รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๓
ครั้งที่ ๑๕ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพฤหัสบดีที่ ๙ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
--------------
เรียนท่านสมาชิกครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิก ได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ โดยผมจะให้ปรึกษาหารือตามลำดับรายชื่อและเวลาที่ยื่น โดยใช้เวลาท่านละ ๒ นาทีนะครับ ท่านแรกขอเชิญท่านวีระพล จิตสัมฤทธิ์ ตามด้วย ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี เชิญท่านวีระพลครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วีระพล จิตสัมฤทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ขอหารือ ต่อท่านประธานเพื่อส่งต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยแก้ไขให้ดังนี้ครับ🔗
ผมได้รับการร้องขอจากน้อง ๆ นักเรียน นักศึกษาวิทยาลัยการอาชีพขุขันธ์ ได้ขออาคารโรงฝึกงาน ซึ่งทางวิทยาลัยนั้นได้เปิดสอนชั้น ปวช. ปวส. สายอาชีพ มีนักเรียน นักศึกษานี้เพิ่มขึ้นทุกปีจากปี ๒๕๕๖ ถึงปี ๒๕๕๘ มี ๗๐-๑๒๐ คน พอปี ๒๕๕๙ เพิ่มเป็น ๖๒๕ คน ตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ ถึงปี ๒๕๖๓ เพิ่มจาก ๗๒๙ เป็น ๙๕๑ คน ปี ๒๕๖๔ มีนักเรียน ๑,๐๔๗ คน ทำให้อาคารเรียนนั้นไม่เพียงพอต่อการเรียนการสอนต้องต่อเติม แล้วก็สร้าง อาคารเรียนชั่วคราวขึ้นมาใหม่ ทางวิทยาลัยได้ทำเรื่องของบประมาณไปยังสำนักงาน คณะกรรมการอาชีวศึกษา ๓ ครั้งด้วยกันครับ ครั้งแรก ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๐ ครั้งที่ ๒ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๒ ครั้งที่ ๓ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ ปัจจุบันยังไม่ได้รับการจัดสรร งบประมาณครับท่านประธาน🔗
เรื่องต่อมาเป็นเรื่องน้ำประปาในเขตอำเภอขุขันธ์ ที่ไม่เพียงพอต่อการอุปโภค บริโภค ต้องอาศัยระบบน้ำประปาจากอำเภอสังขะ จังหวัดสุรินทร์ อีกทั้งระบบการชำระเงิน ก็ต้องรอเจ้าหน้าที่จากอำเภอสังขะที่จะมาในทุกวันพุธ เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ควรที่จะให้อำเภอขุขันธ์นั้น มีระบบน้ำประปาในพื้นที่โดยอาศัยแหล่งน้ำจากอ่างเก็บน้ำห้วย ศาลา ห้วยติ๊กชู แล้วก็โอตาลัต พื้นที่ที่เหมาะสมในการก่อสร้างระบบน้ำประปา ก็คือบริเวณ หนองสะอางครับ จึงเรียนไปยังการประปาส่วนภูมิภาคช่วยพิจารณาแก้ไข แล้วก็ช่วยบรรเทา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนด้วยครับ และขออนุญาตส่งเอกสารเพิ่มเติมด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ได้ครับ ขอบคุณครับ เชิญ ร้อยตำรวจเอก อรุณ ตามด้วยท่านธนกร ไชยกุล เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดสงขลา กระผมได้รับการร้องเรียนจากคณะครูและผู้ปกครองของหน่วยงานบริการอำเภอระโนด ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ฟื้นฟูดูแลเตรียมความพร้อมของเด็กพิการทุกประเภท เด็กออทิสติก (Autistic) แล้วก็หูหนวก ปัญญาอ่อน บกพร่องทางพฤติกรรม อารมณ์ และบกพร่อง ทางการเรียน หน่วยงานบริการอำเภอระโนด ซึ่งตั้งอยู่ที่อาคารเรียนเก่าแก่เป็นไม้อายุ มากกว่า ๘๐ กว่าปี ภายในวัดระโนด อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ได้ชำรุดทรุดโทรม เป็นอย่างมาก พื้นไม้ผุเป็นร่องเป็นรู ต้องปูเสื่อน้ำมันปกปิดไว้ ด้านล่างเสาซึ่งเป็นไม้ รับน้ำหนักของอาคารก็หักผุพังเกือบหมดแล้ว ฝาหน้าต่างก็เป็นร่องเป็นรู ฝนตกหลังคารั่ว ข้างฝาฝนก็สาด เด็กนักเรียนต้องนั่งหลบฝนกันเป็นกลุ่ม ๆ เป็นที่น่าเวทนาสงสารเป็นอย่างมาก โรงเรียนไม่มีสภาพเอื้ออำนวยในการจัดกิจกรรมในการเรียนการสอน และบริบทต่าง ๆ ให้กับนักเรียนแต่ละวัน โดยหน่วยงานบริการอำเภอระโนด มีนักเรียนอยู่ประมาณ ๓๔ คน แล้วก็มีที่อยู่นอกระบบอีกจำนวนหนึ่ง หน่วยงานบริการอำเภอระโนด สังกัดอยู่ศูนย์ศึกษา พิเศษ เขตการศึกษาที่ ๓ ของกระทรวงศึกษาธิการ จึงใคร่หารือท่านประธานถึงรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้จัดสร้างโรงเรียนให้ใหม่ เพื่อแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนก่อนที่โรงเรียนจะพังลงมา ทำให้เด็กซึ่งพิการอยู่แล้วจะพิการ จากอุบัติเหตุซ้ำซ้อนเข้าไปอีกกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านธนกร ตามด้วยท่านสุรทิน พิจารณ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพอย่างสูง กระผม นายธนกร ไชยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร เขต ๓ อำเภอเลิงนกทา อำเภอกุดชุม อำเภอไทยเจริญ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีข้อหารือ ท่านประธานสภาผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ๑ เรื่อง🔗
ด้วยกระผมได้ลงพื้นที่และได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายอุทัย วันอ่อน ว่าที่นายก อบต. ตำบลส้มผ่อ และกำนัน ผู้ใหญ่บ้านตำบลส้มผ่อ อำเภอไทยเจริญ ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั้งตำบล ประกอบด้วยหมู่บ้าน บ้านส้มผ่อ บ้านนางาม บ้านโนนแดง บ้านศรีชุมพร บ้านนาเงิน บ้านเหล่าหันทราย บ้านใหม่ชมภู บ้านทุ่งเศรษฐี ประชากรรวม ๕,๙๒๗ คน ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ประกอบอาชีพการเกษตร ซึ่งแต่ละปีชาวบ้าน จะได้รับเงินช่วยเหลือโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาล จะโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร ธ.ก.ส. เพื่อจ่ายต่อให้เกษตรกรที่เป็นลูกค้าหรือลูกหนี้ที่มีบัญชีเงินฝากกับ ธ.ก.ส. เมื่อเกษตรกร เบิกหรือถอนเงินสดจากธนาคารจะต้องเดินทางมาเบิกเงินที่ ธ.ก.ส. สาขาไทยเจริญ เป็นระยะทางประมาณ ๒๐ กิโลเมตร ถ้าไม่มียานพาหนะส่วนตัวก็จะประสบ ความยากลำบากและเป็นภาระอย่างมาก ซึ่งทั้งตำบลส้มผ่อ อำเภอไทยเจริญ ๘ หมู่บ้าน ไม่มีตู้เอทีเอ็ม (ATM) เลย กระผมจึงฝากกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้โปรดวางแผนติดตั้งตู้เอทีเอ็ม (ATM) ของ ธ.ก.ส. หรือธนาคารออมสิน หรือธนาคารกรุงไทย สัก ๑ ตู้ ในพื้นที่ตำบลส้มผ่อ ก็จะช่วยแก้ปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชนได้ และกระผมขอส่งหนังสือแจ้งความเดือดร้อนของประชาชน ผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุรทิน ตามด้วยท่านปดิพัทธ์ สันติภาดา เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ส.ส. บัญชีรายชื่อ🔗
เรื่องแรก ขอกราบเรียนท่านประธานก็คือเรื่อง ที่ดินที่ทำกินตำบลบึงกาสาม ผู้ร้องคือ นายไพฑูรย์ ทับตระการ และนางยาใจ บ้านบึงสัมพันธ์ หมู่ที่ ๑ ตำบลบึงกาสาม อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี เนื่องจากบึงกาสามมีอยู่ ๙ หมู่บ้าน ๑,๒๔๕ ครัวเรือน ปรากฏว่าอาชีพส่วนหนึ่งเป็นอาชีพเกษตรกร ไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง ต้องรับจ้าง ต้องเช่าเขา อีกส่วนหนึ่งผู้สูงอายุไม่มีอาชีพ ไม่มีรายได้ จึงฝากไปที่ผู้ว่าราชการจังหวัด และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยดูแลพี่น้องเหล่านี้ด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ ถนนเข้าวัดป่ายางเจริญหรือวัดถ้ำเสือเฒ่า หมู่ที่ ๖ ตำบลผาสุก อำเภอวังสามหมอ จังหวัดอุดรธานี ผู้ร้องก็คือ นายชาลี ละครจันทร์ นายสมาน ขันตี แล้วก็มีพี่น้องเกษตรกรต่าง ๆ ปรากฏว่าทางเข้าวัดทางสัญจรไปมามันลำบาก ฝากไปที่ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีที่ได้งบประมาณจากเงินกู้มา ๑๒๘ ล้านบาท ดูแลด้วย🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องของแหล่งน้ำของจังหวัดยโสธร ท่านประธานที่เคารพ คือบ้านเลิงเปือย ผู้ร้องคือนายไสว จันทร์เรือง หนองนี้อยู่ที่หมู่ที่ ๕ และหมู่ที่ ๗ ตำบลศรีฐาน อำเภอป่าติ้ว จังหวัดยโสธร ประชากรตอนหน้าแล้งเดือดร้อน ฝากไปที่ผู้ว่าราชการจังหวัด ที่ได้งบประมาณ ๑๒๕ ล้านบาทช่วยด้วย🔗
อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่อง ขุดเจาะบาดาลบ้านโนนตาเถร อำเภอหนองสองห้อง จังหวัดขอนแก่น พี่น้องก็เดือดร้อนฝากไปที่ผู้ว่าราชการจังหวัด เพราะว่าไม่มีน้ำ น้ำเค็ม ชาวบ้านไม่สามารถจะดื่มได้ ฝากผ่านท่านประธาน ผู้รับผิดชอบคือผู้ว่าราชการจังหวัด ขอนแก่น ผู้ร้องคือ ร้อยโท ทนงชิต บุญทน ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านปดิพัทธ์ ตามด้วยท่านสนอง เทพอักษรณรงค์🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคก้าวไกล🔗
เรื่องหารือในเช้าวันนี้ คือราคาข้าวที่จังหวัดพิษณุโลกดีขึ้นเล็กน้อย แล้วก็มี ความชัดเจนเรื่องของการประกันรายได้และเงินเริ่มเข้าแล้วก็เป็นสัญญาณที่ดี แต่มีอีก ๔ อย่างที่ทางรัฐบาลยังไม่ได้เข้ามาแก้ไขปัญหาให้ตรงกับความต้องการ และความเดือดร้อน ของพี่น้องชาวนา🔗
เรื่องแรก ก็คือเรื่องของค่าความชื้น ขอให้มีการลดมาตรการในการที่จะเข้าสู่ การประกันรายได้สามารถได้รับเงินเต็ม โดยค่าความชื้นที่รับได้อยู่ที่ ๒๐-๒๕ เปอร์เซ็นต์ ไม่อย่างนั้นชาวนาที่อยู่ในสภาวะหลังจากอุทกภัยมา ก็จะไม่สามารถทำข้าวที่มีความชื้น ๓๐ เปอร์เซ็นต์ได้ เรื่องนี้อยากให้มีการแก้ไขปัญหาด้วย ประเด็นที่สองคือ ท่านรัฐมนตรี รับปากไว้ว่าจะเข้าไปจัดการเรื่องราคาปุ๋ย แต่ตอนนี้ราคาปุ๋ยที่จังหวัดพิษณุโลกก็ยัง ๑,๓๐๐ บาทอยู่ดี เรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องของการพักหนี้ทั้งต้นและดอกของธนาคาร ธ.ก.ส. เพื่อทำให้ชาวนาพ้นวิกฤตินี้ได้ ประการสุดท้ายก็คือ การเตรียมทางออกในเรื่องของภัยแล้ง ที่กำลังจ่อเข้ามา ชาวนาอาจจะไม่สามารถปลูกข้าวได้ในรอบการผลิตต่อไป ให้มีมาตรการ ในการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนด้วยครับ🔗
เรื่องที่สอง ก็คือเรื่องของโครงการคนละครึ่ง ตอนนี้เศรษฐกิจดีขึ้นบ้างเล็กน้อย แต่จากการที่ผมไปเดินสำรวจในตลาดนัดต่าง ๆ แม่ค้าพ่อค้าทยอยที่จะออกจากโครงการนี้ไป เพราะมีการเก็บภาษี ไม่ใช่การเก็บภาษีย้อนหลังเราเข้าใจ แต่มาตรการแบบนี้ โอไมครอน (Omicron) ที่กำลังเข้ามาในประเทศไทยถ้ามีการเยียวยา ถ้ามีมาตรการจากรัฐบาลอีก อยากให้มาตรการทางภาษีนั้นเอื้อต่อพ่อค้า แม่ค้าคนเล็กคนน้อยมากกว่านี้ แล้วไปเก็บภาษี จากนายทุนที่มั่งคั่งขึ้นจากการยึดอำนาจของ คสช. น่าจะเป็นทางออกของประเทศได้ดีกว่านี้ นี่คือเรื่องหารือ ๒ เรื่อง ที่ผมอยากจะฝากท่านประธานไว้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสนอง ตามด้วยท่านเกษม อุประ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ผมมีเรื่องร้องเรียน ได้รับการร้องเรียนมาจากพี่น้องประชาชน คนในตำบลสะแกซำ อำเภอเมือง จังหวัดบุรีรัมย์ ขอร้องไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ เพื่อขอให้มีการสร้างถนนเลียบคันคลองชลประทาน จากบ้านสารภี ไปถึงบ้านโคกเจริญ ตำบลสะแกซำ เป็นถนนคอนกรีตระยะทางกว้าง ๔ เมตร ยาวประมาณ ๑ กิโลเมตร แล้วอีกเส้นหนึ่งก็เป็นเลียบคลองชลประทานเช่นเดียวกันครับ จากปากทาง เข้าบ้านโคกสะอาดไปถึงบ้านตลาดควาย ตำบลสะแกซำ เป็นถนนลาดยางขนาดกว้าง ๖ เมตร ยาวประมาณ ๒ กิโลเมตร ถนนทั้ง ๒ สายนี้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนมาก เพราะว่า จำเป็นจะต้องใช้สัญจรไปมา แล้วก็ขนพืชพันธุ์ทางการเกษตร หน้าแล้งก็มีฝุ่น มีหลุม มีบ่อ หน้าฝนเดินทางไม่ได้ ฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดงบประมาณ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องทั้ง ๒ โครงการ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเกษม ตามด้วยท่านสัณหพจน์ สุขศรีเมือง นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม เกษม อุประ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธาน ผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี เรื่องเอกสารสิทธิในที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัยของพี่น้องอำเภอ คำตากล้า ซึ่งครอบครองมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย จนถึงปัจจุบันร่วม ๒๐๐ ปี แต่ยังไม่มี เอกสารสิทธิ แม้แต่ที่ตั้งของที่ว่าการอำเภอ ที่ตั้งของสถานีตำรวจก็ยังไม่มีเอกสารสิทธิ ในรัฐบาลก่อนได้มีการทยอยออกโฉนดให้ และหลายรายได้ชำระค่ารังวัดไว้เป็นที่เรียบร้อย แต่พอมีการปฏิวัติ โฉนดก็ไม่ได้ ค่ารังวัดก็ไม่ได้คืน กระผมได้หารือในสภาแห่งนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่สำรวจข้อมูลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ ออกเอกสารสิทธิ กระผมจึงใคร่ขอความกรุณาท่านนายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ออกโฉนดที่ดิน เพื่อเป็นการพัฒนาชาวบ้านจะได้สรรเสริญท่านให้เป็นนายกรัฐมนตรีตลอดกาล ไม่มีวันเกษียณครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอฝากถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เรื่องความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนบ้านวังยาง ตำบลวังยาง อำเภอพรรณานิคม เรื่องบุตรหลานต้องเดิน ข้ามถนน ๔ เลนเพื่อไปโรงเรียนเสี่ยงภัยทุกวัน จึงใคร่ขอให้สำนักทางหลวงที่ ๓ สกลนคร ได้สร้างสะพานลอยข้ามถนนเพื่อความปลอดภัยของลูกหลาน ฝากถึงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสัณหพจน์ ตามด้วยท่านนพพล เหลืองทองนารา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ กระผม นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นครศรีธรรมราช แบบแบ่งเขต อำเภอปากพนัง อำเภอหัวไทร อำเภอเชียรใหญ่ วันนี้ ผมหารือท่านประธานเรื่องเดียวครับ เป็นเรื่องสำคัญที่สุดในประเทศชาตินี้ครับ ผมหารือ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๓ ในเรื่องนี้ แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่ได้ตอบสนองให้เป็นรูปธรรม ปัญหาที่สำคัญที่สุดของประเทศนี้คือปัญหายาเสพติด ณ ขณะนี้ครับ ซึ่งส่งผลกระทบ ต่อตัวบุคคล ครอบครัว ชุมชน สังคม ประเทศไทย รวมทั้งประชาคมโลกครับ ถ้าหาก การพัฒนาที่จะเกิดขึ้น ไม่ว่าจะด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมือง หากเรามีลูกหลาน ที่ติดยาเสพติด เรามีสังคมที่เสื่อมโทรมทุกวันนี้ เกิดการลักขโมย ปล้น ฆ่า ข่มขืน ครบทุกอย่าง ยาเสพติดยิ่งหารือยิ่งเยอะ ผมเป็นผู้แทนมา ๓ ปี หารือเรื่องนี้มา ๓ ครั้งแล้ว บางครั้งยังมีได้ข่าวบอกว่าให้ท่าน ส.ส. เบา ๆ หน่อยเรื่องนี้ แล้วผมถามว่าถ้าเราเบาเรื่องนี้ เราจะพัฒนาเศรษฐกิจประเทศชาติไปได้อย่างไร ในเมื่อทรัพยากรของชาติตกอยู่ในวังวน ของยาเสพติด ผมจึงฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ ให้ช่วยแก้ไขไม่ว่าเราจะมี ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดจังหวัด ศูนย์ปฏิบัติการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติดอำเภอ และศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ก็เกินศักยภาพ หรือว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบมันมีมาก จนเกินไป กระผมจึงเรียกร้องไปยังหน่วยงานหลักที่รับผิดชอบ สำนักนายกรัฐมนตรี กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร กระทรวงยุติธรรม ป.ป.ส. กระทรวงมหาดไทย กรมการปกครองส่วนท้องถิ่น ถ้าหากว่ายังบูรณาการทำงานร่วมกัน ไม่ได้ ขอให้ยุบทั้งหมดเถอะครับ ให้หน่วยงานเดียวรับผิดชอบเพียง ป.ป.ส. เท่านั้นครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนพพล ตามท่านด้วยกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ส.ส. นพพล เหลืองทองนารา พรรคเพื่อไทยจังหวัดพิษณุโลก คนพรหมพิรามครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีเรื่องที่จะมาหารือกับท่านประธาน ก็เรื่องน้ำเช่นเคยครับ ท่านครับผมเองได้รับการร้องเรียนมาจากพ่อแม่พี่น้องเกษตรกร ในเรื่องของภัยพิบัติอุทกภัยที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลนั้นบอกว่าจะเยียวยา จะช่วยเหลือเกษตรกร โดยเฉพาะในเรื่องของน้ำท่วมนั้นไร่หนึ่ง ๑,๓๔๐ บาท ซึ่งมาถึงทุกวันนี้ผ่านมาแล้วประมาณ ๓-๔ เดือน เกษตรกรอีกเป็นจำนวนมากที่ยังไม่ได้ค่าชดเชยตรงนี้ ก็ขอท่านได้ส่งเรื่องไปถึง ผู้เกี่ยวข้องได้เร่งรัดการจ่ายเงินเยียวยาค่าน้ำท่วมด้วยนะครับ🔗
๒. ใกล้ถึงฤดูกาลเพาะปลูกนาปรัง ทั้งเขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ของจังหวัดพิษณุโลกนี่มีปัญหาเหมือนกัน แต่ปริมาณน้ำไม่เหมือนกัน นั่นก็คือว่าปัญหา เหมือนกัน ก็คือว่าทั้ง ๒ เขื่อนบอกว่าจะไม่ปล่อยน้ำให้กับเกษตรกรทำนาปรังเหมือนกัน แต่ที่ไม่เหมือนกันคือปริมาณน้ำในเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนนั้นมีอยู่ ๙๘ เปอร์เซ็นต์ คือ ๘๗๘ ล้านลูกบาศก์เมตร ณ วันนี้ และเขื่อนสิริกิติ์มีอยู่ ๑,๖๐๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งมีประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ผมเองนี่ก็อยากเรียกร้อง โดยเฉพาะในเขื่อนแควน้อยบำรุงแดนว่า ทุกปีชาวบ้านไปขอน้ำก็บอกว่าน้ำไม่มี ถ้าน้ำมีในเขื่อนจะปล่อยให้แน่นอน แล้วพอปีนี้น้ำเต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์จะไม่ปล่อยให้ชาวบ้าน มันคือเหตุผลอะไรอยากทราบ แล้วอย่างเขื่อนสิริกิติ์ หน้านี้เป็นหน้าที่ควรจะต้องกักเก็บน้ำไว้ แล้วก็รู้อยู่ว่าต้นทุนน้ำในเขื่อนมีน้อยมากในปีนี้ แต่ผมก็ไม่เข้าใจว่าน้ำเข้าเขื่อน ๒,๕๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร ออก ๕ ล้านลูกบาศก์เมตร เข้าเขื่อน ๔ ล้านลูกบาศก์เมตร ออก ๔ ล้านลูกบาศก์เมตร ผมไม่เข้าใจว่าทำไมการบริหารงาน ของกรมชลประทานถึงเป็นแบบนี้ แล้วแล้งอีกหลายเดือนจะทำอย่างไร ผมอยากทราบ คำตอบจากกรมชลประทานครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณกรณิศ ตามด้วยคุณณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตคลองเตยและวัฒนา พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตวัฒนา เนื่องจากว่าช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาดิฉัน ได้ไปเยี่ยมเยือนพี่น้องประชาชนตามหมู่บ้านต่าง ๆ หลาย ๆ หมู่บ้าน ได้ประสบปัญหา เกี่ยวกับการวางท่อประปาใหม่ของการประปานครหลวง จากสภาพ ท่านประธาน ดูจากภาพ ซึ่งปัญหาที่พบเจอ ประชาชนก็มาร้องเรียนว่า ไม่ได้รับการประชาสัมพันธ์ จากการประปาเลย ถึงกระบวนการการดำเนินงานของการประปานครหลวงว่าจะมา ดำเนินการเสร็จสิ้นเมื่อไร แล้วก็ปัญหาที่สำคัญที่สุด ก็คือการเปิดผิวจราจร ซึ่งแต่เดิมเป็นผิวที่เรียบ ซึ่งใช้สัญจรไปมา หลายสิบปี ตอนนี้พอมาเปิดหน้าผิวแล้วก็ฝังกลบกลับไม่เป็นสภาพดังเดิม มีสภาพ ที่ขลุกขลัก แล้วก็การสัญจรโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นรถจักรยานที่ประชาชนใช้ออกกำลังกาย ในหมู่บ้าน สุ่มเสี่ยงให้เกิดอุบัติเหตุเป็นอย่างมาก สภาพการทำงานของการประปาถือว่า ยังหยาบมาก ดิฉันจึงขอท่านประธานฝากไปถึงการประปานครหลวงว่าช่วยประชาสัมพันธ์ แล้วติดป้ายให้ชัดเจนในระยะการทำงานว่าจะเสร็จสิ้นเมื่อใด และที่สำคัญที่สุดการปรับ ผิวจราจรให้คงเดิม อย่างน้อย ๆ คือสภาพต้องดีกว่านี้ เพราะว่าการทำงานของหน่วยงาน ของรัฐถือว่าเป็นการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนเป็นการดีอยู่แล้ว แต่ดิฉันไม่อยากให้ คำชมที่จะได้รับกลายเป็นดาบสองคมลักษณะแบบนี้ ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยัง การประปานครหลวงด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านณัฐพล ตามด้วยคุณกันตวรรณ ตันเถียร เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ผมขอหารือผ่านท่านประธานสภาในฐานะท่านประมุข ฝ่ายนิติบัญญัติไปยังท่านผู้นำฝ่ายบริหาร พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เรื่องขอให้ ออกกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและอนุรักษ์วิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ ตามคำแถลงนโยบาย ของคณะรัฐมนตรีต่อสภาแห่งนี้ วันที่ ๒๕ กรกฎาคม ปี ๒๕๖๒ ท่านประธานครับ ร่างกฎหมาย พ.ร.บ. ส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ เมื่อวานนี้มีอีก ๑ ร่าง เป็นร่างที่ ๕ นำโดยคุณสุริยันต์ ทองหนูเอียด จากมูลนิธิพัฒนาภาคเหนือ มายื่นรายชื่อ ๑๖,๕๙๙ รายชื่อ ต่อท่านประธานชวนนะครับ ก็ต้องขอขอบคุณท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่ได้ต้อนรับ และเลี้ยงอาหาร ๑ มื้อด้วยครับ ท่านประธานครับ ความจำเป็นของการที่จะต้องมีกฎหมาย เพราะพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ กลุ่มเปราะบาง กลุ่มชายขอบที่ยังมีปัญหาถูกดำเนินคดี อยู่ในขณะนี้เป็นหมื่น ๆ คดีนะครับ วิถีชีวิตอัตลักษณ์ดั้งเดิมที่ใช้ชีวิตในพื้นที่ดั้งเดิมมีปัญหา ข้อกฎหมาย จึงขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้นำกฎหมายทั้งหมด ๕ ร่างมาพิจารณาในสภา แห่งนี้เพื่อปลดล็อก (Lock) การกดทับวิถีชีวิตอัตลักษณ์ดั้งเดิม ดังเช่นนานาอารยประเทศ ที่เขามีกฎหมายส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ บุคคลคนหนึ่ง การเกิดมาจะต้องได้รับการคุ้มครองและสถานะจากรัฐ ผมขอให้การหารือครั้งนี้เป็นของขวัญ ปีใหม่ เหลืออีกแค่ ๒๒ วันเท่านั้นครับ เป็นของขวัญปีใหม่ให้มีกฎหมายคุ้มครองจริง ๆ จัง ๆ กับพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณกันตวรรณ ตามด้วยคุณวันชัย เจริญนนทสิทธิ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางกันตวรรณ ตันเถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพังงา จากพรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ดิฉันขอปรึกษาท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นเรื่อง ความเดือดร้อนของอาคารเรียนในโรงเรียนจังหวัดพังงา🔗
โรงเรียนแรก โรงเรียนตะกั่วป่า “เสนานุกูล” โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนประจำ อำเภอ เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ มีนักเรียนอยู่ในโรงเรียนประมาณ ๒,๐๐๐ คน แต่มีห้องเรียน ๕๓ ห้อง แต่ปัจจุบันนี้โรงเรียนมีอาคารเรียน ๒๑๒ ร. ซึ่งก่อสร้างตั้งแต่ ปี ๒๕๒๐ มีอายุการใช้งาน ๔๔ ปี สภาพอาคารมีสภาพชำรุดทรุดโทรม ซึ่งดิฉันได้ลงไป ในพื้นที่ได้พูดคุยกับอาจารย์ นักเรียน และโยธาธิการผังเมืองของจังหวัดพังงา ก็ได้มีบันทึกว่า สมควรให้อาคารเรียนหลังนี้ต้องมีการรื้อถอนและสร้างอาคารใหม่ทดแทน ทางโรงเรียนได้ ทำเรื่องมาที่สำนักงานเขตพื้นที่เพื่อขอก่อสร้างอาคารใหม่เป็นอาคาร ๓๑๘ ร. แต่ปัจจุบันนี้ ไม่สามารถคีย์ (Key) เข้าระบบได้ เพราะโดยระเบียบแจ้งว่าหากอาคารเก่ายังมีเพียงพอ จะไม่สามารถทำระเบียบการก่อสร้างอาคารใหม่เข้าสู่ระบบ จึงเกิดปัญหาในทางปฏิบัติ ให้กับโรงเรียนและระบบของกระทรวงศึกษาธิการ🔗
ประการที่ ๒ โรงเรียนบ้านตากแดด อำเภอเมือง ดิฉันได้รับการร้องเรียน จากท่าน ผอ. กนกพร คงยศ โรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก มีห้องเรียน มีนักเรียน ประมาณ ๘๐ คน อาคารเรียนโดยรวมยังมีสภาพแข็งแรง แต่หลังคามีน้ำรั่วซึม ชำรุด ฝ้าเพดาน ระบบไฟฟ้ามีปัญหา แต่เนื่องจากเป็นโรงเรียนขนาดเล็กการซ่อมแซมโรงเรียน ก็ไม่สามารถกระทำได้ ทาง ผอ. จึงทำเรื่องไปที่สำนักงานเขต แต่ติดระเบียบของ กระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๖๑ ในระเบียบเขียนว่า การก่อสร้าง ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ ๒๕๖๐ โรงเรียน และหน่วยสังกัดของสำนักงานเขตพื้นที่จะต้องจัดทำแบบรูปการก่อสร้างให้มีวิศวกร และสถาปนิกเซ็นรับรองและออกแบบให้พร้อมเพรียง จึงสามารถเข้าสู่ระบบ ของกระทรวงศึกษาธิการได้ ซึ่งดังกล่าวเป็นปัญหาให้กับคณะครู โรงเรียนทั่วประเทศ จึงฝากท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีให้กระทรวงศึกษาธิการทบทวน และแก้ไข ปัญหาดังกล่าวให้กับโรงเรียนค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณวันชัย ตามด้วยคุณสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายวันชัย เจริญนนทสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนนทบุรี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือกับท่านประธาน เรื่องพี่น้องประชาชน ในพื้นที่อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้ร้องเรียน ถนนพหลโยธิน หลักกิโลเมตร ที่ ๖๕-๖๔ บริเวณตลาดวังน้อย มีการตั้งร้านค้าบนฟุตพาท (Footpath) ทางเท้าถาวร ทำให้พี่น้องประชาชนหลีกเลี่ยงเดินบนฟุตพาท (Footpath) ทางเท้าเพื่อไปทำธุระต่าง ๆ ส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุได้ จึงอยากฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงไปช่วยแก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชน ได้เดินบนฟุตพาท (Footpath) ทางเท้าได้สะดวกมากยิ่งขึ้นครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรียนท่านประธาน ถนนวงแหวนกาญจนาภิเษกตั้งแต่บางปะอิน ถึงบางบัวทองมีรถบรรทุกต่าง ๆ วิ่งเป็นจำนวนมาก ทำให้รถเล็กวิ่งขวาไม่ได้ ต้องวิ่งซ้าย และแซงซ้าย เนื่องจากมีรถบรรทุกวิ่งเส้นทางนี้เป็นจำนวนมากเป็นเหตุให้เกิดอุบัติเหตุ ได้เกือบทุกวัน จึงอยากฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ช่วยแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ที่ใช้ถนนกาญจนาภิเษกทั้งขาเข้าและขาออก กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณสัมฤทธิ์ ตามด้วยคุณคำพอง เทพาคำ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ กระผมขอหารือผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์ ขอให้เร่งรัดการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังกลุ่มตกหล่นครับ ท่านประธานครับ กระผมต้องขอกราบขอบคุณท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เมื่อเดือนที่ผ่านมาท่านได้สั่งการให้เปิดประชุมด่วน เพื่อให้กระผมพร้อมเพื่อน ส.ส. อีก ๔ ท่าน ซึ่งประกอบด้วย ท่านวุฒิพงษ์ นามบุตร อุบลราชธานี ท่านเชิงชาย ชาลีรินทร์ ชัยภูมิ ท่านวัฒนา ช่างเหลา ขอนแก่น และท่านปริญญา ฤกษ์หร่าย กำแพงเพชร ได้นำเรื่องร้องทุกข์ร้องเรียนจากเกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลัง ที่ยังไม่ได้รับเงินชดเชย เนื่องจากแจ้งเพาะปลูกก่อนวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๓ จำนวน ๑๖๙,๐๐๐ ครัวเรือน เข้าชี้แจงข้อมูลต่อที่ประชุม แล้ววันนั้นพวกเราก็ได้ชี้แจงข้อมูล ค่อนข้างชัดเจนสมบูรณ์เป็นที่รับรู้รับทราบของคณะกรรมการทุกส่วนทุกฝ่าย แต่ผมทราบ มาว่าเรื่องนี้ยังต้องดำเนินการตามขั้นตอนอีกหลายขั้นตอน จะต้องนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุม คณะกรรมการกำกับดูแล และกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงเพื่ออนุมัติ เรื่องนี้ต้องนำเข้า คณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง แล้วในสุดท้ายต้องนำเรื่องนี้ เข้าขออนุมัติจากที่ประชุมคณะรัฐมนตรี กระผมจึงขอให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์ได้เร่งรัดให้หน่วยงานทุกฝ่ายเร่งรีบในการดำเนินงาน เพื่อที่จะสามารถเบิกจ่ายให้กับ เกษตรกรกลุ่มตกหล่น จำนวน ๑๖๙,๐๐๐ ครัวเรือนอย่างเร่งด่วน เพราะว่าเกษตรกรเหล่านี้ ได้รอเงินจำนวนนี้มาเกือบ ๑ ปีแล้วครับ ขอกราบขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญคุณคำพองครับ ตามด้วยท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม คำพอง เทพาคำ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล มี ๓ เรื่อง ครับท่านประธาน🔗
เรื่องแรก พี่น้องปากมูลให้ติดตามเรื่องการแก้ไขปัญหาสหกรณ์ปากมูล จังหวัดอุบลราชธานี ระยะเวลาก็เนิ่นนานมานานแล้ว ก็ยังไม่ไปถึงไหนพี่น้องรออยู่ครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องโรคระบาดเอเอสเอฟ (ASF) หรืออหิวาต์แอฟริกาในสุกร ในพื้นที่จังหวัดราชบุรี เมืองหลวงเกษตรกรผู้เลี้ยงหมู พี่น้องขอให้กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ช่วยเหลืออย่างนี้ครับ ๑. สำรวจเยียวยาชดเชยความเสียหายที่เกิดจากโรคระบาด ๒. พักชำระหนี้ลดดอกเบี้ยเพื่อลดภาระของเกษตรกร ๓. หาสินเชื่อซอฟต์โลน (Soft Loan) เพื่อการลงทุนฟื้นฟูอาชีพการเลี้ยงสุกรขึ้นมาใหม่อีกครั้ง ๔. จัดหาแม่พันธุ์สุกรชดเชย ส่วนที่สูญเสียไปจากโรคระบาด ๕. จัดหาวัคซีนคุณภาพเพื่อป้องกันการระบาดอีกครั้ง ของโรคนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องร้องเรียนจากเกษตรกรสวนมะพร้าว ที่อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ปลูกมะพร้าว เป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญ แล้วก็เป็นพื้นที่ จีไอ (GI) หรือแหล่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ เกษตรกรต้องการให้กระทรวงพาณิชย์ดำเนินการ อย่างนี้ สร้างกระบวนการมีส่วนร่วมในโควตานำเข้ามะพร้าวแหล่งที่มา ปริมาณลูกมะพร้าว ปริมาณน้ำกะทิ ควรนับเป็นลูก แล้วหักออกจากปริมาณมะพร้าวที่ขาด การแปรรูปมะพร้าว กะทิควรระบุแหล่งที่มาว่า เป็นของประเทศอินโดนีเซีย เวียดนาม หรือประเทศอื่น ๆ ให้ชัดเจน ถ้าไม่ใช่ของประเทศไทย ไม่ควรให้ติดแบรนด์ (Brand) มะพร้าวไทยนะครับ เพราะจะมีปัญหาแก่เกษตรกรและผู้บริโภค ฝากท่านประธานด้วย ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปเชิญ ท่านสฤษฏ์พงษ์ ตามด้วยท่านโกศล ปัทมะ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย จังหวัดกระบี่ครับ ผมรบกวนท่านประธานสภา เนื่องจากว่าพี่น้องประชาชนในส่วนของ จังหวัดกระบี่ โดยเฉพาะ อสม. แล้วก็พี่น้องประชาชนทั่วไปได้ร้องเรียนมาว่า การที่เขาไปทำ ประกันไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) กับสถาบันในส่วนของธนาคารก็ดี หรือว่าบริษัทประกันก็ดีนั้น ขณะนี้เมื่อติดโควิด (COVID) นั้นได้เบิกเงินล่าช้ามาก ก็ขอให้ท่านประธานได้ประสานงาน ไปยังหน่วยงานประกันด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เงินค่าตอบแทนของ อสม. ใหม่ ที่เริ่มเข้ามาใหม่ แล้วเขาเป็น ด่านหน้าจะต้องมีค่าตอบแทนก็เบิกได้ล่าช้า ค่าเสี่ยงภัยของบุคลากรทางการแพทย์แนวหน้า ไม่ว่าจะเป็น รพ.สต. ก็ดี ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ พยาบาล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยแพทย์ ประจำตำบล แล้วก็แม้กระทั่งคนขับรถเขาก็เสี่ยงภัยด้วยกัน เขาก็รบกวนว่าถ้าเป็นไปได้ ให้รัฐบาลได้ดูแลด้วยในเรื่องของค่าตอบแทนการเสี่ยงภัยทั้งหมดครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ในเรื่องของกรณีมหาดไทย เวลาติดโควิด (COVID) หรือว่า กลุ่มเสี่ยงในหมู่บ้าน เขาต้องปิดหมู่บ้านเลยท่านประธานครับ เมื่อปิดหมู่บ้านก็จะมีการ ตั้งด่าน เพราะฉะนั้นการตั้งด่านประชาชนที่ถูกกักตัวอยู่ในหมู่บ้าน สำคัญที่สุดก็คือถุงยังชีพ ข้าวสาร อาหารแห้ง เราเป็น ส.ส. ในทีมงานก็รู้ดีที่จะต้องเข้าไปช่วยเหลือ แต่ปรากฏว่า ในหน่วยงานของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่ อบต. ท้องที่ที่จังหวัดเขาบริหารจัดการในเรื่องของ งบประมาณนั้นก็มีความล่าช้า ก็ขอกราบเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงานของจังหวัด ของกระทรวงมหาดไทยให้ได้ดูแลเรื่องนี้ด้วย ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านโกศล ตามด้วยท่านอนุชา น้อยวงศ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม นายโกศล ปัทมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ทุกข์ของพี่น้องเกษตรกรคือทุกข์ของแผ่นดิน นอกจาก สินค้าราคาข้าวตกต่ำ พี่น้องก็ยังยากลำบาก ที่ผ่านมาพี่น้องประสบปัญหาการแพร่ระบาด ของโรคลัมปีสกิน (Lumpy skin) วัวตาย ควายล้ม รัฐบาลรับปากจะจ่ายค่าชดเชยให้กับ พี่น้องประชาชน แต่เป็นไปด้วยความล่าช้าครับ วันนี้ผมจึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยัง กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และท่านนายกรัฐมนตรีเร่งจัดสรรค่าชดเชย เยียวยาให้กับพี่น้องเกษตรกรด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมขอหารือสภาแห่งนี้มาหลายครั้ง เรื่องการขุดลอกห้วยน้ำเค็ม อ่างบ้านหญ้าคา ตำบลหนองแจ้งใหญ่ อำเภอบัวใหญ่ ที่เป็นอ่างเก็บน้ำที่หล่อเลี้ยง พี่น้องตำบลหนองแจ้งใหญ่ หล่อเลี้ยงพี่น้องในเขตเทศบาลบัวใหญ่ เรื่องน้ำอุปโภคบริโภค แม่น้ำเพื่อการเกษตร แต่ไม่เคยได้รับการจัดสรรงบประมาณแต่อย่างใด วันนี้ขอหารือ ท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้จัดสรรงบประมาณ ไปดำเนินการให้กับพี่น้องอย่างเร่งด่วนนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้กรมทางหลวงชนบท ซ่อมแซมถนนสาย ๓๐๒๖ ช่วงบ้านสระครก บ้านคลองพฤกษ์ บ้านสระพะเนียด บ้านหนองยาว ให้กับพี่น้องประชาชน เนื่องจากชำรุดเสียหายเป็นอย่างมากนะครับ เพราะว่าพี่น้องประสบอุบัติเหตุหลายครั้ง บาดเจ็บเสียชีวิต ฝากให้กรมทางหลวงชนบทไปดำเนินการให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งเรื่องไฟส่องสว่าง เนื่องจากถนนทางหลวงชนบท ช่วงโนนตาเถร ถึงหัวหนอง และโรงพยาบาลบัวใหญ่ถึงตลาดหนองแวง อำเภอบัวลาย ขณะนี้พี่น้องประชาชน ยากลำบากไฟส่องสว่างไม่เพียงพอ อยากให้กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม จัดสรรงบประมาณไปดำเนินการให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณอนุชาครับ ตามด้วยคุณธนภร โสมทองแดง นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม อนุชา น้อยวงศ์ จากเขต ๓ อำเภอวังทอง อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานที่เคารพ กระผม ขอหารือถึงปัญหาพี่น้องประชาชนในเขตอำเภอวังทอง อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก อยู่ในเขตที่ดินป่าสงวนแห่งชาติลุ่มน้ำวังทองฝั่งขวาในที่ดิน ๒๐๓,๐๐๐ ไร่เศษ ซึ่งอยู่ในเขต ที่ดินของนิคมสหกรณ์วังทอง อยู่ในความรับผิดชอบดูแลของกรมส่งเสริมสหกรณ์ ซึ่งดูแลสหกรณ์ทั้ง ๓ แห่งคือ ๑. สหกรณ์นิคมเนินมะปราง จำกัด ๒. สหกรณ์นิคมวังทอง จำกัด ๓. สหกรณ์นิคมพันชาลี จำกัด🔗
ท่านประธานที่เคารพ ปัจจุบันสภาพบ้านเมืองเปลี่ยนแปลงไปไม่มีสภาพ ป่าไม้หลงเหลืออยู่แล้ว ในเขตที่ดินนี้เป็นที่ราบไม่มีภูเขาสูง ขณะเดียวกันปัจจุบันนี้มีกฎหมาย มีระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาของพี่น้องประชาชนในเขตนี้เป็นอย่างยิ่ง กล่าวคือ การปรับปรุงระบบคมนาคมต้องขออนุญาตจากหน่วยงาน จากส่วนกลางต้องรอเวลา บางครั้งใช้เวลา ๒-๓ ปี ในการขออนุญาต ปัจจุบันพี่น้องได้ปลูกมะม่วงเพื่อการส่งออก นับแสนไร่ มีเป็นมะม่วงนอกฤดูเพื่อการส่งออก แต่ได้รับความยุ่งยากในการขอหลักฐาน ใบรับรองจีเอพี (GAP) ซึ่งต้องขอจากหน่วยงานสำนักวิจัยพืชไร่หรือ สวพ. มีอุปสรรคมาก ในการขอเอกสารจีเอพี (GAP) ดังกล่าว ท่านประธานที่เคารพ กราบขอความกรุณาจากกรมป่าไม้ สังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอความกรุณาจากกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ โดยท่านรัฐมนตรีมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ซึ่งดูแลกรมส่งเสริมสหกรณ์พิจารณาหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาโดยการออก เอกสารสิทธิให้พี่น้องประชาชน ทำให้ความเป็นอยู่ดีขึ้นและได้มีการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณธนภร ตามด้วยท่านภราดร ปริศนานันทกุล นะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวธนภร โสมทองแดง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันได้รับร้องเรียนจากพี่น้องตำบลหนองน้ำส้ม อำเภออุทัย และพี่น้องตำบลลำตาเสา อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พี่น้องได้รับผลกระทบ จากถนนทางหลวงชนบท อย. ๔๐๑๕ ปัจจุบันนี้มีถนนชำรุดทรุดพังระยะยาวหลายกิโลเมตร มีพี่น้องสัญจรไปมาจำนวนมากทั้งกลางวัน โดยเฉพาะกลางคืนนั้นไม่มีไฟแสงสว่าง มืดสนิท เมื่อ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมานั้นมีพี่น้องสัญจรโดยรถมอเตอร์ไซค์ประสบอุบัติเหตุล้ม น็อกสลบ ๒ ราย บาดเจ็บสาหัส ๑ ราย ท่านประธานคะ ถนนเส้นนี้ถ้ามีการบำรุงรักษาพัฒนาที่ดี จะเป็นแหล่งเศรษฐกิจในอนาคต เพราะคู่ขนานนั้นมีโรงงานอุตสาหกรรมโรจนะ ๓ และโรจนะ ๔ กำลังจะขึ้นในต้นปีหน้า โดยเฉพาะพี่น้องตำบลบ้านหีบ ตำบลหนองน้ำส้ม ตำบลสามบัณฑิต รอยต่อตำบลลำตาเสา อำเภอวังน้อย ใช้เส้นทางนี้เป็นทางลัดเพื่อออกสู่ ถนนพหลโยธินได้ ซึ่งจะประหยัดเวลาในการเดินทางมาก เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิด อุบัติเหตุซ้ำซาก และส่งผลกระทบให้พี่น้องประชาชนบาดเจ็บล้มตายดิฉันจึงฝาก ท่านประธานไปยังรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ให้กำชับกรมทางหลวงให้เร่งดำเนินการ แก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และติดไฟแสงสว่างถนนเส้นนี้อย่างเร่งด่วนค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านภราดร ตามด้วยท่านนิยม ช่างพินิจ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทยครับ ขออนุญาตหารือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๒-๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรกเกี่ยวกับเรื่องของกระทรวงคมนาคมครับ เนื่องจากถนนหลายเส้น ในอำเภอเมือง อำเภอป่าโมก และอำเภอไชโย ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมเมื่อช่วงที่ผ่านมา ทางกระทรวงคมนาคม รวมถึงท่านผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ได้ทำเรื่องถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะไปขอใช้งบกลางในส่วนของงบฉุกเฉิน ทำเรื่องขึ้นไปที่สำนักงบประมาณ ปรากฏว่าสำนักงบประมาณได้อ้างว่า จังหวัดที่จะได้รับการสนับสนุนเงินในส่วนนี้จะต้องเป็น จังหวัดที่ทาง ปภ. ได้ประกาศภัยพิบัติ ผมเองได้สอบถามไปที่ ปภ. ปภ. บอกว่าทาง ปภ. ไม่มี หน้าที่ที่จะประกาศเขตภัยพิบัติ เป็นหน้าที่ของทางผู้ว่าราชการจังหวัด นี่คือความสับสน ของหน่วยงานราชการ ทำให้การแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนไม่เกิดขึ้นครับ ผมจึงเรียน บอกกับท่านประธาน เพื่อส่งผ่านไปถึงสำนักงบประมาณให้ช่วยพิจารณางบประมาณ ในส่วนของงบกลางส่วนฉุกเฉิน ให้ไปแก้ไขปัญหาพี่น้องที่ประสบกับอุทกภัยดังกล่าวด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ ระบบประปาที่ตำบลโผงเผง ตั้งแต่หมู่ ๕ ถึงหมู่ ๑๐ ระบบประปา ตัวนี้ใช้กันมาเป็นเวลานานมากแล้ว และขณะนี้พี่น้องประชาชนได้บ่น แล้วก็ได้ทวงถาม กันมาเป็นจำนวนมากถึงการตั้งงบประมาณเพื่อที่จะของบประมาณสร้างประปาตัวใหม่ ให้กับพี่น้อง เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานส่งไปถึงทางกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ของกระทรวงมหาดไทยให้ช่วยเร่งรัดติดตามด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องของพี่น้องเกษตรกรครับ ในส่วนของเงินเยียวยาสำหรับพี่น้อง ที่ทำไร่ทำนาแล้วได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ขณะนี้ทางเกษตรจังหวัดได้สำรวจพื้นที่ เสียหายไปเรียบร้อยแล้ว แต่ว่าเงินเยียวยายังไม่ได้รับครับ ฝากท่านประธานถึงกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ให้ช่วยเร่งรัดติดตามด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนิยมนะครับ ตามด้วยท่านเกษมสันต์ มีทิพย์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย ผมได้รับ เรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนพร้อมกับผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ในเขตพื้นที่ของอำเภอ บางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก ในเรื่องปัญหาของตลิ่งที่ได้รับความเสียหายโดยเฉพาะ ลำแม่น้ำน่าน ซึ่งดูจากภาพประกอบไปด้วยหมู่ ๔ ตำบลโคกสลุด แล้วก็หมู่ที่ ๕ ของตำบลโคกสลุด หมู่ ๔ หมู่ ๖ หมู่ ๗ ตำบลบ้านไร่ ที่ได้รับความเสียหายมาก และยิ่งไปกว่านั้นหมู่ที่ ๕ ของตำบลสนามคลี ในเขตของพื้นที่อำเภอบางกระทุ่ม ลำแม่น้ำน่าน ผมอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะโยธาก็ดีช่วยไปดำเนินการแก้ไข เพราะการจราจรหรือการสัญจรลำบากมากครับ นี่คือเรื่องแรกอยากให้ท่านประธาน ทำหนังสือ ถือว่าเป็นเร่งด่วนเลยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ วันนี้ปัญหาเรื่องของราคาปุ๋ยนะครับ ตอนนี้พันกว่าบาทแล้วครับ ท่านประธาน ๑,๓๐๐ กว่าบาท ถือว่าเป็นวิกฤติของพี่น้องเกษตรกรจริง ๆ ครับ อยากให้ กระทรวงพาณิชย์เอง ช่วยไปหาวิธีเอาเม็ดเงินที่ไหนก็ได้มาช่วยเหลือ แล้วก็ซับซิไดซ์ (Subsidize) ให้กับพี่น้องเกษตรกร🔗
เรื่องที่ ๓ ถือว่าพี่น้องสอบถามกันมากเงินเยียวยาที่จะช่วยเหลือพี่น้อง เกษตรกร โดยเฉพาะช่วยเหลือเรื่องของค่าเก็บเกี่ยวที่ไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๒๐ ไร่ นี่ก็คือปัญหาครับ ผมอยากให้ท่านประธานหาวิธีเถอะครับ คือวันนี้เองเม็ดเงินของพี่น้อง เกษตรกรไม่มีหรอกครับ ลูกจะไปโรงเรียนก็ลำบากอยากให้ช่วยเอาเม็ดเงินตรงนี้ ที่เขาควรจะได้ แล้วก็มาให้กับพี่น้องเกษตรกรที่ไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๒๐ ไร่ ก็คงฝากไว้เท่านี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเกษมสันต์ ตามด้วยท่านซูการ์โนนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้ แทนราษฎรที่ เคารพ ผม นายเกษมสั นต์ มี ทิ พย์ สมาชิ กสภาผู้ แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดพิษณุโลก ขอปรึกษาหารือท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตีว่าการกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงชนบท ที่ได้มอบสะพานพระราชวังจันทน์ เป็นของขวัญให้แก่ชาวจังหวัดพิษณุโลก โดยเฉพาะพี่น้อง ชาวจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ ได้มีความต้องการให้กระทรวงคมนาคมจัดสรรงบประมาณ ก่อสร้างและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้แก่ชาวจังหวัดพิษณุโลกดังนี้ครับ ในส่วนของ การดูแลของกรมทางหลวง ต้องการให้มีการขยายช่องทางจราจรทางหลวงหมายเลข ๑๐๖๓ ช่วงแยกวัดสกัดน้ำมันไปจนถึงเทศบาลบ้านใหม่ ทางหลวงหมายเลข ๑๐๖๕ ช่วงทางหลวง หมายเลข ๑๑๗ จนถึงทางหลวงหมายเลข ๑๒๖ พื้นที่ตำบลท่าทอง ตำบลท่าโพธิ์ บนทางหลวงหมายเลข ๑๒ ช่วงตำบลอรัญญิก ตำบลสมอแข ส่วนที่เหลือให้ถึงแยกร้องโพธิ์ และช่วงหน้าเซ็นทรัลพื้นที่ตำบลพลายชุมพล จนถึงแยกบ้านกร่าง และต้องการให้ปรับปรุง ผิวทางงานอำนวยความปลอดภัย ไฟส่องสว่างเวลากลางคืนบนทางหลวงหมายเลข ๑๒๖ ที่เป็นทางเลี่ยงเมืองทั้งทางทิศเหนือและทางทิศใต้ ในส่วนของการดูแลของกรมทางหลวง ชนบทต้องการให้มีการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำน่าน เชื่อมระหว่างตำบลพลายชุมพล หมู่ ๕ กับตำบลหัวรอ และสะพานข้ามแม่น้ำน่านบริเวณวัดหล่ม ตำบลวัดพริก มีความต้องการ ให้สร้างทางเลี่ยงเมืองตัดใหม่ เส้น ฉ. ๒ และ ฉ. ๕ ต้องการให้ขยายผิวจราจรปรับปรุง ผิวทางงานอำนวยความปลอดภัยไฟส่องสว่างเวลากลางคืน บนทางหลวงชนบทหมายเลข พล. ๒๐๐๑ พล. ๒๐๑๑ พล. ๒๐๓๒ พล. ๒๐๔๒ พล. ๒๐๔๓ และ พล. ๔๐๑๘ ที่อยู่ในพื้นที่ ตำบลบึงพระ ตำบลพลายชุมพล ตำบลบ้านคลอง ตำบลวัดจันทร์ ตำบลท่าทอง ตำบลท่าโพธิ์ ตำบลวัดพริก ตำบลวังน้ำคู้ ตำบลอรัญญิก ตำบลสมอแข และตำบลหัวรอ และมีความต้องการ ให้กระทรวงมหาดไทย กรมโยธาธิการและผังเมืองจัดสรรงบประมาณก่อสร้างเขื่อน ป้องกันตลิ่งแม่น้ำน่านในช่วงที่มีตลิ่งพัง และได้สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชน ในจังหวัดพิษณุโลก ในพื้นที่ตำบลพลายชุมพล ตำบลบ้านคลอง ตำบลวัดจันทร์ ตำบล ในเมือง ตำบลท่าทอง ตำบลท่าโพธิ์ ตำบลวัดพริก ตำบลวังน้ำคู้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านซูการ์โน ตามด้วยคุณภาดาท์ วรกานนท์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ วันนี้ผมมีเรื่องที่จะมา ปรึกษาหารือผ่านท่านประธาน เป็นเรื่องทั้งปัญหาความเดือดร้อน เป็นเรื่องที่จะต้อง ขอบคุณหน่วยงาน และเป็นเรื่องของความห่วงใยของพวกเราที่มีต่อพี่น้องประชาชน🔗
ท่านประธานครับ เรื่องที่ ๑ ผมได้รับการร้องเรียนมาจากพี่น้องบ้านเลสุ ตำบลกาลูปัง อำเภอรามัน จังหวัดยะลา มีปัญหาเดือดร้อนเรื่องน้ำดื่ม อุปโภคบริโภค ที่ขาดแคลนและในพื้นที่ตำบลกาลูปัง ตำบลยะต๊ะ ตำบลโกตาบารู ตำบลบาโงย ตำบลเนินงามนั้น ส่วนใหญ่แล้วน้ำจะมีสนิม แล้วก็ตอนหลังมีการนำน้ำไปศึกษาวิจัยแล้ว มีสารฉี่หนูผสมอยู่ด้วย ดังนั้นจึงขอให้นำเรื่องนี้เสนอต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ การประปา ส่วนภูมิภาคให้ขยายเขตท่อน้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาค อำเภอยะหา สาขา อำเภอรามัน เพื่อมาแจกจ่ายให้กับพี่น้องที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่ ๔ ตำบลที่ผมกล่าว ข้างต้น แล้วก็ ๔ หมู่บ้านของตำบลกาลูปัง ใช้งบประมาณเพียง ๙ ล้านกว่าบาทเศษนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ต้องขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวง การต่างประเทศที่อำนวยความสะดวก นำคนไทยที่เผยแพร่ศาสนาที่ประเทศอินเดีย แล้วกลับมาอยู่ในประเทศไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขอบคุณทางศูนย์บริหารราชการจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. ที่ดูแลค่าใช้จ่ายในการกักตัวของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส ที่แสวงบุญเผยแพร่ศาสนาอยู่ที่ประเทศอินเดีย แล้วกลับมาอยู่ ในประเทศไทย🔗
เรื่องสุดท้าย ฝากถึงสำนักนายกรัฐมนตรี กรณีการก่อสร้างนิคมอุตสาหกรรม จะนะ ขอให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับคำมั่นสัญญา ข้อทวงสัญญา ของพี่น้องประชาชนชาวจะนะรักษ์ถิ่นด้วย แล้วก็ให้ดูแลความปลอดภัยกับพี่น้องที่มา เรียกร้องสิทธิตามรัฐธรรมนูญด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณภาดาท์ ตามด้วยคุณเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขตราชเทวี พญาไท จตุจักร พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันมีเรื่องจะหารือ ท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องไฟส่องสว่าง วันนี้ขอเป็นตัวแทนของพี่น้องเขตพญาไท บริเวณ ถนนประดิพัทธ์ หลังจากที่ดิฉันได้รับข้อร้องเรียนเรื่องไฟส่องสว่างตรงถนนประดิพัทธ์นั้น ดิฉันก็ได้ลงพื้นที่ไปดู ก็จะเห็นว่าถนนประดิพัทธ์นั้นมีไฟส่องสว่างเพียงข้างเดียวค่ะ ฝั่งที่เป็นถนนเลขคู่จะมีไฟส่องสว่าง แต่ว่าฝั่งถนนประดิพัทธ์ที่เป็นฝั่งซอยเลขคี่จะไม่มี ไฟส่องสว่างและไม่มีเสาไฟฟ้าเลยค่ะ ที่ผ่านมาดิฉันพยายามเรียกร้อง แล้วก็ประสาน หน่วยงานไปหลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังไม่สำเร็จ วันนี้ก็อยากจะมาหารือว่า มันเป็นไปไม่ได้เลย ที่หน่วยงานจะบอกว่า ไฟส่องสว่างจากข้างหนึ่งจะสว่างเพียงพอมาถึงอีกฝั่งหนึ่ง ด้วยถนน ที่มีความกว้างประมาณ ๒๐-๒๒ เมตร ไฟส่องสว่างมาไม่ถึงนะคะท่านประธาน ตอนช่วง หัวค่ำก็อาจจะพอเป็นไปได้ที่ยังพอมีไฟส่องสว่างจากร้านรวงต่าง ๆ ที่ยังเปิดไฟ แต่พอตกดึก ที่ดึกมาก ๆ แล้วทุกคนปิดไฟเข้านอนหมดแล้ว ถนนเส้นที่ไม่มีไฟจะค่อนข้างมืดมาก ๆ และที่ผ่านมาเกิดอันตรายหลาย ๆ ครั้งค่ะ ไม่ว่าจะมีคนที่เดินบนฟุตพาท (Footpath) หกล้ม เดินสะดุดเพราะมองไม่เห็น มีรถมอเตอร์ไซค์เฉี่ยวชนบ้าง หรือกลับรถ แล้วก็เกิด อุบัติเหตุบ้าง ชาวบ้านแถวนั้นรู้สึกไม่ปลอดภัยเลยค่ะ และปัญหานี้อย่างที่เรียนมันมีมานาน มากแล้ว ดิฉันและสำนักงานเขตพญาไทเองได้พยายามติดตามเรื่องนี้กันมาตลอด แต่จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขค่ะ ดิฉันจึงเห็นว่าวันนี้ถึงเวลาแล้วที่ดิฉันต้องนำ เรื่องเข้าสู่สภาหารือกับท่านประธาน และขออนุญาตท่านประธานฝากไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องคือ สำนักการโยธาของกรุงเทพมหานคร และการไฟฟ้านครหลวง อยากจะให้ ลงมาช่วยดูแลความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชน ซึ่งถ้าไม่สามารถตั้งเสาไฟฟ้าได้ก็ต้องหา หนทางทำอย่างไรก็ได้ค่ะให้มีไฟฟ้าส่องสว่างเพียงพอ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเกรียงศักดิ์ ตามด้วยท่านจารึก ศรีอ่อน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๗ พรรคเพื่อไทย ขอนำข้อร้องเรียนเพื่อแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนดังนี้ครับ🔗
ข้อ ๑ ท่านหลวงปู่เสน ปัญญาธโร พระอาจารย์สุริยันต์ สุทันโต วัดป่าหนองแซง พระอาจารย์แป๊ะ วัดถ้ำเกีย ผู้นำ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายกเทศมนตรี สท. อสม. พ่อค้าประชาชน ตำบลหนองบัวบาน พี่น้องชาวอำเภอหนองวัวซอและประชาชน ผู้สัญจรไปมา เรียกร้องขอให้กรมทางหลวงก่อสร้างทางคู่ขนานไปกับถนน ๔ เลน เส้น ทล. ๒๑๐ จากตำบลนิคมสงเคราะห์ ตำบลหนองไฮ อำเภอเมือง ไปยังเทศบาลตำบล หนองวัวซอไปยังจังหวัดหนองบัวลำภูมุ่งสู่ภาคเหนือ เส้นทางสายไหมเป็นแหล่งท่องเที่ยว เศรษฐกิจถึงเชียงใหม่ เชียงราย จึงขอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมได้ก่อสร้าง ทางคู่ขนานเพื่อให้พี่น้องประชาชนสัญจรไปมาโดยสะดวก ลดปัญหาอุบัติเหตุบนท้องถนน ได้ด้วยครับ🔗
ข้อ ๒ ท่านหลวงพ่อสมเกียรติ ชิตมาโร วัดป่าถ้ำพระเทพนิมิตร ตำบล ตาลเลียน พระครูอาทรสิริธรรม วัดอัมพวัน ปู่แก้ว ผู้นำ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายกเทศมนตรี สท. อสม. พ่อค้า ประชาชนชาวอำเภอกุดจับ อยากให้กรมทางหลวงสร้างไฟสัญญาณ จราจรที่สี่แยกริมคลองเทศบาลตำบลกุดจับ เพื่อแก้ไขปัญหาให้ลูกหลาน พี่น้องประชาชน นักเรียน ผู้ปกครอง พี่น้องลดอุบัติเหตุ ป้องกันอุบัติภัย จะไม่สูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ของพี่น้องประชาชน และขอให้กรมทางหลวงขยายผิวการจราจรจาก ๖ เมตร เป็น ๘ เมตร ตลอดสาย ทล. ๒๒๖๓ ไปถึงตำบลขอนยูง สร้างก่อ ตาลเลียน ไปเชื่อมถนนสายท่องเที่ยว แหล่งธรรมะภูพระ ภูสิงห์ ภูหินจอมธาตุ อำเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี และขอให้ กรมทางหลวงรีบดำเนินการโดยด่วนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจารึก ศรีอ่อน แล้วก็ท่านศักดินัย นุ่มหนู นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม จารึก ศรีอ่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๒ พรรคพลังท้องถิ่นไท ขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ในเรื่องของการขยายเขตการไฟฟ้า จังหวัดจันทบุรี ยังมีอยู่อีก ๒ อำเภอ อำเภอสอยดาวกับอำเภอโป่งน้ำร้อน มีปัญหาเรื่องการขยายเขตการไฟฟ้า เหตุเพราะว่า พี่น้องประชาชนอาศัยและทำกินอยู่บนที่ดินของรัฐ เป็นที่ของกรมอุทยาน กรณีไฟฟ้า จะไปดำเนินการปักเสาพาดสายจะต้องดำเนินการขออนุญาตจากกรมอุทยานครับ ที่ผ่านมา ลำบากยากเข็ญพอสมควรในการขยายเขตไฟฟ้าเข้าไปยังหมู่บ้านแต่ละครั้ง รัฐบาลมีนโยบาย ให้พี่น้องประชาชนทำกินบนที่ดินของรัฐโดยถูกต้องตามกฎหมาย โดยใช้กฎหมายของ คทช. ไม่ว่าพี่น้องจะอยู่มาก่อนมติ ครม. ๓๐ มิ.ย. ๒๕๔๑ หรือคำสั่ง คสช. ปี ๒๕๕๗ ก็ตาม รัฐบาล จะไปดำเนินการออก สทก. ให้พี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นในเมื่อรัฐบาลมีนโยบาย ให้พี่น้องประชาชนทำกินบนที่ดินของรัฐโดยถูกต้องตามกฎหมายแล้ว รัฐบาลจะต้อง ดำเนินการขยายเขตในเรื่องของการไฟฟ้า ประปา สาธารณูปโภคต่าง ๆ ให้กับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นอยากเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมว่าอยากจะให้มีนโยบายไปเลย ในเมื่อเราให้พี่น้องประชาชนทำกินบนที่ดิน ของรัฐถูกต้องตามกฎหมายแล้ว ในการขยายเขตไฟฟ้าเข้าไปยังหมู่บ้านต่าง ๆ ให้กรมอุทยานได้อนุญาตด้วยครับท่านประธานครับ เพราะว่าชั่วโมงนี้พี่น้องประชาชน ก็ลำบากกันพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องช้าง ราคาผลผลิตตกต่ำ ผลไม้ตกต่ำอะไรต่าง ๆ ขอให้รัฐบาลได้ตระหนักในเรื่องนี้ว่า พี่น้องประชาชนยังลำบากกันครับ ไม่มีไฟฟ้าใช้ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศักดินัย ตามด้วยนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ผมนำเรื่องสำคัญมาหาหารือต่อท่านประธานด้วยความห่วงใย แล้วก็มีความกังวลใจไม่น้อย เกี่ยวกับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนผลไม้ในพื้นที่ภาคตะวันออก ๓ จังหวัด ระยอง จันทบุรี และจังหวัดตราดบ้านของผม เกษตรกรชาวสวนลำไยที่จังหวัดจันทบุรีท่านประธานครับ ได้รับผลกระทบอย่างยิ่งในกรณีมาตรการการคุมเข้มของทางการจีนในการที่จะตรวจเชื้อ โควิด (COVID) แล้วก็แมลงศัตรูพืช ซึ่งมีการตรวจพบทำให้ทางการจีนนั้นเข้มงวดต่อการ นำเข้าลำไย ส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อพี่น้องเกษตรกร ซึ่งตอนนี้เขาทุกข์ระทมแล้วก็น้ำตาตก อย่างยิ่งเพราะว่าไม่สามารถที่ส่งออกไปได้ ลำบากแล้วก็ทุกข์กันอย่างจริง ๆ จัง ๆ เลยตอนนี้ แล้วภาครัฐเองก็ยังไม่มีมาตรการที่จะเข้าไปช่วยเหลืออย่างไร สิ่งที่ผมเป็นห่วงก็คือ พี่น้องเกษตรกรชาวสวนทุเรียน ซึ่งฤดูกาลเก็บเกี่ยวเขาอีก ๓-๔ เดือนข้างหน้า เพราะฉะนั้น ประเด็นสำคัญก็คือว่า ภาครัฐมีนโยบาย มีแนวทางในการที่จะป้องกันที่จะไม่ให้เกิดปัญหา คล้าย ๆ กับพี่น้องเกษตรกรชาวสวนลำไยของจังหวัดจันทบุรีอย่างไร ไม่ว่าต่อมาตรการ การเข้มงวดของทางการจีนต่อการตรวจหาเชื้อโควิด (COVID) ต่อเรื่องของแมลงศัตรูพืชก็ดี มาตรการในการควบคุมทุเรียนอ่อน ที่จะทำให้เสียเครดิต ในเรื่องของสินค้าของประเทศไทย ต่อการแก้ไขปัญหาเรื่องตู้สินค้า อันนี้ก็มีความจำเป็น เพราะว่าทุเรียนมูลค่านับแสนล้านบาท ที่เราจะได้เก็บเกี่ยวได้ในปีหน้า หากว่าเราดูแลเรื่องนี้ไม่ดี การเจรจากับด่านปลายทาง เพื่อที่จะไม่ให้เกิดการติดขัดในการที่จะส่งออก การแก้ไขปัญหาเรื่องของแรงงานที่จะต้อง เอาเข้ามาเก็บเกี่ยวในฤดูกาลที่จะถึง เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งที่ผมอยากให้ ภาครัฐได้มีการเตรียมความพร้อม เพื่อที่จะไม่ให้เกิดปัญหาในขณะนั้น เพราะฉะนั้น การเตรียมความพร้อมจะเป็นการทำให้เรารองรับการแก้ปัญหานี้ได้นะครับ ก็ฝากไปถึง หน่วยงานกระทรวงพาณิชย์ด้วยครับ ขอขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณแนน ตามด้วยท่านมนพร เจริญศรี เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันนำเรื่องมาหารือกับท่านประธานเพียง ๑ เรื่อง เป็นเรื่องของวิทยาลัยเทคนิคพิบูลมังสาหาร ในประเด็นของวิทยาลัยเทคนิค พิบูลมังสาหารนั้น ดิฉันได้รับการบอกเล่าจากนักศึกษาและได้รับการร้องเรียนจาก คณะผู้บริหาร เนื่องจากว่าวิทยาลัยเทคนิคพิบูลมังสาหารตั้งอยู่ที่อำเภอพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี ก่อตั้งตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ ๑๔ ปีผ่านมาแล้ว รองรับนักเรียนจาก ๕ อำเภอ ในบริเวณรอบ ๆ ของอำเภอพิบูลมังสาหาร เช่น อำเภอสิรินธร โขงเจียม ตาลสุม และศรีเมืองใหม่ แต่ปัจจุบันมีนักศึกษาระดับ ปวช. ทั้งหมด ๑,๓๒๓ คน แล้วก็ มีนักศึกษาระดับ ปวส. ๖๔๗ คน รวมทั้งบุคลากรด้านอื่น ๆ อีก ๑๑๑ ท่าน รวมแล้วทั้งหมด ๒,๐๘๑ คน แต่ปัจจุบันอาคารเรียนที่ใช้ในการสอนบุคลากรทั้งหมด ๒,๐๐๐ พันกว่าคนนี้ มีเพียงอาคารปฏิบัติการเพียง ๑ หลังเท่านั้น แล้วก็มีอาคารฝึกงานอีกแค่ ๑ หลัง แล้วก็ ครุภัณฑ์ต่าง ๆ ก็ไม่พอรองรับกับนักศึกษาจำนวน ๒,๐๐๐ กว่าคน ทั้งวิทยาลัยเอง ทั้งนักศึกษาเองเวลาเราพบเจอกันก็จะได้รับการร้องเรียนมาตลอด วันนี้ดิฉันมีหนังสือ ของวิทยาลัยเทคนิคพิบูลมังสาหาร ได้รับการร้องเรียนว่าต้องการให้ทางกระทรวงศึกษาธิการ ผ่านทางสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ได้ช่วยดูแลแล้วก็ส่งเสริมวิทยาลัยเทคนิค พิบูลมังสาหาร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องครุภัณฑ์ อาคารโรงฝึกงาน อาคารโรงอาหารและหอประชุม รวมถึงอาคารบ้านพักครูอาจารย์ให้เพียงพอต่อจำนวนนักเรียน แล้วก็บุคลากรที่อยู่ในขณะนี้ จำนวน ๒,๐๐๐ กว่าท่าน มีอาคารเรียนแค่ ๑ หลังไม่เพียงพอนะคะ ซึ่งดิฉันมีรายละเอียด ที่จะส่งมอบให้ท่านประธาน เพื่อส่งต่อให้กับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อดำเนินการดูแลทางวิทยาลัยเทคนิคต่อไปค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านมนพร เจริญศรี ตามด้วยท่านวุฒิพงษ์ นามบุตร นะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือ ต่อท่านประธาน ๒ เรื่องค่ะ ดิฉันได้รับเรื่องร้องขอจากโรงเรียนพระปริยัติธรรม ซึ่งเป็น โรงเรียนวัดที่จัดตั้งขึ้นให้พระภิกษุ สามเณร ซึ่งส่วนใหญ่ขาดโอกาสในการศึกษาเล่าเรียน เพื่อให้มีความรู้มีทักษะ มีความชำนาญตามศักยภาพของตนขอให้ลงภาพก่อนค่ะ🔗
การศึกษารูปแบบการจัดการศึกษา ของโรงเรียนปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษานั้น เป็นการจัดการเรียนการสอนโดยให้ยึดผู้เรียน เป็นศูนย์กลาง บูรณาการหลักสูตรของกระทรวงศึกษาธิการกับหลักสูตรพระพุทธศาสนา โดยให้นักเรียนมีกระบวนการปฏิบัติจริงในชุมชน ใช้สื่อท้องถิ่นในการเรียนรู้ นี่คือบริบท เริ่มต้นของโรงเรียนปริยัติธรรม แต่ปัญหาที่พบก็คือ ๑. ขาดแคลนทุนทรัพย์งบประมาณ ในการจัดการศึกษาไม่เพียงพอ ต้องขอรับการบริจาค หรือปัจจัยจากเงินทำบุญ หรือจัดทำ โครงการกิจกรรมด้านพระพุทธศาสนา หรือจัดทำโครงการบรรพชาสามเณรฤดูร้อน หรือผ้าป่าจากสมาคมศิษย์เก่า ๒. นอกจากนั้นยังขาดแคลนบุคลากรที่จะทำหน้าที่ จัดการเรียนการสอนให้มีประสิทธิภาพ รัฐบาลควรจะมีการจัดสรรตำแหน่งเพิ่มขึ้น ในข้อ ๓ มีการขาดแคลนอาคารสถานที่ในการจัดการเรียนการสอน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวุฒิพงษ์ นามบุตร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ขอหารือปัญหาพี่น้องประชาชนสัก ๒ เรื่องนะครับ🔗
เรื่องแรกผมได้รับการร้องเรียนจากเพจเฟซบุ๊ก (Page Facebook) ฮักนะ เขื่องใน และประชาชนพี่น้องชาวอำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี เกี่ยวกับปัญหา การเดินทางเท้าบนสะพานลอยหน้าโรงพยาบาลอำเภอเขื่องใน ท่านครับ ท่านดูคลิป (Clip) นี้นะครับ แล้วท่านจะเห็นว่ามันเป็นข้อผิดพลาดข้อบกพร่องของหน่วยงานภาครัฐ เป็นประการใด ตึกอาคารบ้านเรือนต้องมีแบบแปลน มีจุดติดตั้ง แต่ตรงนี้สะพานลอย หน้าโรงพยาบาลช่วงนี้เป็นช่วงฉีดวัคซีนด้วย แล้วก็มีสายไฟระโยงระยางนี่นะครับ ประชาชน จะเดินข้ามอย่างไรก็ต้องมุดลอดสายไฟ เป็นสาละวันเตี้ยลง เตี้ยลง ลงไปเรื่อย ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นก่อนที่เหตุการณ์มันจะเลวร้ายมากกว่านี้ ก่อนที่จะมีการเสียชีวิต ต่อไป ผมจึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขโดยด่วน ก็คือหน่วยงานของการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาค เบื้องต้น สจ. จักรพันธ์ ทวีศรี สจ. สมศักดิ์ มุธสิทธิ์ ในพื้นที่ก็ได้ไปประสานงาน เบื้องต้นแล้วครับ แต่จะล่าช้ากว่านี้ไปไม่ได้ เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของหอประชุมอำเภอเขื่องใน สร้างมาเกือบ ๆ ๓๐ ปี ก็มีความชำรุดทรุดโทรมเสียหายตามสภาพ พื้นทะลุ ฝ้าผุ ห้องน้ำพัง หลังคารั่วก็เป็นแทบ ทุกพื้นที่นะครับ ได้รับการร้องเรียนจากท่านนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และส่วนราชการ ทุกภาคส่วนว่า อยากให้ของบประมาณมาปรับปรุงซ่อมแซมหอประชุมอำเภอเขื่องใน จังหวัด อุบลราชธานีแห่งนี้ โดยของบประมาณสัก ๒ ล้านบาท ผ่านงบกลางของรองนายกรัฐมนตรี ตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี โดยผ่านท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ได้จัดสรรงบตรงนี้ มาช่วยปรับปรุงซ่อมแซมหอประชุมอำเภอเขื่องใน เพื่อประโยชน์สุขในการใช้ประโยชน์สูงสุด ของพี่น้องประชาชนด้วยนะครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
การเอาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาปรึกษาหารือในสภาก็จบทั้ง ๓๐ ท่าน🔗
ท่านสมาชิก ขณะนี้ได้มีท่านสมาชิกมาลงชื่อประชุมจำนวน ๓๑๗ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุม ผมขอเปิด การประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระ เรียนท่านสมาชิกก่อนจะมีการถามตอบ กระทู้ตามระเบียบวาระกระทู้ถาม ผมขอเรียนให้ที่ประชุมทราบว่า สำหรับการพิจารณา กระทู้ถามแยกเฉพาะได้ไปดำเนินการถามและตอบในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ ห้องกระทู้ ถามแยกเฉพาะอยู่บริเวณชั้น ๑ ควบคู่กันไปกับการพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจา และกระทู้ถาม ทั่วไป ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗
๑.๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจาของนายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ🔗
ด้วยได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่แจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรี พิจารณาแล้วมีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยติดภารกิจสำคัญ จึงขอมอบหมายให้รัฐมนตรี ช่วยว่ากระทรวงมหาดไทย คือท่านนิพนธ์ บุญญามณี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน🔗
ฉะนั้นขณะนี้ท่านรัฐมนตรีก็พร้อมแล้ว ขอเชิญท่านประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ถามเลยนะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดินแดง ห้วยขวาง พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องขออนุญาตกราบขอบคุณท่านประธาน ที่ได้กรุณาบรรจุกระทู้สดถามด้วยวาจา ของผมให้ได้สอบถามนายกรัฐมนตรีในวันนี้ ถึงแม้ว่าท่านไม่ได้มา ท่านจะมอบหมาย ให้ท่านรัฐมนตรีได้มาตอบไม่เป็นไรครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมจะถามไปถึง นายกรัฐมนตรีในวันนี้🔗
ในคำถามที่ ๑ ก็คือว่าจากการที่ได้มีการประกาศใช้กฎหมายรัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๐ ตั้งแต่เดือนเมษายน ๒๕๖๐ เป็นต้นมา ซึ่งในกฎหมายรัฐธรรมนูญได้กำหนด ไว้ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น และผู้บริหารท้องถิ่น ท่านประธานคงทราบดีว่า พลเอก ประยุทธ์เข้ามายึดอำนาจในปี ๒๕๕๗ หลังจากนั้นท่านก็ได้ล้างกระดานเลยครับ สมาชิกสภาท้องถิ่นในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกสภา อบต. ไม่ว่าจะเป็นสมาชิก สภาเทศบาล ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด รวมทั้งผู้บริหาร นายก อบต. นายกเทศบาล นายก อบจ. ท่านไม่ได้จัดให้มีการเลือกตั้งใน ๑๓ ครั้งที่มีการปฏิวัติ มีการปฏิวัติโดยท่านเท่านั้นที่ไม่ได้มีการจัดให้มีการเลือกตั้งให้เป็นไปตามกำหนดระยะเวลา ที่กฎหมายกำหนด ท่านดึงมาจนกระทั่งถึงปี ๒๕๖๔ ถึงจัดให้มีการเลือกตั้ง ทั้ง อบจ. เทศบาล และ อบต. ในช่วง ๓-๔ เดือนที่ผ่านมา แต่ในขณะเดียวกันท่านประธานคงทราบดีว่า ในส่วนของท้องถิ่น นอกจากในเรื่องของการปกครองส่วนท้องถิ่นในรูปแบบปกติแล้ว ยังมีการปกครองส่วนท้องถิ่นในรูปแบบพิเศษอยู่อีก ๒ ส่วน นั่นก็คือในส่วนของ กรุงเทพมหานครที่จะต้องมีผู้ว่ามาจากการเลือกตั้ง และมีสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร มาจากการเลือกตั้ง เช่นเดียวกันครับในส่วนของเมืองพัทยา ก็จะมีนายกเมืองพัทยา กับสภาเมืองพัทยามาจากการเลือกตั้ง แต่จากการที่เราได้ติดตามข้อมูลข่าวสารยังไม่เกิด ความชัดเจนใด ๆ จากตัวท่านนายกรัฐมนตรีและรวมทั้งคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีหน้าที่ที่จะต้อง รับผิดชอบตามกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น ที่จะต้อง มีการกำหนดออกมา ฉะนั้นตรงนี้ขออนุญาตถามเป็นคำถามแรกว่า ขณะนี้ในส่วนของ คณะรัฐมนตรีเองได้มีการพูดคุย หรือว่าเตรียมการในการที่จะให้มีการเลือกตั้งในส่วนของ กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยาอย่างไรและเมื่อไรครับ🔗
เชิญรัฐมนตรี ตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ตอบกระทู้ถามด้วยวาจาของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ซึ่งได้ตั้งกระทู้ถามในประเด็น เรื่องการเตรียมความพร้อมในการที่จะเลือกตั้ง สมาชิก สภากรุงเทพมหานครและผู้บริหารกรุงเทพมหานคร และการเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยา และนายกเมืองพัทยา ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรท่านประเดิมชัย ในเบื้องต้นจะเห็นได้ว่าหลังจากที่รัฐธรรมนูญบังคับใช้แล้ว รัฐบาล ครม. เองก็ได้มีการเตรียมการเลือกตั้งการปกครองท้องถิ่นมาเป็นระยะ โดยเริ่มตั้งแต่ การแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้งองค์กรปกครองท้องถิ่น และกฎหมายจัดตั้ง ซึ่งได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปตั้งแต่วันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๖๒ และมีผลบังคับใช้ วันที่ ๑๗ เพราะฉะนั้นเมื่อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งท้องถิ่นได้บังคับใช้ เรียบร้อยแล้ว คณะรัฐมนตรีได้กำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหาร องค์กรปกครองท้องถิ่นเป็นลำดับมา ซึ่งจะเห็นได้ว่า ครม. ได้มีมติให้มีการเลือกตั้ง ซึ่งในกฎหมายเป็นอำนาจของคณะรัฐมนตรีในการที่จะกำหนดวันเลือกตั้ง คณะรัฐมนตรี ได้กำหนดการเลือกตั้งไปแล้ว ๓ ครั้ง นั่นก็คือคณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๖๓ ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นขององค์การบริหารส่วนจังหวัด แล้วก็ได้มีการเลือกตั้งไปเมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๓ ต่อมาคณะรัฐมนตรีก็มีมติเมื่อวันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๔ ให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นของเทศบาล ซึ่งจัดให้มีการเลือกตั้งในวันอาทิตย์ที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๔ แล้วก็ได้ประกาศผลรับรองไปหมดสิ้นแล้ว ต่อมาหลังจากนั้นคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๖๔ ในการที่จะกำหนดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหาร ท้องถิ่นขององค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งขณะนี้คณะกรรมการจัดการเลือกตั้งได้กำหนด ให้มีการเลือกตั้งเมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน แล้วก็ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการในการตรวจสอบ รับรองผลของสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบล และนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ระหว่างนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการ ซึ่งทั้งหมดก็ได้ดำเนินการมาเป็นลำดับ เพราะฉะนั้น ในอำนาจหน้าที่ของส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง กกต. เอง ซึ่งมีหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้ง ก็ได้มอบอำนาจให้องค์กรปกครองท้องถิ่นในแต่ละองค์กรไปดำเนินการ โดย กกต. ก็ได้ออก ระเบียบเกี่ยวกับการเลือกตั้งทั้ง ๑๒ ฉบับ รายละเอียดผมขออนุญาตไม่จำเป็นต้องกล่าว แต่ว่าระเบียบทุกฉบับ กกต. ได้ออกเสร็จสิ้นแล้วรวมจำนวน ๑๒ ฉบับ แล้วก็มีรายละเอียด ที่กำหนดไว้ต่อไปว่า เรื่องการแบ่งเขตของกรุงเทพมหานครก็ได้ดำเนินการแบ่งเขตตามเขต ของ กทม. คือ ๕๐ เขต สำหรับการเลือกตั้งสมาชิกสภา กทม. หรือที่เรียกกันว่า ส.ก. ก็แบ่งเขตเรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นในส่วนของ กกต. ได้ดำเนินการแบ่งเขตเรียบร้อยแล้ว ได้ดำเนินการเรียกว่า สรรหาคณะกรรมการเลือกตั้งของ กทม. ก็ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว ได้มีการอบรมเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งของ กทม. และเมืองพัทยาแล้ว เพราะฉะนั้น การดำเนินการอบรมคณะกรรมการก็ดำเนินการเป็นที่เรียบร้อย เพราะฉะนั้นถือว่า กทม. เอง ก็มีความพร้อมแล้วในขณะนี้ ในขณะที่กระทรวงมหาดไทยที่มีหน้าที่ประสานสนับสนุน การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นก็ได้ดำเนินการในภารกิจก็คือว่า ประกาศจำนวนประชากร แล้วก็ได้กำชับให้กรุงเทพมหานครและกำชับเมืองพัทยาในการจัดตั้งงบประมาณรายจ่าย ปี ๒๕๖๕ ในข้อบัญญัติของกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการ เลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นเป็นการล่วงหน้า รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพิ่มเติม ซึ่งรวมถึงการเตรียมความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งในสถานการณ์การแพร่ระบาด ของโควิด-๑๙ (COVID-19) อยู่ในขณะนี้ ซึ่งทุกอย่างก็ได้ดำเนินการมาเป็นลำดับ กทม. และเมืองพัทยาเอง ซึ่งมีหน้าที่ในการจัดการเลือกตั้งโดยผู้อำนวยการการเลือกตั้ง กรุงเทพมหานครและผู้อำนวยการการเลือกตั้งเมืองพัทยา ได้ดำเนินการรับสมัคร ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ก็ได้เตรียมไว้ทั้งหมด ขออนุญาตที่จะเรียนท่านว่า บัดนี้ในกลไกของการเตรียมความพร้อม ทั้ง กทม. และเมืองพัทยา กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้เตรียมความพร้อมทั้งเรื่องบุคลากร ทั้งเรื่องงบประมาณเรียบร้อยแล้ว โดยสรุปก็คือว่าข้อมูลสำหรับจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ของ กทม. ๔,๔๙๓,๔๕๓ คน มีจำนวนเขตเลือกตั้ง ๕๐ เขตเลือกตั้งตามเขต กทม. จำนวน หน่วยเลือกตั้ง ๘,๑๒๕ หน่วยเลือกตั้ง งบประมาณที่ใช้งบประมาณ ๓๘๖,๕๗๐,๘๒๐ บาท นี่คืองบประมาณที่ตั้งไว้ตามข้อบัญญัติงบประมาณนะครับ ส่วนเมืองพัทยานั้นจำนวน ผู้ใช้สิทธิ ๘๐,๖๗๐ คน มีจำนวนเขตเลือกตั้ง ๔ เขตเลือกตั้ง แล้วก็จำนวนหน่วยเลือกตั้ง ๑๔๙ หน่วยเลือกตั้ง งบประมาณที่ใช้ในการเตรียมการเลือกตั้งก็คือ ๕ ล้านบาท เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่กระทรวงมหาดไทยได้เตรียมการไว้ ก็ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านประเดิมชัย ถามอีกครั้งหนึ่งครับ🔗
ท่านประธานครับ เป็นที่น่าเสียใจเป็นอย่างยิ่ง ผมถามว่าคณะรัฐมนตรีจะออกมติมาให้เลือกตั้ง กทม. และพัทยาเมื่อไร แต่รัฐมนตรีขออนุญาตเอ่ยนามท่านนิพนธ์ ท่านไปตอบอะไรก็ไม่รู้ ตอบเรื่องหน่วยเลือกตั้ง ตอบเรื่องงบประมาณ ตอบเรื่องการอบรม มันไม่ใช่ครับ ตอนนี้ ท่านเลือก อบจ. ไปแล้ว ท่านเลือกเทศบาลไปแล้ว ท่านเลือก อบต. ไปแล้ว ถามว่าแล้ว กทม. กับพัทยานี่ ครม. ทำอะไรอยู่ ประชุมกันทุกวันอังคารเอาเรื่องเข้าได้ไหม กำหนดออกมา เป็นมติว่าให้มีการเลือกตั้ง กทม. กับเมืองพัทยา ท่านตอบมาให้ชัดอย่าขี่ม้าเลียบค่าย คนเขาฟังกันทั้งกรุงเทพฯ ฟังกันทั้งประเทศในขณะนี้ หรือว่ามีอะไรครับทำไมไม่จัดให้มี การเลือกตั้ง วันที่ ๓ นายกออกมาพูดบอกว่า บิ๊กตู่ไฟแดงเลือกตั้ง กทม. ขอชาติสงบก่อน ถามว่าการเลือกตั้ง กทม. หรือพัทยาที่เหลือมันไปเกี่ยวอะไรกับชาติต้องสงบ เหตุอะไรทำไม ถึงไม่จัดให้มีการเลือกตั้ง คน กทม. ก็มีหัวใจ มองคนต่างจังหวัดตาปริบ ๆ เขาเดินเข้าคูหา กาบัตรเลือกตั้งได้ผู้แทนที่มาจากการยึดโยงกับประชาชน เขารู้ถึงปัญหาความเดือดร้อน ความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน ท่านประธานทราบไหมครับ กทม. มีสมาชิกสภา กทม. ของเดิม ๖๐ ปฏิวัติออกมาเหลือ ๕๐ ตอนตั้งเข้าไปตั้งไป ๓๐ คนที่อายุน้อยที่สุด ขออนุญาต เอ่ยนาม ท่านปลัดฉัตรชัย พรหมเลิศ อายุ ๖๑ นอกนั้น ๗๐ ๘๐ ๙๐ เท่านั้น เดินก็จะไม่ไหว กันอยู่แล้ว ไม่รู้ปัญหาชาวบ้าน ผู้ว่ามาจากการแต่งตั้งก็ไม่ได้ทำงาน ๕ ปี งบประมาณ ๓-๔ แสนล้านบาท ถามว่าวันนี้ทำไม ครม. ถึงไม่กำหนดล่ะ ท่านตอบมาสิว่า กทม. จะเอา เรื่องเข้าวันนั้นวันนี้ แต่ไม่ใช่ไปบอกว่าอบรมเจ้าหน้าที่แล้ว มีการตั้งงบประมาณแล้ว ประชากรผู้มีสิทธิของ กทม. ๔,๙๐๐,๐๐๐ กว่าคน มีหน่วยเลือกตั้งเท่านี้ มันไม่ใช่ครับ เรื่องพวกนี้เจ้าหน้าที่เขาเตรียมความพร้อมกันมาตั้งนานแล้วลุง อย่าทำตัวแบบให้มันล้าหลัง เป็นเต่าล้านปี เขาไปถึงไหนกันแล้ว ท่านจะหวงไว้อะไร หวงไว้เพราะว่า กทม. งบประมาณเยอะ ท่านต้องการสั่งคนของท่านหรือครับ หวงไว้เพราะว่าพัทยางบประมาณเยอะ ต้องการสั่งไว้หรือครับ มันไม่ใช่ ให้คน กทม. เขากำหนดชะตาเขาเองเสียที ท่านยึดอำนาจมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ จนถึงขณะนี้ปี ๒๕๖๔ เลือกตั้งมาปี ๒๕๖๒ ตอนนี้ปี ๒๕๖๔ ๓ ปีแล้วกฎหมายท้องถิ่น ที่ท่านออกไป ๓ ปีแล้วนี่ คนที่เป็นคณะรัฐมนตรีมีศักยภาพ มีทั้งคุณวุฒิ วัยวุฒิ นายกรัฐมนตรี เป็นชายชาติทหาร ต้องกล้าที่จะยอมรับสิครับ หรือว่ามีคนเขาพูดกันว่าในขณะนี้ผู้มีอำนาจ ยังหาคนที่จะลงสมัครในนามของตัวเองไม่ได้ ก็เลยไม่กล้าที่จะจัดให้มีการเลือกตั้ง ผมเรียกร้องท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีนิพนธ์ครับ ท่านเป็นรัฐมนตรี ท่านเป็น ๑ ในจำนวน ๓๕ คน ที่มีสิทธิมีเสียง การกำหนดวันเลือกตั้งกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา ไม่ใช่ พลเอก ประยุทธ์เป็นคนกำหนด ต้องกำหนดโดยคณะรัฐมนตรี ท่านช่วยแสดงสปิริต (Spirit) เป็นปากเป็นเสียงแทนคนกรุงเทพฯ และคนเมืองพัทยาหน่อย ทวงถามให้หน่อยครับ ฉะนั้นผมขอถามอีกทีสิ่งที่ท่านตอบมาไม่ใช่คำตอบที่ผมถาม ผมถามว่าเรื่องนี้จะเอาเข้า ครม. เมื่อไร และจะกำหนดในอีก ๓ เดือน อีก ๒ เดือน หรือว่าอีก ๒ ปี หรือว่าอยู่จนกระทั่ง ให้ผู้นำประเทศตายไปก่อนถึงจะมีการเลือกตั้งครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรี ตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง มหาดไทย ขอตอบคำถามของท่านประเดิมชัย ด้วยความเคารพท่านประเดิมชัย ผมคิดว่า สิ่งที่ผมได้เรียงมาเป็นลำดับ ถ้าท่านประเดิมชัยได้ฟังและติดตาม ท่านก็จะเห็นว่า คณะรัฐมนตรีได้ดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งมาเป็นลำดับ ตั้งแต่การเสนอแก้ไข กฎหมายให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ แล้วเมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้ แล้วก็ได้ออกมติ ครม. เลือกตั้งองค์กรปกครองท้องถิ่นที่ท่านได้เรียนไปแล้วว่ามีอยู่ ๕ ระดับ ก็คือมีมติให้เลือก อบจ. เลือก อบจ. ประกาศรับรองผลเสร็จ ก็มากำหนดวันเลือกตั้งเลือกเทศบาล หลังจากเลือกตั้ง เทศบาล กกต. ประกาศรับรองหมด ก็มาประชุมร่วมกันเตรียมความพร้อมทุกฝ่ายบอกว่า พร้อม ครม. ก็กำหนดวันเลือกตั้งองค์การสมาชิกสภาตำบล และผู้บริหาร อบต. เป็นลำดับ ขณะนี้การจัดการเลือกตั้งเพิ่งผ่านไปเมื่อวันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ เพราะฉะนั้น ขณะนี้การจัดการเลือกตั้งองค์กรปกครองท้องถิ่นที่เรียกว่า อบต. ๕,๓๐๐ แห่งทั่วประเทศนั้น อยู่ระหว่างการรอผลการรับรองของ กกต. ซึ่ง กกต. ต้องรับรองภายใน ๓๐ วัน หากไม่เสร็จสิ้น ก็ขยายได้อีก ๓๐ วันรวมแล้วเป็น ๖๐ วัน ตรงนี้ครับ ที่ กกต. เขาต้องไปทำเรื่องเก่าให้เสร็จก่อน ที่ผมเรียงให้เป็นลำดับมา ท่านจะเห็นว่าพอการเลือกตั้งเสร็จสิ้น แล้วก็รับรองผล แต่ละหน่วยองค์กรปกครองท้องถิ่นแล้ว เราจะมากำหนด ครม. จะนำมาทีละเรื่อง ทีละเรื่อง บัดนี้เราจัดไปแล้วทั้ง อบจ. เทศบาล อบต. เมื่อ ๓ ระดับนี้เสร็จ ต่อไปก็เป็น รูปแบบพิเศษที่มีอยู่ กทม. และเมืองพัทยา ผมก็บอกท่านแล้วว่า ทางธุรการนั้นเราได้ เตรียมไว้จนเสร็จสิ้นทุกอย่างแม้กระทั่งเรื่องงบประมาณแล้ว ตั้งงบประมาณไว้ในปี ๒๕๖๕ มีข้อบัญญัติงบประมาณไว้ทั้ง ๒ แห่งแล้ว ถ้าหากว่า กกต. รับรองผลการเลือกตั้งของ อบต. เสร็จสิ้นทั้ง ๕,๓๐๐ แห่ง ต่อไปนี้ก็เป็นหน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยที่จะเชิญหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องทั้ง กทม. ทั้งคณะกรรมการเลือกตั้ง ทั้งสำนักงบประมาณ แล้วก็หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ มาประชุมร่วมกัน ถ้าทุกฝ่ายตอบว่ามีความพร้อมในการดำเนินการ กระทรวงมหาดไทยก็จะเป็นคนที่จะเสนอเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของ ครม. ต่อไปมันมีลำดับ มีห้วงเวลาอยู่แล้ว ผมหวังที่จะเรียงเป็นลำดับเพื่อให้ท่านประเดิมชัยได้เห็น ซึ่งผมไม่สามารถ มาตอบท่านประเดิมชัยได้ว่าวันที่เท่าไร เพราะอำนาจในการที่จะกำหนดวันเวลาเป็นอำนาจ ของคณะรัฐมนตรี แต่เมื่อทุกฝ่ายพร้อม กระทรวงมหาดไทยพร้อมที่จะเสนอเรื่องนี้เข้าสู่ การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีว่า บัดนี้ทุกฝ่ายมีความพร้อมที่จะรับการเลือกตั้งแล้ว ท่านประเดิมชัยท่านจะดูแต่ละช่วงเวลาของการจัดเลือกตั้ง อบจ. พอเสร็จแล้ววันที่ เท่าไร ใช้เวลาประมาณ ๔ เดือน แล้วก็มาสู่การเลือกตั้งเทศบาล แล้วหลังจากการใช้เวลา ประมาณ ๕ เดือน ๖ เดือนเลือกตั้งเทศบาลเสร็จก็มาดูความพร้อมว่า อบต. มีความพร้อม แค่ไหนเพียงไร เพราะ อบต. จัดทั้งประเทศ ๕,๐๐๐ กว่าแห่ง บัดนี้เลือกตั้ง อบต. เสร็จ ผมยืนยันกับท่านประเดิมชัย ยืนยันกับท่านประธานสภาผ่านไปท่านประเดิมชัยครับว่า ถ้าหากว่าการเลือกตั้ง อบต. เสร็จเรียบร้อย แล้วกระทรวงมหาดไทยก็จะมีช่วงเวลาอย่างนี้ เชิญทุกฝ่ายมาร่วมประชุมร่วมกัน ถ้าทุกฝ่ายบอกว่าพร้อม กระทรวงมหาดไทยจะเสนอ เรื่องเข้า ครม. นี่คือความชัดเจน ส่วน ครม. จะกำหนดวันที่เท่าไรในการเลือกตั้งแล้วแจ้งให้ กกต. ไปดำเนินการ กกต. ก็จะรับไปจัดการเลือกตั้งเหมือนกับ ๓ ระบบ คือเหมือนกับ อบจ. เทศบาล อบต. ที่ผ่านมาแล้ว นี่คือไทม์ไลน์ (Timeline) ของการเตรียมการเลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่งผมเชื่อว่ารัฐบาลเองก็อยากเห็นการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นให้เสร็จสิ้นเป็นไปตาม สิ่งที่ได้แถลงไว้ หรือว่าได้เตรียมความพร้อมไว้แล้ว นี่คือผมขออนุญาตตอบท่านประเดิมชัย คิดว่าก็คงน่าจะพอเห็นว่า รัฐบาลทำอย่างไรกับการเลือกตั้งท้องถิ่น ที่ผ่านมารัฐบาลจริงใจ ที่จะจัดให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นครับ ให้เป็นไปตามกฎหมายโดยเร็วครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ท่านประเดิมชัย ยังมีคำถามอะไรอีกไหมครับ ถามได้อีกเวลายังเหลือ เชิญครับ🔗
มีคำถามสุดท้าย ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธาน ประเดิมชัย ขออนุญาตถามท่านประธาน ผ่านไปถึงรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าสิ่งที่ทางรัฐมนตรีที่มาตอบแทนท่านนายกรัฐมนตรี ผมฟังดูแล้วไม่มั่นใจในน้ำหนัก หรือว่าคำตอบที่ท่านมาตอบ ท่านมาตอบนี่ตอบเป็นเพียง ไทม์ไลน์ (Timeline) ผมเข้าใจดีครับว่า ขั้นตอนที่ดำเนินการมา แล้วสิ่งที่ท่านดำเนินการ เลือกตั้งไปแล้วทั้งเทศบาล ทั้ง อบจ. ทั้ง อบต. ซึ่งมันไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรุงเทพมหานครเลย เกี่ยวข้องก็ตรงประเด็นที่ว่าหน่วยที่ควบคุมดูแลในการเลือกตั้งก็คือ คณะกรรมการ การเลือกตั้งหรือว่า กกต. เท่านั้น ซึ่ง กกต. เขามีบุคลากรในการที่จะกำกับดูแล ถ้าท่าน กำหนดวันชัดเจนลงไปให้มีการเลือกตั้ง ทุกภาคส่วนเขาก็จะได้มีการเตรียมความพร้อม ในการดำเนินการเพื่อให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย แต่สิ่งที่พี่น้องประชาชน คนกรุงเทพมหานคร ผมย้ำว่าโดยเฉพาะคนกรุงเทพมหานครที่วิตกกังวลมากในขณะนี้ ก็คือว่า คำพูดของผู้นำประเทศคือ นายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มาจาก การยึดอำนาจในเบื้องต้น แล้วก็มาโดยการเลือกตั้งโดยสมาชิกเสียงข้างมากบวก ส.ว. เลือกท่านมาเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านไปพูดเมื่อวันที่ ๓ ธันวาคมที่ผ่านมาสด ๆ ร้อน ๆ ว่า กทม. จะมีการเลือกตั้งได้ก็ต่อเมื่อมันจะต้องไม่มีความวุ่นวาย จะต้องมีความสงบเท่านั้น ฉะนั้นผมเป็นผู้แทนคนกรุงเทพฯ ผมเดินไปทั่วทุกหัวระแหง ทุกคนถามว่าทำไมผู้นำ นายกรัฐมนตรีถึงพูดอย่างนี้ แล้วคนกรุงเทพฯ จะได้เลือกตั้งหรือ เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าเดี๋ยวก็มีพี่น้องกลุ่มนั้นกลุ่มนี้มาเรียกร้องเพื่อที่จะให้รัฐบาลช่วยเหลือ ถามว่า แล้วอย่างนี้มันถือว่าเป็นความไม่สงบไหม มันเป็นความผิดของคนกรุงเทพฯ หรือไม่ มันไม่ใช่ ฉะนั้นการที่ ครม. เพียงแต่จะออกมติออกมา ท่านบอกว่าการที่จะต้องรับรอง อบต. มีกำหนดระยะเวลา ๓๐ บวก ๓๐ ๖๐ วัน วันที่ ๒๘ ที่ผ่านมาท่านเลือกตั้งไป มีระยะเวลา ที่ชัดเจนอยู่แล้ว ฉะนั้นถ้าท่านจะกำหนดไปว่าเดือนมีนาคมให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าและสมาชิก สภากรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา มันก็เป็นไปได้ไม่ได้มีอะไรเสียหาย คนกรุงเทพฯ เขาก็จะได้เตรียมตัวเตรียมใจในการที่จะพิจารณาบุคคลที่มาทำหน้าที่ในการดูแลภาษี และแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับเขา แต่สิ่งที่ท่านพูดทั้งหมดผมคิดว่าใคร ๆ เขาก็รู้ว่า ไทม์ไลน์ (Timeline) สิ่งที่มันไม่ใช่เรื่องข้อเท็จจริง แต่มันเป็นเรื่องบริบทคล้าย ๆ กับ เป็นเรื่องของการอารัมภบท ฉะนั้นขอให้ท่านช่วย ถ้าวันนี้ท่านตอบไม่ได้ไม่เป็นไร ท่านในฐานะที่เป็น ๑ ใน ๓๕ ของคณะรัฐมนตรีช่วยไปนำเสนอชายชาติทหารที่ชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่เป็นผู้นำ ที่เป็นนายกรัฐมนตรีหน่อย ขอให้ท่านได้มี ความชัดเจน เพราะว่าไม่อย่างนั้นตอนนี้คนก็จะมองว่านายกรัฐมนตรีหวงอำนาจ มีลักษณะ ของอำนาจนิยมอยู่ในตัว ไม่ยอมปล่อยอำนาจเสียที มีอะไรเบื้องลึกอยู่ในกรุงเทพฯ หรือว่า เมืองพัทยาหรือเปล่า คนเขาก็มีความสงสัยอยู่มากมายในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ฉะนั้นก็ขออนุญาต นำเรียนท่าน ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านนิพนธ์ ได้ไปเป็นปากเป็นเสียงเอาสิ่งที่คนกรุงเทพฯ เขาอยากที่จะให้เกิดขึ้นในขณะนี้ ถ้าวันใดท่านไปเสนอแล้วปรากฏข่าวออกมาเป็นสื่อว่า นายนิพนธ์ บุญญามณี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ไปเสนอในที่ประชุม คณะรัฐมนตรีว่า ให้คณะรัฐมนตรีเสนอกำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร วันเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร วันเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาและสภาเมืองพัทยา ผมคิดว่าวันนั้นท่านจะเป็นวีรบุรุษ ก็ขออนุญาตเรียนถามท่านครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ขอตอบประเด็นคำถามอีกครั้งหนึ่งนะครับ ผมคิดว่าสิ่งที่จะยืนยัน กับท่านประเดิมชัยได้ว่า รัฐบาลมีความจริงใจ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็มีความจริงใจ กับการเลือกตั้งท้องถิ่น นั่นก็คือจะเห็นว่าทั้ง ๓ องค์กร ผมย้ำตรงนี้ครับมันมีระยะเวลา ของมันจัดมาตามลำดับ ถ้าท่านประเดิมชัยจะไปดูเรื่องเวลา ผมก็คิดว่าช่วงที่เว้นว่างระหว่าง อบจ. กับเทศบาลกี่เดือน ท่านก็คงรู้อยู่แล้วจากเทศบาลมา อบต. ท่านก็รู้อยู่แล้วว่ายาวสุด เท่าไร แล้วจาก อบต. ตอนนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการจัดการเลือกตั้งยังไม่ประกาศผล การเลือกตั้ง ไม่รู้ว่าจะรับรองหรือไม่รับรองหรือมีกี่คดีที่ต้องดำเนินคดี จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ ขององค์กรปกครองท้องถิ่น อันนี้ที่เป็นอำนาจของ กกต. ต้องรอฟังผลของการรับรองผล เสียก่อนว่า รับรองกี่ที่ ไม่รับรองกี่ที่ จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่กี่ที่ กี่ อบต. อันนี้คือเวลา ที่ต้องรอนะครับ ถ้าพอเสร็จสิ้นกระบวนการเหล่านี้แล้ว ผมบอกท่านประเดิมชัยแล้วว่า กระทรวงมหาดไทย ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงที่จะดูแลเรื่องการปกครองท้องถิ่นอยู่ในขณะนี้ ก็จะเชิญทุกฝ่ายมาประชุมหารือกัน แล้วกระทรวงมหาดไทยจะนำเรื่องทั้งหมดสรุปเรื่อง เรียนเลขาคณะรัฐมนตรี เพื่อนำเข้าสู่การประชุมของคณะรัฐมนตรีต่อไป นี่คือสิ่งที่จะกราบเรียน ได้เห็นชัดเจนที่สุดนะครับ ท่านประเดิมชัยถ้าท่านลองดูไทม์ไลน์ (Timeline) ที่ท่านบอก นั่นละที่ผมพูดกับท่าน ท่านจะรู้เลยว่าห้วงเวลามันควรอยู่ช่วงไหน เราไม่สามารถกำหนด วันได้เป๊ะ ๆ ว่าวันไหนวันที่เท่าไร แต่ห้วงเวลานี่ผมคาดการณ์ว่าโดยวิญญูชนแล้ว คงคาดการณ์ได้ว่าเมื่อไร แต่ว่านี่คือสิ่งที่ท่านอย่าวิตกกังวลไปมากเลยครับ ผมเรียนท่าน ก็รู้จักกัน ผมตอบกระทู้ท่านบ่อย สิ่งที่ผมพูดผมยืนยันว่ามีเหตุที่จะอธิบายได้ทั้งหมด ท่านอยู่ ในกรรมาธิการกับผม ผมก็ชี้แจงด้วยเหตุผลอย่างนี้ เพราะฉะนั้นให้ท่านสบายใจได้นะครับ ขอให้อย่าวิตกกังวลเกินเหตุ แต่ว่าขอให้ท่านได้ตามข้อมูลเหล่านี้ นี่คือสิ่งที่จะเรียนกับท่าน ด้วยความเคารพว่า รัฐบาลจะยึดถือแนวทางนี้ในการจัดการเลือกตั้งท้องถิ่นทุกระดับครับ ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ🔗
ท่านสมาชิก ก็ถือว่าเป็นการจบการถามตอบกระทู้ถามด้วยวาจากระทู้แรกนะครับ ของท่านประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ต้องขอขอบคุณท่านนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่กรุณาให้เกียรติกับสภาแล้วก็มาตอบกระทู้ถามในสภาของพวกเรา ก็ขอบคุณครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑.๑.๒ เป็นกระทู้ถามสดด้วยวาจาของนางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน🔗
ด้วยกระทรวงพาณิชย์ได้มีหนังสือแจ้งว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีได้มอบหมาย ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ตอบกระทู้ถามแทนนั้น เนื่องจากในวันนี้รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงพาณิชย์ ติดภารกิจสำคัญจึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามเรื่องนี้ออกไป หากนางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน ยังคงประสงค์ที่จะตั้งเป็นกระทู้ถามสดด้วยวาจาอยู่ ให้เสนอใหม่เพื่อพิจารณาในคราวถัดไปนะครับ เมื่อสักครู่เพิ่งได้รับการประสานจาก ท่านนิโรธว่า เนื่องจากเรื่องของท่านญาณธิชาผมเป็นคนวินิจฉัยกระทู้เองก็รู้ว่าเป็นเรื่อง เกี่ยวกับการส่งออกผลไม้ ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทบกับพี่น้องเกษตรกรพอสมควร ท่านก็เลย ขอเวลาสัก ๑-๒ นาทีเพื่อขอชี้แจงในเรื่องกระทู้นี้ ๑-๒ นาที ความจริงมันไม่มีระเบียบ ที่จะให้ปฏิบัติ แต่ว่าเพื่อประโยชน์ของพี่น้องชาวสวนนะครับ ผมให้โอกาสคุณญาณธิชา ได้นำเสนอสัก ๒ นาทีนะครับ เชิญครับ🔗
ขอบพระคุณท่านประธานนะคะ ท่านประธานคะ ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคก้าวไกล ท่านประธานคะ เรื่องที่ดิฉันจะตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีจุรินทร์ เป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก แล้วก็เป็นเรื่องที่มีผลกระทบกับปากท้องของพี่น้องประชาชน เป็นจำนวนมากจริง ๆ ก็คือเรื่องของการที่จีนปิดด่าน แล้วก็คุมเข้มการนำเข้าผลไม้ จากประเทศไทย เนื่องจากการแพร่ระบาดของสถานการณ์โควิด (COVID) ส่งผลกระทบ กับผลไม้ทุกชนิดค่ะ โดยเฉพาะลำไย กล้วยไข่ แล้วก็ทุเรียนที่กำลังจะถึงฤดูเก็บเกี่ยว ในอีกประมาณ ๓ เดือนข้างหน้า มูลค่าเกือบแสนล้านบาท หลายคนส่งออกไม่ได้เขาคิด ฆ่าตัวตายค่ะท่านประธาน เมื่อเช้านี้ดิฉันได้รับโทรศัพท์จากชาวบ้านซึ่งไม่ได้รู้เรื่องเลยว่า วันนี้ดิฉันจะมาตั้งกระทู้ถามสดถามท่านรัฐมนตรีเรื่องนี้ เขาเล่าให้ดิฉันฟังว่า เขาส่งออก กล้วยไข่ค่ะแต่ส่งออกไม่ได้ เพราะว่าด่านทางจังหวัดเชียงรายก็คือ ด่านโมฮานปิดทำให้ ขายผลไม้ไม่ได้ ส่งออกไม่ได้ เขาคิดจะฆ่าตัวตาย เงินที่จะซื้อข้าวสารกรอกหม้อก็แทบ จะไม่มีแล้ว อยากได้ถุงน้ำใจที่ดิฉันแจก ท่านประธานคิดดูสิคะเรื่องนี้กระทบต่อปากท้อง ของพี่น้องประชาชนจริง ๆ การที่ท่านรัฐมนตรีจุรินทร์ไม่มาตอบเรื่องนี้ ก็เหมือนกับกรณี ที่ท่านไม่มาตอบเรื่องข้าว ท่านก็จะหลบไปทำพาวเวอร์พอยต์ (PowerPoint) สวย ๆ หล่อ ๆ แล้วก็กลับมาตอบทีหลัง ดิฉันขอให้ท่านบันทึกไว้ในสภาแห่งนี้เลยว่า ท่านรัฐมนตรีไม่ได้ ให้ความสำคัญกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ไม่ได้ให้ความสำคัญกับความเดือดร้อน ในเรื่องของปากท้องของชาวบ้าน โดยเฉพาะความเดือนร้อนของพี่น้องประชาชน ในภาคตะวันออก ซึ่งส่วนใหญ่ทำสวนผลไม้ ก็คือชาวระยอง ชาวจันทบุรีและจังหวัดตราด ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ความจริงผมก็ไม่อยากให้ใช้ถึงขนาดคำว่า รัฐมนตรีหนีการตอบกระทู้นะครับ ถ้าไม่ติดภารกิจ จำเป็นจริง ๆ รัฐมนตรีก็ต้องมา ท่านรัฐมนตรีมีหนังสือชี้แจงมาว่า ติดภารกิจที่จำเป็น ที่สำคัญมากก็เลยมาตอบกระทู้ไม่ได้ ฉะนั้นถ้าคุณญาณธิชายังประสงค์ที่จะถามอีก สัปดาห์หน้าก็ยื่นใหม่นะครับ🔗
ต่อไประเบียบวาระที่ ๑.๑.๓ กระทู้ถามสดด้วยวาจาของนางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง ได้มีหนังสือแจ้งว่า เนื่องจาก ในวันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ติดภารกิจสำคัญจึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถาม เรื่องนี้ออกไป ฉะนั้นถ้าหากคุณกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ยังประสงค์ที่จะตั้งกระทู้ถามสด ด้วยวาจาอยู่ ก็ให้เสนอใหม่เพื่อพิจารณาในคราวถัดไปนะครับ🔗
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗
๑.๒.๑ กระทู้ถามที่ ๔๔๐ เรื่อง สร้างสระว่ายน้ำในโรงเรียนราษีไศล และซ่อมแซมปรับปรุงสนามกีฬากลาง ของนางผ่องศรี แซ่จึง ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้มีหนังสือแจ้งว่า ตามที่นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทนนั้น เนื่องจากในวันนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ติดภารกิจสำคัญไม่สามารถ มาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็นวันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๔🔗
๑.๒.๒ กระทู้ถาม เรื่อง การกำหนดราคาประกันพืชในโครงการประกัน รายได้เกษตรกร ของนายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์🔗
ด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้มีหนังสือแจ้งว่า ติดภารกิจสำคัญ จึงขอมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายสินิตย์ เลิศไกร เป็นผู้ตอบ กระทู้ถามแทน🔗
ฉะนั้น ท่านรัฐมนตรีมาถึงแล้วนะครับ ขอเชิญท่านสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ได้ถามเชิญครับ🔗
กราบเรี ยนท่ำนประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐ กระผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน ที่ได้บรรจุกระทู้ให้กับผมในวันนี้ และเช่นเดียวกันครับผมต้องขอกราบขอบพระคุณ ผ่านท่านประธานไปยังท่านสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ที่ได้เดินทาง มาตอบกระทู้ของผมในวันนี้เช่นเดียวกันครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่กระผมจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนกระทู้ กระผมขอเป็นตัวแทนเกษตรกรได้กล่าวขอบคุณรัฐบาล และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์ในโครงการประกันรายได้เกษตรกรที่ได้ดำเนินการต่อเนื่องเป็นปีที่ ๓ ที่ได้ดูแลพืช ทั้ง ๕ ชนิด ซึ่งได้แก่ ข้าว ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และมันสำปะหลัง ผมต้องนำเรียนว่า โครงการประกันรายได้เกษตรกรเป็นโครงการที่สร้างความมั่นใจให้กับ เกษตรกร วันนี้เกษตรกรมั่นใจว่าหากผลผลิตของพวกเขาราคาตกต่ำในช่วงการเก็บเกี่ยว เขาจะได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาล เขาจะได้รับเงินชดเชยจากรัฐบาล และโครงการก็ไม่ได้ สลับซับซ้อนอะไร เป็นการโอนเงินจากรัฐบาลเข้าบัญชีเกษตรกรโดยตรง ปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน ตัดทิ้งโดยสิ้นเชิง ท่านประธานครับ ตามที่ผมได้กล่าวไปว่าปีนี้เป็นปีที่ ๓ ของโครงการประกัน รายได้เกษตรกรที่รัฐบาลได้ช่วยเหลือเกษตรกร ด้วยการโอนเงินส่วนต่างจากราคาที่เกษตรกร ขายได้จริงกับราคาเป้าหมาย ราคาประกันของรัฐบาลซึ่งได้ดูแลพืชทั้ง ๕ ชนิดตามที่ผม ได้กล่าวไป ซึ่งได้กำหนดราคาเป้าหมายราคาประกันไว้ดังนี้ สำหรับข้าวได้กำหนดราคา ประกันข้าวเปลือกหอมมะลิ ๑๕,๐๐๐ บาทต่อตัน ข้าวหอมมะลินอกพื้นที่ ๑๔,๐๐๐ บาทต่อตัน ข้าวเหนียว ๑๒,๐๐๐ บาทต่อตัน ข้าวหอมปทุมธานี ๑๑,๐๐๐ บาทต่อตัน และข้าวเปลือกเจ้า ๑๐,๐๐๐ บาทต่อตัน สำหรับยางพาราได้กำหนดราคาเป้าหมายไว้ที่ยางแผ่นดิบ ๖๐ บาท ต่อกิโลกรัม น้ำยางสด ๕๗ บาทต่อกิโลกรัม และยางก้อนถ้วย ๒๓ บาทต่อกิโลกรัม สำหรับ ปาล์มน้ำมันกำหนดราคาประกันไว้ที่ ๔ บาทต่อกิโลกรัม ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์กำหนดราคา ไว้ที่ ๘.๕๐ บาทต่อกิโลกรัมที่ความชื้นไม่เกิน ๑๔.๕ เปอร์เซ็นต์ และมันสำปะหลังกำหนด ราคาประกันไว้ที่ ๒.๕๐ บาทต่อกิโลกรัมที่เชื้อแป้ง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ จากราคาที่ผมได้กล่าวไปเป็นการกำหนดราคาในโครงการปีแรกของนโยบายรัฐบาล ก็คือ ปีผลผลิตปี ๒๕๖๒/๒๕๖๓ สำหรับในปีที่ ๒ ก็คือปี ๒๕๖๓/๒๕๖๔ ทางรัฐบาลก็ได้กำหนด ราคาไว้เช่นเดียวกับราคาเดิมในปีแรก และในปีนี้ครับเป็นปีที่ ๓ ของโครงการ ทางรัฐบาล โดยกระทรวงพาณิชย์ก็ได้กำหนดราคาประกันรายได้เกษตรกรที่ราคาเดิมราคาเดียวกันกับปีแรก และปีที่ ๒ ซึ่งผมนำเรียนว่า หลักเกณฑ์ในการคำนวณราคาประกันรายได้เกษตรกร ส่วนหนึ่ง ต้องนำต้นทุนที่แท้จริงของเกษตรกรมาคำนวณด้วย ซึ่งแน่นอนครับว่าต้นทุนของเกษตรกร ในแต่ละปีไม่เท่ากัน ผมยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนนะครับ สำหรับปีนี้ราคาน้ำมันสูง กว่าปีที่ผ่านมา ๑๐-๒๐ เปอร์เซ็นต์ ราคาปุ๋ยเคมีสูงกว่าปีที่ผ่านมา ๕๐-๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ตามสูตรปุ๋ยเคมีแต่ละสูตร โดยเฉพาะปุ๋ยเคมีสูตร ๔๖-๐-๐ หรือปุ๋ยยูเรียราคาสูงขึ้นจากปีที่ผ่านมา เกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ทำให้ต้นทุนเกษตรกรสูงขึ้นอย่างแน่นอนครับ ผมขอตั้งคำถามแรก ไปยังท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานด้วยความเคารพว่า เพราะเหตุใดกระทรวงพาณิชย์ จึงได้กำหนดราคาเป้าหมายราคาประกันในพืชทั้ง ๕ ชนิดให้กับเกษตรกรในราคาเดียวกัน ทุกปี ใช้หลักเกณฑ์ใดในการกำหนดราคาประกันเป็นคำถามแรกครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายสินิตย์ เลิศไกร สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ต่อกรณีคำถามของคุณสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ เป็นคำถามที่ดีมาก และเป็นที่สนใจของพี่น้องประชาชน และเป็นที่สนใจของพี่น้องเกษตรกรอยู่ในขณะนี้ ซึ่งคำถามของท่านเพราะเหตุใดจึงได้กำหนดราคาประกันพืช ๕ ชนิดในราคาเดิมทุกปี อันนี้เราต้องมาดูวัตถุประสงค์ของการดำเนินโครงการประกันรายได้ก่อน ซึ่งโครงการประกัน รายได้นั้น เพื่อป้องกันความเสี่ยงและให้เกษตรกรมีรายได้ที่เหมาะสมกับราคาต้นทุนการผลิต เพื่อไม่ให้เป็นการแทรกแซงกลไกตลาด ซึ่งการบริหารจัดการภาครัฐไม่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่าย เกษตรกรได้รับการชดเชยส่วนต่างระหว่างราคาประกันกับราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง ซึ่งราคา ประกันรายได้ที่กำหนดถือว่าเป็นรายได้ขั้นต่ำที่เกษตรกรควรได้รับ เพื่อให้ประกอบอาชีพ ต่อไปได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน ซึ่งหลักเกณฑ์ในการคำนวณนั้น การคำนวณประกันรายได้ ก็มีการประกัน ราคาประกันเท่ากับราคาต้นทุนการผลิต ราคาต้นทุนการผลิตเอามาจากไหน เอามาจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร และบวกกับค่าขนส่ง และบวกกับกำไรที่เหมาะสม ผมขอยกตัวอย่างเช่น ข้าวหอมมะลิราคาประกันที่ ๑๕,๐๐๐ บาท ราคาต้นทุนอยู่ที่ ๑๑,๓๑๑ บาท ค่าขนส่งอยู่ที่ ๕๐๓ บาท เราเอาราคาต้นทุนบวกกับค่าขนส่งอยู่ที่ ๑๑,๘๑๔ บาท ซึ่งเมื่อบวกกันแล้วเราคิดว่าจะให้พี่น้องเกษตรมีกำไรประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งจะได้กำไรประมาณ ๓,๕๔๔ บาท เหล่านี้เป็นต้น หรือข้าวโพดเลี้ยงสัตว์นั้น กำหนดราคา ประกันอยู่ที่ ๘.๕๐ บาท ซึ่งต้นทุนการผลิตอยู่ที่ ๖.๒๘ บาท ค่าขนส่ง ๐.๓๐ บาท ค่าขนส่ง บวกกับค่าต้นทุน ๖.๕๘ บาท กำไร ๓๐ เปอร์เซ็นต์ จะได้ค่ากำไร ๑.๙๗ บาท เหล่านี้เป็นต้น ขอขอบคุณครับ🔗
เชิญ คำถามที่ ๒ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ จังหวัดชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐ ผมต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีฐานะประธานที่ได้ให้คำตอบที่ค่อนข้างชัดเจน ผมเชื่อว่าเกษตรกรก็คงจะพอใจ ในระดับหนึ่ง ท่านประธานครับ ตามที่ผมได้นำเรียนไปในเบื้องต้นว่า ต้นทุนการผลิต ของเกษตรกรขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของราคาน้ำมัน ราคาปุ๋ยเคมี ราคาเมล็ดพันธุ์ แรงงาน และมีเรื่องหนึ่งที่เป็นปัจจัยสำคัญที่เป็นตัวกำหนดต้นทุนการผลิต ของเกษตรกร ก็คือเรื่องของสภาพภูมิอากาศ เรื่องของปริมาณน้ำฝนที่ไม่เพียงพอ หรืออาจจะมากเกินไปในบางปี ผมยกตัวอย่างอย่างปีนี้ครับ ในหลายพื้นที่ฝนตกต่อเนื่อง น้ำท่วม นาข้าวเสียหายพืชไร่พืชสวนเสียหาย หัวมันสำปะหลังในดินเน่าเสีย เพราะความชื้น ในดินมากเกินไป แต่เรื่องเหล่านี้ก็เป็นเรื่องที่เกษตรกรเขารับได้ เพราะว่าเกษตรกรเขารู้ว่า พวกเขาคือเกษตรน้ำฝน ก็จะมีเพื่อนเกษตรกรในประเทศไทยของเราอีกมากกว่า ๙ ล้านราย ซึ่งใน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ในนั้นก็ยังประกอบเกษตรกรรมแบบน้ำฝน ยังต้องพึ่งพาน้ำฝน จากธรรมชาติ แต่มีเรื่องหนึ่งที่เกษตรกรเขาต้องทวงถาม ก็คือเรื่องของนโยบายของรัฐที่ประกาศใช้ แล้วไปกระทบต่อต้นทุนการผลิตของเกษตรกร ต้นทุนการผลิตของเกษตรกรเพิ่มขึ้น จากนโยบายของรัฐ ผมจะยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจนครับ อย่างเช่นในปีที่ผ่านมา มีการยกเลิกสารกำจัดวัชพืชชนิดหนึ่งที่ ชื่อสามัญเรียกว่าพาราควอต (Paraquat) เป็นยา ฆ่าหญ้า เป็นสารกำจัดวัชพืชที่ราคาต่ำที่สุดในท้องตลาด ทำให้เกษตรกรบางส่วนในพืช บางชนิดมีความจำเป็นต้องไปใช้สารเคมีชนิดอื่นทดแทน แต่สารเคมีที่มีเหล่านั้น ราคาต้นทุนจะสูงกว่าประมาณ ๓ เท่าตัว จะส่งผลกระทบให้กับต้นทุนเกษตรกรสูงขึ้น อย่างแน่นอน ในประเด็นนี้จะเป็นไปได้หรือไม่ครับ ทางกระทรวงพาณิชย์จะกำหนดราคา ประกันในพืชชนิดนั้น ๆ ให้สูงขึ้นเพื่อชดเชยกับมาตรการของรัฐที่ได้ประกาศออกไป ผมจะขอกล่าวอ้างถึงนโยบายที่ผมชื่นชมบางเรื่อง ในเรื่องของการช่วยเหลือเกษตรกร ผู้ปลูกอ้อย ซึ่งอยู่ในความดูแลของกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องนี้ผมต้องขอขอบคุณ และขอชื่นชมท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ในแนวคิด การทำงานที่ท่านได้ตัดสินใจช่วยเหลือเกษตรกรที่ตัดอ้อยสดเข้าโรงงาน โดยเพิ่มค่าแรง ให้ ๑๒๐ บาทต่อตัน เพื่อชดเชยค่าแรงงาน ทำให้เกษตรกรไม่ต้องไปจุดไฟเผาอ้อยตัวเอง แล้วตัดเข้าโรงงานเพราะว่าค่าแรงจะต่ำกว่า เป็นแนวคิดเป็นการทำงานที่ได้ผลลัพธ์ เป็นอย่างดี เป็นการช่วยกันบูรณาการในเรื่องปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็กหรือพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ซึ่งผลการทำงานในปีที่ผ่านมาตัวเลขตัดอ้อยสดเข้าโรงงานเพิ่มขึ้น ตัวเลขอ้อย ไฟไหม้เข้าโรงงานลดลงอย่างชัดเจน แทนที่จะไปไล่จับพวกเขาครับ ไปช่วยเหลือเยียวยา พวกเขา สุดท้ายก็เกิดการบริหารการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน ในประเด็นนี้ผมจะขออนุญาต สอบถามท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานด้วยความเคารพว่า ในกรณีที่พืชบางชนิดเกษตรกร มีผลกระทบ ต้นทุนสูงขึ้นจากมาตรการที่รัฐบาลได้ประกาศใช้ไปทำให้เขามีต้นทุนสูงขึ้น ทางกระทรวงพาณิชย์มีมาตรการ มีแนวทางที่จะเข้าไปช่วยเหลือชดเชยเพื่อทดแทน ให้เกษตรกรเหล่านี้ให้กับพืชชนิดนั้น ๆ เพื่อชดเชยมาตรการที่รัฐบาลได้ประกาศออกไป หรือไม่อย่างไรครับ เป็นคำถามที่ ๒ กราบขอบพระคุณครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขอตอบคำถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ต้นทุนที่ใช้ในการคำนวณราคาประกัน ของโครงการประกันรายได้เกษตรกรในแต่ละปีนั้น เป็นข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจ การเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ได้พิจารณาถึงปัจจัยการผลิตต่าง ๆ ของเกษตรกรอย่างครบถ้วนและครอบคลุมแล้ว ดังนั้นการกำหนดราคาประกันรายได้ จึงกำหนดภายใต้ต้นทุนการผลิตดังกล่าว แต่ว่านอกจากนี้การดำเนินโครงการประกันรายได้แล้ว รัฐบาลยังมีการดำเนินการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรด้านปัจจัยการผลิตต่าง ๆ ดังต่อไปนี้🔗
๑. การแก้ไขปัญหากรณีปุ๋ย กรมการค้าภายในดำเนินโครงการพาณิชย์ ลดราคาปุ๋ยช่วยเกษตรกร ดังนี้ จำหน่ายแม่ปุ๋ยเคมี หรือปุ๋ยเคมีสูตรสำเร็จในราคาถูก กว่าท้องตลาดให้กับกลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน หรือสหกรณ์โดยส่วนลดราคาอยู่ที่ กระสอบละ ๒๐-๕๐ บาท ปริมาณ ๔,๕๔๐,๓๒๐ กระสอบ ซึ่งผลของการดำเนินงาน ณ วันที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๖๔ รวมปริมาณการซื้อ ๒,๘๙๐,๐๐๐ กระสอบ ซึ่งสามารถช่วยลด ต้นทุนให้กับเกษตรกรได้ประมาณ ๖๐ ล้านบาท การแก้ไขปัญหากรณียาป้องกันกำจัด ศัตรูพืชหรือโรคพืช ได้ขอความร่วมมือกับผู้ประกอบการตรึงราคาจำหน่ายสินค้ายาป้องกัน หรือกำจัดศัตรูพืชหรือโรคพืช เพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร โดยเฉพาะ ประเภทสารกำจัดวัชพืชที่ได้รับความนิยม อย่างเช่น ไกลโฟเสต (Glyphosate) กลูโฟสิเนต (Glufosinate) เป็นต้น ซึ่งทางกระทรวงพาณิชย์โดยกรมการค้าภายในจัดทำโครงการ ลดราคาเคมีเกษตรช่วยเกษตรกร โดยเฉพาะสารเคมีทางเลือกที่ได้รับความนิยม ซึ่งผู้ประกอบการให้ความร่วมมือจำหน่ายยาป้องกัน หรือกำจัดศัตรูพืชในราคาถูก กว่าท้องตลาดให้กับสถาบันเกษตรกร อย่างเช่น สหกรณ์การเกษตร กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจ ชุมชน ศูนย์จัดการดินและปุ๋ยชุมชน ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน รัฐบาลได้ดำเนินโครงการ สนับสนุนค่าบริหารจัดการ และพัฒนาคุณภาพผลผลิตเกษตรกรผู้ปลูกข้าวปีการผลิต ๒๕๖๔-๒๕๖๕ โดยได้เบิกจ่ายค่าบริหารจัดการให้กับเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกร ผู้ปลูกข้าวอัตราไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ไม่เกินครัวเรือนละ ๒๐ ไร่ หรือครัวเรือนละไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตให้แก่เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ช่วยให้เกษตรกร มีกำลังใจในการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตข้าวได้มากยิ่งขึ้นครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านถามครบ ๒ ครั้งแล้วนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตสอบถาม ผมได้ใช้สิทธิสอบถาม ๒ ครั้ง แต่ผมยังเหลือเวลาเล็กน้อย ผมขออนุญาตฝากข้อสังเกต ท่านรัฐมนตรีได้ไหมครับ🔗
ได้นะครับ สั้น ๆ แล้วกัน เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ จังหวัดชัยภูมิ เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ผมต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานอีกครั้งในคำตอบ และในเรื่องของมาตรการที่จะช่วยเกษตร เพิ่มเติมครับ ก็ขอให้ดำเนินการได้อย่างเต็มที่แล้วก็ทั่วถึงกับเกษตรกรทั่วไป ผมเชื่อว่า เกษตรกรจะมีความอบอุ่นแล้วก็มีกำลังใจขึ้นครับ ผมขอฝากข้อสังเกตสักเรื่องนะครับ ในเรื่องของราคาพืชบางชนิดที่ราคาในท้องตลาดสูงกว่าราคาประกันที่รัฐบาลกำหนด ผมยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดเจน อย่างเช่น ราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในปีนี้ ราคาในตลาดโลก ซื้อขายกันเกือบ ๑๒ บาท แต่ในขณะที่ราคาประกันของรัฐบาลได้กำหนดไว้ที่ ๘.๕๐ บาท ราคาที่โรงงานอาหารสัตว์รับซื้อในประเทศอยู่ที่ประมาณกิโลกรัมละ ๑๐ บาท ผมอยากให้ ทางกระทรวงพาณิชย์ได้ศึกษาเรื่องนี้ เพราะว่าเกษตรกรมีความพอใจกับการที่ได้ขาย ข้าวโพดราคานี้ เพราะว่าเป็นราคาที่สูงกว่าราคาประกันของรัฐบาล แต่ก็ต่ำกว่าราคา ในตลาดโลกพอสมควร เป็นช่องว่างอาจจะทำให้เกษตรกรเสียโอกาสก็อยากฝากให้ไปศึกษา เรื่องนี้เพื่อหาแนวทางป้องกันแก้ไข เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องเกษตรกร ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณ ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าเป็นการจบการถามตอบกระทู้ทั่วไป กระทู้ที่ ๑.๒.๒. เรื่อง การกำหนดราคาประกันพืชในโครงการประกันรายได้เกษตรกร ของท่านสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี สินิตย์ เลิศไกร ที่กรุณาให้เกียรติกับสภาผู้แทนราษฎรของพวกเรา ขอบคุณมากครับ🔗
กระทู้ที่ ๑.๒.๓. กระทู้ถาม เรื่อง การศึกษาโครงการผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำ คลองพระสะทึงไปยังอ่างเก็บน้ำคลองสียัด ของ นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากในวันนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ติดภารกิจที่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้า ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็นวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๔ นะครับ ท่านสมาชิกครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
ได้ดำเนินการถามและตอบที่ห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่กำลังดำเนินการอยู่ บริเวณชั้น ๑ ในขณะนี้🔗
ก็จบการหารือนะครับ ก็เปิดประชุมแล้วก็เริ่มกระทู้ในห้องใหญ่ สำหรับกระทู้ถามแยกเฉพาะ วันนี้ก็มี ๖ กระทู้ครับ มีที่รัฐมนตรีป่วย ๑ กระทู้ มีที่สมาชิกป่วย ๑ กระทู้ ก็เลยเหลือ ๔ กระทู้ ผมขอลำดับกระทู้ ที่จัดสำหรับความพร้อมที่รัฐมนตรีสลับมาได้ในห้องใหญ่และห้องนี้🔗
โดยกระทู้ถามแรก จะเป็นคำถามแยกเฉพาะ ที่ ๓๓๒ เรื่องการแก้ปัญหา จราจรในจังหวัดภูเก็ตเป็นกระทู้ถามของท่านสมาชิกรังสิมันต์ โรม ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ เป็นผู้ตอบกระทู้ถาม🔗
กระทู้ถามแยกเฉพาะ กำหนดไว้ในข้อ ๑๗๓ ว่าให้ถามตอบจบภายใน ๒๐ นาที วิธีปฏิบัติก็คือการแบ่งเวลา ฝ่ายละ ๑๐ นาที ถามได้ ๒ ครั้งครับ ครั้งที่ ๓ ขอเรียนว่าปกติจะถามครั้งที่ ๓ ต้องขออนุญาต ประธานถึงจะถามครั้งที่ ๓ ได้ มีผู้มาให้ข้อมูลที่รัฐมนตรีขอให้เข้ามาร่วมก็คือ คุณกาญผจญ อุดมภักดี เชิญครับ ขอเชิญคุณรังสิมันต์ครับ ถามครั้งที่ ๑🔗
เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ขอบคุณท่านประธาน ที่อนุญาตให้ตั้งคำถาม และขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่มาตอบคำถาม ท่านประธานครับ ในจังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดระดับโลก เป็นเมืองที่มีชื่อเสียง มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาพักผ่อน แล้วนักท่องเที่ยวเหล่านี้ก็มีทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ซึ่งภูเก็ตก็จะมีนักท่องเที่ยว อยู่ประมาณ ๑๒ ล้านคน นำเม็ดเงินรายได้เข้าสู่ประเทศจำนวนมาก แต่ต้องยอมรับครับว่า ระบบขนส่งของภูเก็ตเองพื้นฐานยังไม่ดี ยังไม่พัฒนาเท่าทันกับการเติบโตของจำนวน คนที่เดินทางเข้ามา ทำให้การใช้รถใช้ถนนที่จังหวัดภูเก็ตเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง สถิติอุบัติเหตุ ในจังหวัดภูเก็ตจากการรายงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเมื่อปี ๒๕๖๒ มีจำนวน ทั้งสิ้น ๓๒๕ ครั้ง มีผู้เสียชีวิต ๗๐ คน ผู้บาดเจ็บอีก ๒๓๐ คน ทำให้ภาพลักษณ์ในเรื่องของ ความปลอดภัยด้านคมนาคมได้รับความเสียหาย นอกจากนั้นถ้าเราไปดูในชั่วโมงเร่งด่วน ก็จะพบว่ามีการติดขัดในเรื่องของการจราจรเป็นอย่างมาก โดยถนนสายหลักสายสำคัญคือ ถนนเทพกระษัตรีมีการจราจรเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ ๓๕,๔๐๑ คันต่อวัน และจะเพิ่มขึ้นเท่าตัว ในช่วงไฮซีซัน (High Season) หรือช่วงที่มีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมาก ท่านประธานครับ เราภาคภูมิใจกับการที่จังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก แต่การคมนาคมในจังหวัด ยังต้องได้รับการพัฒนาทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว วันนี้ผมจึงมีประเด็นที่อยากจะเรียน ถามท่านรัฐมนตรีดังนี้🔗
ประเด็นคำถามที่ ๑ ถามครั้งที่ ๑ ผมอยากจะสอบถามถึงความคืบหน้า โครงการอุโมงค์กะทู้-ป่าตอง และโครงการถนนตัดใหม่สนามบินเกาะแก้ว ๒ โครงการนี้ ได้มีการสัญญาเอาไว้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตั้งแต่มีการประชุม ครม. สัญจรที่จังหวัดภูเก็ต ครั้งล่าสุดว่าทั้ง ๒ โครงการนี้จะสามารถริเริ่มโครงการได้เมื่อไร แล้วเสร็จเมื่อไร นอกจากนี้ ในส่วนของโครงการตัดถนนฉลอง-ป่าตอง ทางหลวงหมายเลข ๔๐๒๑ บริเวณถนนเจ้าฟ้า ตะวันตก ทางเข้าวัดสีลสุภาราม ไปสิ้นสุดที่ทางหลวงหมายเลข ๔๒๓๓ บริเวณจุดตัด ถนนนาในกับถนนผังเมือง สาย ก. แยกป่าตอง ซึ่งมีระยะทางเพียง ๓.๑ กิโลเมตร โครงการนี้ ในปัจจุบันมีความคืบหน้าอย่างไร ทั้ง ๓ โครงการนี้ท่านรัฐมนตรีน่าจะได้ทราบล่วงหน้า อยู่แล้ว จึงอยากจะทราบว่าท่านได้มีการสั่งการล่วงหน้าไปอย่างไรบ้าง ขอความกรุณา ท่านประธานด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม วันนี้ผมได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งท่านติดภารกิจนะครับ ให้ผมมาตอบกระทู้ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติที่ท่านมีความเป็นห่วงเป็นใยพี่น้องผู้ใช้ถนนชาวภูเก็ต ต้องกราบเรียนอย่างนี้ ต่อคำถามที่ท่านได้ตั้งมาก็คือ ประเด็นแรกเดี๋ยวผมขออนุญาตลงไปที่โครงการก่อสร้าง อุโมงค์กะทู้-ป่าตอง ที่ท่านถามมา ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการทางพิเศษที่ได้ดูแลอยู่ ต้องเรียนอย่างนี้ว่า สถานะปัจจุบันที่ผ่านมาการทางพิเศษเราได้ดำเนินการมาตลอดนะครับ ก็คือตอนนั้นตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ เราได้ผ่านคณะกรรมการนโยบายร่วมลงทุนระหว่างรัฐ และเอกชน พีพีพี (PPP) เห็นชอบ ในหลักการของโครงการแล้ว แล้วก็ผ่านสำนักงาน สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตรงนี้ก็เห็นขอบในโครงการแล้ว ซึ่ง ณ ปัจจุบัน ตอนนี้ที่ผมเช็กไปล่าสุดสถานะก็คือ ทางคณะกรรมการ พีพีพี (PPP) เสนอขออนุมัติโครงการ ต่อสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ซึ่งก็จะรอเข้าคณะรัฐมนตรี ก็คาดว่าน่าจะไม่เกิน สัปดาห์หน้าก็สัปดาห์ถัดไป ภายในสิ้นเดือนธันวาคมนี้ก็น่าจะผ่านคณะรัฐมนตรี ขั้นตอน หลังจากผ่านคณะรัฐมนตรีไปแล้วปีต่อไปก็คือ ปี ๒๕๖๕ ก็ต้องดำเนินการ การทางพิเศษ ก็ต้องคัดเลือกเอกชนที่มาร่วมลงทุน ซึ่งเราจะทำคู่ขนานไปกับการออก พ.ร.ฎ. เวนคืน เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ก็คาดว่าขั้นตอนการคัดเลือกและการเวนคืนน่าจะแล้วเสร็จ ภายในปี ๒๕๖๖ แล้วเราก็จะสามารถเริ่มการก่อสร้างได้ ซึ่งก่อสร้างก็คาดว่าจะแล้วเสร็จ ในปี ๒๕๗๐ ช่วงเดือนกันยายน อันนี้ก็เป็นเรื่องของเส้นกะทู้-ป่าตอง แล้วก็ส่วนเส้นที่ท่านถาม ต่อไปเป็นเส้นแนวถนนตัดเพิ่มใหม่ ระหว่างถนนเจ้าฟ้าปกเกล้าเชื่อมต่อกับตำบลป่าตอง ถนนเขา ๕๐ ปี ต้องกราบเรียนอย่างนี้ว่า เนื่องจากภูเก็ตลักษณะทางกายภาพจะเป็น ลักษณะภูเขากันระหว่างฝั่งตะวันตกกับฝั่งตะวันออกเหมือนที่ท่านพูดเลย ทำให้การจราจร ก็ค่อนข้างจะติดขัด แล้วก็เวลาพี่น้องเราจะเดินทางข้ามมาจากฝั่งตะวันออก หรือฝั่งตะวันตก ข้ามไปซึ่งกันและกัน อาจจะต้องเสียเวลาในการเดินทางอ้อมสักนิดหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันทางกรมทางหลวงเอง เราได้ทำจุดตัดเชื่อมระหว่าง ๒ ฝั่ง ซึ่งปัจจุบันก็ใช้การแล้ว ไม่ว่าจะเป็นถนน ทล. ๔๐๒๕ เชื่อมระหว่างหาดสุรินทร์ไปแยกอนุสาวรีย์ ทล. ๔๐๒๙ เชื่อมระหว่างหาดป่าตองไปแยกสามกอง ทล. ๔๐๒๘ เชื่อมระหว่างหาดกะรน หาดกะตะ ไปแยกฉลอง แล้วส่วนเส้นที่ท่านได้ถามมาก็คือ เส้นถนนเจ้าฟ้า ๖๙ ถึงถนนเขา ๕๐ ปี ตรงนี้ผมได้สอบถามไปแล้วทราบว่า ถนนเส้นนี้อยู่ในความรับผิดชอบของกรมโยธา และผังเมือง กระทรวงมหาดไทย แล้วก็สอบถามไปแล้วว่าตอนนี้การดำเนินการของกรมโยธา และผังเมืองดำเนินการอยู่ เพียงแต่ว่าติดเรื่องอีไอเอ (EIA) จุดตัดตรงนี้ เพราะว่าพื้นที่ตรงนั้น เป็นพื้นที่ป่าไม้อนุรักษ์ มีภูเขาลาดชัน จะต้องพิจารณาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม และมิติอื่น ๆ อย่างรอบด้านก็ขออนุญาตตอบคำถามแรกครับ🔗
ขอเชิญคุณรังสิมันต์ ถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗
เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกล ก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรี แต่ก็ต้องเรียนตามตรงว่า เรื่องปัญหาจราจรที่จังหวัดภูเก็ตสาหัสจริง ๆ โดยเฉพาะ ช่วงที่เป็นไฮซีซัน (High Season) เราต้องจินตนาการว่าจำนวนประชากรในภูเก็ต เราอาจจะรู้สึกว่ามีอยู่ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าคน แต่ความเป็นจริงแล้วเมื่อบวกรวม นักท่องเที่ยวอาจจะถึงล้าน บวกรวมกับพี่น้องประชาชนที่อาจจะไม่ย้ายทะเบียนบ้าน ก็อาจจะมีจำนวนที่มากกว่า ดังนั้นก็ฝากท่านรัฐมนตรีช่วยดูในเรื่องของการจราจรของภูเก็ต โดยเฉพาะเรื่องรถติด ถ้าเกิดว่ามันเกิดขึ้นมาก ๆ มันก็อาจจะทำให้เกิดความเสียหาย ต่อเศรษฐกิจ ไม่ใช่แค่เศรษฐกิจของภูเก็ต แต่อาจจะรวมถึงเศรษฐกิจของภูมิภาคตรงนั้น และอาจจะรวมถึงหน้าตาภาพลักษณ์ของประเทศของเราทั้งประเทศ🔗
ทีนี้ในส่วนของคำถามที่ ๒ ผมต้องเรียนท่านประธานว่า อย่างที่เราทราบว่า ภูเก็ตมีศักยภาพในเรื่องของการท่องเที่ยวสูงมาก เนื่องจากว่าภูเก็ตมีภูมิประเทศ แบบเป็นเกาะ ซึ่งก็คล้าย ๆ กับเกาะอื่น ๆ ถ้าเราไปดูในละแวกเดียวกันไม่ว่าจะเป็นสิงคโปร์ ฮ่องกง ซึ่งทางประเทศต่าง ๆ เขาก็จะมีการขนส่งทางรางในรูปแบบของรถไฟใต้ดิน ซึ่งในด้านหนึ่งมันก็จะเป็นการส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้คนและอำนวยความสะดวกให้กับ นักท่องเที่ยว อีกด้านหนึ่งมันก็เป็นการสร้างความเป็นธรรม ระหว่างประชาชนด้วยกัน ซึ่งจุดนี้สัญลักษณ์มันคือหน้าตาของเมืองที่มีความเจริญ ผมเลยอยากจะสอบถาม ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า ท่านจะมีนโยบายในเรื่องของการขนส่งทางราง ต่อจังหวัดภูเก็ตอย่างไร มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่การขนส่งทางรางของภูเก็ตจะไม่ได้อยู่แค่ รถไฟฟ้ารางเบา เช่น อาจจะเป็นรถไฟฟ้าใต้ดิน ซึ่งผมเชื่อว่าใครที่มีประสบการณ์ไปศึกษา ดูงาน ไปเที่ยวในต่างประเทศเราก็จะเห็นตรงนี้ ก็เรียนสอบถามท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ขอเชิญรัฐมนตรีครับ🔗
ต่อคำถาม ข้อที่ ๒ ของท่านสมาชิกก็คือ ถามเรื่องระบบรางของในจังหวัดภูเก็ต ก็ต้องกราบเรียน อย่างนี้ว่า ปัจจุบันโดย รฟม. อยู่ระหว่างปรับปรุงรายละเอียดรายงาน พีพีพี (PPP) เพื่อเตรียมเสนอความเห็นชอบโครงการต่อคณะกรรมการ พีพีพี (PPP) ต่อคณะรัฐมนตรี ก็คือแผนงานที่ทาง รฟม. เราตั้งไว้ก็จะประมาณเริ่มก่อสร้างประมาณเดือนมกราคม ปี ๒๕๖๙ แล้วก็คาดว่าน่าจะแล้วเสร็จภายในประมาณเดือนมิถุนายน ปี ๒๕๗๑ ซึ่งก็จะเป็น ในลักษณะในโครงการรถไฟรางเบา ส่วนในอนาคตจะมีการปรับเป็นใต้ดินหรือจะเพิ่ม ตรงไหน ตรงนี้ทางรัฐบาลเองโดยกรมการขนส่งทางรางตรงนี้กำลังศึกษา คาดว่าถ้าในอนาคต หลังจากรางเบาตรงนี้ของเราเสร็จ ในภายภาคหน้าก็มีการเปลี่ยนแปลงเพิ่มเติม ได้ตามลักษณะ แล้วก็ผมขออนุญาตเพิ่มเติมอีกอันหนึ่งก็คือ มีโครงการถนนทางหลวง แนวใหม่ ก็คือเป็นของทางการพิเศษเหมือนกัน ก็คือเชื่อมระหว่างสายเมืองใหม่ เกาะแก้ว กะทู้เมื่อสักครู่ผมอาจจะยังไม่ได้เรียงไป ซึ่งปัจจุบันตอนนี้ทางการพิเศษกำลังจะเริ่มศึกษา ก็คิดว่าจะเริ่มศึกษาภายในเดือนมกราคม ปี ๒๕๖๕ ก็อีกไม่กี่เดือนก็จะเริ่มศึกษาตรงนี้ ก็คาดว่าใช้เวลา ๑ ปีแล้วเสร็จประมาณปี ๒๕๖๖ ก็จะเสนอขออนุมัติโครงการเสนอ เข้าคณะรัฐมนตรีแล้วก็ภายในปี ๒๕๖๖ ปี ๒๕๖๗ เราก็จะทำการคัดเลือกเอกชนพร้อมกับ เรื่องเวนคืนพร้อมกันภายในทีเดียว แล้วเราก็คาดว่าภายในปี ๒๕๖๗ ก็จะได้เริ่มการก่อสร้าง แล้วภายในปี ๒๕๗๐ โครงการถนนแนวใหม่ตรงนี้ก็จะเสร็จอีก ๑ สาย ซึ่งก็น่าจะช่วย ในการบรรเทาปัญหาการจราจร รถติดขัดในจังหวัดภูเก็ตได้ครับ ขอบคุณครับ🔗
คุณรังสิมันต์เชิญเลยครับ อนุญาตครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกล ก็อาจจะ ไม่เป็นคำถามครับท่านประธาน แต่อาจจะเป็นประเด็นที่อยากจะฝากว่า คือมันมีในส่วนของ รถไฟรางเบาที่อาจจะมีบางส่วนนี่ก็เป็นห่วงนะครับว่า เนื่องจากรถไฟรางเบามันจะตั้งอยู่ บนพื้นผิว ซึ่งมันอาจจะทำให้ตัวการใช้สอยถนนมันจะแคบลงไปอีก ซึ่งถ้าเกิดว่ารถไฟ อยู่ใต้ดินมันก็ทำให้เราสามารถใช้ประโยชน์จากพื้นผิวได้มากกว่า ดังนั้นถ้าเราไปดูในสภาพ ของเมืองจังหวัดภูเก็ต ปกติแล้วถนนมันจะไม่ขนาดใหญ่ มันไม่เหมือนที่จังหวัดขนาดใหญ่ อย่างเช่น กรุงเทพฯ ที่เราสามารถขยายถนนได้หลายเลน ภูเก็ตมันอาจจะทำแบบนั้น ลำบาก ดังนั้นอยากจะฝากท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่า อยากให้พิจารณาศึกษา ในเรื่องของรถไฟใต้ดิน ผมเข้าใจดีว่าในเชิงงบประมาณมันใช้เงินสูงกว่าแน่นอน และถ้าเกิด คิดในเรื่องของความคุ้มทุนผมเองก็คงตอบลำบากว่าจะคุ้มหรือไม่ แต่ผมอยากจะเรียน ท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีว่า ภูเก็ตเองก็ทำรายได้มหาศาลให้กับประเทศของเรา รายได้ มหาศาลนี้มันอาจจะไม่ได้มาในรูปแบบตั๋วในกรณีที่เรามีรถไฟในอนาคต แต่เป็นรายได้ ที่มันคือความน่าดึงดูด และผมคิดว่าความน่าดึงดูดที่มาพร้อมกับการมีโครงสร้างที่มี ประสิทธิภาพจะทำให้ภูเก็ตน่าดึงดูดมากยิ่งขึ้น และถ้าภูเก็ตน่าดึงดูดมากยิ่งขึ้น ก็จะส่งผลดี กับทุกคน อยากให้วางเป้าว่าภูเก็ตไม่ใช่เป็นเมืองแค่ในระดับประเทศไทย แต่เราอาจจะต้อง คิดถึงว่าจะทำอย่างไรให้ภูเก็ตเป็นเมืองที่มีความสำคัญในระดับทวีปเอเชีย หรือเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้นการมีโครงสร้างพื้นฐานที่สมบูรณ์ โดยเฉพาะในเรื่องของรถไฟใต้ดิน ผมคิดว่าจะช่วยในเรื่องของการอำนวยความสะดวกไม่ต่างอะไรกับเวลา เราไปเที่ยว ต่างประเทศ อย่างเช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง ซึ่งทั้ง ๒ ประเทศนี้ก็เป็นเมืองที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน ก็อยากจะฝากท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
รัฐมนตรีตอบก็ได้ ไม่ตอบ ก็ได้ ฝากท่าน ก็จบกระทู้ถามแรก ขอบคุณท่านรังสิมันต์ และขอบคุณท่านรัฐมนตรีด้วยครับ🔗
กระทู้ถามอันดับต่อไป เป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๓๐ เรื่องความแออัด ของสถานพยาบาลในจังหวัดภูเก็ต โดยถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรี กระทรวงสาธารณสุขได้แจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ นายสาธิต ปิตุเตชะ เป็นผู้ตอบกระทู้ถาม แล้วก็ขออนุญาตผู้ให้ข้อมูลคือ หัวหน้ารักษาการสาธารณสุข นิเทศ เขตสุขภาพที่ ๑๑ นายมนู ศุกลสกุล เชิญเลยครับ อนุญาตเข้ามาได้ครับ🔗
ขอเชิญคุณรังสิมันต์ ถามคำถามแรกครับ🔗
เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกล ขอบคุณท่านประธาน ที่ให้เกียรติในการถามกระทู้ที่ ๒ ในวันนี้ แล้วก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่เดินทางมาตอบคำถาม ก็เรียนท่านประธาน เรื่องนี้ก็จะเป็นประเด็นเกี่ยวกับความแออัดในเรื่องของโรงพยาบาล ซึ่งผมต้องเท้าความนิดหนึ่งว่าปัจจุบันภูเก็ตเรามีประชากรอยู่ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าคน แต่ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าคนตรงนี้ เรานับกันเฉพาะตามทะเบียนบ้าน ซึ่งมีตัวชี้วัดหลายอย่าง ที่ยืนยันว่าความหนาแน่นของจังหวัดภูเก็ตมันมีมากกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ การขาดแคลนน้ำ ไม่ว่าเป็นในเรื่องของถิ่นที่อยู่ที่บางส่วนก็ต้องยอมรับว่าหนาแน่น ซึ่งถ้าเรา คำนวณประชากรจริง ๆ โดยดูจากประกันสังคม ดูจากการที่นักท่องเที่ยวมาอาศัยอยู่จำนวน อาจจะถึงล้านคน แล้วถ้ายิ่งไม่มีสถานการณ์โควิด (COVID) เราก็เชื่อว่าผู้คนที่อาศัยอยู่ ในจังหวัดภูเก็ตในแต่ละวันที่ผ่านไปก็คงจะมีสัดส่วนที่มากกว่านั้นเยอะ ท่านประธานครับ ซึ่งถ้าสมมุติเราถือกันว่าจำนวนประชากรของภูเก็ตมี ๑ ล้านคน ก็ต้องถือว่าจำนวนนี้ มีมากเกินกว่าที่โรงพยาบาลของรัฐจะรองรับไว้ ซึ่งการที่โรงพยาบาลรองรับไม่ไหว เราอาจจะ กระจายไม่ทั่วถึง ก็อาจจะทำให้เกิดปัญหา เป็นภาระต่อพี่น้องประชาชนในการเข้ารักษา ในโรงพยาบาลได้ โดยเฉพาะโรงพยาบาลหลัก อย่างโรงพยาบาลวชิระ ซึ่งเป็นเหมือนหัวใจ ของจังหวัดภูเก็ต พี่น้องประชาชนที่เขาอยู่อำเภออื่นเขาจะมาที่นี่ก็ต้องยอมรับว่าลำบากมาก ก็เลยมีคำถามมาโดยตลอดท่านประธานว่า ตกลงแล้วภูเก็ตซึ่งเป็นเมืองที่มีความสำคัญ ระดับโลก ทำไมการเข้าถึงบริการสาธารณสุขมันถึงยากลำบากขนาดนี้ ท่านประธานครับ ตอนปี ๒๕๖๓ ภาพรวมทั้งประเทศถ้าเราไปดูในเรื่องของสัดส่วนของเจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ ต่อประชากรเราจะพบว่า หมอ ๑ คน ต้องรับประชากร ๑,๗๙๔ คน ถ้าเราเอาจำนวน ประชากรตามทะเบียนบ้านมาคิด หมอที่ภูเก็ตจะรับอยู่แค่ ๙๙๕ คน ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้าเราคิดว่าประชากรภูเก็ต คือ ๑,๐ ล้านคน จำนวนหมอต่ออัตราประชากรจะอยู่ที่ ๒,๔๖๓ คน ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยของทั่วประเทศ ยังไม่รวมถึงว่าผู้ป่วยจากจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งต้องเรียนต่อท่านประธานไปยังรัฐมนตรีตามตรงว่า จากประสบการณ์ก็มีอยู่เยอะ เช่น จากจังหวัดพังงา กระบี่ ระนอง ที่เข้ามารักษาตัวอยู่เป็นประจำทั้ง เคส (Case) หนัก โดยเฉพาะเคส (Case) หนัก เคส (Case) รุนแรง เมื่อปี ๒๕๖๒ ท่านประธานครับ ก่อนสถานการณ์โควิด (COVID) โรงพยาบาลวชิระภูเก็ตรับคนไข้นอกอยู่ประมาณวันละ ๒,๕๐๐ ถึง ๓,๐๐๐ คนต่อวัน ในขณะที่ผู้ป่วยในกลับต้องมานอนอยู่บริเวณโถงทางเดิน หน้าลิฟต์ (Lift) ดังนั้น แนวทางหนึ่งคือแนวทางการโอนย้ายโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำบล หรือ รพ.สต. ที่มีสถานพยาบาลกระจายอยู่ในแหล่งชุมชนตามตำบลต่าง ๆ อยู่แล้ว ไปสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้มาดูแลใกล้ชิดและมีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเพิ่มหมอและพยาบาลที่สามารถรองรับผู้ป่วยได้ โดยเฉพาะโรคประจำตัวที่ต้องนัดมาพบ ทุก ๆ เดือน เพื่อลดภาระให้กับโรงพยาบาลของกระทรวงที่มีอยู่ ๓ แห่งในจังหวัด จึงขอเรียน ถามท่านรัฐมนตรีดังนี้🔗
ทางกระทรวงมีแนวทางไหม ในเรื่องของการย้ายโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำบล รพ.สต. เพื่อโอนไปสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีโรงพยาบาล อบจ. ภูเก็ตเป็นแม่ข่ายอยู่แล้ว เพื่อขยายขีดความสามารถในการรองรับผู้ป่วย ประเด็นนี้ มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง ในส่วนของโรงพยาบาลในสังกัดของกระทรวงเอง ได้แก่ โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต โรงพยาบาลถลาง โรงพยาบาลป่าตอง แล้วก็โรงพยาบาล ที่เพิ่งสร้างใหม่ แต่อยู่ในเครือของโรงพยาบาลวชิระคือ โรงพยาบาลฉลอง ทางกระทรวง ได้มีแนวทางในการเพิ่มบุคลากร หมอ และพยาบาลประจำตามโรงพยาบาลมากน้อยเพียงใด ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว อยากให้ท่านรัฐมนตรีช่วยอธิบายหน่อยว่าท่านมีแผน อย่างไรบ้าง ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าคำถามที่ผมถามไปสักครู่เป็นคำถามที่น่าจะพอทราบ ล่วงหน้ากันมาแล้ว ก็อยากให้ท่านรัฐมนตรีช่วยอาจจะลองอธิบายหน่อยว่า ได้มีอะไรที่ท่าน ได้ทำไปแล้วบ้าง เพื่อจะได้ให้พี่น้องประชาชนที่ติดตามในเรื่องนี้ได้คลายกังวล ขอบคุณครับ🔗
รัฐมนตรีมีเวลาตอบ ๑๐ นาที ถาม ๒ ครั้งครับ กระทู้ถามแยกเฉพาะ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้รับมอบหมายให้มาตอบคำถามแทนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก่อนตอบ คำถามในประเด็นที่ท่านรังสิมันต์ โรม ได้สอบถามในคำถามข้อที่ ๑ ตามข้อมูลที่ท่านรังสิมันต์ โรม ได้เรียนกับท่านประธานก็ถือว่า เป็นข้อมูลที่เป็นปัญหาหลักของกระทรวงสาธารณสุข อาจจะยกโมเดล (Model) ภูเก็ตขึ้นมา เข้าใจว่าภูเก็ตเป็นเมืองที่สำคัญ และก็เป็นเมือง ที่ทำรายได้อย่างมากให้กับประเทศในแง่ของการท่องเที่ยว และที่สำคัญในช่วงของ สถานการณ์โควิด (COVID) ภูเก็ตก็เป็นจังหวัดที่ใช้นำร่องในหลาย ๆ เรื่องทั้งเปิดพื้นที่ หรือการฉีดวัคซีนเอง เพื่อจะให้การกับมาสู่สภาวะปกติของภูเก็ตทำได้ดี แล้วเป็นตัวอย่างที่ดี ของจังหวัดอื่นนะครับ สำหรับการลดความแออัดที่เราเดินหน้าทำมาโดยตลอด ซึ่งเป็น นโยบายหลักของกระทรวงสาธารณสุขอยู่แล้ว หลักสำคัญคือการส่งเสริม ป้องกัน การส่งเสริม ป้องกัน คือเราคิดในแง่ง่าย ๆ ว่าเราทำให้คนไม่ป่วยดีกว่าป่วยแล้วไปรักษา เพราะว่าภายใต้หลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า เราก็มีภาระอย่างมากที่เป็นภาระรักษารายหัว ซึ่งก็ต้องยอมรับปัญหาที่ท่านรังสิมันต์ โรม พูดเมื่อสักครู่ว่าทั้งจำนวนคน หมอ พยาบาล อัตราส่วนที่ดูแลประชากรต่อหมอต่อคนนี้ก็เป็นปัญหา เพราะฉะนั้นหลักใหญ่ก็เดินหน้า ขณะนี้ไม่ว่าจะเป็นนโยบายเรื่อง ๓ หมอก็ตาม หรือว่าการวางระบบในแต่ละจังหวัด จริง ๆ การวางในแต่ละจังหวัดเป็นการวางในจังหวัดด้วย แล้วก็ไปในเขตสุขภาพด้วย ในจังหวัดก็จะมีโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลอำเภอหลายขนาด แต่บางศูนย์ของจังหวัด โรงพยาบาลจังหวัดไหนที่มีศักยภาพสูง ก็จะสามารถดูแลรับส่งต่อจากโรงพยาบาลจังหวัด ที่ยังมีขนาดเล็กและไม่สามารถทำเฉพาะทางหรือตติยภูมิได้ บังเอิญโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เป็นโรงพยาบาลที่เป็นโรงพยาบาลศูนย์ และมีความศักยภาพหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของหัวใจ แล้วก็เป็นโรงพยาบาลที่มีความพร้อมสูงสุด เพราะฉะนั้นจังหวัดใกล้เคียง ที่เขามีปัญหาก็อาจจะส่งมาที่ภูเก็ตได้ หรือบางจังหวัดก็ส่งไปที่นครศรีธรรมราชหรือสงขลา นี่เป็นการวางระบบทั้งจังหวัดและภาพรวมใหญ่ ๆ ของเขตสุขภาพด้วย🔗
ส่วนเรื่องการส่งเสริมป้องกันแน่นอนที่สุดครับ เรากำลังเดินหน้าอย่างเต็มที่ รพ.สต. จะเป็นแม่ข่ายในการที่จะดูแลประชาชน กระจายไปยังประชาชนในชุมชน ในทุกท้องที่ ทำงานร่วมกับ อสม. อาสาสมัคร เพื่อที่จะไปดูแลสุขภาพป้องกันหรือดูแล ผู้ป่วยในลักษณะประคับประคองก็ตาม หรือว่าพอลเลียทีฟ แคร์ (Palliative Care) ทั้งหมดนี้ เป็นหน้าที่ของ รพ.สต. นั้นกลับมาที่คำถามของท่านก็คือ ความเป็นห่วงในส่วนของจังหวัด ภูเก็ตก็เรียนว่า ขณะนี้เรื่องการโอนถ่าย รพ.สต. ไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รพ.สต. ที่มีความพร้อมที่สุด ผมเชื่อจะโอนเยอะที่สุด โอนถ่ายไปที่ อบจ. เยอะที่สุด คือจังหวัดภูเก็ต ขณะนี้ประเมินความพร้อมแล้ว ๒๑ รพ.สต. และผ่านเกณฑ์ประเมินเป็นระดับ ๕ ดาว ทั้งหมด และทาง อบจ. ก็มีความพร้อมที่จะรับโอนใน รพ.สต. ทั้ง ๒๑ รพ.สต. เข้าไปอยู่ กับท้องถิ่น ในส่วนของหลักเกณฑ์การประเมินก็แน่นอนที่สุดก็เป็นความพร้อม แล้วก็โพรเซส (Process) ของมันพอประเมินเสร็จ ก็ต้องส่งไปที่คณะกรรมการกระจายอำนาจ และคณะกรรมการกระจายก็ต้องส่งมาให้ทางกระทรวงสาธารณสุข เป็นคนเซ็นอนุญาต ให้ถ่ายโอนไป ซึ่งอันนี้เป็นนโยบายและเป็นกฎหมายไปแล้ว แต่ผมเรียนคุณรังสิมันต์ โรม สั้น ๆ ว่าเวลาเปลี่ยนสถานการณ์เปลี่ยน ผมมีข้อกังวล รพ.สต. หรือหมออนามัย เป็น ๑ ใน ๓ หมอที่เราจะเดินหน้าเรื่องนโยบายส่งเสริมป้องกันเรื่องสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการออกกำลังกาย เรื่องอากาศ เรื่องอาหาร แล้วก็การทำทุกอย่างไม่ให้ป่วย ในช่วงที่ไม่มีโรคระบาดพรรคประชาธิปัตย์และผมเน้นเรื่องการกระจายอำนาจ เราเชื่อมั่น เรื่องกระจายอำนาจว่า ยิ่งกระจายอำนาจไปมากเท่าไร การให้บริการประชาชนจะให้บริการ ได้ทั่วถึงและรู้ปัญหามากกว่า โดยใช้องค์ความรู้ที่กระทรวงสาธารณสุขมี แต่วันนี้ เป็นสถานการณ์โรคระบาดที่เราเพิ่งเผชิญหน้ากับโควิด (COVID) แล้วยังไม่จบกับการต่อสู้ โรคระบาด ถ้าท่านรังสิมันต์ โรม เห็นชัดเจนว่า อสม. ก็เป็นกลไกที่สำคัญ อสม. ที่มี ความเข้มแข็งไปดูได้เลยจะเกิดจาก รพ.สต. ที่มีความเข้มแข็ง ฉะนั้น รพ.สต. ที่เข้มแข็ง ก็จะคู่กับ อสม. ที่ทำหน้าที่ในเรื่องโรคระบาด โรคระบาดมันระบาดทั้งโลก ทั้งประเทศ เพราะฉะนั้นการควบคุมโรคหรือองค์ความรู้ที่จะไปสู้กับโรคระบาดต้องมาจากหมอ ที่มาจาก กระทรวงสาธารณสุข ผมยังกังวลถ้าไปอยู่กับท้องถิ่น มันถูกตัดตอนในส่วนนี้ไปว่า อสม. รพ.สต. ถ้าไปอยู่กับท้องถิ่น สมมุติผู้ว่าไม่ถูกกับท้องถิ่น การสั่งการจากรัฐบาลส่วนกลาง ไปให้คุมโรคในจังหวัดนั้น ๆ จะเป็นปัญหาหรือไม่ อย่างไร นี่ก็เป็นปัญหาที่ผมเป็นห่วง แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องนำไปสู่การโอนถ่ายตามกฎหมาย แต่ว่าอันนี้ฝากเพื่อเป็นข้อมูลร่วมกัน ในอนาคตว่า ถ้าโรคระบาดกลับมาอีกครั้งหนึ่งเราจะจัดการกับการควบคุมโรค โดยสั่งการ จากส่วนของกระทรวงสาธารณสุขโดยตรง จะมีปัญหาในแง่ของการสั่งการหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม ในเรื่องของการส่งเสริมป้องกันเรามีท้องถิ่น และท้องถิ่นนั้น ๆ ก็จะเข้าใจบริบทของคน ในท้องถิ่นนั้นดีกว่าส่วนกลาง เขาก็จะสามารถไปขับเคลื่อนแผนกระจายอำนาจ หรือแผน การทำเรื่องระบบสาธารณสุขจังหวัดเขาได้ดีกว่านะครับ เพราะฉะนั้นคำตอบข้อ ๑ ก็คือว่า เราได้จัดการเดินหน้าไปมากแล้วนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอเชิญรังสิมันต์ถาม ครั้งที่ ๒ ครับ🔗
เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกลนะครับ ก็ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีที่มีนโยบายในลักษณะของการโอนย้ายในเรื่องของ รพ.สต. ซึ่งก็เป็นข้อเสนอ ที่ผมคิดว่ามันดีในการกระจาย แล้วก็เรื่องของการกระจายอำนาจในลักษณะดังกล่าวนี้ ทั้งผมและพรรคก้าวไกลเราก็น่าจะเห็นตรงกัน และจริง ๆ เข้าใจว่าหลาย ๆ ฝ่ายในการเมือง ก็น่าจะเห็นคล้าย ๆ กัน ก็คงจะเป็นโอกาสอันดีที่เราจะได้ริเริ่มของการกระจายอำนาจ เพราะผมก็เชื่อว่าการกระจายอำนาจตรงนี้จะเป็นการส่งเสริมและป้องกันโรคในระยะยาว แต่จะต้องเรียนถามท่านรัฐมนตรีเพิ่มเติมว่า การโอนย้ายดังกล่าวน่าจะเสร็จสิ้นประมาณ สักช่วงไหนที่จะพอเป็นไปได้ เพื่อที่ว่าพี่น้องประชาชนเขาจะได้มีการเตรียมความพร้อม และในส่วนของการเพิ่มหมอ ผมคิดว่ามันมีความสำคัญอยู่เช่นกันคือ เป็นไปได้หรือไม่ ที่เราอาจจะกำหนดยุทธศาสตร์ระยะสั้นว่า ตอนนี้ถ้าเราคิดจำนวนประชากร ๑ ล้านคน ผมไม่อยากให้คิดตามแค่ทะเบียนบ้าน เราไม่ควรเอาเรื่องของระบบราชการมาเป็นอุปสรรค ในการกำหนดกรอบหรือยุทธศาสตร์นะครับ เพราะสุดท้ายประชาชนที่เขาใช้บริการจริง เขาไม่ได้รับอย่างทั่วถึงจริง ๆ ดังนั้นถ้าเกิดเป็นไปได้ไหม เรากำหนดยุทธศาสตร์ระยะสั้นว่า จำนวนประชากรต่อหมอ ๑ คนของภูเก็ต ซึ่งมันสูงเกินกว่าค่ามาตรฐานของทั้งประเทศ เราอาจจะกำหนดลงมาให้อยู่ในระดับเดียวกันหรือใกล้ ๆ กัน ไม่แน่ใจว่าท่านรัฐมนตรี เห็นด้วยหรือไม่ และถ้าเห็นด้วยจะมีวิธีการอย่างไรในการที่จะนำไปสู่การแก้ปัญหาดังกล่าวได้🔗
ถัดมาเป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนเขาก็มีความกังวลใจ ก็คือในเรื่องของ แนวทางในการสร้างศูนย์ฟอกไตในโรงพยาบาลของรัฐ เพิ่มจากปัจจุบันที่มีไม่เพียงพอ กับจำนวนผู้ป่วยที่รอรับการฟอกไตจำนวนมาก จนบางรายเสียชีวิตเพราะยังไม่ถึงคิวฟอกไต เรื่องนี้ทางกระทรวงได้เคยพิจารณาไหมครับ และจะมีแนวทางในการแก้ไขอย่างไรต่อไป🔗
อีกประเด็นหนึ่ง เนื่องจากว่าจังหวัดภูเก็ตต้องยอมรับครับท่านประธานว่า เป็นจังหวัดนานาชาติ เป็นจังหวัดที่มีนักท่องเที่ยวที่หลากหลายเข้ามา การที่บุคลากร ทางการแพทย์มีทักษะที่มากกว่าแค่การพูดภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษ ก็จะส่งผลดี ต่อจังหวัดภูเก็ตมาก จึงอยากจะสอบถามท่านรัฐมนตรีว่า ท่านมีแนวทางในเรื่องของการเพิ่ม ทักษะเหล่านี้ให้กับบุคลากรทางการแพทย์หรือไม่ หรือเพิ่มบุคลากรที่มีความชำนาญ ในด้านภาษาต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น ภาษารัสเซียหรือภาษาที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มประเทศ สแกนดิเนเวีย ภาษาเกาหลี ภาษาจีน เป็นต้น เพื่อให้เหมาะสมกับการที่จังหวัดภูเก็ต เป็นเมืองท่องเที่ยวระดับโลก และผมเข้าใจว่าจริง ๆ ก็มีความคิดตอนที่ผมไปลงภูเก็ต ท่านรัฐมนตรีว่าที่ภูเก็ตก็มีความคิดในเรื่องของเมดิคัล ฮับ (Medical Hub) นั่นหมายความว่า เราอาจจะมีผู้ใช้บริการที่อาจจะมาจากกลุ่มประเทศในมิดเดิล อิสต์ (Middle East) หรือทางซาอุดิอาระเบีย ในกลุ่มประเทศเหล่านั้น คำถามก็คือเราได้มีความพร้อม ในเรื่องเมดิคัล ฮับ (Medical Hub) ตรงนี้มากน้อยแค่ไหน ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอเชิญรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขอตอบคำถามท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านรังสิมันต์ โรม ว่าขอบคุณท่านมีความสนใจ และเข้าใจปัญหาเป็นอย่างดีของทั้งภาพรวมจังหวัดภูเก็ต สำหรับคำถามที่ ๒ นี้ผมไม่แน่ใจว่า เหลือเวลาเท่าไร อาจจะเหลือประมาณ ๓-๔ นาที การถ่ายโอนจะเสร็จประมาณไม่เกิน เดือนตุลาคม ปี ๒๕๖๕ หรืองบประมาณ ปี ๒๕๖๖ ซึ่งอันนี้ท่านสบายใจได้ว่าภูเก็ตโอนย้าย ไปครบเกือบทั้งจังหวัด ๒๑ รพ.สต. ในส่วนของแผนการจัดการระบบสาธารณสุขที่จังหวัด ภูเก็ตเขามีแผนการจัดการอยู่แล้วของท้องถิ่นที่ทำร่วมกับทางจังหวัด บังเอิญทางท่าน ผู้ว่าราชการจังหวัดเองและท่านนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งเป็นอดีตเลขานุการผม ไปเป็นนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ก็ได้มาปรึกษาทุกเรื่องและท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ก่อนจะทำอะไรก็ได้ให้คำปรึกษากัน ผมก็ในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุขก็ได้กำหนดแนวนโยบายและให้ความรู้ เขากำหนดแผนของเขาอย่างชัดเจน แน่นอนที่สุดครับ มีสิ่งที่ท่านต้องการทั้งหมดและจะขอเรียนว่าในส่วนของเมดิคัล ฮับ (Medical Hub) นี้มีความคืบหน้าที่ผมพยายามที่จะให้เชื่อมโยง เพื่อที่จะเกิดขึ้นให้เร็วที่สุด ตรงหาดไม้ขาว อันนั้น ครม. สัญจรได้อนุมัติตรงนั้นจะเป็นเมดิคัล ฮับ (Medical Hub) ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เพื่อรองรับโอกาสที่จะเกิดขึ้นหลังโควิด (COVID) ซึ่งขณะนี้ได้ของบ รัฐบาลเป็นงบกลาง งบเงินกู้ ถ้าผมจำตัวเลขไม่ผิดก็ประมาณ ๑,๐๐๐ ล้าน จะมีเริ่มต้น ด้วยการทำรั้ว แต่ว่าในตัวพื้นที่ขณะนี้กรมธนารักษ์ก็ได้อนุญาตให้ใช้พื้นที่เรียบร้อยแล้ว ส่วนแผนการจะเชื่อมโยงกับการที่เราจะขอเป็นเจ้าภาพเอ็กโป สเปเชียลไลซ์ (Expo Specialized) ซึ่งเดิม ครม. ก็ยังจะไม่รับพิจารณา ผมนี่ละครับเป็นคนที่หยิบยกขึ้นใน ครม. สัญจร แล้วจน ครม. สัญจรยอมรับที่จะเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ ซึ่งเราก็บอกว่าถ้าเราจะเสนอ ตัวเป็นเจ้าภาพนี้ เราจะต้องได้งบประมาณตรงนี้ที่จะต้องมีสถานที่จัดเพื่อไปเสนอตัว แข่งกับสหรัฐอเมริกา ครม. สัญจรเลยอนุมัติตรงนี้ แล้วก็จะเดินหน้าเพื่อที่จะขับเคลื่อน เมดิคัล ฮับ (Medical Hub) ให้เกิดขึ้นจริงแล้วก็รองรับโอกาสที่นั่น ส่วนแผนการบริหาร จัดการ ทางทีมภูเก็ตจริง ๆ ท่านสาธารณสุขนิเทศเคยเป็นสาธารณสุขนิเทศในเขตนั้นนะครับ ก็รับทราบว่าแผนที่เขาเสนอมานี้จะเป็นแบบ พีพีพี (PPP) ถ้าให้ระบบราชการไปทำอาจจะ เป็นปัญหาได้ แต่ว่า พีพีพี (PPP) นี้จะต้องนำไปสู่คณะกรรมการ พีพีพี (PPP) ซึ่งอันนี้ ก็จะเดินหน้าต่อไป ที่ภูเก็ตเขามีแผนนี้ เขามีศูนย์พัฒนาระบบบริการสุขภาพชาวต่างชาติ เพื่อสนับสนุนการเป็นศูนย์กลางบริการสุขภาพอาเซียน (ASEAN) อยู่ภายใต้การกำกับดูแล ของศูนย์ประสานงานเครือข่ายประชาคมอาเซียน (ASEAN) ด้านการสาธารณสุข อันนี้ ก็จะเป็นการยกระดับให้ภูเก็ตเป็นโอกาสของประเทศไทยที่จะเป็นเมดิคัล ฮับ (Medical Hub) ทั้งการดูแลผู้สูงอายุ หรือการบำบัด หรือการผ่อนคลายที่นักท่องเที่ยวเดินทางมา ตรงนั้นจะเป็นจุดที่สำคัญในการดูแล วชิระภูเก็ตก็จะเป็นแม่ข่ายใหญ่ของโรงพยาบาลชุมชน ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นป่าตองถลาง พวกนี้ก็จะเดินหน้าคู่กันไปกับเรื่องของการส่งเสริมป้องกัน แต่ว่าเราก็จะดูแลการรักษาให้กับพี่น้องชาวภูเก็ตและให้สร้างความเชื่อมั่น🔗
สุดท้ายผมพยายามที่จะปรับเปลี่ยนเขตสุขภาพที่ ๑๑ ซึ่งเป็นเขตที่ต้อง สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว มีพังงา กระบี่ ถ้าผมจำไม่ผิดมีตรังด้วย ถ้าผมจำไม่ผิด เวลาได้งบประมาณในแต่ละเขตไปหารกันแต่ละจังหวัดและไปทำโรงพยาบาล ต่อไปนี้จะต้อง มีการพิจารณาแบบใหม่ว่า ทำอย่างไรจะไปสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว เพราะโซน (Zone) นี้เป็นโซน (Zone) พิเศษจะต้องเป็นสาธารณสุขทางทะเล เพื่อสร้างความเชื่อมั่น เพื่อให้คนที่มาเที่ยว ไม่ว่าจะมาเกาะลันตา ไม่ว่าจะไปที่เกาะสมุยหรือว่าในพื้นที่ที่เป็นโซน (Zone) ๑๑ นี้ พูดง่าย ๆ นักท่องเที่ยวที่พังงาถ้ามาที่กระบี่ ถ้ามาปั๊บจะได้เห็นภาพว่า ระบบสาธารณสุขสร้างความเชื่อมั่นให้กับเขาได้ ยกตัวอย่างเช่นที่ลันตา ผมกำลังจะให้ไป ปรับปรุงหรือไปเพิ่มเติมให้กับโรงพยาบาล รพ.สต. ที่นั่น เพราะว่าเกาะลันตาเล็ก ๆ มีนักท่องเที่ยวไปปีละ ๑ ล้านคน มีรายได้ประมาณ ๑ แสนล้านต่อปี ถ้ามี รพ.สต. เล็ก ๆ ไม่สามารถให้บริการได้ หรือถ้ามีเหตุฉุกเฉินต้องรีเฟอร์ (Refer) ไปที่จังหวัดนี้ อันนั้น ก็เป็นเรื่องที่ต้องไปสร้างภาพความเชื่อมั่นว่า ถ้ามันต้องรีเฟอร์ (Refer) การรีเฟอร์ (Refer) ควรจะเป็นเครื่องบินหรือไม่ ต้องร่วมมือกับใครได้อย่างไร และเฮลิคอปเตอร์เครื่องบิน ต้องร่วมมือกับเอกชนหรือว่ากองทัพต่าง ๆ ที่มีเฮลิคอปเตอร์อยู่แล้ว หรือว่าจุดจอด การบริหารงานระหว่างเกาะที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวกับพื้นที่ที่เป็นโรงพยาบาล ที่จะต้องใช้ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ผมให้สถาบันการแพทย์ฉุกเฉินไปเป็นเจ้าภาพในการจัด ในการ วางแผนร่วมกัน ในอนาคตก็จะเห็นเขตสุขภาพที่ ๑๑ เป็นเขตสาธารณสุขทางทะเล ที่สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวได้ด้วย ก็ขอเรียนชี้แจงท่านรังสิมันต์ โรม ครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีเกินไป ๑ นาทีกว่า สั้น ๆ นะครับ เขาเกินเวลาไปแล้ว🔗
เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สั้น ๆ เป็นข้อเสนอแนะ ท่านประธานว่า จริง ๆ เรื่องโรงพยาบาลและบุคลากรทางการแพทย์มีความสำคัญ เราอาจจะต้องลองเอาทั้งกรอบและคิดถึงว่า มันอาจจะต้องมีการเพิ่มจำนวนโรงพยาบาล ต้องจินตนาการเป็นผู้ป่วย เป็นประชาชนเลยว่า จากที่เขาป่วยหนักและเขาต้องไป โรงพยาบาลเขาจะใช้เวลานานเท่าไร จากที่เขาป่วยหนัก ภูเก็ตไม่ใช่เป็นเมืองที่มีการเดินทาง ที่สะดวกนัก ส่วนใหญ่ใช้มอเตอร์ไซค์ ดังนั้นถ้าเกิดว่าเราจินตนาการตรงนี้ การวางเครือข่าย ของโรงพยาบาลให้ทั่วทั้งเกาะ ให้ชาวบ้านเข้าถึงหมอได้ไวที่สุด ผมคิดว่าควรจะเป็น กรอบใหญ่ในการพิจารณา อันนี้คือประเด็นที่ ๑ ที่จะฝากไว้🔗
ประเด็นที่ ๒ อยากจะเน้นย้ำกับท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่า ความสำคัญ ของทางการแพทย์ของการเพิ่มทักษะ โดยเฉพาะในเรื่องของภาษามีความจำเป็นจริง ๆ ถ้าเราคิดที่จะเป็นเมดิคัลฮับ (Medical Hub) ถ้าเราคิดจะเป็นเมืองที่ไม่ใช่แค่เมืองท่องเที่ยว ที่มีความสำคัญอันดับ ๑ ของภูมิภาคฝั่งอันดามันเท่านั้น แต่เราคิดว่าเราจะเป็นเมืองอันดับ ๑ ของเซาท์อีสต์ เอเชีย (Southeast Asia) ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ถ้าเราคิดแบบนี้ ผมคิดว่าภูเก็ตมีความจำเป็นที่จะต้องสร้างในเรื่องของทางการแพทย์ให้แข็งแรง รองรับ กับนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่จะมาจากหลากหลาย บางคนพูดภาษาอังกฤษได้ บางคน พูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ก็อยากจะฝากท่านรัฐมนตรีในเรื่องของการเพิ่มทักษะเรื่องนี้ด้วย ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ท่านรัฐมนตรีรับปาก ไปด้วยนะครับ ขอบคุณท่านรังสิมันต์และท่านรัฐมนตรี ท่านดอกเตอร์สาธิตที่กรุณามาตอบ คำถามนี้จบกระทู้ถามที่ ๒ ในวันนี้นะครับ ต่อไปจะเป็นกระทู้ที่ ๓ ในวันนี้🔗
๑.๓.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๓๙ เรื่อง ปัญหาสภาพถนนทางรถไฟ สายเก่าปากน้ำที่ทรุดโทรมและเกิดอุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิตบ่อยครั้ง (นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมอบหมายต่อให้รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗
ท่านนิพนธ์ บุญญามณี เป็นผู้ตอบชี้แจงกระทู้ถาม กระทู้ถามแยกเฉพาะท่านสมาชิก ท่านรัฐมนตรี มีประสบการณ์ ทราบแล้วนะครับว่าเราถามได้ไม่เกิน ๒๐ นาที ถามตอบ ก็เลยแบ่งเป็นฝ่ายละ ๑๐ นาที ถามได้ ๒ ครั้ง เชิญท่านสมเกียรติครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตบางนา และเขตพระโขนง พรรคก้าวไกล และขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่มาตอบกระทู้ผมในวันนี้ ที่มาตอบกระทู้แทนท่านนายกรัฐมนตรีในวันนี้ครับ เนื่องจาก ผมจะถามครอบคลุมนอกจากกรุงเทพมหานคร หรือกระทรวงมหาดไทยด้วยนะครับ จากกระทู้ของผมเป็นปัญหาสภาพถนนทางรถไฟสายเก่าปากน้ำที่ชำรุดทรุดโทรม เกิดอุบัติเหตุมีผู้เสียชีวิตบ่อยครั้ง ต้องให้ข้อมูลก่อนว่าถนนทางรถไฟสายเก่าแต่เดิม เป็นทางรถไฟสายแรกของประเทศไทยครับ และเมื่อไม่มีการเดินรถไฟแล้วก็ปรับเป็นถนน ทางรถไฟสายเก่า มันมีจุดรอยต่อข้ามตั้งแต่สมุทรปราการเข้ามาในกรุงเทพฯ แต่ที่ผมสนใจ เป็นพิเศษก็คือ จุดที่เป็นส่วนที่อยู่ในพื้นที่ที่ผมรับผิดชอบดูแลที่เป็น ส.ส. อยู่ คือตั้งแต่ บางนาถึงเขตพระโขนง รวมในพื้นที่ส่วนนี้อยู่ที่ประมาณ ๒.๖ กิโลเมตร ตรงนี้จากรูป จะเห็นได้ว่าเป็นทำเลที่มีภูมิทัศน์ที่สวยงาม ด้านซ้ายมือติดแม่น้ำเจ้าพระยาเลย เป็นแม่น้ำ ที่มีความสำคัญของกรุงเทพฯ และประเทศไทย แต่ด้านขวามือเป็นสิ่งที่ค่อนข้างที่จะเป็น มลพิษพอสมควร เพราะว่ามันจะมีโรงกลั่นน้ำมันบางจากอยู่ มีการทำอุตสาหกรรม ขนาดใหญ่ ซึ่งสร้างมลพิษและมีผลกระทบกับคนในพื้นที่พอสมควร ในจุดนั้นเองจุดใกล้ กับโรงกลั่นน้ำมันบางจากก็มีหน่วยงานราชการ ทั้งโรงเรียน สำนักงานเขตบางนา ถัดออกมาหน่อยในโซน (Zone) สุขุมวิท ๖๔ ๖๒ ก็มีคนพักอาศัยเยอะ เป็นแหล่งที่สร้าง คอนโดมิเนียมขนาดใหญ่ ขนาดใหม่ขึ้นมาเรื่อย ๆ ในตอนนี้นะครับ🔗
นี่คือรูปที่ผมแสดงให้เห็น ที่มีปัญหาเฉพาะด้านคือปัญหาสะสมมานาน เนื่องจากผมเองเรียนในโรงเรียนพระโขนง ซึ่งอยู่ในเส้นทางเส้นนี้ เมื่อ ๒๐-๓๐ ปีที่แล้วเป็นสภาพไม่ต่างจากปัจจุบัน ซึ่งผมแปลกใจมากว่า ทำไมถึงไม่มีการพัฒนาให้มันดีขึ้นมาเลยครับ ตอนที่ผมเรียนอยู่ผมก็เคยโบกรถบรรทุก จากหลังโรงเรียนเพื่อที่จะไปตรงห้างอิมพีเรียลสำโรง ซึ่งเป็นแหล่งเที่ยวของวัยรุ่นสมัยนั้น ผมขอรูปถัดไปครับ สิ่งที่ชาวบ้านได้พบเจอก็คือรถบรรทุกวิ่งตลอดเวลาไม่เฉพาะเวลา ที่กฎหมายบังคับเท่านั้น วิ่งในช่วงเวลาที่เขาห้ามวิ่งด้วยครับ และที่ประสบอุบัติเหตุกัน ก็คือมอเตอร์ไซค์ เขาก็จะวิ่งแทรกไปเนื่องจากเป็นถนนแค่ ๒ เลนสวนกันไป รูปถัดไปเลย นี่ครับก็จะเจอลักษณะอย่างนี้ ขออีกรูปถัดไปรูปสุดท้ายครับ เพราะว่ารถบรรทุกขนาดใหญ่ ต้องวิ่งไปนอกจากคลังส่งน้ำมันบางจากแล้ว มันจะวิ่งไปที่ท่าเรือคลองเตยด้วย ซึ่งจะเป็นโซน (Zone) ที่ถัดออกไป ซึ่งมันเป็นปัญหาครับ เดี๋ยวดูจากรูปอาจจะยังคาดเดาไม่เห็นได้ชัด วิดีโอ (Video) อันนี้เริ่มตั้งแต่หน้าโรงเรียนพระโขนงมุ่งตรงไปสู่สี่แยกสรรพาวุธและไปสิ้นสุด ที่โรงเรียนสรรพาวุธ สุดเขตบางนา จะเห็นได้ว่าระหว่างไปมีรถบรรทุกตลอดเวลา วิดีโอ (Video) อันนี้คือถ่ายล่าสุดเมื่อวานนี้เองช่วงประมาณ ๑๐ โมงเช้า ให้ทีมงานไปถ่ายให้ครับ เส้นนี้เป็นเส้นที่เขาใช้เลี่ยง เนื่องจากเป็นทางคู่ขนานกับถนนสุขุมวิท มอเตอร์ไซค์หรือ เมสเซนเจอร์ (Messenger) อะไรต่าง ๆ นี้มักจะมาใช้เส้นนี้ แต่หารู้ไม่ว่าเส้นนี้อันตราย กว่าเส้นหลักเลยด้วยซ้ำ เพราะมีข่าวว่ามอเตอร์ไซค์บังเอิญถ้าล้มลงไปก็อาจจะถูกรถบรรทุก ทับเสียชีวิตได้และเป็นข่าวมาหลายราย และเป็นเช่นนี้ตลอด ๒๐-๓๐ ปีก็ไม่มีการแก้ไข ปรับปรุงให้ดีขึ้นมา แต่มีข้อสังเกตว่าถัดออกไปจากผมเขตหนึ่งครับ เป็นเขตคลองเตย มีการปรับปรุงโดยมีการเทปูนใหม่ได้เป็นอย่างดี แต่ส่วนในการปรับปรุงในพื้นที่ของผม เขตบางนา พระโขนง เพียงแค่เอาปูนมาฉาบแปะ ใช้เวลาไม่เกิน ๒-๓ สัปดาห์ก็พังเหมือนเดิม อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของปัญหา แต่ก่อนที่จะเข้าคำถามผมอยากที่จะแสดงวิสัยทัศน์ ในฐานะที่เป็น ส.ส. ในพื้นที่ครับ🔗
กระทู้ถามต้องถามนะครับ คุณสมเกียรติ กระทู้ถามต้องไม่มีลักษณะเป็นการอภิปรายครับ🔗
ขออภัยครับ ขอโทษครับ ท่านประธาน ผมอยากทราบว่าทางกระทรวงคมนาคมหรือรัฐบาลมีแผนที่จะพัฒนาปรับปรุง ถนนทางรถไฟสายเก่านี้เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาทางด้านมลพิษ อุบัติเหตุ การคมนาคมต่าง ๆ ในระยะสั้นและระยะยาวอย่างไรบ้างครับ🔗
ขอเชิญรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ขออนุญาตในการตอบกระทู้แยกเฉพาะของท่านสมเกียรติ ซึ่งได้ตั้ง กระทู้ถาม ประเด็นเกี่ยวกับโครงการก่อสร้างปรับปรุงถนนทางเลียบทางรถไฟสายเก่า ในเขตกรุงเทพมหานครและเชื่อมต่อพื้นที่สมุทรปราการ ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ท่านสมเกียรติเอง จะได้ให้เห็นถึงสภาพความแออัดในถนนสายนี้ ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าถนนทางรถไฟสายเก่า เป็นส่วนหนึ่งของโครงข่ายถนนวงแหวนที่เชื่อมกับถนนอาจณรงค์ เข้าสู่ท่าเรือคลองเตย ที่ถนนเกษมราษฎร์ และออกจากท่าเรือคลองเตยเข้าสู่ถนนสุนทรโกษา และถนนพระราม ๓ โดยใช้ถนนวงแหวนอุตสาหกรรมข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาที่สะพานภูมิพล ๑ ๒ บรรจบครบ เป็นวงแหวนที่ถนนปู่เจ้าสมิงพราย เพราะฉะนั้นกรุงเทพมหานครเองในระยะยาว ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมเกียรติว่า กรุงเทพมหานคร ได้ดำเนินการในระยะยาว ผมตอบระยะยาวเสียก่อน ในระยะยาวก็คิดว่าถนนสายนี้ กทม. ได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาสำรวจออกแบบเพื่อแก้ไขปัญหาจราจร และถนนทางรถไฟ สายเก่าจากการศึกษาและรับฟังความเห็นจากพี่น้องประชาชนแล้ว ได้สรุปรูปแบบถนน ปรับปรุงเป็นถนนเลียบทางรถไฟสายเก่า เพิ่มช่องจราจรซึ่งเดิมมี ๒ ช่องที่ท่านได้เรียนแล้ว มี ๒ ช่องเขตทาง ๑๐-๑๕ เมตรเท่านั้นเองในปัจจุบันนี้ เป็นถนนคอนกรีต ๔-๖ ช่องจราจร เขตทางจะเพิ่มเป็น ๑๐-๔๐ เมตร และพร้อมก่อสร้างสะพานข้ามแยกสรรพาวุธ สะพาน ข้ามทางรถไฟและสะพานข้ามแยกกรมศุลกากรจะมีสะพานข้ามแยก และระยะทางประมาณ ๘ กิโลเมตรในช่วงนี้ งบประมาณในการก่อสร้างประมาณการไว้ที่ ๑,๗๑๒ ค่าจัดกรรมสิทธิ์ ที่ดิน ๔,๔๔๐ ล้าน ปัจจุบันนี้กรุงเทพมหานคร โดยสำนักโยธาได้เสนอพระราชกฤษฎีกา เวนคืนโครงการถนนทางรถไฟสายเก่าปากน้ำ ไปที่กระทรวงมหาดไทยแล้ว กทม. เสนอมาแล้ว ในขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการตรวจพระราชกฤษฎีกาอยู่ แล้วก็คาดว่าสามารถ ออกพระราชกฤษฎีกาได้ภายในปี ๒๕๖๖ พ.ร.ก. พระราชกฤษฎีกาก็จะออกมาในช่วงนั้น และจะดำเนินการจัดกรรมสิทธิ์ให้แล้วเสร็จภายใน ๕ ปีตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ ในพระราชกฤษฎีกา หลังจากนั้นก็จะจัดสรรงบประมาณในการที่จะก่อสร้าง และเข้าดำเนินการก่อสร้าง คาดการณ์ว่าน่าจะปรับปรุงถนนให้แล้วเสร็จได้ เข้าดำเนินการได้ ปี ๒๕๗๑ ท่านครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนแผนในระยะยาวไว้ว่านี่คือแผนงาน ที่จะปรับปรุงถนนเส้นนี้ และดำเนินการก่อสร้างให้แล้วเสร็จภายใน ๗๒๐ วันนี่คือ รายละเอียดที่จะเรียนท่านว่าในระยะยาว กทม. ได้เตรียมการเรื่องนี้อย่างไรบ้างส่วนระยะสั้น ผมขออนุญาตกราบเรียนควบไปเลยนะครับท่านประธานว่า ในระยะสั้น กทม. เองไม่ได้ นิ่งนอนใจในปัญหาดังกล่าว ปี ๒๕๕๗ ได้จัดสรรงบประมาณมาปรับปรุงถนนเส้นนี้ ระยะทาง ๒ กิโลเมตร ได้ปรับปรุงไปแล้วช่วงจากจุดตัดถนนเกษมราษฎร์ถึงจุดตัด ถนนกล้วยน้ำไท ตรงนี้ได้ซ่อมไปแล้วเมื่อปี ๒๕๕๗ ต่อมาปี ๒๕๖๒ ก็ปรับปรุงผิวจราจร คอนกรีตช่วงจากวัดสะพานถึงทางรถไฟ ระยะทาง ๐.๙ กิโลเมตร ได้ดำเนินการในปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๔ ปรับปรุงผิวจราจรแอสฟัลต์จากทางรถไฟถึงคลองบางอ้อระยะทางประมาณ ๑.๗ กิโลเมตรในปี ๒๕๖๕ ปีนี้ปรับปรุงจราจรแอสฟัลต์ช่องคลองบางอ้อถึงแยกสรรพาวุธ ระยะทางประมาณ ๐.๗ กิโลเมตร แล้วก็ได้วางแผนที่จะดำเนินการในจุดที่เสียหายเป็นระยะ ๆ โดยจะซ่อมในจุดเรียกว่า จากกรมสรรพาวุธถึงสุดเขตกรุงเทพมหานคร บริเวณโรงเรียน สรรพาวุธวิทยา ระยะทางประมาณ ๑.๔๐ กิโลเมตร แล้วก็นอกจากนั้นสำนักโยธาก็จะดูว่า มีการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่ไหน ก็จะให้หน่วยเร่งด่วนเข้าไปซ่อมพื้นที่ตามที่ พี่น้องประชาชนได้ร้องเรียน ซึ่งสภาพถนนเองจะสามารถชี้ให้เห็นว่าได้ลงไปดูพื้นที่ ด้วยความกังวลเมื่อวานก็ไปดูพื้นที่ว่าเป็นอย่างไร ขอเรียนว่าสภาพโดยทั่วไปยังถือว่าใช้ได้ แต่ว่าปัญหาก็คือความแออัด อย่างที่ท่านเรียนว่าถนนสายนี้ เมื่อวานถนนสายนี้สภาพ ผิวจราจร กราบเรียนท่านประธานว่ายังอยู่ในสภาพที่ใช้ได้อยู่ โดยทั่วไปก็ได้ไปสุ่มตัวอย่าง ทั้งหมดว่า สภาพถนนนี้เป็นอย่างไร ก็ได้ลงพื้นที่ไปตรวจอย่างที่ท่านได้ไปบันทึกวิดีโอ (Video) ผมก็ได้ลงไปตรวจว่าสภาพมันเป็นอย่างไร โดยทั่วไปผิวจราจรยังพอใช้ได้ แต่ว่า สิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาก็คือ เขตทางมันแคบจริง ๆ พอรถขนาดใหญ่ไปวิ่งก็เจอปัญหาอย่างที่ ท่านได้เรียนแล้ว เพราะฉะนั้นได้เรียนท่านประธานว่ากรุงเทพมหานคร กระทรวงมหาดไทย ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจที่จะติดตามเรื่องนี้ และจะเร่งรัดทั้งระยะสั้นและระยะยาวจะเร่งรัด ให้เป็นไปตามแผนครับท่านประธาน🔗
เชิญท่านสมเกียรติถามได้ อีกคำถามอีกครั้งครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีนิพนธ์ที่ท่านแจ้งมานี้ผมก็ทราบข้อมูลมาเบื้องต้น แต่ท่านได้ลง รายละเอียดเพิ่มเข้ามา ทราบว่ามีโครงการของกรุงเทพมหานครจะปรับปรุงขยายเลนจราจร มานานมากแล้ว ตอนนี้ก็ยังเป็นโครงการระยะยาวอีกเช่นเคย ก็มีความกังวลว่ามันจะไม่สามารถ เวนคืนที่ดินได้ แล้วเท่าที่ท่านให้ข้อมูลมานี้ก็คือ งบประมาณในการเวนคืนก็แพงกว่า การก่อสร้างด้วยซ้ำ แต่ผมก็หวังว่าโครงการนี้จะดำเนินไปได้ตามแผนล่าสุดที่ท่าน ได้ชี้แจงผมนะครับ แม้ว่าจะเป็นแผนระยะยาวแต่ก็ไม่อยากให้เลื่อนไปอีกครับ🔗
ในส่วนของการปรับปรุงที่ท่านได้แจ้งมานี้ก็คือ เป็นไปตามที่ท่านแจ้ง แต่ส่วนในพื้นที่ผมนี้มันเป็นการซ่อมลักษณะของเทแอสฟัลต์เท่านั้น มันก็เลยเสียได้ง่ายขึ้น ตอนนี้ที่ท่านไปดูอาจจะไม่มีปัญหามาก เพราะว่ามันไม่ใช่ช่วงที่ฝนตกบ่อย แต่ช่วงที่เป็น หน้าฝน ฝนตกบ่อยและบวกกับรถบรรทุกวิ่งมามันก็จะพังง่าย แต่เป็นสิ่งที่ดีส่วนหนึ่งคือ เมื่อผมประสานไปที่สำนักการโยธาที่รับผิดชอบอยู่นี้ เขาก็เข้ามาแก้ไขได้รวดเร็วพอสมควร เพียงแต่ว่าผมก็มีความเกรงใจบ้างเพราะว่ามันเสียบ่อยหลายจุด และมันก็เสียเล็ก ๆ น้อย ๆ ตามทางไปเรื่อย ๆ มันก็ต้องเรียกทุกสัปดาห์เลย ถ้าทางที่ดีมันควรมีการปรับปรุงที่มั่นคง ถาวรกว่านี้ครับ🔗
อีกส่วนหนึ่งที่ผมเชื่อว่ามีส่วนผลักดันแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้คือ การที่รถบรรทุก จำกัดเวลาวิ่ง ผมไม่ได้คาดหวังไปว่าจะไม่ให้วิ่งเข้าออกได้โดยระยะสั้นนี้ ผมเคยตั้งกระทู้ถาม ไปแล้ว และกระทรวงคมนาคมก็เคยเอาเรื่องนี้หารือในส่วนของคณะกรรมการนโยบาย เร่งด่วนของกระทรวงคมนาคมที่ทางท่านศักดิ์สยามเป็นรัฐมนตรีอยู่ ตั้งแต่เดือนเมษายน ๒๕๖๓ ท่านก็แสดงความคิดเห็นว่า เราควรที่จะจำกัดเวลาวิ่งได้แล้วเหมือนกับเมืองหลวง อื่น ๆ ที่เขามีอารยะเพื่อความปลอดภัยของประชาชนและด้านสิ่งแวดล้อมด้วย ในทางนี้ คำถามข้อที่ ๒ ผมก็จะสอบถามว่า ในส่วนของการจำกัดเวลาวิ่ง เปลี่ยนแปลงเวลาวิ่งเข้าออก ของรถบรรทุกในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รัฐบาลเองมีความคืบหน้าอย่างไรบ้างครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ขออนุญาตตอบคำถามที่ ๒ ว่า ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยตำรวจนครบาลได้ประกาศข้อบังคับห้ามรถเดินทางในเขตกรุงเทพมหานคร ก็คือว่า รถบรรทุกสี่ล้อและหกล้อห้ามวิ่งระหว่างเวลา ๐๖.๐๐-๐๙.๐๐ นาฬิกา และช่วงเวลา ๑๖.๐๐-๒๐.๐๐ นาฬิกา เว้นวันหยุดราชการ อันนี้คือรถหกล้อกับสี่ล้อ ส่วนรถบรรทุก สิบล้อขึ้นไปและรถพ่วงห้ามวิ่งระหว่างเวลา ๐๖.๐๐-๑๐.๐๐ นาฬิกา และ ๑๕.๐๐- ๒๑.๐๐ นาฬิกา เว้นวันหยุดราชการ เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่เป็นข้อบังคับของตำรวจนครบาล ที่ได้ออกมา และมีการใช้เส้นทางวันเวย์ (One way) ด้วยในถนนรถไฟสายเก่า ก็คือขาเข้าเมือง วันเวย์ (One way) ก็ช่วง ๐๖.๐๐-๐๙.๐๐ นาฬิกา ขาเข้าเมืองและขาออกเมืองเวลา ๑๖.๐๐-๑๙.๐๐ นาฬิกา ยกเว้นวันหยุดราชการ นี่คือทำให้ถนนสายนี้เป็นถนนวันเวย์ (One way) คือวิ่งรถทางเดียว เพราะฉะนั้นด้วยความห่วงกังวลเพื่อที่จะจัดการจราจร ให้มีความคล่องตัวมากขึ้นรวมตลอดไปถึงสถิติ ผมก็ขออนุญาตที่จะเรียนตามข้อมูล ที่มีอยู่ถึงขณะนี้ กองบังคับการตำรวจนครบาล ๕ ซึ่งเป็นเขตรับผิดชอบอยู่นี้ ได้มีข้อสรุปว่า ถนนทางรถไฟสายเก่านี้เกิดอุบัติเหตุในปี ๒๕๖๓ จำนวน ๓ ราย เสียชีวิต ๔ ราย และมีการเข้มงวดมากขึ้นปี ๒๕๖๔ ขณะนี้เสียชีวิต ๑ ราย ก็ลดลงจากปีที่ผ่านมา ผลการจับกุมของการเดินรถบรรทุกในเวลาห้าม ปี ๒๕๖๓ ดำเนินการจับกุมได้ ๕,๑๖๒ ราย และในปี ๒๕๖๔ จับกุมไปแล้ว ๔,๓๐๑ ราย เพราะฉะนั้นให้เห็นว่าทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเอง ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดในบริเวณเขตถนนสายนี้ เพื่อที่จะไม่ให้ เกิดอุบัติเหตุหรือเพื่อที่จะให้ไม่เป็นปัญหากับเรื่องการจราจรในบริเวณนี้ การบังคับใช้ กฎหมาย จึงถือว่าได้ปฏิบัติอย่างต่อเนื่องมาถึงปัจจุบันนี้ ขออนุญาตที่จะกราบเรียน ท่านประธานว่า การบังคับใช้กฎหมายก็ดี หรือการบังคับดำเนินการกับคนฝ่าฝืนข้อบังคับ จราจรของกองบังคับการตำรวจนครบาลก็ดำเนินการอย่างเคร่งครัดอยู่ในขณะนี้ ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานครับ🔗
คุณสมเกียรติมีอะไรติดใจ ไหมครับ🔗
ขออนุญาตแป๊บเดียวครับ ขอบคุณท่านประธานครับ จากที่ท่านให้สถิติมาในการจับกุมรถบรรทุก ผมเชื่อว่ามีมากกว่า สถิติที่ท่านให้หลายเท่าตัว เพราะว่าสิ่งที่ผมเห็นและชาวบ้านพบเจอมันมีเยอะครับ ก็อยากให้ ทางตำรวจเข้มงวดมากกว่านี้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรี ขอบคุณท่านสมเกียรตินะครับ และขออภัยไม่ได้ประกาศชื่อท่านประสิทธิ์ อินทโฉม ท่านมาให้ข้อมูล ขอบคุณมากครับ ต่อไป🔗
๑.๓.๔ กระทู้ถาม ที่ ๓๓๖ เรื่อง การดำเนินการของกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) โรคโควิด-๑๙ (COVID-19) และแนวทางในการผลักดันร่างกฎหมาย ว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหารายได้ หรือกำไรมาแบ่งปันกันในส่วน ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์🔗
กระทู้ที่ ๔ เป็นกระทู้ของคุณประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แต่ว่าท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่ได้รับมอบหมายให้ตอบนั้น ท่านไม่สบายครับ ได้ทำหนังสือแจ้งมา ไม่สบาย แจ้งว่าจะขอเลื่อนออกไปตอบในคราวถัดไป คือในวันที่ ๑๖ ธันวาคมครับ🔗
๑.๓.๕ กระทู้ถาม ที่ ๓๓๗ เรื่อง ปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกร กรณีราคาปุ๋ยและยาปราบศัตรูพืชปรับราคาสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง (นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มอบหมายต่อรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์🔗
กระทู้ที่ ๕ ในวันนี้ กระทู้ของนายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ กระทู้ที่ ๓๓๗ กระทู้นี้ท่านเจ้าของกระทู้ไม่สบายครับ กระทู้ก็ตกไปตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๑)🔗
๑.๓.๕ กระทู้ถาม ที่ ๓๓๘ เรื่อง โครงการขุดลอกและอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำ หนองเดียง พร้อมระบบกระจายน้ำ ตำบลเวียงเหนือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ (นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗
๑.๓.๖ กระทู้ที่ ๖ กระทู้ถามของนายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ เช่นเดียวกัน แต่ว่ากระทู้นี้ท่านรัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา ได้ขออนุญาตเพราะติดภารกิจสำคัญ ขอเลื่อนตอบกระทู้ออกไปในวันพฤหัสบดีที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๕ เลื่อนไปปีหน้าเลย ก็จบกระทู้ถามแยกเฉพาะในวันนี้ครับ🔗
ต่อไปครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ซึ่งไม่ปรากฏ ในระเบียบวาระคือ รับทราบคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ🔗
ด้วยศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ร้อง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๒ ว่าสมาชิกภาพของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรของนายชุมพล จุลใส ผู้ถูกร้องที่ ๑ นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้ถูกร้องที่ ๒ นายอิสสระ สมชัย ผู้ถูกร้องที่ ๓ นายถาวร เสนเนียม ผู้ถูกร้องที่ ๔ และนายณัฐพล ทีปสุวรรณ ผู้ถูกร้องที่ ๕ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๖) ประกอบมาตรา ๙๘ (๔) (๖) และมาตรา ๙๖ (๒) หรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยว่า ผู้ถูกร้องทั้ง ๕ ต้องคำพิพากษาของศาลอาญาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่ โดยหมายของศาลอาญาเป็นเหตุให้ สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผู้ถูกร้องทั้ง ๕ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๖) ประกอบมาตรา ๙๘ (๖) สำหรับผู้ถูกร้องที่ ๑ ผู้ถูกร้องที่ ๓ และผู้ถูกร้องที่ ๕ ที่ต้องคำพิพากษาของศาลอาญาให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง เป็นเหตุให้สมาชิกภาพ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผู้ถูกร้องทั้ง ๓ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๖) ประกอบมาตรา ๙๘ (๔) และมาตรา ๙๖ (๒) ด้วย🔗
ทั้งนี้ สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงนับตั้งแต่วันที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๔ ซึ่งเป็นวันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๒ วรรคสอง นะครับ🔗
๒.๑ รับทราบการพิจารณารายงานของวุฒิสภา🔗
ด้วยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่า ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๖ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันอังคารที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ที่ประชุม ได้พิจารณารับทราบความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน ๒๕๖๔ แล้ว จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบนะครับ ท่านจุลพันธ์ยกมือมีอะไรไหมครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ จากพรรคเพื่อไทย ขอหารือ ท่านประธานใน ๒ ประเด็น ขอท่านประธานได้โปรดกำชับผ่านไปยังคณะรัฐมนตรีครับ เรื่องของกระทู้ที่ต้องมาตอบกับสภาเป็นความรับผิดชอบของ ครม. ทำดีได้แค่ ๒ สัปดาห์ ดีแตกอีกแล้ว วันนี้มาตอบแค่ ๒ กระทู้จาก ๖ ก็เป็นหน้าที่ท่านประธานโปรดกรุณา ดำเนินการ🔗
เรื่องที่ ๒ ในฐานะวิป (Whip) เมื่อวานได้มีการเจรจาระหว่างวิป (Whip) ฝ่ายรัฐบาลและวิป (Whip) ฝ่ายค้าน โดยท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านชวน หลีกภัย ได้เป็นผู้กำหนดให้มีการประชุมเกิดขึ้น โดยท่านประธานก็นั่งอยู่ด้วย ก็มีการหารือ ถึงการบริหารจัดการเรื่องของการประชุมสภา ทางฟากฝั่งฝ่ายค้านเราได้เสนอว่าวันนี้ เราขอเลื่อนระเบียบวาระของคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว เรื่องของการใช้กฎหมายอย่างล้นเกิน แล้วก็การคืนสิทธิในการประกันตัวให้กับผู้ชุมนุม แต่ว่าต้องเรียนกับท่านประธานว่า ได้รับการปฏิเสธจากทางฟากฝั่งรัฐบาล พวกผมจึงมีความจำเป็นจะต้องยืนยันในเจตนารมณ์ว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งมีพี่น้องประชาชนเขาร่วมชุมนุม เขามีการแสดงความคิดเห็น อย่างบริสุทธิ์ แต่สุดท้ายโดนการใช้กฎหมายล้นเกินจากภาครัฐ โดนระงับยับยั้งสิทธิ ในการประกันตัวซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ ผมจึงต้องยืนยันสิทธิของพรรคฟากฝั่งฝ่ายค้าน ผมขอใช้ข้อบังคับการประชุมข้อ ๕๔ ในการเลื่อนระเบียบวาระ นำเรื่องด่วนที่ ๕ ของคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว เรื่องของการใช้กฎหมายล้นเกิน และการคืนสิทธิประกันตัว มาต่อจากเรื่องรับทราบศาลรัฐธรรมนูญ คือผมไม่ได้นำมาเลื่อนแล้วมาพิจารณาเลยครับ เราจะเป็นไปตามข้อตกลง ข้อเสนอผมคือเราจะพิจารณาเรื่องรับทราบ ๒ เรื่องครับ คือเรื่องของกองทุนสร้างเสริมสุขภาพ แล้วก็เรื่องของศาลรัฐธรรมนูญ แล้วจึงต่อด้วย เรื่องของคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ เนื่องจากมีท่านจุลพันธ์เสนอขอเลื่อนระเบียบวาระขึ้นมาไว้ก่อนนะครับ ยังไม่พิจารณาขณะนี้ จะพิจารณาหลังจากได้รับทราบรายงานประจำปีจบแล้วค่อยพิจารณา เชิญท่านอรรถกรครับ🔗
กราบเรียนท่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ต่อข้อเสนอของเพื่อนสมาชิกท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ที่ท่านอยากจะขอเปลี่ยนหรือเลื่อนระเบียบวาระ ของท่านคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว และผมเชื่อว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านก็คิดเหมือนกัน ผมทราบมาว่า ได้ มี การหารือเรื่องนี้ กั นในการประชุ มร่วมกั นของวิป (Whip) ของสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวาน ผมต้องขอบพระคุณท่านจุลพันธ์ที่ท่านได้ใช้กลไก ของการประชุมร่วมกันในการหาทางออก เพื่อไม่ให้การทำงานในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เกิดปัญหาขึ้นตามที่ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ รองประธานวิป (Whip) รัฐบาลได้เคยปรารภไว้ ในที่ประชุมสภาแห่งนี้ อย่างไรก็ดีครับท่านประธานการหารือเมื่อวานผมทราบมาว่า เรื่องนี้ ก็ยังไม่ได้มีว่าข้อตกลงนั้นจะสิ้นสุดอย่างไร และจริง ๆ แล้วการประชุมที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ก่อนหน้านี้ทางพรรคร่วมรัฐบาลมีการประชุมวิป (Whip) รัฐบาลไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และมติของเราก็ได้เตรียมสมาชิก เพื่อให้เตรียมตัวในการประชุมตามระเบียบวาระครับ ท่านประธาน และผมทราบว่าตอนนี้ก็มีเจ้าหน้าที่อยู่ ๘ หน่วยงานกำลังรอเข้ามาชี้แจง ข้อซักถาม ข้อสงสัยของท่านสมาชิกอยู่ ดังนั้นผมจึงขออนุญาตเรียนเสนอท่านประธานครับว่า อยากจะให้ไปตามระเบียบวาระ ขอผู้รับรองครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ท่านสมาชิกครับ เรียนให้ท่านสมาชิกที่เพิ่งเข้าห้องประชุมได้ทราบว่า ท่านจุลพันธ์ขอเลื่อนระเบียบวาระ คือญัตติที่ ๕ ของท่านคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ขึ้นมา พิจารณา หลังจากที่ได้พิจารณาระเบียบวาระรับทราบจบแล้ว แต่ว่าท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร คือวิป (Whip) ฝ่ายรัฐบาลก็ยืนยันว่า ขอให้มีการประชุมไปตามระเบียบวาระที่ได้มีการบรรจุ ไว้แล้ว เพราะทุกวาระมันเกี่ยวข้องกับข้าราชการ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามา เตรียมชี้แจงหลายหน่วยงาน ฉะนั้นเมื่อความคิดเห็นในที่ประชุมเป็น ๒ ฝ่าย ผมก็มี ความจำเป็นที่จะต้องขอมติจากที่ประชุม มีความจำเป็นที่จะต้องให้ที่ประชุมได้พิจารณาว่า เราจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ท่านสมาชิกครับ จำเป็นต้องได้ลงมติว่าเราจะเลื่อนวาระ การประชุมตามที่ท่านจุลพันธ์เสนอ หรือจะดำเนินการตามระเบียบวาระการประชุม ตามที่ได้บรรจุระเบียบวาระเอาไว้ ฉะนั้นก่อนที่จะมีการลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ🔗
เชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุม หรือที่กำลังประชุมกรรมาธิการอยู่ เชิญเข้าห้องประชุม เพื่อเราจะได้มีการลงมติว่า จะขอเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุมหรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิก เข้าห้องประชุม สมาชิกท่านใดที่เข้าห้องประชุมแล้วผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ ท่านสมาชิกท่านใดที่เข้าห้องประชุมแล้ว ผมขอเชิญใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตร และกดปุ่มแสดงตนนะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน พิมพ์รพี แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานค่ะ ข้างบนกำลัง มีการประชุมค่อนข้างที่จะมากในกรรมาธิการที่เริ่มตั้งกันใหม่ ขอเวลาสักครู่ค่ะท่านประธาน กำลังเดินทางมาค่ะ🔗
ก็รออยู่ครับ ท่านผู้ใดเข้ามาถึงแล้วก็แสดงตนได้เลยนะครับ ประธานก็จะรอท่านสมาชิกที่กำลังทยอย เดินทางเข้ามาในห้องประชุม ก็อยากจะให้พี่น้องประชาชนได้ทราบนะครับว่า เวลาประชุม ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะไม่ได้เข้ามานั่งกันเต็มในสภา เพราะว่าท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรนอกจากปฏิบัติหน้าที่ในห้องประชุมใหญ่แล้ว ก็ยังจะต้องปฏิบัติหน้าที่ เป็นกรรมาธิการ ทั้งกรรมาธิการสามัญและกรรมาธิการวิสามัญ และส่วนหนึ่งถ้าไม่ได้ เป็นผู้ที่จะต้องออกความเห็นอภิปรายก็จะไปนั่งในห้องทำงานส่วนตัวของ ส.ส. ดังนั้น เวลามีภารกิจสำคัญที่จะต้องลงมติก็ต้องแจ้งให้ท่านสมาชิกเหล่านั้นได้ทราบ ท่านสมาชิก ก็จะเดินทางเข้าห้องประชุมเพื่อจะได้มีการลงมติต่อไป นี่ก็คือแนวปฏิบัติที่สภาผู้แทนราษฎร เราได้ปฏิบัติมา🔗
ท่านประธานครับ🔗
ครับ ท่านกรุงศรีวิไลมีอะไรครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน นิดหนึ่งนะครับว่า สมาชิกยังอยู่ที่ห้องกรรมาธิการอีกหลายสิบท่านครับ เอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) ประมาณ ๓๐ ท่าน รอสักครู่นะครับ🔗
รออยู่ครับ🔗
ขอบพระคุณอย่างสูงครับ ท่านประธาน🔗
เสียงหวาน อย่างกับพระเอกหนังเลยนะ เชิญท่านประเสริฐพงษ์ครับ🔗
เรียนท่านประธาน ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ฝากท่านประธานช่วยกำชับเพื่อนสมาชิกด้วยนะครับว่าเวลาพูด ที่ไมโครโฟนให้ใส่แมสก์ (Mask) ด้วยนะครับ เมื่อสักครู่ท่านผู้ทรงเกียรติท่านหนึ่งไม่ได้ สวมแมสก์ (Mask) ปิดปาก ปิดจมูก แล้วก็พูดใส่ไมโครโฟนครับ ท่านประธานครับ🔗
อาจจะเผลอบ้าง แต่เราก็แก้ไขกันไป ขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมและท่านที่เข้าห้องประชุมแล้ว โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนไว้เลยนะครับ เชิญท่านสมาชิกครับ ท่านสมาชิกท่านใด ที่เข้าห้องประชุมแล้วโปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใด ที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตนบ้างมีไหมครับ ถ้ามีก็ขอท่านได้แสดงตนนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ๒๐๔ ประกอบ แสดงตนครับ🔗
๒๐๔ แสดงตนนะครับ มีท่านผู้ใดยังไม่ได้แสดงตน เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ประทวน ๒๐๖ แสดงตนครับ🔗
ท่านประทวน ๒๐๖ แสดงตน มีท่านสมาชิกกำลังเดินทยอยเข้ามาเรื่อย ๆ นะครับ ต้องรอ นิดหนึ่งนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ล้างใหม่ ก่อนก็ได้ครับ เดี๋ยวแสดงตนใหม่ครับ พอดีผมกดผิดครับ🔗
ท่านไปกด อะไรผิด ท่านกดแสดงตนมันก็ออกแสดงตนครับ ไม่ต้องล้างหรอกครับ ไม่น่าเชื่อว่า เพื่อนรองประธานสภาอยู่มา ๓๐ ปีแล้วในสภานี้ ท่านสมาชิกครับ ใช้สิทธิแสดงตน กันทุกท่านแล้วนะครับ ถ้าใช้สิทธิแสดงตนกันทุกท่านแล้ว ผมขอปิดการแสดงตนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุมในขณะนี้ที่กดบัตรแสดงตน จำนวน ๒๔๐ ท่าน บวก ๒ ท่านเป็น ๒๔๒ ท่านนะครับ ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ต่อไป ผมจะขอให้ท่านสมาชิกได้ลงมตินะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ท่านผู้ใดเห็นควรให้เปลี่ยนระเบียบวาระการประชุมโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นควร ให้เปลี่ยนระเบียบวาระการประชุมโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญท่านใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ🔗
ท่านประธานครับ ๒๗๓ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๒๗๓ ไม่เห็นด้วย🔗
ท่านประธานครับ ๐๑๘ เห็นด้วยครับ🔗
๐๑๘ เห็นด้วย🔗
ท่านประธานขออนุญาตครับ ๑๘๐ นิติพล เห็นด้วยครับ🔗
เห็นด้วย เจ้าหน้าที่ขอบัตรให้ประธานหน่อย ท่านสมาชิกใช้สิทธิลงคะแนนกันทุกท่านแล้วนะครับ ผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ ผลของการลงคะแนนนะครับ จำนวนผู้ลงคะแนนทั้งหมด ๓๑๐ ท่าน เห็นด้วย ๘๗ ท่าน บวก ๑ ก็เป็น ๘๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๒๒ ท่าน บวก ๒ ท่านก็เป็น ๒๒๔ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติ ไม่เห็นด้วย กับการเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุมนะครับ🔗
ต่อไป🔗
๒.๒ รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๓ ของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม สุขภาพ🔗
ด้วยกองทุน สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ได้เสนอรายงานประจำปี ๒๕๖๓ ของกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบตามมาตรา ๓๖ แห่งพระราชบัญญัติ กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ พ.ศ. ๒๕๔๔ รายละเอียดของรายงานดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ ท่านสมาชิกมีประเด็นติดใจนะครับ ดังนั้น ผมจึงอนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๓๑ ขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุม ๑ ดอกเตอร์สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการ สสส. ๒. ดอกเตอร์ประกาศิต กายะสิทธิ์ รองผู้จัดการ สสส. ๓. ดอกเตอร์นายแพทย์ไพโรจน์ เสาน่วม ผู้ช่วยผู้จัดการ สสส. ๔. นางวิภาดา วงศ์เจริญวิทยา ผู้อำนวยการฝ่ายบัญชีและการเงิน ขอเชิญผู้ชี้แจงเข้าประจำที่เลยนะครับ🔗
ต่อไป เชิญท่านสมาชิกได้ร่วมอภิปรายนะครับ ตอนนี้ยื่นความจำนงมาแล้วเป็นท่านสมาชิก ฝ่ายค้าน ๔ ท่าน แล้วก็เป็นสมาชิกฝ่ายรัฐบาล ๕ ท่านนะครับ ผมจะเชิญเรียงตามลำดับ สลับ ๒ ฝั่ง ๑. นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ๒. นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ นะครับ เชิญท่านธัญวัจน์ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ได้มีโอกาสอ่านเกี่ยวกับ การรายงานประจำปี ๒๕๖๓ ของ สสส. สานพลังสร้างชีวิตวิถีใหม่สู่สังคมสุขภาวะ ได้อ่าน ในเรื่องของวิสัยทัศน์ พันธกิจที่ท่านจะต้องทำให้กับสังคมของเรา ก็คือในเรื่องของการริเริ่ม ผลักดัน กระตุ้น สนับสนุนร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อขับเคลื่อนกระบวนการด้านสร้างสุขภาวะ สุขภาพที่ดี และในหน้า ๖๙ พบว่าท่านได้กล่าวถึงประเด็นการสร้างต้นทุนชีวิต เสริมพลัง สุขภาวะประชากรกลุ่มเปราะบาง ก็มีประเด็นสร้างต้นทุนชีวิตของเด็กและผู้หญิง ก็มีเรื่องด้านโภชนาการ การเข้าถึงบริการด้านส่งเสริมอำนาจของสตรี ด้านการเข้าถึง เงินอุดหนุนเพื่อการเลี้ยงดูเด็กซึ่งก็เป็นเรื่องที่ดี แต่เมื่ออ่านจบแล้วก็พยายามที่จะพลิกดู ทั้งเล่มก็เป็นเรื่องที่ธัญเสียดายอย่างมาก เพราะว่าเรื่องประเด็นของสุขภาวะของกลุ่มบุคคล ผู้มีความหลากหลายทางเพศนั้นตกหายไปนะคะ แล้วก็อยากจะนำเสนอว่าจริง ๆ แล้ว กลุ่มบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศนั้น มีสุขภาวะที่มีความเสี่ยงที่แตกต่างจากเพศชาย เพศหญิงอย่างไร ในแง่ของเพศกำเนิด เรามีความเสี่ยงแบบไหนเราเข้าใจ ซึ่งก็มีการศึกษาเยอะ แต่ในปัจจุบันในเรื่องของเพศสภาพ เขามีความเสี่ยงต่อโรคอะไร เขามีแรงกดดันด้านใด กับสังคมบ้าง เราฝันเห็นอะไรในสังคมไทยเกี่ยวกับสุขภาวะของบุคคลผู้มีความหลากหลาย ทางเพศที่ต้องบอกว่าเสียดาย ไม่ใช่ว่าท่านปฏิบัติงานไม่ดีนะคะ คือได้ไปร่วมงานของท่าน เมื่อวันที่ ๒๒ กันยายน ปี ๒๕๖๓ และคาดว่ามันน่าจะอยู่ในเล่มนี้ แต่ปรากฏมันไม่อยู่นะคะ ได้ไปร่วมงานแอลจีบีทีไอคิวเอ็น พลัส เวลบีอิง สเตรทิจี อิน ไทยแลนด์ (LGBTIQN+ Wellbeing Strategy in Thailand) ก็คือพูดถึงสุขภาวะของบุคคลผู้มีความหลากหลาย ทางเพศ กลยุทธ์ในการขับเคลื่อน ซึ่งจริง ๆ ท่านก็เป็นคนจัดงานนี้และต้องถือว่าเป็นงาน ที่ยอดเยี่ยมนะคะ เพราะว่างานวิจัยดังกล่าวจากนักวิชาการ แล้วก็การรวมกลุ่มของบุคคล ผู้มีความหลากหลายทางเพศหลายเครือข่ายไปร่วมงานแล้วก็ได้ข้อเสนอแนะ แล้วก็ ได้งานวิจัยที่ดีมาก ๆ ว่ากลยุทธ์ในการขับเคลื่อนสุขภาวะของบุคคลผู้มีความหลากหลาย ทางเพศนั้น มี ๕ ข้อ ประกอบกันดังนี้🔗
๑. คุ้มครองสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์🔗
๒. การพัฒนาฐานข้อมูลบริการจัดการองค์ความรู้ เสริมสร้างสุขภาวะ ของบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ มีในเรื่องของการใช้ฮอร์โมน มีในเรื่องของเมนทาลิตี (Mentality) หรือแรงกดดันจากสังคมที่กลุ่มบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศนั้น ไม่สามารถที่จะอยู่ในสังคมได้อย่างรู้สึกว่าปลอดภัย อาจจะถูกบูลลี (Bully) หรือถูกกดดัน จากภาวะสังคมรอบด้าน ซึ่งก็มีคนฆ่าตัวตาย มีนักเรียนฆ่าตัวตายไป หรือมีบุคคลที่ถูกบูลลี (Bully) แล้วก็เกิดอาการซึมเศร้า🔗
๓. การสร้างระบบสุขภาวะที่ดีและเป็นธรรม เข้าถึงกลุ่มบุคคล ผู้มีความหลากหลายทางเพศ เราอาจจะฝันเห็นสังคมไทยมีข้อมูลประชากรของกลุ่มคน ผู้มีความหลากหลายทางเพศว่า เราควรจะมีคลินิกแอลจีบีทีคิว (LGBTQ) ที่อยู่ทั่วประเทศ เพราะว่าในแต่ละพื้นที่นั้นก็ควรที่จะมีคลินิกเฉพาะทางเพื่อเข้าถึง🔗
๔. ก็คือการสร้างความเข้มแข็งของเครือข่าย และชุมชนบุคคล ผู้มีความหลากหลายทางเพศ🔗
๕. พัฒนาศักยภาพเยาวชน ด้านการส่งเสริมสุขภาวะของกลุ่มบุคคล ผู้มีความหลากหลายทางเพศ เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญท่านประธาน เพราะว่า อย่างกลุ่มคนข้ามเพศเราต้องยอมรับว่า พอเราไม่มีการปรึกษากลุ่มบุคคลผู้มีความหลากหลาย ทางเพศอาจจะไปเทก (Take) ฮอร์โมนมากเกิน ไปส่งผลกับร่างกายของเขาเกิดผลข้างเคียง ไม่มีผู้ปรึกษาลองผิดลองถูก ซึ่งนั่นจะทำให้เราสูญเสียทรัพยากรที่มีค่าที่สุดคือความสามารถ ของประชากรของเรา ธัญเข้าร่วมแล้วก็พร้อมให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการจัดเก็บข้อมูล ประชากรของกลุ่มบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศนี่คือปัญหาใหญ่ เพราะว่าเวลาที่เรา จะทำเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของบหรือทำนโยบายต่าง ๆ เราไม่มีตัวเลขเหล่านี้ แล้วก็ พัฒนาไปสู่ในการที่จะจัดสรรงบประมาณสุขภาพคลินิกแอลจีบีทีคิว (LGBTQ) ที่ทั่วถึง สาระสำคัญของการประชุมวันนั้น มีความคิดเห็นจากเครือข่ายความหลากหลายทางเพศ ซึ่งสำคัญหมดเลย แล้วท่านไม่ได้บรรจุลงอยู่ในเล่มนี้ อยากจะทิ้งท้ายไว้นิดหนึ่ง ก็เรียนท่านว่า จริง ๆ ท่านได้ทำงานที่ดีมาก ๆ แต่ว่าธัญไม่ได้เห็นรายงานประจำปี จึงตั้งคำถามว่า ท่านบอกว่าท่านจะริเริ่มแล้วผลักดัน และถ้าข้อมูลที่สำคัญของกลุ่มบุคคลผู้มีความหลากหลาย ทางเพศไม่ได้บรรจุอยู่ในรายงานฉบับนี้ซึ่งอยู่ในปีที่ผ่านมาปี ๒๕๖๓ เป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก และทุกคนทำงานหนักทั้งเครือข่าย ทั้งนักวิชาการ และสนับสนุนการทำงานมาอย่างยาวนาน ก็อยากจะให้ท่านให้ความสำคัญสุขภาวะของกลุ่มบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ เพราะว่าเราทุกคนเห็นตรงกันว่าแน่นอนค่ะ เพศกำเนิดมีสุขภาวะ มีสวัสดิการ มีการศึกษา รัฐจัดสรรงบประมาณ แต่กลุ่มบุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศ มีความเฉพาะบางอย่าง ที่เราอาจจะต้องดูแลเขา ในฐานะที่เขาเป็นพลเมืองเป็นกำลังสำคัญของประเทศจึงฝากไว้ค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณพัชรินทร์ ตามด้วยท่านอนุรักษ์ บุญศล เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ต้องขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาส ดิฉันได้อภิปรายในวาระรับทราบรายงานประจำปีของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ในครั้งนี้ค่ะ🔗
อันดับแรกเลยดิฉันก็ขอแสดงความยินดีกับ สสส. ด้วยนะคะที่ได้รับ รางวัลเนลสัน แมนเดลา (Nelson Mandela) จากองค์การอนามัยโลกหรือดับเบิลยูเอชโอ (WHO) ด้านการเสริมสร้างสุขภาพประจำปี ๒๕๖๔ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ตั้งใจในการทำงานของ สสส. เพื่อสร้างเสริมสุขภาพให้แก่สังคมไทยจนได้รับการยอมรับ ในระดับนานาชาติ ท่านประธานคะ จากการที่ดิฉันได้ศึกษารายงานประจำปี ๒๕๖๓ ของ สสส. แล้ว ดิฉันยังคงชื่นชมในการทำงานของ สสส. เช่นเดิมที่มุ่งเน้นการดำเนินงาน ด้วยมาตรการเชิงรุกและการประสานงานกับภาคีเครือข่ายต่าง ๆ เพื่อให้การดำเนินงานนั้น เกิดประสิทธิผลมากขึ้น แม้ว่าสถานการณ์การระบาดของโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การดำเนินการต่าง ๆ นั้นยากขึ้นก็ตามค่ะ วันนี้ดิฉันก็อยากจะหยิบยกผลงานเด่นของ สสส. ในเรื่องการสร้างต้นทุนชีวิต เสริมพลัง สุขภาวะประชากรกลุ่มเปราะบางค่ะท่านประธาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหยุดความรุนแรง ตัดตอนปัญหาผู้หญิงถูกล่วงละเมิด ที่ได้พัฒนาระบบรายงานข้อมูลจุดเสี่ยงการคุกคาม ทางเพศในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ผ่านทางโปรแกรมแชตบอต (chatbot) ซึ่งเป็นการนำ เทคโนโลยีเข้ามาใช้ เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมเป็นเครือข่ายเฝ้าระวังทางออนไลน์ (Online) แล้วก็เป็นการกระตุ้นไม่ให้เพิกเฉยต่อความรุนแรงค่ะท่านประธาน ซึ่งดิฉันเอง ก็ดีใจที่ได้มีโอกาสเป็นส่วนร่วมเป็นตัวกลางที่ประสานงานกับหลายภาคส่วน อย่างเช่น กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร เป็นต้น เพื่อที่จะได้นำจุดเสี่ยงอันตรายที่ได้มานั้น ไปดำเนินการแก้ไขให้เกิดพื้นที่ปลอดภัย อย่างเช่น การติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง การบำรุงรักษา เสาไฟฟ้าที่ชำรุดที่ฟังดูแล้วเหมือนจะเป็นเรื่องพื้นฐานง่าย ๆ แต่กว่าร้อยละ ๕๐ ของการถูกคุกคาม ในพื้นที่สาธารณะเกิดในพื้นที่ที่ขาดการบำรุงรักษา แสงสว่างไม่เพียงพอ และเป็นทางเปลี่ยว เพราะฉะนั้นการดำเนินงานที่ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องง่าย ๆ นี้จึงถือว่าเป็นการช่วยแก้ไข ปัญหาได้อย่างดีทีเดียวค่ะท่านประธาน และดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าโครงการนี้จะได้รับ การพัฒนาต่อยอดขึ้นไปเรื่อย ๆ เพื่อเสริมสร้างพื้นที่ปลอดภัยจากการถูกคุกคามทางเพศ และความรุนแรงทุกรูปแบบต่อผู้หญิง ต่อทุกคนในกรุงเทพมหานคร และขยายผลต่อ ในระดับประเทศเช่นกัน ซึ่งดิฉันก็ให้ความสนใจแล้วก็พยายามจะผลักดันในประเด็นนี้ มาตลอด นอกจากนี้ค่ะท่านประธาน ดิฉันยังมีข้อเสนอบางประการที่น่าจะเป็นประโยชน์ ในการที่จะต่อยอดพัฒนาและดำเนินการ🔗
ประการแรก ดิฉันอยากจะขอแนะนำหน่วยงานที่กำลังดำเนินโครงการ ที่มีความสอดคล้อง ซึ่งน่าจะสามารถร่วมมือกันได้ นั่นก็คือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งปัจจุบันก็กำลังดำเนินโครงการสมาร์ต เซฟตี โซน ๔.๐ (Smart safety zone 4.0) ซึ่งเป็น โครงการที่มีเป้าหมายในการพัฒนารูปแบบวิธีป้องกันอาชญากรรมเชิงรุก โดยใช้นวัตกรรม และยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางตามแนวคิดเรื่องเมืองอัจฉริยะ ดังนั้นโครงการนี้ จึงเป็นการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาเป็นตัวช่วย รวมถึงการให้ประชาชนเข้ามา มีส่วนร่วมด้วย เพื่อป้องกันอาชญากรรมในพื้นที่สาธารณะให้เกิดความปลอดภัยต่อชีวิต และทรัพย์สินประชาชน ซึ่งหากมีการประสานงาน มีการให้ความร่วมมือกันก็น่าจะเป็นการ ผนึกกำลังกันในการที่จะสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนได้อย่างก้าวกระโดดค่ะ🔗
ข้อเสนอแนะอีกประการหนึ่งนะคะ จากที่ได้ดูในรายงานของ สสส. ก็คือ ได้แสดงถึงเป้าหมายในการดำเนินงานของ สสส. ดิฉันยังไม่พบว่ามีเป้าหมายหรือตัวชี้วัด ที่เกี่ยวกับความรุนแรงและการถูกล่วงละเมิดทางเพศโดยตรง แต่จะเป็นการวัดในเชิง ของครอบครัวมากกว่า ซึ่งปัญหาความรุนแรงและการถูกล่วงละเมิดทางเพศ เป็นเรื่องที่กระทบ ต่อต้นทุนความเป็นมนุษย์อย่างมาก เป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ แล้วก็ใช้ทรัพยากรจำนวนมากในการที่จะเยียวยารักษาผู้เสียหายทั้งในทางตรง ทางอ้อม ถึงกระนั้นก็ตามยังไม่มีอะไรที่จะรับประกันได้ว่า การเยียวยานั้นจะทำให้ผู้เสียหายกลับมา เหมือนเดิมได้ โดยจากข้อมูลในรายงานของ สสส. เองรายงานว่า องค์การอนามัยโลกพบว่า หญิงไทยอายุระหว่าง ๑๕-๔๙ ปี เคยมีประสบการณ์ถูกใช้ความรุนแรงหรือถูกล่วงละเมิด ทางเพศโดยคนที่ไม่ใช่คู่ครองสูงถึงร้อยละ ๔๔ และเกิดขึ้นได้ในทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นในบ้าน ในที่สาธารณะ ซึ่งเป็นสถานการณ์ที่จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ อย่างเร่งด่วนนะคะ ดังนั้นหากมีการตั้งเป้าหมาย หรือตัวชี้วัดที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรง และการถูกล่วงละเมิด ทางเพศโดยตรง ก็จะช่วยให้เห็นผลการดำเนินงานและการพัฒนาในด้านนี้อย่างชัดเจน มากขึ้น และจะทำให้การแก้ไขปัญหาการใช้ความรุนแรงนี้ตรงเป้าหมายมากยิ่งขึ้น ดิฉันก็ขอเสนอท่านประธานผ่านไปยัง สสส. ให้มีการตั้งเป้าหมาย และเพิ่มตัวชี้วัด ที่เกี่ยวกับความรุนแรงและการถูกล่วงละเมิดทางเพศโดยตรง และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ปัญหาการใช้ความรุนแรงและการถูกล่วงละเมิดทางเพศนี้ จะได้รับการแก้ไขปัญหาโดยเร็ว จากความร่วมมือของทุกภาคส่วนค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอนุรักษ์ บุญศล ตามด้วยคุณเพชรดาว โต๊ะมีนา นะครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย รับทราบ สสส. สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ กราบเรียนให้ท่านประธานทราบว่า สสส. รับเงินโดยตรงจากภาษีสรรพสามิต เหล้า บุหรี่ หรือที่เรียกว่า ภาษีบาป ๒ เปอร์เซ็นต์ต่อปี ดิฉันคิดตัวเลขกลม ๆ ค่ะท่านประธาน ถ้าภาษีเหล้า บุหรี่แสนล้าน สสส. จะได้รับ ๒ เปอร์เซ็นต์ ๒,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อสุขภาพของคนไทยทั้งประเทศ แต่ถ้าเหล้า บุหรี่ขายดี ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี นั่นคือ สสส. ได้รับ ทีนี้ในความดีของท่าน มีหลายอย่างเลยทีเดียวของ สสส. ไม่ว่าจะเป็น ให้เหล้าเท่ากับแช่ง คนจำได้ทั้งประเทศค่ะ ให้เหล้าเท่ากับแช่ง แต่ไม่ทราบว่าคนไทยกินเหล้าลดลงหรือไม่ ดิฉันนำข้อมูลดิบมาส่งค่ะ วันนี้ดิฉันนำข้อมูลดิบจากพื้นที่ของดิฉันโดยตรงมาส่ง หน้า ๑๖ สานพลังชุมชนเข้มแข็ง ขับเคลื่อนสังคมชุมชน คือรากฐานสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสุขภาพ ตำบลสายพันธุ์ใหม่ พัฒนา อปท. ให้มีความสามารถในการปรับตัวและตั้งรับทุกสถานการณ์ ร่วมกับองค์กรหลัก ในท้องถิ่น ดิฉันออกเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียง ในภาพเห็นไหมคะในภาพนี้เอาภาพนี้ค้างไว้ก่อน ผู้ป่วยติดเตียงบ้านนี้มี ๒ คนค่ะ ดิฉันนำข้อมูลดิบมาส่ง สสส. ผู้ป่วยติดเตียง ๒ คนนี้ ท่านจะช่วยอย่างไร ดิฉันออกไปทุกตำบล ๑ ตำบลจะมีผู้ป่วยติดเตียงในครอบครัวหนึ่ง ๒ คน อยู่ถึง ๓-๔ ครัวเรือนจะช่วยเขาอย่างไร ผู้ป่วยติดเตียง ๑ คนในชนบทครอบครัวนั้น ก็สาหัสสากรรจ์แล้ว ท่านได้เห็นความยากลำบากของประชาชนคนชนบทไกลปืนเที่ยงหรือไม่ ภาพต่อไปเลยค่ะ นี่ค่ะผู้หญิงคนนี้ดิฉันไปเยี่ยมถึงบ้านมีจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นโรคซึมเศร้า โรคบ้าที่ภาษาชาวบ้านเรียก นี่ไปเยี่ยมถึงบ้านท่านจะร่วมกันกับท้องถิ่นอย่างไร ภาพต่อไปค่ะ ครอบครัวนี้มีเด็กเล็ก ๆ เห็นไหมคะ ทาง อสม. บอกกล่าวเล่าให้ดิฉันฟังว่าบ้านนี้มีเด็กอยู่ถึง ๖ คน แล้วมีคนในบ้านที่ตกงานที่เป็นคุณพ่อคุณแม่รุ่นใหม่จำนวนมาก มีเด็กเป็นผู้ป่วย ติดเตียง สำหรับคนอีสานแล้วนึ่งข้าวเหนียว ๑ หวดจะกินได้ทั้งวัน แต่บ้านนี้จะต้องนึ่ง ถึง ๓ หวดเลยทีเดียวเพราะว่าเด็กมาก กรณีนี้ถ้า ๑๐๐,๐๐๐ ล้าน ๒,๐๐๐ ล้านบาท ถ้า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔,๐๐๐ ล้านบาท ท่านช่วยคนไกลปืนเที่ยงอย่างไร ภาพต่อไปเลยค่ะ ดิฉันเลาะไปตามที่ต่าง ๆ อย่างนี้ค่ะ ชนบทต้องการที่จะรับการช่วยเหลือ ท่านรับโดยตรง รับ ๒ เปอร์เซ็นต์นี้ท่านรับตรงโดยไม่ผ่านรัฐสภาเลย ภาพต่อไปเลยค่ะ ภาพนี้ผู้ป่วยติดเตียง ๒ คนอีกแล้ว แม่ที่เช็ดน้ำตาอยู่ ดิฉันจับมือให้กำลังใจรักกันวันที่ยังมี ลมหายใจ แม่นั้นเส้นเลือดในสมองตีบมา ๒๖ ปีแล้ว ลูกสาวที่นั่งอยู่ในวีลแชร์ (Wheelchair) ไปเลี้ยงวัว ไปเลี้ยงควาย แล้วปืนแก๊ปเพื่อนที่เลี้ยงควายลั่นใส่เข้าไปในสมอง ก็ติดเตียง มามากกว่า ๑๐ กว่าปีแล้ว ๒ คนนี้ไม่มีรายได้เลย แล้วใครช่วยอะไรได้บ้าง ดิฉันมุ่งไปที่ว่า ผู้ป่วยติดเตียง สสส. จะทำอะไรให้บ้าง ภาพเหล่านี้บ้านหลังนี้ก็เช่นเดียวกันค่ะ มีผู้ป่วย ติดเตียง ๒ คน พี่สาวนั่งอยู่ในวีลแชร์ (Wheelchair) อีกคนหนึ่งนั้นนอนทุกข์ระทมใจ อยู่ในเตียงเลย ดังนั้นเรื่องนี้ข้อมูลดิบที่ดิฉันลงพื้นที่จริงนำมาให้ท่านช่วยแก้ปัญหา จากภาษีบาป ท่านประธานคะ อันนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งในหน้า ๕๐ รู้เท่าทันสื่อป้องกันข่าวลวง ช่วงโควิด-๑๙ (COVID-19) ๒ ปีนี้ สสส. บอกว่าช่วงแรก ๆ มีวัคซีนประชาชนไม่กล้าฉีด เพราะว่าเฟกนิวส์ (Fake news) เยอะมาก ท่านได้แก้ปัญหาข่าวปลอม ข่าวลวงในหน้า ๕๑ ให้ข้อมูลมากถึง ๑๙,๑๑๘ ข้อความที่เป็นข่าวปลอมในเรื่องของวัคซีน อันนี้เรื่องจริงเลยนะคะ บ้านดิฉันจะไม่ฉีดวัคซีนโดยเด็ดขาด เรื่องที่ ๒ ที่ดิฉันนำเสนอข้อมูลดิบ เพราะว่าเฟกนิวส์ (Fake news) หรือข่าวปลอมมากเหลือเกิน ใครเกิดมาเป็นชีวิตหนึ่งก็ไม่อยากจะตาย ไปจากโลกใบนี้ ท่านประธานคะ ต้องการที่จะมีชีวิตอยู่ยืนยาวที่สุด พอบอกว่าฉีดวัคซีนตาย ฉีดวัคซีนแล้วพิการ ฉีดวัคซีนแล้วเดินไม่ได้ ฉีดวัคซีนแล้วจะหายไปจากโลกนี้ ชนบทบ้านดิฉัน ไม่ฉีด ทุกวันนี้ยังไม่ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ต้อง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ถึงจะเปิดเรียนได้ทั้งประเทศ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ยิ่งดีไปใหญ่ กิจกรรมทุกอย่างจะไม่ได้มอดมลายไปกับโรคระบาด ฉะนั้น สสส. ดิฉันให้ข้อมูลดิบไปอีกว่า เรื่องนี้สำคัญมากเลยทีเดียว กราบขอบพระคุณท่านประธาน เป็นอย่างสูงค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณเพชรดาว ตามด้วยท่านเอกภพ เพียรพิเศษ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิง เพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จากจังหวัดปัตตานี ดิฉันต้องขอบคุณท่านประธานสภาที่ให้โอกาส ดิฉันได้อภิปรายรายงานประจำปีกองทุน สสส. ๒๕๖๓ อีกครั้งหนึ่ง ดิฉันได้มีโอกาสอภิปราย รายงานประจำปีของ สสส. ทุกปี ตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ แล้วครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่ ๓ รูปเล่มสวย เหมือนเดิม สิ่งที่เห็นชัดนั่นก็คือความหนาที่มีมากขึ้นถึง ๓๔๐ หน้า ถ้าเปรียบเทียบกับปีแรก เพียง ๒๒๒ หน้า ก็คาดหวังว่าผลลัพธ์ที่จะเห็นคนไทยมีสุขภาพดีขึ้น ผ่านกองทุนนี้จะเห็น ได้มากขึ้น ก่อนอื่นดิฉันต้องเป็นอีกคนหนึ่งที่ขอแสดงความยินดีกับทาง สสส. ที่ได้รับ รางวัลเนลสัน แมนเดลา อวอร์ด ฟอร์ เฮลท์ โพรโมชัน (Nelson Mandela Award for Health Promotion) ก่อนหน้านี้ปี ๒๕๖๑ ท่านก็ได้รับการประเมินจากองค์การ สหประชาชาติ องค์การอนามัยโลกว่า ประเทศไทยมีผลงานอยู่ในอันดับ ๓ ของโลก และอันดับ ๑ ในอาเซียน (ASEAN) โดยยกย่องให้ สสส. เป็นต้นแบบกลไกทำงานสร้างเสริม สุขภาพในการป้องกันโรคไม่ติดต่อ หรือเอ็นซีดี (NCDs) ให้แก่นานาชาติ ขอชื่นชมอีกครั้งหนึ่ง🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันได้นำรายงานประจำปี ๓ เล่มจาก ๓ ปีที่ดิฉัน มีโอกาสอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ มาเปรียบเทียบเพื่อหาความเชื่อมโยง ความคืบหน้า ความต่อเนื่องสานต่อเล่มนี้ เป็นเรื่องของสานพลัง สร้างชีวิตใหม่วิถีใหม่สู่สังคมสุขภาวะค่ะ พบว่ารายงานของปี ๒๕๖๓ นี้ รวมโครงการใหม่ จะเป็ นเงิน ๑,๓๗๔ ล้ำนบาท หรือ ๓๓.๕๗ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็เป็นโครงการต่อเนื่อง ๒,๑๙๐ ล้านบาท หรือประมาณ ๕๓ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันเห็นด้วยในความต่อเนื่อง เพราะเรื่องสุขภาพ สุขภาวะ ทำเพียงปี ๒ ปี คงไม่เห็นผลต้องมีวันที่สิ้นสุด แต่ดิฉันไม่แน่ใจว่าเกือบจะ ๒๐ ปีของ สสส. มีกี่พื้นที่ กี่เครือข่ายที่เกิดขึ้นจนถึงปัจจุบัน และมีกี่เปอร์เซ็นต์ที่สร้างความสำเร็จต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน สำคัญ ดิฉันหวังว่าครบ ๒๐ ปีของ สสส. จะได้เห็นบทสรุป แล้วก็ภาพใหญ่ของการทำงาน ของ สสส. รวมทั้งการติดตามประเมินผลด้วย ท่านประธานที่เคารพ ดิฉันดูเรื่องของ ผลงานเด่นก็จะเห็นได้ว่า บางเรื่องมีการต่อยอด แต่บางเรื่องก็ไม่เห็นมีการต่อยอดขยายผล ในผลงานเด่นที่ผ่านมา ด้วยเวลาที่จำกัดดิฉันขออนุญาตตั้งข้อสังเกตอีก ๓ เรื่อง🔗
เรื่องแรกคือ เรื่องเด็ก แผนสุขภาวะด้านเด็กและเยาวชน และครอบครัว ถือว่าเป็นรากฐานที่สำคัญของประเทศ ทุกคนก็ทราบว่าการพัฒนาเด็กในช่วงปฐมวัย เป็นช่วงที่ผลตอบแทนสูงสุดในการพัฒนาสมอง ดิฉันกลับไปดูรายงานปี ๒๕๖๒ มีผลงาน เรื่องของการพัฒนาหลักสูตร ด้านการส่งเสริมทักษะทางสมองส่วนหน้า หรืออีเอฟ (EF) เอ็กเซ็กคูทีฟ ฟังก์ชันส์ (Executive Functions) เพื่อยกระดับการสอนของคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ แต่มาดูในเล่มนี้ปี ๒๕๖๓ กลับไม่เห็นโครงการต่อเนื่อง จากการอบรมอีเอฟ (EF) ในมหาวิทยาลัยราชภัฏ ๓๘ แห่ง แต่ก็ยังเห็นว่าเล่มนี้มีผล ในเป้าประสงค์ที่ ๕ ที่เกี่ยวข้องกับอีเอฟ (EF) คือการพัฒนาโมเดล (Model) พยากรณ์อีเอฟ (EF) ในเด็กประถม ในจังหวัดลพบุรี ในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ๒๐ แห่ง ดิฉันคาดว่าฉบับต่อไป ปีถัดไปจะลองติดตามเรื่องอีเอฟ (EF) เพราะเป็นเรื่องสำคัญนะคะ🔗
เรื่องถัดมา ดิฉันชื่นชมและสนับสนุนเรื่องพัฒนางานวิจัย ๕ เรื่อง ในหน้า ๑๙๘ เป้าประสงค์ที่ ๔ มีเรื่องของผลวิจัยว่าการใช้นิทาน จ๊ะเอ๋ ฉบับภาษามลายู อักษรยาวี และภาษาไทย ผลงานวิจัยพบว่ามีการเล่นจ๊ะเอ๋กับลูกมากขึ้น ๖๑ เปอร์เซ็นต์ กอดลูกมากขึ้น ๘๐ เปอร์เซ็นต์ คำถามคือหลังจากที่มีนิทานเล่มนี้แล้ว มีองค์กรใด โรงเรียนใด อบต. ใด ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กใด นำนิทานเล่มนี้ไปใช้ต่อมากน้อยแค่ไหน🔗
ประเด็นที่ ๒ เรื่องของระบบสุขภาพระดับอำเภอ หรือว่าดิสทริกต์ เฮลท์ ซิสเต็ม (District health system) เป็นเป้าประสงค์ที่ ๖ ใช้งบประมาณมาก มากถึง ๙๙,๗๕๓,๐๐๐ บาท โดยทำกับสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข โดยให้ สสจ. ๗๖ จังหวัด งบประมาณมากขนาดนี้ในผลลัพธ์ ๔ ข้อที่เห็นในรายงานดิฉันยังรู้สึกว่า ไม่คุ้มค่า หน้า ๒๑๗ เห็นความซ้ำซ้อนกับหน่วยงานที่ทำอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงาน แจกหน้ากากอนามัย น้ำยาทำความสะอาด ติดตามกลุ่มเสี่ยง ซึ่งเป็นงานหลักของ โรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขอยู่แล้วค่ะ🔗
ประเด็นสุดท้ายในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ดิฉันได้รับมอบหมายจาก ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้เข้าร่วมประชุมสมาชิกรัฐสภาเอเชียแปซิฟิก (Asia Pacific) กับสาธารณสุขโลก ได้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์เรื่องของการจัดการ วิวัฒนาการเรื่องของโควิด-๑๙ (COVID-19) รวมทั้งคาดการณ์ในอนาคตที่จะเผชิญ ความท้าทายด้านสาธารณสุขมีอยู่ ๕ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความมั่นคงด้านสุขภาพ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โรคไม่ติดต่อ และการเข้าถึงระบบสาธารณสุข กับโรคระบาด และสุดท้ายเรื่องของสังคมผู้สูงอายุ ฉะนั้นกลับไปที่งานของรูปแบบ ของการทำงานของ สสส. ที่จะต้องดูว่าเหตุการณ์เฉพาะหน้านั้นมีอะไรบ้างที่เราไม่อาจจะ คาดการณ์ได้ รวมทั้งความท้าทายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (Asia Pacific) อาเซียน (ASEAN) บ้านเรา ในบ้านเราเองแล้วแม้แต่ละภูมิภาคของบ้านเราก็มีปัญหาที่แตกต่างกัน ฉะนั้น รูปแบบการทำงานเชิงประเด็น เรื่องของยาสูบ แอลกอฮอล์ ยาเสพติด อุบัติเหตุ กิจกรรม ทางกายและทางอาหารก็ยังทำเหมือนเดิมอยู่ ดิฉันยังไม่เห็นเรื่องที่ดิฉันได้อภิปรายปีที่แล้ว เรื่องของกัญชาทางการแพทย์ว่าจะอยู่ตรงไหน ในของ สสส. รวมทั้งเชิงพื้นที่ดิฉันก็ยังเน้นย้ำว่า เชิงกลุ่มเป้าหมายเรื่องของเด็กนั้นเป็นเรื่องสำคัญ รองลงมาเรื่องของสังคมผู้สูงอายุ ซึ่งประเทศไทยก็เป็นสังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบแล้ว ก็ยังเห็นงานของ สสส. ในเล่มนี้อยู่ ดิฉันทราบว่าท่าน ส.ส. สฤษดิ์ บุตรเนียร ส.ส. เขต ๓ ของปราจีนบุรี มีโมเดล (Model) เรื่องของผู้สูงอายุที่ขับเคลื่อนพร้อมกับกองทุนผู้สูงวัยในชนบทซึ่งน่าสนใจมาก มีส่วนร่วม จากหลายภาคส่วน มีผลที่เป็นรูปธรรมท่านไม่ต้องทุ่มงบประมาณมากมาย สสส. อาจจะไปแลกเปลี่ยนในฐานะที่เป็นน้ำมันหล่อลื่นในมุมที่จะไปวิเคราะห์ถอดบทเรียน และการบริหารจัดการเพื่อที่ขยายผลต่อไปได้ ดิฉันยังเป็นกำลังใจให้กับ สสส. ในการ จุดประกายในการดำเนินงานในหลายปีที่ผ่านมา ขอให้นำผลลัพธ์ที่ตอบสนองการสร้างเสริม สุขภาพนำไปสู่เป้าหมายสร้างนำซ่อมต่อไป ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเอกภพ ตามด้วยท่านสฤษดิ์ บุตรเนียร นะครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ ผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๓ แล้ว ที่ผมได้มาอภิปรายรายงานของ สสส. ปีที่แล้วผมได้ให้การบ้านไว้เรื่องของความโปร่งใส ปีนี้ผมมาตามการบ้านในรายงานของท่านนะครับ ขออนุญาตภาพประกอบที่ขออนุญาต ไว้แล้วขึ้นด้วยนะครับ ผมขอชื่นชม สสส. ที่ทำงานมาร่วม ๒๐ ปี ทำงานมาโดยที่ไม่มี ความโปร่งใสเลยตลอดทั้ง ๒๐ ปีที่ผ่านมา สสส. เป็นหน่วยงานที่ใช้งบประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี งบประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๓ นี่พอ ๆ กับ ๑ กระทรวง เลยนะครับ งบประมาณปี ๒๕๖๕ ที่ผ่านสภาไปนี้กระทรวงพลังงานได้งบ ๒,๓๐๐ ล้านบาท กระทรวงอุตสาหกรรม ๔,๗๐๐ ล้านบาท กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ๖,๐๐๐ ล้านบาท สสส. นี้เทียบเท่ากับ ๑ กระทรวง ใช้เงิน ๔,๐๐๐ ล้านบาท โดยที่ไม่ผ่านสภา โดยที่ไม่มี คนนอกมาคอยกำกับดูแล ถ้าภาพประกอบพร้อมก็ขึ้นด้วยเลยนะครับ🔗
ภาพต่อไปเลยครับ ๔,๐๐๐ ล้านบาทนี้ เมื่อไม่มีใครดูแลก็เหมือนกับเราอยู่ในแดนสนธยา สสส. เคยได้ยินไหมครับว่า คนนอก เขาบอกว่า สสส. เป็นแดนสนธยา เวลาที่ผมพยายามจะหาข้อมูลว่า สสส. ให้งบประมาณ กับใครไป ๔,๐๐๐ ล้านบาทให้ใครไปแล้วบ้าง ให้หน่วยงานไหนไปบ้างหาไม่เจอนะครับ ผมไปดูว่าหน่วยงานนี้สงสัยว่าจะได้รับงบจาก สสส. ไปหาที่ตัวรับ หน่วยรับงบประมาณ หรือเครือข่ายของ สสส. เขาก็ไม่รายงานว่า เขาได้เงินมาปีละเท่าไร แล้วใช้อะไรไปแล้วบ้าง แต่วันนี้ผมพยายามปะติดปะต่อเรื่องราว แล้วก็เอามานำเสนอให้ท่านผู้จัดการกองทุนครับ ผมเข้าใจว่าท่านพยายามจะล้างบางมาเฟียใน สสส. ผมมาช่วยท่านวันนี้ครับ ภาพต่อไป ผมขอตัวอย่างเรื่องหนึ่ง วันนี้ผมขอยกตัวอย่างแค่เรื่องเดียวคือ เรื่องการจัดการยาสูบ ซึ่งเป็นงานหลักและงานเด่นของ สสส. ภาพสไลด์ (Slide) นี้ถ้าเป็นนักศึกษาแพทย์นำมาโชว์ ก็บอกว่า กลับไปทำมาใหม่ เอารูปมาทำให้เหมือนกับว่าเบี่ยงเบนความสนใจ ทั้งที่ผู้สูบยาสูบนี้ ไม่ลดลงเลย ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมา ทำภาพให้มันดูยาก ๆ แล้วคนไม่สนใจ ปีหนึ่ง สสส. ใช้เงินไปกับเรื่องการจัดการยาสูบประมาณ ๓๐๐ ล้านบาท ๑๐ ปีก็ ๓,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว ผมพยายามไปหาว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง ให้ใครไปบ้าง เดี๋ยวผมจะมีคำตอบ ภาพต่อไปครับ เรื่องยาสูบ เรื่องบุหรี่ไฟฟ้าเป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจ หลังจากที่รัฐมนตรีดีอี (DE) พูดถึง บุหรี่ไฟฟ้าขึ้นมา ก็มีกระแสจากกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับ สสส. ออกมาต่อต้าน ออกมาตำหนิ ผมเคยพูดเรื่องบุหรี่และบุหรี่ไฟฟ้า แน่นอนการสูบบุหรี่เป็นสิ่งไม่ดี แต่เมื่อมีใครพูดถึง ในสิ่งที่เครือข่ายของ สสส. ไม่ชอบ ก็จะออกมาโจมตีด้วยวิธีการต่าง ๆ นานา ล่าสุดเอฟดีเอ (FDA) ของสหรัฐอเมริกานำบุหรี่ไฟฟ้าให้มาอยู่ในการควบคุม และสิ่งที่เขาประกาศออกมา มันมีสิ่งที่น่าสนใจ ประเด็นคือภาพต่อไปครับ เขาพูดถึงเรื่องของการลดพิษภัยของบุหรี่ไฟฟ้า เรื่องของฮาร์ม รีดักชัน (Harm reduction) เขายืนยันว่า ผลดีจากการเปลี่ยนมาใช้บุหรี่ ไฟฟ้าของผู้ที่สูบยาสูบอยู่แล้วมีน้ำหนักมากกว่าความเสี่ยงเกิดขึ้นกับเยาวชน ภาพต่อไปครับ เขาพูดถึงว่าบุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้เป็นประตูทางเข้าของบุหรี่มวนครับ เขามีการควบคุมไม่ให้ เยาวชนเข้าถึงด้วยการจัดการเรื่องของรสชาติ เรื่องของความเย้ายวนของบุหรี่ไฟฟ้า แต่ประเทศไทยเราแบน (Ban) แต่ไม่แบน (Ban) จริงนะครับ เราปล่อยให้ขายทางออนไลน์ (Online) ภาพต่อไป ผมก็เลยไปดูในรายงานของ สสส. หน้า ๕๙ มีผลงานเด่นที่ชัดเจน แล้วก็มีการ อ้างถึงที่ผมวงกลมไว้เป็นชื่อของหน่วยงานหรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง ซึ่งผมก็อนุมานว่า องค์กรเหล่านี้มีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับ สสส. เพราะเห็นชื่อปรากฏอยู่ใกล้เคียงกัน กับ สสส. บ่อย ๆ ภาพต่อไป องค์กรเหล่านี้เหิมเกริมขนาดที่มาก้าวก่ายการทำงาน ของกรรมาธิการในสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง ๆ ที่หน่วยงานเหล่านี้ก็มานั่งเป็นกรรมาธิการ เช่นเดียวกัน ก้าวก่ายถึงขนาดที่ว่าไม่ยอมรับรายงานของกรรมาธิการ นี่ถูกต้องแล้วหรือครับ หน้าต่อไปครับ ก้าวก่ายนักการเมืองโดยการที่อ้างว่าใครที่พูดเรื่องบุหรี่ บุหรี่ไฟฟ้า มันรับเงินจากบริษัทบุหรี่ข้ามชาติ แต่ผมมีอีกภาพหนึ่งในเว็บไซต์ (Website) หน่วยงาน ที่รับทุนจาก สสส. เขาเขียนไว้ชัดเจนว่า การขึ้นภาษีบุหรี่ครั้งแรกมีคนไปล็อบบี (Lobby) นักการเมือง ถ้าการล็อบบี (Lobby) เป็นสิ่งไม่ดี มาล็อบบี (Lobby) แบบนี้ผิดไหมครับ สสส. อันนี้คือสิ่งที่ผมตรวจเจอ ตรวจพบความผิดปกติของผู้รับทุนจาก สสส. ภาพสไลด์ (Slide) ต่อไปอันนี้สำคัญ รังสิมันต์ โรม เคยมีผังป่ารอยต่อ ผมก็มีผังป่า สสส. เหมือนกันครับ ผมอาจจะไม่สามารถหาความเชื่อมโยงทางด้านการเงินได้ แต่วันนี้ผมให้ผู้จัดการกองทุน ไปดูแล้วก็ให้การบ้านไปว่า หน่วยงานเหล่านี้เกี่ยวข้องกับ สสส. หรือไม่ มีคนบางคนนั่งมา ตั้งแต่ร่างกฎหมาย พ.ร.บ. สสส. มีคนบางคนร่างกฎหมายเสร็จแล้วไปนั่งในกระทรวง สาธารณสุข เป็นเรกูเลเตอร์ (Regulator) มีคนบางคนไปรับทุนจาก สสส. มีหน่วยงานวิจัย ที่มีคนบางกลุ่มตั้งธงผลการวิจัยไว้แล้ว นี่คือผังป่า สสส. ที่ผมนำเสนอเพื่อให้ผู้จัดการกองทุน ไปจัดการต่อ แล้วผมคิดว่าในการรายงานครั้งหน้าจะมีความโปร่งใสของ สสส. มากขึ้น ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสฤษดิ์ ตามด้วยท่านวิรัตน์ วรศสิริน นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ พรรคภูมิใจไทยครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอชื่นชมการทำงานของสำนักงานกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพหรือ สสส. เพราะตลอดเวลา ๒๐ ปีที่ได้สนับสนุนโครงการดี ๆ เป็นจำนวนมากให้กับสังคม ชุมชนในระดับหมู่บ้าน และตำบล ท้องถิ่น ด้วยกิจกรรม โครงการที่หลากหลายครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศไทย ที่ประสงค์มิใช่เพียงแต่ ด้านสุขภาพเท่านั้น ผลงานเชิงประจักษ์ในเวทีนานาชาติ องค์การอนามัยโลกได้มอบรางวัล เนลสัน แมนเดลา (Nelson Mandela) ด้านการส่งเสริมสุขภาพแก่ สสส. คงจะเป็นที่ประจักษ์ แก่นานาชาติอันดีในการดูแลสุขภาพ รายงานประจำปี ๒๕๖๓ ของกองทุน สสส. ที่มุ่งเน้น สานพลังสร้างชีวิตวิถีใหม่สู่สังคมสุขภาวะ องค์การอนามัยโลกก็ได้บัญญัติไว้ว่าคำว่า สุขภาพหมายถึง สุขภาวะที่สมบูรณ์ ทั้งร่างกาย จิตใจ สังคม ปัญญา เชื่อมโยงทั้ง ๔ มิติ ให้สะท้อนถึงองค์รวมของสังคม มิใช่เพียงแต่ปราศจากโรคหรือความพิการเท่านั้น เพราะชีวิต ยังต้องประกอบด้วย สุขภาพกาย สุขภาพจิตและสุขภาพเศรษฐกิจ ซึ่งทั้ง ๓ อย่างนี้ แยกออกจากกันมิได้ ผลงานจากรายงานหน้าที่ ๗๗ ผลงานดีเด่นของด้านการสานพลัง ชุมชนเข้มแข็ง ขับเคลื่อนสังคม ชุมชนคือรากฐานสำคัญของการพัฒนา การมีส่วนร่วม ของภาคประชาชนที่ไม่ได้ทำงานด้านสุขภาพ เข้ามาร่วมมือจัดการในปัญหาสุขภาพ หลักการ คือใช้พื้นที่เป็นแอเรีย เบส (Area based) ในการทำงาน ไม่ใช่ยึดถือกรม กอง กระทรวง ซึ่งก็ทำงานไปโดยปราศจากหรือมีอุปสรรคอย่างมากทีเดียว การทำงานในเครือข่ายที่เข้มแข็ง ให้เป็นตำบล หรือตำบลสายสัมพันธ์ใหม่ซึ่งต้องการใน ๔ ส่วนก็เช่นเดียวกัน ทางด้าน สสส. ซึ่งตรงกับหลักการที่ผมกำลังดำเนินการโครงสร้างต่าง ๆ เช่น ๑. ความร่วมมือของท้องถิ่น ท้องที่ หน่วยงานของรัฐ ภาคประชาชน กลุ่มชน หรือกลุ่มอาชีพต่าง ๆ ได้นำความคิดข้อมูล ของสังคมนั้นมาวิเคราะห์ จุดอ่อน จุดแข็ง ในการทำงานร่วมกัน ออกแบบการทำงาน สร้างผู้นำ หรือสร้างวิธีกระบวนการนวัตกรรมต่าง ๆ ซึ่งทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคใต้ ท่านก็ได้ดำเนินการไปแล้ว ได้ขับเคลื่อนชุมชนทั้งกิจกรรมการดูแลเด็ก ปัญหาจราจร การเมาเหล้า สูบบุหรี่ หรือขยะสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ด้วยโครงการการลงแขกหรือน้ำใจ พัฒนา คุณภาพชีวิตของผู้สูงวัยครับ ปัจจุบันประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยอย่างเต็มรูปแบบแล้วครับ ๑๘-๒๐ เปอร์เซ็นต์ ประชาชนขณะนี้ ๑๒ ล้านคนเป็นผู้สูงวัยครับ ผู้สูงวัยในชนบทมีความเหลื่อมล้ำอย่างมาก บางคนก็ยากจน ไม่มีรายได้เพียงพอ ขาดผู้ดูแล ทำให้เกิดสังคมที่เหลื่อมล้ำ ดังนั้นวันนี้ ผมได้นำเสนอโครงการหรือโมเดล (Model) ทั้งที่ผมนำเสนอนี้ก็คือของเราเรียกว่า ไทรแองเกิล โมเดล (Triangle Model) ซึ่งเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน โดยนำแนวความคิด การพัฒนาคุณภาพชีวิตในชนบทและโมเดล (Model) ของผม ไทรแองเกิล โมเดล (Triangle Model) เราสามารถใช้ได้ทุกสถานการณ์ ผมนำแนวความคิดของสถาบันพระปกเกล้า มาร่วมกันในการพัฒนาโดยโครงการนี้ได้กำเนิดขึ้นที่ ๒-๓ จุดแล้วครับ จุดที่ ๑ คือเทศบาล ตำบลกบินทร์ อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี และที่ รพ.สต. หรือโรงพยาบาลส่งเสริม สุขภาพตำบลที่บ้านนา ผมก็ขอขอบคุณทางท่านนายกเทศมนตรี นายรังสรรค์ บุตรเนียร แล้วก็รองณิชาภา ทิพยารมณ์ รองสมชาย สมบูรณ์กุล ที่ผลักดันโครงการนี้ในโครงการ ส่งเสริมสุขภาพตำบล โดยคุณหมอฉัตรมงคล มังคะกุล และคุณหมออโนทัย ชำนาญปืน ที่ได้สนับสนุนโครงสร้างได้จัดการเรื่องของ ผมขอสไลด์ (Slide) เลยครับ🔗
โดยที่นำความคิดต่าง ๆ ของบุคคล สำคัญในโลกและในประเทศไทยนำมาปะติดปะต่อร้อยเรียงกัน ผมขอสไลด์ (Slide) ทางโสตทัศนูปกรณ์ครับ แนวความคิดนี้จากบุคคลสำคัญตั้งแต่หน้าแรกไม่ว่าจะเป็น มหาตมะ คานธี ก็พูดเช่นเดียวกับ สสส. ว่า เราจะพัฒนาประเทศชาติ เราต้องพัฒนา ที่หมู่บ้านครับ ไม่ว่าจะเป็นเคนเนดี สตีฟ จ็อบส์ เดซี ต่อจุดนำโครงเรื่องต่าง ๆ มาร้อยเรียง เป็นเรื่องเดียวกันจากองค์การต่าง ๆ ของโลก เช่น ธนาคารเวลาสวิตเซอร์แลนด์ ธนาคาร การบินจากบังกลาเทศ เศรษฐศาสตร์แก้จนของรางวัลโนเบล ไพรซ์ (Nobel Prize) สถาบัน พระปกเกล้า แม้กระทั่ง สสส. ผมก็นำความคิดนี้มาเชื่อมต่อกัน โดยรวมกันมาเป็นร้านค้า ขายสินค้ามือสองที่ได้รับการบริจาคจากทุกคนทุกส่วนครับ โดยเทศบาลตำบลกบินทร์นั้น ตอนนี้เรามีกองทุนถึง ๒๐๐,๐๐๐ กว่าบาท โดยร่วมมือกัน จากนี้แล้วพอขึ้นหน้าปก อันแรก ผมถึงบอกว่ากองทุนเรามีนโยบายว่า บอกของเก่าเก็บไว้ทำไม ไร้ค่า นำมาแบ่งปัน และมาช่วยเหลือ หรือผมประชาสัมพันธ์ฝากท่าน ส.ส. หรือทางท่านผู้มีเกียรติ ทุก ๆ ท่านว่า ถ้าท่านมีของเหลือใช้ก็นำมาบริจาคให้กับผม ผมจะนำไปส่งให้กับโครงการ ร้านมือสองที่ตำบลกบินทร์บุรีและตำบลบ้านนา ในความต้องการที่ผมอยากนำเสนอให้ สสส. ช่วย คือท่าน สสส. ก็มีโครงการสนับสนุนอยู่แล้ว สนับสนุนเพื่อให้ขับเคลื่อนไปได้ ท่านบอกว่าท่านเป็นน้ำมันหล่อลื่นไม่ใช่เป็นน้ำมันรถยนต์ที่จะให้ติดโครงการ ดังนั้นผมถือว่า โครงการที่เทศบาลตำบลกบินทร์บุรีหรือโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ ตำบลบ้านนา เป็นโครงการที่ยั่งยืน เป็นโครงการที่พยายามช่วยตัวเอง เป็นโครงการที่พยายามจะใช้ แนวความคิดปะติดปะต่อให้เป็นกำลังอย่างดีครับ ดังนั้นขอความกรุณาเถอะครับ สำนักงาน กองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพหรือ สสส. ช่วยสนับสนุนนักวิชาการ หรือเจ้าหน้าที่ เข้าไปวิเคราะห์ หรือเสริมต่อแนวความคิดโครงการกิจกรรมเพื่อที่จะได้คำแนะนำครับ หรืออบรมเจ้าหน้าที่การบริหารจัดการด้วยกระบวนการ พีดีซีเอ (PDCA) ดูจุดแข็งจุดอ่อน เพราะท่านประสบการณ์มา ๒๐ ปีคงมีแนวความคิดที่จะเสริมต่อโครงการของเราได้อย่างดี เพื่อขยายผลดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อเป็นแนวความคิดหรือเบสต์ แพร็กทิซ (Best practice) ให้กับองค์กรต่าง ๆ เราเชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพ ไม่ว่าคนจนหรือคนรวย ทำไมไม่เสริมสร้างตรงนี้เข้าไปให้แนวความคิด ดีกว่าการบริจาค การให้ฟรี ๆ นั่นก็คือ การสูญเปล่า เพื่อให้โครงการนี้มั่นคง แข็งแรง ยั่งยืน เป็นเบสต์ แพร็กทิซ (Best practice) เป็นตัวอย่างของชุมชน เราเชื่อเหลือเกินว่าตามเศรษฐศาสตร์แก้จนรางวัลโนเบล ไพรซ์ (Nobel Prize) บอกว่าทุกคนกำหนดนโยบายความยากจน คนจนต้องเป็นคนแก้ไขครับ ดังนั้นปัญหาของชุมชนในครั้งนี้ชุมชนควรจะมีส่วนร่วม รู้จักการให้ รู้จักการรับ เพราะวัฒนธรรมอันดีงามแห่งนี้มันต้องเริ่มต้นจากบ้านครับ เพราะบ้าน หมู่บ้านก็คือ จุดเริ่มต้นของชีวิต เริ่มต้นของความร่วมมือร่วมใจ การศึกษา การเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม เราหยิบของดี ๆ ในชีวิตของคนไทย หยิบขึ้นมาร้อยเรียงเพื่อจะเป็นทุนสังคม ที่ดีครับ ขอกราบขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวิรัตน์ ตามด้วยท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม นะครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย วันนี้ขอมีส่วนร่วมอภิปรายรายงานประจำปี ๒๕๖๓ ของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ก่อนอื่นต้องขอแสดงความยินดีเช่นเดียวกัน อีกคนนะครับ สสส. ได้รับรางวัลเนลสัน แมนเดลา (Nelson Mandela) จากองค์การ อนามัยโลก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีในด้านการสร้างเสริมสุขภาพ ขอชื่นชมครับ สสส. มีส่วน ที่จะต้องช่วยสร้างความเท่าเทียมในด้านสุขภาพ การได้แชมป์ (Champ) ยาก แต่การรักษา แชมป์ (Champ) ยากกว่า ให้กำลังใจนะครับ ประธานาธิบดีเนลสัน แมนเดลา กล่าวว่า สุขภาพที่ดีไม่ใช่เป็นอุปสรรคเป็นเงื่อนไขตามรายได้หรือฐานะคน แต่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ของมนุษย์นะครับ ท่านประธานที่เคารพ สิทธิขั้นพื้นฐานในการได้รับการรักษายามเจ็บป่วย เศรษฐีกับคนธรรมดาทั่วไปแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง โรงพยาบาลเอกชนที่มิใช่โรงพยาบาลรัฐ เห็นสร้างกันเยอะแยะใหญ่ ๆ โต ๆ เต็มกันไปหมด ในปี ๆ หนึ่งมีคนไข้ไปใช้บริการ ไม่กี่หมื่นคนหรอกครับ แต่ว่าราคาก็แพง ค่ารักษาก็สูงมาก ส่วนโรงพยาบาลของรัฐเอง ก็แออัดยัดเยียดมีคนเข้ารับบริการหลายล้านคนต่อปี ผมเห็นศิริราช จุฬา รามา คนไปรอคิวกันตั้งแต่ตีสี่กว่าจะได้เข้าตรวจรักษาก็ต้องสาย ๆ บางทีก็ต้องบ่าย ๆ เที่ยง ๆ ถึงจะได้ตรวจนะครับ การแบ่งชนชั้นชนก็มิใช่ว่าจะมีเพียงเรื่องการใช้ทางด่วนนะครับ ท่านประธาน ตามที่นายกรัฐมนตรีไทยแนะนำมีเงินก็ขึ้นทางด่วน ไม่มีก็วิ่งข้างล่าง มันไม่ใช่ เท่านั้นนะครับ มันยังมีเรื่องโรงพยาบาลอีกก็เช่นกัน มีเงินก็เข้าโรงพยาบาลเอกชน ตรวจเร็ว รักษาเร็ว ปลอดภัย ไม่มีเงินก็ต้องเข้าโรงพยาบาลรัฐ การรักษาก็เป็นไปตามอัตภาพเท่าที่เรา ได้เห็นกันท่านประธานครับ การที่จะต้องใช้บริการสาธารณะที่มีค่าใช้จ่ายแพงมาก ๆ เมื่อเทียบกับรายได้ก็มิได้มีเพียงทางด่วนอีกเช่นเดียวกันที่ขึ้นราคาครั้งเดียว ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๕๐ บาท เป็น ๖๕ บาทขึ้นในครั้งเดียว ท่านประธานถ้าขึ้นราคาข้าวเยอะอย่างนี้มันก็ดี สินะครับท่านประธาน แต่ชาวนารอไปก่อนนะครับ แต่โรงพยาบาลก็เช่นกัน จนอาจจะพูด ได้ว่าหาเงินทั้งชีวิต ถ้าป่วยเพียงครั้งเดียวก็หมดตัว ท่านประธานครับ เงินทองที่สะสม มาทั้งชีวิตใช้กับการรักษาพยาบาลยามเจ็บป่วยหมด ด้วยเหตุนี้จึงไม่แปลกที่โรงพยาบาล ของรัฐจะมีคนไข้ที่แออัดอย่างมากอย่างที่เราเห็น ๆ กันอยู่ เพราะเป็นทางเลือกเดียว ที่ไม่มีทางเลือกของคนไทย ดังนั้นการไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐแล้ว สสส. จึงมีพันธกิจ หน้าที่ที่จะได้รับมอบด้วยเงินภาษีส่วนเพิ่มของเหล้า บุหรี่ปีละ ๔,๐๐๐ ล้านบาทอย่างที่ว่า แม้ปีนี้จะได้รับน้อยลง เพราะวิกฤติโควิด (COVID) ก็ตาม เหลือ ๓,๕๐๐ ล้านบาทก็ตาม ท่านมีความท้าทาย มีภารกิจที่ต้องเสริมสร้างสุขภาพอนามัยจากพฤติกรรมเสี่ยงที่เป็นคน ให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมา พฤติกรรมเสี่ยงจากเหล้า บุหรี่ เป็นสาเหตุให้เกิดโรคเอ็นซีดี (NCDs) โรคไม่ติดต่อเรื้อรัง โรคเบาหวาน โรคความดัน หัวใจ ปอด มะเร็ง ตับแข็ง จากการดื่มเหล้า เป็นต้น การเจ็บป่วยด้วยโรคเหล่านี้ที่ไม่ได้เกิดจากเชื้อโรค แต่เป็นโรค ที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นโดยเฉพาะจากการสูบบุหรี่จะเป็นสาเหตุสำคัญที่สุด ซึ่งสะสมต่อร่างกาย ทีละเล็กทีละน้อย ในแต่ละปีมีผู้เสียชีวิตเนื่องมาจากการสูบบุหรี่มากกว่า ๕๐,๐๐๐ คน เสียงบประมาณในการรักษากว่า ๗๐,๐๐๐ ล้านบาทตามรายงาน ในขณะที่ต้องเก็บภาษีบุหรี่ ได้น้อยกว่า ๒ เท่าตัวตามรายงานท่าน แต่ผมตรวจดูปี ๒๕๖๒ เก็บภาษีบุหรี่และยาสูบได้ ๖๗,๐๐๐ ล้านบาทก็ใกล้เคียงกัน ตามรายงานนี้ปัจจุบันคนไทยสูบบุหรี่ ๑๐.๗ ล้านคน ท่านประธานที่เคารพครับ ลดลงจาก ๑๒.๒ ล้านคนในปี ๒๕๓๔ ก็ถือว่า ๓๐ ปีมาลดลง ไม่ถือว่าเยอะค่อนข้างจะต่ำ แต่ก็ทราบดีด้วยเพราะว่าประชากรเพิ่มมากขึ้นด้วยทำให้สัดส่วน อาจจะเป็นไปตามนั้น ท่านประธานครับ ผมจะขอแลกเปลี่ยนประสบการณ์ส่วนตัวของผม เวลาเหลือน้อยเหลือเกิน ให้ท่าน สสส. ได้ลองพิจารณาอาจจะเป็นประโยชน์บ้าง ในเรื่องการเลิกสูบบุหรี่ ผมก็เหมือนวัยรุ่น ทั่ว ๆ ไปนั่นละครับ ๑๕-๒๐ เป็นวัยที่อยากรู้ อยากลอง อยากดื่ม อยากสูบ ท่านประธาน ผมดื่มเหล้าสูบบุหรี่ตั้งแต่อายุ ๑๕ มันไม่ใช่เรื่องดีนะครับ แต่เพื่อจะแลกเปลี่ยนเฉย ๆ ผมเองเมื่อครั้งที่ต้องการจะเลิกบุหรี่ ผมเริ่มต้นด้วยการควบคุมการสูบก่อน แล้วก็ค่อย ๆ เลิก ค่อย ๆ เลิกไปจนเลิกได้เด็ดขาดเมื่อตอนอายุ ๔๐ ผมควบคุมการสูบบุหรี่อย่างไร ผมเริ่มต้น ด้วยการไม่สูบบุหรี่ในห้องน้ำก่อน ท่านประธานก็ทราบนะครับ คนสูบบุหรี่นั่งห้องน้ำบอกว่า ถ้าไม่สูบบุหรี่มันถ่ายไม่ได้ เขาว่าอย่างนั้นนะครับ เพราะว่ามันขาดอะไรไปสักอย่างหนึ่ง ต้องสูบ สูบจนกระทั่งกลายเป็นนิสัย เข้าห้องน้ำทุกครั้งต้องสูบบุหรี่ทุกครั้งมันเป็นอย่างนั้น ต้องเริ่มตรงนี้ก่อน ผมเริ่มจากการไม่ตามใจตัวเอง ไม่สูบบุหรี่ในห้องน้ำ แล้วต่อไปก็ไม่สูบ ในบ้าน อยากสูบก็เดินไปสูบข้างนอกบ้าน จากสูบวันละซองก็ลดลงเหลือครึ่งซอง ค่อย ๆ ลดลงไป เป็นเพราะว่าถ้าออกไปข้างนอกต้องดื่มเหล้า มันขาดบุหรี่ก็ไม่ได้อีกท่านประธาน ตรงนี้คนที่ดื่มเหล้าด้วยจะเลิกยากหน่อยนะครับ เราก็ต้องเริ่มจากค่อย ๆ ลดลง ๆ จนเหลือ วันละ ๔-๕ มวน สุดท้ายเพื่อน ๆ ไม่คบผมแล้ว เพราะผมเปลี่ยนไปใช้ตราขอ ผมไม่ซื้อ ถ้ายังซื้อบุหรี่อยู่ก็ไม่มีทางลดได้ ไม่มีทางลด เลิก ละได้ เพราะฉะนั้นเริ่มต้นจากไม่ซื้อ แล้วก็ ใช้ตราขอเอา ขอจนเพื่อนรำคาญเพื่อนไม่คบด้วยก็เลิกบุหรี่ได้ในที่สุดครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ทั้งหมดที่ผมเล่ามาถ้าหากท่าน สสส. ท่านเห็นว่า มีส่วนใดที่เป็นประโยชน์ ต่อการรณรงค์ให้เลิกสูบบุหรี่ได้ก็ตามแต่ท่านจะพิจารณา ช่วงวัยที่ต้องเลิกสูบบุหรี่ อย่างเด็ดขาดก็ช่วงวัยอายุ ๔๐-๕๐ ต้องเลิกแล้ว หากไม่เลิกสุขภาพร่างกาย อายุที่มากขึ้น ประกอบกับพิษนิโคตินในร่างกายมากขึ้น ก็จะเริ่มแสดงผลต่อสุขภาพของร่างกาย อย่างชัดเจนขึ้น เรื่องเหล้า บุหรี่เป็นเสรีภาพบุคคล แต่ต้องไม่กระทบกับสิทธิของผู้อื่น แต่ถ้ากระทบต่อสิทธิผู้อื่นมันก็เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง ท่านประธานครับ เหนือสิ่งอื่นใด ยังกระทบต่อสุขภาพร่างกาย ส่งผลกระทบต่องบประมาณในการรักษาพยาบาล อีกปีละหลายหมื่นล้าน จึงเป็นหน้าที่ของ สสส. ที่จะต้องทำงานเชิงรุกให้มากขึ้น ผมรู้ครับ แม้ว่าท่านจะทำได้ดีอยู่แล้วจนได้รับรางวัลตามที่ว่านะครับ แต่ท่านจะทำได้ดีขึ้นไปอีก เพื่อไม่ให้เสียแชมป์ (Champ) แต่ทั้งนี้ยังเพื่อสุขภาพที่ดีของประชาชนคนไทยในอนาคต อีกด้วย กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิสิฐ ตามด้วยคุณหมอสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เรื่องบุหรี่กับสุขภาพเป็นที่สงสัยกันมาเป็นร้อยปี ช่วยขึ้นสไลด์ (Slide) ด้วยนะครับ🔗
จนกระทั่งเมื่อปี ๒๕๐๕ ๖๐ ปีที่แล้ว นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษจึงได้พิสูจน์ว่า บุหรี่ทำให้เป็นมะเร็งปอด แล้วก็เป็นที่ยอมรับกัน แต่นั้นมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ๒ ปีต่อมาวงการแพทย์และสุขภาพของสหรัฐอเมริกา ก็ได้พิสูจน์ออกมา บุหรี่กับมะเร็งปอดสัมพันธ์กัน คนสูบบุหรี่มีโอกาสเป็นมะเร็งปอดสูงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของนิโคตินว่าเป็นยาเสพติด เมื่อสูบแล้วก็จะมีนิโคติน อันนี้เป็นสิ่งที่ ในช่วง ๓๐ ปีเศษที่ผ่านมาโลกเพิ่งมายอมรับกัน และใน ๒๐ กว่าปีที่ผ่านมาในวงการยุติธรรม ของอเมริกาก็มีการฟ้องร้อง มีการฟ้องบริษัทบุหรี่ บริษัทบุหรี่ต้องยอมที่จะเสียเงินถึง ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านเหรียญในการที่จะจ่ายค่าชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อปี ๒๕๕๒ ศาลก็ได้พิพากษาว่า บริษัทบุหรี่แพ้ตามกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องของการใช้ การโฆษณาหรือการชวนเชื่ออย่างไม่ถูกต้อง เพราะเนื่องจากบุหรี่เป็นเหตุที่ทำให้เกิด มะเร็งปอด สไลด์ (Slide) ต่อไป ท่านผู้พิพากษาท่านนี้ได้ชี้ว่า บริษัทบุหรี่หลอกลวงประชาชนถึงอันตราย ของการสูบบุหรี่ บิดเบือนอันตรายของควันบุหรี่มือสอง จงใจควบคุมระดับนิโคติน เพื่อให้บุหรี่ มีการเสพมากขึ้นแล้วก็มุ่งเป้าไปที่เด็ก ๆ ตลอด ๔๐ ปีที่ผ่านมา สไลด์ (Slide) ต่อไป เพราะฉะนั้น บริษัทบุหรี่ ถูกบังคับให้ต้องเปิดเผยความจริงว่า บุหรี่เป็นอันตรายหรือเปล่า ที่ผ่านมา พยายามจะปฏิเสธ สไลด์ (Slide) ต่อไป บุหรี่นี่ครับ ณ เวลานี้มีผลทำให้การเกิดโควิด (COVID) เพิ่มอีก ๑๔ เท่านะครับ ผลจากบุหรี่นอกเหนือจากการเป็นมะเร็งปอด สไลด์ (Slide) ต่อไป นิโคตินมีผลต่อสมองทำให้สมองเสื่อม ทำให้เกิดการเสพติด ซึ่งอันนี้เป็นการโฆษณา ที่ทางฝ่ายบริษัทบุหรี่มักจะปฏิเสธ สไลด์ (Slide) ต่อไป ณ เวลานี้บริษัทบุหรี่ต่าง ๆ ของโลก พยายามที่จะบิดเบือนความจริง แล้วก็ยังไม่ลด มุ่งเป้าไปที่เยาวชน ในอเมริกามีเยาวชน นักเรียน ๒-๓ ล้านคนที่สูบบุหรี่ไฟฟ้าเนื่องจากถูกโฆษณาว่าโก้เก๋ แล้วไม่เป็นอันตราย ในเมืองไทยเกิดการวิ่งเต้น เรื่องของการพยายามจะให้หน่วยงานของรัฐเลิกการห้ามบุหรี่ ไฟฟ้า โดยอ้างว่านิโคตินเป็นเพียงทำให้ติด ไม่ได้เป็นตัวทำให้เกิดโรคร้าย คนไทย ๗ ใน ๑๐ คนที่ติดบุหรี่ธรรมดาจะไม่เลิกบุหรี่ตลอดชีวิต โดยเฉพาะอย่างยิ่งบุหรี่ไฟฟ้าเลิกยากกว่าครับ สไลด์ (Slide) ต่อไป รอยเตอร์ส (Reuters) ก็แฉว่าบริษัทบุหรี่มีแผนที่พยายามจะเข้าสู่ การเมือง เพื่อให้เกิดเปลี่ยนแปลงให้เขาอาศัยอำนาจทางการเมืองเข้ามาครอบงำเรื่องนี้ ในแต่ละประเทศ สไลด์ (Slide) ต่อไป โดยใช้เงินจำนวนมหาศาลชั่วโมงละ ๑ ล้านเหรียญสหรัฐ ในการที่จะโฆษณาเรื่องบุหรี่ โดยเฉพาะบุหรี่ไฟฟ้า อันนี้เป็นข่าวที่ท่านสามารถเช็ก (Check) ได้ในอินเทอร์เน็ต (Internet) สไลด์ (Slide) นี้อาจจะตรงกับสไลด์ (Slide) เมื่อสักครู่ ท่านได้เห็นแล้วว่าจริง ๆ โลกก็มีความพยายามที่จะสกัดกั้นบริษัทบุหรี่ไม่ให้มีอิทธิพล ห้ามไม่ให้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการประชุม มีอนุสัญญาที่ดับเบิลยูเอชโอ (WHO) ห้ามเข้ามา เกี่ยวข้องแต่ไม่ครับ แม้กระทั่งการสัมมนาของคณะกรรมาธิการของกระผมเองที่จังหวัด เชียงรายก็เข้ามายุ่งเกี่ยว ซึ่งผิดข้อตกลงกับต่างประเทศในเรื่องนี้ ซึ่งเรื่องนี้ผมคิดว่า ประเทศไทยจะเสียหายมากในสายตาของชาวโลก ถ้าเกิดเราปล่อยปละละเลย สไลด์ (Slide) ต่อไป อุปสรรคสำคัญตอนนี้ของโลกในการสกัดกั้นบุหรี่ แม้ว่าจะมีความพยายามให้รณรงค์ ในเรื่องนี้ก็ตาม อย่างเมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกของกระผม ท่านวิรัตน์ท่านพยายามจะแนะนำ วิธีการเลิก แต่สุดท้ายแล้วก็หนีบทบาท หรืออิทธิพลของเงินที่พวกบริษัทบุหรี่ต่าง ๆ เข้ามา ทุ่มไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของบุหรี่ไฟฟ้า ประเทศต่าง ๆ พยายามจะแก้ อย่างกรณีนี้ บางประเทศออกมาต่อต้านบริษัทบุหรี่ข้ามชาติ สไลด์ (Slide) ต่อไป ในอเมริกามีคนเสียชีวิต จากบุหรี่ปีละ ๔๘๐,๐๐๐ คน เทียบกับการเสียชีวิตจากโควิด (COVID) ปีที่แล้วประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ คน ปีนี้ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ คน มีคนที่เรียกว่า เซคันดารี สโมกเกอร์ (Secondary smoker) ก็คือไม่ได้สูบแต่ว่าคนข้าง ๆ สูบบุหรี่ ก็มีควันบุหรี่เข้าไปในปอดด้วยในอเมริกา ๕๘ ล้านคน และมีความเสียหายทางเศรษฐกิจ ๒๒๕,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ สไลด์ (Slide) ต่อไป ในประเทศไทยเราเองเราคำนวณว่า บุหรี่ก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจ ปีละประมาณกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คิดออกมาแล้ว ๖๐๐ ล้านบาทต่อวัน งบ สสส. ที่ท่านใช้แค่ ๘ วันก็หมดแล้วครับ เพราะฉะนั้นเงินที่ท่านใช้ในการสู้กับบริษัทบุหรี่โลก น้อยมากครับ สุดท้ายที่มากไปกว่านั้นคือ ตารางสุดท้ายครับ การเสียชีวิตของผู้คนที่ต้อง ล้มตายจากบุหรี่ต่อวันในประเทศไทยเราเสียชีวิตวันละ ๔๐ ราย เทียบกับวันนี้นะครับ โควิด (COVID) เสียชีวิต ๔๙ ราย ท่านดูสิครับว่า เงิน สสส. ที่ได้ไปมันน้อยมากที่จะสู้ กับพวกบริษัทต่างชาติที่พยายามจะล็อบบี (Lobby) โลกให้สูบบุหรี่ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณหมอสุรวิทย์ครับ ตามด้วยท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม นะครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผมขอแสดงความยินดีกับ สสส. ที่มีองค์กรต่าง ๆ ทั้งในระดับโลก ในระดับประเทศ ได้ให้ความสำคัญ ในระดับโลกได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ ในระดับประเทศก็ได้คะแนน ประเมินในระดับสูงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์การอนามัยโลกได้คัดเลือก สสส. ให้ได้รับ รางวัลอันทรงเกียรติเนลสัน แมนเดลา อวอร์ด ฟอร์ เฮลท์ โพรโมชัน (Nelson Mandela Award for Health Promotion) ในเดือนมกราคมปี ๒๕๖๔ รางวัลนี้คณะกรรมการ พิจารณารางวัลนี้ได้ติดตามประเมินด้านต่าง ๆ ของ สสส. มาหลายปี เคยได้รางวัล แต่ว่าครั้งนี้ ถือว่าเป็นรางวัลที่สำคัญ รางวัลนี้ได้มอบให้แก่บุคคล องค์กรต่าง ๆ ที่มีผลงาน ทราบว่า มีองค์กรจากประเทศต่าง ๆ ที่โดดเด่นถึง ๘ ประเทศส่งเข้าไป แต่ในที่สุด สสส. ของเราได้รับ รางวัลนี้ก็กราบเรียนว่าเพื่อเป็นเกียรติ รางวัลนี้ได้เป็นรางวัลที่สดุดีถึงคุณความดี การโดดเด่น ในเรื่องของการรณรงค์ ป้องกันโรคเอชไอวี (HIV) โรคเอดส์ของอดีตประธานาธิบดี ของประเทศแอฟริกาใต้ เนลสัน แมนเดลา ได้รางวัลนี้เพียงปีละ ๑ องค์กรนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ที่สมควรกล่าว ก็คือนอกจากนี้ในการตรวจสอบการประเมิน ในระดับประเทศของคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ ด้านคุณธรรมและความโปร่งใส ในปี ๒๕๖๓ สสส. ของเราได้รับคะแนนจากการประเมินถึง ๔.๙๒ ถือว่าเกือบเต็ม คะแนน สูงมากจากคะแนนเต็ม ๕ คะแนน เราได้ ๔.๙๒ ก็เป็นที่น่าชื่นชม และมั่นใจว่าสิ่งที่ สสส. ทำนั้นเป็นเรื่องที่มีหน่วยงาน มีองค์กร มีบุคลากร บุคคลชื่นชมเห็นด้วย ขอกราบเรียนว่า สสส. ได้สร้างประเด็นการขับเคลื่อน โครงการองค์กรเพื่อแก้ปัญหาตามสถานการณ์ ได้อย่างชัดเจน เช่น มีการปรับการทำงานร่วมกับองค์กร หน่วยงานเครือข่ายตามสภาพปัญหา ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นช่วงของการลดการสูบบุหรี่ การลดการดื่มสุรา หรือเรื่องวางแผน ครอบครัว เรื่องโรคเอดส์หรือเอชไอวี (HIV) เรื่องเด็กขาดแร่ธาตุไอโอดีน สสส. มีบทบาท โดดเด่นในเรื่องต่าง ๆ มาโดยตลอด ในภาวะวิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) สสส. ก็ถือว่า เป็นหนึ่งองค์กรที่มีส่วนที่สำคัญ สสส. ได้รับเชิญให้เป็นคณะกรรมการอำนวยการ เตรียมความพร้อมในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาโรคติดต่ออุบัติใหม่แห่งชาติ ซึ่งการเป็น คณะกรรมการดังกล่าวทำให้ สสส. ได้มีโอกาสได้แสดงความเห็น ชักชวน เชิญชวนให้นโยบาย ของรัฐบาลให้หน่วยงานองค์กรต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ปรับตัว มีโอกาสที่จะได้พัฒนา องค์ความรู้ นำองค์ความรู้ไปเผยแพร่เสริมกับงานของส่วนราชการอื่น ๆ ที่ทำอยู่ ไม่ว่าจะเป็น ในหน่วยงานองค์กร หรือที่อยู่ต่างจังหวัดห่างไกล จะเป็นกลุ่มชาติพันธุ์ หรือว่าโรงเรียน ตามแนวชายแดนต่าง ๆ สสส. ก็ได้เข้าไป และที่สำคัญคือว่าพัฒนาระบบดูแลผู้ป่วยโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) และผู้ได้รับผลกระทบ เช่น ที่สำคัญคือระบบแพทย์ทางไกลเทเลเมดิซ ีน (Telemedicine) เพื่อใช้ในการสอบสวนโรค ความใกล้ชิดต่าง ๆ ก็จะต้องระมัดระวัง พอมีเทเลเมดิซีน (Telemedicine) คือการใช้แพทย์ ระบบทางไกลเข้าไปในการสอบสวนโรค ในการติดตามอาการผู้ป่วยทำให้ได้รับคำปรึกษา และดูแลอย่างใกล้ชิดก็ถือว่าเป็นบทบาทที่สำคัญ ผมในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ ผมออกไปเยี่ยมตามอำเภอต่าง ๆ ตามหมู่บ้าน ตามตำบล โดยที่ได้พบโครงการ ต่าง ๆ ที่ได้รับการสนับสนุนจาก ส.ส. จำนวนมาก ผมก็ให้ความสนใจ เพราะว่ารู้ว่า สสส. ได้รับเงินจากบุหรี่ จากภาษีจะเรียกว่าภาษีบาปก็พูดได้ที่ว่า ๒ เปอร์เซ็นต์ แล้วจะเกิดผล ต่อพี่น้องประชาชนอย่างไร ก็ปรากฏว่าพี่น้องประชาชนที่ได้รับทุนไปก็สามารถทำหน้าที่ ได้อย่างดี แล้วก็มีการคัดเลือกก่อนที่จะเข้าร่วมโครงการอย่างเข้มข้น คัดเลือกเสร็จ ปฏิบัติงาน มีการรายงานผลการปฏิบัติงานเป็นระยะ ๆ ซึ่งหลายหน่วยงาน องค์กร นอกจาก เงินจาก สสส. แล้ว เขาก็มาจัดงบประมาณ หรือว่ามีผู้เข้ามาร่วมสนับสนุนเพิ่มเติมขยายผล ซึ่งเป็นเรื่องที่เราต้องการ สสส. ได้ทำหน้าที่นี้ได้อย่างดีที่สุดแล้ว ผมก็กราบเรียนถามเล็กน้อยว่า ในช่วงต้นของการปฏิวัติรัฐประหารปี ๒๕๕๗ ได้ทราบข่าวว่ารัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะมีแนวคิดที่อาจจะไม่สนับสนุน สสส. จนมีข่าวว่าจะมีการยุบ สสส. เอาเงินกองทุน สสส. ไปใช้ ถามว่าขณะนี้รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งมาจาก การเลือกตั้ง ตอนหลังนี้ล้มเลิกความคิด ยุบเลิก สสส. แล้วหรือยัง และรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้นำเงิน สสส. ไปใช้มากน้อยเพียงใด ขอบคุณครับ🔗
คุณหมอ อาจจะถามผิดที่นะครับ ตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรีเลยนะครับ ถ้าแนวความคิด ท่านนายกรัฐมนตรีนี่ต้องถามนายกรัฐมนตรีนะครับ ถามเจ้าหน้าที่ สสส. คงไม่ถูกครับ ต่อไปเชิญท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ ตามด้วยท่านผ่องศรี แซ่จึง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช วันนี้ผมขอร่วมอภิปราย รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๓ ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือเรียกว่า สสส. ผมเรียนอย่างนี้ว่า ต้องขอบคุณที่ให้รายละเอียดข้อมูลทางการทำรายงาน ได้เป็นอย่างดี อันนี้ก็ได้เห็นภาพปรากฏการณ์ขับเคลื่อนการทำงานของ สสส. ได้อย่างชัดเจน เป็นรูปเล่มสวยงาม ก็ขอชมเชยด้วยนะครับ อย่างไรก็ตามผมอยากจะเรียนอย่างนี้ อันนี้ ก็เป็นคำถามที่ผมมีอยู่ในใจตลอด คือแม้ว่าเราจะเห็นความสำเร็จของ สสส. เกือบหลายด้าน ด้วยกัน โดยเฉพาะการทำงานตามเป้าหมายที่ สสส. มี ไม่ว่าจะเป็นการลดการเจ็บป่วย การลดการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร แล้วขับเคลื่อนงานนี้ในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการลดเลิก การสูบบุหรี่ การเฝ้าระวัง การกระทำผิด การดื่มแอลกอฮอล์ เป็นต้นรวมทั้งเรื่องอื่น ๆ ผมก็เรียนว่า บางเรื่องเวลาอ่านผมก็คิดถึงหน่วยงานหลายหน่วยที่ทำงานในลักษณะเดียวกัน ก็ต้องยอมรับว่า แยกไม่ค่อยออกว่างานใดที่ สสส. ทำ ผมยกตัวอย่างสักเรื่องหนึ่ง สมมุติว่าเราพูดเรื่องความปลอดภัยทางถนน ผมคิดว่าหลายหน่วย ทำงานเรื่องความปลอดภัยทางถนน แล้วในรายงานหน้าที่ปรากฏสถานการณ์ปัจจัยเสี่ยง ทางสุขภาพก็ชี้แจงว่า ความปลอดภัยทางถนนมีจำนวนลดลงเท่าไร อย่างไร คำถามผม ก็คือว่า ความลดลงมันเป็นความลดลงด้วย สสส. เองเท่าไร อย่างไร อันนี้ก็เป็นประเด็น ที่มีคำถามอยู่ตลอด เพราะว่าหน่วยงานฟังก์ชัน (Function) ตามกระทรวง ทบวง กรมเขาก็ทำ งานสุขภาวะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการลดการเจ็บป่วย การลดการเสียชีวิตอันควรอย่างนี้ กระทรวงสาธารณสุขก็ทำ ประเด็นผมก็คือว่าช่วยแยกแยะว่า งานที่ สสส. ทำที่มันต่างจาก หน่วยงานฟังก์ชัน (Function) ปกติคืออะไร ประเด็นนี้ผมอยากจะเสนอไว้ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการทำงาน ซึ่งผมคิดว่าน่าสนใจก็คือ สสส. เขาได้ทำงานด้านการสร้างเครือข่าย ความร่วมมือกับภาคี ไม่ว่าจะเป็นภาคีภาคเอกชน ภาคีชุมชน ภาคีท้องถิ่น อันนี้ก็เป็น ปรากฏการณ์ที่ดีซึ่งผมก็ขอชมเชย แต่สิ่งที่เราแยกให้ต่างผมคิดว่าอันนี้เป็นเรื่องน่าสนใจ อย่างไรก็ตามในหลายเรื่องที่ผมพูดก็อาจจะอยากให้ตอบด้วยอย่างที่ผมถาม ในประเด็นที่ ๑🔗
ส่วนกิจกรรมที่จะแยกมันมีหลายเรื่องในการขับเคลื่อน ซึ่งผมคิดว่า หลายโครงการที่ผมพยายามดู ถ้าจะทำเป็นโมเดล (Model) หรือทำเป็นต้นแบบ หรือทำเป็นเคส (Case) ที่ท่านไปดำเนินการในชุมชนท้องถิ่น ผมคิดว่าอันนี้จะเป็นความชัดเจน แต่มีข้อสังเกตหนึ่ง ที่ผมคิดก็คือว่า ที่ทำมาส่วนหนึ่งเราไปทำกับชุมชนที่ค่อนข้างจะมีลักษณะที่มีความแอกทีฟ (Active) พอสมควร หรือมีนวัตกรรมที่เกิดขึ้น แล้ว สสส. ก็ไปเติมสนับสนุนด้านการเงินก็ดี หรือการขับเคลื่อนร่วมกันก็ดี ตรงนั้นก็ไม่ขัดข้อง แต่จะเสนออีกแบบหนึ่งก็คือว่าไปทำ กับหน่วยที่เป็นการทดลองทำกับพื้นที่ที่กันดารหรือพื้นที่ที่ไกลปืนเที่ยง พื้นที่ที่หน่วยงาน ฟังก์ชัน (Function) หรือส่วนราชการเข้าไม่ถึง ผมว่าอันนี้น่าสนใจจึงเสนอแนะว่าต่อไปนี้ สสส. ลองไปบุกกับพื้นที่ที่ไกลปืนเที่ยง พื้นที่ที่ไกลงานของหน่วยงานราชการที่เข้าไปไม่ถึง แล้วไปดำเนินการ อย่างเช่น ลองดูไปทำในเรื่องของหมู่บ้านปลอดภัยทางถนนอย่างนี้ หรือว่า จะไปทำเรื่องหมู่บ้านที่ไม่สูบบุหรี่ หรือลดบุหรี่ได้อย่างชัดเจน หรือไปทำเรื่องการลดเจ็บป่วย ไปทำกับท้องถิ่นลองดูว่า ท้องถิ่นที่คิดเรื่องการทำให้เป็นหมู่บ้านปลอดผู้เจ็บป่วยก็ได้ คือสุขภาวะเขาดี ก็ลองดูจากที่สุขภาวะไม่ดีทำให้มันดีขึ้น ผมคิดว่ามันมีหลายเรื่องที่น่าสนใจ ที่ สสส. ได้ทำ หรือหมู่บ้านปลอดยาเสพติด หรือตำบลขับขี่ปลอดภัย หรือตำบล หมู่บ้าน ชวนกันกินผักอย่างนี้ ผมคิดว่าเรื่องราวเหล่านี้น่าสามารถไปทำเป็นเคส (Case) ได้ นี่ประเด็นที่ ๒🔗
ประเด็นที่ ๓ ผมคิดว่าลองดูเรื่องของการที่ไปสนับสนุนเรื่องการจูงใจ คืออาจจะเป็นหน่วย คำถามคือ สสส. จะเป็นหน่วยปฏิบัติเอง หรือจะเป็นหน่วยสนับสนุน ถ้าเป็นหน่วยสนับสนุนก็พยายามที่จะไปส่งเสริมการจูงใจให้กับหน่วยนั้น ๆ หรือชุมชนนั้น ๆ ท้องถิ่นนั้น ๆ ที่เขาทำดีในการให้รางวัลตามงานที่จะประกาศให้ อันนี้ก็เป็นประเด็นที่เสนอไว้ ในประเด็นที่ ๓🔗
ส่วนอีกประเด็นหนึ่งที่ผมคิดว่าน่าจะทำอีกประเด็น คืองานที่ออกมาในเล่ม ส่วนใหญ่เป็นการบอกผลการดำเนินงานแต่ละเรื่อง ๆ แต่ละด้าน ๆ มีลักษณะเป็นจำนวน มีลักษณะเป็นการจัดสัมมนา มีลักษณะในเรื่องของการทำเวที มีลักษณะการทำต้นแบบ เป็นต้น ยังมีงานอื่นด้วย แต่ประเด็นผมก็คือว่าจะทำอย่างไรให้มีเอาต์พุต (Output) เอาต์คัม (Outcome) ที่ชัดเจน ผมขอเวลา ๑ นาที ท่านประธานครับว่าอยากจะยกตัวอย่างให้ทราบ อย่างเช่นในหน้า ๑๓๙ การลดการเสียชีวิตจากความปลอดภัยทางถนน ท่านพูดเรื่องตำบล ขับขี่ปลอดภัย แล้วก็มีการวางแผนดำเนินงานตามนโยบายอยู่ ๑,๐๐๐ กว่าแห่ง ประเด็นผม ก็คือว่าใน ๑,๐๘๕ แห่ง เอาต์คัม (Outcome) ก็คือว่าจะทำอย่างไรให้ผลการดำเนินงานนั้น ได้แสดงด้วยว่า ไปวางแผนดำเนินการแล้วได้แสดงผลให้ชัดเจน อีกหน้าหนึ่งก็คือในหน้า ๑๔๕ ท่านพูดเรื่องจัดการปัญหาการพนัน เป็นต้น ปัญหาการพนัน ความจริงมีหลายกระทรวง ทบวง กรม ได้ทำ ไม่ว่าจะเป็นกรมตำรวจ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ แต่ว่าเอาละเรื่องของ สสส. ผมได้ยกหน้านี้ขึ้นมา ท่านไปเริ่ม ดำเนินงานกับเครือข่ายต่าง ๆ ทำงานกับเครือข่าย แล้วให้มีความตระหนักในเรื่องเหล่านี้ มีการจัดประชุม มีการจัดให้มีสื่อการสอนต่าง ๆ คำถามก็คือว่าอยากให้แสดงผลลัพธ์ของงาน ที่ท่านทำตรงนี้ในหน้า ๑๔๕ มากกว่าการแสดงเป็นจำนวนครั้งหรือจำนวนงานประชุม จำนวนสื่อที่จัดการเรียนการสอน เป็นต้น นั่นก็คือให้ดูผลลัพธ์ ทั้งหมดนี้เป็นข้อเสนอ ด้วยความตั้งใจ และอยากเรียนว่าสิ่งที่ผมเสนอลองพิจารณาดูว่าจะทำให้ สสส. มีงาน ที่ปรากฏชัดเป็นของตนเองได้มากขึ้น อันนี้ก็กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้เกี่ยวข้อง ตามที่ผมได้เสนอแนะด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปเชิญ ท่านผ่องศรี ตามด้วยท่านคุณหมอบัญญัติ เจตนจันทร์ ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ นางผ่องศรี แซ่จึง จังหวัดศรีสะเกษ เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ขออนุญาตแสดงความยินดี กับ สสส. ที่ได้รับรางวัลเกียรติยศ แล้วก็ต้องเรียนว่าการทำงานของ สสส. นี้มีผลต่อ ประเทศชาติบ้านเมือง เพราะว่าสุขภาพของคนเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดเลย ทรัพยากรที่มีค่า ที่สุดของประเทศก็คือมนุษย์ มนุษย์จะเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่ามาก แต่ถ้าเขาง่อยเปลี้ยเสียขา แล้วประเทศชาติจะเกิดอะไรขึ้น เพราะฉะนั้นดิฉันจึงชื่นชมการทำงาน แต่ก็มีหลายอย่าง ที่จะต้องคุยกันในประเด็นที่ดิฉันมีข้อสังเกตและจะต้องนำเสนอในตอนท้าย ประเด็นที่ดิฉัน สนใจมาก แล้วก็ทำในพื้นที่ตัวดิฉันเองก็คือ เรื่องงดเหล้าไม่ใช่แค่งดในการเข้าพรรษาเท่านั้น และดิฉันเห็นด้วยตรงข้อความที่ว่า นายอำเภอจะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการทำให้กิจกรรมนี้ ประสบความสำเร็จ เพราะว่าดิฉันเห็นชัดมาแล้วในพื้นที่ดิฉันมี ๒ อำเภอที่ทำอย่างยิ่งยวด ก็คืออำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ นายอำเภอสมัครสีหมอก เป็นหัวหน้าเลย คือถ้านายอำเภอทำแล้ว เครือข่ายของกระทรวงมหาดไทยที่อยู่ในอำเภอนั้น ก็คือท้องถิ่นท้องที่ใช่หมดเลยค่ะ แล้วบุคคลเหล่านี้จะมีส่วนสำคัญในการทำกิจกรรมเหล่านี้ ในการรณรงค์พวกนี้มันก็จะเข้าข่ายว่า ถ้าหัวไม่ส่ายหางก็ไม่กระดิก ถ้าหัวเอาแบบนี้หางก็ต้องเอา เพราะฉะนั้นดิฉันประสบ ความสำเร็จในอำเภอราษีไศล นายอำเภอไพรัช หอมกลิ่น กับดิฉันได้ร่วมกันรณรงค์ งานปลอดเหล้าทั้งอำเภอเลยนะคะ ๑๓ ตำบลของอำเภอราษีไศลเรามีการประชุมประชาคม แต่ละอำเภอรณรงค์เริ่มตั้งแต่งานบุญเข้าพรรษา งดเหล้าเข้าพรรษา แล้วกระจายไป เชื่อไหมว่า แต่ละตำบลจะมีการทำประชาคมของตำบลตัวเองว่า ตำบลนี้เขาจะงดเหล้าในกี่งาน อย่างน้อยที่สุด ๔ งาน ท่านประธานคะ มีบางตำบล ๘ งานเลยที่จะงดเหล้าในวันกิจกรรม ที่สำคัญ เช่น ประเพณีบุญบั้งไฟ ท่านนายอำเภอ ท่านผู้กำกับเราไปเดินรณรงค์เลย เราทำ กิจกรรมเดินรณรงค์ตรงร้านบั้งไฟ ตรงที่จุดบั้งไฟ เพราะเราถือว่าบุญบั้งไฟเป็นบุญสนุกสนาน ต้องมีเหล้า เพราะฉะนั้นเราทำสำเร็จ แต่ท่านเชื่อไหมคะว่า พอนายอำเภอท่านที่รณรงค์ เก่ง ๆ และเอาใจใส่อย่างจริงจังไป นายอำเภอท่านใหม่มา อย่างนี้เป็นต้น นอกจาก ถ้าท่านไม่รณรงค์ต่อแล้วท่านยังกินเหล้าด้วยนี่ก็ไม่สำเร็จ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ดิฉัน อยากให้ สสส. นำไปเป็นประเด็นที่สำคัญ แล้วท่านต้องประสานงานกระทรวงมหาดไทยด้วย และกระทรวงอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องนะคะ🔗
เรื่องหนึ่งที่ดิฉันให้ความสำคัญมากก็คือ จากการดูรายงานฉบับนี้ หน้า ๓๑๑-๓๑๓ เรื่องของเด็ก เรื่องของอาหารโภชนาการและสุขภาพเด็กวัยเรียน ดิฉันให้ความสนใจมาก เพราะว่าเด็กเหล่านี้เขาจะต้องได้รับสุขอนามัยที่ดี โดยเฉพาะ เรื่องอาหาร แต่ในรายงานท่านบอกว่าประสบความสำเร็จก็ขอให้มันสำเร็จจริง ๆ เพราะว่า วันนี้ต้องยอมรับเงินค่าอาหารกลางวันรายหัวเด็กน้อยมาก แล้วคุณครูก็ต้องทำเรื่องนี้ด้วย คุณครูทำแล้วก็สอนด้วย เพราะฉะนั้นก็จะมีปัญหาเยอะแยะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องนมโรงเรียน หรืออะไร เพราะว่าเด็กเหล่านี้เป็นทรัพยากรที่มีค่าที่จะเป็นผู้ที่จะเติบโตมารับผิดชอบ บ้านเมือง🔗
อีกประเด็นหนึ่งที่ดิฉันให้ความสำคัญก็คือ การบริโภคอาหารที่ลดพวกน้ำตาล สังเกตไหมคะว่าวันนี้คนเป็นเบาหวานมากขึ้น ๆ เลย มากขึ้นจริง ๆ แล้วมันก็เป็นอะไร ที่รณรงค์แล้วรณรงค์อีก เหมือนพยาธิใบไม้ในตับแต่ว่ามันก็ต้องทำต่อไป อยากให้ประเด็นนี้ เป็นประเด็นสำคัญ เพราะว่าโรคเอ็นซีดี (NCDs) นี้เป็นโรคที่น่ากลัวมากที่สุดเลย มันเป็นได้ เยอะแยะ แล้วมันจะบั่นทอนประเทศชาติบ้านเมืองด้วย อันนี้หลาย ๆ โครงการของท่าน หลาย ๆ งานของท่านที่ดิฉันดูจากการตรวจรายงานการเบิกจ่ายเงินก็น่าเห็นใจว่า หลายงาน หลายกิจกรรมเลยที่มันต้องปรับต้องเปลี่ยน เพราะว่ามันอยู่ในภาวะของโควิด (COVID) บางงานบางกิจกรรมเขียนไว้สวย ดีมากเลย แต่ว่าดูไปแล้วก็ยังถือว่ายังไม่ได้ทำก็มี ทำแล้ว ยังไม่ประสบความสำเร็จ อันนี้ท้าทายนะคะ เข้าใจได้ว่ามันอยู่ในภาวะเช่นนี้ แต่ท่านจะต้อง ไปหาวิธีว่าจะทำอย่างไรที่จะให้ใช้งบประมาณนั้นได้คุ้มค่า ได้เกิดประโยชน์จริง ๆ แล้วมัน ก็จะเกิดประโยชน์จริง ๆ ที่อยากฝากอันหนึ่งก็คือ คำครหาหลาย ๆ อย่างที่มีต่อ สสส. ดิฉันทำงานกับ สสส. มานาน รู้จักหลายท่านเลย คำครหานินทาต่าง ๆ ท่านต้องไปพิจารณา ท่านต้องไปดูว่ามันใช่หรือไม่ ถ้าไม่ใช่ท่านจะตอบสังคมอย่างไร ถ้าใช่ท่านจะทำอย่างไร อันนี้เป็นประเด็นที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง🔗
สิ่งที่ดิฉันอยากจะเสนอ อันนี้ขอเสนอเลยนะคะ อันที่ ๑ ก็คือเปิดโอกาส ให้ทุกจังหวัดมีโหนด (Node) มากขึ้น และให้กระจายไปในชนบท เพราะว่าพี่น้องเราบางที ไม่รู้จัก สสส. แต่กิจกรรมหลายกิจกรรมลงในพื้นที่ อันที่ ๒ รูปแบบ แบบฟอร์ม (Form) การของบประมาณในการสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ขอให้เขียนง่าย ๆ ขอให้คนในชนบท ชาวบ้านเขาเขียนได้ เขียนเป็น เพราะอันนี้เป็นการเปิดโอกาสอยากเขียน เขียนไม่เป็น ไม่มี คนพาเขียนจบเลยค่ะ เพราะฉะนั้นขอให้พิจารณาประเด็นนี้ด้วยว่า ให้เขียนง่าย ๆ หน่อย ให้ชาวบ้านที่เขาจะได้ทำ ให้เขาเขียนได้ ให้เขามีโอกาสเข้าถึงทุนที่เขาจะได้ทำกิจกรรมดี ๆ เหล่านี้ อันที่ ๓ ก็คือกิจกรรมต่าง ๆ นั้นควรจะต่อเนื่อง ไม่ใช่ให้ทำ ๑ ครั้ง ๒ ครั้ง ได้ผลดี แล้วก็จบไปเลย แล้วเขาก็ไม่มีงบประมาณต่อเนื่อง อย่างกิจกรรมงานบุญปลอดเหล้า มันต้อง ทำบ่อย ๆ ทำบ่อย ๆ เพราะว่าคนมันเปลี่ยนแปลง ไม่มีอะไรที่ไม่เปลี่ยนแปลงในโลกนี้ สรรพสิ่งเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องปกติ เพราะฉะนั้นเราต้องย้ำ ต้องเตือน ต้องเติมให้กิจกรรม ต่อเนื่องเพื่อความมั่นคงและยั่งยืนอย่างแท้จริงนะคะ แล้วอันที่ ๔ ก็คือควรจะให้ประชาชน มีส่วนร่วมในการประเมินผล และในการร่วมแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ท่านจะได้ ประโยชน์มากเลยค่ะ เพราะว่าไม่มีใครที่จะรู้ทุกเรื่องนอกจากคนในพื้นที่ แล้วในแต่ละพื้นที่ ในแต่ละประเด็นก็จะมีปัญหาที่ไม่เหมือนกัน เพราะฉะนั้นถ้าท่านขยายโหนด (Node) ลงไป แบ่งงบประมาณไม่ต้องเป็นก้อนใหญ่ค่ะ ก้อนละไม่ต้องใหญ่มาก ให้ทำพอประมาณ มันจะได้กระจายแล้วมันจะได้เกิดผลอย่างแท้จริง ให้มันถึงประชาชนชาวรากหญ้านะคะ อันนี้เป็นข้อสังเกตที่ดิฉันฝากไว้ เพื่อน ๆ ที่เป็นโหนด (Node) ที่ศรีสะเกษได้ฝากมาค่ะ ขอบพระคุณค่ะให้กำลังใจนะคะ ขอบคุณค่ะ🔗
เชิญอีก ๓ ท่านนะครับ มีคุณหมอบัญญัติ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านซูการ์โน พรรคประชาชาติ ท่านพรรณสิริ พรรคพลังประชารัฐ เชิญนายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอชื่นชมและขออภิปรายสนับสนุนรับทราบรายงานของกองทุน สสส. ซึ่งปีนี้ทำรูปเล่มได้สวยงามแล้วก็มีรายละเอียดที่ครบถ้วนนะครับ ก่อนอื่นผมขอสไลด์ (Slide) จากฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์🔗
ความเป็นมาของกองทุน สสส. เดิมทีเดียว สสส. ตั้งขึ้นด้วยนโยบายมติ ครม. สมัยท่านนายก ชวน หลีกภัย เห็นชอบกับ ที่ท่านดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง สมัยนั้นปี ๒๕๔๒ ให้ตั้งองค์กร สสส. ขึ้น แล้วมติ ครม. สมัยนั้นก็เห็นชอบต่อร่างพระราชบัญญัติกองทุน สสส. ต่อมาก็เป็น พ.ร.บ. กองทุน สสส. จนทุกวันนี้เป็นเวลาถึง ๒๐ ปีเศษแล้วนะครับ วัตถุประสงค์ของ สสส. หรือกองทุนของ สสส. นั้น ผมกล่าวโดยสรุปวัตถุประสงค์หลัก ก็คือเพื่อให้ประชาชนทุกวัยได้ตระหนักถึงโทษและพิษภัยของสุรา ยาสูบ หรือสาร หรือสิ่งอื่น ผมเน้นคำว่า หรือสาร หรือสิ่งอื่นที่ทำลายสุขภาพ โดยส่งเสริมสนับสนุน การส่งเสริมสุขภาพแก่ทุกชุมชนและทุกองค์กร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอชื่นชม สสส. ที่ได้นำสถานการณ์เรื่องของปัจจัยเสี่ยงทางสุขภาพ มานำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ในรายงานฉบับนี้นะครับ🔗
โดยสรุปก็คือสถานการณ์ปัจจัยเสี่ยงข้อที่ ๑ คือเรื่องของยาสูบนะครับ ซึ่งท่านสมาชิกหลายท่านได้อภิปราย เรื่องที่ ๒ เรื่องสุรา เรื่องที่ ๓ เรื่องความปลอดภัย ทางถนน เรื่องที่ ๔ การมีกิจกรรมทางกายลดลง นี่ก็อยู่ในวัตถุประสงค์คือ สิ่งอื่นที่ทำลาย สุขภาพ แต่สถานการณ์โควิด (COVID) คนก็ไม่ค่อยเคลื่อนไหว สสส. ก็จับประเด็นนี้ได้ว่า คนเคลื่อนไหวน้อยลง ในปัจจัยเสี่ยงที่ ๕ การบริโภคผักและผลไม้ ก็คือเมื่อบริโภคผัก และผลไม้น้อยลง ปัจจัยเสี่ยงสุขภาพก็มากขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ ปัจจุบันประเทศไทย ของเราประสบปัญหาโรคไม่ติดต่อเรื้อรังหรือเราเรียกว่าโรคเอ็นซีดี (NCDs) ผมอยากจะให้ สสส. นำเรื่องของเอ็นซีดี (NCDs) โรคไม่ติดต่อเรื้อรังนี้เข้ามาเป็นเรื่องที่จะต้องได้รายงาน แล้วก็จะต้องได้รณรงค์ให้ลดสิ่งเหล่านี้ให้ได้ เพราะประเทศไทยมีผู้เสียชีวิตจากโรคเอ็นซีดี (NCDs) วันละ ๑,๐๐๐ คน สูญเสียงบประมาณของชาติไปถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ จีดีพี (GDP) ซึ่งตกประมาณ ๑.๕ ล้านล้านบาท ครึ่งหนึ่งของงบประมาณรายจ่ายประจำปี โรคเอ็นซีดี (NCDs) หลายท่านอาจจะฟังไม่เข้าใจนะครับ ก็คือ โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคถุงลมโป่งพองจากการบริโภคยาสูบ หรือบุหรี่ โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคไตเรื้อรัง โรคมะเร็ง โรคอ้วนลงพุง โรคตับแข็งจากการบริโภคสุรา และโรคสมองเสื่อม เป็นต้น ซึ่งโรคเอ็นซีดี (NCDs) เหล่านี้เป็นกลุ่มโรคใหญ่ที่นับวันในสังคม สมัยใหม่ซึ่งไม่ค่อยมีการเคลื่อนไหว ไม่ค่อยได้มีการออกกิจกรรมทางกาย ทำงานอยู่หน้า คอมพิวเตอร์หรืออยู่ในออฟฟิศ คนมีเครื่องอำนวยความสะดวกมากมายทำให้โรคนี้กลายเป็น สิ่งอื่นที่เป็นสิ่งที่เข้าได้กับวัตถุประสงค์ของ สสส. เรียกว่า สิ่งอื่นที่ทำลายสุขภาพ อยากจะให้ สสส. ในปีต่อไปได้รายงานสิ่งเหล่านี้เข้ามาด้วย ก็จึงฝาก สสส. ดังนี้ครับ อยากจะให้ สสส. หันมาให้ความสำคัญกับการรณรงค์ให้ประชาชนได้ตระหนักรู้เรื่องโทษ และภัยของโรค ไม่ติดต่อเรื้อรัง ให้รู้อย่างเดียวไม่ได้จะต้องให้มีการตระหนักรู้ด้วย เมื่อตระหนักรู้แล้วก็ขอให้ ปฏิบัติได้จริงด้วย เมื่อปฏิบัติได้จริงแล้วก็ต้องบอกต่อด้วย ผมมักจะพูดว่าความตระหนักรู้ ในสุขภาพนั้น ซึ่งกรมอนามัยเองก็ดี สสส. ก็ดี จะต้องถือว่าเป็นเรื่องเฮลท์ ลิเทอเรซี (Health literacy) คือความตระหนักรู้ในสุขภาพ รู้แล้วต้องปฏิบัติจนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ เหมือนศาสนาพุทธบอกว่า ต้องแก้กรรม การแก้กรรมก็คือการแก้พฤติกรรม พฤติกรรมเก่า ก็คือกรรมเก่าก็ได้ พฤติกรรมใหม่ คือการแก้กรรมมาสู่พฤติกรรมใหม่ ไม่ใช่ของง่ายที่คน จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรม แต่ผมเชื่อมั่นว่า สสส. ทำได้ เพราะ สสส. มีทุนที่ได้จากภาษีบาป นำไปปรับปรุงสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ซึ่งในรายงานฉบับนี้ยังมีไม่ค่อยสมบูรณ์เท่าไร🔗
เรื่องที่ ๒ ก็อยากจะให้ สสส. รณรงค์เรื่องของสารอื่น หรือสิ่งที่เรียกว่า เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรังก็คือ นอกจากสุราและยาสูบแล้ว เรื่องของอาหารเค็ม การติดฉลากอาหารเค็ม เดี๋ยวนี้ก็เริ่มจะมีการลดการบริโภคโซเดียม การลดอาหารหวาน เดี๋ยวนี้เครื่องดื่มหลายอย่างก็เริ่มหวานน้อย หวานน้อยสั่งได้ เริ่มจะต้องมีการรณรงค์สิ่งนี้ เรื่องของการลดการบริโภคไขมัน แล้วก็เริ่มมีการเพิ่มการออกกำลังกาย ขนมกรุบกรอบ บางอย่างในถุงก็เริ่มเขียนว่า บริโภคแต่น้อยออกกำลังให้มากขึ้นอะไรต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ แล้วก็การลดความอ้วนลงพุง ซึ่งปัจจัยเสี่ยงเหล่านี้ล้วนแต่นำไปสู่ภาวะของโรคเอ็นซีดี (NCDs) หรือโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งบั่นทอนสุขภาพของพี่น้องประชาชนไทย และทำให้ รายจ่ายของประเทศหมดสิ้นไปกับสิ่งเหล่านี้ ประสิทธิภาพของประเทศก็ลดลง ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็เพื่อสุขภาพที่ดีของคนไทย แล้วก็ความแข็งแรงของคนไทยสืบไป กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธาน🔗
ท่านต่อไป ท่านซูการ์โน มะทา ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ วันนี้ผมขออนุญาต ใช้เวลา ๗ นาที อภิปรายรายงานประจำปี ๒๕๖๓ ของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริม สุขภาพ🔗
ลำดับแรก ต้องชื่นชมในการดำเนินการในรูปเล่มที่ได้กระทำเป็นรูปเล่ม ที่สวยงามและมีข้อมูลที่ชัดเจนมากขึ้น แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากอภิปรายเพิ่มเติมเพื่อเป็น ข้อเสนอแนะไปยังคณะกรรมการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลายท่านก็พูดมาแล้วว่า กองทุนนี้มาจากเงินภาษีบาป กองทุนนี้มาจาก ๒ เปอร์เซ็นต์ของภาษีบาป ซึ่งถ้าเราจำได้ว่าก่อนหน้านี้ประเทศไทย เราไม่มีเรื่องการต้องมา รณรงค์เรื่องการดื่มสุรา แต่ว่าด้วยต้องการสร้างรายได้ ข้อเท็จจริงเราก็ต้องไม่ลืมว่า เริ่มต้นจากการที่จะหาเงินเข้าประเทศ เรามีการอนุญาตเปิดโรงเหล้าถึง ๑๒ แห่งทั่วประเทศ วันนี้ถ้ามาดูในรายงานกิจกรรมทั้งหมด ตลอดการตั้งกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ที่ผ่านมานั้นจะเห็นได้ว่า ทางกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพให้ความสำคัญอย่างยิ่ง กับการดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชนในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของเยาวชน ที่เกี่ยวข้องกับการสูบบุหรี่หรือการขับขี่ที่ไม่ปลอดภัย สิ่งหนึ่งที่ผมอยากฝากและตั้งข้อสังเกต ผ่านรายงานฉบับนี้ก็คือว่า วันนี้ถ้าเรามาดูในเรื่องของความก้าวหน้าในระบบของโซเชียล (Social) พี่น้องประชาชน แม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด (COVID) ไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหนเท่าไร แต่วันนี้ธุรกิจการค้าออนไลน์ (Online) ก็เป็นธุรกิจหนึ่งที่มา เผยแพร่มากในสังคมโซเชียล (Social) บ้านเรา ผมเห็นว่าการสร้างพลังคุ้มครองผู้บริโภค โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวข้องกับอาหารเสริมสุขภาพต่าง ๆ ที่จำหน่ายอยู่ในสื่อโซเชียล (Social) ต่าง ๆ นั้นเป็นสิ่งที่ผมให้ความสำคัญว่า ทาง สสส.น่าจะให้ความสำคัญตรงนี้ ให้มากขึ้นด้วย เพราะว่าวิธีการที่จะได้มาซึ่งรายได้ก็คือ การโฆษณาชวนเชื่อ การโฆษณา ชวนเชื่อถ้ามันเกินความจริงคนก็หลงทาง นำไปซื้อมาบริโภค สุดท้ายก็ประสบกับปัญหา สุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้เมื่อสักครู่ท่านคุณหมอบัญญัติได้พูดแล้วว่า โรคระบาด ที่ไม่ใช่โรคติดต่อ แต่เป็นโรคระบาดที่เกิดขึ้นที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อพี่น้องประชาชนคนไทย ก็คือปัญหาสุขภาพของเยาวชนที่เป็นอนาคตของประเทศ โดยเฉพาะเรื่องโรคอ้วน โรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูงต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่พวกเราเป็นห่วง อยากให้มี การเขียนเพิ่มเติมตรงนี้🔗
ในประเด็นต่อมาที่ผมให้ความสำคัญก็คือ นอกจากเรื่องความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สินการใช้เส้นทางคมนาคมแล้ว อย่าลืมเรารณรงค์เรื่องความปลอดภัย ในการขับขี่อย่างมาก แต่เราไม่เคยสร้างสำนึกให้กับผู้ขับขี่หรือผู้ที่ใช้ยวดยานพาหนะ ให้ตระหนักสำนึกเหมือนกับพี่น้องประชาชนชาวญี่ปุ่นที่เขาสำนึกว่า หน้าที่ที่ต้องปฏิบัติ ตามกฎจราจรนั้นเป็นอย่างไร วันนี้ปัญหาผู้ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางรถยนต์นั้น เบื้องต้น เกิดมาจากเมาแล้วขับ ไม่สวมหมวกกันน็อก (Knock) ต่าง ๆ เหล่านี้ ก็มาจากเงินที่เป็นภาษี ที่ท่านเอามาดำเนินการในกิจกรรมนี้ แต่วันนี้ผมยังไม่เห็นว่าการที่จะสร้างจิตสำนึก ให้ประชาชนคนไทยที่มีรถยนต์ตระหนักสำนึกว่า กฎจราจรนั้นเป็นอย่างไร ทำอย่างไร ให้ผู้บังคับกฎหมายจราจรให้บังคับจริง ใช้งานได้จริง เช่น ถ้าเราเดินทางผมว่าท่านประธาน เดินทางกลับไปที่แปดริ้ว ก็คงจะทราบดีถ้าท่านไม่มีรถนำ รถช้าวิ่งขวา รถเร็วจะแซงต้องแซงซ้าย ผมว่าปัญหาอุบัติเหตุสำคัญที่สุดก็คือ เราไม่มีความรับผิดชอบ สำนึกในหน้าที่ว่าการขับขี่ รถยนต์ที่ถูกต้องนั้นจะทำอย่างไร แม้ว่าวันนี้กระทรวงคมนาคมได้กำหนดแล้วว่าเลน (Lane) ขวา สำหรับไว้แซง ซึ่งสามารถขับขี่ได้ความเร็วถึง ๑๒๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง แต่ปัญหาจากมาตรการ การรณรงค์ของท่านในเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การขับขี่ยานพาหนะนั้น มันเป็นช่องทางการหากินของผู้บังคับใช้กฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นตำรวจทางหลวง ตำรวจท้องที่ ตำรวจจราจรต่าง ๆ เหล่านี้กลับมาบังคับซ้ำเติมพี่น้องประชาชนเข้าไป ผมอยากฝากประเด็นนี้ ว่าเป็นเรื่องสำคัญที่ทาง สสส. ควรจะมีข้อมูลนำเสนอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย หรืออยู่ในรายงานอย่างนี้ด้วยนะครับ🔗
เรื่องสุดท้ายครับ เนื่องจากเวลาเหลือแค่ ๑ นาที เรื่องของกลุ่มเปราะบาง กลุ่มเด็กและเยาวชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มเปราะบางในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ๔ อำเภอของจังหวัดสงขลา ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความรุนแรง ทำให้ ครอบครัว สตรีหม้าย เด็กกำพร้า มีฐานะยากจนจำนวนมาก ผมอยากเห็นทาง สสส. ให้ความสำคัญตรงนี้ไปเยียวยา หรือดำเนินการเหมือนท่าน ส.ส. หลายท่านได้เสนอว่า การขอเงินงบประมาณ เพื่อไปช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่เป็นเด็กและเยาวชนหรือกลุ่ม สตรีหม้าย กลุ่มเด็กกำพร้าที่อยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบ จากสถานการณ์ความรุนแรงนั้น ควรจะเข้าถึงได้ง่ายมากกว่านี้ วันนี้เราจะเห็นว่า บางครอบครัว อย่างที่ผ่านมามีการลงโซเชียล (Social) แม่หม้ายลูกติด ๓ คน เลี้ยงลูก ด้วยน้ำต้มข้าว ท่านรู้ไหมครับ พอออกสื่อไปแล้วมีคนบริจาค ซึ่งคนที่ไปบริจาคเขาไปบริโภค ทางสื่อ ขออนุญาตนิดหนึ่งครับท่านประธานเรื่องนี้สำคัญ แล้วสุดท้ายคนบริจาคก็ตั้งใจ จะช่วยเหลือ แต่ว่าข้อเท็จจริงบางครั้งมันขัดแย้งกับข้อเท็จจริงในพื้นที่ อันนี้ผมก็อยากฝาก ในกรณีนี้ด้วยกัน🔗
อันที่ ๒ ผมเข้าใจว่า บางครั้งมูลนิธิต่าง ๆ ก็ขอทุนจากท่านไปเยอะเพื่อแก้ปัญหา แต่ผมเห็นบางเรื่อง เช่น การไปช่วยเด็กกำพร้าเฉพาะกลุ่ม เฉพาะบ้าน แต่อย่าลืมว่า ในหมู่บ้านนั้นมันมีเด็กกำพร้าที่ยากจนอีกเป็นร้อย เราไปช่วยแค่ ๗ คน ๘ คน เด็กกำพร้า ที่มันไม่ได้รับความช่วยเหลือนั้น ความรู้สึกจะเป็นอย่างไร ผมเข้าใจดี เพราะผมคือเด็กกำพร้า คนหนึ่ง และสุดท้ายเพื่อเป็นเยี่ยงอย่างผมอยากบอกท่านว่า การรณรงค์ให้เลิกสูบบุหรี่นั้น มันไม่ใช่เรื่องยาก มันไม่จำเป็นที่เราจะต้องใช้งบประมาณอะไรมากมาย ถ้าเราสร้างตระหนัก สำนึกวิเคราะห์ให้ออกว่าการสูบบุหรี่นั้นมันมีลักษณะการสูบที่แตกต่างกัน ผมสูบบุหรี่ตั้งแต่ อายุ ๑๔ มาวันนี้จะ ๖๐ แล้ว ผมเลิกสูบบุหรี่มาจะได้เกือบ ๒ ปีแล้ว วันนี้ก็ไม่จำเป็นว่า เราจะเลิกสูบบุหรี่หรือไม่เลิกสูบบุหรี่ แต่ถ้าเรารักสุขภาพเราก็สามารถที่จะเลิกสูบบุหรี่ได้ ขอบคุณครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านพรรณสิริ กุลนาถศิริ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน พรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคพลังประชารัฐ ในเบื้องต้นจากรายงานประจำปี ๒๕๖๓ ของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ สสส. ดิฉันขอแสดงความชื่นชมกับการทำงาน โดยใช้งบประมาณในส่วนของภาษีเพิ่มจากบุหรี่ และสุราอย่างเต็มประสิทธิภาพ ในรูปแบบของการทำงานเป็นที่ชื่นชมในเรื่องของเครือข่าย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ชุมชน แล้วก็ท้องที่ มีภาพการทำงานที่เป็นต้นแบบที่ดี ครอบคลุม ทุกพื้นที่ ทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย ที่สำคัญยิ่งในเรื่องของความท้าทายใหม่ โรคระบาดก็ดี หรือไวรัสที่กลายพันธุ์ ดิฉันเชื่อมั่นว่า สสส. จะเป็นส่วนอย่างสำคัญในการขับเคลื่อน ให้คนไทยผ่านพ้นวิกฤติร้ายนี้ตลอด ๒๐ ปีของ สสส. ที่ทำงาน ก็ขอชื่นชมสำหรับปีนี้ ที่ได้รางวัลเนลสัน แมนเดลา (Nelson Mandela) ด้านการเสริมสร้างสุขภาพประจำปี ๒๕๖๔ อันสะท้อนการทำงานเชิงรุกแล้วก็ขยายผลดีไปสู่สังคมอย่างน่าชื่นชม ทั้งนี้ จากรายงานข้อมูลเราเห็นข้อมูลเชิงสถิติ แล้วก็เชิงข้อมูลที่น่ายินดีหลายเรื่องด้วยกัน ดังที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้กล่าวถึง อาทิเช่น เรื่องของการบริโภคยาสูบ การบริโภค เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มีตัวเลขลดลง รวมทั้งอุบัติเหตุบนท้องถนน ร้อยละของผู้ประสบ อุบัติเหตุก็ลดลง แต่ยังมีตัวเลขที่น่าสนใจในเรื่องของการสวมหมวกนิรภัยที่ยังมีร้อยละ ๔๕ ที่เชื่อมั่นว่า สสส. เองคงจะได้สนับสนุน แล้วก็ขับเคลื่อนในรูปของการบูรณาการหน่วยงาน ต่าง ๆ ให้เกิดประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น🔗
ในประเด็นที่น่าชื่นชมเรื่องของการบริโภคผัก ผลไม้ เรามีอัตราของการบริโภค ของประชากรที่มีอายุ ๑๕ ปีขึ้นไปมีสถิติร้อยละที่สูงขึ้น เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดีมากเลย อย่างไรก็ตามก็ขอให้ สสส. ได้หนุนเสริมต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มของเกษตรกร ผู้ผลิตภายใต้โครงการอาหารปลอดภัยในทุกพื้นที่ ซึ่งในวันนี้จังหวัดสุโขทัยเองที่โรงพยาบาล ส่งเสริมสุขภาพตำบลทุ่งหลวง อำเภอคีรีมาศ จังหวัดสุโขทัย ก็มีการสานเสวนาเรื่องของ อาหารปลอดภัย ในเรื่องของการมีสุขภาพชีวิตที่ดี ในเรื่องของวิกฤติเพื่อทำให้ประชาชน ได้เข้าถึงทั้งเรื่องของอาหาร แล้วก็สุขภาวะด้านอื่น ๆ ต่อไปภายใต้การมีส่วนร่วม ขององค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย สาธารณสุขจังหวัดสุโขทัย รวมทั้ง สปสช. สช. แล้วก็มีงบประมาณในส่วนของ สสส. เข้าไปบูรณาการอย่างกลมกลืนทีเดียว อันนี้เป็นเรื่องที่ น่าจะได้สานต่อให้เต็มประสิทธิภาพ🔗
อีกประการหนึ่ง ที่เป็นตัวเลขที่น่าสนใจในเรื่องของกิจกรรมทางกาย เป็นประเด็นปัจจัยในสถานการณ์ที่อยู่ในภาวะขณะนี้ ตัวเลขข้อมูลตรงนี้กับแนวคิดที่บอกว่า ร้อยละ ๗๐ ของประชาชนเป็นเป้าหมายสำคัญที่ สสส. ต้องการให้มีภาวะสุขภาพที่ดี แล้วก็คนไทยลดภาวะของโรคอ้วนได้ภายใน ๑๐ ปีนี้ ในเรื่องของโรคไม่ติดต่อเรื้อรังก็จะได้ มีสถิติที่ลดลงไป จากมาตรการที่ใช้ขององค์การอนามัยโลกว่า ๒ พ แล้วก็ ๑ ร และดิฉันก็เห็นว่า เรื่องนี้ เป็นเครื่องมือที่ดีที่ชุมชนและท้องถิ่นจะได้ช่วยกันภายใต้การสนับสนุนของ สสส. แต่ขอเพิ่มเติมในบางประเด็น อาทิ เช่น พ ตัวที่ ๑ บอกว่าการเพิ่มกิจกรรมทางกายมีรูปแบบ ที่ดีที่สนับสนุนไว้ในเรื่องของการวิ่งออนไลน์ (Online) แล้วก็ในเรื่องของการรายงานข้อมูล ผ่านแอปพลิเคชัน (Application) มีผู้เข้าร่วมโครงการที่ ๕๐๐,๐๐๐ คน ดิฉันมองว่า ในเรื่องของการเพิ่มกิจกรรมทางกาย ยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ที่ชุมชนท้องถิ่นเอง สามารถ ทำกิจกรรมเองได้ ในบ้านเรือน ในชุมชนท้องถิ่น ไม่ว่ากิจกรรมเข้าจังหวะ ในเรื่องของโยคะ ในเรื่องของฮูลาฮูป (Hula hoop) ตรงนี้เราเคยมีนวัตกรรมที่ดี ๆ ในระดับหมู่บ้าน ในระดับ ตำบล ก็อยากให้หากิจกรรมอื่น ๆ เสริมเข้าไป รวมทั้งกิจกรรมทางกาย ถ้าเราได้บูรณาการ กับเรื่องของสุขภาวะทางจิต ทางสังคม ทางสติปัญญา อาทิเช่น การใช้หลักสูตรของสมาธิ บำบัด ซึ่งกรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยและแพทย์ทางเลือก โดยท่านศาสตราจารย์ ดอกเตอร์สมพร กันทรดุษฎี โครงการนี้เอสเคที (SKT) กับ ๗ ท่าของกิจกรรม น่าจะเอามา บูรณาการให้กับผู้ที่อยู่ในบ้านเรือน ทั้งในคนที่มีสุขภาพดีอย่างปกติ ในส่วนของผู้ป่วย ตลอดจนผู้ป่วยเรื้อรังก็สามารถที่จะทำกิจกรรมเชิงบูรณาการได้อย่างดี🔗
ในเรื่องของ พ ที่ ๒ การเพิ่มพื้นที่สุขภาวะ ดิฉันมองว่าหลายหน่วยงาน ที่ได้ร่วมด้วยช่วยกันในเรื่องของระยะห่าง ในเรื่องของแฮปปี เวิร์กเพลซ (Happy Workplace) หรือใด ๆ ก็ดี ก็อยากจะให้คำนึงถึงอย่างกว้างขวางไปถึงชุมชน ไปถึงท้องถิ่น ก็ขอให้สนับสนุนต่อไปค่ะ🔗
ในประเด็นหนึ่ง ๒ พ ๑ ร ขององค์การอนามัยโลกที่ สสส. เอามาเป็น เป้าหมายการขับเคลื่อนตรงนี้บอกว่า การลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง และมีพื้นที่ต้นแบบ คือโรงเรียนแพทย์สร้างเสริมสุขภาพ ดิฉันมองว่าทำอย่างไรรูปแบบของกิจกรรมนั้นจะได้ไป ประยุกต์ใช้อย่างกว้างขวาง อาทิเช่น ในพื้นที่ของรัฐสภาแห่งนี้ค่ะ ทั้งสมาชิกรัฐสภา แล้วก็ในส่วนของข้าราชการ พนักงานเจ้าหน้าที่ อาจจะเป็นพื้นที่ต้นแบบควบด้วยได้ แต่อย่างไรก็ตามที่สำคัญที่สุด การลงโครงการและกิจกรรมที่ไปถึงชุมชน แล้วก็ท้องถิ่นต่าง ๆ ดิฉันมองว่า นี่คือเป้าหมายสำคัญที่จะทำให้คนไทยทั้งประเทศมีสุขภาวะที่ดี และที่สุด ขอชื่นชมการบริหารการกำกับติดตามอย่างเป็นระบบ รวมทั้งการประเมินผลงบประมาณ ที่ใช้ในส่วนของงบสนับสนุนโครงการต่าง ๆ อยู่ที่ร้อยละ ๘๔ และเป็นงบประมาณในเรื่อง ของการดำเนินการอยู่แค่ตัวเลขร้อยละ ๑๖ ดิฉันมองว่าเหมาะสมแล้วก็ทำได้ดี ก็ขอเป็น กำลังใจให้บุคลากรในส่วนของ สสส. ตลอดจนเครือข่ายสุขภาพทุกท่าน ขอให้มีสุขภาพดี ทุกท่านค่ะ ขอบคุณมากค่ะ สวัสดีค่ะ🔗
ครับ อีก ๓ ท่านต่อไปนะครับ มีท่านเท่าพิภพ ท่านปกรณ์วุฒิ ท่านคารม เชิญท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขตธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมขออภิปรายมีส่วนร่วม ในการอภิปรายรายงานของ สสส. เนื่องจากผมเองจริง ๆ แล้วผมเป็นผู้เสียภาษีให้กองทุน โดยตรงและโดยอ้อมตั้งแต่ผมทำเบียร์แต่ก่อน ผมก็จ่ายภาษีสรรพสามิตใช่ไหมครับ แล้วตอนนี้ก็อาจจะไม่ได้ทำเบียร์แล้ว อาจจะเป็นนักดื่มอยู่ก็จ่ายให้โดยตรงก็ไม่มีอะไรครับ จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้มาเอาชนะคะคานอะไรกัน ผมก็เข้าใจดีว่าเรื่องของแอลกอฮอล์ก็คือ สถานการณ์การบริโภคท่านอาจจะทำมาเรื่อย ๆ ตัวเลขมันอาจจะลงน้อยหน่อยใช่ไหมครับ แต่ละปีมันก็ค่อย ๆ ลงมา ก็ถือว่าเป็นทิศทางที่ดีที่เรามีผู้บริโภคแอลกอฮอล์น้อยลง อันนี้ ก็พูดจากใจจริง ๆ ว่าผมเองในฐานะคนทำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผมก็ไม่อยากให้ทุกคน ต้องดื่ม แล้วก็เสี่ยงอันตรายหรอกใช่ไหม อันนี้เราก็ไม่อยากฆ่าลูกค้าของเรา ถ้าพูดกันตรง ๆ แต่ทีนี้ผมก็จะอภิปรายในประเด็นของความโปร่งใสของกองทุน อย่างที่เพื่อนสมาชิก หลายท่านได้อภิปรายไปว่า งบประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านบาทเยอะกว่าหลาย ๆ กระทรวง ด้วยกันนะครับ แล้วผมมองว่าลักษณะการใช้งบประมาณของ สสส. เอง อาจจะเป็น ข้อเสนอแนะว่า ให้ปรับปรุงอะไรได้บ้างก็แล้วแต่ท่านอยู่แล้วนะครับ เพราะว่าตลอดมา ผมจะเห็นว่าหลาย ๆ อย่างในการส่งเสริมมันจะเป็นการโพรโมต (Promote) มากกว่าใช่ไหม อย่างเช่น ผมดูในโรงหนังก็จะเป็นอย่างคุณฟักกลิ้งฮีโร่ที่เขาไปให้ขยับในโรงหนัง คือมันจะเป็นงบ พีอาร์ (PR) เสียเยอะ แล้วก็งบจัดอีเวนต์ (Event) เสียเยอะ อันนี้ผมก็เลยมองว่า บางอย่าง มันควรจะทำให้มันเป็นรูปธรรมมากกว่านี้หรือเปล่า ยกตัวอย่างง่าย ๆ อย่างในเขตผมเอง ผมชื่นชมอาจารย์ไพโรจน์ที่ทำเกี่ยวกับเรื่องออกกำลังกาย ผมก็อยากพาไปดูในเขตผมมาก เขตคลองสาน ธนบุรี มีลานสเกตบอร์ด (Skateboard) ๒ อันนี้ ซึ่งอันนี้ผมก็ว่าเป็นที่ที่ดี ที่เยาวชนไปกันเยอะ แต่คือสภาพของลานสเกตบอร์ด (Skateboard) ก็ไม่ดีเลย ผมเอง เป็นผู้แทนราษฎร ผมก็ของบประมาณไม่ได้อยู่แล้ว ผมก็อยากหางบประมาณให้ วันนี้เจอ สสส. แล้วผมก็อยากชวนท่านไปดู ให้ปรับปรุงลานสเกตบอร์ด (Skateboard) เพราะเดี๋ยวนี้ ตั้งแต่เด็ก ๕ ขวบ ก็ไปเล่นกันจนเด็กโตจนคนอายุ ๓๐ แล้วเป็นกีฬาที่ได้ความสนุก แล้วก็ได้ร่างกายที่ดี เพราะผมเองก็เป็นคนที่เล่นสเกตบอร์ด (Skateboard) ด้วยว่าง ๆ ถ้าผมห่างหายจากงานสภา หรือไม่ลงพื้นที่ผมก็อาจจะไปเล่นสเกตบอร์ด (Skateboard) ก็ได้ เหงื่อดีมาก ๆ อันนี้ก็อยากชวนท่านไปดูครับ มันก็อยู่ใต้ทางด่วนตรงแยกที่จะไปราชพฤกษ์ แล้วอีกอันก็คือใต้สถานีรถไฟฟ้าวงเวียนใหญ่อย่างนี้ อันนี้ก็คืออยากสื่อถึงว่าบางทีเราเอาเงิน พวกอย่างนี้ของกองทุนมาลงทุนกับอินฟราสตรักเจอร์ (Infrastructure) พวกการออกกำลังกาย อย่างสนามฟุตบอล สนามกีฬาสนามแบดมินตันประจำชุมชนต่าง ๆ ผมว่าก็อาจจะเป็น แนวทางที่ดีที่ใช้แล้วมันอยู่อย่างยืดยาว คืออาจจะไม่ใช่แค่สร้างแล้วไป แต่อาจจะเป็นกองทุน ที่มีเมนเทนแนนซ์ (Maintenance) ด้วย ให้มันออกผลในระยะยาว เป็นการส่งเสริมกีฬา การออกกำลังกายภายใต้ชุมชน แล้ววันหนึ่งผมว่าในอนาคตการกีฬาของไทยที่มันซบเซาไป ฟุตบอลไทย เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ (AFF SUZUKI CUP) ที่เราจะเตะ เราต้องมาลุ้นชนะ ไม่ชนะ ต่อไปนักกีฬาก็จะเป็นนักกีฬาที่มีคุณภาพมากขึ้น และเป็นความภูมิใจกับประเทศไทย ในระยะยาวสร้างอาชีพได้ด้วยใช่ไหมครับ อันนี้ผมก็อยากให้ใช้งบประมาณแบบในด้านนี้ มากกว่า เรื่องความโปร่งใสคือผมว่าถ้าการทำโครงการอะไรต่าง ๆ คือมันก็มีข้อครหามานาน แล้วผมก็อยากจะถามเหมือนกันว่าในกระบวนการของการเบิกจ่ายใช้เงิน ผมสังเกตคือว่า ผมไปคุยกับเพื่อนผมในวงการในร้านค้าเบียร์ต่าง ๆ หลาย ๆ คนทำเอเจนซี (Agency) พอมีบทสนทนากับ สสส. ทีไร เขาจะบอก ท่านอย่าไปยุ่งกับ สสส. เลยเพราะบริษัทพี่ ก็ได้สตางค์จาก สสส. เยอะ เพราะว่าทำเอเจนซี (Agency) ทำอะไรต่าง ๆ มีบริษัทไม่กี่บริษัท ที่ได้อันนี้ คือผมก็ไม่แน่ใจว่าหลักเกณฑ์การคัดกรอง การมีข่าวว่าคนด้านในก็อาจจะไปให้ลูก เปิดบริษัท แล้วให้งานลูกหลานไปอะไรมันก็มี ผมอยากให้โอกาสท่านได้อธิบายว่ามีกฎ อะไรไหมในการไม่ให้เป็นคอนฟลิกต์ ออฟ อินเทอเรสต์ (Conflict of interest) ก็เพื่อความ โปร่งใสขององค์กรท่านด้วย อันนี้ได้ยินมา ก็ไม่อยากให้คนมอง สสส. อย่างนั้น เพราะว่า ก็ทำหลายเรื่อง ทั้งเรื่องแบบสุขภาพด้วย เรื่องการป้องกันความเสี่ยง หลัก ๆ คือป้องกัน ความเสี่ยงใช่ไหม แล้วผมฝาก สสส. อีกอย่างหนึ่งก็อาจจะร่วมมือกับสถาบันพระปกเกล้า หน่อยก็ได้ คือพยายามอย่าเอาแคมเปน (Campaign) อะไรที่มันอาจจะ เขาเรียกว่าไม่พีซี (PC) หรือโพลิทิคัล คอร์เรกต์เนส (Political Correctness) ออกมาหลาย ๆ อย่างทำให้ผล ที่ท่านตั้งใจว่าจะดี อย่างการเลิกเหล้า กลายเป็นว่าไปด่าจนเครียดกินเหล้า กลายเป็นกระแส สังคมว่า ด่าคนจนอะไรอย่างนี้ กลายเป็นว่าไปตีตราคนอีสาน อะไรอย่างนี้ คือผมว่าจริง ๆ แล้ว ควรจะร่วมมือกับสถาบันพระปกเกล้า อาจจะให้พวกท่านได้ไปอบรมว่าอะไรควรพูด อะไร ไม่ควรพูด เรื่องของภาพลักษณ์ทางการเมืองในยุคสมัยใหม่มันค่อนข้างเซนซิทีฟ (Sensitive) เรื่องของแอลจีบีทีคิว (LGBTQ) เอย เรื่องของชนชั้นอะไรต่าง ๆ เอย อันนี้ด้วยความเป็นห่วง ก็เป็นข้อเสนอแนะ โดยรวมผลงานของพวกท่านก็ตั้งใจดีผมเห็นความพยายาม แล้วผมก็อยากทำงานร่วมมือกับทางฝ่าย ได้พบกับทางเอ็นจีโอ (NGO) หลาย ๆ ฝ่าย ที่ทำงานเรื่องสุราด้วย แล้วได้พบปะพูดคุยบ่อยครั้งถึงการทำให้กฎหมายการเมาแล้วขับ หรืออะไรต่าง ๆ มันดีขึ้น อันนี้ผมก็อยากฝาก สสส. ไว้ว่าอาจจะมีโครงการหนึ่งที่เรียกว่า โครงการ สสส. ไปกับตำรวจด้วย ก็อาจจะให้เจ้าหน้าที่ สสส. หรือตั้งแมวมองตำรวจ เพราะผมสังเกตหลายทีแล้วครับกฎหมายบ้านเรา กฎหมายเรื่องเมาแล้วขับดีมากเลยครับ แต่พอไปเอาเข้าจริงทุกคนก็รู้ว่าจ่าย ๕,๐๐๐ บาท หน้าด่านแล้วไปได้ ก็อยากให้ สสส. ตั้งโครงการเป็นคล้าย ๆ คนที่ไปอยู่ในด่านตำรวจด้วย ผมเชื่อว่าถ้ามีพวกท่านไปเดี๋ยวพวกเขา ก็อาจจะทำงานได้ตงฉินมากขึ้น ผมว่าตำรวจดีก็มีเยอะ แต่ก็รู้กันว่าบางทีจังหวัดนี้ ๕,๐๐๐ แล้วไปได้ คือจะเมาแล้วขับ แล้วประหารชีวิตเขาก็จ่าย ๑ ล้านอยู่ดี ก็อยากให้ไปดูแล เรื่องการบังคับใช้กฎหมายด้วย ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่าน ปกรณ์วุฒิครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สำหรับรายงาน สสส. นะครับ สสส. มาสภาหลายครั้ง วันนี้ก็เป็นครั้งแรก ที่ผมได้อภิปรายในรายงานของ สสส. เรื่องที่ผมจะพูดเป็นหัวข้อที่ผมคิดว่า ผ่านมาสัก ๒-๓ ปีหลังนี้ ในสังคมค่อนข้างมีความเห็นที่แยกออกเป็น ๒ ทางอย่างชัดเจน ก็คือมีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย แต่ในเรื่องนี้ สสส. ก็ดูว่าจะมีความเห็นที่ยืนยันกระต่ายขาเดียวมาตลอดเวลา คือการต่อต้านไม่ให้มีการทำให้บุหรี่ไฟฟ้าถูกกฎหมาย เปิดมาดูในรายงานก็ค่อนข้างชัดเจน ตั้งแต่ในหน้าที่ ๑๓ ก็บอกว่ามีการสำรวจความเห็น พบว่ากลุ่มนักศึกษา ๑ ใน ๓ คน อยากลองบุหรี่ไฟฟ้า และเกือบครึ่งหนึ่งมีความเชื่อว่าบุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่าบุหรี่ แบบมวน ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิดนี่คือการฟันธงอย่างชัดเจน และเป็นการยืนยันว่าสิ่งที่ สสส. พูดนั้นเป็นความจริง ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่านำข้อเท็จจริงจากที่ไหนมายืนยัน หรืออย่างในหน้า ๑๕ ก็มีการบอกว่า งานวิจัยเกี่ยวกับผลกระทบของบุหรี่ไฟฟ้าผลการศึกษาพบว่า บุหรี่ไฟฟ้า ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้สูบและไม่ช่วยการลดการสูบบุหรี่ แต่กลับทำให้เกิดนักสูบ หน้าใหม่ และจะนำไปสู่การสูบบุหรี่มวนเพิ่มขึ้น ผมก็ไม่แน่ใจว่าเอามาจากงานวิจัยไหนบ้าง แต่สิ่งที่ผมมั่นใจก็คือ สสส. พูดความจริงไม่หมด เพราะจริง ๆ แล้วทั้งโลกนี้ก็มีงานวิจัย อีกหลายงานที่ขัดแย้งกับสิ่งที่ สสส. บอก อย่างเช่น งานวิจัยที่ผมคิดว่าน่าจะถูกพูดถึงบ่อย ๆ ก็คืองานวิจัยของเอ็นเอชเอส (NHS) ที่บอกว่า บุหรี่ไฟฟ้าอันตรายน้อยกว่าบุหรี่มวนประมาณ ๙๕ เปอร์เซ็นต์ จนทำให้ถึงตอนนี้สหราชอาณาจักรกำลังศึกษาเพื่อใช้บุหรี่ไฟฟ้า ในทางการแพทย์ เพื่อให้เป็นเครื่องมือช่วยในการทำให้ผู้ที่ติดบุหรี่เลิกสูบบุหรี่ได้ และนี่ก็เป็น ข้อเท็จจริงข้อหนึ่งที่ผมได้รับรู้มาจากข้อมูลของผู้ใช้จริง มิตรสหายของผมหลาย ๆ ท่าน รอบตัวสูบบุหรี่กันมาตั้งแต่วัยรุ่น และเขาก็บอกว่าเมื่อมาใช้บุหรี่ไฟฟ้าได้ในระยะเวลาหนึ่ง ถึงทุกวันนี้เขาไม่สามารถกลับไปสูบบุหรี่จริงได้อีกแล้ว เพราะเขารู้สึกเหม็นมาก แต่อันนี้ ก็เป็นจำนวนประชากรค่อนข้างเล็กคงจะพิสูจน์อะไรไม่ได้ ไม่ได้เป็นตัวแทนของประชากรโลก ทั้งหมด ผมก็แค่แชร์ (Share) ให้ฟังว่ามันก็มีเรื่องราวอีกมุมหนึ่ง และมีงานวิจัยอีกหลายงาน ที่ สสส. ไม่เคยกล่าวถึงเลยแม้แต่น้อย หรืออย่างเคส (Case) ที่เกิดกับผู้ป่วยปอดอักเสบ ที่เกี่ยวข้องกับบุหรี่ไฟฟ้าประเภทที่เป็นเวป (Vape) จำนวนนับพันรายในสหรัฐตอนนั้น ข่าวค่อนข้างใหญ่ หลังจากการสอบสวนพบว่าเป็นไปได้สูงที่กรณีนี้น่าจะเกิดจากสารอื่น ที่ไม่ได้ใช้ทั่วไปในบุหรี่ไฟฟ้า แต่ผู้ผลิตบางรายที่พอไม่ได้มีการควบคุม เราก็ไม่สามารถ ทราบได้ว่าเขาใส่สารอะไรลงไปบ้างในน้ำยาต่าง ๆ แล้วสารนั้น อย่างเช่น วิตามินอี แอซิเตต (Vitamin-E acetate) ที่ผสมอยู่ในอุปกรณ์ที่ดัดแปลงเพื่อสูบกัญชา รวมถึงทีเอชซี (THC) ซึ่งถ้าหากมีการควบคุมมันก็จะสามารถทราบได้ว่า ในน้ำยามีสารอะไรผสมอยู่บ้าง แล้วถ้าเราลองนับสถิติปัจจุบัน ประเทศที่ห้ามถ้าดูข้อมูลจากศูนย์ธรรมาภิบาลนานาชาติ ในการควบคุมยาสูบปัจจุบันมี ๓๕ ประเทศที่ห้ามขายบุหรี่ไฟฟ้า และมีประเทศที่ควบคุม บุหรี่ไฟฟ้า ขายได้ตามกฎหมายแต่อยู่ภายใต้การควบคุม ๗๓ ประเทศ ผมย้ำนะครับว่า ในโลกนี้ไม่มีประเทศที่เปิดเสรีบุหรี่ไฟฟ้า และไม่เคยมีใครเรียกร้องให้เปิดเสรีบุหรี่ไฟฟ้า มีแต่คนที่รณรงค์ให้มีการควบคุมเก็บภาษีอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มีมาตรการที่เหมาะสม ในการควบคุมไม่ให้เข้าถึงเยาวชน ไม่ต่างจากบุหรี่มวน ไม่ต่างจากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่ สสส. ก็เอาเงินภาษีเหล่านั้นมาใช้ปีหนึ่งเป็นหลายพันล้านบาทเทียบเท่าหน่วยงานระดับ กระทรวงในทุก ๆ ปี แล้วการควบคุมสิ่งที่ทำให้เราควบคุมได้มันก็มีหลายอย่าง ทั้งการกำหนด อายุขั้นต่ำ การควบคุมผลิตภัณฑ์ ปริมาณ การควบคุมสารนิโคตินหรือสารต่าง ๆ ความปลอดภัย ความสะอาด บรรจุภัณฑ์ การขออนุญาตก่อนจำหน่าย การเก็บภาษี และการจัดประเภท ให้อย่างถูกต้อง ท่านประธานครับ ผมไม่เถียงครับ แล้วผมก็ยอมรับว่าบุหรี่เป็นสิ่งที่ไม่ดี ต่อสุขภาพ เป็นอันตรายต่อสุขภาพ แล้วผมก็ไม่ได้ฟันธงว่า ประเทศไทยจะต้องนำเข้าบุหรี่ จะต้องอนุญาตให้มีการนำเข้าบุหรี่และมีการควบคุมอย่างถูกกฎหมาย ผมไม่ได้ฟันธงเช่นนั้น แต่สิ่งที่ผมกำลังจะบอกก็คือ เมื่อโลกเรามันมีสิ่งที่เกิดขึ้นใหม่ที่เป็นทางเลือก สิ่งที่เราต้องทำ คือการศึกษาข้อมูลอย่างรอบด้าน นำผลวิจัย นำการศึกษามาถกเถียงกันบนเหตุผล ที่เป็นวิทยาศาสตร์ แล้วมาดูวิธีการแก้ปัญหาต่าง ๆ เช่น จะทำอย่างไรไม่จูงใจให้เยาวชน มาทดลอง อย่างเช่น ควบคุมการแต่งกลิ่นในน้ำยา บางประเทศก็ทำแบบนี้ ห้ามแต่งกลิ่น ในน้ำยา ไม่ให้มีการจูงใจผู้ที่อยากสูบก็คือผู้ที่อยากได้รับสารนิโคตินจริง ๆ การศึกษาการวิจัย สารปนเปื้อนต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดจากเครื่องมือในการสูบ เช่น โลหะหนักต่าง ๆ เป็นต้น นี่คือวิธีที่ถูกต้องครับ ทำให้เป็นวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ยกงานวิจัยของฝ่ายเดียวขึ้นมาพูด แล้วบอกว่างานวิจัยอื่นที่เป็นบวกกับบุหรี่ไฟฟ้า หรือที่ขัดแย้งกับสิ่งที่ตนพูดนั้นได้รับทุน จากทุนข้ามชาติที่ได้ประโยชน์ นี่เป็นตรรกะที่ใช้ไม่ได้ มาถึงตรงนี้ผมก็ต้องสอบถาม ถึงความโปร่งใสของ สสส. อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้วว่า มันจริงหรือไม่ที่มีการให้ทุน งานวิจัยต่าง ๆ โดยที่คัดเลือกจากหัวข้อวิจัยที่เป็นลบกับบุหรี่ไฟฟ้าเท่านั้น บางงานวิจัย ที่พยายามจะวิจัยอย่างเป็นกลางว่ามันมีการฮาร์ม รีดักชัน (Harm reduction) ได้หรือไม่นั้น ก็ไม่ได้รับทุน แต่งานวิจัยที่เหมือนแทบจะสรุปผลมาตั้งแต่ขอทุนว่าจะศึกษาถึงอันตราย ของบุหรี่ไฟฟ้าก็ได้รับทุน นี่ก็เป็นอีกข้อหนึ่งที่ผมอยากจะให้มีการเปิดเผยโครงการงานวิจัย ที่มาขอทุน และโครงการงานวิจัยที่ได้รับทุนครับ🔗
แล้วสุดท้ายผมก็อยากจะถามครับว่า งานวิจัยต่าง ๆ ที่อาจจะเป็นบวกกับ บุหรี่ไฟฟ้าได้เงินจากทุนข้ามชาติ ๗๐ กว่าประเทศที่อนุญาตให้บุหรี่ไฟฟ้าขายได้ตามกฎหมาย เขาได้รับทุนจากบริษัทเหล่านี้ไหมหรือเขาถูกล็อบบี (Lobby) จากบริษัทเหล่านี้ไหมครับ ซึ่งถ้าท่านคิดว่าเป็นเช่นนั้น ผมก็ต้องถามครับว่า สสส. ที่ต่อต้านบุหรี่ไฟฟ้าขณะนี้ถูกล็อบบี (Lobby) จากใครครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านคารม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัด ร้อยเอ็ด ต่อรายงานของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ สสส. ผมขออนุญาต อภิปรายเพื่อเป็นข้อสังเกต และเพื่อเป็นประโยชน์ในการที่กองทุน สสส. มารายงานต่อสภา ซึ่งเป็นตัวแทนประชาชนปวงชนชาวไทย ผมมีเรื่องที่สนใจอยู่เพียงแค่ ๒ เรื่อง แล้วมีคำถาม และข้อคิดเห็นที่จะฝากอยู่สัก ๑-๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรก คือตามรายงานฉบับนี้พูดถึงเรื่องการดื่มแอลกอฮอล์ที่สถิติลดลง ผมออกพื้นที่ทุกสัปดาห์ แล้วพรุ่งนี้ก็กลับพื้นที่บ้านผมที่สุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด แต่ที่ผมเห็นครับท่านประธาน ท่านผู้รายงานครับ การติดสุราเรื้อรัง โดยเฉพาะสุรา ๔๐ ดีกรี บ้านผมตำบลหัวโทน ไปบางทีก็สะท้อนใจครับ เจอ ส.ส. ก็ขอสุรา ไม่ใช่ สสส. นะครับ เจอ ส.ส. ก็ขอเหล้า แล้วก็ขออย่างอื่น แล้วการที่ดื่มสุรา ท่านประธานที่เคารพ คนจนดื่มสุรา กับคนรวยดื่มสุราแตกต่างกัน ไม่ดีเหมือนกัน แต่คนจนดื่มสุรา ถ้าอยู่ ๒ คนท่านประธานครับ ผัวกับเมียอยู่ สามีติดสุรา ครอบครัวนั้นแทบจะไม่มีงาน ผมเห็นแล้วก็เวทนา แล้วผมมีคำถาม กับชีวิตคนเป็น ส.ส. ว่าแล้วบ้านเมืองจะไปได้อย่างไร ถ้างานก็ไม่มีแล้วดื่มแต่สุรา เพราะฉะนั้นผมเห็นว่า สสส. ควรจะเข้าไปดูแลเป็นครัวเรือนให้ดี ให้ลดให้ได้ นี่คือคำถามแรก และข้อฝาก🔗
ประเด็นต่อไปในฐานะที่เป็นกรรมาธิการคมนาคม เป็นรองอนุกรรมาธิการ ความปลอดภัยทางถนน ท่านมีตำบลความปลอดภัย ท่านประธานครับ ผมคนบ้านนอก ผมเห็นสัมผัสชัดเจนคือบ้านผม บ้านตากแดดชื่อมันแปลก ๆ ครับ เสียชีวิตในเขตหมู่บ้าน หรือ อปท. เยอะมากท่านผู้มาชี้แจง แล้วก็ที่เสียเยอะ ก็คือ ๑. ไม่ใส่หมวกกันน็อก (Knock) ๒. ก็คือป้ายจราจรมันไม่มี ในนี้ท่านบอกว่าในรายงานฉบับนี้นะครับ ในหน้า ๓๓ หมวกกันน็อก (Knock) ในเขตเมืองสวมถึง ๘๓ เปอร์เซ็นต์ ในเขตชนบทหรือองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ๓๖ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานครับ เวลาเรามีโรคอุบัติใหม่โรคโควิด (COVID) เราซื้อแมสก์ (Mask) แจกได้ ยืนแจกเลย ส.ส. ไม่ใช่ สสส. ก็แจกเหมือนกัน แต่ว่าทำไม สสส. ซึ่งดูแล เรื่องสุขภาพ ซื้อหมวกกันน็อก (Knock) แจกเขาได้ไหม ท่านประธานครับ ผมเป็น กรรมาธิการคมนาคม จัดสัมมนากรรมาธิการมีงบประมาณที่ให้ซื้อกระเป๋าได้ ซื้อหมวกกันน็อก (Knock) แจกไม่ได้หรือครับ อันนี้ประหลาดมาก เพราะฉะนั้นฝาก สสส. ว่าท่านไปคุย อบต. ที่เขาเพิ่งเลือกตั้งเข้ามาใหม่ สำรวจเลยครับ ข้อมูลมันมีอยู่แล้วครับ คนไหนที่ไม่มี หมวกกันน็อก (Knock) ซื้อหมวกกันน็อก (Knock) แจกเลย อบต. ในประเทศไทย ของผมก็ อบต. หัวโทน ห้วยหินลาด จำปาขัน บ่อพันขันอะไรแล้วแต่ องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นซื้อให้เขาเลย เพราะว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้วบ้านผม อำเภอโพนทรายเขตติดกัน เด็กนักเรียน ๓ คน ขับรถชนรถเกี่ยวหญ้าเสียชีวิตหมด ไม่ใส่หมวกกันน็อก (Knock) สักคน ผมก็ถามว่าเงินภาษีบาปหรือไม่บาปก็แล้วแต่ เอาไปใช้เรื่องนี้ได้ไหม เพราะเหตุว่าการที่ ครอบครัวหนึ่งเสียชีวิตลงมันไม่ใช่แค่คนหนึ่งหายไป มันบั่นทอนสุขภาพ ผมทั้งทำคดี มาโดยอาชีพเดิมที่เป็นทนายความ แล้วมาเป็นนักการเมือง มองประเทศคนละมิติ ท่านผู้มา ชี้แจง เงินนี้เงินมาจากอะไรก็แล้วแต่ ถ้าท่านเอามาสร้างสังคม อุบัติเหตุถ้าจะเทียบกับโควิด (COVID) คนละเรื่อง อุบัติเหตุตอนนี้เริ่มแซงโควิด (COVID) อีกแล้ว ผมอยู่ในอนุกรรมาธิการ และเป็นในกรรมาธิการคมนาคม เรารับทราบและรับรู้ดีมากว่า ความเสียหายจากอุบัติเหตุ เยอะมาก ผมเลยมีข้อเสนอแนะว่า ณ วันนี้เพื่อบันทึกให้ประชาชนที่ฟังอยู่ว่า สสส. ซื้อหมวกกันน็อก (Knock) ไม่เกิน ๑๐๐ บาท ผมเช็ก (Check) ราคามาแล้ว ให้กับ อบต. ให้กับนักเรียน ให้เขาได้ใช้ มันก็ไม่เท่าไร เงินงบท่านปี ๒๕๖๓ ๓,๕๕๐ ล้านบาท อันนี้ก็เรียน ฝากด้วยความเคารพว่า อย่างนี้สิครับถึงจะใช้เงินให้มันเป็นประโยชน์ในการปกป้องสังคม ในการสร้างท่านรู้ไหมท่านประธานครับ สถิติประเทศไทยคนเกิดต่ำกว่า ๖๐๐,๐๐๐ ต่อปี เรื่อยมา แล้วคนตายจากอุบัติเหตุ จากโรคมะเร็งจากโน่นจากนี่ปีละเท่าไร คนมันน้อยลง เราถึงต้องพึ่งแรงงานพม่า เราถึงต้องพึ่งแรงงานต่างประเทศ ถ้าไม่ดูแลเรื่องนี้เราจะมีคนน้อย ไปเรื่อย ๆ อันนี้ก็เรียนฝากแล้วสอบถามด้วยทำได้ไหม🔗
ประเด็นที่จะฝากสอบถามท่านอีกสักเล็กน้อย ในหน้า ๒๗๗ ในฐานะเป็น นักกฎหมาย คดีที่อดีตเจ้าหน้าที่ สสส. ยื่นฟ้องกองทุน คดีเสร็จไปตั้งแต่เมื่อปี ๒๕๕๙ ฟ้องที่ปี ๒๕๕๕ คดีนี้เสร็จแล้วอยู่ในหน้านี้ สอบถามท่านว่าท่านเขียนว่า คดีนี้สิ้นสุดแล้ว ไม่มีการอุทธรณ์ ฎีกาอยู่ระหว่างบังคับคดี อันนี้เป็นเงินของกองทุน ผมพยายามอ่านนะครับ ในเวลารวดเร็ว แต่ถ้าผมไม่เจอก็ขออภัยถ้ามีเนื้อหารายละเอียด แต่ผมเห็นว่าท่านไม่ได้ มีอะไรชี้แจง ช่วยตอบนิดหนึ่งว่ามันบังคับคดีไม่ได้ เพราะเหตุผลอะไร หรือว่ามันหนี้สูญแล้ว อันนี้คือคำถามที่ ๒ แล้วกัน🔗
คำสุดท้ายในหน้าเดียวกันนี้ กรณีที่บริษัทแอลเอ็น ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ยื่นฟ้องกองทุน กองทุนผู้ถูกฟ้องที่ ๑ แล้วก็บริษัทเอสแอล ผู้ฟ้องที่ ๒ อยู่ในนี้ อยู่แล้วนะครับ คดีดำที่ ๖๑๒/๒๕๕๙ ฟ้อง ๒๕ ล้านบาท สอบถามว่าคดีนี้อยู่ในระหว่าง การสู้คดีกันนี้มันเป็นเรื่องอะไรถึงต้องฟ้อง อันนี้เงินที่เราต้องบริหารด้วยความโปร่งใส แม้ว่ามาจากภาษีบาป ในเวลาที่จำกัดนี้อยากเรียนท่านครับว่า เงินที่ได้มาไม่สำคัญหรอกครับ จะมาจากไหน สำคัญที่ว่าเงินที่ได้มานั้นเราไปใช้ในการสร้างบ้านเมืองอย่างไร สร้างประเทศ ให้มันเดินไปถูกต้องอย่างไร มันมามืดแต่ไปสว่างได้ครับ ไม่ใช่มามืดแล้วไปมืด จึงฝากท่าน ประธานผ่านไปยังผู้มาชี้แจงว่า ผมอยากให้ใช้เงินในหลักการมามืดแต่ไปสว่าง ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ครับ ขออีก ๒ ท่านสุดท้ายแล้วนะครับ ไม่รับลงชื่อแล้วนะครับ ขอเป็น ๒ ท่านสุดท้าย เพื่อจะให้ ตัวแทนของ สสส. ได้ตอบชี้แจง หลังจาก ๒ ท่านสุดท้ายได้อภิปรายซักถามจบนะครับ มีท่านมานพ คีรีภูวดล กับนายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ เป็นคนสุดท้ายนะครับ เชิญท่าน มานพครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายรายงานของกองทุน สสส. นี้นะครับ ผมสนใจคำว่า สุขภาวะครับท่านประธานครับ ผมคิดว่าเป็นหนึ่งในภารกิจที่ สสส. ได้ดำเนินงาน แล้วผมคิดว่า สุขภาวะนี่มีคำว่า สุขภาพ และมีคำว่า ภาวะ ทีนี้ในส่วนของภาวะนี่ ผมคิดว่ามันมีทั้งมิติ เรื่องสิ่งแวดล้อม สังคม วัฒนธรรม แล้วก็บริบทพื้นที่ทางสังคมนั้น ๆ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมอยากจะแลกเปลี่ยน แล้วก็เสนอแนะกับทางผู้บริหาร สสส. ก็คือกรณีเรื่องของ ฝุ่นควัน กรณีเรื่องของไฟป่าหมอกควัน ประเด็นนี้ครับเราหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เราจะไม่พูดถึง เรื่องของสุขภาพ ประเด็นนี้เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่เราจะไม่พูดถึงเรื่องของสุขภาวะ ซึ่งผมเข้าใจว่า เรื่องของไฟป่า เรื่องหมอกควัน เรื่องฝุ่นควัน เป็นสิ่งที่พวกเราเห็นว่ามันคือปัญหาจริง ๆ ตลอดระยะเวลาที่เป็นประเด็นขึ้นมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ ปีนี้ก็คือ ๒๕๖๔ ๑๔ ปีมาแล้วนะครับ ผู้เชี่ยวชาญหลายท่านก็ได้บอกว่าในฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) นี่นะครับ มีสารต่าง ๆ เยอะแยะมากมาย ผู้เชี่ยวชาญเขาบอกเองว่าแหล่งที่มาของฝุ่นมีทั้งตั้งแต่ในเมือง ขนส่ง ชนบท ภาคเกษตร ภาคป่า ผู้เชี่ยวชาญก็ยังบอกอีกว่าสาเหตุจากธรรมชาติก็คือ เรื่องของ ความกดอากาศ เรื่องของกระแสลม เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเรารู้ปัญหาทั้งหมด แต่ปัญหา ที่ผ่านมาคือ ๑๔ ปีนี้ทำไมทุก ๆ ปีนี้เราก็จะมาทะเลาะกัน มาตั้งงบประมาณกัน มาแก้ปัญหา ในเฉพาะหน้ากันทุกปีเลยนะครับ เดือนนี้ก็คือเดือนธันวาคมครับ ปลายเดือนมกราคมครับ ต้นเดือนกุมภาพันธ์นี้ ผมเข้าใจว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านก็จะมาพูดถึงเรื่องนี้ อีกครั้งหนึ่งเมื่อถึงเวลา เพราะฉะนั้นประเด็นที่ผมอยากจะพูดคุยแลกเปลี่ยน แล้วก็เสนอแนะ กับ สสส. นี้คือว่า ผมอยากจะเห็นภารกิจหรือว่าบทบาทของ สสส. ที่เป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญ ทั้งเรื่องของสุขภาพและสุขภาวะทางสังคม ผมเห็นบทเรียนต่าง ๆ ที่เป็นบทเรียนที่มี ความสำคัญ ผมถือว่าเป็นองค์ความรู้ที่สำคัญ ผมเชื่อมั่นว่า สสส. มีความรู้และมี องค์ความรู้ในแง่ของการจัดกระบวนการ มีบทเรียนเรื่องของการทำงานเครือข่าย มีบทเรียน เรื่องของการใช้พื้นที่ในการทำงานหรือว่าแอเรียเบส (Area based) นะครับ เพราะฉะนั้น ตัวละครหรือว่าคนที่เกี่ยวข้องเรื่องของฝุ่นควันที่ผมได้อธิบายมานี่เรารู้ทั้งหมดนะครับ มันคือปัญหา มันคือสาเหตุ มันคือผลกระทบ ทั้งมิติเรื่องสุขภาพ มิติเรื่องเศรษฐกิจ มิติเรื่องสังคม เรื่องความขัดแย้ง เวลาเกิดปัญหาทุกคนก็จะชี้นิ้วหากัน เพราะฉะนั้นอันนี้คือ ภาวะที่มันไม่ควรจะเกิดขึ้น ทั้งเรื่องสุขภาพ ทั้งเรื่องของผู้คนที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมดทั้งมวล ที่ผมพูดมานี้ท่านประธานครับ ผมอยากจะเห็น สสส. ได้มีบทบาทในการจัดกระบวนการ เพราะว่าผู้ที่เกี่ยวข้องที่ในเชิงองค์กร ในเชิงพื้นที่ตั้งแต่ประชาชนรายบุคคล องค์กรประชาชน ท้องที่ ท้องถิ่น ขึ้นไปที่จังหวัด ขึ้นไปที่กระทรวง หน่วยงานนี่นะครับ หน่วยงานตั้งแต่ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทยที่ดูแลเรื่องพื้นที่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สิ่งที่ผมเห็นมาตลอดก็คือ แต่ละกระทรวงมีงบประมาณมีแผนงานในการจัดการเรื่องของที่มา ของฝุ่นควันและไฟป่าหมอกควันทุก ๆ ปี แต่ทำไมงบประมาณมหาศาลเหล่านี้ยังแก้ปัญหา มันไม่จบไม่สิ้น อันนี้ประเด็นที่อยู่ในประเทศไทย สิ่งที่มันกลายไปกว่านั้นก็คือว่า พี่น้อง ประชาชนใช้คำว่า ฝุ่นควันหรือหมอกควันข้ามชาติ ไม่ว่าประเทศเพื่อนบ้านของเรา ทั้งฝั่งตะวันตก ฝั่งตะวันออก มีความเชื่อมโยงในแง่ของกระแสลมและความกดอากาศทั้งนั้น การมีพฤติกรรมการใช้พื้นที่ก็ดี ทั้งพื้นที่พืชเศรษฐกิจเชิงเดี่ยว อันนี้ในประเทศเพื่อนบ้านเรา ก็เยอะแยะนะครับ เพราะฉะนั้นบทเรียนของ สสส. เรื่องของการทำงานเชิงพื้นที่แอเรียเบส (Area based) ก็ดี การมีชุดความรู้ที่ทำงานกับเครือข่ายก็ดี การมีองค์ความรู้ในการจัด กระบวนการก็ดี ผมถือว่าเป็นต้นทุนสำคัญ สิ่งที่ผมอยากจะเห็นภารกิจของ สสส. ก็คือว่า ประเด็นเรื่องไฟป่า หมอกควันนี่ท่านจะต้องเป็นโซ่ข้อกลางในการเชื่อมให้ผู้คนที่เกี่ยวข้อง ทั้งหมดมาจัดเรียงให้มันเป็นระบบครับ ถ้าไม่อย่างนั้นแต่ละปีแต่ละหน่วยงานก็จะตั้ง งบประมาณเป็นแท่ง ๆ แล้วถึงเวลาก็จะเห็นรายงานว่าบรรลุวัตถุประสงค์ มีรูปถ่าย มีกิจกรรม มีการรายงาน มีการเคลียร์บิล (Clear bill) ก็จบ แต่ว่าผลในเชิงคุณภาพ ผมคิดว่าการละลายงบประมาณที่ผมอยู่ผมเห็นมาตลอด ๑๔ ปี มันเป็นอย่างนี้ เพราะฉะนั้น ก็คือว่าสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในภารกิจนี้ ผมไม่แน่ใจว่า สสส. อาจจะทำลำพังได้หรือไม่ ถ้าไม่เพียงพอจำเป็นจะต้องหาภาคีร่วมพัฒนา หรือหุ้นส่วนต่าง ๆ ที่จะมาช่วยคิดงานนี้ ก็จำเป็นก็ต้องร่วมกันว่า จำเป็นจะต้องถอดบทเรียน แล้วผมเชื่อมั่นว่าการใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง จากหลาย ๆ อย่างที่ท่านทำมาในรายงานนี้ อันนี้ถือว่าเป็นต้นทุนที่ดี แต่ว่าประเด็นเรื่อง ไฟป่า หมอกควันมันมีตัวละคร แล้วมันมีกลุ่มต่าง ๆ ที่มีรายละเอียดมากมาย เพราะฉะนั้น สิ่งที่อยากจะฝากและอยากจะเห็นแผนงานในปีต่อ ๆ ไป อยากจะเห็นโมเดล (Model) การคิดทั้งจังหวัด อยากเห็นโมเดล (Model) การคิดทั้งภูมินิเวศ อยากจะเห็นโมเดล (Model) การคิดทั้งภูมิภาคที่เราพูดถึง ๙ จังหวัดภาคเหนือไล่ตั้งแต่จังหวัดตากถึงเชียงราย เหล่านี้ครับ และผมอยากจะเห็นโมเดล (Model) การเชื่อมโยงการแก้ไขปัญหาฝุ่นควัน หมอกควันข้ามชาติด้วยครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗
เชิญ คุณหมอกิตติศักดิ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด มหาสารคาม เขต ๑ พรรคเพื่อไทย วันนี้เป็นรายงาน สสส. สานพลังสร้างชีวิต วิถีใหม่สู่สังคมสุขภาวะ ก่อนอื่นต้องบอกว่า ๓๔๐ หน้าของ สสส. ฉบับนี้ผมถือว่า มีความสำคัญยิ่งต่อกระบวนการสุขภาพของประเทศไทย ก็ต้องขอชื่นชมให้กำลังใจทีมงาน สสส. ทุกท่าน แต่ประเด็นที่จะมาหารือแล้วก็มาอภิปรายก็คือว่า สสส. คือการนำภาษีบาป มาใช้เพื่อสร้างสุขภาวะ ตอนนี้เรายกระดับมาถึงจนได้รับรางวัล ก็ขอชื่นชมและขอแสดง ความยินดีที่การประชุมองค์การอนามัยโลก ครั้งที่ ๑๔๘ ได้ประกาศให้ สสส. ประเทศไทย ได้รับรางวัลเนลสัน แมนเดลา ฟอร์ เฮลท์ โพรโมชัน (Nelson Mandela for Health Promotion) ซึ่งถือว่าเป็นรางวัลระดับโลก ซึ่งถือว่าคนไทยเราเป็นการใช้ภาษีบาป แล้วภาษี ของคนไทยมาใช้เพื่อสร้างเสริมสุขภาพได้อย่างดียิ่ง ผมเชื่อแล้วผมก็ชื่นชมในกระบวนการ ของ สสส. นะครับ แต่กระบวนการที่เราทำมาผมคิดว่าเราต้องกลับมาคิดอีกครั้งหนึ่งว่า ทำอย่างไรเราจะดีกว่านี้ ทำไมเราจะเบรกทรู (Breakthrough) เข้าไปในระดับที่มากกว่านี้ ให้มันได้ผลได้มากกว่านี้ด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นการทบทวนประเด็นต่าง ๆ ผมว่า มีความสำคัญ แล้วก็ในส่วนของผมเองก็ต้องบอกว่า ผมมีประสบการณ์ตรงเพราะว่า ผมเคยเป็นอดีตนายกเทศมนตรีเมืองมหาสารคาม แล้วก็ทำงานร่วมกับ สสส. มา ๑๐ กว่าปี แล้วก็เคยเป็นถึงวิทยากรให้กับ สสส. ด้วยในโครงการประเพณีปลอดเหล้าต่าง ๆ นะครับ🔗
ในส่วนของเทศบาล ผมเองเชื่อว่าพอผมเข้าไปด้วยความที่เราเข้าใจ กระบวนการคิดของ สสส. เราก็ให้เจ้าหน้าที่ของเราทำโครงการ โดยเฉพาะประเพณี ปลอดเหล้าของเทศบาลมหาสารคามมีลอยกระทงปลอดเหล้า สงกรานต์ปลอดเหล้า ซึ่งแต่ก่อนสงกรานต์อุบัติเหตุเยอะ ของผมนี่ถนนข้าวเม่า ปลอดเหล้าปลอดภัย ซึ่งถือว่า ได้รับความสำเร็จมาก ตอนนี้งานศพงานอะไรต่าง ๆ ของมหาสารคามไม่มีเหล้า ซึ่งถือว่า เป็นการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดของคนไทยมามาก แล้วก็แม้กระทั่งบุญบั้งไฟของเราก็ปลอดเหล้า โครงการน้ำมันเก่าแลกน้ำมันใหม่ ซึ่งของเทศบาลเมืองมหาสารคามก็ถือว่า เราไม่ได้ใช้เงิน เราใช้หัวใจทำ ก็คือเอาน้ำมันเก่า ๓ ขวด ไปแลกน้ำมันใหม่ ๑ ขวด น้ำมันเก่าเราไม่ใช่เอาเงิน ของเราไปซับซิไดซ์ (Subsidize) เราเอาน้ำมันเก่าไปขายเพื่อทำไบโอดีเซล (Biodiesel) ซึ่งอันนี้ก็ไม่ได้ใช้เงิน แต่ใช้กระบวนการในการคิดที่จะทำให้เกิดความยั่งยืน เรียกว่าเทศบาล ผมเรียกว่าเป็นเฮลท์ อิน ออล โพลิซี (Health in All Policy) เรียกว่า ทุกวัฒนธรรม ทุกนโยบายของเทศบาล มีวัฒนธรรมสุขภาพอยู่ในทุกนโยบาย ซึ่งอยากบอกว่าท้องถิ่น จากตัวอย่างเทศบาลเมืองมหาสารคาม ท้องถิ่นคือหัวใจ เพราะว่ามีความสำเร็จ มีงบประมาณต่าง ๆ ซึ่งถ้าเราจะขับเคลื่อนในวิถีใหญ่ ๆ มันเหมือนสามเหลี่ยม เขาเรียกภูเขา เรื่องของผู้นำ เราก็เอาผู้นำจากเทศบาล จากผู้นำภาคประชาชนต่าง ๆ เข้ามาให้ข้อคิด ให้นโยบายของ สสส. เรามีองค์ความรู้ที่ดีอยู่แล้ว แล้วเราก็สร้างภาคีเครือข่าย ซึ่งเรามี ที่ท่านบอกมีน้ำมันหล่อลื่น งบกองทุนคือน้ำมันหล่อลื่นที่ทำให้กระบวนการการสร้างเสริม สุขภาพไปสู่ความสำเร็จ แล้วองค์ความรู้ ผู้นำ แล้วก็ภาคีเครือข่ายทำอย่างไรมันจะบาน ไปทั่วทั้งเรียกว่า ๕,๐๐๐ กว่าแห่งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศไทย ซึ่งผมอยากให้การใช้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เกิดประโยชน์ ซึ่งกว่านายกรัฐมนตรี กว่าคนสำคัญจะเข้าใจนโยบายผมคิดว่าท่านต้องน็อกดอร์ (Knock Door) ไปคุยกับท่าน นายกรัฐมนตรี ผู้บริหาร แล้วก็เพื่อขยายความคิด แล้วก็เอาเขามาทำงานให้เรา เพราะเขา จะทำงานเพื่อประชาชนของเขา🔗
ในประเด็นที่จะเพิ่มเติมเนื้อหาส่วนใหญ่ก็ครอบคลุมแล้วก็งดงามดี แต่ประเด็นผมเพิ่มเติมก็คือ เรื่องของการโฆษณาชวนเชื่อที่เกินจริง ผมเจอชาวบ้านเยอะ พอดีเราเป็นหมอเขาก็มาปรึกษา เดี๋ยวก็เรื่องนั้นเรื่องนี้ ส่วนใหญ่มันเกินจริง แล้วมันทำให้คน เสียประโยชน์ เสียประโยชน์จากอะไรครับ ๑. เขารักษาหลงทาง เป็นเบาหวาน เป็นความดัน ไม่กินยาแล้วไปกินอะไรก็ไม่รู้แล้วไม่ไปหาหมอ พอไม่ไปหาหมอ ความดันก็ไม่วัด เบาหวาน ก็ไม่ตรวจ จนไตพัง จนเส้นเลือดในสมองแตก ถึงมารู้ว่าเขาหลงทางนะครับ🔗
อีกประการหนึ่ง ก็คือเรื่องของการเสียค่าใช้จ่าย โดยเฉพาะโรคมะเร็ง โรคอะไรที่เขาบางทีสิ้นหวัง บางทีกระบวนการพวกนี้จะมาโฆษณาชวนเชื่อ ไปทำอย่างนั้นสิ ไปกินอย่างนี้สิ แล้วราคาก็เกินจริง ทำให้เกิดความหลงเชื่อ ก็อยากให้ทาง ส.ส. เอาประเด็นนี้ ไปสร้างภาคีเครือข่าย เพื่อจะแก้ไขในเชิงระบบให้ครอบคลุมทั่วทั้งประเทศนะครับ🔗
อีกประเด็นหนึ่ง เรื่องกฎหมายการเจริญพันธุ์ ผมเป็นสูติแพทย์ เคยเป็น หัวหน้าแผนกสูตินารีเวชของโรงพยาบาลมหาสารคาม แต่ก่อนมหาสารคามท่านประธานครับ เป็นจังหวัดเยาวชน เป็นจังหวัดนักศึกษา มีอัตราการทำแท้งเรียกว่าเยอะในอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย เรียกว่าหมอเรากลัว เราไม่ได้กลัวเรื่องทำแท้งอะไรเรากลัวคนตาย จากการทำแท้ง แล้วเรื่องการทำแท้งที่ไม่ปลอดภัย ซึ่งปัจจุบันมีกฎหมายมาแล้วว่า สภาเพิ่งออกกฎหมายไปเมื่อต้นเดือนมกราคม เรื่องการทำแท้งที่ถูกกฎหมายก็จะมี กระบวนการคิด แล้วก็ให้ครอบคลุมให้มากขึ้น ก็อยากฝากว่าอันนี้ผมเห็นในหน้า ๑๖๑ อยู่ ก็อยากให้ขยายเรื่องของกระบวนการการทำแท้ง นิดหนึ่ง คือการเซฟเซ็กซ์ (Safe sex) คือป้องกันก่อนนะครับ ๒. ถ้ามีการตั้งครรภ์ ที่ไม่พึงประสงค์ ต้องมีการเคาน์เซลิง (Counseling) มีการแนะนำที่ได้ถูกกระบวนการ ผมคิดว่า ตอนนี้ทางกระทรวงสาธารณสุข แล้วก็ทางภาคีเครือข่ายก็ต้องทำให้อย่างรีบเร่งนะครับ เพื่อให้เข้าถึงเด็กและเยาวชน แล้วก็ของคนไทย ตอนนี้ประเด็นของเยาวชนดื่มมากขึ้น ก็อยากเป็นประเด็นท่านด้วยนะครับ🔗
ส่วนเรื่องสุดท้ายคือเรื่องความโปร่งใส ผมเชื่อนะครับในดีเอ็นเอ (DNA) ของ สสส. เรื่องของวัฒนธรรมองค์กรที่พวกท่านเป็นคนที่มีคุณธรรม จริยธรรมที่ดีอยู่แล้ว ฉะนั้นแล้วเรื่องกระบวนการความโปร่งใสอยากให้รับ คือการทำงานมีปัญหาอยู่แล้วนะครับ แต่เอาปัญหานั้นรับข้อร้องเรียนนั้นมาสู่การแก้ไขในเชิงระบบ แล้วก็อย่าให้องค์กรของเรา เรียกว่าเสื่อมเสียจากเรื่องพวกนี้ ก็ขอให้กำลังใจชาว สสส. ทุกท่านครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่าน ผู้จัดการ สสส. ดอกเตอร์สุปรีดา ได้ตอบชี้แจงครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กราบขอบพระคุณอย่างสูงสำหรับทุกคำแนะนำจาก ๑๙ ท่าน ที่ได้ลุกขึ้นอภิปรายในระเบียบวาระนี้ โดยภาพรวมเราได้จดบันทึกอย่างละเอียดนะครับ แล้วเราก็คิดว่าทุกประเด็นที่ทุกท่านชี้มีคุณค่า เราจะรวบรวม แล้วก็จะนำไปดำเนินการ พัฒนาปรับปรุงให้การทำงานของ สสส. ในปีต่อ ๆ ไปดียิ่งขึ้นนะครับ อย่างไรก็ตาม ก็มีหลายประเด็นที่อาจจะขอเรียนชี้แจงเพิ่ม หรือว่าจริง ๆ อยากจะตอบสนองที่ท่านพูดมา บ้างนะครับ ด้วยเวลาที่จำกัดผมคงไม่อาจจะหยิบทุกจุดมาอธิบาย แต่ว่าในบางจุดที่คิดว่า อาจจะเป็นประโยชน์นะครับ🔗
ตั้งแต่ท่านธัญวัจน์เอง ที่พูดถึงเรื่องข้อมูลรายงานความหลากหลายทางเพศ ในหนังสือรายงานเล่มนี้ ท่านเองได้ร่วมกิจกรรมกับเราเมื่อ ๒๒ กันยายน แต่ท่านคงเห็นว่า เราได้วางระบบ วางยุทธศาสตร์ แล้วก็ระดมความเห็น กระบวนการเหล่านั้นกำลังจะเดิน ไปข้างหน้าครับ แล้วก็รายงานปีหน้าคงมีมาให้ท่านเห็นแน่นะครับ ตัวอย่างกิจกรรมที่ได้ ดำเนินไปแล้ว เช่น มีเรื่องของการพัฒนาคู่มือผู้ปกครองที่ดูแลบุตรหลาน ในเรื่องของ ความหลากหลายทางเพศ เรื่องของฐานข้อมูลที่พัฒนาแล้วกำลังเก็บอยู่ครับ รายงาน คงออกมาไม่ช้า มีงานเฉพาะของกลุ่มหลากหลายทางเพศที่ด้อยโอกาสหรือมีความพิการ เป็นต้น แล้วก็ร่วมกับโรงพยาบาลรามาธิบดี ที่ได้เริ่มคลินิกรักษาในประชากรกลุ่มเฉพาะ เหล่านี้ เป็นต้น🔗
หลายท่านจะแนะนำจุดสำคัญ ๆ ที่ให้เราพัฒนางานเพิ่มเติม อย่างเช่น คุณพัชรินทร์พูดถึงเรื่องความรุนแรงหรือจุดเสี่ยงใน กทม. ที่จะเพิ่มความร่วมมือกับทาง สำนักงานตำรวจแห่งชาติมากขึ้น🔗
ท่านอนุรักษ์เอง ชี้ถึงตำบลสายพันธุ์ใหม่ที่คงจะต้องลงไปแก้ไขปัญหานะครับ ทีนี้การแก้ปัญหาเราอาจจะไม่สามารถลงไปสงเคราะห์ได้หมด แต่ว่าในตำบลเข้มแข็ง ที่เราพูดถึงจะเข้าไปดูแลประชากรกลุ่มเฉพาะ ผู้ที่ติดเตียงต่าง ๆ เหล่านั้นได้ดีขึ้นนะครับ พร้อมกันนั้นเราก็มีงานของวิชาชีพลงไปเสริม อย่างเช่น ทำงานร่วมกับสภากายภาพบำบัด ที่พัฒนาเรื่องของงานส่วนนี้ที่ลงไปสู่พื้นที่นะครับ หรือว่าของกองพยาบาลกับสาธารณสุข ที่พัฒนางานของพยาบาลลองเทอม แคร์ (Long-term care) อยู่เป็นต้น ก็จะเสริมเข้าไปครับ🔗
ท่านเพชรดาวที่กรุณาติดตามงาน สสส. ต่อเนื่องนะครับ แล้วก็บางเรื่องเอง เราอาจจะยังไม่ได้ใส่ลงไปบ้าง หลายท่านจะสงสัยว่างานนี้ปีที่แล้วอยู่ทำไมปีนี้ไม่อยู่ บางครั้ง เราทำงานต่อเนื่องไปครับ ไม่ได้นำมาเขียนนี่แปลว่าไม่ได้ทำนะครับ ยกตัวอย่างเช่น อีเอฟ เอฟเฟกทีฟ ฟังก์ชัน (EF : Effective Function) ที่พัฒนามาหลายปีที่ผ่านมายังดำเนินอยู่ครับ แต่ก็ต่อยอดเป็นงานต่าง ๆ ที่อาจจะปรากฏในงานอย่างนี้ เป็นต้น🔗
ท่านสฤษดิ์ที่ให้ตัวอย่างของไทรแองเกิล โมเดล (Triangle Model) หลายท่านเองก็เข้าร่วมให้ข้อมูลของภาคปฏิบัติจริงที่ท่านก็เข้าไปร่วมทำงานนะครับ ไม่ว่าจะเป็นคุณผ่องศรีที่จังหวัดศรีสะเกษ ที่ได้เล่าตัวอย่างของงานนายอำเภอร่วมรณรงค์ ปลอดเหล้าที่โพธิ์ศรีสุวรรณ หรือราษีไศล ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งของ ๑๕๖ อำเภอครับ ใน ๕๘ จังหวัดที่ได้ทำสิ่งนั้น หลายท่านส่วนหนึ่งก็เป็นประจักษ์พยาน ส่วนหนึ่งก็เป็น ผู้ร่วมมือที่สำคัญ ยังมีอีกหลาย ๆ เรื่องที่หลายท่านอย่างคุณพรรณสิริได้ยกตัวอย่าง งานร่วมมือกันที่สุโขทัย หรือท่านกิตติศักดิ์เมื่อสักครู่พูดถึงที่มหาสารคาม เป็นต้น นั่นเป็น ส่วนสำคัญที่ท่านได้นอกจากรายงานนี้ ท่านได้โยงถึงตัวอย่างจริงที่ท่านได้ร่วมปฏิบัติในพื้นที่ อยู่ครับ🔗
ในอีกหลาย ๆ ส่วนบางเรื่องที่มีคำถามถึงระบบความโปร่งใส ผมคิดว่าเรื่องนี้ เป็นเรื่องสำคัญที่ สสส. เองก็ให้ความสำคัญนะครับ ถ้าท่านดูในรายงานท่านจะเห็นชัดเจนถึง สสส. เองเป็นระบบที่มีการตรวจสอบกำกับมากมาย ในเรื่องของออดิติง (Auditing) หรือการตรวจสอบ เรามีตั้งแต่ตรวจสอบภายใน โดยมีกรรมการบอร์ด (Board) ที่ตั้ง อนุกรรมการตรวจสอบภายในทำแผนตรวจสอบภายในอย่างเข้มงวดนะครับ รองรับกับการ ตรวจสอบภายนอก โดยสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินหรือ สตง. ในส่วนของการควบคุม เชิงประสิทธิภาพและระบบโดย กพร. แล้วก็คณะกรรมการกองทุนหมุนเวียนของภาครัฐ ของกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง สสส. ยังมีบอร์ด (Board) ๒ บอร์ด (Board) ไม่ได้ มีบอร์ด (Board) เดียว อีกบอร์ด (Board) หนึ่งก็คือบอร์ด (Board) ประเมินผล ตั้งโดยคณะรัฐมนตรีโดยตรงเป็น ๒ บอร์ด (Board) คู่ขนานกัน โดยการเสนอของ กระทรวงการคลังครับ ฉะนั้นคณะกรรมการชุดนี้เองก็ได้ริเริ่มการประเมินอย่างต้องเรียกว่า ก้าวหน้า หลาย ๆ อย่าง หลายอย่างจะเป็นผู้นำในการที่จัดพัฒนาระบบประเมิน อย่างเช่น เคพีไอ (KPI) การประเมิน สสส. ไม่ได้มีเคพีไอ (KPI) ชุดเดียวที่วัดเพอร์ฟอร์แมนซ์ (Performance) แต่ในส่วนของความโปร่งใสและธรรมาภิบาล มีกรอบธรรมาภิบาลอยู่ และมีตัวชี้วัดเกือบร้อยตัวที่ประเมินทุกปี แล้วก็ได้คะแนนที่ทุกท่านเห็นอยู่ในรายงาน ๙ เศษ ๆ เต็ม ๑๐ นะครับ แล้วก็พัฒนาขึ้นตามลำดับ นอกจากนั้นเองเราก็มีส่วนของการ ที่ประเมินโดยไอทีเอ (ITA) ของ ป.ป.ช. ค่าดัชนีของความโปร่งใสและธรรมาภิบาล ซึ่งก็ได้ระดับเอ (A) มาอย่างต่อเนื่องครับ เหลืออีก ๐.๗ เปอร์เซ็นต์ก็จะเป็น เอเอ (AA) ในส่วนนั้นเอง พาร์ต (Part) ที่หลายท่านสงสัยเรื่องว่าการเปิดเผยข้อมูล เราได้ ๑๐๐ คะแนนเต็ม ต่อเนื่องมาหลายปีแล้ว ท่านอาจจะตรวจสอบได้จากระบบข้อมูลของเราทั้งในหน้าเพจ (Page) ได้เลย นะครับ🔗
ทีนี้ส่วนสำคัญก็คือเรื่องของการที่อาจจะพูดถึงงานที่ทำ แล้วก็เครือข่ายที่มี ในเครือข่ายที่ท่านยกขึ้นมาในเรื่องเกี่ยวกับบุหรี่ ที่จริงท่านคงเห็นว่านั่นคือเครือข่ายที่ทำงาน อย่างกว้างขวาง แล้วเราก็ใส่ลงไปในรายงานอย่างเปิดเผยนะครับ ถ้าดูภาพรวมจะเห็นว่า มีเรื่องของภาคีเครือข่ายด้านวิชาการ ตั้งแต่ที่ศูนย์วิชาการก็ดี สถาบันการศึกษาต่าง ๆ ก็ดี ราชวิทยาลัยหรือว่าแพทยสภา แพทย์สมาคมต่าง ๆ งานที่มีส่วนของภาคสังคมที่ขับเคลื่อน มีองค์กร มูลนิธิต่าง ๆ มีงานด้านองค์กรภาครัฐ แม้แต่ชื่อของกรมควบคุมโรคต่าง ๆ เหล่านั้น ฉะนั้นพอเอามาขึ้นผังก็อยู่ในผังนั้นทั้งหมดเลยครับ ทั้งหมดเขียนอยู่ในนี้ ตั้งแต่กรมควบคุมโรค มีชื่อท่านอนุทินอยู่ตรงนั้น ท่านอื่น ๆ อีกนะครับ ฉะนั้นทั้งหมดเป็นเครือข่ายที่ทำ อย่างเปิดเผยโปร่งใส เพื่อเชื่อมงานนโยบายกับงานวิชาการ แล้วก็งานขับเคลื่อนสังคม ซึ่งก็เป็นยุทธศาสตร์ของ สสส. นะครับ🔗
ในเรื่องบุหรี่ไฟฟ้าเราก็ทำเหมือนเรื่องอื่น ๆ เราก็ใช้วิชาการนะครับ วิชาการ ของเราไม่ใช่วิชาการที่เจาะจงตายตัว รายชื่อของสถาบันวิชาการต่าง ๆ ที่ออกมาสนับสนุน เรื่องของการยังคงแบน (Ban) บุหรี่ไฟฟ้านั้น เป็นนักวิชาการที่ท่านคงรู้ว่า ใครไปซื้อก็ไม่ได้ องค์กรที่ออกมามีตั้งแต่แพทยสภา แพทยสมาคม ราชวิทยาลัยแทบจะทุกราชวิทยาลัย รวมถึงราชวิทยาลัยอุรเวชซึ่งเป็นแพทย์โรคปอดโดยตรง เป็นต้น นักวิชาการด้านอื่น ๆ ฉะนั้นเรื่องบุหรี่ไฟฟ้างานวิชาการมันเยอะจริงครับ ต้องเรียกว่า เป็นหลักหลายพันที่มีทั้งโพร (Pros) ทั้งคอน (Cons) ต่าง ๆ แล้วก็ข้อยุติ ณ ขณะหนึ่ง ๆ ก็จะออกมาโดยองค์กรที่มีอำนาจที่จะต้องดูแลตรงนั้น ซึ่งไม่ใช่ สสส. นะครับ สสส. เอง เป็นเพียงผู้สนับสนุนครับ ในภาพรวมของกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรคหรือว่า คณะกรรมการชาติที่กรมควบคุมโรคเป็นเลขา คณะกรรมการควบคุมยาสูบแห่งชาติ คคยช. ชื่อองค์กรราชวิทยาลัยและแวดวงต่าง ๆ ก็ได้ตัดสินใจที่จะแบน (Ban) หรือว่ายังไม่ให้บุหรี่ ไฟฟ้าเป็นบุหรี่ถูกกฎหมายในประเทศไทย เข้าใจว่าข้อมูลเองมันมีความซับซ้อนหลายอย่าง แล้วการพิจารณาจะเปิดให้ประเทศรับผลิตภัณฑ์นี้มา มันเป็นเรื่องที่ไม่ใช่เพียงแค่ว่า ถ้าหากมันอันตรายพอ ๆ กันกับบุหรี่ก็ให้มันมาขายด้วยกันอย่างนี้ เป็นต้น แต่มันยังมีมิติ ของการที่ว่า นี่คือผลิตภัณฑ์ที่เราจะเสพนิโคตินชนิดใหม่เข้ามาสู่ประเทศ แล้วก็บางประเทศ ที่เริ่มไปก่อนแล้วก็ให้ตัวอย่างที่เราต้องพิจารณา อย่างเช่นสหรัฐอเมริกาเอง การสูบบุหรี่ ไฟฟ้าที่พอเริ่มต้นจาก ๕ เปอร์เซ็นต์ การสูบในเยาวชนขึ้นไปถึง ๒๒ เปอร์เซ็นต์ เป็นต้น แล้วก็มีข้อมูลที่ชัดว่า ทำให้เขานำประชากรไปสู่การสูบบุหรี่มากขึ้นด้วยมีผลิตภัณฑ์ทางเลือก ที่เข้ามาที่ไม่ใช่ไปทดแทนหรือไปลดนะครับ ฉะนั้นข้อมูลพวกนี้มีการเอ็นดอร์ส (Endorse) โดยองค์กรอย่างองค์การอนามัยโลก ซึ่งก็สรุปภาพใหญ่ออกมาหรือองค์การยูเอ็น (UN) ถ้างานวิชาการจะไปแก้ไขหักล้างอะไรต่าง ๆ ก็เป็นเรื่องอนาคตที่ผมคิดว่า ทุกท่านที่เป็น นักวิชาการคงเข้าใจดีว่า เราใช้วิชาการตัดสินในแต่ละช่วงเวลาได้ ถ้าเรามีข้อมูล มีจริง ที่มากขึ้น แต่ในส่วนนี้เองนโยบายประเทศไทยปัจจุบันเป็นอย่างนั้นอยู่🔗
ในบางคำถามสงสัยว่า บทบาท สสส. ในรายงานเล่มนี้ต่างจากหน่วยงานอื่น ที่เขาก็ทำงานนะ เช่น กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ จริง ๆ ส่วนนี้ สสส. เป็นผู้สนับสนุน งบประมาณ สสส. ที่หลายท่านพูดว่าเยอะ ถ้าคิดเป็นค่าใช้จ่ายภาครัฐเพื่อสุขภาพ งบประมาณของ สสส. มีสัดส่วนแค่ ๐.๗ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเองไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ เทียบกับ งบประมาณแผ่นดินก็คือน้อยกว่า ๐.๗ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณแผ่นดิน ฉะนั้น งบประมาณส่วนนี้เอง เราจะต้องพยายามใช้เกิดกระบวนการที่เป็นประโยชน์มากกว่า จะไปใช้จ่ายให้บริการโดยตรง ฉะนั้น สสส. เองจะต่างจากกระทรวง ทบวง กรมจำนวนมาก ที่ให้บริการกับประชาชน หรือไปซื้อครุภัณฑ์สิ่งก่อสร้าง งบ สสส. จะได้ไม่เป็นส่วนนั้น เราพยายามจะเป็นน้ำมันหล่อลื่นไปขับเคลื่อนกระบวนการต่าง ๆ หลายท่านยกตัวอย่างว่า ส.ส. จะเป็นโซ่ข้อกลางที่เชื่อมส่วนต่าง ๆ เข้ามาหาแล้วก็ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวได้ ส่วนนั้น ก็น่าจะเป็นบทของเราที่ชัด ยกตัวอย่างเรื่องของความปลอดภัยทางถนนที่ท่านเอ่ยถึง สสส. เริ่มบทนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ นะครับ ร่วมเชื่อมคนที่ทำงานเยอะแยะเลย แต่ว่าตอนนั้น งานวิชาการชี้เลยว่า ส่วนประกอบทั้งหมดไม่ได้ประกอบร่างกันเป็นเหมือนวงออร์เคสตรา (Orchestra) ต่างคนต่างเล่น จากชุดผลักดันนโยบายนั้นทำให้เกิดศูนย์อำนวยการ ความปลอดภัยถนนขึ้นเป็นครั้งแรกในเดือนกรกฎาคม ปี ๒๕๔๖ ด้วยมติ ครม. เท่านั้นเอง ก่อนจะผลักดันไปเป็นส่วนของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีในปี ๒๕๕๒ แล้วก็เป็นโครงสร้าง ที่ท่านจะเห็นการทำงานต่าง ๆ เหล่านี้ บทของ สสส. เป็นน้ำมันหล่อลื่นส่วนนั้น เมื่อเกิดนโยบายภาพรวมที่เป็นวงออร์เคสตรา (Orchestra) แล้ว การผลักดันให้เกิดจริง ในระดับพื้นที่เราก็มีหน่วยงานพี่เลี้ยงที่ไปเชื่อมองค์กรหลัก ๆ อย่างน้อย ๕ กระทรวง ที่ทำงานในพื้นที่ที่เรียกกันว่า ๕ เสือ ในชื่อพี่เลี้ยงที่หลายท่านก็รู้จักในพื้นที่ว่า สอจร. ก็ทำให้ งานออร์เคสตรา (Orchestra) วงย่อยในพื้นที่ต่าง ๆ ขับเคลื่อนมากขึ้น ท่านจะเห็นตอนนี้ว่า เราลงไปถึงระดับตำบลสู่ตำบลปลอดภัย เป็นต้น บทบาทเหล่านี้ สสส. เองก็พยายามทำ🔗
แล้วก็ในเรื่องใหม่ที่เมื่อสักครู่ท่านมานพพูดถึง หมอกควัน เราเองก็เข้ามา รับโจทย์นี้เต็มตัวครับ ใน ๓ ปีข้างหน้าเราจะมีแผนที่ชัดเจนขึ้นที่จะทำให้เป็นโซ่ข้อกลาง เชื่อมงานไม่ว่าจะเป็นภาคนโยบาย เราพูดถึงกฎหมายที่อาจจะต้องมีกฎหมาย ตอนนี้ เรียกชื่อเล่นว่า กฎหมายอากาศสะอาด ที่ทำให้โครงสร้างทั้งหมดมีประสิทธิผลมากขึ้น มีการขับเคลื่อน ทำนองสภาลมหายใจของหลาย ๆ จังหวัดที่จะจับมือกัน หรือต้นแบบ ของโครงการอย่างห้องเรียนสู้ฝุ่น ซึ่งขณะนี้ก็ได้เริ่มทำตัวอย่างไปแล้ว เป็นต้น เมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็เกิดศูนย์วิชาการเพื่อขับเคลื่อนเพื่อป้องกันและแก้ไขมลพิษทางอากาศ เพิ่งจัดตั้งขึ้นมาเลย แล้วก็จะรวบรวมนักวิชาการทั้งหมด สังเคราะห์ทิศทางที่จะเดิน ไปข้างหน้า เป็นต้น เราก็ยังทำเรื่องเหล่านี้นะครับ ขอบคุณทุก ๆ ท่านที่ให้ตัวอย่าง ให้คำชี้แนะในเรื่องอื่น ๆ ซึ่งเราขอรวบรวมไว้ทั้งหมด🔗
มีคำถามถึงเรื่องเชิงการตรวจสอบนิดหน่อย มี ๒ กรณีที่ถูกถามก็คือ เรื่องของคดี สสส. ชนะคดีเจ้าหน้าที่ที่มีการทุจริตแล้วก็มีการเรียกเงินครับ ประมาณ ๑ ล้านบาท คิดว่าอยู่ในบังคับคดี เขาก็ยังไม่มีสตางค์นะครับ ก็กำลังจะบังคับให้เกิดการ อาจจะยึดทรัพย์ หรือว่าทำตามกระบวนการบังคับคดีไปนะครับ🔗
เรื่องของบริษัทเอ็นแอล ดีเวลลอปเมนต์ นี้ก็เป็นเรื่องของการสร้างอาคาร อันนี้เป็น ๑ ใน ๓ ของผู้รับเหมาก่อสร้าง แล้วก็ถ้าศัพท์ของทางเราก็คือทิ้งงาน ก็ทำให้ ต้องหาผู้รับเหมาเจ้าอื่นมาสร้างแทน และในส่วนที่เขาทิ้งไปเราก็ยังไม่ได้จ่ายสตางค์ เขาก็เลยฟ้องร้อง ตอนนี้เรื่องอยู่ในศาล แต่คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรครับ ภาพรวมวันนี้ ก็ขอขอบคุณทั้ง ๑๙ ท่านที่กรุณาให้คำแนะนำต่อเรา แล้วก็จะรวบรวมข้อเสนอแนะทั้งหมด มาปรับปรุงงานให้ดีขึ้นในปีต่อไป ขอบพระคุณครับ🔗
ถือว่า ที่ประชุมได้รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๓ ของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ ของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพเรียบร้อยแล้วนะครับ ขอบคุณ ท่านผู้จัดการและทีมงานของกองทุนครับ ขอบคุณครับ ของท่านจบนะครับ🔗
ต่อไปในเรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม เรื่องที่ ๒.๓ นะครับ🔗
๒.๓ รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๓ ศาลรัฐธรรมนูญ🔗
ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้เสนอรายงานประจำปี ๒๕๖๓ ของศาลรัฐธรรมนูญต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อทราบตามมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งรายงานท่านสมาชิกมีครบหมดแล้ว ซึ่งมีรายชื่อท่านสมาชิกที่ประสงค์จะอภิปราย ก็เป็นของพรรคก้าวไกลทั้งนั้น ๖ ท่าน ขอเชิญเจ้าหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญได้เข้ามาชี้แจง ในที่ประชุม มีท่านเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ท่านพรทิภา ไสวสุวรรณวงศ์ ที่ปรึกษาด้านวิชาการ ท่านสมฤทธิ์ ไชยวงศ์ รองเลขาธิการสำนักงาน ศาลรัฐธรรมนูญ ท่านบุญเสริม นาคสาร รองเลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ และท่านพจนพร ทวนทอง ผู้อำนวยการกลุ่มงานการคลัง ทั้ง ๕ ท่านเข้ามาเรียบร้อยแล้ว นะครับ🔗
ท่านจะมี อะไรชี้แจงเพิ่มเติมจากรายงานที่ท่านได้เสนอมาที่สภาไหมครับ ถ้าไม่มีผมจะได้เปิดโอกาส ให้สมาชิกได้อภิปรายซักถาม มีอะไรจะชี้แจงเพิ่มเติมไหม🔗
ไม่มีนะครับ ถ้าไม่มีท่านสมาชิกที่มีปัญหาอะไรที่จะซักถาม หรือติดใจตรงไหนในประเด็นในรายงาน โดยท่านแรกท่านอมรัตน์ แล้วก็ตามด้วยท่านณธีภัสร์ เชิญท่านอมรัตน์ท่านแรกก่อนครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลจากจังหวัด นครปฐม ท่านประธานคะ รายงานศาลรัฐธรรมนูญฉบับนี้ดิฉันได้ศึกษาแล้วก็ยังศึกษา ย้อนหลังกลับไปอีกหลายปี ปรากฏว่าหน้าที่หลักของศาลรัฐธรรมนูญก็คือ ทำหน้าที่พิทักษ์ รัฐธรรมนูญ เมื่อมีกฎหมายใดที่ขัดแย้งก็มีหน้าที่ที่จะวินิจฉัย เพื่อจะปกป้องรัฐธรรมนูญ ที่เป็นกฎหมายสูงสุด แต่ปรากฏว่าหลายปีที่ผ่านมาหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญกลับไม่ได้ ทำหน้าที่หลัก ผลงานที่โดดเด่นเป็นที่ประจักษ์กับสังคมกลับกลายเป็นหน้าที่รอง หน้าที่รอง อย่างเป็นต้นว่า หน้าที่วินิจฉัยสถานภาพนักการเมือง หน้าที่ยุบพรรคการเมือง แล้วก็หน้าที่ โมฆะล้มล้างการเลือกตั้ง อย่างเช่น ของปีนี้ในรายงานประมาณ ๒๐ เรื่อง ก็จะเป็นเรื่อง วินิจฉัยสถานภาพของนักการเมืองประมาณ ๘ เรื่องจาก ๒๐ เรื่อง ท่านประธานคะ องค์กร ที่สามารถชี้เป็นชี้ตายให้กับสังคมสำคัญระดับนี้ จะต้องมีที่มาที่มีความชอบธรรม อย่างสูงสุดเป็นที่ยอมรับ แต่ศาลรัฐธรรมนูญไทยตรงกันข้ามกับนานาอารยประเทศ ที่เบลเยี่ยม ฝรั่งเศส เยอรมัน ออสเตรีย ที่มาของศาลรัฐธรรมนูญจะต้องผ่าน สภาผู้แทนราษฎร ถึงแม้จะมีประธานาธิบดีเป็นคนเลือกก็ต้องได้รับการรับรองจาก สภาผู้แทนราษฎรร่วมกับวุฒิสภา แม้กระทั่งในไต้หวัน ในเกาหลีใต้ซึ่งเป็นเอเชีย (Asia) ใกล้ ๆ เราก็เช่นเดียวกันของเขาจะต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร ของไทยนี่นะคะเรารู้ ๆ กันอยู่แล้วเลือกจากตุลาการศาลฎีกา จากตุลาการศาลปกครอง แล้วทั้งหมดก็มาผ่านเฉพาะวุฒิสภาค่ะ แล้วเราก็รู้กันดีใช่ไหมคะว่าวุฒิสภามาจากไหน ท่านประธานคะ นอกจากจะมีที่มาที่ไม่ชอบธรรมแล้ว ไม่เป็นที่ยอมรับแล้ว ผลงานที่ผ่านมา ก็เช่นเดียวกัน หลาย ๆ เรื่องที่โดดเด่นก็เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นคำวินิจฉัยที่คลุมเครือ ย้อนแย้ง ไม่มีมาตรฐาน คำวินิจฉัยที่วินิจฉัยแล้วไม่ได้ สร้างข้อยุติให้กับสังคม แต่กลับสร้างความแตกแยก ร้าวลึก ไม่เป็นที่ยุติสักที ตอกลิ่ม ความขัดแย้งให้มันมากขึ้น ดิฉันจะขอยกตัวอย่างคำวินิจฉัยที่ย้อนแย้งสัก ๒ อัน ครั้งที่วินิจฉัยญัตติขอแก้รัฐธรรมนูญ ศาลมีคำวินิจฉัยว่าจะต้องไปทำประชามติก่อน ไปถาม ประชาชนผู้ทรงอำนาจสูงสุดก่อนว่าจะให้แก้รัฐธรรมนูญไหม ตอนนั้นดิฉันก็ดีใจ ดิฉันก็คิดว่า โอเค (OK) ประชาชนมีความสำคัญ แต่ต่อมาการวินิจฉัยเมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคมที่ผ่านมา คดีปฏิรูปเท่ากับการล้มล้างระบอบค่ะ ปรากฏว่าในคดีนั้นส่วนหนึ่งของคำวินิจฉัย ในคำวินิจฉัยเขียนไว้ว่า ประวัติศาสตร์การปกครองไทย อำนาจปกครองเป็นของ พระมหากษัตริย์มาโดยตลอดตั้งแต่สุโขทัย อยุธยา จนถึงรัตนโกสินทร์ ท่านประธานคะ แล้วก็จบลงด้วน ๆ จบลงด้วยดื้อ ๆ แบบนี้ค่ะ สร้างความงุนงงยิ่งไม่เข้าใจ ดิฉันถามว่า ปี พ.ศ. ๒๔๗๔ แล้วมันข้ามกระโดดปี ๒๔๗๕ ไป ปี ๒๔๗๖ เลยหรือคะ ปี ๒๔๗๕ มันมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาเป็นประชาธิปไตย แล้วท่านทิ้งคำวินิจฉัยด้วน ๆ แบบนั้นว่า เราปกครองโดยกษัตริย์จนกระทั่งถึงรัตนโกสินทร์ มันถึงรัชสมัยไหน มันถึงปีไหนคะ ท่านทิ้งทุ่น ทิ้งคำถาม ทิ้งความขัดแย้งไว้ให้กับสังคมเรา คำวินิจฉัยอย่างนี้ไม่สามารถหาข้อยุติให้กับสังคมได้ แถมยังจะสร้างความขัดแย้งที่ลามปาม ไปไกล ความไร้มาตรฐาน อย่างเช่นบางครั้งการตัดสินท่านเปิดพจนานุกรม แต่บางครั้ง ท่านไม่เปิด ท่านใช้วิเคราะห์เอาเหมือนหมอดูอีที (ET) แม้กระทั่งจะให้ไต่สวนพยาน ผู้ต้องหา อยู่ในเรือนจำ ๓ คน จะไปตัดสินว่าเขาทำความผิดข้อหาที่รุนแรงมาก ล้มล้างการปกครอง เจ้าตัวอยู่ในเรือนจำ ๓ คน เขามีพยาน เขาเสนอพยาน มีพยานผู้ทรงคุณวุฒิพร้อมจะมาให้ ไต่สวน แต่ศาลตัดออกไม่ยอมไต่สวน การตัดสินคดีที่ร้ายแรงโดยไม่ยอมไต่สวนพยาน ที่สำคัญของฝ่ายผู้ถูกร้อง มันจะเป็นคำตัดสินที่ได้รับการยอมรับจากสังคมได้อย่างไรคะ ท่านประธาน🔗
มาถึงการใช้อำนาจเกินขอบเขตก็เช่นเดียวกัน คำตัดสินเรื่องปฏิรูปเท่ากับ ล้มล้าง เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคมที่ผ่านมา ศาลได้วินิจฉัยเกินขอบเขตอำนาจของตัวเอง วินิจฉัย ไปถึงอนาคต ทั้ง ๆ ที่มีหน้าที่เพียงแต่วินิจฉัยผู้ถูกร้องแค่ ๓ คนเท่านั้นว่า การกระทำนั้น มันทำได้หรือไม่ได้ แต่ท่านวินิจฉัยไปถึงอนาคตว่า ห้ามทำอีกในอนาคต อันนี้มันคือ เกินขอบเขต นอกจากนั้นยังไปเอาองค์กรอื่นที่เกี่ยวข้องอะไรก็ไม่ทราบ ไม่ทราบว่าองค์กร ไหนมาเขียนให้มันงง ๆ เล่นไปอย่างนั้นค่ะท่านประธาน ปัจจุบันประชาชนมีความรู้มากขึ้น ประชาชนรู้ว่า ตุลาการก็คือเจ้าพนักงานยุติธรรมคนหนึ่งเท่านั้นเองไม่ได้ลอยมาจากฟากฟ้า พสุธาที่ไหนเราเป็นคนเท่า ๆ กัน ถ้าท่านใช้อำนาจเกินขอบเขตอำนาจที่มีตามรัฐธรรมนูญ ท่านก็ถูกดำเนินคดีอาญาข้อหา มาตรา ๑๕๗ ได้ นอกจากนี้การใช้อำนาจที่เกินขอบเขตที่เขาไม่ได้ให้แต่ท่านใช้ ก็ยังสามารถที่จะโดนข้อหา จาก พ.ร.ป. ของ ป.ป.ช. ได้เช่นกันค่ะ สามารถเอาผิดในข้อหา เจ้าตัวรู้ว่าตัวเองไม่มีอำนาจ ก็ยังจะทำ ไม่มีอำนาจแต่ยังกระทำการ ผิดกฎหมาย ป.ป.ช. มาตรา ๑๗๑ และมาตรา ๑๗๒ ค่ะท่านประธาน🔗
มาถึงประเด็นสุดท้าย ความล่าช้าในการอ่านคำวินิจฉัยเต็ม เมื่อท่านอ่าน คำวินิจฉัยแล้วกว่าอีกหลายวันกว่าที่จะออกคำวินิจฉัยเต็ม นักวิชาการก็ไม่กล้า ที่จะวิจารณ์ เพราะว่ายังไม่มีคำวินิจฉัยเต็มมาสักทีหนึ่ง แล้วแถมเมื่อมีก็มีการเติม มีการอุดช่องโหว่ มีการฟังกระแสสังคมก่อน แล้วก็ค่อยมาต่อเติมทีหลัง อันนี้มันก็ไม่ถูกต้อง ดิฉันแนะนำให้ท่านไปดูงานที่ศาลปกครองค่ะ ศาลปกครองสามารถจะมีคำวินิจฉัยเต็ม แสดงต่อสาธารณชนได้เลยในวันที่นัดอ่านคำพิพากษา ศาลปกครองกับท่านไม่ได้มีงาน มากไปกว่ากัน ศาลปกครองทำได้ ดิฉันคิดว่าศาลยุติธรรมต้องทำได้ค่ะ อันนี้เป็นทางแก้นะคะ ดิฉันหวังว่า รอบหน้าน่าจะมีคำวินิจฉัยเต็มออกมาในวันเดียวกับที่ท่านอ่านคำวินิจฉัยด้วยค่ะ🔗
ท่านประธานคะ เงินเดือนของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมากกว่าเงินเดือนนายก มีผู้ช่วย ๗ คน มีเลขาอีกคนหนึ่ง ค่าใช้จ่ายของท่านต่อคนต่อหัวเกือบ ๔๐๐,๐๐๐ บาท ต่อเดือน ดิฉันเสียดายเงินค่ะ จากรายงานศาลรัฐธรรมนูญฉบับนี้มีการกล่าวถึงโครงการ การอบรมหลักสูตร นธป. ด้วยเป็นรุ่นที่ ๘ แล้ว จำนวน ๕๒ คน คือหลักสูตรนิติธรรม เพื่อประชาธิปไตย ดิฉันคิดว่าหลักสูตรนี้ยกเลิกไปเถอะค่ะ มันเป็นหลักสูตรชัด ๆ ว่า สร้างคอนเน็กชัน (Connection) ระหว่างเจ้าหน้าที่ศาลกับเอกชนมีแต่การดูงาน เดินสาย ดูงาน ปลูกต้นไม้ ไปปล่อยปลาทั่วภูมิภาค ไม่มีประโยชน์ เรื่องพวกนี้ให้คนอื่นทำเถอะค่ะ เพื่อดำรงความเป็นอิสระของศาล อย่าให้ใครเขามาติฉินนินทา ดิฉันคิดว่าที่มาของศาล จะต้องมีการออกแบบใหม่ให้มีที่มาที่มีความชอบธรรม เป็นที่ยอมรับมากกว่านี้ และเรา ไม่ควรปล่อยให้ศาลรัฐธรรมนูญกลายเป็นจูราสสิค พาร์ค (Jurassic Park) เราไม่ควร จะปล่อยให้ศาลรัฐธรรมนูญ เป็นที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตที่ปรับตัวไม่ได้ แล้วจะต้องสูญพันธุ์ไป แบบไดโนเสาร์ ขอบคุณมากค่ะ🔗
ครับ อีก ๕ ท่านนะครับ ท่านต่อไปท่านณธีภัสร์ ขอเตือนท่านสมาชิกนิดนะครับ ให้ท่านดู รัฐธรรมนูญ ข้อ ๑๒๔ ประกอบเป็นข้อบังคับ ข้อ ๓๙ ด้วยนะครับ เชิญท่านณธีภัสร์ครับ🔗
เรียนประธานสภา ที่เคารพ ผม ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ จากที่ผมได้อ่านรายงานประจำปีของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๓ ก็ได้พบว่ามีการใช้คำว่า สากลและสิทธิเสรีภาพ อยู่หลายจุดด้วยกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแผนยุทธศาสตร์ของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งระบุว่าวิสัยทัศน์ขององค์กรคือ การเป็นสถาบันนำที่พิทักษ์รัฐธรรมนูญในระดับสากล และเป้าประสงค์ขององค์กรคือ มุ่งยกระดับคุณภาพ และมาตรฐานการพิจารณาคดีสู่สากลให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น และศรัทธา หรือแม้แต่ค่านิยมขององค์กรเองก็ระบุว่า ยึดหลักนิติธรรมค้ำจุนประชาธิปไตย ห่วงใยสิทธิเสรีภาพของประชาชน แต่อย่างที่ท่านประธานก็คงทราบดีครับว่า คำวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญหลายต่อหลายครั้ง กลับถูกตั้งคำถามอย่างมากมายทั้งจากนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ และประชาชนทั่วไปว่าได้เป็นไปตามหลักสากลและรัฐธรรมนูญหรือไม่ เช่น เรื่องการยุบพรรคอนาคตใหม่หรือเรื่องการปฏิรูปเท่ากับล้มล้าง รวมไปถึงคำวินิจฉัย ของศาลรัฐธรรมนูญเมื่อไม่นานมานี้ในเรื่องการสมรสเท่าเทียม ซึ่งก็สร้างความไม่พอใจ ให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก ทำให้กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักจนเกิดเป็น แฮชแท็ก (Hashtag) ในทวิตเตอร์ (Twitter) ว่า ศาลรัฐธรรมนูญเหยียดเพศ ซึ่งกระแส วิพากษ์วิจารณ์เหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาลอย ๆ แต่เกิดขึ้นมาจากตัวคำวินิจฉัยของศาลเอง ที่เปิดช่องให้สามารถโต้แย้งได้ อย่างเช่น การให้นิยามของการสมรสไว้อย่างคับแคบมาก ๆ ว่า การสมรส คือการสืบพันธุ์ เพื่อดำรงเผ่าพันธุ์เท่านั้น การให้เหตุผลอย่างนี้ราวกับว่ามนุษย์เป็นเพียงเครื่องจักร ผลิตลูกเลยนะครับ ทั้ง ๆ ที่การสมรสเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและซับซ้อนกว่านั้นมาก ถ้าต้องการเพียงจะผลิตลูกเพื่อสืบพันธุ์จริง ๆ ไม่จำเป็นต้องสมรสกันก็ได้ครับ และหากเรา ไปดูคำวินิจฉัยในเรื่องเดียวกันนี้ของศาลสูงสุดสหรัฐอเมริกาจะเห็นได้ว่า ศาลได้ให้คำนิยาม ไว้ว่า การสมรสเกิดจากความรัก ความผูกพัน และการตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน มิได้มีเรื่องการสืบพันธุ์แต่อย่างใด และในคำวินิจฉัยตุลาการหลายท่านยังมีความกังวลอีกว่า การที่เพศเดียวกันจะสมรสกันได้จะไปขัดต่อศีลธรรมอันดี และจารีตประเพณีของสังคม ท่านประธานครับ ท่านประธานก็ทราบดีว่าสังคมนั้นเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทุกวันนี้ มีแนวคิดในเรื่องสิทธิมนุษยชน และความเข้าใจเรื่องความหลากหลายทางเพศมากขึ้น ทุกวันนี้เพศไม่ได้มีแค่ ๒ เพศอีกต่อไปแล้วครับ แต่ศาลรัฐธรรมนูญก็ยังคงยึดติดกับ จารีตประเพณีที่มีการร่างประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๔๘ ขึ้น ซึ่งก็ผ่านมา เกือบ ๑๐๐ ปีแล้ว โดยไม่ได้ให้ความสำคัญกับปรากฏการณ์ของสังคมที่มีการเคลื่อนไหว และแก้ไขกฎหมายให้สามารถสมรสเท่าเทียมได้ ซึ่งในปัจจุบันมีมากถึง ๓๐ ประเทศแล้วครับ ที่แก้กฎหมายให้รองรับการสมรสเท่าเทียม หรือท่านคิดว่าการดำรงไว้ซึ่งความคิด จารีตประเพณีที่ล้าหลังนั้น เป็นการรักษาไว้ซึ่งความเป็นสากลแบบไทย ๆ อีกทั้งในคำวินิจฉัย บางส่วนยังได้กล่าวอีกว่า แม้สิทธิในการสมรสจะเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน อันมาจากรากฐาน จากสิทธิมนุษยชนที่มนุษย์ทุกคนมีสิทธิในการสร้างครอบครัว โดยไม่ขึ้นกับวิถีทางเพศ และอัตลักษณ์ทางเพศก็ตาม แต่เราจะต้องยึดถือตามศีลธรรมอันดีและจารีตประเพณี ของสังคมไทย ราวกับว่าศีลธรรมอันดีและจารีตประเพณีนั้น มีความสำคัญกว่าสิทธิมนุษยชน ซึ่งเป็นหลักใหญ่กว่าเสียอีกครับ นอกจากนี้ในคำวินิจฉัยยังได้เปรียบเทียบกลุ่มคนที่มี ความหลากหลายทางเพศเป็นคนผิดธรรมชาติ เหมือนกลุ่มสัตว์ที่มีพฤติกรรมแปลกแยก จากปกติ และผลักดันให้กลุ่มคนที่มีความหลากหลายทางเพศไปใช้กฎหมายแยกต่างหาก อย่าง พ.ร.บ. คู่ชีวิต ไม่ให้ใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์เหมือนคู่รักชายหญิง ทั้ง ๆ ที่ ความจริงแล้วไม่ว่าจะเป็นคู่รักเพศเดียวกันหรือคู่รักต่างเพศ ต่างก็มีความรักที่มนุษย์ ให้ต่อกัน มิใช่เปรียบความรักของคู่รักเพศเดียวกันเสมือนความรักของสัตว์ที่มีพฤติกรรม แปลกแยก แล้วท่านอยากจะวินิจฉัยให้ผมเป็นสัตว์สายพันธุ์ไหนครับ ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ ขึ้นสไลด์ (Slide) ให้หน่อยครับ🔗
สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิด คำถามต่อไปว่า ศาลรัฐธรรมนูญได้ทำหน้าที่สมกับจำนวนภาษีที่ได้รับไปจากประชาชน หรือไม่ จากรายงานในปี ๒๕๖๓ ศาลรัฐธรรมนูญได้งบประมาณไปสูงถึง ๓๑๙ ล้านบาทเศษ เพิ่มสูงกว่าปี ๒๕๖๒ ถึงกว่า ๗๑ ล้านบาทเศษ เงินเดือนของตุลาการคนหนึ่งก็สูงถึง ๑๓๑,๙๒๐ บาทต่อเดือน ซึ่งงบประมาณสูงขนาดนี้ แต่ท่านตุลาการก็ยังมีความกังวล เป็นอย่างมากว่า กลุ่มคนผู้มีความหลากหลายทางเพศจะเข้าไปแย่ งสวัสดิการและใช้ งบประมาณของรัฐทั้ง ๆ ที่สิทธิและสวัสดิการเหล่านี้ เป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องจัดให้แก่ ประชาชนผู้เสียภาษีไม่ว่าจะเพศใดด้วยซ้ำไป และยิ่งเมื่อเข้าไปดูปริมาณงานของศาลรัฐธรรมนูญ ก็จะพบว่า ปริมาณคดีที่พิจารณาแล้วเสร็จมีน้อยมาก ในปี ๒๕๖๓ มี ๒๐ คดี ปี ๒๕๖๒ ๑๕ คดี ปี ๒๕๖๑ ๖ คดี และปี ๒๕๖๒ มีเพียง ๒ คดีเท่านั้น นี่ยังไม่นับรวมถึงระยะเวลา ที่ใช้ในการพิจารณาคดีที่ไม่แน่นอน ขึ้นกับสถานการณ์ ถ้าเป็นคดีการเมืองอย่างเรื่องการยุบ พรรคอนาคตใหม่ ศาลใช้ระยะเวลาเพียงแค่ ๕๘ วันเท่านั้น แต่พอเป็นคดีสมรสเท่าเทียม เป็นเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนที่ถูกลิดรอนสิทธิเสรีภาพ กลับถูกเลื่อนแล้วเลื่อนอีก ราวกับว่าความลำบากของพี่น้องประชาชนไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน จนต้องใช้ระยะเวลาเกือบปี กว่าศาลจะมีคำวินิจฉัย ทั้ง ๆ ที่ในรายงานฉบับนี้ก็บอกไว้อย่างชัดเจนว่า ระยะเวลาในการ วินิจฉัยของศาลไม่ควรเกิน ๑๒๐ วันนับแต่วันที่รับคำร้อง อย่างนี้จะไม่ให้ประชาชน คิดได้อย่างไรว่าศาลอยู่ข้างใคร🔗
ท่านประธานครับ ที่ผมพูดมาทั้งหมดนี้เพราะผมอยากจะเห็นองค์กร อย่างศาลรัฐธรรมนูญยกระดับคุณภาพ และมาตรฐานการพิจารณาคดีสู่สากล และคำนึงถึง สิทธิเสรีภาพของประชาชนอย่างจริงจังมากกว่านี้ อย่าปล่อยให้ถ้อยคำเหล่านี้เป็นเพียง ถ้อยคำสวยหรูในรายงาน จนประชาชนตั้งคำถามว่า ศาลรัฐธรรมนูญยังจำเป็นจะต้องมีอยู่ หรือไม่ ขอบคุณครับ🔗
ท่านต่อไป พลตำรวจตรี สุพิศาล ข้ามไปก่อนนะครับ ท่านธีรัจชัย พันธุมาศ ครับ เดี๋ยวท่านสุพิศาล เข้ามาจะอภิปรายก็ยกมือขึ้นนะครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ในส่วนของรายงานของปี ๒๕๖๓ ของศาลรัฐธรรมนูญ ผมได้ดูในหน้าที่ ๒ เขาเขียนไว้ว่า ศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์กรวินิจฉัย ปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญเป็นองค์กรตุลาการที่มีหน้าที่ และอำนาจ ต่างจากศาลยุติธรรม ศาลปกครอง และศาลทหาร กล่าวคือมีหน้าที่และอำนาจในการ วินิจฉัยปัญหาความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมาย หรือร่างกฎหมาย การกระทำ และกรณีอื่นที่กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายอื่นกำหนดให้อยู่ในขอบเขต อำนาจของศาลรัฐธรรมนูญหรือเรียกว่า คดีรัฐธรรมนูญ ในส่วนของคดีรัฐธรรมนูญนั้น เท่าที่ทราบก็คือเป็นคดีทางการเมือง ในคดีทางการเมืองมีปริมณฑลที่มีส่วนได้เสีย ในเชิงของอำนาจ คนที่จะมาเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้น ควรที่จะเป็นคนที่ผ่าน จากประชาชน ในหลายประเทศอย่างที่มีผู้อภิปรายแล้ว ก็คือจะต้องผ่านแม้จะตั้ง โดยประธานาธิบดีหรือผู้นำประเทศอื่น ๆ ก็จะตั้งผ่านสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นจากประชาชน แต่สำหรับคดีศาลรัฐธรรมนูญของประเทศไทยนั้น เชื่อมโยงจากองค์กรที่มาจาก คณะรัฐประหาร ก็คือสภานิติบัญญัติหรือในส่วนของวุฒิสภาที่ตั้งโดยคณะรัฐประหาร คือ คสช. ในประเทศที่มีการปกครองแบบของไทยคือ ในเชิงของเนื้อหารูปแบบอาจจะเป็น ประชาธิปไตยคือมีการเลือกตั้ง แต่เนื้อหามีการควบคุมโดยกฎหมายรัฐธรรมนูญให้องค์กร รัฐธรรมนูญนั้น เป็นเครื่องมือในการที่จะรักษาอำนาจ และขยายอำนาจของตนเอง ในการปกป้องอำนาจของตัวเอง ดังนั้นคนที่จะเป็นศาลรัฐธรรมนูญนั้นอย่างน้อย ๆ จะต้องมีความเป็นกลางและมีความอิสระ และมีความสุจริตเป็นที่ประจักษ์อยู่เช่นกัน ถามว่า ความเป็นกลางมีไหม ตอบว่าไม่มีครับ เพราะว่าที่มาท่านมาจากองค์กรมาจากรัฐประหาร ก็ไม่แปลกหรอกครับ ที่คำวินิจฉัยแต่ละเรื่อง ไม่ว่าการล้มล้างการปกครองเพียงคน ๒ คน ขยายเป็นทุกคน ไม่ว่าการยุบพรรคอนาคตใหม่ กู้ยืมเงินเป็นรายได้ หรือเรื่องอื่น ๆ ในกรณีที่ นายกรัฐมนตรี หรือฝ่ายที่เป็นฝ่ายรัฐบาลรัฐประหารถูกคดีขึ้นมาในคดีสำคัญ จะไม่เคย ถูกลงโทษให้เคยเสียหายเลย นี่คือเรื่องไม่แปลกที่เกิดขึ้นในกรณีของหลักการที่มานั้น อาจจะไม่เป็นกลาง ทำให้มีข้อสงสัยทุกคดีที่มีการตัดสิน🔗
๒. ความอิสระ อิสระจากอะไรครับ อิสระจากการบริหาร แต่ทางอุดมการณ์ ความคิด และความเป็นหนี้บุญคุณในระบบอุปถัมภ์ที่ได้มีการเชื่อมโยงในการแต่งตั้งมา อิสระไหม ไม่อิสระครับ มันก็เกิดคดีแปลกประหลาด ผลแปลกประหลาดที่ไปผูกพัน ทุกองค์กร บางทีก็ตัดสินแล้วก็เผื่อไปให้อีกฝ่ายหนึ่งมาตั้งคดีเพื่อจะยุบพรรคหรือจะทำ อย่างไรต่อไปในส่วนนี้ ถามว่าอย่างนี้เราอยากให้เกิดในประเทศเราหรือครับ ในการวาง บรรทัดฐานที่บิดเบี้ยวแบบนี้ขึ้นมา🔗
อีกประการหนึ่ง คือเรื่องซื่อสัตย์สุจริต คนที่จะเข้าเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต ผมดูในงบประมาณ ในรายงานฉบับนี้หน้าที่ ๖๕ ในเรื่องของ รายจ่ายครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์มีทั้งหมด ๑๓,๓๑๑,๑๐๐ บาท ครุภัณฑ์เคยมีข้อโต้แย้ง เมื่อปี ๒๕๕๒ และ ป.ป.ช. ได้มีการชี้มูลไปเมื่อต้นปีนี้เองว่า มีเจ้าหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ และมีบางส่วนเป็นอดีตรองเลขาธิการรัฐธรรมนูญ และเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญ มีส่วนในการที่จะเอื้อล็อกสเปก (Lock spec) เอื้อต่อบริษัท ๆ หนึ่ง ซึ่งเสนอขึ้นมา ๓ บริษัท คือมีการไขว้เอาพนักงานมาเสนอ ๓ บริษัท แล้วเอื้อเร่งรัดให้มีเขียนขอบเขตงาน เพื่อเอื้อล็อกสเปก (Lock spec) เร่งรัดให้มีการจัดจ้าง เร่งรัดให้มีการจัดซื้อ โดยเลขาธิการ ในขณะนั้นเป็นคนเดียวกับคนนี้หรือไม่ รองเลขาธิการในขณะนั้นซึ่งรับผิดชอบดูแล การจัดซื้อจัดจ้างด้วยคอมพิวเตอร์นั้น ปัจจุบันเป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ในการสอบสวน มีการสอบสวนครับ ข่าวที่เล็ดลอดออกมานั่นก็คือ มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นทอด ๆ แม้กระทั่ง มีการดำเนินคดีฐานหน่วงเหนี่ยว กักขังเจ้าหน้าที่ที่ตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้าง การรับของ ถูกดำเนินคดีกักขัง มีการฟ้องบริษัทที่ไปร้องเรียนเจ้าหน้าที่คนนั้น จนกระทั่ง มีการจ่ายสตางค์ของบริษัทเป็นแสนกว่าบาท กับ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าบาท สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ เกิดขึ้น ถามว่าคนเหล่านั้นคนที่เป็นเลขาธิการ และรองเลขาธิการที่ปัจจุบันเป็นตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ ถามว่ากรณีอย่างนี้มันพิสูจน์ถึงความซื่อสัตย์สุจริตหรือไม่ครับ ที่สำคัญ คนอย่างนี้เข้าไปมีหน้าที่ในการที่จะมาตัดสินคดีบิดเบี้ยวแบบนี้หรือครับ เรื่องอย่างนี้ เป็นเรื่องจริงหรือไม่ ผมถามนะครับว่ามันเป็นจริงหรือไม่ มันมีเหตุเกิดขึ้นจริงหรือไม่ ท่านตอบมาว่าจริงหรือไม่จริง ผมจะไม่ชี้ แต่นี่คือเป็นสิ่งที่มันเกิดขึ้น แล้วก็มีข้อมูลที่บอกมา ถ้าท่านตอบได้ก็กรุณาตอบว่ามันจริงหรือไม่จริง ผมเป็นห่วงงบ ๑๒ ล้านบาท จะเหมือนกับ ๑๓ ล้านบาทในอดีตหรือเปล่าครับ แล้วชี้มูลเมื่อต้นปีนี้ ๑๓ ล้านบาทอย่างนี้ แล้วเอาไปไหน เงินตรงนั้นเป็นอย่างไร แล้วตอนนี้ถามว่าแล้วมีข่าวออกมาอีกข่าวหนึ่งนะครับ ผมไม่ทราบว่า จริงหรือไม่ ท่านตอบมาแล้วกันนะครับ มี ๒ คนที่หลุดนะครับ เลขาธิการในขณะนั้น กับรองเลขาธิการซึ่งเป็นตุลาการ หลุดจากการสอบสวนของ ป.ป.ช. ทั้งที่มีข้อมูลคนที่ภายใน เขาบอกว่า มีการให้ข้อมูลแบบเยอะมาก อย่างไรก็ไม่น่าที่จะหลุด แต่ก็หลุดครับ นี่คือ เป็นระบบอุปถัมภ์ของระบบเครือข่ายอำนาจเผด็จการหรือเปล่า ผมไม่แน่ใจ ท่านที่เกี่ยวข้อง กรุณาช่วยตอบให้กระจ่างชัด ให้สอดคล้องกับรายงาน ผมเป็นห่วงรายงาน ๑๒ ล้านบาทเศษ เป็นอย่างไร ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๓ มีเงินทั้งหมด ๕๗ ล้านบาท เป็นค่าใช้จ่าย ของเงินเดือนตุลาการ และค่าสนับสนุนเฉลี่ยแล้วคนละ ๖๐๐,๐๐๐ กว่าบาทต่อเดือน ค่าเฉลี่ย ๕๒๙,๙๔๔ บาท เดือนละ ๕๐๐,๐๐๐ กว่าบาทครับ นี่เงินจำนวนมาก แล้วผลงาน ออกมาแค่นี้หรือครับ นี่เงินจำนวน ๕๐๐,๐๐๐ กว่าบาทต่อเดือนต่อคน แต่จ้างคนขึ้นมา แล้วมาตัดสินบิดเบี้ยวแบบนี้ แล้ววางรากฐานแบบนี้ทำให้ความไม่เชื่อถือของประเทศ หลักบ้านเมืองเสียหายอย่างนี้ ช่วยกรุณาตอบด้วยว่าจริงหรือไม่ เอาเฉพาะคดีที่ทุจริต ซื้อคอมพิวเตอร์ ๑๓ ล้านบาท ช่วยตอบด้วยนะครับว่าเป็นใครบ้าง ผมไม่อยากเอ่ยชื่อ ให้ท่านบอกว่ามีใครบ้างที่ถูกกล่าวหาในขณะนั้น ตัวเลขาธิการคือใคร รองเลขาธิการคือใคร ช่วยตอบว่าจริงหรือไม่จริงครับ มันเป็นที่คลางแคลงใจของประชาชนทั่วทั้งประเทศ แล้วจะปล่อยให้เหตุการณ์อย่างนี้ คนบริหารเงิน คนมาตัดสินคดีแบบนี้ ไม่สุจริตแบบนี้ เข้ามาอยู่ในองค์กรตุลาการได้อย่างไรครับ ท่านประธานครับ🔗
ท่านต่อไป ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ขอประทานโทษที่ต้องวิ่งลงมา แล้วก็ขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาส ในการยกมือเพื่อได้มีการอภิปรายรายงานของศาลรัฐธรรมนูญในปี ๒๐๒๐ หรือปี ๒๕๖๓ ที่ผ่านมานี้นะครับ กราบขอบพระคุณอย่างยิ่งที่ให้โอกาสครับ ผมจะดูในเรื่องของรายงานงบดุล ท่านประธานครับ งบดุลในเอกสารที่ประกอบ การรายงานจะพบรายงานการตรวจสอบของผู้สอบบัญชีครับท่านประธาน ผู้สอบบัญชี เขียนไว้ในตอนท้ายของเอกสารหน้า ๓ น่าสนใจมากครับ แล้วก็เป็นเรื่องของการสรุป ผมขอกราบเรียนว่า ท่านสรุปได้ดีครับ สรุปในเรื่องของเอกสารนั้นบอกว่า สรุปเกี่ยวกับ ความเหมาะสมและการใช้เกณฑ์การบัญชี และการดำเนินการต่อเนื่องของผู้บริหาร ขององค์กร จากหลักฐานการสอบบัญชีที่ได้รับ สรุปมีความไม่แน่นอนที่มีสาระสำคัญ ที่เกี่ยวกับเหตุการณ์ และสถานการณ์ที่อาจจะเป็นเหตุให้เกิดข้อสงสัยอย่างมีนัยสำคัญ ๒ ประเด็น คือในเรื่องของความไม่แน่นอนในสาระสำคัญ อยากให้ตัวทางองค์กรได้ตอบ หน่อยว่า นัยของข้อสงสัยที่เขียนไว้ในรายงานนี้กล่าวถึงเรื่องอะไร แล้วในรายงานนี้ จะมีข้อสรุปอีกว่า ข้อสรุปว่าความไม่แน่นอนของสาระสำคัญนั้น ให้ข้อสังเกตถึงการเปิดเผย ข้อมูลเห็นไหมครับประเด็นคือ การเปิดเผยข้อมูลครับท่านประธาน การเปิดเผยข้อมูล หรือถ้าการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวไม่เพียงพออย่างที่เพื่อน ๆ ส.ส. ผมได้อภิปราย ในหลายประเด็น ตรงนี้ครับเป็นเหตุที่ทางสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ได้ให้คอมเมนต์ (Comment) ไว้ แล้วในวรรคท้ายเขียนเลยครับว่า ได้สื่อสารกับผู้บริหารเรื่องดังกล่าว ที่สำคัญ ๆ ในการสื่อสาร ในการตรวจงบดุลนั้น สิ่งสำคัญคืองบดุลของการบริหารขับเคลื่อน องค์กรมันจะต้องโปร่งใส ทีนี้มาดูในเรื่องของนัยสำคัญผมไม่รู้ เพราะในเอกสารนี้ ไม่มีให้อ่าน ไม่มีให้ดู แต่ผมก็มาดูในเรื่องของตัวงบดุลที่แสดงให้เห็นเป็นธรรมชาติ แต่สิ่งที่เห็นแล้วมีข้อตำหนิ แล้วมีเหตุอันควรสงสัยท่านไปดูหน้าที่ ๖ เรื่องของเอกสาร ซึ่งท่านแสดงถึงสินทรัพย์ที่มีอยู่ ในหน้าแรกหน้าที่ ๔ ถึง ๑๕๐ กว่าล้านบาทเศษ จากปีที่แล้ว คือ ๑๑๓ ล้านบาทเศษ ทีนี้เอกสารนี้มันจะมีหน้าที่ ๖ ในเรื่องค่าใช้จ่ายครับท่านประธาน สิ่งสำคัญคือปีที่แล้วค่าใช้จ่ายมันโป่งมาก ๆ มันมีเหตุอันสงสัยอย่างมีนัยสำคัญครับ ท่านประธาน ดูรายการนี้ครับ ในค่าใช้จ่ายนั้นจะมีรายการเรื่องค่าใช้จ่ายของบุคลากร ผมไม่ว่ากันเพราะว่าเงินเดือน ๑๐๐ กว่าล้านบาทก็โอเค (OK) จาก ๑๑๙ ล้านบาทเป็น ๑๘๑ ล้านบาท ก็มีคนออกคนเข้า แต่สิ่งนี้เป็นรอยตำหนิมาก คือค่าบำเหน็จบำนาญ จาก ๑๒ ล้านบาทครับท่านประธาน ถ้าในเอกสารนี้ปีที่แล้ว ปี ๒๕๖๒ ๑๒ ล้านบาทเศษ ๆ ปีนี้ปีที่ผ่านมา ๒๐ ล้านบาทครับท่านประธาน ๘ ล้านบาทเศษ ๆ ครับ ผมไม่รู้ว่าตัวเลข มันโป่งเป็นบำเหน็จอะไรให้กับใคร แล้วในบัญชีนี้ในรายการที่ ๑๕ ผมเข้าไปดูรายการที่ ๑๕ มันก็ให้เห็นเลยครับว่าในรายการที่ ๑๕ ท่านอ่านเข้าไปดูพลิกไปที่หน้า ๑๔ ท่านประธาน จะบอกว่ามันมีที่เขียนว่า บำเหน็จ คือบำเหน็จความชอบแล้วจ่าย ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนว่า มีข่าวว่ามีการส่งทหารไปดูแลอารักขาท่านตุลาการทุกคนจริงหรือเปล่า อันนี้เป็นคำถามนะครับ ท่านมีนายทหารหรือมีผู้ที่ไป ตำรวจเขาเรียก อน. อำนวย ความสะดวกหรืออะไรนี่นะครับ จริงหรือเปล่าช่วยตอบนะครับ เงินก้อนนี้เป็นเงินก้อน ที่ให้ผู้ที่จะเป็นบำเหน็จเพิ่มเติมหรือเปล่า นั่นคือคำถามที่ผมอยากรู้เพราะว่าจากเงินบำเหน็จ ที่เขียนไว้ในนี้คือ ๒.๗๓ ล้านกว่า บวมเลยครับเป็น ๑๐.๙ ล้านเศษ ๆ รวมแล้วปรากฏว่า ยังมีค่าบำเหน็จรายเดือนอีกครับ โผล่เข้ามาเฉย ๆ ครับ ใครเป็นคนรับ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าบาท บำเหน็จรายเดือน มีเหตุอันควรสงสัยครับ นอกจากนั้นแล้วค่าใช้จ่าย ค่าใช้สอยอยู่ตรงนี้ครับ ท่านประธาน ค่าจ้างที่ปรึกษา ๙๐๐,๐๐๐ ปีที่แล้ว ปีนี้จ้างที่ปรึกษาเพิ่มอีก ๒ ล้านบาท เป็น ๒,๙๐๐,๐๐๐ กว่าบาทครับท่านประธาน นั่นจ้างใครครับ สุดท้ายตรงนี้ครับ คือค่าประชาสัมพันธ์ครับท่านประธานครับ ๑.๘ ล้านบาท บวมครับ เป็น ๕.๒ ล้านบาท ช่วยชี้แจงให้ผมหน่อยว่า ประชาสัมพันธ์งานของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นองค์กรอิสระ ผมถือว่าท่านมีคำสั่งกับคำวินิจฉัย แต่ท่านไม่ใช่มีคำพิพากษา เพราะท่าน ไม่มีอำนาจจะพิพากษาใครนะครับ ถามว่าการประชาสัมพันธ์ดังกล่าวนี้คืออะไรนะครับ บวมขึ้นมาขนาดนี้ ช่วยชี้แจงให้ผม และที่ประชุมแห่งนี้🔗
สุดท้ายจริง ๆ ครับท่านประธานครับ คำถามที่เกิดจากการใช้เม็ดเงิน ท่านเคยใช้รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๔๑ วรรคสอง ที่ให้องค์กรของท่านของบจากกรรมาธิการ งบประมาณโดยตรงหรือไม่ ๒ ปี ๓ ปีที่ผ่านมา ถ้าไม่เคย เพราะอะไร และถ้าเคย ท่านเคยไปอ่าน พ.ร.บ. วิธีงบประมาณ ปี ๒๕๖๑ ไหมครับ ตั้งแต่มาตรา ๑๙ (๔) ๒๐ กว่านี่มันขัด ต่อรัฐธรรมนูญวรรคนี้อย่างยิ่ง เพราะว่าเป็นการเลี้ยวอำนาจที่ท่านจะต้องยื่นโดยตรง ต่อกรรมาธิการ แวะไปที่รัฐบาล กราบเรียนครับท่านประธานครับ ช่วยตอบด้วยครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านศรัณย์ ทิมสุวรรณ เพื่อไทยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย จากรายงานของศาลรัฐธรรมนูญเล่มนี้ จริง ๆ มีหลายสิ่งที่ผมเองก็เพิ่งทราบเหมือนกันว่า ศาลรัฐธรรมนูญนี้นอกจากเราได้ยินข่าว นอกจากเราเห็นตามข่าวว่า ตัดสินคดีทางการเมืองต่าง ๆ นี้มีหน้าที่หรือว่าทำอะไรบ้าง จริง ๆ ก็แปลกใจในหลาย ๆ อย่างนะครับ ที่ได้ทราบจากรายงานเล่มนี้ อย่างเช่นว่า ในปีหนึ่งท่านมีคดีมากน้อยขนาดไหน งบประมาณของท่านใช้ในส่วนไหนบ้าง หรือแม้แต่ ศาลรัฐธรรมนูญก็ให้งบงานวิจัย อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ผมเพิ่งทราบ แล้วก็ทำให้เกิดคำถามมากขึ้น เหมือนกันว่า จากตอนแรกที่เราเข้าใจว่าศาลรัฐธรรมนูญนี้ก็รอ ถ้ามีใครร้องเรียน อย่างเช่น ในสภานี้จะได้ใช้บริการท่านค่อนข้างบ่อย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องญัตติต่าง ๆ ที่เมื่อปีก่อน เราก็ค่อนข้างจะวุ่นวายกัน ไม่ว่าจะเป็นญัตติการแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า แก้ได้ไหม ต้องทำ ประชามติก่อนหรือเปล่าต่าง ๆ มากมาย แต่ว่าจากรายงานเล่มนี้ครับ มันก็ทำให้เห็นว่า จริง ๆ สิ่งที่เกิดขึ้น อาจจะเรียกว่าปัญหาบางส่วนที่เรากำลังเจออยู่ในปัจจุบันนะครับ ไม่ว่าจะเป็นจากคำพิพากษาที่ท่านออกมาต่าง ๆ ผมจะพยายามไม่พูดถึงตรงนั้น เพราะว่า ท่านประธานก็ได้เตือนแล้ว ผมก็จะพยายามไม่พูดถึงคำตัดสิน เพราะว่าถึงแม้จะไม่ค่อย ได้เห็นด้วยกับสิ่งที่ท่านได้วินิจฉัยออกมาในหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการนิยามคำว่า สมรสหรือต่าง ๆ นานาอย่างเรื่องล่าสุด แต่ว่าจากรายงานสิ่งที่มันเป็นปัญหาก็คือ การใช้งบประมาณในบางส่วน เรารู้สึกว่ามันอาจจะไม่สะท้อนถึงประโยชน์ที่ประชาชน หรือว่างบประมาณที่ท่านได้รับไปมันอาจจะไม่ได้ส่งผลกับประชาชนเท่าที่ควร ยกตัวอย่างเช่น เพื่อนสมาชิกพูดไปไม่ว่าจะเป็นเงินเดือนค่าใช้จ่ายต่าง ๆ หรือว่าอย่างที่ผมได้พูดขึ้นมาก่อนหน้านี้ ก็คืองบการวิจัย ซึ่งก็ไม่ได้ให้เยอะก็ ๕๐๐,๐๐๐ บาทบ้าง ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ บาทบ้าง แล้วก็จำนวนผู้ที่ได้ส่วนใหญ่ก็จะอยู่ตามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยจุฬา แต่ว่าหลาย ๆ เรื่องนี้ที่ท่านได้ทำการวิจัยก็เป็นเรื่องที่ฟังดูมันก็ดีนะครับ สิทธิขั้นพื้นฐาน ของประชาชน ซึ่งมันก็ตรงกับค่านิยมที่ท่านเขียนไว้ในรายงานฉบับนี้ว่า ค่านิยมคือ เราจะยึดมั่น ในหลักนิติธรรมค้ำจุนประชาธิปไตย ห่วงใยสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ซึ่งพออ่าน ถึงตรงนี้เราก็มีคำถาม เราก็ได้เห็นจากสิ่งต่าง ๆ โอเค (OK) ว่ายึดหลักนิติธรรมแน่นอน ท่านเป็นศาล ท่านก็ต้องยึดหลักนิติธรรม ค้ำจุนประชาธิปไตย ห่วงใยเสรีภาพของประชาชน ต้องเรียนตามตรงว่า จากภาพลักษณ์ ไม่ว่าจากที่มาขององค์กร หรือว่าจากคดีต่าง ๆ จากคำวินิจฉัยต่าง ๆ การทำงานของศาลรัฐธรรมนูญค่อนข้างเป็นที่ตั้งคำถามของประชาชน ผมไม่ได้บอกว่าท่านผิดหรืออะไรนะครับ แต่ว่าประชาชนมากมายตั้งคำถามกับการทำหน้าที่ ของท่าน แล้วในสภาแห่งนี้เองเพื่อนสมาชิกก็ได้ตั้งคำถามถึงหลาย ๆ อย่างที่เกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปี ที่ผ่านมา นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าท่านควรจะต้องนำกลับไปเพื่อปรับ ไม่ว่าจะเป็นปรับภาพลักษณ์ หรือวิธีการทำงาน ผมได้พูดถึงการใช้งบประมาณแล้ว และหลาย ๆ ส่วนที่เพื่อนสมาชิก หลาย ๆ ท่านก็ตั้งคำถามเหมือนกันว่ามีความเหมาะสมขนาดไหน หรือแม้แต่ในรายงานท่าน ก็มีเรื่องอย่างเว็บไซต์ (Website) ของศาลรัฐธรรมนูญเองที่ผมก็เพิ่งทราบว่ามีอี-คอร์ตทิง (e-Courting) ด้วยน่าสนใจนะครับ เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี จริง ๆ ถ้ามีคนดูเยอะ ๆ ก็ดีนะครับ เพราะว่าเท่าที่ผมเห็นในรายงานมีการเหมือนให้ดูคำพูด หรือว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในศาล แบบเรียลไทม์ (Real time) เลยว่าตอนนี้ทำอะไรอยู่ มีฝ่ายหนึ่งว่าอย่างไร อีกฝ่ายหนึ่งว่า อย่างไร มีบันทึกซึ่งประชาชนเข้าไปตามได้ ผมว่านี่เป็นสิ่งที่ดีครับ ซึ่งอยากให้ท่านช่วยดึงคน ให้เข้ามาสนใจเรื่องนี้มากขึ้น ผมอยากให้มีภาพที่ว่าเวลาเรามีการตัดสินที่สำคัญ ประชาชน อาจจะหลักแสนหลักล้านสามารถเข้าไปร่วมชมในเว็บไซต์ (Website) ศาลรัฐธรรมนูญได้ เพราะผมเห็นว่าท่านก็เขียนไว้ประมาณนั้นว่าอยากให้คนมีส่วนร่วม เพราะฉะนั้นผมหวังว่า คราวหน้าครั้งต่อไปเราอาจจะมีประชาชนมากขึ้นที่เข้าไปฟังคำวินิจฉัยของศาล ไม่ว่าจะเป็น คดีอะไรก็ตาม🔗
ส่วนการพิมพ์หนังสืออย่างนี้ ผมเรียนตามตรงว่ามันอาจจะต้องปรับ สักนิดหนึ่ง ไม่ใช่ว่าหนังสือไม่สวยนะครับ แต่ว่าท่านพิมพ์มา ๔,๐๐๐ เล่ม อยู่ในสภานี้ ผมว่าก็เป็นหลักพันแล้ว เพราะฉะนั้นตามหน่วยงานต่าง ๆ ด้วย จริง ๆ ผมอยากให้ ประชาชนคนอื่นได้มีสิทธิอ่านหนังสืออย่างนี้บ้าง เขาจะได้ทราบเหมือนผมที่เพิ่งทราบว่า ศาลรัฐธรรมนูญทำอะไร หรือว่ามีหน่วยงานทำอะไรที่ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมได้ ผมเห็นบางส่วนก็มีส่วนที่ให้ประชาชนเข้าไปตั้งคำถาม แล้วก็มีมาตอบด้วย ซึ่งก็ดีครับ แต่ว่าผมรู้สึกว่าคนเข้าถึงน้อยมาก เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ท่านช่วยให้ความสำคัญ ตรงนี้เพิ่มสักหน่อยก็จะทำให้คนเข้าถึงพวกท่านได้มากขึ้น แล้วพวกท่านก็จะถูกประชาชน ตรวจสอบได้มากขึ้นทำให้ท่านทำงานได้ดีขึ้น ผมเชื่อว่าอย่างนั้น อย่างไรก็ฝากเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ด้วย เพื่อที่องค์กรของท่านเองก็จะได้ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และประชาชน ก็จะได้มีความเชื่อมั่นกับองค์กรของท่านมากขึ้น ขอบคุณครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ ก็เป็นโอกาสอันดีที่ผมได้รับทราบรายงานของศาลรัฐธรรมนูญ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าประชาชนทุกคนก็คงรับรู้ดีว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจแล้วก็หน้าที่ ในการวินิจฉัยข้อกฎหมาย และการกระทำทั้งหมดทั้งปวงในราชอาณาจักร แล้ววินิจฉัยว่า สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเหล่านั้น ขัดต่อรัฐธรรมนูญซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดของปวงชนชาวไทย หรือไม่ ดังนั้นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญจึงเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญอย่างมาก และต้องเป็น ตำแหน่งที่ดำรงตนให้ไม่มีความด่างพร้อย มีมาตรฐาน จริยธรรมที่สูงกว่าวิชาชีพอื่น ๆ แต่เป็นเรื่องปกติของสังคมครับ ก็พูดกันไปวิพากษ์วิจารณ์กันไป ตามสังคมที่มีเสรีภาพ ในการแสดงออก แต่อย่างไรก็ตามหากศาลรัฐธรรมนูญ หรือตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หากสังคมมีข้อสังเกตหรือมีข้อสงสัย ผมคิดอย่างนี้ครับว่าศาลรัฐธรรมนูญ หรือตุลาการ ท่านนั้นจะวางเฉยไม่ได้ ควรจะต้องเร่งชี้แจงข้อเท็จจริงให้กับประชาชน และสังคม ได้รับทราบจนสิ้นข้อสงสัยเพื่อให้ประชาชนได้ไว้วางใจ และมีความมั่นใจในการทำหน้าที่ และการใช้อำนาจของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านนั้น แต่อย่างไรก็ตามครับท่านประธาน ผมก็ต้องให้ความเป็นธรรมเหมือนกัน เพราะที่ผ่านมาศาลรัฐธรรมนูญก็มีช่องทางในการชี้แจง กับสังคมและสาธารณชนอย่างจำกัด ผมก็เลยคิดว่าข้อสงสัยและข้อสังเกตต่าง ๆ ที่พาดพิง ไปถึงตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จริง ๆ แล้วผมพยายามอ่านในรายงานฉบับนี้ว่า มีการชี้แจง ข้อเท็จจริง และมีการนำเอาหลักฐานมาเปิดเผยให้ประชาชนได้สบายใจหรือไม่ แต่ก็พบว่า ไม่มี แต่อย่างไรก็ตามครับผมคิดว่าพื้นที่สภาแห่งนี้ สภามีไว้พูดอยู่แล้ว วันนี้ผมถือว่า ก็เป็นโอกาสอันดีที่จะให้ความเป็นธรรมกับศาลรัฐธรรมนูญในการชี้แจงข้อเท็จจริง ให้ประชาชนได้สบายใจ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้มีโอกาสเข้าไปดูเอกสารประกอบการพิจารณาของ คณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบประวัติความประพฤติ และพฤติกรรม ทางจริยธรรมของบุคคล ผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ต้องให้ความเป็นธรรมกับท่านปัญญา อุดชาชน เพราะสังคมในโลกออนไลน์ (Online) มีการตั้งข้อสังเกต ซึ่งจริง ๆ แล้วผมคิดว่า ควรจะเปิดพื้นที่ในสภาให้ศาลรัฐธรรมนูญได้ชี้แจง แทนท่านด้วยเพื่อให้ท่านได้รับความเป็นธรรม ในเอกสารแนบท้ายในส่วนของประวัติ การศึกษาของท่านมีข้อสังเกตจากสังคมโลกออนไลน์ (Online) อยู่ ๒ ประเด็น ในปี ๒๕๓๐ ที่ประวัติการศึกษาของท่านปัญญาที่ระบุว่า ท่านจบปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยเคนซิงตัน ยูนิเวอร์ซิตี (Kensington University) ที่แคลิฟอร์เนีย ก็มีคนตั้งข้อสังเกตว่า พอเข้าไปดู ในวิกิพีเดีย (Wikipedia) ง่ายมากครับ เคนซิงตัน ยูนิเวอร์ซิตี (Kensington University) ที่แคลิฟอร์เนียปรากฏว่ามีการถูกสั่งปิด เข้าใจว่าน่าจะเป็นในประเด็นปัญหาทางด้านมาตรฐาน ทางด้านวิชาการในการให้ปริญญามีการสั่งปิด แล้วมีการทบทวนเมื่อปี ๒๕๓๙ แล้วก็ ในท้ายที่สุดตัวมหาวิทยาลัยเคนซิงตัน ยูนิเวอร์ซิตี (Kensington University) ก็ปิดตัวลง อย่างถาวรในปี ๒๕๔๖ แล้วก็มีการตั้งข้อสังเกตต่าง ๆ นานาว่า ตกลงแล้วเคนซิงตัน ยูนิเวอร์ซิตี (Kensington University) เป็นมหาวิทยาลัยที่ได้รับการรับรองจาก ก.พ. หรือไม่ มีความน่าเชื่อถือและได้รับการรับรองในระบบสากลอย่างไร ในประวัติการศึกษาของท่าน แล้วตกลงท่านจบจากสถาบันนี้จริงหรือไม่ เพราะในบางเอกสารก็ไม่ได้ระบุชื่อมหาวิทยาลัยนี้ ในบางเอกสารก็ระบุว่ามี ตรงนี้เป็นความเป็นธรรมที่ต้องให้ศาลรัฐธรรมนูญ และสภาแห่งนี้ ควรจะเปิดพื้นที่ให้ศาลรัฐธรรมนูญได้ชี้แจง🔗
และอีกส่วนหนึ่งที่มีข้อสงสัยอีกก็คือในส่วนของปริญญาโทหรือในปี ๒๕๒๖ มาสเตอร์ ออฟ อาร์ต (Master of Art) ในวงเล็บ พับลิก แอดมินิสเทรชัน (Public Administration) ที่ระบุว่า ในเอกสารเป็นพีดีเอฟ (PDF) ที่ผมเข้าไปดู ระบุว่าท่านจบการศึกษาจากยูนิเวอร์ซิตี ออฟ ดีทรอยต์ (University of Detroit) รัฐมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกาก็มีประชาชน เข้าไปเสิร์ช (Search) ชื่อมหาวิทยาลัยยูนิเวอร์ซิตี ออฟ ดีทรอยต์ (University of Detroit) ก็มีข้อสังเกตครับว่า ตรงนี้เอกสารผิดหรือไม่ เพราะว่าพอเสิร์ช (Search) เข้าไป ยูนิเวอร์ซิตี ออฟ ดีทรอยต์ (University of Detroit) ไม่มีครับ มีแต่ยูนิเวอร์ซิตี ออฟ ดีทรอยต์ เมอร์ซี (University of Detroit Mercy) หลายคนก็ตั้งข้อสังเกตว่ามีการพิมพ์เอกสารผิดหรือเปล่า น่าจะเป็น ยูนิเวอร์ซิตี ออฟ มิชิแกน (University of Michigan) หรือเปล่า ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัย ของรัฐมิชิแกน อย่างไรก็ตามก็คงต้องชี้แจงในเรื่องนี้ เพราะเราเปิดพื้นที่ให้ความเป็นธรรม กับท่านแล้วก็สังคมก็ได้รับทราบข้อเท็จจริงด้วย ข้อครหานินทาจะได้สงบจบไปนะครับ ถ้าเกิดเป็นยูนิเวอร์ซิตี ออฟ ดีทรอยต์ เมอร์ซี (University of Detroit Mercy) ที่มีคำว่า เมอร์ซี (Mercy) ต่อท้าย หลายคนก็บอกว่าพอเข้าไปดูในหลักสูตรปัจจุบัน ย้ำว่าปัจจุบัน ไม่นับในอดีต ก็ปรากฏว่าในหลักสูตรปริญญาโทหรือว่ามาสเตอร์ ดีกรี (Master Degree) ในมาสเตอร์ ออฟ อาร์ต (Master of Art) ไม่มีหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับพับลิค แอดมินิเทรชัน (Public Administration) เลย ก็ไม่แน่ใจว่าได้ยกเลิกหลักสูตรนี้ไปแล้วมันเคยมีในอดีตหรือไม่มีตั้งแต่ แรก หรือปัจจุบันได้ยกเลิกไปแล้วแต่ในอดีตมี ตรงนี้สังคมก็สงสัยอย่างมาก แล้วตกลงในตัว มาสเตอร์ ดีกรี (Master Degree) หรือปริญญาโท ที่ท่านจบจากยูนิเวอร์ซิตี ออฟ ดีทรอยต์ (University of Detroit) เจ้าหน้าที่ธุรการทำเอกสารผิดหรือเปล่า ตกลงแล้วเป็นดีทรอยต์ เมอร์ซี (Detroit Mercy) หรือเป็นยูนิเวอร์ซิตี ออฟ มิชิแกน (University of Michigan) ซึ่งเป็นสเตท ยูนิเวอร์ซิตี (State University) ของรัฐมิชิแกนกันแน่ ตรงนี้ก็อยากให้ท่าน ชี้แจงนะครับ แล้วก็ผมคิดว่าสภาแห่งนี้จะได้เป็นพื้นที่ที่ทำให้สังคมสิ้นข้อสงสัย แล้วก็ธำรงไว้ ซึ่งความบริสุทธิ์ยุติธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ท่านต่อไป ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทอง ผมขอใช้เวลาสัก ๕ วินาทีสงบนิ่ง และคิดอย่างแยบคายในภาษาพระ ที่เรียกว่า โยนิโสมนสิการ ก่อนที่จะมีส่วนในการอภิปรายคำวินิจฉัยรายงานประจำปี ของศาลรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๓ ท่านประธานครับ ผมเสียดายเป็นอย่างยิ่งที่รายงาน ประจำปี ๒๕๖๓ ของศาลรัฐธรรมนูญ ท่านไม่ให้ความเป็นธรรมต่ออดีตประธานตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งท่านดำรงตำแหน่งอยู่ในต้นปี ๒๕๖๓ และมีส่วนสำคัญยิ่งในการลงนาม ในคำสั่งที่เกี่ยวข้องกับการยุบพรรคอนาคตใหม่ ท่านทำแบบนี้ได้อย่างไรครับ นี่ท่านใช้ งบประมาณพิมพ์ตั้ง ๔,๐๐๐ เล่ม ทำไมท่านถึงไม่ใส่ชื่อนายนุรักษ์ มาประณีต ที่เป็นประธาน ศาลรัฐธรรมนูญขณะนั้น แล้ววันนี้ดำรงตำแหน่งองคมนตรี ท่านใจร้ายกับท่านที่ดำรง ตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญขณะนั้นได้อย่างไร ท่านตอบสักนิดหนึ่งครับ เพราะเป็น รายงานประจำปี ๒๕๖๓ ซึ่งนายนุรักษ์ มาประณีต ดำรงตำแหน่งประธานศาลรัฐธรรมนูญ จนถึงก่อนเดือนเมษายน ๒๕๖๓ แต่สิ่งที่มีสิ่งที่ดีในรายงานฉบับนี้ครับ คือทำให้เรารู้จัก ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทั้ง ๙ ท่านมากยิ่งขึ้นว่า ชื่อเสียงเรียงนามของท่าน หน้าตาของท่าน บุคลิกของท่าน ชุดที่ท่านใส่ แววตาที่ท่านสบตากับพวกเราในหนังสือนั้นมีลักษณะอย่างไร ผมจำเป็นครับที่ต้องช่วยท่านในการโฆษณาให้สังคมรับรู้ว่า วันนี้ตุลาการทั้ง ๙ ท่าน ตามชื่อที่ปรากฏในรายงานท่านชื่อว่าอะไรบ้าง ท่านแรกที่ดำรงตำแหน่งประธาน ศาลรัฐธรรมนูญปัจจุบันชื่อ นายวรวิทย์ กังศศิเทียม ท่านที่ ๒ เป็นครูบาอาจารย์ของผมเอง ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ สอนวิชากฎหมายอาญาในขณะที่ผมเรียน คณะนิติศาสตร์ที่ธรรมศาสตร์ ท่านที่ ๓ ชื่อศาสตราจารย์ ดอกเตอร์นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ หนังสือการปฏิวัติสยาม ปี ๒๔๗๕ อยู่ในตู้หนังสือของผม เปิดอ่านมาหลายสิบหน ท่านที่ ๔ ผมอ่านยศและตำแหน่งทางการศึกษาของท่านตามที่เสนอต่อสภานิติบัญญัติ ในการเข้ารับ การสรรหาให้ดำรงตำแหน่งตุลาการศาลรัฐธรรมนูญชื่อ ดอกเตอร์ปัญญา อุดชาชน ท่านที่ ๕ ชื่อนายอุดม สิทธิวิรัชธรรม ท่านที่ ๖ ชื่อนายวิรุฬห์ แสงเทียน ท่านที่ ๗ เป็นครูบาอาจารย์ ของผมเช่นเดียวกันครับ ศาสตราจารย์จิรนิติ หะวานนท์ ท่านที่ ๘ นายนภดล เทพพิทักษ์ และท่านที่ ๙ นายบรรจงศักดิ์ วงศ์ปราชญ์ ผมอ่านตามรายงานประจำปี ๒๕๖๓ อย่างครบถ้วน สมบูรณ์ทุกประการ ท่านประธานครับ ในรายงานปี ๒๕๖๓ นั้นมีการพูดถึงเรื่องของค่านิยม ไม่ว่าจะเป็นค่านิยมของศาลหรือค่านิยมของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้โลกเขารู้ครับ ให้พี่น้องประชาชนเขารู้ว่าค่านิยมของศาลนั้นเขียนอย่างชัดเจนว่า ต้องยึดหลักนิติธรรม ค้ำจุนประชาธิปไตย ห่วงใยสิทธิเสรีภาพของประชาชน ในขณะที่ค่านิยมสำนักงาน ศาลรัฐธรรมนูญเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า ไรต์ (Right) คือองค์กรแห่งความถูกต้อง และยุติธรรม ไรต์ อันเลส อินเทลลิเจนต์ กูดวิล ฮาร์โมนี ทีมเวิร์ก (Right unless Intelligent goodwill harmony teamwork) มีความรัก ความสามัคคี มุ่งมั่นทำงานเป็นทีม จากคนที่เคย เป็นรองเลขาธิการศาล คนที่เป็นเลขาธิการศาล ก็สามารถก้าวสู่ตำแหน่งเป็นตุลาการศาล ได้อย่างภาคภูมิ นี่เป็นสิ่งที่ทำงานกันเป็นทีม มีความต่อเนื่องน่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง แต่สิ่งที่ผมจะต้องตั้งคำถาม แล้วบอกต่อพี่น้องประชาชนก็คือว่า ไม่ว่าจะเป็นค่านิยมของศาล หรือค่านิยมของสำนักงานศาลนั้น มันปรากฏสะท้อนผ่านรายงานที่ท่านคิดและวินิจฉัย ไม่ว่าจะเป็นกรณีของกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการยุติการตั้งครรภ์ ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี ไม่ว่าจะเป็นคำวินิจฉัยที่เกี่ยวข้องกับประเด็นเรื่องของการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ ส่งเสริมการพัฒนาและคุ้มครองสถาบันครอบครัว ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่สิ่งที่ท่าน เขียนออกมานั้น สภาพบังคับที่ออกมาตามความเป็นจริงมันไม่ได้สะท้อนว่า ท่านเข้าใจ ถึงคำว่า สิทธิและเสรีภาพมากน้อยขนาดใด นิยามตอนที่ท่านสอนผม กับนิยามตอนที่ผม กำลังถามท่าน ณ เวลานี้อาจจะไม่ใช่นิยามคำเดียวกัน ท่านประธานครับ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๔ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ออกแถลงการณ์คณะนิติศาสตร์ เรื่องมติประชุม อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกี่ยวกับข้อความที่ตีพิมพ์ ในวารสารนิติศาสตร์ ถ้าท่านไม่มีผมส่งให้ท่านได้ เป็นแถลงการณ์ที่ปรากฏต่อสาธารณชน คณะนิติศาสตร์เห็นว่า บทความปกิณกะกฎหมายที่ปรากฏในวารสารนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ปีที่ ๔๑ ฉบับที่ ๑ พ.ศ. ๒๕๕๕ น่าขำนะครับ ๒๕๕๕ หน้า ๑๙๗ มีข้อความการใช้ภาษาของข้อความบางส่วนมีความไม่เหมาะสม ผมขอเวลาครับมันมีเอกสาร ที่ต้องให้ท่านได้ทำความเข้าใจต่อสังคมหลายประการครับ ผมก็ไปดูว่าปกิณกะกฎหมายที่อยู่ ในวารสารคณะนิติศาสตร์ปีนั้น มันเรื่องอะไร อย่างไร ก็ปรากฏว่าหน้า ๑๙๖-๑๙๗ ของวารสารปีนั้นเป็นบทความที่เรียกว่า การกระทำชำเราอย่างไรจึงไม่ผิดกฎหมาย (ที่แก้ไขใหม่) เขียนโดย ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ มันก็ชื่อคุ้น ๆ ครับ ผมก็มาอ่านรายงาน ปี ๒๕๖๓ อีกรอบหนึ่ง อยู่ในหน้า ฉ นี่เอง ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ อาจารย์ผมนี่ คณะนิติศาสตร์บอกว่า บทความนี้ไม่เหมาะสม หน้า ๑๙๗ ผมอ่านข้อความไม่ได้เลยครับ เพื่อนสมาชิกผมบอกไปแล้ว แฮชแท็ก (Hashtag) ใช้คำว่า ศาลรัฐธรรมนูญเหยียดเพศ ท่านช่วยชี้แจงผมหน่อยครับว่า มาตรฐานทางจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ และผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ... ปี ๒๕๖๑ บอกว่ามีจริยธรรมอยู่ ๒ อย่างด้วยกันครับ จริยธรรมอันเป็นค่านิยมหลักต้องคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพประชาชน ต้องไม่ก่อให้เกิด ความเสียหาย ความไม่เป็นธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ ต้องไม่ให้เกิดความเสื่อมเสีย ต่อเกียรติศักดิ์ของการดำรงตำแหน่ง ส่วนจริยธรรมทั่วไปบอกว่า ปฏิบัติต่อประชาชน ด้วยความเต็มใจ รวดเร็ว เสมอภาค ถูกต้อง โปร่งใส ปราศจากอคติ และเคารพศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ ท่านช่วยตอบผมหน่อยสิครับว่า หากบัวมี ๔ เหล่า อุคฆฏิตัญญู วิปจิตัญญู เนยยะ ปทปรมะ ถ้าเกิดมีตุลาการท่านหนึ่งไปเขียนเปรียบเทียบว่า บัวมี ๔ เหล่านะ ประชาชน เกิดมาไม่เท่ากัน แล้วประชาชนประสงค์ที่จะร้องว่า ตุลาการท่านนั้น และ/หรือท่านอื่น ๆ ผิดประมวลจริยธรรมของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ขั้นตอนกระบวนการร้องจะเป็นประการใด แล้วจะนำไปสู่การตัดสินว่าผิดหรือไม่ผิดอย่างไร นั่นคือสิ่งที่ผมอยากจะได้คำตอบจากผู้ชี้แจง ซึ่งปรากฏอยู่ในรายงานปี ๒๕๖๓ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ท่านต่อไป พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายศาลรัฐธรรมนูญ ที่มารายงาน ประจำปี ๒๕๖๓ สิ่งที่ผมมีส่วนร่วมก็มีประเด็นข้อกฎหมาย เพื่อนสมาชิกที่อยู่ในห้องนี้ อาจจะไม่เยอะนัก แต่ก็เชื่อว่าอาจจะต้องเป็นประเด็นที่เราควรมารับรู้ร่วมกัน ศาลรัฐธรรมนูญ ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ จะไม่อยู่ในหมวด ๑๐ ว่าด้วยเรื่องศาล ไม่ได้อยู่หมวด ๑๒ ว่าด้วย องค์กรอิสระ แต่จะอยู่ในหมวด ๑๑ เรื่องศาลรัฐธรรมนูญ ประเด็นก็มีอยู่ว่าทำไม ศาลรัฐธรรมนูญจึงแยกหมวด อันนี้ถ้าท่านเลขาได้ตอบก็จะดี แต่สิ่งที่ผมวิเคราะห์จาก รัฐธรรมนูญนั้นมันจะสะท้อนอยู่ในมาตรา ๓ วรรคสอง เขาบอกว่า รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ และหน่วยงานของรัฐต้องปฏิบัติให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ กฎหมาย และหลักนิติธรรม เพื่อประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ และความผาสุกของประชาชน ทำไม มาตรา ๓ จึงไม่เขียนคำว่า ศาลรัฐธรรมนูญไว้ ผมตรวจดูก็พบว่า เหตุที่ไม่ได้บัญญัติ ไว้ในมาตรา ๓ เนื่องจากในมาตรา ๒๑๐ เขาเขียนแยกอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญไว้ก็คือว่า ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่และอำนาจดังต่อไปนี้🔗
ข้อ ๑ พิจารณาวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมาย หรือร่างกฎหมาย อันนี้ก็คือกฎหมายหรือร่างกฎหมายไปขัดกับรัฐธรรมนูญไหม🔗
ข้อ ๒ พิจารณาวินิจฉัยเกี่ยวกับปัญหา หน้าที่ และอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา คณะรัฐมนตรี หรือองค์กรอิสระ🔗
ข้อ ๓ หน้าที่และอำนาจตามที่บัญญัติไว้รัฐธรรมนูญ🔗
นี่จึงไม่ได้เขียนไว้ในมาตรา ๓ วรรคสอง เพราะว่าในมาตรา ๓ วรรคสองนั้น รัฐสภา คณะรัฐมนตรี ศาล องค์กรอิสระ จะต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ แล้วก็ตามกฎหมายด้วย เจตนาจริง ๆ ก็คือมาตรา ๒๑๐ ให้ท่านปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุด ใครจะขัดแย้งคำสั่งอะไร จะขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญถือว่า ไม่ชอบ ไม่ว่าจะเป็นกฎหมาย ข้อบังคับ การกระทำแม้แต่การกระทำของศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าฝ่าฝืนไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญก็ถือว่าไม่ชอบ คราวนี้ผมมาดูคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่หน้า ๙๐ ท่านสมาชิกครับ ที่หน้า ๙๐ คือ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย ที่ ๕/๒๕๖๓ ลงวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ เป็นเรื่องที่คณะกรรมการการเลือกตั้งให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ ศาลรัฐธรรมนูญไปวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ ตามผู้ถูกร้อง ยุบพรรคอนาคตใหม่โดยใช้ พ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๙๒ (๓) แล้วก็ ประกอบด้วยมาตรา ๗๒ เพิกถอนสิทธิของผู้บริหารพรรค ท่านประธานที่เคารพครับ อันนี้ ผมคิดว่าเราจะต้องพิจารณา กฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายลายลักษณ์อักษร กฎหมาย รัฐธรรมนูญในมาตรา ๕ เราเขียนไว้ชัดเจนว่า รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ บทบัญญัติใดของกฎหมาย กฎหรือข้อบังคับ หรือการกระทำใดขัด หรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติ หรือการกระทำนั้นเป็นอันไม่ชอบใช้บังคับมิได้ วันนี้เมื่อรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ต่างกับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ที่เขียนให้อำนาจศาลไปยุบพรรคการเมืองได้ เพิกถอนสิทธิได้ ต่างกับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่ใช้คำว่า อาจจะยุบพรรคหรือตัดสิทธิได้ แต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ไม่ให้อำนาจไว้ ผมมองอย่างไรศาลรัฐธรรมนูญก็ไปใช้อำนาจเกินกว่ารัฐธรรมนูญ การใช้อำนาจเกินกว่ารัฐธรรมนูญก็คือ ทำตัวเป็นรัฐธรรมนูญหรือพูดอีกครั้งหนึ่ง ทำตัว เหนือรัฐธรรมนูญ ผมก็อยากจะได้รับคำชี้แจงนะครับ เพราะว่าไม่มีประโยคใดเลยที่จะเขียน ให้ศาลรัฐธรรมนูญไปปฏิบัติตามกฎหมายที่เล็กกว่ารัฐธรรมนูญ อันนี้เป็นเรื่องใหญ่นะครับ ผมคิดว่าเมื่อตามหลักนิติธรรม กฎหมายเป็นลายลักษณ์อักษรมีความชัดเจนในตัวเองแล้ว ผู้ร่างก็เขียนไว้ชัดเจนในมาตรา ๓ แล้วว่า ถ้าจะปฏิบัติตามกฎหมายนี้ไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญ การที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินเกินกว่ารัฐธรรมนูญนี้ มันส่อไปในทางที่เห็นว่า ทำให้อำนาจ ที่เป็นของประชาชนไปอยู่ในอุ้งมือของท่าน อันนี้คือข้อหนึ่ง🔗
อีกข้อหนึ่งที่ผมมีข้อสงสัยก็คือ ในหน้า ๑๕๗ ท่านมีเรื่อง โครงการอบรม หลักนิติธรรมเพื่อประชาธิปไตย ในรุ่นที่ ๘ คณะกรรมาธิการวิสามัญเกี่ยวกับพิจารณา งบประมาณ เรามีความตระหนักว่า ศาล องค์กรอิสระ ป.ป.ช. หรือศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ควร จะมีหลักสูตรในลักษณะนี้ แต่ก็พบว่าในปี ๒๕๖๕ ท่านเลขาก็มาขอเงินอีก ๗.๒ ล้าน เพื่อไป อบรมหลักสูตรนี้ เมื่อถามว่าหลักนิติธรรม การธำรงไว้หลักนิติธรรมคืออะไร ท่านก็ตอบ เกือบครึ่งชั่วโมง โดยยังจับประเด็นไม่ได้ ถ้าใครสงสัยน่าจะเป็นนวัตกรรมที่ดีของหลัก นิติธรรม อบรมมา ๘ หลักสูตรแล้ว ๓ ศาลยังตอบไม่เหมือนกัน อันนี้เป็นเรื่องที่น่าห่วงว่า สังคมไทยจะดำรงหลักนิติธรรมได้อย่างไรครับ ผมเองก็ขอฝากในปี ๒๕๖๖ ผมขอร้อง ไม่ควรจะมีหลักสูตรที่สร้างความสัมพันธ์คอนเนกชัน (Connection) ขึ้นมา แล้วก็จะทำให้ ความยุติธรรม เป็นสมบัติส่วนตัวของคนที่มีความสัมพันธ์กับศาลครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านรังสิมันต์ โรม ครับ🔗
เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกล ก็ขออนุญาตอภิปราย ในเรื่องของรายงานของศาลรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมเข้าใจว่าทุกองค์กร ที่มาชี้แจงต่อเรา ผมเข้าใจว่าตัวกรรมการเขามาเอง แต่อยากจะสอบถามท่านประธาน ก่อนจะจับเวลา ท่านประธานช่วยตอบสักครู่นิดหนึ่งได้ไหมครับ อย่าเพิ่งจับเวลาครับ ว่าเพราะเหตุใดท่านประธานถึงไม่ให้ตัวกรรมการมาชี้แจงด้วยตัวเอง ผมเข้าใจว่ามันไม่มี กฎหมายเขียนว่าต้องมา เข้าใจ แต่มันเป็นเรื่องของการให้เกียรติสภา แล้วสภาก็มีข้อซักถาม หลายอย่าง แล้วที่ผ่านมาอาจจะดุเดือดกันไปบ้างอะไรบ้างไม่เป็นไร แต่อย่างน้อยจะได้ตอบ จะได้เคลียร์ (Clear) กันตรงนี้ ถ้าตัวศาลรัฐธรรมนูญไม่มาชี้แจงด้วยตัวเองนี้ ถามว่า ข้อซักถามเราต่าง ๆ ที่พูดไป ตัวท่านเลขาธิการที่มาสำนักงานศาลนี่จะชี้แจงได้หรือครับ เลยอยากจะถามท่านประธานสักครู่นิดหนึ่งครับ🔗
ตามรัฐธรรมนูญก็เป็นสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้บริหาร เพราะฉะนั้นก็ต้องมีหน้าที่ มาชี้แจงการปฏิบัติหน้าที่ เชิญต่อครับ🔗
ขออนุญาตอีกนิดเดียวครับ ท่านประธาน คือประธานศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้บริหารสูงสุดครับ ดังนั้นอย่างไร ความรับผิดชอบสูงสุดก็อยู่ที่ท่าน ถ้าท่านไม่มา เราในฐานะของเป็นผู้แทนประชาชน เราไม่มี ช่องทางอื่นในการตรวจสอบท่านเลย มีแค่ช่องทางนี้ ดังนั้นถ้าเกิดท่านไม่มาชี้แจงเอง ผมคิดว่านี่คือการไม่ให้เกียรติสภา แล้วไม่กล้าที่จะสู้หน้าตัวแทนของประชาชน ก็อาจจะฝาก ท่านประธานคราวหน้าว่ามาหน่อยช่วยมาหน่อย มาตอบสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้ชื่นใจ สักหน่อย🔗
อยู่ที่ดุลยพินิจของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญนะครับ🔗
ก็ฝากท่านประธานด้วยแล้วกันครับ🔗
ท่านต้องการเรียกร้องท่านก็อภิปรายตั้งข้อสังเกตไว้ อภิปรายทวงถามได้ครับ🔗
ท่านประธานครับ ตลอดชั่วโมงกว่า ๆ ทุกท่านที่ขึ้นอภิปรายในเรื่องรายงานของศาลรัฐธรรมนูญ ไม่มีใครชื่นชมท่านเลยนะครับ แล้วก็ไม่ต้องดีใจนะครับ ผมก็จะไม่ใช่คนแรกที่จะชื่นชมท่าน เพราะว่าผมก็รับอาณัติ จากประชาชนเพื่อมาตั้งคำถาม แล้วก็วิพากษ์วิจารณ์ท่าน เท่าที่ผมอ่านรายงานของท่าน อันนี้ผมไม่คิดว่าควรเรียกว่ารายงาน มันควรเรียกว่าโพรพากานดา (Propaganda) คือเป็นการโฆษณาชวนเชื่อ พูดแต่เรื่องดี ๆ ท่านอยากจะให้เรารับรู้ในฐานะที่เป็นตัวแทน ของประชาชน รู้ว่าท่านดีอย่างไรท่านก็เขียนมา แต่ท่านไม่ได้พูดเลยว่าท่านได้ทำอะไร ผิดพลาดไปบ้าง มีความเสียหายที่เกิดขึ้นกับแผ่นดินอะไรบ้าง ไม่ต้องอะไรอื่นไกลครับ รายงานเล่มนี้เป็นของสำนักศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีเลขาธิการคือท่านเชาวนะ ขออนุญาต ที่เอ่ยนาม และต้องเรียนกับท่านประธานครับ ตัวท่านเลขาธิการก็ถูกชี้มูลในวันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๔ การทุจริตที่มีการชี้มูลกันเกิดขึ้น มูลค่าไม่เยอะ ๑๓ ล้านบาทเท่านั้น แต่ต้องเรียนกับท่านประธานตามตรงว่า การชี้มูลดังกล่าวมันเกิดคำถามขึ้นมาทันทีว่า ถ้าในศาลยังมีการทุจริตคอร์รัปชันกันเกิดขึ้นด้วยเงินแค่นี้ แล้วเราจะเชื่อมั่นการทำหน้าที่ ของศาลรัฐธรรมนูญได้อย่างไร ท่านประธานครับ กรณีนี้เป็นกรณีที่มีการชี้มูลโดย ป.ป.ช. เป็นกรณีที่เกิดขึ้นระหว่างวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๕๒ ถึงวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๕๓ ซึ่งพฤติการณ์ตามที่ผมได้อ่านในบันทึกข้อกล่าวหาของ ป.ป.ช. ในรายละเอียดนั้นบอกว่า อย่างนี้ครับ มีการพบถึงความผิดปกติของคุณเชาวนะ ในฐานะเลขาธิการสำนักงาน ศาลรัฐธรรมนูญ เช่น มีการแก้ไขร่างขอบเขตงานทีโออาร์ (TOR) ใหม่ โดยให้เจ้าหน้าที่ ผู้รับผิดชอบลงนามร่างใหม่ที่พวกตนร่างขึ้นมาเอง การส่งมอบขอบเขตงานต่อผู้ซื้อ ใบเสนอราคากันที่หน้าห้องคุณเชาวนะ ทั้งที่ควรกระทำโดยเปิดเผย การกำหนดคุณสมบัติ ผู้เสนอราคาในแบบที่เอื้อให้สมยอมราคากันได้โดยง่าย การให้เจ้าหน้าที่รายงานผลการขาย ใบเสนอราคาต่อตัวเองเป็นระยะ ๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่สำคัญที่เลขาธิการจะต้องทราบ การร่วมรู้ เห็นถึงการกดดันให้คณะกรรมการตรวจรับทำการตรวจรับให้แล้วเสร็จโดยเร็ว การให้ยกเลิก เวลาของประธานกรรมการตรวจรับที่ได้รับอนุมัติ เพื่อเร่งให้มาตรวจรับให้แล้วเสร็จ หรือการมีส่วนร่วมหน่วงเหนี่ยวไม่ให้ประธานกรรมการตรวจรับกลับบ้าน ที่ผมพูดมาทั้งหมด เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในศาลรัฐธรรมนูญ รายงานเล่มนี้มีไหมครับได้พูดถึงความล้มเหลว ถึงสิ่งที่ เกิดขึ้นที่น่าอับอายขายหน้าแบบนี้ไหมครับ แล้วถามว่าตัวเลขาธิการของสำนักงานศาล เจอข้อหาแบบนี้ ซึ่งผมไม่สรุปหรอกว่าท่านผิดจริง ท่านอาจจะพิสูจน์ก็ได้ว่าท่านเป็นผู้บริสุทธิ์ ก็ได้ แต่ต้องเรียนตามตรงว่า พอเจอข้อกล่าวหาแบบนี้อย่าว่าแต่จะเข้ามาในห้องนี้เลยนะ กระทั่งเป็นเลขา ผมไม่แน่ใจว่าท่านสามารถที่จะดำรงตำแหน่งนี้ได้อย่างไร ผมไม่ได้พูด ในเรื่องข้อกฎหมาย ใช่ครับ ท่านทำได้ แต่นี่คือการกระทบต่อความเชื่อมั่นที่ประชาชน เขาจะมีต่อศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ต้องนับในเรื่องของคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในเรื่อง ต่าง ๆ ที่มีปัญหาวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่แล้วว่า เหมือนคุยกันอยู่คนละโลก เหมือนศาล รัฐธรรมนูญยังอยู่ในยุคของไอซ์ เอจ (Ice age) เป็นโลกยุคน้ำแข็งอยู่เลย ยังมีแมมมอธ (Mammoth) เดินกันอยู่เลยกระมังไม่ต้องพูดถึงแบบนั้น แต่เอาแค่ภายในศาลของท่าน ท่านยังจัดการให้ดีไม่ได้เลย แล้วท่านยังมีหน้ามาตรวจสอบอำนาจของประชาชนได้อย่างไร ภายในของท่านยังจัดการไม่เรียบร้อยเลย🔗
ทีนี้มาต่อเรื่องการคอร์รัปชันนิดหนึ่งนะครับท่านประธาน ซึ่งกรณีนี้ ป.ป.ช. ก็มีการไต่สวนเมื่อเดือนมิถุนายนปี ๒๕๕๕ ต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งรายงานเล่มนี้ก็ไม่ได้ พูดถึงนะครับ คำถามก็คือว่า การคอร์รัปชันแบบนี้ ทำไมท่านไม่ทำให้เรียบร้อยก่อนที่ท่าน มาเจอหน้าสภาผู้แทนราษฎรอย่างพวกเรา แล้วท่านประธานทราบไหมครับ กรณีนี้ไม่ใช่ เป็นกรณีที่พัวพันแค่ท่านเลขาธิการคนปัจจุบันเท่านั้น แต่พัวพันกับอดีตรองเลขาธิการ ท่านหนึ่ง ซึ่งเคยเป็นลูกน้องของท่านเชาวนะ แต่วันนี้เขาได้ดีครับ น่าเสียดาย เขาเป็น รองเลขาแล้วเขาได้ดี วันนี้เขาเป็นเจ้านายท่านแล้ว แล้วเขาได้เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ คือท่านปัญญาครับ เมื่อท่านปัญญาได้เป็น เป็นได้อยู่ เป็นศาลรัฐธรรมนูญมาประมาณ ๖ ปี ก็ปรากฏว่าท่านปัญญาไม่ถูกชี้มูล ก็อาจจะเป็นคนที่บริสุทธิ์ก็ได้นะครับ ไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ ณ วันที่มีการคอร์รัปชันที่เป็นมูลในการกล่าวอ้าง ท่านปัญญาเป็นรองเลขาธิการ ฝ่ายบริหาร ซึ่งทำงานอย่างใกล้ชิด และเป็นคนที่สั่งให้มีการหน่วงเหนี่ยวกักขังเกิดขึ้น ในศาลรัฐธรรมนูญ แต่นั่นละครับประเทศไทยอะไรก็เกิดขึ้นได้ อภินิหารทางกฎหมาย มันเกิดขึ้นได้เสมอ ผมก็ไม่รู้หรอกครับโดยตำแหน่งที่ท่านเป็นอยู่ตอนนี้ เลยทำให้ท่าน หลุดไปไหม แต่ถ้าผมเป็นท่านเชาวนะ ผมคงอิจฉาท่านปัญญาอย่างมากเพราะท่านถูกชี้มูล แต่ท่านปัญญากลับไม่ถูกชี้มูล ดังนั้นท่านประธานครับ ผมจึงต้องเรียนต่อท่านประธาน ด้วยความเคารพว่า การอภิปรายของผมทั้งหมดนี้ ผมพูดถึงรายงาน ผมอยากให้รายงาน ได้พูดถึงรายละเอียดปัญหาที่เกิดขึ้น เวลาเราเป็นตัวแทนของประชาชน เราอ่านแล้ว เราจะได้รู้ว่าในศาลรัฐธรรมนูญมันมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นด้วย ศาลรัฐธรรมนูญที่เคารพ ที่บอกว่า การชุมนุมของประชาชนเมื่อวันที่ ๑๐สิงหาคมเป็นการล้มล้างการปกครอง เราจะได้ เห็นด้วยว่า คนหน้าตาแบบไหน คนที่มีพื้นฐานแบบไหน คือคนที่ชี้ถูกชี้ผิด แล้วตัดสิน ประชาชนเราจะได้เห็นกัน ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ท่านต่อไป ท่านอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร เขต ๑ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมขออภิปรายรายงานของศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนอื่นต้องพูดให้พี่น้องประชาชนเข้าใจว่า ศาลรัฐธรรมนูญเมื่อก่อนไม่มี ศาลรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นเมื่อปี ๒๕๔๐ ที่จริงแล้วในโลกนี้ หลายประเทศก็ไม่มีศาลรัฐธรรมนูญ แต่ว่าประเทศไทยได้บัญญัติเมื่อรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เป็นต้นมา ก็มีศาลรัฐธรรมนูญเกิดขึ้น ที่จริงแล้วผมคิดว่าการตั้งศาลรัฐธรรมนูญขึ้น มันเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณโดยเปล่าประโยชน์ ที่จริงแล้วมีศาลฎีกาที่เขาทำหน้าที่นั้น อยู่แล้ว เวลามีคดีอะไรเกิดขึ้นก็สามารถใช้ศาลฎีกาเป็นศาลวินิจฉัยได้อยู่แล้ว แต่ก็มาตั้ง ศาลรัฐธรรมนูญขึ้นซึ่งสิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุ ตอนนั้นผมเรียนว่าศาลรัฐธรรมนูญ เมื่ออดีตตอนตั้งใหม่ ๆ ตอนปี ๒๕๔๐ มา มีผู้มีชื่อเสียงมากมายในสังคม ในกระบวนการศาล เข้ามาเป็นศาลรัฐธรรมนูญผมก็จำชื่อได้หลายคน แล้วก็มาถึงปีนี้ปี ๒๕๖๓ มีการรายงาน ของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งผมเห็นว่าในรายละเอียดที่ท่านรายงานมาแต่ละปี มันมีเนื้อหา น้อยมาก ท่านลองไปเปรียบเทียบกับงบประมาณที่เราสร้างศาลรัฐธรรมนูญไป เปรียบเทียบ กับบุคลากรที่ใช้เงินไป และเปรียบเทียบกับคดีที่ท่านตัดสินออกมาแต่ละปีนั้น ผมว่า มันไม่คุ้มค่า ที่จริงแล้วกลับไปอยู่ศาลฎีกาเหมือนเดิมดีกว่านะครับ เพราะว่าศาลฎีกา ก็สามารถทำหน้าที่นี้ได้อยู่แล้วนะครับ ผมอ่านพันธกิจของท่าน พันธกิจของท่านเขียนว่า คุ้มครองความเป็นกฎหมายสูงสุดของรัฐธรรมนูญ สิทธิและเสรีภาพของประชาชน โดยยึดหลักนิติธรรม ภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน อันสุดท้ายคือเพื่อประโยชน์สุขของประชาชน เดี๋ยวผมจะอธิบายต่อ เป้าประสงค์ของท่าน เพื่อให้บรรลุพันธกิจดังกล่าว ศาลรัฐธรรมนูญได้กำหนดเป้าหมายของการดำเนินการไว้ดังนี้ ๑. ยกระดับคุณภาพและมาตรฐานการพิจารณาคดีสู่สากล ๒. เสริมสร้างและพัฒนาระบบ บริหารจัดการภายในองค์กรให้มีความเข้มแข็ง ๓. บุคลากรที่มีความสามารถควบคู่คุณธรรม และจริยธรรม ๔. ประชาชนมีความเชื่อมั่นและศรัทธาต่อศาลรัฐธรรมนูญ นี่ละครับข้อที่ ๔ คำว่า ประชาชนมีความเชื่อมั่นต่อศาลรัฐธรรมนูญ วันนี้ผมฟังเพื่อน ส.ส. ทุกท่าน ซึ่งเป็น ตัวแทนของประชาชนได้สะท้อนความคิดเห็นออกมาว่า ศาลรัฐธรรมนูญนั้นไม่มีความเชื่อมั่น ต่อประชาชน การไม่มีความเชื่อมั่นต่อประชาชน มันก็เกิดจากเหตุอะไรครับ เกิดจากเหตุการณ์ ปฏิบัติหน้าที่ของท่าน เพราะว่าคำวินิจฉัยของท่านเมื่อออกมาสู่สังคมแล้ว ประชาชนเขา ก็วิจารณ์กันว่า มันจริงหรือเปล่า มันใช่หรือไม่หลาย ๆ เรื่อง เดี๋ยวผมจะยกตัวอย่างให้ฟัง ซึ่งตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๘ นั้นบัญญัติไว้ให้ การพิจารณาวินิจฉัยคดีของศาล รัฐธรรมนูญนั้น จะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามตัวบทกฎหมาย แต่ก็มีคำวินิจฉัยซึ่งทำให้ พี่น้องประชาชนเคลือบแคลงสงสัยอยู่คำวินิจฉัยหนึ่ง ซึ่งประชาชนก็จำมาถึงทุกวันนี้ เมื่อครั้งวินิจฉัยว่าเมื่อสมัยอดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ตอนนั้นผมเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรด้วยได้มีการของบประมาณทำทางรถไฟ แต่ศาลรัฐธรรมนูญไปวินิจฉัยว่า ต้องไปทำถนนลาดยางให้หมดก่อน ซึ่งประชาชนก็งงมากว่า ทำไมศาลรัฐธรรมนูญไปวินิจฉัย แบบนั้น แล้วก็เป็นตราบาปของศาลรัฐธรรมนูญที่เขาจำมาทุกวันนี้ว่าทำไมถึงไปพิจารณา เรื่องนั้น ทำไมไม่เกี่ยวกับเรื่องข้อกฎหมายเลย เอาความรู้สึกมาพูดหรือเปล่า บอกว่าให้ไป ทำถนนลาดยางให้เสร็จหมดก่อน ค่อยมาทำรถไฟ อย่างนี้มันก็ไปขัดกับหลักที่ท่านบอกว่า เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน ฝ่ายบริหารเขาเข้ามาทำหน้าที่ เขาก็เสนองบประมาณ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชน แต่ท่านก็ไปวินิจฉัยไปอีกแบบหนึ่ง เราคงจะไม่ต้องเอ่ยชื่อว่า เป็นใคร ฉะนั้นมันก็เลยไปขัดต่อเป้าประสงค์ของท่านที่บอกว่า ประชาชนจะมีความเชื่อมั่น ต่อศาลรัฐธรรมนูญ มันอยู่ที่คำวินิจฉัยของท่าน ถ้าคำวินิจฉัยของท่านออกมาแล้วมันตรง กับความเป็นจริง ใกล้เคียงกับข้อกฎหมายทุกอย่าง ผมก็เชื่อว่าศาลรัฐธรรมนูญก็จะมีชื่อเสียง ในทางที่ดี องค์กรอิสระจะต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างนั้น เมื่อท่านวินิจฉัยไปแล้วไม่มีใครทำอะไร ของศาลรัฐธรรมนูญได้ เพราะว่ากฎหมายให้หน้าที่อำนาจในการวินิจฉัย เมื่อวินิจฉัยเสร็จแล้ว ไม่มีใครจะไปโต้แย้งท่านได้ ฉะนั้นการที่ท่านจะออกคำวินิจฉัยสุดท้ายของศาลรัฐธรรมนูญ มันเป็นบทบัญญัติสำคัญมาก ซึ่งคำวินิจฉัยของท่านถือว่าเป็นกฎหมาย เพราะว่ามันเป็นคำวินิจฉัย สูงสุด แต่ผมเรียนว่าในศาลรัฐธรรมนูญไม่ใช่ว่ามีคนไม่ดี ผมเคยรู้จักผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง และท่านเป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญ ท่านวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ผมขออนุญาตเอ่ยนาม ในยุคของท่านวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ผมก็ไม่เคยเห็นคำวินิจฉัยที่ไม่สามารถตอบสังคมได้ และท่านวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ท่านลาออกจากประธานศาลรัฐธรรมนูญในขณะที่ดำรงตำแหน่ง และลาออกจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญด้วย นั่นแสดงว่าท่านเป็นคนที่มีคุณภาพ ท่านไม่ได้ ติดยึดอำนาจ ท่านไม่ติดยึดกับเก้าอี้ที่ต้องอยู่จนเกษียณหรือว่าอยู่จนต้องครบวาระ แสดงว่า ท่านใช้ความคิด การทำงานของท่านในทางหลักการในความคิดที่ถูกต้อง เมื่อถึงเวลาท่าน บอกพอแล้ว ท่านลาออก ผมยังไม่เคยเห็นมีใครลาออกจากตำแหน่งนี้เลย มีท่านคนเดียว ที่ผมเห็นว่าลาออกจากตำแหน่งนี้ ออกจากประธานศาลรัฐธรรมนูญ ออกจากตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญด้วย ฉะนั้นฝากทางศาลรัฐธรรมนูญว่า คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้น ถือเป็นคำวินิจฉัยสูงสุด ฉะนั้นฝากว่าถ้ามีคำวินิจฉัยออกมาแล้วมันเคลือบแคลงสงสัย ต่อประชาชนไปโทษเขาไม่ได้ ต้องโทษคำวินิจฉัยของท่านเอง เพราะคำวินิจฉัยของท่านนั้น ทำให้ประชาชนเคลือบแคลงสงสัย และมีข้อครหา ขอบคุณมากครับ🔗
ขอท่าน จิรัฏฐ์เป็นท่านสุดท้าย แล้วจะได้ให้ท่านเลขาธิการ ท่านเชาวนะได้ตอบชี้แจงที่ท่านสมาชิก สงสัยนะครับ เชิญท่านจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สมาชิกผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ด้วยความเคารพครับ ท่านประธาน การอภิปรายของผมต้องบอกว่าทั้งการวิพากษ์วิจารณ์ด้วยความสุจริตแน่นอน ทำในฐานะผู้แทนปวงชน จริง ๆ แล้วก็ไม่มีคำหยาบ ไม่มีเสียดสี ไม่ได้อาฆาตมาดร้าย อันนี้ต้องออกตัวก่อนเลยครับ เพราะว่าผมกำลังจะขออนุญาตชี้แจงคำวินิจฉัยส่วนตนของผม ต่อประโยชน์และความคุ้มค่าที่ศาลรัฐธรรมนูญมีต่อประเทศนี้ว่า มันคุ้มกับเงินภาษี ของประชาชนหรือเปล่า ตามรายงานฉบับนี้นะครับ ก็ต้องเรียนผ่านไปยังตัวแทนที่มารับหน้า แทนคน ๙ คนด้วยนะครับ ก็ฝากเรื่องนี้ไปยังคนทั้ง ๙ คนนั้นด้วย ท่านประธานครับขอสไลด์ (Slide) ด้วยนะครับ🔗
งบประมาณศาลรัฐธรรมนูญ ถ้าดูจากกราฟตั้งแต่ปี ๒๕๕๗-๒๕๖๕ จะเห็นว่ามันเพิ่มขึ้นอย่างมีนัย ปี ๒๕๕๗ ก็เพิ่งทำ รัฐประหารมาแม็บ ๆ ก็อยากได้มงรัฏฐาธิปัตย์ ก็อาจจะจำเป็นจะต้องมีอะไรตอบแทน หลังจากนั้น ม. ๔๔ ก็ใหญ่กว่าทำอะไรไม่ได้ จนปี ๒๕๖๒ มีเลือกตั้งงบประมาณทะยานขึ้นเลย แล้วก็ขึ้นพุ่งพรวดแบบไม่มีอะไรที่เปลี่ยนไปเลย ท่านประธานครับ ปี ๒๕๖๓ ตามรายงานนี้ ท่านมีคดีเข้ามาทั้งหมด ๑๐๔ คดี หน้าถัดไป ท่านวินิจฉัยสำเร็จไป ๒๐ คดี ที่เหลือ ๘๔ คดี ก็คือวินิจฉัยว่าไม่รับ นี่ตกคดีละ ๑๔.๘ ล้านบาทเลยนะครับ คดีง่าย ๆ ทั้งนั้น มาดูผลงาน เด่น ๆ จากตัวอย่าง ๒๐ คดีนี้ ผลงานปี ๒๕๖๓ ตามเล่มนี้เลยเริ่มจากฝ่ายรัฐบาลเสียบบัตร แทนกัน ท่านบอกว่าให้ลงคะแนนใหม่ได้ คดีกร่างที่ภูเก็ตก็ไม่ผิด ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาล พาผู้บริหารโรงพยาบาลไปพบกับรัฐมนตรีสาธารณสุขไม่ผิด ส.ส. รัฐบาลเร่งรัดกรมป่าไม้ ไม่ผิด ส.ส. รัฐบาลหลายคนถือหุ้นสื่อก็ไม่ผิด ภรรยารัฐมนตรีถือหุ้นบริษัทคู่สัญญาของรัฐ ไม่รับฟ้อง นายกรัฐมนตรีอยู่บ้านฟรี ไฟฟรี น้ำฟรี รับประโยชน์เกิน ๓,๐๐๐ บาท แต่ว่า ถูกต้องตามระเบียบกองทัพบก ท่านประธานครับ ถามว่าผมตกใจไหมบอกตามตรงว่า ไม่ค่อยตกใจเท่าไรที่เห็นกฎหมายระเบียบภายในหน่วยงานระดับกรมใหญ่กว่า มีศักดิ์ที่ใหญ่กว่า กฎหมายรัฐธรรมนูญก็ไม่ได้ตกใจครับเพราะเบี้ยวกว่านี้ก็เห็นบิดมาแล้ว ๒-๓ วันที่ผ่านมา ท่านประธานครับ ก็เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า พ.ร.ก. ฉุกเฉินก็ใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ ย้อนไป ๑๕-๑๖ วันที่ผ่านมานี้ก็ชัดแล้วว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มีศักดิ์ใหญ่กว่ากฎหมาย รัฐธรรมนูญเหมือนกัน จากคำวินิจฉัยเรื่องสมรสเท่าเทียม ท่านประธานครับ นี่คือผลงาน อีกด้านหนึ่งนอกจากด้านเมื่อสักครู่นี้ เรื่องแรก ส.ส. ธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ สิ้นสภาพ ส.ส. จากกรณีถือหุ้นสื่อเหมือนกัน อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นเรื่องเด่นคือการยุบพรรคอนาคตใหม่ เพราะว่ากู้เงิน และเงินกู้เท่ากับรายได้ หน้าถัดไปท่านประธานครับ พี่น้องประชาชน ๖,๒๐๐,๐๐๐ กว่าคนก็โดนทุบเจตนารมณ์ทิ้ง นี่คือเจตนารมณ์ทางประชาธิปไตยที่เขาใช้ อำนาจตัวเองในการเลือกพรรคการเมือง ท่านก็ยุบพรรคการเมือง ท่านประธานครับ ถ้าท่านไปศึกษาต่างประเทศบ้าง อะไรที่เป็นสากลไม่ใช่ไปศึกษาย้อนไปโน่นไปไกลถึงอยุธยา เงินงบวิจัยท่านตั้งเยอะตั้งแยะไปศึกษาสิครับต่างประเทศทำอย่างไร หลักสากลทำอย่างไร ยุบพรรคเป็นเรื่องดีหรือ ท่านไปที่ไหนเขาก็บอกว่ายุบพรรคมันเป็นการทำลายประชาธิปไตย ทั้งนั้น ประชาชนรวมตัวกันมีอุดมการณ์ตรงกันเลยเกิดเป็นพรรคการเมืองขึ้นมา นั่นคือ ที่มาของคำว่า พรรคการเมือง ท่านไปจำกัดไปตัดสิทธิอย่างนี้ไม่ได้ พรรคการเมืองจะถูก ยุบเองโดยอัตโนมัติครับถ้าประชาชนไม่เลือก ท่านไม่ต้องมายุบแทน มันไม่ใช่หน้าที่เลย หน้าถัดไป งานอีกด้านหนึ่งที่ผมเพิ่งเปิดดูสด ๆ ร้อน ๆ เลยเมื่อวานนี้เอง ท่านมีโครงการ ทำแชตบอต (Chatbot) ในเว็บไซต์ (Website) ศาลรัฐธรรมนูญ หรืออาจจะเรียกว่าเว็บไซต์ (Website) กิโยตีน (Guillotine) ก็ได้นะครับ ๖,๑๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งในรายงานนี้ก็บอกว่า ท่านให้คำปรึกษาผ่านเว็บไซต์ (Website) ที่มีประชาชนสงสัยมากถึง ๒ เรื่องถ้วนต่อปี ท่านจะลงทุน ๖,๑๐๐,๐๐๐ บาท ทางแชตบอต (Chatbot) หน้าถัดไปครับ อันนี้เป็นโครงการที่ผมตกใจที่เห็นเมื่อวานนี้เองเพิ่งลง โครงการศึกษาวิจัย เรื่องผลผูกพันคำตัดสินศาลรัฐธรรมนูญ ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท หน้าถัดไป อยู่ในงบก้อนเดียวกัน โครงการศึกษาวิจัยกระบวนการรูปแบบการจัดทำคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ หน้าถัดไป นี่ก็วิจัยหลักเกณฑ์และเงื่อนไขยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๑๓ ในกรณีละเมิดสิทธิ หรือเสรีภาพที่ก่อให้เกิดความเดือดร้อนและเสียหาย ทางจิตใจอีกล้านบาท ท่านประธาน ทำไมคำเหล่านี้มันคุ้น ๆ เหมือนท่านพยายามจะหา เหตุผลมาซัปพอร์ต (Support) คำวินิจฉัยของตัวเองอยู่เลย แล้วท่านกำลังปั้นคำนี้อยู่นะครับ คำว่า ทำให้เดือดร้อนแล้วก็เสียหายทางจิตใจ มันกำลังเป็นเด็กปั้นท่านเลย คำนี้ไม่เคยมีครับ เสียหายทางจิตใจ อย่างนี้เมื่อคืนแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (Manchester united) เสมอ ๑ : ๑ ใครล้อแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (Manchester united) ผมฟ้องเลย กระทบจิตใจผมนะครับ เอาอย่างนั้นหรือครับ ท่านประธานครับ งานเหล่านี้ท่านไม่จำเป็นต้องจ้างใคร มันหน้าที่ ท่านอยู่แล้ว จ้างทำไม ถ้าท่านให้คำตอบเรื่องเหล่านี้ไม่ได้ถึงขนาดจะต้องใช้เงินภาษี ประชาชนเป็นล้าน ๆ ไปแสวงหาคำตอบเหล่านี้จากมหาวิทยาลัย ท่านก็ให้อาจารย์เหล่านั้น มานั่งบัลลังก์แทนท่านดีกว่า มันเป็นเรื่องที่ท่านตอบได้อยู่แล้วท่านเป็นตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ คือผมยอมใจในความพยายามของทั้ง ๙ ท่านจริง ๆ นะครับ เพื่อให้ได้ เป้าหมายที่ท่านต้องการ ท่านเสาะแสวงหาคำอธิบายไปไกลถึงสุโขทัย ท่านทราบไหมครับ เพนกวินไม่ใช่คนสุโขทัยนะครับ เขาเป็นคนลำปาง กษัตริย์ก็คนละคนกับพ่อขุนรามแน่นอน อานนท์เป็นคนร้อยเอ็ดครับ ก็มีเจ้าร้อยเอ็ดนะครับ กษัตริย์เขาไม่ได้ชื่อขุนศรีอินทราทิตย์ ท่านจะไปไกลขนาดนั้นทำไม เรื่องง่าย ๆ แค่การเสนอกฎหมายมันจะกลายเป็นการล้มล้าง การปกครองได้อย่างไร ผมไม่เข้าใจ มันง่ายถึงขนาดที่ท่านต้องอธิบายถึง ๓๐-๔๐ หน้า เลยหรือครับว่ามันล้มล้างการปกครองอย่างไร คือท่านไม่สังเกตหรือครับ หลายปีมานี้ อีกนิดเดียวครับท่านประธาน🔗
ท่านจิรัฏฐ์ครับ ด้วยความหวังดี ด้วยความปรารถนาดี คำวินิจฉัยศาลต้องระวังครับ เชิญครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน ขอไม่เกิน ๑ นาทีครับท่านประธาน คือผมอยากจะเรียนว่า คำว่า ระบอบการปกครอง ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นคำที่ถูกรีพีต (Repeat) พูดย้ำ ซ้ำไปซ้ำมาจากศาลรัฐธรรมนูญบ่อยมากในรอบหลายปีมานี้ ประชาชนเขาไม่เห็นต้องพูดคำ ยาว ๆ แบบนี้กันเลย เขาก็รู้อยู่แล้วว่าเรามีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข แต่ท่านทราบไหมครับ ความหมายของมันคืออะไร ท่านพูดแต่คำว่า ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย แล้วก็ ให้ความสำคัญกับอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ซึ่งเป็นซับเซ็ต (Subset) ของประชาธิปไตยที่ท่านไม่ได้สนใจ ท่านจะปกป้องแต่คำหลัง แต่คำหน้าท่านทิ้งไปเลย แล้วประชาธิปไตยอยู่ไหนละครับ ประชาธิปไตยมันก็คือประชาธิปไตย จะอยู่ในรูปแบบ รัฐเดี่ยวที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรืออยู่ในสาธารณรัฐที่มีประธานาธิบดีเป็นประมุข มันก็คือประชาธิปไตยมันไม่ได้ทิ้งแก่นนี้ แต่ท่านต้องให้ความสำคัญกับคำว่า ประชาธิปไตย ด้วยท่านประธานครับ ในการปกครองระบอบประชาธิปไตยหากองค์กรใดที่มีอำนาจมาก ก็ต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบที่มากตาม ต้องมาพร้อมกับกลไกการตรวจสอบถ่วงดุล ที่มากตาม แล้วต้องยึดโยงกับประชาชนอย่างแนบแน่น เพื่อให้ได้ความชอบธรรมในการ ใช้อำนาจ แต่หากปราศจากความชอบนี้แล้วก็ต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์ตามธรรมดา เป็นเรื่องปกติ แล้วเมื่อไร้ซึ่งศรัทธาจากประชาชนท่านจะหนีความล่มสลายนี้พ้นอย่างไร ผมไม่เข้าใจ ผมเรียนด้วยความเคารพครับ ศาลรัฐธรรมนูญสำคัญกับประเทศนี้ หากท่าน ทำหน้าที่ให้มันตรงตามเจตนารมณ์ที่เกิดศาลรัฐธรรมนูญขึ้นมา อย่างไรฝากไปถึงตุลาการ ทั้ง ๙ ท่านด้วยครับ ผู้มาชี้แจง ขอบคุณครับท่านประทาน🔗
จบรายชื่อของผู้อภิปราย ต่อไปทางตัวแทนของศาลรัฐธรรมนูญที่จะชี้แจงขอเชิญนะครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเชาวนะ ไตรมาศ เลขาธิการสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ขออนุญาตกราบเรียนชี้แจงเป็นการให้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงที่เป็นความจริง เพิ่มเติมประกอบ กันไปด้วยนะครับ ด้วยความเคารพในข้อสังเกต คำถาม และข้อวิพากษ์วิจารณ์ของท่าน ผู้ทรงเกียรติท่านแรกนะครับ ท่าน ส.ส. อมรัตน์ ท่านได้ตั้งข้อสังเกตว่าศาลรัฐธรรมนูญ ได้ทำหน้าที่หลักคือการวินิจฉัยกฎหมายขัดรัฐธรรมนูญ แต่ไปทำหน้าที่อื่น ซึ่งตรงนี้ความจริง ไม่ได้เป็นอย่างนั้น ความจริงคือรัฐธรรมนูญได้บัญญัติหน้าที่และอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ไว้ในมาตรา ๒๑๐ ซึ่งประกอบด้วยการวินิจฉัยร่างกฎหมายหรือกฎหมายขัดรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยปัญหา หน้าที่และอำนาจขององค์กรต่าง ๆ ทั้งสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา และคณะรัฐมนตรีรวมถึงองค์กรอิสระ และในส่วนที่ ๓ (๓) สำคัญมากนะครับ ใช้คำว่า หน้าที่ หน้าที่อื่นตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติ ซึ่งในข้อนี้จะมีบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ อยู่หลายมาตราที่บัญญัติให้เป็นหน้าที่และอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้น เมื่อรัฐธรรมนูญได้กำหนดให้มีหน้าที่และอำนาจตามบทบัญญัติต่าง ๆ รายมาตรา ผู้ใช้สิทธิ ยื่นคำร้องมาสู่ศาลรัฐธรรมนูญก็มีความหลากหลายตามไปด้วย ไม่เฉพาะแต่เรื่องร่างกฎหมาย หรือกฎหมายของรัฐธรรมนูญ ตามที่ท่านให้ข้อสังเกต อย่างไรก็ตามในความเป็นจริงคดี หรือคำร้องที่เข้ามาสู่การพิจารณาของศาลนั้นส่วนใหญ่ก็ยังเป็นเรื่องของร่างกฎหมาย กับกฎหมายขัดรัฐธรรมนูญเป็นสำคัญนะครับ🔗
ประการที่ ๒ เรื่องที่มาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้น ในรูปแบบที่เรา นำมาใช้นั้นได้พัฒนามาจากรูปแบบดั้งเดิม ๓-๔ รูปแบบ ที่เคยเป็นรูปแบบของสภาเอง ศาลฎีกา คณะตุลาการรัศาลฐธรรมนูญ และในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ก็ได้บัญญัติให้มี ศาลรัฐธรรมนูญขึ้นมาเป็นองค์กรที่มีหน้าที่เฉพาะในการวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ซึ่งตรงนี้ก็มีที่มาจากตัวแบบที่เขาเรียกว่า ยูโรเปียน โมเดล (European Model) หรือรูปแบบ ของภาคพื้นยุโรป ซึ่งตรงนี้ก็เท่ากับว่าเราไม่ได้มีฐานของแบบแผนทางปฏิบัติหรือหลักสากล ก็มาจากหลักสากล ในส่วนขององค์ประกอบของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้น ในความเป็นจริงในชั้นของการสรรหานี่มีองค์ประกอบของกรรมการสรรหาที่มาจากผู้นำ ฝ่ายค้านมาจากประธานสภา ซึ่งตรงนี้เป็นการยึดโยงในส่วนของสภาผู้แทนราษฎร ในคำปรารภแรก ในชั้นถัดไปเมื่อได้ผ่านการคัดเลือกหรือการสรรหาแล้ว ก็เข้าไปสู่ กระบวนการพิจารณาของวุฒิสภาอีกชั้นหนึ่ง ในองค์ประกอบของสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภานั้นถือว่าเป็นองค์ประกอบของรัฐสภาโดยสมบูรณ์ แล้วก็ถือว่าเป็นการสรรหา และการให้ความเห็นชอบผ่านองค์กรที่เป็นผู้แทน ทั้งใน ๒ ส่วน โดยชอบแล้วก็เป็นไปตาม แบบแผนทางปฏิบัติในการจัดตั้งองค์กรศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้แตกต่างไปจากในที่อื่น ๆ ส่วนความแตกต่างของแต่ละประเทศนั้น ขึ้นอยู่กับรากฐานของความต้องการและปัญหา รวมถึงสภาพของปัจจัยต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับระบบการเมืองการปกครองของแต่ละประเทศ ประกอบกัน🔗
ในประการที่ ๓ เรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่บอกว่าให้ไปถามประชาชน หรือให้ไปทำประชามติเสียก่อนนั้น ตรงนี้เป็นเหตุผลและหลักการของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งต่างจากกฎหมายทั่วไปครับ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้น ถ้าเป็นการแก้ไขที่ไปเกี่ยวข้อง กับการจัดตั้งองค์กรขึ้นมา จัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ไม่ว่าจะเรียกชื่อว่าอย่างไรก็ตามนั้น ถือว่าต้องกลับไปที่อำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นหลักการสำคัญของกฎหมาย รัฐธรรมนูญ จะเอาเกณฑ์ของกฎหมายทั่วไปมาใช้กับกฎหมายรัฐธรรมนูญนั้นไม่สามารถ กระทำได้ ไม่ว่าในทางหลักการหรือทางปฏิบัติ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยไว้ ก็ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ แล้วก็ชอบด้วยหลักการและเหตุผลประกอบกันไปแล้วครับ🔗
ในประการถัดมา เรื่องของการตั้งข้อสังเกตและคำถาม รวมถึงการให้ ข้อเท็จจริงบางประการที่คลาดเคลื่อนไปจากข้อเท็จจริงที่เป็นความเป็นจริงในบางประการ เช่น การพูดถึงการที่ศาลอ้างรัฐธรรมนูญในอดีต หรือการที่ศาลยกเอาประวัติการเมือง การปกครองในอดีตที่มีการกล่าวถึง การสืบเนื่องของอำนาจการปกครองของ พระมหากษัตริย์ สมัยอยุธยา สมัยสุโขทัย สมัยรัตนโกสินทร์ก็ตาม ขอกราบเรียนอย่างนี้ว่า ในการเกิดขึ้นหรือการสร้างบ้านสร้างเมือง หรือที่เขาเรียกว่า การสร้างชาตินั้น ไม่ได้เกิดจาก การวาดแผนที่ขึ้นมา แล้วก็ใส่ชื่อประเทศ แล้วมีความเป็นชาติ มีความเป็นบ้านเมือง อันนั้น เป็นเรื่องของจินตนาการ แต่ในความเป็นจริงประวัติการสร้างชาติของทุกชาติ ทุกประเทศ มาจากการหล่อหลอมรากฐานของประเพณีวัฒนธรรมอันดีงาม แล้วก็การสืบสานแบบแผน ทางการเมืองการปกครองที่มีคติ มีฐานของความชอบธรรมในหลากหลายรูปแบบนะครับ เช่น ของไทยเราจะมีการพูดถึงพระปิตุลา คือเป็นการปกครองแบบพ่อหรือแบบพ่อ ปกครองลูก และมีการพูดถึงคติหรือแบบแผนประเพณี วัฒนธรรมอันดีงามตามวิถี การปกครองที่เรียกว่า ธรรมราชา ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากความต้องการของใครคนหนึ่ง คนใดหรือประชาชนคนหนึ่งคนใด แต่เป็นความเหมาะสม แล้วก็ความพยายามอุตสาหะ ของผู้ปกครองในอดีต ไม่ว่าบูรพกษัตริย์ทุกพระองค์ หรือบรรพชนของเรานี้ได้สร้างสม ได้หล่อหลอม แล้วก็สืบทอดสิ่งเหล่านี้จนเราได้มีบ้านเมืองให้อยู่อาศัยด้วยความร่มเย็นเป็นสุข ในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นการใดก็ตามที่จะกระทำจะคิดในทางที่เป็นการเปลี่ยนแปลงเรื่องสำคัญ ของบ้านเมือง ต้องหวนคิดและระลึกถึงความเป็นชาติ และกระทำเยี่ยงคนในชาติ ไม่ใช่ คนนอกชาติ นั่นก็หมายความว่าต้องคำนึงถึงความรับผิดชอบที่จะเกิดผลร้ายต่อบ้านเมือง ต่อประเทศชาติ ซึ่งกระทบกับคนทุกคนไม่ได้เป็นผลที่เกิดกับคนทำเพียงกลุ่มน้อย ซึ่งตรงนี้ ถ้าเราดูในประวัติศาสตร์ความเป็นมานี้ พัฒนาการของการเมืองการปกครองไทยนั้น ได้มีการปรับ มีการแก้ให้เป็นไปตามยุคสมัยตลอดมา ซึ่งตรงนั้นเป็นการทำหน้าที่ของ ผู้ที่มีหน้าที่ และผู้ที่มีความรับผิดชอบต่อบ้านเมืองโดยแท้จริง เราถึงดำรงความเป็นชาติ ความเป็นไทยมาได้จนถึงทุกวันนี้นะครับ บ้านเมืองได้มีความพัฒนา ได้มีความสืบสถาพร คือมีความมั่นคงตลอดมาครับ อันนี้ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมศาลต้องหยิบยกเอาข้อพิจารณา เหล่านี้มาประกอบการทำคำวินิจฉัยของศาล🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาต ท่านประธาน จะประท้วงผู้ชี้แจงครับท่านประธาน🔗
ท่านเลขาธิการครับ ขออภัยครับ มีผู้ประท้วงครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานครับ ผมขอประท้วงท่านผู้ชี้แจง ในข้อ ๖๙ ครับ คือท่านก็พูดวกไปวนมา แล้วก็เสียดสีด้วยครับท่านประธาน เวลาที่เราบอกว่า ใครทำเพื่อชาตินี้ มันหมายความว่าเรากำลังบอกฝั่งตรงข้ามว่าเขาไม่ได้ทำเพื่อชาตินะครับ ท่านประธาน พูดอย่างนี้ไม่มีประโยชน์เลยครับ อีกอย่างหนึ่ง เราต้องให้ข้อมูลที่เป็น ข้อเท็จจริงจริง ๆ ครับ โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ ถ้าบอกว่าสมัยนั้นเป็นพ่อปกครองลูก ใครไปอ้างว่าเป็นลูกกษัตริย์นี้หัวขาดนะครับ ไปอ้างว่าเป็นโอรสาธิราชนี่หัวขาดนะครับ ท่านจะบ้าหรือ มันเป็นไปไม่ได้ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ครับ ก็รับคำประท้วง แต่ว่ายังอยู่ในประเด็น เพราะได้ฟังพวกเราอภิปรายมาตลอดครับ บางเรื่องมันอยู่นอก รายงานไปวิจารณ์คำวินิจฉัยด้วยอะไรด้วย ท่านเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญยังอยู่ในประเด็น เชิญต่อครับ🔗
กราบขอบพระคุณครับ ด้วยเจตนาที่จะให้ข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง ไม่ได้มีเจตนาเสียดสีใด ๆ หากท่านมีความเข้าใจเช่นนั้นก็กราบขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วย ด้วยความเคารพจริง ๆ นะครับ เพื่อให้ความคิดความเห็นที่เกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญตาม มาตรา ๔๙ นั้นได้มีมุมที่มีความจริงมานำเสนอบ้างนะครับ ก็อยากกราบเรียนเพิ่มเติมว่า ในส่วนของกฎหมายรัฐธรรมนูญก็เช่นกันนะครับ ถ้าไปดูตั้งแต่เปลี่ยนแปลงการปกครอง ๒๔๗๕ นั้น รัฐธรรมนูญไม่ว่าจะใช้ชื่อเรียกว่าอย่างไรก็ตามมีการกล่าวถึงพระราชสถานะ พระราชอำนาจ แล้วก็เรื่องของประเพณีการเมือง การปกครองที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น ประมุขสืบเนื่องมาตลอด ซึ่งตรงนี้ทุกบ้านทุกเมืองจะกระทำเหมือนกันก็คือการรักษา แก่นสารที่เป็นภูมิของประเทศ เป็นภูมิของการปกครองของบ้านของเมือง ซึ่งไม่ว่าในแง่ กฎหมายหรือแง่ประเพณีหรือขนบจารีต หรือธรรมเนียมใด ๆ ก็ตามประกอบกันถือว่า เป็นสิ่งที่คนในชาติต้องยึดถือร่วมกันเพื่อจุดหมายอันเดียวกันคือ การรักษาประโยชน์ของชาติ บ้านเมือง รักษาประโยชน์ของประชาชนโดยส่วนรวม อันนี้ก็เป็นเรื่องของการกล่าวอ้างถึง รัฐธรรมนูญย้อนหลัง ซึ่งตรงนี้เมื่อมีหลักอย่างนี้แล้วทุกประเทศเขาเรียกว่าหลักอันเป็น นิรันดร์ คือเรื่องของหลักการเมือง การปกครอง ถือว่าต้องรักษานะครับ🔗
ประท้วงเชิญนะครับ🔗
ท่านประธานคะ ขออนุญาตค่ะ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส. บัญชีรายชื่อ ประท้วงท่านผู้ชี้แจงนิดหนึ่ง ข้อ ๖๙ ค่ะ ท่านกำลังพูดวกวน ซ้ำซาก วนเวียน แล้วอีกอย่างหนึ่งประวัติศาสตร์ของท่าน คนละเล่มกับที่ดิฉันเรียนมา เราอยู่ในโลกคู่ขนานกัน ท่านทราบไหมว่าการสืบราชสมบัติ มันไม่ได้ต่อเนื่องกันอย่างที่ท่านเข้าใจนะคะ🔗
เดี๋ยวนะครับ ต้องบอกว่า ผิดข้อบังคับอะไรครับ ช่วยบอกครับ ๑. วนเวียนนะครับ ส่วนไปอภิปรายในเนื้อหานั้นไม่ได้ ต้องประท้วงว่าผิดข้อบังคับข้อไหน อย่างไร🔗
บอกท่านประธานไปแล้วว่า ผิดข้อ ๖๙ ค่ะ อธิบายพูดวกวน วนเวียน ซ้ำซากค่ะ🔗
วินิจฉัยว่ายังอยู่ในเรื่อง ที่มีการอภิปรายของทั้ง ๑๑ ท่านมานะครับ ท่านก็มีสิทธิชี้แจงครับ ก็ทนฟังเพราะเราก็ได้ อภิปรายไปถึงคำวินิจฉัยของศาล🔗
แต่ท่านกำลังพูดข้อเท็จจริง ทางประวัติศาสตร์ผิดนะคะ🔗
เชิญนั่งเถอะครับ เชิญท่าน เลขาธิการชี้แจงต่อ เชิญครับ🔗
ขอกราบเรียนว่า ในประเด็นที่ผมได้บันทึกไว้ตามคำถามและข้อสังเกตรวมถึงข้อวิจารณ์ ของท่านเพื่อให้ได้รับข้อเท็จจริง ด้วยความเคารพผมถึงพยายามตอบให้ครบทุกประเด็น โดยเฉพาะเรื่องนี้มีหลายท่านได้อภิปราย เพราะฉะนั้นก็ถือว่าเป็นเรื่องที่หลายท่าน ให้ความสำคัญและให้ความสนใจ ผมถึงพยายามที่จะนำกราบเรียนให้เห็นถึงข้อเท็จจริง ในด้านที่เป็นมุมมองแล้วก็ข้อพิจารณาในส่วนของศาลนะครับ ในเรื่องของรัฐธรรมนูญ จะเห็นว่ามันมีจุดสำคัญอยู่ ๒ จุด จุดหนึ่งก็คือ จุดของความสืบเนื่องของการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กับจุดที่ ๒ คือความสืบเนื่อง ของการบัญญัติรัฐธรรมนูญ ให้มีบทคุ้มกันสถาบันสำคัญของชาติคือสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งถือว่าเป็นเสาหลักของบ้านเมือง และเป็นองค์ประกอบสำคัญของการปกครองที่เรียกว่า ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เพราะฉะนั้นในการกระทำที่ศาลวินิจฉัยว่าต้องห้ามหรือเป็นการฝ่าฝืนมาตรา ๔๙ นั้น เป็นการกระทำที่มีการส่อเจตนา แล้วก็ไม่มีวัตถุประสงค์เพื่อนำไปสู่การล้มล้างสถาบัน พระมหากษัตริย์ในหลายลักษณะการกระทำ เช่น การเรียกร้องให้มีการยกเลิกมาตรา ๖ ซึ่งมาตรา ๖ นี่เป็นบทบัญญัติสำคัญในการรับรองพระราชสถานะ พระราชกรณียกิจ รวมถึง รับรองเรื่องกรอบประเพณีการปกครองของประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ทรงสถานะ เป็นพระประมุขของประเทศ รวมถึงการเรียกร้องให้มีการงดหรือยกเลิกพระราชกรณียกิจ ที่มีการสืบสานมาตามประเพณีการปกครองในหลาย ๆ เรื่อง เฉพาะ ๒ เรื่องนี้ก็จะเห็นว่า ย่อมเป็นที่ประจักษ์ว่าทำให้เกิดผลเช่นใด ตั้งแต่พระราชสถานะ พระราชอำนาจ รวมถึง พระราชกรณียกิจตามประเพณีการปกครองทั้งหลาย รวมถึงการเรียกร้องในเรื่องของการ แก้ไขมาตรา ๑๑๒ ก็เป็นบทกฎหมายที่บัญญัติขึ้นมา เพื่อคุ้มครองในส่วนของสถาบันสำคัญ ของบ้านเมือง ซึ่งแม้แต่ในสามัญชนคนทั่วไปหรือที่เรียกว่า ประชาชนคนทั่วไป ก็ยังมี กฎหมายคุ้มครองเช่นกัน และบทคุ้มครองนี้ก็ไม่ใช่มีเฉพาะของบ้านเรา มีอยู่ในประเทศอื่น ๆ อยู่ด้วย เพราะฉะนั้นการที่ไปแก้ไขกฎหมาย มาตรา ๑๑๒ ย่อมเห็นเป็นที่ประจักษ์ว่า จะนำไปสู่การไม่รักษากฎเกณฑ์พื้นฐาน ในเรื่องของการเคารพสักการะสถาบันพระมหากษัตริย์ แล้วทำให้เกิดปัญหาของการ🔗
ประท้วงครับท่านประธาน🔗
เชิญประท้วงครับ🔗
ท่านประธาน ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมประท้วง ท่านผู้อภิปรายตามข้อบังคับการประชุมสภา ข้อ ๖๙ วรรคสอง ผมให้เหตุผลประกอบ สั้น ๆ นิดเดียวท่านประธานว่าในระหว่างผู้อภิปราย ๑๑ ท่าน ที่ได้อภิปรายรายงานนั้น มีผู้ที่กล่าวถึงระบอบการปกครองประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุข แค่ ๒-๓ ท่าน แต่ใน ๒ นาทีที่ผ่านมา ท่านเลขาธิการศาลรัฐธรรมนูญได้กล่าวพูดถึงคำว่า พระมหากษัตริย์ หรือสถาบันพระมหากษัตริย์ถึง ๘ ครั้ง ผมทราบว่าท่านคงไม่มีความรู้ว่า ข้อบังคับการประชุม ข้อ ๖๙ วรรคสอง บอกว่า ห้ามผู้อภิปรายกล่าวถึงพระมหากษัตริย์ครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ท่านประธานต้องตักเตือนท่านผู้อภิปรายครับ🔗
ผมแนะนำท่านเลขาธิการ ผมเข้าใจว่าท่านจดเอาไว้ ท่านผู้ใดที่อภิปรายถึงเรื่องนี้ท่านเอ่ยได้เลยว่าบุคคลผู้ใดที่อภิปราย เรื่องนี้ ท่านก็ชี้แจงได้ก็คงไม่ได้หมายถึงทุกคน แต่ว่าเป็นประเด็นที่มีสมาชิกพูด ท่านก็สามารถ ชี้แจงได้ แต่โดยข้อบังคับ ข้อ ๖๙ นั้น ห้ามกล่าวถึงพระมหากษัตริย์หรือออกชื่อสมาชิก โดยไม่จำเป็น ขอเชิญท่านต่อครับ🔗
กราบขอบพระคุณ🔗
ท่านประธานครับ ผมขอ ประท้วงท่านผู้อภิปรายเพิ่มเติมครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๙ ครับ🔗
เชิญครับ🔗
คือผู้อภิปรายท่านเชาวนะ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านอภิปรายวนเวียนซ้ำซาก แล้วก็ผมขอเตือนท่านเชาวนะ ผ่านท่านประธาน จริง ๆ ครับว่าการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๒ เป็นอำนาจ นิติบัญญัติ ผมคิดว่าท่านเชาวนะควรต้องระมัดระวังในการที่จะแทรกแซงอำนาจ นิติบัญญัติด้วย ผมฝากให้ท่านประธานเตือนด้วย เพราะอันนี้เป็นศักดิ์และสิทธิ์โดยสมบูรณ์ ของอำนาจนิติบัญญัติที่ผู้ใดมิอาจเข้ามาก้าวล่วงได้ ขอให้เคารพกันด้วยครับท่านเชาวนะ และผมยืนยันว่า ผมกรุณาได้เปิดพื้นที่ให้ท่านเชาวนะได้ชี้แจงเกี่ยวกับประวัติการศึกษา ของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านหนึ่งแล้ว ผมกำลังรอฟังอยู่ครับตามข้อบังคับ ข้อ ๖๙ จะต้องหารือเกี่ยวกับประเด็นที่กำลังหารือกันอยู่ครับ แล้วผมกำลังฟังท่านอยู่ และหวังว่า จะได้รับการชี้แจงด้วยครับ เพราะว่าจะความเป็นธรรมกับท่านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ท่านนั้นด้วย ขอบพระคุณครับ🔗
คุณวิโรจน์ครับ อันนี้ไม่ใช่ การประท้วงนะครับ เพียงแต่ประเด็นที่ท่านยังไม่ชี้แจง แต่ประเด็นที่ชี้แจงนั้นก็ได้ให้ ข้อสังเกตไปแล้วครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตามต้องนึกถึงว่าเวลาเราอภิปรายนี่อภิปรายเรื่องอะไร แต่ว่าถ้าไม่แน่ใจท่านเลขาธิการสามารถที่จะระบุชื่อสมาชิกที่เอ่ยเรื่องนั้น แล้วชี้แจงไปตามที่ ท่านผู้นั้นได้พูดโดยไม่ออกนอกแนวทางที่เขาพูดมา ท่านมีสิทธิที่จะอธิบายได้ครับ เชิญเลยครับ🔗
เพื่อไม่ให้ เสียเวลาของสภาแห่งนี้นะครับ ที่ผมกราบเรียนล้วนเป็นประเด็นที่อยู่ในกระบวนการ พิจารณาวินิจฉัย แล้วก็เป็นสาระสำคัญในคำร้องที่เป็นเหตุให้ศาลวินิจฉัยว่า การกระทำ ของผู้ถูกร้องทั้ง ๓ คนนั้นขัดกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๙ อย่างไร เพื่อให้เห็นว่าคำวินิจฉัย ดังกล่าวนั้นตั้งอยู่บนพื้นฐานของความเป็นธรรม บนพื้นฐานของความเป็นจริงที่ศาล จะพิจารณาวินิจฉัย โดยอาศัยหลักกฎหมายและหลักข้อเท็จจริงมาประกอบ ไม่ได้เกิด จากการที่ศาลจะมีเจตนาเป็นอย่างอื่นตามที่มีการวิพากษ์วิจารณ์แล้วก็มีคำถาม เพราะฉะนั้น เมื่อได้มีคำถามเกิดขึ้นผมก็จะพยายามตอบให้นะครับ ซึ่งด้วยความเคารพในความทรงเกียรติ ของท่านสมาชิกมิได้เป็นการก้าวล่วงอำนาจแต่อย่างใด ในประเด็นการพิจารณาวินิจฉัยนั้น การกระทำใด ๆ ที่เป็นองค์ประกอบความผิดที่เข้าข่ายการล้มล้างการปกครองในระบอบ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้น มีเนื้อหาของประเด็นเหล่านี้ ประกอบอยู่ด้วย ผมถึงนำกราบเรียนว่าเป็นการพิจารณาวินิจฉัยบนพื้นฐานของข้อเท็จจริง และข้อกฎหมาย ไม่ได้เกิดจากศาลคิดขึ้นเองตามที่ท่านมีการวิพากษ์วิจารณ์หรือว่า ศาลไปบิดเบือน หรือศาลไปสร้างกฎหมายขึ้นมาเองซึ่งไม่มีเรื่องเหล่านั้นแต่อย่างใด แม้แต่ การรับคำร้องไว้พิจารณา ผู้ร้องได้ยื่นคำร้องถึงการกระทำถึง ๖ ครั้ง ๖ เหตุการณ์ แต่ศาล รับวินิจฉัยเพียง ๑ ครั้ง ๑ เหตุการณ์ ตามที่ผู้ร้องได้ดำเนินกระบวนการในการร้องเป็นไปตาม กฎหมายวิธีพิจารณาของศาลก็คือ ผ่านอัยการสูงสุดมาก่อนนะครับ ซึ่งตรงนี้ก็จะเห็นว่า ตั้งแต่ในชั้นของการรับคำร้องไว้พิจารณาศาลก็ยึดหลักกฎหมาย ไม่ได้ไปเอาคำร้องที่ไม่อยู่ ในเกณฑ์ของการรับคำร้องตามกฎหมายมาพิจารณาด้วยนะครับ นอกจากนั้นในเรื่องของการ วินิจฉัยท่านยังบอกว่า เป็นการวินิจฉัยเกินในเรื่องของขอบเขตอำนาจ เกินในเรื่องหน้าที่ ของศาลที่ไปบอกว่า ให้เลิกการกระทำในอดีตหรือให้องค์กรเครือข่ายก็ต้องเลิก การกระทำนั้นด้วย อันนี้ก็เป็นไปตามกฎหมายเช่นกัน ที่ศาลเห็นว่าตามมาตรา ๔๙ นั้น มีเจตนารมณ์เพื่อไม่ให้มีการกระทำที่ต่อเนื่องไปจนถึงผล ในเมื่อเห็นว่าการกระทำ ที่เกิดขึ้นแล้วหรือที่กำลังเกิดขึ้นหรือที่จะเกิดขึ้นต่อไปนั้น นำไปสู่ผลอันเดียวกัน ในเรื่องของการล้มล้างการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข อันนี้เป็นบทบัญญัตินะครับ ไม่ใช่ผมเจตนาที่จะยกถ้อยคำที่กล่าวถึง พระมหากษัตริย์โดยวกวน อันนี้เป็นข้อกฎหมายที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญมาตรา ๔๙ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะเห็นว่าแม้ผู้กระทำมีจำนวน ๓ คน แต่การกระทำนั้นเป็นการกระทำที่ต่อเนื่อง เป็นขบวนการ มีเครือข่ายขององค์กรต่าง ๆ ซึ่งในข้อเท็จจริงที่ศาลใช้ได้ประมวลไว้ ตามหลักฐานเอกสารของราชการในหน่วยงานต่าง ๆ ถึง ๗ หน่วยงาน ก็เห็นว่ามีการแสดงถึง การกระทำร่วมกัน มีความร่วมมือกันในองค์กรต่าง ๆ จำนวนมาก ซึ่งตรงนี้ก็จะเห็นว่า การกระทำอันเป็นการล้มล้างการปกครองนั้น หากให้เลิกกระทำเฉพาะคนหนึ่งคนใดนั้น จะทำให้มีปัญหาในการควบคุมให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ คือรัฐธรรมนูญมีเจตนาที่จะป้องกัน ไม่ให้เกิดผล ใช้คำว่า เพื่อ จะใช้สิทธิเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครอง เพราะฉะนั้นตรงนี้ ในกฎหมายวิธีพิจารณาของศาลเองก็ได้ให้ศาลใช้คำบังคับตามความจำเป็น ตามวัตถุประสงค์ ของกฎหมายไม่ใช่วัตถุประสงค์ของศาลนะครับ อันนี้ก็เป็นเหตุผลว่าทำไมศาลต้องวินิจฉัย ไปถึงอนาคต🔗
ขออนุญาตประท้วงตามข้อ ๖๙🔗
ประท้วง เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ประท้วงตามข้อ ๖๙ ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ด้วยความเคารพครับท่านประธาน ผมก็พยายามอดทนฟัง แต่เราก็อยู่ในเรื่องนี้มาครับ ๒๑.๒ คือเข้าใจครับว่าผู้อภิปรายในสภาที่พูดถึงตัวการทำหน้าที่ของศาลมีหลายท่าน แต่มันก็มีหลากหลายประเด็น ถ้าท่านใช้แบบนี้กันหมดพูดประเด็นเฉพาะคำวินิจฉัย ๒๐ กว่านาทีแบบนี้มันจะไม่จบครับ ผมก็อยากให้อยู่ในประเด็น ตอบทีละประเด็นให้มัน ชัด ๆ ครับ ตอนนี้เวทีแห่งนี้ไม่ใช่เป็นเวทีให้มาดีบิวต์ (Debut) เพื่อเป็นศาลรัฐธรรมนูญ ในอนาคต ก็ขอให้ท่านได้จบในเรื่องของการชี้แจงแทนศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับคำวินิจฉัย ที่มีเกี่ยวกับการล้มล้างการปกครองได้แล้ว ขออนุญาตให้ท่านประธานพิจารณาด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ก็ยังไม่ผิดข้อบังคับครับ แต่ขอร้องอย่าไปเสียดสีนะครับ เดี๋ยวจะย้อนกลับโต้ตอบกันไป ขอเชิญต่อครับในประเด็น แล้วถ้าเป็นไปได้ผมแนะนำว่าเพื่อความโปร่งใสกรณีที่สมาชิกอาจจะไม่พอใจ ท่านสามารถ ระบุชื่อได้ว่าบุคคลใดอภิปรายเรื่องนั้นว่าอย่างไร และท่านขอชี้แจงว่าอย่างนี้ทำได้ครับ อนุญาตครับ🔗
ผมได้บันทึก ไว้ผมจะนำกราบเรียนเป็นลำดับ แต่ว่าในชั้นแรกท่าน ส.ส. อมรัตน์ได้กรุณาให้ข้อสังเกต คำถามและคำวิพากษ์วิจารณ์ในเรื่องนี้ไว้ในหลายประเด็นด้วยกันครับ ด้วยความเคารพ ผมก็พยายามตอบให้ครบทุกประเด็น แต่อย่างไรก็ตามเมื่อท่านเห็นว่าจะเสียเวลา ก็ขอกราบเรียนโดยสรุปว่า ศาลไม่ได้พิจารณาวินิจฉัยเกินขอบเขต เกินอำนาจ เกินกฎหมาย หรือเกินข้อเท็จจริง หรือบิดเบือนข้อเท็จจริงหรือข้อกฎหมายใด ๆ ทั้งสิ้น เป็นไปตาม กฎหมาย เป็นไปตามข้อเท็จจริงทั้งหมดนะครับ แล้วก็ที่สำคัญอย่างยิ่งท่านพูดถึงการไม่ใช้ กระบวนการไต่สวนให้สิทธิของผู้ถูกร้องมาทำการชี้แจงในศาล ขอกราบเรียนอย่างนี้ว่า ในการพิจารณาคดีของศาลนั้น เริ่มตั้งแต่ศาลรับคำร้องของผู้ร้องศาลก็ส่งคำร้องนั้นไปให้ ผู้ถูกร้องตามคำชี้แจง นอกจากนั้นในกระบวนการรับฟังพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่ศาลขอรับมา จากหน่วยงานราชการต่าง ๆ ประมาณ ๗ หน่วยงานที่มีภารกิจเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยตรง เพื่อเอาข้อมูลเหล่านั้นมาสอบทาน มายันกันว่าเป็นไปตามที่ผู้ร้องร้องหรือไม่ และเข้ากับ หลักกฎหมายที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้หรือไม่ แล้วก็ทั้ง ๖-๗ พยานหลักฐานที่ได้มานั้นก็ส่งให้ ผู้ถูกร้องทำคำชี้แจงหรือข้อโต้แย้งได้ ซึ่งตรงนี้ถามว่าเป็นการปิดกั้นหรือไม่ ในทางปฏิบัติ ก็ถือว่าไม่นะครับ เป็นการให้สิทธิแล้ว ส่วนผู้ถูกร้องจะใช้สิทธิอย่างไรหรือไม่นั้น ในคำที่ศาล แจ้งไปนั้น ศาลก็บอกไปว่าท่านสามารถใช้สิทธิตามนั้น ถ้าท่านไม่ใช้สิทธิก็ถือว่าท่านไม่ติดใจ อันนี้ก็ถือว่าศาลก็เคารพ เคารพในการใช้สิทธิของผู้ถูกร้องเหมือนกัน ในเมื่อท่านไม่ใช้สิทธิ ศาลก็ดำเนินกระบวนการพิจารณาต่อไป แล้วการที่ศาลจะฟังว่ายุติหรือไม่นั้น ศาลพิจารณา ตามความเพียงพอ ตามหลักกฎหมาย ความเพียงพอต่อการพิจารณา ความเพียงพอต่อการ ให้ความยุติธรรมซึ่งหลักของการไต่สวนนั้น ไม่ใช่เฉพาะว่าศาลมีอำนาจที่จะควบคุม กระบวนการพิจารณาเป็นหลัก แต่ในกระบวนการไต่สวนที่สำคัญยิ่งกว่านั้นก็คือ ศาลจะ พิจารณาตรวจสอบพยานหลักฐานต่าง ๆ ด้วยเกณฑ์ที่ศาลกำหนดขึ้นมา ตามความเพียงพอ ที่กฎหมายได้ให้ไว้ เพราะฉะนั้นเมื่อใดก็ตามถ้าไม่เพียงพอศาลจะบอกว่า ให้ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด คนหนึ่งคนใดมาทำการชี้แจงเพิ่มเติม เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้การที่ศาลจะยุติการพิจารณา พยานหลักฐานใด ๆ ศาลวินิจฉัยแล้ว แล้วก็ศาลนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับผู้เป็นประธาน หรือท่านหนึ่งท่านใด รวมถึง ๙ ท่านนะครับ🔗
ท่านที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล🔗
ผู้ประท้วง เชิญครับ🔗
ผมขอประท้วงท่านผู้ชี้แจง อีกสักครั้งหนึ่ง ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๙ เลยครับ คือท่านอภิปรายวนเวียนซ้ำซาก ท่านอมรัตน์ ท่านเดียว ท่านอภิปราย ๗ นาที ท่านอภิปรายชี้แจงท่านอมรัตน์ท่านเดียวท่านใช้เวลา ๒๕ นาที แล้วท่านไม่ใช่ศาลท่านเป็นธุรการศาล อย่างกรณีการแก้ไขมาตรา ๑๑๒ ที่ผมได้ กรุณาเตือนท่านไปแล้วว่า กำลังละเมิดอำนาจนิติบัญญัติ และท่านกำลังทำตัวเป็นผู้วินิจฉัย แทนศาลรัฐธรรมนูญเสียเองอีกด้วย ท่านกำลังละเมิดอำนาจศาลรัฐธรรมนูญเสียเองอีกด้วย ท่านประธานต้องเตือน แล้วอย่างนี้อภิปรายกี่คน ถ้าแต่ละท่านท่านชี้แจง ๒๐ กว่านาที แล้วผมจะได้รอฟังการชี้แจงเรื่องประวัติการศึกษาของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญไหม ทางท่านโรมกำลังรอฟังอยู่ในเรื่องของคดีทุจริต ที่ ป.ป.ช. ชี้มูลท่านเชาวนะข้อเท็จจริง เป็นอย่างไรจะได้เปิดพื้นที่ให้ท่านชี้แจงถึงความบริสุทธิ์ยุติธรรม เป็นความเป็นธรรม ที่ให้กับท่าน สภาแห่งนี้จะได้ฟังไหม ท่านทบทวน ท่านเป็นธุรการศาล ท่านไม่ใช่ศาล ถ้าท่านจะชี้แจงอย่างนี้ผมว่านัดใหม่ดีกว่า แล้วก็เชิญตุลาการท่านมาชี้แจงเสียเอง🔗
ผมวินิจฉัยให้ครับ วินิจฉัยว่า ยังไม่เป็นการผิดข้อบังคับอะไรครับ เพียงแต่ว่าผู้ชี้แจงนั้นชี้แจงละเอียด ผมก็ได้ฟัง ละเอียดยิบ แต่ว่าได้ฟังว่ามีการตั้งประเด็นกล่าวหาว่าอย่างนั้นอย่างนี้ ความจริงไม่อาจจะ วัดได้ว่า ใช้เวลากล่าวหากี่นาที ตอบกี่นาที เพราะว่าผู้ชี้แจงก็พยายามอธิบายโดยละเอียด แต่ท่านเลขาสามารถทำได้โดยชี้แจงทุกประเด็นได้ท่านครับ แต่ว่าวิธีอันหนึ่งก็คือ เราพยายามสนับสนุนก็คือบริหารเวลา แทนที่จะลงรายละเอียดมากก็อธิบายว่าประเด็นนั้น ไม่จริงอย่างไร แล้วก็ครบทุกประเด็นท่านสามารถทำได้ เชิญต่อเลยครับ🔗
กราบขอบพระคุณครับ ที่ผมพยายามชี้แจงนั้นก็เป็นเพราะความเคารพในเกียรติ ในภาระหน้าที่ของสภาแห่งนี้ กลับกันที่ท่านเข้าใจว่าผมไปละเมิดในอำนาจของนิติบัญญัติ หรืออำนาจของศาล ไม่มีอยู่ในความคิดแล้วก็ไม่มีอยู่ในสิ่งที่ผมได้พยายามตอบ ซึ่งเกิดจาก คำถาม แล้วข้อวิพากษ์วิจารณ์ของท่านผู้ทรงเกียรติ เพื่อให้ได้คำตอบตามที่ท่านได้ถามไว้ ได้วิพากษ์วิจารณ์ไว้ อย่างไรก็ตามในกรณีที่ท่านจะให้ยุติการตอบ ในกรณีของท่านอมรัตน์ แม้ว่าทางท่านอมรัตน์ไม่ได้อนุญาตให้ผมยุติก็ตาม แต่ว่าผมขอกราบเรียนอย่างนี้ว่า ในเรื่องสำคัญที่ท่านได้มีข้อสงสัย มีคำถาม แล้วมีข้อวิจารณ์นั้นก็กราบเรียนโดยสรุปว่า ศาลทำโดยชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ด้วยกฎหมาย ด้วยหลักนิติธรรม แล้วก็ด้วยความเป็นธรรม ไม่ได้เกิดจากเหตุผลอื่นใดทั้งสิ้นนะครับ🔗
ท่านต่อไปท่านที่ ๒ ก่อนอื่นผมต้องขอกราบเรียนว่า ที่ผมชี้แจงนี้ชี้แจง ด้วยความเคารพ แล้วก็ด้วยความพยายามที่จะให้ข้อเท็จจริงกับท่านให้มากและสมบูรณ์ที่สุด🔗
ผมแนะนำเรื่องบริหาร เวลาด้วยนะครับ เชิญครับ🔗
กราบขอบพระคุณครับ ท่านณธีภัสร์ได้พูดถึงหลักการทำงานของศาลที่มีการอ้างถึง หลักนิติธรรม หลักประชาธิปไตย หลักสิทธิเสรีภาพของประชาชนตามหลักสากล แล้วก็มีการ พูดถึงคำวินิจฉัยของศาลว่าไม่เป็นไปตามหลักการดังกล่าวนั้น โดยเฉพาะในคดียุบ พรรคอนาคตใหม่ ตรงนี้ก็มีหลายท่านที่ผมจะขออนุญาตกราบเรียนพร้อมกันในคำถามนี้ ก็คือว่า ศาลไม่ได้สร้างกฎหมายขึ้นมาขยายอำนาจหรือเพิ่มอำนาจ หรือใช้อำนาจในการ ยุบพรรคตามที่ท่านเข้าใจหรือท่านวิจารณ์ไว้ การยุบพรรคนั้นรัฐธรรมนูญได้บัญญัติไว้ ในมาตรา ๒๑๐ (๓) ว่า เป็นหน้าที่ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ รัฐธรรมนูญได้ส่งอำนาจไปให้ กฎหมายอื่น เช่น กฎหมายพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาล ซึ่งการที่รัฐธรรมนูญส่งทอดไปถึง กฎหมายอื่นนั้น ก็เข้าตามเกณฑ์ของรัฐธรรมนูญในมาตรา ๒๑๐ ที่เป็นหน้าที่และอำนาจ ของศาลรัฐธรรมนูญตามกฎหมายนะครับ ไม่ได้เกิดจากการที่ศาลสร้างกฎหมายขึ้นมาเอง หรือใช้อำนาจโดยที่ไม่มีกฎหมายรองรับแต่ประการใดครับ🔗
เรื่องของการสมรส ตามที่ท่านบอกว่ามีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าศาล เหยียดเพศนั้น ความจริงกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า ในเรื่องของการพิจารณาวินิจฉัย ความชอบด้วยรัฐธรรมนูญนั้น ศาลจะคำนึงถึงหลักกฎหมายเป็นตัวตั้ง ไม่สามารถที่จะไปเอา กระแสการเรียกร้องต้องการหรือความรู้สึกของคนในกลุ่มเฉพาะกลุ่มนี้ หรือว่าคนที่เป็น ผู้สนับสนุน เพราะเป็นภารกิจที่ใช้ดุลยพินิจทางการเมืองนะครับ ไม่ใช่ดุลยพินิจทางกฎหมาย ฉะนั้นการที่ศาลใช้ดุลยพินิจทางกฎหมายนี้ ศาลก็ต้องยึดกฎหมาย ฉะนั้นผลของคำวินิจฉัย อาจจะไม่เป็นที่พอใจหรือไม่เป็นที่ถูกใจของคนกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดก็ตาม ไม่ได้หมายความว่า ศาลไปละเมิดสิทธิเขา หรือศาลไปเหยียดหรือไปด้อยค่าของคนในกลุ่มนั้นแต่ประการใด กลับกันครับในคำวินิจฉัยของศาล ศาลเห็นว่าแม้จะไม่ขัดรัฐธรรมนูญก็ตาม แต่ศาลก็มี คำแนะนำไปว่า ให้หน่วยงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องพิจารณาในการปรับแก้กฎหมายให้สอดรับ กับสถานการณ์ของบ้านเมืองหรือยุคสมัยที่มีการเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งตรงนี้มีนัยก็คือว่า สภาพของระบบกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบัน พร้อมที่จะรองรับการที่จะมีการให้สิทธิ หรือการใช้สิทธิในลักษณะนั้นหรือไม่ ฉะนั้นเวลาพูดถึงสิทธิใด ๆ ที่เกิดขึ้นมาใหม่ ต้องพิจารณา ๒ องค์ประกอบ คือการมีสิทธิกับการใช้สิทธิ ซึ่งไม่ว่าการมีหรือการใช้นั้น ต้องเป็นไปตามกฎหมาย โครงสร้างพื้นฐานของระบบกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันนั้น ยังไม่ถึงขั้นที่จะตัดสิทธิ ลิดรอนไม่ให้เกิดการใช้สิทธิได้ทั้งหมดนะครับ แต่ว่ากฎหมาย ครอบครัวถือว่าเป็นกฎหมายประเพณี ฉะนั้นรากฐานประเพณีต่าง ๆ ที่ดำรงและดำเนินการ มาถึงปัจจุบันนั้น การที่จะไปรื้อหรือไปถอนออกหรือทำให้มีการเปลี่ยนแปลงในเชิงโครงสร้าง ในเชิงระบบเช่นนี้ ต้องมีการคิดแล้วก็ทำด้วยความรอบคอบ รวมถึงมีความพร้อมนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้การที่เราต้องคำนึงถึงความพร้อมเพื่ออะไร เพื่อให้การได้มาและการใช้ สิทธิตามที่ต้องการนั้นเกิดความถูกต้องสมบูรณ์ แล้วก็ได้รับประโยชน์ร่วมกันทั้งผู้ได้สิทธิ ผู้ใช้สิทธิ และผู้ที่มีสิทธิอยู่เดิมให้มีความสมดุลให้มีความสอดคล้องกัน ซึ่งตรงนี้เป็นเหตุผลว่า ทำไมศาลใช้คำแนะนำ แทนไปบอกว่าขัด ซึ่งตามหลักกฎหมายไม่ได้ขัด อันนี้ก็เป็นเหตุผล สำคัญว่าเรื่องที่เกิดจากพฤตินัย ก่อนที่จะปรับไปสู่ระบบนิตินัยได้มันต้องมีกระบวนการ ต่าง ๆ มารองรับ ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าโดยความมุ่งมั่นตั้งใจขององค์กรที่เกี่ยวข้องกัน ผมคิดว่าองค์กรเหล่านั้นก็ไม่ได้ละเลย ก็คิดว่าคงจะรับคำแนะนำของศาลไปประกอบ การพิจารณาต่อไปนะครับ ตรงนี้ก็เป็นการนำกราบเรียนว่าให้ผู้ที่รู้สึกไม่พอใจหรือว่าไม่ถูกใจ ในคำวินิจฉัยดังกล่าวนั้นได้เห็นความตั้งใจดีของศาล ได้เห็นถึงเจตนาดีของศาลที่มีต่อทุกท่าน ประกอบกันไปด้วยนะครับ อย่ามองเพียงว่าศาลไปเหยียดตามที่มีผู้บัญญัติถ้อยคำนี้ขึ้นมา แล้วก็ทำให้เชื่อว่าเป็นเช่นนั้นจริง อันนี้ก็เป็นประเด็นสำคัญของคำวินิจฉัยนี้🔗
ท่านประธานครับ ผมประท้วง🔗
ท่านณัฐวุฒิประท้วง เชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมขออนุญาตใช้สิทธิประท้วง ท่านประธานตามข้อ ๙ ผมขออนุญาตให้เหตุผลประกอบครับ ท่านประธานครับจริง ๆ ผมตั้งใจตั้งใจจะประท้วงท่านผู้อภิปรายตามข้อ ๖๙ แต่ดูข้อความแล้วมันไม่เข้าครับ เนื่องจากว่าท่านผู้อภิปรายใช้คำว่า ศาล น่าจะมากกว่า ๒๐๐ ครั้ง ใน ๓๓ นาทีที่ผ่านมา เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ โดยเฉพาะประเด็นสุดท้ายที่ท่านพูดถึงกรณีบอกว่า ศาลไปเหยียดเพศ เพื่อนสมาชิกผมไม่ได้บอกว่า ศาลไปเหยียดเพศ และการใช้คำว่า ศาล ซึ่งท่านไม่ใช่ศาล อยู่ในรายละเอียดในรายงานของท่านเอง ท่านเป็นแค่องค์กรหนึ่งที่ถูกระบุอยู่ในรัฐธรรมนูญ ฉะนั้นถ้าจำเป็นจะต้องใช้คำเรียกแทนท่าน ผมขออนุญาตประท้วงท่านประธานกรุณา กำชับได้หรือไม่ครับ ไม่อย่างนั้นจะไปส่งผลต่อศาลยุติธรรมศาลปกครอง ศาลทหาร ไหน ๆ ท่านก็ใช้มา ๓๔ นาทีแล้ว ท่านก็ใช้คำว่า ศาลรัฐธรรมนูญ เวลาพูดถึงทุกประโยคไป มันจะได้ไม่เสียหายต่อศาลอื่น ๆ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ก็ยังไม่มีอะไรผิดข้อบังคับ เพียงแต่ว่าแนะนำเรื่องการใช้คำว่า ถ้าจะแนะนำเพิ่มเติมก็คือแนะนำ ๒ ฝ่ายเลยนะครับ เพราะว่าเวลาเราอภิปรายนั้นเราตั้งประเด็นเอาไว้ โดยเฉพาะผมก็กราบเรียนถาม ท่านประธานสุชาติเหมือนกันว่าได้เตือนไหมว่า เราไม่ได้มีเอกสิทธิ์เวลาเราไปวิจารณ์ คำวินิจฉัยศาล เราไม่ได้วิจารณ์เรื่องการรายงานประจำปี ถ้าเลยไปถึงตรงนั้นเดี๋ยวมันจะมี การโต้ตอบกันแล้วมันก็จริงอย่างนั้น แต่ว่าประเด็นใดก็ตามที่เราได้อภิปรายไป ต้องเปิด โอกาสให้เขาได้ชี้แจงเพื่อความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย เพียงแต่ว่าแนะนำก็คือเรื่องบริหารเวลา อันนี้ก็เข้าใจ เราอดทนหน่อย เพราะว่าเขาเป็นผู้ถูกกล่าวหา เพราะฉะนั้นเขาก็มีสิทธิ ที่จะอธิบายชี้แจง ประเด็นใดที่ออกนอกเรื่องที่เราพูด ท่านบอกได้เลยครับ ประท้วงผม ได้เลยว่าประเด็นนี้ไม่เกี่ยว ไม่มีใครพูดถึงเรื่องนี้ ขอเชิญต่อครับ🔗
ท่านประธานครับ ขอข้อ ๙ อีกรอบหนึ่งครับ ท่านประธานครับ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ด้วยความเคารพท่านประธาน ผมคิดว่าท่านประธานไม่ได้วินิจฉัยประเด็นผมครับ เนื่องจากว่าในขณะที่ผมอภิปราย ผมใช้ คำว่า ศาลรัฐธรรมนูญ ทุกคำครับ แต่ผู้ชี้แจงท่านบอกว่า ศาล ศาล ศาล นี่เพื่อนสมาชิกผม เมื่อสักครู่ท่านจิรัฏฐ์มากระซิบนะครับ นึกถึงศาลพระภูมิของหมอปลาแล้วนะครับ ฉะนั้น ขอให้ท่านใช้คำว่า ศาลรัฐธรรมนูญ ทุกครั้งในการตอบได้ไหมครับ จะได้ไม่เสียหาย ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลทหาร และศาลพระภูมิอื่น ๆ ครับท่านประธาน🔗
ผมไม่ได้ผิดข้อบังคับอะไร เชิญต่อครับ🔗
ขอบพระคุณ ถ้าอย่างนั้นขอกราบเรียนเป็นนิยามไว้ว่า ศาล หมายถึง ศาลรัฐธรรมนูญ แล้วก็ถ้าจะพูดถึง ศาลอื่นก็มีการระบุชื่อศาลอื่น แต่ว่าด้วยความเคารพจะไม่มีการพาดพิงไปถึงศาลอื่นใด การที่ท่านเข้าใจเช่นนั้นก็กราบเรียนว่าไม่ใช่เจตนาของผมที่ให้เป็นเช่นนั้น ต้องกราบขออภัย ที่ทำให้ท่านเข้าใจคลาดเคลื่อนหรือเข้าในประเด็นนี้ผิด แต่ว่าด้วยความเคารพจริง ๆ ว่า ผมเห็นความสำคัญ แล้วก็ตระหนักในความสำคัญของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่า การใด ที่ท่านได้หยิบยกขึ้นมา ท่านทำในฐานะที่มีความห่วงใยต่อการทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ มีความห่วงใยในการทำหน้าที่ของสำนักงานที่กระผมได้มาตอบคำถามท่านในวันนี้🔗
ในประเด็นที่สำคัญอีกประการหนึ่งคือ ในเรื่องของท่านพูดถึงการทำงาน ของศาลไม่คุ้มกับภาษีประชาชนนั้น งบประมาณขององค์กรหน่วยงานรัฐหลัก ๒๐๐ ล้าน มีน้อยศาลรัฐธรรมนูญนี้ถือว่าเป็นหน่วยงานที่ใช้งบประมาณน้อยมาก คดีหลักรัฐธรรมนูญนั้น ไม่ใช่พิจารณาหรือชั่งน้ำหนักจากปริมาณ คดีรัฐธรรมนูญนั้นเป็นคดีที่วางบรรทัดฐาน กฎเกณฑ์ของการปกครองบ้านเมือง กฎเกณฑ์ของระบบกฎหมายทั้งปวง ซึ่งหลักการควบคุม ความชอบรัฐธรรมนูญนั้น ถือว่าเป็นการรักษาความสูงสุดของรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นกฎหมาย แม่บทในการปกครองและการวางระบบกฎหมายของประเทศทั้งปวงนั้น ต้องไปดูที่ประโยชน์ แล้วก็ไปดูที่ผลที่เกิดขึ้นต่อการรักษาสิ่งที่เรียกว่า ความสูงสุดของรัฐธรรมนูญ รักษาสิ่งที่ เรียกว่า หลักนิติธรรม รักษาสิ่งที่เรียกว่า ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข รักษาสิ่งที่เรียกว่าสิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญของประชาชน นั่นคือ คุณค่าและอรรถประโยชน์ที่ศาลได้ทำหน้าที่พิพากษาอรรถคดีต่าง ๆ ซึ่งกราบเรียนว่า คำว่า ไม่คุ้มภาษี ก็เป็นการพิจารณาที่ยังขาดองค์ประกอบ ในเรื่องของคุณค่าในเชิงคุณภาพ หรือว่าผลของคำวินิจฉัย🔗
ท่านถัดมาของท่านธีรัจชัยครับ ด้วยความเคารพเช่นกันในคำอภิปราย ของท่านนั้นได้ตั้งคำถามเรื่องความเป็นกลาง ความเป็นอิสระของศาลรัฐธรรมนูญ เรื่องการยุบพรรคอนาคตใหม่ หรือการเปรียบเทียบระหว่างคดีต่าง ๆ ที่ศาลได้พิจารณา วินิจฉัยว่าขัดกับไม่ขัด โดยท่านเปรียบเทียบในคำร้องของผู้ถูกร้องในต่าง ๆ นั้น🔗
ท่านซูการ์โนยกมือ ประท้วงครับ เชิญท่านซูการ์โนครับ ขอบคุณที่รักษาระเบียบ คือก่อนอภิปรายก็ยกมือครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ผมขอประท้วงท่านประธาน ตามข้อ ๙ และขอประท้วงท่านผู้ชี้แจงตามข้อ ๙ อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้รับทราบ นี่เป็นญัตติรับทราบ และหลังจากนี้สภาแห่งนี้จะมีเรื่องด่วนที่จะต้องพิจารณาในเรื่องของ พี่น้องประชาชนที่มาเรียกร้องทวงสัญญาอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล เกี่ยวกับกลุ่มจะนะรักษ์ถิ่น หรือนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เราต้องการเอาสภาแห่งนี้มาเป็นที่แก้ปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ผมอยากให้ท่านใช้ข้อบังคับ ข้อ ๙ และข้อ ๖๙ ได้สรุปครับ อันนี้ครึ่งชั่วโมงแล้ว ท่านวนเวียนซ้ำซากอยู่ที่เดิมครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณคุณซูการ์โนครับ ท่านประท้วง แต่บังเอิญว่าข้อประท้วงนี้ก็ไม่มีอะไรผิดข้อบังคับ เพียงแต่ผู้ชี้แจง ผมก็แนะนำไปแล้วก็ชี้แจงในประเด็นที่ถูกกล่าวหา เพียงแต่ว่าท่านเป็นคนที่ไม่ได้ ผ่านกระบวนการ ๒ นาทีอย่างพวกเราฝึกบริหารเวลา เพราะฉะนั้นแต่ละเรื่องท่าน ก็อธิบายยาว อันนี้ก็เป็นความจริงครับ อันน่ ้นก็เรียนท่านเลขาตอบได้ทุกเรื่องนะครับ ผมให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เมื่อท่านถูกกล่าวหาท่านก็มีสิทธิ เพียงแต่ว่าอาจจะต้อง จัดระบบบริหารเวลาให้เหมาะสมแต่ละเรื่องครับ เชิญนะครับ🔗
กราบขอบพระคุณครับ ในประเด็นนี้ผมขอสรุปว่า ไม่ว่าในเรื่องความเป็นกลางนะครับ ความเป็นอิสระของศาลรัฐธรรมนูญนั้น ความเป็นกลางและความเป็นอิสระตาม หลักกฎหมาย ไม่ได้เป็นไปตามที่กำหนดด้วยมาตรฐานของความคิด ความเชื่อ หรือการประเมินในผลของการวินิจฉัยคดี เพราะอย่างที่กราบเรียนว่าการวินิจฉัยคดี ของศาลนั้นถูกบังคับด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญ และกฎหมายวิธีพิจารณาอยู่แล้วก็ขอสรุป อย่างนี้นะครับ🔗
ในส่วนของการตั้งงบประมาณในการจัดซื้ออุปกรณ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งหลาย เนื่องจากในปัจจุบันนั้นเราได้เห็นว่าสังคมได้เปลี่ยนผ่านไปสู่สังคมที่เรียกว่า ยุคดิจิทัล (Digital) ประเทศไทยก็มีเป้าหมายในการพัฒนาสู่เป้าหมายที่เรียกว่า ไทยแลนด์ ๔.๐ ซึ่งจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์การสื่อสารด้วยเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งไม่ใช่มีเฉพาะ คอมพิวเตอร์ มีอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ประกอบกันหลายประเภท แล้วก็สิ่งเหล่านี้เราจำเป็น ต้องอาศัยพึ่งพานักเทคนิค แล้วก็ผู้ที่มีวิชาชีพเฉพาะมาดำเนินการ เพราะฉะนั้นการที่เราตั้ง งบประมาณเหล่านี้ไว้ เพื่อที่จะทำให้กระบวนการทำงานของศาลนั้นได้อำนวยความสะดวก ให้กับประชาชนได้อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง โดยเฉพาะการเข้าถึงตั้งแต่การยื่นคำร้อง การติดต่อประสานงานต่าง ๆ ที่ใช้วิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่รวดเร็ว ประหยัด สิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งที่เราต้องทำ ส่วนว่าจะมีการกล่าวหาใด ๆ ในเรื่องการทุจริตหรือไม่อย่างไรนั้น ก็กราบเรียนว่า เป็นการใช้อำนาจขององค์กรอิสระ คือ ป.ป.ช. ซึ่งท่านก็ทำหน้าที่ของท่าน ตามอำนาจหน้าที่ซึ่งควรให้ความเคารพ แล้วก็ท่านอยู่ภายนอก ก็ขอกราบเรียนว่า การดำเนินการต่าง ๆ นั้นเป็นกระบวนการของขั้นตอนการกล่าวหา ซึ่งที่ท่านได้รับฟังมานั้น เป็นส่วนหนึ่งของการกล่าวหา ส่วนว่าจะเป็นการชี้แจง การตอบ หรือการให้ความจริง ในอีกด้านหนึ่งอย่างไรนั้น เป็นกระบวนการที่เราต้องให้ความเคารพเช่นกันว่า เป็นอำนาจ โดยชอบของท่านที่จะทำเช่นนั้น แล้วก็ภารกิจของท่านก็มีความสำคัญต่อชาติบ้านเมือง เพราะฉะนั้นการที่ท่านไม่ได้มาอยู่ที่นี้ และเราหยิบยกเอาภารกิจของท่านมา ผมขออนุญาตว่า ในส่วนของการทำหน้าที่ขององค์กร ป.ป.ช. นั้น ก็เป็นหน้าที่เฉพาะของท่าน ผมไม่สามารถ ไปพูดในรายละเอียดอย่างอื่นได้ ในลำดับถัดมาท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล🔗
ขอแนะนำว่ามีประเด็นใด ที่มีการอภิปรายซ้ำกัน ท่านสามารถรวมตอบพร้อมกันได้เลยครับ สมมุติว่า ๒-๓ ท่าน อภิปรายในเรื่องเดียวซ้ำกัน ท่านตอบครั้งเดียวโดยไม่ต้องไล่ทีละคน ๆ ขออภัยด้วยครับ🔗
ในประเด็น ที่ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล หยิบยกมาเรื่องรายงานงบดุลของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินนั้น การที่ท่านยกขึ้นมาเรื่องของความสงสัยในความต่อเนื่องอะไรต่าง ๆ เหล่านั้น อันนั้นคือเกณฑ์ ที่เขาใช้ในการตรวจสอบ ไม่ใช่ผลการตรวจสอบ กราบเรียนท่านว่าเกณฑ์เหล่านี้เป็นเกณฑ์ ที่ทางสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินใช้เป็นเกณฑ์ในการตรวจสอบ ซึ่งเป็นการล้อบทกฎหมาย ที่เกี่ยวกับหน้าที่ของผู้ตรวจสอบ ไม่ใช่ผลการตรวจสอบที่มีต่อสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ หรือศาลรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด อันนี้ก็เป็นข้อเท็จจริงที่กราบเรียนเพื่อให้ได้รับความจริง ที่เป็นหลักกฎหมายนะครับ🔗
แล้วก็อีกประการหนึ่ง กราบเรียนว่าผลการประเมินความโปร่งใสประจำปี ศาลรัฐธรรมนูญอยู่ในเกรดเอ (A) มาตลอด ในช่วงที่ผ่านมาก็ถือว่าเราก็อยู่ในมาตรฐาน ของความโปร่งใสและอยู่ในสายตาของผู้ตรวจสอบที่ให้การรับรองไว้ด้วย ส่วนเรื่องบำเหน็จ ที่ท่านตั้งประเด็นว่า มีจำนวนมากนั้น เนื่องจากคณะตุลาการต้องพ้นไปจากหน้าที่ พ้นไปจากตำแหน่งตามกฎหมาย ๕ ท่านด้วยกัน ซึ่งตรงนี้ก็เป็นรอบหลายปีถึงจะมีค่าใช้จ่าย ในรูปแบบนี้เกิดขึ้น ก็ไม่ได้เป็นการตั้งงบประมาณ หรือใช้งบประมาณที่ผิดกฎหมาย แต่ประการใดนะครับ🔗
ส่วนเรื่องของค่าประชาสัมพันธ์นั้น อย่างที่กราบเรียนว่ามันจำเป็นต้องใช้ อิเล็กทรอนิกส์มาเป็นเครื่องมือสื่อสาร ก็เป็นช่วงของการก่อตั้งหรือพัฒนาระบบ ก็จำเป็น ต้องใช้งบประมาณในส่วนนี้เพื่อประโยชน์ในการอำนวยบริการให้กับประชาชนเป็นสำคัญ🔗
ท่านถัดไปท่านวิโรจน์ ท่านได้กรุณาพูดถึงกรรมาธิการในการตรวจสอบ ประวัติของท่านตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านหนึ่งเรื่องประวัติการศึกษา ตรงนี้ก็ขอ กราบเรียนว่าในชั้นของการพิจารณาของกรรมาธิการนั้น ท่านได้พิจารณาโดยละเอียด และมีข้อมูลรอบด้านที่จะชี้ผลว่าเป็นเรื่องถูกหรือเรื่องผิด ซึ่งการที่ท่านได้รับการรับรอง ให้เป็นตุลาการนั้นถือว่า ท่านได้ผ่านกระบวนการตรวจสอบมาแล้ว ส่วนว่าท่านไปจบ การศึกษาในสถาบันการศึกษาต่างประเทศที่มีการเปลี่ยนชื่อ มีการเปลี่ยนแปลงกิจการ อย่างไรนั้น อันนั้นก็เป็นข้อมูลหรือความเคลื่อนไหวของสถานะของสถาบันนั้น ๆ ซึ่งอันนี้ ไม่อยู่ในวิสัยที่จะไปติดตามได้ แต่ว่าที่ทราบเวลานี้ท่านมีวุฒิการศึกษาในประเทศ ในด้านต่าง ๆ หลายวุฒิ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นการรับรองวิทยฐานะโดยชอบด้วยกฎหมาย ทุกประการ อันนี้ก็เพื่อความเป็นธรรมซึ่งท่านไม่ได้อยู่ในที่นี้ แต่ให้เห็นว่าเรื่องอะไรก็ตาม ที่เป็นคำถามหรือเป็นข้อสงสัยยุติได้ด้วยผลของการพิจารณาของกรรมาธิการในชั้นหนึ่งแล้ว🔗
ท่านถัดไปท่านณัฐวุฒิ ที่พูดถึงรายงานประจำปีไม่ได้ให้ความเป็นธรรม ต่ออดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญว่าไม่ได้มีการลงภาพ แล้วก็ไม่ได้ลงในเรื่องของตำแหน่ง ของท่าน ก็ขอกราบเรียนว่าเป็นช่วงของการเปลี่ยนแปลงปีงบประมาณที่ในเวลานั้น มีท่านประธานในอดีตและตุลาการในอดีตหลายท่านที่จะพ้นวาระไปนั้น อยู่ในช่วงของการ ปฏิบัติหน้าที่ตามบทเฉพาะกาลที่อยู่ในปีงบประมาณก่อน ในทางปฏิบัติก็จะได้ทำให้เห็นว่า ในรายงานของปี ๒๕๖๓ ก็ใช้ข้อมูลของปี ๒๕๖๓ เป็นหลัก และใช้หลักปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ ที่ใช้กับปีนั้น ๆ อันนี้ก็เป็นเช่นนั้นนะครับ🔗
ส่วนอีกประเด็นหนึ่ง เรื่องของการพูดถึงท่านทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ ซึ่งเป็นการพูดถึงและมีการคาดโทษไปถึงจริยธรรมต่าง ๆ นั้น ก็ขอกราบเรียนท่านว่า ในบทความทางวิชาการที่เป็นบทความส่วนตัว ตรงนั้นก็เป็นเสรีภาพทางวิชาการของท่าน และการเขียน การเรียบเรียง การยกอุทาหรณ์ หรือการยกตัวอย่างเปรียบเทียบนั้น เป็นเรื่องปกติธรรมดาของการเขียนอธิบายข้อกฎหมายให้คนทั่วไปเข้าใจ ซึ่งผมเข้าใจว่า เรื่องนี้ไม่น่าจะมีเจตนาที่จะไปทำผิดจริยธรรมใด ๆ และประมวลจริยธรรมที่ท่านยกขึ้นมานั้น ก็เป็นเรื่องอื่น ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับหน้าที่ในการทำงานของท่าน ส่วนเรื่องบทความวิชาการ ที่ท่านทำเป็นหนังสือวิชาการนั้นก็เป็นอีกส่วนหนึ่ง ก็กราบเรียนในเบื้องต้นนะครับ🔗
ท่านถัดไปท่านผู้ทรงเกียรติอีกท่านหนึ่ง ท่านทวี สอดส่อง ท่านได้พูดถึง ศาลว่าทำไมไปอยู่ในหมวดเฉพาะ หมวดที่ ๑๑ ไม่ไปอยู่ในหมวดศาลด้วยกัน อันนี้ ก็กราบเรียนด้วยความเคารพเช่นกันว่า ท่านคงไม่มีเจตนาที่จะบอกว่าศาลรัฐธรรมนูญนั้น ไม่เป็นศาล แต่ว่าในบทบัญญัติของกฎหมาย เรียกศาลรัฐธรรมนูญว่าเป็นศาล แล้วก็ มีกระบวนในการพิจารณาตามกฎหมายวิธีพิจารณาแบบศาล แล้วก็ใช้อำนาจทางตุลาการ อีกด้านหนึ่ง ซึ่งถือว่าเป็นศาลเฉพาะทาง แล้วก็ตามความมุ่งหมายของผู้ร่างรัฐธรรมนูญในเรื่องนี้ ก็ให้คำอธิบายไว้เหตุที่แยกไปหมวด ๑๑ ต่างหากไม่รวมกับศาลอื่น เพื่อให้เห็นว่าศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้เป็นศาลที่มาบอกถึงลำดับชั้น ขององค์กรศาล แต่ว่าหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญนั้นเป็นศาลที่ใช้กฎหมายสูงสุด แล้วก็ เป็นศาลที่ใช้อำนาจเฉพาะทางเป็นอำนาจพิเศษแยกออกจากศาลอื่น มีการกำหนดที่มา องค์ประกอบ คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้ามที่แตกต่างไปจากรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา เพื่อให้การ สรรหาผู้มาทำหน้าที่ตุลาการนั้นมีความเข้มข้น มีความสำคัญ แล้วก็ให้ได้ผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ที่แตกต่างจากที่เคยมีมา อันนี้ก็เป็นเหตุผลของผู้จัดทำ รัฐธรรมนูญได้ให้คำอธิบายไว้🔗
ท่านถัดไปท่านรังสิมันต์ ก็มีการพูดถึงรายงานประจำปีว่าเขียนแต่สิ่งที่ เป็นข้อดี ข้อเสียไม่เขียน ตรงนี้ก็ตอบด้วยความเป็นรายงานว่าการรายงานนั้นเป็นการ รายงานตามรูปแบบที่ใช้ในราชการทั่วไปว่าได้ดำเนินการอะไรบ้าง ซึ่งเราประมวลไว้ ๗ ด้าน สำคัญด้วยกัน แม้แต่เรื่องคดีก็เหมือนกันที่บอกว่ามีคดีน้อย จริง ๆ ศาลพิจารณาไปถึง ๑๐๔ คดี แล้วก็มีคำวินิจฉัย ๒๐ คำวินิจฉัย มีคำสั่ง ๘๔ คำสั่ง ในเรื่องของการตรวจสอบ ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ก็ได้กราบเรียนไปแล้วก็เป็นคำตอบเดียวกัน ในเรื่องของการ ดำเนินการในเรื่องของการทำรายงาน ก็อย่างที่กราบเรียนในประเด็นที่ท่านอื่นได้ถามไว้ ก็ขอข้ามไป เพื่อไม่ให้ซ้ำนะครับ🔗
อย่าซ้ำนะครับ🔗
ท่านถัดไป ท่านอนุรักษ์ ก็ได้ตั้งประเด็นเรื่องผลงานของศาลไม่คุ้มค่าภาษี แล้วก็ไม่ควรมีศาลรัฐธรรมนูญ ตรงนี้ก็อย่างที่กราบเรียนว่าได้ตอบคำถามในเรื่องนี้ไปแล้ว ก็เป็นคำตอบที่มีสาระสำคัญ เช่นเดียวกัน เรื่องที่ท่านพูดถึงความด่างพร้อยของคำวินิจฉัยที่ทำให้คนสงสัย แล้วก็ทำให้ ศาลรัฐธรรมนูญนั้นถูกตั้งคำถามเรื่องคำวินิจฉัยของศาลที่มีการหยิบยกถ้อยคำ เรื่องการทำถนน ลูกรังให้เป็นถนนดำหรือถนนลาดยางนั้น เป็นการยกข้ออุทาหรณ์เปรียบเทียบ ไม่ใช่เป็นเรื่อง ของการที่ศาลไปใช้อำนาจทางบริหาร หรือกำหนดนโยบายหรือกำหนดโครงการแต่อย่างใด จริง ๆ คดีนี้เป็นคำร้องที่เกี่ยวกับร่างกฎหมายขัดรัฐธรรมนูญ ซึ่งศาลได้วินิจฉัยว่า เป็นร่างกฎหมายที่ขัดรัฐธรรมนูญตามรายละเอียดที่ปรากฏอยู่ในคำวินิจฉัยแล้ว ฉะนั้น ข้อสงสัยดังกล่าวนั้นก็กราบเรียนว่า เรื่องถนนลูกรังไม่อยู่ในประเด็นการพิจารณาวินิจฉัย แล้วก็มีผลต่อคำวินิจฉัยแต่อย่างใด เพราะว่าคำวินิจฉัยนั้นเป็นเรื่องร่างกฎหมาย🔗
ท่านถัดไปท่านจิรัฏฐ์ ท่านได้กรุณาพูดถึงคำวินิจฉัยเปรียบเทียบกับคำวินิจฉัย ต่าง ๆ เปรียบเทียบกับคำวินิจฉัยในการยุบพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งได้ตอบไปแล้ว รวมถึง เรื่องการสมรสของบุคคลเพศเดียวกันอันนี้ก็ตอบไปแล้ว แล้วก็เรื่องแชตบอต (Chatbot) หรือการตอบคำถามให้คำปรึกษาคดีแก่ประชาชนนั้นท่านบอกว่ามีเพียง ๒ คำปรึกษา ซึ่งอันนี้ยังเป็นข้อเท็จจริงที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญได้ดำเนินการอยู่ เพราะว่าจะมีการตอบให้คำปรึกษาอยู่ตลอดเวลา เรื่องงานวิจัยก็เหมือนกันที่ท่านบอกว่า ใช้งบประมาณมาก กราบเรียนว่ารัฐธรรมนูญได้บัญญัติบทบัญญัติใหม่ ๆ ที่เกี่ยวกับหน้าที่ และอำนาจของศาล รวมถึงวิธีพิจารณาของศาลไว้หลายเรื่องที่ศาลจำเป็นต้องนำข้อมูล และหลักการทางวิชาการมาประกอบในการทำหน้าที่ของศาล นอกเหนือจากหลักกฎหมายแล้ว ฉะนั้นในงานวิจัยต่าง ๆ เหล่านี้เป็นงานวิจัยที่ดำเนินการเพื่อรองรับการทำหน้าที่ของศาล ให้เป็นไปตามหลักการที่เรียกว่า เป็นมาตรฐานสากลอย่างที่ท่านได้เคยหยิบยกมานะครับ ไม่ได้เป็นเรื่องของการสิ้นเปลือง หรือว่าเป็นเรื่องของเจตนาจะไปจัดจ้างสถาบันการศึกษา เพื่อให้มีการเลือกข้างเลือกฝ่ายแต่ประการใดนะครับ🔗
ในคดีมาตรา ๔๙ ก็ได้กราบเรียนไปแล้ว เข้าใจว่ามีผู้ทรงเกียรติที่ได้กรุณา ตั้งข้อสังเกตและคำถามไว้จำนวน ๑๑ ท่าน ถ้าตกหล่นเพิ่มเติมประการใดก็ขอน้อมรับ แล้วก็จะขอขยายความให้ในภายหลังได้ครับ🔗
ในชั้นนี้ผมด้วยความเคารพกราบเรียนท่านประธานว่า ณ ที่นี้เป็นสถานที่ ที่มีความสำคัญและเป็นเกียรติอย่างมากที่ได้รับความกรุณาให้มาชี้แจงในวันนี้ แล้วก็ ทุกข้อสังเกตทุกข้อวิจารณ์ต่าง ๆ นั้นทางสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญก็จะรับไปบันทึกไว้ แล้วก็พิจารณาดำเนินการในสิ่งที่เป็นประโยชน์ทั้งต่อการทำงานของศาล สำนักงานรวมถึง ประโยชน์ของประชาชนต่อไปครับ ในชั้นนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนไว้เพียงเท่านี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ สมาชิก ยังมีอะไรติดใจจะสอบถามไหมครับ🔗
ถ้าไม่มีก็ถือว่ารับทราบ รายงานประจำปี ๒๕๖๓ ของศาลรัฐธรรมนูญนะครับ🔗
ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ถ้าไม่รบกวนผมถาม ศาลรัฐธรรมนูญไปเรื่องหลักสูตรนิติธรรมที่ถามศาล อาจจะตอบเป็นลายลักษณ์อักษร มาก็ได้เพื่อจะไม่เสียเวลานะครับ เนื่องจากว่าในศาลปกครองยกเลิกหลักสูตรนี้แล้ว เพราะเป็นหลักสูตรที่มีความสัมพันธ์กัน และ🔗
อีกประการหนึ่ง ที่ท่านอธิบายเรื่องหน้าที่และอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ใน (๓) ที่บอกว่าหน้าที่และอำนาจตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ ท่านบอกว่าไปถึง พ.ร.บ. ประกอบพรรคการเมืองนั้น เผอิญในเจตนารมณ์ของกฎหมายของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ไม่ได้เขียนไปถึงนะครับ อันนี้ก็อยากขอให้ชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรมา ขอบพระคุณมากครับ🔗
ครับ ท่านพร้อมไหมครับ จะชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรได้ไหมครับ พันตำรวจเอก ทวี ท่านก็ไม่อยากรบกวนเวลาสภา ท่านเลขารับไปนะครับ ท่านทวีครับผมกำชับท่านเลขาแล้วครับ ที่ประชุมรับทราบรายงาน ประจำปี ๒๕๖๓ ของศาลรัฐธรรมนูญนะครับ🔗
ต่อไปทราบว่ามีท่านซูการ์โน ท่านณัฐวุฒิ เชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานผมขอประทานโทษ ท่านประธานจริง ๆ ยกมือไว้นานแล้วครับ ณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมขอประเด็นสั้น ๆ ประเด็นเดียว ผมจะไปจะนะแล้วครับ แต่ยังไม่ผ่านท่านเชาวนะสักที ก็จะขอประเด็นสั้น ๆ ว่าผมไม่ได้ถามว่า ตุลาการผิดจริยธรรมหรือไม่ แต่ผมถามแทน ประชาชนว่าถ้าจะร้องว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญผิดจริยธรรมจะต้องร้องไปที่ใด อย่างไร ท่านตอบผมประโยคเดียวก็ได้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านจะตอบก็ได้ครับ ตอบหน่อยครับ🔗
ครับ อยู่ในมาตรา ๒๑๖ แล้วนะครับ ที่สามารถพิจารณาดำเนินการตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ครับ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นข้อกฎหมายครับ ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดวิธีปฏิบัติขึ้นมาเอง ขอโทษนะครับ ในมาตรา ๒๑๙ ได้บัญญัติว่า ให้ศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระร่วมกัน กำหนดมาตรฐานทางจริยธรรมขึ้นใช้และประกาศในราชกิจจานุเบกษา ทั้งนี้มาตรฐานจริยธรรมดังกล่าวนี้ ต้องครอบคลุมถึงการรักษาเกียรติประโยชน์ของชาติ แล้วก็หากมีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกระทำในลักษณะร้ายแรง ให้มีการดำเนินการ ในกระบวนการดังกล่าวให้มีการสอบถามหน่วยงานต่าง ๆ แล้วก็มีปรับปรุงให้เหมาะสม แล้วก็จากนั้นก็มีมาตราที่ประกอบกับมาตรานี้ ในมาตรา ๒๓๔ คณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ มีหน้าที่และอำนาจไต่สวน มีความเห็นกรณีกล่าวหาว่า ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ผู้ใดมีพฤติการณ์ร่ำรวยผิดปกติ ทุจริตต่อหน้าที่ หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมาย หรือฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง เพื่อดำเนินการ ต่อไปตามรัฐธรรมนูญ หรือตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกัน ปราบปรามการทุจริตนะครับ อันนี้ก็มีอยู่ในข้อกฎหมายก็กราบเรียนในเบื้องต้นไว้เท่านี้ ท่านครับ🔗
ขอบคุณครับ มีประเด็น อะไรที่สมาชิกยังอยากสอบถามไหมครับ🔗
ถ้าไม่มีก็ขอบคุณผู้มาชี้แจง ทุกท่านครับ แล้วก็ขอที่ประชุมรับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๓ ของศาลรัฐธรรมนูญครับ🔗
เราก็ผ่านเรื่องเพื่อทราบ ไป ๒ เรื่องในจำนวน ๒๐ เรื่องนะครับ เชิญเลยครับ🔗
ขออนุญาตท่านประธานครับ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคพลังประชารัฐ จังหวัดยะลานะครับ ขออนุญาตเสนอญัตติตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๑) ญัตติที่ไม่ต้องเสนอล่วงหน้าหรือเป็นหนังสือ ขอให้พิจารณาเป็นเรื่องด่วนนะครับ เป็นกรณีญัตติเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อผู้ชุมนุมเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น เพื่อให้ สภาผู้แทนราษฎรส่งข้อคิดเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้รัฐบาลรับไปพิจารณา ดำเนินการครับ ขออนุญาตขอผู้รับรองครับ🔗
ท่านอาดิลันขอเสนอญัตติ ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ ขอพิจารณาเป็นเรื่องด่วนคือเรื่องจะนะ ที่ประชุมเห็นเป็นอย่างอื่น หรือไม่ครับ ถ้าเห็นเป็นอย่างอื่นจะได้ขอมตินะครับ🔗
ถ้าไม่มีผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบกับข้อเสนอของท่านอาดิลันนะครับ ขอเชิญท่านอาดิลันเลยครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคพลังประชารัฐ จังหวัดยะลา ขออนุญาตเสนอ ญัตติ เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต่อผู้ชุมนุมเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรส่งข้อคิดเห็นของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรให้รัฐบาลรับไปพิจารณาดำเนินการ🔗
สืบเนื่องจากเหตุการณ์สลายการชุมนุมของเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น เมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๖๔ กรณีดังกล่าวนี้สืบเนื่องจากน้องไครียะห์ ระหมันยะ หรือที่เรารู้จักกันในนาม ของลูกสาวแห่งทะเลจะนะครับ ได้เดินทางขึ้นมากรุงเทพมหานครเมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ เดินทางมากรุงเทพมหานครเพื่อทวงถามสัญญา ตามที่ได้บันทึกข้อตกลงผลการเจรจา การแก้ไขปัญหาระหว่างกลุ่มจะนะรักษ์ถิ่นกับผู้แทนรัฐบาล ฉบับลงวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๓ สาระสำคัญของบันทึกข้อตกลงดังกล่าวนั้น เป็นการกล่าวถึงการจัดการทำนิคมอุตสาหกรรม จะนะ เขาเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีเกี่ยวข้องกับการดำเนินการโครงการ เมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้า🔗
คุณอาดิลันครับผมขออภัย พอดีมีเจ้าหน้าที่รายงานของวาระอื่นรออยู่ ผมขออภัยด้วยนะครับ บังเอิญมันมีญัตติด่วน เข้ามา เจ้าหน้าที่กลับได้เลยครับเพราะว่าญัตตินี้คงไม่จบในเวลาสั้น ๆ ขออภัยด้วยครับ เชิญท่านอาดิลันต่อครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ โดยสรุป ข้อเรียกร้องและเป็นผลการตกลงเจรจากันในวันดังกล่าวคือวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๓ นั้น สาระสำคัญก็คือ🔗
ข้อที่ ๑ รัฐบาลต้องมีมติยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการ ดำเนินการโครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ทุกฉบับ รวมทั้งยุติการดำเนินโครงการจะนะเมืองต้นแบบนิคมอุตสาหกรรมก้าวหน้า แห่งอนาคตทั้งหมด ทั้งการแก้ไขผังเมืองและการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ (EIA) อีเอชไอเอ (EHIA) ในทันที🔗
สาระสำคัญประการที่ ๒ รัฐบาลต้องจัดให้มีการประเมินผลกระทบ สิ่งแวดล้อมในระดับยุทธศาสตร์ เอสอีเอ (SEA) จังหวัดสงขลา โดยมีหลักการประเมิน คือประเมินบนพื้นฐานทรัพยากรของพื้นที่ศักยภาพของระบบนิเวศ การประเมินจะต้อง ยึดหลักการให้พัฒนาพื้นที่สงขลาบนพื้นฐานศักยภาพทรัพยากรอย่างไร การประเมิน ยุทธศาสตร์ดังกล่าวนั้น ต้องคำนึงถึงการเติบโตของคนท้องถิ่นเป็นหลักด้วย🔗
สาระสำคัญที่เป็นข้อเสนอข้อตกลงในวันดังกล่าวนั้น เวลาผ่านไป ๑ สัปดาห์ ที่น้องไครียะห์มากรุงเทพมหานครเรียกร้อง เราทราบในข่าวว่ามีการไปเรียกร้อง ขอฟังคำตอบที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ๑ สัปดาห์เต็ม กลางวันไปรอฟังคำตอบเรียกร้อง ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ตอนเย็นกลับไปพักอยู่เช่นนี้ ทราบว่าในระหว่างนั้นก็มีเจ้าหน้าที่ ไปสอบถามแต่ไม่ได้มีคำตอบใด ๆ ให้กับน้องเขา เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาผมมีโอกาสได้พบน้อง กับผู้ประสานงาน แล้วก็มีการส่งเอกสารให้ดูว่าเขาเรียกร้องเรื่องอะไรบ้าง แต่แล้วก็ไม่ได้ มีการดำเนินการใด ๆ จากฝ่ายรัฐ เหตุการณ์วันจันทร์ที่ผ่านมา วันจันทร์ที่ ๖ ธันวาคม ที่เรากำลังตั้งญัตติวันนี้เป็นการเดินทางของชาวบ้าน ๓ ตำบล คือตำบลเทพา ตำบลสะกอม และตำบลจะนะ มาร่วมกันเรียกร้องอยากจะฟังคำตอบจากทางราชการ ประกอบทั้งผู้หญิง และผู้ชายจำนวน ๓๖ คน เหตุการณ์ดังกล่าวเขาเหล่านั้นยังไม่ได้มีการพักแรมอยู่หน้า ทำเนียบรัฐบาลแต่อย่างใดนะครับ ในวันดังกล่าวนั้นเวลาประมาณ ๒๑.๐๐ นาฬิกาเศษ เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปดำเนินการควบคุมตัว ผมใช้คำว่า จับกุมตัว เพราะปัจจุบันนี้ถูกแจ้ง ข้อกล่าวหาดำเนินคดีเขา ในกลุ่มคน ๓๖ คน เป็นชาวบ้านจาก ๓ ตำบล แต่มีอีก ๑ คน ที่เป็นนักศึกษาในกรุงเทพมหานคร แต่ไปให้กำลังใจกับผู้ที่มาเรียกร้องอยากจะฟังคำตอบ จากทางรัฐบาลถูกควบคุมตัวไปด้วยในวันดังกล่าวนั้น และท้ายสุด ณ วันนี้ก็ยังถูกดำเนินคดี ถูกแจ้งข้อหาเช่นเดียวกันกับคนที่มาจากจังหวัดสงขลา รวมผู้ที่ถูกควบคุมตัวและจับกุม และมีการแจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมด ๓๗ คน ทั้งหมดถูกควบคุมตัวไปที่กองบัญชาการตำรวจ ปราบปรามยาเสพติดในคืนดังกล่าวนั้นโดยทันที ทราบข่าว ส.ส. หลายท่านจากทุกพรรค การเมือง พรรคก้าวไกลหลายท่านที่ผมไปเห็นในวันนั้นในคืนนั้น พรรคประชาชาติ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคภูมิใจไทย พรรคไทรักธรรม เราไปช่วยกัน เราคุยกันว่าเราควรจะต้อง ให้ความช่วยเหลือประชาชนกลุ่มนี้ แล้วเราพร้อมใจกันที่จะประกันตัวคนเหล่านี้ ในระหว่างนั้นตลอดทั้งคืน เราพยายามเจรจาขอไม่ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกับคนกลุ่มนี้ เพราะเขาเพิ่งมา เขามาขอฟังคำตอบที่เขาเคยได้รับคำมั่นสัญญากับทางรัฐบาล เราพยายาม เจรจาไม่ให้ดำเนินคดีกับชาวบ้านอายุถัวเฉลี่ย ผมว่าไม่น่าจะต่ำกว่า ๔๕ ปี เป็นผู้หญิง เสียส่วนใหญ่ แต่ท้ายที่สุดเจ้าหน้าที่ก็ยืนยันที่จะดำเนินการกับคนเหล่านั้น ดำเนินคดี ถึงแม้จะโทษไม่สูง แต่เขาเหล่านั้นก็ต้องถูกกล่าวหาและถูกดำเนินคดี ถูกแจ้งข้อกล่าวหา ถูกสอบปากคำ ถูกพิมพ์ลายมือ ตกเป็นบุคคลที่มีประวัติในทะเบียนอาชญากรนะครับ นี่คือความเจ็บปวด หลังจากเกิดเหตุนี้แล้วทางตำรวจเองได้มีการแถลงการปฏิบัติหน้าที่ว่า การควบคุมตัวของผู้ชุมนุมเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น เจ้าหน้าที่ได้ประกาศแจ้งเตือนแล้ว แต่ผู้ชุมนุมฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน จนเจ้าหน้าที่ต้องดำเนินการจับกุมเมื่อเวลา ๒๑.๓๐ นาฬิกา ขณะเดียวกันทางโฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาลก็ได้ให้เหตุผล ซึ่งหลายท่านเคยได้ยิน มาแล้ว และเราก็ยังมีคำถามอยู่ในใจว่าเหตุผลที่ให้ไว้เราฟังแล้ว เราเชื่อตามเหตุผลที่ให้ไว้ หรือไม่อย่างไร🔗
ที่สำคัญประเด็นที่ ๑ ก็บอกว่า การรวมกลุ่มมีการกีดขวางการจราจร ทางเข้า-ออกของทำเนียบรัฐบาล ตั้งสิ่งของบนพื้นผิวจราจร ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการเจรจา แต่ยังฝ่าฝืน เจ้าหน้าที่เกรงว่าจะมีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค จึงต้องเข้าไปตรวจสอบ แต่ก็ไม่ได้รับการยินยอม เจ้าหน้าที่เข้าไปเจรจาหลายครั้งจัดเตรียมบริเวณอื่นให้ชุมนุม แต่ผู้ชุมนุมก็ยังฝ่าฝืนปักหลักอยู่ที่เดิม เครือข่ายจะนะเคยดำเนินการเรียกร้องเช่นนี้มาแล้ว ในปี ๒๕๖๓ อยู่ระหว่างการดำเนินการของรัฐบาล และครั้งนั้นก็มีการกระทำความผิด และกลับมาครั้งนี้ก็ยังฝ่าฝืนกฎหมายอย่างต่อเนื่อง นี่คือเหตุผลที่ตำรวจแถลงข่าวให้ไว้ว่า คนเหล่านี้กระทำความผิด🔗
ประการที่ ๕ ให้เหตุผลว่าข้อมูลด้านการข่าว และการตรวจสอบหลังจับกุม พบว่ามีผู้ร่วมชุมนุมที่มาจากกลุ่มอื่น ซึ่งอาจก่อให้เกิดความไม่สงบหากปล่อยให้มีการ ดำเนินการชุมนุมต่อไป อาจจะก่อให้เกิดความไม่สงบเกิดขึ้นได้ เจ้าหน้าที่จึงจำต้องทำการ จับกุม แต่หลังจากแถลงข่าวเหตุผลนี้แล้ว เราไม่เคยได้ยินการให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า กลุ่มไหน กลุ่มใด กลุ่มขบวนการจาก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือกลุ่มไหนในประเทศไทย จะมาร่วมสนับสนุนกลุ่มของจะนะรักษ์ถิ่นนี้ เราก็ไม่เคยได้ยินการให้ข้อมูลเพิ่มเติมจากทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจ🔗
เหตุผลสุดท้าย การดำเนินการดังกล่าวไม่ใช่เป็นการสลายชุมนุม นี่เป็นข้อมูล ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจให้ไว้ แต่เป็นการเจรจาและจับกุมผู้กระทำความผิดตามกฎหมาย ซึ่งไม่ได้ใช้ความรุนแรงหลังเกิดเหตุแล้ว หลังมีการแถลงข่าวแล้วท่านโฆษกประจำสำนัก นายกรัฐมนตรี ท่านธนกร วังบุญคงชนะ ก็ได้มีการแถลงข่าวว่าการปฏิบัติการดังกล่าวนี้ ท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมไม่ได้สั่งการใด ๆ เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ ตามความรับผิดชอบและตามกฎหมาย ในการปฏิบัติของกองร้อยน้ำหวานในคืนดังกล่าวนั้น การเข้าไปสลายผู้ชุมนุมในวันดังกล่าวซึ่งมีผู้หญิงเป็นส่วนใหญ่ และเป็นผู้ที่มีอายุค่อนข้าง ที่จะสูง เขาเพิ่งเดินทางมาจากต่างจังหวัดยังไม่เคยได้นอนพักค้างแรมอยู่หน้าที่ชุมนุมเลย ข้อเรียกร้องที่ชาวจะนะโดยมีน้องไครียะห์มาสัปดาห์หนึ่ง ไม่ได้รับการตอบสนอง ไม่ได้รับ คำตอบใด ๆ จนพวกเขาจะต้องมาช่วยเรียกร้องให้ส่งเสียงสัญญาณที่ดังขึ้น เพื่อให้ผู้ที่มี อำนาจในรัฐบาลหันมามองน้องไครียะห์ที่มาเรียกร้องฟังเสียงในช่วงเวลาเฉพาะกลางวัน กลางคืนกลับไปพัก แต่ไม่ได้เป็นผล จึงจำเป็นที่เขาจะต้องเดินทางขึ้นมา เราจะเห็นว่า ในการชุมนุมของผู้ชุมนุมในประเทศไทย ไม่ใช่เฉพาะของจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มาชุมนุม ที่กรุงเทพมหานคร ทั่วทุกภาคส่วน ทั่วทุกภาคของประเทศที่มาชุมนุม ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร หรือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากนโยบายของรัฐ หรือได้รับความทุกข์ร้อนจากสถานการณ์ ของวิกฤติของภูมิอากาศ หรือความเสียหายใด ๆ ก็แล้วแต่ เรายังไม่เคยเห็นกระบวนการ จัดการ อย่างเช่น ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการกับพี่น้องจากเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นเลย บางคณะอยู่เป็นกลุ่มเป็นเดือนหรือครึ่งปีเราก็เคยเห็น แต่ไม่เคยถูกดำเนินการอย่างนี้ มาก่อนเลย นี่คือสิ่งที่กำลังจะบอกว่า เจ้าหน้าที่ทำให้เราได้คิดได้ว่า เจ้าหน้าที่เลือกปฏิบัติไหม เพราะเขาเป็นคนมลายูหรือเปล่า เราถึงไม่ได้สนใจเขา เราคิดว่าเขาไม่ใช่คนในภูมิภาคหนึ่ง ของประเทศไทยเรา แม้ว่าท้ายสุดทุกคนจะได้รับการปล่อยชั่วคราวโดยไม่ต้องใช้หลักประกัน แต่ทุกคนก็ต้องถูกแจ้งข้อกล่าวหา ถูกดำเนินคดี ถูกพิมพ์ลายมือประวัติเป็นบุคคล ที่เป็นผู้ต้องหา นี่คือความเจ็บปวดของเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น🔗
ท้ายสุดนี้ผมขอเรียกร้อง และผมเชื่อว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อีกจำนวนหลายท่านจากหลายพรรคการเมือง พร้อมที่จะอภิปรายในญัตตินี้เพื่อเรียกร้อง ให้รัฐบาลโดยสภาผู้แทนราษฎร มีหนังสือหรือมีข้อเสนอที่ได้รับฟังจากเพื่อนสมาชิกในวันนี้ ส่งถึงรัฐบาล เพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบและหาตัวผู้ที่สั่งการให้มีการสลายการชุมนุม และผู้ใดที่ทำหน้าที่ในการดำเนินการในวันดังกล่าวนั้น กระทำโดยเกินอำนาจหรือเกินกว่าเหตุ หรือไม่ และขอให้มีการพิจารณาลงโทษทั้งทางอาญาและทางวินัย เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่าง ต่อไป ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปมีผู้ที่มี ความประสงค์ที่จะเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ท่านต่อไปคือนางสาวเบญจา แสงจันทร์ จากนั้น ก็เป็นท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง มีท่านซูการ์โน มะทา ไปตามลำดับ ส่วนสมาชิกที่จะ อภิปรายกรุณาส่งชื่อมานะครับ เชิญนางสาวเบญจา แสงจันทร์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน เบญจา แสงจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ดิฉันขอเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ขอให้รัฐบาลดำเนินการตรวจสอบกรณีการสลายการชุมนุม ชาวบ้านจะนะหน้าทำเนียบ เมื่อคืนวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๖๔ และตรวจสอบความผิดปกติ ของโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะให้ครบทุกมิติ และเปิดรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่าย โดยให้มีกระบวนการการมีส่วนของประชาชนเข้าไปร่วมอยู่ด้วย โดยทั้งหมดนี้เพื่อให้ สภาผู้แทนราษฎรมีมติส่งให้รัฐบาลรับไปพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชนต่อไปด้วยค่ะ ท่านประธานคะ โครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะสงขลา หรือเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคตจะนะ ได้กลับมาเป็นประเด็นร้อนแรง อีกครั้งในสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อมีเยาวชนอายุ ๑๙ ปีเท่านั้น ซึ่งเป็นลูกสาวทะเลจะนะที่ชื่อว่า น้องไครียะห์มานั่งอยู่หน้าทำเนียบเพียงลำพัง ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เพื่อทวงสัญญาที่รัฐบาลเคยให้ไว้เมื่อ ๑ ปีก่อน และหลังจากนั้นไม่กี่วันก็มีชาวบ้านมากกว่า ๕๐ ชีวิตได้เดินทางจากจังหวัดสงขลาเกือบพันกิโลเมตร เพื่อเข้ามาร่วมเรียกร้องอย่างสันติ หน้าทำเนียบรัฐบาล โดยขอให้รัฐบาลทำตามสัญญาที่รัฐบาลเคยให้ไว้กับชาวจะนะ ในการตรวจนิคมอุตสาหกรรมจะนะด้วย ท่านประธานคะ ดิฉันจะขอกล่าวถึงความเป็นมาของโครงการอุตสาหกรรมจะนะ ที่มีมาตั้งแต่สมัย คสช. เมื่อปี ๒๕๕๙ แค่เพียงเล็กน้อยเท่านั้นค่ะ เพื่อให้ท่านประธาน และพี่น้องประชาชนรับทราบ โครงการนี้เริ่มต้นจริง ๆ แล้ววันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ โดยคณะรัฐมนตรีมีมติเรื่องการขยายผลโครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ไปสู่เมืองต้นแบบที่ ๔ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เป็นเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้า แห่งอนาคต ซึ่งจะลงทุนโดยความร่วมมือของเอกชนรายใหญ่ ๒ รายค่ะ ที่ได้ซื้อที่ดิน ในบริเวณดังกล่าวประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าไร่ โดยเอกชนทั้ง ๒ รายจะร่วมกันพัฒนานิคม อุตสาหกรรมบริเวณนี้ให้เป็นนิคมอุตสาหกรรมแห่งใหม่ในจังหวัดสงขลา โดยแผนการลงทุน ในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษนี้จะมีโครงการก่อสร้างท่าเรือเพื่อการพาณิชย์ มีการสร้าง รางรถไฟเชื่อมโยงไปที่ท่าเรือสงขลาแห่งที่ ๒ และมีการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานและมีนิคม อุตสาหกรรมจะนะ ซึ่งโครงการนี้เองที่ส่งผลกระทบกับชายฝั่งทะเลทั้ง ๓ ตำบล คือตำบล นาทับ ตำบลตลิ่งชัน และตำบลสะกอมในอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ท่านประธานคะ ข้อสังเกตของโครงการนี้คือ การที่นายทุนกลุ่มหนึ่งจะเข้ามาใช้ฐานทรัพยากรที่สำคัญ ของพื้นที่ในชายฝั่งทะเล ๓ ตำบลของอำเภอจะนะ ของคนจังหวัดสงขลา โดยจะทำให้ เกิดการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่จากแหล่งผลิตอาหารจำนวนมาก เปลี่ยนไปเป็นเขต นิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ค่ะ มีข้อสังเกตอย่างนี้ ประชาชนหลายพันครัวเรือนจะต้อง เสียสละแหล่งผลิตอาหารทางทะเลและบนบก สภาพอากาศที่บริสุทธิ์ แหล่งสันทนาการ และแหล่งท่องเที่ยวรวมถึงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่มีอัตลักษณ์ท้องถิ่น เพื่อแลกกับ ความร่ำรวยของกลุ่มทุนแค่บางกลุ่มเท่านั้นค่ะ มีข้อสังเกตที่ว่าโครงการใหญ่ขนาดนี้ เป็นโครงการฉบับสอดไส้ขายฝัน เป็นโครงการที่นายทุนคิด ทหารดัน และนักการเมือง หาผลประโยชน์จนนำมาสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจของเพื่อนสมาชิก คุณประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้แทนราษฎรจากพรรคก้าวไกล ท่านประธานคะ การดำเนินโครงการขนาดใหญ่เช่นนี้ อย่างโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะที่ผ่านมา มีการพบข้อสังเกตที่มีความผิดปกติ หลายประการด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้อำนาจของรัฐบาลและ ศอ.บต. ให้ไปดำเนินการ รวบรัดขั้นตอนโดยอนุมัติโครงการพร้อมกับอนุมัติงบประมาณทั้ง ๆ ที่ยังไม่มีการจัดศึกษา โครงการหรือดำเนินการศึกษาผลกระทบใด ๆ เลย ไม่มีการจัดรับฟังความคิดเห็นโครงการ ก่อนการพิจารณาอนุมัติ ซึ่งนี่ถือว่าเป็นการขาดกระบวนการการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน และยังสร้างความสับสนให้กับพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ที่ไม่สามารถแสดงความคิดเห็น ต่างได้ด้วยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นหลังจากที่มีการอนุมัติโครงการโดย ครม. แล้ว ได้มีการพยายาม จัดให้มีเวทีชี้แจงโครงการและรับฟังความคิดเห็น โดยอ้างว่า ศอ.บต. และหน่วยงาน ได้มีความพยายามในการจัดรับฟังความคิดเห็นในพื้นที่ แต่จริง ๆ แล้วมันเป็นแค่เพียงเวที รับฟังค่ะท่านประธาน เพราะมันมีการจัดชี้แจงแต่ผลดีของโครงการและรีบจัด โดยไม่ได้ มีการพูดถึงผลกระทบของโครงการแต่อย่างใดเลยนะคะ โดยในเวทีนี้ผู้ที่สามารถ ที่จะเข้าร่วมเวทีได้ก็เป็นเพียงแค่ผู้นำท้องถิ่นหรือประชาชนที่ได้รับคัดเลือกให้มาร่วมประชุม เท่านั้น แล้วก็ปิดกั้นคนที่เห็นต่างในการที่จะแสดงความคิดเห็นไม่ให้พวกเขาเหล่านั้น ได้เข้าร่วมค่ะ หรือไม่ว่าจะเป็นความชัดเจนที่ว่าผู้ที่จะได้รับผลประโยชน์ของโครงการนี้คือ กลุ่มทุนเพียงแค่ ๒ กลุ่ม แต่กลับมีการกำหนดให้ ศอ.บต. ที่เป็นหน่วยงานของรัฐอาศัยกลไก และอำนาจของการบริหารราชการแผ่นดินและอาศัยความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ใช้กลไกขับเคลื่อนด้วยวิธีพิเศษที่ไม่สนใจกฎหมายตามขั้นตอนปกติเลยค่ะ ท่านประธาน โดยต้องการที่จะให้โครงการนี้เกิดขึ้นให้ได้ แล้วอ้างว่าดำเนินการตาม พ.ร.บ. การบริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ท่านประธานคะ กฎหมายนี้ไม่ได้กำหนดให้มี ระเบียบปฏิบัติที่ชัดเจนค่ะ ไม่มีอำนาจในส่วนนี้ชี้แจงอยู่ค่ะ ซึ่ง ศอ.บต. อาจจะกำลังดำเนิน โครงการเกินอำนาจหน้าที่ของตนเอง เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่คนบางกลุ่มจนเกินงาม อยู่หรือไม่คะ แล้วการกระทำครั้งนี้เป็นการเอาความเจริญด้านเศรษฐกิจของคนจะนะ และของประเทศ มาเป็นข้ออ้าง ทั้ง ๆ ที่ยังไม่ได้มีการศึกษาข้อเท็จจริงต่อเรื่องนี้เพื่อประกอบการตัดสินใจ แต่อย่างใดเลย นี่ถือเป็นการส่งเสริมแค่กลุ่มทุนบางกลุ่ม ที่อาจจะไม่ถูกต้องเท่าไรนัก ใช่หรือไม่ ท่านประธานคะ การดำเนินโครงการนี้ภายใต้รัฐบาลหรือภายใต้การดำเนินการ ของ ศอ.บต. เป็นโครงการนี้เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่อาจจะส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม ส่งผลกระทบต่อสุขภาพอนามัย คุณภาพชีวิต กระทบ ต่อชุมชน กระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เข้าข่ายที่เป็นโครงการ รัฐขนาดใหญ่ที่ต้องดำเนินการให้มีการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน หรือจัดทำรายงาน อีไอเอ (EIA) อีเอชไอเอ (EHIA) และต้องมีการ รับฟังความคิดเห็นของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียและประชาชน รวมถึงชุมชนที่มีส่วนได้เสีย ในผลประโยชน์ด้วย เพื่อจะนำมาประกอบการพิจารณาในการดำเนินการ และอีกทั้ง โครงการนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการประเมินผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ หรือเอสอีเอ (SEA) เพื่อให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมอย่างแท้จริง แต่ท่านประธานทราบไหม โครงการนี้ไม่ปรากฏว่ามีการดำเนินการใด ๆ ในการศึกษาผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็น อีไอเอ (EIA) อีเอชไอเอ (EHIA) หรือเอสอีเอ (SEA) ไม่ได้มีการรับฟังความคิดเห็นของ พี่น้องประชาชนตามกระบวนการกฎหมายนี้ ก่อนที่จะมีการอนุมัติโครงการแต่อย่างใดเลย ข้อสังเกตอีกอย่างก็คือว่า ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินโครงการที่ส่งผลกระทบต่อสิทธิในการ กำหนดทิศทางในการพัฒนา การมีส่วนร่วมของประชาชนควรจะเข้ามามีส่วนร่วมกับภาครัฐ ในการที่จะจัดสรรทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้กรอบกฎหมายผังเมืองร่วมกัน ซึ่งประชาชนชาวจังหวัดสงขลาต้องมีส่วนร่วมในการจัดทำ ซึ่งเป็นสิทธิของประชาชนและรัฐ ต้องมาร่วมกันในการกำหนดการพัฒนาเชิงพื้นที่ค่ะท่านประธาน แต่โครงการนี้ ศอ.บต. กลับละเมิดกฎหมายผังเมือง ด้วยการดำเนินการเปลี่ยนแปลงข้อกำหนดผังเมือง เพื่อให้เกิด โครงการนี้ให้ได้ โดยไม่มีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนร่วมอยู่ด้วยเลย ท่านประธานคะ ความไม่ชอบมาพากลทั้งหมดนี้ นำมาซึ่งการชุมนุมเรียกร้องของประชาชนชาวจะนะ ที่เรียกร้องไปยังรัฐบาลให้ทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้ ในการที่จะตรวจสอบโครงการ นิคมอุตสาหกรรมจะนะ โดยพวกเขาได้เดินทางจากสงขลามาเป็นระยะทางมากว่า ๑,๐๐๐ กิโลเมตร เพื่อเข้ามาเรียกร้องอย่างสันติ แต่พวกเขากลับถูกการสลายการชุมนุม ที่ไม่เป็นไปตามหลักสากล และมีผู้ถูกจับกุมดำเนินคดีถึง ๓๗ คน นั่นนำมาซึ่งการอภิปราย และเสนอญัตติด่วนในวันนี้ เพื่อที่ดิฉันจะส่งข้อเสนอของเพื่อนสมาชิกไปยังรัฐบาล ให้ดำเนินการตรวจสอบ กรณีการสลายการชุมนุมที่ไม่เป็นไปตามหลักการสากล และตรวจสอบความผิดปกติของโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะใหม่ ให้ครบทุกมิติ และให้ประชาชนมีส่วนร่วม โดยข้อเรียกร้องของดิฉันที่จะเสนอต่อรัฐบาลมีดังต่อไปนี้🔗
ประการที่ ๑ ดิฉันขอให้มีการตรวจสอบการดำเนินการของ ศอ.บต. ในเรื่อง ของกระบวนการและการที่จะเปลี่ยนสีผังเมือง และการจัดการศึกษาผลกระทบ ด้านสิ่งแวดล้อมให้ครบทุกมิติ🔗
ประการที่ ๒ ดิฉันขอให้ตรวจสอบการดำเนินงานของคณะกรรมการ ตรวจสอบโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ชุดที่คุณประยุทธ์แต่งตั้งเมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๔ เนื่องจากกลไกดังกล่าวไม่เป็นไปตามที่เคยตกลงกันไว้🔗
ประการที่ ๓ รัฐบาลต้องจัดให้มีการศึกษาโครงการในเชิงยุทธศาสตร์ หรือเอสอีเอ (SEA) แบบมีส่วนร่วมใหม่ และต้องดำเนินการโดยให้ประชาชนเข้ามา มีส่วนร่วมในกระบวนการนี้ หรือแม้แต่ต้องมีนักวิชาการที่เป็นกลาง และได้รับการยอมรับ จากทุกฝ่ายเข้ามาร่วมด้วย🔗
ประการที่ ๔ ในระหว่างนี้รัฐบาลเองจะต้องสั่งให้ยุติการดำเนินการทุกอย่าง ในโครงการนี้ก่อน จนกว่าจะดำเนินการตามกระบวนการที่เรียกร้องมาทั้งหมดแล้วเสร็จ🔗
ประการที่ ๕ รัฐบาลจะต้องยุติการดำเนินคดีและแสดงความรับผิดชอบ ต่อพี่น้องชาวจะนะทั้ง ๓๗ คน ซึ่งส่วนมากแล้วเป็นนักปกป้องสิทธิมนุษยชนหญิง เป็นผู้สูงอายุที่เป็นผู้หญิง โดยรัฐบาลต้องยกเลิกในการตั้งข้อกล่าวหาพวกเขา และกลับไป ปฏิบัติตามคำมั่นสัญญาที่ให้กับพวกเขาไว้ พร้อมทั้งชดใช้และเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น เมื่อคืนวันที่ ๖ ที่ผ่านมา และให้หลักประกันกับการชุมนุมว่า การชุมนุมเรียกร้องความเป็นธรรม เพื่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องให้ความเคารพ และคุ้มครองด้วยค่ะ🔗
ประเด็นสุดท้ายที่จะฝากค่ะท่านประธาน คือประเด็นผลการประชุมจากมติ ครม. เมื่อวันอังคารที่ ๗ ที่ผ่านมานี้มีมติ ครม. มีรายงานความคืบหน้า ซึ่งมีการดำเนินการ จัดทำแผนแม่บทในพื้นที่และมีการปรับปรุงการใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อรองรับเมืองต้นแบบ อุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต อำเภอจะนะ สงขลา ซึ่งมติ ครม. มีความขัดหรือแย้ง กับมติ ครม. ที่ออกมาเมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๓ ค่ะ ดิฉันจึงอยากฝากท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐบาลว่า ขอให้นายกรัฐมนตรีกลับไปทบทวนมติ ครม. ดังกล่าวนี้ด้วยค่ะ ท่านประธานคะ การทำโครงการนี้ที่ส่วนกลางคิด นายทุนทำแต่ประชาชนรับกรรม มีแต่จะสร้างปัญหาและสร้างผลเสียให้กับคนในพื้นที่ เหตุการณ์แบบนี้มันเกิดขึ้นที่พื้นที่ เขตเศรษฐกิจพิเศษ อีอีซี (EEC) ที่กว่าเกือบ ๔๐ ปีที่ผ่านมา พิสูจน์แล้วว่าโครงการพัฒนา เขตเศรษฐกิจพิเศษ หรือโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลภาคตะวันออกอีสเทิร์นซีบอร์ด (Eastern seaboard) จนมาถึงอีอีซี (EEC) ได้ทำลายวิถีชีวิต ทำลายธรรมชาติ ทำลาย สิ่งแวดล้อมของคนภาคตะวันออกจำนวนมาก ให้ย่อยยับอย่างมากมายมหาศาลแค่ไหน ท่านประธานคะ ดิฉันยืนยันว่าดิฉันและพรรคก้าวไกลเราไม่ได้ต่อต้านการพัฒนาค่ะ เราไม่เคยต่อต้านความเจริญค่ะ แต่เราอยากเห็นการพัฒนาที่เห็นหัวพี่น้องประชาชน อยากเห็นดอกผลของการพัฒนา มีการจัดสรรแบ่งปันให้กับประชาชนคนในพื้นที่อย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่กลุ่มทุนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้นที่ได้ประโยชน์ ท่านประธานคะ ต่อเรื่องนี้ทำไม เรื่องนี้ดิฉันจะต้องลุกขึ้นมายืนหยัดและอภิปรายเพื่อต่อสู้เคียงข้างพี่น้องชาวจะนะ และสงขลา ทำไมดิฉันต้องออกมาช่วยเซฟ (Save) ชาวจะนะ ทำไมวันนี้พวกเราเองในฐานะ ผู้แทนราษฎรจะต้องลุกขึ้นมาร่วมกันต่อสู้เพื่อปกป้องคนจะนะและทรัพยากรของคนจะนะ นี่ไม่ใช่เรื่องของใครคนใดคนหนึ่งค่ะท่านประธาน นี่ไม่ใช่เรื่องของคนชลบุรี นี่ไม่ใช่เรื่องของ คนเชียงใหม่ ไม่ใช่เรื่องของคนเชียงราย ไม่ใช่เรื่องของคนตราดเท่านั้น ไม่ใช่เรื่องของ คนขอนแก่น หรือโคราช หรือคนพัทลุง ภูเก็ตเท่านั้น เป็นเรื่องของคนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นคนที่ไหน แต่ทุกคนสามารถที่จะลุกขึ้นมาปกป้องผลประโยชน์ และทรัพยากรที่เป็นของคนทั้งประเทศ ร่วมกันได้ และนี่คือเหตุผลที่ดิฉันต้องลุกขึ้นมาเพื่อเซฟ (Save) จะนะ แล้วบอกว่า ดิฉันจะส่ง ข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะเพื่อเรียกร้องไปยังรัฐบาลให้ยกเลิกมติ ครม. ให้ชะลอโครงการ และกลับไปทบทวนโครงการนี้ก่อนค่ะ และต้องมีการเปิดให้ประชาชนคนในพื้นที่ได้เข้ามา มีส่วนร่วมกับกระบวนการนี้ รับฟังเสียงของพวกเขาค่ะ เชื่อมั่นในพวกเขา และดิฉัน เชื่อเหลือเกินว่าประชาชนทุกคนเห็นด้วยกับการพัฒนา ทุกคนเห็นด้วยกับความเจริญค่ะ แต่ความเจริญจากการพัฒนานั้น จะต้องนับรวมพวกเขาเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาร่วมกัน ด้วยค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะขอให้รัฐบาลหันกลับมาทำกระบวนการการศึกษา ที่รอบคอบและรับฟังความคิดเห็นอย่างกว้างขวางรอบคอบก่อน เพื่อหาบทสรุปอีกครั้ง ให้กับภาคประชาชนที่มาร่วมกันชุมนุมและยืนหยัดเพื่อปกป้องบ้านเกิด ปกป้อง ทรัพยากรธรรมชาติของประเทศนี้ร่วมกัน โดยดิฉันจะขอส่งข้อเสนอแนะจากคำอภิปราย ของดิฉันและจากเพื่อนสมาชิกทุกคนในสภาแห่งนี้ให้กับรัฐบาลไปพิจารณาและดำเนินการ แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องชาวจะนะต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย ผมเห็นด้วย กับท่าน ส.ส. อาดิลันครับ และผมก็เป็นคนหนึ่งที่เสนอญัตติด่วนตามข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ๒๕๖๒ ข้อ ๕๔ (๑) ในเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต่อผู้ชุมนุมเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรได้ส่งข้อคิดเห็นของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร และตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการจับกุมพี่น้อง ๓๗ ท่านด้วยกัน ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านผมคงไม่ใช่เป็น ส.ส. ที่จะมาโหนกระแสจะนะ หรือว่าเห็น ในเรื่องของการพัฒนาทางภาคอุตสาหกรรม แต่ว่าในส่วนของจะนะผมเคยรับทราบและผม ก็มีเพื่อนมีญาติเป็น ผอ. โรงเรียนที่จะนะ สงขลา ผมเคยรับทราบในเรื่องของโรงไฟฟ้า ที่จะนะ และผมไม่เถียงนะครับว่าการพัฒนาประเทศให้เจริญนั้นส่วนหนึ่งในเรื่องของ การสร้างการนิคมก็ดี สร้างโรงไฟฟ้าก็ดีในภาคอุตสาหกรรมก็คงจะมีความจำเป็น แต่สิ่งเหนือ ความจำเป็นอันนั้นก็คงจะต้องให้พี่น้องประชาชนได้มีส่วนร่วม ซึ่งในประเด็นนี้ในส่วนของ ตามรัฐธรรมนูญ ในมาตรา ๕๘ ท่านประธานครับ การดำเนินการใดของรัฐหรือรัฐจะอนุญาต ให้ผู้ใดดำเนินการ ถ้าการนั้นอาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต หรือส่วนได้เสียสำคัญอื่นใดของประชาชนหรือชุมชน หรือสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง รัฐต้องดำเนินการให้มีการศึกษาและประเมินผลกระทบ ต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนหรือชุมชน อันนี้ก็คือว่าสำคัญและจัดให้มี การรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนและชุมชนที่เกี่ยวข้องก่อน เพื่อนำมา ประกอบการพิจารณาดำเนินการหรืออนุญาตตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ วรรคสอง บุคคล และชุมชนย่อมมีสิทธิได้รับข้อมูล คำชี้แจงและเหตุผลจากหน่วยงานของรัฐก่อนการ ดำเนินการหรืออนุญาตตามวรรคหนึ่ง ผมคงไม่อ่านทั้งหมด แล้วก็ยังมีมาตรา ๕๗ (๒) ก็ระบุด้วยกันในเรื่องของการอนุรักษ์ คุ้มครอง บำรุงรักษา ฟื้นฟู บริหารจัดการและใช้ หรือจัดให้มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลาย ทางชีวภาพ ให้เกิดประโยชน์อย่างสมดุลและยั่งยืน โดยต้องให้ประชาชนและชุมชน ในท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมดำเนินการ และได้รับประโยชน์จากการดำเนินการดังกล่าวด้วย ตามที่กฎหมายบัญญัติ อันนี้เป็นพื้นฐานของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ในมาตรา ๕๗ และมาตรา ๕๘ ประเด็นก็มีอยู่ว่าภาครัฐท่านได้ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในระดับใดบ้าง แล้วก็สิ่งที่ประชาชนกังขามา ผมฟังแล้วก็สับสนที่รัฐบาลให้ท่านรัฐมนตรีหรือว่าตัวแทน ของภาครัฐที่ลงไปพบชาวบ้าน รับปากชาวบ้านบอกว่าให้ยุติก่อน แล้วพอกลับมาที่กรุงเทพฯ ปรากฏว่าผลการที่ตัวแทนไปรับปากนั้นกับมติของ ครม. ที่ออกวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๔ เมื่อ ๒ วันที่ผ่านมานี้ปรากฏว่ามติของ ครม. ผิดไปจากที่ตัวแทนของรัฐบาลไปรับ แล้วท่านนายก บอกว่าคนที่ไปรับหรือตัวแทนที่ไปคุยนั้นไม่ใช่ ครม. อันนี้ก็ถูกต้องนะครับ แต่สิ่งที่ผมเข้าใจ หัวใจพี่น้องประชาชนนั้น พี่น้องประชาชนเขาเข้าใจไหมครับว่าตัวแทนของรัฐบาลที่ไปคุยกับ พี่น้องประชาชนในข้อความและข้อตกลงนั้นจะเป็นการทำแทนหรือรับรู้กับครม. หรือไม่ ตรงนี้เป็นประเด็นสำคัญที่เกิดความไม่เข้าใจกันนะครับ เพราะฉะนั้นในประเด็นของผม ผมคงไม่พูดซ้ำตามเพื่อนสมาชิก ๒ ท่านที่ผ่านมา แต่ผมจะพูดในประเด็นที่ว่าในเรื่องของ ความตั้งใจของพี่น้องประชาชน เขาลงทุนค่ารถมาจากจะนะร่วมพันกิโลเมตรมาที่ทำเนียบ รัฐบาล กลางคืนก็ไม่ได้หลับไม่ได้นอน ด้วยความหวังว่าจะมาทวงถาม จะมาดูสัญญาว่า ตามที่ตัวแทนของรัฐบาลลงพื้นที่นั้น มีสัญญาตรงไปตามข้อตกลงหรือไม่ ปรากฏว่าพอมาเจอ สิ่งที่เขาคาดไม่ถึงก็คือมีมติ ครม. ผ่านพ้นไปแล้ว ซึ่งอันนี้ก็น่าเห็นใจพี่น้องประชาชน ด้วยเจตนาบริสุทธิ์ที่จะมาทวงถาม แต่ในขณะเดียวกันนะครับ อันนี้ก็คงจะพิสูจน์กันได้เราจะมาพูดกันว่า การทำอีไอเอ (EIA) การทำอีเอชไอเอ (EHIA) และการทำเอสอีเอ (SEA) ในเรื่องของการศึกษาผลกระทบ ยุทธศาสตร์จะทำถูกต้องโดยชอบธรรม และประชาชนส่วนใหญ่มีขั้นมีตอนในเรื่องของการ แจ้งให้พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่เข้ามาร่วมหรือไม่ อันนี้ผมคงไม่ได้เจาะลึกลงไปในประเด็นนี้ แต่ผมสังเกตเห็นว่าที่อำเภอหาดใหญ่ที่สงขลานั้น นิคมอุตสาหกรรมที่สร้างเอาไว้แล้วนั้นวันนี้ ยังร้างเลยนะครับ วันนี้ยังมีพื้นที่ร้างและไม่สามารถดำเนินการขับเคลื่อนของการนิคม ไม่ว่า จะเป็นของเอกชนหรือของภาครัฐก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชน โดยวิถีชีวิตที่อยู่จะนะแล้วก็อยู่ใน ๓ ตำบลในส่วนของ ๓ จังหวัดด้วย ทั้งปัตตานี ทั้งสงขลา ทั้งยะลาอะไรต่าง ๆ ตรงนี้ วิถีชีวิตเขาทำการประมงนะครับ แต่ถ้าหากว่าจะมาทำเป็น อุตสาหกรรมและบอกว่าพี่น้องเชื่อเถอะครับว่า ถ้าสร้างโรงงานอุตสาหกรรมแล้วพี่น้อง ที่อาชีพประมงนั้นจะมาทำงานในอุตสาหกรรม แล้วท่านมั่นใจได้อย่างไรว่าพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ที่ทำการประมงอยู่นี่เขาจะมีความเชี่ยวชาญ และมีความประสงค์ที่จะมาทำรับจ้าง เป็นลูกจ้างในโรงงานอุตสาหกรรมของนายทุนที่จะมาลงทุนต่อไป สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องของการ ไม่ทำความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งผมเปรียบเทียบในเรื่องของโรงไฟฟ้าที่จะนะ ผมทราบข่าวว่าการไฟฟ้าฝ่ายผลิตเขาเคยได้ทำหลายรอบแล้ว ในเรื่องของการศึกษาผลกระทบ สิ่งแวดล้อมอีไอเอ (EIA) อีเอชไอเอ (EHIA) นั้น ผลสุดท้ายผมทราบว่าการศึกษาของโรงไฟฟ้า เขาถอยนะ เขายอมเขาจะไม่ดำเนินการต่อ แต่ในขณะเดียวกันที่จังหวัดกระบี่ในส่วนตัวผม ผมเห็นด้วยในเรื่องของการที่จะสร้างโรงไฟฟ้าใช้พื้นที่เดิมที่จังหวัดกระบี่ เพราะฉะนั้น ในความเห็นผมที่ลุกขึ้นมาอภิปรายในเรื่องนี้ก็ยังมี ๒ มิติมุมมองว่าที่ที่เหมาะสม ผมก็แสดง ความเห็นด้วย แต่ที่ที่พี่น้องประชาชนยังไม่เคยสร้างไม่เคยทำ ผมก็เห็นด้วยกับประชาชน ที่จะนะ อย่างที่กระบี่ของผมเขาใช้ถ่านหินหมดไปตั้งนานแล้วครับ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๐๗ พี่น้องชาวจังหวัดกระบี่ทนควันของถ่านหินลิกไนต์มาเป็นเวลานาน จนถ่านหินลิกไนต์ หมดแล้วเขาก็ใช้พื้นที่เดิมในการที่จะสร้างโรงไฟฟ้าแบบใหม่ เราเห็นด้วยในการจะใช้ แก๊สธรรมชาติก็ดีหรือใช้อย่างอื่น แต่ขอให้ศึกษาให้เป็นที่เรียบร้อย ถูกต้องตามกฎหมาย และพี่น้องประชาชนในจังหวัดกระบี่ ผมขออนุญาตท่านประธาน ยกตัวอย่างให้เห็นว่า ประชาชนเขามีข้อห่วงใย แล้วก็มีหลายพื้นที่หลายแห่งที่ประชาชนเห็นตัวอย่างแล้ว เกิดความกังวล อย่างกรณีที่อำเภอเหนือคลองเกาะฮั่ง ที่จังหวัดกระบี่ มีพี่น้องประชาชน ๑๖๒ ครัวเรือน ๕๐๐ กว่าชีวิต อยู่กันร้อยกว่าปีท่านประธานครับ ไม่มีไฟฟ้าใช้ในขณะที่ ห่างจากฝั่ง ๑ กิโลเมตรเศษ ๆ ห่างจากโรงไฟฟ้าที่ผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินเป็นทรัพยากร ของพี่น้องเขาเพียงสิบกว่ากิโลเมตร และเวลาเขาเดินเครื่องก็เห็นปล่องควันขึ้นล่องลอย และควันก็มาตกอยู่ที่บ้านเขาร้อยกว่าปี วันนี้ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ เพราะฉะนั้นพี่น้องชาวประมง ในจังหวัดผมกับพี่น้องจะนะเขาก็เป็นพี่น้อง ในส่วนของมุสลิมเขาก็ถึงกัน เขาก็เห็นกันนะครับ เขาก็เป็นห่วงว่า สิ่งที่นายทุนพูด สิ่งที่ภาครัฐพูด แล้วก็จับมือกันโดยเฉพาะในพื้นที่จะนะ ดังกล่าวนั้นเป็นพื้นที่ของภาคเอกชนและมีการกว้านซื้อ แล้วก็มีการกว้านซื้อราคาต้นทุน ไม่กี่หมื่นบาทแล้วก็มาตั้งราคาขายเป็นหลักล้าน อันนี้เป็นประเด็นที่ผมก็ถือว่า เป็นความชอบธรรมผู้ที่หวังและผู้ที่มองเห็นการณ์ไกลว่า อนาคตล่วงรู้ข้อมูลว่าจะมาทำอะไร เพราะฉะนั้นคนที่รู้ข้อมูลก่อนก็ย่อมได้เปรียบกว่าคนที่ไม่ข้อมูล ก็ไปกว้านซื้อที่ดินกัน ราคาไร่ละไม่กี่หมื่นบาท แล้วก็มาขายนายทุนเพื่อที่จะปั่น สร้างราคาตั้งราคาใหม่เป็นไร่ละ เป็นล้าน ซึ่งอันนี้ก็ถือว่าเป็นการทำเชิงธุรกิจนะครับ แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่ผมเห็นใจก็คือ พี่น้องประชาชน ๓๗ คน และหนึ่งในนั้นก็คือ มีเด็กเยาวชน ชื่อน้องไครียะห์ที่โดนจับไปด้วย ผมเฝ้าสังเกตแล้วก็ตามประเด็นเท่าที่เพื่อน ส.ส. ในพื้นที่ ที่ใกล้เคียง ท่านณัฏฐ์ชนนก็เป็นห่วงเป็นใย ท่านคุณหมอเพชรดาวก็ไปถามข้อมูลก็เป็นห่วง เป็นใยพี่น้องทางใต้ว่า ประเด็นการจับกุมเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งผมดูแล้วพี่น้องเขามาด้วย ความบริสุทธิ์ใจอยากมาถามข้อมูลแค่นั้นละครับ เรียกว่าไม่ได้ไปขัดขืนอะไรทั้งสิ้น ปรากฏว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามา แล้วก็ไปตั้งข้อหาเขาว่ารวมตัวกีดขวางการจราจร แล้วก็เป็นการแพร่ โรคระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่า ถ้าเราพิจารณากับม็อบ (Mob) อื่น ๆ อย่างกรณีกับม็อบ (Mob) ที่มาประท้วงโรงไฟฟ้าที่กระบี่มา ๓๐๐ กว่าคนก็ทำเช่นกัน เหมือนกันมาที่ทำเนียบที่เดียวกัน แล้วก็ในที่สุดก็ชนะก็เนื่องจากว่าม็อบ (Mob) เป้าหมาย ที่เขาสั่งมามีผู้ใหญ่อยู่เบื้องหลังนั้นก็เป็นการชี้เป้าแล้วเขาก็ทำได้ และในที่สุดโครงการ ของการไฟฟ้าในเรื่องของจังหวัดกระบี่ก็ไม่สำเร็จ แล้วก็กลายเป็นโรงไฟฟ้าใช้แก๊สที่จังหวัด นครศรีธรรมราชและสุราษฎร์ธานี อันนี้เช่นกันผมคิดว่าถ้าเราพิจารณาในเรื่องของความทุกข์ร้อน ความเดือดร้อนโดยความตั้งใจ ผมไม่เชื่อละครับว่า พี่น้อง ๓๖ คนจากทางใต้จะนะขึ้นมา ที่กรุงเทพฯ ที่เขานั่งรถกันมาลงขัน ลงเงินเติมน้ำมัน อดหลับอดนอน แล้วก็มาเรียกร้อง เพื่อที่จะรับฟังข้อมูล ผมคิดว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ และเขาไม่ได้มองเห็นอนาคตว่ามาถึงสองทุ่ม สามทุ่มกว่าแล้ว เขาจะต้องถูกจับ และถูกคุมขัง ก็เกิดความลำบากในเรื่องของการที่จะไปหา หลักประกัน เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ก็อยากให้เจ้าหน้าที่ในส่วนของรัฐบาลที่เกี่ยวข้อง ได้สืบหาข้อเท็จจริงแล้วก็ให้ความเป็นธรรมกับพี่น้องทั้ง ๓๗ คนด้วย ในความเห็นผมแล้ว ผมคิดว่าเขาขาดเจตนาก็ควรที่จะปล่อยเขาไป ซึ่งไม่ใช่เป็นความผิดข้อหาที่หนักเป็นการว่ากล่าว ตักเตือนหรือปรับเป็นโทษไม่กี่บาทอย่างนี้ ผมคิดว่าเราต้องอาศัยพี่น้องประชาชน แล้วก็สร้าง ตัวอย่างให้เกิดโมเดล (Model) ที่ประชาชนเชื่อถือ ถ้าทางรัฐบาลท่านมีความจริงใจ กับพี่น้องประชาชน ท่านจะไปทำอะไรก็ตามในโครงการที่มีผลกระทบ ไม่ว่าในส่วนของอีอีซี (EEC) ที่มีโครงการลงทุนกันมหาศาล ผมคิดว่าประชาชนคงให้ความร่วมมือแน่นอน ซึ่งตรงนี้ ก็ใช้พื้นที่ตั้ง ๑๖,๐๐๐ ไร่ ๑๖,๐๐๐ ไร่ลงทุนร่วมหลายแสนล้านบาท เพราะฉะนั้นในเรื่อง ของการลงทุนขนาดใหญ่เพื่อที่จะต้องการให้เกิดอุตสาหกรรมใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น เพื่อเชื่อมโยงกับท่าเทียบเรือ และเชื่อมโยงกับอีอีซี (EEC) นั้นผมคิดว่า วันนี้เรายังมีปัจจัย ที่ไม่พร้อมหลายเรื่อง เพราะฉะนั้นรัฐบาลในการที่จะทำนั้นก็คงจะต้องเคารพและให้เกียรติ ให้โอกาสในสิทธิหน้าที่ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ตามพื้นฐานของรัฐธรรมนูญด้วยนะครับ ผมขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปผู้เสนอ ญัตติท่านที่ ๔ นายซูการ์โน มะทา จากนั้นก็จะเป็นท่านที่ ๕ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ขอเชิญท่านซูการ์โนครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ผมขอเสนอญัตติด่วน เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณากรณีการไม่ปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลง และผลการเจรจา ปัญหาระหว่างกลุ่มจะนะรักษ์ถิ่น และตัวแทนของรัฐบาลเพื่อเป็นข้อมูลนำเสนอต่อรัฐบาล เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ โครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เป็นหนึ่งในโครงการเขตพัฒนาพิเศษเฉพาะในโครงการ เมืองต้นแบบสามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนของรัฐบาลยุคคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. เมื่อปี ๒๕๕๙ ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นเขตพัฒนาพิเศษ ด้วยการตั้งเป้าหมายว่า จะขยายรายได้และสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจให้กับประชาชน ในพื้นที่ ซึ่งในส่วนของพื้นที่ที่จะใช้ในการดำเนินการของโครงการดังกล่าวเดิมตามผังเมือง เป็นพื้นที่สีเขียวที่ถูกกำหนดไว้เป็นพื้นที่ที่ใช้เพื่อการเกษตรกรรมเท่านั้น แต่ผลการศึกษาพบว่า หากมีการเปลี่ยนพื้นที่ดังกล่าว ให้เป็นพื้นที่ที่โครงการอุตสาหกรรม ก็ต้องมีการเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่สีม่วงก่อน ประกอบกับต้องมีการทำการศึกษาถึงผลกระทบ ต่อด้านสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ (EIA) และผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพ อีเอชไอเอ (EHIA) ของประชาชนก่อน ดังนั้นจึงเป็นผลให้ประชาชนในพื้นที่ที่เห็นควร ให้รัฐจัดการต้องทบทวนดำเนินการโครงการดังกล่าว กระทั่งนำมาสู่การจัดทำบันทึก ข้อตกลง ผลการเจรจาการแก้ไขปัญหาระหว่างกลุ่มจะนะรักษ์ถิ่นกับตัวแทนรัฐบาล ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ขณะนั้น เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๓ ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๖๔ เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ก็ได้เดินทางมาติดตามความคืบหน้า ณ บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาล กรุงเทพมหานคร เนื่องจากระยะเวลาได้ล่วงเลยมานานเกือบหนึ่งปี แต่ทางรัฐบาลยังไม่ได้ปฏิบัติตามที่ตัวแทน ของรัฐบาลได้ลงนามไว้ในบันทึกข้อตกลงดังกล่าวแต่อย่างใด จนกระทั่งทำให้เครือข่าย จะนะรักษ์ถิ่นออกมาเรียกร้องให้มีการปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลง ในระหว่างที่กำลังเรียกร้อง ข้อตกลงนั้น ปรากฏว่าได้ถูกกำลังเจ้าหน้าที่เข้ามาสลายการชุมนุม และจับกุมตัวแทน ของกลุ่ม ดังนั้นผมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในนามของพรรคประชาชาติทั้งหมด จึงขอเสนอญัตติด่วนดังกล่าว ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๕๐ ซึ่งในรายละเอียดข้อ ๕๐ ก็คือในกรณีที่เกี่ยวกับประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน หรือมีความจำเป็นที่รีบด่วนในอันที่จะรักษาความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดีงาม ของประชาชน หรือความมั่นคงของประเทศ ไม่ว่าในทางเศรษฐกิจหรือในทางใด ๆ ก็ตาม ในอันที่จะขจัดเหตุใด ๆ ที่กระทบกระเทือนต่อเสรีภาพของประชาชนอย่างร้ายแรง ก็จะเสนอเป็นญัตติด่วนเพื่อให้สภาพิจารณาเป็นการด่วนได้ การนี้เพื่อให้สภาได้พิจารณา ศึกษาว่า การไม่ปฏิบัติตามบันทึกข้อตกลงและผลการเจรจาระหว่างกลุ่มจะนะรักษ์ถิ่น กับตัวแทนรัฐบาลเป็นเหตุผล และรายละเอียดที่ผมต้องชี้แจงต่อท่านประธานต่อไป🔗
ท่านประธานที่เคารพ ปัญหานิคมอุตสาหกรรมจะนะ เมืองต้นแบบ อุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง เขตเศรษฐกิจพิเศษนั้น ต้องยอมรับว่าอย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้กล่าวขึ้นมาทั้งหมดนั้น ก็ถูกจุดประกายขึ้นมา ในช่วงหลังการปฏิวัติรัฐประหาร ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ หลังจากนั้น ๒ ปี และหน่วยงาน ที่เป็นคู่ขัดแย้ง ผมยังเสียดายว่าหน่วยงานที่เป็นคู่ขัดแย้งไปรับใช้กลุ่มทุนสร้างความแตกแยกนั้น ก็คือศูนย์บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้หรือเรารู้จักกันในนาม ศอ.บต. ซึ่งสภา อันทรงเกียรติแห่งนี้ เป็นผู้อนุมัติร่างพระราชบัญญัติศูนย์บริหารราชการจังหวัดชายแดน ภาคใต้ ศอ.บต. พ.ศ. ๒๕๕๓ เพื่อให้หน่วยงานศูนย์บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. นั้นเป็นส่วนราชการส่วนหนึ่งที่ไปดูแลเป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชน แต่แล้วต้นปี ๒๕๕๙ ปัญหาที่เกิดขึ้น เนื่องจากการต้องการที่จะปรับเปลี่ยนต่าง ๆ นั้น ผมก็จำเป็นต้องกล่าวถึงในเรื่องของรายละเอียดเบื้องต้นนะครับ ท่านประธานครับ เท่าที่ผมอยากเรียนให้ท่านประธานทราบว่า ทางคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่นและการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ ซึ่งผมเองเป็นประธาน คณะกรรมาธิการนั้น หลังจากมีข้อขัดแย้งระหว่างพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลนาทับ ตำบลตลิ่งชัน ตำบลสะกอม อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เกี่ยวข้องกับนิคมอุตสาหกรรมจะนะเมืองต้นแบบ ผมและทางกรรมาธิการได้เดินทางเพื่อไปรับฟังสืบหาข้อเท็จจริง แล้วก็ได้พบกับผู้ที่สนับสนุน โครงการดังกล่าว และได้รับฟังความเห็นจากผู้ที่เห็นต่างที่ไม่เห็นด้วยกับโครงการนิคม อุตสาหกรรมจะนะ ท่านประธานที่เคารพ เท่าที่เราได้ไปพบปะกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เราได้มีตัวแทนของพี่น้องจาก ๓ ตำบล ซึ่งเป็นพื้นที่จะตั้งเป็น นิคมอุตสาหกรรม คือตำบลนาทับ ตำบลตลิ่งชัน และตำบลสะกอม มาทั้ง ๒ ฝ่าย เราสามารถที่ไปรับฟังความเห็นได้ทั้งความเห็นด้วยและความเห็นต่าง แต่ในการเดินทาง ไปในครั้งนั้นเราได้ข้อสรุปว่า กระบวนการรับฟังความเห็นที่ดำเนินการโดยหน่วยงานของรัฐ เจ้าของงานก็คือศูนย์บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. นั้น เป็นการ ดำเนินการที่ไม่มีความเป็นธรรมและมีการปิดกั้น และอาศัยพระราชบัญญัติบริหาร ราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ใช้กองกำลังเป็นจำนวนมากหลายกองร้อยมาปิดกั้นเส้นทาง ระยะทางหลายกิโลเมตร เพื่อป้องกันไม่ให้พี่น้องประชาชนในตำบลนาทับ หรือกลุ่มจะนะรักษ์ถิ่น ซึ่งมีหลายกลุ่มวิสาหกิจชุมชน ไม่สามารถเข้าไปแสดงความเห็นในการรับฟังความเห็น ของศูนย์บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ในครั้งนั้นได้ ซึ่งในการลงไปพบในครั้งนั้น เราได้ข้อสรุปว่า พี่น้องประชาชนทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและเห็นต่างยินดีที่จะปฏิบัติตามข้อตกลง หรือฉันทามติของพี่น้องประชาชนในการเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบกับนิคมอุตสาหกรรมจะนะ แต่ขอให้พี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนที่อยู่ในพื้นที่ของอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ตั้งแต่ ตำบลนาทับ ตำบลตลิ่งชัน และตำบลสะกอมนั้นมีส่วนร่วมในการแสดงความเห็น ท่านประธานครับ หลังจากนั้นเกือบ ๑ ปี เราก็คิดว่าจะไม่มีเหตุการณ์รุนแรงอะไรเกิดขึ้น แต่แล้วก่อนหน้านี้ ๑ สัปดาห์ ลูกสาวแห่งทะเลจะนะ นางสาวไครียะห์ ระหมันยะ เด็กสาว อายุ ๑๙ ปี ซึ่งเป็นกลุ่มที่ดูแลกิจกรรมเรื่องของสิ่งแวดล้อม เรื่องประมงชายฝั่ง การรักษา สิ่งแวดล้อมในพื้นที่ตำบลนาทับ ตำบลตลิ่งชัน และตำบลสะกอม เป็นเด็กวัยรุ่นที่เป็นคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการอนุรักษ์รักษาทรัพยากรธรรมชาติพื้นที่ของบ้านเกิด ให้อยู่คู่กับพวกเขาตลอดไป ก็ได้เดินทางมาทวงสัญญาที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ซึ่งผมเองและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ของพรรคประชาชาติได้เดินทางไปเยี่ยมน้องไครียะห์ ระหมันยะ ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อสอบถามว่าที่เดินทางมานี้ต้องการอะไร ทั้งหมดก็มีมูลเหตุที่จะต้องมานำเรียนต่อสภา แห่งนี้ เพื่อให้เป็นข้อมูลที่มันตรงกันและถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามที่ทางกลุ่มจะนะรักษ์ถิ่น ที่เดินทางมาทวงสัญญานั้นก็เกิดหลังจากคำสั่งมติของคณะรัฐมนตรีที่มีการแต่งตั้ง คณะทำงานเพื่อไปหาข้อเท็จจริงในพื้นที่ แต่ว่าเวลาเกือบ ๑ ปีก็ไม่มีความคืบหน้า แต่บังเอิญ พี่น้องชาวจะนะรักษ์ถิ่น โดยเฉพาะนางสาวไครียะห์ ระหมันยะ ทราบมาว่ากลุ่มบริษัท ทีพีไอ โพลีน พาวเวอร์จำกัด (มหาชน) ก็มีประกาศที่จะทำเวทีรับฟังความเห็นของประชาชน หรือที่เรียกว่าการศึกษาตามกระบวนการอีไอเอ (EIA) อีเอชไอเอ (EHIA) ในโครงการย่อย จำนวนถึง ๔ ฉบับรวด ซึ่งเวทีรับฟังความเห็นนี้จะมีการจัดขึ้นในวันที่ ๑๓-๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๔ ในขณะเดียวกันศูนย์บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ได้มอบหมายให้องค์การบริหาร ส่วนจังหวัดสงขลาดำเนินการเปลี่ยนสีผังเมืองจะนะ เพื่อรองรับเมืองอุตสาหกรรมต้นแบบ ก้าวหน้าแห่งอนาคต อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลานั้น พวกเขาในนามกลุ่มจะนะรักษ์ถิ่น ก็มีความเห็นว่าการดำเนินการดังกล่าว เป็นการดำเนินการที่ไม่เหมาะสมและไม่เป็นไปตาม ข้อตกลงที่เคยตกลงไว้กับรัฐบาลและเครือข่าย ซึ่งข้อตกลงนี้ก็มีการทำขึ้นอย่างที่เพื่อนสมาชิก ได้กล่าวว่าเป็นการทำข้อตกลง เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๓ ซึ่งเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ได้มีการบันทึกข้อตกลงดังกล่าวกับรัฐบาลเพื่อหาทางออก เนื่องจากมีพี่น้องประชาชน ชาวจะนะรักษ์ถิ่น จำนวนหลายร้อยมาเรียกร้องอยู่ที่สะพานชมัยมรุเชฐเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ดังนั้นเมื่อนายกรัฐมนตรีได้มีออกคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงาน เพื่อสอบสวนการดำเนินการ โครงการดังกล่าวขึ้นในวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๔ แล้วก็มีการให้สัมภาษณ์ พวกเราทุกคน ที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร วันนี้ก็ได้รับฟังหลังจากมีข่าวที่ออกมาเกี่ยวข้องกับ การเรียกร้องทวงสัญญาที่หน้าทำเนียบ เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกก็ได้พูดแล้วว่าไม่รู้เป็นใคร ไปตกลงสัญญาอะไรกับชาวบ้าน ถ้าจะไปต้องไปในนามความเห็นชอบของรัฐบาล ถ้าจะไป ต้องไปในนามของตัวแทนรัฐบาล สิ่งเหล่านี้มันทำให้พวกเราที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ยิ่งเกิดความสับสนกับผู้นำประเทศที่เซ็นคำสั่งแต่งตั้งระดับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ไปสอบหาข้อเท็จจริงในพื้นที่ตามมติความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี แต่แล้วก็บอกว่าการดำเนินการของ ร้อยเอก ธรรมนัสนั้นเป็นบุคคลที่ไม่ใช่คนใน ครม. วันนี้ พี่น้องชาวจะนะรักษ์ถิ่นทั้งหมดก็เลยไม่สบายใจ เมื่อพี่น้องชาวจะนะรักษ์ถิ่นไม่สบายใจ และมีความห่วงใยว่านางสาวไครียะห์ ระหมันยะ ที่เดินทางมาทวงสัญญาอยู่เพียงคนเดียว ที่หน้าทำเนียบรัฐบาลนั้นอาจจะเกิดความไม่ปลอดภัย จึงเดินทางเป็นพันกว่ากิโลเมตร เพื่อมาเป็นแรงสนับสนุนว่าการมาทวงสัญญาครั้งนี้ของนางสาวไครียะห์ ระหมันยะ นั้น ไม่ใช่มาโดยพลการ แต่มาด้วยโดยอุดมการณ์ มาด้วยจุดยืน และมาด้วยสามัญสำนึกของคนจะนะ ว่าพวกเขาไม่ใช่ว่าไม่ต้องการพัฒนา แต่พวกเขาต้องการการพัฒนาที่เป็นการพัฒนาที่เกิดขึ้น จากกรอบความคิดของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ ตำบลของอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เขาไม่ต้องการที่จะรับการพัฒนาที่ถูกชี้ หรือถูกกำหนดด้วยองค์กรของรัฐ โดยเฉพาะการพัฒนา ที่ถูกกำหนดขึ้น โดยศูนย์บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งที่ผมกล่าวข้างต้น ก็คือว่า ศูนย์บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมคนหนึ่งและท่านประธานคนหนึ่ง และเพื่อนสมาชิก อีกหลายคนของพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยตอนนั้นเห็นชอบอนุมัติให้มีร่าง พ.ร.บ. ศูนย์บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อมาเป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้เวลาอีกนิดหนึ่ง เพื่อให้เห็นว่าทำไมนางสาวไครียะห์ ระหมันยะ เด็กอายุ ๑๙ ปี ซึ่งได้พบปะส่วนตัวกับผม ได้คุยกันส่วนตัว ผมบอกว่าผมเริ่มการเมือง สนใจการเมือง สนใจทำงานทางการเมืองปี ๒๕๒๒ เขาบอกว่า ตอนท่านประธานกรรมาธิการสนใจการเมืองนั้น เขาเพิ่งอายุ ๒ ขวบ แต่วันนี้พวกเรา อยู่ในสภาแห่งนี้ เขาอายุ ๑๙ ปี เขากำลังเดินรอยตาม อาจจะเดินรอยตามท่านประธาน ในการทำงานที่เป็นตัวแทนของพี่น้องชาวจะนะรักษ์ถิ่น เขาอาจจะเลียนแบบหรือดูแบบอย่าง จากตัวแทนของคนในพื้นที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ที่เป็นตัวแทนของเขา ที่จะปกป้อง ผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนของเขา เขาจึงต่อสู้ และหลังจากที่มีมาตรการไปจับกุม ดังกล่าวแล้ว เจ็บปวดหรือไม่ครับท่านประธาน น้องไครียะห์ ระหมันยะ และลูกหลาน ของคนจะนะ ซึ่งมายืนอ่านแถลงการณ์ที่หน้าทำเนียบรัฐบาล และประกาศจุดยืนชัดเจนว่า พวกเขาจะไม่เดินทางกลับ พวกเขาจะไม่หลงกลตัวแทนของรัฐบาลอย่าง ๑ ปีที่ผ่านมาแล้ว ถ้าหากรัฐบาลยังไม่เอาข้อตกลงบันทึกเอ็มโอยู (MOU) ที่ทำกับเขาเมื่อ ๑ ปีที่แล้วมาปฏิบัติ ให้เป็นที่พึงพอใจ พวกเขาประกาศถึงยอมตายเพื่อต่อสู้รักษาผืนแผ่นดิน รักษา สภาพแวดล้อม รักษาวิถีชีวิต รักษาอัตลักษณ์ที่เป็นอัตลักษณ์ที่ผมว่าหาดูได้ยากมาก วันนี้ถ้าพี่น้องประชาชนได้เดินทางไปในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อยากเห็นความเป็น พหุวัฒนธรรม ท่านสามารถไปดูได้ในพื้นที่อำเภอจะนะ มีทั้งพี่น้องชาวพุทธ มีทั้งพี่น้อง ชาวจีน มีทั้งพี่น้องชาวคริสต์ที่อยู่ร่วมกัน ทำงานด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการดูแลทรัพยากร สิ่งแวดล้อม ฉะนั้นอำเภอจะนะจึงเป็นอำเภอที่มีกลุ่มที่วิสาหกิจชุมชนที่เข้มแข็ง ผมเคยไปดู วิสาหกิจชุมชนที่บ้านคลองเปี๊ยะไปดูเรื่องของสหกรณ์ มีสหกรณ์ยางอยู่ที่จะนะ สามารถ เก็บออมเงินหลายร้อยเป็นเกือบพันล้านบาท ด้วยกำลังของคนในพื้นที่ของอำเภอจะนะ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้มีเพื่อนได้ชี้แจงในบางประเด็น ผมก็อยากจะชี้แจง ให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกอันทรงเกียรติในสภานี้ได้รับทราบว่า ในบันทึกข้อตกลง เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๓ นั้น เรียกว่าบันทึกข้อตกลง ผลการเจรจาแก้ไขปัญหาระหว่าง กลุ่มจะนะรักษ์ถิ่นกับตัวแทนรัฐบาล วันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๓ วันนี้หมายถึงวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๓ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ และนายประสาน หวังรัตนปราณี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับมอบหมายจากรองนายกรัฐมนตรี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นตัวแทนรัฐบาล ในการเจรจาหาข้อยุติเกี่ยวกับแนวทางแก้ปัญหาโครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้า แห่งอนาคต อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา โดยมีข้อยุติร่วมกันดังนี้ ๑. รัฐบาลต้องมีมติยกเลิก มติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวกับการดำเนินการโครงการเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้า แห่งอนาคต อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ทุกฉบับ ข้อที่ ๑ ท่านประธาน ที่เขามาทวงสัญญา ตรงนี้ รัฐบาลต้องมีมติยกเลิกมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินโครงการเมือง ต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ทุกฉบับ รวมทั้งยุติ การดำเนินโครงการจะนะเมืองต้นแบบนิคมอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคตทั้งหมด ทั้งแก้ไขผังเมืองและการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม อีไอเอ (EIA) อีเอชไอเอ (EHIA) ทันที นี่เป็นข้อตกลงที่ทำเมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม เป็นข้อตกลงที่กลุ่มจะนะรักษ์ถิ่นยอมมาตากยุง ยอมมาตัวเปียก เพราะกลไกของรัฐที่ใช้ไปรบกวน เขามาอย่างสันติวิธี แต่ผมทราบมาว่า มีการใช้รถน้ำไปฉีดในที่นอน ที่พักแรม ที่พี่น้องประชาชนอยู่ ในข้อตกลงนี้ข้อที่ ๑.๑ ก็คือคณะกรรมการผังเมือง กรมโยธาธิการและผังเมืองต้องยกเลิก กระบวนการแก้ไขผังเมืองรวมจังหวัดสงขลา พ.ศ. ๒๕๕๙ โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง ตามมาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ ท่านประธานครับ ผมในฐานะ ประธานคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหาร จัดการรูปแบบพิเศษ รับเรื่องนี้ร้องเรียนจากกลุ่มจะนะรักษ์ถิ่นมาศึกษา เรียกทั้งตัวแทน ของศูนย์บริหารราชการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. เข้ามาชี้แจงต่อกรรมาธิการ และข้อ ๑.๑ นี้ ตัวแทนเกี่ยวกับผังเมืองนั้นรองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองก็ได้เดินทางมา และล่าสุด เมื่อวานนี้เองหลังจากที่ผมรับเรื่องร้องเรียนจากนางสาวไครียะห์ ระหมันยะ ผมก็ได้เรียก รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองมาถามว่า มีการเปลี่ยนแปลงผังเมืองหรือไม่ มีการเปลี่ยนแปลงสีผังเมืองสีเขียวของอำเภอจะนะหรือไม่ ท่านรองอธิบดีผมขออนุญาต ไม่เอ่ยนามต่อท่านประธาน แต่ท่านก็ยืนยันกับพวกผม ต่อคณะกรรมาธิการว่าหลังจาก ๑ ปีที่แล้วกระทั่งถึงวันนี้ กรมโยธาธิการและผังเมืองไม่มีการเปลี่ยนผังเมืองรวมของจังหวัด สงขลาแต่อย่างใด ฉะนั้นเพื่อเป็นการสื่อให้พี่น้องชาวจะนะรักษ์ถิ่น ผมเชื่อว่าวันนี้ คงติดตามรับชมการอภิปรายของสภาผู้แทนราษฎรในญัตติด่วนนี้ได้รับรู้ว่า การจะเกิด นิคมอุตสาหกรรมจะนะรักษ์ถิ่นหรือไม่ เบื้องต้นมันจะต้องเปลี่ยนสีผังเมืองของอำเภอจะนะ ในพื้นที่ ๓ ตำบล ตำบลนาทับ ตำบลตลิ่งชัน ตำบลสะกอม จากพื้นที่สีเขียวให้เป็นพื้นที่สีม่วง เพื่อให้สามารถทำกิจกรรมอุตสาหกรรมได้ แต่ท่านรองอธิบดีได้บอกว่าและทำความเข้าใจ กับพี่น้องประชาชนที่ติดตามชมการอภิปรายของผมวันนี้ว่า แม้ว่าผังเมืองที่เป็นสีเขียว เพื่อการเกษตร ก็สามารถที่จะสร้างเป็นโรงงานภายใต้กรอบกำหนดกติกาของผังเมืองได้ แต่มีข้อจำกัดมาก ดังนั้นอยากทำความเข้าใจเพื่อความสบายใจของพี่น้องประชาชนที่กำลัง รอคำตอบที่ไม่รู้ว่าจะได้เมื่อไรจากรัฐบาล🔗
ข้อ ๑.๒ หน่วยงานรัฐและเอกชนเจ้าของโครงการภายใต้โครงการเมือง ต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคตอำเภอจะนะ จะต้องไม่ดำเนินการกระบวนการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นการศึกษาประเมินผลกระทบ อีไอเอ (EIA) กระบวนการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม อีเอชไอเอ (EHIA) หรือการดำเนินการอื่นจนกว่า กระบวนการตามข้อที่ ๒ จะแล้วเสร็จ นี่ละครับที่ที่เขามาทวงสัญญากับรัฐบาล นี่ละครับ ที่เขามายืนตากแดด มานอนตากยุง มานั่งตากฝน อยู่วันนี้ก็เพื่อต้องการมาทวงสัญญา ตามข้อตกลงที่กระทำขึ้นในวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๓ ท่านประธานที่เคารพ เพื่อความกระจ่าง เพื่อความถูกต้อง เพื่อให้พี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนเข้าใจว่า กลุ่มจะนะรักษ์ถิ่น ไม่ใช่กลุ่มประชาชนที่หวังจะมาสร้างความรุนแรง หรือสร้างความไม่สงบขึ้นในพื้นที่ ของเขตพระนครหรือเขตเมืองหลวงของประเทศ ฉะนั้นผมก็อยากให้ท่านประธาน หรือเพื่อนสมาชิกได้รับทราบว่า ขออนุญาตท่านประธานอ่านนิดหนึ่ง เพราะว่าเป็นคำสั่ง ผมเป็นห่วงกลัวว่าจะผิดพลาด ขออนุญาตท่านประธานอ่านคำสั่งของสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ๒๐/๒๕๖๔ ได้ไหมครับท่านประธาน🔗
เชิญเลยครับ🔗
ในคำสั่ง สำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ๒๐/๒๕๖๔ เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการดำเนินการขยายผลโครงการ เมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนไปสู่เมืองต้นแบบที่ ๔ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต ตามที่กลุ่มจะนะรักษ์ถิ่น ได้เดินทางมาชุมนุมเรียกร้องต่อรัฐบาล ขอให้รัฐบาลยกเลิกโครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยม มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ไปสู่เมืองต้นแบบที่ ๔ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เมืองต้นแบบ อุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต ประกอบกับคณะรัฐมนตรีได้มีมติ ขีดเส้นใต้ตรงนี้ ๑ ล้านครั้ง เพื่อยืนยันคำพูด เพื่อยืนยันให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รู้ว่านี่คือคำสั่ง ที่เป็นมติของคณะรัฐมนตรีที่ออกโดยรัฐบาลของท่าน ประชาชนชาวจะนะรักษ์ถิ่นไม่ได้ มาเรียกร้องข้อตกลงเอ็มโอยู (MOU) กับใครคนใดคนหนึ่งที่เขาไม่รู้ ชาวจะนะรักษ์ถิ่น ไม่ใช่คนไม่มีความรู้ ชาวจะนะรักษ์ถิ่นมีทั้งนักวิชาการ มีทั้งนักต่อสู้ แล้วก็มีนักพัฒนา ฉะนั้น องค์ความรู้ทั้งหมดเขาไม่ได้โง่ เขาไม่ได้กินกล้วย เขากินข้าว ฉะนั้นประกอบกับคณะรัฐมนตรี มีมติเมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๓ รับทราบรายงานผลการหารือแนวทางแก้ปัญหา ของกลุ่มจะนะรักษ์ถิ่นตามที่รองนายกรัฐมนตรี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ประธาน คณะกรรมการแก้ไขปัญหาของกระบวนการประชาชนเพื่อสันติ เพื่อสังคมที่เป็นธรรม เสนอและมอบหมายให้คณะกรรมการแก้ไขปัญหาของกระบวนการประชาชนเพื่อสังคม ที่เป็นธรรมรายงานผลการหารือดังกล่าว พิจารณาร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแนวทาง ที่ปฏิบัติชัดเจนโดยด่วน และนำเสนอคณะรัฐมนตรีทราบหรือพิจารณาต่อไป นี่คือคำสั่ง ของสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ๒๐/๒๕๖๔ ทั้งนี้ รองนายกรัฐมนตรี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะประธานคณะกรรมการได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ รองนายกรัฐมนตรี ชื่อ พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ มอบอำนาจ ให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ในฐานะ รองประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหากระบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม คนที่ ๒ และประธานคณะอนุกรรมการประสานงานเร่งรัดติดตามการแก้ไขปัญหากระบวนการ ประชาชนที่เป็นธรรมและขับเคลื่อนนโยบาย ๙ ด้าน ลงพื้นที่ติดตามการแก้ปัญหาดังกล่าว พบว่า🔗
สรุปได้ครับ🔗
ผมจะเอาตรงนี้อันเดียวเพื่อให้สรุปตรงนี้ แต่ต้องการขยายให้เห็นว่า นี่คือคำสั่งที่ออกโดย ครม. โดยความเห็นชอบ ครม. ท่านประธาน ถ้าผมไม่ขยี้ตรงนี้ เดี๋ยว พลเอก ประยุทธ์บอกว่าไม่รู้ใครไปตกลง🔗
ไม่ต้องขยี้ อ่านเลยครับ เชิญเลยครับ🔗
จากการติดตามการแก้ปัญหาดังกล่าว พบว่าประชาชนมีความเห็นขัดแย้งและมีความเคลือบแคลงในขั้นตอนการดำเนินการ ต่าง ๆ ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งยังขาดการรับรู้ข้อเท็จจริงในส่วนของรายละเอียด โครงการและกฎหมาย หรือกฎระเบียบที่หน่วยงานราชการใช้ดำเนินการดังกล่าวนั้น อันนี้ประกอบด้วยคณะทำงาน ท่านประธานมาดูอำนาจหน้าที่ มติของ ครม. แต่งตั้ง มีทั้งหมด ๒๐ คน ผมไม่อยากบอกนะมีใครบ้างมันเยอะ มีทั้งปลัดกระทรวงหลายกระทรวง มีเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการสำนักงานปลัดกระทรวง ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีถึง ๒ คน เป็นเลขานุการและผู้ช่วยเลขานุการ ในคำสั่งนี้บอกอำนาจหน้าที่ชัดเจน ตรวจสอบข้อมูล ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการดำเนินการขยายผลโครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืนไปสู่เมืองต้นแบบที่ ๔ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้า แห่งอนาคต🔗
ข้อที่ ๒ อำนาจหน้าที่ ข้อที่ ๒ ศึกษาและทบทวนปัญหารวมทั้งผลกระทบ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการดำเนินการโครงการเมืองต้นแบบไปสู่เมืองต้นแบบอุตสาหกรรม แห่งอนาคต🔗
ข้อที่ ๓ เสนอแนวทางในการกำหนดนโยบาย มาตรการการแก้ปัญหาตาม ข้อเรียกร้องของประชาชนที่เกี่ยวข้อง🔗
สุดท้ายต้องสรุปผลรายงานปัญหาอุปสรรคเสนอต่อนายกรัฐมนตรี หรือคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป สั่งการเมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๔ ลงนาม พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี นี่นะครับ ร้อยเอก ธรรมนัส เปรียบเสมือนเสร็จศึกฆ่าโคถึก วันนี้ ร้อยเอก ธรรมนัส ไม่ได้เป็นรัฐมนตรี ก็กลายเป็น บุคคลภายนอก แต่ตอนวันที่คำสั่งนี้ออกไปเขาทำตามคำสั่งความเห็นชอบตามมติ ครม. ฉะนั้นท่านประธานที่เคารพและเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ วันนี้ผมมาพูดมาอภิปรายเรื่องของ นิคมอุตสาหกรรมจะนะ เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดถึงก็คือเรื่องปัญหาของผลประโยชน์ ทับซ้อน ระหว่างกลุ่มทุนและนักการเมืองอย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายคนได้อภิปรายไป เมื่อวานนี้ นิดเดียวสุดท้ายจะจบแล้วท่านประธาน เมื่อวานผมเชิญตัวแทนของกลุ่ม จะนะรักษ์ถิ่นไปชี้แจงในคณะกรรมาธิการ ผมให้เกียรติสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา ผมให้เกียรติ ส.ส. ทุกคนไปนั่งรับฟังความเห็น ท่านประธานครับ มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลาท่านหนึ่งบอกว่า ผมเกิดที่ตำบลนาทับ โตที่อำเภอนาทับ พ่อแม่ผมอยู่ที่อำเภอนาทับ ผมไม่รู้เรื่องเลยโครงการนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร หมายความว่าหน่วยงานที่เป็นหน่วยงานของรัฐ อย่างศูนย์บริหารราชการจังหวัดชายแดน ภาคใต้ หรือ ศอ.บต. นั้น ไม่เคยให้ความสำคัญกับตัวแทนของพี่น้องประชาชนที่มาจาก การเลือกตั้งที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลายคนได้สะท้อนให้เห็นว่าโครงการนี้ควรจะ มีการทบทวน โครงการนี้จะต้องมีการศึกษาผลกระทบทั้ง เอสอีเอ (SEA) ที่มันถูกต้อง และสิ่งที่ผมเสียดาย ท่านประธานครับ เมื่อวานก็มีการรายงานโดยตัวแทนของ ศอ.บต. ว่า ตอนนี้ได้ดำเนินการทำทีโออาร์ (TOR) เสร็จแล้ว การทำทีโออาร์ (TOR) เสร็จแล้วนั้น หมายความว่า ศอ.บต. ไม่เคยเห็นด้วยกับข้อเสนอของคณะที่แต่งตั้งโดยนายกรัฐมนตรี อันนี้ ถือว่าน่าเจ็บปวด อันนี้คือมูลเหตุที่พี่น้องประชาชนต้องมาเรียกร้องทวงสัญญาอยู่ที่ หน้าทำเนียบรัฐบาล ก็ขออนุญาตเพื่อนสมาชิกที่อยู่ในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ได้ช่วยกัน อภิปราย เราจะเป็นกระบอกเสียงให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคนที่ถูกรัฐบาลรังแก หรือถูกกลุ่มทุนเหยียบย่ำ ย่ำยีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป ผู้เสนอญัตติ ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ขอเชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในนามของ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอเสนอญัตติด่วน เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณากรณี การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ต่อกลุ่มประชาชนจากอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ที่มาชุมนุม เรียกร้องให้แก้ไขปัญหา และหาแนวทางแก้ไขปัญหาเพื่อลดความขัดแย้ง ผมกราบเรียน ท่านประธานว่าพรรคประชาธิปัตย์นั้นเป็นพรรคที่มีจำนวนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในจังหวัดทางภาคใต้มากที่สุดติดต่อกันมาหลายสมัย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องยอมรับว่า เกิดจากการเข้าสลายการชุมนุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อพี่น้องประชาชนที่เดินทางมา เรียกร้อง ให้มีการแก้ไขปัญหาที่บริเวณหน้าทำเนียบรัฐบาลในคืนวันที่ ๖ ธันวาคม ภาพข่าว ที่เกิดขึ้นในคืนนั้นได้สร้างความสะเทือนใจ และความไม่สบายใจต่อพี่น้องประชาชน หลายฝ่าย ผมกราบเรียนท่านประธานว่านับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ในคืนนั้น พวกเราที่เป็น ส.ส. ในสภานี้เมื่อรับทราบข่าวก็เป็นไปอย่างที่ท่านอาดิลันผู้เสนอญัตติเป็นคนแรก ประทานโทษ ที่เอ่ยนามท่าน ได้แจ้งต่อพวกเรา หรืออภิปรายว่าหลายพรรคการเมืองต่างก็ได้มีตัวแทน เข้าไปดูแลพี่น้องประชาชน แต่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ ในคืนนั้นมีประเด็นซึ่งน่าที่จะนำไปสู่การแก้ไขหลากหลายประเด็นด้วยกันครับ ผมได้มีโอกาส พูดคุยกับพี่น้องรวมถึงแกนนำในส่วนของพี่น้องที่มาเรียกร้องให้แก้ไขปัญหากรณีที่จะนะนี้ หลายท่าน เนื่องจากผมเองนั้นเคยทำงานร่วมกับภาคประชาชนนับตั้งแต่สมัยรัฐบาลของ ท่านนายกอภิสิทธิ์เมื่อหลายปีที่ผ่านมาแล้ว มีประเด็นข้อน่าสังเกตท่านประธานครับว่า การมาชุมนุมของชาวบ้านเรียกร้องให้แก้ไขปัญหานั้น ไม่ได้มีฝ่ายการเมืองลงไปรับปัญหา ดูแลหรือพูดคุยตั้งแต่ต้นครับ ซึ่งมันสะท้อนเหมือนกันว่าหลังจากเกิดเหตุการณ์ภาพข่าวที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปดำเนินการสลายการชุมนุมแล้ว มีการออกมาอธิบายการกระทำของ เจ้าหน้าที่ โดยใช้เหตุผลทางกฎหมายกับการใช้เหตุผลทางการเมืองว่า เกรงจะมีผู้ชุมนุม กลุ่มอื่นไปร่วมผสมชุมนุมด้วย เพราะฉะนั้นประเด็นแรกที่น่าสนใจก็คือว่า ในฐานะรัฐบาล จะต้องแยกให้ออกระหว่างการชุมนุมทางการเมืองกับการชุมนุมเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาของ ประชาชน ทุกรัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญกับการชุมนุมเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาของ ประชาชนก่อนเสมอครับ ผมเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งดูแลปัญหาของพี่น้องประชาชน เรารู้กระบวนการอยู่ว่าในทำเนียบรัฐบาลนั้นจะมีฝ่าย ซึ่งดูแลเรื่องนี้เป็นการเฉพาะ แต่ฝ่ายการเมืองจะต้องทำงานประสานกับเขา กรณีพี่น้องจะนะ ขึ้นมาเรียกร้องนี้ไม่ได้อยู่ ๆ ขึ้นมา เขามีการประกาศมาก่อนล่วงหน้า เขามีการดำเนินการมาก่อน ล่วงหน้า แต่ทำไมในคืนนั้นไม่มีฝ่ายการเมืองใดลงไปพบปะเจรจากับพี่น้องประชาชนที่มา เรียกร้องชุมนุม จนในที่สุดฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นฝ่ายตัดสินใจดำเนินการเสียเองในการ ควบคุมพื้นที่บริเวณนั้น มีเสียงครหาเหมือนกันครับว่า ในฝ่ายการเมืองที่ดูแลปัญหาของ ประชาชนที่รับผิดชอบในส่วนรัฐบาลนั้นแบ่งออกเป็นฝักฝ่าย ถ้าฝ่ายหนึ่งรับเรื่องใด อีกฝ่ายหนึ่งจะไม่กล้าเข้ามาดูแล ถ้าอีกฝ่ายหนึ่งรับ อีกฝ่ายหนึ่งก็จะไม่ดูแลในเรื่องนั้น เช่นเดียวกัน ผมไม่ทราบว่านี่เป็นข้อเท็จจริงหรือไม่ แต่ถ้ามีเรื่องนี้คนที่จะเสียหาย คือประชาชนและรัฐบาลเองก็จะเสียหาย เพราะไม่ได้ดูแลปัญหาของพี่น้องประชาชน และแยกไม่ออกจากปัญหาการชุมนุมทางการเมืองโดยทั่วไป นี่เป็นประเด็นแรกที่ผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานไว้ แต่ต้องเรียนท่านประธานต่อว่า หลายคนอาจจะตั้งข้อสังเกตว่า พรรคประชาธิปัตย์เสนอญัตติ แล้วก็มีข้อครหาเหมือนกันว่าคนในพรรคประชาธิปัตย์เข้าไป มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรกับโครงการนี้หรือไม่ ผมก็เรียนท่านประธานตรงไปตรงมาครับว่า ในเรื่องนี้ก็เคยมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ทั้งฝ่ายกล่าวหาและฝ่ายชี้แจงมาแล้ว และเรื่องนี้ก็มีข้อเท็จจริงซึ่งสามารถจะตรวจสอบได้ และในกระบวนการตรวจสอบนั้นผิดถูกอย่างไรก็ว่ากันไปครับ แต่ในฐานะเป็นพรรคการเมือง ซึ่งทำงานเคียงคู่กับพี่น้องประชาชนในภาคใต้มายาวนานนั้น ส.ส. ที่เป็นเจ้าของพื้นที่ อำเภอจะนะ ประทานโทษเอ่ยนามท่านก็คือ พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ วันนี้ท่าน ทราบว่ามีญัตตินี้เข้า แต่เนื่องจากมีภารกิจในพื้นที่จะนะนั่นละครับ ท่านเดินทางไป แต่ผมจะ เรียนท่านประธานว่า ทันทีที่มีการจับกุมพี่น้อง พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ก็ไปเยี่ยมเยียน พี่น้องในตอนเช้าหลังจากวันที่ ๖ ธันวาคม ของวันเกิดเหตุทันทีครับ นี่เป็นภาพที่ ท่าน พลตำรวจตรี สุรินทร์ไปดูแล้ว ซึ่งร่วมกับ ส.ส. อีกหลายท่านที่ไป แต่เราก็ไม่เคยทอดทิ้ง พี่น้อง พลตำรวจตรี สุรินทร์ ได้โทรศัพท์มาหาผมเมื่อสักครู่นี้ว่า ท่านเองนั้นไม่เคยรู้ เรื่องของการจัดตั้งโครงการนี้มาก่อน อย่างที่เพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาชาติได้พูดถึงไว้ เป็นประเด็นที่ผมอยากจะเรียนต่อไปเหมือนกันว่า กรณีการดำเนินการของเจ้าหน้าที่สะท้อน ปัญหาภายในรัฐบาลส่วนหนึ่งในการรับปัญหาของพี่น้องประชาชน และสะท้อนการไม่รู้จัก แยกแยะปัญหาของฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้ว มันมีประเด็นต่อเนื่องครับ ข้อเรียกร้องของพี่น้อง จะนะนั้น ไม่ใช่ไม่มีที่มาที่ไป มันมีที่มาที่ไปที่ชอบธรรมด้วย เรียนท่านประธานครับว่า กลุ่มนี้ใช้ชื่อว่า กลุ่มจะนะรักษ์ถิ่น สิทธิในการปกป้องถิ่นเกิดของตัวเอง เป็นสิทธิตาม ธรรมชาติที่มีมาก่อนรัฐธรรมนูญด้วยซ้ำไป พี่น้องมีสิทธิที่จะปกป้องถิ่นเกิดของเขา รัฐธรรมนูญก็ดี กฎหมายก็ดี จึงจะต้องระบุสิทธิรับรองสิทธินี้ไว้ และเขียนไว้ว่าถ้าจะมี โครงการใด ๆ เช่น โครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของรัฐที่ลงไปในพื้นที่จะต้องมีการมีส่วนร่วม ของพี่น้องประชาชน ประเด็นนี้จะเป็นหัวใจสำคัญท่านประธาน เพราะถ้าเราลงลึกไปค้นถึง ที่มาที่ไปของโครงการเมืองอุตสาหกรรมต้นแบบที่จะนะนี้ ผมเรียนท่านประธานเลยครับว่า ชาวบ้านที่เขาออกมาเรียกร้องมีสิทธิเต็มที่เลยครับที่จะเรียกร้อง เพราะมีประเด็นปัญหา เรื่องความชอบธรรม ความถูกต้องตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมาย รวมทั้งมติ ครม. หรือไม่ ของโครงการนี้ด้วย มีมติ ครม. อยู่ ๒ มติ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของ โครงการเมืองอุตสาหกรรมต้นแบบจะนะ เป็นมติ ครม. เมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ อยู่ในวาระที่ ๑๔ เรื่องการขยายผลโครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ไปสู่เมืองต้นแบบที่ ๔ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา เมืองต้นแบบอุตสาหกรรมก้าวหน้า แห่งอนาคต ซึ่ง ครม. มีมติเห็นชอบไปแล้ว แล้วมติ ครม. ที่เกี่ยวข้องอีกตัวหนึ่งคือ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๓ ครับ🔗
ประเด็นที่สำคัญก็คือว่า ในมติ ครม. เมื่อ ๗ พฤษภาคม ปี ๒๕๖๒ ครม. ได้มีมติเห็นชอบ ๒ ข้อ🔗
ข้อที่ ๑ เห็นชอบในหลักการขยายผลโครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ไปสู่เมืองต้นแบบที่ ๔ คือจะนะ สงขลา ให้เป็นเมืองต้นแบบอุตสาหกรรม ก้าวหน้าแห่งอนาคต เชื่อมโยงกับอีก ๓ เมืองก่อนล่วงหน้านั้นแล้ว เช่น เบตง สุไหงโก-ลก และที่หนองจิก จังหวัดปัตตานี โดยในมติ ครม. นี้ให้มีการจัดตั้งกรรมการบริหารเขตพื้นที่ พัฒนาเฉพาะกิจเมืองต้นแบบ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา🔗
ข้อ ๒ ครับ นี่เป็นข้อที่ผมคิดว่าชาวบ้านมีสิทธิที่จะเรียกร้อง แล้วการ ดำเนินการตามข้อนี้ ถ้าไม่ดำเนินการตามมติ ครม. นั้น ทั้งหลายทั้งปวงที่กำลังพยายามทำ ตอนนี้จะขัดมติ ครม. ครับ เพราะข้อ ๒ ในมติ ครม. เมื่อ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ บอกว่า ให้ ศอ.บต. กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริม การลงทุน สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ สำนักงานสภาความมั่นคง แห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการในขั้นตอนต่อไป ให้ถูกต้องครบถ้วน เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ระเบียบ และมติ ครม. ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งให้รับความเห็น ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปพิจารณาดำเนินการต่อไป ตรงไหนครับที่สำคัญ ตรงที่สำคัญคือดำเนินการในขั้นตอนต่อไปให้ถูกต้องครบถ้วน เป็นไปตามขั้นตอนของกฎหมาย ระเบียบและมติ ครม. ที่เกี่ยวข้อง กฎหมายว่าอย่างไรครับ ระเบียบว่าอย่างไรครับ กลับไปที่รัฐธรรมนูญ ที่พูดถึงเรื่องกระบวนการมีส่วนร่วม ในกรณี ที่มีการดำเนินโครงการที่ไปกระทบกับทรัพยากรของในแต่ละพื้นที่ เพื่อนสมาชิกจาก พรรคภูมิใจไทยพูดตรงนี้ไว้ชัดเจน นอกจากนั้นในส่วนของการดำเนินการให้ถูกต้อง ครบถ้วน ตามระเบียบนี้มันจะมีประเด็นติดตามมาอีกว่า ศอ.บต. เป็นหน่วยงานพัฒนาในพื้นที่ทาง ภาคใต้ที่เข้าไปเกี่ยวข้อง แล้วอ้างว่าได้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติ ศอ.บต. นี้ในมาตรา ๑๐ ผมไปค้นดูมาตรา ๑๐ มาตรา ๑๐ นั้นบอกว่า ในกรณีจำเป็นเพื่อประโยชน์ในการแก้ไข ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. อาจกำหนดเขตในพื้นที่ใดในภาคใต้ เป็นเขตพัฒนา พิเศษเฉพาะกิจ และกำหนดกรอบแนวทางบริหารและการพัฒนาในเขตพื้นที่นั้นได้ แต่กรอบ แนวทางดังกล่าวตามวรรคหนึ่งเมื่อสักครู่นี้ อย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญครอบคลุมด้าน การเมือง เศรษฐกิจ สังคม ศาสนา วัฒนธรรม การศึกษา สาธารณสุข ทรัพยากร เทคโนโลยี การต่างประเทศ การปฏิบัติการเชิงจิตวิทยา การบริหารจัดการและด้านอื่น ๆ แต่ถ้าไปดู ถ้อยแถลงทั้งหมดที่ ศอ.บต. ดำเนินการมีประเด็นเดียวคือเรื่องเศรษฐกิจครับ คำถามผม ก็คือว่า การอ้างโดย ศอ.บต. ก็ดี การดำเนินการในขณะนี้ก็ดี ครบถ้วนถูกต้องตามมติ ครม. ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ หรือไม่ ตอบว่าไม่ครับ เป็นไปตามมาตรา ๑๐ ศอ.บต. ไหม ก็ไม่ครับ ถ้าหากว่าไปเน้นเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจอย่างเดียว ทำไมผมจึงบอกว่า ศอ.บต. ไปเน้น เรื่องเศรษฐกิจอย่างเดียว กลับไปดูคำให้สัมภาษณ์ของผู้อำนวยการ ศอ.บต. ซึ่งสัมภาษณ์ไว้ ในเดือนเมษายน ปี ๒๕๖๔ ท่านได้ระบุไว้ชัดเลยว่า ศอ.บต. ไม่ใช่หน่วยงานหลักในการ ดำเนินการ เป็นคนเตรียมพื้นที่ แต่มีสาระสำคัญคือเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และความยากจนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ในมาตรา ๑๐ ของกฎหมาย ศอ.บต. ที่สภานี้ ผ่านไปอย่างที่เพื่อนสมาชิกบอก ระบุครอบคลุมมากกว่านั้นนะครับว่า จะต้องมีสาระสำคัญที่ ครอบคลุมเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ศาสนา วัฒนธรรม การศึกษา สาธารณสุข ทรัพยากร เทคโนโลยีและเรื่องอื่น ๆ ที่ผมได้พูดไปแล้ว ถ้าเรามุ่งเน้นเฉพาะประเด็น เศรษฐกิจเรื่องนี้ต้องถอยกลับมาทบทวนใหม่ครับ เพราะฉะนั้นจึงชอบธรรมครับ ที่ชาวบ้าน เรียกร้องว่าต้องหยุดกระบวนการทั้งมวลไว้ ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่ง แล้วกรรมการ ชุดนั้นต้องมีส่วนร่วมกับชาวบ้าน กลับไปทำสิ่งที่เรียกว่า เอสอีเอ (SEA) คือการประเมิน ในเชิงยุทธศาสตร์ในการพัฒนา นอกจากนั้นท่านประธานครับ ใน พ.ร.บ. ศอ.บต. มาตรา ๑๐ วรรคสอง บอกว่า แนวทางการบริหารพัฒนานั้นต้องไม่ขัดหรือแย้งต่อนโยบายตาม มาตรา ๔ และยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาที่ ก.บ.ต. ให้ความเห็นชอบแล้ว มาตรา ๔ ของกฎหมาย ศอ.บต. เขียนไว้อย่างไร ท่านประธานครับ สภานี้เป็นคนผ่านไปครับ ในมาตรา ๔ ยิ่งเขียนชัดกว่าอีก มาตรา ๔ บอกว่า นโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดน ภาคใต้ อย่างน้อยต้องมีสาระครอบคลุม ทั้งด้านการพัฒนาและด้านความมั่นคง เพื่อให้ได้ นโยบายที่มาจากความต้องการ และสอดคล้องกับวิถีชีวิตของประชาชน ศาสนา วัฒนธรรม อัตลักษณ์ ชาติพันธุ์ และประวัติศาสตร์ท้องถิ่นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ คำถาม จึงย้อนกลับไปว่า โครงการเมืองอุตสาหกรรมต้นแบบจะนะที่ไปมุ่งเน้นเฉพาะประเด็น เศรษฐกิจมีการพิเคราะห์หรือดำเนินการครบถ้วนถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ และมติ ครม. ครบถ้วนแล้วหรือยัง ถ้าไม่ครบถ้วนโครงการนี้ยังเดินต่อไม่ได้ จะต้องหยุด กลับไป ดำเนินการตามข้อเรียกร้องของชาวบ้าน นั่นคือต้องหยุดกระบวนการทั้งหมด ตั้งคณะกรรมการขึ้นมา วันนี้ผมทราบว่าทางสำนักนายกรัฐมนตรีได้มีการแต่งตั้ง คณะกรรมการชุดนี้ แล้วเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบจากรองนายกรัฐมนตรีประวิตรมาเป็น ท่านรองนายกรัฐมนตรีอีกท่านหนึ่งเป็นผู้ที่เป็นประธานในการเป็นคณะกรรมการตาม ข้อเรียกร้องของพี่น้องประชาชน ถ้าพิเคราะห์ตามเหตุผลของมติ ครม. ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ประกอบกฎหมาย ศอ.บต. กระบวนการทุกอย่างที่เดินมาทั้งหมด ถ้ามี ทีโออาร์ (TOR) เกิดขึ้นก็ดี หรือใครดำเนินการ อย่างไรก็ดี ผมบอกเลยครับ เสี่ยงอย่างยิ่งต่อการขัดทั้งรัฐธรรมนูญ ขัดทั้งกฎหมาย ขัดทั้งมติ ครม. และระเบียบที่เกี่ยวข้องทั้งหมดครับ ผมเรียนท่านประธานต่อครับว่า มันมีประเด็นที่เพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาชาติสักครู่นี้ได้พูดถึง นั่นก็คือมีบริษัทซึ่งจะไป ลงทุนในพื้นที่นี้ได้กำหนดวันที่จะทำเวทีรับฟังความคิดเห็นในเชิงที่จะทำ อีไอเอ (EIA) แล้ว โดยอ้างว่าการทำ อีไอเอ (EIA) นี้เป็นกระบวนการที่เดินไปตามกฎหมายปกติ คำถามที่มัน เกิดขึ้นก็คือว่า ถ้าโครงการนี้เริ่มต้นขึ้นมาโดยขัดต่อมติ ครม. และขัดต่อกฎหมาย ศอ.บต. เสียเองแล้ว กระบวนการดำเนินการของกลุ่มผู้ที่จะลงทุนที่ไปทำ อีไอเอ (EIA) นั้นสามารถ กระทำได้หรือไม่ ผมว่าเรื่องนี้ตอบได้ไม่ยากครับว่าคงไม่สามารถที่จะกระทำได้ วันนี้มีการ ประกาศแล้วนะครับ เพื่อนสมาชิกกำหนดวันไปแล้วด้วยว่าเป็นวันที่เท่าไร ทั้งหมดที่ผมพูด มาตรงนี้มันชี้ให้เห็นถึงปัญหาเรื่องของโครงการเมืองอุตสาหกรรมต้นแบบจะนะว่า การขาด การมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นของประชาชน การไม่ดำเนินการให้ครบถ้วนตามมติ ครม. ระเบียบ กฎหมาย โดยคำนึงถึงผลกระทบทั้งหมดนั้น มันนำมาซึ่งความขัดแย้งระหว่างประชาชน เจ้าของพื้นที่กับโครงการพัฒนาของรัฐเสียเองครับ ความขัดแย้งเช่นนี้ไม่ใช่เพิ่งเคย เกิดขึ้น เคยเกิดขึ้นหลายที่ แต่ถ้าภาครัฐดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอำนาจตัวเองไปโดยที่ ไม่คำนึงถึงการมีส่วนร่วม ประชาชนย่อมมีสิทธิที่จะลุกขึ้นเรียกร้องให้รัฐต้องยุติการกระทำนั้น แล้วดำเนินการปกป้องสิทธิของเขาในฐานะที่เป็นเจ้าของถิ่นที่นั่น ท่านสุรินทร์ ปาลาเร่ โทรกลับมาหาผมบอกว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะต้องมีการไปสอบถามความคิดเห็นของ คนทั้งหมดก่อน ไม่แค่ในอำเภอจะนะ แต่ใน ๓ ตำบลที่พูดถึงที่ได้รับผลกระทบ สอบถาม อีกสักครั้ง อย่างน้อยที่สุดเป็นกระบวนการย้อนกลับไปสู่การดำเนินการให้ถูกต้อง ในกระบวนการทั้งหมดครับ🔗
ในตอนสุดท้ายผมเรียนท่านประธานครับว่า อันนี้ก็เป็นแนวทางซึ่งควร จะเป็นแนวทางนโยบายยุทธศาสตร์ของรัฐบาลด้วยซ้ำไป โครงการ อีอีซี (EEC) ก็ดี เมืองอุตสาหกรรมต้นแบบจะนะก็ดี เกิดขึ้นมาในยุคเมื่อไม่กี่ปีมานี้ครับ ในตอนที่มีการ การยึดอำนาจโดย คสช. แต่ภาคใต้พูดกันมานานแล้วครับ แนวทางของพรรคประชาธิปัตย์ ประกาศชัดเจนมาหลายปีแล้วว่า ภาคใต้จะต้องเป็นภาพที่เติบโตด้วยการท่องเที่ยว และเรื่อง ของวิถีเกษตร เราจึงไม่เห็นด้วยกับแผนการพัฒนาที่ต้องพัฒนาด้วยการใช้อุตสาหกรรมหนัก เมืองอุตสาหกรรมต้นแบบจะนะ ไปอ่านสัมภาษณ์ในหลายที่พูดไว้ชัดเจนในอุตสาหกรรม ที่เกี่ยวข้องว่าเป็นอุตสาหกรรมหนัก เช่น อุตสาหกรรมปิโตรเคมีเหล่านี้เป็นต้น แม้กระทั่ง ท่าเรือน้ำลึกก็จะเกิดขึ้นที่นี่ ถ้าท่านประธานจำได้เคยมีปัญหาประเด็นปัญหาท่าเรือน้ำลึก ที่ปากบารา จังหวัดสตูล ซึ่งพี่น้องประชาชนก็คัดค้าน จนในที่สุดก็ไม่สามารถที่จะทำได้ แต่ถ้าเป็นท่าเรือน้ำลึกสนับสนุนเรื่องสินค้าเกษตรก็ดี เพื่อการท่องเที่ยวก็ดี อันนี้เป็นสิ่งที่ก็จะ สอดคล้องกับแนวทางยุทธศาสตร์ ซึ่งเราเห็นว่าควรจะพัฒนาภาคใต้ไปเช่นนั้น เพราะไม่ควร ทำลายทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงามเพียงเพื่อไปทำอุตสาหกรรม เพราะในที่สุดแล้วการทำ อุตสาหกรรมหนักเหล่านั้นหรือ ทำนิคมอุตสาหกรรมมันจะมีคำถามย้อนกลับมาเหมือน มาบตาพุดที่ระยองครับว่า จีดีพี (GDP) จังหวัดระยองที่โตมากถึงขนาดเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ ถ้าไปนับดูการกระจายรายได้แล้วถามว่าคนระยองแท้ ๆ มีส่วนใน จีดีพี (GDP) กี่เปอร์เซ็นต์ครับ แล้วเงินที่เหลือตกอยู่ในมือใคร อันนี้เป็นคำตอบที่หาได้ไม่ยาก ในนามของ พรรคประชาธิปัตย์เราจึงเห็นว่าการยื่นญัตตินี้เป็นความจำเป็น และเป็นเรื่องที่รัฐบาลจะต้อง รับกลับไปทบทวนการดำเนินการทั้งหมดกรณีของโครงการจะนะ และจะต้องไปดูแลเรื่องของ การรับปัญหาของพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ท่านผู้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ๕ ท่านได้มีโอกาสเสนอญัตติโดยไม่จำกัดเวลานะครับ เพราะฉะนั้นทุกท่านลงรายละเอียด ต่อไปจะเปิดโอกาสให้ท่านสมาชิกได้อภิปราย แต่ผมขอเรียนว่ามีสมาชิกส่งชื่อมาทั้งหมด ๗ ท่านนะครับ ผมจะอ่านให้เราได้รับทราบ แล้วก็จะจำกัดอยู่ ๗ ท่านนี้ ๑. นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี ๒. นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ๓. นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ๔.นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ ๕. นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ๖. พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ๗. นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา ผมดูแล้วกระจายยุติธรรม พรรคก้าวไกล ๒ พรรคเพื่อไทย ๓ พรรคประชาชาติ ๑ พรรคภูมิใจไทย ๑ ก็ขออนุญาต สมาชิกนะครับว่าจะอนุญาต และประเด็นใดที่ซ้ำสมาชิกไม่จำเป็นต้องพยายามพูดให้มันครบ ๗ นาที ถ้าเห็นว่าซ้ำไม่ต้องครบ ๗ นาทีก็สามารถจบได้โดยเร็ว ขอเชิญท่านแรกครับ คุณกัญจน์พงศ์ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม กัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกล ก่อนอื่นเลยก็ต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ พรรคที่มาร่วมยื่น ญัตติด่วนในวันนี้ด้วยวาจา ก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายอันดีที่ทุกท่านเห็นความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นพรรคที่มาจากฝ่ายรัฐบาลรวมถึงพรรคที่มาจากฝ่ายค้าน ก่อนอื่นเลยเดี๋ยวเจ้าหน้าที่ผมขอสไลด์ (Slide) ด้วยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมจั่วหัวไว้เลยนะครับว่า ปัญหาจะนะรอนสิทธิเอื้อทุน รอนสิทธิหมายความว่าอย่างไรครับ ท่านประธาน ประชาชนใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ เท่าที่ผมดูรัฐธรรมนูญที่ให้สิทธิพี่น้อง ประชาชนในการปกป้องสิทธิตนเองมีอยู่หลากหลายมาตราครับ ท่านประธานครับ มาตราแรกเลยนะครับ มาตรา ๔๓ เรื่องของบุคคลและชุมชนย่อมมีสิทธิจัดการบำรุงรักษา และใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและความหลากหลายทางชีวภาพ อย่างสมดุลและยั่งยืนตามวิธีการที่กฎหมายบัญญัติ ถัดมาครับ มาตรา ๔๔ ครับ บุคคลย่อมมี เสรีภาพในการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ ถัดไปครับ หมวดหน้าที่ของรัฐ มาตรา ๕๗ รัฐต้อง (๒) อนุรักษ์ คุ้มครอง บำรุงรักษา ฟื้นฟู บริหารจัดการ และใช้หรือจัดให้มีการ ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพให้ เกิดประโยชน์อย่างสมดุลและยั่งยืน โดยต้องให้ประชาชนและชุมชนในท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง มีส่วนร่วมดำเนินการและได้รับประโยชน์จากการดำเนินการดังกล่าวด้วยตามที่กฎหมาย บัญญัติ มาตรา ๕๘ การดำเนินการใดของรัฐหรือที่รัฐจะอนุญาตให้ผู้ใดดำเนินการ ถ้าการนั้น อาจมีผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ คุณภาพสิ่งแวดล้อม สุขภาพ อนามัย คุณภาพชีวิต หรือส่วนได้ส่วนเสียสำคัญอื่นใดของประชาชน หรือชุมชน หรือสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง รัฐต้องดำเนินการให้มีการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม และสุขภาพ ของประชาชนหรือชุมชน และจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของ ประชาชนและชุมชนที่เกี่ยวข้องก่อน ที่ผมจำเป็นต้องอ่านเพื่ออะไรครับ เพราะพี่น้อง ประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้าน ณ ตอนนี้ อาจจะยังไม่ได้เข้าใจกฎหมายเหมือนเพื่อน ๆ สมาชิก ทุกคน เนื่องจากรัฐธรรมนูญของเรามีการระบุสิทธิและหน้าที่เสรีภาพของพี่น้องประชาชน เอาไว้ค่อนข้างชัดเจน ที่ผมจะต้องมากล่าวถึงสิทธิก่อน เนื่องจากว่าขั้นตอนการดำเนินงาน ของภาครัฐครับท่านประธาน ได้มีการลิดรอนสิทธิของพี่น้องประชาชนไป ผมถามว่าพี่น้อง ประชาชนจะทำอย่างไร ถ้ายังมีการดำเนินการในพื้นที่อยู่ในวันที่ ๑๓-๒๐ นี้ ที่จะมี การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นเพื่อขับเคลื่อนกระบวนการการทำอีไอเอ (EIA) หรือการทำ ผังเมืองในพื้นที่จะนะอยู่ อันนี้คือหนทางสุดท้ายที่พี่น้องชาวจะนะออกมาใช้สิทธิของตัวเอง ตามรัฐธรรมนูญครับท่านประธาน ภาคประชาชนทำอย่างนี้ภาครัฐทำอะไร ลิดรอนสิทธิเขา อย่างไรครับ ตามสไลด์ (Slide) เลยครับ การสลายการชุมนุม เดี๋ยวขอกลับไปสไลด์ (Slide) แรกก่อนนะครับ ผมจำเป็นต้องอ่านข้อนี้ครับท่านประธาน นี่คือข้อหาที่พี่น้องจะนะได้รับ ในวันนั้นอาจจะยาวนิดหนึ่ง เพราะว่าตำรวจแจ้งข้อหานี้กับประชาชนที่ไปเรียกร้องสิทธิของตนเองตามรัฐธรรมนูญครับ ท่านประธาน ร่วมกันชุมนุมหรือทำกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค ในพื้นที่มีประกาศ หรือคำสั่งกำหนดให้พื้นที่นำร่องการท่องเที่ยวและเข้มงวด พื้นที่นำร่องการท่องเที่ยว พื้นที่ควบคุม พื้นที่เฝ้าระวังสูง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมกันติดตั้ง แขวน วางหรือกองสิ่งใดในเขตทางหลวงในลักษณะที่เป็นการกีดขวางหรืออาจเป็นอันตราย แก่ยานพาหนะ หรือในลักษณะที่ทำให้เกิดความเสียหายแก่ทางหลวง หรือความไม่สะดวก แก่งานทาง และร่วมกันกระทำการปิดกั้นทางหลวง หรือวางวัตถุที่แหลม หรือมีคม หรือนำสิ่งใด มาขวางหรือวางบนทางหลวง หรือกระทำด้วยประการใด ๆ บนทางหลวงในลักษณะ ที่อาจเกิดอันตราย หรือเสียหายแก่ยานพาหนะหรือบุคคล และร่วมกันกีดขวางทางสาธารณะ จนอาจเป็นอุปสรรคต่อความปลอดภัย หรือความสะดวกในการจราจร คร่าว ๆ ครับ ท่านประธาน เพราะมันจะยาวมากผมตั้งคำถามครับวันนั้นคืนวันที่ ๖ ผมไปสังเกตการณ์ด้วย ที่สโมสรตำรวจ ได้เข้าไปฟังคำชี้แจงของตำรวจที่ดำเนินการ เขาบอกอย่างนี้ครับระหว่าง ที่มีการชุมนุม เขามีการเข้าไปเจรจากับผู้ชุมนุมแล้วว่าให้ย้ายจากจุดที่ผู้ชุมนุมอยู่ที่ หน้าทำเนียบไปอีกจุดหนึ่งที่ทางราชการจัดให้ ผู้ชุมนุมยืนยันที่จะไม่ย้ายครับ ขอยืนยัน ที่จะอยู่หน้าทำเนียบ จึงมีการสลายการชุมนุมอย่างที่เกิดขึ้น คำถามของผมครับท่านประธาน ถ้าพี่น้องประชาชนย้าย เขาจะไม่ผิด พ.ร.ก. ฉุกเฉินฉบับนี้ใช่หรือไม่ การย้ายไปที่ที่ตำรวจ เตรียมไว้ให้ มันตอบโจทย์ต่อการแพร่โรคอย่างไร สรุปแล้ว พ.ร.ก. ฉบับนี้เอาไว้ควบคุม เพื่อไม่ให้ใช้สถานที่นี้ สถานที่หน้าทำเนียบในการใช้สิทธิของประชาชนใช่หรือไม่ ถ้าเป็นแบบนี้ ทำไมไม่ออกกฎหมายไปเลยละครับ ว่าต่อไปหน้าทำเนียบใครก็มาใช้ไม่ได้ แม้ว่าจะเป็นสิทธิ จากกฎหมายสูงสุดของประชาชนก็ตาม ดูรูปท่านประธาน ตำรวจบอกว่าใช้วิธีละมุนละม่อม ให้รูปฟ้องครับท่านเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้หญิงคนนั้นกำลังจับอยู่นั่นคือขาของผู้ชุมนุมครับ ๒ ข้าง รูปเล็กด้านหน้าอุ้มทั้งหมด ๓ คน คนหลังจับขา ๒ ข้าง คนหน้าหิ้วปีก ๒ ข้าง อันนี้หรือครับคือการเชิญขึ้นรถโดยไม่ใช้ความรุนแรง ยังมีกรณีที่พี่น้องประชาชนชาวจะนะ ผู้มาเรียกร้องหัวโนเนื่องโดนกดลงกับพื้น แล้วใช้รองเท้าหรือใช้เข่าเหยียบตรงขอบ ถ้าแบบนี้ ไม่ใช้ความรุนแรง ผมทำกับเจ้าหน้าที่แบบนี้ได้บ้างไหมครับ ต่อมาครับขอสไลด์ (Slide) ถัดไปเลยครับ การปิดกั้นสื่อมวลชนครับท่านประธาน เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะก็บรรจุ อยู่ในรัฐธรรมนูญเหมือนกันครับท่านประธาน ในมาตรา ๓๕ บุคคลซึ่งประกอบวิชาชีพ สื่อมวลชน ย่อมมีเสรีภาพในการเสนอข่าวสาร หรือการแสดงความคิดเห็นตามจริยธรรม แห่งวิชาชีพ มีรายละเอียดตามท้ายอีก แต่ผมขอไม่อ่านแล้วเพราะเวลาผมใกล้จะหมด ท่านประธานครับ นี่คือภาพข่าวที่สื่อมวลชนออกมาหลังจากเหตุการณ์วันนั้น อันนี้ไม่ใช่ สิ่งที่ผมพูดเอง แต่สื่อมวลชนสะท้อนออกมาว่ารัฐกำลังทำอะไรของเขาอยู่ มีการกันสื่อมวลชน ออกไป ในขณะที่กำลังจะสลายการชุมนุม มีการตั้งโล่ขึ้นมาในระดับสูงเพื่อไม่ให้บันทึกภาพได้ มีการสาดไฟฉายที่มีความแรงของแสงค่อนข้างสูงใส่กล้องสื่อมวลชนเพื่อไม่ให้บันทึกภาพได้ ท่านกำลังจะทำอะไรครับ ทำไมต้องปิดหูปิดตาประชาชนและลิดรอนสิทธิสื่อมวลชนแบบนี้ ทั้งที่ระบุอยู่ในรัฐธรรมนูญ นี่คือพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่รัฐที่หัวหน้ารัฐบาลบอกให้ทุกคน เคารพกฎหมาย เคารพสิทธิคนอื่นตามรัฐธรรมนูญที่ท่านอ้างถึงมาตลอดเวลา ขอสไลด์ (Slide) สุดท้ายครับ นี่คือรูปที่ผมไปร่วมงานที่ทุกคนกล่าวถึง ก็คืองานรับฟังความคิดเห็น ที่พื้นที่จะนะ ผมไม่สามารถจะโชว์รูปทั้งหมดครับ สภาพที่เห็นเจ้าหน้าที่ยืนปิดประตูทางเข้า น่าจะเป็นกองร้อยน้ำหวาน อย่างที่ใช้คำตรงนี้กันเป็นผู้หญิงบวกกัน แถวหน้าประตู แถวหลังประตู ด้านหลังยังมี คฝ. ควบคุมฝูงชนอีก และยังมีรถที่มีการติดตั้งระบบการฉีดน้ำ ผมถามว่าจริง ๆ แล้วมันอำนวยความสะดวกต่อการรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน อย่างไรผมไปในเหตุการณ์นี้ ไม่ใช่ไปคนเดียวครับท่านประธาน มี ส.ส. ปดิพัทธ์ สันติภาดา ในขณะนั้นเป็นประธานกรรมาธิการการมีส่วนร่วม ส.ส. อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส. เบญจา แสงจันทร์ นั่งอยู่ข้าง ๆ ผมนี่ ส.ส. ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ไปร่วมสังเกตการณ์ ท่านประธานครับ ปิดกั้นถนนกัน ๒ กิโลเมตร ตรวจบัตรแล้วตรวจบัตรอีก คนที่ไม่มี ภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ตรงนี้ไม่ต้องเข้า แล้วเกิดอะไรขึ้นครับ มีแต่ผู้สนับสนุน ผู้ที่ไม่เห็นด้วย กับโครงการไม่ได้เข้า แบบนี้ลิดรอนสิทธิไหมครับ เพื่อนสมาชิกเพิ่งอ่านไปเมื่อสักครู่นี้ ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ขออนุญาตที่ต้องเอ่ยนาม ท่านบอกชัดเจนว่าเป็นสิทธิอยู่ ที่จะต้องรับฟังความคิดเห็นของประชาชนให้รอบด้าน แต่ถ้าทำแบบนี้ พฤติกรรมแบบนี้ท่านประธานครับ การใช้อำนาจแบบนี้ เป็นไปไม่ได้เลย ที่โครงการมันจะได้รับการยอมรับจากคนในพื้นที่ ประชาชนทำอย่างไรครับ ไปตั้งเวทีย่อย ที่ตลาดห่างจากจุดนี้ไปประมาณ ๕-๗ กิโลเมตร ผมและท่านเบญจาไปนั่งฟังอยู่ เขาบอก ชัดเจนว่าเขาโดนกีดกันจากการเข้าร่วมกระบวนการนี้ ดังนั้นข้อเสนอของผมก็คือ ผมสนับสนุนข้อเสนอของ ส.ส. เบญจาในทุกข้อ และขอให้ภาครัฐระงับการดำเนินการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องของโครงการนี้ ที่กำลังเดินหน้าอยู่ทุกอย่างไปก่อนจนกว่าจะมีข้อสรุปที่ถูกต้อง และรอบด้าน ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณครูมานิตย์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ผู้แทนพรรคเพื่อไทยจากเมืองสุรินทร์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับ มอบหมายจากท่านนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้ร่วมอภิปรายในกรณี ที่การสลายม็อบ (Mob) เมื่อคืนวันที่ ๖ ธันวาคมที่ผ่านมา เพราะว่าพรรคเพื่อไทยนั้นเขียนไว้ ชัดเจนว่า เราเพื่อไทย หัวใจคือประชาชน ผมฟังหลายท่านอภิปรายมา ทั้งผู้เสนอญัตติ ทั้ง ๓-๔ ท่าน และผู้ที่เสนอนำ ผมคงไม่ได้ลงไปในรายละเอียดของรัฐธรรมนูญที่มาปกป้อง สิทธิของพี่น้องประชาชน หรือไม่ว่าในหน้าที่ของรัฐ แต่แน่นอนที่สุดครับ หน้าที่ของรัฐบาลนั้น ก็คือบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับพี่น้องประชาชน วันนี้ผมไม่เชื่อว่าพี่น้องที่มาจากจะนะ หรือกลุ่มจะนะรักษ์ถิ่นเขาไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีของบ้านเมือง แต่ผมเชื่อ แน่นอนว่าปัญหาย่อมเกิดขึ้น และคงจะเป็นปัญหาที่ซับซ้อน หลายท่านบอกว่ารัฐบาล ทำเพื่อให้มั่งคั่ง มั่นคง และยั่งยืน ไม่รู้ว่าใครมั่นคงครับ แล้วไม่รู้ว่าใครจะเกิดความมั่งคั่งขึ้น เพราะอย่างน้อย ๆ ก็ได้เห็นกันชัดเจนว่า ที่ดินนั้นมันเพิ่มราคาขึ้นมาเยอะแยะ ถามว่าพี่น้อง ที่เกิดอยู่ที่นั่นเขาได้อะไรกับเรื่องเหล่านี้ไหม ผมไม่เชื่อว่าได้ครับ ผมเชื่อว่าเป็นกลุ่มทุน แล้วกลุ่มผู้มีอำนาจในรัฐที่แสวงหาผลประโยชน์กันอยู่ในวันนี้ แล้วยั่งยืนใครยั่งยืนครับ ถ้าเขาคิดว่ายั่งยืนก็คงไม่นั่งรถกันมาเป็นพันกิโลเมตร ผมเสียดาย ผมเป็นผู้แทนเมืองสุรินทร์ พรรคเพื่อไทยเราไม่มีผู้แทนในทางใต้ เราอาจจะไม่รู้ปัญหาที่ลึกซึ้งมาก แต่เอาละครับ ในเมื่อเราเป็นพรรคการเมือง เราห่วงใยพี่น้องทั่วทั้งประเทศ แล้ววันนี้เห็นได้ชัดว่ารัฐบาลนี้ รังเกียจคนจน ไม่ให้ความสำคัญกับคนจน เขาเดินทางมาพันกิโลเมตร แค่ลงมาเจรจาความ กับเขา มาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับเขา ยังไม่ยอมลงมา ปล่อยให้ตำรวจ ตำรวจนี้ น่าเห็นใจมาก เป็นกระโถนที่รัฐบาลใช้โดยอาศัย พ.ร.ก. ที่ผมเรียก พ.ร.ก. นี้ว่า พ.ร.ก. ฉาบฉวย ซึ่งชื่อเต็มว่า พ.ร.ก. ฉุกเฉิน แต่รัฐบาลนี้ฉาบฉวยมาตลอด เอามาใช้ไม่รู้สถานการณ์ อะไรต่ออะไร เขามานี่ไม่ได้การเมืองเลย ผมเคยเรียกร้องในเรื่องเด็กที่มาเรียกร้องที่ดินแดง ก็ไม่ได้รับการลงมาเจรจาความ ปล่อยให้ตำรวจเข้าไปปะทะกันทุกวัน เปลืองงบประมาณ วันละ ๔-๕ ล้าน ก็ไม่เป็นไร เพื่อรักษาเสถียรภาพความมั่นคงของความเป็นนายกได้ให้ อยู่ยาวนานที่สุด เพื่อพวกพ้อง เพื่อกลุ่มทุน เพื่ออำนาจ วันนี้เดือดร้อนกันทั้งแผ่นดินครับ แล้วใครพูดหยาบกับรัฐบาลนี้ไม่ได้ ท่านประธานเห็นไหมครับ ไปอุดรธานี เขาจัดไว้เรียบร้อยหมด ซ้อมแถว ซ้อมคำเยินยอ ซ้อมยกป้าย มีผู้หญิงคนเดียวไปพูดแค่ว่า ถ้านายกแก้ไขปัญหา อะไรไม่ได้ พัฒนาอะไรไม่ได้ ก็เกษียณไป นี่ก็พูดเพราะนะครับ คนอุดรธานีพูดคำว่า เกษียณ ถ้าเป็นคนที่อื่นอาจจะบอกว่า ออกไปเสีย แล้วก็ออกไปโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ นี่พิสูจน์ให้เห็น เลยครับว่าคนที่มาบริหารประเทศนั้น ขาดทั้งความรู้ ขาดทั้งเรื่องอารมณ์ ขาดทั้งเรื่องสังคม แล้วขาดสติปัญญา ประเทศชาติมันเดินไปไม่ได้หรอกครับ ผมเสียใจจริง ๆ ผมสงสารตำรวจที่เห็นเหตุการณ์ เพราะคนมีอำนาจสั่ง แต่คนมีอำนาจ ไม่ยอมมาเจรจาความ ท้ายที่สุดตำรวจก็รับกรรมไปอีก ทางนี้ก็รับกรรมไปอีก แต่ผู้มีอำนาจ ยังอยู่สบาย ยังคิดจะเดินหน้า แล้วก็โยนกันไปโยนกันมา วันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๖๓ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ธรรมนัส พรหมเผ่า ขออนุญาตที่เอ่ยนาม แต่ไม่เสียหาย ร่วมคณะไป เซ็นสัญญาเอ็มโอยู (MOU) กลับมารายงานรัฐบาล รัฐบาลบอกว่าไม่เคยรู้ ไม่เคยเห็น เพื่อเอาตัวเองให้มันรอด อย่างนี้มันใช้ไม่ได้ มันต้องยอมรับในกติกา ผมชอบน้องสาวคนนั้น ผมไม่เอ่ยนามหรอกครับ กลัวจะเอ่ยนามเขาผิด เขาบอกว่า ร้อยเอก ธรรมนัส ไปในนาม ตัวแทนรัฐบาลที่ไปทำเอ็มโอยู (MOU) ไม่ใช่ทำในนามของ ร้อยเอก ธรรมนัส แต่รัฐบาลกลับ แบะ ๆ ไม่รู้ไม่ชี้ ท่านประธานที่เคารพครับ เวลาน้อย หลายท่านได้ก็อภิปรายเรื่อง รัฐธรรมนูญมาแล้ว ผมคงไม่ซ้ำ เพียงแต่ผมอยากสะกิดเตือนผู้มีอำนาจรัฐ อย่าคิดแต่หวง ตำแหน่ง อย่าคิดแต่หวงอำนาจไว้ บ้านเมืองเขาเดือดร้อนไปทุกอย่างแล้ว แล้วแยกแยะด้วย ว่ากลุ่มที่มาเรียกร้องที่ผมต้องลุกขึ้นมาพูด เพราะเป็นผู้มาเรียกร้องโดยบริสุทธิ์ใจ ทุกคนรัก แผ่นดินเกิด ทุกคนไม่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงของบ้านเมือง ในทางตรงกันข้ามจะเอา ชาวเลมาทำงานอุตสาหกรรม มันไม่ได้ท่านประธาน จะเอาครูอย่างครูมานิตย์ไปพูดเรื่อง เศรษฐกิจ เรื่องเศรษฐศาสตร์มันไม่ได้ รัฐบาลที่มันเจ๊งวันนี้เพราะเอาคนไม่รู้เศรษฐกิจมา บริหารเศรษฐกิจ เอาคนไม่รู้เศรษฐศาสตร์มาบริหารเศรษฐศาสตร์ เห็นไหมครับ เศรษฐกิจ มันก็พาลเจ๊งไปหมด เหมือนกับวันนี้ภูมิปัญญาชาวบ้านที่เขาบอกเรื่องข้าวอะไรที่อร่อยมาก ที่เอาปลามาทำ มันเป็นภูมิปัญญาความรู้ของเขา แล้วคุณจะไปเปลี่ยนวิถีชีวิตของเขาหมด เขาก็ต้องลุกมาสู้สิครับ เขาไม่ปล่อยกับรัฐบาลที่สมองกลวง ผู้นำจำอวด วัน ๆ พูดแต่ นะจ๊ะ นะจ๊ะ แต่พอม็อบ (Mob) จะนะมา ไม่รู้เรื่อง ไม่สนใจ อย่างนี้มันจะไปได้อย่างไรครับ พวกผมก็เลยเป็นห่วงพี่น้อง ผมเห็นใจพี่น้อง ส.ส. โดยเฉพาะพี่น้อง ส.ส. มุสลิมที่ลุกขึ้นหารือ เมื่อ ๒ วันที่ผ่านมา ทุกพรรคที่เป็นรัฐบาลท่านจะอยู่ภายใต้ผู้นำแบบนี้หรือ ทุกพรรคที่อยู่ รัฐบาลท่านลุกขึ้นมาตำหนิแล้วท่านยังยืน เขาเรียกว่า พายเรือให้คนไร้สมองนั่ง อย่างนี้ บ้านเมืองมันไปไม่ได้หรอกครับท่านประธาน🔗
ท้ายที่สุดท่านประธานครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน ท่านประธาน มองหน้าผมแล้ว ท่านประธานครับ ผมเห็นใจพรรคเพื่อไทย เราเป็นห่วงเป็นใยกับพี่น้อง แล้วผมไม่อยากให้โทษตำรวจมากนัก จริง ๆ ผมไม่ได้เกี่ยวพันอะไรกับตำรวจหรอกครับ แต่ตำรวจเขามีหน้าที่ที่จะต้องปฏิบัติตามคำสั่ง ถ้าเป็นคำสั่งโจร ให้ตำรวจไปเป็นโจร ตำรวจ ก็ต้องเป็นโจร คำสั่งคนมีความรู้แบบท่านประธานก็ต้องไปเป็นคนดี ต้องไปทำในสิ่งที่ดี ฉะนั้นผมไม่อยากให้โทษมากครับ ผมเลยฝากรัฐบาลไว้ว่าเขาไม่เดือดร้อน เขาไม่ลำบาก เขาไม่เดินทางมาเป็นพันกิโลเมตร เด็กเล็กเด็กแดงมา น้องผู้หญิงคนที่เป็นแกนนำยืนร้องไห้ นี่ที่ผมลุกขึ้นมาพูดผมขออนุญาตหมอชลน่าน หมอชลน่านบอกว่าเอาเลย ผมไม่อยากเห็น เด็ก ๆ เหล่านี้ลุกขึ้นมาต่อสู้กับรัฐบาลแล้วรัฐบาลไม่เหลียวแล ท่านอย่าคิดนะครับว่าการ ใช้อำนาจ การใช้อาวุธที่จะเอาชนะข้อเท็จจริงมันชนะไม่ได้ คุณชนะได้ประเดี๋ยวประด๋าว แต่บ้านเมืองที่จะเกิดสันติสุขได้ บ้านเมืองต้องการที่จะแก้ปัญหาได้ ต้องมีการเจรจา แลกเปลี่ยนหาข้อตกลง ผมเห็นด้วยกับท่านสาทิตย์ วันนี้ยุติเสีย แล้วปล่อยเขากลับบ้าน อย่าต่อรองเงื่อนไข อันนี้อะไร บอกว่าถ้ากลับพรุ่งนี้จะไม่เอาเรื่อง จะไม่เอากฎหมาย พ.ร.บ. ชุมนุม จะไม่เอา เรื่อง พ.ร.ก. ฉุกเฉินมาใช้ อย่างนี้ผิดมาตรา ๑๕๗ รัฐบาลผิดแล้วนี่ ผมไม่รู้จะหาใคร ไปแจ้งความดำเนินคดีกับละเมิด ผมก็เลยขอฝากไว้ว่ายุติเสีย ไปหาข้อมูลที่ดีเจรจาที่ดี แล้วให้ความเป็นธรรมกับเขา ให้โอกาสเขา แผ่นดินของเขา เขาย่อมรักแผ่นดินเกิด คุณจะหา ผลประโยชน์ให้กับพวกพ้อง ให้ประโยชน์กับกลุ่มทุน วิธีการอื่นที่คุณทำกับประเทศนี้มา เยอะแยะมากมายก่ายกองแล้ว จนรวยมหาศาล มั่งคั่ง ยั่งยืน ความเหลื่อมล้ำฟ้ากับดิน เปรียบเทียบกันแล้ววันนี้ คุณยุติเถอะครับเรื่องนี้ ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงรายครับ พรรคเพื่อไทยได้เห็น ความสำคัญแล้วก็อยากจะให้เพื่อนสมาชิกพรรคเพื่อไทยทุกคนนะครับ ได้มีการให้ การสนับสนุนต่อญัตติด่วนในการที่รัฐบาลได้ใช้กำลังสลายม็อบ (Mob) จะนะรักษ์ถิ่น เมื่อวันที่ ๖ ที่ผ่านมาครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอาจจะเลยเวลาไปนิดหน่อย แต่ขอเรียนเอกสารให้ท่านประธานได้รับทราบก็คือว่า มีคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ ๒๐/๒๕๖๔ เรื่องการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีดำเนินการขยายผลโครงการ ต้นแบบ “สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน” ไปสู่เมืองต้นแบบที่ ๔ อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอ่านเร็ว ๆ ท่านประธานคณะนี้ก็คือรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง แรงงาน อาจารย์นฤมล มีปลัดกระทรวงอีก ๕-๖ นะครับ สำนักนายก กระทรวงเกษตร กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงพลังงาน ปลัดมหาดไทย ปลัดแรงงาน ปลัดอุตสาหกรรม และเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ตลอดจนถึงผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา อำนาจหน้าที่คณะชุดนี้ก็คือ ๑. ตรวจสอบข้อมูล ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการขยายโครงการ ๒. ศึกษาและทบทวนปัญหารวมถึงการศึกษา ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น และ ๓ เสนอแนะแนวทาง กำหนดนโยบายและมาตรการแก้ไข ตามข้อเรียกร้อง หนังสือนี้ลงนามโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๔ ท่านประธานครับ ผมฟังแล้วก็ค่อนข้างงง ๆ มันเป็นเรื่องที่ ผมนึกไม่ออกจริง ๆ ครับ มันเรื่องสมคบคิดกันหรือเปล่าครับนี่ นั่นหมายถึงอย่างไรครับ เพราะเมื่อหลังจากนั้นนะครับ มันก็จะมีหนังสือแต่งตั้งที่มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วย ในขณะนั้น ท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ไปแก้ปัญหาเกี่ยวกับเรื่องม็อบ (Mob) จะนะนี่ละครับ เมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๓ และมีหนังสือแจ้งรายละเอียดนะครับ เพื่อนสมาชิกได้กล่าวไว้แล้วก็คือว่า พอหลังจากเจรจาวันที่ ๑๕ ท่าน พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ก็จะนำเข้า ครม. มีลายเซ็น มีเอกสารหนังสือทั้งหมดนะครับ ผมจะขออนุญาต ท่านประธาน เพื่อให้ประหยัดเวลาจะไม่อ่านครับ ท่านประธานครับ มันเป็นเรื่องที่ พรรคพลังประชารัฐ นายกทะเลาะกับลูกน้องเก่า และถึงเวลาขึ้นมานี่มันเล่นละครกัน หรือเปล่า พอถึงเวลาขึ้นมานี่ตัวท่านนายกก็บอกว่า ไม่เห็นรู้เรื่องเลย ถึงเวลาขึ้นมานี่ คุณเจรจาอะไรก็ว่ากันไป เพราะว่ายังไม่มีรายละเอียดที่จะมาเข้า ครม. แต่ท่านประธานครับ ท่าน ร้อยเอก ธรรมนัสก็ได้มาชี้แจงบอกว่า มีการประชุมกันชั่วโมงครึ่งครับ ในวันดังกล่าว วันที่ ๑๔ ธันวาคม เข้าวันที่ ๑๕ และเป็นวาระเพื่อทราบ คนเป็นนายกรัฐมนตรีก็ออกมาบอกว่า ไม่รู้เรื่อง แต่หลังจากนั้นท่านก็บอกว่าอย่างนี้ครับ ยังไม่เป็นมติ ครม. ซึ่งถ้าเป็นอย่างนี้ขึ้นมา ศักดิ์ศรีของคนเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศไทยอยู่ตรงไหนครับ มันพูดแล้วกลับไปกลับมา พูดแล้วไม่จริง อีกหน่อยต่างชาติใครที่จะมาเจรจาความเมืองนี่ใครจะกล้าคุยกับนายกครับ คุยแล้วเดี๋ยววันดีคืนดีนายกเกิดเปลี่ยนใจ นายกไม่รับเรื่อง นายกไม่เอาด้วย และอะไร เกิดขึ้นมาครับ อย่าลืมนะครับ ท่านไม่ได้เป็น พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นะครับ ท่านเป็น นายกรัฐมนตรีของประเทศไทย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องที่จะขออนุญาตเรียน ท่านประธานว่า ในเรื่องม็อบ (Mob) ในเรื่องรายละเอียดนี่ครับ ผมจะไม่พูดถึง เพราะเพื่อน สมาชิกได้เล่าไปแล้วมีข่าวสื่อสารออกไปเต็มเลย แต่สิ่งที่ผมอยากจะเรียนท่านประธานก็คือว่า สาเหตุที่เกิดเรื่องนี้ขึ้นมานี่ครับ มันนิดเดียวครับ เป็นเรื่องน้ำผึ้งหยดเดียวจริง ๆ ครับ และเป็นเรื่องความใจแคบ ความไม่มีภาวะ ความเป็นผู้นำ ความไม่เข้าใจรายละเอียด หรือท่านอาจจะต้องเอาใจนายทุน ผมก็ไม่ทราบได้ เรื่องของเรื่องคือว่า ตอนเจรจานี่ท่านธรรมนัสเจรจารับเรื่องราวเด็ก ๆ เหล่านี้ครับ เขาก็มา ยื่นหนังสือในเชิงสัญลักษณ์ทุกวัน ๆ มาแค่ไม่กี่คนนะครับ ผมขออนุญาตท่านประธานนะครับ🔗
ผมมีรูป ๒-๓ รูป ซึ่งไม่ได้เสียหาย อะไร แล้วก็เป็นรูปที่ลงตามสื่ออยู่แล้ว เด็กเหล่านี้ก็มายื่นหนังสือ พอยื่นหนังสือเสร็จปั๊บ ปรากฏว่าหลังจากนั้นนะครับ ท่านธรรมนัสลาออกจากตำแหน่งนะครับ โดนปลด ว่าอย่างนั้นเถอะครับ เมื่อ ๙ กันยายน ๒๕๖๔ หลังอภิปรายไม่ไว้วางใจ พอหลังจากนั้นมา มันก็เกิดไม่แน่ใจเด็ก ๆ เหล่า ๆ นี้ครับ เขาก็มาแค่ทวงถามว่าที่สัญญากันไว้ตามข้อสัญญา ที่รัฐบาลไปเซ็นไว้ว่าจะให้มีการทบทวนใหม่ ทำอีไอเอ (EIA) สิ่งไหนที่ดีเป็นทะเลก็เก็บไว้ สิ่งไหนที่จะเป็นนิคมอุตสาหกรรมก็ทำไป ผมเรียนท่านประธานว่าทุก ๆ ประเทศครับ การพัฒนามันมีทั้งบวก ทั้งลบ แต่ดีที่สุด ก็คือคุณจะต้องฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งนะครับ เกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อม ผมเสียดายนะครับท่านประธาน วันนั้น เกิดเหตุคือเขาเอาคนที่ทางกลุ่มเด็ก ๆ หรือกลุ่มจะนะรักษ์ถิ่นเขาไม่ไว้วางใจครับ ไปถึงก็จะ ไปบอกรับเรื่องจะไปเจรจา เขาก็ไม่ยอมรับฟัง พอถึงเวลาขึ้นมาเขาก็ห่วงลูกห่วงหลานครับ ๓๗ คน ผู้หญิง ๓๖ คน ผู้ชายคนเดียวครับ แล้วก็มีทั้งคนแก่ มีผู้หญิง มีเด็ก ปรากฏว่า บอกไม่ได้แล้วอย่างนี้ต้องสั่งสอน เสร็จแล้วจับไปที่สโมสรตำรวจครับ พวกเราไปเยี่ยมกัน หลายคน ผมทราบข่าวมาว่าเพื่อนพี่น้องที่อยู่ตำรวจนี่ครับ เขาก็บอกมีคำสั่งข้างบนมาบอกว่า เอาไปสั่งสอนก่อน แล้วถึงเวลาก็ปล่อยไป เรื่องนี้ครับท่านประธานครับ มันเป็นเรื่อง น้ำผึ้งหยดเดียวจริง ๆ ยิ่งเมื่อสักครู่ผมเห็นท่านเพื่อนสมาชิกได้เสนอ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทางพรรคประชาธิปัตย์ ผมก็ยิ่งงงไปใหญ่ เมื่อวานนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ก็คือคุณนิพนธ์ บุญญามณี ท่านบอกว่า ท่านรับรู้มาตั้งแต่ต้น ท่านเตรียมการ ท่านส่งเสริม ท่านอยากให้มีการทำนิคมอุตสาหกรรม แต่ปรากฏว่าวันนี้ท่านรัฐมนตรีสาทิตย์ ขออภัยเอ่ยนามนะครับ ท่านมาพูด ผมก็ยังงง ๆ ว่า ตกลงท่านจะหนุนหรือท่านจะค้าน หรือท่านจะไม่ช่วย สิ่งที่สำคัญ ก็คือว่ามันเหมือนกับ หลอกหักหลังชาวบ้านครับ พี่น้องจะนะนี่ไม่มีอะไรเลยท่านประธานครับ พ่อแม่เป็นห่วงลูก ก็จะลงมาดู แต่ตอนนี้เรื่องมันลุกลามใหญ่โตไปแล้วครับ เพราะอะไรครับ เพราะคนที่เป็น นายกรัฐมนตรีมีคำสั่งออกไปบอกว่า กลัวว่าจะมีความรุนแรง กลัวว่าจะมีกลุ่มหัวรุนแรง เข้ามาช่วยทำให้เกิดเป็นเรื่องเป็นราวขึ้นมา ท่านประธานครับ ภาษากฎหมาย ขนาดขึ้นศาล ผู้พิพากษานี่ท่านยังบอกว่าเหตุที่มันควรสงสัย เหตุที่มันยังไม่มีหลักฐานชัดเจนนี่เราต้อง ยกประโยชน์ให้จำเลยครับ แต่ตอนนี้ใช้วิธีเอาเหตุผลมาอ้าง เพื่อที่จะย้ายม็อบ (Mob) ออกไป เพื่อที่ขจัดม็อบ (Mob) ไม่ให้มีปัญหา ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอีกนิดเดียว ขอขึ้นรูป ๒-๓ รูปที่ผมให้นะครับ เราอายุป่านนี้นะครับ ผมไม่อยากเทียบ เด็กคนนี้ครับ ผมว่าอายุอ่อนกว่าท่านนายกประมาณ ๕๐ กว่าปี แต่ท่านประธานลองฟังสิครับ เวลาแกไป พูดให้ความเห็นหรือว่าพูดออกมานี่ใส ๆ ครับ ตื่นเช้ามาก็เห็นทะเล หลังบ้านก็เป็นทะเล เขาอยากรักษาธรรมชาติสิ่งเหล่านี้ไว้ ก่อนหน้านี้ครับ มันเคยมีคนทางภาคเหนือ ภาคอีสาน โดนทำลายภูเขา บางกลอยโดนไล่ที่ออกมาจากป่า แต่อันนี้เขาเพียงแต่เรียกร้องว่า ให้ตกลง กันว่าคุณจะรักษาตรงไหนเป็นนิคมอุตสาหกรรม รักษาตรงไหนให้ธรรมชาติอยู่ร่วมกันได้ แต่ถึงเวลาไม่ยอมฟังไม่ยอมรับการเจรจา แถมไม่พอนี่ไปใช้กำลังทำร้ายเขาอีกครับ ท่านประธานลองดูสิครับ เด็กเหล่านี้อายุเท่าไรครับ แล้วเราจะปลูกฝังให้สิ่งที่อคติ สิ่งที่ทำ รุนแรงกับเด็ก ๆ เหล่านี้เขาจะมีอนาคตอย่างไรครับ ท่านนายกรัฐมนตรีแก่กว่าเด็กพวกนี้ ๕๐-๖๐ ปีนะครับ ท่านไม่ลงมาลูบหัว ไม่ลงมาคุย ไม่ลงมาทำความเข้าใจให้เด็กได้สบายใจบ้างหรือครับ ผมยังนึกเสียดายครับท่านประธาน ในระหว่าง พลเอก ประยุทธ์ กับน้องไครียะห์ ถ้าเมื่อการประชุมคอป ๒๖ (COP26) เกี่ยวกับ สิ่งแวดล้อมโลกครับ น้องก็พูดดีมากครับ ผมขออนุญาตขึ้นรูปเขาเลยครับ รายนี้ผมยกย่อง จริง ๆ และผมภาวนานะครับท่านประธานครับ มันมีม็อบ (Mob) หลายม็อบ (Mob) ที่ยัง ไม่เกิดปัญหา แต่ม็อบ (Mob) อันนี้ผมมิได้ยุว่าอยากจะให้เกิดความรุนแรง แต่เป็นตัวอย่าง อันหนึ่งที่จะกระตุกเตือนให้คนเป็นนายกรัฐมนตรีได้เห็นนะครับว่า ถ้าท่านไม่ลงมาปัญหาจะ บานปลาย และอย่างที่ท่านประธานเห็นนะครับว่าขณะนี้มันไม่ใช่เฉพาะเมืองไทยที่รู้ปัญหานี้ มันไปถึงทั่วโลก แล้วมันเป็นปัญหาที่ค่อนข้างรุนแรงเข้าไปเรื่อย ๆ ตอนนี้ผมคิดว่าจะ ดับไม่อยู่ครับ ผมไม่ได้เชียร์ม็อบ (Mob) จะนะรักษ์ถิ่นนะครับ แต่ผมให้กำลังใจ แล้วอยาก เรียกร้องท่านประธานว่าญัตติทั้ง ๕ ญัตตินี้เราควรจะต้องรีบส่งให้รัฐบาลเพื่อที่จะหาทาง แก้ไขครับ ผมในนาม ส.ส. พรรคเพื่อไทยทั้งหมดให้การสนับสนุน และเห็นด้วยกับญัตติ ทั้ง ๕ ญัตติครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอมีส่วนร่วมเพื่อจะให้รายงานที่ส่งไปถึง รัฐบาลมีข้อมูลได้รอบด้าน และในความเป็นจริงก็คือหลายอย่าง อะไรที่ซ้ำ ๆ กันผมจะ ไม่พูดถึงนะครับ โครงการอุตสาหกรรมคือโครงการเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ที่นำไปสู่เมืองต้นแบบ ๔ อำเภอที่จะนะ จังหวัดสงขลา จริง ๆ โครงการก็จะไปทับแค่ ๓ ตำบล คือตำบลนาทับ ตำบลสะกอม และตำบลตลิ่งชัน มีพื้นที่น่าจะประมาณสัก ๒๐,๐๐๐ ไร่เศษ ประเด็นปัญหาก็คือการที่นำอุตสาหกรรมขยายไปในพื้นที่ดังกล่าวปฐมบท ก็คือมาจากสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีมติว่า ถ้าโครงการ นั้นสำเร็จแล้วก็จะขยายมา แต่ปรากฏว่าโครงการก่อนหน้านั้นไม่ประสบความสำเร็จเลย ถ้าความยากจนของประชาชนยังยากจนที่สุดของประเทศก็คือนราธิวาส รองลงมาก็ปัตตานี อันนี้คือโครงการที่เกิดขึ้นก่อน ประเด็นที่ตามมาก็คือการขยายโครงการมานี้ผมอยากให้เห็น ภาพรวมว่าไปอ้างใช้กฎหมาย ศอ.บต. ผมต้องขอบคุณท่านสาทิตย์นะครับ ได้ชี้แจงกฎหมาย ค่อนข้างชัดเจน ซึ่งกฎหมาย ศอ.บต. ในมาตรา ๑๐ มันเป็นการแก้ปัญหา ที่จะนะไม่มีปัญหา แล้วถ้าจะแก้ปัญหาจริง ๆ ปัญหายากจนที่สุดก็ต้องไปแก้นราธิวาส ถ้ายากจนรองลงมาก็ต้อง ไปแก้ปัญหาที่ปัตตานี ที่จะนะไม่ใช่ยากจนที่สุดนะครับ คราวนี้ประเด็นที่ตามมาก็คือ ผมมองว่าเป็นการวางแผนที่ค่อนข้างมีความแยบยล คือจริง ๆ ถ้าทำตามกฎหมาย ศอ.บต. ที่เราร่างกันไว้ ที่ท่านประธานร่างเอาไว้นี่ทำยาก ทำไม่ได้ วิธีการก็คือได้ออกคำสั่ง คสช. ที่ ๑๔/๒๕๕๙ ลงวันที่ ๔ เมษายน ๒๕๕๙ ก่อนคำสั่ง คสช. ดังกล่าวก็ไปให้งดใช้มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๖ แล้วก็มาตรา ๒๘ คืออะไรรู้ไหม ให้ยกเลิกคณะกรรมการที่ปรึกษาและพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ คณะกรรมการที่ปรึกษา และพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้เราจะมีตัวแทนองค์กรปกครองท้องถิ่น มีตัวแทนกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีตัวแทนสตรี มีตัวแทนครู มีตัวแทนผู้นำศาสนา มีตัวแทนภาคประชาชน มากมายเลย เพราะว่าปัญหาของจังหวัดชายแดนภาคใต้มันเป็นเรื่องของคนจังหวัดชายแดน ภาคใต้ที่จะต้องใช้คนรู้ดี ไม่ใช้คนหวังดีไป เพราะยิ่งใช้คนหวังดีปัญหาก็จะไม่จบสิ้น ดังนั้นพอเริ่มปฐมบทตรงนี้ ต่อมาก็ได้มีมติ ครม. พอหลังงดใช้แล้ว เพราะสภาที่ปรึกษาเขามี หน้าที่ต้องเสนอแนะการทำแผนพัฒนา คือคณะกรรมการยุทธศาสตร์จังหวัดชายแดนภาคใต้ ปรากฏว่าคนกลุ่มนี้ที่อยู่กับพื้นที่ก็ไม่มี คนสงขลาก็ไม่มี จึงนำมาซึ่งมติ ครม. เมื่อวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ผมจะไปเร็วๆ มติ ครม. คืออะไรรู้ไหมครับ คือให้พัฒนาท่าเรือที่ท่าน สาทิตย์พูด ให้วางแผนสร้างโรงงานไฟฟ้า แล้วก็ให้ทำนิคมอุตสาหกรรมจะนะ นี่คืออะไร คือเป็นคำสั่งมติ ครม. ที่ผิดกฎหมาย เหตุที่ผิดกฎหมาย เพราะว่าถ้ากฎหมาย ศอ.บต. จะต้องปฏิบัติโดยชอบด้วยกฎหมาย แล้วก็ตามมติ ครม. เนื่องจากพื้นที่ทั้ง ๓ ตำบลนั้น เป็นพื้นที่สีเขียว พื้นที่สีเขียวก็คือพื้นที่เกษตรกร พื้นที่ชนบท ถ้าสั่งไปทำอุตสาหกรรมก็ไป ผิดกฎหมายผังเมือง อันนี้ก็คือเริ่มมีคำสั่ง แล้วที่สำคัญอย่างยิ่งครับท่านประธาน การพัฒนา โครงการต่าง ๆ ก็คือผลประโยชน์ จะลงทุนเป็นแสนล้านบาท อ้างว่าเอกชนลงทุน จริง ๆ รัฐเอางบประมาณไปลงทุนส่วนหนึ่ง ทำไมผลประโยชน์คือที่ดิน ได้มีการสำรวจหรือยังว่า โครงการนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่ดินเป็นของใคร คือถ้าหลักการจะทำให้ถูกต้องจะมี โครงการพัฒนาลักษณะอย่างนี้ นอกจากไม่ชอบด้วยกฎหมายของ ศอ.บต. คือว่าตามมาตรา ๑๐ ถ้าจะเป็นเขตพิเศษต้องให้ทุกภาคส่วนทั้งด้านศาสนา สังคม วัฒนธรรม สาธารณสุข มาดู มาร่วมกันพิจารณา ไม่ใช่เรื่องเศรษฐกิจ แล้วเศรษฐกิจที่เขาต้องการมากที่สุดใน ๓ จังหวัดก็เป็นเศรษฐกิจที่อยู่ในยุทธศาสตร์ คือเศรษฐกิจฮาลาล เศรษฐกิจที่ตรงกับบริบท ดังนั้นเมื่อเข้าไปผลประโยชน์ที่สำคัญก็คือที่ดิน ก็คือทรัพยากรที่ดินแล้วก็ทรัพยากรที่เป็น ที่สาธารณะ ตรงนี้ก็เป็นที่มา ผมจะให้เร็วนิดหนึ่ง คือพอมีพี่น้องมาร้องเรียนเกี่ยวกับปัญหา ในเบื้องต้น พอมีข้อตกลงที่ทำเอ็มโอยู (MOU) แล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีก็มาตั้งคำสั่งเซ็นโดย ท่านนายกรัฐมนตรีแล้ว ที่สำคัญผมอยากให้ความเป็นธรรมกับคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมา สอบสวนข้อเท็จจริงที่มี ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส ได้ทำรายงาน ซึ่งเมื่อวานมีผู้แทนสำนักนายกรัฐมนตรีมาชี้แจง เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๖๔ เมื่อไม่นานมานี้ รายงานของ ร้อยเอก ธรรมนัส มีความชัดเจนเลยว่าจากการตรวจสอบข้อเท็จจริง สรุปได้ว่าในมติ ครม. ให้มีการประสานงานกับสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หลาย ๆ หน่วย คือสรุปได้ว่ากระทรวงอุตสาหกรรมไม่ได้รับการประสานงานจาก ศอ.บต. สำนักงานเศรษฐกิจมีหนังสือว่าไม่เคยได้รับเรื่องในการพิจารณาแผนโครงการตามที่นำเสนอ แล้วก็ยังมองว่าประเด็นความขัดแย้งทั้งหมดเป็นเพราะประชาชนไม่มีส่วนร่วม แล้วการพัฒนา ไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิต แล้วที่สำคัญต่อมาก็คือข้อเสนอข้อหนึ่งว่า ศอ.บต. ไม่ได้ดำเนินการ ตามมติ ครม. วันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ วันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๓ แล้วก็วันที่ ๑๘ สิงหาคม ๒๕๖๓ รวมถึงก็พบว่าปัญหาความขัดแย้งเกิดจากประชาชนไม่มีส่วนร่วม ท่านประธานที่เคารพครับ อันนี้ไม่ใช่เรื่องทางการเมือง เป็นเรื่องของสิทธิมนุษยชน เป็นเรื่อง ของที่ดินที่เราไปรับรองสหประชาชาติ ถ้าเป็นปัญหาเกี่ยวกับที่ดิน สิ่งแวดล้อมที่เกิดกับคน ประชาชนทั้งโลกต้องร่วมเป็นผู้เสียหาย วันนี้เขามาเป็นผู้เสียหาย รัฐบาลใช้กฎหมายปิดปาก บังคับ พอจับแล้วก็บังคับให้เขาเดินทางกลับ ไม่ให้มาร้องเรียน ผลประโยชน์มหาศาล คุณกำลังทำลายความเป็นชีวิตของคน กำลังจะพรากคนในคนพื้นที่ออก แล้วได้รับผลกระทบ มากมาย ผมจึงคิดว่าน่าจะเอาโครงการนี้ไปทบทวน และให้หน่วยงานทำให้ถูกต้องนะครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล ผมขออภิปรายเสนอข้อเสนอแนะไป ในรายงานให้กับทางรัฐบาลได้แก้ไข โดยผมจะไม่อภิปรายซ้ำเพื่อนสมาชิกคนอื่นนะครับ ผมขอเข้าประเด็นเลยครับ สิ่งที่ผมอยากเสนอแนะกับรัฐบาลไปนะครับ🔗
ประเด็นแรกก็คือ ต้องตั้งคำถามครับ ปัจจุบันท่านประธานครับ เราตอนนี้มี โครงการกี่โครงการครับทั่วประเทศไทยที่เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษต่าง ๆ ถ้านับรวมอย่างเดียว อย่างเขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน เรามี ๑๐ จังหวัดนะครับ อันนี้ไม่รวมว่าเขตเศรษฐกิจ พิเศษ หรือการลดหย่อนภาษีต่าง ๆ ที่รัฐก็หวังว่าจะใช้แทกติก (Tactic) สมัยหลังสงคราม เวียดนามในการดึงดูดนักลงทุนอย่าง บีโอไอ (BOI) เอง หรือการงดเว้นภาษีต่าง ๆ เพื่อดึงดูด การลงทุนทั้งจากในประเทศและต่างประเทศที่ไม่เป็นผลอีกเยอะมากมาย สุดท้ายผมก็ตั้ง ข้อสงสัยจริง ๆ ครับท่านประธานว่า การไปให้พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งโดยที่การถามประชาชน ก็น้อย การวิเคราะห์อะไรน้อย สุดท้ายแล้วผมคิดว่าพูดจากใจจริงเลย มันคือการปั่นราคา ที่ดินหรือเปล่า อันนี้ก็ต้องฝากนะครับว่าเราควรจะพอได้แล้วครับ เรามีกี่ที่ เราตั้งมากี่ที่ หลายที่ ๆ ตั้งมาก็ไม่มีใครไปลงทุนครับ แล้วสุดท้ายจะทำไปทำไม🔗
ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน สิ่งที่ผมกำลังขับเคลื่อนอยู่ และผมมองว่า คนอย่างน้องไครียะห์ที่ทุกคนก็อาจจะตั้งฉายาโรแมนติกไซส์ (Romanticize) ว่าเป็นลูกสาว แห่งท้องทะเลจะนะ คือผมบอกเลยนะครับ คนอย่างน้องไครียะห์ไม่ใช่คนเดียวที่ต่อสู้เพื่อ ถิ่นที่อยู่ของเขา คนอย่างคุณกมลที่เป็นราษฎรตำบลไร่ใต้ อำเภอพิบูลมังสาหาร ที่อยู่ดี ๆ ท่านประธานครับ ก็มีโครงการคลองขนาดใหญ่มูลค่า ๕,๐๐๐ ล้าน ที่ผันน้ำมูลแก้ปัญหาให้ คนเมืองอุบลราชธานีนะครับ ไปตัดผ่านชุมชนบ้านเขา ที่ดินที่เขาอยู่กันมาตั้งแต่ตาทวด โดยไม่เคยมาถามอะไรเขาเลย แล้วบอกว่าอันนี้เป็นโครงการของรัฐที่ไม่ต้องทำ อีไอเอ (EIA) ก็ได้ ผมก็งงครับว่าอันนี้ผมจะเรียกคุณกมลว่าอะไรดี เจ้าชายแห่งลำน้ำโดมใหญ่ได้ไหมครับ ยังมีอีก ใกล้ตัวผมกว่านี้ครับท่านประธาน คุณจิ๊บครับ ผมเพิ่งไปบ้านเขามาเมื่อสัปดาห์ก่อน แล้วได้อภิปรายไปแล้ว คุณจิ๊บเป็นประชาชนที่อยู่ในเขตคลองสาน อยู่ติดโครงการสร้าง กระทรวงมหาดไทยใหม่ อันนี้ผมเรียกเจ้าชายแห่งคลองสานได้ไหมครับ คนเหล่านี้เขาแค่ ต่อสู้ว่าโครงการใหญ่มหึมาขนาดนี้มาอยู่ข้างบ้านเขา แล้วบ้านเขาอบอุ่นครับ ในรั้วเดียวกัน มี ๓-๔ บ้าน คนอยู่ ๓๐ กว่าคน แล้วเขาก็โตมาตั้งแต่เด็กตั้งแต่รุ่นปู่ รุ่นทวด ถามว่าเขาเคย มีส่วนร่วมไหม กระทรวงมหาดไทยมาบอกนะครับ พยายามมาบอกชี้แจงบอกว่าจริง ๆ แล้ว ไม่ต้องมารับฟังความคิดเห็นก็ได้ แต่อันนี้มาทำพูดเป็นบุญเป็นคุณเฉยเลยครับท่านประธาน อันนี้คือผมว่ามันผิดปกติหรือเปล่า หรือเอาง่าย ๆ ครับบางครั้งเรื่องเอกชนกับเอกชน ก็มีปัญหาครับ อย่างคุณพลที่อาศัยอยู่เลียบทางรถไฟสถานีวุฒากาศ ในเขตของผมเอง เขตธนบุรีก็ต่อสู้ครับ เพื่อบอกว่าจะรักษาบ้านจากคอนโดมิเนียม (Condominium) ที่มา สร้าง ๓ ตึกใหญ่ ไม่ให้บ้านเขาร้าว เขาขอมากเลยหรือครับ กระบวนการทำ อีไอเอ (EIA) ผมไปหลายครั้ง แล้วผมก็รู้ว่าในใจลึก ๆ สู้ไปก็ไม่ชนะ ไม่เห็นด้วยร้อยเปอร์เซ็นต์ ก็สร้างได้ เหมือนเดิมทั้งโครงการรัฐบาล ผมเลยอยากขอฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลนะครับว่า ถึงเวลาหรือยังครับที่เราจะแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการก่อสร้างโครงการใหญ่ ๆ การทำ อีไอเอ (EIA) อีเอชไอเอ (EHIA) หรือการที่สอบถามต่าง ๆ เรามาทำประชาพิจารณ์กันได้ไหม หรือประชามติเลยก็ได้ครับ ผมว่าประชาธิปไตยทางตรงก็จะสร้างความยอมรับ แล้วสุดท้าย สร้างความชอบธรรมให้โครงการนั้นเอง แล้วมันจะสร้างความตั้งใจให้กับผู้ที่เสนอโครงการว่า โครงการนี้ได้รับผิดชอบต่อคนในพื้นที่ที่เขาอยู่มาก่อน ผมไม่อยากให้มีอีกแล้วครับ จะเป็นลูกสาว ลูกชาย หลาน เหลน โหลน วีรบุรุษ วีรสตรี ประเทศไทยเราไม่ต้องการ หรอกครับ สิ่งที่คนเหล่านี้ต้องการคือความยุติธรรมครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณศรัณย์ ทิมสุวรรณ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขออภิปรายในญัตติด่วน เรื่องการแก้ปัญหาเรื่องผู้ที่มาเรียกร้องนะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจะนะ หรือว่าเรื่อง ที่ไหนก็ตาม ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับท่านประธานว่า ญัตติด่วนอาจจะเป็นเรื่องจะนะ แต่จุดศูนย์กลางของปัญหามันไม่ได้มีแค่นี้ครับ อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านพูดไป การตั้งนิคมต่าง ๆ หรือเขตเศรษฐกิจพิเศษต่าง ๆ ทั่วประเทศไทยมีอีกหลายที่ครับ และนี่ก็เป็นแค่หนึ่งตัวอย่างเท่านั้นที่รัฐทำอะไรโดยที่ไม่ถามประชาชนอย่างจริงใจ ทำให้มัน เกิดปัญหาแบบที่ท่านกำลังเจออยู่ตอนนี้ ผมอาจจะไม่ใช่ ส.ส. ภาคใต้นะครับ แต่ว่าปัญหาที่ เขากำลังเจอไม่ว่าจะเป็นคนภาคไหน ไม่ว่าจะเป็นคนที่ไหนก็สามารถเข้าใจได้ นี่คือสิ่งที่ รัฐบาลทำกับประชาชน ท่านให้คำมั่นสัญญา ท่านพูด ท่านสัญญาว่าจะแก้ปัญหาให้เขา ท่านรับปากว่าท่านจะทำอะไรสักอย่างจากสิ่งที่เขามาเรียกร้อง อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อปีก่อน แต่ว่าปัจจุบันเกิดอะไรขึ้นครับ หลังจากที่มีการเปลี่ยนแปลงในรัฐบาล ท่านจะบอกว่าสิ่งที่ เราเคยสัญญากับประชาชนไว้เมื่อปีก่อน ผู้ที่รับผิดชอบได้ออกไปจากรัฐบาลแล้ว เราไม่จำเป็นต้องทำตามอย่างนั้นหรือครับ มันไม่ใช่หรือเปล่าครับท่านประธาน อย่างนี้มันก็ เหมือนกับสิ่งที่ประชาชนทั่วประเทศเคยได้รับตั้งแต่ตอนที่เลือกตั้งแล้วครับ ตอนนั้นทุกพรรค มีนโยบายต่าง ๆ เราจะทำโน่น เราจะทำนี่ พอถึงวันที่ท่านเป็นรัฐบาลเกิดเหตุขึ้นมา คนที่คิด นโยบายออกไปจากพรรคเราแล้ว แบบนี้หรือครับ อันนี้มันเป็นปัญหาที่คล้ายกัน แทบจะ เหมือนกันเลยท่านประธาน เพราะว่าปัญหาที่ท่านกำลังเจออยู่เรื่องนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ท่านก็เคยรับปากไว้แล้ว แล้วผู้ที่รับปากก็ออกไปจากรัฐบาล แล้วตอนนี้ท่านก็ทำเหมือนกับ ว่าไม่เคยมีเรื่อง ไม่เคยมีคำสัญญาต่าง ๆ เกิดขึ้น ถ้าท่านจะทำอย่างนี้ต่อไปเรื่อย ๆ ผมเชื่อว่า มันจะไม่จบแค่นี้หรอกครับ เดี๋ยวก็จะมีกลุ่มอื่นมา เดี๋ยวก็จะมีกลุ่มอื่นมาอีก เพราะว่า อย่างที่ทราบ ท่านมีเขตเศรษฐกิจพิเศษอย่างนี้อีกเยอะ แล้วก็ยังมีปัญหาอย่างนี้อีกเยอะ🔗
อีกปัญหาหนึ่งก็คืออย่างที่เพื่อนสมาชิกพูดไป หลาย ๆ ท่านก็สงสัยว่า การสลายการชุมนุมที่เกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันก่อนมันมีสาเหตุมาจากอะไรแน่ เพื่อนสมาชิกบอกว่า ถ้าท่านกังวลเรื่อง พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เรื่องความเสี่ยงไม่ว่าจะเรื่องโควิด (COVID) หรืออะไรก็ตาม การย้ายที่มันสามารถแก้ปัญหาได้หรือครับ อันนี้ผมก็เห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกเลยนะครับ เพราะฉะนั้นผมก็ยังไม่เข้าใจเหตุผลจริง ๆ ว่าท่านทำไมต้องไล่ผู้ที่มาชุมนุม สิ่งที่เขาต้องการ คือเขาต้องการให้ท่านนายกเห็นว่าเขามาเรียกร้อง แต่ว่าถ้าผมอาจจะไม่ได้พูดว่าเป็น ท่านนายกนะครับ ผมเข้าใจว่าอาจจะเป็นผู้ติดตามหรือว่าลูกน้องท่านนายกไม่ต้องการให้ ท่านนายกเห็นภาพเหล่านั้น ผมแนะนำอย่างนี้ครับ ก็ให้เขาชุมนุมไปครับ ท่านก็เอารถทัวร์ รถบัส รับคนที่ท่านพาไปอุดรธานี เอามาลงเลย สู้กันไปเลยครับ ฝั่งหนึ่งก็จะเรียกร้องให้ ท่านนายกมาแก้ปัญหา อีกฝั่งหนึ่งก็เชียร์ไปเลยครับ เรารักลุงตู่ เรารักลุงตู่ เอาเลยครับเต็มที่ แต่อย่างนี้มันก็ไม่มีใครต้องเจ็บตัว ผมว่าก็ไม่เห็นเป็นไรนี่ครับ ท่านนายกก็อาจจะดูหน้าต่าง ที่เห็นคนเชียร์ก็เป็นภาพดี ๆ ท่านก็คงมีกำลังใจในการทำงาน ผมก็ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าจะไป สลายเขาทำไม ผมเชื่อว่าผู้ที่มาเรียกร้องเขาไม่ได้ต่อต้านในการที่จะพัฒนาพื้นที่ของเขา ให้มีระบบเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ทุกคนอยากได้การพัฒนาครับ แต่คำถามคือการพัฒนาต้อง แลกมากับอะไร สิ่งนี้คือสิ่งที่เขามาเรียกร้องว่า เขามองว่าการแลกเปลี่ยนของเขามันไม่ใช่ สิ่งที่คุ้มค่า หรือเขาสามารถทำให้มันดีขึ้นกว่านี้ได้ และจากข้อมูลที่ผมได้ฟังมาจาก เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านที่อภิปรายวันนี้ ผมก็เห็นแล้วว่าตอนที่ท่านไปขอความคิดเห็น ท่านก็ไม่ได้รับฟังความคิดเห็นอย่างทั่วถึง ขอใช้คำนี้นะท่านประธาน ไม่รับฟังความคิดเห็น อย่างทั่วถึง รับฟังเฉพาะคนที่ท่านอยากจะรับฟัง นั่นมันทำให้เกิดปัญหาอย่างไรครับ ปัญหาที่ตามมา เพราะว่าท่านไม่รับฟังตั้งแต่ตอนที่ท่านไปในพื้นที่ มันก็เลยทำให้ประชาชน ที่เขาไม่เห็นด้วยกับท่านต้องลำบากมาตามท่านถึงกรุงเทพฯ ทั้ง ๆ ที่บ้านเขาก็ไม่ได้อยู่นี่ เขาต้องไปนั่งรอท่านอยู่ที่ริมถนน อยู่ที่หน้าทำเนียบ เพราะท่านไม่ฟังเขาตอนที่เขาอยากจะ แสดงความคิดเห็นตอนที่ท่านไปพื้นที่ นี่ก็ปัญหาที่เกิดจากท่านนะครับ เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านครับว่า โครงการต่าง ๆ โอเค (OK) ท่านจะบอกว่าเซ็นไปแล้วอย่างไรก็ต้องทำ ถ้าอย่างนั้นก็รับฟังให้ทั่ว ๆ อีกสักทีดีไหมครับ ในเมื่อเขามาให้ความคิดเห็นท่านถึงกรุงเทพฯ แล้ว ท่านไม่ต้องลำบากไปถึงภาคใต้เพื่อรับฟัง ความคิดเห็นแล้ว ก็แค่เสียเวลาสักหน่อย เปิดใจรับฟังความคิดเห็นเขา เอามาดูว่า ท่านสามารถปรับอะไร ปรับอะไรให้เขาเข้าใจได้บ้างว่าสิ่งที่ท่านทำมันมีประโยชน์จริง ๆ แล้วท่านจะสามารถช่วยเหลือสิ่งที่เขาเป็นห่วงได้อย่างไร เขามีปัญหาตรงไหน ท่านแก้ปัญหา ให้เขาได้อย่างไร อย่างนั้นมันก็จบ ผมเข้าใจว่าถ้าท่านอยากจะแก้ปัญหาจริง ๆ มันก็ไม่ได้ยาก ขนาดนั้น ไม่เห็นจะต้องเอาน้ำไปฉีดไล่ตอนที่เขานอน ผมไม่เข้าใจว่าท่านทำไปเพื่ออะไร เพราะฉะนั้นผมยืนยันว่าแค่รับฟังให้รอบด้าน ตรวจสอบข้อมูลให้รอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น อีไอเอ (EIA) ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบต่าง ๆ ถ้าท่านทำอย่างจริงใจผมเชื่อว่าประชาชนเข้าใจ อย่างไรก็ฝากให้ไปถึงรัฐบาลด้วยครับ เปิดใจสักนิดหนึ่ง เขาอุตส่าห์มาเรียกร้อง เขาอุตส่าห์ เอาข้อมูลมาให้ท่านแล้ว เขาเอาข้าวมาป้อนแล้ว อย่าคายทิ้งเลย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ท่านสุดท้าย นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา ขอเชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉันแพทย์หญิง เพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทยจากจังหวัดปัตตานี ดิฉันต้องขอบคุณท่านประธานสภาที่ให้โอกาสดิฉันได้ร่วม อภิปรายในญัตติด่วนเรื่องสำคัญเรื่องนี้เป็นคนสุดท้าย เสรีภาพในการชุมนุมและเสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็น ได้รับรองไว้ในรัฐธรรมนูญ เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานอันเป็นสาระสำคัญ ในการดำรงอยู่ของสังคมระบอบประชาธิปไตย ทุกครั้งที่มีการชุมนุมดิฉันมักจะตั้งคำถาม แล้วก็ถามตัวเองทุกครั้งอย่างน้อย ๓ ข้อ ข้อแรกทำไมเขาต้องมาชุมนุม ข้อที่ ๒ ลักษณะ การชุมนุมเป็นไปด้วยความสงบหรือไม่ มีอาวุธหรือไม่ ข้อที่ ๓ ทำไมต้องมีการสลาย การชุมนุม และวิธีการสลายการชุมนุมนั้นทำอย่างไร🔗
ประเด็นที่ ๑ การชุมนุมมักเกิดจากหลายสาเหตุไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ การเมือง เศรษฐกิจ ความเหลื่อมล้ำ สิ่งแวดล้อม โดยปกติแล้วไม่มีใครหรอกอยากจะมา ชุมนุม ยิ่งมาจากภาคใต้แล้วไม่ใช่ใกล้ ๆ ต้องเดินทางขึ้นมาถึงกรุงเทพฯ หลายพันกิโลเมตร แต่ด้วยเห็นว่าการสื่อสารที่ผ่านมาไร้ผล จะชุมนุมที่สงขลาจะมีใครสนใจไหม ครั้งนี้มาทวง คำสัญญา จึงต้องขึ้นมาเพื่อให้ผู้มีอำนาจรู้ว่าปัญหานั้นยังมีอยู่ ยังไม่ได้รับการแก้ไข ในกรณี นิคมอุตสาหกรรมจะนะ ดิฉันขออนุญาตสรุปสั้น ๆ ย้อนไปปี ๒๕๕๙ รัฐบาล คสช. อนุมัติ โครงการพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นเมืองต้นแบบ ใช้ชื่อโครงการ ว่าเมืองต้นแบบ สามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน โดยกำหนดพื้นที่ไว้ ๓ แห่ง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี บ้านดิฉัน อำเภอเบตง จังหวัดยะลา อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ที่อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี เป็นเมืองต้นแบบอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร จนถึง วันนี้ดิฉันยังไม่มีส่วนร่วมในการที่จะแสดงความคิดเห็นว่าดิฉันอยากได้หรือไม่ อย่างไร เลยค่ะ ส่วนเมืองจะนะนั้นเพิ่งเข้ามาเมื่อ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ท่านประธานที่เคารพคะ ถ้าจำกันได้ สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ชุดนี้มีรัฐพิธีเปิดประชุมสภา เมื่อ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๒ แต่ทำไมโครงการเมืองจะนะนี้รีบทิ้งทวนอนุมัติ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ โดยให้หน่วยงาน ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเจ้าภาพหลักในพื้นที่ โดยไม่มีการศึกษา ความเป็นไปได้ ซึ่งเป็นโครงการที่ใหญ่มาก ลงทุนหลายหมื่นล้านบาท ตรงกับที่น้องไครียะห์ กล่าวว่าเราไม่ปฏิเสธการพัฒนา เพียงการพัฒนานั้นไม่มีเสียงของประชาชน ซึ่งเป็น ความห่วงใย ความหวงแหนความอุดมสมบูรณ์ของจะนะซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรมและประมง จะกลายเป็นนิคมอุตสาหกรรม🔗
ประเด็นที่ ๒ ลักษณะการชุมนุมเป็นไปด้วยความสงบ ดิฉันได้ติดตาม การชุมนุมของเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่นในครั้งนี้ที่เขาขึ้นมาตั้งแต่ปลายเดือนพฤศจิกายน แล้วก็ได้มาที่รัฐสภาแห่งนี้เมื่อ ๓ ธันวาคม ดิฉันและท่าน ส.ส. อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ได้ไป พบกับที่ปรึกษาเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น คุณสมบูรณ์ คำแหง ได้รับทราบความคืบหน้าว่ามาทวงสัญญา ๑ ปี กับข้อตกลงที่ทำกับ ผู้แทนรัฐบาลที่ไม่มีความคืบหน้า และวันนั้นได้ยื่นหนังสือให้กับประธานคณะกรรมาธิการ หลายคณะค่ะ และดิฉันก็เห็นว่าข้อเสนอเชิงหลักการเพื่อการออกแบบกระบวนการศึกษา เพื่อประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์หรือเอสอีเอ (SEA) นั้นเป็นการออกแบบที่มี ความสำคัญ และคิดว่าคณะศึกษาก็ควรที่จะได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายค่ะ🔗
ประเด็นสุดท้ายค่ะ วิธีการสลายการชุมนุม เหตุผล คืนวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๖๔ เวลาประมาณ ๓ ทุ่ม ตำรวจควบคุมฝูงชน เข้าควบคุมตัวชาวจะนะที่มาร่วมชุมนุม และนำตัวขึ้นรถควบคุมผู้ต้องหา โดยกันสื่อมวลชนออกและยังส่องไฟใส่สื่อเพื่อไม่ให้เห็น การปฏิบัติการและทำให้สื่อจับภาพลำบาก ก่อให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ค่ะว่าทำเกินกว่าเหตุ หรือเปล่า จับกุม ๓๗ คน เป็นชาย ๖ คนและหญิง ๓๑ คน รายละเอียดท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรหลายท่านได้อภิปรายไปแล้วนะคะ สำหรับเหตุผลในการจับกุม ๑ ใน ๕ ข้อนั้นก็คือ เจ้าหน้าที่เกรงว่าจะมีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค จึงต้องการเข้าไป ตรวจสอบ แต่ไม่ได้รับความยินยอม ท่านประธานที่เคารพคะ โควิด-๑๙ (COVID-19) อยู่กับ เรามาเกือบ ๒ ปีแล้วค่ะ อาจจะมีปีที่ ๓ ปีที่ ๔ ปีที่ ๕ เราจะมีสิทธิในการชุมนุมอย่างไร ดิฉัน เห็นว่ารัฐต้องคิดค่ะว่าคุณค่าและสิทธิของเสรีภาพในการชุมนุมที่มีความสำคัญในระบอบ ประชาธิปไตย และการดูแลด้านสาธารณสุขของประชาชนจะทำอย่างไรให้มีความสมดุล🔗
สุดท้ายค่ะ ดิฉันเรียกร้องให้รัฐบาลและผู้มีอำนาจฟัง ฟังและฟังให้มากค่ะ ฟังให้รอบด้าน ฟังให้ครบทุกมิติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๗ มาตรา ๕๘ ตามที่ท่าน ส.ส. สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ได้อภิปรายไปแล้วนะคะ กรณีสลายการชุมนุมต้องสืบหาข้อเท็จจริง ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจว่ามีเหตุอะไรต้องสลายการชุมนุมที่ไม่มีอาวุธ ชุมนุมอย่างสงบ เราต้องร่วมกันจับตาโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ ทราบมาว่าจะมีเวที รับฟังความคิดเห็นประชาชนของบริษัทที่เกี่ยวข้อง ช่วงวันที่ ๑๓-๒๓ ธันวาคมนี้ผ่านระบบ ซูม (Zoom) ค่ะ รัฐบาลจะต้องทบทวนรับฟังความคิดเห็นของชาวบ้านอย่างถูกต้องตาม กระบวนการ เราจะเซฟ (Save) จะนะไปด้วยกัน ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณนะครับ เราได้อภิปรายญัตติด่วนทั้ง ๕ ทุกท่านแล้วนะครับ เจ้าของญัตติมีท่านใดจะสรุปไหมครับ เชิญเลยครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตสรุป ตามญัตติด่วนที่ได้นำเสนอในวันนี้นะครับ ญัตติเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณา ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจต่อผู้ชุมนุมเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรส่งข้อคิดเห็นของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้รัฐบาลรับไป พิจารณาดำเนินการ จากการพิจารณาตลอดการอภิปรายของท่านสมาชิก ผมเห็นถึง ความจำเป็นและความต้องการของท่านสมาชิกนะครับ โดยภาพรวมเราต้องการให้มี การตรวจสอบการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ใดเป็นผู้สั่งการให้มีการสลายการชุมนุม หากพบผู้กระทำความผิดตามกฎหมายหรือการกระทำเกินกว่าเหตุ หรือเกินความจำเป็น ให้พิจารณาดำเนินการลงโทษทางอาญาและดำเนินการลงโทษทางวินัย เพื่อไม่ให้ เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป และเราเห็นถึงความต้องการของท่านสมาชิกขอให้มีการทบทวน โครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ เพราะพบข้อพิรุธ ข้อท้วงติงหลายประการจากท่านสมาชิก ที่ได้นำข้อเท็จจริงมาเสนอต่อสภาแห่งนี้ หากรัฐบาลเห็นว่าคนเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น เป็นคนไทยนะครับ ขอให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการตามข้อเสนอที่สภาผู้แทนราษฎร จะได้เสนอในลำดับต่อไป ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ท่านเจ้าของ ญัตติอื่นมีผู้จะสรุปไหมครับ🔗
ไม่มีนะครับ ก็จบ การพิจารณาอภิปรายนะครับ โดยจากที่ได้ฟังทั้งหมดนะครับ นับตั้งแต่ท่านผู้เสนอญัตติ ท่านแรก จนผู้อภิปรายทั้งหมด ไม่มีผู้ใดคัดค้าน มีสนับสนุนทุกท่าน เพราะฉะนั้น จึงขออนุญาตว่าจะขออาศัยข้อบังคับ ข้อ ๘๘ โดยถามมติว่า จะส่งญัตตินี้ไปให้รัฐบาล พิจารณาดำเนินการ จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มีผู้คัดค้านถือว่า ที่ประชุมเห็นชอบลงมติให้ส่งญัตติที่สภาพิจารณานี้ไปให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการต่อไป ขอขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่านครับ วันนี้ได้ใช้เวลาประชุมพอสมควร ผมขอขอบคุณที่เราได้ ปฏิบัติตามข้อตกลงข้างนอกนะครับ โดยขอให้มีเรื่องเพื่อทราบได้ผ่านไปสัก ๒ เรื่องวันนี้ ซึ่งก็ได้ผ่านไป แล้วเราก็ทำญัตติเสนอเข้ามา ขอบคุณท่านสมาชิกทุกฝ่ายนะครับ ขอบคุณ เจ้าหน้าที่ด้วยครับ ขอปิดประชุมครับ🔗