รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๓
ครั้งที่ ๑๔ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพุธที่ ๘ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
_______________
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ขณะนี้ ๐๙.๓๐ นาฬิกา ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ ปรึกษาหารือตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ โปรดใช้เวลา ๒ นาทีให้เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ลำดับแรก นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ขอเชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดินแดง ห้วยขวาง ขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปถึง ทางกระทรวงมหาดไทย เพื่อจะที่ได้ให้ช่วยประสานงานกรุงเทพมหานครในการแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ๓ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้ทางกรุงเทพมหานครนั้นได้เข้าไปดำเนินการในการขุดลอก ลำราง ชื่อลำรางนาซอง ในพื้นที่เขตดินแดง ซึ่งลำรางนาซองถือว่าเป็นเส้นเลือดใหญ่ ซึ่งเป็น หัวใจในการแก้ไขปัญหาในเรื่องของน้ำในพื้นที่เขตดินแดง เพราะว่าในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีการขุดลอกลำรางดังกล่าวเลยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ขออนุญาตให้ในส่วนของสำนักการระบายน้ำเช่นกันนะครับ สังกัด กรุงเทพมหานครได้ไปดำเนินการในการติดตั้งระบบเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม ที่บริเวณปลาย คลองห้วยขวาง เชื่อมกับคลองชวดใหญ่ เพราะว่าคลองห้วยขวางเป็นคลองที่รับน้ำจากพื้นที่ เขตดินแดงและเขตห้วยขวาง เวลาช่วงหน้าฝนน้ำจะระบายลงสู่คลองชวดใหญ่ที่จะนำลงสู่ คลองลาดพร้าวและลงบึงมักกะสันไม่ทัน ฉะนั้นตรงนี้ก็อยากจะให้ทางสำนักระบายน้ำเพิ่ม ประสิทธิภาพโดยการติดตั้งระบบสูบน้ำเพิ่มเติม🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้ทางสำนักการระบายน้ำสังกัดกรุงเทพมหานครเช่นกัน ช่วยไป ดำเนินการในการลอกท่อระบายน้ำในถนนประชาสงเคราะห์ จากช่วงถนนประชาสงเคราะห์ ตัดถนนอโศก-ดินแดง จนกระทั่งมาถึงสี่แยกห้วยขวาง เช่นกันครับในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมา ไม่เคยมีการขุดลอกเลย ก็อยากจะนำเรียนท่านประธานฝากถึงกระทรวงมหาดไทยให้ กรุงเทพมหานครดำเนินการด้วย ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปแพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จังหวัดปัตตานี🔗
ประเด็นหารือในวันนี้คือเรื่องการแก้ไขปัญหากรณีนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ดิฉันและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชายแดนใต้ได้รับเรื่องจากเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ตั้งแต่ สิงหาคมปีที่แล้ว ในประเด็นเวทีรับฟังความคิดเห็น ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ควรเป็นโมฆะ หลังจากนั้นได้ติดตามการขับเคลื่อนและทราบว่ามีการบันทึกข้อตกลงระหว่างกลุ่มจะนะ รักษ์ถิ่นกับผู้แทนรัฐบาลในวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๓ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาดิฉันและท่าน ส.ส. อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ได้พบคุณสมบูรณ์ คำแหง ที่ปรึกษาเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ได้ปรึกษากัน จะนำเรื่องนี้ให้ท่านรองนายกฯ ประวิตรเพื่อที่จะทราบความคืบหน้า แต่เมื่อคืนวันที่ ๖ ธันวาคม กลับมีการสลายการชุมนุมและจับกุมผู้ชุมนุม ๓๗ คน แทนการพูดคุย การชุมนุม อย่างสันติเพื่อทวงถาม ๑ ปีกับข้อตกลงที่ทำกันไว้กับผู้แทนรัฐบาลที่ไม่คืบหน้า ดิฉันเห็นว่า เป็นสิทธิของประชาชนทุกคนในผืนแผ่นดินนี้ที่จะรักและหวงแหนดินแดนปกป้องธรรมชาติ ในบ้านเกิดของตน ฝากเรียนท่านประธานไปยังผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้อง และดิฉันขอจบด้วย บทกลอนของคนจะนะ ดอกเตอร์สุรชัย ไวยวรรณจิตร ดังนี้ค่ะ🔗
เขาเพียงต่อสู้ดิ้นรนเรียกร้อง ใยต้องจับกุมคุมขัง🔗
สันติภาพคงไร้ความหวัง หากยังลุแก่อำนาจ🔗
เขาเพียงชุมนุมตามสิทธิ ใยคิดทำลายอาฆาต🔗
คงเป็นอีกคราผิดพลาด เปรียบมาตรวัดความดับสูญ🔗
เขาเพียงปกป้องบ้านเกิด ใยต้องเลยเถิดรุนแรง🔗
มันยิ่งสุมไฟทิ่มแทง ก่อเกิดกำแพงแรงขับ🔗
เขาเพียงอ่านบทขอพร ใยคิดตัดสินมุมกลับ🔗
คงเป็นอีกคราลาลับ ดับสิ้นสันติวิธี ขอดุอาอ์ให้ชาวจะนะทุกคน ขอความสันติสุขจงมีแด่ทุกท่าน ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปนางบุญรื่น ศรีธเรศ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน บุญรื่น ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ดิฉันได้รับ คำร้องเรียนจากพี่น้องชาวนา ตำบลดงลิง ตำบลเจ้าท่า อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ มีที่นาใกล้ลำน้ำชีถูกน้ำท่วม พอน้ำลดข้าวที่กำลังตั้งท้องเน่าเละเต็มท้องนา ผลผลิตทางการเกษตรทำนาปีนี้เลยไม่ได้ค่ะ จะขายก็ไม่มี จะเก็บไว้กินก็ไม่มี แล้วค่าปุ๋ยก็ทวงทุกวัน ดิฉันจึงหารือท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และรัฐบาลด้วยค่ะ ได้โปรดหาวิธีจ่ายค่าชดเชยให้กับพี่น้อง ชาวนาทั้ง ๒ ตำบลด้วย พี่น้องบางครอบครัวหมดเนื้อหมดตัวค่ะท่านประธาน🔗
เรื่องที่ ๒ ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ได้โปรดจัดสรรงบประมาณให้กับ ปภ. จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อจะได้ ปรับปรุงพัฒนาสถานีสูบน้ำด้วยไฟฟ้า ที่ตั้งอยู่ห้วยแสนหมอยา บ้านท่ากลาง หมู่ที่ ๘ ตั้งมา ตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ ปี ๒๕๕๖ เพิ่งใช้ได้ครั้งเดียวคือปี ๒๕๖๐ ได้งบประมาณจากองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด เงินค่าไฟฟ้า ๒๐๐,๐๐๐ บาท แค่นั้นค่ะ แล้วก็ไม่ได้ใช้อีกเลย ตั้งเป็นอนุสาวรีย์ไว้ ทีนี้ชาวบ้านก็เลยอยากเปลี่ยนวิธีการ แต่ขาดงบประมาณ จึงขอหารือท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรดจัดสรรงบประมาณให้เขา เปลี่ยนวิธีการโดยใช้พลังงาน แสงอาทิตย์ รัฐบาลคงจะประหยัดงบประมาณลงไปอีก แล้วพี่น้องประชาชนก็จะช่วยกัน ดูแลรักษาได้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องชาวนา ขอบพระคุณมากค่ะท่านประธาน🔗
ต่อไปนายธีรภัทร พริ้งศุลกะ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กระผมมีเรื่องหารือเรื่องความเดือดร้อนของราษฎร จำนวน ๑ เรื่อง🔗
เนื่องจากช่วงหลายเดือนที่ผ่านมามีโขลงช้างประมาณ ๔๐ เชือก ซึ่งช้างเหล่านี้ ปกติเขาจะหากินอยู่บริเวณเทือกเขาภูเก็ต ซึ่งเป็นเทือกเขาที่คั่นกลางระหว่างจังหวัด สุราษฎร์ธานีและจังหวัดระนอง แต่ในช่วงเวลาที่ผ่านมาโขลงช้างเหล่านี้ตามภาพ ได้เข้ามาหากิน ในบริเวณสวนของชาวบ้าน เป็นสวนยาง สวนปาล์ม สวนกล้วย และสวนมะพร้าว ซึ่งสร้าง ความเดือดร้อนและทรัพย์สินเสียหาย เพราะราษฎรปลูกบ้านอยู่ในบริเวณพื้นที่สวนของ ตัวเองด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณหมู่ที่ ๑๔ หมู่ที่ ๑๕ หมู่ที่ ๑๖ หมู่ที่ ๑๗ และหมู่ที่ ๒๔ ของตำบลประสงค์ อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี กระผมจึงใคร่ขอให้ท่านประธาน มีหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ขอให้ช่วยดำเนินการเข้ามาช่วยดูแล ในเรื่องนี้ เพราะแม้ชาวบ้าน ผู้นำชาวบ้าน รวมทั้งภาครัฐ พยายามผลักดันช้างโขลงนี้ให้กลับคืน สู่ป่าก็ไม่สำเร็จ จึงขอให้หน่วยงานเข้ามาช่วยดูแลดักคู สร้างรั้วไม้ ซึ่งทั้งหมดนี้ชาวบ้านพร้อม ที่จะให้ความร่วมมือ เพราะเขาก็ทราบครับว่าช้างเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมือง เพียงแต่ว่าความเข้าใจ ของชาวบ้านกับการคงอยู่ของช้างโขลงนี้อาจจะต่างกัน ขอให้หน่วยงานที่กระผมได้เอ่ยขอให้เข้า มาช่วยเหลือและดูแลสร้างความเข้าใจไม่ให้เกิดกระทบกระทั่งกันระหว่างช้างกับชาวบ้าน ให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขอย่างยั่งยืน ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปนางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคก้าวไกล ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวตำบลบ่อเวฬุ อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี มาขอปรึกษาหารือในสภาแห่งนี้ ๒ เรื่องค่ะ🔗
เรื่องแรก ขอให้ช่วยเร่งรัดโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก สายทาง ปักหนังสือ-บ้านเซ ซึ่งเป็นถนนรอบเขื่อนคีรีธาร จปฐ. ๒๓-๐๑๓ กิโลเมตรที่ ๐ ถึงกิโลเมตรที่ ๒ หมู่ที่ ๓ ตำบลบ่อเวฬุ อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี ท่านประธานคะ ถนนเส้นนี้มีพี่น้องประชาชน ใช้เส้นทางนี้เป็นจำนวนมากค่ะ ถึงหน้าฝนทางจะเละมาก สัญจรไปมาได้ลำบาก รวมถึงช่วงฤดู ผลไม้ หน้าทุเรียน ชาวบ้านก็ต้องใช้เส้นทางนี้ในการขนทุเรียนออกมาขายด้วยค่ะ ถ้าเกิดว่า ทำให้เสร็จได้โดยเร็วก็จะทำให้พี่น้องประชาชนสัญจรไปมาได้สะดวกขึ้น และเป็นการส่งเสริม การท่องเที่ยวด้วย เนื่องจากว่าเป็นถนนรอบเขื่อนคีรีธาร ซึ่งมีวิวและมีบรรยากาศที่สวยงาม มาก ฝากไปยังกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคมด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้ช่วยเร่งรัดการขยายเขตระบบจำหน่ายไฟฟ้าให้กับพี่น้อง ประชาชนบ้านเซ และบ้านโชคดี หมู่ที่ ๓ และหมู่ที่ ๔ ตำบลบ่อเวฬุ อำเภอขลุง จังหวัด จันทบุรีค่ะ เนื่องจากในพื้นที่นี้ชาวบ้านยังไม่มีไฟฟ้าใช้ และดิฉันคงไม่ต้องอธิบายเพิ่มเติมมาก ถึงความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้นะคะ พวกเราก็คงที่จะเข้าใจความรู้สึก ได้เป็นอย่างดีค่ะ ที่สำคัญหมู่บ้านนี้อยู่รอบเขื่อนคีรีธาร ซึ่งเป็นเขื่อนที่เรานำน้ำมาใช้ในการ ผลิตไฟฟ้า แต่ก็เหมือนกับใกล้เกลือกินด่างค่ะ อยู่ใกล้แต่กลับไม่มีไฟฟ้าใช้นะคะ ทราบมาว่า การไฟฟ้ากำลังออกแบบอยู่ จึงอยากที่จะขอความกรุณาเร่งรัดให้โครงการนี้เสร็จโดยเร็วค่ะ ก็ขอฝากไปยังกระทรวงมหาดไทยด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ครับ ต่อไปนายอรรถกร ศิริลัทธยากร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา วันนี้ขอหารือความเดือดร้อนของพี่น้องชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา กับท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรกครับ กระผมได้รับการร้องเรียนจากท่านประจักษ์ เอี่ยมศิริ ท่านเป็น อดีตกำนันตำบลบางกระเจ็ด อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา และพี่น้องประชาชน ในตำบลบางกระเจ็ดอีกหลายคน โดยเฉพาะพี่น้องในหมู่ที่ ๑ และหมู่ที่ ๓ ตำบลบางกระเจ็ด อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ถึงความเดือดร้อนในการขาดแคลนไฟฟ้าอย่างถาวร ไว้ใช้งานในชีวิตประจำวันครับ โดยเบื้องต้นวิธีการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนในกลุ่มนี้ ก็คือช่วยระดมทุนกันนะครับ ไปลากสายไฟเอง ตั้งแต่บริเวณที่อยู่ที่หน้าวัดลาดบัวขาว ต้องข้ามคลองบางกระเจ็ดมาถึงบริเวณแถว ๆ บ้านเกาะสมอ การช่วยเหลือตัวเองในกรณีนี้ เป็นอันตรายอย่างยิ่งครับ และกระแสไฟฟ้าที่ได้รับก็ไม่เพียงพอต่อการใช้งานครับ ทำให้ เครื่องใช้ไฟฟ้าชำรุดเสียหายมาก สรุปแล้วครับ พี่น้องประชาชนรวมตัวกันไปร้องเรียนเรื่องนี้ กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค สาขาอำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อสำรวจออกแบบ การก่อสร้าง โดยทางการไฟฟ้าได้ประเมินค่าใช้จ่ายอยู่ที่ ๑,๐๒๑,๔๕๓.๙๕ บาท กระผม จึงอยากขอนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทยและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ขอให้เร่งแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องชาวตำบลบางกระเจ็ดที่ได้รับความเดือดร้อนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ขณะนี้กระผมได้ตรวจสอบค่าความเค็มของน้ำในจังหวัดฉะเชิงเทรา ปรากฏว่าค่าความเค็มนั้นพุ่งขึ้นสูงอย่างน่ากลัวนะครับ เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงที่น้ำทะเลหนุน ปกติในจังหวัดฉะเชิงเทราทุก ๆ ปีจะมีค่าความเค็มขึ้นอยู่แล้ว แต่มันจะค่อย ๆ ขึ้นครับ แต่ปีนี้ค่าความเค็มขึ้นไวกว่าปกติ ไวกว่าที่คาดการณ์ไว้อยู่ประมาณ ๑๓-๑๕ วัน ดังนั้น จะส่งผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกรและส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนผู้ใช้น้ำใน จังหวัดฉะเชิงเทรา จึงขอกราบเรียนผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมชลประทานช่วยเร่งหาน้ำสำรอง เพื่อทำให้น้ำเค็มลดลงด้วย ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปนางสิรินทร รามสูต🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน สิรินทร รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ จังหวัดน่านเป็นจังหวัดที่อยู่ในความสนใจของผู้คนอย่างมากมาย ผู้หลักผู้ใหญ่หลายท่าน ได้เดินทางไปเยือนจังหวัดน่าน ได้ให้ความหวัง ความฝัน ในการพัฒนาเส้นทางเชื่อมโยง ต่าง ๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว จังหวัดน่านเป็นจังหวัดที่อยู่ในเขตป่าต้นน้ำ มีอุทยาน แห่งชาติถึง ๗ แห่ง และเมื่อเดือนที่ผ่านมาก็ได้รับการประกาศเป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า ทำให้โครงการต่าง ๆ ที่จะทำเพื่อการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ตามความจำเป็นพื้นฐาน ไม่สามารถดำเนินการได้ อย่างเช่น โครงการเศรษฐกิจฐานราก และเส้นทางเข้าหมู่บ้านที่อยู่ ในเขตพื้นที่ป่าดำเนินการไปได้ยากมากค่ะ เช่นที่ตำบลสะเนียน บ้านห้วยเฮือ ห้วยระพี หน้าแล้งก็ฝุ่น หน้าฝนก็แฉะ เป็นโคลนนะคะ ดิฉันได้หารือในสภาแห่งนี้หลายครั้งแล้วค่ะ เมื่อ ปี ๒๕๕๗ ได้มีหน่วยทหารพัฒนาเข้าไปสำรวจโครงการ ต้องใช้งบประมาณอยู่ประมาณ ๒๐ ล้านบาทในการทำเส้นทางนะคะ ช่วงนี้ผู้นำรัฐบาลเราเป็นทหารค่ะ ช่วยจัดสรรงบประมาณ ให้กับหน่วยทหารพัฒนาได้เข้าไปทำเส้นทางให้กับพี่น้องที่อยู่ห่างไกลในเขตป่า เข้ามาติดต่อ หน่วยงานราชการ มาโรงพยาบาลได้ ก็จะทำให้ชีวิตของพี่น้องชาวน่านดีขึ้นค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องหมูค่ะ แต่ไม่หมูเลยค่ะ ดิฉันได้หารือในสภาแห่งนี้ เมื่อวันก่อน ก็มี ส.ส. จังหวัดใดก็ไม่ทราบนะคะ ได้หารือเรื่องหมูที่เกิดโรคระบาดในอำเภอภูเพียง จังหวัดน่านค่ะ ยังไม่ได้รับค่าชดเชยจากทางรัฐบาล ผ่านมาก็เกือบปีแล้วนะคะ เรื่องนี้ เป็นเรื่องง่าย ๆ ค่ะ ไม่ต้องไปขายความฝัน ความหวังให้กับพี่น้องประชาชน ใช้งบประมาณ ไม่ได้มากค่ะ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปนางสาวศรีนวล บุญลือ ครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ข้าเจ้า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย ได้รับหนังสือจากนางสายสุนีย์ ศรีเจริญตา นายกสมาคมลูกจ้างส่วนราชการ กระทรวงสาธารณสุขนะเจ้า ขอความช่วยเหลือสิทธิสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลให้กับ ลูกจ้างประจำที่เกษียณอายุราชการผู้รับบำเหน็จรายเดือน สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ของจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา แพร่ น่าน ลำพูน ซึ่งอดีตที่ผ่านมาราชการ ลูกจ้าง ได้ทำงานปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์มาโดยตลอด และปฏิบัติหน้าที่ ตามนโยบายของรัฐบาลมา แต่พวกเขาอยากทำงานต่อ แต่จำกัดด้วยอายุ ๖๐ ปี ไม่สามารถ ปฏิบัติหน้าที่ต่อได้ แต่พวกเขายังเป็นจิตอาสาทำงานให้ชุมชนในชุมชนของเขา แต่พวกเขา ขอรับสิทธิสวัสดิการรักษาพยาบาลเหมือนข้าราชการคนอื่นที่เกษียณอายุเช่นกัน เพื่อเป็นขวัญ กำลังใจ เพื่อเป็นมาตรฐาน และเป็นไปทิศทางเดียวกัน จึงเรียนฝากประธานสภาผู้แทนราษฎร ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และประธานคณะกรรมาธิการการสาธารณสุข ช่วยพิจารณาดำเนินการช่วยเหลือสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลให้กับลูกจ้างประจำ เกษียณอายุราชการในครั้งนี้โตยเจ้า ขอขอบคุณเจ๊ไฝที่รับเรื่องปรึกษาหารือและประสานงาน ได้ดีเยี่ยม ขอขอบคุณประธานสภาผู้แทนราษฎรประสานงานฮื้อกับข้าเจ้าโตยนะเจ้า ขอขอบคุณเจ้า🔗
ต่อไปนายศุภชัย นพขำ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายศุภชัย นพขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๒ พรรคเพื่อไทย วันนี้ ผมมีเรื่องที่จะมาปรึกษาหารือกับท่านประธานสภา ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ผู้ใช้รถใช้ถนนชาวจังหวัดปทุมธานีและพื้นที่ใกล้เคียง บนถนนสัญจรไปมาบนถนนหลวง หมายเลข ๓๑๑๑ ปทุมธานี-สามโคก ถนนหลวงหมายเลข ๓๔๖ ปทุมธานี-รังสิต และบนถนนหลวงหมายเลข ๓๔๗ ปทุมธานี-บางปะหัน เนื่องจากถนนเส้นดังกล่าว ผิวการจราจรชำรุดทรุดโทรม เป็นคลื่น เป็นหลุมเป็นบางช่วง และที่สำคัญไฟทางจราจร ไฟทางส่องสว่างไม่ติดเลย หรือติด ๆ ดับ ๆ มาเป็นระยะเวลานาน เรื่องนี้ผมได้ปรึกษาหารือ กับท่านประธานสภามาแล้ว ๒-๓ ครั้ง ก็ยังไม่ได้รับการดูแลแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง อีกอย่างช่วงนี้ใกล้เทศกาลปีใหม่ ประชาชนต้องใช้รถใช้ถนนเส้นทางดังกล่าว เพื่อเดินทาง กลับภูมิลำเนาเป็นจำนวนมาก วันนี้กระผมจึงมาหารือกับท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง อาทิเช่น กระทรวงคมนาคม แขวงทางหลวงปทุมธานี และให้ช่วยดำเนินการ เร่งแก้ไขปัญหาเรื่องนี้โดยด่วน เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องผู้ใช้รถใช้ถนนบนเส้นทางดังกล่าวนี้ ต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปนางบุญญาพร นาตะธนภัทร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน บุญญาพร นาตะธนภัทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังชาติไทย วันนี้ดิฉันขอหารือต่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร เรื่องความเดือดร้อนของบุคลากรฝ่ายปกครองดังต่อไปนี้ค่ะ🔗
ด้วย นายจำรูญ ขันทะศรีมา ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๑๐ ตำบลสันกำแพง อำเภอ สันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ได้ร้องเรียนผ่านมายังดิฉันถึงความเดือดร้อน และความลำบาก ในการดำรงชีพของบุคลากรฝ่ายปกครองท้องที่ กล่าวคือกรณีเงินตอบแทนตำแหน่ง และเงินอื่น ๆ ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครอง และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ ไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพในภาวะ เศรษฐกิจปัจจุบัน แม้ว่าระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยการเบิกจ่ายเงินตอบแทนตำแหน่งและเงินอื่น ๆ ให้แก่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษาความสงบ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๖๐ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๐ แล้วนั้น โดยกำหนดให้มีบัญชีอัตราเงินตอบแทนตำแหน่งและหลักเกณฑ์ และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานเพื่อเลื่อนขั้นดังกล่าวแล้วก็ตาม ดิฉันขอยกตัวอย่าง การเลื่อนขั้นเงินเดือนตอบแทนตำแหน่งต่าง ๆ ที่อาจจะไม่เพียงพอต่อการดำรงชีพ ในสถานการณ์ปัจจุบันดังต่อไปนี้ ค่าตอบแทนตำแหน่งของกำนันขั้นเริ่มต้นที่ ๑๐,๐๐๐ บาท หากเพิ่ม ๑ ขั้นเป็นเงิน ๒๐๐ บาท รวมเป็น ๑๐,๒๐๐ บาท และได้เลื่อนสูงสุดถึง ๑๕,๐๐๐ บาท เป็นต้น โดยทั้งนี้ขอเรียนท่านประธานได้ทราบถึงปฏิบัติงานของฝ่ายปกครองท้องที่ ซึ่งถือว่า มีความสำคัญเป็นอย่างมาก และเปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของรัฐในด่านหน้า ในการทำงาน บำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับพี่น้องประชาชน โดยพร้อมปฏิบัติงานตลอด ๒๔ ชั่วโมง เพื่อจะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน จึงสมควรได้รับเงินตอบแทนตำแหน่ง และเงินอื่น ๆ เพียงพอต่อการดำรงชีพ และให้เป็นไปตามอัตราที่เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจ ปัจจุบันที่เปลี่ยนไป ท้ายที่สุดนี้ดิฉันจึงกราบเรียนมาเพื่อขอความกรุณาจากท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ได้โปรดนำปัญหาความเดือดร้อนของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ประจำ ตำบล สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายปกครอง และผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านฝ่ายรักษา ความสงบมาพิจารณาเพื่อหาทางช่วยเหลือโดยเร็ว จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา ขอขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปนายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย วันนี้ขอนำเอาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรชาวอำเภอ ไพรบึง อำเภอพยุห์ อำเภอศรีรัตนะ และอำเภอเบญจลักษ์ มาหารือท่านประธานเพื่อ บอกกล่าวไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมทั้งกระทรวงมหาดไทย ๒ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับคำร้องจากผู้ใหญ่บ้านในตำบลสุขสวัสดิ์ และตำบลโนนเพ็ก ตำบลพยุห์ ว่าขณะนี้ลำห้วยแฮดซึ่งเป็นลำห้วยที่พี่น้องเกษตรกรใช้ในการเกษตรและเลี้ยงสัตว์ ตื้นเขิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเริ่มต้นที่บ้านห้วย ตำบลสุขสวัสดิ์ และอีกแห่งหนึ่งก็คือเป็นแหล่งน้ำ ที่ใช้ประโยชน์ในการเกษตรเชื่อมต่อระหว่างตำบลสุขสวัสดิ์และตำบลพรหมสวัสดิ์ ๒ อำเภอ นั่นก็คือฝายน้ำล้นบ้านเขวา ขณะนี้ตื้นเขินขาดการบูรณะฟื้นฟูจากกรมชลประทาน เพราะฉะนั้นจึงถือโอกาสนี้เรียนปรึกษาหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ได้โปรดสั่งการไปยังกรมชลประทานได้ดำเนินการแก้ไขโดยเร่งด่วน🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับคำร้องเรียนจากพี่น้องเกษตรกรชาวอำเภอเบญจลักษ์ ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการสัญจรไปมาบนถนนหลวงท้องถิ่น สายบ้านหนองคับคา- บ้านหนองบักโทน ตำบลท่าคล้อ เชื่อมต่อบ้านหนองบัวใหญ่ ตำบลหนองหว้า เชื่อมต่อ บ้านหนองเลิง ตำบลเสียว ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งผมจะส่งรายละเอียดให้กับท่านประธาน จึงขอถือโอกาสนี้หารือผ่านไปยังกระทรวง มหาดไทย ได้โปรดสั่งการไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบให้ดำเนินการแก้ไขโดยเร่งด่วน ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ต่อไปนางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันขอนำปัญหามาปรึกษาท่านประธานดังนี้นะคะ🔗
เรื่องที่ ๑ คือประปาหมู่บ้านหมู่ที่ ๔ ตำบลหนองยาว อำเภอเมือง จังหวัด สระบุรี ตั้งอยู่ที่วัดหนองเขื่อนช้าง ให้บริการชาวบ้านหมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๖ และหมู่ที่ ๗ บางส่วนประมาณเกือบ ๕๐๐ ครัวเรือน สร้างโดยกรมอนามัยเมื่อ ๒๐ กว่าปี ที่แล้วมา บัดนี้เมื่อประชากรผู้ใช้น้ำเพิ่มขึ้น การใช้น้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการ และยังมี สภาพที่ชำรุดทรุดโทรมจากระยะเวลาที่ผ่านมา มีรอยรั่วซึมบริเวณอาคารกรองน้ำ จึงอยากเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานของกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารที่ชำรุดและขยายเพิ่มเป็นอีกหนึ่งอาคาร เพื่อให้ เพียงพอกับปริมาณการใช้น้ำของพี่น้องประชาชนที่เพิ่มจำนวนมากขึ้นจากเมื่อก่อน🔗
เรื่องที่ ๒ ก็เป็นเรื่องการพัฒนาแหล่งน้ำ ดิฉันได้ลงพื้นที่ไปดูอ่างเก็บน้ำ หนองสองตอน ที่ตำบลพุกร่าง อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี ก็เห็นว่ามีน้ำผิวดิน ที่อยู่นอกเขตชลประทานสามารถที่จะต่อท่อมาให้เกษตรกรได้ใช้ในการทำการเกษตร พืชสวนพืชไร่ได้ และถ้ามีการปรับภูมิทัศน์เรียงหินเขื่อนรอบบริเวณอ่างเก็บน้ำ ก็จะทำให้เป็น ที่ออกกำลังกาย เป็นที่จัดงานประเพณี เป็นจุดท่องเที่ยวที่มีสร้างงานสร้างรายได้ให้กับ ประชาชนได้อีกหนึ่งจุด จึงฝากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานของ สทนช. และกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ช่วยดำเนินการปรับภูมิทัศน์เพื่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างอาชีพให้กับพี่น้องชาวอำเภอพระพุทธบาทด้วยค่ะ🔗
สุดท้ายดิฉันขอขอบคุณหน่วยงานของกรมชลประทานที่ดิฉันได้หารือไป เมื่อเทอมที่แล้ว ได้ลงพื้นที่ไปขุดลอกคลองหนองยาว ขณะนี้เครื่องจักรก็กำลังดำเนินงานอยู่ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปนายนิยม เวชกามา🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้รับการร้องทุกข์จากนางอนิสรา ฮาดนารี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๓ บ้านบอน ตำบลนาโพธิ์ อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร ขอขยายเขตไฟฟ้าเพื่อการเกษตรให้ชาวบ้าน ซึ่งเดือดร้อนอยู่ ๓๐ หลังคาเรือน เป็นแบบนี้มา ๒๐ ปีแล้ว อีกรายหนึ่งทวงสัญญา นายธเนศ คุดตำคำ บ้านโคกสะอาด หมู่ ๔ ตำบลอุ่มจาน อำเภอกุสุมาลย์ ขอขยายเขตไฟฟ้า ๓ เส้นทาง ออกจากหมู่บ้าน ขอมาได้ ๖ เดือนแล้วท่านประธาน เดือดร้อน ๒๕ หลังคาเรือน อีกรายครับ ท่านประธาน นายปรารถนา ขันบรรจง เป็น อส. กู้ชีพ ตำบลโพธิไพศาล อำเภอกุสุมาลย์ ขอร้องทุกข์ขอไฟฟ้าเหมือนกัน จากเส้นทางบ้านโพนแพง ตำบลโพธิไพศาล กม. ๑๑-๑๒ ไปอำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม มีสายไฟฟ้าแรงสูงผ่านแล้ว แต่ไม่มีไฟฟ้าแรงต่ำ ชาวบ้าน เดือดร้อน ๓๐ หลังคาเรือน🔗
ท่านประธานครับ เนื่องจากผมต้องขอหารือท่านประธาน ตรงประเด็น ผมยื่น กระทู้เพื่อให้ออกในราชกิจานุเบกษาไม่ทันเมื่อคราวที่แล้ว ทีนี้ยื่นไปอีก ๔-๕ กระทู้ วันนี้มี หนังสือตอบจากสำนักนายกรัฐมนตรี ก็บอกว่าบัดนี้กระทู้ดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณา ของส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง นายกรัฐมนตรีไม่สามารถตอบได้ภายในกำหนด และมิได้กำหนด ระยะเวลาจะตอบเมื่อใด ซึ่งผมขอกราบเรียนว่าเป็นกระทู้ของทางพระพุทธศาสนา ๕ เรื่อง เรื่องสุดท้ายที่ผมอ่านนี้คือ เป็นการปล่อยปละละเลยให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ถูกครอบงำจากคนภายนอกที่มิได้เป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่ราชการ และอีกเรื่องสุดท้าย คือผลกระทบจากคำสั่งมหาเถรสมาคมทำให้เสื่อมศรัทธาของพี่น้องประชาชน ซึ่งตอนนี้กำลัง เดือดร้อนมากคือที่กาฬสินธุ์ ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗
ต่อไปนายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอหารือต่อท่านประธานสภาเพื่อให้รัฐบาลแก้ไขปัญหา ๒ เรื่อง ด้วยกัน🔗
เรื่องที่ ๑ ได้รับการร้องเรียนจากผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน นายชำนาญ เย็นฉ่ำ หมู่ที่ ๑๒ ผู้ใหญ่บ้าน นายพิเชฐ วงษ์คงดี หมู่ที่ ๑๑ และนายกเทศมนตรีสมคิด ปะสิ่งชอบ ตำบลบ้านนา อำเภอแกลง จังหวัดระยอง แจ้งว่าตำบลบ้านนา อำเภอแกลง จังหวัดระยอง กระแสไฟฟ้าตกไม่เพียงพอแก่การใช้งาน สืบเนื่องจากมีการขยายสวนผลไม้ โดยเฉพาะ สวนทุเรียนจำนวนมาก ปรับปรุงจากสวนยางพารา ทำให้ต้องใช้ไฟฟ้าเพื่อการเกษตร จำนวนมาก แล้วก็ไฟฟ้าไม่เพียงพอทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าเกิดความเสียหาย จึงอยากที่จะให้ ท่านประธานส่งเรื่องให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ไปเพิ่มกำลังไฟฟ้าให้แก่ตำบลบ้านนา อำเภอแกลง จังหวัดระยอง แล้วก็ขยายไฟฟ้า ๓ เฟส (Phase) ให้ทั่วถึงทั้งตำบลด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากอดีต สจ. อุมา วิภูษณะ อดีต สจ. ตำบล ทางเกวียน และผู้ใหญ่สุภัสสร เจริญวงศ์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๑๐ ตำบลทางเกวียน อำเภอ แกลง จังหวัดระยอง แจ้งว่าถนนทางหลวงชนบทสายหนองแช่เรือ-วังจันทร์ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ หมู่ที่ ๕ และหมู่ที่ ๑๐ ตำบลทางเกวียน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ชำรุดทรุดโทรม เป็นอันมาก เนื่องจากมีการใช้รถยนต์สัญจรบรรทุกหนักในพื้นที่นั้น ขอให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมเร่งปรับปรุงซ่อมแซมให้เป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็กที่มีความแข็งแรง เพื่อที่จะสามารถใช้ได้คงทน แล้วก็เพิ่มความสะดวกให้พี่น้องประชาชนได้เป็นอันมากนะครับ ท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม พรรคเพื่อไทย ผู้แทนเมืองสุรินทร์ ถิ่นช้างใหญ่ ซึ่งกำลังจะจัดงานช้าง ที่ยิ่งใหญ่ของโลกประจำปีนี้ในเดือนธันวาคม ปลายเดือนนี้ละครับ ต้อนรับงานฤดูหนาว แต่ก็มีการป้องกันที่ดีเยี่ยมนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมหารือจากประสบการณ์ ที่เกิดขึ้นที่เห็นนะครับ พอโรงเรียนเปิดเด็กขาดการพัฒนาทางด้านอารมณ์ สังคม สติปัญญา ที่ไปเรียนออนไลน์ (Online) กันมา วันนี้ก็เลยตั้งประเด็นไว้ ๓ ประเด็นเพื่อเรียนไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ🔗
ข้อที่ ๑ การสอบบรรจุกรณีพิเศษของพนักงานราชการ แล้วก็พนักงานธุรการ ที่เลื่อนมาแล้วเลื่อนมาอีกก็อยากให้รีบสอบนะครับ เพราะว่าเด็กที่อ่านหนังสืออยู่เขากดดันมาก ทราบอยู่เป็นการสอบกรณีพิเศษนะครับ ก็ขอความกรุณาเดือนมกราคมนี้เป็นอย่างช้านะครับ ให้สอบ🔗
ประเด็นที่ ๒ การสอบรับราชการครูของบุคคลทั่วไป ซึ่งตอนนี้โรงเรียนขาด มานานแล้ว และโดยเฉพาะเมื่อเดือนกันยายนมีข้าราชการครูทั่วประเทศเกษียณ ผมจะไม่พูด เฉพาะจังหวัดสุรินทร์นะครับ พูดถึงภาพรวมเพราะผมเป็นครูมาก่อน ขาดมากนะครับ วันนี้ ก็เลยทำให้มันมีปัญหาในเรื่องการจัดการเรียนการสอน โดยเฉพาะโรงเรียนในชนบท โรงเรียนบ้านนอกแบบพวกผม ก็ฝากไปยังกระทรวงศึกษาธิการและรัฐบาลว่าให้รีบประกาศ การสอบ มันมี ๒ อย่างนะครับ สอบอันที่ ๑ ที่ผมคุยนี่คือการสอบภายใน สอบบุคคล และสอบบุคคลทั่วไป ประเด็นที่ ๒ ให้รีบเปิดประกาศและเด็กที่เรียนจบมาเยอะแยะมากมาย วันนี้นะครับ รอที่จะเข้าทำงานนะครับ โดยเฉพาะเด็กที่เรียนจบมาจากครู🔗
ข้อที่ ๓ ฝากกระทรวงศึกษาธิการให้สำรวจโรงเรียนต่าง ๆ โดยเฉพาะ โรงเรียนชนบทที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์อยู่โรงเดียวหรือ ๒ โรง เพราะโรงเรียนเหล่านี้นั้น เขาไม่ได้เก็บค่าบำรุงการศึกษาเป็นกรณีพิเศษ มันไม่เหมือนโรงเรียนที่อยู่ในเทศบาล หรืออยู่ ในตัวจังหวัด หรืออยู่ในกรุงเทพมหานคร เรื่องระบบคอมพิวเตอร์ ระบบเรื่องของเทคโนโลยี มันพร้อม แต่โรงเรียนชนบทไม่มีครับ ก็อยากให้กระทรวงศึกษาธิการได้ตั้งงบลงไปช่วย พร้อมกับกระทรวงดิจิทัลให้ดูแลเรื่องระบบวายฟาย (Wi-Fi) หน่อยนะครับ เพราะว่าหลาย โรงเรียนไม่มีความพร้อมเลยครับ ก็ฝากไว้เป็นประเด็นสั้น ๆ กับการหารือในวันนี้ครับ ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ🔗
ขอข้ามไปที่นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีเรื่องหารือเกี่ยวกับโรคระบาดในสุกร หรือที่เรา เรียกกันว่าโรคเพิร์ส (PRRS) ปัจจุบันนี้ครับท่านประธานเราจะเห็นว่า ในปีนี้มีสภาวะ การระบาดของโรคตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยอาการของโรคพีอาร์อาร์เอส (PRRS) หรือโรคเพิร์ส (PRRS) กับโรคอหิวาต์แอฟริกามีความคล้ายกันครับ แต่ก็มีความต่างกัน คือเป็นโรคระบบทางเดินหายใจของสุกร แล้วก็ผิวหนังคล้ำ ช้ำเลือดช้ำหนอง แต่ความรุนแรง ของอหิวาต์ก็คือสุกรมีโอกาสตายสูงกว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นครับท่านประธาน ท่านประธาน ก็จะเห็นว่าสมาชิกหลายท่านก็ได้หารือแล้ว มีการตายประเภทลักษณะยกคอกของสุกร จำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นภาคอีสาน หรือภาคตะวันออก หรือภาคกลาง แต่เวลาที่ปศุสัตว์ ลงไปตรวจไม่มีฟาร์มใดเลยครับที่ถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคอหิวาต์ ถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคเพิร์ส (PRRS) กันหมด ปัญหาก็คือการระบาดโรคระบาดในสุกรนี่มันต่างจากของโค กระบือครับ คือโค กระบือรัฐสามารถชดเชยได้เลย แต่โรคเพิร์ส (PRRS) นี่มีเงื่อนไขเดียวครับ คือหลวง ต้องสั่งฆ่าสุกรจึงจะสามารถชดเชยได้ ปัญหานี้จึงเป็นปัญหาที่เกษตรกรต้องแบกรับอย่างมาก จึงขอฝากไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับว่าขอให้ท่านได้เร่งหามาตรการครับ จะทำ อย่างไรที่จะเยียวยาให้เกษตรกรที่เขาเลี้ยงสุกรแล้วถูกวินิจฉัยว่า เป็นโรคเพิร์ส (PRRS) เขาได้รับเงินชดเชย ตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมาก็ได้ครับ หากท่านเกรงว่าจะเป็นภาระ ทางการคลังมากเกินไป ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ🔗
ต่อไปนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขตธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกลครับ ผมขอนำปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้าน มาปรึกษาหารือ แล้วส่งไปให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขครับ🔗
เรื่องแรกครับท่านประธาน เรื่องการสร้างประปาในถนนเพชรเกษม ๔ ซึ่งตอนนี้ก็มีการก่อสร้างมากว่าครึ่งปีก็ไม่เสร็จเสียทีนะครับ พอเสร็จแล้วเทปูนเสร็จก็ต้องขุด มาซ่อมใหม่เรื่อย ๆ ชาวบ้านก็ลำบาก ก็ร้องเรียนมาว่าหลาย ๆ ครั้งพอซ่อมที่มันชำรุดก็ไม่ได้ ประกาศให้ชาวบ้านได้รองน้ำไว้ก่อนเลย ทำให้บางครั้งน้ำไม่ไหลหรือไหลช้า ก็เป็นความ เดือดร้อนของชาวบ้านครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ปัญหาการจราจรบริเวณถนนเจริญนครนะครับ บริเวณตรงข้าม ไอคอนสยาม เวลาตอนกลางคืนหรือตอนเช้าที่เป็นชั่วโมงเร่งด่วนก็จะมีรถกระป๊อที่จอดอยู่ รอเป็นวิน (Win) รถกระป๊อจอดอยู่เลน (Lane) หนึ่งนะครับ แล้วอีก ๒ เลน ก็เป็นเลน (Lane) ที่ทางเจ้าหน้าที่ของห้างไอคอนสยามเขาจะให้เข้าห้างนะครับ ก็หายไปแล้วกลายเป็น ๓ เลนเลยนะครับ คราวนี้รถที่จะตรงไปมองด้านหน้านี่ก็โล่งเลยครับท่านประธาน แต่ไปไม่ได้ครับ เลน (Lane) หนึ่งก็ติดรถกระป้อ อีกเลน (Lane) หนึ่งก็ติดคนเข้าห้างนะครับ อย่างไร ช่วยอำนวยความสะดวกการจราจรตรงนี้ด้วยนะครับ อาจจะเลื่อนวิน (Win) รถกระป้อไป ข้างหน้าหน่อยก็ยังดีนะครับ🔗
เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน ก็ปัญหาเกี่ยวกับการสัญจรของประชาชน เหมือนกันครับ มีคนร้องเรียนมาว่ารถเมล์ของ บขส. สาย ๖ รถนานมากนะครับ อย่างไร ก็ฝากท่านประธานไป ด้วยว่าให้อำนวยความสะดวก ดูว่าลำดับรถ ความถี่ของรถ ถ้าเป็น ช่วงเวลาเร่งด่วนก็อาจจะลองบริหารจัดการให้มันดีขึ้นนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไป พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ เขตอำเภอจะนะ อำเภอเทพา ขอหารือเรื่องความเดือดร้อนของ ประชาชน ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้รัฐบาลหยุดใช้ความรุนแรงต่อชาวบ้านเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ที่มาชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล และขอร้องนักการเมืองที่สร้างภาพเพื่อหวังผลทางการเมือง ใช้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ประชาชนสับสน ซึ่งทำให้เกิดความแตกแยกในหมู่พี่น้องประชาชน และประเทศชาติเสียหาย หยุดการกระทำนั้นเสีย🔗
เรื่องที่ ๒ จุดยูเทิร์น (U-turn) ถนนสายหาดใหญ่-ปัตตานี ช่วงบริเวณ ปั๊มน้ำมัน ปตท. ในเขตอำเภอจะนะ ซึ่งจุดกลับรถไกลมาก สร้างความเดือดร้อนให้พี่น้อง ประชาชนและการออกแบบบริเวณนี้ทำให้ประชาชนสับสน จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และขอให้กรมทางหลวงได้แก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยเร่งด่วนครับ🔗
เรื่องที่ ๓ คลองนาทับในอำเภอจะนะ ซึ่งเป็นคลองที่มีทรัพยากรธรรมชาติ สมบูรณ์ สัตว์อาศัยอยู่มากมายนะครับ ประชาชนที่อาศัยทำอาชีพประมงในบริเวณนี้ ประมาณ ๒,๐๐๐ ครัวเรือนได้รับความเดือดร้อน เพราะว่าแหล่งน้ำเสีย น้ำตื้นเขิน มีโคลน และสภาพน้ำเสียซึ่งเกิดจากการปล่อยน้ำเสียของโรงงานอุตสาหกรรม ทำให้สัตว์น้ำ หลายชนิดลดจำนวนมาก จึงขอให้กรมชลประทานได้ทำการขุดลอกแก้ปัญหาน้ำเสีย และขอให้กรมประมงเข้ามาส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์น้ำ เพิ่มจำนวนสัตว์น้ำให้แก่คลองนาทับ เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ขอขอบคุณครับ🔗
ต่อไปเป็นคุณชูศักดิ์ แอกทอง แล้วหลังจากนั้นผู้มาแทนคือคุณกษิดิ์เดช ชุติมันต์ นะครับ ขอเชิญคุณชูศักดิ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายชูศักดิ์ แอกทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ เขต ๗ วันนี้ผมมีเรื่อง ปรึกษาหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน บ้านตะเกรา หมู่ที่ ๓ ตำบลกาบเชิง อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากกรมอุทยาน ได้ประกาศเป็นพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเมื่อปี ๒๕๓๘ ถึงปี ๒๕๓๙ ซึ่งทับพื้นที่พี่น้องเกษตรกร ซึ่งมี ส.ค.๑ ครอบครองอยู่หลายครอบครัว ซึ่งพี่น้องไม่สามารถ เข้าไปทำประโยชน์ได้ จึงได้ร้องเรียนมาที่คณะกรรมาธิการการปกครอง เมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ซึ่งในคณะกรรมาธิการผมก็ได้เข้าไปร่วมประชุมด้วย ได้ข้อสรุปว่า ได้เชิญ หน่วยงานของกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วก็ กระทรวงมหาดไทย กรมที่ดิน ได้เข้าไปชี้แจง แล้วได้ข้อสรุปว่าให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ให้แล้วเสร็จภายในเวลา ๑๘๐ วัน จนล่วงเลยมาถึงวันนี้ กรมที่ดิน ซึ่งสำนักงานที่ดินอำเภอปราสาทซึ่งรับผิดชอบอยู่ได้ไปรังวัด เมื่อวันที่ ๒๖-๒๗ มกราคมที่ผ่านมา แต่ยังไม่ทราบผลว่าไปถึงไหนประการใดแล้ว จึงขอกราบเรียน ท่านประธานว่า ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งรัดดำเนินการ เพื่อจะได้ให้พี่น้องประชาชน ในพื้นที่ได้รับเอกสารสิทธิต่อไป🔗
เรื่องที่ ๒ ปัญหาความเดือดร้อนของเส้นทางหลวงหมายเลข ๒๒๔ บ้านหินโคน ตำบลโคกตะเคียน อำเภอกาบเชิง ไปสิ้นสุดที่อำเภอพนมดงรัก บ้านตาเมียง ระยะทางประมาณ ๔๐ กิโลเมตร มีความเดือดร้อนอยากได้เป็นทาง ๔ ช่องจราจร ก็ฝากทาง กระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมทางหลวงได้โปรดพิจารณา ได้เสนองบประมาณ เพื่อจะได้รับการสนับสนุนเป็นถนน ๔ เลนต่อไป เพื่อจะให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ประโยชน์ ต่อไป ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปนายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๘ ลาดพร้าว วังทองหลาง พรรคพลังประชารัฐ วันนี้มีเรื่องจะหารือท่านประธาน ผ่านไปถึงกรุงเทพมหานคร เรื่องเดียวเรื่องเดิมนะครับ มีการหารือมาแล้วก็ยังเงียบอยู่ พบว่าถนนที่ผมหารือไปได้มีความ ประสงค์ที่จะขอขีดสีตีเส้นแบ่งช่องจราจร แล้วก็ติดป้ายกำหนดความเร็วในเขตลาดพร้าว🔗
ข้อที่ ๑ ถนนนาคนิวาส ซอย ๔๘ ได้ทำการก่อสร้างเสร็จแล้ว แต่ยังไม่มี การไปขีดสีตีเส้น เส้นที่ ๒ ถนนโชคชัย ๔ ซอย ๕๔-๕๖ หมู่บ้าน ต.รวมโชค ก็เช่นกัน อันนี้ สร้างมาประมาณ ๑๖ ปีแล้วนะครับก็ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการขีดสีตีเส้น แบ่งช่องทาง ถนนที่ ๓ ถนนเส้นโชคชัย ๔- สตรีวิทยา ๒ พบว่ามีการขีดสีตีเส้นแบ่งช่องทาง ไปแล้ว แต่ว่าเส้นดังกล่าวก็จางหายไป แล้วก็ไม่ได้มีการสะท้อนแสงใด ๆ ช่วยไปตรวจสอบ นิดหนึ่ง เส้นที่ ๔ เส้นซอยพระแม่กวนอิม-วังหิน ๓๐ หรือซอยโชคชัย ๔ ซอย ๓๙ ก็ขอความ กรุณากรุงเทพมหานคร สำนักการจราจรและขนส่งช่วยเร่งดำเนินการให้ด่วนหน่อยนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปนายจรัส คุ้มไข่น้ำ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจรัส คุ้มไข่น้ำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๖ พรรคก้าวไกล ขออนุญาต หารือ ปัญหาความเดือดร้อนพี่น้องประชาชน ๒ เรื่องท่านประธานครับ🔗
เรื่องแรก กระผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวชุมชนดอนนุ่น หมู่ที่ ๖ ตำบลบึง อำเภอศรีราชา ปัญหาเรื่องถนนซอยป่ามะพร้าวไม่มีไฟฟ้าส่องสว่าง ระหว่างทาง จากชุมชนดอนนุ่นถึงนิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง ๒ ระยะทางประมาณ ๑.๕ กิโลเมตร ซึ่งถนนเส้นนี้อยู่ในความรับผิดชอบของเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ พี่น้องประชาชนและผู้ใช้แรงงานที่สัญจรไปมาได้รับผลกระทบจากการเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และมีความเสี่ยงกับการโดนปล้นจี้ชิงทรัพย์ครับท่านประธาน🔗
เรื่องที่ ๒ ปัญหาถนนเลียบชายฝั่งทะเล บริเวณตรงข้ามอู่ต่อเรือบริษัท ยูนิไทย ซึ่งเป็นพื้นที่ของการท่าเรือแหลมฉบังที่พี่น้องประชาชน ชาวชุมชนบ้านแหลม ใช้สัญจรไปมาเป็นประจำ ขณะนี้มีความชำรุดเสียหาย ซึ่งปัญหานี้กระผมได้เคยนำเรียน หารือท่านประธานไปแล้ว เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข แต่อย่างใด ดังนั้นจึงขออนุญาตทวงถาม และฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้มีการจัดสรรงบประมาณมา เพื่อก่อสร้างถนนให้ได้มาตรฐานตามที่ พี่น้องประชาชนร้องขอมาด้วยครับ ขอขอบคุณครับ🔗
ต่อไปนายวัชรพล โตมรศักดิ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วัชรพล โตมรศักดิ์ โคราช ชาติพัฒนา ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๑ เรื่อง เพื่อส่งต่อไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่าน พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา และท่านอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ท่านพรพจน์ เพ็ญพาส🔗
ผมได้รับเรื่องร้องทุกข์ร้องเรียนจากท่านผู้นำในเขตตำบลหนองไข่น้ำ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา โดยท่านกำนันวัฒนชัย โปรยโคกสูง ท่านนายก กิตติพัทธ์ แหวนโคกสูง ท่านผู้ใหญ่กำไร สารโคกสูง ท่านผู้ใหญ่มานพ นิจจอหอ ที่ตำบล หนองไข่น้ำครับท่านประธาน มีลำน้ำอยู่ลำหนึ่งเป็นลำน้ำที่มีประโยชน์อย่างยิ่งต่อพี่น้อง ประชาชน มีชื่อว่าลำคลองคลังหรือลำคลัง ซึ่งเป็นลำน้ำสาขาเชื่อมต่อจากอ่างเก็บน้ำ ลำเชียงไกร และเหนือบริเวณตำบลโคกสูง ผ่านมายังตำบลหนองไข่น้ำแห่งนี้ มีระยะทางยาว หลายกิโลเมตร มีความกว้างประมาณ ๓๐ เมตร ลำน้ำแห่งนี้ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา เป็นลำน้ำที่ใช้สำหรับพืชผลทางการเกษตรและระบายน้ำไม่ให้ท่วมขังในตัวเมือง ปัญหา ที่ตามมาในขณะนั้นก็คือลำน้ำแห่งนี้ได้ถูกการกัดเซาะริมตลิ่งพัง และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมาครับท่านประธาน ที่จังหวัดนครราชสีมา จึงส่งผลให้ลำน้ำแห่งนี้ ตลิ่งยิ่งพังมากขึ้น ถ้าดูจากภาพจะเห็นนะครับ🔗
บริเวณวัดบ้านสนวนที่ตำบลหนอง ไข่น้ำนั้น ขณะนี้สิ่งปลูกสร้างที่เกิดขึ้นนี้กำลังจะพังลงมา จึงอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ฝากเรื่องไปยังกรมโยธาธิการและผังเมืองโดยด่วนครับ ในระยะเบื้องต้นที่อยากจะให้ท่าน รีบเข้าไปดำเนินการในการแก้ไขก่อน และระยะยาวอยากจะให้เข้าไปดำเนินการในการ ออกแบบเป็นเขื่อนคอนกรีต เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำกัดเซาะตลิ่ง เพราะพี่น้องประชาชน ใช้เส้นทางเส้นนี้ในการขนพืชผลทางการเกษตรและใช้คมนาคมครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปนายบุญแก้ว สมวงศ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบุญแก้ว สมวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ขอหารือ ท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทานผู้ที่รับผิดชอบ เนื่องจากผมได้รับร้องเรียนจาก ท่านกำนันติวานนท์ นิยม และท่านผู้ใหญ่บ้านสังเวียน อ่อนผิว และผู้ใหญ่บ้านไชยา พึ่งสุข ซึ่งสถานีสูบน้ำพี ๕ (P5) และพี ๖ (P6) ของบ้านคูสองชั้นและบ้านเหวินได้ชำรุดเสียหาย สถานีพี ๕ (P5) มีเครื่องอยู่ ๕ เครื่อง แต่ใช้ไม่ได้สักเครื่องเลยครับท่านประธาน ก็อยากฝาก ท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทาน ท่านอธิบดี เพื่อจะไปดูแล ไปซ่อมแซมปรับปรุง และถ้าดีที่สุดให้ซื้อเครื่องใหม่ให้กับพี่น้องประชาชน เพราะว่าช่วงนี้จะเข้าฤดูแล้งแล้ว เพื่อพี่น้องประชาชนจะได้ทำการเกษตร และสถานีพี ๖ (P6) ก็มี ๕ เครื่องเหมือนกันครับ ผมได้รับร้องเรียนจากกำนันติวานนท์ นิยม เพราะว่าสถานีนี้ได้ซ่อมปรับปรุงเครื่องสูบน้ำ มาหลายครั้งแล้ว แต่ก็ใช้การไม่ได้ ก็อยากให้ทางอธิบดีกรมชลประทานได้จัดซื้อเครื่องใหม่ ให้กับพี่น้องเกษตรกรเพื่อจะทำการเกษตรในฤดูแล้ง🔗
และเรื่องที่ ๒ ขอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ขยายเขตไฟฟ้าเพื่อการเกษตร ให้กับพี่น้องประชาชน เพราะว่าผมได้รับร้องเรียนจาก สจ. วิทยาและเลขานายก อบจ. เบญจวรรณ นามคง ขอขยายเขตไฟฟ้าเพื่อการเกษตรให้กับพี่น้องประชาชนชาวอำเภอป่าติ้ว ให้พี่น้องเกษตรกรเพื่อได้ทำการเกษตรด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปนายสฤษดิ์ บุตรเนียร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ พรรคภูมิใจไทยครับ วันนี้ผมได้นำปัญหาความเดือดร้อนของชาวบ้านที่ถูกช้างป่าเข้าทำลาย ทรัพย์สิน บ้านเรือน พืชผลการเกษตร มาปรึกษาหารือท่านประธานสภาที่เคารพ ผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคม ๒๕๖๔ ชาวบ้านหมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๖ หมู่ที่ ๘ หมู่ที่ ๙ และหมู่ที่ ๑๐ ตำบลเขาไม้แก้ว โดยเฉพาะบ้านคลองตามั่น บ้านโปร่งสะเดานั้นได้รับ ความเดือดร้อนอย่างมาก อีกทั้งหมู่บ้านประมาณ ๒๐ กว่าหมู่บ้านในจำนวน ๒๓ หมู่บ้าน ของตำบลวังท่าช้าง วันที่ ๑๘ พฤศจิกายนนั้น ช้างป่าได้เข้าทำลายบ้านเรือนกัดสายไฟ จนไฟชอร์ต (Short) เสียชีวิตไป แต่เจ้าของบ้านก็ต้องถูกสอบสวน เป็นความเดือดร้อนให้กับ ชาวบ้านอย่างมาก โขลงช้างใหญ่ประมาณเกือบ ๓๐ เชือกจากเขาอ่างฤาไน เขตป่ารอยต่อ ๕ จังหวัด ได้เข้ามาหากินพืชผลทางการเกษตร ทำลายบ้านเรือน และสร้างความหวาดกลัว ให้กับชาวบ้านอย่างมาก แนวทางแก้ไขที่ชาวบ้านต้องการเพื่อจะได้รับการเยียวยา และป้องกันอย่างเป็นระบบ ๑. อยากให้กรมป่าไม้กระทรวงเกษตร โดยท่าน ผอ. ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดปราจีนบุรีอบรม ฝึก สอนผู้นำชุมชน อาสาสมัคร หมู่บ้านในบ้านในการที่จะต้อนช้างเข้าอย่างมีระบบ อย่างถูกต้อง มิฉะนั้นแล้วการขับไล่ช้าง หรือต้อนก็จะต้อนจากที่หนึ่งไปที่หนึ่งทำลายทรัพย์สินของคนอื่น ๒. อยากให้ผู้ว่าราชการ จังหวัดปราจีนบุรีประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติจากช้างหรือคชภัย ๓. แก้ไขระเบียบของ กรมส่งเสริมการเกษตร เรื่องการเยียวยาให้แก่ผู้เสียหาย ซึ่งมีเพียงแต่บอกว่าให้ผู้เสียหาย ที่เสียหายอย่างสิ้นเชิงเท่านั้น แต่ควรที่จะมีการระบุหลักเกณฑ์กติกาเพื่อให้เกิดความสมจริง กับการเสียหายของชาวบ้าน ความเดือดร้อนดังนี้อาทิตย์ที่แล้วผมก็ได้พูดถึงแก่งดินสอ เรื่องช้างเช่นเดียวกัน ขอกราบขอบพระคุณอย่างมากครับ🔗
ต่อไปนายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ เพื่อไทย อุบลราชธานี เขต ๗ วันนี้ผมมีเรื่องปรึกษา และฝากท่านประธานอยู่ ๒-๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ก็คือ อยากจะให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร คือ ธ.ก.ส. ได้ผ่อนผันในการเร่งรัดให้กับพี่น้องประชาชนที่เป็นหนี้ ธ.ก.ส. ซึ่งในขณะนี้ ช่วงโควิด (COVID) และราคาข้าวตกต่ำ ขายข้าวไม่ได้ราคา ไม่พอค่าเก็บเกี่ยว ไม่พอค่าปุ๋ย ก็อยากจะให้รัฐบาลได้ชะลอการเร่งรัดหนี้ พักหนี้ แล้วก็ยกเลิกดอกเบี้ยให้กับพี่น้อง ประชาชน🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้ลงพื้นที่อำเภอดอนมดแดง ได้รับการร้องขอจากพี่น้อง ประชาชนจากอำเภอดอนมดแดงฝากถึงท่านอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำเพื่อให้เร่งดำเนินการ ปรับปรุงขุดลอกเกาะดอนมดแดงให้ทำระบบกระจายน้ำ เพื่อให้พี่น้องได้ทำการเกษตร และทำนาปรังหลังจากน้ำลดลง และพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวประวัติศาสตร์ของจังหวัด อุบลราชธานี ซึ่งเกาะดอนมดแดงเป็นจุดเริ่มต้นของเมืองอุบลราชธานี ซึ่งเกาะดอนมดแดง เป็นประวัติศาสตร์ประมาณ ๒๐๐ กว่าปีที่ผ่านมา🔗
เรื่องสุดท้ายท่านประธานครับ ฝากถึงท่านนายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งในขณะนี้ได้เปิดประเทศ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว ให้พี่น้องประชาชนสามารถ ประกอบธุรกิจเดินทางไปมาได้สะดวก แต่ต้องมีผลการฉีดวัคซีน ๒ เข็มนะครับ และใช้ชีวิต แบบปกติ ทำมาหากิน แต่ในขณะเดียวกันส่วนราชการกระทรวงต่าง ๆ ยังทำงานแบบ เวิร์ก ฟรอม โฮม (Work from Home) อยู่ พี่น้องประชาชนไปติดต่อราชการก็ไม่ได้รับ การอำนวยความสะดวก เช่น กระทรวงสาธารณสุข โดยเฉพาะโครงการตรวจเอทีเค (ATK) เชิงรุกเพื่อหาโควิด (COVID) แต่ในขณะนี้ได้ประสานงานกับ สสจ. อุบลราชธานีในการเร่ง การตรวจโควิด (COVID) ซึ่งอุบลราชธานีวันนี้พบผู้ติดเชื้อโอไมครอน (Omicron) แล้ว ก็อยากจะให้ประสานงานเร่งรัดในการที่จะตรวจโควิด (COVID) เชิงรุกให้กับพี่น้องประชาชน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายครับ ขอบคุณครับ🔗
นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ พระนคร ป้อมปราบ สัมพันธวงศ์ และดุสิต🔗
ดิฉันขอหารือท่านประธานในเรื่องของขอความอนุเคราะห์กรุงเทพมหานคร สำนักสิ่งแวดล้อมช่วยย้ายจุดจอดรถดูดส้วม ตรงบริเวณประตูทางเข้าสวนรมณีนาถ ด้านประตูสามยอด ซึ่งจุดนี้จะมีผู้ที่ใช้รถไฟฟ้าจะต้องมาเดินผ่านตรงช่องประตูนี้ และรถดูดส้วม ก็ส่งกลิ่นเหม็น รวมถึงมีน้ำปฏิกูลไหลสกปรกออกมาค่ะ ขอความอนุเคราะห์ช่วยย้ายจุดด้วยนะคะ🔗
ส่วนเรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องปัญหาของพี่น้องประชาชนที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในชุมชน ที่จดทะเบียนจัดตั้ง สะท้อนมาว่าไม่ได้รับการสนับสนุนการดูแลจากทางกรุงเทพมหานคร และสำนักงานเขต เช่น ถังดับเพลิง ทางสำนักงานเขตแจ้งว่าถังดับเพลิงจะติดตั้งให้เฉพาะกับ ในชุมชนเท่านั้นนะคะ และรวมถึงสิ่งของสนับสนุนต่าง ๆ ให้กับผู้ที่ประสบภัยเดือดร้อน ในช่วงโควิด (COVID) ก็จะให้เฉพาะในชุมชนเท่านั้นค่ะ จึงเรียนมาฝากแก้ปัญหานี้เพื่อให้ ความเสมอภาคกับประชาชนผู้เสียภาษีแต่ไม่ได้อาศัยอยู่ในชุมชนด้วยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ🔗
ครับ ต่อไปนางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลจากนครปฐมค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันเป็นตัวแทนรับมอบหนังสือร้องเรียนอันนี้จากกลุ่มเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น เมื่อสัปดาห์ก่อนค่ะพวกเขาเดินทางเกือบ ๑,๐๐๐ กิโลเมตรจากสงขลาเข้ามานั่งรอ ทวงคืน สัญญาที่ให้ไว้กับพวกเขาเมื่อเดือนธันวาคมปีก่อนจากนายกรัฐมนตรี แต่ก็ไม่ได้รับการ ตอบสนองค่ะ นั่นคือสัญญาว่าจะยุติการดำเนินการโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะนะคะ พวกเขาไม่ทราบหรอกค่ะว่ามีการขบเหลี่ยมกันทางการเมืองระหว่างรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการเกษตรและสหกรณ์ คุณธรรมนัสกับท่านนายกรัฐมนตรีอย่างไรบ้าง พวกเขา รู้สึกว่าพวกท่านคือคณะรัฐมนตรี คือรัฐบาลที่จะต้องมีหน้าที่แก้ปัญหาให้พวกเขาค่ะ ท่านประธานคะ ทำไมเขาถึงต้องเลือกมาหานายกรัฐมนตรี เพราะว่านายกรัฐมนตรี เป็นประธานของ ศอ.บต. หรือศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประธาน ของ ศอ.บต. ซึ่งเป็นผู้ดำเนินการโครงการนี้และท่านนายกรัฐมนตรี ขอสไลด์ (Slide) ด้วยค่ะ🔗
ท่านนายกรัฐมนตรียังเป็น ผู้ลงนามในคำสั่งที่ให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวนหาข้อเท็จจริงในเดือนมกราคมปีที่ผ่าน มาเกี่ยวกับโครงการไม่ชอบมาพากลของนิคมอุตสาหกรรมจะนะด้วยค่ะ เพราะฉะนั้น ท่านจะปัดความรับผิดชอบเป็นของคนอื่นไปไม่ได้ ท่านประธานคะ เมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม ที่ผ่านมามีการสลายการชุมนุมอย่างโหดร้ายกับสตรีส่วนใหญ่ที่เป็นชาวมุสลิมสูงวัย เป็นพี่น้องชาวจะนะที่มาชุมนุมโดยสงบ สันติค่ะ แต่การใช้กำลังที่รุนแรงเข้าสลายการชุมนุม ผิดทั้งหลักสากล แล้วก็ผิดทั้งหลักการเป็นมนุษย์ด้วยนะคะ รวมทั้งได้มีการปิดกั้นคุกคาม เสรีภาพสื่อมวลชนด้วยค่ะ โดยการใช้โล่ของ คฝ. กั้นไม่ให้กล้องถ่ายภาพหรือถ่ายวิดีโอ (Video) ได้ และยังมีการใช้ไฟฉายส่องใส่หน้าสื่อมวลชนไม่ให้บันทึกภาพขณะที่ คฝ. กำลัง จับกุมกลุ่มพี่น้องจะนะ ท่านประธานคะ รัฐบาลนี้ใช้วิธีนี้มานานแล้วค่ะ เสียชีพอย่าเสียสัตย์ นั่นเขาใช้เรียกลูกเสือนะคะ แต่ประเภทที่ไม่เคยรักษาสัจจะวาจาที่ให้ไว้กับประชาชน เขาเรียกว่าลูกหมาค่ะท่านประธาน ขอบคุณค่ะ🔗
ถ้อยคำขอเตือนเลยนะครับ ไม่เหมาะครับ ไม่ให้ถอนหรอกครับ แต่ว่าไม่เหมาะครับ🔗
ไม่เหมาะ ลูกหมาไม่น่ารัก อย่างไรคะท่านประธาน🔗
ต่อไปคุณภาคภูมิ บูลย์ประมุข เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคพลังประชารัฐ ผมมีเรื่องหารือผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ ๓ เรื่องนะครับ🔗
เรื่องแรก ฝากไปยังกระทรวงแรงงานขอให้เร่งรัดการนำเข้าแรงงานที่ถูก กฎหมายนะครับ เนื่องจากจังหวัดตากเป็นจังหวัดที่ติดชายแดน ปัจจุบันมีการลักลอบ เข้าเมืองโดยผิดกฎหมายเป็นจำนวนมากนะครับ ทั้งท่านแม่ทัพภาคที่ ๓ ท่านผู้บัญชาการ ตำรวจภูธร ภาค ๖ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดตาก จัดสรรพกำลังการจับกุมกันได้ทุกวัน วันละหลายสิบคนถึง ๑๐๐ คน แต่ว่าก็ยังมีการลักลอบต่อเนื่อง ซึ่งถ้าหากว่ามีการนำเข้า แรงงานที่ถูกกฎหมายโดยผ่านกระทรวงแรงงาน มีการกักตัวก็จะทำให้การลักลอบเข้าเมือง ลดลง และพร้อมทั้งเราจะได้เป็นการป้องกันการนำเข้าโควิด (COVID) สายพันธุ์ใหม่ด้วย🔗
๒. ขอฝากทาง ศบค. ในการลดอัตราสีของจังหวัดตาก ปัจจุบันจังหวัดตาก เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดสีแดง เพิ่งลดมาเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่สามารถเยียวยาของ พี่น้องที่หาเช้ากินค่ำของคนจังหวัดตากได้นะครับ แม้กระทั่งเรื่องร้านอาหาร เรื่องอะไรต่าง ๆ นักท่องเที่ยวตอนนี้หน้าหนาวแล้ว จังหวัดตากอากาศดีแล้ว ตอนนี้มีนักท่องเที่ยวเข้ามา เป็นจำนวนมาก ก็อยากจะให้ทาง ศบค. พิจารณาจังหวัดตากเป็นอันดับต้น ๆ ในการจัด ลดลำดับลง เพื่อให้นักท่องเที่ยวมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ🔗
เรื่องสุดท้าย ฝากไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในเรื่อง คทช. ผมทราบว่าตอนนี้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจังหวัดตาก โดยเฉพาะ กรมป่าไม้กับกรมอุทยาน ส่งเรื่องไปที่ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแล้ว ในเรื่องการออกเอกสารสิทธิ อยากให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเร่งรัด เพราะว่าส่วนใหญ่จังหวัดตาก ๗๕ เปอร์เซ็นต์เป็นที่ป่า และพื้นที่ที่ออกเป็นพื้นที่ป่า กลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์เขารอคอยมาทั้งชีวิตในการมีเอกสารสิทธิของตัวเอง ฝากท่านประธาน ไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปนางสาวทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานสภาไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ท่านดูแลสำนักงานตำรวจ แห่งชาติ ๒ เรื่อง ดังนี้ค่ะ🔗
เรื่องที่ ๑ ฝากท่านประธานสภาไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ในกรณีที่มีการใช้ ความรุนแรงกับชาวจะนะ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงที่มาชุมนุมที่ทำเนียบเมื่อ ๒ วันก่อนนะคะ เขาชุมนุมอย่างปราศจากอาวุธ แต่ว่ามีการใช้กำลังอย่างเกินกว่าเหตุที่เขาไปชุมนุม การที่เขา มาชุมนุมเพราะเขาเห็นว่ารัฐบาลทำโครงการที่จะเอื้อต่อนายทุนแล้วกระทบกับวิถีชีวิต ทรัพยากรธรรมชาติของเขา เขาถึงมาเรียกร้องให้ท่านนายกรัฐมนตรี เพียงแต่เข้าไปชุมนุม ที่ทำเนียบ และทำเนียบก็สิ่งถูกต้อง มันเป็นที่ทำงานของนายกรัฐมนตรี ทำไมคะประชาชน เจ้าของภาษีที่สร้างทำเนียบจะเข้าใกล้ไม่ได้หรือคะ ทำเนียบไม่ใช่สิ่งศักดิ์สิทธิ์นะคะท่าน มันเป็นที่ทำงานของนายกรัฐมนตรี ไปหานายกรัฐมนตรีที่ทำเนียบดิฉันก็คิดว่าถูกต้องแล้ว เพราะฉะนั้นจึงอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะท่านดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ช่วยกรุณาตรวจสอบการกระทำของตำรวจในครั้งนี้ด้วย🔗
ส่วนเรื่องที่ ๒ จากกรณีที่นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ที่จังหวัดอุดรธานีที่ผ่านมา ก็มีการจัดตั้งประชาชนเป็นจำนวนมากไปให้กำลังใจท่านนายกรัฐมนตรี แต่ก็ไม่เป็นไร แต่บังเอิญมีน้องผู้หญิงคนหนึ่งเขาก็ไปคุยกับท่านนายกรัฐมนตรีดี ๆ ที่ดิฉันได้ยินก็บอกว่า อยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีพัฒนามาก ๆ ซึ่งก็ถูกต้องแล้ว ถ้าพัฒนาไม่ได้ท่านก็เกษียณ ไปเสีย ซึ่งก็สิ่งที่ถูกต้องอีก แต่ทำไมคะไม่มีคำหยาบคายแม้แต่คำเดียว แต่ทำไมถึงมีเจ้าหน้าที่ ตำรวจ สภ.บ้านดุงติดต่อขอไปพบน้องที่บ้าน น้องเขาไม่อนุญาตก็จะให้น้องเขาไปพบที่ สถานีตำรวจ น้องเขาก็ไม่ไป ทำไมคะท่านนายกรัฐมนตรีประชาชนคิดเห็นต่างไม่ได้เลย หรือคะ คิดเห็นต่างนี่พูดไม่ได้หรือคะ ถ้าประชาชนคิดเห็นต่างและพูดไม่ได้ก็อยากให้ ท่านนายกรัฐมนตรีชง ครม. เสนอออกมาเลยค่ะว่า การพูดกับท่านนายกรัฐมนตรีคิดเห็นต่าง มันผิด ก็ชงมาเลยว่า ได้ครับพี่ ดีครับผม เหมาะสมครับนาย เอากันอย่างนี้ไปเลยดีกว่าค่ะ และท้ายสุดดิฉันฝากท่านประธานสภาไปยังท่านนายกรัฐมนตรีนะคะว่า ท่านในฐานะผู้นำ รัฐบาลท่านจะปล่อยการละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องปกติอย่างนี้ไม่ได้ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปนางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร ปทุมวัน บางรัก สาทร พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือถึง ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจากการที่ได้ลงตรวจเยี่ยมพื้นที่ ๒ เรื่องด้วยกัน🔗
เรื่องแรก ที่ชุมชนวัดบรมนิวาส เขตปทุมวัน บริเวณริมทางเดินคลองแสนแสบ ซึ่งบริเวณนี้ไม่มีไฟส่องสว่าง ทำให้เป็นพื้นที่เปลี่ยว มืด แล้วก็กลายเป็นแหล่งมั่วสุม ซึ่งอาจ ก่อให้เกิดอันตรายแก่พี่น้องประชาชนในบริเวณดังกล่าวได้ หลังจากที่ได้ประสานงานไปยัง การไฟฟ้าเพื่อขอให้ดำเนินการแก้ไขโดยการติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างแล้ว ก็ได้รับความใส่ใจ ที่จะแก้ไขปัญหาเป็นอย่างดีในทุกเรื่องที่ประสาน ต้องขอบพระคุณการไฟฟ้านครหลวง เขตคลองเตยด้วยนะคะ แต่สำหรับในส่วนของบริเวณทางเดินริมคลองแสนแสบนี้ ทราบว่า ปัจจุบันนี้ยังอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสำนักงานเขตปทุมวัน ดิฉันจึงอยากขอหารือ ท่านประธานผ่านไปยังสำนักงานเขตปทุมวัน ให้กรุณาช่วยเร่งรัดการดำเนินการเพื่อพิจารณา แก้ไขความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนเพื่อเปลี่ยนพื้นที่เสี่ยงให้เป็นพื้นที่ปลอดภัยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอภาพด้วยค่ะ🔗
เป็นเรื่องเสาไฟฟ้า ที่โน้มเอียงลงมาถึง ๒ ต้น ในชุมชนพระเจน เขตปทุมวัน ซึ่งดิฉันก็ได้เคยหารือกรณีนี้ไปแล้ว หลายครั้งในสภาแห่งนี้ แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหาใด ๆ จนปัจจุบันเสาไฟฟ้าโน้มเอียง ลงมามาก จนเป็นอันตรายอย่างมากต่อพี่น้องประชาชนที่พักอาศัยและสัญจรไปมาในบริเวณ ดังกล่าว ดิฉันจึงอยากขอหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้กรุณาเร่งรัด ดำเนินการแก้ปัญหานี้โดยเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายแก่พี่น้องประชาชน อย่ารอให้เกิด เหตุการณ์ร้ายหรือเกิดการสูญเสียก่อนเลยนะคะถึงจะแก้ไข ขอบพระคุณค่ะ🔗
ผมขอแสดงความยินดี และชื่นชมทุกคนที่ได้พยายามใช้เวลาให้เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนของเรา มีท่านเดียว นะครับที่ใช้เวลาเกินมากไปหน่อย แต่ว่าท่านก็ใหม่นะครับ ก็เข้าใจครับเราก็ต้องเรียนรู้พวกนี้ ด้วยกัน เพราะเวลาเป็นของพวกเราทุกคน ท่านสมาชิกที่เคารพครับยังไม่ได้เปิดประชุม เชิญครับท่านสมคิด🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทย อุบลราชธานี ผมหารือท่านประธานเล็กน้อยเกี่ยวกับบรรจุระเบียบ วาระ สังเกตมา ๒-๓ อาทิตย์แล้ว วาระที่จะเข้ามาก็ถูกทับด้วยวาระด่วน เรื่องด่วนของ รัฐบาล พ.ร.บ. ที่ภาคประชาชนเสนอ ก็คือร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกประกาศและคำสั่งของ คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช. ซึ่งเสนอโดยพี่น้องประชาชนที่มีสิทธิเลือกตั้งเข้าชื่อกันมาเป็น หมื่นคนก็ถูกเลื่อนมาตลอด ผมอยากหารือว่าถ้าเป็นแบบนี้พี่น้องประชาชนที่เสนอ พ.ร.บ. มา จะได้รับการบรรจุ ได้รับเลื่อนขึ้นมาเมื่อไร ขอปรึกษาท่านประธานว่าถ้าเป็นแบบนี้ก็จะ เป็นมาตลอด ปรึกษาท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ยังไม่ได้ เปิดประชุมนะครับ แต่เรียนพวกเราว่าผมก็เห็นด้วยว่าเราน่าจะพยายามร่วมมือกันเรื่องที่ค้าง อยู่ โดยความร่วมมือนั้นหมายถึงว่าวาระอะไรที่สามารถผ่านได้เร็วหน่อยก็ช่วยกัน เพราะว่า เราจะไปเปลี่ยนวาระโดยเอาเรื่องที่บรรจุแล้วออกไปมันก็ทำไม่ได้ อย่างวันนี้มีกฎหมายของ ท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ ซึ่งผมก็ขอความร่วมมือว่าต้องพยายามให้ถึงนะครับ ปัญหาอยู่ที่พวกเรา เอง ที่ผมขอร้องว่าบางเรื่องเราอภิปรายกันมาก และเราประชุมนอกรอบกันเรื่องนี้ว่าเราจะต้อง ดูว่าความเหมาะสมของจำนวนผู้อภิปราย ที่ผมเรียนว่าพยายามจะให้เป็นไปตามสัดส่วน คุยกับทางตัวแทนพรรคก้าวไกล ตัวแทนพรรคเพื่อไทย และพรรคพลังประชารัฐว่า พรรคไหนที่ มีจำนวน ส.ส. มากก็พยายามให้โอกาสเขา อย่างที่ผมได้เรียนบางทีพรรคเพื่อไทยส่งมาคน เดียว ผมก็บอกว่าให้ส่งเข้ามาเพิ่มเติมได้ พยายามให้ความเป็นธรรมนะครับ แต่ว่าถ้าเรา ไม่ร่วมมือกันเรื่องค้างก็ไปไม่ถึงครับ แต่ว่าถ้าเราร่วมมือไปถึงครับท่านสมคิด ผมพยายาม ให้ถึงนะครับ เพราะว่าวันนี้เป็นกฎหมายของฝ่ายค้าน ของท่านชวลิต และผมคิดว่าไปถึง ถ้าพวกเราตั้งใจอย่างนั้น แต่ผมกลัวว่าเราตั้งใจแต่เวลาปฏิบัติเราไม่ได้ปฏิบัติ ก็เลยทำให้ ไม่เป็นไปตามที่เราประสงค์ต้องการ ประเดี๋ยวพักประชุมผมก็เชิญตัวแทนผู้ควบคุมเสียง ๒ ฝ่ายลองหารืออีกทีหนึ่ง เพราะว่าเดิมเวลาเราจะเสนอญัตติอะไรเราก็หารือกันนะครับ การทำงานในนี้ก็เป็นไปได้โดยแคล่วคล่องหน่อย เพราะว่าไม่ต้องมาขัดแย้งในบางเรื่อง โดยไม่จำเป็นนะครับ เชิญท่านสมคิดครับ🔗
ขอบพระคุณท่านประธานครับ ความจริงการบรรจุผมไม่ได้ว่าเลย เพียงแต่ว่าพอจะถึงเมื่อไรรัฐบาลกลับเอาเรื่องด่วนเข้ามา ตลอดเลย แล้วอย่างนี้จะถึงเมื่อไรล่ะครับ ผมต้องการแค่นี้ละครับว่าอย่างน้อย ๆ ให้โอกาส พี่น้องประชาชนที่เสนอมา อาจจะสัปดาห์หน้า เพราะเขาก็มารอ ๒-๓ ครั้งแล้วเท่าที่ผมดู ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
เข้าใจครับ ขอบคุณ ท่านสมคิดมาก อันนี้เป็นเรื่องปกติในข้อบังคับครับท่านสมคิด เป็นเรื่องปกติไม่ได้แปลก ไปจากอดีตเลย เพียงแต่ว่าขณะนี้เราไม่ให้เรื่องอะไรที่ไม่ควรค้างก็อย่าค้าง เรื่องบางเรื่องค้าง ก็เข้าใจ และที่รบกวนพวกเราก็คือประชุมวันศุกร์เพิ่มขึ้น ซึ่งก็ทำให้หลายเรื่องก็ผ่านไปได้ ด้วยดี แต่บางทีวันหนึ่งได้ ๒ เรื่อง ซึ่งมันควรจะเร็วกว่านั้นนะครับ อย่างเช่น เรื่องที่ กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วซึ่งเป็นผลงานพวกเราแท้ ๆ เลยที่ผมอยากให้เราได้ผ่าน เพราะมีบางท่านที่สนใจงานตัวเองมาถามว่าของเขาเมื่อไรจะถึง ผมก็บอกว่าอยู่ที่พวกเราว่า เราจะต้องให้เรื่องได้ผ่านไปโดยราบรื่นพอสมควร และเรื่องที่เป็นผลงานพวกเราแต่ละชุด จะได้ผ่านไปได้ สมัยประชุมถึงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ และเรื่องที่ค้างอยู่เกี่ยวกับผลงานเราก็จะ ทยอยเข้ามาครับ เพราะกรรมาธิการที่ท่านรับผิดชอบนั้นที่เลื่อนไปก็มี แต่ว่าบางฉบับเขาพิจารณาได้เสร็จก็จะ ทยอยเข้ามาเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นถ้าเราติดขัดก็เท่ากับว่าผลงานของเพื่อนสมาชิกที่อุตส่าห์ ทำงานหนักมาก็ไม่ได้รับการพิจารณา อันนี้ก็ขอพวกเราเป็นผลงานทั้ง ๒ ฝ่ายนะครับ ก็เรียน พวกเราได้รับทราบแนวปฏิบัติต่อไปครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้ มีสมาชิกมาลงชื่อแล้ว ๓๒๖ คน องค์ประชุมในขณะนี้คือ ๒๓๘ คน เป็นองค์ประชุมนะครับ ขณะนี้ที่ประชุมก็ลงชื่อครบองค์ประชุมแล้ว ผมขออนุญาตเปิดประชุมนะครับ ขออนุญาต ไปตามระเบียบวาระนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มีนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗
รับทราบเรื่องที่วุฒิสภาได้ลงมติตั้งกรรมาธิการร่วมเพื่อพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติการจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยประธานวุฒิสภาได้แจ้งว่า ในการ ประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๕ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ที่ประชุมได้ลงมติตั้งบุคคลเป็นกรรมาธิการร่วมฝ่ายวุฒิสภา ตามจำนวนที่ สภาผู้แทนราษฎรกำหนด ซึ่งก็เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๗ (๓) เพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จึงขอเรียนแจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบ🔗
วาระต่อไปเป็นการ พิจารณา เรื่องด่วน วันนี้มี ๒ เรื่อง ซึ่งผมคิดว่าเมื่อเรื่องด่วนจบเราจะไปเรื่องที่ค้างพิจารณา ซึ่งก็อย่างที่เรียนไว้ตอนต้นว่า อย่างไรพวกเราช่วยกันให้ฉบับของท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ ได้รับ การพิจารณาวันนี้ด้วยครับ🔗
เรื่องด่วนที่ ๑ ร่างพระราชบัญญัติสถาปนิก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)🔗
โดยคณะรัฐมนตรีได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติสถาปนิก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๓๓ (๑) นอกจากนี้คณะรัฐมนตรีได้นำเสนอ รายงานการรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องและรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะ เกิดขึ้นจากการตรากฎหมาย เพื่อประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ แล้ว รายละเอียดปรากฏในเอกสารที่เจ้าหน้าที่ได้จัดวางให้สมาชิก แล้วนะครับ ในการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้รัฐบาลได้ขอให้บุคคลดังต่อไปนี้ เข้ามา มีส่วนร่วมในการชี้แจงด้วยนะครับ ท่านแรก พลอากาศตรี หม่อมหลวงประกิตติ เกษมสันต์ นายกสภาสถาปนิก ท่านที่ ๒ รองศาสตราจารย์พงศ์ศักดิ์ วัฒนสินธุ์ กรรมการสภาสถาปนิก ท่านที่ ๓ นายสุพินท์ เรียนศรีวิไล อนุกรรมการร่างกฎหมายสภาสถาปนิก อนุญาตทั้ง ๓ ท่าน🔗
ถ้าท่านรัฐมนตรีพร้อมแล้ว เชิญเสนอหลักการและเหตุผลนะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้เสนอร่างพระราชบัญญัติสถาปนิก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ โดยมีหลักการ และเหตุผลดังต่อไปนี้🔗
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสถาปนิก พ.ศ. ๒๕๔๓ ดังต่อไปนี้🔗
(๑) เพิ่มนิยามคำว่า “สถาปนิกต่างชาติ” “สถาปนิกขึ้นทะเบียน” และ “สภานายกพิเศษ” (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔)🔗
(๒) แก้ไขเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ของสภาสถาปนิกเกี่ยวกับการควบคุมความ ประพฤติของสมาชิกสภาสถาปนิก รวมทั้งการควบคุมมาตรฐานวิชาการและการดำเนินการ ตามความตกลงระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็นภาคี (เพิ่มมาตรา ๗ (๓/๑) และ (๗/๑) และแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๗ (๔))🔗
(๓) กำหนดให้สมาชิกสภาสถาปนิกมีหน้าที่ประพฤติตนตามจรรยาบรรณ แห่งวิชาชีพสถาปัตยกรรม และให้นำบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการจรรยาบรรณ กระบวนการพิจารณา การประพฤติผิดจรรยาบรรณของผู้ได้รับใบอนุญาตมาใช้บังคับด้วย โดยอนุโลม (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๒ (๔) และเพิ่มเติมมาตรา ๑๓ (๗) และมาตรา ๑๓/๑)🔗
(๔) แก้ไขเพิ่มเติมให้สถาปนิกต่างชาติประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม ได้ตามประกาศของคณะกรรมการสภาสถาปนิก และต้องประพฤติตนตามจรรยาบรรณ แห่งวิชาชีพสถาปัตยกรรม รวมทั้งให้นำบทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการจรรยาบรรณ กระบวนการพิจารณาการประพฤติผิดจรรยาบรรณของผู้ได้รับใบอนุญาตมาใช้บังคับด้วย โดยอนุโลม (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔๕ และเพิ่มเติมมาตรา ๕๐/๑)🔗
(๕) แก้ไขเพิ่มเติมกรณีผู้ขอรับใบอนุญาตซึ่งเป็นบุคคลธรรมดาต้องไม่เป็น ผู้ถูกภาคทัณฑ์ตามระยะเวลาที่กำหนด (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔๙ วรรคสอง)🔗
(๖) กำหนดให้คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของสถาปนิกต่างชาติ และสถาปนิกขึ้นทะเบียนรวมทั้งการขึ้นทะเบียน อายุการขึ้นทะเบียน การพักใช้และเพิกถอน การขึ้นทะเบียนต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่คณะกรรมการสภาสถาปนิก ประกาศกำหนด โดยความเห็นชอบของสภานายกพิเศษ (เพิ่มมาตรา ๔๙/๑)🔗
(๗) แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปัตยกรรม และกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดของการกล่าวหาและการกล่าวโทษผู้ได้รับใบอนุญาต (แก้ไข เพิ่มเติมมาตรา ๕๑ วรรคสองและวรรคสาม)🔗
(๘) แก้ไขเพิ่มเติมลักษณะต้องห้ามของคณะกรรมการจรรยาบรรณ และกำหนดให้มีคณะกรรมการสรรหาคณะกรรมการจรรยาบรรณ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๕๓)🔗
(๙) กำหนดบทบัญญัติเกี่ยวกับความเป็นผู้มีส่วนได้เสียของกรรมการ จรรยาบรรณและอนุกรรมการจรรยาบรรณ รวมทั้งการประชุมของคณะกรรมการจรรยาบรรณ และคณะอนุกรรมการจรรยาบรรณ (เพิ่มเติมมาตรา ๖๑/๑ และมาตรา ๖๑/๒)🔗
(๑๐) แก้ไขเพิ่มเติมให้ผู้กล่าวหามีสิทธิอุทธรณ์คำวินิจฉัยชี้ขาดของ คณะกรรมการจรรยาบรรณได้ และเพิ่มเติมบัญญัติเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคำวินิจฉัยชี้ขาด ของคณะกรรมการจรรยาบรรณในระหว่างอุทธรณ์ รวมทั้งแก้ไขบทบัญญัติอื่นที่เกี่ยวข้องกับ สิทธิในการอุทธรณ์ของผู้กล่าวหา (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๖๒ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๓๓ (๕) และเพิ่มเติมมาตรา ๖๒ วรรคสี่)🔗
(๑๑) เพิ่มบทกำหนดโทษของสถาปนิกต่างชาติ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๗๑)🔗
(๑๒) แก้ไขเพิ่มเติมอัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัติ🔗
เหตุผล โดยที่ปัจจุบันประเทศไทยต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามความตกลง ระหว่างประเทศด้านการค้าบริการสาขาสถาปัตยกรรม โดยกำหนดให้สถาปนิกต่างชาติ ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนไว้ตามความตกลงระหว่างประเทศดังกล่าวสามารถเข้ามาประกอบวิชาชีพ สถาปัตยกรรมควบคุมในประเทศไทย และให้ผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมที่ได้รับ ใบอนุญาตจากสภาสถาปนิกสามารถขึ้นทะเบียนเพื่อประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมในประเทศ ภาคีความตกลงระหว่างประเทศได้ แต่โดยกฎหมายว่าด้วยสถาปนิกที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนี้ ยังไม่มีบทบัญญัติที่รองรับการดำเนินการตามความตกลงระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเป็น ภาคีดังกล่าว รวมทั้งความตกลงระหว่างประเทศอื่น ๆ ที่อาจมีขึ้นในอนาคต สมควรแก้ไข เพิ่มเติมให้มีการรองรับกรณีดังกล่าว และแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติอื่นเพื่อให้สอดคล้องกับ สภาพการณ์ปัจจุบัน ได้แก่ แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของสภาสถาปนิก กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม และมาตรการ ทางจรรยาบรรณของสถาปนิกต่างชาติและสถาปนิกขึ้นทะเบียน และกำหนดให้สมาชิก สภาสถาปนิกทุกคนต้องประพฤติตนตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปัตยกรรม และตามระเบียบของคณะกรรมการ เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและความเที่ยงตรง แห่งวิชาชีพ รวมทั้งแก้ไขเพิ่มเติมอัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัติ จึงจำเป็นต้อง ตราพระราชบัญญัตินี้ จึงขอเรียนให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ได้โปรดพิจารณา ให้ความเห็นชอบต่อพระราชบัญญัติฉบับนี้ต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
มีท่านสมาชิกได้เข้าชื่อ มาแล้ว ๕ ท่าน ผู้ใดที่จะอภิปรายกรุณาส่งชื่อ จะได้ทราบจำนวนผู้ที่จะอภิปรายนะครับ ขอเชิญท่านแรก คุณณัฐวุฒิ บัวประทุม หลังจากนั้นก็จะเป็นคุณเกียรติ สิทธีอมร ครับ ขอเชิญครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ผมขอมีส่วนร่วมในการสอบถามและการตั้งขอสังเกตในการรับ หลักการของร่างพระราชบัญญัติสถาปนิก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ด้วยความเคารพนะครับ วันนี้ ผมถามเรื่องสถาปนิกกับท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยเท่านั้น แต่เรื่องอื่นที่เป็น ข่าวหรือที่เกี่ยวข้องก็คงไว้โอกาสถัด ๆ ไปที่จะถามท่าน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องของจะนะ ท่านประธานครับ ใน พ.ร.บ. สถาปนิก ผมมีอยู่ ๔ ประเด็นใหญ่ ๆ ด้วยกันครับที่จำเป็นต้อง เรียนสอบถามท่าน🔗
ประการที่ ๑ ครับท่านประธานครับ การแก้ไขฉบับนี้ เขียนในหลักการ และเหตุผลบอกว่าเป็นการรองรับภาคีความตกลงระหว่างประเทศต่าง ๆ ทั้งที่มีอยู่แล้ว และที่พึงจะเกิดขึ้นในอนาคต ผมกำลังพูดถึงเรื่องของเอกสารการยอมรับของอาเซียน (ASEAN) ด้านการบริการสถาปัตยกรรม ที่เราเรียกย่อว่าเอ็มอาร์เอ (MRA) ซึ่งประเทศไทย ลงนามมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ นี่ก็ ๑๔ ปีเต็มนะครับที่ยังไม่ได้มีกระบวนการรองรับดังกล่าว แต่ประการใด ผมไม่ติดใจครับเมื่ออ่านกรณีของเอ็มอาร์เอ (MRA) แล้วเห็นถึงความจำเป็น หรือความสำคัญในการที่จะต้องยอมรับความมีของสถาปนิก ไม่ว่าจะเป็นกรณีของสถาปนิก อาเซียน (ASEAN) ที่เรียกว่าอาเซียน อาร์คิเทกต์ (ASEAN Architect) หรือกรณีของสถาปนิก ต่างชาติที่ลงทะเบียน ที่เรียกว่ารีจิสเตอร์ ฟอเรน อาร์คิเทกต์ (Registered Foreign Architect) ที่จะเกิดขึ้น แต่ผมไม่มั่นใจว่าสิ่งที่ท่านเขียนว่านี่คือการเตรียมการเพื่อรองรับ ความตกลงระหว่างประเทศหรืออนุสัญญาฉบับต่าง ๆ ที่พึงจะเกิดขึ้นในอนาคต ในทางการ เขียนกฎหมาย เราเขียนแบบนี้ได้หรือไม่ เพราะเราไม่รู้อย่างไรครับว่าอนุสัญญาระหว่าง ประเทศ ข้อตกลง ความตกลงต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั้น จะมีเงื่อนไข มีเหตุผลที่จะ นำไปสู่การควบคุม หรือการจำกัด หรือส่งผลกระทบต่อสถาปนิกที่เป็นคนสัญชาติไทย หรือขึ้นทะเบียนในประเทศไทยเป็นอย่างไร ผมคิดว่านี่เป็นประเด็นที่ ๑ ที่ท่านต้องตอบว่า ตกลงแล้วการเขียนไว้แบบนี้จะส่งผลกระทบต่ออนาคตในการเข้าเป็นภาคีหรือความตกลง ระหว่างประเทศต่าง ๆ หรือไม่ นั่นเป็นประการที่ ๑ ครับ🔗
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ ในความเป็นจริงเรื่องการมีสถาปนิกต่างชาติ ที่ทำงานในประเทศไทยไม่ใช่เรื่องใหม่ครับ ผมอยากจะสอบถามว่าก่อนหน้านี้ในกรณีของ สนามบินสุวรรณภูมิก็ได้ยินว่าเคยมีสถาปนิกต่างชาติที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย กรณี ทางรถไฟที่ใช้งานร่วมกันก็เคยมีสถาปนิกชาวจีนที่เคยเข้ามาทำงานในประเทศไทย ตรงนั้น ท่านใช้กฎหมายใดใช้เงื่อนไขใดในการรองรับให้เขาเข้ามาทำงานในประเทศไทยทั้งที่จริง ๆ แล้วเรามี พ.ร.บ. วิชาชีพสถาปัตยกรรม ปี ๒๕๐๘ เรามี พ.ร.บ. สถาปนิก ปี ๒๕๔๓ ที่กำหนดควบคุมการขึ้นทะเบียนใด ๆ ต่าง ๆ ไว้ ผมได้ยินมาว่ามีการใช้กฎหมายพิเศษ มีการ ใช้มติ ครม. มีการออกคำสั่งโดยอาศัยมาตรา ๔๔ ในสมัย คสช. เป็นเช่นนั้นจริงหรือไม่ แล้วในกรณีของกฎหมายฉบับนี้ที่จะออกมาจะนำไปสู่การล้มล้างมรดก คสช. โดยเฉพาะ คำสั่งที่เกิดขึ้นตาม ม. ๔๔ ดังกล่าวหรือไม่ นั่นเป็นประการที่ ๒ ครับ🔗
ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ กรณีสิ่งที่เราห่วงในร่าง พ.ร.บ. สถาปนิก จริง ๆ ใน พ.ร.บ. สถาปนิก ปี ๒๕๔๓ นั้นพูดถึงการเป็นสมาชิกของคณะกรรมการหรือสภา สถาปนิกต่าง ๆ ไว้แบ่งออกเป็น ๓ ประเภทด้วยกัน ก็คือสมาชิกสามัญ สมาชิกวิสามัญ แล้วสมาชิกกิตติมศักดิ์ แต่ผมไม่มั่นใจว่าการขึ้นทะเบียนสถาปนิกต่างชาตินั้นเราจะจัดวางเขา อยู่ในสถานะแบบใด ถ้าเขาไม่สามารถเข้าเป็นภาคีหรือเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของกรรมการ สถาปนิกซึ่งถูกจำกัดเลยนะครับ อยู่ในความในมาตรา ๑๒ ที่ไม่ได้แก้ว่าต้องเป็นผู้มีสัญชาติ ไทยเท่านั้น เช่นนี้แล้วจะเกิดสถาปนิกชั้น ๑ สถาปนิกชั้น ๒ สถาปนิกที่นำไปสู่การควบคุม สถาปนิกที่นำไปสู่การกำกับ สถาปนิกที่มีมาตรฐาน หรือสถาปนิกที่ต้องถูกถอดถอน หรือเพิกถอนการอนุญาตต่าง ๆ แตกต่างกันหรือไม่ เหล่านี้ปัจจุบันเรามีสถาปนิกไทยที่ขึ้น ทะเบียนอยู่ทั้งหมดเท่าไร มีสถาปนิกต่างชาติที่มีแนวโน้มจะขึ้นทะเบียนหากมีกฎหมาย ฉบับนี้ออกมาอยู่ที่ประมาณเท่าไร แล้วสถานะสถาปนิกไทยที่ไปทำงานในประเทศเพื่อนบ้าน ในอาเซียน (ASEAN) อื่น ๆ ตามข้อตกลงเอ็มอาร์เอ (MRA) นั้นเขาได้สิทธิเหมือนกับสถาปนิก ต่างชาติที่จะเข้ามาในประเทศไทยตามกฎหมายฉบับนี้หรือไม่ ผมคิดว่านี่คือความท้าทาย แล้วก็เป็นข้อที่ต้องชัดเจนครับว่าการออกกฎหมายฉบับนี้จะต้องไม่ส่งผลต่อพี่น้องที่เป็น สถาปนิกไทย โดยไม่จำเป็นต้องพูดรายละเอียดเรื่องอัตราค่าธรรมเนียมที่มีความแตกต่าง หรือมีการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นั่นเป็นประการที่ ๓ ครับ🔗
ประการที่ ๔ ท่านประธานครับ ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้มีการพูดถึงสภานายกพิเศษ มีการพูดถึงคณะกรรมการสถาปนิก มีการพูดถึงสภาสถาปนิก และมีการพูดถึงสถาปนิก ในรูปแบบต่าง ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมไทยในวันนี้ครับ ถ้าท่านประธานเห็นข่าวกรณีโรงหนัง สกาล่าซึ่งออกแบบโดย พันเอก (พิเศษ) จิระ ศิลป์กนก นั่นเป็นสิ่งที่น่าเสียดายมากครับ ที่สถาปนิกไทยทำผลงานสถาปัตยกรรมไว้อย่างสวยงามแล้วถูกทุบทำลาย สิ่งที่กำลังจะ เกิดขึ้นต่อไปนี้ก็คือการทุบทำลายหัวลำโพงครับ ท่านทราบหรือไม่ว่าหัวลำโพงออกแบบ โดยสถาปนิกชาวต่างชาติที่เรียกว่า มารีโอ ตามัญโญ ซึ่งเป็นผู้เดียวกับที่ออกแบบ พระที่นั่งอนันตสมาคม เป็นผู้เดียวกับที่ออกแบบวังปารุสกวัน ความชัดเจนของกฎหมายนี้ หรือบทบาทของกระทรวงมหาดไทย หรือบทบาทของสภาสถาปนิกจะนำไปสู่การคุ้มครอง สถาปัตยกรรมที่มีคุณค่าแบบนี้ไม่ให้ถูกทำลายไม่ให้สูญสลายไปหรือไม่ ผมคิดว่านี่เป็น สิ่งสำคัญที่แม้ไม่ได้ถูกเขียนอยู่ในร่างกฎหมายฉบับนี้โดยตรง แต่ไหน ๆ ท่านมาตอบก็อยาก ได้ยินคำตอบที่ชัดเจนว่าเราเดินหน้าในการรองรับสถาปนิกต่างชาติ แต่เราก็ต้องคุ้มครอง สถาปนิกไทยและสถาปัตยกรรมที่อยู่ในประเทศไทยไปพร้อมกัน ดังเช่นที่ผมเอ่ยและมีอีก หลายที่ที่อยู่ในพื้นที่ทั่วประเทศไทย ขออนุญาตตั้งคำถามเพื่อให้ท่านชี้แจงครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านผู้ตอบรวบรวมไว้ก่อน นะครับ จะให้สมาชิกได้มีโอกาสได้ถามแล้วก็รวบรวมไว้ตอบพร้อม ๆ กันนะครับ ต่อไป คุณเกียรติ สิทธีอมร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ขอร่วม อภิปราย พ.ร.บ. สถาปนิกนะครับ ผมได้อ่านทุกมาตราที่เสนอแก้นะครับ ผมคิดว่าชัด ถ้อยคำ ที่อยากได้ แต่อ่อนในเรื่องยุทธศาสตร์ และอ่อนในเรื่องความตกลงระหว่างประเทศ คือเนื้อหาของความตกลงที่อ้างถึง พูดถึงแกตต์ (GATT) ความตกลงของดับเบิลยูทีโอ (WTO) องค์การการค้าโลก ซึ่งประเทศไทยสอดคล้อง หมดทุกประการ แม้กระทั่งในเว็บไซต์ (Website) วันนี้ไปดูรายงานไม่ต้องแก้ อันนี้ ไม่เกี่ยวกับอะไรจีเอทีเอส (GATS) เลย เราสอดคล้องอยู่แล้ว จีเอทีเอส (GATS) แต่ในเรื่องเอ็มอาร์เอ (MRA) หรือพูดง่าย ๆ การเคลื่อนย้ายบุคลากรสายอาชีพในอาเซียน (ASEAN) เองเรามีข้อตกลง แต่ข้อตกลงนี้สิ่งที่เรายังไม่มีในเอกสารเลย ก็คือว่าประเทศอื่น เขาไปถึงไหนแล้ว คือเรื่องนี้เราต้องทำความเข้าใจ ไม่ใช่ไปเซ็นแล้วสักแต่จะเปิด มันต้องเปิด แบบมีชั้นเชิง ประเทศอื่นเขาเปิดหรือยัง เขาไปถึงไหน เขาทำวิธีไหนบ้าง เขามีกลไกอย่างไร บ้างในการตรวจสอบ ท่านต้องเข้าใจว่าข้อตกลงลักษณะนี้เป็นข้อตกลงเพิ่มเติมขึ้นจาก ข้อตกลงเอฟทีเอ (FTA) ปกติ เพื่อให้ทำดูเหมือนว่าอาเซียน (ASEAN) ไปไกล แต่เจตนา จริง ๆ ในการเคลื่อนย้ายคน ทั้ง ๆ ที่มันเป็นกรณีวิชาชีพที่จะต้องมีความรู้ความสามารถด้าน กฎระเบียบของแต่ละประเทศเป็นเรื่องยาก และเป็นเรื่องที่หลายประเทศก็ไม่พร้อมที่จะทำ และถ้าเขาไม่พร้อมที่จะทำเพื่อแลกกับเรา เราต้องไม่เปิดเพื่อให้เขาเข้ามาฝ่ายเดียว นึกออก ไหมครับ เพราะฉะนั้นยุทธศาสตร์ตรงนี้ผมคิดว่ายังขาดไป ในเอกสารทั้งหมดผมไม่เห็น ยุทธศาสตร์ตรงนี้เลยซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดในการเปิดให้ต่างชาติเข้ามาทำงาน ทีนี้คำถาม ก็มีอยู่ว่า ปัจจุบันต่างชาติทำงานได้หรือเปล่า กราบเรียนท่านประธานและท่านรัฐมนตรี ด้วยครับ ทำได้อยู่แล้วในฐานะที่ปรึกษา แต่เซ็นแบบไม่ได้ เพราะฉะนั้นเวลาเราบอกว่า เราจะให้เขาเข้ามาทำงานในประเทศไทยต้องชัดว่า คนวิชาชีพคือมีใบอนุญาตประกอบ วิชาชีพ ก็คือเซ็นแบบได้ ออกแบบและเซ็นแบบได้ แต่ปกติถ้าไม่มีใบประกอบวิชาชีพ หรือถ้าวิศวะก็เรียกว่า กว. ทำงานได้ครับ ผมเป็นคนหนึ่งที่ไปทำงานต่างประเทศ ๑๐ กว่าปี ในอาเซียน (ASEAN) ในตะวันออกกลาง ในประเทศฝรั่งเศส ผมทำได้หมดเลย แต่ผมไม่เซ็น แบบ เพราะผมไม่มีใบอนุญาต และความคุ้นเคยของผมกับกฎระเบียบของแต่ละประเทศไม่มี ทางที่จะคุ้นเคยได้เท่ากับคนที่เขาเล่าเรียนในประเทศนั้น นึกออกไหมครับ แต่กรอบของ อาเซียน (ASEAN) เปิดให้ ถ้าอยากจะทำเข้ามา เชื้อเชิญเข้ามา แต่มันเป็นการแลกเปลี่ยนกัน ฉะนั้นตรงนี้เองผมคิดว่าเวลาไปทบทวนในชั้นกรรมาธิการต้องแม่นมาก ๆ เลยนะครับ เพราะไม่อย่างนั้นจะทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบในด้านสายวิชาชีพกว่าประเทศอื่น ถ้าประเทศอื่นเขายังไม่เปิดให้เราเหมือนกัน ทีนี้ผมเองเป็นคนหนึ่งตอนที่ผมเป็นประธาน ผู้แทนการค้าไทย ผมนำกลุ่มก่อสร้างไทยไปทำงานในต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงสถาปนิกด้วย วิศวกรด้วย ไปทำได้ ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ต้องใช้ กว. ไม่ต้องใช้ใบประกอบวิชาชีพ แต่ทำได้ครับ ไปร่วมมือกับวิศวกรหรือสถาปนิกในประเทศนั้น ๆ แต่เราเองเป็นคนกำกับดูแล ทั้งหมด เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เองต้องทำความเข้าใจว่าเรากำลังแก้กฎหมายฉบับนี้ ด้วยวัตถุประสงค์อะไรแน่ และเรามียุทธศาสตร์อะไรรองรับบ้างนะครับ ในความตกลง เอ็มอาร์เอ (MRA) ซึ่งผมมีอยู่ในตรงนี้นะครับ เงื่อนไขข้อหนึ่งที่ระบุไว้ชัดเจนว่า คนที่จะมาขอ ใบประกอบวิชาชีพต้องมีทักษะพิเศษที่เป็นที่ยอมรับ และในประเทศจะใช้เมื่อเหมาะสม ตรงนี้เราแก้กฎหมายไม่มีรายละเอียดเหล่านี้นะครับ ผมเข้าใจนะครับว่าอาจจะไปอยู่ใน ประกาศของสภาวิศวกร แต่ต้องถามว่ากฎหมายระดับประกาศของสภาวิศวรกรสอดคล้อง กับเจตนาของเอ็มอาร์เอ (MRA) ซึ่งให้เป็นกรอบกฎหมายหรือเปล่า นอกจากนั้นจะต้องมี คณะกรรมการกำกับด้วย ในเอ็มอาร์เอ (MRA) เขียนไว้ชัดเลยต้องมีคณะกรรมการกำกับดูแล ตั้งขึ้นมาก่อนถึงจะเปิด เรายังไม่มีนะครับคณะกรรมการที่เป็นทางการ กฎหมายใดรองรับ ตรงนี้ต้องชัดครับ แล้วทำไมไม่อยู่ในกฎหมายฉบับนี้ เห็นไหมครับอันนี้จะเป็นประเด็นที่ จะต้องไปว่ากันในชั้นกรรมาธิการ แต่พอพูดอย่างนั้นปั๊บผมก็กังวล เพราะผมอ่านหลักการ หลักการของร่างกฎหมายสมัยนี้ที่เข้ามาสภายุคนี้ท่านประธานครับมันแคบมากเลยครับ บอกว่าจะแก้มาตรานี้ ข้อนี้ข้อนั้น เรื่องนี้เรื่องนั้น แต่ไม่ได้บอกภาพรวมที่เป็นเป้าหมาย ที่จะต้องไปให้ถึง มันก็เลยทำให้ว่าคณะกรรมาธิการเอง จะมีข้อจำกัดในการแก้นะครับ บางเรื่องที่ควรจะต้องแก้ไขแต่แก้ไม่ได้ อันนี้ก็เช่นกันนะครับ หลายมาตราที่ผมไล่ดูอย่าง เร็ว ๆ แคบมากครับ แคบมากแล้วอาจจะเป็นปัญหาที่ทำให้เราจะแก้ให้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ สมบูรณ์ตามเจตนารมณ์ที่เราต้องการนะครับ ถ้าท่านดูนะครับ ในอาเซียน (ASEAN) ณ วันนี้ ๑๕ อาชีพที่ต้องการให้ย้ายคนไปย้ายมาเยอะที่สุดไม่ใช่สถาปนิก วิศวกรเลยนะครับ เป็นสายเทคโนโลยี สายการเงิน เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วเราต้องเข้าใจด้วยว่า เวลาเราทำ อย่างนี้ไปมันช้าไปหรือเปล่า หรือสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบันไหม แล้วถ้ามัน ไม่สอดคล้องเราเปิดฝ่ายเดียวอีกฝ่ายไม่เปิด มันเป็นอย่างไรครับ มันจะกระทบกับสภาวะของ ประเทศเราไหม ตรงนี้ผมคิดว่าต้องมีความชัดเจนอย่างยิ่งนะครับว่า เวลาเราไปทำจริง ๆ เดี๋ยวผมก็ต้องฝากไปในชั้นกรรมาธิการต้องดูเรื่องให้รอบคอบจริง ๆ แล้วยุทธศาสตร์ของ ประเทศก็ต้องชัดและต้องเป็นยุทธศาสตร์ที่มีการพูดคุยกัน และเป็นที่ยอมรับกับสภาวิศวกร และสภาสถาปนิกด้วย จริง ๆ วิชาชีพที่สามารถเคลื่อนย้ายคนมีเยอะมากเลยนะครับ อย่างต่ำที่สุด ๘ สาขา หลังสุดผมว่า ๑๐ สาขาแล้วกระมังครับในอาเซียน (ASEAN) แล้วราย อื่นทำไมไม่เข้าสภาเหมือนกันล่ะครับ นี่คือกลายเป็นว่าเราต่างคนต่างทำ ทั้ง ๆ ที่ภาพรวม ของ ๑๐ สาขาอาชีพนั้นเป็นภาพรวมยุทธศาสตร์ของประเทศนะครับ จริง ๆ แล้วควรจะต้อง ทำไปพร้อม ๆ กัน ทำไปด้วยกัน และมีการประเมินของประเทศอื่น ๆ ด้วย แล้วถ้าเป็นอย่างนั้น เราจะได้วางแนวถูกว่าของประเทศไทยควรจะมีโครงสร้างกฎหมายอย่างไร และมีความ ยืดหยุ่นในการบังคับใช้กฎหมายอย่างไรบ้างนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็ต้องฝากไว้ในชั้น กรรมาธิการเพื่อที่จะให้เกิดความรอบคอบในการดำเนินการต่อไปนะครับ จริง ๆ เป้าหมาย ที่สำคัญที่สุดที่ควรจะเขียนไว้ในหลักการก็คือ ทำอย่างไรแก้กฎหมายแล้วสถาปนิกไทย เข้มแข็งสู้เขาได้ และเป็นที่ยอมรับโดยนานาประเทศ ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณสมคิด เชื้อคง จากนั้นก็เป็นคุณกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ครับ ขอเชิญท่านสมคิดครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม นายสมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทยจังหวัดอุบลราชธานี ขอบพระคุณครับ ความจริง พ.ร.บ. ร่างแก้ไขของพระราชบัญญัติสถาปนิก เดิมทีเท่าที่เราดูมันมีมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ แล้วผมก็เชื่อว่าสภาสถาปนิกสยามก็ได้ดำเนินงานกันมาด้วยดี และผมก็ยังมั่นใจว่า สถาปนิกไทยไม่ว่าจะจบจากที่ไหน ไม่ว่าเป็นจุฬา ธรรมศาสตร์ หรือลาดกระบังอะไรเหล่านี้ ก็มีฝีมือ เหตุผลที่ท่านรัฐมนตรีมาชี้แจงก็บอกว่า เนื่องจากเป็นความตกลง ข้อตกลงระดับ นานาชาติซึ่งแน่นอนมีความจำเป็น เหมือนเราเปิด ในขณะเดียวกันผมก็มองในทางบวกว่า ในทางกลับกันเขาก็เปิดด้วย สถาปนิกไทยก็สามารถเดินทางไปต่างประเทศแล้วก็ทำงานได้ แล้วผมก็เชื่อว่าความมีฝีมือของสถาปัตยกรรมไทย ของคนที่เป็นสถาปนิกนั้นก็ยังที่จะไป แข่งขัน การเปิดผมเห็นด้วยนะครับ เพราะว่าอย่างน้อย ๆ เราต้องเปิดกว้าง ไม่ว่าต่างชาติ หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่เท่าที่ดูคำว่า สถาปนิกขึ้นทะเบียน ผมเข้าใจว่าเป็นสถาปนิกที่มาจาก ต่างชาติ แต่ไม่ได้เป็นสมาชิกของสภาสถาปนิก เพราะฉะนั้นผมมีข้อสงสัยอยู่ในการแก้ไขคือ ในมาตรา ๗ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๐ แห่ง พ.ร.บ. สถาปนิก ๒๕๔๓ โดยใช้ข้อความ ดังต่อไปนี้ แต่ไปเขียนในมาตรา ๑๐ ก็เลยสงสัยว่า ให้รัฐมนตรีดำรงตำแหน่งสภานายกพิเศษ และมีอำนาจตามที่ พ.ร.บ. กำหนด ผมเองก็ยังสงสัยว่า ถ้ารัฐมนตรีเข้าไปดูแล แน่นอน มันตามกฎหมาย รัฐมนตรีจะเข้าไปดูทั้งหมดอย่างไร เพราะผมเชื่อว่าอย่างท่านนิพนธ์ของผม ท่านก็ไม่ได้เป็นสถาปนิกท่านจะดูแลตามอำนาจหน้าที่ แล้วสภาสถาปนิกจะทำอย่างไรนะครับ ก็อยากให้ชี้แจงด้วย🔗
อีกเรื่องหนึ่งในมาตรา ๑๗ ที่แก้ไขนะครับ เกี่ยวกับคณะกรรมการ จรรยาบรรณ มีข้อ ๑ (๑) ว่า ผู้ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมคนที่จะมาเป็นกรรมการ จะต้องประกอบมาไม่น้อยกว่า ๑๐ ปี ทำไมต้อง ๑๐ ปีครับ บางครั้งโลกยุคใหม่สถาปนิก เขาจบใหม่ ๆ เขาอาจจะได้ลำดับสถาปนิกอาจจะเป็นสามัญสถาปนิกหรือวุฒิสถาปนิก พอไปกำหนด ๑๐ ปีปั๊บมันเหมือนว่าเราไปกันคนที่เขาเก่ง ๆ อยู่ อันนี้ผมก็ฝากไปยัง กรรมาธิการที่จะทำให้ช่วยดูเรื่องนี้ด้วย เพราะอย่างน้อย ๆ ไปกำหนดปีอย่างที่ผมพูด มันไปกันคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาทำงานให้เรา แล้วผมก็เชื่อว่าคนรุ่นใหม่ที่ทำงานสถาปนิก เขาก็สามารถที่จะขยับอันดับขั้นเขามาตามผลงานเขา มันก็เหมือนทางสภาวิศวกรคล้าย ๆ กัน ก็มีภาคีวิศวกร สามัญวิศวกร แล้วก็วุฒิวิศวกร สถาปนิกก็มาเหมือนกัน เราไปกันเขาทำไม เรื่องแบบนี้ เพราะฉะนั้นอันนี้ฝากท่านรัฐมนตรีนะครับ ถ้าใครมาลองไปดูหน่อยว่าเราเปิด กว้างดีไหม เพราะว่าจรรยาบรรณของสถาปนิกมันไม่ใช่คดีอาญานะครับ มันเป็นแค่คุณทำผิด ถูกลงโทษ ถูกพักใบอนุญาต มันไม่ได้เป็นคดีอาญาเลย เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ต้องควรเปิดโอกาส ผมก็เลยสงสัยว่า ถ้าเราเปิดกว้างจะดีกว่า🔗
ส่วนกรณีเรื่องสถาปนิกที่ไปทำงานต่างชาติ แล้วสถาปนิกที่เข้ามาในไทย ผมอยากให้สภาสถาปนิกดูแลสถาปนิกต่างชาติดีกว่า เพราะสถาปนิกต่างชาติเหล่านั้น ถ้ามาขึ้นทะเบียนแล้วท่านจะดูแลอย่างไร อย่างที่เพื่อนสมาชิกท่านณัฐวุฒิขออภัยที่ เอ่ยนามท่าน ท่านก็บอกว่าทางจีนก็เข้ามา ไทยก็เข้ามาโดยใช้คำสั่ง คสช. บ้าง ม. ๔๔ บ้าง ในกรณีสถาปนิกจีน วิศวกรจีน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้กฎหมายตรงนี้ผ่านไป สภาสถาปนิก จะดูแลสถาปนิกและวิศวกรเหล่านี้อย่างไร ก็เรียนถามท่านประธานฝากไปยังท่านรัฐมนตรีครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ครับ จากนั้นก็เป็น พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แล้วนายแพทย์ บัญญัติ เจตนจันทร์ นะครับ เชิญเลยครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตคลองเตย และเขตวัฒนา พรรคพลังประชารัฐค่ะ ท่านประธานคะวันนี้ดิฉันได้มีโอกาสขออภิปราย เกี่ยวกับเรื่องร่างพระราชบัญญัติสถาปนิก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เกี่ยวกับในเรื่องของ ร่างพระราชบัญญัตินี้ที่ดิฉันได้ศึกษาก็จะทราบถึงว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในสภาพปัญหาต่าง ๆ ที่ผ่านมา ปัจจุบันกฎหมายที่เกี่ยวกับผู้ประกอบการวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม ตามพระราชบัญญัติสถาปนิก พ.ศ. ๒๕๔๓ ใช้บังคับมาเป็นระยะเวลาพอสมควรแล้วนะคะ แต่ว่าบทบัญญัติบางมาตราก็ไม่เป็นไปตามสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งยังมีข้อที่ควรจะต้อง ปรับปรุงแก้ไขอยู่หลายประเด็นด้วยกันนะคะ ซึ่งประเทศไทยเราก็เข้าสู่ประชาคมอาเซียน (ASEAN) แล้ว แต่ว่ายังมีบทบัญญัติที่สนับสนุนในเรื่องของการประกอบวิชาชีพระหว่าง ประเทศให้เป็นกิจจะลักษณะ ทำให้กฎเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ดำเนินการในสภาพบังคับทางกฎหมาย ยังไม่สมบูรณ์ค่ะท่านประธานคะ ก็อาจจะก่อให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติ ในวงการวิชาชีพ สถาปัตยกรรมทั้งในประเทศแล้วก็ต่างประเทศ ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องการค้าเสรีแล้วก็บริการ ที่ประเทศไทยเข้าร่วมกับประเทศอื่น ๆ ซึ่งก็จะส่งผลกระทบเป็นอย่างมากต่อสภาพแวดล้อม ในการประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรม ซึ่งดิฉันขอสนับสนุนว่า ในส่วนของผู้ที่ยื่นในเรื่องของ ร่างพระราชบัญญัตินี้เพื่อเอามาแก้ไขก็เพื่อที่จะให้สภาได้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวบท กฎหมายที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ยังจะพบว่าปัญหาบางประการส่งผลกระทบการดำเนินงานของ สถาปนิกอย่างจริง ๆ ค่ะ อาจจะทำให้เกิดการลดลงหรือขจัดให้หมดไปโดยการปรับปรุง กฎหมายให้ดีขึ้น ซึ่งอันนี้ดิฉันถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมาก ๆ ส่วนเหตุผลที่ทางผู้ยื่นก็ได้ให้เหตุผลว่า ที่จะต้องมีเหตุผลและความจำเป็นในการที่จะต้องเสนอร่างเปลี่ยนแปลง เพราะว่าสถาปนิก ต่างชาติที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ตามข้อตกลงระหว่างประเทศ ซึ่งตรงนี้ถ้าเกิดว่าสามารถเข้ามา ประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมในประเทศไทย ก็จะทำให้ผู้ประกอบวิชาชีพ สถาปัตยกรรมที่ได้ใบอนุญาตจากสภาสถาปนิกแล้วสามารถขึ้นทะเบียนแล้วก็ไปประกอบ วิชาชีพในสถาปัตยกรรมในประเทศภาคีตามความตกลงระหว่างประเทศได้ ซึ่งสถาปนิกที่ เป็นต่างชาติถ้าขึ้นทะเบียนเรียบร้อยแล้วก็สามารถที่จะมาประกอบวิชาชีพในประเทศไทยได้ เช่นเดียวกันค่ะ สถาปนิกของประเทศไทยขึ้นทะเบียนกับสภาสถาปนิกก็สามารถจะไป ประกอบวิชาชีพในส่วนของต่างประเทศได้ และที่สำคัญเป็นประโยชน์กับประเทศตรงที่ว่า เราจะได้เผยแพร่ในส่วนของวิชาชีพต่าง ๆ ที่ทางสถาปนิกจะได้นำสถาปัตยกรรมหรือความคิดหรือไอเดีย (Idea) ต่าง ๆ ได้ไปเผยแพร่ ต่อประเทศภาคีต่าง ๆ ที่เราเป็นสมาชิกอยู่ ซึ่งขณะนี้ก็ต้องบอกว่าบทบัญญัติปัญหาที่เกิดขึ้นว่า ทำไมเราถึงต้องเปลี่ยนแปลง เพราะว่าบทบัญญัติมันยังไม่รองรับการดำเนินการหลาย ๆ ประเด็นด้วยกัน ซึ่งจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับวัตถุประสงค์ของสถาปนิก ซึ่งเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนคุณสมบัติ ลักษณะต้องห้าม และมาตรการทางจรรยาบรรณของสถาปนิกต่างชาติ และสถาปนิกที่ขึ้นทะเบียน และกำหนดให้สมาชิกสภาสถาปนิกทุกคนต้องปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ สถาปัตยกรรม ซึ่งอันนี้รวมไปถึงในเรื่องของการแก้ไขเพิ่มเติมอัตราค่าธรรมเนียม ท้ายพระราชบัญญัตินี้ด้วย จึงจำเป็นที่จะต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งดิฉันดูว่ามัน ก็สามารถที่จะครอบคลุมบางประเด็น แล้วก็อย่างเช่น การที่จะให้ทางสมาชิกที่มีใบอนุญาต และไม่มีใบอนุญาตให้ปฏิบัติตามมาตรฐาน และจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพสถาปัตยกรรม อย่างเช่น เหตุผลนี้เป็นต้น หรือแม้กระทั่งในส่วนของมาตรา ๙ ก็ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม ในเรื่องของกำหนดหน้าที่ของสมาชิกในการที่จะประพฤติปฏิบัติตนตามจรรยาบรรณ แห่งวิชาชีพสถาปัตยกรรมให้ชัดเจนยิ่งขึ้น และส่วนสำคัญก็คือประโยชน์ที่ประชาชนที่จะ ได้รับว่า การแก้ในส่วนของพระราชบัญญัติสถาปนิกนี้ประชาชนจะได้อะไร ซึ่งถือว่าจากการ ที่ดิฉันได้ศึกษา ก็อย่างที่เรียนให้ทราบว่ามันก็จะเป็นเพื่อรองรับในส่วนของพันธกรณีตาม ความตกลงระหว่างประเทศด้านการบริการสาขาสถาปัตยกรรม และจัดระเบียบการประกอบ วิชาชีพสถาปัตยกรรมให้เป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพนั้น ซึ่งอันนี้ดิฉันเห็นว่าก็คงต้องฝาก ในส่วนของชั้นกรรมาธิการที่จะเข้าไปศึกษาในข้อกฎหมายหลาย ๆ ประเด็นด้วยกันว่า ข้อได้เปรียบและเสียเปรียบทางข้อกฎหมายว่ามีประเด็นไหนที่เราควรจะต้องไปศึกษาให้ อย่างถ่องแท้และลึกซึ้ง เพื่อที่จะให้ข้อกฎหมายระหว่างประเทศนี้สามารถใช้การได้และไม่ได้ เกิดการได้เปรียบและเสียเปรียบ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือต่างชาติที่จะมาประกอบวิชาชีพ สถาปัตยกรรมในประเทศนั้น ๆ ก็ขอให้เกิดความเท่าเทียมกันแล้วก็เป็นประโยชน์ วันนี้ต้อง ขอขอบคุณผู้ที่เสนอร่าง ในส่วนของ ครม. ที่เสนอร่างพระราชบัญญัติสถาปนิกนี้มาอย่างว่า เป็นประโยชน์กับประเทศชาติเป็นอย่างมาก แล้วก็จะทำให้เกิดความเป็นธรรมในเรื่องของ การประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมนี้ แล้วก็ที่สำคัญดิฉันเองก็ฝากในส่วนของทาง ครม. ด้วยว่า ถ้าหากคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นมานี้ก็ขอให้ได้ศึกษาถ่องแท้ในเรื่องของ ข้อกฎหมายด้วยแล้วกัน ขอบพระคุณมากค่ะ🔗
ต่อไป พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ ในวาระนี้เป็น เรื่องของร่างพระราชบัญญัติสถาปนิก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขออนุญาตมีคำถามหลายคำถาม ท่านประธานครับ ในเรื่องของท่านรัฐมนตรี🔗
สิ่งแรกรัฐบาลเจตนาอะไรกันแน่ครับ เรื่องของการเอากฎหมายนี้เข้ามา เพราะว่ากฎหมายนี้จะรองรับสถาปนิกในอาเซียน (ASEAN) ลองนึกภาพท่านประธานครับ ขณะนี้รถไฟจีนจ่อเข้ามาที่เวียดนาม จ่อเข้ามาที่ลาวแล้ว แล้วสถาปนิกที่เกี่ยวกับเรื่อง การออกแบบพื้นที่เส้นทางต่าง ๆ มันราคาถูกหรือเปล่าครับ เข้ามาแย่งงานเราหรือเปล่า มีทุนใหญ่ครับท่านประธาน ทุนใหญ่ที่จะสร้างรางรถไฟ อย่างเช่น อีอีซี (EEC) ที่กำลังรอคอย อยู่นี้จะใช้สถาปนิกพวกนี้หรือเปล่า นี่เป็นคำถามแรกครับว่า เจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้ เพื่อให้สถาปนิกต่างชาติที่รอเวลาจะเข้ามาแย่งงานคนไทยใช่หรือเปล่า ในกฎหมายอันนี้ มีประเด็นอยู่ ๒ ประเด็นครับท่านประธาน🔗
เรื่องของประเด็นการเคลื่อนย้ายแรงงานระดับสูงที่เรียกว่า สถาปนิก เป็นแรงงานต่างชาติ ซึ่งอาจจะเข้ามาในภาพของสถาปนิกที่เกี่ยวกับโครงสร้างต่าง ๆ แต่ผมมองว่าขณะนี้เรากำลังพัฒนาประเทศเป็นประเด็น ๆ หนึ่งที่เกี่ยวกับเรื่องของการทำ ตามข้อตกลง ที่เรียกว่า มาร์ส (MRAs) นั้นก็คือเป็นส่วนหนึ่งของอาเซียน (ASEAN) จึงหยิบ ยกประเด็นนี้ขึ้นมา🔗
ประเด็นที่ ๒ คือในกฎหมายฉบับนี้มีการเปิดทางให้สถาปนิกต่างชาติเข้ามา แต่มีการกำหนดคณะกรรมการจรรยาบรรณขึ้นมาครับ อันนี้คือเป็นเรื่องห่วงใยครับ ท่านประธานครับ ในกฎหมาย ๒๕ มาตราดังกล่าวนี้ครับ ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นเรื่องของ อำนาจหน้าที่และชุดคณะกรรมการจรรยาบรรณที่จะมาพิจารณาในข้อบังคับของสถาปนิก ที่มี ว่าด้วยจรรยาบรรณของวิชาชีพสถาปัตยกรรม พ.ศ. ๒๕๕๘ ๒๔ ข้อครับ ผมเป็นห่วงแค่ หมวด ๔ ครับ หมวด ๔ ของมันก็คือตั้งแต่ข้อ ๑๙ ถึงข้อ ๒๔ เท่านั้นเอง ที่สถาปนิกต่างชาติ จะเข้ามาและจะรับไหวตั้งแต่ข้อ ๑๙ ข้อ ๒๐ ข้อ ๒๑ ข้อ ๒๒ เกี่ยวกับเรื่องของการแอบอ้าง คัดลอกหรือแม้กระทั่งการแสดงผลงานในด้านการแข่งขันกับผู้ประกอบอาชีพวิชาชีพอื่น ที่เหมือนกันแล้วก็แย่งงานในบางประเด็นนะครับ อันนี้คือจรรยาบรรณที่ปรากฏไว้ในข้อ ๑๙ ในเรื่องของจรรยาบรรณนั้นเป็นเรื่องของการตราข้อบังคับครับท่านประธาน ในจรรยาบรรณ ที่ผมกล่าวมาแล้ว ๒๔ ข้อนี้มาใช้กับคนต่างชาติด้วยนะครับ และอัตราค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมผมไม่ลงไปลึกครับเพราะเดี๋ยวมีเพื่อนสมาชิก แต่สิ่งสำคัญคือเรื่องของการ ส่งเสริมครับ สรุปอย่างนี้ครับท่านประธาน ว่าการมีกฎหมายฉบับนี้ต้องการส่งเสริมและ พัฒนาศักยภาพของสถาปนิกไทยและต่างประเทศใช่หรือไม่นะครับ สถาปนิกไทยตอนนี้ มี ๓๔,๐๐๐ ที่เป็นสมาชิกเศษ ๆ และได้รับใบอนุญาตประมาณ ๒๙,๐๐๐ ท่านเป็นผู้เดือดร้อน ในประเด็นพวกนี้ใช่หรือไม่ แล้วสเตกโฮลเดอร์ (Stakeholder) ที่เป็นสถาปนิกของไทยนี้ มีความพร้อมอย่างไร ในกฎหมายฉบับนี้การรับฟังผลของการรับฟังตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ จากผู้ที่เป็นสเตกโฮลเดอร์ (Stakeholder) จะต้องเกิดขึ้นอย่างชัดเจนนะครับ เพราะนี่คือ สถาปนิกที่ลงทะเบียนแล้วมีคุณสมบัติครบถ้วนของคนไทย พร้อมที่จะมีความเห็นของกฎหมาย ฉบับนี้ถูกต้องหรือไม่ นั่นคือมาตรา ๔๗ แห่งรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ครับท่านประธาน🔗
ในประเด็นถัดไปครับ สถาปนิกต่างประเทศที่ได้รับการพัฒนานั้น เป็นสถาปนิก ที่อยู่ในอาเซียน (ASEAN) แท้ ๆ ใช่หรือไม่นะครับ เพราะว่าในอาเซียน (ASEAN) มีประเทศ ที่จะมีสถาปนิกที่เก่งกว่าเราน้อยมากนะครับ นอกจากเป็นการสร้างนอมินี (Nominee) ขึ้นมา แล้วเพื่อเอามาใช้ในประเทศไทย บริษัททุนใหญ่ ๆ บางประเทศที่จะลดต้นทุน แต่ต้องการ ความเชี่ยวชาญ เช่น เส้นทางรถไฟที่กำลังเข้ามาในประเทศไทยของสายบางประเทศที่จะเข้ามา🔗
อันที่ ๒ การแลกเปลี่ยนความรู้ที่ก่อให้เกิดการพัฒนาเทคโนโลยี ดีครับ ผมไม่ปฏิเสธเลยว่าสถาปนิกในรูปแบบอื่นไม่จำเป็นจะต้องเป็นเรื่องของการก่อสร้างในทาง รถไฟ สถาปนิกในเรื่องของวิศวกร เรื่องของการก่อสร้างอาคารตึกสูงในประเทศ หรือแม้กระทั่งการสร้างอาคารอื่น ๆ อีกที่จะทำให้ประเทศเรามีเทคโนโลยี ขณะนี้เทคโนโลยี ล้ำมากแล้ว ทีนี้องค์กรสถาปนิกของไทยมีคอมเมนต์ (Comment) เรื่องนี้อย่างไรของกฎหมาย ในประเด็นของการแลกเปลี่ยนและหลักการที่จะเข้ามาทำงานร่วมกันในฐานะเป็นพาร์ตเนอร์ (Partner)🔗
สุดท้ายครับท่าน เป็นทางเลือกให้ประชาชนของคนไทยที่จะได้รับประโยชน์ คำถามคือ เมื่อสถาปนิกต่างชาติเข้ามาแล้วมีคณะกรรมการจรรยาบรรณ สิ่งสำคัญคือ จะต้องมีการเลือกกันครับ องค์คณะกรรมการอย่าเลือกโดยเขาไม่ยินยอมนะครับ เพราะว่า การไม่ยินยอมเป็นสิ่งหนึ่งที่ถูกเลือกโดยบังคับจากที่ประชุมนะครับ ฉะนั้นการยินยอม มีข้อสังเกตที่เกี่ยวกับเรื่องของการที่ถูกคัดเลือกในองค์กรของสถาปนิกระดับชาติเรา ที่จะพิจารณาเรื่องของการที่จะได้รับเกียรติเป็นผู้วินิจฉัยจรรยาบรรณในองค์กรนี้นะครับ🔗
สิ่งสุดท้ายครับท่านประธาน การอุทธรณ์ แต่ในคดีการพิจารณาเรื่อง จรรยาบรรณพวกนี้ก็ถือเป็นที่สุดนะครับ อันนี้ก็ต้องไปพูดตกลงกันกับผู้ที่เป็นสเตกโฮลเดอร์ (Stakeholder) ทั้งหมดว่ามันเป็นที่สุด ใช่หรือไม่ แต่คงเป็นที่สุดเฉพาะในเรื่องของจรรยาบรรณเท่านั้นเอง แต่เรื่องของการฟ้องร้อง คงไม่ใช่นะครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ แล้วจะเป็นคุณปดิพัทธ์ สันติภาดา และเป็นคุณกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ขอเชิญ นายแพทย์บัญญัติครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออภิปรายเห็นชอบกับหลักการและเหตุผล แห่งร่างพระราชบัญญัติสถาปนิก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แต่อย่างไรก็ตามกระผมก็ขอฝาก ข้อสังเกตให้คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นได้นำข้อสังเกตของกระผมไปประกอบในการ พิจารณาปรับปรุงร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ด้วยความเป็นห่วงกังวลดังนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ การที่ประเทศไทยจะต้องมีการปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้สถาปนิก ต่างชาติสามารถที่จะประกอบอาชีพในประเทศไทยได้ เช่นเดียวกันสถาปนิกไทยก็ไป ประกอบอาชีพในต่างประเทศ สำหรับประเทศที่มีความตกลงระหว่างประเทศกัน ผมเป็นห่วงอะไรครับ ข้อที่ ๑ ที่เป็นห่วงก็คือว่า เป็นห่วงว่าสถาปนิกไทยจะเสียเปรียบ สถาปนิกต่างชาติที่เข้ามาประกอบอาชีพในประเทศไทย แม้นว่าในปัจจุบันนี้คงปฏิเสธ ไม่ได้ว่าอาคารสูงต่าง ๆ หรืออาคารที่มีรูปแบบนวัตกรรมใหม่ ๆ ต่าง ๆ เขาล้วนแต่ออกแบบ โดยสถาปนิกต่างชาติ แต่ว่ากฎหมายเก่าจะต้องให้สถาปนิกไทยเซ็นแบบ แต่รายการออก กฎหมายในครั้งนี้ทำให้สถาปนิกต่างชาติสามารถเซ็นแบบเองได้ ในส่วนนี้ความกังวลก็คือว่า เมื่อเปิดเสรีเช่นนี้แล้วสถาปนิกไทยมีความสามารถในการแข่งขันมากน้อยเพียงใด จำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องพิจารณาว่าระบบการศึกษาสถาปนิกไทยมีอะไรที่ขาดบ้าง หรือรัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทยก็ดีมีอะไรที่จะหนุนเสริมให้สถาปนิกไทยมีความสามารถ ในการแข่งขันกับยักษ์ใหญ่ต่างประเทศได้ ในส่วนนี้เป็นความกังวล แม้นว่าเรื่องสถาปนิกนั้น ไม่สามารถปิดกั้น เพราะสถาปนิกมันมี ๒ ส่วน ส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ หรือเรียกว่าครีเอทิวิตี (Creativity) ในส่วนนี้ไม่มีพรมแดนอยู่แล้ว ถ้าเกิดการเปิดกว้างเพื่อให้ สถาปนิกต่างชาติเข้ามาประกอบอาชีพในเมืองไทย เราก็จะได้แนวคิดเรื่องการออกแบบ สร้างสรรค์ครีเอทีฟ (Creative) ผลงานทางสถาปัตยกรรมได้ แต่ในส่วนของแมนวล (Manual) หรือการใช้ทักษะฝีมือในการเขียนแบบ ซึ่งปัจจุบันก็ใช้คอมพิวเตอร์เป็นส่วนใหญ่ แล้ว ในส่วนนี้ผมคิดว่าก็คงไม่ค่อยเป็นปัญหาเท่าไร ในปัญหาเรื่องของความสามารถในการ แข่งขันนั้นก็อย่าปล่อยให้กฎหมายฉบับนี้ให้สถาปนิกต่างชาติเข้ามารับใบอนุญาตประกอบ วิชาชีพสถาปนิกง่ายจนเกินไป จำเป็นจะต้องให้มีการทดสอบ มีการสอบ ที่สำคัญก็คือ เขาจะต้องเข้าถึงความเป็นคนไทย ความเป็นไทยของเรา ไม่ใช่ออกแบบอาคารต่าง ๆ เป็น รูปทรงที่ไม่เหมาะกับวัฒนธรรมไทย ก็จะทำให้รูปแบบของประเทศไทยของเราไม่มีเอกลักษณ์ ในส่วนนี้ก็ขอฝากไว้ แล้วก็ถ้าหากว่าสามารถทำประเทศไทยเป็นฮับ (Hub) ของการออกแบบ สถาปัตย์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาคารสถานที่ก็ดี เรื่องของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ แพ็กเกจจิง (Packaging) ต่าง ๆ ก็ดี ประเทศไทยเป็นฮับ (Hub) ของการออกแบบ การนำสถาปนิก ต่างชาติเข้ามาก็ไม่ต่างอะไรกับการที่ประเทศไทยเป็น เมดิคัลฮับ (Medical Hub) หรือฮับ (Hub) ทางด้านสุขภาพ โรงพยาบาลเอกชนของเราต่างชาติเข้ามาทำรายได้ให้ประเทศ จำนวนมาก สถาปนิกก็เช่นเดียวกัน สถาปนิกไทยเราไม่เพียงพอ เราก็นำสถาปนิกต่างชาติ เข้ามา แต่การออกข้อสอบนั้นอย่าให้ง่ายจนเกินไป🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องที่กังวลก็คือว่า อย่าให้ต่างชาติมาเป็นผู้เซ็นออกแบบงาน สถาปัตยกรรมซึ่งเป็นงานเอกลักษณ์ไทย งานเรื่องของศิลปวัฒนธรรมไทย เรื่องของ โบราณสถานต่าง ๆ ที่เป็นเรื่องในเชิงสัญลักษณ์ของประเทศไทย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง รักษาศักดิ์ศรีและเอกลักษณ์ของความเป็นไทย อย่าให้สถาปนิกต่างชาตินั้นเป็นคนรังสรรค์ สร้างผลงานทางด้านสถาปัตยกรรมในงานประเภทนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรมศิลปากรนะครับ เพราะว่าสภาวิชาชีพสถาปนิกสามารถที่จะออก หลักเกณฑ์และกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เพื่อสงวนสิทธิในการที่สถาปนิกไทยจะต้องเป็นคนเซ็นแบบ แม้นว่าสถาปนิกต่างประเทศนั้นเป็นคนออกแบบก็ตาม แต่การตรวจแล้วก็การดูความเหมาะสม ในเรื่องของรูปแบบต่าง ๆ ของสถาปัตยกรรมเหล่านั้นจำเป็นที่จะต้องใช้สถาปนิกไทยที่มี จิตวิญญาณของความเป็นคนไทยเพื่อรักษาเอกลักษณ์ แล้วก็รูปแบบของศิลปวัฒนธรรมไทย ที่จะต้องสืบทอดต่อไปในรุ่นลูกรุ่นหลานต่อไปนะครับ ผมก็ขอฝากข้อสังเกตของผมไว้ เพื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นนี้ได้นำสิ่งที่ผมฝากข้อสังเกตนี้นำไปพิจารณาด้วย ก็ต้องเข้าใจนะครับว่า สถาปนิกต่างชาตินั้นเมื่อเขามาประกอบอาชีพ มีรายได้แล้วเขาก็ อาจจะกลับประเทศเขา เมื่อความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องความรู้ในการออกแบบ ที่จะทำให้อาคารสถานที่นั้นมีความแข็งแรง เกิดออกแบบแล้วไม่แข็งแรงเวลาเราจะฟ้องร้อง ความเสียหายที่เกิดขึ้นเราก็ไม่สามารถที่จะตามตัวเขามารับผิดชอบในเรื่องของความเสียหายได้ เพราะฉะนั้นการที่จะให้สถาปนิกต่างชาติมีสิทธิเสรีภาพทุกสิ่งทุกอย่างเท่าเทียมกับ สถาปนิกไทยนั้นก็อยากจะให้นำเรื่องนี้ไว้พิจารณาด้วยนะครับ อย่างไรเสียกรรมาธิการ วิสามัญคงจะรับข้อสังเกตผมนำไปปรับปรุงร่างครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ครับ ต่อไปนายปดิพัทธ์ สันติภาดา ผมเรียนเพิ่มเติมนะครับ หลังจากนั้นจะมีนายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ และมี พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง มีศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม มีคุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เมื่อจบคุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ แล้ว ผมจะขอให้ท่านผู้ชี้แจงได้ชี้แจง ถ้าใครยังมีข้อสงสัย ก็อนุญาตให้ถามได้ต่อครับ ต่อไปคุณปดิพัทธ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคก้าวไกลนะครับ ในส่วนของหลักการของกฎหมายฉบับนี้ ผมคิดว่าหลักใหญ่ใจความเพื่อนสมาชิกก็ได้อภิปราย ไปแล้ว ผมจะขอถามเพื่อความชัดเจนในหลายประเด็นเพื่อการพิจารณา แล้วก็เป็นประเด็น ในวาระที่ ๒ ต่อไปด้วยนะครับ🔗
ประเด็นแรกที่ผมอยากสอบถามก็คือ บทบาทของสภาสถาปนิก ในเมื่อมีการ ออกใบอนุญาต มีการควบคุมด้านจริยธรรมจรรยาบรรณใช่ไหมครับ แล้วก็มีการเพิกถอนได้ มันแตกต่างกับสภาวิชาชีพอื่น ๆ อย่างไร ที่เป็นอาชีพควบคุมนะครับ และถ้ามันเหมือนกัน ทำไมถึงไม่ได้ใช้คำว่าเป็นสภาวิชาชีพ เพราะว่าเราเพิ่งผ่าน พ.ร.บ. วิชาชีพการสัตวบาลไป ซึ่งหลักใหญ่ก็จะคล้าย ๆ กัน เพื่อเตรียมความพร้อมของประเทศไทยต่ออุตสาหกรรมใหม่ ในอนาคต แล้วก็ความสัมพันธ์กับต่างประเทศ รวมถึงยกระดับมาตรฐานของบุคลากร ในประเทศไทย แต่ว่าคำศัพท์ที่ใช้ต่างกันอาจจะทำให้ผู้บังคับใช้หรือว่าพี่น้องประชาชนที่ ได้รับผลกระทบเกิดความสับสนได้นะครับ🔗
ประการที่ ๒ มันจะมีการปรับอัตราค่าธรรมเนียมในหลายหมวดด้วยกันนะครับ หมวดแรกที่เป็นใบอนุญาตผู้ประกอบวิชาชีพคงไว้ตามเดิมนะครับ แต่ค่าต่ออายุใบอนุญาต มีการเพิ่ม ๒ เท่าโดยประมาณนะครับ อย่างเช่น วุฒิสถาปนิกเพิ่มเป็น ๖,๐๐๐ บาท จาก ๓,๐๐๐ บาท ระดับสามัญเพิ่ม ๔,๐๐๐ บาท เป็น ๒,๐๐๐ บาท แล้วพอไปดู ในเรื่องของค่าต่อใบอนุญาตนิติบุคคลก็ปรับเพิ่มเล็กน้อยนะครับ แต่ทีนี้การปรับเพิ่มพวกนี้ ผมอยากถามว่าหลักการในการคิดอยู่ที่ไหน เพราะว่าถ้าเราไปดูในชั้นของกรรมาธิการ งบประมาณก็จะเห็นว่าสภาสถาปนิกได้ขอเงินอุดหนุนจากกระทรวงมหาดไทยเพิ่มเติม ซึ่งมี การอนุมัติจากสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทยเพิ่มเติมปลายปี ๒๕๖๕ ๓ ล้านบาท ทีนี้ใน เมื่อต้องขอเงินอุดหนุนเพิ่มเติม แต่ว่าค่าธรรมเนียมกลับเพิ่มขึ้นไม่ได้สูงขึ้นนักนะครับ ในขณะเดียวกันค่าธรรมเนียมที่ปรับสูงขึ้น สถาปนิกรุ่นใหม่ ๆ เขาก็ถามว่าหลักการมันอยู่ ที่ไหน คือตอนนี้มันมีเสียงสะท้อนเข้ามาทั้ง ๒ ด้าน ฝั่งหนึ่งก็บอกว่าการปรับสูงขึ้นนั้น ดูเหมือนจะไม่มีหลักการและไม่มีความจำเป็น เพราะภารกิจแล้วก็กิจกรรมของสภาก็ไม่ได้ มีอะไรที่ต้องใช้งบประมาณมาก แต่ในชั้นของกรรมาธิการงบประมาณก็เกิดคำถามว่า แล้วภารกิจงบประมาณการบริหารจัดการนั้นเป็นอย่างไร จึงต้องมีการขอเงินสนับสนุนจาก กระทรวงมหาดไทยเพิ่มเติม อันนี้เป็นคำถามที่อยากฟังจากผู้มาเสนอร่างนะครับ🔗
ประการต่อมานะครับ ก็คือตอนนี้แนวทางของการเกิดขึ้นของสภาสถาปนิก แล้วก็บทบาทที่จะเพิ่มขึ้นแล้วก็ตอบรับต่อสถาปนิกต่างชาติ ผมกลับมีข้อสังเกตและอยากจะ เสนอให้มีการพิจารณาในเรื่องของภารกิจ แล้วก็ยุทธศาสตร์ หรือทิศทางของวงการสถาปนิก ของประเทศไทย ตอนที่ผมอยู่ที่ประเทศสิงคโปร์การออกแบบถือเป็นหัวใจหลักของการ พัฒนาประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการอนุรักษ์ย่านเก่าที่มีสถาปนิก สถาปัตยกรรมอย่างเปอรานากัน (Peranakan) หรือว่าในสถานที่อย่างราฟเฟิลส์ (Raffles) หรือว่าอยู่ที่มารีน่าเบย์ (Marina Bay) เป็นต้น ในขณะเดียวกันก็พัฒนาประเทศให้ก้าวล้ำไปข้างหน้าได้ด้วยเทคโนโลยีทันสมัย และเทคโนโลยีสีเขียว เพราะฉะนั้นผมจะบอกได้เลยว่าในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา ประเทศ สิงคโปร์ลงทุนกับการออกแบบประเทศด้วยสถาปัตยกรรมสูงมาก และกลายเป็นมูลค่า ทางเศรษฐกิจ เป็นคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน แล้วก็เป็นความมั่นคงในการพัฒนา ประเทศ แต่พอเราย้อนดูในประเทศไทยตอนนี้เรามีเศษซากการออกแบบที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์ มากมายเหลือเกิน ในขณะเดียวกันสถานีรถไฟอย่างหัวลำโพงก็กำลังถูกตั้งคำถามว่าจะต้อง ถูกกลายเป็นเครื่องมือของนายทุนในการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ แล้วสถาปัตยกรรมที่จะมา ออกแบบก็เป็นการออกแบบเพื่อนายทุน แต่ไม่ได้เป็นการออกแบบเพื่อรักษาสิ่งที่มีคุณค่า ในประเทศไทยเอาไว้ แล้วก็เอื้อต่อคนตัวเล็กตัวน้อยหรือเปล่า เรื่องแบบนี้กฎหมายฉบับนี้ อาจจะไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงนะครับ แต่ผมอยากสอบถามถึงภารกิจของวงการสถาปนิกของ ประเทศไทย แล้วก็บทบาทของกระทรวงมหาดไทยในฐานะที่ท่านเป็นผู้กำกับดูแลด้วย🔗
อันต่อมาก็คือว่าตอนนี้ในประเทศไทยนั้นถูกตั้งคำถามมากในการออกแบบ ยุคใหม่ ที่เราจะต้องมีการออกแบบนำเอาอินคลูซีฟดีไซน์ (Inclusive design) มาใช้มากขึ้น เพื่อจะรองรับสังคมผู้สูงอายุในอนาคต แล้วก็โอบรับความหลากหลายของผู้พิการ ผู้ที่ไม่สามารถใช้ร่างกายได้อย่างเต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่พอเราไปดูตอนนี้การออกแบบ ใหม่ ๆ ที่เราไปเปิดตามอาคารสถานที่ราชการ หรือแม้แต่สภาแห่งนี้ก็ยังไม่ได้มีอินคลูซีฟ ดีไซน์ (Inclusive design) ใด ๆ ที่จะทำให้ผู้พิการและผู้สูงอายุสามารถใช้งานสภาแห่งนี้ได้ อันต่อมาก็คืออย่างเช่นในจังหวัดพิษณุโลก เราเองก็มีปัญหาในเรื่องของการออกแบบ เหมือนกันนะครับ พอเราถูกประกาศให้เป็นเขตอนุรักษ์เมืองเก่า ตอนนี้เกิดคำถามว่า เมืองเก่ากับการพัฒนาเมืองจะอยู่ร่วมกันอย่างไร ในเมื่อเมืองเก่าของพิษณุโลกนั้น ไม่เหมือนกับสุโขทัยที่มีวัดวาอารามให้เห็นเด่นชัด แต่พิษณุโลกมีกำแพงเมืองเก่าที่อยู่ใต้ดิน แต่พอประกาศเขตเมืองเก่าแล้วก็ไม่สามารถ เกิดคำถามว่าแล้วเราจะสามารถขึ้นตึกสูง ได้หรือเปล่า เราจะสามารถทาสีบ้านได้แตกต่างไปจากที่กรมศิลปากรกำหนดได้หรือเปล่า จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีความชัดเจน เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ทำให้มันเป็นอุปสรรคในการวาง ทิศทางของเมือง มันเป็นอุปสรรคในการวางทิศทางงบประมาณ มันเป็นอุปสรรคในการที่ ประชาชนจะมีส่วนร่วมในการออกแบบบ้านเมืองของเขาได้ ผมอาจจะพูดเกินในสิ่งที่อยู่กับ กฎหมายนี้ไปมากนะครับ คำถามหลักของผม อยู่ที่เรื่องของอัตราค่าธรรมเนียมแล้วก็เรื่อง ของการบริหารจัดการงบประมาณ แต่สิ่งที่ผมอยากจะฝากไว้ให้กับสภาแห่งนี้แล้วก็ทาง ผู้เสนอร่างได้พิจารณา ก็คือเป็นความสำคัญของวงการนี้ที่จะทำให้ประเทศของเรานั้น พัฒนาขึ้นไปได้ แล้วก็เป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน เป็นการพัฒนาที่ต่อยอดจากวัตถุดิบ จากทรัพยากร จากวัฒนธรรม แล้วก็ไม่ทำให้การก่อสร้างต่อไปนี้ในประเทศไทยเรากลายเป็น ก่อสร้างที่ล้มเหลวนะครับ สิ่งที่ผมห่วงมากอีกอันหนึ่งก็คือเรื่องของแฟลตริมทางรถไฟ หรือว่าบ้านเคหะ บ้านมั่นคงต่าง ๆ ที่จะสร้าง ตั้งแต่ภาคเหนือยาวไปถึงภาคใต้ด้วยกัน เรามี ตัวอย่างมากมายของการออกแบบที่ล้มเหลวแล้วนะครับ เพราะแทนที่เราจะพัฒนาชีวิตและ ความมั่นคงของพี่น้องประชาชนที่เป็นคนยากคนจน แต่เรากลับทำให้เกิดสลัมรูปแบบใหม่ ต่าง ๆ ทั่วประเทศตอนนี้ แล้วก็แลกมากับการพัฒนาประเทศและความมั่งคั่งของนายทุน เพราะฉะนั้นตรงนี้ละครับผมอยากเห็นเป็นภารกิจและเป็นหัวใจของสภาสถาปนิกที่จะทำให้ เกิดทิศทางในการพัฒนาประเทศ และคอนทริบิวต์ (Contribute) สิ่งที่ดีงามเหล่านี้ให้กับ ประเทศได้นะครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปนายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม กษิดิ์เดช ชุติมันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๘ พรรคพลังประชารัฐ ขออภิปรายเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติสถาปนิกนะครับ ว่าที่มาที่ไปของวัตถุประสงค์ในการ แก้ที่ทางคณะผู้นำเสนอได้ชี้แจงไว้แล้ว ก็ต้องมาทำความเข้าใจกันก่อนว่าวัตถุประสงค์ในการ แก้ พ.ร.บ. สถาปนิก ข้อแรก สถาปนิกต่างชาติ ในส่วนของข้อดีที่จะเปิดกว้างให้สถาปนิก ต่างชาติ เราก็ต้องมามองว่าเมื่ออดีต ๑๐ ๒๐ ๓๐ ปีที่แล้ว ทางตะวันออกกลางเขามีการ พัฒนาอย่างก้าวกระโดด อย่างเช่น ตะวันออกกลางก็มีอาหรับเอมิเรตส์ ดูไบ หลายประเทศ ที่มีบริษัทใหญ่ ๆ ของอเมริกันมา อย่างเช่น ฟิลิพพ์ ฮอลซ์แมนน์ หรือหลายบริษัทที่เขามาทำ ประเทศเขาว่าจ้างมาทำงานพัฒนาประเทศ ซึ่งบุคลากรในประเทศเขาไม่มีความรู้ ความสามารถเพียงพอ มาสร้างเมืองทั้งเมือง เนรมิตเมืองทั้งเมืองสำหรับคนที่มีกำลัง จะว่าจ้างให้เป็นตามความต้องการของผู้ว่าจ้าง อันนี้เขาเปิดกว้างมาก เราวันนี้ได้มีโอกาสมา แก้ พ.ร.บ. สถาปนิก ผมคิดว่าตรงนี้น่าสนใจ แล้วก็มาดูรายละเอียดว่ามีข้อดีข้อเสียอย่างไร ในส่วนตรงนี้อย่างแรกมองง่าย ๆ เลยในเรื่องของรูปแบบและราคา ทั้งโลกมีทั้งของถูกของแพง ตามความต้องการของผู้ว่าจ้าง อันนี้เราเปิดกว้าง จีนจะมาลงทุนในไทยก็ได้ สถาปนิกจีน จะมางานทำในไทยก็ได้ มาร่วมงานกับคนไทยก็ได้ นี่คือข้อดีว่าผู้ว่าจ้างสามารถเลือกผู้รับจ้าง ได้ตามความเหมาะสมของงาน ข้อ ๒ แก้ไขเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ของการควบคุมงานและ ความประพฤติการออกแบบ อันนี้จะเห็นเลยนะครับเกี่ยวกับเรื่องจรรยาบรรณล้วน ๆ เลย นะครับ ในข้อ ๓ ข้อ ๗ ข้อ ๘ ข้อ ๙ ข้อ ๑๐ ข้อ ๑๑ เกี่ยวกับเรื่องจรรยาบรรณของสถาปนิก ล้วน ๆ ผมจะมาพูดเรื่องจรรยาบรรณตรงนี้ว่า ทำไมถึงต้องมาลงรายละเอียดเรื่องของ จรรยาบรรณ เพราะว่าอย่าลืมครับว่าการก่อสร้างทุกอย่างต้องเริ่มจากแบบก่อน ฉะนั้นการ เริ่มจากแบบก่อนผู้ออกแบบถ้ามีจรรยาบรรณก็จะไม่คำนึงถึงผู้ว่าจ้างว่ามีความประสงค์ จะต้องการให้แบบวิลิศมาหราขนาดไหน มีงบประมาณเท่าไร เขาจะออกแบบไปตาม อำเภอใจ ผมเข้าใจว่าถ้าโดยความประสงค์เรื่องจรรยาบรรณคงเป็นเรื่องของการล็อกสเปก (Lock spec) ว่าผู้ออกแบบสามารถที่จะล็อกเพื่อให้เลือกผู้รับจ้างได้ หรือล็อกวัสดุอุปกรณ์ ที่ทางผู้ว่าจ้างจะต้องยอมรับในการออกแบบของผู้รับจ้าง อาจจะส่งผลให้ราคาสูงกว่ากำหนด หรือว่าเป็นการล็อกสเปก (Lock spec) ในเรื่องของผู้รับจ้างสามารถเข้าและมีกี่เจ้า อย่างเช่น การเสนอทีโออาร์ (TOR) ผมเชื่อว่าในส่วนของสถาปนิกมีส่วนมากเลยในการที่จะเข้าไป ควบคุมในกระบวนการพวกนี้ ก็คิดว่าการแก้ไข พ.ร.บ. สถาปนิกมีส่วนที่จะเกิดการพัฒนา ที่ดีขึ้น ข้อที่ ๔ สถาปนิกฝรั่งออกแบบควบคุมงานได้ อันนี้ดีนะครับ แน่นอนที่สุดเราก็ทราบกัน อยู่นะครับ หน่วยงานของเราหลายอย่างที่ในองค์กรของภาครัฐ อย่าง กทม. สำนักพัฒนา ที่อยู่อาศัยใช่ไหมครับ ไม่อยากจะพูดว่าบางทีสถาปนิกตบยุงกันเลยนะครับ หน้าที่ของ สถาปนิกในหน่วยงานบางทีก็ต้องออกไปเพื่อจะออกแบบร่วมกับวิศวกร หลาย ๆ ท่านสังเกต นะครับเราไม่ใช่อย่างญี่ปุ่นงานเรามองไปเลยนะครับ ถ้าเป็นงานปรับปรุงก่อสร้างตาม โรงเรียนออกแบบกันอิเหละเขะขะ นี่คือสถาปนิกไม่ลงไปยุ่งเลยนะครับ วิศวกรเขาก็ทำว่านี่ แข็งแรงดี วัสดุนี้เหมาะสมในการใช้งาน ดังนั้นการทำงานของสถาปนิกก็เลยดูเหมือนไม่ค่อย มีประโยชน์ แต่อันนี้จะไปว่าเขาอย่างเดียวไม่ได้ เพราะว่าบุคลากรทางการออกแบบปัจจุบัน ยังขาดอยู่มาก ในการแก้ไขผลตอบแทนเกี่ยวกับ พ.ร.บ. สถาปนิกต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นผมก็ว่า มันดีนะครับ แล้วก็ได้มีการถามถึงวิศวกรด้วย ความจริงแล้วควรจะพิจารณาไปพร้อม ๆ กัน พ.ร.บ. วิศวกร ก็มองว่าเขาก็พอใจนะครับในกฎหมายฉบับของเขา วิศวกรนะครับ ฉะนั้น ใน พ.ร.บ. สถาปนิกในการแก้ครั้งนี้ผมถือว่าเป็นการปรับเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความทันสมัย และมีประโยชน์ ในส่วนของการทำงาน การออกแบบทั่ว ๆ ไป หลายท่านจะทราบดีถ้าท่านขออนุญาต ออกแบบบ้าน ก่อสร้างบ้านไม่เกิน ๑๕๐ ตารางเมตร ไม่ต้องอาศัยในส่วนของการเซ็นรับรอง แบบของสถาปนิก ตอนนี้เราอาจจะพิจารณาว่าไม่ถึง ๑๕๐ ตารางเมตร ก็ใหญ่นะครับ ควรจะมีสถาปนิกรับรองไหม อันนี้ก็ต้องมาพิจารณากันตามความเหมาะสม แต่ว่าปัจจุบันนี้ การขออนุญาตอาคารอะไรก็ตามแต่ ความรับผิดชอบโดยรวมมันจะเกิดกับสถาปนิก ผู้ควบคุมงาน แล้วก็วิศวกรผู้ควบคุมงานเป็นหลัก ถ้ามีการก่อสร้างที่ผิดไปจากแบบ อันนี้ ทางกฎหมายเราก็ครอบคลุมอยู่แล้ว ส่วนกฎหมายในร่างนี้ที่เสนอไปผมว่าเกี่ยวกับ ความรับผิดชอบของสถาปนิกต่างชาติที่จะเข้ามารับงานในไทย พูดถึงเรื่องคุณสมบัติ ประวัติ ของสถาปนิกว่าศึกษามาด้านนี้จริงไหม จบไหมอะไรอย่างนี้ ถ้าท่านอยู่วงการสถาปนิก ท่านจะรู้เลยว่าวัฒนธรรมของสถาปนิกกับวัฒนธรรมของวิศวกรตอนนี้เปลี่ยนไปมากแล้ว คนรุ่นใหม่หนักกว่าเดิมนะครับ ในการเข้าไปล้วงลูกของผู้รับจ้าง ในการแย่งชิง แย่งฟันกัน มันต่างจากสมัยโบราณมาก หลายท่านบอกทำไมผมรู้ เพราะผมไม่ได้หยุดเลย ทำในเรื่องของ งานควบคุมการก่อสร้างใหญ่ ๆ ผมก็จะรู้ว่าวัฒนธรรมขององค์กร แล้วก็วัฒนธรรมของ บุคลากรที่เปลี่ยนไป ถ้ามีกฎหมายนี้มันจะเป็นการที่สามารถให้เราควบคุม แล้วบังคับใช้ให้ เกิดประโยชน์ ก็จะมามองเรื่องหน่วยงานราชการที่ในเรื่องของ พ.ร.บ. เดิมก็ค่อนข้างจะดี อยู่แล้ว และรัดกุมอยู่แล้ว หลายท่านก็วิตกกังวลว่าการแก้ไขครั้งนี้จะทำให้มันแย่ลงไปไหม ผมยังเชื่ออยู่นะครับว่าน่าจะเป็นการแก้ไขในการทำให้ดีขึ้นครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ผมมีประเด็นที่เมื่อรับหลักการ ไปแล้วอยากจะฝากคณะกรรมาธิการ และส่วนหนึ่งก็ต้องขอตั้งคำถามกับผู้มาชี้แจง ในเบื้องต้นในคำถามที่ผมจะถาม คือในพระราชบัญญัติฉบับนี้จริง ๆ มันเป็นพระราชบัญญัติ คุ้มครองอาชีพสถาปนิกของประเทศไทย ในกฎหมายเดิมเราจะมีอยู่ ๕ สาขา สาขาที่ ๑ คือสาขาสถาปัตยกรรมหลัก สาขาที่ ๒ ก็คือสาขาสถาปัตยกรรมผังเมือง สาขาที่ ๓ คือสาขาภูมิสถาปัตยกรรม สาขาที่ ๔ คือสาขาสถาปัตยกรรมภายในและมัณฑนศิลป์ สาขาที่ ๕ ก็คือสาขาสถาปัตยกรรมอื่นที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง ท่านมาเพิ่มเป็นสถาปนิก ต่างชาติ ประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนถามก็คือ ท่านมาแก้ไขมาตรา ๔๕ ท่านแก้ไขว่า ห้ามมิให้ผู้ใดประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุม หรือแสดงด้วยวิธีอื่นใด ให้ผู้อื่นเข้าใจว่า ตนพร้อมที่จะประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมสาขาใด เว้นแต่ได้รับอนุญาต เรื่องนี้ เป็นเรื่องใหญ่พอสมควรการอนุญาตของท่าน ที่ท่านมาเติมก็คือ หรือเป็นผู้ประกอบวิชาชีพ สถาปัตยกรรมควบคุมสถาปนิกต่างชาติ ตามที่ประกาศตามมาตรา ๔๙/๑ วรรคสอง ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมอยากเรียนถามก็คือว่า เนื่องจากมาตรา ๔๕ เดิม ในภายใน ของเรา เราก็กำหนดขอบเขต กำหนดหน้าที่การงานของสถาปนิกภายในของเรา มีการ กำหนดทั้งภาคี กำหนดสามัญวุฒิของคนไทยที่ไม่สามารถจะเซ็นข้ามหน่วยงาน หรือเซ็นข้าม สถาปนิกไปได้ แต่พอเรามาเป็นสถาปนิกต่างชาติ ก็อยากถามว่าต่างประเทศเขามีการกำหนด ไว้เหมือนกฎหมายไทยไหม คือสามารถเซ็นข้ามได้ไหม หรือไม่มีล็อกแบบสถาปนิกของ เมืองไทย อันนี้อยากให้ตอบนะครับ แล้วขอบเขตของสถาปนิกต่างชาติเหมือนกับที่กำหนดไว้ ในสถาปนิกเมืองไทยไหม สมมุติว่าเราไปร่วมกับต่างประเทศ และที่สำคัญคือต่างประเทศ มีระดับการทำงานใบอนุญาตเหมือนเมืองไทยไหม และประการสุดท้าย ถ้าไม่เหมือนท่านได้มี เกณฑ์ตรงนี้อย่างไร อันนี้ก็อยากจะเป็นคำถาม🔗
อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือมาตรา ๒๓ ที่ท่านให้ยกเลิกค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัติ สถาปนิกปี ๒๕๔๓ และกำหนดขึ้นมาใหม่ ท่านประธานที่เคารพครับ การที่กำหนดขึ้นมาใหม่ เราจะพบว่ามีค่าธรรมเนียมที่ใบอนุญาตของสถาปนิกขึ้นเป็น ๒ เท่า ท่านไปดูใน (๒) นะครับ ขึ้นจากเดิม ๓,๐๐๐ บาท เป็น ๖,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาท เป็น ๔,๐๐๐ บาท ตรงนี้ยังไม่ร้ายเท่า ในอีกวงเล็บหนึ่งก็คือ การขออนุญาตใบอนุญาต ท่านก็เพิ่มจาก ๕๐๐ บาท เป็น ๑,๐๐๐ บาท คือขออนุญาตแต่ละโครงการของสถาปนิกที่อนุญาต ตรงนี้อยากให้ท่านไปดูอย่างใบของ อย. ใบของทางผู้ประกอบวิชาชีพของแพทย์นะครับ เภสัช เวลาเขาผ่าตัดทีเขาไม่ต้องขออนุญาต ของท่านจะ ๑ โครงการก็ต้องขอเงินเขา ๑,๐๐๐ บาท แล้วผมไม่รู้ว่าในประเทศมันมีกี่แสน โครงการ แล้วทำไมท่านไปผลักภาระให้นะครับ อันนี้ก็อยากจะฝากว่าในเรื่องใบอนุญาต ตรงนี้การมาเพิ่มนี่ถ้าจะเพิ่มควรจะลดอันเดิมด้วยซ้ำ น่าจะเหลือ ๒๐ บาท🔗
แล้วประการสุดท้ายที่สำคัญมาก ก็คือปรากฏว่าใน พ.ร.บ. ของท่าน มาตรา ๔ ท่านให้ไปออกกฎกระทรวง กฎกระทรวงของท่านโดยเฉพาะในเรื่องการจัดสรร เผอิญท่าน ผู้มาชี้แจง ท่านรัฐมนตรีนี่อาจจะตรงกับท่านพอดี ใน พ.ร.บ. ของสถาปนิกนี่ในสาขา สถาปัตยกรรมและผังเมือง การจัดรูปที่ดิน การจัดสรรที่ดิน นิคมอุตสาหกรรมต้องได้รับ อนุญาตจาก พ.ร.บ. สถาปนิก แต่พอไปดู พ.ร.บ. จัดสรรที่ดินไม่มีที่จะให้สถาปนิกไป มันก็เกิดประเด็นที่มีปัญหา มีหลายโครงการครับ โครงการใหญ่ ๆ สมัยที่ผมรับราชการอยู่ ปรากฏว่าไม่มีขาสถาปนิกเซ็น ก็อ้างว่าในกฎหมายจัดสรรที่ดิน ถ้าท่านทำนิคมอุตสาหกรรม จะนะท่านก็จะต้องมีการจัดรูปที่ดิน จะต้องมีสถาปนิกเซ็น ปรากฏว่าในกฎหมายจัดสรรที่ดิน ไม่มี อยากจะฝากตรงนี้ในการแก้กฎหมายเป็นข้อสังเกตนะครับ เพราะว่าสถาปนิก มีความสำคัญต่อผังเมืองมาก ผังเมืองมีความสำคัญต่อแผ่นดิน ต่อประเทศชาติ ผมจึง อยากจะตั้งข้อสังเกตที่ตั้งเป็นคำถามว่า เมื่อถ้าจะมีการปรับปรุงก็ขอให้ปรับปรุงให้รอบด้าน และท้ายที่สุดคือผังเมืองหรือสถาปนิกจะอยู่คู่ ไม่ใช่คู่กับสภา จะคู่กับแผ่นดิน คู่กับชุมชน คู่กับบ้านเมือง ดังนั้น พ.ร.บ. ฉบับนี้จึงมีความสำคัญครับ กราบขอบพระคุณมากครับ🔗
ต่อไปศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช วันนี้ผมขอร่วมอภิปราย เพื่อรับหลักการร่างพระราชบัญญัติสถาปนิก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ผมคิดว่าการแก้ไข พระราชบัญญัติสถาปนิกวันนี้ที่เข้าสภาก็จะเป็นประโยชน์กับการที่ให้สถาปนิกต่างชาติได้ เข้ามาร่วมเป็นสถาปนิก แล้วได้ขึ้นทะเบียนให้กับประเทศที่จะดำเนินการ ผมเรียนอย่างนี้ว่า ในหลักการนี่ผมเห็นด้วย เพราะโดยหลักก็คือว่าจะทำอย่างไรให้สถาปนิกที่ต่างชาติในที่นี้ ผมคิดว่าในความหมายก็คือให้สถาปนิกทางอาเซียน (ASEAN) คือ ๑๐ ประเทศ แต่ก็อยากถาม เหมือนกันว่าในกรอบนี้เราจะขยายไปมากกว่า ๑๐ ประเทศหรือไม่ อย่างไร เพราะว่าในการ วิเคราะห์ของที่สภาวิเคราะห์นี่พูดถึงประเทศในอาเซียน (ASEAN) อันนี้เป็นประเด็นที่ ๑ แต่ผมคิดว่าเรื่องสำคัญที่เราพูดกันวันนี้ก็คือว่า จะทำอย่างไรที่อนุญาตให้สถาปนิกต่างชาติ เข้ามาดำเนินการในประเทศเราแล้วนี้ การควบคุมมาตรฐานนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ ผมอยากจะถามเหมือนกัน เพื่อความสบายใจในการรับหลักการครั้งนี้ ก็คือการควบคุม มาตรฐานสถาปนิกต่างชาติ เอาว่าในประเทศอาเซียน (ASEAN) ทั้ง ๑๐ ประเทศเราจะทำ อย่างไรให้มีกรอบมาตรฐานเดียวกัน แต่ถ้าดูผมคิดว่ามันดูได้หลายเรื่องที่อธิบายไว้ ก็คือ การดูเรื่องของการศึกษา ระบบการศึกษา ในบทวิเคราะห์ก็พยายามพูดถึงระดับปริญญาตรี ที่ต้องมีการเรียนชั้นปี คำถามง่าย ๆ คือในระบบการศึกษาอาเซียน (ASEAN) ของสถาปนิก ทั้ง ๑๐ ประเทศนี้ ถ้าจะให้สบายใจก็ช่วยตอบนิดหนึ่งว่าท่านได้มีกรอบดำเนินการหรือ ควบคุมมาตรฐานเรื่องระบบการศึกษา เพื่อจะผลิตสถาปนิกร่วมกัน มีหรือไม่ อย่างไร หรือว่า ในต่างประเทศ ๑๐ ประเทศในอาเซียน (ASEAN) ในระบบการศึกษาจะมีความเหมือน ความต่างหรือไม่ อย่างไร เพื่อจะทำให้ในประเทศของเรา เวลาสถาปนิกต่างชาติมาขึ้น ทะเบียนนี้ ผมเข้าใจว่ายังมีตัวคณะกรรมการสภาสถาปนิกที่จะต้องกำหนดกติกาต่าง ๆ ที่จะให้สถาปนิกเข้ามาขึ้นทะเบียน ก็มีกฎเกณฑ์ต่าง ๆ อันนั้นเห็นด้วย🔗
กับประเด็นหนึ่งผมคิดว่าเรื่องใหญ่ก็คือเรื่องสภาวิชาชีพระหว่างประเทศอาเซียน (ASEAN) ด้วยกันนี้ ผมเข้าใจว่าแต่ละประเทศก็มีสภาวิชาชีพของตนเอง ประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน แต่นี่ในระดับอาเซียน (ASEAN) ผมอยากถามเหมือนกันว่ามีความตกลงอะไรบ้างหรือไม่ เพื่อจะทำให้เกิดความสบายใจในเรื่องของการร่วมมือกันระหว่างสถาปนิกระหว่างประเทศ อันนี้ก็ขอถามนะครับ🔗
ประการต่อมาผมเข้าใจว่าประเทศไทย ผมก็ดีใจนะว่าในการเขียนไว้ว่า ประเทศไทยต้องกำหนดให้สถาปนิกอาเซียน (ASEAN) ปฏิบัติตามกฎระเบียบของสถาปนิก ในประเทศไทยหรือสถาปนิกท้องถิ่น อันนี้ก็ดีมากนะครับ เขียนตรงนี้ ผมก็เข้าใจว่าตรงนี้ อยากจะให้ผู้มาชี้แจงช่วยอธิบายเพิ่มเติมสักนิดหนึ่งว่ามีข้อกำหนดอย่างไรบ้าง ผมเข้าใจว่า คณะกรรมการสภาสถาปนิกจะมีอำนาจอยู่พอสมควร แต่ว่าวันนี้เราไม่เห็นว่าข้อกำหนดต่าง ๆ ที่สภาสถาปนิกกำหนดนี้เป็นอย่างไร ผมก็เลยอยากจะถามไว้เป็นเบื้องต้นว่าคณะกรรมการ สภาสถาปนิกที่เขียนไว้ในบทบัญญัตินี้มีกรอบอย่างไรบ้าง ก็อยากได้คำอธิบายตรงจุดนี้ เพื่อจะทำให้การรับหลักการเข้าไปแล้วเราจะได้สบายใจ ทั้งหมดที่ผมพยายามอธิบาย แล้วก็ สอบถามเป็นประเด็นก็จะได้เป็นคำถามที่จะให้ทางผู้มาชี้แจงได้ตอบด้วย🔗
อีกประเด็นหนึ่งก็คือว่าเรื่องของคณะกรรมการกำกับ จริง ๆ ผมเห็นด้วย แต่ว่าในการกำกับนี้ก็อยากให้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการประเมินก็ดี เรื่องของใบอนุญาตก็ดี ก็อยากให้ชี้แจงตรงนี้สักนิดหนึ่งว่า เมื่อดำเนินการตรงนี้คณะกรรมการกำกับดูแลนี้จะมีอำนาจ หรือมีกติกา มีกฎอย่างไรบ้างนะครับ ทั้งหมดนี้ก็อยากถามผ่านท่านประธานสภาเพื่อให้ผู้มา ชี้แจงได้ชี้แจงในประเด็นที่ผมสอบถามไปด้วยครับ ก็ขอขอบคุณท่านประธานครับ สวัสดีครับ🔗
ต่อไปบัญชีรายชื่อสุดท้าย ท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ครับ ขอเชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ครับ ต่อร่าง พระราชบัญญัติสถาปนิก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่ง ครม. ได้นำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ผมมี ประเด็นอยู่หลายประเด็นพอสมควร จะใช้เวลาอย่างจำกัดนะครับ🔗
เรื่องแรกเลยเป็นกระบวนการร่างกฎหมาย อันนี้เป็นอีกหนึ่งร่างพระราชบัญญัติ ซึ่งส่งเข้าสู่สภาแล้ว ผมได้สอบถามเมื่อท่านได้ไปชี้แจงที่วิป (Whip) ฝ่ายค้าน คำตอบที่ได้ ค่อนข้างผิดหวัง เพราะว่าท่านผ่านกระบวนการกับกฤษฎีกาแล้ว ปรากฏว่ากฤษฎีกาส่ง กฎหมายเข้ามาฉบับนี้ ท่านไปดูหลักการและเหตุผล ไปดูหลักการลงรายละเอียดจนกระทั่ง ชั้นกรรมาธิการแทบไม่ต้องทำงานแล้วครับเพราะปรับแก้ลำบาก ไม่ว่าเราจะพิจารณาไปดู รายละเอียดอย่างไรแล้วถึงแม้จะมีข้อบกพร่อง ข้อผิดพลาด หรือสิ่งที่ควรแก้ไขแต่การแก้มัน ยากครับ เพราะว่าไปเขียนอยู่ในหลักการในรายละเอียดซึ่งมีการแก้ไขเกือบทั้งหมด อันนี้เป็น ปัญหาของกระบวนการทำงานของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกฤษฎีกาทำงานร่วมกับพวกเรามา โดยตลอดในด้านนิติบัญญัติควรจะรู้ดีกว่านี้ไม่ควรจะส่งกฎหมายซึ่งมีลักษณะนี้เข้ามาอีก อันนี้ เป็นข้อติงข้อแรก🔗
ในส่วนของตัว พ.ร.บ. เองต้องเรียนอย่างนี้ครับ เนื้อหาจริง ๆ แล้วมันก็เป็น เรื่องซึ่งเป็นไปตามเทรนด์ (Trend) ของโลก ก็เป็นเรื่องของพวกโกลบัลไลเซชัน (Globalization) ก็คือคนสามารถทำงานข้ามแดนได้ ในอดีตเรามีมุมมองนี้ถูกต้องครับ อย่างหนึ่งก็คือเมื่อเขาเข้ามาทำงานแล้วเงินทอง ภาษีเขาก็ต้องเสีย กินข้าวก็ต้องกินกับเรา ใช้จ่ายก็ใช้จ่ายกับเรามันเป็นประโยชน์ แต่เดี๋ยวนี้โดยเฉพาะงานลักษณะของสถาปนิก โลกมันเปลี่ยนไปเยอะ บุคลากรไม่จำเป็นต้องมีฟิสิคัล (Physical) ก็คือตัวไม่ต้องอยู่ที่บ้านเรา ก็ได้ แต่เขาก็สามารถมาทำงานแล้วก็บริหารจัดการงานรับผิดชอบได้สมบูรณ์ มันไม่มีความ จำเป็น เพราะฉะนั้นนอกจากตัวเงินในเรื่องของรายได้ส่วนบุคคลเราแทบจะมองไม่เห็นว่า มันจะมีประโยชน์อะไรมากขึ้นมากน้อยเพียงไร และที่สำคัญตัวร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ มันเป็นมิติเดียว มิติเดียวที่ผมหมายถึงก็คือ มันเป็นเรื่องของการที่เราจะนำเข้าสถาปนิก ต่างชาติเข้ามา แล้วก็มาอยู่ในสภาสถาปนิกของเรา ให้เขาสามารถทำงานได้อย่างถูกต้อง ตามกฎหมาย วันนี้เขาทำได้แต่ว่าเป็นลักษณะของที่ปรึกษา เรากำลังจะเอาเขาเข้ามา ให้ถูกต้อง สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือมันเป็นมิติเดียวเราไม่มีการพูดถึงกระบวนการที่เราจะนำ สถาปนิกของเราไปทำงานยังต่างประเทศบ้าง ท่านให้ข้ออ้างว่ามันเป็นสิ่งซึ่งต่างประเทศ ก็กำลังจะเปิดรับ แต่สิ่งที่ท่านต้องตอบต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ก็คือ แล้วไหนล่ะครับ ประเทศไหนที่เขากำลังจะเปิดรับ หรือเขาเปิดรับแล้วแล้วเรากำลังจะเป็นประเทศที่ ๒ ประเทศที่ ๓ หรือเรากำลังจะเปิดให้เขาเข้ามาโดยที่เรายังไม่มั่นใจด้วยซ้ำว่าสุดท้ายแล้ว ต่างประเทศเขาจะทำกระบวนการเช่นเดียวกับเราแล้วมันจะเกิดความเป็นธรรมขึ้น เพราะสถาปนิกก็เป็นหนึ่งในอาชีพซึ่งควรจะต้องสงวนให้กับพี่น้องประชาชนคนไทย เรากำลังจะปล่อยให้มันมีการแข่งขันซึ่งอาจจะไม่เป็นธรรมเกิดขึ้น และถ้าจะให้ผมพูดหนักไป กว่านั้นร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็เป็นอีก ๑ กฎหมายที่มาจากรัฐบาลซึ่งเอื้อต่อทุนใหญ่ ทำไมผมถึงใช้คำนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ตัว พ.ร.บ. ฉบับนี้ผมเป็นสถาปนิกตัวเล็ก ตัวน้อยผมมองไม่ออกเลยว่าผมได้อะไรมากขึ้นจากกระบวนการแก้กฎหมายซึ่งกำลังเข้าสู่ สภาผู้แทนราษฎร ถ้าเป็นบริษัทใหญ่อันนี้ผมมองเห็นครับช่องทางทำมาหากินผม ในอนาคต ถ้ามันเปิด ๒ ทางคือ มาเมืองไทยก็ได้ ไทยก็ไปต่างประเทศได้ ผมมองเห็นช่องทางทำมาหากิน ของผมครับ ผมเป็นบริษัทใหญ่ผมมีสิทธิ ผมมีกำลัง ผมมีบุคลากร มีเครือข่ายพอที่จะก้าว ข้ามพรมแดนของประเทศไปยังต่างประเทศได้ แต่เป็นสถาปนิกตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งมอง ช่องทางไม่ออก นอกจากจะเห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือวันหนึ่งข้างหน้าต่างประเทศสามารถ ข้ามเข้ามาสู่ประเทศไทยมาแย่งงานสถาปนิกไทยได้ และกฎหมายฉบับนี้ไม่มีรายละเอียด ซึ่งเป็นกระบวนการในการป้องกันแก้ไขปัญหาที่จะเกิดขึ้นเลย เพราะฉะนั้นตรงนี้ช่วยชี้แจง ทำความเข้าใจ ถ้ามันยังขาดตกบกพร่องในเรื่องการปกป้องอาชีพของคนไทยชั้นกรรมาธิการ แก้ไขเพิ่มเติมมาด้วยนะครับ เพราะว่านี่คือสิ่งสำคัญที่สุดในกระบวนการแก้ไขกฎหมาย นั่นคือยึดประโยชน์ของพี่น้องประชาชนคนไทย คนไทยที่มีอาชีพสถาปนิกในประเทศไทย เป็นตัวตั้ง เพราะฉะนั้นในส่วนผมเองผมต้องเรียนว่ารับหลักการนะครับ แต่ก็ยังมีจุดบกพร่อง ที่ต้องแก้ไขอยู่พอสมควร ก็ขอฝากผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกที่จะเป็นกรรมาธิการ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านสมาชิกนะครับ ได้อภิปรายทั้งหมด ๑๑ ท่าน พรรคฝ่ายค้านก็เป็นพรรคก้าวไกล ๓ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๒ ท่าน พรรคประชาชาติ ๑ ท่าน ฝ่ายรัฐบาลก็พรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ ๒ ท่าน พรรคท้องถิ่นไท ๑ ท่าน รัฐมนตรีจะให้ใครตอบเชิญนะครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ขออนุญาตที่จะกราบเรียนว่า ทั้ง ๑๑ ท่าน ต้องขอขอบคุณที่ได้มีข้อเสนอแนะและข้อสังเกต ซึ่งผมคิดว่าเป็นประเด็นที่ในชั้นกรรมาธิการก็จะได้ดำเนินการให้รอบคอบที่สุด แต่ว่า ในประเด็นที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๑๑ ท่านได้ตั้งข้อสังเกต ผมจะขออนุญาต ท่านประธานให้ผู้ชี้แจงได้ลงรายละเอียดในประเด็นต่าง ๆ ตามที่ท่านสมาชิกได้ตั้งข้อสังเกต หรือว่ามีคำถามเอาไว้ ขออนุญาตท่านประธานครับ🔗
ขอเชิญท่านนายก สภาสถาปนิกครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกผู้มีเกียรติครับ ผมขออนุญาตตอบชี้แจงในประเด็น แบบรวม ๆ เนื่องจากมีรายละเอียดที่ชี้แจงมากและเพื่อประหยัดเวลา🔗
ท่านแนะนำตัวสักนิดครับ🔗
ครับ ผม พลอากาศตรี หม่อมหลวงประกิตติ เกษมสันต์ นายกสภาสถาปนิก ครับ🔗
ขอบคุณครับ🔗
พระราชบัญญัติสถาปนิก พ.ศ. ๒๕๔๓ มีการกำหนดให้มีการจัดตั้งสภาสถาปนิกขึ้นเพื่อ ควบคุมดูแลความประพฤติและการประกอบวิชาชีพของสมาชิกให้ถูกต้องตามมาตรฐาน และจรรยาบรรณ วัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัตินี้ ก็คือคุ้มครองประชาชน เนื่องจาก การปฏิบัติวิชาชีพสถาปัตยกรรมมีผลกระทบกับประชาชน แนวทางการควบคุมเป็นแนวทาง เดียวกับการควบคุมวิชาชีพอื่น ๆ เช่น แพทย์ พยาบาล วิศวกร เป็นต้น พระราชบัญญัติใช้มา ตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ ปัจจุบันสภาพแวดล้อมเปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะในกรณีที่เรามีพันธกรณี ตามความตกลงระหว่างประเทศ จึงได้เสนอให้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติครับ ประเด็นหลัก ที่มีการแก้ไข แล้วก็จะเป็นประเด็นชี้แจงที่จะตอบคำถามของท่านสมาชิกครับ ก็คือในการ ที่เรามีพันธกรณีกับต่างประเทศ เราต้องการควบคุมสถาปนิกต่างชาติที่เข้ามาทำงาน ในประเทศไทย โดยควบคุมมาตรฐานและการปฏิบัติวิชาชีพให้ถูกต้องตามจรรยาบรรณ ของสถาปนิกต่างชาติ การเปิดรับเข้ามาเป็นเพียงการเปิดประตู แต่การจะผ่านเข้าออกประตู มันยังมีเงื่อนไขซึ่งจะต้องมีการเจรจาตกลงในการยอมรับมาตรฐานระหว่างประเทศ และมีเงื่อนไขเรื่องของการควบคุมทางจรรยาบรรณต่อไปอีกด้วย🔗
ประเด็นที่ ๒ ที่เราขอเสนอแก้ไขในเรื่องของจรรยาบรรณก็คือ แต่เดิม จรรยาบรรณเราจะบังคับใช้กับสมาชิกที่มีใบอนุญาตเท่านั้น ตอนนี้เราจะขอปรับแก้ไข ให้บังคับใช้กับผู้ที่เป็นสมาชิกของสภาสถาปนิกทุกคน รวมถึงสถาปนิกต่างชาติที่จะเข้ามา ทำงานในประเทศไทยด้วย ประเด็นของการเพิ่มอัตราค่าธรรมเนียมที่ใช้มาตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ มีบางรายการปัจจุบันเราเก็บในอัตราที่ชนเพดานแล้ว อัตราท้ายพระราชบัญญัติที่มีการปรับ ขอแก้ไขนี้เป็นเพียงเพดานที่มีการปรับขอแก้ไข ส่วนการที่จะกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมจริง จะต้องไปออกเป็นกฎกระทรวงครับ ซึ่งปัจจุบันนี้ยังไม่มีนโยบายที่จะปรับแก้ไขกฎกระทรวง แต่อย่างใดครับ แต่อย่างไรก็ดี ภาระทางงบประมาณของสภาสถาปนิกปัจจุบันมีลักษณะ ติดลบ ที่ทำให้จะต้องขอรับเงินอุดหนุนจากทางรัฐบาลตามที่ท่านสมาชิกได้ให้ข้อสังเกตไว้ ก็เป็นเรื่องจริง ตอนนี้สถานะงบประมาณของสภาสถาปนิกก็มีสถานะติดลบ รายละเอียด อื่น ๆ ผมขออนุญาตน้อมรับไว้เพื่อไปพิจารณาแก้ไขหรือว่าปรับปรุงในรายละเอียดต่อไป ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ สมาชิก ยังมีอะไรติดใจไหมครับ🔗
ถ้าไม่มีก็จบการอภิปราย ท่านรัฐมนตรีมีอะไรจะสรุปไหมครับ ไม่มีนะครับ ท่านสมาชิกครับ ถ้าอย่างนั้นต้องขอมติ ที่ประชุมว่าจะรับหลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอก ที่อยู่ห้องอาหารก็ดี ขอเชิญเข้ามานะครับ🔗
ท่านสมาชิกเข้ามาแล้ว กดบัตรเพื่อแสดงตนตรวจสอบองค์ประชุมตามข้อบังคับครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ คารม พลพรกลาง ๐๔๔ แสดงตนครับ พอดีไม่เจอบัตรครับ ขอบคุณครับ🔗
ครับ เจ้าหน้าที่ช่วยบันทึก ไว้ด้วยนะครับ ให้เวลาครับไม่เป็นไรครับ ก็เข้าใจว่าเราอยู่ในห้องกรรมาธิการกันหลายท่าน ให้เวลาครับ ท่านที่เข้ามาแล้วกดบัตรได้เลยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ๔๓๘ สุรทิน🔗
เจ้าหน้าที่บันทึกด้วยครับ สมาชิกพร้อมนะครับ เมื่อพร้อมแล้วก็ปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตน ในขณะนี้นะครับ ๒๗๖ ท่านครับ ครบองค์ประชุมครับ🔗
ต้องขอมติจากที่ประชุมว่า จะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติสถาปนิก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่ สมาชิก ที่เห็นควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย สมาชิกที่ไม่รับหลักการกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านสมาชิกที่งดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗
สมาชิกพร้อมนะครับ ขอปิดการลงมติครับ🔗
๒๗๓ รับหลักการครับ🔗
เจ้าหน้าที่ช่วยรวมให้ด้วย นะครับ🔗
ท่านประธานครับ ๐๑๘ เห็นด้วยครับ🔗
จำนวนผู้ลงมติ ๓๓๕ ท่าน เห็นด้วย ๓๓๐ บวก ๒ ๓๓๒🔗
ท่านประธานครับ ๔๐๘ สาคร เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานคะ ๑๐๙ เห็นด้วยค่ะ🔗
ท่านประธานคะ ๒๕๑ พิมพ์รพีเห็นด้วยค่ะ🔗
เดี๋ยวถ้าอย่างนั้นเอาใหม่ นะครับ เจ้าหน้าที่ช่วยรวมให้หน่อยครับ🔗
ท่านประธาน ๑๖๙ เห็นด้วย🔗
ท่านประธานครับ ประท้วงครับ จุลพันธ์🔗
เชิญคุณจุลพันธ์ครับ🔗
ขัดต่อข้อบังคับครับท่านประธาน ปิดการลงมติก็ปิดการลงมติครับ มาไม่ทันก็มาไม่ทัน ไม่เป็นไรครับ🔗
ครับ ให้เจ้าหน้าที่ บันทึกนะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพคะ ๓๙๑ สมหญิง บัวบุตร เห็นด้วยค่ะ🔗
ครับ เจ้าหน้าที่บันทึก ไว้ให้นะครับ แต่ว่าผู้ประท้วงมีเหตุผล เพราะว่าเราได้ปิดการลงมติไปแล้วนะครับ แต่ว่า บันทึกไว้ให้ครับ จำนวนผู้ลงมตินะครับ ๓๓๕ ท่าน เห็นด้วย ๓๓๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน มติที่ประชุมเห็นด้วย รับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ🔗
ต่อไปเชิญเสนอ กรรมาธิการครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ผมขอเรียนเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสถาปนิก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๒๕ ท่านครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ขอผู้รับรองครับ สมาชิก เห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ไม่เห็นเป็นอย่างอื่น ก็กรรมาธิการวิสามัญ ๒๕ ท่านครับ สัดส่วน ๒๕ ท่านก็จะเป็นสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี ๕ ท่าน สัดส่วนที่เหลือเป็นของพรรคการเมืองครับ ประเดี๋ยวประกาศทีละพรรคนะครับ แต่สัดส่วนของรัฐมนตรี ๕ ท่าน ขอเชิญเสนอได้เลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสถาปนิก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของ คณะรัฐมนตรี จำนวน ๕ ท่านดังต่อไปนี้ครับ ๑. นายคธาทิพย์ เอี่ยมกมลา ๒. นายสุพินท์ เรียนศรีวิไล ๓. นางสาววันดี สุชาติกุลวิทย์ ๔. นายเกียรติ สิทธีอมร ๕. นายขวัญเลิศ พานิชมาท🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป พรรคเพื่อไทย ๖ ท่าน เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสถาปนิก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๖ ท่าน ดังนี้ครับ ๑. นายสยาม หัตถสงเคราะห์ ๒. นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ ๓. นายนพพล เหลืองทองนารา ๔. นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ๕. นางนิลลี กะโด ๖. นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
สมาชิกเสนอ ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปพรรคพลังประชารัฐ ๕ ท่านครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐค่ะ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ สถาปนิก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๕ ท่านค่ะ ๑. นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ๒. นายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ๓. นายเทอดพงษ์ หงษ์หิรัญเรือง ๔. นายวรณัฐ ศรีสุริยชัย และ ๕. นายเจษฎ์ บุญเรืองรอด ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไป พรรคภูมิใจไทย ๓ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ สถาปนิก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่านครับ ๑. นายฐิตินันท์ แสงนาค ๒. นายราชิต ระเด่นอาหมัด ๓. นายเกษมสันต์ มีทิพย์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ถูกต้องครับ ต่อไป พรรคก้าวไกล ๒ ท่านครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครจากเขตบางนา และพระโขนง พรรคก้าวไกล ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติสถาปนิก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคก้าวไกล จำนวน ๒ คน ๑. นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ๒. ผู้ช่วยศาสตราจารย์อันธิกา สวัสดิ์ศรี ขอผู้รับรองครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่านครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่าง พ.ร.บ. สถาปนิก ๒ ท่าน ในโควตา พรรคประชาธิปัตย์ ๑. นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ ๒. นายวรพันธุ์ คล้ามไพบูลย์ ขอผู้รับรองค่ะ🔗
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไป พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน กระผม นายสรชัด สุจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญร่าง พ.ร.บ. สถาปนิก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของ พรรคชาติไทยพัฒนาขอเสนอ นายโกสินธ์ ศรีศักดิ์สกุลชัย ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไป พรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย พรรคเสรีรวมไทยขอเสนอสัดส่วนกรรมาธิการ ในสัดส่วนของพรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน ขอเสนอนายศักดิ์สง่า ชนะภัย ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไป ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงอะไร เลขาธิการอ่านชื่อนะครับ🔗
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ สถาปนิก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๑. นายคธาทิพย์ เอี่ยมกมลา ๒. นายสุพินท์ เรียนศรีวิไล ๓. นางสาววันดี สุชาติกุลวิทย์ ๔. นายเกียรติ สิทธีอมร ๕. นายขวัญเลิศ พานิชมาท ๖. นายสยาม หัตถสงเคราะห์ ๗. นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ ๘. นายนพพล เหลืองทองนารา ๙. นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ๑๐. นางนิลลี กะโด ๑๑. นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ ๑๒. นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ๑๓. นายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ๑๔. นายเทอดพงษ์ หงษ์หิรัญเรือง ๑๕. นายวรณัฐ ศรีสุริยชัย ๑๖. นายเจษฎ์ บุญเรืองรอด ๑๗. นายฐิตินันท์ แสงนาค ๑๘. นายราชิต ระเด่นอาหมัด ๑๙. นายเกษมสันต์ มีทิพย์ ๒๐. นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ๒๑. ผู้ช่วยศาสตราจารย์อันธิกา สวัสดิ์ศรี ๒๒. นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ ๒๓. นายวรพันธุ์ คล้ามไพบูลย์ ๒๔. นายโกสินธ์ ศรีศักดิ์สกุลชัย ๒๕. นายศักดิ์สง่า ชนะภัย🔗
ครับ จำนวน ๒๕ ท่าน แปรญัตติครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลัง ประชารัฐ ฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอระยะเวลาแปรญัตติ ๗ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองนะครับ สมาชิก เห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี เห็นชอบแปรญัตติ ตามข้อบังคับ ๗ วันนะครับ ก็จบการพิจารณาในวาระที่ ๑ ของเรื่องด่วนที่ ๑ ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีและผู้ชี้แจงนะครับ🔗
ต่อไปเรื่องด่วนที่ ๒ ร่างพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)🔗
โดยคณะรัฐมนตรีได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๓๓ (๑) คณะรัฐมนตรีได้เสนอ รายงานการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง และรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะ เกิดขึ้นจากการตรากฎหมายมาเพื่อประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ แล้ว รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่เจ้าหน้าที่ได้จัดวางไว้ให้ท่าน สมาชิกแล้วนะครับ ในการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ รัฐบาลได้ขออนุญาตให้บุคคล ดังต่อไปนี้เข้ามาร่วมชี้แจงนะครับ ๑. นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า ๒. นางสาวจิราภรณ์ เลิศมงคลนาม ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย กรมเจ้าท่า ๓. นายวีรศักดิ์ ไทรงาม หัวหน้ากลุ่มกฎหมายทั่วไป สำนักกฎหมาย กรมเจ้าท่า อนุญาตให้ทั้ง ๓ ท่านเข้ามา ได้ครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีพร้อม เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพนะครับ ผม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ในนามคณะรัฐมนตรีนะครับ ขอเสนอเรื่องพระราชบัญญัติการเดินเรือ ในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบ โดยเรื่อง ดังกล่าวมีความเป็นมาและสาระสำคัญดังนี้ครับ🔗
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช ๒๔๕๖ (เพิ่ม (ฆ/๓) ว่าด้วยทิ้งขยะในทะเล ในหมวดที่ ๖ ข้อบังคับ เบ็ดเตล็ดของภาค ๑ ข้อบังคับทั่วไป)🔗
เหตุผล โดยที่ประเทศไทยมีนโยบายที่จะเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่าง ประเทศว่าด้วยการป้องกันมลพิษจากเรือ ค.ศ. ๑๙๗๓ ภาคผนวก ๕ ว่าด้วยกฎข้อบังคับ สำหรับการป้องกันมลพิษจากขยะบนเรือ เพื่อร่วมมือกับนานาประเทศในการควบคุมไม่ให้ มีการทิ้งขยะจากเรือหรือแท่นที่เป็นสิ่งก่อสร้างในทะเลที่ติดตรึงอยู่กับที่หรือที่ลอยน้ำได้ ให้เป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐานที่อนุสัญญากำหนด และสอดคล้องกับอนุสัญญา สหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล ค.ศ. ๑๙๘๒ เกี่ยวกับการป้องกัน การลด และการ ควบคุมมลพิษของสิ่งแวดล้อมทางทะเล โดยรัฐภาคีต้องดำเนินการควบคุมมิให้เรือ หรือแท่นที่อยู่ในทะเลอาณาเขตและเขตเศรษฐกิจจำเพาะ รวมทั้งเรือรัฐภาคีที่เดินอยู่ในทะเล ทั่วโลกละเมิดข้อกำหนดของอนุสัญญา และต้องจัดให้มีมาตรการเพื่อรองรับการดำเนินการ ดังกล่าว ซึ่งกฎหมายไทยที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันยังไม่ครอบคลุมเพียงพอ สมควรแก้ไข เพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการเดินเรือในน่านน้ำไทยโดยเพิ่มบทบัญญัติว่าด้วยการทิ้งขยะ ในทะเล กำหนดมาตรการในการควบคุมการทิ้งขยะจากเรือและแท่นให้เป็นไปตามหลัก มาตรฐานสากลและให้เป็นไปตามพันธกรณีแห่งอนุสัญญา อันเป็นการป้องกันมิให้เกิดมลพิษ และคุ้มครองสิ่งแวดล้อมทางทะเล จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้🔗
สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัตินี้ ๑. กำหนดบทนิยามคำที่สำคัญ เช่น คำว่า ทิ้ง คำว่า ขยะ ๒. การกำหนดขอบเขตการบังคับใช้ ได้แก่ การบังคับกับเรือหรือแท่น โดยเฉพาะเรือต่างประเทศที่เดินอยู่ในน่านน้ำไทยและเศรษฐกิจจำเพาะของประเทศไทย และเรือไทยไม่ว่าจะอยู่ ณ ที่ใด ๓. กำหนดห้ามมิให้ทิ้งขยะจากเรือหรือแท่นลงไปในทะเล โดยมีข้อยกเว้นซึ่งสอดคล้องกับอนุสัญญา ๔. กำหนดหน้าที่ให้เจ้าหน้าที่ของเรือในเรือ เจ้าของแท่น ผู้จัดการแท่น ดำเนินการต่าง ๆ เพื่อควบคุมการทิ้งขยะลงไปในทะเล เช่น การมีป้ายประกาศเตือน การมีแผนจัดการขยะ การมีบันทึกจัดการขยะ การจัดอบรมนายเรือ ลูกเรือ คนที่ทำการอยู่ในแท่นให้มีลักษณะควบคุมความคุ้นเคยในการจัดการขยะ ๕. มาตรการลงโทษหรือมาตรการบังคับทางการปกครอง กรณีมีการฝ่าฝืนทิ้งขยะลงไป ในทะเล เช่น การมีคำสั่งให้ปรับปรุงแก้ไข การห้ามออกเรือและการวางหลักประกันเพื่อให้ ยกเลิกคำสั่งห้ามออกเรือ ๖. การดำเนินคดีเกี่ยวกับเรือที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ทิ้งขยะลงไป ในทะเล ตามที่รัฐภาคีอื่น ๆ ร้องขอ ๗. กำหนดเขตอำนาจศาลที่มีอำนาจพิจารณาคดี เกี่ยวกับการทิ้งขยะจากเรือและแท่นลงไปในทะเล ๘. บทลงโทษ ได้แก่ โทษปรับ ทางปกครองและโทษทางอาญา🔗
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากร่างพระราชบัญญัติ เป็นการยกระดับ มาตรฐานการป้องกันสิ่งแวดล้อมของเรือไทยให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล กองเรือไทย มีความน่าเชื่อถือ สามารถเดินเรือได้ง่ายอย่างสะดวกและปลอดภัย ไม่ถูกหน่วงเรือ เพื่อตรวจสอบจากต่างประเทศ เพิ่มขีดความสามารถของเรือไทยในการแข่งขันระหว่าง ประเทศ และเป็นมาตรการป้องกันและรักษาสิ่งแวดล้อมทางทะเล ป้องกันมลพิษหรือสิ่งที่ เป็นพิษจากขยะที่อาจเกิดขึ้นกับสิ่งมีชีวิตในทะเลและประชาชน โดยเมื่อเกิดเหตุมลพิษจากขยะ ประชาชนและสิ่งแวดล้อมได้รับการคุ้มครองและเยียวยา ผลกระทบ ทั้งเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจการขนส่งทางน้ำและพาณิชย์นาวี และสนับสนุนการ ท่องเที่ยวและการประมงได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน🔗
มีสมาชิกส่งชื่อมาแล้ว ๗ ท่านนะครับ เป็นพรรคก้าวไกล ๓ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๑ ท่าน และฝ่ายรัฐบาลส่งมา ๓ ท่านนะครับ ผมขออนุญาตให้ท่านสมาชิกได้สอบถาม และท่านผู้ชี้แจงได้รวบรวมคำถามไว้ เพื่อชี้แจงในตอนท้ายรวมกันครับ ขอเชิญท่านแรกคุณณัฐวุฒิ บัวประทุม ช่วงนี้เนื่องจาก คงใช้เวลาในการอภิปรายอยู่ เพราะฉะนั้นท่านสมาชิกที่รับประทานอาหารหรือมีอะไร ที่ประชุมกรรมาธิการขอเชิญนะครับ ขอเชิญคุณณัฐวุฒิครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ผมขอมีส่วนร่วมในการสอบถามและการอภิปรายในขั้นรับหลักการของร่างพระราชบัญญัติ การเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ด้วยความสำคัญแบบนี้ ท่านประธานครับ พรรคก้าวไกลเราเองเป็นพรรคที่มีเพื่อนสมาชิกผู้แทนราษฎรอยู่ในพื้นที่ที่ติดชายทะเล ก็ถือว่าเยอะที่สุด ตั้งแต่เขตพื้นที่ของ ส.ส. ศักดินัย นุ่มหนู ที่จังหวัดตราด ส.ส. ญาณธิชา บัวเผื่อน ที่จันทบุรี ส.ส. จรัส คุ้มไข่น้ำ ส.ส. เบญจา แสงจันทร์ ที่ชลบุรี ส.ส. จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ที่พื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ส.ส. วุฒินันท์ บุญชู พื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ แม้กระทั่งพื้นที่ของ ส.ส. ทองแดง เบ็ญจะปัก ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาคร ในขณะเดียวกัน เรามีเพื่อนสมาชิกที่ศึกษามาโดยตรงในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับกฎหมายระหว่างประเทศ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการจัดการขยะ เช่น ส.ส. นิติพล ผิวเหมาะ เป็นต้น แต่อย่างไรก็ตามครับ เมื่อผมอ่านรายละเอียดในขั้นรับหลักการ ผมมีข้อสังเกตและประเด็นที่จะสอบถามไปยัง ท่านผู้ชี้แจงอยู่ทั้งหมด ๖ ประเด็นด้วยกันครับ🔗
ประการที่ ๑ ท่านประธานครับ เหตุผลของการจะรับหรือไม่รับหลักการ กฎหมายฉบับนี้แปลกครับ ผมยอมรับเรื่องของอนุสัญญาระหว่างประเทศที่เรียกว่า มาร์โพล (MARPOL) ตลอดจนข้อที่เป็นภาคผนวกของอนุสัญญาในหลักการทั้งหมดครับ มิได้ ติดใจแต่ประการใดเลย เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง รวมถึงอนุสัญญาในปี ๑๙๘๒ ที่พูดถึงเรื่อง กฎหมายทะเลด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่ผมติดใจก็คือว่าขณะนี้เรากำลังขอให้สภาแห่งนี้รับหลักการในสิ่ง ที่บอกว่า ประเทศไทยจะมีนโยบายที่จะเข้าเป็นภาคีสมาชิก ไม่ได้พูดถึงกฎหมายที่เราเข้าเป็น ภาคีสมาชิกแล้วนะครับ แต่เรากำลังบอกว่ากำลังจะเข้าเป็นภาคีสมาชิก ผมคิดว่าอันนี้ เป็นความแปลกครับ เราจะอนุวัติการหรือการแก้ไขกฎหมายในประเทศก็ต่อเมื่อเราเข้าเป็น ภาคีสมาชิกแล้วเท่านั้น แต่เพราะเหตุใด หรือมีข้อผูกพันประการใด ๆ ว่ารัฐไทยจะเข้าเป็น ภาคีสมาชิกนี้แน่ ๆ วันนี้ท่านเป็นรัฐบาลเราเห็นว่าท่านอาจจะเข้า แต่วันหน้าอาจจะเป็น พรรคการเมืองอื่นที่เขาอาจจะไม่เข้าเป็นภาคีสมาชิก แล้วผลทางกฎหมายของกฎหมาย ฉบับนี้จะเป็นอย่างไร นั่นเป็นประการที่ ๑🔗
ประการที่ ๒ ในกฎหมายฉบับนี้พูดถึงนิยามเรื่องของขยะ หรือข้อยกเว้น หลาย ๆ ประการครับ ซึ่งมีรายละเอียดที่แตกต่างกันว่าข้อยกเว้นว่าการทิ้งขยะแบบใด ในพื้นที่ใด ทั้งในท่าเทียบเรือหรือในพื้นที่ของการเดินเรือต่าง ๆ นั้นจะเป็นอย่างไร แต่คำที่ ผมอ่านทั้งหมดผมไม่เห็นนิยามของคำว่า กรณีของออยล์ สปิลล์ (Oil spill) หรือกรณีของ น้ำมันที่ถูกทิ้งลงจากเรือเดินทะเลในพื้นที่ต่าง ๆ ผมไม่แน่ใจว่าจะเข้าข่ายเป็นสารล้างสินค้า หรือสารล้างระวางเรือที่ท่านกำหนดหรือไม่ ไม่แน่ใจว่าจะเข้าข่ายเป็นเถ้าจากเตาเผา หรือสิ่งที่เรียกว่าน้ำมันสำหรับการประกอบอาหารหรือไม่ อันนี้เรื่องใหญ่ครับ และสิ่งที่เราพบ มาโดยตลอดก็คือ ออยล์ สปิลล์ (Oil spill) นี้มันอาจจะไหลเรื่อย ๆ ไปในพื้นที่ต่าง ๆ ส่งผล กระทบต่อนิเวศวิทยาชายฝั่ง ไม่ว่าจะเป็นประมงพาณิชย์ ไม่ว่าจะเป็นประมงพื้นบ้าน ซึ่งผมต้องการคำตอบที่ชัดว่ากฎหมายฉบับนี้จะไปปิดช่องในการควบคุม ในการดูแล และรวมถึงพันธะหรือหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการจัดการเรื่องออยล์ สปิลล์ (Oil Spill) แต่ว่าผมไม่เห็นในเชิงรายละเอียดตรงนี้ นั่นเป็นประการที่ ๒ ครับ🔗
ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ ก็คือกรณีของการจัดการขยะที่ทิ้งลงในทะเล ต่าง ๆ นี้นะครับ มันไปเกี่ยวข้องกับเรื่องของกระบวนการยุติธรรมครับ ในนี้พูดถึงการลงโทษ โดยการใช้โทษปรับทางปกครอง มีมาตรา ๑๒๐ ทับเยอะแยะไปหมดนะครับ เช่น มาตรา ๑๒๐/๒๘ ที่พูดถึงกรณี ไม่ใช่ ๒๘ นะครับ อยู่สักมาตราหนึ่ง ๒๖ ที่พูดถึง เขตอำนาจ ท่านวัดกันอย่างไรครับ วันนี้เวลาเรากำหนดว่าเขตใด เขาเรียกเศรษฐกิจจำเพาะ เขตใดเรียกพื้นที่ติดต่อไมล์ทะเลต่าง ๆ มันยังยากเลยนะครับในการกำหนด ฉะนั้นเวลาเราจะ บอกว่ากรณีที่เกิดขึ้นจากเรือหรือแท่นที่อยู่ในเขตอำนาจศาลที่มีการกระทำความผิด เราจะใช้เกณฑ์ใดในการบอกว่านี่อยู่ในพื้นที่ของศาลใด เฉกเช่นเดียวกับกระบวนการยุติธรรม ที่ปรากฏอยู่ในมาตรา ๑๒๐/๔๘ ที่ให้อำนาจกรมเจ้าท่าในการเปรียบเทียบคดีที่มีอัตราโทษ ต่าง ๆ บนพื้นฐานความร้ายแรงแล้วนำไปสู่มาตรา ๑๒๐/๕๐ ที่มีการกำหนดว่าให้คดีนั้น เป็นอันเลิกไป ผมเองไม่ค่อยเห็นด้วยและไม่มั่นใจครับว่า มาตรฐานการกำหนดที่ให้ดุลยพินิจ ของกรมเจ้าท่าในการดำเนินการนั้นจะเหมาะสมสอดคล้องกับในทุก ๆ กรณีที่เกี่ยวข้องกับ การทิ้งขยะในทะเลจริงหรือไม่ นั่นเป็นประการที่ ๓ ครับ🔗
ประการที่ ๔ ท่านประธานครับ ก็คือประการที่พูดถึงว่ากรณีการจัดการขยะ ในวันนี้มันมีทั้งกรณีที่เชื่อมโยงไปจากท่าเทียบเรือซึ่งผมเข้าใจว่ามีการขึ้นทะเบียนไว้อยู่ ทั้งหมดประมาณ ๔๐๐-๕๐๐ แห่ง มันไปเกี่ยวข้องกับเรือเดินทะเลครับ แต่ว่าผมต้องการ ความชัดเจนในเชิงรายละเอียดว่า วันนี้เรือเดินทะเลที่จดทะเบียนในสัญชาติไทยมีจำนวน เท่าไร เรือเดินทะเลที่จดทะเบียนในสัญชาติอื่นแต่เข้ามาในน่านน้ำของประเทศไทย ไม่ว่าจะ เป็นการพาณิชย์ การค้า หรือในทางอื่น ๆ นั้นผ่านเข้ามาในแต่ละปีจำนวนเท่าไร ขอบเขต อำนาจความรับผิดแบบนี้จะสัมพันธ์กันอย่างไรครับ คนที่เรียนกฎหมายจะได้ยินคำว่า สเตต จูริสดิกชัน (State Jurisdiction) หรือเขตอำนาจศาลต่าง ๆ ผมเองยังค่อนข้าง ไม่มั่นใจ เพราะว่าสิ่งที่เราต้องการทำก็คือการจัดการมิให้มีขยะที่ถูกทิ้ง แต่ในขณะเดียวกัน มันก็ต้องมีขยะที่ถูกจัดการ ในขณะเดียวกันมันต้องมีระบบที่ไปตรวจสอบถ่วงดุลต่าง ๆ ที่ผมเองพยายามอ่านแต่เห็นว่ายังอ่านไม่ชัดนัก จริง ๆ ผมอยากจะพูดถึงเรื่องของอนุสัญญา ระหว่างประเทศ และที่ขึ้นทะเบียนกับองค์กรระหว่างประเทศที่เรียก อินเตอร์เนชันนัล มาริไทม์ ออร์กาไนเซชัน (International Maritime Organization) แต่ผมเวลาไม่พอครับ ผมอยากจะพูดประเด็นนี้เป็นประเด็นสุดท้าย ท่านประธานครับ เมื่อปี ๒๕๕๐ ผมนั่งเป็น ประธานการตรวจสอบเคส (Case) เด็กผู้หญิงอายุ ๑๔ ปี ซึ่งผมไม่สามารถที่จะเอ่ยนาม ในที่ประชุมแห่งนี้ได้ เด็กผู้หญิงคนนี้ไปเสียชีวิตในเรือที่ชื่อว่า ปริ๊นซ์ออฟโตเกียว ที่จดทะเบียน ในสัญชาติปานามาที่จอดอยู่ที่แหลมฉบัง ท่านประธานทราบไหมครับว่าเกิดอะไรขึ้นครับ เรื่องนี้เป็นประโยชน์ต่อสังคมครับท่านประธาน น้องคนนี้ตามแม่ขึ้นไปทำงานบนเรือแล้ว หายไป เมื่อมีการแจ้งความที่ชายฝั่งตำรวจบอกว่าต้องรอ ๒๔ ชั่วโมง เรือออกไปก่อนครับ ไปเจอศพในขณะที่อยู่ในประเทศหนึ่ง ประเทศนั้นร้องขอให้ไทยตรวจนิติเวช ให้เขาตรวจ นิติเวชให้ไทยได้ไหม รัฐบาลไทยปฏิเสธ ไปเจอศพอีกที่หนึ่งพอเรือเดินทะเลไปถึงประเทศ ญี่ปุ่นถึงมีการตรวจเก็บหลักฐาน พบว่าเด็กเสียชีวิตจากการถูกละเมิดทางเพศ ๖ ชั่วโมง หลังจากที่มีการแจ้งความ ท่านทราบไหมครับว่าเด็กกำซากเส้นผมของผู้กระทำความผิดที่ ข่มขืนแล้วฆ่าเขาไว้ แต่ไม่สามารถตรวจดีเอ็นเอ (DNA) ได้ว่าเป็นของลูกเรือคนใด นิติเวชไทย บอกว่าถ้ามาเร็วกว่านั้นสถาบันนิติวิทยาศาสตร์จะตรวจไมโทคอนเดรีย (Mitochondria) แล้วพิสูจน์ว่าใครเป็นคนละเมิดต่อเด็กหญิงคนนี้ สิ่งนี้ที่อยากจะฝากท่านว่าความปลอดภัย ในการจัดการขยะส่วนหนึ่งครับ แต่ความปลอดภัยของคน แล้วเคส (Case) นี้เป็นเคสสตัดดี (Case Study) ซึ่งนับตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ จนถึงวันนี้ยังไม่ได้มีการแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องนี้แต่ประการใด ก็ฝากท่านประธานไปยังท่านผู้ชี้แจงด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณนิกร จำนง จากนั้นก็เป็นคุณประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แล้วคุณสะถิระ เผือกประพันธุ์ นะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทยพัฒนา ผมจะขออภิปราย ร่างพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... คือจะเรียนว่า ผมขอสนับสนุนการออกกฎหมายฉบับนี้เป็นอย่างยิ่ง เหตุผลเพราะว่าเป็นกฎหมายที่ดี ฉบับหนึ่งทีเดียวที่จะมีผลดีต่อสิ่งแวดล้อมของน่านน้ำไทยเป็นอย่างมาก นอกจากนั้น ในตัวกฎหมายร่างมาดีครับท่านประธาน มีบทลงโทษที่มีน้ำหนักที่เพียงพอต่อการบังคับใช้ ที่เป็นรูปธรรม ซึ่งเรื่องโทษนาน ๆ จะได้ชมสักครั้งหนึ่งว่าออกมาดี และนอกจากนั้น ก็เป็นกฎหมายที่มีความจำเป็นจะต้องออกครับ นี่ผมชอบ แต่ถึงไม่ชอบก็ต้องออก เพราะว่า ต้องเป็นไปตามข้อตกลงระหว่างประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุผลของการที่จะ สนับสนุนในเบื้องแรก สาระสำคัญของกฎหมายเป็นการเพิ่ม (ฆ/๓) มีการกำหนด ซึ่งไม่มีอยู่ เดิมก็คือคำว่า ทิ้ง กับ ขยะ ให้ชัดว่าอะไร มีรายละเอียดมากในการทิ้งจะทิ้งแบบไหน ทิ้งระยะเท่าไร และขยะคืออะไรบ้าง สิ่งที่อยู่บนเรือมีหลายอย่างมากนะครับที่เป็นขยะ ดังนั้นในนี้เขียนไว้ชัด🔗
ในประเด็นที่ ๒ กฎหมายฉบับนี้กำหนดเขตบังคับ ขอบเขตไว้ ได้แก่ การบังคับเรือและแท่นด้วยท่านประธานครับ ท่านประธานคงเห็นว่าอยู่ในอ่าวไทยเรามีแท่น เยอะแยะไปหมดตอนนี้มาขุดน้ำมัน ตรงนี้ก็ถูกควบคุมในน่านน้ำไทย และเขตเศรษฐกิจ จำเพาะขยายออกไปนอกเขตที่เป็นอาณาบริเวณของเราเป็นเขตเศรษฐกิจจำเพาะ และตาม ไปบังคับเรือไทยไม่ว่าอยู่ที่ไหนในโลกถ้าเป็นเรือไทย จะเป็นการกำหนดขอบเขต🔗
ประเด็นที่ ๓ ก็คือว่ากำหนดห้ามไม่ให้ทิ้งขยะ ชัดเจนนะครับ จากเรือหรือ แท่นที่พูดถึงเมื่อสักครู่ลงไปในทะเล🔗
ประเด็นที่ ๔ กำหนดผู้รับผิดชอบไว้ชัดเจนเป็นหน้าที่ของเจ้าของเรือ นายเรือ เจ้าของแท่น ผู้จัดการแท่น กำหนดไว้เลยให้ชัดเจนว่าให้ดำเนินการควบคุมการทิ้งขยะลงไป ในทะเล ให้มีป้ายประกาศเตือน ให้มีแผนในการจัดการขยะ มีการบันทึกเกี่ยวกับเรื่องขยะ ของเรือ การจัดอบรมนายเรือ ลูกเรือทั้งหมดเกี่ยวกับเรื่องขยะว่าควรมีการดำเนินการอย่างไร เป็นไปตามกฎหมายนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๕ ท่านประธานครับเรื่องโทษ ถ้าท่านประธานไปดูในเรื่องโทษ โทษจะมีรายละเอียดมากนะครับ คือโทษที่ลงเราดูเหมือนกับแรง แต่ว่าเป้าหมาย เรือขนาดเล็กไม่ได้รับผลกระทบ แต่เรือขนาดใหญ่เขามีนายทุน มีเจ้าของเรือ มีธุรกิจอยู่โทษ ที่ลงเป็นการลงโทษที่ปรับหลายแสนทีเดียว และถ้าหากว่าสั่งให้ดำเนินการแล้วไม่ทำก็มีการ ปรับเป็นรายวันด้วย นอกจากนั้นก็จะมีการกำหนดเรื่องไม่ให้ออกจากท่า คือเรือถ้าไม่ให้วิ่ง เหมือนทำให้ตาย โทษตรงนี้ก็มีนะครับ ผมเห็นว่าโทษลงได้เหมาะสมแล้ว แล้วก็มีน้ำหนัก เพียงพอ ไม่อย่างนั้นคือเขาจะชั่งกันระหว่างทำให้ถูกต้องดูแลเรื่องขยะ หรือคุณจะถูกปรับ ๕๐๐,๐๐๐ หรือคุณไม่ให้เดินเรือ เขาบังคับไม่ให้คุณเดินเรือ เขาจะเลือกเอาดำเนินการกับ ขยะมากกว่า ดังนั้นน้ำหนักการบาลานซ์ (Balance) ตรงนี้ทำได้ดีท่านประธานครับ แล้วที่ สำคัญก็คือว่าต่างประเทศเขาคงจะพอใจ เพราะเขาบอกว่ากฎหมายเดินเรือของไทยโทษน้อย เกินไป และตอนหลังก็มาบีบเราเหมือนเรื่องไอยูยู (IUU) ที่ท่านประธานทราบแล้วว่ามา บังคับเสียรุนแรงเกินไป ตรงนั้นผมไม่ชอบเลย แต่อันนี้ทำได้ดี เพราะเป้าหมายถูกคน เจ้าของ เรือ ธุรกิจคุณต้องรับผิดชอบ มีการกำหนดชัดเจนว่าการดำเนินคดีกับเรือที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ตามที่รัฐอื่นร้องขอด้วย ลักษณะของมีรัฐอื่นไปทำที่อื่นและรัฐอื่นร้องขอ รวมทั้งเรือของชาติ นั้นมาอยู่ที่นี่สามารถจะกำหนดโยงกันได้ นอกจากนั้นมีการกำหนดเขตอำนาจศาล มีการ พิจารณาเกี่ยวกับเรือที่ทิ้งลงไปในทะเลและจากแท่น ชัดเจน เหตุผลที่ ๓ เป็นความจำเป็นที่ กล่าวแล้ว ที่ท่านรัฐมนตรีได้พูดแล้วว่าเป็นความจำเป็น เป็นสภาพบังคับที่เราจำเป็นจะต้อง ลงนาม เพื่อให้สอดคล้องกับอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล ค.ศ. ๑๙๘๒ ยูเอ็นซีแอลโอเอส (UNCLOS) ที่ประเทศไทยเป็นภาคีเราไปเซ็นกับเขาแล้วเราต้องรับผิดชอบ ซึ่งอนุสัญญาดังกล่าวประเทศไทยต้องดำเนินการควบคุมเรือที่เดินอยู่ในทะเลอาณาเขต และเขตเศรษฐกิจจำเพาะ และแท่นที่กล่าวแล้วนะครับ ว่าดูแลให้หมดไม่ให้ละเมิด ข้อตกลงตามอนุสัญญา โดยรัฐบาลในประเทศภาคีไม่ใช่ประเทศไทย ๑๕๐ กว่าประเทศต้องมีกฎหมาย และบทลงโทษอย่างเพียงพอเพื่อป้องกันการกระทำอันเป็นการส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม ทางทะเล กฎหมายที่เรามีอยู่ท่านประธานครับ ไม่มี มีไม่พอ ดังนั้นก็ต้องมีการเพิ่มเติม ท่านประธานครับ ประเด็นจริง ๆ แล้วข้อตกลงที่เรียกว่าแอนเน็กซ์ (Annex) หรือเป็น ส่วนควบของกฎหมาย เป็นพิธีสารที่เราลงนาม ประกอบด้วยภาคผนวกหรือแอนเน็กซ์ (Annex) ก็มีทั้งหมด ๖ อย่าง ผมได้มีโอกาสไปทำกฎหมายตอนช่วงปี ๒๕๕๐ เกี่ยวกับ ภาคผนวกที่ ๑ การป้องกันมลพิษ และอันที่ ๒ การควบคุมมลพิษจากของเหลว ในระวางเรือ เสร็จไปเมื่อ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๕๐ และนอกจากนั้นได้เคยเป็นตัวแทนไปประชุม กระทรวงคมนาคมในหลายประเทศก็สนใจเรื่องนี้กันอยู่มาก ผมเรียนท่านประธานว่าถ้าจะมี คำถามอยู่บ้าง เมื่อสักครู่ประธานบอกว่าให้อภิปรายและตั้งคำถาม ก็ถามว่า พอเราบังคับแบบนี้ แล้วเรือที่มาจอดทิ้งขยะเองไม่ได้ จะต้องเอาขึ้นฝั่งก็คือท่าเรือ ประเด็นปัญหาที่จะถามก็คือว่า ท่าเรือของไทยมีระบบการกำจัดขยะซึ่งมีหลายอย่างหลายประเภทมาก ซับซ้อนมาก มีเพียงพอหรือยังที่เราจะบังคับ และนอกจากนั้นคำถามที่ ๒ ก็คือว่าขณะนี้ถ้าเราลงนาม ตรงนี้ไป ออกกฎหมายนี้แล้วก็ไปลงนามในพิธีสารซึ่งคงจะเข้ามาประมาณวันที่ ๒๑ ที่จะถึงนี้ ก็คงต้องลงนามไปโดยผ่านรัฐสภา เราจะมีการดำเนินการกับ ๓ ส่วนที่เหลืออย่างไร เมื่อไร แผนนะครับ🔗
สุดท้ายท่านประธานครับ ผมขอสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้เพื่อเป็นการดูแล สิ่งแวดล้อมของทะเลไทยเอง เป็นการดูแลสิ่งแวดล้อมของทะเลทั่วโลกในกรณีที่เราไป และเพื่อเป็นความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมโดยรวมครับท่านประธาน ขอสนับสนุนครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตอนาคตใหม่ปัจจุบัน พรรคก้าวไกล ขออนุญาตอภิปรายร่างพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช ๒๔๕๖ ซึ่งคณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ ในเบื้องต้นที่ดูรายละเอียดแล้ว อยากจะตั้งคำถามเพื่อให้ท่านผู้มาชี้แจงได้ตอบคำถาม🔗
คำถามแรก หลักคิดที่กรมหลายกรม โดยเฉพาะกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ผมต้องขอชื่นชมนะครับว่า หลักคิดแบบเทกอิน บริงเอาต์ (Take in bring out) อะไรไปในเขตอุทยานก็ขนออกมาด้วย หลักคิดแบบนี้น่าจะปรากฏในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ด้วย นะครับว่า ขนอะไรลงไปในเรือขนกลับมาทั้งหมดได้ไหมครับ กลายเป็นว่าร่างกฎหมายที่ท่าน กำลังเสนอต่อสภาฉบับนี้ คือกำลังเปิดช่องและกำหนดคุณสมบัติ กำหนดรายละเอียด กำหนดบทลงโทษ นั่นนี่โน่น แต่ให้ผู้ที่อยู่บนแท่นหรืออยู่บนเรือสามารถทิ้งขยะภายใต้ เงื่อนไข ๑ ๒ ๓ ๔ ซึ่งมันขัดกับหลักที่กรมหลายกรม หรือขัดกับหลักคิดวิธีของการดูแล ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ทั่วโลกเขากำลังใช้อยู่ ท่านตอบคำถามนี้ด้วยนะครับ🔗
คำถามที่ ๒ ครับ เรื่องแบบนี้จะเห็นภาพปรากฏชัดในแนวทางของการปฏิบัติ ก็ต่อเมื่อท่านอธิบดีนั่งเรือไปด้วย หรือไปใช้ชีวิตบนแท่นดูนะครับ ท่านน่าจะเห็นรายละเอียด ท่านเคยไปใช้ชีวิตบนแท่นไหมครับ ท่านเคยไปใช้ชีวิตบนเรือชนิดที่ท่านได้เห็นรายละเอียด และท่านจะได้ดูว่าร่าง พ.ร.บ. นี้มันตรงกับข้อเท็จจริงที่ท่านมีการเสนอมาต่อสภาแห่งนี้ หรือไม่ คำถามที่ ๒ นะครับ ซึ่งการทิ้งขยะมันรวมอาหาร พอดูแล้วโดยปกติในแหล่ง ท่องเที่ยวหลายพื้นที่ หรือแม้กระทั่งในบ้านเรือนเราพยายามทำเรื่องบ่อดักไขมันต่าง ๆ แต่ผมเห็นในรายละเอียดแล้วร่างกฎหมายฉบับนี้พูดถึงการทิ้งเศษอาหารอะไรลงไป ซึ่งแน่นอนท่านบอกว่ามีตะแกรง มีโน่นนี่นั่น แต่เรื่องของการดักไขมันก่อนทิ้งลงทะเล ผมคิดว่าอันนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะเราเจอข่าวหลายอย่างนะครับ ผมเห็นดีด้วยเรื่องของ พลาสติก หรือแม้กระทั่งอุปกรณ์ของการประกอบอาชีพประมง ซึ่งเป็นขยะในหลายพื้นที่ ในท้องทะเล มีกิจกรรมครับ นักดำน้ำสคูบาไดวิง (Scuba diving) ทั่วประเทศไทยครับ ท่านประธาน ในแต่ละปีไปอาสาดำน้ำเก็บขยะในพื้นที่ จะเห็นว่ามีพวกพลาสติก พวกอุปกรณ์อวน อุปกรณ์ต่าง ๆ อยู่ตำแหน่งท่องเที่ยว และอยู่ใต้ท้องทะเลเยอะแยะ มากมาย ท่านมีมาตรการรูปแบบแบบนี้ด้วยหรือไม่ อันนี้เป็นคำถามถัดมาครับ🔗
คำถามต่อมาก็คือว่า ในมาตรา ๑๒๐/๗ (๖) ท่านเปิดท้ายไว้ดี แต่ผมมีคำถามว่า กรณีที่รัฐมนตรีอาจประกาศกำหนดสารซึ่งเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมตามมาตรานี้ โดยคำนึงถึงแนวทางขององค์การทางทะเลและระหว่างประเทศ เมื่อไรครับ มีไทมิง (Timing) เวลาไหม หรือแม้กระทั่งมาตรา ๑๒๐/๘ ห้ามมิให้ผู้ใดทิ้งขยะตามโน่นนี่นั่น ตามหลักเกณฑ์วิธีการที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด โดยคำนึงถึงอนุสัญญา ไม่มีไทมิง (Timing) ร่างกฎหมายในสภาที่ผ่านมาหลายฉบับไร้ผลในทางปฏิบัติ เพราะไม่มีไทม์ไลน์ (Timeline) บอกว่าจะออกรายละเอียดเมื่อไร เสร็จเมื่อไร อย่างไร มันต้องใส่ไปด้วยนะครับว่า ถ้ามี หลักเกณฑ์ประกาศตามกฎกระทรวงมันต้องทำให้เสร็จหลังจากร่างนี้ออกภายใน ๖ เดือน ภายใน ๑ ปี ต้องให้เสร็จนะครับ มาตรฐานที่ออกไปทิ้งขยะใช้เครื่องมืออะไร เรือตรวจชายฝั่ง พวก นปข. ศรชล. มีบทบาทอะไรมากน้อยแค่ไหน อย่างเช่น มาตรา ๑๒๐/๙ ท่านบอกว่า (๑) การทิ้งขยะในปริมาณเท่าที่จำเป็นมันเป็นการใช้ดุลยพินิจที่ต้องมาตั้งคำถามดู รายละเอียดว่าขนาดไหน หรือแม้กระทั่ง (๒) ที่บอกว่าเป็นการทิ้งเครื่องมือทำการประมง เท่าที่จำเป็น นี่ก็ดุลยพินิจอีกครับท่านประธาน แปลว่า ๑. เป็นช่องทางให้ข้าราชการกรมเจ้าท่า ใช้ดุลยพินิจเป็นช่องทาง ผมไม่อยากมองแง่ร้ายท่านประธานครับ เพราะที่ผ่านมาพี่น้อง ประชาชนชาวประมงที่ประกอบการอยู่ที่กันตังบ้านท่านประธานชวน ผมไปเจอมาเมื่อวานนี้เอง พี่น้องก็ร้องเรียนผ่านมาเหมือนกันว่ากรมเจ้าท่าตั้งเงื่อนไขในการต่อทะเบียนเรือประมง พื้นบ้านเยอะแยะมากมาย เกิดอะไรขึ้น ทำไมไม่ต่อให้เขา หรือไปขอจดทะเบียนใหม่ก็ไม่ยอม ด้วยซ้ำ พี่น้องเขาก็ร้องเรียนมาถึงข้อมูลประกอบอาชีพ เพราะพอไม่ต่อแล้วพอเขาไปออก หาปลา หาปู หาอาหารทะเลขึ้นมาทั้งบริโภคเองแล้วก็เอาไปขายตามท้องตลาดก็โดนจับกุม ง่าย ๆ เรื่องแบบนี้ต้องฝากนะครับ คำถามผมไม่ยาก ผมคิดว่าท่านคงสามารถตอบแล้วก็เป็น ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนที่รับฟังอยู่ทางบ้านแน่นอนครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณสะถิระ เผือกประพันธุ์ แล้วก็จะเป็นคุณพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ คุณคารม พลพรกลาง แล้วก็จะเป็น พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เชิญคุณสะถิระครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐครับ วันนี้ผมขอร่วมอภิปรายในพระราชบัญญัติการเดินเรือ ในน่านน้ำไทย โดยเฉพาะเป็นเรื่องในส่วนของการทำอนุสัญญาระหว่างประเทศตามที่มติ ครม. เห็นชอบในเรื่องของการป้องกันสารพิษจากเรือ ค.ศ. ๑๙๗๓ แล้วเรารับข้อตกลง ใน แอนเน็กซ์ ๕ (Annex 5) ก็คือภาคผนวกที่ ๕ ว่าด้วยกฎข้อบังคับสำหรับการป้องกัน มลพิษจากขยะบนเรือเป็น พ.ร.บ. ที่ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งครับท่านประธาน ซึ่งเราควรจะมี พ.ร.บ. นี้มานานแล้วครับ เพราะว่าปัจจุบันเรามีขยะในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็น น่านน้ำไทย แล้วก็น่านน้ำสากล เพราะปัจจุบันวาระขยะไม่ใช่เป็นวาระของเราอย่างเดียว เป็นวาระของระดับโลก ซึ่งปัจจุบันถ้าท่านประธานทราบ ขออนุญาตสไลด์ (Slide) ด้วยนะครับ🔗
ในปี ๒๕๖๓ ประเทศไทยมีปริมาณ ขยะมากเป็นอันดับ ๑๐ ของโลก ปริมาณขยะพลาสติกที่จัดการบริหารไม่ถูกต้อง ๑.๐๓ ล้านตันต่อปี โดยส่วนหนึ่งเป็นขยะพลาสติกที่รั่วไหลลงสู่ทะเลปริมาณ ๐.๔๑ ล้านตัน ต่อปี เป็นพลาสติก ๑๒ เปอร์เซ็นต์ กล่องโฟม ๑๐ เปอร์เซ็นต์ อาหาร ๘ เปอร์เซ็นต์ ถุงก๊อบแก๊บ ๘ เปอร์เซ็นต์ ขวดแก้ว ๗ เปอร์เซ็นต์ ขวดพลาสติก ๗ เปอร์เซ็นต์ สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่มี ผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตทั้งในทะเล ในมหาสมุทร แล้วรวมถึงบนพื้นดินประเทศไทย เมื่อสิ่งแวดล้อมในทะเลไม่มีความสมบูรณ์ สิ่งมีชีวิต ไม่ว่าจะเป็นปลาโลมา เต่าทะเล สาหร่าย ปะการัง ที่เราต้องแย่เลยก็คือการท่องเที่ยว แล้วเป็นที่ทราบกันดีครับ เราได้รับ รายได้จาก การท่องเที่ยวปีละ ๒.๒ ล้านล้านบาท หรืออนาคตเราอาจจะเป็น ๓ ล้านล้านบาท หรือเป็น ๔ ล้านล้านบาท ตรงนี้ขออนุญาตชื่นชมคณะผู้ชี้แจงและคณะรัฐมนตรีที่มีมติเห็นชอบให้มี พ.ร.บ. การเดินเรือ ในน่านน้ำไทยนี้ขึ้นมา ต้องขอบพระคุณเป็นอย่างสูง แต่ผมมีอยู่ ๔-๕ ประเด็น ที่จะฝาก ท่านประธานไปยังผู้ชี้แจงครับ🔗
ประเด็นแรกครับ ในมาตรา ๑๒๐/๔ ใน พ.ร.บ. นี้ครับ บทบัญญัตินี้มิให้ ใช้บังคับแก่เรือราชการ หรือเรือที่ใช้ในกิจการของรัฐซึ่งมิได้มีวัตถุประสงค์เชิงพาณิชย์ คำถามผมผ่านท่านประธานไปยังผู้ชี้แจง เรือราชการ หรือเรือที่มีกิจการของรัฐมิได้มีขยะ หรืออย่างไร อันนี้เป็นประเด็นแรกที่ผมจะถามท่านประธานครับ🔗
ประเด็นต่อไป เมื่อเรามี พ.ร.บ. แล้วสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการบังคับใช้กฎหมาย เมื่อไร เราพร้อมไหม ถามว่าเพราะอะไร เมื่อไร เรือพาณิชย์ เรือท่องเที่ยว เรือดำน้ำ เรือที่มี ตั้งแต่ตามมาตรา ๑๑๑ มาตรา ๑๒๐/๑๒ ๑๒ ตารางเมตรขึ้นไปนี่เป็นเหมือนเรือตกปลา เรือท่องเที่ยวที่อยู่ตามชายฝั่ง เขาพร้อมแล้วหรือยังที่จะมีป้ายประกาศ เขาพร้อมหรือยังที่จะ มีตะแกรงเครื่องปั่น อันนี้คือสิ่งที่ท่านต้องคิดนะครับ ฝากท่านประธานผ่านไปยังผู้ชี้แจง🔗
เรื่องต่อไปครับ เครื่องมือที่เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือกรมเจ้าท่านี่ท่านพร้อมแล้ว หรือยังที่ท่านต้องวิ่งตามจับเรือต่างประเทศ จับเรือไทยอย่างเดียวไม่ได้นะครับ ท่านต้องจับ เรือต่างประเทศด้วย ที่ทิ้งขยะในบ้านเรา ทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน อาหาร เพราะในตาม พ.ร.บ. นี่ขยะเขารวมถึงขยะ อาหาร พลาสติก เศษสินค้า สารล้างสินค้า น้ำมันสำหรับประกอบอาหาร และแม้กระทั่งเครื่องมือทำประมง ตรงนี้เหมือนกันครับ เครื่องมือทำประมง ท่านจะมีข้อยกเว้นอย่างไร ถ้าพี่น้องประมงจำเป็นต้องทิ้งเครื่องมือทำ ประมง เพราะเพื่อความปลอดภัยของตัวเรือ ตรงนี้ท่านต้องมีบทข้อยกเว้นให้เขาด้วย ตรงนี้ ฝากท่านประธานผ่านไปยังผู้ชี้แจงด้วยนะครับ🔗
ต่อไปเรื่องบุคลากร ท่านประธานครับ บุคลากรข้าราชการของกรมเจ้าท่า หรือผู้ชี้แจง ท่านพร้อมและท่านเข้าใจในบทลงโทษ หรือเข้าใจในการปฏิบัติหน้าที่ตามหลัก มาตรฐานสากลมากน้อยเพียงใด ในบ้านเราผมไม่ห่วงหรอกครับ ผมห่วงต่างชาติครับ หรือต่างชาติเข้ามาเขาจะเชื่อฟังเราอย่างไร ตามกฎของเราอย่างไร ว่าเป็นภาคี เป็นรัฐภาคี หรือว่าจะเป็นรัฐเจ้าของธง รัฐท่าเรือ หรือรัฐชายฝั่งโคสทอล สเตต (Coastal State) ตรงนี้ คือฝากท่านประธานฝากไปยังผู้ชี้แจงด้วยว่าเจ้าหน้าที่เราก็ต้องพร้อมครับ🔗
และอีกประเด็นหนึ่ง อันนี้สำคัญครับท่านประธาน ก็คือบทลงโทษ ผมเห็น ตั้งแต่มาตรา ๑๒๐/๒๕ ถึงมาตรา ๑๒๐/๔๐ คำถามแรก ถ้าทำความผิดตาม มาตรา ๑๒๐/๑๒ นี่ก็คือเราไม่มีป้ายประกาศ ๑๒ เมตร ไม่มีป้ายประกาศ ๑๐๐ ตันกรอส ไม่มีป้ายประกาศ ปรับไม่เกิน ๔๐๐,๐๐๐ บาท ก็คือช่องว่างระหว่าง ๑ บาทถึง ๔๐๐,๐๐๐ บาท ตรงนี้คือดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่เท่านั้น เพราะฉะนั้นการบังคับใช้กฎหมายอย่างยุติธรรม เราใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่อย่างไร แล้วมาตรฐานทางสากลเขาจะยอมรับได้ไหม หรือแม้กระทั่งพี่น้องไทยที่โดนปรับ เรือนักท่องเที่ยวที่โดนปรับ เรือประมงที่โดนปรับ เขาจะยอมรับอย่างไร เรือ ๑๒ เมตรนี่ครับ ถ้าโดนปรับ ๔๐๐,๐๐๐ บาท ๒๐๐,๐๐๐ บาท นี่เจ๊งนะครับท่านประธาน อันนี้ฝากท่านประธานผ่านไปยังผู้ชี้แจงด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรือต่างชาติเราจะปรับเขาอย่างไร ถ้าเราจับเขาแล้ว และเขาหนี จับเขาไม่ได้ อันนี้คือเครื่องมือเราจับเขาอย่างไร แล้วมีอีกมาตรานะครับ ถ้าผมจำไม่ผิด ประมาณมาตรา ๑๒๐/๒๘ ถ้ารัฐภาคีนั้นขอเรือกลับไปดำเนินคดีที่เรือเขา เราต้องให้เขานะครับ แต่คำถามมีอยู่ว่าถ้าเขาทิ้งขยะ หรือทิ้งสินค้า หรือทิ้งอะไรก็ตามทำให้ปะการังเสีย ทำให้ ปลาโลมา ทำให้ฉลามวาฬเราเสียชีวิต เราจะยอมให้เขากลับไปดำเนินคดีที่บ้านเขา หรืออย่างไร เพราะนี่คือสิ่งมีชีวิตในพื้นที่ของเรา ท่านประธานครับ ตรงนี้ก็เป็นประเด็นที่ ผมจะฝากท่านประธานผ่านไปยังผู้ชี้แจง เพราะอะไร ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งครับ กับการตั้ง พระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมา เพื่อแก้ปัญหาขยะในบ้านเรา ซึ่งเราทราบกันอยู่แล้วปี ๒๕๖๓ เรามีขยะ ๑ ล้านตันต่อปี เราติดอันดับ ๑ ใน ๑๐ ของโลก สิ่งที่สำคัญที่สุดเราต้องให้มีขยะ เราน้อยกว่านี้ อยู่อันดับ ๒๐ หรือ ๓๐ ต่อไปในอนาคต บนความร่วมมือของพี่น้องประชาชน และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทั้งนี้ทั้งนั้นครับ ท่านประธานครับ อย่างไรก็ตามสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่ สร้างผลกระทบและสร้างรายได้ให้กับประเทศไทย โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ทั้งเรื่องการท่องเที่ยวและเรื่องการประมง วันนี้ผม ดอกเตอร์สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กราบขอบพระคุณครับ🔗
ครับ ต่อไปเป็นคุณพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ผมเรียนว่ามีสมาชิกเข้าชื่อมา ฝ่ายค้าน ๕ ท่าน เป็นพรรคก้าวไกล ๔ ท่าน ฝ่ายรัฐบาลก็มี ๔ ท่านครับ เพราะฉะนั้นชื่อที่จะให้ผู้ชี้แจงได้ชี้แจงก็หลังจากที่คุณนิติพล ผิวเหมาะ ได้อภิปรายนะครับ ผู้ชี้แจงชี้แจงหลังจากนั้น ถ้ามีผู้ติดใจก็อนุญาตต่อครับ แต่ว่า ต่อไปก็เป็นคุณพรเทพ หลังจากคุณพรเทพก็คุณคารมนะครับ แล้วก็เป็น พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แล้วไปท่านนายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ แล้วมาเป็นคุณนิติพล ผิวเหมาะ ขอเชิญท่านพรเทพครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตหัวหิน ปราณบุรี เขต ๒ ประจวบคีรีขันธ์ พรรคเพื่อไทยครับ ผมขออนุญาตแสดงความเห็นด้วยในเรื่องร่าง พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย และมีส่วนที่ผมไม่สบายใจนะครับ ก็ขออนุญาต แลกเปลี่ยนเสียทีเดียวเลยนะครับในการให้ความเห็นครั้งนี้ ก่อนอื่นนะครับ ผมเองก็มองว่า เราควรจะทำตั้งนานแล้วครับเรื่องแบบนี้ เราไม่ทราบว่าในน่านน้ำของเรามีเรือที่วิ่งเข้ามานี้ เขาขนอะไรมาบ้าง ท่านเชื่อหรือไม่ครับ ถ้าลองไปดูบัญชีรายชื่อผู้ที่ขนส่งสินค้าที่กรมศุลกากร เราจะตกใจมากเลยครับว่ามันมีอะไรต่ออะไรมากมาย ที่จริงแล้วรัฐบาลควรจะตระหนัก ถึงเรื่องนี้นานแล้ว แต่วันนี้ได้มีโอกาสทำก็ถือว่าเป็นความโชคดีของคนไทยครับที่จะได้รับ การคุ้มครองจากการดูกฎหมายฉบับนี้ เพราะกฎหมายฉบับนี้มันมีผลกระทบต่อทางทะเล มลภาวะทางทะเลเป็นอย่างมากนะครับ เพราะมีผลถึงสัตว์ทะเลด้วย เราต้องยอมรับนะครับว่า สัตว์ทะเลต้องอาศัยในทะเล ถ้าหากว่ามีมลภาวะเป็นพิษอย่างนี้ลงมาปั๊บ สัตว์ทะเลก็ไม่ไหว แล้วพวกเราล่ะครับ เราเป็นมนุษย์ ชาวบ้านต้องอาศัยบริโภค เราจะพบว่ามีสารเคมีตกมากับ พวกสัตว์ทะเลนี้เป็นจำนวนมากนะครับ🔗
สุดท้ายก็คือเรื่องการท่องเที่ยวครับ ในเมื่อเราไม่สามารถควบคุมทะเลได้ มันก็จะขาดความน่าท่องเที่ยวไป โดยเฉพาะบ้านผม อำเภอหัวหิน อำเภอปราณบุรี อำเภอ สามร้อยยอดของประจวบคีรีขันธ์ เป็นพื้นที่ที่เป็นการท่องเที่ยวนะครับ จึงได้เป็นห่วงครับ อย่างไรก็ต้องขออนุญาตมาพูดถึงเรื่องความจำเป็นครั้งนี้ ทำไมเราต้องทำครับ จำเป็นครับ เมื่อสักครู่นี้นำเรียนแล้วว่าวันนี้ อะไรก็ไม่ทราบ เรือนะครับ ไม่ว่าเรือขนส่งออก เรือเกษตรต่าง ๆ มีพิษ สารไม่มีพิษอยู่ในตู้คอนเทนเนอร์ (Container) หมดเลยครับ แล้วเราจะมั่นใจได้อย่างไรครับ ว่าพวกนี้จะไม่รั่วไหล วันดีคืนดีเกิดเรืออับปางขึ้นมานะครับ เรามั่นใจหรือยังว่ามาตรการ ในการดูแลของที่จะรั่วไหลลงทะเลอย่างนี้มันดีแล้ว แล้วการที่เรามีกำหนดอย่างนี้ดีครับ ผมก็เป็นห่วงว่าถ้าเราไม่มีนี้ มันจะกลายเป็นว่าประเทศอื่นนะครับ มีขยะอะไรก็มาทิ้งในน่านน้ำ ของประเทศไทยนี่ละ อันนี้คืออันตราย เพราะประเทศอื่นถ้าเขามีมาตรฐานอยู่แล้วนี้นะครับ เขาก็จะไม่ทิ้ง แต่บ้านเราถ้ามาตรฐานไม่ดียังทิ้งได้อยู่เขาก็จะนำมาทิ้งนะครับ แต่ผมเชื่อเหลือเกิน ว่าถ้าเราทำแล้วทำให้มันถูกต้องดี ๆ มันจะเกิดประโยชน์ตามที่เมื่อสักครู่นี้ผมนำเรียนท่าน นะครับ เราต้องกำหนดให้ได้ว่ามีอะไรบ้างที่อยู่ในนั้น ขยะมีพิษ ไม่มีพิษนะครับ แล้วออก กำหนดด้วยว่าถ้าเป็นอย่างนี้จะกำหนดอย่างไร ถ้าเป็นน้ำมันจะทำอย่างไร ไม่ใช่มีปัญหาที ก็เป็นข่าวที แล้วก็มาแก้ปัญหาเอา อันตรายมากครับท่านประธานครับ เราต้องมีความรับผิดชอบ ต่อเรื่องสิ่งแวดล้อมนะครับ แต่ขณะเดียวกันสิ่งที่เกิดต่อไปนี้ผมก็ค่อนข้างเป็นห่วงว่าแน่นอน นะครับ มันก็จะมีข้อจำกัดกำหนดขึ้นมาครับ ต้นทุนต่าง ๆ อาจจะเกิดขึ้นมามากมาย ก็ฝาก กรรมาธิการช่วยดูด้วยว่าเราจะต้องทำแค่ไหนอย่างไร เพราะบางครั้งเราทำตามมาตรฐานโดยที่ทำ เกินกว่ามาตรฐานไปนี้ เราก็อาจจะได้รับผลกระทบเสียเองนะครับ หมายถึงว่าประชาชน ชาวเรือของบ้านเรา เพราะเราเองบางครั้งต้องรับว่าความพร้อมของเรานี้ ชาวเรือเรา หรือผู้ใช้ ประโยชน์ทางทะเลของเราอาจจะแตกต่างจากต่างประเทศนะครับ แล้วก็สำคัญที่สุดนะครับ การที่เราจะเข้าไปทำอนุสัญญาใดก็ตาม ก็ฝากท่านกรรมาธิการวิสามัญด้วยว่า อย่าไปเข้าทาง เกี่ยวกับเรื่องการกีดกันทางการค้า ถ้าเราไม่ระวังมันจะเป็นเงื่อนไขหนึ่ง ซึ่งต่างประเทศอาจจะ เป็นการกีดกันทางการค้าให้กับเราได้ วันนี้เราเองเราก็เจอปัญหาอยู่ กำลังแก้ไขอยู่ใช่ไหม ครับ กฎหมายประมง ปี ๒๕๕๘ ซึ่งตอนนี้ทราบว่ามีการแก้ไขอยู่ว่าอะไรก็ตามที่มันไม่ เหมาะสมขอปรับ เพราะที่ผ่านมาชาวประมงเดือดร้อนมากมายนะครับ วันนี้บางคนต้องเปลี่ยนอาชีพไป แล้วก็ รอการเยียวยาหลายอย่าง เช่น เรื่องการซื้อเรือคืน ก็อยากให้ระวังว่าเราจะทำอะไรก็ตาม เรื่องที่ดี เรื่องการกีดกันการค้าจะได้ไม่เป็นการซ้ำเติมให้กับพี่น้องประชาชนที่เกี่ยวข้อง กับเรื่องทะเล เรื่องชาวประมงทั้งหลาย เรื่องความสำคัญคือเรื่องกำหนดโครงสร้างหน่วยงาน ที่รับผิดชอบชัดเจนครับ วันนี้เราเห็นว่าเรามีโครงสร้างหน่วยงาน แต่หน่วยงานนั้นได้ปฏิบัติ จริงหรือไม่ เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าเขาปฏิบัติจริง ไม่ใช่มีข่าวทีก็ไปปฏิบัติที อย่างนี้เขียน เอาไว้มันก็ขาดประสิทธิภาพนะครับ ก็ขอให้มีหน่วยงานที่ชัดเจน คำว่าหน้าที่ทั้งหมดทุกคน ที่เกี่ยวข้องควรจะมีหน้าที่ตรงนี้ ไม่ใช่มีอะไรไปโทษเด็ก ผู้หลักผู้ใหญ่ต่าง ๆ ผู้เกี่ยวข้อง ทั้งหลายควรจะมีหน้าที่ในส่วนตรงนั้นด้วย ไม่ใช่มีอะไรไปโทษเด็กที่อยู่ในเรือทั้งหมด วิธีการ ตรวจสอบ ตรวจระวางต่าง ๆ มีการบันทึกแบบฟอร์มต่าง ๆ ก็ฝากดูด้วยแล้วกันครับว่า มันจำเป็นแค่ไหนที่ไม่เป็นการเพิ่มภาระให้มากมาย ก็ฝากไว้ด้วยครับ เราทำงานแน่นอน เราได้รับประโยชน์จากสิ่งแวดล้อมที่จะดีขึ้นอันผลแด่สัตว์ทะเล อันผลแด่คุณภาพชีวิตของ พี่น้องประชาชนที่จะต้องใช้ประโยชน์อาหารจากทางทะเล แต่การที่จะมีบทลงโทษขึ้นมา ก็ฝากด้วยว่าเราอย่ามองว่าพวกชาวเรือ หรือว่าเกี่ยวกับเดินเรือ อย่ามองว่าเขาเหมือนกับ เป็นผู้ต้องหาที่พยายามที่จะทำผิดตลอดเวลา ผมว่ามันขาดความชัดเจน ถ้าเรามีความชัดเจน มีกฎหมาย ผมเชื่อว่าชาวเรือเองหรือผู้เกี่ยวข้องทั้งหลายคงไม่กล้าที่จะไปฝ่าฝืนกฎหมาย ต่าง ๆ ก็ฝากดูความเป็นธรรมด้วยนะครับ แต่ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นมาผมเชื่อว่าปัญหา เรื่องนี้มันจะลดน้อยลงไป ก็ขอบคุณทางท่านประธาน แล้วก็ขอบคุณทางผู้เสนอร่างนี้ ผมเองก็เห็นด้วยแต่ว่าอยากจะฝากสิ่งที่ผมพูด เพราะวันนี้ถ้าเราหลงประเด็นแก้ไม่ถูกจุด ได้อย่างอาจจะเสียหลาย ๆ อย่าง ก็ฝากประเด็นที่ผมนำเรียนด้วยนะครับ ขอบคุณท่าน ประธานมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็น คุณคารม พลพรกลาง เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัด ร้อยเอ็ด ต่อร่างพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของ คณะรัฐมนตรีที่เสนอมานี้ เป็นกฎหมายที่มีความจำเป็นที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่บ้าน ไม่ได้อยู่ติดทะเลต้องลุกขึ้นมาพูด เพราะเนื่องจากว่าบ้านผมถึงจะไม่อยู่ติดทะเล กว่าจะเห็น ทะเลก็ต้องมาเที่ยว แต่ว่าเราทานอาหารทะเล บ้านผมกินปลาทู กินหอย กินปลาหมึก กินทุกอย่าง ก็มาจากทะเล ธุรกิจที่ส่งอาหารทะเลไปที่จังหวัดผมที่ร้อยเอ็ด ที่มหาสารคาม ที่อะไร ก็แล้วแต่ ที่อีสานหรือจังหวัดอื่นมาจากทะเล เพราะฉะนั้นทะเลสะอาดปราศจากมลพิษ จึงเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเหตุว่าทะเลเป็นสมบัติของประชาชนคนไทย ไม่ว่าตามรัฐธรรมนูญ หรือตามข้อเท็จจริงคนทุกคนจึงไปเที่ยวทะเล นอกจากนั้นทะเลยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สร้าง เงิน เพราะฉะนั้นอยากจะเรียนว่ากฎหมายนี้เป็นกฎหมายที่มีประโยชน์ บังเอิญที่ผมเป็น กรรมาธิการคมนาคม เป็นรองประธานศึกษาระบบคมนาคมทางน้ำ การขนส่งทางทะเล เป็นเรื่องที่ควรจะส่งเสริมให้เกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์ เพราะเหตุว่าจะทำให้ประหยัดในเรื่อง ระบบการขนส่ง เพราะฉะนั้นหลายคนเวลาพูดถึงน่านน้ำไทย น่านน้ำสากลถ้าไม่อธิบาย เวลาซื้อเรือดำน้ำ ซื้อเรือโน้นเรือนี้ที่มารักษาประโยชน์ของชาติไม่อธิบายคนจะไม่เข้าใจ แต่ประเด็นที่ผมจะกราบเรียนท่านประธานในเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่บอก ไม่ใช่ผมเห็นด้วย กับการซื้อเรือดำน้ำนะครับ แต่ผมเห็นด้วยกับการรักษาผลประโยชน์ของรัฐในเขตน่านน้ำ ถือว่าเป็นทรัพยากรที่สำคัญ🔗
ประเด็นแรกที่ผมจะสอบถามก็คือว่า มันมีอยู่ในหลายมาตรานะครับ คำว่า แท่นที่เป็นที่จะทิ้งขยะมลพิษลงในทะเล น่าสนใจมากว่าท่านถูกเขียนไว้ในหลายมาตรา แท่นคืออะไร คือที่จะต้องทิ้งขยะลงไป มีตั้งแต่มาตรา ๑๒๐/๕ มาตรา ๑๒๐/๖ มาตรา ๑๒๐/๗ มาตรา ๑๒๐/๙ แต่พอมาตรา ๑๒๐/๘ ท่านเขียนว่า ห้ามมิให้ผู้ใดทิ้งขยะจากเรือไทยไปในพื้นที่พิเศษ เว้นแต่ตามหลักเกณฑ์ที่คณะรัฐมนตรีจะอนุญาตโดยคำนึงถึงอนุสัญญา อันนี้ต้องถาม ท่านประธานผ่านไปยัง ครม. ว่า ทำไมเว้นครับ จริง ๆ แสดงว่าเขตน่านน้ำพิเศษไม่มีแท่นเรือ คือบ้านผมไม่มีทะเลจึงไม่เข้าใจ เหมือน ส.ส. บางท่านที่บ้านอยู่ริมทะเลจะมีแท่นเรือ หรืออะไรก็แล้วแต่ อันนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก เป็นเรื่องที่ผมอาจจะฝากในชั้นกรรมาธิการด้วย แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เขียนกฎหมายว่าท่านจงใจหรือว่ามันไปมีอย่างอื่นอยู่ อันนี้ก็ต้อง ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านคณะรัฐมนตรี🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นคำถามจริง ๆ เยอะมากครับ บังเอิญว่าชั้นปริญญาตรีผมไม่รู้ จับพลัดจับผลูไปเรียนกฎหมายเรื่องการเดินเรือในน่านน้ำไทย ก็เลยพอที่จะพูดคุย ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีได้ ในมาตรา ๑๒๐/๑๘ เป็นการเรียกค่าเสียหายจากเรือ ของรัฐต่างชาติ ท่านดูนะครับ ท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีอธิรัฐครับ ในวรรคแรกมีวรรคเดียว ว่า เรื่องค่าเสียหายที่จะต้องดำเนินคดีกรณีที่เรือต่างประเทศที่อยู่ภายในน่านน้ำไทยแล้ว กระทำความผิด ไม่ว่าภายในทะเลอาณาเขตหรือเขตเศรษฐกิจจำเพาะรัฐภาคี ซึ่งไม่ใช่อยู่ใน ความผิดต่อเนื่องที่อยู่ในเขตอำนาจของศาลไทย แล้วมีการดำเนินคดี คำถามมีอยู่ ๒ คำถาม คือว่า รัฐนั้นอาจจะดำเนินคดี หรือถ้าไทยดำเนินคดีแทนรัฐที่เป็นเจ้าของเรือทำนองนั้น ก็มีหลักเกณฑ์อยู่ในวงเล็บว่ากันไป ๓ วงเล็บ แต่ที่สงสัยคือวรรคสุดท้ายท่านประธาน สงสัย ว่าในกรณีที่ไทยดำเนินการเพื่อประโยชน์ ดำเนินการตามมาตรานี้ รัฐบาลไทยอาจเรียก ค่าใช้จ่ายที่เกิดในการดำเนินการจากรัฐภาคีที่ร้องขอได้ ประเด็นที่สำคัญ คือเรื่องนี้ไม่ได้ ซับซ้อนอะไร ประเด็นแค่ว่าเมื่อมีการทิ้งขยะจากเรือรัฐต่างประเทศเกิดความเสียหาย ในน่านน้ำ แล้วถามท่านผู้มาชี้แจงว่าแล้วมันต้องมีการดำเนินคดีโดยเรารวบรวมหลักฐาน แล้วฟ้องยังศาลจังหวัดในเขตที่อยู่ใกล้เคียงกับที่เรือเกิดปัญหา แต่กรณีที่รัฐไทยทำเอง ผมเลยสงสัยว่าทำไมท่านเขียนทำนองว่าการเรียกค่าเสียหายอาจ อาจนี่ไม่ใช่มาเล่นคำนะครับ ถึงจะเป็นนักกฎหมายก็เข้าใจอยู่ว่า คือท่านเรียกหรือไม่เรียกก็ได้ จริง ๆ ถ้าจะเขียน ให้ประชาชนสบายใจ แล้วก็ตอบสังคมได้มันน่าจะเขียนว่าเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการ ตามมาตรานี้ให้รัฐบาลไทยเรียกค่าเสียหายที่เกิดจากการดำเนินการจากรัฐภาคีที่ร้องขอได้ เราอยู่ภายใต้อนุสัญญา ข้อตกลงอนุสัญญาคือข้อตกลงระหว่างประเทศในการดูแลทะเล ให้สะอาดปราศจากมลพิษ แล้วทุกวันนี้มลพิษมันมาหลากหลายใส่ตู้คอนเทนเนอร์ (Container) ทางเรือมาเยอะแยะมากมาย แล้วมันเกิดรั่ว เกิดทิ้งหรือเจตนาทิ้ง การทิ้งขยะ ด้วยในประเด็นสุดท้ายก็คือว่ามันมีหลายรูปแบบ เจตนาทิ้งก็ชัด สมมุติว่าใส่เรือที่ไม่มีราคา แล้วก็มาทำเรือพังแล้วลงน่านน้ำเราเสียหาย อย่างนี้อยู่ในเกณฑ์นี้ด้วยหรือเปล่า จริง ๆ มีหลายประเด็นมากแต่ก็ขอตั้งข้อสังเกตและสอบถามไปยังคณะรัฐมนตรี และหากมีการตั้ง คณะกรรมาธิการก็ขอฝากคำถามนี้ไว้ด้วย แต่ต้องยอมรับว่ากฎหมายนี้เป็นกฎหมายที่มี ประโยชน์มากที่จะรักษาทะเลไทยให้สะอาด ประชาชนเป็นเจ้าของทะเลเขาต้องได้รับทะเล ที่สะอาด มาเที่ยวก็ต้องมีความภูมิใจ ดีใจ สดใส แล้วก็อาหารทะเลที่มาจากทะเลก็ต้อง สะอาด พี่น้องภาคที่เขาไม่อยู่ใกล้ทะเลเขาจะได้ทานอาหารที่ปราศจากมลพิษ ขอบคุณท่าน ประธานที่เคารพครับ🔗
ต่อไป เชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ตามด้วยคุณหมอบัญญัติ เจตนจันทร์ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ผมก็มาสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำ ไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของรัฐบาลในประเด็นหลายประเด็น โดยเฉพาะในส่วนของผมนั้น มีประเด็นที่เกี่ยวข้อง ๑. คือเรื่องของการทิ้งขยะที่ปรากฏอยู่ในการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ ฆ/๓ ว่าด้วยการทิ้งขยะในทะเล มาตราเดียวครับ มาตรา ๑๒๐/๒ ถึง มาตรา ๑๒๐/๕๐ ผมก็เพิ่งเคยเห็นกฎหมายที่แก้ทีเดียว มาตราเดียว ๕๐ มาตรานะครับ พูดง่าย ๆ ก็เป็นอีกประสบการณ์หนึ่งที่เห็นในการเขียน กฎหมายของรัฐบาล🔗
ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายมีอยู่มาตราหนึ่งเรื่องของ การบังคับใช้กฎหมายที่น่าจะต้องกลับไปพิจารณาดูพอสมควรนะครับ แต่ผมจะลงไป ในประเด็นดังนี้ครับท่านประธานครับ ประเด็นของการที่เกี่ยวข้องกับที่เราเข้าอยู่ภาคี อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการป้องกันมลพิษจากเรือ ค.ศ. ๑๙๗๓ โดยเฉพาะ ภาคผนวก ๕ ซึ่งเราขาดอยู่ เราผนวก ๑ ผนวก ๒ เรามีนะครับ แต่พอถึงผนวก ๕ ว่าด้วย กฎข้อบังคับของการป้องกันมลพิษเรายังขาดตกบกพร่องโดยเฉพาะขยะบนเรือที่ใช้ ภาษาอังกฤษว่า มาร์โพล ๗๓/๗๕ (MARPOL 73/75) แอนเน็กซ์ ๕ (Annex 5) ก็คือการที่ ประเทศที่อยู่ในอนุสัญญาจะต้องปฏิบัติตามให้ครบถ้วน โดยเฉพาะประเทศไทยซึ่งมีขอบเขต และทะเลอันกว้างไกลทั้ง ๒ ด้านของทะเล โดยเฉพาะมีหน่วยงานหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมเจ้าท่าซึ่งเป็นคนยกร่างในกฎหมายนี้ ในประเด็นของกฎหมายนี้ครับ เรื่องประเด็นเดียวคือ เรื่องของการป้องกันในเรื่องของการทิ้งขยะก็คือ ป้องกันและลด และควบคุม ผมเป็นห่วงเรื่องภาวะของมลพิษที่เกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อม สิ่งแวดล้อม ที่เกิดขึ้นต่าง ๆ นานา สิ่งที่กรมเจ้าท่าเขียนมาในทุกมาตรามันก็จะมีเรื่องของมาตรการต่าง ๆ เพื่อรองรับ เข้าใจดีมาตรการดังกล่าว แต่สิ่งสำคัญในมาตรการต่าง ๆ ที่รัฐบาลได้กำหนด ออกมาในทุกทับของมาตรา มันเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องบัญญัติไว้ เรื่องของการทำให้ทะเลสะอาด ฉะนั้นการทำทะเลสะอาดนั้นมันก็มีคนที่ทำให้ทะเลสกปรก โดยเฉพาะผมลงไป ในมาตรา ๑๒๐/๙ เลยครับในข้อยกเว้นนะครับ ในข้อยกเว้นนั้นจะพบเลยนะครับว่า มันมีข้อยกเว้นที่เรือหรือแท่นเป็นข้อยกเว้นที่จะทิ้งขยะในทะเลได้ ผมไม่ลงรายละเอียดว่า มีอะไรบ้างนะครับ แต่คร่าว ๆ นะครับเรื่องของเหตุจำเป็น เรื่องของการช่วยเหลือชีวิตมนุษย์ เรื่องของเครื่องมือที่หมดความจำเป็น เรื่องของการรั่วไหล เรื่องของอุบัติเหตุต่าง ๆ นานา แล้วก็เรื่องของการทำเครื่องมือหลุดหายไปในการทำประมง ถ้าเหตุดังกล่าวนี้เกิดขึ้น จำนวนมาก รัฐจะทำอย่างไรครับ นี่คือคำถามที่ ๑ ครับท่านประธานครับ มีหน่วยงาน อย่างเช่น ศรชล. หรือกรมเจ้าท่า กรมเชื้อเพลิงที่จะต้องลงไปดูที่แท่นขุดเจาะ มีเครื่องมือ หรือกลไกใด ๆ ที่จะติดตามและตรวจสอบ นอกจากการปฏิบัติการทางกายภาพ เช่น จัดเรือ ออกตรวจตรา ตรวจลาดตระเวนไปต่าง ๆ นานาเพื่อค้นหาหรือตรวจค้น หรือพบเห็นการ กระทำผิดซึ่งหน้า เรามีไหมครับเครื่องเทคโนโลยีใหม่ ๆ มีโซลาร์ (Solar) มีเครื่องที่เป็น ภาพถ่ายทางอากาศ มีภาพถ่ายทางดาวเทียม เห็นกองขยะหรือคลื่นที่มันม้วนขยะจำนวน มาก หรือเซนเซอร์ (Sensor) ลงไปบนน่านน้ำมองเห็น หรือเรือดำน้ำที่มีกำลังมา กองทัพเรือ เข้ามาช่วยไหมครับ หรือไม่ได้ช่วยครับ จอดนิ่ง ๆ ไว้เฉย ๆ ให้กินน้ำมันไปเฉย ๆ เรือดำน้ำที่กำลังจะมานะครับอ้างเหตุนี่นะครับป้องกัน นั่นคือสิ่งหนึ่งที่มีเครื่องมือเหล่านี้ อยู่หรือไม่ นั่นคือการป้องกัน และการลด และการควบคุม อีกมาตราหนึ่งครับท่านไปดู ที่มาตรา ๑๒๐/๒๖ ครับ ถ้าเปิดตามผมทันนะครับจะเขียนว่าอย่างไรครับที่ท่านกำหนด ขึ้นมามาตรา ๑๒๐/๒๖ การดำเนินคดีเกี่ยวกับการกระทำผิดที่เกิดในส่วนนี้เกิดจากเรือ หรือแท่น ให้อยู่ในเขตอำนาจของศาลจังหวัดที่ใกล้เคียงสถานที่ที่มีการกระทำความผิด เอาอย่างนี้หรือครับเขียนกฎหมายอย่างนี้หรือครับ ผมไม่รู้กฤษฎีกามาที่นี่หรือเปล่า เขตอำนาจศาลก็คืออำนาจศาลสิครับ นี่เอาใกล้เคียงครับ ที่เกิดเหตุอยู่ใกล้เคียงศาลไหน หมายความอย่างนั้นหรือเปล่าครับ เพราะว่าเขตอำนาจของศาลจังหวัด หมายความว่าใกล้เคียงอะไรครับ เวิร์ดดิง (Wording) มันกำกวมครับ ถ้าจะมีอยู่ในเขต อำนาจศาลก็ไม่ต้องเขียนครับว่าการกระทำผิดนั้นมันอยู่ในเขตอำนาจศาล เพราะว่าใน ๑๒ ไมล์ทะเลมันอยู่ในเขตปกครองของไทยอยู่แล้วนะครับ นั่นคือส่วนหนึ่งที่อยากจะรู้ว่า ความหมายตรงนี้มันคืออะไรนะครับ หรือสันนิษฐานว่าที่เกิดเหตุอยู่ใกล้ศาลก็ไปขึ้นศาลนั้น ได้นะครับ🔗
ถัดไปท่านประธานครับ ในเรื่องของสิ่งที่จำเป็นที่สุดคือสัตว์น้ำ ท่านประธานครับ ในสัตว์น้ำนั้นเป็นสัตว์น้ำที่เราเห็นอยู่ โดยเฉพาะสัตว์ในทะเลหรือสัตว์หายาก เมื่อเกิดการ ตายเกิดขึ้นจากขยะเหล่านี้ เรามีกระบวนการของการสืบค้นหรือการสืบหาสาเหตุการตาย อย่างจริงจัง มีคดีที่ถูกดำเนินคดีแล้วหรือยัง เช่น ปลาวาฬลอยมาแล้วท้องอืด ปรากฏว่าพบ เศษพลาสติกหรือถังน้ำมันเข้าไปอยู่ในท้อง แล้วมีการสืบสวนบ้างไหม นี่คือคำถามครับท่าน หน่วยงานเหล่านี้ กฎหมายเหล่านี้ควบคุมไปถึงหรือเปล่าว่าจะกระทำความผิดและดำเนินคดี กับผู้กระทำความผิดดังกล่าวนั้นได้ครับ เป็นคำถามครับท่านประธานครับ ในพระราชบัญญัติ เหล่านี้จะต้องมีการควบคุมดูแลให้ทั่วถึงเพื่อให้เกิดทะเลสะอาดให้มากที่สุดครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณหมอบัญญัติ เชิญครับ ตามด้วยคุณนิติพล ผิวเหมาะ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะที่จังหวัดระยองเป็นจังหวัดชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกที่เคย ประสบปัญหาเรือสัญชาติกรีซ เมื่อปี ๒๕๕๖ ขนส่งน้ำมันมาส่งให้บริษัท พีทีทีจีซี เกิดท่อ น้ำมันดิบขนาด ๑๖ นิ้วแตก แล้วก็ทำให้น้ำมันดิบรั่วไหลจากชายฝั่ง ๒๐ กิโลเมตร ๒ วัน ต่อมาเกาะเสม็ด เริ่มที่อ่าวพร้าวที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันดับ ๑ ของจังหวัดระยองนั้น ทั้งเกาะเสม็ดก็กลายเป็นสีดำ แล้วคราบน้ำมันเหล่านั้นก็ได้กระจายไปสู่ชายฝั่งทะเลของ จังหวัดระยองและใกล้เคียงนะครับ ทำให้กุ้ง หอย ปู ปลา ตลอดจนชายฝั่งทะเลซึ่งเป็นแหล่ง ท่องเที่ยวเกิดความเสียหาย ทั้งเฉียบพลัน แล้วก็ต่อเนื่องนะครับ สารพิษต่าง ๆ นั้นทำให้ ผู้บริโภคอาหารทะเลก็ไม่สามารถที่จะบริโภคได้ ทำให้เกษตรกรและชาวประมงได้รับ ความเสียหายเป็นอย่างมาก ถือเป็นประวัติศาสตร์ของการที่มีเรือสัญชาติอื่นมาสร้าง ความเสียหายให้แก่ชายฝั่งและทะเลของประเทศไทยนะครับ ซึ่งรัฐบาลไทยต้องใช้เงิน จำนวนมากในการกำจัดคราบน้ำมัน ทั้งในผิวน้ำก็ดีและในชายฝั่งก็ดี แต่ก็ไม่สามารถ ดำเนินการให้มีความสะอาดและสวยงามได้นะครับ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เหล่านี้ก็ไม่ทราบว่า รัฐบาลไทยได้ไปเรียกร้องบริษัทเหล่านี้ ฟ้องร้องให้เรือสัญชาติต่างประเทศต่าง ๆ เหล่านี้ จ่ายให้แก่ประเทศไทยหรือไม่ อย่างไรนะครับ แต่การที่มีกฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้น ร่างพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก็เชื่อมั่นเหลือเกินว่า การแก้กฎหมายในครั้งนี้เพื่อให้ประเทศไทย ซึ่งมีนโยบายที่จะเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่าง ประเทศว่าด้วยการป้องกันมลพิษจากเรือ ค.ศ. ๑๙๗๓ เพื่อร่วมมือกับนานาชาติในการ ควบคุมมิให้การทิ้งขยะจากเรือหรือแท่นขุดเจาะน้ำมัน ไม่ว่าจะเป็นแท่นอยู่กับที่ หรือเป็น แท่นลอยน้ำก็ตาม ซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างในทะเลให้เป็นไปตามข้อกำหนดและมาตรฐานที่ อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทางทะเล ค.ศ. ๑๙๘๒ ในเรื่องที่ผมได้นำเรียนว่า จังหวัดระยองและภาคตะวันออกได้รับผลพวงจากการเดินเรือนะครับ ซึ่งได้นำสารเคมีก็ดี หรือแม้กระทั่งขยะต่าง ๆ ก็ดีมาทิ้งไว้ในทะเล หรือกระทบขึ้นมาถึงบนบก เป็นสิ่งที่มีอยู่จริง แล้วก็เป็นสิ่งที่ประชาชนก็กังวล ในเรื่องของข้อสังเกตที่ผมจะฝากให้คณะกรรมาธิการวิสามัญ ช่วยพิจารณาในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายในครั้งนี้ก็คือว่า ข้อที่ ๑ กฎหมายฉบับนี้จะต้องให้มีการลงทะเบียนว่า เรือที่ลอยลำอยู่ใกล้ชายฝั่งหรือเข้ามา ในน่านน้ำไทย มีสารเคมีอะไรบ้าง เดี๋ยวนี้สารเคมีมีทั่วไปการจราจรทางบกเราจะเห็นว่า มีตู้คอนเทนเนอร์ (Container) ก็ดีหรือถังเป็นแคปซูลต่าง ๆ ก็ดีจะต้องมีรหัสว่าเป็นสารอะไร ซึ่งคนที่เรียนทางด้านอาชีวอนามัย และอนามัยสิ่งแวดล้อมเขาจะรู้ดีว่า ขับรถแบบนี้ ติดตาม รถแบบนี้ อย่างที่ระยองบ้านผม ท่านใดไปท่องเที่ยวที่ระยองที่ภาคตะวันออก ท่านจะได้รับ การอารักขาจากรถตู้คอนเทนเนอร์ (Container) และแคปซูลอย่างนี้ขนาบไป ๒ ข้างทาง ตลอดเวลาเลย ถ้าท่านสังเกตให้ดีท่านจะรู้ว่าสารเคมีอะไรที่อยู่ตรงนั้น แต่ผมเชื่อว่าคนไทย ส่วนใหญ่ไม่รู้ กฎหมายจะต้องบอกว่า เรือลำนี้สารเคมีอะไร มีขยะอะไร ขยะของประชาชน บนเรือ ลูกเรือ หรือขยะที่เอามาขาย เพื่อให้ประเทศไทยเป็นขยะสารพิษ ต้องรู้ ข้อที่ ๒ จะต้องมีมาตรการในการระวังการรั่วไหลสารเคมี ไม่ใช่ว่า ใช้วาล์วใช้ท่อที่ไม่มีคุณภาพ ก็ต้อง มีมาตรการ ในส่วนนี้ต้องแจ้ง ข้อที่ ๓ ต้องแจ้งปริมาณขยะด้วย ข้อที่ ๔ จะต้องจัดโซนนิง (Zoning) ในการจอดเรือ ไม่ใช่จอดใกล้ชายฝั่งจนเกินไป เวลาเกิดเหตุไม่สามารถเอาลูกลอย ไปล้อมน้ำมันต่าง ๆ เพื่อจัดการกลางทะเลได้ ข้อที่ ๕ จะต้องมีมาตรการในการระวังเหตุ มีการตรวจตราระวังและสามารถระงับเหตุได้โดยเร็ว ถ้าเกิดว่ามีเรื่องขึ้นมาหน่วยงานไหน ที่จะต้องไปรับผิดชอบ ทั้งตัวเรือเองก็ต้องมีเครื่องมือดับเพลิง ต้องมีเครื่องมือในการกำจัด สารเคมีในสิ่งที่ตัวเองบรรทุกมา ข้อที่ ๖ จะต้องไม่สร้างผลกระทบต่อชาวประมงไทย เกินจำเป็น ชาวประมงไทยมีความเดือดร้อนจากกฎหมาย พ.ร.ก. ประมง ที่รัฐบาลออก เพื่อเอาใจไอยูยู (IUU) สหภาพยุโรปมากเกินสมควรอยู่แล้ว ก็ไม่อยากให้ประมงไทยของเรา จะต้องรับภาระจากการแก้กฎหมายครั้งนี้เกินความจำเป็น ก็ฝากคณะกรรมาธิการช่วยดูด้วย แล้วก็สุดท้ายข้อที่ ๗ การที่จะเรียกร้องค่าเสียหาย จากเรือเหล่านี้สัญชาติต่าง ๆ ที่ทำความ เสียหายไว้จะต้องมีมาตรการที่ชัดเจน ไม่ใช่เสียหายเฉพาะในทะเล พี่น้องประชาชนที่ได้รับ ผลกระทบจากกุ้งหอยปูปลา จากสถานที่ท่องเที่ยวชายหาดต่าง ๆ ล้วนแต่เป็นผลกระทบ ที่ความเสียหายระยะยาวก็ต้องสามารถรวมกันมาเพื่อเรียกร้องความเสียหาย หรือว่าเคลม (Claim) ได้ด้วยครับ จึงขอฝากท่านประธานถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญในครั้งนี้ด้วย เพื่อปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้ให้ดีที่สุด กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณนิติพล ผิวเหมาะ ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ๖๐,๐๐๐ ชิ้น ท่านประธาน ๖๐,๐๐๐ ชิ้นต่อปี คือ ขยะจากไมโครพลาสติก (Microplastics) ที่พวกเราทุกคนกินเข้าไป ๖๐,๐๐๐ ชิ้นต่อปี หลายคนอาจจะบอกว่า ผมไม่ทานอาหารทะเล ไม่ได้กินหรอก ๖๐,๐๐๐ ชิ้นต่อปี ผมไม่ได้ทานอาหารทะเล ผมไม่ได้กิน ผมไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ผมไม่ได้เป็นผู้เสียหาย กับกรณีนี้ ไม่ใช่ ถ้าท่านกินไก่ ท่านก็มีโอกาสที่จะได้กินไมโครพลาสติก (Microplastics) เข้าไปด้วยเช่นกัน เกิดจากอะไร ก็เกิดจากว่าพวกสัตว์ทะเลทั้งหลายก็เอามาทำเป็นอาหาร ให้กับไก่ ๖๐,๐๐๐ ชิ้นต่อปี ต่อร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ คือการจะเข้าไปเป็นภาคีสมาชิก ในกฎหมายระหว่างประเทศ ก็ต้องมีการอนุวัติการกฎหมายในประเทศไทยก่อน พูดแบบนี้ นักกฎหมายฟังปุ๊บก็เข้าใจได้ทันที แต่แบบนี้การอภิปรายครั้งนี้ผมมีความจำเป็นที่จะต้อง อธิบายให้กับญาติทางฝั่งคุณแม่ผมซึ่งเป็นพี่น้องชาติพันธุ์ที่อยู่บนดอย ในขณะเดียวกันญาติทางฝั่งคุณพ่อผมที่เป็นคนปักษ์ใต้ประกอบอาชีพประมง เขาต้องเข้าใจด้วย หมายความว่าอะไรครับ การจะต้องมาอนุวัติการกฎหมายฉบับนี้ อธิบายให้เห็นภาพชัด ๆ แบบนี้ครับ เวลาผู้นำไทยที่ไม่ได้มีความสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมเลย แล้วก็เดินต้วมเตี้ยม ๆ อยู่ในประเทศไทย เวลาที่เขาจะไปประชุมในเวทีโลกจะไปยืนยิ้มแห้งอย่างเดียวไม่ได้ครับ ไปคุยกับผู้นำประเทศนั้นประเทศนี้ก็ต้องบอกว่า กฎหมายในประเทศไทยเรามีการ ปรับเปลี่ยนแล้วนะ เรามีการปรับ เรามีการแก้ไขให้มันเข้ากับในระดับกฎหมายระหว่าง ประเทศแล้ว นี่ละครับคือการอนุวัติการกฎหมายในประเทศไทย พอมาดูกฎหมาย ภายในประเทศที่ใช้บังคับในการจัดการมลพิษจากขยะ จากเรือ มีอยู่หลายฉบับครับ ท่านประธาน เอาไล่เก่าที่สุดครับ ก็คือ พ.ร.บ. การเดินเรือในน่านน้ำไทย ๒๔๕๖ ก็คือฉบับนี้ ใหม่สุดครับคือพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ๒๕๓๕ ในกฎหมาย ที่ผมกล่าวไป ๒ ฉบับ และรวมถึงกฎหมายฉบับอื่น ๆ ที่ไม่ได้พูดถึง ก็มีการแก้ไขมา เรื่อย ๆ เรื่อย ๆ นั่นละครับตามยุคตามสมัย และแน่นอนว่าครั้งนี้ ในปีนี้ก็จะมีการแก้ไข ร่างกฎหมายฉบับเก่าแก่ที่สุดฉบับนี้อีกครั้งหนึ่ง ไปดูในเนื้อหาสาระครับ ในมาตรา ๑๒๐/๒ ขยะ ก็ได้มีการกำหนดนิยามของคำว่าขยะ ได้บอกไปถึงว่าเกี่ยวกับเรื่องพลาสติกด้วย อันนี้ ไม่แน่ใจว่าในชั้นกรรมาธิการจะล้วงลึกลงไปได้มากขนาดไหน หลายท่านที่ดูในเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) ก็จะเป็นเรื่องซีสไปเรซี (Seaspiracy) การใช้อวนจับปลาในทะเล แล้วก็สร้าง ปริมาณไมโครพลาสติก (Microplastics) จำนวนมากมายมหาศาลเหลือเกินครับ ท่านประธาน นี่ละครับเป็นหนึ่งในที่มาของขยะ ๖๐,๐๐๐ ชิ้นต่อวัน ที่พวกเราทุกคนกินกัน ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. กัญจน์พงศ์ที่นั่งอยู่หน้าผมนี้บ้านอยู่เชียงรายก็ต้องกินไมโครพลาสติก (Microplastics) ๖๐,๐๐๐ ชิ้นต่อปีเช่นเดียวกัน แล้วไปอย่างไรต่อละครับ ในมาตรา ๑๒๐/๑๐ การทิ้งเท่าที่จำเป็น การทิ้งเศษอาหาร เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้พูดไปแล้ว ก็ต้องทำความ เข้าใจแล้วก็ต้องได้รับความชัดเจนแบบนี้ครับ การทิ้งเท่าที่จำเป็น เราพูดถึงแต่เรื่องการทิ้ง เราเคยหันหลังเหลียวไปดูไหมครับว่า ก่อนจะทิ้งเราเอาของขึ้นเรือ เราเอาของขึ้นแท่นมาก เกินความจำเป็นหรือเปล่า พอมันมากเกินความจำเป็นก็ต้องทิ้งละครับทีนี้ ไม่แน่ใจว่าเรามี การพิจารณาล้วงไปถึงในประเด็นนั้นด้วยหรือเปล่าก่อนที่จะทิ้ง การที่จะเอาเข้าไปนี้ มันสมดุล มันมากพอไหม โอเค (OK) ผมเข้าใจแน่นอนละครับ เวลาไปอยู่กลางทะเลมันไม่ง่าย มันไม่ได้ สะดวกเหมือนว่าเดินไปหน้าปากซอยและไปซื้อของตามร้านสะดวกซื้อได้นะครับ แต่ว่าก็ต้องมีความจำเป็นจริง ๆ ที่เราจะต้องพิจารณาไปถึงว่าสิ่งที่จะเอาเข้าไป ไม่ว่าจะขึ้น ไปเรือหรือขึ้นไปแท่นมันมีความมากน้อยขนาดไหนนะครับ มาตรา ๑๒๐/๑๑ การเตรียม ความพร้อมในการจัดการขยะของเรือและแท่น ในประเทศไทยก็มีการจัดการเรื่องในการ จัดการขยะเกี่ยวกับเรือนะครับ เท่าที่ดูก็มีทั้งของกรมเจ้าท่าทำเอง แล้วก็เป็นของภาคเอกชน มาบริหารจัดการในส่วนนี้ ซึ่งผมพิจารณาดูในภาพรวมแล้ว การจัดการขยะบนเรือซึ่งมีพื้นที่ เล็กกว่าประเทศไทยเยอะแยะมากมายก็น่าจะมีกระบวนการมาตรการที่สามารถควบคุมการ จัดการบริหารในเรือในแท่นได้อย่างสมบูรณ์ ก็อยากจะฝากไว้ในส่วน ๓ อนุมาตรา และยังมี ประเด็นอื่นอาจต้องไปว่ากันต่อในชั้นกรรมาธิการครับ🔗
สรุปสุดท้ายในประเด็นที่ ๓ ครับ เหมือนที่ผมได้บอกไปแล้วว่า กฎหมาย ที่เกี่ยวกับการจัดการมลพิษจากขยะ จากเรือ มีอีก ๑ ฉบับ นั่นก็คือ พ.ร.บ. ส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ๒๕๓๕ ทางผมเองและ ส.ส. กัญจน์พงศ์ ทางพรรคก้าวไกล เราได้ยื่นร่างแก้ไข พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ๒๕๓๕ นี้ไปด้วยเช่นกัน แต่ว่าก็ต้องขอแบบนี้ รัฐบาลอย่าปัดตกนะครับ เหตุผลก็คือแบบนี้ครับ การแก้ไขร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมนี้คือการแก้ไขจากต้นเหตุของปัญหาอย่างแท้จริง ทางพรรคก้าวไกลเอง ทางพี่น้อง ประชาชนที่ทำงานด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงพี่น้องทั่วไปเขาอยากเห็นหน่วยงานของรัฐทำงาน แข่งขันกันครับ มันแข่งขันกันอย่างไรครับ เราแก้ไขร่าง พ.ร.บ. การเดินเรือในน่านน้ำไทยฉบับนี้ เรามีการแก้ไขร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริม และรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมของพรรคก้าวไกล ในการกำหนดปริมาณการปล่อยการทิ้งขยะ จากเรือ จากแท่น นี่ละครับจะเป็นการแข่งขันกันระหว่างกรมเจ้าท่าและกรมควบคุมมลพิษ อย่างแท้จริงนะครับ อย่าทำร้ายจิตใจของนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม อย่าทำร้ายจิตใจของคนที่ ทำงานด้านสิ่งแวดล้อม อย่าทำร้ายจิตใจของคนที่ต่อสู้ด้านสิ่งแวดล้อมครับ แล้วไปทำงาน ร่วมกันครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ท่านผู้อภิปรายก็จบเพียงเท่านั้น ท่านรัฐมนตรีมีอะไรจะตอบชี้แจงไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกทุก ๆ ท่านนะครับ ที่ได้ร่วมอภิปรายให้ข้อแนะนำให้ข้อทักท้วงต่อ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ผมเชื่อว่าข้อมูลหลาย ๆ อย่าง ก็จะเป็นประโยชน์ในชั้นกรรมาธิการ ส่วนประเด็นต่าง ๆ ต่อข้อคำถามที่ท่านสมาชิก หลาย ๆ คนอาจจะติดใจ เดี๋ยวผมขออนุญาตให้ท่านรองอธิบดีกรมเจ้าท่าได้ตอบคำถาม ได้ลงในรายละเอียดในส่วนนี้ ขออนุญาตท่านประธานครับ🔗
เชิญท่าน รองอธิบดีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ รองอธิบดีกรมเจ้าท่าด้านปลอดภัย ต้องกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ว่าในส่วนของการดำเนินการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญามาร์โพล ๕ (MARPOL 5) และเป็นผลสืบเนื่องในการที่กระทรวงคมนาคมได้นำพระราชบัญญัติการเดินเรือ ในน่านน้ำไทยแก้ไขเสนอต่อสภาในวันนี้นะครับ จึงเป็นเรื่องที่กระทรวงคมนาคมได้มีการ ดำเนินการควบคู่กันไปทั้งในส่วนของการเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา ซึ่งอยู่ในขั้นตอนของการ นำเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาในเร็ว ๆ นี้นะครับ อันนี้เป็นเรื่องเป็นเรื่องที่ ๑ ที่อยากจะ กราบเรียนที่ประชุมและท่านผู้ทรงเกียรติเพื่อทราบ ในส่วนของมาร์โพล แอนเน็กซ์ ๕ (MARPOL Annex 5) ปัจจุบันทั่วโลก ๑๙๓ ประเทศ มีการเข้าเป็นภาคีแล้ว ๑๕๕ ประเทศ คิดเป็นกองเรือของโลกหรือเวิลด์ ตันเนจ (World Tonnage) ๙๘.๔๙ เปอร์เซ็นต์ ถ้าจะ พิจารณาลึกถึงประเทศในอาเซียนก็จะเหลือแค่ประเทศไทยกับประเทศลาวที่ยังไม่ได้เข้าเป็น ภาคี ในส่วนของภาคีอนุสัญญามาร์โพล (MARPOL) ปัจจุบันในส่วนของการกำกับเรือไทย ที่เข้าออกน่านน้ำไทย สถิติปีที่แล้วมีเรือไทยเข้าออก ๖๐,๐๐๐ กว่าเที่ยว หมายถึงเรือที่เกิน กว่า ๖๐ ตันกรอส แต่ถ้าเป็นเรือต่างประเทศที่เข้ามาในน่านน้ำไทยมีถึง ๓๐,๐๐๐ กว่าเที่ยว อันนี้เป็นประเด็นที่เรามีความจำเป็นที่จะต้องบอกว่ากฎหมายฉบับนี้เพื่อเป็นการควบคุม กำกับเรือไทยและเรือต่างประเทศไทย วันนี้เรือไทยไปต่างประเทศเราถูกรัฐภาคีกำกับ แต่เรือต่างประเทศที่เข้ามาในเมืองไทยเราไม่มีกฎหมายในการที่จะกำกับเขานะครับ อันนี้ จึงมีประเด็นว่าเราต้องมีการออกกฎหมายเพื่อกำกับโดย พ.ร.บ. การเดินเรือในน่านน้ำไทย มาตรา ๑๑๙ ไม่ครอบคลุมถึงพื้นที่อีแซด โซน (EZ Zone) หรือ ๒๐๐ ไมล์ทะเล ในส่วนของ มาร์โพล (MARPOL) ทั้งหมด ๖ แอนเน็กซ์ (Annex) ประเทศไทยเข้าภาคบังคับแล้ว ๒ แอนเน็กซ์ (Annex) แอนเน็กซ์ ๑ (Annex 1) แอนเน็กซ์ ๒ (Annex 2) ซึ่งแอนเน็กซ์ ๑ (Annex 1) เป็นเรื่องของน้ำมัน แอนเน็กซ์ ๒ (Annex 2) เป็นเรื่องของน้ำปนเปื้อนในระวาง แอนเน็กซ์ ๓ (Annex 3) เป็นเรื่องของสินค้าบรรจุหีบห่อ และแอนเน็กซ์ ๔ (Annex 4) เป็นเรื่องของ ซีเวสต์ (Sea waste) และวันนี้แอนเน็กซ์ ๕ (Annex 5) ถ้าเป็นเรื่องของมลพิษขยะจากเรือ และสุดท้ายแอนเน็กซ์ ๖ (Annex 6) เป็นเรื่องของมลพิษอากาศจากเรือ อันนี้เป็นเหตุผลว่าทำไมประเทศไทยเรามีความจำเป็นที่จะต้องเข้าเป็นสมาชิกแล้วก็ตรา กฎหมายวันนี้ ในส่วนของท่าเทียบเรือ วันนี้เรามีการกำหนดให้ท่าเทียบเรือจะต้องเตรียม สิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรับขยะจากเรือที่เข้ามาจากต่างประเทศ อันนี้เป็นกฎกติกา ที่สากลกำหนดให้รัฐภาคี ถึงแม้วันนี้ประเทศไทยเรายังไม่ได้มีกฎหมาย แต่วันนี้กรมเจ้าท่า ในฐานะเรกูเลเตอร์ (Regulator) เราก็ใช้กฎหมายเท่าที่เรามีในการที่จะบังคับให้ท่าเทียบเรือ จะต้องมีการจัดสิ่งเหล่านี้เตรียมพร้อมไว้เพื่อรองรับเรือที่เข้ามาในประเทศไทยและเขาแสดง ความจำนงความต้องการในการที่จะเอาขยะขึ้นบนท่าเทียบเรือ จากสถิติวันนี้เรามีขยะขึ้นมา บนท่าเทียบเรือถึงปีละ ๘๐ ตัน หรือขยะที่เป็นขยะที่ปนเปื้อนใดหรือเป็นขยะสินค้าอันตราย ปีหนึ่ง ๓๖ ตัน อย่างนี้เป็นต้น อันนี้เป็นกฎหมายว่าทำไมเราต้องกำหนดให้ประเทศไทย ต้องมีกฎหมายเพื่อสามารถที่จะบังคับกับท่าเทียบเรือในการที่จะจัดให้พอร์ต รีเซฟชัน ฟาซิลิตี (Port Reception Facility) ให้เพียงพอนะครับ วันนี้เรียนท่านสมาชิกว่าวันนี้ กรมเจ้าท่าได้ทำหน้าที่และจัดให้มีสิ่งเหล่านี้นะครับ ให้เพียงพอและมีการปฏิบัติ ในส่วนของ เรือไทย ถามว่าไปต่างประเทศวันนี้เขาต้องจัดเตรียมให้มีสิ่งเหล่านี้เพื่ออนุวัติให้เป็นไปตามที่ อนุสัญญามาร์โพล (MARPOL) กำหนดแล้วทั้งสิ้นทั้งนั้นนะครับ ส่วนในรายละเอียดต่าง ๆ ที่ทางสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณาให้ข้อคิดเห็นหรือว่าข้อแนะนำ เดี๋ยวจะนำไปพิจารณา ในชั้นของการดำเนินการตามกฎหมายต่อไปครับ ขออนุญาตครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ต่อไปเราจะต้องมีการลงมตินะครับว่าเราจะรับหลักการของร่างพระราชบัญญัติ การเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่ ฉะนั้นผมจึงต้องขอเชิญท่านสมาชิก เข้าประจำห้องประชุมนะครับ🔗
เชิญท่าน สมาชิกที่อยู่ข้างนอกรีบเข้าห้องประชุมนะครับ ก่อนที่เราจะลงมติ ผมต้องขอตรวจสอบ องค์ประชุม เชิญท่าน ส.ส. ที่อยู่ข้างนอกหรือประชุมกรรมาธิการอยู่ก็ขอเชิญเข้าห้องประชุม ก่อนนะครับ ท่านสมาชิกที่เข้ามาในห้องประชุมแล้วขอท่านได้แสดงตน ตรวจสอบองค์ ประชุมก่อนนะครับ โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ เชิญท่าน ส.ส. รีบเร่งเข้าห้อง ประชุมเลยนะครับ ท่านสมาชิกที่เข้ามาถึงแล้วกรุณาเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนนะครับ🔗
มีท่านสมาชิก ท่านใดที่ยังไม่ได้เสียบบัตรกดปุ่มแสดงตนบ้างมีไหมครับ ถ้ามีเชิญนะครับ ถ้าแสดงตน กันทุกท่านแล้ว ผมขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่รายงานผลนะครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ในขณะนี้ ๒๕๒ ท่าน เป็นอันว่าครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ต่อไปผมจะ ขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญท่านใช้สิทธิออก เสียงลงคะแนนเลยนะครับ🔗
๒๗๙ เห็นด้วยครับ🔗
๒๗๙ เห็นด้วย มีท่านสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนเชิญครับ ถ้าใช้สิทธิออก เสียงลงคะแนนกันครบแล้ว ผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวน ผู้ลงมติ ๓๑๔ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๑ ท่าน บวก ๑ เป็น ๓๑๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน ก็เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติรับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ🔗
ขอเชิญเสนอ คณะกรรมาธิการครับ มีท่านใดจะเสนอกรรมาธิการ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรค พลังประชารัฐ ฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวนทั้งหมด ๒๕ ท่านครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดเสนอเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มีก็ถือ ว่าที่ประชุมแห่งนี้มีมติให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน ๒๕ ท่านนะครับ สัดส่วน กรรมาธิการของคณะรัฐมนตรี ๕ ท่าน สัดส่วนกรรมาธิการของแต่ละพรรคการเมือง จำนวน ๒๐ คน ขอเชิญคณะรัฐมนตรีเสนอชื่อกรรมาธิการครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนคณะรัฐมนตรี จำนวน ๕ ท่านดังนี้ครับ ๑. นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ ๒. นางสาวจิราภรณ์ เลิศมงคลนาม ๓. นางสาววิลลี่ อมราภรณ์ ๔. นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ๕. นายประพันธ์ บุณยเกียรติ🔗
สัดส่วน กรรมาธิการในคณะรัฐมนตรีเสนอมาแล้วนะครับ ดังนั้นสัดส่วนกรรมาธิการของแต่ละพรรค การเมืองเป็นดังนี้นะครับ พรรคเพื่อไทย จำนวน ๖ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๕ ท่าน พรรคภูมิใจไทย จำนวน ๓ ท่าน พรรคก้าวไกล จำนวน ๒ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๑ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ ท่าน พรรคเสรีรวมไทย จำนวน ๑ ท่าน เชิญตัวแทนแต่ละพรรคการเมืองเสนอชื่อกรรมาธิการตามสัดส่วน และต้องขอผู้รับรอง ตามข้อบังคับด้วยนะครับ เชิญตัวแทนพรรคเพื่อไทย ๖ ท่าน🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางมนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ขอเสนอ รายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๖ ท่านดังนี้ ๑. นายปลอดประสพ สุรัสวดี ๒. นายนิรมิต สุจารี ๓. นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ๔. นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ๕. นายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ ๖. นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ ขอผู้รับรองค่ะ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปตัวแทนพรรคพลังประชารัฐเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร พรรคพลังประชารัฐ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ การเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ๕ ท่านดังนี้ ๑. นายสุทา ประทีป ณ ถลาง ๒. นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ๓. นายสถิตย์ เพ็ชรสุวรรณ ๔. นายอุดร ออลสัน ๕. นายอำนวย ยุติธรรม ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเชิญตัวแทนพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ ขอเสนอชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย จำนวน ๓ ท่านดังนี้ครับ ๑. ท่าน ส.ส. ศุภชัย ใจสมุทร ๒. ท่าน ส.ส. อดิพงษ์ ฐิติพิทยา และ ๓. ท่าน ส.ส. กิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเป็นสัดส่วนของพรรคก้าวไกล ๒ ท่าน🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคก้าวไกล ขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคก้าวไกล จำนวน ๒ ท่าน ๑. นิติพล ผิวเหมาะ ๒. สมชาย ฝั่งชลจิตร ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่าน🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติการเดินเรือ ในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่าน ดังนี้ครับ ๑. คุณพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ๒. ดอกเตอร์มณทิพย์ ศรีรัตนา ขอรับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี ชาติไทยพัฒนา ในสัดส่วน ของพรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอนายไพศาล ชโนวรรณ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้อง ต่อไปเป็นสัดส่วนของพรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย พรรคเสรีรวมไทยขอเสนอสัดส่วนของพรรค เสรีรวมไทย ๑ ท่าน ขอเสนอ พลตำรวจโท ชัยวัฒน์ ฉันทวรลักษณ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปขอเชิญเลขาธิการอ่านชื่อกรรมาธิการครับ🔗
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๒๕ คน ๑. นายภูริพัฒน์ ธีระกุลพิศุทธิ์ ๒. นางสาวจิราภรณ์ เลิศมงคลนาม ๓. นางสาววิลลี่ อมราภรณ์ ๔. นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ๕. นายประพันธ์ บุณยเกียรติ ๖. นายปลอดประสพ สุรัสวดี ๗. นายนิรมิต สุจารี ๘. นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ๙. นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ๑๐. นายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ ๑๑. นายพิพัฒน์ชัย ไพบูลย์ ๑๒. นายสุทา ประทีป ณ ถลาง ๑๓. นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ๑๔. นายสถิตย์ เพช็รสุวรรณ ๑๕. นายอุดร ออลสัน ๑๖. นายอำนวย ยุติธรรม ๑๗. นายศุภชัย ใจสมุทร ๑๘. นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา ๑๙. นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ๒๐. นายนิติพล ผิวเหมาะ ๒๑. นายสมชาย ฝั่งชลจิตร ๒๒. นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ๒๓. นางมณทิพย์ ศรีรัตนา ๒๔. นายไพศาล ชโนวรรณ ๒๕. พลตำรวจโท ชัยวัฒน์ ฉันทวรลักษณ์🔗
ขอเชิญ กำหนดระยะเวลาแปรญัตติครับ🔗
กราบเรียนท่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอระยะเวลาแปรญัตติ ๗ วัน ขอผู้รับรองครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ กำหนดระยะเวลาแปรญัตติ ๗ วัน ตามข้อบังคับ มีท่านผู้ใดเสนอเป็นอื่นไหมครับ🔗
ไม่มีนะครับ ก็ถือว่า ๗ วันนะครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่ค้างพิจารณา🔗
๕.๑ ร่างพระราชบัญญัติสหกรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (พลโท วีระ วงศ์สรรค์ กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน ๑๑,๘๐๘ คน เป็นผู้เสนอ) (พิจารณาต่อจากการ ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๓ ครั้งที่ ๑๑ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันพุธ ที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๔ เพื่อให้ที่ประชุมลงมติ)🔗
จากการประชุมคราวที่แล้ว เมื่อผู้เสนอได้แถลงหลักการและเหตุผล สมาชิก ก็ได้มีการอภิปรายแสดงความคิดเห็น ผู้แทนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ตอบชี้แจงต่อที่ประชุม แล้วก็ปิดการอภิปราย ประธานของที่ประชุมขณะนั้นคือ ท่านสุชาติ ตันเจริญ จึงได้สั่งปิด การประชุม และเลื่อนการลงมติไปในคราวต่อไป สำหรับวันนี้จะเป็นการลงมติในวาระที่ ๑ ขั้นรับหลักการ ดังนั้นผมขอดำเนินการต่อเลยนะครับ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุม นะครับ🔗
ขอเชิญท่าน สมาชิกที่อยู่ข้างนอกห้องประชุมได้เข้าห้องประชุม เพื่อเราจะได้ลงมติในร่างพระราชบัญญัติ สหกรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขอเชิญท่านสมาชิกที่เข้าห้องประชุมแล้วได้ใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนนะครับ🔗
มีท่านสมาชิก ท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตนไหมครับ ถ้ามีท่านใดที่ยังไม่แสดงตนก็โปรดแสดงตนนะครับ แต่ถ้าแสดงตนกันหมดแล้ว ผมขอปิดการแสดงตนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวน ผู้เข้าประชุมในขณะนี้ ๒๗๖ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ต่อไป ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติสหกรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. หรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นควร รับหลักการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนนนะครับ🔗
มีท่านสมาชิก ท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนบ้าง มีไหมครับ ถ้ามีก็เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ๑๒๔ รับหลักการครับ บัตรกดไม่ขึ้นครับ🔗
รับหลักการ นะครับ ถ้าลงกันครบแล้ว ขอปิดการลงคะแนนนะครับ เชิญเจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวน ผู้ลงมติ ๓๒๒ ท่าน เห็นด้วย ๘๕ บวก ๑ เป็น ๘๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๓๕ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติไม่รับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวนะครับ ก็ถือว่าจบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติสหกรณ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. นะครับ🔗
ต่อไปจะเป็น การพิจารณา🔗
ระเบียบวาระที่ ๕.๒ ร่างพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .… (นายชวลิต วิชยสุทธิ์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
ด้วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอร่างพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. มายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๓๓ (๒) สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นและจัดทำสรุปผล การรับฟังและรายงานผลการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติ เสร็จแล้วนะครับ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ และประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการการรับฟังความคิดเห็น และการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น จากร่างพระราชบัญญัติ ที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒ รายละเอียดปรากฏในเอกสารที่เจ้าหน้าที่ได้จัดวางไว้ให้ท่านสมาชิกแล้ว ต่อไปขอเชิญท่านชวลิต ผู้เสนอ แถลงหลักการและเหตุผล เชิญท่านชวลิตครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย กระผมและเพื่อนสมาชิกรวมจำนวน ๒๐ คน ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้🔗
หลักการ ยกเลิกมาตรา ๔๕ แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑🔗
เหตุผล โดยที่พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๔๕ บัญญัติให้คณะรัฐมนตรีมีอำนาจจ่ายเงินทุนสำรองจ่ายจำนวน ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท จากคลัง เพื่อนำไปใช้ในกรณีที่มีความจำเป็นและเร่งด่วน ซึ่งกระผมเห็นว่าไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๑ และข้อเท็จจริงที่เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ ท่านประธานที่เคารพ กระผม มีเหตุผลในการเสนอร่างพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณเพื่อประกอบการตัดสินใจ ของเพื่อนสมาชิกอยู่ ๒ ประการใหญ่ ๆ ดังนี้ครับท่านประธาน ประการแรก เหตุผลใน ข้อกฎหมาย และประการที่สอง เหตุผลในข้อเท็จจริง🔗
ในประการแรก เหตุผลในข้อกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๑๔๑ บัญญัติว่างบประมาณรายจ่ายแผ่นดินให้ทำเป็นพระราชบัญญัติ ซึ่งตีความเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย หมายความว่าอย่างไร หมายความว่าการนำงบประมาณแผ่นดินไปใช้ ต้องเสนอสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย รัฐธรรมนูญไม่ได้อนุญาตให้ฝ่าย บริหารนำงบประมาณแผ่นดินไปใช้ โดยไม่ผ่านการพิจารณาจากสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธาน ที่เคารพ พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณเป็นพระราชบัญญัติ หรือเป็นกฎหมายที่ไม่อาจไปลบล้าง บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดได้ ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกก็คงจะ ทราบดีว่ากฎหมายใดมีสาระที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญ ไม่อาจใช้บังคับได้ ส่วนกรณี ที่อ้างว่า พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณปี ๒๕๖๑ แก้ไขมาตาม พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ ซึ่งบัญญัติให้มีเงินทุนสำรองจ่าย จำนวน ๑๐๐ ล้านบาทไว้แล้ว เพียงแต่เพิ่มวงเงิน จาก ๑๐๐ ล้านบาท เป็น ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะค่าของเงินเปลี่ยนไป ซึ่งกระผมเห็นว่า เป็นเหตุผลที่ไม่สมเหตุสมผลกับสถานการณ์ของบ้านเมือง และสถานการณ์ทางการเงิน การคลัง ตลอดจนข้อกฎหมายในปัจจุบันที่พัฒนาไปดังกล่าว กล่าวคือในปัจจุบันมีงบกลาง ที่ฝ่ายบริหารสามารถใช้จ่ายกรณีฉุกเฉินและจำเป็นปีละนับแสนล้านบาท และเพิ่มขึ้นทุกปี ๆ ซึ่งกระผมจะได้กล่าวต่อไปในเหตุผลในประเด็นที่ ๒ ในข้อเท็จจริง กล่าวโดยสรุปในข้อกฎหมาย กระผมก็ยังเห็นว่าการจะนำเม็ดเงินงบประมาณไปใช้จำเป็นจะต้องเสนอเป็นพระราชบัญญัติ มีแผนงานโครงการให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ตามที่รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๑ บัญญัติไว้ ไม่อาจใช้ พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณบัญญัติไว้มาเหนือกว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญได้🔗
ท่านประธานที่เคารพ ในประการที่ ๒ เหตุผลในข้อเท็จจริง รัฐบาลหรือ ฝ่ายบริหารมีงบกลางให้ใช้จ่ายในกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นปีละหลายแสนล้านบาท ยกตัวอย่าง งบกลางปี ๒๕๖๕ ตั้งไว้จำนวน ๕๗๑,๐๔๗ ล้านบาท โดยแบ่งเป็นเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณี ฉุกเฉินหรือจำเป็น เป็นเงินถึง ๘๙,๐๐๐ ล้านบาท ที่ผ่านมา ๘ ปี สมาชิกก็แคลงใจกัน พอสมควรกับการใช้เงินงบกลางที่ตรวจสอบการใช้จ่ายยากอย่างยิ่ง เพราะไม่มีแผนงาน โครงการให้ตรวจสอบความเหมาะสม ความคุ้มค่าของโครงการว่าเหมาะสมกับเม็ดเงิน งบประมาณที่จะจ่ายไปหรือไม่ หากตั้งเงินทุนสำรองจ่ายอีกจำนวน ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเป็น ยอดเงินมหาศาล ไม่ใช่น้อย ๆ ก็จะเสมือนตีเช็คเปล่า เอางบประมาณแผ่นดินไปใช้ง่าย ๆ โดยไม่มีแผนงานโครงการใดให้ตรวจสอบ คงจะเป็นการไม่รอบคอบในการใช้งบประมาณ แผ่นดินซึ่งเป็นภาษีของพี่น้องประชาชน สมควรที่จะให้สภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นผู้แทน ประชาชนได้ตรวจสอบ และให้ความเห็นชอบในการในการนำเงินภาษีของประชาชนไปใช้ มิเช่นนั้นรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๑ จะบัญญัติไว้ทำไมว่า งบประมาณแผ่นดินให้จัดทำเป็น พระราชบัญญัติ🔗
ท่านประธานที่เคารพ เหตุผลประการต่อมาเป็นเหตุผลเชิงประจักษ์ในการใช้ งบประมาณอย่างไม่มีประสิทธิภาพ ไม่มีประสิทธิผล ๘ ปีที่ผ่านมารัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ ใช้งบประมาณแผ่นดินมหาศาลถึง ๒๐ ล้านล้านบาท โดยเก็บภาษีไม่เข้าเป้า ต้องไปกู้มาใช้ถึง ๘.๔๗ ล้านล้านบาท จึงอาจกล่าวได้ว่าเป็นรัฐบาลที่สร้างหนี้ให้ประเทศมหาศาล ใครมารับ ช่วงต่อต้องใช้หนี้กันไม่หวาดไม่ไหว ไม่ทราบว่าจะใช้หนี้หมดกันในยุคไหน สมัยไหน ถ้าบ้านเมืองยังไม่ได้รับความเชื่อมั่นทางด้านการเมืองการปกครองที่มีกติกาสืบทอดอำนาจ กันอย่างนี้ ก็จะทำให้หารายได้ไม่ได้ตามเป้า มีแต่รายจ่าย และรายรับที่ได้จากการกู้เป็นหลัก ท่านประธานที่เคารพ เมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษา โดยกระทรวงการคลังประกาศว่า ประเทศไทยมีหนี้สาธารณะกว่า ๙.๓ ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น ๕๘.๑๕ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) นั่นเป็นหนี้ของประเทศมหาศาล แล้วหนี้ของ ประชาชนล่ะ หนี้ครัวเรือน หนี้นอกระบบที่ประชาชนประสบอยู่ ทุกคนรู้ดีว่าขณะนี้กระเป๋า ตัวเองแฟบลง แฟบลง เมื่อข้อเท็จจริงเป็นที่ประจักษ์จะให้ใช้เงินงบประมาณกันง่าย ๆ จำนวน ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยไม่ผ่านการพิจารณาแผนงานโครงการให้สภาผู้แทนราษฎร ได้ตรวจสอบและพิจารณาให้ความเห็นชอบ กระผมจึงไม่เห็นด้วยจึงจำเป็นจะต้องเสนอ กฎหมายให้สภาพิจารณา และจำเป็นจะต้องรายงานประชาชน ซึ่งเป็นผู้เสียภาษีให้รัฐบาล นำไปใช้จ่าย เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน🔗
ท่านประธานที่เคารพ กล่าวโดยสรุป การที่กระผมเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ เป็นการให้เกียรติสภา ให้เกียรติสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งได้รับเลือกจากพี่น้องประชาชน เพื่อร่วมกันรักษาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน เป็นการทำหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ ในการควบคุมตรวจสอบการทำหน้าที่ของฝ่ายบริหารให้ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๑ ซึ่งบัญญัติไว้ชัดเจนว่างบประมาณแผ่นดินให้จัดทำเป็นพระราชบัญญัติ จึงหวังที่จะเห็นเพื่อน สมาชิกได้ร่วมกันรักษาเกียรติของตนเอง รักษาเกียรติของสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาร่าง กฎหมายฉบับนี้ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนด้วยการรับหลักการร่าง พ.ร.บ. วิธีการ งบประมาณ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่กระผมและคณะได้เสนอในวันนี้ ขอขอบพระคุณครับ ท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกที่ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณก็ได้แถลงเหตุผลไปแล้วนะครับ ต่อไปก็จะเป็นท่านสมาชิกที่ให้ความสนใจที่จะอภิปราย ขณะนี้มีผู้ได้ลงชื่อขออภิปรายมาแล้ว ๓ ท่านนะครับ ก็มีท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ท่านสันติ กีระนันทน์ และท่านวีระกร คำประกอบ เชิญท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอชื่นชมท่านสมาชิกเมื่อสักครู่ที่ได้นำเสนอกฎหมายที่จะมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงกฎหมายการคลัง โดยเฉพาะกฎหมายวิธีการงบประมาณ ๒๕๖๑ เพื่อจะให้ระบบ การคลังของเราเข้มแข็ง เพื่อจะไม่ให้เรามีปัญหาหนี้ต่อไปในอนาคต แล้วก็ได้ระบุถึงรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๑ และข้อกฎหมายมาตรา ๔๕ ของ พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งกระผมเองนั้นก็อยากที่จะขอแสดงความคิดเห็นว่าประเด็นที่ท่านนำเสนอ ผมอยากจะขอ สงวนด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ครับ ช่วยฉายสไลด์ (Slide) ขึ้นจอด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ระบบการคลัง บ้านเราจะมีการใช้จ่ายผ่านงบประมาณประจำปี ซึ่งสภาจะมีการอนุมัติรายการต่าง ๆ มากมายด้วยกัน เรามีการตั้งคณะกรรมาธิการงบประมาณในการไปดูการใช้จ่ายของแต่ละ รายการของแต่ละกรม กอง แต่ละกระทรวงอย่างละเอียด แต่เราก็ต้องยอมรับว่า ในแต่ละปีมันก็จะมีเหตุฉุกเฉินเหตุที่เราคาดการณ์ไม่ได้ เช่น เรื่องของน้ำท่วม เรื่องของ ภัยแล้ง เรื่องของการที่เกิดภัยพิบัติที่เราอาจจะไม่คาดคิด ซึ่งแน่นอนรัฐก็มีการตั้งงบกลาง เอาไว้แล้วในสิ่งเหล่านั้น แต่ก็อาจจะไม่เพียงพอนะครับ อย่างกรณีของ ๒ ปีที่ผ่านมาเรามี เรื่องของวัคซีนที่ต้องซื้อ เพราะกรณีของโควิด (COVID) ต้องใช้เงินไปหลายหมื่นล้านบาท เท่าที่ทราบอาจจะต้อง ๓๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งแน่นอนครับ งบประมาณเราก็ไม่ได้ ตั้งไว้ ไม่ได้คิดไว้ ไม่ได้เผื่อไว้ เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วในระบบการคลังบ้านเรามันจะมีก๊อก อยู่ ๓ ก๊อกให้เราใช้เวลาที่มีเหตุฉุกเฉิน นอกเหนือจากงบฉุกเฉินอันเนื่องมาจากภัยพิบัติแล้ว ก็ยังมีงบรายจ่ายกรณีฉุกเฉินซึ่งอยู่ในแถวแรกในตารางนี้นะครับ ในงบกลางจะมีรายการ เหล่านี้ตั้งเอาไว้เป็นจำนวนเงิน อย่างเช่น ปี ๒๕๖๕ ๘๙,๐๐๐ ล้านบาท ให้รัฐบาลท่านได้ใช้ เวลาเกิดอะไรขึ้นมา อย่างเช่น มีปัญหาเรื่องของงบอื่น ๆ ที่เราตั้งไว้และไม่เพียงพอ อันนี้ ก็เป็นตัวอย่าง ซึ่งท่านจะเห็นได้ว่าแต่ละปีเราจะตั้งไว้เป็นจำนวนเงินอย่างบางปีก็ถึง ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อย่างปี ๒๕๖๐ ก็ ๑๑๓,๐๐๐ ล้านบาท เป็นต้น อันนี้คือก๊อกที่ ๑ ให้รัฐบาลได้ใช้เพื่อความคล่องตัวนะครับ🔗
ในกรณีที่ ๒ มันก็มี พ.ร.บ. เงินคงคลัง ที่เปิดช่องให้มีการขอใช้งบคงคลัง ถ้าหากมีการใช้จ่ายที่เรามีข้อผูกพันตามกฎหมาย แต่งบประมาณอาจจะไม่ได้ตั้งไว้ หรือตั้งไว้ ไม่เพียงพอ ซึ่งในแต่ละปีท่านจะเห็นได้ว่าในแถวที่ ๒ ก็จะมีการใช้เงินคงคลังเพื่อการนั้น เช่น เรื่องของการชำระหนี้ เรื่องของการจ่ายข้อผูกพันกับต่างประเทศเป็นต้น แน่นอนบางปี ก็อาจจะไม่มี เช่นในปี ๒๕๖๒ ก็อาจจะไม่มี ก็ไม่ได้มีการตั้ง🔗
แล้วก็มีก๊อกที่ ๓ ครับ ก็คืองบที่เรียกว่า เงินทุนสำรองจ่าย ซึ่งอดีตปี ๒๕๐๒ พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณฉบับเก่า ตั้งไว้เพียง ๑๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเอง ซึ่งก็เป็นเวลากว่า ๖๐ ปีแล้วนะครับ งบนี้ที่ผ่านมาก็อาจจะไม่ค่อยได้ใช้ เพราะว่าจำนวนเงินมันเล็กน้อยเกินไป ซึ่งในการตรา พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ ปี ๒๕๖๑ ก็ได้ขยายจำนวนนี้ส่วนนี้จาก ๑๐๐ ล้านบาท เป็น ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วจริง ๆ รัฐบาลท่านก็ไม่ค่อยได้ใช้เท่าไร คือจริง ๆ ไม่ได้ใช้เลย จวบจนกระทั่งถึงปี ๒๕๖๔ ที่ผ่านมาก็ได้มีการใช้ไป ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท จึงได้มีการมาตั้งงบ ชดใช้เงินทุนสำรองจ่ายในปี ๒๕๖๕ จากวงเงินที่กฎหมายอนุญาตให้ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านก็ใช้ไปเพียง ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นในส่วนของกระผม ผมก็มองว่าก๊อกที่ ๓ ที่มีไว้เพื่อความคล่องตัวในการบริหารราชการแผ่นดิน มิเช่นนั้นแล้วรัฐบาลก็ต้องมีการออก พระราชกำหนด หรือออก พ.ร.บ. งบประมาณเพิ่มเติม ซึ่งบางปีก็อาจจะต้องมีการทำ เพื่อดูแลเรื่องเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นโดยรวมแล้วกระผมจึงขออนุญาตเรียนท่านประธานว่า ในความเห็นของกระผม ก็คิดว่างบเงินทุนสำรองจ่ายที่มีไว้ในมาตรา ๔๕ น่าจะคงไว้เพื่อให้ เกิดความคล่องตัว ประเด็นกฎหมายที่ท่านบอกว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ ที่มีมาตรา ๑๔๑ ที่บอกว่างบประมาณจะต้องทำเป็นพระราชบัญญัติ จริง ๆ แล้วมันก็อยู่ในนี้ครับ มันอยู่ใน มาตรา ๔๕ ที่บอกให้ทำอย่างไร แล้วก็มีการตราอยู่ในพระราชบัญญัติของงบประมาณ ประจำปีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นในประเด็นกฎหมายก็ไม่ได้มีข้อปัญหาแต่ประการใด แต่อย่างไรก็ตามครับ ท่านประธานครับ ผมเองก็ยังมองว่าจริง ๆ แล้วการปรับปรุงงบกลางน่าจะมีเกิดขึ้น อย่างที่กระผมเคยเรียนนะครับว่างบกลางที่เราตั้งไว้แต่ละปีเป็นเงิน ๕๐๐,๐๐๐-๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นเงินก้อนโตในงบประมาณประจำปี แล้วก็เงินจำนวน ๕๐๐,๐๐๐-๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ส่วนใหญ่ ๗๕ เปอร์เซ็นต์ เป็นงบเกี่ยวกับบุคลากรของรัฐบาล เช่น งบรักษาพยาบาล งบเลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง งบบำเหน็จบำนาญ เป็นต้น ซึ่งเป็นเงินที่บริหารโดยกรมบัญชีกลาง แล้วบางปีอาจจะมีไม่เพียงพอ ก็ไปใช้เงินคงคลัง เป็นต้น เพราะฉะนั้นจริง ๆ งบส่วนนี้กระผม อยากจะเสนอว่าน่าจะมีการแยกออกมาจากงบกลาง งบกลางจะมีงบฉุกเฉิน งบจำเป็น งบที่เกี่ยวข้องกับอื่น ๆ ที่รัฐอาจจะต้องมีไว้ในส่วนที่เกี่ยวกับบุคลากรควรจะแยกมา แล้วก็ รวมกับงบบุคลากรปัจจุบัน ซึ่งปัจจุบันก็มีตั้งไว้ ๕๐๐,๐๐๐-๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จะทำให้เรา มีความชัดเจนมากขึ้นครับว่าการใช้จ่ายด้านบุคลากรของรัฐบาลมีเท่าไร ขณะนี้ที่ผมดูคร่าว ๆ ก็มีเกินกว่า ๑ ล้านล้านบาท ซึ่งระบบการบริหารราชการแผ่นดินที่ดีควรจะดูแลงบบุคลากร ให้อยู่ในกรอบที่เหมาะสมครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสันติ กีระนันทน์ ตามด้วยท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เชิญครับ🔗
ผม สันติ กีระนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับ ต้องกราบ ขอบพระคุณท่านผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ที่ได้แสดงความห่วงใยเกี่ยวกับ การกำหนดงบประมาณรายจ่ายประจำปี ซึ่งผมคิดว่าอันนี้เป็นเรื่องสำคัญที่สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทุกคนต้องให้ความสำคัญ ในฐานะเป็นฝ่ายนิติบัญญัติที่ต้องกำกับ ดูแล ตรวจสอบฝ่ายบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ดีครับ ถ้าเราพิจารณารัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ นั้นตามที่ท่านผู้เสนอได้กรุณายกขึ้นมาอ้างอิงถึง ก็คือมาตรา ๑๔๑ ที่พูดถึงว่าการจัดทำงบประมาณรายจ่ายของแผ่นดินนั้นต้องทำ เป็นพระราชบัญญัติ อย่างไรก็ดีครับ ถ้าเราพิจารณาเพิ่มขึ้นไปอีกสักนิดหนึ่ง ไม่ได้อ่านเพียง แค่มาตรา ๑๔๑ ถ้าเราอ่านที่มาตรา ๑๔๐ ประกอบด้วยนะครับ ในมาตรา ๑๔๐ ของรัฐธรรมนูญก็ได้ให้อำนาจไว้นะครับว่า การจ่ายเงินแผ่นดินจะกระทำได้เฉพาะที่ได้ อนุญาตไว้ในกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่าย กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ ฉะนั้นแล้วเมื่อมาตรา ๔๕ ของพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ ได้ให้อำนาจไว้สำหรับ การที่กำหนดเงินมาไว้อีก ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นทุนสำรองก็ชอบด้วยกฎหมาย มิได้ขัด กับรัฐธรรมนูญแต่ประการใด เหตุผลน่าจะพิจารณาได้โดยไม่ยากครับ เพราะว่าเมื่อรัฐบาล หรือว่าฝ่ายบริหารนั้นได้มีการจัดทำแผนที่จะใช้งบประมาณประจำปีมาให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณานั้น มีแผนการโครงการต่าง ๆ กำกับไว้อย่างชัดเจน อันนั้นคือวางแผนล่วงหน้า แต่ว่าในการวางแผนล่วงหน้า แม้กระทั่งไม่ใช่แผนระยะยาวจนเกินไปก็คือ ๑ ปี ย่อมมีโอกาส ที่จะเกิดสิ่งที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น ผมยกตัวอย่างปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ที่เราผ่านมานั้นไม่มีใคร คาดคิดมาก่อนครับ ในช่วงที่ทำพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๓ ว่าจะมีโรคระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) อย่างรุนแรง เมื่อเกิดโรคระบาดครั้งนั้นขึ้น แม้กระทั่งงบกลาง ๙๖,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเป็นงบในกรณีใช้ได้ เรื่องเดียวเท่านั้นนะครับ คือรายการที่ ๑๑ ของบกลาง เพื่อใช้จ่ายในกรณีจำเป็นและฉุกเฉิน ๙๖,๐๐๐ ล้านบาทนั้นไม่เหลือเลยครับ ก็จำเป็นที่จะต้องมาอาศัยอำนาจของมาตรา ๑๔๑ ของพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณนี่ละครับอีก ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อเอาไปใช้ เนื่องจากจำเป็น เพราะฉะนั้น ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทสุดท้ายนี้ เรียกว่าเป็นเซฟตีวาล์ว (Safety valve) ก็คือเป็นก๊อกสุดท้ายเพื่อทำให้เกิดความมั่นใจว่ารัฐบาลจะสามารถนำพาประเทศ เพื่อผ่านวิกฤติต่าง ๆ ไปได้ โดยที่ยังพอมีเงินใช้จ่ายสำหรับงบประมาณต่าง ๆ ได้ อันนั้นเป็น เหตุผลและที่มาที่ไปว่า ทำไมมาตรา ๔๕ แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณนั้นจึงได้มี การตราขึ้น นี่คือเจตนารมณ์ ถ้าเราย้อนกลับไปดูตั้งแต่ปี ๒๕๐๒-๒๕๐๓ เราก็จะพบว่า ในอดีตนั้นก็ได้มีการตราพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณเช่นเดียวกันนะครับ ในมาตรา ๒๙ ทวิ ของปี ๒๕๐๒ โดยกำหนดว่าจะมีเงินทุนจำนวนหนึ่งที่รัฐมนตรีจ่าย จากคลัง เรียกว่าเงินทุนสำรองจ่าย เป็นจำนวน ๑๐๐ ล้านบาท ซึ่งในช่วงนั้นงบประมาณ ประจำปีจะมีอยู่ประมาณ ๖,๐๐๐ ล้านบาท แปลว่าพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณตั้งแต่ อดีตนั้นให้เซฟตีวาล์ว (Safety valve) ที่ว่านั้นไว้ประมาณ ๑.๕-๑.๗ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้น ในปัจจุบันนี้เมื่องบประมาณรายจ่ายประจำปีเป็นประมาณ ๓ ล้านล้านบาท ไม่ว่าจะเป็น ๓.๑ ๓.๒ หรือ ๓.๓ ล้านล้านบาทก็ตาม การที่กันเงินทุนสำรองเอาไว้อีก ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท คิดเป็นประมาณ ๑.๖ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี ก็ไม่ได้มีอะไรที่ผิดแผก แตกต่างไปจากแนวปฏิบัติที่ได้เคยดำเนินมาในอดีต นอกจากนั้นการที่เราคิดว่ามาตรา ๔๕ ของพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณนั้นเป็นการให้เช็คเปล่ากับฝ่ายบริหาร เพื่อทำอะไร ก็ได้ตามอำเภอใจนั้น อันนี้ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพครับว่า ผมอาจจะมีความเห็นที่ แตกต่างไปสักเล็กน้อย ไม่ว่าจะเป็นงบกลางในรายการที่ ๑๑ ซึ่งเป็นเรื่องการใช้จ่ายในกรณี ฉุกเฉินและจำเป็น หรือไม่ว่าจะเป็นตามมาตรา ๔๕ ของพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ อีก ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่เป็นเงินสำรองจ่ายนั้นยังอยู่ในอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร ที่สามารถติดตามใช้จ่ายได้ว่ารัฐบาลได้หยิบเงิน ไม่ว่าจะอยู่ในรายการที่ ๑๑ ของงบกลาง ซึ่งเป็นการใช้จ่ายในกรณีจำเป็นและฉุกเฉินหรือ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ตามมาตรา ๔๕ ของ พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณว่ารัฐบาลได้เอาไปจับจ่ายใช้สอยอะไรบ้าง ดังนั้นนี่ก็เป็น หน้าที่ของพวกเราอีกครับ ที่ต้องติดตามว่ารัฐบาลได้เอาเงินเหล่านั้นไปใช้ตามเจตนารมณ์ และบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชน เพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติต่าง ๆ ที่ไม่คาดฝันมาก่อน อย่างถูกต้องหรือไม่ ซึ่งผมเรียนยืนยันว่า ในคณะกรรมาธิการสามัญที่ผมเป็นสมาชิกอยู่นั้น ในปัจจุบัน คือคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง เราได้ติดตามทั้งเรื่องงบกลาง ทั้งเรื่องการ จับจ่ายใช้สอยเหล่านี้อย่างเข้มงวดตลอดเวลา เพื่อถ้าเผื่อมีอะไรก็ตามที่ผิดปกติเราก็คง จะต้องนำมารายงานให้กับเพื่อน ๆ สมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรได้ทราบ โดยที่ไม่มีอะไรปิดบัง ไม่สามารถที่จะซ่อนเร้นได้ ดังนั้นทั้งหมดทั้งปวงเพื่อกราบเรียนว่าความจำเป็นของการมี พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ มาตรา ๔๕ ที่กำหนดเงินสำรองจ่ายเอาไว้ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท คิดเป็นประมาณ ๑.๖ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี ยังมีความจำเป็นครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญ พลตำรวจตรี สุพิศาล ตามด้วยท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ นะครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ วันนี้มาขออภิปรายร่วมในร่างพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของเพื่อนสมาชิกจากพรรคร่วมฝ่ายค้านนะครับ ประเด็นของผม มีอย่างนี้ครับท่านประธาน ในมาตรา ๔๕ ของพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณนี้ ที่กำหนดให้รัฐบาลมีเงิน ผมเรียกว่า พ็อกเกต มันนี (Pocket money) ครับท่านประธาน เงินติดกระเป๋าในพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ ติดมาตั้งแต่ปี ๒๕๐๒ แล้วครับ ท่านประธาน ตั้งแต่ ๑๐๐ ล้านบาทแล้ว ปี ๒๕๖๑ นี้รัฐบาลคิดใหม่ทำใหม่ครับ ไม่รู้คิดใหม่อย่างไร แต่เปลี่ยนมาเป็น ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ติดกระเป๋าเลยทันที รู้เลยครับว่าอนาคตข้างหน้าโควิด (COVID) มันจะต้องมา รู้เลยว่า ข้างหน้าปัญหาชีวิตของการใช้เงินมันจะต้องเป็นหนี้ เป็นหนี้ เป็นหนี้ตลอดไปครับ ท่านประธาน แล้วผมก็จะบอกเลยว่าประเด็นตรงนี้ เพราะการใช้เงินเป็นหัวใจสำคัญของ การขับเคลื่อนประเทศครับท่านประธาน ยิ่งขับเคลื่อนประเทศ ยิ่งวางยุทธศาสตร์เยอะ ๆ จำนวนมากมายมหาศาลก็ต้องใช้เงิน และยิ่งมีแผนปฏิรูปเยอะ ๆ ก็ต้องใช้เงิน แต่ปัจจุบันนี้ เป็นแค่ตัวเลขครับท่านประธาน ท่านประธานคงฟังผมหลายรอบแล้ว เรื่องของแผนปฏิรูปว่า เอาเงินที่ไหน เอามาจากไหน เอาทำอะไร แต่ทีนี้เป็นเรื่องของเงินใน พ.ร.บ. งบประมาณ ก็คือ พ.ร.บ. วิธีงบประมาณ ท่านประธานครับ ผมเห็นข้อสังเกตที่ปรากฏอยู่ในเอกสาร หน้า ๒๒ ของท่านสมาชิกแล้ว ผมก็มีข้อสังเกตเพิ่มเติมครับ ท่านประธานครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมให้ความสนใจตั้งแต่รัฐบาลเริ่มใช้เงินก้อนนี้แล้ว ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ กันยายน ๒๕๖๓ ผมตั้งกระทู้ถามว่าการชดใช้เงินทุนในบทบัญญัติมาตรา ๔๕ พ.ร.บ. วิธีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ผมว่าตอนนั้นเป็นกระทู้ที่ท่านประธานเป็นองค์ประธานกระมัง ครับ ได้ถามถึงประเด็นเกี่ยวกับเอาเงินไปทำอะไร ตอนนั้นเป็นการขอเอาเงินไปเยียวยา ผมก็ถามว่าเอาเยียวยาให้แก่หน่วยไหน หน่วยอะไร เอาไปใช้ครบไหม ดำเนินการ ตามหลักเกณฑ์และแนวทางวิธีการปฏิบัติของวิธีการใช้เงินทุนสำรองจ่ายอย่างไร หรือไม่ คำถามต่อไปคือแล้วเมื่อไรชดใช้ กฎหมายเขียนว่าโอกาสแรกครับท่านประธาน ท่านเชื่อไหม ครับว่าโอกาสแรกคือตอนเอาไปปี ๒๕๖๓ แต่บอกว่าเอาไปจริง ๆ ปี ๒๕๖๔ แล้วก็เชงเวลา มาออก พ.ร.บ. วิธีงบประมาณ มาตรา ๔๒ เพิ่งผ่านไป พ.ร.บ. วิธีงบประมาณรายจ่าย ประจำปี มาตรา ๔๒ เป็นการชดใช้เงินในหมวด ๙ ของ พ.ร.บ. วิธีงบประมาณรายจ่าย ประจำปี ๒๕๖๕ มาตรา ๔๒ หมวด ๙ คืองบประมาณรายจ่ายเพื่อชดใช้เงินทุนสำรองจ่าย จ่ายไปเท่าไรครับ ๒๔,๙๗๘,๕๖๐,๐๐๐ บาท นี่คือเงินที่เอาไปจริง ๆ ครับท่านประธาน เอาไปปี ๒๕๖๓ แต่บอกว่าโอกาสแรก โอกาสแรกมันปี ๒๕๖๔ แต่เขาบอกโอกาสแรก มันไม่ทัน โอกาสแรกคือ ๒๕๖๕ ครับ ท่านประธานครับ ๒๕๖๕ เอามาใช้ครับ ในกรอบ วงเงินของ พ.ร.บ. งบประมาณปี ๒๕๖๕ ซึ่งตั้งไว้ ๓.๑ ล้านบาท แต่เป็นหนี้จะต้อง ขาดดุล ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านเชื่อไหมครับว่าทำไมผมตั้งกระทู้อีกว่า ตกลงรัฐบาล จะขยายกรอบวงเงินสัดส่วนการกำหนดกรอบหนี้สาธารณะหรือไม่ จาก ๖๐ เป็น ๗๐ หายเงียบจ้อยไม่ตอบผมครับ แต่ก็ไม่เป็นอะไรครับท่านประธาน แต่ก็เห็นว่ารัฐบาลทำ สำคัญคืออย่างนี้ครับ ๒๔,๙๗๘.๕๖ ล้านบาท ที่ติดอยู่ท้ายมาตรา ๔๒ ของ พ.ร.บ. ปี ๒๕๖๕ ไม่มีเงินหรอกครับ รัฐบาลไม่มีเงินครับ ต้องเป็นหนี้เพิ่มอีก เพราะอะไรครับ รายได้เก็บไม่ได้ครับ เชื่อไหมครับว่า ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ตั้งไว้เป็นเงินขาดดุลของประเทศ เป็นไปไม่ได้ครับรัฐบาลเก็บไม่ได้ ปี ๒๕๖๓ จำได้ไหมครับว่าเราขาดดุล ๔๖๙,๐๐๐ ล้านบาท จริง ๆ แล้วรัฐบาลใช้อะไร พ.ร.บ. บริหารหนี้สาธารณะอีกครับ ใช้อำนาจใน พ.ร.บ. นั้นไปกู้ มาอีก จากปีนั้น ๔๖๙,๐๐๐ ล้านบาท เป็นหนี้ถึง ๗๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไปดูตัวเลขก็ได้ แต่ปีนี้ปี ๒๕๖๕ จะขอขาดดุล ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านเชื่อไหมครับ ตอนนี้ผมเช็ก (Check) เห็นว่าหนี้สาธารณะตอนนี้เกือบเกินกรอบวงเงินแล้วครับ ๕๗.๙๘ เปอร์เซ็นต์ ๙,๓๓๗,๕๔๓ ล้านบาท นี่คือหนี้ครับ แล้วเป็นหนี้ที่รัฐบาล คือ ๘,๒๓๐,๖๙๘ ล้านบาทเศษ คือ ๘ ล้านล้าน บาทนะครับท่านประธาน ผมเชื่อว่าตอนนี้เราขาดดุลเกินเพิ่ม ๖๐,๑๖๐ ล้านบาทครับ บวกเข้าไปเลยครับท่าน สิ้นปี ๒๕๖๕ แน่นอนครับ ๗๖๐,๑๖๐ ล้านบาท ตัวเลขนี้ ณ กันยายน ๒๕๖๔ ครับท่านประธาน นี่คือภาวะของรัฐบาลที่ทำแต่หนี้ แล้วเอาเงินก้อน ๒๔,๐๐๐ ที่ใช้ปี ๒๕๖๓ ซึ่งมาผูกเป็น พ.ร.บ. มาตรา ๔๒ เพื่อใช้เงินชดเชยก็จะกลายเป็นหนี้อีก เพราะมันจะบวมขยับไปเรื่อย นี่คือ การสร้างหนี้แบบไม่สิ้นสุดครับท่านประธาน มันเป็นพ็อกเกต มันนี (Pocket money) ที่ใส่ ไว้ให้ใช้ตามเงื่อนไข เงื่อนไขมีฉุกเฉินจำเป็น ขอเป็นเงินทุนสำรองจ่ายได้ ๓ ประเด็น คือการ ป้องกันหรือการแก้ไขสถานการณ์อันมีผลกระทบของความสงบเรียบร้อยของประชาชน ด้านความมั่นคงของรัฐ อันนี้ก็ใช้ได้ครับ อยู่ดี ๆ หยิบมาใช้ก็ได้ครับแบบนี้ ไปปราบม็อบ (Mob) นี่หรือครับความมั่นคงของรัฐ เอามาใช้ได้ครับท่านประธาน ผมว่าเหลืออีก ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในวงเงิน ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลเอามาใช้เถอะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจิรายุ ตามด้วยท่านวีระกร คำประกอบ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขตคลองสามวา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่มีการเสนอแก้ไข เนื่องจากนั่งเป็นกรรมาธิการ งบประมาณก็จะเห็นเลยครับว่ารัฐบาลใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย ไม่ค่อยมีตัววัดผล ตั้งงบประมาณ แบบเผื่อเหลือเผื่อต่อ ใช้จริง ๕๐ ตั้งมา ๑๕๐ เผื่อกรรมาธิการต่อรอง มันจึงเห็นได้อย่าง ชัดเจนครับท่านประธานว่างบสำรองจำนวนเงิน ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ตั้งแต่ปี ๒๕๐๒ ตั้งไว้ ๑๐๐ ล้านบาทต่อปี ขยับมาจนถึง ๒๕๖๔ ใช้ประมาณ ๕๐,๐๐๐ คำถามก็คือว่า ท่านเอาเงินเหล่านี้ไปใช้อะไร รู้หรือไม่ อีกมุมหนึ่งท่านอาจจะบอกว่าก็ยังไม่รู้ ถ้าเกิดมันมี ภัยพิบัติ มันมีโน่น มีนี่ จะแก้ไขปัญหาอย่างไร ผมจึงเห็นด้วยครับว่าให้มีการยกเลิกเงินทุน สำรอง เนื่องจากรัฐบาลของท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้นมีงบกลางอยู่ประมาณ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาทอยู่แล้ว งบกลางนี้จะเอาไปทำอะไรก็ยังไม่มีแผนนะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นงบสำรองตั้งไว้ก็จะหาวิธีไปใช้กันเป็นจำนวนมาก ผมยกตัวอย่างเช่น บริหาร ราชการแผ่นดินไม่เป็น ภาวะเศรษฐกิจถดถอยมาโดยตลอดตั้งแต่ก่อนโควิด (COVID) จนถึง ปัจจุบัน ท่านอาจจะบอกว่าเอาเงินสำรองนี้ไป แจก จ่าย หรือว่าจะชิม ช้อป ใช้ จ่ายชาตินี้ เจ๊งชาติหน้า ก็สามารถทำได้ใช่หรือไม่ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงมี ความเห็นอย่างนี้ครับว่า งบสำรองกับงบกลางมันลักษณะคล้ายกัน งบกลางตั้งไว้ให้ท่าน นายกรัฐมนตรีจะหยิบไปใช้อะไรก็ใช้ได้ ผมยกตัวอย่างครับ ข้าราชการประจำเดี๋ยวนี้ไปใช้ งบกลางกันเยอะนะครับ เช่น กรมทรัพยากรน้ำบาดาล ก็ใช้งบกลางไปขุดจนจะถึงแกนโลก อยู่แล้วท่านประธานครับ ไม่รู้จะขุดอะไรกันนักกันหนา งบประจำก็มีก็ไปใช้งบกลางอีก ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนี้เงินสำรอง ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่าตั้งเป็น สมมุติฐานไว้เพียงร้อยละ ๐.๕-๑ ได้ไหมจากงบประมาณประจำปี ถ้า ๓ ล้านล้านบาท ท่านก็จะมีประมาณสัก ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือถ้า ๐.๕ ก็ ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท เงินในกระเป๋า ท่านประธานครับ ท่านประธานก็รู้อยู่แล้วว่าถ้ามันจะหมดเมื่อไรมันก็ย่อมรู้ครับ แล้วถามต่อไป ว่าถ้าเงินหมดแล้วจะเอาเงินสำรองที่ไหนมาจ่าย ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธานรู้จัก กองทุนของประเทศไทยไหมครับ มีเป็นร้อยกองทุน นี่ล่าสุดผมเพิ่งตรวจสอบกองทุนทรัพยากร น้ำบาดาลมีเงินมากมายท่านประธานครับ ไม่มาชี้แจงกรรมาธิการ หลบ กลัว อธิบดีไม่มา ผู้จัดการกองทุนไม่เคยบอก แล้วท่านประธานรู้ไหมครับว่างบกองทุนมีอะไรอีก มีจำนวน มากกว่าเงินงบประมาณแผ่นดินนะครับท่านประธาน ผมยกตัวอย่างเช่น กองทุนป้ายประมูล ที่ท่านประธานอาจจะมีเลขสวยท้ายรถนี่นะครับ เลขประมูล เงินเข้าไปปีหนึ่งประมาณ พันล้าน แต่กองทุนเหล่านี้ใช้เงิน ๑,๖๐๐ ล้านบาท แบบนี้ก็ได้ด้วยหรือท่านประธานครับ ประมูลมาแล้วทำเจ๊ง มีรัฐบาลชุดนี้ชุดเดียวนะ ผมจึงบอกเลยครับว่าเงินสำรองจ่าย ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านอย่าไปสนใจเลย ไปไล่ตามเก็บพวกกองทุนที่เป็นนิติบุคคลและไม่เป็นนิติบุคคล มีเงินใช้จ่ายกันสนุกสนาน อธิบดีมีอำนาจในการออกกฎระเบียบ ท่านนายกรัฐมนตรีรู้ไหมครับ ถ้ารู้ก็เอาเงินเหล่านี้เรียกมากองทุนละ ๕,๐๐๐ ล้านบาท ๑๐ กองทุน ก็ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว หรือท่านไปเขียนกฎหมายออกไว้ในพระราชบัญญัติเลยครับว่า ถ้าสถานการณ์การเงินของ ประเทศลดต่ำลงจนกระทั่งเงินในกระเป๋าไม่มีแล้ว เกิดมันมีสึนามิ ภัยพิบัติ ภูเขาถล่ม น้ำท่วม ขึ้นมา ก็เรียกเงินกองทุนเหล่านี้ซึ่งฝากอยู่ในธนาคารเป็นจำนวนล้านล้านบาท ท่านประธานครับ ผมจึงอยากบอกท่านนายกรัฐมนตรีผ่านท่านประธานสภาผู้ทำหน้าที่อย่างสง่างาม บนบัลลังก์ไปยังรัฐบาลครับว่า เงินที่มันลอยอยู่ในอากาศในส่วนราชการที่ไม่เป็นนิติบุคคล และนิติบุคคลที่ไม่ใช่หน่วยรับงบประมาณมีจำนวนมาก เพราะฉะนั้นถ้าท่านตัดงบสำรองนี้ แล้วท่านไปบริหารจัดการเงินของประเทศ ท่านจะสามารถใช้งานได้อีกจำนวนมาก พรุ่งนี้เกิด ภูเขาถล่ม น้ำท่วม ภัยพิบัติ สึนามิ สามารถเบิกจ่ายได้ไวมากที่สุดถ้าเราได้แก้ไขกฎหมาย ฉบับนี้ และที่สำคัญครับ เป็นการเขียนกฎ กติกา ให้รัฐบาลชุดต่อ ๆ ไป ซึ่งรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เคยบอกไว้ไม่ใช่หรือครับว่าเขียนกฎหมายเพื่อที่จะทำให้รัฐบาลต่อไป นั้นใช้เงินอย่างรอบคอบ รัดกุม นี่ได้ข่าวว่าท่านก็กำลังจะเข้ามาขอกู้อีก จะไปขยายเพดาน ที่ท่านเคยเขียนไว้อีก พอขยายเพดานงบกลางก็มี ใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่ายเยอะแยะมากมาย เขาบอกว่าใครใกล้ชิดผู้หลักผู้ใหญ่ในทำเนียบรัฐบาล ถ้าอยากจะทำโครงการอะไรดี ๆ ก็ไป ของบกลาง จริงไหมครับ ถ้าจริงท่านก็ไปเรียกมาดูสิครับว่ามันจำเป็นไหม งบปัจจุบันก็มีอยู่ แล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเห็นด้วยกับท่านชวลิตนะครับที่เสนอให้แก้ไขในมาตรานี้ เพราะว่าดูจากบทลงโทษอะไรต่าง ๆ แล้วไม่มี ไม่ว่าจะเป็นทางอาญา ปกครอง ทางโทษพินัย โทษอุปกรณ์ ผลกระทบต่าง ๆ ที่มันมีงบกลางแล้วไม่ได้ใช้มันจะเกิดปัญหาอย่างที่ผมบอก ก็คือจะเทกระจาดครับ จะเขียนโครงการมาค่อนข้างหลากหลายครับ ยกตัวอย่างเช่น นำเงินทุนสำรองไปใช้ในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ อ้างว่าสถานการณ์ขณะนี้ไม่มีเศรษฐกิจ ที่ดี อย่างนี้เป็นต้นท่านประธานครับ โดยสรุปนะครับ ผมฝากเตือนไปยังท่านผู้บริหาร ประเทศที่ใช้ภาษีของพี่น้องประชาชนมาตามตรอกออกตามประตู ผ่านพระราชบัญญัติ งบประมาณ ปี ๒๕๖๑ ก็เขียนไปขัดแย้งกับรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ อีก เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีการ แก้ไขก็จะเป็นการเปิดโอกาสให้ผู้นำประเทศคนต่อไป ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่าจะเป็นท่านศุภชัย หรือไม่ จะได้มีกรอบในการบริหารราชการแผ่นดินอย่างตรงไปตรงมาครับ ก็ขอสนับสนุน ที่จะมีการแก้ไข ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวีระกร คำประกอบ และตามด้วยท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วีระกร คำประกอบ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมออกจะไม่เห็นด้วยกับการที่เสนอพระราชบัญญัติ เรียกว่า พระราชบัญญัติแก้ไขวิธี งบประมาณ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของท่านชวลิตนะครับ ซึ่งมีหลักฐานอันเดียวครับ คือยกเลิกมาตรา ๔๕ แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ ปี ๒๕๖๑ ซึ่งในมาตรา ๔๕ นี้ เขาเขียนไว้ว่า ให้มีเงินทุนจำนวนหนึ่งให้รัฐมนตรีจ่ายจากคลัง เรียกว่า เงินทุนสำรองจ่าย เป็นจำนวน ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เงินทุนนี้นำไปใช้จ่ายได้ในกรณีที่มีความจำเป็นและเร่งด่วน เพื่อประโยชน์แก่ราชการแผ่นดินและงบประมาณรายจ่ายงบกลางรายการเงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นไม่เพียงพอถึงจะใช้ได้ โดยสรุปแล้วก็คือในมาตรา ๔๔ เขาอนุญาต เพิ่มเติมขึ้นไปให้กับท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ถ้าเป็นภาษา บัญชีเขาเรียกว่าเพตตี แคช (Petty Cash) หรือเงินที่ใช้เพื่อเสริมสภาพคล่องในกรณีฉุกเฉิน อย่างนี้ล่ะ เมื่อเงินกรณีใช้จ่ายที่จำเป็นและฉุกเฉิน อย่างเช่น น้ำท่วม ซึ่งผมดีใจนะที่เมื่อ ปี ๒๕๖๑ เขาได้ตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นเพื่อเอาไว้เป็นก๊อกสุดท้ายให้กับคณะรัฐมนตรี หรือท่านนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้ใช้ในกรณีงบสำรองเพื่อกรณี ฉุกเฉินมันหมด ท่านประธานครับ ๒ ปีมานี้งบที่เราเรียกกันสั้น ๆ ว่า งบฉุกเฉิน หรืองบ สำรองกรณีฉุกเฉินและจำเป็น เราตั้งไว้ประมาณ ๙๖,๐๐๐ ล้านบาท ๒ ปีที่ผ่านมานี้ ๒๕๖๒ และ ๒๕๖๓ ท่านประธานก็คงจะต้องรู้สึกดีใจและรู้สึกโล่งใจนะครับ ถ้าไม่มีเงินจำนวนนี้ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่จะขอตัดไปนี่ ถ้าไม่มีเงิน ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ๙๖,๐๐๐ ล้านบาทที่ตั้งไว้ ไหนจะน้ำท่วม ภาคอีสาน บ้านของท่านประธานในเขตจังหวัดแถวร้อยเอ็ด ศรีสะเกษ เมื่อปี ๒๕๖๓ น้ำท่วม มาเจอโควิด (COVID) อีก เงิน ๙๖,๐๐๐ ล้านบาท ที่ตั้งไว้เพื่อใช้จ่ายเมื่อจำเป็นและฉุกเฉิน มันไม่พอครับ เมื่อไม่พอเขาก็เปิดช่องไว้ให้ท่านนายกรัฐมนตรี หรือ ครม. โดยรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังได้เอาเงินทุนสำรองจ่ายจำนวน ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ออกมาช่วยแก้ไข ปัญหาเพิ่มเติมก็เท่านั้นเองครับ ไม่ได้เอาไปใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายอย่างที่หลายท่านได้อภิปราย ไม่ใช่ว่านึกจะใช้อะไรก็ใช้ได้นะครับ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามมาตรฐานของกรมบัญชีกลาง ทั้งนั้นครับ ต้องเป็นมาตรฐานกรมบัญชีกลาง มีหลักฐานการใช้จ่ายถูกต้อง ไม่ใช่ว่านึกจะใช้ อะไรก็ใช้ได้ นึกจะเอาไปจ่ายอย่างที่ท่านพูดว่าจ่ายเพื่อหาเสียงอย่างนั้น อย่างนี้ ไม่ใช่หรอก ครับ เมื่อมันจำเป็นต้องไปซื้อวัคซีน เงิน ๙๖,๐๐๐ ล้านบาทที่เตรียมไว้ เจอทั้งน้ำท่วม เจอทั้ง โควิด (COVID) มันไม่พอครับ เมื่อไม่พอเอาตรงไหนก่อนละ ก็ต้องเอา ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ออกมาใช้ ก็ต้องเรียนท่านผู้ชมทางบ้านหรือท่านพี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ ไม่ใช่ว่าเป็นไป ตามที่หลายท่านได้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ว่านึกจะใช้อะไรก็ใช้ได้ และมีการใช้คำว่า ให้เข้าทาง ตรอกออกตามประตูนะครับ ซึ่งการเข้าตามตรอกออกตามประตูดังที่ท่านว่า ประหนึ่งว่า คนที่จะใช้งบ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นคนไม่ค่อยดีครับ เพราะไม่เข้าทางตรอกไม่ออกทาง ประตู หาช่องทางพิเศษในการจะใช้ที่มันผิดแผกแตกต่างไม่ถูกต้อง คนทางบ้านฟังแล้วรู้สึก ไม่ค่อยสบายใจว่าเงินภาษีอากรที่เขาต้องจ่ายแต่ละปีถูกไปใช้อย่างนี้ก็ได้ด้วยหรือ ต้องเรียน ว่าไม่ได้นะครับ เขียนไว้ชัดเจนเลยว่าใช้ได้ในกรณีที่มีความจำเป็นและเร่งด่วน เพื่อประโยชน์ แก่ราชการแผ่นดินและงบประมาณเงินงบกลาง เงินทุนสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินไม่เพียงพอ ใช้ได้กรณีเดียวนะครับ กรณีที่เงินฉุกเฉินหรือจำเป็นไม่เพียงพอเท่านั้น กรณีนี้ก็อย่างที่ผม เรียนแล้วนะครับ ยิ่งปีนี้ปี ๒๕๖๔ เจอน้ำท่วมไปเยอะครับ โควิด (COVID) อาจจะลดลงเบา บางลงก็จริง แต่ว่าเจอน้ำท่วมไปเยอะ นครสวรรค์ผมก็โดน หลาย ๆ จังหวัดทางภาคอีสาน ก็โดนกันอ่วมหมด เมื่อโดนแล้วจะเอางบที่ไหนครับ ก็เอางบ ๙๖,๐๐๐ ล้านบาท อย่างไรครับ ซึ่งเป็นงบกลางที่เราเรียกว่าในรายการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็นเอามาใช้ครับ แต่ถ้าจำนวนนี้หมด ไม่พอจ่าย เกิดอะไรขึ้นมาอีกจะเอาที่ไหนจ่ายครับ เมื่อใช้ไปแล้วปรากฏ ว่ามันเกิดระลอกใหม่โอมิครอน (Omicron) มาอย่างนี้ครับ จำเป็นจะต้องไปหาวัคซีนมาใหม่ อีกที่จะไปสู้กับโอมิครอน (Omicron) จะเอาเงินตรงไหนครับ ไม่มีจะทำอย่างไร ก็ไม่สามารถ ที่จะหางบอะไรมาใช้จ่ายได้ ก็ต้องหาช่องทางเปิดช่องทางให้ทางรัฐบาลเขามีช่องทางที่จะ แก้ไขปัญหาราชการแผ่นดินตามที่เขาได้ตราไว้ในมาตรา ๔๕ ของพระราชบัญญัติวิธีการ งบประมาณปี ๒๕๖๑ เดิมที่เขามีอยู่ เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานนะครับ เพื่อไม่ให้ ทางบ้านเขาเข้าใจผิดว่าการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ใช้อะไรก็ได้ ไม่สามารถที่จะตรวจสอบได้หรืออะไรอย่างนี้ ไม่เป็นความจริงนะครับ ทุกอย่างเป็นไปตาม หลักการของกรมบัญชีกลาง การใช้จ่ายต้องมีใบเสร็จถูกต้องตามระเบียบวิธีการงบประมาณ ทั้งหลายทั้งปวงครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวิโรจน์ ตามด้วยท่านดอกเตอร์มหานิยม เวชกามา นะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ในการพิจารณาความจำเป็นของมาตรา ๔๕ ของ พ.ร.บ. วิธีการ งบประมาณ มีความจำเป็นที่ผมต้องนำเรียนท่านประธานและโยงไปถึงงบกลางในรายการ เงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นด้วย เพราะเป็นเรื่องที่ควบคู่กัน ผมย้อนประวัติศาสตร์ไปนิดหนึ่งครับท่านประธาน แต่เดิม พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ ๒๕๐๒ ตามมาตรา ๒๙ ทวิ วงเงินของเงินทุนสำรองจ่ายกำหนดเอาไว้เพียง ๑๐๐ ล้านบาทเท่านั้น ฟังดูเหมือนน้อยนะครับ แต่ ณ ขณะนั้นเราลองมาคำนวณในเชิงสัดส่วนดูครับ งบประมาณ รายจ่ายประจำปีของประเทศ ณ ขณะนั้นอยู่ที่ ๖,๗๐๐ ล้านบาท เจ้าเงินทุนสำรองจ่าย ที่วันนี้เป็น ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่วันนั้นเป็น ๑๐๐ ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนก็อยู่ที่ ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณรายจ่ายที่วันนั้นมีอยู่ ๖,๗๐๐ ล้านบาท ปัจจุบันงบประมาณ รายจ่ายประจำปีอยู่ที่ ๓.๑ ล้านล้านบาท ดังนั้นมาตรา ๔๕ ของ พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ แม้ว่าเราจะเห็นว่ามันเพิ่มขึ้นสูงถึง ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่พอเทียบเป็นสัดส่วน กับงบประมาณรายจ่ายประจำปีก็จะอยู่ที่ ๑.๖ เปอร์เซ็นต์ ก็เป็นสัดส่วนที่ใกล้เคียงกันกับเดิม ท่านประธานครับ การมีอยู่ของเงินทุนสำรองจ่าย วัตถุประสงค์สำคัญก็คือเพื่อนำไปจ่าย ในกรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนและในกรณีที่งบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็นไม่เพียงพอ ซึ่งจะมีกระบวนการทางงบประมาณที่โปร่งใส่มากกว่างบกลางด้วยซ้ำ การเพิ่มงบกลางกลับเป็นความโปร่งใสที่น่าจับจ้องและน่าตรวจสอบมากกว่า ท่านประธาน ที่เคารพครับ เพราะในมาตรา ๔๕ กำหนดเอาไว้ว่าเมื่อได้จ่ายเงินไปแล้วให้ตั้งงบประมาณ รายจ่าย เพื่อชดใช้เงินทุนสำรองจ่ายที่จ่ายไปแล้วด้วย แล้วถ้าเกิดเราดูมาตรา ๔๙ ก็กำหนดให้ต้องรายงานการใช้จ่ายเงินทุนสำรอง โดยประกาศในราชกิจจานุเบกษาอีกด้วย ในขณะที่การใช้งบกลางในรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น แม้ว่าจะต้อง จัดทำรายงานสรุปผลการปฏิบัติงาน และผลการใช้จ่ายแจ้งสำนักงบประมาณ และรายงาน ต่อคณะรัฐมนตรี แต่ไม่ได้มีการกำหนดให้ต้องมีการรายงานให้กับสภาผู้แทนราษฎรทราบ และไม่ต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษาอีกด้วย ประเด็นสำคัญไม่ได้อยู่ที่เงินทุนสำรองจ่าย ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ประเด็นที่น่าจับจ้องและต้องตรวจสอบคืองบกลางรายการเงินสำรอง จ่ายในกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นมากกว่า ท่านประธานที่เคารพ ผมทานซ้ำนิดหนึ่งครับว่า หลักการในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี ทุกคนถูกสอนมาว่าต้องอยู่ภายใต้หลัก ความเฉพาะเจาะจง เจตนารมณ์ที่แท้จริง คือไม่ต้องการให้รัฐบาลเผื่องบกลางในรายการ สำรองจ่ายในกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเอาไว้มากนัก เพราะงบกลางก้อนนี้คือการตีเช็คเปล่า ให้กับนายกรัฐมนตรี ที่นายกรัฐมนตรีสามารถไปใช้จ่ายโดยที่ไม่ต้องรายงานให้กับสภาทราบ จากปี ๒๕๖๓ งบกลางก้อนนี้รายการเงินสำรองจ่ายในกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นอยู่ที่ ๙๖,๐๐๐ ล้านบาท และมีการโอนมาเพิ่มเติมอีก ๘๘,๐๐๐ ล้านบาท รวมเป็น ๑๘๔,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๖๔ ตั้งไว้ ๙๙,๐๐๐ ล้านบาท เกือบ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๖๕ ๘๙,๐๐๐ ล้านบาท และยังได้รับสมทบมาจากการปรับลดงบประมาณอีก ๑๖,๓๖๒ ล้านบาท รวมแล้วปี ๒๕๖๕ มีงบกลางทะลุ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทอีกแล้ว คือ ๑๐๕,๓๖๒ ล้านบาท ที่ผ่านมารัฐบาลของ พลเอก ประยุทธ์ เจ้าตัวงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นเพิ่มขึ้นมา โดยตลอดครับ ปี ๒๕๕๖ ก่อนรัฐประหารแค่ ๗๓,๗๐๐ ล้านบาท ตอนนี้เพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ ปีปัจจุบันพอรวมเงินสมทบที่มาจากการปรับลดงบประมาณทะลุ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตามที่ผม ได้นำเรียนท่านประธานไป ดังนั้น การมีอยู่ของเงินทุนสำรองจ่าย เจ้าตัว ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ตามมาตรา ๔๕ ผมเรียนตรง ๆ ว่ามีความจำเป็นและมีความโปร่งใสมากกว่าการยอมให้ รัฐบาลเพิ่มงบกลางในรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น การยกเลิก มาตรา ๔๕ ในเรื่องของเงินทุนสำรองจ่าย ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทตัวนี้ ผมเรียนตรง ๆ ครับ ผมเดาใจ พลเอก ประยุทธ์ ได้ ถ้ายกเลิกตรงนี้ปุ๊บก็จะเปิดช่องให้ พลเอก ประยุทธ์ ไปเพิ่มเพดานวงเงินงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายในกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นอีก ไม่ใช่ว่า พลเอก ประยุทธ์ ไม่เคยทำนะครับ ปี ๒๕๖๓ ก็ทำมาแล้วนะครับ ขยับเพดานจาก ๓.๕ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๗.๕ เปอร์เซ็นต์มาแล้ว ก่อนที่ปี ๒๕๖๔ จะขยับลงไปเหมือนเดิม ดังนั้นการมีอยู่ของเงินทุนสำรองจ่าย ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ตามมาตรา ๔๙ ที่กำกับเอาไว้จะมีความโปร่งใสและตรวจสอบได้มากกว่าการตีเช็ค เปล่าให้ พลเอก ประยุทธ์ ตั้งงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นในวงเงิน หรือในเพดานที่สูง เพราะนั่นเราจะตรวจสอบอะไรไม่ได้เลย รู้ทีก็คือผีถึงป่าช้าแล้ว ได้แค่รับรู้ แล้วก็ทำตาแบ๊ะ ๆ เท่านั้น ต้องย้ำให้ท่านประธานทราบว่าปัญหาที่แท้จริงของการใช้จ่าย งบประมาณที่เป็นการตีเช็คเปล่าของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา อยู่ที่งบกลางรายการเงิน สำรองจ่ายในกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ผมเสนอแนะอย่างนี้ครับว่าควรจะไปแก้ไขเพิ่มเติม ใน พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณนี้ละครับ ให้รัฐบาลรายงานผลการใช้จ่ายงบกลางให้กับสภา ผู้แทนราษฎรทราบ และประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อใช้จ่ายเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วด้วย เพื่อให้ประชาชนได้ตรวจสอบ ติดตาม การใช้จ่ายงบประมาณงบกลางของนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่ว่าไปยกเลิกมาตรา ๔๕ แล้วเปิดช่องให้ พลเอก ประยุทธ์ ไปเพิ่มเพดานงบกลาง ผมคิด ว่านี่จะเป็นเรื่องของความไม่โปร่งใสและเป็นอันตรายกับประเทศชาติบ้านเมืองมากกว่า ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านดอกเตอร์มหานิยม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมต้องขอแสดงความคิดเห็นในร่างพระราชบัญญัติ ประมาณ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ ทำไมผมถึงต้องแสดงความคิดเห็น ผมเป็นหนึ่งในจำนวน ผู้เสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ เพราะฉะนั้นผมต้องเห็นด้วยและต้องสนับสนุน ทำไมต้อง สนับสนุน ท่านประธานครับ การที่ให้ยกเลิกมาตรา ๔๕ แห่งพระราชบัญญัติงบประมาณ ๒๕๖๑ นี้มีเหตุมีผลท่านประธานครับ เพราะว่าจะลดทุนสำรองจ่ายจะ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็แล้วแต่ มันเป็นงบประมาณที่นายกรัฐมนตรี เอาไปใช้จ่าย ครม. อนุมัติใช้จ่ายโดยไม่มีการผ่านสภา ฉะนั้นถ้าหากจะแก้ไขพระราชบัญญัติ ฉบับนี้โดยให้นำกลับเข้ามาในสภา เพราะการเพิ่มงบประมาณแต่ละเที่ยวถ้าเรามีพระราชบัญญัติ ถึงให้แก้ไขได้โดยนำเข้ามาสภา มันเป็นเรื่องดีท่านประธาน ผมไม่ได้ว่าแค่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ถ้าพระราชบัญญัติฉบับนี้ มาตรา ๔๕ ซึ่งให้แก้ไข ในพระราชบัญญัติงบประมาณปี ๒๕๖๑ มันจะมีผลในเรื่องงบประมาณ ในเรื่องการใช้ จ่ายเงิน ถ้าถามว่าการใช้จ่ายงบสำรองจ่ายไม่ได้ใช้จ่ายแบบอีลุ่ยฉุยแฉกแบบบางท่านพูด คุณเอาอะไรประกัน ไม่มีในเล่มสมุดขาวคาดแดงหรือไม่มีอะไร มันเป็นเงินสำรองจ่าย ก็บอก แล้วเงินสำรองจ่าย คุณก็อ้างเหตุผลทุกอย่างจะเอาเงินนี้ไปจ่าย รวมถึงงบกลางด้วย มันก็ต้อง โยงกันระหว่างงบกลางกับเงินสำรองจ่าย วันนี้งบกลาง ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท สภาแห่งนี้ตีเช็ค เปล่าให้นายกรัฐมนตรีใช้ ถ้าถามว่าแล้วใช้จ่ายเขาก็มีรายละเอียด รายละเอียดคือเขียนขึ้น คนทำขึ้น ครม. อนุมัติ ครม. คือใคร คนนั่งหัวโต๊ะคือนายกรัฐมนตรี คือ พลเอก ประยุทธ์ แล้ว ครม. ๓๕ ท่านมีใครกล้าขัดท่าน พลเอก ประยุทธ์จะใช้เงิน ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมถามว่า ครม. ที่นั่งสลอนอยู่ใครกล้าขัดไหม กล้าขัดโดนปลดครับ อันนี้คือประเด็นว่า ผมอยากจะแก้ไขร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพื่อให้นำกลับเข้ามาในสภา ยิ่งเป็นเงินทดรองจ่ายจะเพิ่มตอนไหนก็ได้ โดยคุณอ้างเหตุผลใช้หมดแล้ว นี่คือข้อเท็จจริง ใช้หมดแล้วคุณก็เพิ่มขึ้นมา ใช้หมดแล้วก็ตั้งเพิ่มขึ้นมา ยิ่งกว่างบกลางอีกครับท่านประธาน งบกลางจะมีแค่ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่เงินงบทดรองจ่ายมี ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็จริง ใช้หมดวันไหนตั้งขึ้นมาสำรอง เพราะได้เขียนไว้ในกฎหมายงบประมาณแล้วว่า ถ้าใช้ หมดแล้วให้รีบตั้งงบประมาณเพิ่มโดยพลัน นี่คือประเด็นมันครับท่านประธาน เราจะคิด อย่างอื่นไม่ได้เลย ผมจึงเห็นว่าการตั้งงบประมาณสำรองจ่ายมีความจำเป็นต้องนำเข้าสภาให้ สภารับทราบ ถ้านำเข้ามาสภาทุกท่านในที่นี้ก็จะมาดูว่าคุณตั้งมาอีก ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมไม่ว่าเลยนะ จะตั้งมาอีก ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ได้ แต่ต้องมายืนยันในสภาแห่งนี้ว่าคุณจะเอาไปใช้อะไรบ้างท่านนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่คุณจะเอาไปซื้ออะไรก็ซื้อ แบบทุกวันนี้ซื้ออีลุ่ยฉุยแฉกหมดเลย ซื้อวัคซีนซิโนแวค (Sinovac) ซื้อแล้วซื้ออีก ซื้อแล้วซื้ออีก จนสุดท้ายไม่มีใครฉีด วันนี้ประกาศทั้งบ้านทั้งเมือง อย่างดีเลยไม่มีซิโนแวค (Sinovac) เพราะซิโนแวค (Sinovac) เขาไม่ฉีด ก็เงินงบกลาง งบอะไรนั่นล่ะเอาไปซื้อทุกวันนี้ ผมถึงยืนยันว่ามันใช้ไม่ได้หรอกครับ ถ้าตราบใดเงินนั้นไม่ให้ ผ่านสภา เพราะสภานี้คือตัวแทนประชาชน ทุกท่านที่นั่งในสภาแห่งนี้คือผู้แทนประชาชน ผู้แทนประชาชนเมื่อเห็นแล้วต้องทักท้วง นั่นคือประเด็น ผมดูงบกลาง ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ดี งบทุนสำรองจ่ายจะ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ดี เป็นประเด็นต้องมาคุยกันในสภาทั้งนั้น ผมไม่ให้เอาไปจ่ายเลยนะ ในความเห็นของผม เพราะคุณจะอ้างว่ามีความจำเป็นรีบด่วน น้ำท่วม ไฟไหม้ ก็พูดได้ทั้งหมดครับ ก็เขียนเอา ใครไม่เคยรับราชการ อยู่ในสภานี้กว่าครึ่ง รับราชการมา การเขียนงบประมาณใช้จนสลึงสุดท้ายก็ได้ครับในสิ้นปีงบประมาณ ผมก็เคย ทำมา เขียนมันหมด ถ้าเขียนไม่หมดเขาไม่ให้อีก นั่นคือประเด็น ผมจึงกราบเรียนท่าน ประธานว่า ผมเห็นด้วยในการยกเลิกมาตรา ๔๕ ยกให้เอางบกลางเขียนไปใส่อีกอันใหม่ เอางบกลางก็เหมือนกัน ให้มาทบทวนในสภาแห่งนี้ คุณใช้แล้วเอางบกลางเร่งด่วน ใช้แล้ว เอามาบอกสภาว่าใช้อะไร จะได้แฉกันว่าจริงไหม หรือคุณโกหก หรือเอาไปเขียนว่าน้ำท่วม ไฟไหม้อะไรก็ว่าไป เพราะการเขียนแบบนั้นมันเขียนได้ครับ เป็นวิธีการเขียนให้ใช้เงิน ผมจึง เห็นว่ามาตรา ๔๕ มันหมดเวลาที่จะต้องใช้แล้ว ให้ยกเลิกเสีย ให้กลับมาทบทวนให้สภาแห่งนี้ เห็นด้วยในการใช้เงิน เพราะเงินนั้นคือเงินภาษีของประชาชน คุณจะบอกว่ามันมีรายละเอียด ทุกวัน มีรายละเอียดเพราะคุณเขียนขึ้น แต่ไม่มีการแฉกันเป็นการบอกกันในสภา มันไม่ เหมือนกับหนังสือขาวคาดแดง เราเห็นว่าคุณใช้ ๑ ๒ ๓ ๑๐ บาท ๑๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาท ๑๐,๐๐๐ บาท นั่นคือเป็นข้อเท็จจริง แต่ถ้าเขียนแบบนี้เงินสำรองจ่ายใช้หมดแล้วตั้งมาทันที ผมจึงเห็นควรให้ยกเลิก แล้วเอามาทำใหม่ผ่านสภาล้วน ๆ ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกที่แสดงความจำนงที่จะอภิปรายก็ได้อภิปรายกันจนครบแล้วนะครับ ท่านผู้เสนอ จะอภิปรายสรุปไหมครับ เชิญท่านชวลิตครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ให้ความเห็น ทั้งเห็นด้วย และไม่เห็นด้วย ล้วนเป็นประโยชน์ ทั้งสิ้น แต่สิ่งที่ผมจะยืนยันในหลักการก็คือว่า กรณีที่พี่น้องประชาชนเดือดร้อนจำเป็นเร่งด่วน ผมคิดว่า ส.ส. ทุกท่านให้ความสำคัญและยินดีสนับสนุน เพียงแต่ทำอย่างไรถึงจะนำแผนงาน โครงการต่าง ๆ เหล่านั้น ไม่ว่าจะจำเป็นเร่งด่วนอย่างไรก็ตามแต่ ผมคิดว่าทำได้ทัน มาเสนอ ให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา เพราะจะเกิดความรอบคอบในการที่จะนำเม็ดเงิน งบประมาณไปใช้จ่าย การที่ตั้งเป็นกองทุนไว้เฉย ๆ ผมคิดว่าตรงนั้นมันน่าจะหมดยุค หมดสมัยแล้ว ไม่อย่างนั้นเราจะมีสภาผู้แทนราษฎรที่จะพิจารณาในเรื่องเม็ดเงินงบประมาณ ทำไม รายละเอียดต่าง ๆ เหล่านี้ ผมคิดว่ายังเป็นสิ่งจำเป็นที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำเป็น ที่จะต้องได้มีส่วนให้ข้อคิด ข้อเสนอแนะ ดังที่เพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่ท่านนิยม เวชกามา ท่านได้ให้ความเห็นไว้ในการที่จัดซื้อวัคซีนหรืออะไรต่าง ๆ ในส่วนที่จะเป็นประโยชน์กับ พี่น้องประชาชน เมื่อได้ข้อคิดเห็นต่าง ๆ อย่างหลากหลายแล้วรัฐบาลจะได้นำไปวิเคราะห์ และทำทางเลือกที่ดีที่สุดในการใช้เม็ดเงินงบประมาณก็จะเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ขอขอบคุณอีกครั้งครับ และคิดว่าได้ทำหน้าที่ตรงนี้ในการที่จะทำหน้าที่ตรวจสอบในส่วน ของฝ่ายนิติบัญญัติต่อฝ่ายบริหารอย่างเต็มกำลังแล้ว ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ต่อไปนี้ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ วิธีการงบประมาณ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่ ก่อนที่จะลงมติก็ต้องขอตรวจสอบ องค์ประชุมนะครับ🔗
เชิญสมาชิก ที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุมนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกหรือกำลังประชุมอยู่ ในห้องกรรมาธิการกรุณารีบเข้าห้องประชุมนะครับ เพื่อจะได้ลงมติกันครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่จะลงมติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนนะครับ🔗
สมาชิก ท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตนบ้าง ถ้ามีก็ขอเชิญใช้สิทธิแสดงตนนะครับ แสดงตนกัน หมดแล้วนะครับ ผมขอปิดการแสดงตนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ สมาชิกครับ ขณะนี้ มีผู้เข้าร่วมประชุมอยู่ ๒๘๑ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ต่อไป ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ท่านผู้ใด เห็นควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนนครับ มีท่านสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนมีไหมครับ🔗
ท่านประธานคะ ๓๗๐ สกุณา สาระนันท์ เห็นชอบค่ะ🔗
๓๗๐ เห็นชอบนะครับ ถ้าใช้สิทธิกันหมดแล้ว ผมขอปิดการลงคะแนนครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ🔗
ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ยกมือ ท่านมองไม่เห็นครับ ผม ไตรรงค์ เลขที่ ๑๓๓ เห็นด้วยครับ🔗
๑๓๓ เห็นด้วยนะครับ ท่านสมาชิกครับ จำนวนผู้ลงมติทั้งหมด ๓๑๘ ท่าน เห็นด้วย ๖๐ บวก ๒ ก็เป็น ๖๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๓๕ งดออกเสียง ๒๓ ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติไม่รับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ ก็ถือว่าเป็นการจบ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นะครับ🔗
ต่อไปจะเป็น การพิจารณา🔗
ระเบียบวาระที่ ๕.๓ ร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
เนื่องจากมีร่างพระราชบัญญัติทำนองเดียวกันอีก ๑ ฉบับ คือร่างพระราชบัญญัติ ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นางบุญรื่น ศรีธเรศ กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ผมเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับ เป็นเรื่องทำนองเดียวกัน ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๒) น่าจะนำมาพิจารณาและลงมติพร้อมกันตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๔) จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่🔗
ถ้าไม่มี ผมถือว่า ที่ประชุมให้ความเห็นชอบ ผมขอดำเนินการตามนี้นะครับ🔗
ด้วยร่างพระราชบัญญัติที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ ซึ่งสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรเป็นผู้เสนอ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น และจัดทำสรุปผลการรับฟังและรายงานผลการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่าง พระราชบัญญัติเสร็จแล้ว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ และประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น จากร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดไว้ให้สมาชิกแล้วนะครับ ดังนั้น ในกรณีร่างพระราชบัญญัติที่นางบุญรื่น ศรีธเรศ กับคณะ ซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้เสนอ สำนักงานจึงไม่จำเป็นต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นก็ได้ ตามประกาศ สภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๒ วรรคสาม ต่อไปขอเชิญผู้เสนอแถลงหลักการและเหตุผลตามลำดับ เชิญท่านภราดรครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ผมขออนุญาต ท่านประธานเป็นตัวแทนของเพื่อนสมาชิกพรรคภูมิใจไทย นำโดยท่าน ส.ส. อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค พร้อมทั้งเพื่อนสมาชิกอีก ๕๐ กว่าชีวิตที่ได้ร่วมกันเสนอกฎหมายเสนอแก้ไข ร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก่อนที่ผมจะอภิปรายสนับสนุนการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านเพื่อให้ตรงไปตามข้อบังคับในหลักการและเหตุผล🔗
หลักการ เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. ๒๕๕๑ เพื่อเพิ่มเติมบทนิยามของคำว่า การศึกษาผ่าน ระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) และแก้ไขบทนิยามของคำว่าสถานศึกษาในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย พ.ศ. ๒๕๕๑🔗
เหตุผล เนื่องจากกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยยังไม่มีบทนิยามของคำว่าการศึกษาผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) ดังนั้นเพื่อให้เป็นการรองรับการศึกษาผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) ซึ่งเป็น อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับการศึกษา โดยเฉพาะบุคคลที่มีความไม่พร้อมทางรายได้ ครอบครัว และสังคม หรือมีความจำเป็นบางประการ จึงต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนได้มีโอกาสเรียนรู้และสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนได้ตามศักยภาพ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้🔗
ผมขออนุญาตท่านประธานเพิ่มเติมอภิปรายสักเล็กน้อยเพื่อสนับสนุนร่าง พระราชบัญญัติแก้ไขดังกล่าว สืบเนื่องจากที่พวกเราพรรคภูมิใจไทยได้มีแนวคิด แล้วก็ได้ เสนอแนวคิดนี้ต่อสังคมเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ในช่วงที่มีการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งใหญ่ พวกเราออกนโยบายให้รัฐจัดให้มีการเรียนรูปแบบออนไลน์ (Online) ขึ้น หลักคิดใหญ่ของ พวกเรา เรามีหลักคิดว่าเราอยากจะสร้างความเท่าเทียมกันทางการศึกษา เราอยากจะลด ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาระหว่างนักเรียนที่มีฐานะยากจนกับนักเรียนที่มีฐานะร่ำรวย เราอยากจะลดความเหลื่อมล้ำระหว่างนักเรียนที่อยู่ในเขตชนบทกับนักเรียนที่อยู่ใน กรุงเทพมหานคร เราอยากจะลดความเหลื่อมล้ำระหว่างนักเรียนโรงเรียนใหญ่และนักเรียน โรงเรียนเล็ก เราเห็นว่าการศึกษาด้วยระบบออนไลน์ (Online) ซึ่งบนเทคโนโลยีสมัยใหม่ มันสามารถที่จะทำให้การศึกษาระบบออนไลน์ (Online) สามารถเกิดขึ้นจริงได้ เราอยากจะเห็นหลักสูตรที่ทุกคน และไม่เฉพาะแต่ช่วงวัยเรียนเท่านั้น สามารถที่จะเข้าถึง หลักสูตรที่ตัวเองอยากจะเรียนรู้เพื่อต่อยอดได้ตามความประสงค์ของผู้ที่ใฝ่รู้ เราอยากจะเห็น การแก้ปัญหาของโรงเรียนในชนบท เรื่องการขาดแคลนครูผู้สอน ครูผู้สอนไม่ครบชั้นเรียน ครูผู้สอนไม่ครบสาระวิชาในโรงเรียนเล็ก ๆ ในชนบท เราอยากจะเห็นความเท่าเทียมกัน ของโรงเรียนในกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นโรงเรียนใหญ่ ๆ กับโรงเรียนในต่างจังหวัดโรงเรียน เล็ก ๆ ทำไมเด็กนักเรียนในต่างจังหวัดไม่มีโอกาสเข้าถึงทางการศึกษาได้เหมือนกับนักเรียน ในเมืองหลวง หรือในโรงเรียนใหญ่ ๆ ทำไมเราไม่สามารถเอาหลักสูตรของโรงเรียนที่เป็น โรงเรียนที่มีมาตรฐานสูงของประเทศไทย ผมยกตัวอย่าง เช่น โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา โรงเรียนสวนกุหลาบ ทำไมเราไม่สามารถเอาหลักสูตรพวกนี้ไปสอน ไปใช้ให้กับเด็กนักเรียน ที่อยู่ในชนบทได้ นี่คือหลักคิดของการสร้างความเท่าเทียมกัน เราจึงคิดว่าเป็นหน้าที่ของ รัฐบาลที่จะต้องสร้างแพลตฟอร์ม (Platform) ทางการศึกษาขึ้นมา ๑ แพลตฟอร์ม (Platform) เพื่อบรรจุหลักสูตรต่าง ๆ ที่มีคุณภาพ แล้วให้นักเรียนทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดได้มีโอกาสเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมกัน ให้เด็กนักเรียนที่พ่อแม่มีสตางค์กับเด็ก นักเรียนที่อยู่ในชนบทพ่อแม่ไม่มีสตางค์ได้มีโอกาสเข้าถึงหลักสูตรที่เท่าเทียมกัน ด้วยเทคโนโลยีนี้ละครับสามารถที่จะสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษาได้ นี่คือหลักคิดที่ พวกเรานำเสนอต่อสังคมขณะนั้น และเป็นที่มาของการเสนอแก้ไขร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ต่อสภาผู้แทนราษฎร เราเสนอร่างฉบับนี้โดยท่านหัวหน้าอนุทิน ได้เสนอต่อสภาเมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๓ ๑๘ เดือนเต็ม ๆ ครับท่านประธาน วันนี้เพิ่งจะได้มีโอกาสหยิบเรื่องนี้ขึ้นมา พิจารณา นี่คือความล่าช้าของกระบวนการทางรัฐสภา กระบวนการทางฝ่ายนิติบัญญัติของ เราหรือไม่ ที่กฎหมายหลายฉบับที่มีความก้าวหน้า แต่เราไม่สามารถที่จะหยิบขึ้นมาพิจารณา ให้ทันกับสถานการณ์ เรื่องการเรียนออนไลน์ (Online) นี้แสดงให้เห็นได้ชัดเจนในช่วงปีกว่า ที่ผ่านมาครับท่านประธาน ช่วงปีกว่าที่ผ่านมาเราเห็นสถานการณ์โควิด (COVID) เด็กนักเรียนขณะนี้เรียนหนังสือออนไลน์ (Online) แต่การเรียนออนไลน์ (Online) ของเด็ก นักเรียนสมัยนี้คือการย้ายห้องเรียนจากที่โรงเรียนไปเรียนหน้าจอโทรศัพท์ที่บ้านเท่านั้น แต่หลักสูตรเนื้อหาสาระก็ยังเป็นครูที่โรงเรียนนั่นละสอน พวกเราคิดไกลกว่าการย้าย ห้องเรียนจากโรงเรียนไปอยู่ที่บ้านครับ พวกเราคิดไกลไปถึงขนาดว่าหลักสูตรอย่างที่ผมบอก เมื่อสักครู่ คือหลักสูตรจะต้องมีความเสมอภาค นักเรียนอยากจะเรียนหลักสูตรของโรงเรียน ที่ดีที่สุดในประเทศไทยต้องได้เรียน นักเรียนอยากจะเรียนหลักสูตรของต่างประเทศ เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้องไปหาหลักสูตรเหล่านั้นมาให้กับประชาชน มาให้กับเยาวชน หรือให้กับประชาชนทั่วไปที่เขาอยากจะเรียนต้องได้เรียน นี่เป็นหน้าที่ของรัฐบาล จึงเกิดเป็น แนวคิดที่ว่า แต่อย่างที่บอกกับท่านประธานครับ ด้วยความล่าช้าของกระบวนการทาง กฎหมายของพวกเรา กระบวนการทางรัฐสภาของพวกเรา ทำให้ร่างฉบับนี้กินเวลาถึง ๑๘ เดือน ก่อนที่จะได้รับการพิจารณา อย่างไรก็ดีครับท่านประธาน เมื่อ ๓ สัปดาห์ที่แล้ว ทางกระทรวงศึกษาธิการได้เห็นถึงความสำคัญของหลักคิดดังกล่าว จึงได้มีการเสนอ ร่างพระราชบัญญัติเข้ามา ๑ ร่างพระราชบัญญัติ เรียกว่า พระราชบัญญัติการส่งเสริม การเรียนรู้ ซึ่งอยู่ในกฎหมายปฏิรูป ก็ได้เสนอเข้าต่อที่ประชุมร่วมกันของรัฐสภา และที่ประชุม ร่วมกันของรัฐสภาก็ได้มีการพิจารณาผ่านในวาระที่ ๑ ไปเรียบร้อย ขณะนี้อยู่ในชั้นของ กรรมาธิการ ผมกำลังจะชี้ให้ท่านประธานได้เห็นว่าร่างพระราชบัญญัติที่กำลังพิจารณา อยู่ในชั้นกรรมาธิการที่เรียกว่า ร่างส่งเสริมการเรียนรู้นั้นได้ยกเลิกพระราชบัญญัติที่ผม กำลังจะแก้ไขในขณะนี้ก็คือ พระราชบัญญัติ กศน. พูดง่าย ๆ เพราะฉะนั้นนั่นหมายความว่าการแก้ไขที่จริง ๆ แล้วเราได้เสนอก่อนหน้านั้น เราได้เสนอไป เพื่อแก้ไขพระราชบัญญัติ กศน. มันจึงไม่มีความหมายเมื่อร่างพระราชบัญญัติส่งเสริม การเรียนรู้ได้มีการพิจารณาอยู่และจะมีการยกเลิกร่างพระราชบัญญัติที่ผมกำลังจะแก้ไข ฉบับนี้ นี่คือความล่าช้าของกระบวนการรัฐสภาในการพิจารณาตรากฎหมายหรือไม่ อย่างไร ผมให้เป็นข้อสังเกต อย่างไรก็ดีครับ ผมต้องอีกครั้งหนึ่ง ขอบคุณทางกระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้เห็นถึงความสำคัญของหลักคิด แล้วก็ได้เห็นแนวทางทางการศึกษาในอนาคตที่ไม่ได้ แตกต่างจากพวกเราพรรคภูมิใจไทย จึงได้เสนอเข้าไป ผมถือโอกาสตรงนี้สั้น ๆ นิดเดียวครับ ต้องฝากเพื่อนสมาชิกที่เป็นกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการชุดดังกล่าว ช่วยบรรจุสิ่งที่ พวกผมพรรคภูมิใจไทยได้ร่างเอาไว้ แล้วจะได้แก้เอาไว้ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งมีมาตราเดียวที่แก้ ก็คือคำนิยามของการศึกษาผ่านระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) และเรื่องคำนิยามของสถานศึกษา ซึ่งสามารถที่จะเอาไปบรรจุ เอาไปใส่ไว้ในร่างพระราชบัญญัติ ส่งเสริมการเรียนรู้ เพื่อให้ครอบคลุมแล้วก็ให้สมบูรณ์แบบได้ต่อไป ก็ต้องถือโอกาสฝาก เพื่อนสมาชิกที่เป็นกรรมาธิการไปแปรญัตติในชั้นกรรมาธิการด้วย ผมถือโอกาสตรงนี้ ในท้ายที่สุดครับ เมื่อเหตุการณ์เป็นเช่นนี้ เมื่อความล่าช้าเกิดขึ้นเช่นนี้ และเมื่อมีการเสนอ ร่างนั้นไปแล้ว แล้วร่างนั้นเป็นการยกเลิกร่างที่ผมกำลังจะแก้ไข เพราะฉะนั้นจึงไม่มี ความจำเป็นที่ผมจะต้องเสนอร่างนี้อีกต่อไป เพราะมันได้ไปอยู่ใต้ร่มใหญ่ของพระราชบัญญัติ ส่งเสริมการเรียนรู้แล้ว ผมในฐานะตัวแทนของพรรคภูมิใจไทยจึงถือโอกาสตรงนี้ขออนุญาต ท่านประธาน พร้อมทั้งขออนุญาตเพื่อนสมาชิกให้เป็นไปตามข้อบังคับ พวกผมขอถอนร่างนี้ ออกจากระเบียบวาระการประชุมครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เดี๋ยวท่าน ศุภชัยรอก่อนนะครับ เนื่องจากว่าร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ยื่นเข้ามามีทั้งหมด ๒ ร่าง ร่างแรก โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ เป็นผู้เสนอ ซึ่งท่านภราดร ปริศนานันทกุล ได้เป็น ตัวแทนนำแถลงหลักการและเหตุผล แล้วก็ขอถอนร่างฉบับนี้ไปด้วยเหตุผลที่ได้กล่าวมา ทีนี้มันมีอีกร่างหนึ่ง ก็คือร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นางบุญรื่น ศรีธเรศ กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ไม่ทราบว่า ท่านบุญรื่นจะแถลงหลักการเหตุผลและจะมีความเห็นอย่างไร จะถอนพร้อมกันไหมครับ ถ้าถอนพร้อมกันก็จะได้ขอความเห็นที่ประชุม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางบุญรื่น ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย พร้อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติการศึกษา นอกระบบและตามอัธยาศัย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เหมือนท่านอนุทินได้เสนอไปนะคะ🔗
ด้วยหลักการและเหตุผล ก็คืออยากจะปรับปรุงแก้ไขการเรียนการสอน ของนักศึกษานอกระบบ จะต้องมีความรู้ความเข้าใจ มีความรู้ความสามารถ ทันสมัย มีการเรียนทางอินเทอร์เน็ต (Internet) ทั้งให้มีความรู้เท่าเทียมกับการศึกษาในระบบ ไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ไม่ว่าจะเป็นนอกระบบ ในระบบจะต้องมีความรู้ความสามารถ เท่าเทียมกัน จึงได้เขียนพระราชบัญญัตินี้ขึ้น เพื่อปรับปรุงและแก้ไขให้มีการศึกษาที่ดีขึ้นของ นักเรียนที่ด้อยโอกาสให้เท่าเทียมกับนักเรียนในระบบ แล้วเมื่อเกิดความล่าช้าในการพิจารณาเหมือนท่านภราดร ปริศนานันทกุล ได้พูดไว้ อันนี้ คือเรื่องจริงนะคะ เผื่อจะมาถึงคิวตรงนี้ก็ ๑๘ เดือนเหมือนท่านว่านะคะ แล้วก็มี การเปลี่ยนแปลง พ.ร.บ. ไปแล้ว คือ พ.ร.บ. ส่งเสริมการเรียนรู้ ซึ่งดิฉันก็ได้ทำความเข้าใจกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ก็ตรงกันในมาตรา ๑๖ การเปลี่ยนแปลง พัฒนา อุปกรณ์การเรียนการสอนให้ ทันสมัย มาตรา ๑๖ ของ พ.ร.บ. ส่งเสริมการเรียนรู้ แล้วก็หลายสิ่งหลายอย่างที่จะต้อง ปรับปรุงแก้ไขเหมือนท่านภราดรได้พูดไว้ ก็ขอให้กรรมาธิการที่กำลังศึกษาอยู่ปรับปรุงแก้ไข ให้มันทันสมัยขึ้น อย่าให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการศึกษา ไม่ว่าจะในเมืองและนอกเมือง ให้ได้มีการศึกษาเท่าเทียมกัน และเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นมาว่ารัฐบาลจะต้องส่งเสริม พระราชบัญญัติการศึกษา การเรียนรู้ เมื่อเกิดปัญหานี้ขึ้นดิฉันก็จำเป็นจะต้องขอถอน พระราชบัญญัตินี้ เพื่อไปยึดหลักการจากพระราชบัญญัติที่ผ่านสภาไปแล้ว ขอบพระคุณมากค่ะ🔗
ขอบคุณ ท่านบุญรื่น ศรีธเรศ นะครับ ก็เสนอขอถอนเช่นเดียวกัน เนื่องจากว่ามีผู้ร่วมลงชื่อเสนอ พ.ร.บ. ทั้ง ๒ ฉบับนี้ขอร่วมแสดงความคิดเห็นด้วยอีกท่านหนึ่งครับ เปิดโอกาสให้ทุกท่าน นะครับ ท่านศุภชัย ใจสมุทร เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กระผม ขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ ที่จะขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธาน🔗
ท่านศุภชัยครับ ท่านจุลพันธ์ประท้วงเรื่องอะไรครับ เดี๋ยวท่านศุภชัยรอสักครู่ครับ ท่านจุลพันธ์ยกมือประท้วง เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมประท้วง ท่านประธานตามข้อบังคับการประชุม มีผู้เสนอถอนญัตติยังไม่มีการเห็นค้านนะครับ ผมก็งงว่า ท่านประธานดำเนินการให้มีการอภิปรายอีกหลายท่านน่าจะไม่ถูกกับข้อบังคับการประชุมนัก เพราะว่าเรามีกฎหมายสำคัญครับ ขอความกรุณาท่านศุภชัยมันมีกฎหมายสำคัญที่รออยู่ แล้วผู้ชี้แจงมาแล้ว ก็คือเรื่องของการเสนอร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศและคำสั่งของ คสช. ซึ่งเสนอโดยภาคประชาชน เรากำลังรอพิจารณาอยู่ ขอท่านประธานควบคุมเรื่องการ ใช้เวลา เพราะว่าภาคประชาชนเขามาหลายสัปดาห์แล้ว เราก็โดนเรื่องของการเอากฎหมาย มาแทรกมาปาดหน้าหลายครั้ง หลายสัปดาห์ จนไม่สามารถพิจารณาได้ วันนี้ท่านประธาน อย่าปิดหนีนะครับ ถ้าปิดหนีต้องลงไปแถลงข่าวกันอีก เหนื่อย🔗
ท่านจุลพันธ์ นั่งเถอะครับ อย่างไรก็ไม่ปิดหนีแน่นอนครับ คือตอนนี้ผมยังไม่ได้ขอมติจากที่ประชุมว่า ให้ถอนหรือไม่ เมื่อผู้ลงชื่อเสนอกฎหมายได้ยกมือขอแสดงเหตุผลประกอบ ประธานเลยให้ โอกาส ไม่ใช่ให้โอกาสฝ่ายเดียวนะครับ ถ้าทางพรรคเพื่อไทยอยากจะขอโอกาสชี้แจงเพิ่มเติม จากท่านบุญรื่น ศรีธเรศ ผมก็จะให้โอกาส แต่จะให้โอกาสฝ่ายละ ๑ ท่าน ถ้าประสงค์นะครับ ถ้าไม่ประสงค์ก็ไม่เป็นอะไร เชิญท่านศุภชัยครับ🔗
ขอบพระคุณครับท่านประธาน จริง ๆ สิ่งที่ผมจะนำเสนอก็เป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องนะครับ ว่าสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยเองได้ตั้งใจ ในการทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะผู้ที่อาสาทำงานให้กับประชาชน และได้นำเสนอต่อประชาชนว่า ถ้าเราได้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแล้วเราจะทำอะไร ให้กับพี่น้องประชาชน หลายเรื่องที่เรานำเสนอต่อประชาชนในการที่จะแก้ปัญหา โดยกระบวนการทางนิติบัญญัติ โดยการที่จะมีการแก้กฎหมาย เราได้พบว่าวันนี้สิ่งต่าง ๆ มันเป็นอุปสรรคมากมายครับท่านประธาน ร่างพระราชบัญญัติเมื่อสักครู่ที่เราได้พูดไป ใช้เวลาทั้งสิ้น ๑๘ เดือน และมีร่างพระราชบัญญัติที่เราเห็นว่าเป็นประโยชน์กับประชาชนอยู่ อีกจำนวนมากที่วันนี้ยังคาอยู่ในสภาแห่งนี้ วันนี้เราพูดกันว่าสภาจะยุบเมื่อไรไม่ทราบ สภาจะครบวาระต้นปีข้างหน้าโน้น แต่ผลก็คือ วันนี้กฎหมายที่พรรคการเมืองได้นำเสนอหรือแม้กระทั่งที่ภาคประชาชนได้นำเสนอต่อสภา แห่งนี้ ดำเนินไปอย่างเชื่องช้าเป็นอย่างยิ่ง พรรคภูมิใจไทยได้เสนอแนวคิดในเรื่องของ การแบ่งปันผลประโยชน์เกี่ยวกับเรื่องข้าว เกี่ยวกับเรื่องยางพารา ผลผลิตทางการเกษตร อีกหลายอย่าง เราเกือบจะถูกตีตกหรือใกล้ ๆ จะถูกตีตกไปด้วยเหตุผลว่านายกรัฐมนตรี ไม่รับรอง เนื่องจากเป็นพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน สิ่งที่ผมยืนขึ้นมาพูดตรงนี้ เพื่อที่จะ เรียนต่อพี่น้องที่อยู่ในสภาแห่งนี้ว่า ถึงเวลาที่พวกเราจะต้องทบทวนแล้วว่าเราจะใช้ ประโยชน์ในที่แห่งนี้ให้กับประชาชนโดยอาศัยเพียงร่างกฎหมายที่เสนอโดยรัฐบาล เท่านั้นเองหรือ วันนี้กระบวนการนำเสนอกฎหมายของสภาผู้แทนราษฎร หรือของ ผู้แทนราษฎร หรือของ ส.ส. ที่ประชาชนเลือกมาแทบจะไม่มีประโยชน์ไม่มีคุณค่า และไม่ได้ ถูกเห็นความสำคัญจากรัฐบาล นี่คือปัญหาใหญ่ กรณีสิ่งที่เกิดขึ้นใน ๑๘ เดือนที่เราได้ยื่น ที่เราคิดว่าการเรียนทางอินเทอร์เน็ต (Internet) จะเป็นประโยชน์กับผู้เข้าถึงโอกาสได้ยาก แทบจะถูกทำลายทิ้งไป วันนี้กฎหมายดี ๆ ของเรากำลังจะถูกทำลายเป็นจำนวนมาก วันนี้ ร่างกฎหมายที่เป็นของประชาชนก็ถูกตีตกเป็นระยะ ๆ นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้นด้วยอารมณ์ ในบรรยากาศแบบนี้ ผมจึงขออนุญาตที่จะลุกขึ้นมาเรียกร้องท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อนทุกท่านที่แห่งนี้ได้โปรดเข้ามาทบทวนบทบาทของตัวเอง ที่ได้รับมอบหมายจาก ประชาชนมาอีกครั้งว่าวันนี้ถ้าเราเป็น ส.ส. รัฐบาลแล้วเราจะยอมให้รัฐบาลท่านตัดสินใจ ในการที่เราจะต้องเดินหน้าต่อไปในหน้าที่นิติบัญญัติของเราแต่ตามอำเภอใจ ผมว่าไม่น่า จะใช่แล้ว วันนี้เป็นเรื่องที่เราสูญเสียโอกาสจำนวนมาก🔗
ท่านศุภชัย สรุปด้วยนะครับ🔗
ในที่สุดเราจะต้องใช้วิธีการ ประกันราคาข้าว จำนำข้าว เอาเงินภาษีของแผ่นดินเข้าไปให้กับประชาชนที่เป็นเกษตรกร โดยที่เราอาจจะมีช่องทางที่ดีกว่านั้นในการที่จะแก้ปัญหาในเรื่องของการแก้ปัญหาให้กับ ราคาสินค้าเกษตร โดยวิธีการที่ยั่งยืน มั่นคง ถาวร โดยอาศัยกลไกของกฎหมาย แต่วันนี้ กฎหมายที่พรรคภูมิใจไทยเราเห็นว่าเป็นกฎหมายที่ดีที่เป็นประโยชน์กับเกษตรกรก็ถูกชะลอ อยู่ และไม่สามารถที่จะเดินหน้าต่อไปได้ ด้วยเหตุผลเรื่องของรัฐธรรมนูญที่กำหนดว่าถ้าเป็น ร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวด้วยการเงินแล้วนายกรัฐมนตรีต้องรับรองเสียก่อน นี่คือสิ่งที่เป็น อุปสรรค ที่เป็นปัญหา และจะยังเป็นอย่างนี้ตลอดไป ตราบเท่าที่รัฐบาลกับสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ไม่ได้มาช่วยกันคิด ช่วยกันทำ เพื่อแก้ปัญหาประชาชนอย่างแท้จริง ผมเข้าใจว่า ท่านนายกรัฐมนตรีท่านไม่เข้าใจในเรื่องของสิ่งที่เรานำเสนอ เพราะสิ่งที่จะไปถึงท่าน แล้วท่านไม่รับรองก็ล้วนแล้วแต่ถูกนำเสนอความคิดเห็นโดยภาคราชการเข้าไปสู่ท่านแล้วว่า ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่สภาผู้แทนราษฎรที่เป็น ส.ส. ได้เสนอกฎหมายเข้าไป🔗
สรุปได้แล้วครับ🔗
นี่คือเป็นปัญหาใหญ่ที่เป็นเรื่องที่ เป็นอุปสรรค พรรคภูมิใจไทยเราเสนอต่อประชาชนว่าเราจะแก้ปัญหาให้กับประชาชน ในเรื่องสินค้าเกษตรเราก็เป็นผลกระทบ เราทำไม่ได้ เรื่อง กศน. เรื่องการเรียนทาง อินเทอร์เน็ต (Internet) ทางออนไลน์ (Online) ก็เป็นอุปสรรคอย่างนี้ นี่คือสิ่งที่ต้องเรียน ท่านประธานครับว่าที่ผมต้องลุกขึ้นมาตรงนี้ด้วยเหตุผลประการเดียวว่าผมรู้สึกอึดอัด ขัดข้อง ในสิ่งที่มันเป็นบรรยากาศนี้อยู่ วันนี้ถ้าเป็นร่างของประชาชน ผมก็เป็นห่วงอีกว่าในที่สุด ถ้าเราจะตั้งหลักว่าถ้าเป็นร่างของประชาชนแล้วเราจะต้องไม่รับเสมอไปมันก็ปิดช่องทาง ที่ประชาชนจะใช้ช่องทางตามรัฐธรรมนูญ ตามพระราชบัญญัติต่าง ๆ ที่ให้อำนาจในการ เข้าชื่อเสนอกฎหมาย มันต้องเข้าช่องทางเข้าประตูนี้แล้วในที่สุดเราก็ปิดประตูทุบ🔗
ได้ให้เหตุผล พอประมาณแล้วนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมพยายาม ที่จะนำเสนอในสิ่งที่มันไม่ควรที่ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นที่ท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคภูมิใจไทยได้เสนอเข้าไป แล้วเราได้ตัดสินใจถอน ก็เป็นความจำใจละครับ แต่ถ้าเรื่องนี้เข้าสู่สภาก่อนหน้านี้มาสัก ๖ เดือน ร่างพระราชบัญญัติ ที่ผ่านมามันก็สามารถที่ได้นำไปใช้เป็นประโยชน์กับประชาชนได้ แต่ด้วยความล่าช้าของ พวกเรานี่ละครับ มันเป็นผลที่ก่อให้เกิดความเสียหายโดยส่วนรวมกับพี่น้องประชาชน ผมจึงกราบเรียนต่อท่านประธานครับว่า ถึงเวลาเราอาจจะต้องตั้งวงสนทนากันสักทีไหมครับ ว่าเราจะแก้ปัญหาเรื่องนี้กันอย่างไร เพื่อให้เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างสูงสุด ในฐานะที่เราเป็นสภาผู้แทนราษฎร สภาที่ราษฎรได้เลือกเรามาให้ทำหน้าที่เป็นผู้แทนของ ตัวประชาชนทุกคนที่เลือกให้เรามาทำหน้าที่ในการออกกฎหมายที่ดีเป็นประโยชน์ กับประเทศชาติ เป็นประโยชน์กับประชาชนทุกคนด้วยความรวดเร็ว ไม่ล่าช้าครับ ขอบพระคุณครับ🔗
พอประมาณแล้ว ขอบคุณครับ ฝ่ายพรรคเพื่อไทยมีท่านผู้ใดจะอภิปรายสนับสนุนอีกไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ก็ไม่เป็นอะไรนะครับ ท่านประกอบครับ ผมขออนุญาตให้เฉพาะผู้ที่ได้เข้าชื่อเสนอกฎหมาย อภิปรายสนับสนุนแค่นั้นก็พอแล้วครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากมีสมาชิกเสนอขอถอนร่างร่างพระราชบัญญัติ ส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามระเบียบวาระ ที่ ๕.๓ ของนายอนุทิน ชาญวีรกุล กับคณะ และตามระเบียบวาระที่ ๕.๒๓ ของนางบุญรื่น ศรีธเรศ กับคณะ ออกจากระเบียบวาระที่ประชุม และมีผู้รับรองถูกต้อง ซึ่งตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ กำหนดว่าการถอนญัตติที่ประธานสภาสั่งบรรจุเข้าระเบียบวาระการประชุม จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อได้รับความยินยอมของที่ประชุม ผมอยากถามที่ประชุมว่าจะมีสมาชิก ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มี ท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอื่น ถือว่าที่ประชุมมีมติยอมให้ถอนร่างพระราชบัญญัติ ตามระเบียบวาระที่ ๕.๓ และ ๕.๒๓ ออกจากระเบียบวาระการประชุมนะครับ🔗
ท่านสาทิตย์ มีอะไรไหมครับ ถอนเรียบร้อยแล้วนะครับ ทั้ง ๒ ร่าง🔗
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงเรื่องสมาชิกที่เสนอ กฎหมายแล้วขอถอนก็ต้องถามความเห็นสภา แต่ว่าเมื่อสักครู่นี้ก่อนที่ท่านประธานจะถามว่า มีผู้ใดมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหม ผมได้ยกมือไว้ เนื่องจากว่าผมก็อยากที่จะแสดงความ คิดเห็นในกรณีที่เพื่อนสมาชิกเสนอกฎหมายนะครับว่า พวกเรายินดีที่จะพิจารณาในทุกเรื่อง แล้วผมก็เห็นด้วยที่เพื่อนสมาชิกได้พูดถึงว่ากระบวนการในการพิจารณากฎหมายของสภา บางครั้งมันช้าไป เพราะว่าหลายกฎหมายก็เป็นประโยชน์นะครับ รวมถึงเรื่องแนวความคิด ต่าง ๆ แต่บังเอิญว่าการพูดถึงแนวความคิดบางเรื่องก็อาจจะมีความเห็นที่ไม่ตรงกันได้ ก็เป็นเรื่องปกติธรรมดา ผมอยากจะแสดงความเห็นไว้ เพราะว่าที่เพื่อนสมาชิกพูดไป เมื่อสักครู่นี้ก็อาจจะกระทบไปถึงเรื่องของแนวคิดเรื่องของการประกันรายได้ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ เป็นแนวคิดหนึ่ง เราก็มีเป้าหมายร่วมกันในการแก้ไขปัญหาเกษตรกรนะครับ แต่จะต่าง ความคิดกัน แต่เนื่องจากว่าช่วงเวลานั้นได้ผ่านไปแล้ว ก็เพียงแต่เรียนท่านประธานว่า ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์เรายินดีที่จะสนับสนุนทุกร่างกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อ พี่น้องประชาชน ก็ฝากความคิดเห็นต่าง ๆ เหล่านี้ไปถึงวิป (Whip) ของพรรคร่วมรัฐบาลด้วย ว่าในการจัดลำดับของกฎหมายนั้น เห็นด้วยกับสมาชิกครับว่าไม่จำเป็นจะต้องเป็นกฎหมาย รัฐบาลก่อนเสมอไป แต่ต้องคำนึงถึงประโยชน์ของพี่น้องประชาชน แล้วพรรคประชาธิปัตย์ ก็จะยินดีสนับสนุนในทุกประเด็นครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณ ท่านสาทิตย์นะครับ ท่านสมาชิกครับ ต่อไปเป็นระเบียบวาระที่ ๕.๔ ร่างพระราชบัญญัติ ยกเลิกประกาศและคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติและคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความ สงบแห่งชาติ ที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย พ.ศ. .... (นายจอน อึ๊งภากรณ์ กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน ๑๒,๖๐๙ คน เป็นผู้เสนอ)🔗
เนื่องจากมีร่างพระราชบัญญัติอีก ๑ ฉบับ คือร่างพระราชบัญญัติยกเลิก ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติและคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ พ.ศ. .... (นายปิยบุตร แสงกนกกุล กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
ผมเห็นว่าร่าง พระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับ เป็นเรื่องเกี่ยวเนื่องกัน น่าจะนำมาพิจารณาพร้อมกัน ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๒) แต่เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมีหลักการแตกต่างกัน ดังนั้น เห็นสมควรให้มีการแยกลงมติในวาระที่ ๑ ขั้นรับหลักการทีละฉบับตามลำดับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๔) จะมีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างไรหรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มี ถือว่า ที่ประชุมเห็นชอบ🔗
ท่านประธานครับ ที่ท่านประธานถาม ผมแสดงความคิดเห็นครับ🔗
ท่านเห็นต่าง หรือครับ🔗
ที่ท่านประธานถามว่าจะเห็น ด้วยหรือไม่ที่จะขอให้มีการแยกลงมติ เพราะบอกว่าหลักการทั้ง ๒ ฉบับไม่เหมือนกัน ผมขอ แสดงความคิดเห็นครับท่านประธาน🔗
เชิญครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานครับ ผมขอแสดงความคิดเห็นในฐานะที่เป็นหนึ่งในผู้ลงชื่อเสนอร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ในหลักการของร่างของท่านอาจารย์จอน อึ๊งภากรณ์ นั้น กับร่าง ของพรรคก้าวไกล ผมมิเห็นมีประเด็นใดนอกเหนือจากเพียงแค่คำพูดที่แตกต่างกัน ผมยกตัวอย่างสั้น ๆ เพื่อให้ท่านประธานได้วินิจฉัย กรณีร่างของท่านอาจารย์จอนนั้นบอกให้ ยกเลิกคำสั่งคณะ คสช. บางฉบับที่มีเนื้อหาจำกัดสิทธิเสรีภาพ สิทธิพลเมือง สิทธิการเมือง สิทธิชุมชน และกำหนดสถานะทางกฎหมายคดีความของบุคคลพลเรือนที่เคยพิจารณา โดยศาลทหาร มีเท่านี้ครับ แยกออกเป็น ๒ ประเด็น คือ เรื่องของการจำกัดสิทธิกับการ กำหนดสถานะทางกฎหมายของคดี แต่ร่างของพรรคอนาคตใหม่มีหลักการที่บอกว่า ให้มีกฎหมายยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติที่มีเนื้อหาละเมิดสิทธิมนุษยชนและขัดกับหลักนิติธรรม ซึ่งคำว่า ละเมิด สิทธิมนุษยชนและขัดกับหลักนิติธรรมนั้นเป็น ๑ ใน ๒ ประเด็นใหญ่ที่อยู่ในร่างของอาจารย์ จอน อึ๊งภากรณ์ เช่นเดียวกัน ผมมิเห็นว่าที่ท่านประธานกรุณาวินิจฉัยว่าทั้ง ๒ ร่าง มีหลักการไม่เหมือนกันจึงแยกลงมตินั้น ผมไม่พบว่ามันมีข้อความใดที่ขัดหรือแย้งกัน ผมเห็นแย้งกับที่ท่านประธานวินิจฉัยครับ ขอบคุณครับ🔗
คือนี่เรียนให้ ท่านสมาชิกได้ทราบครับว่า การที่ประธานจะวินิจฉัยว่าร่างทั้ง ๒ ฉบับมีหลักการที่แตกต่าง กันหรือไม่ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะฝ่ายกฎหมายของสภาได้มีการตรวจสอบโดยละเอียด แล้ว แล้วก็ได้นำเสนอความเห็นขึ้นมาให้ประธานได้พิจารณา ฉะนั้นผมคิดว่าการรับหลักการ พร้อมกัน หรือไม่พร้อมกัน ก็ไม่เห็นจะมีอะไรแตกต่างกัน ก็ให้โอกาสผู้เสนอร่างได้เสนอไป แล้วท่านสมาชิกก็ได้มีการอภิปรายไปจนครบ แล้วเราก็ค่อยลงมติไปทีละร่าง ๆ ซึ่งมันก็ ไม่น่าจะมีอะไรแตกต่าง ไม่มีผลเสียอะไร เมื่อฝ่ายกฎหมายของสำนักการประชุมได้พิจารณา ว่ามีหลักการที่แตกต่างกัน ประธานจึงเห็นว่ายืนยันตามที่เจ้าหน้าที่ได้นำแสดงว่ามีหลักการ ที่แตกต่างกันนะครับ🔗
นิดเดียวครับท่านประธาน🔗
เชิญ ท่านณัฐวุฒิครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ณัฐวุฒิ บัวประทุม ถ้าอย่างนั้นผมไม่ติดใจในคำวินิจฉัย เพียงแต่ว่าผลสุดท้ายอาจจะ ไม่เหมือนอย่างที่ท่านประธานได้กรุณาบอก อย่างไรก็ตามนะครับ เพื่อความชัดเจนผมขอ รายละเอียดหนังสือ หรือเอกสารการตีความของเจ้าหน้าที่ที่บอกว่าหลักการร่างของพรรค อนาคตใหม่นั้นมีหลักการที่แตกต่างกับร่างของอาจารย์จอน อึ๊งภากรณ์ เป็นลายลักษณ์อักษร ขอความกรุณาด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ เมื่อทุกฝ่ายยอมรับการที่ประธานได้วินิจฉัยไปแล้ว ก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ผมดำเนินการ ตามนี้นะครับ ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนี้ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นและจัดทำสรุปผลการรับฟังและรายงานผลการวิเคราะห์ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติเสร็จแล้วตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ และประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการการรับฟังความคิดเห็น และการ วิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒ รายละเอียดปรากฏในเอกสารที่เจ้าหน้าที่ได้จัดวาง ให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ🔗
ทั้งนี้ ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวให้ผู้แทนของผู้มีสิทธิ เลือกตั้งเข้าชื่อเสนอร่างพระราชบัญญัติเป็นผู้เสนอ และชี้แจงร่างพระราชบัญญัติต่อที่ประชุม ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๓ วรรคสอง ฉะนั้นจึงขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมแถลงและ ชี้แจงในที่ประชุม ๑. นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ๒. นายอานนท์ ชวาลาวัณย์ ๓. นางสาวสุภาพร มาลัยลอย ขอเชิญผู้แทนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งเข้าชื่อเสนอกฎหมายเข้าประจำที่นะครับ🔗
ขอเชิญ ผู้เสนอได้แถลงหลักการและเหตุผลหลักการตามลำดับ ร่างที่ ๑ ก่อนนะครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ภายใต้ระยะเวลากว่า ๕ ปี ตั้งแต่คณะรักษา ความสงบและแห่งชาติเข้าทำรัฐประหารและยึดอำนาจการปกครอง ประเทศไทยถูกปกครอง ด้วยระบบกฎหมายแบบพิเศษ คือระบบที่มีประกาศและคำสั่งของคณะรัฐประหารเป็นใหญ่🔗
เดี๋ยวนะครับ ท่านตัวแทนกรุณาแนะนำตัวเองด้วยนะครับว่าท่านเป็นใคร ชื่ออะไร จะได้บันทึกเอาไว้ ในที่ประชุมครับ เชิญครับ🔗
ขอบคุณครับ ผม ยิ่งชีพ อัฌชานนท์ ผู้ริเริ่มเสนอกฎหมาย และเป็นผู้ชี้แจง ร่างพระราชบัญญัติในวันนี้ครับ ภายใต้ระยะเวลา ๕ ปี ตั้งแต่ คสช. ทำรัฐประหาร เราอยู่ ภายใต้ระบบกฎหมายที่มีประกาศของคณะรักษาความสงบแห่งชาติเป็นใหญ่มีอำนาจอยู่ เหนือกฎหมายทั้งปวง ภายใต้ระยะเวลานี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้าคณะ รัฐประหารได้ลงนามออกประกาศคำสั่งรวมแล้วนับได้ ๕๕๖ ฉบับ แบ่งเป็นคำสั่งหัวหน้า คสช. ซึ่งออกโดยอำนาจพิเศษตามมาตรา ๔๔ ๒๑๑ ฉบับ และมีประกาศ คสช. ที่เรานั่งนับ ตามราชกิจจานุเบกษาเมื่อวานนี้ได้ ๑๒๙ ฉบับ คำสั่งของ คสช. อีก ๑๖๓ ฉบับ ทั้งหมดนี้ ออกมาโดยอำนาจเบ็ดเสร็จในนามของคณะรัฐประหารที่สั่งการโดยคนคนเดียว ขาดการมี ส่วนร่วม ขาดการตรวจสอบถ่วงดุล และเมื่อประกาศใช้ก็ให้มีผลบังคับทันที ขณะที่เรามี กฎหมายระดับพระราชบัญญัติที่ใช้บังคับกันอยู่ในประเทศประมาณ ๘๐๐ กว่าฉบับ เรากลับ มีประกาศและคำสั่งของคณะรัฐประหารที่บังคับใช้พร้อมกันควบคู่กันอีก ๕๐๐ กว่าฉบับ นี่จึงเป็นระบบกฎหมายที่ไม่ปกติอย่างแน่นอนนะครับ เป็นเวลาเกือบ ๕ ปีที่เราอยู่ภายใต้ ประกาศ ฉบับที่ ๗/๒๕๕๗ และคำสั่งหัวหน้า คสช. ๓/๒๕๕๘ ที่สั่งห้ามชุมนุมทางการเมือง เกิน ๕ คน ในช่วงเวลานี้ไม่ใช่เพียงการชุมนุมบนท้องถนนที่หายไป แต่การจัดเสวนาวิชาการ ในมหาวิทยาลัยก็ทำไม่ได้ การจัดประชุมในห้องประชุมก็ทำไม่ได้ แม้แต่การนัดหมาย มาพูดคุยกันในสถานที่เป็นการส่วนตัวก็ยังไม่สามารถทำได้และมีคนถูกจับกุมดำเนินคดี ตามข้อหานี้ไปอย่างน้อย ๔๒๑ คน เป็นเวลาเกือบ ๕ ปีครับที่ คสช. มีอำนาจพิเศษในการสั่ง เรียกใครก็ได้ไปรายงานตัวในค่ายทหาร ถ้าหากว่าไม่ไปตามคำสั่งที่เรียกออกมาก็จะมี ความผิดมีโทษจำคุกไม่เกิน ๒ ปี ปรับไม่เกิน ๔๐,๐๐๐ บาท ถ้าหากว่าไปแล้วผ่านการปรับ ทัศนคติแล้วก็จะถูกบังคับให้เซ็นเอ็มโอยู (MOU) และถ้าหากปล่อยตัวออกมาแล้วยังคงแสดง ความคิดเห็นทางการเมืองก็จะถูกดำเนินคดีฐานฝ่าฝืนเอ็มโอยู (MOU) มีโทษเท่ากัน และมี คนถูกดำเนินคดีนี้ไปอย่างน้อย ๑๕ คน เป็นเวลาเกือบ ๕ ปีครับที่สื่อมวลชนไม่มีเสรีภาพ ในการเลือกนำเสนอเนื้อหาด้วยตัวเอง แต่อยู่ภายใต้ประกาศ คสช. ๙๗/๒๕๕๗ และ ๑๐๓/ ๒๕๕๗ ที่จำกัดการนำเสนอเนื้อหาห้ามการวิพากษ์วิจารณ์ คสช. ห้ามนำเสนอข้อมูลที่ ก่อให้เกิดความขัดแย้ง และยังมีคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ออกตามมาให้อำนาจ กสทช. มาสั่งลงโทษสื่อมวลชน ที่นำเสนอเนื้อหาที่อาจจะเข้าข่ายเป็นความผิด โดยคุ้มครองให้ กสทช. ที่สั่งการลงโทษ สื่อมวลชนได้รับความคุ้มครองไม่อาจถูกฟ้องและไม่ต้องรับผิด ขณะเดียวกันทางตรงกันข้าม ประกาศเหล่านี้ก็ยังให้อำนาจ กสทช. สั่งให้โทรทัศน์ วิทยุ สื่อมวลชนทุกช่องต้องถ่ายทอด เนื้อหาตามที่ คสช. สั่ง ผลปรากฏก็ได้เป็นภาพที่มีคน ๆ หนึ่งนั่งพูดอยู่ทุกวันตอนเย็นที่ทุก ช่องต้องถ่ายทอดพร้อมกัน เป็นเวลาเกือบ ๕ ปีครับที่พรรคการเมืองทุกพรรค รวมถึงพรรค ของ ส.ส. ทุกท่านที่นั่งอยู่ในห้องนี้ถูกสั่งห้ามทำกิจกรรม ห้ามจัดประชุม ห้ามเคลื่อนไหว ห้ามดำเนินกิจการทางธุรการ และแม้จะมีการประกาศการเลือกตั้ง แม้จะเข้าสู่ฤดูกาล เลือกตั้ง มีกฎหมายการเลือกตั้ง ก็ยังมีคำสั่งหัวหน้า คสช. ออกมาอีก ที่บอกว่าพรรค การเมืองไหนอยากจะทำกิจกรรมอะไร อยากจะรับสมัครสมาชิก อยากจะประชุมพรรค ต้องได้รับอนุญาตจาก คสช. เป็นรายกรณีไป ขณะที่หัวหน้า คสช. คนออกคำสั่งก็ลงสมัครรับ เลือกตั้งเช่นเดียวกัน เป็นเวลาเกือบ ๕ ปีครับที่เราอยู่ภายใต้คำสั่ง ๖๔/๒๕๕๗ ๖๖/๒๕๕๗ ที่ให้อำนาจทหารเข้าจับกุมประชาชน เกษตรกรรายย่อย รื้อถอนทำลายผลผลิตทางการ เกษตรและดำเนินคดี โดยอ้างว่าจะทวงคืนผืนป่า ทั้งที่เคยมีข้อตกลงหลายฉบับก่อนหน้านั้น ที่ตกลงให้ชาวบ้านสามารถทำกินได้ นับถึงวันนี้ยังมีชาวบ้านหลายคนไร้ที่อยู่อาศัย ไร้ที่ดิน ทำกิน และหลายคนยังต้องอยู่ในเรือนจำ ด้วยอำนาจของทหารตามประกาศคำสั่งเหล่านั้น อาจกล่าวได้ว่าระยะเวลามากกว่า ๕ ปี เสรีภาพการแสดงออก เสรีภาพการชุมนุม เสรีภาพสื่อ และเสรีภาพที่คนจะทำกิจกรรมทางการเมืองได้ภายใต้ยุคของ คสช. ไม่ได้มีอยู่เลย หรืออาจจะมีอยู่บ้าง ก็เพียงเท่าที่ คสช. อนุญาตให้มีเท่านั้นเอง และยังมีประกาศคำสั่งอีก หลายฉบับที่กระทบต่อประเทศและประชาชนในประเด็นอื่น ๆ ซึ่งผมจะขอให้ท่านผู้ชี้แจง ท่านต่อไปเป็นคนลงรายละเอียด ท่านประธานครับ หลังการทำรัฐประหารสิทธิการเข้าชื่อ เสนอกฎหมายของประชาชนตามรัฐธรรมนูญถูกยกเลิกไป และกลับมามีอีกครั้งเมื่อมี รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เราจึงเริ่มทำกิจกรรมรวบรวมรายชื่อประชาชนเสนอร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ตั้งแต่ต้นปี ๒๕๖๑ แต่ในระหว่างการทำกิจกรรมของเราก็ถูกขัดขวาง เมื่อเราจะจัด กิจกรรม เราจะตั้งโต๊ะรวบรวมรายชื่อ เราจะจัดงานเสวนาในมหาวิทยาลัย ก็มีทหารเข้ามา สั่งห้าม ทำให้การทำกิจกรรมเป็นไปอย่างยากลำบาก จนเราสามารถรวบรวมรายชื่อ ประชาชนได้ ๑๓,๔๐๙ รายชื่อ และนำมาเสนอต่อสภาแห่งนี้เมื่อวันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๒ ใช้เวลาไปปีครึ่ง และเรารออยู่อีก ๒ ปีครึ่งกว่าที่ร่างฉบับนี้จะได้เข้าสู่ระเบียบวาระ การพิจารณา และได้มานำเสนอในวันนี้ครับ ตลอดระยะเวลา ๔ ปีเต็มที่เราทำกิจกรรมนี้ และเรียกร้องเพื่อให้ยกเลิกอำนาจพิเศษของทหารที่จำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน แล้วเรา ก็รอคอยให้มีสภาจากการเลือกตั้งมาทบทวนอำนาจพิเศษเหล่านี้เสียที ประกาศคำสั่ง หลายฉบับก็ได้สิ้นผลไปด้วยตัวของมันเอง ประกาศคำสั่งหลายฉบับได้แปลงร่างไปอยู่ใน กฎหมายอื่น ๆ และประกาศคำสั่งหลายฉบับก็ถูกยกเลิกโดย คสช. ตัดสินใจยกเลิก ด้วยตัวเอง แต่หลายฉบับก็ยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ และอีกหลายฉบับก็ออกมาตามหลังภายใน ช่วงเวลานั้นนะครับ ซึ่งเราอาจจะไม่ได้ยื่นขอยกเลิกมาด้วยตั้งแต่แรก เพราะว่าเมื่อเราเริ่มทำ กิจกรรมแล้วเราก็แก้ไขร่างของเราไม่ได้ แล้วมันก็ใช้เวลามานานกว่าจะมาถึงวันนี้ ดังนั้นหาก ท่าน ส.ส. ทุกท่านเห็นสมควรว่าถึงเวลาแล้ว ในเมื่อเรามีสภาจากการเลือกตั้ง ที่มรดกของ คณะรัฐประหารที่ทิ้งเอาไว้ควรจะต้องถูกหยิบยกขึ้นมาศึกษา ทบทวน และรื้อถอนสิ่งที่ตกยุค หมดสมัยออกไปจากระบบกฎหมายของเราเสียที ก็ขอให้ท่านช่วยกันรับร่างฉบับนี้เอาไว้ พิจารณาในวาระแรก และเมื่อเข้าสู่วาระที่ ๒ หากในร่างมีประกาศคำสั่งฉบับใดที่ไม่ได้ อัปเดต (Update) ถึงที่สุด หรือว่ายังมีความไม่สมบูรณ์ในทางเทคนิคบ้าง เรามาช่วยกัน ทำงาน เพื่อแก้ไขให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้นต่อไปนะครับ เพราะว่าประกาศและคำสั่งเหล่านี้ ถ้าหากสภาที่มาจากการเลือกตั้งไม่ทำหน้าที่ตรวจสอบ ไม่แก้ไข หรือไม่ยกเลิก รัฐธรรมนูญ มาตราสุดท้าย ๒๗๙ ก็จะรับรองให้มีผลบังคับใช้ตลอดไปได้จนชั่วลูกชั่วหลาน ท่านประธานครับ ไม่ว่าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจะอ้างเหตุผลใดเพื่อเข้าทำรัฐประหารเมื่อปี ๒๕๕๗ และไม่ว่าจะอ้างเหตุผลใดเพื่อออกประกาศคำสั่งให้อำนาจทหารมาจำกัดสิทธิเสรีภาพ ของประชาชนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เหตุผลเหล่านั้นนับถึงวันนี้ไม่มีอยู่แล้ว สถานการณ์ บ้านเมืองเปลี่ยนไปแล้ว ไม่เหตุผลใดต่อไปที่จะต้องคงประกาศคำสั่งอำนาจพิเศษเหล่านี้ เอาไว้ ที่ยังหลงเหลืออยู่ก็เพียงแต่คำถามว่าสังคมไทยจะเดินหน้าต่อไปด้วยกันอย่างไร เราจะ อยู่กันโดยใช้ประกาศคำสั่งของคณะรัฐประหารเป็นหลักในการปกครองประเทศ หรือเราจะกลับสู่ระบอบกฎหมายปกติที่กฎหมายมีที่มาอันชอบธรรมจากองค์กรที่มาจาก ประชาชน ผ่านการขบคิด ผ่านการถกเถียง ผ่านตัวแทนที่มีความหลากหลาย ผ่านการมี ส่วนร่วม และสามารถตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจของฝ่ายบริหารได้ เพื่อให้เราอยู่ในสังคมที่ กฎหมายมีความสัมพันธ์กับประชาชน ออกโดยองค์กรที่มีความชอบธรรมมีที่มาจาก ประชาชนและนำมาใช้บังคับกับประชาชนได้ ไม่ใช่กฎหมายเป็นเพียงคำสั่ง ข้อห้าม และ บทลงโทษที่ออกมาโดยคนที่มีอำนาจเท่านั้นครับ ขอเชิญท่านต่อไปครับ🔗
เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุภาภรณ์ มาลัยลอย ผู้ริเริ่มกฎหมาย ขอเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ด้วยค่ะ ในส่วนการชี้แจงวันนี้ส่วนของดิฉันจะมาพูดถึงเรื่องกฎหมายกับความยุติธรรมทาง สิ่งแวดล้อม คำสั่งที่เกี่ยวข้องกับประเด็นสิ่งแวดล้อมนะคะ🔗
สไลด์ (Slide) นี้ ถ้าจะฉายต้องผ่านการวินิจฉัยของประธาน ประธานยังไม่เห็นเลยครับ🔗
ได้ค่ะ ไม่เป็นอะไรค่ะ คำสั่งหลาย คำสั่งในส่วนที่จะเสนอต่อไปนี้จะเป็นคำสั่งที่เปลี่ยนพื้นที่อาหารเป็นฐานอุตสาหกรรม หลายคำสั่ง โดยที่ส่วนตัวมองว่าการที่ประชาชนและชุมชนได้เคยผลักดันกระบวนการการมี ส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมผ่านรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมาย สูงสุดตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๐ กลับถูกทำลายโดยคำสั่ง คสช. ในหลายฉบับ อย่างเช่น การรวบ อำนาจการจัดการทรัพยากรเข้าสู่ศูนย์กลาง ในคำสั่ง คสช. ที่ ๗๒/๒๕๕๗ และคำสั่ง คสช. ที่ ๑๐๙/๒๕๕๗ ในการแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษขึ้นมา และมีหัวหน้า คสช. เป็นประธาน รองหัวหน้า คสช. เป็นรองประธาน และมีข้าราชการ ในคณะกรรมการ ซึ่งเป็นคณะกรรมการในการที่มากำหนดพื้นที่ในการพัฒนา เขตในการ พัฒนาโดยไม่มีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ การรวบอำนาจคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๔๖/๒๕๖๐ จัดตั้งสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ให้มีสำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ บูรณาการงานทุกฝ่าย อันนี้ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สะท้อนถึงการออกคำสั่งโดยการรวบอำนาจ ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติโดยไม่มีส่วนร่วมของประชาชน หลังจากที่มีการกำหนด พื้นที่ที่จะมุ่งสู่การพัฒนาเขตเศรษฐกิจแล้วยังไม่เพียงพอ ยังมีคำสั่งในการจัดหาที่ดิน เพื่อรองรับกับกลุ่มธุรกิจ โดยกำหนดพื้นที่และจัดหาที่ดินในเขตเศรษฐกิจพิเศษจากคำสั่ง หัวหน้า คสช. ที่ ๑๗/๒๕๕๘ จัดหาที่ดินเพื่อทำเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ๕ จังหวัด และคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๗๔/๒๕๕๙ เพิ่มพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษอีก ๒ จังหวัด โดยที่มีเขตที่เป็นป่าสงวน เขตป่าไม้ถาวร ที่ดินเขตหวงห้ามตามพระราชกฤษฎีกามาจัดทำ เป็นนิคมอุตสาหกรรมได้ นอกจากท่านรวบอำนาจการจัดการ ท่านยังจัดหาที่ดินเพื่อรองรับ ให้กับกลุ่มธุรกิจในการพัฒนาทั้งที่เป็นเขตป่า อีกส่วนหนึ่งคือเขตที่ดินที่เป็น ส.ป.ก. ซึ่งมี เจตนารมณ์ที่จะให้การกระจายการเข้าถึงที่ดินแก่เกษตรกรรม ท่านออกคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๓๓/๒๕๖๐ เพื่อให้มีการจัดที่ดิน ส.ป.ก. เพื่อทำประโยชน์อย่างอื่นได้ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้น ในวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๐ มีคำพิพากษาศาลปกครองเพื่อให้ยกเลิกระเบียบที่จะนำที่ดิน ในเขต ส.ป.ก. ไปทำประโยชน์อย่างอื่น เป็นการออกคำสั่งที่สะท้อนถึงการไม่ได้คำนึงถึง หลักการในการใช้ประโยชน์ของที่ดิน ส.ป.ก. เพื่อการเกษตร และยังอยู่เหนือคำพิพากษา ศาลปกครองสูงสุดด้วย อีกคำสั่งคือคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๓/๒๕๕๙ หลังจากที่ท่านจัดหาที่ดินแล้วยังไม่พอ ที่ดิน บางที่ดิน ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผังเมืองกำหนดเป็นการพัฒนาชนบทและเกษตรกรรม ซึ่งสะท้อน ถึงเจตนารมณ์ของคนในพื้นที่ในการกำหนดร่วมกันในการพัฒนาพื้นที่ ยังมีคำสั่งนี้เพื่อยกเว้น ใช้กฎหมายผังเมืองและกฎหมายควบคุมอาคารในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ เพื่อเปิดทางให้ โรงงานอุตสาหกรรมได้เข้าไปทำกิจกรรมได้โดยไม่ต้องดูเรื่องผังเมือง คำสั่ง ที่ ๓/๒๕๕๙ มุ่งหมายในเรื่องการยกเว้นผังเมืองในเขตเศรษฐกิจพิเศษ แต่ตามมาหลังจากนั้นเป็นคำสั่ง หัวหน้า คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ อันนี้เป็นคำสั่งที่ละเมิดสิทธิชุมชนและประชาชนทั้งประเทศ เพราะเป็นคำสั่งที่ยกเว้นทั้งประเทศในการที่จะบังคับใช้เรื่องผังเมือง เปลี่ยนพื้นที่ เกษตรกรรมให้เป็นพื้นที่ตั้งโรงไฟฟ้าขยะ โรงไฟฟ้าชีวมวล โรงงานกำจัดขยะ ซึ่งกระทบต่อ สิทธิชุมชนและมาตรการคุ้มครองประชาชนและสิ่งแวดล้อมอย่างร้ายแรง นอกจากคำสั่งที่ให้ ยกเว้นผังเมืองแล้วท่านมีที่ดินท่านไม่ต้องดูผังเมือง ในพื้นที่ที่จะเป็นอุตสาหกรรมต้องมี โครงการสาธารณูปโภคและสาธารณูปการในการเอื้อประโยชน์ให้กับผู้ที่จะไปลงทุน ท่านจึง ออกคำสั่ง ที่ ๙/๒๕๕๙ เพื่อรัดคิวให้เอกชนประมูลงานก่อนประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ทีหลัง หมายถึงว่าคำสั่งนี้ให้เปิดประมูลงานได้ก่อนที่รายงานการประเมินผลกระทบ สิ่งแวดล้อมจะผ่าน ทั้ง ๆ ที่เจตนารมณ์ในการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม คือมุ่งหมาย ในการที่จะพิจารณาว่าพื้นที่นั้นเหมาะกับการพัฒนาโครงการหรือไม่ และหน่วยงานรัฐเอง ต้องพิจารณาเป็นสำคัญในการที่จะพิจารณางบประมาณในการที่จะให้ดำเนินกิจกรรมนั้น แต่ว่าในปัจจุบันคำสั่งนี้ได้ถูกผนวกเข้ามาอยู่ในพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพ สิ่งแวดล้อมฉบับปัจจุบันแล้วด้วย หลังจากนั้นยังมีคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๔๗/๒๕๖๐ พัฒนา พื้นที่เขตระเบียงเศรษฐกิจ อีอีซี (EEC) ในจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี และระยอง ให้ยกเว้น การนำกฎหมายผังเมืองมาบังคับใช้เพื่อให้โครงการต่าง ๆ สามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว จริง ๆ อยากให้ท่านเห็นเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ที่เตรียมมาว่าผลพวงจากการมีคำสั่งนี้ ระยะเวลาที่ท่านออกคำสั่งและเปลี่ยนพื้นที่อาหารเป็นฐานอุตสาหกรรมใช้ระยะเวลารวบรัด เพียง ๑ ปี ๑๑ เดือน ผังเมือง อีอีซี (EEC) ออกมาและมีผลกระทบต่อสิทธิชุมชน ทั้ง ๓ จังหวัด แต่เมื่อประชาชนมาทวงถามความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมในการละเมิดสิทธิ ของคำสั่งหัวหน้า คสช. มีการฟ้องให้เพิกถอนคำสั่ง ที่ ๔/๒๕๕๙ ปรากฏว่าศาลปกครอง ไม่รับฟ้อง เพราะว่าเป็นคำสั่งตามมาตรา ๔๔ และเมื่อประชาชนมาใช้สิทธิในการทวงถาม สิ่งแวดล้อมในการที่ยกเลิกผังเมือง เราฟ้องไป ๑ ปี ๔ เดือน ปัจจุบันหน่วยงานรัฐที่พิจารณา เรื่องผังเมืองยังไม่ยื่นเอกสารใด ๆ มาสู่ศาลปกครอง ยังขอยืดระยะเวลาและขยายเวลาอยู่ ผลกระทบต่อสิทธิชุมชน การคุ้มครองสิ่งแวดล้อมของประชาชนจากคำสั่ง ที่ ๔/๒๕๕๙ ในปัจจุบัน ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง สระแก้ว ปราจีนบุรี จันทบุรี ตราด ๗ จังหวัด ภาคตะวันออกมีโรงงานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับขยะอุตสาหกรรมนี้ ๙๒๕ โรงงาน ๗ จังหวัดกับ ๙๒๕ โรงงาน จริง ๆ ทำเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) เพื่อให้เห็นว่า ความหนาแน่นของโรงงานในพื้นที่ ๗ จังหวัดนี้มีขนาดไหน และคำสั่งนี้คำสั่ง ที่ ๔/๒๕๕๙ ในปัจจุบันยังบังคับใช้อยู่ หลังสุดประชาชนในพื้นที่จังหวัดสระบุรี ซึ่งมาร้องเรียน ในกรรมาธิการที่รัฐสภาด้วยว่าคำสั่งนี้มีผลทำให้ในพื้นที่กลางชุมชนของพี่น้องที่ผังเมือง ห้ามมีโรงงานไฟฟ้าขยะ แต่คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานอ้างว่ามีคำสั่ง ที่ ๔/๒๕๕๙ จึงสามารถพิจารณาออกใบอนุญาตได้ ว่าทำการใช้อำนาจรวบอำนาจของ คสช. ว่าทำการ ยึดครองพื้นที่ทรัพยากรธรรมชาติเพื่อมากระจายกับกลุ่มทุน และยังมุ่งหมายในการที่จะ ละเว้นกฎหมายปกติที่รับรองสิทธิและคุ้มครองสิทธิประชาชนในด้านสิ่งแวดล้อม อันนี้เป็น ส่วนสำคัญที่เราคิดว่าผลกระทบจากการใช้คำสั่งไม่ใช่อยู่ในช่วงที่ใช้คำสั่งเท่านั้น แต่เป็น ผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างยาวนาน จึงอยากฝากท่านผู้แทนราษฎรทุกท่าน พิจารณาว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะมาทบทวนกฎหมายเหล่านี้ เพื่อนำมาสู่การออกกฎหมาย และบังคับใช้กฎหมายแบบปกติที่คุ้มครองทั้งสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อมต่อไป ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ยังมีผู้เสนออีกใช่ไหมครับ ก็ขอให้สรุปเอาเฉพาะประเด็นหลักการแล้วกันนะครับ อย่าได้ลง ในรายละเอียด เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอานนท์ ชวาลาวัณย์ ผู้ร่วมเสนอร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศและคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ความจริงกระผมเตรียมที่จะนำเสนอรายละเอียดในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการนำทหารเข้ามาสู่ กระบวนการยุติธรรม แต่เมื่อท่านประธานขอให้รวบรัด กระผมก็มีประเด็นที่จะนำเรียน โดยสรุปดังนี้นะครับ🔗
ประการแรก เมื่อมีการยึดอำนาจในวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เพียง ๓ วัน หลังจากนั้นคณะรักษาความสงบแห่งชาติก็ได้ออกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๓๗/๒๕๕๗ กำหนดให้บุคคลพลเรือนที่ถูกดำเนินคดีทางอาญาบางประเภท ได้แก่ คดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาเกี่ยวกับความมั่นคง ความผิดตามประมวลกฎหมาย อาญาหมวดพระมหากษัตริย์ และความผิดตามประกาศคำสั่ง คสช. ต้องมาถูกพิจารณา พิพากษาคดีโดยศาลทหาร โดยเท่าที่ทางกรมพระธรรมนูญได้ทำสถิติเอาไว้ มีรายงานว่า ตั้งแต่วันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๗ จนถึงวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๑ มีบุคคลพลเรือน ถูกดำเนินคดีในศาลทหารกรุงเทพฯ รวมทั้งหมด ๒๓๘ คดี เป็นจำเลยพลเรือน ๓๖๗ คน ส่วนที่ศาลมณฑลทหารบก หรือศาลทหารในต่างจังหวัด มีรายงานว่ามีบุคคลพลเรือน ถูกดำเนินคดีรวมทั้งสิ้น ๑,๔๘๕ คดี และมีจำเลยที่เป็นพลเรือนถูกดำเนินคดีในศาลทหาร รวมทั้งสิ้น ๑,๘๔๔ คน การนำพลเรือนมาดำเนินคดีในศาลทหาร กระผมมีประเด็นปัญหา ที่จะนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกสภาทุกท่านดังนี้นะครับ🔗
ประการแรกเลย ความไม่พร้อม ศาลทหารไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในการ พิจารณาพิพากษาคดีบุคคลพลเรือนในจำนวนมากที่เกิดขึ้นในเวลาพร้อม ๆ กัน ศาลทหาร จึงไม่มีความพร้อมทั้งในแง่ของบุคลากร ในด้านการธุรการ รวมถึงความรู้ความเชี่ยวชาญของ ตุลาการศาลทหารที่จะต้องมาพิจารณาพิพากษาคดีบุคคลพลเรือน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คดีเกี่ยวกับการเมืองที่มีความซับซ้อน ซึ่งต่างจากการพิจารณาคดีที่เป็นคดีของทหารทั่ว ๆ ไป ในเรื่องของความไม่พร้อมนะครับ การพิจารณาคดีในศาลทหารเป็นการพิจารณาคดีแบบนัด ไม่ต่อเนื่อง ดังนั้นเราจึงมีกรณีที่บุคคลพลเรือนบางส่วนถูกดำเนินคดี แม้เป็นคดีที่ข้อเท็จจริง ทางคดีไม่ซับซ้อน และศาลยุติธรรมตามปกติน่าจะพิจารณาเสร็จสิ้นได้ภายในระยะเวลา ไม่นาน หรือไม่เกิน ๑ ปี แต่ปรากฏว่าบุคคลเหล่านั้นเมื่อไปถูกพิจารณาพิพากษาในศาล ทหาร การพิจารณาคดีกลับใช้เวลายืดเยื้อยาวนานจนทำให้จำเลยพลเรือนบางส่วนตัดสินใจ ยอมรับสารภาพ เพียงเพื่อให้คดีของตัวเองยุติโดยเร็วนะครับ นอกจากนี้ศาลทหารก็ไม่ได้มี ครอบคลุมทุกจังหวัดในประเทศ จึงมีกรณีที่บุคคลพลเรือนต้องเดินทางข้ามจังหวัด เพื่อไป เข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดี ก็จะเป็นการสร้างความเดือดร้อนเกินจำเป็น🔗
ประเด็นปัญหาประการที่ ๒ ก็เป็นความเคลือบแคลงต่อตัวศาลทหารเอง เพราะเราปฏิเสธไม่ได้ว่ามีคดีของบุคคลพลเรือนบางประเภทที่มาจากการออกมารณรงค์ ต่อต้าน คสช. ซึ่งเป็นทหาร บุคคลเหล่านั้นบางส่วนถูกทหารจับกุม ถูกนำตัวไปสอบสวน ในค่ายทหาร ในกระบวนการที่เรียกว่า ปรับทัศนคติ จากนั้นก็ถูกนำมาพิจารณาคดีและ พิพากษาโดยตุลาการศาลทหาร ซึ่งก็มีปัญหาในเชิงหลักการว่า ถ้าเช่นนั้นศาลทหารซึ่งก็เป็น ทหารจะมีความเป็นกลางหรือไม่ เมื่อต้องมาพิจารณาคดีบุคคลที่ออกมาชุมนุมต่อต้านทหาร หรือ คสช.🔗
ประการที่ ๓ ซึ่งผมคิดว่าเป็นประเด็นสำคัญเลยนะครับ ท่านประธานครับ ประเทศไทยมีอำนาจตุลาการ มีศาลสถิตยุติธรรมที่ปฏิบัติหน้าที่โดยปกติอยู่แล้ว จึงมีคำถาม สำคัญว่าในเวลาที่ คสช. ได้ทำการยึดอำนาจ กระบวนการยุติธรรม หรือศาลสถิตยุติธรรม ของประเทศเรานั้นมีปัญหา มีความไม่พร้อมแต่ประการใด เหตุใดจึงต้องนำทหารมาเป็น ผู้พิจารณาคดีบุคคลพลเรือน🔗
ประเด็นปัญหาประการต่อมา มีประกาศคำสั่ง คสช. อย่างน้อย ๒ ฉบับที่ให้ อำนาจเจ้าหน้าที่ทหารเข้ามามีส่วนในกระบวนการยุติธรรม ได้แก่ คำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ ๓/๒๕๕๘ ซึ่งให้อำนาจเจ้าหน้าที่ทหารสามารถจับกุมตัวบุคคลที่กระทำความผิด ในคดีอาญาบางประเภทซึ่งหน้า รวมถึงสามารถเรียกตัวบุคคลที่แม้จะยังไม่ถูกดำเนิน คดีอาญา หรือถูกหมายเรียกตามปกติ ก็สามารถเอาตัวบุคคลดังกล่าวไปควบคุมตัว ในค่ายทหาร หรือสถานที่คุมขังอื่น ซึ่งมิใช่สถานีตำรวจ หรือเรือนจำได้ เคยมีกรณีนะครับ ท่านประธาน ที่มีผู้ถูกควบคุมตัวด้วยอำนาจพิเศษเหล่านี้บางส่วนออกมาเปิดเผยว่าระหว่าง การถูกควบคุมตัว เจ้าหน้าที่ทหารมีการนำพวกเขาไปใส่รถและมีการเอาถุงคลุมหัวหรือมีการ ปิดตา เพื่อไม่ให้ทราบว่าถูกนำตัวไปที่ใด การควบคุมตัวในลักษณะนี้ปฏิเสธไม่ได้ว่าย่อมทำให้ เกิดความกลัว ความไม่มั่นใจต่อสวัสดิภาพในเนื้อตัวร่างกายของตัวเอง และเป็นที่น่าเศร้าครับ ท่านประธาน ที่ก็มีท่านสมาชิกบางท่านในรัฐสภาแห่งนี้ที่เคยถูกควบคุมตัวด้วยกระบวนการ ดังกล่าวเช่นกัน คำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ ๓/๒๕๕๘ ไม่ได้ถูกยกเลิกไปเมื่อ คสช. กำลังจะพ้น จากอำนาจ เช่นเดียวกันกับคำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ ๑๓/๒๕๕๙ ที่ออกมาเพื่อให้เจ้าหน้าที่ ทหารมีอำนาจในการควบคุมตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องในส่วนของการเป็นผู้มีอิทธิพลหรือ เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติด หรือเกี่ยวกับการพนันก็ดี มีอำนาจในการควบคุมตัวไปสอบสวน ๗ วัน โดยไม่ต้องตั้งข้อกล่าวหา คำสั่งทั้ง ๒ ฉบับนี้ แม้ในปัจจุบันจะไม่มีรายงานว่ามีการบังคับใช้ หรือมีการอ้างอำนาจนี้อยู่แล้ว แต่ก็ยังไม่ถูกยกเลิก ในทางกฎหมายจึงต้องถือว่าคำสั่ง ทั้ง ๒ ฉบับยังมีผลบังคับอยู่🔗
สุดท้ายครับท่านประธาน ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าเหตุผล สำคัญที่ภาคประชาชนได้ร่วมกันเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ต่อสภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติ แห่งนี้ เป็นเพราะเราต้องการยืนยันหลักการว่ากฎหมายที่จะนำมาใช้ปกครองประเทศ ต้องออกโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นตัวแทนของปวงชนเท่านั้น มิใช่ออกโดยคณะ บุคคลที่เข้าสู่อำนาจโดยวิถีทางที่ไม่ได้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ หรือตามระบอบประชาธิปไตย ท่านประธานครับ กระผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสภาผู้แทนราษฎรในฐานะผู้ใช้อำนาจอธิปไตย ที่มีความยึดโยงกับประชาชนโดยตรงจะได้รับหลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไปก่อน เพื่อเป็นการประกาศเจตนารมณ์ว่าสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะผู้แทนของปวงชนจะไม่ยอมรับว่า ประกาศ หรือคำสั่งของผู้ที่เข้าสู่อำนาจด้วยวิถีทางที่ไม่ได้เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย เป็นกฎหมายที่ชอบธรรม อันจะเป็นก้าวแรกที่จะพาประเทศออกไปจากวังวนแห่งการ รัฐประหาร ส่วนการปรับแก้ไขร่างกฎหมายในรายละเอียด กระผมและผู้ร่วมเสนอร่าง กฎหมายฉบับนี้ทุกคนเชื่อว่าจะสามารถดำเนินการได้ในขั้นตอนต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปขอเชิญผู้เสนอร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่ง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ พ.ศ. .... ซึ่ง นายปิยบุตร แสงกนกกุล กับคณะ เป็นผู้เสนอ ซึ่งก็ได้ทราบว่าท่าน ส.ส. รังสิมันต์ โรม จะเป็นผู้นำเสนอกฎหมาย พ.ร.บ. หลักการและเหตุผล เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาต เป็นผมก่อน แล้วตามด้วย รังสิมันต์ โรม ครับ เนื่องจากว่ารายชื่อในรายงานผลการศึกษาวิจัย จะเป็นชื่อผมอันดับแรกครับท่านประธาน🔗
เชิญครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทอง ผมขออนุญาตท่านประธานและสภาแห่งนี้ในการจะเป็นผู้เสนอหลักการเบื้องต้นประกอบ ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ พ.ศ. .... แต่ต้องเรียนแบบนี้ครับท่านประธาน ในร่างพระราชบัญญัติ ฉบับดังกล่าวนั้น พรรคก้าวไกลที่นำโดย นายปิยบุตร แสงกนกกุล ในขณะที่เป็นสมาชิกพรรค อนาคตใหม่ และเพื่อนสมาชิกของพรรคอนาคตใหม่ จำนวน ๘๐ คน ตั้งมั่นในหลักการ และนโยบายเป็นเบื้องต้นของการก่อตั้งพรรคอนาคตใหม่ และตามมาด้วยการเข้าชื่อกับ ส.ส. ทั้งหมดในการร่วมกันเมื่อวันที่ ๖ กันยายน ปี ๒๕๖๒ ในการเข้าชื่อร่างพระราชบัญญัติ ดังกล่าว อย่างไรก็ตามครับ วันนี้แม้อาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล จะพ้นสมาชิกภาพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากคำวินิจฉัยของคนเพียง ๗ คน แต่อุดมการณ์ของพรรคอนาคตใหม่ แนวทางของพรรคอนาคตใหม่ที่มาสู่พรรคก้าวไกล ในวันนี้ยังดำรงอยู่ และพวกเราที่อยู่ในที่นี่จะเป็นผู้สืบสานต่อ🔗
ท่านประธานครับ นับตั้งแต่มีการรัฐประหารเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ปี ๒๕๕๗ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ซึ่งนำโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านได้ ตั้งตนเป็นรัฏฐาธิปัตย์ คำนี้เป็นคำแสลงหูของนักกฎหมายในประเทศไทยมาโดยตลอด อย่างน้อยก็ตั้งแต่ ๒๔๙๐ เป็นต้นมา ซ้ำยังมีคำวินิจฉัยของศาลที่ยืนยันอำนาจของ รัฏฐาธิปัตย์ในการออกกฎหมายต่าง ๆ และนักกฎหมายเองจำนวนหนึ่งก็เชื่อว่าเมื่อใคร ก็แล้วแต่ที่ยึดอำนาจย่อมครองตนเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ทั้ง ๆ ที่ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับไม่เคยมี การยอมรับหลักการดังกล่าวครับ แน่นอนนั่นคือสิ่งแรกที่เราไม่อาจรับได้ ซ้ำร้ายไปกว่านั้น เมื่อมีการเสนอหรือออกคำสั่ง ไม่ว่าจะเป็นการรัฐประหาร การปฏิวัติในครั้งใด ๆ ก็มักจะ ตามมาซึ่งการออกคำสั่งต่าง ๆ ที่มาจำกัดสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน อย่าว่าแต่เพียง คำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติในวันนี้เลยครับ ยังมีประกาศคณะปฏิวัติที่เกิดขึ้น ตั้งแต่ปี ๒๕๑๔ ปี ๒๕๑๕ อีกหลายฉบับที่ยังมีผลบังคับใช้อยู่ ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเราในฐานะ ตัวแทนประชาชนควรทบทวนเป็นอย่างยิ่ง ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือว่าประกาศหรือคำสั่งของคณะ รักษาความสงบแห่งชาติที่เรียกว่า คสช. ที่เกิดขึ้นหลังวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ปี ๒๕๕๗ นั้น กลับถูกรับรองอย่างน้อยที่สุด ๒ ครั้ง ก็คือโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ ซึ่งเรารู้จักกันในนามของมาตรา ๔๔ และมาตราอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง และยังถูกรับรองอีกครั้งหนึ่งโดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ในอีกหลายมาตรา ซึ่งผู้นำเสนอท่านแรกของภาคประชาชนได้พูดถึงไปแล้ว ด้วยเหตุ ดังกล่าวครับท่านประธาน ผมต้องเรียนย้ำในนามของตัวแทนประชาชนว่าสิ่งเหล่านี้ควรสิ้น ผลไปมิใช่วันนี้ แต่ตั้งแต่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ ที่มีการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรเป็นตัวแทน ของประชาชนที่เป็นผู้สามารถกำหนดออกกฎหมายที่เรียกร้องและปกป้องสิทธิให้พี่น้อง ประชาชน แต่วันนั้นเราไม่อาจทำได้ อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ ในวันนี้เมื่อโอกาสนั้น มาถึงและเป็นโอกาสที่เรารอคอยมามากกว่า ๒ ปี ผมจะขออนุญาตให้ ส.ส. รังสิมันต์ โรม ได้พูดถึงเหตุผล ได้พูดถึงเนื้อหา ได้พูดถึงบัญชีท้าย อย่างน้อยที่สุดของร่าง หรือประกาศของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ค้างอยู่ที่มีกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของพี่น้องประชาชน มีผลที่ขัดต่อหลักนิติธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเราไม่อาจยอมรับได้ ๑๖ ฉบับด้วยกัน มีรายละเอียดเยอะครับ แล้วมีประเด็นที่อยากให้สภาแห่งนี้ช่วยกันพิจารณาเพื่อยืนยันว่า ในเมื่ออำนาจอธิปไตย อำนาจในการสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นของประชาชน เมื่อมีคนพราก ไปจากประชาชนสิ่งเหล่านั้นก็ควรกลับมาที่สภาของประชาชน ผมจะขออนุญาตท่านประธาน ให้ ส.ส. รังสิมันต์ โรม ได้นำเสนอประกอบหลักการและรายละเอียดเพิ่มเติมต่อไป ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรังสิมันต์ โรม ครับ🔗
เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกล วันนี้ขอเป็นตัวแทนอีกคน ของพรรคก้าวไกลในการที่จะนำเสนอในรายละเอียดของร่างกฎหมาย ในเรื่องของการยกเลิก ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ซึ่งพรรคอนาคตใหม่ในเวลานั้น นำโดยอาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล ได้เป็นผู้เสนอ ถึงแม้วันนี้ อาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล ไม่สามารถที่จะปฏิบัติหน้าที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อีก ต่อไป แต่ผมคิดว่าความต้องการที่เราอยากจะเห็นการขจัดมรดกของ คสช. ยังคงมีอยู่ อย่างน้อยที่สุดในวันนี้ในการทำหน้าที่ของพรรคก้าวไกลเรายังพร้อมที่จะทำหน้าที่ เพื่อสืบสานเจตนารมณ์ในการทลายมรดก คสช. ซึ่งเป็นอุปสรรคในการขัดขวางอำนาจของ ประชาชน ท่านประธานครับ สำหรับร่างนี้เรามีหลักการเขียนไว้สั้น ๆ คือให้มีกฎหมายว่าด้วย การยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติที่มีเนื้อหาในการละเมิดสิทธิมนุษยชนและขัดกับหลักนิติธรรม โดยเหตุผล ของการเสนอ คือโดยที่คณะนายทหารกลุ่มหนึ่งในชื่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งนำโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบกในเวลานั้นได้ก่อรัฐประหาร ยึดอำนาจการปกครองประเทศในวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ และตั้งต้นเป็นรัฏฐาธิปัตย์ ออกประกาศ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ จากนั้นเมื่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. ๒๕๕๗ ประกาศใช้ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติก็มีอำนาจในการออกคำสั่ง ได้อีกตามมาตรา ๔๔ นั้น การใช้อำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติทั้งหมดนี้ได้รับรอง เอาไว้ทั้งหมด กล่าวคือประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คำสั่งคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ได้ประกาศหรือสั่งไว้ตั้งแต่ วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ จนถึงวันที่คณะรัฐมนตรีที่เกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ เข้ารับหน้าที่นั้นได้ถูกรับรอง ให้มีผลทางกฎหมาย ชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ และเป็นที่สุด ไว้ในรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ มาตรา ๔๗ และรับรองต่อเนื่อง ไปในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๗๙ และคำสั่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ออกโดยอาศัยอำนาจตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๕๕๗ มาตรา ๔๔ ก็ได้ถูกรับรองให้ชอบด้วยกฎหมายและ รัฐธรรมนูญและเป็นที่สุดไว้ในมาตรา ๔๔ นั้นเอง และรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๖๕ ยังกำหนดให้หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติมีอำนาจ ตามมาตรา ๔๔ ต่อไป จนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่ภายหลังการเลือกตั้งทั่วไปครั้งแรก ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ เข้ารับหน้าที่ ซึ่งคำสั่งของ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาตินี้ ได้ถูกรับรองให้ชอบด้วยกฎหมายและรัฐธรรมนูญ และเป็นที่สุดไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๗๙ ตลอดช่วงเวลาของการครองอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ มีประกาศคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติจำนวนมากที่มีเนื้อหาละเมิดสิทธิมนุษยชน ขัดหลักนิติธรรม ขัดหลัก ความยุติธรรม หรือขัดรัฐธรรมนูญโดยตัวมันเอง แต่ประกาศและคำสั่งเหล่านี้ก็ไม่มีทาง ที่จะขัดกฎหมายและขัดรัฐธรรมนูญได้เลย เพราะรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๗๙ ได้รับรองความชอบด้วยรัฐธรรมนูญและกฎหมายไว้ ทั้งหมด แม้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้ยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติไปแล้ว หลายฉบับ แต่ก็ยังคงหลงเหลือประกาศและคำสั่งอีกจำนวนมากที่มีเนื้อหาละเมิด สิทธิมนุษยชน ขัดหลักนิติธรรม และปราศจากการมีส่วนร่วมของประชาชน หากประกาศ และคำสั่งเหล่านี้ดำรงอยู่ต่อไปย่อมส่งผลกระทบต่อประชาชนทั้งในด้านสิทธิเสรีภาพ เศรษฐกิจ สังคมและชีวิตประจำวัน นอกจากนี้ประกาศและคำสั่งเหล่านี้ไม่สอดคล้องกับ มาตรฐานสากล และขัดกับหลักประชาธิปไตย ในขณะที่ประเทศไทยกำลังทยอยกลับเข้าสู่ ระบบปกติโดยเริ่มต้นจากการมีเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป ในวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องคงประกาศและคำสั่งเหล่านี้ไว้ เพื่อให้ ประเทศไทยได้เริ่มต้นกลับเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตย และยึดมั่นในหลักนิติธรรม อย่างแท้จริง จึงต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านประธานครับ เมื่อเราพิจารณาในส่วน ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เราก็จะพบว่ามีการยกเลิกประกาศหรือคำสั่งของหัวหน้า คณะรักษาความสงบด้วยกันทั้งสิ้น ๑๗ ฉบับ🔗
โดยฉบับที่ ๑ เป็นการยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๗/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๒ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ เป็นประกาศที่เกี่ยวกับเรื่องของ การห้ามชุมนุมทางการเมือง ห้ามมิให้มั่วสุม หรือชุมนุมทางการเมือง ณ ที่ใด ๆ ที่มีจำนวน ตั้งแต่ ๕ คนขึ้นไป ซึ่งต้องย้ำกับท่านประธานนะครับว่า ประกาศฉบับนี้ปัจจุบันยังคงมีผล บังคับใช้ในระบบกฎหมายของพวกเรา🔗
ประกาศฉบับที่ ๒ ที่จะยกคือประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เฉพาะ ที่ ๒๕/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๓ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ เป็นประกาศที่กำหนด ในเรื่องของการให้มารายงานตัว หรือแจ้งเหตุขัดข้อง ซึ่งเป็นผลที่สืบเนื่องมาจากคำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑/๒๕๕๗ ผมเข้าใจว่าเรื่องของการรายงานตัว มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปัจจุบันหลายท่านเคยถูกเรียก แต่วันนี้ไม่แน่ใจว่าท่านยังอยู่ เคียงข้างประชาชนหรือเคียงข้างอดีตหัวหน้ารักษาความสงบกันแน่ แต่ประกาศฉบับนี้ยังมีผล บังคับใช้ในกฎหมายของพวกเรา🔗
ฉบับที่ ๓ คือประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๖/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๗ เป็นเรื่องของการดูและสอดส่องการใช้สื่อสังคม ออนไลน์ (Online) ซึ่งเป็นประกาศเพื่อให้ผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (Internet) ทุกราย ดำเนินการติดตาม ตรวจสอบ และระงับยับยั้งการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารใด ๆ ที่มี การบิดเบือน ยุยง ปลุกปั่น ซึ่งประกาศฉบับนี้ยังคงมีผลบังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน🔗
ประกาศที่ ๔ คือประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๒๙/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๕๗ เป็นเรื่องของการให้บุคคลมารายงานตัวตามคำสั่งของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ🔗
ประกาศที่ ๕ ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๔๑/๒๕๕๗ เป็นเรื่อง ของการกำหนดให้การฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเรียกบุคคลให้มารายงานตัวเป็นความผิด🔗
ถัดมาครับ เป็นประกาศที่ ๖ ประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๔๙/๒๕๕๗ คือเรื่องความผิดสำหรับการสนับสนุนการชุมนุมทางการเมือง🔗
อันที่ ๗ เป็นคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓/๒๕๕๘ คือเรื่องของการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ สำหรับคำสั่งฉบับนี้ บางท่านเข้าใจผิดครับว่ายกเลิกไปแล้ว จริง ๆ ไม่เลย เนื่องจากว่าข้อที่ถูกยกเลิกมันแค่ ข้อเดียวแต่ข้ออื่น ๆ ในการควบคุมตัวบุคคล ๗ วัน ยังคงมีอยู่ ซึ่งคำสั่งฉบับนี้ยังมีผลในระบบ กฎหมายของพวกเรา🔗
คำสั่งถัดมาครับ คือคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๔/๒๕๕๘ เป็นเรื่องของมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายที่คุ้มครองประโยชน์ สาธารณะและประชาชนโดยส่วนรวม ยังมีผลบังคับใช้🔗
คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๕/๒๕๕๘ เป็นเรื่องของ การแก้ไขคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓/๒๕๕๘🔗
คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๗/๒๕๕๘ คือเรื่องของ การจัดหาที่ดินเพื่อใช้ประโยชน์ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ เรื่องนี้ยังคงมีผลบังคับใช้ และส่งผล มาจนถึงปัจจุบัน🔗
คำสั่งถัดไปครับ คือคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓/๒๕๕๙ คือเรื่องของการยกเว้นการใช้บังคับกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง และกฎหมายว่าด้วย การควบคุมอาคารในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ก็เป็นเรื่องที่ยังมีผลบังคับใช้ และไม่ต้อง พูดถึงครับ เรื่องนี้เองส่งผลกระทบสิ่งแวดล้อม ประชาชนที่อยู่อาศัยจำนวนมากมหาศาล🔗
คำสั่งถัดไปที่เราจะยกเลิกนะครับ คือคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ ที่ ๔/๒๕๕๙ คือเรื่องของการยกเว้นการใช้บังคับกฎกระทรวง ให้ใช้บังคับผังเมืองรวม สำหรับการประกอบกิจการบางประเภท🔗
คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๙/๒๕๕๙ คือเรื่องของ การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ🔗
คำสั่งถัดไปครับ คือคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๓/๒๕๕๙ คือการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดบางประการที่เป็นภยันตรายต่อความสงบ เรียบร้อยหรือบ่อนทำลายทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ🔗
คำสั่งคณะรักษาความสงบ ที่ ๗๔/๒๕๕๙ คือการแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๑๗/๒๕๕๘ ซึ่งเป็นเรื่องของการกำหนดพื้นที่เพิ่มเติมในท้องที่จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดนครพนม เพื่อดำเนินการกำหนดให้เป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ🔗
คำสั่งถัดไปครับ คือคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๕/๒๕๖๐ ซึ่งเป็นเรื่องของมาตรการให้อำนาจกำหนดพื้นที่ควบคุมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับ ใช้กฎหมาย🔗
และคำสั่งสุดท้าย ร่างที่เสนอโดยอาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล ขอให้มี การยกเลิก คือคำสั่งหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓๑/๒๕๖๐ เรื่องการใช้ที่ดิน เพื่อเกษตรกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมให้เกิดประโยชน์สูงสุด แก่เกษตรกร และประโยชน์สาธารณะของประเทศ ท่านประธานครับ เราต้องการที่จะยกเลิก คำสั่งหรือประกาศของ คสช. ทั้ง ๑๗ ฉบับ ซึ่งผมต้องยืนยันกับท่านประธานว่าทั้ง ๑๗ ฉบับนี้ ยังคงมีผลบังคับใช้ เราเลือกตั้งกันมาตั้งแต่วันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ สิ่งแรกที่สภาแห่งนี้ ควรจะทำ คือการที่เราจะต้องขจัดมรดกของการรัฐประหาร นั่นจึงเป็นเหตุผลที่พรรค อนาคตใหม่ในเวลานั้นเราต้องการที่จะยกเลิกบรรดาคำสั่ง หรือประกาศของ คสช. ซึ่งแน่นอนครับ เราคงไม่สามารถยกเลิกได้ทั้งหมด เพราะมีประกาศ หรือคำสั่งของ คสช. จำนวนมากที่เกี่ยวข้องกับการบริหารราชการแผ่นดินทั่วไป หากยกเลิกกันทั้งหมดจะเกิด ความวุ่นวายในระบบกฎหมายจำนวนมาก นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงมุ่งเน้นไปในเรื่อง ของสิทธิมนุษยชนและหลักนิติธรรม จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมวันที่ ๖ กันยายน ๒๕๖๒ เราถึงมี การเสนอร่างนี้ ท่านประธานครับ ปัจจุบันคือ วัน เวลา เข้ามาถึงเดือนพฤศจิกายนแล้ว ปี ๒๕๖๔ แล้ว ๒ ปีกว่า ๆ เราเพิ่งได้พิจารณาร่างฉบับนี้ เป็นเรื่องที่น่าเศร้าที่สภาของเรา ซึ่งเป็นสภาที่มาจากการเลือกตั้ง เรากลับพิจารณาการยกเลิกกฎหมาย ยกเลิกคำสั่ง ยกเลิก ประกาศที่ทำลายหลักสิทธิมนุษยชนและหลักนิติธรรม อันเป็นหัวใจของประชาชน ท่านประธานครับ นับตั้งแต่มีการรัฐประหารเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ผมต้องเรียนกับท่านประธานว่าการรัฐประหารดังกล่าวนำมาซึ่งปัญหาหลายอย่างที่เกิดขึ้น ในเวลานั้น และมีผลมาจนถึงวันนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานั้นมีหลายอย่างครับ ไม่ว่าจะเป็น การสลายการชุมนุม โดยอาศัยคำสั่งของหัวหน้า คสช. ที่ ๓/๒๕๕๘ ที่มีการควบคุมประชาชน จำนวนมาก มีการสลายการชุมนุม โดยอาศัยคำสั่งหัวหน้า คสช. หรือประกาศของหัวหน้า คสช. ที่ ๗/๒๕๕๗ ในการควบคุมตัวประชาชน ผมยังจำได้ดีว่ามีการควบคุมประชาชน บางส่วนที่เขาแค่เพียงต้องการจัดมารวมตัวกันกินแซนด์วิช (Sandwich) อาจจะมีเจตนา เพื่อต่อต้านการรัฐประหาร แต่การกินแซนด์วิช (Sandwich) ครั้งนั้นคือการนำตัวไปปรับ ทัศนคติและทำเอ็มโอยู (MOU) ว่าจะไม่มีการเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งหลังจากการกิน แซนด์วิช (Sandwich) ครั้งนั้นก็มีประชาชนบางส่วนยังมีทหาร มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง มาเยี่ยมอยู่เนือง ๆ เพื่อถามว่ายังคงเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือไม่ การรัฐประหารครั้งนั้น นำมาซึ่งการปิดสื่อมวลชน สื่อมวลชนจำนวนมากไม่สามารถที่จะรายงานข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ให้ประชาชนทราบ มีสื่อมวลชนบางส่วนถูกเรียกตัวไปเพื่อปรับทัศนคติ เราอาจจะรู้สึกว่ามี แค่สื่อมวลชนไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ แต่เมื่อไรก็ตามที่สื่อมวลชนไม่สามารถรายงาน ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นได้อย่างตรงไปตรงมา ผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นกับแค่สื่อมวลชนครับ ผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นกับคนที่ติดตามการเมืองอยู่เป็นนิตย์ แต่ผลกระทบเกิดขึ้นกับ ประชาชนทุกคน เพราะเราไม่มีเสรีภาพในการที่จะรับข้อมูลอย่างตรงไปตรงมา การรัฐประหารครั้งนั้นนำไปสู่การเรียกปรับทัศนคติของคนจำนวนมาก ผมมองไปด้านซ้ายมือของผม ผมยังจำได้ว่ามีเพื่อน ส.ส. หลายคนที่ได้รับผลกระทบจาก การเรียกปรับทัศนคติ เป็นเรื่องน่าเศร้าที่วันนี้เราอาจจะพิจารณาช้า แต่ผมทราบมาว่ามี ความพยายามที่จะทำให้ร่างนี้ตกไป โดยการไม่โหวตรับ ผมก็พยายามมองหน้า คนที่เคย ได้รับผลกระทบจากการรัฐประหาร ท่านจะใจดำขนาดนั้นจริง ๆ หรือครับ ท่านจะไม่ สนับสนุนร่างฉบับนี้จริง ๆ หรือครับ ทั้ง ๆ ที่ครั้งหนึ่งตัวท่านเองรู้อยู่แก่ใจว่าเคยได้รับ ผลกระทบจากคำสั่ง หรือประกาศของหัวหน้า คสช. อย่างมาก การรัฐประหารครั้งนั้นนำมา ซึ่งการออกนโยบายทวงคืนผืนป่า ไม่มีประชาชนอยู่ในสมการ ไม่มีประชาชนมีส่วนร่วม มีประชาชนจำนวนมากถูกขับไล่ มีประชาชนจำนวนมากเสียสิทธิในการมีที่อยู่อาศัย ผลกระทบที่เกิดขึ้นในเวลานั้นยังคงมีอยู่จนถึงวันนี้ การรัฐประหารครั้งนั้นนำมาซึ่งการแก้ไข ผังเมือง ด้านหนึ่งคือการสร้างความมั่งคั่งให้กับนายทุนที่เป็นผู้สนับสนุนคณะรัฐประหาร แต่อีกด้านหนึ่งคือการทำลายสภาพแวดล้อมที่ดีของพี่น้องประชาชนที่เขาต้องการที่จะอยู่ อาศัย การรัฐประหารครั้งนั้นนำมาซึ่งคนจำนวนไม่น้อยที่เขาต้องการเห็นประเทศนี้ เป็นประชาธิปไตย แต่เขาไม่อาจจะอยู่บนผืนแผ่นดินนี้ได้ แล้วเขาต้องลี้ภัยไปอยู่ที่อื่น คนจำนวนนี้ที่ลี้ภัยผมเชื่อว่าบางส่วนก็รู้จักมักคุ้นกับ ส.ส. ที่วันนี้อาจจะกำลังโหวตไม่รับร่าง ฉบับนี้ บางส่วนลี้ภัยได้ไปอยู่ประเทศที่ ๓ ก็นับว่าโชคดี แต่ท่านประธานครับ อีกหลายคน ไม่ได้โชคดีแบบนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นกับพวกเขาก็คือพวกเขาเสียชีวิต หลังจากเสียชีวิตเอาร่างของ เขาไปโยนลงในแม่น้ำโขง อัดแท่งปูนในร่างของเขา เพื่อถ่วงน้ำปกปิดสิ่งที่เกิดขึ้น สร้างความสะเทือนใจให้กับครอบครัว เป็นฝันร้ายที่จะต้องจินตนาการตลอดเวลาว่าตอนที่ เขาเสียชีวิตมันทุกข์ทรมานขนาดไหน เราจะใจดำไม่ผ่านร่างฉบับนี้จริง ๆ หรือครับ ท่านประธาน การรัฐประหารครั้งนั้นนำมาซึ่งรัฐธรรมนูญในปัจจุบันวันนี้ รัฐธรรมนูญที่เรา ปฏิเสธไม่ได้ว่าคือร่างที่มาจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ จะเรียกว่าผ่านกลไกอะไร ก็แล้วแต่ แต่รัฐธรรมนูญที่เราใช้บังคับกันอยู่ในตอนนี้มาจากพวกเขา แล้วกลายเป็นปัญหาที่ เรื้อรังจนถึงปัจจุบัน นั่นจึงเป็นเหตุผลครับท่านประธานว่าทำไมสภาแห่งนี้จึงมีความจำเป็น ที่จะต้องมีการพิจารณาเพื่อยกเลิกคำสั่ง หรือประกาศของหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ ซึ่งร่างของอาจารย์ปิยบุตร ได้เสนอให้ยกเลิก ๑๗ ฉบับ อาจจะแตกต่างกับร่างของ ภาคประชาชน แต่ผมคิดว่าเราสามารถที่จะมารวมพิจารณาไปในคราวเดียวกัน แล้วก็ยกเลิก ไปในคราวเดียวกันได้ ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนว่าหลายท่านอาจจะรู้สึกว่า คสช. ไม่อยู่ กับเราแล้ว นับตั้งแต่มีการเลือกตั้ง คสช. ไปแล้ว แต่ผมอยากจะเตือนสติท่านประธานว่าเวลา เราพูดถึง คสช. เราไม่ได้พูดถึง คสช. เฉพาะคนที่ไปทำรัฐประหารเท่านั้น เราไม่ได้พูดถึง คสช. ในฐานะองค์กรที่มายึดอำนาจเท่านั้น แต่เรากำลังพูดถึง คสช. ในฐานะของกฎหมาย มรดกของพวกเขาที่ทิ้งเอาไว้ในระบบกฎหมายปัจจุบัน แล้วระบบกฎหมายที่พวกเขาทิ้ง เอาไว้แบบนี้ มันส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนอีกจำนวนมาก ตัวผมเองปัจจุบันยังมีคดี ความที่เกี่ยวข้องกับ คสช. อีกอย่างน้อย ๖ คดี ก็ไม่รู้เหมือนกันครับว่าเมื่อไรบรรดากฎหมาย มรดกซากเดนต่าง ๆ ที่เขาเล่นงานผมเอาไว้จะเอาผมออกจากตำแหน่ง แล้วทำให้ผม ไม่สามารถพูดแทนประชาชนได้อีกต่อไป ผมไม่มีทางรู้ แต่วันนี้ผมอยากจะเตือนสติพวกเราทุกคน พูดคุยกับพวกเราทุกคนไปยังหัวใจก้นบึ้งของ พวกเราว่า ถ้าท่านยังมีสามัญสำนึก ถ้าท่านยังจำความเจ็บปวดที่ท่านเคยได้รับ วันนี้เราคือ เพื่อนกันที่จะยกเลิกบรรดาคำสั่ง คสช. และผมเชื่อว่าการยกเลิกคำสั่ง คสช. จะเป็นก้าวแรก ของการออกจากประตูของความขัดแย้งและสร้างระบอบประชาธิปไตยอย่างแท้จริง หัวใจ ของ คสช. ไม่ใช่แค่ คสช. แต่หัวใจของ คสช.คือประกาศคำสั่งของ คสช. ที่ทิ้งเอาไว้ รัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ มาตรา ๒๗๙ อาจจะรับรองบรรดาการกระทำประกาศคำสั่งของ คสช. ที่เกิดขึ้นในอดีต แต่วันนี้อำนาจอยู่ในมือของพวกเรา อยู่ที่พวกเราครับ ว่าเราจะทำในสิ่งที่ ถูกต้องหรือไม่ ผมก็หวังว่าเพื่อนสมาชิกทุกคน ไม่ว่าคนที่จะเคยได้รับผลกระทบทางอ้อม ทางตรง หรือคนที่ไม่เคยได้รับผลกระทบ ผมอยากให้เราช่วยกันยกเลิกคำสั่ง ยกเลิกประกาศ ออกจากทางตัน ออกจากปัญหา แล้วทำให้ประเทศของเราไม่กลับไปสู่วัฏจักรของการ รัฐประหารแบบที่ผ่านมา จึงเสนอให้มีร่างพระราชบัญญัตินี้ และสนับสนุนให้สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรช่วยกันผ่านด้วยกันครับ ขอบคุณครับ🔗
เจ้าของร่าง พระราชบัญญัติ ซึ่งเสนอมาทั้ง ๒ ฉบับ ได้แถลงหลักการและเหตุผลทั้ง ๒ ฉบับ เรียบร้อย แล้วนะครับ ต่อไปก็เป็นของท่านสมาชิกที่จะอภิปรายสนับสนุนหรือคัดค้าน ซึ่งมีรายชื่ออยู่ กับผมจำนวนหลายท่านนะครับ ท่านแรกเชิญท่านวิรัตน์ พรรคเสรีรวมไทยก่อนนะครับ แล้วจากนั้นท่านสมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทย เชิญท่านวิรัตน์ วรศสิริน ครับ🔗
กราบขอบพระคุณท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ วรศสิริน จากพรรคเสรีรวมไทย วันนี้จะขออภิปรายสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศคำสั่งของคณะ คสช. นี้นะครับ ท่านประธานครับ มาตรา ๔๔ คืออะไร มาตรา ๔๔ คือกฎหมายที่ออกและบังคับใช้ตามอำนาจเผด็จการของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อครั้งที่ยังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจากการยึดอำนาจ ทำรัฐประหารและเป็นหัวหน้า คสช. ในขณะนั้น ท่านประธานครับ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และตำแหน่งหัวหน้า คสช. มิใช่มีเพียงอำนาจเท่านั้น ยังมีเงินเดือน เดือนละ ๑๒๕,๐๐๐ บาทเศษ ๆ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนะครับ ส่วนตำแหน่ง คสช. อีก ๑๒๕,๐๐๐ เศษ ๆ ๒ ตำแหน่งนี้รวมกัน ๒๕๐,๐๐๐ บาทเศษ ๆ ยังไม่หมดนะครับท่านประธาน พลเอก ประยุทธ์ ยังเป็นประธานคณะกรรมการอีกมากกว่า ๕๐ คณะ เบี้ยประชุมอีกมากมายขนาดไหนก็ไม่มี ใครรู้ มีทั้งเบี้ยประชุมรายครั้ง มีทั้งเบี้ยประชุมรายเดือน อย่างเช่น คณะกรรมการยุทธศาสตร์ เบี้ยประชุมครั้งละ ๒๐,๐๐๐ บาท หัวหน้า คสช. อยากได้เหลือเกินยุทธศาสตร์ชาติ อยากได้มาก ๒๐,๐๐๐ บาท ส่วนเบี้ยประชุมรายเดือนสภาความมั่นคงแห่งชาติ สภากลาโหม เป็นรายเดือน เดือนละ ๑๐,๐๐๐ บาท ดังนั้น ๕๐ คณะนี้ ถ้าสมมติว่าประชุมเดือนละ ๑ ครั้ง ครั้งละ ๑๐,๐๐๐ บาท ๕๐ ครั้ง ก็เดือนละ ๕๐๐,๐๐๐ บาทไปแล้ว เพราะฉะนั้นหัวหน้า คณะปฏิวัตินี้จะมีรายได้จากเงินเดือนนายกรัฐมนตรีบวกเงินเดือนหัวหน้า คสช. ก็ ๒๕๐,๐๐๐ เบี้ยประชุมอีก ๗๕๐,๐๐๐ คูณด้วย ๑๒ ก็ตกปีละ ๙ ล้านบาท ถ้าเป็นไปตามนี้ ๕ ปีก็ ๔๕ ล้านบาท ท่านประธาน เขาอยากอยู่ยาว ไม่อยากให้เลือกตั้งจริง ๆ ผมดูแล้วน่าจะ เป็นความจริง แต่ท่านประธานครับ รายได้จะเป็นไปตามที่ผมว่าทั้งหมดนี้หรือไม่ ผมใช้ ประมาณ ๆ นะครับท่านประธาน แต่นอกจากรายได้ที่มากแล้ว หัวหน้า คสช. ยังมีอำนาจ มากตามมาตรา ๔๔ ที่กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ๒๕๕๗ ประกาศคำสั่งต่าง ๆ ใช้บังคับถือเป็น กฎหมายโดยทันที ตื่นเช้ามาท่านหัวหน้า คสช. ท่านคิดว่าไม่อยากให้นั่งท้ายรถกระบะ เพราะมันอันตราย มันดูไม่ดี ไม่เหมือนทหารนั่งแล้วดูดี ท่านก็ออกประกาศมาตรา ๔๔ ห้ามนั่งท้ายรถกระบะทันที เป็นกฎหมายไปทันที ท่านประธานครับ สิทธิและเสรีภาพของ ประชาชนถูกจำกัดและถูกละเมิดโดยตรงจากการใช้อำนาจชนิดตามแต่ใจตัวเองของหัวหน้า คสช. ดังนั้นตามญัตติในวันนี้ที่เสนอให้มีการยกเลิกประกาศและคำสั่งของหัวหน้า คสช. ที่ขัดต่อ หลักสิทธิมนุษยชนและไม่เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย ผมเรียกง่าย ๆ ว่าเป็น พระราชบัญญัติปลดอาวุธ คสช. นะครับ กระผมขอสนับสนุนด้วยเหตุผล ๓ ประการ ดังนี้🔗
ประการที่ ๑ การออกพระราชบัญญัตินี้จะเป็นการยืนยันหลักการ ประชาธิปไตย เพราะเป็นการบอกว่าอำนาจที่ได้มาจากการใช้อาวุธยึดจากประชาชนนั้น เป็นอำนาจที่มิชอบและมิควรมีอีกต่อไป จริงอยู่นะครับ แม้ว่าหลังจากการยึดอำนาจแล้ว จะกลายเป็นรัฏฐาธิปัตย์ก็ตามประชาชนก็ต้องอยู่กับอำนาจนั้นไปจนกว่าจะมีการเลือกตั้ง ก็ตามที แต่ก็มิใช่อยู่ด้วยความยินยอมนะครับ แต่อยู่ในสภาพบังคับที่ไม่มีทางเลือก ดังนั้นเมื่ออำนาจกลับคืนสู่ประชาชนแล้ว มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในนี้แล้ว ก็ควรจะเป็น หน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรที่จะได้ยกเลิกผลพวง เรียกว่า มรดกบาปจากคณะรัฐประหาร ท่านประธานครับ อันนี้คือเหตุผลประการที่หนึ่ง ซึ่งเป็นเหตุผลเชิงหลักการนะครับ🔗
ส่วนเหตุผลประการที่ ๒ เป็นเหตุผลเชิงเนื้อหา เมื่อพิจารณาจากรายละเอียด ในประกาศคำสั่งที่ท่านเสนอยกเลิกมาทั้งหมดนี้ พบว่าล้วนเป็นคำสั่งที่ขัดกับหลักสำคัญที่สุด ในระบอบประชาธิปไตย นั่นคือหลักสิทธิมนุษยชน มีการละเมิดสิทธิพลเมือง สิทธิทาง การเมืองของประชาชนอยู่หลายประการ อาทิเช่น การนำพลเรือนขึ้นศาลทหาร มีคำสั่ง เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ๑๐ ฉบับเป็นอย่างน้อย รวมประกาศคำสั่งที่จำกัดการแสดงออกและ เสรีภาพในการชุมนุมต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะคำสั่งที่ห้ามชุมนุมทางการเมืองเกิน ๕ คน เป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการทำกิจกรรม รวมทั้งคำสั่งที่ห้ามพรรคการเมือง ประชุมและดำเนินการทางการเมืองใด ๆ ผมพูดถึงเรื่องนี้จะตลก ท่านประธานครับ ประกาศ คำสั่งตามมาตรา ๔๔ ให้อำนาจ คสช. เรียกพลเรือนไปรายงานตัวและสอบสวน ในค่ายทหารได้ น่าอายมาก รู้ถึงไหนก็อายทั้งโลก แล้วก็ยังมีการจำกัดสิทธิเสรีภาพ ของสื่อ กำหนดให้สื่อทุกช่องต้องออกอากาศออกรายการตามคำสั่งของ คสช. นอกจากนี้ยังมี คำสั่งที่มีปัญหากับการจัดการที่ดินและสร้างปัญหาไว้กับสิ่งแวดล้อมมากมาย ตามที่ท่าน ผู้เสนอได้ชี้แจงในที่ประชุมไปแล้วนะครับ ดังนั้นเหตุผลเชิงเนื้อหาสำหรับผมถือว่าผ่าน เพราะได้ตรวจได้คัดกรองมาแล้ว กฎหมายที่ผิดหลักนิติธรรมและละเมิดสิทธิมนุษยชนทั้งนั้น อีกทั้งยังตรวจสอบแล้วว่ายกเลิกในแต่ละฉบับไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการบังคับใช้กฎหมายอื่น ๆ ดังนั้น ก็ไม่รู้จะเก็บไว้ทำไมให้เป็นมลทินของหัวหน้า คสช. อีกต่อไป ยกเลิกไปดีแล้วครับท่าน ประธาน สนับสนุน🔗
ประการที่ ๓ เหตุผลในเชิงปฏิบัติ ท่านประธานครับ การยกเลิกประกาศ คำสั่งที่มีปัญหาทั้งที่มาและเนื้อหาทั้งหมดนี้จะทำให้คดีที่เกี่ยวข้องที่เหลือที่ตกค้าง อยู่ในกระบวนการยุติธรรมจะได้ถูกจำหน่ายออกไป จะเป็นการลดภาระที่ไม่จำเป็นต่อ กระบวนการยุติธรรม ด้วยเหตุผลที่กล่าวมา รวมทั้งเหตุผลต่าง ๆ ที่ผู้เสนอได้ชี้แจงในที่ประชุม สภาแล้ว กระผมเห็นว่าเป็นคุณต่อระบอบประชาธิปไตยในอนาคต หากสภาได้ลงมติรับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศและคำสั่ง คสช. ๓๕ ฉบับนี้ได้เข้าสู่กระบวนการพิจารณา ต่อไปจะเป็นผลดีทั้งในทางปฏิบัติและในทางเชิงหลักการต่อไป กราบขอบพระคุณ ท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ🔗
ต่อไป ท่านสมคิด เชื้อคง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ สมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทยจากอุบลราชธานี วันนี้ถ้าไม่ลุกขึ้นมา อภิปรายเรื่องนี้ผมเองก็คงจะต้องเสียใจ เพราะว่าสิ่งที่เกิดเหตุตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปี ๒๕๕๗ นั้นผมเชื่อว่าในซีกของพวกผมโดนกระทำแทบทุกคน หลังจากการเลือกตั้งบางคน ก็หลุดเข้ามาได้ บางคนก็ย้ายไปอยู่ที่อื่นด้วยเหตุผลส่วนตัวต่าง ๆ นานา แต่สิ่งหนึ่งก็ต้องขอบพระคุณทั้งท่านอาจารย์ปิยบุตรและคณะที่เสนอ พ.ร.บ. รวมทั้งอาจารย์ จอน อึ๊งภากรณ์ และคุณยิ่งชีพ ซึ่งกว่าจะผ่านด่านมาได้ไม่ใช่เรื่องง่ายนะครับที่ท่านทำ คนหมื่นกว่าคนกว่าจะทำเรื่องโน้น เรื่องนี้ ผมตามข่าวมาก็ต้องขอบพระคุณมากที่นำเสนอ เรื่องนี้ แล้วก็ไม่มีเหตุผลใดเลยที่ผมจะปฏิเสธ ไม่มีเหตุผลใดเลยที่จะบอกว่าไม่รับ พ.ร.บ. เรื่องนี้เข้าสู่สภา เมื่อเช้าก็ยังทวงถามท่านประธานสภา ก็โชคดีวันนี้ที่ได้เข้ามา ผมเรียนอย่างนี้ นะครับท่านประธาน ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งมันเยอะเหลือเกิน เพื่อนสมาชิกก็ได้พูดไป ท่านผู้ชี้แจงก็พูดไป แต่สิ่งที่กระทบมากที่สุดคืออะไรทราบไหมครับ คือพี่น้องประชาชน ชาวไร่ ชาวนา ช่วงนั้นรัฐบาลเรายังดำเนินโครงการที่เรียกว่าจำนำข้าว จะถูก จะผิดนั้น อีกประเด็นหนึ่ง แต่สิ่งที่ผิดเลยก็คือว่าโครงการนี้ถูกยกเลิกและถูกเอาเรื่องจาก คสช. ท่านประธานครับ ผมมีผลกระทบโดยตรง เมื่อมีการยึดอำนาจนึกอย่างไรไม่รู้ก็เชิญผมไป รายงานตัว แล้วจะควบคุม ๗ วัน ๓ ครั้งนะครับ ครั้งที่ ๒ นี้ผมพูดเรื่องการขายข้าวนี้ละครับ เห็นไหมครับเรื่องนิดเดียว แต่ว่า คสช. ก็ไม่เข้าใจ ใช้อำนาจอย่างที่ไม่ควรใช้ มีเพื่อนผมหลาย คนที่โดน เช่น คุณพิชัย นริพทะพันธุ์ ๑๓ ครั้งครับ นึกอะไรไม่ออก พิชัยพูดอะไรไปเลยครับ เข้าค่ายตลอด เรื่องเหล่านี้มีความรู้สึกว่ามันไม่มีความเป็นธรรมแม้แต่นิดเดียวจากคำสั่ง คสช. อีกเรื่องหนึ่งที่ควรจะพูดถึงก็คือว่า ผมเห็นโครงการที่จะก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง วันดีคืนดีออก ม. ๔๔ ไม่ให้มีราคากลาง เอากันเลย สนับสนุนกันเลย นี่คือผลเสียตามมา ผมลงเครื่องบินหลังจากเขายึดอำนาจ เชื่อไหมครับท่านประธาน มีพลทหารมาขอตรวจ เอกสารผม และขอตรวจพาสปอร์ต (Passport) ด้วยนะครับ อยู่ที่สนามบินอุบลราชธานี ผมก็สงสารพลทหารเหล่านั้นแกอ่านภาษาอังกฤษก็ไม่ออก ผมก็บอกผมจะอ่านให้ฟัง การใช้ อำนาจซึ่งเกินเลยเหล่านั้นล้วนมาจากการยึดอำนาจ เพราะฉะนั้นชอบแล้วที่ร่าง พ.ร.บ. จะยกเลิกคำสั่ง คสช. แล้วก็ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะ คสช. ผมเคยอภิปรายเรื่องมาตรา ๒๗๙ เหมือนกัน บอกว่าเรื่องนี้ถ้าท่านแน่ใจว่าไม่ทำผิดจะมาออกนิรโทษกรรมตัวเองทำไม ของอาจารย์ปิยบุตรยกเลิก ๑๐ กว่าคำสั่ง แต่คำสั่งจำนวนมากมันออกมาเยอะแยะเลยที่มี ผลกระทบต่อประชาชน มีคำสั่งหนึ่งที่เราอยู่ในสภาเรายกเลิกไป ก็คือคำสั่งเรื่อง พ.ร.บ. การศึกษานี่ละครับ ตอนนั้นออกคำสั่ง ที่ ๑๙/๒๕๖๐ ยกเลิก อ.ก.ค.ศ. ไปตั้ง กศจ. คำสั่ง ท่านออกแค่วันเดียวแค่ชั่วโมงเดียวนะครับ แต่กว่าจะทำได้นี่ปีครึ่ง ๒ ปี มันก็เหมือนที่คณะ ภาคประชาชนเขาทำมา คำสั่ง คสช. ผมบอกเลยนะครับคำสั่ง ม. ๔๔ คำสั่งนายกรัฐมนตรี ทั้งหลาย ประกาศ คสช. ท่านประกาศอยู่ ๓-๔ คน แต่เวลาจะยกเลิก เพราะมันเป็นกฎหมาย ทำ ๓ ปี ก็ไม่เสร็จ ทำ ๕ ปี ก็ไม่เสร็จ ผมไปอ่านแล้วผมยังขำเลยครับท่านประธาน คำสั่ง ตั้งแต่ จอมพล สฤษดิ์ จอมพล ถนอม ยังมีอยู่เลยคณะปฏิวัติ แล้วบ้านเมืองเราจะไปไหน เวลาออกคำสั่งมานี่ชอบครับ นึกอะไรออกทำ นึกอะไรออกทำหมด ผมเห็นคำสั่งหนึ่งที่เห็น แล้วก็ช้ำใจอยู่ทุกวันนี้ คำสั่งของ คสช. หรือคำสั่ง ม. ๔๔ ให้ดีเอสไอ (DSI) และทหารไปล้อม วัดธรรมกาย มันเป็นไปได้อย่างไรประเทศนี้ ทหารไปล้อมวัดใช้กำลัง ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ คน แล้วก็ไม่ได้อะไร มันสะใจกันหรืออย่างไรไม่รู้ เพราะฉะนั้นเราไม่มีเหตุผลที่จะบอกว่าปฏิเสธ เรื่องนี้ ผมก็ขอวิงวอนไปยังเพื่อนสมาชิกสภาว่าอย่างน้อย ๆ เรามาล้างมรดกบางอัน อย่างที่ เพื่อนสมาชิกพูด อาจจะไม่ได้ทั้งหมด แต่สิ่งที่จำเป็น เช่น เรื่องสิ่งแวดล้อม เช่น เรื่องคำสั่ง ที่มันมีผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพมันจำเป็นต้องเอาออกหมด มันจำเป็นต้องยกเลิกหมด เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมเชื่อว่าผู้ที่โดนกระทบโดยตรงวันนี้คงอาจจะพูดอีกหลายท่าน เพราะบางท่านติดคุกด้วย บางท่านถูกมัดตา คุณพิชัยเล่าให้ผมฟัง ท่านพิชัย นริพทะพันธุ์ เรียกไปทีไรเวลาเอาขึ้นรถเอาถุงดำครอบ นะครับ ทุกครั้งที่ถุงดำครอบ ผมก็เลยบอกที่คุณพิชัยผมบางก็เพราะเหตุนี้หรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่ผมไม่โดนหรอกครับ แต่ว่าเข้าไปอยู่ในค่ายนั้นท่านประธานเชื่อไหมครับว่ามีอยู่วันหนึ่ง ผมเข้าไปแล้วมีนายทหารคนหนึ่งเป็นระดับผู้ใหญ่มาถามว่าผมจะเอาเงินไปจ่ายจำนำข้าวที่ ค่ายทหารดูสิครับ เป็นคำสั่งแปลก ๆ ผมบอกอย่าหาทำ ไม่อย่างนั้น ธ.ก.ส. เจ๊งทันที ด้วยความที่อยากได้ ด้วยความที่อยากหาเสียง ด้วยความที่อยากให้พี่น้องประชาชนรัก เพราะตัวเองยึดอำนาจมา จะเอาเงินสดไปจ่ายในค่ายทหารให้จำนำข้าว ตอนนั้นที่ยังค้างอยู่ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ความจริงถ้าให้เราทำก็จบไปแล้ว เอาละเหตุการณ์ที่ผ่านมาผมไม่ อยากไปย้อนไปหาว่าใครอยู่เบื้องหลัง ใครสมคบคิดกันอย่างไร มันเกิดมาแล้ว เราพยายาม มาแก้ไขปัญหาที่มันเกิดดีกว่า ก็แก้ไขโดยเหตุการณ์ที่พี่น้องประชาชนและ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ขึ้นมา ผมก็พอได้ข่าวว่าจะไม่ผ่านร่างนี้ แต่ผมก็อยากให้ทางซีกที่ไม่เห็นด้วย ให้ไม่เห็นด้วย เถอะครับ เพราะเรื่องนี้เราต้องเปิดอกคุยกัน ต้องมาตั้งใจที่จะคุยกันจริง ๆ จัง ๆ บ้านเมือง เราถึงจะเดินได้ อย่าแบ่งเขา แบ่งเรา แล้วมาช่วยกัน ขอบพระคุณครับ🔗
อีก ๒ ท่าน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง กับท่านนิยม เวชกามา เชิญท่าน พันตำรวจเอก ทวีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออภิปรายเพื่อสนับสนุนให้เพื่อนสมาชิก ได้พิจารณายกเลิกร่างคำสั่ง คสช. โดยเฉพาะผมจะนำบางประเด็นของผู้เสนอที่เป็น ภาคประชาชน เนื่องจากเราจะต้องยอมรับว่ากฎหมายมันต้องเกิดมาโดยเป้าประสงค์เดียว คือเพื่อความยุติธรรม แล้วก็จะต้องทำให้คนทุกคนได้รับประโยชน์จากกฎหมาย คำสั่ง คสช. ต่าง ๆ ที่เกิดมานั้นเป็นคำสั่งที่มุ่งจะสนับสนุนผู้มีอำนาจ เป็นกฎหมายที่พูด จริง ๆ ก็คือเพื่อจะรักษาอำนาจ คือโดยให้คนกลุ่มหนึ่งได้อยู่ในอำนาจ แต่คนอีกกลุ่มหนึ่ง ต้องถูกกดทับ เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน จนถึงขนาดที่เขาบอกว่าอาชญากร ที่ผมพูดมา หลายครั้งมันไม่ใช่หมายความรวมถึงผู้ที่กระทำผิด ที่กฎหมายบัญญัติว่าเป็นความผิดเท่านั้น แต่หมายถึงผู้บงการให้เกิดกฎหมาย ตัวกฎหมาย ผู้จัดทำกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม ทั้งหมด เพราะถ้ากฎหมายฉบับนั้นเกิดมาเพื่อเป็นสมบัติส่วนตัวของคนบางคน และต้องการ ให้คนอีกกลุ่มหนึ่งต้องอยู่ภายใต้อำนาจ สังคมใดสามารถบังคับให้คนทุกคนยอมทำตาม ทุกเมื่อ สังคมนั้นเป็นสังคมเผด็จการ ท่านประธานที่เคารพครับ ดังนั้น คสช. ได้มีมาตรา ๔๔ ขึ้นมา ความจริงมาตรา ๔๔ ก็ไม่ได้โดดเดี่ยว ถ้าท่านประธานได้ตรวจสอบดูเราจะพบว่า มาตรา ๔๔ เนื้อหาเกือบทั้งหมดก็จะคล้ายกับมาตรา ๑๗ ในสมัย จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ถ้าผมดูในมาตรา ๑๗ ในสมัยนั้น ก็เกิดมาเพื่อจะปราบปรามการบ่อนทำลายความมั่นคง ราชอาณาจักร แล้วก็เกิดขึ้นเกี่ยวกับเรื่องระบบเศรษฐกิจสังคม แต่มาตรา ๑๗ ในขณะนั้น เกิดในรัฐธรรมนูญชั่วคราวเมื่อปี ๒๕๐๒ แล้วก็เรื่อยมาจนถึงสมัยท่านอาจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์ ยังใช้อยู่ ในสมัย จอมพล สฤษดิ์ นั้นได้มีการประหารชีวิตคนไป ๗๖ คน แล้วก็ทำ ให้คนติดคุกไป ๑๐๐ กว่าคน คราวนี้เรามามาตรา ๔๔ มาตรา ๔๔ มีเพื่อนสมาชิกได้พูด ในหลายแง่มุม ผมเองผมอยากจะนำบางแง่มุมมาพูด ก็คือมาตรา ๓ ที่ให้ยกเลิกประกาศคำสั่งคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ ทั้งคำสั่งของหัวหน้าคณะ คำสั่งของคณะรักษาความสงบ โดยมีประกาศ ท้ายที่ผมจะขอนำมาพูดก็คือ ประกาศท้ายของคำสั่งคณะรักษาความสงบ ที่ ๔๗/๒๕๖๐ ที่กำหนดให้ใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตเศรษฐกิจพิเศษ คือการเปลี่ยนผังเมืองนั่นเอง ที่สำคัญ ที่สุดคือคณะที่มาร่วมกับ คสช. ต้องมีอยู่ท่านหนึ่ง ก็คือเป็นท่านรองนายกฯ เราพบว่าก่อนที่ มีการรัฐประหารนั้นท่านเป็นประธานบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งในรายงานการเงินของบริษัทแห่งนั้น พบว่าท่านลาออกเมื่อวันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๕๗ พอวันที่ ๓๐ ท่านมาเป็นรองนายกรัฐมนตรี ปรากฏว่าเมื่อประกาศคำสั่ง คสช. เรื่องยกเลิกผังเมืองที่ทำตามหลักวิชาการแล้วมาให้เป็น ผังเมืองคำสั่ง คสช. นั้น ในปีที่ประกาศออกมา ปรากฏว่าผู้บริหารของบริษัทมหาชนดังกล่าว ได้บอกว่าที่ดินของเขาประมาณหมื่นกว่าไร่เศษ แต่จริง ๆ มากกว่านั้นนะครับ โดยในอดีต ซื้อมาไร่ละไม่ถึงล้าน ปัจจุบันนี้เมื่อประกาศเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษจากพื้นที่สีเขียวเป็นสีม่วง ราคา ๑๐-๑๕ ล้านบาท ทำให้บริษัทเดียวร่ำรวยทันทีเป็นแสน ๆ ล้านบาท แต่ตัวเลขที่ คูณกัน ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คำสั่งเพียงคำสั่งเดียวสามารถเปลี่ยนคนร่ำรวยอยู่แล้วให้รวย ขึ้นไปอีก แต่ตัวที่อยู่ในคำสั่งนั้นกลับอยู่ในคณะ คสช. ผมยกตัวอย่างอันนี้เป็นต้น ดังนั้น ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับ ในคำสั่งต่าง ๆ ที่ยังเป็นมรดกอยู่ทุกวันนี้ แม้แต่ ในเรื่องของจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็มีคำสั่งยกเลิกสภาที่ปรึกษาของ ศอ.บต. ซึ่งสภาที่ปรึกษา มีมาจากทั้งภาครัฐ ตัวแทนภาคประชาชน แต่พอไปทำเขตเศรษฐกิจ ยกตัวอย่างเช่นจะนะ ใช้คณะกรรมการยุทธศาสตร์ของ ศอ.บต. คณะกรรมการยุทธศาสตร์ถูกยกเลิกไปโดยคำสั่ง คสช. จึงเป็นคณะกรรมการยุทธศาสตร์ที่มาจาก กอ.รมน. หรือมาจากทางหัวหน้า คสช. เป็นส่วนใหญ่ ดังนั้นเมื่อคุณจะพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษมันไม่ได้เกิดจากปัญหาและ ความต้องการของประชาชน ไม่มีคนพื้นที่เข้ามา จึงทำให้เขตเศรษฐกิจ ยกตัวอย่างจะนะ ได้อนุมัติในสมัยบอกว่าสภา ศอ.บต. หรือ กพต. ก็คือ กพต. ที่ไม่มีตัวแทนภาคประชาชน ก็เป็นมรดกของคำสั่ง คสช. นี่คือตัวอย่างนะครับ ตัวอย่างที่เป็นการทำร้ายหรือเป็นการ ละเมิดสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีเพื่อนสมาชิกพูดหลายคน ตัวอย่างที่เป็นการสร้างความร่ำรวย ให้กับพวกพ้อง แล้วสิ่งอย่างนี้ยังปรากฏอยู่ วันนี้ก็เหมือนคำสั่งดังกล่าว นอกจากพรากชีวิต ของคนต้องเข้าไปอยู่ในเรือนจำแล้วยังพรากชีวิตของคนที่อยู่ในชนบทออกจากชนบท เพื่อไม่ให้มีที่อยู่ เพื่อเอาทรัพย์สินไปให้กับผู้มีฐานะร่ำรวย รวยแล้วรวยอีก ดังนั้นจึงกราบเรียน เพื่อนสมาชิกครับ ขอให้รับกฎหมายฉบับนี้มาพิจารณากัน เพื่อทำให้บ้านเมืองเราเป็น ประชาธิปไตยเสียทีครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านนิยม เวชกามา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่สนับสนุนพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับ คือพระราชบัญญัติการยกเลิกประกาศและคำสั่ง คสช. ทั้งของคุณจอน อึ๊งภากรณ์ พร้อมคณะ ๑๒,๖๐๙ คน และฉบับของคุณณัฐวุฒิ คุณรังสิมันต์ โรม ทั้ง ๒ คณะ ทั้งคณะท่าน ที่ว่าผมไม่มีเหตุผลจะไม่สนับสนุนไม่มีเลยครับ เพราะคำสั่ง คสช. ตั้งแต่ยึดอำนาจเริ่มออก ฉบับ ๑ ฉบับ ๒ ฉบับ ๓ เป็นคำสั่งที่จำกัดสิทธิมนุษยชนทั้งสิ้น ทำไมผมถึงว่าอย่างนั้นครับ ท่านประธาน พอออกคำสั่งพวกผมเป็นอดีต ส.ส. ทันที แล้วต้องไปรายงานตัวต่อกองทหาร ในจังหวัดนั้น ๆ คนที่มาเชิญมาควบคุมตัว อย่าพูดเชิญเลยมันดีเกินไป ผมนี่สิบตรี สิบโท ต้องไปรายงานตัวที่กรมทหาร นั่นคือ ผบ. จังหวัด ลูกพี่ใหญ่ผม ส. วิกฤติ ถูกขังอยู่ ๗ วัน ในค่ายทหาร เพราะฉะนั้นไม่มีความจำเป็นเลยที่จะไม่เห็นด้วย แต่วันนี้ผมก็เศร้าใจ หดหู่ใจ กฎหมายทั้ง ๒ ฉบับ ตกครับ เขาไม่เอา ทางฝั่งซีกโน้นไม่เอาครับ เอาแต่พวกฝ่ายค้านไม่กี่คน ผมยังไม่เห็นกฎหมายประชาชนและกฎหมายของ ส.ส. ในสภาตั้งแต่เปิดสภามา ตั้งแต่เป็น ส.ส. มายุคนี้ไม่เคยมีกฎหมายของประชาชนและ ส.ส. ผ่านสภานี้เลย ผมถือว่า ใจแคบมาก ท่านประธานครับ ผมต้องขอกราบเรียนว่าทำไมผมต้องเห็นด้วย มันชัดเจน ไม่มีส่วนใดที่เป็นเครื่องบอกว่าคำสั่ง คสช. วันนี้บอกเหลืออยู่ ๑๗ ฉบับ จะด้วยเหตุผลอะไร ก็ตาม ความจริงมันเป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยหลัก โดยฐาน โดยเกณฑ์อยู่แล้ว ท่านประธานครับ ผมเสียใจนะ คนที่ยึดอำนาจ คือ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าทีม มานั่งเป็นหัวโด่อยู่ในบัลลังก์นี้ แล้วสุดท้ายก็มาเป็นนายกรัฐมนตรี ใครแตะก็ไม่ได้ ครั้งแรก คือมาใหม่ ๆ ด่ากราดหมดในสภานี้ ผมจึงบอกว่าเพราะว่าความเป็นหัวหน้า คสช. ของท่าน ต้องเอาทิ้งไป จะมาเป็นนายกรัฐมนตรี วันนี้ครบ ๘ ปี ก็จะไม่หลุดอยู่ ผมต้องยืนยันว่าการยึด อำนาจของท่านมันทำให้บ้านให้เมืองมันไปไม่ได้ แล้ววันนี้พวกเราจะอยู่กันอย่างไร ที่ผมต้อง แปลกใจอย่างมากคือพอคำสั่ง คสช. แรก ๆ เลยการศึกษา นอกจากทำลายความเป็นมนุษย์ผู้ หลักผู้ใหญ่ ผมนี่ทุกวันต้องมีทหารมานั่งเฝ้าที่บ้านหลังจากยึดอำนาจมาอาทิตย์ละ ๓ วัน บอกมาเยี่ยม มาคอย ผมเป็นอะไร ผมไม่ได้ป่วย ต้องมาเยี่ยมผมทำไม เฝ้าผมทำไม อันนี้ปฏิเสธไม่ได้ ท่านทำเพื่ออะไร นอกจากทำร้ายคนทั่วไปแล้วยังทำร้ายระบบเด็ก ระบบการศึกษา ออกคำสั่งแปลกประหลาดที่สุด ยุบกระบวนการการศึกษาในภูมิภาค ยุบอะไร ดึงอะไร อ้างว่า ก.ค.ศ. อ.ก.ค.ศ. เอาเงินจากครู คิดยังไม่เป็นจะมาบริหารประเทศ ได้อย่างไร ท่านประธานครับ ที่ผมแปลกใจมากว่านั้นหลังจากยึดอำนาจยาบ้าเต็มบ้าน เต็มเมือง มันมาจากไหนไม่รู้ ตำรวจก็ไม่ทำงาน มีแต่ทหารมาเต็ม คนเลยถือโอกาสเอายาบ้า มาขายเลยจน ณ วันนี้ยาบ้า ๕ เม็ด ๑๐๐ บาท ซึ่งสมัยนายกฯ ทักษิณเม็ดละ ๕๐๐ บาท หาซื้อไม่ได้ วันนี้ ๕ เม็ด ๑๐๐ บาท ไม่ต้องซื้อ ขี่รถมอเตอร์ไซค์สวนกันเอาไปกินก่อน มีสตางค์ค่อยเอามาให้ แล้ววันนี้ประเทศชาติจะเดินอย่างไร ดูสิยาเสพติดเต็มบ้านเต็มเมือง ยาบ้าเต็มบ้านเต็มเมือง บ้านผมลำบากที่สุด ที่อำเภอบ้านม่วง ท่านเกษม ลูกฆ่าแม่ตาย คนหนึ่งยังเอาศพขึ้นมาบ้านเมื่อ ๒ วันที่ผ่านมา ยังไม่รู้ว่าตายด้วยสาเหตุอะไร ลูกยังบ้า ยังเมาอยู่ อันนี้แสดงให้เห็นว่าบ้านเมืองมันไปไม่ได้ แล้วเราจะเอาไว้ทำไมคำสั่งแบบนี้ ยกเลิก ให้หมดท่านประธาน ผมต้องกราบเรียนว่าคำสั่ง คสช. ตั้งแต่ยึดอำนาจมานี่ทำให้ทหารกลุ่มหนึ่งเกิดการมั่งคั่ง ร่ำรวย เป็นเรื่องจริง ๆ อยู่ในสังคมนี้ครับ เพราะนายทหารไปคุมทุกกระบวนการ ทุกหน่วยงานที่มีเงินมีทอง ไม่ว่าไฟฟ้า ประปา รัฐวิสาหกิจ จนสนามบิน เครื่องบิน การบินไทยเจ๊ง ผมจึงบอกว่าแล้วเอาไว้ทำไม ท่านสมาชิกสภาผู้แทนแห่งนี้ก็รู้อยู่แก่ใจอยู่ ทำไมไม่รับ ให้ยกเลิกเท่านั้นเอง ไม่ได้เสียหายอะไรเลย แค่ยกเลิกคำสั่ง คสช. ท่านไม่ได้เสียหาย อาจจะ ผิดใจ พลเอก ประยุทธ์นิดหน่อย ก็ให้บ้านเมืองมันอยู่ได้ท่านประธาน แล้วเราทำไมต้อง มายึดมาถือมาเอาเป็นหลักเป็นฐานเอาจนบ้านเมืองเสียหาย ผมนี่เสียใจมากในคำสั่งนี้ ไม่เห็นด้วยกับทุกคำสั่งนะ คุณจะอ้างโน้นอ้างนี่ผมไม่สนใจ สนใจคือว่าเห็นเป็นเรื่อง ทำลายสิทธิความเป็นคนนี่ผมก็รับไม่ได้แล้วท่านประธาน เพราะฉะนั้นจึงบอกว่าทุกคนที่ถูก กักตัวกักบริเวณถูกคลุมถุงดำนะ ถูกร้องหมดละครับ เอ่ยชื่อไม่ได้ท่านมันเป็นร้อยนะ อยู่ต่างประเทศไม่มาจนวันนี้ก็เพราะคำสั่ง คสช. นี่ละครับ อยู่เฉย ๆ ก็เลยคนไปสอบไปถาม ไปบันทึกยินยอม ผมไม่รู้ว่ายินยอม ผมนะเซ็นยินยอมเพราะอะไร ผมทำผิดอะไร ผมเป็น ส.ส. แต่คุณยึดอำนาจไป แล้วก็ไม่ได้เป็น ส.ส. คุณยังให้ผมไปสาบานไปเซ็นอะไรอยู่ ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗
ต่อไปอีก ๒ ท่านนะครับ ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ กับท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ เชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาลครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สิ่งแรกที่ผมก็ขอสนับสนุนญัตติของภาคประชาชนนะครับ โดยเฉพาะเรื่องการเสนอร่าง พระราชบัญญัติยกเลิกประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ขัดต่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย ๒ ประเด็นครับท่าน แล้วก็ขอขอบคุณคุณจอนกับคณะ แล้วก็คุณปิยบุตรกับคณะ ซึ่งเป็นอดีต ส.ส. ที่มากด้วย ความรู้ เสียดายที่ท่านได้ถูกอำนาจที่ไม่ชอบธรรมได้กระทำการให้ท่านได้ออกจากพื้นที่ที่ควร จะอยู่อย่างชัดเจน ผมมีคำอภิปรายดังนี้ครับ รัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ นะครับ ในมาตรา ๒๗ มาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ มาตรา ๓๑ มาตรา ๓๒ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๗ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๔ โดยเฉพาะมาตรา ๒๙ ซึ่งเกี่ยวข้องกับคำสั่ง คสช. ๒ ฉบับ ด้วยกัน ที่ผมจะอภิปรายครับ ผมอภิปรายเรื่องคำสั่ง คสช. ที่ ๓/๒๕๓๘ เรื่องอำนาจทหาร จัดการคดีการเมือง ซึ่งเป็นเรื่องของการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคง และอีก เรื่องหนึ่ง คือเรื่องของคำสั่ง คสช. ที่ ๑๓/๒๕๕๙ เรื่องการป้องกันและปราบปรามการกระทำ ผิดครับ ท่านประธานครับ ๒ คำสั่งนี้เป็นคำสั่งที่ถึงเวลาแล้วครับ เวลามันมาถึงแล้ว และมัน เป็นสิ่งที่จะต้องคืนให้กับข้าราชการตำรวจ หรือเจ้าพนักงานผู้ใช้อำนาจตามกฎหมายได้แล้ว ทหารยังใช้คำสั่งนี้เพื่อยึดโยงอำนาจที่เกี่ยวข้องกับคำสั่งใน ม. ๔๔ ซึ่งทำให้ทหารมีอำนาจ เรียกบุคคล เรียกคนมาสอบหรือจับกุม หรือร่วมการสอบสวน ค้นเคหะสถาน มาตรา ๒๙ นะครับ การควบคุมบุคคล และอำนาจพิเศษครับท่าน ในการควบคุมตัวไม่เกิน ๗ วันนะครับ ในสถานที่ลับโดยไม่ต้องแจ้งอะไรทั้งสิ้น การกระทำดังกล่าวนี้ มันเกินขอบอำนาจ นะครับ ผมกราบเรียนเลยครับว่าคณะกรรมการสิทธิต้องเป็นเจ้าของเรื่องนี้ให้มากขึ้นนะครับ คณะกรรมการสิทธิที่แต่งตั้งใหม่นี้ครับ จะต้องเป็นองค์กรที่ต้องเรียกร้องนะครับ และมี ส่วนร่วม ในเรื่องนี้ครับ เป็นเรื่องที่เรารับรู้แล้วว่าทหารใช้อำนาจ และรอเวลาที่จะใช้อำนาจ ตามมาตรานี้อีก ถัดจากการใช้อำนาจตาม พ.ร.ก. การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ปี ๒๕๕๘ ในมาตรา ๙ นะครับที่ใช้ออกข้อกำหนดต่าง ๆ แล้วเลื่อนระดับ ถ้ายกระดับการ ฉุกเฉินเป็นฉุกเฉินร้ายแรง ฉุกเฉินร้ายแรงยกระดับอีกครับ นี่ล่ะครับ ใช้คำสั่งนี้ถัดมา ๗ วัน ครับท่านประธานครับ ชาวบ้านเดือดร้อนครับ พวกเราก็เดือดร้อนครับท่านประธานครับ หลาย ๆ ท่านมีประสบการณ์มากมายแล้ว ในคำสั่ง ที่ ๑๓/๒๕๕๙ ครับท่านประธานครับ เป็นเรื่องของการอำนาจการปราบปรามผู้มีอิทธิพล ท่านประธานครับ ท่านประธานทราบ หรือไม่ครับ ใครคือผู้มีอิทธิพลตัวจริง ชาวบ้านเขารู้หมดครับท่านประธาน ทุกวันนี้จ่าย ๒ เท่าครับ ๒ เด้งครับ ๒ เด้งครับ ชาวบ้านรู้ครับ ผู้ประกอบการรู้ ผู้มีอิทธิพลตัวจริงคือใคร ใครเขาก็รู้ทั้งเมืองครับ คืนอำนาจให้ตำรวจเขาไปครับ หรือเจ้าพนักงานที่ตามกฎหมาย เขามี อำนาจที่จะต้องทำ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เขาจะปราบปรามผู้มีอิทธิพลนะครับ ในฐานะเป็น เจ้าหน้าที่ป้องกันและปราบปรามใช้อำนาจตามคำสั่ง ที่ ๑๓/๒๕๕๙ ไม่ว่าความผิด ๒๗ ฐานความผิด ทุกฐานความผิดที่เกี่ยวกับคดีอาญา คดีฉ้อโกง คดี พ.ร.บ. ขนส่ง คดี พ.ร.บ. คนเข้าเมือง พ.ร.บ. การพนันนะครับ ความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองแรงงาน ความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ค้ามนุษย์ เห็นหรือไม่ครับนั่นคือสิ่งที่ทหารจะเอาไปทำครับ และยัง คิดว่าจะทำต่อนะครับ ขึ้นบัญชีในกระดาษนะครับ แล้วเขาก็ไปถึงเรียกมา ปล่อยมือได้แล้วครับ นี่คือคำสั่งที่ทำให้ประชาชน ผู้ประกอบการ แม้กระทั่งเจ้าพนักงานผู้ทรงกฎหมายนั้น เดือดร้อน เพราะว่าทหารขาดองค์ความรู้ครับ ไม่มีความรู้เรื่องนี้หรอกครับ เรื่องการสอบสวน เรื่องการสืบสวน เรื่องการขยายผล ทำอย่างดีได้ครับ ทำอย่างที่เคยเป็นอยู่ คือใช้ปืน ปืนออกมาจี้เพื่อให้คนกลัวเท่านั้นล่ะครับ ถ้าไม่มีปืน แพ้ตำรวจครับท่านประธาน ผมเป็นอดีต ข้าราชการตำรวจ ตัวต่อตัวได้เลยครับ บอกมาเลยครับ ไม่มีทางชนะได้เลย ทั้งองค์ความรู้ ทั้ง ความสามารถ ทั้งประสบการณ์ในการดำเนินการเกี่ยวกับกฎหมายต่าง ๆ และดูแลประชาชน นะครับ ดูแลอย่างดีครับ ปล่อยมือให้ตำรวจทำ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ถึงเวลา แล้วครับ เวลาที่จะปฏิรูปตำรวจมาถึงแล้ว และควรจะปล่อยมือ ปล่อยให้ข้าราชการตำรวจ หรือเจ้าพนักงานตามกฎหมายนั้นได้ใช้อำนาจที่ชอบธรรม ประชาชนจะอยู่เย็นเป็นสุขครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านประเสริฐพงษ์ครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ อดีตอนาคตใหม่ ปัจจุบัน พรรคก้าวไกล ขออภิปรายร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่เสนอโดยภาคประชาชน และพรรคอนาคตใหม่ที่ผ่านมาครับ ท่านประธานครับ ร่างกฎหมายฉบับนี้สำคัญยิ่งครับ เพราะต้องยกเลิกระบอบเผด็จการที่ควบคุม กดขี่ จับกุม สร้างความเดือดร้อนให้พี่น้อง ประชาชน สร้างความเดือดร้อนให้กับวิญญูชนโดยสุจริตใจ ท่านประธานครับ ประเทศไทย เรามีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบต. เทศบาล อบจ. พัทยาหรือ กทม. วันใดวันหนึ่งครับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเหล่านั้นต่อให้มีการทุจริต ต่อให้มีข้อครหา ข้อกล่าวหาอย่างไรก็มีกระบวนการตามขั้นตอนของกฎหมาย มีการตรวจสอบ มีวาระ การดำรงตำแหน่ง ผมยกตัวอย่างครับ ท่านประธานครับ ถามว่าบ้านผมถ้ามีเทศบาลเมือง แห่งใดแห่งหนึ่งปรากฏข้อเท็จจริงไปทั่วครับว่ามีการทุจริต สมมตินะครับ แล้วมีทหารที่ ร.๑๕ พัน ๑ คลองท่อมบ้านผม ถือปืนพร้อมทหาร ๑ กองร้อยเข้ามายึดเทศบาลเมืองกระบี่ แล้วบอกว่า ท่านทุจริตออกไปผมจะบริหารเอง ผู้พันคนนั้นช่างกล้าหาญจริง ๆ ท่านมีสิทธิ อะไร ท่านมีความรู้อะไรตรงไหนที่จะไปกล่าวหาเขา และจะไปบริหารองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นแห่งนั้นด้วยตัวเอง ผมยกตัวอย่างแบบนี้ชัดครับ อำนาจประชาชนมาจากการ เลือกตั้งในระบอบการปกครองส่วนท้องถิ่น ในระดับประเทศเช่นเดียวกันครับ ประชาชน เลือกตั้ง นายกฯ เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต่อให้มีการทุจริตเราก็มีระบบการ ตรวจสอบที่ดี เราก็มีกฎหมายอาญา เรามีวินัยข้าราชการเยอะแยะไปหมด ท่านเก่งมาจาก ไหนครับ ผบ.ทบ. มีหน้าที่อะไรถึงถือปืนออกมาบอกว่าตัวเองเป็นรัฏฐาธิปัตย์กล่าวหาเขาไปทั่ว ทุจริต กล่าวหานักการเมือง ต่อให้มีข้ออ้างว่านักการเมืองทุจริตอย่างไรข้าราชการก็ต้องมี ส่วนแน่นอน นักการเมืองฝ่ายเดียวตบมือข้างเดียวไม่ดังครับท่านประธาน ต่อให้มีการทุจริต อย่างไรท่านก็ไม่มีสิทธิที่จะเข้ามาบริหารประเทศซึ่งเป็นการปล้นอำนาจประชาชน เป็นการ ทุจริตคอร์รัปชันอย่างร้ายแรงที่สุดซึ่งไม่อาจยอมรับได้ ท่านประธานครับ ทหารไม่มีหน้าที่ บริหารประเทศครับ ทหารไม่มีอำนาจบริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โน่น ไปเลือกตั้งโน่น ไปดูกติกาโน่นไม่ใช่ไปฉีกกฎหมายรัฐธรรมนูญ ทหารไปคุกคามใครครับ ไปสั่งการให้เขาไป รายงานตัว ประชาชนเขาไม่ได้ทำผิดอะไรนะครับ กฎหมายอาญาใด ๆ เขาก็ไม่ได้ทำผิด แต่สั่งให้เขาไปรายงานตัวไปกักขังเขา ไปปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของเขามันใช่หรือครับ ทหารนะครับ พร้อมถือปืนมีอาวุธ มีกองกำลัง ออกคำสั่งสารพัดออกมาไม่ต่างจากโจรครับ เพราะทำตาม อำเภอใจ เป็นการคอร์รัปชันอำนาจประชาชนอย่างร้ายแรงที่สุด ผิดกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓ แล้วปฏิเสธตัวเองไม่ได้นะครับว่า ท่านก็เป็นนักการเมืองเมื่อเข้ามาบริหาร ประเทศเพราะท่านจัดสรรทรัพยากร ท่านมีอำนาจโยกย้ายข้าราชการ ท่านจัดสรรภาษี ประชาชนซึ่งเป็นภาษีของพี่น้องประชาชนโดยส่วนรวมของประเทศ มีหน้ามาบอกว่าตัวเอง ไม่ใช่นักการเมืองได้อย่างไร ท่านคือนักการเมือง และมีหน้ามาปฏิเสธว่าวันหนึ่งไม่ใช่ เจ้าหน้าที่ของรัฐ วันหนึ่งก็เป็นด้วย มันใช่หรือครับ พ.ร.บ. ว่าด้วยบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ ของรัฐไปดูเลยครับ บัตรนายกรัฐมนตรีอย่างไรมันก็ต้องพกติดตัว แล้วมาปฏิเสธ เพื่อหลีกเลี่ยงคดีเหมืองทองอัครา น่าตลกมากครับ นักกฎหมายอย่างคุณวิษณุ เครืองาม ยังไปโอบรัดอำนาจการปฏิวัติ น่าอนาถใจที่สถาบันศาลยุติธรรมกลับยอมรับอำนาจเผด็จการ ที่ปล้นประชาชนที่ผิดกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๓ น่าอนาถใจที่สถาบันพระปกเกล้าที่มี หน้าที่ส่งเสริมประชาธิปไตยไปจากสภาแห่งนี้ ต้องไปสยบยอมกับทหารและไม่กล้าออกมา เป็นตัวยืนเพื่อพิทักษ์รักษาประชาธิปไตย คำสั่งของ คสช. ที่ออกมาหลายอันนำไปสู่ การก่อร่างสร้างตัวของโครงการนิคมอุตสาหกรรมที่จะนะ จังหวัดสงขลา ที่มัดมือมัดเท้า พี่น้องประชาชนมาจนถึงทุกวันนี้ แน่นอนครับ เห็นได้ชัด ผู้บริหารก็คนเดิมมาจาก คสช. วันนี้ ก็บริหารต่อ พี่น้องจะนะต้องขึ้นมาเรียกร้องความเป็นธรรม เซ็นหนังสือไปก็ไม่ยอมรับไม่รู้ นี่หรือครับชายชาติทหาร ท่านไม่รู้สึกอึดอัดบ้างหรือครับ ผมถามหน่อยครับ โดยเฉพาะท่าน มท. ๑ ท่านก็เป็น คสช. พลเอก อนุพงษ์ ท่านไม่อึดอัด บ้างหรือครับ ท่านเซ็นคำสั่งให้คน ๆ หนึ่งพ้นจากราชการ แต่วันนี้ท่านนั่งประชุมกับรัฐมนตรี ที่ท่านเซ็นให้พ้นจากราชการ ผมว่าผมรับไม่ได้แบบนี้ ผมถามว่าท่านเป็นชายชาติทหารจริง หรือเปล่า ไม่น่าเชื่อนะครับ เราจะรับสภาพ คสช. หรือในอนาคตที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ อีกหรือไม่ ผมรับไม่ได้ ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนก็รับไม่ได้ พี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ วันนี้ ผู้แทนราษฎรที่ลุกขึ้นมาต่างก็เป็นผู้แทนฝ่ายค้าน ผมยังหารายชื่อเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ที่เป็นรัฐบาลลุกขึ้นมาสนับสนุนการยกเลิกคำสั่งอันนี้ยังไม่ได้เลย เดี๋ยวรอฟังครับ อาจจะมี ก็ได้ ผมจะได้รู้ว่าจุดยืนของพวกเราเป็นอย่างไร ท่านประธานครับ ทหารมีหน้าที่ปกป้อง อธิปไตย ห้ามใครรุกราน ไปเปิดวิกิพีเดีย (Wikipedia) ดูสิครับ มีหน้าที่เหมือนกับเป็นผู้ต่อสู้ เป็นนักรบ เป็นส่วนหนึ่งของกองทัพ ท่านไม่ใช่นักปกครอง วันนี้ท่านต้องทบทวน โดยเฉพาะ พี่น้องประชาชนหลายคน วันนี้ได้ติดตามข่าวสาร ท่านเห็นนะครับว่าคนที่ออกมาปิดกั้น การแสดงออกในเรื่องประชาธิปไตย วันนี้หลายคนถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งให้หมดสภาพ ความเป็น ส.ส. ความเป็น ส.ส. ห้ามลงเลือกตั้งต่างหากอีก เรื่องนี้ก็เป็นตัวสะท้อนที่สำคัญว่า ความเป็นนักประชาธิปไตยจะอยู่ในตัวพวกเราหรือไม่ เดี๋ยวมาวัดกันนะครับว่า การรับ หลักการร่างกฎหมายฉบับนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญ ผมเชื่อว่าสภาแห่งนี้จะได้ทำหน้าที่ รับหลักการเพื่อจะได้ยกเลิกคำสั่งที่ออกโดยกลุ่มคณาธิปไตย ซึ่งเป็นกลุ่มคณะบุคคล ซึ่งผิดหลักการปกครอง ทุกคนผ่านเรื่องการเรียนการศึกษาประชาธิปไตยแบบนี้มาทั้งนั้น วันนี้อย่าฝืนมโนธรรมของตัวเอง อย่าฝืนองค์ความรู้ อย่าทำให้ครูในโรงเรียน อย่าทำให้ อาจารย์ในมหาวิทยาลัยของท่านผิดหวัง เขาสอนมาตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาจนถึง มหาวิทยาลัย ผมเชื่อว่าในวาระขั้นรับหลักการสภาแห่งนี้จะรับหลักการเพื่อแก้ไขยกเลิกร่าง คำสั่ง คสช. ที่ผิดหลักประชาธิปไตย ขอบพระคุณครับ🔗
อีก ๒ ท่าน เชิญท่านสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ กับท่านมานพ คีรีภูวดล เชิญท่านสมเกียรติครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร จากเขตบางนา และเขตพระโขนง พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมขออภิปรายสนับสนุน ร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกประกาศและคำสั่ง คสช. ทั้ง ๒ ฉบับนี้ ผมได้ฟังเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ได้อภิปรายไป ซึ่งผมก็เห็นด้วยทั้งหมด แต่วันนี้ผมจะมาขอยกตัวอย่างอีก ๑ ตัวอย่าง ซึ่งเป็น ประเด็นที่แตกต่างออกไป และตัวผมเองก็เพิ่งได้ประสบมากับตัวเองเมื่อประมาณเดือนที่แล้ว เองครับ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องของคำสั่ง คสช. นี้ด้วย เมื่อเดือนที่แล้วมีเรื่องร้องเรียนมาจาก คนในพื้นที่ซึ่งอยู่ในแขวงบางจากเขตพระโขนง ซึ่งผมเป็น ส.ส. อยู่ เป็นข้อร้องเรียนเกี่ยวกับ ข้อพิพาทของวินมอเตอร์ไซค์รับจ้างและผู้โดยสารที่เรียกแกร็บไบก์ (Grabbike) อันนี้เป็น ประเด็นรองครับ ส่วนที่เกี่ยวข้องก็คือมีทหารเข้ามาเกี่ยวข้องในกระบวนการนี้ด้วย ผมขอ อนุญาตรูปที่ได้ขออนุญาตไว้แล้วขึ้นครับ🔗
อันนี้เมื่อต้นเดือน พฤศจิกายนที่ผ่านมาจะเห็นว่าก็มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงมาพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นสถานีตำรวจ ในพื้นที่ เทศกิจของเขต และกรมการขนส่งทางบกครับ แต่ว่าชาวบ้านมีข้อสงสัยว่า ทำไมถึงมีทหารเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ในเมื่อหน่วยงานที่กล่าวมาข้างต้นก็เพียงพอที่จะจัดการ ดูแลปัญหานี้เรียบร้อยแล้ว รูปถัดไปครับ ถึงแม้ว่าในวันนั้นจะไม่ได้ข้อสรุปข้อพิพาท เรื่องนี้ แต่วินมอเตอร์ไซค์ก็รับปากว่าจะไม่ให้เกิดปัญหาที่มีความรุนแรงเกิดขึ้น สิ่งที่เกี่ยวข้องก็คือมีผู้มาแสดงความคิดเห็นจำนวนมากถึงบทบาทของทหารว่า ทำไมถึงเข้ามา มีส่วนเกี่ยวข้อง ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเพียงแค่ ๓ ตัวอย่าง อ่านให้ฟังนะครับว่า ตัวอย่าง ความคิดเห็นที่ ๑ ทหารคือเจ้าของวินใน กทม. หรือมาทำอะไร ตัวอย่าง คอมเมนต์ (Comment) ที่ ๒ แค่เรื่องการเดินทางของประชาชนยังมีอิทธิพลของคนทหารคุมเลย แล้วออกกฎหมายหยุมหยิมจริง ๆ ประเทศกูมี ขอยกตัวอย่างสุดท้ายซึ่งอาจจะยาวนิดหนึ่ง นะครับ อยากให้ขยายความเรื่องที่ทหารมาด้วยหน่อยครับ ถึงแม้จะมาดีแต่มันหมดเวลาแล้ว ไม่ใช่หรือ ทำไมมายุ่งอะไรกับเขาอีก ใช้อำนาจอะไรตามกฎหมายไหน มันควรจะกลับเข้า กรมกองไปได้แล้ว บ้านเมืองไทยควรจะไปใช้กลไกปกติทำหน้าที่ของตัวเอง ไม่ใช่ทหารต้อง ไปเกี่ยวข้องทุกเรื่อง ข้องใจมากครับ เพราะถ้าไม่ตักเตือนทหารไทยจะไม่รู้หน้าที่ของตัวเอง ว่าควรทำอะไร อะไรไม่ใช่หน้าที่ของทหารก็ไม่ควรไปยุ่ง อยากทราบมาก ๆ เลยครับ ท่าน ส.ส. ควรทำเรื่องนี้ให้กระจ่างด้วย อันนี้เป็นความคิดเห็นของคนในพื้นที่ในเขตพระโขนง ซึ่งผมก็เชื่อมั่นว่าในพื้นที่อื่น ๆ ของกรุงเทพฯ ก็มีความคิดเห็นไม่แตกต่างกัน เรื่องนี้ ผมก็ได้นำเรื่องเข้าคณะอนุกรรมาธิการที่พิจารณาเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีนิวนอร์มัล (New Normal) ทางกรมการขนส่งทางบกได้ให้ข้อมูลมาว่า ที่ทหารเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็เพราะว่ามีนโยบายของ คสช. เรื่องหนึ่งเกี่ยวกับการจัดระเบียบรถจักรยานยนต์สาธารณะ ทำให้ในกรุงเทพมหานครทุกพื้นที่ซึ่งประกอบไปด้วย ๕ พื้นที่ ผมจะขอยกตัวอย่างเพียง ๑ พื้นที่ ที่เหลือมีโครงสร้างคล้าย ๆ กันครับ นอกจะมีกรุงเทพมหานครโดยสำนักงานเขต มีสถานีตำรวจในพื้นที่ แต่ยังมีผู้แทนจากกองทัพที่ได้รับมอบหมายจากกองทัพเป็น อนุกรรมาธิการด้วย นอกจากนั้นยังมีนายทหารที่ได้รับมอบหมายจากผู้แทนกองทัพเป็น ผู้ช่วยเลขานุการ นี่เป็นตัวอย่างของกรุงเทพมหานครเท่านั้นครับ และเป็นของวินมอเตอร์ไซค์ ขอสไลด์ (Slide) สุดท้ายครับ ไม่เฉพาะวินมอเตอร์ไซค์เท่านั้นครับ การจัดระเบียบรถตู้ สาธารณะก็ยังมีทหารมาเกี่ยวข้องด้วย อันนี้คือคำสั่งระเบียบและแก้ไขปัญหารถตู้โดยสาร สาธารณะ จะขอยกตัวอย่างใน ๒ พื้นที่นะครับ ในพื้นที่แรกคือพื้นที่สถานีขนส่งจตุจักร ก็จะมีผู้บังคับการกรมทหารราบที่ ๑๑ รักษาพระองค์หรือผู้แทน เป็นผู้ทำงาน ในคณะทำงานที่ ๒ พื้นที่รับผิดชอบขนส่งผู้โดยสารเอกมัย ก็จะมีกรมทหารม้าที่ ๑ รักษาพระองค์ หรือผู้แทน เป็นผู้ทำงาน จะเห็นได้ว่าทำไมทหารเองซึ่งมีหน้าที่หลักอยู่แล้ว ยังต้องมีหน้าที่ในการดูแล ทั้งมอเตอร์ไซค์หรือรถตู้สาธารณะ ซึ่งมีหน่วยงานที่กำกับรับผิดชอบอยู่แล้ว ผมก็ขอแสดง ความคิดเห็นซึ่งเหมือนกับประชาชนหลาย ๆ คนมีความสงสัยกัน ทหารควรจะไปพัฒนาเรื่อง ของตัวเอง ไปรีสกิล (Reskill) อัปสกิล (Upskill) ทักษะที่เป็นหน้าที่หลักของตัวเองครับ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด แล้วเพื่อให้ประชาชนยอมรับและทำให้ทหารดูดีขึ้นในสายตา ประชาชนครับ สุดท้ายผมก็จะขอสนับสนุนทั้ง ๒ ญัตตินี้ซึ่งเป็นญัตติหนึ่งที่มาจากประชาชน และอีกญัตติหนึ่งมาจากพรรคอนาคตใหม่ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญท่าน มานพครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ ผมมีเหตุผลที่จะอภิปรายเพื่อที่จะสนับสนุนร่างแก้ไขยกเลิกคำสั่ง คสช. ทั้ง ๒ เลยนะครับ ผมมีเหตุผลอย่างนี้ครับท่านประธานครับ คำสั่ง คสช. นี่นะครับ การเกิดขึ้นของการรัฐประหารทุก ๆ ครั้งที่เกิดขึ้น ประเด็นหนึ่งที่จะอ้างเหตุผลเพื่อสร้าง ความชอบธรรมก็คือ เรื่องของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านประธานครับ ขอสไลด์ (Slide) ขึ้นด้วยครับแผ่นที่ ๑ นะครับ🔗
ท่านประธานทราบไหมครับ กระบวนการออกคำสั่ง ที่ ๖๔ และ ๖๖/๒๕๕๗ มีผลกระทบกับพี่น้องประชาชนอย่าง มหาศาลทั่วประเทศโดยเฉพาะพี่น้องที่อยู่ในเขตป่า กระบวนการออกคำสั่งเหล่านี้เพื่อสร้าง ความชอบธรรมแล้วก็กระตุ้นให้คนชั้นกลางว่า สิ่งที่คณะรัฐประหารดำเนินการจะเป็นการ แก้ปัญหาประเทศชาติ สไลด์ (Slide) ที่ ๒ เลยนะครับ การคิดโดยกระบวนการดังนี้ผู้คนที่จะมาร่วมคิดร่วมทำมีน้อยมากท่านประธานครับ คณะใน การคิดมีแค่ ๑๗ คนครับท่านประธานครับ และกำลังจะแก้ไขปัญหาโดยใช้วาทกรรมที่ว่า ทวงคืนผืนป่าครับ กระบวนการนี้ชื่อมันดูดีนะครับท่านประธาน เป็นการทวงคืนผืนป่า ผมถามว่าทวงกับใคร ที่ไหน อย่างไร อันนี้เดี๋ยวผมจะลงรายละเอียด หลังจากนั้นก็ออกเป็น แผนแม่บท ในสไลด์ (Slide) แผ่นนี้เป็นการออกแผนแม่บทนะครับ เพราะฉะนั้นกระบวนการ ทั้งหมดผลที่ตามมาโดยกระบวนการอำนาจรัฐประหารมันไปกระทบกับพี่น้องประชาชน สไลด์ (Slide) ต่อไปเลยนะครับ อันนี้คือผลของการออกคำสั่ง คสช. ที่ ๖๔/๒๕๕๗ และ ๖๖/๒๕๕๗ ครับท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ในเขตป่า ไม่ว่าจะเป็น ภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง เราจะเห็นช่วงสถานการณ์ใหม่ ๆ ก็จะมีคณะทหาร ผสมสนธิกำลังกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่ปกครองนะครับ เข้าไปตัดต้นยางพาราของพี่น้อง ประชาชน เข้าไปยึดพื้นที่ ทั้ง ๆ ที่นโยบายก่อนหน้านี้ก็คือเรื่องของการส่งเสริมให้พี่น้อง ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่อย่างยั่งยืน ไม่ใช่หรือที่จะให้พี่น้องประชาชนมีปากมีท้อง มีเงินมีทอง เพื่อที่จะให้ลูกหลานได้เรียนหนังสือ ประกาศเหล่านี้ได้ส่งผลกระทบให้พี่น้อง ประชาชน โดยรวม ๆ แล้วเกือบ ๓๐,๐๐๐ คดีตอนนี้ที่ยังคาอยู่ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ ท่านประธานครับ ปี ๒๕๕๒-๒๕๕๖ ก่อนที่จะมีการรัฐประหารมีคดีอยู่ ๖,๖๕๖ คดี ปี ๒๕๕๗-๒๕๕๘ เกิดขึ้น ๙,๒๓๑ คดี เพิ่มขึ้น ๓๘ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ในพื้นที่กรมป่าไม้นะครับ ในพื้นที่กรมอุทยานครับ ปี ๒๕๕๒-๒๕๕๖ ๕,๐๐๐ คดี ปี ๒๕๕๗-๒๕๕๙ ๖,๐๐๐ คดี เพิ่มขึ้น ๑๘ เปอร์เซ็นต์ ผมถามว่าก่อนหน้านี้มันเกิดอะไรขึ้น และที่มันเพิ่มขึ้นคุณไปยึด คุณไปกระทำกับพี่น้องประชาชนส่วนไหนของประเทศนี้ ท่านประธานครับ ผมอยากให้ดู ข้อมูลข้อเท็จจริงในพื้นที่ครับ สไลด์ (Slide) ต่อไปเลยผมอยากให้เห็นนะครับ นี่คือพี่น้อง ประชาชนที่ถูกกระทำจากคำสั่ง คสช. ที่ ๖๔/๒๕๕๗ และที่ ๖๖/๒๕๕๗ ไม่ใช่เฉพาะที่เห็น เท่านี้นะครับ ยังมีพี่น้องประชาชนที่ไม่กล้าที่จะเผชิญไม่กล้าที่จะต่อสู้ ไม่กล้าที่จะปรากฏ ตัวตนโดยอำนาจคำสั่ง คสช. เหล่านี้ ผมถามว่าคดีเกือบ ๓๐,๐๐๐ คดี ซึ่งวันนี้ยังไม่นิ่ง นะครับ ผมเองก็อยู่ในคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ดินก็เจอปัญหาเหล่านี้ ไม่ได้เฉพาะพี่น้อง ชาติพันธุ์ของผมครับ พี่น้องคนไทยทั่วไปเจออยู่ในสภาพเดียวกันว่า การมีสถิติคดีที่เพิ่มขึ้น เหล่านี้มันเป็นนโยบายเพื่อที่จะตอบสนองในของผู้ปฏิบัติงานหรือไม่ หรือว่าเป็นกระบวนการ เพื่อที่จะแก้ปัญหาจริง ๆ🔗
สุดท้ายครับท่านประธานที่ผมอยากจะชี้ให้เห็นถึงประเด็นตรงนี้ครับว่า ที่บอกว่าจะเป็นการเอาคืนผืนป่ากับคนที่บุกรุกที่ดินของรัฐ ผมถามว่าข้อมูลทั้งหมดจำนวน ๓๐,๐๐๐ กว่าคดี ผมถามว่าเป็นนายทุนหรือไม่ ผมถามว่าเป็นกลุ่มคนที่มีอันจะกินที่เข้าไป ยึดพื้นที่ของรัฐหรือไม่ ผมถามว่าเป็นคนที่มีศักยภาพและมีศักดิ์ศรีหรือมีทรัพยากรมาก พอที่จะเข้าไปยึดที่ของรัฐหรือไม่ ไม่เลยครับท่านประธานครับ สิ่งที่เราพบเจอไม่ว่าจะเป็น หน้าสื่อกับข้อมูลเครือข่ายพี่น้องประชาชนที่ส่งมาก็คือ เป็นพี่น้องประชาชนผู้ไร้ที่ดินทำกิน ยังอาศัยอยู่ในที่ดินของรัฐ อาศัยในที่ดินของรัฐทั้งที่เป็นในรูปแบบของพื้นที่ครอบครอง พื้นที่ที่ยังไม่ได้ชอบด้วยกฎหมาย แต่เป็นพื้นที่ที่โดยรวมแล้วคือเป็นพื้นที่ของรัฐ ถ้าหากว่า นโยบายตรงนี้ได้มีการดำเนินการอย่างเข้มข้นต่อไปนะครับ ซึ่งหมายถึงว่าพี่น้องประชาชนประมาณเกือบ ๑๐ ล้านคน ที่อยู่ในเขตป่าวันนี้จะถูกดำเนินคดี เกือบทั้งหมด เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ในทางกลับกันสิ่งที่ประชาชนได้รับจากคำสั่งนี้ แทนที่มันจะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ขอภาพสุดท้ายอีกที ผมขอถามว่า คำสั่ง คสช. ที่เกิดขึ้น ที่ ๖๔/๒๕๕๗ กับที่ ๖๖/๒๕๕๗ ท่านดำเนินการโดยมีเป้าหมายเจตนา เพื่อที่จะ จัดการนายทุนจริง ๆ หรือไม่ หรือว่าถ้าหากว่าจะดำเนินการนายทุนจริง ๆ แต่ภาพ ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ทำไมเกิดกับพี่น้องประชาชนคนยากคนจน หรือว่าท่านต้องการเพียง แค่จะสร้างภาพ เพื่อที่จะรับรองว่าท่านได้ทำรัฐประหารเพื่อคนส่วนใหญ่ ซึ่งข้อเท็จจริงแล้ว ไม่ใช่ครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗
ยังมี ท่านสมาชิกอีกจำนวนมากที่จะอภิปราย ถ้าท่านสมาชิกท่านใดจะขออภิปรายเพิ่มเติม จากรายชื่อที่ผมมีอยู่ ๒๒ ท่าน ท่านรีบมาแจ้งชื่อนะครับ ผมจะปิดภายใน ๕ นาที เพราะว่า ผมต้องบริหารเวลา อีกประการหนึ่ง ข้าราชการของสภาเขาจะได้ทราบว่าเราจะจบประมาณ เท่าไร เขาจะได้กะคราว ๆ เราต้องบริหารเวลาครับ อีก ๕ นาที ผมจะปิดแล้วนะครับ เชิญครับท่านทั้งฝ่ายค้าน และฝ่ายรัฐบาลถ้ามีความประสงค์จะมาอภิปรายก็มาลงชื่อ ภายใน ๕ นาทีผมจะปิดแล้วครับ เชิญต่อไปอีก ๒ ท่าน ท่านปดิพัทธ์ สันติภาดา กับท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคก้าวไกล เหลือเวลา อีก ๕ นาทีที่จะลงชื่อผมอยากเชิญชวน ส.ส. รัฐบาลมาลงชื่อด้วย เพราะว่าผมอยากฟัง เหตุผลจากฟากท่านด้วย เพื่อเราจะพิจารณากันว่าจะรับหรือไม่รับหลักการ ท่านประธานครับ คำสั่ง คสช. เหล่านี้ทางผู้เสนอได้ชี้แจงไปหมดแล้ว ในหลักการใหญ่ ซึ่งเราแทบจะไม่ต้อง อภิปรายกันเลยว่า ในระบอบประชาธิปไตยที่เรากลับคืนมาแม้จะเป็นเพียงประชาธิปไตย แค่บางส่วน แต่ถ้าเราไม่ยกเลิกคำสั่ง คสช. เหล่านี้และผลพวงของมันที่อยู่ในกฎหมายต่าง ๆ อยู่ในระเบียบต่าง ๆ และอยู่ในวัฒนธรรมของประเทศไทยเราไม่สามารถที่จะหลุดออกจาก วัฒนธรรมอันเลวร้ายได้ฉุดรั้งของประเทศของเราไว้ได้ตอนนี้ เพื่อนสมาชิกของเราได้ อภิปรายไปในหลายมุม หลายมิติ แต่สิ่งที่ผมอยากจะอภิปรายสนับสนุนเพิ่มเติมก็คือ เรื่องของคำสั่งของ คสช. เหล่านี้จำกัดสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน ท่านประธานครับ เมื่อมี การปฏิวัติรัฐประหารทุกครั้งก็จะมีการเข้าควบคุมข้อมูลข่าวสาร เพื่อจะจัดการไม่ให้เกิด ความเห็นต่าง ไม่ให้เกิดการต่อต้าน แล้วสิ่งที่ คสช. ทำ ก็ทำแบบเดียวกัน แต่สิ่งที่มันแย่ กว่านั้นก็คือ ได้มีการถ่ายโอนอำนาจภารกิจเหล่านี้ลงไปอยู่ที่ กสทช. ท่านประธานครับ ประกาศคำสั่ง คสช. ฉบับที่ ๑๔/๒๕๕๗ ห้ามสื่อมวลชนสัมภาษณ์บุคคลที่อาจขยายความ ขัดแย้ง หรือสร้างความสับสน ไม่อย่างนั้นก็จะถูกระงับการเผยแพร่ ท่านประธานทราบไหม ครับ ว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา พลโท พีระพงษ์ มานะกิจ ได้เรียกสื่อมวลชนเข้าไปหารือ เราไม่มี คสช. แล้วนะครับ แต่เรามี กสทช. ที่เรียกสื่อมวลชนเข้าไปหารือ และอาศัยมาตรา ๓๗ ที่จะ ทำให้สื่อมวลชนจะต้องเสนอข่าวสารที่หลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความขัดแย้งในสังคม และไม่ทำให้ เกิดแนวคิดของการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ซึ่งสืบเนื่องมาจากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่มีการพูดถึงการล้มล้าง การปกครองของแกนนำ แต่ท่านประธานทราบไหมครับว่า การหารือในวันนั้นบอกให้มี การหลีกเลี่ยงการนำเสนอ ๑๐ ข้อเรียกร้องในการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ไม่ใช่แค่ บุคคลที่มีความคิดแบบนั้น ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ แต่บุคคลที่เข้าข่ายว่าจะมี ความคิดแบบเดียวกันด้วย นอกจากนั้นพรรคการเมืองที่เสนอให้มีการแก้ไขมาตรา ๑๑๒ กสทช. บอกว่าให้เสนอได้เพียงแค่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น แต่สัมภาษณ์ผู้เสนอไม่ได้ สัมภาษณ์ พรรคการเมืองไม่ได้ สร้างเวทีในการอภิปรายถกเถียงไม่ได้ ท่านประธานครับ นี่คือวัฒนธรรม ที่ทำให้ตอนนี้นะครับ เรามีสิทธิเสรีภาพสื่อต่ำกว่าพม่า ปี ๒๕๖๓ เราอยู่ที่อันดับที่ ๑๓๗ มีเดีย ฟรีดอม อินเด็กซ์ (Media Freedom Index) ได้บอกเอาไว้ตามหลังอัฟกานิสถาน ท่านประธานครับ สิ่งแบบนี้ถ้าเราไม่ได้ถอยกลับไปที่จุดเริ่มต้นก็คือเรามีคำสั่ง คสช. จำนวน มากที่ปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน เรานึกว่าเรื่องนี้จะดีขึ้นนะครับ เมื่อมีการเลือกตั้ง ในปี ๒๕๖๒ แต่ปรากฏว่าตอนนี้สถานการณ์ไม่ได้ดีขึ้นเลยครับ เราเห็นชัดเจนว่าในตอนที่มี การชุมนุมเรียกร้องในสิทธิที่ดินทำกินและสิ่งแวดล้อมของชาวจะนะ คฝ. ปิดกั้นสิทธิเสรีภาพ ของสื่อ มีการใช้ไฟฉายทำให้ไม่สามารถจะถ่ายภาพ ไม่สามารถถ่ายเหตุการณ์ได้ ตอนที่มี การชุมนุมที่ดินแดง มีการสั่งให้สื่อออกจากพื้นที่ในการชุมนุมและไม่สามารถจะบันทึกภาพ การใช้ความรุนแรงของ คฝ. ได้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ครับ ในปีที่แล้วในการสลายการชุมนุม ในเดือนตุลาคมมีผู้สื่อข่าวถูกจับ โดยเฉพาะผู้สื่อข่าวที่อยู่ที่สำนักข่าวประชาไท และไม่มีข้อกล่าวหาใด ๆ แต่ถูกควบคุมตัวมากกว่า ๖ ชั่วโมง ราวกับเขาเป็นอาชญากร ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้เองทำให้เราเห็นว่าคำสั่ง คสช. ที่เป็นจุดเริ่มต้นเหล่านี้ และระบบเผด็จการอำนาจนิยมที่ปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน กำลังทำให้ประเทศของ เราอยู่ในภาวะวิกฤต แต่เนื่องจาก กสทช. เองก็รับอุดมการณ์ของ คสช. มานะครับ โดยเฉพาะ การที่พวกเขาแต่งตั้งกรรมการทั้ง ๗ คนเข้าไป กสทช. ทำหน้าที่ปิดกั้นสิทธิเสรีภาพของ ประชาชนแทน คสช. แล้วก็ทำหน้าที่เดียวกับ คสช. ก็คือส่งเสริมความมั่งคั่งของนายทุน กสทช. ที่เรียกนักข่าวเข้าไปหารือในลักษณะเดียวกับที่ทหารเรียกคนที่มีทัศนคติ ที่ไม่เหมือนกับพวกเขาเข้าไปหารือ ในขณะเดียวกันนั้นนิ่งใบ้ในกรณีการควบรวม กิจการทรู ดีแทค ขออภัยนะครับ ผมจำเป็นต้องพูดเรื่องนี้ เพราะว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดีอี (DE) ได้ตอบแล้วว่าพวกเขาแทบจะไม่มีอำนาจอะไรเลยในการป้องกัน การผูกขาดนี้ แล้วแบบนี้จะมีรัฐมนตรีไปทำไม แล้วแบบนี้จะมี กสทช. ไปทำไม ในเมื่อปล่อย เกียร์ว่างให้กับทุนนิยมผูกขาดจากนายทุน แต่กับพี่น้องประชาชนแอ็กทีฟ (Active) แข็งขัน ที่จะปิดกั้นสิทธิเสรีภาพ กสทช. ควรจะทำเรื่องอะไรอีกครับ ตอนนี้จากการที่มีการปิดวิทยุ ชุมชนทั่วประเทศ ตอนนี้จะมีให้เปิดประมูลใหม่นะครับ และคนที่จะสามารถเข้าสู่การประมูลนี้ ได้มีข้อสังเกตว่ามีเฉพาะสื่อเจ้าใหญ่ ๆ เท่านั้นเอง ท่านประธาน นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้นกับ ประเทศของเรา ประเทศที่เรารักนะครับ แต่ถ้าสภาแห่งนี้ไม่ยอมให้มีการรับหลักการและ ไปถกเถียงกันในรายละเอียด ผมไม่รู้ว่าเราจะมีหน้าเรียกตัวเองว่าเป็นผู้แทนราษฎรได้อย่างไร และสภาของเรามันน่าอับอายมากนะครับ เราอาจจะถกเถียง ฝ่ายค้านอาจจะแพ้ในกฎหมาย อื่น ๆ ได้นะครับ แต่ถ้าเราผู้มาจากการเลือกตั้ง แต่เราปฏิเสธที่เราจะถอดถอนอำนาจของ คสช. ผมเชื่อแน่นอนว่านี่คือประวัติศาสตร์อันด่างพร้อยและเราจำเป็นที่จะต้องรับผิดชอบ ต่อพี่น้องประชาชน และผมอยากจะขอพี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ตอนนี้นะครับว่า การเลือกตั้ง ที่จะมาถึงไม่ว่าจะเกิดขึ้นเร็วหรือช้าก็ตาม เราจำเป็นที่ต้องหยุดยั้ง ถ้าเราหยุดคำสั่ง คสช. ในวันนี้ไม่ได้เพราะเราแพ้เสียงข้างมากในสภานะครับ การเลือกตั้งครั้งต่อไปจะเป็นประกาศิต ที่ประชาชนทุกคนจะพิพากษา คสช. และคำสั่ง คสช. ด้วยกันนะครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่าน วิโรจน์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ สิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราต้องยกเลิกมรดกบาปของ คสช. แล้วก็ยกเลิกคำสั่ง คสช. โดยเฉพาะที่ผมอยากจะนำเสนอท่านประธานก็คือ คำสั่ง คสช. ที่ ๒๖/๒๕๕๗ เนื้อหา มันเลวร้ายมาก แล้วก็ขัดกับหลักนิติรัฐ นิติธรรมอย่างมาก คำสั่ง คสช. ที่ ๒๖/๒๕๕๗ นี้ เป็นคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการสอดส่อง การใช้สื่อโซเชียลมีเดีย (Social Media) ของประชาชน ให้อำนาจ ๒ เรื่องที่น่ากลัวมากนะครับ ให้อำนาจปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและ สังคมตั้งคณะทำงานนะครับ เป็นเกสตาโป (Gestapo) ตรวจสอบข้อมูลในระบบคอมพิวเตอร์ นะครับ ทำตัวเป็นศาลนะครับ หากพบว่าข้อมูลใดเชิงปลุกระดมใช้วิจารณญาณของตัวเอง ได้เลยนะครับ ไม่ต้องขอหมายศาลใด ๆ นะครับ อะไรที่ยั่วยุและที่สำคัญคืออะไรที่เป็นการต่อต้าน คสช. สามารถสั่งระงับการเผยแพร่ได้เลย นี่คือความน่ากลัวที่สุดเลยของคำสั่งนี้ และคณะทำงาน ชุดนี้เป็นศาลหรือถึงกล้ามาแทรกแซงอำนาจตุลาการแบบนี้ มีอำนาจพิพากษาว่าอะไรยั่วยุ อะไรปลุกระดม อะไรเป็นพิษ อะไรเป็นภัย อะไรบิดเบือน อะไรจริง นี่คือสิ่งที่ขัดกับหลักนิติรัฐ ทั้งหมด ผมจึงไม่แปลกใจว่าทำไมประเทศสหรัฐอเมริกาถึงไม่เชิญ พลเอก ประยุทธ์ ไปร่วม ประชุมด้วย และผมยืนยันครับว่า ถ้าสภาแห่งนี้ที่ประกอบด้วยผู้แทนราษฎรที่มาจาก ประชาชนในระบอบประชาธิปไตยไม่ยอมที่จะยกเลิกคำสั่ง คสช. จะเรียกว่าตัวเอง เป็นผู้แทนราษฎรในระบอบประชาธิปไตยได้อย่างไร และนี่ก็จะเป็นเหตุผลที่เวทีสากลของ โลกไม่เชิญประเทศไทยเข้าไปในวงเวทีสากลของประเทศในระบอบประชาธิปไตยอีก และจะ เป็นความอับอายของประเทศไทยไม่จบไม่สิ้นถ้าสภาแห่งนี้ยังมี ส.ส. แบบนี้อยู่ ท่านประธาน ที่เคารพครับ คำสั่ง คสช. ที่ ๒๖/๒๕๕๗ นี้เกิดขึ้นมาเพื่อทำลายเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital) อย่างชัดเจน เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital) เราต้องการความคิดสร้างสรรค์ เราต้องการให้สังคม กล้าที่จะพูดกล้าที่จะวิจารณ์ปัญหาในสังคมต่าง ๆ ที่เป็นเพนพอยต์ (Pain point) หรือเป็น ความเจ็บปวดเพื่อจะได้มีความคิดสร้างสรรค์ร่วมกันในการคิดหาทางออกและเกิดนวัตกรรม ที่เป็นธุรกิจและเป็นการประกอบการใหม่ ๆ ใช่ไหมครับ ถามว่าความคิดสร้างสรรค์จะเกิดได้ อย่างไรครับ ถ้าสังคมนี้ไม่มีเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์ผมตั้งคำถามครับว่า ถ้ามีคำสั่งแบบนี้ เกิดขึ้นประเทศไปไหนไม่ได้ครับ เรารู้อยู่แล้วครับว่าเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital) เราพูดถึงอะไร แชริง อีโคโนมี (Sharing Economy) คือเศรษฐกิจที่เป็นการเติบโตร่วมกันของสังคม ไม่มีใครผูกขาด เป็นเศรษฐกิจแบบแบ่งปัน ณ ที่ที่ทุกคนได้แบ่งปันทรัพยากรร่วมกัน ไม่ว่าจะ เป็นแกร็บฟูด (Grab food) ทุกคนรู้จัก ทุกคนรู้จักไลน์ (Line) ทุกคนรู้จักแอร์บีเอ็นบี (Airbnb) เกี่ยวกับธุรกิจทางด้านโรงแรมและที่พักใช่ไหม ทุกคนรู้ใช่ไหมครับเศรษฐกิจ สร้างสรรค์แบบนี้เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital) แบบนี้จะเกิดขึ้นได้ต้องมีการส่งเสริมยูสเซอร์ เจเนอร์เรตเต็ด คอนเทนต์ (User Generated Content) หรือเนื้อหาสาระ หรือการรีวิว (Review) ที่เกิดขึ้นจากกลุ่มลูกค้าเอง บรรยากาศภายใต้คำสั่ง คสช. ฉบับที่ ๒๖/๒๕๕๗ ไม่สามารถที่จะทำให้เกิดเศรษฐกิจสร้างสรรค์ เศรษฐกิจดิจิทัล (Digital) ให้กับประเทศนี้ ได้เลย และยิ่งจะทำให้ประเทศนี้ล้าหลังไปเรื่อย ๆ ในสังคมโลก ท่านประธานที่เคารพครับ คำสั่ง คสช. แบบนี้ไม่แตกต่างอะไร สุดท้ายแปรรูปออกมาเป็น พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ มีแต่ สร้างความกลัว สังคมกลัว อะไรพูดได้ อะไรพูดไม่ได้ สุดท้ายมีแต่ความระแวงระแวง พอระแวงก็เกิดความเซนเซอร์ (Sensor) ตัวเอง และที่สำคัญที่สุดพอประชาชนที่อยู่ภายใต้ ความหวาดระแวง ไม่กล้าที่จะพูด ไม่กล้าที่จะวิจารณ์ ไม่กล้าที่จะสื่อสาร ไม่กล้าที่จะถกเถียงกัน สุดท้ายก็จะเกิดปรากฏการณ์ทางวัฒนธรรมที่เราไม่อยากเกิดขึ้น ซึ่งในวันนี้แม้แต่ นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ ถึงกับต้องบอกกับประชาชนว่าให้กล้าหาญที่จะยืนในโรง ภาพยนตร์ และผมเชื่อด้วยนะยิ่งถ้าประชาชนรู้ว่านี่คือคำสั่งหรือความคิดของ พลเอก ประยุทธ์ สั่งให้ยืนเขายิ่งไม่ยืน เพราะเขาต้องการที่จะต่อต้าน เขาต้องการที่จะไม่ให้ความ ร่วมมือกับคนอย่าง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เป็นเผด็จการ ท่านประธานที่เคารพครับ เราต้องการเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital) และเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital) ที่สำคัญที่สุดการสร้าง ความปลอดภัยในระบบไซเบอร์ (Cyber) การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนทุกคน ในโลกไซเบอร์ (Cyber) สำคัญยิ่งกว่าการจับคนผิด เพราะบางครั้งการกระทำความผิดมัน เกิดในราชอาณาจักรอื่น เกิดในประเทศอื่นเราจับไม่ได้ แต่เราปกป้องข้อมูลส่วนบุคคลของ ประชาชนได้ แล้วเกิดอะไรขึ้นกับประเทศนี้ เกิดอะไรขึ้นกับรัฐบาลของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เลื่อนการบังคับใช้ พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมาเรื่อย ๆ แล้วเกิดอะไรขึ้นกับ ข้อมูลผู้ป่วย ๑๖ ล้านคน ที่หลุดออกไป ถูกแฮ็ก (Hack) ออกไป ล่าสุดไลน์เพย์ (Line Pay) ๑๓๓,๔๘๔ บัญชีรายชื่อก็หลุดออกไปอีก ขบวนการไอโอ (IO) ในยุคผมค่าจ้างถูกหน่อย ๓๐๐ ต้องหักให้นาย เหลือ ๑๐๐ ทุกวันนี้ก็ยังมีอยู่ ทวิตเตอร์ (Twitter) แบนแอกเคานต์ (Ban account) ที่เขาเชื่อว่ามาจากหน่วยงานของรัฐไปถึง ๒ ครั้ง ครั้งที่ ๒ กระทบกระเทือนที่สุด เพราะมีการแบน แอกเคานต์ (Ban Account) ของโรงเรียน จิตอาสาพระราชทานด้วย ด้วยข้อหาว่าอะไรครับ เป็นบัญชีสแปม (Spam) และทำผิด ข้อบังคับของทวิตเตอร์ (Twitter) ถามว่า พลเอก ประยุทธ์แก้ไขอะไรได้ไหม เว็บไซต์ พูโลนี บล็อกสปอต (www.pulonyblogspot.com) ที่คอยสร้างเนื้อหายุยงปลุกปั่นสร้าง ความแตกแยกให้กับประชาชนใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทุกวันนี้ก็ยังปฏิบัติการอยู่ สื่อลาม เด็ก พนันออนไลน์ (Online) ท่านประธานเข้าไปเจอแน่นอนก็ยังอยู่ ไม่แก้ นี่คือ อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์ไม่ทำอะไรเลยปล่อยปละละเลย แต่เป็นเกสตาโป (Gestapo) มาส่องบัญชีส่องระบบคอมพิวเตอร์ของประชาชนแบบนี้ นี่คือผลพวงอันเลวร้ายของคำสั่ง คสช. ที่ ๒๖/๒๕๕๗ ผมยืนยันนะครับข่าวแอปเปิล (Apple) ที่ส่งอีเมล (e-Mail) ถึงนัก กิจกรรมและนักวิชาการว่ามีความพยายามที่จะเจาะข้อมูลจากหน่วยงานที่สนับสนุน โดยภาครัฐ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มากครับ แต่ปรากฏว่ารัฐมนตรีดีอีเอส (DES) บอกว่าไม่รู้ ไม่มี จะก็อบปี (Copy) พลเอก ประวิตร มาทำไมครับ แสดงว่าในแอปเปิล (Apple) โกหก หรือครับ ตกลงแล้วผมมั่นใจว่าประชาคมโลกเขาเชื่อ ทิม คุกของแอปเปิล (Apple) มากกว่า เชื่อรัฐมนตรีดีอีเอส (DES) แน่นอน ผมว่าผมจึงขอสนับสนุน พ.ร.บ. ฉบับนี้แล้วก็ขอเชิญชวน เพื่อนสมาชิกทุกคนในการร่วมยกมือเพื่อปลดคำสั่ง คสช. ให้ได้เสียที ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน🔗
อีก ๒ ท่าน ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน กับท่านธีรัจชัย พันธุมาศ เชิญท่านพิเชษฐ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ประเทศเรามีการปฏิวัติรัฐประหารอย่างรุนแรงใน ๑๓ ครั้ง ช่วงที่ผมมีชีวิต อยู่นี้เจอด้วยตัวเอง ๖ ครั้ง การปฏิวัติถ้าเกิดไม่มีการปฏิวัติในประเทศไทยป่านนี้ประเทศไทย เป็นประเทศที่พัฒนาแล้วเหมือนประเทศญี่ปุ่น เหมือนประเทศอังกฤษ เหมือนประเทศยุโรป ทั้งหลาย แต่เรามีวิบากกรรมจะต้องมาเจอกับการปฏิวัติรัฐประหารทำให้ประเทศถดถอย แล้วก็ยังไม่เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ท่านประธานครับ ยึดอำนาจแล้วก็ตั้งตัวเป็นรัฏฐาธิปัตย์ แล้วก็ฉีกแล้วรัฐธรรมนูญภาคประชาชน แล้วก็ประกาศ แล้วก็ออกคำสั่งเพื่อให้เกิดความสงบ ราบคาบ เพื่อให้ประชาชนไม่มีโอกาสได้ต่อสู้ ท่านประธานครับ เสร็จแล้วก็ร่างรัฐธรรมนูญ ฉบับชั่วคราวขึ้นมาปกครองประเทศ จากนั้นก็ร่างรัฐธรรมนูญถาวรขึ้นมา อันนี้ก็คือวิชาของ นักปฏิวัติซึ่งประเทศไทยได้ชื่อว่าเป็นนักปฏิวัติที่ยอดเยี่ยมสำเร็จมาทุกครั้ง แล้วก็เป็นต้นแบบ ของเผด็จการทั่วโลก ท่านประธานที่เคารพครับ เดือนสิงหาคมปี ๒๕๖๕ นี้ คณะปฏิวัติ หัวหน้าที่ชื่อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็จะครบอายุการเป็นนายกรัฐมนตรี ๘ ปีเต็ม เมื่อถึง วันนั้น รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ได้เขียนไว้ว่า คนที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีเป็นได้ ๒ สมัย สมัยละ ๔ ปี ๒ สมัยก็ ๘ ปี จะครบสิงหาคม ปี ๒๕๖๕ นี้ ผมอยากจะดูว่ากระบวนการ ยุติธรรมของประเทศไทยนั้นจะยังคงอยู่หรือไม่ หรือจะข้าง ๆ คู ๆ ไปกันต่อ ท่านประธานครับ ทุกวันนี้ทั่วโลกเขาไม่ไว้วางใจเขาไม่เชื่อมั่น แล้วประกาศของคณะปฏิวัตินั้นยังคงอยู่ทุกฉบับ มีมาตรา ๔๔ ในยุคสมัยนี้ เด็กก็รู้จัก คนแก่ก็รู้จัก มาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ปี ๒๕๕๗ สร้างความเสียหายแค่เรื่องเดียวเหมืองทองอัครา ไปปิดเหมืองทองซึ่งเป็น พันธะสัญญาระหว่างประเทศ วันนี้เขาฟ้องประเทศไทย พลเอก ประยุทธ์ ก็เอาเงินของราชการไปจ้างทนายไปต่อสู้ ระหว่างประเทศ วันนี้มีแนวทางที่จะแพ้ กำลังมีการเจรจาที่จะมอบสัมปทานให้อีก หลายแสนไร่ให้กับบริษัทต่างประเทศ ซึ่งตัวเองไปปิดเหมืองเขา เสร็จแล้วความเสียหายไม่ใช่ ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ความเสียหายของเขา เขาบอกว่าเป็นแสนล้าน เพราะบริษัทที่ ทำเหมืองทองนั้น เขามีพันธะสัญญากับบริษัทค้าทองทั่วโลก เขาจะต้องส่งทองไปยังทั่วโลก วันนี้เขาส่งทองไม่ได้เขาถูกปิดเหมือง เขาเอาสัญญานั้นมาทวงเงินกับประเทศไทย มันถึงไม่ใช่ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ยิ่งนานวันก็จะเป็นแสนล้านบาท นี่คือความเสียหายของมาตรา ๔๔ ท่าน ประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าประกาศและคำสั่งที่มันแทรกซึมเข้าไปในเนื้อกฎหมาย ของประเทศไทย ตั้งแต่ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ เรื่อยมาเรื่อย ๆ มันถูกหลอมรวมแทรกซึม เข้ามาในกฎหมาย บางฉบับยกเลิกไม่ได้ บางฉบับไม่สามารถที่จะทำอะไรได้เลย มันถึงมี ประวัติศาสตร์การปฏิวัติมายาวนาน แล้วก็ยังหลงเหลืออยู่ในประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าการปฏิวัติรัฐประหาร มันไม่ใช่สิ่งที่เป็นวัฒนธรรมที่ดี สำหรับประเทศไทย เพราะฉะนั้นอยากจะฝากว่า วันนี้เพื่อน ส.ส. ทั้งหลายนักการเมืองวันที่ เราถูกปฏิวัติรัฐประหาร เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ นั้น เราหนีหัวซุกหัวซุนถูกเรียกตัว ถูกทำร้าย ถูกกดขี่ ก่อนเลือกตั้งนักการเมืองพรรคต่าง ๆ ได้สัญญากับพี่น้องประชาชนว่า ขอให้ได้เข้ามาเป็น ส.ส. ขอให้พรรคเขาได้รับเลือกตั้ง เขาจะไม่เอาเผด็จการ เขาจะไม่ร่วม รัฐบาลกับเผด็จการเด็ดขาด วันนี้ก็อย่างที่เราเห็นเพื่อประเทศชาติ เพื่อให้ประเทศเดินไปได้ ก็ร่วมรัฐบาล ผมไม่ว่าครับ แต่เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ หมายความว่าถ้าร่วมรัฐบาลไม่เป็นไร แต่อยากจะให้ท่านได้สำนึกว่า คำสั่งของคณะปฏิวัติทุกฉบับมันเป็นตราบาปให้กับลูกหลานเรา อยากจะให้ท่านพี่น้อง ส.ส. พรรคการเมืองทุกพรรคได้ช่วยกันล้างมลทินเหล่านี้ให้ประเทศไทย มันเป็นประเทศที่ศิวิไลซ์ ทั่วโลกจะได้ยอมรับได้ วันนี้ฝากนักการเมืองในสภาทั้ง ๕๐๐ ท่าน ว่า ให้สำนึก สำนึกว่าเผด็จการทำลายล้างประเทศ เผด็จการทำให้ประเทศถดถอย ฝากท่าน ช่วยกันเอาคำสั่งและประกาศนี้ออกไปให้ได้จากประเทศไทย ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
เชิญท่าน ธีรัจชัย พันธุมาศ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตท่านประธานในการอภิปรายเกี่ยวกับญัตติที่ให้ยกเลิกคำสั่ง คสช. ทั้งของร่างประชาชน และของร่างอดีตพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเสนอโดยอาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล ท่านประธานครับผมขอเรียนอย่างนี้ว่า คำสั่ง คสช. ชื่อก็บอกแล้วเป็นคำสั่ง ที่ไม่ปกติในระบอบประชาธิปไตย นั่นคือเป็นคำสั่งที่มาจากคณะรัฐประหารที่ออกมา เพื่อรักษาอำนาจ และขยายอำนาจของตัวเอง มิใช่คำสั่งที่เคารพสิทธิการถ่วงดุลอำนาจของ ฝ่ายนิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ ไม่ได้เคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชน แต่เพื่อคุ้มครอง อำนาจตัวเอง ให้ตัวเองอยู่นาน ๆ เท่านั้น และแทรกซึมจนกระทั่งมีรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่ก็มิได้เป็นประชาธิปไตยอย่างเต็มที่ มีแค่การเลือกตั้ง แต่อย่างอื่นถูก ควบคุมโดยอดีตคณะ คสช. อย่างสิ้นเชิง🔗
ผมขออภิปรายในกรณีของคำสั่ง คสช. ๓/๒๕๕๘ และ ๑๓/๒๕๕๙ คำสั่งตรงนี้ เป็นคำสั่งที่ค่อนข้าง ไม่ใช่ค่อนข้างนะครับ ใช้ให้อำนาจแก่คนที่ไม่เหมาะสมในการที่มา คุกคาม หรือมาควบคุมกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยและเรื่องอื่น ๆ กระบวนการยุติธรรมปกติแล้ว อำนาจในการสั่งออกหมายจับ จับกุมคุมขัง ปล่อยตัวชั่วคราว หรืออำนาจสั่งห้ามต่าง ๆ มักจะเป็นอำนาจของศาล เช่น ออกหมายจับ ออกหมายค้น ออกหมายปล่อย แต่อำนาจตรงนี้คณะ คสช. ได้ออกมาตามมาตรา ๔๔ เขาให้เจ้าหน้าที่ รักษาความสงบเรียบร้อย หมายความว่า ข้าราชการทหารซึ่งมียศตั้งแต่ ร้อยตรี เรือตรี เรืออากาศตรีขึ้นไป ซึ่งหัวหน้าคณะ คสช. ได้แต่งตั้งและมีผู้ช่วยคณะรักษาความสงบ เรียบร้อย ก็คือมียศต่ำลงมา ฉบับที่ ๑๓/๒๕๕๙ ก็เปลี่ยนแค่เจ้าพนักงานป้องกันและ ปราบปราม และผู้ช่วยเจ้าพนักงานป้องกันและปราบปราม และเปลี่ยนโทษข้อหา ที่ดำเนินการ โดยเขาให้อำนาจค่อนข้างที่จะมากครับ ให้อำนาจในการดูโทษของโทษของ ความผิดอันฝ่าฝืนคำสั่งคณะ คสช. ความผิดความมั่นคง มาตรา ๑๑๓ และความผิด กว้างขวางในการตีความตามฉบับที่ ๑๓/๒๕๕๙ ให้อำนาจออกคำสั่งเรียกให้บุคคลมา รายงานตัวต่อคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ให้อำนาจเข้าไปร่วมกันสอบสวนในฐานะ พนักงานสอบสวน ให้อำนาจการเรียกคนมาคุมขังได้ ๗ วัน ให้อำนาจสั่งห้ามมิให้การเสนอ ข่าวการจำหน่าย ให้อำนาจดำเนินการอีกหลายอย่าง กรณีอย่างนี้นะครับ เป็นกรณีที่ใช้ อำนาจของอำนาจตุลาการครับ แต่ทำไมให้คนที่อำนาจเพียงร้อยตรี เรือตรี เรืออากาศตรี ซึ่งคำสั่งมีอำนาจ คสช. เข้าไปสั่งให้ทำเท่านั้น ถามว่าคนเหล่านี้มีดุลยพินิจเทียบเท่าศาล หรือครับ ก็ไม่ใช่ครับ คนเหล่านี้ก็เพิ่งจบใหม่ หรือว่าแค่ทำงานระดับที่ล่าง ๆ แต่ใช้ดุลยพินิจ เหมือนกับศาลในการเรียกคนเอามา กรณีที่เรียกคนเข้ามามีปัญหามากมายครับท่านประธาน สิ่งที่เกิดขึ้นจากออกคำสั่งนี้ที่เห็นที่ปรากฏมาตามรายงานที่ทางฝ่ายผู้เสนอเขาเสนอมา ข้อ ๑ คือการเรียกคนเข้ารายงานตัวเพื่อปรับทัศนคติ และคุมขังในค่ายทหาร ๗ วัน กรณีนี้ มีมากมายครับเรียกเข้าไป ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๙ นายเจริญชัย แซ่ตั้ง ถูกทหารควบคุมตัวไป ๗ วันเพื่อไปบอกให้เลิกแสดงความคิดเห็นทางการเมืองบน เฟซบุ๊ก (Facebook) ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๙ นายวัฒนา เมืองสุข ถูกควบคุมไปเป็นเวลา ๓ วัน เพราะเหตุโพสต์ (Post) แสดงความคิดเห็นเรื่องร่างรัฐธรรมนูญ ๔ ตุลาคม ๒๕๕๘ เซียไทยรัฐ นักเขียนการ์ตูนล้อเลียนการเมืองถูกเรียกเข้ารายงานตัว และได้กลับบ้านภายใน วันเดียวกัน ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๐ แกนนำชุมนุมต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่ ๕ คน ถูกควบคุมไปที่ค่ายทหาร มทบ. ๑๑ ในเวลา ๑ คืน การที่คนถูกเข้าไป บางคน ก็ออกมาปกติครับ แต่บางคนออกมามีข้อหาติดตัว แต่เขาไม่ได้รับสิทธิตามกฎหมาย การที่จะ เรียกมาการจับกุม คุมขัง จะต้องมีหมาย มีข้อหา มีความผิดก่อน แต่เรียกไปไปยัดความผิด หรือไม่ก็ไม่รู้ นี่คือจุดสำคัญของการละเมิดสิทธิของคำสั่ง ที่ ๓/๒๕๕๘ ยังมีอีกกรณีหนึ่ง ก็คือ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๕๘ พันตำรวจตรี ปรากรม วารุณประภา ผู้ต้องหาคดีมาตรา ๑๑๒ ปรากฏตัวที่ศาลทหารในสภาถูกโกนหัวหลังถูกควบคุมตัวนาน ๗ วัน และมีข้อมูลว่า พันตำรวจตรี ปรากรม บอกต่อศาลว่าถูกทำร้ายร่างกายและถูกควบคุมตัว ต่อมาหลังจาก ศาลอนุญาตให้ฝากขังในค่ายทหารต่อ พันตำรวจตรี ปรากรม เสียชีวิต โดยไม่มีการชันสูตร พลิกศพและไต่สวนการตาย นี่มันอะไรกันครับ การใช้อำนาจแบบเบ็ดเสร็จของคำสั่ง คสช. ฉบับนี้ให้คนระดับร้อยตรี เรือตรี เรืออากาศตรีมีอำนาจ ใช้อำนาจนี้หรือครับ คนที่บันทึกได้ ก็มีประมาณถูกเรียกไปอำนาจพิเศษแบบนี้ตอนถึงปี ๒๕๖๐ มีประมาณ ๑,๓๐๐ คน และยัง มีอีกหลายคนหรือไม่ครับที่หลังปี ๒๕๖๐ สิ่งเหล่านี้ยังไม่ได้ถูกยกเลิกเลยครับท่านประธาน สิ่งที่ ๒ ก็คือการค้นบ้านและการไปเยี่ยมเยียนบ้าน คำสั่งนี้ทำให้คนที่เป็นทหารยศร้อยตรี ขึ้นไป เรือตรี เรืออากาศตรี สามารถไปเยี่ยมเยียนบ้านได้โดยไม่จำเป็นต้องมีข้อหา และบางที เข้าไปเยี่ยมไม่มีอะไรก็ไปเพื่อไปข่มขู่ ยกตัวอย่างเช่น ในกรณี ๒๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ เวลากลางคืน ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองรวม ๒๐ นาย ไปที่บ้านของนางสาวธัญญารัศมิ์ แกนนำคัดค้านเหมืองแร่จังหวัดพิจิตร เพื่อต่อรองไม่ให้ไปยื่นหนังสือที่กรุงเทพฯ หรือกรณี สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกันที่ทำวารสารเกี่ยวกับการเมือง ก็จะมีทหารแวะเวียนมาเยี่ยมทุกเดือน เพื่อตรวจสอบว่ากำลังทำกิจกรรมเคลื่อนไหวเรื่องอะไรบ้าง ถามว่าคำสั่งเหล่านี้ยกเลิกหรือยัง ยังมีอยู่🔗
เรื่องต่อไปคือเรื่องของการเข้ามาเกี่ยวข้องกระบวนการสืบสวนสอบสวน นั่นก็คือคำสั่งฉบับนี้ให้ทหารยศ ร้อยตรี เรือตรี เรืออากาศตรี มีอำนาจเหมือนพนักงาน สอบสวน ก็ทำให้การที่พนักงานสวบสวนถามว่าจะเป็นอิสระได้หรือไม่ ทำตามประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ก็คือจะต้องให้มีทนายความ ให้มีคนที่รู้จัก ญาติพี่น้อง เข้ามาในการสอบสวน แต่กรณีนี้ทำให้ยากขึ้น สามารถเป็นพนักงานสอบสวนได้เอง แต่กรณีอย่างนี้บางทีเขาก็ไม่ใช้โดยตรง แต่ตำรวจเป็นอย่างไรครับ เกรงใจครับ เกรงกลัว อำนาจ ก็ต้องถามทหารว่าจะมีธงอย่างไรในการตั้งข้อหา ดังนั้นคนที่ปฏิปักษ์ต่อรัฐบาล ทุกคนมีความเห็นแตกต่าง ความเห็นไม่เหมือน ความเห็นที่โจมตีเผด็จการทหาร อำนาจ คสช. ก็จะถูกตั้งข้อหาหนัก ๆ ใหญ่ ๆ เหมือนเช่นปัจจุบันที่แกนนำนักเรียน นิสิต นักศึกษา ผู้ประท้วงชุมนุมถูกตั้งข้อหาอย่างมากมาย เพราะตำรวจเกรงกลัวทหาร และเกรงกลัวคำสั่ง ที่ ๓๘/๒๕๕๘ และคำสั่ง ที่ ๑๓/๒๕๕๙ เราจะไม่แก้เชียวหรือครับ ผมอยากเรียนไปยังพี่น้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ครั้งนี้หลายท่านอาจจะไม่โดนเอง แต่ถ้าวันหนึ่งลูกหลานท่าน โดนเอง โดนการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรมแบบนี้ท่านจะทำอย่างไร เรามีทางเดียวครับ ช่วยกัน เถอะครับ ช่วยรับหลักการวาระที่ ๑ แล้วไปพิจารณาวาระที่ ๒ และยกเลิกคำสั่งที่ทางฝ่าย ผู้เสนอทั้งภาคประชาชน และ ส.ส. เสนอเข้าสภาด้วยนะครับ🔗
อีก ๓ ท่าน นะครับ ท่านสาทิตย์ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านนิติพล พรรคก้าวไกล ท่านวิสาร พรรคเพื่อไทย เชิญท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ก่อนครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ต้องเรียน ท่านประธานเป็นเบื้องต้นว่าที่ลุกขึ้นอภิปรายนี้ก็คงไม่ใช่มาจากคำท้าทายใด ๆ ของเพื่อน สมาชิกที่บอกว่าไม่มีสมาชิกจากฝ่ายรัฐบาลพูด แล้วก็ท้าทายว่าจะต้องมีใครสักคนหนึ่ง ลุกขึ้นพูด แต่ว่าการลุกขึ้นอภิปรายของผมในครั้งนี้เป็นประเด็นความสนใจที่มีมาตั้งแต่ต้น แล้วครับ ถ้าท่านประธานจำได้พวกเราเคยมีญัตติที่ให้ศึกษาเรื่องของประกาศและคำสั่งของ คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติมาตั้งแต่ยุคก่อนที่จะย้ายเข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่เสนอญัตติฉบับดังกล่าว ซึ่งเป็นการเสนอมาตั้งแต่เริ่มต้นในการที่มี การเปิดสมัยประชุมรัฐสภาในขณะนั้น แต่เนื่องจากเหตุการณ์เมื่อผ่านไประยะหนึ่งแล้ว ก็มีความคิดเห็นค่อนข้างที่จะหลากหลายมาก ทำให้ในการอภิปรายญัตติซึ่งจะนำไปสู่ การศึกษาเรื่องประกาศคำสั่งของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ก็มีสถานการณ์ ที่เกิดขึ้นและมีความเห็นของเพื่อนสมาชิกที่ไม่ตรงกัน ในที่สุดก็มีการลงมติกันครับ แล้วญัตติฉบับนั้นก็ไม่มีการลงมติเพื่อที่จะนำไปสู่การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ผมเป็น คนหนึ่งที่ลงคะแนนเสียงขอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เหตุผลสำคัญที่ผมคิดว่า จำเป็นจะต้องตั้งกรรมาธิการวิสามัญในขณะนั้นก็เพราะว่า ในระบบกฎหมายไทยนั้น เรื่องของประกาศคำสั่งคณะปฏิวัติไม่ได้เพิ่งมีครั้งนี้เป็นครั้งแรก เรามีติดตามต่อเนื่องกันมา ๑๐ กว่าครั้ง ทุกครั้งก็จะมีประเด็นความเห็นต่อประกาศและคำสั่งของคณะปฏิวัติแตกต่างกัน ผมเคยอภิปรายในสภานี้ว่ามีคนนำไปฟ้องศาล แล้วในที่สุดก็มีคำวินิจฉัย หรือคำพิพากษา ของศาลฎีกา ซึ่งเป็นแนวทางในการวางระบบของคำสั่งคณะปฏิวัติอยู่เหมือนกัน ในเวลา เดียวกันกับที่มีความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาวางแนวเอาไว้เรื่องของคำสั่งของคณะ ปฏิวัติเช่นเดียวกัน แต่แน่นอนว่าประกาศและคำสั่งของ คสช. นั้นจะมีความแตกต่างจากการ ยึดอำนาจในหลาย ๆ ครั้งที่ผ่านมา เนื่องว่าคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาตินั้นอยู่ใน อำนาจที่ค่อนข้างยาวนาน ทำให้มีประกาศและคำสั่งหลายฉบับที่ไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับเรื่องของ การควบคุมสถานการณ์ ซึ่งผมก็เคยอภิปรายไปในสภานี้แล้วว่าการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาในขณะนั้น จะสามารถที่จะไปศึกษาได้ว่าเรื่องใดเป็นเรื่องของระบบกฎหมายที่ประกาศและคำสั่งนั้น อาจจะยังมีความจำเป็นอยู่จนกว่าจะมีการประกาศยกเลิก แต่บางประกาศบางคำสั่งนั้น เป็นเรื่องซึ่งไม่ควรที่จะให้มีผลบังคับใช้อีกต่อไป กรรมาธิการก็อาจจะเสนอให้มีการยกเลิกได้ กฎหมาย ๒ ฉบับที่เสนอมานี้ ผมต้องเรียนท่านประธานครับว่ามีทั้ง ๒ เรื่องปะปนกันอยู่ ประกาศและคำสั่งในหลายเรื่อง ซึ่งผมเองก็ไม่เห็นด้วย อย่างกรณีของคำสั่ง ที่ ๖๔/๒๕๕๗ ก็ดี หรือการมาแก้ไขในคำสั่ง ที่ ๖๖/๒๕๕๗ หรือที่เรารู้จักกันในเรื่องของทวงคืนผืนป่าก็ดี หรือแม้แต่กระทั่งคำสั่ง ที่ ๓๑/๒๕๖๐ อย่างที่ท่านผู้เสนอกฎหมายภาคประชาชนพูดถึงเรื่อง ของ ส.ป.ก. ก็ดี สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรจะอยู่ในประกาศและคำสั่งของคณะรักษาความสงบ คือคณะยึดอำนาจในขณะนั้น เนื่องจากว่าเป็นเรื่องที่จะออกเป็นกฎหมายนั้นจำเป็น ที่จะต้องมีการคำนึงถึงผลดีผลเสีย เรื่องของ ส.ป.ก. เป็นเรื่องที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์มากครับ ต้องยอมรับและจนบัดนี้คำสั่งนี้ก็ยังอยู่ มีผลการกระทำเกิดขึ้นแล้ว ผมว่าอันนี้ควรที่จะต้อง ยกเลิก เพียงแต่ปัญหามันก็คือว่ามันไม่ได้มีการศึกษาร่วมกัน ผมเชื่อว่าท่านผู้ที่เสนอกฎหมาย ท่านอาจจะมีการศึกษาในส่วนของท่าน แต่ในสภานี้มีความเห็นที่หลากหลาย อาจจะมีทั้ง ฝ่ายเห็นด้วย อาจจะมีทั้งฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยปะปนกันไป แต่เราอย่าไปเหมารวม คนที่ไม่เห็น ด้วยกับเราว่าจะเป็นคนซึ่งสนับสนุนเผด็จการก็ดี หรือจะเป็นคนซึ่งไม่เข้าใจหลักการเหตุผล ประชาธิปไตยก็ดี ผมว่าอย่าไปสรุปเหมารวมเช่นนั้น ผมเป็นคนหนึ่งครับ ที่สนับสนุนว่าเรื่อง ของคำสั่งประกาศของคณะยึดอำนาจบางเรื่องนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของการ ควบคุมสถานการณ์ ประกาศคำสั่งเหล่านี้ต้องยกเลิกครับ แต่บางเรื่องเป็นเรื่องซึ่งถ้าพ้นสมัย ไปแล้วก็ต้องยกเลิกก็ควรจะต้องทำ อย่างที่ก่อนหน้าที่จะมีการเลือกตั้งกัน ก็มีการประกาศ ยกเลิกไปแล้วในบางส่วน ผมเรียนตรงนี้เพื่อเป็นจุดยืนให้ได้ทราบว่า ถ้าเราจะโหวตอะไรไป ในสภานี้อย่าไปเหมารวมคนอื่นแบบนั้น เหมือนเพื่อนสมาชิกครับ พาดพิงถึงเพื่อนอดีต ส.ส. ของเราที่วันนี้ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยออกมาว่าให้พ้นสมาชิกภาพ ท่านไปอภิปราย โดยใช้คำพูดว่ามี ๕ คน ที่ไปขัดขวางการเรียกร้องประชาธิปไตยแล้วในที่สุดก็ถูกศาล รัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้พ้นจากการเป็นสมาชิกภาพ ท่านไม่รู้หรอกครับว่า ๕ คนนั้นที่ถูกศาล วินิจฉัยวันนี้เขาต่อสู้กับอะไรมา เขาพบกับอะไรมา การลุกขึ้นต่อสู้ของเขาในครั้งนั้นเป็นเรื่อง ของการต่อสู้กับการออกกฎหมายนิรโทษกรรม ซึ่งเป็นการย่ำยีทั้งนิติรัฐและนิติธรรม ในประเทศนี้อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และเมื่อเขาออกมาต่อสู้แล้วเขาก็พร้อม ไม่มีการหนี การดำเนินคดีใด ๆ ก็ต่อสู้คดีในชั้นศาลจนถูกศาลพิพากษา เมื่อพิพากษาไปแล้วในบางเรื่อง เขาก็มีสิทธิที่จะใช้สิทธิของเขาตามรัฐธรรมนูญยื่นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวันนี้ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้เขาพ้นจากสมาชิกภาพเขาก็ยอมรับคำวินิจฉัยนั้นครับ ไม่ได้เป็นคนที่ ถ้าศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยไม่ตรงกับตัวเองก็ไม่ชอบ ถ้าวินิจฉัยตรงกับความคิด ตัวเองเขาชอบ ไม่ใช่อย่างนั้น เพราะฉะนั้นอย่าไปเหมารวมคนอื่นว่าจะเป็นคนซึ่งคิดเห็น ไม่ตรงกับท่านแล้วจะต้องเป็นคนที่ไม่ดีไปเสียทั้งหมด หรือแม้แต่กระทั่งไปตีขลุมเพื่อน สมาชิกของเรา ๕ คน ที่ต่อสู้บนท้องถนนร่วมกับพี่น้องประชาชนมา มีคนเสียเลือดเสียเนื้อ มากมายนะครับ แต่เขาก็ยอมรับกระบวนการพิจารณาในทางศาล เขาต่อสู้เพื่อปกป้อง บ้านเมืองนะครับ อันนี้เป็นสิ่งที่ต้องให้ความยุติธรรมกับเขา ผมเรียนท่านประธานในตอนจบนี้ ครับว่า การโหวตใด ๆ ของเพื่อนสมาชิก เราคงไปบังคับอะไรกันไม่ได้ เพราะเป็นเอกสิทธิ์โดย รัฐธรรมนูญ ผมจะโหวตอย่างไร เพื่อนสมาชิกจะโหวตอย่างไรก็เป็นสิทธิและเป็น ความรับผิดชอบของแต่ละคน แต่ต้องเรียนท่านประธานว่าในการลงคะแนนเสียงทั้งหลายนั้น ถูกบันทึกเอาไว้ เพราะฉะนั้นคนที่ลงก็จะต้องมีเหตุผลในการอธิบายต่อไปในอนาคตด้วย เป็นเรื่องของ นิติบัญญัติโดยแท้ครับ อย่าไปรวมความคิดเห็นอื่นเข้ามาในตัวร่างกฎหมายฉบับนี้ด้วย ก็อยากจะลุกขึ้นแสดงความคิดความเห็นเอาไว้ครับท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านต่อไปครับ ท่านนิติพล ผิวเหมาะ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อจากพรรคก้าวไกลครับ ถ้าพูดถึงตัวคำสั่ง คสช. ครับ ท่านประธาน สั่งที่แว๊บขึ้นมาในหัวครับ คือขยะ ขยะ แล้วก็ขยะครับ ใช่ครับ ถ้าท่านผู้ฟัง ที่ฟังอยู่ทางบ้านนะครับเข้าใจเหมือนผม ผมหมายถึงโรงไฟฟ้าพลังงานขยะครับ คำสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ ครับ และคำสั่ง คสช. ที่ ๙/๒๕๕๙ ครับ ให้ยกเว้นผังเมืองและเป็นประตูวิเศษ นะครับ สำหรับเดินหน้าโครงการก่อนการทำอีไอเอ (EIA) ครับ หมายความว่าอย่างไรครับ หมายความจากนี้ไป โรงกำจัดขยะ โรงไฟฟ้าขยะครับ อยากจะไปสร้างที่ไหนครับ ไปทำได้ เลย เอาที่สบายใจนะครับ อยากจะทำตรงไหน ไปทำตรงนั้นครับ อยากจะเอาปัญหา อยากจะเอา ขยะไปทิ้งที่ไหน เอาไปทิ้งที่นั้นครับ เป็นอย่างไรครับ สิ่งแวดล้อมไทยถึงได้เละอย่างทุกวันนี้ อย่างไรครับ ไล่เรียงไปทีละอย่าง ๆ ครับ พูดถึงเรื่องผังเมือง เราอภิปรายในสภากันมา ๒ สัปดาห์แล้วครับ คืออีอีซี (EEC) นะครับ ผมก็ร่วมอภิปรายไป ผมได้พูดถึงนะครับ แล้วก็ เฉพาะเจาะจงไปถึงเรื่องโรงไฟฟ้าขยะในอีอีซี (EEC) ครับ ที่วันนั้นก็มารายงานบอกว่าขยะ ๒,๐๐๐ ตันต่อวันนะครับที่จะใช้ในการผลิตไฟฟ้าที่ในโครงการอีอีซี (EEC) ผมก็ถามไปว่า ๒,๐๐๐ ตันต่อวันนี้มันจะเอามาจากไหน มันจะพอหรือไม่ มันไม่ใช่ว่าเอาขยะที่ไหน อยากจะมาเผา ก็เผาได้ เราพูดถึงขยะอาร์ดีเอฟ (RDF) เชื้อเพลิงพลังงานขยะอาร์ดีเอฟ (RDF) ที่มีคุณภาพ ขยะทั่วไป ขยะที่ไม่มีการแยก ขยะที่ไม่มีการจัดการมาเอาไปเผาเตาก็พังครับ แล้วโรงไฟฟ้า พลังงานขยะในอีอีซี (EEC) มันจะตอบโจทย์เรื่องการจัดการขยะได้อย่างไรครับ วันศุกร์ วันเสาร์ครับ ช่วงนี้วันศุกร์มีประชุม วันเสาร์ขับรถกลับบ้านที่เชียงใหม่ผ่านที่จังหวัดนครสวรรค์ โรงไฟฟ้าขยะหนองบัว เลยต่อไปนะครับ เกือบจะถึงเชียงใหม่แล้ว ที่แม่ทา จังหวัดลำพูน ก็มีโรงไฟฟ้าพลังงานขยะเหมือนกันครับ แล้วอย่างไรครับ ในเมื่อขยะในประเทศไทย เราไม่มี คุณภาพ ไม่มีประสิทธิภาพพอที่จะเป็นเชื้อเพลิงพลังงานอาร์ดีเอฟ (RDF) ที่มีคุณภาพพอที่จะ เผาได้ มันส่งผลอย่างไรต่อไปครับ ทุกวันนี้ครับ ปล่อยให้มีการนำเข้าขยะเข้ามาครับ โอเคล่ะ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบอกไม่มี ๆ ห้ามแล้ว ๆ แต่อย่างไรล่ะ ก็ยังอ้างว่าในภาคอุตสาหกรรมจำเป็นที่จะต้องใช้พลาสติก จำเป็นจะต้องใช้ขยะนะครับ มันก็ ไม่พ้นที่จะต้องมีการนำเข้าขยะจากต่างประเทศเข้ามาอีกนั่นล่ะครับ เห็นหรือไม่ครับว่าคำสั่ง คสช. มันลามไปถึงการพัฒนาในปัจจุบัน มันลามไปถึงสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน นี่คือขยะครับ แล้วอย่างไรต่อครับ อย่างไรต่อ เราจะทำอย่างไรกับเจ้าเรื่องแย่ ๆ แบบนี้ได้ครับ การทำอีไอเอ (EIA) ครับ เหมือนที่ผมได้บอกไปเมื่อสักครู่นี้ว่า ตัวคำสั่ง คสช. ทั้ง ๒ ฉบับนี้ ที่ผมเปรียบเปรยว่า มันคือประตูวิเศษนะครับ มันสามารถเดินหน้าโครงการไปก่อนได้ ก่อนที่จะทำอีไอเอ (EIA) ครับ อธิบายภาพแบบนี้ครับ การทำอีไอเอ (EIA) ในปัจจุบันที่ใช้กันอยู่นี้ ธรรมดามันก็แย่มากอยู่ แล้วครับ มันแย่อย่างไร อธิบายภาพแบบนี้นะครับ มันจะไม่แย่ได้อย่างไรล่ะ ก็ในเมื่อเจ้าของ โครงการนะครับท่านประธาน เป็นผู้ว่าจ้างบริษัทที่มารับทำอีไอเอ (EIA) สถานภาพทาง กฎหมายมันคืออะไรครับ ผู้ว่าจ้างกับผู้รับจ้าง ร้อยทั้งร้อยครับ ไม่มีหรอกครับที่ผู้รับจ้าง จะทำอีไอเอ (EIA) มาแล้วบอกว่าเจ้าของโครงการนั้นไม่ผ่านมาตรฐานเรื่องผลกระทบต่อด้าน สิ่งแวดล้อม ไม่ผ่านอีไอเอ (EIA) มันเป็นไปไม่ได้เลยครับ แล้วคำสั่ง คสช. นี้ก็ยิ่งมาตอกย้ำ ระบบการทำอีไอเอ (EIA) ที่ห่วยที่ไม่มีประสิทธิภาพนี้เข้าไปอีก โอเค อยากจะทำอะไรทำไป เลยนะครับ คนที่อยากจะทำคนที่อยากจะลงทุนนี้ จากนี้ไปตามคำสั่ง คสช. ที่ ๙/๒๕๕๙ คุณเดินถือกระเป๋าแล้วเข้าไป ไปคุยกับคณะรัฐมนตรีครับ แล้วใครตั้งล่ะครับคณะรัฐมนตรีชุดนี้ ก็คือผู้นำคณะรัฐประหาร พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา สิ่งแวดล้อมไทยมันจะไม่เละได้ อย่างไรครับ เพราะฉะนั้นตัวร่างกฎหมาย ๒ ฉบับนี้ที่เข้ามาสู่สภาในวันนี้คือตัวร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกคำสั่ง คสช. นี้คือกฎหมายที่ทวงคืนสิ่งแวดล้อมที่ดี คือกฎหมายที่ทวงคืนสิ่งแวดล้อม อันถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของทุกคน ไม่ว่าคุณจะชอบเผด็จการ หรือคุณเกลียดเผด็จการ อยากจะบอกแบบนี้เลยนะครับ ใครที่ไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายฉบับนี้คุณคือคนที่โหดเหี้ยม มากครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่าน ต่อไปครับ ท่านวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงราย ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณทาง ตัวแทนพี่น้องประชาชนที่ได้ยื่นร่างพระราชบัญญัติยกเลิกคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งที่เกี่ยวกับการขัดต่อสิทธิและประชาธิปไตย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็นกฎหมาย ที่ร่างมาจากพี่น้องประชาชนทั้งหมดเห็นพ้องรวมกัน ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะอภิปราย อะไรไปนั้นอยากจะขออนุญาตแสดงความเสียใจกับเพื่อนสมาชิกเราที่ถูกคำพิพากษาตัดสิน และท่านก็ยอมรับว่าท่านเคารพคำตัดสินของคำพิพากษาวันนี้นะครับ ทำให้หลายท่านที่ผม เคารพนับถือได้ขาดสมาชิกภาพ หลายท่านก็เป็นบุคคลที่ถือว่าเป็นนักประชาธิปไตย แต่ท่านประธานครับ สิ่งที่เพื่อนสมาชิกได้ให้ข้อมูลไว้ผมขออนุญาตเห็นแย้งนะครับว่า กรณี อันนี้มันเกิดเป็นรายการกงกำกงเกวียนครับ ท่านจำได้ไหมครับ คดีที่ท่านเหล่านั้นโดนก็คือ คดีปิดหน่วยเลือกตั้ง คดีที่ทำให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องรัฐประหารและเกิดคำสั่ง คสช. นี่ละครับ ผมเรียนท่านประธานว่าจริง ๆ แล้วมันเป็นผลพวงที่ท่านเป็นคนทำ และสิ่ง ที่ผมอยากจะเห็นพ้องร่วมกับเพื่อนสมาชิกอีกหลายท่าน โดยเฉพาะเพื่อนสมาชิกที่อยู่พรรค ฝ่ายค้านนะครับว่าคำอภิปรายทั้งหมดล้วนมีเหตุมีผล ทุกวันนี้เราต้องยอมรับว่าคำสั่งของ คสช. คือคำสั่งของคณะปฏิวัติ ท่านเข้ามาโดยที่ผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่ท่านก็ใช้คำสั่ง เหล่านี้ครับ ถ้าให้ผมพูดแรง ๆ หลายคนอาจจะบอกว่าเป็นคำสั่งของ คสช. คือคำสั่งของ โจรครับ ท่านประธานครับ ทุกวันนี้มีการยกเลิกเมื่อปี ๒๕๖๒ บางฉบับที่ท่านเห็นว่ามันพ้น กำหนดไปแล้ว แต่ว่าอีก ๑๗ ฉบับนี้ที่มันลิดรอนสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชนและมัน ไม่เป็นประชาธิปไตย ผมขออนุญาตเท้าความท่านประธานหน่อยนะครับว่าคำว่า สิทธิ มนุษยชนมันเกิดขึ้นมาตั้งแต่หลังสงครามโลก ครั้งที่ ๒ มันมีการล้างเผ่าพันธุ์พวกยิว มันทำให้ คนเราไม่มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เลย สิ่งที่ผมเรียนท่านประธานก็คือเมืองไทยเดี๋ยวนี้ เหมือนกันครับ มีคนถูกกระทำ มีคนถูกซ้อม มีคนถูกทารุณ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งผมจะ ขออนุญาตยกตัวอย่างที่เพื่อนสมาชิกยังไม่ได้พูดถึงนะครับ ก็คือเหตุการณ์หยก ๆ ที่หน้า ทำเนียบเมื่อวันที่ ๖ ที่ผ่านมานี้ละครับ จะนะรักษ์ถิ่น เด็กผู้ใหญ่มากันประมาณสัก ๕๐-๖๐ คน ไม่ได้มีอาวุธเลยครับ เขาต้องการที่จะมาทวงคำตอบซึ่งมีรัฐมนตรีท่านหนึ่ง ซึ่งในขณะนั้นผมขออนุญาตเอ่ยนามไม่เสียหายครับ ท่านเป็นวีรบุรุษของคนจะนะด้วยซ้ำ ท่านได้ทำในนามของมติ ครม. ต้องการที่จะให้ทรัพยากรเหล่านั้นไม่ใช่เอาไปเป็นโรงไฟฟ้า ของคนขออนุญาต ๗,๐๐๐ ไร่ ๔,๐๐๐ ไร่ ปตท. ๗,๐๐๐ ไร่ ของโพลียูรีเทน แต่ปรากฏว่า ชาวบ้านเขาไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะคุณไม่ทำอีไอเอ (EIA) คุณไม่ทำความต้องการว่า ทะเลต่าง ๆ มันยังมีธรรมชาติสวยงาม แต่คุณใช้คำสั่ง คสช. อย่างนั้นทำให้ชาวจะนะเหล่านี้ เขาต้องการเพียงแต่มาทวงถามว่าข้อตกลงที่ท่านรัฐมนตรีท่านนั้นได้ทำสัญญาไว้เพื่อที่จะ ไปขอให้เขาเริ่มต้นนับ ๑ ใหม่ ว่าจะต้องทำอีไอเอ (EIA) ไหม ส่วนไหนที่ควรจะต้องเป็น โรงงานไฟฟ้า ส่วนไหนที่จะต้องอนุรักษ์ไว้ แค่นั้นเองครับ ปรากฏว่าหัวหน้า คสช. ก็คือ นายกฯ คนปัจจุบันนี้ครับ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ไปบอกว่าตรงนี้ครับ ไม่ได้ ไม่รับรู้ ไม่รู้เรื่อง นี่ละครับเขาเรียกว่า เผด็จการ ผมเรียนท่านประธานว่า ณ วันนี้ประเทศไทยอาจจะมีการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ท่านอ้างว่าท่านมาจากนักการเมือง ท่านมาจากการเลือกตั้ง แต่ท่านประธานครับ อย่าลืมว่า ทุกวันนี้ประเทศไทยถูกหมายหัวและถูกเรียกว่า เป็นประชาธิปไตยในคราบเผด็จการ ความเป็นประชาธิปไตยจริง ๆ คุณจะต้องเอาพี่น้องประชาชนเป็นใหญ่ คุณจะต้องรับฟังเสียง พี่น้องประชาชน แต่ว่าทุกวันนี้หัวหน้า คสช. หรือ พลเอก ประยุทธ์ นายกรัฐมนตรี คนปัจจุบันนี้ท่านรับฟังอะไรครับ ไปจังหวัดอุดรธานีวันก่อนเด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ไปถามว่า ท่านนายกรัฐมนตรีเหนื่อยหรือยัง ถ้าเหนื่อยแล้วท่านก็เกษียณเสีย จะได้เปลี่ยนให้คนอื่น มาทำแทน แค่นี้ครับก็เอาตำรวจไปตามเขาที่บ้าน พอถึงเวลาขึ้นมาแบบนี้หรือครับ ที่จะเป็น ประชาธิปไตย ผมถึงเรียนท่านประธานว่าผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง และผมไม่มั่นใจ ผมต้องขอ อนุญาตเรียนให้ทุกท่านที่ได้เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนนำมาเสนอโครงการกฎหมาย ในวันนี้ ผมเชื่อว่า ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลถูกสั่งมาแล้วครับ แล้วก็ดูถูกไว้เลยครับไม่ผ่านแน่นอน แต่ท่านมั่นใจครับว่าพวกเราด้วยหัวจิตหัวใจของ ส.ส. ฝ่ายค้าน แล้วก็คนที่เป็นตัวแทนพี่น้อง ประชาชนทุกคนเราจะสนับสนุน จริงอยู่เราอาจจะไม่ประสบความสำเร็จในวันนี้ แต่เชื่อว่า สักวันอย่างที่เห็น กงกรรมกงเกวียนมีจริงครับ🔗
ท่านประธานครับ อีกเรื่องหนึ่ง ที่ผมคาใจและอยากเรียนฝากตลอดก็คือว่า ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙ (๒) ผมพยายามพูดอภิปรายต่อสู้มาหลายครั้ง เขาบอกว่า การที่บุคคลต่าง ๆ คุณจะโดนคดีโดนอะไรก็แล้วแต่ ถ้าตราบใดที่ศาลยังไม่มีคำพิพากษา ตัดสิน ต้องถือว่าบุคคลนั้นเป็นผู้บริสุทธิ์ครับ แต่ท่านประธานครับ ทุกวันนี้ที่เราถูกกระทำ ก็คือกระบวนการยุติธรรมซึ่งมาจาก คสช. ทั้งนั้นละครับ เขาขังบุคคลเหล่านั้นเหมือนกับเป็น ผู้ต้องขัง และที่แย่กว่านั้นก็คือผมต่อสู้มาหลายครั้งว่ากรมราชทัณฑ์นี่ครับไปปฏิบัติตัวบุคคล ซึ่งยังไม่ได้รับการตัดสินจากคำพิพากษาของศาล แต่ว่าบุคคลเหล่านั้นเปรียบเสมือนเป็น นักโทษ เปรียบเสมือนเป็นผู้ต้องขังซึ่งได้รับการปฏิบัติเลวร้ายยิ่งกว่าผู้ต้องขังบางคน ผู้ต้องขัง บางคนได้รับสิทธิพิเศษไปอยู่โรงพยาบาลตำรวจ และอ้างว่าตัวเองเป็นนักโทษชั้นดี แล้วก็ลด โทษมาเป็นระยะ ๆ อย่างนี้ เป็นต้น แต่เด็กเหล่านี้เป็นอนาคตของชาติที่จะต้องคอยดูแลว่า ประเทศชาติเราจะไปทางไหน เขาไม่มีอนาคตเลยครับ เพราะฉะนั้นอยากเรียกร้องว่า ตัวนี้ครับขอให้แก้ระเบียบกฎหมายของทางราชทัณฑ์ว่าเขายังเป็นผู้บริสุทธิ์ เขายังเป็นเด็ก ซึ่งไร้เดียงสาที่จะต้องเห็นแก่อนาคตของประเทศชาติ ผมเรียนท่านประธานว่าผมสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติของที่ผู้เสนอทั้งหมดของพี่น้องประชาชนฉบับนี้ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗
เหลืออีก ๓ ท่าน ท่านอภิชาติ พรรคก้าวไกล ท่านลำพอง พรรคก้าวไกล ท่านสงวน พรรคเพื่อไทย เชิญท่านอภิชาติ ศิริสุนทร เชิญครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ เรียนท่านประธาน ผม อภิชาติ ศิริสุนทร ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องพูดคำว่า สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ทั้ง ๒ ฉบับเป็นอย่างยิ่ง แล้วก็เห็นว่าร่าง พ.ร.บ. ทั้ง ๒ ฉบับนี้จะเป็นหมุดหมาย จะเป็นประโยชน์ที่จะต้องขับไล่ซาก เดนทั้งหลายทั้งปวง อำนาจทั้งหลายที่ไม่ใช่อำนาจที่มาจากประชาชนออกไปจากสังคมที่ควร ที่จะต้องเป็นประชาธิปไตยไปแล้ว ผมต้องขออภิปรายเพื่อสนับสนุน โดยเฉพาะร่างที่พี่น้อง ประชาชนได้ยื่นมา และอาจารย์ปิยบุตร เพราะว่านี่คือกระบวนการที่เป็นประชาธิปไตย กระบวนการที่พี่น้องที่ยื่นมีความหวังกับสภาแห่งนี้ซึ่งมาจากพี่น้องประชาชน ผมหวังว่าร่าง ทั้ง ๒ ฉบับจะไม่ตกไปในวาระการพิจารณาของเพื่อนสมาชิกทั้งหลายในครั้งนี้ แล้วผมก็รู้สึก เสียใจเช่นเดียวกันที่ผมเคยยื่นญัตติเรื่องการทวงญัตติเกี่ยวกับเรื่องให้ตั้งคณะกรรมาธิการ เพื่อที่จะพิจารณาในเรื่องของผลกระทบที่ได้รับจากอำนาจเผด็จการจากนโยบายทวงคืน ผืนป่า แต่ก็น่าเสียดายครับ ที่ในคราวนั้นญัตติของผมได้ตกไป ผมหวังว่า ๒ ญัตตินี้คงจะไม่ตกไป เหมือนญัตติของผมครับ ท่านประธานครับ อำนาจเผด็จการพยายามทำตัวให้เป็นผู้วิเศษ ทหารที่ยึดอำนาจไปจากพี่น้องประชาชนเขาคิดว่า การใช้อำนาจนิยมจะแก้ไขปัญหาทุกอย่าง ท่านประธานก็คงรู้ครับวิสัยทัศน์ในการบริหารประเทศ ผักชีขาดตลาดก็ให้ทหารทำ ทหารเก่งมากเลยนะครับ แม้แต่เรื่องพี่น้องชาวรถบรรทุกมาเรียกร้องก็จะเอารถทหาร นั่นละครับไปบรรทุกสินค้า อันนี้ก็เป็นความคิดที่แปลก ๆ นี่เขาเรียกว่า คิดแบบเผด็จการ ครับท่านประธาน เพื่อนสมาชิกของผมท่านหนึ่งได้กล่าวถึงเรื่องคำสั่ง คสช. ๒ ฉบับนะครับ ที่สะท้อนถึงอำนาจนิยม คือคำสั่ง ที่ ๖๔ และ ๖๖/๒๕๕๗ เป็นคำสั่งที่มีนโยบายเกี่ยวกับ เรื่องของการทวงคืนผืนป่า คำสั่ง ๒ ฉบับนี้ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในวงกว้าง ผมออกจากสภาไปลงพื้นที่ ไปทุกจังหวัด ทุกตำบล ทุกอำเภอ คำสั่งนี้ยังอยู่ครับ ผลกระทบ ยังอยู่ การทวงผืนป่ายังอยู่ การใช้วิธีคิดแบบอำนาจนิยมยังอยู่ การใช้วิธีคิดที่เผด็จการ คือเจ้าของประเทศยังอยู่ วิธีคิดแบบนี้ละครับ มันทำลายในระบอบประชาธิปไตยอย่างยิ่ง คำสั่งที่ ๖๖ และคำสั่งที่ ๖๔ ได้มอบอำนาจให้ กอ.รมน. เป็นหน่วยงานของฝ่ายทหาร มีอำนาจเต็มในการปราบปราม ในการสั่งจำคุกพี่น้องประชาชนที่อาศัยในพื้นดินทำกิน ของตัวเองมาตั้งแต่บรรพบุรุษ ก็เพราะว่ามีแนวคิดที่ว่าแผ่นดินนี้เป็นของเผด็จการละครับ คำสั่งนี้ถึงออกมา ดังนั้นคำสั่งทั้ง ๒ คำสั่งไม่ว่าจะเป็นคำสั่งที่ ๖๔ และคำสั่งที่ ๖๖ มันไป ละเมิดสิทธิของพี่น้องประชาชนโดยแท้ ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งฉบับที่ ๑๓/๒๕๕๙ ก็เช่นเดียวกัน การที่ให้ทหารยศร้อยตรีมีอำนาจในการที่จะค้น ซึ่งจริง ๆ อำนาจเหล่านี้น่าจะเป็นอำนาจ ของศาลนะครับ ต้องใช้กระบวนการที่มันมีอยู่ ใช้กระบวนการของความเป็นองค์กรที่มีอยู่ ตามกระบวนการประชาธิปไตย ไม่ใช่ไปออกคำสั่งให้ทหารยศร้อยตรีอย่างนั้นนะครับ ท่านประธานครับ สรุปโดยย่อ คสช. ใช้วิธีในการบริหารจัดการป่าไม้ จัดการที่ดินทำกินของ ชาวบ้านด้วยอำนาจนิยมนะครับ โดยใช้กองกำลังทางทหารทั้งในระดับพื้นที่และระดับ นโยบาย คำสั่งเหล่านั้นท่านประธานครับ มันยังอยู่ อยู่อย่างไรครับ คำสั่งเหล่านั้นยังแปรเป็น รูปของกฎหมายซึ่งตอนนั้นไม่ใช่สภาแห่งนี้หรอกครับเป็นคนออกนะครับ น่าจะเป็น สนช. หรือเปล่าครับ ซึ่งสภานั้นก็น่าจะเป็นสภาที่ไม่ได้มาจากกระบวนการเลือกตั้งจากพี่น้อง ประชาชนนะครับ ยังได้ออกกฎหมายก็คือ พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติและ พ.ร.บ. สงวน คุ้มครองสัตว์ป่า โดยเอาคำสั่ง คสช. ที่ ๖๔ และคำสั่งที่ ๖๖ ไปซ่อนไปอยู่ไปรับรอง โดย พ.ร.บ. อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ถึงแม้คำสั่ง ๒ ฉบับจะยกเลิกนะครับท่านประธาน แต่ยังคงอยู่ในรูปของกฎหมาย ยังคงอยู่ในรูป พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติและ พ.ร.บ. คุ้มครอง สัตว์ป่า เมื่อปี ๒๕๖๔ เป็นอย่างไรครับ ไม่พอครับ คำสั่งเหล่านั้นยังไปแฝงอยู่ที่กฎหมาย ระดับรองคืออนุบัญญัติ ไปกีดกันสิทธิของพี่น้องประชาชนเช่นเดิมละครับ ไปกำหนดให้ พี่น้องไร้สิทธิในการที่จะต่อรอง ไร้สิทธิในการที่จะทวงถามสิทธิของตัวเองในเรื่องที่ทำกิน ในเรื่องการอนุรักษ์ ปฏิเสธการมีส่วนร่วมจากพี่น้องประชาชนโดยสิ้นเชิง นี่คือผลพวงครับ ยังไม่พอท่านประธาน คดีต่าง ๆ ยังคงอยู่ ถึงแม้คำสั่งจะถูกเพิกถอนไป แต่ผลพวงที่มันเกิดขึ้นยังไม่ถูกยกเลิก ละเว้น หรือแก้ไข พี่น้องโดนคดียังถูกจำคุก พี่น้อง ที่โดนคดีบ้านแตกสาแหรกขาด ไร้ซึ่งความอบอุ่นทางครอบครัว นี่คือผลพวงที่มันเกิดขึ้น โดยแท้ท่านประธาน ดังนั้นการใช้วิธีคิดแบบอำนาจนิยมหรือแบบทหารเป็นเทวดาหรือทหาร เป็นผู้วิเศษมันต้องถูกยกเลิกไปทั้งหมด ต้องถูกยกเลิกครับ ดังนั้นวันนี้ผมขอแสดงความเห็น ด้วยกับร่างทั้ง ๒ ร่างเป็นอย่างยิ่งและขอให้กำลังใจครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปคุณคำพอง เทพาคำ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม คำพอง เทพาคำ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมหวัง เป็นอย่างยิ่งว่าสภาแห่งนี้จะพร้อมใจกันรับหลักการร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศ และคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ขัด ต่อหลักสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย พ.ศ. .... ที่เรากำลังพิจารณาอยู่ขณะนี้นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ปีนี้ครบรอบ ๖๐ ปีการสั่งประหารครูครอง จันดาวงศ์ ครูทองพันธ์ สุทธิมาศ ด้วยคำสั่งของคณะรัฐประหาร และครบรอบ ๑๑๒ ปี ชาตกาล ครูเตียง ศิริขันธ์ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมรำลึกไปไกลขนาดนั้นก็เพราะว่าทั้ง ๓-๔ ท่านที่ผมได้เอ่ยนาม ไปนั้นถูกสังหารด้วยคำสั่งของคณะรัฐประหาร ก็เป็นที่ทราบกันนะครับท่านประธานว่า ทุกครั้งที่มีการก่อรัฐประหารขึ้นมาจะมีคำสั่งและมีประกาศของคณะรัฐประหารออกมา บังคับใช้เยี่ยงกฎหมายอย่างมากมาย แบบรวมอำนาจทั้งนิติบัญญัติ บริหารและตุลาการ คือเป็นการรวบอำนาจไว้ในมือของคน ๆ เดียวหรือกลุ่มบุคคลอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาด และมีผลรุนแรงต่อประชาชนในวงกว้าง ทุกครั้งก็มีความรุนแรงถึงกับควบคุมประชาชน จับกุมคุมขัง โดยไม่มีการพิจารณาคดี บางครั้งออกคำสั่งประหารชีวิตอย่างที่เกิดขึ้นในอดีต เช่นกันครับการก่อรัฐประหารในครั้งนี้เราจะเห็นความรุนแรงของประกาศของอำนาจของ พลังของคำสั่งของประกาศของคณะรัฐประหารเท่า ๆ กับการประกาศของคณะรัฐประหาร ที่ผ่านมาในอดีต ที่สำคัญที่เหมือนกันก็คือว่า มันจะตกเป็นมรดกบาปแบบไม่มีกำหนดเวลา ถ้าไม่มีใครกล้าหาญพอที่จะยกเลิกมันไปเสียจากระบบกฎหมายไทย ถ้าเราพิจารณาจาก เหตุผลของคณะผู้ก่อรัฐประหารก็จะเห็นว่า เขาจะบอกว่าเพื่อที่จะรักษาความสงบภายใน ราชอาณาจักรเพื่อรักษาความสงบแห่งชาติ แต่พอเอาเข้าจริง ๆ แล้วครับท่านประธาน พออำนาจอยู่ในมือซึ่งการก่อรัฐประหารแต่ละครั้งก็อาจจะเกิดขึ้นจากการที่จงใจที่จะทำให้ กฎหมายปกติเป็นอัมพาต แล้วก็จะบอกว่ามันเป็นวิกฤติ มันไม่มีทางออก เจอทางตัน แล้วก็ สุมหัวกันก่อรัฐประหารเป็นรัฏฐาธิปัตย์ อย่างที่กราบเรียนท่านประธานนะครับ พอได้อำนาจ ก็ลืมคำประกาศในเบื้องต้นว่าจะทำเพียงเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ก็กลับ ใช้อำนาจจากคำสั่งจากประกาศจัดการประเทศชาติ จัดการผู้คน จัดการทรัพยากร สิ่งแวดล้อม จัดการเศรษฐกิจการเมืองรวมถึงการปกครอง ปู้ยี่ปู้ยำวิถีชีวิตของผู้คน แล้วก็ ลามไปถึงสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยด้วย วันนี้ครับท่านประธานที่เคารพครับ เรามี สภาผู้แทนราษฎร เรามีผู้แทนราษฎรที่มาจากประชาชน สภาแห่งนี้เป็นเวทีแสดงอำนาจของ ประชาชนมันถึงเวลาที่เราจะทำการเก็บกวาดขยะที่เป็นประกาศ คำสั่งของคณะรัฐประหาร มันเป็นขยะทางการเมืองครับ เราในฐานะผู้แทนราษฎรมีอำนาจอย่างเต็มที่ที่จะเก็บกวาด ขยะทางการเมืองเหล่านี้ด้วยการรับร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศ และคำสั่งของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ และประกาศคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ขัดต่อสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตยทั้ง ๒ ฉบับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ต่อไปคุณสงวน พงษ์มณี🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน วันนี้จะลุกขึ้นมาเพื่อจะขออนุญาตท่านประธานว่าจะแสดง ความคิดเห็น เห็นด้วยกับการเสนอกฎหมายฉบับนี้ แต่ผมเชื่อว่าอีกปีกับ ๓ เดือนที่เป็นอายุ ของสภาของเราไม่มีทางที่จะแก้หรือยกเลิกคำสั่ง ๔๔ ได้ ผมปรามาสอย่างนี้อย่าหาว่าผมนี่ ไม่มีข้อมูลท่านประธาน เราสามารถจะแก้ไขได้ โดยออกเป็นพระราชบัญญัติ ยกเลิกได้ หรือออกเป็นพระราชบัญญัติ ซึ่งพระราชบัญญัตินี้มันเขียนไว้ใน ๒๗๙ มันมีการแก้ไขแล้ว แก้ไขคำสั่งที่ ๑๙ กำลังจะเข้าสภาในชั้นวิสามัญ แต่ผมที่ยืนยันว่าแก้ไม่ได้ ใน ๑ ปี กับ ๓ เดือนนี้ เพราะอะไรครับ ผมยกตัวอย่างกฎหมายฉบับปฏิรูปการศึกษาเข้ามาในสภา แห่งนี้เมื่อไม่กี่วันมานี้เอง ท่านครับ มาตรา ๓ ยกเลิกทุกฉบับ ยกเลิกทุกฉบับโดยไม่มองว่า กฎหมายบริหารราชการแผ่นดินเขียนว่า ให้กระทรวงศึกษาต้องมีกฎหมายบริหารราชการ ส่วนตนของกระทรวงศึกษาธิการอยู่ เขายกเลิกหมดเลย แต่ไม่ยกเลิกคำสั่ง ๓ คำสั่ง ท่านคิดดูสิ ท่านดูนะครับ เมื่อหลังยึดอำนาจนิดเดียว คำสั่งที่ ๗/๒๕๕๘ ท่านประธานครับ ยึดการบริหาร กระทรวงทั้งหมด แล้วไปยึดเอาเงินของครู ๒๘,๐๐๐ ล้านบาท ครู ๔๐๐,๐๐๐ คน อาศัยอำนาจ ที่ท่านประธานเป็นคนลงนามในขณะนั้นท่านเป็นนายกรัฐมนตรีว่าให้ธนาคารออมสิน สามารถจะลดดอกเบี้ยให้กับลูกหนี้ชั้นดีได้ เขาได้กำไรสะสมส่งคุณครูเดือนละ ๒๐๐ ล้านบาท ปีหนึ่ง ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ๑๒ ปี ๒๘,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้เหลือ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ยึดเสร็จเป็นอย่างไร มีอยู่ข้อหนึ่งของการยึดบอกว่า ในข้อ ๘ ของคำสั่งที่ ๗ ว่าถ้าหมดสิ้น คสช. ให้คำสั่งนี้เป็นอันยกเลิกไป ท่านดูนะครับ ในที่สุดในปี ๒๕๖๐ มีคำสั่งที่ ๑๗ เข้ามา ยกเลิกคำสั่งที่ ๗ ในข้อ ๘ ครับว่า ยึดเลย ไม่สิ้นสุดไปตาม คสช. แล้ว ท่านดูสิทำอะไร หลังจากนั้นอีก ๓ วัน รัฐธรรมนูญจะประกาศใช้ ออกคำสั่งที่ ๑๙ ออกมาอีก เป็นคำสั่ง ที่ปฏิรูปการศึกษาภูมิภาค เห็นไหมครับเป็นคำสั่งปฏิรูปการศึกษาภูมิภาค ออกก่อน รัฐธรรมนูญ ๓ วัน มาวันนี้ออกกฎหมายปฏิรูปตามรัฐธรรมนูญสั่ง ไม่ยอมยกเลิกคำสั่ง แล้วจะบริหารประเทศอย่างไร นี่เป็นคำถามของผม หลายคำสั่งออกคำสั่งมาปั๊บ รองผู้ว่า ราชการจังหวัดในฐานะรอง กอ.รมน. จังหวัด เป็นพันเอกพิเศษทุกจังหวัดทั่วประเทศ เป็นอย่างนี้หมดเลย คำสั่งเหล่านี้มันละเมิดสาระสำคัญแห่งสิทธิทุกมาตราที่เขียนขึ้น ในรัฐธรรมนูญ ผมจะยืนขึ้นมาในสภาแห่งนี้เพื่อจะพูดเรื่องนี้ทุกครั้งที่มีการพูดถึงเรื่อง กฎหมายรับทราบเกี่ยวกับองค์กรตามรัฐธรรมนูญ เพื่อจะตอกย้ำว่า เรามีคำสั่งอย่างนี้เต็มไป หมดเลย คำสั่งบางคำสั่งออกหลังรัฐธรรมนูญใช้ ผมบอกก่อนว่ายังไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๘๑ ไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๒ อย่างนี้ทำได้หรือ ทั้งหมดที่ผมพูดถึงผมกำลังจะบอกว่า ขอบคุณ ประชาชนและนักการเมืองที่เสนอกฎหมายฉบับนี้เข้ามา แล้วก็ขอบคุณท่านประธานที่บรรจุ วาระแล้วยกขึ้นมาวันนี้ แม้มันไม่ได้แก้ ท่านก็ตอกหมุดสำคัญแล้วบนแผ่นดินนี้ว่า คำสั่งอย่างนี้ อัปยศที่สุด ละเมิดสาระสำคัญแห่งสิทธิทุกมาตราที่เขียนมาทุกคำสั่ง ท่านประธานครับ ผมคิดว่าอาศัย โอกาสนี้มาแลกเปลี่ยนกัน แล้วเราจำเป็นต้องแก้ไหม จำเป็นครับ แล้วเราจะทำอย่างไรครับ ๑ ปีกับ ๓ เดือนจากนี้แก้ไม่ได้แน่นอน ส.ว. ก็จะอยู่อีก ๒ ปีกับ ๓ เดือนเท่านั้นเองครับ ผมคิดว่ารัฐบาลนี้อยู่ยาว เอานโยบายของพรรคการเมืองมาเสนอต่อประชาชน พรรคไหน ที่ไม่แก้รัฐธรรมนูญอย่าไปเลือก ไม่แก้คำสั่งนี้อย่าเลือกเพราะมันทำลายเรา ทำลายกระเป๋า สตางค์ทั่วประเทศ ทำมาหากินไม่ได้เลย มีบางคำสั่งก่อนปีใหม่ สงกรานต์นะครับ ออกคำสั่งว่า ห้ามนั่งหลังรถกระบะ ออกเย็นนี้พรุ่งนี้เย็นเลิก มันเห็นวิสัยทัศน์ของผู้นำจริง ๆ ท่านประธานครับ นักการเมืองแม้อยู่คนละฝั่งเราก็ยังเป็นนักการเมือง วันนี้สภาทำหน้าที่เต็มที่ ได้เอาอำนาจ ตามรัฐธรรมนูญมาใช้หมดเลย ประชุมมากไม่เป็นไรครับ เราสามารถตรวจสอบเขาได้ เราสามารถรับฟังความเห็นของเขาได้ เราสามารถประกาศได้ วันนี้ครับ ใช้การแถลงข่าว ต่อประชาชนเพื่อกำกับดูแลรัฐบาลได้อย่างเดียวครับ ใช้กฎหมายไม่ได้เลย เพราะกฎหมาย ไม่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้ลุกขึ้นมาหายใจอย่างปกติ ภาวะอย่างนี้ผมคิดว่าอีก ๑๑ ปี ข้างหน้า ท่านครับเราจะถึง พ.ศ. ๒๕๗๕ วันนั้นอาจจะมีรัฐสภาแห่งนี้ ในสถานที่นี้ออก กฎหมายยกเลิกคำสั่งเหล่านี้ให้หมดไป สังคมมันไปไกลแล้วครับท่าน วันนี้จำไว้ให้ดีนะครับ ใครก็ตามที่คิดว่าจะหยุดวันพรุ่งนี้ได้ คุณเข้าใจผิด อย่างไรพวกนี้ก็เข้ามา วันนี้เราแก่กันแล้ว เราต้องตายก่อนเด็ก สังคมนี้เป็นสังคมของเยาวชนเพราะอะไรครับ เพราะเขายังไม่ตาย เราตายไปแล้ว ผมเชื่อว่าวันนี้เป็นหมุดหมายที่ท่านไม่ต้องเสียใจครับ ส่งกฎหมายเข้ามาอีก ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอเรียน รายชื่อต่อไปนะครับ นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี นายซูการ์โน มะทา นางสาวทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ขอเชิญคุณกัญจน์พงศ์ครับ🔗
เรียนประธานสภา ที่เคารพ ผม กัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกลครับ วันนี้จะมาขออภิปรายในเรื่องของการยกเลิกคำสั่ง คสช. ตามที่มีการ บรรจุในญัตติ ก่อนอื่นครับ เจ้าหน้าที่ขอสไลด์ (Slide) ด้วยนะครับ🔗
คำสั่ง คสช. ที่ผมจะมา ลงรายละเอียดในวันนี้ก็คือคำสั่ง ที่ ๒/๒๕๕๙ ซึ่งผมขอเรียกว่าคำสั่งขยะจากคำสั่ง คสช. นำโดยคนที่ปัจจุบันเป็นนายกรัฐมนตรีมายืนยันในสภาแห่งนี้หลายครั้งหลายหนว่าให้ทุกคน ในประเทศนี้เคารพกฎหมาย แต่เขาเองกลับเป็นคนฉีกกฎหมายสูงสุดของประเทศนี้ หนำซ้ำ ระหว่างอยู่ในอำนาจยังมีการออกกฎออกคำสั่งมายกเลิกกฎหมายของภาครัฐอีกหลายครั้ง หลายหน ออกคำสั่งหลายร้อยฉบับครับท่านประธาน ผมเชื่อว่าท่านจำไม่ได้หรอกครับ ว่าท่านออกคำสั่งอะไรไปบ้าง เพราะคนรอบข้างท่านคงจะยื่นมาเต็มแฟ้มไปหมดละครับ เพราะอะไรครับ จำไม่ได้ เพราะคำสั่งล่าสุดอย่างที่ท่านเพิ่งตั้งรัฐมนตรีไปให้คุยกับพี่น้องจะนะ เมื่อปีที่แล้วเองท่านยังบอกว่าท่านจำไม่ได้ ไปตกลงเอง ครม. ไม่รู้เรื่องครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นคำสั่งที่ออกมาแล้วหลายปีผมเชื่อว่าท่านจำไม่ได้หรอกครับ เพราะมันไม่ได้อยู่ ในจิตมโนสำนึกของท่านเลย ขอสไลด์ (Slide) ถัดไปเลยครับ คำสั่ง ที่ ๔/๒๕๕๙ คืออะไรครับ คือการยกเว้นการใช้บังคับกฎกระทรวงในการใช้บังคับผังเมืองรวมสำหรับการประกอบ กิจการบางประเภท ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านคำสั่งเลย เพราะในคำสั่งมีคำสั่งเดียว ข้อ ๑ ให้ยกเว้นการใช้บังคับกฎกระทรวง ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมตามกฎหมายว่าด้วย การผังเมือง ที่มีผลใช้บังคับอยู่ในวันนี้ วันที่มีคำสั่งนี้หรือที่มีผลบังคับใช้ภายใน ๑ ปีนับแต่ วันที่มีคำสั่งนี้สำหรับประกอบกิจการดังนี้ ผมไม่ขอลงรายละเอียดครับท่านประธาน นี่สั่งยกเลิกสำหรับอนาคตด้วยนะครับ ท่านประธาน และคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อีกเรื่องหนึ่งที่ผมขอใช้เรียกว่าคำสั่งขยะ อีกอันหนึ่งก็คือ คำสั่งที่ ๙/๒๕๕๙ ครับท่านประธาน คือการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วย การส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ โดยการให้ทำโครงการไปก่อนแล้วค่อยมา ทำอีไอเอ (EIA) ทีหลัง แบบที่ท่าน ส.ส. นิติพล ผิวเหมาะ บอกไปแล้วนะครับ🔗
ขอสไลด์ (Slide) ถัดไปครับ ที่ผมจะมาลงรายละเอียดตรงนี้ก็คือว่าคำสั่งฉบับนี้ สิ่งที่เป็นรูปธรรมจับต้องได้เลยคือโรงงานขยะที่อ่อนนุช จัดการขยะมูลฝอยชุมชนเพื่อผลิต พลังงานขนาด ๘๐๐ ตันต่อวัน เขตประเวศ ท่านประธานดูตามภาพถ่าย ปี ๒๕๖๐ เป็นพื้นที่ สีเขียวมีต้นไม้อยู่ ปี ๒๕๖๑ เริ่มมีการก่อสร้าง ปัจจุบันโรงงานแล้วเสร็จเรียบร้อย ทั้งที่ ผังเมืองรวมของ กทม. ฉบับปัจจุบันบอกว่าพื้นที่นี้เป็นพื้นที่อยู่อาศัยหนาแน่นต่ำที่เขาเรียกว่า สีเหลือง ย.๓ ขอสไลด์ (Slide) ถัดไปครับ มาดูชัด ๆ นี่คือภาพของโรงงาน ดูแล้วผมไม่มั่นใจว่า อันนี้มันคือโรงงานขยะ โรงงานขยะเป็นที่ทราบกันดีครับไม่มีที่ไหนแต่อยากให้ไปอยู่ใกล้ เพราะมันส่งกลิ่นเหม็นและที่สำคัญของงานนี้มีการหมักก๊าซด้วยครับ มีที่เก็บก๊าซไว้เรียบร้อย ถ้าเรายังจำกันได้จำเคส (Case) โรงงานหมิงตี้ได้ไหมครับประธาน จะเห็นว่าความเสียหาย ที่เกิดกับพี่น้องประชาชนวงกว้างขนาดไหน จนปัจจุบันนี้การช่วยเหลือเยียวยาและชดเชย พี่น้องประชาชนยังได้ไม่ครบจนถึงตอนนี้เลยครับ แต่ไม่ต้องห่วงครับเรื่องนี้ ส.ส. วุฒินันท์ บุญชู ส.ส.พรรคผมเองจะตามแบบกัดไม่ปล่อยให้พี่น้องประชาชนได้รับการเยียวยาอย่างถึง ที่สุด ขอสไลด์ (Slide) ถัดไปครับ นี่คือผังโรงงานเห็นชัดเจนครับ เคลม (Claim) ว่าตรงนี้ มันคือการจัดการในระบบปิด ระบบที่ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างไร ประชาชน ในพื้นที่เขาบอกว่าเขาได้กลิ่นขยะเป็นพื้นที่ระยะทางไกล ที่สำคัญคือความปลอดภัย ถ้าท่าน ประธานเห็นตัวที่เป็นสีเขียว ๆ กับวงกลมสีขาว นั่นคือที่เก็บก๊าซ และถ้ามันเกิดระเบิดขึ้นมา มันจะเกิดอะไรขึ้นครับท่านประธาน ยังมีการเทขยะกองด้านนอกในสถานที่จริงอีกทีนะครับ และกลิ่นมันจะกระจายออกมาได้ขนาดไหน ขอสไลด์ (Slide) ถัดไปเลยครับ นี่ครับ ท่านประธานความเดือดร้อนจากกลิ่น พื้นที่นี้ต้องบอกให้ชัดเจน โรงงานมาทีหลังชุมชน ไม่เหมือนกรณีหมิงตี้ที่โรงงานตั้งแล้วชุมชนตามมาทีหลัง โรงงานมาก็อย่างที่ผมโชว์รูปให้ดูแล้ว เริ่มก่อสร้างเมื่อปี ๒๕๖๑ อาจจะปลายปลายปี ๒๕๖๐ ก็น่าจะมาจากนี่ล่ะครับ ผู้ที่ ส.ส. นิติพลเรียกว่าหิ้วกระเป๋าไปอยากทำอะไรตรงไหนก็ทำ มาทีหลังครับ ตามฐานข้อมูลจีไอเอส (GIS) รัศมี ๓ กิโลเมตร ครอบคลุมบ้านประชากร ๑๖,๓๔๐ หลัง หรือกว่า ๘๐,๐๐๐ คน จะเกิดอะไรขึ้นครับ กลิ่นข้อหนึ่งแล้ว ประชาชนในพื้นที่บอกว่าเพิ่มขึ้นจากเดิม เมื่อก่อนเคย ได้กลิ่นสัก ๕ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ทุกวันนี้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ให้ไปเต็มร้อยเต็ม ๆ เลย และถ้าเกิดเหตุอย่างหมิงตี้กรณีตัวก๊าซระเบิดขึ้นใครจะเป็นคนรับผิดชอบครับ เราจะแก้ไข เรื่องนี้อย่างไร ผลกระทบนี้มันเกิดขึ้นมันก่อความเดือดร้อนรำคาญให้พี่น้องประชาชน มันกระทบต่อสุขภาพเขาหรือเปล่า เคยมีการศึกษาหรือไม่ นี่คือผลพวงจากประกาศคำสั่ง ขยะอันนั้นครับ และประกาศคำสั่งอันนี้มันออกไปมันเพื่ออะไรครับ ขอสไลด์ (Slide) ถัดไปครับ อันนี้ผมไม่ได้กล่าวเองนะครับ อันนี้คือสื่อมวลชนตั้งข้อสังเกตผมขออนุญาตท่านประธาน อ่านนะครับ ที่แท้บริษัทหลานสาวอดีต ผบ.สส. คว้างานโรงงานขยะไฟฟ้าขยะ กทม. ๑.๘๗ พันล้านเพิ่งซื้อหุ้นต่อช่วงปลายปี ๕๙ ถ้าท่านสนใจทำไปตามดูกันเอาเองว่าข้อเท็จจริง มันเป็นอย่างไร เพราะอันนี้ผมไม่ได้เป็นคนกล่าวเอง นี่คือสื่อมวลชนตั้งข้อสังเกตครับ ท่านประธาน อันนี้จึงเป็นเหตุผลที่ผมเห็นด้วยกับญัตตินี้ที่จะดัน พ.ร.บ.ฉบับนี้ให้ผ่าน และเชิญชวนพี่น้องมาร่วมกันจับตาว่าผู้แทนราษฎรของท่านที่ท่านเลือกมากับมือลงมติ อย่างไร ส่วนตัวผมเห็นด้วยกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้เต็มที่ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
เชิญ ท่านซูการ์โนครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ก่อนอื่นผมต้องเรียน ท่านประธานว่า ผมเห็นด้วยกับญัตติทั้งที่เป็นของราษฎรและของ ส.ส. พรรคก้าวไกล เกี่ยวกับการเสนอญัตติพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศและคำสั่งของคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ และคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ท่านประธานครับ ในชีวิตทางการเมืองผมก็เป็น ส.ส. ๔ สมัยเข้า ๕ สมัย ก็เจอกับการปฏิวัติรัฐประหาร ๒ ครั้ง คือปี ๒๕๔๙ และปี ๒๕๕๗ และล่าสุดปี ๒๕๕๗ ก็เข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งตามที่ประกาศ ของคณะกรรมการการเลือกตั้งก็ชนะการเลือกตั้ง แต่ก็ไม่ได้เป็นผู้แทนราษฎร เนื่องจากมีการ ปฏิวัติเมื่อ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ท่านประธานครับ การปฏิวัติรัฐประหารผมถือว่าเป็นศัตรู ของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย วันนี้ยังมีมรดกที่สืบทอดของคณะปฏิวัติรัฐประหาร ตามที่ตัวแทนของคณะราษฎรและตัวแทนของ ส.ส. พรรคก้าวไกลต้องการที่จะดำเนินการ เพื่อยกเลิกคำสั่งคณะปฏิวัติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้กล่าวไว้แล้วว่า มันมี ผลกระทบไม่ว่าจะเป็นด้านสิ่งแวดล้อม ด้านที่ดิน และด้านสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ในความเห็นของผมวันนี้ที่อยากสนับสนุนว่าเห็นด้วยกับญัตตินี้ก็คือว่า ในคำสั่งดังกล่าวนั้นมีผลทำให้เกิดการกระจายอำนาจต้องหยุดชะงัก วันนี้ผลการออกคำสั่ง มาตรา ๔๔ หรือคำสั่งของหัวหน้าคณะปฏิวัติโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้นทำให้ อำนาจในการตัดสินใจเลือกผู้บริหารท้องถิ่นหลาย ๆ องค์กรท้องถิ่นต้องหยุดชะงัก เป็นเวลา ๘-๑๐ ปี แม้กระทั่งวันนี้การกระจายอำนาจหรือการเปิดโอกาสให้มีการเลือกตั้ง ผู้บริหารองค์กรท้องถิ่นเพิ่งเสร็จไปเมื่อวันที่ ๒๘ ก็คือแค่องค์การบริหารส่วนตำบลยังมีองค์กร ปกครองรูปแบบพิเศษอย่างกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยาที่อาศัยคำสั่งของหัวหน้า คณะปฏิวัติหรือคำสั่งของหัวหน้า คสช. แต่งตั้งบุคคลภายนอกซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นไปดำรง ตำแหน่งเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ปลด สก. สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ออกจากสภากรุงเทพมหานคร ตั้งข้าราชการเข้าไปทำงานอยู่ในสภากรุงเทพมหานคร เป็นตัวแทนของรัฐบาลเข้าไป วันนี้ปัญหาของกรุงเทพมหานครจึงหมักหมมสะสมเป็นปัญหา ที่เกิดมาจากการใช้กฎหมายพิเศษหรือคำสั่งของหัวหน้าคณะปฏิวัติหรือ คสช. นอกจากนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นหลาย ๆ คำสั่งที่เกิดขึ้นจากหัวหน้าคณะปฏิวัติ เราจะเห็นได้ว่าบางครั้งการออก คำสั่งก็หวังผลทางการเมือง ยกตัวอย่าง เช่น ในช่วงของการเลือกตั้ง ก่อนการเลือกตั้ง ปี ๒๕๖๒ ซึ่งเป็นการเลือกตั้งทั่วไป จะเห็นว่าหัวหน้าคณะปฏิวัติหรือคำสั่ง คสช. ก็มีการ ไปออกคำสั่งให้ผู้บริหารองค์กรท้องถิ่นที่มีศักยภาพในจังหวัดใหญ่ ๆ ต้องออกจากตำแหน่ง แล้วก็มีการต่อรองให้มาร่วมกับทีมรัฐบาลและจะมีโอกาสให้กลับมาดำรงตำแหน่ง อันนี้เป็น ข้อเท็จจริงซึ่งเกิดความไม่เป็นธรรมให้กับองค์กรท้องถิ่นที่พี่น้องประชาชนฝากความหวังว่า เขาควรจะเป็นตัวแทนขององค์กรท้องถิ่นในการดูแลบริการสาธารณะ การจัดการทั้งหมด ท่านประธานครับ ผมหวังว่าเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติในสภาแห่งนี้ จะเห็นด้วยกับญัตตินี้ว่าเราควรจะยกเลิกคำสั่งที่มันไม่เป็นประชาธิปไตยและยกเลิกมรดก ที่เป็นศัตรูกับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ผมว่าถ้าเราให้ความสำคัญตรงนี้คิดว่า จะช่วยแก้ปัญหาทั้งหมดได้นะครับ ท่านประธานครับ การที่เราจะช่วยกันในการเอาคำสั่งของ หัวหน้าคณะปฏิวัติหลาย ๆ คำสั่งที่เพื่อนสมาชิกได้พูดถึง🔗
สุดท้ายผมอยากฝากว่าการที่เราจะช่วยกันในการเอาคำสั่งของหัวหน้าคณะ ปฏิวัติ หลาย ๆ คำสั่งที่เพื่อนสมาชิกได้พูดถึง ที่มันมีผลกระทบต่อองค์กรของเรานั้น เราควร ที่จะใช้สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้มาในการดำเนินการยกเลิกคำสั่งดังกล่าวด้วยนะครับ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ก็ยืนยันว่าผมสนับสนุนญัตตินี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปอีก ๒ ท่าน เชิญท่านทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ กับท่านเบญจา แสงจันทร์ เชิญท่านทัศนีย์ก่อนครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ ยกเลิกประกาศและคำสั่งคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย พ.ศ. .... ทั้ง ๒ ฉบับค่ะ ท่านประธานคะ แม้ คสช. จะสิ้นสภาพไปแล้ว แต่มรดกอำนาจของ คสช. ยังดำรงอยู่ต่อไป ซึ่งอาจอยู่ได้นานอีกหลายสิบปี หรืออาจจะนานกว่านั้นก็ได้ค่ะ คือประกาศ คสช. ทั้งหลายที่ได้รับรองไว้แล้วโดยรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๒๗๙ ให้มีผลบังคับใช้ ตลอดไป จนกว่าจะมีการยกเลิกด้วยพระราชบัญญัติที่ต้องผ่านความเห็นชอบของรัฐสภา คสช. เคยประกาศว่า การยกเลิกคำสั่งไปหลายฉบับแล้วเป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่ได้ชี้แจง ให้ชัดเจนนะคะว่าคำสั่งไหนยกเลิกไปได้บ้าง ยังอยู่เรื่องใดบ้าง แต่ขณะนี้คำสั่ง คสช. ที่ยังถูกใช้จนถึงปัจจุบัน โดยผ่านการใช้คำสั่ง คสช. จะมีอยู่ ๒ ลักษณะ ลักษณะที่ ๑ เป็นคำสั่งที่เกี่ยวกับการจำกัดสิทธิเสรีภาพ การทำลายกระบวนการยุติธรรมขัดต่อ หลักนิติธรรมและขัดต่อสิทธิมนุษยชน ลักษณะที่ ๒ เป็นคำสั่งที่มีผลกระทบต่อโครงสร้าง ในการบริหารประเทศ และการแก้ไขปัญหาประเทศ ดิฉันขอยกกรณีอย่างคำสั่งเรื่อง ขัดต่อสิทธิมนุษยชนและทำลายกระบวนการยุติธรรม เช่น ง่าย ๆ เลย หรือคำสั่ง คสช. ฉบับที่ ๒๙/๒๕๕๗ ที่ให้บุคคลมารายงานตัวตามคำสั่งของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และที่มีประกาศคำสั่งที่ ๔๑/๒๕๕๗ โดยที่ว่าคำสั่งที่เรียกบุคคลมารายงานตัวนั้น หากฝ่าฝืน ถือเป็นความผิด ดิฉันขอยกตัวอย่างบุคคลที่ทุกท่านก็คงจะรู้จักดี อย่างท่านจาตุรนต์ ฉายแสง ซึ่งถูกเรียกให้ไปรายงานตัว แต่ท่านบอกว่าท่านไม่รับฟังคำสั่งของรัฏฐาธิปัตย์ มาจากการยึดอำนาจ พอหลังจากนั้นก็ให้ทหารควบคุมตัวท่าน ไปควบคุมตัวท่านอยู่ใน ค่ายทหาร ๒ วัน มีการมัดมือปิดตา อันนี้ขนาดเป็นประชาชน เป็นบุคคลสาธารณะที่เคยมี ชื่อเสียงมาก่อนยังโดนถึงขนาดนี้ อยู่ในค่ายทหาร ๒ วัน เอาท่านไปอยู่ในเรือนจำอีก ๙ วัน ถึงจะให้ท่านประกันตัว หลังจากนั้นมาก็ถูกดำเนินคดี โดยขัดประกาศคำสั่ง คสช. แล้วก็ มาตรา ๑๑๖ ถูกระงับธุรกรรมทางการเงินและหนังสือเดินทาง อันนี้เป็นกรณีที่ดิฉัน ยกตัวอย่างท่านจาตุรนต์ ดิฉันขอยกตัวอย่างกรณีของตัวเอง ถ้าพูดถึงเรื่องนี้เมื่อไรดิฉันก็จะ พูดแต่เรื่องตัวเองด้วย เพราะดิฉันก็ถูกคำสั่งของ คสช. ในการละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน อย่างร้ายแรงที่สุด ดิฉันเพียงแค่แสดงความคิดเห็นในเรื่องร่างรัฐธรรมนูญเท่านั้นเองค่ะ แสดงความคิดเห็นเท่านั้นเอง แต่ดิฉันถูกประกาศ คสช. ที่ทำกับดิฉันซึ่งเป็นผู้หญิงคนเดียว ถูกเอาไปเข้าค่ายทหาร ๗ วัน ไปสอบสวน ๗ วัน มีการปิดตามัดมือดิฉันเหมือนกัน เหมือนเป็นการข่มขู่ให้ดิฉันเกิดความกลัว อันนี้เป็นการละเมิดสิทธิขั้นพื้นฐานอย่างรุนแรงนะคะ หลังจากนั้นเอาดิฉันไปอยู่ในค่าย ๗ วันแล้ว ตั้งข้อหาดิฉันอีก ๔ ข้อหา เอาดิฉันไปอยู่ใน เรือนจำอีก ๒๑-๒๒ วัน ดิฉันจำตัวเลขแน่นอนไม่ได้ ถึงจะให้ดิฉันประกันตัวออกมา แล้วตั้ง ข้อหาคดีดิฉันให้อุกฉกรรจ์ ไม่ว่าจะเป็นคดี ๑๑๖ คดีประชามติ แต่ที่ดิฉันรับไม่ได้เลย และไม่เคยคิดจะเกิดกับดิฉันเลย คือคดีอั้งยี่และซ่องโจร ดิฉันจำได้ว่ากฎหมายข้อนี้มันหายไป นานมากแล้ว พอเดี๋ยวนี้กลับมาใช้ และประชาชนเดี๋ยวนี้โดนมากเลยค่ะ คดีอั้งยี่ซ่องโจร ดิฉันเห็นมีประชาชนนักศึกษาโดนคดีนี้เยอะแยะเหลือเกิน อันนี้เป็นที่ดิฉันยกตัวอย่างจาก ตัวเอง ยังมีประชาชนอีกจำนวนมากนะคะท่านประธาน ที่ดิฉันไม่ได้เอ่ยมาในที่นี้ขาก็ถูกการกระทำซึ่งอาจจะร้ายแรงกว่าดิฉันด้วยซ้ำ และไม่ใช่โดน จำนวนน้อย ๆ มีจำนวนกว่าเป็นพันคนที่อยู่ในศาลทหาร ที่เอาประชาชนพลเรือนไปขึ้น ศาลทหาร บางคนต้องเสียอนาคต เสียทั้งการงาน เสียทั้งการเรียน และที่สำคัญเสียกำลังใจ และเสียทั้งทรัพย์สินที่จะต้องถูกดำเนินคดี บางคนตอนนี้คดียังไม่จบนะคะท่าน ยังอยู่นะคะ คสช. หมดไป คดียังอยู่ ดิฉันจึงขอว่าวันนี้ถือว่าเป็นวันที่ดี โอกาสที่ดีที่เราจะมาร่วมกันยกเลิก คำสั่ง คสช. ที่ออกประกาศมาจากคนที่ยึดอำนาจของเราไป ยึดอำนาจประชาชนไป หากเรา ไม่ยกเลิกมันจะอยู่กับเรา อยู่กับลูกหลานเรา มันจะเป็นมรดกบาปอยู่กับเรา ดิฉันวิงวอนนะคะ โดยเฉพาะสมาชิก ส.ส. ฝั่งรัฐบาลให้เรามาร่วมกันลงมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ ที่เสนอมาจากประชาชนและของอาจารย์ปิยบุตร เพื่อคืนความปกติให้กับพี่น้องประชาชน คืนสิทธิเสรีภาพให้กับประชาชน ซึ่งมันไม่มากไปใช่ไหมคะ แค่ขอคืนความเป็นคนให้กับ ประชาชนเท่านั้นเอง ในวันที่ลงมติดิฉันขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนเรามาช่วยกันจับตาดูว่า ส.ส. ของท่านที่ท่านเลือกเข้ามา ท่านส่งเสียงไปหา ส.ส. ของท่านนะคะว่าให้เห็นด้วย แค่วาระแรกแค่นั้นแค่รับหลักการ คืนความเป็นคนขั้นพื้นฐานให้เรา หาก ส.ส. ท่านใด ไม่เห็นด้วย ไม่รับหลักการประชาชนก็จะตอบแทนท่านด้วยการเลือกตั้งครั้งหน้า ให้ท่านได้รู้ว่า ส.ส. มาจากประชาชน ต้องทำให้กับประชาชน ไม่ใช่เป็น ส.ส. เพื่อเป็นฐานอำนาจให้กับใคร บางคนเท่านั้น ขอบคุณค่ะ🔗
ท่านต่อไป ท่านเบญจา แสงจันทร์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน เบญจา แสงจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จังหวัด ชลบุรี ท่านประธานคะ ดิฉันจะขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศ และคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ขัด ต่อหลักสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย พ.ศ. .... ซึ่งอาจารย์จอน อึ๊งภากรณ์ และประชาชน ๑๒,๖๐๐ กว่าเสียงเป็นผู้เข้าชื่อเสนอเข้ามา และอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติ ยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติและคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ พ.ศ. .... ซึ่งอาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล พรรคอนาคตใหม่ในขณะนั้นกับคณะเป็นผู้เสนอ ท่านประธานคะ การรัฐประหารไม่เพียงเป็นแค่การไม่มีการปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง แต่ยังเป็นการ ทำลายการเมืองในส่วนของอำนาจของฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ และฝ่ายตุลาการ และยัง เป็นการทำลายการเมืองภาคประชาชน ทำลายประชาธิปไตยทางตรง ทำลายการเมือง บนท้องถนนเสียจนย่อยยับค่ะ ด้วยการออกคำสั่งที่มีสถานะเป็นกฎหมายกดขี่พี่น้อง ประชาชนและคนตัวเล็กตัวน้อยในสังคมนี้ ท่านประธานคะ ภายหลังการรัฐประหาร ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ คสช. ที่มี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้าได้อ้างอำนาจ รัฏฐาธิปัตย์ และใช้อำนาจพิเศษจากมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ๒๕๕๗ ออกประกาศและคำสั่งฉบับต่าง ๆ มากกว่า ๕๐๐ ฉบับในช่วงเวลา ๕ ปีที่ครองอำนาจ และแม้ว่าปัจจุบัน คสช. จะหมดอำนาจไปแล้ว แต่ประกาศและคำสั่งก็ยังถูกรับรอง โดยมาตรา ๒๗๙ ของรัฐธรรมนูญให้มีผลบังคับใช้ต่อไป ท่านประธานคะ ถึงแม้จะมีการ ยกเลิกหรือแก้ไขบางคำสั่งไปบ้างแล้ว แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่การยกเลิกทางเทคนิคเท่านั้น เพราะเนื้อหาและอำนาจต่าง ๆ ได้ถูกแปรรูปไปเป็นกฎหมายและนโยบายไปหมดแล้ว ซึ่งนโยบายเหล่านั้นยังส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนมาจนถึงปัจจุบัน ท่านประธานคะ หลังจากรัฐประหาร คสช. ได้พยายามผลักดันเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก อีอีซี (EEC) และเขตเศรษฐกิจพิเศษทั่วประเทศ นับเป็นเวลา ๕ ปีแห่งความเจ็บปวดของคน ภาคตะวันออก ความเจ็บปวดของพี่น้องประชาชนที่อยู่โดยแนวรอบเขตเศรษฐกิจพิเศษ ทั่วประเทศที่ได้รับผลกระทบจากคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ให้ยกเว้นกฎหมายผังเมือง ที่ปล่อยให้ กลุ่มทุนบางกลุ่มไล่บีบ ไล่ยึด แล้วกว้านซื้อที่ดินจากชาวบ้านในราคาถูก แล้วนำไปขายให้กับนายทุนกอบโกยหวังผลกำไรบนคราบน้ำตาของประชาชน ไม่ว่าจะเป็น คำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ให้ยกเว้นกฎหมายผังเมืองที่ปล่อยให้กองทัพเข้าไปแย่งยึดที่ดินชาวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการไล่ฟ้อง ไล่ยึด ไล่รื้อ เพื่อนำที่ดินมาพัฒนาแนวริมทางรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน ไม่ว่าจะเป็นการเวนคืนที่ดินในเขตเศรษฐกิจพิเศษทั่วประเทศ เพื่อเอาไปทำเขต เศรษฐกิจพิเศษให้กับนายทุน แล้วทวงคืนผืนป่าเพื่อเอาไปให้กับกองทัพใช้ประโยชน์ ไม่ว่าจะ เป็นการเวนคืนที่ดิน ทั้งหมดนี้คือการออกคำสั่งของหัวหน้า คสช. ที่ให้อำนาจรัฐไปจับมือกับ นายทุนแล้วเข้าไปยึดครองที่ดินของประชาชนอย่างเป็นระบบ ทำให้เราเห็นนายทุน แค่ไม่กี่กลุ่มถือครองที่ดินในเขตเศรษฐกิจพิเศษอีอีซี (EEC) ซึ่งเราเห็นแค่กลุ่มทุน อย่างกลุ่มอมตะ กลุ่มเหมราช กลุ่มอีสเทริน์ซีบอร์ด (Eastern Seaboard) กลุ่มซีพี (CP) กลุ่มเหล่านี้ได้รับสิทธิพิเศษจากคำสั่งของ คสช. ทั้งสิ้นค่ะ รวมไปถึงการออกคำสั่ง คสช. เพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษ โดยให้หัวหน้า คสช. เป็นประธาน และแต่งตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนนโยบายเขตพัฒนาพิเศษที่มีตัวแทนของรัฐและเอกชน เข้าไปนั่งแล้วเบิกค่าใช้จ่ายจากงบประมาณที่มาจากภาษีของประชาชน แล้วใช้อำนาจเต็ม ในการกำหนดนโยบายอนุมัติหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ในเขตเศรษฐกิจพิเศษ โดยคำสั่งเหล่านี้ เป็นคำสั่งที่รวมศูนย์อำนาจการตัดสินใจไว้ที่ คสช. โดยให้อำนาจไปเร่งรัดแล้วไปไล่รื้อ ไปไล่ฟ้อง แล้วไล่ยึดที่ดินในเขตเศรษฐกิจพิเศษทั่วประเทศอีก ๑๐ จังหวัดด้วยค่ะ ท่านประธานคะ นี่คือผลงานชิ้นโบแดงของรัฐบาลประยุทธ์ในสมัย คสช. และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบันที่ทำให้ ผู้ที่เป็นกลุ่มทุน ผู้ได้รับประโยชน์เพียงแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ในประเทศนี้เสียงดังกว่าเสียง พี่น้องประชาชนอีกหลายสิบล้านคนในประเทศนี้เช่นกัน อีกทั้งการใช้นโยบายทางเศรษฐกิจ ของรัฐบาลนี้ที่ต่อเนื่องมาจากรัฐบาล คสช. ที่เป็นผลมาจากซากเดนของการประกาศคำสั่ง เหล่านี้ไปกำหนดนโยบายเพื่อขยายปัญหา ให้เกิดปัญหารวยกระจุก จนกระจาย แล้วสร้าง ความเหลื่อมล้ำระหว่างคนรวยกับคนจนให้ถ่างสูงมากยิ่งขึ้น ท่านประธานคะ โครงการ เขตเศรษฐกิจเอสอีซี (SEC) เอสอีแซด (SEZ) โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษจะนะที่กำลัง จะเกิดขึ้นในอนาคต โครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกอีอีซี (EEC) ในแบบที่ คุณประยุทธ์และ คสช. ผลักดันมาตลอด มันไม่สอดคล้องกับการพัฒนาที่ยั่งยืน มันไม่สอดคล้องกับการพัฒนาที่เห็นหัวของประชาชนค่ะ มันทอดทิ้งประชาชนคนส่วนใหญ่ ของประเทศนี้ แต่มีกลุ่มทุน กองทัพ แค่ส่วนน้อยเท่านั้นที่ได้ประโยชน์ มันไม่ได้กระจาย ความมั่นคง มั่งคั่ง ทางเศรษฐกิจ ไม่ได้กระจายความมั่นคงทางด้านชีวิตความเป็นอยู่ให้กับ พี่น้องประชาชนอย่างเท่าเทียมและเสมอภาคเป็นธรรมเลยค่ะ🔗
ท่านประธานคะ ด้วยเวลาที่มันมีอยู่จำกัดดิฉันยังมีประเด็นที่อยากจะพูดถึง อีกหลายประเด็น แต่ว่ามีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดถึงไปแล้ว ดังนั้นดิฉันอยากจะขอใช้ เวลาในช่วงท้ายนี้กล่าวถึงเพื่อนสมาชิกที่อยู่ในสภาแห่งนี้เล็กน้อย ดิฉันอยากจะส่งเสียงถึง เพื่อนสมาชิก ส่งเสียงถึงพี่น้องประชาชนผ่านท่านประธานสภาค่ะ หลังการอภิปรายในขณะนี้ จบลง ดิฉันอยากจะให้พี่น้องประชาชนและเพื่อนสมาชิกที่อยู่ที่นี่อย่านิ่งดูดาย ช่วยกัน ตรวจสอบ แล้วก็ยกเลิกรื้อมรดก คสช. ทั้งหมด โดยหลังจากนี้ดิฉันอยากจะให้พี่น้อง ประชาชนช่วยกันตรวจสอบผู้แทนที่ได้เลือกกันเข้ามาด้วยค่ะ ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่พรรคไหน จะอยู่ฝ่ายไหน ให้ช่วยกันตรวจสอบว่าพวกเขาจะยืนข้างเดียวกับผลประโยชน์ของนายทุน หรือพวกเขามีประชาชนอยู่ในหัวใจหรือไม่ ช่วยกันติดตามว่าผู้แทนของท่านใช้เหตุผลและใช้ อะไรในการโหวตเพื่อรื้อมรดก คสช. หรือพวกเขาโหวตเพื่อทำตามคำสั่งของผู้ที่รักษาการ ผู้ที่รักษาอำนาจไว้เท่านั้น หรือพวกเขาลงคะแนนโหวตเพื่อใช้นายทุนเพียงเท่านั้น ส่วนดิฉัน และพรรคก้าวไกลเราเห็นด้วย และสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกคำสั่ง และรื้อมรดก คสช. ค่ะ ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน🔗
ครับ จะมี สมาชิกอีก ๒ ท่าน สุดท้ายแล้วจะขออนุญาตปิดการอภิปราย เพื่อจะให้ผู้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติได้ทำการสรุป หลังจากนั้นก็จะลงมตินะครับ ๒ ท่านสุดท้าย ก่อนที่จะปิด การอภิปรายคือท่านวุฒินันท์ บุญชู และท่านจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ เชิญท่านวุฒินันท์ครับ ท่านจิรัฏฐ์ก่อนนะครับ เชิญท่านจิรัฏฐ์ ครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน ผมน่าจะ เป็นคนสุดท้ายครับ🔗
ได้ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับ เพื่อที่จะได้ยกเลิกคำสั่งจาก เผด็จการทั้งหลาย อย่างที่ทราบกันไปแล้วครับว่าเรามีกฎหมายอีกหลายฉบับที่เป็นคำสั่ง คสช. ยังไม่ได้ถูกยกเลิก แล้วก็ยังส่งผลกระทบอยู่จนถึงทุกวันนี้ครับ เรื่องที่ผมจะพูดถึง ก็คือ เรื่องของคำสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ เรื่องการยกเว้นการบังคับกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวม สำหรับการประกอบกิจการบางประเภท พูดง่าย ๆ ก็คือว่าเป็นการยกเว้นผังเมืองให้กับ กิจการบางประเภท นั่นก็คือกิจการประเภทลำดับที่ ๘๘ ครับ เกี่ยวกับพลังงาน ลำดับที่ ๘๙ โรงงานผลิตก๊าซ และก๊าซที่ไม่ใช่ธรรมชาติ ลำดับที่ ๑๐๑ โรงงานปรับปรุงคุณภาพของเสียรวม เช่น บำบัดน้ำเสีย เตาเผาขยะ ฝังกลบ ลำดับที่ ๑๐๕ ครับ เป็นการคัดแยกฝังกลบสิ่งปฏิกูล จากขยะรีไซเคิล (Recycle) ลำดับที่ ๑๐๖ โรงงานประกอบกิจการที่เกี่ยวกับการนำ ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่ไม่ใช้แล้วมาทำเป็นวัตถุดิบ หรือเราเรียกว่า โรงงานรีไซเคิล (Recycle) นะครับ แล้วก็ลำดับที่ ๕๓ ที่เกี่ยวข้องด้วย นั่นก็คือโรงงานประเภทที่เกี่ยวกับ การผลิตพลาสติกอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ท่านประธานครับ เราไปพูดถึงเรื่องของ โรงไฟฟ้าขยะก่อน ปัจจุบันนี้ยังมีพี่น้องประชาชนหลายจังหวัด หลายพื้นที่ก็ยังออกมา ต่อต้านอยู่ สร้างผลกระทบมหาศาลจริง ๆ อันนี้ต้องยอมรับว่า ๔๐-๕๐ โรงไฟฟ้าที่เกิดขึ้นมา ไม่ได้ผ่านความเห็นชอบจากประชาชน อีไอเอ (EIA) ก็ทำกันหลอก ๆ แล้วก็อ้างคำสั่ง คสช. ที่บอกว่ายกเว้นผังเมือง เราเห็นตัวอย่างหลายที่ครับ ที่หนองแหน ที่หนองไข่น้ำ ที่หนองคาย ที่อำเภอโนนศิลา ขอนแก่น ที่อำเภอบัวใหญ่ ที่อำเภอบ้านลาด อำเภอเมืองราชบุรี มีอำเภอเมืองกระบี่ อำเภอเมืองระยอง อำเภอหนองบัว นครสวรรค์ อำเภอหาดใหญ่ สงขลา อำเภอย่านตาขาวที่ตรัง อำเภอเมืองที่พิษณุโลก แล้วก็มีที่นาเวียง มีอำเภอเสนานิคม ที่อำนาจเจริญอีก นี่แค่เบื้องต้นนะครับ ที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชน โดยคำสั่งนี้ อ้างอะไรครับ ตอนที่ออกนี่ท่านอ้างว่ามันเป็นความมั่นคงเกี่ยวกับพลังงาน แล้วก็เรื่องของ การกำจัดขยะมูลฝอย ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติเลย ผมไม่ทราบว่าความมั่นคงด้านพลังงานมันไป ทำให้ความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อม ความมั่นคงด้านความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน มันหายไปหรือเปล่า คำถาม ก็คือท่านเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องของสิ่งแวดล้อมกับโรงไฟฟ้า กับขยะหรือครับ ท่านมากำจัดความขัดแย้ง ท่านต้องการความสงบไม่ใช่หรือครับ ท่านไม่ได้ เข้ามาเรื่องสิ่งแวดล้อมไม่ใช่หรือครับ ท่านไปยุ่งอะไรกับเรื่องเศรษฐกิจ ท่านไปยุ่งอะไร กับนายทุนนักหนา🔗
อีกเรื่องหนึ่งครับ เรื่องของพลาสติก ทุกวันนี้บ้านผมก็ยังมีรถขนขยะพลาสติก เข้ามาวิ่งผ่านหน้าบ้าน เห็นอยู่บ่อย ๆ แล้วส่งกลิ่นเหม็นมาก ถึงแม้จะไม่มีโควตานำเข้าแล้ว แต่ก็ยังมีการทำผิดกฎหมายอยู่เยอะ โรงงานรีไซเคิล (Recycle) หลังจากที่มีคำสั่งประกาศ ที่ ๔/๒๕๕๙ นี้ออกมาก็เพิ่มขึ้นครับ โรงงานเพิ่มขึ้น ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ที่เป็นโรงงานรีไซเคิล (Recycle) ขยะพลาสติก ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นทุนจากจีนมาเปิด แล้วก็มาทำให้โรงงานรีไซเคิล (Recycle) ในไทยสู้เขาไม่ได้ ต้นทุนเราก็ต้องสูงกว่า เพราะว่าเขานำเข้าจากจีนด้วยความที่ จีนนโยบายที่จะไม่นำเข้าขยะพลาสติกอีกแล้ว อินเตอร์โพล (INTERPOL) ปี ๒๕๖๓ บอกว่า มีอาชญากรรมเกี่ยวกับการค้าขยะพลาสติก ผิดกฎหมาย เพิ่มขึ้นหลายเท่า โดยเปลี่ยน จากยุโรป ทวีปอเมริกาที่จะโยกมาจีน กลายเป็นโยกมาที่มาอาเซียน (ASEAN) โยกมาที่บ้านเรา ท่านประธานครับ ผมเป็นกรรมาธิการอุตสาหกรรมครับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่อง ทั้งโรงไฟฟ้าขยะ และโรงงานพลาสติกนี่บ่อยมากเยอะมากจริง ๆ ผมถามว่าแล้วพวกเราจะมี เวลาไปพัฒนาประเทศชาติอย่างไรครับ มัวแต่ต้องมาสะสางปัญหาที่ คสช. ทิ้งเอาไว้แบบนี้ ท่านประธานครับ ความมั่นคงทางพลังงานนี่มันไปทำให้นายทุนหลายคนรวยหลายหมื่นล้าน ความมั่นคงทางด้านขยะ ก็ทำให้โรงงานประเภท ๑๐๕ ๑๐๖ โดยเฉพาะ ๑๐๑ เต็มไปหมด บ้านผมฉะเชิงเทรามี ๑๖๐ โรงงานที่เพิ่มขึ้นมา โดยไม่มีปี่มีขลุ่ย โดยไม่ได้รับความเห็นชอบ จากประชาชน น้ำบาดาลดื่มไม่ได้มีสารปนเปื้อนก็ยังมีข่าวอยู่ทุกวัน ประชาชนก็ยังร้องเรียนอยู่ แล้วก็ยังไม่มีใครไปจัดการดูแล🔗
ท่านประธานครับ สุดท้ายเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดไปหลายเรื่องนะครับ ทั้งเรื่องของสิทธิมนุษยชน เรื่องของสิ่งแวดล้อม เรื่องของทั้งหลายที่เกี่ยวกับคำสั่ง คสช. ที่ออกมาจากคำสั่งของเผด็จการ สรุปแล้วเผด็จการไม่ใช่เรื่องดีใช่ไหมครับ อันนี้เราเข้าใจ ตรงกันนะครับ ว่าเผด็จการไม่ใช่เรื่องดี สร้างสิ่งเลวร้าย สร้างความเสียหายกับประเทศนี้ มหาศาลแล้วไม่รู้ว่าต้องใช้เวลาอีกเท่าไร ถึงจะรื้อกฎหมาย ๕๐๐ กว่าฉบับนี้หมด แล้วผม อยากทราบว่าทำไมเพื่อนสมาชิกหายไปกันหมดเลยครับ ที่สภาแห่งนี้ไม่เห็นมีใครอภิปราย สนับสนุนอีกเลยนอกจากฝ่ายค้าน แล้วก็ไม่เห็นมีฝ่ายรัฐบาลอยู่หลายคนครับ แต่นับหัวได้ ไม่ถึง ๑๐ ครับ อย่างนี้ท่านจะโหวตอะไรครับ ท่านเป็น ส.ส. นะครับ อันนี้ผมอยากฝากถึง เพื่อนสมาชิก ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านเป็นผู้แทนราษฎรได้ก็ด้วย ประชาธิปไตย ด้วยรัฐธรรมนูญ ถ้าท่านไม่ต่อต้าน คสช. ถ้าท่านไม่ต่อต้านเผด็จการ ถ้าท่าน ไม่ต่อต้านการทำรัฐประหาร ถ้าท่านไม่รื้อกฎหมายที่ไม่ได้ออกมาจากฝีมือของฝ่ายนิติบัญญัติ ที่มาจากประชาชน ท่านจะไปเป็น ส.ส. ทำไม อันนี้อยากเรียกร้องไปที่เพื่อนสมาชิกครับว่า นี่แค่วาระแรกเองครับ ยังจะมีธงว่าไม่รับแล้ว แล้วเราจะเดินหน้ากันอย่างไรครับ ประชาธิปไตยไทย ท่านไม่คิดจะอภิปรายสนับสนุนเลยหรือ หรือถ้าท่านจะไม่รับนะครับ ท่านก็อภิปรายสิครับว่าทำไมถึงไม่รับ บอกประชาชนสิครับ เหตุผลที่ไม่รับคืออะไร สภามีไว้ พูดครับ สภามีไว้พูดครับ ท่านต้องพูด ถ้าไม่พูดท่านจะมาอยู่สภาทำไม ก็อยากฝากถึงเพื่อน สมาชิกครับ แล้วก็อย่างไร ผมขอสนับสนุนญัตตินี้ครับ แล้วก็อยากให้ผ่านเข้าไปสู่วาระ ๒ แล้วไปว่ากันวาระ ๒ ครับ แล้วอย่างไรเดี๋ยวผมน่าจะเป็นคนสุดท้ายครับ อ๋อ ยังมีอีกท่านหนึ่ง ครับ อย่างไรเดี๋ยวให้ท่านวุฒินันท์เป็นคนปิดแล้วกันครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
เชิญท่าน วุฒินันท์ครับ แล้วก็จะปิดอภิปรายนะครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วุฒินันท์ บุญชู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ สำหรับร่าง พ.ร.บ. ยกเลิกประกาศคำสั่ง คสช. ทั้งฉบับประชาชนและฉบับของอาจารย์ปิยบุตร สำหรับผมนะครับ ผมซึ่งเป็นนักต่อสู้เพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตยมาเป็นเวลาช้านานนะครับ จากรุ่นสู่รุ่น ผมอยากจะเปรียบเทียบประเทศไทยให้เหมือนบ้านหลังเล็ก ๆ หลังหนึ่งครับ ผมให้ชื่อมันว่าบ้านประชาธิปไตยครับ มีประชาชนอยู่กันอย่างมีความสุข ทำมาหากินปกติสุข มีสิทธิเสรีภาพได้ตามมาตรฐานทั่วไปของระบบสากล อยู่มาวันหนึ่งมีทหารเอาปืนมากระแทก ผนังของอาคารบ้านประชาธิปไตย วัดความสั่นสะเทือนได้ถึง ๑๐ ริกเตอร์ วันดีคืนดีก็มารื้อ โครงสร้าง รื้อบ้าน รื้อฝ้าหลังคาของบ้านประชาธิปไตย ซึ่งพวกเราอาศัยกันอยู่ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมพูดนี้ก็คือการรัฐประหาร เมื่อรัฐประหารสำเร็จปุ๊บก็ตั้งตัว เป็นรัฏฐาธิปัตย์ และสิ่งที่จะทำต่อไปก็คือได้ผลิต ได้ปั๊มคำสั่ง คสช. หรือคำสั่งของ คณะรัฐประหารมาหลายร้อยฉบับเพื่อมารองรับอำนาจที่ตนได้มา (อย่างไม่ถูกต้อง) หรือ ควบคุมประชาชนที่อยู่ในบ้านประชาธิปไตยให้ปฏิบัติตามหรือดำเนินการตามสิ่งที่เขา ต้องการ และต่อมาเมื่ออยู่ในอำนาจก็รู้สึกเสพติดในอำนาจ รู้สึกอำนาจมันหอมหวน อำนาจ มันเกี่ยวดองถึงผลประโยชน์ ก็เลยตัดแต่งพันธุกรรมแปลงจากคำสั่ง คสช. สอดแทรกเข้าไป อยู่ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่มีปัญหาอยู่ถึงปัจจุบันนี้ครับ สิ่งที่ผมจะพูด ก็คือคำสั่ง คสช. ที่ ๓/๒๕๕๘ ซึ่งเป็นคำสั่งที่ทำลายสิทธิเสรีภาพของประชาชนมากที่สุด ฉบับหนึ่ง เมื่อร่างรัฐธรรมนูญเสร็จก็เอาร่างรัฐธรรมนูญนี้ออกมาให้ประชาชนลงประชามติ คสช. ก็โหมโฆษณารณรงค์ โฆษณาชวนเชื่อ พร้อมทั้งให้ประชาชนรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้ อีกทางหนึ่งก็กดดันกีดกันประชาชนที่เห็นด้วยหรือผู้ที่อยากจะสนับสนุนให้ไม่รับร่าง รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ท่านประธานครับ คำสั่ง คสช. อีกหลายฉบับที่เป็นสารตกค้างและทำลาย ล้างระบอบประชาธิปไตยซึ่งพวกเราใฝ่ฝันและอยากจะให้ระบอบประชาธิปไตย ซึ่งในระบอบ ประชาธิปไตยที่แท้จริงก็คือสภานี่ละครับ พวกผมตัวแทนของประชาชน และเดินเข้าสู่สภา เพื่อที่ต้องการจะเอาอำนาจของประชาชนที่มอบให้เรา (ให้เราชั่วคราว) ก็คือครั้งละ ๔ ปี ผมอยากจะใช้อำนาจที่ประชาชนมอบให้นี้ให้เป็นประโยชน์กับประชาชนเพื่อให้สมกับคำว่า ประชาธิปไตยเป็นของประชาชน โดยประชาชน และเพื่อประชาชน ขอบคุณครับ🔗
ได้อภิปรายครบทุกท่านแล้วนะครับ ก็เป็นการปิดการอภิปราย ต่อไปตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ ให้ผู้เสนอได้สรุปอีกครั้งหนึ่ง เริ่มจากตัวแทนของประชาชนก่อนท่านได้ใช้สิทธิสรุป อีกครั้งหนึ่งครับ🔗
ขอบพระคุณครับท่านประธาน ผม ยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ตัวแทนประชาชน ผู้ริเริ่มเสนอร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศ และคำสั่งของ คสช. นะครับ ท่านประธานครับ หลังจากที่เราได้รับฟังการอภิปรายของ ส.ส. หลายท่านจากหลายพรรคการเมืองในวันนี้แล้ว ก็ต้องขอแสดงความรู้สึกว่าดีใจแทนพี่น้องประชาชนทุกคนที่มีผู้แทนราษฎรที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ เช่นนี้นะครับ เท่าที่ฟังมาในวันนี้เราฟังด้วยความสบายใจมากนะครับ แม้ว่าเราจะได้ศึกษา เตรียมข้อมูลแล้วก็ทำการบ้านเกี่ยวกับปัญหาของประกาศคำสั่ง คสช. เหล่านี้มาเป็น เวลานาน นานกว่า ๗ ปีนะครับ แต่วันนี้เรามาแล้วเราไม่ได้ยินคำถามหรือข้อสงสัยให้เราต้อง เหนื่อยในการชี้แจงหรือว่าต้องไปทำการบ้านเพิ่มแต่อย่างใด เพราะว่าท่าน ส.ส. ทั้งหลาย ต่างก็ได้ตระหนักถึงปัญหาของประกาศ คสช. และการคงอยู่เอาไว้เป็นอย่างดีแล้ว ซึ่งน่าจะ ตระหนักดีกว่าพวกเราในหลาย ๆ แง่มุม ไม่ว่าจะมีข้อเสนอจากประชาชนมาถึงมือท่านใน วันนี้หรือไม่ ผมเชื่อว่าท่านก็พร้อมที่จะทำการเพื่อยกเลิกประกาศคำสั่งที่เป็นปัญหาเหล่านี้ อยู่แล้วนะครับ เท่าที่ฟังมาในวันนี้เราไม่ได้ยินข้อโต้แย้ง ข้อคัดค้านความคิดเห็นที่แตกต่าง หรือว่าเหตุผลอะไรเลยที่ท่านใดจะลงมติไม่รับร่าง พ.ร.บ. เพื่อยกเลิกประกาศและคำสั่งของ คสช. เอาไว้พิจารณาในวาระต่อไป ดังนั้นถ้าหากว่ามีการลงมติแล้ว มีท่านใดลงมติไม่รับ พวกเราก็คงทำความเข้าใจได้ลำบาก จริง ๆ รวมถึงพี่น้องประชาชนที่ติดตามการประชุมสภาอยู่ในวันนี้ก็คงไม่สามารถจะเข้าใจได้ ว่าท่านที่ลงมติไม่รับนั้นเป็นไปด้วยเหตุผลอะไร ท่านประธานและท่านสมาชิกทุกท่านครับ ในขณะที่เรากำลังประชุมอยู่ในวันนี้ คุณสมพิศ แท่นนอก เกษตรกรที่ทำไร่มันสำปะหลัง ในที่ดินที่เขาเชื่อว่าเป็นที่ดินของตัวเองอยู่ในเรือนจำ เขาเป็นเกษตรกรจากบ้านซับสะเลเต ตำบลห้วยแย้ อำเภอหนองบัวระเหว จังหวัดชัยภูมิ ที่ถูกพิพากษาให้จำคุก ๒ ปี จากนโยบาย คำสั่ง คสช. ฉบับที่ ๖๔ และฉบับที่ ๖๖ ที่บังคับใช้อย่างเข้มข้นในช่วงยุค คสช. ชาวบ้านเขา ไม่รู้หรอกครับว่าภาพถ่ายจากดาวเทียมของทหารจะตีเส้นตรงไหนเป็นเขตป่า ตีเส้นตรงไหน เป็นพื้นที่ที่ทำกินได้ แต่เขารู้เพียงว่าเขาต้องทำมาหากิน เขาต้องปลูกพืชผล เขาต้องหา รายได้ และที่ตรงไหนที่เขาเห็นว่าเป็นที่ที่เขาอยู่อาศัยมาตั้งแต่เกิดเขาก็จะทำตรงนั้น ถ้าหาก ว่าร่างที่เราเสนอในวันนี้ถูกปัดตกไปโดยไม่มีเหตุผลอะไรมาอธิบาย ก็เท่ากับเป็นการหลงลืม ความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นกับคุณสมพิศ เท่ากับเรามองข้ามเขาไปนะครับ เมื่อปี ๒๕๑๘ คุณสรรเสริญ ศรีอุ่นเรือน ถูกทหารจับกุมไปเข้าค่ายทหารเป็นเวลา ๗ วัน ด้วยอำนาจตาม คำสั่ง หัวหน้า คสช. ฉบับที่ ๓/๒๕๕๘ โดยไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้าเยี่ยม แล้วไม่รู้ว่าเกิด อะไรขึ้นกับเขาบ้างในเวลา ๗ วันนั้น เมื่อเขาออกมาจากค่ายทหารเขาเปิดเสื้อให้เราดู พบเป็นรอยแผลฟกช้ำเป็นรอยจ้ำแดง ๆ ที่ลำตัวและขา เขาบอกว่าเขาถูกชอร์ต (Short) ไฟฟ้าและถูกบังคับให้รับสารภาพ แต่เขาไม่รับสารภาพ เขาเชื่อว่าไม่ทำอะไรผิด และยังคง ต่อสู้คดีจนถึงวันนี้ และยังไม่มีคำพิพากษา ถ้าหากว่าร่างที่เราเสนอกันวันนี้ถูกปัดตกไป โดยไม่มีเหตุผลอะไรมาอธิบายก็จะเป็นการมองข้าม และหลงลืมความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้น กับสรรเสริญ ศรีอุ่นเรือน🔗
เมื่อปี ๒๕๕๘ อีกเช่นกัน คุณแหวน ณัฏฐธิดา มีวังปลา ถูกทหารบุกไปจับกุม ที่บ้านด้วยอำนาจตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ๓/๒๕๕๘ เช่นเดียวกัน ถูกเอาตัวไปเข้าค่ายทหาร ๗ วัน ถูกค้นมือถือ ยึดอุปกรณ์ต่าง ๆ และถูกตั้งข้อหาดำเนินคดีตามมาตรา ๑๑๒ หาว่า เธอส่งไลน์ (Line) เป็นข้อความบางอย่าง และถูกเอาตัวขึ้นศาลทหารตามประกาศ คสช. ฉบับที่ ๓๗/๒๕๕๗ ที่ศาลทหารเธอไม่ได้ประกันตัว มีกระบวนการพิจารณาคดีที่ล่าช้า เธอถูกขังโดยยังไม่มีคำพิพากษาอยู่เป็นเวลา ๓ ปีครึ่ง โดยศาลสั่งพิจารณาเป็นการลับ ไม่สามารถมีใครเข้าสังเกตการณ์การพิจารณาคดีของเธอได้ จนเมื่อคดีโอนกลับมาที่ศาลปกติ ศาลปกติใช้เวลาอีกไม่นานพิจารณาคดีและพิพากษาให้ยกฟ้อง เพราะว่าไม่มีหลักฐาน ที่จะพิสูจน์ความผิดของเธอได้ ถ้าหากว่าเรารีบปัดตกข้อเสนอในวันนี้ไปก็เท่ากับเรามองข้าม และหลงลืมความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นกับคุณแหวน ณัฏฐธิดา ในการพิจารณาคดีที่ศาลทหาร🔗
ท่านประธานครับ ข้อเสนอที่เรานำมาสู่สภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ เราเสนอให้ ยกเลิกประกาศและคำสั่งของ คสช. ๓๕ ฉบับที่เราติดตามศึกษาแล้ว และเราเห็นว่าเป็น ประกาศคำสั่งที่ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่จะคงอยู่ไว้อย่างมากที่สุดอย่างชัดเจนที่สุด พวกเรา ในฐานะประชาชนธรรมดา เราเคยอยู่ภายใต้บรรยากาศที่ประกาศคำสั่งเหล่านั้นเป็นใหญ่ ในประเทศ จนถึงวันนี้เราเห็นว่ามันควรจะต้องถูกยกเลิกไปทั้งหมดได้แล้ว แต่เราไม่ได้ มีเจตนาที่จะต้องยึดติดกับ ๓๕ ฉบับนี้เท่านั้น อาจจะมีฉบับอื่น ๆ ที่เป็นปัญหา และเราไม่ได้ เสนอมาด้วยในครั้งนี้ เราก็อยากจะฝากท่าน ส.ส. ที่อาจจะมีความรู้ความสามารถมากกว่า เราช่วยพิจารณา หรืออาจจะมีบางฉบับที่เราเสนอมา แต่ถูกยกเลิกไปแล้วในระหว่างทาง ระหว่างที่เราทำกิจกรรม ระหว่างที่เรารณรงค์และรอคอยการพิจารณาในวันนี้ ก็ฝากท่าน ส.ส. รับไปพิจารณาด้วยเช่นกัน เราหวังว่าสภาผู้แทนราษฎรจะทำหน้าที่ในการตรวจสอบ ในการหยิบเอาประกาศและคำสั่งของคณะรัฐประหารมาศึกษาทบทวนดูในรายละเอียดว่า ฉบับใดที่สมควรที่จะยกเลิกหรือแก้ไข หรือถ้ามันจะต้องคงไว้ จะต้องคงไว้ด้วยเหตุผลอย่างไร ผมเข้าใจว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่เราคาดหวังมากเกินไป ไม่ใช่สิ่งที่ยากจนเกินไปสำหรับสภา ผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้งหลังการรัฐประหาร และเราคาดหวังว่านี่จะเป็นภารกิจ ธรรมดา ๆ สำหรับ ส.ส. ที่เข้าสู่สภาแห่งนี้หลังจากการรัฐประหารทุกครั้งที่จะต้องทบทวนและหยิบเอา ประกาศคำสั่งของคณะรัฐประหารมาพิจารณาอีกครั้งหนึ่งเพื่อที่จะพาระบบกฎหมาย ระบบ การปกครองของเรากลับสู่ระบอบปกติ คือระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข และปกครองด้วยกฎหมายที่ออกโดยตัวแทนของประชาชนที่มีความชอบ ธรรมเท่านั้นนะครับ พวกเราจึงคาดหวังครับว่าจะไม่มี ส.ส. ท่านใดที่ถืออำนาจฝ่าย นิติบัญญัติอยู่ตอนนี้ที่กำลังทำหน้าที่ออกกฎหมายจะปฏิเสธการทำหน้าที่ตรวจสอบอำนาจ ของคณะรัฐประหารในครั้งนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญ ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ได้อภิปรายสรุปร่างของท่านปิยบุตรนะครับ เชิญครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัด อ่างทอง ผมขออนุญาตที่จะสรุปร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ พ.ศ. .... ในนามของนายณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคอนาคตใหม่ และพี่น้องประชาชนที่เลือกพรรค อนาคตใหม่กว่า ๖,๓๐๐,๐๐๐ คน เมื่อวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ เหตุที่ผมเลือกที่จะใช้คำนั้น เพราะเป็นคำที่อยู่ในญัตติที่ได้มีการยื่นต่อสภาผู้แทนราษฎรกับเพื่อนสมาชิกพรรคอนาคต ใหม่อีกกว่า ๘๐ ท่าน เมื่อวันที่ ๖ กันยายน ๒๕๖๒ แน่นอนครับเราเสียดาย ที่ร่างพระราชบัญญัติหรือกฎหมายที่มีการเข้าชื่อเสนอโดยตัวแทนประชาชน เสนอโดย พี่น้องประชาชนหลายฉบับนั้นถูกใช้ระยะเวลายาวนานมากกว่าที่ควรจะเป็นในการที่จะได้รับ การพิจารณาในสภาที่มาจากตัวแทนประชาชนแห่งนี้ อย่างไรก็ตามครับท่านประธาน ผมต้องขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกพรรคฝ่ายค้านทั้ง ๒๓ คน และเพื่อนสมาชิกพรรค ฝ่ายรัฐบาล ๑ คนที่มีส่วนในการอภิปราย และผมเองมีความเห็นที่คล้อยตามกับตัวแทน ประชาชนคุณยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ที่เห็นว่าเกือบทั้งหมดหรืออาจจะเรียกได้ว่าทั้งหมด ทั้งมวลนั้น เห็นด้วยว่าคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาตินั้นมีปัญหาทั้งในเชิงเทคนิคในการ ออกกฎหมาย ในเชิงสภาพบังคับ และในเชิงที่ไม่มีความจำเป็นที่จะยังมีผลอยู่ และผลนั้น ไปละเมิดต่อสิทธิของพี่น้องประชาชน ผมอาจจะใช้สถานการณ์และเวทีแห่งนี้ครับ ส่งกำลังใจไปให้อาจารย์จอน อึ๊งภากรณ์ ในฐานะผู้ริเริ่มและเป็นตัวแทนของประชาชนกว่า ๑๒,๐๐๙ คนที่ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับประชาชน แน่นอนครับ จำนวนรายชื่อ ที่เข้าชื่อนั้นมากกว่านั้น แต่สภาได้พิจารณาแล้วเห็นว่า ๔๐๐ กว่ารายชื่อที่ตกหล่นไปนั้น อาจจะมีคุณสมบัติหรือความไม่ครบถ้วนของในเอกสาร ทราบว่าท่านอาจารย์จอน อึ๊งภากรณ์ ตั้งใจที่จะมาเสนอในสภาแห่งนี้ด้วยตัวของท่านเอง ในยามที่วัยของท่านชราภาพลงมาก พอสมควร แต่ไม่อาจมาที่สภาแห่งนี้ด้วยปัญหาทางสุขภาพได้ ท่านประธานครับ หากเรานับ ระยะเวลาของการรัฐประหารเมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ปี ๒๕๕๗ ถ้าลูกผมเกิดเมื่อวันนั้น วันนี้ลูกผมจะมีอายุ ๗ ปี ถ้าเด็กที่อายุ ๗ ปีเมื่อวันนั้น วันนี้เขาจะมีอายุ ๑๔ ปี ถ้าเขาอายุ ๑๔ ปีเป็นวัยที่เรียกว่าเด็ก ไม่ใช่เป็นเด็กชายหรือเด็กหญิง วันนี้เขาจะบรรลุนิติภาวะที่อายุ ๒๑ ปี แต่ถ้าเขาอายุ ๒๑ ปีในวันนั้น วันนี้เขาจะเริ่มเข้าสู่วัยความเป็นผู้ใหญ่ที่สมบูรณ์ก็คือ ๒๘ ปีและมากกว่านั้น แน่นอนเพราะผมไล่ช่วงอายุไปเรื่อยสำหรับพวกเราที่อายุ ๔๐ กว่า เราก็ผ่านการรัฐประหารมามากกว่า ๕ ครั้ง แน่นอนครับ ในอดีตที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นการ รัฐประหารเมื่อตุลาคม ปี ๒๕๑๙ เมื่อปี ๒๕๒๐ เมื่อกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๓๔ เมื่อ ๑๙ กันยายน ปี ๒๕๔๙ ทั้งหมดทั้งมวลนั้นล้วนมีระยะเวลาการครองอำนาจของผู้นำ ในการรัฐประหารที่มิได้ยาวนานนัก แต่ปฏิเสธไม่ได้ครับว่าคำสั่งและผลพวงที่เกิดขึ้นจากการ รัฐประหารหรือการยึดอำนาจในทุก ๆ ครั้งยังส่งผลกระทบต่อเส้นทางประชาธิปไตย ของประเทศไทย และที่สำคัญคือการส่งผลกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของพี่น้องประชาชน คนเล็ก คนน้อย อย่างที่คุณยิ่งชีพได้กรุณาเอ่ยชื่อมา ขณะเดียวกันสิ่งที่พรรคอนาคตใหม่ ณ ขณะนั้นยกร่างในการนำเสนอ ๔ มาตราของร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ พร้อมด้วยบัญชีท้ายร่างพระราชบัญญัติมีตัวประกาศ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ และคำสั่งของหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติอยู่ทั้งหมด ๑๗ ฉบับด้วยกัน แน่นอนครับว่าวันนี้เราได้ตรวจสอบแล้วเราพบว่ามีอยู่ ๑ ฉบับที่มีการ ยกเลิกไปแล้ว ยังเหลืออีก ๑๖ ฉบับที่ยังคงมีผลผูกพันต่อการจำกัดสิทธิและละเมิดสิทธิ ของพี่น้องประชาชน ผมเองก็มีคำถามไม่แตกต่างจากผู้นำเสนอว่า ยังมีอีกหรือไม่และอาจจะ ไม่ใช่แค่ตัวคำสั่งของ คสช. เท่านั้น แต่อาจจะมีกรณีของร่างกฎหมายที่ผ่านสภานิติบัญญัติ ที่มากกว่า ๔๐๐ ฉบับที่ไปกระทบและมีผลพวงที่ตามมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งกรรมาธิการที่ท่าน สาทิตย์ วงศ์หนองเตย ได้เอ่ยถึงก็เคยศึกษา และผมคิดว่าเสียดายที่สภาแห่งนี้ไม่ได้มีโอกาส ที่ยกเลิกไปเสียทั้งหมด🔗
ผมแบ่งร่างคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติและคำสั่งของหัวหน้าคณะ รักษาความสงบแห่งชาติออกเป็น ๓ หมวดหมู่ด้วยกันครับ🔗
หมวดหมู่ประการที่ ๑ มีเพื่อนสมาชิกบางท่านใช้คำว่า เป็นกฎหมายที่ คณะรัฐประหารต้องใช้ในการควบคุมสถานการณ์ ผมไม่ทราบว่าสถานการณ์ที่ไม่ปกติ ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นมาจากใคร เป็นจากคณะรัฐประหารหรือเป็นจากพี่น้องประชาชน แต่สิ่งที่ พวกผมใช้นั่นไม่ใช่กฎหมายหรือคำสั่งที่มาควบคุมสถานการณ์ครับ แต่เป็นคำสั่งที่ไปละเมิดสิทธิ และเสรีภาพของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งที่ ๗/๒๕๕๗ ที่ ๒๕/๒๕๕๗ ที่ ๒๖/๒๕๕๗ ที่ ๒๙/๒๕๕๗ ที่ ๔๑/๒๕๕๗ ที่ ๔๙/๒๕๕๗ และรวมถึงที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้รับ ผลกระทบโดยตรงจากคำสั่ง คสช. ที่ ๓/๒๕๕๘ ผลกระทบนั้นส่งผลถึงตัวเขา ครอบครัวและ ผลกระทบต่ออนาคตของประเทศชาติในระยะยาว นั่นคือหมวดที่ ๑ ที่เราต้องการยกเลิกครับ🔗
หมวดที่ ๒ เป็นคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการกิจการเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น กรณีที่ ๑๗/๒๕๕๘ ที่ ๓/๒๕๕๙ ที่ ๔/๒๕๕๙ ซึ่งเพื่อนสมาชิกหลายท่านไม่ว่าจะเป็น ส.ส. เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ได้พูดถึง เพราะกฎหมายที่ท่านอ้างว่า เพื่อออกมาเป็นการดำเนินการเป็นการเฉพาะนั้น ผมไม่ทราบว่ามันไม่เฉพาะแค่ช่วงเวลานั้นหรือ แล้วมันยังมีผลจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ไม่ว่าจะเป็น กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับผังเมือง ไม่ว่าจะเป็นกรณีของนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ท่านไม่รู้หรอก ครับว่าเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้วพวกผมเองก็เคยมีส่วนร่วมในการคัดค้านโครงการท่อก๊าซจะนะ และไม่เข้าใจว่าเพราะเหตุใดวันนี้พวกผมถึงต้องลุกขึ้นมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในการ คัดค้านโครงการนิคมอุตสาหกรรมที่จังหวัดสงขลาที่เรียกว่า โครงการจะนะอีกครั้งหนึ่ง🔗
คำสั่งประการที่ ๓ หรือหมวดหมู่ประการที่ ๓ ครับ คือคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องของสิ่งแวดล้อม ท่านอาจจะใช้คำว่า นโยบายทวงคืนผืนป่า แต่ผมใช้คำว่า นโยบาย การทำร้าย ทำลายหัวใจของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งที่ ๙/๒๕๕๙ คำสั่งที่ ๓๑/๒๕๖๐ ส.ส.มานพ คีรีภูวดล ส.ส.อภิชาติ ศิริสุนทร ส.ส.คำพอง เทพาคำ ทั้งสัมผัสเองและลงพื้นที่ ท่านทราบไหมครับว่าวันนี้มีผู้ได้รับผลกระทบอย่างน้อยที่สุด ๙,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ คดี มีผู้ได้รับ ผลกระทบจากการถูกดำเนินคดีมากกว่า ๓๐,๐๐๐ คน ท่านอาจจะไม่ทราบชะตากรรมของ พ่อเด่น คำแหล้ ที่หายไปในการปกป้องผืนป่า แล้วต่อมาถึงทราบว่าเสียชีวิต ทั้งหมดทั้งมวล ที่เป็นเรื่องของเนื้อหาผลพวงของการรัฐประหารและคำสั่งที่ตามมานั้น มันมีคนเจ็บจริง มีคนเสียชีวิต มีคนต้องหายตัว มีคนที่วันนี้ยังต้องอยู่ในคุก แล้วไม่รู้ชะตากรรม หมายรวมถึง ผลกระทบต่ออนาคต แล้วมันฝังรากลึกให้เยาวชนคนหนุ่มสาวเห็นว่าบ้านเมืองนี้อาจจำเป็นที่ จะต้องย้ายออกจากประเทศที่ไม่เป็นประชาธิปไตยแห่งนี้ ท่านประธานครับ ผมเองยอมรับ โดยส่วนตัวว่าผมไม่เคยที่จะนั่งมองหน้าแล้วสัมผัสดวงตา แววตาของพี่สาวของคุณวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ได้เต็มตาสักครั้งหนึ่ง เพราะพวกผมละอายใจที่จะบอกว่า รัฐบาลและรวมถึง พวกเราเองอาจจะมีความพยายามไม่มากพอในการติดตามว่า วันนี้คุณวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ เขาเองเป็นแค่หนึ่งตัวอย่างเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นจากผลพวง ของการรัฐประหารและคำสั่ง คสช. ที่เกิดขึ้นทั้งหมดครับ ทั้งหมดทั้งมวลที่ผมจะนำเสนอมา ทั้งหมดนี้ เพื่อกำลังจะบอกกับสภาแห่งนี้ว่าวันนี้สิ่งที่พวกเรากำลังจะอภิปราย แล้วจะนำไปสู่ การลงมตินั้น ผมขอเอ่ยชื่อเพื่อนสมาชิก ๑๐ ท่านที่ท่านไม่มีโอกาสมีส่วนร่วมในการอภิปราย แต่ผมเชื่อมั่นว่าถ้าวันนี้ท่านยังเป็นสมาชิกอยู่ แล้วท่านจะลงมติรับหลักการ และเห็นด้วยกับสิ่งที่ประชาชนและพวกเราเสนอ ไม่ว่าจะเป็นคุณปิยบุตร แสงกนกกุล ไม่ว่า จะเป็นคุณพรรณิการ์ วานิช ไม่ว่าจะเป็นคุณกุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ ไม่ว่าจะเป็น พลโท พงศกร รอดชมภู ไม่ว่าจะเป็นคุณเจนวิทย์ ไกรสินธุ์ ไม่ว่าจะเป็นคุณไกลก้อง ไวทยการ อาจารย์ชำนาญ จันทร์เรือง คุณนิรามาน สุไลมาน อาจารย์เยาวลักษณ์ วงษ์ประภารัตน์ คุณธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ อาจารย์สุรชัย ศรีสารคาม ซึ่งทั้ง ๑๐ รายชื่อ ที่ผมเอ่ยขึ้นมานั้น ล้วนเป็นหนึ่งในผู้ที่เสนอให้มีการยกเลิกคำสั่ง และประกาศของ คณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งนี้ ฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะเรียกร้องผ่านเพื่อนสมาชิก พรรคฝ่ายค้าน เพื่อนสมาชิกพรรคฝ่ายรัฐบาลที่ผมขออนุญาตที่จะไม่เรียกว่าท่านอยู่ในฝ่ายใด และนี่ไม่ใช่การเหมารวมครับ แต่สิ่งที่ท่านกำลังจะลงและยกมือที่จะรับหรือไม่รับ ร่างหลักการของพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนั้น ท่านต้องยอมรับผลที่จะมาตาม ในอนาคต อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ผมไม่ต้องการให้สภาแห่งนี้จารึกแต่เพียงชื่อของคนที่รับหรือไม่รับ แล้วอยู่ในใบประมวลผลอยู่ในบันทึกปูมประวัติศาสตร์ ซึ่งขออนุญาตฉายนะครับว่า พิพิธภัณฑ์รัฐสภาของเราก็พร้อมที่จะทำการให้พวกท่านได้เข้าเรียนรู้ว่า เพื่อนสมาชิก ส.ส. สมาชิกวุฒิสภา พฤฒสภาในอดีตนั้นมีความกล้าหาญ ทั้งในเชิงจริยธรรมและการต่อสู้ เพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยให้กับประเทศนี้มาเป็นอย่างไร ผมไม่เรียกร้องให้เรื่องของท่านถูกจารึกในลักษณะแบบนั้นครับ แต่สิ่งที่ผมกำลังจะบอก ก็คือว่า พวกท่านในฐานะตัวแทนประชาชน อยู่กับพี่น้องประชาชนมาทั้งประเทศ อยู่กับ การเมืองไทยมา ๑๐ ๒๐ ๓๐ ๔๐ ๕๐ ปี ท่านจะยอมรับกฎหมายและคำสั่งที่กดหัวพวกท่าน อยู่แบบนี้อีกหรือ ท่านอยากจะยอมรับด้วยเงื่อนไขหรือเหตุผลที่แตกต่างกันครับ เพื่อนสมาชิก พรรคเพื่อไทยท่านหนึ่งเล่าให้ผมฟังว่า วันที่ถูกเรียกตัวโดยคำสั่งคณะรักษาความสงบ เรียบร้อยแห่งชาติ เขานั่งมองหน้าลูกแล้วตัดสินใจที่จะมอบตัวแทนที่จะหลีกหนีหายไป โดยเส้นทางที่เตรียมการไว้ เพราะเขาห่วงและกังวลต่อลูกของเขาที่จะเติบโตมาแล้วไม่รู้ว่า พ่อเป็นตายร้ายดีอย่างไร ฉะนั้นในมาตรา ๔ ของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ของพรรคก้าวไกล ซึ่งในขณะนั้นเป็นพรรคอนาคตใหม่ จึงเขียนตอนท้ายไว้ครับว่า ให้ถือว่าจำเลยที่เคยต้อง คำพิพากษาตามประกาศและคำสั่งที่ถูกยกเลิกไม่มีความผิด เพราะเขามิใช่อาชญากร หรือคนที่ทำผิดมาตั้งแต่ต้น แต่เป็นเพราะผู้มีอำนาจต้องการใช้คำสั่งหรือเงื่อนไข ทางกฎหมายทำให้เขากลายเป็นผู้ผิดต่อกฎหมาย ยามใดที่บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยเต็มตัว ประชาชนเข้าใจเราจะไม่มีการรัฐประหารและการรัฐประหารย่อมไม่เป็นรัฏฐาธิปัตย์อีกต่อไป ซึ่งผมคาดหวังแบบนั้นจากศาลหรือองค์กรอิสระอื่น ๆ และรวมถึงสภาผู้แทนราษฎรของเรา ฉะนั้น ณ นาทีนี้ผมไม่มีอื่นใด แต่ด้วยหัวใจของคนที่เป็นพ่อ เราไม่ได้ต้องการให้ชื่อของเราถูก จารึกว่าเราลงมติอย่างไร แต่ท่านเห็นอนาคตของลูกหลานของท่านหรือไม่ ท่านอยากเห็น บ้านเมืองเป็นเช่นนี้ตลอดไปหรืออยากเห็นบ้านเมืองที่เบ่งบานเป็นประชาธิปไตย คนมีสิทธิ ที่จะแสดงความคิดเห็นที่หลากหลาย ไม่มีใครที่ใช้อำนาจเพื่อประโยชน์ส่วนตัว เป็นเหลือบไร ที่เกาะกินแผ่นดินนี้อีกต่อไป ถ้าท่านเชื่อแบบเดียวกับที่พวกผมเชื่อ ก็ขอเรียกร้องการยอมรับ หลักการและลงคะแนนรับหลักการในร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับ นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะ ยืนยันและอภิปรายต่อสภาแห่งนี้ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ เมื่อผู้เสนอได้อภิปรายสรุปเสร็จสิ้นแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็เป็นการลงมติ เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นข้อครหา มากล่าวหาว่าชิงปิดประชุม ถามท่านนะครับ ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลว่าจะลงมติกันเลยหรือจะไว้ลงคราวหน้าครับ เชิญท่านอรรถกรครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร นะครับ ผมขอเรียนหารือ ท่านประธานครับว่า ในการพิจารณาร่างกฎหมาย ๒ ฉบับนี้ ผมขอเสนอให้ลงมติในการประชุม ครั้งถัดไปครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านครับ🔗
เรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ต้องกราบเรียน ท่านประธานครับว่า เราก็ได้ใช้เวลาการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ๒ ฉบับนี้ มาสักระยะ หนึ่งแล้ว และผมก็เห็นว่าไหน ๆ ก็พิจารณากันมาถึงเวลานี้แล้วน่าจะสามารถที่จะลงมติได้ ครับท่านประธาน ผมคิดว่าการบริหารเวลาจัดการของสภานี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ถ้าวันนี้เราสามารถทำได้ แล้วก็ในวันพุธหน้าเราจะได้เข้าสู่วาระอื่น ๆ แล้วก็ได้รวดเร็วยิ่งขึ้นครับ ก็เรียนท่านประธานโปรดพิจารณา ขอบพระคุณครับ🔗
ได้ครับ ถ้าห้องประชุมครบ เชิญท่านสมาชิกเข้ามาลงมติครับ🔗
เชิญนะครับ ท่านสมาชิกด้านนอก แสดงตนด้วยนะครับ เชิญครับ แสดงตนนะครับที่อยู่ในห้องประชุม ไม่มีสมาชิกเดินเข้ามาแล้วนะครับ มีสมาชิกอยู่นอกห้องประชุมอีกไหมครับ เชิญเข้ามาเลยครับ มาแสดงตนครับ กดปุ่มแสดงตนได้แล้วครับ มีอีกไหมครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ครูมานิตย์ครับ หารือท่านประธานนิดเดียว องค์ประชุมค่อนข้างจะไม่ครบอยู่ครับท่านประธาน🔗
ก็ไม่เป็น อะไรครับ ครูมานิตย์นั่งลงก่อนครับ🔗
ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗
ปิดการ แสดงตนแล้ว ไม่รอแล้ว เพราะว่าถ้าจะรอก็คงใช้เวลานาน ประธานไม่ชิงปิดประชุมนะครับ ห้ามกล่าวหานะครับ ปิดประชุม ขอไปลงมติในคราวต่อไปนะครับ ปิดประชุมครับ🔗