unknown · · 373 lines

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ขณะนี้เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา ก่อนที่เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมจะอนุญาตให้สมาชิก ได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ ขอเชิญสมาชิกได้ใช้เวลา ๒ นาทีให้เป็นประโยชน์ กับประชาชน ท่านแรกคุณเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ ขอเชิญครับ🔗

นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ อุบลราชธานี

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพและเพื่อน ๆ สมาชิกทุกท่านครับ ผม เอกชัย ทรงอำนาจเจริญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทยครับ วันนี้ผมมีปัญหามีความต้องการของพี่น้องประชาชน ในเขตพื้นที่อำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี มานำเรียนปรึกษาท่านประธานสภาดังนี้ครับ ผมจะขอรูปประกอบด้วย🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ อุบลราชธานี

เรื่องที่ ๑ เป็นเรื่องของ สะพานข้ามลำโดมใหญ่ ก็คือสะพานป่าตาวไปบ้านบัวเทียม ตำบลกลาง และสะพาน บ้านโพธิ์ไทร ตำบลตบหู ไปบ้านหลุบเลา ตำบลกลาง ขอภาพต่อไปเรื่อย ๆ ทั้ง ๒ สะพานนี้ จะมีสภาพอย่างที่เห็น คือบ้านเรานี้ยังมีหลายพื้นที่ในพื้นที่ห่างไกลที่พี่น้องประชาชน ได้สัญจรในทางลักษณะอย่างนี้ครับ ที่นำมาแสดงในสภาผู้แทนราษฎรครับ เป็นสภาพของ สะพานไม้ เป็นถนนที่มีโคลนมีเลนครับ พอฤดูแล้งก็พอสัญจรไปมาได้ต้องทำการซ่อมแซมทุกปี พอฤดูหนาวน้ำก็ท่วมสะพานทำให้สะพานสึกกร่อนเสียหายตลอดมา ปีนี้พี่น้องประชาชน ก็นำทุนทรัพย์ส่วนตัวมาซ่อมแซมสะพาน ผมจึงอยากหารือท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ทำหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทยในปัญหาของความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเรื่องนี้ ว่า จะทำอย่างไรพี่น้องประชาชนจะสามารถที่จะมีสะพานใช้อย่างถาวรไม่ต้องซ่อมแซมทุก ๆ ปี อย่างเช่นในภาพที่เห็นเมื่อสักครู่นี้🔗

เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องถนนเดชอุดม-นาห่อม เส้น ๒๑๙๒ เป็นเส้นที่เชื่อมต่อ ระหว่างเขตเลือกตั้งของผม เอกชัย ทรงอำนาจเจริญ กับท่านสมคิด เชื้อคง ด้วย แล้วก็ยังเชื่อมต่อไปยังอีกหลายพื้นที่ครับ เส้นนี้อยู่ในความรับผิดชอบของ อบจ. ผมต้องขอบคุณองค์การบริหารส่วนจังหวัดครับ ได้สนับสนุนงบประมาณในการซ่อมแซม ผิวจราจร ๑๔ ล้านบาทมาส่วนหนึ่ง แต่ว่ายังขาดงบประมาณจำนวนมากครับ ได้เสนอ พ.ร.ก. เงินกู้ ๒๕๖๔ ไปครับ จึงฝากท่านนายกรัฐมนตรีและคณะกรรมการ พ.ร.ก. เงินกู้ ช่วยสนับสนุนงบประมาณในส่วนนี้ส่งเสริมให้ อบจ. ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปอาจารย์ประกอบ รัตนพันธ์ เชิญครับ🔗

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผมขอหารือท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสัก ๓ เรื่อง ด้วยกันท่านประธานครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ขอให้กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้กรุณาไปสำรวจและขุดเจาะ บ่อบาดาลเพื่อทำระบบน้ำประปาให้กับพี่น้องประชาชนบ้านน้ำนิ่ง หมู่ที่ ๕ ตำบลบ้านลำนาว อำเภอบางขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช ประมาณ ๒๐ ครัวเรือน พี่น้องเขาขาดแคลนน้ำดื่ม น้ำใช้มาตลอดเป็นเวลายาวนานแล้ว เพราะฉะนั้นก็ขอความอนุเคราะห์ท่านประธาน เพื่อประสานไปยังกรมทรัพยากรน้ำ🔗

เรื่องที่ ๒ ให้กรมป่าไม้ได้เร่งรัดพิจารณาอนุญาตให้กรมชลประทานก่อสร้าง แก้มลิงบ้านควนตอ หมู่ที่ ๔ ตำบลบางขันธ์ อำเภอบางขันธ์ จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อทำระบบน้ำประปาเช่นเดียวกันครับ หมู่บ้านบ้านควนตอขาดแคลนน้ำมานานครับ เดิมทีเขามีน้ำประปาหมู่บ้าน แต่เนื่องมาจากว่าสระน้ำตื้นเขิน กรมชลประทานก็จะพัฒนา มาเป็นแก้มลิงเพื่อเอาน้ำไปใช้ในระบบประปา แต่ติดขัดว่ากรมป่าไม้ยังไม่อนุญาต ใช้เวลา มายาวนานแล้วท่านประธานครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ก็ขอให้กรมป่าไม้เช่นเดียวกันครับ พิจารณาเร่งรัดอนุญาตให้ องค์การบริหารส่วนตำบลนาไม้ไผ่ก่อสร้างถนน ปรับปรุงจากถนนเดิม ถนนลูกรังเป็นถนน ค.ส.ล. ถนนสายหินลูกช้างซึ่งเชื่อมระหว่างตำบลนาไม้ไผ่กับตำบลเขาขาว เป็นเส้นทางที่ พี่น้องเกษตรกรขนถ่ายผลผลิตทางการเกษตรและเป็นเส้นทางสัญจรระหว่างพี่น้อง ๒ ตำบล คือตำบลเขาขาวและตำบลนาไม้ไผ่ครับ กราบเรียนท่านประธานเพื่อส่งเรื่องไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องครับ กราบขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ครับ🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม พรรคเพื่อไทย ผู้แทนจากจังหวัดสุรินทร์ ซึ่งจะมีการจัดงานช้างแฟร์ ที่ยิ่งใหญ่ของโลกในวันที่ ๒๕-๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๔ แต่ปัญหาที่ผมจะหารืออย่างนี้ครับ หลังจากที่หน่วยงานกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ได้ถ่ายโอนงบประมาณลงไปยังท้องถิ่น หรือท้องที่นั้น วันนี้ทั้งถนนทั้งแหล่งน้ำพี่น้องประชาชนไม่ทราบว่าสังกัดใครกันแน่ พอไปถาม อบต. อบต. บอกว่าของ อบจ. ถาม อบจ. อบจ. บอกว่าของกรมทางหลวง นี่ยกตัวอย่าง ถนน แหล่งน้ำ ก็เหมือนกัน ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคม และกระทรวงมหาดไทย ให้เจ้าภาพที่เป็นเจ้าของถนนได้ขึ้นป้ายเขียนชื่อว่า ถนนสายนี้นั้นสังกัดใคร แหล่งน้ำแหล่งนี้สังกัดใคร เพราะพี่น้องประชาชนจะได้ร้องเรียน จะได้นำเรื่องหารือไปยังหน่วยงานนั้น ในการที่จะนำมาซ่อมแซม ปรับปรุงบูรณะ หรือดำเนินการเพื่อสะดวกกับพี่น้อง ก็ฝากท่านประธานเรียนไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ที่รับผิดชอบอยากทำให้เร่งด่วนพี่น้องจะได้ไม่สับสน ไม่ได้โยนกันไปโยนกันมาว่านั่นของใคร นี่ของใคร จึงฝากท่านประธานและอยากให้ทำเร่งด่วนด้วย🔗

อันที่ ๒ ท่านประธานครับ หน่วยงานต่าง ๆ วันนี้ที่ได้รับงบประมาณไปนั้น อยากให้เร่งดำเนินการในการดำเนินการไม่ว่าจะทำถนนก็ดี ขุดแหล่งน้ำก็ดี เพราะพี่น้อง ประชาชนเขาเดือดร้อน ไม่ใช่ว่าไปทำเอาปลาย ๆ ปีงบประมาณ แล้วก็ดำเนินการจัดทำ อย่างเร่งด่วน พี่น้องไม่ได้ประโยชน์ ท้ายที่สุดก็เหมือนกับทุจริต ถึงไม่ทุจริต ก็อยากให้ หน่วยงานต่าง ๆ นั้นรีบใช้งบเพื่อเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนในขณะที่ สภาผู้แทนราษฎรของเรานั้น ได้พิจารณางบได้ผ่านไปยังรัฐบาลและรัฐบาลก็ดำเนินการ ประกาศแล้ว ก็ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณพยม พรหมเพชร🔗

นายพยม พรหมเพชร สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพอย่างสูง ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พยม พรหมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๓ วันนี้กระผมมีเรื่องจากพี่น้องประชาชนมาหารือต่อสภาแห่งนี้ เพื่อจะได้ส่งสัญญาณไปยังผู้รับผิดชอบโดยตรง เรื่องแรกก็คือการที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรมได้ลงพื้นที่ในเขตจังหวัดสงขลา ส่วนหนึ่งของการต้อนรับในวันนั้น ท่านได้ไป ร่วมกิจกรรมตรวจงานที่นิคมอุตสาหกรรม พี่น้องประชาชนได้เสนอของบประมาณ ของการนิคมอุตสาหกรรมมาสร้าง รพ.สต. ซึ่งตรงนั้นมันอยู่ห่างจาก รพ.สต. เดิมประมาณ ๗ กิโลเมตร แล้วก็ห่างไกลจากพื้นที่พอสมควร เนื่องจากว่าการขยายตัวของการนิคมอุตสาหกรรม ทำให้ประชากรในพื้นที่ตรงนั้นน่าจะเพิ่ม รพ.สต. ผู้ว่าการนิคมอุตสาหกรรมก็ได้ไปพบปะ พี่น้องเมื่อประมาณต้นเดือนตุลาคม หลังจากนั้นก็ตกลงกันว่าจะดูแลเรื่องงบประมาณ แต่ตอนนี้พี่น้องประชาชนก็ข้องใจอยู่ว่าเมื่อไรจะได้รับงบประมาณไปสร้าง รพ.สต. ซึ่งได้ประสานงานกันทุกฝ่ายเรียบร้อยแล้ว กระผมเองก็เรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรม ท่านบอกว่าจะประสานงานให้รวดเร็ว แต่เพื่อแจ้งให้พี่น้องรับทราบว่า สิ่งเหล่านี้ผู้แทนของท่านได้กระทำอยู่ตลอดเวลา🔗

ประการที่ ๒ เรื่องน้ำท่วมถนนกาญจนวานิช ผมนำเรื่องนี้มาพูดคุย หลายครั้งแล้ว ตอนนี้ได้รับการแก้ปัญหาเรียบร้อยแล้วครับ ก็คือกรมทางหลวงและ การประปา แล้วก็ทำโครงการเสนองบประมาณขึ้นมาเพื่อแก้ปัญหายกถนนขึ้นมา ๖๐ เมตร แล้วก็จะของบประมาณเหลือจ่าย แขวงการทางบอกว่าอาจจะไม่ทัน ถ้าไม่ทันก็เป็นปี ๒๕๖๖ จะได้แก้ปัญหาพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในหมู่บ้านเคหะในตำบลท่าข้ามและอื่น ๆ อีกมากมาย🔗

วันนี้กระผมเสนอ ๒ เรื่อง เพื่อขอความกรุณาช่วยประสานงานได้รับการแก้ไข ให้พี่น้องประชาชนได้รับผลสะดวกต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ครับ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล ขอหารือปัญหาในพื้นที่จังหวัดกระบี่ไปยังกรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็คือมีการบุกรุกที่ดินบริเวณป่าชายเลน ติดกับเขาขนาบน้ำ ใกล้ที่ตั้งของสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ ๑๐ จังหวัด กระบี่ พื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าในเมืองและเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำโลกด้วย และท่านรัฐมนตรี วราวุธ ศิลปอาชา ก็ไปมาแล้ว ตอนนี้มีผู้บุกรุกขอให้รีบมีการตรวจสอบด่วนครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ประชาชนได้ร้องเรียนผ่านท่าน ส.ส. ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ และทีมงานมา เรื่องที่เกิดปัญหาที่จังหวัดตรัง บ้านท่านประธานชวนนั่นละครับ ก็คือว่า มีพี่น้องประชาชนร้องเรียนว่าหมู่ที่ ๒ ตำบลหาดสำราญและหมู่ที่ ๖ ตำบลตาเซะ มีเจ้าหน้าที่ป่าชายเลนได้ไปทำแนวเขตรุกล้ำที่ดินประชาชน จำนวน ๘ ราย ขอให้รีบ มีการตรวจสอบ แล้วก็เคารพสิทธิของพี่น้องประชาชนด้วย ซึ่งการทำแนวเขตเป็นเรื่องดีครับ ที่จะได้รีบกันแนวเขตพื้นที่สาธารณะให้ประชาชนทั้งประเทศได้ใช้ แต่ก็อย่าไปรุกล้ำ ที่ประชาชนก็แล้วกันครับ🔗

เรื่องที่ ๓ เรื่องของการออกเอกสารสิทธิที่ดินบนพื้นที่ที่ชาวบ้านหมู่ที่ ๓ บ้านเจ๊ะหลี ตำบลเกาะลันตาใหญ่ อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ที่ล่าช้า ซึ่งเจ้าหน้าที่ ถ่วงเรื่อง เรียกรับผลประโยชน์ แต่กับกรณีการเดินสำรวจออกโฉนดบนเกาะนุ้ยก็กลับทำ อย่างรวดเร็ว ออกโฉนดทับที่ป่าแล้วก็ออกขาย ๑๐๐ ล้าน จนชาวบ้านลุกขึ้นทวงคืน ซึ่งอธิบดีกรมที่ดินก็บอกว่าจะรีบถอนโฉนดดังกล่าว เพราะฉะนั้นก็ฝากให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย กรมที่ดิน และที่ดินจังหวัดกระบี่ รีบแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชน อำเภอเกาะลันตาด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณวิรัช พันธุมะผล🔗

นายวิรัช พันธุมะผล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม วิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมจะคุยเรื่องยาบ้าครับ ยาบ้านี้สมัยผมเรียนธรรมศาสตร์ไล่ ๆ กับท่านประธาน ขออนุญาตเอ่ยชื่อนิดหนึ่ง สมัยโน้นเวลาจะสอบเราจะกิน เขาเรียกยาขยัน เม็ดหนึ่ง ไม่ถึงบาท ซื้อได้ตามร้านโชห่วยหน้ามหาวิทยาลัยก็มี ต่อมายาขยันเปลี่ยนชื่อมาเป็น ยาม้า ยาม้าคืออะไรครับ ก็คืออันเดียวกับแอมเฟตามีนซัลเฟต (Amphetamine Sulfate) คนที่ขับรถไกล ๆ จะแวะซื้อ ตอนผมเป็นอัยการจังหวัดชุมพร ตามปั๊มมีขายทั่วไปเลยเม็ดละบาท จับได้ส่งอัยการ ส่งศาล ศาลก็ปรับ ๑๐๐ บาท ๒๐๐ บาท แล้วก็ไม่มีปัญหา ต่อมาตัว แอมเฟตามีนซัลเฟต (Amphetamine Sulfate) เปลี่ยนชื่อมาเป็นยาบ้า ทีนี้บ้ากันใหญ่ครับ เม็ดหนึ่งขึ้นถึง ๑๐๐ บาท ก็เลยเกิดขบวนการผลิต ขบวนการจำหน่าย เจ้าหน้าที่ช่วยขึ้นสถิติ ผู้ต้องขังยาบ้าหน่อยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายวิรัช พันธุมะผล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านเห็นไหมครับ แต่ละปีขึ้นมา เรื่อย ๆ ครับ จนปี ๒๕๖๔ มีผู้ต้องขัง ๑๔๕,๑๔๕ คน ท่านรู้ไหมครับว่าผู้ต้องขังคนหนึ่ง รัฐต้องจ่ายค่าเลี้ยงดู ๒๐,๐๐๐ บาทเศษต่อปี เพราะฉะนั้นถ้าเอา ๑๔๕,๑๔๕ คูณด้วย ๒๐,๐๐๐ จะต้องใช้เงินทั้งหมด ๒,๙๐๐ ล้านบาทเศษ นี่คือสิ่งที่เป็นปัญหาให้เกิดกับเรือนจำ และเกิดแก่งบประมาณแผ่นดิน ผมจึงขอกราบเรียนว่ามีบางประเทศเขาใช้นโยบายให้แจกยา แอมเฟตามีนซัลเฟต (Amphetamine Sulfate) ในราคาบาทเดียว แล้วก็สามารถขอได้ทีละ ๗ เม็ด โดยไปขอที่โรงพยาบาลสุขภาพตำบล หรือโรงพยาบาล โดยวิธีการอย่างนั้นก็ทำให้ ขบวนการผลิตและขายหายไป เพราะว่าสามารถซื้อที่สถานที่ราชการในราคา ๑ บาท นอกจากนี้แล้วยังสามารถที่จะรู้ว่าใครเป็นคนเสพตัวนี้จะได้มีการรักษา รู้ประวัติคนเสพ นี่คือกระบวนการที่เราต้องแก้ปัญหาบ้านเมืองที่ใหญ่โตมากครับ กรมราชทัณฑ์มีผู้ต้องขัง เฉพาะยาบ้า ท่านคิดดูครับ ๑๔๕,๑๔๕ คน เป็นสิ่งที่ตกหนักกับกระทรวงยุติธรรม ผมจึงขอกราบเรียนมายังท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงยุติธรรมว่าถึงเวลาแล้วที่เราต้องแก้ปัญหายาเสพติดอย่างเป็นเรื่องเป็นราว ปล่อยไปเรื่อย ๆ ต่อไปอาจจะมีผู้ต้องขังเป็น ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ ขึ้นไปเรื่อย ๆ สถิติที่ผมโชว์เมื่อครู่นี้เพิ่มขึ้นตลอดเวลา แม้แต่ศาลเดี๋ยวนี้มีแต่คดียาเสพติดเต็มไปหมด ขอบพระคุณท่านประธานครับ ปัญหานี้เป็นปัญหาบ้านเมืองที่ผมอยากให้แก้ไขอย่างยิ่ง ขอบพระคุณท่านประธานที่กรุณาครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณบัลลังก์ อรรณนพพร ครับ🔗

นายบัลลังก์ อรรณนพพร ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายบัลลังก์ อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอนแก่น เขต ๑๐ พรรคเพื่อไทย ประกอบไปด้วยอำเภอบ้านไผ่ อำเภอบ้านแฮด และอำเภอพระยืน🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายบัลลังก์ อรรณนพพร ขอนแก่น

วันนี้มีเรื่องหารือกับท่านประธาน ดังนี้ ได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านตำบลหนองแซง ขอให้ติดตามโครงการก่อสร้างถนนเชื่อม ระหว่างบ้านห้วยม่วง ตำบลหนองแซง อำเภอบ้านแฮด จังหวัดขอนแก่น ถึงบ้านวังกุง ตำบลเขวาไร่ อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ระยะทาง ๔,๒๐๐ เมตร และเส้นทาง บ้านขอนสัก ตำบลหนองแซง จังหวัดขอนแก่น ถึงบ้านวังกุง ตำบลเขวาไร่ อำเภอโกสุมพิสัย จังหวัดมหาสารคาม ระยะทาง ๓,๕๐๐ เมตร เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชน เนื่องจากหน้าแล้งถนนก็เป็นดินทราย หน้าฝนก็เป็นโคลน น้ำกัดเซาะ ถนนขาด เนื่องจากถนนดังกล่าวเป็นถนนที่สัญจรไปมาของพี่น้องระหว่าง ๒ จังหวัด ระหว่างขอนแก่นกับมหาสารคาม และเป็นถนนในการลำเลียงสินค้าทางการเกษตร ไม่ว่ามันสำปะหลังหรืออ้อยที่จะลำเลียงเข้าสู่โรงงานในเขตจังหวัดมหาสารคาม ก็ขอฝาก กรมทางหลวงชนบทซึ่งได้เข้าไปสำรวจแล้ว ได้จัดสรรงบประมาณไปให้กับพี่น้องประชาชน ชาวจังหวัดขอนแก่นเพื่อสัญจรไปมา🔗

เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากนายสวรรค์ สุทธิ ประชาชนบ้านผักหวาน หมู่ ๒ ตำบลบ้านลาน อำเภอบ้านไผ่ ซึ่งถนนที่ชาวบ้านยังขาดเหลือที่เป็นลูกรังอยู่ประมาณ ๔๐๐ เมตร อยากให้ทางกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ได้ไปทำการก่อสร้าง เพราะว่าเป็นทางหลักในการที่จะเดินทางเข้าอำเภอบ้านไผ่และเป็นถนนที่ลำเลียงสินค้า ทางการเกษตรด้วย ไม่ว่ามัน ไม่ว่าอ้อย ก็ฝากท่านประธานไปถึงกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคมด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ครับ🔗

นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ สมุทรสาคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมุทรสาคร เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่สมุทรสาคร ซึ่งได้ประสบกับปัญหาน้ำท่วมเป็นประจำ เกิดขึ้น ทุกเดือนนะคะ แล้วก็ในช่วงน้ำทะเลหนุนสูงนี้ก็จะเดือดร้อนกันมาก น้ำเข้าท่วมบ้านเรือน ถนนหนทางพื้นที่การเกษตร จึงขอนำความต้องการและข้อเสนอแนะของประชาชนนำเรียน ท่านประธาน เพื่อให้ท่านประธานส่งเรื่องไปยังกรมโยธาธิการได้พิจารณาดำเนินการ มี ๕ เรื่อง ดังนี้นะคะ🔗

๑. ก่อสร้างเขื่อนป้องกันริมตลิ่งริมคลองสุนัขหอน พื้นที่ชุมชนบ้านบ่อ หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๕ ตำบลบ้านบ่อ ช่วงที่ ๑ ความยาว ๑ กิโลเมตร และช่วงที่ ๒ ความยาว ๘๔๐ เมตร🔗

๒. ก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมคลองระบายน้ำดี ๗ (D7) ตำบลชัยมงคล อำเภอเมืองสมุทรสาคร ความยาว ๕๐๐ เมตร🔗

๓. ก่อสร้างระบบป้องกันน้ำท่วมบริเวณชุมชนท้ายบ้าน ตำบลท่าฉลอม อำเภอเมืองสมุทรสาคร ความยาว ๕๑๐ เมตร🔗

๔. ก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมคลองท่าแร้ง หมู่ ๑ ตำบลบางโทรัด อำเภอเมือง สมุทรสาคร ความยาว ๕๐๐ เมตร🔗

๕. ก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมคลองตัน หมู่ที่ ๑ ตำบลเกษตรพัฒนา อำเภอบ้านแพ้ว ความยาว ๑,๑๔๓ เมตร เนื่องจากจังหวัดสมุทรสาครเป็นพื้นที่ปลายน้ำ ที่ต้องรับน้ำจากจังหวัดตอนบนนะคะ เพื่อที่จะไหลออกสู่แม่น้ำท่าจีนออกอ่าวไทย จังหวัดเรา จึงเป็นพื้นที่รับน้ำเต็ม ๆ และยิ่งโดยเฉพาะในช่วงที่มีฝนตก น้ำทะเลหนุนสูง ประชาชน ชาวสมุทรสาครก็จะเดือดร้อนมาก ฝากท่านประธานด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ ครับ🔗

นายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย เรื่องหารือ วันนี้เกี่ยวกับโครงการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งต้องขออนุญาตในการก่อสร้าง ใช้พื้นที่ต่อกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่เขตเลือกตั้งของกระผม มีอำเภอแม่ลาว อำเภอแม่สรวยและอำเภอเวียงป่าเป้าครับ มีพื้นที่ที่คาบเกี่ยวดังกล่าว เป็นจำนวนมากครับ โครงการวันนี้ที่ต้องขอหารือท่านประธาน ได้นำเรียนก็คือ โครงการก่อสร้างสะพาน ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

สะพานแห่งนี้เป็นสะพานซึ่งได้รับ ผลกระทบจากอุทกภัยเมื่อ ๓ ปีที่แล้ว ทำให้สะพานนั้นเสียหายพังไป สะพานที่เห็นนี้ เป็นสะพานชั่วคราวครับ สะพานโครงเหล็กซึ่งใช้ชั่วคราว องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้อนุมัติก่อสร้างเป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็กครับ อนุมัติเป็นที่เรียบร้อย และได้ขออนุญาตใช้พื้นที่ไปที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อ ๒ ปีที่แล้ว จะเห็นว่าจุดนี้เป็นจุดที่เป็นไร่นาเรือกสวนของพี่น้องเกษตรกร ใช้สัญจรไปมานับพันไร่ครับ ปรากฏว่า ๒ ปีที่ผ่านมาคำอนุญาตขอใช้พื้นที่ดังกล่าวก็ยังไม่ได้ตกมา ผมในฐานะ ส.ส. พื้นที่ ได้รับคำร้องเรียนมาเป็นระยะ ๆ หลังสุดนี้เมื่อต้นปี ๒๕๖๔ ผมได้ประสานไปที่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็ยังไม่ได้รับการอนุมัติ วันนี้พี่น้องประชาชน มีความห่วงใยครับว่า ถ้าอนุมัติมาช้างบประมาณดังกล่าวที่สร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก ให้พี่น้องประชาชนก็จะตกไป ก็จะเสียโอกาสให้กับพี่น้องประชาชนในการสัญจรไปมา วันนี้ก็ขอท่านประธานได้ทำหนังสือไปที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับ ได้รีบอนุมัติให้หน่อยครับ พี่น้องเป็นกังวลมากครับ ๒ ปีมาแล้วครับ ถ้าปีที่ ๓ เม็ดเงิน ก็จะตกเป็นเงินสะสมไป โครงการดังกล่าวก็จะล่าช้าไป สร้างความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชน เป็นอย่างยิ่งครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ขอข้ามนางสาวไพลิน ไป ต่อไปคุณมณฑล โพธิ์คาย ครับ🔗

ร้อยตำรวจตรี มณฑล โพธิ์คาย กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ผม ร้อยตำรวจตรี มณฑล โพธิ์คาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตสวนหลวง พรรคภูมิใจไทย วันนี้ขอนำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือ ต่อท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อจะได้มีการแก้ไขและปรับปรุง และเป็นประโยชน์สุขกับพี่น้องประชาชนต่อไป ท่านประธานครับ เรื่องท่อประปาที่ชุมชน หัวหมาก เกาะกลาง เขตสวนหลวง ในพื้นที่ของผม เดิมเป็นท่อเหล็กได้ใช้งานมานานแล้ว ปัจจุบันนี้มีบางจุดได้ผุพัง และน้ำรั่วเป็นสนิมและน้ำไหลทิ้งโดยไม่เกิดประโยชน์ ประเด็นที่สำคัญ ท่อประปาแห่งนี้ได้มาถูกติดตั้งบนทางเดิน ค.ส.ล. ซึ่งพี่น้องใช้ในการเดินสัญจรไปมา บางจุดเข้าไปกินพื้นที่ของทางเดิน ค.ส.ล. นี้ประมาณ ๓๐-๔๐ เซนติเมตร ทำให้เกิดอันตราย กับพี่น้องประชาชนและคนในชุมชน บางครั้งเขาขี่รถจักรยานยนต์ ไปเฉี่ยวชนหรือไปสะดุด กับท่อประปาที่วางอยู่บนทางเดิน ค.ส.ล. ทำให้ได้รับอุบัติเหตุมาหลายรายแล้ว ผมในฐานะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีหน้าที่ดูแลความทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน จึงร้องเรียน ต่อท่านประธานสภาผ่านไปยังการประปานครหลวงให้มาช่วยปรับปรุงแก้ไขเปลี่ยน ท่อประปาที่น้ำรั่วไหลทิ้ง และให้มาติดตั้งท่อประปา นำออกไปจากทางเดิน ค.ส.ล. หรือ ติดตั้งใหม่ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย เพื่อไม่ให้เกิดเป็นอันตรายกับพี่น้องประชาชนและ ลูกหลานในชุมชนต่อไป ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปคุณวุฒินันท์ บุญชู ครับ🔗

นายวุฒินันท์ บุญชู สมุทรปราการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วุฒินันท์ บุญชู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคก้าวไกล สืบเนื่องจากอำเภอบางพลีมีถนนอยู่ ๑ สาย คือสายบางพลี-กิ่งแก้ว เป็นถนน ๔ เลน เชื่อมระหว่างถนนบางนา-ตราด ออกสู่ถนนเทพารักษ์🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายวุฒินันท์ บุญชู สมุทรปราการ

ถ้าตามมาตรฐานทั่วไปของถนน ๔ เลน จุดสิ้นสุดของขอบทางต้องมีขอบฟุตบาทดังในภาพ และด้านล่างของฟุตบาท ก็คือเป็นท่อระบายน้ำ แต่ในสภาพความเป็นจริงของถนนเส้นนี้ จุดสิ้นสุดของขอบทางยังเป็น คู คลอง และประกอบไปด้วยขยะและน้ำเน่าเสีย ซึ่งส่งกลิ่นเหม็นตลอดเวลาเลยครับ ถนนเส้นนี้อยู่ในเมือง อยู่ในชุมชน ระยะทางประมาณ ๑,๕๐๐ เมตร และจะมุ่งไปสู่ ศูนย์ราชการในพื้นที่อำเภอบางพลี ซึ่งประกอบไปด้วยที่ว่าการอำเภอบางพลี เทศบาลตำบล บางพลี องค์การบริหารส่วนตำบลบางพลีใหญ่ สถานีตำรวจภูธรอำเภอบางพลี โรงเรียน บางพลีราษฎร์บำรุงและวัดบางพลีใหญ่กลาง นี่คือศูนย์ราชการที่ถนนเส้นนี้จะมุ่งไปสู่ ที่ผมพูดเช่นนี้หน่วยงานทั้ง ๗ หน่วยงานนี้ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องจริง ๆ และรับผิดชอบจริง ๆ ก็คือแขวงการทางสมุทรปราการครับ แขวงการทาง ต้องลงมาดูแลต้องมาทำพื้นที่ ต้องปรับปรุง โดยเฉพาะเรื่องความสะอาด เรื่องภูมิทัศน์ แล้วก็เรื่องขอบทาง ผมขอฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง คือแขวงการทางสมุทรปราการครับ ให้เข้ามาปรับปรุงและพัฒนาขอบทางเส้นนี้ด้วยครับ เป็นเวลา ๑๐ ปีแล้วครับ ไม่เคยทำอะไรเลยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณสุรชาติ ศรีบุศกร ครับ🔗

นายสุรชาติ ศรีบุศกร พิจิตร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรชาติ ศรีบุศกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิจิตร เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือท่านประธานสภาผ่านไปยังกรมชลประทานใน ๒ ปัญหาเร่งด่วน จาก ๒ โครงการ ฝายชั่วคราววังบัวและวังยาง ซึ่งประสบปัญหาเดียวกัน ขอภาพด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายสุรชาติ ศรีบุศกร พิจิตร

ภายหลังน้ำหลากเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๔ น้ำหลากได้ไหลพ้นข้ามสันฝายพาพัดหินและกล่องเกเบี้ยน (Gabion) เสียหาย ทั้ง ๒ โครงการ ได้ดำเนินการขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกรมชลประทานเพื่อซ่อมแซมฝายชั่วคราว ในวงเงิน ๙ ล้านบาทเท่ากัน ซึ่งระหว่างการเข้าปฏิบัติงานได้ตรวจพบว่ากล่องเกเบี้ยน (Gabion) และสันฝายที่บรรจุหินใหญ่นั้นได้ถูกน้ำกัดเซาะเพิ่มเติม และยังกัดเซาะลึกลงไป จนเกิดความเสียหายมากขึ้น ทางโครงการจึงได้ดำเนินการขอรับการสนับสนุนงบประมาณ เร่งด่วนประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ เพิ่มเติมจากกรมชลประทานอีกครั้ง โดยส่วนของ ฝายชั่วคราววังบัวนั้นรับผิดชอบพื้นที่ชลประทานใน ๒ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกำแพงเพชร และจังหวัดพิจิตร ส่งน้ำผ่าน ๑๐ ตำบล ๖ อำเภอใน ๒ จังหวัด และของบประมาณเพิ่มเติม อีกจำนวน ๒,๖๐๐,๐๐๐ บาท จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาอนุมัติงบประมาณด้วยครับ ท่านประธาน และในส่วนของฝายชั่วคราววังยางนั้นรับผิดชอบพื้นที่ชลประทานใน ๓ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดพิจิตร และจังหวัดนครสวรรค์ ส่งน้ำผ่าน ๑๔ ตำบล ๕ อำเภอใน ๓ จังหวัด ปัญหาที่พบภายหลังจากการซ่อมแซมแล้วเสร็จคือสันฝายเกิดรอยรั่ว จนทำให้เกิดความเสียหายในวงกว้าง พี่น้องเกษตรกรผู้ใช้น้ำ ๓ จังหวัดจึงได้แจ้งผ่านไปยัง ท่านปริญญา ฤกษ์หร่าย ส.ส. กำแพงเพชร เขต ๔ ท่านสัญญา นิลสุพรรณ ส.ส. นครสวรรค์ เขต ๓ เพื่อประสานหน่วยงานกรมชลประทานให้ออกสำรวจความเสียหาย และได้โปรด อนุมัติงบประมาณซ่อมแซมฝายชั่วคราวทั้ง ๒ แห่งอย่างเร่งด่วน และหากไม่เร่งดำเนินการ ในช่วงที่ยังไม่เข้าสู่ฤดูน้ำหลากแล้วนั้น อาจทำให้เกิดการกัดเซาะแนวร่องน้ำเพิ่มขึ้นจนเกิด ความเสียหายในวงกว้าง และส่งผลกระทบต่อโดยตรงกับพี่น้องเกษตรกรผู้ใช้น้ำทั้ง ๓ จังหวัด จึงเรียนมาด้วยความเคารพครับ ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม🔗

นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม อุดรธานี

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๗ พรรคเพื่อไทย ขอให้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนดังนี้ครับ🔗

๑. ให้รัฐบาลรีบแก้ไขปัญหาราคาพืชผลทางเกษตรตกต่ำ ข้าวกิโลกรัมละ ๕-๖ บาท ข้าวเปลือกถูก ข้าวสารแพง ย่ำแย่มากในรอบ ๑๐ ปี เศรษฐกิจแย่ มีแต่หนี้ กู้มาแจก ให้ชาวบ้านรับกรรม ๘ ปีที่ทรมาน ผมและเพื่อน ส.ส. พรรคเพื่อไทย ต้องเทียวไล่เทียวแหย่ คอยกระทุ้งกว่ารัฐบาลลุงจะยอมจ่ายเงินชดเชยประกันราคาข้าวให้ลงมาถึงมือชาวนา รัฐบาล กระทรวงพาณิชย์ต้องรีบให้ ธ.ก.ส. เร่งจ่ายเงินไว ๆ ชาวนาเหนื่อยใจทนไม่ไหว มานานแล้วครับ🔗

๒. การแก้ไขปัญหาที่อาศัยทำกินในเขตทหาร การอำนวยความสะดวก ให้พี่น้องประชาชนได้มีถนนไฟฟ้า น้ำประปาใช้ในการอุปโภคบริโภค สะดวกเพียงพอ ต่อความต้องการ ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกมาจัดการแก้ไขปัญหานี้ที่มีทั่วประเทศ ให้สำเร็จสะเด็ดน้ำลุล่วงไปเสียที เพื่อประโยชน์ สูงสุดของประเทศชาติและประชาชนครับ🔗

๓. ที่อำเภอหนองวัวซอ อำเภอเมือง อำเภอกุดจับ ขอให้กรมทรัพยากรน้ำ เขต ๑๐ ขุดเจาะบ่อน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรและชุมชนในเขตพื้นที่ขาดแคลนน้ำ เพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภค เช่น แปลงนาปลูกข้าวญี่ปุ่นขาย ที่ตำบลสร้างก่อ อำเภอกุดจับ จังหวัดอุดรธานี พื้นที่ส่งเสริมการปลูกมะม่วงน้ำดอกไม้พันธุ์ดีรสเลิศ ซึ่งส่งขายถึงยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น จีน ทุกปี ที่ตำบลกุดหมากไฟ อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี การส่งเสริม อาชีพเพิ่มรายได้ให้พี่น้องเกษตรกร ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รีบดำเนินการโดยด่วนครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณจิรทัศ ไกรเดชา ครับ🔗

นายจิรทัศ ไกรเดชา พระนครศรีอยุธยา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายจิรทัศ ไกรเดชา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่องมาหารือกับท่านประธานผ่านไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจาก พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยที่ผ่านมาในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือน พืชผลการเกษตรที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยว บ่อกุ้ง บ่อปลา สถานที่ราชการ วัด โรงเรียน มัสยิด ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฝ่ายปกครอง เร่งสำรวจความเสียหายของพี่น้องที่ได้รับผลกระทบเกือบจะทั้งจังหวัดก็ว่าได้ จ่ายเงินเยียวยา ให้กับพี่น้องที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในครั้งนี้ ก็เพื่อเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับ พี่น้องชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องชาวอำเภอบางบาล ตำบลบ้านคลัง ผ่านนายกมาลี กลิ้งโพธิ์ ว่าที่นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านคลัง ริมตลิ่งคลองบางบาล ได้ชำรุดเสียหายใกล้ถึงบ้านเรือน เกรงว่าพี่น้องประชาชนที่มีบ้านเรือนอยู่ตรง คลองบางบาลจะได้รับความเสียหาย ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะโยธาธิการ และผังเมืองจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเร่งสำรวจและก่อสร้างเขื่อน เพื่อป้องกันความเสียหาย ของพี่น้องประชาชนที่อยู่ริมคลองบางบาลด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ เรื่องที่ผมเคยหารือกับท่านประธานเมื่อครั้งที่แล้ว เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ถนนที่ได้เกิดอุทกภัย ได้เกิดความชำรุดเสียหายก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการซ่อมแซมแก้ไขเพื่อการสัญจรไปมาที่สะดวก ถนนประกอบด้วย สายไม้ตา-ลาดบัวหลวง ถนนสายเสนา-ผักไห่ ถนนสายบางบาล-ผักไห่ เพื่อความปลอดภัย ในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมาด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณสาคร เกี่ยวข้อง ครับ🔗

นายสาคร เกี่ยวข้อง กระบี่

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ อยากกราบเรียน ท่านประธานไปยังกรมทางหลวงแผ่นดิน แล้วก็แขวงการทางจังหวัดพังงาที่รับผิดชอบโครงการ ก่อสร้างถนน ๔๓๖๗ สายโคกเจียก-ไสเสียด วังจา-นาเหนือ ซึ่งผ่านตำบลนาเหนือ ตำบลเขาเขน และตำบลปลายพระยา ของอำเภออ่าวลึกและอำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่ เรื่องขอความเป็นธรรมกรณีกำหนดราคาอสังหาริมทรัพย์และค่าทดแทน การเวนคืนที่ดินที่ไม่เป็นธรรม พี่น้องประชาชนที่อยู่ในบริเวณถนนดังกล่าวที่จะตัดผ่านได้รับ ความเดือดร้อน ได้รับความกังวลใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากทางแขวงการทางได้มาทำ การตกลงราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเขตทางหลวงเวนคืน ได้กำหนดราคาต่ำมากกว่า ราคาที่ซื้อขาย ไม่มีความชัดเจน ไม่มีความเป็นธรรม พี่น้องประชาชนต้องการที่ได้รับ การเวนคืนแล้วไปจัดหาจัดซื้อที่ทำกิน สร้างบ้านใหม่ แต่ก็ราคาไม่ค่อยสมดุลจากการชดเชย จากความเสียหายของเจ้าหน้าที่ จึงอยากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้ให้ความเป็นธรรมกำหนดราคาหรือทบทวนราคาใหม่ให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อที่จะ ได้รับเงินจากค่าเวนคืน กลับไปซื้ออสังหาริมทรัพย์เรือกสวนไร่นาหรือสร้างบ้านในราคา ที่พอจะเป็นไปได้ ฝากท่านประธานไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณองค์การ ชัยบุตร ครับ🔗

นายองค์การ ชัยบุตร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน กระผม องค์การ ชัยบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากภาคอีสาน วันนี้ขออนุญาตหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง ติดตาม ๑ เรื่องครับท่านประธาน ผมได้รับ ข้อร้องเรียนจากทนายสุพจน์ สุอริยพงษ์ และนายวิทวัส ทองโสม กรณีถนนภายในหมู่บ้าน บ้านสามขา หมู่ ๑๔ ตำบลคำป่าหลาย อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ภาพมาด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายองค์การ ชัยบุตร แบบบัญชีรายชื่อ

เป็นหลุมเป็นบ่อมานานหลายปี ท่านประธาน สัญจรลำบาก โดยเฉพาะหน้าฝนชาวบ้านเดือดร้อนมากประมาณ ๕๐ ครอบครัวที่ใช้ถนนเส้นนี้ ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งรัดจัดสรรงบประมาณให้กับ ชาวบ้านด้วย🔗

เรื่องที่ ๒ ได้รับข้อร้องเรียนจากผู้เลี้ยงปลาในกระชัง ในเขตเทศบาลมุกดาหาร บ้านนาโปน้อย นาโปใหญ่ ประมาณ ๔๐ ครอบครัว ประมาณ ๒,๐๐๐ กระชัง หัวอาหาร ที่สูงขึ้น แต่ราคาปลานิลในกระชังลดลง ชาวบ้านแบกรับต้นทุนไม่ไหว ขาดทุนมานาน ประกอบกับสถานการณ์โควิด (COVID) ที่ผ่านมาชาวบ้านเดือดร้อนมาก กู้หนี้ยืมสินมา มีหนี้สินล้นพ้นตัว ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปดูแลพี่น้องกลุ่มนี้ด้วย🔗

ขออนุญาตติดตามปัญหาที่ผมเคยหารือไปแล้ว ไฟฟ้าส่องสว่าง ทางเข้า หมู่บ้าน บ้านอุ่มไผ่ หมู่ ๔ ตำบลกกแดง อำเภอนิคมคำสร้อย ระยะทางประมาณ ๑ กิโลเมตร อันนี้ชาวบ้านต้องการมาก โดยเฉพาะผู้ใหญ่บ้านทองสา คำนนท์ ย้ำแล้วย้ำอีกว่า ท่านผู้แทนราษฎรช่วยหน่อย ทางเข้าหมู่บ้านมืด ตัวที่ ๒ ก็คือไฟฟ้าส่องสว่าง ถนนเส้นนิคม ไปหนองสูง ผ่านบ้านชัยเจริญ บ้านคำแฮดน้อย บ้านนาหลวง ตำบลกกแดง อำเภอนิคมคำสร้อย ยังไม่เพียงพอท่านประธาน บางส่วนก็มี บางส่วนก็ไม่มี อันนี้อันตรายมาก โดยเฉพาะ คอสะพานห้วยหินลาดบ้านบาก มันทึบ ช่วงบ้านชัยเจริญไปเทศบาลนิคมคำสร้อยทึบมาก ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดูแลด้วย ในส่วนที่ผมหารือไปนั้น หน่วยงานหลาย ๆ หน่วยงาน ก็ให้ได้จัดสรร ปรับปรุงแล้วละครับ แต่ยังมีส่วนหนึ่งที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ฝากด้วยครับ ขอบมากคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณกรวีร์ ปริศนานันทกุล ครับ🔗

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทยจากจังหวัดอ่างทองครับ มีเรื่อง หารือสะท้อนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ครั้งที่แล้วผมได้สะท้อนปัญหาเรื่องของ เงินประกันรายได้ และเงินช่วยเหลือของพี่น้องเกษตรกรไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ตอนนี้ได้รับ เรียบร้อยแล้ว เหลือแต่เพียงส่วนเดียวก็คือเงินช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับ ผลกระทบจากเรื่องของน้ำท่วมที่จะช่วยเหลือผู้ที่ปลูกข้าวไร่ละ ๑,๓๔๐ บาท พืชสวนไร่นา ๑,๙๘๐ บาท ทางเกษตรตำบล เกษตรอำเภอ เกษตรจังหวัดได้สำรวจเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้พี่น้องเกษตรกรรอคอยเงินช่วยเหลือเยียวยาส่วนนี้อยู่ ค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าราคาน้ำมัน ต้นทุนทางการผลิตนั้นสูง ต้องการที่จะเอาเงินส่วนนี้ไปช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรชาวนาด้วย🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องโครงการการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ ของทางรัฐบาล ทราบข่าวเรื่องของโครงการคนละครึ่งเพื่อที่จะออกมาลดภาระค่าใช้จ่ายของพี่น้องประชาชน แล้วก็กระตุ้นเศรษฐกิจ ก็อยากที่จะเร่งรัดไปทางรัฐบาลให้ช่วยเร่งในการออกโครงการต่าง ๆ มาให้ทันกับปีใหม่นี้ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับพี่น้องคนไทย🔗

เรื่องสุดท้าย เรื่องของทางหลวงที่จังหวัดอ่างทอง ทางหลวงเส้น ๓๓๗๒ ริมคลองชลประทาน ๑ ขวา (ชัณสูตร) ซึ่งกินพื้นที่อำเภอแสวงหา อำเภอโพธิ์ทอง อำเภอสามโก้ และอำเภอวิเศษชัยชาญ ระยะทางรวมยาวประมาณ ๔๐-๕๐ กิโลเมตร ตอนนี้ทางหลวงจังหวัดได้ไปติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่าง แต่ยังขาดอีกหลายช่วง ถนนเส้นนี้ เป็นเส้นที่พี่น้องประชาชนใช้สัญจรไปมาจำนวนมาก ก็ขอให้ติดไฟทาง เพิ่มความส่องสว่าง เพิ่มความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชน อีกเส้นหนึ่งก็คือ เส้นของทางหลวงชนบท ๕๐๓๕ ตำบลวังน้ำเย็น ที่บริเวณบ้านดอนบ่อ หมู่ ๘ มาที่บ้านรางฉนวน บ้านหนองยาง ไฟทาง เช่นเดียวกัน แล้วก็จุดสุดท้ายของทางหลวงชนบทที่ตำบลตรีณรงค์ เส้น ๒๐๓๘ ก็ขอให้ ปรับปรุงผิวทาง แล้วก็เติมไฟทางให้กับพี่น้องประชาชน ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณรังสรรค์ มณีรัตน์🔗

นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ลำพูน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา ท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และประธานกรรมการพัฒนาและบริหาร จัดการผลไม้ ได้มีคำสั่ง ที่ ๙/๒๕๖๔ เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการและคณะทำงาน ที่เกี่ยวข้องภายใต้คณะกรรมการพัฒนาและบริหารจัดการผลไม้ โดยแต่งตั้งทั้งหมด ๘ ชุด ท่านประธานครับ โดยชุดที่ ๗ คณะทำงานศึกษาเสถียรภาพกลุ่มสินค้าลำไย โดยให้ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นประธานคณะทำงาน อธิบดีกรมวิชาการเกษตร เป็นรองคณะทำงาน และมีหลายกรม หลายกระทรวงมาเป็นคณะทำงาน รวมถึงภาคเอกชน ภาคประชาชน โดยทั้งหมดมีอยู่ถึง ๒๖ คณะ ที่เป็นตัวแทน มีอำนาจหน้าที่จัดการบริหาร วันนี้ลำไยนอกฤดูราคาถูก คณะอนุกรรมการนี้ดำเนินการอย่างไรบ้าง ไปช่วยเหลือเขา อย่างไรบ้าง🔗

อีกประเด็นหนึ่งครับ เมื่ออาทิตย์ที่แล้วท่านนายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไปสุพรรณบุรีครับ ไปกดปุ่มเงินให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ๖.๔ หมื่นล้านบาท ผมออกพื้นที่ พี่น้องเกษตรกรถามผมครับ ผู้ปลูกลำไยถามผมว่า ท่านนายกรัฐมนตรีทำไมเอนเอียง รักแต่ผู้ปลูกข้าวหรือ เกษตรกรผู้ปลูกลำไยทำไมไม่ได้รับ ทั้ง ๆ ที่เขาเสียหายเมื่อฤดูกาล ที่ผ่านมา ขาดทุนเนื่องจากลำไยตกต่ำ เขาขอของขวัญปีใหม่ท่านประธานครับ ไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๒๕ ไร่ ขอให้เกษตรกรผู้ปลูกลำไย ๓๓ จังหวัดครับ ขอบคุณครับ🔗

– ๙/๑🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณปรีดา บุญเพลิง ครับ🔗

นายปรีดา บุญเพลิง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายปรีดา บุญเพลิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อโปรดพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องพนักงานราชการ ครูอัตราจ้างรายเดือน ตลอดจนเจ้าหน้าที่ธุรการที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในสถานศึกษาทุกสังกัด ทั้งที่ได้รับเงินเดือนจากเงินงบประมาณหรือจากเงินบำรุงการศึกษา ซึ่งมีจำนวนมากที่ไม่ได้ รับการดูแล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสวัสดิการ เรื่องความมั่นคง ความก้าวหน้าในวิชาชีพไม่มีเลย ถึงแม้ว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบได้กำหนดหลักเกณฑ์ว่า เมื่อทำงานครบ ๓ ปีมีสิทธิสมัครสอบ ครูผู้ช่วยได้ ซึ่งมีจำนวนน้อยเพียงร้อยละ ๒๕ ของอัตราในแต่ละปี จึงมีจำนวนผู้ที่สอบไม่ได้ เป็นจำนวนมากและเพิ่มขึ้นทุกปี บางคนทำงานมากว่า ๑๐ ปี บุคลากรเหล่านี้มีบทบาท หน้าที่เหมือนกับข้าราชการทุกประเภท ดังนั้นผมอยากเรียนท่านประธานผ่านไปยัง นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้โปรดเห็นใจ และเมตตาบุคลากร ทางการศึกษาเหล่านี้ที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยดีตลอดมา เพื่อให้พนักงานราชการ ครูอัตราจ้าง เจ้าหน้าที่ธุรการเหล่านี้มีขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงาน ขอให้ทุกกระทรวงใช้หลักเกณฑ์ การประเมินจากผลงานการปฏิบัติงานเชิงประจักษ์อย่างเข้ม เมื่อผ่านการประเมินได้รับ การบรรจุเป็นข้าราชการและควรได้รับเงินเดือนเท่ากับเงินเดือนเดิมที่ได้รับมาเหมือนเดิม ส่วนเจ้าหน้าที่ธุรการควรได้รับการประเมินเพื่อบรรจุเข้ารับราชการในตำแหน่งบุคลากร ทางการศึกษาอื่นตามมาตรา ๓๘ ค. (๒) เหมือนกับบุคลากรในสำนักงาน ซึ่งจะเป็น ขวัญกำลังใจที่ดี จะส่งผลต่อการพัฒนาการศึกษาของชาติโดยรวมให้สูงยิ่งขึ้นไป ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ครับ🔗

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนดังนี้ค่ะ🔗

เรื่องแรก ดิฉันขอประสานไปยังสำนักงานเขตลาดกระบัง สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ได้โปรดเข้าซ่อมแซมทางเดินเลียบคลองลำปะทิว ช่วงระหว่างตั้งแต่ หน้าวัดสุทธาโภชน์ ไปจนถึงทางเข้าหมู่บ้านวนารมย์ ทางเดินมีสภาพชำรุดเสียหาย ดิฉันเห็นว่าตรงนี้ทางหน่วยงานรัฐจะต้องเข้าไปจัดการ เพราะว่าเป็นเส้นทางที่พี่น้องประชาชน ที่ไม่ได้ใช้รถยนต์ส่วนตัว ไม่ได้ใช้รถประจำทาง แต่ใช้ทางเดินเท้าในการเดินทาง ในชีวิตประจำวัน ไปวัด ไปโรงเรียน รัฐควรที่จะให้การสนับสนุนเพื่อที่จะลดการใช้ รถยนต์ส่วนตัวด้วย ตรงนี้จะเป็นผลที่ดีกับประชาชนในเรื่องของสุขภาพและสิ่งแวดล้อมค่ะ ดิฉันขอให้ทางการได้ให้ความสำคัญในเรื่องด้วยนี้นะคะ🔗

อีกเรื่องหนึ่งค่ะ ถนนชำรุดเสียหายในบริเวณพื้นที่โกดังเก็บสินค้าไอซีดี (ICD) ลาดกระบัง เรื่องนี้ดิฉันเคยหารือไปหายครั้ง แต่ยังไม่ได้รับการตอบกลับนะคะ ดิฉันขอให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานเขต การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ทำงานร่วมกัน แล้วก็แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ🔗

แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งนะคะ ซอยร่มเกล้า ๒๓ มีฝาท่อเหล็กหายไปหลายฝา บริเวณนั้นใกล้กับโรงเรียนแล้วก็แหล่งชุมชน อาจจะเกิดอุบัติเหตุในอนาคตได้ ขอให้ทางการ เข้าไปสำรวจแล้วก็แก้ไขปัญหาให้กับประชาชนด้วย🔗

อีกเรื่องหนึ่งค่ะ ทางเชื่อมซอยร่มเกล้า ๒๓ และ ๒๕ แยก ๖ เป็นหลุมเป็นบ่อ หลายจุดด้วยกัน ตรงนี้มีระยะไม่เยอะไม่เกิน ๑๐๐ เมตรขอให้เร่งดำเนินการด้วยนะคะ ต่อไปค่ะ ค่าชดเชยค่าเสี่ยงภัยให้กับ อสม. ในพื้นที่กรุงเทพมหานครที่ทำงานเกี่ยวกับ การดูแลผู้ป่วยโควิด (COVID) แล้วก็ผู้ที่เข้าไปรับการฉีดวัคซีน ขอให้ กทม. ได้จ่ายอย่างทั่วถึง ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ครับ🔗

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กระบี่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ เนื่องจากว่าผมได้รับคำร้องเรียนจากท่านกำนัน ตำบลดินแดง นายเสริม เขียวเข็ม อำเภอลำทับ จังหวัดกระบี่ ท่าน สจ. อุทิศ ชนะกุล ท่านณัฐพงษ์ คงสุดรู้ และพี่น้องประชาชนในส่วนตำบลดินแดง อันสืบเนื่องสาเหตุจาก กรมโยธาธิการและผังเมือง มีถนนอยู่สายหนึ่งที่ติดอำเภอลำทับกับตำบลลำนาว จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่อำเภอบางขัน ระยะทางประมาณสัก ๑๖ กิโลเมตรด้วยกัน ซึ่งเป็นสาย ๔๐๐๓ แยกจากสาย ๔๒๓๖ มาบรรจบกันที่สาย ๔๒๒๕ มีความยาว ๑๖ กิโลเมตร ซึ่งสร้างเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๕ ซึ่งในขณะนี้พี่น้องอำเภอลำทับในหมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๖ ตำบลดินแดง มีความเดือดร้อนมาก อันมาจากสาเหตุที่ทางกรมโยธาธิการ และผังเมืองได้โอนถ่ายถนนสายนี้ไปให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราชทั้งเส้นทาง ซึ่งปรากฏว่าในเส้นทางสายนี้ ๑๖ กิโลเมตร ๑๐ กิโลเมตรติดอยู่ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และอีก ๖ กิโลเมตรติดอยู่ที่จังหวัดกระบี่ เพราะฉะนั้นหารือท่านประธานไปยังท่านอธิบดี กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย เพื่อที่จะให้ อบจ. นครศรีธรรมราช โอนถนน ๖ กิโลเมตรคืนมาให้กรมโยธาธิการและผังเมืองก่อน และให้กรมโยธาธิการ และผังเมืองได้ทำการโอนมาให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ต่อไป เนื่องจากว่า ถนนชำรุดมากในขณะนี้ ไม่ได้ซ่อมแซมมาร่วม ๑๐ ปีแล้ว พี่น้องที่บรรทุกปาล์มน้ำมัน พืชผลการเกษตร ได้รับความเดือดร้อนมาก จึงมีความจำเป็นซึ่งหารือมา ๒ ครั้งแล้ว ได้ทำหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทยด้วย ก็ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวงมหาดไทยด้วยความเคารพ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณอนุรักษ์ บุญศล🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต กราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และ/หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่อง ขอให้ก่อสร้าง สะพานข้ามห้วยเสียว ตามภาพเลยค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ขอให้ก่อสร้างสะพานข้ามห้วยเสียว บ้านโพนสูง ตำบลโพนสูง อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร บริเวณวังผ้าอ้อม ตามภาพ สะพานไม้ ๑๐๐ ปีค่ะท่านประธาน ขอภาพต่อไปเลยค่ะ ตามภาพสะพานไม้ ๑๐๐ ปี ดิฉันเดินอยู่บนสะพานนั้นค่ะท่านประธาน รับรู้ได้ถึงความผุพังตามกาลเวลา สั่นไหว อยู่ตลอดเวลา ซึ่งชาวบ้านข้ามไปแต่ไม่บรรทุกพืชผลทางการเกษตร จะใช้จักรยานข้าม หรือรถมอเตอร์ไซค์ข้ามเท่านั้น หน้าน้ำเต็มตลิ่งค่ะท่านประธาน เวลาที่พี่น้องประชาชน จะเอาพืชผลทางการเกษตรข้าม ไม่ใช้สะพานค่ะ กลัวหัก ก็เลยใช้เรือหรือไม่ก็ใช้กะละมัง ลอยคอมาอีกฝั่งหนึ่ง หน้าแล้งก็จะกรุยทางขึ้นลง ปีนขึ้นลงริมตลิ่งที่สูงเกือบ ๑๕ เมตรนี้ค่ะ ก็บอกว่าลำบากเป็นอย่างมากเลยทีเดียว พืชผลทางการเกษตรจำนวนมากค่ะท่านประธาน ฝั่งนั้นจะอ้อมไปทางบ้านหนองตาล ตำบลบ้านถ่อน แล้วเข้ามาในตัวตลาดอำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร แล้วก็มาบ้านโพนสูง ประมาณ ๕-๗ กิโลเมตรเลยทีเดียว ท่านประธานคะ ถ้าสร้างสะพานตรงนี้จะร่นระยะเวลาแค่ ๓๐๐ เมตร ถึง ๕๐๐ เมตรเท่านั้น ดิฉันนำเรื่องนี้ เข้าสู่กระทู้แยกเฉพาะค่ะท่านประธาน ยังไม่ได้รับคำตอบ ขอความกรุณาด้วยค่ะ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ครับ🔗

นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพอย่างสูงครับ ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ เป็นชุมชนที่ใหญ่ที่สุดในอดีต ในอดีตนั้นองค์พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๙ พระองค์ทรงเคยเสด็จประพาสไปทางเรือทางคลองสำโรง คิดว่าสถานที่แห่งนี้ควรจะได้รับการปรับปรุงและทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวเพื่อช่วยเหลือ พี่น้องประชากรเกษตรกรและชุมชนใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็นชาวไร่ ชาวนา ชาวประมง ซึ่งผลิตภัณฑ์ที่เลื่องลือไปทั่วประเทศระดับประเทศ ก็คือปลาสลิดที่มีรสชาติอร่อย ถือว่า เป็นสินค้าอันดับหนึ่งของชาวบางบ่อ สถานที่แห่งนี้ซึ่งห่างจากกรุงเทพฯ ประมาณ ๓๐ กม. เท่านั้น ซึ่งขณะนี้ผมกำลังปรึกษากับทาง อบจ. และทางเทศบาลนายกวันดี เชยนาค และท่านนายกนันทิดา แก้วบัวสาย ว่าเราจะอินโนเวต (Innovate) อำเภอบางบ่อ ตลาดบางบ่อ ให้ขึ้นมาเป็นสถานที่ท่องเที่ยวให้ทัดเทียมกับอำเภออื่น ๆ ของประเทศไทยเรา แล้วก็มี องค์หลวงพ่อปานเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพบูชาของพี่น้องทั้งประเทศ🔗

อีกเรื่องหนึ่งก็คือ เรื่องสายทางเดินกลับรถใต้สะพานคลองด่าน แออัด แล้วก็จอแจไปด้วยผู้คนมากมายครับ จะเป็นที่เสี่ยงกับโรคภัยที่กำลังคุกคามประเทศเรา อยู่ขณะนี้ ขอให้ผู้ที่มีหน่วยเกี่ยวข้องช่วยดูแลและช่วยเหลือพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานด้วยความเคารพอย่างสูงครับ กรุงศรีวิไล ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณมานพ คีรีภูวดล🔗

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ ช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาผมได้ลงพื้นที่ฝาง แม่อาย ไชยปราการ นายดวงแก้ว ยานทา ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๙ บ้านมูลงาม นายสุรัตน์ สุจาศิริวงศ์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๑๓ บ้านเมืองงามใต้ ได้ร้องมาที่ผมว่าหมู่บ้านเป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่มีจำนวนประชากร เป็นพันกว่าคน มีหลายร้อยหลังคา สิ่งที่ผู้ใหญ่บ้านอยากจะขอก็คืออยากจะขอให้ กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้ดำเนินการขอแยกหมู่บ้านทั้ง ๒ หมู่ ทั้งหมู่ ๙ และ หมู่ ๑๓ เพราะว่าหมู่บ้านขนาดใหญ่ตรงนี้ยังมีหมู่บ้านบริวารที่ต้องปกครองดูแล แต่ว่าการเดินทางที่ไกลยากต่อการดูแล เพราะฉะนั้นอยากจะขอแยกหมู่บ้านทั้ง ๒ หมู่ เพื่อให้การปกครองดูแลพี่น้องชาวบ้านได้ทั่วถึงครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ที่ดอยอ่างขาง ผมได้เดินทางไปพื้นที่ที่ดอยอ่างขางที่บ้านหลวง หมู่ ๕ ตำบลแม่งอน อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ผู้ใหญ่บ้าน คุณเฉลียว ปู่คำ บอกว่าพื้นที่ เจอปัญหาเรื่องของหมอกควันไฟป่า เจอปัญหาเรื่องขยะ เพราะฉะนั้นเป็นหมู่บ้านที่ ทำการท่องเที่ยวเชิงเกษตร ต้องดูแลรักษาป่า ขณะเดียวกันก็เจอปัญหาเรื่องขยะ ซึ่งชุมชนเอง ก็มีศักยภาพในการดูแลระดับหนึ่ง ไฟป่าเองก็มีศักยภาพดูแลระดับหนึ่ง เพราะฉะนั้น ก็คืออยากจะขอให้หน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญไปยังกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยสนับสนุน ทั้งความรู้ เครื่องไม้เครื่องมือ เรื่องกระบวนการทำงานแก้ไขปัญหาขยะในพื้นที่ รวมทั้ง เรื่องของการแก้ไขปัญหาเรื่องของไฟป่าที่เกิดขึ้นทุก ๆ ปีในพื้นที่ครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขออนุญาตกลับไปที่ นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ มาแล้ว เชิญเลยครับ🔗

นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๗ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐค่ะ วันนี้ดิฉันนำเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของ พ่อแม่ พี่น้อง ประชาชนในเขตพื้นที่มาหารือกับท่านประธานด้วยกันทั้งหมด ๓ เรื่องค่ะ ดิฉันเองได้ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานการก่อสร้างถนนสาย สป. ๔๐๑๐ เป็นถนนเชื่อม ทางหลวงหมายเลข ๓๒๔๓ เชื่อมอำเภอพระสมุทรเจดีย์และเขตบางขุนเทียน กทม. ซึ่งตอนนี้กรมทางหลวงชนบทได้ดำเนินการให้มีการปรับผิวจราจร โดยมีการยกถนนเส้นนี้ ระยะทาง ๒๔๐ เมตร เป็นถนนทางเข้าวัดสาขลา ซึ่งตรงจุดนี้จะมีน้ำทะเลหนุนสูงตลอดทั้งปี มีน้ำท่วมขังตลอดค่ะ และได้รับความกรุณาจากทางหลวงได้ผ่านงบประมาณปี ๒๕๖๕ เรียบร้อยแล้วค่ะ อยู่ในระหว่างดำเนินการ แต่สิ่งที่ดิฉันได้รับแจ้งจากประชาชนก็คือในเรื่องเกี่ยวกับป้ายบอกทางของบริษัทผู้รับจ้าง ไม่มีป้ายบอกทางในการก่อสร้าง และระหว่างการก่อสร้างได้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นหลายราย ในตลอดทั้งวันนะคะ ดิฉันเองก็ขอฝากเรื่องนี้ผ่านไปยังทางหลวงชนบทให้กำชับผู้รับเหมา ให้เร่งดำเนินการช่วยเหลือประชาชนในระหว่างการก่อสร้างค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นการติดตามการดำเนินงานถนนทางยกระดับ คลองขุนสมุทรไทย คลองนาล่างของเขตพื้นที่ตำบลนาเกลือ หมู่ที่ ๑ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ ตอนนี้ก็อยู่ใน ระหว่างก่อสร้างเช่นกัน ซึ่งได้ผ่านงบประมาณปี ๒๕๖๕ จากสภาผู้แทนราษฎรเป็นงบของ ทางหลวงชนบท ดิฉันเองก็ขอฝากผู้รับเหมาได้ช่วยเหลือในการแจ้งป้ายเตือนให้กับประชาชน ได้รับทราบก็ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานสภามา ณ โอกาสนี้ค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เชิญ🔗

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา กระผม ขอหารือต่อเนื่องเรื่องทุ่งรับน้ำเจ้าเจ็ดและทุ่งรับน้ำโพธิ์พระยา อำเภอบางปลาม้า และอำเภอสองพี่น้องจังหวัดสุพรรณบุรี ท่านประธานมองออกไปจากสภาเห็นไหมครับ แม่น้ำเจ้าพระยา น้ำในทุ่ง ๒ ทุ่งรับน้ำใกล้เคียงกับระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาที่ท่านประธาน เห็นเลยครับ เป็นอย่างนี้มา ๓ เดือนแล้วครับ ทุ่งรับน้ำตอนนี้เป็นทุ่งรับหนี้ รับทุกข์ รับความลำบากไปทุกเรื่อง การสูญเสียโอกาสทำมาหากิน สูญเสียรายได้ ขาดสภาพคล่อง ทางการเงินผิดนัดชำระหนี้เกิดสภาวะเครียดในการใช้ชีวิตแต่ละวัน เกษตรกรรายหนึ่งกล่าวว่า เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ถ้าไม่เกิดกับใครจะไม่รู้ว่าเจ็บปวดสาหัสขนาดไหน บ้านเรือน ที่น้ำท่วมต้องนอนกลางเรือ กินกลางน้ำ แม้แต่ที่ถ่ายทุกข์ยังไม่มี ทุกข์ระทมกับการใช้ชีวิต อย่างยากลำบากที่ไม่เป็นปกติสุขนานนับเดือน ทุกข์ระทมกับความเสียหายของบ้านเรือน คิดแล้วไม่มีเงินจะซ่อมแซม ถนนในหมู่บ้าน ตำบลชำรุดเสียหายไปหมด เดินทางสัญจร ไม่สะดวก ดังนั้นกระผมจึงขอให้ท่านประธานกรุณาทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี ขอความช่วยเหลือ ๓ เรื่อง คือเรื่องอาชีพ เรื่องบ้านเรือน และเรื่องถนนหนทาง ให้สถาบันการเงินพักชำระหนี้ทั้งต้นและดอกเบี้ยให้กับเกษตรกร ผู้เลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้ง เลี้ยงไก่ไข่ เป็นเวลา ๒ ปีครับ ช่วยเหลือบ้านเรือนที่ประสบอุทกภัย ขอให้จ่ายแบบเหมาจ่าย ไปสำรวจ เกิดความยุ่งยากล่าช้ามาก แล้วก็คำนึงถึงสภาพจิตใจของผู้ได้รับผลกระทบจากความเสียหาย ของบ้านเรือนทรัพย์สินด้วย ให้เพียงพอต่อความเสียหาย🔗

สุดท้ายเรื่องถนนขอช่วยอนุมัติงบกลางไปปรับปรุงซ่อมแซมถนนตามตำบล อำเภอบางปลาม้าและอำเภอสองพี่น้องด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม🔗

นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตท่านประธานนั่งอภิปรายครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ลพบุรี

ประเด็นที่หารือท่านประธาน ๒-๓ เรื่องด้วยกัน🔗

เรื่องที่ ๑ เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ภัยธรรมชาติ น้ำท่วม โดยเฉพาะอย่างยิ่งอำเภอโคกสำโรง ตำบลดงมะรุม สะแกราบ เกาะแก้ว วังจั่น ถลุงเหล็ก หลุมข้าว วังขอนขว้าง ห้วยโป่ง เพนียด ซึ่งถูกอุทกภัยน้ำท่วม เรื่องการเยียวยาก็ดี ปรากฏว่าขณะนี้พี่น้องส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับความอนุเคราะห์จากรัฐบาล ส่วนอำเภอบ้านหมี่นั้นก็เช่นเดียวกันครับ ตั้งแต่ตำบลหนองกระเบียน หนองเมือง บ้านกล้วย บ้านทราย หินปัก ดงพลับ บางกะพี้ เพราะฉะนั้นตรงนี้ต้องกราบเรียนท่านประธานว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำบลหนองทรายขาว พุคา ห้วยโป่ง หลุมข้าว ทั้ง ๒ อำเภอจะเป็นแก้มลิง หรือเรียกว่า ทุ่งเก็บน้ำ แม่น้ำมาก ก็ทุ่งเสียหาย น้ำน้อยก็ต้องเอาน้ำมาเทเก็บไว้ที่นี่ ดังนั้น พี่น้องเกษตรกรที่ทำนา ปรากฏว่าเสียหายเกือบทุกปี ไม่ได้ทำ จึงอยากจะกราบเรียน ท่านประธานให้ประสานงานกับช่างทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยให้กรมชลประทานได้ระบายน้ำส่งน้ำให้กับพี่น้องเกษตรกร ๔-๕ ตำบล ได้มีโอกาสชดเชย ทำนาด้วยครับ คือพี่น้องชาวนาชาวไร่ทั่วประเทศได้รับผลกระทบจากปัญหาที่รัฐบาล ไม่สามารถแก้ได้เลยเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว ผมได้เสนอญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ปัญหาปลดหนี้ชาวไร่ชาวนา และเกษตรกร ซึ่งอยู่ในระเบียบวาระที่ ๕.๑๓๑ อยากให้ท่านประธานได้กรุณาจัดเลื่อนวาระ ขึ้นมาประชุมอย่างเร่งด่วน เพื่อจะแก้ปัญหาหนี้สินทั้งระบบของพี่น้องเกษตรกรทั้งประเทศ กราบขอบพระคุณท่านประธานอย่างสูงครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณวัชรพล โตมรศักดิ์ ครับ🔗

นายวัชรพล โตมรศักดิ์ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วัชรพล โตมรศักดิ์ โคราช ชาติพัฒนา ผมมีเรื่องหารือท่านประธานหนึ่งเรื่อง เพื่อที่จะขอความกรุณาไปยังกระทรวงกลาโหม โดยกองทัพภาคที่ ๒ และอยากจะ ขอการสนับสนุนจากกระทรวงมหาดไทย โดยทางกรมโยธาธิการและผังเมือง โดยท่านอธิบดี พรพจน์ เพ็ญพาส ถ้าพูดถึงจังหวัดนครราชสีมา ท่านประธานครับ คงไม่มีใครไม่รู้จัก อนุสาวรีย์ท่านท้าวสุรนารี และถ้าพูดถึงสวนน้ำแห่งหนึ่งซึ่งเป็นสวนน้ำเฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ ๙ หรือบุ่งตาหลัว พี่น้องประชาชนชาวโคราชและพี่น้องประชาชนหลายต่อหลายท่าน รู้จักดี เพราะเป็นปอดแห่งหนึ่งของชาวจังหวัดนครราชสีมา และเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่ง ในการที่พี่น้องประชาชนได้ใช้ประโยชน์จากการออกกำลังกาย ท่านประธานทราบไหมครับ ว่าในเขตตำบลหนองไผ่ล้อมซึ่งอยู่ติดกับกองทัพภาคที่ ๒ หรือกองทัพภาคที่ ๒ ที่อยู่ในเขต หนองไผ่ล้อม มันจะมีบุ่งตาหลัวอีกแห่งหนึ่ง เรียกว่า สวนเฉลิมพระเกียรติ รัชกาลที่ ๙ เช่นกัน แต่เขาเรียกว่า บุ่งล่าง บุ่งตาหลัวตอนบน ๓๐๐ ไร่ แต่บุ่งล่าง ๗๕ ไร่ บุ่งบนพัฒนา โดยกองทัพภาคที่ ๒ บุ่งล่างอยู่ภายใต้การดูแลของเทศบาลตำบลหนองไผ่ล้อม ผมได้รับเรื่อง จากท่านนายกสุภานันท์ คงเกษมภิบาล และท่านที่ปรึกษา พลโท วีระพงษ์ คงเกษม ที่ปรึกษาท่านนายกร่วมประชุมกับท่านวีระพล จงเจริญใจ นายกสมาคมสถาปนิก แห่งประเทศไทย สิ่งหนึ่งที่ชาวหนองไผ่ล้อมพี่น้องเขตเทศบาลนคร ๑๓๐,๐๐๐ คน และหนองไผ่ล้อม ๑๘,๐๐๐ คน ต้องการขยายปอด ก็คือการพัฒนาบุ่งตอนล่าง ซึ่งในขณะนี้ทางเทศบาลตำบลหนองไผ่ล้อมมีความคิดที่อยากจะพัฒนาบุ่งตอนบน และตอนล่างเป็นส่วนเดียวกัน เพื่อทำให้พี่น้องประชาชนหลายแสนคนได้เพียงพอ ต่อการออกกำลังกาย เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานครับว่า ขณะนี้ อยากจะขอให้ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองได้กรุณาสนับสนุนโครงการนี้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ครับ🔗

นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ มุกดาหาร

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่หารือทุกวันพุธ วันพฤหัสบดีนี้ล่ะครับว่า สิ่งที่หารือไปนั้นมันไม่ได้เกิดผลต่อการปฏิบัติเลย ก็เนื่องจากว่า หน่วยงานที่หารือไปนั้นจะตอบหนังสือกลับมาที่สมาชิกว่า กำลังดำเนินการอยู่ กำลังจะแก้ไข แต่ไม่ทราบว่าเมื่อไร อยากให้ท่านประธานย้ำไปหน่วยงานต่าง ๆ ว่าต้องระบุด้วยว่า เมื่อไรจะทำ งบประมาณปีไหนจะได้งบ เพื่อจะได้ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนำไปแจ้งกับ ผู้เดือดร้อน เพื่อจะได้รอเฝ้าสิ่งที่เขาจะแก้ปัญหาความเดือดร้อน ผมเองก็เคยมีปัญหาอยู่ ๒ เรื่อง ที่จังหวัดมุกดาหารมีเงินที่พับไปโดย พ.ร.บ. วิธีงบประมาณ ปี ๒๕๖๑ ๒ งาน ก็คือตลาดอินโดจีนและตลาดอาหารและสินค้าของเทศบาลเมืองมุกดาหาร ตลาดอินโดจีนนั้น งบประมาณพับไป ๙๕ ล้านบาท ผมได้ยื่นกระทู้ถามสด แล้วก็ท่านรัฐมนตรีสันติ พร้อมพัฒน์ ก็ได้มาตอบว่าจะแก้ปัญหาเกือบปีแล้วครับก็ยังไม่ได้แก้ปัญหาอะไรเลย ถามหน่วยงานไหน ก็ไม่รับผิดชอบ ถามสำนักงบประมาณก็ไม่ได้รับคำตอบกลับมา ฉะนั้นอยากให้ ท่านประธานสภาได้เน้นย้ำหน่วยงานที่มาตอบให้แจ้งหนังสือกลับไปหาผู้หารือ แล้วก็กำหนด ระยะเวลา กำหนดเวลาที่จะแก้ไขให้ด้วยเพื่อจะได้ดำเนินการให้ถูกต้อง แล้วก็ให้เป็น ประโยชน์กับพี่น้องประชาชน🔗

อีกโครงการหนึ่งครับ เป็นโครงการตลาดอาหารและสินค้าโอทอป (OTOP) ของเทศบาลเมืองมุกดาหาร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านอนุพงษ์ เผ่าจินดา ได้แก้ปัญหาเงินพับไปของตลาดเทศบาลนั้น ๔๐ ล้านบาท โดยมีเอกสารหนังสือส่งไป เทศบาลเรียบร้อย มีหมายเลขงบประมาณเรียบร้อย แต่พอเทศบาลทำเรื่องมาของบประมาณ ที่สำนักงบประมาณ สำนักงบประมาณตอบว่า ได้นำเรียนเสนอนายกรัฐมนตรีแล้ว นายกรัฐมนตรีบอกว่าให้ไปใช้เงินสะสมของท้องถิ่น ก็งงกันไปหมดแล้ว เพราะเงินสะสม ของท้องถิ่นมันไม่มีครับท่าน อย่างนี้ขนาดรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยแก้ปัญหาให้ท้องถิ่น ๒๙๕ ล้านบาท มีหนังสือตอบกลับกันแล้วแต่ยังไม่ได้งบประมาณ ก็บอกให้กลับไปใช้ เงินสะสม ซึ่งฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า สิ่งที่เราหารือนั้น เป็นความเดือดร้อนของประชาชนและเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องทั้งหมด ฉะนั้นอยากให้ เน้นย้ำว่าควรจะตอบหนังสือกลับไปและแจ้งระยะเวลาที่จะดำเนินการให้ชัดเจน และแน่นอนด้วย ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณธีรภัทร พริ้งศุลกะ ครับ🔗

นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กระผมมีเรื่องหารือถึงความเดือดร้อนของราษฎร ดังนี้ครับ ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสลงไปพบปะและเยี่ยมเยียนให้กำลังใจชาวบ้าน ในเขตพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งได้รับผลกระทบจากอุทกภัยจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ในช่วงที่ผ่านมาครับ ระหว่างปลายเดือนพฤศจิกายนต่อต้นเดือนธันวาคม ได้ข้อสรุปจากผู้นำ และตัวชาวบ้านดังนี้ครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ขอให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้ดำเนินการก่อสร้าง สะพานเบลีย์ (Bailey) จำนวน ๓ จุด ในพื้นที่หมู่ ๗ ตำบลปากหมาก อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งสะพานทั้ง ๓ แห่งได้รับความเสียหายในช่วงอุทกภัยที่ผ่านมา ทำให้ราษฎรประมาณ ๓๐๐ ครัวเรือนได้รับความลำบากในการสัญจร รถเล็กไม่สามารถ ใช้การได้🔗

เรื่องที่ ๒ ขอให้กรมชลประทานได้ดำเนินการเข้าไปซ่อมแซมฝายน้ำล้น บริเวณพื้นที่ หมู่ ๔ ตำบลเสวียด อำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ฝายน้ำล้นอันนี้ชำรุด และไม่สามารถใช้การได้ ประตูระบายน้ำไม่สามารถใช้การได้🔗

ส่วนเรื่องที่ ๓ ขอให้กรมชลประทานได้ดำเนินการรับมอบอ่างเก็บน้ำที่บริเวณ พื้นที่ หมู่ ๗ ตำบลปากหมาก อำเภอไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน ๓ แห่ง ซึ่งทั้ง ๓ แห่งนี้ ไม่สามารถใช้การได้เลยในปัจจุบัน ชำรุดทรุดโทรมไม่สามารถที่จะช่วยเก็บกักน้ำอะไรให้กับ ชาวบ้านได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่ ๒ เรื่องที่ ๓ นี้ครับ ถ้าได้มีการดำเนินการอย่างเร่งด่วน ไปซ่อมแซม ผมเชื่อว่าภายในปีหน้า ปี ๒๕๖๕ หากมีเหตุการณ์อุทกภัยขึ้นมาอีก ๒ อย่างนี้ ทั้งฝายน้ำล้นที่ได้รับการซ่อมแซม รวมทั้งอ่างเก็บน้ำจำนวนทั้ง ๓ อ่างนี้ สามารถมีส่วนช่วย ชะลอน้ำไม่ให้กระทบในพื้นที่เศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเทศบาลทั้ง ๒ อำเภอเป็นอย่างดี ครับ ขอบพระคุณครับ ขอให้ท่านประธานเร่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วย🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จบ ๓๐ ท่าน ผมขออนุญาตเรียนว่าโดยทั่วไปท่านสมาชิกก็ใช้เวลาเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ทุกท่านเลย เพียงแต่ว่าบางท่านอาจจะเกินเวลาไปบ้างก็เลยทำให้เวลาที่เราคำนวณไว้เกินไป ประมาณสัก ๘-๙ นาที ก็ต้องขอบพระคุณทุกคนที่ให้ความร่วมมือกันครับ🔗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๕๘ คน
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

โดยที่มีผู้มาลงชื่อแล้ว จำนวน ๓๐๐ คน ครบองค์ประชุม ผมขอเปิดประชุม ขออนุญาตดำเนินการไปตามระเบียบวาระ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม วันนี้ไม่มีครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ขอแจ้งเรื่อง เพื่อรับทราบก็คือ🔗

เรื่องแรก รับทราบประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับ ถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองเลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทน ตำแหน่งที่ว่าง🔗

โดยศาลรัฐธรรมนูญได้วินิจฉัยในคดีที่ ๒๒/๒๕๖๔ เมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๔ ว่าสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายพุฒิพงษ์ ปุณณกันต์ สิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๖) ประกอบด้วยมาตรา ๙๘ (๖) และนายอิสสระ สมชัย สิ้นสุดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๖) ประกอบด้วยมาตรา ๙๘ (๔) (๖) และมาตรา ๙๒ (๒) นับตั้งแต่วันที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๔ ซึ่งเป็นวันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๒ วรรคสอง และให้ถือว่าวันที่ศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยให้แก่คู่กรณีฟังเป็นวันที่ตำแหน่ง ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่างลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๕ วรรคหนึ่ง (๒) ประกอบ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๗๖ วรรคหนึ่ง ที่บัญญัติให้คำวินิจฉัยของศาลมีผลในวันอ่านคือวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๔ ต่อมาได้มีประกาศสภาผู้แทนราษฎร ลงวันที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๔ เรื่อง ให้ผู้มีชื่อ ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคพลังประชารัฐและพรรคประชาธิปัตย์ เลื่อนขึ้นมา เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง จำนวน ๒ คน คือ ๑. นายต่อศักดิ์ อัศวเหม ลำดับที่ ๒๒ แทนนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ๒. นายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ ลำดับที่ ๒๖ แทน นายอิสสระ สมชัย จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมรับทราบครับ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรื่องที่ ๒ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปฏิญาณตนในที่ประชุมก่อนเข้ารับหน้าที่ตามมาตรา ๑๑๕ ของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย🔗

ตามที่ได้มีประกาศให้ผู้มีรายชื่อในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ และพรรคประชาธิปัตย์ เลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๑๑๕ กำหนดให้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องปฏิญาณตนในที่ประชุมแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิกก่อนเข้ารับหน้าที่ ขอเชิญทั้ง ๒ ท่าน นายต่อศักดิ์ อัศวเหม และนายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ พร้อมกรุณา ยืนขึ้นครับ ปฏิญาณตนโดยผมจะเป็นผู้กล่าวนำ แล้วท่านก็เอ่ยชื่อของท่าน และผมก็จะ กล่าวนำในข้อความต่อไปท่านกรุณากล่าวตาม พร้อม🔗

(สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในบัญชีรายชื่อลำดับถัดไปได้ยืนขึ้น และกล่าวคำปฏิญาณตนต่อที่ประชุมตามที่ประธานได้กล่าวนำ)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

“ข้าพเจ้า (นายต่อศักดิ์ อัศวเหม นายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์) ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและ ประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”🔗

ยินดีด้วยครับ เชิญนั่งครับ ดังนั้นขณะนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดเท่าที่มีอยู่และปฏิบัติหน้าที่ได้คือ ๔๗๗ คน องค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง คือ ๒๓๙ เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมเล็กน้อยครับ🔗

เรื่องต่อไปที่ขอแจ้งที่ประชุมทราบ คือวุฒิสภาได้ลงมติให้ขยายเวลา การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสัตวบาล พ.ศ. .... ออกไปเป็นกรณีพิเศษ🔗

ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่า ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๗ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ที่ประชุมวุฒิสภา ได้ลงมติขยายเวลาการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสัตวบาล พ.ศ. .... ออกไป เป็นกรณีพิเศษ อีก ๓๐ วันนับแต่วันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๔ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักไทย มาตรา ๑๓๖ เรียนที่ประชุมเพื่อรับทราบครับ ท่านวีระกรเชิญครับ🔗

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะที่เคยเป็นประธานกรรมาธิการคณะสัตวบาล ผมกราบเรียน ท่านประธานนิดหนึ่งว่า ในเรื่องของพระราชบัญญัติสัตวบาล ซึ่งสภาผู้แทนราษฎร เราได้พิจารณาเสร็จแล้ว ก็เป็นสิ่งที่พี่น้องชาวสัตวบาลทั่วประเทศก็รอคอย แล้วก็ เป็นประโยชน์อย่างยิ่งครับกับการส่งออกสัตว์ไปยังต่างประเทศ เพราะว่าจะได้รับ ความเชื่อถือ เชื่อมั่น หากเรามีองค์กรดังกล่าว ด้วยเหตุผลที่ทางวุฒิสมาชิกได้เสนอ หรือได้กราบเรียนท่านประธานมานั้น ดูแล้วก็ไม่ค่อยมีเหตุผลเท่าไรว่าทำไมจะต้องขอเพิ่ม จาก ๖๐ วันไปอีก ๓๐ วันตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๖ ซึ่งกล่าวว่าได้เพิ่มเติมได้เป็นกรณี พิเศษได้อีก ๓๐ วัน นั่นคือประเด็นที่ ๑🔗

ประเด็นที่ ๒ อยากกราบเรียนท่านประธานว่า ในมาตรา ๑๓๖ นั้น ที่เขียนไว้ว่า ทั้งนี้ เว้นแต่วุฒิสภาจะได้ลงมติขยายเวลาออกไปเป็นกรณีพิเศษ ซึ่งต้องไม่เกิน ๓๐ วันนั้น อันนี้หมายถึงเฉพาะร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับการเงินหรือเป็นร่างพระราชบัญญัติ ที่ไม่เกี่ยวกับการเงินก็ได้ เพราะเหตุว่าคำว่า ทั้งนี้ เว้นแต่วุฒิสภาจะได้ลงมติขยายเวลา เป็นกรณีพิเศษนั้นมันต่อจากประโยคที่ว่า ร่างพระราชบัญญัตินั้นเป็นร่างพระราชบัญญัติ เกี่ยวด้วยการเงิน ต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน ๓๐ วัน จึงขอกราบเรียนถามท่านประธาน เป็น ๒ กรณีครับว่า กรณีที่ ๑ ผมเห็นว่ากรรมาธิการก็ได้แก้ปัญหาในพระราชบัญญัติฉบับนี้ จนครบถ้วนแล้ว เช่น เราได้ใช้บังคับเฉพาะเรื่องของอุตสาหกรรมการผลิตเพื่อการส่งออก เพื่อการอุตสาหกรรม มิได้รวมหมายถึงการเลี้ยงเป็นการส่วนตัว หรือการเลี้ยงด้วยตัวเอง ของเกษตรกรแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นไม่น่าจะไปเกี่ยวข้องอะไรกับเกษตรกร ซึ่งจะทำให้ทาง วุฒิสมาชิกมีปัญหาในเรื่องการพิจารณา เรื่องที่ ๒ ก็คือที่ผมกราบเรียนไปแล้วว่า อันนี้การขยาย ๓๐ วัน เฉพาะกฎหมายเกี่ยวข้องด้วยการเงินหรือไม่ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ได้สอบถามแล้วครับ เป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับการเงิน แล้วก็มีการใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ก็ได้แจ้งข้อสังเกตของท่านวีระกรไปให้เขาทราบครับ รับทราบรายงานของวุฒิสภาตามที่ เรียนให้ทราบ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว🔗

ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว🔗

ขอเชิญกรรมาธิการ เข้าประจำที่🔗

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

การพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะเป็นการพิจารณาในวาระที่ ๒ ซึ่งจะเริ่มต้นตั้งแต่ชื่อร่าง คำปรารภ และเรียงตามลำดับมาตราจนจบร่าง โดยจะให้กรรมาธิการที่สงวนความเห็น หรือสมาชิกที่สงวนคำแปรญัตติไว้ได้อภิปรายก่อน ส่วนสมาชิกที่ไม่ได้สงวนคำแปรญัตติไว้ จะอภิปรายได้เฉพาะถ้อยคำหรือข้อความที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมเท่านั้น เมื่อคณะกรรมาธิการ ได้ชี้แจงจบแล้วก็จะได้เป็นการลงมติในมาตรานั้น ๆ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๑ ต่อไป ท่านประธานกรรมาธิการมีอะไรจะชี้แจงตอนเริ่มต้นก่อนเชิญ สมาชิกที่มีความประสงค์ จะแปรญัตติในมาตราใดก็กรุณาส่งชื่อมาครับ เชิญครับ🔗

นายเอกราช ช่างเหลา ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายเอกราช ช่างเหลา สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐจากจังหวัดขอนแก่น ในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ พ.ศ. ....🔗

ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๓ ครั้งที่ ๒๐ (สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันพุธที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๔ ได้ลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูป การศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ พ.ศ. .... ซึ่ง นายนพคุณ รัฐผไท กับคณะ เป็นผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไข เพิ่มเติมการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. .... คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ พ.ศ. .... นายประกอบ รัตนพันธ์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ พ.ศ. .... นายสฤษดิ์ บุตรเนียร กับคณะ เป็นผู้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูป การศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ พ.ศ. .... รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ กับคณะ เป็นผู้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่ง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค ของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๓ เมษายนพุทธศักราช ๒๕๖๐ พ.ศ. .... นายเกษม ศุภรานนท์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ และร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ พ.ศ. .... นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ กับคณะ เป็นผู้เสนอ และตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อพิจารณากำหนดการแปรญัตติ ภายใน ๑๕ วัน โดยให้ถือเอาร่างพระราชบัญญัติของนายเกษม ศุภรานนท์ กับคณะ เป็นหลักในการพิจารณา มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยื่นคำขอแปรญัตติ จำนวน ๒ ท่าน คณะกรรมาธิการมีการประชุม จำนวน ๑๐ ครั้ง ซึ่งได้พิจารณาเริ่มต้นด้วยชื่อร่าง คำปรารภ และพิจารณาเรียงตามลำดับมาตราจนจบร่างจำนวน ๑๓ มาตรา โดยมีการแก้ไข จำนวน ๔ มาตรา คณะกรรมาธิการตัดออก จำนวน ๒ มาตรา รวมทั้งคณะกรรมาธิการ ได้มีข้อสังเกตท้ายรายงานของคณะกรรมาธิการ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้พิจารณาเสร็จสิ้นแล้ว จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดนำเสนอที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาต่อไป🔗

ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการมีการแก้ไขรายงานของคณะกรรมาธิการ ดังนั้น จึงขออนุญาตท่านประธานแจกเอกสารใบแทรกแก้ไขรายงานของคณะกรรมาธิการ ต่อที่ประชุมด้วย กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ แจกใบแทรกแก้ไขเพิ่มเติมเลยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการแจกเอกสาร)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปเราก็จะเริ่ม มีทั้งหมด ๑๓ มาตรา มีกรรมาธิการสงวนความเห็นไว้บางมาตรา มีท่านสมาชิกแปรญัตติ สงวนคำแปรญัตติไว้บางมาตรา แต่เข้าใจว่าจะใช้เวลาไม่มาก เพราะว่าท่านผู้แปรญัตติ ได้แสดงความจำนงมาแล้วครับว่า จะขออภิปรายเพียงมาตราเดียว แล้วก็มาตราอื่น จะไม่ติดใจ พวกเราก็อย่าไปอยู่ไกล ขออนุญาตให้ท่านเลขาธิการดำเนินการไปตามลำดับครับ ขอเชิญครับ🔗

นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คำปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ มีการแก้ไข🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๓ มีกรรมาธิการ สงวนความเห็น ขอเชิญท่านรองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ยังติดใจไหมครับ🔗

รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ กรรมาธิการ

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญเสียงข้างน้อยที่ได้สงวนคำแปรญัตติไว้ในมาตรา ๓ ครับ กราบเรียนท่านประธานว่าในมาตรา ๓ นี้ได้บัญญัติให้มีการยกเลิกความใน (๑) ของข้อ ๘ แห่งคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ นี้ ซึ่งในข้อความนี้กำหนดให้ อำนาจตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ กฎหมายว่าด้วยระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ และร่างเดิม และกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา อำนาจตามกฎหมายทั้ง ๓ ฉบับนี้ คำสั่ง คสช. กำหนดให้เป็นอำนาจของ กศจ. หรือคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด ดังนั้นกรรมาธิการก็ได้พิจารณา และร่างกำหนดให้ คืนอำนาจหนึ่งในสี่อำนาจนั้น โดยปกติการบริหารหน่วยงานและสถานศึกษาใด ๆ ก็ตาม จะประกอบไปด้วยงานสำคัญอยู่ ๔ งาน คืองานวิชาการ งานบริหารงบประมาณ หรืองานการเงินการคลัง งานบริหารทั่วไปและงานบริหารบุคคล พระราชบัญญัติ ด้านการศึกษาที่สำคัญดังกล่าว ๓ ฉบับนั้น ก็ได้กำหนดให้งานที่ ๑ ที่ ๒ ที่ ๓ คืองานวิชาการ งานบริหารงบประมาณ งานการเงินการคลัง งานบริหารทั่วไปนี้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการ เขตพื้นที่การศึกษา ซึ่ง ๓ งานนี้ โดยเฉพาะงานแรกคืองานวิชาการ ซึ่งถือว่าเป็นงานที่เป็นหัวใจของการทำงานที่จะเกี่ยวข้อง กับการจัดการศึกษา การพัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน การรักษามาตรฐานการศึกษา ทั้งหมดที่คณะกรรมการเขต และงานที่ ๔ คืองานบริหารบุคคล ก็จะได้กำหนดไว้ ที่คณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเขตพื้นที่ เสร็จแล้วกรรมาธิการ เสียงส่วนใหญ่ แล้วก็ร่างที่นำเข้าเพื่อรับหลักการ เห็นว่างานบริหารบุคคลนั้นควรที่จะนำไปให้ เขตพื้นที่ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมายเดิมที่กำหนด อย่างไรก็ตามผมเองที่สงวน คำแปรญัตติไว้ว่ายังมี ๓ งาน ก็คืองานที่อยู่ในอำนาจของกรรมการเขตพื้นที่นั้น เรายังคง อนุญาตให้อยู่ที่ กศจ. ซึ่งผมเห็นว่าการบริหารนั้นควรที่ผู้ที่มีหน้าที่ดูแลรับผิดชอบต่อคุณภาพ การศึกษา รับผิดชอบต่อมาตรฐานการศึกษานั้น ควรที่จะได้มีหน้าที่ตัดสินใจ ออกแบบ กำหนดแผนงานยุทธศาสตร์ทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นงานวิชาการ งานงบประมาณ งานบริหารทั่วไป ตลอดทั้งบุคลากรไปด้วยกัน จึงจะทำให้เกิดประสิทธิภาพ แต่อย่างไรก็ตาม จากการพิจารณา ของกรรมาธิการทั้งคณะ ส่วนใหญ่เกือบทุกท่านก็เห็นด้วยว่าอำนาจทั้งหมดนี้ควรที่จะให้ไป อยู่ที่เขตพื้นที่ในการที่บริหารจัดการ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ เกิดความร้อยรัดสอดคล้องกัน ในการบริหารในทุกด้าน แต่เรายังเห็นว่า ด้วยความบังเอิญว่าหลักการที่เรารับหลักการ ในวาระที่ ๑ นั้น ไม่ได้กำหนดส่วนนี้ไว้ หากจะแก้ไขให้เป็นไปตามคำสงวนคำแปรญัตติ ของกระผมนั้นจะทำให้ขัดหลักการ แต่อย่างไรก็ตามผมก็ถือโอกาสนี้ได้ให้มีการบันทึกไว้ ในสภาแห่งนี้ว่า พวกเราส่วนใหญ่เห็นด้วยว่าการที่จะบริหารราชการ บริหารการศึกษา หน่วยงานที่รับผิดชอบนั้นควรที่จะต้องรับผิดชอบในการบริหารจัดการทุกด้าน จึงจะทำให้ เกิดประสิทธิภาพ วันนี้ในระบบการศึกษาถูกต่อว่าต่อขานว่าทำให้การศึกษาต่ำ ด้อยประสิทธิภาพ ตรงนี้ก็อยากจะบันทึกว่าสภานิติบัญญัติแห่งชาติ หรือสภาที่ทำหน้าที่ นิติบัญญัตินี้คือสภาผู้แทนราษฎรนี้ได้เล็งเห็นตรงนี้เป็นสำคัญ แต่ว่าไปติดขัดที่ประเด็นของ เอกสารในการรับหลักการ ที่กำหนดหลักการไว้อย่างจำกัด ไม่ทำให้เราสามารถตัดอำนาจ การบริหารเขตนี้ลงมาที่เขตพื้นที่ได้ อย่างไรก็ตามก็เรียนว่าในโอกาสต่อไปก็หวังว่าจะได้รับ การสนับสนุนจากเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด ในการสนับสนุนที่จะแก้ไข ให้เป็นไปตามที่พวกเรามีเจตนารมณ์ร่วมกันอย่างไรก็ตาม เพื่อไม่ให้เสียเวลาของสภา ท่านประธานครับ ผมก็ขออนุญาตชี้แจงว่าพวกเราเห็นด้วยว่าจะแก้อำนาจทั้งหมดลงมา ที่เขตแต่ว่าติดที่หลักการ แล้วก็ยืนยันว่าโอกาสข้างหน้าหากแม้นมีการเสนอร่างพระราชบัญญัติ ที่จะต้องคืนอำนาจทั้งหมดนี้ให้เขตพื้นที่ ก็จะได้รับการสนับสนุนครับ ในโอกาสนี้ในครั้งนี้ กระผมจึงขออภิปรายเพื่อบันทึกไว้ แล้วก็ขอถอนคำสงวนคำแปรญัตตินี้ออกเพื่อไม่ให้เสียเวลา ของสภาครับ ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปมีท่านผู้แปรญัตติ คุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร คุณวิโรจน์ได้แจ้งว่าจะขออนุญาตอภิปรายสัก ๑๐ นาที โดยมีข้อแม้ว่าจะไม่ติดใจในมาตราอื่น อนุญาตคุณวิโรจน์ครับ เชิญเลยครับ🔗

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๓ ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ คือถ้าเกิดเราอ่านดูดี ๆ มันจะไม่ใช่ การยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ ทั้งหมด แต่เป็นเพียงการแลกกับอำนาจบางอย่าง นั่นก็คืออำนาจในการบริหารบุคคลเอามาให้กับ อ.ก.ค.ศ. เท่านั้น แต่เนื้อหาสาระสำคัญส่วนใหญ่ของคำสั่งที่ ๑๙ ยังคงอยู่ครับ กศจ. คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดก็ยังคงอยู่ครับ คณะอนุกรรมการศึกษาธิการจังหวัด ซึ่งจังหวัดหนึ่งจะมีสัก ๒-๓ ชุดก็ยังคงอยู่ครับ ศึกษาธิการจังหวัด รองศึกษาธิการจังหวัด ศึกษาธิการภาคที่มีโครงสร้างไม่ถึง ๑๘ คนก็ยังคงอยู่ครับท่านประธาน ความอุ้ยอ้าย เทอะทะที่เปี่ยมไปด้วยความไม่ไว้วางใจในตัวคุณครู ไม่ไว้ใจผู้บริหารสถานศึกษา ปัญหาที่ กศจ. ที่มีที่มาจากส่วนกลาง ไม่ว่าจะเป็น สพฐ. สอศ. สช. กศน. และความอุ้ยอ้ายที่เต็ม ไปด้วยโครงสร้างองค์กรต่าง ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรง ไม่ว่าจะเป็นหอการค้า อุตสาหกรรม จังหวัด การท่องเที่ยว สำนักงานพระพุทธศาสนาประจำจังหวัด และผู้ทรงคุณวุฒิที่รัฐมนตรี แต่งตั้งลงมาโดยไม่เข้าใจบริบทในพื้นที่ก็ยังอยู่ในโครงสร้างนี้ ความพยายามที่จะเข้ามา แทรกแซงอำนาจของครู ความพยายามที่จะเข้ามารวบอำนาจของผู้บริหารสถานศึกษา ที่เข้าใจบริบทในการศึกษาในท้องถิ่นนั้นก็ยังคงอยู่ครับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ในมาตรา ๓ และมาตราอื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่องมีการกำหนดให้มี อ.ก.ค.ศ. ไม่ว่าจะเป็นประถมและมัธยม ประจำเขตพื้นที่การศึกษาก็จริงครับ แต่อย่างนี้ครับท่านประธาน แต่ตราบใดก็ตามอำนาจ ในการยุบควบรวมโรงเรียนยังอยู่ที่ กศจ. อยู่ครับ อ.ก.ค.ศ. พื้นที่ ประถม มัธยม มีหน้าที่ บริหารบุคคลครับท่านประธาน แต่ กศจ. ยังคงอยู่และยังมีหน้าที่ในการบริหารงานอีก ๓ ส่วน ไม่ว่าจะเป็นงานวิชาการ งานยุบควบรวมโรงเรียนบริหารทั่วไป บริหารงบประมาณยังอยู่กับ กศจ. อยู่ ผมตั้งคำถามครับว่า อ.ก.ค.ศ. จะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพได้อย่างไร ก็ในเมื่อ การยุบควบรวมโรงเรียน อ.ก.ค.ศ. ไม่ได้รู้ไม่ได้เกี่ยวข้อง ไม่ได้มีบทบาทสำคัญ แต่การจัดอัตรากำลังแต่งตั้งโยกย้ายอยู่ที่ อ.ก.ค.ศ. ผมว่าการทำงานจะเกิดปัญหาขึ้น ในระยะยาวแน่ ๆ อย่างไรก็ตามครับท่านประธาน ผมอยากจะทานซ้ำนิดหนึ่ง โครงสร้างเดิม ก่อนที่จะมีคำสั่งที่ ๑๙ จะมีคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาที่เรียกว่า กพท. ทำหน้าที่ ในส่วนนี้ครับ ในส่วนของการบริหารหลักสูตร การบริหารจัดการงานทั่วไป การบริหารจัดการ งบประมาณ และโครงสร้างของ กพท. หรือคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา ก็ประกอบด้วย ผอ. เขตพื้นที่เป็นกรรมการและเป็นเลขานุการด้วย และมีโครงสร้างที่ประกอบไปด้วยผู้แทน ชุมชนก็ดี องค์กรเอกชน โรงเรียนเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ดี ในขณะเดียวกัน กลับมาดูที่โครงสร้างของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ ก็จะมีผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา เป็นกรรมการอยู่ด้วย เป็นอนุกรรมการอยู่ด้วยเช่นกัน และเป็นเลขาอยู่ด้วยเช่นกัน ในเมื่อ ผอ. เขตพื้นที่การศึกษาทำงานทั้ง อ.ก.ค.ศ. และ กพท. มันทำให้การบริหารหลักสูตร และการบริหารงานบุคคล การบริหารเรื่องของการบริหารงานทั่วไป การบริหารงบประมาณ การตัดสินใจยุบควบรวมโรงเรียนต่าง ๆ ผอ. เขตพื้นที่การศึกษาอยู่ในฐานะที่รับทราบ และอยู่ในส่วนของงานยุทธศาสตร์เหล่านี้ด้วย การทำงานก็จะเป็นเอกภาพ ด้วยเหตุนี้ ถ้าเราสภาแห่งนี้ต้องการที่จะส่งเสริมการกระจายอำนาจจริง ๆ ต้องการให้สิทธิเสรีภาพ ในงานวิชาการและการจัดการเรียนการสอนกับครูจริง ๆ โดยมีพื้นฐานที่เราต้องไว้วางใจ ครูและผู้บริหารสถานศึกษา ในฐานะที่พวกเขาเป็นวิชาชีพชั้นสูง กระผมจึงเสนอให้อำนาจ ทั้ง ๓ ส่วน ไม่ว่าจะเป็นงานบริหารหลักสูตร การบริหารงานทั่วไป การบริหารงบประมาณ ที่ตอนนี้อยู่ที่ กศจ. ให้คืนกลับมาที่ กพท. เสีย ความกังวลใจในเรื่อง ความโปร่งใสและระบบ เครือข่ายอุปถัมภ์ที่เรากังวล เราแก้ได้ครับ โดยการเพิ่มสัดส่วนของการเลือกตั้งให้อยู่ ใน อ.ก.ค.ศ. ก็ได้ แล้วการตรวจสอบถ่วงดุลจะเกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ และโอกาสในการทุจริต คอร์รัปชันก็จะลดลงเป็นเงาตามตัว การเรียกรับผลประโยชน์ก็จะลดลงเป็นเงาตามตัว แต่ไม่ใช่ยังคงโครงสร้างของ กศจ. อยู่ ยังคงโครงสร้างที่มีศึกษาธิการจังหวัด ศึกษาธิการภาค อยู่แบบนี้ครับ มันเป็นเหมือนกับอะไรครับ งานของ กศจ. ลดลงมา แต่ไปงอกโครงสร้าง อ.ก.ค.ศ. ขึ้นมา และจะเป็นภาระทางงบประมาณ และเกิดความอุ้ยอ้ายในการปฏิบัติงานการที่ขับเคลื่อนงาน การศึกษาที่ต้องมีโครงสร้างการบริหารงานบุคคลอย่างไม่เป็นเอกภาพในพื้นที่อีก ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมจึงเห็นด้วยว่าการแก้ไขที่ดีที่สุดก็คือให้มี กพท. ทำงานเหมือนเดิม อ.ก.ค.ศ. มีเหมือนเดิม สิ่งที่เรากังวลเราแก้ที่ที่มาของพวกเขาครับ ให้เขาเข้ามาโดยมีโครงสร้างสัดส่วน ในการเลือกตั้งเพิ่มมากขึ้น และไม่จำเป็นต้องมี กศจ. สิ่งที่เกิดขึ้นใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ ในมาตรา ๓ และมาตราอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องจะสร้างความอุ้ยอ้ายและภาระทางงบประมาณ ให้กับกระทรวงศึกษาธิการ เพราะว่าตราบใดถ้ามี กศจ. มีอนุกรรมการ กศจ. มี ศธจ. คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด มี ศธภ. ก็จะมีงบประมาณ มีเบี้ยเลี้ยง มีเบี้ยประชุมเกิดขึ้นอีก คราวนี้เพิ่ม อ.ก.ค.ศ. ขึ้นมาอีก เบี้ยประชุม เบี้ยเลี้ยงต่าง ๆ ก็เกิดขึ้นมาอีก กศจ. คนเท่าเดิม แต่ลดงานลง เกิด อ.ก.ค.ศ. ขึ้นมา ผมไม่เข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงปรับปรุง เหล่านี้จะเกิดประโยชน์โพดผล หรือเกิดประสิทธิภาพในการบริหารงานใน กระทรวงศึกษาธิการได้อย่างไร แถมที่ผ่านมาในฐานะที่ผมเคยเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญ งบประมาณในปี ๒๕๖๓ แล้วก็ได้ติดตามเพื่อน ๆ สมาชิกในปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา ศึกษาธิการจังหวัด ศึกษาธิการภาคก็มีความพยายามที่จะของบประมาณในการก่อสร้าง อาคาร จัดซื้อครุภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ต้องเป็นภาระให้กับคณะอนุในการตัด ปรับลดงบประมาณอีก คือปล่อยให้คลาดสายตาไม่ได้เลย ถ้าคลาดสายตาเมื่อไรงบประมาณก็จะเกิดขึ้นกับการสร้าง อาคารซึ่งไม่มีความจำเป็น งบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการเราก็ทราบอยู่แล้วว่า เงินส่วนใหญ่งบมันเยอะ แต่เงินส่วนใหญ่มันไม่ได้ไปลงที่เด็ก เราควรจะเอางบเหล่านี้ มาปรับปรุงโภชนาการ สุขอนามัย ความปลอดภัยหลักสูตรการจัดการเรียนการสอนให้กับเด็ก มาปรับปรุงสวัสดิการให้กับครู ไม่ใช่ว่าต้องมาสิ้นเปลืองกับครุภัณฑ์ และอาคารสถานที่ของ โครงสร้างองค์กรที่อุ้ยอ้ายแบบนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ทั้งหมดทั้งมวลจึงเป็นเหตุผล ของการแปรญัตติในมาตรา ๓ ของกระผม ผมเข้าใจดีครับว่าข้อบังคับ ข้อ ๑๒๕ การแปรญัตติ ต้องแปรเป็นรายมาตรา แต่อย่างไรก็ตามเพื่อให้การอภิปรายไม่ซ้ำซาก ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๙ ผมจึงได้ขออนุญาตท่านประธานว่า ผมแปรญัตติในมาตรา ๓ นี้เป็นหลัก แต่มีความจำเป็นต้องอธิบายแตะไปยังมาตรา ๓/๑ ถึงมาตรา ๓/๕ ที่ผมได้แปรเอาไว้ ซึ่งจะทำให้เกิดความจำเป็นในการตราเนื้อหาในมาตรา ๔ ที่เกี่ยวข้องกับระเบียบราชการ ภายในกระทรวงต่อมา และเมื่อมีการยุบ กศจ. ศึกษาธิการจังหวัด ศึกษาธิการภาคแล้ว ก็จึงต้องมีการตรามาตรา ๕ ที่เกี่ยวข้องกับการโอนย้ายอัตรากำลังคนที่มีอยู่ให้พวกเขาได้ไป ทำงานที่มีคุณค่าในหน่วยงานอื่นภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ และในมาตรา ๖ ก็มีความจำเป็นในการยุบอัตรากำลังเหล่านี้ในระยะยาว เพื่อไม่ให้เป็นภาระงบประมาณ และเมื่อไม่มี กศจ. ศธจ. และ ศ ธภ. มาตรา ๗ ถึงมาตรา ๑๑ ก็ไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อสักครู่ผมได้ฟังท่านรองศาสตราจารย์สุรวาท ซึ่งได้ชี้แจงในฐานะกรรมาธิการว่า การยุบ กศจ. ก็ดี ยุบศึกษาธิการจังหวัด ศึกษาธิการภาคก็ดี นั่นเป็นการขัดหลักการที่สภารับไปแล้วในวาระที่ ๑ ซึ่งผมเข้าใจดีครับท่านประธานว่า ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๕ การแปรญัตติจะต้องไม่ขัดกับหลักการ กระผมจึงมีความจำเป็นที่จะ ขอถอนคำแปรญัตติของผมทั้งหมด แต่อย่างไรก็ตามผมยืนยันกับท่านประธานอย่างนี้ครับว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ไม่ได้เป็นการยุบหรือยกเลิกคำสั่ง ที่ ๑๙/๒๕๖๐ แต่เป็นการยอมรับมัน โดยแลกกับอำนาจบางประการให้กับ อ.ก.ค.ศ. และจะเป็นภาระทางงบประมาณในระยะยาว ซึ่งสภาแห่งนี้เดี๋ยวจะมาบ่นกันว่างบเยอะ กระทรวงศึกษาธิการงบเยอะงบไม่ไปที่เด็ก แล้วก็ต้องคอยมาตัดแบบนี้ ผมเห็นด้วยกับทางท่านสุรวาทว่า ในท้ายที่สุดสภาแห่งนี้จะต้อง ตราพระราชบัญญัติขึ้นมาใหม่ เพื่อคืนอำนาจทั้งหมดให้กับครู คืนอำนาจทั้งหมดให้กับ ผู้บริหารสถานศึกษา และจะยอมให้ระบบการบริหารราชการของกระทรวงศึกษาธิการ อุ้ยอ้ายไร้ประสิทธิภาพแบบนี้ต่อไปไม่ได้ครับ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เนื่องจาก มาตรานี้มีการแก้ไข เพราะฉะนั้นสมาชิกก็มีสิทธิที่จะอภิปรายในเรื่องของการแก้ไข ปรากฏว่ามีผู้เสนอชื่อมาขออภิปราย ๔ ท่าน ผมแนะนำว่าประเด็นใดที่ซ้ำก็ช่วยกันประหยัดเวลา เพราะว่ากฎหมายนี้มีความรีบร้อนจากผู้ที่มาชุมนุม ณ ตอนที่ก่อนเสนอกฎหมายจะได้ สามารถออกไปได้ ท่านแรกคือ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ครับ จากนั้นก็เป็นคุณณัฐวุฒิ บัวประทุม เป็นคุณขจิตร ชัยนิคม เป็นคุณชินวรณ์ บุณยเกียรติ ขอเชิญตามลำดับ ท่าน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ครับ🔗

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรา ๓ ของร่างพระราชบัญญัติแก้ไข เพิ่มเติมคำสั่งของหัวหน้าคณะ คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ ผมเห็นว่ามีการแปรญัตติ แล้วก็มีการปรับแก้ร่างที่เสนอมา ผมเห็นด้วยกับการปรับแก้ของรองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ที่ในมาตรา ๓ ให้ยกเลิก (๑) ของข้อ ๘ ของคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๓ เมษายน ส่วนข้อความที่กรรมาธิการไปขยายต่อหรือไปเพิ่มเติมนั้น ผมไม่เห็นด้วย ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมขออธิบายสักนิดหนึ่ง เราต้องยอมรับว่าการศึกษาไทยถือว่าช่วงรุ่งเรืองที่สุด ก็คือหลังรัฐธรรมนูญ ๒๕๔๐ ได้มีการกระจายอำนาจของการศึกษาจากส่วนกลางไปให้ การศึกษาในระดับมัธยมและประถมไปในส่วนภูมิภาค และการศึกษานี้ได้ถูกทำลาย โครงสร้างอย่างสิ้นเชิงก็คือ การปฏิวัติรัฐประหารเมื่อปี ๒๕๕๗ ได้มีคำสั่ง คสช. ถึง ๔ คำสั่ง รวมทั้งคำสั่ง ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เป็นคำสั่งที่ ๑๖ ที่เป็นการทำลายระบบการกระจายอำนาจ รวมทั้ง พ.ร.บ. การศึกษาเดิม ทำให้การศึกษาของเรากลับย้อนหลัง วันนี้เรามาแก้ ก็เพื่อจะมายกเลิกมรดก คสช. ดังกล่าวให้กลับมามีการศึกษาในระดับกระจายอำนาจไปที่ เขตของประถมและมัธยม สั้น ๆ แต่การที่ไปเขียนเพิ่มผมไม่เห็นด้วย เพราะว่าปัจจุบัน งบกระทรวงศึกษา ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทเป็นงบที่ไปสู่เด็กแค่ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท แค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะที่เหลือจะไปอยู่ในโครงสร้าง การไปสร้างความรู้ความสามารถ แก่เด็กนี่น้อยมาก ดังนั้นผมจึงเห็นควรจะให้ตัดเหมือนท่านอาจารย์สุรวาทได้พูดถึง แต่เหตุผลอาจจะต่างกับท่านสุรวาท เราถึงเวลาแล้วที่จะต้องมอบการศึกษา กระจายอำนาจ ไปให้โรงเรียน ไปให้ท้องถิ่นระดับประถมก็ควรไปอยู่กับเทศบาล ระดับมัธยมก็อาจจะ ไปอยู่กับ อบจ. ดังนั้นผมจึงขอสนับสนุนการแปรของเสียงข้างน้อยคือ ท่านสุรวาทครับ แล้วที่สำคัญอย่างยิ่งถ้าเราปล่อยให้กฎหมายลักษณะนี้ไป การศึกษาเราจะไม่โงหัวขึ้นเลย เพราะว่ามันย้อนกลับไปที่เดิมที่เราอยากจะแก้ให้กระจายอำนาจไปให้ท้องถิ่น ชุมชนเขาจัดการเหมือนนานาประเทศที่เขามีความเจริญเรื่องการศึกษาครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ขอบคุณ ต่อไปคุณ ณัฐวุฒิ บัวประทุม ครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทอง ผมขออนุญาตใช้สิทธิในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งคำถาม เพื่อให้ทางกรรมาธิการ ชี้แจงในการแก้ไขข้อความในมาตรา ๓ ที่มีการแก้ไขข้อ ๘ แห่งคำสั่งหัวหน้าคณะรักษา ความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ ท่านประธานครับ ในความเป็นจริงผมเรียนว่า ผมเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อยทั้ง ๒ ท่าน ไม่ว่าจะเป็นอาจารย์สุรวาท ทองบุ หรือคุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ถึงความซ้ำซ้อนและความไม่จำเป็นในการมี กศจ. อีกต่อไปแล้ว แน่นอนครับ เป็นความซ้ำซ้อนทั้งในเชิงโครงสร้าง การสิ้นเปลืองงบประมาณ ความซ้ำซ้อนในเชิงการบริหารราชการ แต่อย่างไรก็ตามครับ ผมตระหนักดีถึงการยอมรับ หลักการของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้มา เพียงแต่ว่าผมมีอยู่ ๔ ประเด็นย่อย ๆ ที่อยากจะเรียน สอบถามทางกรรมาธิการครับ🔗

ในหลักการข้อที่ ๑ ที่สภาแห่งนี้ได้รับมาบอกว่า กำหนดให้ กศจ. มีอำนาจใน เขตจังหวัดตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการและกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารข้าราชการครู ท่านเขียนมาแบบนี้ หมายถึงว่าหลักการระบุมาเลยว่า กศจ. ที่จะคงอยู่ต่อไปซึ่งพวกผมไม่เห็นด้วย แต่ว่าถ้ามันจะมีอยู่นั้นต้องมีอำนาจที่เกี่ยวข้องภายใต้กฎหมายทั้ง ๓ ฉบับเท่านั้น ก็มีอยู่ ๒ มุม มุมหนึ่ง ก็คือว่ากรรมาธิการไปตัดข้อความคำว่า และกฎหมายว่าด้วยระเบียบ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาออกไป ท่านมีการหารือ มีการพูดคุย มีการอภิปราย กันหรือไม่ว่านี่เป็นการตัดจากหลักการที่รับมาในชั้นรับหลักการ แต่ในขณะเดียวกันครับ ในตอนท้ายท่านไปเพิ่มอำนาจบอกว่า ทั้งนี้ กศจ. อาจมีมติมอบหมายการดำเนินการ ตามอำนาจหน้าที่ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ก็เป็นคำถามเดียวกับ เมื่อสักครู่ว่า แล้วนี่เกินไปกว่าหลักการที่รับมาในชั้นรับหลักการหรือไม่ พูดง่าย ๆ ก็คือ สิ่งที่ตัด ท่านตัดแล้วมันไปขัดกับหลักการไหม สิ่งที่เติม เติมไปแล้วเกินกว่าหลักการหรือไม่ นี่ท่านยังไม่ได้ตอบสภาแห่งนี้ นั่นเป็นคำถามประการที่ ๑ ครับ🔗

คำถามประการที่ ๒ ท่านประธานครับ ในข้อความที่ทางกรรมาธิการได้เติม ไปนั้นท่านใช้คำว่า ทั้งนี้ กศจ. อาจมีมติมอบหมายการดำเนินการ คำนี้ใช้คำว่า มอบหมาย นั่นหมายถึงว่าจริง ๆ แล้วในภาษาทางกฎหมายเวลาที่เราพูดถึงหลักกฎหมายมหาชนหรือ การบริหารราชการแผ่นดิน กฎหมายต้องระบุว่าให้มีอำนาจในการกระทำถึงจะมีอำนาจที่จะ กระทำได้ ต้องมีอำนาจในการกระทำ แต่นี่ท่านบอกว่ามีการมอบหมายโดยที่ท่านยังไม่ได้ พิจารณาว่าใน พ.ร.บ. ว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ พ.ร.บ. ว่าด้วยระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการนั้น มันมีข้อความที่ให้อำนาจในลักษณะเดียวกันหรือไม่ท่านคาดการณ์ หรือรู้ล่วงหน้าว่ากฎหมายฉบับนั้นจะเขียนสอดรับกับท่านได้อย่างไรและในขณะเดียวกัน คำว่า การมอบหมาย นั้นท่านลองยกตัวอย่างกรณีที่เป็นรูปธรรม ข้อเท็จจริงต่าง ๆ ได้หรือไม่ ว่าลักษณะแบบใดที่ กศจ. อาจจะมอบหมายการดำเนินการให้กับผู้อำนวยการเขตพื้นที่ ต่าง ๆ ได้บ้าง นั่นเป็นประเด็นที่ ๒ ที่อยากจะเรียนสอบถามครับ เพราะว่านี่เป็นสิ่งที่ระดับ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ในหลายแห่งท่านห่วงใยคุณพ่อผมเองก็เป็นอดีตผู้อำนวยการเขตพื้นที่ การศึกษาในจังหวัดหนึ่ง ท่านก็ตั้งคำถามแบบนี้มาครับ🔗

ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ ด้วยเหตุที่ใช้คำว่า การมอบหมาย การดำเนินการนั้นจำเป็นที่จะต้องมีอำนาจหน้าที่ คำถามก็ตามมาทันทีครับว่า คำว่า อำนาจหน้าที่ นั้นคือผลผูกพันในทางกฎหมาย ทั้งความรับผิดและรับผิดชอบ ฉะนั้นในเมื่อ ยังไม่รู้เลยว่ากฎหมายที่จะมีการแก้ไขว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ กฎหมายว่าด้วยระเบียบ บริหารข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการนั้น หน้าตามันจะออกมาเป็นอย่างไร วันนี้ถ้าเราเอา อำนาจซึ่งไม่มีอยู่ในนั้นมาเขียนในนี้ ผมอยากจะเรียนสอบถามถึงความผูกพัน หรือการครอส (Cross) หรือการใช้กันของกฎหมายแต่ละฉบับว่ามันจะเข้าหลักกฎหมายใหม่ ยกเลิก กฎหมายเก่า กฎหมายเฉพาะแทนกฎหมายทั่วไป หรือใด ๆ ต่าง ๆ หรือไม่ ท่านคิดถึง ความวุ่นวายในการใช้กฎหมายที่จะตามมาในอนาคตหรือไม่ประการใดครับ🔗

ประการที่ ๔ เป็นประการสุดท้าย ท่านประธานครับ ในความตอนท้ายของ (๑) ที่ท่านเติมเข้าไป ท่านใช้คำว่า ให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาก็ได้ สิ่งนี้ครับ ที่ผมมีความเป็นห่วงเป็นใยอย่างยิ่งครับ หลายปีที่แล้วถ้าท่านใช้คำนี้ไม่แปลกใจเลยครับ เพราะว่าขณะนั้นเบื้องต้นมีแต่ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา แต่วันนี้ ในกฎหมายฉบับอื่น หรือแม้กระทั่งในกฎหมายฉบับนี้มีการใช้คำว่า ผู้อำนวยการหรือเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษา บางแห่งก็ใช้คำนั้น ในบางมาตราหรือในกฎหมายฉบับอื่นก็มีการใช้คำว่า ผู้อำนวยการหรือคณะกรรมการเขตพื้นที่มัธยมศึกษา ซึ่งแน่นอนอาจจะยังมีไม่ครบ ทุกจังหวัด แต่รวม ๆ แล้วก็มี ๒๐๐-๓๐๐ แห่งต่าง ๆ เป็นต้น ในร่างบอกว่า กศจ. มีอำนาจ ในระดับจังหวัด เขตพื้นที่ต่าง ๆ อยู่ในระดับจังหวัด วันนี้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แล้วหรือไม่ว่า เขตมัธยมศึกษาอยู่ในพื้นที่จังหวัดเท่านั้น ยังมีเขตพื้นที่มัธยมศึกษาที่ข้ามหรือคลุมเขตจังหวัด ที่มากกว่า ๑ จังหวัดหรือไม่ และในขณะเดียวกันครับ ถ้าเพื่อความชัดเจนเพราะเหตุใดการเติมข้อความตอนท้ายของ มาตรา ๓ ท่านถึงไม่เขียนไปให้ชัด ๆ เลยว่า มอบหมายการดำเนินการหน้าที่ดังกล่าวให้ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษาหรือผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ มัธยมศึกษา ท่านห่วงอะไรครับ หรือท่านห่วงว่าในอนาคตอาจจะไม่มีผู้อำนวยการเขต ที่แยกแบบนั้น ซึ่งก็น่าจะเป็นสิ่งที่ดี แต่ถึงแม้ว่าจะยังมีเขตแบบนั้นอยู่ การเขียนให้ครอบคลุม เข้าใจตรงกันว่า ผู้อำนวยการที่อาจรับมอบหมายคือ เขตประถมศึกษา เขตมัธยมศึกษา ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นประโยชน์กับผู้ปฏิบัติการที่อยู่ในเขตพื้นที่การศึกษาต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น ถ้าท่านเขียนให้อำนาจเขา ถ้าท่านเขียนให้เขารับผิดชอบในทางกฎหมายท่านก็ต้องเขียนให้ชัด แต่ในขณะเดียวกันถ้าท่านเขียนไม่ชัดความรับผิดชอบต่าง ๆ ที่จะตามมาก็ตกอยู่ที่เขา ผู้อำนวยการเขตส่วนใหญ่มาจากครูบาอาจารย์เหมือนกันครับ การเขียนกฎหมายเช่นนี้ จึงต้องขอคำตอบจากท่านว่า ความเข้าใจเจตนารมณ์หรือสิ่งที่ท่านต้องการสื่อสารคืออย่างไร เพื่อความชัดเจนในสภาแห่งนี้ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปท่านขจิตร ชัยนิคม ครับ🔗

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายขจิตร ชัยนิคม พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี ท่านประธานที่เคารพครับ พระราชบัญญัติฉบับนี้ใช้ชื่อว่า แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๙/๒๕๖๐ ผมเตือน กรรมาธิการผ่านท่านประธานไปว่า ท่านพิจารณากฎหมายฉบับนี้ต้องใช้ความระมัดระวัง เป็นพิเศษ สาเหตุเพราะว่าหลักการท่านไปกำหนดไว้ใน ๗ ข้อ ๗ วงเล็บ ท่านประธานครับ ผมต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการและผ่านไปยังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกท่าน สภาไม่ได้อนุญาตให้กรรมาธิการไปลบหรือไปแก้ไขหลักการ เพราะท่านรับหลักการ จากสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เพราะฉะนั้นในมาตรา ๓ ในรายละเอียดที่ท่านพิจารณานี้ ท่านประธานครับ การเพิ่มข้อความ การตัดข้อความนี้ มันเป็นการเขียนกฎหมายที่ปฏิบัติ ไม่ได้ คำอธิบายที่ท่านไปตัดออกและไปเพิ่ม ทั้งนี้ กศจ. อาจ ท่านใช้คำว่า อาจมีมติ มอบหมายการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ดังกล่าวให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาก็ได้ ท่านมอบให้ใครได้ครับ กศจ. มีกี่จังหวัด ตามประกาศของ คสช. ท่านมี กศจ. กี่จังหวัด ท่านมี ๗๘ หรือ ๗๙ ทั้งกรุงเทพมหานครใช่ไหมหรือมากกว่านั้น แล้วท่านเขียนว่า กศจ. อาจมอบอำนาจ แต่ละจังหวัดไม่ต้องเหมือนกันใช่ไหมครับ ถ้า กศจ. อุดรธานี มอบอำนาจให้ กศจ. นครราชสีมา ไม่มอบอำนาจให้เกิดอะไรขึ้นครับ มันเขียนกฎหมาย ที่ปฏิบัติทั้งประเทศเหมือนกันไม่ได้ ผมจึงไม่เห็นด้วยกับข้อความที่ท่านเพิ่มขึ้น ท่านลองอธิบายผมสิครับ อธิบายอย่างเป็นเหตุเป็นผลสิว่า ถ้า กศจ. อำนาจเจริญมีความเห็น มอบอำนาจให้ แต่ กศจ. พระนครศรีอยุธยาไม่ได้มอบอำนาจให้ กฎหมายท่านปฏิบัติ ได้ไหมครับ เพราะท่านใช้คำว่า อาจ แปลว่าจะต้องมี ๗๘ มาตรฐาน เขียนกฎหมาย ให้มีการปฏิบัติที่ไม่เหมือนกันไม่ได้ การแก้ไขมาตรานี้ท่านอาจจะทำขัดหลักการ (๑) ด้วย เพราะหลักการมันให้แก้ไขคำสั่ง มันเน้น เน้นว่าให้ท่านไปมอบอำนาจบริหารบุคคลจาก สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดไปยังเขตพื้นที่การศึกษา โดยให้มี อ.ก.ค.ศ. ในเขตพื้นที่ การศึกษา แล้วท่านไปลบอันนี้ออก และกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา กฎหมายนี้มันพูดเรื่องการบริหารบุคคลของข้าราชการครูทั้งหมดใช่ไหม ถ้าใช่ ท่านไปตัดออกทำไม แล้วท่านไปเพิ่มนี่ปฏิบัติไม่ได้ ท่านผู้แทนราษฎรทั้งหลาย ในสภานี้ต้องดู ไม่ใช่ว่าเรามอบหมายให้กรรมาธิการแล้ว เราจะเอาตามด้วยทุกอย่าง เอาตามไม่ได้ครับ มาตรฐานการออกกฎหมายในสภานี้ไม่อนุญาตให้กรรมาธิการไปแก้ไขหลักการ ท่านกลับไป อ่านหลักการ หลักการ (๑) ข้อ ๘ (๑) ใช่ไหม ว่าด้วยการบริหารบุคคลมอบให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ใช่ไหม แล้วท่านไปเขียน อาจ ได้อย่างไร อาจ แปลว่าทำก็ได้ ไม่ทำก็ได้ใช่ไหม ภาษาไทย มันไม่ได้ มันอาจไม่ได้ มันต้อง เพราะฉะนั้นผมจึงไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของ กรรมาธิการด้วยเหตุผลที่ว่า ๑. ขัดหลักการ ท่านไปตัดกฎหมายว่าด้วยอำนาจบริหารบุคคล ออก แล้วท่านมาเขียนว่า กศจ. หรือว่าคณะกรรมการการศึกษาระดับจังหวัด ตามประกาศ คสช. ฉบับนี้ บอกท่านอาจมอบ อาจมอบก็ขัดกับหลักการใหญ่ที่ท่านอธิบายกับผมในสภาแล้ว ที่บอกในสภา บอกว่าท่านแก้ไขคำสั่ง คสช. ฉบับนี้ เพื่อที่จะให้งานบริหารบุคคลจาก สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดไปอยู่ที่เขตพื้นที่ใช่หรือไม่ หลักการใหญ่ใช่หรือไม่ ถ้าใช่ก็แปลว่า ท่านเขียนผิดหลักการกฎหมายก็ใช้ไม่ได้ ผมอธิบายแล้วว่าถ้ามีกฎหมายแบบนี้ออกไป มันอับอายขายหน้าทั้งสภา ท่านใช้คำว่า อาจ ใช่ไหม เพราะฉะนั้นคณะกรรมการการศึกษา ทุกจังหวัดอาจมีมติไม่เหมือนกันก็ได้ มันจะเกิดอะไรขึ้นกับการบริหารบุคคลของข้าราชการ ครูทั้งประเทศ รับข้อแก้ไขของท่านไม่ได้ ผมมีความเห็นว่าต้องกลับไปใช้ร่างเดิม ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับผม ต่อไปคุณชินวรณ์ บุณยเกียรติ ครับ หลังจากนั้นก็อนุญาตให้กรรมาธิการชี้แจงครับ🔗

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช จริง ๆ แล้ว ผมก็เป็นคณะกรรมาธิการชุดนี้ด้วย แล้วก็เป็นผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไปด้วย พร้อมกับท่านอาจารย์ประกอบ รัตนพันธ์ และคณะ แต่ว่าในประเด็นมาตรา ๓ นี้มีการแก้ไข ครับ เมื่อมีการแก้ไข ผมก็จะใช้สิทธิในการที่จะอภิปราย แต่ว่าประเด็นอาจจะไม่ตรงกับ ประเด็นที่หลายท่านได้ลุกขึ้นมาอภิปราย เพราะผมมีประเด็นอย่างนี้ท่านประธานครับ ผมคิดว่าก่อนที่เราจะไปสรุปว่าการแก้ไขนั้นเป็นไปตามหลักการหรือไม่อย่างไร ผมอยากจะ ทำความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเพื่อนครูที่ติดตามเรื่องนี้ว่า จำเดิมนั้น เราก็มีรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ และในขณะนั้นท่านชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี เราก็ได้ ออกกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญให้ไปทำพระราชบัญญัติการศึกษา แห่งชาติ ปี ๒๕๔๒ และต่อมาก็มาทำกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ๕ ฉบับ คือ พระราชบัญญัติ ระเบียบบริหารกระทรวงศึกษาธิการ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารงานบุคคล และข้าราชการครูในกระทรวงศึกษาธิการ พระราชบัญญัติระเบียบสภาการศึกษาแห่งชาติ ตลอดถึงกฎหมายอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องเราก็หวังว่า การแก้ไขกฎหมายในคราวนั้นจะนำไปสู่ การปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ ๑ ครับท่านประธาน เพราะเราต้องการที่จะให้การศึกษานั้นได้เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ในยุคนั้นก็บอกให้คนคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น อยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุขครับ ประเด็นที่มุ่งเน้นสำคัญก็คือเราจะทำอย่างไรให้การจัดการศึกษาของชาตินั้นมีคุณภาพ และตอบโจทย์ต่อการแก้ไขวิกฤติของประเทศในขณะนั้นคือวิกฤติเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้น การศึกษาจึงมีการปรับตัวและกระจายอำนาจลงไป ในกระทรวงศึกษาธิการก็จะมีระเบียบ บริหารกระทรวงศึกษาธิการ มีเป็นแท่ง ๆ ที่เรียกง่าย ๆ ว่า ๕ แท่ง ก็คือมีองค์กรหลัก ๕ องค์กรหลัก ตั้งแต่สำนักงานปลัดกระทรวง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการอุดมศึกษา เป็นต้นครับ ในแต่ละแท่งนั้นก็ให้มีคณะกรรมการ บริหารโดยคณะกรรมการ ก็จะมีคณะกรรมการ ในแต่ละองค์กรหลักลงไป แล้วก็มุ่งเน้นว่าจะต้องกระจายอำนาจผ่านไปทางเขตพื้นที่ เพื่อให้เขตพื้นที่นั้นเป็นทางผ่านไปสู่สถานศึกษา และถ้าหากเป็นไปได้ก็จะให้สถานศึกษานั้น ไปสู่ความเป็นอิสระมากยิ่งขึ้น และเป็นนิติบุคคล นั่นคือเป้าหมายที่ทำอยู่ในขณะนั้นครับ ท่านประธาน ที่ผมต้องเอ่ยเรื่องนี้ก็เพราะว่าพอต่อมาปี ๒๕๕๒ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ผมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก็มีเสียงเรียกร้องว่า เราจะต้องปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ ๒ ก็เพราะว่าเราต้องการที่จะทำให้ประเทศไทย พร้อมที่จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน (ASEAN) นั่นจึงเป็นที่มาว่าเราจำเป็นจะต้องกระจาย อำนาจลงไปสู่สถานศึกษาและพัฒนาครูทั้งระบบ พัฒนาคุณภาพสถานศึกษายุคใหม่ พัฒนาคุณภาพผู้เรียนยุคใหม่ พัฒนาการบริหารจัดการยุคใหม่ ในยุคนั้นเองครับ ผมก็ได้แก้ พระราชบัญญัติระเบียบบริหารกระทรวงศึกษาธิการ กระจายอำนาจแยกเพิ่มขึ้นมา แทนที่จะให้สำนักงานการศึกษาขั้นพื้นฐานดูแลทั้งหมดทั้งประถมและมัธยม ก็แยกให้มี การบริหารงานบุคคลระหว่างประถมและมัธยมออกไป เพื่อให้การจัดการศึกษาในระดับนี้ ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจพื้นฐานของระดับประเทศได้มีโอกาสคล่องตัวในการบริหารและอยู่ในหลัก คุณธรรมอยู่ในหลักธรรมาภิบาล แต่พอมามีการปฏิวัติรัฐประหารขึ้นมาโดย คสช. เราก็มี คำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ นี่แหละจะเป็นที่มาที่ได้มีการเสนอร่างแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา เพราะร่างคำสั่ง คสช. ปี ๒๕๖๐ นั้น ผมได้ให้สัมภาษณ์ตอนประกาศมาครั้งแรกเลยว่า เหมือน คสช. เอาดาบอาญาสิทธิ์ไปฟันน้ำ น่าเสียดาย และเป็นบทเรียนที่เป็นประวัติศาสตร์ ให้เห็นได้ว่า คำสั่งที่เกิดจากเผด็จการมักจะผิดพลาดเสมอ เพราะไม่มีการกลั่นกรอง ไม่มีการสอบถามความคิดเห็น ในท้ายที่สุดก็พูดกันโดยทั่วไปว่าคำสั่งที่ ๑๙ นั้น เป็นคำสั่ง ที่เป็นการรวบอำนาจ ทำให้เกิดโครงสร้างของกระทรวงศึกษาธิการหลายชั้นขึ้นมา ยิ่งทำให้เกิด เรด เทป (Red tape) ในการทำงาน และมีปัญหาในการบริหารจัดการ และมีข้อถกเถียงกัน มากที่สุดกว่าทุกเรื่องทั้งหมด ตามจริงมีปัญหาหลายเรื่อง ผมไม่มีเวลาจะพูดถึง แต่เรื่องที่สำคัญ ที่สุดก็คือว่า การรวบเอาอำนาจการบริหารงานบุคคลของเขตประถมศึกษาและเขตมัธยมศึกษา ไปไว้ที่จังหวัด และจังหวัดก็ให้มีศึกษาธิการภาคมาเป็นตัวกลางเชื่อมต่อกับกระทรวง อีกครั้งหนึ่ง กลายเป็นกว่าจะถึงสถานศึกษาที่เราคาดหวังไว้ ๒๐ ปีนั้น ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง เพราะฉะนั้นช่วงนี้ท่านประธานครับ ท่านประธานก็เป็นประธานในการขับเคลื่อน ในการเสนอร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน เพราะว่า ท่านเป็นประธานในการขับเคลื่อนภาคประชาชน ท่านศุภชัย โพธิ์สุ และผมก็เป็น รองประธานท่านเราก็ร่วมมือกันกับเพื่อน ส.ส. ในสภาแห่งนี้ว่าผลักดันให้มีการเสนอ ร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และรัฐบาลก็ได้เร่งรัดในเรื่องนี้ ตอนนี้อยู่ใน กระบวนการของคณะกรรมาธิการ เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้จึงเป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน เป็นจุดนิดเดียวครับเพราะฉะนั้นถ้าหลายคนจะมาพูดถึงว่าทำไมไม่ทำไปถึงจุดอย่างนั้น อย่างนี้ มันไม่ใช่ครับเรามาแก้จุดที่ เป็นจุดบอดที่สุดที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ที่เพื่อนครูเรียกร้องทั้งประเทศว่ามันมีปัญหาความล่าช้า มีปัญหาอุปสรรคในการบริหารจัดการขาดระบบคุณธรรมในการบริหารงานบุคคลของ เขตการศึกษาประถมและมัธยม จึงมีประเด็นขึ้นมาในมาตรา ๓ ชัดเจน เป็นหัวใจ ผมพูดมาตรานี้มาตราเดียวท่านประธานครับ ขอเวลาอีกนิดหนึ่ง เป็นประเด็นก็คือว่า ในมาตรา ๓ นั้น ทำไมจึงมีคำเพิ่มเติมขึ้นมา ผมอยากกราบเรียนอย่างนี้ครับ ผมไม่ได้ติดใจ ที่คำเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้อาจมีการมอบหมายให้ดำเนินการโดย กศจ. ได้ เราต้องยอมรับ ความจริงครับว่า ในองค์ประกอบของกระทรวงศึกษาธิการนั้นมันมีหลายพระราชบัญญัติครับ มีพระราชบัญญัติสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมเอกชน มีพระราชบัญญัติอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นงานบางเรื่องที่ กศจ. ที่เป็นอยู่เดิมถูกตัดทอนออกมาเรื่องงานบริหารบุคคลแล้ว แต่ถ้าเห็นว่าเขตพื้นที่ควรที่จะได้รับมอบอำนาจก็ควรที่จะเขียนเอาไว้ นี่คือความจำเป็น ในชุดเปลี่ยนผ่านนี้ และคิดว่าต้องเร่งรัดให้กฎหมายฉบับนี้รีบออกมาใช้ เพื่อตอบโจทย์ ที่สำคัญที่สุดก็คือขวัญและกำลังใจครู และตอบโจทย์ให้เห็นในอนาคตว่าในอนาคตที่เราจะ ทำพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ตอนนี้เราจะทำพระราชบัญญัติกรมส่งเสริมการเรียนรู้ และต่อไปเราจะต้องทำพระราชบัญญัติระเบียบบริหารกระทรวง ศึกษาธิการเสียใหม่ เราจะย้อนกลับไปจุดเดิมไม่ได้แล้วครับ วันนี้ผมจึงอยากเรียกร้องท่านประธานว่า ขอให้เอา จุดเปลี่ยนผ่านนี้เอาจุดบอดนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่เราจะต้องมองไปสู่การศึกษาที่ทันสมัย เราจะต้องนำไปสู่การศึกษาในโลกยุคอนาคตให้ได้อย่างแท้จริง และวันนี้พระราชบัญญัติ การศึกษาเราก็รับหลักการแล้วว่าต้องเป็นพระราชบัญญัติการศึกษาที่จะต้องพัฒนา การศึกษาให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่จะให้คนทุกช่วงวัยตั้งแต่ ๐-๑ ปี จนถึงวาระสุดท้ายของชีวิต เขาจะต้องได้รับการศึกษาตลอดชีวิตและจะต้องนำการศึกษาไปสู่ กระบวนการที่พัฒนาการศึกษาในโลกยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง และที่สำคัญที่สุดก็คือว่า การศึกษาจะต้องนำไปสู่การมีงานทำ การมีอาชีพและการศึกษาจะต้องนำไปสู่ความสามารถ ในความเป็นสากลของคนไทยของเรา ไม่ว่าจะเป็นความสะอาด ความมีวินัยในตนเอง ทักษะการทำงานเป็นทีม การสื่อสารด้วยหลายภาษาที่มีความจำเป็นในโลกยุคอนาคต สิ่งเหล่านี้ต้องเกิดขึ้นครับ วันนี้ผมขอเรียกร้องทุกท่านอีกครั้งหนึ่งว่า จุดบอดที่เรามีอยู่ใน เรื่องการบริหารงานบุคคลของเขตศึกษา มัธยมศึกษาและประถมศึกษา วันนี้สภาแห่งนี้ ได้ถอดสลักเรื่องนี้แล้วขอให้พวกเราได้ให้ความเห็นชอบแล้วก็ดำเนินการต่อไปด้วยครับ ขอขอบพระคุณครับ🔗

(การประชุมดำเนินการมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภา ผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านกรรมาธิการชี้แจง เชิญครับ🔗

นายสุรพล ทิพย์เสนา กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สุรพล ทิพย์เสนา ในฐานะกรรมาธิการ ต้องขอขอบพระคุณ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้มีการอภิปรายถึงการแก้ไขกฎหมายของคณะกรรมาธิการ ในการแก้ไขพระราชบัญญัติฉบับนี้ ต้องขออนุญาตกราบเรียนครับว่าอาจจะมีลักษณะพิเศษ ต้องขออนุญาตกราบเรียนว่า คำสั่ง คสช. มีสถานะที่อาจจะแตกต่างจากกฎหมายทั่วไป กล่าวคือในคำสั่ง คสช. ในฉบับเดียวกัน อาจจะมีได้ทั้งเป็นเนื้อหาที่เป็นการบัญญัติกฎหมาย ขึ้นใหม่ มีทั้งในเรื่องของการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายที่มีอยู่แล้ว และในขณะเดียวกันอาจจะมี ในเรื่องของทางบริหารเข้าอยู่ในคำสั่ง คสช. ฉบับเดียวกันนั้นอันนี้ผมขออนุญาตกราบเรียน ครับว่า ในคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ มีผลยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๑๐/๒๕๕๙ และที่ ๑๑/๒๕๕๙ ซึ่งเกี่ยวพันอย่างไร ในคำสั่งที่ ๑๐/๒๕๕๙ ได้มีการยุบเลิก ๒ ส่วนครับ โดยในข้อ ๔ มีการยุบเลิกคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาตามพระราชบัญญัติการศึกษา แห่งชาติ และพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ และข้อ ๕ ของคำสั่ง ที่ ๑๐/๒๕๕๙ ก็มีการยุบเลิก อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยผลของฉบับที่ ๑๐ ก็ทำให้เกิดข้อ ๘ (๑) ของคำสั่ง ๑๙ เกิดขึ้น ก็คืองานในการบริหารจัดการของภูมิภาค มี ๒ ส่วน ก็คือส่วนหนึ่งที่เป็นอำนาจของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาเดิม และอำนาจ หน้าที่ที่เป็นการบริหารงานบุคคลของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา เหตุที่ทางคณะกรรมาธิการ ได้มีการปรับแก้ไขร่าง เรื่องนี้ได้มีการอภิปรายกันในชั้นกรรมาธิการกันอยู่ ๓-๔ ครั้งเพื่อให้ เกิดความชัดเจนในเรื่องหลักการ รวมทั้งในเรื่องของการนำร่างพระราชบัญญัติของทาง คณะรัฐมนตรีได้มาพิจารณาประกอบด้วย ก็พบว่าการเสนอร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๖ ร่างที่ ทางท่านสมาชิกสภาผู้แทนได้เสนอนั้น ไม่ได้มีการเสนอแก้ไขเพื่อยกเลิก กศจ. หรือ คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดมา และในขณะเดียวกันในร่างของพระราชบัญญัติของ คณะรัฐมนตรีก็ไม่ได้มีการแก้ไข แก้ไขแต่เพียงในเรื่องของอำนาจในการบริหารงานบุคคลของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งทางของ ครม. ก็มีการแก้เพิ่มโดยให้มี อ.ก.ค.ศ. จังหวัด ทีนี้ทางที่ประชุมก็ได้พิจารณาในมาตรา ๓ แก้ไขข้อ ๘ (๑) แล้ว เห็นว่าโดยวัตถุประสงค์หรือ หลักการที่แท้จริงที่เมื่อพิจารณาโดยรวมแล้ว หากมีการคืน ในเรื่องของคณะกรรมการ เขตพื้นที่การศึกษากลับมาก็จะมีภารกิจที่ซ้อนกับคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดที่ไม่ได้มี การเสนอแก้ไขยกเลิก ดังนั้นในคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาดังกล่าวจะอยู่ในมาตรา ๓๘ ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และมาตรา ๓๖ ของพระราชบัญญัติระเบียบบริหาร ราชการกระทรวงศึกษาธิการครับ สำหรับในเรื่องของการบริหารงานบุคคลหรือ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษานั้น เนื่องจากว่าทางรัฐบาลเองก็ได้มีการเสนอขอแก้ไขในเรื่องคืนอำนาจ การบริหารงานบุคคลมาด้วยเช่นเดียวกัน ตรงนี้ครับที่เป็นที่มาที่ทางคณะกรรมาธิการ ได้มีการตัดในข้อความของพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการออก เพื่อที่จะให้มีการดึงอำนาจของคณะอนุกรรมการเขตพื้นที่การศึกษากลับคืนไปให้กับ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาครับ🔗

สำหรับประเด็นที่ทางคณะกรรมาธิการได้เพิ่มขึ้นใหม่ในถ้อยคำว่า ทั้งนี้อาจจะมีการมอบหมาย ต้องขออนุญาตกราบเรียนครับว่า การมอบหมาย ไม่ใช่การมอบ อำนาจ ตรงนี้เป็นการดำเนินการของ กศจ. ที่เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่ามีบางเรื่องที่อาจจะ มีความจำเป็นที่จะต้องคืนอำนาจในการจัดการอะไรบางอย่างไปให้ทางผู้อำนวยการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาในการดำเนินการ ผมยกตัวอย่างกรณีของการดำเนินการ ในการจัดตั้งการยุบการรวมสถานศึกษา ซึ่งปัจจุบัน กศจ. เองก็มีการมอบหมายให้กับ ทางผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้พิจารณาว่ามีความเหมาะสมที่จะมีการจัดตั้ง การรวมหรือยุบเลิกอย่างไรและนำเสนอต่อ กศจ. เนื่องจากว่าผู้อำนวยการเขตพื้นที่ การศึกษาไม่ได้อยู่ในองค์ประกอบของคณะกรรมการ กศจ. ตรงนี้ถามว่าในการมอบหมายนั้น จะเป็นการขัดหรือไม่ ก็ขออนุญาตกราบเรียนครับว่าในพระราชบัญญัติระเบียบบริหาร ราชการกระทรวงศึกษาธิการ ในมาตรา ๓๗ ก็ได้เขียนอำนาจของสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาว่า จะต้องดำเนินการตามที่คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษามอบหมาย ซึ่งตรงนี้ เป็นจุดเชื่อมโยงที่ในฐานะที่ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาเป็นผู้บริหารสำนักงานเขต พื้นที่การศึกษา ในการดำเนินการตามที่ กศจ. จะเป็นผู้มอบหมายในงานในบางเรื่อง ซึ่งคณะกรรมาธิการหลายท่านได้อภิปรายแล้วว่า อาจจะมีงานวิชาการ งานในเรื่องการบริหารงานทั่วไปบางเรื่องที่อาจจะต้องมีการมอบหมาย สำหรับในเรื่องถ้อยคำอันนี้ที่ทางท่านสมาชิกได้สอบถามว่าทำไมไม่ใช้คำว่า ผู้อำนวยการ เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา หรือผู้อำนวยการเขตพื้นที่ศึกษามัธยมศึกษาลงไปในนี้ ต้องขออนุญาตกราบเรียนครับว่าในพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ และในพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครู จะใช้คำย่อแค่ว่าผู้อำนวยการสำนักงานเขต พื้นที่การศึกษาเท่านั้น แม้ไม่ได้แยกออกไป แต่ว่าในส่วนขององค์ประกอบคณะบุคคลนั้น ได้มีการตั้งเป็น อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาแยกออกเป็นประถมและมัธยม ขออนุญาต กราบเรียนต่อที่ประชุมครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีท่านกรรมาธิการท่านใดจะชี้แจงหรือไม่ครับ เชิญครับ🔗

นายอำนาจ วิชยานุวัติ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพอย่างสูง กระผม นายอำนาจ วิชยานุวัติ กรรมาธิการ ผมขออนุญาตเพิ่มเติมจากผู้แทนกฤษฎีกา กรรมาธิการที่ได้ชี้แจงไปเมื่อสักครู่ใน ๒-๓ ประเด็นด้วยกัน🔗

ประเด็นแรกที่ผมขออนุญาตกราบเรียนจากที่ร่าง พ.ร.บ. แก้ไขคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙ มีทั้งหมด ๗ ร่างด้วยกัน ซึ่งเป็นร่างจากพรรคการเมือง ๖ ร่าง และร่างจาก คณะรัฐมนตรี ๑ ร่าง ในร่างนั้นก็เป็นการนำเสนอหลักการ ก็เป็นเพียงเพื่อการแก้ไขเพิ่มเติม ในคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ มิใช่เป็นการยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เพราะฉะนั้น ในหลักการก็คือว่าเราดำเนินการในการแก้ไข ฉะนั้นในหลักการนั้นจึงเป็นการเฉพาะเรื่องของ การบริหารงานบุคคลเท่านั้น ที่ให้เราแก้ไขไม่ได้เกี่ยวข้องกับโครงสร้าง ไม่ได้เกี่ยวข้อง เรื่องการบริหารทั่วไปอื่น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการงบประมาณที่ท่านสมาชิกได้กรุณานำเรียนไป หลักการจึงมีเฉพาะเรื่องการบริหารงานบุคคลที่พูดถึงการพิจารณาเรื่องการบรรจุแต่งตั้ง การโยกย้าย เรื่องเงินเดือน หรือค่าตอบแทนอื่น รวมถึงเรื่องวินัย ในการดำเนินการ ที่เกี่ยวข้องนั้นจะต้องให้สอดคล้องกับการดำเนินการดังกล่าว ท่านสมาชิกได้กรุณาสอบถาม ในเรื่องของมาตรา ๓ ในเรื่องของการมอบหมาย เจตนารมณ์กรรมาธิการนั้นก็คิดว่า ในการดำเนินการเพื่อจะให้สอดคล้องในการดำเนินการให้ครอบคลุมทุกเรื่อง ทั้งเรื่อง การบริหารงานบุคคล ทั้งเรื่องวิชาการ ทั้งเรื่องการบริหารทั่วไป แล้วก็เรื่องงบประมาณ อย่างที่ได้นำเรียนไปแล้ว แต่เนื่องจากว่าหลักการนั้นได้มีข้อกำหนด มีข้อจำกัดเฉพาะเรื่อง การบริหารงานบุคคล ทางกรรมาธิการก็ได้คิดและหาวิธีการที่จะให้งานดำเนินการไปได้ โดยที่ให้เกิดการสามารถที่จะลงมาถึงเขตพื้นที่การศึกษา ลงมาถึงหน่วยปฏิบัติจริง ๆ จึงใช้คำว่า มอบหมาย ซึ่งเมื่อครู่ท่านกรรมาธิการได้กรุณานำเรียนไปแล้วว่ามิใช่เป็นการมอบอำนาจ เป็นการมอบหมายงานที่เกิดขึ้นเพื่อจะให้การดำเนินการนั้นสามารถลงไปสู่พื้นที่อย่างแท้จริง ลงไปถึงผู้บังคับบัญชาที่ดำเนินการได้ ทำไมถึงมีเฉพาะในหน้าที่ที่ กศจ. อาจมอบหมาย นั่นหมายความว่าเรามีจังหวัดที่เล็กและใหญ่แตกต่างกัน เช่น จังหวัดนครราชสีมามีทั้งหมด ๘ เขตพื้นที่การศึกษา เช่น จังหวัดกระบี่มีเพียง ๒ เขตพื้นที่การศึกษา นั่นหมายความว่า การมอบอำนาจนั้น จังหวัดกระบี่นั้นอาจไม่มอบหมายก็ได้ จังหวัดนครราชสีมาอาจ มอบหมายก็ได้ เป็นมติของ กศจ. เราอยากให้การบริหารงานนั้นให้เป็นอิสระและกระจาย ไปสู่พื้นที่อย่างแท้จริง เพื่อให้การมอบหมายนั้นเกิดการปฏิบัติได้อย่างมีประสิทธิภาพ ฉะนั้นการดำเนินการต่าง ๆ นั้นก็ถือว่ากรรมาธิการนั้นมองอย่างรอบคอบเพื่อจะให้ การดำเนินการเกิดขึ้นอย่างภาพรวมทั้งระบบครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิก ที่ได้สงวนความเห็นและสงวนคำแปรญัตติ ยังมีอะไรติดใจไหมครับ เนื่องจากมาตรานี้ มีการแก้ไข ท่านขจิตรยังติดใจอยู่ เชิญครับ🔗

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ผมได้เสนอความเห็นต่อที่ประชุมนี้ว่า การแก้ไขของกรรมาธิการ ผมไม่เห็นด้วย ด้วยเหตุผล ๒ ประการ🔗

ประการแรก ผมพูดชัดเจนว่า การแก้ไขนี้ท่านไปแก้ไขโดยการตัด พระราชบัญญัติระเบียบบริหารข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาออก ซึ่งผมบอก ไปแล้วว่ามันขัดกับเจตนา มันขัดกับหลักการที่รับไปจากสภานี้ บอกว่าต้องการให้แก้ไขคำสั่ง คสช. ฉบับที่ ๑๙/๒๕๖๐ ท่านประธานครับ คำสั่งนี้มีผลให้คำสั่ง คสช. ซึ่งออกก่อนหน้านี้ ๓ ฉบับ ถูกยกเลิก คือคำสั่งที่ ๑๐/๒๕๕๙ และคำสั่งที่ ๑๑/๒๕๕๙ และคำสั่งที่ ๓๘/๒๕๕๙ ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเขตพื้นที่ เพราะฉะนั้นโดยหลักการที่รับไปจากสภานี้ ข้อแรก หลักใหญ่ท่านบอกว่าเพื่อจะแก้ไขให้อำนาจบริหารบุคคล ซึ่งตามคำสั่ง คสช. ฉบับนี้ ฉบับที่ ๑๙/๒๕๖๐ มันมีผลให้งานบริหารบุคคลมารวมอยู่ที่สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน มีคหบดี มีองค์ประกอบ ๓ อย่าง แต่ว่าไม่มีข้าราชการครู ก็เลยอยากแก้ไขไปให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ซึ่งถูกคำสั่งนี้ทำลายอำนาจไปหมดสิ้นแล้ว แต่พอท่านเริ่มมาตรา ๓ ท่านก็ไปตัดเรื่องเกี่ยวกับงานบริหารบุคคลออก ซึ่งผมว่ามันไม่ใช่ แล้วท่านก็ไปเพิ่มบอก ทั้งนี้ ผมไม่ได้ถามท่านนะ ฟังให้ดีนะ ท่านต้องฟังผม ท่านไปแก้บอกว่า ทั้งนี้อาจมีมติมอบหมายการดำเนินงานตามอำนาจหน้าที่ ท่านจะมาตอบแก้เกี้ยวทำไมว่า ท่านไม่ได้มอบอำนาจ เมื่อสักครู่ท่านตอบผมทั้ง ๒ ท่าน กรรมาธิการไปแก้ไข ไม่ได้มอบอำนาจ ก็มอบหมายการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ดังกล่าว เขียนอย่างนี้ไม่ได้มอบอำนาจหรือ แต่คำอภิปรายของผมบอกว่าท่านเขียนอย่างนี้ไม่ได้ ท่านก็มาอธิบายว่าจังหวัดใหญ่อาจจะ มอบอำนาจ จังหวัดเล็กอาจจะไม่มอบอำนาจ อธิบายอย่างนี้ไม่ได้ ทำไมถึงไม่ได้ เพราะหลักการนี้มันให้ กศจ. หมดอำนาจเรื่องการบริหารบุคคล ท่านต้องเขียนเอาอำนาจนี้ ไปให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาทุกเขตพื้นที่เลือกปฏิบัติไม่ได้ คำอธิบายของท่านไม่ใช่ คำอธิบายที่จะมาตอบผม ท่านอธิบายอย่างนั้นก็ไม่ได้อีก ท่านบอกว่าจังหวัดใหญ่อย่างโคราช มี ๘ เขต กศจ. อาจจะมอบอำนาจให้เขตพื้นที่ก็ได้ จังหวัดกระบี่มี ๒ เขต อาจจะไม่มอบก็ได้ มันไม่ได้ เพราะหลักการจากสภานี้บอกว่าให้ท่านไปเขียนให้อำนาจบริหารบุคคลให้เป็นของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ ไม่มีเขตพื้นที่ใดที่เราบอกว่าให้ท่านไปยกเว้น เพราะฉะนั้นผมจึงยืนยันว่า ถูกที่สุด ผมเรียกร้องไปยังวิป (Whip) รัฐบาลและวิป (Whip) ฝ่ายค้านให้ไปปรึกษากันนะ อย่าคิดว่ามติของท่านนี่จะมาทำลายเจตนาของการเสนอกฎหมายในสภานี้ไม่ได้ ท่านไปเขียน ผิดหลักการ ท่านไปเขียนปฏิบัติไม่ได้ คำอธิบายของท่านไม่ใช่คำตอบที่จะมาตอบผม คำตอบก็คือท่านต้องถอนกฎหมายนี้ไป ท่านประธานสภาผมเรียกร้องให้กรรมาธิการ พิจารณาถอนกฎหมายนี้ไป ถ้าไม่ถอนมาตรานี้ไปฟังผมพูดอีกมาตรา ๕ ก็ได้ ท่านไปขีด มาตรา ๕ ออกได้ทั้งหมด ท่านจะตอบอย่างไร ไม่ได้ สภาพิจารณากฎหมายแบบนี้ โดยกรรมาธิการไปแก้ไปตัดหลักการไม่ได้ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ กรรมาธิการจะชี้แจงไหมครับ เชิญครับ🔗

นายสุรพล ทิพย์เสนา กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม สุรพล ทิพย์เสนา ในฐานะกรรมาธิการครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่จริงโดยเจตนานี่ตรงกับท่าน ในเรื่องของการที่ประสงค์ที่จะยกเลิกในสิ่งที่ คสช. ได้กำหนดโอนอำนาจไปให้กับทาง คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด ในเรื่องของการบริหารงานบุคคล ซึ่งในเรื่องนี้ ทางคณะกรรมาธิการก็ได้มีการทบทวนพูดคุยกันอย่างชัดเจน อย่างที่ผมได้กราบเรียนครับว่า ถ้าเราย้อนกลับไปว่าคำสั่ง คสช. นี่เขามีการโอนอำนาจจากตามกฎหมายต่าง ๆ ก็คือยุบเลิก มาตราต่าง ๆ โอนไปให้กับ กศจ. ดังนั้นในการแก้กลับก็จะต้องมีการยกเลิกในอำนาจของ กศจ. เพื่อดึงอำนาจนั้นกลับไปให้กับ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ฉะนั้นการที่ คณะกรรมาธิการได้มีการตัดอำนาจตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาตามคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ ออก ก็เท่ากับว่ามีการคืนอำนาจ การบริหารงานบุคคลตามกฎหมายระเบียบบริหารราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กลับไปให้กับ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา อันนี้ผมคิดว่าทางคณะกรรมาธิการ ได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วครับท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญกรรมาธิการอีกท่าน เชิญครับ🔗

นายนพคุณ รัฐผไท กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นพคุณ รัฐผไท ในฐานะกรรมาธิการ ขออนุญาตเรียนชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับ มาตรา ๓ คือหลักการของข้อ ๑ นี่ หลักการข้อ ๑ ที่ระบุไว้ว่าเป็นเกี่ยวกับเนื้อหา ข้อ ๘ (๑) ข้อ ๘ (๑) นี่ก็คือเป็นหลักการ ขอเรียนว่า กศจ. ได้มีคำสั่งที่ ๑๙ นี่ ทำให้ กศจ. มีอำนาจในการบริหารงานกฎหมาย ๓ ฉบับด้วยกัน ฉบับแรก ก็คือกฎหมายเกี่ยวกับ การศึกษาแห่งชาติ กฎหมายเกี่ยวกับระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ และกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา แต่ด้วยหลักการของ ร่างกฎหมายฉบับนี้ที่แก้ไขเพิ่มเติมนี่ต้องการให้เขตพื้นที่การศึกษามีอำนาจในการบริหารงาน บุคคล เพราะฉะนั้นคือจำเป็นที่จะต้องตัดอำนาจข้อ ๘ (๑) คืออำนาจบุคลากรครูและ บุคลากรทางการศึกษานี่ตัดออกจากอำนาจของ กศจ. ครับ เพื่อเอาไปให้กับเขตพื้นที่ การศึกษาดำเนินการมีกฎหมายรองรับเขตพื้นที่การศึกษา ในรายละเอียดนี่จะปรากฏอยู่ใน มาตรา ๙ ของร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมนะครับ สำหรับหน้าที่ของ กศจ. ก็จะเหลืออยู่ ๒ ฉบับ คือการศึกษาแห่งชาติกับระเบียบข้าราชการกระทรวงศึกษาธิการ ทีนี้การปฏิบัติราชการทุกวันนี้ ทางกระทรวงก็ดี ทาง กศจ. ก็ดี ได้สั่งการไปให้เขตพื้นที่ ปฏิบัติ เขตพื้นที่ปฏิบัติก็ปฏิบัติตาม ทั้ง ๆ ที่ไม่มีอำนาจ ไม่มีอำนาจเลยท่านประธาน เพราะว่าคำสั่งที่ ๑๙ ได้ยึดอำนาจกฎหมาย ๒ ฉบับนี้เอาไปให้ กศจ. ทำแล้ว เพราะฉะนั้นวิธีการแก้ปัญหา ก็คือทำอย่างไรเขตพื้นที่จะได้ปฏิบัติโดยถูกต้องตามกฎหมาย มีกฎหมายรองรับ ก็เลยเกิดการมอบหมายอำนาจจาก กศจ. ให้กับเขตพื้นที่ในการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ๒ ฉบับนี้ มิเช่นนั้น ผอ. เขตพื้นที่ก็ไม่มีความมั่นใจว่าตัวเองจะผิดกฎหมายมาตรา ๑๕๗ หรือไม่ ขณะเดียวกันกระทรวงก็ดี กศจ. ก็ดี มีหน้าที่แต่ไม่ยอมทำครับ เพราะว่าอาจจะอยู่ห่างไกล หรือไม่มีเวลาที่จะไปปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย ๒ ฉบับ ก็เกิดมีการมอบหมายขึ้นมา อันนี้ก็จะเป็นความปลอดภัยของทั้ง ๒ ฝ่าย คือกระทรวงก็ดี กศจ. ก็ดี ก็อาจจะถูกละเว้น ปฏิบัติหน้าที่ได้ เพราะว่าคำสั่งที่ ๑๙ นี้บังคับให้เป็นหน้าที่ของ กศจ. นะ ไม่ใช่ให้เป็นหน้าที่ ของเขตพื้นที่ เพราะฉะนั้นมาตรา ๓ นี้เป็นการแก้ปัญหาให้การบริหารราชการของ กระทรวงศึกษาธิการทั้งประเทศเดินไปได้ครับ เราก็จะไม่พิจารณาในเรื่องรายละเอียดว่า จังหวัดเล็กหรือจังหวัดใหญ่ แต่เรามองในเรื่องของการแก้ปัญหาการบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ อันนี้ก็เป็นเหตุความจำเป็นว่าทำไมถึงมีการมอบหมาย ถ้าไม่มอบหมายนี้ กระทรวงก็สั่งเขตไม่ได้เดี๋ยวนี้ ปัจจุบันนี้ กศจ. ก็สั่งเขตพื้นที่ทำไม่ได้ เกี่ยวกับงานกฎหมาย ๒ ฉบับนี้ อันนี้ก็เป็นเหตุผลความจำเป็นว่าทำไมต้องมีการมอบหมาย ส่วนถ้าไม่มอบหมายนี้ จะทำอย่างไร กศจ. ต้องลงไปพื้นที่เอง เชียงใหม่มี ๗ เขต ก็ต้องวนไปทั้ง ๗ เขต อันนี้ก็คือ ปัญหาใหญ่ และมาตรา ๓ นี้เป็นการแก้ปัญหาให้งานราชการของกระทรวงศึกษาเดินไปได้ ตามปกติครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ผมได้ทราบจากท่านประธานชวนที่เพิ่งผลัดเปลี่ยนลงไป แจ้งว่า ท่านผู้สงวนความเห็น แล้วก็ท่านสมาชิกที่สงวนคำแปรญัตตินั้น ไม่ติดใจแล้ว ถึงแม้ กรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติที่ขอสงวนคำแปรญัตติ จะไม่ติดใจแล้วก็ตาม แต่เนื่องจากมาตรานี้ คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข ดังนั้นผมขอถามมติจากที่ประชุมว่า จะเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการหรือไม่ จะเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ มีการแก้ไขหรือไม่ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อน🔗

(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านสมาชิก ที่อยู่นอกห้องประชุม หรือที่กำลังประชุมกรรมาธิการอยู่เข้าห้องประชุม เพื่อจะได้ลงมตินะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุม ท่านขจิตรมีอะไรอีกหรือไม่ครับ🔗

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี เนื่องจากการพิจารณากฎหมายนี้จะมีปัญหาต่อไป ผมขอเสนอท่านประธานให้พักการประชุม แล้วให้วิป (Whip) ฝ่ายค้านกับรัฐบาล หรือกฤษฎีกา มาคุยก่อน ไม่เคยมีที่เรามอบให้กรรมาธิการแล้วไปตัดหลักการออก ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมจะสั่งการ อย่างไรได้ ให้ทางวิป (Whip) เสนอขึ้นมา เนื่องจากว่าท่านขจิตร ชัยนิคม ไม่ได้เป็นผู้มี รายชื่ออยู่ในผู้สงวนความเห็น ฉะนั้นก็ให้ทางวิป (Whip) เสนอมาครับ เชิญวิป (Whip) รัฐบาลครับ ท่านอรรถกรเชิญครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ฉะเชิงเทรา ในฐานะผู้ที่เมื่อสักครู่นี้ไปชี้แจงกับท่านขจิตร ชัยนิคม ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ผมเข้าใจว่าตอนนี้อาจจะมีความเห็นที่ไม่ตรงกันสักนิดหนึ่ง แต่เบื้องต้นเมื่อสักครู่นี้ เราได้เชิญท่านประธานกรรมาธิการวิสามัญ และเข้าใจว่าขณะนี้เชิญตัวแทนกรรมาธิการ บางท่าน ยกตัวอย่างเช่น ท่านกฤษฎีกาที่เข้ามาทำหน้าที่เป็นกรรมาธิการวิสามัญ ลงมาทำความเข้าใจเบื้องต้นเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาต่อไปก็ขอท่านประธานกรุณาพักการประชุม สัก ๕ นาที ผมเชื่อว่าเรื่องนี้น่าจะหาทางออกร่วมกันได้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสุทิน คลังแสง เชิญครับ🔗

นายสุทิน คลังแสง มหาสารคาม

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทิน คลังแสง พรรคเพื่อไทย จากมหาสารคาม ในฐานะประธานวิป (Whip) ฝ่ายค้าน ก็เห็นด้วย กับทางตัวแทนของวิป (Whip) รัฐบาล เพราะว่าโดยจริง ๆ แล้วกฎหมายฉบับนี้ทางฝ่ายค้านเอง ก็มีมติว่าจะเห็นชอบ แต่ว่าก็ด้วยท่านขจิตรท่านได้ท้วงติงขึ้นก็ดูมีเหตุผลครับ พอมีเหตุผล แล้วเราก็อยากจะให้มันผ่านไปด้วยดี เพราะฉะนั้นก็อยากจะให้พักสักครู่หนึ่งก็เป็นทางออกที่ดี กราบเรียนเสนอท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เมื่อทั้ง ๒ ฝ่าย มีความเห็นตรงกันเพื่อที่จะให้การประชุมในร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของ กระทรวงศึกษาธิการให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยผมจึงขอพักการประชุมให้วิป (Whip) ทั้ง ๒ ฝ่ายได้หารือกันเป็นเวลา ๑๐ นาทีนะครับ🔗

พักประชุมเวลา ๑๒.๑๒ นาฬิกา🔗

เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๒.๔๓ นาฬิกา🔗

ผมได้เปิด โอกาสให้วิป (Whip) ทั้ง ๒ ฝ่ายได้ปรึกษาหารือกันแล้ว ผลสรุปจะเป็นอย่างไร เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุม กรรมาธิการพร้อมใช่ไหมครับ ทางกรรมาธิการมีอะไรจะ ชี้แจงเพิ่มเติมไหม ถ้ามีเชิญครับ🔗

นายประกอบ รัตนพันธ์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายประกอบ รัตนพันธ์ ในฐานะกรรมาธิการ ผมขออนุญาตชี้แจงข้อสงสัยของเพื่อนสมาชิก ต่อประเด็นที่ว่า การที่คณะกรรมาธิการได้ไปตัดในส่วนของมาตรา ๓ ในส่วนกฎหมายว่าด้วย ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาออกนั้นจะเกินหลักการหรือไม่ ก็กราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่า กฎหมายฉบับนี้มีเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกพรรคการเมืองที่ได้ร่วมเสนอขึ้นมาทั้งหมด ๖ ร่าง รวมทั้งของ ครม. ๑ ร่าง เป็น ๗ ร่าง ใน ๖ ร่างของเพื่อนสมาชิกนั้น มีส่วนของกฎหมายว่า ด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาอยู่ด้วย แต่ส่วนของ ครม. นั้นไม่มี แต่การรับหลักการของสภาแห่งนี้นั้น เรารับหลักการทั้ง ๗ ร่าง และคณะกรรมาธิการ ได้ร่วมพิจารณาอย่างรอบคอบ มาตรานี้ถกกันนาน ผมเองก็เป็นตัวตั้งตัวตีที่มีความคิด เหมือนท่านขจิตรว่าน่าจะมีกฎหมายและระเบียบข้าราชการครูไว้ในมาตรา ๓ ด้วย แต่ในเมื่อเราถกกันแล้ว ผมยอมรับเหตุผลว่ามันไม่มีความจำเป็น ที่ไม่มีความจำเป็น เพราะอะไรครับ เพราะว่าเราได้เขียนเรื่องของการถ่ายโอนอำนาจของ กศจ. มายังเขตพื้นที่ การศึกษาเพียงเรื่องเดียว ตามที่ตกลงกันก็คือเรื่องการบริหารงานบุคคล เพราะฉะนั้น เรื่องของการบริหารงานบุคคลในระเบียบข้าราชการครูที่เราตัดออกนั้น เรามาเขียนในมาตรา ๘ และมาตรา ๙ รองรับไว้แล้วตรงตามเจตนารมณ์ของหลักการที่สภาแห่งนี้รับไว้ คือเราเอา อำนาจเดียวใน ๔ อำนาจของ กศจ. ที่ คสช. นี่เอาอำนาจเขตพื้นที่การศึกษา ๔ อำนาจ ก็คืออำนาจการบริหารงานวิชาการ อำนาจการบริหารงานทั่วไป อำนาจการบริหาร เรื่องงบประมาณ อำนาจบริหารเรื่องบุคคล เราดึงมาเฉพาะอำนาจเดียว ซึ่งเป็นอำนาจ ที่เพื่อนครูทั่วประเทศต้องการอย่างเร่งด่วน เนื่องมาจากวันนี้งานบุคคลล่าช้ามากครับ ไม่ว่าเรื่องการเลื่อนเงินเดือน บรรจุ แต่งตั้ง ต้องผ่าน กศจ. เพราะฉะนั้นเราคิดว่าเราดึงมา ๑ อำนาจตามหลักการกลับมาก่อน ส่วน ๓ อำนาจนั้น กศจ. อาจจะมอบให้เขตพื้นที่ การศึกษาหรือไม่มอบสุดแล้วแต่ที่จะพิจารณา เพราะฉะนั้นผมคิดว่าไม่เกินหลักการ และตรงหลักการทุกประการครับ คณะกรรมาธิการยืนยันครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ท่านขจิตรครับ ผมว่าได้พูดกันมายาวพอสมควรแล้ว เสียเวลาเพราะมาตรานี้ไปมากแล้ว ถ้าท่านขจิตรพูดก็คงจะพูดประเด็นเดิม ผมว่าโหวตเถอะครับ เมื่อความเห็นแตกต่างกัน ก็ควรจะโหวต เชิญท่านขจิตรสั้น ๆ เล็กน้อย🔗

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี ต่อคำอธิบายของท่านกรรมาธิการ ท่านประกอบ ท่านประกอบไปอ่านหลักการ (๑) ผมอ่านให้ฟังอีกครั้งหนึ่งก็ได้ กรรมาธิการทุกท่าน กลับไปอ่านหลักการข้อที่ ๑ แล้วท่านประธานฟังด้วย ผมใช้เวลาประหยัด ที่ไม่เข้าใจไม่ได้ กำหนดให้ กศจ. อันนี้หมายถึงประกาศหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่องที่ลงไว้นี้ ข้อที่ ๑ ท่านขออนุมัติหลักการจากสภานี้ บอกว่า กำหนดให้ กศจ. มีอำนาจในเขตจังหวัดตามกฎหมายพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ตามกฎหมายระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ และกฎหมายว่าด้วยระเบียบ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ท่านเขียนว่า คำสั่งนี้ที่กำหนดให้เกี่ยวกับกฎหมาย ๓ ฉบับนั้น ให้กำหนดเป็นอำนาจหน้าที่ของกรรมการเขตพื้นที่ นี่คือหลักการข้อที่ ๑ ท่านขอสภา แล้วท่านบอกว่าข้อนี้ไปแก้ไขเพิ่มเติม ข้อ ๘ (๑) เสร็จแล้วท่านก็ไปเขียนกฎหมาย ท่านประธานตามไปดูนะครับ ไปเขียนกฎหมายไว้ในมาตรา ๓ นี้ บอกว่าให้ยกเลิกข้อความ ใน (๑) ข้อ ๘ คำสั่งลงวันที่ ทีนี้ท่านไปเขียนอะไรให้มันพิสดาร พอท่านไปเขียน นี่ท่านไปแปลว่า เป็นงานทั่วไป ที่ท่านร่างมาเดิมท่านไปแปลกันว่าเป็นงานทั่วไปท่านเลยไปตัดกฎหมาย ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาออก ก็ไม่ต้องเขียนและอาจให้มีมติมอบ ท่านไปเขียนทำไม งานทั่วไปเราไม่ได้มอบให้ท่านไปเขียน ท่านก็ต้องไปเขียนว่า ถ้าท่านจะเพิ่ม ท่านประธานฟังด้วยนะครับ อำนาจหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบการศึกษาแห่งชาติ กฎหมายว่าด้วยระเบียบ บริหารราชการแผ่นดินของกระทรวงศึกษาธิการ และกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ถ้าท่านบอกว่าในส่วนเกี่ยวกับงานบริหารบุคคลกำหนดให้เป็น อำนาจเขตพื้นที่การศึกษา ก็จบแล้วนี่ แล้วท่านจะไปเขียนอะไรเกินนี้อีก มันจบแล้ว แล้วท่านต้องเขียนในมาตรานี้ ไม่ต้องไปอ้างในมาตรา ๘ อะไร หลักการข้อที่ ๑ ท่านก็เขียน มาตรา ๓ ท่านประธานครับ ผมฝากไปยังครูอาจารย์ที่ฟังอยู่ด้วยว่าเขียนมาตรานี้ เพื่อมอบอำนาจบริหารบุคคลตามกฎหมาย ๓ ฉบับนั้น ไม่ต้องตัดกฎหมายฉบับไหนออก แล้วท่านไปตัดออกทำไม แล้วท่านมาเขียนทำไม เราไม่ได้ให้ท่านไปทำงานบริหารทั่วไป งานวิชาการ งานอะไรเราไม่ได้มอบ เรามอบให้งานบริหารบุคคล ท่านมีหน้าที่ไปเขียน ให้มันสมบูรณ์ แล้วท่านไปเขียนโดยตัดออกไปเปลี่ยนใหม่ได้อย่างไร ถ้าเขียนไม่สมบูรณ์ ท่านก็บอกว่ากฎหมาย ๓ ฉบับ ในส่วนเกี่ยวกับงานบริหารบุคคลให้เป็นพื้นที่ของเขตพื้นที่ การศึกษามันก็จบแล้ว แล้วท่านไปเขียนอะไรอีก อาจจะมอบ อาจจะไม่มอบอะไรอีก ให้มันตีความมากมายเยอะแยะ เขียนกฎหมายอย่างไร เขียนให้มันชัดขึ้น เรามอบให้ท่านไป ไม่ได้หมายความว่าให้ท่านไปทำลายหลักการ ถ้าท่านประธานพิจารณาต่อไปถึง (๓) นี่ยิ่งแล้ว (๓) ท่านไปเขียนในมาตรา ๕ ท่านก็ไปตัดออกหมด ท่านไปเขียนไว้ในมาตรา ๘ ผมก็อ่านแล้ว ก็ถูกแล้ว แต่ท่านต้องเขียนไว้ตรงนี้ ร่างของท่านเขียนมาให้เขียนไว้ตรงนี้ ร่างที่สภารับ ให้เขียนไว้ตรงนี้ ท่านก็ควรจะเขียนไว้ตรงนี้ ถ้าท่านเขียนไม่ได้ต้องถอนออกไป ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านกรรมาธิการมีอะไรจะชี้แจงหรือไม่ครับ🔗

(นายชลน่าน ศรีแก้ว ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คุณหมอ ฟังกรรมาธิการชี้แจงก่อนดีไหมครับ นิดหนึ่งครับ🔗

นายเอกราช ช่างเหลา ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ในฐานะของกรรมาธิการเรายืนยันว่า การแก้ไข ร่างพระราชบัญญัติในการนำเสนอครั้งนี้พวกเรายืนยันว่าถูกต้องตามหลักการทุกประการ แต่อย่างไรก็ตามเพื่อความสบายใจของเพื่อนสมาชิกทุก ๆ ท่าน เราก็ยินดีที่จะนำกลับไป ทบทวนใหม่อีกสักครั้งหนึ่ง แล้วก็จะนำเสนอเข้ามาใหม่ครับ ขอบคุณมากครับ เราขอถอน นะครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ คุณหมอ เมื่อทางกรรมาธิการ ประธานกรรมาธิการได้ขอถอนร่างนี้ออกไปแล้ว ก็ไปพิจารณา กันดีหรือไม่ครับ เชิญครับ🔗

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ในเรื่องนี้เผอิญกรรมาธิการมีการแก้ไข ถึงแม้ท่านประธาน กรรมาธิการจะประกาศว่าจะถอนไปปรับปรุง ผมมีฝากข้อสังเกต ที่ฝากให้ท่านประธาน ผ่านไปยังประธานกรรมาธิการและกรรมาธิการช่วยไปดู🔗

ประเด็นที่ ๑ ถามว่าท่านแก้ไขหลักการหรือไม่ ตามที่ท่านขจิตร ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านได้ทักท้วง เผอิญกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติม เขียนหลักการไว้ชัดเจน แล้วเอาหลักการนี้ไปเขียนในตัวบท ซึ่งวิธีการนี้เราเคยทักท้วง มาเยอะแล้วว่าเวลาคุณเสนอหลักการ คุณห้ามเอาตัวบทมาเขียนเป็นหลักการ พูดบ่อยครั้ง มากครับ แต่ฉบับนี้ก็ยังเข้ามาอีก ก็เลยมีปัญหาว่าเวลาท่านไปแก้ตัวบทมันเลยแก้หลักการ เพราะฉะนั้นโดยสรุปแล้วท่านแก้หลักการแน่นอนใน (๑) ตัดคำว่า กฎหมายว่าด้วยระเบียบ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาออกไปในมาตรา ๓ ที่ท่านเขียนในตัวบท อันนี้คือ เจตนาที่ท่านรับหลักการไป ท่านไปแก้หลักการ แก้หลักการไม่ได้เสียหายครับ ไม่ได้เสียหายเลย แต่ท่านต้องให้สภาแห่งนี้มารับรองให้ท่านว่าท่านแก้หลักการโดยมติของสภาแห่งนี้ วิธีการง่ายครับ ถ้าท่านยืนยันในตัวบทท่านจะเขียนอย่างนี้ตั้งแต่มาตรา ๑ ไปถึง มาตราสุดท้ายยังคงวิธีการเขียนแบบนี้ และท่านบอกว่าเจตนาจะแก้จริงในหลักการตรงนั้น ท่านก็เพียงแต่นำเรื่องนี้ไปเขียนในข้อสังเกต เขียนให้ชัดว่าคณะกรรมาธิการมีความเห็น ให้แก้ไขเพิ่มเติมหลักการให้เป็นดังต่อไปนี้ เอา (๑) นั่นละครับ มาเขียนใหม่ ตัดคำว่า ตรงนั้น ออกไปในข้อสังเกต แล้วท่านก็เอาข้อสังเกตนี้มาให้สภานี้รับรองถ้าเห็นชอบตรงนั้น เป็นหลักการเป็นไปตามร่างที่จะดำเนินการแก้ไขปรับปรุง ส่งให้วุฒิสภา วุฒิสภาไม่มีปัญหาครับ แต่ถ้าทำอย่างนี้ไป ถ้าแนบหลักการไป ตัวบทเป็นอย่างนี้ไปวุฒิสภามีปัญหาแน่นอน อาจจะตก ตั้งแต่วาระแรกเลย วุฒิสภาไม่รับ แล้วก็กลับมาที่เรามันก็จะเป็นประเด็นอยู่ ก็ฝากท่านประธาน ไปยังท่านประธานกรรมาธิการ กฤษฎีกาด้วยครับฝากด้วยครับ ปล่อยให้กฎหมายอย่างนี้ เข้ามาในสภาบ่อยมากครับ มัดมือชก เขาเรียก มัดมือชก หลักการเขียนอย่างนี้ มัดมือชก ผมฝากเพื่อนสมาชิกด้วย ต่อไปถ้าเราเห็นหลักการประเภทนี้ อ่านหลักการแล้วตัวบท มันสอดรับกันอย่างนี้พวกเราต้องตีตกแต่แรกเลย ไม่ให้มีปัญหา ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ🔗

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมขอให้ ความเห็นในฐานะเป็นผู้แปรญัตติในมาตรานี้สักนิดหนึ่งครับ ๓๐ วินาทีครับ ท่านประธานครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวท่าน น้อยไป ๓๐ วินาที เพราะถ้า ๓๐ วินาทีผมตัดเลยนะ🔗

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

อย่างนั้นผมขอสัก ๑ นาที ครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ให้ ๒ นาที เชิญครับ🔗

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณครับ วันนี้ ท่านประธานกรุณาผมเหลือเกิน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ผมอย่างนี้ครับเมื่อสักครู่ ทางท่านประธานคณะกรรมาธิการก็ได้ชี้แจงแล้วว่ามันไม่ขัดครับ แต่อย่างไรก็ตาม ผมก็ฟังทางท่านชลน่านพูดก็มีเหตุผล ผมคิดอย่างนี้ว่า ในเมื่อหลักการที่รับกันไปมันเป็น หลักการที่ฟิกซ์ (Fix) มาก ๆ คือมันล็อก (Lock) ตายตัวมาก ๆ ถ้าเป็นไปได้เพื่อเปิดพื้นที่ ให้ทางคณะกรรมาธิการได้กลับไปทบทวนในรายละเอียดแล้วก็ปรับแก้ได้ พวกเราทั้งสภา เท่าที่ผมฟังก็เห็นด้วยที่จะคืนอำนาจให้กับ อ.ก.ค.ศ. แล้วก็ปรับลดอำนาจหรือที่ผมอภิปราย คือ ต้องการที่จะไม่ให้เหลือ กศจ. เลยด้วยซ้ำครับ แต่เนื่องจากหลักการในวาระ ๑ มันล็อก (Lock) เอาไว้และข้อบังคับ ข้อ ๑๒๕ มันก็ล็อก (Lock) ไว้อีกว่า ห้ามแปรญัตติหรือ แก้ไขที่ขัดกับหลักการครับ ดังนั้นถ้าจะเป็นประโยชน์ก็คือว่า ทางประธานคณะกรรมาธิการ เสนอให้สภาแห่งนี้แก้หลักการเพื่อเปิดพื้นที่ในการทำงานให้กับคณะกรรมาธิการก็จะทำงาน ได้คล่องตัวมากขึ้นครับท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ขอบคุณที่ใช้เวลาไม่หมด ท่านสมาชิกครับ ในเมื่อร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม คำสั่ง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่องการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของ กระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ พ.ศ. .... ที่ได้มีการบรรจุ ในระเบียบวาระการประชุมเป็นที่เรียบร้อยที่จะเข้ามาพิจารณาในวาระ ๒ นี้ เมื่อมีประเด็น ความเห็นที่แตกต่างกันทางประธานกรรมาธิการได้ปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่า ควรจะขอถอนออกไปทบทวน ฉะนั้นเมื่อบรรจุระเบียบวาระแล้วผมขอถามที่ประชุมว่า มีท่านสมาชิกท่านใดมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ เมื่อกรรมาธิการขอถอนร่างนี้ ออกไปทบทวนก่อนแล้วค่อยเสนอเข้ามาใหม่ มีท่านผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าไม่มี ท่านผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่นก็ถือว่าที่ประชุมอนุญาตให้มีการถอน พ.ร.บ. ฉบับนี้ออกไป ทบทวนก่อน🔗

ต่อไปจะเป็นการประชุมในระเบียบวาระที่ ๕.๑ เลย ท่านสมาชิกอย่าเพิ่ง ไปไหน ๕.๑ น่าจะมีการลงมติทันที🔗

ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่ค้างพิจารณา🔗

๕.๑ ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศและคำสั่งคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนและ ประชาธิปไตย พ.ศ. .... นายจอน อึ๊งภากรณ์ กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน ๑๒,๖๐๙ คน เป็นผู้เสนอ🔗

จากการประชุม คราวที่แล้ว เมื่อผู้เสนอได้แถลงหลักการและเหตุผล สมาชิกอภิปรายแสดงความคิดเห็น ผู้แทนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ตอบชี้แจงต่อที่ประชุมและปิดการอภิปรายประธาน ของที่ประชุมในขณะนั้น คือ ท่านรองสุชาติ ตันเจริญ จึงได้สั่งปิดการประชุมและเลื่อน การลงมติไปในคราวต่อไป🔗

สำหรับวันนี้จะเป็นการลงมติในวาระที่ ๑ ขั้นรับหลักการ ดังนั้นผมขอ ดำเนินการต่อเลย ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากที่ประชุมมีมติให้แยกลงมติรับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติทีละฉบับตามลำดับ ดังนั้นผมจะขอมติจากที่ประชุมว่า จะรับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติตามระเบียบวาระที่ ๕.๑ ของนายจอน อึ๊งภากรณ์ กับประชาชนผู้มีสิทธิ เลือกตั้ง จำนวน ๑๒,๖๐๙ คน หรือไม่ ตามลำดับแรก จากนั้นผมจะขอมติจากที่ประชุมว่า จะรับหลักการร่างพระราชบัญญัติตามระเบียบวาระที่ ๕.๒ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบ องค์ประชุมนะครับ🔗

(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายศุภชัย โพธิ์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญสมาชิก เข้าห้องประชุมเพื่อลงมติ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุม ฉะนั้นจึงขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตนโปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิก ท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตนบ้างมีไหมครับ ถ้ามีก็ขอเชิญแสดงตน ถ้าแสดงตน กันหมดแล้ว ผมขอปิดการแสดงตนครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ในขณะนี้ ๓๓๗ ท่าน🔗

เป็นอันว่า ผู้เข้าร่วมประชุมครบองค์ประชุม ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศและคำสั่งคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ และคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ขัดต่อหลักสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย พ.ศ. .... ซึ่งนายจอน อึ๊งภากรณ์ กับประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จำนวน ๑๒,๖๐๙ คน เป็นผู้เสนอ หรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ท่านผู้ใดเห็นควร รับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญท่านใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายสมบัติ อำนาคะ สระบุรี

ท่านประธานครับ ๓๗๒ เห็นชอบครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓๗๒ เห็นชอบ ท่านสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน เชิญนะครับ ถ้าใช้สิทธิลงคะแนน ทุกท่านแล้ว ผมขอปิดการลงคะแนนเจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๙๙ ท่าน เห็นด้วย ๑๖๑ ท่าน บวกอีก ๑ เป็น ๑๖๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๓๔ ท่าน งดออกเสียง ๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติไม่รับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเป็น ๕.๒🔗

๕.๒ ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติและ คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ พ.ศ. .... (นายปิยบุตร แสงกนกกุล กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗

ซึ่งก็ได้ พิจารณาร่วมกับระเบียบวาระที่ ๕.๑ แล้ว🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ยังไม่ได้ ลงมติ ๕.๒🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอโทษครับ ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการร่างพระราชบัญญัติตามระเบียบวาระที่ ๕.๒ หรือไม่ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุม🔗

(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีสมาชิก ท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตนไหมครับ ถ้ามีก็เชิญ ถ้าใช้สิทธิแสดงตนกันหมดแล้ว ผมขอปิดการแสดงตนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลด้วย จำนวนผู้เข้าประชุมทั้งหมดขณะนี้ ๓๖๙ ท่าน เป็นอันว่ามีผู้เข้าร่วมประชุมครบองค์ประชุม🔗

ต่อไป ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติยกเลิกประกาศคณะรักษา ความสงบแห่งชาติและคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ พ.ศ. .... (นายปิยบุตร แสงกนกกุล กับคณะ เป็นผู้เสนอ) หรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ผู้ใดเห็นควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย และท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญท่านสมาชิก ใช้สิทธิลงคะแนน🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายสงวน พงษ์มณี ลำพูน

ท่านประธานครับ ๓๗๒ เห็นชอบครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓๗๒ เห็นชอบ มีท่านสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนมีไหมครับ ถ้ามีก็เชิญครับ ถ้าใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนกันทุกท่านแล้ว ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผล ครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๙๑ ท่าน เห็นด้วย ๑๕๖ บวก ๑ เป็น ๑๕๗🔗

นางผ่องศรี แซ่จึง ศรีสะเกษ

ท่านประธานคะ ยังลงมติได้ใช่ไหมคะ เมื่อสักครู่กดบัตรไม่ทัน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ปิดแล้วครับ🔗

นางผ่องศรี แซ่จึง ศรีสะเกษ

ถ้าอย่างนั้น ๒๒๔ บันทึกไว้นะคะ เห็นด้วยค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็บันทึกเอาไว้ แต่ว่าได้ปิดการลงคะแนนไปแล้ว เห็นด้วย ๑๕๖ บวก ๑ เป็น ๑๕๗ ไม่เห็นด้วย ๒๒๙ ท่าน งดออกเสียง ๔ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติไม่รับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้🔗

ต่อไป เป็นการพิจารณาระเบียบวาระที่ ๕.๓🔗

๕.๓ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายวิรัช พันธุมะผล กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗

ด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาตาม รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๓๓ (๒)🔗

สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น และจัดทำสรุปผลการรับฟังและรายงาน ผลการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจาก ร่างพระราชบัญญัติเสร็จแล้ว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ และประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการรับฟังความคิดเห็น และการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจาก ร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒ รายละเอียดปรากฏในเอกสารที่เจ้าหน้าที่จัดวางไว้ให้ท่านสมาชิกแล้ว ฉะนั้นจึงขอเชิญ ผู้เสนอแถลงหลักการและเหตุผล เชิญท่านวิรัชครับ🔗

นายวิรัช พันธุมะผล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายวิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย แบบบัญชีรายชื่อ เมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๖๒ ผมย้ำวันที่นะครับ ผมและท่าน ส.ส. หลายท่านหลายพรรคได้ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในเรื่องการให้ผู้ต้องหาทุกคน ได้รับการประกันตนด้วย ตัวเองโดยไม่ต้องใช้หลักทรัพย์🔗

เหตุผล รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๘ บัญญัติว่า บุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย การจับและคุมขังบุคคลจะ กระทำมิได้ เว้นแต่จะมีคำสั่งของศาลหรือมีเหตุอย่างอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ🔗

มาตรา ๒๙ ได้บัญญัติว่า ในคดีอาญาให้สันนิษฐานไว้ก่อน ตรงนี้สำคัญ ผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิดและก่อนมีคำพิพากษาให้ถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทำ ผิดจะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนผู้กระทำผิดมิได้ อันนี้สำคัญนะครับ และอีกเหตุผลหนึ่ง เขียนแค่ว่า การควบคุมหรือคุมขังต้องกระทำเพียงเท่าที่จำเป็นเพื่อป้องกันมิให้หลบหนี แต่ว่าในทางปฏิบัติพนักงานสอบสวนที่ส่วนมากจะเป็นอย่างนี้ แต่อัยการนี่ไม่ค่อยได้ขังใคร หรอกครับ อนุญาตประกันทุกทีนะครับ และศาลเมื่อไปถึงโดยเฉพาะศาลไปถึงต้องประกันตัว ทุกคดีเลยครับ คือไปถึงศาลประชาชนเดือดร้อนที่สุดคือต้องยื่นหลักทรัพย์ประกันตัว ทั้งตำรวจก็ต้องประกันตัว แต่ส่งอัยการ อัยการไม่เคยประกัน ผมเป็นอัยการจังหวัดมา ๔ ปี ผมไม่เคยขังใครเลยครับ ไม่เคยสั่งขังเลยครับ ผมให้ประกันทุกเรื่อง จะมีหลักทรัพย์หรือ ไม่มีหลักทรัพย์ ผมให้หมดครับ ๔ ปี ผมเป็นอัยการจังหวัด ผู้ต้องหาผมไม่เคยหลบหนี สักคนหนึ่งเลยครับ ผมเรียนตรง ๆ เลยครับ เจ้าหน้าที่ช่วยขึ้นจำนวนผู้ต้องขังระหว่าง พิจารณาหน่อย ที่ผมส่งให้ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายวิรัช พันธุมะผล แบบบัญชีรายชื่อ

อันนี้เป็นค่าใช้จ่าย อีกแผ่นหนึ่งครับ เปิดขยายใหญ่ ๆ หน่อยครับ คือท่านจะเห็นได้ว่าในปี ๒๕๖๔ อันนี้ผมขอจากกระทรวงยุติธรรม ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ได้กรุณาสั่งให้เจ้าหน้าที่ส่งมาให้ดู ท่านจะเห็นได้ว่าในปี ๒๕๖๔ มีผู้ต้องขังหมื่นกว่าคน ๑๔๕,๑๔๕ คนครับ ท่านคิดดูครับ คนหนึ่งค่าใช้จ่ายเป็นเงิน เท่าไรครับ เจ้าหน้าที่ช่วยขอค่าใช้จ่ายอีกอันหนึ่งครับ แผ่นค่าใช้จ่ายที่แต่ละคน กรมราชทัณฑ์ต้องจ่ายให้ปีหนึ่งคนหนึ่ง ประมาณ ๒๐,๐๐๐ บาท ท่านลองคูณด้วย ๑๔๕,๑๔๕ คน คูณด้วย ๒๐,๐๐๐ บาท รัฐบาลต้องจ่ายตั้งหลายพันล้านต่อปี นี่เป็นเหตุผลทำไมรัฐบาลจะต้องจ่ายเงินอันนี้โดยใช่เหตุ และเรือนจำต้องขังคนจำนวนมาก ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาคดี ทำไมครับ ตอนนี้กรมราชทัณฑ์บอกว่าผู้ต้องขังล้นคุก ล้นคุก ถ้าในคดีระหว่างพิจารณาท่านก็เอาไปขังไว้หมด ท่านทำไมไม่ให้ประกันด้วยความเป็นศักดิ์ศรี ของความเป็นมนุษย์ให้ประกันตัวเองได้ ด้วยเหตุผลดังนี้ผมอยากจะแก้ไขและลดค่าใช้จ่าย ของกรมราชทัณฑ์ ลดผู้ต้องขัง ให้เสรีภาพกับประชาชนมากขึ้น ผมจึงเสนอร่างกฎหมายนี้ โดยหลักการของมาตรานี้ ผมแก้อย่างนี้ครับ ท่านครับ เพิ่มว่าในคดีอาญาต้องให้ชั้นสอบสวน ชั้นอัยการ ชั้นศาล ทุกอย่างต้องให้ตั้งแต่พนักงานสอบสวน อัยการ และศาล ต้องให้ประกันตัว ด้วยความเป็นมนุษย์ ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ให้ประกันด้วย ไม่ต้องมีหลักทรัพย์ มาประกันครับ ความเป็นมนุษย์ต้องให้เขาประกัน นี่คือหลักการใหญ่ ๆ แต่ว่าไม่ใช่ทุกคดี ผมเว้นไว้แต่ว่าความผิดที่มีระวางโทษจำคุกตั้งแต่ ๑๐ ปีขึ้นไป หรือกฎหมายระวางโทษ ขั้นต่ำ ๕ ปีขึ้นไป คือเป็นโทษที่หนักอุกฉกรรจ์หรือกระทำความผิดเกี่ยวกับลักทรัพย์ ที่เป็นอุกฉกรรจ์ ต่อไปความผิดวิ่งราวทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๓๖ มาตรา ๓๓๖ ทวิ ความผิดฐานกรรโชก รีดเอาทรัพย์ชิงทรัพย์และปล้นทรัพย์ การกระทำ ความผิดฉ้อโกงต่อประชาชนที่มีเงินตั้งแต่ ๑๐ ล้านบาทขึ้นไป หรือ อันนี้สำคัญ ผู้ต้องหา หรือจำเลยไม่ไปศาลตามที่พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการหรือศาลนัด อันนี้ต้องขัง หรือว่าต้องมีหลักทรัพย์มาประกันตัว หรือเมื่อปรากฏว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยรับรองว่า ไม่อยู่ระหว่างเวลาที่ศาลให้รอการลงอาญา หรือรอการลงโทษอย่างนี้หมายความว่า เพิ่งทำผิดมายังไม่พ้น หรือความผิดอื่น ๆ ที่ประธานศาลฎีกากำหนดว่า คดีอย่างนี้ต้องเป็น การประกันตัว โดยหลักการคดีทุกคดีตำรวจ อัยการ ศาลต้องให้ประกันตัว เมื่อเว้นแต่ ความผิดอุกฉกรรจ์ นี่คือจำง่าย ๆ คือโดยหลักการไม่ต้องมีหลักทรัพย์ไปวาง ไม่ต้องไปเสีย เงินเสียทอง ศาลก็อนุญาตประกันตัวโดยให้สาบานว่าจะมาตามนัด ตำรวจก็ต้องให้ประกันตัวไป โดยสาบานว่าจะมาตามนัด ถ้าไม่เช่นนั้นก็ให้มีปรับต่อไป ถ้าไม่มาแล้วก็ต่อไปต้องมีหลักทรัพย์ มาประกันตัว นี่คือหลักการใหญ่ๆ เพื่อรักษาไว้ซึ่งเสรีภาพของประชาชน ให้ประชาชนสามารถ ประกันตัวเองได้ ความเป็นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ นี่คือการคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรกระผมจึงเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธี พิจารณาความฉบับนี้ผมเชื่อว่าสมาชิกทุกคนจะเห็นด้วยกับผมครับ ผมจึงกราบเรียนมา เพื่อโปรดพิจารณาเพื่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อโปรดพิจารณาครับ กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านวิรัช พันธุมะผล ได้นำเสนอแถลงหลักการและเหตุผลไปแล้ว ต่อไปก็จะเป็นการอภิปรายของท่านสมาชิกที่ให้ความสนใจตอนนี้ก็มี ๓ ท่าน ๑. ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ๒. ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ๓. ท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ เชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เชิญครับ ท่านสุพิศาลอยู่ไหมครับ ถ้ายังไม่สะดวกเชิญท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ครับ ถ้ายังไม่สะดวกก็ท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ครับ เชิญครับ🔗

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอแสดงความเห็นกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ โดยหลักการแล้วต้องบอกว่าเป็นหลักการที่ดีครับ แต่ว่าอยากจะฝากผู้เสนอในกรณีที่รับหลักการ และไปตั้งกรรมาธิการในวาระที่ ๒ ผมในฐานะของประธานกรรมาธิการ ศาล อัยการ และองค์กรอิสระ ได้พิจารณาหลายคดีที่เกี่ยวพันทั้งผู้กล่าวหา ผู้ต้องหา โจทก์ และจำเลย จึงเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หลักการต้องมองถึงสภาพความเป็นจริง ๔-๕ ประเด็น ต่อไปนี้ท่านประธานครับ สถานการณ์ปัจจุบันนั้นการโกงกันมีปริมาณมากขึ้น แต่มูลค่า น้อยลง ยืมเงินกัน ๕๐,๐๐๐ บาท ก็เบี้ยวก็โกง สามารถทำได้ครับ แต่ในกรณีกฎหมายฉบับนี้ เมื่อไปดูใน ป.วิ.อาญา ที่เรารู้จักกันดีในหมู่นักกฎหมายว่าการให้การประกันตัวต่อผู้ต้องหา รัฐธรรมนูญบอกว่าให้สำคัญว่าเขาถูกต้องไว้ก่อน อันนี้ไม่ผิดหลักการครับ แต่พอไปดู ในพฤติกรรมหรือพฤติการณ์แห่งสำนวนทางคดี ผมจึงต้องฝากท่านประธานผ่านไปยัง ผู้เสนอครับว่า บางทีโลกก็อาจจะสวยก็เป็นไปได้ถ้าพูดคุยกับคนดีที่เขาผิดพลาด เราย่อม อยากจะให้โอกาสเขากลับมารับใช้สังคมได้อีก แต่ถ้าเกิดมีบุคคลบางประเภทใช้เล่ห์เหลี่ยม ของกฎหมาย ช่องว่างของกฎหมายไปในทางหากิน ไม่ว่าจะเป็นวงการกฎหมายทั้งในรูปของ ทนายความหรือผู้ที่ค้าความ ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรา ๑๐๘ ป.วิ.อาญา ก็ค่อนข้างเขียนไว้ชัดเจนว่าเวลาที่ผู้ต้องหาหรือโดนกล่าวหา โดนพนักงานสอบสวนก็ดี โดนฝ่ายปกครองจับกุมไปยังชั้นสอบสวน มีดุลยพินิจที่จะสามารถไม่ต้องใช้เงินประกันได้อยู่แล้ว ซึ่งแน่นอนครับอยู่ที่พนักงานสอบสวนบ้าง พนักงานอัยการบ้าง ศาลบ้างตามกระบวนการยุติธรรม แต่ที่ผมอยากจะทักท้วงท่านเนื่องจากเมื่อลงไปดูรายละเอียดแล้วท่านพยายามจะไปแก้ ในมูลค่าจำนวน ๑๐ ล้านบาท หรือว่าการจำคุก ๕ ปี หรือ ๑๐ ปี ท่านประธานครับ ตัวบทกฎหมายบางอย่าง พฤติการณ์อันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน แต่โทษไม่มากก็เยอะอยู่ หลายกรณี ผมยกตัวอย่างเช่นกรณีที่มีโทษในปัจจุบันที่เป็นอาญา ลัก วิ่ง กรรโชกทรัพย์ รีดทรัพย์ ชิงทรัพย์ และปล้นทรัพย์ ในกระบวนการต่าง ๆ ในสำนวนคำฟ้องของพนักงาน สอบสวนที่ส่งไปชั้นอัยการ อัยการขึ้นสู่ศาล จะบรรยายรายละเอียดไว้ครับว่า พฤติกรรม ของผู้ต้องหานั้นมีพฤติกรรมโหดร้ายมากขนาดไหน ถ้าลักขโมยของท่านประธาน ตอนท่านประธานไม่อยู่ห้องก็แค่ลักทรัพย์ ถ้าเอามีดเข้าไปในห้องท่านประธานก็จี้ชิงทรัพย์ ถ้าเอามีดเข้าไปแล้วตะโกนด้วย ขู่ด้วยก็กรรโชกทรัพย์ ถ้าเข้าไป ๓ คน มีมีด มีปืนก็ปล้นทรัพย์ แม้มูลค่าของท่านประธานอาจจะเป็นที่รองแก้วไม่กี่สิบบาท แต่พฤติการณ์ต่างกัน พอท่านไปเขียนกำหนดว่าจะต้องประกันตัวโดยไม่มีหลักทรัพย์ตั้งแต่ ๕ ปีขึ้นไป หรือมูลค่า ตั้งแต่ ๑๐ ล้านบาทขึ้นไป ผมจึงบอกท่านประธานผ่านไปยังผู้เสนอครับ หลักการท่านดีครับ ไม่เป็นไร แต่ถ้าชั้นกรรมาธิการท่านไปแก้ไขรายมาตราท่านต้องดูให้ดี นอกจากนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ในการรับรองตนเองเป็นผู้ประกันตน วันนี้ระบบสารสนเทศ ไอคลาวด์ (iCloud) อะไรต่าง ๆ ขอรัฐบาลที่เป็นข้อมูลออนไลน์ (Online) มันทำได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แล้วหรือ สแกน (Scan) ลายนิ้วมือเข้าไป ขึ้นว่านายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ใช่หรือไม่ หรือเป็นแบบนี้ทั้งประเทศหรือยัง การรับรองตนเองเป็นสิ่งที่คนร้ายมักจะกระทำ เพื่อให้ตัวเองหลุดพ้นจากกระบวนการยุติธรรม ไม่อยากติดคุกครับ🔗

อีกประเด็นหนึ่งในเรื่องของคนล้นคุกก็ว่ากันไป แต่ว่าวิธีปฏิบัติของการแก้ไข ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาครั้งนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนต่อสังคมยิ่ง ท่านปลดคนออกจากระบบของราชทัณฑ์ก็จริง แต่กระบวนการวิธีพิจารณาจะละเอียดอ่อน มากครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมถามต่อครับว่า ถ้าเกิดเขารับรองตนเองเป็นเท็จล่ะ เราจะต้องมีคณะทำงานในชั้นพนักงานสอบสวนที่โรงพัก ทนายอาสาซึ่งมีโรงพักละ ๑ คน ยังมีอยู่ไหม สมาคมทนายความดูแลเรื่องนี้ได้แบบไหน อย่างไร🔗

ประเด็นต่อมาท่านประธานที่เคารพครับ แล้วถ้าเขาหลบหนีล่ะ ผู้เสียหาย ท่านนึกถึงเขาบ้างไหมครับ ว่าผู้เสียหายที่เขาไปแจ้งความแล้วไปจับกุมได้อยู่ดี ๆ เขารับรอง ตนเอง แล้วขอประกันชั้นสอบสวน หรือขอประกันชั้นอัยการ ประกันชั้นศาล ไปปุ๊บ ก็หายจ้อยครับ ผู้เสียหายทำอย่างไรล่ะครับ ได้แต่นั่งร้องไห้ ถ้าเป็นคดีแพ่งก็เสียเงิน ถ้าเป็นคดีอาญาครอบครัวก็โดนรบกวน เพราะวิธีการประกันตัวที่ง่ายนั้นมันไม่ได้หมายความ เพียงแค่ผู้ต้องหากับกระบวนการยุติธรรม มันมีคนรอบตัวผู้ต้องหาอีกเยอะแยะมากมาย ผมถามว่าถ้าเป็นคดีชิงทรัพย์ คดีลักทรัพย์แล้วกันครับท่านประธาน ๑ ปี ๖ เดือน ที่เรารู้จักกัน คำถามคือใช้ตัวเองประกันออกไปแล้วมันจะไปขโมยอีกไหม ถ้ามันทำ โดยกมลสันดานที่ภาษาศาลเขาเรียกกัน ผมจึงฝากท่านผู้เสนอ ถ้าเกิดเข้าไปชั้นวาระที่ ๒ การจับกุมคุมขังนั้นมีบัญญัติไว้ชัดเจนครับว่าท่านกักขังได้ในระบบพนักงานสอบสวนไม่เกิน ๒๔ ชั่วโมง และจะให้ประกันตัวในชั้นไหน เขียนไว้ชัดแล้วครับ เพียงแต่ท่านพยายามจะ ไปบอกว่าถ้าไม่เกิน ๑๐ ปี ถ้าไม่เกิน ๑๐ ล้านบาท ไม่เกิน ๕ ปี ต้องให้ประกันตนด้วยตัวเอง ไม่ต้องวางเงิน ไม่ต้องวางโฉนด ไม่ต้องวางหลักทรัพย์ใด ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนี้พอลงไปดูในรายละเอียด ในกรณีที่การเห็นชอบในพระราชบัญญัติฉบับนี้ บางอย่างสอดรับกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันครับ แต่บางอย่างรัฐธรรมนูญก็เขียนเรื่องของ สิทธิเสรีภาพไว้อย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นผมจึงอยากบอกท่านประธานผ่านไปยังผู้เสนอ ว่า ท่านต้องตอบว่ากรณีที่รับรองเท็จจะเกิดการเสียหายต่อกระบวนการยุติธรรมอย่างไร พฤติการณ์ หรือพฤติกรรมของผู้ต้องหาเราเอาอะไรไปวัดครับ เราเอาจำนวนปีของโทษ หรือเราเอาพฤติกรรม ท่านประธานครับ อย่างที่ผมบอกไว้ตั้งแต่ต้น ลักทรัพย์แม้มีมูลค่า ไม่มากมายนัก แล้วถ้าเกิดมันมีมูลค่าแค่เพียง ๔,๙๐๐,๐๐๐ บาทล่ะครับ เขาใช้เงื่อนไขนี้ ได้หรือไม่ เพราะฉะนั้นผมฝากเป็นข้อสังเกตผ่านไปยังผู้เสนอ การแก้ไขกฎหมายให้ทัน สถานการณ์ปัจจุบันเป็นเรื่องที่ดีครับ สิทธิเสรีภาพของประชาชนคนไทยเป็นเรื่องที่เยี่ยมยอด และต้องพึงรักษาไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่ถ้าไปกระทำแล้ว แก้ไขกฎหมายแล้ว เอาสิทธิเสรีภาพ ไปให้กับคนร้ายให้คนที่คิดไม่ดีต่อคนในสังคม ก็จะเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่อยากจะบอก ท่านประธานผ่านไปยังผู้เสนอครับ ขอขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แล้วตามด้วยท่านวรภพ วิริยะโรจน์🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอบคุณครับที่ได้ให้เวลา วิ่งมาไม่ทันเมื่อสักครู่ไปเบรกพอดีครับ ในประเด็น ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในหลักการเห็นด้วยบางส่วนนะครับท่านประธาน สิ่งสำคัญคือ ต้องไปดูที่หลักการและเหตุผลที่กำหนดไว้ และผมอยากให้มีความชัดเลยครับในหลักการ โดยเฉพาะมาตรา ๒๙ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ครับ ปี ๒๕๖๐ นี้แน่นอนครับว่าผู้ต้องหา หรือจำเลยไม่มีความผิด เอาวรรคเดียวก่อนก็ได้ครับท่านประธาน เอามาบังคับในหลักการ แล้วต่อท้ายด้วยว่าบุคคลที่ได้กระทำความผิดและปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำผิด มิได้ หลักการตรงนี้มันเป็นหลักการสำคัญเป็นหลักการที่ต้องบรรจุไว้ในหลักการ เพราะเหตุผลอันนี้สำคัญ เพราะทุกวันนี้รัฏฐาปัจจุบันมิได้ยึดโยงตรงนี้เลย และไม่ได้ใช้บังคับ อย่างเข้มงวดมักจะใช้มาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญมาจำกัดหลักการนี้เป็นประจำ แล้วอีกอันหนึ่งที่ผมอยากพูดไว้ในสภาแห่งนี้ คือให้ไปดูการรับฟังความคิดเห็นครับท่าน ประธาน ๓ หน่วยงานที่รับฟังความคิดเห็น โดยเฉพาะเริ่มต้นหน่วยงานที่ผมเคยสังกัดครับ ท่านประธานบอกเลยครับ ไม่เห็นด้วยในเหตุผล แต่ผมก็ยังมีความเห็นต่าง เพราะว่าหลักการ ผมเห็นด้วยบางส่วน แต่ผมจะเห็นด้วยอย่างไร เดี๋ยวผมอธิบายให้ฟังครับ ส่วนอัยการนั้นบอกว่า ยังไม่ครอบคลุม ส่วนศาลนั้นท่านบอกว่าเห็นชอบ ศาลท่านพร้อมครับ เห็นชอบและพร้อมที่จะถือปฏิบัติ โดยบอกว่าการปล่อยตัวชั่วคราวมีอยู่ในลักษณะที่ ๔ หมวด ๓ ของ ป. วิ. อาญาอยู่แล้ว ทั้งไม่ต้องมีหลักประกันและมีหลักประกันนั้นบัญญัติไว้ชัดครับ แต่เราก็มีการปฏิบัติกันมา อย่างเนิ่นนาน โดยเฉพาะศาลยุติธรรมนั้น คำนึงถึงเรื่องการปล่อยตัว และยุคสมัย มันเปลี่ยนไปครับ ขณะนี้ยุคสมัยมันเปลี่ยนไปมากมาย ในหลักการที่เกี่ยวข้อง ผมกราบเรียนเลยว่าเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนครับท่าน สิ่งสำคัญคือหลักประกัน เรื่องสิทธิเสรีภาพผมพูดไปแล้ว เรื่องของความเดือดร้อนครับ ท่านประธานครับ เรื่องของ ความเดือดร้อนที่ต้องไม่สร้างภาระให้กับคนยากจน คนที่มีเงินน้อย มีโอกาสน้อย และต้อง ไม่สะสมความทุกข์ให้กับราษฎร นี่คือหัวใจสำคัญที่ต้องแก้กฎหมายและเป็นประโยชน์ที่จะ ทำให้กฎหมายฉบับนี้ถูกแก้ได้ อย่าไปให้คนรวยรังแกคนจน อย่าให้พนักงานสอบสวน ที่มีอคติหรือพนักงานสอบสวนที่มิชอบรังแกราษฎรหรือประชาชนโดยเด็ดขาด โดยเรื่องของ การประกันตัวหรือการปล่อยตัว ในหลักการที่เสนอมานั้นบางส่วนเห็นด้วยครับ แต่บางส่วน ก็ยังเห็นไม่หมด ประเด็นสำคัญ ผมขอให้คำนึงถึงเรื่องนี้ครับ โดยเฉพาะในมาตราที่ขอแก้ และมีสาระสำคัญก็คือเรื่องของการรับรองตนเอง การรับรองตนเองมันจะมีเงื่อนไข ในเงื่อนไข เรื่องของคดีถูกรอลงอาญา คดีรอการกำหนดโทษ คดีจำคุกไม่เกิน ๓ ปี ดาต้า (Data) ตรงนี้คือ บิก ดาต้า (Big Data) ของศาลยุติธรรม มีครบถ้วนหรือยัง มีข้อมูลย้อนหลังไปถึง ๒๐ ปีไหม ที่สามารถเอามาตรวจสอบคำรับรองนี้ได้ชัดเจนหรือไม่ จัสทิซ (Justice) ที่ผมเคยพูดว่า รัฐบาลชุดนี้ควรจะทำนี่เกิดขึ้นหรือยัง เรื่องการครอบคลุมหรือการประกันตัวผู้ต้องหา ตั้งแต่แรกเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม🔗

อีกส่วนหนึ่งที่ปรากฏ คือเรื่องของการทำสัญญาประกันตัว นอกจากนั้นแล้วก็ ยังมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับราชทัณฑ์ เพราะราชทัณฑ์จะต้องเป็นคนดูว่าถูกจำคุกมาไม่เกิน ๓ ปี นั่นคือหัวใจอันหนึ่งที่จะต้องว่าจริงอยู่แล้วตัวเคยถูกไหม เพราะนั่นเป็นเงื่อนไขของ การตรวจสอบคำรับรองได้อย่างรวดเร็ว นั่นคือจะต้องมีเครื่องมือ ส่วนการปล่อยตัวนี่ ผมยืนยันว่าศาลท่านมีดุลยพินิจพอสมควรอยู่แล้ว แต่อยู่ที่ว่าท่านจะบังคับใช้อย่างจริงจัง ตามที่ท่านประธานศาลฎีกาสูงสุดท่านกำหนดไว้หรือเปล่า นั่นคือเงื่อนไขหัวใจอันหนึ่ง ที่ศาลท่านเองท่านก็ใช้อำนาจของท่านเต็มพิกัดอยู่แล้ว แต่การบังคับใช้ในคำสั่งหรือกฎหมาย ที่เขียนนั้นคือหัวใจสำคัญ การปล่อยตัวชั่วคราวนั้นโดยไม่มีหลักประกันก็ได้ครับท่านประธาน สมัยก่อนจำได้ว่าผมสมัยเด็ก ๆ นี่เป็นพนักงานสอบสวนใช้ทะเบียนบ้านก็ประกันตัวได้ครับ เอาทะเบียนบ้านมาประกันตัวนี่ครับ ไม่ต้องคำรับรองนั่นคือยุคหนึ่ง ขณะนี้เรามีดาต้า (Data) และเรามีเทคโนโลยีครับ เรือนจำมีอีเอ็ม (EM) ครับ อีเอ็ม (EM) ติดข้อเท้า เห็นตอนนี้ใช้กัน ระบาด อีกหน่อยอีเอ็ม (EM) ที่มันติดอยู่นี่ มันจะเล็กลง ๆ แล้วก็มันจะดีขึ้นในยุคถัดไป มันสามารถบอกลองติจูด ละติจูดของบุคคลที่อยู่ในอาณัติของคำสั่งของศาลที่ปล่อยตัวได้ ปล่อยตัวโดยไม่มีหลักประกันก็ได้ และผมยังยึดหลักนิยมเลยว่าการจับกุมผู้ต้องหามานี่ โดยเฉพาะความผิดที่มีความผิดต่ำกว่า ๓ ปีนี่ครับ ไม่ควรจะจองจำ ไม่ควรจะต้องติดคุก โดยเฉพาะที่สถานีตำรวจ ๔๘ ชั่วโมงคือเงื่อนไขสำคัญครับ จับตัวได้ให้ไปศาลเลย ขอคำสั่งศาล จะขัง ไม่ขัง หรือจะปล่อยตัวชั่วคราวเป็นอำนาจศาลครับ แล้วถ้าปล่อยตัวชั่วคราวแล้วไม่มี หลักประกันตามคำร้องนี่ ใส่อีเอ็ม (EM) ล็อก (Lock) ข้อเท้าท่านประธาน แล้วก็ปล่อยตัวไป ใช้เครื่องมือจีพีเอส เจนโดว์ (GPS Jane Doe) กำหนดระยะทางกำหนดเงื่อนไขไม่ให้ไป ที่ไหนบ้าง ตรวจสอบได้หมดครับ พอร้อง ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด ที่มาร์เชล (Marshal) มาร์เชล (Marshal) คือตำรวจศาลเป็นคนคอยตรวจสอบ เพื่ออะไร เพื่อดูกระบวนการของการปล่อยตัว นี่ครอบคลุมไหม จะหลบหนีไหม มีมาตรการครับ นี่คือมาตรการทางอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญ ที่ศาลควรจะเอามาใช้ในจัสทิซ (Justice) ที่ผมเคยพูดไว้แล้วว่าตั้งแต่กระบวนการปล่อยตัว ชั่วคราวนั้น พนักงานสอบสวนเอง อัยการเอง ศาลเอง จะต้องยึดโยงมาตรา ๒๙ และบังคับใช้ มาตรา ๒๙ ของรัฐธรรมนูญที่ปรากฏ และมีเนื้อหาแบบนี้เกือบทุกฉบับครับ ยืนยันครับว่า มาตรา ๒๙ ก็คือผู้ต้องหา จำเลยยังไม่ใช่เป็นผู้กระทำผิดครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวรภพ ตามด้วยท่านมานพ คีรีภูวดล เชิญครับ🔗

นายวรภพ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพครับ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ผมขออภิปรายสนับสนุน เห็นด้วยในหลักการของกฎหมายนี้สั้น ๆ ท่านประธานครับ เพื่อว่าผมเห็นด้วยในหลักการ ที่บอกว่ากฎหมายฉบับนี้ มันจะเป็นส่วนหนึ่งครับ ไม่ใช่ทั้งหมด ในการยุติวาทกรรมครับ ที่บอกว่าคุกไทยมีไว้ขังคนจน ผมอยากเริ่มต้นจากข้อมูลก่อนครับ อาจจะมีการอ้างอิง จากผลงานวิจัยของอาจารย์ปริญญา เทวานฤมิตรกุล ครับ ก็คือในปี ๆ หนึ่งครับ เรามีนักโทษ ผมใช้คำว่าผู้ต้องขังน่าจะถูกต้องกว่า ก็คือ ๓๖๐,๐๐๐ กว่าราย ในบรรดา ๓๖๐,๐๐๐ กว่า รายนี้ครับ หลายท่านอาจจะยังไม่ทราบ มีเป็นหลักหมื่น หรือว่าในบางขณะมีถึงแสนราย ที่เป็นผู้ต้องขังที่คดียังไม่พิพากษา พูดง่าย ๆ ครับ ก็คือยังไม่ได้เป็นอาชญากร เป็นเพียงแค่ ผู้ถูกกล่าวหาที่รอการถูกพิพากษาหรือว่ารอการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองอยู่ ซึ่งแน่นอน ในหลักรัฐธรรมนูญหรือในตามกฎหมายสากลนี้ เขาก็กำหนดไว้ว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์อยู่ ในบรรดาหลักหมื่น หลายหมื่น หรือหลักแสนรายนี้ครับ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ศาลให้ประกันครับ แต่ที่เขาไม่ประกัน มันก็แน่นอนครับ เพราะเขาไม่มีเงินครับ อันนี้อดีตประธานศาลฎีกา ก็เคยให้สัมภาษณ์ไว้ครับว่าเมื่อเคยมีไปสัมภาษณ์ผู้ต้องขังเหล่านี้ เขาก็ให้เหตุผลครับ มีตั้งแต่ ว่าผู้ต้องขังบางรายไม่รู้แม้กระทั่งสิทธิครับ ว่าเขาสามารถยื่นขอประกันได้ หรือแม้กระทั่งบอกว่า มีครับ มีเงินครับ แต่มีน้อยครับ ผู้ต้องขังเหล่านั้นก็เลยคิดว่าเก็บเงินเหล่านั้นให้ลูกเมียได้กิน ได้ส่งเรียนหนังสือดีกว่าที่จะมาใช้เงินประกันตัวตรงนี้ ซึ่งผมฟังแล้วก็มองว่าเป็นเรื่องที่ น่าหดหู่มาก นี่เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น แล้วก็มีการหาได้ตามที่อดีตประธานศาลฎีกาได้เคย สัมภาษณ์ไว้ ดังนั้นผมเลยอยากชวนให้ทุกท่านตั้งคำถามครับ คือถ้าในเมื่อศาลพิจารณา ให้แล้วว่าผู้ต้องหาคนนั้นได้รับสิทธิในการประกันตัว มันหมายถึงอะไร ก็คือศาลพิจารณาครับ ว่าผู้ต้องหารายนั้นไม่มีพฤติการณ์หลบหนี ไม่มีพฤติการณ์ที่จะไปยุ่งเกี่ยวกับคดี เพื่อกระทบกระเทือนต่อการสอบสวน สืบสวน ดังนั้น ทำไมมันถึงควรจะต้องมีหลักประกัน หรือทรัพย์สินครับ คือเอาเรื่องของความรวยความจนมาเป็นเรื่องในการลิดรอนสิทธิของ ของการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหารายนั้นด้วย ผมอาจจะยกข้อมูลอีกอันหนึ่งที่หลายท่าน อาจจะยังไม่ทราบ คือในสถิติบัญชีเงินฝากของคนไทยนี้ครับ คือ ๘๗ เปอร์เซ็นต์ ที่มีเงินไม่ถึง ๕๐,๐๐๐ บาท ดังนั้น การกำหนดหลักประกัน ซึ่งผมก็มั่นใจมันไม่ใช่ ๕๐,๐๐๐ บาท แน่นอนครับ หลายรายครับ มันก็เป็นหลักแสนทั้งนั้น ตัวเลข ๘๗ เปอร์เซ็นต์นี้ก็ยืนยันครับว่า ถ้าคนเหล่านี้ต้องมาขอหลักประกันมันก็จะเกิดปัญหา จากเดิมแค่ปัญหาเศรษฐกิจ มันจะกลายเป็นปัญหาสังคมตามมา แทนที่คนเหล่านั้นจะได้ใช้ช่วงเวลาในการพิสูจน์ ความบริสุทธิ์ของตนเอง ยังสามารถหารายได้วันละ ๓๐๐ กว่าบาท หรือว่าถ้าเกิดคิดเป็นปี บางทีมันก็เป็นแสนบาท การที่เอาคนเหล่านั้นเข้าไปอยู่ในคุกนี้ครับ ก็กลายเป็นภาระ งบประมาณของแผ่นดินที่ต้องใช้ดูแลผู้ต้องขัง ๒๐,๐๐๐ บาทต่อปี ซึ่งแน่นอนครับ ทุกท่าน พิจารณาดูก็จะทราบว่า ๒๐,๐๐๐ บาทต่อปี มันไม่มีทางครับที่จะสามารถทำให้คน ๆ นั้น มีศักยภาพพัฒนาขึ้นมาได้ มันเป็นไปไม่ได้เลย นี่คือการสูญเสียทรัพยากรมนุษย์ที่สำคัญที่สุด นี่คือเหตุผลครับที่ผมเห็นด้วยในหลักการของกฎหมายฉบับนี้ ส่วนในรายละเอียดถ้าเป็นไปได้ ก็อยากจะขอฝากเสนอไปยังกรรมาธิการในวาระ ๒ ครับ ผมอยากให้ลองพิจารณากันดูครับว่า ถ้าเป็นโทษไม่ร้ายแรงนี้ครับ ซึ่งแน่นอนครับ ในนิยามของความไม่ร้ายแรงของแต่ละคนอาจจะ แตกต่างกัน ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นอะไรที่พูดคุยกันได้ว่าจะ ๓ ปี ๕ ปี หรือ ๑๐ ปีนี้ครับ มันควรจะเป็นสิทธิของพลเมืองไทยด้วยซ้ำ ในการประกันตัวเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของ ตนเองในชั้นการสืบสวนสอบสวนนี้ เพราะเขายังไม่ได้เป็นอาชญากร แต่แน่นอนครับ ถ้าเป็นโทษที่ร้ายแรง ถ้าศาลก็ยังมีดุลยพินิจครับ คือถ้าพิจารณาแล้วว่าผู้ต้องขังเหล่านั้น มีพฤติการณ์หลบหนีหรือว่ามีพฤติการณ์จะไปยุ่งเกี่ยวกับคดีก็สั่งไม่ให้ประกันตัวได้ ผมว่านี่ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แต่ถ้าเกิดว่าศาลพิจารณาแล้วว่าผู้ต้องหารายนั้นไม่ได้มี พฤติการณ์เหล่านี้ ในเมื่อให้สิทธิประกันตัวเหล่านั้นแล้วก็อย่าเอาหลักประกัน อย่าเอาทรัพย์สิน เอาเรื่องความรวยความจนมาเป็นอุปสรรคในการลิดรอนสิทธิตรงนี้เลยครับ ก็ขอฝาก กรรมาธิการในวาระ ๒ ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านมานพ ตามด้วยท่านคารม พลพรกลาง เชิญครับ🔗

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ผมขออนุญาตในการร่วมอภิปรายในร่างกฎหมายฉบับนี้ เรื่องของการประกันตัวโดยไม่มี หลักทรัพย์ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยในหลักการเรื่องนี้ ผมอยากจะเล่าประสบการณ์ ที่ผมทำงานกับพี่น้องประชาชน เรื่องนี้มันมีความสำคัญจริง ๆ ครับท่านประธาน คนยากไร้ คนไม่มีทรัพย์สิน คนไม่มีพรรคพวกที่เป็นข้าราชการที่จะต้องไปประกันอันนี้มันยากลำบาก จริง ๆ ครับท่านประธาน ลองนึกภาพผมเจอกรณีของพี่น้องประชาชนกรณีคดีป่าไม้ ทรัพย์สินไม่ต้องพูดถึงเลย เพราะว่าถึงแม้ว่าจะอยู่มาก่อนที่กฎหมายจะประกาศ ถึงแม้ว่า จะมีหลักฐานกรมการปกครองบอกว่าหมู่บ้านมีบ้านเลขที่ มีบัตรประชาชน แต่ทรัพย์สิน ทั้งหมดคือมันไม่ใช่หลักทรัพย์ที่จะเอาไปประกันได้ พี่น้องประชาชนที่อยู่ในสภาพอย่างนี้ มีจำนวนมากครับ เพราะฉะนั้นเราเจอกรณีแบบนี้ สิ่งที่เราเจอด่านแรกเวลาเราไปที่โรงพัก เราก็ต้องวิ่งหาผู้หลักผู้ใหญ่ หมายถึง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน สจ. ว่าพอจะใช้ตำแหน่งช่วยประกัน ชาวบ้านได้ไหม เพราะไม่มีทั้งเงินและไม่มีทั้งทรัพย์สิน พอไปชั้นอัยการก็เหมือนกันก็ต้องวิ่งหา ที่อัยการที่ศาลเราก็เจอ ตอนไปส่งพี่น้องประชาชนตอนนั้นผมก็ไปครั้งแรกมันมีเช่า หลักทรัพย์ด้วย เช่าหลักทรัพย์คืออะไรผมก็ไม่รู้เลยครับท่านประธาน มันมีกลุ่มหนึ่งบอกว่า มันมีทางออกอย่างนี้นะ ถ้าไม่ให้ผู้ถูกจับเข้าไปขังจะมีหลักทรัพย์ให้เช่า ถ้ามูลค่าเท่านี้จะมี ค่าเช่าเท่านี้ ผมก็มองว่ามันเป็นกระบวนการยุติธรรมหรือมันเป็นกระบวนการที่แสวงหา ผลประโยชน์ในขั้นตอนของกระบวนการยุติธรรม อันนี้มันเกิดปัญหาที่ผมเจอมากับตัวเอง ทีนี้ถ้าพูดถึงเรื่องจำนวนคดีที่พี่น้องประชาชนคนที่ผมพูดถึงเมื่อสักครู่นี้ก็คือผู้ยากไร้ ผู้ไร้ทรัพย์สิน ที่เขาอาจจะมีแต่ว่าไม่มีมูลค่าในทางกฎหมาย เขาไม่มีทางที่จะหาทรัพย์สิน หรือว่าจะหาเงิน หรือว่าจะหาหลักประกันอื่นใดได้ หากว่ากฎหมายฉบับนี้ได้รับรองว่าบุคคล ที่มีบัตรประชาชน หรือบัตรประชาชนของญาติพี่น้องสามารถที่จะเป็นหลักประกันได้ว่า คนเหล่านี้จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เพราะเขายังไม่ใช่ผู้ที่ศาลได้พิจารณาว่าผิดหรือถูก ผมคิดว่าอันนี้จะเป็นทางออกในการสร้างความยุติธรรมต้นทางให้กับพี่น้องประชาชนผู้ยากไร้ ท่านประธานครับ อย่าลืม กรณีที่เราเห็นในข่าวแม้แต่พี่น้องประชาชนไปเก็บเห็ดเก็บหน่อ ก็ถูกคดีอย่างนี้ครับ คนยากคนจนเหล่านี้ ถ้าพูดถึงหลักการที่จะต้องมีทรัพย์สิน จะไม่มี หลักประกัน ๑ ๒ ๓ ๔ ไปตามขั้นตอนที่กฎหมายเดิมมีอยู่ผมคิดว่าเขาไม่มีทางที่จะเข้าสู่ กระบวนการ หรือเขาไม่มีทางที่จะมีเสรีภาพในการที่จะออกมาคิด ออกมาต่อสู้ ออกมา พิสูจน์ตัวเอง ออกมาหาพรรคพวกต่าง ๆ ที่จะมาช่วยตัวเองได้เลย เพราะฉะนั้นเขายอมที่จะ อยู่ในคุก เพราะว่าเขาไม่มีทางออก ผลที่ตามมาก็คือว่าเขาก็จะถูกตราหน้าว่าเป็นคนที่มี ความผิด เป็นคนไม่ดีทั้ง ๆ ที่ศาลไม่ได้ตัดสิน และที่สำคัญการสูญเสียโอกาสในการทำมาหา กินที่จะประกอบอาชีพ ที่จะสร้างรายได้ ที่จะอยู่กับครอบครัวอย่างอบอุ่น ที่จะหาเวลา ในการคิดหาทางออกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันจะแก้ปัญหาอย่างไร ที่สำคัญบางคนถึงขั้นที่ทำให้ ครอบครัวต้องแตกแยกมีปัญหาตามมาอีก หลายคดีที่เราเจอมาทำให้เกิดความเครียดนะครับ ท่านประธาน ความเครียดของคนที่อยู่ที่บ้านว่าเข้าไปอยู่ข้างในถูกคุมขังจะใช้ชีวิตอย่างไร คนที่อยู่ข้างใน ก็เป็นห่วงคนที่ข้างนอก เพราะฉะนั้นก็คือว่าถ้าหากว่าการมีสิทธิที่จะประกันตัวเองโดยไม่ต้อง มีหลักทรัพย์ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี การเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมของพี่น้องประชาชน ทั่ว ๆ ไปก็จะได้เข้าถึง ไม่ใช่เฉพาะคนที่มีตำแหน่งหรือว่ามีเงินมีทองเท่านั้น โดยหลักการ ผมเห็นด้วยว่าควรจะมีหลักการนี้ แล้วก็เพื่อให้พี่น้องประชาชนคนที่ไม่มีทรัพย์สิน ไม่มีหลักทรัพย์ต่าง ๆ เข้าถึงกระบวนการยุติธรรม แต่อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าในรายละเอียด ซึ่งอย่างมาตรา ๖ ใน (๘) ผมคิดว่าก็มีความน่าสนใจ พูดถึงเรื่องอำนาจของศาลที่เข้ามา เกี่ยวข้องในเรื่องหลักประกันตรงนี้ ผมคิดว่าในรายละเอียดตรงนี้น่าจะไปพูดกันในชั้น กรรมาธิการว่าจะเป็นอย่างไร ท่านสมาชิกหลายคนก็บอกว่าการเอาเกณฑ์เรื่องหลักทรัพย์สิน ต่ำกว่า ๑๐ ล้านก็ดี หรือว่าคดีไม่ต่ำกว่า ๓ ปีก็ดี ผมคิดว่าอันนี้ก็เป็นความน่าเป็นห่วง อีกมุมหนึ่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพราะฉะนั้นผมคิดว่าในรายละเอียดในชั้น กรรมาธิการจะต้องมาถกว่า กรณีแบบนี้สำหรับคนที่อยู่ในลักษณะขอบข่ายแบบไหนที่จะ เข้าสู่เกณฑ์อย่างนี้ กรณีที่จะใช้หลักตามกฎหมายที่ว่าไม่ต้องมีหลักทรัพย์อย่างนี้มันต้องอยู่ใน เงื่อนไขที่เกี่ยวข้องกับประเภทคดีอย่างไร ซึ่งผมเข้าใจว่ามันมีรายละเอียดคงใช้เวลาตรงนี้ ไม่พอ คงต้องใช้ในพื้นที่ของคณะกรรมาธิการ โดยหลักการแล้วท่านประธาน ผมเห็นชอบ แล้วผมยินดีก็ที่จะให้ข้อมูลในคณะกรรมาธิการว่ากรณีตัวอย่างที่เกิดขึ้นที่พี่น้องประชาชน ไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม กรณีต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ชนบท ในพื้นที่ห่างไกลมีอะไรบ้าง ผมยินดีที่จะให้ข้อมูล ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านคารม ตามด้วยท่านสมชาย ฝั่งชลจิตร เชิญครับ🔗

นายคารม พลพรกลาง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดร้อยเอ็ด ต่อร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดยท่าน ส.ส. วิรัช พันธุมะผล ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ต้องเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ถือว่าเป็นร่างกฎหมายที่ดีมาก ส่อถึงเจตนาของผู้แทนราษฎรที่มาจากประชาชน และเล็งเห็นว่าอันไหนพอที่จะแก้ไขเพื่อให้ ประชาชนได้รับประโยชน์ก็เสนอแล้วก็ทำในสภาซึ่งเป็นที่ทำการของตัวแทน ผมขออนุญาต ที่จะอภิปรายในฐานะที่มีประสบการณ์อยู่บ้างในการทำงานทางกฎหมาย หลักการใหญ่ ของการให้ประกันตัวบุคคลท่านประธาน รัฐธรรมนูญก็รองรับไว้ครับว่า การให้ประกันตัว ต้องเป็นหลัก การไม่ให้ประกันตัวเป็นข้อยกเว้น ท่านประธานครับ เพราะเหตุว่าสถานการณ์ ปัจจุบันต้องยอมรับว่าโทษนี่มันแบ่งเป็นกลุ่ม ๆ ว่ากฎหมายที่ท่านวิรัชได้เสนอมา ตามมาตรา ๑๐๕/๑ ที่ท่านเสนอเพิ่มเติมเข้ามาตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ท่านได้แยกชัดว่า ถ้าเป็นโทษที่มีระวางโทษจำคุก ๑๐ ปีขึ้นไป หรือโทษขั้นต่ำตั้งแต่ ๕ ปี ความผิดที่เป็นความผิดลักทรัพย์ที่เป็นลักษณะอุกฉกรรจ์ ลัก วิ่ง ชิง ปล้น ความผิดเกี่ยวกับ การกรรโชกหรือความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง ไม่อยู่ในเกณฑ์ของร่างกฎหมายฉบับนี้ ผมจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า การให้ประกันตัว คนที่ให้ประกันตัวโดยหลักแล้ว ถ้าเป็นในชั้นสอบสวนก็คือพนักงานสอบสวน ถ้าในชั้นอัยการก็คือพนักงานอัยการ ในชั้นศาล ก็คือศาล การประกันตัวโดยหลักแล้ว คนที่อยู่ในวิชาชีพกฎหมายที่มีหน้าที่ให้คุณให้โทษ เขาจะดูกฎหมายเป็นหลัก การที่ท่าน ส.ส. วิรัช การที่ท่านเสนอกฎหมายมาอย่างนี้ ท่านต้องการที่จะให้กติกาเป็นตัวชี้เพื่อที่จะให้คนที่อยู่ในกระบวนการยุติธรรมที่ให้คุณให้โทษ การกักขังก็เรียกว่า ให้โทษ การปล่อยตัวก็คือให้คุณ แต่เป็นการให้คุณบนพื้นฐานทางกฎหมาย ท่านเจตนาดีมาก ผมจะเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า ปกติถ้ากฎหมายให้ใช้ดุลยพินิจ เจ้าหน้าที่ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ พนักงานอัยการหรือศาล เขาก็จะต้องเรียกหลักประกัน ท่านประธานครับ ยุคนี้ถ้าเป็นคดีที่ไม่มีอัตราสูง ยกตัวอย่าง คดีความผิดฐานลักทรัพย์จำคุกไม่เกิน ๓ ปี ปรับไม่เกิน ๖๐,๐๐๐ บาท ถ้าจำไม่ผิดประมาณนี้ คดีอย่างนี้ศาลเรียกหลักประกันทุกคดี เพราะเหตุว่าศาลนี่มอง ๒ มุม มองประโยชน์ สาธารณะ คือ ๑. ถ้าปล่อยตัวไปไม่มีหลักประกันเดี๋ยวก็หนี ไม่มีหลักประกันก็ไม่มาศาล ตามกำหนดนัด ซึ่งเรื่องนี้ท่านวิรัชท่านได้ใส่ไว้ในมาตรา ๑๐๕ ว่า การให้คำรับรองตนเองว่า จะต้องมาศาลตามกำหนด ในช่วงที่ผมเคยเป็นทนายความก็มีเยอะที่ศาลเห็นว่า ผู้ต้องหา หรือจำเลยที่เขาเรียกว่ามีความน่าเชื่อถือ มีเครดิตทางสังคมให้คำรับรองก็มาศาลได้ ไม่ต้องเรียกหลักประกัน เพียงแต่ว่าเมื่อเราเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผมจะขอเพิ่มเติม ในญัตติซึ่งท่านวิรัชเป็นเจ้าของร่างว่า มันต้องมอง ๒ ด้าน ด้านหนึ่งคือสิทธิที่รัฐธรรมนูญ ให้ประกันตัวแล้วก็ล้อด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา อีกมุมหนึ่งเราก็ต้องมอง ผู้เสียหายซึ่งเขาได้รับความเสียหายจากการกระทำความผิดฐานใดฐานหนึ่ง เราต้องเอาตรงนี้ มาสมดุล เพราะฉะนั้นเมื่อคดีบางคดีท่านประธานรู้ไหม คนต่างจังหวัดบ้านเราเหมือน ส.ส. หลายท่านบอก แค่เงินสัก ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ บาทประกันตัว เขาไม่มี โฉนดอยู่ไหนครับ อยู่ ธ.ก.ส. แล้วต้องไปหยิบยืมเพราะอะไร เพราะมีนายประกันที่อยู่ตามศาลต้องซื้อ หลักประกัน อันนี้เป็นความทุกข์ระทมของประชาชนซึ่งทุกวันนี้ก็มีอยู่ ประกันยังมี หลักประกันที่เขาเรียกว่า ประกันโดยกรมธรรม์ อันนี้ก็ต้องซื้อนะครับ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ผมนี่เคยใช้โฉนดตัวเองซึ่งมีอยู่ไม่กี่ไร่เท่าแมวดิ้นตายไปประกันตัวหลาน ก็ต้องหลักประกันเป็นแสนเป็นหลายแสน เพราะฉะนั้นประชาชนจึงลำบาก เพราะฉะนั้นสิ่งที่ ผมจะเพิ่มเติมหากมีการตั้งกรรมาธิการคืออะไรครับท่านประธาน คือการให้คำรับรอง ซึ่งมันอาจจะบางไป มันอาจจะไม่มีน้ำหนัก ทำให้พูดง่าย ๆ คนกระทำความผิดไม่กังวลอะไรเลย แล้วก็หนี ผมคิดว่าในชั้นกรรมาธิการในมาตรา ๑๐๕ ที่ท่านวิรัชเสนอมานี่เพิ่มเติมได้ครับ ท่านประธาน โดยไม่เสียหลักการคือว่า การให้คำรับรองให้ญาติมาเซ็นสัญญาค้ำประกันก็ได้ ท่านประธาน ให้คนใกล้ชิด เพราะเหตุว่าบ้านนอกหรือคนต่างจังหวัดหรือคดีที่มันไม่สูง ถ้ามาเขาเรียกว่ามารับประกันกับศาลหรือแล้วแต่อัยการก็ดี ตำรวจก็ดี เขาไม่หนีหรอกครับ เขาก็ถือว่าถ้าผู้ต้องหาหนีญาติคนนี้เขาเดือดร้อนด้วย ประกันโดยที่ไม่ต้องเอาหลักประกัน ประกันด้วยบุคคลก็สามารถเขียนเข้าไปเพิ่มเติมได้ เพราะฉะนั้นโดยหลักการแล้ว ความก้าวหน้าของกฎหมายแบบนี้การที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบนี้ อันนี้หลักที่ถูกต้อง เพียงแต่ว่าเราก็ต้องมาดูมาปรับเมื่อให้ประกันตัวไปโดยให้คำรับรอง เราก็ใส่กำไลอีเอ็ม (EM) หรือใส่วัตถุที่สามารถติดตามได้ ส่วนที่มี ส.ส. บางท่านกังวลว่า ฐานข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลที่กระทำความผิดต้องเรียนท่านประธานครับ ในการศึกษากฎหมาย ชั้นสูง ๆ ขึ้นไป ระบบพวกนี้ครอบคลุมและมีข้อมูลพอ ท้ายที่สุดผมจึงขอกราบเรียนในฐานะ ที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เห็นความทุกข์ของคนที่พลั้งพลาดกระทำความผิด คนทุกคนที่กระทำความผิดไม่ใช่ผิดตามข้อกล่าวหา กฎหมายจึงสันนิษฐานว่าทุกคน เป็นผู้บริสุทธิ์อยู่จนกว่าจะมีคำพิพากษาว่าเขากระทำความผิด สุดท้ายหลักประกัน หรือการให้ประกันจึงควรเป็นหลักที่มีกฎหมายเพื่อให้ศาล อัยการ ตำรวจ ปฏิบัติตาม โดยไม่ต้องมาใช้ดุลยพินิจ นั่นคือสิ่งที่เป็นเจตนารมณ์ของร่างกฎหมายฉบับนี้ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสมชาย ตามด้วยท่านนิรมิต สุจารี เชิญครับ🔗

นายสมชาย ฝั่งชลจิตร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม สมชาย ฝั่งชลจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมขอขอบคุณท่านประธานที่มีโอกาสในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติแก้ไข ประมวลวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งเพื่อนสมาชิกได้เสนอต่อสภาในวันนี้ ก่อนอื่นผมอยากจะ กราบเรียนต่อท่านประธานว่า ในระบบกฎหมายไทยเป็นระบบกล่าวหา แน่นอนครับ ระบบกล่าวหาทุกคนที่ถูกกล่าวหากลายเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยภายใต้ การดำเนินการของกระบวนการยุติธรรม แต่สิ่งที่เราจะต้องคำนึงตามหลักนิติธรรมจริง ๆ ก็คือการเคารพในสิทธิเสรีภาพของประชาชน แน่นอนครับ เมื่อถูกกล่าวหาทุกคนก็กลายเป็น ผู้ต้องหา ในขณะเดียวกันถ้าสำนวนการสอบสวนดำเนินการไปถึงขั้นส่งฟ้องต่อศาล เขาก็เป็น ผู้ต้องหา แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องยืนยันในหลักคิดว่า ระบบกล่าวหานี้กระบวนการยุติธรรมทุกระดับ ต้องยืนยันในความคิดว่า ผู้ต้องหาหรือจำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด นี่คือ เรื่องสำคัญสำหรับกระบวนการยุติธรรมของประเทศที่มีระบบกล่าวหา แต่สิ่งหนึ่งที่เรากำลัง จะละเลยในวันนี้ปรากฏเป็นข่าวอยู่ตลอด ก็คือการที่ผู้ต้องหาถูกกล่าวหาในบางคดี ซึ่งไม่เกี่ยวกับชีวิตและทรัพย์สิน ไม่มีผู้เสียหายที่ปรากฏชัดเจน เช่น คดีเกี่ยวกับความมั่นคง คดีตามมาตรา ๑๑๒ คนที่ถูกกล่าวหาในประเด็นแบบนี้กำลังถูกปฏิบัติซึ่งขัดต่อหลักนิติธรรม อย่างแท้จริง นั่นก็คือถูกสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้กระทำความผิด และแน่นอนครับ เมื่อข้อสันนิษฐานในกระบวนการปฏิบัติ ในกระบวนการยุติธรรมเป็นแบบนี้ วันนี้จึงมี กระบวนการในการที่จะออกมาบอกว่ายืนหยุดขัง นั่นก็คือโอกาสในการใช้สิทธิเสรีภาพ ในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนถูกละเลย เมื่อหลักคิดแบบนี้ถูกละเลยก็แสดงว่า หลักนิติธรรมที่เราประกาศอยู่ตลอดเวลาว่าเราปกครองด้วยกฎหมาย ปกครองด้วยหลักนิติธรรม เราใช้กฎหมายเพื่อที่จะรักษาความสงบเรียบร้อยและสันติของสังคม คดีที่เกี่ยวข้องกับ ทรัพย์สิน เกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้คน แน่นอนครับ มันมีมาตรฐานของการที่จะวางกรอบแนวคิด ในการปฏิบัติว่าคดีแบบใดควรจะรับโอกาสในการประกันตัวหรือการขอปล่อยตัวชั่วคราว แน่นอนครับ ในรายละเอียดชั้นกรรมาธิการก็ต้องมาพูดคุยกัน แต่หลักการที่เสนอว่า สิทธิเสรีภาพของประชาชนควรได้รับการคุ้มครองเป็นอันดับแรก นี่คือเรื่องสำคัญของ การปกครองในระบอบประชาธิปไตย ถ้าเราไม่คำนึงถึงหลักคิดว่าสิทธิเสรีภาพของประชาชน เป็นอันดับแรกของการปกครองในระบอบประชาธิปไตย การปกครองที่ดำรงอยู่ก็ไม่ใช่ มันเป็นการปกครองโดยกฎหมาย ด้วยกฎหมายไม่ใช่ปกครองโดยกฎหมาย ผมเห็นด้วยกับ หลักคิดหรือหลักการของการเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่เราต้องคำนึงและต้องมอง ให้เป็นรูปธรรมว่า ในกระบวนการปฏิบัติของหน่วยงานราชการหรือเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ในกระบวนการยุติธรรมทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นตำรวจ อัยการ ศาล ลงไปถึงราชทัณฑ์ สิ่งที่เรา ต้องมองและพยายามที่จะเรียกร้องให้มาให้ได้นั่นก็คือมองคนให้เป็นคนที่เท่ากัน คนทุกคน มีที่มาที่ไม่แตกต่างกันก็คือ ปัตถะมัง กาลวิมุติ ชีวิตเริ่มแรกประกอบด้วยเซลล์ (Cell) ไม่มีใครหล่นมาจากฟ้า ไม่มีเทวดามาเกิดบนแผ่นดินหรอกครับ แต่สิ่งหนึ่งที่เราจะต้องสร้าง ความเป็นรูปธรรมที่ชัดเจนของความเป็นมนุษย์ก็คือการเคารพสิทธิเสรีภาพซึ่งกันและกัน ไม่ว่าท่านจะอยู่ในฐานะปฏิบัติหน้าที่อย่างไรก็ตาม นี่คือหลักคิดในกระบวนการที่เราสร้าง ระบบกฎหมายอาญาขึ้นมา เพื่อที่จะให้บ้านเมืองมีสันติภาพ สันติสุข และผู้คนอยู่กัน อย่างมีความสุขในสังคม คุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของคนทั่วไป แต่สิ่งที่เราอยากจะบอกต่อ ณ สภาแห่งนี้ว่า การเคารพหลักคิดในเรื่องสิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคคือเรื่องสำคัญ ของกระบวนการทางอาญา บางคดีที่ยังไม่ได้รับประกันตัวก็ใช้โอกาสในการอภิปรายในวันนี้ต่อท่านประธานว่า ให้เขาได้รับการประกันตัวเพื่อออกมาต่อสู้คดี เพราะหลักคิดที่สำคัญก็คือผู้ต้องหาหรือจำเลย ในคดีอาญาทุกคนเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาถึงที่สุด ไม่ใช่คดีแบบความมั่นคง คดีที่มีการหมิ่นประมาทในบางบุคคลในบางสถานะแล้วรับประกันตัวไม่ได้ นี่คือสิ่งที่เรา กำลังมองคนไม่เท่ากัน ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนิรมิต ตามด้วยท่านธีรัจชัย พันธุมาศ🔗

นายนิรมิต สุจารี ร้อยเอ็ด

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายนิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เสนอโดยนายวิรัช พันธุมะผล กับคณะ เป็นผู้เสนอ กระผมต้องขอกราบเรียนต่อ ท่านประธานว่า ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาเป็นกฎหมายที่กล่าวถึงกระบวนการ ขั้นตอนในการที่จะนำบุคคลที่กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมาย กระบวนการทั้งหมด เริ่มตั้งแต่การแจ้งความร้องทุกข์ การสืบสวนสอบสวน การจับ การค้น การประกันตัวผู้ต้องหา การสั่งฟ้อง การพิจารณาคดี ถึงพิพากษาอรรถคดี แล้วก็จำคุก เป็นกระบวนการที่บัญญัติ ถึงการให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐในการที่จะใช้อำนาจในการที่จะปราบปรามอาชญากรรม และขณะเดียวกันก็บัญญัติถึงการคุ้มครองปกป้องสิทธิเสรีภาพผลประโยชน์ของประชาชน สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานว่า ถ้าประเทศใดคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพของ ประชาชน ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาก็จะบัญญัติให้ความคุ้มครองไว้เริ่มตั้งแต่ สิทธิของผู้ต้องหา สิทธิของผู้เสียหาย สิทธิผู้ถูกกล่าวหา สิทธิของผู้ต้องหา สิทธิของจำเลย เมื่อเขาตกเป็นผู้ต้องหาเขามีสิทธิอะไร เมื่อเขาตกเป็นจำเลยเขามีสิทธิอะไร กฎหมายจะให้ ความคุ้มครองคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพของเขาเป็นอย่างยิ่ง สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนต่อร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมไม่เห็นด้วยบางส่วน เพราะว่า โดยการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ดูเหตุผลในการที่จะเสนอร่าง ท่านได้ไปกำหนด เอารัฐธรรมนูญ ๒ มาตรามาเขียนเป็นเหตุผล ซึ่งเป็นเหตุผลในการเขียนกฎหมาย หรือเสนอร่างพระราชบัญญัติกฎหมายเข้ามาในสภานั้น จะเขียนถึงหลักการสภาพของสังคม มีการเปลี่ยนแปลงอย่างไร หรือรัฐธรรมนูญมีการแก้ไขอย่างไร แต่วันนี้ท่านลอกเอามาตรา ๒๘ มาตรา ๒๙ มาใส่ไว้เป็นหลักการ ผมจึงไม่เห็นด้วย🔗

ประการที่ ๒ ที่ผมไม่เห็นด้วยก็คือ ผู้รักษาการตามร่างมาตรา ๔ ให้ประธาน ศาลฎีกา อัยการสูงสุด ผู้บัญชาตำรวจแห่งชาติ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทย และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งโดยหลักทั่วไป ร่างพระราชบัญญัติต่าง ๆ ที่เสนอเข้ามาในสภา ส่วนมากก็จะเป็น นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ ส่วนในเรื่องของสาระในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ มาตรา ๑๐๕/๑ ท่านได้บอกว่า ถ้าบุคคลถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด แล้วให้ส่งตัวไปที่เจ้าพนักงานตำรวจ พนักงานอัยการ พนักงานศาล ถ้าบุคคลดังกล่าวนั้นให้การรับรองตนเองว่าไม่อยู่ในระหว่างเวลาที่มี คำพิพากษาให้รอการลงโทษ ให้รอการกำหนดโทษหรือพ้นโทษจำคุกมาเกินกว่า ๓ ปี ให้พนักงานสอบสวน อัยการ ศาลได้ให้ประกันตัวเอง โดยไม่ต้องมีหลักทรัพย์ทันทีโดยเร็ว ส่วนนี้ผมเห็นด้วยครับ แต่เว้นแต่การกระทำความผิดดังต่อไปนี้ ท่านบอกว่า การกระทำ ความผิดที่กฎหมายระวางโทษจำคุกตั้งแต่ ๑๐ ปีขึ้นไป อันนี้บังคับไม่ถึง แล้วไปพูดถึง เรื่องการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์เกี่ยวกับทรัพย์ ซึ่งมันขัดแย้ง ในเหตุผลระหว่างข้อ ๑ กับข้อ ๒ ซึ่งตรงนี้ผมไม่เห็นด้วยครับ🔗

แล้วประการสุดท้าย ก็คือว่าการกระทำความผิดอาญาอื่นตามประกาศของ ที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกากำหนด ตอนนี้ไม่ได้รู้ว่าที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกากำหนดอะไรไปบ้าง แล้ววันนี้จะมาตราเป็นกฎหมาย จะตีรวมว่าอย่างไรไม่ทราบ อันนี้ก็ยังไม่ชัดเจน เพราะฉะนั้น จากเหตุผลดังกล่าว ประเด็นดังกล่าวข้างต้น ผมจึงขอเสนอว่า กฎหมายที่ควรจะมีก็คือ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และแก้ไข เพิ่มเติมการใช้ดุลยพินิจของศาลในการอนุญาตให้ประกันตัวผู้ต้องหา และจำเลย เพราะว่าวันนี้มีปัญหาเรื่องเกี่ยวกับการใช้ดุลยพินิจของศาลในการอนุญาตให้ประกันตัวเอง ทุกวันนี้กฎหมายก็บัญญัติให้โอกาสผู้ที่ตกเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลย สามารถที่จะสาบานตนเอง ต่อศาลแล้วขอประกันตัวเอง โดยใช้กำไลอีเอ็ม (EM) แล้วก็สามารถที่จะกลับบ้านได้ โดยไม่ต้องมีหลักประกัน ผมเคยไปยื่นประกันชาวบ้านหรือราษฎรที่ได้รับความเดือดร้อนถึง ๒๐ คน ยืนขึ้นแถลงต่อศาล สาบานตนแล้วก็สามารถกลับบ้านได้ วันนี้ก็ยังทำได้ครับ แต่บางศาลใช้ดุลยพินิจอยู่ครับ การใช้ดุลยพินิจเป็นตัวของศาลเอง เพราะฉะนั้นเป็นเรื่อง สำคัญวันนี้ที่หลาย ๆ คน ชาวบ้านไม่มีหลักทรัพย์ที่จะประกันตัวเอง แต่ถ้าศาลใช้ดุลยพินิจ อนุญาตให้ประกันก็สามารถดำเนินการได้ ขอกราบขอบคุณท่านประธานด้วยความเคารพครับ สวัสดีครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านธีรัจชัย ตามด้วยท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง🔗

นายธีรัจชัย พันธุมาศ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ กระผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ มักมีผู้ตั้งคำถามว่า ทำไมต้องคุ้มครอง คนชั่วที่กระทำผิด คำตอบก็คือตราบใดที่เรายังไม่รู้แน่ชัดว่าเขาเป็นคนชั่ว เราก็ต้องคุ้มครอง เขา และวันหนึ่งเราอาจถูกกล่าวหาว่าเป็นคนชั่ว ทั้งที่เราไม่ได้ทำสิ่งที่เขากล่าวหา คำ ๆ นี้ เป็นคำที่บาดใจมากครับ เพราะว่ามีคนหลายคนถูกสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผิด และกระทำเขาเหมือนกับคนที่กระทำผิด ไม่ใช่กระทำต่อคนที่บริสุทธิ์ อีกคำหนึ่งคือคำว่า ปล่อยคนผิด ๑๐ คน ดีกว่าลงโทษคนบริสุทธิ์ ๑ คน นี่เป็นคำที่สวยหรูในกระบวนการยุติธรรมของประเทศเราครับว่าปล่อย แต่ถามว่า ก่อนที่จะปล่อยเราทำอะไรกับเขาบ้าง เราใช้ดุลยพินิจในการที่จะขังเขาไว้ก่อนที่จะดำเนินคดี บางคน ๓ ปี ๕ ปี ๖ ปี ๗ ปี เขาไม่มีโอกาสจะต่อสู้คดีอย่างเต็มที่ ตรงนี้เป็นประเด็นคำถาม ที่สำคัญว่าประเทศเรานั้นเคยทำได้จริงไหม ตามปฏิญญาสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติ และรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๒๙ ซึ่งใช้เป็นเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติที่แก้ไข ฉบับนี้ เขาบอกว่า ในคดีอาญาให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด และก่อนมีคำพิพากษาถึงที่สุดแสดงว่า บุคคลใดได้กระทำผิดจะปฏิบัติตนต่อบุคคลนั้นเสมือนผู้กระทำผิดมิได้ ปัจจุบันมีคดีจำนวน ไม่น้อยที่ยังไม่มีการตัดสินว่าผิดถูก แต่มีผู้ต้องหาหรือจำเลยขังอยู่ในเรือนจำจำนวนมากมาย ถามว่าคนเหล่านั้นเขาผิดหรือยังครับตามข้อสันนิษฐานตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่ใช่ แล้วถามว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙ วรรคสองนี้ เป็นรัฐธรรมนูญที่เขียนเป็นแค่เศษกระดาษ ใช่ไหม เขียนไว้ให้ดูสวยหรูเหมือนเคารพสิทธิของประชาชน แต่ยังไม่ใช่ ผมเรียนอย่างนี้ ในตัวร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่แก้ไขโดยคุณวิรัช พันธุมะผล โดยหลักการผมเห็นพ้อง ด้วยว่าควรจะทำตามหลักปฏิญญาสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติและตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙ ให้เป็นจริงขึ้นมาสักทีในประเทศนี้ แต่ผมอาจจะไม่เห็นด้วยในรายละเอียด ของข้อยกเว้นต่าง ๆ ในส่วนของการรับรองตัวเอง อาจจะมีรับรองจริงรับรองเท็จก็ได้ อาจจะไม่จริงเสมอไปก็ได้เพราะคนเราพอถึงคราวจนก็ต้องรับรอง ในส่วนโทษ โทษอะไรที่จะ ไม่ต้องถูกปล่อยตัวชั่วคราว อันนั้นผมดูแล้วอาจจะยังไม่ค่อยเห็นพ้องด้วย เพราะว่าอาจจะ ยังไม่ได้ดูรายละเอียดรอบคอบจริง ๆ ว่าอะไรควร อะไรไม่ควร เพราะอย่าลืมว่าในส่วน คดีอาญานั้นนอกจากคำนึงถึงสิทธิเสรีภาพแล้ว ยังต้องคำนึงถึงความสงบเรียบร้อยต่อบ้านเมือง เช่น บางคดีส่วนใหญ่ที่ยกเว้นที่ต้องประกันตัวคือคดีเกี่ยวกับทรัพย์ แต่ถ้าคดีข่มขืนกระทำชำเรา คดีฉ้อโกงประชาชนที่โทษอาจจะไม่ถึง ๕ ปี อย่างที่ท่านเขียนในร่าง ถามว่าตรงนี้ไม่ต้อง ประกันตัวโดยมีหลักทรัพย์หรือครับ ตรงนี้ยังเป็นข้อจุดอ่อนหลายจุด คดีอนาจารโทษต่ำกว่า ๕ ปี ไม่ต้องมีหลักทรัพย์จะต้องปล่อยไปเลยหรือครับ รับประกันว่าไม่เคยต้องขัง แล้วก็ปล่อยไปเลย แล้วก็ไปทำงานต่อ เราต้องคุ้มครองในส่วนของคนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ จะต้องรับผลจากคนที่มีพฤติกรรมอีกแบบหนึ่ง ซึ่งตรงนี้เราต้องมาพิจารณาหาองค์ประกอบ ในรายละเอียด แต่สิ่งที่สำคัญครับ ในศาลยุติธรรมเองถือหลักประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา ก็คือปล่อยเป็นหลัก ไม่ปล่อยเป็นข้อยกเว้น แต่ในความเป็นจริง เงื่อนไขในการ ขอปล่อยตัวชั่วคราวเวลาขอปล่อยในศาล เขาจะเขียนเงื่อนไขว่าคนที่จะเป็นนายประกันได้ ๑. จะต้องญาติ ทรัพย์สินต้องเป็นของญาติ ๒. ถ้าใช้ตำแหน่งทางราชการต้องเป็นญาติพี่น้องด้วย แล้วคนจน ๆ ไม่มีญาติเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ แล้วคนจน ๆ ที่ไม่มีญาติรวยต้องติดด้วย หรือครับ ความยุติธรรมแบบนี้เป็นความยุติธรรมตามเศรษฐกิจใช่ไหมครับ ความยุติธรรม แบบนี้เป็นความยุติธรรมตามฐานะทางสังคมของเขาเท่านั้นใช่ไหมครับ แล้วมาตรา ๒๙ เขียนไว้เพื่ออะไร เขียนว่าไว้เล่น ๆ หรือครับ ร่างฉบับนี้เป็นร่างที่ผมคิดว่าได้เสนอมา ในหลักการที่เห็นด้วย ผมคิดว่าเราไปแก้ในรายละเอียดกัน แล้วปรับเพื่อจะให้สิ่งเหล่านี้เป็นจริง และคุ้มครองอีกส่วนหนึ่ง คนที่รู้สึกว่าอาจจะไม่ใช่ แต่ถ้าเกิดว่าคนที่ทำเพื่อสิทธิเสรีภาพ เช่น คนเคลื่อนไหวทางการเมือง เคลื่อนไหวไม่ว่ามาตรา ๑๑๒ หรือเรื่องเคลื่อนไหวถูกคำสั่ง คสช. จับเข้าไป เหล่านี้ปล่อยได้เลยครับ เขาไม่เป็นอันตรายต่าง ๆ แต่ว่ามีบางทีใช้ดุลยพินิจ ดุลยพินิจของศาลมีดุลยพินิจที่แปลกในคดีอาญาเขามีหลักสันนิษฐานไว้ของ ศาลสิทธิมนุษยชนยุโรป องค์ประกอบเขาบอกว่าผู้พิพากษาไม่ควรมีความคิดเอนเอียงไปว่า จำเลยได้กระทำผิดแล้ว หมายถึงศาลที่พิจารณาคดีอาญาต้องฟังความทั้งฝ่ายโจทก์ อย่างเท่าเทียมกัน โดยไม่คิดล่วงหน้าว่าจำเลยเป็นผู้กระทำผิด ๒. ภาระพิสูจน์ต้องตกกับฝ่ายโจทก์ ไม่ใช่จำเลย ๓. หากมีข้อสงสัยจำเลยรับประโยชน์นั้น ต้องยกข้อสงสัยประโยชน์แก่จำเลย แต่ของเราตอนนี้มากลับหลักกับตรงนี้ บางที มีการสันนิษฐานไว้ก่อน เช่นคดีทางการเมือง ยังถูกขังอยู่จำนวนมาก ซึ่งอันนี้ผมขอเรียกร้อง แล้วก็คณะกรรมาธิการลองไปพิจารณาดูว่าจะแก้ไขไม่ให้ใช้ดุลยพินิจ เนื่องจากศาลแต่ละคน มีอุดมการณ์ทางการเมืองต่างกัน บางคนมีอุดมการณ์แบบเสรีนิยมประชาธิปไตย บางคนจะ มีแบบเสรีนิยมค่อนข้างจะอนุรักษ์นิยม สิ่งเหล่านี้มีผลต่อคำพิพากษาในการใช้ดุลยพินิจทั้งสิ้น ถ้าเกิดไปกระทบต่อหลักเสรีนิยมแบบอนุรักษ์นิยม มันอาจจะทำให้เขามีดุลยพินิจในการที่ ถ้ากระทำปฏิปักษ์ต่อสิ่งที่เชื่อถือ เชื่อมั่น อาจจะมีผล อีกแบบหนึ่ง ถ้าเสรีนิยมจะมีอีกแบบหนึ่ง ดังนั้นไปฝากกับศาลดุลยพินิจอีก ตรงนี้มาตรา ๒๙ เราไม่มีทางได้ใช้เลย ผมเรียนว่าถึงเวลาแล้ว ที่เราจะต้องกระทำแก้ไขตรงนี้ให้ได้🔗

อีกเรื่องหนึ่งในร่างตรงนี้ที่เสนอมา บอกว่าถ้าเป็นเรื่องอื่นให้ออกโดยที่ประชุมใหญ่ ศาลฎีกา เรื่องนี้ขัดหลักครับ ศาลฎีกาเป็นองค์กรฝ่ายตุลาการให้ออกกฎเองและตัดสินเอง อันนี้เป็นเรื่องอันตรายมาก ดังนั้นสิ่งอะไรควรทำให้จบหน้าที่สภาแห่งนี้ ไม่ควรไปปล่อยให้ ศาลฎีกามาออกกติกาเองและตัดสินเอง อย่างนั้นเป็นเรื่องอันตรายและอาจจะไม่ได้คำนึงถึง สิทธิและไม่ได้เป็นตัวแทนของประชาชนในการที่จะมาดูแลตรวจสอบ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าผมจะรับหลักการนี้และจะขอให้กรรมาธิการได้โปรดกรุณาแก้ไขในส่วนที่ ยังไม่รอบคอบให้มันรอบคอบ ผมเชื่อมั่นว่าถ้าสภาแห่งนี้ช่วยกันทำ ร่างกฎหมายดี ๆ มาตรา ๒๙ ของเราตามรัฐธรรมนูญนี้จะได้ปรากฏจริงในประเทศนี้ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสฤษฏ์พงษ์ ตามด้วยท่านขจิตร ชัยนิคม🔗

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กระบี่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย ต้องขอบคุณท่านประธานครับ วันนี้ผมขออนุญาตได้แสดงความคิดเห็นในร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งท่านสมาชิก ท่าน ส.ส. วิรัช พันธุมะผล กับคณะ เป็นผู้เสนอครับ ในเบื้องต้นโดยหลักการทั่วไป ฟังมาตั้งแต่ตอนต้นก็มีความเห็นด้วย เนื่องจากว่าไม่ว่าเราจะไปดูรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ก็ได้บัญญัติเอาไว้ในมาตรา ๒๘ ว่าบุคคลย่อมมี สิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกาย การจับและคุมขังบุคคลจะกระทำมิได้ เว้นแต่คำสั่ง หรือหมายของศาล หรือมีเหตุอย่างอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ ในมาตรา ๒๙ ในคดีอาญา จะสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด และก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุด แสดงว่าบุคคลใดได้กระทำความผิดและปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนเป็นผู้กระทำความผิดมิได้ อันนี้เห็นได้ชัดว่ามิได้ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้เพื่อให้เป็นไปตามหลัก ว่าด้วยสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญ ก็หมายความว่าที่ท่านวิรัชเสนอนี้ ก็คือความเป็นศักดิ์ศรีของมนุษย์ อย่างน้อยพื้นฐานความเป็นศักดิ์ศรีเราไม่คิดถึงเงินในบัญชี เราไม่คิดถึงที่ดินทรัพย์สินที่หามาได้ เพราะฉะนั้นพื้นฐานความเป็นศักดิ์ศรีของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นคนจนหรือคนรวยมันจะต้องมีมาตรฐานเท่ากันในเบื้องต้น แต่ก็เป็นการยอมรับ ว่า บุคคลในทางปฏิบัติในทางกฎหมายอาญามันไม่เท่ากัน แล้วก็ในเวลาที่มีคดี มันเป็นเรื่องของความยากที่จะทำให้เท่ากันได้ สังเกตเห็นว่าเวลาอุบัติเหตุรถยนต์ชนคนรวย แล้วเสียชีวิต ชนคนจนและเสียชีวิต ศาลพิพากษาให้ชดใช้ไม่เท่ากัน ซึ่งจะต้องมีองค์ประกอบ ในเรื่องของดูอาชีพ ดูโอกาส ความรับผิดชอบของทายาทในครอบครัว สิ่งเหล่านี้มันเป็น องค์ประกอบหลายอย่าง แต่ในประเด็นที่ท่านวิรัชพูดมานี้ผมมองเห็นประโยชน์หลายเรื่อง ซึ่งมันไม่จำเป็นเลย ที่จริงแล้วผมอยากจะขออนุญาตท่านประธานให้ดูตัวเลข เมื่อสักครู่ ท่านวิรัชยังไม่ได้นำตัวเลขมาพูดคุย ผมก็ขออนุญาตเอาตัวเลขให้เห็นว่า ในขณะปัจจุบันนี้ ผู้ต้องหาไม่ใช่เป็นจำเลยที่พิพากษาแล้ว ผู้ต้องหาที่อยู่ในชั้นการสอบสวนตอนนี้มีอยู่ ๑๔,๖๙๑ คน ผู้ต้องหาที่อยู่ในชั้นพิจารณาก็หมายความว่าชั้นอัยการในระหว่างฟ้อง แล้วก็ชั้นศาล มีอยู่จำนวน ๑๔,๐๖๗ คน และอยู่ในชั้นระหว่างอุทธรณ์ ฎีกา คดียังไม่ถึงที่สุด ๒๔,๑๐๗ คน ท่านประธานที่เคารพครับ ๓ ยอดนี้รวมได้ ๕๒,๘๖๕ คน ซึ่งราชทัณฑ์จะต้องจัดงบประมาณ เพื่อที่จะดูแลผู้ต้องหาที่อยู่ในเรือนจำเป็นรายหัว หัวละ ๒,๑๙๐ บาท ก็เอา ๒,๑๙๐ บาท คูณกับจำนวนผู้ต้องขังอยู่ ๕๒,๘๖๕ คนต่อปี ปรากฏว่าต้องใช้งบประมาณถึง ๔๘๖,๗๔๙,๐๐๐ บาท อันนี้ต่อปี เพราะฉะนั้นไม่เห็นมีความจำเป็นเลยที่ราชทัณฑ์จะต้องไป บริหารจัดการ แต่ถ้ากฎหมาย พ.ร.บ. วิธีพิจารณาความอาญาฉบับนี้ออกมาได้ เราเอา งบประมาณ ๔๐๐ กว่าล้านบาทนี้ไปใช้ระบบในเรื่องของการควบคุมผู้ต้องหา เช่น ในเรื่อง ของข้อเท้าอีเอ็ม (EM) หรืออย่างอื่นก็สามารถที่จะกระทำได้ ซึ่งในเบื้องต้นผมสังเกตเห็นว่า ในคดีเดียวกันในระหว่างชั้นพนักงานสอบสวน ก็จะต้องมีการประกัน พอประกันเสร็จแล้ว ถึงดีล (Deal) ในการฟ้องเพื่อที่จะส่งสำนวนไปให้อัยการ อัยการต้องหาหลักประกันด้วย และไปถึงศาลก็ต้องประกันอีก เพราะฉะนั้นการหาหลักประกัน ๓ ช่วงชั้น ในระหว่างคดี ขึ้นไปสู่ศาลจนกว่าเข้าสู่กระบวนการพิจารณาของศาลนั้น บางคดีเป็นคดีเดียวกัน คนเดียวกัน แต่จำนวนประกันหลักทรัพย์ไม่เหมือนกัน นี่คือหลักการใช้ดุลยพินิจที่ระหว่างกระบวนการ ตำรวจ อัยการ ศาลก็ไม่เท่ากัน ผมต้องยกย่องและขอบคุณท่าน ส.ส. วิรัช พันธุมะผล ในฐานะที่ท่านเคยเป็นอดีตอัยการถึง ๑๔ ปี และท่านเป็นข้าราชการหลายกระทรวง ท่านก็มี ความรอบรู้แล้วก็มองเห็นในเรื่องของอุปสรรคในกระบวนการยุติธรรม ท่านจึงนำเสนอแก้ไข พระราชบัญญัติวิธีพิจารณาความอาญาในครั้งนี้ ผมคิดว่าพี่น้องประชาชนนอกเหนือจากที่ รัฐประหยัดเงินไป ๔๘๖ ล้านบาทนั้น ถือว่าเป็นการเซฟ (Save) รายจ่ายของรัฐ ในขณะเดียวกันมุมกลับท่านประธานครับ คน ๕๒,๐๐๐ กว่าคนนั้นอยู่ในเรือนจำนะครับ ท่านประธาน มองเห็นที่ติดตามมาคนที่จะไปเยี่ยมไหมครับ ครอบครัว ๑ ครอบครัวอาจจะ มีลูก มีครอบครัวมาเยี่ยมอีก เพราะฉะนั้น ๕๐,๐๐๐ คูณ ๒ ไม่ต้องมีคนอื่นติดตามละครับ คูณ ๒ ก็กลายเป็น ๑๐๐,๐๐๐ คนแล้วครับ ที่จะต้องตื่นเช้าขึ้นมาหาของเดินทาง มาที่เรือนจำ เยี่ยม แต่ถ้าหากว่าเราใช้สิทธิของมนุษย์ในเรื่องของการที่จะให้เขาประกันตนเอง ออกไปในช่วงระหว่างที่คดียังไม่ถึงที่สุดนั้น ท่านครับ ครอบครัวทั้งครอบครัวก็มีความสุข ในส่วนของการที่จะไปทำงาน ครอบครัวมีความอบอุ่น มีปัญหาทางสังคมขึ้นมา สิ่งเหล่านี้ ราษฎรได้ เมื่อสักครู่รัฐประหยัดเงิน ราษฎรได้ความอบอุ่น ผมคิดว่าในประเด็นข้อกฎหมาย ที่ท่านวิรัชเสนอมานั้น ยังมีกระบวนการที่เราจะต้องไปตรวจสอบในวาระชั้นต่อไป เพื่อที่จะ ไปมองดูว่ากระบวนการต่าง ๆ ที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายมานั้นก็ยังมีประเด็นที่น่าจะต้องไป ตบแต่งหรือว่าจะต้องไปอุดช่องว่างเพื่อที่จะก่อให้เกิดความเป็นธรรม แต่ในเบื้องต้นนี้ผมเห็นด้วย ในเรื่องของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะคนยากไร้ที่โดนคดี และในที่สุดหลายเปอร์เซ็นต์ ด้วยกัน เมื่อพิพากษาถึงที่สุดแล้วไม่เป็นผู้กระทำความผิด ผมเชื่อว่าสิ่งที่ผ่านมาเป็นความโชคร้าย ของหลายคน แล้วก็การที่กระทรวงยุติธรรมจัดสรรงบประมาณเยียวยาให้เขานั้น มันไม่ใช่ เป็นผลลัพธ์ที่ทำให้สังคมอบอุ่นขึ้น ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านขจิตร ชัยนิคม ตามด้วยท่าน พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา เชิญครับ🔗

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ผมได้รับมอบหมายจากพรรค ให้ร่วมอภิปรายในกฎหมายฉบับนี้ ลำดับแรกขอแสดงความเห็นว่า เห็นด้วยกับหลักการ ในพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมหมายถึงร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญาฉบับที่กำลังพิจารณาอยู่นี้ เห็นด้วยกับท่าน ส.ส. วิรัชและคณะที่เสนอมา ที่เห็นด้วยเพราะว่าเป็นการคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพของผู้ต้องหาหรือจำเลยในคดีอาญาที่ไม่ใช่คดีอุกฉกรรจ์ แล้วก็มีรายละเอียด ในตัวบทที่เขียนยกเว้นไว้ตามข้อกังวลของสำนักงานศาลยุติธรรม ของสำนักงานตำรวจ แห่งชาติและสำนักงานอัยการ ซึ่งประกอบการพิจารณา ซึ่งสำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรโดยฝ่ายวิชาการได้ทำเป็นเอกสารมา ท่านประธานครับ จากการอภิปราย หลายท่าน ไม่ว่าเกี่ยวกับข้อมูลก็ตาม ไม่ว่าผลของการพิจารณาใช้วิจารณญาณของตำรวจ ก็ตาม อัยการก็ตาม ศาลในลำดับสุดท้ายนี้มันก่อภาระให้แก่สังคม นั่นก็คือเราต้องสร้าง เรือนจำในการกักขังผู้ต้องหาซึ่งคดียังไม่ถึงที่สุดจำนวนมหาศาล ตามตัวเลขที่ท่านผู้มีเกียรติ ได้นำเสนอไปเมื่อครู่นี้เป็นเบื้องต้น ผมคิดว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้มีหน้าที่ในการที่จะแก้ไขออกกฎหมายเพื่อปรับทิศทางของประเทศไทย ผมใช้คำว่า ประเทศไทย เพราะเวลานี้คนล้นคุก เรื่องคดียาเสพติดเป็นหลักในการที่จะต้องนำมา พิจารณา แล้วกฎหมายฉบับนี้มีหลักการที่ควรได้รับการสนับสนุนอย่างยิ่ง แม้ว่าในรายละเอียด จะต้องมีการแก้ไขอะไรก็ตาม เป็นเรื่องที่ประกอบสาระสำคัญ ท่านประธานครับ ถ้าถามว่า หลักประกันสิทธิเสรีภาพของประชาชนมันเป็นหลักประกันอันเดียวกันไหมกับหลักประกัน ที่ควรจะให้กับผู้ต้องหาหรือผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งยังไม่ได้มีการพิพากษาให้มีความผิดถึงที่สุด มันก็น่าจะเป็นหลักเดียวกัน เป็นหลักสิทธิของปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญ หลักสันนิษฐานไว้ก่อนว่าบริสุทธิ์ มันเป็นหลักเดียวกันครับ ถ้าดูจากรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยย้อนหลังไปประมาณ ๗๒ ปี ก็จะถูกกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับแรก จนกระทั่งมาถึงรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ซึ่งเราอาจจะเรียกได้ว่าฉบับแรกที่บรรจุเรื่องนี้คือ รัฐธรรมนูญ ๒๔๙๒ นี่มันเป็นเวลา ๗๒ ปีมาแล้ว ถ้าบอกว่ามันเป็นธรรมเนียมในรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยก็ว่าได้ นี่คือเรื่องประกันสิทธิเสรีภาพ แล้วก็หลักประกันกับผู้ต้องหา ผู้ถูกกล่าวหา หรือจำเลย ซึ่งยังไม่ถูกพิพากษาถึงที่สุดให้สันนิษฐานว่าบริสุทธิ์ ทำไมกฎหมายไทย ถึงต้องสันนิษฐานก่อนว่าบริสุทธิ์ ผมคิดว่าเราได้รับอิทธิพลจากกฎหมายของยุโรป ซึ่งศาลสิทธิมนุษยชนของยุโรปมีองค์ประกอบเรื่องสิทธิที่ได้รับสันนิษฐานว่าบริสุทธิ์ มีหลักอยู่ ๓ ประการตามที่ท่านผู้มีเกียรติได้กล่าวแล้ว ผมขออนุญาตกล่าวเพิ่มเติม ๑. เขาบอกว่า หลักผู้ต้องหาหรือคนที่ยังไม่มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่าให้เป็นคนบริสุทธิ์ เป็นหลักคุ้มครองสิทธิ ของปวงชนชาวไทย มันมีหลายกรณีมากที่การกระทำของกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเริ่มจาก เจ้าหน้าที่ตำรวจ มาถึงอัยการ แล้วมาถึงศาล ยังให้ความยุติธรรมแก่คนไทยที่ประสบปัญหา เหล่านี้น้อยมากตามกรณีต่าง ๆ ที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านอภิปรายมาแล้ว หลักของสากลคือ ๑๗๒ ประเทศที่มีหลักนี้ก็คือ🔗

ข้อที่ ๑ เขาบอกว่าผู้พิพากษาไม่ควรมีความคิดเอนเอียงไปว่าจำเลยได้กระทำ ความผิด คือโจทก์กับจำเลยต้องได้รับสิทธิจากผู้พิพากษาเท่ากันโดยคำนึงถึงหลักฐานต่าง ๆ🔗

ในหลักประการที่ ๒ ภาระการพิสูจน์ความจริงให้ตกอยู่กับฝ่ายที่เป็นโจทก์ เพราะว่ากระบวนการทางกฎหมายของเราเป็นกระบวนการกล่าวหา เมื่อมีผู้กล่าวหาแล้ว ผู้กล่าวหาและกระบวนการต่าง ๆ ก็ควรจะเป็นเรื่องพิสูจน์หลักฐาน🔗

แต่ว่าในหลักประการที่ ๓ เขาบอกว่า หากมีข้อสงสัย เขาบอกให้จำเลย เป็นผู้ได้รับประโยชน์นั้น ในคดีอาญามันไม่เหมือนคดีแพ่งที่จะเชื่อว่ามีข้อสงสัยน่าเชื่อ ผู้พิพากษาเอนเอียงไปตามหลักฐานหรือพยานของโจทก์ก็ว่าได้ แต่นี่เขาบอกถ้ามีข้อสงสัย ต้องยกประโยชน์ให้จำเลย นั่นหมายความว่าโดยหลักการที่หลายท่านพูดแล้วว่าการให้ ความคุ้มครองผู้บริสุทธิ์ ๑ คน ถือว่าเป็นหลักการที่สำคัญ เพราะการตัดสินใจผิดให้ผู้บริสุทธิ์ หรือผู้ไม่กระทำความผิดมีความผิดนั้นเป็นเรื่องที่ก่อภาระให้แก่สังคม ไม่ว่าจะก่อภาระให้แก่ เรือนจำ ไม่ว่าจะก่อภาระให้เกิดความไม่ยุติธรรมขึ้นในสังคม ซึ่งในที่สุดเราไม่ปรารถนาสังคม แบบนี้ เราไม่ปรารถนาสังคมที่อำนาจรัฐได้กระทำกับประชาชน โดยไม่เคารพสิทธิ ตามรัฐธรรมนูญที่บัญญัติไว้ เพราะฉะนั้นรัฐธรรมนูญไทยจึงบัญญัติไว้โดยเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ได้ใส่ใจในรัฐธรรมนูญนัก บางทีไปสนใจในกฎหมายรายละเอียด แต่ว่าละเลยการปฏิบัติ โดยเฉพาะหลักสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทย ซึ่งจะต้องถือว่าเป็นการได้รับความคุ้มครอง เป็นลำดับแรก เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นด้วยในหลักการของกฎหมายฉบับนี้ ส่วนที่ประชุม จะพิจารณาในรายละเอียดอย่างไร ก็ถือว่าให้เป็นภารกิจของสภานี้ครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ พันตำรวจโท ฐนภัทร ตามด้วยท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม🔗

พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา จันทบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดจันทบุรี เขต ๑ อำเภอเมือง อำเภอแหลมสิงห์ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับ ต่อร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... กระผมพิจารณาแล้วจากผู้ที่เสนอญัตติ กระผมมีความเห็นด้วย ก็เนื่องจากว่า ในท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจและสภาพสังคมไทยที่เสื่อมโทรมลงไปทุกวันนั้น ก่อให้เกิด ความวุ่นวายและปัญหาอาชญากรรมต่าง ๆ อย่างมากมาย อันเป็นสาเหตุทำให้เกิดคดีความ ทำให้เกิดอาชญากรรมเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคดีเล็ก คดีระดับใหญ่ก็ตาม และเมื่อมีการกระทำ ความผิดทางอาญา รัฐจึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำการควบคุมเพื่อไม่ให้เกิดการกระทำ ความผิดซ้ำ หรือเกิดการกระทำความผิดเพื่อให้มีความเดือดร้อนให้เกิดกับบุคคล ที่อยู่ในสังคมต่าง ๆ ซึ่งการเปิดโอกาสให้บุคคลนั้นที่ต่อสู้กล่าวหา เนื่องจากว่ากระทำ ความผิดนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ในการที่จะให้ผู้ถูกกล่าวหานั้นได้ต่อสู้ จึงมีความจำเป็น อย่างยิ่งอย่างที่ได้กราบเรียน ความจำเป็นดังกล่าวก่อนนั้นต้องมีการควบคุมกักขังผู้ต้องหา หรือจำเลย ซึ่งเป็นผู้กระทำความผิดไว้ เพื่อความสะดวกในการดำเนินคดี ป้องกัน การหลบหนี และป้องกันการทำลายพยานหลักฐานที่จะนำมาพิสูจน์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ตามปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติที่ได้รับรองสิทธิของผู้ต้องหา หรือจำเลยในคดีอาญา ในข้อ ๑๑ (๑) ที่กล่าวว่า บุคคลซึ่งถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด ทางอาญามีสิทธิที่จะได้รับการสันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าการพิสูจน์ได้ว่า ความผิดตามกฎหมายในการพิจารณาได้เสร็จสิ้นโดยเปิดเผย ท่านประธานครับ ถึงกระนั้น ก็ตามแม้ว่ารัฐได้เปิดโอกาสให้มีการปล่อยชั่วคราวแก่ผู้ต้องหาหรือจำเลยแล้วก็ตาม แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นที่ทราบดีครับว่าความเหลื่อมล้ำทางสังคมนั้นก่อให้เกิดปัญหา มากมายในการประกันตัว ไม่ว่าจะเป็นความเหลื่อมล้ำในสถานะทางเศรษฐกิจและสังคม ของผู้ที่ถูกกล่าวหาก็ตาม การที่เข้าไม่ถึงการปล่อยตัวชั่วคราวเป็นช่องว่างที่ทำให้รู้สึกว่า ความไม่ยุติธรรมนั้นเกิดขึ้นเฉพาะคนที่ไม่มีเงิน หรือคนยากคนจนเข้าไม่ถึงความยุติธรรม ความยุติธรรมนั้นเป็นของคนรวย ความอยุติธรรมนั้นเป็นของคนจน เนื่องจากว่า สังคมปัจจุบันนั้นประชากรในแต่ละครัวเรือนมีรายได้ไม่เท่ากัน บางคนมีฐานะดี บางคน มีฐานะยากจนครับท่านประธาน และเมื่อมีการกระทำความผิดเกิดขึ้นจึงต้องการที่จะต้องใช้หลักทรัพย์ในการที่จะต้องทำการ ประกันตัวออกมา จึงจะเห็นได้ว่าความยากจนเป็นอุปสรรคสำคัญต่อการเข้าถึงความยุติธรรม ดังเช่นจะมีการพูดกันอยู่เสมอ ๆ ว่าคุกนั้นมีไว้เฉพาะขังคนจน ผมเคยเป็นอดีตข้าราชการ ตำรวจมา เคยเห็นถึงความไม่ชอบมาพากลในเรื่องของความไม่ยุติธรรม ในเรื่องของ การประกันตัว ในหลาย ๆ กรณีด้วยกัน บางครั้งคนที่กระทำความผิดเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่สมควร ที่จะนำเขาพรากลูก พรากเมีย พรากครอบครัว แต่ด้วยความไม่มีเงิน ไม่มีความสามารถที่จะ เข้าถึงหลักทรัพย์ในการประกันหรือบุคคลที่จะเข้ามาค้ำประกันให้ ก็ทำให้เขาเหล่านั้นต้อง เข้าไปนอนในคุก ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๙ วรรคสอง บัญญัติว่าในคดีอาญาต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มี ความผิด แสดงให้เห็นว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้นมีสิทธิได้รับอนุญาตให้มีการปล่อยชั่วคราว ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๐๗ ก็ได้บัญญัติเป็นหลักไว้ โดยสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกันว่า ผู้ต้องหาหรือจำเลยทุกคนพึงได้รับอนุญาตให้มี การปล่อยชั่วคราว ย่อมหมายความว่าตราบใดที่ศาลยังไม่ได้มีการตัดสินให้ถึงที่สุด ผู้ต้องหา หรือจำเลยนั้นถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ สมควรอย่างยิ่งที่ได้รับการปล่อยชั่วคราว ท่านประธานครับ ในฐานะที่ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งได้สัมผัสกับความทุกข์ของพี่น้องประชาชน ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด หลายต่อหลายครั้งที่พี่น้องประชาชนมาพบ มาพูด มาคุย มาถกถึงปัญหาถึงความเดือดร้อนในกรณีที่ญาติถูกจับกุม ถูกคุมขัง เนื่องจากว่าไม่มีทรัพย์สิน ที่จะไปประกัน หรือไม่มีเงินที่จะต้องไปเช่าทรัพย์สินมาประกัน ขอให้ ส.ส. ไปทำหน้าที่ประกัน ตัวให้ในชั้นศาล ศาลก็ไม่อนุญาตอีก ทำให้พี่น้องประชาชนนั้นมีความเดือดร้อน ทั้งที่ไม่สมควร ที่จะต้องพรากลูก พรากครอบครัวเขา มีอยู่เคส (Case) หนึ่ง สุดท้ายนี่ มีคดีสามีภรรยา ทะเลาะกัน สามีก็ทำการทุบตีภรรยา ภรรยากำลังทำครัวอยู่ ถือมีดอยู่ ปรากฏว่าสามีเมา ด้วยแล้วก็มาโดนมีด ปรากฏตายเลยอย่างนี้ ภรรยาก็เป็นคนที่ทำงาน ทำความดี เลี้ยงดูครอบครัวมาตลอด เพราะฉะนั้นจึงต้องไปอยู่ในคุกในตะรางอย่างนี้ เพราะไม่มีเงินที่จะไป เช่าหลักทรัพย์มา เพราะฉะนั้นจึงอยากจะให้ท่านประธานพิจารณาถึงญัตติอย่างนี้ ถือว่าเป็นญัตติที่มีประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง เช่นเดียวกันครับท่านประธาน กระผมจึงเห็นด้วย ในประเด็นเรื่องของการที่จะให้การประกันตัวนั้นโดยบุคคลของตัวเอง โดยมีข้อจำกัด ในเรื่องของโทษของอัตราในการกระทำความผิด ดังเช่นในมาตรา ๑๐๕ (๑) ภายใต้บังคับ มาตรา ๑๐๘ (๒) (๓) หรือ (๖) และมาตรา ๑๐๘ (๑) (๒) (๓) หรือ (๕) ก็ตาม ที่ท่านวิรัช พันธุมะผล ได้ยื่นญัตติเข้ามา กระผมนั้นมีความเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เพื่อความทุกข์ของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะคนยากคนจนจะได้ถูกบำบัดขจัดปัดเป่า ในการกำหนดกฎหมายแก้กฎหมายฉบับนี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม เข้ามาหรือยัง คงสละสิทธิ ท่านสมาชิกครับ ท่านสมาชิกที่ยื่นความจำนงขออภิปรายก็ได้อภิปรายกันทุกท่านแล้ว ต่อไปถาม ท่านผู้เสนอมีสิทธิอภิปรายสรุปได้อีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่ประชุมจะลงมติท่านวิรัชจะอภิปราย สรุปไหม เชิญครับ🔗

นายวิรัช พันธุมะผล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายวิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย แบบบัญชีรายชื่อ กระผมขอขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ยืนขึ้นอภิปรายให้ ทุกท่านผมว่าท่านสนับสนุนร่างพระราชบัญญัตินี้ เพราะว่า เพื่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนและเป็นการลดค่าใช้จ่ายของประชาชน ยังลดค่าใช้จ่าย และยังลดนักโทษในเรือนจำ เป็นเงินตั้ง ๕๐๐ กว่าล้านบาทสำหรับแต่ละปี จำนวนที่ต้องขัง ระหว่างพิจารณา นอกจากนี้แล้วสิ่งที่สังคมนี้รู้สึกว่าไม่รังเกียจคนที่ต้องหาคดี ไม่อย่างนั้นก็ต้องติดคุก ก็เรียกว่า คนคุก ขี้คุก แล้วสภาพในเรือนจำนี้ ท่านทั้งหลายอาจจะไม่เคยเข้าเรือนจำ ผมนี้เข้าเรือนจำ บ่อย ๆ ตอนเป็นอัยการจังหวัด อัยการผู้ช่วยและอัยการจังหวัด ต้องไปชันสูตรพลิกศพ ต้องไปดูในสภาพเรือนจำ ท่านเอ้ย เดินเข้าไปในเรือนจำนี้ กลิ่นเรือนจำมันเหม็น เพราะฉะนั้นใครเข้าเรือนจำแล้วจะรู้สึกว่าเหมือนตกนรก เพราะฉะนั้นถ้าสามารถ ลดจำนวนนักโทษลง อย่างเมื่อสักครู่นี้ท่านสฤษฏ์พงษ์ว่านี้ มีจำนวนนักโทษ ๕๐,๐๐๐ กว่าคน ระหว่างพิจารณา ถ้าลดตรงนี้ได้ ลดไปอีก ๔๘๖ ล้านบาท ลดคนไป เรือนจำก็ไม่แน่น แล้วก็ เมื่อเช้าผมก็พูดถึงเรื่องยาบ้า ถ้าลดยาบ้าได้ไปอีก ๕๐,๐๐๐ คนหรือแสนคนผมจำไม่ได้ เพราะเมื่อเช้าพูดไปแล้ว ก็จะเป็นผลทำให้เรือนจำนี้ลดนักโทษไปอีกแสนคน เมื่อคิดอย่างนี้แล้ว ท่านลองคิดดูครับ คนไม่เคยเข้าเรือนจำ เข้าไปแล้วนี้ จะไปเพิ่มวิชาในเรือนจำอีก เพราะฉะนั้นผมเชื่อยืนยันว่าแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญานี้ เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างจริงจัง อย่างแท้จริงครับ ผมยืนยัน ส่วนท่านสมาชิก บางท่านมีข้อว่าควรจะแก้ไขบางสิ่งบางอย่าง ก็อาจจะไปแก้ไขในชั้นกรรมาธิการ วาระที่ ๒ ชั้นกรรมาธิการครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ท่านผู้เสนอก็ได้อภิปรายสรุป ต่อไปผมจะขอมติจากที่ประชุม ท่านรัฐมนตรีมีอะไรหรือไม่ เชิญครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุมเลย🔗

นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีขอเสนอต่อที่ประชุม ขอรับร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของท่านวิรัช พันธุมะผล กับคณะ ที่เป็นผู้เสนอ ไปพิจารณาก่อนที่ที่ประชุมสภา ผู้แทนราษฎรจะลงมติในวาระที่ ๑ ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อที่ ๑๑๘ โดยคณะรัฐมนตรีจะขอรับไปพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน ครับท่านประธาน จึงกราบเรียนท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีจะขอรับร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งนายวิรัช พันธุมะผล กับคณะ เป็นผู้เสนอ ไปพิจารณา ก่อนรับหลักการ ข้อบังคับ ข้อ ๑๑๘ กำหนดให้การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่มีผู้เสนอ ตามมาตรา ๑๓๓ (๒) ของรัฐธรรมนูญ ถ้าคณะรัฐมนตรีขอรับร่างพระราชบัญญัตินั้นไปพิจารณา ก่อนที่สภาจะลงมติรับหลักการในวาระที่ ๑ เมื่อที่ประชุมอนุมัติก็ให้รอการพิจารณาไว้ก่อน แต่ต้องไม่เกิน ๖๐ วันนับแต่วันที่สภามีมติ ดังนั้นผมจะขอถามมติจากที่ประชุมว่า จะอนุมัติให้คณะรัฐมนตรีรับร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไปพิจารณาก่อนรับหลักการหรือไม่ เชิญท่านพิจารณ์ครับ🔗

นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานครับ ผม พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ก่อนที่ท่านประธานจะกรุณาให้เพื่อนสมาชิกลงมติเป็นอย่างหนึ่งอย่างใด เรื่องที่คณะรัฐมนตรี จะขอรับร่างนี้ไปพิจารณา ๖๐ วัน ผมอยากจะขออนุญาตท่านประธานที่จะแสดงความเห็น สักเล็กน้อยต่อท่านประธานและเพื่อนสมาชิกก่อนที่เราจะมีมติครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับว่า🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ที่จริง ปิดการอภิปรายไปแล้ว🔗

นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

อย่างนี้ครับท่านประธาน การอภิปรายที่ผมจะนำเรียนต่อท่านประธานอาจจะไม่ใช่เนื้อหาของร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ แต่เป็นเรื่องของกลไกที่เรากำลังจะมีมติครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ🔗

นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เนื่องจากว่า ร่างพระราชบัญญัตินี้อย่างที่เราทราบกันดี ถูกเสนอเข้าสู่สภาบรรจุในระเบียบวาระก็มากกว่า ๑ ปี เรียกได้ว่าตั้งแต่สมัยอดีตพรรคอนาคตใหม่ยังไม่ถูกยุบนะครับท่านประธาน ทีนี้พอมันบรรจุอยู่ในระเบียบวาระนานขนาดนี้ ผมก็ไม่เข้าใจครับว่าระยะเวลาที่ผ่านมา เหตุใดคณะรัฐมนตรีจะนำไปพิจารณาในรายละเอียด ซึ่งมันก็ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ (Website) อยู่แล้วก็ทำได้ แต่กลับจะต้องขอรับไปวันนี้แล้วก็ล่าช้าไปอีก ๖๐ วัน ผมไม่เข้าใจครับ ท่านประธาน คือก็อยากจะกราบเรียนต่อท่านประธานและอาจจะผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ที่กรุณามาชี้แจงครับว่า ถ้าเหตุการณ์เป็นแบบนี้ประชาชนเขาจะสงสัยครับว่ารัฐบาลพยายาม เตะถ่วงกฎหมายที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือไม่ ผมกราบเรียนท่านประธานว่า สภาแห่งนี้เราอยู่กันมานี้ก็ ๓ ปีแล้ว เรายังไม่เคยผ่านร่างพระราชบัญญัติที่ริเริ่ม โดยเพื่อนสมาชิกเลยสักฉบับ กฎหมายทั้งหมดที่เราผ่านไปก็จะเป็นกฎหมายที่ริเริ่ม โดยคณะรัฐมนตรีทั้งสิ้น ก็อยากจะนำเรียนท่านประธานฝากไปยังท่านรัฐมนตรีครับว่า ทำไมระยะเวลาที่ผ่านมาถึงไม่นำไปพิจารณากัน จะต้องถ่วงไปอีก ๖๐ วัน แล้วก็ถ้าหาก เป็นไปได้ก็อยากจะเห็นมติคณะรัฐมนตรี เห็นเอกสารที่มีมาถึงสภาแห่งนี้ที่จะขอรับร่างนี้ ไปพิจารณาครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ผมถามย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า ขณะนี้คณะรัฐมนตรีได้ส่งตัวแทนมาเพื่อที่จะขอรับร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งนายวิรัช พันธุมะผล กับคณะ เป็นผู้เสนอ เพื่อจะไปพิจารณาก่อนรับหลักการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๘ กำหนดให้การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่มีผู้เสนอตามมาตรา ๑๓๓ (๒) ของรัฐธรรมนูญ ถ้าคณะรัฐมนตรีขอรับร่างพระราชบัญญัตินั้นไปพิจารณาก่อนที่สภาจะลงมติรับหลักการ ในวาระที่ ๑ เมื่อที่ประชุมอนุมัติก็ให้รอการพิจารณาไว้ก่อน แต่ต้องไม่เกิน ๖๐ วันนับแต่ วันที่สภามีมติ ท่านธีรัจชัยมีอะไรอีกไหมครับ🔗

นายธีรัจชัย พันธุมาศ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาตนิดหนึ่งครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอเรียนอย่างนี้ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ที่ท่านพิจารณ์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ที่อภิปรายไปว่าร่างนี้มันเข้ามาแล้วเป็นปี และอยู่ ๆ ร่างที่ ส.ส. เสนอซึ่งเป็นร่างแรกที่จะมี ลงมติว่ารับหลักการหรือไม่ เป็นสิ่งสำคัญของสภาชุดนี้ ผ่านมา ๒ ปีเกือบ ๓ ปี เรายังไม่เคยมีการพิจารณาร่าง ส.ส. ไปตั้งกรรมาธิการเลย แล้วท่านรัฐมนตรีที่รับมอบอำนาจ จากคณะรัฐมนตรีไม่ได้ให้เหตุผลอะไรเลยครับ ว่าเหตุใดท่านถึงจะต้องรับร่างกลับไป ท่านไม่พร้อมตรงไหนครับ คณะรัฐมนตรีมีความไม่พร้อมตรงไหน ตลอดระยะเวลาที่ปีกว่า ๆ ๒ ปีอย่างนี้ ท่านไม่พร้อมตรงไหนท่านควรจะต้องบอกด้วยว่าขัดข้องอะไรบ้างกับเนื้อหา เพราะมีแค่ ๒ มาตราเท่านั้นเอง ซึ่งความจริงท่านมีองค์กรมากมาย เช่น กฤษฎีกา องค์กร ของหน่วยงานกระทรวงยุติธรรมก็น่าจะศึกษาไว้ก่อนแล้วทำมาประกบก่อนหน้านี้ แล้วจะได้เป็นไปได้เลย แต่ไม่ใช่ว่ามาใช้เงื่อนไขแบบนี้ตามข้อบังคับ ๑๑๘ มาดึงถ่วงร่างที่ จะต้องลงมติวาระแล้วไปแก้ขึ้นมา ตรงนี้ผมเรียนอย่างนี้ได้ไหมครับ ท่านอย่าถอนไปเลย ท่านรับหลักการไปแล้วก็ท่านให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายรัฐบาลไปแปรญัตติตามที่ ในส่วนของรัฐบาลต้องการเข้ามา แล้วก็เอามาประกบและแก้ไขไปในสิ่งที่ท่านไม่เห็นพ้องด้วย กับท่านผู้เสนอที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อย่างนี้มันจะทำให้ร่างที่มาจาก ส.ส. สามารถ เข้าสู่สภาและพิจารณาได้อย่างเต็มศักดิ์ศรีภาคภูมิได้สักครั้งหนึ่งก็ยังดี อย่าให้เฉพาะแต่ ร่างรัฐบาลเถอะครับ เรื่องนี้ผมเรียนว่าขอเหตุผลนั้นก่อน ประเด็นแรกครับ ท่านรัฐมนตรี มีเหตุผลอะไร ๑ ปี ๒ ปีต่าง ๆ ไม่ทำ แล้วก็ขอเถอะครับว่าท่านอย่าถอนไปเลย ๒ กรณีนะครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอรรถกร มีข้อเสนออย่างไร เชิญครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลัง ประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ขออนุญาตเรียนชี้แจงท่านประธานและที่ประชุม เพราะว่า ผมกลัวว่าจะเสียหายกับสิ่งที่เพื่อนสมาชิกพรรคร่วมฝ่ายค้านได้สอบถามต่อท่านประธาน ไปยังคณะรัฐมนตรีเมื่อสักครู่นี้ กระผมต้องกราบเรียนท่านประธานครับว่าผมนี้ อยู่ในกระบวนการ จริง ๆ แล้วเราเข้าใจว่าท่านวิรัช พันธุมะผล และคณะ มีความตั้งใจ มีความปรารถนาที่ดีที่จะเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ แต่ในความเป็นจริงก็ยังมีบางมาตรา ในกฎหมายฉบับนี้ที่ทางกระทรวงเขาอาจจะยังคิดว่ามันอาจจะเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน ดังนั้นผมก็เลยประสานไปยังตัวแทนคณะรัฐมนตรีครับ ทางคณะรัฐมนตรีท่านก็กรุณาเห็นว่า ตรงนี้เป็นกฎหมายของสมาชิกด้วย ท่านก็อยากจะนำร่างนี้เอาไปหารือในกระทรวงอีกทีหนึ่ง เผื่อที่จะปรับเปลี่ยนตรงไหนได้ ก็เชื่อว่าคงจะเป็นประโยชน์ และเวลา ๖๐ วัน ผมเชื่อว่า จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้มากอะไร ถ้าสามารถทำให้กฎหมายฉบับนี้มีความรอบคอบมากยิ่งขึ้น ก็เลยอยากจะขอท่านประธานนำเรียนท่านประธานในการชี้แจงเหตุผล แล้วก็ขอให้ ท่านประธานดำเนินการต่อด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรีมีอะไรจะชี้แจงเพิ่มเติมไหม เชิญครับ🔗

นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ จากที่ท่านได้ตั้งข้อสังเกต ในเรื่องของการเสนอกฎหมายของผู้แทนราษฎรของเรา ผมในฐานะก็เป็นผู้แทนราษฎร เหมือนกัน ก็คิดเห็นเฉกเช่นเดียวกับตัวท่าน และกระทั่งการประชุมวิป (Whip) ก็คิดเห็น เช่นเดียวกับท่านในการที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นได้นำเสนอกฎหมายเข้ามา แม้จะได้รับ ข้อท้วงติงจากทางท่านรัฐมนตรี ทางหน่วยงานเจ้าของเรื่องแล้วว่ายังมีข้อบกพร่อง หรือปัญหาเกี่ยวกับตัวบทกฎหมายที่ยังต้องพิจารณาอยู่ แม้กระทั่งการที่จะไม่รับหลักการนั้น มันก็ยังเป็นเรื่องที่ทางคณะวิป (Whip) ซึ่งเป็น ส.ส. เหมือนกับพวกเรานั้นก็ตั้งข้อสังเกตว่า จริง ๆ แล้วก็อยากให้ทางหน่วยงานหรือกระทรวงเจ้าสังกัดนั้นได้รับกฎหมายนั้นกลับไป พิจารณา เผื่อที่จะได้มีโอกาสในการนำกฎหมายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเรานั้น กลับเข้ามาแล้วก็ผ่านร่างนี้ได้ ซึ่งตรงนี้ผมถือว่าเป็นเจตนาที่ดีของทางวิป (Whip) ที่ยังเห็น ความเป็นศักดิ์ศรีของความเป็น ส.ส. ของพวกเราที่ได้นำเสนอกฎหมาย ที่คิดว่ามีประโยชน์ กับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นให้ท่านวางใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นการถ่วงเวลา หรือดึงเวลาใด ๆ ทั้งสิ้น แต่เป็นเพียงที่ว่าจะทำอย่างไรถึงจะทำให้พวกเราสามารถ เสนอกฎหมายได้ต่างหาก จึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ที่เคารพด้วยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ผมว่าได้อภิปรายกันมาพอสมควรแล้วนะครับ ประเด็นนี้อยู่ที่การตัดสินใจของสภา เพราะถ้าท่านสมาชิก เสนอร่างพระราชบัญญัติเข้าสู่สภาพิจารณา แล้วคณะรัฐมนตรี ได้ขอรับร่างเพื่อไปพิจารณาภายใน ๖๐ วัน ประธานก็ทำเป็นอย่างอื่นไม่ได้ ก็ต้องขอความเห็น จากที่ประชุมว่าจะอนุญาตตามที่คณะรัฐมนตรีขอหรือไม่ ท่านณัฐวุฒิเชิญครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ นิดเดียวครับ ขอบคุณครับ ณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ตอนแรกที่ฟังท่านอรรถกร ชี้แจงก็เกือบจะคล้อยตาม แต่ผมติดอยู่นิดเดียวครับท่านประธาน อย่างแรกเลยก็คือว่า จริง ๆ ผมเห็นว่ามติวิป (Whip) รัฐบาล ไม่ได้เป็นอย่างนั้น มติวิป (Whip) รัฐบาล ใช้คำว่า เสนอคณะรัฐมนตรี นี่ก็ข้อความไม่ตรงกับข้อบังคับ ข้อ ๑๑๘ แล้วครับ🔗

อย่างที่ ๒ ก็คือว่ามันเคยมีกรณีตัวอย่างมาแล้วครับท่านประธาน ก็คือกรณี ที่ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ธรรมนัส พรหมเผ่า ไปคุยกับ พี่น้องประชาชนจะนะ ซึ่งท่านทำดีมาก แต่ปรากฏวันดีคืนดีนายกฯ ก็บอกว่าไม่รู้เรื่องเลย ฉะนั้นเอาอย่างไรดีครับท่านประธาน ถ้าท่านนายกฯ มาแถลงเองตรงที่นั่งนายกบอกว่า คณะรัฐมนตรีขอรับไปก่อนนี้ผมไม่ติดใจเลยครับ แต่เมื่อเป็นกระทรวงยุติธรรม ท่านอนุชา ประจำสำนัก ก็ขอมติคณะรัฐมนตรีนิดหนึ่งครับว่า มีมติกันเมื่อไรอย่างไรที่จะขอรับหลักการ รับ พ.ร.บ. นี้ไปศึกษาก่อน ถ้ามีเอกสารแบบนี้พวกผมก็ลงมติได้ง่ายขึ้น ก็แค่ขอความชัดเจน ก่อนลงมติเท่านั้นเองครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนิโรธ เชิญครับ🔗

นายนิโรธ สุนทรเลขา นครสวรรค์

ขอบพระคุณท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิโรธ สุนทรเลขา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ขอกราบเรียนท่านประธานว่า การออกกฎหมาย เพื่อไปบังคับใช้กับพี่น้องประชาชนนั้นมันจะต้องมีความละเอียดอ่อนและรอบคอบ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๓ กำหนดไว้ว่า ผู้ที่จะเสนอญัตติเกี่ยวกับ พระราชบัญญัติการ ออกกฎหมายนั้น ๑. คณะรัฐมนตรี ๒. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๓. พี่น้องประชาชนเข้าชื่อกัน เพราะฉะนั้นการออกกฎหมายนั้นถ้าเป็นคณะรัฐมนตรีจะมีกฤษฎีกาและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องกลั่นกรองกฎหมายออกมาก่อน พอกลั่นกรองกฎหมายออกมาแล้วจึงเข้าสู่ วิป (Whip) วิป (Whip) ก็จะมีคณะอนุกรรมาธิการกลั่นกรองกฎหมายอีกครั้งหนึ่ง แล้วจึงเสนอให้คณะรัฐมนตรีว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป แต่ในกรณี (๒) นั้นการออกกฎหมาย จากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นเป็นการออกกฎหมายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีผู้รับรองและเห็นด้วยในส่วนตรงนี้ แต่ยังขาดความรอบคอบ แม้เนื้อหาสาระนั้นจะเต็มไปด้วย ความดูแล้วดีมาก เนื้อหาสาระนั้นดูดีแต่ยังขาดความรอบคอบในส่วนตรงนี้ ทางคณะวิป (Whip) พรรคร่วมรัฐบาลจึงมีแนวทางเสนอว่า ควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นเอาไปกลั่นกรองดูเสีย อีกครั้งหนึ่งก่อน เมื่อกลั่นกรองแล้วดูข้อดีข้อเสียแล้วจึงนำกลับเข้ามาสู่สภาภายใน ๖๐ วัน และให้ท่านประธานสภาบรรจุเป็นเรื่องด่วน เพื่อที่ให้สภาพิจารณากันอีกครั้งหนึ่ง กลั่นกรอง กันอีกครั้งหนึ่งแล้วจึงจะนำไปสู่การพิจารณาว่า จะรับหรือไม่รับ หรือว่าจะอย่างไรเป็นไป ตามข้อบังคับ ในกรณีนี้วิป (Whip) รัฐบาลนำเสนอให้คณะรัฐมนตรีว่า ควรจะรับกลับไป เพื่อพิจารณากลั่นกรองเสียก่อนสักครั้งหนึ่งและให้รีบนำกลับมาภายใน ๖๐ วัน แล้วบรรจุ เป็นระเบียบวาระด่วน เมื่อมีการพิจารณาเช่นนั้นแล้วเราจึงมาลงมติ จึงกราบเรียน ในขณะนี้ เมื่อทางรัฐบาลรับไปเพื่อจะพิจารณากลั่นกรองก็ขอให้ท่านประธานใช้ข้อบังคับ ข้อ ๑๘๘ และข้อ ๘๘ วรรคสอง ครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ก็ได้มีการแสดงความคิดเห็นกันพอสมควร ฉะนั้นผมจึงต้องขอมติจากที่ประชุม ผมว่าพอแล้ว ผมขอ เผื่อจะได้เสร็จเสียที ดังนั้นผมจะขอมติจากที่ประชุมครับว่า จะอนุมัติให้คณะรัฐมนตรี รับร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไปพิจารณาก่อนรับหลักการหรือไม่ เท่าที่ฟังท่านสมาชิก แสดงความคิดเห็นทั้ง ๒ ฝ่ายนั้น ก็จำเป็นต้องได้มีการลงมติ ก่อนที่จะลงมติผมขอตรวจสอบ องค์ประชุม🔗

(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกห้องประชุมเข้าห้องประชุม เพื่อจะได้ตรวจสอบองค์ประชุม ก่อนที่จะมีการลงมติ ที่สมาชิกที่เข้าห้องประชุมแล้วกรุณาได้เสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนเลย🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีท่านสมาชิก ท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตนบ้างมีไหม ถ้ามีก็เชิญ ถ้าใช้สิทธิแสดงตนกันทุกท่านแล้ว ผมขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีผู้เข้าร่วมประชุมอยู่ จำนวน ๒๖๔ ท่าน เป็นอันว่าครบองค์ประชุม🔗

ต่อไปขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ท่านผู้ใดเห็นควรอนุมัติ คือให้รอการพิจารณาไว้ก่อน ๖๐ วัน โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าไม่ควรอนุมัติโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใด เห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีท่านสมาชิก ท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิลงคะแนน เชิญนะครับ ถ้าไม่มี ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ แสดงผลครับ ขณะนี้จำนวนผู้ลงมติ ๓๒๔ ท่าน เห็นด้วย ๒๓๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓๖ ท่าน งดออกเสียง ๔๙ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติอนุมัติให้ คณะรัฐมนตรีรับร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไปพิจารณาก่อนรับหลักการ ภายในเวลา ๖๐ วัน🔗

ต่อไปจะเป็น การพิจารณาระเบียบวาระที่ ๕.๔🔗

๕.๔ ร่างพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายวิรัช พันธุมะผล กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗

ด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอร่างพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๓๓ (๒) สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น และจัดทำสรุปผลการรับฟังและรายงานผลการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจาก ร่างพระราชบัญญัติเสร็จแล้ว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ และประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น จากร่างพระราชบัญญัติ ที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒ รายละเอียดปรากฏในเอกสารที่เจ้าหน้าที่ได้จัดวางไว้ให้ท่านสมาชิกแล้ว ต่อไปขอเชิญผู้เสนอ พ.ร.บ. อนุญาโตตุลาการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านวิรัช พันธุมะผล ได้แถลงหลักการและเหตุผลครับ เชิญครับ🔗

นายวิรัช พันธุมะผล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายวิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย แบบบัญชีรายชื่อ ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ด้วยเหตุผลว่า โดยที่พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้มีบทบัญญัติ ที่ไม่เป็นผลดีต่อผลคดีของหน่วยงานของรัฐและเอกชนที่อยู่ในเขตอำนาจของศาลปกครอง โดยเฉพาะการร้องคัดค้านคำวินิจฉัย ผมขอยกตัวอย่างให้ฟัง ตามพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ มาตรา ๔๐ ได้จำกัดอำนาจในการพิจารณาของศาลไว้ โดยศาลเพิกถอนในกรณีต่อไปนี้ คู่พิพาทฝ่ายที่ขอให้เพิกถอนพิสูจน์ได้ว่า คู่สัญญาตามสัญญา อนุญาโตตุลาการฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้บกพร่องในความสามารถตามกฎหมาย🔗

๒. สัญญาอนุญาโตตุลาการไม่มีผลผูกพันตามกฎหมายแห่งประเทศที่ผู้พิพาท ได้ตกลงไว้ หรือตามกฎหมายไทยในกรณีที่ไม่มีข้อพิพาทข้อตกลงดังกล่าว🔗

๓. ไม่มีการแจ้งให้ผู้พิพาทขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดรู้ล่วงหน้าโดยชอบ🔗

๔. คำวินิจฉัยนั้นไม่อยู่ในเขตของสัญญาอนุญาโตตุลาการ🔗

และอีกอันหนึ่งคือ ถ้าศาลเห็นว่าคำชี้ขาดนั้นไม่สามารถบังคับได้ตามกฎหมาย การยอมรับหรือขัดข้อบังคับนั้นจะขัดต่อความสงบเรียบร้อยศีลธรรมอันดีของประชาชน🔗

ตามมาตรา ๔๐ ตามอนุญาโตตุลาการเป็นการจำกัดอำนาจในการที่จะยื่น คำขอยกเลิกคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการต่อศาล ผมยกตัวอย่างให้ฟังครับ ยกตัวอย่างคดี ที่รัฐกับเอกชน ตัวอย่างที่ ๑ เรื่องทางด่วนบางนา-ตราด อนุญาโตตุลาการให้รัฐบาลจ่าย ๖,๒๐๐ ล้านบาท ศาลฎีกาได้พิพากษาว่าคู่สัญญาไม่สุจริต เรื่องนี้ผมขอกราบขอบพระคุณ ประธานศาลฎีกาที่เป็นคนตัดสินเรื่องนี้ด้วยตนเอง ท่านวิรัช ลิ้มวิชัย อดีตประธานศาลฎีกา ได้ตัดสินเรื่องนี้ เพราะเห็นว่าคู่สัญญารู้เห็นเป็นใจซึ่งกันและกันและมีพฤติกรรมไม่สุจริต นี่ในคำพิพากษาศาลฎีกา🔗

เรื่องที่ ๒ การปรับค่าผ่านทางโดยไม่ชอบ อนุญาโตตุลาการยกฟ้อง ต่อมาอนุญาโตตุลาการชุดเดียวกันอีกบอกว่ามีข้อมูลใหม่ สั่งให้รัฐจ่ายเป็นหลายพันล้าน แต่ศาลฎีกาได้ตัดสินว่า อนุญาโตตุลาการไม่สามารถพิจารณาใหม่ได้ เพราะเหมือนเป็น การฟ้องซ้ำตามประมวลกฎหมายพิจารณาความแพ่ง เมื่อมีคำวินิจฉัยแล้ว เพราะฉะนั้น จะวินิจฉัยใหม่ไม่ได้🔗

เรื่องที่ ๓ เรื่องบ่อบำบัดน้ำเสียที่คลองด่าน อนุญาโตตุลาการให้รัฐจ่าย หมื่นล้าน รัฐก็เผลอ ๆ จ่ายไป ๖,๐๐๐ ล้านบาท แต่ คตง. ได้ยื่นต่อศาลว่ามีข้อพิสูจน์ใหม่ ในที่สุดศาลยกฟ้องครับ ไม่ต้องจ่ายเงินทั้งหมดหมื่นล้าน แต่จ่ายไปแล้ว ๖,๐๐๐ ล้านบาท ตอนนี้รัฐก็พยายามที่จะเอาเงินคืน ๖,๐๐๐ ล้านบาทที่จ่ายไปแล้ว🔗

อีกคดีหนึ่งครับโฮปเวลล์ (Hopewell) พี่น้องประชาชนทั้งหลายคงเห็น เห็นเสาตอม่อ โดยเฉพาะอายุอย่างผม เหตุเกิดตั้งแต่สมัย ๔๐ ปีที่แล้ว แต่ว่าอนุญาโตตุลาการ ให้จ่ายหมื่นล้าน ทีนี้ท่านเชื่อไหมครับ ไปถึงศาล ศาลปกครองสูงสุดไปแก้จริง ๆ มันขาดอายุความ ขาดระยะเวลาที่ต้องฟ้องต่อศาลแล้ว แต่ศาลก็ยังบอกว่า ศาลได้ขยายเวลาแล้วว่าให้ขยาย ไปอีก ๕ ปี โชคดีครับ ศาลปกครองสูงสุดอุตส่าห์ให้รัฐจ่ายหมื่นล้านเหมือนกัน โฮปเวลล์ (Hopewell) ที่มันเป็นเสา ๆ ดำ ๆ ที่บางอันยังไม่ต่ออะไรเลย โชคดีมากครับ ผู้ตรวจการ แผ่นดินได้ยื่นต่อศาลรัฐธรรมนูญว่า การขยายระยะเวลาของการให้ยื่นฟ้องผิดรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นรัฐยังไม่ต้องจ่ายอีกหมื่นล้านสำหรับโฮปเวลล์ (Hopewell) คดียังคาราคาซังอยู่ เพราะว่าศาลปกครองให้จ่าย แต่ศาลรัฐธรรมนูญบอกว่าคดีนี้ไม่สามารถขยายระยะเวลาได้ นี่มันเหตุหลายอย่าง ผมอยากจะชี้ว่าขั้นตอนของอนุญาโตตุลาการ สมมุติว่าเรื่องหนึ่งเกิดขึ้น ฝ่ายรัฐบาลแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการคนหนึ่ง ฝ่ายเอกชนตั้งอนุญาโตตุลาการอีกคนหนึ่ง และอนุญาโตตุลาการ ๒ คนนี้ก็ไปตั้งคนกลางอีกคนหนึ่ง เป็น ๓ คน ท่านคิดดูครับ มัน ๓ คน เจ้าหน้าที่ช่วยขึ้นอัตราค่าตอบแทนทำให้ใหญ่ขึ้นได้ไหมครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายวิรัช พันธุมะผล แบบบัญ ชีรายชื่อ

ท่านเห็นไหมครับ อัตราการค่าตอบแทนนี้ยิ่งรัฐเสียมากเท่าไร อนุญาโตตุลาการก็จะได้ค่าตอบแทนมากขึ้น ท่านดูจากในจอ ท่านเห็นไหมครับ ค่าตอบแทนของอนุญาโตตุลาการนี่ขึ้นอยู่กับทุนทรัพย์ คือถ้าอนุญาโตตุลาการตัดสินให้รัฐแพ้เท่าไร อนุญาโตตุลาการก็ได้ค่าตัวนี้ อย่างนี้ไม่ชอบเลยครับ กระทรวงยุติธรรม นี่ของสำนักศาลยุติธรรมกำหนดค่าอนุญาโตตุลาการ ท่านเห็นไหมครับ ค่าตอบแทนนี่เป็นล้าน ๆ นะครับ เป็นล้านบาท ท่านคิดดูสิครับศาลตัดสิน ศาลไม่ได้เงิน พวกนี้หรอกครับ เพราะฉะนั้นอนุญาโตตุลาการในคดีรัฐกับเอกชน รัฐจะเสียเปรียบทุกที เพราะอะไรรู้ไหมครับ มันก็ธรรมดาละครับ เพราะว่าอนุญาโตตุลาการตัดสินให้รัฐแพ้ อนุญาโตตุลาการก็กระเป๋าหนัก มันก็ทำให้แนวโน้มที่รัฐจะชนะมันก็น้อย ขณะเดียวกันเอกชน ก็ไม่รู้ ผมว่ามันก็มีวิธีการที่จะโน้ม นอกจากค่าตอบแทนแล้วยังมีค่าอะไรก็ไม่รู้ อย่างกรณี ศาลฎีกาตัดสินเรื่องคู่สัญญาไม่สุจริต เพราะว่าอะไรรู้ไหมครับ เพราะมีอนุญาโตตุลาการ คนหนึ่งได้หุ้นของทางด่วนไปด้วย เผอิญมีใครส่งข้อมูลให้ศาลได้ ศาลเลยยกฟ้องครับ นี่ยกตัวอย่าง อย่างตัวอย่างสุดท้ายโฮปเวลล์ (Hopewell) นี้ ศาลปกครองสูงสุดไปขยาย ระยะเวลายื่นฟ้องตามกฎหมายภายใน ๕ ปีนับแต่ตั้งศาล แต่มันเกิน ๕ ปีโฮปเวลล์ (Hopewell) ศาลก็ไปออกระเบียบว่าขยายระยะเวลาได้ แต่โชคดีครับ ศาลรัฐธรรมนูญบอกว่า การขยายระยะเวลานั้นผิดรัฐธรรมนูญ ทำไม่ได้ เพราะว่าไม่ผ่านความเห็นชอบของ สภาผู้แทนราษฎร เพราะมันเป็นกฎหมาย ไปขยายกฎหมายได้อย่างไร นี่คือเหตุผลต่าง ๆ ผมจึงรู้สึกไม่ไว้วางใจในคดีที่รัฐกับเอกชน แต่เอกชนผมไม่ว่าครับ เขาเป็นเอกชนต่อเอกชน สัญญาเอกชนต่อเอกชนท่านจะเอาอย่างไรก็ตามสบาย แต่ถ้าเป็นคดีรัฐกับเอกชน ผมยังอยากให้ ศาลเป็นคนตัดสินโดยได้อำนาจเต็มที่ ใช้อำนาจอธิปไตยเต็มที่ สามารถพิจารณาทั้งข้อมูล ข้อเท็จจริง ข้อกฎหมายทุกประเด็นเพื่อพิพากษา และถ้าเป็นไปได้ชั้นกรรมาธิการ โดยใช้ที่ประชุมใหญ่ของศาลปกครองสูงสุด เพราะฉะนั้นการแก้กฎหมายนี้เป็นการรักษา ผลประโยชน์ของรัฐ เพราะฉะนั้นในกฎหมายที่ผมแก้คือ เพิ่มมาตรา ๔๐/๑ ว่า การคัดค้าน คำพิพากษา คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการในคดีพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐและเอกชน ผมย้ำเฉพาะว่าเป็นคดีรัฐกับเอกชน จะให้ในการพิจารณานี้ศาลสามารถที่จะใช้อำนาจไต่สวน พิจารณาพิพากษาได้ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในคดีข้อพิพาท โดยไม่ต้องคำนึงถึง ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในการพิจารณาของชั้นอนุญาโตตุลาการได้ คือให้ศาลไทย มีอำนาจเต็มที่ บางท่านบอกว่ากลัวว่ากฎหมายนี้มันขัดกับนิวยอร์ก คอนเวนชัน (New York Convention) หรือไม่ นิวยอร์ก คอนเวนชัน (New York convention) มันออกมาตั้งนาน แล้ว หลายปีแล้วครับ เป็นข้อตกลงเรื่องให้มีอนุญาโตตุลาการ แต่เขาไม่มีคำพูดที่ไหนเลยว่า ไม่ให้ศาลใช้อำนาจเต็มที่ อย่างที่ผ่านมาที่บางเรื่องศาลฎีกายกฟ้องก็ดี ศาลก็ใช้อำนาจเต็มที่ เพราะฉะนั้นบางคนก็บอกว่าขัดกับนิวยอร์ก คอนเวนชัน (New York Convention) ผมว่าไม่ขัดครับ เพราะว่าผมอ่านแล้ว อ่านทุกคำด้วยครับ ไม่ขัด ผมให้กระทรวงการต่างประเทศ ช่วยแปลเป็นไทยให้ แล้วก็อ่านแล้วไม่มีตรงไหนบอกว่าจำกัดอำนาจศาลที่จะพิจารณา พิพากษาได้ และพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการนี้ก็มีการแก้ไขมา ๒ หนแล้วครับ ก็ไม่เห็นขัด นิวยอร์ก คอนเวนชัน (New York convention) เลย เพราะฉะนั้นรัฐสภาเราก็ย่อมสามารถที่จะแก้พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการได้ นอกจากนี้แล้ว ผมยังเพิ่มไปอีกมาตราหนึ่งว่า คดีที่ศาลปกครองสูงสุดได้พิจารณาพิพากษาโดยไม่เป็นไปตาม มาตรา ๔๐/๑ คือไม่ได้ใช้ดุลยพินิจในการพิจารณา ทั้งข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงแล้ว คู่พิพาทอาจขอให้ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาพิพากษาใหม่ภายใน ๒ ปีนับแต่พระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับ คือรื้อฟื้นขึ้นมาพิจารณาใหม่ได้ ให้ศาลมีอำนาจเต็มที่ นี่คือเหตุผลในการที่เสนอ กฎหมายเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ รัฐจะเสียหายตลอดเวลาถ้าตั้ง อนุญาโตตุลาการขึ้นมา แล้วเราก็จะแพ้ตลอดเวลา บางท่านบอกว่าแล้วต่างชาติจะมาลงทุนหรือ ตอนนี้ไม่ต้องห่วงหรอก ต่างชาติจะแย่งวิ่งมาลงทุน เรามีจำกัดอย่างนี้ เราต้องมีอำนาจ อธิปไตย ไม่ใช่ไปอยู่ในอำนาจของเอกชนที่มาลงทุน ถ้าเราแก้กฎหมายนี้เขาก็ต้อง เห็นว่าเราใช้อำนาจอธิปไตยของเรานะ เราไม่ได้รังแกเขา เราใช้ข้อกฎหมายข้อเท็จจริง ให้ศาลใช้อำนาจเต็มที่ โดยไม่คำนึงถึงการพิจารณาของอนุญาโตตุลาการ และอีกอย่างหนึ่ง ผมฝากด้วยว่า อนุญาโตตุลาการอยากฝากสำนักงานศาลยุติธรรมที่เป็นคนกำหนด ค่าตอบแทน การกำหนดค่าตอบแทนอย่างนั้นเป็นแนวโน้มที่ทำให้อนุญาโตตุลาการ มีพฤติกรรมที่จะเข้าข้างเอกชนตลอดเวลา อันนี้ฝากอีกเรื่องหนึ่ง แต่ถ้าร่างพระราชบัญญัตินี้ ผ่านเราจะได้มีข้อสังเกตในท้ายร่างพระราชบัญญัตินี้ให้สำนักงานศาลยุติธรรมที่เป็นคน กำหนดค่าตอบแทนของอนุญาโตตุลาการให้น้อยลง ไม่ใช่ทีหนึ่งเงินเป็นล้านแล้วก็บวกกับ เปอร์เซ็นต์ของทุนทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นอีก นี่เป็นสิ่งที่น่าเป็นห่วง เพราะฉะนั้นผมจึงเสนอ ร่างกฎหมายนี้ โดยท่าน ส.ส. ของพรรคภูมิใจไทยและพรรคอนาคตใหม่ในสมัยนั้นได้ร่วมลงชื่อ มาเป็นครั้งที่ ๒ คือครั้งแรกนี้มี ส.ส. พรรคอนาคตใหม่บางท่านขาดคุณสมบัติ ผมก็เลย ขออนุมัติพรรคภูมิใจไทย ซึ่งพรรคภูมิใจไทยได้ให้ความเห็นชอบทุกคน และเซ็นชื่ออีกครั้งหนึ่ง เพื่อไม่ให้ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้นร่างพระราชบัญญัตินี้จึงผ่าน ส.ส. ทั้งพรรคอนาคต ใหม่และพรรคภูมิใจไทยเซ็นร่วมกันเป็นกฎหมายที่ผ่าน ๒ พรรคใหญ่เลย ขอบคุณครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายสุชาติ ตันเจริญ ประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้เสนอ ได้แถลงหลักการและเหตุผลเรียบร้อย ต่อไปเป็นท่านสมาชิกจะอภิปราย มีอยู่หลายท่าน เชิญ ๒ ท่านแรก ท่านเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม กับท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ก่อน เชิญครับ🔗

นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๗ พรรคเพื่อไทย ขอกราบเรียนท่านประธานว่า พระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. ๒๕๔๕ เป็นกฎหมายที่กำหนดวิธีการระงับข้อพิพาทระหว่างคู่สัญญาทางหนึ่ง ใช้บังคับ มานาน เป็นที่นิยมขององค์กรคู่สัญญา โดยสามารถระงับข้อพิพาทโดยระบบอนุญาโตตุลาการ การเสนอร่างพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยเพิ่มเติมให้คู่พิพาท สามารถยื่นต่อศาลปกครองเพื่อคัดค้านคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ในคดีข้อพิพาท ระหว่างรัฐกับเอกชน โดยให้อำนาจศาลปกครองพิจารณาไต่สวนคำร้องได้ทั้งข้อเท็จจริง และข้อกฎหมาย โดยไม่ต้องคำนึงถึงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายในขั้นพิจารณา ของอนุญาโตตุลาการได้ จะเป็นปัญหาที่ต้องพิจารณาดังต่อไปนี้🔗

๑. คู่สัญญาที่กำหนดให้มีอนุญาโตตุลาการจะต้องคำนึงว่าสัญญาดังกล่าว เป็นสัญญาทางปกครองหรือไม่ และจะทำให้ความนิยมในการใช้อนุญาโตตุลาการ เพราะสามารถล้มล้างคำชี้ขาดได้ในภายหลัง🔗

๒. การกำหนดกระบวนการไต่สวน ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ย่อมเป็น การกำหนดให้ศาลปกครองมีอำนาจไต่สวนใหม่ทั้งหมดและลบล้างข้อเท็จจริงในขั้นไต่สวน อนุญาโตตุลาการ และลบล้างเจตนาของคู่กรณีในการตั้งอนุญาโตตุลาการ🔗

๓. ร่างพระราชบัญญัติที่เสนอนี้มีผลเป็นการล้มล้างมาตรฐานทางด้าน อนุญาโตตุลาการของประเทศ และมีผลกระทบต่อความเชื่อถือในการทำสัญญาระหว่าง หน่วยงานของรัฐกับเอกชนผู้ลงทุน โดยเฉพาะผู้ลงทุนชาวต่างชาติอาจไม่เลือกประเทศไทย เป็นสถานที่ในการดำเนินการกระบวนการอนุญาโตตุลาการ🔗

๔. ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้อาจไม่สอดคล้องกับกระบวนการอนุญาโตตุลาการ ที่เป็นสากล และอาจขัดกับอนุสัญญาว่าด้วยการยอมรับนับถือและการยอมคำชี้ขาด ของอนุญาโตตุลาการต่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยเป็นภาคีสมาชิกอยู่🔗

ผมขอกราบเรียนท่านประธานว่า ด้วยเหตุผลดังกล่าวจึงไม่สามารถ รับร่างพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นี้ได้ครับ ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านจิรายุครับ🔗

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะกลั่นกรองกฎหมายของฝ่ายรัฐบาล ท่านประธานครับ ผมไม่เห็นด้วยเลย กับกฎหมายฉบับนี้ที่รัฐบาลเสนอ แล้วก็ไม่ได้อยู่ในห้วงเวลาที่จะมาเสนอเรื่องแบบนี้ในภาวะ ปัจจุบัน เนื่องจากรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำขาดดุลสะสมมาทุกปี จนเป็นนักกู้ แห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาไปแล้ว เขาจึงพยายามจะหาเงินเข้าประเทศกัน แต่ท่านประธาน ที่เคารพครับ อนุญาโตตุลาการนี้มันไม่ใช่มีแค่ประเทศไทยอย่างเดียว มันเป็นสถาบัน ที่ไประงับข้อพิพาทระหว่างรัฐกับเอกชน เมื่อสักครู่ท่านพูดปานประหนึ่งเหมือนจะแก้ต่าง ให้กับรัฐบาลเพียงอย่างเดียว อะไรที่เป็นคุณต่อรัฐบาลแก้ รัฐบาลจะได้ไม่ต้องเสียค่าโง่ ก็มันโง่มาจากรัฐมนตรี มันโง่มาจากข้าราชการที่ไปทำสัญญากับเขา พอเขาไปฟ้องศาล ไปฟ้องอนุญาโตตุลาการก็จะให้เข้าข้างรัฐบาล แล้วฝรั่งมังคุดที่ไหนเขาจะมาลงทุนละครับ ท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ กฎหมายเหล่านี้ที่มาพูดนี้ เป็นลักษณะการใช้ ความได้เปรียบที่คนในรัฐบาลจะได้ประโยชน์ต่อการแก้ไขกฎหมาย ท่านมาพูดเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ว่าอนุญาโตตุลาการได้เงินเท่านั้นเท่านี้ ปัดโธ่ เศษสตางค์ ถ้าท่านเห็นว่ามันเยอะ ก็ไปแก้ มันคนละเรื่องกัน ท่านประธานที่เคารพครับ เวลาที่ท่านพูดถึงเรื่องของรัฐสูญเสีย ผลประโยชน์ สูญเสียค่าโง่ ผมถามว่าเอกชนที่เขามาลงทุนเขาไปโง่ด้วยหรือครับ ใครโง่ก็ต้อง เอามาตัดหู ไม่ใช่ปล่อยให้โง่กันอยู่ซ้ำซาก แล้วก็มาแก้ระบบอนุญาโตตุลาการ ผมจะอภิปราย อย่างนี้ครับท่านประธานว่า ผมไม่เห็นด้วยก็เพราะว่าเวลาคนเข้าไปสู่กระบวนการ อนุญาโตตุลาการมันคือรัฐกับเอกชน มันไม่ใช่รัฐต่อรัฐ มันไม่ใช่เอกชนต่อเอกชน มันเป็น ข้อพิพาทระหว่างรัฐกับเอกชนที่เขาหาข้อยุติไม่ได้ แต่เขารักนวลสงวนตัวไม่อยากจะฟ้องร้อง ให้เป็นคดีความมากมายนัก จึงต้องใช้อนุญาโตตุลาการ ผู้เสนอก็อยู่ในแวดวงกฎหมาย ผมเข้าใจ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ อนุญาโตตุลาการคือคำชี้ขาดระหว่างรัฐกับเอกชน ที่เป็นข้อตกลงที่ไม่ขึ้นสู่กระบวนการศาล มันก็คือศาลนี่ละครับ แต่ว่าไม่ไปฟ้องกันถึงขนาด โกรธกันชาตินี้ชาติหน้า ไม่ใช่ ท่านประธานที่เคารพครับ คู่ความทั้งสองมีความพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ เมื่อชี้หรือคำพิพากษาสูงสุดของอนุญาโตตุลาการเป็นที่เรียบร้อย ทุกคนก็มีการผูกพัน ตามพันธะของคำพิพากษาครับ และท่านประธานที่เคารพครับ มันเป็นข้อผูกพันที่จะต้อง ปฏิบัติตามคำชี้ขาด แต่ท่านแก้ไขกฎหมายฉบับนี้เข้ามาสู่สภาในภาวะที่พวกท่านเป็นรัฐบาล กันไว้เผื่อรัฐบาลชุด พลเอก ประยุทธ์ จะโง่ จึงต้องแก้ไข เพราะเดี๋ยวอนุญาโตตุลาการชี้ว่า รัฐบาลหรือคณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรมใดไปโง่กับเอกชนเขาต้องจ่ายค่าโง่ แล้วก็ไปบอกว่าประเทศสูญเสีย ถ้าทำอย่างรอบคอบท่านประธานครับ ไม่มีหรอกครับ ค่าโง่ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ท่านประธานที่เคารพครับ และท่านไปแก้ไขบอกว่า จะให้ศาลปกครองมีอำนาจไต่สวนคำร้องและมีคำสั่งเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ท่านกำลังทำศาลซ้อนศาล หมายความว่าอย่างไรครับ อนุญาโตตุลาการคือคำพิพากษาจบ แต่พอท่านไปให้อำนาจศาลปกครองต้องไปดูรายละเอียดอีกนะครับว่า วินิจฉัยเรื่องอะไร มันเป็นคดีทางปกครองไหม อนุญาโตตุลาการชี้ไปเรียบร้อย คำสั่งศาลปกครองมาชี้ทีหลัง ตกลงใครศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ละครับ และมันจะมีอนุญาโตไว้ทำไม ท่านประธานที่เคารพครับ ในกรณีที่ให้คู่พิพาทของคดีอนุญาโตตุลาการ ยกตัวอย่างเช่น รัฐและเอกชน ไปให้ศาลปกครองสูงสุดพิพากษาใหม่ได้ หากกรณีดังกล่าวพิพากษาแล้วไม่เป็นไปตาม บทบัญญัติตามกฎหมายนี้ และอะไรล่ะครับ อธิบายอย่างไรครับ มันไม่ใช่มีประเทศไทย ประเทศเดียว เพราะถ้าเกิดท่านทำลักษณะเช่นนี้ แก้กฎหมายในภาวะเช่นนี้ ท่านไม่ต้อง มาพูดอวดครับว่า นักลงทุนจะมาลงทุนสวยงามอย่างโน้นอย่างนี้ ถ้าผมเป็นฝรั่งมาลงทุนในไทย ผมเป็นผมมีข้อพิพาทและเจอสมาชิกในสภาจะแก้ไขกฎหมายเอื้อประโยชน์ให้กับหน่วยงาน ของรัฐ ผมก็ไม่มาหรอกครับ ผมไปลงหุ้นลาวทำรถไฟความเร็วสูงดีกว่า ไม่ต้องทำถนนลูกรัง ให้หมดก่อนด้วย ผมไปลงทุนที่มาเลเซียดีกว่า ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซียดีกว่าไหม ท่านประธาน ที่เคารพครับ การแก้ไขกฎหมายนี้จะทำให้สถาบันอนุญาโตตุลาการของประเทศไทย และทั่วโลกสั่นสะเทือนครับ เขาเรียกว่าคดีไม่จบ ไม่จบอย่างไรครับ ท่านไปเปิด ให้ศาลปกครองพิจารณาคดีได้ใหม่หมด ต่อไปนี้ใครก็ไม่ไปอนุญาโตตุลาการ ไปทำไมล่ะครับ ไปก็เสียเวลา ท่านไม่ต้องไปยกเลิกเงินเดือนด้วยซ้ำ ถ้าเกิดท่านแก้กฎหมายแบบนี้ คนไม่ไป อนุญาโตตุลาการครับ และพันธะสัญญาที่ทำไว้กับทั่วโลก จะชี้หน้าด่าสยามประเทศ หรือไทยแลนด์ (Thailand) ครับว่า ตกลงเอากันอย่างนี้ใช่ไหม นักลงทุนจากอียู (EU) จากทั่วโลกไม่ต้องมาเมืองไทยครับ เพราะมีข้อพิพาทเมื่อไร เจ๊งกับเจ๊าอย่างเดียว ผมจึงบอก ท่านประธานครับ ที่บอกว่าไม่จบก็คือว่า ท่านกำลังทำให้อนุญาโตตุลาการกลายเป็น ศาลชั้นต้น เมื่ออนุญาโตตุลาการมีคำพิพากษาแล้ว มีการอุทธรณ์ได้ด้วยศาลปกครอง มีการฎีกาได้ด้วยศาลปกครองสูงสุด แล้วจะมีทำไมครับ คดีอนุญาโตตุลาการไม่ใช่ คดีถูกบังคับ เป็นคดีสมัครใจ เขาไม่ไปก็ได้ เขาไปฟ้องแพ่งกับรัฐก็ได้ หรือเขาจะฟ้องอาญา มาตรา ๑๕๗ ต่อข้าราชการขี้โกงก็ได้ ฟ้องรัฐมนตรีขี้โกงก็ได้ ท่านเข้าใจหลักการอย่างไรครับ ผมเลยไม่เข้าใจว่าวิธีคิดในการแก้กฎหมายฉบับนี้เอื้อประโยชน์ต่อรัฐบาลชุดนี้อย่างเดียวหรือ และถ้ารัฐบาลคราวหน้าไม่ได้เป็นชุดนี้ละครับจะทำอย่างไรครับ ที่ผมเรียกว่าไม่จบก็คือว่า ท่านไม่เคารพตามเจตนารมณ์ของคู่ความที่เข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ ๑๐ กว่าปี ที่แล้ว ในยุคปฏิวัติรัฐประหารหลังปี ๒๕๔๙ ในยุค ๒๕๕๐ อนุญาโตตุลาการเคยมีคำชี้ขาด ในคดีสำคัญของประเทศไปแล้ว ผมไม่เอ่ยถึงครับ มีการไปร้องศาลปกครองจำได้ไหมครับ แล้วก็มีการเพิกถอนคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการจนเป็นสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ในปัจจุบันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่บอกว่าไม่จบ ในต่างประเทศเขาไม่ทำกันครับ ในอังกฤษ ในยุโรปเขามีอนุญาโตตุลาการไว้ให้รัฐกับเอกชนที่ยังประนีประนอมกันได้ แต่มันมี ข้อกฎหมายที่อาจจะไม่ลงรอยกัน เขียนทีโออาร์ (TOR) ประมูลแล้วจัดซื้อจัดจ้างออกมาแล้ว มันอาจจะมีข้อพิพาทขัดแย้งกัน จึงเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการเพื่อเคลียร์ความกัน แต่พอฝ่ายไหนไม่ได้ประโยชน์ พอรัฐแพ้ ท่านบอกว่าต้องมีศาลปกครองเข้ามาเกี่ยวข้อง เอาอย่างนี้พูดอย่างนี้ก็ได้ประโยชน์สิครับ และถ้าเกิดผมเป็นนักลงต่างทุนต่างชาติ ผมมาลงทุนมูลค่าหมื่นล้าน แสนล้านในประเทศไทย ถ้าผมฟ้องศาลโลกล่ะครับ หรือถ้าผม ฟ้องศาลระดับชาติละครับ ระดับอาเซียนละครับ ผมฟ้องอียู (EU) ฟ้องผู้ลงทุนต่าง ๆ ตามพันธะสัญญาที่ประเทศไทยทำไว้เป็นร้อย ๆ ฉบับ ท่านผู้เสนอกฎหมายรู้ไหมครับ รู้ แต่ก็พยายามจะหาวิธีการแก้ไขท่านประธานครับ ผมใช้เวลาเลยนิดหน่อยนะครับ ท่านประธานครับ ท่านจะระวังที่จะไปกระทบต่อ พระราชบัญญัติตั้งศาลปกครอง เมื่อปี ๒๕๔๒ ตามมาตรา ๗๕ เขาเขียนไว้ชัดว่าศาลปกครอง นั้นตั้งขึ้นมาทำอะไรได้บ้าง พอท่านไปแก้ตรงนี้ มันจะต้องไปแก้อีกเยอะแยะมากมาย สุดท้ายแล้วก็จะมีคนเสียประโยชน์ หลักการมันมาแบบแปลก ๆ ผมรับไม่ได้อย่างแน่นอน แต่ยิ่งท่านไปกล่าวหาว่าเขามีเงินมีทอง นี่ถ้าผมเป็นผู้พิพากษาศาลผมรีบฟ้องเลย กระบวนการเหล่านี้ไม่ได้มีแค่อนุญาโตตุลาการหรอกครับ ศาลที่ไหน คดีที่ไหนมันก็มี ถ้าท่าน เห็นว่ามันเยอะไปก็แก้ อะไรที่คิดว่ามันไม่ดีก็ลงโทษสิ คณะรัฐมนตรีบางคนไม่ดีหมายความว่าทั้ง คณะรัฐมนตรีหรือครับ อาจจะมีรัฐมนตรีไม่ดีบางคนก็เป็นได้ ท่านประธานที่เคารพครับ สุดท้ายปลายทางที่ท่านบอกว่ากรณีที่เราเสียค่าโง่ต่าง ๆ และอาจจะทำให้การส่งเสริม การลงทุนมีปัญหา ผมยืนยันครับว่า ถ้ากฎหมายฉบับนี้วันนี้มีใครรับญัตติเรื่องนี้แล้วเห็นด้วย ผมรับรองได้ครับว่าประเทศไทยจะกลายเป็นประเทศกะลาแลนด์ (Land) จะไม่มีใครเข้ามา เพราะเข้ามาไม่มีอะไรที่จะยืนยันได้ ผมถามท่านประธานจะไปลงทุนอะไรสักอย่าง ไปเจอนายอำเภอ ถ้าเป็นแบบฝรั่งเขาเรียก ไปเจอนายอำเภอเรียกรับส่วยก่อนแล้ว แล้วรับประกันบอกว่ากฎหมายไม่ต้อง เอากฎหมู่เป็นที่ตั้ง ถ้ามีปัญหาเดี๋ยวล้ม ผมก็ไม่ไป ลงทุนครับท่านประธาน สุดท้ายปลายทางผมจะบอกท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้เสนอว่า จริง ๆ แล้วกฎหมายบางอย่างเป็นกฎหมายที่มีความตั้งใจดี แต่กรณีดังกล่าวนี้ผมคิดว่า ภาษาอังกฤษเขาเรียก เซนซิทีฟ (Sensitive) กระทบกระทั่งต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ กระทบกระทั่งต่อความต้องการของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่จะหาเงินลงทุนจาก ต่างชาติเข้ามาในประเทศไทยอย่างรุนแรง เมื่อเขาไม่มีอนุญาโตตุลาการ หรือท่านไปแก้ไข จนเขาเป็นศาลเพียงชั้นต้น มีการอุทธรณ์ได้ มีการฎีกาได้ อย่าลืม อนุญาโตตุลาการ ไม่ใช่ศาลชั้นต้น อุทธรณ์และฎีกา ผมจึงไม่สามารถรับหลักการในชั้นรับหลักการในวาระที่ ๑ ได้ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๓ ท่าน ท่านเกียรติ สิทธีอมร ท่านสงวน พงษ์มณี และท่านธีรัจชัย พันธุมาศ ขอเชิญท่านเกียรติ สิทธีอมร ครับ🔗

นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาต ให้ความเห็นในเรื่องของร่าง พ.ร.บ. อนุญาโตตุลาการฉบับนี้ จริง ๆ แล้วผมเองเคยเป็น กรรมการอนุญาโตตุลาการของไอซีซี (ICC) ที่ปารีส อยู่ ๓ ปี แล้วก็เป็นประธาน อนุญาโตตุลาการการค้าไทย และเป็นคนหนึ่งที่เกี่ยวข้องในกระบวนการในการออกกฎหมาย สมัยปี ๒๕๔๕ จริง ๆ แล้วหลักของอนุญาโตตุลาการคือเป็นกระบวนการยุติธรรมทางเลือก ทางเลือกที่คู่สัญญาเห็นตรงกันว่าอยากจะไปใช้กลไกนี้เป็นหลัก ในโลกนี้มีหลายกรอบครับ อนุญาโตตุลาการไม่ใช่มีเฉพาะไอซีซี (ICC) หรือหอการค้านานาชาติ ของสหประชาชาติ ก็มีครับ อันซิทราล (UNCITRAL) และจริง ๆ โมเดลลอว์ (Model Law) กฎหมายของเรา ที่ออกมาในประเทศ ๒๕๔๕ ก็เป็นโครงสร้างเดียวกับอันซิทราล (UNCITRAL) ก็คือไม่ต้องมี กรรมการนั่งกำกับดูแลอยู่ แต่ของไอซีซี (ICC) เป็นหลักที่มีกรรมการดูแลว่าให้กระบวนการ ในการพิจารณาอนุญาโตตุลาการมีความเป็นธรรมเกิดขึ้น ทั้งหมดทุกกรอบที่ผมพูดถึง รวมทั้งกรอบของประเทศไทยด้วย ถามว่ามันทบทวนคำตัดสินได้หรือไม่ ถ้าเรามีหลักฐาน อันควรเชื่อได้ว่าเกิดความไม่ยุติธรรมขึ้นในกระบวนพิจารณา คำตอบคือได้นะครับ ทบทวนอย่างไรครับ กรณีใดบ้าง🔗

กรณีที่ ๑ ก็คือว่าหลักฐานบางอย่างไม่ได้มีการนำมาพิจารณาอย่างครบถ้วน🔗

ประการที่ ๒ ก็ถือว่าแม้กระทั่งประเด็นข้อกฎหมายบางข้อมิได้มีการนำมา พิจารณา🔗

และประการที่ ๓ ที่ผมเคยเห็นประสบด้วยตัวเองก็คือว่า มีการลากเรื่อง ให้คดีความหรือกระบวนการพิจารณามันลากยาวขึ้นไป เพราะมีความได้เปรียบ เสียเปรียบ ระหว่างคู่สัญญา🔗

และประการสุดท้ายก็คือว่า ตัวอนุญาโตตุลาการเองบางท่านอาจจะ ไม่มีความเป็นกลาง หรือเสียความเป็นกลางด้วยเหตุผลใดเหตุผลหนึ่ง ก็มีการทบทวนได้ ฉะนั้นประเทศไทยถามว่าคดีต่าง ๆ ที่ไปผ่านกระบวนการอนุญาโตตุลาการนี้เคยมี การทบทวนกันหรือไม่ เคยไปสู่ศาลทั้งศาลแพ่งและศาลอื่น ๆ ด้วยหรือไม่ มี และมีการทบทวนในหลายกรณีมาก คำถามก็เลยมีอยู่ว่าทำไมเรายังมีความรู้สึกว่า หน่วยงานรัฐ เมื่อไรก็แล้วแต่ไปทำสัญญาในลักษณะที่เปิดช่องให้มีการทำอนุญาโตตุลาการได้ เกิดความไม่เป็นธรรมขึ้น ทำไมมีความรู้สึกอย่างนั้น หรือทำไมมีความเชื่ออย่างนั้น บางคนเชื่อจริง ๆ ท่านประธาน ผมก็เรียนท่านประธานได้ง่ายเลยครับ เพราะมีช่วงหนึ่ง ตอนนั้นที่เรามีการทบทวนคดีของอนุญาโตตุลาการทั้งหลาย เราลงรายละเอียดมากเลยครับ ว่าแพ้เพราะอะไร แล้วเชื่อไหมครับท่านประธาน ที่แพ้ส่วนใหญ่ก็คือว่าหลักฐานสำคัญ ๆ ที่เก็บไว้ในหน่วยงานรัฐเองที่ไปสู้คดีไม่ได้มีการนำสู่กระบวนการพิจารณา หลักฐานบางเรื่อง ที่เป็นหลักฐานสำคัญหายไประหว่างทาง อันนี้ก็ต้องไปถามกันแล้วแต่กรณีว่า กรณีต่าง ๆ ที่มันหายไปด้วยเหตุผลอะไร แต่เหตุผลอันหนึ่งที่เห็นได้ชัดว่าเกิดขึ้น ก็คือว่าคนที่ไปเป็น ตัวแทนของหน่วยงานรัฐนั้น ๆ ที่รับผิดชอบในเรื่องอนุญาโตตุลาการนั้น มิได้เป็นคนที่อยู่ ในกระบวนการของสัญญาที่เกิดความขัดแย้งขึ้น พูดง่าย ๆ ส่งไม้ต่อครับ เพราะคนที่ดูแล สัญญาเดิมไม่อยากยุ่งครับ ก็ส่งไม้ต่อ ส่งไม้ต่อก็ส่งแบบไม่ครบ อาวุธไม่ครบ หลักฐานไม่ครบ แล้วมีการแพ้คดีก็ไม่น้อย ตรงนี้เป็นที่มาที่ไปของว่าทำไมเราถึงมีความรู้สึกอย่างนั้น แต่การที่จะ อยู่ดี ๆ ออกกฎหมายฉบับหนึ่งแล้วบอกว่ากฎหมายที่เรายอมรับอนุญาโตตุลาการ เรายอมรับตั้งแต่ ๑๙๕๘ ครับท่านประธาน นิวยอร์ก คอนเวนชัน (New York Convention) อนุสัญญา ๑๙๕๘ แล้วบอกว่าทุกประเทศตอนนี้มีสมาชิกอยู่ ๑๕๖ ประเทศ เราบอกว่าเมื่อไร ก็แล้วแต่มีคำพิพากษาหรือคำวินิจฉัยผ่านกระบวนการอนุญาโตตุลาการนั้น ประเทศนั้น ๆ จะต้องบังคับคดีอย่างเดียวครับ หรือจะทบทวนใหม่ก็เข้ากรณีที่ผมได้พูดถึงก่อนหน้านี้ จะอยู่ดี ๆ ให้อำนาจศาลใดศาลหนึ่งไปเพิกถอนคำวินิจฉัยไม่ได้ครับท่านประธาน หรือจะไป บอกว่าเอาไปทบทวนกันใหม่หมด เริ่มศูนย์ใหม่หมดเลย อันนี้กระทบกับความน่าเชื่อถือของ ประเทศอย่างยิ่งครับ ทีนี้ถามว่าหน่วยงานรัฐของไทยเป็นหน่วยงานที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ด้วยตัวเองหรือเปล่า ถ้าท่านประธานมีโอกาสไปคุยกับบริษัทที่เขาเป็นคู่สัญญา มีหลายกรณี ที่บริษัทที่เป็นคู่สัญญาเขาบอกว่าผ่านกระบวนการในประเทศไทยอนุญาโตตุลาการแล้ว เขาเองก็ยังไม่ได้รับความเป็นธรรมเลย แล้วถามว่าเขาทำอย่างไรในกรณีเหล่านั้น ท่านประธาน ทราบไหมครับ มีกฎหมายในหลายประเทศ ทั้งสหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกา พูดง่าย ๆ เขาแพ้คดีในไทย แต่เขาไปบังคับคดียึดทรัพย์สินของไทยในต่างประเทศก็มีครับ มีหลายกรณี ที่เกิดขึ้นในอดีต เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้วไม่ว่าจะผ่านกระบวนการยุติธรรมอย่างไรก็แล้วแต่ จะเป็นศาลหรือจะเป็นอนุญาโตตุลาการก็แล้วแต่ ถ้าเกิดความไม่เป็นธรรมขึ้น ถ้านักลงทุน ต่างชาติเขาก็มีช่องทางในการที่จะเอาคืนว่าง่าย ๆ ในแต่ละประเทศจะมีแนวทางไม่เหมือนกัน แต่ทั้งหมดนี้แพ้ชนะมันอยู่ที่อะไรครับ อยู่ที่ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย และเราพบ หลายกรณีมากของรัฐวิสาหกิจ ตอนนั้นที่ผมลงไปดูในรายละเอียดพบชัดเจนเลยครับว่า หลักฐานที่สำคัญในคดีที่เป็นข้อพิพาทกันมันไม่ได้ถูกไปรวมในสำนวนในการต่อสู้คดี ฉะนั้นทำไมเราไม่แก้ต้นทางละครับ การส่งมอบเมื่อกรณีเกิดความขัดแย้งเกิดขึ้นของ หน่วยงานรัฐ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องไม่เคยเกี่ยวเลย ไปปลายทางส่งไปอัยการ อัยการไปว่ากัน ปรากฏว่าข้อมูลไม่ครบ มันทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบตรงนี้ แต่การที่จะ ออกกฎหมายในลักษณะเช่นนี้ ผมคิดว่าเราคงไม่ควรแก้ปัญหาหนึ่งโดยการสร้างปัญหา อีกอย่างหนึ่ง ผมคิดว่าผมยอมรับได้ว่าเรามีปัญหาในบางกรณีที่ทำให้เราเสียเปรียบ ในกระบวนการ ไม่ว่าเป็นศาลยุติธรรมหรืออนุญาโตตุลาการก็ตาม ทั้ง ๒ อย่างเรามีกรณีของ ความไม่ครบถ้วนของข้อมูลข้อเท็จจริง และทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบที่มี การส่งมอบกันระหว่างทาง ผมขออีกนิดเดียว เพราะฉะนั้นจริง ๆ เราทำความเข้าใจเสียก่อนครับ แพ้เพราะอะไร หรือชนะเพราะอะไร แล้วอย่าไปมีอคติกับกระบวนการ แต่ไปเน้นในเรื่อง ข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการนำเสนอ พฤติกรรมของอนุญาโตตุลาการมีบ้างไหม ในกรณีของในต่างประเทศและในประเทศ มีครับ คู่สัญญาเปลี่ยนตัวอนุญาโตตุลาการได้ ถ้าเห็นเกิดความไม่เป็นธรรมขึ้น ระหว่างทางก็เปลี่ยนได้ครับ เราเห็นมีกรณีเช่นนี้หลายครั้ง หลายกรณีมาก หลายคดีที่เกิดขึ้น🔗

สุดท้ายครับ เมื่อสักครู่ผมงงเรื่องค่าตอบแทนนิดหนึ่ง พอดีเห็นขึ้นชาร์ต (Chart) เร็ว ๆ ครับ ท่านประธานครับ ผมก็มีส่วนร่วมในการพิจารณาค่าตอบแทนของหลาย อนุญาโตตุลาการ หลายโครงสร้าง ปกติเขาฟิกซ์ (Fix) นะครับ คือพูดง่าย ๆ เท่าไรเท่านั้น คดีนี้เท่านี้ ไม่ได้มีการแปรผันไปกับความเสียหายที่เกิดขึ้น เพราะว่าคดีพิพาทมันเสียหายแล้ว การชดใช้ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับการทำงานของตัวอนุญาโตตุลาการ อันนี้ผมก็ไม่เห็นจริง ๆ นะครับ ชาร์ต (Chart) ที่ขึ้นมาเมื่อครู่ แต่ที่ผมตอบได้ก็คือในกรณีของไอซีซี (ICC) ไม่ได้เป็นอย่างนั้น และในกรณีของอนุญาโตตุลาการภายใต้หอการค้าไทยก็ไม่ใช่เป็นลักษณะ ดังกล่าวครับ ก็ขอให้ตั้งหลักให้ดี เพราะว่าอันนี้อาจจะมีความอ่อนไหวต่อความน่าเชื่อถือ ของประเทศไทยและกระบวนการยุติธรรมของไทยอย่างยิ่งครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสงวน พงษ์มณี ครับ🔗

นายสงวน พงษ์มณี ลำพูน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ท่านประธานครับ ผมอยากจะเชิญชวนสมาชิกของเรา กฎหมาย ฉบับนี้มันเป็นประเด็นสาธารณะที่น่าสนใจมาก แล้วก็ขอบคุณท่านวิรัชที่ได้เสนอเข้ามา ท่านเป็นนักกฎหมายท่านก็มองมุมของกฎหมายที่มันเกิดปัญหา ผมศึกษาดูแล้ว เพราะว่า กฎหมายเข้าสภาและเป็นกฎหมายใหม่ ซึ่งผมยังไม่เคยลุกขึ้นมาพูดในเรื่องนี้เลย ท่านครับ กฎหมายฉบับนี้ ปี ๒๕๔๕ ที่ท่านจะแก้มาตรา ๔๐ เพิ่มเข้าไปเป็นมาตรา ๔๐/๑ นี้ มันมีทั้งหมด ๔๘ มาตราครับ แล้วท่านแก้หมวด ๖ หมวด ๖ คือหมวดว่าด้วยการคัดค้าน คำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการ ในหมวดนี้มาตรา ๔๐ เขียนไว้อย่างละเอียดว่า เราไม่เห็นด้วยนี้ เราจะทำอย่างไรบ้าง มีมาตราเดียว แต่ว่ามี ๒ วงเล็บ แต่ละวงเล็บก็มีหลายอนุ (ก) (ข) (ค) (ง) (จ) อย่างนี้ มันทำให้เห็นภาพว่าที่เขียนมามันชัดว่าเขาระมัดระวังและเขาก็คิดว่ามันควรจะ คู่กับหมวดอะไร ก็ไปคู่กับหมวด ๗ ครับ หมวด ๗ นี้หมวดว่าด้วยการยอมรับและการร้องขอ ให้บังคับคดีว่าเป็นอย่างไร ฉันชี้ขาดว่าฉันถูกแล้ว ถ้าฉันต้องการนี่ยังต้องไปฟ้องศาล การยอมรับ และบังคับตามคำชี้ขาด เห็นไหมครับ หมวดหลังนี่หมวด ๗ มีตั้งหลายมาตรา มาตรา ๔๕ ยิ่งเขียนไว้ว่า เมื่อศาลตัดสินอย่างไรแล้ว บังคับแล้วอุทธรณ์ยากมาก นั่นหมายความว่าต้องการสร้างความเชื่อถือ เพราะอะไรครับ เพราะว่าอนุญาโตตุลาการ นี่มันคือข้อตกลงบังคับก่อนระหว่างผู้ลงทุน ทีนี้เรามาดูเนื้อหาที่ท่านแก้ ท่านครับ มันจะทำ ได้ไหม ถ้าเราแก้ให้เฉพาะความขัดแย้งระหว่างกับเอกชน ระหว่างเอกชนต่อเอกชนไม่แก้ กฎหมายนี้จะมีช่องให้เราทำได้ไหม รัฐธรรมนูญบอกว่ากฎหมายต้องบังคับเป็นการทั่วไป ไม่ใช่บังคับเฉพาะคู่สัญญาระหว่างกับเอกชน เอกชนกับเอกชนนี่ถ้าไม่ทำแล้วเขาจะ คิดอย่างไร ทีนี้เรามาดูมาตรา ๑๕ เขียนอย่างไรครับ เขียนว่าคู่สัญญาระหว่างรัฐกับเอกชน เขียนไว้ว่า แม้เป็นคำสั่งทางปกครองหรือไม่ก็ตาม เขาก็สามารถจะตั้งคณะทำงาน คณะนี้ขึ้นมาไกล่เกลี่ยได้ นั่นก็แสดงว่าบางอย่างไม่ใช่คำสั่งทางปกครอง และจะขึ้น ศาลปกครองได้อย่างไร สิ่งเหล่านี้ที่ผมมีคำถามขึ้นว่า ถ้าแก้แบบนี้แล้ว ความเป็นไปได้ ในการจัดการปัญหานี่มันจะไปยุติที่ตรงไหน ท่านครับ ความน่าเชื่อถืออย่างหนึ่ง ของคนต่างประเทศที่เขาจะมาลงทุนบ้านเราหรือว่านายทุนด้วยกันเอง คือความไว้เนื้อเชื่อใจ ซึ่งกันและกัน รัฐต้องมาเปิดโอกาสให้อำนาจเอกชน และรัฐนี่ตั้งคณะไกล่เกลี่ยขึ้นมา เรียกอนุญาโตตุลาการ ๒ ฝ่ายแล้วก็มาตัดสินกัน เมื่อตัดสินแล้วถ้าไม่ยอมรับก็เปิดหมวด ๖ ให้มาว่าคุณโต้แย้งได้ เมื่อรับแล้วนี่แพ้แล้ว รับแล้วจะบังคับอย่างไร ก็เปิดหมวด ๗ ขึ้นมา ให้เราทำงานต่อ ท่านครับ เราลองมาอ่านดูที่ท่านเขียน แนวคิดในการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ อนุญาโตตุลาการมันมีสิ่งใหม่เกิดขึ้น ท่านเปลี่ยนระบบศาลเป็นระบบไต่สวนเลย ให้ไต่สวน แล้วให้ยกหลักฐานข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่ยังไม่ได้เคยมาพิจารณานี้ มาใช้ในศาล ชั้นสุดท้ายที่ท่านบอกว่าที่ตั้งขึ้นมาใหม่นี้ ที่ให้โอกาสใหม่ ให้อำนาจศาลใหม่ขึ้นมาพิจารณา ได้ ณ จุดนี้ครับ ที่ผมมานั่งคิดว่านี่คือหลักการที่พวกเราต้องช่วยกันคิด หากเราจะแก้ปัญหา อย่างหนึ่งแล้วนี้ มันจะเกิดปัญหาใหม่ตามมาหรือไม่ ผมคิดว่าทุกคนที่นั่งในที่นี่ก็มีความคิด ที่แตกต่างหลากหลาย ความเห็นทางกฎหมายของพวกเรานี้มันยุติในสภานี้ไม่ได้ มันก็ไปยุติ ในชั้นกรรมาธิการถ้าเรารับหลักการไปแล้วนี้ แต่ถ้าเราไม่รับหลักการ รัฐบาลควรจะ ร่างเข้ามาใหม่ถ้าเหตุมันมีปัญหา ผมก็ตกใจหลายเรื่องท่านครับ วันนี้ในสังคม ในคณะกรรมาธิการ คณะผม คณะศาลนี้ครับ ชาวบ้านเขามาร้องว่าในหมวด ๗ เลื่อนนัดเพราะโควิด (COVID) ๗-๘ เดือนท่านประธานครับ ปัญหามันเกิดขึ้นเพราะโควิด (COVID) ไปเช็ก (Check) ดูจริง ๆ ศาลก็ไม่ได้รับความช่วยเหลือจากเงินกู้ที่ท่านกู้เลย ผมพูดนอกประเด็นนิดหนึ่งในตัวนี้ เพื่อชี้ให้เห็นว่าปัญหาเรื่องนี้มีหรือไม่ มีครับ แต่มันไม่ได้หมายความว่ามีที่รัฐแพ้ตลอด ไม่ใช่ มันมีที่ว่าเอกชนต่อเอกชนจัดการปัญหากันแล้วนี้ต้องไปฟ้องศาลให้บังคับตามคำชี้ขาด ของอนุญาโตตุลาการ ยืดจนกระทั่งว่าฝ่ายที่ชนะแล้วนี้ยังไม่ได้รับผลประโยชน์อะไรเลย ถ้าเราจะแก้ แก้ตรงนี้บ้างได้หรือไม่ แต่ถ้ามาแก้ตรงที่ท่านกำลังจะแก้นี้ ผมว่าแก้เสร็จแล้วนี้ น่าจะเกิดปัญหาตามมาครับผม ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไปครับ ท่านธีรัจชัย พันธุมาศ ครับ🔗

นายธีรัจชัย พันธุมาศ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานที่เคารพครับ การระงับข้อพิพาทของเอกชนกับเอกชน เอกชนกับรัฐ รัฐกับเอกชน ระงับได้หลายวิธีครับ วิธีที่หนึ่งก็คือเป็นการเจรจากัน แล้วก็ตกลงกันว่าจะมีข้อยุติอย่างไร แต่ข้อนี้มีข้อเสียก็คือการไม่มีสภาพบังคับ วิธีที่ ๒ คือ การใช้อนุญาโตตุลาการ หลักที่ดีก็คือใช้คนกลางเข้ามาเป็นผู้เชี่ยวชาญ ที่มีผู้เชี่ยวชาญ เฉพาะด้าน แต่ละฝ่ายต่างเลือกคนของตัวเองขึ้นมา แล้วมาพิจารณา ข้อดีของมันก็คือ มีความรวดเร็วกว่าศาล เพราะศาลใช้ผู้พิพากษา ซึ่งรู้แต่กฎหมายแข็งตัว จะใช้ตามกฎหมาย หลัก ๆ และช้า มีศาลชั้นต้น อุทธรณ์ ฎีกา ในส่วนของความซับซ้อนในการพิจารณา จะไม่ใช้ กระบวนการพิจารณา วิธีพิจารณาความแพ่งอะไรขึ้นมาเกี่ยว ตรงนี้มันทำให้การพิจารณา ได้ง่ายขึ้น ในเรื่องของความลับและรักษาชื่อเสียงของระบบอนุญาโตตุลาการนั้น สามารถลับ ชื่อเสียงทางการค้า ความลับต่าง ๆ ไม่ใช่ใช้วิธีเปิดเผยแบบศาล ซึ่งจะให้พิจารณาโดยเปิดเผย อีกทั้งในส่วนของการรักษาความสัมพันธ์ของคู่พิพาททั้ง ๒ ฝ่าย สามารถแก้ปัญหาได้ เมื่อเสร็จแล้วตัดสินอย่างไร ข้อเท็จจริงอย่างไร ข้อกฎหมายอย่างไร ส่วนใหญ่ในแต่ละ ประเทศนั้นเขาจะมาให้ศาลนั้นวินิจฉัยเพื่อจะให้มีการบังคับ ถ้าเกิดมีการฝ่าฝืนไม่บังคับ นี่คือหลักการที่สำคัญของระบบอนุญาโตตุลาการ ขอเรียนอย่างนี้ เราอาจจะเห็นในประเทศ เรามีคดีค่าโง่ ค่าโง่ทางด่วน ค่าโง่สารพัดเลยที่เกิดขึ้นในประเทศเรา โดยส่วนใหญ่รัฐจะเป็น ฝ่ายเสียค่าโง่แล้วก็เสียหายอย่างมากมาย กรณีอย่างนี้ถามว่ามันเกี่ยวกับระบบ อนุญาโตตุลาการโดยแท้หรือไม่ ตอบโดยจริงว่ามันก็ไม่ใช่เสมอไป ระบบอนุญาโตตุลาการ โดยที่ผมอธิบาย ๓-๔ หลักการตรงนั้น เป็นระบบที่ดีอยู่แล้ว มันสร้างให้เกิดการค้า และความไว้เนื้อเชื่อใจกัน แต่ระบบที่เราแพ้ ส่วนใหญ่ก็อาจจะพอมีหลายกรณี ยกตัวอย่างเช่น อย่างเมื่อสักครู่มีท่านผู้อภิปรายบอกว่าเราส่งเอกสารที่สำคัญในการเข้าไปสู่กระบวนการ อนุญาโตตุลาการนั้นไม่ครบถ้วน การส่งต่อเอกสารจากข้าราชการจุดหนึ่ง มาสู่ข้าราชการ อีกส่วนหนึ่ง ไม่อยากจะมีใครรับผิดชอบในประเด็นที่ตัวเองต้องรับผิดชอบอย่างแรง ๆ แล้วส่งอย่างไม่ครบถ้วน ขาดไป ก็เลยแพ้คดีในการวินิจฉัย นั่นคือกรณีพูดถึงเรื่องสุจริตเลย แต่ร้ายแรงกว่านั้นก็คือการทุจริต การซื้อตัวจากฝ่ายตรงข้ามของธุรกิจเอกชนที่ไม่สุจริต ก็มีการซื้อตัว แล้วให้ทำลายหลักฐานที่สำคัญออกจากสำนวนคดีในการวินิจฉัยอนุญาโตตุลาการ การแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองหรือฝ่ายข้าราชการที่สูงกว่า เหนือกว่าที่ไปรับผลประโยชน์ จากฝ่ายอีกฝ่ายหนึ่งเข้ามา แล้วก็มาจัดการดึงเอกสารสำคัญไป ทำให้เราแพ้คดี แล้วก็แพ้อย่างนี้ตลอดไป ประเด็นปัญหามันอยู่ที่กระบวนการอนุญาโตตุลาการหรือไม่ ผมดูแล้วไม่ใช่ครับ ประเด็นปัญหาคือการปราบปรามทุจริตคอร์รัปชันและระบบของ การตรวจสอบ ส่งต่อเอกสารที่ครบถ้วน เราไม่มีครับ และถามว่าแต่ละคดีที่เราเสียค่าโง่ไปนั้น เราได้ตรวจสอบหาคนผิดมาหรือเปล่า ไม่มีครับ นั่นเป็นเพราะคนที่มีอำนาจในประเทศเรานั้น สมยอมกับระบบอนุญาโตตุลาการแบบบิดเบี้ยวที่ให้คนฝ่ายรัฐเองนั่นละครับ ที่เอาเอกสาร ข้อมูลใส่ให้น้อย ๆ เพื่อให้แพ้ และได้ประโยชน์ส่วนน้อย ๆ กับบริษัทหรือคนคู่พิพาท ที่เกี่ยวข้องขึ้นมา และเอาตรงนี้เอาเงินภาษีของประเทศไปจ่ายค่าโง่ต่าง ๆ ขึ้นมา กระบวนการ ที่ท่าน ส.ส. วิรัช พันธุมะผล เสนอ ขออนุญาตเอ่ยนาม เข้าใจว่าอาจจะตกใจกับกระบวนการ ที่ค่าโง่ แต่กรณีอย่างนี้มันไม่ได้แก้ที่ตรงจุด แต่กรณีอย่างนี้คือเสนอให้ศาลปกครองนั้น สามารถทบทวนได้เหมือนเริ่มนับ ๑ ใหม่ นั่นคือทำให้ความรวดเร็วของหลักการของ อนุญาโตตุลาการนั้นสูญหายไปเลยครับ มันไม่มีการรักษาความลับ เท่ากับว่าอนุญาโตตุลาการ ของเรานั้นทำไปก็เสียเวลาเปล่า สุดท้ายก็มาฟ้องกันได้อยู่ดี และไม่มีเหตุเลย ข้อที่ท่านเสนอ มาตรงนี้ไม่มีเหตุเลยว่าจะต้องมีเหตุทุจริตเหตุอะไรขึ้นมาถึงจะต้องมีการทบทวนรายได้ ระหว่างที่จะเอาข้อมูลเข้าสู่กระบวนการอนุญาโตตุลาการ นั่นหมายความว่าร่างฉบับนี้ สามารถร้องขอให้รื้อฟื้นและล้มคำวินิจฉัยอนุญาโตตุลาการได้เสมอโดยศาลปกครอง เท่ากับว่าฟ้องคดีใหม่ ทำไปปี ๒ ปี ๓ ปี มาฟ้องคดีใหม่อีก ๕-๖ ปี มันไม่เกิดประโยชน์อะไร ในการที่จะระงับข้อพิพาทอะไรได้เลย ดังนั้นโดยหลักการของร่างแก้ไขฉบับนี้น่าจะ คลาดเคลื่อนต่อหลักที่ควรจะเป็น และไม่ตรงประเด็นในการที่จะแก้ไขปัญหาของความยุติธรรม ในกระบวนการอนุญาโตตุลาการ และการแก้ปัญหาค่าโง่ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ผมจึงเห็นว่าในกรณีนี้ มันยังไม่สมควรแก้แบบนี้ เพราะถ้าแก้นั้นความเชื่อถือของไทยกับนานาอารยประเทศที่เขาใช้ ระบบการค้าแบบเสรีแล้วก็เชื่อถือในกระบวนการของอนุญาโตตุลาการที่มีหลักที่นึกถึง ความรวดเร็ว ลดความยุ่งยากซับซ้อนคดี รักษาชื่อเสียงความลับ และรักษาความสัมพันธ์ ของคู่พิพาทนั้นมันจะหายไปทันที มันเป็นการต่อสู้กันซ้ำแล้วซ้ำอีก ตรงนี้ผมคิดว่าหลักการ และเนื้อหาของร่างแบบนี้น่าจะไม่เหมาะสมที่จะมาใช้แก้ไขในขณะนี้ ผมจึงเห็นว่าผมไม่อาจ ที่จะรับหลักการในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านวีระกรครับ🔗

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับ ผมกับท่านวิรัช พันธุมะผล เป็นผู้ที่ใกล้ชิดกันเพราะว่าอยู่ในกรรมาธิการ ด้วยกันหลายคณะ แล้วก็ต้องยอมรับว่าผมกับท่านไม่ค่อยเห็นตรงกัน แต่วันนี้พอท่าน นำเสนอพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นี้ รู้สึกเคลิ้มเลยครับ รู้สึกมีความรู้สึกคล้อยไปในแนวทางที่ท่านได้นำเสนอ เพราะว่าหลายครั้งหลายหนเราจะเห็นว่า การที่ให้อนุญาโตตุลาการตัดสินปัญหาระหว่างรัฐกับเอกชนนั้นมันมีปัญหาจริง ๆ แต่ว่าเราก็เป็นปัญหาที่เราไปตามข่าว เราไม่ได้ลงลึกในรายละเอียดเท่าไร ก็ไม่ทราบว่า มันเกิดจากอะไร แต่ว่าวันนี้เมื่อท่านนำเสนอ โดยเฉพาะการนำเสนอแผ่นชาร์ต (Chart) ที่ขึ้นค่าตอบแทนให้กับอนุญาโตตุลาการ ทำให้ผมมองไปเห็นถึงข้อจำกัดในเรื่องของ กระบวนการอนุญาโตตุลาการ ซึ่งจะมีข้อยกเว้นว่าในกรณีใดบ้างที่อนุญาโตตุลาการนั้น สามารถรื้อฟื้นได้ เช่น กรณี ๑. ก็คือเรื่องของมีหลักฐานไม่ครบ ๒. ก็มีเรื่องของการไม่นำ ข้อกฎหมายมาพิจารณาให้ครบ ๓. ก็คือลากยาวเพื่อให้เป็นประโยชน์กับฝ่ายตน ๔. ก็คือตัวอนุญาโตตุลาการขาดความเป็นกลาง แน่นอนครับ ถ้าหากว่าค่าตอบแทน ของอนุญาโตตุลาการเป็นไปตามชาร์ต (Chart) หรือเป็นไปตามข้อกำหนดที่ท่านวิรัชได้นำมาเสนอ ต่อสภาเมื่อสักครู่นี้ แน่นอนครับว่าอนุญาโตตุลาการย่อมมีความเอนเอียงแน่นอน ท่านเห็นไหมครับว่าบรรทัดสุดท้ายที่ท่านนำเสนอเมื่อสักครู่นี้ มูลค่าความเสียหาย ๒,๐๐๐ ล้านบาทขึ้นไป อนุญาโตตุลาการได้ค่าใช้จ่าย ค่าตอบแทน ๒ ล้านบาท บวก .๐๔ เปอร์เซ็นต์ ถ้าผมจำไม่ผิดของค่าเสียหาย ถ้าหากมันเป็นหมื่นล้านละครับ เช่นโฮปเวลล์ (Hopewell) มันหลายหมื่นล้านบาท เอาแค่หมื่นล้านบาท ท่านจะได้ .๐๔ เปอร์เซ็นต์ จะได้อีก ๔๐ ล้านบาท บวก ๒ ล้านบาท เป็น ๔๒ ล้านบาท ผมถามว่าอนุญาโตตุลาการคนไหนจะไม่เอียงบ้าง ก็แน่นอนครับ ผมก็เห็นคล้อยตามกับท่านวิรัชที่ว่า ถ้าหากว่าตัดสินให้รัฐเป็นฝ่ายแพ้เอกชนละก็ อนุญาโตตุลาการได้เยอะแน่ อันนี้เห็นด้วยเลยว่าอันนี้มันเป็นความไม่เป็นกลางของ อนุญาโตตุลาการแน่นอน ตาชั่งเอียงแน่นอน เพราะฉะนั้นผมอยากจะถามท่านประธาน เป็นประเด็นที่ ๑ ว่า ท่านได้พิจารณาข้อเท็จจริงในชาร์ต (Chart) หรือในตารางที่ท่านวิรัช ได้นำมาเสนอต่อสภาแล้วหรือไม่ ถ้ายัง การนำเสนอถ้ามันถูก ผมเชื่อว่าท่านวิรัชถูก ถ้าตาราง ที่นำมาเสนอถูก ย่อมแสดงให้เห็นถึงว่าอนุญาโตตุลาการย่อมไม่เป็นกลางแน่นอน อย่างไรก็ต้อง พิพากษาให้ฝ่ายรัฐผิดแน่ เพื่อที่จะได้มีค่าเสียหายเยอะ ๆ จะได้รับค่าส่วนแบ่งหรือ ค่าตอบแทนเยอะ ๆ เพราะฉะนั้นอยากเรียนถามท่านเป็นประเด็นที่หนึ่งว่า ตารางที่ท่านเอา มาเสนอนี้ ปกติแล้วต้องได้รับความเห็นชอบจากประธานสภา ท่านเห็นชอบหรือยังครับ นี่คือข้อที่ ๑ เลย เพราะมันเป็นประเด็นสำคัญ ถ้ามันเป็นตารางอย่างที่ท่านพูด นำมาเสนอนี้ แล้วท่านประธานรับรองแล้วว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง อันนี้ผมต้องเชื่อท่านวิรัช พันธุมะผล แต่ว่า ถ้าเป็นไปอย่างที่ท่านเกียรติพูดเมื่อสักครู่นี้ ขอประทานโทษเอ่ยนาม ท่านเกียรติ สิทธีอมร ว่าปกติแล้วค่าตอบแทนของอนุญาโตตุลาการมันเป็นตัวเลขที่ฟิกซ์ (Fix) หรือว่าเป็นตัวเลข ที่ไม่มีค่าแปรผันต่อความเสียหาย เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าแม้เรื่องเดียวเล็ก ๆ นี่ครับ ที่นำมาเสนอวันนี้ ถ้าหากมันเป็นไปในทิศทางหนึ่ง มันก็จะทำให้สภาผู้แทนราษฎรเรา สามารถที่จะเบี่ยงเบนในการพิจารณาเรื่องเหล่านี้ได้ จึงอยากให้ท่านประธานได้โปรดกรุณา พินิจพิเคราะห์ข้อมูลที่จะนำขึ้นมาเสนอต่อสภาก่อนว่ามันถูกหรือไม่ถูก ถ้าถูกท่านก็นำมา เสนอได้ แต่ถ้ามันไม่ถูกท่านปล่อยให้นำมาเสนอได้อย่างไรครับ อันนั้นเป็นประเด็นที่ ๑🔗

ประเด็นที่ ๒ ผมก็มองเห็นไปตามเพื่อนสมาชิกจากพรรคเพื่อไทย ท่านได้นำเสนอว่าถ้าหากว่ามันปล่อยให้มีการรื้อฟื้นคดีกันได้ ก็จะทำให้นักลงทุนไม่ว่าทั้งไทย ทั้งต่างประเทศ มันก็จะมีความรู้สึกว่ามาลงทุนในไทยและเกิดมีปัญหากับรัฐ แล้วมีการตั้ง อนุญาโตตุลาการเกิดขึ้น ถ้าหากเอกชนเป็นฝ่ายแพ้ หรือเอกชนเป็นฝ่ายชน ะ รัฐถ้าเสียประโยชน์ รัฐก็สามารถที่จะไปฟ้องต่อศาลปกครองให้รื้อฟื้นคดีใหม่ได้ โดยไม่ต้องมี เหตุผลเลย ถ้าแพ้ชั้นอนุญาโตตุลาการก็ส่งไปให้กับศาลปกครองพิจารณารื้อคดีใหม่ ได้หมดเลย แล้วจะนั่งพิจารณากันไปทำไมชั้นอนุญาโตตุลาการ ท่านประธานที่เคารพ ผมเองในช่วงรับหลักการของพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ ปี ๒๕๔๕ ผมเองอยู่ในชั้น ได้ร่วมพิจารณาอยู่ด้วยตอนนั้น จริง ๆ เข้าสภาตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ ปี ๒๕๔๔ ถ้าผมจำไม่ผิด เป็นช่วงเวลาที่ผมเองก็นั่งเฝ้าดูว่าเรามีศาลแล้ว ผมเองไม่ได้อยู่สายกฎหมาย เพราะฉะนั้น ผมก็นั่งฟังเขาอภิปรายกัน ก็เห็นชอบว่าลักษณะของการพิจารณาโดยใช้อนุญาโตตุลาการ ย่อมเกิดผลดีในหลาย ๆ เรื่องด้วยกัน โดยเฉพาะในเรื่องของการต้องมีความรู้ทางเทคนิค เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ศาลท่านไม่มีความรู้ทางเทคนิค เพราะฉะนั้นการพิจารณาบางครั้ง ศาลไม่มีความเข้าใจในสิ่งที่ละเอียดอ่อนเป็นวิชาการอย่างนั้น เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยกับ การใช้อนุญาโตตุลาการ แล้วก็ได้ผ่านกฎหมายฉบับนี้ในขั้นรับหลักการออกมาร่วมกับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อปี ๒๕๔๕ เพราะฉะนั้นวันนี้กลับตาลปัตรอีกแล้ว เพราะฉะนั้น ฝากท่านประธานได้พิจารณาด้วยว่า ชาร์ต (Chart) นั้นถูกไหม ถ้าชาร์ต (Chart) ไม่ถูก ผมคงไม่เห็นด้วยกับท่านวิรัชแน่นอน แต่ถ้าชาร์ต (Chart) นั้นถูก แน่นอนว่าอนุญาโตตุลาการ เอียงแน่ ๆ อย่างไรก็เอียงครับ ถ้าตัดสินให้รัฐแพ้เสียหมื่นล้านบาท ผมได้ตั้ง ๔๒ ล้านบาทครับ ท่านประธาน ทำไมผมจะไม่เอียง ขอบพระคุณครับ🔗

นายวิรัช พันธุมะผล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต เพราะว่าเสียหาย🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ🔗

นายวิรัช พันธุมะผล แบบบัญชีรายชื่อ

ที่ท่านวีระกรกล่าวถึงครับ ผมอ่านให้ฟัง คือผมส่งแต่ชาร์ต (Chart) แต่ว่าตัวประกาศผมไม่ได้ส่ง ประกาศสำนักงาน ศาลยุติธรรม เรื่องอัตราค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการของสถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักงาน ศาลยุติธรรม โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงอัตราค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการในการ ดำเนินการกระบวนการพิจารณาอนุญาโตตุลาการของสถาบันอนุญาโตตุลาการ เพื่อให้ เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์ในปัจจุบัน อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๗ แห่ง พ.ร.บ. อนุญาโตตุลาการ สำนักงานศาลยุติธรรมออกประกาศไว้ดังนี้ ประกาศนี้เรียกว่า ผมไม่ต้องอ่าน ประกาศนี้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๑ เป็นต้นไป ๓. ให้ยกเลิกประกาศของเก่า ๔. ค่าป่วยการอนุญาโตตุลาการในการดำเนินการเป็น กระบวนการพิจารณาอนุญาโตตุลาการ สถาบันอนุญาโตตุลาการ สำนักงานศาลยุติธรรม ให้เป็นไปตามอัตราท้ายประกาศนี้ ประกาศนี้ไม่ให้ใช้บังคับแก่การพิจารณาเสนอข้อพิพาท ไว้ก่อนที่ประกาศนี้ใช้บังคับ คือของเก่าไม่ใช้ ประกาศ ณ วันที่ ไม่รู้ว่าตัวนี้อ่านว่า ๙ หรือ ๕ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักศาลยุติธรรม นี่เป็นหน้า ๑ ครับ หน้า ๒ ก็เป็นอัตรานี้ที่เมื่อสักครู่ขึ้นมา มี ๒ ใบครับ ผมยืนยันว่าเป็นเอกสารถูกต้อง ขออนุญาต ผมไม่เอ่ยชื่อ เพราะว่าตุลาการคนหนึ่งเป็นคนส่งมาให้ผม ท่านอดีตเคยเป็น ผู้อำนวยการสำนักสถาบันอนุญาโตตุลาการ ท่านส่งมาให้ผม ผมขอข้อมูลไป นี่ท่านเขียนมาว่า ค่าป่วยการสถาบัน อันนี้คำเขียน ผมก็บอกว่า ขอบคุณครับ แค่นั้นเอง ท่านส่งมาให้ผม แล้วก็มีคำสั่งเป็นวันที่ถูกต้องตามกฎหมายครับ ท่านวีระกรครับ ผมยืนยันว่าเดี๋ยวผมเอาไป ให้ท่านดูว่าเป็นของจริง ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไปครับ ท่านสฤษฏ์พงษ์ครับ🔗

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กระบี่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย สืบเนื่องจาก เพื่อนสมาชิก ท่านวิรัช พันธุมะผล ขออนุญาตเอ่ยนามที่เสนอในเรื่องของร่างพระราชบัญญัติ อนุญาโตตุลาการ แล้วก็มีเพื่อนสมาชิกก็มีความเห็นเป็น ๒ ฝ่าย คือในข้อสังเกตผมคิดว่า ในกระบวนการในระบบอนุญาโตตุลาการ ถือว่าเป็นระบบสากลในปัจจุบัน ก็เป็นที่ยอมรับ ในระหว่างประเทศเวลามาลงทุนในภาคอุตสาหกรรมก็จะต้องตรวจดูในระบบศาลว่า ในกรณี พิพาทแล้วก็มีทุนทรัพย์กันมากมายเป็นพันล้าน หมื่นล้าน ในกระบวนศาลจะมี ความน่าเชื่อถืออย่างไรหรือไม่ ก่อนถึงกระบวนการสู่ศาลปกครอง หรือว่าศาลแพ่ง ศาลอาญาหรือในกระบวนศาลอื่น ๆ นั้น ส่วนใหญ่เขาก็จะมีการแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการ ขึ้นมา แต่ผมนั่งกับท่านวิรัช พันธุมะผล แล้วก็ตามที่ท่านวิรัชได้บอกว่า ข้อมูลซึ่งมีอดีต ท่านผู้พิพากษาส่งมา ผมก็ได้อ่าน ซึ่งท่านสราวุธ เบญจกุล ขออนุญาตเอ่ยนาม ซึ่งเป็นผู้ลงนามในเอกสาร ก็มองเห็นได้ชัดเจนว่ามีการปรับเปลี่ยนในกระบวนการ ค่าตอบแทนในส่วนของอนุญาโตตุลาการ ตามมูลค่าความเสียหายของทุนทรัพย์นั้น ๆ แล้วก็มีคล้าย ๆ เป็นอัตราก้าวหน้า ก็มีรายละเอียดขึ้นมา ซึ่งผมมองว่าในกระบวนการอนุญาโตตุลาการในระดับประเทศก็แบ่งออกเป็น ๒ ฝ่าย หมายความว่าฝ่ายผู้เสียหายที่จะไปเลือกอนุญาโตตุลาการฝ่ายที่ตนคิดว่าเป็นกลาง แต่ถ้าจะให้ผมเลือก ผมก็ต้องเลือกคนที่รู้ข้อเท็จจริง มีความเชี่ยวชาญ พูดง่าย ๆ คงจะต้องเข้าข้างฝ่ายที่ผมเลือก ในขณะเดียวกันเขาก็ให้อีกฝ่ายหนึ่งที่เราร้องหรือเราฟ้องเขา ในกรณีพิพาท อีกฝ่ายก็มีสิทธิเลือก ๑ ต่อ ๑ ก็หมายความว่า ๑ ต่อ ๑ ถ้าลงคะแนนก็เสมอกัน ก็เป็นเรื่องของ ๒ คนจะต้องไปเลือกอนุญาโตตุลาการเป็นกลางอีกฝ่ายหนึ่ง ก็เป็นที่มา ในเรื่องของการเลือกอนุญาโตตุลาการ ๓ คน เพื่อให้มันเป็นเลขคี่ เวลาลงคะแนนแล้ว มันก็จะมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งชนะ ไม่มีฝ่ายเสมอกัน เพราะฉะนั้นในเรื่องของกระบวนการ อนุญาโตตุลาการ ถ้าเรามีกฎหมายของกระทรวงยุติธรรมในเรื่องของการไประงับข้อพิพาท ในเรื่องของอนุญาโตตุลาการหมู่บ้านในส่วนของกระทรวงยุติธรรม ในกรณีพิพาท ในคดีเล็กน้อย อันนี้ผมไม่ติดใจ และเพิ่งอยู่ในกระบวนการที่จะมีกฎหมายใหม่ แต่ในส่วนที่ เรากำลังพิจารณาโดยท่านวิรัชได้หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาเป็นสิ่งที่น่าสนใจ ในส่วนของ อนุญาโตตุลาการในกระบวนที่ออกกฎหมายมาเป็นระเบียบข้อบังคับนั้น ท่านประธาน ที่เคารพครับ วันนี้เพื่อนสมาชิกตั้งหลายร้อยคน เกือบ ๕๐๐ คน เรายังเข้าไม่ถึงในส่วนของ ข้อมูลว่าแท้ที่จริงแล้วในเรื่องของค่าตอบแทนอนุญาโตตุลาการนั้น ความถูกต้องเป็นจริง มันจะเป็นอย่างไร อันนี้ก็คงจะต้องฝากท่านรัฐมนตรี คงจะต้องฝากผู้มีอำนาจในเรื่องของ การออกระเบียบการกำกับในเรื่องของค่าตอบแทน ในส่วนของที่มาอนุญาโตตุลาการ ส่วนใหญ่แล้วนั้นก็มาจากข้าราชการในส่วนของศาลที่เกษียณราชการแล้ว เพราะฉะนั้น ศาลที่เกษียณราชการแล้ว หรือนักกฎหมายที่เกษียณราชการ หรือเป็นนักกฎหมาย ฝ่ายอัยการอาวุโส ทำงานมานาน มีประสบการณ์ อันนี้ก็จะถูกขึ้นบัญชีในส่วนของรายชื่อ ที่จะเป็นอนุญาโตตุลาการได้ เพราะฉะนั้นประเด็นนี้เป็นประเด็นที่เราจะต้องฝากไว้ เพื่อที่จะให้ได้ระมัดระวังว่า ในกระบวนการเข้าสู่ตำแหน่งอนุญาโตตุลาการขึ้นบัญชี เหมือนกับนักบัญชีครับ ที่จะต้องขึ้นบัญชีเป็นนักวิชาชีพ นักกฎหมาย วิศวกรรม แพทย์อะไร ต่าง ๆ นั้นก็จะต้องมีจรรยาบรรณ อันนี้ก็ถือว่ามีความจำเป็น แต่ในขณะที่เพื่อนสมาชิก ฝ่ายค้านมองในเรื่องของหลักสากลว่าการลงทุนในประเทศเพื่อนบ้านหรือในต่างประเทศ ที่เขามีความสนใจในประเทศไทยนั้น เขาก็จะหยิบยกในเรื่องของระบบศาล ในระบบ กระบวนการยุติธรรมในประเทศนั้น ๆ ก็เป็นปัจจัยหนึ่งในการที่จะเป็นตัวจูงใจและเป็นตัวที่ ไว้วางใจในเรื่องของการลงทุนด้วย อันนี้ก็ถือว่าอาจจะก่อให้เกิดความเสียหายกับประเทศ ในเรื่องของภาคธุรกิจ เศรษฐกิจการลงทุนได้ แต่อย่างไรก็ตามท่านประธานที่เคารพ ประเทศไทยเรานั้นเราจะต้องมีกระบวนการกลั่นกรองบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ในการเข้าสู่อนุญาโตตุลาการ และเมื่ออนุญาโตตุลาการนั้นได้มีการพิจารณาที่ไม่เป็นธรรม และมีข้อมูลหลักฐานนั้น เราก็จะต้องมีกระบวนการเพื่อที่จะให้ศาลระดับสูงไป ไม่ว่าจะเป็น ศาลปกครอง หรือในกระบวนการอย่างอื่นในการคัดค้านในกรณีที่จะมาพิจารณาใหม่ ผมคิดว่า อันนี้ก็เป็นประเด็นที่น่าคิด และต้องฝากทางรัฐมนตรีได้พิสูจน์ที่มาในเรื่องของอัตรา ค่าตอบแทนของอนุญาโตตุลาการที่เราคิดว่าน่าจะเป็นปัจจัยในเรื่องของการจูงใจ อาจจะก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมได้ สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าก็เป็น ๒ มิติ เป็นดาบสองคม ถ้าเรา ให้อัตราค่าตอบแทนสูงไปตามอัตราทุนทรัพย์นั้น อาจจะก่อให้เกิดความลำเอียง และก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในเรื่องของการพิจารณาในมูลค่าความขัดแย้งที่เป็นพันล้าน หมื่นล้านได้ อันนี้ก็ถือว่าสภาผู้แทนราษฎรของเราก็ได้ไปหยิบยกเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า กระบวนการอนุญาโตตุลาการในประเทศไทยนั้นเป็นกระบวนการที่น่าเชื่อถือเพียงใดหรือไม่ อันนี้เป็นบทพิสูจน์ที่รัฐบาลจะต้องทำให้เห็น ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกอภิปรายครบทุกท่านแล้วนะครับ ก็คงจะยุติการอภิปรายเพื่อจะให้ท่านผู้เสนอ ญัตติหรือผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติ ท่านวิรัช พันธุมะผล ท่านจะใช้สิทธิสรุปไหมครับ ก่อนที่จะลงมติท่านมีสิทธิสรุปได้อีก ๑ ครั้งตามข้อบังคับ🔗

นายวิรัช พันธุมะผล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ขออนุญาต ผม นายวิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทย แบบบัญชีรายชื่อ คือผมกราบเรียนว่าที่ผมเสนอกฎหมายตัวนี้เริ่มต้นผมเป็นกรรมาธิการ เรื่องเกี่ยวกับทางด่วน ปรากฏว่า พอศึกษาจากเจ้าหน้าที่ทางด่วนเราแพ้คดีเกือบทุกคดีครับ ในชั้นอนุญาโตตุลาการ แพ้แล้วแต่ละคดี ๖,๐๐๐ ล้านบาท หมื่นล้านบาท รถไฟแพ้โฮปเวลล์ (Hopewell) เมื่อสักครู่ ผมพูดไปแล้วว่าหมื่นล้านบาท ยังไม่รวมดอกเบี้ยอีก คือคดีอนุญาโตตุลาการประเทศไทย รัฐแพ้แล้วก็มีคดีไม่กี่เรื่องครับ ไม่ใช่มีเยอะ รวมถึงคลองด่าน คลองด่านก็แพ้ หมื่นล้านบาท รัฐก็จ่ายค่าโง่ไป ๖,๐๐๐ ล้านบาท ทีนี้ตอนนี้มีหน่วยงานหนึ่งที่ติดตามว่า คุณเอาเงินไปไว้ที่ไหนตามมาได้แค่ไม่กี่ร้อยล้าน เพราะว่าพอเขาได้ ๖,๐๐๐ ล้านบาทไป เขาออกไปจากบริษัทเลย เงินออกจากบริษัทไปเลย นี่คือผมเห็นจาก ๔ คดี และผมถาม การทางพิเศษว่าแล้วมีคดีที่เราชนะไหม บอกไม่มี มีแต่พวกนี้มีปัญหาทั้งนั้น และไปถึงศาล จริง ๆ การพิจารณาของศาลถูกจำกัดโดยกฎหมายพระราชบัญญัติเราว่า ๑. เรื่องสุจริต เรื่องความสามารถซึ่งไม่อยู่ในอำนาจ เรื่องกฎหมายประเทศนั้นเขาไม่สามารถบังคับได้ แต่ในนิวยอร์ก คอนเวนชัน (New York Convention) ไม่ได้พูดถึงเลยว่าอำนาจศาล เป็นอย่างไร แต่เกิดจากเพราะว่าผมเป็นกรรมาธิการเกี่ยวกับพิจารณาเรื่องทางด่วน ก็เห็นว่า เราเสียเปรียบ และในทางด่วนนั้นผมไม่ขอเอ่ยนามอนุญาโตตุลาการ ผมรู้จักทั้งนั้น แต่เจ้าหน้าที่ก็บอกว่าชุดนี้ให้เราแพ้ทุกที เขาเป็นอนุญาโตตุลาการเมื่อไรรัฐแพ้ทุกที แล้วก็ต่อมา ผมก็ไปศึกษาว่าทำไมถึงแพ้ โอ้โฮ ค่าป่วยการมันเยอะเหลือเกิน มีเปอร์เซ็นต์ด้วย เพิ่มแต่อัตราของทุนทรัพย์ที่ชนะคดี เราไม่มีทางชนะหรอกครับมีแต่แพ้ เพราะฉะนั้นถ้าจะได้ อัตราสูงก็ต้องไปให้เอกชน นี่คือจุดบอดของอนุญาโตตุลาการ แล้วผมขอกราบเรียน พรรคเพื่อไทย เรื่องนี้ไม่ได้เสนอโดยรัฐบาล เสนอโดยนายวิรัช พันธุมะผล กับเพื่อน ๆ ทั้งคุณสงวน พงษ์มณี เอ่ยนามด้วยครับ ก็ลงชื่อด้วย แล้วก็มีหลาย ๆ พรรคเซ็นให้ผม และต่อมาเผอิญมี ส.ส. พรรคอนาคตใหม่บางท่านที่พ้นสภาพไป สภาก็ให้ผมไปเพิ่มชื่อ จำนวน ส.ส. อีก ผมตอนนั้นย้ายมาอยู่พรรคภูมิใจไทย บอกเพื่อนช่วยเติมหน่อย เติมให้ครบ ๒๐ กว่าคน ผมก็เลยเติมให้ครบครับ นี่คือเหตุผล ทำไมผมเสนอกฎหมายนี้ เพราะว่า จากประสบการณ์ในการเป็นกรรมาธิการ แล้วเห็นว่าเราเสียเปรียบมากเลย และผมไม่หลง ในระบบอนุญาโตตุลาการครับ เพราะผมเห็นว่าจากพฤติกรรมเราแพ้ทุกคดี แม้แต่โฮปเวลล์ (Hopewell) มันขัดกับความรู้สึกว่าเหตุมันเกิดตั้งนานแล้วครับ ตั้งแต่สมัยท่านอดีต ขอเอ่ยนามหน่อย ท่านหัวหน้าพรรคกิจสังคมเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เราก็เสียหายจนตอนนั้นครับ ทำสัญญาตั้งแต่ตอนนั้น แต่ว่าศาลมาตัดสินให้เราเสียหาย จ่ายให้หมื่นล้านบาท ท่านคิดดูสิครับไม่รวมดอกเบี้ย นี่โชคดีว่า คตง. เขายื่นต่อ ศาลรัฐธรรมนูญ นี่ไปนอกศาลเลย ท่านคิดดูสิครับศาลก็ช่วยกัน ศาลรัฐธรรมนูญช่วยเราว่า มันขาดอายุความแล้ว มันขาดเวลาแล้ว ที่ผมเสนอนี้ขอย้ำว่าเสนอในฐานะ ส.ส. คนหนึ่ง โดยความเห็นช่วยเหลือลงนามโดยหลาย ๆ พรรค ไม่ใช่โดยรัฐบาล อันนี้ไม่ใช่กฎหมาย รัฐบาล กฎหมายของ ส.ส. เสนอครับ ท่านอ่านให้ดี รัฐบาลไม่ได้เสนอให้ผม เสนอมาตั้งแต่ ปี ๒๕๖๒ ผมเสนอพฤศจิกายน ๒๕๖๒ ตอนนั้นเพิ่งเป็น ส.ส. ได้ไม่กี่วัน ใช้เวลาเขียนอีก เพราะไปเป็นกรรมาธิการเกี่ยวกับการพิพาทระหว่างอนุญาโตตุลาการกับทางด่วนครับ นี่คือเหตุผลที่ผมกราบเรียน ผมยืนยันว่ากฎหมายนี้ไม่ใช่เสนอโดยรัฐบาล เสนอโดย ส.ส. ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จบขั้นตอน การอภิปรายสรุป ขั้นตอนต่อไปเป็นการขอมติจากที่ประชุมในขั้นรับหลักการในวาระที่ ๑ เชิญท่านรัฐมนตรีอนุชาครับ🔗

นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีขอเสนอ ต่อที่ประชุม ขอรับร่างพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของท่านวิรัช พันธุมะผล กับคณะ เป็นผู้เสนอ ไปพิจารณาก่อนที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรจะลงมติ ในวาระที่ ๑ ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๑๘ โดยคณะรัฐมนตรีขอรับไปพิจารณาเป็นเวลา ๖๐ วัน กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง

ทางรัฐบาล ขอรับร่างพระราชบัญญัติไปพิจารณาก่อน ภายใน ๖๐ วัน ต้องถามที่ประชุมว่าที่ประชุม จะขัดข้องไหม🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง

ถ้าไม่ขัดข้องก็ถือว่าที่ประชุมมีมติให้รัฐบาลรับไปพิจารณาแล้วส่งกลับมาบรรจุเป็นเรื่องด่วน ภายใน ๖๐ วัน เป็นการจบการพิจารณาในวาระที่ ๕.๔🔗

เมื่อสักครู่ผมลืมตอบท่านวีระกรที่ถามเกี่ยวกับประธาน ว่าการนำเสนอ ชาร์ต (Chart) ก็ดี นำเสนอภาพนิ่งหรือสไลด์ (Slide) ก็ตาม ประธานได้มีการพิจารณา ความถูกต้องไหม ตรงนี้ขอเรียนที่ประชุม ทุกครั้งที่จะมีการอภิปราย มีการใช้ภาพนิ่งมาประกอบ เราจะพิจารณาอนุญาตดูว่ามันละเมิดข้อบังคับหรือไหม ส่วนความถูกผิดประธาน ไม่รู้หรอกครับ แล้วเวลากระชั้นชิดมาก บางครั้งเสนอมาไม่เกินครึ่งชั่วโมงหรือ ๑ ชั่วโมง อย่างนี้ เพราะฉะนั้นมันเป็นหน้าที่รับผิดชอบของสมาชิกที่นำมาเสนอ เพราะว่า ตามรัฐธรรมนูญ ข้อ ๑๒๔ ถ้าท่านไปละเมิดสิทธิหรือข้อมูลเท็จหรืออะไรที่ทำให้ผู้อื่นเสียหาย เมื่อมีการถ่ายทอด สภาเรามีการถ่ายทอดทุกครั้งที่มีการประชุม เพราะฉะนั้นท่านต้อง รับผิดชอบ แล้วก็จะมีผู้ดำเนินคดีได้ ไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง ดังนั้นก็ขอเตือนท่านสมาชิกไว้ว่า ถ้าท่านนำอะไรมาเสนอที่ไปละเมิดสิทธิหรือไม่จริง ผู้เสียหายเขามีสิทธิฟ้องร้องท่านได้ เมื่อสักครู่ใครขอพูดครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านจุลพันธ์ครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะวิป (Whip) ฝ่ายค้านครับ เมื่อสักครู่ ท่านประธานดำเนินการไป พวกผมทางนี้ได้ยกมือขึ้นท้วงติงครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง

ผมไม่เห็น ขออภัยครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ในเรื่องของการลงมติครับ เพราะว่า พวกผมยังมีความเห็นแย้งครับ เราไม่ได้จะลงมติว่าส่งให้ ครม. ครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ได้ครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานกรุณาดำเนินการครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับผม ผมไม่ได้สังเกต ต้องขออภัย เพราะฉะนั้นคงจะต้องถามมติ โดยเฉพาะเป็นร่างพระราชบัญญัติ นี่สำคัญ ในข้อบังคับก็ระบุไว้ว่าจะต้องขอมติ อะไรที่เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ ดังนั้น ก็คงต้องถามมติจากที่ประชุมว่า ที่ประชุมจะยินยอมให้ส่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ไปให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการก่อนภายใน ๖๐ วันหรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิก เข้ามาห้องประชุมด้วยเพื่อลงมติเพื่อแสดงตนก่อนนะครับ🔗

(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสมาชิกอยู่นอกห้องประชุมเข้ามาแสดงตนด้วยครับ เชิญท่านสมาชิกเข้ามาแสดงตนครับ ถ้าพร้อมแล้วกดปุ่มแสดงตนเลยครับ แสดงตนครบทุกท่านไหม เชิญ สมาชิกเพิ่งเข้ามา แสดงตนครบแล้ว ปิดการแสดงตนครับ ไม่ครบอีกแล้วละครับ เลิกประชุมครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๑๖.๒๓ นาฬิกา