตอนถนนปิดทำการซ่อม แต่ก็ซ่อมไม่แล้วเสร็จสักทีครับ ทั้งที่ถนนเส้นนี้เพิ่งสร้างเสร็จ โดยเฉพาะตั้งแต่แยกเกาะรงค์ไปถึงสามแยกปากแซงครับ ทำให้ประชาชนผู้อยู่อาศัย ผู้ค้าขาย ผู้สัญจรไปมาได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก หน้าฝนที่ผ่านมามีประชาชน ไปประท้วงด้วยการนำต้นทุเรียน นำผลไม้ต่าง ๆ มาปลูกบนถนนสายดังกล่าวเป็นการประชด ประชัน กระผมอภิปรายหารือเรื่องนี้มาหลายครั้งแล้วครับ จนถูกบริษัทรับเหมาก่อสร้าง ฟ้องร้องในข้อหาที่ว่าผมหมิ่นประมาทนะครับ กระผมจึงนำเรียนมายังท่านผ่านไปยัง กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม เร่งแก้ทุกข์ให้กับพี่น้องประชาชนของผมด้วยนะครับ เนื่องจากถนนดังกล่าวเป็นถนนที่มีความสำคัญ ซึ่งประชาชนมองว่าภาษีอากรของตนเอง ที่ถูกใช้ไปแล้วใช้ประโยชน์ไม่ได้คุณค่า แถมยังทำความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ ท่านประธาน กระผมขอให้กรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง ชะลอ หรือระงับการที่จะให้ออกประกาศที่จะให้ประชาชนเช่าที่ดินแปลงทุ่งฟ้าผ่า ซึ่งมีประชาชน อยู่อาศัยกว่า ๑,๒๐๐ ครัวเรือน ซึ่งเป็นเนื้อที่กว่า ๔,๐๐๐ ไร่ครับ ซึ่งประชาชนนั้นอยู่อาศัย มากว่า ๑๐๐ ปีแล้วนะครับ กว่า ๓ ชั่วอายุคน ซึ่งการครอบครองนั้นประชาชนมีทั้งโฉนด ตราจอง ส.ค. ๑ น.ส. ๓ แล้วประชาชนจะทำใจได้อย่างไรครับท่านประธาน ว่าเจ้าหน้าที่ ธนารักษ์นั้นจะให้ประชาชนเช่าที่ดินซึ่งเป็นของตนเอง กระผมจึงขอให้กรมที่ดินเร่งออกโฉนด ให้กับประชาชนตามที่ร้องขอครับ โดยธนารักษ์อย่าได้คัดค้านเลยครับ และยกเลิกประกาศ ที่จะให้ประชาชนเช่าที่ของตัวเอง กราบขอบพระคุณมากครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านนพพล ส.ส. พิษณุโลก เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลกครับ ท่านครับ วันนี้ผมมีเรื่องที่จะมานำเรียนต่อท่านเพื่อส่งผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นั่นก็คือไม่พ้นกับเรื่องน้ำหรอกครับ วนมาถึงอีกรอบหนึ่งแล้วนะครับ ในการที่จะทำนาเพาะปลูกของพี่น้องเกษตรกรนะครับ ทั้ง ๆ ในนาปีที่ผ่านมา ที่จริงพวกเรา หวังว่ารัฐบาลจะช่วยเราทั้งในเรื่องของราคาและในเรื่องของการเยียวยา ถ้าเกิด ความเดือดร้อนขึ้นมาในเรื่องของราคาพืชผลที่ตกต่ำ แต่ผลปรากฏว่าราคาตกต่ำก็แทนที่จะช่วย ในเรื่องของเยียวยาให้มันได้รวดเร็วกลับกลายเป็นว่าทุกอย่างก็ช้าเหมือนเดิม มันแสดงออก ถึงความที่ไม่ค่อยได้ใส่ใจ ผมก็ไม่รู้ว่าผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะรัฐบาลเอาใจใส่ชาวไร่ ชาวนาจริงหรือไม่ วันนี้ทุกข์ร้อนแสนสาหัส สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้ก็คือว่าในปัญหาเรื่องน้ำในนาปรังที่จะมีการเพาะปลูกที่จะเริ่มขึ้น ในอีกไม่ช้านี้ วันนี้น้ำในเขื่อนสิริกิติ์มีอยู่ ๑,๖๕๖ ล้านลูกบาศก์เมตร เทียบกับปีที่แล้ว ซึ่งมีอยู่เกือบ ๓,๐๐๐ ล้าน ท่านครับ ๓,๐๐๐ ล้านปีที่แล้วผมยังลงไปกราบท่านรองประวิตร เพื่อขอน้ำ แล้ว ๑,๖๐๐ จะทำอย่างไร ผมอยากจะนำเรื่องนี้ให้ทางชลประทานได้ช่วย บอกกล่าวพวกเราด้วย ถ้าท่านจะปฏิเสธว่าน้ำน้อยไม่ปล่อย ผมไม่ฟังครับ เหตุที่ผมไม่ฟัง ไม่ใช่เพราะว่าผมตะแบงท่าน ท่านครับ ท่านร่ำเรียนมา วิศวกรรมชลประทานก็สอน น้ำขนาดนี้ท่านต้องทำให้ได้ ท่านต้องจัดสรรและบริหารให้ได้ว่าท่านจะทำอย่างไรกับน้ำ ๑,๖๐๐ นี้ และผลปรากฏว่าระยะหลังน้ำเข้าเขื่อนสิริกิติ์ วันละ ๕ ล้าน ท่านก็ปล่อย ๕ ล้าน เข้า ๔ ออกก็ ๔ ๑ เดือนที่ผ่านมานั้นน้ำในเขื่อนสิริกิติ์ไม่มีมากกว่าเดิมเลย ท่านครับ ในนาปรังปีนี้ขอคำตอบให้พวกเราด้วย อย่าตอบว่าน้ำน้อยไม่ปล่อย มันง่ายเกินไปนะครับ ไม่เช่นนั้นอย่ามีเลยกรมชลประทาน กราบขอบพระคุณครับ🔗
ท่านอนุรักษ์ ส.ส. ร้อยเอ็ด เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม อนุรักษ์ จุรีมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๑ พรรคชาติไทยพัฒนา ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ผมขอหารือเกี่ยวกับเรื่องกรมทางหลวง ชนบทในการก่อสร้างถนนวงแหวนรอบในด้านทิศใต้ สาย ง. ๒ ตามโครงการผังเมืองรวม เมืองร้อยเอ็ด ในเขตท้องที่ตำบลในเมือง ตำบลเหนือเมือง ตำบลรอบเมือง ตำบลดงลาน อำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด รวมระยะทาง ๗.๓ กิโลเมตร งบประมาณ ๔๗๕ ล้าน ท่านประธานที่เคารพครับ โครงการนี้ได้ออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดินตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ ในงบประมาณปี ๒๕๖๓ และ ๒๕๖๔ กรมทางหลวงชนบทได้จ่ายค่าเวนคืนไปแล้ว ๕๒๑ ล้านเศษ แต่ในงบประมาณปี ๒๕๖๕ กรมทางหลวงชนบทไม่ได้ตั้งงบประมาณ ในงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๕ แต่กรมทางหลวงชนบทได้ขอใช้เงินกู้เพื่อพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๔ ที่เสนอ โดยสำนักงบประมาณในเรื่องมาตรการในการแก้ไขกรณีงบประมาณรายจ่ายลงทุนมีจำนวน น้อยกว่าวงเงินส่วนที่ขาดดุลงบประมาณประจำปี ซึ่งเป็นไปตาม พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง มาตรา ๒๐ ท่านประธานที่เคารพครับ หลักเกณฑ์ต่าง ๆ ใน พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง ผมขอส่งรายละเอียดให้ท่านประธานเพื่อเป็นการประหยัดเวลา กระผมใคร่ขอหารือ ท่านประธานผ่านไปถึง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี สำนักงบประมาณ กระทรวงการคลังและ กรมทางหลวงชนบทว่าโครงการถนนวงแหวนรอบในด้านทิศใต้ สาย ง. ๒ ตามโครงการ ผังเมืองรวมเมืองร้อยเอ็ด ได้ดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๔ ได้ดำเนินการไปถึงไหน อย่างไร และจะดำเนินการก่อสร้างได้เมื่อไร ท่านประธานที่เคารพครับ โครงการนี้จะเป็นประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดร้อยเอ็ด ขอขอบพระคุณครับ🔗
อีก ๔ ท่านนะครับ ท่านสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา ท่านแนน บุณย์ธิดา สมชัย ท่านปดิพัทธ์ สันติภาดา และท่านมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช เชิญท่านสุภาภรณ์ ส.ส. กรุงเทพมหานคร เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน สุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตภาษีเจริญ เขตตลิ่งชัน ๔ แขวง กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันมีเรื่องปรึกษาหารือกับทางท่านประธาน เกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนด้วยกันทั้งหมด ๒ เรื่องค่ะ🔗
เรื่องแรกดิฉันได้รับข้อร้องเรียนจากผู้ประกอบการทางการเดินเรือ เพื่อการท่องเที่ยว ตลอดจนพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในลำคลองบางหลวง ตลอดต่อเนื่อง จนถึงคลองที่ตลิ่งชัน ว่าขณะนี้ได้มีท่อปูนและท่อเหล็กที่ถูกทิ้งร้างของการประปานครหลวง ที่ไม่ได้รับการดูแลเป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือและการสัญจร ดิฉันจึงขอให้ทางกระทรวง มหาดไทยสั่งการให้การประปานครหลวงเร่งดำเนินการรื้อถอนโดยเร่งด่วนค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับการแจ้งจากพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ภาษีเจริญ ถึงโครงการจำหน่ายสินค้าราคาถูกของกระทรวงพาณิชย์หรือโครงการธงฟ้า ซึ่งเป็นโครงการ ที่ดีและมีมาอย่างต่อเนื่องทุกรัฐบาล โครงการนี้ได้รับการอุดหนุนเงินจากกระทรวง และเป็น เงินที่มาจากภาษีอากรของพี่น้องประชาชน แต่ขณะนี้พี่น้องประชาชนมีความกังวลว่า โครงการนี้ได้ถูกนำมาใช้หาผลประโยชน์ในทางการเมือง โดยมีการนำแบนเนอร์ (Banner) และกลุ่มคนสวมเสื้อโลโก (Logo) ของพรรคการเมืองมาดำเนินการแอบแฝงในการลงพื้นที่ ของโครงการธงฟ้า ดิฉันจึงอยากให้ทางท่านประธานส่งเรื่องผ่านไปทางกระทรวงพาณิชย์ ให้กลุ่มคนเหล่านี้หยุดการดำเนินการ เพื่อความเป็นธรรม และเพื่อความยุติธรรม และความสบายใจของพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไป ท่านแนน บุณย์ธิดา ส.ส. อุบลราชธานี ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน แนน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันมีข้อหารือในการสอบถามความคืบหน้าของ โครงการ สืบเนื่องจากมีกลุ่มเกษตรกรชาวบ้านบ้านโนนข่า หมู่ที่ ๒ ตำบลโพธิ์ศรี อำเภอ พิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี ได้เข้าไปร้องเรียนกับดิฉันว่าทางกรมชลประทาน ได้ก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าแล้วเสร็จตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ ค่ะท่านประธาน แต่ว่าตั้งแต่ แล้วเสร็จมาชาวบ้านไม่ค่อยได้ใช้เลย เนื่องจากค่าไฟฟ้าในการใช้สถานีสูบน้ำนั้นเป็นราคา ทั้งหมดชั่วโมงละ ๘๐๐ บาท แต่สถานีอื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียงกันนั้นเสียค่าไฟฟ้า เพียงชั่วโมงละ ๘๐ บาท เป็นเหตุให้ประชาชนไม่สามารถจะสู้ค่าไฟฟ้าในการนำน้ำขึ้นมาใช้ ในการเกษตรไหวค่ะ ดิฉันได้ประสานลงพื้นที่พร้อมกับ ผอ. ชลประทานจังหวัด ท่านสัมพันธ์ เดือนศรีรัตน์ เพื่อไปตรวจสอบข้อเท็จจริง และพบว่าเนื่องจากขนาดของสถานี สูบน้ำใหญ่มาก เมื่อใหญ่มากค่าไฟฟ้าจึงสูงไปตาม และทำให้ชาวบ้านไม่สามารถจะใช้ ประโยชน์จากสถานีนี้ได้เลย และทางท่านชลประทานจังหวัดได้นำวิศวกร ได้นำนายช่าง เข้าไปตรวจสอบและจะแก้ไขโดยการเสนอโครงการเป็นการแก้ไขโดยใช้ไฟฟ้าจากแผง โซลาร์เซลล์ (Solar Cell) งบประมาณที่ท่านได้มองเอาไว้ ประมาณการเอาไว้ ๑๗ ล้านบาท หากได้รับงบประมาณจะสามารถก่อสร้างเสร็จภายในระยะเวลา ๑ ปี แต่ว่าขณะนี้ดิฉันได้ลง พื้นที่ตรวจสอบกับทางท่าน ผอ. ชลประทานตั้งแต่เดือนมกราคม ปี ๒๕๖๔ คือปีนี้จนถึง ปัจจุบันนี้ อยากสอบถามความคืบหน้าผ่านทางท่านประธานไปยังกรมชลประทานว่า โครงการจะแก้ไขสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้าแห่งนี้เปลี่ยนเป็นแผงโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) จะดำเนินการได้ในช่วงไหน ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗
ต่อไป ท่านปดิพัทธ์ ส.ส. พิษณุโลกครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคก้าวไกล ปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนชาวพิษณุโลกตอนนี้เป็นของพี่น้องชาวตำบลวัดจันทร์ หมู่ที่ ๔ ซึ่งเป็นชาวนา จำนวน ๓๕ ครัวเรือน ขอภาพด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ อันนี้เป็นภาพ ของเมื่อวานนี้ สิ่งที่เราเห็นนี้ไม่ใช่อ่างเก็บน้ำนะครับ ไม่ใช่สถานที่ท่องเที่ยว แต่นี่คือพื้นที่นา ของพี่น้องชาววัดจันทร์นะครับ ภาพต่อไปเราจะเห็นว่าสภาพแบบนี้เป็นสภาพน้ำท่วมที่ไม่ได้ เกิดขึ้นในหน้าฝน แล้วก็เป็นปัญหาต่อเนื่องยาวนานทุกปีจะท่วมอย่างน้อย ๔ เดือนด้วยกัน เพราะพื้นที่นี้จะเป็นพื้นที่รองรับน้ำของ ๓ ตำบลด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเทศบาลนคร ไม่ว่าจะเป็น เทศบาลอรัญญิก หรือว่ามาจากบึงพระ นอกจากนั้นยังติดกับค่ายทหารด้วยนะครับ คือค่ายเอกาทศรถที่หน้าแล้งก็จะเปิดประตูน้ำเพื่อจะดึงน้ำเข้าไปใช้ในค่ายทหาร แต่พอหน้าฝนก็จะปิดประตูน้ำทำให้น้ำออกมาท่วมในตำบลวัดจันทร์นี้ ปัญหาเหล่านี้ ได้รับการเสนอไปทางผู้ว่าราชการจังหวัดคนแล้วคนเล่า แต่ทุกท่านที่มารับเรื่องก็จะเกษียณไป ในปีถัดไป ปีถัดไป ทำให้ไม่เคยได้รับการแก้ไขปัญหาเลย นอกจากนั้นความชื้นของข้าวแบบนี้ พวกเขายังไม่มีลานตากข้าวด้วยครับ ปัญหาเหล่านี้ทำให้ความยากจนของพี่น้องในตำบลวัดจันทร์ นอกจากจะมีคุณภาพชีวิต ที่ย่ำแย่แล้ว อาชีพของเขาก็คือเกษตรกรรมที่ทำนาก็ยังไม่สามารถทำได้ด้วย ปัญหาแบบนี้ หนักเข้าไปอีก เพราะว่าไม่สามารถประกาศเป็นพื้นที่อุทกภัยได้ ทำให้ไม่มีเงินเยียวยา จากภาครัฐไปช่วยเหลือพวกเขา ท่านประธานครับ ตำบลวัดจันทร์เป็นตำบลที่อยู่ในตัว อำเภอเมืองของพิษณุโลก เพราะฉะนั้นการก่อสร้าง การขยายหมู่บ้าน การถมที่ ทำให้เกิด ภาวะแบบนี้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ทำนา ไม่ว่าจะเป็นชุมชนที่ได้รับผลกระทบ จากการก่อสร้างและผังเมืองที่ผิดพลาด เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ขอการแก้ไขปัญหาระยะสั้น และแก้ไขระยะยาว ก็คือเราต้องการการกระจายอำนาจให้มีผู้ว่าราชการจังหวัด จากการเลือกตั้งดำรงวาระ ๔ ปีเต็มในการแก้ไขปัญหาแล้วก็วางระบบผังเมืองที่เกี่ยวข้อง กับหลายตำบลใหม่นะครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านมัลลิกา ส.ส. ลพบุรี ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย ดิฉันได้รับทราบความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จึงมาขอหารือท่านประธาน จำนวน ๓ เรื่อง ดังนี้🔗
เรื่องที่ ๑ เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องชาวตำบลพุคา ตำบลหนองทรายขาว เกี่ยวกับเรื่องน้ำประปา ซึ่งขณะนี้ไม่มีน้ำประปาใช้ที่ตำบลหนองทรายขาว อำเภอบ้านหมี่ ส่วนตำบลพุคาบางหมู่ที่มีก็ไหลบ้าง ไม่ไหลบ้าง บางหมู่ก็ยังไม่มี จึงขอฝากท่านประธาน ถึงการประปาส่วนภูมิภาค ช่วยส่งเจ้าหน้าที่ไปสำรวจพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ เนื่องจากที่ผ่านมาเป็นที่ทราบกันดีว่าบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา เช่น จังหวัดลพบุรี อ่างทอง สิงห์บุรี อยุธยา เกิดอุทกภัยน้ำท่วมทั้งบ้านเรือนและนาข้าว เสียหายเป็นจำนวนมาก ยกตัวอย่างเช่น ตำบลหนองเมือง ตำบลบ้านทราย ตำบล หนองทรายขาว ตำบลพุคา อำเภอบ้านหมี่ ตำบลบางขันหมาก อำเภอเมือง ตำบลบางลี่ อำเภอท่าวุ้ง ในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้พี่น้องไม่มีรายได้ที่จะมาซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหาย แล้วนาข้าวที่ใกล้จะเก็บเกี่ยวก็น้ำท่วมหมด จึงขอฝากท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรี ช่วยเยียวยาให้ครัวเรือนที่บ้านเรือนถูกน้ำท่วม แล้วก็นาข้าวที่ถูกน้ำท่วม ซึ่งไม่เกี่ยวกับ การประกันราคา ไม่เกี่ยวกับค่าเก็บเกี่ยว เพราะกรณีนี้ไม่เหลือข้าวให้ขายและไม่ได้ เก็บเกี่ยวด้วย🔗
เรื่องที่ ๓ ได้รับข้อเสนอแนะจากพี่น้องชาวตำบลหัวสำโรง อำเภอท่าวุ้ง ว่าเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งบริเวณสี่แยกภูเกษตร จึงขอสัญญาณไฟจราจร ไฟเขียว ไฟแดง ฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยติดตั้งสัญญาณไฟจราจรบริเวณดังกล่าว ขอขอบคุณค่ะ🔗
อีก ๒ ท่าน สุดท้าย ท่านจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ กับท่านพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล เชิญท่านจิรพงษ์ ส.ส. นนทบุรี เชิญครับ🔗
ท่านพิมพ์รพี เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ดิฉันจะขอร้องเรียนไปถึงท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะประธานกรรมการปาล์มแห่งชาติ และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงานในประเด็นของการลดการใช้ไบโอดีเซล (Biodiesel) จากบี ๑๐ (B 10) เป็น บี ๗ (B 7) ท่านประธานคะ เราอย่าลืมว่าการเข้าร่วมรัฐบาลครั้งนี้ไบโอดีเซล (Biodiesel) จากทำบี ๗ (B 7) บี ๑๐ (B 10) และบี ๒๐ (B 20) นี้เป็นนโยบายหลักของ พรรคประชาธิปัตย์ในการขอเข้าร่วมรัฐบาล ดิฉันจะขอร้องเรียนว่าประเด็นการลดการใช้ ทั้งหมด เหลือแค่บี ๗ (B 7) หรือบี ๖.๕ (B 6.5) นี้ จะลดการใช้น้ำมันปาล์มประมาณ ๒๐,๐๐๐ ตันต่อเดือน หรือน้ำมันปาล์มสดประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ตันต่อเดือน ซึ่งจะส่งผล รุนแรงกับเกษตรกรอีก ๓ เดือนต่อหน้านี้ ดิฉันจะขอให้เร่งรัดเร่งจัดกระบวนการให้ถูกต้อง แล้วก็เลิกคิดที่จะใช้บี ๓ (B 3) หรือบี ๐ (B 0) ทันทีนะคะ เพราะนี่เป็นนโยบายสำคัญ ที่ต้องทำ ดิฉันขอไว้อาลัยต่อเพื่อนร่วมอุดมการณ์ดิฉันนะคะ นายชโยดม สุวรรณวัฒนะ ซึ่งเคยร่วมกันทำบี ๑๐๐ (B 100) แล้วก็ผลักดันกระบวนการปาล์มคุณภาพ ดิฉันขอยืนยัน ให้รัฐบาลพึงพิจารณาในการนำบี ๒๐ (B 20) มาใช้ เพราะว่าเปอร์เซ็นต์ในการใช้ไม่ได้ เยอะมากนะคะ แล้วก็เร่งการใช้บี ๗ (B 7) ๓ เดือนต่อจากนี้ค่ะ ท่านประธานคะ🔗
ดิฉันเสนอขอให้มีการปรับการใช้กองทุนพลังงานให้ถูกต้องตามระบบ โดยไม่นำไปอุดหนุนแอลพีจี (LPG) อีกต่อไป เพราะว่ามันผิดทิศผิดทาง เร่งประสาน ผลประโยชน์ มีระบบการจัดการของระบบน้ำมันพลังงานทางเลือกให้ถูกต้องค่ะ🔗
อีกประเด็นหนึ่ง คือเรื่องของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ค่ะ ดิฉันได้รับข้อร้องเรียนจากนายสมพร บุญฤทธิ์ และนายธนกฤต วัฒนศิริ จากเทศบาล ตำบลเขาพนม อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ ขอให้เร่งรัดการสร้างอ่างเก็บน้ำปกาสัย เพื่อราษฎรจะได้มีน้ำกินน้ำใช้ น้ำเพื่อการเกษตรอย่างถูกต้องตามระบบ ขอบพระคุณมากค่ะ🔗
การปรึกษาหารือตามข้อบังคับก็ครบทั้ง ๓๐ ท่านแล้วนะครับ ก็ย้ำอีกทีนะครับ บางครั้ง ๒ นาทีอาจจะไม่มีข้อมูลรายละเอียดที่ครบถ้วน ท่านก็ทำหนังสือมาอีกทีนะครับ ในข้อมูล ที่ท่านปรึกษาหารือจะได้ส่งไปที่หน่วยงานที่ท่านร้องเรียนถูกต้อง ครบถ้วน เป็นการจบ การปรึกษาหารือ ต่อไปจะขอเข้าสู่วาระกระทู้ถาม🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
กระทู้ถามสดด้วยวาจา มีอยู่ ๓ ฉบับ ฉบับแรก ของท่านวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ เกี่ยวกับกระทรวงการท่องเที่ยว เชิญครับ ท่านรัฐมนตรีอยู่นี่แล้ว เชิญผู้ตั้งกระทู้ถามสด เชิญเลยครับ🔗
กระทู้ถาม ที่ ๑ (นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทยครับ ก่อนอื่น ผมต้องกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬานะครับ ที่ได้ให้ความสำคัญและให้เกียรติเดินทางมาตอบกระทู้ในวันนี้นะครับ ท่านประธานครับ เดี๋ยวผมจะขออนุญาตถามคำถามรวดเดียวไปเลยนะครับ เพื่อที่จะให้ท่านรัฐมนตรีได้ตอบ รวดเดียวให้ได้สะดวกที่สุดนะครับ เรื่องที่ผมจะถาม ก็เป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนได้สอบถาม เข้ามามาก วันนี้ผมเองก็เป็นตัวแทนวันนี้ถามมายังท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ซึ่งประกอบไปด้วย ๒ เรื่องหลัก ๆ ด้วยกัน นั่นก็คือเรื่องของการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยว ต่างชาติเข้ามาและการท่องเที่ยวภายในประเทศ แน่นอนครับว่า การเปิดประเทศ รับนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยนี่ตอนนี้กำลังเป็นประเด็นที่อยู่ใน ความสนใจ และมีผลต่อปากท้องของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก นอกจากไทยแล้ว ตอนนี้มีประเทศรอบ ๆ เราก็ได้ประกาศที่จะทยอยเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวกันเข้ามาบ้างแล้ว ไม่ว่าจะเป็นประเทศสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย รวมไปถึงเวียดนาม ทุกคนรู้ดีครับว่า ภาคการท่องเที่ยวนี่เป็นอุตสาหกรรมที่สร้างรายได้หลักให้กับประเทศไทย โดยเฉพาะ การท่องเที่ยวจากต่างชาติ เราสามารถสร้างเม็ดเงินได้กว่า ๒ ล้านล้านบาท จากนักท่องเที่ยว ๓๙ ล้านคน อันนี้เป็นสถิติของปี ๒๕๖๒ ซึ่งเป็นปีก่อนที่จะเกิดโควิด (COVID) แต่เป็นที่น่าเสียดายครับ หลังจากนั้นเราเองก็ต้องประกาศปิดประเทศไปกว่า ๒ ปี ไม่ให้ต่างชาติเดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย ซึ่งจริง ๆ แล้วเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องบอกว่า เข้าใจได้นะครับ เพราะว่า ณ ตอนนั้นเองเรามองถึง ๒ เรื่องนะครับ ที่สำคัญที่สุดนั่นก็คือความปลอดภัยของ พี่น้องประชาชนนะครับ และเรื่องของมาตรการการควบคุมโรคไม่ให้มีการแพร่ระบาด ไปมากกว่านั้น ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา จากวิกฤตการณ์โควิด (COVID) ท่านประธานครับ บอกได้ว่าอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคงหนีไม่พ้นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวครับ เพราะตั้งแต่เกิดโควิด (COVID) มา อย่าว่าแต่ต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยเลยครับ ต่างชาตินี้ เราไม่ต้องพูดถึงอยู่แล้วเพราะปิดประเทศ คนไทยด้วยกันเองก็แทบจะเดินทางไปเที่ยวไม่ได้ เพราะว่ากลัวในเรื่องของโรคระบาดนะครับ แต่หลังจากที่ประเทศไทยเราได้มียอดการฉีด วัคซีนถึงจุดที่น่าพึงพอใจแล้วนะครับ จากที่รัฐบาลกำหนดไว้ ถ้าผมจำไม่ผิดนะครับ ตัวเลข เข็มแรกน่าจะอยู่ที่ประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เข็มที่ ๒ ตอนนี้อยู่ที่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว อีกไม่นานก็จะครบ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ทั้ง ๒ เข็ม รวมไปถึงความพร้อมในการรักษา และการเข้าถึง ทรัพยากรในทางการแพทย์ เข้าถึงได้ง่ายขึ้นและทั่วถึงขึ้น ทางรัฐบาลเองก็ได้เริ่มมีการจัด โครงการนำร่อง ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย ในชื่อโครงการว่า ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) ครับ ตั้งแต่วันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๔ และในเฟส (Phase) ต่อไปก็เริ่มตั้งแต่ในวันที่ ๑ พฤศจิกายน ก็คือเมื่อ ๑ เดือนที่แล้วนะครับ เป็นการอนุโลมให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจาก ๔๕ ประเทศ รวมไปถึง ๑ เขตการปกครอง พิเศษ นั่นก็คือฮ่องกง เดินทางเข้ามาเที่ยวในพื้นที่จังหวัดนำร่อง ๑๗ จังหวัดได้โดยที่ไม่ต้อง กักตัว แต่มีเงื่อนไขว่าจะต้องฉีดวัคซีนให้ครบโดส (Dose) เสียก่อน จากวันนั้นวันที่ ๑ กรกฎาคม ถึงตอนนี้ก็นับเป็นเวลา ๕ เดือน แน่นอนครับถ้าเกิดว่าเราดูด้วยสายตา เราสัมผัสด้วยความรู้สึกแล้ว เราจะเห็นว่าตอนนี้สถานการณ์ประเทศมันคึกคักมากขึ้น มันมีชาวต่างชาติเข้ามามากขึ้น ร้านอาหาร โรงแรม หรือว่าสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ เริ่มกลับมาเปิดมากขึ้น จากก่อนหน้านี้ที่ปิดตัวลงไป ยกตัวอย่างเช่นที่จังหวัดสตูลบ้านผมนี้ เกาะหลีเป๊ะต้องบอกว่าเมื่อสัก ๑ ปีหรือว่า ๕ เดือนที่แล้วนี้ต้องบอกว่าเงียบเหงามาก เพราะว่าไม่มีใครเดินทางเข้ามาเที่ยว แต่ ณ ตอนนี้เริ่มมีคนเดินทางเข้าไปเที่ยวมากขึ้น ๆ โดยเฉพาะในช่วงวันหยุดและวันเสาร์-อาทิตย์ จะมีนักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวเยอะมาก ซึ่งเป็นผลดีต่อพี่น้องในภาคการท่องเที่ยวเป็นอย่างมากนะครับ🔗
คำถามแรกที่ผมอยากจะถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีก็คือ จากการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวในช่วงเวลาที่ผ่านมานี้นะครับ มีผลชี้วัดเป็นอย่างไรบ้าง ส่งผลต่อตัวเลขทางเศรษฐกิจอย่างไร และมีแผนที่จะขยายขอบเขตโครงการนี้อย่างไรบ้าง และผมเชื่อว่าการเปิดประเทศนั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนต่างเฝ้ารอ เฝ้าคอย ธุรกิจท่องเที่ยวในทุกสาขา อาชีพเริ่มที่จะมีความหวังมากขึ้น หลังจากเจอวิกฤตหนักนะครับ จากที่ทุกอย่างต้องปิดตัวลงไป ทุกคนเริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์มากขึ้น แต่ผมมีอยู่อีกเรื่องหนึ่งที่รู้สึกมีความเป็นห่วง เป็นอย่างมาก และผมเชื่อว่าหลาย ๆ ท่านในที่นี้ก็กำลังคิดเหมือนกันกับผม นั่นก็คือเรื่องของ เชื้อไวรัสกลายพันธุ์ ถ้าเราได้ติดตามข่าวเมื่อ ๑ สัปดาห์ที่ผ่านมานี้ครับท่านประธานครับ เราจะได้ยินเรื่องของเชื้อโควิด (COVID) สายพันธุ์ใหม่ ซึ่งเกิดจากการกลายพันธุ์ แน่นอนครับ มันไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการกลายพันธุ์ แต่ว่าการกลายพันธุ์ในครั้งนี้ต้องบอกว่าส่งผลอย่างมี นัยสำคัญ จนถึงขนาดที่ว่าทั่วโลกตอนนี้ออกมาตื่นตัวเกี่ยวกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก และที่สำคัญก็คือดับเบิลยูเอชโอ (WHO) เองก็ได้ออกมาเตือน และได้ออกมาติดตาม การระบาดของเชื้อตัวนี้อย่างใกล้ชิด เพราะความสามารถของเชื้อตัวนี้ก็คือเขาสามารถระบาด ได้เร็ว เราว่าเดลต้า (Delta) ที่ผ่านมานี้ระบาดเร็วแล้วนะครับ แต่ว่าตัวนี้นักวิชาการหลายท่าน บอกว่าระบาดได้เร็วกว่าเดลต้า (Delta) เสียอีก เชื้อตัวนี้มีชื่อว่าโอไมครอน (Omicron) หรือว่า โอมิครอน (Omicron) ซึ่งพบครั้งแรกในประเทศแถบทางแอฟริกา ฟังดูเหมือนจะอยู่ไกลตัว เรานะครับ แน่นอนครับว่าเชื้อมันไม่มีเท้าเดินมาเองแน่นอนท่านประธานครับ แต่ถ้าเกิด มันเดินทางติดมากับนักท่องเที่ยว ผมคิดว่าจากแอฟริกาเองเดินทางมาถึงไทยก็ใช้เวลา แค่ไม่กี่ชั่วโมงนะครับ และตอนนี้เองถ้าเราได้ดูข่าว หลาย ๆ ประเทศเองก็ได้เริ่มที่จะมี การยกระดับออกมาป้องกันเรื่องนี้แล้ว ยกตัวอย่างเช่นประเทศญี่ปุ่น ตอนนี้คนที่จะเดินทาง เข้าญี่ปุ่นได้ก็ต้องเป็นคนที่ได้รับวีซ่า (Visa) เดิมเท่านั้น วีซ่า (Visa) ใหม่นี้จะไม่อนุญาต ให้เดินทางเข้าเลย ประกาศเป็นระยะเวลา ๑ เดือน หรือว่าจนกว่าที่จะมีความชัดเจน ในเรื่องข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อตัวนี้ แล้วก็ในกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปหรือว่าอียู (EU) เอง ก็มีการห้ามนักท่องเที่ยวเดินทางจาก ๗ ประเทศในแถบตอนใต้ของทางแอฟริกานะครับ ไม่ว่าจะเป็นประเทศแอฟริกาใต้ บอตสวานา เอสวาตีนี เลโซโท โมซัมบิก นามิเบีย และซิมบับเว นอกจากนั้นสหรัฐอเมริการวมไปถึงแคนาดาเองก็เช่นกันครับ คือห้ามบุคคล ที่เดินทางมาจากประเทศเหล่านี้เดินทางเข้าประเทศ คำถามที่ ๒ ก็คือจากสถานการณ์นี้ ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ประเมินสถานการณ์ไว้อย่างไร และได้เตรียมแผน รับมือกับเรื่องนี้ไว้อย่างไรเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในการท่องเที่ยว🔗
เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน เรื่องนี้เป็นการท่องเที่ยวภายในประเทศ และเป็นเรื่องที่สำคัญมากเป็นเรื่องเกี่ยวกับกลุ่มผู้ประกอบการร้านอาหาร สถานบริการ สถานบันเทิง รวมไปถึงสถานที่จัดงานรื่นเริงต่าง ๆ ต้องบอกว่ากลุ่มคนกลุ่มนี้น่าสงสารมาก เพราะว่าเป็นกลุ่มคนที่ต้องบอกว่าได้รับผลกระทบหนักที่สุดในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว โรงแรมบางครั้งยังเปิดได้ แต่สถานบริการโดนสั่งปิดตั้งแต่ตอนแรกจนตอนนี้ก็ยังไม่รู้จะเป็น อย่างไร ตั้งแต่เจ้าของกิจการ เจ้าของผับ (Pub) บาร์ รวมไปถึงบุคคลที่ทำงานเกี่ยวข้องกับ สถานที่เช่นนี้ไม่ว่าจะเป็นเด็กเสิร์ฟ นักดนตรี คนทำงานกลางคืนทั้งหลาย กลุ่มนี้โดนสั่งปิดครับ และที่ผ่านมาคนกลุ่มนี้เองก็พยายามที่จะออกมาเรียกร้องในเรื่องของการชดเชย หรือการให้รัฐเข้าไปดูแล แต่ก็ยังไม่ได้เห็นอะไรที่เป็นรูปธรรมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ เรื่องที่จะให้ปิดอันนี้ผมเข้าใจดีครับ ด้วยความรุนแรงของการระบาดของโรคมันค่อนข้างสูง แต่ในเมื่อเราปิดไปแล้วเราควรที่จะต้องเข้าไปดูแลเขาบ้าง ไม่อย่างนั้นทุกอย่างมันจะเจ๊ง ไปหมดครับ ที่ผ่านมารัฐบอกว่าขอความร่วมมือให้ปิดสถานบริการ ให้ปิดผับ (Pub) บาร์ ใช้คำว่า ขอความร่วมมือ อันนี้ผมไม่ทราบว่าทำไมต้องใช้คำว่า ขอความร่วมมือ อาจจะเป็น เพราะว่าจะได้ไม่ต้องไปรับภาระในเรื่องของการจ่ายชดเชย แต่ถ้าผู้ประกอบการไม่ให้ ความร่วมมือสิ่งที่เกิดขึ้นก็คืออะไร ก็จะโดนเจ้าหน้าที่เข้าไปกดดัน ก็จะโดนเจ้าหน้าที่ เข้าไปดำเนินคดี โดยที่ไม่ได้เข้าไปดูแลเขาเลย เรื่องนี้ท่านประธานครับผมว่าเราต้องมอง ทั้ง ๒ มุมนะครับ ทั้งในเรื่องของความปลอดภัยและเรื่องของการดูแลของเขาด้วย ต้องคิดถึง ใจเขาใจเราด้วย ถึงแม้ล่าสุดเองผมได้ยินข่าวดีมาบ้างว่าทางกระทรวงแรงงานเองก็ได้เริ่ม มีการสำรวจจำนวนผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้เพื่อนำไปสู่การพิจารณา ในการเยียวยา ผมเองก็ได้ปรึกษากับท่านผู้รู้หลาย ๆ ท่านว่าเคส (Case) แบบนี้มันพอที่จะ เป็นไปได้ไหมนะครับ เขาบอกว่าสุดท้ายแล้วต้องไปดูจำนวนของผู้ที่ได้รับผลกระทบว่า มากน้อยขนาดไหน ซึ่งถ้ามันเยอะ สิ่งเยอะตามมาก็คือจำนวนงบประมาณที่ต้องเอามาใช้ สุดท้ายแล้วมันก็อาจจะเป็นภาระในทางงบประมาณต่อไป ท่านประธานครับ สุดท้ายแล้ว จะได้หรือไม่ได้หรือจะเป็นอย่างไรอันนี้ผมไม่สามารถที่จะตอบได้ แต่ก็เป็นกำลังใจเล็ก ๆ ให้ทุกอย่างมันออกมาดีที่สุด🔗
ในส่วนคำถามสุดท้ายที่ผมอยากจะถามท่านรัฐมนตรี ก็คือในสถานการณ์ ที่มันยังไม่มีความแน่นอนแบบนี้ทำไมเราถึงไม่เข้าไปช่วยเขา ทำไมเราถึงไม่เข้าไปผ่อนปรน มาตรการให้คนกลุ่มนี้ได้ทำมาหากินก่อน ร้านอาหารที่ขายแอลกอฮอล์จะอนุญาตถึง ๓ ทุ่ม ถ้าถึงเวลา ๓ ทุ่มแล้วกินไม่หมดต้องใส่ถุงกลับบ้าน ทำไมไม่ขยายเวลาให้เขาได้เพิ่มชั่วโมง ในการทำมาหากินเพิ่มขึ้น เขาก็จะได้มีเวลาที่จะหาเงินเข้ากิจการเขาเพิ่มขึ้นนะครับ ในบางกิจการที่ยังไม่ได้อนุญาตให้เปิดก็เป็นไปได้ไหมที่จะเปิดให้เขาได้ทำมาหากินบ้าง อย่างน้อยตรงนี้ก็อาจจะเป็นการต่อลมหายใจทำให้เขากลับมามีชีวิตอีกครั้งหนึ่ง ผมเชื่อว่า สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องการในวันนี้คือเรื่องนี้ครับ ต้องการมากกว่าเรื่องของการจ่ายชดเชย เพราะว่าการจ่ายชดเชยเราก็รู้อยู่แล้วว่ามันจ่ายได้ไม่เยอะ แต่การมีเวลาให้เขามันจะทำให้ เขาสามารถทำมาหากินได้อย่างยั่งยืนมากขึ้น และที่สำคัญที่สุดนะครับท่านประธาน มันเป็นการเข้าไปช่วยเหลือโดยที่ไม่ต้องใช้งบครับ และไม่เป็นภาระทางด้านงบประมาณ แม้แต่บาทเดียว ท่านประธานที่เคารพครับ นี่เป็นคำถามทั้งหมด ๓ ข้อที่ผมอยากจะถาม ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ เมื่อสักครู่ผมลืมแจ้งจำนวนสมาชิกที่เข้าประชุมที่ลงชื่อแล้วนะครับ ๓๑๔ ท่าน ครบเป็นองค์ประชุมเรียบร้อยแล้วนะครับ ถึงได้เข้าวาระตามที่เราได้มีหนังสือ เชิญไว้ เชิญท่านรัฐมนตรีพิพัฒน์ครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตอบกระทู้ถามสดครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพและสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ข้าพเจ้าขอตอบกระทู้ถามของสมาชิก ผู้ทรงเกียรติครับ🔗
ในหัวข้อที่ ๑ จากการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวในช่วงเวลาที่ผ่านมา ได้มีการกำหนดตัวชี้วัดอย่างไร มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเท่าไร ส่งผลต่อตัวเลขทางเศรษฐกิจ อย่างไร และมีแผนจะขยายพื้นที่อย่างไรบ้าง จากการดำริของท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีการดำริว่าประเทศไทยเราเว้นว่างจากการรับนักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติแล้วก็การท่องเที่ยวของคนไทยภายในประเทศมาเกือบ ๒ ปีนะครับ เพราะฉะนั้นเราควรจะทำอย่างไร ทำอะไรหรือเริ่มต้นอะไรที่ตรงไหนก่อน ซึ่งตรงนี้ตัวผมเอง ในฐานะที่ดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ก็ได้นำเรียนท่านนายกรัฐมนตรีว่า สิ่งที่เรา จะเปิดได้เร็วที่สุดก็คือการท่องเที่ยวของคนไทยภายในประเทศ🔗
และประเด็นต่อมา หากว่าจะรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ สิ่งที่จะดูแล และป้องกันได้ง่ายที่สุดก็คือจังหวัดภูเก็ต เพราะจังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดที่ได้รับความนิยม จากนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศอย่างแพร่หลายไปทั่วทุกมุมโลก แล้วก็เป็นจังหวัด ที่เป็นเกาะมีการเดินทางทางบกได้เพียง ๑ เส้นทาง ซึ่งง่ายกับการดูแลป้องกันสำหรับ คนที่จะลักลอบเข้ามาในจังหวัดภูเก็ต และสิ่งที่สะดวกที่สุดโดยปกตินักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ไม่ว่าจะระยะไกลในภูมิภาคเอเชีย หรือระยะใกล้ในเอเชีย หรือระยะไกล ไม่ว่าจะเป็นยุโรป อเมริกาหรือแอฟริกาตรงนี้ ก็ต้องเดินทางทางอากาศเพียงอย่างเดียว ซึ่งจังหวัดภูเก็ต เรามีสนามบินนานาชาติที่ได้รับความนิยมและรู้จักแพร่หลายของคนทั้งโลกนะครับ เพราะฉะนั้นจากการที่มีดำริของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีได้ทำการเปิด โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) ในวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๔ เพราะฉะนั้น ก่อนที่ผมจะพูดถึงเรื่องภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) ผมขอย้อนไปถึงปี ๒๕๖๒ และปี ๒๕๖๓ สักเล็กน้อยนะครับ ในปี ๒๕๖๒ ประเทศไทยเรารับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ถึง ๓๙.๘ ล้านคน และการท่องเที่ยวของคนไทยในประเทศไทยถึง ๑๙๐ ล้านคนครั้ง มีรายได้ จากการท่องเที่ยว ๓.๐๑ ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นปีที่เรามีรายได้จากการท่องเที่ยวสูงสุดนะครับ ซึ่งเมื่อเทียบกับจีดีพี (GDP) ก็ประมาณ ๑๗ เปอร์เซ็นต์ พอมาปี ๒๕๖๓ ซึ่งเป็นปีที่เรา ได้รับข่าวของการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ในประเทศจีนที่อู่ฮั่นในเดือน ธันวาคม และประเทศจีนได้ประกาศปิดประเทศในเดือนมกราคม ในวันที่ ๒๔ หลังจากนั้น มาจนถึงเดือนมีนาคม ประเทศไทยได้มีการปิดน่านฟ้า ปิดประเทศ เพื่อไม่ให้นักท่องเที่ยว ที่อยู่ในประเทศเดินทางออกนอกได้ แล้วก็ไม่สามารถให้นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศ เดินทางเข้ามาในประเทศได้ ซึ่งในเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม ๓ เดือน เรามีนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวใน ๓ เดือนแรกถึง ๖,๗๐๐,๐๐๐ คน ประกอบกับมีการท่องเที่ยว ภายในประเทศประมาณ ๑๐๐ ล้านคนครั้ง เรามีรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งชาวต่างชาติ และชาวไทยประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พอมาในปีปัจจุบันคือ ๒๕๖๔ หลังจาก มีการเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) ในวันที่ ๑ กรกฎาคม โดยท่าน นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธานในการเปิด ในเวลา ๓ เดือน เรามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาในโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) สมุยพลัสโมเดล (Samui Plus Model) ภูเก็ตพลัส ๗ บวก ๗ กระบี่ (Phuket Plus 7+7 Krabi) พลัส ๗ บวก ๗ พังงา (Plus 7+7 Phangnga) เรามีนักท่องเที่ยวเข้ามาใน ๔ จังหวัดตรงนี้ ประมาณ ๖๒,๐๐๐ กว่าคน เรามีรายได้ค่าเฉลี่ยต่อนักท่องเที่ยว ๑ คน ในช่วงของภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) ก็ประมาณ ๖๐,๐๐๐ บาท เป็นขั้นต่ำนะครับ หลังจากนั้นท่านนายกรัฐมนตรีในวันที่ ๑๑ ตุลาคมก็มีการประกาศปลดล็อกอีก ๑๗ จังหวัด โดยการเข้ามาใน ๑๗ จังหวัดนี้นักท่องเที่ยวเข้ามาโดยไม่ต้องกักตัว หมายความว่าหลังจาก ขั้นตอนของทางสาธารณสุขที่กำหนดไว้คุณจะต้องตรวจอาร์ที-พีซีอาร์ (RT-PCR) และนำผล ภายใน ๗๒ ชั่วโมงมาเสนอให้กับการขอไทยแลนด์พาส (Thailand Pass) แล้วก็ที่สำคัญกว่านั้น ต้องได้รับวัคซีนครบโดส (Dose) ในแต่ละชนิดที่ทาง อย. ของกระทรวงสาธารณสุขไทย รับรอง จากวันที่ ๑ ถึงวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน เรามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามา โดยประมาณเป็นจำนวน ๑๐๐,๑๐๐ คนเศษ ซึ่งตรงนี้ถามว่าในปี ๒๕๖๔ เราจะมีรายได้จาก การท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างไร เราก็ประมาณการว่า ในปี ๒๕๖๔ เฉพาะคนไทยเที่ยวในประเทศไทยก็ประมาณ ๑๐๐ ล้านคนครั้ง เพราะขนาดสิ้นเดือน พฤศจิกายนเรามีคนไทยเที่ยวในประเทศไทยแล้วถึง ๙๒ ล้านคนครั้ง ก็คาดว่า ในเดือนธันวาคมอีก ๑ เดือน ๘ ล้านคนครั้งเราน่าจะทำได้นะครับ ซึ่งค่าเฉลี่ยของ การที่เราจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ เราควรจะมีรายได้ อยู่ที่ประมาณ ๖๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งถามว่าทำไมในปี ๒๕๖๔ และปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ เราเปิดประเทศแล้วถึงมีรายได้จากการท่องเที่ยวน้อยกว่าปี ๒๕๖๓ ก็อย่างที่ผมกล่าวไปแล้ว ในปี ๒๕๖๓ เรามีนักท่องเที่ยวในเดือนมกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคมถึง ๖,๕๐๐,๐๐๐ คน นั่นก็คือเป็นทุนรอนของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในประเทศไทยก่อนที่ประเทศไทยเรา จะปิดประเทศนะครับ สิ่งที่จะตามมาคือหลังจากนี้ผมคิดว่าการที่เราจะมีการเที่ยวโดยเฉพาะ ในปี ๒๕๖๔ ก็อย่างที่ผมกล่าวไว้แล้วนะครับ ประมาณมีรายได้ ๖๕๐,๐๐๐ ล้านบาท และสิ่งที่สำคัญไปกว่านั้นก็มีการประมาณการไปถึงว่าในปี ๒๕๖๕ เราน่าจะมีนักท่องเที่ยว จากชาวไทยและชาวต่างประเทศมีรายได้ประมาณการ ๑.๓-๑.๘ ล้านล้านบาท ก็คือมีนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศเข้ามา ๑๐-๑๕ ล้านคน แต่ข้อแม้มีว่า ๑. ในภูมิภาคไกล ก็คือยุโรป อเมริกา แล้วก็เอเชีย ในญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน แล้วก็อินเดีย เราคาดว่า จะมีนักท่องเที่ยวประมาณสัก ๕ ล้านคน ถ้าหากประเทศจีนเปิดในครึ่งปีหลังเราคาดว่า นักท่องเที่ยวน่าจะได้สักประมาณ ๒ ล้านคน และที่สำคัญที่สุดการที่เราจะเปิดชายแดน เพื่อนบ้านเรา ๔ ประเทศก็คือ ประเทศมาเลเซีย ประเทศกัมพูชา ประเทศลาวและประเทศ เมียนมา ซึ่งในอดีตในปี ๒๕๖๒ เรามีนักท่องเที่ยวจากเพื่อนบ้านเรา ๔ ประเทศ ประมาณ ๑๐ ล้านคน ซึ่งเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างมาก เรามีรายได้จากนักท่องเที่ยวเพื่อนบ้านใน ๑๐ ล้านคน ตรงนี้ถึงประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ เพราะฉะนั้นในการประมาณการว่า ในปี ๒๕๖๕ เราควรจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวถึง ๑.๓-๑.๘ ล้านล้านบาท ซึ่งเมื่อเทียบกับ รายได้ของปี ๒๕๖๒ เราน่าจะมีรายได้จากการท่องเที่ยวทั้งในประเทศและต่างประเทศ ประมาณครึ่งหนึ่งของปี ๒๕๖๒ ทั้งที่ในสถานะยังอยู่ในการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าผมจะตอบว่าทำไมเราถึงมั่นใจในสิ่งที่เกิดขึ้น และตัวเลขที่เราประมาณการไว้ โดยเฉพาะในเดือนธันวาคมซึ่งมีการจองห้องพักเข้ามาแล้ว ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคน และลงทะเบียนสำเร็จแล้ว ๒๖๐,๐๐๐ กว่าคน ซึ่งตรงนี้ ก็เป็นสัญญาณตอบว่าในเดือนพฤศจิกายนที่เราตั้งเป้าไว้ ๓๐๐,๐๐๐ คนเราได้ ๑๐๐,๐๐๐ คน แต่ในเดือนธันวาคมเราตั้งเป้าไว้ ๓๐๐,๐๐๐ คน เราคาดว่าเราน่าจะได้ตามเป้าหมาย แต่สำหรับไตรมาส ๑ ของปีต่อไปคือ ๒๕๖๕ ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่น (High season) ของไทย และเป็นฤดูหนาวของหลาย ๆ ภูมิภาคในโลกนี้ ก็คาดว่านักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ก็น่าจะกลับมาเที่ยวเมืองไทยเหมือนในอดีตที่ผ่านมานะครับ นี่คือคำตอบข้อที่ ๑ สำหรับผม ตอบท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ🔗
ส่วนคำตอบข้อที่ ๒ จากสถานการณ์กลายพันธุ์ของไวรัสโอไมครอน (Omicron) ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ประเมินสถานการณ์นี้อย่างไร และเตรียมแผนการรับมือไว้อย่างไร ก็ขอยืนยันครับ จากการที่มีการแพร่ระบาดของ โอไมครอน (Omicron) ซึ่งเราก็คงจะทราบแล้วเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ถึงขณะนี้นักท่องเที่ยว ชาวต่างประเทศที่เดินทางระยะไกล ก็คือภูมิภาคอเมริกาและยุโรปยังยืนยันการเดินทาง โดยไม่มีการถอนการเดินทาง และที่สำคัญที่สุดวันนี้ทางรัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้สั่งให้กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม ให้ทำการตรวจสอบและติดตามท่องเที่ยวชาวแอฟริกาที่เข้ามาตั้งแต่วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ให้ติดตามให้ได้ทุกคนว่าในวันที่ ๑๕ เข้ามานี้มีกี่คน แล้วให้ประกบและขอเชิญนักท่องเที่ยว เหล่านั้นเข้ามาทำการอาร์ที-พีซีอาร์ (RT-PCR) และติดตามและตรวจสอบประวัติ อย่างใกล้ชิด และวันที่ ๑ ธันวาคมปัจจุบันนี้เราไม่มีนักท่องเที่ยวจาก ๘ ประเทศในแอฟริกา เข้าประเทศไทยอีกแล้ว ส่วนการที่ว่ามีความมั่นใจอย่างไร ตรงนี้ผมคิดว่าอันนี้เรื่องของ โอไมครอน (Omicron) จะคิดว่าเป็นลบก็ได้ หรือจะคิดว่าเป็นบวกก็ได้ ตราบใดที่ประเทศไทย เรายังมีการป้องกันโดยกระทรวงสาธารณสุขและคนไทยทั้งชาติช่วยกันป้องกันและรณรงค์ ในการป้องกัน เมื่อผลที่กระจายข่าวออกไปตั้งแต่ขณะนี้จนถึงกลางเดือนนี้เป็นอย่างเร็ว ถึงสิ้นเดือนนี้เป็นอย่างช้า ถ้าผลที่ออกมาเป็นไปในทิศทางที่ดี ผมมั่นใจว่ากระแสจะตอบกลับ หรือตีกลับในลักษณะที่คนตั้งหลักว่าจะมาหรือไม่มา เขาจะตัดสินใจได้ทันทีว่า ควรจะเดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย เพราะว่าอะไรครับ เพราะจากอดีตที่เปิดภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) ขึ้นมานี้ ตลอดระยะเวลาในการเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) จังหวัดภูเก็ตมีการติดเชื้อของโควิด-๑๙ วันละ ๑๐๐ กว่าคน ถึง ๓๐๐ กว่าคน แต่ผลที่ออกมาคืออะไรครับ นักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศที่เข้ามาในภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ถึง ๖๐,๐๐๐ คนเศษ มีการติดเชื้อจากการเฝ้าระวังระยะที่ หนึ่ง สอง สาม ประมาณ ๒๐๐ คน ซึ่งเทียบเป็นเปอร์เซ็นต์ก็ประมาณ ๐.๓ เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่มีการแพร่ระบาด ระหว่างกัน หมายความว่าคนไทยเราติดเฉพาะในหมู่คนไทย ชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทย เข้าไปในโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) เขาก็ถูกคัดกรองออกขณะที่เจอว่า ติดเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) ตั้งแต่วันที่มาถึง เราก็จะนำเข้าไปรักษาพยาบาล ซึ่งตรงนี้ เป็นส่วนที่ดีที่สุด และทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยได้ประชาสัมพันธ์ออกไป ทั่วทุกมุมโลกว่า ขณะนี้ที่เรามีการรับนักท่องเที่ยวเข้ามาในภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) ก็ดี หรือตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายนมาก็ดี โดยเฉพาะในวันที่ ๑ พฤศจิกายนถึงวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน เรามีนักท่องเที่ยวประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ คน มีการติดเชื้อประมาณ ๐.๑ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นการตอบโจทย์ว่านักท่องเที่ยวที่เข้ามา ในประเทศไทยเขาก็ได้ดูแลตัวเองเป็นอย่างดีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้คนไทย ทุกคนได้สบายใจว่าการที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาในประเทศไทยนั้นเขาได้ดูแลตัวเองดี ไม่น้อยกว่าคนไทยที่อยู่ในประเทศไทยครับ🔗
ส่วนคำถามข้อที่ ๓ จะมีการขยายเวลาให้บริการของร้านอาหารและจะมี การอนุญาตให้เปิดสถานบริการและสถานที่จัดงานรื่นเริงอย่างไร เมื่อไร ตรงนี้ผมอาจจะ ขอตอบไม่ยาวนะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วการที่จะเปิดสถานบริการ🔗
รัฐมนตรี ตอบให้ตรงประเด็นเลยนะครับ เอาสั้น ๆ เลย หมดเวลาครับ🔗
ก็ขออนุญาตว่า ขณะนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ขอขยายเวลาในพื้นที่บลูโซน (Blue zone) จาก ๓ ทุ่มขึ้นเป็น ๕ ทุ่มนะครับ แล้วก็การที่จะเปิดผับ (Pub) บาร์ หรือคาราโอเกะ (Karaoke) ตรงนั้นก็พยายามจะนำเสนอใน ศบค. แล้วก็หารือกับกระทรวงสาธารณสุขว่า เรามีวิธีผ่อนปรนอย่างไร และเปิดเป็นโซน (Zone) ได้อย่างไรในพื้นที่ที่นักท่องเที่ยว ชาวต่างชาตินิยมเข้ามาเที่ยวครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านผู้ตั้ง กระทู้ถามสด ท่านถามได้ ๓ ครั้งก็จริงนะครับ แต่เวลาท่านใช้ไปก็เหลือ ๔ นาที รัฐมนตรี ก็ใช้เวลาหมดแล้วด้วยครับ ท่านมีอะไรจะฝากไหมครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทยครับ ต้องขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีที่ได้ตอบคำถามให้ความชัดเจนแล้วก็ขอให้ท่านได้เร่งดำเนินการ เพราะว่า ในส่วนของสถานประกอบการและผับ (Pub) บาร์ ร้านอาหารก็กำลังรออยู่นะครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรี ยังมีกระทู้ท่านอีกนะครับ กระทู้ถามสดตามข้อบังคับ ข้อ ๑๖๐ แต่ละท่าน ให้เวลาได้แค่ ๓๐ นาที ก็คือผู้ตั้งกระทู้ถาม ๑๕ นาที และรัฐมนตรีตอบได้ ๑๕ นาที ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๖๐🔗
กระทู้ถามสดอีก ๒ ฉบับของท่านนายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ กับท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ถามท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ กระทรวงสาธารณสุข คือท่านรัฐมนตรีสาธิตยังเดินทางมาไม่ถึงครับ ขอรอสักนิดหนึ่ง ผมจะเลื่อนกระทู้ถามทั่วไปขึ้นมาถามก่อน ที่ประชุมไม่ขัดข้องนะครับ🔗
ถ้าอย่างนั้น ผมขอเอากระทู้ถามทั่วไปขึ้นมาก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวค่อยย้อนกลับมากระทู้ถามสด เมื่อรัฐมนตรีเดินทางมาถึงเมื่อพร้อมนะครับ🔗
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗
๑.๒.๑ กระทู้ถามที่ ๔๓๒ เรื่อง ปัญหาการขับเคลื่อนพระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ (นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคมซึ่งยังเดินทางมาไม่ถึงเหมือนกัน เพราะว่าคงยังไม่ทราบว่าเราจะเอา กระทู้นี้ขึ้นมาก่อนนะครับ ก็ขอเลื่อนไปฉบับที่ ๒ ก่อนนะครับ🔗
๑.๒.๒ กระทู้ถามที่ ๔๓๓ เรื่อง การพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวและ การประกาศให้พื้นที่ท่องเที่ยวในจังหวัดพัทลุงบริเวณทะเลสาบพัทลุงเป็นพื้นที่พิเศษ เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (นายนริศ ขำนุรักษ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา🔗
ขอเอา ฉบับนี้ขึ้นมาก่อนนะครับ เพราะท่านอยู่ตรงนี้พอดี เชิญท่านนริศครับ ตั้งกระทู้ถามได้เลยครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมกราบขอบพระคุณ ท่านประธานที่กรุณาบรรจุระเบียบวาระกระทู้ของผมให้มีการพิจารณาในวันนี้ และกราบขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและการกีฬาที่ได้กรุณามาตอบ กระทู้ของผมด้วยในวันนี้ สำหรับรายละเอียดของกระทู้นั้นปรากฏตามเอกสารที่สภาได้กรุณา แจกจ่ายกับเพื่อนสมาชิกไปแล้ว แต่ว่ากระผมขออนุญาตได้อภิปรายก่อน ถามรัฐมนตรีดังต่อไปนี้ว่า สำหรับกระทู้ เรื่องการพัฒนาพื้นที่ท่องเที่ยวและการประกาศให้พื้นที่ท่องเที่ยวในจังหวัดพัทลุงบริเวณ ทะเลสาบพัทลุงเป็นพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนนั้น ผมได้พยายามผลักดันให้ องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนหรือองค์การมหาชนเข้ามา รับผิดชอบ การพัฒนาท่องเที่ยวในจังหวัดพัทลุงหลายครั้งหลายเวที โดยเฉพาะ ในสภาผู้แทนราษฎรผมได้ใช้กลไกของสภาผู้แทนราษฎรอภิปรายต่อปัญหานี้มากกว่า ๔ ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๒ ผมได้หารือในวาระหารือของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งการเข้ามาเป็นผู้แทนราษฎรในครั้งนี้เรื่องแรกที่หารือ ก็คือเรื่องการขอให้รัฐบาล ได้ก่อสร้างสนามบินที่จังหวัดพัทลุง และเรื่องแรก ๆ ที่ถัดมาก็คือการขอให้องค์การบริหาร การพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน หรือ อพท. ได้รับผิดชอบพัฒนา การท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดพัทลุงในบริเวณทะเลสาบพัทลุงเป็นเรื่องแรก ๆ เช่นเดียวกัน แต่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมไม่โทษรัฐมนตรีนะครับ แต่ว่าหนังสือของกระทรวง ที่ตอบผมมาในวันนั้น หนังสือกระทรวงลงวันที่ ๑๖ สิงหาคม รัฐมนตรีก็เข้าไปเป็นรัฐมนตรี ใหม่ ๆ ตอบว่า ทะเลสาบเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่อยู่ในเขตพัฒนาการท่องเที่ยว และสรุป หนังสือตอบมาว่า ทั้งนี้ หากประสงค์จะพัฒนาทะเลสาบสงขลาในรูปแบบของ อพท. ขอให้ จังหวัดสงขลาแจ้งความจำนงไปยัง อพท. เพื่อ อพท. จะดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่ต่อไป ลงชื่อรัฐมนตรี ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมถามในวันนั้นในฐานะ ส.ส. พัทลุง ผมถามในวันนั้นเพื่อการพิจารณาการท่องเที่ยวจังหวัดพัทลุง แต่หนังสือ ให้ไปถามผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ผมเลยไปไม่ถูกเลยวันนั้น ก็เลยมาตั้งหลักใหม่ มาอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรในญัตติการจัดการท่องเที่ยวในภาคใต้ และอภิปรายในวาระ งบประมาณว่าผมอยากพัฒนาในพื้นที่พัทลุง แล้วก็ถามโดย ส.ส. พัทลุง ไม่ต้องไปถาม ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาว่าเห็นด้วยกับแนวทางนี้หรือไม่ แล้วก็นอกจากนั้นผมได้ตั้งกระทู้ ถามทั่วไปและกระทู้ถามแยกเฉพาะเรื่องเดียวกันนี้ แต่ว่าเมื่อสมัยประชุมที่ผ่านมาคิวไม่ทัน นะครับ จึงทำให้ไม่สามารถถามได้ ผมจึงยกมาถามในวันนี้ และจึงขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี ที่ได้กรุณามาตอบในวันนี้ เหตุที่ผมพยายามผลักดันใช้ความพยายาม ก็เพราะผมเชื่อมั่นว่า อพท. ทำงานได้ดีและยังทำงานได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ ๒. ผมเชื่อมั่นว่า อพท. ตอบโจทย์ การท่องเที่ยวแนวใหม่ได้ดีกว่าหลายหน่วยงาน ผมจึงเรียกร้องให้หน่วยงานนี้เข้ามาเป็น ผู้บริหารจัดการการท่องเที่ยวในทะเลสาบ ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าประเทศไทย เราเติบโตด้านการท่องเที่ยวมาโดยลำดับ แต่ว่าอาจสะดุดหยุดลงบ้างมันแล้วแต่ ช่วงสถานการณ์ ช่วงนโยบายของรัฐบาล หรือเป็นไปตามการดำเนินงานของผู้บริหาร การท่องเที่ยว แต่โดยภาพรวมเติบโตมาโดยลำดับ สร้างรายได้ สร้างเศรษฐกิจ สร้างชื่อเสียง ให้กับประเทศไทยให้เป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก โดยเฉพาะนโยบายการท่องเที่ยวเมืองรอง เพราะจังหวัดพัทลุงทุกวันก็เป็นจังหวัดเล็ก ๆ เดิมคนรู้จักจังหวัดพัทลุงน้อยมาก เดิมคนไม่ได้ ไปเที่ยวจังหวัดพัทลุง เพราะว่าจังหวัดพัทลุงผมเป็นจังหวัดเมืองผ่าน แต่เมื่อช่วงหนึ่ง รัฐบาลหนึ่งได้มีนโยบายเที่ยวเมืองรองขึ้นมา พัทลุงจากจังหวัดเล็ก ๆ จึงประสบความสำเร็จ ในการท่องเที่ยว เพราะเมืองรองท้าทาย น่าค้นหา และนักท่องเที่ยวเชื่อตามโฆษณาว่า พื้นที่ที่คุณไปคุณอาจจะไปเป็นคนแรก ที่ที่คุณถ่ายรูปคุณอาจจะเป็นคนแรกที่ได้ถ่าย เพราะเป็นเมืองรองที่ยังไม่มีใครเข้าไป เพราะถ้าท่านไปเที่ยวในเมืองหลักที่ท่านไปยืนถ่ายรูป อาจจะมีคนเป็นแสน อาจจะมีคนเป็นล้านไปยืนถ่ายรูปมาแล้ว🔗
๒. ที่พัทลุงมีความเติบโตทางการท่องเที่ยว เพราะเรามีทรัพยากรธรรมชาติ ที่สมบูรณ์มาก ท่านประธานครับ ทิศตะวันตกเป็นภูเขา วิวเมฆวิวหมอกแบบภาคเหนือ แบบดอยในภาคเหนือ ตอนนี้ก็มีรีสอร์ต (Resort) เกิดขึ้นบนยอดดอยต่าง ๆ เหล่านี้ เต็มไปหมดครับ มีวิวหมอกเมฆแบบภาคเหนือ ตอนกลางของจังหวัดมีวิวนาแบบภาคกลาง จังหวัดพัทลุงมีนามากที่สุดในภาคใต้เทียบกับพื้นที่แล้วนะครับ เป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ มีวิวนา ที่สวยงามแบบภาคกลาง และตอนตะวันออกของจังหวัดมีทะเลสาบที่มีความสวยงาม พัทลุง มีโบราณสถานร่วมสมัยกับสุโขทัยหลายที่ ร่วมสมัยกับอยุธยาก็หลายที่ แล้วก็มีศิลปวัฒนธรรม ก่อกำเนิดหนังตะลุง มโนราห์ โดยสรุปพัทลุงเป็นอู่อารยธรรมที่สำคัญแห่งหนึ่งของคาบสมุทร มาลายู แต่ที่สำคัญกว่าทรัพยากร จังหวัดพัทลุงเรามีความชัดเจนในทิศทาง เราเป็นจังหวัด ที่เป็นสโลว์ทาวน์ (Slow Town) เรากำหนดร่วมกันว่าเราจะเป็นจังหวัดสโลว์ทาวน์ (Slow Town) เราจะเป็นเกษตรแบบอินทรีย์ เราจะเป็นประมงแบบพื้นบ้าน เราจะใช้ชีวิต แบบสโลว์ไลฟ์ (Slow life) เราจึงเป็นคล้ายหลวงพระบางของลาว เราคล้ายซาปา ของเวียดนาม เราคล้ายบาหลีของอินโดนีเซีย และเราก็เป็นพัทลุงของประเทศไทย ความสำเร็จของจังหวัดพัทลุงเกิดจากหลายหน่วยงานมีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาด้วย ที่ทำให้ประสบความสำเร็จ ในยุคที่ท่านก็ทำให้จังหวัดพัทลุงได้ประสบความสำเร็จ นอกเหนือจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นอกเหนือจากกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ นอกเหนือจากกระทรวงวัฒนธรรม แต่วันนี้พัทลุงเราต้องการ การท่องเที่ยวที่ทันสมัยกว่านี้เพราะเราอยู่บนโลกเทคโนโลยี เราต้องการความยั่งยืนกว่านี้ เราต้องการการเข้ามามีบทบาทของกระทรวงการท่องเที่ยวมากกว่าเดิม ผมจึงอยากเห็นว่า กระทรวงโดยองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเข้าไปเป็น ผู้รับผิดชอบ🔗
คำถามที่ ๑ ผมจึงขออนุญาตสอบถามท่านรัฐมนตรีว่า เห็นด้วยกับแนวทาง ที่ผมกราบเรียนท่านประธานและกราบเรียนไปยังท่านหรือไม่ อย่างไร ข้อเรียกร้อง ของกระผมท่านเห็นเป็นอย่างไรและท่านจะดำเนินการโดยเร็วที่สุดเมื่อใดครับ กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีพิพัฒน์ครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ขอขอบคุณ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านนริศ ขำนุรักษ์ ต้องขอเอ่ยนามนะครับ ก็เพราะเป็นคนคุ้นเคย กันอยู่แล้ว การที่ว่าทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬากำกับดูแล อพท. ซึ่งขณะนี้ อย่างที่ท่านนริศได้กล่าวมาเบื้องต้น ผมก็ไม่ได้คัดค้านนะครับ ในขณะที่เดือนสิงหาคม ผมคงจะเข้ามารับหน้าที่รับตำแหน่งเพียง ๑ เดือนหรือเดือนแรกนี้นะครับ การที่ผมจะตอบ อะไรไปหรือกระทรวงตอบอะไรไปก็อาจจะครอบคลุมไม่ได้ทั้งหมด แต่ก็ขอแจ้งให้ทราบนะครับ การที่ผมหรือกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและ อพท. จะเข้าไปประกาศเป็นพื้นที่ พิเศษต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องเงื่อนไข เดี๋ยวผมจะขึ้นรายละเอียดบนจอบนสไลด์ (Slide) นะครับ และผมจะไม่กล่าวถึงว่ารายละเอียดและเงื่อนไขที่ อพท. จะต้องทำก่อนที่จะประกาศ เป็นพื้นที่พัฒนาพิเศษได้อย่างไร ซึ่งผมขอพูดในเชิงของการสรุป ซึ่งขณะนั้นก็ต้องบอกว่า ความเป็นคนใหม่ ความที่ไม่เคยเป็นนักการเมือง เราก็ได้เข้ามารับตำแหน่ง ก็คงจะเริ่มศึกษาอะไรมา หลังจากนั้นครับ ในวันที่ ๙ มกราคม ๒๕๖๓ ก็มีพี่น้องชาวจังหวัดพัทลุงได้ยื่นข้อเสนอมาที่ อพท. และในวันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๓ เช่นกันนะครับ ก็มีพี่น้องชาวจังหวัดสงขลายื่นเข้ามาว่า ทำอย่างไรให้กระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา โดย อพท. ช่วยศึกษาและประกาศลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาเป็นพื้นที่ พิเศษในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งจริง ๆ แล้วทะเลสาบสงขลาประกอบด้วย ๓ จังหวัด ก็คือจังหวัดพัทลุงติดเขต ๕ อำเภอ สงขลา ๕ อำเภอและนครศรีธรรมราช ๒ อำเภอ ประกอบด้วยทั้งหมด ๑๒ อำเภอ ซึ่งแน่นอนครับ ในลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ทั้ง ๓ จังหวัดมีวัฒนธรรม มีประเพณีและมีสิ่งที่มีมูลค่าทางประวัติศาสตร์มากมาย ซึ่งแน่นอนคนไทยทุกคนหรืออย่างน้อยที่สุดประชากรหรือคนในจังหวัดทั้ง ๓ จังหวัด ต้องช่วยกันอนุรักษ์และสนับสนุนและคงไว้ถึงความยั่งยืนของพื้นที่ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ขณะนี้ทาง อพท. ได้ทำการศึกษาและว่าจ้างที่ปรึกษาทำการศึกษาอย่างละเอียดและได้ทำ การตรวจสอบและประเมินคะแนน ซึ่งเกณฑ์ของการที่ได้รับการประกาศเป็นพื้นที่พิเศษ ต้องได้คะแนนไม่ต่ำกว่า ๗๕ คะแนน แต่ปรากฏว่าลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาซึ่งประกอบด้วย ๓ จังหวัด คือพัทลุง นครศรีธรรมราช สงขลา ได้คะแนนเฉลี่ยที่ ๗๗.๔๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่ตั้งไว้นะครับ ซึ่งตรงนี้ทาง อพท. ก็จะต้องลงไปดำเนินการ แต่ก่อนหน้านี้ ก็ติดเรื่องของการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ใน ๓ จังหวัดนี้ เรามีการติดเชื้อ โควิด (COVID) มากพอสมควรนะครับ ก็เลยมีการชะลอโครงการ แต่ในขณะนี้สิ่งที่สำคัญ ที่ผมจะต้องกราบเรียนให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติรับทราบว่า ใน ๓ จังหวัดนี้ มีองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ๑๔๒ ท้องถิ่น ซึ่งการที่เราจะพัฒนาพื้นที่ตรงไหน อะไร หรือผ่านตำบลไหนหรือไม่ผ่านตำบลไหน ใน ๑๔๒ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเราจะต้อง ได้รับการยินยอมจากท่านนายก ไม่ว่าจะเป็นนายกเทศบาล นายก อบต. หรือนายก อบจ. เราต้องได้รับความยินยอม หากว่าพื้นที่ไหนไม่ให้ความยินยอมเราก็คงจะต้องเว้นพื้นที่ตรงนั้น แล้วไปพัฒนา มันก็อาจจะเป็นส่วนที่เว้า ๆ แหว่ง ๆ คงไม่สมบูรณ์ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ดีที่สุด ในขอบชายทะเลสาบสงขลาทั้ง ๑๔๒ องค์กรท้องถิ่น เราคงจะต้องพยายามทำความเข้าใจ และขอให้มีความร่วมมือในการพัฒนาลุ่มน้ำ ซึ่งเมื่อเราพัฒนาลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา เป็นแหล่งท่องเที่ยว ทั้งประเพณีวัฒนธรรมและในเชิงประวัติศาสตร์ และสำคัญที่สุดในลุ่มน้ำ ทะเลสาบยังมีอีก ๑ อัตลักษณ์ที่คนทั้งประเทศต้องไปชิม ก็คืออัตลักษณ์ของอาหารพื้นถิ่น ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดพัทลุง จังหวัดสงขลา หรือจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นการเชื่อมโยง ในขอบทะเลสาบ เพราะฉะนั้นอัตลักษณ์ของอาหารใน ๓ จังหวัดก็คงจะใกล้เคียงกันทั้งหมด สิ่งเหล่านี้ตัวผมเองก็คงจะต้องลงพื้นที่ในบางโอกาสสำหรับการที่จะไปเจรจากับท้องถิ่นไหน ที่ชาวบ้านอาจจะไม่ค่อยยินยอม ตัวผมเองก็อาสาที่จะลงไปทำการเจรจาด้วยตนเอง แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คืออย่างที่ผมพูดไปแล้วนะครับว่า เราได้ประกาศที่จะให้มีการพัฒนา ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลาให้เป็นองค์การที่เป็นพื้นที่พิเศษในการพัฒนาเรื่องแหล่งท่องเที่ยว ก็ขอตอบคำถามที่ ๑ ของท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติไว้เพียงเท่านี้ครับ🔗
ท่านนริศ ถามได้อีก ๑ ครั้ง เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ ประชาธิปัตย์จากจังหวัดพัทลุง แม้ผมจะเห็นด้วยกับการที่ทางรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ อพท. ไปศึกษาความเหมาะสมความเป็นไปได้ แต่ผมยังเชื่อมั่นครับว่าการเป็นพื้นที่พิเศษแนวคิด รัฐมนตรีกับนโยบายของท่านรัฐมนตรีสำคัญที่สุดนะครับ สำคัญกว่าสิ่งอื่นใด อาจจะสำคัญ กว่ารายงานชิ้นนั้นก็ได้ ที่มาถามวันนี้เพื่อเรียกร้องให้รัฐมนตรีได้ใช้แนวคิดและนโยบาย ของรัฐมนตรีเพื่อที่จะทำให้ทะเลสาบมาเป็นพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวให้ได้ เพราะคำถามที่ ๑ ผมจึงบอกว่าท่านทำได้เร็วที่สุดเมื่อไร ถ้าท่านใช้นโยบายผมคิดว่าท่านจะ ทำได้เร็วที่สุด กราบเรียนท่านประธานครับว่าทะเลสาบสงขลา ทะเลสาบพัทลุงที่กำลังพูดกัน อยู่ในขณะนี้เดิมประวัติศาสตร์เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจของบริเวณนี้ เพราะเป็น แหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ ๒. เป็นศูนย์กลางทางด้านสังคม วัดวาอาราม อยู่ริมทะเลสาบนี้ทั้งสิ้น และเป็นศูนย์กลางทางการเมือง เมืองหลวงของพัทลุง เมืองใหญ่สงขลา เมืองสำคัญของนครศรีธรรมราชอยู่บนคาบทะเลสาบนี้ทั้งสิ้น แต่ว่าทุกวันนี้ทะเลสาบ มันด้อยค่าลงไปเยอะนะครับ จากที่เราใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างไม่บันยะบันยังที่ผ่านมา ทำให้ทะเลสาบเป็นเสมือนหนึ่งที่รองรับน้ำเสียของชุมชนเท่านั้นเอง ปีไหนที่ฝนตกน้ำท่วมเยอะ ทะเลสาบก็อุดมสมบูรณ์ เพราะว่าน้ำที่ลงไปก็จะเจือจางทำให้ทะเลอุดมสมบูรณ์ได้ แต่ว่าทิศทางหนึ่งเท่านั้นเอง หรือว่าอาจจะมีทิศทางอื่นด้วยก็ได้ แต่ว่าทิศทางสำคัญก็คือ การทำให้ทะเลสาบกลับมาเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ ศูนย์กลางทางสังคม ศูนย์กลาง ทางการเมืองได้อีกครั้งหนึ่ง ก็คือการทำให้ทะเลสาบนี้เป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยว ผมจึงเชื่อว่าจะทำให้ทะเลสาบกลับมายิ่งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง🔗
ผมกราบเรียนท่านรัฐมนตรีเป็นคำถามที่ ๒ นะครับว่า ความสำเร็จของ อพท. ไม่ใช่ประสบความสำเร็จ เพียงแต่ท่านพัฒนาแหล่งทรัพยากรธรรมชาติเพื่อเป็นแหล่ง การท่องเที่ยวที่ยั่งยืน แต่ว่าความสำเร็จที่ผ่านมาจากที่ผมได้ติดตามหน่วยงานนี้ ทั้งในช่วงที่ รัฐมนตรีมาและก่อนช่วงที่รัฐมนตรีมาบริหาร ผมพบว่าการพัฒนาเมืองเก่าหลายเมือง ในประเทศนี้ท่านทำและได้ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นเมืองเก่าน่าน เมืองโบราณอู่ทอง เวียงเก่าขอนแก่น เมืองเก่าเลย ล้วนประสบความสำเร็จสร้างชื่อเสียงให้กับกระทรวง สร้างชื่อเสียงให้กับ อพท. แต่ว่ากราบเรียนท่านรัฐมนตรีนะครับว่า ยังมีอีกที่ท่านทำ และประสบความสำเร็จ เพื่อการท่องเที่ยวก็คือการท่องเที่ยวชุมชนที่ประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นที่เกาะเกร็ด ที่เกาะสีชัง ที่อัมพวา แต่ผมเรียนท่านรัฐมนตรีว่าเมืองเก่าน่าน อู่ทอง ขอนแก่น เลย ชุมชนเกาะเกร็ด สีชัง อัมพวา ลักษณะแบบเดียวกันนี้ที่พัทลุง มีไม่น้อยกว่าที่ผมเอ่ยชื่อแล้ว ท่านรัฐมนตรีคงทราบดี เมืองเก่าบางแก้วมีความยาวนาน ในทางประวัติศาสตร์ เมืองเก่าปากพะยูน เมืองเก่าตะโหมด เมืองเก่าชะรัด เมืองเก่ากงหรา เมืองเก่าชัยบุรี เป็นเมืองเก่าที่มีความยาวนานในทางประวัติศาสตร์ไม่น้อยกว่าเมืองเก่า ที่ผมเอ่ยแล้วในตอนต้น และชุมชนที่ท่านสามารถพัฒนาเป็นชุมชนท่องเที่ยวได้ ไม่ว่าจะเป็น ชุมชนทุ่งนารีที่มีกลุ่มชาติพันธุ์มานิ ชุมชนคลองเฉลิม ชุมชนคลองทรายขาวที่อยู่ริม เขาบรรทัดที่มีเมฆหมอกตลอดทั้งปี มีน้ำตก มีป่าที่อุดมสมบูรณ์ ชุมชนควนเพ็ง ดอนทราย ห้วยลึก ดอนประดู่ เป็นชุมชนที่มีประวัติศาสตร์เป็นอู่อารยธรรม ชุมชนนาปะขอ หัวปอ หาดไข่เต่า ชุมชนแหลมไก่ผู้ ชุมชนบางมวงที่เป็นชุมชนริมทะเลสาบที่มีวิถีชีวิตเป็นประมง พื้นบ้าน ชุมชนเกาะหมาก ชุมชนเกาะนางคำที่อยู่กลางทะเลสาบมีชีวิตที่เป็นอัตลักษณ์ ผมจึงถามรัฐมนตรีว่า ท่านมีแนวคิดที่จะพัฒนาพื้นที่เมืองเก่า และพื้นที่ชุมชนที่ผมได้ ยกตัวอย่างให้ อพท. ได้เข้าไปช่วยบริหารจัดการ ทั้งจัดการแบบเมืองเก่า และชุมชน ท่องเที่ยวมากน้อยแค่ไหน ท่านมีแนวคิดอย่างไร และถ้าท่านมีแนวคิดตรงกับผม ท่านจะดำเนินการได้เร็วที่สุดเมื่อไร เป็นคำถามที่ ๒ ครับท่านประธาน🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗
ขอบคุณมากครับท่านประธาน จากคำถามที่ ๒ จากที่ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติได้ถามว่า การที่จะไปพัฒนาถึงแม้นว่าการจะพัฒนาตรงนั้นไม่ใช่เป็นการพัฒนาตามประกาศในพื้นที่ พิเศษ ทาง อพท. ก็ยังสามารถเข้าไปพัฒนาใน ๑๕ เขตพัฒนาการท่องเที่ยว ซึ่งเป็น ลักษณะคลัสเตอร์ (Cluster) กลุ่มจังหวัด ซึ่งกระทรวงสามารถลงไปพัฒนาได้ ซึ่งขณะนี้ ผมคิดว่าไม่ใช่เฉพาะเรื่องของลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ซึ่งประกอบด้วย ๓ จังหวัด ผมก็คง จะต้องพัฒนาในภาพรวมในหลาย ๆ จังหวัดที่เป็นแหล่งวัฒนธรรม แหล่งประเพณี แล้วก็เป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์ทุก ๆ จังหวัดในประเทศไทย ซึ่งขณะนี้ผมได้ให้ กรมการท่องเที่ยวและ อพท. ทำการศึกษาว่าเราจะเริ่มพัฒนาที่ไหน อย่างไร ในจังหวัด อะไรบ้าง ซึ่งขณะนี้ก็มีทยอยส่งขึ้นมา แต่ที่สำคัญที่สุดการที่เราจะไปพัฒนาในแหล่งต่าง ๆ ที่เราทำไปสู่สำนักงบประมาณในปี ๒๕๖๕ งบประมาณที่เราได้รับก็ต้องบอกไม่เพียงพอ ที่เราจะไปทำการพัฒนาในทุก ๆ พื้นที่จากการที่กรมการท่องเที่ยวก็ดี อพท. เสนอเข้ามาก็ดี เพราะฉะนั้นก็คงจะต้องร่วมกันตัดสินใจอีกครั้งหนึ่งว่าเราจะพัฒนาที่ไหนบ้าง และที่ไหนก่อน แน่นอนครับ ในฐานะที่ผมเป็นคนจังหวัดสงขลา ภรรยาผมก็เป็นคนบ้านเดียวกับท่าน ส.ส.นริศ นะครับ สิ่งที่ผมจะต้องทำการพัฒนา อันนี้ผมต้องขออภัยสมาชิกในจังหวัดอื่น ๆ นะครับ ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้เราเสียโอกาสมามากแล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้มีโอกาสที่จะพัฒนาพื้นที่ และแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ ในจังหวัดภาคใต้ ผมคิดว่าถึงเวลาที่รัฐบาลจะต้องหันมา เหลียวมองการทำแหล่งท่องเที่ยวชุมชนในภาคใต้ทั้งหมด แต่ในภาคเหนือ ภาคอีสาน และภาคกลาง ได้รับการดูแล ได้รับการพัฒนาไปล่วงหน้าไว้เรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้น ตัวผมเองก็พร้อมสำหรับการที่จะพัฒนาแหล่งต่าง ๆ โดยเฉพาะตอนนี้สิ่งที่ผมพยายามเน้น และอยากจะไปพัฒนาก็คืออำเภอคลองท่อม ทำไมผมถึงพูดถึงอำเภอคลองท่อมครับ ผมได้นำเสนอ ครม. สัญจรใน ๒ ครั้ง คือครั้งแรกที่จังหวัดภูเก็ต ครั้งที่ ๒ ที่จังหวัดกระบี่ ว่าอำเภอคลองท่อมของเรามีดีอะไรบ้าง สิ่งที่ผมอยากจะหยิบยกมาเป็นตัวอย่าง อย่างกรณี น้ำพุร้อนจืด ในประเทศไทยเรามีเป็นร้อยเป็นพันแห่ง แต่ในประเทศไทยเรามีน้ำพุร้อนเค็ม เป็นแห่งที่ ๒ ของโลก แห่งที่ ๑ อยู่ที่ ผมไม่แน่ใจนะครับ อยู่ในยุโรป ส่วนแห่งที่ ๒ ก็คืออยู่ที่ จังหวัดกระบี่ อำเภอคลองท่อม ซึ่งเป็นน้ำพุร้อนเค็ม ซึ่งได้มีการทำการศึกษาจากชาวญี่ปุ่น ซึ่งมาทำการศึกษาก่อนที่จะเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ก็นำน้ำทุกอย่าง ไปเทสต์ (Test) เขาก็บอกว่าคุณภาพน้ำพุร้อนจืดก็ดี น้ำพุร้อนเค็มก็ดี ในอำเภอคลองท่อม มีคุณภาพดีกว่าที่เขาเจอในประเทศญี่ปุ่นเสียด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นโอกาสนี้ก่อนที่ผมจะพูด ไปเยอะก็คงจะใช้เวลาไม่พอ ก็ขอเน้นว่าอำเภอคลองท่อมปัจจุบันนี้ก็เป็นการลงไปศึกษา และทำการพัฒนาเป็นกรณีพิเศษในเรื่องเกี่ยวเนื่องจากการที่ ครม. สัญจร ๒ ครั้งได้อนุมัติ ในเรื่องของคลองท่อม ส่วนในจังหวัดอื่น ๆ เรื่องของการท่องเที่ยว แน่นอนครับ เป็นหน้าที่ของผมที่ดูแลกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา โดยการมอบหมายของท่านนายกรัฐมนตรีให้ดูสิว่าในประเทศไทยเรา สิ่งที่เราขายอยู่ทุกวันนี้หรือขายในอดีตที่ผ่านมานี้เราขายอะไรไป มันก็เป็นการขาย ในสิ่งที่ซ้ำ ๆ ปัจจุบันท่านนายกได้กำชับมาว่า ขอให้ดูพื้นที่ชุมชนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวเชิงสปา (Spa) การท่องเที่ยวเชิงอาหาร หรือการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ สิ่งเหล่านี้ขอให้ค้นหาชุมชนทุกภูมิภาคในประเทศไทย และลงไปทำการอบรมสัมมนาให้กับผู้นำชุมชนให้รู้ว่า ถ้าหากมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ หรือชาวไทยแวะเวียนเข้ามาเยี่ยมชมหรือมาท่องเที่ยว เราจะให้การต้อนรับอย่างไรบ้าง ซึ่งขณะนี้ก็ได้มีการทยอยลงไป โดยกรมการท่องเที่ยวและ อพท. ลงไปทำการฝึกอบรม และสัมมนา ขณะที่ไปไม่ได้โดยตัวเป็น ๆ ก็คือเราใช้วิธีออนไลน์ (Online) ในการอบรม สัมมนาและแนะนำว่าเมื่อมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเข้ามาก็ดี คนไทยเข้ามาก็ดี ถ้าจะมา เที่ยวในชุมชนของเราที่มีการนำเสนอโดย ททท. นี้ เราควรจะนำเสนออย่างไร ในฐานะ เป็นผู้นำชุมชนหรือเป็นอาสาสมัครท่องเที่ยวและกีฬาประจำชุมชนต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้กระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาเราดำเนินการอยู่ ปีนี้ตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันนี้ เรามีการพัฒนา แหล่งท่องเที่ยวชุมชนไปแล้วถึงเกือบ ๖๐ ชุมชน เพราะฉะนั้นหน้าที่ของกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาเราก็คงจะต้องสืบเสาะและค้นหาท้องถิ่นที่สวยงาม ท้องถิ่นที่มี อัตลักษณ์ในการนำมาเพื่อประชาสัมพันธ์และนำไปแพร่หลายให้กับนักท่องเที่ยวทั้งคนไทย และคนต่างประเทศได้รับทราบครับ เพราะฉะนั้นอย่างไรในฐานะที่ผมดูแลกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา ผมก็จะพยายามทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อพัฒนาชุมชน ซึ่งเป็นฐานราก ของประเทศไทยให้ได้อยู่ดีกินดีหรือดีกว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมา ขอบคุณมากครับ🔗
ครบนะครับ🔗
นิดเดียวครับท่านประธาน ผม นริศ ขำนุรักษ์ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดพัทลุง ผมขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้กรุณาให้ผม ได้ถามกระทู้นี้จนผมได้ทำหน้าที่ได้ครบถ้วนสมบูรณ์เพื่อพี่น้องชาวพัทลุง เพื่อคนพัทลุง และเชื่อว่าเป็นสิ่งที่คนพัทลุงรอคอยทิศทางแนวทางนี้ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาที่ได้กรุณาผลักดันการท่องเที่ยวในจังหวัดพัทลุงให้เติบโตขึ้นมา แต่ว่าท่านครับ มี ๒ อย่าง ที่ท่านกับผมต้องช่วยกันผลักดัน ก็คือ ๑. สะพานข้ามทะเลสาบ กับ ๒. สนามบินในจังหวัดพัทลุง ถ้าเราได้ ๒ อย่างนี้ผมเชื่อว่าจะสนับสนุนการท่องเที่ยว ได้เป็นอย่างดี กราบขอบคุณรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งที่ได้กรุณามาตอบกระทู้ผมในวันนี้ และขออนุญาตได้ชื่นชมที่ท่านได้ทุ่มเททำงานเพื่อการท่องเที่ยวและช่วยจังหวัดพัทลุงเสมอมา กราบขอบคุณท่านครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ขออนุญาตครับท่านประธาน กรณีของเรื่องที่ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติได้นำเสนอนะครับ ก็คือเรื่องของสะพานข้ามทะเลสาบที่อำเภอเขาชัยสนไปสู่อำเภอกระแสสินธุ์ที่จังหวัดสงขลา ขณะนี้ทราบว่าทางกระทรวงคมนาคมได้ทำการบรรจุในงบประมาณ ซึ่งน่าจะเป็นงบประมาณ เรื่องของเงินกู้ของกระทรวงคมนาคมเองนะครับ ไม่ใช่เงินกู้ของรัฐบาล ซึ่งขณะนี้ รอการประชุม ถ้าหากว่าการประชุมสิ้นสุดเมื่อไร โครงการนี้ได้บรรจุในแผนการเรียบร้อยแล้ว นะครับ ส่วนกรณีเรื่องของสนามบิน ซึ่งขณะนี้ผมก็คงจะต้องขอความอนุเคราะห์ จากท่าน ส.ส.นริศนะครับว่า เราควรจะใช้พื้นที่ตรงไหนดีในการที่จะสร้างสนามบิน และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ตรงนั้นไม่เป็นไรครับ ผมก็คงจะต้องขอความอนุเคราะห์ จากกระทรวงคมนาคมไปทำการวิเคราะห์ว่าคุ้มกับการลงทุนหรือไม่ ขอบคุณมากครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
เป็นการจบ กระทู้ถามทั่วไปของท่านนริศนะครับ ฝากข้อสังเกตผู้ตั้งกระทู้หรือที่ประชุมนะครับว่า กระทู้ถามทั่วไปนี้ถึงแม้ในข้อบังคับไม่มีการจำกัดเวลาก็ตาม แต่ให้ท่านปฏิบัติตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๒ คือการตั้งกระทู้ต้องชัดเจน ไม่ฟุ่มเฟือยและไม่มีลักษณะเป็นการอภิปราย เพราะฉะนั้นท่านกล่าวถึงเนื้อเรื่องมานิดเดียวแล้วต้องถามนะครับ🔗
ขอย้อนกลับไป ท่านรัฐมนตรีมาหรือยังครับ ฝากท่านวิป (Whip) รัฐบาลด้วย นะครับ ทุกวันพฤหัสบดีเวลามีกระทู้เป็นหน้าที่ของวิป (Whip) ฝ่ายรัฐบาลที่ต้องประสาน พวกรัฐมนตรี พยายามมาให้ตรงเวลาหน่อยนะครับ อย่าให้ที่ประชุมต้องคอย ขอกลับไปกระทู้ ถามฉบับแรกนะครับ ของท่านสมเกียรติ ถนอมสินธุ์🔗
๑.๒.๑ กระทู้ถามที่ ๔๒๓ เรื่องปัญหาการขับเคลื่อนพระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ (นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคมมาเป็นผู้ตอบแทน🔗
เชิญผู้ตั้ง กระทู้ครับ ท่านสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ครับ ตั้งกระทู้ถามได้เลยครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครจากเขตบางนาและเขตพระโขนง พรรคก้าวไกลครับ ขอบคุณท่านประธานที่บรรจุกระทู้ถามทั่วไปถึงปัญหาอุปสรรค พระราชบัญญัติ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. ๒๕๖๒ นี้ของผมครับ ผมเองเคยตั้งกระทู้ ที่เกี่ยวกับเรื่องนี้ คือการแต่งตั้งประธานกรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคมคนก่อนที่อยู่ในพรรคเดียวกันกับคนปัจจุบันนี้ที่มาตอบแทนท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ถึงปัจจุบันนี้ก็ยังไม่มีการแต่งตั้งผู้ทรงคุณวุฒิที่พูดถึงลงในราชกิจจานุเบกษา เพื่อมาขับเคลื่อน พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หรือเรารู้จักกันในชื่อของ พ.ร.บ. พีดีพีเอ (PDPA) นะครับ พ.ร.บ. ฉบับนี้มีส่วนสำคัญที่จะช่วยยกระดับทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นครับ เราคงได้เจอประสบปัญหาต่าง ๆ ที่ถูกละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าจะเป็นการส่งเอสเอ็มเอส (SMS) เงินกู้เข้ามาอย่างผิดกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นการได้รับ โทรศัพท์ขายประกันหรือบัตรเครดิตต่าง ๆ หรือการส่งสแปมเมล (Spam mail) หรือว่า ฟิชชิง (Phishing) ผ่านทางอีเมล (e-Mail) นะครับ ซึ่งก็มีทั้งเป็นข่าวและไม่เป็นข่าว ในหน้าหนังสือพิมพ์ที่เราได้เห็นกันทั่วไปตั้งแต่ ๔ ปี ๕ ปี หรือ ๑๐ ปีที่ผ่านมา ซึ่งปัจจุบัน ในปีนี้ ๒๕๖๔ ก็ยังมีข่าวประเภทนี้อยู่ครับ และ พ.ร.บ. ฉบับนี้นะครับ ก็จะมีส่วนช่วยแก้ไข ปัญหานี้ได้ ก็น่าเสียดายที่ พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็ประกาศตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ แล้วในเดือนพฤษภาคม และจะมีผลบังคับใช้ และมีผลลงโทษปรับผู้ที่กระทู้ความผิดในปี ๒๕๖๓ เดือนพฤษภาคม แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายว่าถูกเลื่อนออกไปถึง ๒ ครั้ง เป็นระยะเวลาถึง ๒ ปีครับ ข้อสำคัญ ของที่ผมต้องมาตั้งกระทู้นี้ถึง ๒ ครั้งใน ๑ ปี แต่ว่าคนละสมัยการประชุม ที่พูดถึงคือประธาน กรรมการและคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒินี้ มีหน้าที่สำคัญในการขับเคลื่อน ผลักดัน พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับ เพราะเป็นผู้ที่อนุมัติกฎหมายลูกลำดับรองต่าง ๆ ออกมานะครับ ซึ่งมีความแตกต่างกันหลายอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมท่องเที่ยว การศึกษา กีฬา โลจิสติกส์ (Logistics) และอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) ต่าง ๆ ซึ่งมีความละเอียดอ่อน ในการพิจารณาครับ ท่านจะต้องเป็นผู้กำกับคณะกรรมการสรรหา กำกับสำนักงานคุ้มครอง ข้อมูลส่วนบุคคลด้วย ซึ่งจะต้องเป็นผู้ทำหน้าที่สรรหาเลขาธิการสำนักงาน ซึ่งปัจจุบันนี้ คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลด้วย ซึ่งปัจจุบันนี้เลขาธิการถูกรักษาการโดยปลัดกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคมตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับ แล้วก็ต้องเป็นผู้สรรหาคณะกรรมการ ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นผู้ทำหน้าที่ไกล่เกลี่ยข้อพิพาทตามที่ผู้ร้องเรียนเข้ามาในส่วนของผู้ที่ได้รับ การละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ต้องเป็นผู้ที่คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญนี้จะเป็นผู้ไต่สวนกิจกรรม การกระทำต่าง ๆ ของผู้ควบคุมข้อมูลหรือดาต้า คอนโทรลเลอร์ (Data Controller) ผู้ประมวลผลข้อมูลดาต้า โพรเซสเซอร์ (Data Processor) ว่าจะมีการทำละเมิดนอกเหนือ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลหรือไม่ รวมถึงเป็นผู้ไกล่เกลี่ยในกรณีพิพาทต่าง ๆ ด้วย จะเห็นได้ว่าประธานกรรมการและกรรมการ ผู้ทรงคุณวุฒิเป็นส่วนสำคัญและเป็นจุดเริ่มต้นในการขับเคลื่อน พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลนี้ แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายว่าผ่านมา ๓ ปีแล้วท่านผู้ทรงคุณวุฒิเหล่านั้นก็ยังไม่มี การปฏิบัติหน้าที่เหล่านั้นเลย ผมได้ยื่นกระทู้ไปตั้งแต่วันที่ ๒๐ กันยายนครับ ซึ่งตอนนั้น สถานการณ์ก็ยังไม่มีความคืบหน้า แต่ก็ได้ทราบว่าเมื่อประมาณกลางเดือนพฤศจิกายน เมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายนที่ผ่านมาทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมก็ได้มี การสรรหาคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นมา ๑ ท่าน ก็สรุปได้ว่ามีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ถอนตัวออกไป ๑ ท่าน ทั้งที่ท่านนั้นเองก็ยังไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่เลย แล้วก็ได้ผ่านการสรรหา อย่างถูกต้องตามระเบียบ🔗
ผมก็ขออนุญาตเข้าคำถามในชุดแรกครับ ว่าทางกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคมจะเลื่อนการบังคับใช้ที่จะมีผลในเดือนมิถุนายนปี ๒๕๖๕ นี้ออกไปเป็นครั้งที่ ๓ หรือไม่ และจะประกาศประธานและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลลงในราชกิจจานุเบกษาเมื่อไร เดือนไหน เพื่อที่จะมาทำหน้าที่ตรงนี้ได้ทัน ที่กฎหมายบังคับใช้ครับ เป็นคำถามในชุดแรกครับ🔗
เชิญรัฐมนตรีชัยวุฒิตอบครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมนะครับ ขออนุญาตตอบหลักการก่อนนะครับว่า ท่านได้อธิบายถึงกฎหมายข้อนี้ ซึ่งก็ตรงกันครับว่ากฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เป็นกฎหมายสำคัญเกี่ยวกับเศรษฐกิจดิจิทัล ซึ่งได้ออกมาตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่แล้ว ของท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ได้ร่างกฎหมายแล้วก็พิจารณากฎหมายฉบับนี้ ผ่านมา แล้วก็ได้มีการบังคับใช้ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติงาน ของทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในการดูแลคุ้มครองข้อมูลของพี่น้องประชาชน ซึ่งวันนี้ ก็ต้องยอมรับว่าเรามีข้อมูลของประชาชนอยู่ในระบบดิจิทัลจำนวนมาก ทั้งเรื่องส่วนตัว เรื่องการรักษาพยาบาล ข้อมูลทางการเงิน เบอร์โทรศัพท์ การติดต่อต่าง ๆ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ ถ้ามันมีคนเอาไปใช้ประโยชน์ในทางที่ไม่ชอบ หรืออย่างน้อยก็ทำให้เกิดความเดือดร้อน รำคาญก็เป็นปัญหาของพี่น้องประชาชน ซึ่งกฎหมายนี้ก็เป็นกฎหมายสากลที่ในหลาย ๆ ประเทศ โดยเฉพาะในยุโรป หรือในอเมริกาก็ให้ความสำคัญในเรื่องนี้อย่างมาก แต่เมื่อเราออก กฎหมายฉบับนี้มาก็ต้องยอมรับนะครับว่าผู้ประกอบการในประเทศไทยไม่มีความพร้อม จะไปบังคับใช้โดยเร็วก็จะทำให้เอกชน บริษัทต่าง ๆ ปรับปรุงระบบไม่ทัน ท่านคงเข้าใจ นะครับ ระบบก็คือหมายความว่าระบบคอมพิวเตอร์ ระบบการเก็บข้อมูล รวมถึงกระบวนการ ทำงานทั้งหมดในการที่จะให้ข้อมูลของพี่น้องประชาชน หรือข้อมูลของลูกค้าที่เขาเก็บไว้ ไม่รั่วไหลออกไป อันนี้มันต้องมีกระบวนการทำงาน มีการปรับปรุงระบบต่าง ๆ รวมถึงต้องมี การลงทุนต้องใช้เงินพอสมควร ก็เลยต้องมี เรียกว่า เกรซ พีเรียด (Grace period) หรือระยะเวลาให้เอกชน หรือให้พี่น้องประชาชนที่ต้องเกี่ยวข้องเตรียมตัว เพราะว่าถ้าบังคับ ใช้ทันทีจะมีผลทำให้คนที่ปฏิบัติตามกฎหมายไม่ได้อาจจะถูกฟ้องร้อง ถูกดำเนินคดี และมีโทษ ทั้งอาญาด้วย แล้วก็มีค่าปรับด้วย ซึ่งเป็นความเสียหายซึ่งประชาชน ผู้ประกอบการก็วิตกกังวลกันมาก เมื่อผมมารับตำแหน่งก็มีคนมาถามเยอะว่ากฎหมายนี้ จะบังคับใช้แล้ว ถ้าเขาเตรียมตัวไม่ทันจะทำอย่างไร บางทีธุรกิจเล็ก ๆ นะครับ อย่างเช่นร้านซ่อมรถมอเตอร์ไซค์เขาก็มีข้อมูลส่วนบุคคลของ ลูกค้าที่เอามาซ่อมรถ เขาก็คิดว่าถ้าข้อมูลลูกค้าที่มาซ่อมรถกับเขานี้รั่วไหลออกไปเขาก็โดน ฟ้องร้องได้ อันนี้เป็นต้นนะครับ เพราะมันกระทบกับธุรกิจทั้งขนาดใหญ่และขนาดเล็ก ประกอบกับว่าการสรรหากรรมการที่ผ่านมาก็มีปัญหา ยังมีกระบวนการที่มีข้อสงสัย ในบางประเด็น ซึ่งผมก็เพิ่งมารับตำแหน่งใหม่ก็ไม่ได้ทราบรายละเอียด เพราะว่ามันเป็น การดำเนินการในช่วงที่ผ่านมานะครับ แต่ก็พยายามศึกษาอยู่ว่าจะแก้ไขเรื่องนี้อย่างไร ก็พอดีมีกรรมการท่านหนึ่งลาออก เพราะอาจจะด้วยเหตุผลส่วนตัวหรืออะไรก็ไม่ทราบ นะครับอันนี้ ท่านลาออก ก็เลยทำให้เป็นที่ชัดเจนว่าเราก็ต้องมีการสรรหากรรมการชุดใหม่ มีชุดใหม่ขึ้นมาใหม่นะครับ ซึ่งตอนแรกก็คิดว่าจะสรรหาใหม่ทั้งคณะหรือสรรหาใหม่แทน แค่คนหนึ่งคนที่ออกไป เราก็ใช้เวลาศึกษาอยู่พอสมควร ในที่สุดเราก็ตัดสินใจว่าเราสรรหา เฉพาะแทนคนที่ลาออกไป ๑ คนนะครับ ซึ่งวันนี้เราก็ได้ตั้งกรรมการสรรหาแล้วนะครับ กรรมการสรรหานี้ก็ตั้งตั้งแต่วันที่ ๓ พฤศจิกายน มีกรรมการสรรหา กรรมการสรรหาเสร็จ ก็มีการเปิดรับสมัครผู้ที่จะมาเป็นกรรมการทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพีดีพีเอ (PDPA) นี้ ซึ่งจะรับสมัครเพื่อเลือกใหม่ ๑ คน แล้วก็คาดว่าจะให้มีการแสดงวิสัยทัศน์ในวันที่ ๒๒ ธันวาคมนี้นะครับ ก็จะเสร็จสิ้นกระบวนการและคาดว่าภายในเดือนมกราคมปีหน้า ก็จะได้ทำเรื่องเข้า ครม. เพื่อแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพีดีพีเอ (PDPA) ให้ครบ คือได้อีก ๑ คนเข้ามาให้ครบนะครับ พอครบเดือนมกราคมก็จะเริ่มทำงาน อย่างที่ท่านได้กล่าวครับ ก็จะมีการตั้งผู้เชี่ยวชาญ ยกร่างกฎหมาย ร่างระเบียบต่าง ๆ กฎหมายลูก ระเบียบต่าง ๆ เพื่อให้กระบวนการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลขับเคลื่อนไปได้ อย่างสมบูรณ์ แล้วก็จะมีผลบังคับใช้ ที่เราตั้งใจไว้ก็คือภายในเดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๖๕ คือปีหน้านะครับ ทุกอย่างก็เป็นไปตามกระบวนการครับ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร แต่ที่เป็นห่วง ที่สุดก็คือ การปรับตัวของพี่น้องประชาชนและภาคธุรกิจที่ต้องมีการปรับตัวในเรื่องนี้ อย่างพอสมควร ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านถาม ครั้งที่ ๒ ครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานครจากเขตบางนา และเขตพระโขนง พรรคก้าวไกลครับ ที่ท่านรัฐมนตรีตอบว่าธุรกิจหลาย ๆ ประเภทอาจจะ ประสบปัญหา คือเมื่อการเลื่อนที่ผ่านมามีการขยายออกไปถึง ๒๒ กลุ่มอุตสาหกรรมครับ ก็คือครอบคลุมทั้งหมดแล้ว ถ้าเป็นไปได้เราก็อาจจะไม่จำเป็นจะต้องเลื่อนไปทั้ง ๒๒ อุตสาหกรรม เพราะว่าอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีการติดต่อกับลูกค้าทางฝั่งยุโรปนี้ เขาจะต้องคอมไพล (Comply) กฎหมายจีดีพีอาร์ (GDPR) อยู่แล้วครับ ซึ่งตรงนั้น เขามีการเตรียมการตรงนี้มานานพอสมควรอยู่แล้วครับ ที่ผมบอกว่ากฎหมายนี้จะยกระดับ ทางด้านเศรษฐกิจและสังคมในด้านสังคมในประเทศไทยผมกล่าวไปแล้ว ในด้านของ เศรษฐกิจถ้าประเทศไทยมีกฎหมายที่ทัดเทียม เป็นมาตรฐานเทียบเท่ากับจีดีพีอาร์ (GDPR) ของทางยุโรปแล้วนี้ เมื่อคณะกรรมาธิการยุโรปเห็นว่ากฎหมายเรามีประสิทธิภาพ ประเทศ แถบยุโรปพร้อมที่จะโอนข้อมูลมาที่ประเทศไทย เหมือนกับที่เขาโอนข้อมูลระหว่างกัน ในกลุ่มประเทศยุโรปแล้วนี้ มันก็จะทำให้เขามีความเชื่อมั่นในการมาตั้งสำนักงานภูมิภาค เอเชียในประเทศไทยได้ แล้วก็กล้าที่จะเอาต์ซอร์ซ (Outsource) ส่งข้อมูลมาประมวลผล ที่บริษัทในประเทศไทย ซึ่งมีต้นทุนการดำเนินงานที่ต่ำกว่าและธุรกิจประเภทที่ผมพูดถึงนี้ ก็มีมูลค่าเศรษฐกิจมหาศาลครับ🔗
ผมกลับมาพูดถึงในประเทศไทย ในปัจจุบันถึงปลายเดือนพฤษภาคมที่ถึงนี้ ที่ยังไม่มีการบังคับใช้กฎหมาย เราจะได้ข่าวหลาย ๆ ที่ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐหรือ เอกชนเองที่ถูกแฮ็ก (Hack) ข้อมูลหรือแฮ็ก (Hack) ระบบ แล้วก็มีข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล ออกไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นทั้งทางโรงพยาบาล หรือข่าวล่าสุดก็คือตัวสปายแวร์ ปิกาซัส (Spyware Pegasus) ที่มีการส่งอีเมล (e-Mail) ไปที่กลุ่มผู้ใช้งานไอโอเอส (IOS) แล้วก็มีการส่ง ข้อมูลอีเมล (e-Mail) นี้ไปทางกลุ่มเป้าหมายของผู้เคลื่อนไหวทางการเมืองหรือนักวิชาการ ที่ผลักดันประเด็นทางการเมือง โดยเฉพาะหลายรายที่พูดถึงนะครับ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ทำ คือเป็นใครก็ตามก็มีความผิดอยู่แล้ว แต่ข่าวก็บอกว่าอาจจะเป็นหน่วยงานรัฐเป็นผู้สั่งหรือว่าจ้างด้วยซ้ำครับ ตรงนี้ก็เป็นประเด็นว่า ในระหว่างนี้ทางกระทรวงดิจิทัลจะสามารถปกป้องคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของ ประชาชนอย่างไรบ้าง ผมมีตัวอย่างในต่างประเทศครับ ที่ทั้งหน่วยงานรัฐและเอกชน โดนปรับมหาศาลเพราะว่าละเมิด พ.ร.บ. จีพีดีอาร์ (GPDR) ของทางยุโรป ก็คือสรรพากร ประเทศบัลแกเรียโดนปรับถึง ๒.๖ ล้านยูโร หลังทำข้อมูลผู้เสียภาษีรั่ว ทางอเมซอน (Amazon) โดนปรับ ๓๕ ล้านยูโร เพราะว่าเกี่ยวกับการละเมิดคุกกี้ (Cookie) ในเบราว์เซอร์ (Browser) หรือแอปพลิเคชัน (Application) นะครับ บริษัทโทรคมนาคมของอิตาลี ก็โดนปรับถึง ๒๗.๘ ล้านยูโร เพราะว่าการใช้ประโยชน์จากฐานข้อมูลเบอร์โทรศัพท์ของ ลูกค้า ผมมีความวิตกกังวลว่าหน่วยงานราชการในประเทศไทย โดยเฉพาะกระทรวง สาธารณสุขที่มีการเก็บข้อมูลผู้ฉีดวัคซีน ซึ่งเป็นข้อมูลประเภทอ่อนไหวหรือเซนซิทีฟ ดาต้า (Sensitive Data) ใน พ.ร.บ. ก็มีบทปรับที่เข้มข้นมากกว่า ในระหว่างนี้ท่านจะสร้าง ความเชื่อมั่นให้กับคนไทยแล้วก็หน่วยงานรัฐต่าง ๆ อย่างไรบ้าง ที่ข้อมูลส่วนบุคคล เขาจะถูกปกป้องและคุ้มครองโดยรัฐบาลหรือกระทรวงดิจิทัลครับ เป็นคำถามข้อที่ ๒ ครับ🔗
เชิญรัฐมนตรีชัยวุฒิครับ🔗
ผม ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคมนะครับ ขอชี้แจงเรื่องหนึ่งก่อนนะครับ ที่เกิดความเข้าใจผิดเรื่องแฮ็กเกอร์ (Hacker) ว่ามีข้อมูลรั่วไหลแล้วบอกว่าเป็นแฮ็กเกอร์ (Hacker) ของภาครัฐ ของรัฐบาล ซึ่งก็ยืนยันว่าไม่มีนะครับ เราไม่มีการไปแฮ็ก (Hack) หรือไปโจมตีข้อมูลหรือเฟซบุ๊ก (Facebook) หรือโซเชียลมีเดีย (Social Media) ของใครทั้งหมดครับ ไม่มีครับ คือถ้าทำได้จริง มันก็คงจะไม่เป็นอย่างนี้ครับ คือเราไม่ได้ทำอยู่แล้วนะครับ มันไม่มี ทุกคนก็สามารถ แสดงความคิดเห็นสิทธิเสรีภาพได้อย่างเต็มที่นะครับ ไม่ได้ไปโจมตีหรือปิดกั้นใคร ยกเว้น ท่านทำผิดกฎหมายเป็นไปตามคำสั่งศาลตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์นะครับ🔗
ส่วนเรื่องสำคัญที่ท่านพูดถึงว่า กฎหมายนี้จะมีผลให้เป็นมาตรฐานสากล หรือไม่ อันนี้ก็ยืนยันว่ากฎหมายฉบับนี้เราออกมาเพื่อให้ประเทศเรามีกฎหมายที่ทันสมัย และสามารถเชื่อมโยงข้อมูลและหรือทำงานร่วมกับประเทศต่าง ๆ ได้ทั่วทั้งโลกนะครับ เป็นที่ยอมรับ ซึ่งวันนี้เราก็อยู่กันแค่กระบวนการที่จะบังคับใช้กฎหมายในอีกไม่กี่เดือน ข้างหน้า ซึ่งผมเชื่อว่าถ้ากฎหมายนี้บังคับใช้แล้วเราปรับตัวได้ทัน ทุกองค์กรก็จะสามารถดูแล ข้อมูลส่วนบุคคลได้อย่างดี ถึงแม้แต่ตอนนี้เองจะบังคับใช้ไม่ได้สมบูรณ์แต่เราก็มีการออก ประกาศของกระทรวง เรื่องมาตรฐานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล อยู่แล้วนะครับ มีพูดถึงเรื่องการเข้าถึงหรือควบคุมการใช้งานข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งให้ ผู้ประกอบการ หน่วยงานรัฐ ก็จะมีแนวทางแล้วที่เราให้เป็นไกด์ไลน์ (Guideline) ไปแล้ว ในการกำกับดูแลข้อมูลส่วนบุคคลตามมาตรฐานที่กระทรวงกำหนดนะครับ แต่สุดท้ายก็คือ ถ้าเดือนพฤษภาคมมีกรรมการก็จะมีการออกระเบียบ ผมเข้าใจว่าจะมีระเบียบทั้งหมด เดี๋ยวขอดูตัวเลขนิดหนึ่งนะครับ มีร่างกฎหมายลำดับรองประมาณ ๒๙ ฉบับนะครับ มีร่างแนวปฏิบัติของ ๗ กลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องนะครับ มีร่างโครงสร้างของอัตรา กำลังคนของสำนักงาน และที่สำคัญคณะกรรมการก็จะไปสร้างความตระหนักรู้และให้ คำปรึกษากับทั้งเอกชนและภาครัฐในการดำเนินการตามกฎหมายนี้ ก็เชื่อว่าก็จะได้ ขับเคลื่อนกระบวนการของข้อมูลส่วนบุคคลให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชน นะครับ แต่เรียนนิดหนึ่งนะครับ ท่านต้องแยกอีกเรื่องหนึ่งนะครับ การคุ้มครองข้อมูล ส่วนบุคคลกับเรื่องของการถูกโจมตีในระบบคอมพิวเตอร์ที่ท่านใช้ คำว่า แฮ็กเกอร์ (Hacker) มันมีกฎหมายอีกฉบับหนึ่งเรียกว่า ไซเบอร์ ซิเคียวริตี แอ็กต์ (Cyber Security Act) คือ พ.ร.บ. เกี่ยวกับความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber) ซึ่งจะมีคณะกรรมการอีกชุดหนึ่ง เรียกว่า คณะกรรมการความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ (Cyber) แห่งชาติ สคมช. นะครับ ซึ่งอันนี้จัดตั้งเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ว่าเป็นองค์กรที่เพิ่งจัดตั้งได้ประมาณปีหนึ่งนะครับ ก็จะมีกำลังคน มีงบประมาณยังไม่เพียงพอ ซึ่งอันนี้ผมกำลังผลักดันให้เพิ่มบุคลากรเจ้าหน้าที่ ที่มีความพร้อม มีการออกระเบียบต่าง ๆ ที่จะไปกำกับดูแลเรื่องของคริทิคัล อินฟอร์เมชัน อินฟราสตรักเจอร์ (Critical Information infrastructure) ทุกภาคอุตสาหกรรมที่จะมีผลกระทบในเรื่อง การถูกโจมตีได้ เช่นอย่าง สาธารณูปโภค การขนส่ง โรงพยาบาลพวกนี้ครับ เราต้องเข้าไป ช่วยเขาในเรื่องไซเบอร์ ซิเคียวริตี (Cyber Security) มันจะคล้าย ๆ กันกับข้อมูลส่วนบุคคล แต่ไซเบอร์ ซิเคียวริตี (Cyber security) คือเราต้องคุ้มครองระบบ ป้องกันระบบไม่ให้ ถูกโจมตี ไม่ให้ถูกแฮ็ก (Hack) หรือไม่ให้ถูกดึงข้อมูลออกไป ซึ่งเป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งก็ทำอยู่ เช่นเดียวกันนะครับ ขอบคุณครับ🔗
จบกระทู้ ของท่านสมเกียรติแล้วนะครับ ต่อไปกระทู้ถามทั่วไปฉบับที่ ๓ ครับ🔗
๑.๑.๓ กระทู้ถามที่ ๔๓๘ เรื่อง การติดตามความคืบหน้าการดำเนินการ เรื่องการรับรองเพศ (นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์🔗
ขอเชิญ ผู้ตั้งกระทู้ครับ ท่านธัญวัจน์ได้ตั้งกระทู้ถามได้เลยครับ ท่านรัฐมนตรีอยู่แล้วครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาค่ะ ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ก็ตั้งกระทู้ถาม ประเด็นเกี่ยวกับความคืบหน้าของร่างพระราชบัญญัติการรับรองอัตลักษณ์ทางเพศ หรือร่างพระราชบัญญัติรับรองเพศ ซึ่งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ คุณจุติ ไกรฤกษ์ เป็นรัฐมนตรีค่ะ ก่อนอื่นก่อนที่จะเข้าสู่คำถาม ต้องขออนุญาตท่านประธาน สักนิดหนึ่งนะคะ เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหม่ และไม่เคยมีการพูดในรัฐสภามาก่อน เพื่อความเข้าใจของผู้แทนราษฎรทุกท่าน เพื่อความเข้าใจของประชาชนที่กำลังติดตาม การอภิปรายของรัฐสภา การทำงานของรัฐสภาอยู่ จึงต้องขออนุญาตกล่าวอินโทร (Intro) สักครู่หนึ่งก่อนว่ามันเกี่ยวกับอะไร การรับรองอัตลักษณ์ทางเพศคือทั่วโลกให้ความสำคัญ เรื่องนี้เราเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า เจนเดอร์ รีคอกนิชัน (Gender recognition) เพราะมุมมอง ด้านเพศในปัจจุบันนั้นไม่เป็นแค่เพียงกายภาพหรือไบโอโลจิคัล เซ็กส์ (Biological sex) เท่านั้น ที่มีแค่เพศชาย เพศหญิงค่ะ แต่มันหมายรวมถึงเพศสภาพ เพศวิถีและอัตลักษณ์ ทางเพศค่ะ ขออนุญาตใช้ภาษาอังกฤษสักนิดหนึ่งว่า จริง ๆ ได้พูดเรื่องนี้ไปตอนที่อภิปราย เกี่ยวกับการพิจารณากฎหมายเกี่ยวกับการบริการบัตรประชาชนได้พูดถึงประเด็นนี้ค่ะ โซจีส์ เอส โอ จี ไอ อี เอส ซี (SOGIESC) นะคะ เป็นมุมมองด้านเพศที่พูดถึงเรื่องเพศ แบบ ๔ ด้านค่ะ แน่นอนพูดถึงเรื่องเพศกำเนิด ไบโอโลจิคัล เซ็กส์ (Biological sex) พูดถึง เพศสภาพ คือการแสดงออกทางเพศ และพูดถึงเพศวิถี พูดถึงรสนิยมทางเพศ และสุดท้าย พูดถึงเรื่องอัตลักษณ์ทางเพศค่ะท่านประธาน ที่หมายถึงสำนึกหรือการนิยามตัวตนภายในว่า เราเป็นเพศอะไร ขออินโทร (Intro) อีกสักนิดหนึ่งนะคะ หลังสงครามโลก ครั้งที่ ๒ โลกของเราได้พูดถึงสิทธิมนุษยชนกันอย่างมาก และพูดถึงความเสมอภาคระหว่างเพศชาย เพศหญิง แน่นอนค่ะ เมื่อโลกดำเนินในเรื่องการพูดคุยในเรื่องสิทธิมนุษยชนแล้ว ในปี ๒๕๔๙ นักกฎหมายกลุ่มหนึ่งได้พบว่ามีบางอย่างที่ไม่เป็นธรรมต่อบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ จึงเกิดหลักการยอกยาการ์ตา (Yogyakarta) ขึ้น เป็นการรวมตัวของนักกฎหมาย เพื่อร่างหลักการสำคัญ ประเด็นของบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศเพื่อเป็นแนวทาง ในการพิจารณากฎหมาย เพื่อเป็นแนวทางในการออกกฎหมายทั่วโลกค่ะ ทำไมเราต้อง คำนึงถึงเพศสภาพ เพศวิถี และอัตลักษณ์ทางเพศ ผู้ชาย ผู้หญิงที่อยู่ในสังคมทั่วไปก็อาจจะ มองว่าบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศนี้ก็มีกฎหมายที่คุ้มครองแบบเสมอภาคแล้ว เราก็มีสิทธิเสรีภาพเหมือนกันแล้ว ทำไมบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศยังต้องการอะไรอีก เพราะกฎหมายยังอยู่ในระบบ ๒ เพศ ดังนั้นคนที่มีเพศวิถีที่หลากหลาย หรือเพศสภาพ ที่หลากหลายนั้น อยู่ในกฎหมายระบบ ๒ เพศ จึงเหมือนกับการไม่มีเสรีภาพ หรือมีเสรีภาพ เพียงแค่ครึ่ง ๆ กลาง ๆ ไม่สามารถที่จะสมรสกับคนที่เรามีรสนิยมทางเพศที่เป็นเพศเดียวกัน หรือมีอัตลักษณ์ทางเพศที่แตกต่างกัน นี่ก็คือเป็นที่มาที่ประชาชนตอนนี้ขับเคลื่อน ในเรื่องแฮชแท็ก (Hashtag) สมรสเท่าเทียมค่ะท่านประธาน อยากจะถามคุณจุติว่า สิ่งที่พูดมาวันนี้ว่า ไม่รู้ว่าท่านให้ความสำคัญมากน้อยแค่ไหนค่ะ ขออนุญาตย้อนไป สักนิดหนึ่งนะคะ เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ปี ๒๕๖๒ ค่ะ รู้สึกเป็นเกียรติมากที่ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ได้เชิญธัญ ได้เข้าไปร่วมพูดคุยในการทำงานการเสวนาประชุมเชิงปฏิบัติการการส่งเสริมความเท่าเทียม ระหว่างเพศ การรับรองเพศสภาพของบุคคลข้ามเพศที่จัดโดยท่านเองนะคะ และวันนั้น ท่านก็ไปเปิดงานแล้วก็มีพูดคุยกัน ถ่ายรูปกัน จับมือกัน แล้วก็มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น กันค่ะ วันนั้นเราพูดถึงประเด็นบุคคลข้ามเพศ ทรานส์เจนเดอร์ (Transgender) บุคคลข้ามเพศ ขออนุญาตขยายความอีกนิดหนึ่งเพื่อความเข้าใจนะคะ เพื่อคนที่เกิดมามีเพศทางกายภาพ เป็นเพศชายและมีภาวะที่ทุกข์ใจกับเพศสภาพหรือ เจนเดอร์ ดีสโพเรีย (Gender Dysphoria) จึงทำให้เขาต้องข้ามเพศมาเป็นเพศหญิงนะคะ และในทางกลับกันคนที่เกิดมา เป็นเพศหญิงในเชิงกายภาพเขามีภาวะเจนเดอร์ ดีสโพเรีย (Gender Dysphoria) เขาจึงต้อง ข้ามเพศมาเป็นเพศชายนะคะ วันนั้นเราได้มีการพูดคุยและธัญก็มั่นใจเหลือเกินว่า ท่านจุติ ไกรฤกษ์ จะนำพาความเสมอภาคของบุคคลข้ามเพศให้เกิดขึ้นในประเทศไทย แต่มันมีข่าวลือออกมานะคะ ปฏิเสธไม่ได้ค่ะ คนทำงานในวงการแอลจีบีที (LGBT) หรือความหลากหลายทางเพศเรารู้จักกันหมดค่ะ ท่านประธานคะ ท่านรัฐมนตรี เรามีการพูดคุยกัน ธัญก็คงไม่สามารถบอกแหล่งข่าวได้นะคะ แต่ก็มีข่าวลือออกมาบอกว่า เรื่องนี้ตกลงว่าจัดเป็นเรื่องไม่สำคัญ ไม่เร่งด่วนนะคะ โอเค (OK) มันเป็นข่าวลือค่ะ ธัญก็พยายามที่จะฟอลโลว์อัป (Follow up) ฟอลโลว์วิง (Following) เรื่องนี้นะคะว่า มันเกิดอะไรขึ้น และทุกอย่างมันก็เงียบหายไปนะคะ เงียบหายไปจนทำให้เรารู้สึกว่า ข่าวลือนั้นจะเป็นจริงหรือเปล่าว่า รัฐไทยไม่ได้ให้ความสำคัญในเรื่องเจนเดอร์ รีคอกนิชัน (Gender Recognition) จึงอยากจะถามเข้าสู่คำถามว่า ปัจจุบันนั้นเรื่องนี้มีความคืบหน้า อย่างไร มีอุปสรรคอย่างไร มีข้อห่วงใยและข้อกังวลอะไร และเนื้อหากฎหมายดังกล่าวพัฒนา ไปถึงไหน จึงอยากจะฝากท่านประธานถามคุณจุตินะคะ ท่านรัฐมนตรีให้ตอบคำถามนี้ค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีจุติตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายจุติ ไกรฤกษ์ ขอตอบกระทู้ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ ที่ท่าน ส.ส.ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ได้ให้เกียรติติดตามเรื่องนี้นะครับ เรื่องเจนเดอร์ รีคอกนิชัน (Gender Recognition) เรื่องเพศสภาพ เพศวิถีและอัตลักษณ์ทางเพศ อยากจะกราบเรียนว่า เป็นความตั้งใจและเป็นนโยบายของรัฐบาลที่ให้สิทธิมนุษยชน ของคนไทยนั้นทุกมิตินะครับ เมืองไทยนั้นเป็นเมืองที่น่าอยู่ มีความเท่าเทียมระหว่างเพศ การยอมรับแล้วก็เสรีภาพ เราไม่ปฏิเสธว่าเมื่อวันที่ ๑๔-๑๕ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๒ ได้มีความตั้งใจทำงานอย่างเต็มที่ที่จะให้มีกฎหมายรองรับนะครับ กฎหมายรองรับนี้ก็คือ กฎหมายว่าด้วยการรับรองเพศ ซึ่งกฎหมายฉบับนี้จะกำหนดให้เป็นกฎหมายทางเลือก ที่สร้างดุลยภาพในการรับรองและคุ้มครองสิทธิที่จะเลือกใช้สิทธิตามกฎหมายนี้หรือไม่ก็ได้ หากท่านไม่ใช้สิทธิ คนอื่นหรือทายาทจะใช้สิทธิแทนไม่ได้ เพราะเป็นสิทธิเฉพาะตัว ไม่ตกทอดไปสู่ทายาท อย่างไรก็ตามกฎหมายฉบับนี้ประกอบด้วย การกำหนดมาตรการ คุ้มครองจากการถูกเลือกปฏิบัติ การกำหนดหลักเกณฑ์เงื่อนไขและผลในทางกฎหมาย ของการรับรองอัตลักษณ์ทางเพศ ประเด็นก็คือว่า เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๒ ผมก็ได้ เชิญท่าน ส.ส. จากทุกพรรคการเมืองไปร่วมกันร่างกฎหมายฉบับนี้ แล้วหลังจากนั้น ก็มีความคืบหน้าครับ คือมีการประชุมหารือกันกับตัวแทนหลายกลุ่ม หลายสมาคม มี ๔-๕ กลุ่ม แล้ว ๔-๕ กลุ่มนี้ก็มีมูลนิธิ ๒ มูลนิธิ แล้วก็ ๑ สมาคม และนอกจากนั้นแล้ว ก็ยังได้เสนอเป็นร่างกฎหมายเข้าสภาอีกด้วย ประเด็นที่อยากจะกราบเรียนก็คือว่า เรื่องนี้ รัฐบาลไม่ได้ชินชาหรือว่าช้าจากการทำงานนะครับ โดยจะเห็นได้ว่าหลังจากที่มีการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการในเดือนสิงหาคม ๒๕๖๒ แล้ว ในปี ๒๕๖๓ ผมได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาเพื่อประสานกับทุกกลุ่มเพื่อที่จะร่างกฎหมายแล้วก็ ให้เสร็จเข้าสภาให้ได้ ในปี ๒๕๖๓ นั้นได้มีการประชุมกันถึง ๕ ครั้ง โดยมีตัวแทนจาก ยูเอ็นดีพี (UNDP) เข้ามาร่วมประชุมด้วยแล้วก็ตัวแทนจากทุกกลุ่ม ต้องบอกเกือบทุกกลุ่ม ที่เข้ามา ทีนี้ประเด็นก็คือว่าประเทศไทยอย่างที่ว่าทั้งเพศสภาพ อัตลักษณ์ เพศวิถี ทั้งหลาย จัดอยู่แล้วมีประมาณ ๒๘ กลุ่ม ความยากของมันก็คือจะให้ ๒๘ กลุ่มนี้เห็นชอบในทิศทาง เดียวกันแล้วก็นำความต้องการ ความประสงค์ ความเร่งด่วนของแต่ละกลุ่มให้มาอยู่ ในกฎหมายฉบับเดียวกันเป็นเรื่องที่ยากมาก แล้วปี ๒๕๖๔ ก็ได้จ้างผู้เชี่ยวชาญมาศึกษาว่า กฎหมายต่างประเทศที่เขาพัฒนาไปเยอะแล้วมีองค์ประกอบอะไรบ้าง และอะไรที่ควรจะเป็น อะไรที่ไม่ควรจะเป็น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผมก็ได้ให้นโยบายกับกระทรวงไปว่าอย่าไปแทรกแซง ขอให้เป็นวัตถุประสงค์ ให้เป็นเจตนารมณ์ของประชาชนกลุ่มที่เขาต้องการใช้กฎหมายนี้ เพื่อกฎหมายนี้จะได้ครอบคลุมแล้วก็ได้ให้ความเท่าเทียมระหว่างเพศกับทุกกลุ่ม ฉะนั้น ผมก็ปฏิเสธเรื่องข่าวลือนะครับว่าไม่เป็นความจริง กระทรวง พม. ยังให้ความสำคัญ และยังอยากจะเห็นผลสำเร็จของกฎหมายฉบับนี้และรัฐบาลชุดนี้ในรัฐสภาชุดนี้นะครับ เพราะฉะนั้นก็ขอยืนยันว่าวันนี้ยังทำงานเหมือนเดิม แล้วก็สิ่งที่มอบไปคือให้กระทรวง พม. ข้าราชการเป็นฝ่ายรับฟัง เป็นฝ่ายรับปฏิบัติ มากกว่าจะไปชี้นำแนะนำเขา เพราะว่าวันนี้เราต้อง รับฟังเพื่อเราจะได้ให้ครอบคลุมทุกกลุ่ม ก็อยากจะขอยืนยันท่าน ส.ส. ธัญวัจน์นะครับว่า ความตั้งใจไม่ลดละ ความพยายามก็ไม่ลดละ แล้วก็อยากจะให้กฎหมายนี้เสร็จโดยเร็ว ถ้าท่านจะกรุณาเป็นตัวกลางเชิญทุกกลุ่มที่ยังมีความเห็นแตกต่าง บางครั้งก็รุนแรง บางครั้ง ก็ไม่รุนแรงนะครับ ซึ่งยังไม่สามารถตกลงกันได้ว่าในกฎหมายฉบับที่จะออกควรจะมี ควรจะเว้นอะไรบ้าง อะไรควรจะมาก่อนมาหลัง ถ้าทำตรงนี้ได้ผมเชื่อว่าใช้เวลาไม่เกิน ๓ เดือนหลังจากนั้นเพื่อนำไปสู่การเขียนการรับฟังประชาคมจากผู้มีส่วนร่วมอีก แล้วก็จะได้นำเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรก็กราบเรียนด้วยความเคารพครับ🔗
เชิญท่านธัญวัจน์ มีคำถามที่ ๒ ไหมครับ เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธาน และขอบคุณท่านรัฐมนตรีจุติ ไกรฤกษ์ ที่ตอบคำถามค่ะ สิ่งหนึ่งในการทำงานที่ท่านจุติ ได้พูดว่ามีคณะทำงานขึ้นมา แน่นอนได้มีโอกาสเข้าไปร่วมให้ความคิดเห็นในฐานะ ผู้แทนราษฎรว่ามีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับประเด็นเรื่องการรับรองอัตลักษณ์ทางเพศ และการรับรองเพศ ในวันนั้นมีการประชุมและก็ได้พูดถึงประเด็นเจนเดอร์เอ็กซ์ (Gender X) ไม่ใช่เรื่องประเด็นบุคคลข้ามเพศนะคะ เป็นประเด็นเจนเดอร์เอ็กซ์ (Gender X) หรืออาเทอร์ (Others) หรือเพศที่เขาไม่ต้องการนิยามว่าตนเองเป็นชายเป็นหญิง ธัญไม่แน่ใจว่า คณะทำงานของท่านได้นำในสิ่งที่ธัญนำเสนอไปได้พูดคุยกับท่านหรือเปล่า หรือพูดคุย ขยายผลต่อในการศึกษาหรือพิจารณาหรือไม่ นี่เป็นอีกส่วนสำคัญค่ะท่านประธาน เพราะว่า ถ้าเราจะพูดถึงในประเด็นเจนเดอร์เอ็กซ์ (Gender X) หรือคนที่ไม่ได้นิยามตัวตนว่า เป็นเพศชายหรือเพศหญิงนั้น เรามองได้เลยค่ะ อเมริกาตอนเหนือเขามีกฎหมายนี้ อเมริกา ตอนใต้มีกฎหมายนี้แล้ว ทวีปออสเตรเลียมีกฎหมายนี้แล้ว และนิวซีแลนด์ก็ได้พูดถึง ประเด็นนี้แล้วอีกเช่นกัน อินเดียประเทศเพื่อนบ้านของเรามีเจนเดอร์เอ็กซ์ (Gender X) แล้ว แล้วก็ญี่ปุ่นในขณะนี้ที่เรามองว่าเขาอาจจะดูปิดกั้นในความหลากหลายทางเพศ เขากำลัง ผลักดันเรื่องเจนเดอร์เอ็กซ์ (Gender X) หรือยกตัวอย่างล่าสุดในเดือนไพรม์ มันท์ (Prime Month) ที่ผ่านมา เดือนแห่งการรณรงค์ความภาคภูมิใจของบุคคลผู้มี ความหลากหลายทางเพศปีที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ก็บอกว่ามีเจนเดอร์เอ็กซ์ (Gender X) ในเอกสารราชการเพื่อให้บุคคลที่มีอัตลักษณ์ทางเพศที่ต้องการนิยามตัวตนนั้น มีชอยซ์ (Choice) มีทางเลือกเพื่อให้เกิดความสบายใจและความเสมอภาคในการนิยามตัวตน ท่านรัฐมนตรีได้นำประเด็นดังกล่าวนอกเหนือจากประเด็นบุคคลข้ามเพศ ประเด็น เจนเดอร์เอ็กซ์ (Gender X) ประเด็นคนที่ไม่ต้องการนิยามว่าเป็นชายเป็นหญิงเข้าไปสู่ การพิจารณาและรวมอยู่ในร่างกฎหมายนี้หรือไม่ อย่างที่ท่านรัฐมนตรีได้พูดค่ะ กลุ่มบุคคลหลากหลายทางเพศในช่วง ๕ ปีหลัง มีความเห็น ที่หลากหลายมาก มีข้อเสนอต่าง ๆ ที่มากมาย แต่ในฐานะท่านเป็นรัฐมนตรีและต้องผลักดัน กฎหมายเราเข้าใจค่ะว่ามันมีข้อเสนอมากมายท่านได้รวบรวมข้อเสนอและได้ผล การวิเคราะห์อย่างไร และจะนำไปสู่เนื้อหาของการออกกฎหมายเจนเดอร์เอ็กซ์ (Gender X) อย่างไร และจะนำไปสู่ความเสมอภาคได้อย่างไร อันนี้คือคำถามที่ ๒ นะคะ รวบรวมข้อมูล ได้อย่างไร และเจนเดอร์เอ็กซ์ (Gender X) จะมีเนื้อหาอย่างไร และนำไปสู่ความเสมอภาค ทางเพศอย่างไร ก็ขอฝากท่านประธานถามคุณจุติค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีจุติครับ🔗
กระผม จุติ ไกรฤกษ์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ ขอกราบเรียนว่าเนื้อหาสาระที่ท่านประสงค์นั้นมีคณะทำงานที่ได้ รวบรวมไว้แล้ว แล้วก็ได้จ้างผู้เชี่ยวชาญที่ได้มาวิเคราะห์ศึกษากฎหมายต่างประเทศ ในขณะเดียวกันก็ได้เห็นปัญหาอุปสรรค ผมคิดว่าต้องพูดความจริงว่าปัญหาอุปสรรคหลัก ๆ สำคัญคือต้องถามว่ากลุ่มที่เกี่ยวข้องทั้ง ๒๘ กลุ่มนั้น มีความประสงค์และมีข้อตกลง ตกผลึก เป็นที่เรียบร้อยแล้วหรือยัง เพราะว่าวันนี้รัฐบาลพร้อมที่จะเป็นผู้ฟังและรวบรวมสิ่งที่ท่าน ปรารถนานั้นออกมาเป็นกฎหมายตามที่ท่านพึงประสงค์ สิ่งที่เราไม่อยากให้รีบเสนอเข้าสภา และยังมีความขัดแย้งในสังคม เราไม่พึงประสงค์เช่นนั้น เราพึงประสงค์ว่ากฎหมายออกมานี้ แล้วสร้างความเสมอภาค สร้างความสุขให้ทุกคนมีส่วนร่วมทั้งหมด ฉะนั้นผมยืนยัน อีกครั้งหนึ่งกับท่าน ส.ส. ธัญวัจน์ว่า ถ้าท่านจะกรุณาเป็นคนกลางขจัดความขัดแย้งที่ยังมีอยู่ แม้กระทั่งลำดับปัญหาความสำคัญ สาระสำคัญอะไรที่ควรเว้น ไม่ควรเว้น กระทรวง พร้อมรับมาและจะทำให้เสร็จภายใน ๓ เดือน นับจากวันที่ท่านสามารถตกผลึกและเซ็น เห็นชอบกันว่า ประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้เป็นประเด็นที่เราเห็นชอบเห็นพ้องต้องกันแล้ว สิ่งที่มันยากก็คือว่าเราพยายามว่าอันไหนที่ตกลงกันได้ไปก่อนไหมและอันไหนที่ยังไม่พร้อม ก็ไว้ทีหลัง ก็มีข้อประเด็นที่ว่ามันจะทำให้กฎหมายฉบับนี้ไม่สมบูรณ์ ฉะนั้นก็กราบเรียนท่านว่า สิ่งที่เราต้องการจะทำก็คือเป็นผู้ฟังที่ดีแล้วก็รวบรวมสิ่งที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ทั้ง ๒๘ กลุ่มนั้นมาอยู่ในกฎหมายฉบับเดียวกัน ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ ครับ ก็กราบเรียนว่า ยังพร้อมเปิดกว้างและพร้อมที่จะร่วมทำงานและยืนยันครับว่า ถ้าท่านพร้อม กระทรวง พม. ก็พร้อมครับ ขอบคุณพระคุณครับ🔗
เป็นการจบ กระทู้ถามทั่วไปทั้ง ๓ ฉบับแล้วนะครับ ขอย้อนกลับไปกระทู้ถามสดด้วยวาจา เพราะท่านรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายมาถึงแล้วครับ ของท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ กับของท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ขอเชิญท่านนายแพทย์สุรวิทย์ก่อนนะครับ ถามท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุข ท่านสาธิต ปิตุเตชะ มาตอบ เชิญครับ🔗
๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗
๑.๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา เรื่อง การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด (COVID) กลายพันธุ์ชนิดใหม่สายพันธุ์โอไมครอน (Omicron) (นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี โดยนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ตอบกระทู้ถาม🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผมขอถามกระทู้ด้วยวาจาหรือกระทู้ถามสด ถามนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับเรื่องที่กำลัง เป็นที่สนใจของสังคมไทยและสังคมโลกในปัจจุบัน เป็นที่ทราบกันดีว่าเชื้อโควิด (COVID) กลายพันธุ์ชนิดใหม่ที่องค์การอนามัยโลกประกาศให้เป็นสายพันธุ์ในระดับที่น่ากังวล แวเรียนต์ ออฟ คอนเซิร์น (Variants of Concern) เป็นสายพันธุ์กลายพันธุ์ใหม่ล่าสุดมีรหัส พันธุกรรม บี.๑.๑.๕๒๙ (B.1.1.529) หรือสายพันธุ์โอไมครอน (Omicron) ท่านประธาน ที่เคารพครับ เขาเรียกว่าถือว่าเป็นการถูกรายงานการพบเชื้อสายพันธุ์นี้ครั้งแรกในประเทศ แอฟริกาใต้ เมื่อ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมา ปัจจุบันพบว่ามีการติดเชื้อกระจายไปแล้วในมากกว่า ๒๐ ประเทศ ส่วนมากจะอยู่ในทวีป แอฟริกา และกระจายไปที่ประเทศในทวีปยุโรป ตอนนี้มาถึงทวีปเอเชียใกล้บ้านเรา อยู่หน้าประตูบ้านเราแล้วเช่นที่ฮ่องกงและสิงคโปร์ หลายประเทศทั่วโลกได้ปรับมาตรการ จำกัดนักท่องเที่ยวจากบางชาติ จากบางประเทศ บางประเทศมีมาตรการปิดประเทศ ไม่รับนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเลย เช่น ญี่ปุ่น และอิสราเอล ประเทศไทย เราเคยผิดพลาดบกพร่องด้านนโยบายการบริหารจัดการโรคโควิด (COVID) มาโดยตลอด ตั้งแต่ปล่อยให้มีการระบาดครั้งที่ ๑ ครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๓ เช่นปล่อยให้มีการจัดชกมวย ที่เวทีมวยลุมพินี ทำให้เชื้อโควิด (COVID) กระจายไปตามจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ การปล่อยให้มีแรงงานต่างชาติเข้ามาโดยผิดกฎหมายขาดการคัดกรองหรือการกักตัว จนทำให้โรคโควิด (COVID) ระบาดหนักที่จังหวัดสมุทรสาคร แม้แต่ผู้ว่าราชการจังหวัด สมุทรสาครก็ยังติดเชื้อโควิด (COVID) รุนแรง และการที่รัฐบาลปล่อยให้มีสถานบันเทิง ย่านทองหล่อเป็นที่แพร่เชื้อ จนมีรัฐมนตรีในรัฐบาลชุดนี้ติดเชื้อโควิด (COVID) การปล่อยให้ ต่างชาติ ปล่อยให้แรงงานต่างชาติหรือแรงงานไทยที่อยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยเฉพาะอย่างยิ่งแรงงานตามแคมป์ (Camp) คนงานตามโรงงานที่ติดเชื้อโควิด (COVID) แตกรังออกสู่ต่างจังหวัดกลายเป็นโรคโควิด (COVID) กระจายไประบาดทั่วประเทศ และทุกวันนี้ยังมีแรงงานต่างชาติหลบหนีเข้ามาในประเทศไทยจำนวนมากทุกวัน รัฐบาล ก็ยังไม่มีนโยบายแก้ไขเรื่องแรงงานต่างชาติหลบหนีเข้าเมืองอย่างเป็นรูปธรรม ท่านประธาน ที่เคารพ ระบบสาธารณสุขของไทยที่ดี ได้รับคำชมเชยจากนานาประเทศมาโดยตลอด เมื่อรัฐบาลชุดนี้บริหารโควิด (COVID) ผิดพลาดในช่วงที่ผ่านมาทำให้ระบบสาธารณสุข ของไทยไม่สามารถรองรับการระบาดของโรคโควิด (COVID) ในเมืองหลวงและปริมณฑล มีโรงพยาบาลของรัฐหลายแห่งได้เคยประกาศไม่รับผู้ป่วยใหม่ปล่อยให้คนไทยไม่น้อย ที่ป่วยโควิด (COVID) ไม่มีโอกาสได้รับการรักษา เพราะว่าเตียงคนไข้ในโรงพยาบาลเต็ม เตียงในโรงพยาบาลสนามก็เต็ม ต้องนอนตายจากโควิด (COVID) ที่บ้าน บางคนต้องหนี ไปตายข้างถนนอย่างน่าเวทนา ท่านประธานที่เคารพครับ รวมแล้วมีคนไทยป่วยติดเชื้อโควิด (COVID) ที่ผ่านมาถึง ๒,๑๐๐,๐๐๐ คน มีคนไทยตายจากโรคโควิด (COVID) ถึง ๒๑,๐๐๐ คน ซึ่งถ้ารัฐบาลจัดการโควิด (COVID) ที่ดี มีนโยบายที่ถูกต้องคนไทยจะป่วยจากโควิด (COVID) น้อยกว่านี้และจะไม่ตายมากอย่างนี้ ขณะนี้รัฐบาลกำลัง ลุกลี้ลุกลนเปิดประเทศ ให้นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยทั้งที่การเตรียมความพร้อมต่าง ๆ ยังไม่ดีพอ จึงน่าเป็นห่วงว่าเมื่อมีเชื้อโควิด (COVID) กลายพันธุ์โอไมครอน (Omicron) ซึ่งระบาดเร็วกว่าสายพันธุ์อื่น กำลังอยู่ในความวิตกกังวล จึงเกรงว่ารัฐบาลจะตัดสินใจ ให้นโยบายที่ผิดพลาดอีก ในการป้องกันและควบคุมโรคกลายพันธุ์โอไมครอน (Omicron) จนเกิดความเสียหายซ้ำเติมอีก จึงขอเรียนถามในข้อที่ ๑ ว่ารัฐบาลได้เตรียมมาตรการใดบ้าง เพื่อรับมือการระบาดของเชื้อไวรัสกลายพันธุ์โอไมครอน (Omicron) โดยจะไม่ทำให้ เศรษฐกิจของประเทศเสียหาย ประชาชนจะไม่เดือดร้อนแสนสาหัสอีก ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีสาธิตที่ได้รับมอบหมายมาตอบชี้แจงครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้มาตอบ กระทู้ถามสดเพื่อนสมาชิกท่านคุณหมอสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ที่ผมเคารพ ก่อนที่ผมจะตอบ คำถามเพื่อนสมาชิก ผมคิดว่าต้องทำความเข้าใจให้ชัด การเปิดประเทศไม่ใช่เป็นเรื่อง การลุกลี้ลุกลน เป็นเรื่องของการที่เราจะฟื้นเศรษฐกิจภายใต้สถานการณ์ที่เราสามารถ ที่จะคุมตัวเลขผู้ติดเชื้อได้จำนวนต่ำกว่า ๕,๐๐๐ บ้าง และยังอยู่ในเกณฑ์ที่เราประเมินแล้ว ศักยภาพของระบบของเรารับได้ พร้อมไปกับการฉีดวัคซีนที่ครอบคลุม อัตราเข็ม ๑ เข็ม ๒ รวมกันเฉลี่ยประมาณเกือบ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ นี่คือสิ่งที่รัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขได้ประเมินความคุ้มค่า ของการที่จะเริ่มเปิดประเทศ และแน่นอนที่สุดนะครับ แผนการรองรับของรัฐบาล และในทุกหน่วยงานที่เตรียมการไว้มีการซักซ้อมแผนกันอย่างชัดเจน และเรามีความเข้าใจได้ว่า ในระบบทั้งเทสต์ แอนด์ โก (Test & Go) หรือในระบบแซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) ในระบบ ควอรันทีน (Quarantine) ก็ดี เรามีการแยกแยะ การจัดการ การคัดกรองอย่างเป็นระบบ ภายใต้การมีเป้าหมายที่ชัดเจนเหมือนที่ท่านต้องการ นั่นคือการฟื้นเศรษฐกิจของประเทศไทย โดยจะต้องใช้ตัวเลขของการใช้เงินของนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ซึ่งเราก็ทำ ได้ประสบความสำเร็จ จนมีข่าวของการกลายพันธุ์ของโควิด (COVID) ที่เราเรียกว่า โอไมครอน (Omicron) โอมิครอน (Omicron) ที่ว่านี้ ซึ่งก่อนที่จะมีข่าวการกลายพันธุ์ของ โอไมครอน (Omicron) ก็ต้องยอมรับว่าสังคมส่วนใหญ่ได้ให้ความเห็นชอบ แล้วก็เดินตาม สิ่งที่รัฐบาลเปิดประเทศ และการคิดอย่างเป็นระบบของเรา เข้าใจว่าเราค่อย ๆ แยกระบบ ของทั้งเทสต์ แอนด์ โก (Test & Go) ทั้งแซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) และเราเข้าใจได้ว่า มันขึ้นอยู่กับประเทศต้นทางเช่นกัน ในสถานการณ์โลกว่าจะเป็นอย่างไร เราประเมินว่า การจัดการในทุกระบบของเรามีเจ้าหน้าที่เพียงพอหรือไม่ สถานประกอบการมีความพร้อม หรือไม่ ตอนเปิดแรก ๆ แน่นอนที่สุดครับยอมรับว่าอาจจะมีปัญหาในเชิงการปฏิบัติทางหน้างาน หรือระบบแอปพลิเคชัน (Application) ที่เราเรียกว่าไทยแลนด์พาส (Thailand Pass) อยู่บ้าง แต่ว่าเราค่อย ๆ แก้ไขไปครับ เราทำ เราเดินหน้า เราปรับปรุง แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือตรงกับ คำตอบที่ท่านต้องการ ก็คือว่าอยากให้เศรษฐกิจของประเทศเดินไปข้างหน้าและไม่ให้ สถานการณ์โควิด (COVID) ไม่ว่าจะสายพันธุ์ไหนกลับมาซ้ำรอยเหมือนเดิม คุณหมอสุรวิทย์ พูดถึงเรื่องสิ่งที่ผ่านมาในอดีต อันนั้นมันผ่านไปแล้วและเราก็ทำหน้าที่อย่างเต็มที่นะครับ กระทรวงสาธารณสุข บุคลากรทางการแพทย์ท่านทราบดี วันนั้นเรามีผู้ติดเชื้อถึงวันละ ๒๐,๐๐๐ คนทั่วประเทศ หนักที่สุดคือกรุงเทพฯ และปริมณฑล แต่เราก็ดูแลรักษา มีช่วงที่พีก (Peak) ที่สุดอาจจะมีคนเสียชีวิตที่บ้านบ้าง เราปรับมาใช้นวัตกรรม โฮมไอโซเลชัน (Home Isolation) ก็คือการรักษาตัวที่บ้าน เพราะเราทราบดีว่าผู้ป่วยโควิด (COVID) ร้อยละ ๘๐ ไม่มีอาการ ความจริงโฮมไอโซเลชัน (Home Isolation) เราคิดไว้ตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว เพราะว่าต่างประเทศก็มีการใช้กัน แต่ว่าโดยระบบของการจัดการในกรณีที่มีผู้ติดเชื้อไม่มากนัก เราใช้ระบบว่า ใครตรวจ ใครพบ คนนั้นต้องรักษา เรารวมโรงพยาบาลทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็น โรงพยาบาลเอกชน โรงพยาบาลในสังกัดรัฐ กทม. ทหาร ตำรวจ และยูฮอสเน็ต (UHosNet) รวมเตียง รวมศักยภาพ ในช่วงเวลาที่มีผู้ติดเชื้อไม่มากเราเอาคนที่ติดเชื้อเข้าไปในระบบ การรักษาจะได้เป็นการควบคุมได้ แต่ในขณะเดียวกันเมื่อมีการติดเชื้อสูงขึ้นเป็นหลักหมื่น แน่นอนที่สุดก็ต้องปรับสถานการณ์ สถานการณ์โควิด (COVID) เราปรับเป็นโฮมไอโซเลชัน (Home Isolation) เริ่มต้นก็ยากครับเพราะคนยังไม่เข้าใจ แต่เมื่อคนเข้าใจก็สามารถจัดการ คนที่ไม่มีอาการได้ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ อีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ว่าจะเป็นสีเหลือง แสด แดง เราผลิตโรงพยาบาลแรกรับ เรามีการเปิดโรงพยาบาลสีเหลืองโดยเฉพาะทั้งหมดเราสามารถ ทำได้สำเร็จ และเราก็มาถึงจุดตรงนี้ก่อนที่จะเปิดประเทศ กลับมาที่สายพันธุ์โอไมครอน (Omicron) ครับ ผมเรียนเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่า คุณหมอสุรวิทย์คงต้องทราบดีแล้วว่า โรคระบาดการกลายพันธุ์มันเป็นธรรมชาติครับ แต่ผมอาจจะย้ำตรงนี้อีกครั้งหนึ่งนะครับว่า การหยุดยั้งสายพันธุ์โอไมครอน (Omicron) ไม่ง่ายครับ เหมือนที่เราพยายามหยุดยั้งโควิด เบต้า (COVID Beta) จำได้หรือไม่ครับ ที่เข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ ในส่วนของ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือเราจะต้องควบคุมมันให้ได้ เราจะต้องสอบสวนโรค อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วเราก็ต้องติดตามเอาผู้สัมผัสเสี่ยงสูงหรือผู้ที่มีความเสี่ยงมากัก เพื่อให้ผู้ควบคุมโรคให้ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แน่นอนที่สุดครับ เราไม่ได้พูดไปแล้วหยุดเฉย ๆ สิ่งที่เราทำหลังจากที่เราทราบว่า มีโอไมครอน (Omicron) ท่านนายกรัฐมนตรีก็ประกาศชัดนะครับว่าสำหรับ ๘ ประเทศเสี่ยง ที่มีการแพร่ระบาดของโอไมครอน (Omicron) ที่มีจำนวนสูงอยู่ในทวีปแอฟริกา เราเริ่มที่จะ ปิดรับลงทะเบียนที่จะไม่ให้คนใน ๘ ประเทศนี้ รวมทั้งในขณะนี้อาจจะเป็น ๙ ประเทศ เข้ามาในประเทศไทย แต่ในคนที่ขณะก่อนหน้านี้ที่มีการลงทะเบียนไว้แล้ว เข้ามาจะต้องมี การกักตัว มีการตรวจ ๓ ครั้ง นี่คือการคัดกรอง เราจะไม่ตื่นตระหนกบนสถานการณ์ข้อมูล ที่ยังไม่ชัดเจนครับ อัตราการติดเชื้อเพียงแค่วันนี้ ๑,๐๐๐ ราย ถึงแม้ว่าในอนาคตจะมี มากขึ้นก็ตาม แต่มันยังไม่มากพอที่เราจะสรุปหรือฟันธงว่าจะปิดประเทศหรือไม่ ข้อมูล อาการของผู้ติดเชื้อโอไมครอน (Omicron) ๑,๐๐๐ คน ที่ส่วนใหญ่มีอาการคล้ายกับเดลต้า (Delta) แล้วในขณะเดียวกันอาจจะมีข้อมูลผู้ติดเชื้อใน ๙ ประเทศ ในแอฟริกาว่าอาจจะมี ผู้เสียชีวิตบ้างหรือไม่ อันนี้ยังไม่มีการยืนยัน แต่ว่ามันก็เป็นไปได้ เนื่องจากว่าคัฟเวอเรจ (Coverage) หรือการครอบคลุมการฉีดวัคซีนในแอฟริกานั้นยังมีค่าเฉลี่ยต่ำมากอยู่ที่ ประมาณไม่เกิน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ในบางพื้นที่แค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น และแน่นอนที่สุดครับ โควิด-๑๙ (COVID-19) กับคนสูงอายุ กับผู้ที่มีโรคประจำตัวมีโอกาสเสียชีวิตครับ อัลฟ่า (Alpha) ก็เสียชีวิต เดลต้า (Delta) ก็เสียชีวิต ถ้าประกอบกับผู้ติดเชื้อเป็นผู้ที่มี ความเสี่ยงสูง เพราะฉะนั้นบนพื้นฐานข้อมูลเท่านี้อย่าผลีผลามตัดสินใจ แต่แน่นอนที่สุด เราไม่ประมาท เราประมาทไม่ได้เลยครับ เพราะเราไม่สามารถที่จะปิดกั้นในทุกช่องทางของ โรคระบาดได้ โรคระบาดมาเพียงคนเดียวตามควบคุมโรคไม่ทันมันก็จะแพร่กระจาย แต่ขณะนี้โดยมาตรการที่เราได้ประกาศไปทั้ง ๒-๓ ส่วนนี้ จนถึงเรียนเพื่อเป็นข้อมูลว่าขณะนี้ ที่มีข้อมูลคนที่เดินทางมาจากประเทศเสี่ยง ๘-๙ ประเทศ ประมาณ ๗๐๐ กว่าคน เรียนว่าขณะนี้คนที่เข้ามาตามประเทศที่มีความเสี่ยงก็เป็นไปตามหลักเกณฑ์ทั้ง ๓ ช่องทาง ไม่ว่าจะเป็นเทส แอนด์ โก (Test&Go) หรือว่า ที แอนด์ จี (T&G) หรือว่าแซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) หรือว่าควอรันทีน (Quarantine) ในส่วนนี้ถ้าเขามีผลหรือมีการฉีดวัคซีน ไปตามหลักเกณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นฉีดวัคซีน ๒ เข็มแล้ว ตรวจอาร์ที-พีซีอาร์ (RT-PCR) จากประเทศต้นทางมาตรวจที่เราอีกครั้งหนึ่งแล้วลบ หรือควอรันทีน (Quarantine) เขาต้องกักตัว ๑๔ วัน หรือแซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) เขาก็ต้องกักตัว เพราะฉะนั้นทุกอย่าง ผ่านมาตรการและพูดง่าย ๆ ว่าเป็นลบทั้งหมด แต่แน่นอนที่สุดครับ โควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ผ่านมาไม่มีอะไร ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์สักอย่าง หมอสุรวิทย์ทราบดี จะปิดกั้นแค่ไหน สุดท้าย มันมีหลุดมาได้ เนื่องจากข้อมูลหรือว่าสถานการณ์มันอาจจะมีความคลาดเคลื่อนในหน้างานได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่มีข้อกังวลเราตามติด ตอนนี้ตัวเลขที่เราพบที่เดินทางมาจากประเทศเสี่ยง ก็มีประมาณ ๒๕๒ ราย แต่ตรวจสอบแล้วเกิดจากความซ้ำซ้อนของหน่วยงานราชการ ถูกคัด จนเหลือ ๑๒๒ ราย จำนวนนี้มีผู้ที่ออกนอกราชอาณาจักรไทยไปแล้วอีก ๔ ราย ๑๒๒ ราย ที่ว่านี้มาจาก ๘ ประเทศ เราคุมไว้สังเกตแล้ว ๑๑ ราย ๑๑ รายนี้อันนี้เป็นการมาตรวจซ้ำ เพื่อให้ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ตามกระบวนการแล้วเขามีการทำตามขั้นตอนที่เขามี ความปลอดภัยแล้ว เพราะฉะนั้นขณะนี้เราตรวจซ้ำพบว่าทั้ง ๑๑ ราย มีผลเป็นลบครับ แล้วอีก ๑๖ ราย ถ้าครบ ๑๔ วัน ตามหลักเกณฑ์ก็ถือว่าเขาเป็นไปตามเกณฑ์ที่เราควบคุม โรคของโควิด (COVID) ทุกสายพันธุ์ ยกเว้นถ้ามันจะมีข้อมูลว่าโอไมครอน (Omicron) มันจะต้องฟักตัวหรือมีการแพร่ระบาดได้เกิน ๑๔ วัน แล้วนี่เป็นอีกเรื่องหนึ่งของข้อมูล ที่เราจะได้รับมากขึ้นในสถานการณ์ที่มีผู้ติดเชื้อมากขึ้นในสถานการณ์ที่มีผู้ติดเชื้อมากขึ้น ในทั่วโลก ขณะนี้ถึงแม้จะมีผู้ติดเชื้อในต่างประเทศรวมกันแล้ว ๓๒ ประเทศ และใกล้ประเทศเราก็มีแล้วคือสิงคโปร์ จีน ฮ่องกง ญี่ปุ่น ผมได้สั่งอธิบดีกรมควบคุมโรค ซึ่งเดินทางไปต่างประเทศกับท่านรองนายกต้องรายงานผม ทุก ๒๔ ชั่วโมง ถึงความคืบหน้าในสถานการณ์ต่างประเทศ และทั้งในประเทศไทย ผมสั่งอธิบดีกรมวิทย์ ต้องตรวจหาผู้ที่ติดเชื้อที่เดินทางมาในทุกประเทศ และทุกประเภทนะครับ เมื่อวานตรวจไปได้ ๙๐ ราย ยังเป็นเดลต้า (Delta) ทั้งหมดครับ และวันนี้ก็คงจะได้รับ รายงานว่าที่เดินทางเข้ามานี่จะเป็นอย่างไร ฉะนั้นสรุปโดยมาตรการเรามีการป้องกันอย่าง เข้มงวดนะครับ และเราจะดำเนินการติดตามภายใต้ข้อมูลที่อาจจะยังไม่ครบถ้วน เมื่อมีข้อมูลครบถ้วน การตัดสินใจอันนี้ ผมเรียนว่ากระทรวงสาธารณสุขก็ต้องเสนอไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นการตัดสินใจครับ ที่จะมีผลกระทบอย่างรุนแรงในแง่ของ เศรษฐกิจ แต่ในขณะนี้เราเดินมา ผมคิดว่าทุกคนมีความพอใจแล้วครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญนายแพทย์สุรวิทย์ถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ขอประเด็นในคำถามข้อที่ ๒ ครับว่า จากการติดเชื้อโควิด (COVID) กลายพันธุ์ ที่มีลักษณะ พิเศษ ได้ตรวจพบแล้วคือมีตำแหน่งการกลายพันธุ์ของยีน (Gene) หรือในระดับโครโมโซม มากถึง ๕๐ ตำแหน่ง ถือว่ามากที่สุดเท่าที่เคยพบมา โดยมีหลักฐานว่าการพบลักษณะเช่นนี้ บ่งชี้ว่าอาจจะทำให้มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นที่จะทำให้เกิดการกลับมาติดเชื้อหรือระบาดของโรค โควิด (COVID) อย่างรุนแรงได้อีก ทั้งยังพบการกลายพันธุ์ส่วนที่เป็นตัวรับ หรือรีเซปเตอร์ บายดิ้ง โดเมน (Receptor-binding domain) ซึ่งในไวรัสใช้จับยึดกับเซลล์ (Cell) ของคนเรา ตรวจพบมากถึง ๑๐ ตำแหน่ง ซึ่งก็มากที่สุดเท่าที่เคยพบมาเหมือนกัน จะทำให้ เชื้อโควิด (COVID) กลายพันธุ์โอไมครอน (Omicron) หลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันของมนุษย์ได้มาก ยิ่งขึ้น แม้ว่าจะเป็นภูมิคุ้มกันจากวัคซีนโควิด หรือจากการที่เคยติดเชื้อมาก่อนแล้วก็ตาม จึงน่าเป็นห่วง อยากให้รัฐบาลวางแผนเกี่ยวกับวัคซีนโควิด (COVID) สายพันธุ์โอไมครอน (Omicron) เพราะเราทราบกันดีว่าที่ผ่านมารัฐบาลผิดพลาดในการจัดหาวัคซีนโควิด (COVID) ล่าช้าในช่วงแรก แทนที่คนไทยจะได้รับการฉีดวัคซีนตั้งแต่เดือนเมษายน พฤษภาคม ๒๕๖๔ แต่ตอนนั้นกลับยังไม่มีวัคซีน หรือมีก็ถูกเลื่อน มีเข้ามาเพียงเล็กน้อย และบทเรียนที่เจ็บปวดคือเราได้วัคซีนคุณภาพต่ำ แถมยังกันท่าไม่ให้เอกชนนำเข้าวัคซีนโควิด (COVID) ชนิดเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) ที่ประชาชนเรียกร้องต้องการจนถูกกระแสสังคม กดดันมาก รัฐบาลจึงมีวัคซีนโควิด (COVID) พื้นฐานเพิ่มขึ้นหลายตัว จนกล่าวได้ว่า เมื่อสถานการณ์โควิด (COVID) ในประเทศดีขึ้นแล้ว ประเทศไทยจึงได้วัคซีนมาฉีดให้คนไทย หรือเรียกว่า กว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้หมดแล้ว หลังจากถูกต่อว่ามาก ๆ คนไทยจึงมีโอกาส ได้เลือกฉีดวัคซีนตามความต้องการได้หลายชนิด และรัฐบาลโฆษณาว่าจะเตรียมวัคซีน สำหรับคนไทยในปีหน้าไว้อย่างพร้อม จึงขอเรียนถามว่ารัฐบาลได้วางแผน และเตรียมการ ด้านวัคซีนสำหรับโควิด (COVID) กลายพันธุ์โอไมครอน (Omicron) ไว้อย่างไรครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีสาธิตตอบครับ สรุปหน่อยนะครับ เวลาท่านเหลือแค่ ๔ นาที🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุขครับ ตอบคำถามเพื่อนสมาชิกที่เคารพว่า สำหรับคำถามที่ ๒ นี่นะครับ ก็คือ การเตรียมความพร้อมเรื่องวัคซีน ก็ต้องเรียนกับท่านอย่างตรงไปตรงมานะครับว่า การผลิต วัคซีนของบริษัทวัคซีนแต่ละยี่ห้อในต่างประเทศ ผมคิดว่าเขาคงกำลังติดตามศึกษา ซึ่งผม ไม่ทราบในความเคลื่อนไหว แต่เรามีการพูดคุยกันเสมอนะครับ ไม่ว่าจะเป็นวัคซีนของ แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) และของไฟเซอร์ (Pfizer) หรือซิโนแวค (Sinovac) หลาย ๆ ยี่ห้อในสถานการณ์ของการกลายพันธุ์ของโควิด (COVID) เชื้อโอไมครอน (Omicron) ผมมีข้อมูลซึ่งเป็นข่าวนะครับ ซึ่งอันนี้ผมเข้าใจว่าในเชิงพาณิชย์บริษัทวัคซีน ต้องมีการแข่งขันกัน เพื่อที่จะผลิตวัคซีนที่จะสามารถป้องกันเชื้อโอไมครอน (Omicron) ให้ได้ แต่อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เขาไปดำเนินการนะครับ อย่างเช่น การพัฒนาวัคซีนของบริษัทไฟเซอร์ (Pfizer) ระบุว่าวัคซีนตัวใหม่จะพร้อมในอีกร้อยวัน ซึ่งอันนี้ผมก็ไม่ได้เชื่อ แต่ว่าเขาประกาศ ว่าเขาติดตาม และเขาจะพยายามทำให้ได้ ไบโอเอ็นเทค (BioNTech) แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (Johnson & Johnson) อยู่ระหว่างทดสอบ ประสิทธิภาพของวัคซีนที่ใช้งานอยู่ต่อเชื้อกลายพันธุ์ตัวใหม่ตัวนี้ โดยคาดว่าจะใช้ราว ๆ ๒-๓ สัปดาห์จึงจะทราบผล ส่วนบริษัทโนวาแวกซ์ (Novavax) กำลังวิจัยและพัฒนาวัคซีน รุ่นใหม่ให้สามารถรับมือได้ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการทดลองนะครับ สัปดาห์หน้า จะสามารถเข้าสู่ขั้นตอนการผลิต ผมตอบท่านสั้น ๆ ว่า ผมคิดว่าในเชิงการพาณิชย์ของบริษัท ผลิตวัคซีนนี้ทุกคนต้องแข่งขันกันเพื่อที่จะผลิตวัคซีนที่สามารถโคฟเวอร์ (Cover) โอไมครอน (Omicron) ให้ได้นะครับ ในขณะเดียวกัน ผมเรียนกับท่านเป็นภาษาชาวบ้านว่ารัฐบาล แล้ว ก็กระทรวงสาธารณสุขพยายามรณรงค์ว่ามาตรการของกระทรวงสาธารณสุขนะครับ การ ดีเอ็มเอชทีทีเอ (DMHTTA) ซึ่งเป็นไม้ตาย ป้องกันโควิด-๑๙ (COVID-19) ได้ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ในทุกการกลายพันธุ์ นี่คือสิ่งที่เราต้องร่วมกันนะครับ เพราะว่าเราต้องเข้าใจว่าพี่น้อง ประชาชนมีความอึดอัดมานาน แล้วก็พอสถานการณ์ผ่อนคลายขึ้น การมีวินัยเรื่องของการ ป้องกันอาจจะลดน้อยลง เพราะฉะนั้นการรณรงค์เรื่องนี้จะป้องกันโควิด (COVID) ได้ ประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ และเมื่อถ้าบริษัทผลิตวัคซีนได้ผลิตวัคซีนมา เราก็จะมี การเจรจาที่จะซื้อมาเพื่อที่จะป้องกันโควิด (COVID) ในการกลายพันธุ์ของโอไมครอน (Omicron) หรือโอมิครอน (Omicron) แต่ก็ต้องเรียนนะครับว่าถ้าสมมติข้อมูลในอนาคตว่า ถ้าอาการของโอไมครอน (Omicron) มันไม่มีอาการรุนแรง และวัคซีนที่เราได้ฉีดให้กับพี่น้อง ประชาชน เหมือนที่อาจารย์ยงได้พูดถึงสูตรไขว้จะสามารถป้องกันได้หรือไม่ อย่างไร ถ้าเราค้นคว้าวิจัยไปกับสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดให้มีข้อมูลมากขึ้นนะครับ อันนี้ เป็นเรื่องที่เราต้องมีข้อมูลให้มากขึ้นนะครับ และจะสู้กับโควิด (COVID) ภายใต้ศักยภาพ และกำลังที่เรามีนะครับ แล้วก็ความสามารถที่จะจัดการวัคซีนนะครับ แต่ที่สำคัญที่สุดคือ เราจะต้องรณรงค์ให้กับพี่น้องประชาชนว่าต้องเข้าใจว่ามาตรการของกระทรวงสาธารณสุข หรือการเปิดประกอบกิจการต่าง ๆ ที่ต้องผ่านมาตรการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นไทยสต็อปโควิด (Thai stop COVID) ผู้ประกอบการสิ่งแวดล้อม ผู้ให้บริการ ผู้รับบริการก็ต้องมีการฉีดวัคซีน ต้องมีวินัยอย่างเคร่งครัด สิ่งเหล่านี้จะป้องกันได้อย่างน้อย ๘๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ อันนี้เป็นเรื่องที่เราต้องร่วมกันระหว่างท่านกับรัฐบาลที่ต้องทำให้ประเทศไทยนี้ เดินไปข้างหน้านะครับ ในการฟื้นเศรษฐกิจด้วยการเปิดประเทศให้ได้นะครับ แล้วก็ทำให้สู้ กับโควิด (COVID) สายพันธุ์ไหนก็ได้ที่จะเข้ามา ซึ่งเป็นเรื่องธรรมชาติจริง ๆ ครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
คุณหมอสุรวิทย์ มีอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ก็ฝากถึงรัฐบาลครับว่าวัคซีนโควิด (COVID) ที่เราจองไว้ว่าเพียงพอสำหรับปีต่อไป ขอให้มี การปรับเปลี่ยนวัคซีนรุ่นใหม่ที่ครอบคลุมไวรัสที่กลายพันธุ์ จะเป็นตัวอะไรก็ตามครับ ขอให้ครอบคลุมสายพันธุ์ใหม่ เพื่อไม่ให้เราต้องฉีดแล้วกันไม่ได้นะครับ ก็ถามเพียงว่ารัฐบาล มีมาตรการใดที่จะแนะนำประชาชนคนไทย เพื่อไม่ให้ติดเชื้อโควิด (COVID) กลายพันธุ์ ในรูปใดก็ตาม สายพันธุ์ใดก็ตามที่กลายพันธุ์ใหม่ จะแนะนำอย่างไรให้คนไทยปฏิบัติได้ ไม่สับสน ไม่กลับไปกลับมาเหมือนที่ผ่านมา เช่น นายกรัฐมนตรีพูดอย่าง รัฐมนตรี สาธารณสุขพูดอีกอย่าง รัฐมนตรีสาธารณสุขพูดอีกอย่าง รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาก็พูดอีกอย่าง อย่างนี้ประชาชนสับสนครับ ก็ขอถาม แล้วก็ขอฝากเพิ่มเติม ขอบคุณครับ🔗
รับไปนะครับ🔗
จบกระทู้ ของนายแพทย์สุรวิทย์นะครับ ต่อไป🔗
๑.๑.๒ กระทู้ถามสดด้วยวาจา เรื่อง การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด (COVID) กลายพันธุ์ชนิดใหม่สายพันธุ์โอไมครอน (Omicron) (นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี โดยนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ตอบกระทู้ถาม🔗
เชิญผู้ตั้ง กระทู้ท่านวิโรจน์ได้ถาม เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ คำถามที่ผมจะกรุณาถามทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการในวันนี้เป็นคำถาม ในอีกมิติหนึ่งที่ไม่ซ้ำกับทางท่านสุรวิทย์ ผมขออนุญาตเกริ่นสักครู่นะครับว่า หลังจากที่ องค์การอนามัยโลก หรือดับเบิลยูเอชโอ (WHO) ประกาศให้ไวรัสโควิด (COVID) สายพันธุ์ โอไมครอน (Omicron) เป็นสายพันธุ์ที่น่ากังวล หรือว่า แวเรียนต์ ออฟ คอนเซิร์น (Variant of concern) เมื่อวันที่ ๒๖ พฤศจิกายนที่ผ่านมา แม้ว่าประเทศในแถบทวีปแอฟริกา ที่มีการระบาดของเชื้อสายพันธุ์โอไมครอน (Omicron) จะไม่ได้อยู่ในกลุ่ม ๖๓ ประเทศ ที่เข้าประเทศโดยที่ไม่ต้องกักตัว แต่ต้องไม่ลืมครับว่าภูเก็ตนั้นเราเปิดรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก แล้วเราก็ยังมีความกังวลในกลุ่มผู้โดยสารทรานซิต (Transit) ทรานเฟอร์ (Transfer) ที่มีการต่อเครื่อง แล้วก็เปลี่ยนเครื่อง รวมทั้งกลุ่มผู้โดยสารที่อาจจะมีประวัติเดินทาง ไปยังประเทศที่มีการระบาดของเชื้อสายพันธุ์โอไมครอน (Omicron) ก่อนหน้าที่ จะเดินทางเข้าประเทศไทย แต่อย่างไรก็ตามครับ ผมต้องยอมรับและชื่นชมครับว่ารัฐบาล ตัดสินใจได้ค่อนข้างเร็วต่อกรณีนี้ เพราะได้ประกาศระงับการอนุญาตผู้โดยสารจาก ๘-๙ ประเทศในแถบแอฟริกาตามที่ท่านรัฐมนตรีช่วยได้นำเรียนไว้แล้ว ตั้งแต่วันที่ ๒๗ พฤศจิกายน สำหรับคนที่ได้รับอนุญาตให้เข้าประกาศก่อนนี้ก็มีมาตรการพอสมควร เช่น การกักตัว ๑๔ วัน และปัจจุบันก็มีการเร่งติดตามนักท่องเที่ยวจากแถบทวีปแอฟริกาเข้ามา ตรวจอาร์ที-พีซีอาร์ (RT-PCR) ซ้ำ แล้วที่สำคัญที่สุดก็คือแต่เดิมที่ ครม. มีมติให้ใช้เอทีเค (ATK) ตรวจแทนอาร์ที-พีซีอาร์ (RT-PCR) ก็กลับตัวเร็วครับ ก็มีมติให้ใช้อาร์ที-พีซีอาร์ (RT-PCR) เหมือนเดิมไปก่อน ซึ่งต้องยอมรับครับว่าในครั้งนี้การตัดสินใจต่อสถานการณ์ รัฐบาลทำได้รวดเร็ว แต่อย่างไรก็ตามครับเมื่อติดตามจากฐานข้อมูลโควิด (COVID) ของโลก ที่ชื่อว่า กีเสด (GISAID) จะพบครับว่าสายพันธุ์โอไมครอน (Omicron) ตอนนี้แพร่ระบาดไป ในหลายประเทศแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเบลเยียม ฮ่องกง เนเธอร์แลนด์ อังกฤษ ออสเตรเลีย ออสเตรีย เยอรมนี อิตาลี แคนาดา ญี่ปุ่น สวีเดน ล่าสุดก็พบแล้วที่แคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ประเทศทั้งหมดนี้ล้วนอยู่ในกลุ่ม ๖๓ ประเทศ ที่ได้รับการอนุญาตให้เข้า ประเทศไทยโดยไม่ต้องกักตัวทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม ผมยืนยันกับท่านรัฐมนตรีอย่างนี้ว่า ต่อให้สกัดกั้นอย่างไร การระบาดระลอกที่ ๕ ก็มีโอกาสเกิดขึ้นได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีการประเมินกันว่าการระบาดมีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคมที่จะถึงนี้ การสกัดกั้นการระบาดอาจจะช่วยประวิงเวลาในการระบาดระลอกใหม่ออกไปสักระยะ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการเตรียมการรับมือของรัฐบาล แต่ผมยืนยันครับว่ารัฐบาลจะเล่นเกม อุดแบบนี้อย่างเดียวไม่ได้ การระบาดระลอกถัด ๆ ไปที่จะเกิดขึ้นนั้นผมยืนยันครับเราไม่โทษกัน เพราะมันเป็นธรรมชาติของโรคระบาดที่ย่อมต้องเกิดขึ้นอยู่แล้ว ประเด็นสำคัญจึงไม่ใช่ การป้องกันหรือสกัด แต่เป็นการเตรียมความพร้อมในการรับมือเมื่อการระบาดระลอกใหม่ เกิดขึ้นและยาจะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญในการควบคุมการระบาดให้ยุติลงได้ในระยะเวลา อันสั้นและจำกัดการเสียชีวิตของประชาชนให้อยู่ในอัตราที่น้อยที่สุด แต่ท่านประธานครับ ผมตกใจครับ อยู่ดี ๆ ผมได้อ่านข่าวครับ ข่าวระบุว่าหากพบโอไมครอน (Omicron) ให้รายงานให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งไม่มีความรู้เป็นผู้ตัดสินใจ ท่านประธาน คน ๆ นี้เมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ท่านนายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ว่าอะไรครับ ผมย้อนอีกทีหนึ่ง ว่าจะให้ประชาชนตรวจด้วยเอทีเค (ATK) ถ้าพบว่าติดเชื้อให้ไปอยู่บ้าน ๗ วัน แล้วมาตรวจ เอทีเค (ATK) ซ้ำ ถ้าเจอ ๒ ครั้งให้ไปสวอป (Swop) หรือตรวจอาร์ที-พีซีอาร์ (RT-PCR) ถึงจะยอมให้เข้าสู่การรักษา แล้วท่านยังให้สัมภาษณ์อีกครับ บอกว่าถ้าตรวจครั้งเดียวแล้วป่วยเลยยอดมันก็จะมากันใหญ่ ท่านประธานครับ ซึ่งแนวคิดของนายกรัฐมนตรีขัดกับแนวเวชปฏิบัติของกรมการแพทย์ อย่างสิ้นเชิงเลย ผมยืนยันครับท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขต้องตัดสินใจเอง อย่าให้ พลเอก ประยุทธ์ ตัดสินใจ ครั้นว่าจะโยนไปให้ พลเอก ประวิตร ก็คงจะตัดสินใจว่า ไม่รู้ ๆ ท่าเดียว ครั้นจะโยนให้ท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุ คน ๆ นี้ก็พร้อมจะยกเว้น ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่แล้ว ดังนั้นกระทรวงสาธารณสุขต้องตัดสินใจเอง คำถามที่ ๑ ผมถาม อย่างนี้ว่า รัฐบาลได้เตรียมจัดซื้อยาต่าง ๆ ที่จำเป็นเอาไว้แล้วหรือยัง ปัจจุบันมีตัวยาใหม่ ๆ ที่มีประสิทธิภาพสูงออกมาอยู่เป็นระยะ ๆ ไม่ว่าจะเป็นยาต้านไวรัสโมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) แพ็กซ์โลวิด (Paxlovid) ของไฟเซอร์ (Pfizer) ซึ่งคราวนี้รัฐบาลต้องไม่พลาด แทงม้าตัวเดียวไปที่ฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) เหมือนกับวัคซีนอีก นอกจากนี้ยังมียาที่ จำเป็นต่อการรักษาภาวะปอดอักเสบ ในกลุ่มผู้ป่วยอาการปานกลางหรือหนัก หรือสีเหลือง หรือสีแดง เช่น โทซิลิซูแมบ (Tocilizumab) ยาบาริซิตินิบ (Baricitinib) โทฟาซิตินิบ (Tofacitinib) และซาริลูแมบ (Sarilumab) ยาเหล่านี้ราคาแพงเป็นหลักหมื่น แต่ยืนยันว่า ถูกกว่าค่าใช้จ่ายในการเข้าไอซียู (ICU) แน่ ๆ และยังมียาที่จำเป็นในการใช้งานวิสัญญีอีก เช่น เฟนทานิล (Fentanyl) มิดาโซแลม (Midazolam) โปรโพฟอล (Propofol) เป็นต้น และชีวิตของประชาชนไม่มีคำว่า แพง ครับท่านประธาน เข้าใจว่ารัฐบาลได้ซื้อโมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) ไว้แล้ว ๕๐,๐๐๐ คอร์ส และมีแผนที่จะซื้อยาแพ็กซ์โลวิด (Paxlovid) อีก ๕๐,๐๐๐ คอร์ส แต่การสั่งซื้อถ้าไม่มีการขึ้นทะเบียนยาเหล่านี้ในบัญชียาหลักแห่งชาติ ไม่มีการกำหนดวิธีการเบิกจ่ายอย่างชัดเจนเอาไว้ในแนวเวชปฏิบัติของกรมการแพทย์ แพทย์ก็จะไม่สามารถจ่ายยาตามการวินิจฉัยได้ ประชาชนก็จะไม่สามารถเข้าถึงยาได้อย่าง เสมอภาคกัน ปัญหานี้เคยเกิดขึ้นโมโนโคลนอลแอนตีบอดี (Monoclonal Antibody) ที่ได้รับบริจาคจากประเทศเยอรมันนี้มาแล้ว ๑,๐๐๐-๒,๐๐๐ ชุด พอไม่มีแนวเวชปฏิบัติ ประชาชนทั่วไปก็ไม่สามารถเข้าถึงได้ อีกหลายระบบครับ คอลเซ็นเตอร์ (Call Center) ๑๖๖๘ ๑๖๖๙ ๑๓๓๐ ท่านได้ปรับปรุงระบบหรือยัง การส่งต่อผู้ป่วย การหาเตียง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงพยาบาลที่ต่างสังกัดกัน ที่มีอุปสรรคในการส่งต่อผู้ป่วยได้มีข้อตกลง อย่างเป็นระบบแล้วหรือยัง ระบบเอชไอ (HI) หรือการกักตัวรักษาตัวเองที่บ้าน ที่เป็นภาระ ของแพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว ที่ผู้ป่วยต้องรอการลงทะเบียน ๒-๓ วันได้รับการปรับปรุง ให้รวดเร็วเทียบเท่ากับระบบโอพีดี (OPD) หรือระบบผู้ป่วยนอกแล้วหรือยัง โรงพยาบาลสนาม ศูนย์ซีไอ (CI) ศูนย์รักษาผู้ป่วยประจำชุมชน หรือที่เรียกว่า ซีไอ (CI) ที่ยุบไปแล้ว หากมีความจำเป็นที่ต้องจัดตั้งขึ้นมาใหม่ มีความพร้อมแค่ไหน ต้องใช้เวลานานแค่ไหน ที่จะรีสตาร์ท (Restart) หรือจัดตั้งใหม่ขึ้นมาได้ เตียง อุปกรณ์ทางการแพทย์ที่จำเป็น ในโรงพยาบาล ออกซิเจน ไฮ โฟลว์ (Oxygen High Flow) เครื่องฮีโมเปอร์ฟิวชัน (Hemoperfusion) ได้จัดซื้อและแจกจ่ายไปให้โรงพยาบาลต่าง ๆ เรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ อย่าลืมนะครับว่าหากรัฐบาลไม่มีความพร้อม ผู้ที่เสียชีวิตไม่ใช่แค่ผู้ที่ติดเชื้อโควิด (COVID) แต่เป็นผู้ป่วยด้วยโรคอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคมะเร็ง โรคไต โรคหลอดเลือดสมอง โรคหลอดเลือดหัวใจที่ไม่ได้รับโอกาสในการรักษาอย่างทันท่วงทีก็จะเสียชีวิตไปด้วย อยากให้ ทางท่านรัฐมนตรีชี้แจงความพร้อมในเรื่องดังกล่าวนี้ว่ารัฐบาลพร้อมที่จะเตรียมการระบบ สาธารณสุขในการดูแลรักษาผู้ป่วย หากเกิดการระบาดเกิดขึ้นซึ่งเกิดขึ้นได้อยู่แล้วอย่างไร ท่านประธานครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีสาธิต ได้ตอบชี้แจงครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุข ต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิก ท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ท่านเป็นผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ แล้วก็ได้เข้าใจระบบที่กระทรวงสาธารณสุขได้ดำเนินการแก้ไขมาในช่วงเวลา ที่ผ่านมา ท่านถามถึงความพร้อม ๒ เรื่อง เรื่องแผนระบบการรักษาการส่งต่อในทุกเครือข่าย ผมย้ำว่าในขณะนี้ทั้งโรงพยาบาลสนาม ทั้งซีไอ (CI) ที่เราเปิดดำเนินการในช่วงที่มีผู้ติดเชื้อ จำนวนมาก เรามียุทธศาสตร์ในการถอยแบบสแตนด์บาย (Standby) เราพร้อมที่จะรองรับ ผู้ติดเชื้อถ้ากลับมาอีกรอบหนึ่ง ซึ่งเราเชิญนักคณิตศาสตร์มาประเมินจากอัตราการฉีดวัคซีนตามคัฟเวอเรจ (Coverage) ขนาดนี้ ถ้ากลับมาระบาดใหม่ในเชื้อเดลต้า (Delta) จะมีอัตราติดเชื้อสูงสุดวันละเท่าไร เราคำนวณฉากทัศน์ และเราเตรียมความพร้อม ผมประชุมทุกวันศุกร์ ถ้าท่านวิโรจน์อยากไป ร่วมก็ยินดี เพราะว่าเราเปิดออนไลน์ (Online) ที่เราจะเตรียมการเรื่องเหล่านี้ทั้งหมด เรามียุทธศาสตร์เราปรับนิดหน่อยนะครับในช่วงที่สถานการณ์ที่มีผู้ติดเชื้อจำนวนมากในการ ที่จะรวมศักยภาพ เตียง คน ของ แต่โชคดีครับในช่วงสถานการณ์ที่เกิดในระลอกที่ ๔ ระลอกที่ ๕ ระลอกที่ ๔ นี่มันมีบางพื้นที่ เช่น เราเจอที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราเจอ ที่นครศรีธรรมราช แล้วเราเจอที่เชียงใหม่ที่มีอัตราผู้ติดเชื้อสูง เมื่อมีอัตราผู้ติดเชื้อสูงก็มีคน ที่มีอาการหนัก ศักยภาพของเตียงในแต่ละพื้นที่มีความแตกต่างกัน ปัญหามีความแตกต่าง กันคณะกรรมการชุดนี้ก็ได้ขับเคลื่อนโดยการส่งแพทย์พยาบาล มีทั้งพยาบาลในยูฮอสเน็ต (UHosNet) ของโรงเรียนแพทย์หรือของกรมการแพทย์เอง ได้ไปช่วยเหลือในแต่ละพื้นที่ เราจึงมีประสบการณ์ว่า การถอย ถอยแบบไม่เตรียมเลยก็จะเป็นปัญหานะครับ แต่ถ้าเรา ถอยแบบสแตนด์บาย (Standby) และพร้อมที่จะกลับไปจัดการตามตัวเลขและตามศักยภาพ ผู้ติดเชื้อที่จะเกิดขึ้น อันนี้เราได้มีการเตรียมความพร้อมอย่างพูดง่าย ๆ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ🔗
สำหรับเรื่องยา ท่านทราบดีโมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) เราสั่งซื้อแล้ว แพ็กซ์โลวิด (Paxlovid) ซึ่งเป็นของไฟเซอร์ (Pfizer) ซึ่งถ้าเทียบประสิทธิภาพแล้วอาจจะมี ประสิทธิภาพดีกว่า เมื่อวันอังคารที่ผ่านมาทางสมาคมผู้ประกอบการทางสหรัฐอเมริกา ซึ่งรวมทั้งไฟเซอร์ (Pfizer) รวมทั้งผู้ผลิตยาได้มาพบท่านนายกรัฐมนตรี เรามีการพูดคุยกันว่า การขึ้นทะเบียนรับรองในยาของบริษัทไฟเซอร์ (Pfizer) นั้นกำลังรอการรับรองจาก เอฟดีเอ (FDA) สหรัฐอเมริกา แล้วเราก็ขึ้นทะเบียนอยู่ที่ อย. ผมในฐานะที่กำกับดูแล อย. ด้วย ผมก็สั่งการไปว่า ถ้าเขามีข้อมูลจากประเทศสหรัฐอเมริกาที่มากพอและส่งข้อมูล ฉบับเดียวกันกับที่ส่งให้สหรัฐอเมริกาแล้วก็มาทำใน อย. ก็ต้องเร่งรีบที่จะอนุมัติเพื่อที่จะ มีการขอมติ ครม. ในการสั่งซื้อ เพราะฉะนั้นแผนในเรื่องของการเตรียมการเรื่องยาเรามี ความพร้อม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ท่านนายกรัฐมนตรีเตรียมเงิน ไม่ว่าจะเป็นเงินกู้ หรืองบกลางถ้ามีความพร้อมเมื่อไรก็จะจัดซื้อลงนามในสัญญา แต่อาจจะมีปัญหาในแง่ของ เวลาเราสั่งซื้อยาหรือเราสั่งซื้อวัคซีน มันมีช่วงเวลานิดเดียวถ้าสมมุติ อย. รับรองแล้ว เขาจำเป็นที่จะต้องให้สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นผู้ตรวจสัญญา อาจจะเดินทางไปกลับ แต่ผมว่าในช่วงเวลาที่เราต้องการความรวดเร็วสำนักงานอัยการสูงสุดก็จะพร้อมทำงานกับ เราแบบ ๒๔ ชั่วโมง เพื่อให้การตัดสินใจและการสั่งซื้อการเตรียมความพร้อมเรารองรับ สถานการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้นได้ ผมย้ำว่าเรามีความพร้อมทั้ง ๒ ด้านที่ท่านเรียนมา ย้ำอีกครั้งหนึ่งว่าสิ่งที่ท่านกังวลก็คือประเทศที่ไม่ใช่ ๓๒ ประเทศที่พบ หรือประเทศที่ไม่ใช่ ๘-๙ ประเทศในแอฟริกาเรากังวลเช่นกันครับ และเรากังวลว่ามีการพบผู้ติดเชื้อโอไมครอน (Omicron) ในประเทศเนเธอร์แลนด์ถ้าผมจำไม่ผิด ที่ไประบาดกับคนในประเทศนั้น พูดง่าย ๆ ก่อนที่จะตรวจเจอนะครับ เพราะฉะนั้นสิ่งนี้ถ้ามันเกิดขึ้นแล้วมาพร้อมกับข้อมูล การระบาดของโอไมครอน (Omicron) ที่ระบาด มีอาการรุนแรงนำไปสู่การเสียชีวิต อันนี้จะเป็นเรื่องใหญ่มากนะครับ เพราะฉะนั้นมาตรการที่เราจะปฏิบัติต่อประเทศ ที่มีความเสี่ยง ซึ่งขณะนี้เรากำลังติดตามข้อมูลอยู่นะครับ ดับเบิลยูเอชโอ (WHO) ให้คำแนะนำเราว่า ให้ติดตามสถานการณ์ แล้วก็มีการกักตัวในจำนวน ๑๔ วันเท่าเดิม ถ้าเป็นประเทศที่เสี่ยง เพราะฉะนั้นในประเทศที่มีความเสี่ยงหลังจากนี้จะต้องมอนิเตอร์ (Monitor) อย่างชัดเจนว่ามันมีความเสี่ยงอย่างไร จะปรับมาตรการอย่างไร แต่ขณะนี้เราให้ คงไว้สำหรับประเทศที่มีความเสี่ยงสูงก็คือปิดไปแล้วนะครับ งดลงทะเบียน วันที่ ๖ วันสุดท้าย ๖ ธันวาคม ส่วนคนที่ลงทะเบียนมาแล้วก็เป็นไปตามนั้น ส่วนหลักเกณฑ์กติกา ทางกระทรวงสาธารณสุข โดยคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อแห่งชาติ ได้ทำหนังสือไปถึง จังหวัดทุกจังหวัด อะเลิร์ต (Alert) ให้มีการเตรียมความพร้อม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ในการที่จะ สอบสวนโรค ควบคุมโรคให้เข้มข้น และศูนย์วิทยาศาสตร์ของกรมวิทย์ทั่วประเทศได้ มีการตรวจสอบผู้ติดเชื้อทุกกรณีในประเทศ แล้วรายงานมายังกระทรวงสาธารณสุข เพื่อตรวจสอบว่า มันมีมันพบในประเทศไทยหรือยัง ก็ทำ ๒ ส่วนนะครับป้องกันให้ดีที่สุด ในส่วนของช่องทางธรรมชาติ ซึ่งอันนี้เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุด ท่านนายกฯ ก็ได้สั่งการไปยัง ฝ่ายความมั่นคงแล้วนะครับว่า ถ้ามีผู้ที่หลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย โดยพบว่าเจ้าหน้าที่ ปล่อยปละละเลยจะดำเนินการเด็ดขาดสำหรับผู้ที่ละเว้นไม่ปฏิบัติหน้าที่ ผมก็ย้ำไปเสมอ นะครับว่า ทำไมเวลาจับแรงงานต่างด้าวที่เข้าประเทศได้ ทำไมจับได้แต่คนหนีเข้าประเทศ ทำไมจับคนนำพาไม่ได้ ทำไมจับผู้ให้ที่พักพิงไม่ได้ ซึ่งท่านนายกฯ ท่านก็สั่งทันทีในการ ประชุม ครม. ว่าจะต้องจัดการให้เด็ดขาด ส่วนเรื่องของช่องทางอื่น ๆ เช่น ทางน้ำ อันนี้ ฝ่ายความมั่นคงก็รับไปเพื่อจะจัดการ และเรากังวลอย่างมากอยู่แล้วว่าในช่องทาง ๒ ช่องทางนี้จะมีความละเอียดอ่อนในการที่จะหลุดเข้ามาของผู้ที่ติดเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ โอไมครอน (Omicron) มากกว่าในช่องทางอากาศ ในช่องทางอากาศเรายังสามารถที่จะ ติดตามตรวจสอบได้ ก็ขอเรียนเบื้องต้นว่า เราเตรียมความพร้อมตามที่ท่านเป็นห่วง ทุกประการครับ🔗
เชิญท่านวิโรจน์คำถามที่ ๒ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต่อด้วยคำถามที่ ๒ เลยนะครับ ถ้าได้ตามข่าวครับท่านประธาน คณะกรรมการร่วม ด้านวัคซีนและภูมิคุ้มกันที่ประเทศอังกฤษ หรือที่มีตัวย่อว่า เจซีบีไอ (JCBI) ปัจจุบันนี้ได้ปรับ ระยะเวลาของการฉีดวัคซีนเข็ม ๓ หรือว่าเข็มเสริมภูมิ หรือว่าบูสเตอร์โดส (Booster dose) จาก ๖ เดือน เป็น ๓ เดือนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพราะว่าเขามีงานวิจัยพบว่าผู้ที่ฉีด แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ๒ เข็ม จะมีระดับภูมิคุ้มกันที่ลดลงเมื่อระยะเวลาผ่านไป ประมาณ ๑๐-๑๔ สัปดาห์ สำหรับประเทศไทยการฉีดวัคซีนไปภาพรวมตามที่ท่านรัฐมนตรี ช่วยได้นำเรียนนะครับ ก็ถือว่าทำได้ดีขึ้น เข็มแรกอยู่ที่ ๗๒ เปอร์เซ็นต์ เข็มที่ ๒ อยู่ที่ ๖๒ เปอร์เซ็นต์ แต่หากพิจารณาคนที่ฉีดวัคซีนเชื้อตาย ๒ เข็มที่มีอยู่ทั้งสิ้น รวมซิโนแวค (Sinovac) และซิโนฟาร์ม (Sinopharm) จะมีอยู่ทั้งสิ้น ๑๐ ล้านคน แต่ปัจจุบันฉีดเข็ม ๓ ไปเพียง ๓.๕ หรือ ๔ ล้านคนเท่านั้น คนที่ฉีดแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ๒ เข็ม มีอยู่ทั้งสิ้นประมาณเกือบ ๑๓ ล้านคน สูตรไขว้เยอะที่สุด ๑๓.๙ ล้านคน รัฐบาลมีแผนการฉีดวัคซีนเข็ม ๓ ไปแล้ว คือเข้าใจว่าจะกำหนดระยะเวลา ในการฉีดเข็ม ๓ ที่ ๖ เดือน แต่ผมต้องตั้งข้อสังเกตว่าจะมีการปรับลดระยะเวลาจาก ๖ เดือน เป็น ๓ เดือนแบบที่อังกฤษทำหรือไม่ และที่สำคัญที่สุดคือได้วางระบบ ในการลงทะเบียนหรือนัดคิวในการฉีดเข็ม ๓ เอาไว้แล้วหรือยัง จะใช้แอป (App) หมอพร้อม ในการนัดหมายได้หรือไม่ คนหลายสิบล้านคนถ้าให้วอล์กอิน (Walk in) มาฉีดเข็ม ๓ ผมว่าโกลาหลแน่ ๆ และที่สำคัญที่สุดครับ เป็นคนที่จำนวนไม่มาก แต่รัฐเหลียวแลคนกลุ่มนี้ มาโดยตลอดก็คือ คนที่ป่วยด้วยโรคมะเร็ง โรคตับ โรคไต และผู้ที่เปลี่ยนถ่ายอวัยวะ และต้องทานยากดภูมิ ซึ่งภูมิคุ้มกันขึ้นได้ไม่สูงนัก อาจจะต้องมีการฉีดถึง ๔ เข็ม ซึ่งผมนำเรียนไปแล้วว่าคนกลุ่มนี้ไม่ค่อยได้รับการเหลียวแลจากรัฐบาลเลย ผมจึงต้องตั้ง คำถามครับว่ารัฐบาลมีแผนหรือมีการปรับแผนในการฉีดวัคซีนเข็ม ๓ หรือวัคซีนเสริมภูมิ หรือบูสเตอร์โดส (Booster dose) ให้กับประชาชนอย่างไร หรือจะคงแผนเดิมคือรอ ๖ เดือน และที่สำคัญที่สุดคือตกลงแล้วระบบคิวจะเป็นอย่างไร หรือจะเป็นแบบเดิมคือ วัคซีนน้อย แต่ร้อยแอป (App) และที่สำคัญที่สุดผู้ป่วยมะเร็ง ตับ ไต ผู้ที่ทานยากดภูมิ ปลูกถ่ายอวัยวะ ที่อาจจะต้องฉีดวัคซีนเข็ม ๓ และเข็ม ๔ รัฐบาลได้คิดถึงเขาเหล่านี้เอาไว้หรือไม่ อย่างไรครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ตอบเพื่อนสมาชิก ท่านวิโรจน์นะครับว่าเราคิดถึงเรื่องนี้ตลอดเวลา ถ้าผมจำตัวเลขไม่ผิด แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) เข็ม ๓ เราฉีดไปกว่า ๓ ล้านคนแล้ว สูตรไขว้ที่เราฉีดไป แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ไฟเซอร์ (Pfizer) เราก็ฉีดไปได้จำนวนหนึ่ง เพราะฉะนั้น ในเรื่องของการให้ความสำคัญของการฉีดวัคซีนเข็ม ๓ นี้ท่านพูดถึงงานวิจัยลด ๖ เดือน มาเป็น ๓ เดือน ขณะนี้เราใช้ ๖ เดือนอยู่ เพราะเรามีการตรวจภูมิสำหรับคนที่ฉีด แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ๒ เข็มว่าภูมิจะยังคงอยู่กับในร่างกาย ๖ เดือน แน่นอน ที่สุดครับ แต่ละประเทศมีความคิดที่ต่างกัน ซึ่งกระทรวงเราก็ใช้คณะกรรมการ วิชาการตัดสินใจในเรื่องเหล่านี้ว่า การจัดสรรวัคซีนในแต่ละส่วนไม่ว่าจะเป็นสูตรไขว้ก็ดี นอกจากเรารับข้อมูลจากต่างประเทศแล้ว คณะกรรมการวิชาการในประเทศเราก็ต้อง มาร่วมกันเอาข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่ในโลกนี้มาพิจารณาและตัดสินใจ ประกอบกันกับ การจัดซื้อวัคซีนที่เรามีอยู่ ซึ่งขณะนี้วัคซีนหลักที่เรามีอยู่ก็คือเรามีไฟเซอร์ (Pfizer) อยู่ ๓๐ ล้าน แล้วก็ทยอยส่ง โดยที่ไม่มีปัญหาอะไร เรามีแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) สำหรับปีนี้แล้วก็ในปีหน้านะครับ เรามีโมเดอร์นา (Moderna) ที่รับบริจาค เพราะฉะนั้นการจัดการการฉีดวัคซีนเรามั่นใจว่า เราดำเนินการมาตามความถูกต้องของข้อมูลที่คณะกรรมการวิชาการได้ตัดสินใจ การลดระยะเวลาจากเข็ม ๓ ที่ท่านเป็นห่วง ส่วนตัวผม ผมคิดว่าอันนั้นเป็นการจัดการ ในสถานการณ์ที่เขาพบ คืออังกฤษมันต่างกันนะครับ อังกฤษสถานการณ์คือว่า เขาฉีดวัคซีน ไปได้มากนะครับ และเขาก็ผ่อนคลายโดยการที่ไม่ใส่หน้ากาก คุณวิโรจน์เชียร์ทีมฟุตบอล อะไรไม่ทราบ แต่ผมเชียร์อาร์เซนอล ผมดูฟุตบอลผมอิจฉาคนอังกฤษ คุณวิโรจน์จะเห็น ได้ชัดว่าอังกฤษก่อนหน้านี้เดือนหนึ่งไม่ใส่หน้ากากเลย มันก็เลยเกิดปัญหาว่าคนในประเทศ อังกฤษมีอัตราการติดเชื้อสูงขึ้นนะครับ เขาก็ไปค้นหาปรากฏว่าปัจจัยหนึ่งก็คือว่า เขาฉีด ๒ เข็ม แต่ว่าเขายังไม่ได้ฉีดเข็ม ๓ พอผ่อนคลายตัวเลขผู้ติดเชื้อมันเลยมากขึ้น เพราะฉะนั้นการตัดสินใจในการแก้ไขปัญหาของการแพร่ระบาดในแต่ละประเทศ มีความแตกต่างกัน รวมทั้งปัจจัยวัคซีนที่เขามีด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมคิดว่า ส่วนตัวผม ผมเห็นว่าถ้าสมมุติสถานการณ์โอไมครอน (Omicron) มันมีการแพร่ระบาด เข้ามาและมีสถานการณ์รุนแรงและอาจจะมีศักยภาพในการแพร่ระบาดรวดเร็ว เข็ม ๓ ที่ต้องลดจาก ๖ เดือนให้เร็วขึ้น ก็มีความจำเป็นนะครับ แต่แน่นอนที่สุดสิ่งที่เราต้องทำ ร่วมกันในขณะนี้คือ เข็ม ๑ ที่ว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์มันมีแก็ป (Gap) อยู่นะครับ เข็ม ๒ ก็ยังมีแก็ป (Gap) อัตราการฉีดหรืออัตราการติดเชื้อในประเทศอื่นที่เป็นปัญหาทั้งอังกฤษ ทั้งอเมริกาก็คือว่ามันไปติดในกลุ่มที่ไม่ฉีดวัคซีน ซึ่งมันมีแอนตีแบ็ก (Anti-back) เราทราบดี นะครับ ส่วนตัวผมเห็นว่าภูมิคุ้มกันหมู่มันอาจจะใช้ไม่ได้แล้ว มันจะต้องฉีดวัคซีนเข็ม ๑ เข็ม ๒ ให้มากที่สุด ๙๐ เปอร์เซ็นต์หรืออะไรก็ตามนะครับ เพื่อให้ป้องกันการเจ็บหนัก หรือตายให้ได้ เพราะฉะนั้นเราต้องรณรงค์ช่วยกันนะครับ ขณะนี้เราพยายามที่จะให้คนที่ ไม่อยากฉีดหรือคนที่มีความกังวลกับการฉีดวัคซีนว่าจะเป็นอันตรายเข้ามาฉีดให้มากที่สุด ถ้าเขาได้ฉีดวัคซีน ๒ เข็ม ครอบคลุม ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ผมว่าช่วยได้อย่างมากนะครับ และเราก็จะมาพิจารณาต่อไปว่า เข็ม ๓ ที่เราจะลดระยะเวลาหรือไม่ อย่างไร รวมทั้งวัคซีน เข็มไขว้ที่เราฉีดไปแล้วก็อาจจะลดเวลาลงมาด้วยถ้าหากสถานการณ์มันรุนแรงนะครับ ทั้งหมดนี้ คณะกรรมการวิชาการและคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อแห่งชาติมอนิเตอร์ (Monitor) ตลอดเวลาเพื่อจะจัดการสถานการณ์ ซึ่งอาจจะเหมือนกันหรือต่างกัน แล้วแต่ประเทศที่จะตัดสินใจนะครับ ก็ขอเรียนเพื่อความสบายใจแล้วก็ขอแสดงความชื่นชม ท่านวิโรจน์ที่ได้ติดตามและมีข้อมูลที่ตรงกัน ทั้งในเรื่องของการกลายพันธุ์ของโอไมครอน (Omicron) ที่มันมีความละเอียดอ่อนในการที่จะ ดับเบิลยูเอชโอ (WHO) ให้ความกังวลว่า มันอาจจะหลบภูมิได้ง่ายกว่าสายพันธุ์อื่นนะครับ🔗
ย้อนไปเมื่อสักครู่นิดเดียวว่า มาตรการในการจ่ายยาที่ผมได้รับทราบมาตลอด ของกรมการแพทย์ มาตรการอันนี้เรามีไกด์ไลน์ (Guideline) ของกรมการแพทย์ ซึ่งจะประกาศให้ทุกโรงพยาบาลได้ใช้นะครับ การจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) หรือการจ่ายยาอะไรก็ตามเกณฑ์มีแต่ท้ายที่สุดแล้วอยู่ที่การตัดสินใจของคุณหมอครับ อันนี้เป็นเรื่องสำคัญที่สุดเราต้องให้เกียรติ เพราะว่าดุลยพินิจในการจ่ายตรงนั้น เช่นตอนฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) เราบอกว่า ถ้าเริ่มลงปอดก็เป็นเกณ ฑ์ แต่ว่าการตัดสินใจว่า ผู้ป่วยนั้นจะอายุเท่าไร มีเกณฑ์ความเสี่ยงอะไร อย่างไร หมอเขา จะเป็นคนตัดสินใจ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้มีแน่นอนมีไกด์ไลน์ (Guideline) ของกรมการแพทย์ แต่การปฏิบัติการหรือการใช้ดุลยพินิจขั้นสุดท้ายในการจ่ายยาต้องให้คุณหมอ เป็นคนตัดสินใจครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ท่านวิโรจน์ ยังมีคำถามอีกไหมครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีเชียร์ทีมอาร์เซนอลนะครับ ผมก็เชียร์ทีมที่เพิ่งชนะทีมท่านมา ๔ : ๐ นะครับ ต้องขอประธานแซวนิดหนึ่งนะครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าจะได้ไม่ต้อง เครียดนะครับ คำถามสุดท้ายอย่างไรต้องขอประทานอภัยท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับ🔗
- ๔ ๖ /๑🔗
คำถามสุดท้ายเป็นคำถามที่ไม่ถามไม่ได้นะครับ เป็นเรื่องความชัดเจนของ รัฐบาลต่อการเข้าร่วมโครงการโคแวกซ์ (COVAX) ครับ คือแต่เดิมรัฐบาลเคยให้เหตุผลว่า ที่ไม่เข้าร่วมโคแวกซ์ (COVAX) ก็เป็นเพราะว่าอาจจะได้รับวัคซีนซ้ำเดิม แต่พอเวลาผ่านมา วัคซีนที่เราไปรับบริจาคจากญี่ปุ่นก็ดี ไปขอซื้อจากสเปนมาก่อนก็ดี ไปยืมจากภูฏานก็ดี ก็เป็นวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ที่เป็นวัคซีนซ้ำเดิมทั้งสิ้น ท่านรัฐมนตรี ทราบหรือไม่ครับว่าปัจจุบันองค์การอนามัยโลกหรือดับเบิลยูเอชโอ (WHO) มีโครงการ โครงการหนึ่งที่ชื่อว่า เอซีที-แอ็กเซเลอเรเตอร์ (ACT-Accelerator) ซึ่งเป็นโครงการวิจัยและ พัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ ใน ๓ ด้านที่เกี่ยวข้องกับโควิด (COVID) นั่นก็คืออาร์แอนด์ดี (R&D) หรือการพัฒนาวัคซีนรุ่นใหม่ ๆ ที่ใช้รับมือกับการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส ๒. เครื่องมือ ในการตรวจวินิจฉัยใหม่ ๆ ที่มีความแม่นยำและมีประสิทธิภาพที่เพิ่มมากขึ้น และ ๓. ตัวนี้ สำคัญที่สุดคือยารักษาใหม่ ๆ ที่มีความสามารถในการช่วยชีวิตผู้ป่วยได้มากขึ้น งานวิจัย ใน ๓ ตัวนี้สำคัญมาก ๆ และมีแผนในการลงทุนที่สูงถึง ๓๑.๓ พันล้านเหรียญสหรัฐ ถ้าประเทศไทยยังไม่ยอมเข้าร่วมโคแวกซ์ (COVAX) ก็สุ่มเสี่ยงมาก ๆ ครับที่จะเสียโอกาส ในการได้รับการสนับสนุนในการเข้าถึงนวัตกรรมเหล่านี้ ซึ่งวันนี้ผมต้องการให้ทางท่าน รัฐมนตรีและประชาชนทุกคนจำชื่อโครงการของดับเบิลยูเอชโอ (WHO) ไว้คือ เอซีที-แอ็กเซเลอเรเตอร์ (ACT-Accelerator) โครงการนี้สำคัญมาก ๆ ผมจึงต้องเรียนถาม จริง ๆ ครับว่าตกลงโคแวกซ์ (COVAX) รัฐบาลจะเข้าหรือไม่เข้า ถ้าจะเข้าจะเข้าเมื่อไรกันแน่ และรัฐบาลไม่กังวลหรือครับว่าถ้าไม่เข้าโคแวกซ์ (COVAX) ก็จะพลาดโอกาสที่จะได้รับ นวัตกรรมใหม่ ๆ จากโครงการเอซีที-แอ็กเซเลอเรเตอร์ (ACT-Accelerator) ขององค์การ อนามัยโลก คำถามนี้เป็นคำถามสุดท้ายครับท่านประธาน และผมอาจจะไม่ได้ลุกขึ้นมาพูดอีก แล้ว แต่ผมคิดว่าทางท่านรัฐมนตรีช่วยเข้าใจความห่วงใยในการตั้งกระทู้สดของผมในคราวนี้ ดี เพราะผมไม่ได้ติติงรัฐบาลอย่างเดียว หลายอย่างก็ให้กำลังใจและชื่นชมรัฐบาล แต่เรื่องนี้ สำคัญมาก ๆ นะครับ และผมเชื่อว่าเนื่องจากเป็นการตอบกระทู้สด บางครั้งท่านอาจจะ มีข้อมูลที่อาจจะยังไม่ครบถ้วน ซึ่งผมเข้าใจ แต่ผมเชื่อว่าสภาแห่งนี้ได้บันทึกสิ่งที่ผมกังวล ห่วงใย ชื่อยา กลุ่มคนที่ป่วยด้วยโรคมะเร็ง ตับ ไต ที่ต้องทานยากดภูมิ ผู้ที่เปลี่ยนถ่ายอวัยวะ ต่าง ๆ เต็มไปหมด ผมคิดว่าทีมงานของกระทรวงสาธารณสุขจะได้จดเอาไว้แล้วรีบไปทำ การบ้าน ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบพระคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ตอบคำถามสุดท้ายของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านวิโรจน์ว่า เราติดตามแล้วก็ประสานงาน กับดับเบิลยูเอชโอ (WHO) ตลอดเวลานะครับ ที่จริงที่ทำงานของกระทรวงสาธารณสุข ก็มีตัวแทนของดับเบิลยูเอชโอ (WHO) ทำงานอยู่ที่นั่น แอ็กต์ (ACT) เราติดตามอยู่ และเราก็จะดำเนินการให้ความร่วมมือซึ่งกันและกันว่าการตัดสินใจที่จะเข้าร่วมโคแวกซ์ (COVAX) หรือไม่อันนี้ก็ต้องเป็นดุลพินิจเหมือนกัน เพราะมันมีผลทั้งด้านบวกด้านลบ ที่ผ่านมามีความชัดเจนว่าโคแวกซ์ (COVAX) คนที่เข้าร่วมก็จะมีปัญหาเรื่องการจัดส่งวัคซีน จนถึงขณะนี้ แต่สิทธิหรือการร่วมมือกันเรามั่นใจว่าเราสามารถร่วมกันได้ทุกทาง ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์ของคนไทย เพราะฉะนั้นในส่วนของนวัตกรรมต่าง ๆ ที่เราคิด และทำเองก็มี การได้ข้อมูลจากการร่วมมือกันขององค์การระหว่างประเทศดับเบิลยูเอชโอ (WHO) เราจะขับเคลื่อนเรื่องนี้ ส่วนเรื่องการให้ความสำคัญของผู้ป่วย ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วย มะเร็งหรือผู้ป่วยเปลี่ยนถ่ายอวัยวะ ผมเรียนว่าเราให้ความสำคัญมาก สำหรับผู้ป่วยเราจัดอยู่ เป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะต้องสั่งให้พื้นที่ในจังหวัดต่าง ๆ ไปฉีดวัคซีนให้กลุ่มเหล่านี้ ส่วนคนป่วย กลุ่มเปลี่ยนถ่ายอวัยวะที่เขาทานยากดภูมิ หรือเป็นกลุ่มเอดส์ ก่อนหน้านี้มีการเข้ามาพูดคุยกัน สุดท้ายเราจัดการและให้ความสำคัญทั้งหมด อันนี้เรื่องที่เราปฏิบัติในสถานการณ์ก่อนหน้านี้ เพราะฉะนั้นผมยังย้ำกับท่านวิโรจน์ว่าขอบพระคุณในความเป็นห่วง เราจะเดินหน้า ไปด้วยกันนะครับ แล้วเราจะทำทุกอย่างเพื่อให้สถานการณ์โอไมครอน (Omicron) หรือว่า โควิด (COVID) จะกลายพันธุ์ไปอีกกี่สิบสายพันธุ์จะเดินหน้าเต็มที่ และเรียนคุณวิโรจน์ว่า ผมเชียร์อาร์เซนอล (Arsenal) มานานแล้วครับ ประมาณ ๓๐ ปี ผมไม่ได้เชียร์แค่แมตช์ (Match) ๒ แมตช์ (Match) ครับ ขณะนี้อาร์เซลนอลอยู่อันดับ ๕ ครับแล้วก็ทะยานขึ้นเป็น อันดับ ๒ อันดับ ๓ ในอาทิตย์ถัดไปครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ก็ถือว่า จบกระทู้ถามสดด้วยวาจาของท่าน ส.ส. วิโรจน์ ลักขณาอดิศร แต่ว่าก็มีของแถมมาให้นะครับ ทำให้ทราบความคืบหน้าวงการฟุตบอลเพิ่มขึ้น ท่านสมาชิกครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ได้มีการดำเนินการถาม และตอบที่ห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ บริเวณชั้น ๑ ไปแล้วนะครับ ก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี นะครับ🔗
ผมขออนุญาตที่ประชุม ได้จบการหารือตามข้อบังคับ ข้อที่ ๒๔ แล้ว ต่อไปนี้ก็เป็นวาระกระทู้ทั้งที่ห้องประชุมใหญ่ และที่ห้องกระทู้ถามแยกนะครับ ผมขอทำหน้าที่เป็นประธานในห้องกระทู้ถามแยกวันนี้ มีกระทู้ถามแยกที่ต้องสลับจากระเบียบวาระที่กำหนดไว้เพื่อความสะดวกแก่ผู้ถาม ผู้ตอบ เนื่องจากว่าบางท่านต้องตอบทั้งที่ห้องประชุมใหญ่ และห้องประชุมกระทู้ถามแยกเฉพาะด้วย เพราะฉะนั้นกระทู้ถามแรก ในวันนี้ก็เป็น🔗
๑.๓.๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๓๕ เรื่อง กรณีการลักลอบขโมย รังนก ในเขตพื้นที่สัมปทานจังหวัดพัทลุง (นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗
โดยที่ท่านสมาชิก และท่านรัฐมนตรีท่านมีประสบการณ์เข้าใจเรื่องนี้แล้ว ผมก็จะไม่เสียเวลา แต่เรียนว่ากระทู้ หนึ่งกำหนดไว้โดยข้อบังคับเลยว่ากระทู้หนึ่งจะต้องให้เสร็จภายใน ๒๐ นาที วิธีบริหารเวลา ก็เลยแบ่งเป็นว่าผู้ถาม ๑๐ นาที ผู้ตอบ ๑๐ นาที และถามได้ ๒ ครั้ง ตามข้อบังคับที่กำหนด เอาไว้ ขอเชิญท่านประเสริฐพงษ์ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกลครับ🔗
ผมขออนุญาตนิดหนึ่งครับ ท่านประเสริฐพงษ์ครับ ขออนุญาตให้คุณสินธุไชย โชคเจริญเลิศ เข้ามาให้ข้อมูลได้ครับ🔗
รายงานตัวอีกครั้งหนึ่งครับ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตอนาคตใหม่ ปัจจุบัน พรรคก้าวไกล เรียนท่านประธาน ผมต้องตั้งกระทู้ กราบเรียนท่านประธานสภาสอบถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรื่องกรณีการลักลอบขโมยรังนกในเขตพื้นที่ สัมปทานจังหวัดพัทลุง ซึ่งได้มีเอกสาร ซึ่งเข้าใจว่าถึงมือท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยแล้วแน่นอน ซึ่งกระทู้ถามของผมก็ยังมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ว่า กรณีที่มี คนร้ายได้เข้าไปลักลอบเข้าในพื้นที่เขตสัมปทานรังนกจังหวัดพัทลุง ซึ่งพื้นที่อยู่ในจังหวัด ที่จะหมดอายุสัมปทานตั้งแต่วันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๔ เมื่อต้นปี และจังหวัดพัทลุง ก็ต้องดูแลรับผิดชอบก่อนประมูลรังนก แต่ปรากฏว่ามีการขโมยรังนกเป็นจำนวนมาก สร้างความเสียหาย โดยเฉพาะเรื่องการจัดเก็บภาษี ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มาก เป็นรายได้ของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมดเป็นรายได้หลัก ก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุการณ์ทางจังหวัด พัทลุงก็ได้มีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่ของรัฐเฝ้าระวังสัมปทานจนกว่ามีผู้รับสัมปทานรายใหม่ เข้ามาดำเนินการแทน แต่ทั้งนี้เหตุการณ์ก็เกิดขึ้นถือเป็นความบกพร่องอย่างร้ายแรง ต่อการพิทักษ์รักษาพื้นที่ทรัพยากรธรรมชาติของชาติจนเกิดความเสียหาย แล้วก็ ขาดความเชื่อมั่นกับผู้ประกอบการอีกด้วย ผมก็ต้องเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าท่านมีนโยบาย สั่งการไปยังจังหวัดพัทลุงเพื่อให้ดำเนินงานสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิดตามกฎหมายอาญา ตลอดจนนำเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่บกพร่องมาดำเนินงานตามระเบียบวินัยร้ายแรงอย่างไร หรือไม่ คงเป็นรายละเอียดที่ท่านน่าจะตอบกระผมได้ ซึ่งการเฝ้าระวังบนเกาะต้องเฝ้าระวัง ทั้งในทะเล ทั้งในหน้าถ้ำ แล้วก็บนบกด้วย มีเจ้าหน้าที่อย่างน้อย ๑๐๐ คน ใช้เงิน งบประมาณไม่ต่ำกว่า ๕ ล้านบาท ซึ่งผมเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่จะต้องรู้เห็นเป็นใจอย่างแน่นอน เพราะมีหลักฐานภาพปรากฏเป็นข่าวในสื่อทั่วไปว่ามีการกินอยู่บนเกาะเป็นเดือน ๆ รังนก ที่ลักขโมยไปก็เอาไปเก็บไว้ที่กองอำนวยการ ช่วงเวลาถึง ๘๙ วัน ซึ่งราชการมีอำนาจเต็ม ตาม พ.ร.บ. รังนกอีแอ่น และ พ.ร.บ. บริหารราชการแผ่นดินที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดคุม กฎหมายอันนี้อยู่ และที่สำคัญท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็มีค่าตอบแทนด้วยในการดูแล พ.ร.บ. รังนกอีแอ่น เดือนละ ๑๕,๐๐๐ บาท แถมประชุมครั้งหนึ่งได้เบี้ยประชุม ๓,๕๐๐ บาทด้วย แล้วก็ถ้ามีการติดปลายนวมผู้รับสัมปทานใจป้าพาไปเที่ยวต่างประเทศด้วย แล้วก็ผมคิดว่า การดูแลของทางจังหวัดจะต้องเข้มงวด แล้วก็ต้องสร้างมาตรฐานในฐานะที่ท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทยกำกับดูแล ผมคิดว่าเพื่อให้คนพัทลุงได้สบายใจ แล้วก็ขอให้มี การนำผู้กระทำผิด ทราบว่าฝ่ายตำรวจเองที่มีส่วนเกี่ยวข้องมีคำสั่งย้ายไปแล้ว แล้วก็ต้องชม ตำรวจว่าดำเนินคดีอย่างแข็งขัน แต่ประเด็นก็คือพี่น้องชาวพัทลุงหลายคนเขาก็สงสัยผ่านผม มาว่าทำไมหน่วยงานฝ่ายปกครองที่ดูแลเรื่องนี้ถึงยังไม่มีเรื่องของการดำเนินคดี อย่างตรงไปตรงมา ล่าสุดชาวบ้านก็ไปตั้งเวทีโจมตีท่านผู้ว่าราชการจังหวัด คิดว่าไม่สบายใจ แล้วก็รังนกเองก็หายไปเยอะ จากเดิม ๘๐๐ กิโลกรัม รังขาว ๆ มีมูลค่าสูงก็หายไปเยอะ เหลือ ๓๙ กิโลกรัมเอง รังดำเมื่อก่อนได้เป็นหลายร้อยกิโลกรัม เดี๋ยวนี้เหลือแค่ ๑๐ กว่ากิโลกรัม เป็นต้น ผมคิดว่าคำถามแรก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย น่าจะตอบคำถามได้ เพราะท่านก็มีหลักธรรมาภิบาล ในฐานะที่ท่านก็เป็นนักการเมือง อีกท่านหนึ่งขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผมขอตอบกระทู้เรื่องของสัมปทานรังนกที่จังหวัดพัทลุง ความเดิม ก็คือตามที่ท่านได้เรียนแล้ว สัญญาสัมปทานรังนกอีแอ่นที่จังหวัดพัทลุง ฉบับเดิม ๕ ปี ตั้งแต่วันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๙ สิ้นสุดวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๔ มูลค่าสัมปทาน ๔๕๐ ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะหมดสัญญาทางคณะกรรมการรังนกอีแอ่น จังหวัดพัทลุงได้ประกาศให้มีการประมูลสัมปทานใหม่ตั้งแต่วันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๔ อย่างไรก็ตาม ในการประกาศนั้นได้ดำเนินการประมูล ๘ ครั้งด้วยกัน ประกาศ ๘ ครั้ง ก็ยังไม่มีผู้ที่มาเสนอ จนกระทั่งก่อนจะหมดสัมปทานในวันที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๖๔ ทางคณะกรรมการได้มีการประชุม แล้วก็ได้จัดตั้งศูนย์อำนวยการ ได้มีการวางแผน ที่สำคัญ ได้มีส่วนปฏิบัติการทั้งที่ประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ ๔ ฝ่าย ได้แก่เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่สำนักอนุรักษ์บริหารพื้นที่ ๖ ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เจ้าหน้าที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด ทั้ง ๔ ส่วนนี้เพื่อเข้าไปเฝ้าป้องกัน คุ้มครองหมู่เกาะรังนกทั้งหมด🔗
อย่างไรก็ตาม ในการณ์ต่อมานั้นเมื่อมีการประมูลกันใหม่ในครั้งที่ ๙ ก็ได้ ผู้ประกอบการรายใหม่สัญญาสัมปทาน ๕ ปี มูลค่า ๔๐๐ ล้านบาท และได้ลงนามสัมปทาน เมื่อวันที่ ๘ กันยายน ได้ลงนามและส่งมอบวันที่ ๙ กันยายน หลังจากนั้นทางบริษัทได้เข้าไป เก็บรังนกในวันที่ ๑๔ กันยายน ก็ปรากฏว่าได้เห็นร่องรอยของการที่เข้าไป มีการขโมยรังนก มีการเข้าไปพักอาศัย มีการประกอบอาหารที่เราเรียกว่า จุดไฟ ก่อให้เกิดความเสียหาย มีการเก็บรังนกไป แล้วก็มีลูกนกตายตามที่เป็นข่าว ในการนี้พอเมื่อเกิดเหตุการณ์เกิดขึ้น ทางจังหวัดก็ได้ตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัดในวันที่ ๒๓ กันยายน ในขณะเดียวกัน กระทรวงเมื่อทราบข่าวก็ได้ตั้งคณะกรรมการ โดยมีหัวหน้าผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย ในวันที่ ๕ พฤศจิกายน ลงไปสอบข้อเท็จจริงในขั้นต้น โดยให้เวลา ๓๐ วัน เมื่อลงไปสอบ ข้อเท็จจริงนั้นก็มีหลายส่วนลงไปโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็ลงไปดำเนินการในเรื่องนี้ การที่จะไปหาข้อเท็จจริงนั้นส่วนเกี่ยวข้องก็ขอเลื่อนเป็นลำดับมา ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งในภายหลังได้ถูกเป็นผู้ต้องหา แล้วก็เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่เป็นผู้ต้องหาก็มีการเลื่อน ตามลำดับ คณะผู้ตรวจก็ได้สอบถามในขั้นต้น อย่างไรก็ตามในรายละเอียดนั้นขอเลื่อนไป จนต้องขยายระยะเวลาต่อไปอีก ในขณะนี้คณะกรรมการที่ลงไปตรวจสอบก็ยังขยายเวลาอยู่ ที่ผมเรียนแล้วว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้มีการดำเนินคดี ได้แจ้งความกล่าวหาผู้ที่เป็น ผู้ต้องหาถึง ๓๘ ราย ในส่วนนี้ก็จะมีเจ้าหน้าที่ของฝ่ายปกครองอยู่ด้วย แล้วก็เจ้าหน้าที่ ตำรวจ และส่วนอื่น ๆ อีก🔗
ในส่วนของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองนั้น ทางผู้ว่าราชการจังหวัดนั้นได้ให้ พักราชการในส่วนของ อส. และผู้ใหญ่บ้าน ผมได้สอบถามไปแล้วว่าทางเจ้าหน้าที่ ท่านนายอำเภอ หรือว่าป้องกันทำไมไม่มีการดำเนินการ ทางคณะกรรมการจังหวัดก็บอกว่า ขณะนี้ผลการสอบสวนยังไม่ได้ข้อเท็จจริง ทางผู้ที่เกี่ยวข้องยังให้การปฏิเสธว่าไม่ได้เกี่ยวข้อง แต่อย่างไรก็ตามก็ได้ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้🔗
อย่างไรก็ตาม อยากเรียนให้ทั้งประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องได้ทราบว่า กระทรวงมหาดไทยไม่มีนโยบายที่จะไปให้ผู้ใดกระทำความผิด การดำเนินการในเรื่องนี้ จะดำเนินการโดยเคร่งครัด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวินัย อาญา และละเมิด เมื่อทราบ ข้อเท็จจริงจะได้ดำเนินการอย่างเคร่งครัดกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพราะเกิดความเสียหาย กับทั้งประเทศชาติ แล้วก็องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผมขอเรียนเพื่อกรุณาทราบครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่าน ประเสริฐพงษ์ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ สำหรับคำถามครั้งที่ ๒ ซึ่งผมส่งเป็นเอกสารไปล่วงหน้าแล้วว่ากระทรวงมหาดไทย มีนโยบายแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติอากรรังนกอีแอ่น พ.ศ. ๒๕๔๐ ให้มีความทันสมัย หรือไม่อย่างไร ขอทราบรายละเอียด ซึ่งความต้องการที่ตั้งคำถามนี้เพราะเห็นว่าข้อบกพร่อง ที่เกิดขึ้นเป็นข้อบกพร่องภายใต้การบริหารจัดการของราชการส่วนภูมิภาค โดยผู้ว่าราชการ จังหวัดเป็นหัวเรือใหญ่ในพื้นที่ แต่ในขณะเดียวกันในรูปแบบของการปฏิบัติ ในงาน ด้านธุรการต่าง ๆ ข้าราชการส่วนท้องถิ่น คือองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นผู้ที่ทำเอกสาร ทั้งหมด เพราะฉะนั้นในอนาคตถ้าเป็นไปได้ ถ้าจะให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดซึ่งเป็น ท้องถิ่นดำเนินการเอง ประธานคณะกรรมการการจัดการเกี่ยวกับรังนกอีแอ่น น่าจะต้องให้ นายก อบจ. เป็นผู้ดำรงตำแหน่ง เพราะท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็งานมาก งานเลขา คณะกรรมการก็เป็นปลัดจังหวัด ซึ่งทรัพยากรรังนกเป็นทรัพยากรท้องถิ่นที่จะต้องดูแลรักษา กันเอง แล้วก็ยังมีอีกหลายจังหวัดท่านประธานครับ ฝากไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยว่ายังมีอีกหลายจังหวัด อย่างเช่น ๙ จังหวัดเลยที่เปิดประมูลตอนนี้ไม่มี ผู้ประมูล แปลว่า ผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ผลประโยชน์ของชาติเสียหายอย่างร้ายแรง มีการลักขโมยด้วย เพราะฉะนั้นถ้ามีการทำลายรังนก แล้วนกนางแอ่นไม่กลับมามันก็ยิ่ง เสียหายหนักเข้าไปอีก แล้วก็ทำให้ร้างในหลายพื้นที่ แล้วก็ยังมีประเด็นที่อยากจะให้ท่านช่วย ตอบอีกนิดหนึ่งว่า ผู้รับสัมปทานในพื้นที่จังหวัดกระบี่ บางครั้งพี่น้องชาวประมงพื้นบ้าน อาศัยไปหลบลม หลบมรสุม หลบฝนในพื้นที่สัมปทาน บางทีเข้าไปไม่มีเจตนาจะไปลักขโมย หรือไปรบกวนหรอกครับ หรือแม้กระทั่งนักท่องเที่ยวผมเองก็เคยโดน พานักท่องเที่ยวไปนั่งเรือ ขนาดใหญ่ แค่ไปอยู่ปากอ่าวหลบลมหลบฝน ผู้รับสัมปทาน ขนาดขับ สปีดโบ้ท (Speedboat) พกปืนเอ็ม-๑๖ (M-16) เข้ามาวิ่งรอบเรือเลยท่านประธาน อันนี้ต้องฝากท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยด้วยว่าเป็นความยิ่งใหญ่เสียเหลือเกิน ทำไมผู้รับสัมปทาน บางรายที่มีพฤติกรรมแบบนี้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าการดำเนินงานเพื่อแก้ไขกฎหมายตาม คำถาม ครั้งที่ ๒ ของผมนี้ ตามการตั้งกระทู้ถามน่าจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ที่จะมีการปรับปรุงข้อกฎหมาย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ ซึ่งคนที่ทำข้อกฎหมายสมัยก่อนปี ๒๕๔๒ ที่ผ่านมา ผมคิดว่าน่าจะรู้ดี ก็คือกระทรวงมหาดไทย และที่สำคัญผมคิดว่าคำตอบของ ท่านรัฐมนตรีเมื่อสักครู่ ท่านก็บอกว่ายังต้องอาศัยเวลาท่านสั่งให้พักราชการ ท่านสั่งให้หยุด ปฏิบัติหน้าที่ยังไม่ได้ข้อเท็จจริง ผมคิดว่าเรื่องนี้ล่าช้าเกินไปไม่เด็ดขาดพอ ไม่สมกับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นชายชาติทหาร ผมคิดว่าเรื่องแบบนี้ท่านต้อง เด็ดขาด แล้วก็กล้าตัดสินใจ กล้าดำเนินการ ผมคิดว่าท่านคงไม่มีปัญหาในการตัดสินใจ ขั้นเด็ดขาด เพราะว่าแม้กระทั่งท่านเคยร่วมงานกับผู้ที่เคยเซ็นคำสั่งให้ออกจากราชการด้วยซ้ำ ท่านก็ยังนั่งประชุม ครม. กับเขาได้ ผมคิดว่าเรื่องของการตัดสินใจเกี่ยวกับการโยกย้าย หรือดำเนินการทางวินัยเกี่ยวกับข้าราชการในพื้นที่ของพัทลุงน่าจะดำเนินการได้ ผมเชื่อ ในความเป็นมืออาชีพของท่านรัฐมนตรี เป็นนักการเมืองมืออาชีพ เพราะท่านอยู่มาหลายปีแล้ว ผมคิดว่าการแก้ไขกฎหมาย การแก้ไขปัญหาในภาพรวมจะต้องเกิดขึ้นภายใต้การดูแล ของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ คำถามมันปนกัน ๒-๓ เรื่องนะครับ กลับไปเรื่องเดิมก่อน เรื่องของการสอบสวน กล่าวอ้างไปถึงชายชาติทหารหรืออะไรไม่ว่าใคร ทั้งสิ้นที่มีหน้าที่จะเป็นชายชาติทหาร หรือชายชาติสตรีก็แล้วแต่ ต้องดำเนินการ ตามกฎหมายทั้งสิ้นตามอำนาจหน้าที่ ถ้าไม่ทำละเว้น ไม่ควรจะต้องไปอ้างว่าใครเป็นชาย ชาติทหารหรือไม่ชาติทหาร ไม่มี ปัญหาคือทราบหรือยังว่าจะทำอย่างไร ตั้งกรรมการไป ยังไม่ทราบก็จะให้ไปทำอย่างไรกับเขา ถ้ามีปัญหาว่าเขาทำแล้ว เขาสอบสวนหมดแล้ว ไม่ทำนั่นละความผิดครับ ไม่ต้องไปเป็นอะไรทั้งสิ้น ก็ร้องทุกข์กล่าวโทษละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่ได้เลย ถ้าเป็นนักการเมืองก็ทำตามขั้นตอนนักการเมือง ผมคงตอบให้เคลียร์ได้แค่นั้น สรุปว่าถ้าทราบ ไม่ว่าจะเป็นอะไรทั้งสิ้นจะไม่มีทางละเว้น เพราะไม่ใช่สิ่งที่ควรจะทำสำหรับ ตำแหน่งใดทั้งสิ้น ไม่ว่าข้าราชการ ข้าราชการเมืองหรือใครทั้งสิ้น คงตอบได้อย่างนั้นว่า ยังไม่จบ กระผมเองก็พยายามสอบถามเขา กระผมก็คิดว่าเมื่อยังไม่เป็นข้อเท็จจริง ขณะนี้ ก็มีการสอบสวนกันอยู่ มีการพยายามจะกันคนเป็นพยาน สิ่งที่ผมเอามาพูดมันก็จะเกิด ความเสียหายกับรูปคดีเขาได้ ควรมิควรก็ต้องพิจารณาด้วยในส่วนนั้น ส่วนที่ให้ไปดูในเรื่อง ปืนเอ็ม-๑๖ (M-16) อะไรก็จะรับไป ตกลงผู้ที่มีสัมปทานก็มีด้วยที่จะไปนั่น ก็จะได้ให้ ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ไปกำกับดูแลให้เป็นไปตามกฎหมาย🔗
ส่วนในคำถามข้อที่ ๒ เรื่องพระราชบัญญัติรังนกอีแอ่น พ.ศ. ๒๕๔๐ เป็นกฎหมายที่ใช้ใน ๙ จังหวัด มีสิ่งที่น่าสนใจประการหนึ่งว่ามันเกิดจากตัวปัญหากฎหมาย หรือเกิดจากการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ท่านจะเปลี่ยนตัวกฎหมายไปอย่างไร สิ่งที่เกิดขึ้น ในวันนี้ผมพิจารณาแล้วไม่ใช่เกิดจากปัญหาของกฎหมาย เกิดจากปัญหาผู้ปฏิบัติ ถามว่า เกิดได้ไหม ในทุกเรื่องทุกวงการที่อยู่ในประเทศไทยมามีทั้งสิ้น เจ้าหน้าที่หรือใคร ที่ไปเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์อะไรทั้งสิ้นไม่ใช่เรื่องรังนกอีแอ่นอย่างเดียว ก็มักจะมี อย่างเหนียวแน่น คือสิ่งที่สังคมเราต้องตระหนักแล้วก็ต้องรู้ว่าทุกอย่างต้องเคร่งครัด เป็นไปตามกฎหมาย ผมคงเรียนได้อย่างนั้น อย่างไรก็ตามในเรื่องนี้ถ้ามีการที่จะปรับปรุง กฎหมายโดยกระทรวงมหาดไทย โดยกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นตั้งคณะทำงาน ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๐ ในการที่จะแก้กฎหมายดังกล่าว ประเด็นการแก้กฎหมายนี้เรื่องหนึ่ง ก็คือทำให้เป็นปัจจุบัน เพราะมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ก็เปลี่ยนตำแหน่งต่าง ๆ ให้เหมาะสม แล้วก็มีประเด็นเรื่องของผลประโยชน์ ที่จัดสรรให้กับท้องถิ่นคงจะมีการแก้ อย่างไรก็ตามในเรื่องนี้เป็นการร่าง ยังต้องมีส่วนเกี่ยวข้อง ในการที่ดำเนินการอีกมาก แล้วกว่าจะแก้กฎหมายขึ้นมาถึงสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ก็คงจะต้องมีการพิจารณาอีกมากมาย ซึ่งกระผมเองก็คงจะมีส่วนเกี่ยวข้องเมื่อมาถึงขั้นตอน ของผม เช่น ถ้ากระทรวงต้องตั้ง กระทรวงก็จะต้องมีความคิดเห็น หรืออยู่ใน ครม. ก็ต้องมี ความคิดเห็น จะเป็นอย่างไรก็ได้ เป็นไปตามที่มันเป็นไปตามกลไกของการแก้กฎหมาย กระผมคงเรียนให้ทราบเท่านั้นครับ🔗
ขอบคุณท่านประเสริฐพงษ์ กับท่านรัฐมนตรีที่กรุณามาตอบ ยังมีประเด็นอะไรไหมครับ🔗
เหลือเวลาอีกนิดหน่อย ก็ต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่เอาใจใส่ แล้วท่านก็มาเจอผม หลายครั้งหลายรอบ ไม่ใช่จะมีเฉพาะกระทู้อันนี้ และผมเชื่อมั่นว่าการแก้ไขปัญหาของพี่น้อง ประชาชนต่างคนต่างมีความมุ่งมาดปรารถนาดีกับชาติบ้านเมือง ผมเองทำหน้าที่ ส.ส. ฝ่ายค้าน ผมทำหน้าที่ผู้แทนราษฎร ผมก็คิดว่าเราทำหน้าที่อย่างดีที่สุด และมีความมุ่งมาด ปรารถนาดีกับชาติบ้านเมืองไม่แพ้ฝ่ายผู้บริหารเช่นเดียวกัน ขอบคุณท่านประธาน และขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอีกครั้งครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ได้ใช้เวลาไม่เกินเวลา ขอบพระคุณครับ บริหารเวลาได้ดี ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ กรุณามาทุกครั้งเลยครับ ต่อไป🔗
๑.๓.๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๒๒ เรื่อง การลบประวัติบุคคลที่มี หมายจับในระบบอิเล็กทรอนิกส์สารสนเทศ (นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน เป็นผู้ตอบ🔗
ท่านรัฐมนตรีมาแล้ว ในการนี้อนุญาตให้ผู้สนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ ๒ ท่าน คือ ๑. คุณชัยวัฒน์ ร่างเล็ก ๒. พันตำรวจเอก รณกร รัตนะพร ขออนุญาตให้อยู่ใน ห้องประชุมเพื่อให้ข้อมูลได้ครับ ขอเชิญท่านอาดิลัน เรียนว่ากระทู้ถามได้ ๒ ครั้งนะครับ ท่านมีประสบการณ์แล้ว ไม่เกิน ๒๐ นาที ทั้ง ๒ ฝ่าย แบ่งคนละ ๑๐ นาที เชิญเลยครับ🔗
ขอบคุณครับ เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ต้องขอขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมได้กระทู้ถาม ในห้องแยกเฉพาะในวันนี้ และต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ได้สละเวลามาตอบกระทู้ของผม กระทู้ของผมเป็นเรื่องของ การลบประวัติบุคคลที่มีหมายจับในระบบอิเล็กทรอนิกส์สารสนเทศ ขออนุญาต ต่อท่านประธานว่า ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทางราชการใช้กฎหมายกับประชาชน อยู่ ๒ ส่วน คือกฎหมายพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ ฉุกเฉิน แล้วก็กฎหมายอาญาปกติ ทำให้เกิดหมายจับ ๒ ส่วน ส่วนของหมายจับฉุกเฉิน กรณีที่บังคับใช้กฎหมายพิเศษ กับหมายจับอาญาปกติ ทีนี้ในประเด็นที่ตั้งกระทู้ขึ้นมา ก็สืบเนื่องมาจากว่าสภาพปัญหาในพื้นที่เจ้าหน้าที่จะมีฐานข้อมูลเกี่ยวกับหมายจับไว้ ตามด่านตรวจต่าง ๆ สำหรับในการตรวจสอบบุคคลที่ผ่านเข้าออกในจุดที่เจ้าหน้าที่ตั้งด่านไว้ แล้วก็เกิดปัญหามาโดยตลอดว่าบุคคลที่มีหมายจับตามข้อมูลของทางราชการ จากการตรวจสอบเลข ๑๓ หลัก บัตรประจำตัวประชาชน แต่เป็นข้อมูลเดิม ข้อมูลเก่าที่ไม่มี การลบประวัติ ข้อมูลที่โดยหลักการแล้วเราจะทราบว่าหมายจับที่ออกโดยศาล เมื่อมีการจับ บุคคลได้ก็เปรียบเสมือนกระดาษ ๑ แผ่นที่ไม่มีสภาพบังคับใด ๆ โดยระเบียบต้องมีการแจ้ง กับศาล เพื่อต้องการไปแจ้งให้ศาลทราบว่าไม่ประสงค์บุคคลตามหมายอีกแล้ว เนื่องจากว่า ได้ดำเนินการจับบุคคลได้แล้ว หรือกรณีที่ไม่ประสงค์จะได้บุคคลตามหมายจับนี้ก็ว่ากันไป ตามกรณี แต่ปัญหาในพื้นที่ก็คือว่ามีกรณีหลายกรณีที่เราพบข้อร้องเรียนจากพี่น้อง ประชาชนก็คือว่าหมายจับที่ใช้แล้ว หรือหมายจับที่ไม่ต้องการแล้วแต่ไม่ได้มีการลบในประวัติ ฐานข้อมูลทำให้ส่งต่อข้อมูลให้กับหน่วยงานผู้ปฏิบัติในพื้นที่แล้วก็เกิดปัญหาไปจับบุคคล ที่ไม่ประสงค์แล้ว และทำให้เขาต้องเสียเวลา มีบางกรณีที่จับแล้วสู้คดีแล้ว จนศาลพิพากษา ยกฟ้องแล้วออกมาใช้ชีวิตปกติ แต่ฐานข้อมูลยังปรากฏอยู่ในทะเบียนในประวัติ ตามด่านตรวจต่าง ๆ รวมถึงบางกรณีจะไปขอออกเดินทางไปต่างประเทศก็ถูกตรวจสอบว่า เป็นบุคคลตามหมายจับ ทั้ง ๆ ที่ตัวเขาเองใช้ชีวิตอยู่ตามปกติ เหล่านี้คือสภาพปัญหา ที่อยากจะนำเรียน และขอสอบถามทางท่านผู้ที่รับผิดชอบ คือท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรมว่ารัฐบาลมีนโยบายที่จะปรับปรุงแก้ไขระเบียบหรือข้อกำหนดในการลบประวัติ บุคคลที่มีหมายจับคดีอาญาและสิ้นสุดกระบวนการทางกฎหมายแล้วหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ขออนุญาตตอบ กระทู้ถามของท่านอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา ซึ่งกระผม ได้รับมอบหมายจาก ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ให้มาตอบกระทู้ดังกล่าวนี้ เท่าที่ได้รับฟังจาก ท่าน ส.ส. อาดิลัน ก็ดูเหมือนจะเป็นแนวปฏิบัติของข้าราชการที่ไม่สามารถทำให้แนวปฏิบัติ ที่ระบุไว้ในขั้นตอนของ ตร. ไม่ได้ทำให้ครบถ้วน มันอาจจะมีพลั้งเผลอในเรื่องของการแจ้ง ลบหมายจับดังกล่าว การออกหมายจับเริ่มจากตำรวจในพื้นที่หรือท้องที่ต่าง ๆ เหล่านั้น ได้ขอออกหมายจากศาล เมื่อศาลออกหมายจับ เมื่อได้หมายจับแล้วท้องที่ก็จะลงบันทึก ในระบบอิเล็กทรอนิกส์ของ ตร. ที่เรียกว่า ระบบไครมส์ (CRIMES) เมื่อระบบไครมส์ (CRIMES) ได้รับข้อมูลดังกล่าวนั้นก็ส่งไปยังระบบของ ตร. ที่เชื่อมโยงอื่น ๆ อีกหลายระบบ เช่น โพลิซ (Police) หรือในระบบของทาง ตม. ก็ไปเป็นทั่วประเทศ แต่ข้อเท็จจริงในหมายจับก็จะเป็น ดั่งท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้พูดว่ามันเหมือนกระดาษแผ่นเดียว หมายจับนี้ก็จะถูกระงับ หรือลบออกจากระบบไปก็ต่อเมื่อตำรวจหรือผู้กำกับในพื้นที่ได้ส่งเรื่องของการส่งฟ้องผ่าน อัยการ เมื่ออัยการรับฟ้อง อัยการก็จะถอนหมายจับตรงนี้ในขณะที่เรามีทำการพิมพ์นิ้วมือ เมื่อพิมพ์นิ้วมือจากหมายจับตรงนี้ก็จะเปลี่ยนเป็นประวัติ ลงทะเบียนประวัติอาชญากร ที่เกี่ยวข้องต่อ เมื่อพิมพ์นิ้วมือจากหมายจับตรงนี้ก็จะเปลี่ยนเป็นประวัติ ลงทะเบียนประวัติ อาชญากรที่เกี่ยวข้องต่อ แล้วหมายจับก็ต้องถูกถอนโดยผู้กำกับในแต่ละ สน. นั้นก็จะลง เข้าในระบบของไครมส์ (CRIMES) คือทางผู้กำกับนั้นก็จะต้องดำเนินการถอนใน ๒๔ ชั่วโมง แต่ในกรณีที่ยังไม่ได้ถอนหมายจับออกนั้น ผมเข้าใจว่ามันอาจจะเป็นเรื่องของความพลั้งเผลอ หรือว่าเออร์เรอร์ (Error) ของระบบสื่อสารอิเล็กทรอนิกส์ที่มีอยู่ ในประเด็นดังกล่าวนี้ ถ้าหากว่าเป็นกรณีที่จังหวัดไหน อย่างไร สน. ไหน ผมคิดว่าท่านอาดิลันได้กรุณาแจ้ง และวันนี้ก็มีเจ้าหน้าที่ของกองทะเบียนตำรวจได้มารับฟังและรับทราบในข้อเท็จจริงดังกล่าวนั้น จะได้นำเอาไปปรับปรุงแก้ไขในส่วนดังกล่าว เรื่องของหมายจับก็เป็นดังที่ท่านอาดิลันได้พูด เป็นข้อเท็จจริง แต่ในกรณีที่จะลบประวัติของแต่ละผู้คนดังกล่าวนั้น ผมได้ศึกษาและ ทำความเข้าใจซึ่งมี ๑๙ กลุ่มหลักเกณฑ์ของผู้ที่เคยกระทำความผิดหรือไม่ผิดในกรณีที่ศาล มีคำสั่ง มีคดีความนั้นก็มี ๑๙ หลักเกณฑ์ดังนี้ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานเพื่อช่วยส่ง อันนี้สู่ท่านอาดิลัน เช่น หลักเกณฑ์ที่ ๑ คือมีความแน่ชัดว่าบุคคลผู้นั้นเสียชีวิตแล้ว หรือตายแล้ว ๒. ผู้เสียหายได้ถอนคำร้องทุกข์ ถอนฟ้อง ๓. คดีที่พนักงานอัยการสั่งเด็ดขาด ไม่ฟ้อง ๔. ศาลสั่งยกฟ้องหรือไม่ประทับรับฟ้อง ๕. ศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยกฟ้อง ๖. พนักงานอัยการถอนฟ้องในชั้นศาล ๗. เมื่อมีกฎหมายออกใช้ภายหลังการกระทำ ความผิด ยกเลิกความผิดนั้น ๘. เมื่อมีกฎหมายยกเว้นโทษ ๙. เมื่อมีคำพิพากษาของศาล รื้อฟื้นคดีขึ้นพิจารณาใหม่ว่าบุคคลนั้นมิได้เป็นผู้กระทำความผิด ๑๐. คดีอาญาเลิกกัน ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในมาตรา ๓๗ ๑๑. คดีอาญาที่มีข้อหาว่า เด็กหรือเยาวชนกระทำความผิด ๑๒. คดีตามกฎหมายว่าด้วยการฟื้นฟูสมรรถภาพ ผู้ติดยาเสพติด ๑๓. คดีความผิดทุกประเภทซึ่งศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษปรับ สถานเดียว ๑๔. คดีที่เป็นไปตามมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำ ด้วยความรุนแรง พ.ศ. ๒๕๕๐ ๑๕. คดีที่เกี่ยวกับมาตรการพิเศษแทนการดำเนินการ คดีอาญาตามมาตรา ๘๖ ๑๖. คดีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ไต่สวนข้อเท็จจริงแล้วมีมติว่า ข้อกล่าวหาใดไม่มีมูลก็ให้ข้อกล่าวหานั้นเป็นอันตกไป ๑๗. คดีความผิดทุกประเภทที่ศาล มีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ยึดทรัพย์สถานเดียวหรือให้บำเพ็ญประโยชน์หรือให้ภาคทัณฑ์ ๑๘. แผ่นพิมพ์ลายนิ้วมือผู้ต้องหาที่จัดเก็บไว้ในระบบซึ่งภายหลังมีเอกสารหลักฐาน จากหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องยืนยันว่า ไม่ได้เป็นผู้ต้องหา ๑๙. แผ่นพิมพ์ลายนิ้วมือ ผู้ขออนุญาตและผู้ขอสมัครเข้ารับราชการหรือเข้าทำงานในหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งได้จัดเก็บ ข้อมูลแผ่นลายนิ้วมือในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ใน ๑๙ หลักการดังกล่าวนี้มี ๒ หลักการ ที่ลบประวัติได้ทันทีเลย คือ ๑. ตาย และในหลักการที่ ๑๘ เป็นแพะ คือเป็นพวกแพะนะครับ ในหลักการ ส่วนใน ๑๗ หลักการดังกล่าวนั้น ข้อมูลไม่ได้ถูกลบ แต่เป็นข้อมูลที่จะต้องเก็บไว้ ใช้ประโยชน์ของทางราชการ แต่ไม่ได้เปิดเผยนะครับ ถึงแม้ว่าภาคเอกชนจะขอเข้ามาก็ไม่ได้ เปิดเผย คือแนวทางปฏิบัติซึ่งเป็นดังนี้ แต่ในขั้นตอนของการดำเนินการบันทึกประวัติ หรือในการลงประวัติในระบบของทะเบียนของ ตร. ดังกล่าวนั้นจะปฏิบัติหรือทำงานกัน ในช่วงของวันที่ ๕ ของทุกเดือน วันที่ ๕ ก็จะรับข้อมูลต่าง ๆ แล้วก็มาโพรเสส (Process) ในเรื่องของการประชุม เว้นแต่คดีความหรือสำนวนมีมากน้อยขนาดไหน ถ้ามากก็อาจจะ บันทึกเข้าไปได้ล่าช้าอีกนิดใช้เวลาบ้างเล็กน้อย แต่ว่าถ้าเดือนไหนมีข้อมูลไม่มาก ก็จะสามารถบันทึกได้อย่างรวดเร็ว ผมก็ขออนุญาตได้กราบเรียนท่านประธานในคำตอบแรก ดังต่อไปนี้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณรัฐมนตรี เชิญท่านอาดิลัน เชิญครับ🔗
ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ ที่ให้ข้อมูลว่ามีบุคคลใดบ้างที่ทางราชการสามารถจะลบประวัติได้ นั่นคือหลักการที่กำหนดไว้ แต่สภาพปัญหาในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เนื่องจากมีหลายหน่วยที่ทำงานในพื้นที่ที่ใช้ คำว่าบูรณาการ แต่ก็จะมีปัญหาจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะกับหน่วยความมั่นคง กับตำรวจ ผมไม่แน่ใจเรื่องระบบการส่งต่อข้อมูลซึ่งจะเกิดความผิดพลาดหรือความไม่มีการปรับปรุง ข้อมูลทำให้เกิดปัญหาว่า ข้อมูลที่ส่งต่อเป็นข้อมูลในระบบไครมส์ (CRIMES) ของเจ้าหน้าที่ กับระบบข้อมูลฐานโพลิซ (Police) ซึ่งเป็นข้อมูลประวัติของตำรวจซึ่งคดีถ้าไม่จำเป็นก็ลบได้ นั่นเป็นข้อมูลในระเบียบของ ตร. แต่ในส่วนของข้อมูลที่เป็นประวัติเดิม อันนั้นผมไม่ได้ติดใจ เพียงแต่ว่าผมกำลังจะนำเรียนว่า ข้อมูลที่เป็นบุคคลที่มีหมายจับแล้วเขาไม่มีความจำเป็น จะต้องเป็นบุคคลตามหมายจับอีกแล้ว ไม่ควรที่เขาจะต้องเสียเวลากับการถูกตรวจสอบ แล้วก็ถูกควบคุมตัว เชิญตัวไว้ที่ด่านเป็นเวลาชั่วโมงเพื่อจะตรวจสอบว่า บุคคลคนนี้ที่เคยมี หมายจับเขาแล้ว เขาสู้คดีจนจบแล้วหรือยัง ต้องมีใครมายืนยันรับรองเขาหรือไม่ เหล่านี้ ผมมองว่าเป็นเรื่องของการที่ทำให้รบกวนสิทธิที่เขาควรที่จะได้รับเสรีภาพในการที่จะไปไหน ได้ทันทีทันใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาเขาจะต้องเดินทางออกต่างประเทศก็เคยเจอปัญหา เหล่านี้คือสิ่งที่ผมกำลังจะนำเรียน ผมขออนุญาตกล่าวถึงกรณีของข้อมูลไครมส์ (CRIMES) ที่ท่านพูดถึง ๑ ใน ๑๘ กรณีก็คือ กรณีอาญาที่เป็นกรณีของเด็กและเยาวชน เคยมี ประสบการณ์ว่าเด็กเยาวชนที่เคยกระทำความผิดและรับสารภาพในชั้นศาลเยาวชน คดียา เสพติดศาลพิพากษาโดยระเบียบแล้วต้องไม่ปรากฏตามระเบียบ ตาม พ.ร.บ. ศาลเยาวชน มาตราที่เกี่ยวข้อง มาตรา ๑๓๐ ต้องไม่เปิดเผยข้อมูลเขา แต่ปรากฏว่าเมื่อเขาโตขึ้นอายุมาก ไปสอบตำรวจ สอบรับราชการปรากฏว่ามีการตรวจสอบประวัติพบว่าเขามีประวัติตรงนี้ เขาเลยเสียโอกาสที่ไม่ได้เป็นตำรวจ ถามว่าชีวิตคนไม่เคยทำผิดเลยหรือ เหล่านี้คือสภาพ ปัญหาที่อยากจะนำเรียนนะครับว่า ในฐานะที่เป็นฝ่ายบริหารหากเป็นไปได้ต้องทบทวนว่า กรณีที่บุคคล ๑ คนเป็นเยาวชนกระทำความผิด เรารู้ในกระบวนการพิจารณาของ ศาลเยาวชนให้โอกาสกับเยาวชนที่ผิดพลาด รับสารภาพ ลงโทษสถานเบานะครับ จบไป แต่ตราบาปสำหรับเขาก็คือคำพิพากษาที่ติดตัว วันหนึ่งเขาเรียนดีขึ้น เจตนาดีขึ้นต้องการ ที่จะไปทำงานใช้ชีวิตรับราชการ สอบได้ แต่พอตรวจสอบประวัติแล้วมีหมาย เคยมีประวัติว่า เป็นบุคคลที่ต้องโทษทางอาญา ไม่ได้รับสิทธิเหล่านี้ เหล่านี้ผมเห็นว่าทางราชการควรจะต้อง ปรับปรุงแก้ไขระเบียบข้อขัดข้องที่ไม่เปิดโอกาสให้คนที่ผิดพลาดในชีวิตแล้วกลับมาใช้ชีวิตใหม่ ในนี้ก็จะฝากกับท่านในฐานะที่เป็นผู้บริหารว่า กฎหมายเหล่านี้หรือระเบียบเหล่านี้ เราปรับปรุงแก้ไขได้หรือไม่นะครับ🔗
ต่อเนื่องไปถึงคำถามที่ ๒ ของผมว่า รัฐบาลเองมีนโยบายที่จะควบคุมไม่ให้ หน่วยงานความมั่นคงที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ใช้ข้อมูลบุคคลที่มีหมายจับ ในคดีอาญาที่สิ้นสุดกระบวนการทางกฎหมายแล้ว เข้าไปควบคุมคนโดยไม่สุจริตอย่างไร เหล่านี้ผมอยากจะฝากอาจจะเป็นคำตอบที่ให้เห็นภาพของการที่จะมีแผนการในการที่จะ ร่วมมือกันบูรณาการกันอย่างไรกับหน่วยความมั่นคงนะครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
รัฐมนตรีตอบคำถามที่ ๒ ท่านมีเวลาประมาณ ๑ นาทีครึ่ง เชิญเลยครับท่าน อนุโลมนะครับ ถ้าจำเป็นต้องใช้เวลามากขึ้น🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ในกรณีที่ท่าน ส.ส. อาดิลัน ได้กรุณานำข้อเท็จจริงมากล่าวอ้าง ตรงนั้นผมจะให้ทาง ตร. ได้ช่วยตรวจสอบ เพราะว่ามันน่าจะไม่ค่อยตรงกับหลักการ มันอาจจะมีความผิดพลาดอย่างที่ผมได้กราบเรียน แต่อย่างไรก็ตามครับความตั้งใจ ของท่าน ส.ส. อาดิลัน ก็จะปรากฏผลที่ออกมาเป็นรูปธรรมอีกแนวหนึ่งคือ ในขณะนี้ กระทรวงยุติธรรมได้ร่าง พ.ร.บ. ทะเบียนประวัติอาชญากรรมซึ่งจะเข้าประชุมคณะกรรมการ พัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ ในวันที่ ๑๖ เดือนนี้ที่มีท่านรองวิษณุ เครืองาม เป็นประธาน และตัวกระผมเป็นรองประธาน ก็จะได้นำเอาข้อคิดเห็น แล้วก็ข้อเท็จจริง ดังกล่าวเหล่านี้ไปพูดคุยในคณะกรรมการและท่าน ส.ส. อาดิลัน ก็อยากเชิญชวนท่าน ถ้ามีเวลาจะเข้าไปนั่งรับฟัง แล้วก็ได้เสนอแนวคิดหรือข้อเท็จจริงต่าง ๆ เหล่านั้นเพื่อให้เป็น ประโยชน์ต่อส่วนรวมในอนาคตข้างหน้า ผมคิดว่าจะได้ประโยชน์อย่างมากมาย เพราะว่า ดูแล้วท่าน ส.ส. ได้ติดตามเรื่องนี้แล้วก็เป็นพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวก็มีความจำเป็นที่จะต้อง ทำให้มันเกิดความชัดเจนและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ผมต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานและท่าน ส.ส. อาดิลัน เป็นอย่างสูง ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ท่านอาดิลันมีเวลาเล็กน้อย ท่านมีอะไรติดใจจะฝากไหม อนุญาตครับ🔗
ไม่มีครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับ กรุณามาตอบคำถามรักษาเวลาไว้ได้อย่างดี ขอบคุณเจ้าหน้าที่ ที่กรุณามาให้ข้อมูลครับ🔗
๑.๓.๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๓๑๗ เรื่อง การพัฒนาพื้นที่ดงยาง ตำบลสวนกล้วย อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเลื่อนมา จากการประชุม ชุดที่ ๒๕ ปี ๓ ครั้งที่ ๒ คือวันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๔🔗
ท่านอัครเดชและ ท่านรัฐมนตรีเข้าใจเรื่องวิธีถามตอบชัดเจนแล้ว ถามได้ ๒ ครั้ง ไม่เกิน ๒๐ นาที ก็เลยแบ่งให้ ฝ่ายละ ๑๐ นาทีนะครับ ขอเชิญคุณอัครเดชครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้ทำกระทู้ ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการพัฒนาพื้นที่ ดงยาง ตำบลสวนกล้วย อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เนื่องด้วยกระผมได้รับการร้องเรียน จากพี่น้องประชาชนในพื้นที่บริเวณใกล้เคียง พื้นที่ในความดูแลของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คือพื้นที่ดงยาง ตำบลสวนกล้วย อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เนื่องด้วยพื้นที่ดังกล่าวมีพื้นที่ในความดูแลอยู่ประมาณ ๑๐ ไร่ และอยู่ใน ความรับผิดชอบของกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช มีการดำเนินการพัฒนาพื้นที่ ให้เป็นสวนสาธารณะที่ได้มาตรฐาน รวมทั้งพัฒนาพื้นที่โดยรอบเพื่อเป็นการรองรับกิจกรรม หรือสันทนาการต่าง ๆ ของประชาชน เนื่องด้วยพื้นที่ดังกล่าวปัจจุบันนี้ครับท่านประธาน ทางองค์การบริหารส่วนตำบลสวนกล้วยได้เข้ามาพัฒนา มีรูปให้ท่านประธานได้เห็นนะครับ ได้พัฒนาเรื่องของสถานที่ออกกำลังกาย แล้วก็สถานที่ในการทำกิจกรรมสันทนาการให้กับ พี่น้องประชาชน นอกจากนี้ในพื้นที่ยังมีอนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ ซึ่งในอดีตพระองค์ท่านนั้นคือเสด็จมาในการฝึกลูกเสือที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัด ราชบุรีแห่งนี้ แล้วก็มีศาลาในพื้นที่เป็นศาลาอเนกประสงค์ที่ใช้ในการทำกิจกรรมของหมู่บ้าน โดยรอบ พื้นที่ดังกล่าวถือว่าเป็นพื้นที่ทางประวัติศาสตร์ที่ทรงคุณค่านอกจากจะมีต้นไม้ ขนาดใหญ่แล้ว ยังเป็นพื้นที่ที่มีประวัติศาสตร์อย่างที่ได้กราบเรียนท่านประธานครับว่า เกี่ยวเนื่องกับทางสถาบันพระมหากษัตริย์ ฉะนั้นพื้นที่ตรงนี้ปัจจุบันยังอยู่ในความดูแล ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่องค์การบริหารส่วนตำบลสวนกล้วย อำเภอบ้านโป่งได้เข้าไปพัฒนาพื้นที่ตามที่ท่านประธานได้เห็นครับ มีสถานที่ออกกำลังกาย มีอาคาร มีพื้นที่ในการที่จะจัดกิจกรรมต่าง ๆ แล้วก็ร่มรื่นอย่างมาก แต่ปัจจุบันนี้เมื่อองค์การ บริหารส่วนตำบลสวนกล้วยจะดำเนินการพัฒนาพื้นที่ก็ต้องไปขออนุญาตจากทางเจ้าของ พื้นที่ ก็คือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ในการขออนุญาต ในการดำเนินการใด ๆ ก็จะเกิดความล่าช้า แม้กระทั่งเรื่องของอนุสาวรีย์ที่ชำรุดเสียหาย เนื่องจากมีพายุเข้า แล้วปัจจุบันนี้อนุสาวรีย์ก็มีความชำรุด การจะดำเนินการใด ๆ ก็จะติดขัด ในเรื่องของการประสานขออนุญาตในการเข้าพัฒนาพื้นที่ จึงขออนุญาตถามท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่า กระทรวงมีนโยบายในการ พัฒนาพื้นที่บ้านดงยาง ตำบลสวนกล้วย อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ให้เป็นสวนสาธารณะ แก่ประชาชนที่ดีขึ้นได้อย่างไร จึงขอทราบรายละเอียดจากท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
เชิญรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับ ขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจาก จังหวัดราชบุรีนะครับ ท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ ประเด็น เรื่องของสวนสาธารณะที่พื้นที่ดงยาง ตำบลสวนกล้วย อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ถือเป็น พื้นที่อีก ๑ พื้นที่ที่ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมโดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชดูแลอยู่ บริเวณพื้นที่ครับท่านประธานครับมีอยู่ ๑๒ ไร่ ๒ งาน ๔๘ ตารางวาซึ่งเป็นที่ดินของราชพัสดุ แล้วก็อยู่ในความดูแลของกรมอุทยาน ต้องเรียนว่า ในพื้นที่ดังกล่าวนั้นมีความสมบูรณ์มากอย่างที่ท่าน ส.ส. ได้กล่าวไปเมื่อสักครู่ครับท่านประธาน จากทางภาพต่าง ๆ มีต้นยางนาที่มีอายุตั้งแต่ ๕๐-๑๐๐ ปีอยู่ ๒๖๗ ต้นถ้าจะเอาให้ มันตรงเป๊ะ ๆ นะครับ แล้วก็ที่ผ่านมาต้องเรียนว่าทางกระทรวงโดยกรมนั้น ได้มีการพัฒนาไป อย่างเช่น ในปี ๒๕๕๙ ทางกรมอุทยานได้ร่วมกับทางธนาคารออมสิน สาขาบ้านโป่ง ได้จัดทำการปรับปรุงบูรณะอนุสาวรีย์ รัชกาลที่ ๖ ตามที่ท่าน ส.ส. ได้มีภาพให้ดูเมื่อสักครู่ จนสามารถปรับปรุงเป็นภูมิทัศน์ที่พักผ่อนหย่อนใจให้กับพี่น้องประชาชน หรือแม้แต่ ตอนปี ๒๕๖๐ เมื่อ ๔ ปีที่ผ่านมาทางอุทยานก็ได้ร่วมมือกับองค์การบริหารส่วนตำบล สวนกล้วย ในการที่จะทำทางเดินยาว ๓๔๕ เมตรที่ได้เห็นอยู่ตรงนี้ แล้วก็รอบแปลงดงยาง เป็นที่ออกกำลังกายแล้วก็มีสนามเด็กเล่น อันนี้เมื่อสักครู่เท่าที่ได้ฟังจากท่าน ส.ส. ครับ ท่านประธานครับ เข้าใจเป็นอย่างดีเลยว่าจากการเป็นที่ของอุทยาน แล้วก็เวลาทางพื้นที่ ต้องการจะมีการปรับปรุงนั้น ต้องขออนุญาตอุทยานแล้วก็มีการดำเนินการตามขั้นตอนนั้น นะครับ เบื้องต้นคงต้องขออนุญาตเรียนว่าจะโอนที่แปลงนี้ไปเป็นหน่วยงานอื่นนั้น คงจะไม่สามารถทำได้ แต่อุปสรรคปัญหามันอยู่ที่ความรวดเร็วในการสื่อสารนะครับ ประเด็น ตรงนี้คงต้องขออภัยท่าน ส.ส. นะครับ ท่านประธานครับ แล้วก็พี่น้องประชาชนในตำบล สวนกล้วย อันนี้ขออนุญาตรับไปเป็นการบ้านแล้วจะฝากไปทางกรมอุทยานนะครับว่า เวลาถ้าทางพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางผู้นำชุมชนหรือทางองค์การบริหารส่วนตำบลนั้น มีการเสนอแนะหรือว่าทำข้อมูลอะไรมา เดี๋ยวผมจะกำชับให้ทางกรมอุทยานเร่งดำเนินการ นะครับ เพราะว่าพอได้เข้ามาทำงานก็เห็นนะครับเวลาส่งงานเข้ามาจากสำนักนี้จะส่งมา กองนั้น กองนั้นไปกองนี้ กว่าจะมาถึงกรม กว่าอธิบดีจะลงนาม แล้วก็ลงนามเสร็จก็จะไปที่กอง ไปที่กรม กว่าจะไปที่สำนักอีกมันก็ใช้เวลานาน อันนี้ต้องขออภัยจริง ๆ นะครับ เดี๋ยวผม จะรับเป็นการบ้านแล้วก็เร่งรัดให้ทางกรมอุทยานนั้นรีบ ไม่ว่าทาง อบต. เสนอแนวทาง การทำอะไรมา ผมเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ดีทั้งนั้นเพื่อพี่น้องประชาชน แล้วเราก็จะเร่งดำเนินการ จะฝากทางอุทยานว่าทาง อบต. สวนกล้วยเสนออะไรมาขอให้ดำเนินการให้รวดเร็วนะครับ ทางพี่น้องประชาชนจะได้ไม่ต้องเรียกว่าเดือดเนื้อร้อนใจ แล้วก็ทำให้เหมือนว่า ทางกระทรวงทรัพย์เราไม่ได้มีแนวทางที่จะพัฒนาพื้นที่ ซึ่งจริง ๆ แล้วเรายินดีเป็นอย่างยิ่ง นะครับ ถ้าหากว่าหน่วยงานใดหรือว่าองค์กรใดอยากจะเข้ามาร่วมพัฒนาด้วยกัน ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมยินดีครับท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณรัฐมนตรี เชิญท่านอัครเดชครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นอย่างยิ่ง ที่ท่านสละเวลามาตอบกระทู้ถามในนามของตัวแทนพี่น้องประชาชนชาวจังหวัด ราชบุรี ก็ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีเป็นอย่างสูงนะครับ แล้วก็ท่านรัฐมนตรีก็ได้มีวิสัยทัศน์ แล้วก็ท่านเองก็เป็นผู้บริหารที่ทราบปัญหาอย่างลึกซึ้งเนื่องจากได้ติดตามผลงานท่าน ท่านก็ลงพื้นที่สัมผัสกับปัญหาโดยตรงนะครับ จริง ๆ แล้วพื้นที่ตรงนี้ก็อย่างที่ทางท่าน รัฐมนตรีได้เรียนท่านประธานนะครับว่า เป็นพื้นที่มีศักยภาพ แล้วก็ติดขัดปัญหาเรื่องของ การขออนุญาตในการที่จะพัฒนาพื้นที่ ก็จะเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีครับว่า จริง ๆ แล้วก็เป็นปัญหาอย่างนั้นจริง ๆ ที่ผ่านมาองค์การบริหารส่วนตำบลสวนกล้วย มีโครงการจะพัฒนาพื้นที่ตรงนี้หลายครั้ง แต่ว่าก็ติดขัดเรื่องการอนุญาตแล้วก็ทางผู้นำ ท้องถิ่นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสวนกล้วยในอดีต ก็มาปรึกษาหารือกับผม คณะผู้บริหารว่า พอมีงบประมาณจะลงไปก็ติดขั้นตอนการขออนุญาต พอถึงเวลาไม่อนุญาต ก็หมดปีงบประมาณก็ต้องคืน จริง ๆ แล้วพื้นที่ตรงนี้ถ้าให้องค์การบริหารส่วนตำบล สวนกล้วยดำเนินการพัฒนาพื้นที่ถ่ายโอนภารกิจให้ทางองค์การบริหารส่วนตำบลสวนกล้วย ดูแล ก็จะเกิดความคล่องตัวถ้าพื้นที่ตรงนี้เรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีครับว่า ถ้าถ่ายโอนได้แล้วทำให้พื้นที่ตรงนี้พัฒนาขึ้นมาเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพมาก ปัจจุบันนี้ต้องเรียน กับท่านประธานครับว่าค่อนข้างทรุดโทรม องค์การบริหารส่วนตำบลสวนกล้วยไปดูแล แทบจะไม่ได้เลย แม้กระทั่งอย่างที่ผมเรียนท่านประธานเบื้องต้นว่า แม้กระทั่งอนุสาวรีย์ รัชกาลที่ ๖ ชำรุดยังต้องขออนุญาตเลยครับ ฉะนั้นตอนนี้การพัฒนาแทบจะไม่เห็นเลยนะครับ งบประมาณก็ตก ทำไปก็ตก เราทำไปก็ตก จริง ๆ แล้วก็อยากจะขอท่านรัฐมนตรีนะครับว่า ถ้ามันแค่ ๑๐ กว่าไร่ แล้วปัจจุบันนี้พื้นที่ตรงนี้รอบ ๆ ครับท่านประธาน มันไม่ใช่ป่าแล้วครับ รอบ ๆ ตรงนี้เป็นทั้งโรงงาน เป็นทั้งชุมชน เป็นตลาด ไม่มีสภาพเป็นป่าเลยนะครับ คือเป็นดงยางที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่า ๒๖๗ ต้น มันโผล่อยู่กลางเมืองนะครับ ถ้าถ่ายโอน ให้ท้องถิ่นดูแลตามหลักเกณฑ์ว่า เราก็อยากจะกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นดูแล ผมก็เรียน ท่านรัฐมนตรีนะครับว่าก็ไม่เห็นประโยชน์อะไรเลยครับที่ทางกรมอุทยานจะดูแลไว้ เพราะว่า มีแค่ ๑๐ กว่าไร่นะครับ ถ้าให้ท้องถิ่นดูแลแล้วก็บริหารจัดการพื้นที่ผมคิดว่าพื้นที่ตรงนี้ ท่านประธานครับ ถือว่ามีศักยภาพมาก เป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยว แล้วก็มีแหล่งท่องเที่ยว ทางประวัติศาสตร์ ทางองค์การบริหารส่วนตำบลสวนกล้วยก็มีแนวทางที่จะพัฒนาแม้กระทั่ง ทำเป็นพิพิธภัณฑ์ด้วยซ้ำนะครับ ที่จะพัฒนาโดยไม่ให้กระทบกับต้นไม้ที่มีอยู่เพื่อที่จะได้มี เรื่องราวประวัติศาสตร์ว่า รัชกาลที่ ๖ ท่านเคยเสด็จมาฝึกลูกเสือหรือเสือป่าที่แห่งนี้ เพื่อเป็นความภาคภูมิใจของพี่น้องชาวอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี แต่โครงการต่าง ๆ เมื่อทำขึ้นมาแล้วก็ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะว่าพอจะขอกรมอุทยาน ขอไปก็ต้องเรียน กับท่านประธานตรง ๆ ครับเรียนท่านรัฐมนตรี ขอไปก็เงียบ แล้วงบก็ตก ขอไปก็เงียบ งบก็ตก ก็เป็นอย่างนี้มาแทบจะทุกปีนะครับสภาพพื้นที่ก็เป็นได้อย่างที่เห็นนี่ครับ มีเฉพาะ ลู่วิ่ง แล้วก็เครื่องออกกำลังกาย ก็เลยอยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่า จะกราบขออนุญาต ท่านว่าเป็นไปได้ไหมที่จะยกพื้นที่นี้ให้ อบต. เขามาดูแลนะครับ เพื่อจะได้พัฒนา เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงต่อไปในอนาคต ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอเชิญรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ เป็นประเด็นที่น่าสนใจนะครับ ท่านประธานครับ แล้วก็มาจากความเดือดเนื้อร้อนใจของพี่น้องประชาชนซึ่งเข้าใจได้ จริง ๆ ที่แปลงนี้อย่างที่ผมได้กล่าวไปเบื้องต้นก็ไม่ใช่ที่ของอุทยานเหมือนกันครับ ท่านประธานครับ มันเป็นที่ราชพัสดุแล้วก็ราชพัสดุมอบหมายให้กรมอุทยานดูแล ทีนี้ผมเข้าใจประเด็นของท่าน ส.ส. นะครับ ท่านประธานครับ การที่จะเปลี่ยนคนรับผิดชอบ จากกรมอุทยานมาเป็น อบต.สวนกล้วย ก็คงต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่าน ส.ส. ว่า ถ้าเจอผู้นำดีก็คงจะไม่น่ามีปัญหา แต่บางครั้งเราไม่รู้ว่าการเมืองมันฝ่ายไหนอย่างไรมาบ้าง มีนโยบายมีแนวทางอย่างไรบ้าง ผมเชื่อว่าทางอุทยานแล้วก็ทางราชพัสดุก็คงจะเป็นห่วง ความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่การที่จะเปลี่ยนหน่วยงานหรือว่าบุคคลหรือว่ากลุ่มองค์กรที่จะมา ดูแลพื้นที่นั้น การเปลี่ยนกฎหมายตรงนี้อาจจะซับซ้อน ซึ่งผมเองก็คงจะขอรับไปเป็น การบ้านไปดูว่าทำได้มากน้อยแค่ไหน แต่สิ่งที่เร่งด่วนและผมคิดว่าคงจะต้องเร่งทำให้กับท่าน ส.ส. ก่อนครับท่านประธาน คือขอให้ทางกรมอุทยานนั้นงบปี ๒๕๖๕ ผมเชื่อว่าทาง อบต. ก็คงตั้งเอาไว้แล้วเช่นกันขอให้โครงการการพัฒนาต่าง ๆ ที่ทางองค์การบริหารส่วนตำบล สวนกล้วยเสนอขึ้นมานั้น ขอให้ดำเนินการให้ทันภายในปี ๒๕๖๕ ถ้าอย่างไรก็ต้องเสร็จนะครับ ท่านประธาน ถ้าไม่เสร็จเดี๋ยวผมจะมีคนให้บางคนเสร็จแน่นอนนะครับ อันนี้ก็ขออนุญาต ฝากท่านประธานฝากไปยังท่าน ส.ส. จะได้สบายใจว่า ปี ๒๕๖๕ นี้พื้นที่ ๑๒ ไร่ ๒ งาน ๔๘ ตารางวา ที่พี่น้องประชาชนใช้อยู่จะต้องได้รับการพัฒนานะครับ ก็ขออนุญาต ให้ท่าน ส.ส. ได้สบายใจ ผมจะกำชับทางกรมอุทยานครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญครับ🔗
กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี นะครับที่ท่านได้เข้าใจปัญหา คือถ้าวิธีการของท่านรัฐมนตรีถ้าติดขัดตรงนี้ผมเข้าใจเรื่อง ระเบียบทางราชการ แต่ว่าถ้าในการพัฒนาพื้นที่ถ้าปี ๒๕๖๕ เราสามารถเอาโครงการเข้าไป ทำได้ทัน แต่พอปี ๒๕๖๖ ปี ๒๕๖๗ บางทีท่านรัฐมนตรีอาจจะไปอยู่กระทรวงมหาดไทย ว่าการกระทรวงคมนาคม บางทีความต่อเนื่องมันก็ไม่ต่อเนื่องเป็นไปได้ไหมครับที่ท่านรัฐมนตรี จะสั่งให้มีการตั้งคณะกรรมการของกรมกับทางท้องถิ่น แล้วก็อำเภอเป็นคณะกรรมการ ในการดูแลพื้นที่นี้เลย เพราะปัจจุบันนี้ได้แต่อย่างเดียว คือส่งหนังสือขออนุญาตไปแล้วก็ หายนะครับ ถ้าท่านรัฐมนตรีจะกรุณาในการที่จะได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาทางพื้นที่ ผมได้หารือแล้วก็ยินดีที่จะเข้ามาพัฒนาร่วมกันครับท่านรัฐมนตรีครับ🔗
รัฐมนตรีครับ🔗
รับเป็นการบ้านครับท่านประธานครับ เดี๋ยวผมจะกำชับทางกรมอุทยาน🔗
ขอบคุณท่านอัครเดชกับ ท่านรัฐมนตรีนะครับ รัฐมนตรีต้องตอบอีกกระทู้ใช่ไหมครับ🔗
๑.๓.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๓๒๙ เรื่อง การแก้ปัญหาประชาชน บุกรุกป่า (นายดะนัย มะหิพันธ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗
ขออนุญาตให้ ท่านผู้อำนวยการสำนักโครงการพระราชดำริและกิจการพิเศษ ท่านพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ อนุญาตให้ท่านพัฒน์พงษ์ สมิตติพัฒน์ เข้ามาเป็นผู้ให้ข้อมูลได้ครับ ก็เรียนท่านดะนัยและ ท่านรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งนะครับ กระทู้ถามแยกนี้ก็ให้เวลา ๒๐ นาที แบ่งกันฝ่ายละ ๑๐ นาทีนะครับ ถามได้ ๒ ครั้ง ขอเชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ อย่างสูงครับ กระผม ดะนัย มะหิพันธ์ พรรคเพื่อไทย อำนาจเจริญ เขตเลือกตั้งที่ ๒ ต้องกราบขอบคุณท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีที่ท่านให้เกียรติได้มาตอบกระทู้ ก่อนที่ผมจะถามกระทู้ ผมใคร่ขออนุญาตกราบขอบคุณท่านประธานที่ในสัปดาห์ที่แล้ว ผมได้มาตั้งกระทู้ถามที่นี่ แล้วทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านก็ลงไปแก้ปัญหาทันทีครับเมื่อวันเสาร์ที่แล้วท่านได้ลงไปดูเรื่องภัยแล้ง แล้วก็ทำให้ ชาวบ้านเกิดความพึงพอใจมาก ก็ต้องกราบขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะถาม ผมใคร่อยากจะนำรายละเอียดบางส่วนเพื่อจะให้ท่านรัฐมนตรีได้รับทราบ ก็คือ ข้อมูลเบื้องต้นของจังหวัดอำนาจเจริญนี่ครับ แบ่งเขตการปกครองออกเป็น ๗ อำเภอ ซึ่งมีอำเภอเมืองอำนาจเจริญ อำเภอหัวตะพาน อำเภอลืออำนาจ อำเภอพนา อำเภอ ปทุมราชวงศา อำเภอชานุมาน และอำเภอเสนางคนิคม ในปี ๒๕๖๔ มีประชากร ๓๗๘,๕๒๓ คน ในเขตเลือกตั้งที่ ๒ ของผมมีทั้งหมด ๕ อำเภอ คืออำเภอลืออำนาจ อำเภอพนา อำเภอ ปทุมราชวงศา อำเภอชานุมาน และอำเภอเสนางคนิคม ซึ่งมีประชากรอยู่ ๑๙๖,๘๖๑ คน ประชากรส่วนใหญ่ครับท่านประธานประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก มีพื้นที่ปลูกข้าว ซึ่งถือว่าข้าวหอมมะลิจังหวัดอำนาจเจริญเป็นข้าวหอมที่มีคุณภาพโด่งดังไปทั่วประเทศ มีพื้นที่ปลูกข้าวถึง ๑,๐๕๔,๑๖๗ ไร่ ปลูกมันสำปะหลัง ๙๕,๕๔๒ ไร่ ส่วนใหญ่ก็จะปลูก ที่อำเภอชานุมานกับอำเภอปทุมราชวงศา ปลูกยางพารามีพื้นที่ปลูก ๘๔,๑๗๒ ไร่ ส่วนใหญ่ จะปลูกที่อำเภอชานุมาน อำเภอปทุมราชวงศา และอำเภอเสนางคนิคม แล้วก็ปลูกอ้อย ๓๙,๒๐๒ ไร่ ที่อำเภอชานุมานเป็นส่วนใหญ่ ปัญหาที่พบในขณะนี้ที่ผมได้รับเรื่องร้องเรียน มากที่สุดก็คือเมื่อปี ๒๕๕๗ รัฐบาล คสช. มีนโยบายทวงคืนผืนป่า จึงกำหนดให้หน่วยงาน ออกรังวัดที่ดินที่เป็นผืนป่า ป่าสงวนและป่าอุทยาน จึงเกิดประเด็นปัญหากระทบกระทั่งกัน ระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่รัฐอย่างต่อเนื่อง มีการจับกุมคุมขังในบางรายที่ไม่ยอมทำตาม ที่เจ้าหน้าที่กำหนด ทำให้มีพี่น้องประชาชนอยู่อย่างระแวดระวังซึ่งทุกคนต่างอ้างว่าที่ดิน เหล่านี้เขาทำกินมาก่อนที่จะมีการประกาศ ปัญหาดังกล่าวยืดเยื้อมาจนถึงปัจจุบันครับ ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลได้ประกาศยกเลิกนโยบายดังกล่าวไปเมื่อปี ๒๕๖๒ เจ้าหน้าที่ของรัฐก็ยังอ้างว่า ที่เหล่านั้นได้ดำเนินการเรื่องกฎหมายมาก่อนที่รัฐบาลจะประกาศยกเลิก ดังนั้นจึงจำเป็น ที่จะต้องดำเนินคดีต่อไป คนที่ถูกวัดขอบเขตปลูกป่าเขาก็ต้องปลูกป่าต่อไป ดังนั้นประเด็น เหล่านี้จึงเกิดปัญหาที่ผมเองเรียนว่าพี่น้องประชาชนอยู่ด้วยความระแวดระวัง ไม่มีความสุข ในจังหวัดอำนาจเจริญมีพื้นที่ป่าอนุรักษ์อุทยานแห่งชาติคือ ภูสระดอกบัว อุทยานภูสิงห์ อุทยานภูผาผึ้ง และป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งทั้งหมดนี้อยู่ในอำเภอชานุมาน อำเภอเสนางคนิคม และอำเภอปทุมราชวงศา ท่านประธานครับประเด็นที่ผมอยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็คือนโยบายในการจัดการปัญหาผืนป่าท่านมี นโยบายอย่างไรที่จะให้พี่น้องประชาชนอยู่กับป่าอย่างมีความสุข และมีบางรายที่ที่ดินเขา ตั้งแต่ทำมายังไม่ได้มีเอกสารสิทธิเลย อยากจะให้ท่านช่วยเหลือหรือว่าทำให้เขามีสิทธิ ในที่ดินทำกินเหล่านี้ไม่ทราบว่าท่านรัฐมนตรีท่านมีนโยบายอย่างไรครับ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับ ขออนุญาตตอบประเด็นกระทู้ของท่าน ส.ส.ดะนัย มะหิพันธ์ จากจังหวัดอำนาจเจริญ ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ ต้องเรียนว่าเป็นปัญหาที่ ก่อนอื่นก็ต้องขอแสดงความเสียใจนะครับถ้าหากว่าการทำงานและเกิดการเข้าใจผิด แล้วก็มี การกระทบกระทั่งกันระหว่างพี่น้องประชาชน แล้วก็เจ้าหน้าที่ ต้องขออนุญาตเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่าแนวทางการทำงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการนั้นเราเน้นเรื่องการทำ ความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน แล้วก็ต้องถ้อยทีถ้อยอาศัยกัน พี่น้องประชาชนต้อง ไม่เดือดร้อนและในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่เองก็จะต้องไม่เดือดร้อนในการที่ไม่โดนฟ้องกรณี ๑๕๗ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ทีนี้ในประเด็นที่บางครั้งพี่น้องประชาชนอยู่ในเขตที่ทับซ้อน กับป่าสงวนแห่งชาติหรือพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ต้องเรียนว่าการที่จะสามารถทำกินได้ในขณะนี้ ทางพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เราพูดถึง พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติก่อน เราสามารถยินยอมให้ พี่น้องประชาชนนั้นอยู่ร่วมกับป่า แล้วก็มีการควบคุมพื้นที่ไม่มีการขยายตัวมากจนเรียกว่า เกินกว่าปริมาณที่จะต้องใช้อยู่อาศัย โดยที่มีแนวทางว่าก่อนมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๔๑ ว่าถ้าหากว่าใครอยู่ก่อนพื้นที่นี้ก็จะได้ติดอยู่ไปแล้วก็จะมีการตรวจสอบ ร่องรอยการทำประโยชน์โดยการใช้ภาพถ่ายทางอากาศปี ๒๕๔๕ ในพื้นที่ดังกล่าวเราจะ จัดการให้พี่น้องประชาชนได้สิทธิ ต้องเรียกว่าได้สิทธิทำกินในพื้นที่ ย้ำว่าเป็นการให้สิทธิทำกิน ไม่ใช่กรรมสิทธิ์เพราะว่าภายใต้นโยบายของท่านนายกรัฐมนตรีท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา คือคณะกรรมการที่ดินแห่งชาตินั้นคือการจัดสรรที่ดินให้กับพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่ป่าอนุรักษ์หรือป่าสงวน ให้สามารถทำกินได้เมื่อมีสิทธิในการทำกินแล้ว ภายใต้โครงการ คทช. นั้น พี่น้องประชาชนแต่ละท่านจะสามารถมีสิทธิในพื้นที่ดังกล่าว อย่างเช่นว่าถ้ามีนาอยู่ ๒๐ ไร่ อยู่ในพื้นที่ คทช. แล้วเกิดความเสียหายขึ้นก็มีสิทธิที่จะไปขอ การสนับสนุนจากภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงินจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือว่า เอาที่ดินไปค้ำประกันกับทาง ธ.ก.ส. เป็นต้นทุนในการทำมาหากิน แต่สิ่งที่พี่น้องประชาชน จะไม่ได้ก็คือกรรมสิทธิ์ในที่ดินเหล่านั้นเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้มีการซื้อขายแลกเปลี่ยน โฉนดที่ดินแต่ว่าจะมีเอกสารสิทธิที่ทำกินให้กับพี่น้องประชาชนซึ่งในพื้นที่ คทช. ทั้งหมด ทั่วประเทศเรามีอยู่ประมาณ ๑๒ ล้านไร่ แล้วในปี ๒๕๖๔ นี้ เราจะทำการส่งมอบพื้นที่ ประมาณ ๓.๙ ล้านไร่ทั่วประเทศให้กับ ๗๖ จังหวัดเพื่อมอบให้กับพี่น้องประชาชนได้มีสิทธิ ทำกิน ดังนั้นในส่วนของพื้นที่ป่าสงวนนั้นขอให้ท่าน ส.ส. สบายใจได้ว่าอย่างไรเสียคนจะต้อง อยู่กับป่าได้แล้วก็จะมีภายใต้โครงการ คทช. นั้น อนุญาตให้คนพี่น้องประชาชนทำมาหากิน ได้ไม่เดือดร้อนนะครับ ส่วนในพื้นที่ของป่าอนุรักษ์หรืออุทยานแห่งชาติ ซึ่งที่จังหวัด อำนาจเจริญนั้นมีอยู่ถึง ๓ อุทยานด้วยกันภายใต้ พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ ครับ ท่านประธาน มาตรา ๖๔ แล้วก็ภายใต้ พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ เช่นกัน ภายใต้มาตรา ๑๒๑ นั้น ทางกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ทำการ สำรวจเสร็จเรียบร้อยหมดแล้วว่าในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ก็คือพื้นที่อุทยาน ๓ แห่งของภายใน จังหวัดอำนาจเจริญนั้น มีพี่น้องประชาชนอาศัยอยู่เท่าไร ซึ่งจากการที่สำรวจมาครับ ท่านประธานครับมีอยู่ทั้งหมด ๔,๒๖๕ หมู่บ้านครับท่านประธานครับ แล้วก็มีราษฎรที่แจ้ง ทำการครอบครอง แล้วก็ร่วมสำรวจในการครอบครองที่ดินอยู่ทั้งหมดกว่า ๓๑๖,๐๐๐ ราย ที่ดินทั้งหมด ๔๖๘,๐๐๐ กว่าแปลง หรือประมาณ ๔ ล้านกว่าไร่ ดังนั้นในพื้นที่ป่าอนุรักษ์นี้ เมื่อเราสำรวจร่วมกันแล้วพี่น้องประชาชนอยู่แล้วก็จะมีสิทธิทำกินอยู่ในพื้นที่เดิม เพียงแต่ว่า การอยู่ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์นั้นก็จะมีเงื่อนไขเพิ่มเติมขึ้นมาเล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็นการที่ห้ามล่าสัตว์ ที่เป็นสัตว์อนุรักษ์นะครับหรือว่าพื้นที่ทำกินต้องช่วยกันดูแลป่า นั่นอีกส่วนหนึ่งด้วย เพราะต้องเรียนว่าการจัดพื้นที่ที่ดินให้กับพี่น้องประชาชนในเขตป่าอนุรักษ์นั้นเป็นเรื่องที่จะ เอียดอ่อน เพราะบางครั้งก็จะมีทางคนหลายกลุ่มเห็นด้วยก็มี ไม่เห็นด้วยก็มี แต่ว่าแนวทาง ของท่านนายกรัฐมนตรีก็คือทำอย่างไรให้พี่น้องประชาชนนั้นสามารถอยู่ร่วมกับป่าแล้วก็ ช่วยกันดูแลได้ จึงเป็นที่มาของโครงการ คทช. แล้วก็อีกหลาย ๆ โครงการที่จะขอให้พี่น้อง ประชาชนนั้นช่วยทำงานร่วมกับทางเจ้าหน้าที่ในการดูแลรักษาป่าร่วมปลูกต้นไม้ด้วย ฉะนั้น ก็ขออนุญาตฝากท่านประธานไปยังท่าน ส.ส. ในเบื้องต้นก่อนครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านดะนัยถามได้ คำถามที่ ๒ นะครับ🔗
ขอภาพด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นั่นก็คือขณะที่ผลผลิตของชาวบ้านที่ เขาทำแล้วกำลังได้ผล ภาพต่อไปเลยครับคือไม่ว่าจะเป็น มันสำปะหลัง เป็นอ้อย หรือเป็นอะไร พอเขาจะปลูกป่าเขาก็ใช้รถไถไถเลยครับ ไถทิ้งเลยครับ ชาวบ้านไปร้องขอนี้ก็ไม่ได้เพราะถือว่าที่ของคุณเป็นที่ที่ถูกยึดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นป่าเป็นอะไรครับ จะเกิดปัญหาอย่างนี้ตลอด เพราะฉะนั้นชาวบ้านนี้เขามีความเดือดร้อนว่าถ้าจะปลูกป่า ก็ให้เขาเก็บผลผลิตก่อนได้ไหมค่อยปลูก คราวนี้ปัญหามันเป็นอย่างนี้ครับท่านประธาน อยากเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าเมื่อกรมป่าไม้มีงบประมาณในการปลูกป่าทุกปีครับ แต่ถ้าปลูก ลักษณะอย่างนี้พอปลูกเสร็จเพราะคุณไปปลูกแล้วก็ไปทะเลาะกับชาวบ้าน เขาก็ถอนทิ้งหมด มันก็ไม่มีอะไรเหลือ ผมเรียนถามท่านว่าเป็นไปได้ไหมว่าท่านจะจ้างชาวบ้านที่เขาอยู่กับป่า ปลูกป่าตามงบประมาณที่ท่านไปจ้างผู้รับเหมาปลูก แล้วก็มีงบประมาณในการบำรุงรักษา ดูแลเป็นรายปี ถ้าใครดูแลต้นไม้ได้ผมว่าอย่างนี้ไม่ถึง ๑๐ ปี ต้นไม้จะเต็มทั้งหมดเลย เพราะวันนี้พอให้กรมป่าไปไปปลูกกรมป่าไม้ก็ไปจ้างผู้รับเหมา ผู้รับเหมาไปปลูกก็ไปทำลาย ของเขา พอปลูกเสร็จเขาก็ทำลายทิ้งมันก็จะเป็นประเด็นปัญหาอยู่อย่างนี้ตลอด เพราะฉะนั้น ก็จึงเรียนถามท่านว่าเพื่อให้คนที่อยู่กับป่าได้จริง ๆ ท่านสามารถนำเอางบประมาณเหล่านี้ ให้กับชาวบ้านเป็นผู้ปลูกป่า เป็นเจ้าของป่าได้หรือไม่ครับ🔗
เชิญรัฐมนตรีครับ🔗
กราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ ต้องเรียนท่านประธานว่าท่าน ส.ส. พูดได้ถูกใจผมมากนะครับ จะพูดไปก็ไม่อยากจะกลายเป็นว่ารัฐมนตรีมาหาเสียงนะครับ ท่าน ส.ส. แต่ว่าแนวคิดที่ท่าน ส.ส. พูดนั้นเป็นแนวคิดที่ผมได้คิดเอาไว้แล้วก็จะทำการ ในอนาคต เพียงแต่ว่าวันนี้สิ่งที่ท่าน ส.ส. พูดมาครับ ท่านประธานครับ เราอยากจะทำ กระทรวงอยากจะทำ ผมได้เคยสอบถามทางกรมป่าไม้ สอบถามทางหลายหน่วยงานว่า เป็นไปได้ไหมที่เราจะจ้างคนปลูกป่า พี่น้องประชาชนก็จะได้มีรายได้ด้วย แล้วรัฐเองก็จะได้ ป่าคืนด้วย อันนี้เป็นแนวคิดที่ดีมากนะครับเพียงแต่ว่าปัจจุบันนี้กฎหมายมันยังไม่เอื้อให้ทาง ราชการไปจ้างพี่น้องประชาชนโดยตรงเลยว่า นาย ก. นาย ข. นาย ค. ทำอย่างนั้นทำอย่างนี้ ซึ่งจริง ๆ แล้วผมเองก็อยากจะให้มันเกิดเพราะว่ามันโดยตรงไปถึงชาวบ้านเลยไม่ต้องไปผ่าน บริษัทอะไร ดังนั้นสิ่งที่เราทำได้ในขณะนี้ก็คือว่าการที่ทางกรมป่าไม้หรือหน่วยงานที่ต้องการ จะปลูกป่าครับท่านประธานครับว่าจ้างบริษัท ซึ่งถ้าเป็นอะไรที่ต่ำกว่า ๕๐๐,๐๐๐ บาทนั้น ทางในพื้นที่สามารถเอาบริษัทในพื้นที่แล้วก็ขอให้ว่าใช้คนในพื้นที่ในการที่จะมาปลูกป่า อันนี้ คือสิ่งที่ทางกรมได้พยายามดำเนินการนะครับ เพราะว่าคนในพื้นที่ก็จะรู้เรื่องในการปลูกป่า นะครับ แล้วก็เงินที่ว่าจ้างไปที่รับจากรัฐบาลไป เงินราชการไปนี้ก็จะหมุนเวียนอยู่ในพื้นที่ คราวนี้ในกรณีที่งบประมาณมันเกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทนั้นมันจะต้องมีกระบวนการอีบิดดิง (e-Bidding) จะต้องมีกระบวนการเขาเรียกว่าราชพัสดุที่ต้องเปิดโอกาสให้ทุกคนเข้ามา ในประเด็นนี้ก็อาจจะมีการควบคุมได้ยากขึ้นหน่อย แต่ว่าถ้าหากเป็นโครงการเล็กลงมาทาง กรมนั้นสามารถชี้เฉพาะเจาะจงลงไปได้ว่าในพื้นที่นี้เราจะให้บริษัทในพื้นที่เป็นคนปลูกป่า โดยที่บริษัทที่พื้นที่ก็จะต้องจ้างพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่นั่นล่ะเป็นคนมาปลูกป่า ซึ่งการทำแบบนี้ผมคิดว่าก็จะสมประโยชน์นะครับเพียงแต่ว่ายังไม่ตรงตามใจที่ท่าน ส.ส. ต้องการคือว่ามันจะต้องผ่านเหมือนผ่านคนกลางมาก่อนนะครับ เป็นบริษัทที่ผ่านการประมูล จะเซ็นสัญญาจัดซื้อจัดจ้างแล้วก็ไปว่าจ้างพี่น้องประชาชนอีกทีหนึ่งซึ่งในอนาคตถ้าหากทำได้ ผมเองก็อยากจะผลักดันกฎหมายหรือว่ากฎระเบียบเพื่อเปิดโอกาสให้ทางกรมป่าไม้หรือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช นั้นสามารถว่าจ้างที่น้องได้โดยตรงในทุก ๆ ตำบล ทุก ๆ หมู่บ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อยู่ในเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์และป่าสงวน เพื่อที่ว่าพี่น้อง ประชาชนจะได้รู้สึกว่าเขาได้ประโยชน์จากการที่เขาปลูกต้นไม้ เขาได้ประโยชน์จากการที่เขา ดูแลป่านะครับ และท้ายที่สุดทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเองก็จะได้ ไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับการที่มีพี่น้องประชาชนมาบุกรุกป่าหรือว่าเกิดไฟป่าขึ้นในหลาย ๆ พื้นที่ ดังนั้นสิ่งที่ท่าน ส.ส. พูดมานั้นต้องเรียนว่าตรงใจผมเป็นอย่างยิ่งนะครับ แล้วอันนี้ เป็นการบ้านที่ผมกำลังทำอยู่ แล้วก็ในอนาคตเราพยายามผลักดันเพื่อให้เกิดกฎหมายนี้แล้ว เปิดช่องให้ทางกรมป่าไม้นั้นสามารถไปว่าจ้างพี่น้องประชาชนได้โดยตรง เอาเงินให้พี่น้อง ประชาชนในการปลูกป่าดูแลป่าเพื่อให้เติบโตตามนโยบายที่ท่าน ส.ส. มีแนวคิดไว้ครับ ท่านประธานครับ🔗
ต้องขอบคุณครับ ท่านดะนัยยังมีอะไรไหมเชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ต้องขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีที่ถือได้ว่านโยบายของท่านมีวิสัยทัศน์ที่จะทำให้พี่น้องประชาชนมีความหวัง ก็ฝากท่านว่ากฎหมายมันมีไว้แก้ ถ้ากฎหมายอะไรที่มันเป็นปัญหาอุปสรรค ท่านประธานเอง ก็เคยพูดตลอดว่าเราสามารถแก้ไขได้เพื่อพี่น้องประชาชน ผมเองอยากจะฝากเอกสารผ่าน ท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรี เพราะว่าอยู่ด้านในนี้มีชื่อของพี่น้องประชาชนที่เขา เดือดร้อน เขาร้องมา อันนี้เป็นเพียงบางส่วนครับท่านประธานครับ🔗
ใช่ครับ เชิญครับ🔗
ก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธาน ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ขอบคุณดะนัยนะครับ และขอบคุณท่านรัฐมนตรีมากครับ ท่านมาตอบ ๒ กระทู้วันนี้ครับ🔗
๑.๓.๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๓๑ เรื่อง ความขัดแย้งระหว่าง บริษัทกับชุมชนในการก่อสร้างและประกอบกิจการเหมืองปูนที่จังหวัดระยอง (นายรังสิมันต์ โรม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมมาพร้อมแล้วนะครับ ขอเรียนท่านรัฐมนตรีกับ ท่านรังสิมันต์ โรม ต่างมีประสบการณ์ด้วยกันแล้วว่ากระทู้ถามแยกนี้ก็เป็นกระทู้ถามที่ให้ เวลา ๒๐ นาทีครับผม ก็แบ่งกันฝ่ายละ ๑๐ นาที ถามได้ ๒ ครั้งครับ เชิญคุณรังสิมันต์ โรม เชิญเจ้าหน้าที่ที่ขออนุญาตเข้ามานะครับ มีอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและเหมืองแร่ ท่านนิรันดร์ ยิ่งมหิศรานนท์ ขอเชิญอธิบดีครับ เชิญครับ และมีท่านอดิทัต วะสีนนท์ ท่านรองอธิบดีมาแทนนะครับ ขอเชิญนะครับ🔗
เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านประธาน แล้วก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่มาตอบคำถามในเรื่องดังกล่าวนะครับ สืบเนื่องจากกรณีนี้เป็น กรณีที่มีการร้องเรียนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลห้วยโป่ง อำเภอเมือง จังหวัดระยอง โดยได้มีการร้องเรียนเกี่ยวกับบริษัทแสนเจริญทรัพย์ กับบริษัท วาย.เอส.เอส.พี แอกกริเกต จำกัด เกี่ยวกับการทำเหมืองในพื้นที่ต้นน้ำเชิงเขาที่มีความลาดชันบริเวณเขาจอมแห โดยไม่มีความชัดเจนในเรื่องใบอนุญาตการทำเหมืองปูนเพื่ออุตสาหกรรมในพื้นที่ดังกล่าว แล้วก็ประกอบกับทั้ง ๒ บริษัทก็ไม่ได้มีความชัดเจนต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ในเรื่อง เกี่ยวกับการทำเหมือง ต่อมาเมื่อมีการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ทางบริษัทแสนเจริญ ทรัพย์ที่มีการชี้แจงก็ได้มีการชี้แจงว่าบริษัทไม่ได้มีการทำเหมืองแร่ แต่ประกอบกิจการ แค่เพียงการขุดดินจำหน่าย อย่างไรก็ตามกลับมีการปักป้ายแจ้งว่ามีการประกอบกิจการทำ เหมืองไว้ในพื้นที่ ในขณะที่บริษัท วาย.เอส.เอส.พี. แอกกริเกต จำกัด ก็ไม่ได้มีการแจ้งว่า มีการทำเหมือง มีหน้าที่แค่เพียงการบริหารในเรื่องของการจัดการน้ำเท่านั้นแต่ก็ปรากฏว่า ในเอกสารมีการครอบครองในเรื่องของวัตถุระเบิดในพื้นที่ดังกล่าวเพื่อการระเบิดพื้นที่ ซึ่งปัญหาดังกล่าวเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้ง ตั้งแต่กระบวนการการมีส่วนร่วม ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่นะครับ ก็ปรากฏว่ามีการจัดการเฉพาะแค่บางพื้นที่เท่านั้น ไม่ได้ครอบคลุมในพื้นที่หลาย ๆ พื้นที่ที่อาจจะได้รับผลกระทบในจังหวัดระยอง กลายเป็น ประเด็นพิพาทระหว่างบริษัทกับประชาชน แล้วก็ยังรวมถึงมีการแอบทำกิจกรรม ซึ่งอาจจะ ผิดไปจากใบอนุญาตที่ได้รับจากหน่วยงานที่รับผิดชอบนะครับ ซึ่งเข้าใจว่าเป็นการกระทำ ที่น่าจะผิดกฎหมาย ส่งผลให้พี่น้องประชาชนอาจจะขาดความเชื่อมั่นต่อภาครัฐ ผมจึงได้รับ เรื่องร้องเรียนทั้งหมดมา ทีนี้นะครับท่านประธานหลังจากมีการร้องเรียนโดยชาวบ้านไป หลายต่อหลายครั้งต่อหลายหน่วยงาน ทางบริษัทก็มีการส่งเอกสารชี้แจงในเรื่องของสิทธิ ในการประกอบกิจการ แต่ไม่มีการสำแดงเอกสารสิทธิในการประกอบกิจการเหมือง ประกอบกับพื้นที่ดังกล่าวก็มีความลาดชันเป็นที่สงสัยในการออกเอกสารสิทธิซึ่งผม เข้าใจดีครับ ก็ท่านรัฐมนตรีอาจจะไม่ได้ไปดูในเรื่องของการออกเอกสารสิทธิ ซึ่งทั้งหมดนี้ การชี้แจงดังกล่าวมันก็ไม่มีความชัดเจน ผมเองก็ได้รับการร้องเรียนจากนายสมศักดิ์ จอมเผือก ซึ่งมีการร้องเรียนมาที่ทีมพรรคก้าวไกลของจังหวัดระยองนะครับ แล้วก็ คุณสว่างสิทธิ์ เลาหะโรจนพันธ์ รวมถึงคุณชุติพงศ์ พิภพภิญโญ ซึ่งก็ได้ประสานมา เพื่อสอบถามถึงความสงสัยดังกล่าวต่อท่านรัฐมนตรี โดยมีคำถามดังนี้ครับ🔗
ในส่วนคำถามแรกบริษัททั้ง ๒ บริษัทซึ่งก็คือบริษัทแสนเจริญทรัพย์ และ บริษัท วาย.เอส.เอส.พี. แอกกริเกต จำกัด ตกลงแล้วมีใบอนุญาตประกอบกิจการประเภทใด และได้ดำเนินกิจการตรงตามใบอนุญาตที่ได้รับจากทางอุตสาหกรรมหรือไม่ เพราะดังที่ได้รับ การชี้แจงมานะครับ บริษัทแสนเจริญทรัพย์มีเพียงใบอนุญาตการขุดร่อนทราย ขุดดิน ถมดิน ส่วนบริษัท วาย.เอส.เอส.พี แอกกริเกต จำกัด กลับปรากฏเอกสารด้านการครอบครอง ในเรื่องของการขนย้ายวัตถุระเบิด🔗
อันที่ ๒ ครับท่านรัฐมนตรีผมเข้าใจว่าท่านอาจจะไม่ได้ไปดูในเรื่องของ เอกสารสิทธิที่ดิน แล้วก็ในการชี้แจงเป็นเอกสารมาก็มีการกล่าวอ้างว่าพื้นที่ดังกล่าวมี น.ส. ๓ ก คำถามก็คือว่าโดยอำนาจของท่านก่อนที่จะให้ใบอนุญาตในการประกอบ อุตสาหกรรมนี้ท่านต้องพิจารณาก่อนหรือไม่ว่าพื้นที่ดังกล่าวมีการออกเอกสารสิทธิที่ชอบ หรือไม่ อย่างกรณีนี้มันมีความลาดชันสูง มีความเป็นไปได้สูงมากว่าการออกเอกสารสิทธิ ก็อาจจะไม่ชอบ ทีนี้พอไปออกเอกสารในเรื่องของการประกอบอุตสาหกรรมตามมา มันก็จะทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจจะยุ่งเหยิงไปอีกนะครับ ก็เรียนถามท่านว่าท่านได้มี การตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยหรือไม่ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพอย่างสูงครับ กระผม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม วันนี้จะขออนุญาตตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะของ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านรังสิมันต์ โรม เรื่องความขัดแย้งระหว่างบริษัทกับชุมชน ในจังหวัดระยอง ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณท่านรังสิมันต์ โรม แทนพี่น้อง ชาวจังหวัดระยองและประชาชนกลุ่มประชารัฐทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ท่านได้ นำข้อร้องเรียนของกลุ่มดังกล่าวในเรื่องที่บริษัทไปประกอบกิจการในพื้นที่จังหวัดระยอง ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อทรัพยากรสิ่งแวดล้อมมาตั้งกระทู้ถามผม ผมขอชี้แจงดังนี้นะครับ ทันทีที่ผมได้รับกระทู้จากทางท่านรังสิมันต์ โรม ผมได้รีบสั่งการให้กรมอุตสาหกรรมพื้นฐาน และการเหมืองแร่ ให้ส่งวิศวกรเหมืองแร่ลงไปในพื้นที่เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เมื่อเข้าไป ตรวจสอบพื้นที่ที่เกิดความขัดแย้งเจ้าหน้าที่พบว่าพื้นที่ดังกล่าวของบริษัท วาย.เอส.เอส.พี. แอกกริเกต จำกัด เป็นผู้ครอบครอง สภาพพื้นที่โครงการนั้นเป็นบ่อขนาดใหญ่ มีเนื้อที่ประมาณ ๙๐ ไร่ พบว่ามีการเก็บกองทรายและกองหิน ประเมินปริมาณกองหินใหญ่ ได้ไม่น้อยกว่า ๑๐๐,๐๐๐ เมตริกตัน ซึ่งจากปริมาณกองหินจำนวนมากเช่นนี้จึงอาจจะเป็น สาเหตุที่ทำให้ประชาชนในพื้นที่เข้าใจคลาดเคลื่อนว่าเป็นโครงการทำเหมืองปูน แต่ข้อเท็จจริงนั้นธุรกิจของบริษัทเป็นการขุดดินสร้างสระน้ำเพื่อทำโครงการจัดหาน้ำให้กับ นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด โดยได้รับอนุญาตจากเทศบาลเมืองมาบตาพุดที่ออกให้ตาม พระราชบัญญัติการขุดดินและถมดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ และเมื่อบริษัทไม่ได้ทำกิจการเหมืองปูน จึงไม่จำเป็นที่ต้องขออนุญาตจากกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ของกระทรวง อุตสาหกรรมแต่อย่างใดครับ ผมขอชี้แจงในเรื่องนี้นะครับว่าทางกระทรวงอุตสาหกรรม ไม่เคยออกใบอนุญาตให้ครับ🔗
เชิญคุณรังสิมันต์ถาม คำถามที่ ๒ นะครับ🔗
เรียนประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อจากพรรคก้าวไกล ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ในการชี้แจงแล้วก็จริง ๆ ต้องเรียนต่อท่านรัฐมนตรีว่าประชาชนในพื้นที่ก็สับสนว่า ตกลง มีการขอใบอนุญาตถูกต้องไหมนะครับ ซึ่งพอฟังจากท่านรัฐมนตรีแบบนี้ก็แสดงว่าไม่ได้ มีการขอใบอนุญาตโดยประเด็นที่มันเป็นอาจจะเป็นข้อพิพาทว่าตกลงมันเป็นแค่เพียงเรื่อง ของการจัดหาน้ำหรือไม่ อย่างไร🔗
ทีนี้ผมขออนุญาตไปที่สไลด์ (Slide) ที่มีภาพที่บอกว่ามันมีการระเบิดนะครับ ตรงนี้ล่ะครับท่านรัฐมนตรี คือพอภาพในป้ายในพื้นที่มันมีการเขียนป้ายที่เขียนว่าเป็นบริเวณ ที่มีการทำการระเบิดแล้วก็กำหนดระยะเวลาอย่างชัดเจน ผมก็ไม่แน่ใจว่าเป็นการระเบิด ครั้งคราวหรือไม่นะครับแต่พอมันมีป้ายในลักษณะแบบนี้ปรากฏในพื้นที่ มันก็ทำให้ชาวบ้าน พี่น้องประชาชนไปคิดเป็นอื่นไม่ได้ครับว่าจริง ๆ แล้วกิจการที่มีการทำในบริเวณดังกล่าว มันเป็นการทำที่มากไปกว่าแค่การจัดหาน้ำหรือไม่ และยิ่งถ้าเราไปดูในเอกสารซึ่งเดี๋ยวผม อาจจะส่งให้ท่านรัฐมนตรีอีกทีหนึ่งนะครับ เป็นเอกสารชี้แจงของบริษัท แล้วก็รวมถึงเอกสาร ที่ได้มาก็จะพบว่าตัวบริษัทก็สามารถที่จะขนย้ายวัตถุระเบิดได้เช่นเดียวกันนะครับ🔗
ทีนี้ครับท่านประธานก็อยากถามเป็นคำถามครั้งที่ ๒ นะครับว่ากรณีนี้ ถ้าปรากฏว่าสุดท้ายมีการทำกิจการที่เป็นลักษณะของการทำเหมืองปูน แล้วก็ไม่ได้มี การขอใบอนุญาตอย่างถูกต้อง โดยอำนาจของท่านท่านจะสามารถแก้ปัญหาในเรื่องนี้ อย่างไรนะครับ🔗
แล้วก็คำถามถัดมาครับท่านประธานเพื่อให้จบในเรื่องเดียวกัน มันก็มีปัญหา ในเรื่องของมลภาวะ มลพิษที่เกิดขึ้นจากการทำเหมืองการระเบิดซึ่งบริเวณดังกล่าว มีบางหมู่บ้านก็อยู่ไม่ไกลไม่เกิน ๒ กิโลเมตรครับ คำถามก็คือว่าท่านจะดูแลพี่น้องประชาชน ที่อยู่บริเวณใกล้ ๆ แล้วได้รับผลกระทบตรงนี้อย่างไร ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ผมก็ต้อง ขออนุญาตตอบดังนี้นะครับ ในพื้นที่ดังกล่าวนี้นะครับ ทางด้านของที่บอกว่ามันมีการไป ระเบิดซึ่งการระเบิดนั้นเนื่องจากการที่เขาจะขุดแหล่งน้ำ มันก็อาจจะต้องมีการขอใบอนุญาต ระเบิดได้ แต่สำหรับเรื่องนั้นก็เป็นเรื่องที่ซึ่งทางบริษัท วาย.เอส.เอส.พี. แอกกริเกต จำกัด ก็ได้รับอนุญาตให้ใช้วัตถุระเบิดจากกระทรวงกลาโหมและกระทรวงมหาดไทยอย่างถูกต้อง นะครับ ส่วนทางด้านกระทรวงอุตสาหกรรมก็ยืนยันอีกครั้งนะครับว่าทางด้านของ เมื่อเจ้าหน้าที่เราเข้าไปตรวจสอบวันเสาร์ที่ผ่านมา ในวันที่ ๒๗ ที่ผ่านมานะครับ ทางเราได้ ไปคุยกับทางบริษัทอย่างชัดเจนและมีการทำข้อตกลงกับบริษัทไว้ว่า หินที่เขาขุดขึ้นมาที่มี การคาดการณ์ไปว่าเขานี้ต้องการเอาหินไปขาย ทางเจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรม ไปตรวจสอบแล้ว แล้วก็ได้บันทึกไว้อย่างชัดเจนว่าเขาต้องห้ามนำหินออกจากพื้นที่ ถ้าเอาหิน ออกจากพื้นที่เมื่อไรถือว่าเป็นการทำเหมืองผิดกฎหมายจะต้องถูกดำเนินคดีอาญา เราก็มีทำ บันทึกข้อตกลงกับบริษัทไว้แล้ว เพราะฉะนั้นขอให้มั่นใจได้ว่าการที่ทางบริษัทจะเอาหิน ออกไปนอกพื้นที่นั้นทำไม่ได้ ถ้าบริษัทมีเจตนาที่จริง ๆ ไม่ต้องการขุดน้ำแต่ต้องการเอาหินไป ขายก็เท่ากับบริษัทนั้นการลงทุนครั้งนี้ล้มเหลวครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรี รังสิมันต์ อนุญาตครับ มีอะไรเพิ่มเติมอนุญาตครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อจากพรรคก้าวไกล ก็ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีที่ได้มีการตรวจสอบ แล้วก็มีการทำข้อตกลงที่จะทำให้ไม่มีการกระทำที่ผิด กฎหมายต่อไป ทีนี้ประเด็นก็คือว่าถ้ามันปรากฏข้อเท็จจริงซึ่งผมเข้าใจว่าท่านรัฐมนตรีก็เพิ่ง ได้ชี้แจงว่าก่อนหน้านี้อาจจะมีการระเบิดแล้วเอาหินไปขาย ผมไม่แน่ใจว่ากรณีที่มันกระทำ ผิดกฎหมายไปแล้ว ทางท่านรัฐมนตรีทางหน่วยงานของรัฐจะมีการดำเนินการอย่างไร กับการกระทำที่มันเกิดขึ้นไปแล้ว แล้วก็อยากให้ท่าน อันนี้อาจจะเป็นฝากท่านรัฐมนตรีช่วย ดูว่าในช่วงเวลาที่ผ่านมาก่อนหน้านี้ที่มันเกิดขึ้นไปแล้ว มันได้ก่อมลภาวะ ก่อสภาพแวดล้อม ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนอย่างไร เพื่อให้เขามั่นใจว่าเขาจะได้รับการดูแล ผมไม่แน่ใจว่าอย่างเวลามันระเบิดแต่ละครั้ง มันส่งผลทางมลพิษต่อพี่น้องประชาชนอย่างไร ในส่วนนี้อาจจะเรียนฝากไว้และอาจจะคำถามเพิ่มเติมที่ถามตอนต้นครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีตอบเขาได้ นะครับ เชิญครับ🔗
คือผมคิดว่า ท่านอาจจะเข้าใจคลาดเคลื่อนว่าทางบริษัทมีการขนหินออกไป ไม่เคยมีนะครับ แล้วถ้าเราไป ตรวจสอบว่ามีเราก็ดำเนินคดีแน่นอน แต่ว่าที่ไปตรวจสอบแล้วก็ไม่เคยขนหินออกไป🔗
สำหรับที่ท่านเป็นห่วงเรื่องของสิ่งแวดล้อมนะครับ ผมก็ยินดีเป็นอย่างมาก ที่เรื่องสิ่งแวดล้อมนั้นเป็นปัญหาสำคัญของคนไทยทุกคน ผมเองก็มีความห่วงใยเหมือนกัน เพราะฉะนั้นเรื่องที่ท่านห่วงใยเรื่องนี้นะครับ ทางกระทรวงซึ่งรับผิดชอบโดยตรงเกี่ยวกับ เรื่องสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ผมจะเรียนให้ทางท่านรัฐมนตรีวราวุธจากกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่าให้ลองไปดูในพื้นที่ตรงนี้ให้ท่านเพื่อจะได้เกิดความสบายใจครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณท่านสมาชิก รังสิมันต์ โรม และท่านรัฐมนตรี ขอบคุณมาก ท่านก็บริหารเวลาได้ดีเยี่ยมเลย ขอบคุณ เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายด้วยครับ ท่านรองอธิบดีมานะครับ จบกระทู้ที่ ๕ หมดแล้วใช่ไหมครับ วันนี้มีกระทู้เลื่อน ๑ กระทู้นะครับ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนนะครับ ขอบคุณครับ🔗
๑.๓.๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๓๐ เรื่อง ปัญหาความแออัดของ สถานพยาบาลในจังหวัดภูเก็ต (นายรังสิมันต์ โรม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ได้ขอเลื่อนครับ ขอบคุณทุกคนนะครับ🔗
ก่อนที่จะ ประชุมพิจารณาเรื่องตามระเบียบวาระต่อไป ผมขอปรึกษาที่ประชุมเพื่อขอนำเรื่องการขอ ขยายระยะเวลาการพิจารณา ของคณะกรรมาธิการซึ่งยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระขึ้นมา พิจารณาก่อน ซึ่งคงจะใช้เวลาไม่มากนัก จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มีถือว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินการตามนี้นะครับ🔗
ต่อไปเป็นเรื่องขอขยายระยะเวลาการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ คมนาคมซึ่งยังไม่ได้บรรจุระเบียบวาระ🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ คือท่านโสภณ ซารัมย์ ได้มีหนังสือขอขยาย ระยะเวลาการพิจารณาศึกษาญัตติเกี่ยวกับการศึกษาและแก้ไขปัญหารถรับจ้างสาธารณะ เนื่องจากจำเป็นต้องดำเนินการศึกษาเพิ่มเติมให้ครอบคลุมครบถ้วนตามประเด็นที่เกี่ยวข้อง และจัดทำรายงานผลการพิจารณาศึกษาญัตติ ดังนั้นจึงขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษา ออกไปอีก ๖๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๔ นี่เป็นการขยายครั้งที่ ๘ แล้วนะครับ เพื่อประโยชน์ในการทำงานของคณะกรรมาธิการจะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น หรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มี สมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ผมถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการขยายเวลา การศึกษาออกไปตามที่ร้องขอนะครับ🔗
ต่อไปเป็นเรื่องขอขยายระยะเวลาการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายเงินจากจากการกู้เงินตามพระราชกำหนด ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) เพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งยังไม่ได้ บรรจุระเบียบวาระ🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ท่านสรอรรถ กลิ่นประทุม ได้มีหนังสือ ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษา เนื่องจากคณะกรรมาธิการได้พิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้การพิจารณาติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายเงินเป็นไปอย่างรอบคอบในทุกมิติ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์กับประชาชนในทุกภาคส่วน ดังนั้นจึงขอขยายระยะเวลา การพิจารณาศึกษาออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๔ เป็นการขอขยาย ครั้งที่ ๑ นะครับ เพื่อประโยชน์ในการทำงานของคณะกรรมาธิการ ผมอยากถามว่า จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มี สมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ผมถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการขยายเวลา การศึกษาออกไปตามที่ร้องขอนะครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ต่อไปจะเป็นการพิจารณาเรื่องที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อน ขึ้นมาพิจารณาก่อนนะครับ🔗
๑. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร เอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) เพื่อหาแหล่งรายได้ใหม่จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ (นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข และนายอรรถกร ศิริลัทธยากร เป็นผู้เสนอ)🔗
จากการประชุมครั้งก่อนที่ประชุมเห็นชอบให้นำญัตติทำนองเดียวกันจำนวน ๑๒ ฉบับ คือ ญัตติตามระเบียบวาระเรื่องเลื่อนที่ ๑-๑๒ มาพิจารณารวมกัน โดยผู้เสนอได้แถลงเหตุผล ตามลำดับและสมาชิกได้อภิปรายจนเสร็จสิ้นแล้ว การอภิปรายจึงเป็นอันยุติ จากนั้นผมเอง เป็นประธานในขณะนั้นได้สั่งเลื่อนการประชุมมาเพื่อพิจารณาต่อในวันนี้ ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ ผู้เสนอมีสิทธิอภิปรายสรุปได้อีกครั้งหนึ่งก่อนที่ที่ประชุมจะลงมติ ผู้เสนอจะใช้สิทธิ อภิปรายสรุปหรือไม่ครับ ที่จริงก็อภิปรายกันมาโดยละเอียดแล้วนะครับ หรือมีท่านผู้ใด เจ้าของญัตติจะขออภิปรายสรุปมีไหมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะ เป็นผู้เสนอญัตติเมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๓ ขออนุญาตสั้น ๆ ขอขอบคุณ ท่านประธานสภาที่เคารพ ในประเด็นในเรื่องของการตั้งคณะกรรมาธิการศึกษาในส่วนของ บ่อนคาสิโน (Casino) ผมอยากจะพูดในประเด็นเพื่อสรุปให้กับเพื่อนสมาชิกและ พี่น้องประชาชนที่ติดตาม ผมทราบว่ามีน้อง ๆ นักเรียน นักศึกษาทั่วประเทศที่มีตัวแทนด้วย ความห่วงใย แล้วก็มายื่นหนังสือที่สภาแล้วก็มีการโทรศัพท์เข้ามาสอบถาม ในประเด็นข้อ ห่วงใยว่าเมื่อสภาตั้งคณะอนุกรรมาธิการวิสามัญเพื่อที่จะมาศึกษา และมีความสนใจในเรื่อง ญัตตินี้มากถึงประมาณ ๖๐ ท่านด้วยกัน ผมคิดว่าการศึกษาครั้งนี้เพื่อที่จะให้ได้ข้อมูลอย่าง ละเอียดรอบคอบทั้งมิติของสังคม มิติในเรื่องของผลกระทบ ในเรื่องของการศึกษาผลกระทบ ด้านการศาสนา วัฒนธรรม ประเพณี และในเรื่องของเศรษฐกิจ และความมั่นคงของประเทศด้วย ในเรื่องของการศึกษาตามพระราชบัญญัติ ซึ่งเราใช้พระราชบัญญัติการพนันมาตั้งแต่ ๒๔๗๘ ก็ถือว่าใช้มานานมากพอสมควร แล้วก็เป็นที่เข้าใจกันว่าสังคมไทยนั้นกับการพนัน มีหลายรูปแบบ เพราะฉะนั้นในการศึกษาครั้งนี้ผมคิดว่าเป็นการศึกษาครั้งใหญ่ที่เป็นที่สนใจ ของเพื่อนสมาชิก เพราะฉะนั้นเราคงจะต้องคำนึงในส่วนของข้อห่วงใยทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะ เป็นของเยาวชน นักศึกษา นักธุรกิจและในส่วนของภาคสังคมเป็นเรื่องสำคัญ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมคิดว่าการศึกษาครั้งนี้เป็นสิ่งที่ดีและก่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติ อยากจะสรุปว่าสิ่งที่เราเห็นภาพโดยที่ไม่ต้องไปศึกษาเลยนะครับ ในขณะนี้เราก็รู้ว่าวันนี้ ประเทศไทยเรามีเงินไหลออกนอกระบบในเรื่องของการพนัน ในเรื่องของคาสิโน (Casino) ตัวเลขประมาณค่าไม่ได้ เพราะฉะนั้นการที่เราศึกษาและอุดช่องโหว่อันนี้ก็จะทำให้เงินตรา ที่ไหลออกนอกประเทศอาจจะน้อยลง แล้วก็เป็นเรื่องของการนำเงินตราจากต่างประเทศ เข้ามาสู่ในระบบและสามารถที่จะตรวจสอบได้ เมื่อเงินเข้ามาในระบบ ที่เราสามารถจะ ควบคุมได้นั้น รัฐก็สามารถที่จะเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้น ในภาวะวิกฤติที่ประเทศเราค่อนข้างที่จะ เก็บภาษีและมีรายได้ในเรื่องของการส่งออกและภาษีในเรื่องของการท่องเที่ยว รายได้จาก การท่องเที่ยวน้อยลงมาก เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าเป็นประโยชน์ในเรื่องของสภาที่จะ ตั้งอนุกรรมาธิการศึกษาแล้วก็ได้คำตอบและเราค่อยตัดสินใจกันอีกครั้งหนึ่งว่า จะดำเนินการ เรื่องนี้ต่อไปอย่างไร สิ่งที่เราได้อีกก็คือเราสามารถที่จะล่วงรู้ประวัติและข้อมูลที่เป็น ประโยชน์ ในการป้องกันอาชญากรรม เราก็รู้ว่าเมื่อเราเปิดบ่อนการพนันในหลายรูปแบบ ทั้งถูกต้องและไม่ถูกต้องตามกฎหมายนะครับ ก็มีอาชญากรรมเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าเรามี กติกาและควบคุมในเรื่องของการอนุญาตเปิดบ่อน จัดโซน (Zone) แล้วก็กำกับดูแล ไม่จำเป็นจะต้องเปิดมากมาย อันนี้ก็ถือว่าเราจะได้ฐานข้อมูลในเรื่องของการควบคุม ได้อย่างดี🔗
เรื่องต่อไปเรื่องที่ ๔ ก็เป็นการป้องกันการทุจริตในวงราชการที่เราได้ยินเสมอ มาว่า เปิดที่นี่ต้องมีการเคลียร์ (Clear) กัน ต้องมีการส่งส่วย แล้วก็มีการหักหลังกัน แล้วก็ มีการฟ้องร้องกัน เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ก็จะมีกระบวนการกำกับดูแล สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนเลย ก็คือเราได้ส่งเสริมในเรื่องของการท่องเที่ยว อันนี้คือเป็นโจทย์ครับว่า เราส่งเสริม การท่องเที่ยวโดยใช้บ่อนคาสิโน (Casino) หรือใช้เอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) ว่าเราจะต้องมีกิจกรรมอะไรบ้างเพื่อที่จะเป็นแม่เหล็ก เป็นตัว ดึงดูดในเรื่องของการท่องเที่ยว เราคงหลีกหนีไม่พ้นหรอกครับว่าประเทศเราที่จะถึงนี้ แม้กระทั่งในขณะนี้มีโควิด (COVID) เข้ามาในรอบใหม่ เพราะฉะนั้นสักระยะหนึ่งเราคง จะต้องมีการเปิดประเทศอย่างแน่นอนหลังจากที่เราควบคุม กำกับในเรื่องของยาแล้วก็โรค ระบาดได้ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือเราต้องหากิจกรรม ธุรกิจ ธุรกรรมในเรื่องของตัวดึงดูด นอกเหนือจากการท่องเที่ยวในเชิงธรรมชาติแล้ว ก็คงจะเป็นในเรื่องของเอนเตอร์เทนเมนต์ (Entertainment) สิ่งเหล่านี้ก็ถือว่าหลายประเทศก็มีกัน ที่ผ่านมามีการพูดว่าประเทศเพื่อนบ้าน ของประเทศไทยนั้นมีทุกประเทศ และมีประเทศไทยประเทศเดียวที่ไม่มีในเชิงลักษณะ ถูกต้องตามกฎหมายกับเพื่อนบ้าน ก็มิได้หมายความว่าเป็นสิ่งไม่ดี ที่จริงแล้วถ้าไม่มีการพนัน ไม่มีแหล่งบันเทิงในเรื่องลักษณะการพนันอย่างนี้ ซึ่งนำมาในเรื่องของยาเสพติดก็ดี ในเรื่อง ของลักเล็กขโมยน้อย สิ่งที่ไม่ดีก็มีมากมาย ในเรื่องของปัญหาทางสังคม ปัญหาการฆ่าตัวตาย ก็ดี เด็ก เยาวชน ไปเข้าบ่อนการพนัน แล้วออกมามีการขายตัวกัน ก็ทำให้สภาพสังคมเสีย สิ่งเหล่านี้ต้องเป็นประเด็นที่เราจะต้องศึกษาให้ครอบคลุม และก่อให้เกิดความปลอดภัย และสามารถที่จะกำกับดูแลในเงื่อนไขตามที่กฎหมายเราได้กำหนดและอนุญาตได้ ก็คงจะใช้ เวลาไม่มากครับท่านประธาน โดยสรุปก็คือว่าการศึกษานี้เป็นเรื่องของการศึกษาให้รู้ ในจุดอ่อน จุดแข็ง แต่ถ้าเราศึกษาเสร็จแล้วนั้นไม่เหมาะ ไม่สอดคล้องกับทางสังคม แล้วก็มีหลายหน่วยที่จะมาคัดค้านและก่อให้เกิดปัญหาในเชิงสังคม ในเชิงของภาคประชาชน นั้นก็คิดว่าคงจะเปิดไม่ได้ แต่ถ้าเราคิดว่าเราสามารถออกกฎหมายที่ล้าสมัย และเราสามารถ ที่จะไปเรียนรู้จากประเทศเพื่อนบ้าน และเรามากำกับดูแลและสามารถที่จะควบคุมได้ให้เกิด ความปลอดภัย และพี่น้องประชาชนเข้าถึงในระดับหนึ่ง สำหรับในส่วนของพี่น้องประชาชน ที่ยากไร้นั้น บางครั้งในเรื่องของการพนันประเพณีพื้นบ้านเล็ก ๆ น้อย ๆ ผมคิดว่าเป็นความสุข ของชาวบ้าน เช่น ในเรื่องของการตีไก่ กัดปลา ชนวัว อะไรต่าง ๆ ผมคิดว่าอันนี้เราก็จะต้อง ออกกฎหมาย เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนเข้าถึงในความสุขที่พี่น้องประชาชนเขาอยากเล่น และถูกจับกันเป็นประจำ เพราะฉะนั้นเราคงจะต้องแยกว่าในเรื่องของการพนันในเชิง ประเพณีวัฒนธรรม และในการพนันในเชิงของอาชีพ ในเชิงของธุรกิจนั้น เราจะมีกฎหมาย กำกับดูแลอย่างไร เพราะฉะนั้นการที่เราจะเปิดธุรกิจบันเทิงอย่างนี้ครบวงจรก่อให้เกิดรายได้ ก่อให้เกิดภาษีนั้น เราก็เห็นว่าสังคมไทยเรายังมีสังคมที่ด้อยโอกาส มีความเหลื่อมล้ำมาก คนยากคนจนมาก เพราะฉะนั้นภาษีบาปอันนี้ก็คงจะต้องไปชดเชย หรือจุนเจือกับผู้ยากไร้ด้วย ก็อย่างเช่นในกรณีภาษีของโรงงานยาสูบ เราก็เอาไปเพื่อพัฒนาในเรื่องของภาคสังคม ภาษี ของกองสลากกินแบ่งรัฐบาลเราก็ต้องเอาไปชดใช้ ไปเติมเต็มให้กับสังคมที่ด้อยโอกาส เช่นเดียวกันครับในส่วนของภาษีในส่วนของคาสิโน (Casino) หรือว่าเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) ที่เรามีอะไรต่าง ๆ ที่ต่อเนื่องเชื่อมโยงกันนั้น ภาษีส่วนนี้เราก็จะต้องศึกษาว่าเราจะไปเติมเต็มในสังคมด้อยโอกาส พี่น้องยากไร้นะครับ คนยากคนจนที่ไม่มีบ้านอยู่อาศัย ยังตกงานไร้อาชีพ สิ่งเหล่านี้ก็ถือว่าเป็นฐาน เป็นต้นทุน ที่เราจะทำให้สังคมในส่วนที่ขาดหรือบกพร่องไปนั้นมีความสมบูรณ์ขึ้น ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านภาคภูมิ บูลย์ประมุข ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะที่ผมเป็นผู้เสนอญัตติการตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาการตั้งเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment complex) เพื่อหารายได้เข้าประเทศ ในนามพรรคพลังประชารัฐ เราก็จะเห็นได้ว่ามีสมาชิกอภิปรายมากมายว่าการตั้งเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment complex) มีความเหมาะสม และมีความจำเป็นหรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่ ที่สมาชิกได้อภิปรายในสภาก็ไปในทิศทางเดียวกัน ซึ่งมองเห็นความจำเป็นมากกว่า แน่นอน นะครับ ในการตั้งเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment complex) ก็คงจะ ประกอบด้วยทั้งสถานบันเทิง ที่พัก และการสร้างแลนด์มาร์ก (Land mark) แห่งใหม่ของ ประเทศไทย และแน่นอนนะครับ ก็คือในนั้นที่มีความสำคัญและสามารถดึงดูดเงิน นักท่องเที่ยวได้มากที่สุดก็คือคาสิโน (Casino) ในสถานการณ์โควิด-๑๙ (COVID-19) ของประเทศไทยรัฐบาลมีรายได้น้อยมาก โดยเฉพาะรายได้จากนักท่องเที่ยว ๒ ปีที่ผ่านมา เราไม่มีนักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยเลย ครั้นจะไปเอาภาษีจากพี่น้อง ประชาชน ก็เห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจตอนนี้ก็ย่ำแย่ รัฐบาลก็ไม่มีรายได้ จะไปเก็บภาษี พี่น้องประชาชนก็ทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนอีก ฉะนั้นการตั้งเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment complex) น่าจะเป็นแหล่งรายได้ใหม่ของประเทศไทย และให้รัฐบาลนำเงินไปจุนเจือกับพี่น้องประชาชน ตลอดจนนำไปพัฒนาประเทศในอนาคต ทำให้เงินหมุนเวียนในระบบมากมาย โดยเฉพาะตัวอย่างของประเทศที่พัฒนาแล้ว ไม่ว่า จะเป็นอเมริกา ประเทศในยุโรป หรือประเทศในทวีปออสเตรเลีย ตลอดจนเพื่อนบ้านของเรา สิงคโปร์ ลาว เวียดนาม กัมพูชา เมียนมา ก็มีเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment complex) ครบวงจรเกือบทั้งนั้น ซึ่งญัตติการเสนอครั้งนี้มีการเสนอให้ตั้งกรรมาธิการศึกษา ความเป็นไปได้ การตัดสินใจของคณะกรรมาธิการว่าจะตั้งได้หรือไม่ได้ ก็อยู่ที่การศึกษาของ กรรมาธิการ ทั้งนี้ทั้งนั้นเรื่องสำคัญที่สุดผมก็คิดว่าถ้าหากสภาผู้แทนราษฎรมีมติให้สามารถ ตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ได้ ข้อสำคัญกรรมาธิการชุดนี้ต้องสอบถามความเห็นของพี่น้อง ประชาชนให้ทราบถึงข้อดี ข้อเสีย ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการออกกฎเกณฑ์ กฎเกณฑ์เป็น เรื่องสำคัญที่สุด กรรมาธิการชุดนี้ต้องพิจารณาให้รอบคอบไม่ให้เกิดผลกระทบกับพี่น้อง ประชาชน ทั้งทางด้านสังคมและทางด้านเศรษฐกิจอย่างรอบคอบให้มีทุกมิติ ซึ่งถ้าหาก มีการพิจารณาเสร็จแล้วคณะกรรมาธิการก็จะเสนอไปยังรัฐบาล ส่วนรัฐบาลจะเห็นด้วยกับ แนวทางกับคณะกรรมาธิการชุดนี้หรือไม่นั้น ก็ขึ้นกับทางคณะรัฐมนตรี ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรี ก็คงจะนำเข้าไปในการประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อจะตัดสินใจว่าประเทศไทยจะเดินหน้า อย่างไร ซึ่งในสถานการณ์ปัจจุบันรัฐบาลต้องหารายได้มาพัฒนาประเทศมากยิ่งขึ้น การตั้งเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment complex) ถือว่าเป็นแหล่ง รายได้ใหม่ที่รัฐบาลจะนำเม็ดเงินเข้าประเทศไทยอย่างมากมายมหาศาล ฉะนั้นผมในฐานะ ผู้เสนอญัตติก็อยากจะขอความร่วมมือของสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน เห็นชอบในการตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาการตั้งเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment complex) เพื่อหารายได้เข้าสู่ประเทศไทย จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ได้รับแจ้งว่าท่านผู้ที่เสนอญัตติแจ้งความจำนงจะอภิปรายสรุปอีกหลายท่าน ฉะนั้นผมจึงขออนุญาตกำหนดว่าท่านอภิปรายสรุปสั้น ๆ นะครับ ใช้เวลาไม่เกินท่านละ ๕ นาทีนะครับ เพราะว่าก็ได้อภิปรายกันมาเยอะแล้ว ต่อไปเชิญท่านนพดล แก้วสุพัฒน์ เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม นพดล แก้วสุพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท ในฐานะที่เป็นผู้ยื่นญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา การจัดเก็บรายได้จากธุรกิจคาสิโน (Casino) และรูปแบบพนันต่าง ๆ เพื่อแก้ปัญหาหนี้สิน ของประชาชน ผมคิดว่ามีการอภิปรายไปแล้วจำนวนมาก วันนี้ก็คงจะสรุปว่าหลังจากมีการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญแล้วก็คงจะได้ข้อสรุปในการจัดระบบการจัดเก็บรายได้จากธุรกิจ การพนันรูปแบบต่าง ๆ และธุรกิจบันเทิงครบวงจร ซึ่งผมคิดว่าจะเป็นอีกทางหนึ่งที่จะเป็น รายได้เข้าประเทศ เพื่อก่อให้เกิดการเอาไปพัฒนาสวัสดิการต่าง ๆ หรือพัฒนาประเทศ นั่นก็คือ ระบบหนึ่ง อีกอันหนึ่ง ก็คงจะไปร่างกฎหมาย เพื่อให้เกิดระบบที่มีความน่าเชื่อถือในการที่จะ มีคนเข้ามาใช้บริการกับประเทศไทยเรา ผมคิดว่าไม่ใช่เฉพาะคนในเมืองไทย แต่ว่าอาจจะ เป็นต่างประเทศ เพราะว่าเราใช้ระบบออนไลน์ (Online) คงจะไม่ใช้เฉพาะในประเทศไทย แต่ว่ามีระบบที่จะจัดการโดยมีกฎหมายต่าง ๆ ที่จะควบคุมและเกิดความน่าเชื่อถือในระบบ บริหารจัดการ นอกจากนั้นก็ยังมีการชัดเจนในเรื่องของการจัดเก็บรายได้ ไม่ได้ไปเป็น ของใครคนใดคนหนึ่ง แต่ว่าเป็นของรัฐ ผมก็อยากจะศึกษาว่าให้คณะกรรมาธิการวิสามัญ ได้ศึกษาเรื่องพวกนี้ให้ชัดเจน ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อประโยชน์ที่จะมาพัฒนาประเทศ🔗
อีกส่วนหนึ่ง ก็คือคนที่จะเข้าไปก็คงจะมีมาตรการต่าง ๆ ที่จะไม่ได้ เปิดโอกาสให้เป็นสิ่งที่เป็นการที่มัวเมาให้กับประชาชน แต่เป็นการบันเทิงและอีกอย่างหนึ่ง เราพ่วงอยู่ในธุรกิจการท่องเที่ยวด้วยนะครับ เพื่อที่จะเป็นการบันเทิงไม่ว่าจะเป็น บุคคลภายนอกประเทศที่เข้ามา หรือการเล่นโดยผ่านระบบออนไลน์ (Online) ต่าง ๆ ก็คง จะตัดระบบที่เป็นใต้ดินทั้งหมดออกไป พื้นที่ตรงนี้ก็คงจะเป็นพื้นที่ที่น่าจะช่วยกันศึกษา แล้วก็คงจะไม่เป็นสิ่งที่มัวเมากับพี่น้องประชาชน ผลการศึกษาจะออกมาในรูปแบบใด ก็คงจะเป็นเรื่องของคณะกรรมาธิการวิสามัญไปศึกษาเพื่อให้จบปัญหาในเรื่องของ การเรียกร้องต่าง ๆ ผมคิดว่าทุกสมัยของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็มีเรื่องนี้เข้ามาเสนออยู่ตลอด ครั้งนี้ก็คงจะศึกษาให้จบสิ้นถึงความถูกต้อง หรือว่าผลต่าง ๆ ที่ครบถ้วน เพื่อเสนอนำไปใช้ ปฏิบัติต่อไป คงจะเป็นประโยชน์ แล้วก็เป็นที่คลายข้อแคลงใจในการที่เห็นด้วย หรือไม่เห็น ด้วยต่าง ๆ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ต้องขอบคุณท่านประธานและเพื่อนสมาชิกคณะกรรมาธิการที่ให้โอกาสผมได้ เสนอญัตติและสรุปญัตติในวันนี้ สำหรับญัตติของผมนั้น เป็นญัตติที่ ๖ คือขอให้ สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาป้องกันและแก้ไข การแพร่ระบาดของตู้เกมพนันไฟฟ้า ตู้สล็อตแมชชีน (Slot Machine) อย่างครบวงจร ซึ่ง ท่านประธานได้นำมารวมกับการตั้งเรื่องของเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) ในวันนี้ จากที่ท่านประธานได้มีการประชุมกันแล้วก็มีผู้เสนอ ญัตติทั้งหมด ๑๒ ญัตติ มีผู้อภิปรายทั้งหมดประมาณ ๑๘ ท่าน รวมแล้วส่วนใหญ่ประมาณ ๓๐ ท่าน ในการเสนอญัตติของผมนั้นมีประเด็น ๒ ประเด็น🔗
ประเด็นแรก ก็คือเรื่องของตู้เกมพนัน ซึ่งเป็นสิ่งซึ่งพวกเราทราบกันดีนะครับ ไปผุดตามที่ต่าง ๆ แล้วก็เกิดปัญหาให้กับเด็ก เยาวชน ครอบครัว เกิดปัญหาสังคมมากมาย ตรงนี้ผมอยากให้กรรมาธิการระดมแก้ปัญหาตรงนี้ให้ชัดเจน โดยเฉพาะไม่ให้มีเพราะนี่คือ ผลประโยชน์ส่วนตน ผู้ที่เป็นเจ้าของ ผู้ที่บริหารจัดการ ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องรวมทั้ง ซัปพลายเชน (Supply Chain) เอาประโยชน์เข้าส่วนตนแล้วก็ทำให้พี่น้องประชาชน เยาวชนเดือดร้อน ตรงนี้ต้องขออนุญาตว่าให้แก้ไขปัญหาตรงนี้ไม่ให้มี🔗
ส่วนประเด็นที่ ๒ ที่เราพูดกันถึงประจำ ก็คือการจัดตั้งหรือการให้มีการศึกษา ข้อมูลในเรื่องของเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) ผมต้อง เรียนว่าต้องมองในภาพใหญ่นะครับว่า เอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) คงไม่ได้หมายถึงเฉพาะแค่แหล่งพนันคาสิโน (Casino) อย่างเดียว คงจะต้องรวมถึงภาพรวมของทั้งหมด ซึ่งเราต้องจัดให้ดี แล้วก็เป็นแหล่งที่สามารถเป็น โซน (Zone) ที่พี่น้องเยาวชนนักท่องเที่ยวต่างประเทศสามารถมาใช้ นำเงินเข้าประเทศมาใช้ ให้กับบ้านเราให้ได้ ซึ่งตรงนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของคาสิโน (Casino) แล้วนี้ มันจะเป็น รูปอื่น ๆ ของการพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นการค้าขายสินค้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของท่องเที่ยว อารยธรรม หรือภาพรวมของสิ่งดี ๆ ของประเทศไทยให้มารวมอยู่ที่นี่ทั้งหมด รวมทั้ง ภาคบันเทิง ซึ่งก็จะเป็นการนำเม็ดเงินเข้าสู่ประเทศ อันนี้นะครับ ขอให้ทางคณะกรรมาธิการ ได้ตั้งกรรมาธิการแล้วมาศึกษากัน ที่ผมฝากไว้ตั้งแต่รอบแรกคือเราเห็นนะครับว่า รอบ ๆ บ้านเรานี้มีคาสิโน (Casino) เกิดขึ้น ผุดขึ้นเต็มไปหมด และบางแห่งนี้ยังใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) บ้านเรานะครับ หาเงินให้เขา เขาได้เงินไป บางแห่งก็มาใช้ฟาซิลิตี (Facility) ปัจจัยโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมดของพวกเรา และให้เกิดประโยชน์กับพวกเขาทั้งหมด แล้วเงินก็เข้าไปกระเป๋าใครซึ่งอยู่ใต้ดิน ซึ่งตรงนี้พี่น้องคนไทยตาดำ ๆ มองแล้วก็รู้สึกไม่สบายใจ แต่ถ้าเราสามารถสรุปว่าถ้าเราศึกษาแล้วนี้ ประเด็นที่จะเกิดนี้ให้ไปเกิดในสถานที่ที่เหมาะสม โดยเฉพาะสถานที่ซึ่งเขาไม่มีแหล่งท่องเที่ยว แล้วก็เป็นสถานที่ที่กันดารสักหน่อย แต่ว่ามีฟาซิลิตี (Facility) ลงมาได้นี้ แล้วก็กำหนดขอบเขตให้ชัดเจน ไม่ว่าในแง่ของกฎหมาย กฎหมาย ในการควบคุม ไม่ว่าจะเป็นระเบียบปฏิบัติ ข้อปฏิบัติในการแก้ไขปัญหานะครับ เม็ดเงินที่อยู่ ตรงนี้ ออกไปต่างประเทศนี้เป็นแสนล้านบาทนะครับ รายได้ก็อยากให้รัฐเป็นเจ้าภาพ และคนที่จะเข้าในการเข้ามาดูตรงนี้ต้องขอว่าต้องดูให้ดีนะครับ โดยเฉพาะเราคงป้องกันเซฟ (Safe) คนที่มีรายได้น้อย คนที่ถูกล่อลวง ถูกชักชวนไปในทางไม่ดี ต้องป้องกัน เราอยากเน้น ให้เป็นคนที่มีเม็ดเงินจากต่างประเทศเข้ามา หรือคนไทยก็ต้องมีฟาซิลิตี (Facility) พอสมควร ซึ่งตรงนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ซึ่งการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาตรงนี้ ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ดี ถามว่าดีอย่างไร ก็คือเราจะได้ศึกษารอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของข้อดีให้ เกิดแหล่งท่องเที่ยว มีเม็ดเงิน เราอาจจะใช้ที่ผมบอกสวอต อนาไลซิส (SWOT Analysis) คือจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส แล้วก็อุปสรรคออปพอร์ทูนิตี (Opportunity) แล้วก็อุปสรรคต่าง ๆ เราสามารถนำมาได้ แล้วก็สรุปสุดท้ายก็คือทำให้เกิดความกระจ่างชัด ผู้ที่เห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยก็จะได้นำระดมความคิด และที่สำคัญต้องฟังความคิดเห็นรอบด้านจากพี่น้อง ประชาชน โดยเฉพาะการมีส่วนร่วม ตรงนี้จะเป็นข้อหนึ่ง ซึ่งทำให้สภาผู้แทนราษฎรเรา สามารถทำให้ทุกท่านที่อยากอภิปราย อยากเข้ามามีส่วนร่วมนี้ จะได้ระดมความคิด นั่นคือมันสมองที่ถือว่าสุดยอดนะครับ เพราะฉะนั้นก็ขอกราบเรียนท่านประธานว่า ก็คงสนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการปราบตู้เกมพนัน แล้วก็ ในเรื่องของการดูเรื่องเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) ต่อไป ต้องขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล เชิญครับ ท่านสมเกียรติอยู่ไหมครับ เชิญครับ🔗
สวัสดีครับท่านประธาน เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ต้องขอบคุณท่านประธานครับที่ให้โอกาสผมได้มาสรุป ญัตติการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจรเออร์บัน เอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Urban Entertainment Complex) เหตุที่ผมเสนอญัตตินี้ก็เป็นเพราะเศรษฐกิจของ ประเทศที่มันถดถอยมาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ถึงปี ๒๕๖๒ จนกระทั่งมาถึงปี ๒๕๖๓ และ ๒๕๖๔ ปัจจุบัน เราถูกซ้ำเติมทางเศรษฐกิจ ด้วยการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด (COVID) ส่งผลให้มีผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างกว้างขวางทั่วประเทศ ทำให้รัฐเก็บภาษีไม่ได้ ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ เมื่อรัฐเก็บภาษีไม่ได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ท่านประธานครับ แน่นอนครับ รัฐก็ต้องกู้เพิ่มมาอีก เมื่อมีการกู้เพิ่มอีกก็จะส่งปัญหาไปให้กับหนี้สาธารณะที่เพิ่มขึ้น หนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น และประชาชนก็ต้องแบกรับร่วมรับผิดชอบอย่างมหาศาล ผมจึงเล็งเห็นว่าการจะฟื้นฟู เศรษฐกิจหลังโควิด (COVID) โดยการให้มีการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร เออร์บัน เอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Urban Entertainment Complex) ขึ้น ถ้าเราไปดู เพื่อนบ้านที่เขาเปิดเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Urban Entertainment Complex) ท่านประธานครับ ก็จะพบได้ว่าผลประกอบการมีเม็ดเงินกำไรมหาศาล ซึ่งจะทำให้รัฐเก็บ ภาษีได้อย่างมากมาย นำมาพัฒนามาบริหารประเทศได้อย่างต่อเนื่อง ผมจึงเสนอญัตตินี้ ขึ้นมา ส่วนในด้านพื้นที่ครับท่านประธานครับ ที่ผมเคยเสนอไปว่าอำเภอหัวหิน จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ ที่เหมาะสมมีศักยภาพ มีอินฟราสตรักเจอร์ (Infrastructure) ครอบคลุม แล้วก็ครบถ้วน ก็ไม่จำเป็นครับว่าจะต้องเป็นอำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ผมยก เป็นตุ๊กตาขึ้นมา อาจจะเป็นจังหวัดอื่น ๆ เช่น เชียงใหม่ ภูเก็ต หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคใต้ได้ทั้งหมดครับท่านประธาน ถ้าหากมีศักยภาพที่ใกล้เคียง หรือว่าดีกว่า🔗
ประเด็นสุดท้ายครับ กลุ่มเป้าหมาย กลุ่มเป้าหมายที่เราจะให้เข้าไป ในเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) มีอยู่ ๒ ส่วนครับ ท่านประธาน🔗
ส่วนที่ ๑ ถ้าเป็นเรื่องสวนสนุก เป็นห้างสรรพสินค้า เป็นการแสดงโชว์ต่าง ๆ ในด้านวัฒนธรรมและศิลปะ ตรงนี้เราอนุญาตให้ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศสามารถ เข้าไปใช้บริการได้🔗
ส่วนที่ ๒ ท่านประธานครับ คาสิโน คาสิโนถ้าหากมีเกิดขึ้นจริงอย่างถูกต้อง ตามกฎหมาย ซึ่งถือว่าสิ่งนี้เป็นสิงที่เกิดขึ้นใหม่กับสังคมไทย ผมเองก็ยังมีความกังวลในเรื่อง ผลกระทบทางสังคมที่จะตามมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องศีลธรรม วัฒนธรรม ปัญหาครอบครัว ปัญหาหนี้สิน รวมกระทั่งอาชญากรรม คาสิโนตรงนี้เราอนุญาตว่าให้เฉพาะชาวต่างชาติ เท่านั้นที่เข้ามาเพื่อเป็นการนำร่อง เพื่อจะดูผลกระทบที่จะตามมาต่อไปในอนาคตก่อนที่เรา จะยกระดับให้คนไทยเข้าไปใช้บริการ จะอย่างไรก็ช่างครับท่านประธานครับ สุดแท้แล้วแต่ ญัตตินี้คงต้องเอาเข้าไปในชั้นกรรมาธิการวิสามัญเพื่อให้ได้พิจารณา ถ้าหากว่ามีการจัดตั้ง ได้จริง สุดท้ายเราก็ต้องทำประชาพิจารณ์ครับท่านประธานครับ เพื่อให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่มีความเห็นว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ผมจึงขอให้ท่านประธานตั้งกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาสถานบันเทิงแบบครบวงจร เออร์บัน เอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Urban Entertainment Complex) ว่ามีความเป็นไปได้แค่ไหนอย่างไร ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคไทยศรีวิไลย์ ท่านประธานครับ จากที่ผมได้อภิปรายในการเสนอเกี่ยวกับเรื่องการตั้งญัตติตั้งกรรมาธิการศึกษาเกี่ยวกับเรื่อง การเปิดคาสิโนถูกกฎหมายนั้นจะมีเพื่อนสมาชิกอภิปรายไปทั้งหมด ๑๒ ญัตติ มีผู้อภิปราย สนับสนุนประมาณ ๑๘ ท่านด้วยกัน ผมขอสรุปสั้น ๆ อีกนิดหนึ่งนะครับว่าความจริงแล้ว ผมก็ไม่ได้อยากให้ประเทศไทยมีการพนันนะครับ แต่มันจำเป็นจริง ๆ ครับท่านประธาน เพราะว่า ณ ปัจจุบันแม้เราไม่มีกฎหมายให้เปิดคาสิโนถูกกฎหมาย แต่ปัจจุบันก็มีเต็มประเทศ ประเทศเพื่อนบ้านเรา ลาว พม่า กัมพูชา ก็ ๔๐ แห่ง ในประเทศไทย ก็ไม่น่าจะน้อยกว่า ๒๐๐ แห่งด้วยกัน ต่อให้เราไม่ออกกฎหมายเขาก็ทำอยู่ แต่เงินดังกล่าว เป็นเงินใต้ดิน เป็นเงินนอกระบบ เงินดังกล่าวเอาไปใช้ผิดกฎหมาย เอาไปใช้วิ่งเต้นแต่งตั้ง โยกย้ายข้าราชการ เอาไปเป็นทุนสนับสนุนพรรคการเมือง นักการเมือง แต่จากสถานการณ์ โควิด (COVID) ช่วง ๒ ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเรามีหนี้สินล้นพ้นตัว พลเอก ประยุทธ์ เข้ามา ประมาณปี ๒๕๖๒ รอบ ๒ มีหนี้สาธารณะประมาณ ๖.๗ ล้านล้านบาท แต่วันนี้ไปถึง ๙.๔ ล้านล้านบาทแล้ว หนี้ประชาชนเพิ่มขึ้นประมาณ ๑.๒๗ ล้านล้านบาท ณ ปัจจุบัน ภาพรวม ๑๔.๔ ล้านล้านบาท งบประมาณแผ่นดินปกติ เราติดลบประมาณปีละ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รายจ่ายเรา ๓.๑ รายรับแค่ ๒.๒ ๒.๓ แค่นั้นเอง และยังไม่รวมงบเงินกู้ แต่ละปี ที่เรากู้ประมาณ ๘๐๐,๐๐๐-๑.๐ ล้านล้านบาท เพราะฉะนั้นรายได้เราไม่มีเลย การท่องเที่ยวเรายังไม่กระเตื้องขึ้น จังหวัดภูเก็ต มีนักท่องเที่ยวแค่ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ คนเอง ณ ปัจจุบันนี้ การท่องเที่ยวเดิมเรามีรายได้ประมาณ ๓.๐๖ ล้านล้านบาท ทั้งในประเทศและ ต่างประเทศ แต่เดิมทีเราก็เป็นภาษีแวต (VAT) ภาษีนิติบุคคลธรรมดาน่าจะประมาณ ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทด้วยกัน แต่ ณ ปัจจุบันแทบไม่มีเหลือเลย เพราะฉะนั้นแล้ว ผมจึงมีแนวคิดที่เสนอ ในเมื่อมันมีแต่สิ่งผิด ผมก็อยากให้มันเป็นสิ่งที่ผิด แต่เราสามารถ ควบคุมได้ ก็เลยต้องการตั้งคาสิโนให้ถูกกฎหมาย เพราะถ้าเราไม่ตั้งมันก็มีอยู่แล้ว จากสภาพ เศรษฐกิจ ณ ปัจจุบันเรามีความจำเป็นที่จะต้องตั้งให้ได้ เพราะว่าถ้าเราตั้งได้เงินหมุนเวียน ที่เราจะได้จากคาสิโน เราจะได้จากนักท่องเที่ยว หลัก ๆ คือนักท่องเที่ยวนะครับ แล้วก็ ชาวต่างด้าว คนไทยถ้าใครมีรายได้เกิน ๕๐,๐๐๐ บาท ถึงจะเล่นได้ เล่นได้ก็ไม่เกิน ๕ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ ถ้าเรามีข้อกำหนดที่ถูกต้องและอายุเกิน ๒๐ ปีเป็นต้นไป ผมประมาณคร่าว ๆ ว่ารายได้ของเราน่าจะไม่น้อยกว่า ๘๐๐,๐๐๐-๑.๐ ล้านล้านบาทต่อปี ด้วยกัน ถ้ารัฐเป็นเจ้าของ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ถามว่าเงินนี้เอาไปทำอะไรได้บ้าง เงินนี้เอาไปลด ภาษีน้ำมันสรรพสามิต ทั้งเบนซินและดีเซล ลิตรละประมาณ ๕.๓๖ บาท ก็ได้ เพราะ ณ ปัจจุบันเราเก็บภาษีน้ำมันทุกคนวันละประมาณ ๑๖๐ ล้านลิตรด้วยกัน ถ้าเราลดได้ ค่าครองชีพของเราก็ลด แม้รายได้ของเราจะเท่าเดิม แต่เงินในกระเป๋าเหลือมากขึ้น เรายังสามารถไปทำสวัสดิการให้กับพี่น้องคนชราที่เดิมได้ ๖๐๐ บาท ๗๐๐ บาท ๘๐๐ บาท ให้ได้ถึง ๓,๐๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน ปีหนึ่งก็ ๓๖,๐๐๐ บาทต่อคนต่อปี ใช้ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เรายังสามารถนำเงินดังกล่าวหรือเรียกว่าภาษีบาป ไปจ่ายค่าบำรุง การศึกษาแทนผู้ปกครอง ๒๔ ล้านคน เด็ก ๑๒ ล้านคน ประมาณ ๓,๕๐๐-๔,๐๐๐ บาท ต่อปี ที่เราจ่ายอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ประมาณ ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เราก็สามารถที่จะดูแลให้ การศึกษาไทยเป็นการศึกษาที่เรียนฟรีจริง ๆ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้นผมจึงสนับสนุน และต้องการให้ควบคุม ถ้าเรามีคาสิโนที่ถูกกฎหมาย และควบคุมด้วยกฎหมายที่รัดกุม นั่นหมายความว่า คนปกติเยาวชนจะเล่นไม่ได้ อย่างไรก็เล่นไม่ได้ แต่สิ่งสำคัญคือการบังคับ ใช้กฎหมาย แล้วการตั้งกรรมาธิการครั้งนี้เพื่อศึกษาและต้องการทำให้เป็นจริง แล้วต้องการ ควบคุมจริง ๆ นี่คือสิ่งที่จะเป็นทางรอดของประเทศไทยได้ เนื่องจากว่าประเทศไทย ไม่มีรายรับอย่างอื่นเลย ณ ปัจจุบัน มีทางนี้ทางเดียวจึงจำเป็นที่จะต้องนำธุรกิจใต้ดิน หรือภาษีเถื่อน ภาษีบาปมาดูแลพี่น้องประชาชน มาดูแลประเทศไทยต่อไป ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป เชิญท่านพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักธรรม พร้อมด้วยนายพิเชษฐ สถิรชวาล ในฐานะที่เป็นผู้เสนอ ญัตติอีก ๑ ญัตติ ของเรื่องนี้ แล้วที่ผ่านมาก็ได้มีผู้เสนอญัตติ ตลอดจนเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายถึงเนื้อหา ใจความรายละเอียดต่าง ๆ ความเป็นไปได้ที่เราจะได้นำสู่การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อหาแนวทางในการพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นข้อดีหรือข้อเสียต่าง ๆ ในอนาคตอีกต่อไป กระผมคิดว่าช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดที่เราจะพลิกวิกฤติอันย่ำแย่ก้าวไปสู่โอกาส ที่มั่นคงครับท่านประธาน ถ้าหากว่าเราศึกษาแล้วเราสามารถทำให้เกิดขึ้นได้จริง เราก็จะได้ ติดตามว่าเงินภาษีที่ได้จากสถานบันเทิงครบวงจรหรือว่าเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) เราจะเอาไปสนับสนุนโครงการใด ๆ บ้าง ในส่วนตัวของ กระผมนั้นเห็นด้วยอย่างยิ่งที่จะตั้งคณะกรรมาธิการคณะนี้ เพื่อพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน แล้วก็จะได้มีรายได้ส่วนหนึ่งเข้าไปสู่เงินกองทุนบำนาญขั้นพื้นฐานของผู้สูงอายุ เพราะว่า สังคมไทยของเราเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างเต็มรูปแบบภายใน ๔ ปีนี้ และผู้สูงอายุนี่จะคือ ๑ ใน ๔ ของประเทศไทยเรา หากว่ารัฐบาลเรายังไม่ให้ความสนใจกับการดูแลคุณภาพชีวิต ผู้สูงอายุของคนไทย จะปล่อยให้ผู้สูงอายุมีกินเพียงแค่วันละ ๒๐ บาทหรือว่า ๖๐๐ บาท ต่อเดือนเท่านั้นหรือครับท่านประธาน ดังนั้นแล้วข้อดีข้อเสียเราก็จะได้นำเข้าสู่กระบวนการ พิจารณาในคณะกรรมาธิการวิสามัญคณะนี้ต่อไป กระผม นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค พร้อมด้วยนายพิเชษฐ สถิรชวาล ก็ขอโอกาสให้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ได้ลงมติเห็นชอบญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาการเปิด สถานบันเทิงครบวงจรเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) เพื่อเพิ่มรายได้สู่ประเทศการท่องเที่ยวสู่ชุมชนตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ เพื่อลงมติต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปท่านสุดท้ายนะครับ ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ครับ ต้องขอบคุณท่านประธานนะครับที่ให้ผมเป็นคนสรุปคนสุดท้าย ท่านประธานครับ ถึงผมจะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายค้านนะครับ แต่วาระแห่งชาติอันนี้ แล้วก็จังหวะ เวลานี้จำเป็นจะต้องให้ความร่วมมือเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ ท่านประธานครับ วันนี้มีหวยออนไลน์ (Online) มีบ่อนออนไลน์ (Online) มีมวยตู้ มีหวยใต้ดิน บนดิน บ่อนวิ่ง บ่อนเล็ก บ่อนน้อย ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรกับประเทศชาติ วันนี้ผมอยากจะให้คนไทยของเรา ได้เห็นความจริงของประเทศว่า รอบบ้านของเรานั้นมีการหาผลประโยชน์จากคนไทยจน ร่ำรวยมหาศาลนะครับ อยากจะให้คนไทยได้มองเห็นว่าการพนันเป็นเรื่องปกติ เพราะว่า ทุกคนก็เล่นหวย ทุกคนก็ซื้อหวย ซื้อหวยนี่เป็นการพนันไหมครับ ชนไก่ ชนวัว คือการพนัน อยู่กับชีวิตมนุษย์ทุกคนนะครับ ฉะนั้นมาถึง พ.ศ. นี้อยากจะให้ประเทศไทยได้ยอมรับความ จริงว่า เราจำเป็นจะต้องหาเงินเข้าประเทศด้วยเมกะโพรเจกต์ (Mega project) ไม่ใช่ว่า จะเปิดบ่อน แต่เราจะเปิดเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) คอมเพล็กซ์ (Complex) ก็คือว่ามีทุกสิ่งทุกอย่างทั้งเอนเตอร์เทนเมนต์ (Entertainment) ที่เป็นความสุขของคน สุขใจ มีความรับผิดชอบต่อตัวเองว่า โอเค (OK) รับผิดชอบ คุณมีเงินไหม อย่างคนไทยนี่ถ้าหากจะเข้าเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) คุณจะต้องมีอย่างน้อย ๕๐๐,๐๐๐ บาทในบัญชี ถ้าคุณไม่มีเงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ในบัญชีก็เข้าไม่ได้ หรือคุณมีเงิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท แต่คุณอายุไม่ถึง ๒๑ ปี คุณก็เข้าไม่ได้นะครับ ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติได้เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพครับ เรามีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวในประเทศไทยปีละ ๓๕ ล้านคน ใน พ.ศ. ๒๕๖๐ เสร็จแล้ว รายได้ ๑.๘ ล้านล้านในปีนั้นคือปีที่ยอดการท่องเที่ยวสูงสุด แต่ถ้ามีเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) จะเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวให้สูงขึ้น แล้วนักท่องเที่ยวก็จะเป็นระดับวีไอพี (VIP) มากขึ้น อย่างไรก็ขอฝากท่านสมาชิกทุกท่านว่าวันนี้ไม่มีฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล แต่เป็นความร่วมมือ ของทุกฝ่ายเพื่อให้เมกะโพรเจกต์ (Megaproject) อันนี้ได้เกิดขึ้นในประเทศไทย แล้วก็ทำ เงินให้กับประเทศ ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบพระคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ท่านผู้เสนอญัตติก็ได้มีการอภิปรายสรุปแล้วนะครับ ก็ถือว่า หมดผู้อภิปราย เนื่องจากว่าญัตติทั้ง ๑๒ ฉบับนี้ผู้เสนอได้เสนอมาเพื่อขอให้มีการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญ จากที่ผมได้ฟังการอภิปรายตลอด ๒ วันที่ผ่านมานะครับ จะเห็นว่า ท่านสมาชิกของพวกเราทุก ๆ ท่านได้มีแนวความคิดไปในแนวทางเดียวกัน ไม่มีสมาชิก ท่านใดมีความเห็นที่คัดค้านในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ดังนั้นผมจึงอยากจะขอใช้ ข้อบังคับการประชุม ข้อ ๘๘🔗
ท่านจุลพันธ์ เชิญครับ มีอะไรครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ จากพรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับญัตตินี้เป็นญัตติที่มีเพื่อนสมาชิกให้ความสนใจเยอะครับ และในการ อภิปรายผมต้องเรียนท่านประธานครับ ผมก็ฟังโดยตลอด แต่ท่านประธานอาจจะ ตกหล่นบางท่าน เพราะมีเพื่อนสมาชิกบางคนที่ไม่สามารถจะลงมติเห็นชอบได้ ผมเรียนด้วย ความเคารพ เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความเกี่ยวเนื่องกับความเชื่อทางศาสนา เกี่ยวกับเรื่อง ของวัฒนธรรม ศีลธรรม ซึ่งต้องเรียนด้วยความเคารพครับ มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านถึงแม้ว่า จะอยากให้มีการพัฒนาในลักษณะนี้เกิดขึ้นกับประเทศ แต่ยังมีข้อท้วงติงในเรื่องของมันเป็น เรื่องของการพนันส่วนหนึ่ง เพราะฉะนั้นผมยืนยันให้มีการลงมติครับ🔗
ผมก็กำลัง จะถามว่าถ้าผมจะใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ จะถามที่ประชุมว่ามีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น หรือไม่นะครับ ท่านจุลพันธ์มีความเห็นว่าไม่เห็นด้วยที่จะใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ขอให้ มีการลงมติ ฉะนั้นก็สรุปว่าเรื่องนี้เมื่อมีท่านสมาชิก ท่านซูการ์โนยกมือครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ พอดีบังเอิญผมได้ฟัง ท่านประธานบอกว่าอาจจะต้องใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ เนื่องจากเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ที่ยื่นญัตตินี้ได้อภิปรายไปในแนวทางเดียวกัน แต่ผมได้ตั้งใจฟังตลอดในการอภิปราย ในเรื่องนี้ ก็มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายในมุมมองที่อาจจะไม่เห็นด้วย ฉะนั้น ผมอยากเรียนท่านประธานว่าอย่างที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านจุลพันธ์ได้พูดถึงนะครับ ก็มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านที่อาจจะไม่เห็นด้วยกับญัตตินี้ แต่ว่าเพื่อให้ การทำงานของสภาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย พวกเราก็ไม่ได้อภิปรายคัดค้าน แต่อยากให้ ท่านประธานได้พิจารณาในการลงมติว่าควรจะมีการลงมติ เพราะว่าพวกผมสมาชิก พรรคประชาชาติทั้งหมดไม่เห็นด้วยกับญัตตินี้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ ท่านซูการ์โนนะครับ แต่ผมขออนุญาตเรียนชี้แจงนะครับ ที่ผมถามที่ประชุมว่าจะขออนุญาต ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ เนื่องจากว่าผมเองได้นั่งฟังท่านสมาชิกอภิปรายมาตลอด แล้วก็ไม่เห็นว่า ท่านสมาชิกท่านใดอธิบายไปในทางคัดค้านเลย แต่ถ้าเมื่อตอนที่จะขออนุญาตใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ มีท่านสมาชิกคัดค้าน ประธานก็ต้องดำเนินการต่อไปนะครับ ฉะนั้นต่อไปนี้ผมจะขอ มติจากที่ประชุมนะครับว่าจะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาญัตติทั้ง ๑๒ ฉบับนี้ หรือไม่ ก่อนที่จะลงมติก็ขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ🔗
ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุมเพื่อที่จะได้ร่วมกันลงมติว่าเราจะมีการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญในการพิจารณาญัตติทั้ง ๑๒ ฉบับนี้หรือไม่ เชิญครับ ที่อยู่ข้างนอก หรือประชุมกรรมาธิการ เชิญเข้าห้องประชุมนะครับ ท่านสมาชิกที่เข้าห้องประชุมแล้ว ได้โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนนะครับ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกหรือที่กำลังประชุม กรรมาธิการอยู่โปรดรีบเร่งเข้าห้องประชุมนะครับ🔗
ท่านสมาชิก ที่เข้าห้องประชุมแล้วโปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนนะครับ ท่านสมาชิกท่านใดยังไม่ได้ แสดงตนเชิญนะครับ ถ้าแสดงตนกันครบทุกท่านแล้ว ผมขอปิดการแสดงตนครับ เจ้าหน้าที่ แสดงผลครับ ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีท่านสมาชิกอยู่ในห้องประชุมทั้งหมด ๒๘๗ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ต่อไปผมจะ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ท่านผู้ใดเห็นควรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าไม่ควรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนนครับ🔗
มีท่านสมาชิก ท่านใดที่ยังไม่ได้ลงคะแนนบ้างครับ ถ้ามีก็เชิญครับ ถ้าใช้สิทธิลงคะแนนกันหมดแล้ว ผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติทั้งหมด ๓๒๙ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๙ ท่าน งดออกเสียง ๑๐ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี🔗
เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกกำหนด จำนวนกรรมาธิการครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเสนอให้ตั้งกรรมาธิการทั้งหมด ๖๐ ท่านครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีท่านสมาชิกเสนอให้ตั้งกรรมาธิการทั้งหมด ๖๐ ท่าน สัดส่วนกรรมาธิการ ของคณะรัฐมนตรี จำนวน ๑๕ ท่าน สัดส่วนกรรมาธิการของแต่ละพรรคการเมือง จำนวน ๔๕ ท่าน เชิญคณะรัฐมนตรีเสนอรายชื่อกรรมาธิการครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขอเสนอกรรมาธิการจำนวน ๑๕ ท่าน ดังนี้นะครับ ๑. นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ๒. นายบุญลือ ประเสริฐโสภา ๓. นายสุทัศน์ เงินหมื่น ๔. นายชัชวาลล์ คงอุดม ๕. นายไผ่ ลิกค์ ๖. นางบุญญาพร นาตะธนภัทร ๗. นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ๘. นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ๙. นายเอกราช ช่างเหลา ๑๐. นายดำรงค์ พิเดช ๑๑. นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ๑๒. นายชัยชนะ เดชเดโช ๑๓. นายจีรเดช ศรีวิราช ๑๔. นายชยาวุธ จันทร ๑๕. นายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยา นันท์🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ ขอแจ้งสัดส่วนกรรมาธิการของแต่ละพรรคการเมืองเป็นดังนี้นะครับ พรรคเพื่อไทย จำนวน ๑๓ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๑๑ ท่าน พรรคภูมิใจไทย จำนวน ๖ ท่าน พรรคก้าวไกล จำนวน ๕ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๕ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ ท่าน พรรคเสรีรวมไทย จำนวน ๑ ท่าน พรรคประชาชาติ จำนวน ๑ ท่าน พรรคเศรษฐกิจใหม่ จำนวน ๑ ท่าน และพรรคเพื่อชาติ จำนวน ๑ ท่านครับ ขอเชิญตัวแทนพรรคเพื่อไทยเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรค เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร เอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) เพื่อหาแหล่งรายได้ใหม่จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๑๓ ท่าน ดังนี้ครับ ๑. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ๒. นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ๓. นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ๔. นายบัลลังก์ อรรณนพพร ๕. นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ๖. นายปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ ๗. นายศราวุธ เพชรพนมพร ๘. นายรัฐกิตติ์ ผาลีพัฒน์ ๙. นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ๑๐. นายนพ ชีวานันท์ ๑๑. นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ๑๒. นายนิคม บุญวิเศษ ๑๓. นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเชิญตัวแทนพรรคพลังประชารัฐครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่าน สมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ทนายกฤษณ์ แก้วอยู่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรค พลังประชารัฐ จำนวน ๑๑ ท่าน ดังนี้คือ ๑. นายภูดิท อินสุวรรณ์ ๒. นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ๓. นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ๔. นายสิระ เจนจาคะ ๕. นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ ๖. นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ๗. นายยุทธนา โพธสุธน ๘. นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ ๙. นายสุชาติ อุสาหะ ๑๐. นายสมบัติ อำนาคะ ๑๑. นายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ขอเชิญตัวแทนพรรคภูมิใจไทย ๖ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาควบคุมหรือกิจการอื่น ๆ เกี่ยวกับการพนันครับ ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๖ ท่านครับ ๑. นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ๒. นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ๓. นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ๔. นายชยุต ภุมมะกาญจนะ ๕. นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ และ ๖. นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเชิญตัวแทนพรรคก้าวไกลครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วุฒินันท์ บุญชู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๔ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคก้าวไกล ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญญัตติการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร หรือเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) สัดส่วนของพรรคก้าวไกล ๑. นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล ๒. นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ๓. นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี ๔. นายปรีชาวุฒิ กี่สิ้น และ ๕. นายกิตติ ประทีปนาฏศิริ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเชิญตัวแทนของพรรคประชาธิปัตย์ ๕ ท่านครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ ดิฉันขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ๕ ท่านค่ะ ๑. นายเดชอิศม์ ขาวทอง ๒. นายเทพไท เสนพงศ์ ๓. นายมนตรี ปาน้อยนนท์ ๔. นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ๕. นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี ค่ะ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปสัดส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน กระผม นายสรชัด สุจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทย พัฒนา สัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาในกรรมาธิการวิสามัญ ขอเสนอนายเสมอกัน เที่ยงธรรม ครับ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปเป็นสัดส่วนพรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย พรรคเสรีรวมไทยขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วน ของพรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน ขอเสนอนายโอภาส อาลมิสรี ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเป็นสัดส่วนพรรคประชาชาติ ๑ ท่านครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วันนิวัติ สมบูรณ์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดขอนแก่นครับ ขออนุญาตเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการ วิสามัญศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจรเพื่อหาแหล่งรายได้ใหม่จากนักท่องเที่ยว ต่างชาติเข้าประเทศในสัดส่วนของพรรคประชาชาติ จำนวน ๑ ท่าน คือ นายสมบูรณ์ ม่วงกล่ำ ขอผู้รับรองครับ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเป็นสัดส่วนพรรคเศรษฐกิจใหม่ ๑ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคเศรษฐกิจใหม่ จำนวน ๑ ท่านครับ ขอเสนอ สุทัศน์ สิวาภิรมย์รัตน์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเป็นสัดส่วนของพรรคเพื่อชาติ ๑ ท่านครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวชนก จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๒ จากพรรคเพื่อไทยค่ะ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการสามัญพิจารณาศึกษาการเปิด สถานบันเทิงแบบครบวงจรเพื่อหาแหล่งรายได้ใหม่จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ ในสัดส่วนของพรรคเพื่อชาติ จำนวน ๑ ท่านค่ะ ๑. นางลินดา เชิดชัย ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ผมก็เพิ่งมีประสบการณ์ครั้งแรกที่ต่างพรรคเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของ พรรคอื่น แต่ก็ถามเจ้าหน้าที่แล้วว่าใช้ได้ทำได้ ก็ไม่เป็นไรครับ ต่อไปเชิญเลขาธิการ อ่านรายชื่อกรรมาธิการครับ เชิญครับ🔗
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา การเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจรเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) การจัดเก็บรายได้และภาษีจากธุรกิจคาสิโน (Casino) ถูกกฎหมาย และมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาบ่อนการพนันผิดกฎหมาย การแพร่ระบาด ของตู้เกมพนันไฟฟ้าและการพนันออนไลน์ จำนวน ๖๐ ท่าน ๑. นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ์ ๒. นายบุญลือ ประเสริฐโสภา ๓. นายสุทัศน์ เงินหมื่น ๔. นายชัชวาลล์ คงอุดม ๕. นายไผ่ ลิกค์ ๖. นางบุญญาพร นาตะธนภัทร ๗. นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ๘. นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ๙. นายเอกราช ช่างเหลา ๑๐. นายดำรงค์ พิเดช ๑๑. นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ๑๒. นายชัยชนะ เดชเดโช ๑๓. นายจีรเดช ศรีวิราช ๑๔. นายชยาวุธ จันทร ๑๕. นายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ ๑๖. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ๑๗. นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ๑๘. นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ๑๙. นายบัลลังก์ อรรณนพพร ๒๐. นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ๒๑. นายปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ ๒๒. นายศราวุธ เพชรพนมพร ๒๓. นายรัฐกิตติ์ ผาลีพัฒน์ ๒๔. นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ๒๕. นายนพ ชีวานันท์ ๒๖. นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ๒๗. นายนิคม บุญวิเศษ ๒๘. นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ๒๙. นายภูดิท อินสุวรรณ์ ๓๐. นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ๓๑. นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ๓๒. นายสิระ เจนจาคะ ๓๓. นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ ๓๔. นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ๓๕. นายยุทธนา โพธสุธน ๓๖. นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ ๓๗. นายสุชาติ อุสาหะ ๓๘. นายสมบัติ อำนาคะ ๓๙. นายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ๔๐. นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ๔๑. นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ๔๒. นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ๔๓. นายชยุต ภุมมะกาญจนะ ๔๔. นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ๔๕. นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี ๔๖. นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล ๔๗. นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ๔๘. นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี ๔๙. นายปรีชาวุฒิ กี่สิ้น ๕๐. นายกิตติ ประทีปนาฏศิริ ๕๑. นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี ๕๒. นายเดชอิศม์ ขาวทอง ๕๓. นายเทพไท เสนพงศ์ ๕๔. นายมนตรี ปาน้อยนนท์ ๕๕. นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ๕๖. นายเสมอกัน เที่ยงธรรม ๕๗. นายโอภาส อาลมิสรี ๕๘. นายสมบูรณ์ ม่วงกล่ำ ๕๙. นายสุทัศน์ สิวาภิรมย์รัตน์ และ ๖๐. นางลินดา เชิดชัย🔗
ขอเชิญ กำหนดระยะเวลาในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการจะใช้เวลาเท่าไร🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอระยะเวลาพิจารณา ๙๐ วัน ขอผู้รับรอง ด้วยครับ🔗
มีท่านสมาชิก ท่านใดเสนอเป็นอื่นไหมครับ ก็เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาเป็นเวลา ๙๐ วันนะครับ ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าจบการพิจารณาญัตติเรื่อง ขอให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการเปิดสถานบันเทิง แบบครบวงจรเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) เพื่อหา แหล่งรายได้ใหม่จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศและรวมญัตติทำนองเดียวกันทั้งหมด ๑๒ ญัตติ ก็ถือว่าเป็นอันจบเป็นที่เรียบร้อยนะครับ เชิญท่านศรัณย์ มีอะไรไหมครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอใช้ข้อบังคับการประชุม ข้อ ๕๔ เพื่อที่จะเสนอญัตติขอเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุม ขอเสนอให้เปลี่ยนเรื่อง ให้เลื่อนญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา และสอบหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระบวนการบังคับใช้กฎหมายที่ล้นเกินและขัดต่อหลักนิติธรรม ต่อผู้ต้องขังทางการเมือง ขอให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาต่อจากญัตติเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ท่านศรัณย์ ทิมสุวรรณ ได้เสนอขอเลื่อนญัตติตั้งกรรมาธิการ ขออนุญาต ค้นหาญัตติก่อนนะครับ🔗
ญัตติด่วนที่ ๕ ครับท่านประธาน🔗
ได้เสนอเลื่อน ญัตติด่วนเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษา และสอบหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระบวนการบังคับใช้กฎหมายที่ล้นเกินและขัดต่อหลัก นิติธรรมต่อผู้ต้องขังทางการเมือง มีผู้รับรองถูกต้อง มีท่านสมาชิกท่านใดมีความคิดเห็น เป็นอื่นไหมครับ เชิญท่านอรรถกรครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พลังประชารัฐ ฉะเชิงเทรา ต่อเนื่องจากกรณีที่เพื่อนสมาชิกขอให้สภาเปลี่ยนระเบียบวาระ ผมในฐานะ ตัวแทนวิป (Whip) พรรคร่วมรัฐบาลผมไม่เห็นด้วยและอยากให้ท่านประธานดำเนินการตาม ระเบียบวาระครับ เพราะว่าจริง ๆ แล้วต้องขออนุญาตเรียนเพื่อนท่านประธานและสมาชิกว่า วันนี้เรามีอีกหลายเรื่องที่รอให้สภาพิจารณา และผู้ชี้แจงเขาก็มารออยู่แล้วนะครับ ดังนั้น ผมขอให้ท่านประธานดำเนินการตามระเบียบครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ เป็นอันว่าท่านสมาชิกมีความเห็นเป็น ๒ ฝ่ายก็คงมีความจำเป็นที่จะต้อง มีการขอมติจากที่ประชุม ท่านจิรายุมีอะไรหรือไม่ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะฝ่ายค้าน ก่อนที่จะลงมติ ท่านประธานครับ อะไรที่ฝ่ายค้านเสนอฝ่ายรัฐบาลไม่เคยตอบสนอง แต่ที่ผ่านมาพอฝ่ายรัฐบาลเสนอฝ่ายค้านช่วยตลอด เรื่องแบบนี้เป็นประโยชน์ต่อชาติ บ้านเมือง ทำไมไม่ช่วยกันล่ะครับ ศึกษาสิครับว่าแนวทางแก้ไขปัญหาที่ผ่าน ๆ มาเป็น อย่างไร ไหนบอกว่าจะเข้ามาแก้ไขปัญหาให้กับประเทศชาติ พออะไรที่ตัวเองไม่ได้ประโยชน์ ก็ไม่เอา ผมไม่เห็นด้วยท่านประธานครับ และขอให้ฝ่ายรัฐบาลช่วยกันหน่อยสิครับ จริง ๆ ก็แค่ตั้งกรรมาธิการ พอตั้งเสร็จก็ไปดูว่าอันไหนดี อันไหนไม่ดี ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรเลย แต่เวลาท่านขอความร่วมมือฝ่ายค้านทำให้ทุกที แต่พอเป็นเรื่องอย่างนี้เป็นเรื่อง เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนไม่ใช่ประโยชน์ของพวกตนเอง กลัวจะไปตรวจสอบ คสช. กลัวจะไปตรวจสอบนายกรัฐมนตรี ก็เลยกลัว ผมจึงขอบอกท่านประธานผ่านไปยังสมาชิกครับ เรื่องดี ๆ แบบนี้รัฐบาลทำเถิด ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ในเมื่อความคิดเห็นของท่านสมาชิกแตกต่างกันก็จำเป็นต้องขอมติละครับสภาแห่งนี้ เป็นอื่นไปไม่ได้ แล้วก็ความคิดเห็นของแต่ละท่านมันไม่จำเป็นต้องตรงกันเสมอไป ประชาธิปไตยก็เป็นอย่างนี้ละครับเราก็วัดกันด้วยการโหวต การขอมติ เชิญอีกท่านเดียวพอ นะครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ต้องเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพ เมื่อวานตอนที่เรามีการเสนอให้มีการเลื่อน ท่านประธานชวนได้มี การวางแนวว่าให้มีการอภิปรายเพื่อสนับสนุนว่าที่จะขอเลื่อนมาด้วยสาเหตุอะไร แล้วที่ไม่เห็นด้วยด้วยสาเหตุอะไร เราก็จะได้ใช้เหตุผลในการพูดคุยกันอย่างเข้าใจ ผมคิดว่า การพูดคุยกันแบบนี้เป็นกระบวนการที่ดี และเราต้องยอมรับครับท่านประธานว่าในวันนี้ สถานการณ์บ้านเมืองของเรามันมีวิกฤติจริง ๆ วิกฤตินี้ก็มีฝ่ายหนึ่งที่เห็นด้วยกับกลุ่มคนที่ออกมาในการเรียกร้องประชาธิปไตย วิกฤตินี้ ก็อาจจะมีบางส่วนที่ไม่เห็นด้วย นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราถึงต้องมีการเสนอให้มีการเลื่อนญัตติ ซึ่งเมื่อวานผมก็ได้มีการยื่นเป็นหนังสือประกบ แล้วก็หวังว่าจะใช้โอกาสในสภาแห่งนี้ในการ พูดคุยกันอย่างสันติ แล้วก็ตั้งกรรมาธิการในการแก้ปัญหา มิเช่นนั้นแล้วเราก็จะอยู่กับ กระบวนการที่มันบิดเบือนกฎหมายแบบนี้ละครับ แล้วทางออกของสังคมไม่มี ผมก็เลย อยากจะเสนอต่อท่านประธานครับว่าก่อนที่จะลงมติอย่างน้อยที่สุดให้ผู้ที่ยื่นเสนอญัตติ ซึ่งผมเข้าใจว่าปัจจุบันมี ๒ ญัตติ คือมีทางพรรคเพื่อไทย แล้วก็พรรคของกระผมคือ พรรคก้าวไกล พูดคุยกันด้วยเหตุผลครับ สั้น ๆ ไม่ต้องใช้เวลานาน ผมคิดว่าเราจะได้ลงมติ อย่างสร้างสรรค์อย่างเป็นเหตุเป็นผลได้ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ที่จริงผมก็ให้ พวกท่านได้ชี้แจงเหตุผลกันมาฝ่ายค้านก็ชี้แจงมา ๒ ท่านแล้ว ฝ่ายรัฐบาลก็เสนอไม่เห็นด้วย ก็ชี้แจง ท่านอรรถกรชี้แจงคนเดียว ผมให้ฝ่ายค้านอีกท่านหนึ่งนะครับ เชิญท่านจุลพันธ์ครับ ท่านอื่นถ้าประธานยังไม่อนุญาตก็อย่าเพิ่งพูดนะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ จากพรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมในฐานะวิป (Whip) ฝ่ายค้าน ผมมีหน้าที่ประสานงานร่วมระหว่างฝ่ายรัฐบาลและ ฝ่ายค้าน ผมต้องเรียนท่านต่อประธานว่าการเลื่อนญัตตินี้เราได้ประสานล่วงหน้า แต่ว่าไม่ได้ รับการตอบสนอง แต่พวกผมต้องยืนยันครับ เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนได้รับ ความเดือดร้อนจริง ๆ มีการชุมนุมทางการเมือง มีการใช้กฎหมายที่ล้นเกิน มีการระงับยับยั้ง ในเรื่องของสิทธิการประกันตัวของผู้ชุมนุมเป็นนักโทษทางการเมือง ปัญหาเหล่านี้ ผมนำเสนอนะครับ พรรคเพื่อไทย รวมถึงพรรคร่วมฝ่ายค้านเรายื่นญัตติเข้ามาครั้งนี้เพื่อให้ ศึกษา ผมต้องเรียนต่อท่านประธานว่านี่คือทางออกของปัญหาที่สงบสันติที่สุด หรือเราจะ เลือกทางว่าให้พี่น้องประชาชนที่เขาชุมนุมกันอยู่ไปตายเอาดาบหน้าอยู่บนถนน ตำรวจก็ใช้ กระสุนยาง ใช้รถน้ำยิงไปเรื่อย ๆ อย่างนั้นหรือครับ ผมประสานไปนี่ผมไม่ได้รับคำตอบ นะครับว่าเมื่อไร ท่านบอกว่าไม่ได้ เลื่อนไม่ได้ ฝ่ายค้านอะไรก็ไม่ได้ ไม่มีคำตอบให้ชัดเจนว่า เมื่อไรเราจะได้พิจารณาเรื่องที่เป็นเรื่องสำคัญเช่นนี้ ท่านเลื่อนผมไป ๑ สัปดาห์ ท่านเลื่อน ผมไป ๑ วัน ๑ วัน คือหมายถึงประชาชนที่เขาไม่ได้รับสิทธิในการประกันตัวอีก ๑ คืน ท่านเลื่อนผมไปอีก ๑ สัปดาห์ หมายถึงความรุนแรงที่มันเกิดขึ้นบนท้องถิ่นจากภาครัฐมาอีก ๑ สัปดาห์ มันเป็นสิ่งสำคัญ เพราะฉะนั้นผมถึงมีความจำเป็นที่เราจะต้องเลื่อนระเบียบวาระ กันขึ้นมาในวันนี้เพื่อพิจารณาทันที และตั้งกรรมาธิการเพื่อไปศึกษาหาข้อเท็จจริง มันก็แค่ การศึกษาครับ ในกรรมาธิการเสียงข้างมากก็ยังเป็นรัฐบาลอยู่ไม่ใช่เรื่องใหญ่ ไม่ใช่ เรื่องน่ากลัวสำหรับท่านเลย ผมเสนอท่านประธานครับว่าถ้าจะไม่ให้เลื่อน ลงมติกันเลยครับ แต่ขอคำตอบด้วยว่าท่านไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องเช่นนี้เลย แล้วชาตินี้ ปีนี้ สภานี้ จะไม่อภิปรายกันในเรื่องที่เป็นความสำคัญของพี่น้องประชาชนอย่างนี้ก็ตอบมาให้ชัด พวกผมจะได้หาทางดำเนินการอย่างอื่น ถ้าสภาเราคุยกันไม่รู้เรื่องฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ก็หนักกันไปเรื่อย ๆ ครับ มันก็จะหนักกันไปเรื่อย ๆ สภาก็จะตรึงกันอยู่อย่างนี้ครับ ท่านก็เตรียมองค์ประชุมไว้ตลอดเวลาอย่างที่เป็นอยู่นี้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ผมก็ให้โอกาสผู้เสนอความเห็นทั้ง ๒ ฝ่ายได้ชี้แจงไป รัฐบาลมีท่านผู้ใดจะชี้แจงไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ผมก็จะได้ขอมติที่ประชุมนะครับ ประธานก็มิอาจที่จะดำเนินการเป็นอื่นได้ เพราะในเมื่อ ความเห็นทั้ง ๒ ฝ่าย ไม่ตรงกัน ต่อไปนี้ผมจะได้ขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นควรให้เปลี่ยน ระเบียบวาระการประชุมตามที่ท่านศรัณย์ ทิมสุวรรณ ได้เสนอหรือไม่ ก่อนที่จะมีการลงมติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ🔗
ขอเชิญ ท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมนะครับ เพื่อที่จะได้ลงมตินะครับ ส่วนท่านสมาชิกท่านใดเข้ามา ในห้องประชุมแล้ว กรุณาได้กดบัตรแสดงตนนะครับ เพื่อตรวจสอบองค์ประชุมครับ ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนนะครับ🔗
ท่านสมาชิก ท่านใดที่ยังไม่ได้กดบัตรแสดงตนบ้างครับ ถ้ายังมีก็เชิญครับ ถ้าไม่มี ผมขอปิดการแสดงตน นะครับ🔗
เดี๋ยวสิครับ ท่านประธาน เพิ่งเดินลง มาอีกหลายท่านครับ ขอเวลาอีกนิดหนึ่งครับ🔗
ผมขอปิด การแสดงตนครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุมในขณะนี้นะครับ ๓๑๙ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ต่อไปผมขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ท่านผู้ใดเห็นควรให้เปลี่ยนระเบียบ วาระการประชุม ตามที่ท่านศรัณย์ ทิมสุวรรณ เสนอ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใด ไม่เห็นควรให้เปลี่ยนระเบียบวาระการประชุม โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่า ควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญใช้สิทธิลงคะแนนครับ ท่านสมาชิกท่านใด ยังไม่ใช้สิทธิลงคะแนนเชิญครับ ท่านวิโรจน์ครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตท่านประธานให้รอสักนิดหนึ่งครับ เพราะว่าหลายท่านกำลังลงมาครับ🔗
ก็กดออดเรียก ก็หลายครั้งแล้วนะครับ ผมขอทบทวนการลงมติอีกครั้งหนึ่งนะครับ ท่านผู้ใดเห็นควร ให้เปลี่ยนระเบียบวาระการประชุม คือเอาตามที่ท่านศรัณย์ ทิมสุวรรณ เสนอนะครับ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นควรให้เปลี่ยนระเบียบวาระการประชุมโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญใช้สิทธิ ลงคะแนนครับ🔗
ท่านวิโรจน์ น่าจะหมดแล้วนะครับ ใช้สิทธิกันหมดแล้ว เหลืออีก ๒ ท่าน เชิญ ผมยังไม่ปิดการลงคะแนน เชิญครับ ท่านวิโรจน์หมดหรือยัง ถ้าใช้สิทธิกันหมดแล้ว ผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๔๕ ท่าน เห็นด้วย ๑๓๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๑๒ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติ ไม่เห็นด้วยให้เปลี่ยนระเบียบวาระการประชุม ฉะนั้นการประชุมก็ดำเนินไปตามระเบียบ วาระตามปกตินะครับ🔗
ต่อไป เป็นการพิจารณา🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗
๒.๑ รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๓ ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบาย เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก🔗
ด้วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๔ รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๓ ของสำนักงานคณะกรรมการ นโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ตามที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบาย เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกเสนอ และให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ตามมาตรา ๑๕ (๕) แห่งพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. ๒๕๖๑ รายละเอียดของรายงานดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้จัดวางไว้ให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ🔗
ในการนี้ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจง ข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อที่ ๗๖ นะครับ ๑. นายคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ๒. นางสาวพจนี อรรถโรจน์ภิญโญ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านนโยบายและแผน ๓. นางสาวทัศนีย์ เกียรติภัทราภรณ์ รองเลขาธิการ ๔. นางธัญรัตน์ อินทร ผู้ช่วยเลขาธิการ ด้านนโยบายและแผน ขอเชิญ ท่านผู้ชี้แจงเข้าประจำที่🔗
ท่านสมาชิกครับ ได้มีท่านสมาชิกสนใจที่จะอภิปรายในระเบียบวาระที่ ๒.๑ รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๓ ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกอยู่ ๓ ท่านนะครับ ๑. นายวิรัตน์ วรศสิริน ๒. นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ๓. พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ขอเชิญท่านวิรัตน์ วรศสิริน ได้อภิปรายครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทยนะครับท่านประธาน กระผมเองก็ได้อ่าน รายงานของคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเล่มนี้นะครับ ก็ได้อ่านแล้ว แม้ว่าจะเป็นรายงานของปี ๒๕๖๓ ที่ผ่านมาแล้ว แล้วก็ล่วงเลยมาแล้วก็ตามนะครับ แต่ก็จะขออภิปรายไว้เพื่อเป็นแนวทางในอนาคตต่อไป กระผมเห็นว่าเป็นโครงการ ที่ขาดทั้งความเข้าใจในบริบทที่แท้จริง ขาดทั้งวิสัยทัศน์แห่งความเป็นจริงนะครับ ใช้งบประมาณ ที่ไม่คุ้มค่า งบลงทุนร่วม ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ครอบคลุมพื้นที่เกือบ ๑๐๐,๐๐๐ ไร่นะครับ ท่านประธานครับ โครงการอีอีซี (EEC) เป็นโครงการที่ต่อยอดโครงการอีสเทิร์น ซีบอร์ด (Eastern Seaboard) ในอดีต ที่เป็นฐานการผลิตสินค้าอุตสาหกรรมหลักของประเทศ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมปิโตรเคมี พลังงาน และยานยนต์ มีจีดีพี (GDP) รวม คิดเป็นสัดส่วน มากถึง ๑ ใน ๕ ของทั้งประเทศนะครับ และประกอบกับมีความพร้อมของระบบโครงสร้าง พื้นฐาน ถนน รถไฟ ท่าเรือ และนิคมอุตสาหกรรม เป็นศูนย์กลางการขนส่งทางเรือ ของอาเซียน (ASEAN) เชื่อมโยงไปยังท่าเรือทวายของพม่า สีหนุวิลล์ของกัมพูชา และหวุงเต่า เวียดนาม รัฐบาลได้ริเริ่มโครงการอีอีซี (EEC) โดยคาดหวังจะให้เป็นเขตเศรษฐกิจชั้นนำ ของอาเซียน (ASEAN) ส่งเสริม ๑๐ อุตสาหกรรมเป้าหมายให้เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เพื่ออนาคต ภาษาอังกฤษใช้คำว่า นิว เอนจิน ออฟ โกรว์ท (New engine of growth) เครื่องยนต์ตัวใหม่ของระบบเศรษฐกิจ ตัวเก่าพังครับท่านประธาน ใบพัดหักไปแล้วครับ ท่านประธาน ทั้งหมดนี้จึงนำมาซึ่งการทบทวนแผนการลงทุนรอบใหม่ ที่จะต้องลงทุน มากกว่า หวังผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูงกว่า ใช้เม็ดเงินลงทุนมากกว่า ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ท่านประธานครับ รัฐบาลอาจลืมไป นะครับว่าบริบทในวันนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว เดิมทีการที่โครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด (Eastern Seaboard) ในอดีตประสบความสำเร็จนั้นก็เพราะว่าปัจจัยทางการเมือง ในยุคสงครามเย็นมีส่วนเกื้อหนุน สนับสนุนให้ประสบความสำเร็จขึ้นมาได้ ท่านประธานครับ ในปี พ.ศ. ๒๕๑๕ ลัทธิคอมมิวนิสต์ โซเวียต แผ่ขยายมายังเวียดนาม ลาว เขมร จนเขมร เป็นเขมรแดงและพยายามจะเข้าไทย คอมมิวนิสต์นะครับ ท่านประธานครับ ในช่วงเวลานั้น จึงได้เกิดตำนานวีรบุรุษนาแก ร้อยตำรวจเอก เสรี เตมียเวส ขึ้น โอ้ท่านประธาน เป็นวีรบุรุษ ตั้งแต่ร้อยตำรวจเอกนะครับหนุ่ม ๆ และต่อมาในปี ๒๕๒๒ ก็มีข่าวว่าเวียดนามจะเตรียม บุกไทย คอมมิวนิสต์จะบุกไทย ก็เป็นข่าวใหญ่โตเลยทั้งโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ลงเต็มไปหมด ผมจำได้ท่านประธาน แล้วก็เกิดสงครามจีนสั่งสอนเวียดนามขึ้นมา ทำให้เวียดนาม ต้องถอนทัพกลับไปทันทีนะครับ ทำให้ไทยรอดพ้นจากการคุกคามของคอมมิวนิสต์ ในตอนนั้น หลังจากเหตุการณ์นี้สหรัฐอเมริกากลัวไทยจะกลายเป็นประเทศนิยมคอมมิวนิสต์จีน ขึ้นมา เมื่อรัฐบาลของ ฯพณฯ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ ได้ริเริ่มโครงอีสเทิร์นซีบอร์ด (Eastern Seaboard) ขึ้นภายใต้แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ฉบับที่ ๕ สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นมหาอำนาจทุนนิยมประชาธิปไตยจึงคิดใช้ไทยเป็นยุทธศาสตร์ทางการเมือง เพื่อต่อสู้กับการขยายอุดมการณ์นิยมคอมมิวนิสต์ในภูมิภาคนี้ด้วยการใช้ไทยเป็นฐานการผลิต สินค้าอุตสาหกรรมเพื่อทำให้เห็นว่าประเทศประชาธิปไตยจะมีความเจริญทางเศรษฐกิจ และประชาชนจะอยู่ดีกินดีกว่าค่ายคอมมิวนิสต์ แล้วก็ประกอบกับญี่ปุ่น ในขณะนั้นจำเป็น จะต้องย้ายฐานการผลิตออกจากนอกประเทศญี่ปุ่น เพราะว่าค่าเงินเยนแข็งค่าอย่างมาก สหรัฐอเมริกาและพันธมิตรสำคัญต่าง ๆ รวมทั้งญี่ปุ่นได้ใช้ไทยเป็นฐานการผลิตสินค้า อุตสาหกรรม โดยให้สิทธิพิเศษทางด้านภาษีจีเอสพี (GSP) กับไทย ทำให้สินค้าที่ผลิต เพื่อการส่งออกจากประเทศไทยได้เปรียบด้านราคา ส่วนไทยเองก็ออกกฎหมายสนับสนุน เรียกว่าบีโอไอ (BOI) ให้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีแก่นักลงทุน ท่านประธานครับ ทั้งหมดนี้ จึงทำให้นักลงทุนทั้งโลกหันมาใช้ไทยเป็นฐานการผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก ซึ่งเป็นการลงทุน โดยตรงจากต่างประเทศทำให้ไทยมีรายได้จากการส่งออกกลายเป็นประเทศที่พึ่งพา การส่งออกเป็นหลัก รายได้จากการส่งออกที่เพิ่มมากขึ้นนี้ทำให้กลายเป็นประเทศที่มีรายได้ ปานกลาง สุดท้ายจึงถูกตัดสิทธิจีเอสพี (GSP) ไปในที่สุด รัฐบาลในอดีตจึงเปลี่ยนวิธีการ ไปเจรจาเขตการค้าเสรีกับประเทศคู่ค้าหวังจะขยายตลาดและจูงใจให้นักลงทุนไม่ย้ายฐาน การผลิตหนีประเทศไทยไป หนีไปลงทุนที่อื่น แต่ผลจากการยึดอำนาจในปี ๒๕๕๗ จึงทำให้ ประเทศคู่ค้าสำคัญ เช่น สหรัฐอเมริกา อียู (EU) ไม่ยอมเจรจาเอฟทีเอ (FTA) กับไทย และยังตัดจีเอสพี (GSP) อีกด้วย แม้ประเทศไทยจะมีคนจน ๑๔.๕ ล้านคนนะครับ ทำให้หมดความได้เปรียบทั้งด้านภาษีและไม่เหมาะที่จะเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรม อีกต่อไป ท่านประธานครับ สถานภาพของไทยขณะนี้เป็นอย่างนี้ แต่รัฐบาลไม่ได้ ตระหนักเลยว่าปัจจัยบวกที่เคยมีอยู่ปัจจุบันมันไม่มีแล้ว แต่ก็ยังจะลงทุนแบบเดิม เม็ดเงิน มากกว่าเดิมในสิ่งที่แทบไม่มีอะไรเหมือนเดิม ผมเกรงว่าจะไม่ประสบความสำเร็จนะครับ เพราะนักลงทุนมองเห็นสิ่งที่รัฐบาลไม่เห็นนั่นคือโอกาส เขาเห็นโอกาสมากขึ้นในประเทศอื่น และน้อยลงในประเทศไทย ๗ ปีมานี้นักลงทุนย้ายฐานการผลิตไปเวียดนาม กัมพูชา ที่ย้ายได้ ก็ย้ายไปแล้ว ที่ยังไม่ย้ายก็กำลังย้ายออกไป ท่านประธานครับ ผลจากการที่ไทยไม่ได้เปรียบ ทางด้านภาษีอีกแล้วทำให้นักลงทุนหนีไปลงทุนที่เวียดนาม ซึ่งได้เปรียบกว่าไทยมาก มีทั้งประชากรที่มากกว่า มีสิทธิทางภาษีจีเอสพี (GSP) เอฟทีเอ (FTA) กับทั้งสหรัฐอเมริกา และยุโรป ในขณะที่ไทยไม่มีนะครับ รวมทั้งการยกเว้นภาษีต่าง ๆ อีกด้วย ท่านประธานครับ ทั้งหมดนี้จะเป็นการลงทุนที่ผมคิดว่าคงจะสูญเปล่า ไม่เกิดประโยชน์กับทั้งความคุ้มค่า ในการลงทุน และจะถือเป็นบทเรียนราคาแพงตามมา ผมจึงขอเสนอไว้เพื่อเป็นแนวทาง ในการปรับปรุงนโยบายในอนาคตต่อไป กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็น พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ในเอกสารเล่มนี้ที่คณะกรรมการของอีอีซี (EEC) นโยบายของอีอีซี (EEC) ได้นำเสนอเข้ามาเป็นปี ๒๕๖๓ กราบเรียนว่าสิ่งที่สำคัญที่มีส่วนร่วมเรื่องขอรับทราบ รายงานนี้คือประเด็นสำคัญ คือในเรื่องของการใช้เงิน ๑๗ ล้านล้านบาทเศษ ใน ๕ ปี ๕ ปี ที่กำลังเดินทางอยู่นี้ของอีอีซี (EEC) เป็นเงินของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องพอสมควร แต่สิ่งสำคัญ เป็นเงินของภาครัฐอยู่ด้วย โดยเฉพาะในแผนบูรณาการที่เราปรากฏอยู่แล้ว ๑.๖๖ ล้านล้านบาท ซึ่งจะเป็นเอกชน ๑.๔ ล้านล้านบาท แล้วก็เป็นเงินของภาครัฐอีก ๒๖๔.๖๒๗ ล้านบาท เงินทั้งหมดนี้เป็นเงินที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ สิ่งที่คณะนโยบายนี้ต้องการให้เกิดขึ้น คือสิ่งที่จะต้องไต่ระดับของการมีโครงสร้างพื้นฐานในอันดับความสามารถของการแข่งขัน ของประเทศที่เรียกว่า เวิลด์ คอมเพทิทิฟ (World Competitive) ของไอเอ็มดี (IMD) ในเรื่องของปีที่ผ่านมานั้น คือต้องการขยับ โดยเฉพาะในโครงการพื้นฐานผมจะเน้นไปที่ สาธารณสุข ผมจะอภิปรายเรื่องของประเด็นสาธารณสุข ซึ่งจะต้องการอัปเกรด (Upgrade) จาก ๕๕ เป็น ๔๙ มีเหตุผลอย่างไรที่ถึงจะทำได้ ประเด็นสำคัญก็คือการยกระดับในแผน ดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนมีประโยชน์เกิดขึ้นทั้งประเทศ สิ่งสำคัญคือในเอกสารหน้า ๖๙ ในบรรทัดที่ ๒ ท่านบอกว่าจะต้องหลุดพ้นจากกับดักรายได้ปานกลาง กับดักความเหลื่อมล้ำ ที่เขียนไว้ อันนี้เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมกำลังจะถามคณะนโยบายผู้ชี้แจงว่าจะทำอย่างไรให้คนไทย มีเงินเดือน เดือนละ ๓๐,๐๐๐ บาทต่อเดือน เพื่อก้าวข้ามก็คงไปสอดคล้องกับตัวนโยบาย ของท่านในเรื่องของประเด็นคือการกระจายโอกาสการออกแบบสู่ภูมิภาค และการผลักดัน ธุรกิจชุมชนท้องถิ่นต่าง ๆ คือการรีสกิล (Reskill) อัปสกิล (Upskill) เป็นหัวใจสำคัญครับ ท่านประธานครับ แต่สิ่งที่สำคัญกลับมาเพื่อจะยกระดับสาธารณสุข เป็นคำถามอยู่ ๗ คำถาม ท่านประธาน ใน ๗ คำถามนี้ก็ปรากฏจากผลในแผนการยกระดับระบบสาธารณสุขที่นำเสนอ ในหน้า ๖๖ ท่านช่วยกรุณาตอบผมนิดเดียวว่าในการดำเนินการนั้น ในการยกระดับ ทั้ง ๔ หัวข้อใหญ่ ๆ โดยเฉพาะการยกระดับการทัดเทียมกับพื้นที่อื่น ท่านประธานครับ ในพื้นที่อื่นใน ๑.๒ จะใช้คำว่า คลินิกปฐมภูมิเสมือน ผมอยากเรียนรู้ว่าปฐมภูมิเสมือนรูปร่าง หน้าตาเป็นอย่างไร ทำเป็นวิชวล (Visual) หรือไล่ทันเทคโนโลยีที่เรียกว่า เมทาเวิร์ส (Metaverse) ขึ้นมา เป็นเมดิคัล เมทาเวิร์ส (Medical Metaverse) เพื่อให้ประชาชน ในอีอีซี (EEC) ได้ใช้อย่างนั้นหรือเปล่า และจำนวนผู้ที่อยู่ในพื้นที่บริการทั้งหมดขณะนี้ มีความเบ็ดเสร็จจำนวนเท่าไร ซึ่งจำแนกเป็นทั้งแรงงาน ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ตลอดจน นักท่องเที่ยวที่เราต้องการดึงเข้ามา หรือนักลงทุนที่ต้องเข้ามาในอีอีซี (EEC) นั่นคือบริบท ของการยกระดับให้ทัดเทียมกับพื้นที่อื่น ๆ🔗
ส่วนคำถามถัดไป ท่านประธานครับ กายกระดับที่ให้เหนือกว่าที่เป็น แซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) ท่านประธาน แซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) นั้นผมไปที่การปรับระดับ การบริการรองรับ โรคอุบัติใหม่ ให้ทัดเทียมกับบำราศ ก็หมายความว่า โรงพยาบาล บำราศนราดูร ผมคงตีความหมายตรงนี้ว่า โรงพยาบาลของในเขตอีอีซี (EEC) คือโรงพยาบาลใดครับที่จะมีระดับเสมอเท่ากับ บำราศนราดูรนะครับ เพื่อยกระดับช่วยชี้แจงนิด มีขีดความสามารถอย่างไรถึงจะรองรับ ปริมาณดังกล่าวได้นะครับ แล้วที่สำคัญคือการบริการอีอีซีไอ (EECi) เรื่องของเทคโนโลยี ทั้งหมดในระดับนักวิทยาศาสตร์และเจ้าหน้าที่ที่เป็นแกนนำนะครับท่านประธานครับ นั่นเป็นคำถามถัดไปครับว่า ขณะนี้เข้ามาอย่างไรแล้วก็ในที่จะเพิ่มคนอีก ๒๗,๐๐๐ คนจะทำ อย่างไรให้ได้คน ๒๗,๐๐๐ คนเข้ามาลงทะเบียน อันที่ ๓ คือการยกระดับการรับรองการเป็น เมืองของการบิน อู่ตะเภา ผมรู้ครับเป็นอู่ตะเภาทำอย่างไรครับขณะนี้อู่ตะเภา กองทุน อู่ตะเภาได้เงินจำนวนเท่าไรเพื่อจะพัฒนาสนามบินเริ่มรันเวย์ (Runway) หรือยัง ข้อที่ ๔ คือสุขภาวะของประชาชนที่อยู่ในเขตอีอีซี (EEC) ครับท่านประธานครับ เป็นคำถาม อันเดียวที่อยากจะถามคือ เรื่องการพัฒนาโมเดล (Model) ของสุขภาพคือเฮลที ซิตี (Healthy City) ในประเด็นนี้รูปแบบจะเป็นอย่างไรเฮลที ซิตี (Healthy City) มันจะทำให้โค วิด (COVID) ที่กำลังเข้ามาในประเทศเรา โอมิครอน (Omicron) ภาษาอังกฤษตัวที่ ๑๕ หยุดได้อย่างไรแล้วภาวะของการเตรียมพร้อมทางด้านสาธารณสุขที่จะยกระดับในเขตอีอีซี (EEC) นั้นมีความพร้อมเตียงกี่เตียง ที่เตียงรอรับมีเอชไอ (HI) เท่าไร มีซีไอ (CI) เท่าไร ที่มีความพร้อม หมอและแพทย์พยาบาลและงบประมาณที่รัฐทุ่มเทอยู่ในแผนบูรณาการ ในด้านสาธารณสุขนี้ให้ไปเท่าไร นั่นคือสิ่งที่อีอีซี (EEC) จะต้องรองรับเพื่อให้ประชาชน ในเขตพื้นที่มีความสุขทางด้านสาธารณสุขเป็นอันดับแรก แล้วถึงจะเชื้อชวนคนที่จะเดิน ทางเข้ามาจากภาคนักลงทุนให้อยู่เย็นเป็นสุขได้ จนกระทั่งนักท่องเที่ยวกล้าที่จะเข้ามา นั่นคือระบบทั้งหมดที่ผมอยากรู้ว่าอีอีซี (EEC) เตรียมความพร้อมการยกระดับสาธารณสุข ให้คน ๓ กลุ่ม แรงงาน คนในพื้นที่ นักลงทุนและนักท่องเที่ยวอย่างไรครับ ช่วยตอบด้วยครับ ท่านประธาน🔗
คุณสะถิระ เผือกประพันธุ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านประธานที่ให้ผมได้มีโอกาสอภิปรายรายงานประจำปีของคณะกรรมการนโยบาย เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ประจำปี ๒๕๖๓ ครับ เนื่องจากผมเป็นผู้แทนในจังหวัด ชลบุรีแล้วก็อยู่ในพื้นที่ที่อยู่ในไข่แดงของอีอีซี (EEC) นะครับ ไม่ว่าจะเป็นสนามบินนานาชาติ อู่ตะเภา รถไฟฟ้าเชื่อมความเร็วสูง ๓ สนามบิน ท่าเรือจุกเสม็ด หรือว่าแม้กระทั่ง ถนนหนทางที่กำลังพัฒนาในเขตพื้นที่พัฒนาพิเศษภาคตะวันออก จากพระราชบัญญัติ เขตพัฒนาพิเศษ ๒๕๖๑ ก็เมื่อประมาณ ๓ ปีที่ผ่านมา ต้องนำเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านเลขาธิการ เพราะว่าสิ่งที่ผมจะอภิปรายในวันนี้คือ เรายินดีครับเราชื่นชมในการพัฒนา ของอีอีซี (EEC) แต่มีสิ่งหนึ่งผมจะต้องตั้งข้อสังเกตผ่านท่านประธานผ่านไปยังท่านเลขาธิการ ก็คือในเรื่องของการยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะพี่น้อง ประชาชนคนไทยนะครับ หรือแม้กระทั่งพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้ประโยชน์อะไรนะครับ🔗
ประเด็นแรก ผมอยากจะนำเรียนท่านประธานก็คือในเรื่องของการศึกษาครับ ท่านประธานครับ เป็นที่ทราบกันดีอยู่ครับท่านประธานครับ ผ่านไปท่านเลขาธิการครับ เมื่อมีการตั้งเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เราต้องมีการเคลื่อนย้ายของประชากร ในการย้ายถิ่นฐานมาทำงานอยู่ที่ ๓ จังหวัดอีอีซี (EEC) ก็คือชลบุรี ระยอง แล้วก็จันทบุรี ทีนี้สถานศึกษาผมถาม นำเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านเลขาธิการว่าท่านพร้อมแล้วหรือยัง ผมขอเริ่มตั้งแต่ระดับประถมถึงระดับมัธยม เพราะปัจจุบันนะครับท่านประธานครับ แค่จำนวนเยาวชนในพื้นที่สถานที่ศึกษาที่รองรับนักเรียนระดับมัธยมยังไม่เพียงพอครับ หรือแม้กระทั่งเมื่อมีอีอีซี (EEC) เราก็ต้องมีโรงเรียน ๒ ภาษาหรือ ๓ ภาษา เรามีโรงเรียน ระดับประถมและมัธยม ๒ ภาษาหรือภาษาที่ ๓ แล้วหรือยัง เพราะปัจจุบันนะครับ มีนักเรียนหลายท่านที่ยังไม่มีที่เรียน เฉพาะคนชลบุรีนะครับ ตรงนี้ผมฝากท่านประธาน ผ่านไปยังท่านเลขาธิการด้วยว่า สิ่งตรงนี้คือถ้าเป็นอนาคตของเรา เราควรที่จะต้อง เตรียมพร้อมในเรื่องของการศึกษาครับท่านประธาน มีอีกหลายอย่างครับโดยเฉพาะในเรื่อง ของอาชีวศึกษา อาชีวศึกษาเรามี ๒ ภาษาแล้วหรือยัง สัตหีบ โมเดล (Model) เรามีครับ วิทยาลัยเทคนิคอยู่ในพื้นที่ผมเลยครับท่านประธานครับ แต่อย่าลืมว่านโยบายต่อไปนี้คือ นโยบายหลังโควิด (COVID) หรือโพสต์โควิด (Post COVID) ช่วงเว้นระยะระหว่างที่โควิด (COVID) หายไป ช่วงนี้นักลงทุนยังไม่มาแน่นอนครับ แต่เรามี พ.ร.บ. ตั้งแต่ ๒๕๖๑ นักศึกษา ปวส. ปวช. เรียนจบมา ๒ ปี ช่วงระหว่างนี้เขาว่างงานแน่นอน ฝากท่านประธาน ตรงนี้ผ่านไปยังท่านเลขาด้วยว่าการศึกษาที่เราต้องวางรากฐานเป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะ จำนวนสถานศึกษาของรัฐที่จะต้องรองรับนักเรียนระดับประถมและมัธยม รวมไปถึง มหาวิทยาลัย🔗
ทีนี้เรื่องต่อไปครับท่านประธานฟาซิลิตี (Facility) ต่าง ๆ การคมนาคมก็ดี ที่สำคัญครับท่านประธาน ระบบขนส่งสาธารณะ ผมพูดเรื่องนี้เป็นประจำ รถไฟฟ้าเชื่อม ๓ สนามบิน มีครับ ดีครับ เป็นอนาคตของประเทศ เป็นหน้าตาของเรา เราอาจจะเป็น หนึ่งเสือของอาเซียน (ASEAN) ก็ได้ แต่สิ่งที่พี่น้องประชาชนในพื้นที่กระทบคืออะไรครับ ระบบขนส่งสาธารณะที่เราอยากได้รอยต่อเหมือนกัน และควบคู่ไปกับระบบขนส่งสาธารณะ ที่เป็นของท้องถิ่นยกตัวอย่างเช่นโมโนเรล (Monorail) เรามีหรือยัง เราจะมีไหม รถอีวี (EV) เราจะมีไหม แต่เราต้องคู่ขนานไปกับรถสองแถวและรถวินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เพราะให้เขา อยู่ได้ อันนี้คือสิ่งที่พี่น้องประชาชนรอคอยความหวัง และหวังผลกระทบ เพราะถ้า การคมนาคมดีเศรษฐกิจเราก็ดีแน่นอน นี่คือเรื่องหนึ่งที่ผมอยากฝากท่านประธานผ่านไปยัง ท่านเลขาแล้วเรื่องต่อไปนะครับท่านประธาน ปัญหามีหลายอย่างเลย เพราะเราอยู่ในพื้นที่ ผมเป็นผู้แทนในพื้นที่ เรื่องเศรษฐกิจก็ดี เรื่องสาธารณสุขก็ดี ทีนี้ผมขอประเด็น เรื่องสาธารณสุขท่านประธานครับ เรามีอีอีซีเอ็มดี (EECmd) เรามีอีอีซี (EEC) ที่เกี่ยวกับ จีโนมิกส์ (Genomics) คือพันธุกรรม ๒ โครงการนี้ท่านใช้ตั้งงบประมาณ ไว้ ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ท่านประธานครับ อันนี้คือภาพลักษณ์และเป็นการวิจัยเพื่อให้ นักลงทุนต่างชาติมาลงทุนในบ้านเรา แต่ท่านประธานครับ โรงพยาบาลบางละมุง โรงพยาบาลสัตหีบ โรงพยาบาลชลบุรี หรือ รพ.สต. ต่าง ๆ ท่านได้วางแผนลงพัฒนาไว้ หรือยัง ท่านมีงบประมาณที่จะลงเครื่องมือหรือยัง เพราะโรคอุบัติใหม่โควิด (COVID) เราเปลี่ยนกลายพันธุ์เรื่อย ๆ แต่ก็ขอบคุณนะครับที่ท่านตั้งโรงพยาบาลสัตหีบ โรงพยาบาล บางละมุง บ้านฉาง เป็นโรงพยาบาลด่านหน้า ท่านประธานครับ โรงพยาบาลของรัฐเหล่านี้ เครื่องมือเราบริจาคได้นะครับ แต่บุคลากรทางการแพทย์เรารับบริจาคไม่ได้ เราต้องสร้างเขา ขึ้นมา ตรงนี้ผมอยากให้ท่านประธานผ่านไปยังท่านเลขาด้วยว่าบุคลากรทางการแพทย์ ในพื้นที่ภาคตะวันออก ท่านต้องสร้างไว้ให้เขา มีศูนย์วิจัย มีมหาวิทยาลัยที่รองรับบุคลากร ทางการแพทย์เพิ่มมากขึ้นฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านเลขาด้วยนะครับ ในเรื่องของ สาธารณสุข หรือแม้กระทั่งอาสาสมัครในพื้นที่ ผมอ่านดูอีอีซี (EEC) ประจำปี ๒๕๖๓ ท่านมีอาสาสมัคร มี อสม. แต่ท่านทราบหรือไม่ครับว่า อสม. แต่ละท่านส่วนใหญ่เป็น ผู้สูงอายุ เป็นวัยกลางคน ท่านทราบไหมครับเยาวชน มัธยม มหาวิทยาลัย หรือแม้กระทั่ง วัยทำงาน เสาร์-อาทิตย์เขาต้องการมาเป็นจิตอาสาด้วยนะครับ ถ้าท่านประธานเห็นว่า เยาวชนมาลงพื้นที่เยี่ยมผู้ป่วยติดเตียง เยี่ยมเด็กออทิสติก (Autistic) เยี่ยมผู้พิการ เยี่ยมผู้สูงอายุ แววตาของเขาที่มองไปที่ผู้สูงอายุนี่เขาต้องการทำแบบนั้นเหมือนกัน ผมฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านเลขาด้วยนะครับว่า การสร้างจิตอาสาในชุมชนไม่จำเป็น จะต้องเป็น อสม. หรือผู้สูงอายุร่วมกัน เราควรจะต้องมีเยาวชนร่วมด้วย คนทำงานร่วมด้วย อันนี้คือการอยู่ร่วมกันในชุมชน ในเรื่องของสาธารณสุขครับท่านประธาน แต่ก็ขอบคุณนะครับ ที่ให้โรงพยาบาล ๓ แห่งเป็นโรงพยาบาลด่านหน้าในเรื่องโรคอุบัติใหม่ครับ และ🔗
เรื่องต่อไปด้านเศรษฐกิจ ผมต้องพูดอยู่แล้วเรื่องนี้ ท่านประธานครับ ผ่านไป ยังท่านเลขาครับ การท่องเที่ยว ท่านมีโอเอสเอส (OSS) อุตสาหกรรม วัน สต็อป เซอร์วิซ (One stop service) ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวไปที่หนึ่งสามารถเปิดอุตสาหกรรมได้เลย แต่ท่านยังไม่มีโอเอสเอส (OSS) วัน สต็อป เซอร์วิซ (One stop service) ของการท่องเที่ยว นะครับ ไปที่ช่องทางหนึ่งมีอะไร มีวันแมป (One map) มีตารางรถไฟ ตารางรถเมล์ รถสองแถว หรือแม้กระทั่งสถานที่ต่าง ๆ ท่านอุดหนุนการท่องเที่ยวอย่างไร ตรงนี้ วัน สต็อป เซอร์วิซ (One stop service) การท่องเที่ยวท่านต้องเตรียมพร้อมด้วยนะครับ ฝากท่านประธานผ่านไปถึงท่านเลขาด้วยนะครับ หรือแม้กระทั่งบุคลากรการท่องเที่ยว ยุวมัคคุเทศก์ท่านควรเตรียมไว้ไหม การสร้างรายได้พวกนี้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือสิ่งที่พี่น้อง ในชุมชนถึงจะได้ประโยชน์อย่างแท้จริงท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่งก็คือ เมื่อเราอยู่ในยุค โพสต์ โควิด (Post COVID) หรือหลังโควิด (COVID) การท่องเที่ยวจะต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น ต้นทุนเพิ่มขึ้น อุปกรณ์ เครื่องวัดอุณหภูมิ มีเจล (Gel) มีอะไร ตรงนี้คือสิ่งที่ท่านต้องกังวล ไว้ด้วยนะครับ และในเรื่องของปัจจุบัน ธุรกิจกลางคืนเราก็เปิดไม่ได้ ฝากท่านประธาน ผ่านไปถึงท่านเลขาด้วยในเรื่องของการท่องเที่ยว แม้กระทั่งเอสเอ็มอี (SMEs) แหล่งเงินทุน เอสเอ็มอี (SMEs) เข้าถึงอย่างไร เพราะปัจจุบันแบงก์พาณิชย์นะครับโทรหาลูกค้าเก่าทั้งนั้น อีอีซี (EEC) ควรรับรอง ถ้ามีหน่วยงานรับรองให้หน่วยงานเอสเอ็มอี (SMEs) เล็ก ๆ หรือแม้กระทั่งแม่ค้าพ่อค้า ขออนุญาตต่อ ๓ นาที ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพครับ ท่านประธาน เพื่อเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนในชุมชนครับ สิ่งเหล่านี้การเข้าถึงแหล่งเงินทุนของอีอีซี (EEC) ถ้าอีอีซี (EEC) มีองค์กรรับรองการเข้าถึง เงินทุนจะทำให้เกิดแก้ปัญหาของการพัฒนาอีอีซี (EEC) และแม่ค้า หรือแม้กระทั่งเงินกู้ นอกระบบครับ ท่านประธานครับ หรือให้เราร่วมงานกับเอกชนก็ได้ครับ🔗
ท่านประธานครับประเด็นต่อไป สิ่งแวดล้อม ผมอ่านดูในรายงานอีอีซี (EEC) ปัญหาขยะที่ชลบุรีมีปัญหาอย่างมากเรายังไม่มีคลัสเตอร์ (Cluster) ในการทิ้งขยะ ผมอ่าน ในอีอีซี (EEC) ก็คือมีที่ชลบุรีกำลังสร้างอยู่ที่บ่อวินรับได้ ๒,๐๐๐ ตันต่อวัน แต่ผมถามคำหนึ่ง ท่านประธานไปเลยว่า เป็นของเอกชนหรือเป็นรัฐ ถ้าเป็นของเอกชนท้องถิ่นก็ต้องตั้ง งบประมาณของหลวงไปใช้จ่ายให้กับเอกชนนี้เช่นกัน ทำไมรัฐไม่ทำเอง ผมเคยเสนอไปทาง กองทัพเรือทำไมท่านไม่ทำเอง เพราะท่านมีพื้นที่อยู่แล้ว อันนี้ฝากท่านประธานผ่านไปทาง เลขาให้ประสานกับกองทัพเรือว่าท่านมีพื้นที่ท่านได้รายได้ด้วยนะครับ ในเรื่องของขยะ ๒,๐๐๐ ตันต่อวัน ชลบุรีมีขยะเกือบหมื่นตันต่อวันอยู่แล้วครับท่านประธานครับ🔗
อีกประเด็นหนึ่งก็คือในเรื่องของ อันนี้สำคัญมาก พื้นที่สาธารณะเออร์บัน พับลิก สเปซ (Urban public space) ท่านบอกว่า แอโรโทรโปลิส (Aerotropolis) สัตหีบ ชลบุรี ระยอง เราคือเมือง แอโรโทรโปลิส (Aerotropolis) มหานครการบิน ๑-๑๐ กิโลเมตร ภายใน ๕ ปีจะมีนักลงทุนมา ๓๐๐,๐๐๐ ล้าน สัตหีบขอ ๑ เปอร์เซ็นต์พอ ๓,๐๐๐ ล้านครับ ทีนี้สิ่งที่เราต้องการคืออะไรเออร์บัน พับลิก สเปซ (Urban public space) พื้นที่ของชลบุรี ระยอง ผมมั่นใจครับไม่เป็นที่ของราชพัสดุ ที่ของกองทัพเรือ ตรงนี้ผมรบกวนผ่านไป ทางท่านเลขาให้ประสานหน่วยงานเหล่านี้ยกพื้นที่สีเขียวให้กับพี่น้องประชาชนเราด้วย เพราะปัจจุบันสัตหีบ ชลบุรี พัทยา หรือแม้กระทั่งบ้านฉาง มาบตาพุด พื้นที่สีเขียว เออร์บัน พับลิก สเปซ (Urban public space) เราไม่มีแล้ว หรือมีก็มีเพียงน้อยเกินไป จะมีตึกสูง เกินไปหรือจะมีอุตสาหกรรมเรามาลงทุนเราไม่ว่า แต่ต้องมีพื้นที่ให้พี่น้องประชาชน ในชุมชนดั้งเดิมพักผ่อนหย่อนใจ อันนี้ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านเลขาด้วยนะครับ ทีนี้ผมขออีกเรื่องหนึ่ง🔗
รักษาเวลานะครับ🔗
ขออีก ๑ นาทีครับท่านประธานครับ เรื่องของสร้างเอกลักษณ์ของชุมชนครับ ท่านประธานครับ อันนี้คือสิ่งสำคัญการท่องเที่ยว ท่านต้องให้เอกชนร่วมกับรัฐสร้างเอกลักษณ์ชุมชนหนึ่งขึ้นมา ยกตัวอย่างเช่น ท่านประธาน วันตำบลวันเมนู (1 Tambon 1 Menu) อย่างเช่น ตำบลบางสะเหร่มีปิ้งงบ ตำบลแสมสาร มีหมึกต้มน้ำดำ ตำบลภูตาหลวงมีสับปะรดหวาน ถ้าเราสร้างสิ่งเหล่านี้เป็นเอกลักษณ์ร่วมกัน แล้วให้เอกชนประชาสัมพันธ์เป็นสิ่งที่ดี ตรงนี้ผมฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านเลขาธิการ ด้วยนะครับว่าพี่น้องประชาชนในชุมชนรอความหวังและรอรายได้จากทางอีอีซี (EEC) อยู่ครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปนางสาวเบญจา แสงจันทร์ จากนั้นก็จะเป็นคุณวีระกร คำประกอบ รักษาเวลาด้วยนะครับ มีกรรมการชุดอื่น รอชี้แจงอยู่ด้วย เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน เบญจา แสงจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จังหวัด ชลบุรีค่ะ ท่านประธานคะ ภายใต้รายงานประจำปีฉบับขายฝันของสำนักงาน คณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่ดิฉันเปิดอ่านจำนวน ๑๐๗ หน้า ดิฉันจะขอพูดถึงในรายงานฉบับนี้ที่ท่านใช้เงินไปเกือบ ๑๑๔ ล้านบาท เพื่อประชาสัมพันธ์สร้างภาพขายฝันผ่านสื่อต่าง ๆ ไปจำนวนประมาณ ๙๐๐ กว่าครั้งนี้นะคะ ซึ่งดิฉันจะพูดถึงการลงทุนโครงการอีอีซี (EEC) ที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักที่ส่งผลกระทบ อย่างร้ายแรงต่อชีวิตของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษอีอีซี (EEC) และพื้นที่ ใกล้เคียง แต่ท่านไม่ได้ระบุในรายงานฉบับนี้ว่าท่านจะแก้ปัญหาและให้ความช่วยเหลือกับ พี่น้องประชาชนและนับรวมพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนานี้ได้อย่างไร ดิฉันจะพูดถึง โครงการที่เป็นโครงการหลักอย่างโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบินค่ะ ที่ในรายงานมีระบุว่ามีการโอนย้าย มีการไล่ฟ้อง มีการไล่ยึด และมีการขับไล่ประชาชน ออกจากที่ดินแล้ว แต่พวกเขาเหล่านั้นไม่ได้รับการเยียวยา ไม่ได้รับการชดเชย เขาต้องถูกขับ ออกจากที่ดินที่พวกเขาอยู่อาศัยมาเกือบตลอดชีวิต แต่ว่าทาง สกพอ. ก็ไม่ได้มีรายงานว่า จะมีการดำเนินการ แล้วก็ชดเชย แล้วก็เยียวยาให้กับคนกลุ่มนี้อย่างไรบ้าง ไม่ว่าจะเป็น โครงการยักษ์อย่างโครงการถมทะเลมาบตาพุด ๑,๐๐๐ ไร่ ซึ่งเป็น ๑ ในโครงการเรือธงของ อีอีซี (EEC) ค่ะ โครงการนี้เป็นโครงการ ๒ ยักษ์ใหญ่ที่วงการพลังงานได้เซ็นสัญญาร่วมลงทุน ไปแล้วนะคะ ท่ามกลางข้อสงสัยค่ะท่านประธานว่าโครงการขนาดใหญ่ขนาดนี้ทำไมไม่ได้ ทำตามกฎหมายผังเมืองนะคะ แล้วก็มีข้อสงสัยอย่างมากว่าโครงการขนาดใหญ่อย่างนี้ ทำตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการถมทะเล แล้วก็กฎหมายผังเมือง หรือว่าทำตามอีไอเอ (EIA) ทำตามขั้นตอนกฎหมายปกติหรือไม่ เพราะโครงการนี้ถือเป็น โครงการที่ส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตของผู้คน แย่งชิงฐานทรัพยากรทางทะเล สูญเสีย ทรัพยากรทางธรรมชาติมากมายมหาศาล เช่นนี้แล้วท่านประธานก็ต้องมีคำถามดัง ๆ ไปยัง สกพอ. ว่าชาวประมงและคนระยองที่ไม่ใช่เป้าหมายของการพัฒนานี้พวกเขาได้อะไรจาก โครงการนี้ หรือไม่ว่าจะเป็นโครงการสำคัญ อย่างโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาจาก สนามบินทหารสู่มหานครเมืองการบินภาคตะวันออกที่เซ็นสัญญาไปแล้ว ซึ่งก็ถือว่าโครงการ นี้เป็นโครงการที่มีข้อกังขาในการประมูล แล้วก็มีปัญหาในการส่งมอบพื้นที่ รวมไปถึง การออกแบบการใช้ผังในการใช้ประโยชน์ในที่ดินด้วย ท่านประธานปัญหาของโครงการเขต เศรษฐกิจพิเศษอีอีซี (EEC) มีมากมายจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบด้านน้ำ การแย่งชิง ทรัพยากรน้ำ การแย่งชิงทรัพยากรที่ดิน การแย่งชิงทรัพยากรธรรมชาติต่าง ๆ หรือแม้แต่ ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมระบบนิเวศต่าง ๆ โจทย์สำคัญที่ดิฉันอยากจะฝากไปยัง สกพอ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือว่าเราจะทำอย่างไรให้ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่เกิดจากเขต การพัฒนาเศรษฐกิจและเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกนี้กระจายมายังคนส่วนใหญ่ ไม่ใช่กระจุกอยู่เพียงแค่กลุ่มทุนขนาดใหญ่ แล้วดอกผลของการพัฒนาในโครงการนี้ ควรจะต้องตกถึงพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริงจริง ๆ ค่ะ หรือว่าเราจะทำอย่างไรที่ไม่ปล่อยให้ รายได้จากเม็ดเงินที่เกิดจากการลงทุนในพื้นที่กลายเป็นเพียงเงินทุนที่ส่งกลับไปยังประเทศ ต้นทางของบริษัทที่เข้ามาลงทุน แล้วก็ส่งต่อไปให้แค่ทุนผูกขาดเพียงไม่กี่เจ้าเท่านั้น ดิฉัน ขอฝากท่านประธานผ่านไปยัง สกพอ. ว่าเราจะต้องมีมาตรการที่ชัดเจน แล้วก็มีการเตรียม ถ่ายโอนเรื่องของเทคโนโลยีและกระบวนการฝึกอบรมทักษะแรงงานอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ ในอนาคตสินค้าเทคโนโลยีขั้นสูงที่เราผลิตได้ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษหรือในพื้นที่ของ อีอีซี (EEC) เองต้องเป็นสินค้าที่ไทยผลิตเองและสามารถส่งออกไปขายต่างประเทศได้ และขายให้กับคนไทยได้ เราต้องตระหนักว่าเราไม่ควรที่จะแลกการเติบโตทางเศรษฐกิจ ไปกับการลงทุนและทุนผูกขาดเพียงอย่างเดียว หรือแลกกับความเสื่อมโทรมของ ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม หรือแลกทรัพยากรเศรษฐกิจทั้งหมดที่เรามีไปให้กับกองทัพ เพียงเท่านั้น และเราไม่ควรจะมอบเศรษฐกิจทั้งหมดในภาคตะวันออกเอาไปเผาผลาญแล้ว เอามาแลกกับคุณภาพชีวิตของผู้คน หรือแม้แต่เราจะยอมอยู่เป็นเบี้ยล่างทางเศรษฐกิจ ในสภาพกึ่งอาณานิคมทางเศรษฐกิจของนายทุนขุนศึกในภาคตะวันออกด้วยซ้ำไป แต่ว่าเราจะเห็นว่าการลงทุนในครั้งนี้ผู้คนส่วนใหญ่ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ดอกผลของการพัฒนาก็ไม่ได้กระจายไปยังประชาชน ส่วนใหญ่อย่างแท้จริง แต่กลับกระจุกอยู่กับกลุ่มนายทุนใหญ่แล้วก็กองทัพเพียงเท่านั้น และเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมามีรายงานฉบับหนึ่งที่เป็นรายงานการศึกษาปัญหาจากโครงการ เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกอีอีซี (EEC) ของคณะกรรมาธิการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ได้ถูกพิจารณาในสภาและนำเสนอแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนั่นก็หมายถึงว่าได้มีการแจ้งไปยัง สกพอ. ด้วยดิฉันขอให้ท่านอย่านำไปกองไว้เฉย ๆ อยากให้มันได้ใช้ประโยชน์ และขอให้ท่านได้รบกวนแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ตามข้อเสนอและข้อสังเกตที่ทางคณะกรรมาธิการได้มีข้อสังเกตส่งถึง สกพอ. ด้วย🔗
และสุดท้าย ท่านประธาน ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าหน่วยงานที่กำกับดูแล โครงการอีอีซี (EEC) อย่าง สกพอ. จะฟังเสียงของประชาชน ฟังเสียงของผู้แทนของ ประชาชน ประชาชนเพียงแค่ต้องการความมั่นคงในที่อยู่อาศัย เขาต้องการความมั่นคง ทางอาหาร ต้องการความมั่นคงในระบบนิเวศ และเข้าถึงโอกาสในการพัฒนาที่เท่าเทียม เข้าถึงโอกาสทางสังคมที่เท่าเทียม และเขาต้องการโอกาสในการประกอบอาชีพเพื่อหารายได้ โอกาสในสวัสดิการสังคมที่เท่าเทียมด้วย และสำคัญที่สุดค่ะท่านประธาน ต้องนับรวม พวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาในฐานะเจ้าของประเทศนี้ร่วมกัน และดิฉันหวังเป็น อย่างยิ่งว่าโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษอีอีซี (EEC) จะนับรวมประชาชนในพื้นที่เขตเศรษฐกิจ พิเศษเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประเทศนี้ด้วยกันค่ะท่านประธาน ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ต่อไปคุณวีระกร คำประกอบ จากนั้นก็จะเป็นคุณนิติพล ผิวเหมาะ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่นต้องขอชมเชยการทำรายงานฉบับนี้นะครับ เป็นรายงานที่น่าจับต้องน่าอ่าน แล้วก็เข้าใจง่าย กราบเรียนท่านประธานว่าเมื่อ ๓๐ กว่าปีที่แล้ว สมัยนายกฯ ชาติชาย ชุณหะวัณ ที่เขามีโครงการภาคตะวันออกประมาณปี ๒๕๓๒ ถ้าผมจำไม่ผิด ท่านประธานครับ ตอนนั้นท่านนายกฯ ชาติชายท่านมีนโยบายเปลี่ยนสนามรบเป็นสนามการค้า แล้วความโชติช่วง ชัชวาลของภาคตะวันออกที่ท่านโฆษณาไว้ตอนนั้น เดิมทีผมก็นึกว่าเป็นคำโฆษณา ที่เพ้อฝันเหมือนกับน้องสักครู่นี้ที่เพิ่งอภิปรายไป แต่หลังจากนั้นประมาณ ๑๐ กว่าปี ความเจริญเติบโตของภาคตะวันออกไม่ว่าจะเป็นท่าเรือและนิคมอุตสาหกรรม ทั้งแหลมฉบัง ทั้งมาบตาพุด เป็นเรื่องอะไรที่ผมแปลกประหลาดใจมากว่าประเทศไทยเจริญ ได้ขนาดนี้เชียวหรือ แล้วจะไปบอกว่าเป็นการรวยกระจุกจนกระจายอะไรที่มันไม่เกิด ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศก็ไม่ใช่ คนนครสวรรค์ผมว่าจำนวนไม่น้อยที่ทำมา หากินอยู่ในเขตอีอีซี (EEC) หรือว่าเขตภาคตะวันออกนะครับ ไม่ว่าจะเป็นท่าเรือแหลมฉบัง และนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบังและมาบตาพุดทั้ง ๒ แห่งนี้คนนครสวรรค์มาทำงาน กันเยอะครับ ไม่ได้แปลว่าเราไปสร้างความเจริญ ณ จุดนั้น แต่จุดนั้นมันมีศักยภาพ ต้องยอมรับว่ามีท่าเรือ นครสวรรค์ไปทำท่าเรือก็ไม่ได้ ทำสนามบินก็ไม่ได้ เขามีอู่ตะเภา อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภามูลค่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ดี การท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุดระยะที่ ๓ ก็ดี การพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังระยะที่ ๓ ก็ดี หรือรถไฟความเร็วสูง รถไฟรางคู่ โครงการก่อสร้างทางหลวงพิเศษ การลงทุนอุตสาหกรรม เป้าหมายการพัฒนาท่องเที่ยวพัฒนาเมืองใหม่ตามโครงการที่ท่านได้กล่าวมาในเล่มนี้ทั้งหมด ผมชื่นชมและผมคิดว่าจากผลงานที่ท่านทำมา ๓๐ ปีที่ผ่านมา ผมมั่นใจว่าคณะนี้เป็นคณะ ที่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาและสามารถที่จะทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ท่านได้แถลงมา ในครั้งนี้ต้องขอบคุณนะครับว่า หน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะ ที่ท่านเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และท่าน สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองประธาน ได้อุตส่าห์ทำโครงการเหล่านี้ขึ้นมา แต่สิ่งหนึ่ง ซึ่งผมอดที่จะกังวลใจไม่ได้ก็คือเราจะมีนักลงทุนมาลงได้เต็มกำลังความสามารถตามที่ท่าน ได้วางแผนวางสกีม (Scheme) ไว้ทั้งหมดหรือไม่ ทั้งนี้เพราะว่าจากเอฟทีเอ (FTA) ที่ประเทศไทยเรามีอยู่เพียง ๑๘ ประเทศสิ่งที่ผมกังวลก็คือแค่นี้ละครับ เรามีเอฟทีเอ (FTA) อยู่แค่ ๑๘ ประเทศ ในขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนามเขามี ๕๓ ประเทศ ผมเอง ได้มีโอกาสเดินทางทางรถยนต์นะครับจากฮานอยเข้าสู่ประเทศจีน ก่อนที่จะเข้าสู่ เขตประเทศจีนที่ด่านผิงเสียง ปรากฏว่ามันเต็มไปด้วยนิคมอุตสาหกรรมเกิดใหม่อย่างใหญ่ มโหฬารมากเลยครับ โดยเฉพาะทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ บริษัทญี่ปุ่น บริษัทจีน มาลงทุนกันเต็มหมดเลยนะครับ เอากันว่าสุดลูกหูลูกตา มองไปนี่นะครับ มีแต่โรงงาน อุตสาหกรรมขนาดยักษ์ใหญ่ทั้งนั้น ที่ผมพูดนี้ผมเพิ่งไปมาปีกว่า ๆ นี่เองครับท่านประธาน จะบอกให้ทราบว่าทำไมนักลงทุนเขาหันไปเวียดนาม เพราะเวียดนามมีเขตการค้าเสรีกับ ๕๓ ประเทศ ในขณะที่ประเทศไทยมี ๑๘ ประเทศ ท่านประธานลองนึกใจเขาใจเรา ถ้าผมเป็นนักลงทุนผมอยากลงทุนประเทศไทย ซึ่งผมส่งสินค้าไปขายแล้วผมไม่ต้องเสียภาษี ได้แค่ ๑๘ ประเทศ กับผมไปลงทุนที่เวียดนาม ผมส่งสินค้าไปขายโดยไม่ต้องเสียภาษีได้ถึง ๕๓ ประเทศ ไม่แปลกใจครับที่ว่าท่านนายกรัฐมนตรีก็พยายามที่จะเข็นโครงการต่าง ๆ เช่น ซีพีทีพีพี (CPTPP) ในการที่จะทำสัญญากับพหุภาคีกับประเทศเหล่านี้ ซึ่งจะทำให้เราสามารถที่จะมี เอฟทีเอ (FTA) เพิ่มขึ้นหรือเรื่องของอียู (EU) ที่เราจะต้องเข้าสู่ตลาดยุโรปให้ได้ โดยที่ไม่ต้อง เสียภาษีแต่ท่านประธานครับ กระทรวงต่างประเทศช้าจังเลย กรมเจรจาการค้าระหว่าง ประเทศไม่คืบคลานไปไหนเลย ซีพีทีพีพี (CPTPP) กรรมาธิการเราได้พิจารณาเสร็จ ไปนานแล้วนะครับ ได้ให้ความเห็นแล้วว่าไม่ต้องไปกลัว เข้าก็เข้า แต่เราต้องมีการเตรียมพร้อม ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของยูปอฟ ๑๙๙๑ (UPOV 1991) จะไปกลัวมันทำไมละครับ ประเทศ ไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพด้านการเกษตร แต่ปรากฏว่าตั้งแต่วันนั้นที่เราพูดไปจนถึงวันนี้ รัฐบาลไม่เคยเพิ่มงบประมาณให้กับกรมการข้าว กรมวิจัยการข้าว งานวิจัยต่าง ๆ เงินลดลง ทุกปี ๆ และมันจะเอาอะไรไปสู้กับเขาครับ เวลาเข้าไปจริง ๆ เขาเป็นไฮ แสตนดาร์ด เอฟทีเอ (High Standard FTA) เขาไม่ใช่เอฟทีเอ (FTA) ขี้หมูขี้หมาที่จะเข้าไปแล้วก็ไม่มีหลักเกณฑ์ นะครับ เขาจะต้องให้มีการสู้กันอย่างเสรี ทุกอย่างเสรีหมด เมื่อเราเข้าไปแล้ว ยูปอฟ ๑๙๙๑ (UPOV 1991) บังคับให้เราต้องรับพันธุ์พืชใหม่ ๆ ที่เป็นเสรี เขาคุ้มครองนักพัฒนาพันธุ์พืช รายใหม่ ประเทศไทยมีศักยภาพมากนะครับ คนประเทศไทยเราสู้เขาได้คือการเกษตร แต่เรากลับไม่ให้ความสำคัญกับงานวิจัยด้านการเกษตร กรมการข้าวงบประมาณลดลง ๆ จาก ๖๐๐ ล้านบาท วันนี้เหลือกว่า ๑๐๐ กว่าล้านบาทแล้วครับ แล้วมันจะเอาอะไรไปสู้ นี่คือสิ่งที่ผมกังวล ผมไม่ได้กังวลเลยว่าคณะทำงานดูแลภาคตะวันออกเขาจะทำอีอีซี (EEC) ไม่สำเร็จ ไม่ใช่ สำเร็จ แต่สำเร็จแล้วใครจะมาลงทุนต่างหากที่ผมนั่งเป็นห่วง ในเมื่อท่าน จะเข้าซีพีทีพีพี (CPTPP) แต่ท่านยังไม่เคยเตรียมตัวเลยตามที่กรรมาธิการได้เสนอไป เยอะแยะนะครับ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำได้ทั้งนั้นที่กรรมาธิการเสนอไป จะเข้าซีพีทีพีพี (CPTPP) ยูปอฟ ๑๙๙๑ (UPOV 1991) คุณต้องทำอะไรบ้าง ๑ ๒ ๓ ต้องให้งบประมาณในการวิจัย พันธุ์พืช เราจะต้องเป็นศูนย์กลางการวิจัยพันธุ์ข้าว เราจะไปกลัวประเทศอื่นเอาพันธุ์ข้าวมา ขายประเทศเรา ประเทศไทยเก่งที่สุดแล้วครับท่านประธาน เราจะต้องเอาพันธุ์ข้าว เราไปขายประเทศอื่นต่างหากเมื่อเราเข้า ยูปอฟ ๑๙๙๑ (UPOV 1991) สิ่งเหล่านี้ที่ผมกังวล และอยากจะฝากทางอีอีซี (EEC) ด้วย โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นประธานอีอีซี (EEC) ผมอยากจะฝากท่านไว้ด้วยว่าเราไม่มีอะไรน่ากลัวเลยครับการที่ต้องไปเข้า ยูปอฟ ๑๙๙๑ (UPOV 1991) ตามซีพีทีพีพี (CPTPP) แต่เราต้องเตรียมความพร้อมของเรา ให้ได้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณนิติพล ผิวเหมาะ และจะเป็นคุณสุชาติ อุสาหะ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อจากพรรคก้าวไกล วันนี้จะมาอภิปรายต่อรายงาน ประจำปี ๒๕๖๓ ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก ท่านประธานครับ เมื่อวานเกิดปรากฏการณ์ในโลกโซเชียล (Social) ที่ต้องเรียกว่า เป็นปรากฏการณ์ที่น่าตื่นตาตื่นใจมากกับการขายของออนไลน์ (Online) ท่านประธานรู้จัก กล่องสุ่มพิมรี่พายไหมครับ ปรากฏการณ์มันเป็นแบบนี้ครับกล่องสุ่มพิมรี่พายใช้เวลาขาย เพียงแค่ ๑๐ นาที กล่องละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ไม่รู้เลยว่าในกล่องคืออะไร ๑๐ นาทีทำเงินไป ได้ทั้งหมด ๑๐๐ ล้านบาท และเมื่อวานคนที่ซื้อกล่องสุ่มพิมรี่พายไปก็มาทำคลิปอันบ็อกซ์ (Clip Unbox) เปิดกล่องสุ่มกันว่าในกล่องมีอะไรบ้าง ทุกคนตื่นเต้นดีใจได้ทั้งรถได้ทั้งไอโฟน (iPhone) ได้อะไรต่อมิอะไรมากมายเต็มไปหมดครับ เพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะว่า มีคนเขาเกิดความเชื่อมั่นว่าพิมรี่พายจะเอาของดี ๆ มาขายในกล่องสุ่มพิมรี่พาย เลยเกิดเป็นปรากฏการณ์ ทีนี้อยากจะบอกไปแบบนี้ จริง ๆ แล้วมันมีต้นตำรับกล่องสุ่มแล้ว เมื่อตอนปี ๒๕๖๒ วันนั้นคนเข้าคูหาไปกาบัตรแล้วหย่อนลงไปในกล่องเลือกธนาธร เป็นนายกฯ แต่ในกล่องปรากฏว่าได้ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเป็นนายกฯ ครับ และมันส่งผล อะไรครับ จากกล่องสุ่มเมื่อปี ๒๕๖๒ ตอนนั้น ส่งไปให้กับ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้าไปเป็นประธานบริษัท ขอโทษครับ ท่านประธานผมใช้คำผิดครับ ใช้ตามเอกสารครับ นายกรัฐมนตรีเข้าไปเป็นประธานกรรมการของอีอีซี (EEC) ครับ แล้วมันส่งผลอย่างไรครับ ในเมื่อเจ้าของกล่องสุ่มนี้ไม่มีความน่าเชื่อถือ ประธานกรรมการของอีอีซี (EEC) ไม่มีความน่าเชื่อถือ วันนี้ครับผมจะมาอันบ็อกซ์ (Unbox) กล่องสุ่มอีอีซี (EEC) มูลค่า ๑.๗ ล้านล้านบาท ไล่เรียงไปเลยครับท่านประธาน ไล่ไปตั้งแต่หน้า ๖๙ ครับ หน้า ๖๙ คือประโยชน์กับประชาชนทั้งประเทศ นี่คืออยู่ในกล่องสุ่มอีอีซี (EEC) มูลค่า ๑.๗ ล้านล้านบาท ดูครับ หลุดจากกับดักรายได้ปานกลางกับกับดักความเหลื่อมล้ำ น่าเชื่อถือไหมครับ มีสิ่งแวดล้อมที่ดีเหมาะสมต่อการอยู่อาศัย น่าเชื่อถือไหมครับ มีการท่องเที่ยวที่มีคุณภาพ และเชิงสุขภาพ น่าเชื่อถือไหมครับ นี่คือกล่องสุ่มมูลค่า ๑.๗ ล้านล้านบาท ยังไม่หมดครับ เปิดไปต่อครับ ในกล่องสุ่มใบนี้ กล่องสุ่มที่มีประธานกรรมการที่ชื่อว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เปิดไปดูต่อครับ ในหน้า ๗๖ โครงการเยาวชนอาสาเพื่อการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ศึกษาเรียนรู้แหล่งธรรมชาติ จำนวน ๕ รุ่น รุ่นละ ๘๐ คน รวมทั้งสิ้น ๔๐๐ คน ในกล่องสุ่มยังมีอีกครับ โครงการเสริมสร้างศักยภาพเครือข่ายเยาวชน สิ่งแวดล้อมเพื่อพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก กลุ่มเป้าหมายคือครูและนักเรียน จำนวน ๑๙ โรงเรียน อยากจะถามจริง ๆ ว่าตัวเลขพวกนี้มีความสำคัญอย่างไร อันนี้คือ เคพีไอ (KPI) ของโครงการในกล่องสุ่มแบบนี้หรือเปล่าครับ ตัวเลขนักเรียนเยาวชน ๔๐๐ คน มันดีกว่า ๕๐๐ คน มันดีกว่า ๒๐๐ คน มันดีกว่า ๑๐๐ คนอย่างไรครับ ๑๙ โรงเรียนดีกว่า ๑ โรงเรียน มันดีกว่า ๑๒๐ โรงเรียนอย่างไรครับ นี่เป็นการกำหนดเคพีไอ (KPI) แบบหยาบ ๆ ในกล่องสุ่มมูลค่า ๑.๗ ล้านล้านบาท แล้วมีอะไรต่ออีกครับในกล่องสุ่มที่ไม่มีคุณภาพแบบนี้ครับ ไม่มีความน่าเชื่อถือ ไปที่หน้า ๘๕ ครับ การบริหารจัดการขยะในพื้นที่อีอีซี (EEC) ถามว่า ตอนนี้คือตั้งใจว่าจะสร้างโรงไฟฟ้าจากขยะภายในปี ๒๕๖๕ ครับ โรงไฟฟ้านี้ต้องใช้ปริมาณ ขยะจำนวน ๒,๐๐๐ ตันต่อวัน เพื่อใช้ในการผลิตกระแสไฟฟ้า จำนวน ๔๐ เมกะวัตต์ ต่อชั่วโมง ขยะ ๒,๐๐๐ ตันต่อวัน หลายคนอาจจะคิดว่ากล่องสุ่มอีอีซี (EEC) เรื่องการจัดการขยะ มันคือการเอาขยะอะไรก็ได้ ๒,๐๐๐ ตันต่อวันไปเผา ไปเผาเป็นพลังงานไฟฟ้า ไม่ใช่นะครับ เป็นเชื้อเพลิงพลังงานขยะ หรือที่เรียกว่าอาร์ดีเอฟ (RDF) ๒,๐๐๐ ตันต่อวัน เรามีขยะ เพียงพอแล้วหรือครับ เป็นขยะอาร์ดีเอฟ (RDF) ที่มีคุณภาพเพียงพอที่จะมาใช้เป็น เชื้อเพลิงพลังงานขยะได้แล้วหรือครับ ๒,๐๐๐ ตันต่อวันนะครับ กล่องสุ่มอีอีซี (EEC) ๑.๗ ล้านล้านบาทนี้ที่ประธานบริษัทไม่ได้มีความรู้ ไม่ได้มีความสามารถอะไรเลย แล้วบอกว่า ๒,๐๐๐ ตันต่อวันครับ คุณมีศักยภาพพอจะหาขยะอาร์ดีเอฟ (RDF) คุณภาพ ๒,๐๐๐ ตันต่อวันได้แล้วจริงหรือครับ ถ้าหา ๒,๐๐๐ ตันต่อวันไม่ได้จะทำอย่างไรครับ นั่นเท่ากับว่าไม่สามารถผลิตได้ ๔๐ เมกะวัตต์ต่อชั่วโมงใช่ไหมครับ แล้วจะเอาขยะ มาจากไหน ต้องไปนำเข้าต่างประเทศอีกไหมครับ ไปนำเข้าจากต่างประเทศมาแล้ว ทีนี้ ทำอย่างไรต่อ เอามาเติมให้มันได้ ๒,๐๐๐ ตัน ขยะก็ไม่พออีก แล้วแบบนี้ขยะในประเทศล่ะครับ ขยะในประเทศก็ล้นสิครับแบบนี้ ขยะในประเทศเวลามันล้นแล้วมันไปที่ไหนครับ มันไหลลงสู่ทะเลครับ กลายเป็นส่งผลให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ทิ้งขยะลงสู่ทะเลสูงเป็น อันดับ ๖ ของโลก ส่งผลให้ประเทศไทยเป็นถังขยะโลก เพราะว่าเราอยากจะได้ ๒,๐๐๐ ตัน เอามา เอามา ที่ไหนก็ส่งมาให้ไทยเรายินดีรับเต็มที่ เราอยากจะไปป้อนให้อีอีซี (EEC) ๒,๐๐๐ ตันครับ ขอคำอธิบายด้วยครับ สุดท้ายนี้ก็ต้องขอทางผู้มาชี้แจงช่วยชี้แจงคุณภาพ ของกล่องสุ่มคุณภาพแย่จำนวนมูลค่า ๑.๗ ล้านล้านบาท ของประธานกรรมการ ที่ไม่มีคุณภาพด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณสุชาติ อุสาหะ แล้วก็จะเป็น พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ขอเชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สุชาติ อุสาหะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดเพชรบุรี จากรายงานประจำปี ในวันนี้ของเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งผมพิจารณาดูแล้วก็ถือว่าเป็นเรื่องดี ซึ่งจะมี ในหลายส่วนที่ได้นำเสนอมาในวันนี้ จะเห็นเป้าหมายการลงทุนของอีอีซี (EEC) ทั้งจาก ภาครัฐและเอกชนทั้งหมดประมาณ ๑.๗ ล้านล้านบาท หรือประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้าน ดอลลาร์สหรัฐ ภายในระยะเวลา ๕ ปี มีการพัฒนาสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา การพัฒนา ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด การพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง โครงการรถไฟความเร็วสูง แล้วก็โครงการรถไฟรางคู่ ตลอดจนโครงการต่าง ๆ อีกหลายอย่าง นั่นก็คือการลงทุนจาก ภาครัฐและเอกชน ซึ่งเป็นการลงทุนในฝั่งตะวันออกของประเทศ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี ผมก็อยากจะเห็นภาพเหล่านี้เกิดขึ้นในหลายภูมิภาคของประเทศนี้ โดยเฉพาะในส่วนของ การลงทุนโครงการโครงสร้างพื้นฐานหลักในอีอีซี (EEC) รูปแบบการร่วมลงทุนระหว่าง ภาครัฐกับเอกชน หรือพีพีพี (PPP) เรากำหนดไว้ประมาณสัก ๖๑๘,๕๙๙ ล้านบาท โดยรัฐ ลงทุน ๒๕๑,๘๑๐ ล้านบาท หรือ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เอกชนลงทุนประมาณ ๓๖๕,๗๙๐ ล้านบาท หรือประมาณ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเป็นรูปแบบการลงทุนร่วมกัน หรือพีพีพี (PPP) ณ วันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๓ ผมก็อยากนำเรียนในส่วนของคณะกรรมการอย่างนี้ว่า ในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ก็อยากจะให้มันเกิดขึ้นโดยลักษณะของการที่ไม่เกิดการเหลื่อมล้ำของประเทศนี้ ในการพัฒนาอย่างที่ผมเรียนไปแล้วในฝั่งตะวันออกเป็นเรื่องที่ดีมาก ตามรายงานผมเห็น ความก้าวหน้า เห็นรถไฟเชื่อม ๓ สนามบิน เห็นอะไรต่าง ๆ ในรายงานฉบับนี้เป็นจำนวนมาก ก็อยากจะฝากเรื่องนี้ไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา รวมทั้ง ท่านเลขาธิการ ท่านดอกเตอร์คณิศ แสงสุพรรณ อยากให้ท่านดูฝั่งตะวันตกของประเทศนี้บ้าง ซึ่งฝั่งตะวันตกของประเทศนี้ประกอบตั้งแต่จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และนครปฐม ซึ่งโครงสร้างต่าง ๆ เหล่านี้ยังเหลื่อมล้ำกับโครงสร้าง ฝั่งตะวันออกเยอะมาก ถ้าเรากำหนดให้มันไม่เหลื่อมล้ำกันมากเป็นเขตเศรษฐกิจ ที่มันใกล้เคียงกันตามแผน ไม่ว่าการเชื่อมเส้นทางคมนาคมต่าง ๆ ท่านประธานก็คงจะเห็น นะครับว่าโดยเฉพาะจังหวัดเพชรบุรีเป็นจังหวัดที่เป็นหน้าด่านสู่ ๑๔ จังหวัดภาคใต้ เส้นทาง คมนาคมตั้งแต่เพชรบุรีลงไปผ่านประจวบคีรีขันธ์ ลงไปถึงชุมพร ลงไปถึง ๑๔ จังหวัดภาคใต้ ของท่านยังไม่มีมอเตอร์เวย์ (Motorway) ที่จะเชื่อมต่อลงไป ขณะนี้การพิจารณาก็สิ้นสุดลง แค่จังหวัดราชบุรีเท่านั้น เพราะว่ายังไม่สามารถจะเชื่อมต่อผ่านเพชรบุรีแล้วก็เข้าสู่จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ได้ เวลาที่เราอธิบายสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้กับพี่น้องประชาชนว่าเวลารัฐลงทุน ในเรื่องของอีอีซี (EEC) ในฝั่งตะวันออกจะเห็นว่าทันทีที่มีข้อมูลเรื่องการเชื่อม ๓ สนามบิน เข้าหากันรถไฟความเร็วสูง ราคาที่ดินแถบนั้นขึ้นมาไร่หนึ่งเป็น ๑๐ ล้านบาท ในขณะ ที่ฝั่งตะวันตกของพวกผมตั้งแต่กาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เรายังมีที่ดิน ในราคาไร่ละหลักหมื่นถึงไม่เกินแสนอยู่เลยครับ ประเทศนี้มันก็ไม่ควรจะเหลื่อมล้ำกัน ขนาดนี้นะครับ รวมทั้งถ้าเราปล่อยให้การพัฒนาซึ่งมันต่างกันขนาดนี้เวลาอีอีซี (EEC) เขาสร้างเสร็จต่าง ๆ สิ่งที่จะตามก็คือว่าพี่น้องประชาชนที่อยู่ในกลุ่มจังหวัดฝั่งตะวันตกก็คง หนีไม่พ้นที่จะหลั่งไหลไปทำงานทางฝั่งตะวันออก การเคลื่อนย้ายของพี่น้องประชาชนเหล่านี้ ก็จะทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในเรื่องของพื้นที่ด้วยอะไรด้วยหลายอย่าง เพราะฉะนั้นสิ่งหนึ่ง ที่อยากจะฝากท่านเลขาไปในวันนี้ที่ท่านมารายงานประจำปีอยากให้ท่านได้พิจารณา ทางด้านตะวันตก เพราะศักยภาพทางด้านตะวันตกต้องเรียนครับ ไม่ว่าในส่วนของทวายโพรเจกต์ (Project) จากตรงกาญจนบุรี เราก็สามารถเชื่อมออก อันดามันได้ อีกหลายจุดนะครับ ไม่ว่าจังหวัดราชบุรี แถวสวนผึ้ง หรือกระทั่งว่าด่านสิงขร ที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์นะครับ ก็สามารถเชื่อมออกอันดามันได้ แล้วเราก็สามารถที่จะเข้าสู่ ตะวันออกกลางและเข้าสู่ยุโรปได้ ชายฝั่งทะเลด้านนี้ก็สามารถทำท่าเรือน้ำลึก ทำอะไร ได้หลายอย่างนะครับ อยากจะเรียนฝากสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผ่านท่านประธานสภาไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรีและท่านเลขานะครับว่า ในการพัฒนาควรจะควบคู่กันไปทั้งสองฝั่ง แล้วก็สิ่งต่าง ๆ ที่นำเสนอในรายงานประจำปี ผมก็ยืนยันแล้วก็สนับสนุนรายงานของท่าน ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ท่านทำรายงานฉบับนี้ขึ้นมาได้ละเอียดลออมาก สามารถที่จะชี้ ให้เห็นว่าในส่วนต่าง ๆ การพัฒนาแต่ละช่วงแต่ละปี ในส่วนของภาคเอกชนลงทุนเท่าไร ภาครัฐลงทุนเท่าไร และถ้าเป็นไปตามแผนตามเป้าหมายเหล่านี้ ผมเชื่อว่าโมเดล (Model) ฝั่งตะวันออกนี่ครับ ก็สามารถมาปรับใช้ในฝั่งตะวันตกได้ ในหลาย ๆ เรื่องที่คล้ายกันครับ ก็นำเรียนข้อมูลเหล่านี้นะครับ ผ่านท่านประธานสภาถึงท่านนายกรัฐมนตรีและ ท่านเลขาคณิศอีกครั้งหนึ่งครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
มีท่านผู้มีรายชื่ออภิปราย อีก ๔ ท่านนะครับ ผมขออนุญาตว่าโดยที่เรื่องนี้เป็นเรื่องเพื่อทราบนะครับ เพราะฉะนั้น ขออนุญาตว่าเราจะอภิปรายจนถึงคุณพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ นะครับ เป็นคนสุดท้าย โดยจะมีท่าน พลตำรวจเอก ทวี สอดส่อง มีท่านวิสาร เตชะธีราวัฒน์ มีคุณอันวาร์ สาและ และมีคุณพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ นะครับ หลังจากนั้นก็จะให้ทางเจ้าของหน่วยงานชี้แจงนะครับ ขออนุญาตที่ประชุมไว้อย่างนี้ เพื่อกรรมการชุดที่จะรายงานต่อไปได้เตรียมตัวด้วยครับ เชิญท่าน พันตำรวจเอก ทวีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะมีเรื่องเรียนถามทางสำนักงาน คณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ซึ่งท่านได้ทำรายงานประจำปี ๒๕๖๓ เนื่องจากว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้วก่อนหน้าที่ท่านจะมารายงานนี่ความจริงมันเข้ามาในวาระ เดียวกัน ได้มีรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการใช้พื้นที่โดยเฉพาะพื้นที่ของ อีอีซี (EEC) แต่สิ่งที่ในรายงานทั้ง ๒ ฉบับ พอรายงานมานี่ถ้าเราอ่าน ผมได้อภิปรายไปแล้วว่า เราเหมือนเป็นรายงานของคนละประเทศ เป็นคนละเรื่อง ดังนั้นผมจึงอยากให้คณะกรรมการ อีอีซี (EEC) อย่างน้อยที่สุดท่านควรจะเอารายงานของกรรมาธิการเอาไปดู เพราะว่า อย่างน้อยที่สุดสิ่งที่ท่านมารายงานในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านบอกว่าท่านลงทุน ไป ๖๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ที่เป็นแบบพีพีพี (PPP) ที่มีภาคเอกชนเข้ามาร่วมในจำนวนถึง ๓๖๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ในความเป็นจริงนั้นท่านลืมไป ท่านลืมเอาทรัพยากรที่เป็นทุน ของชีวิต ทรัพยากรที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินนี่ไปรวมกับเงินของรัฐบาล ซึ่งผมเชื่อว่า ถ้านำไปรวมแล้วเราก็ยังมีความสงสัยว่า แม้ที่ดินที่มักกะสัน ๑๕๐ ไร่ ที่ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๕ พระราชทานไว้ในปีเดียวกับที่การเลิกทาส ร.ศ. ๑๒๐ ร้อยกว่าปีมา ที่ตรงนั้นปัจจุบันถือว่า เป็นที่ที่แพงที่สุด ท่านก็เอาไปให้คู่สัญญาได้เช่าในเวลา ๕๐ ปี แล้วต่อได้อีก ๔๙ ปี ในราคา ที่ต่ำถ้าเทียบกับห้างเซ็นทรัลที่เช่ามานานนี่มันควรจะ ๑๖๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ เป็นประเด็นหนึ่งที่ท่านคงคิด เพราะท่านอาจจะมาทีหลัง ประเด็นสำคัญที่ผมอยากจะ เรียนถาม และท่านคงจะต้องหาคำตอบให้ด้วยว่า ในโครงการรถไฟความเร็วสูง เชื่อม ๓ สนามบิน เราพบว่าท่านให้คู่สัญญาเอาแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) คือ รถไฟจากชานเมืองเข้ามา และในสัญญานี่มันครบกำหนดเมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม ที่ทาง คู่สัญญาจะต้องจ่ายเงินให้กับทางรัฐ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเศษนะครับ แต่พอถึงกำหนด ปรากฏว่ารายงานของท่าน โดยเฉพาะท่านเลขานะครับ ท่านก็เสนอ มาว่าคู่สัญญาประสบเหตุเรื่องโควิด (COVID) อาจจะต้องเยียวยา ก็ขอเลื่อนการจ่าย จะให้แบ่งการจ่าย เดิมที่จะจ่ายครั้งเดียว ซึ่งในแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) นี้ รัฐบาลลงทุนไปถึง ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในรายงานหนี้สาธารณะก็จะเห็น แล้วปัจจุบันนี้ การรถไฟยังต้องรับผิดชอบอีก ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ต้องไปใช้หนี้ แต่คู่สัญญานี้เอาไปใช้ได้เลย แทบไม่ต้องลงทุนเลย ปัจจุบันก็ยังมีกำไร แล้วจริง ๆ ระบบขนส่งมวลชนที่เป็นระบบรางนี้ ที่ดีที่สุดที่แก้ปัญหาจราจรก็คือระบบขนส่งมวลชนแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) ซึ่งมันเป็นระบบขนส่งมวลชนที่ดีที่สุด ที่สามารถบริการคนจนเข้ามาในเมืองได้ในเวลาเดียวกัน แต่ท่านก็เอาไปประเคนให้กับคู่สัญญา ซึ่งอ้างว่าจะมีการพัฒนา แต่ปรากฏว่าถึงกำหนด ท่านอ้างว่าคู่สัญญาประสบเหตุภัยโควิด (COVID) ท่านประธานที่เคารพครับ ผมก็ได้ไปดูคู่สัญญา คือบริษัทร่วมทุนนะครับ ไม่ต้องเอ่ยชื่อ เป็นบริษัทที่รวยที่สุดในประเทศ ในปี ๒๕๖๒ ซึ่งเป็นปี ที่มีโควิด (COVID) บริษัทร่วมทุนอันนี้มีกำไร ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปี ๒๕๖๓ ที่ประสบโควิด (COVID) จบไปนี้ ก็มีกำไร ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปี ๒๕๖๔ ครึ่งปีก็มีกำไร และมีทิศทางว่า จะกำไรขึ้น ท่านไปเห็นใจเขาว่าประสบภัยโควิด (COVID) ได้อย่างไร แล้วท่านกำลังไปยกประโยชน์ โดยเฉพาะต้องขอตำหนิไปยังนายกรัฐมนตรีที่นั่งเป็นประธาน เพราะในบอร์ด (Board) ของอีอีซี (EEC) นี้ ที่น่าเจ็บปวดที่สุดในกฎหมายก็คือในหน้าที่ ๑๔ ท่านลองไปดูครับ ๒๖ คน ไม่มีคน ในพื้นที่ ๓ จังหวัดอยู่เลยโดยตำแหน่ง ๒๖ คน ท่านมาตั้งอนุ ท่านก็ไม่เคยเห็นหัวคนในพื้นที่ เข้าไปอยู่ในนี้เลย แล้วท่านกำลังไปเอาทุนชีวิต อันนี้เป็นการพรากคนในพื้นที่ต้องออกไป ในนโยบาย โดยใช้คำว่าพัฒนา ผมเห็นด้วยกับการพัฒนาครับ ผมทราบที่มาบตาพุดก่อนนั้น ก็มีการพัฒนา ปัจจุบันท่านเห็นหรือไม่ คนมาบตาพุดแม้จะมีจีดีพี (GDP) สูง แต่คนมาบตาพุด ต้องหนีแก๊งหมวกกันน็อก แล้วก็ออกไปนอกพื้นที่ สิ่งที่มากับโรงงานอุตสาหกรรมก็คือสารพิษ ผมก็ยังอยากจะฝากท่านครับ โดยเฉพาะท่านไปเลื่อนการไม่จ่ายเงินครั้งนี้ ผมอยากจะหาคำตอบ และอยากจะหาเหตุผลว่าเขาประสบภัยโควิด (COVID) ด้วยอะไร คนทั้งประเทศ ถึงจะประสบภัย เพราะรายงานงบการเงินเขากำไร กำไร และกำไร ดังนั้นผมจึงอยากจะฝาก เรียนถาม ส่วนประเด็นอื่น ๆ ผมอยากฝากท่านคณะกรรมการลองเอารายงานของสภาไปดู เพราะรายงานของสภานี้เขาฟังคนตัวเล็กตัวน้อย เขาฟังนักวิชาการในพื้นที่ เขาฟังคนทั้งหมด มาประกอบกัน รวมทั้งฟังท่านด้วยนะครับ ผมไม่ขัดขวางเรื่องการพัฒนา แต่ผมไม่อยากให้มี สิทธิสภาพนอกอาณาเขตที่คนไทยไม่ได้ประโยชน์ ท่านให้คนต่างประเทศได้ประโยชน์ ทั้งหมดครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ต่อไปเป็นคุณวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ผมขออนุญาตที่ประชุมด้วยนะครับว่าเนื่องจากมีเจ้าของพื้นที่ทางฝั่งตะวันออก ท่าน ส.ส. จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ นี้ ขออนุญาตพิเศษ ๓ นาที ผมอนุญาตให้นะครับ หลังจาก คุณพิจารณ์แล้วครับ เชิญคุณวิสารครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงราย ผมขออนุญาตท่านประธานมีสไลด์ (Slide) ที่ขออนุญาตแล้วประมาณสัก ๓-๔ แผ่นนะครับ🔗
เรื่องแรกนี้ผมต้องขออนุญาตว่า ถึงแม้จะเป็นเรื่องรายงานเพื่อทราบนะครับ แต่ว่าสิ่งที่ผมอยากจะแสดงความคิดเห็นขณะนี้ ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่จะเป็นประโยชน์ แล้วก็อยากให้ท่านประธานและทางท่านเลขาธิการ คณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษของภาคตะวันออกได้รับฟังไว้ด้วยครับ ท่านประธานครับ🔗
เรื่องแรกนี้ครับ ตอนนี้มันมีผลวิจัยของธนาคารโลกครับ ท่านประธาน เห็นหรือไม่ครับว่าขณะนี้ครับ เขาได้บอกไว้แล้วว่าประเทศไทยเรานี้ครับ มีนักวิจัยที่ต่ำกว่า มาตรฐานโลก นั่นหมายถึงว่าความฝันที่จะทำอีอีซี (EEC) นี้ เขาบอกว่ามันล้มเหลวครับ ขออนุญาตท่านประธานดูตรงนี้นะครับ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเรามีนักวิจัยที่มากที่สุดอยู่ที่เกาหลีใต้ ๗,๙๘๐ แต่ว่าก็ไล่เรียง ลงมา คือสิงคโปร์ ๖,๘๐๐ ญี่ปุ่น ๕,๓๐๐ ฮ่องกง ๔,๐๒๗ ไทย ๑,๓๕๐ แต่ค่าเฉลี่ยของ นักวิจัยทั่วโลกมาตรฐานอยู่ที่ ๑,๔๑๑ คนต่อประชากร ๑ ล้านนะครับ สิ่งที่เขากล้าบอกว่า โครงการอีอีซี (EEC) นี้ล้มเหลวเพราะเรื่องนี้ครับ ท่านประธานครับก่อนหน้านี้เรารู้ดีว่า โครงการพัฒนาชายฝั่งตะวันออกของอีอีซี (EEC) นี้มันเริ่มต้นมาจากคำสั่งของ คสช. ฉบับที่ ๔๗/๖๐ นั่นหมายถึงว่ายกเว้นทุกอย่างครับ อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้แสดงความคิดเห็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการยกเว้นการทำอีไอเอ (EIA) ยกเว้นเรื่องที่ดิน ปรับที่ดินมาจากไร่ละ ๑.๕ ล้าน กลายเป็นไร่ละ ๑๕ ล้าน ซึ่งตรงนี้ใครอยู่เบื้องหลังอย่างไรผมอาจจะเก็บไว้ อภิปรายตอนที่ไม่ไว้วางใจอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมอยากแสดงให้เห็นขณะนี้คือ อะไรครับ เมืองไทยสมัยก่อนนี้เคยเป็นเมืองที่ถือว่าผลิตรถพิกอัป (Pickup) อันดับ ๑ ของโลกครับ เป็นดีทรอยต์ (Detroit) เป็นทุกสิ่งทุกอย่าง นั่นสาเหตุก็เพราะว่าเรามี กระบวนการการผลิต มีนักวิจัยที่สามารถที่จะทำกระบวนการทั้งระบบได้ครับ ตอนนี้ ท่านประธานอย่าหวังครับ ไปต่างประเทศ ไปตลาดยุโรป อเมริกาที่ไหนก็แล้วแต่ครับ ผลิตเมดอินไทยแลนด์ (Made in Thailand) แทบจะไม่มีครับ เพราะอะไรครับ เพราะว่า โครงการเหล่านี้เนื่องจากว่าเราขาดนักวิจัย เราเริ่มต้นผิดพลาดมาตั้งแต่การศึกษา และนักวิจัยที่มีอยู่ก็ไม่เพียงพอครับ บริษัทญี่ปุ่นเขามาตั้งที่เมืองไทยเขาบอกว่าถึงวันนี้ขึ้นมา แรงงานที่มีคุณภาพที่เป็นนักวิจัยของเมืองไทยไม่มีครับ จะต้องไปจ้างต่างประเทศมา อย่างนั้นหรือครับ ใครที่จะมาเมืองไทยขณะนี้มีไหมครับ เพราะว่าอย่างที่ท่านประธานทราบ สิ่งที่ผมอยากจะเรียนให้ท่านประธานเห็นอีกอันหนึ่งก็คือว่า เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเวียดนาม ไม่ว่าจะเป็นใกล้ ๆ อีอีซี (EEC) อันนี้คือสีหนุวิลล์ครับ ท่านประธาน เห็นไหมครับ ๒๐๑๒ ๒๐๑๖ ลงทุน ๔,๐๐๐ ล้านดอลลาร์ยูเอสครับ มากกว่าสหรัฐอเมริกา มาลงที่นั่น ๓๐ เท่า ท่านเลขากับคณะกรรมการได้บอกเราไว้ว่าเราจะลงทุนภาครัฐ เอกชน ประมาณ ๑.๗ ล้านล้านบาท คนละเรื่องครับ สีหนุวิลล์อยู่เลยเราไปนิดเดียว จีนมาลงทุน ทำเมืองเศรษฐกิจแล้วก็ทำท่าเรือที่จะส่งออกไปเยอะแยะครับ กลับมาดูอีอีซี (EEC) เรื่อง คาสิโนนี่ไม่ต้องห่วงแล้วครับ ฝากท่านประธานว่าเรื่องที่อีอีซี (EEC) เรามีความหวังว่า เราจะให้เขาส่งของมาบ้านเราไม่ต้องผ่านสิงคโปร์ ผ่านไปยังชายแดนอีสต์ เวสต์ คอร์ริดอร์ (East-West Corridor) ผ่านไปยังประเทศเพื่อนบ้านก็คือเมียนมา ท่านประธานครับ และโครงการที่เราเห็นทวายเป็นอย่างไรครับ เห็นท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงต่างประเทศเราเคยเป็นที่ปรึกษาเขาไม่ใช่หรือครับ ตอนนี้เจ๊งไม่เป็นท่าครับ เสียหายยังไม่พอนะครับ เราคาดหวังก่อนหน้านี้ผมเคลิ้มตามที่ ขออภัยเอ่ยนามนะครับ อันนี้ ไม่เสียหาย ท่านรองนายกรัฐมนตรี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ท่านไปพูดที่ไหนไปเชิญชวน นักลงทุนต่าง ๆ คนก็เคลิ้มคนก็เชื่อครับ แต่คนจีนที่เป็นนักลงทุนถามผมบอกว่า แล้วทำไม สมคิดโดนปลดล่ะ อันนี้ก็คือความล้มเหลวอีกอันหนึ่ง ผมว่าถ้าท่านรองนายกรัฐมนตรีสมคิดอยู่ โครงการนี้อาจจะรอดนะครับ แต่ว่าถึงตรงนี้ขึ้นมาความเชื่อถือไม่เหลือครับ ท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างอีกนิดเดียวครับ มีรูปภาพอีกอันหนึ่ง เราไปลงทุนที่ อันนี้ไฮฟองนะครับ เราไปลงทุนที่พุน้ำร้อนครับ พุน้ำร้อนเป็นโครงการที่จะต่อเชื่อมไปยังทวาย ใช้งบไปทำโครงการนี้ครับ ด่านศุลกากร ๒,๐๐๐ กว่าล้านครับ คนที่นั่นเล่าให้ผมฟังว่า ขออภัยนะครับท่านประธาน ต้องพูดจริง ๆ นะครับ เขาบอกสุนัขยังไม่กล้าเข้าเลยเพราะมันไม่มีคนครับ ๒,๐๐๐ กว่าล้าน เงินภาษีพี่น้องประชาชนทั้งนั้น อันนี้ก็เป็นอีกอันหนึ่งที่ผมคิดว่าโครงการอีอีซี (EEC) ล้มเหลวแล้วไม่เป็นท่าเลยครับ สิ่งที่อยากจะเรียนท่านประธานก็คือว่าขณะนี้ คนที่เป็นประธานบอร์ด (Board) ก็คือท่านนายกรัฐมนตรี และคนที่เกี่ยวข้องชัด ๆ นะครับ ลาออกมาวันเดียวแล้วก็มาเป็นรองนายกรัฐมนตรี เป็นใครผมคิดว่าเราคงไม่ต้องบอกนะครับ แต่ว่าสื่อต่าง ๆ ก็ได้ลงไปหมดแล้ว แต่อยากจะให้ท่านประธานได้เห็นว่าโครงการอันนี้ มันเละเทะล้มเหลว แทนที่จะเป็นความหวังให้พี่น้องประชาชนคนไทยคิดว่าอีอีซี (EEC) สามารถที่จะฟื้นพลิกเศรษฐกิจของประเทศไทยกลับคืนมาได้ ไม่มีปัญหาเรื่องโควิด (COVID) ผ่านมา ๒ ปี ก็ไม่ว่ากันครับ แต่ทุกวันนี้เจ้าสัวทั้งหลาย เวรกรรมตามสนองไปซื้อที่ดินไว้กะจะ เก็งกำไรขายให้พ่อค้าคนจีน พอโครงการล้มเหลวเป็นอย่างไรครับ เพื่อนสมาชิกได้ถามแล้ว รถไฟ ๓ สนามบินถึงไหนครับ ผลประโยชน์ที่ทิ้งไป ถ้าเป็นของบริษัทคุณเองไม่ว่าครับ แต่สิ่งต่าง ๆ ที่เอาเงินจากงบประมาณแผ่นดิน โดยใช้ ม. ๔๔ โดยใช้ประกาศของ คสช. อันนี้ ก็คือความล้มเหลวของประเทศชาติอย่างยิ่งใหญ่เลยครับ เพราะฉะนั้นอยากฝาก ท่านประธานว่าผมไม่มั่นใจ ถึงแม้รายงานของท่านเลขาธิการจะทำมาดีอย่างไรก็แล้วแต่ ท่านจะมีถมมาบตาพุด จะมีโครงการนั่นนี่แล้วแต่ แต่ท่านประธานดูเพื่อนบ้าน สีหนุวิลล์ ไฮฟอง และของเราที่จะไปเชื่อมกับท่าเรือทวายล้ำออกชายทะเลไปอีก ๒ กิโลเมตร ปรากฏว่าเราก็ไม่รู้ใครเป็นที่ปรึกษาอิตัลไทยก็อย่างที่ทราบ เอาผลประโยชน์ประเทศชาติ ภาษีอากรของประเทศไทยไปทำเรื่องนี้ผมคิดว่าไม่คุ้มค่าและล้มเหลว อย่างไรก็ตาม ผมก็ขอ อนุญาตว่าเรื่องโครงการอีอีซี (EEC) ขออนุญาตท่านแจ้งด้วย ตอบด้วยว่าโครงการที่ท่านทำ ไปท่านมีอนาคตถึงไหน ท่านจะทำอย่างไรต่อ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณอันวาร์ สาและ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายอันวาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้เห็นรายงานของทางคณะที่ทำเกี่ยวกับเรื่องของการพัฒนา เขตเศรษฐกิจพิเศษตะวันออก อีอีซี (EEC) ผมรู้สึกว่าถ้าเป็นไปอย่างนี้ตามที่ท่านรายงานมา น่าจะเป็นสิ่งที่ดีให้เกิดกับประเทศไทย ท่านประธานครับ มีคำเล็ก ๆ อยู่ใต้ข้อความ ในเรื่องของเขตเศรษฐกิจพิเศษ หน้าปก เขียนว่า เชื่อมโลกให้ไทยแลนด์ นี่ครับ ผมสนใจ เรื่องอะไรครับ ผมสนใจที่บอกว่าโครงการนี้มีมูลค่า ๑.๗ ล้านล้านบาท บางส่วน ได้ดำเนินการไปแล้ว และอีก ๔-๕ ปีข้างหน้าจะดำเนินการต่อเนื่อง ก็มีคำถามว่าใน ๔-๕ ปีนี้ ท่านเลขาธิการได้กำหนดทิศทางไว้อย่างไรบ้าง ในแต่ละปีกำหนดว่าในการใช้งบประมาณ เป็นแบบใด จำนวนเท่าไร และมีผลกระทบอย่างไรบ้างต่อพื้นที่ เห็นมีสิ่งที่ดี ๆ หลายอย่าง ที่เขียนว่าประโยชน์ภายในประเทศจะได้อะไรบ้าง ประโยชน์ต่างประเทศ ผมคิดว่าในส่วนนี้ ผมอยากให้ท่านช่วยเชื่อมโยงหรืออธิบายว่าในกรณีที่ทำโครงการนี้แล้ว ถ้าสามารถ จะเชื่อมโยงกับภูมิภาคอื่นทั้งประเทศประเทศไทยด้วย ผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์อย่างสูง โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ว่าจะเป็น ๑๔ จังหวัดทางภาคใต้ หรือ ๓ จังหวัดของผม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผมได้เกิดที่นี่ แล้วก็ในภาวะวันนี้ต้องบอกท่านประธาน อย่างตรงไปตรงมาเลยครับว่า คนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้วันนี้ลำบากมาก โดยเฉพาะคนที่วันหนึ่งสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยเป็นจำนวนเป็นแสน ๆ ล้านบาท ที่ไปประกอบอาชีพในประเทศข้างเคียง ไม่ว่าจะเป็นประเทศมาเลเซีย ไม่ว่าจะเป็นประเทศบรูไน อะไรต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นทางประเทศสิงคโปร์ วันนี้ท่านเหล่านั้นได้กลับมาเมืองไทย แล้วก็ตกงาน ผมก็หวังว่าทางรัฐบาลเองจะเชื่อมโยงกับโครงการมูลค่าใหญ่ ๆ ขนาดนี้ เกิดการจ้างงาน เห็นตัวเลขในการจ้างงานบอกว่าสามารถที่จะเกิดการจ้างงาน ๔๗๐,๐๐๐ ตำแหน่ง ผมว่าสักส่วนหนึ่งถ้าออกเป็นนโยบายช่วยเหลือกับคนในพื้นที่ ไกลออกไปจากพื้นที่ตรงนั้น และจำนวนหลายแสนรายตกงานอยู่ ผมว่าอันนี้ก็จะเป็น ทางออกทางหนึ่งที่รัฐบาลสามารถที่จะช่วยให้คนในพื้นที่ผมได้มีรายได้ แล้วก็ทำให้เขาได้มี สภาพการเป็นอยู่ที่ดีขึ้น🔗
ในส่วนของผลกระทบ ผมดูผมก็อ่านไปแต่ละหน้า ก็ข้ามไปข้ามมา ก็จับประเด็นอยู่บางประเด็นที่คิดว่าอันไหนที่จะเป็นคำถามแล้วก็เป็นประโยชน์ ท่านครับ ในส่วนที่ท่านบอกว่ามีผลกระทบที่ท่านได้มีในรายงานนี้ว่า ผลกระทบของโควิด (COVID) มีผลกระทบต่อคนในพื้นที่ตรงนี้เป็นมูลค่ารายได้จากการท่องเที่ยวหายไป ๒๒๐,๐๐๐ ล้าน ที่ลดลงนะครับ แล้วผมก็ประกอบกับสิ่งที่ผมได้เห็นว่ามีต่างชาติอยู่หลายรายที่เป็นรายใหญ่ ที่มาลงทุนในประเทศไทยแล้วก็ได้ย้ายฐานการผลิตออกไป ผมก็มีคำถามเหมือนกันว่า ที่เขาย้ายไป เกิดจากผลกระทบของเรื่องโควิด (COVID) หรือเกิดจากความไม่มั่นใจ ในเสถียรภาพของที่เป็นอยู่ของการเมืองไทย ผมก็คิดว่าอันนี้น่าจะมีคำตอบนะครับ ก็เลยถามท่านไปด้วย🔗
ในส่วนของการที่จะเชื่อมโยงผมคิดว่าทางจังหวัดภาคใต้เอง ผมก็อยากเห็น นะครับ อย่างที่ท่านผู้มีเกียรติทางพรรคพลังประชารัฐเมื่อครู่ได้อภิปรายไปว่า อยากจะเห็นว่า ในการเชื่อมโยงในเรื่องของมอเตอร์เวย์ (Motorway) ให้มีเครือข่ายกว้างขึ้นเป็นไปได้ ขนาดไหนครับที่จะลงไปในส่วนของภาคใต้ แล้วก็รถไฟรางคู่ในการเชื่อมโยงในเรื่องของ การค้าขาย ผมมองในแง่ของการค้าขายหรือสร้างอาชีพและสร้างรายได้ เพราะอย่าลืมครับ ในพื้นที่ของจังหวัดภาคใต้นั้นมีภูมิอากาศที่เหมาะสมในการที่ประกอบในเรื่องของไม่ว่าจะเป็น พืชผลผลไม้จากพื้นที่ตรงนี้เป็นแหล่งอาหารอย่างดียิ่งครับ ผมคิดว่าอันนี้ก็จะเป็นรายได้ส่วนหนึ่ง ถ้าสมมุติว่าท่านได้สานต่อแล้วก็กระจายให้มีการนำสินค้าเหล่านี้กระจายไปสู่ประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกได้ ผมยังมองอีกเรื่องหนึ่งครับ โครงการใหญ่ ๆ นี้น่าจะตอบโจทย์ในเรื่อง อีกเรื่องหนึ่งก็คือว่า อุตสาหกรรมฮาลาล ผมเสียดายมากครับหลายรัฐบาลพยายามผลักดัน แม้แต่ตอนสมัยที่ท่านชวนท่านเองพยายามเตรียมสามเหลี่ยมเศรษฐกิจในพื้นที่ของภาคใต้ ผมก็ยังเฝ้ารอนะครับว่าโครงการเหล่านี้อยากจะให้เชื่อมโยงแล้วก็สร้างโพรเจกต์ (Project) ใหญ่ ๆ สร้างอาชีพในพื้นที่แล้วจะเป็นเสถียรภาพของรายได้ของประเทศไทย ในเรื่องของแหล่งอาหารโลกได้ด้วยครับ เพราะว่าพื้นที่ทางภาคใต้หรือพื้นที่ประเทศไทย เหมาะกับการที่จะเป็นแหล่งอาหารของโลกด้วย ท่านอย่าลืมนะครับ มุสลิมทั่วโลก มีจำนวนหลายพันล้านคนมาก ตลาดใหญ่ครับ แล้วท่านเหล่านั้นไม่ใช่ว่าจะทานอาหาร ทุกอย่างได้นะครับ เฉพาะเจาะจงด้วยนะครับ โดยเฉพาะถ้าเราเชื่อมโยงในเขตนี้ไปกับทางจีน ซึ่งใกล้ ๆ เรานี่นะครับ จีนมีประชากรที่เป็นมุสลิมไม่ต่ำกว่า ๕๐ ล้านคน ยังไม่รวมประชากร ที่เป็นประเทศมุสลิมอีกหลายประเทศ ผมคิดว่าอันนี้ขอให้ท่านได้ช่วยพิจารณาว่า ทำอย่างไร ให้โครงการมีมูลค่ามหาศาลอย่างนี้ แล้วก็ตอบโจทย์และสร้างอาชีพให้กับคนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ของผมด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
อีก ๒ ท่านนะครับ คุณพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ แล้วคุณจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ๓ นาที แล้วทางฝ่ายเจ้าหน้าที่เตรียม ชี้แจงเลยครับ ขอเชิญคุณพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก่อนอื่นก็ต้องขอ กล่าวสวัสดีท่านคณิศ แสงสุพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการอีอีซี (EEC) และคณะ ขอต้อนรับสู่สภา สำหรับรายงานฉบับนี้ประจำปี ๒๕๖๓ ผมดูแล้วก็มีความเป็นห่วงครับ ท่านประธาน🔗
ประการแรก ผมเห็นแต่เรื่องดี ๆ ความสวยงามผ่านรายงานฉบับนี้ ซึ่งผมเป็นห่วงเหลือเกินครับว่า ผลกระทบด้านลบที่มีเกิดขึ้นต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของมลพิษ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผังเมือง เรื่องของทรัพยากรน้ำจะไม่ได้ถูก ระบุอยู่ในรายงานฉบับนี้เพื่อให้พวกเราได้รับทราบ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านคณะผู้ชี้แจงว่า เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาสภาแห่งนี้ได้มีการพิจารณารับทราบ รายงานการศึกษาผลกระทบต่อพื้นที่ภาคตะวันออกของโครงการอีอีซี (EEC) จากกรรมาธิการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีเพื่อนสมาชิกหลายต่อหลายท่าน ได้อภิปรายให้ความเห็นไว้มากมาย ก็อยากจะฝากเรียนให้ท่านได้กรุณาได้ศึกษาพิจารณา ตัวรายงานแล้วก็ย้อนไปรับฟังการอภิปรายของสมาชิกที่ได้ให้ความเห็นไว้🔗
ประการที่ ๒ ที่ผมมีความเป็นห่วงครับ ท่านประธานครับเราต้องยอมรับว่า ณ ปัจจุบันภายใต้สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) เรากำลังเผชิญ กับความท้าทายรูปแบบใหม่ เรากำลังเผชิญกับความปกติใหม่ของโลกและเศรษฐกิจโลก ทุกประเทศกำลังหันกลับไปที่จะสร้างความเข้มแข็งจากภายในของตัวเอง ทุกประเทศกำลัง หันกลับไปที่จะดึงเอาห่วงโซ่การผลิตที่มีมูลค่าสูงกลับไปอยู่ในประเทศของตัวเอง แต่ในบทบาทในการพัฒนาที่เราลงทุนเม็ดเงินมหาศาลให้กับอีอีซี (EEC) เราต้องการให้เกิด การลงทุนในประเทศ และไม่ใช่แค่การลงทุนธรรมดาครับท่านประธาน แต่ต้องเป็นการลงทุน ที่เป็นห่วงโซ่การผลิตที่มีมูลค่าสูง เพราะเราไม่สามารถที่จะแข่งในแง่ของการลงทุนจาก ต่างประเทศกับประเทศข้างเคียงที่เขามีขีดความสามารถในเรื่องของแรงงานที่ต่ำได้ ทีนี้เมื่อเหตุการณ์เป็นแบบนี้ผมก็เลยอยากจะเรียนถามต่อท่านประธานผ่านไปยังคณะผู้ชี้แจงว่า เมื่อเรากำลังเผชิญอยู่กับความท้าทายรูปแบบใหม่แบบนี้ ซึ่งแน่นอนนะครับในรายงาน ในปี ๒๕๖๓ ยังไม่ใช่สถานการณ์ ณ ปัจจุบัน ท่านได้เตรียมพร้อมที่จะรับมือต่อความท้าทายนี้ อย่างไร ท่านมีแผนที่จะทบทวนการลงทุนหรือไม่ ผมเจาะจงลงไปที่รายโครงการ ที่แน่นอน ตอนนี้สะท้อนแล้วว่ามีปัญหา ยกตัวอย่างนะครับคือโครงการศูนย์ซ่อมบำรุงอากาศยาน อู่ตะเภาหรือเอ็มอาร์โอ (MRO) มีมูลค่าการลงทุนประมาณหมื่นล้านครับ ขณะนี้ก็มีปัญหา แน่นอนครับ เพราะว่าการบินไทยเองก็ยังอยู่ในกระบวนการฟื้นฟู ดังนั้นทิศทางต่อจากนี้ จะเป็นอย่างไรถ้าทางท่านผู้ชี้แจงจะกรุณาผมอยากจะรับทราบเป็นข้อมูล🔗
ประการถัดไปคือโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน โครงการนี้ แม้ว่าจะมีการลงนามเซ็นสัญญาไปแล้ว มีเอกชนคู่สัญญาไปแล้ว แต่ก็เริ่มมีสัญญาณของ ความไม่แน่นอนเกิดขึ้นแล้ว ล่าสุดนะครับ วันที่ ๒๔ ตุลาคมที่ผ่านมาเป็นวันที่เอกชนคู่สัญญา จะต้องชำระค่าสิทธิในการเดินรถแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง ของรถไฟความเร็วสูง ๑๐,๖๗๑ ล้านบาท แต่ไม่ได้ชำระตามเงื่อนไขสัญญา ซึ่งทางสำนักงาน คณะกรรมการอีอีซี (EEC) เองก็ทำอะไรไม่ได้ อย่าว่าแต่ท่านทำอะไรไม่ได้เลยครับ นายกรัฐมนตรีก็ทำอะไรไม่ได้ แต่ที่ทำอะไรไม่ได้นี้ผมตั้งข้อสังเกตนะครับ ไม่ใช่ว่า สุดความสามารถที่จะทำได้ แต่ไม่ทำครับ และผมตั้งข้อสังเกตว่าเป็นการเอื้อผลประโยชน์ ให้กับเอกชนคู่สัญญาหรือไม่ ผมเคยได้พูดเรื่องนี้ไปแล้วมากกว่า ๒ ครั้ง แล้วก็ต้องพูดอีกครับ อย่างกรณีของค่าปรับ ๓ ล้านบาทต่อวัน ซึ่งค่าปรับนี้เคยระบุอยู่ในร่างสัญญาก่อนที่จะมี การลงนามในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน แต่ก็ถูกตัดออกไป เป็นไปได้ว่า เดี๋ยวทางท่านเลขาธิการอาจจะลุกขึ้นมาชี้แจงว่า ๓ ล้านบาทนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการชำระ ค่าสิทธิในแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) แต่ผมยืนยันว่าถ้าเราดูตามลายลักษณ์ อักษรของร่างสัญญา ตีความได้ครับ สามารถตีความได้ว่าการไม่ชำระ ๑๐,๖๗๑ ล้านบาท ภายใน ๒๔ ตุลาคม เอกชนคู่สัญญาต้องเสียเงินค่าปรับวันละ ๓ ล้านบาท แต่อย่างที่ผมเรียน ค่าปรับตรงนี้ถูกตัดออกไปในสัญญาฉบับจริง นอกจากนั้นนะครับ ผมต้องเรียนว่า มีความพยายามที่จะปกปิดการต่อรองเพื่อที่จะเลื่อนการชำระค่าสิทธิแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) นี้หรือไม่ เพราะอะไรครับท่านประธาน คณะกรรมการนโยบายอีอีซี (EEC) ที่มี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธาน มีการประชุมครั้งที่ ๓ ประจำปี ๒๕๖๔ เมื่อวันที่ ๔ ตุลาคมที่ผ่านมานี้นะครับ การเผยแพร่การประชุมที่ปรากฏบนเว็บไซต์ (Website) หรือแม้แต่ต้องขออนุญาตว่าที่ท่านเลขาธิการออกมาให้ข่าวเองก็ดี ไม่ได้มี การระบุว่าในที่ประชุมมีการพูดคุยถึงเรื่องการเลื่อนจ่ายค่าสิทธิแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) เลย ไม่ปรากฏตามหน้าสื่อเลย เรามาพบเห็นกันอีกทีหนึ่งในเอกสารที่ลงวันที่ ๑๙ ตุลาคม จากสำนักงานคณะกรรมการอีอีซี (EEC) ที่ชงให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาโดยอ้างอิงจาก ผลการประชุม ณ วันที่ ๔ ว่าจะต้องพิจารณาที่จะเลื่อนการชำระ แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) ออกไป ดังนั้นข้อสังเกตของผมคือ ท่านพยายามที่จะปกปิดเรื่องนี้ จากสื่อมวลชนหรือไม่ บนเว็บไซต์ (Website) ของสำนักงานคณะกรรมการอีอีซี (EEC) ที่เผยแพร่รายงานการประชุมก็ไม่มีหัวข้อนี้อยู่ในนั้น ท่านประธานครับ ดังนั้นผมก็จะขออนุญาต ที่จะเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้ชี้แจง ถึงความคืบหน้าว่าตกลงแล้วตอนนี้ ที่คณะกรรมการที่คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งขึ้นมาที่มีตัวแทนจากอีอีซี (EEC) ก็ดี จากการรถไฟก็ดี จากคณะกรรมการที่กำกับดูแลโครงการก็ดี ตอนนี้เราพิจารณากันไปถึงไหนแล้วครับ ตกลงแล้วจะมีการเลื่อนจ่ายค่าสิทธิแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) หรือไม่ แต่ผมเป็นห่วงมากครับท่านประธาน เพราะตอนนี้สถานการณ์การแพร่ระบาด อย่างที่รับทราบกัน ตอนนี้มันมีเชื้อกลายพันธุ์เพิ่มขึ้น มีโอไมครอน (Omicron) เข้ามา ผมกลัวเหลือเกินครับท่านประธาน ว่าไม่ใช่แค่การเลื่อนจ่ายค่าสิทธิแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) จะเกิดขึ้น แต่เงื่อนไขการชำระ การร่วมทุนของรัฐบาลจะปรับเปลี่ยน หรือเปล่า ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท จะเปลี่ยนวิธีการจ่ายหรือไม่ ระยะเวลาของโครงการ ๕๐ ปี จะขยายออกไปอีกหรือไม่ ถ้าทางคณะผู้ชี้แจงจะกรุณาให้รายละเอียดเพิ่มเติมในเรื่องนี้ ผมก็จะขอบพระคุณ แต่สุดท้ายครับ ท่านประธานครับ อย่างไรก็ตามผมและพรรคก้าวไกล ก็จะขอติดตามโครงการนี้อย่างใกล้ชิดครับ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมและเพื่อให้ เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่าน นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ขอไว้ ๓ นาที เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกลครับ ผมขออนุญาต ใช้ ๓ นาทีสุดท้ายนี้ในการย้ำกับสำนักงานอีอีซี (EEC) ว่าที่ท่านมาในวันนี้ท่านต้องมารายงาน ความก้าวหน้า รายงานสิ่งที่ท่านทำได้ ผลงานของสำนักงานอีอีซี (EEC) คืออะไรต้องมาบอก พวกเราครับ บอกสิ่งที่มันเป็นประโยชน์ครับ แต่ว่ารายงานของท่าน ๑๐๗ หน้า สวยงาม ทุกหน้าเลยครับ มีแต่รูปภาพไม่มีเนื้อหาอะไรเลย แล้วไม่รู้เราจะเอาเนื้อหาอะไรไปอภิปราย เราจะให้คำแนะนำหรือเราจะสะท้อนความต้องการประชาชนอย่างไร ๒๐ กว่าหน้าแรก ท่านก็แค่บอกว่ามีใครทำงานอยู่ในนี้บ้าง มีกรรมการ ๒๖ คน มีคณะอนุอีก ๙๙ คน ที่เหลือ ก็จะบอกว่าท่านอยากได้อะไร เราอยากรู้ว่าท่านทำอะไรได้ไม่ใช่อยากรู้ว่าท่านอยากได้อะไร อันนี้มันก็เหมือนกับ ๔ ปีที่แล้วครับ มันเหมือนกับ ๓-๔ ปีที่แล้วเลย ที่ท่านบอกว่าท่านทำอีอีซี (EEC) แล้วจะได้อะไร แต่ไม่รู้ว่าได้อะไรเลยตอนนี้ ๔ ปีแล้วนะครับ ผลงานของท่าน ก็เป็นผลงานเดิม ๆ ไม่ได้บอกอะไรเลย รายงานงบการเงิน ๔ หน้าในนี้ที่พอจะเป็นประโยชน์บ้าง กับอีก ๔ หน้าที่เป็นเรื่องของการวิเคราะห์ผลที่ได้จากโควิด (COVID) แค่ ๔ หน้า แล้วก็แนวทางของท่านก็คือการให้คำปรึกษา ระยะกลางก็คือการเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับ อุตสาหกรรม แล้วก็ปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้เพิ่มสิทธิประโยชน์อีกนั่นละ คือผมไม่รู้ จะพูดอะไรในรายงานท่านเลยขอแค่ ๓ นาทีเพราะมันไม่มีอะไรเลยครับ มันยังขายฝัน เหมือนเดิม แล้วเราจะได้อะไรไปวิเคราะห์ครับ เราจะได้อะไรไปคุยกัน ผมไม่เข้าใจ ทั้ง ๆ ที่มี เรื่องให้รายงานตั้งเยอะตั้งแยะนะครับ สรุปแล้วผมได้หน้าสุดท้ายที่เขียนว่า ภาคผนวกนี่ละ ที่บอกว่าท่านได้เพิ่มพื้นที่อีอีซี (EEC) พื้นที่สีม่วงให้กับนิคมอุตสาหกรรมไปแล้ว ๙๐,๐๐๐ ไร่ นิคมอีสเทิร์น (Eastern) อมตะนคร ดับเบิลยูเอชเอ (WHA) ซีพีจีซี (CPGC) แล้วก็ปิ่นทอง มีอยู่ ๕ นิคมที่ได้ไปมากแล้วก็ท่านได้ทำโครงการเกี่ยวกับน้ำก็ได้สัมปทานไปเยอะ อีสต์ วอเตอร์ (East water) ก็ได้ไปเยอะหลายโครงการนะครับ แล้วก็เจ้าสัวอีก ๖ โครงการใหญ่ ๆ ที่ท่านก็ได้อัปเดต (Update) แค่ว่าทำสัญญาแล้วแค่นั้นเอง แล้วก็ไม่มีอะไรเลยครับ สรุปอันนี้อีอีซี (EEC) นี่คืออะไรกันแน่ครับ ผมเริ่มงงแล้ว อีอีซี (EEC) นี่มันเกี่ยวกับ อุตสาหกรรมหรือเปล่าครับ ดูไปดูมานี่อีอีซี (EEC) มันเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์นะครับไม่ใช่อุตสาหกรรม นี่เป็นการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชัด ๆ เลย แล้วรายงานเล่มนี้ท่านหลอกได้แค่คุณประยุทธ์ คนเดียวครับ ท่านหลอกประชาชนไม่ได้ เพราะมันไม่มีอะไรให้จับต้องได้เลย อย่างไร ฝากครั้งต่อไปปีหน้าขอให้มีเนื้อหามากกว่านี้หน่อยนะครับ แล้วก็บอกหลายสิ่งหลายอย่าง ที่เราได้อธิบายไปขอกันว่าอย่างนี้ต้องทำอย่างไร อย่างนั้นคืออะไร กองทุนเอาไปทำอะไร กองทุนจะช่วยประชาชนหรือเปล่า พื้นที่ตรงนี้จะปรับเปลี่ยนเป็นสีม่วงหรือเปล่า การจัดการน้ำ ท่านต้องบอก ไม่ใช่บอกแค่ว่าอยากได้อะไร แบบนี้ก็ขายฝันเหมือนเดิมครับ ฝากด้วยนะครับ สำนักงานอีอีซี (EEC) ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ตัวแทนหน่วยงานมีอะไรตอบชี้แจงไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกท่าน และขอขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับทุกท่านที่ให้ข้อคิดเห็น ทางเราขอบคุณมาก แล้วก็จะนำความคิดเห็นพวกนี้ไป วันนี้จะตอบให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้นะครับ ผม นายคณิศ แสงสุพรรณ เป็นเลขาธิการคณะกรรมการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และวันนี้มีผู้บริหารมาร่วมด้วย ขออนุญาตนำเสนอผลงานที่ผ่านมา🔗
ก่อนหน้าจะไปถึงผลงาน ผมขออนุญาตพูดถึงเรื่องนอกอีอีซี (EEC) นิดหนึ่ง นะครับ มีหลายท่านพูดถึงแล้วก็เป็นเรื่องสำคัญที่อาจจะต้องสำคัญในอนาคต มีท่านสุชาติ พูดถึงว่าฝั่งตะวันตกกับฝั่งตะวันออกมันไม่เท่าเทียมกัน เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชลบุรี ระนอง ไม่เท่าเทียมกับฝั่งตะวันออกที่กำลังทำอยู่ ผมขอเรียนว่าตอนนี้รัฐบาลทำโครงการ ที่เรียกว่า เซาท์เทิร์น อีโคโนมิก คอร์ริดอร์ (Southern Economic Corridor) ก็ครอบคลุม พื้นที่ท่านว่า เพราะฉะนั้นตอนนี้ถ้าเขาทำแลนด์ บริดจ์ (Land Bridge) ตรงนั้นได้ มันจะออกไปทางทะเลอันดามันได้ ออกไปทางมหาสมุทรอินเดียได้นะครับ ในที่สุดแล้ว ตามแผนมันก็จะมีจุดที่เจริญเติบโตรอบอ่าวไทย คือมีกรุงเทพฯ มีอีอีซี (EEC) มีเอสซีซี (SCC) ต้องขอเรียนว่าตอนนี้เรื่องเอสซีซี (SCC) กำหนดเป็นนโยบายรัฐบาลด้วย และอยู่ในแผน ๑๓ ด้วย เรียนว่าตัวทวายทำได้ยากครับ เพราะว่าตอนนี้พม่าไม่ค่อยมั่นคง เราก็เลือกทำเอสอีซี (SEC) ตรงที่เป็นชุมพร ระนองแทน🔗
ส่วนของท่านอันวาร์เป็นเรื่องทางภาคใต้นิดหนึ่ง ที่บอกว่าชายแดนภาคใต้ ควรจะมีส่วนที่เชื่อมโยงกับอีอีซี (EEC) ที่จริงแล้วทาง ศอ.บต. ติดต่อเรามาและเราก็ช่วย ศอ.บต. เอาโมเดล (Model) ที่ทำอีอีซี (EEC) ไปทำที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเราก็เร็กคอมเมนด์ (Recommend) ว่าควรจะเป็น ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เรื่องการจ้างงานที่มีอยู่จะมีผู้ที่มีผลประโยชน์เยอะ ผมต้องเรียนว่าเรื่องอาหารฮาลาล เรื่องอะไรถ้าท่านอันวาร์ สาและ จำได้สมัยหนึ่งท่านนายกฯ ชวนอยู่ท่านทำโครงการ ที่เรียกว่า สามเหลี่ยมเศรษฐกิจ ร่วมกับทางอินโดนีเซียแล้วก็ทางมาเลเซีย อันนี้เป็นเรื่องที่ดีครับ และตอนที่เราทำแผน ๑๓ เราก็เร็กคอมเมนด์ (Recommend) แผน ๑๓ ให้เอาเรื่องนี้ เข้าไปใส่ด้วยนะครับ นั่นเป็นเรื่องแรก ผมคิดว่าในอนาคตมันจะมีการขยายการทำงานพวกนี้ ออกไป ผมขออนุญาตรายงานแบบนี้ครับ ตอนนี้ระยะแรกของอีอีซี (EEC) ขอสไลด์ (Slide) ขึ้นนิดหนึ่งนะครับ🔗
ระยะแรกอีอีซี (EEC) ได้ทำการพัฒนาเรื่องที่เกี่ยวกับการทำแผน อันนี้ ทำไปหมดแล้วนะครับโครงสร้างพื้นฐาน อันนี้โครงสร้างพื้นฐานหลักก็ทำเสร็จหมดแล้ว ตอนนี้กำลังอยู่ในเฟส (Phase) ที่ ๓ กับ ๔ คือชักชวนการลงทุนด้านอุตสาหกรรมเป้าหมาย แล้วก็ทำเรื่องวิถีชีวิตใหม่ ก็จะลงพื้นที่มากขึ้น เพราะฉะนั้นการก้าวสู่อันนี้มันทำให้เกิด การเปลี่ยนแปลงผมขออนุญาตเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกสภาดังนี้นะครับ ช่วงที่โควิด (COVID) เข้ามาจีดีพี (GDP) ของประเทศไทยลบไปประมาณ ๖.๑ เปอร์เซ็นต์ ในปี ๒๕๖๓ อันนี้คงทราบกันอยู่นะครับ ในอีอีซี (EEC) ลบลึกกว่าประเทศ ลบไปประมาณ ๗.๘ เปอร์เซ็นต์ สาเหตุเพราะว่าเรามีพัทยาอยู่ พัทยาโดนหนักมาก ในปี ๒๕๖๔ ปีนี้เศรษฐกิจไทยน่าจะขยายตัวประมาณสัก ๑.๒ เปอร์เซ็นต์ตามที่ประมาณการ ของสภาพัฒน์ อีอีซี (EEC) เราประเมินไว้ว่าน่าขยายตัวได้มากกว่าประเทศ อยู่ที่ประมาณ ๒ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๖๕ ปีหน้าที่ทุกซอร์ซ (Source) ที่พูดถึงการประมาณการประเทศไทย อยู่ที่ประมาณ ๔ เปอร์เซ็นต์ ผมเข้าใจว่าอีอีซี (EEC) น่าจะขยายตัวได้มากกว่า ๔ เปอร์เซ็นต์ น่าจะอยู่ที่ ๕-๖ เปอร์เซ็นต์ภาคที่เราประมาณไว้ว่าเกษตรน่าจะขยายตัวสัก ๖ เปอร์เซ็นต์ อุตสาหกรรมประมาณสัก ๕-๖ เปอร์เซ็นต์ และบริการนักท่องเที่ยวกลับมาก็ขยายตัว ประมาณ ๗-๘ เปอร์เซ็นต์ ก็อยากจะเรียนว่าถ้าเห็นตัวเลขแบบนี้ผลประโยชน์ที่ลงไปถึง ประชาชนเรื่องการดูแลการขยายตัว ผมคิดว่าเราพอทำได้นะครับ ข้อสำคัญที่เกิดขึ้นก็คือ ตอนที่มีโควิด (COVID) เราไม่ได้หยุดนะครับ🔗
ผมขออนุญาตไปสไลด์ (Slide) ต่อไปเลยครับ ภารกิจอันนี้ท่านพูดถึงอยู่แล้ว มันอยู่ในหนังสือขออีกสไลด์หนึ่งครับ จะได้เร็วนิดหนึ่งครับ ณ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ เราดูแล้ว ได้มีการอนุมัติมูลค่าการลงทุนในพื้นที่อีอีซี (EEC) ไป ๑.๖ ล้านล้านบาท เทียบกับเป้าหมาย ๑.๗ ล้านล้านบาท ๙๘ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ทำไปแล้ว แล้วก็จะเริ่มลงทุนในช่วงต่อไป เดี๋ยวจะมีกราฟว่าจะลงไปในอะไรบ้าง ตอนนี้ที่ไปทำก็เป็นการร่วมทุนภาครัฐ ๔ โครงการหลัก โครงการพื้นฐาน ๖๕๐,๐๐๐ บาท ตอนนี้เริ่มออกข่าวมาเพราะว่าเมื่ออาทิตย์ก่อนเพิ่งเสร็จ เรื่องแหลมฉบังไป แล้วก็มีบัตรส่งเสริมการลงทุนประมาณสัก ๘๐๐,๐๐๐ บาทนะครับ และมีงบบูรณาการของเราประมาณสัก ๘๐,๐๐๐ ล้านบาทในช่วง ๔ ปีที่ผ่านมานะครับ การลงทุน ๑.๖ ล้านล้านบาทหรือ ๑.๗ ล้านล้านบาท มันจะขึ้นทยอยลงทุนในช่วง ๓-๔ ปี ข้างหน้า ขอสไลด์ (Slide) ต่อนะครับ🔗
ที่จริงแล้วภาพเป็นอย่างนี้ครับ เราเองเราทำงบบูรณาการของอีอีซี (EEC) ในช่วง ๓ ปีนี้เราใช้ไปประมาณ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้เป็นงบประมาณนะครับ แต่มันเป็น การดึงลงทุนประมาณ ๑.๖๖ ล้านล้านบาท เพราะฉะนั้นตัวงบประมาณที่เราใช้ค่อนข้างน้อย คิดแล้วก็ประมาณสัก ๕ เปอร์เซ็นต์ของเงินลงทุนที่ได้นะครับ อันนี้เป็นเงินลงทุนจาก ภาคเอกชนโดยตรง ทางท่านทวีก็พูดถึงว่ามันไม่ได้นับรวมเรื่องเดี๋ยวมีเรื่องอินฟราสตรัคเจอร์ (Infrastructure) เดี๋ยวจะนับรวมอย่างไร เดี๋ยวเล่าให้ฟังนะครับ แต่อย่างไรก็ตามพอปีนี้ เราทำได้เร็วกว่าเป้าหมายปีหนึ่ง แทนที่จะเป็น ๒๕๖๕ ก็เป็น ๒๕๖๔ เราได้แล้ว ๑.๗๗ ล้านล้านบาท ประมาณนี้นะครับ ทางท่านนายกรัฐมนตรี ทางคณะกรรมการนโยบาย อีอีซี (EEC) ก็เลยขอให้เราปรับเป้าหมาย ขอสไลด์ (Slide) ต่อเลยครับ ขอปรับเป้าหมาย ๑.๗ ก็คงรอให้มันลงทุนไปช่วง ๓-๔ ปีข้างหน้า ก็ขอปรับเป้าหมายว่าในช่วง ๒๕๖๕-๒๕๖๙ จะต้องมีการลงทุนอีกประมาณ ๒.๒ ล้านล้านบาท ทำไมถึงเป็นแบบนั้น เพราะว่าในช่วงที่ โควิด (COVID) เข้ามาหลายท่านพูดถึงแล้วนะครับ ในระดับประเทศจีดีพี (GDP) -๖.๑ เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าประเทศไทยรายได้หายไปประมาณ ๒.๒ ล้านล้านบาท ในอีอีซี (EEC) ท่องเที่ยวอย่างเดียวหายไป ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เราต้องการที่จะบูสต์ (Boost) เรื่องรายได้ให้กับประเทศก็เลยปรับเป้าหมายเพื่อที่จะให้รองรับกับสิ่งที่เราถูกกระทบ จากโควิด (COVID) ในระยะ ๕ ปีข้างหน้าก็คงจะผลักดันเศรษฐกิจไทยเข้าสู่ฐานใหม่ก็คือ ประมาณสัก ๔-๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเราลงทุนได้ขนาดนี้นะครับ ผมขออนุญาตไม่ไปรายละเอียด ขอไปเรื่องโครงสร้างพื้นฐานที่มีหลายท่านถามถึงนะครับ ขอสไลด์ต่อเลยครับ ปรากฏว่า โครงสร้างพื้นฐานนี้แรปอัป (Wrap up) หมดแล้วนะครับ เป็นเงินลงทุนประมาณสัก ๖๕๔,๙๒๑ ล้านบาท เป็นเงินเอกชนร่วมทุน ๔๐๐,๐๐๐ บาท อันนี้ท่านสมาชิกได้พูดถึงนะครับ แต่ว่าตอนที่ทำบังเอิญตัวสนามบินนี่ได้ผลตอบแทนมาค่อนข้างเยอะ และโครงการอื่น เป็นผลตอบแทนที่ภาครัฐตอบมานะครับ เพราะเมื่อหักลบกับที่รัฐบาลจะต้องเอาเงิน ไปลงแล้วในรัฐบาลได้ผลสุทธิประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ทีนี้ก็ขอตอบท่านทวี สอดส่อง ตรง ๆ นะครับ โครงการแบบนี้การประเมินว่าทรัพย์แผ่นดินที่เอามาทำนี่เป็นเท่าไรตอบยากมาก แต่ที่เราพยายามทำนี่ครับ ในช่วงตอนที่เราวางแผนเราเห็นว่าทรัพย์สินพวกนี้เป็นทรัพย์สิน ที่ภาครัฐใช้ประโยชน์ไม่เต็มที่ ยกตัวอย่าง เช่น สนามบินอู่ตะเภามันมีมา ๓๐ ปีแล้ว แต่ว่ามีเครื่องบินไปบินลงตอนที่เราไปดูประมาณไม่ถึง ๒๐๐,๐๐๐ ลำต่อปี น้อยมาก เพราะสนามบินขนาดนี้ต้อง ๓๐ ล้าน ขอโทษ รับผู้โดยสารได้ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ คนนะครับ สนามบินนี้ควรจะรับได้ประมาณสัก ๓๐-๖๐ ล้าน มันมี ๒ รันเวย์ (Runway)🔗
- ๘ ๖ /๑ เราก็เลยถือว่าพวกนี้เป็นแอ็กเซส (Access) ที่รัฐมีอยู่จริง แต่รัฐไม่ได้ใช้ประโยชน์เต็มที่นะครับ ที่ท่านถามเรื่องเกี่ยวกับแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) กับมักกะสันก็อย่างเดียวกัน ตัวมักกะสันเป็นตัวที่ทางการรถไฟเขามีแผนอยู่แล้วว่าเขาจะเอาทรัพย์สินตัวนี้ออกมาให้ เอกชนดำเนินการเพื่อจะเอาไปลดหนี้อย่างที่ว่า ต้องขอเรียนว่าตอนที่เราไปดูแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) ถึงแม้จะลงทุนไป ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทอย่างที่ท่านทวีพูดจริงครับ ผมเห็นด้วย แต่ว่าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) ขาดทุนทุกปี ตอนที่เราเข้าไป ๓-๔ ปีที่แล้ว ๓๐๐ ล้านบาทปีที่แล้ว รีจิสเตอร์ (Register) มาว่าขาดทุนก่อนเอกชนเข้าไป ๖๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้น สถานการณ์แบบนี้เราก็เลยคิดว่าให้เอกชนไปทำดีกว่าที่รัฐบาลจะต้องจ่ายขาดทุนไปทุกปี ทีนี้มาเรื่องแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) ที่มีคนถามเยอะนะครับ ขออนุญาตตอบ ตรง ๆ เลยคือ ๑. มันเป็นเงื่อนไขที่ว่ามันไม่ใช่เหตุสุดวิสัยโดยธรรมชาติ คือกรณีแบบนี้ตอนที่ เราทำสัญญาแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) มีผู้โดยสารอยู่ประมาณ ๗๙,๐๐๐ คน ต่อวัน เมื่อตอนที่ก่อนส่งมอบให้เอกชนเมื่อตุลาคมที่ผ่านมา เนื่องจากโควิด (COVID) เข้ามา นักท่องเที่ยวไม่มี ผู้โดยสารตกเหลือ ๙,๐๐๐ คน เพราะฉะนั้นก็เลยมีกระบวนการขึ้นมา กระบวนการนี้ยังไม่ได้ตัดสินนะครับ กระบวนการนี้บอกว่ารับฟังเอกชน ได้ว่าเหตุผลนี้เป็นเหตุผลที่เข้ามาให้มีการพิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร ยังไม่ได้ มีการบอกว่าจะไปเลื่อนสัญญา จะไปทำโน่นทำนี่เขาก็ประชุมกันทุกวัน ผมก็ยังไม่ทราบว่า ผลสุดท้ายจะเป็นอย่างไร แต่เพื่อให้แน่ใจว่ามีคอมมิตเมนต์ (Commitment) คือ ๑. เอกชน ก่อนที่จะรับงานไปเขาลงทุนไปประมาณ ๑,๐๐๐ กว่าล้าน เพื่อดูวิธีการโอนและโอนไปเมื่อ ๒๕ ตุลาคม การโอนก็เรียบร้อยดีวันนี้ก็ไม่มีเสียงบ่นจากประชาชนผู้โดยสาร อันนั้น เป็นเรื่องสำคัญมากคือคณะกรรมการของเราบอกว่าต้องไม่ให้ผู้โดยสารเดือดร้อน อันนี้ก็ไม่เดือดร้อน ในขณะเดียวกันเราก็บอกว่าถ้าเป็นแบบนั้นยังไม่จ่ายตอนนี้ แต่เมื่อครบสัญญาแล้วต้องจ่ายมา ๑๐ เปอร์เซ็นต์ตอนนี้จ่ายมาแล้ว ที่เหลือจะให้เวลา พิจารณา ๓ เดือนว่าจะทำกันอย่างไรต่อ อันนี้ก็เรียนตรง ๆ ว่ามันเป็นผลกระทบที่ไม่ได้ คาดการณ์ไว้ก่อน ที่ท่านถามว่าบริษัทเอกชนมีกำไร ๗๐,๐๐๐ บริษัทเอราวัณที่ทำเรื่องนี้ ยังไม่มีนะครับ ยังไม่มีกำไรอาจจะเป็นบริษัทที่เป็นบริษัทแม่ อันนี้ก็คงไม่เกี่ยวข้องอะไรนะครับ ขอเรียนตรงนี้ก่อน ทีนี้ในช่วงที่ผ่านมาเราก็คิดว่ากรณีแบบนี้โครงสร้างพื้นฐานหลักที่เราทำ ผมก็อยากจะก้าวไปนิดหนึ่ง คือมีคนพูดถึงประเทศไทยกับเวียดนามเยอะ ขอเรียนตรง ๆ ว่า ประเทศไทยกับเวียดนามไม่เหมือนกัน จีดีพี เพอร์ แคปพิตา (GDP Per Capita) รายได้ ต่อประชากรของเราตก ๗,๐๐๐ กว่า เวียดนามประมาณสัก ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ ยังเป็นคนละอัน เสร็จแล้วสิ่งที่เกิดขึ้นคือเมื่อไปเช็ก (Check) เอฟดีไอ (FDI) ที่เวียดนามที่เข้าไปเยอะ มันเป็นแบบนี้ คือ ๑. เข้าไปเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐานประมาณสัก ๕๐ เปอร์เซ็นต์เป็นเงิน ที่ไปลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเอาโครงการนี้มาขายให้นักลงทุนต่างประเทศบ้าง ส่วนที่เหลือ เป็นเลเบอร์ อินเทนซีฟ (Labour-intensive) ประมาณอีกสัก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ มีไฮเทค (High-tech) อยู่ประมาณ ๑๐ หรือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง อันนี้คือโครงสร้างของ การลงทุนต่างชาติที่เข้าไปในประเทศเวียดนาม แต่ว่ากรณีของเรา กรณีตัวนี้เป็นตัวอย่างคือ โครงสร้างพื้นฐานที่ทำในอีอีซี (EEC) เราไม่ได้ใช้เงินต่างประเทศ เราใช้เงินของไทยมันก็เลย ไม่มีตัวเลขเอฟดีไอ (FDI) จากต่างประเทศเข้ามา ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเราไม่ได้เป็นหนี้ใคร และไม่ได้ไปกู้เงินใคร อันที่ ๑ อันที่ ๒ เงินบีโอไอ (BOI) เขาเปลี่ยนวิธีทำงานไปเยอะแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นเอฟดีไอ (FDI) ที่เข้ามาทำธุรกิจที่มีแรงงานมากเลเบอร์ เอนเทนซีฟ (Labour-intensive) เหลือแค่เปอร์เซ็นต์เดียว ที่เหลือเป็นเรื่องของไฮเทค (High-tech) ที่เราพูดถึง ไม่ว่าจะเป็นเอสเคิร์ฟ (S-curve) แรก หรือเอสเคิร์ฟ (S-curve) กลุ่มที่ ๒ และลักษณะเป็นอย่างนั้นต้องเรียนตรง ๆ ผมขออนุญาตพูดถึงเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งคือ เรื่องผลประโยชน์ที่ทำให้กับประชาชน ผมคิดว่าเรื่องนี้สำคัญ แล้วก็เริ่มรู้สึกว่าตอนที่ เราทำงานเราทำงานให้กับประชาชนเยอะมากขึ้นเรื่อย ๆ ตามระยะเวลา ทำอะไรบ้าง ผมต้องเรียนแบบนี้ครับ ที่เล่าให้ท่านฟังว่าเรื่องโควิดเข้ามามันมีปัญหามาก เราก็เลยทำเรื่องจิตอาสา ลงไปทำเรื่องจัดเตียงผู้ป่วยในพื้นที่ที่บ้านฉางซึ่งอยู่ใกล้กับ มาบตาพุดมาก เพราะว่าถ้าปิโตรเคมีคอลปิด ประเทศไทยมีปัญหา ไปจัดเตียงผู้ป่วยที่เป็น เขียว เหลือง แดง จัดการพวกนี้โดยระดมเงินเอกชนไปช่วยทำด้วย อันที่ ๒ ตอนนี้เราจัด สินเชื่ออันหนึ่งที่เป็นสินเชื่อร่วมกับธนาคารออมสิน ธนาคารออมสินใช้อีอีซี (EEC) เป็นแซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) บอกว่าใครก็ตามพ่อค้าแม่ขายที่ไม่มีเงินจะเริ่มธุรกิจใหม่ หลังโควิด (COVID) เขาจะให้กู้ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ บาท โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน อันนี้เป็นส่วนที่เราทำในช่วงระยะกระชั้นชิดที่มีอยู่ แต่ในขณะเดียวกันในภาพใหญ่การขยาย เศรษฐกิจทำให้เขามีรายได้มากขึ้น ที่อยากจะเรียนก็คือว่าการพูดถึงเรื่องจ้างงาน เราทำเรื่อง การจ้างงานในพื้นที่ที่เตรียมไว้ ๔๗๕,๐๐๐ ตำแหน่ง เราเริ่มฟิล (Fill) ไป ตอนนี้ทำไป ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ตำแหน่ง ประมาณการทุกอันเป็นดีมานด์ ดริฟเวน (Demand Driven) หมด แล้วก็พยายามที่จะเชื่อมโยงการลงทุนเข้ากับการอบรม คือเอกชนเข้ามาช่วยทำ เพราะฉะนั้น เมื่อจบไปแล้วตามดีมานด์ ดริฟเวน (Demand Driven) เขาจะรับจ้าง เขาจะได้งานทันที อีอีซีโมเดล (EEC Model) ที่ว่านี้มีคนพูดถึงสัตหีบอันนี้ถูกต้องนะครับ เรากำลังเดินไปในทางนี้ มีเรื่องน้ำ เรื่องสาธารณสุข แล้วก็เรื่องอื่น ๆ เรื่องน้ำต้องขอบคุณทาง สทนช. เขาได้ทำ แผนน้ำให้เรา แล้วก็ทำกันอย่างชัดเจนในช่วงที่ผ่านมา ชัดเจนถึงขนาดว่าตอนนี้เราเชื่อว่า ปริมาณความต้องการน้ำกับแหล่งน้ำพอ ในขณะเดียวกันที่เราเตรียมไว้ก็คือเตรียมเรื่อง ทำน้ำทะเลให้เป็นน้ำจืดอยู่ กำลังอยู่ในขั้นตอนศึกษา ซึ่งอันนี้น่าจะเพียงพอ เรื่องสาธารณสุข เราดูแลค่อนข้างเยอะมาก เราทำไว้ ๓ เรื่อง เรื่องหนึ่งคือดูสาธารณสุขพื้นฐานให้เท่าเทียมกัน อันนี้ก็เลยมาถึงโครงการหนึ่ง ขออนุญาตสไลด์ (Slide) เรื่องปลวกแดง ๒🔗
ขออนุญาตเล่าเรื่องปลวกแดง ๒ ให้ฟังนิดหนึ่งว่าเป็นโครงการที่เรา เข้าไปช่วยกระทรวงสาธารณสุขทำ คำว่าปลวกแดง ๒ คือแบบนี้ครับ ประชากรที่อยู่ในพื้นที่ ปลวกแดงมีอยู่ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ คน แต่มีคนที่รีจิสเตอร์ (Register) จริง ๆ ที่ลงทะเบียน เป็นประชากรประมาณ ๕๐,๐๐๐ คน เพราะฉะนั้น โรงพยาบาลที่ปลวกแดง ณ วันนี้ เขาเรียกว่าระดับเอฟ ๑ (F1) มี ๖๐ เตียง ทั้งหมดจำเป็นจะต้องเข้าไปที่ ไม่ไประยอง ก็ต้องไปชลบุรี ส่วนใหญ่ไปชลบุรีเมื่อมีปัญหา ตอนที่โควิด (COVID) มีปัญหามากเราก็เลย ติดต่อไปทางกระทรวงสาธารณสุขว่าขอเงินไปทำโรงพยาบาลที่ปลวกแดงได้ไหม เขาบอกว่า ๑๐ ปีนี้ยังไม่มีงบประมาณ เราก็เลยเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ เอารัฐกับเอกชนไปร่วมทุนกัน มีที่ของรัฐที่กระทรวงสาธารณสุขอยู่ เราก็กำลังระดมทำโครงการเพื่อจะเอาเอกชนไปร่วมทุน ผมคิดว่าใน ๒-๓ ปีเราอาจจะสามารถแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ได้ จุดที่สำคัญที่สุดคือที่ปลวกแดง มันก็เลยทำให้ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคนนี้ก็เลยวิ่งไปทั่วไป แล้วทำให้โรงพยาบาลทั่วพื้นที่เต็ม อันที่ ๒ คือเราทำร่วมกับเอกชน ดึงเอกชนเข้ามาในระบบ อันที่ ๓ ที่มีคนถามถึงว่าทำอะไร เราทำเรื่องเทคโนโลยีเยอะ เรื่องเทคโนโลยี เรื่องการรักษาพยาบาล เราทำเรื่อง กับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นดิจิทัล ฮอสพิทัล (Digital Hospital) ที่ท่านพูดถึงทั้งหมดนี้ ในที่สุดแล้วจะมีเทคโนโลยีด้านนี้ ถามว่าเราทำอะไรที่เป็นเทคโนโลยี เราทำเทคโนโลยี ที่ไปปฏิบัติได้จริง ดิจิทัล ฮอสพิทั ล (Digital Hospital) กำลังจะเกิด แล้วตอนนี้เราจัด ระบบแล้วว่าโรงพยาบาลไหน ควรจะเชี่ยวชาญประเภทไหน อย่างเช่นที่ท่านพูดถึงโรคอะไร ทั้งหลายเราจัดระบบแล้ว แล้วงบประมาณก็จะไม่ซ้ำซ้อนกัน🔗
สุดท้ายเราเพิ่งทำเรื่องจีโนมิกส์ (Genomics) อันนี้เป็นอนาคตนะครับ การทำเรื่องจีโนมิกส์ (Genomics) จะทำให้เราสามารถรักษาพยาบาลที่เป็นการแพทย์ แม่นยำได้เป็นครั้งแรก ประเทศที่ทำอยู่ตอนนี้ในอาเซียน (ASEAN) มีประเทศเดียว คือมีสิงคโปร์ทำอยู่ เราเป็นประเทศที่ ๒ ที่ทำประมาณ ๕๐,๐๐๐ ราย ในอนาคตเราจะเอา ข้อมูลเรื่องนี้ไปทำเป็นข้อมูลจีโนมิกส์ (Genomics) แล้วก็อยู่ที่ธนาคารข้อมูลไบโอ (Bio) แห่งชาติ แล้วเราก็จะทำเรื่องเครือข่าย การรักษาพยาบาลที่เป็นจีโนมิกส์ (Genomics) แล้วก็เครือข่ายการให้บริการ แล้วก็จะมี การลงทุนเรื่องงานวิจัย โรงพยาบาล เรื่องอุตสาหกรรม เครื่องมือแพทย์ เรื่องอุตสาหกรรมยา ตามมา เราหวังว่าภายใน ๕ ปี เราจะสามารถถอดความรู้เรื่องพรีซิชัน เมดิซีน (Precision medicine) เอาลงไปอยู่ใน ๓๐ บาท เพื่อคนทั้งประเทศจะได้ประโยชน์ด้วยกัน🔗
ของท่านทวี สอดส่อง เรื่องคณะกรรมการวิสามัญการใช้พื้นที่ ผมรับปากท่าน กับที่นี่นะครับ เราจะศึกษาแล้วก็สรุปเรื่องนี้เอาไปแจ้งให้คณะกรรมการนโยบายอีอีซี (EEC) ที่ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธานได้ทราบ🔗
กลับมาที่ท่านวิรัตน์ ท่านช่วยคอมเมนต์ (Comment) ครั้งแรกเลยนะครับ ก็ขอบคุณครับที่เราต่อยอดอันนี้ ถามว่าปัจจัยทางการเมืองมีผลไหม มีนะครับ แต่วันนี้ การเมืองในพื้นที่น้อยกว่าสมัยท่านเสรี เตมียเวส ลงไปพื้นที่เมื่อก่อนนี้มาก ตอนที่ ท่านเสรีอยู่มีกรณีแรง ๆ เยอะ ตอนนี้ไม่ค่อยมีนะครับ ท่านถามว่าเมื่อโลกเปลี่ยนไปแล้ว การลงทุนจะมาประเทศไทยไหม อย่างที่เรียนครับ การย้ายฐานจากประเทศไทยเท่าที่เราเช็ก (Check) อยู่แล้วก็ยืนยันทางบีโอไอ (BOI) ด้วย ก็คือการย้ายฐานส่วนใหญ่เป็น เลเบอร์ อินเทนซีฟ (Labor Intensive) ที่ไป เราสะสมทางด้านเทคโนโลยีมากกว่า เรากำลังก้าวไป ๑๐ อุตสาหกรรมเป้าหมาย ๑๒ อุตสาหกรรมเป้าหมายอย่างที่เรียน🔗
ประเด็นอันหนึ่งที่มีการพูดถึงเยอะก็คือเรื่องเกี่ยวกับเอฟทีเอ (FTA) เรื่องเกี่ยวกับทีพีพี (TPP) อันนี้อยู่นอกเหนือความสามารถของอีอีซี (EEC) ต้องเรียนตามตรง ถามว่าเราสนับสนุนไหมว่าควรจะมีข้อตกลงการค้าเยอะ ๆ ใช่ครับ เราสนับสนุนครับ แต่เป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะตัดสินใจครับ🔗
มาของท่านวิสารครับ จำนวนนักวิจัยน้อย จริงครับ เริ่มต้นมาตอนทำ อีอีซี (EEC) ตกใจมากเรื่องการศึกษา คนที่ผลิตออกมาตกงานเยอะ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ นักวิจัย ก็ต่ำกว่ามาตรฐานเยอะ อย่างที่ว่านี่ถูกต้องเลย แต่ไม่ใช่เรื่องที่เราจะยอมรับโดยไม่ต่อสู้อะไร เราได้ทำโครงการร่วมกับทาง สวทช. ตั้งแต่ปีแรกส่งนักวิจัยไป เอาผู้เชี่ยวชาญมาเทรน (Train) นักวิจัยไทยทำได้มากที่สุด อันที่ ๒ คือเราทำดีมานด์ ดริฟเวน (Demand Driven) อย่างที่เรียนท่าน คือไปร่วมมือกับโรงงานที่เขารู้ว่าจะต้องทำอะไร เอานักวิจัยไปร่วมมือ เอาคน สวทช. ไป อันนี้ก็เป็นการแก้ปัญหาเท่าที่จะทำได้ แต่คิดว่าก็เริ่มต้นละครับ🔗
ที่อีอีซีไอ (EECI) ที่เขาวังจันทร์มีวิสเทค (VISTEC) อยู่นะครับ วิสเทค (VISTEC) เน้นทางด้านวิจัย และตอนนี้อันดับแรงก์ (Range) ในงานวิจัยของโลกกำลังขึ้น เป็นนิมิตหมายที่ดี สีหนุวิลล์ที่ท่านวิสารพูดเขาทำคาสิโน (Casino) ครับ เราไม่ได้ลงทุน คาสิโน (Casino) เพราะฉะนั้นมันก็จะเป็นคนละเรื่องกัน🔗
เรื่องพุน้ำร้อน พุน้ำร้อนอยู่ที่เมืองกาญจน์นะครับ โครงการก็เนื่องจาก พุน้ำร้อนมันเชื่อมกับทวาย เมื่อทวายไม่เกิดพุน้ำร้อนก็เป็นปัญหา ก็ไม่ได้อยู่ในอีอีซี (EEC) ครับ ต้องขอเรียนแบบนั้น🔗
กรณีของท่านนิติพลพูดเรื่องถึงขยะว่าเป็นอย่างไร ต้องเรียนตรง ๆ ว่า ขยะในอีอีซี (EEC) เป็นปัญหาเยอะ มีขยะที่สะสมอยู่ประมาณ ๕.๖ ล้านตัน ฝังอยู่ แล้วการฝังกลบไม่ค่อยมีระบบที่ดีเวลาฝนตกก็มีปัญหา เราก็เลยวางแผนไว้ว่าเราจะขยาย เรื่องการทำขยะ แต่ขยะที่ท่านพูดถึงที่ชลบุรี ๒,๐๐๐ ตันต่อวัน ๒,๐๐๐ ตันนี่เป็นขยะเปียก นะครับ ไม่ใช่อาร์ดีเอฟ (RDF) วิธีทำตอนนี้ก็คือเอาขยะเปียกมา แล้วมาตีขยะเปียกออก ขยะเปียกที่ว่านี่เอาไปทำปุ๋ย แล้วขยะที่เป็นพลาสติกถึงจะไปทำไฟ ทั้งหมดนี่ ๒,๐๐๐ ตัน มีลักษณะนั้น โมเดล (Model) ตัวอย่างอยู่ที่ระยอง ๕๐๐ ตัน เราจะขยายเรื่องนี้ออกไป ทั้งหมดนะครับ คิดว่าถ้าทำได้ทั้งหมด ๖ โรง ที่ว่าตามแผนที่ว่าไว้นี้เราจะทำปัญหาขยะให้จบ ให้หมดนะครับ🔗
ของท่านวีระกร ขอบพระคุณมากครับ ท่านวีระกรพูดถึงเรื่องโชติช่วงชัชวาล ท่านก็เปรียบเทียบว่าเรากับเวียดนามจะเทียบได้ไหม ผมว่าไม่ต้องเป็นห่วงนะครับ เราเข้าใจ ดีว่าเรากำลังจะทำอะไร แล้วเราก็ไม่ได้มองเวียดนามเป็นคู่แข่งในธุรกิจที่เวียดนามอยากจะ ทำนะครับ เคยมีกรณีหนึ่งที่มีบริษัทมือถือใหญ่ของเกาหลีมาติดต่อว่าอยากจะประกอบมือถือ ในเมืองไทยไหม เขาก็บอกว่าเขาขอคนประมาณแสนหนึ่งครับ เราก็บอกว่าแสนหนึ่ง ไม่มีหรอก แต่ถ้าไปอยู่เวียดนามเราเห็นด้วยนะครับ กรณีแบบนี้ สถานการณ์ไม่เหมือนกัน นะครับ ก็มีเอฟทีเอ (FTA)🔗
เรื่องการเกษตรเราทำเยอะครับ ในช่วงปีนี้ เราทำเรื่องแผนการเกษตรไว้ แล้วก็เป็นดีมานด์ ดริฟเวน (Demand Driven) อย่างเดียวกัน เราทำเรื่องอีสเทิร์น ฟรุ๊ต คอร์ริดอร์ (Eastern Fruit Corridor) ซึ่งจะเก็บรักษาทุเรียนไปเพื่อจะทำงานในอนาคต🔗
มีท่านเบญจาไม่ได้ระบุว่าจะแก้ปัญหาให้ประชาชนอย่างไร ต้องเรียน คือมี ๒ เรื่องที่ต้องเรียนว่าเวลาที่เราทำเรื่องโครงการขนาดใหญ่นี่เราทำตามกฎหมาย ทุกประการ ไม่ว่าจะเป็นผังเมือง อีไอเอ (EIA) อีเอชไอเอ (EHIA) ทำหมดนะครับ แล้วเราก็ลง ไปคุยกันในพื้นที่ เพราะฉะนั้นเรากับพื้นที่ค่อนข้างทำงานด้วยกันนะครับ🔗
เรื่องไฮสปีด เทรน (High Speed Train) เวลามีการขับไล่ มันมีอยู่ ๒ กลุ่มครับ กลุ่มหนึ่งคือผู้บุกรุก ผู้บุกรุกนี่คือบุกรุกจริง ๆ นะครับ บุกรุกอยู่ตามเส้นทางรถไฟเดิมนะครับ อันนี้เราทำโครงการร่วมกับการเคหะ คือไม่ได้เอาเขาออก ไม่ได้จ่ายค่าชดเชยแล้วเอาไปออก เฉย ๆ ให้เขานี่สามารถมีทางเลือกไปอยู่ที่ลาดกระบัง ไปสร้างเคหะที่ลาดกระบัง มีตลาด มีอะไรเพื่อให้เขามีชีวิตอยู่ได้ครับ🔗
อู่ตะเภามีปัญหาการส่งมอบพื้นที่ยังไม่มีนะครับ อู่ตะเภาไม่มีปัญหาอะไร มีเรื่องน้ำมีเรื่องที่ดิน มีเรื่องที่ดินก็อย่างที่เรียนนี่ครับ ที่ดินราคาขึ้นไปเยอะ ทำให้เรา ต้องประกาศเขตนิคมอุตสาหกรรมมากขึ้น ตอนที่เราเข้าไปนี่สถานการณ์มันแปลกดี คือตอนที่เราเข้าไปนี่ที่นิคมอุตสาหกรรมขายไม่ค่อยออก ตอนหลังพอขยายมากขึ้นนี่ ราคามันขึ้น เราก็เลยขยายพื้นที่สีม่วงเพิ่มเติมให้ตามผังเมืองใหม่ ผลประโยชน์กลับมาจาก คนส่วนใหญ่ อันนี้เราพยายามนะครับ ผมคิดว่าผลประโยชน์ตอนนี้ในพื้นที่นี่เรากำลัง ลงไปทำงานกับชุมชนเอง ยกตัวอย่างเช่น เราไปทำงานกับกลุ่มสตรีที่พูดถึงอีอีซี สแควร์ (EEC Square) ที่ไปทำงานกับเด็กเรื่องเด็กมัธยม เรื่องเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม อันนี้คือ สร้างอะแวร์เนส (Awareness) ถ่ายโอนเทคโนโลยี เราอยากจะเห็นมีการถ่ายโอนเทคโนโลยี แน่นอนครับ ผมคิดว่าเทคโนโลยีนี่เป็นเรื่องแปลกครับ ที่เราขอมานี่เป็นเทคโนโลยีที่เราไม่มี เทคโนโลยีที่มีแล้ว เราไม่ได้ให้สิทธิประโยชน์อะไรนะครับ ก็เป็นการสร้างมากกว่าการแลก🔗
เรื่องกรรมาธิการที่ดินครับ ผมรับปากว่าจะเอาเรื่องนี้เข้าไปในที่ประชุมครับ🔗
มีท่านสะถิระ มีเรื่องการศึกษา ถามว่าประชาชนได้ประโยชน์อะไร เรื่องการศึกษามีการย้ายถิ่นไหม ตอนนี้ที่เราลงไปทำนี่ครับ ยกตัวอย่างเช่น ที่เทศบาล แหลมฉบัง สิ่งที่นายกเทศบาลแหลมฉบังอยากได้ ก็คืออยากให้เด็กของแหลมฉบัง เรียนที่แหลมฉบัง แล้วก็มีงานทำรายได้ดีที่แหลมฉบัง อันนี้เป็นความพยายามที่เราทำนะครับ ผมคิดว่าตอนที่เราเข้ามาตอนแรกนี่เด็กในภาคตะวันออกส่วนใหญ่ย้ายเข้ากรุงเทพฯ หางาน ตอนนี้ส่วนใหญ่จะอยู่กับพื้นที่นะครับ เราเริ่มมีงานมากขึ้น เราเริ่มมีอะไร🔗
เรื่องภาษาครับ เรื่องภาษานี่เราทำ ๒ อัน อันหนึ่งคือภาษาที่สอนกับวิทยาลัยช่าง เราทำแล้วนะครับ เป็นการสอนภาษาอังกฤษโดยวิชาช่าง อันนี้ทำเป็นโครงการใหญ่ อันที่ ๒ นี้ภาษาที่ลงไป เราทำโครงการตัวอย่างนะครับ ดึงแม่ฟ้าหลวงกับดึงมหาวิทยาลัย บูรพามาสอนภาษาอังกฤษระดับประถมกับมัธยมอยู่นะครับ ก็คิดว่าอาชีวะ ๒ ภาษา ไม่ได้มีปัญหานะครับ ตอนที่มีโควิด (COVID) นี้ครับ เราทำโครงการเข้าไปช่วย คือไปเอาคน ที่ทำงานอยู่ในโรงงานนี้ออกมาเทรน (Train) กับเรา ตามความต้องการของโรงงานนี้ครับ เขาทำงาน ๕ วัน ก็ไปดึงเข้ามา ๒ วัน แล้วก็ให้เขาเทรน (Train) ๒ วัน อันนี้กลับเข้าไปก็พอ ช่วยได้ครับ🔗
ระบบขนส่งสาธารณะที่พูดถึงโมโนเรล (Monorail) ทันทีที่รถไฟความเร็วสูง เริ่มต้นไปได้ถึงระดับหนึ่งนะครับ เรารู้แน่ว่าทำอยู่ตรงไหน แล้วก็สถานีหลักจะเป็นอย่างไร คำนวณแล้วเราจะทำโมโนเรล (Monorail) นะครับ โมโนเรล (Monorail) ที่ว่านี้มีอยู่ ๔-๕ จุด ที่เราคิดอยู่นะครับ คิดว่าต้องทำแน่ อันแรกก็คือชลบุรี อันที่ ๒ คือศรีราชา อันที่ ๓ คือพัทยา อันที่ ๔ คือเข้าระยองนะครับ🔗
เรื่องอีวี (EV) ตอนนี้มีข้อคิดที่ดีครับ เพราะว่าที่เมืองระยองเขาเอา ๒ แถวไป เปลี่ยนเป็นอีวี (EV) แล้วก็ให้เด็กใช้ รับเด็กทุกเย็น อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ดีครับ🔗
เรื่องจีโนมิกส์ (Genomics) อันนี้ท่านพูดแล้วนะครับ ที่จริงจีโนมิกส์ (Genomics) นี้ไม่ใช่ ๙๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ว่านะครับ โครงการจีโนมิกส์ (Genomics) ๕๐,๐๐๐ เคส (Case) นี้เราใช้เงินไป ๕๕๐ ล้านบาทแค่นั้นเองนะครับ ที่เหลือนี้จะเป็นเรื่องของนักลงทุน นะครับ จำเป็นครับต้องทำบุคลากรเยอะ เราทำเรื่องบุคลากรเรื่องนี้ เรื่องการรักษาพยาบาล มีทั้งอาสาสมัครด้วย มีทั้งจิตอาสาด้วยนะครับ ขอบคุณครับที่แนะนำ🔗
มีเรื่องโอเอสเอส (OSS) เรื่องการท่องเที่ยวครับ เราทำเรื่องบุคลากร ทางท่องเที่ยวกับมหาวิทยาลัยบูรพาอยู่นะครับ เป็นดีมานด์ ดริฟเวน (Demand driven) อย่างเดียวกันนะครับ ก็คือมีคนรับงานไปแน่นอน รับไปทำงานแน่นอนครับ เอสเอ็มอี (SMEs) ที่ว่านี้นะครับ🔗
ก็ต้องเรียนว่าเราก็เลยทำโครงการ ขอสไลด์ (Slide) เรื่องสินเชื่อนิดหนึ่งได้ หรือไม่ครับ โครงการนี้ที่เล่าให้ฟังก็มีเรื่องของออมสิน ออมสินที่ทำข้อ ๑ นี้ธุรกิจประชาชน อันนี้คือออมสินนะครับ แต่เราจับมือกับออมสิน กับเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) กับ บสย. ทำสินเชื่อเพื่อฟื้นฟูหลังโควิด (COVID) ร่วมกันนะครับ ระหว่างอีอีซี (EEC) กับออมสิน เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) และ บสย. อันแรกนี้ก็คือให้เป็นสมูท บิต (Smooth bit) นะครับ ทำธุรกิจด้วยนะครับ อันที่ ๒ นี้ เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ให้กับผู้ประกอบการที่อยู่ใน อุตสาหกรรมนะครับ แล้วก็ให้ยาวถึง ๑๐ ปีนะครับ บสย. เป็นคนค้ำ อันสุดท้ายคือสินเชื่อ เพื่อการส่งออก-นำเข้านะครับ อันนี้เพื่อปรับโครงสร้าง ใครก็ตามที่ทำออโตเมชัน (Automation) ไปขอแอปพลาย (Apply) ที่เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ได้นะครับ อันนี้ก็ทำเตรียมไว้ครับ ขยะชลบุรีตอบแล้วนะครับ พื้นที่สาธารณะ พื้นที่สีเขียว🔗
ท่านเลขาธิการ ช่วยสรุป ๆ ด้วยนะครับ🔗
ตกลงสรุปทั้งหมดอย่างที่ว่านี้นะครับ ๑.๗ ล้านล้านบาท เรียนไปแล้วนะครับ แล้วก็สุขภาวะโมเดล (Model) ก็เรียนไปแล้วเรื่องสาธารณสุข อีอีซีไอ (EECi) กำลัง ดำเนินการนะครับ เรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกครับ อีอีซี (EEC) ได้มีโอกาสทำในสิ่งที่ ยังไม่ค่อยมีการทำมา แน่นอนมันต้องมีปัญหา แต่ว่าภาพที่เราทำนี้ ณ วันนี้เราได้ปกป้อง จุดอ่อนของประเทศไทยหลายอย่างนะครับที่เทียบกับประเทศอื่น ยกตัวอย่างเช่น การทำโครงสร้างพื้นฐาน ก็ยืนยันว่าเราไม่ต้องเป็นหนี้ต่างประเทศนะครับ เราใช้เงินที่มีอยู่ ในประเทศมาทำ แล้วก็ไม่ต้องใช้งบประมาณด้วยนะครับ รัฐบาลยังได้อีก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท🔗
เรื่องเกี่ยวกับพื้นที่ เรื่องการศึกษา เรื่องการทำสิ่งแวดล้อม พวกนี้เราทำหมด นะครับ แล้วเราก็พยายามดูแลพื้นที่ให้มากที่สุด อย่างไรก็ตามครับ อะไรที่เป็นประเด็นที่ท่าน ได้กล่าวไว้ เดี๋ยวเราจะไปสรุป แล้วก็พยายามนำไปดูแลให้ตามที่ท่านกรุณาให้ความเห็นไว้ ขอบพระคุณครับ🔗
มีท่านสมาชิก ท่านใดยังข้องใจหรือไม่ครับ เพราะว่าก็คงจะหมดแล้วนะครับ ก็ถือว่าสภาเราได้รับทราบ รายงานประจำปี ๒๕๖๓ ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก เป็นที่เรียบร้อยนะครับ ต้องขอขอบคุณผู้แทนหน่วยงานทุกท่านนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
๒.๒ รับทราบรายงานผลการตรวจสอบและผลการปฏิบัติหน้าที่ของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓🔗
ด้วยคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้เสนอรายงานผลการตรวจสอบและผลการปฏิบัติหน้าที่ของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ตามมาตรา ๒๙ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม การทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ รายละเอียดของรายงานดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิกแล้ว นะครับ🔗
นอกจากนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีหนังสือขอส่งเอกสารประกอบการ รับทราบรายงานเพิ่มเติมอีก ๑ เล่ม คือรายงานผลการพัฒนาแผนที่พื้นที่เสี่ยงต่อการทุจริต ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ ดังนี้ เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาผมจึงได้อนุญาตแจก เอกสารเพิ่มเติมนะครับ เชิญเจ้าหน้าที่แจกเอกสารให้ท่านสมาชิกเลยนะครับ จากการศึกษา รายงานแล้วท่านสมาชิกแสดงความจำนงที่จะร่วมอภิปรายในขณะนี้จำนวน ๘ ท่านนะครับ ผมจะได้เชิญท่านผู้ชี้แจงเข้าประจำที่นะครับ ต่อไปขอเชิญท่านสมาชิกที่ประสงค์ ที่จะอภิปรายนะครับ ผมจะเชิญตามลำดับและแจ้งให้ท่านทราบล่วงหน้า ๑ ท่านเผื่อจะได้ เตรียมตัวเข้าห้องประชุม ท่านที่ ๑ เชิญท่านวิรัตน์ วรศสิริน ท่านที่ ๒ ท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ เชิญท่านวิรัตน์ครับ🔗
ท่านวิรัตน์ ขออนุญาตนิดหนึ่ง ผมข้ามขั้นตอนนิดเดียวขออภัยครับ ในการนี้ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุม ตามข้อบังคับ ข้อ ๓๑ จึงขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุม ๑. พลตำรวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. ๒. นางสาวสุภา ปิยะจิตติ กรรมการ ป.ป.ช. ๓. พลเอก บุณยวัจน์ เครือหงส์ กรรมการ ป.ป.ช. ๔. นายณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา กรรมการ ป.ป.ช. ๕. นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ๗. นายอุทิศ บัวศรี รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ต่อไป เชิญท่านวิรัตน์ครับ เชิญครับ🔗
กราบขอบพระคุณท่านประธาน ที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทยครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอแสดง ความคิดเห็นต่อการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓ ท่านประธานครับ นักการเมืองก็คงไม่ต่างอะไรกับข้าราชการ กลัว ป.ป.ช. กลัวครับ ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่มีใครอยากจะวิพากษ์วิจารณ์หรือไปข้องแวะยุ่งเกี่ยวกับ ป.ป.ช. อย่างแน่นอน เพราะเกรงจะมีปัญหาภายหลังได้นะครับ แต่อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ ก็เพื่อประโยชน์และเพื่อความชัดเจนจึงใคร่ขอแสดงความคิดเห็นด้วยความเคารพต่อท่าน คณะกรรมการและบุคลากรขององค์กร ป.ป.ช. ทุกท่าน ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ทางคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีคำวินิจฉัยเรื่องการครอบครอง นาฬิกาหรู ๒๒ เรือนของ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในกรณีนี้ ผมไม่เห็นอยู่ในรายงานนะครับ อาจจะเป็นเพราะว่าไม่ได้มีการชี้มูลแจ้งข้อกล่าวหา จึงไม่ปรากฏในรายงาน เข้าใจว่าอย่างนั้นนะครับ ท่านคณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยเสียงข้างมากพิจารณาแล้วเชื่อว่า นาฬิกาหรู ๒๒ เรือน ของ พลเอก ประวิตรนี้ ได้ยืมมาจากเพื่อนจริง ท่านวินิจฉัยว่านาฬิกาเป็นทรัพย์คงรูป การยืมท่านประธานครับ จัดเป็นเอกเทศสัญญา มีกฎหมายบัญญัติรับรองไว้ในประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ผู้ยืมมีหน้าที่ต้องส่งมอบทรัพย์ที่ยืม คืนให้ผู้ยืม จึงจัดว่า เป็นการยืม เป็นหนี้สินประเภทหนึ่งนะครับท่านประธาน ส่วนการยืมนั้นก็แบ่งออกเป็น ๒ ประเภทด้วยกัน ตามที่ท่านวินิจฉัยถูกต้องแล้ว การยืมใช้คงรูปบัญญัติไว้ในมาตรา ๖๔๐ ส่วนการยืมใช้สิ้นเปลืองบัญญัติไว้ในมาตรา ๖๕๐ พอกล่าวสรุปเนื้อหาได้ว่า การยืมใช้คงรูป คือสัญญาที่ผู้ให้ยืมให้ผู้ยืมยืมทรัพย์สินชิ้นใดไป จะต้องส่งคืนทรัพย์สินชิ้นเดียวกันนั้น โดยที่ไม่ได้มีการโอนกรรมสิทธิ์และต้องเป็นการให้เปล่าเท่านั้น ส่วนการยืมใช้สิ้นเปลือง หมายความว่า ผู้ยืมไม่สามารถส่งมอบคืนทรัพย์สินชิ้นเดียวกันกลับคืนมาได้ แต่ส่งมอบคืน ตามจำนวนหรือประเภทเดียวกัน หรือจำนวนเดียวกัน หรือมากกว่ากลับคืน คงไม่ใช่มากกว่า นะครับ ผมอาจจะพูดผิดไป ประเภทเดียวกันในจำนวนเท่ากันกลับคืนมา เช่น การยืมเงิน เมื่อเงินนี้ยืมและนำไปใช้แล้ว เมื่อส่งมอบคืนก็จะต้องเป็นเงินธนบัตรใบใหม่ หมายเลขใหม่ นะครับ แต่มีมูลค่าเท่าเดิม นี่ต้องกราบเรียนถามไปยังท่านคณะกรรมการ ป.ป.ช. ด้วยความเคารพนะครับว่า ถ้ามีการทำสัญญายืมเงินกันเป็นเงินสด ๆ สมมตินะครับ ระบุในสัญญาจะส่งคืนเงินธนบัตรใบเดิมนี้ ใบเดิมเลย หมายเลขเดิมเลย ทรัพย์ชิ้นเดิมนี้ กองอยู่นี้ มีสัญญาแปะอยู่ข้างบนนี้ อย่างนี้จะถือว่าเป็นทรัพย์คงรูปไหมครับ ชิ้นเดิม ๆ นี่ละครับ หรือว่าถ้ามีคนเอาทั้งเงินสด ทั้งทองคำ นาฬิกา แหวนเพชร บ้าน รถยนต์มาให้ยืม เขาบอกว่า เขามาฝากไว้เพราะบ้านเขาไม่ปลอดภัย เขาอยากจะฝากไว้กับผม สมมตินะครับ อย่างนี้ จะมีบรรทัดฐานเช่นไร เพราะว่านี่ก็เป็นทรัพย์คงรูปที่ไม่ต้องแจ้งทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ท่านประธานครับ ท่านคณะกรรมการ ป.ป.ช. ท่านวินิจฉัยว่าเจ้าของนาฬิกาได้ให้ พลเอก ประวิตร ยืมไปใช้ในโอกาสต่าง ๆ นั่นเป็นการยืมใช้คงรูป และการยืมใช้คงรูปนี้ แม้ไม่ใช่เป็นหนี้ แม้จะเป็นหนี้แต่มิใช่หนี้ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำหนดให้ต้องแสดง ในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สิน เพราะตามคำอธิบายการยื่นแสดงบัญชีนี้ จะต้องเป็นเงินตราเท่านั้นนะครับ ดังนั้น พลเอก ประวิตร จึงไม่มีหน้าที่ที่จะต้องแสดงการยืม นาฬิกาดังกล่าวเป็นหนี้สินในบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. นะครับ ส่วนแหวน ๓ วงนั้นถือว่าเป็นทรัพย์มรดก ท่านประธานครับ แล้วทรัพย์มรดกไม่ต้องแสดงก็ได้หรือครับ ต้องกราบเรียนท่านประธานไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. คำวินิจฉัยนี้ค้านกับจิตสำนึก ในความถูกต้อง ความรู้สึกถูกผิดชอบดี ในจิตใต้สำนึกของประชาชนโดยทั่วไป ประชาชน ไม่เชื่อว่าจะมีใครยืมนาฬิกาได้ทีละ ๒๒ เรือน และยืมเป็นเวลานาน ๆ อย่าว่าแต่เรือนละ หลายล้านเลยครับ แค่หมื่นครึ่งหมื่นผมก็เชื่อว่าไม่มีใครเขาให้ยืมทีละ ๒๐ กว่าเรือนหรอกครับ ยืมแล้วก็ยังไม่ส่งคืนเขาด้วย คนที่ถูกอ้างถูกกล่าวว่าเป็นผู้ให้ยืมนั้นก็เสียชีวิตแล้ว แต่นาฬิกา ยังอยู่บนข้อมือ พลเอก ประวิตร นะครับ ลูกเมียเขาไม่ทวงหรือ มันก็แปลกนะครับ ท่านประธาน สุดท้ายนี้ เรื่องนาฬิกานี้เป็นสะเก็ดดำขององค์กร ป.ป.ช. แต่อย่างไรก็ตาม ผลงานด้านอื่น ๆ ในปี ๒๕๖๓ ที่ผ่านมาต้องชมเชยครับท่านประธาน ถือว่ามีผลงานที่ยอมรับได้ นะครับ ในหน้า ๘๗ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิดไปรวมทั้งสิ้น ๕๑๔ คดี คิดเป็นจำนวนเงินประมาณ ๓๓,๔๐๐ ล้านบาท มีรายละเอียดของแต่ละคดี ผมอ่านแล้ว เป็นที่น่าสนใจมากมาย🔗
อย่างไรก็ตามท้ายนี้กระผมขอความกรุณาจากท่านคณะกรรมการ ป.ป.ช. การวินิจฉัยของท่านขอให้อยู่บนความตรงไปตรงมา ไม่อคติต่อบุคคล แม้ว่าท่านจะไม่ชอบเขา ก็ตาม ไม่เอนเอียงต่อผู้มีอำนาจ แม้เขาจะเคยให้ประโยชน์กับท่านก็ตาม เพื่อให้องค์กร ป.ป.ช. ของท่าน และของประชาชนเป็นองค์กรที่มีเกียรติ ศักดิ์ศรี ศักดิ์สิทธิ์ บนความยุติธรรม ท่านมิใช่มีเพียงหน้าที่ชี้มูลความผิด แต่ท่านยังมีหน้าที่ให้ความยุติธรรมด้วย จึงขออนุญาตฝากท่านประธานยังไปท่านคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทุกท่านด้วยความเคารพ อย่างสูง กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ครับ เชิญครับ ตามด้วยท่านอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอนาทวี สะบ้าย้อย สำนักแต้ว สำนักขามของอำเภอสะเดา พรรคภูมิใจไทย เป็น ส.ส. ที่ลูกน้องท่านคุกคาม และละเมิดความเป็นส่วนตัวของผม ผมรอเวลานี้มา ๑ ปีแล้วครับ ที่จะให้ ป.ป.ช. มาชี้แจงผลงานของท่าน ท่านประธานครับ ผมขอถามท่านประธานว่า การที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปรึกษาหารือก่อนประชุม ผิดกฎหมาย ป.ป.ช. ปี ๒๕๖๑ ไหมครับ ผมเองได้รับการร้องเรียนและสอบถามไปยัง ป.ป.ช. ว่าท่านเป็นองค์กรอิสระ หรือเป็นตุลาการกันแน่ สิ่งที่ผมถามวันนี้ท่านประธานครับ ป.ป.ป. เกิดเมื่อปี ๒๕๑๘ เกิดปีเดียวกับผม ตอนนี้ ๔๖ ปี ท่านเลขา ป.ป.ช. ก็รุ่นพี่ผมที่มหาวิทยาลัยรามคำแหง ทำงานเมื่อปี ๒๕๓๐ ท่านประธาน พลตำรวจเอก วัชรพล ก็เป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องสืบสวน สอบสวน ท่านสุภาก็เป็นคนมีความสามารถ และกรรมการท่านอื่นมาวันนี้ถือว่าเต็มคณะ ผมมีความมั่นใจครับว่า คณะ ป.ป.ช. ชุดนี้รับฟังข้อเสนอความคิดเห็นต่าง เพื่อประโยชน์ ของใคร เพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ ท่านประธานครับ คณะ ป.ป.ช. ชุดนี้เกิดขึ้นตอนนี้ภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ สด ๆ ร้อน ๆ เกิดพร้อมพวกผมครับ เพราะพวกผมเกิดมาจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เช่นกัน แต่สิ่งที่ท่านปฏิบัติคือกฎหมาย พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๑ ๓ ปีแล้ว ที่เราใช้กฎหมายฉบับนี้ในการป้องกันปราบปราม ในเรื่องของการทุจริต งบประมาณปี ๒๕๖๓ ปรากฏว่า ป.ป.ช. มีเรื่องร้องเรียน ๙,๑๓๐ เรื่องครับ หน่วยงานที่โดนร้องเรียนมากที่สุดก็คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๒,๓๐๓ เรื่อง กระทรวงมหาดไทย ๗๖๒ เรื่อง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ๗๐๔ เรื่อง นี่ก็คือ สถิติปี ๒๕๖๓ ๙,๐๐๐ กว่าเรื่องถือว่าเยอะไหมครับ เยอะมาก เพราะฉะนั้นคาดว่าจำนวน เรื่องร้องเรียนจะเพิ่มมากขึ้น ในอนาคต ป.ป.ช. จะมีมาตรการอย่างไร จำนวนคดีที่มากขึ้น ไม่ใช่ตัวชี้วัดในการทำงานและจำนวนคดีที่ท่านปิดไปก็ไม่ใช่ตัวชี้วัดในการทำงานของ ป.ป.ช. แต่ประชาชนเข้าใจในตัว พ.ร.บ. ของ ป.ป.ช. ที่มีเรื่องร้องเรียนน้อยลง นี่คือเป้าหมาย ของพวกท่านครับ ท่านประธานครับ วันนี้ใช้เวลาสั้น ๆ ให้เข้าใจตรงประเด็น เพราะว่า ผมเป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับผลกระทบจาก ป.ป.ช. ท่านเลขาทราบดีครับ จำชื่อผมได้ เป็นคนเซ็นหนังสือเรียกลูกน้องผมไปสอบสวน เมื่อปีที่แล้ว จำได้ไหมครับ มีเด็กที่ร้อง ๆ ในสภาแห่งนี้มันเกิดอะไรขึ้นครับ ข้อที่ ๑ ผมเสนอให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ตั้งคณะกรรมการคัดกรองและแยกประเภทก่อนเสนอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อส่งต่อให้ อนุสอบสวนเป็นการคัดกรองเรื่องประเด็นที่กลั่นแกล้งและคู่ขัดแย้งทางการเมือง โดยใช้ องค์กรของท่านเป็นเครื่องมือทำลายคู่ต่อสู้ ท่านรู้ไหมครับ คู่แข่งทางการเมืองและเป็นการ ทำลายชีวิตทางราชการของพี่น้องข้าราชการ นี่คือสิ่งที่ท่านต้องตระหนัก ท่านรู้ไหมครับ เมื่อปีที่แล้วผมอภิปราย ปรากฏว่าผมปรึกษาหารือโครงการในพื้นที่ผมครับ ถนน ๔ เลน นาทวี-คลองแงะ ถนน ๔ เลน สะบ้าย้อย สนามกลางนาทวี สวนสาธารณะสะบ้าย้อย ปรากฏว่าคู่แข่งทางการเมืองไปร้อง ป.ป.ช. แต่โชคดี ป.ป.ช.ทิ้งเรื่อง นี่คือความโชคดี ท่านประธานครับ ปีนี้มาอีกแล้ว วันเกิดผมนะครับ นี่ยกตัวอย่าง ไม่อยากยกตัวอย่างที่อื่น เดี๋ยวจะเสียหาย ๒๙ มกราคมลูกน้องผมไปซื้อไอแพด (iPad) ให้ลูกพี่ อยากให้อภิปราย ใช้ไอแพด (iPad) แต่โชคร้ายครับ ผมใช้ไม่เป็น ผมเลยปฏิเสธ ไปร้อง ป.ป.ช. ว่าผมรับเงิน ๓,๐๐๐ บาท ท่านคิดดูสิครับ ปี ๒๕๖๒ เป็น ส.ส. ได้ ๓ เดือนครับท่านประธาน ผมต้อง ผ่าตัดที่โรงพยาบาลพญาไท ๒ ๒๗ วันเกือบตายครับ เป็นตายเท่ากัน ปรากฏว่าคน ๆ เดิมไป ร้อง ป.ป.ช. ของท่านว่าผมเอาเงินที่ไหนไปจ่าย มนุษย์ธรรมดาเขาไม่ทำหรอกครับ ท่านประธาน มันมีมนุษย์แบบนี้ที่ไม่มีมนุษยธรรมทำกับพวกผม วันนี้ ป.ป.ช. บอกว่าเขาร้อง มาเราต้องสอบ แล้วท่านไม่สงสารพวกผมบ้างหรือครับ ข้อที่ ๒ เสนอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เชิดชู หน่วยงานองค์กรที่มีหลักธรรมาภิบาลนอกจากท่านจะไปลงโทษเขา ท่านเชิดชู เขาหน่อยจะเป็นสิ่งที่ดีมาก ข้อที่ ๓ ครับ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เผยแพร่ความรู้ ข้อกฎหมายให้กับประชาชน โดยเฉพาะ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๑ ให้ประชาชนเข้าใจ ให้นักการเมืองเข้าใจ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าใจ ให้ประชาชน เข้าใจ เพื่อที่เขาจะไม่โดน ป.ป.ช. ข้อที่ ๔ ครับ คณะ ป.ป.ช. ต้องพิจารณาลงโทษบุคคล ที่มีข้อมูล ข้อเท็จจริง กลั่นแกล้งหวังผลทางการเมือง ทำลายคู่ต่อสู้ ถ้าพิสูจน์ได้ว่า เขากลั่นแกล้ง มาแก้กฎหมายครับ ผมพร้อมจะแก้กฎหมายเอาผิดพวกกลั่นแกล้งนี่แหละ🔗
สุดท้ายครับ ดังนั้นผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตระหนักดีในหน้าที่ และตั้งใจทำงานเพื่อประชาชนโดยสุจริต ไม่อยากให้ ป.ป.ช. มาบั่นทอน ด้อยค่า หรือทำลาย อนาคตโดยไม่เป็นธรรม โดยผู้ร้องเรียน การสอบสวนของ ป.ป.ช. ให้ท่านทำระบบยุติธรรม คุณธรรม จริยธรรม อย่าเป็นเครื่องมือของคนที่ไม่ดีได้มีช่องว่างทางโอกาสทำลายบุคคลอื่น วันนี้ผมมีเอกสาร ๑ ฉบับ มอบให้กับคณะของท่าน ขอบคุณทุกท่านและขอบคุณ คนที่ร้องเรียนผมที่แพ้เลือกตั้งในเขต ๗ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณอมรัตน์ ตามด้วยท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลจากนครปฐมค่ะ ท่านประธานคะ ในบรรดาองค์กรอิสระที่ตั้งขึ้นในรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๔๐ นะคะ ป.ป.ช. ถือเป็นองค์กรอิสระอันดับต้น ๆ ที่มีคำถามจากสังคมมากที่สุดในเรื่องความโปร่งใส ความเป็นอิสระ และมีคำถามเรื่องการใช้อำนาจในการบิดเบือนกฎหมาย รับใช้ผู้มีอำนาจรัฐ อันนี้เป็นข้อสงสัยของประชาชนทั่วประเทศค่ะ จะเห็นชัด ๆ ก็อย่างเช่น พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา การเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อปี ๒๕๖๒ ไม่ต้องแจ้งบัญชีทรัพย์สินค่ะ อันนี้มันค้านกับความรู้สึกของนักการเมืองทั้งสภาแห่งนี้นะคะ เรื่องแหวนแม่ นาฬิกาเพื่อน ของ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ดิฉันก็ขออนุญาตฝากท่านประธานไปถึง ป.ป.ช. ด้วยนะคะ ต่างหูมุกที่ดิฉัน ใส่วันนี้เป็นของคุณแม่ค่ะ กระเป๋าที่ใช้วันนี้มีสลับใช้กันหลายใบ ใบนี้เพื่อนให้ยืมมาค่ะ ดิฉัน ขอบคุณบรรทัดฐานของ ป.ป.ช. ที่ได้สร้างบรรทัดฐานให้ดิฉันสบายใจในการหยิบยืมข้าวของ เครื่องใช้จากเพื่อน ๆ ค่ะ ท่านประธานคะ เมื่อศึกษาพระราชบัญญัติ ป.ป.ช. ลงไปแล้ว ดิฉันพบว่า ท่านมีอำนาจล้นเหลือ ป.ป.ช. มีอำนาจที่จะตรวจสอบองค์กรอิสระด้วยกันเอง ยังได้เลยค่ะ ป.ป.ช. มีอำนาจที่จะตรวจสอบตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ในกรณีมีความผิด ๓ ฐาน คือความผิดฐานทุจริต ความผิดฐานกระทำผิดต่อหน้าที่ในเรื่องการยุติธรรม หรือจะในแง่จริยธรรมก็ยังได้นะคะ อันนี้ถ้าดิฉันเข้าใจผิดก็ขอความกรุณาให้ท่านชี้แจงด้วยค่ะ ดิฉันคิดว่าถ้าเพียงแต่ท่านกล้าที่จะใช้ดาบอาญาสิทธิ์ที่ท่านมีอยู่ในมือก็จะเกิดผลดี ต่อประเทศชาติเราอย่างมากมายค่ะ ในรายงานฉบับนี้ของปี ๒๕๖๓ ดิฉันเห็นว่า มีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ๓ รายที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับรัฐบาลผู้มีอำนาจในขณะนี้นะคะ ที่ถูกชี้มูลความผิดในเรื่องวินัยและอาญาคือนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร จำนวน ๒ เรื่อง และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในสมัยท่านนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ๑ เรื่อง เป็นเรื่องของ รัฐวิสาหกิจไม่กี่เรื่องค่ะ นอกนั้นจะเป็นเรื่องปลาซิวปลาสร้อย เป็นองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น เป็นนายก อบต. เป็นข้าราชการระดับ ผอ. ทั้งนั้นทั้งสิ้น ดิฉันอยากเห็นท่าน แสดงความกล้าหาญ แล้วก็อยากเห็นท่านแสดงผลงานในการจับทุจริตองค์กรที่เกี่ยวกับ ความมั่นคงของประเทศ เป็นต้นว่า กอ.รมน. หรือกองทัพทั้งหลาย ทั้งกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศนะคะ ซึ่งดิฉันยังไม่ได้เห็นผลงานของ ป.ป.ช. ในส่วนนี้เลย ถ้ามีตกหล่น อะไรเดี๋ยวท่านกรุณาชี้แจงด้วย แต่เท่าที่ดิฉันติดตามมาทั้งหมดทั้งสิ้นดิฉันยังไม่เคยเห็นค่ะ ในระดับที่เป็นระดับสูง ๆ มาก ๆ ไม่ใช่ระดับแบบที่อมเบี้ยเลี้ยงกันในระดับล่าง🔗
ท่านประธานคะ ข่าวเมื่อวันที่ ๓ พฤษภาคมค่ะ เอกสารของกรมสรรพาวุธ เปิดเอกสารของตำรวจทุ่มงบกว่า ๓๐๐ ล้าน จัดซื้อยุทโธปกรณ์ในการปราบปราม สลายการชุมนุมค่ะ แก๊สน้ำตา ๕,๐๐๐ ลิตร กระสุนยาง ๙๕,๐๐๐ นัด สนับมือ สนับแข้ง กระบอง อุปกรณ์ในการตี ลวดหีบเพลงอีก ๑,๐๐๐ ขดนะคะ ทั้งหมดประมาณ ๓๐๐ กว่า ล้านบาทค่ะ อันนี้ดิฉันชี้เป้าให้นะคะ ท่านลองไปตรวจสอบดูว่าอาวุธเหล่านี้ กระสุนเหล่านี้ ที่ใช้เงินไป ๓๐๐ กว่าล้านบาทมันตรงไปตรงมาหรือไม่ อย่างไรนะคะ ตรวจดี ๆ ดิฉันคิดว่า ต้องเจอแน่นอนค่ะ ในบรรดาเรื่องร้องเรียนนับหมื่นเรื่อง ดิฉันเชื่อว่ามีเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับ กองทัพ หรือ กอ.รมน. หรือหน่วยงานความมั่นคงจำนวนมากค่ะ แต่ไม่ทราบว่า มันไปตกหล่นอยู่ตรงไหน อย่างไร ดิฉันจึงไม่เห็นผลงานการชี้มูลความผิดเลยค่ะ ขอสไลด์ (Slide) ด้วยค่ะ🔗
สไลด์ (Slide) นี้ เป็นเหตุการณ์เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาค่ะ เป็นการใช้เงินของกองทุน ป.ป.ช. ทั้งสิ้นกว่า ๗ ล้านบาท ในการทำแคมเปน (Campaign) พูด หยุดโกง จ้างดารานักแสดง นักร้องทั้งสิ้น มากกว่า ๓๐ คนค่ะ มาออกติดแฮชแท็ก (Hashtag) มาปั่นแฮชแท็ก (Hashtag) ในโลกออนไลน์ (Online) กันนะคะ มีแต่คำว่า ผมไม่โกง พูด หยุดโกง ผมจะไม่ยอมคนโกง ในขณะเดือนสิงหาคมนั้นบ้านเมืองเราเต็มไปด้วยปัญหาโควิด (COVID) แล้วก็ไม่ได้มีอะไร ที่เกี่ยวกับประเด็นการโกงนี้เลย เป็นการใช้งบประมาณที่สิ้นเปลือง ผิดที่ ผิดเวลา ผิดกาลเทศะ เงินจำนวน ๗ ล้านกว่าบาทนี้นะคะ สามารถให้เด็กผู้ยากไร้ในแม่ฮ่องสอน ซื้อแท็บเล็ต (Tablet) มาเรียนออนไลน์ (Online) ได้ครึ่งจังหวัดค่ะท่านประธาน แต่ ป.ป.ช. ใช้เงินกองทุนจากภาษีอากรของราษฎรนี้ไปใช้กับสิ่งไร้สาระ ซึ่งสุดท้ายแล้วท่านได้ออกมา แสดงความรับผิดชอบเหมือนกันนะคะ ดิฉันได้เห็นข่าวว่าท่านก็ยอมรับว่าเป็นการตัดสินใจ ที่ผิดพลาด ซึ่งดิฉันต้องพูดอันนี้เพราะอะไร เพราะว่าในงบประมาณของปีนี้ยังมีการใช้เงิน ประเภทนี้ของกองทุน ป.ป.ช. อีกเป็นจำนวนถึง ๙๔ ล้านบาทนะคะ โครงการที่ใช้เงินทุน ของ ป.ป.ช. ๙๔ ล้านบาท เป็น ๙๔ โครงการ ดิฉันจะถามหา อาทิเช่นโครงการบ่มเพาะ ความดีค่ะ ใช้งบประมาณ ๔.๙ แสนบาทให้กับมูลนิธิ พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ อบรมโครงการ บ่มเพาะคนดีมาแล้วทั้งหมด ๑๑ รุ่น ดิฉันถามว่าได้คนดีไปทั้งหมดกี่คนแล้วคะ โครงการนิวเจน (New gen) ต้านทุจริตใช้เงิน ๑.๒ ล้านบาทของชมรมทูบี นัมเบอร์วัน (TO BE NUMBER ONE) โครงการพิมพ์หนังสือหลักธรรมคำสอนในพุทธศาสนากับหลักสูตรต้านทุจริต อันนี้ใช้เงิน เยอะกว่า ๑๐.๕ ล้านบาท ท่านพิมพ์กี่เล่ม แจกใครบ้างคะ ลองเอาไปแบ่งแจกในทำเนียบ ดูบ้างดีไหมคะ ประสบการณ์จากการใช้เงินกับโครงการแคมเปน (Campaign) พูดหยุดโกงไป ๗ ล้านกว่าบาท ทำให้ดิฉันไม่ไว้วางใจในการที่ท่านจะใช้งบประมาณในส่วนนี้อีกถึง ๙๔ ล้านบาท ในปีนี้ ป.ป.ช. มีหน้าที่ตรวจสอบทุจริตหน่วยงานต่าง ๆ ได้ทั้งหมดทั้งสิ้น ดิฉันถามว่าแล้วใครตรวจสอบพวกท่านคะ นอกจากพวกดิฉันที่อยู่ในสภาแห่งนี้ และเจอหน้ากัน ปีละครั้ง🔗
ดิฉันขอฝากเรื่องร้องเรียนเรื่องหนึ่งค่ะ เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับอาจารย์ อธิการบดี มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เลขที่คำร้อง ๑๑๑๕๔ เรื่องได้ชี้มูลความผิดแล้วแต่ว่ายังล่าช้า อยู่มาก ก็ขอฝากให้ติดตามด้วย เพราะว่าเป็นเรื่องเกี่ยวกับสถาบันการศึกษา และเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนกับโรงพยาบาลภายในมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ🔗
ท้ายที่สุดนี้เนื่องจากเวลาหมด ดิฉันขอร้องและเรียกร้องความกล้าหาญจาก พวกท่านทั้งหลายที่มีโอกาสอยู่ในตำแหน่งที่สูง ที่มีโอกาสที่จะทำคุณประโยชน์ให้กับ ประเทศชาติได้ ขอให้ท่านมีความกล้าหาญที่จะรักษาเกียรติภูมิขององค์กรอิสระให้เป็น ที่เชื่อมั่น เชื่อถือ เป็นที่หวังของประชาชนและเป็นเกียรติศักดิ์ศรีกับวงศ์ตระกูลของท่านเอง ในโอกาสที่มีโอกาสได้รับหน้าที่สำคัญในประเทศระดับนี้นะคะ ขอบคุณมากค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวิโรจน์ ตามด้วยธีรัจชัย พันธุมาศ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ ถือว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสเสนอแนะต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ท่านประธาน ที่เคารพครับ ถ้าดูรายงานผลการตรวจสอบและผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ฉบับนี้ที่นำมารายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร ถ้าอ่านในเนื้อหาก็จะทราบได้เลยว่า อุปสรรคในการแก้ปัญหาคอร์รัปชันของประเทศนี้ ส่วนหนึ่งมาจากภาพลักษณ์ของ ป.ป.ช. เองที่อาจจะไม่ได้รับการยอมรับอย่างเท่าที่ควรจากภาคประชาชน ทั้งหมดทั้งมวล ผมอยากจะฝากท่านประธานไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. ด้วยว่า ทั้งหมดล้วนมาจากสนิม ที่เกิดจากเนื้อในตนของ ป.ป.ช. ทั้งสิ้น ผมคิดว่าเราทุกคนในนี้ทราบดีครับว่า กลไก ที่จะป้องกันการทุจริตได้ดีที่สุดก็คือความโปร่งใส การเปิดเผยและการไม่เลือกปฏิบัติ หาใช่งานเอกสารและการตรวจสอบเพ่งโทษไม่ ทั้งหมดทั้งมวลต้องยอมรับจริง ๆ ว่าภาคประชาชนหลายคนกล่าวหาท่านว่าต่อหน้ามะพลับลับหลังตะโก ข้างนอกสุกใสข้างใน เป็นโพรง หน้าฉากดูเหมือนจะมีการปฏิบัติอย่างมีมาตรฐาน มีความรอบคอบ แต่จากการปฏิบัติ ถี่ลอดตาช้าง ห่างลอดตาเล็น มีการเปิดช่องในการเลือกปฏิบัติ แล้วก็หาเหตุผลในการอธิบาย ในการเลือกปฏิบัตินั้นได้ตลอดเวลา ท่านประธานครับ ผมอยากให้ทุกท่านดูหน้าที่ ๑๐-๑๑ ของรายงานฉบับนี้ จากการสำรวจจากประชาชน ๔,๖๗๘ ราย ประชาชนเชื่อมั่น ป.ป.ช. อยู่ที่ระดับปานกลาง ได้คะแนนอยู่ที่ ๓.๓๓ ป.ป.ช. มีภาพลักษณ์ดีปานกลาง ได้คะแนน อยู่ที่ ๓.๓๒ หน่วยงานที่เป็นเสาหลักในการป้องกันและปราบปรามคอร์รัปชันในประเทศ กลับได้คะแนนในส่วนนี้ แค่นี้เองหรือ ได้เท่านี้เองหรือ พอมาดูในส่วนของยุทธศาสตร์ที่มีการกำหนดเป้าหมาย คือค่าดัชนีการรับรู้การทุจริต หรือคอร์รัปชัน เพอร์เซปชัน อินเด็กซ์ (Corruption Perception Index) มีการตั้งเป้าหมายว่า อยากจะให้ดัชนีตรงนี้สูงกว่าร้อยละ ๕๐ แต่ถ้าการปฏิบัติยังเป็นอย่างนี้ท่านยังคงถูกครหา นินทาว่าเป็นหุ่นเชิดที่เอนเอียงไปกับอำนาจเผด็จการแบบนี้ ขาดความกล้าหาญ ทางจริยธรรมแบบนี้ ต่อให้ท่านอ้างแผนยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี หรือแผนปฏิรูปประเทศ หนาขนาดไหน กี่แผน เป้าหมายนี้ไม่มีทางเป็นไปได้ครับ ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ คะแนนคอร์รัปชัน เพอร์เซปชัน อินเด็กซ์ (Corruption Perception Index) ย่ำอยู่กับที่ ที่ ๓๖ คะแนน ทั้ง ๆ ที่ปี ๒๕๕๗ คะแนนอยู่ที่ ๓๘ คะแนน นี่คือสิ่งที่ชี้ชัดเลยครับว่า รัฐประหารนี่มิอาจจะขจัดปัญหาคอร์รัปชันไปได้ ทั้งหมดทั้งมวลที่เกิดขึ้นมีแต่อ้างคุณงาม ความดียกตัวเองเป็นคนดี แล้วก็สร้างระบบเครือข่ายอุปถัมภ์และการดำเนินงาน ทางกฎหมายแบบสองมาตรฐานที่มีแต่จะทำให้ปัญหาคอร์รัปชันรุนแรงขึ้น แถมในหน้าที่ ๒๖๒ ท่านเปิดดู คณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังกล้าเขียนด้วยตัวสีแดงใส่กรอบสีแดงด้วยนะครับ แล้วท่านระบุว่าอะไรครับ ท่านบอกว่าเป้าหมายที่จะทำให้ค่าดัชนีในการรับรู้การทุจริตดีขึ้น ป.ป.ช. ทำไม่ได้โดยลำพัง ก่อนที่ท่านจะพูดประโยคนี้ท่านต้องตอบคำถามตัวเองให้ได้ก่อนว่า ท่านทำมันได้ดีแล้วหรือยัง ประชาชนมอง ป.ป.ช. อย่างไร ท่านต้องตอบตรงนี้ให้ได้เสียก่อน ก่อนที่จะโยนมาให้คนอื่นมาร่วมรับผิดชอบด้วย เพราะท่านคือเสาหลักในเรื่องนี้ของแผ่นดินนี้ ปัญหาของ ป.ป.ช. นั้นมีตั้งแต่ที่มาของ ป.ป.ช. เองท่านก็รู้ ที่ได้รับการแต่งตั้งผ่านกลไก ของ คสช. ซึ่งเป็นคณะรัฐประหาร เลือกคนมาเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือ สนช. แล้ว สนช. ก็แต่งตั้ง ป.ป.ช. จากนั้น คสช. ยังใช้มาตรา ๔๔ เข้าไปแทรกแซง ซ้ำอีกนะครับ จึงไม่แปลกใจครับ ประชาชนไม่เคยแปลกใจเลยว่า ในเมื่อ ป.ป.ช. นี่อยู่ในสถานะดาวน์ไลน์ (Downline) ของ คสช. แล้วจะไปกล้าจัดการกับรัฐบาลที่สืบทอด อำนาจมาจาก คสช. ที่เป็นอัปไลน์ (Upline) ได้อย่างไร ใกล้ ๆ ยกตัวอย่างครับ ๖ สิงหาคม ที่ผ่านมาคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารระบุชัดเจนครับว่าต้องเปิดเผยบัญชี ทรัพย์สินของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และท่านวิษณุ เครืองาม ๗ ปีที่ผ่านมา ไม่เคยเปิดเผยเพิ่มเติม แต่ ป.ป.ช. แทนที่จะแสดงความกล้าหาญทางจริยธรรม ท่านกลับมีมติว่าไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะไปเปิดเผย นี่คือสิ่งที่ทำให้ภาพลักษณ์ ของ ป.ป.ช. ถูกดูแคลนจากประชาชนในประเทศนี้ แล้วจะทำให้การทำงานของท่าน มีอุปสรรคขัดขวางเต็มไปหมด🔗
ยังมีอีกหลายกรณีครับ กรณีพูดหยุดโกง ผมว่าท่านอมรัตน์ได้พูดไปแล้ว ใช้เงินไปถึง ๗ ล้านบาท ไปรณรงค์คอร์รัปชันที่เน้นไปไล่จับแต่คนตัวเล็กตัวน้อยแต่หลีกเลี่ยง ที่จะพูดถึงการตรวจสอบความโปร่งใสในโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินมหาศาล ทำไม จีที ๒๐๐ (GT200) ไม่พูด เงินนอกงบประมาณทำไมไม่พูด แต่ถ้าท่านชอบวงเงินน้อย ๆ อย่างน้อย ๆ ท่านควรจะพูดถึงการจัดซื้อกางเกงในของกองทัพที่จัดซื้อเป็นแสนตัว แต่แพงกว่าการซื้อตัวเดียวบนช้อปปี้ (Shopee) ท่านก็ไม่พูด ที่แย่ที่สุดคือหลักสูตรอบรม นักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปรามปรามการทุจริตระดับสูง (นยปส.) ที่จัดโดย ป.ป.ช. ทั้ง ๆ ที่วันที่ ๑๗ กันยายนนี่เองนะครับ ท่านประธานรัฐสภาหรือประธาน สภาผู้แทนราษฎร ท่านชวน หลีกภัย ขออนุญาตที่เอ่ยนาม เพิ่งจะไปอบรมและให้ข้อเสนอแนะ กับ ป.ป.ช. ว่า ให้ระวังว่าจะถูกผู้อื่นครหาว่าจะเป็นสร้างเครือข่ายเพื่อประโยชน์เฉพาะตัว แรก ๆ ผมนึกว่าจะมีข่าวดี เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒ วันต่อมา พลตำรวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีคำสั่งให้ทบทวน การคัดเลือกบุคคลเข้าอบรมหลักสูตร นยปส. แต่พอผมเข้าไปตรวจสอบรายชื่อในรุ่นที่ ๑๒ และเข้าไปอ่านหลักเกณฑ์การคัดเลือกในประกาศรับสมัครในรุ่นที่ ๑๓ ผมไม่พบร่องรอย การปรับปรุงการคัดเลือกแต่อย่างใด แล้วจะให้สังคมมอง ป.ป.ช. อย่างไร ทั้งหมดนี้ครับ ผมขอ ผมคิดว่าท่านรู้ละว่าผมเสนอแนะท่านด้วยสุจริตใจ ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ ป.ป.ช. ต้องเอาไปปรับปรุงตนเองไม่อย่างนั้นก็จะถูกประชาชนค่อนขอด และตั้งคำถาม กับท่านต่อไปอีกว่าตกลง ป.ป.ช. นี่ย่อมาจากการปกป้องคนชั่วหรือปกปิดประชาชนกันแน่ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณ ต่อไปเชิญท่านธีรัจชัย ตามด้วย พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตอภิปรายในส่วนรายงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. คณะกรรมการ ป.ป.ช. ผมได้อ่านรายงานดูทั้งหมดในภาพรวม ทั้งเล่ม ผมเชื่อว่าในหลักการคณะกรรมการ ป.ป.ช. นั้นคงเป็นที่หวังของประชาชนที่จะเป็น กลางในการปฏิบัติหน้าที่และเป็นคนที่ซื่อสัตย์สุจริตมีความกล้าหาญทางจริยธรรม ในการที่จะฟาดฟันไม่ว่าเป็นใครก็แล้วแต่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ชุดนี้เป็นที่ทราบว่า ที่มาท่านอาจจะมีข้อที่ติดลบ นั่นก็คือที่มาเชื่อมโยงมาจากรัฐบาล คสช. นั่นคือมีคำสั่ง คสช. มาตรา ๔๔ คุณวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีก็มีส่วนเลือก ประธาน คสช. ก็มีส่วนเลือก และ สนช. ประธาน สนช. ก็มีส่วนเลือก สนช. ก็เลือกมา ๕ ท่าน ส.ว. เลือกมาอีก ๒ ท่าน สิ่งเหล่านี้เป็นที่ตั้งคำถามของประชาชน ผมเห็นใจครับที่มาของท่านเป็นอย่างนี้ แต่สิ่งอย่างนี้ ไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้ไม่เป็นกลางหรือไม่กล้าหาญ มันพิสูจน์ได้ด้วยความกล้าหาญในการที่จะ ตัดสิน วินิจฉัย หรือสอบข้อเท็จจริงเพื่อสร้างความเป็นธรรม โดยเฉพาะการที่ท่านจะสอบ ในคดีของไม่ว่าจะเป็นนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา ประวิตร วงษ์สุวรรณ หรือ อนุพงษ์ เผ่าจินดา ซึ่งเป็นหัวหน้า คสช. ถ้าท่านพิสูจน์ตรงนี้ได้ นั่นหมายความว่า ความศรัทธาก็เกิดขึ้นเป็นที่หวังของประชาชน ผมอ่านดูในรายงานประจำปีงบประมาณ มีคดีดังประมาณ ๓๗ คดี แต่คดีดังคดีหนึ่งที่ไม่มีซึ่งน่าจะมีในรายงานฉบับนี้ก็คือคดี นาฬิกาเพื่อน คดีนาฬิกาเพื่อนก็คือเรื่องของที่มีผู้ร้องเรียนพฤษภาคม ปี ๒๕๖๓ บอกว่า ท่านมีหนังสือแจ้งไปยังผู้ร้องกล่าวหาบอกว่า การที่ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ไม่แจ้งหนี้สินซึ่งเป็นนาฬิกาถือว่าเป็นการยืมใช้คงรูป นั่นก็คือประเด็นตรงนี้ ประเด็นที่มี ข้อวิพากษ์วิจารณ์ในทางสื่อมวลชนมากมายครับ แต่ตรงนั้นไม่ใช่สาระสำคัญว่าจะเป็นยืมใช้ คงรูป ยืมใช้สิ้นเปลือง ไม่ใช่ประเด็นข้อกฎหมาย ประเด็นว่าเจ้าของนาฬิกาที่เป็นเพื่อน พลเอก ประวิตร นั้นเป็นเจ้าของจริงหรือไม่ ท่านได้สอบหาอย่างจริงหรือไม่ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้เป็นเจ้าของนาฬิกานั้นจริงหรือไม่ ในทางสอบสวนมีผู้ร้องเรียนต่อกรรมาธิการ ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร ผมอยู่ด้วยในขณะนี้ ได้มีการไต่สวนเชิญเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. มา เชิญศุลกากรมา ผลคืออะไรครับ ท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร บอกว่าต้องมีความโปร่งใส เปิดเผย ไม่มีความเปิดเผย โปร่งใสเลยครับ ถามอะไรไม่ตอบ เป็นความลับตาม พ.ร.บ. ป.ป.ช. ๑๘๐ กลัวจะมีปัญหา แต่สรุปได้ง่าย ๆ ว่า ป.ป.ช. ได้มีมติอย่างรวดเร็วก่อนที่จะส่งให้ ศุลกากรไปสอบต่อ ถามว่าเรื่องนี้ยากไหมครับจะสอบถามว่านาฬิกาใครเป็นเจ้าของ มรดกของเพื่อนที่ตายไปแล้วมีการจัดการมรดก ได้สอบ สอบหรือยังครับ เขาต้องยื่นบัญชี ทรัพย์สินและภายใน ๑ ปี ผู้จัดการบอกต้องยื่นรายการมรดกว่าเป็นของเพื่อน พลเอก ประวิตร จริงหรือไม่ ถามว่า ป.ป.ช. ได้ทำอย่างเต็มที่หรือยังซีเรียลนัมเบอร์ (Serial Number) นาฬิการะดับหรู เป็นล้าน ๆ ๒๒ เรือน ถามว่าเราได้ขอความร่วมมือ ต่างประเทศให้ตอบมาหรือยังครับ บางทีก็อ้างว่าไม่ใช่คดีอาญาไม่ได้ พ.ร.บ. ความร่วมมือ ปี ๒๕๓๕ ทางคดีอาญา ปี ๒๕๓๕ ไม่สามารถกระทำได้ แต่คดีภาษีศุลกากรเป็นคดีอาญา สามารถที่จะส่งอัยการสูงสุดไป และส่งตามบริษัทแม่ต่าง ๆ ให้ตอบมาก็ได้ว่า ซีเรียลนัมเบอร์ (Serial Number) เหล่านี้เป็นของใครท่านได้ทำหรือยังหรือไม่ได้ทำ และท่านเปิดเผย หรือยังครับ บัญชีทรัพย์สินของ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ตอนเป็น ผบ.ทบ. ก็ต้องทำ ในขณะเป็นรองนายกรัฐมนตรีได้ตรวจสอบหรือยังครับ รายละเอียดอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นบัตรเครดิตข้อมูลการกู้ยืมเงิน ข้อมูลการจ่ายเงินของ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ หรือเจ้าของที่เป็นเพื่อนทำหรือยัง ทราบว่านัย ๆ ที่ตอบมา ก็คือว่ามีความขัดแย้งใน ป.ป.ช. ด้วย บางฝ่ายก็บอกจะให้สอบ แต่เสียงข้างน้อยไม่สามารถ ทำได้เปิดเผยได้ ทำไมไม่ทำตามเสียงข้างน้อยล่ะครับให้สิ้นกระแสความ ไม่ทำ แล้วปล่อยมา เป็นที่กังขาของบุคคล ไปศุลกากรมีคนอ้างเป็นลูก นี่ศุลกากรเขาแจ้งมาเองในการสอบสวน อ้างเป็นลูกแล้วก็มาขอบอกว่าเป็นเจ้าของนาฬิกา พ่อเป็นเจ้าของนาฬิกา แล้วก็ไม่ได้เอา นาฬิกามาให้นะครับ เป็นเอกสารมาให้แล้วก็เชื่อเลย แล้วก็ปรับเลย แล้วขายคืนเลย ๑๙ ล้านบาท แบบนี้ใช่หรือครับ ไม่ตรวจสอบอะไรเลย แล้วกรรมการ ป.ป.ช. ทำไมถึงต้อง สรุปเรื่องก่อนที่ส่งไปศุลกากร และเมื่อศุลกากรสอบเสร็จทำไมไม่เอามาสอบต่อเพื่อหา ความยุติ เพื่อทำให้ตัวเองนั้นเป็นที่มั่นใจกับประชาชน สิ่งเดียวเท่านั้นครับที่จะทำให้ ประชาชนเชื่อถือจากต้นทุนที่ท่านมา มันเชื่อมโยง มันปฏิเสธไม่ได้ ท่านประธานก็เคยเป็น ผู้ช่วยเลขานุการของรองนายกรัฐมนตรี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่มาไม่เป็นไร ผมไม่ซีเรียส (Serious) แต่ถ้าพิสูจน์ผลงานว่าตรวจสอบสิ้นกระแสความ เปิดเผย โปร่งใสขึ้นมา ประชาชนก็เชื่อถือท่านครับ นี่คือองค์กรที่จะสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนได้ แต่กรณีอย่างนี้ กรณีที่ไม่ตรวจสอบว่าใครเป็นเจ้าของที่แท้จริงโดยตรวจสอบแค่นิดหน่อยยังไม่สิ้น กระแสความ ตรวจสอบก่อนส่งให้ศุลกากรด้วยซ้ำ ลงมติด้วยซ้ำ เท่าที่ทราบนะครับ แล้วจะได้ความจริงสิ้นกระแสความได้อย่างไร และไม่เปิดเผยเลยครับ เห็นมีหน่วยงาน ภาคเอกชนก็มีการขอให้เปิดเผยคำวินิจฉัยมติ ป.ป.ช. แต่ก็ยังไม่เปิดเผยให้เขา ทำไมไม่ทำให้ โปร่งใสละครับ ผมขอฝากนะครับ ผมเชื่อว่าประชาชนประเทศไทยนี้ต้องการที่จะให้องค์กร ที่ตรวจสอบทุจริตคอร์รัปชันและเป็นหลักในบ้านเมืองนี้มีความเป็นธรรมไม่เกรงกลัว แก่อำนาจใด ๆ ไม่เกรงกลัวอำนาจที่อาจจะเชื่อมโยงมาต่อถึงท่าน ผมเข้าใจผมเห็นใจ มันมาแล้ว แต่ถ้าท่านกล้าหาญจริง ๆ ท่านยืนตรงไปตรงมาเรียกมาสอบใหม่ครับ คดีแหวนแม่ นาฬิกาเพื่อนนะครับ เอาข้อมูลทั้งหมดมาไปตรวจสอบซีเรียลนัมเบอร์ (Serial Number) ทุกประเทศ ทุกอะไรก็ได้ครับ มรดกต่าง ๆ ผมเชื่อว่าได้ความจริงและให้ความคิดเห็น ทางกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ผมเชื่อว่าทุกท่านจะได้รับความศรัทธาต่อประชาชน อย่างแท้จริงและเป็นองค์กรที่น่าเชื่อถือ ผมอยากให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นเช่นนั้น ผมอยากให้มีองค์กรอย่างนี้ในประเทศไทยครับ ขอฝากด้วยครับตามรายงานฉบับนี้ไม่มีนะครับ เที่ยวหน้ามาใส่ได้เลยนะครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ พลตำรวจตรี สุพิศาล ตามด้วยท่านอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กราบเรียนครับ ผมก็ขอกราบขอบคุณครับที่ได้ให้เวลา ผมเข้าสู่หนังสือเล่มสีม่วง ๆ นี้นะครับ โดยประเด็นของการรับทราบรายงานประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓ ในเอกสารที่เกี่ยวกับ ข้อเสนอแนะและข้อสังเกต ท่านประธานครับ มีอยู่ในหัวข้อสำคัญอยู่ ๒ หัวข้อ เรื่องของการ พัฒนาการดำเนินการของ ป.ป.ช. ตามที่ข้อเสนอแนะของรัฐสภาเรา มีอยู่ ๓ ประเด็น ซึ่งใน ๓ ประเด็นนั้นเป็นเรื่องของที่เป็นการรายงาน ในข้อที่ ๑ ที่ ป.ป.ช. บอกว่าได้รายงาน ครม. ไปแล้วในประเด็นของ ๙ แหล่งข้อมูล ใน ๗ ประเด็น เรื่องที่ได้รับการยกระดับ การทุจริต ผมอยากรู้ว่าในการขับเคลื่อนทั้งใน ๗ ประเด็น เขาขับเคลื่อนอย่างไรนะครับ รัฐบาล คำถามที่ ๒ คือการจำแนกรายละเอียดที่ตรงข้อมูล ผมได้คำตอบแล้วเพราะว่า เพิ่งมาสด ๆ อยู่ในมือ เดี๋ยวผมอภิปรายต่อ ส่วนเรื่องประเด็นของสำคัญของภาคประชาชน การมีส่วนร่วมก็ได้ข้อมูลแล้วครับ แต่ว่าเป็นหนังสืออีกเล่มหนึ่งที่เพิ่งมาสด ๆ เหมือนกัน ผมก็ได้อภิปราย ส่วนประเด็นถัดไปเป็นคำถามในเรื่องของข้อเสนอแนะที่ทาง ป.ป.ช. มีต่อรัฐสภา ซึ่งมีอยู่ ๔ หัวข้อด้วยกัน โดยเฉพาะหัวข้อที่เกี่ยวข้องกับการแก้กฎหมาย ผมสงสัยในเนื้อความที่เขียนว่าหากมีการแก้ หลักการตามกฎหมายฉบับนี้แล้วจะไม่เป็นเอกภาพดังปัจจุบัน แสดงว่าปัจจุบันมันมีการแก้ กฎหมายจนไม่มีเอกภาพเกิดขึ้นในการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. อย่างนั้นหรือครับ ช่วยอธิบายเหมือนกับเพื่อนสมาชิกผมที่อภิปรายไปแล้วหลาย ๆ คน เรื่องประสิทธิภาพ ในการป้องกัน เรื่องของกฎหมายที่ถูกกำหนดควบคุมมา แล้วก็เรื่องของการขับเคลื่อน ในเรื่องของสิ่งที่ไปสู่เรื่องของแผนปฏิบัติ แผนงาน แผนเงิน เดี๋ยวผมจะไปพูดในเล่มอีกเล่มหนึ่ง ก็จะใช้เวลาตรงนั้นครับท่านประธาน ส่วนเรื่องของการแก้ไขปัญหาเรื่องของวัน แมป (One Map) ก็ดีครับ แต่อันนั้นคือเรื่องของที่ดิน ของป่าไม้ แต่ผมอยากให้มีการดำเนินการ เรื่องของแหล่งน้ำนะครับ ท่านยังไม่มี ปัญหาแหล่งน้ำเป็นหัวใจสำคัญที่ยังวัดกันไม่ได้ แหล่งน้ำที่จะบริโภคแล้วก็มีการทุจริตกันในเรื่องแหล่งน้ำ ส่วนในเรื่องของกรมบัญชีกลางนั้น เป็นเรื่องของความโปร่งใส ผมยังไม่พูดถึงว่ากรมบัญชีกลางทำอะไรบ้าง เรื่องของงบประมาณ แต่สิ่งสำคัญผมอยากถามท่านตรง ๆ ว่าในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๑ วรรคสอง ที่ให้องค์กรอิสระ เมื่อมีเงินไม่เพียงพอแล้ว ให้ยื่นคำร้องต่อกรรมาธิการงบประมาณโดยตรงก็ได้ ผมไม่ทราบว่า ท่านเคยยื่นหรือยังครับ อันนี้มันมีกฎหมายวิธีงบประมาณหลายมาตราขัดกับรัฐธรรมนูญ ฉบับนี้อย่างมาก โดยออกหลายมาตรา ตั้งแต่มาตรา ๑๙ (๔) มาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ มาตรา ๓๘ ที่กำหนดให้รัฐบาลมาควบคุมองค์กรอิสระ ในเรื่องการเสนองบประมาณ ซึ่งมันขัดกับวรรคนี้ ผมจะถามว่าคณะ ป.ป.ช. ท่านได้พิจารณามาตรานี้อย่างไร ที่เขียนไว้ ในรัฐธรรมนูญว่ายื่นคำแปรญัตติต่อคณะกรรมาธิการโดยตรง โดยตรงนะครับ แต่พระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่ได้โดยตรง ต้องไปแวะ ผอ. สำนักงบประมาณ ไปแวะ ครม. มันผิด มันขัดแย้งกัน อันนี้ผมไม่รู้ตรวจสอบหรือยัง เล่มสุดท้ายครับท่านประธาน ซึ่งมาสด ๆ ร้อน ๆ เล่มนี้ครับ เรื่องของการจัดทำพื้นที่เสี่ยงโครงการปักหมุดครับ ผมถือว่า เป็นรายละเอียดที่อยู่ในคำตอบที่ผมถามในเรื่องของพื้นที่เสี่ยงซึ่งเกี่ยวกับเรื่องของการจัดทำ คอร์รัปชัน ลิสต์ แมปปิง (Corruption list mapping) เล่มนี้ออกมา คล้าย ๆ กับผมว่า เป็นไปแนวคิดของท่านประธาน ป.ป.ช. กระมังครับ เพราะลักษณะแบ่งพื้นที่เป็น ๑๐ เขต เหมือนกันเหมือนตำรวจ แล้วก็ใช้วิธีปักหมุดก็เหมือนในการอาชญากรรม เหมือนแผนที่ อาชญากรรม แต่สิ่งที่ผมจะตามดูในนี้ คือข้อมูลมันมีข้อมูลที่จะต้องเอามาพิจารณา โดยเฉพาะเอกสารหน้า ๓๑ ใน ๓.๑ ๓-๑ ๖-๑ แล้วก็ ๗-๔ ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุด ผมไม่อ่าน นะครับว่าอะไรบ้าง แต่ตัวเลขที่สูงสุดควรจะเอามาใช้ในการติดตาม ในหนังสือเล่มนี้ เอกสาร เล่มนี้ การทำแมปปิง (Mapping) ดีครับ แบ่งทุกภูมิภาค แต่สำคัญคือมันเป็นเหมือนหมุด ในกระดาษ การใช้เอไอ (AI) ใช้ดาต้า (Data) คือบิกดาต้า (Big Data) เข้ามาประมวลข้อมูล ทั้งหมดออกมาแล้วนำไปสู่ภาคของการปฏิบัติ ซึ่งท่านจะต้องทำเป็นรูปร่างของการนำเสนอ ที่มีผลสัมฤทธิ์ ผลสัมฤทธิ์ที่อยู่ตอนท้ายสุด ซึ่งจะต้องเอามาทำในการติดตาม และการดำเนินคดี เขาจะต้องทำการแทร็กกิง (Tracking) ข้อมูลตรงนี้จากที่ท่านนำหมุด ปักลงไปแล้วแทร็กกิง (Tracking) ไปให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการนำเสนอเฉกเช่นที่ เพื่อนผมในสภาหลายพูดเมื่อไปสักครู่ ท่านเคยนำข้อมูลจาก ส.ส. บนสภาที่พูดอยู่ในสภา ทุกเรื่อง ที่ถามแล้วถามอีกไปปักหมุดในแผนที่เล่มนี้หรือยัง เพราะเราจะได้แทร็กกิง (Tracking) ข้อมูลนี้ว่ามันไปถึงไหน มีการสอบสวนได้อย่างไร มีผลการดำเนินการอย่างไร เอกสารเล่มนี้ถือเป็นเอกสารที่ดีครับ ผมฝากเลยว่าในอนาคตข้างหน้าควรจะใช้เทคโนโลยีเข้ามาเมิร์จ (Merge) แล้วขอให้พวกเรา มีส่วนร่วมด้วยที่จะติดตามผลการปักหมุดบนพื้นที่เสี่ยงของประเทศไทยเกี่ยวกับ เรื่องการทุจริตทั้งหมด และฝากท่านประธานไปยังประธาน ป.ป.ช. ด้วยครับว่า เอาเทคโนโลยีเข้ามา และขอให้สภานี้มีส่วนร่วมมาก ๆ ในการติดตามความโปร่งใส ความเป็นธรรม ความเป็นกลาง ดังที่พวกเราร้องเรียนอยู่ในสภาแห่งนี้ตลอดมาครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอนุรักษ์ ตามด้วยท่านสงวน พงษ์มณี นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรคเพื่อไทย ผมได้ดูรายงานของ ป.ป.ช. ปี ๒๕๖๓ แล้วนี่ผมดูแล้วนะครับ ทั้งหมดนี่ บอกว่าสามารถปราบปรามทุจริตในวงเงิน ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เป็นเรื่องโกหกครับ ไม่จริงครับ เพราะในรายงานอีกเล่มหนึ่งบอกว่าปี ๒๕๖๓ กล่าวหาผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมือง ๓ เรื่อง กล่าวหาเจ้าหน้าที่ของรัฐ ๑๒ เรื่อง กล่าวหาท้องถิ่น ๑๕ เรื่อง กล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐวิสาหกิจ ๖ เรื่อง รวม ๓๓ เรื่อง แค่นั้นเอง แล้วท่านเอาเงิน ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มาจากไหนมารายงานสภานะครับ ผมไม่เชื่อนะครับ ถามว่า ป.ป.ช. ใช้เงิน งบประมาณของรัฐภาษีราษฎรไปเท่าไร ทำงานได้แค่นี้นะครับ กฎหมายให้หน้าที่และอำนาจท่าน แล้วท่านใช้อำนาจหน้าที่ของท่านโดยสุจริต เที่ยงธรรมเป็นที่ประจักษ์หรือยังนะครับ คดีที่ขาดอายุความมีกี่คดีทำไมไม่ลงมา คนที่กระทำความผิดของ ป.ป.ช. มีกี่คน ทำไม ไม่รายงาน ทำไมปกปิด ฉะนั้นท่านเป็นหน่วยที่ตรวจสอบข้าราชการนักการเมือง แต่ท่าน ไม่เคยตรวจสอบท่านเอง ท่านต้องตรวจสอบจิตสำนึกของท่านด้วย ฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ท่านไม่เคยรายงาน การชี้มูลความผิดปีหนึ่งมีกี่คดี แล้วก็ฟ้องศาลกี่คดี ชนะกี่คดี แพ้กี่คดี ท่านต้องรายงานสิครับ แต่ผมทราบมาว่าการที่ชนะคดีในศาลน้อยมาก ท่านเลยไม่กล้า รายงานใช่ไหมครับ ท่านมีอำนาจหน้าที่ ท่านใช้อำนาจหน้าที่ของท่านโดยสุจริตและ เที่ยงธรรมหรือยัง ตรวจสอบได้หรือยัง การกล่าวหาคนอื่นกล่าวหาได้ แต่คราวหน้า วันข้างหน้าท่านจะเป็นผู้ถูกกล่าวหาเสียเอง การออกไปให้ข่าวทางสื่อมวลชนทำให้ผู้อื่น เสียหาย ขัดต่อ พ.ร.บ. ป.ป.ช. มาตรา ๔๖ ของ ป.ป.ช. บอกว่าคณะกรรมการไต่สวนนี่ จะต้องแสวงหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริง ไม่ว่าทางดี หรือทางร้ายต่อผู้ถูกกล่าวหา ท่านได้ทำ หรือไม่ ผมนี่ได้รับคำกล่าวหาจากท่าน ๓ เดือน ชี้มูลแล้วนี่เป็นคดีประวัติศาสตร์ของ ป.ป.ช. ที่กล่าวหา ๓ เดือน ชี้มูลแล้ว ท่านสุดยอดมากไม่เป็นไร ผมยินดีที่จะไปต่อสู้กับท่านในศาล ผมไม่ได้กระทำความผิดนะครับ ฉะนั้นท่านทำอะไรไว้ท่านจะต้องรับผิดชอบ และโครงการ ใหญ่ ๆ อภิมหาโพรเจกต์ (Project) พวกท่านเคยตรวจสอบไหม โครงการรถไฟความเร็วสูง เป็นหมื่นล้านเป็นแสนล้านเคยไหมครับ ไม่เคยมีในรายงาน ท่านก็รู้ว่าอภิมหาโพรเจกต์ (Project) นี่เขาฮั้วกันอย่างไร แค่ออกเงื่อนไขในการเข้าประมูลก็เป็นการกีดกันคนอื่น เขาแล้ว ทำไมท่านจะไม่รู้เรื่องแบบนี้ ท่านกลับไปรับใช้นักการเมืองมาเพื่อจะเอาผิดคู่ต่อสู้ ทางการเมืองแค่นั้นหรือ องค์กรของท่านทำได้แค่นี้หรือครับ ฉะนั้นผมเรียนว่าผมเป็นคนหนึ่ง ที่ไม่เคยกลัวท่านเลย และจะยืนหยัดต่อสู้กับท่าน เพราะผมไม่ได้กระทำผิดนะครับ ฉะนั้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันเกิดขึ้นกับผมเอง ผมถึงจะมาพูดวันนี้ว่าท่านทำงานภาษีราษฎร ไปมากมาย เอาเงินไปมากมาย แต่ท่านไม่มีจิตสำนึกในการที่จะปฏิบัติหน้าที่ ผมนั่งฟังไม่เห็นมีใครชมว่าท่านทำงานได้ดีเลยนะครับ ชี้มูลเยอะหรือ คุณต้องเอาความจริงครับ อย่าเอานิสัยส่วนตัวไป ผมเรียนว่ามี ป.ป.ช. บางท่านทำตัวเหมือนศาลนะครับ ฉะนั้น การที่ท่านละเลยไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ ไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ป.ป.ช. ของท่านเอง ต่อไป ท่านจะเป็นผู้ถูกกล่าวหาเสียเอง แทนที่ท่านจะไปกล่าวหาคนอื่น เดี๋ยวท่านจะต้องเป็น ผู้ถูกกล่าวหาเสียเองนะครับ ฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เป็นอุทาหรณ์ให้นักการเมือง ให้ข้าราชการ ได้รู้ว่าท่านไปชี้มูลเขานี้ เขาต่อสู้คดีชนะ เสร็จแล้วครอบครัวเขาเสียหายหมด ลูกเต้า เขาเสียหายหมด ท่านเคยสำนึกไหมว่าสิ่งต่าง ๆ ที่ท่านทำลงไปมันบาป มันเป็นบาป เป็นกรรมที่ท่านทำลงไปนั้น ท่านจะต้องรับผิดชอบสิ่งที่ท่านต้องทำลงไปนะครับ เวลามีการฟ้อง ป.ป.ช. ก็ออกมาโอดครวญว่าถูกฟ้อง ถ้าท่านปฏิบัติตามระเบียบกฎหมาย ป.ป.ช. ของท่าน รับรองไม่มีใครฟ้องท่านได้ แต่ถ้าท่านไม่ทำตามระเบียบกฎหมายของท่าน ท่านจะเป็น ผู้ถูกกล่าวหาเสียเองนะครับ ฉะนั้นผมเรียนว่าไม่มีกรรมใดที่ไม่ส่งผลต่อผู้ทำกรรม นี่คือความยุติธรรมของกรรม กรรมนั้นตามถึงท่านแน่นอน ฉะนั้นผมเรียนว่าสิ่งต่าง ๆ ที่ผมพูดไปนั้น พูดจากความรู้สึกด้วย พูดจากความเป็นจริงที่เจอตัวเองด้วย คดีผมเป็นคดี ที่เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของ ป.ป.ช. กล่าวหา ๓ เดือน ชี้มูลแล้ว ผมชี้แจงยังไม่เสร็จ ท่านไม่รับฟัง ผมยื่นพยานให้ท่านสอบ ท่านตัด ท่านไปดูระเบียบกฎหมายท่าน มันทำได้หรือครับ มันทำไม่ได้หรอกครับ ระเบียบกฎหมายของท่านเองจะกลับมาทิ่มแทงท่านเอง เพราะท่านทำไม่ถูก ฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันจะเป็นประวัติศาสตร์ให้ท่านเห็นว่ามีคนลุกขึ้น ต่อสู้กับท่านแล้วนะครับ แล้วผมจะกู้ศักดิ์ศรีของผมคืนมาว่าสิ่งที่ท่านกล่าวหาผม สิ่งที่ท่าน เอาไปประกาศออกไปสื่อทีวีทั่วประเทศ ท่านต้องรับผิดชอบ ผมไม่ยอมท่านแน่นอนนะครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ผมขอเรียนประธานสภาไปถึงกรรมการ ป.ป.ช. ว่าบางท่านทำตัวเหมือนศาล ท่านต้องรับผิดชอบตัวท่านเองก็แล้วกัน เพราะว่าท่านเป็นคนกระทำเอง ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสงวนนะครับ ตามด้วยท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน วันนี้มีโอกาสดีครับที่ได้มาสนทนาธรรมกับทางท่าน ป.ป.ช. ผมจะพูด ปัญหาเชิงหลักการที่ผมเกี่ยวข้องมาแต่ต้น ผมนี้เป็นคนหนึ่งที่เห็นด้วยกับการยื่นฟ้องเอง ของท่าน ตอนแรกเป็นเสียงข้างน้อย ผมเป็น สสร. ปี ๒๕๔๐ ครับ ท่านถูกยกสถานะเป็น ป.ป.ช. เหมือนเช่นทุกวันนี้ เพราะรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ แล้วเราวางว่าในครั้งนั้นเมื่อเกิด ปัญหาเรื่องเขตอำนาจ เพราะเขตอำนาจนี้คืออธิปไตย อำนาจอธิปไตยตามมาตรา ๓ นะครับ ท่านเป็นอำนาจอธิปไตยของฝ่ายตรวจสอบ พวกผมนี้เป็นอธิปไตยของฝ่ายนิติบัญญัติ รัฐบาลเป็นอธิปไตยของฝ่ายบริหาร การล่วงละเมิดต่าง ๆ จะเกิดขึ้น เขาเรียกเขตอำนาจ มันทับซ้อนกัน แต่ ป.ป.ช. ในขณะนั้นถูกรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๓๖ ท่านไปอ่านดู สั่งให้ว่า เมื่อใช้รัฐธรรมนูญครบ ๕ ปีนี้ ต้องแก้กฎหมายเหล่านี้ ศึกษารัฐธรรมนูญและกฎหมาย และเสนอต่อฝ่ายบริหารและรัฐสภา เพราะสารเริ่มต้นจะถูกที่ท่าน ๓ องค์กรคือ ป.ป.ช. ศาลยุติธรรม และศาลรัฐธรรมนูญเท่านั้นนะ จะเป็นศาลตั้งต้นในการแก้รัฐธรรมนูญ แต่ไม่มีใคร แก้ก็เกิดการยึดอำนาจ ผมยังยืนยัน ณ วันนี้ว่าการฟ้องเองของท่านเป็นสิ่งที่ชอบธรรม เพราะถ้าท่านสอบแล้วอัยการสั่งไม่ฟัง ท่านต้องมีสิทธิฟ้อง ผมยังยืนยันจนกระทั่งบัดนี้ ผมพูดเรื่องนี้ประเด็นนี้ทำไม ผมเห็นด้วยกับการฟ้องเอง เพราะการฟ้องเองนี้แสดงเจตนา และทัศนะของท่าน แต่ตอนหลังผมตกใจ มันไม่มีการถ่วงดุล มาดีใจเมื่อมีมติในที่ประชุมใหญ่ ของศาลฎีกาว่าสามารถรับฟ้อง ป.ป.ช. ได้ในปัญหาเรื่องกระบวนการสอบสวนไต่สวน ที่ไม่ชอบ ผมย้ำตรงนี้นะครับว่าเขาให้ฟ้องเรื่องกระบวนการไต่สวนและสอบสวนที่ไม่ชอบ หมายความว่าท่านจะใช้อำนาจอธิปไตยของฝ่ายตรวจสอบมาล่วงละเมิดอำนาจอธิปไตย ของฝ่ายอื่นไม่ได้ การเสนอกฎหมายของรัฐบาลของประชาชนของ ส.ส. เป็นอำนาจอธิปไตย ของที่นี่ ของนิติบัญญัติ ท่านจะบอกว่าเราไม่มีอำนาจเสนอกฎหมายนั้น ท่านผิด ท่านครับ ท่าทีผมมันรุนแรงแต่ผมพูดด้วยความนิ่มนวล ผมเห็นว่าคณะกรรมการชุดนี้ผมชื่นชมตรงไหนครับ ชื่นชมที่ท่านเข้าไปชี้แจงต่อคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ ในวันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๕๘ ห้องประชุมชั้น ๓ อาคารรัฐสภา ท่านไปทั้งคณะ แล้วดูเหมือนว่า ท่านเลขาท่านก็จะไปด้วยเพราะท่านเลขาตอนนั้นเป็นหัวหน้าฝ่ายกฎหมาย ผมดูในชื่อนี้นะครับ ท่านก็ไปด้วย ผมแอบชื่นชมแล้วผมอ่านอย่างละเอียดเลยครับ ท่านเสนอ ๓ เรื่อง ไม่ไปแค่ ท่านเดียว ท่านเสนอ ๓ เรื่อง เรื่องที่ ๑ ท่านเสนอว่าท่านต้องการเป็นองค์กรอิสระ และมีอำนาจตามองค์กรอิสระ แล้วข้อต่อมา ๆ ผมไม่พูด ผมพูดถึงเรื่องประการที่ ๗ ท่านเน้นเรื่องระยะเวลา เริ่มต้นรับรู้ แม้ไม่มีคนร้องก็ต้องนับ ๑ แล้ว ท่านเสนอเองครับ หลังจากนั้นผมก็ติดตามการประชุมมาตลอด การประชุมพูดถึงเรื่องนี้ตลอดเวลา นั่นหมายความว่าตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย ป.ป.ช. มาตรา ๔๖ ท่านออกมา ๒๐๐ มาตรานะครับ มาตรา ๔๖ พูดเรื่องอำนาจของท่านและระยะเวลาที่ท่านต้องปฏิบัติตาม และหากท่านไม่ทำไปดู ๑๗๒ ท่านถูกลงโทษ ๑-๑๐ ปีนะ ท่านครับ ท่านสอบเขาเมื่อก่อน จะถูกรัฐประหาร ปี ๒๕๕๗ ผมโดนสอบ บังสนธิ บุญยรัตกลิน ท่านก็ถูกสอบ ตอนนั้น ยิ่งลักษณ์เป็นนายกรัฐมนตรี แต่ท่านมาชี้มูล มันเลย ๓ ปีมา ๒ รอบ ถ้าท่านเริ่มต้น นับ ๑ ใหม่ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๑ พบความเห็นใหม่ คนที่ถูกสอบก่อนก็พ้นไปแล้ว ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ก็เกิน ๓ ปีอยู่แล้ว ท่านจะอาศัยข้อบังคับที่ ๗๐ ได้อย่างไร ไม่ใช่ข้อบังคับ โทษครับ เขาเรียกว่าระเบียบ ป.ป.ช. ข้อ ๗๐ ได้อย่างไร ท่านครับ ท่านจินตนาการว่าพวกผมนี่ไปปรึกษากับทักษิณต่างประเทศ จะล้มเลิกคำสั่ง คตส. ขอโทษครับ ประวัติศาสตร์มันบันทึกว่า คตส. นี่ตั้งขึ้นมาหลังยึดอำนาจของยิ่งลักษณ์ สอบสวน ครม. ครอบครัวชินวัตร เท่านั้นเอง ไม่เกี่ยวกับการเคลื่อนไหวชุมนุมเลย ท่านยังไม่ดูหรือว่า มันฆ่ากันตายกลางถนน ร้อยกว่าศพ เกิดสมัยปี ๒๕๕๓ ครับ กฎหมายมันลากปี ๒๕๕๖ มันตอบสนองเรื่องนี้ ท่านดูให้ดีครับ ท่านปกป้อง คตส. และท่านไม่เห็นใจ ศอฉ. หรือครับ คณะกรรมการนี้ตั้งขึ้นมาใครเป็นประธาน ท่านสุเทพเป็นประธาน มีผู้นำเป็นพัน นปช. มีแค่เป็นสิบไม่ถึงร้อย ผู้นำครับ ตอนแรกไม่เอาผิด จะให้เอาผิด ผมเองนี่เป็นพลทหาร การเหนี่ยวไกของพลทหารมันไม่ได้มาจากสายตาในการตัดสินใจ มันมาจากคำสั่ง ของผู้บังคับบัญชา เพราะฉะนั้นตั้งแต่ร้อยตรีขึ้นไปจนกระทั่งถึงนายพล นายพัน อยู่ในสนาม ของการเข้ามากระชับพื้นที่เขาจะต้องรับผิดไปด้วยหรือ ก็ออกกฎหมายแบบนี้แต่ท่านไม่ดูเลย ไปกล่าวโทษว่าเราปกป้องท่านทักษิณ ยุคท่านทักษิณถูกปฏิวัติมีใครเคลื่อนไหวการเมืองบ้าง ผมเองโทษอย่างมากเลยครับ สั่งยุติการเป็น ส.ส. ๗๕ ปีแล้วผมจะกลัวอะไร พวกคุณ ยังไม่ถึง ๗๐ ผมพูดด้วยความเจ็บปวดครับ ผมจะบอกท่านว่า ท่านครับ เขตอำนาจของแต่ละ อธิปไตยสำคัญมากท่านประธานครับ ผมฝากท่านดูว่าถ้าท่านละเมิดอธิปไตยของนิติบัญญัติ ช่องทางต่อสู้มันก็มี เมื่อก่อนไม่มีครับ ผมพูดแบบสไตล์ (Style) ของผมนะครับ อาจจะฟัง ไม่เพราะหู แต่ในใจนี่ผมรักการตรวจสอบครับ ผมมาจากครอบครัวยากจน ผมมีอะไรเท่าไร ผมก็รายงานเท่านั้น ผมทำอย่างนี้ตลอด และวันนี้หลายคนบอกว่าไม่กลัวหรือไปสมัคร ส.ส. ใหม่ เสร็จแล้วเขาจะสั่งยุบแบบพรรคคราวที่แล้วจะหลุดไป คุณรู้อย่างไรว่าผมจะสมัครต่อ ผมงงและผมจะบอกว่าความกลัวหรือไม่กลัวไม่ใช่ศักดิ์ศรีของมนุษย์ในเวทีนี้ หลักการ ต่างหากครับท่าน ท่านจำไว้ให้ดีนะครับ อธิปไตยตามมาตรา ๓ มันชัดเจน ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านประเสริฐพงษ์ ตามด้วยท่านรังสิมันต์ โรม นะครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพยิ่งครับ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล ขออนุญาตอภิปรายรับทราบรายงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งวันนี้ท่านให้เกียรติกับพวกเรามากเลยครับ ท่านมากันเกือบครบ เสียดายที่ท่านเลขาธิการ ไม่ได้มา ก็ไม่เป็นไรนะครับ หลายท่านผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายในรูปแบบที่ทั้งติติง และเสนอแนะ ยังไม่มีคำชม ผมก็จะชมเป็นคนแรกครับ ขออนุญาตชมจริง ๆ รายงาน ของท่านหน้า ๑๐๕ ท่านเขียนไว้ชัดเลยครับ เรื่องข้อกล่าวหาของนายนิพนธ์ บุญญามณี ขณะดำรงตำแหน่งนายก อบจ. สงขลา กรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ไม่มอบอำนาจให้บริษัท พลวิศว์ เทค พลัส จำกัด ผู้ขาย เป็นตัวแทนในการจดทะเบียนรถซ่อมบำรุงทางเอนกประสงค์ ชนิดสิบล้อ เครื่องยนต์ดีเซล จำนวน ๒ คัน และละเว้นไม่อนุมัติเบิกจ่ายเงินค่ารถทั้ง ๒ คัน จำนวน ๕๐,๘๕๐,๐๐๐ บาทให้แก่ผู้ขาย คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติชี้มูลความผิด เมื่อวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๓ ซึ่งท่านได้อธิบายพฤติการณ์หลายบรรทัด มติของท่านชี้มูลความผิด นายนิพนธ์ บุญญามณี ผู้ถูกกล่าวหา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ และมีมูล ความผิดตามพระราชบัญญัติองค์การบริหารส่วนจังหวัด พ.ศ. ๒๕๕๐ และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๗๙ การดำเนินงานครับ การดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่คือส่งสำนวนการไต่สวน ไปยังผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนและแจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ การดำเนินการทางอาญาได้ส่งสำนวนการไต่สวน ไปยังอัยการสูงสุดเพื่อดำเนินคดีอาญาในศาล ผมต้องชมท่านจริง ๆ เพราะหนึ่งในรายงาน ของท่านที่ผมเอ่ยชื่อไปสักครู่ ผมได้อภิปรายไม่ไว้ใจและนำข้อมูลที่ท่านได้ชี้มูลนี่ละครับ มาแสดงต่อสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ เพื่อให้ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้นำไปพิจารณาถึงคุณสมบัติในการเป็นรัฐมนตรีของคุณนิพนธ์ บุญญามณี เมื่อผมชมท่านแล้ว นะครับ การทำงานของท่านแปลว่าผมเอามาอ้างในสภาแห่งนี้ และแน่นอนจะต้องมีการเอาไป อ้างในศาลโดยอัยการสูงสุด ซึ่งไปฟ้องคดีนี้แน่นอน ผมจึงอยากจะเสนอแล้วก็สอบถามครับว่า การส่งสำนวนไปที่อัยการสูงสุดนี้ พอท่านส่งไปแล้วท่านส่งแล้วส่งเลยหรือเปล่า ท่านมีการ สอบถามไหมว่าท่านอัยการสูงสุดได้ส่งฟ้องไปแล้วเมื่อไร อย่างไร ผลการสอบสวนของท่าน เป็นที่น่าเชื่อถือ แน่นอนครับ ผมเชื่อว่าเป็นที่น่าเชื่อถือแน่ ๆ ไม่อย่างนั้นท่านก็คงไม่มีมติ ออกมาขนาดนี้ ผมติดตามการทำงานของ ป.ป.ช. มานานครับ ตอนที่เข้ามารายงานตัว เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งแรก ก็หลายคนบอกว่า ระวังหน่อยนะ คุณเป็นผู้แทน พรรคอนาคตใหม่ ป.ป.ช. จ้องมากเลย ทำให้พวกเรากลัวมากครับ ต้องรายงานบัญชี ทรัพย์สินชนิดที่แบบเป๊ะ เป๊ะ เป๊ะหมดเลย แต่ก่อนหน้านี้มีสมาชิกหลายท่านก็อภิปรายเรื่องนาฬิกา ซึ่งวิญญูชนขัดความรู้สึกมากเลย นะครับ ประชาชนทั่วไปเขามีความรู้สึกสามัญสำนึกทั่วไปนะครับว่า การพิจารณา เรื่องนาฬิกาของท่านรองนายกรัฐมนตรีขัดแย้งต่อความรู้สึกของพี่น้องประชาชน องค์กร อย่าง ป.ป.ช. ที่ท่านดำรงตำแหน่งอยู่ขณะนี้กำลังถูกทำลายบั่นทอนความน่าเชื่อถือ ศักดิ์ศรี เกียรติภูมิของท่านหรือไม่ ลองตั้งคำถามกับท่านดูนะครับ ผมชมท่านแล้ว แต่ฟังต่อนะครับ เกียรติภูมิศักดิ์ศรีของท่านจะไม่ถูกลูกหลานหรือเยาวชนคนรุ่นหลังตีตราว่า โธ่ นี่ขนาด ป.ป.ช. ชี้มูลความผิดขนาดนี้ยังสามารถไปนั่งเป็นรัฐมนตรีได้หรือ มีพี่น้องประชาชนนะครับ ฝากบอกผมมา มีอะไรดีครับ ป.ป.ช. ชี้มูลแล้วแต่สามารถไปนั่งเป็นรัฐมนตรีบริหาร งบประมาณแผ่นดิน เป็นนักการเมือง มีอำนาจให้คุณให้โทษข้าราชการประจำ มีอำนาจ ให้คุณให้โทษการจัดสรรทรัพยากรงบประมาณแผ่นดิน ซึ่งเป็นเงินภาษีของพี่น้องประชาชน ได้ขณะนี้ ท่านแถลงข่าวหน่อยได้ไหมครับ ท่านต้องถามตัวเอง ถามไปยังสังคมว่าการชี้มูล ความผิดของท่านมันศักดิ์สิทธิ์ไหม มันมีน้ำหนักหรือ ท่านต้องถามตัวเองด้วยและให้พี่น้อง ประชาชนมายืนข้างท่านเยอะ ๆ ครับ ก็กรณีที่ท่านชี้มูลความผิดแต่ปรากฏว่าผู้ถูกชี้มูล ความผิดนั่งเป็นรัฐมนตรีอยู่ใน ครม. ได้อย่างไรครับ มีส่วนได้เสียของการพิจารณา งบประมาณแผ่นดิน มีส่วนได้เสียของการพิจารณาโทษทางวินัย มีส่วนได้เสียในการโยกย้าย ข้าราชการ มีส่วนได้เสียในการวางนโยบาย ในการออกโฉนดที่ดินแบบการสำรวจโฉนดที่ดิน ทั้งประเทศขณะนี้ ซึ่งมีข้อบกพร่องที่จังหวัดกระบี่ ไม่ว่าจะเป็นที่เกาะนุ้ย อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ที่มีข่าวโด่งดังล่าสุดตอนนี้ไม่กี่วันที่ผ่านมา ผมอยากให้ท่านช่วยหน่อยนะครับ ผมอ่านเอกสารของท่านปรากฏว่าท่านมีเรื่องของการแปลข้อมูลสารสนเทศ ภูมิศาสตร์แผนที่ ภาพถ่ายทางอากาศ ท่านช่วยไปดูหน่อยได้ไหมครับ ล่าสุดนี่ผมร้องเรียนผ่านท่านไปแล้วนะครับ ผมร้องเรียนผ่านท่านประธานชวน หลีกภัย ไปยัง ป.ป.ช. ให้ช่วยตรวจสอบเรื่องที่ผมกำลัง พูดตอนนี้นะครับ ก็คือเจ้าพนักงานที่ดินที่กล้าลงชื่อออกโฉนดบนเกาะนุ้ยนอก ซึ่งบนเกาะ ดังกล่าวไม่มีหลักฐานของการทำผลอาสิน ปลูกพืชของพี่น้อง มีการครอบครอง ซึ่งประชาชน ในพื้นที่ทราบดีว่าพื้นที่เกาะนุ้ยเป็นพื้นที่ที่เป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ มีประชาชน ใช้ร่วมกันเป็นร้อยปี แต่ไปออกโฉนดได้อย่างไร วันนี้ผมมาฟ้องท่านกลางสภา ช่วยรับเรื่อง ผมด้วยครับ เพราะมิฉะนั้นท่านก็จะถูกบั่นทอน ท่านจะถูกลดทอนความน่าเชื่อถือ และแน่นอนครับ มีพี่น้องประชาชนฝากผมมาด้วยว่า เป็นไปได้ไหมความน่าเชื่อถือของท่าน ถูกลดทอนโดยโหงวเฮ้งของท่านเลขา ป.ป.ช. ที่มีไฝใต้คางนะครับ เขาบอกว่าไม่ดีนะครับ อันนี้พี่น้องประชาชนแซวมา ผมก็ฝากว่าถ้าเป็นไปได้ไปเอาไฝออกเถอะครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
ก็ไม่ควร จะไปก้าวก่ายถึงเรื่องส่วนตัวนะครับ ต่อไปเชิญท่านรังสิมันต์ โรม และตามด้วย ท่านดอกเตอร์มหานิยม เวชกามา นะครับ🔗
เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมขออนุญาตเริ่มต้น ด้วยการชมเป็นคนที่ ๒ นะครับ ก็ต้องบอกว่าการทำหน้าที่ของท่านอันหนึ่งที่ผมสนใจ ตามรายงานที่ท่านเสนอต่อสภา คือมันจะมีประเภทคำกล่าวหาที่เป็นบัตรสนเท่ห์ ซึ่งนั่นหมายความว่ามีประชาชนที่เขาไม่ต้องการที่จะแสดงตนว่าเป็นใคร ได้มีการแจ้งเรื่อง ร้องเรียนต่อท่าน แล้วก็เข้าใจว่าท่านก็มีการดำเนินการอยู่เหมือนกัน ซึ่งเมื่อเราดูประเภทคำกล่าวหาต่าง ๆ นะครับ ผมก็คิดว่าในส่วนของบัตรสนเท่ห์ท่านทำไป ๒๒.๐๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจ น่าจะเป็นเรื่องที่ดี แต่พอเราดู แบ่งประเภทใหญ่ ๆ ในเรื่องอื่น ๆ เราจะพบว่าลักษณะการทำงานของ ป.ป.ช. แบ่งเป็น การทำงานแบบพาสซีฟ อินคัม (Passive income) ประมาณ ๙๙ เปอร์เซ็นต์ เชิงรุกน่าจะ ๑ เปอร์เซ็นต์ คือเป็นเรื่องของเหตุอันควรสงสัยแล้วก็แจ้งเบาะแส ท่านประธานครับ เราเสียงบประมาณเงินแผ่นดินจำนวนมากมหาศาล เพื่อที่เราจะคาดหวังจากองค์กร อย่าง ป.ป.ช. ในการทำหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพ แต่เรากลับพบว่าการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช. ไม่ได้ทำหน้าที่อย่างครบถ้วนและครอบคลุม ไม่ต้องอะไรมากครับ ผมยกตัวอย่างให้เห็นภาพ นะครับ อย่างเวลาที่เรามีการอภิปรายในสภาในหลาย ๆ เรื่อง ผมไม่เข้าใจว่าการอภิปราย ในสภาของเราในหลาย ๆ เรื่องที่มันมีการเปิดเผยเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน ทำไม ป.ป.ช. ถึงไม่ทำอะไร หรือตอบสนองต่อสิ่งที่การอภิปรายของผู้แทนประชาชนเลยแม้แต่น้อย ผมยกตัวอย่างนะครับ อย่างเรื่องกรณีป่ารอยต่อ ผมได้อภิปรายไม่ไว้วางใจ แน่นอนครับ ผมไม่ได้อภิปรายในที่นี้ ผมไปอภิปรายนอกสภา แต่ก็เป็นกรณีที่มีการพูดคุยอย่างวงกว้าง ในสังคม เพราะเหตุไฉน ป.ป.ช. ถึงไม่ทำอะไรกับเรื่องนี้ ยกตัวอย่างให้เห็นภาพ ผมมีภาพ มาแสดงนะครับ ซูม (Zoom) เลยครับในรูปโทรศัพท์มือถือที่ผมโชว์นี้เป็นกรณีที่ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีในฐานะของประธานมูลนิธิป่ารอยต่อ ได้ใช้ทรัพย์สินของราชการเพื่อไปปฏิบัติภารกิจของมูลนิธิ แล้วมีเจ้าหน้าที่ความมั่นคง จำนวนมากออกมาต้อนรับ คำถามที่สำคัญก็คือว่าทำไมตั้งแต่ผมอภิปรายรอบนั้น ป.ป.ช. ไม่เห็นจะทำอะไร🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นกรณีเรื่องของตั๋วช้าง เรื่องตั๋วช้างเวลาผ่านไปเรื่อย ๆ มันก็ยิ่ง แสดงให้เห็นว่าเรื่องนี้มีมูลและความสำคัญ ไม่ใช่แค่กับคนไม่กี่คน แต่คนนับล้านคน โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ตำรวจ เราอาจจะแบ่งเรื่องของตั๋วช้างเป็น ๒ เรื่อง เรื่องแรกคือ การโยกย้ายหรือการวิ่งเต้นกันโดยที่ไม่มีอำนาจ ถ้าท่านติดตามการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ของผม ท่านจะพบเลยว่ามันมีเอกสารที่น่าเชื่อถือลงลายเซ็นอย่างเรียบร้อย คำถามก็คือ ป.ป.ช. ได้ทำอะไรกับเรื่องนี้ไหม มีการฝากกัน มีการบอกว่าให้คนนี้ได้รับการโพรโมต (Promote) มากกว่าคนอื่น หรือหลาย ๆ ครั้งที่ ก.ตร. มีการยกเว้นหลักเกณฑ์ ถามว่า ท่านเคยตรวจสอบเรื่องพวกนี้บ้างไหม แล้วรู้ไหมการที่เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นเรื่อย ๆ วงการ ตำรวจมันแย่ขนาดไหน ท่านเคยได้ตรวจสอบบ้างหรือไม่ หรือกรณีเรื่องของตำรวจราบ ที่มีการเอาตำรวจ ๙๗ คนไปธำรงวินัย ใช้งบเงินภาษีจากประชาชน ซึ่งผมไม่เข้าใจว่ามันมี อำนาจอะไร มีเหตุอะไรให้มีการธำรงวินัย คำถามก็คือท่านได้ทำอะไรไหม ต้องให้ผมส่งเป็น บัตรสนเท่ห์ก่อนใช่ไหมท่านถึงจะทำงาน ถึงจะทำหน้าที่ การอภิปรายในสภาของผู้แทน ประชาชนมันไม่มีความหมายอะไรเลยต่อท่านใช่ไหม แล้วเราจะเสียเงินนับพันล้าน เพื่อองค์กรของท่านไปทำไม หรือเรื่องถัดไปนะครับ กรณีอย่างดาวเทียมไทยคม ผมทราบว่า กรรมการบางท่านเคยเป็นอนุญาโตตุลาการที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้มาก่อน ท่านรู้อยู่แก่ใจดีว่า เกิดอะไรขึ้น ท่านรู้อยู่แก่ใจดีว่ามีบริษัทเอกชนที่กำลังจะได้ผลประโยชน์ตรงนี้จากการที่ รัฐมนตรีบางคนไปมีความสัมพันธ์ส่วนตัวกับนายทุน ท่านรู้ แล้วผมก็ร้องเรียนท่านด้วย ผ่านมาหลายเดือนแล้ว คำถามก็คือท่านทำอะไรอยู่ เมื่อเทียบกับมาตรฐานที่ท่านใช้อำนาจ หน้าที่ของท่านในการตรวจสอบพรรคการเมือง หรือนักการเมืองที่อยู่ตรงกันข้ามกับรัฐบาล ท่านรวดเร็วราวปานกามนิตหนุ่ม แต่พอเป็นพวกเราร้องเรียนท่านเชื่องช้าเหมือนลา ที่อายุมากแล้ว นั่นคือสิ่งที่เราไม่เข้าใจว่า ป.ป.ช. ที่รับงบประมาณมหาศาลจากภาษี ของประชาชน ทำไมถึงได้ทำงานอย่างไม่มีประสิทธิภาพแบบนี้🔗
เรื่องสุดท้ายกรณีงูเห่า มีข่าวออกมาเต็มไปหมดครับ ว่างูเห่าได้รับอามิส สินจ้าง มีการได้รับเงินได้รับทอง บางกรณีมีคลิป (Clip) เสียง ท่านเคยตรวจสอบไหมครับ อยู่ดี ๆ นักการเมืองที่มาจากประชาชนย้ายไปอยู่อีกพรรคหนึ่ง ป.ป.ช. ไม่ทำอะไรเลย หรือครับ เอาแค่ถ้าท่านส่งคนในองค์กรของท่านมาตรวจสอบว่ารถกี่คันที่ใช้กันอยู่นี่ ท่านก็รู้แล้วว่ามันอยู่ในบัญชีทรัพย์สินหรือไม่ ท่านได้ทำไหม หรือตกลงว่าท่านเป็นองค์กร ที่มีหน้าที่แค่เพียงปกป้องรัฐบาลเท่านั้น แล้วผมอยากจะเรียนอย่างนี้ว่าหลายท่าน เป็นผู้อาวุโส หลายท่านเป็นคนที่จบการศึกษา เคยมีตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดี ผมอยากให้ท่าน ตระหนักว่า ตัวท่านเองแม้วันนี้จะไม่ได้มาจากการเลือกโดยประชาชนโดยอ้อมเหมือนที่เรา เคยมีมาก่อน แต่ผมอยากให้ท่านได้ตระหนักถึงความสำคัญว่า ภารกิจของท่าน มันมีความสำคัญต่อประเทศนี้มาก แล้วถ้า ป.ป.ช. ยังเป็นแบบนี้ คำถามก็คือ แล้วเราจะปราบปรามคอร์รัปชันได้อย่างไร สิ่งที่ผมเห็นรายงานเล่มนี้ไม่มีอื่นเลยครับ นี่คือรายงานที่เอาไว้ประชาสัมพันธ์ด้านเดียวของท่าน โดยไม่ได้พูดถึงความเสียหาย ของสิ่งที่ท่านไม่ได้ทำ ขยะครับ ขอบคุณครับ🔗
ต้องรักษา มารยาทด้วยนะครับ ต่อไปเชิญท่านนิยม เวชกามา และตามด้วยท่านคารม พลพรกลาง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ พูดถึงการอภิปราย ป.ป.ช. ที่มารายงานในวันนี้ ผมขอแสดงความคิดเห็นในฐานะ ที่เป็นคนหนึ่งที่ได้ตรวจสอบเอกสารของท่าน ความจริงผมต้องขอชมเชยนะครับ เอกสารท่าน ทำได้ดี สวย ผมขอเก็บไปเข้าห้องสมุดเป็นหลักฐานด้วย เพราะเป็นเอกสารที่ทำได้อย่างดี แต่ท่านต้องเปิดใจกว้างรับฟังความคิดเห็นของสภาแห่งนี้ พวกเราเป็นตัวแทนของชาวบ้าน รับเอาความรู้สึก ความได้ฟังมาจากชาวบ้านแล้วมาพูดให้ท่านฟัง พูดไปแล้วท่านเหมือนกับ พญาอินทรี ข้าราชการพี่น้องประชาชนเหมือนกับไก่ ท่านบินไปที่ไหนเขาตกใจทั้งนั้นละครับ เพราะฉะนั้นผมจึงมาบอกท่านว่า วันนี้ท่านในฐานะที่เป็นองค์กรอิสระซึ่งมีอำนาจเต็ม ในการเอาผิดเอาถูกคน แต่ท่านต้องทำตัวเป็นผู้ทรงศีลนะ มันถึงจะให้เป็นที่เคารพนับถือ ของประชาชน ท่านต้องฟังว่าวันนี้พี่น้องประชาชนเสื่อมศรัทธาในตัวองค์กรของท่าน เพราะการทำงานในหลายเรื่องออกมาในด้านสื่อ ผมต้องกราบเรียนท่านว่าทุกวันนี้ มันไม่เหมือนเดิม สื่อมันออกไปได้หมด ท่านปิดทีวี ปิดวิทยุ ปิดได้ปิดไป แต่สื่ออย่างอื่น มันออกไปหมด การกระทำของท่านมันถึงออกสู่สายตาประชาชน ผมฝากท่านเลยนะว่า วันนี้ท่านต้องมีใจกว้าง ผมเองไม่มีอคติกับ ป.ป.ช. ไม่มีแน่นอน แม้ครั้งหนึ่งยกตัวอย่าง ผมเป็นคนหนึ่งที่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เป็นหนึ่งในกรรมาธิการแก้ไขรัฐธรรมนูญยุคนั้น เมื่อประมาณปี ๒๕๕๔ ท่านชี้มูลผมเลย ๒๐๐ กว่า ส.ส. ส่งไป สนช. บอกมีความผิด ในการล้มล้างการปกครอง แต่โชคดีหน่อย สนช. ไม่เอาด้วย พวกผมจึงมายืนอยู่ตรงนี้ ๒๐๐ กว่า ส.ส. ผมจำได้ แค่แก้ว่า ส.ว. ต้องมาจากการเลือกตั้งเท่านั้น เพราะตอนนั้นในสภา ส.ว. มีทั้งแต่งตั้งและเลือกตั้ง เพราะผมเป็น ส.ส. อยากจะให้ความเสมอภาคเกิดขึ้น ก็เสนอ แก้ไขกฎหมายตัวนี้ว่า ส.ว. ต้องมาจากการเลือกตั้ง ผลที่แก้หลังจากยึดอำนาจ ป.ป.ช. ชี้มูลว่า ล้มล้างการปกครองแล้วส่งมาทางสภา สนช. ไม่ใช่สภานี้ สภาเก่าครับ ผมจำได้ เลยต้องบอก ท่านว่าผลการชี้ของท่านถ้าเกิด สนช. เอาด้วยพวกผมไม่รู้อยู่ตรงไหนของประเทศไทย ติดคุก ติดตะรางไปไม่รู้ อันนี้จึงเป็นเครื่องยืนยันชี้ให้เห็นว่าท่านทำถูกหรือไม่ถูก นี่คือเป็นประเด็น เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญท่านไปดูรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ระบุไว้ชัดเจน เป็นเอกสิทธิ์ของ ส.ส. ผมยกตัวอย่างให้ฟังนะครับว่า การผิดพลาดในการทำงานของท่านไม่มีใครทำอะไรท่านได้หรอก เพียงแต่ว่าวันนี้ศาลฎีกามีคำพิพากษาว่าบุคคลสามารถฟ้อง ป.ป.ช. ได้ ก็เป็นประเด็นหนึ่ง ซึ่งแต่ก่อนทำไม่ได้ ผมจึงกราบเรียนท่านว่านี่คือความเกิดขึ้นในองค์กรของท่าน แต่ผมก็ไปดู ในหนังสือท่านรายงานมาอย่างดี ผมคงต้องบอกท่านว่าเป็นประเด็นที่ต้องเขียนขึ้นโดยหลัก ของวิธีคิด ถูกต้อง นี่ผมเห็นด้วยนะ ที่มาข้อมูลความเสี่ยงต่อการทุจริตที่ท่านทำมานี้ ผมเห็นด้วย แต่ว่าตัวท่านเองประชาชนเสื่อมศรัทธา เพราะฉะนั้นท่านต้องแก้เข้ามาให้ได้ แก้วิกฤตศรัทธาทั้งหลายที่เกิดขึ้นในตัวท่าน เอาอย่างไรมันถึงจะกลับมาได้ ถ้าตราบใด ท่านยังทำอยู่แบบนี้ศักดิ์ศรีองค์กรไม่มีเหลือครับ ผมเป็นคนหนึ่งเป็นกรรมาธิการ ร่างกฎหมายของ ป.ป.ช. ในปี ๒๕๕๔ แก้ไขให้ ป.ป.ช. มีอำนาจในการฟ้องเอง ผมเป็นคนหนึ่ง เป็นกรรมาธิการ ผมอยากให้ท่านมีอำนาจ แต่ท่านใช้อำนาจไม่ชอบวันนี้ที่ผมต้องบอกท่าน ท่านต้องไปทบทวน โดยเฉพาะองค์กรของท่านวันนี้ยังไม่มีคำตอบนะ องค์กรของท่าน ความขัดแย้งในองค์กรของท่าน ไม่ว่ารองเลขาอะไรก็แล้วแต่ ผมดูจากสื่อวันนี้ไม่มีคำตอบ ฟ้องกันนุงนังไปหมด มีเงิน ๑๐๐ ๒๐๐ ๓๐๐ ล้าน อะไรของท่านเยอะแยะอีรุงตุงนังไปหมด ถึงศาลฎีกาอะไรของท่าน มีคำตอบไหมวันนี้ ประชาชนแคลงใจอยู่นะ ผมไม่ลง ในรายละเอียดของเนื้อหา แต่ยืนยันว่าองค์กรของท่านที่มีความขัดแย้งอีรุงตุงนัง รองเลขา เลขาฟ้อง ป.ป.ช. อะไรวุ่นวายไปหมด แล้ววันนี้มีคำตอบไหม ไม่มีคำตอบให้สังคม รับรู้ องค์กรของท่านก็ไม่บริสุทธิ์ การจะเอาโทษเอาโพยของคน ท่านต้องเป็นผู้ที่มีคุณธรรม มีเมตตา ตั้งอยู่ในพรหมวิหาร นี่คือเป็นองค์กร ผมดูในองค์กรท่านที่เขียนมานี้ สรุปประเภท ความเสี่ยงต่อการทุจริตปี ๒๕๖๔ บางอันก็ ๐ ผมเลยสงสัยว่ามันมีเรื่องศาสนาอยู่เรื่องหนึ่ง ท่านเขียนไว้ค่อนข้างชัดเจนว่ามันเป็นความผิด ศาสนาและศิลปวัฒนธรรมมีอยู่ ๓ เรื่อง คงเป็นประเภทเงินทอนวัดละนะผมว่า คงไม่มีอย่างอื่น เพราะเรื่องศาสนาเป็นเรื่องจิต เรื่องวิญญาณ เรื่องความเป็นชาวพุทธ ท่านก็ถือพุทธหรือไม่ถือไม่รู้ แต่ว่าประเด็นท่านระวัง จะมีกรรมถ้าทำไม่ชอบ ทำไม่ถูกไม่ควร ผมฝากท่านว่าท่านเปิดใจกว้างอย่าไปผูกใจเจ็บ เพราะท่านทำหลายอันผิดพลาดในองค์กรไม่โปร่งใสนี้ ผมฝากท่านด้วยว่าอย่าให้มีการวิ่งเต้น เพราะพื้นที่ของท่านเต็มหมดแล้ว ป.ป.ช. มีเกือบทุกจังหวัด เขากลัวทั้งนั้นละ หลายเรื่อง ก็เป็นเรื่องดี แต่หลายเรื่องเป็นที่เคลือบแคลงสงสัย ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านคารม พลพรกลาง ตามด้วย พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัด ร้อยเอ็ด ต่อรายงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ของคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายเพราะเหตุว่า ป.ป.ช. เป็นองค์กรที่สำคัญ ท่านมาตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๓๓ ท่านได้รับการโปรดเกล้าฯ มา ท่านอยู่เพียงวาระเดียว ผมไม่ใช่คนที่จะมากล่าวหา แต่ถ้าจะให้ผมพูดในวาระนี้ ผมพูดได้เพียงว่าในหน้า ๖๓-๖๕ ของท่าน เป็นเรื่องของการพูดถึงเรื่องการทุจริต ขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ทั้ง ๙ ภาคนี้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถูกกล่าวหา มากที่สุด ผมเป็นคนบ้านนอกครับ เป็นคนที่รักชนบทและบังเอิญเพิ่งมีการเลือกตั้ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือ อบต. มีคำถามว่า การกล่าวหาเยอะขนาดนี้เกิดจากอะไร ผมไม่ทราบ แต่ท่านต้องแยกแยะ ถ้าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถูกกล่าวหาขนาดนี้ ทุกภาค อยู่อันดับ ๑ อย่างนี้ ประเทศเราจะไปได้อย่างไร ผมมีคำถามอยู่ว่าท่านต้องให้ความเป็นธรรม ถ้าไม่จริง ถ้าจริงท่านจะต้องตรงไปตรงมา ไม่อย่างนั้นบ้านเราจะไปไม่ได้ นี่คือคำถามแรก🔗
คำถามที่ ๒ ผมแปลกใจมากเลยในหน้า ๖๓-๖๕ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ถูกกล่าวหาว่าทุจริตถึง ๒๐๐ เรื่อง นี่คือกระทรวงที่จะสร้างคน ผมขออนุญาตสอบถามท่าน มันเป็นเรื่องอะไร ทำไมถึงกล่าวหากันมากขนาดนี้ ท่านประธานครับ ผมเป็น ส.ส. สมัยแรก ผมเป็นนักกฎหมาย ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่า เขาจะกล่าวหาท่านมากน้อยเพียงไร ก็แล้วแต่ ถ้าท่านชัดเจน ท่านมีหลัก ท่านบริสุทธิ์ เวลาเข้าห้องน้ำที่บ้านท่าน ท่านส่องกระจกดู นะครับ ล้างหน้าแล้วมองทะลุใจท่าน ถ้าท่านบริสุทธิ์ท่านก็บริสุทธิ์ ถ้าท่านทุจริตท่านก็โกหก คนได้ทั้งโลกท่านก็โกหกไม่ได้ สิ่งที่ท่านจะดำรงเกียรติยศใน ๗ ปีแล้วท่านกลับไม่ได้อีกคือ ความสุจริตและเที่ยงธรรม นักการเมืองถูกกล่าวหามากมาย ผมไม่ได้ถูกกล่าวหาครับ เพราะผมเป็นทนายความ ผมเป็น ส.ส. ผมกินเงินเดือนสภาผู้แทนราษฎร มาจากประชาชน ไม่มีรถประจำตำแหน่ง แล้วก็ไม่ใช่นักการเมืองที่ต้องรับ ให้รถของหัวหน้าพรรค อดีตหัวหน้าพรรคมาเอารถให้ใช้ จ้างบอดี้การ์ด (Bodyguard) มาแล้วไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สิน ไม่ใช่ผม แต่ผมจะพูดอะไรให้ท่านฟังรู้ไหมครับ ท่านต้องตอบคำถามว่าหน่วยงานทั้งหมด ตำรวจก็อันดับต้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็อันดับต้น จังหวัดคือหน่วยงานบริหาร ราชการส่วนภูมิภาคก็อยู่ต้น ๆ คือผู้ว่าราชการจังหวัด คือนายอำเภอ และข้อหาส่วนใหญ่ นี่นะครับ ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ละเว้น การออกใบอนุญาตยังมีเลยครับ ยกตัวอย่าง สักนิดเดียวครับท่านประธาน ผ่านไปยังท่านประธาน ป.ป.ช. ซึ่งผมไม่รู้จักส่วนตัว แต่ผมเคารพ ผมไม่ใช่นิสัยจะมากล่าวหาใครโดยที่ไม่มีข้อมูล แต่ผมอยากจะพูดสิ่งที่เกิด ในจังหวัดผมจังหวัดร้อยเอ็ดให้ท่านฟังดี ๆ สักนิดหนึ่ง ท่านก็รับทราบไว้ ผมเห็นชาวบ้าน ที่อยากให้ลูกทำงานราชการ จังหวัดเขาเปิดสอบใช่ไหมครับ มีคณะกรรมการจังหวัด ถูกไหมครับท่านประธาน ท่านกรรมาธิการ ท่านคณะกรรมการ ป.ป.ช. เรียกสะตุ้งสตางค์ จากชาวบ้าน ๓๐๐,๐๐๐ ๕๐๐,๐๐๐ ให้เขาไปนั่งอยู่ ผมไม่ได้กล่าวหาใครนะครับ แต่ผมสดับรับฟังและรับรู้มามีหลายที่ ประชาชนบางคนอยากจะให้ลูกรับราชการ นั่งในสภานี้ ก็มีเกียรติยศ นั่งอยู่แค่ อบต. ก็มีเกียรติยศ ก็ไถเงินไถทอง ๗ ปี เพิ่งจะมีการเลือกตั้ง อบต. คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านเริ่มได้ไหมครับ ซักซ้อม ออกระเบียบ ทำความเข้าใจอย่าให้มันเกิดขึ้นอีก ผ่านมาและผ่านไป อดีตแก้ไขไม่ได้ ผมพูดอะไรครับ ผมกำลังจะบอกว่าเพิ่งจะมีการเลือกตั้งใหม่ รอ กกต. รับรอง ป.ป.ช. มีหน้าที่แนะนำเขา อย่าให้มันเกิดการทุจริต องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นงบก็น้อยครับ งบทั่วไป งบเฉพาะกิจก็น้อยอยู่แล้ว บ้านผมนี้ภาษีได้น้อยมาก แต่เขาถูกกล่าวหา มันบั่นทอน คนที่จะเข้ามาเป็นผู้บริหารท้องถิ่น ท้องถิ่นไม่เจริญ ใยประเทศเราจะเจริญได้ ผมจึงขอกราบเรียนและสอบถามด้วยนะครับว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ทุจริตเยอะ ๆ อย่างนี้ ท่านควรจะชี้แจงได้บ้างว่ามันมาเพราะอะไร มาจากบัตรสนเท่ห์ มันกล่าวหาลอย ๆ หรือมันใส่ความกันท่านต้องดูให้ดี ถ้าจะเรื่องทางการเมืองผมก็นักการเมือง แต่ไม่พูดหรอกครับ บางอย่างก็หยิกเล็บเจ็บเนื้อ เพราะท่านก็เป็นองค์กรมาตามรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญ ก็เถียงกันไม่จบหรอกครับ ส่วนใหญ่ส่วนน้อยไม่เถียงหรอกครับ แต่ผมอยากจะเรียนว่า เมื่อท่านเป็น ป.ป.ช. ป.ป.ช. มีอำนาจมาก ตรวจสอบทุกคนได้ ถ้าท่านดีท่านก็ไม่ต้อง ตรวจสอบตัวเอง แต่ถ้าท่านไม่ดี ต่อไม่ให้มีใครตรวจสอบถึงวันหนึ่งเมื่อท่านไปแล้ว ท่านดูหน้าตัวเอง ท่านยืนยันว่าท่านสุจริตท่านก็สุจริต แต่ถ้าท่านทุจริตท่านก็โกหกใครไม่ได้ หรอกครับ🔗
สุดท้ายจึงฝากว่าอยากจะให้ท่านให้ความสุจริตกับนักการเมือง อย่ามองว่า นักการเมืองคือคนเข้ามาก็จ้องทุจริต ช่วยกันสร้างบ้านเมือง ขอบคุณท่านประธานที่ให้ผม ได้พูดถึงเรื่องบ้านเมืองที่เราจะเดินทางกันไปข้างหน้าด้วยการสร้างสรรค์ ป.ป.ช. ก็ต้อง ตั้งหลักแล้วก็เริ่มกันใหม่ ที่เขากล่าวหาท่านก็ตอบเขาให้ชัดเจน ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ตามด้วย พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา นะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ก็ต้องขอขอบคุณทางคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งส่วนตัวผมนี้หลายท่าน ก็เป็นครูอาจารย์ผม เป็นผู้กล่อมเกลาจนมาถึงวันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ คณะกรรมการ ป.ป.ช. เขาถือว่าเป็นองค์กรอิสระ คำว่าอิสระคืออิสระในการปฏิบัติหน้าที่ เป็นไปตาม รัฐธรรมนูญและกฎหมาย อันนี้อยากจะกราบเรียนว่า เป็นไปตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย รัฐธรรมนูญไทยและกฎหมายไทยเป็นไปตามลายลักษณ์อักษร สิ่งที่กำหนดให้องค์กรอิสระ อยากจะกราบเรียนเพื่อเป็นการทวนความจำกันก็คือว่า ท่านต้องอิสระเป็นไปโดยสุจริต ในอำนาจหน้าที่ที่ท่านใช้ อันที่ ๒ ท่านต้องมีความเที่ยงธรรม อันที่ ๓ ท่านต้องมี ความกล้าหาญและประการสำคัญที่สุดท่านต้องปราศจากอคติทั้งปวงในการใช้ดุลยพินิจ อันนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก สิ่งนี้คือสิ่งที่องค์กรอิสระและผู้เป็นองค์กรอิสระทุกคนต้องฟัง ความกล้าหาญโดยเฉพาะคณะกรรมการ ป.ป.ช. เราจะถูกตั้งข้อสงสัยว่าท่านมีความกล้าหาญ หรือไม่เนื่องจากว่าที่มาหลายท่านก็บอกไปแล้วว่า ท่านมีที่มาบางส่วนในช่วงเปลี่ยนผ่าน อาจจะเป็นที่มาโดย คสช. ส่วนหนึ่ง ในสังคมหลายประเทศที่เราพบที่เกิดเป็นปัญหา ใหญ่ที่สุดเขาบอกว่าถ้าผู้นำสูงสุดหรือผู้ที่ได้อำนาจใช้อำนาจโดยมิชอบ หรือเป็นคนชั่ว ที่แข็งแกร่งเขาก็ชอบที่จะใช้คนในตำแหน่งที่อ่อนแอ วันนี้ ป.ป.ช. ถูกสร้างให้เป็นบุคคล ที่มีความกล้าหาญและผมก็เชื่อมั่นเพราะท่านอยู่ในวาระโอกาสท่านก็มีครั้งเดียว คงจะไม่ได้ กลับมา ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมได้อ่านในรายงานและผมก็คิดว่าอาชญากรรมที่เกี่ยวกับ การทุจริตคอร์รัปชันเป็นภยันตรายร้ายแรงต่อสังคม และโดยเฉพาะการทุจริตคอร์รัปชัน มาจากเงินภาษีอากรที่คนทั้งประเทศต้องเสียเพื่อจะมาใช้ในการพัฒนาประเทศแล้วนำไป ทุจริตคอร์รัปชัน ผมจึงถือว่าท่านมีความสำคัญอย่างยิ่ง แล้วในสังคมไทยหรือสังคมที่เป็นอยู่ ปัจจุบันนี้ถ้าเรายังมีภาพลักษณ์ จะทำดีแค่ไหนถ้ามีการปฏิบัติหน้าที่มิชอบ ปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต อย่าหวังเลยว่าเราจะพัฒนาประเทศไปได้ สิ่งหนึ่งผมก็ฝากท่าน ป.ป.ช. นะครับ ผมอ่านและพยายามคิดว่าในรายงานฉบับหน้า คิดว่าท่านทำอยู่ สิ่งที่ท่านจะเข้ามาดูแลก็คือ งบประมาณแผ่นดิน คือการทุจริตที่เป็นงบประมาณแผ่นดิน รวมถึงการทุจริตที่เอาทรัพยากร ของแผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็นดินน้ำลมไฟ ที่เป็นสมบัติร่วมกันเอาไปทุจริต สิ่งที่สำคัญที่สุด ที่จะทำให้ ป.ป.ช. มีการยอมรับ คนที่จะมองว่าทำร้าย ป.ป.ช. ไม่ใช่คนภายนอก คนที่ทำร้าย ป.ป.ช. ก็คือคณะกรรมการ ป.ป.ช. และข้าราชการ ป.ป.ช. ที่คุณหรือไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ บอกไว้ข้างต้น ผมอยากจะฝากข้อคิดไว้ ท่านประธาน ป.ป.ช. ก็เคยอบรมสั่งสอนผมมา ท่านเคยจำคำว่ากันไว้ดีกว่าแก้ไขไหม การป้องกันอาชญากรรมย่อมสำคัญกว่าการลงโทษ อาชญากร สิ่งที่ ป.ป.ช. จะต้องป้องกันมากที่สุดคือใคร คือการคัดเลือกคนเข้ามาเป็น ป.ป.ช. คณะกรรมการ ป.ป.ช. นี้เราเห็นร่องรอยในกฎหมายอยู่แล้ว อันนี้ยังมีมาตรฐาน ในรัฐธรรมนูญกำหนด แต่คนที่เข้ามาเป็น ป.ป.ช. ทุกคนผมคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดขณะนี้ ถ้า ป.ป.ช. สามารถคัดเลือกคนที่มีคุณภาพ กฎหมายจะดีแค่ไหนถ้าคนใช้ไม่สัตย์ซื่อ ไม่เข้มแข็ง ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดที่ผมอยากจะให้เห็นในนี้ก็คือการที่จะทำอย่างไรจะไปพัฒนา ระบบคนใน ป.ป.ช. จะต้องเป็นคนที่มีความสัตย์ซื่อและรักความยุติธรรมเหนือสิ่งอื่นใด เพราะว่าหน้าที่ที่สำคัญที่สุดคือ ป.ป.ช. และ🔗
อีกประการหนึ่งที่ผมคิดว่าในคณะกรรมการ ป.ป.ช. จะต้องไปดูก็คือ วันนี้ ท่านจะสร้างกฎระเบียบอย่างไรก็ตาม ท่านไม่สามารถตามทันผู้ทุจริตได้ แมวกับหนู ปกติคือท่านเป็นแมวจะวิ่งไม่ทันหนู ถ้าท่านวิ่งทันหนูก็คือหนูที่ตายแล้ว แต่ที่สำคัญอย่างยิ่ง ก็คือ ป.ป.ช. ที่เป็นแมวกับเป็นหนูไม่ควรจะเป็นเพื่อนกัน ถ้าท่านเป็นเพื่อนกันเมื่อไรสังคม จะอยู่ไม่ได้ ผมก็ยังฝากข้อคิดว่า ป.ป.ช. ก็ดี ศาลยุติธรรมก็ดี หรือศาลต่าง ๆ ก็ดี ควรจะยกเลิกหลักสูตรที่สร้างคอนเน็กชัน (Connection) หลักสูตรที่สะสมความเชื่อมโยง เพราะคนที่จะเข้าไปเรียนในหลักสูตรของท่านทั้งหลายก็เป็นบุคคลที่ต้องการจะต่อเชื่อม เพื่อจะให้ท่านเป็นไม้ค้ำยัน เป็นเกราะป้องกัน และท้ายที่สุดครับ ทาง ป.ป.ช. อยากจะฝากว่า คนกระทำผิดในของท่านเป้าหมายเขาคือผลประโยชน์ เป้าหมายเขาคือเงิน เขามีอำนาจ เขาสามารถใช้บุคคลต่าง ๆ เข้าดำเนินการได้ ท่านต้องเป็นมืออาชีพ ผมก็ฝากไว้นะครับ ท่านต้องพัฒนาตลอดเวลา และท้ายที่สุดนี้ผมเองก็ขอให้กำลังใจนะครับ แล้วก็ยังดีใจว่า แต่ละปีได้อ่านรายงานของ ป.ป.ช. เชื่อว่ าในปีหน้าน่าจะมีการพัฒนามากกว่านี้ครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ พันตำรวจโท ฐนภัทร เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด จันทบุรี เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ กระผมเห็นรายงานของคณะกรรมการป้องกัน ปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ซึ่งต้องขอชื่นชมว่ารูปแบบ รูปเล่ม เห็นถึงความตั้งใจ ในการที่จะนำเสนอผลงานในรอบปี เพื่อมาเสนอให้กับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อันทรงเกียรติได้ดูแล้วก็พิจารณา ท่านประธานครับ ทางธรรมท่านบอกว่า มโนบุพพงฺคมา ธมฺมา มโนเสฏฺฐา มโนมายา แปลความว่า ธรรมทั้งหลายมีใจเป็นนาย มีกายเป็นบ่าวครับ เพราะฉะนั้นการที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ดำเนินการนั้นในเรื่องของการสืบสวน สอบสวน หาผู้กระทำความผิดในเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชันเพื่อลงโทษนั้นก็คงดูที่เจตนา ของผู้กระทำเป็นหลักครับท่านประธาน ซึ่งกระผมได้อ่านรายงานของคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติแล้ว ส่วนใหญ่ก็มีความชื่นชมในการทำงานของท่าน ผมขออนุญาตที่จะพูดเป็นบางประเด็นนะครับ🔗
ในประเด็นแรก ในเรื่องของการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สิน ซึ่งในส่วนนี้ การดำเนินคดีเกี่ยวกับการตรวจสอบทรัพย์สินและหนี้สินนั้นคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณากรณีผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ซึ่งผู้ใดจงใจ ไม่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน หรือจงใจยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ หรือปกปิดข้อความจริงที่ควรบอกให้แจ้ง และมีพฤติกรรมอันควรเชื่อได้ว่ามีเจตนา ที่จะไม่แสดงที่มาแห่งทรัพย์สินนั้น อันนี้ก็ถือว่าเป็นความผิด ซึ่งในส่วนของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติในเรื่องดังกล่าวนี้ส่งให้ศาลวินิจฉัยจำนวนถึง ๒๒ เรื่องด้วยกัน ซึ่งก็ต้อง ขอชื่นชมในการปฏิบัติงานหรือในการดำเนินงานของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ด้วยนะครับ ในส่วนของกรณีการร่ำรวยผิดปกติ ซึ่งผมถือว่ามีความสำคัญอย่างมากในเรื่องของการที่มี ป.ป.ช. ซึ่งถือว่าเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ กรณีการร่ำรวยผิดปกติอันเนื่องมาจาก มีการกล่าวหา หรือคณะกรรมการ ป.ป.ช. มีเหตุอันควรสงสัยว่าเจ้าพนักงานของรัฐ ผู้ใดร่ำรวยผิดปกติ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ดำเนินการไต่สวนและมีความเห็น หรือคำวินิจฉัยว่าร่ำรวยผิดปกติถึง ๔ เรื่องด้วยกัน ต้องขอชื่นชม ทำให้มีมูลค่าของทรัพย์สิน ที่สืบสวนสอบสวนได้จำนวน ๗๖๔ กว่าล้านบาท ต้องขอชื่นชมในประเด็นนี้ด้วยนะครับ🔗
อีกประเด็นหนึ่ง ในเรื่องของความสัมฤทธิ์ผลของการดำเนินงานของ สำนักงาน ป.ป.ช. ในภารกิจในพื้นที่ก็ต้องกล่าวได้ว่า กระผมนั้นมีความใกล้ชิดกับ ป.ป.ช. ในพื้นที่พอสมควร เนื่องจากว่าในอดีตที่เป็นข้าราชการตำรวจก็ยังทำหน้าที่ในด้านของสังคม บริการต่าง ๆ ก็ยังเคยทำหน้าที่เป็นรองประธานหอการค้าด้วย ดูในเรื่องของโครงการ เรื่องของการทุจริตคอร์รัปชันบ้าง ในเรื่องของหลาย ๆ โครงการที่เห็นว่า ป.ป.ช. นั้น ดำเนินการไปในทางที่ดีเพื่อประโยชน์ในการที่จะป้องกันไม่ให้มีการทุจริตเกิดขึ้น ซึ่งการดำเนินงานของสำนักงาน ป.ป.ช. ในพื้นที่มีกลไกการดำเนินงานผ่านกลุ่มภารกิจ ปฏิบัติการพื้นที่ ซึ่งประกอบไปด้วยสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัด สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค ที่จะดำเนินการในภารกิจหลัก ตรงนี้ถือว่าเป็นหัวใจของการกระจายอำนาจ การกระจาย หน้าที่ในการที่จะให้ ป.ป.ช. ในพื้นที่นั้นดำเนินการ ทั้งในด้านปราบปรามการทุจริต ด้านการตรวจสอบทรัพย์สิน และในด้านที่สำคัญก็คือด้านการป้องกัน ซึ่งถือว่าเป็นการเฝ้าระวัง การใช้จ่ายงบประมาณเพื่อแก้ไขในการเยียวยา ตรงนี้ก็สำคัญนะครับ ในเรื่องของ งบประมาณโควิด (COVID) นี้ถือว่าเป็นงบประมาณที่มีจำนวนมากนะครับ เพราะฉะนั้น การตรวจสอบหรือการป้องกันการทุจริตตรงนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญเช่นเดียวกันครับ ท่านประธาน ท่านประธานครับ กระผมเห็นด้วยกับข้อเสนอแนะใน ๒-๓ ประเด็นด้วยกัน ทั้งในเรื่องการที่พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม การทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ ได้กำหนดให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีหน้าที่ในการไต่สวน ในทุกตำแหน่ง อยากจะให้ทำเป็นไปด้วยความรวดเร็ว เพื่อแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน เพราะฉะนั้นควรจะดำเนินการนะครับ ให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมกับ ป.ป.ช. ในการที่จะส่ง หลักฐานต่าง ๆ และ🔗
อีกประเด็นหนึ่ง ที่ผมเห็นด้วยในเรื่องของข้อเสนอแนะ ก็คือควรที่จะเร่งรัด หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการตามมาตรา ๓๒ แห่งพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. ๒๕๖๑ เพื่อเป็นการป้องกัน ให้ดำเนินการเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ป้องกันการทุจริตนะครับ เพื่อไม่ให้เกิดขึ้น อย่างที่นำเรียนนะครับว่า ในสถานการณ์วิกฤตของประเทศในปัจจุบันนี้สถานการณ์ การแพร่ระบาดของเชื้อโคโรนาไวรัส ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) นี้อาจจะส่อให้เกิด การทุจริตได้ง่าย เพราะฉะนั้นจึงนำเรียนว่าองค์กรต่อต้านการทุจริตหรือว่า ป.ป.ช. ของเรานี้ ควรจะทำงานอย่างเฉียบขาด เฉียบไว ให้เท่าทันกับเหตุการณ์ มีความโปร่งใสและตรวจสอบ การใช้จ่ายงบประมาณให้เป็นไปอย่างคุ้มค่า และอีกทั้งควรจะต้องมีการบูรณาการ ในเรื่องของข้อมูลจากภาครัฐอย่างเป็นระบบด้วย รวมไปถึงควรมีการดำเนินการต่าง ๆ ซึ่งนำไปสู่การป้องกันการทุจริตนะครับ🔗
สุดท้ายนี้ ผมเห็นว่าโครงการโตไปไม่โกง ท่านประธานครับ ท่านประธาน ป.ป.ช. ด้วย อยากจะฝากเรียนไปยังท่าน ดำเนินการต่อเถอะครับ โครงการโตไปไม่โกง เป็นการปลูกฝังการทำงานอย่างโปร่งใสตั้งแต่เด็กนะครับ เหมือนเป็นการฝังชิป (Chip) ในเด็กว่าโตไปเราต้องไม่โกงทั้งต่อหน้าและลับหลังครับ กราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ หมดท่านสมาชิกที่จะอภิปรายนะครับ ต่อไปก็เป็นการชี้แจงของท่านประธาน หรือคณะกรรมการ ป.ป.ช. เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และเพื่อน สมาชิกที่เคารพทุกท่านนะครับ ก่อนอื่นกระผมในนามของคณะกรรมการ ป.ป.ช. และ ข้าราชการ ป.ป.ช. รู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มีโอกาสมาชี้แจงผลการปฏิบัติงานในรอบปี งบประมาณ ๒๕๖๓ ซึ่งปีที่แล้วก็เป็นการบังเอิญนะครับ ในวันที่ ๒ ธันวาคม ปีที่แล้วนี้ เราก็ได้มาชี้แจงเช่นเดียวกันนะครับ สำหรับวันนี้ผมคิดว่าผมและตัวแทนกรรมการทั้ง ๔ ท่าน ซึ่งคณะกรรมการได้ให้ความสำคัญที่ได้เรียนแล้วนะครับ มีผมในฐานะประธานกรรมการ กระผม พลตำรวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ ได้ปฏิบัติงานตรงนี้มา ๖ ปีนะครับ วันนี้เราก็มี ท่านสุภา ปิยะจิตติ ท่าน พลเอก บุณยวัจน์ เครือหงส์ แล้วก็ท่านณัฐจักร ปัทมสิงห์ ณ อยุธยา เป็นกรรมการ ๔ ท่าน ใน ๘ ท่านที่เหลืออยู่ วันนี้กรรมการ ๑ ท่าน คือท่าน พลตำรวจเอก สถาพร หลาวทอง ท่านได้ครบวาระ ๗๐ ปี อายุ ๗๐ ปีบริบูรณ์ เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อประมาณ ๒ อาทิตย์นี้เองนะครับ วันนี้เราเหลือ ๘ ท่าน เรามาที่นี่ ๔ ท่าน ท่านเลขาธิการ ท่านนิวัติไชย เกษมมงคล มาเองนะครับ ส่วนท่านเลขาธิการท่านที่แล้ว ท่านเพิ่งเกษียณอายุราชการไปเมื่อวันที่ ๓๐ กันยายนนะครับ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๑๔ ท่านที่ได้กรุณา ให้ข้อติชมนะครับ ซึ่งกระผมคิดว่าเป็นประโยชน์แก่การทำงานของ ป.ป.ช. วันนี้นอกจาก กระผมซึ่งเป็นตัวแทนกรรมการมาแล้วนี้ เราได้มีนโยบายสั่งการให้ผู้บริหารของสำนักงาน ป.ป.ช. ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ทั้ง ๗๖ จังหวัด ทั้ง ๙ ภาคในภูมิภาค รับฟังการ อภิปรายของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกระผมคิดว่าเป็นประโยชน์เป็นอย่างยิ่งนะครับ หลาย ๆ เรื่องที่ท่านได้กรุณาให้คำแนะนำมา ผมคิดว่าเราก็น้อมรับในสิ่งที่อาจจะไม่ชัดเจน หรือผิดพลาดนะครับ อย่างไรก็ดีอาจจะมีบางกรณีที่ผมจะขออนุญาตนำเรียนข้อมูล ข้อเท็จจริงให้ท่านประกอบการพิจารณานะครับ อาจจะครบถ้วน ไม่ครบถ้วนบ้าง ถ้าไม่ครบถ้วนอย่างไรก็จะขอเรียนว่าจะให้เจ้าหน้าที่ถอดเทป (Tape) แล้วก็ทำคำชี้แจง ส่งไปยังท่านทั้ง ๑๔ ท่านที่ได้กรุณาสละเวลา ได้มอบข้อแนะนำต่าง ๆ ให้กับเรานะครับ🔗
สำหรับท่านแรกผมคิดว่าต้องขอบคุณท่านวิรัตน์ วรศสิริน ที่กรุณาเหมือนจะ ให้ข้อสังเกตและแนะนำ แล้วก็เน้นย้ำให้ ป.ป.ช. นั้นให้ความเป็นธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งผมคิดว่าเป็นสิ่งที่เราต้องน้อมรับนะครับ เพราะเป็นหน้าที่ของเราแล้วก็เป็นสิ่งที่เราจะต้อง ปฏิบัติอย่างแน่นอน🔗
ท่านที่ ๒ ท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ท่านได้พูดถึงเกี่ยวกับกรณีการดำเนินการ ที่เกี่ยวข้องกับการไต่สวนกรณีที่อาจจะมีผู้ที่ดำรงตำแหน่งเกี่ยวกับ ส.ส. ในทางนิติบัญญัตินี้ ไปมีส่วนร่วม ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่าย อันนี้ก็เป็นหน้าที่ ตามรัฐธรรมนูญเลยนะครับ ที่ได้กำหนดว่าให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. นั้นจะต้องดำเนินการ สอบสวนเป็นทางลับโดยพลัน หากว่ากรณีนั้นมีมูลก็ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. นั้น ส่งศาลรัฐธรรมนูญเพื่อดำเนินการต่อไป และจะต้องถือเป็นความลับในการปฏิบัติหน้าที่ อย่างไรก็ตามขอเรียนยืนยันนะครับ เมื่อเป็นหน้าที่เราก็จะต้องทำหน้าที่นั้นด้วยความเป็นธรรม และเที่ยงธรรมตามที่ท่านได้เน้นย้ำ ตลอดทั้งบ่ายวันนี้ที่เราได้รับฟังมา🔗
ท่านอมรัตน์นะครับ ได้กรุณาพูดหลายประเด็นเกี่ยวกับเรื่องกลไก การตรวจสอบของเราหลาย ๆ เรื่อง เรามีเรื่องกองทุน การใช้เงินกองทุน ปี ๒๕๖๓ ต้องยอมรับว่าเป็นปีแรกที่เราได้รับเงินงบประมาณมา ปีแรก ๑๐ ล้านบาท ท่านอมรัตน์ อาจจะพูดเลยมาถึงปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ก็ต้องยอมรับว่าเจตนารมณ์ของการที่มีเงินกองทุน ป้องกันและปราบปรามการทุจริตนั้นก็คือจะแสวงหาความร่วมมือจากภาคประชาชน เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๓ และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญของ ป.ป.ช. มาตรา ๓๓ การแสวงหาความร่วมมือของพี่น้องประชาชนนั้นก็โดยเราให้ข้อเสนอโครงการ แต่ก่อนนั้นเราจะขอความร่วมมือในการเข้ามามีส่วนร่วม อย่าง ป.ป.ช. นั้นได้ไปตั้งกลุ่ม ที่เรียกว่าสตรอง (STRONG) จิตพอเพียงต้านทุจริต ให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่นั้นที่เขามี จิตสาธารณะ มีความมุ่งหวังที่จะสร้างความถูกต้องเป็นธรรมในสังคมนั้น ลุกขึ้นมาที่จะให้ ข้อมูล ที่เราเรียกว่า วอต์ช แอนด์ วอยซ์ (Watch & Voice) คือเฝ้าระวังแล้วก็ชี้แจ้งเบาะแส ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐในการทำงาน เราก็ใช้ตรงนี้ครับอาศัยให้เขาร่วมมือ แต่ปัจจุบัน พอมีเงินกองทุนเราก็จะอาศัยตรงนี้ อาจจะเงินสนับสนุนในการทำกิจกรรมต่าง ๆ เพราะฉะนั้นกิจกรรมใดก็ตามที่เราเห็นว่าจะนำให้เกิดการกระตุ้นเตือนให้สังคมไทยเป็นสังคม ที่ไม่ทำ ไม่ทน และไม่เฉยต่อการต้านทุจริตนั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. ผ่านกรรมการกองทุน แล้วก็โดยการกลั่นกรองของอนุกรรมการที่มีผู้ทรงคุณวุฒิไปกลั่นกรอง เราก็จะสนับสนุน โครงการ ก็ยอมรับครับว่าการดำเนินการนั้นบางทีอาจจะไม่รอบคอบหรือไปในช่วงที่การดำเนินการ ของผู้ได้รับงบประมาณไปนั้นอาจจะทำแล้วอาจจะไม่ถูกต้อง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ซึ่งอย่างที่ผมได้เรียน เราก็น้อมรับแล้วก็ต้องปรับปรุง แต่ผมคิดว่าเจตนารมณ์ของการที่จะ ใช้เงินในการส่งเสริมสนับสนุนให้พี่น้องประชาชนได้ตื่นตัวขึ้นมาในเรื่องของการจะสร้างสังคม ที่ไม่ทนต่อการทุจริตนั้นเป็นหัวใจสำคัญนะครับ ผมคิดว่าโดยภาพรวมนั้นการใช้งบประมาณ ตรงนี้ก็จะได้ประโยชน์ ซึ่งขณะนี้เราก็กำลังอยู่ระหว่างการทำรายงานนะครับ ในปีแรก เราได้มา ๑๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๓ ที่เรามาเสนอรายงานท่าน เราได้รับมาแค่ ๑๐ ล้านบาท ปีต่อมาในปี ๒๕๖๔ เราได้รับสนับสนุน ๑๐๐ ล้านนะครับ ซึ่งใน ๑๐๐ ล้านในปี ๒๕๖๔ นี้ ขณะนี้เรามี ๔ วัตถุประสงค์ วัตถุประสงค์ที่ ๔ ก็จะเป็นวัตถุประสงค์ในเรื่องของการมี ส่วนร่วมของหน่วยงานที่มีหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ได้แก่หน่วยงาน ที่มาทำหน้าที่คู่ขนานกับเรา ได้แก่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติหรือว่า ป.ป.ท. ต่าง ๆ นะครับ วันนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยกฎหมายใหม่ให้พยายามทำในเรื่องที่ร้ายแรง เพราะฉะนั้น เรื่องที่ไม่ร้ายแรงเราต้องมอบให้กับหน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการป้องกันและปราบปราม การทุจริต แต่การมอบไปนอกจากจะเป็นภาระที่เพิ่มขึ้น แต่เขาอาจจะต้องไปใช้งบประมาณ ซึ่งเขาอาจจะมีไม่พอเพียง การใช้เงินกองทุนตรงนี้ก็จะเป็นประโยชน์นะครับ เพราะฉะนั้น เดี๋ยวมันจะโยงไปถึงเกี่ยวกับเรื่องที่ได้มีการพูดถึงประเด็นการตรวจรับคำกล่าวหา ในกฎหมายใหม่นี้เขาให้ ป.ป.ช. เป็นองค์กรเดียวที่ตรวจรับคำกล่าวหา เราเริ่มในปี ๒๕๖๒ เรารับคำกล่าวหามาได้ ๑๐,๓๐๐ กว่าเรื่อง ในปี ๒๕๖๓ ปีปัจจุบันนี้ ๙,๐๐๐ กว่าเรื่อง ในปี ๒๕๖๔ ขณะนี้ได้สรุปตัวเลขแล้วคำกล่าวหาก็ลดลงไปเหลือ ๗,๐๐๐ กว่าเรื่อง เมื่อเช้านี้ เราได้ประชุมศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ๒ เดือนที่ผ่านมาคำกล่าวหา ที่เข้ามาถึงเรามี ๑,๐๐๐ เรื่อง ถ้ายังเป็นไปตามอัตราตรงนี้ ๒ เดือน ๑,๐๐๐ เรื่อง ปีนี้เราอาจจะเหลือแค่ ๖,๐๐๐ เรื่อง ซึ่ง ๑. เราก็เห็นว่าแนวโน้มในเรื่องคำกล่าวหานี้ก็ลดลง นะครับ ทีนี้เมื่อคำกล่าวหาลดลงแล้วเราก็ต้องไปวิเคราะห์ ที่มีท่าน ส.ส. หลายท่านได้พูดถึง เรื่องว่าทำไมเราถึงได้เน้นแต่ในเรื่องขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็ต้องเรียนว่าในอดีต ที่ผ่านมานั้น หรือแม้ในปัจจุบันตามกฎหมายแล้วการไต่สวนเจ้าหน้าที่ของรัฐที่กระทำ ความผิด โดยเฉพาะผู้ดำรงตำแหน่งฝ่ายบริหารในท้องถิ่นนั้น เป็นอำนาจเฉพาะของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ป.ป.ท. เองก็ไม่ได้มีกฎหมายที่จะให้ไปดำเนินการในเรื่องนี้ เราไม่สามารถจะมอบไปได้ เพราะฉะนั้น ป.ป.ท. ก็ต้องไปดำเนินการ ก็รับนะครับว่า แต่ก่อนนั้นท้องถิ่นคดีที่เราทำน่าจะเป็น ๖๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ปัญหาในอดีตที่ผ่านมาก็คือว่า เรื่องที่มันค้างอยู่กับเราเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันนี้หลังจากกฎหมายปี ๒๕๖๑ ออกมา ตามมาตรา ๔๘ ได้กำหนดให้เราไต่สวนให้เสร็จสิ้นภายใน ๒ ปีและขยายไม่เกิน ๑ ปี วันนี้ เราพยายามเร่งเคลียร์ (Clear) เรื่องเก่านะครับ แล้วก็เรียนท่านได้เลยอย่างที่ผมได้เรียนแล้วว่า การตรวจรับคำกล่าวหาที่เราเป็นหน่วยงานเดียวที่ตรวจรับนี้ ทำให้เป็นระบบ เราสามารถ วิเคราะห์ได้ ผมเรียนยืนยันได้ว่าขณะนี้แนวโน้มเรื่องของท้องถิ่นก็จะลดน้อยลง เพราะ ๑. วันนี้ ป.ป.ช. อาจจะเคยเชื่องช้าในอดีต วันนี้เราไม่ได้เชื่องช้าแล้วนะครับ หลาย ๆ เรื่อง เราจะพยายามทำควบคู่กัน แม้ว่าเราจะต้องแก้ปัญหาในเรื่องที่ค้างในอดีตเราพยายาม ทำควบคู่ให้มันเป็นทั้ง ๒ แนวทาง คือเรื่องใหม่ อันไหนที่ผลกระทบต่อประชาชนเราก็จะทำ อย่างรวดเร็วนะครับ ไม่ว่าตัวอย่างของเรื่องแคร์เซ็ต (Care Set) ที่ลำพูน ที่ใช้เงินในช่วงโควิด (COVID) เราก็ไต่สวนรวดเร็ว พอไต่สวนรวดเร็ว คือมีมูล เราให้ความเป็นธรรมอย่างเต็ม ที่ชี้มูลไป สิ่งที่กระทบมาก็คือว่าเรื่องของการที่จะไปใช้งบประมาณที่ไม่ชอบในช่วงของโควิด (COVID) ลดน้อยหายไป เหมือนกับเรื่องในช่วงที่เราดำเนินการเรื่องแป๊ะเจี๊ยะอยู่กับโรงเรียน สถาบันการศึกษาแห่งหนึ่ง พอเราสามารถจะไต่สวนชี้มูลได้รวดเร็วแป๊ะเจี๊ยะในปีงบประมาณนั้น หรือปีการศึกษานั้น ๆ ก็ลดน้อยลง เพราะฉะนั้นผมเรียนยืนยันว่า ในอนาคตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะไม่ใช่ปัญหาหลัก ที่กระทำความผิดมากขึ้น เพราะ ๑. เมื่อมีการบังคับใช้กฎหมายเป็นรูปธรรม มีประสิทธิภาพและมีความรวดเร็ว เขาก็จะเกิดความเกรงกลัวครับ เรายอมรับว่าในอดีต เราเชื่องช้าครับ เพราะว่าข้อจำกัดในเรื่องการบริหารงานครับ เราเพิ่งมากระจายอำนาจลงไป จังหวัดเมื่อไม่กี่ปีมานี้เอง เรามีสำนักงาน ป.ป.ช. ตามกฎหมายปี ๒๕๕๔ กว่าจะตั้งสำนักงานได้ และกว่าเราจะมีคน กว่าจะกระจายอำนาจ สามารถจะมอบอำนาจในการไต่สวนในพื้นที่ได้ ก็เพิ่งเมื่อ ๓-๔ ปีนี้เองที่เราทำได้อย่างเต็มที่นะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ประสิทธิภาพ ป.ป.ช. นั้น ค่อย ๆ ก้าวล่วง ก้าวพ้นจากคำว่าเชื่องช้าให้ดีขึ้น ท่านอาจจะต้องอดทนกับเราอีกสักครู่ อีกไม่นานนะครับ ผมเชื่อมั่นว่าเรื่องของท้องถิ่นนั้นปัญหาเขาจะลดน้อยลงครับ และเราก็จะ วิเคราะห์นะครับ เราจะวิเคราะห์สิ่งที่เราตรวจรับคำกล่าวหา วันนี้เราวิเคราะห์ให้หมด นะครับว่า เป็นการกล่าวหากลุ่มไหนอย่างไร เป็นไปตามข้อเท็จจริง เรื่องของสถาบัน อุดมศึกษานั้นก็เป็นเรื่องจัดซื้อจัดจ้าง ก็เช่นเดียวกันครับ ในอดีตที่ผ่านมานั้นกระบวนการ ไต่สวนนั้นล่าช้าเนื่องจากข้อจำกัด แต่ปัจจุบันนั้นข้อจำกัดได้ถูกแก้ไขไปแล้ว ต่อไป ก็จะรวดเร็วขึ้นนะครับ🔗
เรื่องที่ท่านอมรัตน์ได้พูดเกี่ยวกับเงินกองทุน ผมก็จะไปแก้ไขนะครับ ปีนี้เราก็อยู่ระหว่างการขอรับโครงการและมีการเน้นย้ำกับเจ้าหน้าที่ที่จะทำหน้าที่กลั่นกรอง และองค์ประกอบของคณะกรรมการกองทุนก็มีผู้ทรงคุณวุฒิ แล้วก็มีตัวแทนส่วนราชการอื่น ๆ ไม่ใช่เฉพาะจากตัวเจ้าหน้าที่จาก ป.ป.ช. ตัวผมเองก็ทำหน้าที่เป็นประธานกองทุนนะครับ ก็จะรับข้อห่วงใย ข้อสังเกตของท่านไปแก้ไขและจะพยายามใช้งบประมาณกองทุนนั้น ให้เป็นประโยชน์ ให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๓ และกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา ๓๓ นะครับ ส่วนเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องของโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัย ศรีนครินทร์ เขาเข้าไปตรวจสอบมาให้ผมนะครับ แต่ว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องแต่เป็น โรงพยาบาลชลประทาน ก็อยู่ระหว่างการดำเนินการนะครับ แต่ว่าที่คุณอมรัตน์ถามมานี้ เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ผมได้ข้อมูลที่คุณอมรัตน์ส่งให้แล้วครับ เดี๋ยวผมจะให้ตรวจสอบ ความคืบหน้าและจะนำเรียนให้คุณอมรัตน์ทราบนะครับว่า ความคืบหน้าในเรื่องที่เกี่ยวข้อง กับผู้บริหารระดับสูงของมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒกับพวกกรณีทุจริต เรื่องนี้เป็นไป อย่างไร และมีความคืบหน้าแค่ไหนนะครับ🔗
ท่านวิโรจน์ได้พูดถึงเรื่องการยอมรับ ผมและคณะกรรมการ ป.ป.ช. และผู้ปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงาน ป.ป.ช. ทุกคนตระหนักอยู่ทุกวันนะครับว่าการทำงาน ของเรานั้น การยอมรับเป็นสิ่งที่ยาก เพราะการทำหน้าที่ตรวจสอบมันก็เป็นเรื่องที่ท้าทาย นั่นคือสิ่งที่ผมได้พูดเมื่อตอนที่ผมมาที่นี่นะครับ ว่าผมดีใจที่วันนี้ได้มาฟังท่านที่ได้กล่าว ทั้ง ๑๔ ท่าน ปีที่แล้วมี ๑๗ ท่านนะครับ แต่ปีนี้อาจจะเข้มข้นกว่าปีที่แล้ว ซึ่งผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ดี ที่ท่านได้กรุณานะครับ เรื่องการยอมรับเรายอมรับว่าตามปี ๒๕๖๓ มันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ปี ๒๕๖๓ เราได้คะแนนความเชื่อมั่นจากการไปตรวจสอบ ๓.๓๓ หรือร้อยละ ๖๖.๗ แต่อย่างไรก็ตามในปี ๒๕๖๔ ความเชื่อมั่นตรงนี้ได้เพิ่มขึ้นมาเป็นร้อยละ ๗๗.๒ คือเราได้ ๓.๗๘ เป็นร้อยละ ๗๗.๒ ผมคิดว่าอันนี้ไม่ได้มาบอกว่าประชาชนไว้ใจเรามากขึ้นนะครับ แต่เป็นเรื่องคะแนน แต่สิ่งที่ผ่านมาในช่วงที่ผ่านมาหลังจากมีกฎหมายปี ๒๕๖๑ คณะกรรมการ ป.ป.ช. พยายามจะเปิดตัวเองให้ยอมรับการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นการทำงานเราก็พยายามจะเปิดเผยให้มากที่สุดเท่าที่กฎหมายจะกำหนด การไปตรวจสอบนั้น ผู้ที่ถูกตรวจสอบนั้นได้รับการคุ้มครองภายใต้กฎหมายนะครับ ผู้ที่กล่าวหา ผู้ที่เป็นพยานเราจะต้องปกปิดรักษาความลับในเรื่องชื่อ ตำแหน่งหรือที่อยู่ เป็นความลับของทางราชการนะครับ เพราะฉะนั้นเราก็มีข้อจำกัดเหมือนกัน แต่เราพยายามที่จะเปิดเผยให้มากที่สุด จะเห็นว่า เมื่อเราดำเนินการไต่สวนเสร็จสิ้น เราก็พยายามจะชี้แจงให้สังคมได้รับทราบว่า ผลการวินิจฉัยเป็นอย่างไร แต่เราก็จะเน้นย้ำเสมอว่าคำวินิจฉัยของคณะกรรมการ ป.ป.ช. นั้น ถือเป็นกระบวนการยุติธรรมในขั้นต้นเท่านั้นเอง ยังไม่เป็นที่สุด จนกว่าศาลจะได้ มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าเขาผิดหรือไม่ผิด แต่เป็นกระบวนการโปร่งใสที่พี่น้องประชาชน ก็อยากจะรับทราบความคืบหน้า เพราะฉะนั้นเราพยายามนะครับ บางครั้งเมื่อดำเนินการ ไต่สวนอย่างไร วินิจฉัยอย่างไร เราก็จะขอให้โฆษก ซึ่งพอดีวันนี้ท่านโฆษกของเรานี้ก็คือ ท่านเลขาธิการ ป.ป.ช. ในปัจจุบัน ทำหน้าที่ชี้แจงสังคมให้ทราบว่าผลการวินิจฉัยของเรา เป็นอย่างไร แต่มันเป็นกระบวนการยุติธรรมเบื้องต้นเท่านั้นเอง ที่เราพยายามที่จะเปิดเผย ให้มากที่สุด และเราก็มุ่งมั่น ได้มอบหมายให้ฝ่ายไอที (IT) ไปเตรียมดำเนินการในการที่จะ นำคำวินิจฉัยเหล่านั้น เปิดเผยพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด เพราะเราหวังว่าการมีส่วนร่วม ของพี่น้องประชาชน จะมีผลในการป้องปรามได้มากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นก็จะเรียนท่าน หลาย ๆ เรื่องที่ท่านได้คอมเมนต์ (Comment) จีที ๒๐๐ (GT 200) ถึงแม้จะล่าช้า อัลฟา ๖ (Alpha 6) จะล่าช้า แต่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็ได้ใช้ความรอบคอบในการไต่สวนเท่าที่ พยานหลักฐาน แล้วก็คำชี้แจงต่าง ๆ ซึ่งเราให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ถูกกล่าวหาอย่างเต็มที่นะครับ ได้มีการวินิจฉัยชี้มูลไปเป็นจำนวน ผมว่าหลายสิบคนในเรื่องของจีที ๒๐๐ (GT 200) ขณะนี้ เรื่องจีที ๒๐๐ (GT 200) ก็ยังเหลืออีกไม่กี่เรื่องแล้วครับที่อยู่ระหว่างดำเนินการใกล้จะเสร็จสิ้น เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับชื่อเสียงของหน่วยงานที่จำเป็นจะต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือ ที่จะมาปกป้องเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่เสี่ยงภยันอันตรายนะครับ แต่ด้วยความไม่รอบคอบ ของเจ้าหน้าที่ในการที่จะตรวจรับครุภัณฑ์สิ่งเหล่านี้ ก็ทำให้เขาอาจจะต้องรับโทษรับทัณฑ์ กันไปนะครับ ก็เป็นบทเรียนที่สำคัญที่เป็นบทเรียนของผู้บังคับบัญชาด้วยในการที่จะหา อุปกรณ์ต่าง ๆ มาให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาในการใช้ ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้เกิดความปลอดภัย ในชีวิตอย่างสูงสุดนะครับ เราก็พยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ อาจจะช้าไปบ้างอย่างที่ผมได้เรียนนะครับ มันก็เป็นข้อจำกัดที่เรามีอยู่🔗
เรื่องหลักสูตร นยปส. ที่ท่านสมาชิกได้มีการอภิปราย เรามุ่งมั่นเช่นนั้นจริง ๆ เราคิดว่าอยู่ระหว่างการปรับปรุงนะครับ วันนี้เรายังไม่ได้พิจารณาผู้ที่ได้รับการคัดเลือก ให้เข้าอบรมในรุ่นต่อไป แต่เรามุ่งมั่นที่จะลดปัญหาที่ท่านได้ยกประเด็นขึ้นมา เพื่อจะให้ หลักสูตรนั้นเป็นหลักสูตรเพื่อที่จะแสวงหาความร่วมมือในระหว่างหน่วยงานที่ทำหน้าที่ ในกระบวนการยุติธรรม และหน่วยงานเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในเรื่องภาคเอกชนนั้นก็คงจะเป็น เรื่องที่อาจจะต้องพิจารณากันอย่างจริงจังครับ แล้วเราก็พร้อมที่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลง เพื่อให้เป็นไปตามที่ท่านได้กรุณาให้ความคิดนะครับ🔗
ท่านธีรัจชัย พันธุมาศ ขอบคุณนะครับในสิ่งที่ท่านได้คอมเมนต์ (Comment) มา หลาย ๆ เรื่องก็เป็นกระบวนการทำงานที่คณะกรรมการก็ได้มีการเปิดเผยผลการดำเนินงาน ในส่วนที่เกี่ยวข้องเท่าที่จะสามารถเปิดเผยได้ภายใต้กฎหมาย แต่เมื่อบางเรื่องมันอยู่ระหว่าง กระบวนการไต่สวนในเรื่องอื่น ๆ มันก็เป็นข้อจำกัดที่เราไม่สามารถจะเปิดเผยได้ทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามผมว่าขณะนี้ทุกเรื่องที่ท่านนี้พูดก็อยู่ในช่วงสุดท้ายอยู่แล้ว ที่จะสามารถ ดำเนินการได้จนเสร็จสิ้นเมื่อสามารถดำเนินการได้เสร็จสิ้นแล้ว ข้อกฎหมายของเรานั้น ก็จะสามารถเปิดเผยข้อมูลให้กับท่านได้อย่างครบถ้วนนะครับ🔗
ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ที่ท่านได้ยกกรณีเรื่องหน้า ๑๕ เรื่องเอกภาพนั้น ความเป็นจริงมันก็อย่างที่ผมพูดครับ ก่อนที่จะมี พ.ร.ป. ปี ๒๕๖๑ นั้น การตรวจรับ คำกล่าวหา ผู้ที่มีข้อมูลสามารถจะไปกล่าวหาร้องเรียนกับทาง ป.ป.ช. ก็ได้ วันนี้ก็กับตำรวจ หรือไปทาง ป.ป.ท. ก็ได้ แต่หลังจากที่กฎหมาย ปี ๒๕๖๑ ออกมานี้ได้กำหนดให้ ป.ป.ช. เป็นหน่วยตรวจรับคำกล่าวหานะครับ เราก็เลยสามารถจะมาวิเคราะห์ในเรื่องสถานการณ์ การทุจริตได้หมด อย่างที่เราเคยทำรายงานการตรวจรับคำกล่าวหาที่ผมได้เรียนว่า ปีแรกนั้น ๑๐,๓๐๐ กว่าเรื่อง ปี ๒๕๖๓ ก็เหลือ ๙,๐๐๐ กว่าเรื่อง ปี ๒๕๖๔ จะเหลือ ๗,๐๐๐ กว่า เรื่องนะครับ แต่ว่ามันมีกรณีที่มีการเสนอกฎหมายจะเสนอให้หน่วยราชการบางหน่วย สามารถจะรับคำกล่าวหาได้อีก โดยไม่ต้องส่งมาให้ ป.ป.ช. ผมได้อ่านแล้วก็ปรากฏว่าการเขียน ข้อมูลนั้นอาจจะไม่ครบถ้วน ทาง ป.ป.ช. ก็ห่วงว่าหากมีการแก้กฎหมายให้หน่วยงาน พูดเสียเลยก็ได้เลยครับว่า ป.ป.ท. อาจจะเสนอแก้กฎหมาย เพราะว่า ป.ป.ท. ก็มีความรู้สึกว่า แต่ก่อนนั้นเขารับเรื่องเขาได้เอง เพราะฉะนั้นเขารับแล้วเขาดำเนินการได้เอง แต่ปัจจุบัน พอเขารับแล้วเขาต้องส่งให้ ป.ป.ช. ก่อน ป.ป.ท. ก็เลยจะไปเสนอแก้กฎหมายว่าให้เขา สามารถจะรับเรื่องกล่าวหาแล้วดำเนินการได้โดยไม่ต้องส่ง ป.ป.ท. ป.ป.ช. เราก็กลัวว่า ถ้าเป็นอย่างนั้นการจะวิเคราะห์ภาพรวมของปัญหาสถานการณ์ทุจริตของประเทศ อาจจะไม่เป็นไปดังเจตนารมณ์ที่ พ.ร.ป. ป.ป.ช. ปี ๒๕๖๑ ออกมาครับ ก็เลยเขียน อาจจะสั้นไปหน่อย นะครับ🔗
เรื่องซีพีไอ (CPI) ก็ต้องขอบคุณ ปีที่แล้วท่านสุพิศาลก็ได้ให้คำแนะเกี่ยวกับ เรื่องซีพีไอ (CPI) นะครับ ซีพีไอ (CPI) เป็นเรื่องที่ท้าทาย เพราะว่าดัชนีในการที่จะมาวิเคราะห์ คะแนนซีพีไอ (CPI) โดยทีไอ (TI) ทรานส์พาเรนซี อินเตอร์เนชันนัล (Transparency International) ซึ่งมีที่ตั้งอยู่ที่เยอรมันนั้นต้องอาศัยดัชนี ๙ ตัว ดัชนีเหล่านี้มันไม่ได้อยู่กับ ส่วนราชการอย่างแท้จริงด้วย หลายดัชนีก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับภาคธุรกิจหรือเอกชน ที่เกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นการทำงานจะต้องอาศัยความร่วมมือครับ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็ได้เสนอ ครม. เพื่อให้กระจายความรับผิดชอบในเรื่องดัชนีแต่ละตัวไปให้ส่วนราชการต่าง ๆ ร่วมกันขับเคลื่อนคะแนนตรงนั้น แล้วก็เป็นที่น่าดีใจว่าวันนี้หน่วยงานที่เป็นหน่วยงาน สหประชาชาติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของยูเอ็นดีพี (UNDP) ซึ่งเป็นสหประชาชาติในเรื่องของ โครงการพัฒนา เขาได้ให้การสนับสนุนแล้วออกมาซัปพอร์ต (Support) แนวความคิด ในการประเมินที่เรียกว่า การประเมินไอทีเอ (ITA) ของเรา อินเทกริตี แอนด์ ทรานส์พาเรนซี (Integrity and Transparency) การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส ซึ่งวันนี้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. โดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ได้ให้นำเรื่องของการประเมิน ไอทีเอ (ITA) เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งปัจจุบันเรามีการประเมินหน่วยงานของรัฐมากกว่า ๘,๓๐๐ หน่วย ทางยูเอ็นดีพี (UNDP) เห็นว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่มีประโยชน์ และสนับสนุนว่าเป็นโครงการที่จะเป็นประโยชน์ ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช. เอง นอกจาก เราประเมินหน่วยงานที่เป็นนิติบุคคล รวมทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยนะครับ ทั้ง ๕,๐๐๐ กว่าหน่วย ก็อยู่ในการประเมิน แต่เราได้ไปท้าทายว่าถ้าหากหน่วยที่ทำหน้าที่ ให้บริการของรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ยกตัวอย่างอย่างกรุงเทพมหานคร นอกจากเราประเมิน กรุงเทพมหานคร นอกจากเราประเมินสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้วนี้ หน่วยให้บริการ ประชาชนที่สำคัญ ๒ หน่วยก็คือเขตของ กทม. ซึ่งมีอยู่ ๕๐ เขต สถานีตำรวจนครบาล ซึ่งมีอยู่ประมาณ ๘๐ เกือบ ๙๐ แห่ง ในกองบัญชาการตำรวจนครบาล เขตและสถานีตำรวจ นครบาลนั้นไม่ต้องถูกประเมินตามหลักเกณฑ์ไอทีเอ (ITA) นะครับ แต่เนื่องจากเราเห็นว่า หน่วยทั้ง ๒ หน่วยเป็นหน่วยให้บริการประชาชนที่สำคัญ ถ้าหากเขาได้เข้ารับการประเมิน ซึ่งก็จะมีคนที่มีส่วนได้เสีย ไม่ว่าจะเป็นผู้มีส่วนได้เสียภายใน ในหน่วยงานตัวเอง หรือผู้มีส่วน ได้เสียภายนอกซึ่งเป็นผู้ใช้บริการเขา หรือในเรื่องของการเปิดเผยข้อมูลของหน่วยงานนั้น ให้ประชาชนรับรู้รับทราบเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการจัดการของการให้บริการของเขา ถ้า ๒ หน่วยงานนั้นสามารถจะโปร่งใสตรวจสอบได้ การให้บริการพี่น้องประชาชนก็จะได้รับ การยอมรับนะครับ และผมก็เชื่อว่าสิ่งเหล่านี้มันก็จะสะท้อนไปถึงการให้บริการของรัฐบาล ที่มีต่อพี่น้องประชาชน แล้วอย่างนั้นคะแนนซีพีไอ (CPI) ก็จะดีขึ้นนะครับ วันนี้เราก็ดีใจว่าในปีงบประมาณที่แล้ว ทาง กทม. ได้มาประเมินไอทีเอ (ITA) ถึงแม้คะแนน อาจไม่สู้ดีนัก แต่ว่าเป็นเริ่มต้นที่เขาจะไปพัฒนาให้การประเมินนั้นได้คะแนนสูงขึ้น ถ้าคะแนนสูงขึ้นก็แสดงว่าเขตของ กทม. นั้นได้มีความโปร่งใสในการให้บริการพี่น้อง ประชาชน อาจจะไปสอดคล้องกับพระราชบัญญัติอำนวยความสะดวกนะครับ ปีนี้ทางท่าน ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติก็ตอบรับจะให้สถานีตำรวจนครบาลเข้ามาร่วมประเมินด้วย และปีนี้เช่นเดียวกันในปี ๒๕๖๕ อำเภอ ๘๐๐ กว่าแห่งทั่วราชอาณาจักรก็จะมาเข้าร่วม ประเมิน นอกเหนือจากจังหวัดซึ่งเป็นนิติบุคคลนะครับ อย่างไรก็ต้องขอบคุณทาง กระทรวงมหาดไทย ที่มีเจตนารมณ์แน่วแน่ที่จะให้หน่วยงานให้บริการในความกำกับดูแล ของกระทรวงมหาดไทยนั้นมาประเมินความโปร่งใสนะครับ แล้วถึงแม้ว่าวันนี้คะแนน ยังไม่ดีนัก แต่ทิศทางนั้นก็พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นคณะกรรมการ ป.ป.ช. เชื่อมั่นว่า การประเมินไอทีเอ (ITA) จะเป็นหนทางในการที่จะทำให้หน่วยงานให้บริการของรัฐสามารถ จะทำงานรองรับความต้องการของพี่น้องประชาชนให้คุ้มค่ากับงบประมาณแผ่นดิน ที่เขาได้รับนะครับ เพราะฉะนั้นก็คงจะต้องดูผลการประเมินในเรื่องตรงนั้นต่อไปนะครับ🔗
เรื่องการปักหมุดเอกสารที่แจกให้ที่เป็นเล่มหนานี่ครับ อันนี้เป็นสิ่งที่ต้อง นำเรียนว่าที่เอามาแจกนี้จะให้เห็นว่า นี่คือผลลัพธ์จากการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนนะครับ ที่ผมได้เรียนท่านตั้งแต่ตอนต้นว่าเขาตั้งกลุ่มขึ้นมาเขาก็ไปเฝ้าระวังว่าเจอเหตุการณ์อะไรบ้าง นะครับ เขาไปดำเนินการในการที่จะปักหมุด ซึ่งในปี ๒๕๖๓ ชมรมสตรอง (Strong) เราตั้งมา ตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ นะครับ ปัจจุบันมีเครือข่ายอยู่ทุกจังหวัดทั่วประเทศกว่า ๘๐,๐๐๐ คน ๔ ปีที่ผ่านมาได้มีการจับตามองการทุจริตอย่างกว้างขวาง แล้วก็ข้อมูลจากชมรมสตรอง (Strong) ได้ถูกใช้ในการสนับสนุนภารกิจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เราเอามาทำปักหมุด ตรงนี้ก็ปรากฏว่าในปี ๒๕๖๓ ประชาชนหรือชมรมสตรอง (Strong) ได้ปักหมุดความเสี่ยง ทั่วประเทศไปทั้งสิ้น ๔๐๕ ประเด็นนะครับ ส่วนใหญ่ก็เป็นความเสี่ยงต่อการทุจริตเกี่ยวกับ ทรัพยากรธรรมชาติ การจัดซื้อจัดจ้าง แล้วก็การเรียกรับสินบนนะครับ หลังจากเสร็จสิ้น ภารกิจในปี ๒๕๖๓ ซึ่งชมรมสตรอง (Strong) แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ไปดูปัญหา ที่เกิดขึ้นตามที่เขาปักหมุด สามารถจะถอนหมุดตรงนี้ไปได้ถึง ๒๓๗ ประเด็น ซึ่งคิดเป็น ๕๘ เปอร์เซ็นต์ การถอนหมุดมันก็เกิดจากการที่เราบูรณาการร่วมกันในเชิงบวก เพื่อระงับ ยับยั้งไม่ให้เกิดการทุจริต ถ้าสถานการณ์มันเบาบางเราก็จะถอนนะครับ แต่ว่าถ้าหาก มันมีเบาะแสมันก็อาจจะเดินทางไปสู่เรื่องการไต่สวนดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดได้ต่อไป นะครับ ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้เป็นประโยชน์และนอกจากนั้นการที่เราปักหมุดเราก็ไม่ใช่ว่า เราระวังแต่ทางภาคประชาชน วันนี้ที่ผมเรียนท่าน เราตรวจรับคำกล่าวหา เราก็มีการสอบทาน กับเรื่องที่เราตรวจรับคำกล่าวหา เราสอบทานกับเรื่องที่เราไต่สวน เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ ขณะนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. กำลังเดินไปอย่างที่ท่าน ส.ส. ๒-๓ ท่านที่ท่านได้พูด เรื่องการป้องกันที่ท่าน พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา ได้พูดเรื่องการป้องกัน หรือท่านนิยม เวชกามา พูดในเรื่องการป้องกัน แต่ท่านนิยมจะพูดในเรื่องการป้องกัน การฟ้องร้องกันเองในทาง ป.ป.ช. ด้วยนะครับ เดี๋ยวผมจะพูดต่อไป เราใช้ข้อมูลเหล่านี้ ในการที่จะไปให้เจ้าหน้าที่ป้องเราลงพื้นที่เพื่อเป็นการป้องปรามนะครับ วันนี้เราเดิน ในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายให้รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ เราเดินในเรื่องของการป้องปราม นะครับ เอาป้องนำปราบนะครับ เราก็หวังว่าวันข้างหน้านั้นสถานการณ์การทุจริตจะลด น้อยลง และวันนี้กราบเรียนท่านที่ท่านถามว่า ที่เรามาเสนอกับท่านว่าในปี ๒๕๖๓ เราทำเรื่อง ไต่สวนไป ๗๐๐ กว่าเรื่อง ในปี ๒๕๖๒ เราเสร็จเรื่องไต่สวนไป ๔๐๐ กว่าเรื่อง จริง ๆ แล้ว ในปี ๒๕๖๔ ซึ่งเสร็จสิ้นไปเมื่อ ๓๐ เดือนกันยายนที่ผ่านมา ปีนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. และเจ้าพนักงาน ป.ป.ช. สามารถจะไต่สวนได้เสร็จสิ้นถึง ๑,๕๐๐ เรื่องนะครับ วันนี้เราเหลือ เรื่องไต่สวนเมื่อขึ้นปีงบประมาณ ๒๕๖๕ อยู่ประมาณ ๒,๒๐๐ เรื่อง แต่เรายังมีปัญหา ในเรื่องของตรวจสอบเบื้องต้น ซึ่งยังค้างอยู่ประมาณ ๙,๙๐๐ เรื่องครับ ปี ๒๕๖๕ เราก็เลยคอมมิต (Commit) กับคนใน ป.ป.ช. กรรมการ ป.ป.ช. ว่าจะต้องเป็นปี ที่ทำงานหนักอีกปีหนึ่ง เพื่อจะไต่สวนให้ได้ไม่น้อยกว่าปีที่แล้ว คือ ๑,๕๐๐ เรื่อง ก็จะทำให้ เรื่องที่ค้างอยู่จะเหลือประมาณ ๗๐๐ เรื่อง แต่ระหว่างปีจากที่ผ่านมาเราจะรับเรื่องไต่สวนใหม่ ปีละ ๑,๐๐๐ เรื่อง เพราะฉะนั้นถ้าเราไต่สวนปี ๒๕๖๕ ได้ ๑,๕๐๐ เรื่อง รับใหม่ในปี ๒๕๖๕ กับเรื่องที่ค้างอยู่ ปี ๒๕๖๖ ทุกอย่างก็จะเข้าสู่กระบวนการใหม่ คือข้อมูลในการไต่สวน ก็จะรวดเร็ว เพราะฉะนั้นถ้าเราสามารถดำเนินการตรวจสอบและไต่สวนได้รวดเร็ว ประสิทธิภาพในการทำคดี ให้ความเป็นธรรมกับผู้ที่ถูกไต่สวนก็จะสามารถเอาพยานหลักฐาน มายืนยัน มาชั่งน้ำหนักได้อย่างเที่ยงธรรมนะครับ เพราะฉะนั้นผมยืนยันนะครับว่าต่อไป ในอนาคตนั้นการบังคับใช้กฎหมายจะมีประสิทธิภาพได้รวดเร็ว และเราจะเอาป้องนำปราบ เราจะเอาผลตรงนี้ไปนำปราบ🔗
เรื่องที่คุณอนุรักษ์ได้กรุณาพูดเรื่องความเสียหาย ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท อันนั้นเป็นข้อมูลที่อาจจะสื่อให้ท่านไม่ตรงนักในรายงาน เรารายงานว่าการตรวจรับ คำกล่าวหาในปี ๒๕๖๓ นั้น ๙,๑๓๐ เรื่อง ใน ๙,๑๓๐ เรื่อง ที่เราตรวจรับคำกล่าวหา เมื่อเราไปติดตามว่าเรื่องกล่าวหาเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไร ก็ปรากฏว่ามันเกี่ยวข้องกับเรื่องที่ เกี่ยวข้องกับงบประมาณใน ๙,๐๐๐ กว่าเรื่องนั้น เป็นงบประมาณแผ่นดินทั้งหมด ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันครอบคลุมงบประมาณแผ่นดินใน ๙,๐๐๐ กว่าเรื่อง แต่เมื่อเรา ไปไต่สวนหรือเมื่อเราไปตรวจสอบเบื้องต้นแล้ว เมื่อไม่มีมูลก็ตกไป แต่ถ้ามีมูลเราก็จะไป ไต่สวน และเมื่อไต่สวนเราชี้มูลมีการกระทำความผิดเกิดขึ้น ก็จะมีการดำเนินการในเรื่องของ ทางละเมิด เรียกค่าเสียหายเจ้าหน้าที่ของรัฐที่กระทำความผิดบกพร่องจนเกิดความเสียหาย กับรัฐ ก็จะเรียกเงินกลับคืนสู่แผ่นดิน แต่เงิน ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้นเป็นกรอบ ความเสียหายในภาพรวมของเรื่องกล่าวหาที่เกิดขึ้น จริง ๆ แล้วในปี ๒๕๖๒ ปีแรก ที่เราดำเนินการตามกฎหมายใหม่ มีเรื่องร้องเรียนกล่าวหาเข้ามาทั้งสิ้น ๑๐,๓๐๐ กว่าเรื่องนั้น ครอบคลุมถึงงบประมาณแผ่นดินถึง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านนะครับ แต่ว่ามันเป็นครอบคลุมเฉย ๆ เรายังไม่บอกว่าความเสียหายที่แท้จริงเป็นอย่างไรนะครับ เพราะฉะนั้นก็อาจจะต้องขออภัย ที่เราสื่อกับท่านในข้อมูลที่อาจจะไม่ชัดเจนนะครับ ยืนยันนะครับว่าสิ่งที่ท่านแนะนำ เรื่องการมองตนเองในเรื่องของการรายงานเราต้องดำเนินการตามที่ท่านได้เน้นย้ำนะครับ เพราะเราทราบดีว่าภารกิจของเรานั้นเป็นภารกิจที่ไม่มีใครชอบและไม่มีใครรักนะครับ แต่ถ้าสิ่งที่เราจะพยายามทำก็คือ อย่างน้อยให้ท่านได้เชื่อมั่น และวันหนึ่งถ้าท่านเชื่อมั่นแล้ว และผลงานดี เราก็หวังว่าท่านจะศรัทธาและร่วมมือกับเรา🔗
อีกเรื่องหนึ่งที่ได้มีการพูดกันถึงเรื่องเอาต์คัม (Outcome) ครับ ผมเรียนท่านว่าปี ๒๕๖๔ เราไต่สวนเสร็จสิ้นไป ๑,๕๐๐ เรื่อง ๒ เท่าของปี ๒๕๖๓ แต่นั่นไม่ใช่เรื่องที่เราพึงพอใจนะครับ วันนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในปี ๒๕๖๓ เรื่องที่ไต่สวน ๗๐๐ กว่าเรื่อง เรื่องที่เราชี้มูลมันก็น้อยลงมา แต่เรื่องที่เราชี้มูลทุกเรื่องกฎหมายบอกว่า ให้เราเสนอสำนวนให้อัยการสูงสุด ให้อัยการสูงสุดนั้นวินิจฉัยสำนวนของ ป.ป.ช. แล้วให้พิจารณาดำเนินการฟ้องภายใน ๑๘๐ วัน แต่ถ้าไม่สามารถคิดว่าพยานหลักฐานนั้น มีข้อไม่สมบูรณ์ ภายใน ๙๐ วันนับตั้งแต่ที่ ป.ป.ช. ส่งสำนวนให้ท่านอัยการสูงสุด ตั้งข้อไม่สมบูรณ์และตั้งกรรมการร่วมมาพิจารณาร่วมกันระหว่างผู้แทนสำนักงานอัยการ สูงสุดกับผู้แทน ป.ป.ช. วันนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. นั้นทำงานกันทุกวันเต็มเวลา ทุกเรื่อง ที่มีการตั้งข้อไม่สมบูรณ์ กฎหมายบอกว่าให้ตั้งภายใน ๑๕ วันนับแต่ได้รับเรื่อง ทุกเรื่อง เราจะตามหมดครับ วันนี้ไม่ใช่ว่าเราพึงพอใจกับ ๗๐๐ เรื่องที่เราไต่สวนเสร็จในปี ๒๕๖๓ ๑,๕๐๐ เรื่อง ที่เราไต่สวนเสร็จในปี ๒๕๖๔ วันนี้เราตามหมดนะครับว่าเรื่องที่เราส่งอัยการ สูงสุดไปนี้เรื่องอยู่ที่ไหน ถ้าเกิน ๑๘๐ วัน ทำไมท่านอัยการยังไม่ฟ้อง เราก็จะมีเวทีที่ประชุมกับท่านอัยการสูงสุดนะครับ วันนี้กฎหมายบอกว่า เมื่อท่านอัยการ สูงสุดฟ้องคดีไปแล้วผลคดีเป็นอย่างไร ถ้าเกิดศาลลงโทษ ท่านอัยการสูงสุดจะไม่อุทธรณ์ จะไม่ฎีกา ให้ถามความเห็นคณะกรรมการ ป.ป.ช. ก่อน คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็ต้องรีบมา วินิจฉัยพวกนี้ครับ เรามีความเห็นประกอบการพิจารณาไปทุกเรื่อง ประกอบการพิจารณา ของท่านอัยการสูงสุดทุกเรื่อง เรามีสถิติหมดนะครับ ซึ่งเจ้าหน้าที่ผมพร้อมถ้าเขามีข้อมูล เขาจะฉายให้ท่านดูได้ วันนี้เราแทร็กกิง (Tracking) หมด เราตามหมดนะครับ เพราะกฎหมาย บอกว่า ถ้าเราชี้มูลเสร็จต้องส่งสำนวนให้อัยการสูงสุดภายใน ๓๐ วัน แม้ว่ากรอบเป็นกรอบ เร่งรัดนะครับ แต่เราก็พยายามจะทำให้มันอยู่ใกล้เวลาที่สุด แต่บางเรื่องบางกรณีเอกสาร สำนวนนั้นเป็นหมื่น ๆ เรื่องครับ เป็นหมื่น ๆ แผ่น เพราะเราจะต้องรับผิดชอบในการถ่าย เราต้องส่งให้อัยการสูงสุด กระบวนการทั้งหมดเพราะเราตระหนักดีว่าเราเป็นกระบวนการ ยุติธรรมเบื้องต้น เราเป็นคนรวบรวมพยานหลักฐาน เราเป็นคนลงพื้นที่ไปสอบปากคำพยาน ให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหา พยานทุกเรื่องที่ผู้ถูกกล่าวหาร้องขอนั้นเราต้องรับ เข้าสำนวนหมด กระบวนการ ป.ป.ช. เป็นเรื่องของการไต่สวนนะครับ ไม่ใช่ระบบกล่าวหา ตาม ป. วิ. อาญาแบบทางตำรวจ ฉะนั้นของเราอาจจะใช้เวลามากนะครับ และหลาย ๆ กรณีเราถูกฟ้องด้วยเหตุผล ซึ่งอาจจะต้องการประวิง ๒. ต้องการจะขออำนาจศาล มาขอพยานเอกสารเราไปเพื่อประกอบการต่อสู้ของเขา หลาย ๆ เรื่องก็ทำให้กระบวนการ ของเรานี้ค่อนข้างล่าช้านะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ยิ่งเรื่องคดีสำคัญ สิ่งหนึ่งที่หลาย ๆ ท่าน ต้องขอบพระคุณนะครับที่ท่านได้สนับสนุน ในรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ และ พ.ร.บ. ป.ป.ช. ๒๕๔๒ ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. นั้นฟ้องคดีเองได้นะครับ เราเพิ่งมาเริ่มฟ้องคดีอย่างจริง ๆ จัง ๆ เมื่อไม่นานมานี้เองครับ ขณะนี้เราฟ้องคดีเองประมาณ ๑๒๕ คดีนะครับ เท่าที่ผม ได้มีข้อมูล จดเอาไว้หมดวันนี้นะครับ จนถึงวันนี้เราฟ้องคดีเองมาทั้งสิ้น ๑๒๕ คดี เดี๋ยวผมจะเอาข้อมูลให้ท่านครับ เราฟ้องเอง ๑๒๕ เรื่องครับ ใน ๑๒๕ เรื่องนี้ ในตอนต้น ๆ เราจ้างทนายครับ เราจ้างทนายแค่ ๖ คดีเองครับ ขณะนี้เรื่องที่เราฟ้องคดีเองถึงที่สุดไปแล้ว ๓๐ คดีนะครับ ๓๐ คดีนี้ศาลได้ลงโทษถึงที่สุดแล้ว ขณะนี้เราลงโทษยกฟ้อง ถึงที่สุดในเรื่อง ที่ฟ้องลงโทษ ๓๔ คดี ยกฟ้อง ๒๔ คดี แต่ถึงที่สุด ๓๐ คดี ปรากฏว่าในเรื่องที่ถึงที่สุด ๓๐ คดี ศาลลงโทษให้เรา ๖๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ยกฟ้อง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ท่านต้องอย่าลืมว่า สำนวนที่ ป.ป.ช. ฟ้องเองนั้นเป็นสำนวนที่อัยการสูงสุดท่านได้วินิจฉัยแล้วว่าไม่มี พยานหลักฐานเพียงพอที่อัยการสูงสุดจะฟ้องคดีให้ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ต้องฟ้องคดีเอง หลาย ๆ คดี อย่างเป็นข่าวเมื่อ ๒ วันนี้ คดีโรงพัก คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ชี้มูล อัยการ สูงสุดตั้งข้อไม่สมบูรณ์ เราไม่สามารถจะหาข้อยุติได้ ท่านอัยการสูงสุดคืนสำนวนให้เรา เราก็เลยต้องฟ้องคดีเองครับ วันนี้เราแทร็ก (Track) หมดครับว่า นับตั้งแต่เราชี้มูลนั้น เราส่งแล้วอยู่ที่อัยการสูงสุดกี่วัน เมื่อเรารับกลับมาเราร่างฟ้องกี่วันนะครับ วันนี้เราแทร็ก (Track) ได้หมดว่า ศาลชั้นต้นลงโทษอย่างไรนะครับ สิ่งเหล่านี้เราเอามาใช้เป็นบทเรียน ที่เราเรียกว่า ถ้าศาลยกฟ้องแล้วเป็นเวิร์สต แพร็กทิซ (Worst practice) ของเรา ที่เราจะต้องมาเรียนรู้ว่าเราบกพร่องตรงไหนในการไต่สวนรวบรวมหลักฐาน เพราะฉะนั้น วันนี้เราไม่ได้พูดกันถึงเรื่องเอาต์พุต (Output) ครับ เรากำลังพูดถึงเรื่องเอาต์คัม (Outcome) วันนี้เราจะแทร็ก (Track) ให้หมดเลยว่า เมื่อศาลตัดสินลงโทษถึงที่สุดแล้ว จำเลยในคดีนี้ผู้ถูกกล่าวหาของเราเมื่อตอนเราไต่สวน ศาลลงโทษจำคุกแค่นี้ จริง ๆ แล้ว เขาติดคุกอยู่เท่าไร เพื่อจะเอาบริบทตรงนี้ไปเสนอแนะผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้น เรียนยืนยันได้นะครับว่า วันนี้ ป.ป.ช. อาจจะเป็นบริบทใหม่ซึ่งเราไม่ได้ไปเที่ยวประกาศ อะไรมาก แต่เราทำครับ เรามีข้อมูลหมดนะครับ คดีสำคัญของเรา เราจะบอกได้เลยนะครับว่า คดีนี้เราใช้เวลาเท่าไร เรามุ่งหวังว่าในอนาคตข้างหน้าทุกอย่างจะเป็นไปตามมาตรา ๔๘ จะต้องไม่เกิน ๒ ปี ขยายได้ไม่เกิน ๑ ปี และกฎหมายก็ไม่ได้บอกว่าหลัง ๓ ปี ไม่สามารถ ดำเนินการต่อได้ กฎหมายเพียงแต่บอกว่าต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้น อาจจะมีผลในเรื่องของ การดำเนินการทางวินัย แต่ว่าในเรื่องทางอาญานั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. สามารถจะไต่สวน ต่อไปได้ แต่ให้หาผู้รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นความบกพร่องของพนักงานเจ้าหน้าที่ หรือความบกพร่องของกรรมการ ป.ป.ช. ที่ทำให้เกิดความล่าช้าในการไต่สวน เพราะฉะนั้น ก็เรียนยืนยันกับท่านว่าบริบทการทำงานของ ป.ป.ช. หลัง พ.ร.บ. ๒๕๖๑ มันเปลี่ยนไปครับ มันกลายเป็นพระราชบัญญัติที่มีโทษทางอาญา น่าจะเป็นฉบับแรกและฉบับเดียว ที่มีการกำหนดกรอบระยะเวลาอย่างชัดเจนในทุกขั้นตอน ไม่ใช่เฉพาะในการดำเนินการ ของ ป.ป.ช. ในการดำเนินการของท่านอัยการสูงสุด แล้วก็มีช่องทางที่จะทำให้เรา ทราบความคืบหน้าของคดีในการพิจารณาชั้นศาลหมด ทำให้เราเรียนรู้ในทุกบริบท เพราะฉะนั้นผมจึงเรียนท่านว่าเรากำลังมองกันที่เอาต์คัม (Outcome) เรามองที่เอาต์คัม (Outcome) ทั้งหมดเพื่อจะไปสู่เรื่องของการป้องนำปราบ เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าในอีก ๒ ปี ข้างหน้าที่ผมยังอยู่กับท่าน ถ้าไม่ไปก่อนด้วยวิถีที่อย่างอื่นนะครับ ผมก็จะมาชี้แจงท่าน ในทุกครั้งและจะให้ความสำคัญ เราจะนำสิ่งที่เราเรียกว่าเอาต์คัม (Outcome) มารายงานท่าน นะครับ แล้วก็พร้อมที่จะนำข้อมูลตรงนั้นลงไปในเว็บ (Web) ให้สังคมได้รับรู้รับทราบ เพราะผมถือว่ามันเป็นเรื่องของความโปร่งใสในการทำงานนะครับ🔗
ทีนี้ในเรื่องของท่านสงวน พงษ์มณี นะครับ ท่านก็ได้พูดเรื่องฟ้องคดีเอง และอันนี้ก็ได้เรียนไปแล้วนะครับ และเรื่องคดีที่ท่านได้พูดก็จะรับข้อสังเกตของท่านไป ในเรื่องความเห็นที่ท่านได้ยกประเด็นเรื่องการดำเนินการไต่สวนในบางกรณีที่ท่าน ได้พูดถึงนะครับ🔗
ท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ท่านได้พูดเรื่องของคดีท่านนิพนธ์ บุญญามณี ขออภัยที่ได้เอ่ยนามนะครับ ข้อเท็จจริงก็คือว่า การกระทำความผิดของบุคคลที่ถูกพาดพิงถึง ท่านกระทำผิดในตอนที่เป็นนายก อบจ. แล้วก็เมื่อเรามีการชี้มูลไป และทางกระทรวง มหาดไทยก็ได้มีการเพิกถอนจากตำแหน่งนายก อบจ. อันนี้ก็จะเป็นเรื่องคุณสมบัติ เพราะว่า ปัจจุบันนั้นเป็นคุณสมบัติของการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ว่าตำแหน่งที่ถูกเพิกถอนนั้น เป็นตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่น เพราะฉะนั้นอาจจะขาดคุณสมบัติหรือไม่อาจจะต้องไปถาม กกต. นะครับ แต่สิ่งที่อาจจะเรียนว่าในขั้นตอนของทางกระบวนการทางกฎหมาย ป.ป.ช. ก็คือว่า เรื่องนี้อัยการตั้งข้อไม่สมบูรณ์มานะครับ อยู่ระหว่างการดำเนินการร่วมกัน ของคณะกรรมการร่วม แต่ถ้ามีการฟ้องคดี ไม่ว่าท่านอัยการสูงสุดจะฟ้องคดีหรือว่า ทาง ป.ป.ช. ฟ้องคดีเอง วันใดที่ศาลรับคดีประทับฟ้อง ผู้ถูกกล่าวหารายนี้หรือจำเลย ก็จะต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายครับ เพราะฉะนั้นขั้นตอนตามกฎหมายใน พ.ร.บ. ป.ป.ช. ชัดเจน ก็เลยกราบเรียนท่านให้เป็นข้อมูลนะครับ🔗
เรื่องเกาะนุ้ยนอก เรื่องออกโฉนด ขณะนี้ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ก็ได้ลงพื้นที่ไปแล้วนะครับ เราจะเร่งรัดรวบรวมข้อมูลเพื่อจะพิจารณาให้รวดเร็ว ท่านไม่ต้อง ห่วงครับ วันนี้สื่อมวลชนรายงาน ผอ. ของ ป.ป.ช. ทุกคนเขาจะต้องว่องไวลงพื้นที่หาข้อมูล แล้ววันนี้เรากระจายอำนาจลงไป เรามีสำนักงาน ป.ป.ช. ทุกจังหวัด มีระดับผู้ช่วยเลขาธิการ ภาค และบางภาคที่มีปริมาณงานมาก ภาค ๓ ภาค ๔ วันนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีการปรับปรุงตำแหน่งให้ผู้บริหารที่รับผิดชอบภาคที่งานหนักในภาค ๓ ภาค ๔ เป็นระดับ รองเลขาธิการ เพราะฉะนั้นเขาก็ต้องรีบเร่งรัดดำเนินการ ให้ความเป็นธรรมกับ ผู้ที่ถูกร้องเรียนกล่าวหาด้วยเช่นกันนะครับ🔗
ท่านรังสิมันต์ โรม ก็ต้องขอบคุณนะครับ หลาย ๆ เรื่องที่ท่านตั้งประเด็นมา ผมจะให้ทางเจ้าหน้าที่เขาไปตรวจสอบว่า เรื่องที่ท่านยกประเด็นขึ้นมานั้น มีการร้องเรียน กล่าวหาเข้ามาหรือไม่อย่างไร และอยู่ในขั้นตอนไหน เพราะท่านพูดหลายประเด็นนะครับ ในประเด็นที่ท่านยกขึ้นมา เดี๋ยวเราจะไปตรวจสอบและตามที่ผมได้กราบเรียนท่านนะครับ ตรวจสอบแล้วเดี๋ยวผมจะให้เขาร่างรายงานและผมจะลงนามนำเรียนท่านนะครับ🔗
ท่านนิยม เวชกามา ได้พูดไปแล้วในเรื่องการฟ้องคดีเองนะครับ🔗
ท่านคารม อันนี้ก็ต้องขอบคุณนะครับ เมื่อสักครู่นี้ผมแล้วก็ได้ตอบไปแล้ว ที่ท่านตั้งข้อสังเกตการทุจริตของ อปท. ว่ามีมากที่สุด ข้อเท็จจริงมันเป็นอย่างนั้นครับ แต่ผมเชื่อมั่นนะครับ สิ่งที่เรากำลังเดินผมเชื่อว่ามันจะเกิดการป้องปราม วันนี้ท่านรู้ หรือไม่ครับว่าการเลือกตั้ง อบต. ๕,๓๐๐ แห่งที่มีการเลือกตั้งไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ ๒๘ สิ่งที่ ป.ป.ช. กำลังจะทำนี่คืออะไร พอผู้บริหาร อปท. ๕,๓๐๐ แห่ง พ้นจากหน้าที่ เขาจะต้อง ยื่นบัญชีทรัพย์สินกับเรา ทั้งหมดนี้แต่ละ อปท. ๓ ราย ประมาณ ๑๕,๙๐๐ บัญชีนะครับ พอเมื่อมีการรับรองแล้วผู้ที่ดำรงตำแหน่ง อปท. ใหม่ก็จะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินกับเรา ก็จะมีบัญชีให้เราดำเนินการอีก ๑๕,๐๐๐ รวมแล้วบัญชีที่จะเข้ามาจากการเลือกตั้ง อปท. ๓๐,๐๐๐ กว่าบัญชีครับ ปีหนึ่งโดยศักยภาพของเจ้าหน้าที่ ซึ่งเรามีอยู่ ๓๕๐ คนทั่วประเทศ ในปกติเราจะให้เกณฑ์ว่าตรวจสอบบัญชีปกตินะครับ ๙๐ บัญชีต่อคนต่อปี เพราะฉะนั้นวันนี้ เราจะพยายามดำเนินการในการจะตรวจสอบบัญชีนี้ให้รวดเร็วที่สุด เพื่อจะนำไปเปิดเผยผล เพื่ออะไรครับ เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายว่าให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ในการตรวจสอบนะครับ วันนี้เราก็พยายามจะปรับปรุงกฎหมายในประเด็นที่มีการท้วงติงว่า ทำไมคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่ยอมให้ผู้ที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินเพื่อยื่นไว้เป็นหลักฐานเปิดเผย เพราะกฎหมายไม่ได้กำหนดจริง ๆ ครับ ไม่ใช่ว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. ไม่ยอมสนองตอบ ต่อการวินิจฉัยของคณะกรรมการตามกฎหมายอื่น แต่กฎหมาย ป.ป.ช. เป็นอย่างนั้นจริง ๆ แต่อย่างไรก็ดีความห่วงใยนั้นคณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็ได้มีการเสนอร่างแก้ไขกฎหมาย มาตรานั้นแล้ว เพราะฉะนั้นต่อไปผู้ดำรงตำแหน่งการเมืองที่มีการเปลี่ยนชุดเข้ามาดำรง ตำแหน่งนั้นก็จะต้องยื่นบัญชีทรัพย์สิน และเมื่อยื่นบัญชีทรัพย์สินแล้ว ผู้ดำรงตำแหน่ง ทางการเมืองนั้นเราจะต้องเปิดเผยให้พี่น้องประชาชนเข้ามาตรวจสอบครับ เพราะฉะนั้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มิได้นิ่งนอนใจครับ แต่ข้อกฎหมายเป็นเช่นนั้นจริง ๆ ครับ เราก็ได้ ชี้แจงไปคณะกรรมการข้อมูลข่าวสาร ว่าการตีความกฎหมายในส่วนของท่านกับของเรานั้น อาจจะแตกต่างกัน แต่เราก็มีเจตนารมณ์ แล้วก็ขอยืนยันครับว่าเรื่องของการใช้ข้อมูล เรื่องการแจ้งบัญชีทรัพย์สินนั้นเจตนารมณ์เพื่อให้มีส่วนร่วม เพื่อให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ มีความโปร่งใส วันนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พัฒนาระบบฐานข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์แล้ว เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ทุกคนยื่นอิเล็กทรอนิกส์แล้ว ยื่นได้ ใช้ได้ ตรวจได้ เราได้ประกาศแล้ว เป็นนโยบายว่าในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ไม่ใช่ ๒๕๖๕ นะครับ ๒๕๖๖ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามมาตรา ๑๐๒ กับมาตรา ๑๐๓ ผู้ดำรงตำแหน่งในระดับสูงในอนาคตจะยื่นทาง อิเล็กทรอนิกส์หมด วันนี้กฎหมายในเรื่องจงใจไม่ยื่น หรือปกปิดไม่ยื่นที่ท่านได้พูดถึงนี้ครับ เปลี่ยนบริบทของการบังคับใช้กฎหมาย กฎหมายปี ๒๕๔๒ นั้นถ้าไม่ยื่นก็ผิดครับ ไม่ต้อง ไปตรวจสอบประเด็นอื่นว่าเขามีเจตนาหรือไม่เจตนานะครับ ถ้าเขาไม่ยื่น เรายื่นศาลได้เลย เพราะฉะนั้นปี ๆ หนึ่งในสมัยก่อนนี้ปีละ ๓๐๐-๔๐๐ เรื่องครับที่เรายื่นศาล และศาล ก็ลงโทษนะครับ แต่ที่รายงานวันนี้ที่ท่านได้อ่าน ๒๒ รายครับ เพราะว่ากฎหมายปี ๒๕๖๑ ได้เปลี่ยนบริบทของการจงใจเป็นเหมือนกับเรื่องการไต่สวน คณะกรรมการ ป.ป.ช. ต้องพิสูจน์เจตนาว่าเขาจงใจ ต้องแจ้งข้อกล่าวหาเหมือนการไต่สวน เพราะฉะนั้นบริบท ในเรื่องจงใจได้เปลี่ยนไปครับ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มองว่าการยื่นบัญชีทรัพย์สิน เป็นเรื่องส่งเสริม เพราะฉะนั้นเราขยายเวลาจาก ๓๐ วันที่ยื่นเป็น ๖๐ วัน ถ้าไม่ยื่นแล้ว ท่านเลขาธิการยังขยายได้อีก ๓๐ วัน เราต้องการให้เขายื่น เพื่อเขาจะได้โปร่งใสนะครับ เพราะฉะนั้นการแจ้งข้อกล่าวหาจงใจ หรือการยื่นจงใจไปยังศาลเหลือแค่ปีละ ๒๒ เรื่อง แต่สิ่งที่จะทำต่อไปก็คือว่าเรื่องร่ำรวยครับ ถ้าเราตรวจสอบแล้วท่านไม่สามารถจะชี้แจง เรื่องทรัพย์สินที่เพิ่มมากขึ้นหรือหนี้สินที่ลดลงได้ เราจะดำเนินการในเรื่องของร่ำรวย เราจะเอาเงินที่ท่านได้ไปไม่ชอบนั้นกลับคืนสู่แผ่นดินให้เป็นไปตามสหประชาชาติ เรื่องแอสเซต ดิสคัฟเวอรี (Asset Discovery) ตรงนี้เราจะพยายาม แม้กระทั่งเรื่องที่ผม ได้เรียนว่าเราไต่สวนแล้วถ้ามันมีเรื่องความเสียหายที่เกิดขึ้นเข้าไปเรื่องละเมิด เราจะตาม เรื่องละเมิด เพื่อเอาเงินที่เขาได้บกพร่องเอากลับคืนสู่แผ่นดิน เราจะเน้นในเรื่องนี้ครับ นั่นคือเจตนารมณ์ของการดำเนินการในเรื่องตรวจสอบทรัพย์สินและให้พี่น้องประชาชน เข้ามามีส่วนร่วมให้มากที่สุด🔗
เรื่องกระทรวงอุดมศึกษาที่ท่านได้พูดถึงก็เช่นกันครับ เป็นเรื่องจัดซื้อจัดจ้าง แต่ผมเรียนว่าเพราะเราล่าช้าครับ แต่ต่อไปเราจะดีขึ้น ผมเชื่อว่ามันจะเป็นมาตรการ ถ้าการบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว การป้องปรามจะเกิดขึ้นแน่นอนครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ดี กระทรวงอุดมศึกษาก็ดี ในอนาคต ก็จะไม่เป็นอย่างที่ข้อมูลมันโชว์ให้เห็นนะครับ ผมเชื่อว่าอย่างนั้น การคัดเลือก การจัดสรรคน อะไรต่าง ๆ ผมเห็นด้วยครับ รวมทั้งเราเอง ขอบคุณท่านทวี สอดส่อง ที่ท่านได้ให้คำแนะนำ เที่ยงธรรม กล้าหาญ ปราศจากอคติในสิ่งที่เราต้องทำครับ ไม่ใช่เฉพาะ ป.ป.ช. ครับ คนในกระบวนการยุติธรรมทุกคน คนที่ทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนก็จะต้องทำหน้าที่ โดยเฉพาะ ป.ป.ช. นั้นเราก็ต้องขอบคุณนะครับ ปีที่แล้วท่านก็ได้กรุณาแนะนำ เราพยายาม คัดเลือกคน วันนี้ที่เมื่อสักครู่มีท่านหนึ่งได้พูดถึงเรื่องการทะเลาะกันเอง การฟ้องกันเอง ใน ป.ป.ช. ขอเรียนข้อมูลครับ เรื่องที่เกิดขึ้นที่เป็นปรากฏในการฟ้องกันเป็นเรื่องจากกรณี การไต่สวนคดีการทุจริตข้ามชาติรายหนึ่ง ปรากฏว่าครอบครัวของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของเรา ไปมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิด เพราะฉะนั้นเมื่อมีการไต่สวนขึ้นมาก็ปรากฏ เป็นเรื่องทรัพย์สินที่มี ทรัพย์สินของภรรยากับทรัพย์สินของสามี เขาบอกว่าสามีนั้นก็ไม่ได้ยื่น บัญชีทรัพย์สิน เจ้าหน้าที่ของเราเพื่อให้โปร่งใสเช่นเดียวกันกับคนของเราเองเราก็ดำเนินการ ตรวจสอบ ดำเนินการตามครรลอง ก็มีการยื่นว่าเขาจงใจไม่ยื่น ขณะนี้เรื่องก็ไปสู่ศาลฎีกา ศาลฎีกาอยู่ระหว่างการพิจารณา ส่วนในเรื่องการไต่สวนที่อื่นนั้นเราก็ดำเนินการให้ครบถ้วน ก็อย่างที่ท่านว่าละครับ ในเมื่อเราไปไต่สวนเขา เขาก็ต้องปกป้องสิทธิ เขาก็ฟ้อง ก็เกิดการฟ้อง ฟ้องผม ฟ้องกรรมการไต่สวน ฟ้องพนักงานเจ้าหน้าที่ มันก็เป็นปกติซึ่งเราก็ต้องชี้แจงศาลไป เราก็ต้องชี้แจงศาล บางเรื่องศาลท่านก็ได้กรุณายกฟ้องไปแล้ว โจทก์ก็มีการอุทธรณ์ เพราะฉะนั้นก็เรียนว่าเป็นปกติครับ เราก็พยายามที่จะตรวจสอบคนของเราเอง เมื่อปีที่แล้ว เราก็ไล่ออกข้าราชการของเราคนหนึ่งซึ่งปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ มีการนำข้อมูลจากการไต่สวน ของเราไปเผยแพร่ไปยังบุคคลภายนอก เราก็ไต่สวนและเราก็ไล่ออกจากราชการไป การไต่สวนดำเนินคดีอาญาเราก็ดำเนินการไป เพราะฉะนั้นก็ยืนยันครับว่าถ้าคนของ ป.ป.ช. ไม่ดีเราก็ต้องตรวจสอบและไต่สวนเช่นเดียวกันนะครับ ส่วนกรรมการ ป.ป.ช. นั้น ถ้ากรรมการ ป.ป.ช. นั้นมีพฤติการณ์ก็ต้องไปสู่กระบวนการตามกฎหมาย แล้วถ้ามีการผ่าน ท่านประธานสภา ท่านประธานสภาถ้าเห็นว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. นั้นปฏิบัติหน้าที่ผิด ท่านก็ส่งข้อมูลให้กับประธานสภา ประธานสภาเห็นมีมูลก็ส่งให้ศาลฎีกา ถ้าศาลฎีกาเห็นว่า มีมูล ท่านก็ตั้งผู้ไต่สวนอิสระมาไต่สวน ระหว่างไต่สวนพวกผมก็ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ และถ้ามีมูลก็ยื่นฟ้อง ผู้ไต่สวนอิสระก็ส่งให้อัยการสูงสุดยื่นฟ้องพวกผม โทษก็เป็น ๒ เท่า ตามกฎหมายที่ว่าไป เพราะฉะนั้นกระบวนการทำงานในส่วนของ ป.ป.ช. ก็มีระบบ การตรวจสอบอยู่แล้วครับ และเราก็พร้อมรับการตรวจสอบนะครับ🔗
ท่านทวี สอดส่อง ก็พูดถึงเรื่องหลักสูตรด้วยนะครับ เรื่องคอนเน็กทิวิตี (Connectivity) อะไรต่าง ๆ ซึ่งผมนำได้เรียนแล้ว🔗
พันตำรวจโท ฐนภัทร ก็รู้สึกจะครบทั้ง ๑๔ ท่านที่ได้พูดถึง อาจจะครบบ้าง ไม่ครบบ้างนะครับ อาจจะไม่ครบถ้วน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ผมได้เรียนท่านแล้วครับ ผมจะให้เจ้าหน้าที่ถอดเทป (Tape) นะครับ และสัญญาว่าภายในไม่ช้านี่ครับ เราจะนำ หนังสือเรียนท่านว่าประเด็นที่ท่านได้พูดนั้นนี่ข้อเท็จจริงมันเป็นอย่างไร จะนำเรียนท่านครับ🔗
ต้องขอบพระคุณนะครับ ขอยืนยันนะครับว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ความสำคัญนะครับ เราคาดหวัง เรามุ่งหวังที่จะมาในที่ประชุมแห่งนี้ครับ เพราะว่า ท่านเป็นผู้แทนประชาชน ท่านคอมเมนต์ (Comment) ได้ครับ ท่านแนะนำได้เลยครับ เป็นหน้าที่ของเราอยู่แล้ว เรารับฟังด้วยความสบายใจครับ เพราะว่าถ้าท่านบอกมันดีมันชอบ แต่ลับหลังท่านบอกมันไม่ดี มันก็ไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง แต่วันนี้ท่านกล้าพูด ท่านตำหนิ ผมว่าต้องขอบคุณ แล้วผมและคณะจะรับ นั่นคือว่าในวันนี้เรามอบกรรมการมาทั้ง ๔ ท่าน กฎหมายบอกว่าให้ประธานกรรมการหรือกรรมการที่ได้รับมอบหมายมาชี้แจง แต่ผมกับกรรมการได้พูดแล้ว ตราบใดที่ผมยังเป็นประธาน ป.ป.ช. ถ้าไม่ป่วย ผมจะมาครับ ผมจะมารับฟังท่าน ผิด ถูกก็ต้องขออภัยนะครับ การทำงานก็มีพลาดพลั้ง แต่ขอยืนยัน คณะกรรมการ ป.ป.ช. นั้น ตระหนักดีครับว่าเราเป็นองค์กรที่มีหน้าที่ตรวจสอบ และเราถูก ตรวจสอบเข้มข้น แม้ว่าการตรวจสอบตรงนี้กระทบไปถึงครอบครัวของเราด้วยก็ตาม เราก็ต้องพยายามกำชับ วันนี้ไม่ใช่เฉพาะแต่เราเองที่ถูกตรวจสอบ เรากำชับครอบครัว เรากำชับคนใกล้ชิดหมดเลยว่าเมื่ออยู่กับ ป.ป.ช. นั้น ก็อาจจะต้องรับผลของกรณีนี้ไปด้วย เพราะฉะนั้นก็ต้องเรียนท่านนะครับ เราพยายามครับ แต่ว่าอะไรที่ไม่ถูกไม่ต้องก็ช่วยชี้แนะ แต่ถ้ามันไม่ถูกไม่ต้องเป็นผิดกฎหมายดำเนินการได้เลยครับ ตามขั้นตอนของกฎหมาย กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ มีท่าน ส.ส. ยกมืออีกหลายท่าน เดี๋ยวผมจะเปิดโอกาสให้ทุกท่านนะครับ ใจเย็น ๆ นิดหนึ่ง เอาท่านอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ก่อนครับต่อเนื่องและตามด้วยท่านรังสิมา รอดรัศมี นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรคเพื่อไทย ขอบคุณท่านประธาน ป.ป.ช. ที่ได้ชี้แจงนะครับ ผมเรียนว่าสิ่งที่ท่านขึ้นสไลด์ (Slide) ให้ดู เมื่อสักครู่นะครับว่า ท่านนำไปฟ้องเองนี่ชนะ ๖๒ เปอร์เซ็นต์ แพ้ ๓๘ เปอร์เซ็นต์ ท่านควรจะเอาไว้ในรายงานการประชุมในปีหน้า เพราะว่ามันจะได้เห็นว่าใครแพ้ ใครชนะ และที่แพ้ ๓๘ เปอร์เซ็นต์ ครอบครัวเขาเสียหายเท่าไร ท่านทำอย่างไร ท่านต้องเอาไปคิด ว่าทำให้ครอบครัวเขาเสียหาย เขาชนะคดี ๓๘ เปอร์เซ็นต์ เขาเสียหายเท่าไร ท่านคำนึงถึง จุดนี้หรือไม่ ขอฝากท่านเรื่องนี้ในการรายงานคราวปีต่อไป🔗
เมื่อสักครู่ท่านได้พูดถึงว่าเมื่อ ป.ป.ช. มีมติแล้ว สามารถเปิดเผยคำวินิจฉัยได้ ในมาตรา ๓๖ อ่านต่อไปในมาตรา ๓๖ เขียนว่า แต่จะเปิดเผยชื่อ พยาน ผู้ชี้เบาะแส ผู้เกี่ยวข้องมิได้ แล้วทำไมเลขาของท่านไปทำล่ะ ไปออกแถลงข่าวชี้นำสังคมเหมือนผม กระทำผิดไปแล้ว ท่านจะรับผิดชอบอย่างไร ฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ท่านทำผิดกฎหมาย ป.ป.ช. ของท่านเอง อันนี้ผมคงจะไม่ก้าวล่วงในคดีนะครับ ในคดีผมต้องไปต่อสู้ในศาลอยู่แล้ว แต่เรื่องที่ท่านไปแถลงข่าวทำให้ผมเสียหาย ตระกูลเสียหาย ผมยังไม่ได้กระทำผิด แค่ถูกกล่าวหา ท่านก็ทราบว่าเป็นการสอบสวนเบื้องต้น แต่ท่านไม่พูดแบบนั้น ท่านไปเปิดเทป (Tape) ดูได้ ท่านประธานครับ เปิดเทป (Tape) ดูว่าเลขาท่านพูดอย่างไร ท่านไปเปิดดูได้ และถ้าท่านเป็นผมท่านจะทำอย่างไร สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ฝากท่านด้วย🔗
และอีกเรื่องหนึ่ง อยากให้ท่านเน้นกรรมการไต่สวนให้ปฏิบัติตามมาตรา ๔๖ มาตรา ๔๗ เพราะมันเป็นสิ่งสำคัญ ผู้ถูกกล่าวหานี่สามารถที่จะชี้แจงแสดงเหตุผลร้องขอ ต่อการไต่สวนให้ขอเอกสารให้ ให้สอบพยานเราและทำไมไม่ทำ อันนี้ท่านกรุณา ช่วยตรวจสอบ ท่านอาจจะไม่ทราบลงลึกถึงกรรมการไต่สวนนะครับท่าน แต่ผมทราบว่า ที่ผมพูดไปท่านทราบแล้ว สิ่งต่าง ๆ ที่อนุกรรมการไต่สวนทำ ท่านไปตรวจสอบเถอะครับ ทำไมผมยื่นบัญชีขอให้เอกสารให้ผมหน่อยก็ไม่ทำ ผมอ้างพยาน ๓-๔ ปาก ทำไมไม่สอบ ให้หมด เหตุเกิดอยู่ตรงนี้ ทำไมไม่สอบตรงที่เกิดเหตุ อันนี้ผมฝากท่านด้วยนะครับ ผมคงจะไม่กล่าวหาอะไรคนอื่น เพราะว่ามันเป็นคดีไปแล้วนะครับ ฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ผมขอบคุณที่ท่านได้ให้ความยืนยันกับสภา ให้ความยืนยันกับพี่น้องประชาชนว่าท่าน จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ เป็นที่ประจักษ์ ซึ่งเป็นคุณสมบัติของ ป.ป.ช. อยู่แล้ว หากท่านทำตามนั้นไม่มีใครฟ้องท่านได้แน่นอน ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ถ้าท่านผู้ใดอภิปรายเพิ่มเติมเป็นประเด็นต่อเนื่อง ผมขอให้สั้น ๆ นะครับ ขออนุญาต ท่านรังสิมาเชิญครับ ท่านวัชรพลจะนั่งก่อนก็ได้นะครับ ผมจะเปิดโอกาสให้ท่านสมาชิก มีอะไรข้องใจก็จะได้สอบถามเพิ่มเติม แล้วท่านค่อยตอบอีกทีหนึ่ง เชิญท่านรังสิมาครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ดิฉันก็คอยว่าเมื่อไร ป.ป.ช. จะมาสภา ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณ ที่มาชี้แจง ดิฉันก็จะพูดเรื่องการทุจริตคอร์รัปชันอยู่ตลอดเวลา ดิฉันก็ตัดงบประมาณ ของ ป.ป.ช. เมื่อปีงบประมาณนี้ ๒๕๖๕ นี้ดิฉันก็ตัดแล้วก็สงวนคำแปรไว้นะคะ ไว้พูดในสภา ท่านก็เจอดิฉันทุกปี ดิฉันออกไปประชุมข้างนอก ดิฉันรีบตีกลับเข้ามาจะต้องมาเจอท่านให้ได้ เหมือนท่านเป็นคู่กัดกับดิฉันไปตลอด เพราะว่าดิฉันเชื่อมั่น แล้วศรัทธาใน ป.ป.ช. มาก แต่มันผิดหวัง พึ่งพาอะไร ป.ป.ช. ไม่ได้เลยนะคะ ร้องเรียนก็แล้ว อะไรก็แล้วไปถึงที่ก็แล้ว ทุกที่ดิฉันไปหมด พูดในสภากี่ปีก็ไม่ได้รับคำตอบเลย วันนี้ดิฉันจะให้ท่านลุกขึ้นตอบ ดิฉันไม่คอยแล้ว ถามมา ๓ ปีแล้วก็เหมือนเดิม ไม่ได้คำตอบ ดิฉันว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทำงาน ช้าแล้ว ป.ป.ช. ทำงานช้ากว่าอีก ที่ประเทศเสียหายก็เพราะ ป.ป.ช. ทำงานช้า แล้วดิฉันมาดู ในสถิติ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทุจริตเพิ่มขึ้นทุกปี ทุกปี ทุกปี ดิฉันยกตัวอย่างจังหวัด สมุทรสงคราม เป็นจังหวัดที่เล็กที่สุดในประเทศไทย มีทุจริต ดิฉันก็เป็นปากเป็นเสียง ทำงานแทน ป.ป.ช. ดีกว่า ดิฉันก็ไปร้องเรียนไปที่ ป.ป.ช. ก็ไม่ให้ดิฉันพบ คณะกรรมการ ไปขอพบ เจ้าหน้าที่ก็ไม่ให้พบ ไปที่ ป.ป.ช. จังหวัด ป.ป.ช. จังหวัดก็บอกว่าส่งเรื่องไปที่โน้นที่นี่ ดิฉันก็ไปตามเองหมดเลย จนได้เอกสารมา ส่งไปให้ ป.ป.ช. ก็ไม่ได้รับคำตอบค่ะ ยกตัวอย่าง เช่น เอาเรื่องเตาเผาศพก่อน ที่เผาแล้วไม่ไหม้แล้วลุกขึ้นมานั่งเป็นตอตะโก ทั้งประเทศเลย เขาก็มาร้องเรียน ดิฉันก็ร้องเรียนไปว่ามันมีการลดสเปก (Spec) ตั้งงบประมาณไว้ ๑,๖๐๐,๐๐๐ บาท แต่ว่าทำจริงแค่ ๙๐๐,๐๐๐ บาท กินเตาละ ๗๐๐,๐๐๐ ๗๐๐,๐๐๐ แล้วอย่างนี้ทั่วประเทศเป็นเงินเท่าไร ดิฉันก็พูดมานี่ปีที่ ๓ แล้วนะ มาเป็น ส.ส. นี่ ดิฉันเป็นมา ๕ สมัย พูดทั้ง ๕ สมัย พูดทุกปีนะคะ แต่ไม่เคยได้รับคำตอบเลย วันนี้ท่านต้อง ลุกขึ้นตอบให้ดิฉันได้ไปตอบพี่น้องประชาชนในจังหวัด เพราะดิฉันได้ขึ้นปราศรัยไว้ ว่าถ้าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถ้าโกง ถ้าดิฉันสนับสนุนแล้วโกง ดิฉันจะจัดการเอง พอมีการทุจริตคอร์รัปชัน ดิฉันก็มาร้องเรียน แต่ว่าเห็นไหมคะ พอสอบแล้วมีความผิด ก็ให้ อบจ. ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบกันเอง แล้วมันจะไปตรวจสอบว่าคณะเจ้าหน้าที่ ของ อบจ. ผิดได้อย่างไร มันช่วยกันหมดเลย เงินประเทศชาติมันถึงได้เสียหายอย่างไรคะ นี่ดิฉันยกตัวอย่างแค่ ๓ เรื่องเท่านั้นที่พูดอยู่ทุกปี ๆ การซื้อรถจดประกอบ เห็นไหมคะ ก็ทุจริต มีหลักฐานตรวจสอบแล้วว่ามีความผิด จนนี่ตั้งแต่ปีไหนแล้ว ตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ ๑๑ ปีแล้ว ป.ป.ช. ยังทำงานไม่ได้เรื่องเลย ดิฉันเป็นคนตรงนะคะ ดิฉันก็ศรัทธาทุกท่านมากเลย แต่มันหมดความศรัทธาไปแล้วนะคะ🔗
อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องที่ ๒ เรื่องที่ อบจ. พา อสม. ไปดูงานที่เชียงใหม่ เบิกงบประมาณนอนโรงแรม เบิก ๒ คน แต่เข้าไปนอนอัด ๔ คน อาหาร เบิกการเดินทาง เบิกรถ มันโกงทุกอย่างเลย มีหลักฐานหมดทุกอย่าง พอเสร็จแล้วก็กรรมการในจังหวัด ตั้งกรรมการสอบไม่ผิดนะคะ🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องโครงการปรับปรุงศูนย์การเรียนรู้ตามรอยเท้าพ่อแห่งแผ่นดิน อันนี้มันน่าทุเรศที่สุดเลย แต่ท่านก็ไม่ดำเนินการเลย ยิ่งโครงการที่เกี่ยวกับสถาบัน พระมหากษัตริย์ดิฉันรับไม่ได้ที่จะมาหากินกันแบบนี้ คิดดู ก่อสร้างก่อนแล้วเปิดขายแบบ ทีหลัง พอจับได้ก็ยกเลิก แต่ถ้าจับไม่ได้ล่ะประเทศเสียหายไหม และเขาก็ไม่เกรงกลัว เพราะเขามีผู้หลักผู้ใหญ่วิ่งเต้น ป.ป.ช. ได้ นี่อย่างไรคะดิฉันอยากจะบอกกับ ป.ป.ช. ว่า ทุกกรณีที่มีการทุจริตคอร์รัปชันท่านจะต้องพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นว่าท่านสามารถตัดสิน ให้คนที่ขี้โกงมันติดคุกได้ แต่ไม่ใช่ท่านปล่อยมานี่ตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ ๑๑ ปีแล้วยังไม่ได้คำตอบเลย แล้วเตาเผาจนไม่รู้กี่ปี ตอนนี้เตาเผาเผาไม่ได้เลยสักเตาหนึ่งที่สร้างไปทั่วประเทศ ท่านไปดูสิคะ ว่าเงินมันมหาศาลเท่าไร แต่ไม่เคยได้รับคำตอบ วันนี้ท่านต้องตอบ ๔ ประเด็นที่ดิฉันถามนี้ ท่านตอบให้ดิฉัน ดิฉันจะได้ไปตอบพี่น้องประชาชนในจังหวัด แต่ถ้าท่านไม่ตอบคราวหน้า ท่านมาดิฉันก็พูดอีก ดิฉันจะพูดจนกว่าท่านจะตอบ ดิฉันจะได้ไปตอบในพื้นที่ได้ ท่านเป็น ความหวังของพี่น้องประชาชนชาวไทยทั้งประเทศ ดิฉันก็หวังมาก ดิฉันก็ดีใจพอเห็นท่านสุภา เห็นท่านประธานแล้วก็เพื่อนดิฉันท่านณัฐจักรเรียนด้วยกันมา พอดิฉันได้ยินชื่อดิฉันก็ฝาก ความหวังได้ แต่ความหวังนั้นมันหมดไปแล้วค่ะ แล้วก็ความศรัทธามันก็ถอยไปแล้วค่ะ ท่านต้องสร้างความศรัทธากลับขึ้นมาใหม่ และโดยเฉพาะ ส.ส. ที่เขารู้ข้อมูลว่าตรงไหน มีทุจริตคอร์รัปชัน เขาเอาข้อมูลไปให้นี่อย่างน้อยให้เขาพบสักหน่อยไม่ได้หรือคะ เพื่อที่เขา จะไปบอกข้อมูลว่ามันตรงนี้ มันตรงนี้ ไม่ให้พบ ไปกี่เที่ยว ๆ ก็พบไม่ได้ มันไม่ใช่ ใช่ไหม มารอพูดในสภาท่านก็มาตอบ ๆ แล้วก็หายไปปีหนึ่ง ปีหน้ามาใหม่ก็เหมือนเดิม ไม่มีอะไร ดีขึ้นเลย เพราะฉะนั้นท่านตอบ ๔ ข้อที่ดิฉันถามไปนะคะ ดิฉันจะรอฟัง ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ เดี๋ยวนะครับท่านสมาชิก ยังเหลืออีกหลายท่านที่สอบถามเพิ่มเติมก็มี อภิปรายใหม่ก็มี บังเอิญผมนั่งมา ๔ ชั่วโมงแล้ว ก็อยากให้เรื่องนี้จบ แต่ว่าบังเอิญท่านประธาน ท่านรองหนึ่ง ก็ติดภารกิจข้างนอก อย่างนั้นผมขอพักการประชุม ๕ นาทีนะครับ🔗
พักประชุมเวลา ๑๙.๕๕ นาฬิกา🔗
เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๙.๕๗ นาฬิกา🔗
กลัวท่าน จุลพันธ์ประท้วงเอา กลัวท่านลงไปแถลงข่าว ถ้าจะเลื่อนการประชุมวาระนี้ไป ก็เกรงใจ คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะต้องมาอีกรอบ ต่อนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อครับ🔗
เดี๋ยวนะครับ ท่านวิโรจน์ ขอท่านดอกเตอร์มหานิยม เวชกามา ก่อน ท่านยกมือก่อนนะครับ เชิญครับ แล้วก็ตามด้วยท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง และท่านวิโรจน์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เป็นคำถามสั้น ๆ ที่ผมฟังท่านประธาน ป.ป.ช. ตอบแล้วละ แต่ว่าผมฟังยังไม่ชัด ตรงประเด็นที่ว่าอันนี้เป็นความหวังที่ผมมีแต่แรกแล้ว ที่ให้ ป.ป.ช. มีอำนาจในการฟ้องเอง ท่านไปดูเลยกฎหมายฉบับนี้ผมเป็นหนึ่งในกรรมาธิการ คือถามท่านเมื่อสักครู่ท่านบอกว่า ส่วนใหญ่ของคำฟ้อง อัยการไม่ฟ้องให้เพราะว่าไม่มีหลักฐาน ผมจึงต้องถามท่านต่อไปว่า ในกรณีนี้ท่านรู้แต่แรกใช่ไหมว่าหลักฐานไม่เพียงพอจึงส่งให้อัยการ หรือเห็นว่าอัยการไม่ฟ้อง ท่านกลับมาฟ้องเอง ทั้ง ๆ ที่หลักฐานไม่เพียงพอ จึงเป็นประเด็นต้องถามว่า ๑. มีคดีกี่คดี ที่ส่งให้อัยการไปแล้ว อัยการไม่ฟ้อง ๒. ส่งไปแล้วกลับมา ท่านเอามาฟ้องเอง หรือท่าน ฟ้องเองเลยมีไหมว่าเราชนะเขาบ้าง หรือแพ้ทั้งหมด อันนี้เป็นประเด็น🔗
อีกอันหนึ่งฝากเลย เรื่องการชี้ การชี้ว่าผิดถูก ชี้จนพักราชการผมอยากจะให้ ท่านประธาน ป.ป.ช. ต้องไปอบรม หรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดว่า การชี้ขอให้ชี้ ตามหลักฐานประเด็นชัดเจน ไม่ได้ชี้เพราะโมหะจริตหรือโทสะจริต เรื่องส่วนตัวเอง อันนี้ฝากด้วย เพราะมันเป็นประเด็นที่ผู้ได้รับการชี้แล้วมีผลกระทบ ขอบคุณมาก ท่านประธานครับ🔗
เชิญท่าน สฤษฏ์พงษ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย ต้องขอขอบคุณท่านประธานที่อดทนนั่งกันจน ๔ ชั่วโมงกว่า แล้วก็เพื่อนสมาชิกหลายท่าน ที่ยังนั่งอยู่ในห้องประชุมนี้ แล้วก็เห็นใจทางทีมท่านประธานกรรมการ ป.ป.ช. ที่ตอบกัน ผมคิดว่าท่าน พลตำรวจเอก วัชรพล ประธานกรรมการ ป.ป.ช. ท่านตอบได้ละเอียดมาก ตอบทุกคนนะครับ โดยส่วนตัวผมครับท่านประธานที่เคารพ ผมเคยเจอท่าน พลตำรวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ ตั้งแต่ท่านเป็นรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปี ๒๕๕๒ ผมเคยไปขอ ความร่วมมือ ขอความเมตตาท่านในการทำงานในภารกิจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย ในเรื่องของการใช้งบสนับสนุน ในเรื่องของซีซีทีวี (CCTV) อะไรนี่ ท่านก็กรุณาเมตตาจัดห้องให้ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ปทุมวัน ตอนนั้นชั้น ๒๐ กว่าแล้วก็ไปดูในเรื่องของระบบอะไรต่าง ๆ ของซีซีทีวี (CCTV) ซึ่งทันสมัยมากนะครับ ในวันนี้ที่จริงแล้วผมไม่ได้มาชื่นชมท่านนะครับ แต่ผมติดตามท่าน ผมถือว่าเป็นบุคคลที่ผมเคารพศรัทธาท่าน พลตำรวจเอก วัชรพล มาตลอดนะครับ แต่วันนี้ ท่านได้กรุณามาตอบในเรื่องของรายงานของ ป.ป.ช. ในส่วนของปีงบประมาณ ๒๕๖๓ กับสภา ผมก็เลยมีประเด็นปัญหาที่จะเป็นข้อสังเกตฝากถึงท่านว่า ในส่วนของนักการเมือง ที่โดนร้องเรียนจากฝ่ายการเมืองด้วยกันก็มีหลายเรื่อง และโดยเฉพาะสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรผมเห็นบางเรื่องที่ถูกองค์กรอะไรต่าง ๆ หรือบุคคลนักร้องต่าง ๆ ในระดับชาติร้องมา บางคนไม่เคยสอบข้อเท็จจริงรายละเอียดลงลึกเลยนะครับ เพียงแต่ ไปเปิดบัญชีในส่วนของ ป.ป.ช. แล้วก็นำมาร้องเรียนมา สิ่งที่ยังไม่ได้ไปสืบเสาะหาข้อเท็จจริง ปรากฏว่าพอเป็นข่าว นักการเมืองทุกคนก็เสียหายแล้วนะครับ สังคมเขาก็ตั้งข้อสังเกต ข้อสงสัย แต่ผมดูพระราชบัญญัติ ๒๕๖๑ ผมคิดว่าดีขึ้นมาก ก็น่าจะอดทนกันที่จะเริ่มต้น กันใหม่ได้ แล้วก็ผมอยากเรียนฝากท่านเป็นข้อสังเกตว่า การป้องกันหรือวิธีการดำเนินคดี กับคนที่ไปร้องเท็จในส่วนขององค์กร ป.ป.ช. มีนโนบายอย่างไร บางคนไปร้องโดยที่ว่า ยังไม่ได้ข้อเท็จจริงอะไรเลยนะครับ รับจ้างร้องก็มีนะครับ อย่างกรณีในเรื่องของที่ดิน ส.ป.ก. หรือใบเสียภาษี ภ.บ.ท. ๕ ของนักการเมือง อย่างในทีมหลายคนนะครับ ส.ส. ที่โดนร้อง ในภาพรวม ๒๐-๓๐ คนนะครับ ซึ่งบางท่านก็เป็นคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. เองว่า ในขณะที่เป็นนักการเมืองท้องถิ่น ที่มาของรายได้อันเกิดจากทรัพย์สินก็จะต้องรายงาน เพราะว่า ป.ป.ช. ถือเอาที่มาของรายได้และรายงานตามความเป็นจริง ยึดหลักพื้นฐาน ความบริสุทธิ์นะครับ แต่รายได้อันเกิดจากทรัพย์สินอาจจะต่างกับกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินนะครับ ผมยกตัวอย่างเช่น อย่างกรณีนักการเมืองบางท่านก็ไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรกร บางท่าน ก็ขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรกร แต่คุณสมบัติในเรื่องของ ส.ป.ก. บางครั้งก็ขาดคุณสมบัติ บางท่านก็มีใบเสียภาษี ภ.บ.ท. ๕ ซึ่งใบเสียภาษี ภ.บ.ท. ๕ ใครก็เสียได้ แล้วก็ไม่ใช่เป็นใบที่ แสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดิน ปรากฏว่าหลังจากนั้นรัฐก็ยกเลิกไม่ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รับเงินจากของผู้ที่อ้างว่ามาเสียภาษีที่ดิน โดยให้สำเนาใบเสร็จ ภ.บ.ท. ๕ เนื่องจากว่าบางท่านก็ไปต่อสู้คดีว่านี่คือหลักฐานที่รัฐรับรู้ว่ามีที่ดินตรงนั้นตรงนี้นะครับ ส่วนใหญ่แล้วจะเกิดกับที่ดินที่ไม่มีหลักฐาน ท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างนะครับว่า นักการเมืองบางท่านก็สงสารบุคคลที่อยู่ใน ส.ป.ก. ซึ่งคนที่อยู่ใน ส.ป.ก. ได้ที่ดินมาส่วนใหญ่ ก็ยากจนทั้งนั้นละครับ ไม่มีที่ทำกิน ก็ใช้สิทธิกันไม่เกิน ๕๐ ไร่ เพราะฉะนั้นนักการเมืองบางคน ก็ไปลงทุนปลูกพืชผลในที่ดินแปลงดังกล่าว อาจจะเอามา ๒ ราย ๓ ราย ๔ ราย ก็รวมเป็น ๑๐๐ ไร่อะไรนี้ ๒ รายก็ ๑๐๐ ไร่แล้วครับ แต่คราวนี้มันเหมือนลักษณะเป็นเรื่องของ คนหนึ่งไปลงทุนให้แล้วก็ดูแลรักษาให้ ใส่ปุ๋ยให้ ก็มีรายได้จากผลผลิต เช่น ปาล์มน้ำมัน อย่างนี้ครับ ก็ตัดปาล์มน้ำมัน ก็ไปแบ่งให้กับเจ้าของที่ดิน ซึ่งในหลักฐาน ส.ป.ก. ก็ไม่ใช่ชื่อ ของนักการเมืองเลย แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ช. ก็ต้องแนะนำว่ารายได้ที่มาจาก ปาล์มน้ำมันอันนั้นต้องรายงานบัญชีทรัพย์สินนะครับ แล้วเขารายงานมาร่วม ๑๐ กว่าปีแล้ว อย่างนี้ครับ ก็ปรากฏว่าก็ถูกกลุ่มที่ไปต่อสู้ทางการเมืองเอาประเด็นอันนี้ไปร้องเรียน ป.ป.ช. แล้วก็ไปแถลงข่าวกันมากมาย อันนี้ผมอยากกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านประธาน กรรมาธิการ ป.ป.ช. ท่าน พลตำรวจเอก วัชรพล ก็ได้ให้ความสำคัญในเรื่องของคำแนะนำ เมื่อก่อนนักการเมืองที่จะเข้ามาสู่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็มาจากนักการเมืองท้องถิ่น อาจจะไม่มีความเข้าใจในเรื่องของระเบียบในการแจ้งบัญชีทรัพย์สิน ผมเจอมาเยอะแล้วครับ ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ ท่านประธานกรรมการ ป.ป.ช. คงจะทราบข่าวว่า องค์กรท้องถิ่นในระดับจังหวัดท่านก็เคยให้รางวัล และ อบจ. จังหวัดกระบี่ โดยท่านนายก สมศักดิ์ กิตติธรกุล ซึ่งในขณะนั้นผมเป็นรองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ แล้วก็ท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ที่มาเป็น ส.ส. ด้วยกัน ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านก็เป็น ผู้อำนวยการกองกิจการสภา ซึ่งพวกเราให้ความร่วมมือ ป.ป.ช. ตลอดมา และถือว่า เป็นองค์กรที่ได้รับรางวัลของ อปท. ที่บริหารจัดการแบบโปร่งใสตลอดมา และเป็นองค์กร ที่นำเสนอและเป็นการฝึกอบรม มีผู้นำ และเป็น อบจ. ที่ได้รับการยกย่องจาก ป.ป.ช. ซึ่งตรงนี้เราเข้าใจดีนะครับว่า การพัฒนาและในเรื่องของคน เจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ช. มีจำนวน อันจำกัดในส่วนของจังหวัดและท่านก็พยายามแก้ไขไปหลายเรื่อง อย่างกรณีในเรื่องของ การคัดเลือก ป.ป.ช. จังหวัด ตอนหลังก็ถูกเบรก ถ้าจำไม่ผิดก็ประมาณสัก ๓๘ จังหวัด หรืออะไรอย่างนี้ครับ ซึ่งตรงนี้ก็ถือว่าท่านรู้ในแนวนโยบายว่า ถ้าการทำอย่างนี้เรื่องการเมือง มันมีฝ่ายตรงกันข้าม เพราะฉะนั้นผมมองเห็นว่าหน่วยงานโดยการนำของ พลตำรวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ ในฐานะประธานกรรมการ ป.ป.ช. และมีที่ปรึกษา มีบอร์ดอะไรพวกนี้ครับ ผมคิดว่าท่านได้วางหลักเกณฑ์ในวันนี้ดีขึ้นมาก แต่สิ่งที่ผมฝากนะครับท่าน ผมฝากในเรื่อง ของการอธิบายในส่วนของนักการเมืองที่เขาเข้ามาใหม่ อย่าง อบต. ที่เพิ่งเลือกมานี้ ที่ท่านบอกว่าจะต้องรายงานบัญชีทรัพย์สินถึง ๓๕,๐๐๐ กว่าบัญชี เห็นใจทั้ง ๒ ฝ่ายเลยครับ เห็นใจทั้งผู้ตรวจ เห็นใจทั้งผู้รายงาน เพราะว่านักการเมืองพี่น้องภาคประชาชนเขาไม่เคยรู้ เรื่องระบบบัญชีเลยว่าอะไรเป็นรายได้ อะไรเป็นทรัพย์สิน อะไรเป็นทุน อะไร เป็นอสังหาริมทรัพย์ เพราะฉะนั้นก็มีอาชีพหนึ่งนะครับ ส่วนใหญ่ก็เป็นทนายหรือว่านักบัญชี ก็รับทำให้ และบางคนไม่เคยรู้เลยว่าการรายงานบัญชีทรัพย์สิน บัตรเครดิตก็ดี บัตรเดบิต (Debit) ก็ดี อะไรก็ดี บัญชีที่ปิดแล้วเหลือ ๑๐ บาทก็ต้องรายงาน ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าเราจะทำ อย่างไรเพื่อที่จะให้เกิดความบริสุทธิ์และความเข้าใจของบุคคลที่เข้าสู่ทางการเมืองในรุ่นใหม่ ผมเห็นแล้วบางคนเป็นนักการเมืองน้ำดี แต่เสียโอกาสกับความกลัวและความท้อแท้ว่า การเข้ามาสู่ในวันนี้ไม่ค่อยมีความรู้ในเรื่องของการที่จะมารายงานบัญชีทรัพย์สิน และอาจจะ เสี่ยงภัยในเรื่องของการติดคุกแล้วก็เสียชื่อเสียงได้ อันนี้ครับ มันมีทั้งมุมดี มุมมืด มุมขาว จุดอ่อน จุดด้อย ในส่วนของกฎหมายที่เราออกมาก็ให้กำลังใจท่านนะครับ แล้วก็ให้กำลังใจ เพื่อนนักการเมืองในระดับท้องถิ่น ซึ่งเราเพิ่งเลือกมาในวันอาทิตย์ที่ ๒๘ ที่ผ่านมานี้ครับ🔗
ท่านสฤษฏ์พงษ์ สรุปหน่อยครับ🔗
จะจบแล้วครับ อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ในเรื่องของการทุจริตองค์ประกอบก็คือ มันจะต้องร่วมกันระหว่างนักการเมือง ข้าราชการ และพ่อค้า เพราะฉะนั้นในส่วนของรูปแบบในเรื่องของการไปจับผิดหรือในเรื่องของการที่หา หลักฐานระหว่างข้าราชการกับนักการเมืองและพ่อค้า ผมคิดว่าเราอาจจะต้องทบทวน ในเรื่องของการพัฒนาในโอกาสต่อไปด้วย ก็คงจะรบกวนเวลาแค่นี้นะครับ ขอขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านวิโรจน์ครับ ขอให้สรุปสั้น ๆ นะครับ เพราะได้อภิปรายไปแล้ว🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมสั้น ๆ ครับ ก็ต้องขอบคุณท่านประธานคณะกรรมการ ป.ป.ช. ครับ เพราะว่าเมื่อสักครู่ ที่ท่านได้มารับเรื่องที่ชาวมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒได้ร้องทุกข์ไปยัง ป.ป.ช. เมื่อสักครู่ ผู้ร้องแล้วก็กลุ่มคณาจารย์ก็ยินดีมากนะครับ เพราะว่าวันนี้ก็มั่นใจครับ เพราะว่า ท่านประธาน ป.ป.ช. มารับเรื่องด้วยตัวเอง ผมก็อยากจะฝากจริง ๆ ครับ เพราะว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ประชาคมชาวมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒติดตามอย่างมากนะครับ แล้วก็ ผมเรียนให้ท่านทราบอีกนิดหนึ่งครับ เลขรับที่ ๑๑๑๕๔ ตั้งแต่วันที่ ๒๘ เมษายน ๒๕๖๓ แล้วนะครับ แล้วก็มีการตามไปถึง ๒ ครั้ง ครั้งแรกเมื่อวันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๔ เลขรับ ๒๐๐๘ อีกครั้งเมื่อวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๖๔ เลขรับ ๓๐๙๙๓ วันนี้ก็ต้อง ขอบพระคุณท่านอย่างมากนะครับ เพราะว่าวันนี้ผู้ร้องมั่นใจแล้วว่าอย่างน้อย ๆ เรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ไปถึงผู้บริหารสูงสุดของ ป.ป.ช. และพวกเขาก็เชื่อมั่นว่าเรื่องนี้ จะถูกดำเนินการอย่างรวดเร็ว แล้วก็ขอฝากความยุติธรรมไว้กับท่านประธาน ป.ป.ช. ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงราย จริง ๆ วาระนี้เป็นเพียงวาระ รับทราบนะครับ แต่ว่าต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ขณะนี้มีพี่น้องประชาชนแล้วก็มีคนที่ เกี่ยวข้องกับ ป.ป.ช. ได้รับฟังคำชี้แจงการถ่ายทอดหรือแม้กระทั่งคลิป (Clip) ที่จะได้ออกไป ถ่ายทอดต่อ สิ่งแรกที่ผมจะต้องขอแสดงความชื่นชมก็คือว่า ทั้งท่านประธาน ท่านคณะกรรมการ ป.ป.ช. และผู้บริหารระดับสูงของ ป.ป.ช. ที่ได้กรุณาให้เกียรติสภา อันนี้ปีหนึ่งมีครั้งหนึ่งและท่านเองก็จะได้กรุณาทำรายละเอียดอย่างค่อนข้างดีนะครับ แล้วก็ส่วนตัวเองผมคิดว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. แต่ละท่าน ท่านก็มีภูมิหลังเกียรติภูมิ ไม่ว่าจะเป็นตัวท่านประธานเองก็ดี คณะกรรมการอีกหลาย ๆ ท่านนะครับ ตำแหน่งหน้าที่ การงานก็เป็นที่เชื่อถือได้ แต่สิ่งที่ผมอยากจะขออนุญาตให้ข้อเท็จจริงแล้วก็ข้อมูลที่ ป.ป.ช. ได้ตั้งใจก็คือ วันนี้คำพูดของท่านประธานในฐานะที่เป็นตัวแทนขององค์กรท่านได้ให้ คำมั่นสัญญา และผมมั่นใจว่าสิ่งที่ท่านต้องการท่านคงทำได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านเอา โครงการปักหมุด ตัวนี้ครับ ถึงแม้ว่าเพิ่งเอามาแจกพวกเรา แต่ว่าดู ๆ แล้วผมว่ามันมี หลายเรื่องนะครับ ผมได้ติดตามแล้วก็เฝ้าดูการทำงานของ ป.ป.ช. ไม่ว่าคณะกรรมการ แต่ละท่านนะครับ ขออภัยท่าน พลเอก บุณยวัจน์ เครือหงส์ เช่นเดียวกันนะครับ ท่านก็ได้ มีการไปให้ความรู้ตรวจตราอะไรหลายเรื่อง แต่สิ่งที่ผมอยากจะขอใช้โอกาสสั้น ๆ เรียนว่า ที่ผ่านมาถ้ามันเป็นเรื่องที่อยู่ฝ่ายตรงข้าม เอาเป็นว่าผมเองช่วงที่ผมโดนปฏิวัติไป บัญชีไม่กี่บาทก็โดนตามโดนเช็ค (Check) ๑๐ บาท ก็อย่างที่เพื่อนสมาชิกว่านี่ครับ ก็ต้องไปเอาใบถ่ายบัญชีของกรรมการตลาดหลักทรัพย์มา เอาของธนาคารมา เพื่อที่จะเอามา แสดงความบริสุทธิ์ใจ ซึ่งก็ผ่านไปเรียบร้อย แต่ว่าสิ่งที่ท่านประธานกับคณะกรรมการจะต้องเรียกร้องความเป็นมืออาชีพหรือความที่จะ ทำให้การทุจริตให้มันหมดไปจากเมืองไทยหรือว่าเหลือน้อยที่สุด ผมคิดว่าตัวนี้อยู่ที่ การกระทำขององค์กรท่านเองครับ ไม่ใช่เป็นเรื่องของฝ่ายตรงกันข้ามท่านจัดการเสีย รวดเร็วเลย แต่ถ้าเป็นฝ่ายที่พวกเดียวกันก็ดองแล้วดองอีก อย่างนี้เป็นต้นนะครับ สิ่งที่ผมจะใช้ โอกาสนี้ได้เรียนถาม เอาสั้น ๆ นะครับท่าน ถ้าตอบได้ตอบ ตอบไม่ได้ก็ส่งเป็นเอกสารอย่างที่ ท่านประทานได้บอกไว้นะครับ คดีที่ท่านบอกว่ามันล่าช้าเราก็เห็นใจครับ เพราะว่า เฉพาะแจ้งบัญชีทรัพย์สินของนักการเมืองก็เยอะแล้ว ยิ่งท่านจะต้องรับใหม่อีกมากมายนะครับ แต่ผมอยากเรียนถามท่านว่า ท่านมีวิธีการบริหารจัดการแบบไหน คือแน่นอนว่า ๗-๘ ปี ที่ผ่านมานี้หลายท่านก็อยู่มานานนะครับ ตอนนี้ถามเป็นตัวเลขว่าคดีที่มันขาดอายุความ ในมือของ ป.ป.ช. มีกี่คดี🔗
เรื่องที่ ๒ เพื่อนสมาชิกได้พูดกันเยอะมากนะครับ และท่านประธานเอง ก็ได้แจ้งท่านประธาน ป.ป.ช. บอกว่า ของ ป.ป.ช. เหมือนเป็นพนักงานไต่สวนขั้นต้น สอบสวนขั้นตอน ทีนี้ถ้าว่าไปแล้วคือมันมีการร้องเรียนอย่างที่พวกเราทราบนะครับ เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้แสดงความคิดเห็นว่า มันมีทั้งจริง ทั้งเท็จ ทั้งหลอก แต่ว่าทำอย่างไรครับ ที่เวลาคนที่ถูกร้องเรียน ถูกกล่าวหาเสียหายครับ เพราะว่าทำอย่างไร ที่จะทำให้พยานหลักฐานซึ่งเราอยากรู้ว่าคนที่มาใส่ความเราหรือผู้ร้องหรือพยานผู้ร้อง มันจริงหรือเท็จ ท่านมีวิธีการกลั่นกรองอย่างไรครับ ที่จะได้รู้ว่าตรงนี้มันไม่ใช่ ตรงนี้ มันกลั่นแกล้ง ตรงนี้มันเป็นการใส่ร้ายกัน ซึ่งตรงนี้ผมอยากจะถามถึงท่านประธาน กับคณะกรรมการว่าท่านมีวิธีไหนที่จะกลั่นกรองทำให้เกิดผลลัพธ์ว่าเรื่องเหล่านี้ปฏิบัติหน้าที่ แล้วมันถูกต้องและท่านมั่นใจ ผมไม่ได้ว่ากันนะครับ เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมานี้ ท่านก็อุตส่าห์มีการแจ้งบัญชีทรัพย์สิน ขออนุญาตน้องท่านนายกรัฐมนตรีว่าอย่างนั้นเถอะครับ แต่ถึงเวลาขึ้นมาท่านก็บอกว่าไม่ผิดมาตรา ๘๑ ไม่มีปัญหาครับ แต่ว่าขอให้ท่านใช้ บรรทัดฐานนี้เป็นบรรทัดฐานที่ท่านจะต้องอ้างอิงได้นะครับ ท่านบอกว่าขาดเจตนา เพราะไม่มีความจงใจในการปกปิด เช่นเดียวกันนะครับ มันมีเรื่องเรื่องหนึ่งที่ผมเคยอภิปราย และเป็นผู้นำเรื่องนี้เสนอในสภา ก็คือการทุจริตเรื่องไบโอเมทริก (Biometric) เป็นเงินนอกงบประมาณจริง แต่เป็นอำนาจหน้าที่ที่ ป.ป.ช. ต้องตรวจสอบ นั่นก็คือ อดีตผู้บัญชาการตำรวจโดนฟ้องคดี ซึ่งตอนนี้ก็เห็นบอกว่ากำลังอยู่ในคณะกรรมการ กลั่นกรองท่าน เสร็จเรียบร้อยนะครับท่านประธาน ผมทายเลยนะครับ ถึงเวลาขึ้นมา ก็อีหรอบเดียวกันนะครับ ขึ้นต้นก็เป็นลำไม้ไผ่เอาจริงเอาจัง แต่ถึงเวลาขึ้นมา คณะกรรมการบอกว่าไม่มีเจตนา ไม่จงใจ ก็ยกฟ้องไป อย่างนี้เป็นต้นครับ เพราะฉะนั้น สิ่งที่ท่านคิดว่าองค์การ ป.ป.ช. จะได้เป็นที่เชื่อถือของพี่น้องประชาชนและเป็นบรรทัดฐาน ที่ดีกับประเทศชาติต่อไป ก็อยู่ที่การกระทำของตัวท่านเองนี่ละครับ ต้องขอบพระคุณ ท่านประธานครับ คำตอบผมถ้าท่านตอบตรงนี้ไม่ได้ก็ขออนุญาตให้ท่านอัดเทป (Tape) ไว้ แล้วก็ส่งมาทีหลังได้ ยินดีครับ ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตคนหนึ่ง นิดเดียวครับ🔗
ขอสั้น ๆ นะครับท่าน แล้วก็คงพอแล้วกระมังท่านอื่น ก็ขอแล้วนะครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนเท่ากัน ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสให้ผมได้ตั้งข้อสังเกตและสอบถามไปยังท่านผู้ชี้แจง🔗
ประเด็นแรก ถ้าดูในหน้า ๗๒ ซึ่งเป็นเรื่องของหน่วยงานที่ถูกกล่าวหา ถ้าไปดูแล้ว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะเป็นผู้ที่ถูกกล่าวหามากที่สุด รองลงมา ก็กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งกระผมก็ขอตั้งข้อสังเกตในเรื่องของ หน่วยงานถูกกล่าวหานี้ ซึ่งกระทรวงกลาโหมเป็นกระทรวงที่มีงบประมาณสูง ๒.๓ แสน กว่าล้านบาท ในปี ๒๕๖๓ ไม่แน่ใจว่ามีการตั้งข้อกล่าวหา ถูกกล่าวหามาบ้างหรือไม่ อย่างไร🔗
แล้วก็อีกประเด็นหนึ่งเป็นเรื่องของการจ้างงาน ในหน้า ๓๘-๓๙ อัตรากำลัง ข้าราชการสำนักงาน ป.ป.ช. ในปี ๒๕๖๓ ซึ่งถ้ามาดูอัตรากำลัง ๒,๓๘๑ คน นั่นก็หมายความว่าถ้ามีการจ้างงานตาม พ.ร.บ. พัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการในปี ๒๕๕๐ ก็จะต้องจ้างงานคนพิการถึง ๒๔ คน ไม่ทราบว่าทาง ป.ป.ช. ได้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ. คุณภาพชีวิต คนพิการหรือไม่อย่างไรครับ ขอบคุณมากครับ🔗
เชิญท่าน ประธานวัชรพลตอบนะครับ แต่ว่าขอท่านเอาสรุปเฉพาะประเด็นสำคัญ ๆ นะครับ🔗
กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องขออภัย ท่านรังสิมานะครับ ความจริงเรื่องของท่านรังสิมาก็ได้มีการบันทึกในครั้งที่แล้วที่ท่าน ได้อภิปราย แล้วก็คงจะกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า โครงการฮั้วในโครงการพัฒนา ศูนย์การเรียนรู้ตามรอยเท้าพ่อของแผ่นดิน คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีวิธีชี้มูลความผิด เมื่อ ๑๖ มีนาคม ๒๕๖๔ นะครับ ว่ามีความผิดฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต มาตรา ๑๕๗ ฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสารหรือกรอกข้อความ ลงในเอกสารรับรองเป็นหลักฐาน ซึ่งข้อความอันเป็นเท็จตามมาตรา ๑๖๒ (๔) พ.ร.บ. ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ มาตรา ๑๒ ได้ส่งสำนวนให้อัยการไปแล้วนะครับ ส่วนเจ้าหน้าที่ อบจ. ก็ได้ชี้มูลความผิดวินัยไม่ร้ายแรง ก็ส่งให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการต่อไป นะครับ🔗
ในเรื่องการจัดซื้อรถยนต์จดประกอบราคาเท่ากับรถใหม่ ไม่สามารถใช้งานได้ ได้ดูแล้วเรื่องอยู่ระหว่างการไต่สวน วันนั้นได้ชี้แจงไปว่าอยู่ระหว่างการไต่สวน รถหมายเลข ทะเบียน กข ๕๖๗ ได้สรุปสำนวนแล้วนะครับ และตอนนั้นบอกรอเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. วินิจฉัย วันนี้ก็จะกราบเรียนว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีมติไม่รับไว้ดำเนินการ ไต่สวนนะครับ ส่งให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการแทน เราส่งไปแล้วนะครับ🔗
ส่วนเรื่องการก่อสร้างเตาเผาศพแบบไร้มลพิษในองค์การบริหารส่วนจังหวัด สมุทรสงคราม ๑๑ เตา ตรวจสอบแล้วไม่พบว่ามีเรื่องดังกล่าวเข้ามาในสำนักงาน ป.ป.ช. นะครับ เราก็ไปตรวจสอบเรื่องเตาเผานี้ ปรากฏว่าเรื่องเตาเผาได้มีเรื่องกล่าวหาที่เข้ามา เตาเผา ไร้มลพิษวัดปากน้ำ ๒ เตา วัดฝาง ๑ เตา วัดกำแพง ๑ เตา วัดกลางบางซื่อ ๒ เตา วงเงิน ๘.๑ ล้านเศษ โดยมีการกำหนดรายละเอียดอันมีลักษณะเป็นการกีดกันผู้เสนอราคารายอื่น มิให้มีการเสนอแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม ในปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ป.ป.ช. ก็มีมติว่า ไม่รับไว้ไต่สวนและคณะกรรมการก็ได้ไม่รับเรื่องไว้แล้วนะครับ🔗
ส่วนเรื่องเตาเผาอีกเช่นกันที่วัดบางหลวง ในปีงบประมาณ ๒๕๖๓ ก็ได้มีมติ เรื่องดังกล่าวแล้ว ก็ให้ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการตามมาตรา ๖๓ เพราะเห็นว่า เป็นเรื่องไม่ใช่ความเสียหายอย่างร้ายแรงนะครับ และส่งผู้บังคับบัญชาดำเนินการตามอำนาจ หน้าที่ตามมาตรา ๖๔ ไป🔗
เรื่องเตาเผาไร้มลพิษที่วัดอัยยิการามและวัดนาบุญอีก ๓ เตา เตาละ ๓ ล้านบาท โดยมีราคาก่อสร้างสูงกว่าวัดอื่น เพื่อประโยชน์ให้กับตนเองกับพวก คณะกรรมการ ในการประชุมเมื่อ ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๔ ก็วินิจฉัยเรื่องดังกล่าวแล้ว มีมติให้ส่งผู้บังคับบัญชา ผู้มีอำนาจแต่งตั้งถอดถอนดำเนินการตามมาตรา ๖๔ ความไม่ชัดเจนตรงนี้นะครับ🔗
ส่วนเรื่องที่เกิดท่านถามเพิ่มเติมอย่างไรเดี๋ยวก็จะดำเนินการตรวจสอบ รายงานให้นะครับ🔗
เรื่องเมื่อสักครู่นี้ท่านสฤษฏ์พงษ์เรื่องการชี้มูล เรียนอย่างนี้ครับ คณะกรรมการ ป.ป.ช. จะมีการดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานทุกประการ แล้วก็จะให้ โอกาส ถ้าเราคิดว่ามีมูลพอแจ้งข้อกล่าวหาเราจะแจ้งข้อกล่าวหา ให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจง ข้อกล่าวหาจนครบถ้วน หากมีความประสงค์จะนำพยานหลักฐานเข้าสู่สำนวน เราจะให้ โอกาสอย่างเต็มที่ตามกฎหมายนะครับ หลังจากนั้นคณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็จะวินิจฉัยชั่งน้ำหนักพยานนะครับ ถ้าคณะกรรมการ ป.ป.ช. วินิจฉัยชี้มูล ไม่ว่าจะเป็นด้วยเอกฉันท์หรือเสียงข้างมากก็ถือว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. ชี้มูล แต่ถ้าเสียงไม่เกินกึ่งหนึ่ง คือคณะกรรมการ ป.ป.ช. มี ๙ คนนะครับ ถ้าให้ตกไปก็ถือว่า ให้ข้อกล่าวหาตกไปนะครับ แต่ถ้าชี้มูลก็แสดงว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช. มั่นใจในการรวบรวม พยานหลักฐานของพนักงานเจ้าหน้าที่นะครับ เราชี้มูล เพราะฉะนั้นประเด็นตรงนี้ถ้าเราชี้มูล คือเรามั่นใจ แต่ว่าอย่างไรก็ตามเป็นกระบวนการตรวจสอบ เรื่องก็จะส่งไปท่านอัยการสูงสุด ท่านก็จะดูสำนวนเรา ถ้าท่านเห็นว่ามีความไม่สมบูรณ์ที่ผมเรียนแล้ว ท่านก็จะตั้งข้อ ไม่สมบูรณ์มาเพื่อตั้งกรรมการร่วมในการพิจารณาดำเนินการให้มันสมบูรณ์ แต่ถ้าผู้แทน อัยการฝ่ายอัยการสูงสุดเห็นว่าไม่มีมูลพอที่จะฟ้อง เสนอความเห็น ให้ อสส. นะครับ มีความเห็นว่าไม่ฟ้อง ท่านก็จะส่งสำนวนคืนให้กรรมการ ป.ป.ช. กรรมการ ป.ป.ช. ก็จะนำ ประเด็นข้อไม่สมบูรณ์ ประเด็นการดำเนินการในชั้นกรรมการร่วมมาพิจารณา ด้วยความรอบคอบว่า พยานหลักฐานที่เราชี้มูลไปเรามีความมั่นใจแค่ไหนกับข้อท้วงติง ของอัยการสูงสุด ถ้าเรามั่นใจ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีทางเลือก ๒ ทาง คือ ๑. ไม่ฟ้อง ตามอัยการสูงสุด ๒. ฟ้องคดีเอง ฟ้องคดีเองตามที่เราวินิจฉัยชี้มูล เพราะฉะนั้น ถ้าเรื่องไหนเราวินิจฉัยชี้มูลก็คือเราดำเนินการตามการวินิจฉัยชั้นแรกของเรา ก็จะยื่นฟ้อง ต่อศาลเอง เพราะฉะนั้นการยื่นฟ้องต่อศาลเองไม่ใช่เรายื่นฟ้องแบบพยานหลักฐาน ไม่ครบถ้วนนะครับ แต่เป็นมุมมองของกระบวนการตรวจสอบ คณะกรรมการ ป.ป.ช. มั่นใจว่า พยานหลักฐานที่เรารวบรวมนี้ เรามั่นใจในพยานหลักฐานก็ส่งให้ศาลท่านเป็นผู้ใช้ดุลยพินิจ วินิจฉัยตรงนั้นนะครับ และส่วนเรื่องผล แต่ก่อนนั้นก็จะน้อย ครั้งสุดท้ายที่ผมเรียนท่านว่า ทั้งหมดที่เราส่งไปถึงวันนี้ในปีหลัง ๆ ก็จะมีมากขึ้นนะครับ ทั้งหมดที่ชี้แล้วที่ส่งไป ๑๒๕ เรื่อง ฟ้องเอง ใน ๑๒๕ เรื่องนี้จ้างทนาย ๖ เรื่อง ตั้งแต่ก่อนที่ผมจะเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ปี ๒๕๕๙ ตั้งแต่ผมเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ที่ ป.ป.ช เราไม่เคยจ้างทนายเลย เราฟ้องคดีเองครับ วันนี้สำนักคดีเรามีพนักงานไต่สวนทำหน้าที่เป็นผู้ว่าคดี เขาจบเนติบัณฑิตฟ้องคดีเอง มีคุณวุฒิเหมือนอัยการ เขาฟ้องคดีเองครับ แล้วก็คดีที่ถึงที่สุด ๓๐ คดีที่ผมกราบเรียน ศาลตัดสินตามที่ ป.ป.ช. ฟ้อง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ยกฟ้อง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ที่เราดีใจเพราะว่า คดีเหล่านี้ที่เราฟ้องคดีเอง ท่านอัยการสูงสุดเห็นว่าไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอครับ แต่ว่าเราเห็นว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอ ซึ่งเป็นการเช็กแอนด์บาลานซ์ (Check and Balance) ที่ท่านได้กรุณามอบอำนาจให้ ป.ป.ช ฟ้องเองครับ และข้อเท็จจริงหลาย ๆ เรื่อง ที่เป็นคดีสำคัญ ๆ มักจะมีข้อไม่สมบูรณ์ แล้วก็ผลที่สุดกรรมการ ป.ป.ช. ต้องฟ้องเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแฟลต เรื่องโรงพัก ต่อไปก็จะมีเรื่องการประดับไฟปีใหม่ของ กทม. หรือเรื่องเกี่ยวกับโรดโชว์ (Roadshow) ซึ่งเกี่ยวข้องกับระดับรัฐมนตรี ระดับสื่อมวลชน อะไรพวกนี้ครับ ก็เป็นเรื่องที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้วินิจฉัยว่าเราจะฟ้องคดีเองครับ เพราะฉะนั้นเรามอนิเตอร์ (Monitor) ทุกสเต็ป (Step) ครับตอนนี้ ก็สามารถจะเปิดเผย ให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบด้วยนะครับ🔗
ในเรื่องของท่านวิโรจน์ ผมก็รับเรื่องไว้แล้วนะครับ เดี๋ยวจะนำเรียนว่า ความคืบหน้าเป็นอย่างไรนะครับ🔗
เรื่องท่านวิสารได้พูดครับ ยืนยันครับ ผมและคณะจะดำเนินการมุ่งมั่น เพื่อจะเป็นมืออาชีพและให้ความเป็นธรรม วิธีบริหารจัดการขอเรียนว่า คดีขาดอายุความ ที่ท่านพูดว่ามีอยู่ในมือเท่าไร ผมคิดว่าอาจจะสื่อกันไม่เข้าใจเช่นกันนะครับ น้อยมาก น้อยมากแทบจะไม่มีเลย แต่ที่ขาดอายุความต้องยอมรับว่าการกระทำผิด กรรมเดียว ของผู้ถูกกล่าวหาของเรานี้แต่เขาผิดหลายบท ที่เขาเรียกว่ากรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท บทที่มีอายุความอย่างสั้นก็จะขาดอายุความ แต่บทที่มีอายุความอย่างยาว ก็ยังอยู่ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็สามารถจะดำเนินคดีถ้ามีมูลเราก็ชี้ไป ก็ไปสู่อัยการสูงสุด ยกตัวอย่าง ถ้าเป็นเรื่องของรับรองเอกสารเป็นเท็จตาม ป. อาญา มาตรา ๑๖๒ อายุความ ๑๐ ปีครับ ถ้าเป็นเรื่อง ๑๕๗ ปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบ อายุความ ๑๕ ปี แต่ถ้าเป็นเรื่องจัดซื้อ จัดการ เป็นเรื่องยักยอกทรัพย์ มาตรา ๑๔๗ มาตรา ๑๕๑ อายุความ ๒๐ ปีครับ เพราะฉะนั้นเรื่องของเราบางทีกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท เพราะฉะนั้นที่ถามว่า คดีขาดอายุความเยอะ ๆ มีเยอะครับ แต่ว่าเป็นเรื่องกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท บทยาว ที่อายุความอย่างยาวยังคงอยู่ครับ เพราะถ้าขาดผู้รับผิดชอบคือพนักงานเจ้าหน้าที่ เขาจะต้องถูกสอบสวน ถูกดำเนินการทางวินัย ถ้าขาดอายุความขาดในมือ โทษอาจจะถึงขั้น ออกจากราชการ เพราะฉะนั้นยืนยันนะครับว่าแทบจะไม่มีเลย แต่เป็นเรื่องกรรมเดียว ผิดกฎหมายหลายบท วิธีบริหารจัดการเรียนว่าเราต้องละเอียดรอบคอบอย่างที่ท่านว่านะครับ ต้องละเอียดรอบคอบ วิธีการตอนนี้ก็คือว่าพอเรารับเรื่องเข้ามาเราจะมีการตรวจสอบ เบื้องต้น การตรวจสอบเบื้องต้นไม่ได้ตรวจสอบเฉพาะพนักงานเจ้าหน้าที่นะครับ จะผ่านอนุกรรมการกลั่นกรอง ซึ่งมีกรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธาน มีผู้ทรงคุณวุฒิ ที่เข้ามาร่วมเป็นนักกฎหมาย เป็นผู้เชี่ยวชาญเข้ามา แล้วก็เจ้าหน้าที่จะเข้ามาเป็นผู้บริหารด้วย เจ้าหน้าที่ก็จะมาชี้แจง คณะกรรมการกลั่นกรองก็จะมีความเห็นว่าถ้าเห็นไม่สมบูรณ์ก็ให้เขา ไปตรวจสอบเพิ่มเติม ไปตรวจสอบเบื้องต้นเพิ่มเติม ถ้าสมบูรณ์เรียบร้อยแล้วคณะกรรมการ กลั่นกรองก็จะวินิจฉัยว่ามีข้อมูลพยานหลักฐานเพียงพอที่ดำเนินการในชั้นไต่สวนได้หรือไม่ อย่างไร ถ้าไม่มีเราก็ไม่รับเรื่องกล่าวหาไว้ดำเนินการต่อไป ก็ถือว่าเรื่องก็ตกไป แต่ถ้ามีมูลพอ ก็อาจจะเสนอตั้งไต่สวน การตั้งไต่สวนก็ไม่ใช่ว่าคณะกรรมการอนุกลั่นกรองตรงนี้จะตั้งได้ คณะกรรมการอนุกลั่นกรองตรงนี้ซึ่งมีกรรมการ ป.ป.ช. ๑ ท่าน ไปเป็นประธาน ต้องเสนอ เรื่องให้กรรมการ ป.ป.ช. ชุดใหญ่ ๙ คนวินิจฉัยครับ ว่าจะเห็นชอบให้ตั้งไต่สวนตามนั้น หรือเห็นว่าการดำเนินการนั้นยังไม่ครบถ้วนก็ให้ไปทำเพิ่มเติม เพราะฉะนั้นมันมีกลไก ในการที่จะตรวจสอบยืนยัน ไม่เป็นการกล่าวหาใครง่าย ๆ เพราะฉะนั้นถึงได้บอกว่า กระบวนการของ ป.ป.ช. นั้นค่อนข้างจะยืดยาว🔗
อีกประเด็นหนึ่งครับ มาตรา ๑๘๔ พ.ร.บ. ป.ป.ช. ผู้ใดแจ้งเท็จ ฟ้องเท็จ หรือเบิกความเท็จเพื่อจะแกล้งบุคคลใดให้ถูกไต่สวน โทษจำคุกไม่เกิน ๗ ปี ปรับไม่เกิน ๔๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ เพราะฉะนั้นถ้าปรากฏข้อเท็จจริงในชั้นการดำเนินการ ของเรานั้น มีคนมาแจ้งเท็จ เราก็จะดำเนินคดีนะครับ แต่เราไม่ได้ดำเนินคดีเองนะครับ เราจะไปร้องทุกข์กล่าวโทษกับพนักงานสอบสวนตามกระบวนการยุติธรรมให้ดำเนินคดี กับผู้นั้น เพราะฉะนั้นนี่เป็นกลไกที่ได้เรียนนะครับ🔗
เรื่องของท่านปริญญาผมยังไม่มีข้อมูลนะครับว่า มีดำเนินการตามกฎหมาย ว่าด้วยคนพิการอย่างไร ผมจะตรวจสอบข้อมูลและนำเรียนข้อมูลตามที่ผมได้กราบเรียน ทุกเรื่องครับ🔗
ผมต้องขออภัยท่านรังสิมาจริง ๆ นะครับ ความจริงเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการแล้ว แต่ว่าไม่ได้นำเรียนไป แต่ผมได้ประกาศเป็นสัญญาแล้วนะครับว่า เราจะไปตรวจสอบทุกเรื่อง ที่ทั้ง ๑๔ ท่านวันนี้และมีเพิ่มเติมขึ้นมาอีกนะครับ ถ้าเป็นประเด็นอะไรที่ยังตอบไม่ชัดเจน และในข้อมูล ผมจะไปตรวจสอบและจะนำเรียนท่านโดยตรง ขอขอบพระคุณครับ ขอบคุณท่านประธานด้วยครับ🔗
ท่านประธานคะ ขอนิดเดียว กราบเรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม ขออนุญาตค่ะ คืออย่างนี้ค่ะ ท่านตอบมานี้ ท่านบอกว่าความผิดท่านได้ส่งให้ผู้บังคับบัญชาดำเนินการต่อไป แต่ดิฉันได้ติดตามนะคะ ท่านส่งไปแล้วในหน่วยงานนั้น ๆ ไปตั้งกรรมการสอบไม่มีผิดเลย ทั้ง ๆ ที่ท่านชี้มูลความผิด ดิฉันก็เลยอยากจะถามท่านว่า ถ้าเกิดท่านส่งไปตามที่ต่าง ๆ แล้ว และเขาบอกเขาไม่มี ความผิด ทั้ง ๆ ที่ท่านบอกว่าผิด ท่านจะดำเนินการอย่างไร เพราะมันมีการวิ่งเต้น มันมีการฮั้วกัน ไม่ต้องชดใช้เงิน และท่านดูนะคะหน้าที่ ๒ ที่บอกว่า กรมบัญชีกลาง ไม่ส่งเอกสารมาภายใน ๒ ปี ทาง อบจ. ไม่ได้รับเอกสารเลย มันหมดอายุความไปแล้ว อย่างข้าราชการทำให้หมดอายุความ ท่านจะดำเนินการอย่างไรกับข้าราชการที่ไม่ปฏิบัติ หน้าที่ อันนี้ถือว่าทุจริตในหน้าที่นะคะ ดิฉันถึงได้อยากจะกราบเรียนท่านว่า มันมีความผิดปกติทั้ง ๓ เรื่อง ทั้งเรื่องที่ ๑๐ กว่าปีแล้ว🔗
แล้วอีกประการหนึ่งที่ท่านตอบเรื่องเตาเผาศพ วัดที่ท่านเอ่ยไม่ได้อยู่จังหวัด สมุทรสงครามนะคะ ดิฉันก็ไม่รู้อยู่จังหวัดไหน เพราะว่ามันไม่ใช่ เพราะว่าเตานี่ตั้งเป็น ๑๐ ปีแล้ว แต่ว่าอันนี้ท่านบอกว่าปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ เตาจังหวัดไหนก็ไม่ทราบค่ะ เพราะฉะนั้นก็ฝากท่านดูด้วยนะคะ เพราะว่ามันทั้งประเทศ ไม่ใช่สมุทรสงครามเท่านั้น อยากจะให้ปราบทั้งหมดไปเลย คือดิฉันเสียงดังนี้ดิฉันของขึ้นนะคะเวลาพูดถึงเรื่องทุจริต เพราะฉะนั้นดิฉันไม่ได้มีอะไรกับท่านหรอก แต่ว่าดิฉันของขึ้นทุกครั้งที่มีการพูดเรื่องการทุจริต ก็ต้องฝากท่านด้วยค่ะ แล้วก็อยากจะให้ท่านตอบเป็นลายลักษณ์อักษรให้ดิฉันหน่อยได้ไหมคะ ดิฉันก็จะตามท่านอีกว่าเรื่องมันเดินไปถึงไหนแล้ว จากที่ให้ผู้บังคับบัญชา แต่ดิฉันคอยตาม อยู่ที่จังหวัดนะคะ เขาวิ่งเต้นกันแล้วก็ไม่ผิด ไม่ผิด ไม่ผิดทั้งนั้นเลย ท่านต้องไปตามต่อค่ะ ว่าผลการดำเนินการต่อไปเขาดำเนินการอย่างไรให้ตอบมาที่ท่าน และถ้าตอบแล้ว มีการวิ่งเต้นช่วยเหลือล้มคดีกัน เงินไม่ต้องจ่าย ท่านจะดำเนินการอย่างไรกับคณะกรรมการ ที่ตั้งมาแล้วมันช่วยเหลือกัน ท่านจะทำอย่างไร ขอบคุณค่ะ🔗
ขออนุญาตท่านประธานตอบสั้น ๆ นะครับ🔗
เอาสั้น ๆ นะครับท่านประธาน สรุปเลยครับ🔗
คือกรณีที่เราเห็นว่าเป็นเรื่องความผิดไม่ร้ายแรง แล้วก็ เราอาจจะส่งเป็นเรื่องให้พนักงานสอบสวนไปดำเนินการสอบสวนตาม ป. วิ. อาญา แต่เรื่อง ทางวินัยหรือการดำเนินการในส่วนผู้บังคับบัญชาเราส่งตามมาตรา ๖๔ ไป เขาก็ต้อง ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายนะครับ แต่การที่กฎหมายให้เราส่งตามมาตรา ๖๔ นี้ กฎหมายก็ยังเขียนว่าให้เราติดตาม โดยให้เขาต้องรายงานผลการดำเนินการมาให้ ป.ป.ช. ทราบตามมาตรา ๖๕ และเมื่อเขารายงานมา ป.ป.ช. ก็จะมาพิจารณาว่าคำรายงานของเขา มันครบถ้วนถูกต้องไหม มีการให้ความเป็นธรรมอย่างถูกต้องไหม ถ้าเห็นว่ากรณีดังกล่าวนั้น มันไม่เกิดความเป็นธรรมขึ้น คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีอำนาจตามมาตรา ๖๖ สามารถ จะเอาเรื่องกลับมาดำเนินการได้ใหม่เลย เราสามารถจะเอาเรื่องกลับมาดำเนินการได้เองใหม่ หรือแม้ว่าระหว่างที่เรามอบให้ดำเนินการมีข้อเท็จจริงปรากฏแก่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ว่า การดำเนินการนั้นอาจจะไม่เที่ยงธรรม คณะกรรมการ ป.ป.ช. สามารถจะวินิจฉัยและมีมติ เรียกเรื่องกลับมาดำเนินการได้ครับ ก็เลยกราบเรียนว่ามีเรื่องระบบเช็กแอนด์บาลานซ์ (Check and balance) เพียงแต่ว่ากระบวนการพอรับติดตามพวกนี้ต่อไปจำเป็นต้อง ดำเนินการมาตรการให้เข้มแข็งและมีระบบการตรวจเช็ก (Check) ที่สามารถจะทำได้รวดเร็ว🔗
ต้องขออภัยครับ ได้เรียนตอนต้นว่าคดีเตาเผาที่สมุทรสงครามไม่พบเรื่องเลย นะครับ แต่มีแต่เรื่องอื่นในจังหวัดอื่นที่ผมได้นำกราบเรียน แต่ว่าเดี๋ยวจะไปดูอีกทีนะครับ ไปดูว่าหากมีข้อมูลอย่างไรก็จะนำเรียน ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าเป็นการจบการอภิปรายซักถามแล้วนะครับ ถือว่าที่ประชุม ได้รับทราบรายงานผลการตรวจสอบและผลการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ แล้วนะครับ ขอขอบคุณท่าน พลตำรวจเอก วัชรพล ประสารราชกิจ ประธานกรรมการ ป.ป.ช. พร้อมคณะ ที่ได้มารายงานและชี้แจง กับท่านสมาชิกอย่างละเอียด วันนี้ต้องขอขอบคุณครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ วันนี้ก็ประชุมกันมาพอสมควรแล้ว ขอปิดการประชุม พบกันพรุ่งนี้ครับ🔗