unknown · · 529 lines

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๙.๓๑ นาฬิกา)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ขณะนี้เวลา ๐๙.๓๑ นาฬิกานะครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระประชุมจะอนุญาตให้สมาชิก ได้ปรึกษา ขอย ้าเรื่อง ๒ นาทีนะครับ พวกเราส่วนใหญ่เราทำได้ดีครับ มีบางท่านอาจจะ ต้องฝึก เพราะการบริหารเวลานั้นจะถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมากอันหนึ่งสำหรับพวกเราที่จะ เจริญก้าวหน้าทางการเมืองต่อไปในอนาคตครับ ผมขอเชิญท่านแรก คุณสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ครับ🔗

นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากเขตบางนาและ เขตพระโขนง พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมขอหารือท่านประธาน ๓ เรื่องครับ🔗

เรื่องแรก คือโครงการนำสายไฟฟ้าและสายไฟลงดินที่อยู่ในเส้นหลัก ของกรุงเทพฯ ครับ ผมพูดถึงเส้นสุขุมวิท มีการดำเนินการมาถึงตั้งแต่ต้นสุขุมวิทจนถึง ก่อนเข้าเขตพระโขนงและหยุดดำเนินการไปก็ขอให้ดำเนินการต่อตั้งแต่สุขุมวิท ๘๑ ถึงสุขุมวิท ๑๐๗ ซอยแบริ่งครับ ถัดมาเป็นการนำสายไฟฟ้าลงดินเหมือนกันครับ ผมอยากจะเสนอ ขอคลิป (Clip) ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ กรุงเทพมหานคร

อยากเสนอให้ทาง กสทช. กรุงเทพมหานคร และการไฟฟ้านครหลวงทำสายไฟฟ้าลงดินในช่วงสุขุมวิท ๖๔ ซึ่งเป็นซอย ที่มีคอนโดมิเนียมจำนวนมาก มีโรงเรียนเอกชน และโรงเรียนนานาชาติ รวมถึงออฟฟิศ สำนักงานของบริษัทครับ ฟุตพาท (Footpath) แคบ แล้วก็มีเสาไฟฟ้าอยู่กลางฟุตพาท (Footpath) อีกต่างหาก ตอนเย็นก็จะมีคนเดินลงมาบนถนนจำนวนมาก อยากให้ตรงนี้ เอาสายลงดิน ก็จะดีขึ้นครับ และขอรูปด้วยครับ ตรงนี้อีกเรื่องหนึ่งเป็นเรื่องของหน้าปากซอย สุขุมวิท ๖๔ นะครับ ขอภาพเดี่ยวครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ กรุงเทพมหานคร

เป็นซอยที่มีเสาไฟฟ้า อยู่เยอะครับ อยู่ปากซอย เป็นแหล่งรวมเสาและป้ายต่าง ๆ ก็ทำให้คนที่จะต้องเดินก็จะต้อง เดินอ้อมเข้าไปเพื่อที่จะลงถนนและเพื่อจะข้ามจุดตรงนี้ครับ ซึ่งเป็นจุดที่อยู่ใกล้ ๆ กับบีทีเอส (BTS) ปุณณวิถี เพียงแค่ประมาณ ๒๐ เมตรเท่านั้นเองครับ อยากให้ทางกรุงเทพมหานคร มาจัดระเบียบเสาตรงนี้ให้คนเดินเท้าเดินได้สะดวกขึ้นครับ🔗

เรื่องสุดท้าย ทางรัฐบาลมีแผนที่จะปรับปรุงคลองแสนแสบ ๘๒,๕๐๐ ล้านบาท ในระยะเวลา ๑๑ ปี ผมก็อยากที่จะพูดถึงเขื่อนคลองบางนา ซึ่งปีที่แล้วก็ถูกระงับไปเนื่องจาก สถานการณ์โควิด (COVID) ก็ถือโอกาสให้ กทม. ทำความเข้าใจกับชาวบ้านที่อยู่รอบ ๆ เขื่อน ว่าหลายครอบครัวก็มีผลกระทบครับ ก็อยากให้ปรับปรุงเขื่อนคลองบางนานอกจากเป็นที่ระบายน ้า และเป็นทางเดินลู่จักรยานด้วยนะครับ เพื่อที่จะให้ออกกำลังกายตอนเย็นได้ หมายความว่า ขยายทางเดินระหว่างเขื่อนได้นะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนางสาวศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ ครับ🔗

นางสาวศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลเมืองไทย ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องที่ได้รับ การร้องเรียนมาจากประชาชนที่อยู่ต้นซอยสุขุมวิท ๕๕ ค่ะ คือตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ประชาชนที่อยู่ต้นซอยสุขุมวิทต้องประสบเหตุการณ์แบบนี้นะคะ ขอคลิปวิดีโอ (Clip video) ค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นางสาวศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ

คือจะมีแสงแบบนี้จากจอ แอลอีดี (LED) ขนาดยักษ์เริ่มตั้งแต่ ๖ โมงเช้าจนถึงเที่ยงคืนของทุกวันนะคะ ตลอด ๕ เดือน ที่ผ่านมาได้มีการร้องเรียนไปยังสำนักงานเขตและกรุงเทพมหานคร แต่ว่าก็ยังไม่มีอะไร คืบหน้า ตอนนี้ประชาชนเดือดร้อนมากเสียสุขภาพทั้งกายและใจ ขอภาพต่อไปค่ะ เมื่อบ้าน ต้องสวมหน้ากาก นอกจากประชาชนจะต้องสวมหน้ากากอนามัยป้องกันฝุ่นแล้วนะคะ บ้านก็ยังต้องสวมหน้ากากด้วยเพื่อที่จะป้องกันแสงจากจอแอลอีดี (LED) ขนาดใหญ่ที่อยู่ ตรงข้ามกับบ้านห่างเพียงแค่ ๖ ช่องจราจรเท่านั้นเองค่ะ ภาพจากจอเคลื่อนไหวตลอดเวลานี้ ทำให้เสียสุขภาพทั้งกายและใจของประชาชนนะคะ ๖ โมงเช้าถึงเที่ยงคืนทำให้นอนไม่ได้นะคะ ป้ายดังกล่าวตั้งอยู่ระหว่างชั้น ๓ และชั้น ๔ ของตึกซึ่งจะตรงข้ามกับบ้านที่อยู่ตรงข้ามพอดี แล้วก็จะทำให้มีการแผ่แม่เหล็กไฟฟ้า ขอภาพเมื่อสักครู่นี้ค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ภาพนี้เป็นการวัด คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งจะเห็นได้ว่าเป็น ๑๐.๘๗ ไมโครเทสลา (Micro Tesla) ซึ่งปกติตามบ้านทั่วไป จะวัดได้แค่ ๐.๑ นะคะ ๑๐.๘๔ เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างมาก มีการศึกษามานาน ซึ่งดิฉันก็ขอให้ท่านประธานเร่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดูแลปัญหาเรื่องนี้โดยเร่งด่วนค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ครับ🔗

นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมขอหารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพ ผมได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านเจี่ย หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๖ หมู่ที่ ๑๑ และบ้านหมัด หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๑๐ ตำบลทาม อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ว่าถนนจากบ้านรัฐไท หมู่ที่ ๘ มาถึงบ้านเจี่ย ซึ่งเป็นทางหลวงแผ่นดินเลขที่ ๒๔๑๒ เป็นถนนลาดยางอย่างดี ณ ปัจจุบันนี้ ถนนลาดยางกลายเป็นถนนหินคลุก ถนนสายนี้มีรถบรรทุกวิ่งขนทรายตลอดทั้งวันทั้งคืน รถบรรทุกวิ่งจากอำเภอเขื่องในมายังบ้านเจี่ย บ้านหมัด ตำบลทาม อำเภอกันทรารมย์ ทำให้ถนนสายนี้ชำรุดเสียหายอย่างหนัก🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ศรีสะเกษ

รถจักรยานยนต์หรือรถเล็ก วิ่งลำบากมาก บางครั้งรถจักรยานยนต์เกิดอุบัติเหตุ ฝากท่านประธานผ่านไปยัง กรมทางหลวงแผ่นดิน กระทรวงคมนาคมด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านโนนผึ้ง หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๑๐ ตำบลโนนสัง อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ อยากได้ไฟฟ้าส่องสว่างจากบ้านโนนผึ้ง ถึงองค์การบริหารส่วนตำบลโนนสัง ซึ่งเป็นถนนทางหลวงสาย ๒๒๖ เพราะช่วงนี้จะมืดมาก และเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม จัดสรรงบประมาณให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ผมได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านหัวเหล่า หมู่ที่ ๖ ตำบลบก อำเภอโนนคูณ จังหวัดศรีสะเกษว่า ถนนจากบ้านหัวเหล่าไปถึงบ้านปลาข่อ หมู่ที่ ๔ และ บ้านหัวเหล่า ถึงบ้านผักขะย่าน้อย หมู่ที่ ๙ บ้านโนนสว่าง หมู่ที่ ๓ ถึงบ้านเปือย เขตอำเภอสำโรง จังหวัดอุบลราชธานี ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ ช่วงหน้าแล้งก็เป็นฝุ่น หน้าฝนก็ลำบากถนนสายนี้ ชาวบ้านสัญจรไปมาอย่างลำบาก ลูกหลานเดินทางไปโรงเรียนก็ยาก ฝากท่านประธาน ผ่านไปยังกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย จัดสรรงบประมาณให้กับ องค์การบริหารส่วนตำบลบกด้วยครับ ขอขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณชัยชนะ เดชเดโช ครับ🔗

นายชัยชนะ เดชเดโช นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ชัยชนะ เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่องหารือท่านประธานครับ ขอให้ท่านประธานได้ประสานไปยังกระทรวงท่องเที่ยว และกีฬา ได้พัฒนาแหล่งท่องเที่ยวหมู่บ้ายคีรีวง ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา ซึ่งเป็นแหล่ง ท่องเที่ยวทางธรรมชาติ มีชื่อเสียงระดับประเทศ มีนักท่องเที่ยวเข้ามาปีละประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ คน แต่ว่าในทางกลับกันยังไม่มีการจัดการระบบการท่องเที่ยวให้เป็นระบบ เช่น ถนนหนทาง ไฟฟ้าส่องสว่าง ยังไม่มีการจัดระบบ และที่สำคัญในช่วงหน้าน ้าป่าไหลหลาก ในสะพานคลองท่าหา ก็เป็นทางข้ามที่เป็นสะพานน ้าล้น🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายชัยชนะ เดชเดโช นครศรีธรรมราช

ผมคิดว่าเรื่องนี้ต้องก่อสร้าง สะพาน เพื่อให้น ้าไหลผ่านใต้สะพาน และให้คนได้ใช้สะพานสัญจรไปมาได้ ผมคิดว่า ในเรื่องนี้อยากจะฝากท่านประธานไปถึงกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้ดำเนินการ ในการพัฒนาระบบการท่องเที่ยวของหมู่บ้านคีรีวงอย่างเป็นระบบ และมีมาตรฐานนำไปสู่ แหล่งท่องเที่ยวระดับโลกที่มีชื่อเสียงได้ครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอให้กรมทางหลวงแผ่นดิน ขยายถนนทางหลวงแผ่นดิน ๔๒๓๐ ควนไม้แดง มะนาวหวาน ช่วงตลาดอำเภอนาบอน ผ่านองค์การสวนยางมาถึงสี่แยกจันดี บ้านตำบลช้างกลาง อำเภอช้างกลาง ถนนเส้นนี้เป็นถนนที่รองรับรถที่วิ่งผ่านจากถนน เพชรเกษม ๔๑ เข้ามาใช้ถนนเส้นนี้เพื่อเชื่อมยังถนน ๔๐๑๕ ไปนครศรีธรรมราชก็ได้ และไปสุราษฎร์ธานีก็ได้นะครับ ซึ่งถนนเส้นนี้มีผู้คนใช้สัญจรเป็นจำนวนมากในแต่ละวันนะครับ และที่สำคัญองค์การสวนยางก็มีรถบรรทุกในการเข้าออกยางพาราของพี่น้องเกษตรกรไทย เกษตรกรยางพาราก็อยากจะฝากเรื่องไปถึงกรมทางหลวงแผ่นดิน กระทรวงคมนาคม ให้ขยายถนนเส้นนี้ให้เป็นถนน ๔ ช่องจราจรด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณนพพล เหลืองทองนารา ครับ ขอข้ามไปก่อนนะครับ ขอเชิญรองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ🔗

รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ นครศรีธรรมราช

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ขออนุญาตหารือ ๒ เรื่องครับ เรื่องแรกก็คือ เรื่องเงินเยียวยานักเรียนทั่วประเทศ เรื่องที่ ๒ เรื่องระบบน ้าของเมืองนคร🔗

เรื่องแรกก็คือ ชาวบ้านที่นครศรีธรรมราชฝากขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านตรีนุช เทียนทอง เรื่องเงินเยียวยานักเรียนทั่วประเทศที่หัวละ ๒,๐๐๐ บาท ฝากขอบคุณว่าเป็นขวัญกำลังใจมาก ๆ ภาพรวมก็คือจำนวนนักเรียนมีทั้งหมด ๑๐,๙๕๐,๐๐๐ คน งบประมาณ ๒๑,๙๐๐ ล้านบาท อันนี้ที่เยียวยานะครับ แต่ก็ยังมีนักเรียนที่ตกค้างอยู่ครับท่านประธาน อยู่ ๓ กลุ่มยังไม่ได้รับ ทางคณะผู้ปกครอง คณะครูที่ติดตามเรื่องนี้ที่นครศรีธรรมราชซึ่งเขาสนใจมากว่านโยบายนี้ จะนำไปสู่ความเป็นกำลังใจให้กับกลุ่มนักเรียนและผู้ปกครอง ยังตกหล่นอยู่อีกเกือบพันล้าน บาท เพราะฉะนั้นเขาจึงฝากท่านนายกฯ ท่านรัฐมนตรีให้เร่งรัดเรื่องนี้ให้ทันด้วย🔗

เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องระบบน ้า น ้าที่เข้าเมืองนครตอนนี้ไม่ค่อยมีปัญหา แต่ชาวบ้านประสบความเดือดร้อนอยู่มาก โดยเฉพาะที่หมู่ ๕ ตำบลมะม่วงสองต้น เป็นถนน ชลประทาน เป็นคลองชลประทานปลายน ้า เขาต้องการที่จะให้ผันน ้าเพื่อไปสู่คลองคูพาย ผู้ใหญ่แอ๋ว จ่าโมทย์ หรือคณะกรรมการหมู่บ้านที่หมู่บ้านสามดอนแถบนั้น น ้าท่วมขังทุกปี ครับท่านประธาน เขาฝากไว้ว่าให้บอกทางชลประทานส่งน ้านครศรีธรรมราชช่วยดำเนินการ ศึกษาออกแบบและจัดการก่อสร้างเบี่ยงน ้าไปลงคลองคูพายด้วย ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร🔗

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ขอโทษครับท่านประธาน พีเอ็ม (PM) มันเยอะ ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล ผมขอหารือ ท่านประธานในความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องนะครับ🔗

เรื่องแรก ปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ใน กทม. เอารูปขึ้นก็ได้นะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ใน กทม. ว่าวันนี้เราเจอ วิกฤตการณ์พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) อีกแล้วครับท่านประธาน เพราะว่าวันนี้ผมขี่มอเตอร์ไซค์ มาตามหลังรถเมล์สาย ๖๘ ตรงเส้นจรัญสนิทวงศ์ ควันนี่หนักนะครับ แล้วพอผมข้ามสะพานซังฮี้ มาจากแยกท่าพระแทบจะมองไม่เห็นเครื่องยอดของสภาอยู่แล้วครับ อย่างไรก็ต้อง ฝากรัฐบาลกำชับ ดูแล อย่างน้อยใน กทม. ก็ดูเรื่องควันรถยนต์ต่าง ๆ รถเมล์ หรือว่า การก่อสร้างโครงการใหญ่ ๆ ก็ให้ปฏิบัติตามกฎระเบียบทางสิ่งแวดล้อมนะครับ เพราะผมว่า สิ่งที่คนกรุงเทพฯ มีไม่น่าจะใช่ไอสไตน์นะครับ เพราะตอนนี้ไอจะตายแล้วครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ปัญหาเรื่องเกี่ยวกับประปาหัวแดงที่ใช้ดับเพลิงและถังดับเพลิงต่าง ๆ ใน กทม. ที่ขาดการบำรุงรักษา ทำให้เกิดเหตุ หลายครั้งที่เกิดเหตุเพลิงไหม้ อย่างเมื่อวานที่ มัสยิดสวนพลู เขตธนบุรี ก็มีเหตุการณ์ไฟไหม้ ๒๐ หลัง และผมก็ได้ลงพื้นที่หลังจาก ที่ท่านประธานสุชาติท่านอุตส่าห์ปิดสภาเร็ว ผมก็ลงพื้นที่ไปดู คนไม่มีบ้านนอน ๗๐ คน ทันทีนะครับเมื่อวาน เพราะว่าถังดับเพลิง ถังเคมีก็ขาดการบำรุงรักษา เพราะเราไม่มี ส.ก. มาแปรงบ แล้ว ส.ส. ก็แปรงบไม่ได้ ชาวบ้านก็บอกว่า ส.ส. เท่ามาเปลี่ยนให้หน่อย ผมก็บอกว่า ผมแปรไม่ได้หรอกครับผิดรัฐธรรมนูญ ไม่มีงบประมาณ ไม่มีงบ ส.ส. แล้วนะครับ อย่างไรก็ฝาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าง กทม. ก็น่าจะมาตรงนี้เพราะว่าตรงนี้เป็นช่องโหว่อยู่ พวกประปาหัวแดง และถังเคมีต่าง ๆ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณอำนาจ วิลาวัลย์🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายอำนาจ วิลาวัลย์ ปราจีนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อำนาจ วิลาวัลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย ผมมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องชาวบ้านหัวสะแก หมู่ที่ ๒ ตำบลบางยาง อำเภอบ้านสร้าง จังหวัดปราจีนบุรี ได้รับความเดือดร้อนจากการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง ริมแม่น ้าปราจีนบุรี เจ้าของโครงการคือ สำนักงานโยธาธิการและผังเมือง จังหวัดปราจีนบุรี ผู้รับจ้าง บริษัท ชินพัฒน์ คอนกรีต จำกัด สัญญาก่อสร้าง เลขที่ ๒๒๒/๒๕๖๓ ลงวันที่ ๑๙ มิถุนายน ๒๕๖๓ งบประมาณ ๒๐ ล้านบาท สัญญาก่อสร้างเริ่มวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๓ สิ้นสุดวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๔ ขณะนี้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนจากการก่อสร้าง ที่ไม่เป็นไปตามสัญญา ผู้รับเหมาไม่ยอมเข้าไปทำงานให้แล้วเสร็จ ปล่อยให้น ้ากัดเซาะ ถนนเดิมที่ชาวบ้านใช้สัญจรได้รับความเสียหาย ชาวบ้านต้องอาศัยที่นาทำถนนชั่วคราว เพื่อทำการก่อสร้าง จึงอยากให้ท่านประธานประสานไปยังหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ช่วยเร่งดำเนินการให้ผู้รับเหมาเข้าไปทำงานดังกล่าวให้แล้วเสร็จนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องชาวบ้านดงบัง ตำบลหนองขี้เหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี กับถนนหมายเลข ๓๓ ที่สร้างใหม่ มีทางแยก คือแยกดงบัง เป็นแยกที่ชาวบ้านใช้ประกอบกิจการค้าขายพันธุ์ไม้ เป็นแยกใหญ่มาก ทำให้เกิดอุบัติเหตุ บ่อยครั้ง พี่น้องอยากได้ไฟเขียว ไฟแดง เพื่อจะได้ลดอุบัติเหตุในการสัญจรของ พี่น้องประชาชน เพราะว่าตอนนี้รถจะออกจากทางแยกลำบากมาก เนื่องจากรถจากทางหลวง หมายเลข ๓๓ วิ่งเร็วมาก จึงไม่สามารถออกจากทางแยกได้ จึงขอให้ท่านประธานได้ประสาน ไปยังหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องด้วยครับ กราบขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ครับ🔗

นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ปทุมธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย เขต ๔ จังหวัดปทุมธานี ขอหารือ ท่านประธาน ๓ เรื่อง นะครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ได้รับคำร้องเรียนจากพี่น้องในเขตเทศบาลคูคต และเทศบาล ลำสามแก้ว เรื่องการจราจรติดขัดบริเวณสถานีรถไฟฟ้าหน้า สภ.อ. คูคต ขอให้ทางหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลด้วยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ อยากให้เทศบาลลำสามแก้ว และเทศบาลคูคต ช่วยจัดน ้าประปา แล้วก็ท่อดับเพลิงอะไรต่าง ๆ ในบริเวณชุมชนเลียบคลองหนึ่ง คลองสอง เป็นเขตติดต่อ ระหว่างเทศบาลลำสามแก้ว และเทศบาลคูคต ขอให้จัดงบประมาณดูแล เพราะว่าเวลาเกิด เพลิงไหม้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน เพราะว่ารถดับเพลิงเข้าไม่ถึงนะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ในเขตเทศบาลลำสามแก้ว มีถนนเสมาฟ้าคราม ซึ่งมีนโยบายที่จะ ขยายทางอยู่ ตอนนี้ติดขัดเรื่องการเวนคืนและจัดงบประมาณ ขอให้กระทรวงคมนาคม เร่งรัดจัดงบประมาณจ่ายค่าเวนคืนที่ดินเพื่อจะได้ทำการขยายถนน🔗

นอกจากนี้ผมได้รับคำร้องเรียนจากพี่น้องชาวใต้ที่อยู่ในเขตเทศบาลลำสามแก้ว เรื่องว่าเขาไปเที่ยวที่เกาะสมุย แล้วก็ไปเจอตู้ไฟวางเกะกะบนถนนสายหน้าหาดเฉวง มีตู้ไฟฟ้า ขนาดใหญ่ จำนวน ๔-๕ จุด กีดขวางการจราจรวางอยู่บนฟุตพาท (Footpath) อยากเรียกร้องให้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และเทศบาลเกาะสมุย ช่วยปรับปรุงหม้อแปลงต่าง ๆ ที่มันเกะกะอยู่ บนฟุตบาทและบนถนน อยากจะให้เอาลงดิน หรือจะเอาขึ้นฟ้าก็ได้ แต่ว่าตอนนี้ผู้บริหาร ท้องถิ่นมีนโยบายให้วางเกะกะอยู่บนถนน แล้วก็บนฟุตพาท (Footpath) นะครับ ขอให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณสะถิระ เผือกประพันธุ์ ครับ🔗

นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ชลบุรี

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เรื่องเดียว แต่เป็น ๓ ประเด็น ซึ่งเป็นความเดือดร้อนที่พี่น้องประชาชนใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับ การก่อสร้างถนนของกรมทางหลวง ซึ่งมีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก🔗

ประเด็นแรก การออกแบบการก่อสร้างถนน ควรสอบถามพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ให้มากที่สุด และควรเปิดพื้นที่ให้พี่น้องประชาชนได้แสดงความคิดเห็น ไม่ว่าจะเป็น การจัดการประชุม หรือว่าเปิดช่องทางสื่อต่าง ๆ ให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้ แสดงความคิดเห็น เพราะทุกครั้งที่ทำการประชาพิจารณ์พี่น้องประชาชนรับทราบข้อมูล เป็นส่วนน้อยมาก และมีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในการใช้ชีวิตประจำวันมาก ยกตัวเช่น ออกแบบมาสัตหีบถนนหน้าบ้านผมสูงกว่าหน้าบ้านเกือบถึง ๑ เมตร วิวแรกที่เห็นเปิดประตู หน้าบ้านมาคือวิวถนนครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ การก่อสร้างถนนจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องประสานกับ ทุกหน่วยงานของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นองค์กรปกครองท้องถิ่น การไฟฟ้า การประปา รวมถึง เจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้หน่วยงานเหล่านี้ได้เตรียมความพร้อมในการทำก่อสร้างถนน เพื่อไม่ให้เกิด ไม่ว่าจะเป็นองค์กรปกครองท้องถิ่น การไฟฟ้า การประปา รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจครับ เพื่อให้ครับ เพื่อให้หน่วยงานนี้ได้เตรียมความพร้อมครับ ในการทำก่อสร้างถนนครับ เพื่อไม่ให้เกิดความล่าช้าครับ ยกตัวอย่างเช่น เมื่อเสาไฟฟ้าชำรุด หรือการย้ายเสาไฟฟ้า การย้ายท่อประปา หรือกรณีเกิดการท่อประปาแตกจะทำอย่างไร สิ่งเหล่านี้ส่งผลกระทบ ต่อชีวิตประจำวันในตลอดระยะเวลาการก่อสร้างของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมากครับ และ🔗

ประเด็นสุดท้ายครับ ซึ่งสำคัญมากต่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ในพื้นที่เป็นอย่างมากครับ คือเรื่องการกำหนดมาตรฐานที่ต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด ในการก่อสร้างถนนครับ เรื่องอะไรครับ เรื่องสัญญาณไฟจราจร เรื่องจำนวนไฟส่องสว่าง อุปกรณ์ป้องกันอุบัติเหตุที่ได้มาตรฐานและมีจำนวนมากพอต่อระเบียบของกระทรวง เช่น แบริเออร์ (Barrier) เสาล้มลุกจราจร เสาแบ่งเลนครับ สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งครับ เพราะระยะเวลา ๓ ปี ที่พี่น้องประชาชนสัตหีบอยู่ร่วมกับการก่อสร้างถนนมีปัญหาตลอด ระยะเวลาครับ ทุกวัน ทุกเดือน ทุกสัปดาห์ครับ ดังนั้นผมจึงใคร่ขอท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวงคมนาคมครับ ให้พิจารณาทั้ง ๓ ประเด็น เพื่อลดผลกระทบต่อชีวิตการทำงาน ของพี่น้องประชาชนอำเภอสัตหีบและรองรับการพัฒนาประเทศโดยที่พี่น้องประชาชนได้รับ ผลกระทบต่อความมั่นคง หรือต่อความพัฒนาในส่วนนี้มากที่สุดครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณศักดินัย นุ่มหนู ครับ🔗

นายศักดินัย นุ่มหนู ตราด

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขอนำประเด็น ความเดือดร้อนของพี่น้องในอำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด มาหารือกับท่านประธาน ใน ๒ เรื่องครับ🔗

เรื่องแรก เป็นความเดือดร้อนของชาวบ้านหมู่ที่ ๒ บ้านคลองนา ตำบลหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ ผมได้รับการประสานจากนายชาลี บุญช่วย ผู้ใหญ่บ้านบ้านคลองนา และนายสมประสงค์ ช่อลัดดา สมาชิกสภาเทศบาลตำบลหาดเล็ก ถึงความเดือดร้อนของ ราษฎรบ้านคลองนาที่เกี่ยวกับคลื่นลมทะเลในช่วงฤดูมรสุมครับ โดยเฉพาะในเดือน พฤษภาคมถึงเดือนตุลาคม บริเวณนี้จะมีคลื่นลมแรงมากนะครับ คลื่นใหญ่แล้วก็เข้าซัด ทำลายบ้านเรือนแล้วก็ตลิ่งได้รับความเสียหาย ซึ่งประเด็นนี้ทางเทศบาลตำบลหาดเล็ก ก็ได้มีการทำเรื่องของบประมาณไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดตราดแล้ว ซึ่งทาง อบจ. ตราดเอง ก็ได้เตรียมที่จะจัดสรรงบประมาณมาให้ แต่ติดตรงที่ว่ายังไม่ได้มีการทำอีไอเอ (EIA) ซึ่งต้องให้หน่วยงานราชการได้เข้าไปทำอีไอเอ (EIA) ศึกษาผลกระทบเรื่องของสิ่งแวดล้อม จึงจะขอให้หน่วยงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เร่งเข้าไป ดำเนินการทำอีไอเอ (EIA) ด้วยครับ เพื่อที่จะได้สร้างแนวกันคลื่นให้กับบ้านคลองนา ราษฎร ที่อยู่ริมน ้านี้ ได้มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการประสานจากกำนันปิยวุฒิ ประสิทธิเวช กำนันตำบล หาดเล็ก ขอให้หน่วยงานขุดลอกร่องน ้าของสำนักงานพัฒนาบำรุงและรักษาร่องน ้าที่ ๕ จังหวัดจันทบุรี กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ได้จัดทำแผนงานโครงการขุดลอกคลอง ในหมู่ที่ ๑ บ้านคลองมะขาม ตำบลหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ ซึ่งมีความตื้นเขิน พี่น้อง ชาวประมงที่จะออกไปทำมาหากินนำเรือเข้าออกนั้น ก็เป็นไปด้วยความยากลำบากครับ ก็จึงขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบนี้ได้เข้าไปดำเนินการขุดลอกคลองให้กับบ้านคลองมะขามนี้ ด้วยครับ ขอขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณวรศิษฏ์ เลียงประสิทธิ์🔗

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สตูล

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทยครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมอยากจะหารือกับท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นั่นก็คือเรื่องของการก่อสร้างถนนของทางหลวงชนบท เส้น สต.๓๐๒๓ เป็นเส้นทาง เดินทางเข้าหมู่บ้านราวปลา อำเภอทุ่งหว้า ถนนเส้นนี้จริง ๆ แล้วหัวท้ายเรียบร้อยแล้ว แต่ว่า ตรงกลางยังเป็นช่วงที่เป็นลูกรังอยู่ประมาณสัก ๒ กิโลเมตรกว่า ๆ ซึ่งเป็นจุดที่มี ความลาดชันสูงมากครับ โดยเฉพาะในฤดูฝนมีความอันตราย เพราะว่าผิวถนนจะลื่น เป็นโคลน รถที่วิ่งขึ้นลงก็จะเกิดการลื่นไถล ซึ่งตั้งแต่ผมเข้ามารับตำแหน่งก็ได้ติดตามไปยัง สำนักงานทางหลวงชนบท จังหวัดสตูล ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบ ทางสำนักงานก็แจ้งมาว่า เขาเองพร้อมที่จะตั้งงบประมาณในการก่อสร้าง แต่ว่าก็ติดว่าตรงนั้นอยู่ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นี่เป็นผู้ดูแล ตรงนั้นเขาจะสร้างเป็นถนนมาตรฐานรวมไปถึงสร้างผนังกั้นดินสไลด์ (Slide) จึงต้องทำเรื่องขออนุญาตในการใช้พื้นที่เพื่อเข้าไปก่อสร้าง ทางสำนักงานทางหลวงเอง จริง ๆ แล้วทำเรื่องไปนานพอสมควรแล้ว แต่ว่าจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป ซ่อมสร้าง จริง ๆ เรื่องนี้ผมเคยหยิบขึ้นมาหารือในสภาแห่งนี้แล้วครั้งหนึ่ง แต่ว่าวันนี้ที่มี ความจำเป็นที่จะต้องเอาเรื่องนี้ขึ้นมาย ้า เพราะว่าถนนเสียหายหนักมากจริง ๆ แล้วที่สำคัญ ตรงบริเวณนั้นมันมีดินทรุดและดินสไลด์ (Slide) ด้วย แล้วมันทำให้เกิดเหวนะครับ ผมคิดว่าถ้าเรายังไม่รีบเข้าไปซ่อมแซมนี่นะครับ สิ่งที่เกิดขึ้นคือไม่รู้วันไหน ผมกลัวว่าดิน ดินมันจะถล่มลงมาทับพี่น้องที่สัญจรไปมา เพราะฉะนั้นผมก็อยากจะขอความกรุณา ผ่านไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนะครับ อย่างจะให้ช่วยเร่งรัด การอนุญาตการใช้พื้นที่ด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป คุณเทียบจุฑา ขาวขำ ครับ🔗

นางเทียบจุฑา ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันขอนำปัญหามาหารือกับท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องการถ่ายโอนภารกิจ เรื่องถนนให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ถนนที่ถ่ายโอนมาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนี้ ก็เป็นสภาพที่ชำรุด แล้วก็อายุการใช้งานมาแล้ว ๓๐-๔๐ ปี ดิฉันได้รับการร้องเรียนจาก อปท. จากท้องถิ่นหลาย ๆ หน่วยงานบอกว่าการจัดสรรงบประมาณนั้นให้กับ อบต. หรือ เทศบาล ปีละประมาณ ๑ เส้น ๑ สายทาง ประมาณ ๙-๑๐ ล้านบาท และสำหรับ อบจ. หรือ ทุก ๆ จังหวัดนะคะ มีหลายสายทางที่ได้รับโอนมานะคะ ถ่ายโอนมาหลายร้อยสายเส้นทาง แต่ละจังหวัดก็ได้รับงบประมาณจัดสรรเพียง ๓-๔ เส้นทาง ประมาณ ๓๐-๔๐ ล้านบาท ยกตัวอย่างเช่น จังหวัดอุดรธานีมีถนนถ่ายโอน มี ๑๑๒ สายทาง ได้ระยะทาง ๘๐๐ กว่ากิโลเมตร แต่ได้รับเงินจัดสรรปรับปรุงซ่อมแซมปีละ ๓๐-๔๐ ล้านบาท มันน้อย มากนะคะท่านประธาน ประชาชนก็เดือดร้อน ก็ต่อว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนะคะ ดิฉันเองก็ขอฝากกับท่านประธานนะคะ ความเดือดร้อนนี้ฝากท่านประธานว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนี้อยู่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนนะคะ งบประมาณที่ให้เท่านี้ คงจะต้อง เมื่อไรจะแล้วเสร็จ และคงจะต้องใช้เวลานานจนชั่วลูกชั่วหลานล่ะกระมังคะ จะแล้วเสร็จ ดังนั้น ดิฉันจึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรี และฝากไปยังสำนัก งบประมาณได้ทบทวนหลักเกณฑ์การจัดสรรงบประมาณให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพิ่มขึ้น เพื่อเป็นบริการสาธารณะให้สอดคล้องกับความเป็นจริง🔗

เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับร้องเรียนจากพี่น้องอำเภอน ้าโสมว่าตลิ่งห้วยโสม อยู่ในพื้นที่บ้านม่วง บ้านแสงทองพัฒนา บ้านน ้าโสม บ้านน ้าปดนี้ตลิ่งถูกกัดเซาะ ทำให้เกิด พังทลาย สร้างความเดือดร้อน ความเสียหายแก่พี่น้องเกษตรกร จึงขอฝากท่านประธาน ผ่านไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้สำรวจออกแบบก่อสร้างป้องกันตลิ่งพังบริเวณ ลำห้วยโสมด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา ครับ🔗

พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา จันทบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐครับ ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากการที่กระผมเคยหารือ ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และเจ้าหน้าที่ของโรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี กรณีที่หาที่จอดรถยากมากในการที่มาโรงพยาบาลในแต่ละวันนะครับ กระผมขอเรียนว่าขณะนี้ฝันของพี่น้องประชาชนและเจ้าหน้าที่ใกล้จะเป็นจริงแล้วครับ ซึ่งกระผมต้องขอชื่นชม และต้องขอขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น นายอภิรักษ์ พิศุทธ์อาภรณ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดจันทบุรี นายธีรพงศ์ ตุนาค ผู้อำนวยการโรงพยาบาล นางสาวศศิธร ศรีประดิษฐ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลฝ่ายบริหาร และคุณหมอฮุยนะครับ รวมทั้งนายช่าง ผู้ออกแบบ และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอื่น ๆ ที่ได้จัดทำแผน และแบบแปลนในการดำเนินงานนะครับ กระผมจึงขอแสดงความยินดีล่วงหน้ามากับ พี่น้องประชาชนในจังหวัดจันทบุรี และพี่น้องประชาชนต่างจังหวัด รวมทั้งพี่น้องประชาชน ต่างด้าวที่เข้ามาใช้บริการ ณ โรงพยาบาลพระปกเกล้า จังหวัดจันทบุรี ด้วยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธานครับ จากการที่ผมได้ออกเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชน ในแต่ละวันนะครับ กระผมได้รับการร้องเรียนหลายเรื่องด้วยกัน เรื่องหนึ่งที่พี่น้องประชาชน มีความเดือดร้อนมากก็คือการขอเลขที่บ้านครับ ทั้งการขอที่เป็นชั่วคราว และการขอที่เป็นถาวร นะครับ จึงอยากจะให้กระทรวงมหาดไทยนะครับ สั่งการไปยังส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นทางอำเภอหรือท้องถิ่นก็ตามนะครับในการออกบ้านเลขที่ให้ดำเนินการให้ประชาชน โดยเร็วนะครับ เมื่อมีการร้องขอ โดยเฉพาะประชาชนที่ด้อยโอกาส ฐานะยากจนนะครับ การเข้าถึงการบริการของรัฐนั้นก็ยากมากนะครับ เพราะเลขที่บ้านนั้นสำคัญอย่างมากครับ ท่านประธานครับ ในการขอน ้า ขอไฟ ขอสิ่งสาธารณูปโภคพื้นฐานต่าง ๆ นะครับ ถึงแม้ว่า บ้านดังกล่าวอาจจะปลูกในที่หลวงก็ตามครับท่านประธานครับ จึงอยากจะขอความกรุณานะครับ ฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทย ดำเนินการในส่วนที่พี่น้องประชาชนร้องขอ และได้รับความเดือดร้อนในครั้งนี้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ครับ🔗

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ พะเยา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา เขต ๒ ท่านประธานครับ ก็มาหารือเรื่องแหล่งน ้าเช่นเคยครับ โครงการเกี่ยวกับชลประทานการสร้างอ่างเก็บน ้าห้วยไร่ ตำบลอ่างทอง อำเภอเชียงคำ ซึ่งโครงการนี้ชลประทานได้ไปดูแล้วนะครับ แต่ว่าติดขัดที่ว่า เป็นป่าชุมชนนะครับ ซึ่งประธานป่าชุมชนได้ทำหนังสือถึง ผอ. สำนักจัดการป่าชุมชนแล้ว เพื่อให้ทำการตรวจสอบเอกสาร แต่ปรากฏว่าการตรวจสอบเอกสารนี้ผ่านมาปีเศษยังไป ไม่ถึงไหน🔗

อีกโครงการหนึ่ง โครงการอ่างเก็บน ้าพร้อมระบบส่งน ้าตำบลอ่างทอง คือหนองอ่าง มันเป็นเรื่องแปลกครับ ปีที่ผ่านมากรมชลประทานจะเป็นโครงการดำเนินการเอง ขนหิน ทราย ปูนเข้าไปเรียบร้อยนะครับ ปรากฏว่าสุดท้ายต้องขนหนี ผมก็ไม่เข้าใจว่า ใครไปโยกงบตัวนี้ไปนะครับ ก็อยากให้ทำหนังสือถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะ กรมชลประทานต้องชี้แจงนะครับว่าทำไมโยกย้ายโครงการได้ด้วยใช่ไหมครับ🔗

อีกโครงการหนึ่ง เป็นโครงการฝายเขือแจ้พร้อมระบบส่งน ้า ตำบลฝายกวาง ซึ่งอยู่โซนแวนโค้งตำบลฝายกวางนี่ขาดแคลนน ้ามาตลอดหลายปีที่ผ่านมานะครับ ถ้าสร้างได้ ก็หมู่ ๘ หมู่ ๑๖ แถวบ้านธาตุพัฒนาก็จะแก้ปัญหาเรื่องแหล่งน ้าได้ อันนี้เป็นสำคัญนะครับ พร้อมทั้งฝายเหมืองหลวงที่ชาวบ้านอยากได้อ่างเก็บน ้าเหมืองหลวงอันนี้ก็ยังไม่ได้นะครับ อีกฝายหนึ่งก็คืออ่างเก็บน ้าห้วยแม่ถั่ง ตำบลพระธาตุขิงแกงของอำเภอจุน รวมทั้งโครงการ พระราชดำริห้วยโป่งของตำบลห้วยก ่า อำเภอจุน อันนี้ก็หายไปเฉย ๆ ก็ฝากท่านด้วยครับว่า การทำแบบอะไรต้องเร่งรัดให้มากกว่านี้ไม่เช่นนั้นจะเข้าฤดูแล้งนี้ประชาชนก็มาติดตาม ที่ผู้แทนอีกครับ จึงกราบเรียนมายังท่านประธานกรุณาได้ทำหนังสือเร่งด่วนถึง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยนะครับ กราบขอบคุณอย่างสูงครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี ครับ🔗

นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ จะขออนุญาตหารือกับท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องครับ🔗

เรื่องแรก จากเหตุการณ์อิทธิพลของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุม อ่าวไทยและภาคใต้กำลังแรง เมื่อช่วงสิ้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาในพื้นที่ภาคใต้ หลายจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเกิดอุทกภัยอย่างหนักในหลายอำเภอ กระผมใคร่ขอชมเชยการปฏิบัติหน้าที่ของทางจังหวัดทุกส่วนราชการในการเตรียมรับมือ พร้อมทั้งจัดทำถุงยังชีพเพื่อเยียวยาช่วยเหลือให้กับพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จากเหตุการณ์นี้อย่างรวดเร็ว แต่ท่านประธานครับ กระผมได้รับทราบมาจากทางนายกและ รองนายกเทศบาลตำบลเกาะเต่าได้รายงานเข้ามาว่า ในพื้นที่หลายหมู่บ้านของตำบลเกาะ เต่าได้มีบ้านเรือนที่เสียหายหลายหลัง ถนนถูกตัดขาด ซึ่งทางเทศบาลตำบลเกาะเต่าได้ทำ หนังสือขอความช่วยเหลือไปยังจังหวัดแล้ว แต่ ณ ขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปสำรวจ ดูแลและให้ความช่วยเหลือแต่อย่างใด กระผมจึงขอฝากท่านประธานนำเรียนเรื่องไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้าไปดูแลให้ด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ปัญหาอุทกภัยในพื้นที่ตำบลเกาะเต่า อำเภอเกาะพะงัน ที่กระผม ได้กล่าวมาเบื้องต้นเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นยามมีมรสุมในเกือบทุกปี ซึ่งกระผมได้เข้าไปศึกษา สำรวจกับทางคณะผู้บริหารเทศบาลตำบลเกาะเต่า ในเรื่องของโครงการสร้างฝายกักเก็บน ้า ซึ่งทางเทศบาลได้มีการทำแผนและออกแบบไว้เรียบร้อย ซึ่งหากโครงการนี้สามารถเกิดขึ้นได้จริง ก็จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนชาวเกาะเต่าในเรื่องการแก้ปัญหาอุทกภัย อย่างยั่งยืน และยังช่วยในเรื่องของการขาดแคลนน ้าในช่วงฝนขาดช่วงในฤดูร้อนได้อีกด้วย จึงอยากจะขอฝากท่านประธานนำเรียนไปยังภาครัฐเข้ามาช่วยสนับสนุนให้โครงการนี้ ได้เกิดขึ้นด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย ครับ ผมขอเลยไปนะครับถ้าไม่พร้อม คุณประเสริฐ บุญเรือง ครับ🔗

นายประเสริฐ บุญเรือง กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายประเสริฐ บุญเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย ด้วยความเคารพท่านประธาน ได้รับการประสานงานจากท่านนายกพิศณุ งาดี นายกเทศมนตรีตำบลนาขาม อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ และท่านสมาชิก สภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายภูมินทร์ ภูมิเขตร สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วน จังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๒ คือตำบลสามขา นาขาม ตำบลแจนแลน และตำบลเหล่าใหญ่ ว่าให้ช่วยติดตามเรื่องโครงการ ก่อสร้างอ่างเก็บน ้าห้วยส้มป่อย ตำบลนาขาม อำเภอกุฉินารายณ์ ซึ่งได้ริเริ่มโครงการ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๖ ในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ผมได้เป็นกรรมาธิการงบประมาณแผ่นดิน ปี ๒๕๖๓ ได้นำหนังสือร้องขอจากพี่น้องชาว ๔ ตำบลนี้มายื่นต่ออธิบดีกรมชลประทานสมัยนั้น เพื่อให้เร่งรัดการดำเนินการก่อสร้างโครงการดังกล่าวซึ่งได้รับการตอบว่ากำลังจะอยู่ ในขั้นตอนการดำเนินการ และเมื่อวันที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๖๔ กรมชลประทานและชลประทานที่ ๖ จังหวัดขอนแก่น ได้มอบหมายให้ท่านสุทธิพันธุ์ ตันตระกูล วิศวกรอาวุโส ได้รับมอบหมาย จากกรมชลประทาน จังหวัดกาฬสินธุ์ เข้าร่วมประชุมกับพี่น้องประชาชนทั้ง ๔ หมู่บ้าน อยู่ที่เทศบาลตำบลนาขาม พี่น้องชาวเทศบาลตำบลนาขาม และพื้นที่แอเรีย (Area) ใกล้เคียงก็อยากทราบว่าโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน ้าขนาดกลาง อ่างห้วยส้มป่อยดำเนินการไปถึง ขั้นไหน และการดำเนินการจะเป็นความหวังที่จะได้รับการจัดสรรงบประมาณได้หรือไม่ อันที่ หนึ่ง🔗

อันที่ ๒ ผมได้มีเวลาหารือ อาจจะสัปดาห์หน้าอาจจะไม่มีเวลาหารือผมก็เลย ขออวยพรให้ท่านประธานมีความสุขความเจริญในปีใหม่ปี ๒๕๖๕ นี้ตลอดไป เป็นที่พึ่งที่หวัง ของหลักนิติรัฐของเราในสภาผู้แทนราษฎร กราบขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบพระคุณครับ คุณจีรเดช ศรีวิราช ครับ🔗

นายจีรเดช ศรีวิราช พะเยา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายจีรเดช ศรีวิราช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา เขต ๓ พลังประชารัฐ ขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข เนื่องจากได้รับ การประสานจากพี่น้อง อสม. เพื่อขอความเห็นใจจากรัฐบาล ได้เพิ่มค่าตอบแทน จาก ๑,๐๐๐ บาท เป็น ๑,๕๐๐ บาท ตลอดชีพ ท่านประธานครับ เป็นที่ทราบกันดีว่า ๒ ปี ที่ผ่านมาทุกประเทศทั่วโลกประสบปัญหาจากการแพร่ระบาดของโรคโควิดอย่างหนัก ซึ่งในขณะนี้ทั้งโลกมีผู้ติดเชื้อไปแล้วกว่า ๒๗๐ ล้านคน มีผู้เสียชีวิตกว่า ๕,๓๐๐,๐๐๐ คน โดยเฉพาะประเทศไทยของเรานั้นนับถึงปัจจุบันมีผู้ติดเชื้อกว่า ๒,๑๐๐,๐๐๐ คน และเสียชีวิตไปแล้วถึง ๒๑,๐๐๐ คน ด้วยความร่วมมือและเสียสละจากทุกฝ่ายที่ทำงานกัน อย่างหนัก ทำให้สถานการณ์เริ่มคลี่คลาย จำนวนตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลงอย่างต่อเนื่อง ต้องขอขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกท่าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้อง อสม. ผู้มีบทบาทสำคัญ ในการทำหน้าที่ช่วยเหลือหน่วยงานทางด้านสาธารณสุขที่ต้องทำงานเชิงรุกเป็นด่านหน้า เสี่ยงภัย ทั้งการเฝ้าระวัง ตั้งจุดตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงตามชุมชนและงานต่าง ๆ ขณะที่ งานประจำทั้งการแนะนำให้ความรู้ดูแลพี่น้องประชาชนทุกกลุ่มวัย ตั้งแต่อยู่ในครรภ์ยันตาย ทั้งเด็กแรกเกิด ผู้ป่วยติดบ้านติดเตียง ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กำจัดลูกน ้ายุงลาย และอีกมากมาย หลายเรื่อง ล้วนเป็นหน้าที่ของพี่น้อง อสม. ทั้งสิ้น ส่วนค่าตอบแทนที่ได้รับเพียงเดือนละ ๑,๐๐๐ บาท เท่านั้น ที่ผ่านมารัฐบาลเห็นใจเพิ่มให้อีก ๕๐๐ บาท เป็น ๑,๕๐๐ บาท ต่อเนื่องกันมาเป็นเดือนที่ ๑๙ และทราบว่าได้อนุมัติเพิ่มเติมให้อีก ๖ เดือน ซึ่งเป็นการให้ ชั่วคราวเท่านั้น และไม่กี่วันที่ผ่านมาทราบข่าวว่าท่านรัฐมนตรีได้รับปากไว้ว่าจะให้ ๑,๕๐๐ บาท ตลอดชีพ ก็ขอให้ได้ตามสัญญาอย่ามาเบี้ยวกัน ดังนั้นเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ให้กับพี่น้อง อสม. ขอให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณเป็น ๑,๕๐๐ บาท ตลอดชีพตลอดไปด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านอภิชาติพร้อมไหมครับ เชิญครับ ท่านนพพล เหลืองทองนารา พร้อมไหมครับ🔗

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก คนพรหมพิรามครับ ท่านครับ วันนี้ผมมีเรื่องปัญหาในพื้นที่ เรื่องมีความเดือดร้อนที่แสนสาหัสของพี่น้องเกษตรกร ที่อยู่ในจะเรียกได้ว่าทั้งประเทศก็ว่าได้ แต่ผมขออนุญาตขอพูดแค่ในเขตของอำเภอพรหมพิราม อำเภอเมือง แล้วก็อำเภอวัดโบสถ์ ซึ่งต้องอาศัยน ้าที่มีต้นทุนน ้าจากเขื่อนสิริกิติ์ และเขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ท่านประธานครับ วันนี้เขื่อนแควน้อยบำรุงแดนมีน ้าอยู่ ๙๖ เปอร์เซ็นต์ ๘๖๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่สรุปแล้วกรมชลประทานไม่ปล่อยน ้า ให้เกษตรกรในการเพาะปลูกพืชในฤดูที่จะถึงนี้ ผมเองอยากจะตั้งคำถามไปถึง กรมชลประทานซึ่งเป็นคำถามที่อยู่ในใจของพี่น้องเกษตรกรทั้งหมด ท่านครับ กรมชลท่านมี เหตุผลอะไรที่จะไม่ให้น ้ากับพี่น้องเกษตรกร วันนี้น ้า ๘๖๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ๙๖ เปอร์เซ็นต์ และการใช้น ้าของเกษตรกรท่านรู้ไหมครับกรมชล วันนี้พวกเขาตกลงกันแล้วว่า อัตราการใช้น ้าเขาขออัตราการใช้น ้าที่ต ่าที่สุดต่อไร่คือ ๑,๒๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ ท่านครับ ขอเมตตาให้พี่น้องเกษตรกรด้วยเถอะครับ แล้วก็ในส่วนของพี่น้องเกษตรกรที่อาศัยน ้าจาก เขื่อนสิริกิติ์ วันนี้น ้าในเขื่อนสิริกิติ์เป็นวันแรกที่น ้าต ่ากว่า ๑,๖๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ท่านครับ ไม่ยอมให้เลยแม้แต่น้อย ผมเองก็ไม่เข้าใจ แล้วบางส่วนนะครับเกษตรกรก็ได้ลงมือเพาะปลูก ไปแล้วหว่านไปแล้ว แล้วท่านเพิ่งจะมีประกาศว่าห้ามในการเพาะปลูกเพราะว่าจะไม่ส่งน ้า ให้เด็ดขาด ไม่ว่าจะเป็นโครงการสูบน ้าด้วยไฟฟ้า หรือว่าตามคลองชลประทานต่าง ๆ ถ้าท่านจะเอาอย่างนั้นท่านควรจะมีแผนล่วงหน้า แล้วบอกเขาให้ชัดเจนวันนี้ข้าวปลูก ปลูกใครจะจ่ายให้เกษตรกร ค่าปุ๋ยที่ลงไป ค่าหว่าน ค่าทุกอย่างสงสารกันบ้างเถอะครับ กระดูกสันหลังของประเทศนะครับ กระดูกมันจะหักอยู่แล้วครับ กราบขอบพระคุณมากครับ สวัสดีครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ คุณอภิชาติเชิญครับ🔗

นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ดอกเตอร์ อภิชาติ ตีรสวัสดิชัย ส.ส. จังหวัดสกลนคร เขต ๑ พรรคเพื่อไทย วันนี้ได้นำปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมานำเสนอให้ทางท่านประธานได้โปรดพิจารณา ดำเนินการอยู่ ๒ เรื่อง🔗

เรื่องที่ ๑ พี่น้องที่อยู่ในซอยเสรีไทย ๑๖ ซอยขวัญมงคล เขตเทศบาลนคร สกลนคร ขณะนี้ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากซอยดังกล่าวได้ถูกกำหนดเป็นเส้นทางของ การขุดร่องระบายน ้าเพื่อแก้ไขปัญหาน ้าท่วมในเขตเทศบาลนครสกลนคร ซึ่งผู้รับเหมา ได้ดำเนินการก่อสร้างไปแล้วเมื่อประมาณ ๔-๕ เดือนก่อน โดยขุดพื้นดินของซอยครึ่งหนึ่ง เหลือพื้นที่การจราจรอีกครึ่งหนึ่งไว้ให้พี่น้องประชาชนได้สัญจรไปมา แต่เนื่องจากน ้าฝน ที่เกิดขึ้นในช่วงฤดูฝนได้เซาะกร่อนพื้นถนนทรุดถล่มลงไป พื้นที่ถนนด้านข้างอีกข้างหนึ่ง ก็เลยทรุดล่มลงมาทำให้พี่น้องประชาชนในซอยดังกล่าวไม่สามารถที่จะสัญจรไปมาได้ จึงใคร่ขอ ให้ทางท่านประธานได้ประสานกับทางกรมโยธาธิการ เพื่อที่จะบอกกล่าวให้ทางผู้รับเหมาได้ ดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนตรงนั้นให้แก่พี่น้องประชาชน🔗

ในเรื่องที่ ๒ เป็นการติดตามเรื่องที่ได้เคยปรึกษาท่านประธานมา ในการแก้ไข ปัญหาขยายผิวจราจรถนนคู่ขนานในชุมชนหนาแน่น ริมถนนทางหลวงหมายเลข ๒๒ สกลนคร-นครพนม บ้านเชียงเครือ หมู่ ๑ หมู่ ๑๔ ที่มีผิวการจราจรคับแคบเนื่องจาก เป็นบริเวณที่มีพี่น้องประชาชนอยู่หนาแน่นและเป็นสามแยกที่จะเข้าสู่มหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตสกลนคร ทำให้การสัญจรไปมาก่อให้เกิดอันตรายจากรถที่วิ่งทางตรง มาทางด่วน ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สิน จึงเรียนมาเพื่อให้ท่านได้แจ้งให้ทาง กรมทางหลวงได้ดำเนินการแก้ไขครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปคุณสฤษดิ์ บุตรเนียร ครับ🔗

นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ปราจีนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมก็มีเรื่องนำความเดือดร้อนของชาวบ้านเกี่ยวกับเรื่องช้างทำลายทรัพย์สิน และพืชผล การเกษตรกรเช่นเดิมครับ ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนถึงเดือนธันวาคมมาผมก็ได้นำปรึกษาไป ๒ ครั้งแล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๓ ในรอบ ๒ เดือนเพื่อที่จะให้ท่านประธานสภาส่งเรื่องไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะช่วงนี้นะครับในสัปดาห์นี้ตั้งแต่ ๑๐-๑๕ มีโขลงช้างใหญ่ คาดว่าไม่ต ่ากว่า ๑๐๐ เชือกจากป่ารอยต่อ ๕ จังหวัดหรือเขาอ่างฤาไนเข้าทำลายทรัพย์สิน พืชผลการเกษตร สร้างความหวาดกลัวทั้งชีวิตและทรัพย์สินจนไม่สามารถจะออกไปทำงาน ในช่วงกลางคืนได้ โดยเฉพาะคนกรีดยาง ในเขตอำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี มีช้างเชือกหนึ่งจนได้รับฉายาว่า เจ้าแข็งแกร่ง ซึ่งตอนนี้สร้างความเดือดร้อนอย่างใหญ่หลวงให้กับตำบลเขาไม้แก้ว ตำบล วังท่าช้าง อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรีครับ ที่เขาไม้แก้วนี่มีประมาณ ๑๑ หมู่บ้าน เกือบทั้งหมด ๑๑ หมู่บ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก โดยเฉพาะหมู่ที่ ๘ หมู่ที่ ๙ ไร่อ้อย เสียหายประมาณ ๓๐๐ หมู่บ้านนะครับ ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ทำการเปิดคลิปภาพ)
นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ปราจีนบุรี

โดยเฉพาะของนางกุหลาบ จันคำมี หมู่ที่ ๙ ครับ ๓๐ ไร่ ผู้ใหญ่อำนวย เงินโสม ๓๐ ไร่ นายเนย สุขประเสริฐ ประมาณ ๔๐-๕๐-๖๐ ไร่ครับ วิธีแก้ไขเราก็ได้เคยขอไปแล้วว่า ในการขุดคูกั้นช้างขณะนี้ก็เกิด การชำรุดตื้นเขินไม่สามารถจะป้องกันได้ อีกทั้งสร้างเพนียดช้างก็คงจะยากลำบากครับ ดังนั้นขาดงบประมาณแต่ขอให้จัดสรรงบประมาณในการที่จะอบรมอาสาสมัครชาวบ้านครับ เพื่อจะต้อนช้างเข้าป่า ผมก็เห็นสมควรว่าทางหน่วยงานของทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม จังหวัดปราจีนบุรี ก็คงทำงานกันอย่างหนัก แต่เพื่อให้การทำงานเป็นไปอย่างรวดเร็ว ก็ขอให้กระทรวง โดยเฉพาะในนี้นายอำเภอที่กบินทร์บุรีก็ยังไม่มาดำรงตำแหน่ง ก็ขอให้กระทรวงมหาดไทยรีบส่งนายอำเภอมาครับ กกต. ก็รีบรับรองนายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลเพื่อจะเข้าไปบริหารจัดการ ขอให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศเป็นเขตคชภัยครับ ขอกราบความเมตตามายังท่านประธานสภาที่เคารพได้โปรดเร่งรับผิดชอบ เพราะเป็นภาวะ ฉุกเฉินอย่างมากที่ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก มิฉะนั้นผมก็คงจะต้องมาร้อง ปรึกษาหารือท่านทุกสัปดาห์ล่ะครับ ขอกราบขอบพระคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปคุณกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ🔗

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ นราธิวาส

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ ประกอบด้วยอำเภอบาเจาะ อำเภอยี่งอ อำเภอรือเสาะ และอำเภอศรีสาคร ผมมีประเด็นหารือ กับท่านประธาน ๑ เรื่อง ซึ่งเป็นประเด็นที่พี่น้องประชาชนให้ความสนใจ แล้วก็ผมเชื่อว่า ประเด็นนี้หลาย ๆ ท่านมีข้อห่วงกังวล แม้ว่าเมื่อวันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๔ คณะรัฐมนตรี ได้มีมติให้ชะลอโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะ โดยให้มีการศึกษาผลกระทบเอสอีเอ (SEA) แต่สิ่งที่ผมอยากหารือท่านประธานในวันนี้ก็คือ อยากให้ท่านประธานมีหนังสือถึง สำนักงานตำรวจแห่งชาติผ่านไปยังพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบ ในส่วนการดำเนินคดี การสลายการชุมชน เมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๖๔ อยากให้พนักงานสอบสวนปฏิบัติ อยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญ เพราะว่าผมเห็นว่าการสลายการชุมชนและแจ้งข้อกล่าวหา ให้กับพี่น้องชาวจะนะรักษ์ถิ่น จำนวน ๓๗ ท่าน ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากว่า พี่น้องจะนะรักษ์ถิ่นทั้ง ๓๗ ท่านได้ใช้สิทธิมาเรียกร้องทวงถามสิ่งที่เขาได้ร้องทุกข์ต่อรัฐบาล ตั้งแต่ต้นปี ๒๕๖๔ เกือบระยะเวลา ๑ ปีแล้วแต่ไม่ได้คำตอบ นั่นคือเป็นการใช้สิทธิ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๑ (๒) ประกอบกับศาลรัฐธรรมนูญเอง เมื่อวันที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๖ ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้เคยวินิจฉัยเกี่ยวกับการชุมชนของ กปปส. ในขณะนั้นว่า เป็นการเรียกร้องสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ดังนั้นผมอยากให้ท่านประธานมีหนังสือถึง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผ่านไปยังพนักงานสอบสวนให้ใช้ดุลยพินิจในการสั่งไม่ฟ้อง พี่น้อง ๓๗ คน ชาวจะนะรักษ์ถิ่นที่ถูกดำเนินคดีอยู่ในขณะนี้ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ และมาตรา ๔ ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปคุณเกษม ศุภรานนท์ ครับ🔗

นายเกษม ศุภรานนท์ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม เกษม ศุภรานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครราชสีมา เขต ๑ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมขออนุญาตขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา แล้วก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ ที่ได้กรุณาจัดรถไฟความเร็วสูงจากกรุงเทพฯ สู่โคราช แล้วโคราช-หนองคาย ประเด็นก็คือว่าท่านประธานครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากคณบดี คุณคิม แล้วก็คุณไก่ แล้วก็คุณเอก ที่อยู่ในเขตรับผิดชอบของรถไฟรอยต่อระหว่างชานเมืองกับตัวเมือง ท่านครับ คันทางรถไฟระดับคันดิน ๗ กิโลเมตรกว่าเป็นคันทางที่สูงมาก มันจะแบ่งแยกโคราชออกเป็น ๒ ส่วนนะครับ ตั้งแต่โคกกรวด ตำบลบ้านใหม่ มะขามเฒ่า แล้วก็ภูเขาลาด จะมาเรียนหนังสือที่มหาวิทยาลัย จะข้ามมาเรียนอุบลรัตน์ราชกัญญาจะข้ามมา ตลาดเทิดไท จะเข้าไปเรียนเตรียมอุดมน้อมเกล้าก็ลำบากท่านครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ อยากจะให้ท่านนายกฯ แล้วก็ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นที่เคารพ ของพวกเราได้กรุณายกคันดินอีก ๗ กิโลเมตรท่านครับ แล้วก็พี่น้องโคราชจะมีความสุขมาก เพราะพี่น้องโคราชเรา ๓๒ อำเภอนะท่านครับ แล้วก็มีภารกิจเป็นศูนย์กลางจะเห็นว่า พวกผมนี่ลงพื้นที่จริง ๆ ไปดูแล้วลำบากมาก โดยเฉพาะช่วงท้ายของบ้านหัวถนน พระสงฆ์ องค์เจ้าปกติจะตักบาตรกับพื้น ตอนนี้พอทำใหม่แล้วก็จะต้อง นี่ครับท่านไปดูสิครับ เดินขึ้น เกือกม้าครับ นิมนต์ มันลำบากมากท่านประธาน แล้วก็ขอความกรุณาท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมได้จัด เขาเรียกอะไร สะพานข้ามทางรถไฟด้วยครับ ประเด็นก็คือสรุปว่า วันนี้ผมขอความกรุณาท่านนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้กรุณา ชาวโคราชของเรายกระดับพื้นฐานของคันดินเป็นรถไฟลอยฟ้านะครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปเป็นคุณศรัณย์ ทิมสุวรรณ ครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย มีเรื่องที่จะหารือกับท่านประธาน ๓ เรื่องครับ🔗

เรื่องแรก ผมได้รับการร้องเรียนจากท่านกิตติศักดิ์ ทาเบ้า ผู้ใหญ่บ้านนิกรสุข แจ้งว่าถนนหมายเลข ๒๐๑ บริเวณสี่แยกโคกขมิ้นนั้นเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งครับ เนื่องจาก ไม่มีสัญญาณไฟจราจรแล้วก็ไฟส่องสว่างที่ไม่มากพอ จึงขอประสานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องครับ ช่วยเข้าไปแก้ไขปัญหาติดตั้งสัญญาณไฟจราจรเพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับ พ่อแม่พี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ จากนายบุญชิต นามวงศ์ เป็นอาสาสมัครปศุสัตว์ประจำหมู่บ้าน ได้มีข้อร้องเรียนว่า ได้มีเจ้าหน้าที่เข้าไปเรียกเก็บเงินเพื่อที่จะขอให้เขาเบิกค่าตอบแทนจาก ตำแหน่งอาสาสมัครปศุสัตว์ประจำหมู่บ้านครับ ซึ่งเกิดในหลายพื้นที่ แล้วก็มีการร้องเรียน เข้ามามาก อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับช่วยเข้าไปตรวจสอบด้วยว่ามีการกระทำ อย่างนี้จริงหรือไม่ และช่วยแก้ไขปัญหาและดำเนินการกับผู้ทำผิดด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ คุณสุภาวดี พันธุระ ซึ่งท่านเป็นสมาชิกเทศบาลวังสะพุง แจ้งปัญหา เรื่องตลิ่งของบ้านปากเป่งและบ้านบุงผักก้าม ที่ตำบลวังสะพุง อำเภอวังสะพุง จังหวัดเลย ผมเคยได้หารือเกี่ยวกับเรื่องตลิ่งพังทลายในสภานี้หลายครั้งครับท่านประธาน และในปัจจุบันเองก็น้อยมากครับที่มีการแก้ไขหรือมีการติดตามงานจากที่ผมได้หารือไป อันนี้ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งครับ เนื่องจากบริเวณดังกล่าวนั้นถูกแม่น ้าเลยกัดเซาะ แล้วก็เริ่มเป็น อันตรายกับพ่อแม่พี่น้องที่อยู่บริเวณริมฝั่งแม่น ้าครับ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่ง เข้าไปแก้ไขดูแลปัญหานี้ให้ด้วยครับ เนื่องจากในหลายบริเวณนั้นหลังจากที่ตลิ่งได้พังทลาย ไปตอนนี้ก็มีบ้านเริ่มพังแล้ว ซึ่งมันเป็นอันตรายต่อพี่น้องประชาชนแล้วไม่รู้จะเกิดขึ้นอีกที เมื่อไร อย่างไรก็ขอบคุณท่านประธานแล้วก็ฝากประสานเรื่องเหล่านี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปคุณสมบูรณ์ ซารัมย์ ครับ เชิญเลยครับ🔗

นายสมบูรณ์ ซารัมย์ บุรีรัมย์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สมบูรณ์ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย ขอหารือท่านประธานสภาจากการออกพื้นที่ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน🔗

ประเด็นแรกคือ การขุดลอกและสร้างฝายกั้นน ้า ซึ่งลำห้วยเดิมนั้นมีการตื้นเขิน มีความจำเป็นที่จะต้องขุดลอกและสร้างฝายเป็นระยะ ๆ เช่น ลำห้วยก้านเหลือง ของตำบลพรสำราญ อำเภอคูเมือง ลำห้วยโดน ตำบลศรีสว่าง อำเภอนาโพธิ์ ลำห้วย ก้านเหลืองของอำเภอคูเมือง ลำห้วยเตยของตำบลพุทไธสง🔗

ประเด็นที่ ๒ หารือท่านประธานเรื่องค่าตอบแทนอาสาสมัครเกษตร ซึ่งอาสาสมัครเกษตรทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตร แต่ไม่มีค่าตอบแทน อยากให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตั้งค่าตอบแทนให้เดือนละ ๑,๐๐๐ บาท🔗

ประเด็นที่ ๓ ก็คือเรื่องงบสร้างอาคารของโรงพยาบาลพุทไธสง ซึ่งอาคารเก่าชำรุด🔗

ประเด็นที่ ๔ เรื่องอาคารเรียนของโรงเรียนอนุบาลบ้านใหม่ อำเภอ บ้านใหม่ไชยพจน์ ซึ่งอาคารเรียนไม่พอกับเด็กขณะนี้มีความจำเป็น ฝากถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ได้จัดงบประมาณดำเนินการต่อไป ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยาครับ🔗

นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา นครปฐม

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครปฐม อำเภอบางเลน ดอนตูม และพุทธมณฑล พรรคก้าวไกล วันนี้ดิฉันมีเรื่อง อยากจะหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกัน🔗

เรื่องแรกดิฉันได้รับแจ้งจากคุณสาโรจน์ จุ้ยเจริญ ตัวแทนพรรคก้าวไกล ประจำจังหวัดนครปฐม เขต ๓ เรื่องความเดือดร้อนของผู้ใช้รถ ใช้ถนน ทางหลวงหมายเลข ๓๒๙๗ สายสามง่ามหนองปลาไหลจากปัญหารถบรรทุกน ้าหนักเกิน ทำให้ถนนฝั่งขาเข้า เป็นคลื่น เป็นหลุม เป็นแอ่ง บางช่วงผิวจราจรที่เป็นลาดยางก็หลุดร่อนออกไป เห็นเป็นชั้นดิน ที่ทำให้เกิดฝุ่น โดยเฉพาะในตอนกลางคืนที่ทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลงยิ่งเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย นอกจากนี้ภายหลังเหตุการณ์น ้าท่วมในอำเภอบางเลน ถนนหลายสายได้รับความเสียหาย เป็นอย่างมากน ้าได้กัดเซาะชั้นใต้ดินในผิวลาดยาง ทำให้ถนนหลุดร่อน ยุบตัว จึงอยากฝาก ท่านประธานผ่านไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกรมทางหลวงกระทรวงคมนาคม ให้เร่งแก้ไขโดยด่วน🔗

เรื่องที่ ๒ ได้รับแจ้งจากคุณสาโรจน์ จุ้ยเจริญ ตัวแทนพรรคก้าวไกล ประจำจังหวัดนครปฐม เขต ๓ เช่นกัน โดยคุณสาโรจน์ได้รับแจ้งจากประชาชนในตำบลบ้านหลวง และตำบลดอนพุทรา อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม เรื่องมีการพบเห็นการซื้อขายยาเสพติด ในกลุ่มเยาวชนโดยจะใช้วิธีการขี่จักรยานยนต์สวนกันแล้วส่งมอบยาเสพติด อย่างรวดเร็ว ซึ่งกระทำการกันอย่างเปิดเผยไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย พิษของยาเสพติดทำให้ ผู้เสพมีอาการคลุ้มคลั่ง ด่าทอ ทำลายคนในครอบครัว ชาวบ้านฝากมาบอกว่าอยากให้ เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ ซึ่งตอนนี้กำลังระบาดอย่างหนัก อยากฝากท่านประธาน ผ่านไปยัง สำนักตำรวจแห่งชาติให้เร่งดำเนินการปราบปรามยาเสพติดโดยด่วน ขอบคุณ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณภาคภูมิ บูลย์ประมุข🔗

นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ตาก

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคพลังประชารัฐ ผมมีเรื่องหารือท่านประธานอยู่ ๑ เรื่อง🔗

จากเหตุการณ์ผู้ลี้ภัยการสู้รบชุมนุมประท้วงและก่อการจลาจล พื้นที่พักพิง ชั่วคราวแม่หละ อำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก เมื่อคืนวันที่ ๑๔ ที่ผ่านมา ผมเชื่อว่าท่านประธาน แล้วก็ท่านสมาชิกคงได้รับทราบข่าวถึงสาเหตุจากสื่อต่าง ๆ มาบ้างแล้ว แต่ยังมีข้อเท็จจริง หลายประการที่ยังเสนอไม่ครบถ้วน จากการสอบสวนเบื้องต้นข้อเท็จจริงก็คือ ในช่วงสถานการณ์โควิด (COVID) ที่ผ่านมา ๒ ปี ภายในพื้นที่พักพิงเจ้าหน้าที่ ได้มีความเข้มงวดกวดขันในการป้องกันโควิด (COVID) อย่างเคร่งครัด และเข้มข้น และอีกทั้งยังมีปัญหาหลายอย่างที่หมักหมมมานาน ผู้ลี้ภัยจึงได้เสนอให้มีการปรับเปลี่ยน โยกย้ายเจ้าหน้าที่ที่หมดออกจากศูนย์ และขอเข้าออกพื้นที่โดยอิสระ อีกทั้งหากฉีดวัคซีนแล้ว ขอไม่สวมแมสก์ (Mask) ภายในพื้นที่ ซึ่งหลายข้อไม่สามารถกระทำได้จึงสร้างความไม่พอใจ ให้ผู้เรียกร้อง เกิดการทำลายทรัพย์สิน สำนักงานอาคารบ้านพัก ยานพาหนะ ทั้งส่วนราชการ และเอกชนมีการปล้นสะดมร้านค้าภายในพื้นที่พักพิงและได้บานปลายมาถึงขั้นปิดถนนสายหลัก จุดไฟเผากลางถนน ปาก้อนหินใส่ผู้สัญจรไปมา ซึ่งเส้นทางนี้เป็นเส้นหลักระหว่างอำเภอแม่ระมาด ท่าสองยาง ต่อไปแม่ฮ่องสอน สร้างความเดือดร้อน ประชาชนพี่น้องไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ มีรถติดอยู่หลายร้อยคัน ซึ่งการกระทำของกลุ่มเหล่านี้ ผมถือว่าเป็นเรื่องที่ทำเกินกว่าเหตุ แล้วก็ใช้ความรุนแรงมาก จึงอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสืบหาผู้กระทำผิดมาลงโทษ โดยเด็ดขาด ส่วนข้อพิพาทที่เกิดขึ้นระหว่างผู้ลี้ภัยกับเจ้าหน้าที่ก็ให้มีการตั้ง กรรมการสอบสวนหาข้อเท็จจริงเจ้าหน้าที่คนไหนผิดก็ต้องเอามาลงโทษ อย่าได้ละเว้น หน่วยงาน ทีเกี่ยวข้อง ไม่ว่าเป็นภาครัฐบาล เอกชน องค์กรระหว่างประเทศ องค์กรการกุศล เอกชน ต้องมาให้ความร่วมมือกันสร้างมาตรการ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นอีก ถึงที่พักพิงอื่น ๆด้วย ผู้ลี้ภัยสู้รบเหล่านี้อาศัยพื้นที่แผ่นดินไทยมานานกว่า ๓๐ ปี ผมเชื่อว่า ประเทศไทยและคนไทยให้ความรัก ความเอื้อเฟื้อให้พวกเขาเป็นอย่างดีตามหลักมนุษยธรรม แต่เหตุการณ์ที่ผ่านมาของคนบางกลุ่มกระทบกระเทือนความรู้สึกของคนในพื้นที่เป็น อย่างมาก มนุษยธรรมก็มีข้อจำกัด ขอเป็นกำลังให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่พักพิงชั่วคราว แม่หละทุกท่านครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา ครับ🔗

นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน สุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตภาษีเจริญ ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันได้รับเรื่องขอความอนุเคราะห์จาก คณะกรรมการชุมชนโดยประธานชุมชน ในเขตพื้นที่และในเขตต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานคร เรื่องขอให้สำนักงานสลากกินแบ่งของรัฐบาลได้พิจารณาอนุเคราะห์โควตาให้กับ คณะกรรมการชุมชน เพื่อที่จะให้เป็นรายได้พิเศษและเป็นการถ่วงดุลการรักษาราคา สลากกินแบ่ง ไม่ให้มีการจำหน่ายให้มีราคามากเกินไป ท่านประธานคะ คณะกรรมการชุมชน นั้นเป็นตำแหน่งที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนในชุมชนนั้น ๆ เลือกตัวแทนขึ้นมา เพื่อทำงานประสานกิจกรรมต่าง ๆ และดูแลพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และยังสามารถ ที่จะช่วยนำเรื่องข้อราชการมาส่งต่อให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้ด้วยค่ะ โดยเฉพาะ ในช่วงที่มีการระบาดของโรคไวรัสโคโรนา (Corona) โควิด (COVID) ที่ผ่านมา ประธานชุมชน และคณะกรรมการได้ทำงานอย่างหนัก แต่คณะกรรมการชุมชนทั้งหมดของกรุงเทพมหานคร ไม่ได้รับค่าตอบแทนและไม่มีสวัสดิการใด ๆ ที่จะช่วยอนุเคราะห์ในการทำงานให้กับ คณะกรรมการชุมชน ดังนั้นในการที่จะมีการจัดสรรโควตาที่จะเกิดขึ้นที่ทางสำนักงานสลากกินแบ่ง ได้จัดขึ้นบ่อย ๆ นั้น จึงขอฝากให้ทางสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลโดยกระทรวงการคลัง ได้พิจารณาให้โควตากับทางคณะกรรมการชุมชนเพื่อเป็นขวัญกำลังใจและเพื่อที่จะได้ทำงาน ได้อย่างเต็มกำลังด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณประมวล พงศ์ถาวราเดช ครับ🔗

นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ประจวบคีรีขันธ์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายประมวล พงศ์ถาวราเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรประจวบคีรีขันธ์ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอหารือท่านประธานสภาไปถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เพราะช่วงนี้จะเข้าหน้าแล้ง ปัญหาที่ผมจะพูดคือปัญหาการขาดแคลนน ้าอุปโภคบริโภค ๑. สืบเนื่องจากพี่น้องชาวตำบลชัยเกษม ตำบลร่อนทองและตำบลธงชัย โดยเฉพาะเทศบาล บ้านกรูดได้ขาดแคลนน ้า เนื่องจากอ่างเก็บน ้ามรสวบ หมู่ที่ ๔ ตำบลชัยเกษม ซึ่งชำรุด และกรมทรัพยากรน ้าได้ตั้งงบประมาณไว้เพื่อซ่อมแซม แต่ยังอยู่ในกระบวนการขั้นอุทธรณ์ อยู่ของกรมบัญชีกลาง เพราะฉะนั้นผมอยากให้กระบวนการต่าง ๆ ดำเนินการไปอย่างรวดเร็ว เพื่อแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่ด้วย และประกอบกับ เทศบาลบ้านกรูดซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยว ต้องใช้น ้าจากอ่างเก็บน ้ามรสวบมาเพื่อดำเนินการ ซึ่งกรมทรัพยากรน ้าได้สำรวจออกแบบโดยใช้งบประมาณและพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนในน ้าบริโภคให้กับพี่น้องเทศบาลบ้านกรูด โดยเฉพาะเป็นแหล่งท่องเที่ยว ชายทะเลของอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์🔗

ส่วนเรื่องที่ ๒ ผมขอบคุณกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และขอบคุณ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่ปัญหาในการปฏิบัติ อย่างเช่น กรมชลประทาน ได้ไปออกแบบขุมเหมืองในตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก และออกแบบอ่างเก็บน ้า หนองมะค่า ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก และฝายตำบลไชยราช แต่ติดปัญหาที่การขออนุญาต ใช้ที่ป่า เพราะฉะนั้นผมอยากให้หน่วยงานทั้ง ๒ หน่วยนี้ โดยเฉพาะกรมป่าไม้ ต้องรีบดำเนินการขออนุญาตใช้พื้นที่ให้กรมชลประทานเพื่อไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ในหน้าแล้งให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ เพราะว่าแบบงบประมาณได้ดำเนินการไปเรียบร้อย แล้ว แต่ขั้นตอนที่ล่าช้าคือการขออนุญาตจากกรมป่าไม้ เพราะฉะนั้นผมต้องขอบคุณนโยบาย ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วย ที่พยายามแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนในการเดือดร้อนในภัยแล้งด้วย ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณดะนัย มะหิพันธ์🔗

นายดะนัย มะหิพันธ์ อำนาจเจริญ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ดะนัย มะหิพันธ์ พรรคเพื่อไทย อำนาจเจริญ เขตเลือกตั้ง ที่ ๒ท่านประธานครับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายเทียบ ดวงมาลย์ ซึ่งเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๖ ตำบลเปือย อำเภอลืออำนาจ จังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งเป็นตัวแทนชาวบ้านที่ได้รับ ความเดือดร้อนเรื่องที่ดินที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกิน ได้ยื่นหนังสือมากับผม โดยเรียกร้องว่า ความเดือดร้อนเหล่านี้สรุปก็คือ ที่ดินป่าโปร่งโคกหมาหิว ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ ๔,๒๗๑ ไร่ ตามสภาพความเป็นจริงแล้วชาวบ้านได้เข้าทำการครอบครอง ที่ดินนั้นมาเป็นเวลานาน ต่อมาในปี ๒๕๒๕ ทางราชการได้ออกหนังสือสำคัญที่ดินหลวง และในปี ๒๕๕๐ สำนักงานที่ดินจังหวัดอำนาจเจริญได้ออกไปรังวัดที่ดินของประชาชน ที่ครอบครองอยู่ ได้มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมรังวัดพร้อมกับออกใบเสร็จรับเงินให้กับ เจ้าของที่ดินทุกคน ต่อมาในปี ๒๕๕๒ สำนักงานที่ดินได้ออกเอกสาร ส.ค. ๑ และประกาศ สำนักงานที่ดินเรื่องแจกโฉนดที่ดินไว้เป็นหลักฐานสำหรับผู้ที่ครอบครอง จนปัจจุบันนี้ ชาวบ้านยังไม่ได้รับโฉนดตัวจริง บางคนก็ได้รับหนังสือแจ้งว่าให้กลับไปเอาเงินค่ารังวัดคืน บางคนก็บอกทำใบเสร็จหายแล้วก็ยังไม่ได้รับเงินคืน ฉะนั้นเรื่องนี้ก็อยากจะฝากท่านประธาน ผ่านไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า การแก้ปัญหาเรื่องออกโฉนดที่ดิน และขณะเดียวกัน การแก้ปัญหาเรื่องเงินที่ชาวบ้านได้จ่ายค่ารังวัดไปนั้นทำอย่างไรเขาถึงจะได้คืน ก็อยากจะฝาก ท่านประธาน และขณะเดียวกันผมจะขอยื่นหนังสือนี้ถึงท่านประธานด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเลยครับ ต่อไป คุณจารึก ศรีอ่อน ครับ🔗

นายจารึก ศรีอ่อน จันทบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม จารึก ศรีอ่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๒ พรรคพลังท้องถิ่นไท ขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเกี่ยวกับ เรื่องการที่พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดจันทบุรีไม่มีบัตรประชาชนครับท่านประธาน ที่ผ่านมา ผมเองได้ไปดำเนินการทำบัตรประชาชนให้พี่น้องประชาชนก็หลายราย แต่ว่ายังมี ความต้องการของพี่น้องประชาชนอีกเป็นจำนวนมากที่ต้องการที่จะทำบัตรประชาชนครับ ท่านประธานที่เคารพ อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสั่งการไปยัง ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี สั่งการไปยังท่านนายอำเภอ ท่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ได้ไปสำรวจสิว่า พี่น้องประชาชนมีใครบ้างที่ยังไม่มีบัตรประชาชนครับท่านประธาน แล้วก็ให้อำเภอ ดำเนินการออกบัตรประชาชนให้ กรณีถ้าเป็นชาวต่างด้าวไม่มีปัญหาครับท่านประธาน ไม่มีบัตรประชาชนเรารับได้ แต่ว่าถ้าเป็นพี่น้องประชาชนที่เป็นประชาชนคนไทยโดยกำเนิด แล้วก็บัตรขาดบ้าง ถูกเพิกถอนจากทะเบียนราษฎรบ้างอะไรบ้างนะครับ เราสามารถ สืบสาวราวเรื่อง เราสามารถที่จะนำมาตรวจดีเอ็นเอ (DNA) เพื่อให้เขาได้มีบัตรประชาชนได้ครับ ท่านประธาน กรณีไม่มีบัตรประชาชน พี่น้องประชาชนเดือดร้อนครับท่านประธาน เมื่อเป็นหนุ่มเป็นสาวก็ไม่เป็นไร เมื่อแก่ตัวขึ้นมามีการเจ็บไข้ได้ป่วยก็ไม่สามารถเข้าถึง สวัสดิการแห่งรัฐได้ กรณีที่จะได้รับสิทธิจากการที่ได้รับเงินคนชรา ได้รับเงินจากผู้พิการต่าง ๆ ก็ไม่สามารถที่จะรับสิทธิตรงนั้นได้ เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนคนไทยควรจะได้รับสิทธิ ตรงนั้น ขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ช่วยดำเนินการกรณีดังกล่าวด้วยครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอแสดงความชื่นชม ทุกคนนะครับ วันนี้พวกเราทำได้ดีครับ ใช้เวลาเพียง ๑ ชั่วโมงกับ ๘ นาที ถือว่าเกินไป ๘ นาที แต่ว่าทุกคนทำได้ดีก็ชื่นชม เพราะว่าการใช้เวลา ๒ นาทีก็ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ทุกคนทำได้ ต้องฝึกการบริหารเวลาและย่อความให้ได้เนื้อหาสาระ แต่ว่าชื่นชมที่นำปัญหาของพี่น้อง ประชาชนมาปรึกษาหารือครับ🔗

ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อแล้ว ๒๘๑ คนนะครับ แต่ว่าก่อนเปิดประชุม ผมขออนุญาตที่จะเรียน ฝ่ายเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรขอให้ผมได้ประกาศว่า สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุน การสร้างเสริมสุขภาพ สสส. และศูนย์บริจาคโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย จัดโครงการ รัฐสภาร่วมใจบริจาคโลหิต ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ครั้งที่ ๑ ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๖ คือวันนี้นะครับ เวลา ๐๙.๐๐-๑๕.๐๐ นาฬิกา ที่บริเวณห้องประชุมใหญ่ ชั้นบี ๑ (B1) อาคารรัฐสภา ในการนี้สำนักงานบริหารทางการแพทย์ประจำรัฐสภาจึงขอเรียนเชิญสมาชิก ที่มีความประสงค์จะร่วมบริจาคโลหิตในสถานที่ดังกล่าว ก็เรียนเพื่อนสมาชิกได้รับทราบครับ🔗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๕๙ คน
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อ ๒๘๑ คน ครบองค์ประชุมนะครับ ในขณะนี้จำนวนสมาชิกทั้งหมดที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ ๔๗๗ คน องค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งก็คือ ๒๓๙ คนครับ ผมขอเปิดประชุมครับ ขอดำเนินการไป ตามระเบียบวาระนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗

ในขณะที่เราจะเริ่มกระทู้ถาม ในห้องประชุมกระทู้ถามแยกเฉพาะวันนี้ท่านสุชาติ จะทำหน้าที่เป็นประธานในการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะก็ดำเนินพร้อมกันไปนะครับ🔗

กระทู้ถามสดด้วยวาจา ซึ่งมี ๓ กระทู้ ขอเรียนเป็นหลักการเพื่อเป็น แนวปฏิบัติ ซึ่งผมเชื่อว่าท่านสมาชิกท่านรัฐมนตรีเข้าใจดีอยู่แล้วก็คือ กระทู้ถามสดด้วยวาจานี้ ให้เวลาไว้กระทู้ละ ๓๐ นาทีเราก็เลยแบ่งว่าผู้ถามใช้เวลา ๑๕ นาที ผู้ตอบใช้เวลา ๑๕ นาที เนื่องจากถามได้ ๓ ครั้ง เพราะฉะนั้นท่านผู้ถามต้องประเมินเวลาและบริหาร คำถามด้วยตัวเองว่าจะถาม ๓ ครั้ง ด้วยเวลาอย่างไรไม่ให้เกินเวลา แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ถ้ามันเป็นเรื่องจำเป็นต่อเนื่องก็จะยินดีอนุโลมให้นะครับ🔗

กระทู้ถาม ที่ ๑๖๐ ส. ถามปัญหาราคาผลไม้และการส่งออกผลไม้ (นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์🔗

บัดนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ท่านรองนายกรัฐมนตรีจุรินทร์ ท่านมาแล้วนะครับ ขอเชิญนางสาวญาณธิชา เริ่มถามคำถามที่ ๑ ได้ครับ🔗

นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน จันทบุรี

เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ ท่านประธานคะ ดิฉันเป็นผู้แทนราษฎรในจังหวัดจันทบุรีที่มีทุเรียนและลำไยเยอะที่สุดในประเทศไทย ท่านประธานคะในช่วงเดือนมกราคมถึงพฤษภาคม ปี ๒๕๖๔ แค่ครึ่งปีเท่านั้นนะคะ ประเทศไทยมีมูลค่าการส่งออกทุเรียนสด สูงถึงเกือบ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยมีประเทศจีน เป็นตลาดนำเข้าอันดับหนึ่งมูลค่าสูงถึง ๕๑,๐๐๐ ล้านบาท สำหรับลำไยในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ทั้งปีค่ะ มีมูลค่าสูงถึง ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท โดยส่งออกไปยังประเทศจีนสูงถึง ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท เราก็คงต้องยอมรับค่ะว่าประเทศจีนถือเป็นประเทศหลักในการนำเข้าผลไม้จากประเทศไทย และท่านรองนายกรัฐมนตรีก็คงทราบดีอยู่แล้วว่าประเทศจีนมีนโยบายที่เข้มงวดมาก ในการควบคุมและสกัดกั้นการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด (COVID) ค่ะ โควิด (COVID) ต้องเป็นศูนย์ นโยบายเขาเป็นแบบนั้น เพื่อเตรียมการสำหรับการโอลิมปิก ในฤดูหนาวปี ๒๐๒๒ ค่ะ ในกรณีที่เจอโควิด (COVID) ที่ด่าน ถ้าไม่มีการตีกลับสินค้า ก็จะเผาสินค้าในตู้คอนเทนเนอร์ (Container) นั้นทิ้งทันทีค่ะ แถมยังมีมาตรการระงับ การนำเข้าสินค้าตามมาอีกด้วยนะคะ🔗

ปัญหานี้ไม่ใช่ปัญหาใหม่ค่ะ ปัญหาเรื่องระงับการนำเข้าไม่ใช่ปัญหาใหม่เลย เพราะเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ปี ๒๕๖๔ ก็มีสัญญาณเตือนถึงปัญหานี้มาแล้วค่ะ อย่างในเรื่อง ของกรณีลำไย มีการตรวจพบเพลี้ยแป้งเราก็ถูกประเทศจีนระงับการนำเข้าไป ทูตเกษตรและ ทูตพาณิชย์ก็ต้องไปเจรจา ในกรณีของทุเรียน จีนได้สุ่มตรวจและพบเชื้อโควิด (COVID) ปนเปื้อนบนกล่องทุเรียนนำเข้าจากไทย โดยตรวจพบที่ตลาดที่จีน ไม่ได้ตรวจพบที่ด่าน หรือว่าในระหว่างการขนส่ง ผ่านมา ๔ เดือนแทนที่รัฐบาลจะเร่งยกระดับมาตรฐานการ ป้องกันมาตรการการปนเปื้อนให้เข้มงวดมากขึ้น ครอบคลุมการปนเปื้อนเชื้อโควิด (COVID) ตามมาตรฐานสากลที่จีนยอมรับ แต่รัฐบาลกลับนิ่งนอนใจค่ะ คิดว่าการตรวจพบเชื้อโควิด (COVID) เป็นแค่ปัญหาเล็ก ๆ ไม่ได้ตรวจเจอที่ด่าน คิดว่านี่คือปัญหาแค่เศษเสี้ยว เพียงไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ไม่เคยเฉลียวใจเลยค่ะว่าจะมีผลกระทบต่อการส่งออกลำไยและทุเรียนไปจีน ปัจจุบันการนำเข้าผลไม้ทางการจีนได้มีการตรวจสอบการปนเปื้อนที่เข้มงวดมาก ตรวจเชื้อโควิด (COVID) ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ทุกล็อต (Lot) และไม่ได้ตรวจเฉพาะที่ด่านเท่านั้นแต่จะตรวจ ทุกขั้นตอนค่ะ และคาดว่าเนื่องจากมาตรการการป้องกันเชื้อโควิด (COVID) ของไทย ไม่ได้อยู่ในมาตรฐานที่จีนยอมรับได้นะคะ จึงทำให้ปัจจุบันที่ด่านชายแดนของจีน ทั้งทางบก และทางเรือเริ่มมีการจำกัดการนำเข้าผลไม้จากไทยบ้างแล้ว เช่นด่านโหย่วอี้กวนดิฉันอัปเดต (Update) ข้อมูลมาเมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคมที่ผ่านมานะคะ ด่านโหย่วอี้กวน ไม่เปิดให้ลำไยเข้า แต่ให้ทุเรียนเข้าได้ โดยระยะเวลาขนส่งใช้เวลาประมาณ ๑๐ วัน จากเดิม แค่ประมาณ ๒-๓ วันซึ่งตรงนี้ทำให้เราเสียเวลามาก แล้วก็สินค้าทุเรียนของเราเสียหาย เพราะใช้เวลานานในการขนส่ง ด่านโม่ฮาน-บ่อเต็น รถติดที่หน้าด่านตอนนี้ ๓,๐๐๐ ตู้ มีของ ของไทยอยู่ในนั้น ๒๐๐-๓๐๐ ตู้ ของจากไทยเข้าได้ไม่เกิน ๕๐ ตู้/วัน ปัจจุบันด่านนี้ ไม่อนุญาตให้พนักงานชิปปิง (Shipping) จีนเข้าไปร่วมตรวจเพราะว่ากลัวโควิด (COVID) ทำให้ไม่สามารถรู้สถานการณ์ข้างใน และพอเกิดปัญหาขึ้นมาก็ไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหา เฉพาะหน้าได้ ทำให้การทำงานล่าช้าลงมาก หากด่านมีการตรวจพบโควิด (COVID) จีนก็จะ ปิดด่านทันที ตั้งแต่ครึ่งวันถึง ๑๐ วันแล้วแต่สถานการณ์ ที่ด่านตงซินเปิดรับไม่ถึง ๑๐ ตู้ต่อวัน ซึ่งตอนนี้ลำไยต่อแถวที่ ๒๐ วันยังไม่สามารถผ่านด่านได้ ท่าเรือเปิดให้เข้าได้ ๑๓๐ ตู้ต่อวัน ลองคิดดูนะคะว่าโดยปกติแล้วในช่วงที่พีก (Peak) การส่งออกทุเรียนของ จังหวัดจันทบุรีจะส่งออกไปประมาณ ๕๐๐-๗๕๐ ตู้ต่อวันเมื่อปีที่แล้ว แต่ในปีนี้เราคิดว่า จะถึง ๑๐๐๐ ตู้ต่อวัน ถ้าปัญหานี้ถูกละเลยและลากยาวออกไปจนถึงหน้าเก็บเกี่ยวทุเรียน ในปีหน้า ก็คือเดือนกุมภาพันธ์ปีหน้าซึ่งจะเก็บเกี่ยวในภาคตะวันออกก่อนนะคะ คือจังหวัดระยอง จันทบุรี และตราด ถ้าสถานการณ์นี้ยังไม่ได้รับการแก้ไขมันจะโกลาหล ขนาดไหนนะคะ แล้วก็ประชาชนจะเดือดร้อนแสนสาหัสขนาดไหน ท่านประธานคะ ปัจจุบัน ปัญหานี้ได้เกิดขึ้นกับชาวสวนลำไยเป็นที่เรียบร้อยแล้วค่ะ เพราะในเมื่อด่านปิดการส่งออก ลำไยก็มีปัญหาค่ะ สุดท้ายล้งก็จำเป็นที่จะต้องชะลอการซื้อลำไย ทำให้ราคาลำไยตกต ่าที่สุด ในรอบ ๑๐ ปี ราคาเหลือแค่กิโลกรัมละ ๒๐-๒๕ บาท ในขณะที่ค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นต้นทุน การผลิต ค่าแรงงาน หรือค่าปุ๋ย ค่าน ้ามัน ค่ายาสูงขึ้นสวนทางกับราคา ลำไยก้นสวนที่ล้ง ไม่มาเก็บต้องจำใจขายในราคากิโลกรัมละ ๑๕ บาท ไม่ต้องพูดถึงลำไยลูกร่วงที่เหลือกิโลกรัมละ ประมาณ ๓-๕ บาท ปัจจุบันยังมีลำไยรอเก็บอีกประมาณ ๔๐-๕๐ เปอร์เซ็นต์ และยัง ไม่พบว่ารัฐบาลมีมาตรการที่เป็นรูปธรรมใด ๆ ในการแก้ปัญหานี้ และยังไม่มีมาตรการใด ๆ เข้ามาช่วยเหลือชาวสวนลำไยเลย ชาวสวนลำไยมีทั่วประเทศถึง ๒๕๐,๐๐๐ ครัวเรือน โดยในนี้เป็นชาวจันทบุรี โดยเฉพาะอำเภอโป่งน ้าร้อนและสอยดาว สูงถึง ๕๐,๐๐๐ ครัวเรือน ถ้าปัญหาที่ประเทศจีนจำกัดการนำเข้าผลไม้จากไทยยังไม่ได้รับการแก้ไขและไม่มีมาตรการใด ๆ ที่ชัดเจนออกมา เมื่อถึงเดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๖๕ อีกแค่ประมาณ ๒ เดือนเท่านั้น ก็จะเข้าสู่หน้าทุเรียนแล้ว ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีมูลค่าส่งออกแค่ครึ่งปีแรกสูงถึงเกือบ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ทั้งปีก็ประมาณนับแสนล้านบาทเลยทีเดียว และเป็นความหวังของ ประเทศไทยค่ะ โดยเฉพาะชาวตะวันออกและภาคใต้ ซึ่งชาวตะวันออกจะเก็บเกี่ยวก่อน ก็คือในช่วงกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๖๕ ซึ่งปัจจุบันนี้ความหวังที่ว่านี้ชาวสวนก็เริ่มมีการทำสัญญา จองเอาไว้แล้วกิโลกรัมละประมาณ ๑๘๕ บาท ทุเรียนคือความหวังของคน ๑๔๐,๐๐๐ ครัวเรือน ที่จันทบุรี ๒๕,๐๐๐ ครัวเรือน ที่ระยอง ๙,๐๐๐ ครัวเรือน ที่จังหวัดตราด ๕,๐๐๐ ครัวเรือน และยังมีที่ชุมพรอีก ๑๖,๐๐๐ ครัวเรือนนะคะ รัฐบาลจะเล่นขายของแบบนี้ ต่อไปเรื่อย ๆ ไม่ได้อีกแล้วค่ะ ที่ผ่านมาดิฉันต้องบอกตรง ๆ ว่ารัฐบาลนี้ยังไม่เคยให้ ความสำคัญกับเกษตรกรรมยั่งยืนเลยค่ะ อย่างเช่นเรื่องน ้าด้วย อย่างอ่างเก็บน ้าห้วยสะตอ และอ่างเก็บน ้าคลองแอ่งที่จังหวัดตราด ที่จะเก็บน ้าได้สูงถึง ๙๕ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งเป็น ประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนในจังหวัดตราดและจันทบุรีถึง ๑๐๐,๐๐๐ ไร่ ก็ชะลอมาเรื่อย ๆ ทั้ง ๆ ที่มีโครงการตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๔-๒๕๔๗ แล้วนะคะ แต่ปัจจุบันนี้โครงการก็ยัง ไม่มีความคืบหน้า ซึ่งในเรื่องของการบริหารจัดการน ้านี้ดิฉันเข้าใจว่าอาจจะไม่ได้อยู่ในวาระ ของกระทู้นี้ ซึ่ง ส.ส. ศักดินัย นุ่มหนู จังหวัดตราด พรรคก้าวไกล และดิฉัน ก็จะใช้กลไกคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ติดตามตรวจสอบเรื่องนี้ต่อไป ท่านประธาน เนื่องจากปัญหาที่ดิฉันกล่าวมาเป็นปัญหาที่สำคัญมาก ปัญหานี้กระทบถึง เรื่องปากท้องของชาวบ้าน กระทบไปทั้งเชน (Chain) มูลค่าหลายแสนล้านบาท ถ้าปัญหานี้ ไม่ได้รับการแก้ไขจะเดือดร้อนไปถึงแม่ค้าขายก๋วยเตี๋ยว เดือดร้อนไปถึงร้านขายน ้าปั่น เดือดร้อนไปถึงแม่ค้าขายลูกชิ้น ดังนั้นดิฉันจึงขอเรียนถามคำถามกับท่านรองนายกรัฐมนตรีค่ะ🔗

คำถามแรก การคลี่คลายปัญหาที่ด่านศุลกากรที่ประเทศจีนนั้นต้องอาศัย การบูรณาการของ ๓ กระทรวง คือ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงพาณิชย์ ดิฉันไม่ทราบว่ารัฐบาลได้ดำเนินการแก้ไขปัญหานี้แล้วอย่างไรบ้าง ได้ส่งคนไปเจรจากับประเทศจีนหรือยัง เจรจาแล้วได้ผลเป็นอย่างไรบ้าง และในช่วงเดือน ธันวาคมถึงมกราคมจะมีมาตรการอะไรที่เป็นรูปธรรมออกมาบ้าง เพราะถ้าช้าไปกว่านี้ จะไม่ทันการณ์ และจะทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับชาวสวนลำไยที่พบเจอ ณ ปัจจุบันนี้เกิด ขึ้นกับชาวสวนทุเรียนอีกค่ะท่านประธาน อันนี้คือคำถามแรกค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขออนุญาตตอบคำถามแรกของท่านสมาชิกที่ถามว่า การแก้ปัญหาด่านจีนต้องบูรณาการ ๓ กระทรวง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ ได้แก้ปัญหาอะไรไปแล้วบ้าง แล้วก็ได้ผล เป็นอย่างไร ต่อไปจะทำอะไร ก็ขออนุญาตตอบตรงนี้ว่า ได้ดำเนินการไปแล้วทุกเรื่อง ที่ท่านได้ถาม แล้วก็ให้ความเห็นไปเมื่อสักครู่ โดยเฉพาะการบูรณาการงานร่วมกันระหว่าง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กับกระทรวงพาณิชย์ ภายใต้วิสัยทัศน์ เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด แล้วก็การใช้ตลาดนำการผลิต ขออนุญาตก่อนที่จะลงรายละเอียด ขอกราบเรียน ท่านประธานในภาพรวมว่าสำหรับตลาดผลไม้ของไทยในการส่งออกนั้นตลาดจีนเป็นตลาด ที่สำคัญที่สุด เพราะว่ามีสัดส่วนการตลาดถึง ๘๕ เปอร์เซ็นต์ของผลไม้ไทยที่ส่งออก ไปทั่วโลก แล้วในรอบ ๑๐ เดือน มกราคมจนกระทั่งถึงตุลาคมที่ผ่านมานั้นตัวเลขทางการ คือเราสามารถส่งออกไปตลาดจีนเป็นบวกถึง ๘๖ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ก็คือภาพรวมที่ขอฉาย ให้เห็นภาพ ท่ามกลางอุปสรรคปัญหานานัปการในช่วงสถานการณ์โควิด (COVID) แล้วก็ มีการเกิดปัญหาอุปสรรคในเรื่องของการขนส่งผลไม้ไทยผ่านลาว เวียดนาม แล้วก็ก่อนเข้าจีน ในหลายกรณีที่ต้องแก้ปัญหาหน้างานในหลายครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ด่านสำคัญที่ส่งออก ผลไม้ไทยผ่านเวียดนามก่อนเข้าจีน ก็คือด่านโหย่วอี้กวนกลับด่านโม่ฮาน อันนี้ถือว่าเป็น ด่านใหญ่ไม่นับตงซิง แล้วก็ด่านรถไฟผิงเสียงที่อยู่ใกล้กับด่านโหย่วอี้กวน แล้ว ๒ ด่านนั้น ก็จะเป็นด่านสำรองในการที่จะช่วยเวลาที่เกิดปัญหาเยอะ ๆ ที่ด่านโหย่วอี้กวนให้สามารถ มีอีก ๒ ช่องทางซ้ายขวาในการที่จะส่งผลไม้เข้าจีนได้ กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหามาโดยลำดับ ทุกครั้งที่มีปัญหา โดยเฉพาะการสั่งการให้ทูตพาณิชย์กับทูตเกษตรซึ่งประจำอยู่ที่นั่นได้ดำเนินการคลี่คลาย สถานการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ด่านโม่ฮาน ซึ่งเป็นด่านที่ผ่านจากเชียงของเข้าไปยัง ประเทศลาวก่อนที่จะเข้าไปสู่จีน อันนั้นก็ได้มีการดำเนินการมาโดยลำดับ ซึ่งกรณีที่มีปัญหา ที่ด่านทูตพาณิชย์ ทูตเกษตร ก็จะได้จับมือกันในการที่จะเข้าไปร่วมในการเจรจา โดยเฉพาะ ล่าสุดที่มีปัญหาที่ด่านโม่ฮาน ซึ่งผ่านจากเชียงของ ผ่านลาว แล้วก็ก่อนที่จะเข้าจีนทางด้านยูนาน หรือจะไปที่คุนหมิง อันนี้เป็นด่านที่สำคัญลำดับ ๒ ก็มีประเด็นปัญหา เนื่องจากว่า ด่านโม่ฮานปิดในช่วงวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา เหตุผลที่ปิดก็เพราะว่ามาตรการ ในการดำเนินการในเรื่องของการใช้นโยบายโควิดซีโร (COVID Zero) หรือซีโร่โควิด (Zero COVID) เพื่อต้องการที่จะดำเนินการให้ประเทศจีน อย่างที่สมาชิกได้พูดถึงเมื่อสักครู่ มีโควิด (COVID) เป็นศูนย์ เช่น ในการล็อกดาวน์ (Lockdown) ห้ามประชาชนออกจากบ้าน โดยไม่จำเป็น ในการที่จะบังคับมาตรการในการสวมหน้ากากในการตรวจโควิด (COVID) แล้วก็จำกัดในการที่จะให้ชาวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศ รวมทั้งมาตรการสำคัญที่กระทบเรา ก็คือในเรื่องของการปิดด่าน แต่ว่าด่านที่ถูกปิดจริง ๆ นี่ขณะนี้ ๕ ด่านที่เราส่งออกสินค้า ไปยังจีนนั้น ด่านที่สั่งปิดจริง ๆ ก็คือด่านโม่ฮาน ที่เหลือก็ยังสามารถดำเนินการได้ แต่ว่าทันที ที่มีการปิดด่านโม่ฮาน ผมก็ได้สั่งการให้ทูตพาณิชย์และรวมไปถึงทูตเกษตรด้วย เพราะเขา ทำงานร่วมกันตลอด เจรจากับจีนในทุกช่องทางการทูตนะครับ แล้วที่สำคัญก็คือขณะที่ มีการเจรจากันและขอผ่อนปรนในเรื่องมาตรการซีโรโควิด (Zero COVID) ของจีนนี่ วันที่ ๑ พฤศจิกายน ผมได้พบกับท่านทูตท่านใหม่ที่เดินทางมาพบที่กระทรวง ประเด็นสำคัญที่สุด ที่ผมได้เรียนกับท่าน ก็คือขอให้ท่านทูตจีนได้กรุณาส่งข้อความที่ผมขอฝากไปยังรัฐบาลจีน และผู้ที่รับผิดชอบดูแลอยู่ที่ด่านโม่ฮานได้ขอความกรุณาช่วยเร่งรัดในเรื่องของการเปิดด่าน หลังจากวันที่ ๑ พฤศจิกายน ท่านทูตจีนรับไปแล้วเพียง ๒ อาทิตย์ คือวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ก็ได้มีมาตรการออกมาในการที่เริ่มเปิดด่าน แต่ไม่ถือว่าเป็นการเปิดด่านอย่างเป็นทางการ แต่ถือว่าเป็นการทดลองระบบและให้สินค้าจากไทยข้ามแดนผ่านด่านโม่ฮานไปยังจีนได้ แต่เป็นการทดลองระบบภายใต้มาตรการคุมเข้มทางด้านโควิด (COVID) ซึ่งมีผลให้รถ จากฝั่งไทยเข้าไปจีนได้ไม่น้อยกว่า ๑๕๐ คันต่อวัน และขณะเดียวกันรถจากจีนก็เข้ามาไทย ได้ไม่น้อยกว่า ๑๘๐ คันต่อวัน รถที่มาจากจีนกลับเข้าไทยกลับเข้าไทยได้มีนัยสำคัญครับ เพราะนั่นหมายถึงการนำตู้คอนเทนเนอร์ (Container) ติดรถกลับมาเมืองไทยด้วยจะทำให้ เราสามารถมีตู้ในการที่จะส่งผลไม้กลับไปได้ เพราะฉะนั้นทั้งขาเข้า ขาออกมีความสำคัญ กับไทยอย่างยิ่ง และขณะเดียวกันตัวเลขล่าสุด ก็คือวันที่ ๑-๑๔ ธันวาคมจนถึงวันนี้ปรากฏว่า มีรถจากฝั่งไทยส่งสินค้าไทยไปจีนแล้ว ๒๑๒ คัน ในนั้นมีทั้งลำไย มีทั้งส้มโอ มีทั้งทุเรียน มีทั้งกล้วยไข่ แล้วก็หลังจากนั้นความคืบหน้าในการเจรจาหลังจากการดำเนินการอย่างที่ กราบเรียนแล้ววันที่ ๑๑ ธันวาคม เมื่อไม่กี่วันมานี้ทูตพาณิชย์ไทยประจำคุนหมิงก็ได้พบกับ มิสเตอร์อ้ายเจิง (Mr. Al Zhen) ซึ่งเป็นผู้อำนวยการสำนักงานกิจการต่างประเทศของจีน แล้วก็ได้มีหารือเรื่องการขอเร่งรัดการเปิดด่านนะครับ ซึ่งผลการเจรจาก็คาดว่าจีนจะพยายาม ที่จะผ่อนปรนแล้วก็มีปฏิทินเบื้องต้นว่าจะพยายามดำเนินการเปิดด่านเต็มรูปแบบให้ได้ ในช่วงต้นปี ๒๕๖๕ คือปีหน้า ขณะเดียวกันบ่ายวันนี้ครับ บ่ายสองโมง ผมจะเดินทางไป เปิดศูนย์กระจายสินค้าเซินเจิ้น ทั้งขาเข้าและสินค้าที่เราจะส่งไปขายที่นั่นก็จะได้มีโอกาสพบ กับทูตจีน ผมก็จะได้หารือกับท่านเรื่องนี้เพิ่มเติมอีกด้วยนะครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ เชิญท่านสมาชิก ถามคำถามที่ ๒ ครับ เชิญครับ🔗

นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน จันทบุรี

เรียนท่านประธาน ดิฉันขออนุญาต ถามคำถามที่ ๒ แต่ก่อนที่จะถามคำถามที่ ๒ นั้น ดิฉันอยากจะขอบอกท่านรองนายกรัฐมนตรี นิดหนึ่งนะคะว่า เมื่อสักครู่ที่ท่านตอบคำถามมาท่านบอกว่าทดลองใช่ไหมคะ โดยมีมาตรการ ควบคุมโควิด (COVID) ที่เข้มงวดและรถสามารถผ่านได้แค่ประมาณ ๑๕๐-๑๘๐ คัน ต่อหนึ่งวันนะคะ แต่ท่านประธานคะ ลองคิดดูนะคะว่า ตามที่ดิฉันบอกเมื่อสักครู่ว่า ในช่วงพีก (Peak) หน้าทุเรียน รวมถึงมังคุดด้วยนี้ อาจจะมีรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ (Container) ถึงวันละ ๑,๐๐๐ คันนะคะ แล้วถ้าเกิด สมมติว่ามันยังส่งได้แค่ ๑๘๐ ตู้ต่อ ๑ วัน วันนี้เราจะอย่างไรในช่วงเดือนนั้นนะคะ และดิฉัน ก็หวังว่าที่ท่านบอกว่ามีไทม์ไลน์ (Timeline) ที่คุยกันแล้ว และคาดหวังว่าจีนจะสามารถ ที่จะเปิดด่านให้เราส่งมากขึ้น ดิฉันก็หวังว่ามันจะเป็นเช่นนั้นนะคะ แต่ที่สำคัญค่ะท่านประธาน คือคำถามที่ ๒ ของดิฉันนะคะ ท่านประธานคะ ปัจจุบันนะคะ การแก้ปัญหานี้ ดิฉันยืนยันว่า รัฐบาลจำเป็นจะต้องมีมาตรการในการป้องกันการปนเปื้อนโควิด (COVID) ตั้งแต่การปลูก การเก็บเกี่ยว บรรจุภัณฑ์แล้วก็การขนส่ง ทั้งในกรณีของทุเรียนและลำไย ให้เป็นไปตาม มาตรฐานสากลนะคะ อาจจะใช้มาตรฐานของเอฟเอโอ (FAO) ดับเบิลยูเอชโอ (WHO) หรือมาตรฐานที่เทียบเคียงกัน มาตรฐานที่ประเทศจีนเขาสามารถที่จะยอมรับเราได้นะคะ ไม่ทราบว่าตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่พบปัญหานะคะ อันนั้นอาจจะเป็นปัญหาเรื่องเพลี้ยแป้ง ในปัจจุบันนี้ผ่านมาแล้ว ๔ เดือนนะคะ รัฐบาลได้ดำเนินการอะไรที่เป็นรูปธรรมแล้วบ้าง เกี่ยวกับมาตรการการป้องกันเชื้อโควิด (COVID) นะคะ และมีแผนการที่จะดำเนินการต่อไป อย่างไรนะคะ เพราะถ้ายังไม่เริ่ม แล้วก็ยังไม่รีบนะคะ ไม่ทำตั้งแต่ตอนนี้นะคะ ดิฉันมั่นใจว่า ไม่มีทางทันแน่นอนค่ะท่านประธาน นี่คือคำถามที่ ๒ ค่ะ🔗

อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญนะคะ ไม่แพ้กันค่ะท่านประธานคะ ก็คืออย่างที่ เมื่อสักครู่นี้บอกนะคะ ท่านรองนายกรัฐมนตรีเป็นคนบอกเองว่าเรามีปัญหาในเรื่องของ การขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ (Container) ดิฉันอยากที่จะทราบว่าปัญหาเรื่องการขาดแคลน ตู้คอนเทนเนอร์ (Container) นี้ท่านรองนายกรัฐมนตรีวางแผนที่จะบริหารจัดการ หรือแก้ปัญหาอย่างไรคะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญ ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ🔗

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์

กราบเรียนท่านประธานครับ ขออนุญาตตอบคำถามที่ ๒ นะครับ เรื่องมาตรการในการป้องกันการปนเปื้อนโควิด (COVID) ในการส่งออกสินค้าไปยังจีน ทั้งทุเรียน ลำไย ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่าอันนี้คือสิ่งที่เราตระหนักอย่างยิ่ง แล้วก็เป็นภารกิจ ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินการคุมเข้ม ไม่เฉพาะทุเรียนกับลำไย รวมถึงผลไม้อื่น ๆ ทุกชนิดที่ส่งออกไปยังต่างประเทศ โดยให้มีการดำเนินการในการที่จะ ตรวจสอบตั้งแต่ต้นทางว่าได้มีมาตรการป้องกันการปนเปื้อนตั้งแต่การเอาผลไม้ขึ้นตู้ เข้าตู้ ปิด ก็จะมีการฉีดพ่นอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็เมื่อไปถึงด่านชายแดนก็จะมีการตรวจสอบ เพื่อให้สินค้านั้น ปลอดจากเชื้อโควิด (COVID) แล้วก็ไม่เฉพาะการขนส่งเท่านั้น แม้แต่ภาคการผลิต ผลไม้กระป๋อง อาหารทะเลกระป๋องทุกอย่าง เราดำเนินการเรื่องนี้มานานแล้วครับ ตั้งแต่เกิดปัญหา โควิด (COVID) ใหม่ ๆ ไม่เช่นนั้นตัวเลขส่งออกเราไม่สามารถบวกมากมายมหาศาลขนาดนี้ เพราะเราตระหนักแล้วว่าในสถานการณ์โควิด (COVID) สำคัญที่สุดก็คือสินค้าไทยต้องสร้าง ความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าทั่วโลกได้ รวมทั้งจีนว่าเรามีมาตรการคุมเข้มทุกขั้นตอนในเรื่องของ การปลอดโควิด (COVID) เดี๋ยวนี้ถ้าประเทศไหนเขาสงสัยผลไม้กระป๋อง อาหารกระป๋องของเรา เราสามารถที่จะออกใบรับรองให้ได้ว่าขั้นตอนกระบวนการเขาดำเนินการมาอย่างไร ส่วนในเรื่องลำไย ย้อนไปนิดหนึ่งครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านอภิปรายก็ดีแล้ว ผมจะได้ขอถือโอกาสนี้กราบเรียนว่า ก่อนหน้านี้ไม่กี่เดือน เรามีปัญหาเรื่องการส่งออกลำไย เพราะว่ามีเชื้อแป้ง หรือเพลี้ยนี้ที่ เป็นปัญหา แต่สุดท้ายจากการเจรจาของทูตพาณิชย์กับทูตเกษตร ทำความเข้าใจกับรัฐบาลจีน ในที่สุดรัฐบาลจีนก็ผ่อนปรนให้ สามารถที่จะนำเข้าลำไยได้แล้วนะครับ แล้วก็ขณะเดียวกัน เราก็เข้ามาดำเนินการบริหารจัดการกับทั้งภาคการผลิตและล้งผู้รวบรวม แล้วก็ขั้นตอน กระบวนการเข้าตู้อะไรอย่างที่ผมกราบเรียนทั้งหมดโดยเคร่งครัด ทางการจีนเขาก็มีตัวแทน เข้ามาตรวจสอบว่าเราได้ดำเนินการตามนั้นจริงหรือไม่ ไม่เช่นนั้นเราจะไม่ได้รับอนุญาต ให้นำเข้าจีนได้เลยครับ เพราะฉะนั้นอันนี้มันเป็นคำตอบสุดท้ายที่บอกได้ว่าเพราะเรามีมาตรการ ที่ท่าน ส.ส. เป็นห่วงนี้ครบถ้วน ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ๖ เราจึงสามารถนำเข้าจีนได้ เพราะนโยบายซีโรโควิด (Zero COVID) ที่เขาเข้มงวด อันนี้ก็คือสิ่งที่ขออนุญาตกราบเรียนเบื้องต้นนะครับ🔗

มีอีกประเด็นหนึ่งเรื่องการขาดแคลนตู้ อันนี้เป็นข้อเท็จจริง แต่ไม่ได้ขาดเฉพาะ ประเทศไทย ตู้คอนเทนเนอร์ (Container) ในการส่งออกขาดแคลนทั่วโลกครับ แล้วก็เป็น ปัญหาใหญ่ของทุกประเทศในโลก ประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในนั้น ผมจับมือกับภาคเอกชนประชุม กรอ. พาณิชย์แก้ปัญหาเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้น แล้วช่วงหลังตู้ก็คลี่คลายขึ้น อย่างในปี ๒๕๖๓ เราสามารถสร้างจุดสมดุลระหว่างซัปพลาย (Supply) ตู้ คือตู้ที่เรามีใช้กับความต้องการใช้ตู้ แล้วก็ขณะเดียวกันยังโอเวอร์ ซัปพลาย (Over Supply) อยู่นิดหน่อย เพราะความต้องการใช้ ๑,๒๐๐,๐๐๐ ตู้ เรามี ๑,๑๐๐,๐๐๐ ตู้ เรามี ๑,๒๐๐,๐๐๐ กว่าตู้ ผมเคยตอบในสภานี้ มาแล้วครั้งหนึ่ง แต่แน่นอนบางช่วงขาดครับ เพราะอันนี้คือบริหารตัวเลขรวม แต่ว่าบางเดือน มันขาด ถ้าเดือนนั้นต้องใช้ตู้เยอะอันนี้จะมีปัญหาเป็นอุปสรรคทั่วโลก แล้วก็ขณะเดียวกัน ปัญหาก็คือประเทศยักษ์ใหญ่ที่เขาสามารถจ่ายค่าตู้นำเข้าได้เยอะเขาก็ได้เปลี่ยน จ่ายไม่อั้น เพื่อเอาตู้เข้าไป แต่ว่าของเราบางครั้งเรารับภาระไม่ไหว เพราะคนรับภาระค่าตู้คือเอกชน เช่น การส่งออกข้าว ผู้ส่งออกข้าวน่าเห็นใจมากครับ เพราะถ้าต้องไปจ่ายเงินค่าเอาตู้เข้ามา ราคาข้าวถูกกว่าราคาตู้ แล้วก็ขณะเดียวกันถูกกว่าค่าระวางส่งออกข้าว อันนี้ก็เลยเป็น ประเด็นปัญหาที่ต้องไปใช้บัลก์ (Bulk) หรือว่าคอนเทนเนอร์ (Container) ลักษณะอื่น ในการส่งออกข้าวแทน อันนี้ก็เป็นคำตอบที่อยากจะขออนุญาตกราบเรียน แต่ว่าขอกราบเรียน ให้ท่านสมาชิกได้สบายใจว่ารัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ รวมทั้งกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นความสำคัญเรื่องนี้ และเราจับมือกันแก้ปัญหาคลี่คลาย ไปได้เยอะแล้วครับ แต่หนักกว่าปัญหาตู้คือปัญหาค่าระวาง เพราะน ้ามันแพงขึ้น ทั่วโลก ต้องการเร่งรัดการส่งออกแล้วก็แข่งขันแย่งชิง แล้วก็ประเทศไทยเราไม่สามารถนำเรือ ขนาดยักษ์เข้ามาได้ในการรับสินค้าทีละเยอะ ๆ เรือไม่จำเป็นเขาก็เข้ามาเท่าที่จำเป็น อันนี้ก็เป็นปัญหาระยะยาวที่ต้องแก้ปัญหาต่อไป แต่คำตอบสุดท้ายก็คือถือว่าเราแก้ปัญหา ในภาพรวมทุกเรื่องได้ดีระดับหนึ่ง ถ้าไม่ดีตัวเลขส่งออกไม่บวกถึงขนาดนี้ นี่ ๑๐ เดือน เราบวกเกือบ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ครับจากปีที่แล้ว ขณะที่เราต้องฝ่าวิกฤติมากมายหลายประการ รวมทั้งโควิด (COVID) ไปด้วย อันนี้ก็ขอเรียนให้ท่านสมาชิกได้สบายใจระดับหนึ่งครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านญาณธิชาถามได้ อีกครั้งครับ เชิญเลยครับ🔗

นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน จันทบุรี

เรียนท่านประธานค่ะ ดิฉันฟังคำตอบ ท่านรองนายกรัฐมนตรีดูเหมือนจะสบายใจค่ะท่านประธาน ท่านมีมาตรการในการ ที่จะควบคุมการปนเปื้อนของโควิด (COVID) ดูเหมือนจะทั้งหมดแล้ว แต่ท่านประธานคะ ในพื้นที่แล้วจริง ๆ มันไม่ได้เป็นเช่นนั้น ทางผู้ประกอบการยังกังวลอยู่ แล้วที่สำคัญที่ดิฉัน ต้องให้ข้อมูลเพิ่มก็คือว่าจีนเขากังวล คือการตรวจพบทั้งเชื้อเป็นและเชื้อตาย ในปัจจุบันนี้ ดิฉันไม่แน่ใจว่าไทยมีสารที่จะฉีดพ่นแล้วสามารถกำจัดทั้งเชื้อเป็นและเชื้อตายได้หรือเปล่า ดิฉันไม่แน่ใจตรงนี้นะคะ และขอฝากท่านรองนายกรัฐมนตรีในประเด็นนี้ไว้ด้วยว่าทำอย่างไร เราถึงจะคลีน (Clean) ได้ทั้งเชื้อเป็นและเชื้อตาย ซึ่งจีนเขาซีเรียสมากนะคะ🔗

ท่านประธานคะ มีอีก ๑ เรื่องเป็นคำถามที่ชาวบ้านฝากดิฉันมาถามถึง ท่านรองนายกรัฐมนตรีเรื่องนี้โดยตรงเลยนะคะ ช่วงนี้ลำไยที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวมีอีกประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันชาวสวนลำไยทั้งภาคเหนือและภาคตะวันออกก็ได้รับความเดือดร้อน เช่นเดียวกัน รัฐบาลจะมีมาตรการช่วยเหลือเยียวยาชาวสวนลำไยทั้งประเทศที่กำลัง เดือดร้อนอย่างหนักอย่างไร และอยากได้เวลาที่ชัดเจนว่าท่านจะเยียวยาเมื่อไรด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรองนายกรัฐมนตรี🔗

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์

กราบเรียนท่านประธานครับ เรื่องลำไยความจริงพื้นที่ปลูกที่เยอะที่สุดก็อยู่ ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกก็รองลงมา โดยเฉพาะเชียงใหม่ ลำพูน แล้วก็มาที่จันทบุรี สำหรับภาคเหนือฤดูปกติที่ผลผลิตจะออกก็ประมาณกรกฎาคม สิงหาคม กันยายน ตุลาคม ส่วนลำไยจันทบุรีหรือภาคตะวันออกก็จะเร่งให้ออกไม่ตรงกันเพื่อจะได้ราคา ซึ่งอันนี้ก็ไม่ได้เป็นความผิดอะไร แต่อันนี้ขอฉายให้เห็นภาพรวมก่อน แล้วก็ช่วงนี้ต้องถือว่า ลำไยที่จันทบุรีเป็นลำไยนอกฤดูเมื่อเทียบกับภาคเหนือ อันนี้คือภาพรวม แต่สิ่งหนึ่งที่ขอ อนุญาตกราบเรียนก็คือว่าท่านสมาชิกได้สอบถามในเรื่องของมาตรการที่จะดำเนินการ ช่วยเหลือดูแลต่อไป อันนี้ขอเรียนว่าไม่ได้มาตอบเดี๋ยวนี้ แต่ขอเรียนว่ากระทรวงพาณิชย์ผม เป็นรัฐมนตรีมา ๒ ปีเศษ เราไม่ปล่อยให้ปัญหามันล่วงเลย เป็นครั้งแรก ๆ ที่การแก้ปัญหา ผลไม้ซึ่งรวมลำไยอยู่ในนั้นด้วยมีมาตรการเชิงรุกและเคาะมาตรการชัดเจนตั้งแต่ก่อนที่ผลไม้ ปีนี้จะออก นั่นก็คือการเคาะมาตรการผลไม้ ๑๗ บวก ๑ หรือ ๑๘ มาตรการ ที่เป็น ๑๘ มาตรการ เพราะว่าปักษ์ใต้จังหวัดชายแดนภาคใต้มีมาตรการเพิ่มมา ๑ แต่ว่าสำหรับ ทั่วประเทศ รวมทั้งจันทบุรีและภาคตะวันออกมี ๑๗ มาตรการ กำหนดไว้ชัดเจน ตั้งหลายเดือนมาแล้วที่จะมาใช้ในฤดูที่ท่าน ส.ส. เป็นห่วงว่าเดี๋ยวมันทะลักออกมาปีหน้า อันนี้มาตรการชัดเจนหมดแล้ว ซักซ้อมแนวปฏิบัติทั้งหมดไม่ว่าจะเรื่องของการช่วยเหลือ สนับสนุนล้งหรือผู้รวบรวมผลไม้ เพื่อจะทำให้ผลไม้ไม่กองอยู่ที่สวน ช่วยกิโลกรัมละ ๓ บาท รวมทั้งช่วยผู้ส่งออกกิโลกรัมละ ๕ บาท เพื่อเร่งรัดให้มีการส่งออก ราคาในประเทศจะได้ สูงขึ้น รวมทั้งมาตรการในเรื่องของการช่วยดอกเบี้ยและอื่น ๆ อีกหลายมาตรการ รวมทั้ง การที่จะเร่งรัดในการส่งออกโดยการจับคู่การส่งผลไม้ออกนอกประเทศ วันนี้กับวันพรุ่งนี้ กระทรวงพาณิชย์ก็จัดออนไลน์ บิสซิเนส แมตชิง (Online Business Matching) หรือจัดให้ มีการเจรจาจับคู่ธุรกิจระหว่างผู้นำเข้าต่างประเทศ ๑๐ กว่าประเทศ กับผู้ส่งออกของประเทศไทย ๑๘๐ กว่าบริษัท และปรากฏว่าสามารถจับคู่กันแล้ว ๒๒๒ คู่ วันนี้กับวันพรุ่งนี้ยอดจะขาย ผลไม้ได้เยอะไปสู่ตลาดโลก อันนี้ก็คือมาตรการที่เราดำเนินการเชิงรุก แล้วก็เข้าไปแก้ปัญหา หน้างานแล้วแต่กรณีเป็นระยะ ๆ เช่น บางช่วงผลไม้ที่เรียกว่า มังคุดมีปัญหา เมื่อก่อนหน้านี้ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช รวมทั้งจังหวัดชุมพร ปักษ์ใต้ เพราะเหตุว่ามังคุดปักษ์ใต้ออกช้า กว่าจังหวัดจันทบุรี ขณะที่จังหวัดจันทบุรีขายมังคุด เกรด (Grade) ส่งออกได้กิโลกรัมหนึ่ง ๒๐๐ กว่าบาท แต่ว่าพอไปถึงปักษ์ใต้ตกลงมาเหลือกิโลกรัมหนึ่ง ๒๐ กว่าบาท ๓๐ กว่าบาท หรือว่า ๑๐ บาท ในบางช่วง เพราะล้งจากจังหวัดจันทบุรีเคลื่อนย้ายไปซื้อมังคุดที่จังหวัด ปักษ์ใต้ไม่ได้ ผมต้องประชุมหลายฝ่ายใช้ระบบออนไลน์ (Online) ระบบซูม (Zoom) คุยกับ ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ขอความร่วมมือว่าให้อนุญาตให้ล้งขนย้ายแรงงานจากจังหวัดจันทบุรีไปรับซื้อที่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ไปรับซื้อที่ปักษ์ใต้ได้ สุดท้ายก็ทำสำเร็จ ราคาก็กระเตื้องขึ้นมาเป็น กิโลกรัมละ ๓๐ กว่าบาท อันนี้ก็คือมาตรการที่ต้องแก้หน้างาน แต่ที่ขอกราบเรียนคือ กระทรวงพาณิชย์ยุคนี้แก้ปัญหารวดเร็ว แล้วก็ดำเนินการมาตรการชัดเจนเชิงรุกตั้งแต่ หลายเดือนแล้วเพื่อแก้ปัญหาฤดูใหม่ที่จะออก ๑๗ บวก ๑ มาตรการ อันนี้ก็เพื่อให้ได้ ความมั่นใจ แล้วก็การส่งออกก็จะดำเนินการต่อไป ถ้าท่าน ส.ส. มีปัญหาอะไรไม่สามารถ ถามกระทู้สดได้ จะสอบถามเป็นการส่วนตัว ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่หมายความว่าจะสอบถาม ปากต่อปากหรือจะเสนอแนะอะไรผมยินดีรับฟัง เพราะเป้าหมายเราเหมือนกันต้องการ ที่จะเข้าไปช่วยเกษตรกรให้ดีที่สุดนะครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ขอชื่นชม พอแล้วนะครับ🔗

นางสาวญาณิชา บัวเผื่อน จันทบุรี

ท่านประธานคะ พอดีมีเวลาเหลือ อีกนิดเดียว อยากจะขอฝากท่านรองนายกรัฐมนตรีนิดเดียวค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ที่จริงความหมาย ๓ ครั้ง แต่อนุโลมเอาท่านมีเวลาอยู่ ๑ นาที เชิญเลยครับ🔗

นางสาวญาณิชา บัวเผื่อน จันทบุรี

ขอบคุณท่านประธานค่ะ เนื่องจาก ปัญหานี้เป็นปัญหาสำคัญ ท่านรองนายกรัฐมนตรีคะ ดิฉันอยากจะเรียนให้ท่านทราบว่า เมื่อสักครู่นี้ที่ท่านพูดดิฉันฟังแล้วรู้สึกสบายใจมากจริง ๆ แต่ว่าดิฉันขอเรียนว่าจริง ๆ ปัญหา ในพื้นที่ของพี่น้องชาวสวนลำไยเยอะมาก ถ้าเกิดสมมติว่ามันดีจริงอย่างที่พูด ดิฉันในฐานะ ส.ส. เขตในพื้นที่นั้นดิฉันคงไม่ได้เห็นคราบน ้าตาของพี่น้องประชาชน ดิฉันคงไม่ได้ รับโทรศัพท์ที่ผู้ประกอบการส่งออกโทรมาด้วยเสียงอันสั่นเครือ แล้วบอกว่า แล้วบอกว่าเขาอยากที่จะฆ่าตัวตาย หรือพอฆ่าตัวตายแล้วให้ยกเคส (Case) ของเขามาเป็น ตัวอย่างเพื่อที่รัฐบาลจะได้เห็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ดิฉันอยากที่จะฝากเรื่องนี้ ให้กับท่านรองนายกจริง ๆ อยากให้ท่านลองไปตรวจสอบ ให้ข้าราชการทำรายงานขึ้นมาก็ได้ ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรองนายกจะตอบก็ได้นะครับ🔗

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์

ขอบพระคุณท่านประธานครับ ท่านกรุณาส่งชื่อเกษตรกรที่โทรมาแจ้ง กับท่าน ส.ส. เมื่อสักครู่ ผมจะได้สอบถามว่าสาเหตุที่แท้จริงมีอะไรบ้าง เกิดจากความผิดพลาด อะไรของกระทรวงพาณิชย์บ้าง หรือหน่วยงานที่ผมรับผิดชอบ ผมจะได้นำไปใช้ประโยชน์ ในการแก้ปัญหาให้ต่อไป ขอชื่อ นามสกุล บ้านเลขที่ แล้วก็ผมจะได้ติดต่อกลับไปได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ขออนุญาตเรียนก็คือ ในภาพรวมที่ผมทำงานร่วมกับเกษตรกรในนามทีมเซลส์แมน (Team Salesman) จังหวัดที่พาณิชย์จังหวัดเป็นแกน มีทั้งตัวแทนผู้ส่งออก มีทั้งตัวแทนล้ง มีทั้งเกษตรกร มีทุกฝ่าย เกษตรกรอยู่ในนั้นส่วนใหญ่ก็เท่าที่ได้ประชุมกันก็มีความพอใจ กับมาตรการ และมาตรการ ๑๗+๑ ที่ว่านี้เป็นมาตรการที่คิดร่วมกันกับเกษตรกร แล้วก็ ทุกฝ่ายด้วย อันนี้ก็ขออนุญาตเรียน แล้วก็ราคาผลไม้หลายตัวก็ดีนะครับ ในช่วงระยะเวลานี้ ๑๐ เดือนนี้เฉพาะราคาทุเรียนเป็นบวก ๑๒ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับเวลาเดียวกัน ๑๐ เดือน ที่แล้วของปีที่ผ่านมา มังคุดก็บวก ๒๓ เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับ ๑๐ เดือน คือเดือนมกราคม ถึงเดือนตุลาคมปีนี้เทียบกับ ๑๐ เดือนของปีที่แล้ว มีลำไยที่ลดลงมาราคาเฉลี่ย แต่ลบ ๒ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ก็คือภาพรวมที่เป็นข้อเท็จจริงที่ขออนุญาตกราบเรียน ให้ท่านประธานได้รับทราบครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ขอชื่นชมท่านผู้ถาม ด้วยนะครับ ท่านรักษาเวลาไว้ได้ดี รัฐมนตรีก็เกินเวลาไปหน่อยนะครับ แต่ว่าเพื่อประโยชน์ ของผู้ถามก็จะได้ข้อมูลกระจ่างชัดนะครับ🔗

ต่อไปกระทู้ถามสด ที่ ๑๖๑ ส. เรื่อง ปัญหารถไฟความเร็วสูงจากประเทศจีน ขนส่งผักผลไม้เข้าประเทศไทย กระทบต่อราคาผักผลไม้ประเทศไทย (นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์🔗

ท่านรองนายกรัฐมนตรี จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์บัดนี้พร้อมแล้ว ก็เชิญคุณณัฐวุฒิ เป็นตัวอย่างนะครับ ท่านครับ โดยข้อบังคับการถามกระทู้นั้นปกติก็คือจะต้องไม่มีลักษณะเป็นการอภิปราย เชิญเลยครับ🔗

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ก่อนอื่นกระผมใคร่ขออนุญาตท่านประธานผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีว่า ขณะนี้ กรรมาธิการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรมได้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการ เพื่อศึกษา แนวทางการปฏิวัติเกษตรกรรมไทย มันไม่ไหวจริง ๆ ยากที่จะแก้ในเรื่องของราคา เมื่อสักครู่ กระทู้แรกก็เห็นอยู่แล้วนะครับ โดยมีท่านอาจารย์ ส.ส. ประกอบ รัตนพันธ์ ท่าน ส.ส. วีระกร คำประกอบ ท่าน ส.ส. ดอกเตอร์นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ อาสาที่จะทำการศึกษา และหาแนวทางในเรื่องนี้ แล้วแนวทางหนึ่งของท่านรองนายก เมื่อสักครู่มันจะอยู่ในการ ปฏิวัติเกษตรกรรมไทยด้วยนะครับ ก็คือเรื่องของเกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด หรือการตลาด นำการผลิตครับ ท่านประธานที่เคารพ เมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๖๔ ได้มีการเปิดวิ่งรถไฟ ความเร็วสูงสาย สปป. ลาว ถึงสาธารณรัฐประชาชนจีน ระยะทาง ๑,๐๓๕ กิโลเมตร จากเวียงจันทน์ถึงคุนหมิง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ ๑ แถบ ๑ เส้นทาง หรือ เบลต์ แอนด์ โรด อินิเทียทีฟ (Belt and Road Initiative) หรือบีอาร์ไอ (BRI) ประเมินกันว่า จะส่งผลกระทบต่อประเทศไทยทั้ง ๒ ด้าน เกิดผลดีแล้วก็มีผลเสียครับ ผลดีก็คือ ทำให้ภาค ตะวันออกเฉียงเหนือของไทยเป็นศูนย์กลางของการลงทุน หรืออีสาน นิวส์ อีโคโนมิก คอร์ริดอร์ (Isan News Economic Corridor) เป็นระเบียงเศรษฐกิจใหม่ แต่ต้องรอ การเชื่อมต่อรถไฟของไทยนะครับ ระยะที่ ๑ กรุงเทพฯ ถึงนครราชสีมาจะแล้วเสร็จ ปี ๒๕๖๙ ครับ ระยะที่ ๒ นครราชสีมาถึงหนองคาย จะแล้วเสร็จปี ๒๕๗๑ ครับ ผลดีอีกประการหนึ่ง ก็คือ คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจากจีนเข้ามาเที่ยวในเส้นทางนี้ ผ่านเส้นทางนี้ ปรากฏว่า จีนล็อกดาวน์ (Lockdown) ไม่ให้คนเข้าออกนอกประเทศครับ มีเงื่อนไขมากมายนะครับ ผลดีอีกประการหนึ่ง ผักผลไม้ไทยจะส่งออกโดยเส้นทางนี้ได้เร็วมากขึ้น เช่น ทุเรียน มังคุด ลำไย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เมื่อสักครู่กระทู้แรกก็บอกอยู่แล้วนะครับว่าจีนเข้มงวดทุกด่านผลไม้ ที่จะเข้าจีนนะครับ ซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรีกำลังแก้อยู่ ท่านประธานที่เคารพครับ แต่ปรากฏอย่างนี้ว่าผลเสียไม่ต้องรอเลยครับ มาแล้วครับท่านประธาน ผลเสียก็คือที่กระผม ยื่นกระทู้ถามสดในวันนี้ สินค้าการเกษตรของจีน เช่น ผัก ผลไม้ หลั่งไหลเข้าในประเทศ ของเรานี่นะครับ ข้อมูลของกรมศุลกากรพบว่ามีการนำสินค้าผักจากจีนเข้ามาแล้ว ๓๓ ตู้ บรรจุตู้ละ ๒๐ ตัน ในสัปดาห์แรกของการเปิดเดินรถไฟความเร็วสูง เปิดเมื่อวันที่ ๓ ธันวาคมนี้ แค่สัปดาห์แรกนะครับ ยิ่งไปกว่านั้นขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติยังกล่าวว่าผักและผลไม้จากจีนส่งเข้ามาขายในประเทศไทย ได้ง่ายขึ้น ใช้เวลา ๑ วัน เดินทางข้ามพรมแดน ๑ ชั่วโมง ส่งมาถึงตลาดไทด้วยหัวลาก คอนเทนเนอร์ (Container) มาได้เลยครับ จากหนองคายระยะทาง ๖๒๒ กิโลเมตร ใช้เวลา ๙ ชั่วโมง ถ้ามาจากเชียงของนี่ ๘๔๑ กิโลเมตร ใช้เวลา ๑๒ ชั่วโมง เร็วกว่ากัน ๓ ชั่วโมงครับ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรไทย เพราะสินค้าเกษตรของจีนได้เปรียบไทยในเรื่องของต้นทุน ในเรื่องของการผลิต จีนผลิตปุ๋ยได้เองนะครับ อากาศก็เหมาะสม โดยเฉพาะผลไม้เมืองหนาว🔗

คำถามแรกครับท่านประธาน คำถามแรกของผมก็คือว่า ใคร่จะเรียนถาม ท่านรองนายกรัฐมนตรีว่าข่าวดังกล่าวนั้นเป็นความจริงมากน้อยเพียงใด ซึ่งท่านที่ปรึกษา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านอลงกรณ์ พลบุตร ได้ปฏิเสธในข่าวนี้ไปแล้วครับ ผมอยากฟังคำตอบจากท่านรองนายกรัฐมนตรีครับว่า มันจริงเท็จแค่ไหน เพราะว่าคนที่พูดเรื่องนี้เป็นถึงประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติครับ ข้อมูลที่ได้จากกรมศุลกากรท่านได้มีการติดตามไปหรือไม่ว่า ๓๓ ตู้คอนเทนเนอร์ (Container) นี้ที่ท่านบอกว่ามันไม่ใช่ผัก ไม่ใช่ผลไม้ ท่านไปดูอินวอยซ์ (Invoice) หรือไม่ ที่ครอส บอร์เดอร์ (Cross Border) มานี่ท่านไปดูหรือเปล่า อันนี้เป็นคำถามแรกครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ก็เป็นมาตรฐาน การตั้งกระทู้นะครับ ขอเชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ🔗

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขออนุญาตตอบคำถามท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เรื่อง การนำเข้าผลไม้ผ่านด่านศุลกากรไทย โดยใช้รถไฟความเร็วสูงสายคุนหมิง-เวียงจันทน์ ว่าเป็นความจริงหรือไม่นะครับ ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่าผมก็ได้ตรวจสอบ แล้วก็พบว่า การนำเข้าผลไม้นั้นไม่มีข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ เพียงแต่ว่ามีการนำเข้าผัก ๓๓ ตู้ ที่มีการนำเข้าผัก ก็เพราะเหตุว่าผักสามารถนำเข้าส่งออกได้โดยไม่มีข้อจำกัด และไม่มีเงื่อนไข นอกจาก ในเรื่องมาตรการสุขอนามัยและอื่น ๆ แต่ทางการค้านี้ไม่มีในลักษณะนั้น ซึ่งถึงแม้ไม่มี รถไฟความเร็วสูงเส้นนี้ จีนก็นำเข้าได้อยู่แล้ว และเราก็ส่งออกได้อยู่แล้ว แต่สำหรับผลไม้ นี่ยังไม่มี การนำเข้าผัก ๓๓ ตู้ผ่านรถไฟความเร็วสูงเที่ยวนี้เป็นเรื่องที่เป็นการทดลองระบบ ของจีน ซึ่งถึงเขาไม่ทดลองเขาก็ทำได้อยู่แล้วสำหรับผักนะครับ อันนี้ก็คือสิ่งที่ขออนุญาต ที่จะกราบเรียน ข้อมูลทั้งหมดเป็นข้อมูลที่ได้จากทูตเกษตรกวางโจว และข้อมูลจาก ด่านหนองคาย ก็ขออนุญาตกราบเรียนเบื้องต้นนะครับ🔗

ส่วนกรณีที่ท่านสมาชิกณัฐวุฒิท่านเป็นห่วงว่า ต่อไปผลไม้ของจีนก็จะเข้าไทย แล้วก็มาตีตลาดไทยได้โดยสะดวกขึ้น ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่า โดยหลักการการนำเข้าส่งออก อันนั้นก็เป็นไปตามข้อตกลงระหว่างประเทศของ ๒ ประเทศหรือกติกาพหุภาคี ซึ่งปัจจุบันนี้ จีนก็สามารถส่งออกผลไม้มาไทยได้อยู่แล้ว ไทยก็สามารถส่งออกไปจีนได้อยู่แล้วเช่นกัน แต่ว่าประเด็นสำคัญก็คือ ผมได้ขอให้เจ้าหน้าที่ไปดูตัวเลขว่า ถ้าสมมุติว่ามีการส่งผลไม้เข้ามา ในเมืองไทยสะดวกขึ้นเราจะได้เปรียบหรือเสียเปรียบ เจ้าหน้าที่ก็ได้วิเคราะห์มาให้ทราบว่า เรายังไม่อยู่ในสถานะที่จะเสียเปรียบ ถ้าดูจากสถิติตัวเลขการนำเข้าส่งออกผลไม้ไทยกับจีน ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าถ้ามีการส่งออกผ่านรถไฟความเร็วสูงที่ว่านี้ ปัจจุบันยังไม่เกิดขึ้นนะครับ แต่ว่าปัจจุบันการส่งออกนำเข้าผลไม้ไทยไปจีน เราได้เปรียบดุลการค้าผลไม้อยู่ นั่นก็คือ ๑๐ เดือนแรกของปีนี้เดือนมกราคมถึงเดือนตุลาคมไทยส่งออกผลไม้ไปจีนเพิ่มขึ้น ๗๔.๖ เปอร์เซ็นต์ และ ๑๐ เดือนนี้ไทยส่งออกผลไม้ไปจีนเป็นมูลค่า ๑๔๕,๔๙๗ ล้านบาท หรือถ้าตัวเลขกลม ๆ ก็ ๑๔๕,๐๐๐ ล้านบาท แต่จีนส่งมาเราแค่ ๒๖,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นเรายังได้ดุลอยู่ประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท สำหรับการนำเข้าส่งออกระหว่าง ไทย-จีนเฉพาะในเรื่องของผลไม้นะครับ อันนี้ก็คงพอจะเป็นคำตอบเลา ๆ ได้ว่า ถ้าเรามี การเพิ่มเส้นทางส่งออกของเราอีกเส้นทางหนึ่งคือ ด่านรถไฟ คุนหมิง-เวียงจันทร์ แล้วก็มา ที่หนองคาย ถ้าทุกอย่างยังเป็นไปตามอัตราส่วนนี้เราก็น่าจะยังได้ดุลอยู่ ยอดส่งออก เราก็จะคล่องตัวขึ้น ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่า ๑. อย่างที่ท่านณัฐวุฒิได้พูด ระบบการขนส่ง จะเร็วขึ้นจาก ๒ วัน เป็น ๑๕ ชั่วโมง คือจาก ๒๔ ชั่วโมง เหลือ ๑๕ ชั่วโมง สินค้าโดยเฉพาะ ผลไม้ก็เสียหายเน่าเสียน้อยลง เพราะเวลาสั้นลงในการขนส่ง แล้วก็ต้นทุนการขนส่ง ก็จะลดลงด้วย อันนี้ก็คือสิ่งที่ขอเรียน รวมทั้งไทยยังได้เปรียบดุลการค้า แล้วที่สำคัญก็คือ เพื่อสนองตอบต่อสิ่งนี้ผมได้สั่งการไปล่วงหน้าแล้วว่ากระทรวงพาณิชย์จะเป็นเจ้าภาพ ในการเชิญทุกหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องรวมทั้งภาคเอกชนทั้งหมดและตัวแทนเกษตรกร มาร่วมประชุม เพื่อรองรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นนี้ที่จังหวัดหนองคาย โดยระดมความเห็นว่ามันมี จุดแข็งจุดด้อยอะไรที่เราควรปรับปรุงแก้ไขรวมทั้งซักซ้อม ถ้าเราสามารถส่งออกผลไม้ ผักและสินค้าอื่น ๆ ไปยังจีนโดยใช้ช่องทางเส้นทางรถไฟนี้ อันนี้ก็คืออีกหนึ่งมาตรการ ในการเตรียมการเชิงรุกสำหรับประเทศไทยนะครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านณัฐวุฒิคำถาม ต่อไปครับ🔗

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

ขอบคุณท่านรองนายกรัฐมนตรี ที่กรุณาให้รายละเอียดตามความเป็นจริงเลยนะครับ จะเรียนถามคำถามที่ ๒ เลยนะครับ ท่านประธานครับ จริงอยู่การนำผัก ผลไม้เข้ามาตามสนธิสัญญาต่าง ๆ ผ่านเข้ามาได้ แต่หลายประเทศใช้วิธีนี้นะครับ เรื่องสุขอนามัยโดยใช้นอนทารีฟ แบร์ริเออร์ (Non-Tariff Barrier) เอาเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย ถามว่าประเทศไทยหรือท่านรัฐมนตรีจะมีโอกาส ใช้ในเรื่องนี้เข้ามาถ่วงดุล เราส่งผลไม้ไปจีนมีเพลี้ยตัวเดียวเขาไม่ให้เข้าแล้วครับ สิ่งเหล่านี้เราใช้ มาตรการอย่างนี้ คิดว่าจะใช้ได้หรือไม่ อย่างไร แล้วยังมีเห็นด้วยครับ ท่านรัฐมนตรีไป หนองคายเลย เพราะว่าขณะนี้ลาวเขาทำอะไรครับ ท่านประธานครับ ประเทศลาวได้สร้าง ศูนย์กระจายสินค้าบริเวณชายแดนของประเทศลาวติดกับประเทศไทย บริเวณท่านาแล้ง คือ ศูนย์กระจายสินค้าเวียงจันทน์ โลจิสติกส์ พาร์ก (Logistics Park) บนพื้นที่ประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าไร่ ใช้งบประมาณการลงทุน ๗๐๐ กว่าล้านเหรียญสหรัฐ อาจกล่าวได้ว่าประเทศไทยควรนำสินค้าไปจำหน่ายในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว อันนี้เป็นข้อมูล อยากจะเรียนถามว่า เป็นแนวทางของทางกระทรวงพาณิชย์หรือของประเทศไทยอยู่แล้ว หรือไม่🔗

อีกประการหนึ่งครับ ท่านประธานครับ ทั้งเอกชน ทั้งหน่วยราชการ ทราบไหมครับ ประเทศจีนขณะนี้ได้ทำข้อตกลงประเทศลาว โดยการลงนามความร่วมมือ เพื่อจัดซื้อสินค้าเกษตรแปรรูปจำนวน ๙ รายการด้วยกัน ได้แก่ ถั่วลิสงจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ ตัน แป้งมันสำปะหลังจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ ตัน เนื้อโคแช่แข็งจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ ตัน เม็ดมะม่วงหิมพานต์จำนวน ๒๐๐,๐๐๐ ตัน มะม่วงจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ ตัน ทุเรียนจำนวน ๕๐,๐๐๐ ตัน ถั่วเหลืองจำนวน ๒๐๐,๐๐๐ ตัน กล้วยจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ ตัน น ้าตาลจำนวน ๕๐๐,๐๐๐ ตัน เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้นะครับ ลาวจะเป็นศูนย์กระจายสินค้า เพราะฉะนั้น ประเทศไทยหรือเวียดนามก็ตามเขาเร่งไปแล้วนะครับ ประเทศเวียดนามเขาไปแล้ว ไปทำการตกลงกับประเทศลาว เพื่อจะเข้าร่วมมีส่วนในการกระจายสินค้าการเกษตร ตามโครงการของจีนและลาวอยู่ในขณะนี้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่กระทรวงพาณิชย์อยากจะ เรียนถาม หลาย ๆ ประการที่จะอำนวยความสะดวกในการใช้เส้นทางนี้ ๑. การจัดตั้งทูตเกษตร เพิ่มขึ้น มีหลายคนแนะนำ หนานหนิงควรมี คุนหมิงควรมีทูตเกษตร การใช้ระบบ ซีซีเอ (CCA) หรือคอมมอน คอนโทรล แอเรีย (Common Control Area) ตกลงระหว่าง ๒ ประเทศ ในการตรวจสอบสินค้าร่วมกัน ณ จุดใดจุดหนึ่ง ช่วยอำนวยความสะดวกในการขนส่งสินค้า พิธีสารต่าง ๆ ที่หนองคายมีหรือยัง ทำได้หรือยังนะครับ สิ่งเหล่านี้อยากจะเรียนถาม ท่านรองนายกรัฐมนตรีที่จะไปหนองคาย ได้เตรียมแผนงานเหล่านี้ไว้หรือไม่อย่างไร ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรอง นายกรัฐมนตรีครับ🔗

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์

กราบเรียนท่านประธานครับ ขออนุญาตตอบคำถาม เมื่อสักครู่ ท่านณัฐวุฒิ เสนอความเห็น ถ้าผมจับใจความคลาดเคลื่อนก็ขออภัยนะครับ ก็คือว่าหลายประเทศ เขามีการใช้มาตรการกีดกันทางการค้า โดยไม่ใช่มาตรการทางภาษี หรือที่เรียกว่า นอน ทาริฟ แบร์ริเออร์ (Non-Tariff Barrier) ท่านพูดอันนี้ใช่ไหมครับ ถ้าใช่ผมจะได้ตอบไปทางนี้ ว่าประเทศไทยมีไหม เช่น ต่างประเทศเขาใช้มาตรการตรวจสอบทางสุขอนามัย อ้างว่าจะ เป็นปัญหาติดเชื้อโน้นเชื้อนี้ แล้วก็กีดกันไม่ให้นำเข้าประเทศไทยทำได้ไหม อันที่จริง ผมไม่ควรตอบตรงนี้นะครับ แต่ว่าเรียนให้ท่านณัฐวุฒิได้มั่นใจว่าผมมาอยู่กระทรวงพาณิชย์ ผมรักษาผลประโยชน์ของประเทศ ท่านไม่ต้องห่วงครับ แล้วก็ถ้ามีมาตรการอะไรที่ท่าน จะเสนอผมยินดีที่จะรับฟัง แต่ว่าโดยหลักการเราก็ต้องถือกฎเกณฑ์กติกาทั้งทวิภาคี และพหุภาคี ระหว่างประเทศเป็นหลัก ขอตอบเท่านี้สำหรับประเด็นนี้🔗

ส่วนในเรื่องของการที่ท่านบอกว่า ขณะนี้จีนได้ลงนามกับลาว ซื้อสินค้าเกษตร และจะตั้งศูนย์กระจายสินค้า รวมทั้งต้องการที่จะให้ประเทศไทยอำนวยความสะดวกเพิ่ม ทูตเกษตรที่หนานหนิง ที่คุนหมิง แล้วก็จุดอื่นๆ เพื่อส่งเสริมการส่งออก แล้วก็ตรวจร่วมให้ มากขึ้น อันนี้ก็ขออนุญาตที่จะกราบเรียนกับท่านประธาน ผ่านไปยังสมาชิกครับว่า เราก็ได้ ดำเนินการในเรื่องของการเร่งรัดการส่งเสริมการส่งออกมาโดยลำดับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการ จัดตั้งศูนย์กระจายสินค้า และแม้แต่ศูนย์กระจายสินค้าของเราที่จะส่งไปยังลาว แล้วก็ผ่าน ไปยังจีน เราก็ได้มีการเตรียมการ แล้วก็มีโครงการที่กำลังจะเริ่มดำเนินการ เช่นที่เชียงของ หรือเชียงแสน บริเวณเหล่านั้น เป็นต้น ซึ่งอันนี้ก็มีแนวทางที่จะดำเนินการอยู่นะครับ แล้วก็ขณะเดียวกันในส่วนการตั้งทูตเกษตร อันนี้ก็คงเป็นเรื่องของกระทรวงเกษตรที่จะเป็น ผู้พิจารณา ผมก็จะส่งข้อความนี้ไปให้รัฐมนตรีเกษตร ส่วนในเรื่องของกรณีที่ท่านประสงค์จะไม่ให้มีการตรวจสินค้าซ ้าซ้อนเวลาผ่านแดน เช่นเวลา เราจะส่งสินค้าข้ามไปลาว ถ้าตรวจจากไทยแล้วก็ไม่ต้องไปตรวจที่ลาวอีก หรือข้ามไปลาว แล้วก็ไปจีนก็ไม่ต้องไปตรวจซ ้าอีก อันนี้ก็เป็นมาตรการที่สามารถทำได้ แต่จะต้องอยู่ภายใต้ การเจรจาและการตกลงกัน ซึ่งบางเรื่องผมยกตัวอย่างอันเดียวครับใช้เวลานานมาก เช่นระบบในการที่เราจะส่งออกรถยนต์ไปยังเวียดนาม เพราะเวียดนามเป็นตลาดใหญ่ ของรถยนต์ไทย แต่ว่าเวียดนามเขามีรถยนต์เขาเองครับ เพราะฉะนั้นเขาก็ไม่ประสงค์ ที่จะให้รถของเราเข้าไปตีตลาดในเวียดนามมากจนเกินไป เพราะฉะนั้นมาตรการหนึ่งที่ต้อง เจรจายาวนาน ก็คือมาตรการในการตรวจซ้อน ตรวจซ ้า ระหว่างชายแดน แล้วก็ขณะเดียวกัน ต้องตรวจทุกล็อต (Lot) ทั้งที่เป็นรถมาตรฐานเดียวกัน ยี่ห้อเดียวกัน ลักษณะเดียวกัน อันนี้ก็เป็น มาตรการที่กว่าเราจะเจรจาได้สำเร็จ ตอนนี้สำเร็จแล้วครับ ไม่จำเป็นที่จะต้องตรวจทุกล็อต (Lot) แล้วก็ไม่จำเป็นจะต้องไปตรวจซ ้าซ้อน ถ้าตรวจจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งแล้วก็สามารถใช้เอกสารนั้น ในการนำเข้าไปยังเวียดนามได้เลย เพราะฉะนั้นทันทีที่มาตรการนี้ได้รับการคลี่คลาย รถยนต์ไทย ส่งออกไปเวียดนามเพิ่มขึ้น ๔๐๐ เปอร์เซ็นต์ทันที อันนี้ก็คือมาตรการตัวอย่างนะครับ ส่วนรายละเอียดเรื่องอื่นผมไม่ขอใช้เวลาตรงนี้มากจนเกินไป ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านณัฐวุฒิ คำถามที่ ๓ ครับ🔗

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

ขอบพระคุณท่านประธาน และท่านรองนายกรัฐมนตรีอย่างสูงครับ คำถามสุดท้าย ประเทศจีนเขาได้เปรียบสินค้าเกษตร เพราะว่าเขาผลิตปุ๋ยได้เอง กราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ เรามีแผนที่จะผลิตปุ๋ยของเราเองไหม เพราะว่าปุ๋ยตอนนี้ราคาสูงมาก ท่านรองนายกรัฐมนตรี เดินทางไปที่ไหนก็แล้วแต่ ปัญหาที่ท่านรองนายกจะได้ยินกับพี่น้องเกษตรกรก็คือ รับไม่ไหวแล้วปุ๋ยแพงมาก เรามีแผนจะผลิตปุ๋ยเองไหมครับ หรือมีการที่จะใช้ความสัมพันธ์ ระหว่างเรากับจีน ขอเขาซื้อปุ๋ยในราคาพันธมิตรเพื่อมาช่วยเหลือเกษตรกรบ้านเราเป็นไปได้ ไหมครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ🔗

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์

กราบเรียนท่านประธานครับ เรื่องปุ๋ยจีนผลิตได้เองเป็นเรื่องจริง แล้วก็จีนถือว่า เป็นประเทศผู้ผลิตปุ๋ยรายใหญ่ของโลก อันนี้ก็คือข้อเท็จจริง ที่สำคัญอีกอันหนึ่งก็คือว่า ประเทศไทยปุ๋ยเคมีเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เราต้องนำเข้า แล้วเราก็นำเข้าจากจีนเยอะมาก เพราะฉะนั้นเมื่อราคาน ้ามันแพงขึ้นเพราะโพรดักต์ (Product) ในการเอาไปทำปุ๋ยส่วนหนึ่ง ก็ต้องมาจากน ้ามัน แล้วก็ทำให้ค่าขนส่งแพงขึ้น ทำให้ราคาปุ๋ยในประเทศของเราสูงขึ้นมาก แต่ขณะเดียวกันมาตรการที่กระทรวงพาณิชย์ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินการก็คือได้จัดโครงการราคาถูก ถูกกว่าท้องตลาด ๒๐-๕๐ บาท ๔,๕๐๐,๐๐๐ กระสอบ โดยเชิญผู้นำเข้า ๑๙ รายมาคุยกัน แล้วก็ดำเนินการให้กลุ่มเกษตรกร ต้องเป็นกลุ่มนะครับ จะเป็นรูปสหกรณ์หรือเป็นอะไรก็ได้ สามารถสั่งซื้อได้ที่สำนักงานเกษตรจังหวัด เกษตรอำเภอ รวมถึงสหกรณ์จังหวัด สหกรณ์อำเภอและสำนักงานพาณิชย์จังหวัด ที่จะสั่งซื้อได้ มีสูตรเยอะเลย ขณะนี้ ๔,๕๐๐,๐๐๐ กระสอบ ขายไปแล้วเกือบ ๓ ล้านกระสอบแล้วครับ ก็ยังเหลืออีกล้าน กว่ากระสอบในการที่จะบริการ นอกจากนั้นในการและช่วยลดราคาปุ๋ยให้มันลงไปอีก ผมได้ทำหนังสือถึงท่านนายกของบกลางประมาณ ๙๐๐ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ ที่จะมาช่วย ชดเชยราคาปุ๋ย เพื่อทำให้ราคาในท้องตลาดถูกลงอีกสักกระสอบละ ๕๐ บาท แต่ว่า สำนักงบประมาณบอกว่ามีเงื่อนไข ๑ ๒ ๓ ๔ ขณะนี้ก็เลยประสานงานกับกระทรวงเกษตร ให้ทำเรื่องไปอีกทางหนึ่ง ก็รอการพิจารณาของท่านนายกอยู่ในเรื่องนี้ ส่วนในเรื่องของภาระ ที่จะเกิดกับเกษตรกรก็ยอมรับว่าเป็นภาระจริงเรื่องปุ๋ย เพราะมันเป็นต้นทุน แต่ยังดีครับ ขณะนี้เพราะว่าพืชเกษตรส่วนใหญ่ราคาดี แล้วก็ราคาดีกว่ารายได้ประกัน เช่น ยางก้อนถ้วย เราประกันกิโลกรัมละ ๒๓ บาท ตอนนี้ยางก้อนถ้วยไป ๒๔ บาท ๒๕ บาท ๒๖ บาทแล้วครับ ปาล์มเราประกัน ๔ บาท เดี๋ยวนี้ปาล์มไป ๘ บาท ๙ บาทกว่ามันสำปะหลังเราประกัน กิโลกรัมละ ๒.๕๐ บาท เดี๋ยวนี้ไป ๒.๖๐ บาท ๒.๗๐ บาท ข้าวโพดเราประกัน ๘.๕๐ บาท ไป ๙.๕๐ บาท ๙.๖๐ บาท มีแต่ข้าวที่ราคาหย่อนลงมา แต่ขณะนี้ราคาข้าวแห้งไป ๘,๐๐๐ กว่าบาทแล้วนะครับ สำหรับข้าวเปลือกเจ้า รวมทั้งผลไม้ หลายตัวก็ราคายังดีอยู่ หย่อนลงมาบ้างก็บางตัว เช่น ลำไยที่บอกว่าราคาช่วงนี้จันทบุรีออกเยอะ แล้วก็เป็นประเด็นปัญหาที่ได้ตอบไปแล้ว ก็ทำให้ราคามันตกลงมาเฉลี่ยประมาณ ๒ เปอร์เซ็นต์🔗

ส่วนเรื่องของการที่จะดำเนินการว่าเราจะผลิตปุ๋ยเองก็ได้คุยกันมานาน อันนี้คงต้องถือว่าเป็นนโยบายของรัฐบาลที่จะต้องไปพิจารณาดำเนินการต่อไป และเป็นเรื่องที่ ท่านนายกจะต้องสั่งการเพราะมันเกี่ยวพันกับหลายกระทรวง แต่ว่าอย่างน้อยสิ่งหนึ่งที่ได้ มีการมอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปช่วยดูและดำเนินการก็คือปุ๋ยสั่งตัด ในการที่จะช่วยลดต้นทุนให้กับเกษตรกรได้ต่อไป ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านณัฐวุฒิ และท่านรองนายกรัฐมนตรีนะครับ🔗

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

ท่านประธานครับ ๑ นาทีครับ ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ได้ครับ เชิญเลยครับ🔗

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

๕๐ บาทที่จะไปช่วยปุ๋ย เอางบกลางไปนี่ผมขอเสนออย่างนี้ท่านประธานผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรี ๑,๐๐๐ บาทที่ช่วยพี่น้องเกษตรกรชาวนา เราขอไป ๑,๒๐๐ บาท เพิ่มให้เขาเถอะครับ ค่าน ้ามัน ค่าปุ๋ย ค่าทุกอย่างขึ้นหมด ถ้าตรงนี้ไม่เกิน ๒๐ ไร่นี่ก็เป็น ๒๒,๐๐๐ บาท ถ้าท่านรองนายกรัฐมนตรีจะกรุณาครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ฝากให้ท่านรอง นายกรัฐมนตรีรับไปพิจารณานะครับ ก็ต้องขอบคุณที่ท่านณัฐวุฒิได้ตั้งกระทู้ถาม เป็นตัวอย่างตามข้อ ๑๕๒ นะครับ🔗

ต่อไปเป็นกระทู้ถามสดที่ ๑๖๒ ส. เรื่องปัญหาความเดือดร้อนผู้ประกอบการ วิทยุท้องถิ่น (นายคมเดช ไชยศิวามงคล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ท่านนายกรัฐมนตรี ได้มีหนังสือมอบหมายมาแล้วครับ ท่านได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม ท่านชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ เป็นผู้ตอบนะครับ ขอเชิญท่านคมเดช ถามคำถามที่ ๑ ขอเชิญครับ🔗

นายคมเดช ไชยศิวามงคล กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ก่อนตั้งคำถาม ๓ คำถาม ขอลำดับความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องสถานีวิทยุประชาชนเพื่อให้ท่าน ส.ส. และพี่น้องประชาชน ได้เกิดความเข้าใจ ข้อมูลต่าง ๆ เอามาจากข้อกฎหมาย ข้อเท็จจริง งานวิจัย วัฒนธรรม ประเพณี สังคมและภาคธุรกิจที่เดือดร้อนกันอยู่ขณะนี้ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ได้บัญญัติ คลื่นความถี่ของประชาชนจากนั้นก็เกิดสถานีวิทยุชุมชนขึ้นทั่วประเทศ ตั้งแต่มีกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ โดยการตั้งกันขึ้นเองตามสิทธิตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ จากนั้น ปี ๒๕๕๒ กทช. ได้เข้ามาจัดระบบการให้สถานีวิทยุชุมชนกว่าหมื่นสถานีไปขึ้นตรงต่อ กทช. จากนั้นปี ๒๕๕๓ ได้มีพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่กับ กสทช. ซึ่งนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รักษาการ กสทช. จึงเข้ามาบริหารจัดการคลื่นความถี่จาก กทช. โดยมีการออกระเบียบ ให้ทดลองการออกสถานีวิทยุภาคประชาชนทำให้สถานีวิทยุชุมชนจำนวนไม่น้อย ต้องปิดกิจการลงไป คงเหลือวิทยุชุมชนที่ทดลองออกอากาศประมาณ ๗,๐๐๐ สถานี ทั่วประเทศ จากนั้นก็เลิกรากันไปบางส่วนจนเหลืออยู่ในขณะนี้ประมาณ ๓,๙๐๐ สถานี ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ วันนี้ กสทช. ได้ออกประกาศลงฉบับวันที่ ๒๒ มิถุนายน ปี ๒๕๖๔ ให้ผู้ประกอบกิจการวิทยุชุมชนสามารถทดลองออกอากาศด้วยกำลังคลื่นความถี่ ๕๐๐ วัตต์ ได้ถึงวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๕ จากนั้นหากจะประกอบกิจการต่อให้ลดกำลังส่ง จาก ๕๐๐ วัตต์ เหลือ ๕๐ วัตต์ และภายในปี ๒๕๖๗ กสทช. จะทยอยยึดคลื่นคืนวิทยุเพื่อนำออกประมูล จากการที่ กสทช. ออกคำสั่งอย่างนี้ มีเจตนาที่จะปิดสถานีวิทยุชุมชน โดยใช้เทคนิคการลดคลื่นกำลังส่ง ซึ่งเป็นการเอื้อประโยชน์ต่อกลุ่มทุน หรือนักธุรกิจรายใหญ่ ซึ่งมีความสามารถด้านการเงิน มากกว่ารายย่อย การไปประมูลคลื่นความถี่ของประชาชนไม่มีโอกาสที่จะสู้ราคาได้ ตัวอย่างเช่น สถานีของทหารอากาศมี ๓๖ สถานี เป็นเอฟเอ็ม (FM) ๑๘ สถานี และเอเอ็ม (AM) ๑๘ สถานี ได้มีการประมูลเวลาไป ปรากฏว่ามีรายใหญ่ได้เจ้าเดียว ระดับจังหวัด ระดับภาค ที่ไปกลับบ้านหมดไม่มีใครได้สิทธิตรงนี้ไปเลยนี่เป็นตัวอย่างที่เกิดขึ้นแล้ว ประชาชน ไม่มีโอกาสที่จะสู้ราคาได้กับกลายเป็นว่าวิทยุชุมชนที่ประชาชนคาดหวังตามกฎหมาย ปี ๒๕๔๐ ซึ่งเป็นกฎหมายที่มาจาก สสร. เป็นแหล่งประกอบการรายได้ที่พออยู่พอกิน และประชาชนทั่วไปได้รับบริการในราคาที่ถูก ความฝันเหล่านี้หายไป เพราะวิทยุชุมชน ของนายทุน หากจะโฆษณาต้องมีราคาแพง ต้องมีการประมูลกันนับแสน หรือเป็นราคาหมื่น ซึ่งแตกต่างกับวิทยุชุมชนซึ่งราคาประมาณชั่วโมงละ ๓,๐๐๐-๓,๕๐๐ บาท การถูกจำกัดสิทธิ ในการรับฟัง ซึ่งตัวอย่างนี้ได้เกิดขึ้นคือการประมูลของสถานีของทหารอากาศ และต่อไป ก็จะเป็นทหารเรือ ทหารบก ในโอกาสต่อไป การประมูลทั้งหมดคงไม่ต้องหาคำตอบว่า การประมูลไปเพื่ออะไร ซึ่งในการมีนโยบายอย่างนี้ ทางรัฐบาลที่มาจากการปฏิวัติรัฐประหาร คงเป็นสิ่งที่ท่านถนัดมากในเรื่องการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การปิดปากสื่อ ทำให้ประชาชนเดือดร้อน ผมจึงขอตั้งคำถามไปยังนายกรัฐมนตรีผ่านประธานสภาดังต่อไปนี้ ข้อแรกทำไมนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำกับดูแล กสทช. จึงมีนโยบายนำคลื่นวิทยุชุมชนหรือวิทยุ ภาคประชาชนไปประมูล ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แล้วว่า สถานภาพหรือศักยภาพในการประมูล คลื่นความถี่ของนายทุนใหญ่ ย่อมมีศักยภาพที่เหนือกว่าหรือผู้ประกอบกิจการภาคประชาชน ตัวเล็ก ๆ ทำไมถึงไปลดกำลังส่งของวิทยุชุมชนจากคลื่นความถี่กำลังส่ง ๕๐๐ เหลือ ๕๐ วัตต์ ท่านประธานเป็น ส.ส. คงทราบว่า ๕๐ ก็คล้าย ๆ กับ ส.ส. ๆ ไปหาเสียง หรือว่าเครื่องตามสาย กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มันไม่แตกต่างอะไรกับการปิดวิทยุชุมชน หรือบังคับให้เขาเลิกกิจการ โดยปริยายนี่คือคำถามที่หนึ่งครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้รับมอบหมายจากทางท่าน นายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ในเรื่องนี้นะครับ ซึ่งจริง ๆ ก็เป็นเรื่องที่ต่อเนื่องมานานอย่างที่ ท่าน ส.ส. ได้กล่าว แล้วก็เป็นนโยบายหรือเป็นการทำงานของ กสทช. ซึ่งจริง ๆ ก็เป็นองค์กรอิสระ จริง ๆ ก็เป็นนโยบาย หรือเป็นการทำงานของ กสทช. นะครับ อย่างที่ท่านได้กล่าวซึ่ง กสทช. ก็เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ก็จะมีบทบาทหน้าที่ในการจัดสรรคลื่นความถี่ ตามกฎหมาย ซึ่งก็ได้ออกมาหลายปีแล้วนะครับ แต่ประเด็นที่ผมได้ฟังผมก็มีความเข้าใจ ที่คิดว่าก็คงเป็นปัญหาที่ท่านได้กล่าวเรื่องของการทดลองให้ประกอบกิจการและลดเครื่องส่งจาก ๕๐๐ วัตต์ ความสูงเสาไม่เกิน ๖๐ เมตรซึ่งมีการปรับให้เหลือ ๕๐ วัตต์ ซึ่งผมคิดว่าอันนี้ก็เป็นประเด็นปัญหาจริง เพราะว่าเท่าที่ทราบผู้ประกอบการวิทยุชุมชน ก็ต้องมีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงเครื่องส่งหรือระบบในการทำงาน ซึ่งก็มีค่าใช้จ่าย นอกจากนั้น เขาก็ไม่รู้ว่าเมื่อเขาเปลี่ยนแปลงไปแล้วเขาจะอยู่ได้อีกกี่เดือนหรือกี่ปีใช่ไหมครับ เพราะว่าพอถึงกำหนดก็ต้องยกเลิกสิ่งที่ใช้ที่ปรับปรุงไป ต้องมาเข้าระบบการขออนุญาต ใช้คลื่นความถี่ซึ่งอาจจะไม่ได้รับอนุญาตก็ได้ เพราะอย่างที่ท่านได้กล่าวว่าต้องมีการประมูล โดยเฉพาะการใช้วิทยุชุมชนในเชิงพาณิชย์ คือมีการขายโฆษณาขายสินค้าต่าง ๆ ต้องมีการ ประมูลแบ่งรายได้หรือแบ่งกำไรให้กับรัฐบาล หรือให้หน่วยงานของรัฐ ก็เป็นค่าสัมปทาน พูดง่าย ๆ ค่าประมูลนะครับ ซึ่งอันนี้ผมคิดว่าก็เป็นประเด็นที่คงต้องมาถกเถียงกันต่อไปว่า จะจัดการประมูลแบบไหนให้เกิดความเป็นธรรม แล้วก็ไม่ให้เป็นภาระต่อวิทยุชุมชน มากจนเกินไปจนทำธุรกิจไม่ได้ อันนี้อีกประเด็นหนึ่ง แต่อย่างไรก็ดีครับ วิทยุชุมชนหรือวิทยุ ที่เป็นการทำงานเพื่อสาธารณประโยชน์ ผมเรียนว่าสาธารณประโยชน์คือไม่ได้เป็น เชิงพาณิชย์ ไม่ได้ทำการค้า โฆษณาต่าง ๆ เช่น วิทยุชุมชนของวัด ของศาสนสถานต่าง ๆ ของมูลนิธิต่าง ๆ ซึ่งทำเพื่อช่วยเหลือประชาชน อันนี้ไม่ต้องประมูลนะครับ ไม่มีเรื่องของการ แข่งขันทางประมูล แต่เป็นเรื่องของการขออนุญาต ซึ่งอันนี้จะเป็นอีกแบบหนึ่งซึ่งท่านอาจจะ พูดแต่มุมหนึ่งว่ามีแต่การประมูล แต่ถ้าเป็นในเชิงการช่วยเหลือสังคม เป็นวิทยุชุมชนเพื่อ สาธารณประโยชน์ เช่น ของวัด หรือของการที่รับบริจาคเงินต่าง ๆ เพื่อมาทำ อันนี้ ไม่ต้องประมูล เพื่อทราบด้วยนะครับ แต่เรื่องการลดขนาดการส่งจาก ๕๐๐ วัตต์ เป็น ๕๐ วัตต์ ผมก็คิดว่าเป็นปัญหานะครับ ซึ่งวันนี้ผมฟังจากที่ท่านพูดผมก็จะนำข้อเสนอ ของท่านไปเรียนให้กับทาง กสทช. ได้ทราบเผื่อท่านจะได้มีการทบทวน หรือว่าปรับเปลี่ยน แนวคิดนโยบายเรื่องนี้ต่อไป ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านถาม คำถามที่ ๒ ครับ🔗

นายคมเดช ไชยศิวามงคล กาฬสินธุ์

ท่านประธานครับ ผม คมเดชครับ จากข้อมูลที่ท่านตอบนะครับ อยากกราบเรียนว่าความเดือดร้อน ตัววิทยุชุมชนเป็น ภาคธุรกิจตัวหนึ่งที่เสียภาษีปีละ ๑๐,๐๐๐ อันนี้เป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) ๒. คนทำงานที่อยู่ในสถานีวิทยุ มี ๑. ช่างเทคนิค ๒. คนคุมเครื่อง ๓. การเงิน ๔. ดีเจ (DJ) ๕. สื่อสารที่จะต้องเชื่อมโยงกับกลุ่มศิลปิน ถ้าภาคอีสานก็จะเป็นกลุ่มหมอลำ ภาคกลางลิเก ภาคใต้มโนราห์ ภาคเหนือฟ้อนเล็บต่าง ๆ ความเดือดร้อนตรงนี้มันโยงใยไปหมด ประกอบกับ สปอนเซอร์ (Sponsor) ต่าง ๆ ที่ไปใช้บริการเกี่ยวกับวิทยุชุมชน มันเป็นรายเล็กรายน้อย แต่มีนับล้าน ๆ หน่วย ไม่ว่าขายส้มตำ ร้านอาหาร เปิดกิจการ และ/หรือ เล็กใหญ่อะไรก็ตาม ส่วนด้านสังคมวิทยุชุมชนเขาช่วยเหลือดูแล ไม่ว่าเรื่องโควิด (COVID) น ้าท่วมแต่ละจุดเขารู้ ส่วนกลางของทีวีและ/หรือต่าง ๆ มันไม่สามารถที่จะใช้เกี่ยวกับการอนุรักษ์ เกี่ยวกับภาษาถิ่นได้ อย่างภาคใต้ใช้ภาษาใต้ อีสานใช้ภาษาอีสาน ภาคกลาง ภาคเหนือ ใช้ภาษาต่าง ๆ เพราะฉะนั้น วงจรตรงนี้มันดีอยู่แล้ว ไปได้อยู่แล้วท่านน่าจะให้โอกาสเขา อาจจะมีการแก้กฎหมายหรือ ขยับเขยื้อนเวลาไปอีกปีสองปีเพื่อให้เขาตั้งหลัก🔗

ประเด็นที่ ๒ คืออย่างนี้ครับ ตามพระราชบัญญัติคลื่นความถี่ มาตรา ๒๘ บัญญัติชัดเจนว่า ก่อนจะออกระเบียบประกาศหรือคำสั่งเกี่ยวกับการกำกับดูแลประกอบ กิจการการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมที่มีผลบังคับใช้ทั่วไป และเกี่ยวข้องกับการแข่งขันการประกอบกิจการ หรือมีผลกระทบต่อประชาชน กสทช. ต้องจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนได้เสียและประชาชนทั่วไป เพื่อนำความคิดเห็นนั้น มาประกอบการพิจารณา แต่ที่ผ่านมามีผู้ร้องเรียนจากประชาชนว่าการรับฟังความคิดเห็นของ กสทช. ไม่ได้รับฟังความคิดเห็นอย่างสุจริตและยุติธรรม ท่านครับ ไม่ได้รับฟังความคิดเห็นอย่างสุจริตและยุติธรรมจากข้อมูลที่สนับสนุนความคิดเห็นนั้น ไม่มีความหลากหลายประชาชนแสดงความคิดเห็น ภาคประชาชนที่มีความเห็นต่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งความคิดเห็นของผู้ประกอบกิจการวิทยุชุมชน หรือภาคประชาชน ซึ่งมีอยู่ เป็นจำนวนมาก ไม่ได้นำเข้ามาประกอบการพิจารณา จึงขอถามว่าข้อเท็จจริงที่ผมได้รับ การร้องเรียนมาเช่นนี้จริงหรือไม่ จะจริง หรือไม่จริง ขอข้อมูลจาก กสทช. ด้วย เพราะจะเป็น ที่ประจักษ์จากความชัดเจนที่ยืนยันว่าการส่งความเห็นไปสู่ กสทช. ไม่ได้รับการนำมาพิจารณา ซึ่งไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐-๒,๐๐๐ ราย เพราะสถานีวิทยุชุมชนมีไม่ต ่ากว่าเกือบ ๔,๐๐๐ ราย แต่ผลสรุปของ กสทช. ออกมาว่ามีผู้ไม่เห็นด้วย คือเห็นชอบกับการที่ กสทช. ออกใบประกาศ มาแค่ ๒๙๓ ราย ซึ่งมันขัดกันครับท่านประธาน มันเป็นไปไม่ได้ที่มีผู้ประกอบการเดือดร้อน ถึง ๔,๐๐๐ สถานี แล้วผลของการพิจารณาการแสดงความคิดเห็นมีแค่ ๒๙๓ ราย ส่วนหนึ่ง เห็นชอบ แต่ไม่ได้เห็นชอบทั้งหมด ตัวนี้ขัดแย้งกันอย่างรุนแรง เพราะฉะนั้นขอให้ท่าน ตอบคำถามข้อที่ ๒ ว่าการรับฟังความคิดเห็นของ กสทช. ที่มีการร้องเรียน ซึ่งผมได้รับว่า เป็นการกระทำที่ไม่สุจริตและยุติธรรมเป็นจริงหรือไม่ อย่างไร เป็นคำถามที่ ๒ ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม จากที่ได้ฟังคำถามของเพื่อนสมาชิก ประเด็นเรื่อง การไม่รับฟัง ความคิดเห็นจากประชาชน ก็ได้สอบถามเหมือนกันว่าทาง กสทช. ได้มีกระบวนการนี้หรือไม่ ซึ่งก็ได้ทำนะครับ ได้มีการรับฟังความคิดเห็นตามกระบวนการตามกฎหมาย เปิดให้มี การแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ แต่ก็มีบางเรื่องผมก็ได้สอบถามว่าทำไม ต้องทำอย่างนี้ ทำไมต้องทำอย่างนั้น ทำไมไปทำสิ่งที่วิทยุชุมชนเขาไม่เห็นด้วย หรือเป็นอุปสรรคต่อการทำงาน ของเขา ซึ่งเท่าที่ทราบหลายเรื่องก็เป็นเรื่องตามกฎหมาย เช่น กฎหมายมีการปรับเปลี่ยน ให้มีการขออนุญาตและต้องมีการประมูล ถ้าเป็นการทำธุรกิจวิทยุชุมชนในเชิงพาณิชย์ มีรายได้ มีการโฆษณา มีการขายสินค้า ก็ต้องมีการประมูลแข่งขันทางด้านราคากัน เพื่อเอาคลื่นความถี่ ไปใช้หาประโยชน์ ซึ่งอันนี้เป็นการดำเนินการตามกฎหมายเป็นต้น ซึ่งบางเรื่องอย่างนี้ วิทยุชุมชนก็คงไม่พอใจ เพราะเขาก็ไม่อยากให้มีการแข่งขันประมูลคลื่นความถี่แข่งกัน เขาก็อยากจะทำธุรกิจต่อไปโดยที่ไม่มีคนมาแย่งธุรกิจเขา หรือมาแข่งขันกัน แต่ว่ามันเป็นไป ตามกฎหมายที่ได้ออกมาแล้วต่อเนื่องมาหลายปี ซึ่งก็มีการผ่อนผันมาโดยตลอดเป็นการ ทดลองให้ดำเนินธุรกิจกันมาหลายปี จนถึงวันนี้คงถึงที่จุดว่า กสทช. ก็คงต้องบังคับใช้ กฎหมาย ทำตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา โดยมีกำหนดเงื่อนเวลาว่าภายในปี ๒๕๖๗ ทุกอย่าง ก็จะมาเข้าสู่ระบบการประมูล การขออนุญาตตามกฎหมายทั้งหมดนะครับ🔗

สุดท้ายก็คือเรื่องของการรับฟังความคิดเห็น คือถ้าท่าน ส.ส. หรือว่า ทางเครือข่ายวิทยุชุมชนที่มีข้อมูลประเด็นอะไรที่เป็นเรื่องที่ทางพี่น้องประชาชน หรือทางผู้ประกอบการมีข้อเสนอ ซึ่งคิดว่าทาง กสทช. อาจจะไม่ได้ตอบสนอง หรือว่า อาจจะไม่ได้เข้าใจตรงตามที่เราเสนอไปทางรัฐบาลก็ยินดีที่จะเป็นตัวกลางในการรับเรื่องของท่าน แล้วก็ไปประสานกับผู้ที่เกี่ยวข้อง หรือ กสทช. ต่อไป เพื่อขับเคลื่อนเรื่องนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต่อวิทยุชุมชน แล้วก็ให้พี่น้องประชาชนได้ใช้บริการอย่างต่อเนื่องต่อไป ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านคมเดช ถามคำถามที่ ๓ ครับ🔗

นายคมเดช ไชยศิวามงคล กาฬสินธุ์

ท่านประธานครับ ผม คมเดช พรรคเพื่อไทยครับ เกี่ยวกับการแสดงความคิดเห็นมันอยู่ในช่วงปี ๒๕๖๔ นี่ครับท่านประธาน ประมาณเดือนกันยายน สิงหาคม เดือนเดียว และมีคนสามารถยืนยันนับเป็นพันคนได้ เขายืนยันไปว่าเขาไม่เห็นด้วยกับที่ กสทช. ประกาศ นับเป็นพันคน เพราะว่าเขาเสนอไปว่าเขาไม่เห็นด้วยมันทำให้เขาเสียหาย เสียประโยชน์จากผลได้ ผลเสียต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น คุณชูชาติ อุทัยพันธุ์ อย่างนี้เขาบอกให้เอ่ยชื่อเขาเลยว่า เขาส่งไปแล้ว แต่ทำไมเขาไม่มีรายชื่อในการที่เขาเห็นแย้งกับ กสทช. คุณอรพรรณ คุณเดช อย่างนี้มีตัวอย่างทั้งหมด แต่กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีข้อมูลตัวอย่างที่เขาส่งไปทางอิเล็กทรอนิกส์ และไปรษณีย์ต่าง ๆ ตัวนี้ ในฐานะที่ท่านเป็นรัฐมนตรี ผมเป็น ส.ส. ฝ่ายนิติบัญญัติและเป็น คณะกรรมการสามัญเกี่ยวกับด้านกฎหมายนี่ขอร้องเรียนต่อท่านว่าขอเอาข้อมูลเกี่ยวกับ การแสดงความคิดเห็นทั้งหมดและวิธีการต่าง ๆ ที่ กสทช. ใช้นี่ขอให้มีการตรวจสอบ อย่างละเอียดและมีการตั้งคณะกรรมการจากทุกฝ่ายทั้งฝ่าย กสทช. ท่านรัฐมนตรี ทั้งวิสาหกิจชุมชน ทางหน่วยงาน ทางวิทยุชุมชนและ ส.ส. ทุกพรรคเพื่อร่วมกันตรวจ เพราะว่าถ้าท่านทำแบบไม่สุจริตยุติธรรม ตัวนี้มันจะตกไป ข้อมูลของท่านที่ท่านออกประกาศมานี่ มันตกไป เพราะว่ามันเป็นข้อกฎหมายตามมาตรา ๒๘ นี่เรียนท่านส่วนหนึ่ง🔗

ข้อสุดท้ายครับ ตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ตามมาตรา ๓๕ วรรคสอง การสั่ง ปิดกิจการไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมจากหนังสือพิมพ์หรือสื่อมวลชนอื่น ๆ เพื่อลิดรอน เสรีภาพจะกระทำมิได้ และตามมาตรา ๖๐ การจัดสรรคลื่นความถี่ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์ สูงสุดของประชาชน ความมั่นคงของรัฐและประโยชน์ของสาธารณะและการลดกำลังส่งวิทยุ ภาคประชาชนจาก ๕๐๐ วัตถ์ เหลือ ๕๐ วัตถ์ ก็คือการใช้เทคนิคการปิดสื่อ นี่คือการฆ่าเขา อย่างเลือดเย็น เพราะกำลังส่งน้อย คนฟังน้อย สปอนเซอร์ ตอนนี้ถอนตัวออกเกือบหมดแล้วครับ พังตั้งแต่ยังไม่ถึงวันเวลาที่กำหนดวันเดดไลน์ (Deadline) ใครจะจ้างโฆษณา เขาจะอยู่ อย่างไร เมื่อเขาอยู่ไม่ได้เขาต้องปิดกิจการ ประเด็นนี้เมื่อวิทยุชุมชนเจ๊งไปก็ไปสร้างรายได้ อย่างเป็นกอบเป็นกำให้วิทยุคลื่นใหญ่ ๆ ซึ่งมีอยู่ถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่เป็นคลื่นของทหาร รับส่วนต่างนี้ไป ซึ่งเป็นเงินนอกระบบไม่สามารถที่จะตรวจสอบได้ จึงถามว่าสรุปแล้ว นโยบายของท่านนายกรัฐมนตรีในการปิดสื่อไม่ว่าทางตรงทางอ้อม ไม่ว่าปิดวิทยุชุมชน หรือการใช้เทคนิคอย่างนี้ ท่านทำเพื่อประโยชน์ของนายทุน หรือเพื่อประโยชน์ของประชาชน หากทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนทำไมไม่นำคลื่นวิทยุชุมชนออกประมูล ทำไมต้องไป นำคลื่นวิทยุชุมชนไปประมูลเพื่อเอื้อประโยชน์ให้นายทุน ซึ่งมีกำลังมากกว่า ทำไมไม่ให้วิทยุ ชุมชนเขาต่ออายุไปเลย ซึ่งเขาดำเนินการมาแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ นี่ประมาณ ๒๕ ปี มันเป็น มูลมรดกของเขาไปแล้ว เขาทำมาหากินในส่วนนี้ไปแล้ว และองค์ประกอบที่ผมเรียน ให้ท่านทราบว่ามันเป็นองค์ประกอบที่ประกอบด้วยภาคธุรกิจ ภาคสังคม ภาคแรงงาน กระจัดกระจายอยู่ในส่วนนี้ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้ ซึ่งในยุคโควิด (COVID) ก็หนักหนา สาหัสแล้ว ทำไมท่านต้องมาทำอย่างนี้อีก กราบเรียนท่านประธานถามเป็นคำถามที่ ๓ ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมนะครับ ได้รับฟังที่ท่านถาม โดยเฉพาะเรื่องของการ ที่ท่านไม่เห็นด้วยการออกประมูลให้มีการแข่งขันเสนอราคา เสนอรายได้ให้กับรัฐนี่ ซึ่งท่าน ไม่เห็นด้วย ซึ่งอันนี้ผมก็เลยว่ามันเป็นกฎหมายและเป็นแนวปฏิบัติ ซึ่งทาง กสทช. ก็ใช้วิธีนี้ มาตลอดในการจัดสรรคลื่นความถี่นะครับ ผมว่าทุกเรื่องนะครับ ทั้งเรื่องคลื่นโทรศัพท์มือถือ ก็ใช้วิธีประมูลแข่งกันนะครับ ทีวีดิจิทัล (TV Digital) ท่านก็คงจำได้มีการประมูลแข่งกัน แม้แต่ดาวเทียม ซึ่งมีวงโคจรที่จะประมูลหาผู้ให้บริการนี้ก็ใช้วิธีประมูลแข่งขันราคาที่เสนอ ประโยชน์ให้กับรัฐนะครับ ก็คงเช่นเดียวกันกับเรื่องคลื่นวิทยุก็คงต้องใช้หลักการเดียวกัน เพราะมันเป็นไปโดยกฎหมาย และเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมด้วย เพราะว่าถ้ามีผู้ประกอบการรายหนึ่งมีคลื่นความถี่วิทยุ ทำธุรกิจอยู่นะครับ ก็อาจจะมีคนที่อยากได้คลื่นนี้ไปทำธุรกิจเหมือนกัน เขาอาจจะเสนอ ประโยชน์ให้ได้มากกว่ากับรัฐ หรือมีบริการที่ดีกว่ากับประชาชน ก็เป็นความชอบธรรมโดยหลัก ของการแข่งขันในประเทศนะครับที่ให้มีการประมูล เสนอผลประโยชน์ให้รัฐ เสนอผลประโยชน์ ให้ประชาชนที่ดีกว่า และได้รับคลื่นความถี่วิทยุนั้นไปดำเนินธุรกิจครับ ผมว่ามันเป็น หลักการของประเทศในทุก ๆ เรื่องนะครับ แต่ก็เรียนว่าวิทยุที่เป็นสาธารณประโยชน์ เป็นสาธารณประโยชน์คือไม่ใช่เชิงพาณิชย์ ไม่ได้เป็นการค้านี้ อันนี้ไม่ได้เป็นการประมูลนะครับ ยังสามารถขออนุญาตโดยตรงกับ กสทช. ได้ แล้วพิจารณาเป็นกรณีไป ไม่ได้ปิดทั้งหมด ที่ต้องมีการประมูลเพราะมันเป็นการเชิงพาณิชย์ ไปทำธุรกิจ มีรายได้ มีผลประโยชน์ จึงต้องมีการประมูลกันว่าใครเสนอผลประโยชน์คืนมาให้กับรัฐได้มากกว่า ก็ได้คลื่นความถี่นั้นไป เป็นหลักการทั่วไปในทุก ๆ เรื่องของประเทศเรานะครับ และเป็นหลักตามกฎหมายด้วย และการรับฟังความคิดเห็นนั้น เท่าที่ผมได้ทราบนี้ กสทช. ก็ยืนยันนะครับว่าได้มีการตอบ ความเห็น และมีทำเป็นตารางสรุป และมีการเผยแพร่ในสาธารณะไปแล้วผ่านเว็บไซต์ (Website) ของ กสทช. ซึ่งสามารถเข้าไปตรวจสอบดูได้นะครับ ซึ่งถ้ามีความคิดเห็นของใคร ที่ไม่ได้มีการรับฟังหรือไม่ได้มีการตอบสนองมาก็สามารถไปติดต่อที่ กสทช. ได้ หรือมาติดต่อ ที่ท่าน ส.ส. ผ่านมาที่ผมก็ได้นะครับ ก็จะช่วยติดตามเรื่องให้ โดยเฉพาะเรื่องที่ผมคิดว่า เป็นประเด็นสำคัญก็คือเรื่องของการลดขนาด ๕๐๐ วัตต์ เป็น ๕๐ วัตต์นะครับ ในช่วงทดลอง ออกอากาศตอนนี้ผมก็เห็นว่าน่าจะเป็นปัญหาจริงนะครับ ก็จะช่วยนำความเห็นของท่านเหล่านี้ ไปนำเรียนกับทาง กสทช. ให้รับทราบด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ🔗

นายคมเดช ไชยศิวามงคล กาฬสินธุ์

ขอปิดท้ายนิดหนึ่งครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เวลาท่านหมดแล้วนะครับ🔗

นายคมเดช ไชยศิวามงคล กาฬสินธุ์

นาทีเดียวครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเลยครับ🔗

นายคมเดช ไชยศิวามงคล กาฬสินธุ์

ถ้าทางรัฐบาลคิดอย่างนี้นะครับ ทรูกับดีแทคที่บวกกัน ถ้าเขามาประมูลนี้ ประเทศไทยจบเลย ปลาใหญ่กินปลาเล็กจบเลย กระบวนการของอย่างนี้ ถ้าท่านคิดอย่างนี้ ถ้าท่านไม่หาแนวมาตรการการถ่วงดุล ไม่แยกระหว่าง ปลาเล็ก ปลาใหญ่ ท่านเอาปลาเล็ก ปลาใหญ่ไปบวก ไปรวม ไปเลี้ยงด้วยกัน อันนี้ประเทศตาย ทำไมประเทศไทยถึงมีความเหลื่อมล ้าอันดับหนึ่งของโลก นี่คือความคิดที่เป็นจุดอ่อน ของท่านครับ ท่านแก้ไขด้วยในแนวทางอย่างนี้ อย่างต ่า กฎหมายมันแก้ด้วยกฎหมาย การเลื่อนระยะเวลาออกไปก็สามารถทำได้ และ/หรืออะไรที่มีสภาพความเป็นกลางก็จะดีกว่านี้ ให้ท่านช่วยดูแลในการแก้ไขด้วย ฝากเป็นข้อสุดท้ายครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ตอบก็ได้ ไม่ตอบก็ได้ครับ ข้อสังเกต ก็ขอบคุณทั้ง ๒ ฝ่ายนะครับ เพราะว่าท่านผู้ถามก็เกินไป ๑ นาที ท่านผู้ตอบก็เหลือ ๗ นาที ก็ไม่เกินเวลารวมครับผม จบกระทู้ถามสดด้วยวาจานะครับ🔗

ต่อไปจะเข้าสู่กระทู้ถามทั่วไป🔗

๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗

๑.๒.๑ กระทู้ถามที่ ๔๔๐ เรื่อง สร้างสระว่ายน ้าในโรงเรียนราษีไศล และซ่อมแซมปรับปรุงสนามกีฬากลาง (นางผ่องศรี แซ่จึง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมาย ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นผู้ตอบ บัดนี้ท่านรัฐมนตรีมาแล้วนะครับ กระทู้ถามทั่วไปถามได้ ๒ ครั้งครับ ท่านสมาชิกเข้าใจดีอยู่แล้ว ยึดข้อบังคับนะครับ คือไม่มีลักษณะเป็นการอภิปรายและจะทำให้กระทู้ตรงประเด็น ได้ประโยชน์กับผู้ถามและผู้ตอบครับ เชิญท่านผ่องศรีครับ🔗

นางผ่องศรี แซ่จึง ศรีสะเกษ

ท่านประธานสภาที่เคารพคะ ดิฉัน นางผ่องศรี แซ่จึง จังหวัดศรีสะเกษ เขต ๘ พรรคเพื่อไทยนะคะ วันนี้ดิฉันมีกระทู้ที่จะเรียนถาม ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เป็นกระทู้เกี่ยวกับการลดความเหลื่อมล ้าในภาคชนบท โดยการสร้าง สระว่ายน ้าในโรงเรียน และการปรับปรุงซ่อมแซมสนามกีฬาของอำเภอราษีไศลนะคะ ท่านประธานที่เคารพคะ อำเภอราษีไศลเป็นอำเภอใหญ่ มีประชากรเกือบ ๘๐,๐๐๐ คน มีโรงเรียนมัธยมศึกษา ๗ โรงเรียน มีโรงเรียนประถมศึกษา พร้อมโรงเรียนขยายโอกาส ๔๘ โรงเรียน มีนักเรียน นักศึกษารวมกันทั้งหมด พร้อมทั้งอาชีวศึกษาและเอกชนอีก ๑ แห่ง ๑๐,๐๐๐ กว่าคน คนราษีไศลรักกีฬา ชอบเล่นกีฬาเป็นนิสัย เราจะสนับสนุนให้ลูกหลานได้เล่นกีฬา แล้วเราก็มี นักกีฬาที่สร้างชื่อเสียงให้กับจังหวัดศรีสะเกษหลายคน เช่น ธนัญชัย บริบาล เป็นนักกีฬาทีม ชาติฟุตบอล วันดี คำเอี่ยม เป็นนักกีฬาเหรียญทองแดงโอลิมปิกยกน ้าหนัก แล้วรอบ ๆ บ้านเรา ศิลาลาด มีรักษิต แผ่นศิลา มีภูฤทธิ์ แผ่นศิลา นักกีฬาเหรียญทอง เอเชียนเกมส์และซีเกมส์ ข้างบ้านเราอีกข้างหนึ่งคือยางชุมน้อย มีสุรชัย สีหะวงษ์ นักวิ่ง เราเคยจัดกีฬาวอลเล่ย์บอลชายหาดนะคะท่านประธาน เพราะเรามีแม่น ้ามูล เรามีหาดทราย ที่สวยงาม คิดว่าอำเภออื่นอาจจะจัดยาก แต่วันนี้ท่านเชื่อไหมคะว่าสนามกีฬาอำเภอราษีไศล ที่ตั้งอยู่ในโรงเรียนราษีไศลนั้นสร้างมาเมื่อ ๒๐ กว่าปีแล้ว ขอภาพด้วยนะคะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นางผ่องศรี แซ่จึง ศรีสะเกษ

จะเป็นแบบนั้นเลยค่ะท่านประธาน ลู่วิ่งมองไม่เห็นแล้ว เวลาจะแข่งกีฬาก็ต้องมาขีดเส้นกัน แล้วสนามนี้เป็นสนามที่เราใช้แข่งขัน ทั้งหน่วยงานราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กีฬาโรงเรียน หรือแม้แต่กีฬาของชุมชน ของชาวบ้าน ไฟฟ้าก็ไม่มี อุปกรณ์อำนวยความสะดวกก็ไม่มี ลู่วิ่งก็ไม่มี แต่เราก็ยังรักกีฬา อยู่เหมือนเดิมนะคะท่านประธาน วันนี้เราก็ยังมีทศพล กานกูล และมีนักกีฬาคนอื่น อีกเยอะแยะที่ดิฉันไม่สามารถจะเอ่ยถึงได้หมด เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ดิฉันคิดว่า มันน่าจะได้รับการปรับปรุง มันน่าจะได้รับการซ่อมแซม หรือแม้แต่ควรจะได้รับการจัดสรร เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจเป็นรางวัลให้แก่อำเภอนี้ที่มีนักกีฬาที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ วันดี คำเอี่ยม สมัยเป็นนักกีฬาเขาไปเยี่ยมบ้านเพราะว่าเป็นประเพณีว่าเวลามีนักกีฬา ที่เราสร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติเราก็จะจัดการต้อนรับแห่แหนกันไปก็ไปแวะ ตรงนั้นตรงนี้ดิฉันได้จัดสรรให้วันดี คำเอี่ยม มีเวลาได้ไปพบน้อง ๆ นักเรียนหลายโรงเรียน ท่านประธานเชื่อไหมคะว่าเด็กตื่นเต้นมาก เขาดีใจ เขามีความสุข เขาถ่ายรูปกัน แล้วเขา ก็อยากเป็นนักกีฬาเหมือนพี่ ๆ แม้แต่ธนัญชัย วงศ์จอม ที่เล่นเป็นนักกีฬาฟุตบอล เพราะฉะนั้นอันนี้เป็นคุณสมบัติที่ดีงามของอำเภอราษีไศล ดิฉันยังคิดว่าถ้าหากสิ่งเหล่านี้ สนามกีฬานี้ถ้าได้รับการปรับปรุงซ่อมแซมให้มันมีลู่วิ่งที่มีมาตรฐาน มีอุปกรณ์อำนวยความสะดวก มันจะเป็นแรงจูงใจให้ลูกหลานของเราได้กลับมาอยากเล่นกีฬาและอยากเป็นนักกีฬาเหมือน รุ่นพี่ ๆ เขา บรรยากาศในการเล่นกีฬาในวันนี้ไม่มีที่เล่นค่ะ เด็กก็ไปเล่นตามสนาม ตามทุ่งนาก็มี แต่ถ้าสร้างตรงนี้หรือซ่อมแซมปรับปรุงให้มันดีมีมาตรฐาน ลูกหลานพ่อแม่พี่น้อง เขาก็จะจูงกันมา ตอนเย็นมาออกกำลังกาย มันจะสร้างความรักความสามัคคี มันจะสร้าง ซึมซับลักษณะนิสัยของการเคารพกฎเกณฑ์ เคารพกติกาการเป็นพลเมืองที่ดีอยู่ร่วมกันอย่าง สันติสุข ซึ่งเป็นสุดยอดปรารถนาของฝ่ายปกครองและบ้านเมืองที่จะมีประชากรที่มีคุณภาพ มีคุณสมบัติเหล่านี้ นอกจากนั้นยังจะเป็นการสร้างนิสัยที่ดีงามให้เด็ก และสำคัญที่สุด ที่ดิฉันทำเรื่องนี้อยู่ก็คือวันนี้เราต้องยอมรับว่าเด็กเรา เยาวชนเรามีปัญหาเรื่องยาเสพติด มีปัญหาเรื่องความรุนแรง มีปัญหาเรื่องอบายมุข แต่ถ้าเขามีแหล่งใดแหล่งหนึ่งโดยเฉพาะกีฬา ให้เขาใช้เวลาเหล่านั้นมาเพื่อทำเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ ต่อร่างกายเขาจะหลีกจาก เรื่องเหล่านั้นเชื่อว่าทำได้ดีด้วยนะคะท่านประธาน เพราะฉะนั้นดิฉันจึงอยากจะเรียนต่อไป อีกอย่างหนึ่งว่าในรอบชนบทของเราไม่เคยมีสระว่ายน ้า เกิดความฝันว่าทำอย่างไรเราจะมี สระว่ายน ้าสักแห่งหนึ่งไหมในรอบนอกตัวจังหวัด เพื่อให้ลูกหลานและเด็กเยาวชนของเรา ที่เป็นทั้งโรงเรียนมัธยมศึกษา โรงเรียนประถมศึกษา วิทยาลัยเทคนิค หรือแม้แต่ลูกหลาน ผู้ปกครองที่ไม่ต้องวุ่นวายพาลูกหลานเสียค่าเดินทางค่าอะไรไปที่จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อให้ลูกหลานได้ลงสระบ้าง ได้สัมผัสสระว่ายน ้าบ้าง ถ้ามีสระว่ายน ้ามันจะช่วยให้เด็กได้ฝึกทักษะในการว่ายน ้า ซึ่งต้องยอมรับว่าวันนี้ อำเภอราษีไศลและใกล้เคียง เมื่อก่อนสมัยดิฉันเป็นเด็กดิฉันไม่มีปัญหา ดิฉันว่ายน ้าได้ ตกน ้าไม่ตายแน่นอน แต่ ณ วันนี้เราไม่สามารถที่จะใช้แม่น ้ามูล ที่เป็นแม่น ้าหลักของอำเภอนี้ ให้เด็กได้ลงฝึกทักษะในการว่ายน ้าได้เลยค่ะท่านประธาน เพราะว่าพอสร้างเขื่อนราษีไศล ขึ้นมาน ้าใต้เขื่อนก็ไม่มีแล้ว พอหน้าน ้าหลากน ้าก็หลากเต็มไปหมดเลยลงว่ายน ้าไม่ได้ เพราะฉะนั้นเด็ก ๆ พวกนี้ขาดโอกาสอย่างยิ่งเลยในการที่จะฝึกทักษะ แม้เพียงแค่ช่วยให้ตัวเอง ปลอดภัยจากการตกน ้าตายท่านประธานก็ยังไม่มี เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะขอไปทาง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีนี่ล่ะ ลองให้โอกาสลดความเหลื่อมล ้าเหล่านี้ให้เด็กในชนบทเขามี โอกาสได้สัมผัสสระว่ายน ้าสักแห่งหนึ่งได้ไหม อย่างน้อยรอบ ๆ อำเภอที่อยู่ใกล้เคียงกัน เช่น อำเภอศิลาลาด อำเภอบึงบูรพ์ อำเภอยางชุมน้อย หรือแม้แต่อำเภอโพธิ์ศรีสุวรรณ ก็จะได้มาใช้สระเหล่านี้ร่วมกันโดยจัดเป็นตารางเป็นอะไรก็แล้วแต่ ให้เขาได้รู้ว่าการลงสระ เป็นอย่างไร ฝึกทักษะว่าว่ายน ้าที่จะให้ปลอดภัยเป็นอย่างไร และแม้แต่การที่จะสร้างนักกีฬา ที่จะเป็นนักว่ายน ้าในอนาคตได้ด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นดิฉันจึงอยากจะเรียนถามว่า รัฐบาลท่านมีนโยบายที่จะสร้างสระว่ายน ้าในระดับอำเภอของโรงเรียนราษีไศลหรือไม่ อย่างไร ถ้ามีสามารถจะดำเนินการได้เมื่อใด ขอทราบรายละเอียดค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ และสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี ให้เป็นผู้ชี้แจงการตอบกระทู้ ซึ่งจากท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในคำถามที่ ๑ รัฐบาลจะมีนโยบาย การสร้างสระว่ายน ้าในระดับอำเภอในโรงเรียนราษีไศลได้หรือไม่ อย่างไร ซึ่งตัวผมเองก็ต้องพูดถึง นโยบายก่อนนะครับ ซึ่งนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีนโยบายว่าในทุก ๆ ปีเราจะมีเยาวชนของเราเสียชีวิตจากการที่ว่ายน ้าไม่เป็น ก็คือจมน ้า เสียชีวิตประมาณปีหนึ่ง ๘๐๐-๙๐๐ คน เพราะฉะนั้นนโยบายหลักของท่านนายกรัฐมนตรี ก็สั่งมาทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แล้วก็มอบหมายให้กรมพลศึกษาว่าจะต้องหาวิธี ทำอย่างไรในการสร้างสระว่ายน ้าประจำอำเภอหรือประจำตำบลในพื้นที่ที่ในจังหวัดนั้น ๆ ไม่มีสระว่ายน ้า หรือถ้าเป็นจังหวัดที่ใหญ่ก็ที่อยู่ในรัศมีของการเดินทางไม่ห่างไกลกัน มากจนเกินไปให้พยายามบรรจุงบประมาณในการจัดสร้างสระว่ายน ้า ซึ่งเมื่อในปี ๒๕๖๔ กรมพลศึกษาได้งบประมาณจากสำนักงบประมาณเป็นเงิน ๒๐๘,๘๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ซึ่งเป็นงบประมาณที่จะนำมาจัดสร้างสระว่ายน ้า แล้วก็สอนให้เด็กได้มีโอกาสได้ทำการฝึกซ้อม และรู้ถึงทักษะการว่ายน ้า และทักษะในการช่วยชีวิตตนเองในขณะที่ไปเล่นน ้าและเกิดอุบัติเหตุ ขึ้นมา ซึ่งทางกรมพลศึกษาในปี ๒๕๖๔ เราได้งบประมาณเท่านี้ เราสร้างสระว่ายน ้าทั้งหมด ๑๒ แห่ง ซึ่งได้มีการทำการจัดซื้อจัดจ้างไปทั้งหมดแล้ว ในกรณีของโรงเรียนราศีไศลของท่าน ได้ส่งมาที่กรมพลศึกษา ส่งมาทางกระทรวงศึกษาธิการเรียบร้อย แต่บังเอิญว่าขาดเอกสารบางอย่าง ซึ่งผมให้ทางกรมพลศึกษาประสานกับทางเจ้าหน้าที่พละประจำอำเภอให้ติดต่อกลับไป ที่โรงเรียนว่า เอกสารต่าง ๆ ที่ยังไม่เรียบร้อยตรงนี้อย่างไรช่วยทำเอกสารกลับมาอีกครั้งหนึ่ง เพราะการที่ว่ามีผู้แสดงเจตจำนงในการสร้างสระว่ายน ้าทั้งประเทศในแต่ละปีหลายสิบแห่งด้วยกัน แต่งบประมาณปี ๒๕๖๔ เราได้เพียง ๑๒ แห่ง เพราะฉะนั้นหากว่าทางโรงเรียนราศีไศลนี้ ได้ทำเอกสารมอบเอกสิทธิ์หรือทำตามกฎเกณฑ์ที่กรมพลศึกษาได้กำหนดไว้เรียบร้อย ตัวผมเองก็จะนำเข้ามาบรรจุในปี ๒๕๖๖ นะครับ ซึ่งทำไมผมถึงบอกว่าบรรจุในปี ๒๕๖๖ เพราะในกรณีงบประมาณของกรมพลศึกษาที่ได้ไปจากสำนักงบประมาณ ในปี ๒๕๖๕ ถูกตัดงบประมาณไป ๔๖ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นกรมพลศึกษาเหลืองบประมาณใช้จ่าย ทั้งหมดแค่ ๕๔ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีโอกาสที่จะไปทำการพัฒนา หรือซ่อม หรือสร้าง ไม่ว่าจะ สระว่ายน ้า หรือสนามกีฬาอะไรก็แล้วแต่ที่กรมพลศึกษามีหน้าที่ดูแลนะครับ แต่ในปี ๒๕๖๔ จังหวัดศรีสะเกษก็ได้สระว่ายน ้าไป ๑ ตำบล ที่ตำบลห้วยทับทัน อำเภอห้วยทับทัน จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งได้มีการจัดซื้อจัดจ้างไปเรียบร้อยแล้ว แต่อย่างไรก็แล้วแต่ผมก็จะนำ ข้อหารือของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติไปหารือกับทางอธิบดีกรมพลศึกษาว่า จะมีโอกาส หรือวิธีการใดหรือไม่ ถ้าหากว่างบประมาณใช้จ่ายในปี ๒๕๖๕ หากว่ามีงบเหลือจ่าย ผมก็จะพยายามว่า ทำอย่างไรได้จัดการให้กับอำเภอราษีไศลไม่ว่าจะโรงเรียนที่เป็น สระว่ายน ้าหรือจะเป็นลู่ยางสำหรับสนามที่ท่านได้กล่าวไปเบื้องต้นนี่ล่ะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ขอเชิญคุณผ่องศรี ถามคำถามที่ ๒ ค่ะ🔗

นางผ่องศรี แซ่จึง ศรีสะเกษ

ค่ะท่านประธานคะ ท่านคงเคยได้ยิน เพลงนี้นะคะ กีฬา กีฬาเป็นยาวิเศษ แก้กองกิเลส ทำตนให้เป็นคน ท่านประธานคะ กีฬานี่มันสร้างคนให้เป็นคนจริง ๆ นะคะ อย่างน้อยที่สุดก็คือเรื่องของกฎ กติกา ระเบียบ วินัย ความมีวินัยจะทำให้เขาเป็นนักกีฬาได้ แล้วเวลาเขามารวมกลุ่มกันเล่นกีฬานี่จะต้องมีกฎ จะต้องมีกติกา และกติกาแต่ละประเภทก็ไม่เหมือนกัน แต่แน่นอนต้องมีกฎ ต้องมีกติกา ในการเล่นกีฬา ในการอยู่ร่วมกัน ในการแข่งขัน เพราะฉะนั้นอันนี้มันจึงสร้างคนให้เป็นคน ได้อย่างแท้จริง ดิฉันเชื่อเช่นนั้นจริง ๆ ด้วยเพราะว่าดิฉันเป็นครูมาก่อน แล้วเคยเป็นผู้จัดการ ทีมบาสเกตบอล (Basketball) ของโรงเรียนด้วย เราภาคภูมิใจ เมื่อ ๒-๓ วันโรงเรียนส้มป่อย ไปแข่งขันปิงปองก็ได้เหรียญเงินมา ๑๐ เหรียญประมาณนั้น แล้วเหรียญทองแดง อีก ๑๐ กว่าเหรียญในระดับจังหวัด ของเราเป็นนักกีฬาที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ แต่ถ้าเรามีสนาม ที่มันจะมีมาตรฐาน มีอุปกรณ์ในการอำนวยความสะดวกมันจะทำให้เด็กของเรามีโอกาส มากขึ้น ไม่ใช่เพียงแค่เด็กนะคะ ผู้เฒ่าผู้แก่ครอบครัวก็จะทำให้อบอุ่นมั่นคง สนุกสนาน เพลิดเพลินมีที่ไป มีที่พักผ่อนหย่อนใจ มีที่ที่จะไปร่วมกันทำกิจกรรมเพื่อสร้างความรัก ความสามัคคี เพราะฉะนั้นกีฬาจึงเป็นการสร้างคนอย่างแท้จริง สร้างความเป็นคน โดยความมีระเบียบวินัยในการดำรงชีวิต ซึ่งจะทำให้เขาประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน ในการดำรงชีวิตของความเป็นคน เพราะฉะนั้นดิฉันจึงอยากจะขอเรียนถามคำถามที่ ๒ รัฐบาลมีนโยบายจะปรับปรุงสนามกีฬากลางของอำเภอราษีไศล ซึ่งสมควรจะปรับปรุง ให้มีลู่วิ่งและสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีมาตรฐาน เพื่อรับใช้คนในอำเภอราษีไศลทุกองค์กร ทุกหน่วยงาน นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนชุมชนแวดล้อมของอำเภอราษีไศลด้วยหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียดค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ขอเชิญรัฐมนตรี ท่านผ่องศรีนั่งลงได้ครับ เพราะยืนคือการประท้วง เชิญรัฐมนตรีครับ🔗

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

กราบเรียนท่านประธานครับ จากกรณีท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติมีคำถามที่ ๒ ว่ารัฐบาล มีนโยบายจะปรับปรุงสนามกีฬากลาง อำเภอราษีไศล ซึ่งสมควรจะปรับปรุงให้มีลู่วิ่ง และสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีมาตรฐานหรือไม่ อย่างไร ก็ขอย้อนกลับไปที่เดิมอีกสักครั้งหนึ่งนะครับ การที่ทางอำเภอราษีไศล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ สระน ้าก็ดี เรื่องของสนามกีฬาซึ่งมีการทำสนามกีฬาไปแล้ว แต่ต้องการพัฒนาเรื่องของลู่วิ่ง ซึ่งปัจจุบันนี้อาจจะเป็นลู่วิ่งที่เป็นดินลูกรัง แน่นอนครับ การที่เยาวชนของเราลงไปทำการ แข่งขันกีฬาก็อาจจะไม่ได้มาตรฐานเท่าที่ควร แล้วก็อาจจะมีโอกาสประสบอุบัติเหตุได้ ซึ่งตัวผมเองในขณะที่เป็นเด็กอยู่ก็เคยได้ใช้สนามแบบนี้ และตัวผมเองก็เป็นอดีตนักวิ่ง ซึ่งในโรงเรียนผมก็เป็นนักกรีฑาคนหนึ่งและเป็นนักกีฬาคนหนึ่ง และที่สำคัญที่สุดในโยบาย ของท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็เน้นย ้ากับกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬาว่าขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เชิญชวนให้คนไทย เยาวชนไทย หรือใครที่อยู่ในประเทศไทยให้มาออกกำลังกายให้เป็นนันทนาการ และมีข้อจำกัดว่า ในปี ๒๕๖๗ คนไทยทั้งประเทศ ๔๕ เปอร์เซ็นต์ ต้องเล่นกีฬาให้เป็นนันทนาการ นั่นคือเป้าหมายของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาที่พวกเราจะต้องวิ่งเข้าไปสู่เป้าหมาย ตรงนั้นนะครับ แน่นอนครับทางโรงเรียนราษีไศลที่ต้องการลู่วิ่ง เท่าที่ผมได้เห็นภาพ จากการฉายสไลด์ (Slide) ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเมื่อสักครู่เรียบร้อยแล้วนะครับ ซึ่งทางนโยบายของรัฐบาลตอนนี้ก็ต้องการที่จะนำยางพาราไปผลิตผสมในลู่วิ่ง ซึ่งจะเป็นการช่วย เกษตรกรชาวสวนยาง ซึ่งเท่าที่ทราบจังหวัดศรีสะเกษก็มีสวนยางหลายแสนไร่ ซึ่งตรงนี้ เราก็จะช่วยทำให้ราคายางได้มีราคาที่สูงขึ้น แต่การที่เราจะทำให้สูงขึ้นเราก็ต้องคิดว่า ในประเทศไทยเราสำหรับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เราสามารถนำยางพารานี้ มาทำเป็นลู่วิ่งหรือทำเป็นอุปกรณ์อย่างอื่นได้หรือไม่ ลู่วิ่งก็เป็นอีกอย่างหนึ่งที่ได้รับ การจัดสรรว่า ถ้าหากว่ามีโรงเรียนไหนมีความพร้อม หรือสนามกีฬาตำบลไหนมีความพร้อม เราก็พร้อมที่จะให้กรมพลศึกษาลงไปทำการทำลู่วิ่งให้ แต่นั่นหมายความว่าเรามีสนาม แล้วแต่ขาดลู่วิ่ง ซึ่งทางกรมพลศึกษาพร้อมที่จะไปดำเนินการให้ ในสิ่งเหล่านี้ต้องเรียนให้ทราบว่า ก็ย ้ากลับไปที่เดิมนะครับว่าจากการที่โรงเรียนราษีไศลที่ว่าในเรื่องของสระน ้าก็ดี ในเรื่องของ สนามกีฬาก็ดี ก็ขอให้ช่วยจัดเรื่องของเอกสารที่ยังไม่ครบมาให้ครบ ซึ่งผมก็จะให้ทาง เจ้าหน้าที่พละประจำอำเภอไปทำการประสาน ซึ่งเรื่องนี้ผมได้หารือกับทางอธิบดี กรมพลศึกษาไปเรียบร้อยแล้วนะครับว่าเราพยายามที่จะจัดการในเรื่องของลู่วิ่ง ซึ่งลู่วิ่งนี่ งบประมาณก็ไม่เท่าไร เพราะฉะนั้นใน ๒ ข้อ ไม่ว่าข้อ ๑ หรือข้อ ๒ ผมก็จะพยายามจัดการให้ได้ ในงบประมาณปี ๒๕๖๕ ในเรื่องของงบเหลือจ่าย ถ้าหากว่างบเหลือจ่ายไม่มีเหลือแล้ว ผมก็จะบรรจุเข้าไปในงบประมาณปี ๒๕๖๖ ให้ทันที ซึ่งตอนนี้เราก็ทยอยทำงบประมาณ ซึ่งในเรื่องของโรงเรียนราษีไศลเราได้เข้าไปอยู่ในลำดับที่จะขอไปทางสำนักงบประมาณ เพื่อจัดสรรให้มีงบประมาณลงไปทำการสร้างสระว่ายน ้า แล้วก็สร้างลู่วิ่งของโรงเรียนราษีไศล แต่ทั้งสิ้นทั้งปวงก็ขอกราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติอย่างไรก็ช่วยประสานทางโรงเรียนว่า ด้วยกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการมอบพื้นที่มาให้กับกรมพลศึกษา ถ้าหากว่าท่าน ไม่มอบพื้นที่ให้กรมพลศึกษา กรมพลศึกษาไม่มีอำนาจที่จะเข้าไปในพื้นที่นั้น ๆ นะครับ เมื่อกรมพลศึกษาสร้างหรือซ่อมเสร็จแล้วกรมพลศึกษาก็จะทำการมอบคืนให้กับโรงเรียน ไปดำเนินการดูแลรักษา แต่ประเด็นที่สำคัญอีกประเด็นหนึ่งนะครับ จากการที่กรมพลศึกษา ได้สร้างสนามกีฬาก็ดีสระว่ายน ้าก็ดี หรืออะไรก็แล้วแต่ที่กรมพลศึกษาดูแล ประเด็นที่เกิดปัญหา ณ ปัจจุบันนี้ก็คือว่าเมื่อสร้างสนามกีฬาเสร็จแล้วกรมพลศึกษา ได้ส่งมอบให้เข้ากับเจ้าของพื้นที่ ก็มักจะประสบปัญหาว่าเจ้าของพื้นที่ไม่ยอมรับมอบ ปัญหา อันนี้ก็อาจจะเป็นปัญหาของเรื่องการเมืองท้องถิ่นนะครับ ที่ว่าในยุคนายกท่านหนึ่งขอมาทาง กรมพลศึกษาได้ทำการเอางบประมาณและลงไปสร้างสนามกีฬาให้ แต่พอเราสร้างสนามกีฬาเสร็จ เราส่งมอบบังเอิญว่าเปลี่ยนยุคเปลี่ยนสมัย นายกท่านใหม่ท่านก็บอกว่าท่านไม่ได้ ตั้งงบประมาณไว้สำหรับการดูแลรักษา เพราะฉะนั้นผมก็ขอฝากท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ทุก ๆ ท่านว่า กรณีอย่างนี้ขอให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทำความเข้าใจกับผู้บริหารท้องถิ่น ไม่ว่าจะระดับตำบล เทศบาล หรือ อบจ. ว่า ถ้าหากว่าจะมีการสร้างสนามกีฬาในโรงเรียน หรือในที่สาธารณะขอให้ช่วยทำประชาพิจารณ์ แล้วให้ชาวบ้านร่วมกันลงสัตยาบันว่าถึงแม้ใคร จะมาเป็นผู้บริหารเมื่อสร้างเสร็จแล้วขอให้ผู้บริหารช่วยรับกลับไปและตั้งงบประมาณ ในการดูแลรักษาในสนามหรือสระว่ายน ้าต่าง ๆ นะครับ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมก็ต้องขอความกรุณา ไปทางสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ทุกจังหวัดและทุกเขตนะครับ เพราะสิ่งเหล่านี้ เมื่อเราสร้างไปแล้วก็เป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณของแผ่นดิน แต่เมื่อสร้างเสร็จมอบให้ท่าน ท่านไม่รับก็กลายเป็นที่รกร้างว่างเปล่า ซึ่งปัจจุบันนี้ในประเทศไทยเรามีพื้นที่ที่สร้างเสร็จแล้ว มากมายพอสมควร ซึ่งตรงนี้ผมก็ขอชี้แจงเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครบถ้วนนะครับ คุณผ่องศรีครับ ก็ขอบคุณทั้ง ๒ ฝ่ายนะครับ ได้กระจ่างชัดทั้งผู้ถามและผู้ตอบนะครับ🔗

กระทู้ถามทั่วไปที่ ๑.๒.๒ ของคุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตกร ก็ต้องเรียนว่า เนื่องจาก ได้รับหนังสือแจ้งจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คุณวราวุธ ศิลปอาชา ว่าท่านติดภารกิจที่นัดหมายไว้ล่วงหน้าไม่สามารถตอบกระทู้ได้ ขอเลื่อนตอบกระทู้ถามนี้ออกไปวันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๕ ครับ🔗

กระทู้ถามทั่วไปที่ ๑.๒.๓ กระทู้ถามที่ ๔๔๘ เรื่อง การส่งเสริมสนับสนุน ตั้งโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูปสินค้าทางการเกษตร (นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม🔗

ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงอุตสาหกรรมมาพร้อมแล้วครับ คุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ท่านสัณหพจน์ผมแนะนำ นิดเดียวนะครับ ด้วยความเคารพ อ่านกระทู้ที่ท่านเขียนมา เพราะว่าเราเป็นกระทู้ ไม่ใช่กระทู้ถามสดทั่วไปเป็นกระทู้ถามที่เราตั้งไว้ก่อนล่วงหน้า อ่านกระทู้แล้วท่านอธิบาย ประกอบได้ครับ แต่ว่าทำให้กระทู้ท่านตรงเรื่องกับที่เราได้ตั้งใจถามไว้ตั้งแต่ต้น ขอเชิญนะครับ🔗

นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง นครศรีธรรมราช

ขอบคุณท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช แบบแบ่งเขต อำเภอปากพนัง หัวไทร เชียรใหญ่ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมขออนุญาตถามกระทู้ทั่วไปเรื่องการส่งเสริมสนับสนุนตั้งโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูป สินค้าทางการเกษตร จากปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรที่ผันผวนไปตามฤดูกาล และความต้องการของตลาด เป็นวัฏจักรที่ควบคุมค่อนข้างยาก เพราะบางครั้งราคาก็ปรับสูงขึ้น ตามความเดือดร้อนของผู้บริโภค บางครั้งราคาที่ดิ่งลงจนทำให้เกษตรกรผู้ปลูกได้รับความเดือดร้อน ซึ่งปัญหาราคาสินค้าทางการเกษตรตกต ่าในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชมีผลตกค้าง เป็นจำนวนมาก อาทิเช่น พริกเขียว ฟักทอง ปลานิล กุ้ง พืชผักและสินค้าการเกษตรอื่น ๆ ปัญหาผลผลิตปริมาณมากกว่าความต้องการของตลาด รวมทั้งขาดแรงงาน อีกทั้งราคาผลผลิต มีการผูกขาดโดยพ่อค้าคนกลางทำให้เกษตรกรประสบปัญหาดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง เป็นวัฏจักรมาทุกปี อย่างที่เห็นได้ชัดในเรื่องของพริกและมังคุด กระผมจึงอยากถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ของกระทรวงอุตสาหกรรมในการขับเคลื่อนนโยบายอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร ไปสู่การปฏิบัติโดยกำหนดแนวทางการส่งเสริมให้เกิดการลงทุนในอุตสาหกรรมการเกษตร บนพื้นฐานความสมดุลเชิงพื้นที่ในการผลิตสินค้าการเกษตรทั้งประเภทอาหาร ไม่ใช่อาหาร และพลังงาน รวมถึงผลักดันให้อุตสาหกรรมมีความมั่นคงและเกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ให้ได้ พัฒนาช่องทางการตลาดในระดับต่าง ๆ โดยได้มอบนโยบาย ให้อุตสาหกรรมจังหวัดทุกจังหวัด สำรวจศักยภาพของวัตถุดิบในท้องถิ่น เพื่อส่งเสริม และพัฒนาอุตสาหกรรมการแปรรูป โดยใช้ความรู้ความคิดสร้างสรรค์ ตลอดจนภูมิปัญญา ท้องถิ่นและให้คัดสรรสินค้าเพื่อพัฒนาเป็นโพรดักต์ แชมเปียน (Product champion) ของแต่ละจังหวัด อันเป็นปัจจัยสำคัญทางเศรษฐกิจของประเทศที่อุตสาหกรรมการแปรรูป การเกษตรของไทย กระทรวงอุตสาหกรรม ได้มองว่าอุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตร และอาหารเป็นสาขาที่มีศักยภาพสูง เพราะนอกจากจะเชื่อมโยงกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทั้งในภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการแล้ว ยังเกี่ยวข้องกับผู้คนจำนวนมาก เมื่อมองทั้งห่วงโซ่อุปทานที่สำคัญคือใช้วัตถุดิบผลิตผลทางการเกษตรในพื้นที่ เช่น ข้าว ยางพารา ข้าวโพด มันสำปะหลัง ปาล์มน ้ามัน นม ผัก ผลไม้ ทำให้เศรษฐกิจท้องถิ่น มีการหมุนเวียนจากการรับซื้อผลผลิต การผลิตเป็นผลิตภัณฑ์การลงทุน การจ้างงาน การขนส่ง บริการ ทำให้เกิดกิจกรรมทางเศรษฐกิจเกิดขึ้น นอกจากนี้ให้เกษตรกรวมกลุ่ม วางแผนการผลิตเพื่อลดต้นทุนการผลิต และสามารถต่อรองกับพ่อค้าในการจำหน่าย ผลผลิตได้ เมื่อกลุ่มมีความเข้มแข็งให้เกษตรกรเข้าสู่ระบบแปลงใหญ่ เพื่อเพิ่มศักยภาพ การบริหารจัดการผลผลิตของชุมชนแบบครบวงจร และการเชื่อมโยงกันระหว่างเกษตรกร ผู้ประกอบการสหกรณ์การเกษตร เพื่อให้เกษตรกรจำหน่ายผลผลิตในราคาที่เป็นธรรม อุตสาหกรรมการแปรรูปการเกษตร ดังนั้นจึงขอถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ🔗

คำถามที่ ๑ กระทรวงอุตสาหกรรมมีแผนงานขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแปรรูป การเกษตรในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชอย่างไรบ้าง ขอทราบรายละเอียด ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เป็นคำถามที่สมบูรณ์ นะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ และท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ขอตอบกระทู้ของท่านสัณหพจน์ สุขศรีเมือง แต่ก่อนที่ผมจะตอบกระทู้นั้น ผมก็ต้องขอชื่นชมท่านสัณหพจน์ที่ท่านได้แสดงความห่วงใย เกี่ยวกับเรื่องของการที่จะแปรรูปสินค้าเกษตรต่าง ๆ เพื่อให้มีมูลค่าเพิ่ม และเพื่อตอบสนอง ต่อความเป็นอยู่ที่ดีของพี่น้องชาวเกษตรกร ขอนำเรียนว่าทางกระทรวงอุตสาหกรรมนั้น ได้รับนโยบายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้ริเริ่มดำเนินการภารกิจเกี่ยวกับการสร้าง การส่งเสริมและการพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม โดยมีวัตถุประสงค์หลักในการนำศาสตร์ การบริหารการจัดการของภาคอุตสาหกรรมมาประยุกต์ใช้ในภาคเกษตรกรรม เพื่อจะยกระดับอาชีพเกษตรกรไปสู่นักธุรกิจการเกษตร และวางรากฐานในการปฏิรูป ภาคเกษตรกรรม ไปสู่ภาคเกษตรอุตสาหกรรม ทั้งหมดนี้เพื่อยกระดับรายได้และชีวิตความเป็นอยู่ ของพี่น้องเกษตรกร ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศให้ดีขึ้น เกษตรอุตสาหกรรมคือธุรกิจทางการเกษตร หรืออุตสาหกรรมการเกษตรที่นำองค์ความรู้ ทางอุตสาหกรรมมาใช้ในการจัดการภาคเกษตร ตั้งแต่เกษตรกรต้นน ้า ผู้ผลิตกลางน ้า และส่งต่อให้ผู้ทำการตลาดปลายน ้า เพื่อยกระดับรายได้และสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจ ฐานรากในองค์รวม ทั้งในด้านการบริหารจัดการมาตรฐานการตลาด การเชื่อมห่วงโซ่การผลิต อย่างเป็นระบบ เพื่อสร้างให้เกิดผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและตอบสนองความต้องการ ของผู้บริโภค หลังจากที่กระทรวงอุตสาหกรรมได้รับมอบหมายภารกิจด้านเกษตร อุตสาหกรรมจากท่านนายกรัฐมนตรี จึงได้มีการจัดตั้งกองพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรมขึ้น เมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ โดยเป็นหน่วยงานภายในกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เพื่อเป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนนโยบายเกษตรอุตสาหกรรมสู่รูปธรรม ใน ๒ ปีที่ผ่านมา กระทรวงอุตสาหกรรมได้มุ่งเน้นการพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม🔗

ส่วนในเรื่องของกระทรวงอุตสาหกรรมมีแผนขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแปรรูป เกษตรในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชอย่างไรบ้างนั้น กระทรวงอุตสาหกรรมได้ใช้หลักการ พัฒนาเกษตรอุตสาหกรรมที่ได้กล่าวนำเรียนมาข้างต้น โดยมีแผนและการขับเคลื่อน อุตสาหกรรมแปรรูปการเกษตรภายใต้กลไกของกองพัฒนาเกษตรอุตสาหกรรม ศูนย์อุตสาหกรรมภาค กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ทั่วประเทศ ทำหน้าที่ร่วมกันพัฒนาสนับสนุนและส่งเสริมศักยภาพผู้ประกอบการ และวิสาหกิจชุมชนในแต่ละพื้นที่อย่างทั่วถึง ทั้งนี้กระทรวงอุตสาหกรรมโดยกรมส่งเสริม อุตสาหกรรมได้กำหนดแผนนโยบายและยุทธศาสตร์ในระดับประเทศเกี่ยวกับเกษตร อุตสาหกรรมการถ่ายทอดไปยังระดับภูมิภาค รวมทั้งกำหนดให้แนวทางการขับเคลื่อน เกษตรอุตสาหกรรมเป็นแนวทางหลักในการดำเนินงานของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทั้งนี้ในการพัฒนาในแต่ละภาคกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม จะให้ความสำคัญกับอุตสาหกรรมและพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของภาค โดยจังหวัดนครศรีธรรมราช และพื้นที่ภาคใต้มีพืชเศรษฐกิจที่สำคัญคือ ปาล์มน ้ามัน ยางพารา เนื่องจากสภาพพื้นที่ และสภาพอากาศที่มีความเหมาะสมในการเพาะปลูก และเป็นพืชเศรษฐกิจที่อยู่คู่กับวิถีชีวิต ของชาวภาคใต้ อย่างไรก็ตามปัจจุบันเกษตรกรกำลังประสบปัญหาราคายางพาราที่ตกต ่า เนื่องจากผลผลิตล้นตลาด เพราะมีพื้นที่เพาะปลูกและปริมาณผลผลิตจำนวนมาก กระผมขอยกตัวอย่างในการพัฒนาการแปรรูปของปาล์มน ้ามันและยางพารา ซึ่งที่ผ่านมา กระทรวงอุตสาหกรรมได้ดำเนินโครงการที่ให้การสนับสนุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของ การพัฒนาอุตสาหกรรมแปรรูป ดังนี้🔗

กรณีปาล์มน ้ามัน ทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้ยกระดับโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตน ้ามันปาล์ม มีการส่งเสริมการนำเทคโนโลยีดิจิทัล ไปใช้ในการบริหารจัดการ มีการพัฒนารวมกลุ่มอุตสาหกรรมน ้ามันปาล์ม มีการพัฒนาศักยภาพ บุคลากรในอุตสาหกรรมน ้ามันปาล์ม รวมถึงมีการบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อผลักดัน โครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์โอลีโอเคมี (Oleo chemi) ซึ่งจะช่วยสร้างมูลค่าจากน ้ามันปาล์ม ให้สูงขึ้น สำหรับกรณียางพารา กระทรวงอุตสาหกรรมได้ขับเคลื่อนการส่งเสริมและพัฒนา ผลิตภัณฑ์ต้นแบบ โดยมีการนำจุดเด่นด้านความยืดหยุ่นสูงของยางธรรมชาติมาประยุกต์ เป็นผลิตภัณฑ์ชนิดใหม่ทดแทนผลิตภัณฑ์รูปแบบเดิมในท้องตลาด และสามารถต่อยอด นำไปสู่เชิงพาณิชย์ได้ รวมถึงได้รับการรับรองมาตรฐานเป็นที่ยอมรับของตลาดทั้งใน และต่างประเทศ เช่น ยางยืดสำหรับออกกำลังกาย แผ่นเสริมรองเท้ายางพาราเพื่อสุขภาพ ผลิตภัณฑ์ยางรองแท่นเครื่องจักรอุตสาหกรรม ยางนาโนคอมโพสิต (Nanocomposites) ในชานอ้อย เรื่องของกาวน ้าที่มีส่วนผสมของน ้ายางธรรมชาติ ผลิตภัณฑ์ต้นยางหุ้มรองเท้ากันน ้า สำหรับ เรื่องมังคุดตามที่ทางท่านสัณหพจน์ท่านมีความห่วงใยนั้น ทางกระทรวงอุตสาหกรรมได้มีการ พัฒนาสินค้ามังคุดที่ปลูกมากในอำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช พอช่วงฤดูกาล มังคุดจะออกกันมาจำนวนมากนั้นทำให้ผลผลิตตกต ่า กระทรวงอุตสาหกรรมได้เข้าไปช่วย แปรรูปเป็นสารสกัดมังคุดเข้มข้น จากราคามังคุดที่มีราคาหลักสิบต่อกิโลกรัมกลายเป็นหลัก พันต่อกิโลกรัมครับ ผมขอตอบคำถามแรกนะครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านสัณหพจน์ คำถามที่ ๒ ครับ🔗

นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง นครศรีธรรมราช

ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมมากครับ ท่านประธานครับ สำหรับคำตอบที่จะให้กับพี่น้องประชาชน คนภาคใต้ โดยเฉพาะคนนครศรีธรรมราชได้ชื่นใจกับแนวทางที่จะดำเนินการ เพราะว่า กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นกระทรวงที่อยู่ตรงกลางระหว่างต้นน ้าและปลายน ้า นั่นหมายความว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นต้นน ้าที่จะส่งเสริมให้กับพี่น้องเกษตรกรในการที่จะเพาะ หรือปลูกหรือจัดโซนนิง (Zoning) อย่างไรให้มีปริมาณผลผลิตทางการเกษตรที่บาลานซ์ (Balance) กับตลาด นั่นคือปลายทางก็คือ กระทรวงพาณิชย์ที่เป็นปลายทาง แต่อุตสาหกรรม ก็คือกลางทางที่จะช่วยในการส่งเสริมให้กับพี่น้องเกษตรกรในการแปรรูป หากปลายทาง ทำงานยังไม่เต็มประสิทธิภาพหรือทำให้เกิดการขาดตกบกพร่องตามวิกฤติเศรษฐกิจหรือว่า วิกฤติโควิด (COVID) ที่เกิดขึ้น การขนส่งโลจิสติกส์ (Logistics) ใดก็ตามหรือว่าทำให้สินค้า การเกษตรไม่สามารถออกสู่ตลาดได้ นั่นหมายถึงกลางทางกระทรวงอุตสาหกรรมต้องพักไว้ หรือแปรรูป จัดสรรให้กับพี่น้องเกษตรกรในส่วนของพืชผลทางการเกษตรตรงนี้ครับ🔗

สำหรับคำถามที่ ๒ กระทรวงอุตสาหกรรมโดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ดีพรอม (DIProm) มีโครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์เพื่อการท่องเที่ยวหรือซีไอวี (CIV) เพื่อยกระดับเศรษฐกิจชุมชุม โลคอล อีโคโนมี (Local Economy) โดยจะมีการคัดเลือกหมู่บ้าน จาก ๗๗ จังหวัดทั่วประเทศ เข้าร่วมโครงการหมู่บ้านอุตสาหกรรมสร้างสรรค์หรือซีไอวี ครีเอทิฟ อินดัสทรี วิลเลจ (CIV : Creative Industry Village) โดยมีหน่วยงานภาครัฐ จากหลายกระทรวงร่วมกับภาคเอกชนในพื้นที่หรือบิก บราเธอร์ (Big Brother) พี่ช่วยน้อง ในรูปแบบประชารัฐเข้ามาเติมเต็ม ดูแลสนับสนุนตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง นำกิจกรรม วัฒนธรรมอาหารมาผลิตเป็นสินค้าชุมชนที่มีคุณค่าจำหน่ายในพื้นที่หากมีศักยภาพสูง ส่งต่อไปขายยังต่างพื้นที่ นำคนภายนอกเข้ามาท่องเที่ยวสัมผัสวิถีชีวิต ชิม ชม ชอป สร้างเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้แก่ชุมชน ขณะนี้ในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชมีอยู่ ๕ ที่นะครับ ที่ที่ ๑. บ้านวังหอน อำเภอชะอวด ๒. บ้านหน้าทับ อำเภอท่าศาลา ๓. บ้านโหนด บ้านแหลม อำเภอท่าศาลา ๔. บ้านวังไทร อำเภอทุ่งสง ๕. ชุมชนพรหมโลก อำเภอพรหมคีรี จากทั้ง ๕ พื้นที่จะเห็นได้ว่าจังหวัดนครศรีธรรมราชโดยแบ่งภาพรวมจะเป็น ๓ โซน (Zone) คือโซน (Zone) แม่น ้า โซน (Zone) ภูเขา และโซน (Zone) ทะเล จาก ๕ จุดที่ว่าเป็น โซนภูเขา ๒ ที่ โซนทะเล ๒ ที่ แต่ ณ วันนี้ในส่วนของโซน (Zone) แม่น ้ามี ๑ ที่ หวังว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมจะช่วยพี่น้องชาวนครศรีธรรมราชโดยเฉพาะ ลุ่มน ้าเพิ่มมาอีก ๑ ที่ เป็น ๒ เท่ากันนะครับ ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต ่า ที่ผันผวนตามฤดูกาลในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชทำให้เกษตรกรประสบปัญหาอย่างต่อเนื่อง โดยที่ผ่านมากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งเป็นต้นน ้ามีนโยบายการแก้ปัญหาราคาสินค้า การเกษตรตกต ่า โดยการปรับเปลี่ยนแปรรูปผลผลิต ส่งเสริมยุทธศาสตร์การพัฒนายางในโครงการรับเบอร์ วัลเลย์ (Rubber Valley) ที่ทราบมาว่า มีการศึกษาถึงความเป็นไปได้ และส่งผลการศึกษาเข้าที่ประชุมคณะกรรมการยาง แห่งประเทศไทยเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา มีความคืบหน้าเป็นอย่างไรบ้าง ตรงนี้จะเกี่ยวข้อง กับกระทรวงอุตสาหกรรมอย่างไร ผมฝากท่านประธานไปยังกระทรวงที่เกี่ยวข้อง และโดยเฉพาะ กระทรวงอุตสาหกรรมว่าเราจะประสานให้บูรณาการส่งเสริมอุตสาหกรรมตรงนี้ได้อย่างไร ขณะเดียวกันกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยคณะกรรมการการพัฒนาและบริหารจัดการ ผลไม้ฟรุตบอร์ด (Fruit Board) ยังได้กำหนดการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมผลไม้ในทั่วทุกภาค ของประเทศ โดยภาคใต้ได้กำหนดให้จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นที่ตั้งนิคมอุตสาหกรรมผลไม้ ของภาคใต้ เพื่อสนับสนุนให้มีการแปรรูปผลไม้ เพื่อเสริมสร้างมูลค่าเพิ่มและลดความสูญเสีย โดยมีศูนย์เทคโนโลยีการเกษตรและนวัตกรรมเอไอซี (AIC) ทุกจังหวัด และสภาอุตสาหกรรม แห่งประเทศไทย สอท. ร่วมกันขับเคลื่อน ซึ่งขณะนี้ยังคงไม่มีความคืบหน้า ผมจึงจะขอถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม คำถามที่เกี่ยวข้องกับท่านนะครับ กระทรวง อุตสาหกรรมมีแผนงานพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพโพรดักต์แชมเปียน (Product Champion) เพื่อเพิ่มศักยภาพ พัฒนาผลิตภัณฑ์ ยกระดับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ของจังหวัด นครศรีธรรมราชอย่างไร ขอทราบรายละเอียดและอยากให้เกิดขึ้นในพื้นที่ลุ่มน ้าปากพนัง มีโอกาสเป็นไปได้ไหมครับท่าน ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

กราบเรียนท่านประธานครับ ขออนุญาตตอบคำถามที่ ๒ กระทรวงอุตสาหกรรมได้มุ่งเน้น นำพืชเศรษฐกิจที่มีความสำคัญ และสามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพมากำหนด เป็นเป้าหมายในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป ตามความเหมาะสมของทรัพยากรที่มี ในท้องถิ่นและสอดคล้องกับ โพรดักต์ แชมเปียน (Product Champion) ที่ได้มีการกำหนดไว้ ในยุทธศาสตร์จังหวัด โดยการดำเนินการงานของกระทรวงอุตสาหกรรมได้กำหนดแผนงาน พัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพโพรดักต์ แชมเปียน (Product Champion) ไว้ดังนี้ มีการศึกษาและสร้างความเข้าใจในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้ทราบถึงจุดแข็ง ข้อได้เปรียบ เชิงวัตถุดิบ โดยพิจารณาจากความเฉพาะทางภูมิศาสตร์ ทรัพยากรวัตถุดิบที่ท้องถิ่น มีความชำนาญของประชาชนในพื้นถิ่น เพื่อนำมาต่อยอดเป็นอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ของพื้นถิ่นนั้น ๆ วิเคราะห์ความต้องการของตลาดทั้งในระดับประเทศและต่างประเทศ เพื่อให้การพัฒนาผลิตภัณฑ์โพรดักต์ แชมเปียน (Product Champion) สอดคล้องกับ ความต้องการของการตลาด กระทรวงอุตสาหกรรมได้ดำเนินการพัฒนาโพรดักต์ แชมเปียน (Product Champion) ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ทั้งผลิตภัณฑ์อุปโภคและบริโภค เช่น ผลิตภัณฑ์ต่อยอดจากย่านลิเภา ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมโดยกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม เล็งเห็นว่าผลิตภัณฑ์ย่านลิเภา แสดงอัตลักษณ์ในท้องถิ่นของจังหวัดนครศรีธรรมราช รวมถึงได้รับความนิยมในตลาด โดยกระทรวงอุตสาหกรรมได้ต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ หญ้าลิเภาให้มีความหลากหลายยิ่งขึ้น อาทิเช่น พวงกุญแจ กระเป๋าใส่โน้ตบุ๊ก (Notebook) ซึ่งปัจจุบันผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนาจากกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นที่ต้องการของตลาด ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ส่งผลให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เกิดการกระจายรายได้ และสามารถขยายกลุ่มตลาดจากเดิมเป็นวงจำกัดสู่วงกว้างขึ้นครับ กระทรวงอุตสาหกรรม ได้ต่อยอดพื้นที่เกษตรในจังหวัดนครศรีธรรมราช สู่พื้นที่เกษตรอุตสาหกรรมเชิงสร้างสรรค์ โดยการพัฒนาสร้างโพรดักต์ แชมเปียน (Product Champion) เชิงสร้างสรรค์ให้กับหลายชุมชน ในจังหวัดนครศรีธรรมราช ผสมผสานกับแนวคิดการดำเนินธุรกิจในชุมชนในมิติอุตสาหกรรม รวมถึงการใส่เทคโนโลยีและนวัตกรรมให้กับชุมชน รวมถึงสร้างความเข้มแข็งในการช่วยเหลือ ซึ่งกันและกันเพื่อมุ่งสู่การพัฒนาชุมชนที่เข้มแข็ง โดยได้ให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยง การพัฒนาผลิตภัณฑ์กับการท่องเที่ยวในพื้นที่ ผ่านการดำเนินงานโครงการหมู่บ้าน อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ และในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชได้มีการจัดตั้งหมู่บ้าน อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ ได้แก่ บ้านวังหอน มีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนา เช่น สบู่ขมิ้น น ้าพริกขมิ้น เป็นต้น บ้านหน้าทับ มีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนา เช่น เสื้อมัดย้อม สบู่เหลวโคลน เป็นต้น บ้านวังไทร มีผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการพัฒนา เช่น สบู่น ้าผึ้งเกสรป่าเดือน ๕ ถุงรีไซเคิล (Recycle) กันน ้าสำหรับเดินป่า พริกไทยดำป่น เป็นต้น อย่างไรก็ตามครับท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่จะเป็นผู้ที่มีความรอบรู้และมีบทบาทและทราบถึงปัญหาความต้องการ ในพื้นที่ได้ดีที่สุด หากท่านมีข้อเสนอแนะให้กระทรวงอุตสาหกรรมตามที่ได้เสนอแนะ มาในบางส่วนในวันนี้นั้น ถ้ามีอะไรเพิ่มเติมอีกทางกระทรวงอุตสาหกรรมก็ยินดีที่จะนำไปปฏิบัติ เพื่อไปเป็นแนวทางการขับเคลื่อนช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ที่จะต่อยอดผู้ประกอบการ เกษตรอุตสาหกรรมในการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อสร้างรายได้และสร้างการเติบโตให้เศรษฐกิจไทย ในระยะยาวต่อไป สำหรับในเรื่องอุตสาหกรรมที่บอกมี ๕ พื้นที่ และท่านอยากจะให้มีการเพิ่ม ในพื้นที่โซน (Zone) แม่น ้า ทางกระทรวงอุตสาหกรรมยินดีที่จะรับปฏิบัติครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าเป็นการถามตอบกระทู้เรื่อง การส่งเสริมสนับสนุนตั้งโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูป สินค้าทางการเกษตร ของท่าน ส.ส. สัณหพจน์ สุขศรีเมือง ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรม ท่านประธานชวน หลีกภัย ฝากชมท่านสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ว่าเป็นแบบอย่าง ที่ดีมากในการถามกระทู้ กระทู้คือถามไม่ได้อภิปราย ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ฯพณฯ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ที่กรุณาให้เกียรติ กับทางสภาของเรา ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

ต่อไปจะเป็นกระทู้ถามที่ ๑.๒.๔ กระทู้ถามเรื่อง โครงการปรับปรุง ซ่อมแซม ก่อสร้างถนนทางหลวงท้องถิ่น ของนายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ถามนายกรัฐมนตรี🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือแจ้งว่า ตามที่ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทนนั้น ในการนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตอบกระทู้ถามดังกล่าวแทน แต่เนื่องจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ติดภารกิจสำคัญไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็น วันที่ ๖ มกราคม ๒๕๖๕ แจ้งให้ท่านวิวัฒน์ชัยได้รับทราบ🔗

๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้มอบหมายให้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในห้องประชุม กระทู้ถามแยกเฉพาะ)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ห้องประชุมใหญ่ได้เปิดการประชุมเป็นทางการเรียบร้อยนะครับ มีผู้มาร่วมประชุม ครบองค์ประชุมนะครับ ผมขอดำเนินการต่อเลยนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗

๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗

เนื่องจากมีการเลื่อนการตอบ เพราะท่านรัฐมนตรีที่มีหน้าที่ที่ต้องมาตอบ ติดภารกิจจึงได้เลื่อน ผมขออนุญาตอย่างนี้นะครับ ผมขออนุญาตที่จะลำดับกระทู้ตามนี้นะครับ ลำดับที่ ๑ ของท่านรังสิมันต์ โรม เป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๓๔ ลำดับที่ ๒ เป็นของ ท่านรังสรรค์ มณีรัตน์ ลำดับที่ ๓ เป็นของท่านประเสริฐพงษ์ ลำดับที่ ๔ ลำดับที่ ๕ ลำดับที่ ๖ ของท่านรังสิมันต์อีกอันหนึ่งกับท่านเชิงชายกับท่านรังสรรค์ทางรัฐมนตรี ขอเลื่อนไปนะครับ ดังนั้นเราก็จะมีแค่ ๓ กระทู้ ก็คือของท่านรังสิมันต์ โรม อันแรกก่อน🔗

กระทู้ถามเฉพาะที่ ๓๓๔ เรื่องการเปิดฟีดเดอร์ (Feeder) เชื่อมต่อจาก รถสาธารณะสู่ชุมชนในพื้นที่ปทุมธานี (นายรังสิมันต์ โรม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗

ซึ่งท่านได้ มีหนังสือแจ้งมาว่าติดภารกิจได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม อธิรัฐ รัตนเศรษฐ มาเป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทนนะครับ แล้วผมได้อนุญาตท่านสุรพงษ์ เมี้ยนมิตร ซึ่งเป็นรองผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนของขนส่งและจราจร มาร่วมชี้แจงด้วย เชิญผู้ตั้งกระทู้ ท่านรังสิมันต์ โรม ได้ตั้งกระทู้ถามได้เลยครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อจากพรรคก้าวไกล วันนี้ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรี และขอบคุณท่านประธานที่อนุญาตให้ผมได้ตั้งกระทู้ถามในเรื่องของปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน ผมมีความจำเป็นที่จะต้องเท้าความกันสักเล็กน้อยเพื่อให้เข้าใจ ถึงภาพรวมว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นนะครับ ซึ่งก็คงจะเป็นประโยชน์ต่อไป แล้วต้องเรียนต่อ ท่านประธานว่าบางเรื่องผมเข้าใจว่าอาจจะไม่ได้เป็นอำนาจของคมนาคมโดยตรงแต่ผมคิดว่า ในความเป็นจริงของพี่น้องประชาชนก็ต้องยอมรับว่าพี่น้องประชาชนเขาไม่ได้มาสนใจหรอกว่า เป็นอำนาจของใคร เขาสนว่าสิ่งที่มันควรจะได้รับมันควรจะเป็นมรรคเป็นผลต่อพี่น้องประชาชน อย่างไร ซึ่งบางครั้งมันก็มีความจำเป็นที่อาจจะต้องมีการประสานงานระหว่างคมนาคม กับหน่วยงานอื่น ๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อพี่น้องประชาชนต่อไป ผมอยากจะขอเริ่ม เท้าความแบบนี้ว่า ในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนคมนาคมสาธารณะ มันเป็นเรื่องที่สำคัญมาก เป็นดัชนีชี้วัดที่สำคัญต่อความเจริญก้าวหน้าของเมือง คมนาคมที่ดี และราคาถูกจะทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้อย่างมีคุณภาพและสร้างความเท่าเทียมกัน ที่สำคัญจะเป็นการลดปัญหาการจราจรที่ติดขัดและอุบัติเหตุได้เป็นอย่างดี ดังนั้นการพัฒนา คมนาคมสาธารณะจึงเป็นปัจจัยที่สำคัญของความสุขของพี่น้องประชาชน ซึ่งหลังจาก ที่มีการเปิดบริการสถานีรถไฟฟ้าสายสีเขียวไปจนถึงสถานีคูคต จังหวัดปทุมธานีเมื่อเดือนธันวาคม ปี ๒๕๖๓ ส่งผลให้การเดินทางไปกลับจากกรุงเทพฯ ไปจนถึงจังหวัดปทุมธานีสะดวกยิ่งขึ้น และแก้ปัญหาการจราจรได้ แต่อย่างไรก็ดีการเดินทางจากสถานีคูคตไปยังชุมชนต่าง ๆ จากตัวสถานีกลับไม่มีการเชื่อมโยงเชื่อมต่อเป็นเนื้อเดียวกัน สาเหตุมาจากเส้นทางเดินทาง ของรถประจำทางที่ยังไม่ได้มีการปรับรูปแบบการเดินรถ หรือเพิ่มเส้นทางของรถจากสถานีคูคต เพื่อไปยังชุมชนต่าง ๆ ส่งผลให้พี่น้องประชาชนที่ใช้บริการรถไฟฟ้าดังกล่าวก็ต้องใช้บริการรถแท็กซี่ ก็นำมาซึ่งภาระค่าใช้จ่ายให้กับพี่น้องประชาชน แล้วยิ่งสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ครับ ท่านประธาน ก็ต้องยอมรับว่าอันนี้มันก็เป็นต้นทุนที่สูงมากของพี่น้องประชาชน ทีนี้การเดินทางโดยใช้รถไฟฟ้าตามวัตถุประสงค์ก็คือต้องทำให้การจราจรมันสะดวก ก็ควรที่จะมีการพัฒนาฟีดเดอร์ (Feeder) เพื่อเชื่อมต่อให้ตรงกับแผนที่การเดินรถสาธารณะ ที่เปลี่ยนไป การแก้ปัญหาดังกล่าวประชาชนในพื้นที่ก็มีการสะท้อนมาว่าจำเป็นที่อาจจะต้อง มีการเพิ่มรถโดยสารประจำทางเพื่อเดินทางไปยังชุมชน รวมถึงเดินทางจากชุมชนของตัวเอง มายังรถไฟฟ้าให้เป็นไปอย่างสะดวกและประหยัดมากกว่าเดิม รวมถึงสามารถแก้ปัญหา การจราจรที่ติดขัดไปด้วยนะครับ ทีนี้เส้นทางที่ผมอยากจะเรียนต่อท่านประธานนะครับ มันจะมีอยู่ ๕ เส้นทาง โดยเส้นที่ ๑ ขออนุญาตฉายสไลด์ (Slide) เป็นภาพจากกูเกิล แมพ (Google map) คือวิ่งจากสถานีคูคตมุ่งหน้าไปทางถนนพหลโยธินไปตามถนนลำลูกกา เลี้ยวขวาเข้าคลอง ๒ ซอยลำลูกกา ๑๑ ถึงรังสิต-นครนายก กลับรถวิ่งกลับเส้นทางเข้าถนน ลำลูกกาถึงสถานีคูคต เส้นทางที่ ๒ วิ่งจากสถานีคูคตไปตามถนนลำลูกกาเลี้ยวซ้ายเข้าคลอง ๓ ถึงรังสิต-นครนายก เลี้ยวขวาเข้าคลอง ๔ วิ่งตรงมาถึงลำลูกกาวิ่งกลับสถานีคูคต เส้นที่ ๓ คือคลอง ๕-๗ วิ่งจากสถานีคูคตไปตามถนนลำลูกกาเลี้ยวซ้ายเข้าคลอง ๕ ถึงรังสิต-นครนายก เลี้ยวขวาเข้าคลอง ๗ วิ่งตรงมาถึงลำลูกกา วิ่งกลับสถานีคูคต เส้นที่ ๔ คือคลอง ๘ ถึงคลอง ๙ วิ่งสถานีคูคตไปตามถนนลำลูกกา เลี้ยวซ้ายเข้าคลอง ๘ ถึงรังสิต-นครนายก เลี้ยวขวาเข้าคลอง ๙ วิ่งตรงมาถึงลำลูกกาวิ่งกลับสถานีคูคต เส้นสุดท้ายเส้นที่ ๕ คือคลอง ๑๐ ถึงคลอง ๑๑ ซึ่งก็จะวิ่งจากสถานีคูคตไปตามถนนลำลูกกาเลี้ยวซ้ายเข้าคลอง ๑๐ ถึงรังสิต-นครนายก เลี้ยวขวาเข้าคลอง ๑๑ วิ่งตรงมาถึงลำลูกกาแล้วก็วิ่งกลับสถานีคูคต ซึ่งทั้งหมดที่ผมเล่ามา ตรงนี้เป็นชุมชนที่จะได้ประโยชน์จากสถานีรถไฟฟ้าดังกล่าว แต่พอมันไม่มีฟีดเดอร์ (Feeder) ก็ต้องนั่งแท็กซี่ ต้องใช้ขนส่งที่ก็ต้องยอมรับว่ามีต้นทุนที่แพงมากนะครับ จึงเป็นที่มาของวันนี้ครับ ซึ่งอาจจะเป็นคำถามครั้งที่ ๑ นะครับ ทางกระทรวงคมนาคมมีแผนการในการพัฒนาฟีดเดอร์ (Feeder) ในพื้นที่ดังกล่าวหรือไม่ หากมีตอนนี้อยู่ในขั้นตอนใด และหากยังไม่มีก็อยากจะ เรียนถามท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าจะมีความเป็นไปได้ในการเริ่มต้นโครงการ อย่างไรบ้าง ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีอธิรัฐตอบชี้แจงครับ🔗

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติก็คือเกี่ยวกับเรื่องพี่น้อง ที่ใช้รถใช้ถนนในเขตจังหวัดปทุมธานีนะครับ โดยเมื่อสักครู่ท่านก็ได้กล่าวถึงช่วงรถไฟฟ้า สายสีเขียวถึงสถานีคูคตนะครับ ก่อนอื่นต้องขอบคุณที่ท่านเป็นห่วงพี่น้องประชาชน ซึ่งก็ต้องยอมรับว่าจากข้อมูลที่ท่านได้มาก็เป็นจริงครับ ก็มีปริมาณพี่น้องใช้ค่อนข้างหนาแน่น แต่อย่างไรก็ตามในทางรัฐบาลหรือกระทรวงคมนาคมเราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ อย่างเมื่อสักครู่จากสไลด์ (Slide) ของท่านเองที่ท่านส่งมาก็คือ จากสถานีคูคต ๕ เส้นทาง ก็ขอเรียนดังนี้ครับ ก็คือมีเส้นทางที่ ๑ เริ่มต้นที่สถานีคูคตวิ่งตามถนนลำลูกกาและวิ่งเข้าถนน เลียบคลอง ๔ ถนนไสวประชาราษฎร์ ตอนนี้ทางกรมการขนส่งทางบกก็ได้มีจัดรถสองแถวหมวด ๔ อันนี้มีจัดการวิ่งตรงนี้แล้ว มีดำเนินการแล้ว เส้นที่ ๒ เริ่มต้นที่สถานีคูคตวิ่งตามถนนลำลูกกา และวิ่งเข้าถนนเลียบคลอง ๗ อันนี้ก็เช่นกันทางกรมขนส่งทางบกก็ได้มีจัดรถสองแถวหมวด ๔ ให้บริการพี่น้องประชาชนนะครับ ส่วนเส้นทางที่เหลือตอนนี้ก็ได้กำลังเร่งให้ทางกรมขนส่งทางบก ก็ให้เตรียมวางแผน ซึ่งคาดว่าในอนาคตอันใกล้ก็น่าจะมีบริการฟีดเดอร์ (Feeder) เสริมตรงนี้ ผมขออนุญาตเพิ่มเติมในฟีดเดอร์ (Feeder) หลัก ๆ ของจังหวัดปทุมธานีทั้งหมด ก็ต้องเรียนว่า กระทรวงคมนาคมเราโดยรัฐบาลที่นำโดยท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้มีแนวคิดในการพัฒนา ระบบรถโดยสารประจำทางให้เป็นทางเลือกในการเดินทางเพื่อแก้ไขปัญหาจราจร ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลเพื่อเป้าหมายหลัก ๆ ก็เชื่อมโยง ตรงต่อเวลา สะดวก ปลอดภัย แล้วก็มีค่าโดยสารที่ไม่สูงมาก แล้วก็เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยที่ผ่านมา ทางกระทรวงคมนาคมเราก็ได้มีเส้นหลัก ๆ ๓ ฟีดเดอร์ (Feeder) ตามสไลด์ (Slide) ก็คือแนวเส้น ๓ เส้นทาง เส้นทางแรกก็คือจากสถานีรถไฟฟ้าสายสีแดงไปถึงธัญบุรีคลอง ๗ ระยะทางประมาณ ๑๙.๓ กิโลเมตร เส้นที่ ๒ สถานีรถไฟฟ้าสายสีแดงไปถึง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ๑๙.๑ กิโลเมตร เส้นที่ ๓ สถานีรถไฟฟ้าสายสีแดงจนไปถึงแยก คปอ. ๑๐.๖ กิโลเมตร ก็จะเป็นฟีดเดอร์ (Feeder) หลัก ๆ ที่ทางกระทรวงคมนาคม กำลังดำเนินการ ส่วนสถานะของ ๓ ฟีดเดอร์ (Feeder) นี้ก็ขอเรียนอย่างนี้ว่า เส้นที่ ๑ ตอนนี้เรากำลังดำเนินการหาผู้ประกอบการ ซึ่งเราก็อยากได้ผู้ประกอบการที่เป็น รถอีวี (EV) มาเดินรถในเส้นนี้ซึ่งเป็นเส้นสีแดงในภาพสไลด์ (Slide) เส้นสายที่ ๒ ก็คือ สีน ้าเงินในภาพสไลด์ (Slide) ตอนนี้ก็ได้ดำเนินการมีผู้ประกอบการมีรถมาวิ่งแล้ว แต่ในเบื้องต้น ปัจจุบันก็ยังเป็นรถธรรมดาอยู่นะครับ เหมือนกันกับเส้นที่ ๓ สายสีน ้าตาลตอนนี้ก็ได้มีรถบริการ ฟีดเดอร์ (Feeder) มาให้วิ่งแล้วนะครับ ซึ่งในอนาคตทั้งสายที่ ๒ และสายที่ ๓ เราจะต้องการ ให้พัฒนาผลักดันให้เป็นรถไฟฟ้ามาวิ่งบริการนะครับ เพื่อเป็นการรองรับความหนาแน่น ของพี่น้องประชาชนให้เดินทางเข้าสู่ชุมชนได้สะดวกสบายยิ่งขึ้นครับ ก็ขอตอบคำถามแรกครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรังสิมันต์ ถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานครับ ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อจากพรรคก้าวไกล ก็ขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ได้มีการพัฒนาในเรื่องของการทำฟีดเดอร์ (Feeder) นะครับ เข้าใจว่า ๒ เส้นทางแล้ว ยังเหลือเส้นทางที่ ๓ เส้นทางที่ ๔ เส้นทางที่ ๕ ตามที่ผมได้มีการอภิปรายไปนะครับ แล้วท่านรัฐมนตรีก็ได้รับปากว่าอนาคตอันใกล้ ก็คงจะมีตามมานะครับ แต่อย่างไรก็ตามแนวคิดในเรื่องของการที่จะใช้รถอีวี (EV) เป็นฟีดเดอร์ (Feeder) ผมคิดว่าก็คงจะสอดคล้องในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ในเรื่องของการรักษามลพิษ แต่ก็อาจจะฝากท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าถ้าสมมุติว่ามันมีความยากลำบากเฉพาะหน้า ถ้าสามารถที่จะตระเตรียมหรือแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้กับพี่น้องประชาชนได้นะครับ ผมคิดว่าก็จะเป็นประโยชน์ เพราะว่าระหว่างที่เรารอทุกวันก็ต้องยอมรับว่ามีพี่น้องประชาชน จำนวนไม่น้อยต้องใช้นะครับ อย่างวันนี้เขาก็ต้องใช้ พรุ่งนี้เขาก็ต้องใช้ ดังนั้นระยะเวลา ที่มันอาจจะเนิ่นนานไปก็อาจจะทำให้พี่น้องประชาชนต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายเหล่านี้ ฉะนั้นก็อาจจะเรียนท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าอยากให้พิจารณาในส่วนตรงนี้ด้วยนะครับ🔗

ทีนี้ในส่วนของคำถามที่ ๒ ผมต้องเรียนถามว่านอกจากในเรื่องของแผนที่จะ มีการใช้ฟีดเดอร์ (Feeder) อย่างเป็นรถแล้วจริง ๆ ต้องเรียนว่าเราสามารถที่จะมีแผน ในลักษณะแบบอื่นได้นะครับ เช่น อาจจะในเรื่องของเรือนะครับ การจราจรทางเรือ ต้องยอมรับว่าในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีก็มีเส้นทางที่เป็นคลองหลายคลอง แล้วผมคิดว่า ถ้าเราสามารถทำให้มีการจราจรทางเรือในคลองต่าง ๆ ได้การเข้าถึงชุมชนต่าง ๆ ก็จะเป็นไปได้ มากยิ่งขึ้นนะครับ ก็เลยอยากจะสอบถามว่ามีความเป็นไปได้หรือไม่ หรือทางกระทรวงคมนาคม ทางกรมเจ้าท่าได้มีการศึกษาหรือไม่ว่าสามารถที่จะเปิดเส้นทางในลักษณะแบบนี้ได้ไหมนะครับ ผมอยากจะสอบถามเพิ่มเติมอีกประเด็นหนึ่งว่าแล้วท่านได้มีการศึกษาแผนทั้งระบบ ทั้งอาจจะเป็นระยะสั้น กลาง ยาว ถึงการพัฒนาให้มันเต็มระบบ ท่านได้มีแผนตรงนี้อย่างไรบ้าง ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีอธิรัฐครับ🔗

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียนท่านประธานนะครับ ต่อคำถามข้อที่ ๒ เดี๋ยวผมขออนุญาตย้อนกลับไปคำถาม ข้อแรกก็คือ ในฟีดเดอร์ (Feeder) ๓ เส้นทางที่เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้บอกว่า ระหว่างนี้กลัวจะรอว่ากลัวจะมีรถอีวี (EV) ต้องกราบเรียนว่าสายที่ ๒ สายที่ ๓ ตอนนี้ เรามีรถดำเนินการแล้วแต่ยังเป็นรถปกติ เพียงแต่ว่าในอนาคตเราก็จะเปลี่ยนเป็นรถอีวี (EV) แต่ ณ ปัจจุบันเราก็ไม่อยากให้พี่น้องประชาชนต้องรอเหมือนอย่างที่ท่านว่าครับ เราเข้าใจ ตอนนี้เราเป็นรถปกติให้ดำเนินการนะครับ🔗

ส่วนคำถามที่ว่าการคมนาคมเส้นทางอื่น ๆ ต้องกราบเรียนว่าเส้นทางหลักจริง ๆ ของจังหวัดปทุมธานีที่มีการจราจรหนาแน่นก็คือถ้าจากสไลด์ (Slide) ที่ผมให้ดูก็คือตั้งแต่ เส้นสถานีรถไฟฟ้าสีแดงไปจนถึงธัญบุรีคลอง ๗ ช่วงนี้ก็จะมีปริมาณรถที่หนาแน่นมาก ซึ่งทางกระทรวงคมนาคมเองเราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ โดย สนข. ก็ให้ทุกกรมที่เกี่ยวข้อง ให้ศึกษา รวมถึงที่ท่านบอกว่าคู คลองตรงนั้นจะใช้ได้ไหม อันนี้ก็ยังอยู่ในขั้นตอนที่ว่ากำลังศึกษา แต่ที่เรากำลังศึกษาความเป็นไปได้ตอนนี้ที่อาจจะเป็นไปได้ว่าหากมีผู้โดยสารเพิ่มมากขึ้น ในเส้นสายที่ ๑ จากสายสีแดงไปถึงคลอง ๗ เราอาจจะปรับเปลี่ยนมาเป็นโมโนเรล (Monorail) หรืออาจจะเป็นไลต์ เรล ทรานซิต (Light Rail Transit) ซึ่งตรงนี้หรืออาจจะเป็นทำทางยกระดับ ซึ่งตรงนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณ ตอนนี้กระทรวงคมนาคมก็กำลังเร่งศึกษานะครับ กระทรวงคมนาคม ก็จะพยายามทำแล้วก็ศึกษาหาแนวทางตรงไหนที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนผู้ใช้ถนน ให้ได้รับความสะดวกสบายที่สุดตามนโยบายท่านนายกรัฐมนตรีครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจะฝากอะไรไหมครับ ๒ คำถามแล้ว เชิญครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานครับ ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อจากพรรคก้าวไกล อาจจะถาม เพิ่มเติมนิดเดียว ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าเข้าใจว่าเวลาก็เหลือ แต่ว่าอยากจะถาม ขออนุญาตท่านประธานได้ไหมครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

ในเรื่องของรถไฟฟ้าที่จะเพิ่มเติม อย่างเช่นโมโนเรล (Monorail) ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจนะครับ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะให้ ท่านรัฐมนตรีช่วยลงรายละเอียดเพิ่มอีกได้ไหมครับ เข้าใจว่านี่ยังแค่ศึกษาใช่ไหมครับ ยังไม่ได้มีการตัดสินใจว่าจะทำหรือไม่ทำ ดังนั้นถ้าสมมติมีความคืบหน้าอย่างไรก็อยากจะขอ รายละเอียดตรงนี้ด้วยนะครับ หรือว่าผลการศึกษาถ้าท่านศึกษาไปแล้วผมอยากจะเรียน ท่านประธานว่าเป็นไปได้ช่วยส่งให้หน่อย เพื่อที่ว่าผมจะได้สามารถนำไปใช้ในการพูดคุย กับพี่น้องประชาชนได้ แต่ถ้าท่านรัฐมนตรีสามารถชี้แจงเพิ่มเติมในเรื่องนี้ที่ลงลึกกว่านี้อีก ก็จะเป็นประโยชน์อย่างมากนะครับ🔗

ทีนี้ในเรื่องที่ ๒ เรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องฝากนะครับ เป็นเรื่องของเรือนะครับ ผมคิดว่าแม้เราจะมีฟีดเดอร์ (Feeder) ถ้าเรามีทางเรือด้วยมันก็จะลดความแออัด แล้วต้องยอมรับว่าด้วยสภาพที่มันเป็นคลองเยอะแบบนี้นะครับ ชาวบ้านหลายคน ถ้าเขาไม่มีรถส่วนตัวบางทีเขาเดินทางลำบากมาก หรือถ้าว่าบางช่วงเวลามันก็ต้องยอมรับว่า มันอาจจะมีช่วงเวลาที่ไม่สามารถเข้าถึงแท็กซี่ได้ ไม่สามารถเข้าถึงขนส่งเหล่านี้ได้นะครับ มันก็จะเป็นภาระกับพี่น้องประชาชน ดังนั้นอยากให้ทางท่านรัฐมนตรีลองพิจารณา ใช้ประโยชน์จากคู คลองต่าง ๆ ที่ทางจังหวัดปทุมธานีก็มีคู คลองเยอะมากนะครับ ถ้าสามารถพัฒนาในส่วนตรงนี้ให้เป็นประโยชน์ได้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนอย่างสูง🔗

แล้วก็เรื่องสุดท้ายที่อยากจะฝากก็คือปัจจุบันเราก็มี อบจ. มีท้องถิ่นนะครับ ผมคิดว่าถ้าสามารถมีการบูรณาการกันอย่างเช่นบางเรื่องคมนาคมยังไม่สามารถดำเนินการได้ แต่อาจจะมีการประชุมกันเช่นกระทรวงคมนาคมอาจจะนั่งเป็นหัวโต๊ะเลยก็ได้ครับ แล้วประสานกันเพื่อให้มันเกิดการแก้ปัญหา ผมก็คิดว่าเราสามารถที่จะทำให้การจราจร ของพี่น้องชาวปทุมธานี ซึ่งต้องยอมรับว่ายังไม่ทั่วถึงเมื่อเทียบกับพื้นที่อย่างใน กรุงเทพมหานคร ถ้ามีการบูรณาการแบบนี้พี่น้องประชาชนก็จะได้ประโยชน์สูงสุด ก็เรียน ท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีรับไปดำเนินการนะครับ มีอะไรที่แจ้งเพิ่มเติมไหมครับ🔗

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบท่านประธานครับ ก็ขออนุญาตให้ข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องการใช้เรือนะครับ ปัจจุบัน ทางกระทรวงคมนาคมก็ได้จัดทำแผนเรียกว่าดับบลิวแมพ (W-MAP) ก็คือแผนพัฒนา การเดินเรือทั้งหมดทั้งกรุงเทพฯ ตอนนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการคาดว่าจะเสร็จภายใน น่าจะต้นปีหน้าเร็ว ๆ นี้ครับ ซึ่งเบื้องต้นหลัก ๆ ที่เราศึกษาไปก็มี ๓๑ คลอง ระยะสั้นก็ ๑๕ คลอง ซึ่งในพื้นที่รังสิตก็จะมีคลองรังสิตที่ท่านพูดถึงก็อยู่ในแผนนี้แล้วด้วย ซึ่งถ้าเรา ได้ผลการศึกษานี้มาเราก็เชื่อว่าตรงนี้ก็จะเป็นประโยชน์ในการนำมาปรับใช้ในวันข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็นทางเรือหรือทางรถไฟที่ท่านถามมา ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปริมาณผู้ใช้รถ สถานการณ์ ในอนาคตที่กระทรวงจะต้องมาประเมินอีกทีครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เป็นการจบ กระทู้ถามของท่านรังสิมันต์ โรม นะครับ ข้อมูลที่รังสิมันต์ขอถ้ามีก็ส่งไปให้ท่านรังสิมันต์ด้วย เพราะเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ขอบคุณครับท่านรังสิมันต์ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ🔗

ต่อไปกระทู้ถามแยกเฉพาะลำดับที่ ๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๔๑ เรื่อง ความคืบหน้าในการก่อสร้างถนนหมายเลข ๑๐๖ จากอำเภอเถิน จังหวัดลำปาง ถึงอำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน (นายรังสรรค์ มณีรัตน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗

ซึ่งได้มอบหมาย ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการอธิรัฐมาตอบแทนนะครับ แล้วก็เชิญท่านอาทิตย์ สืบศิริวิริยะกุล ซึ่งเป็นวิศวกรชำนาญการพิเศษของกรมทางหลวงมาร่วมชี้แจง เชิญผู้ตั้งกระทู้ครับ ท่านรังสรรค์ มณีรัตน์ ครับ🔗

นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ลำพูน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่น ต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีที่ได้กรุณาสละเวลามาตอบกระทู้ของผมนะครับ เนื่องจาก ถนนหมายเลข ๑๐๖ สายดอนไชย-อุโมงค์ เป็นถนนที่เชื่อมจากอำเภอเถิน จังหวัดลำปาง ถึงอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ซึ่งเป็นถนนชนิด ๒ ช่องจราจร บางช่วงที่ผ่านจากอำเภอลี้ไปแล้ว ก็จะมี ๔ ช่องจราจรบ้าง ถนนเส้นนี้เป็นเส้นยุทธศาสตร์ที่สำคัญของจังหวัดลำพูนฝั่งใต้ เป็นเส้นทางลัดที่จะเข้าสู่อำเภอลี้ อำเภอบ้านโฮ่ง อำเภอป่าซางและเข้าในเมืองลำพูน รวมถึง เข้าไปที่จังหวัดเชียงใหม่นะครับ ถนนเส้นนี้เป็นถนนซึ่งเชื่อมแหล่งท่องเที่ยวทั้งจังหวัดลำพูน และจังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงจังหวัดแม่ฮ่องสอน เช่น อุทยานแห่งชาติแม่ปิง อุทยานแห่งชาติ ดอยอินทนนท์ อุทยานแห่งชาติออบหลวง รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของ จังหวัดลำพูนมากมาย ซึ่งถนนเส้นนี้ยังเชื่อมไปถึงถนนหมายเลข ๑๐๘ ซึ่งจะเข้าสู่อำเภอดอยเต่า อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ รวมถึงขึ้นไปถึงอำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอนนะครับ แต่ด้วยเหตุช่วงจากอำเภอเถิน จังหวัดลำปางมาถึงอำเภอลี้ จังหวัดลำพูนประมาณสัก ๒๖ กิโลเมตร ท่านประธานครับ ถนนเส้นนี้เป็น ๒ ช่องจราจร แล้วก็เป็นถนนซึ่งคดเคี้ยว เป็นอย่างยิ่ง เมื่อสมัยประชุมที่แล้วผมได้ตั้งกระทู้สอบถามท่านรัฐมนตรี ซึ่งวันนั้นท่านอธิรัฐ ก็ได้มาตอบเองว่าถนนช่วงจากอำเภอเถิน จังหวัดลำปางถึงอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน มีความสำคัญ แล้วก็พยายามที่จะผลักดันให้ได้งบประมาณที่จะมาก่อสร้างขยายเส้นทางให้ได้ เพราะว่าเป็นเส้นทางเศรษฐกิจที่สำคัญ ขนส่งทั้งพืชผัก ขนส่งทั้งเครื่องมืออุตสาหกรรม เพื่อเข้ามายังกรุงเทพมหานคร ดังนั้นผมได้ทราบข่าวว่าทางกระทรวงคมนาคมได้จัดสรร งบประมาณในการทำการศึกษาวิจัยแล้วก็ออกแบบถนนเส้นนี้ ดังนั้นผมจึงอยากสอบถาม ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่ากระทรวงคมนาคมมีแผนที่จะก่อสร้างถนน หมายเลข ๑๐๖ ช่วงอำเภอเถิน จังหวัดลำปางถึงอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ซึ่งมีระยะทาง ประมาณสัก ๒๖ กิโลเมตร ช่วงที่โค้งเยอะ ๆ ทางกระทรวงคมนาคมมีแผนอย่างไรบ้าง ที่จะทำถนนเส้นนี้ กราบขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านอธิรัฐตอบครับ🔗

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมครับ วันนี้ผมได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้มาตอบกระทู้ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ซึ่งกระทู้ก็เกี่ยวกับถนนหมายเลข ๑๐๖ ก็คือจากอำเภอเถิน จังหวัดลำปางไปถึงอำเภอลี้ จังหวัดลำพูนนะครับ ก็ขอบคุณที่ท่านสมาชิก เป็นห่วงพี่น้องประชาชนผู้ใช้ถนนในทางภาคเหนือนะครับ ก็ต้องกราบเรียนอย่างนี้ว่า ทางช่วงอำเภอเถิน จังหวัดลำปางถึงอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ระยะทางทั้งหมดตรงนั้น อยู่ที่ประมาณ ๕๒ กิโลเมตร ซึ่งปัจจุบันเป็นขนาด ๔ ช่องจราจรแล้ว ๔.๘ กิโลเมตร อยู่ตรงบริเวณอำเภอลี้ จังหวัดลำพูน แล้วก็ยังเหลือเป็น ๒ ช่องทางจราจรอยู่อีก ๔๗ กิโลเมตร ซึ่งทางที่เหลือทางดังกล่าวตัดผ่านพื้นที่อนุรักษ์ตามกฎหมายสิ่งแวดล้อมจึงจำเป็นต้อง ดำเนินการจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ (EIA) แล้วก็อย่างข้อมูล ที่ท่านสมาชิกเมื่อสักครู่ท่านก็ทราบว่าในปี ๒๕๖๕ ทางกรมทางหลวงเราก็ได้รับงบประมาณ ในการที่จะไปทำอีไอเอ (EIA) ก็ต้องกราบเรียนตามขั้นตอนว่าปี ๒๕๖๕ กรมทางหลวง เราได้ทำออกแบบแล้วก็ทำอีไอเอ (EIA) ก็คาดว่าน่าจะใช้เวลาถึงสักประมาณปี ๒๕๖๖ ไม่เกินปี ๒๕๖๗ ก็น่าจะแล้วเสร็จทั้งหมด ซึ่งพอแล้วเสร็จแล้วก็จะต้องเสนอรายงานอีไอเอ (EIA) ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณา ซึ่งเราก็คาดว่าประมาณปี ๒๕๖๘ ก็จะได้ดำเนินการก่อสร้าง ได้แล้วก็จะแล้วเสร็จประมาณปี ๒๕๗๐ ไม่เกินปี ๒๕๗๑ ก็จะสามารถเปิดให้บริการได้ครับ ก็ขออนุญาตตอบคำถามแรกเบื้องต้นครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรังสรรค์ถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗

นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ลำพูน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีที่ได้มาตอบให้พี่น้องจังหวัดลำพูนให้อุ่นใจว่าจะมีการก่อสร้าง ถนนเส้นนี้แน่ ๆ นะครับ ผมออกพื้นที่ไปสอบถามพี่น้องชาวบ้านไปสอบถามว่าถ้าเราได้ขยาย ถนนเป็น ๔ เลนจริงอยากได้แบบไหน ผมจะได้เวลาเจอท่านรัฐมนตรีจะได้ฝาก ท่านรัฐมนตรี ทางพี่น้องลำพูนที่เราถามทั้งผู้นำ ทั้งชาวบ้านเขาบอกว่าเขาเคยอ่านข่าว บางคนก็เคยไปมาแล้วถนนเส้น ๑๒๖๓ จากอำเภอขุนยวมไปปางอุ๋ง จังหวัดแม่ฮ่องสอน พบว่าสวยงามมากนะครับ สวยงามมากแล้วถ้าจากอำเภอเถินมาอำเภอลี้ถ้าสร้างแบบนี้ เขาขอให้มีจุดพักรถ จุดเช็กอิน (Check in) จุดชมวิว เขาขอว่าถ้าทำอย่างนี้รถที่สัญจรไปมา รถนักท่องเที่ยวต่าง ๆ จะได้แวะเข้ามาเยี่ยมมาชม แล้วเป็นการเปิดเมืองลำพูนฝั่งใต้อำเภอลี้ เพื่อการท่องเที่ยวและการขนส่งนะครับ ดังนั้นภาพที่ผมมานำเสนอท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีเป็นภาพที่สวยงามพี่น้องอำเภอลี้ พี่น้องจังหวัดลำพูนก็ฝากท่านนะครับ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมด้วย🔗

อีกประเด็นหนึ่งคำถามที่ ๒ ของผมคือ ๔ เลน จากอำเภอลี้ที่จะเข้าสู่อำเภอ บ้านโฮ่ง และอำเภอบ้านโฮ่งเข้าสู่อำเภอป่าซาง ซึ่งยังค้างอยู่ที่ยังเป็น ๒ ช่องจราจร การ คมนาคมสัญจรในยามผลิตผลทางการเกษตรออกรถจะเยอะมาก แล้วก็เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ผมก็มีความเป็นห่วงเป็นใยพี่น้องชาวบ้านว่าถ้าเกิดอุบัติเหตุอยู่ตลอด มูลค่าความเสียหายจะเยอะ มูลค่าทางเศรษฐกิจก็จะเสียไป ก็เลยอยากฝากถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า ช่วงจากตำบลป่าไผ่ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูนถึงตำบลแม่ตืน อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ทางกระทรวงคมนาคมมีแผนที่จะขยายเส้นทางจาก ๒ ช่องจราจร เป็น ๔ ช่องจราจรอย่างไร เมื่อไร🔗

และอีกประเด็นจากบ้านปากทางม่วงโตน อำเภอบ้านโฮ่งถึงบ้านบ่อหิน อำเภอป่าซาง ผมทราบข่าวว่าได้รับงบประมาณและมีการประมูลจัดซื้อจัดจ้างไป ถ้าจำไม่ผิด น่าจะตั้งแต่เดือนเมษายนปี ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา แต่วันนี้ผมผ่านไปผ่านมาก็เห็นแต่ป้ายตั้งอยู่ ก็ยังไม่มีการลงงานกัน ยังไม่มีการทำงานกันเกิดขึ้น ก็เลยอยากสอบถามท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่ามันติดขัดปัญหาอะไรหรือไม่ถึงยังไม่ลงมือก่อสร้างนะครับ เพราะว่า เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนคนจังหวัดลำพูนเป็นอย่างยิ่งครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านตอบ ๒ กรณี เชิญครับ🔗

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ก็ต่อคำถามที่ ๒ ที่ท่านถามมาว่าช่วงถนนจากอำเภอลี้ จังหวัดลำพูนไปจนถึงอำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เรื่องการขยายให้เป็น ๔ ช่องจราจร ก็ต้อง กราบเรียนเบื้องต้นว่าจากอำเภอลี้ไปถึงอำเภอป่าซางระยะทางทั้งหมดประมาณ ๘๔ กิโลเมตร ซึ่งมีส่วนที่ได้ปรับเป็น ๔ ช่องจราจรแล้วอยู่ที่ประมาณ ๑๕.๕ กิโลเมตร ก็อยู่ในช่วงบริเวณอำเภอลี้และอำเภอบ้านโฮ่งของจังหวัดลำพูนนะครับ🔗

ส่วนคำถามที่ท่านถามต่อว่าช่วงบ้านโฮ่งทำไมยังไม่มีการดำเนินการ ผมก็เพิ่งได้ข้อมูลสด ๆ ร้อน ๆ ว่าตอนนี้เราได้รับงบประมาณแล้วเหมือนที่ท่านทราบคือ งบประมาณปี ๒๕๖๔ ก็ได้งบขยายก่อสร้าง ๔ ช่องจราจร บริเวณจุดทางแยก ทล. ๑๑๖ อำเภอเมืองลำพูนไปถึงบ้านโฮ่งระยะทางประมาณ ๑๖.๒ กิโลเมตร ก็เพิ่งเช็ก (Check) ทราบว่า เขาจะนัดเซ็นสัญญากันวันนี้ หลังจากนี้ก็จะได้มีการดำเนินการอย่างไรก็ฝาก ท่านสมาชิก พี่น้องประชาชนก็ช่วยกันติดตามความคืบหน้านะครับ ผมก็จะช่วยติดตามอีกที หนึ่งส่วนในระยะยาวนั้นก็ต้องกราบเรียนว่าช่วงตำบลลี้ถึงตำบลแม่ตืนระยะทางประมาณ ๑๗.๖ กิโลเมตร อันนี้ในแผนของกรมทางหลวงเราก็จะตั้งขอรับสนับสนุนงบประมาณ ในปี ๒๕๖๖ ต่อไปนะครับ ก็ต้องกราบเรียนว่าทั้งเส้นทางตลอดทั้งแนวทาง กระทรวงคมนาคมเรามีแผนอยู่แล้วที่จะขยายเป็น ๔ เลนทั้งหมด เพียงแต่ว่าอาจจะ ไม่สามารถทำได้ภายในปีเดียวกันทั้งหมด ก็จะทำเป็นตอน เป็นตอน เป็นระยะก็จะทยอยทำไป ปี ๒๕๖๔ ก็ได้กราบเรียนท่านไปแล้ว แล้วก็ในปี ๒๕๖๖ ที่กำลังจะเข้าอีก ๑๗.๖ กิโลเมตร กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรังสรรค์มีอะไรเพิ่มเติมครับ🔗

นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ลำพูน

ผมต้องกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมนะครับ ที่มาให้คำตอบแก่พี่น้องจังหวัดลำพูนได้ชื่นใจว่า อย่างไรถนนจากอำเภอเถิน จังหวัดลำปางมาอำเภอลี้ จังหวัดลำพูนจะได้เป็น ๔ ช่องทาง จราจรแน่ ๆ อย่างที่ผมกล่าวตั้งแต่ตอนต้นว่าเป็นถนนเส้นเศรษฐกิจจริง ๆ นะครับ แล้วก็ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ที่ให้โอกาสผมได้มาสอบถามข้อมูล ซึ่งเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนจังหวัดลำพูนครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ เป็นการจบกระทู้ถามของท่านรังสรรค์ มณีรัตน์ ถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมนะครับ🔗

๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๓๓๖🔗

ต่อไปเป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๓๖ เรื่องการดำเนินการของกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา ๒๐๑๙ (Corona 2019) หรือโควิด-๑๙ (COVID-19) และแนวทางในการผลักดัน ร่างกฎหมายว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหารายได้หรือกำไรมาแบ่งปันกัน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ (นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์🔗

ผมได้ อนุญาตให้ท่านสุริชาติ จงจิตต์ เป็นผู้อำนวยการกองกิจการอาสาสมัครและภาคประชาสังคม ของกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการมาด้วยใช่ไหมครับ ถ้าอย่างนั้นเริ่มเลยนะครับ เชิญท่าน ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ครับ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่สละเวลามาตอบคำถามที่น่าจะเป็น ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนครับ สำหรับกระทู้ที่กราบเรียนท่านประธานสภาเพื่อให้ ท่านรัฐมนตรีถามก็เป็นเอกสารซึ่งเข้าใจว่าท่านรัฐมนตรีน่าจะอ่านล่วงหน้ามาแล้ว ซึ่งขออนุญาต ทบทวนเพื่อจะให้ท่านได้ตอบคำถามได้ตรงกับคำถามที่โดนใจพี่น้องประชาชน เพราะว่า การดำเนินงานของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยเฉพาะ ในร่างกฎหมายว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหารายได้หรือกำไรมาแบ่งปันกัน ซึ่งกระทรวง พม. รับผิดชอบอยู่โดยตรง ซึ่งท่านก็มีวิสัยทัศน์ว่าท่านสร้างสังคมดีคนมีคุณภาพ ซึ่งการยกร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวซึ่งเป็นข่าวฮือฮาในโซเชียล (Social) ในกระแสสังคม ที่องค์กรภาคเอกชนหรือเอ็นจีโอ นอนกัฟเวิร์นเมนต์ ออแกไนเซชัน (NGO : Non-Government Organization) และองค์กรอื่น ๆ อีกเยอะแยะที่มีรูปแบบของการแสดงเจตนาของกฎหมาย ที่มีลักษณะการควบคุม ปิดกั้น จำกัดสิทธิเสรีภาพ ซึ่งบังคับให้มีการจดแจ้งจดทะเบียน กับเจ้าหน้าที่ของรัฐเท่ากับไปลดทอนบทบาทไม่ให้ความสำคัญกับกลุ่มต่าง ๆ โดยเฉพาะ กลุ่มเปราะบางทางสังคม แล้วท่านก็มีการปรับลดงบประมาณตรงนี้ด้วยนะครับ ซึ่งต้องขอ เท้าความไปว่าการที่กระทรวง พม. มีความรับผิดชอบเรื่องการยกร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว จากภาพหน้าจอที่มีเหตุผลจะมีถ้อยคำที่เต็มไปด้วยอคติ เช่น ปราศจากไถยจิตแอบแฝง ซึ่งเป็นการยกร่างเหตุผลในแง่ของการมองภาคประชาชนในแง่ลบ มีความเป็นอคติ ซึ่งเอาหลักคิดว่ารัฐเป็นใหญ่ ข้าราชการเป็นใหญ่ว่าเป็นใหญ่กว่าองค์กรเอกชน ซึ่งผมคิดว่า มันไม่น่าจะเกิดในสังคมยุคนี้ แล้วกระทรวง พม. เองจะไม่มีทางสำเร็จงานได้เลยว่า ถ้าขาดหุ้นส่วนการพัฒนาทั้งท้องถิ่นและเอ็นจีโอ (NGO) ซึ่งรัฐบาลประชาธิปไตยต่าง ๆ ก็ให้สิทธิเสรีภาพการแสดงออกของการรวมกลุ่มและสร้างความเข้มแข็งของชุมชนทั้งนั้น การจะปฏิบัติต่อองค์กรภาคประชาคมต้องเป็นหุ้นส่วนนะครับ ตกลงท่านมองประชาชน เป็นลูกน้องหรือเป็นลูกไล่ เจ้าหน้าที่ของรัฐเองกระทรวง พม. ก็เคยมีอดีตที่ไม่น่าชื่นชมนักครับ เพราะว่ามีข่าวใหญ่โตในแง่ของการทุจริตคอร์รัปชันมาแล้ว แล้วตอนนี้ร่างกฎหมายจะไม่ให้ ใช้ดุลยพินิจทำให้ยิ่งน่าเกลียดไปใหญ่นะครับ มีการใช้อำนาจในร่างกฎหมายโดยพลการ ไม่ว่าจะเป็นการยุติคดีหรือดำเนินคดีอาญา แล้วก็นิยามร่างกฎหมายฉบับนี้องค์กรไม่แสวงหา กำไรมันมีความหมายครอบคลุมกว้างมากครับ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มนักศึกษา องค์กรชุมชน กลุ่มผู้ประท้วง กลุ่มศิลปะ กลุ่มดนตรี องค์กรชนเผ่า ซึ่งต้องถูกบังคับให้จดทะเบียนในทางปฏิบัติ ผมคิดว่าทำไม่ได้แน่นอน ขัดหลักสิทธิมนุษยชน เพราะว่าไม่ควรจะมีเรื่องของการบังคับ การจดทะเบียน ในต่างประเทศเขาจูงใจให้ขึ้นทะเบียนเป็นนิติบุคคล มีกฎหมายรองรับ มีการตรวจบัญชี มีสิทธิรับประโยชน์ของรัฐด้วยอยู่แล้วนะครับ และปัจจุบันประเทศไทย เราเองเราก็ให้องค์กรเอกชนสามารถขับเคลื่อนเพื่ออุดช่องว่างภารกิจงานของรัฐที่บกพร่อง เยอะแยะนะครับ มีตัวอย่างของความล้มเหลว ล่าช้าของการบังคับจดทะเบียนของ สภาคุ้มครองผู้บริโภคมาแล้วครับ แล้วในร่างก็มีโทษอาญาร้ายแรงกรณีที่ไม่ขึ้นทะเบียน ซึ่งก็ไม่ได้สัดส่วนกับความผิดซึ่งต่างกับต่างประเทศนะครับ ถือเป็นการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล ในองค์กรที่ไม่แสวงหาผลกำไร แล้วเจ้าหน้าที่รัฐเองสามารถเข้าถึงการสื่อสารในองค์กรด้วย ท่านประธานครับ ผมคิดว่าวันนี้ถ้าผมจะถามท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่าถ้าผมจะขอดู อีเมล์ (e-Mail) ท่านรัฐมนตรีท่านจะให้ดูไหม ง่าย ๆ เลยครับ เพราะว่าตามร่างมาตรา ๖ วรรคสามเท่ากับการสอดแนมนะครับ เป็นยุคเกสตาโป (Gestapo) แน่ ๆ แล้วเข้าไป ในสำนักงานเขาได้ด้วย เท่ากับไปละเมิดอำนาจศาลเลยนะครับ แล้วก็ให้อำนาจรัฐมนตรี ในการอนุมัติกิจกรรม แปลว่ากำลังไปกรองงาน ไปก้าวก่ายงานของภาคเอกชน ขัดหลักธรรมาภิบาล แทรกแซงเอ็นจีโอ (NGO) องค์กรที่ดูแลคนยากไร้ก็ยังมี องค์กรที่ดูแล คนพิการ สัตว์พิการ สัตว์ถูกทอดทิ้งนะครับ และองค์กรเอ็นจีโอ (NGO) เหล่านี้ล้วน แต่มีบทบาทในการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและช่วยเหลือและเป็นหุ้นส่วนกันทั้งนั้น แต่กำลัง ถูกปิดปากโดยร่างกฎหมายฉบับนี้นะครับ มีอคติแน่นอนครับ ซึ่งคำว่าปราศจากไถยจิต มันเป็นเรื่องของจิตใจลักเล็กขโมยน้อยครับ แปลว่าเลือกปฏิบัติมาก ให้อำนาจมาก เพราะฉะนั้นวิธีคิดแบบรัฐรวมศูนย์โดยเฉพาะข้าราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคจะเก่ง อย่างเดียวไม่ได้นะครับ แล้วก็คงจะต้องตั้งคำถามว่าทำไมกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ต้องหักหลังองค์กรเอกชนที่เคยร่วมมือเป็นหุ้นส่วนทำงานกับ ประชาชนมาโดยตลอด ท่านจะยังผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้อีกต่อไปหรือไม่ อย่างไร ท่านจะมีแนวทางที่จะร่วมมือกับภาคประชาสังคมด้วยความราบรื่นหรือไม่นะครับ ซึ่งผมคิดว่า เมื่อวานนี้มีองค์กรภาคเอกชน ๑๙ องค์กรมายื่นหนังสือก็จะมีภาพโชว์ ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่ มีเฉพาะ ๑๙ องค์กรที่มายื่นหนังสือ ผมคิดว่ายังมีอีกเยอะทั่วประเทศ ก็อยากทราบ รายละเอียดในคำถามครั้งที่ ๑ จากท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีจุติครับ🔗

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ต้องขอขอบพระคุณท่าน ส.ส. ที่ได้มีความห่วงใยในเรื่องของประโยชน์ของประเทศและ ของประชาชน ในคำถามกระทู้ของท่านมีอยู่ ๒ ส่วน🔗

ท่านประธานครับ ส่วนแรกก็คือถามว่ากระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ดำเนินการเชิงรุกเพื่อช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์แพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (Corona) อย่างไร ผมจะอ่านก็ได้หรือท่านประธาน จะให้นำคำชี้แจงของผมที่พิมพ์ไว้แล้วบันทึกเป็นข้อชี้แจงของผมในการตอบกระทู้ ก็จะเป็นพระคุณยิ่งก็จะได้ประหยัดเวลาของการตอบกระทู้ เพราะว่ามันก็มีเยอะนะครับ แล้วก็ส่วนในภาค ๒ จะได้ตอบท่าน ส.ส. ในสิ่งที่ท่านสนใจเป็นกรณีพิเศษ ไม่ทราบว่า ข้อบังคับอนุญาตหรือบังคับว่าผมต้องอ่านให้ครบ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็อยู่ที่ผู้ตั้งกระทู้ พอใจไหมละครับ จะเอาข้อมูลไปหรือจะให้ตอบ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

ด้วยความยินดีครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็เป็น ลายลักษณ์อักษรเอาไปอ่านดูนะครับ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็ขอบันทึกไว้ ในที่ประชุมด้วยครับ🔗

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

ฉะนั้นในเรื่องของการช่วยเหลือเฉพาะหน้าซึ่งได้ช่วยเหลือประชาชนไป ๖๕๔,๓๙๕ ครอบครัวนะครับ อยากจะกราบเรียนเหตุผลเพิ่มเติมนอกเหนือจากเอกสารที่ทำ ไปแล้วคือว่ากระทรวง พม. อยู่ระหว่างเขาควายของความคิด ส่วนหนึ่งก็บอกว่าถ้าถูกต้อง แล้วต้องไม่ไปเปิดเผยว่าไปช่วยเหลือใครเพราะเป็นเรื่องของสังคมสงเคราะห์ แต่ในอีกประเด็นหนึ่งก็คือมองว่าถ้าไม่เปิดเผยว่าช่วยใครก็มองว่าเราละเลยไม่ได้ทำอะไรเลย เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นต้องให้ข้อมูลกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับ🔗

ในส่วนที่ ๒ คือท่านมีความสนใจมากคือเรื่องของร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมและ พัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม พ.ศ. .... ก็ด้วยความเคารพว่าร่างนี้กราบเรียนท่านประธานว่า ชื่อมันชัดเจนว่าเป็น พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคมชัดเจนนะครับ แล้วก็ ในนี้ก็มีโครงสร้างอยู่ ๔ หมวด หมวดที่ ๑ คือคณะกรรมการส่งเสริมพัฒนาองค์กร ภาคประชาสังคม หมวดที่ ๒ คือสำนักงานส่งเสริมพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม หมวดที่ ๓ คือการส่งเสริมพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม หมวดที่ ๔ คือการติดตามและประเมินผล การดำเนินงานขององค์กรภาคประชาสังคม อยากจะกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า ประเด็นที่มีความห่วงใยผมคิดว่าวิตกไปก่อนที่ พ.ร.บ. จะเข้าสภานะครับ ผมเป็นคนที่เคารพ สภาอย่างสูง แล้วผมเชื่อว่าทุกอย่างที่เข้าสภามีการเปลี่ยนแปลงได้ แล้วก็ท่าน ส.ส. ทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็สามารถแปรญัตติ สามารถเปลี่ยนแปลงถ้อยคำหรือแม้กระทั่ง เนื้อหาที่ท่านพอใจหรือไม่พอใจ โดยการที่ท่านเป็นตัวแทนประชาชนภาคประชาสังคมอยู่ แล้วก็สามารถแก้ไขใน พ.ร.บ. นี้ได้นะครับ แต่อีกประเด็นหนึ่งที่ผมคิดว่าเป็นการกล่าว ค่อนข้างจะรุนแรงสำหรับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์คือ ว่าเราหักหลัง องค์กรเอกชนที่ทำงานด้วยนะครับ ผมยืนยันกับท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรแล้วก็ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าเครือข่ายและองค์กรภาคประชาสังคมมีความสำคัญอย่างยิ่ง ในการทำงานเพื่อประชาชนนะครับ ผมยืนยันว่ากระทรวง พม. ทำงานเองไม่ได้ครับ ไม่ได้ ถ้าปราศจากองค์กรภาคประชาชน ถ้าปราศจากภาคเอกชน ถ้าปราศจากงบประมาณรัฐบาล ที่มา มันต้องมีหลาย ๆ ส่วนเข้าหากัน รถยังต้องวิ่ง ๔ ล้อ รถวิ่งล้อเดียวคงวิ่งไม่ได้รถต้องวิ่งด้วย ๔ ล้อ ดังนั้นผมคิดว่าทุกส่วนจำเป็นหมดนะครับ🔗

ประการต่อมาที่ท่านบอกว่าเราหักหลังองค์กรเอกชนนั้นก็ยืนยันว่าไม่เป็น ความจริงแม้แต่นิดเดียว ที่ต้องปฏิเสธเพราะว่าผมมีหลักฐานที่จะพิสูจน์ให้ได้ว่าการทำงาน ในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (Corona) เราทำงานลงพื้นที่หนัก มากว่ามีประชาชนถึง ๖๐๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือนที่ได้รับประโยชน์จากการเข้าไปดูแลของ กระทรวง พม. นอกจากนั้นแล้วอยากจะบอกว่าในกระทรวง พม. นั้นเราได้มีการทำบันทึก ท่านประธานครับ มีการประเมินว่าทุกเครือข่าย ทุกองค์กรที่ทำงานกับกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้นเราลงบันทึกไว้นะครับ เพื่อที่จะได้ประเมินว่าวันหนึ่ง ถ้ากระทรวง พม. เหลืองบประมาณน้อย ผมกราบเรียนท่านประธานได้เลยว่าวันนี้แนวโน้ม ที่ผมประเมินไว้น่าจะแม่นยำ โดยที่ไม่อยากจะให้แม่นยำว่าเศรษฐกิจโลกจะมีปัญหาไปอีก ๒ ปี และปัญหาการจัดเก็บรายได้ของภาครัฐไม่เว้นประเทศไทยก็มีปัญหาไปอย่างน้อยอีก ๒ ปี ดังนั้นเมื่อมีปัญหาแล้วก็หมายความว่างบประมาณจะลดลง ดังนั้นที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติบอกว่างบประมาณของกระทรวง พม. ที่ลดลงผมกราบเรียนท่านว่าลดลง ก็เพราะว่าเอาเงินที่ลดนั้นไปช่วยประชาชนเรื่องโควิด (COVID) ทั้งหมดนะครับ ไม่ได้ลง เพราะว่าไปช่วยเหลือน้อยลง แต่ว่าได้เน้นพุ่งเป้าไปที่ว่าผู้ประสบภัยเรื่องโควิด (COVID) นั้น ต้องได้รับการช่วยเหลือก่อนแล้วก็มากที่สุด🔗

ประการต่อมาอยากจะกราบเรียนว่าองค์กรที่เราทำด้วยทั้งประเทศต้องเรียน เลยว่าทั้งเครือข่าย ทั้งองค์กรภาคประชาชนมีประมาณหมื่นกว่าองค์กรที่ขึ้นทะเบียน และไม่ขึ้นทะเบียนครับ ในหมื่นองค์กรนี้ผมเอาแค่กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการว่าในหมื่น กว่าองค์กรนี้เราได้ทำงานโดยมีการบันทึก เอาเฉพาะที่มีผลงานนะครับ เราทำงานกับ หลายพันองค์กร แต่ที่มีผลงานที่จับต้องได้และประชาชนได้ประโยชน์มีอยู่ ๒๓๗ องค์กร ดังนั้นเรายืนยันว่าองค์กรภาคประชาชนนั้นมีประโยชน์ องค์กรภาคประชาสังคมทุกอย่าง มีประโยชน์ในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน แล้วก็ต้องกราบเรียนว่าหลายสิ่งหลายอย่าง เราทำงานในช่วงของโควิด (COVID) ก็หนีไม่พ้นเรื่องของการเมือง ท่านประธานครับ แต่ผมได้ให้นโยบายไปว่าเราไม่มีสี ไม่มีพรรค ไม่มีกลุ่ม ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง ใครช่วย ทำให้ประชาชนเดือดร้อนเราเอาด้วยหมด ฉะนั้นผมขอยืนยันว่าเราไม่ได้หักหลังองค์กร ภาคเอกชนนะครับ แล้วก็หวังว่าองค์กรภาคประชาชนนั้นจะได้รับการชี้แจง ผ่านท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติว่าเราพร้อมทำงานกับท่านเต็มที่ แล้วเราก็เชื่อว่าประเทศไทยนั้นต้องทำงาน ควบคู่กันไปครับ ไม่สามารถทำคนเดียวได้ ก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านประเสริฐพงษ์ครับ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ก็ต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีที่มายืนยันถึง ความร่วมไม้ร่วมมือพร้อมทำงานเต็มที่ ทีนี้ท่านรัฐมนตรีท่านพูดถึงร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริม องค์กรภาคประชาสังคม ทีนี้มันจะมีตัวร่างที่ผมยกขึ้นมามันเป็นร่างที่ไม่มีคำว่า ร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมองค์กรภาคประชาสังคม นั่นก็คือมันมีร่างว่าด้วยการดำเนินงานขององค์กร ที่ไม่แสวงหารายได้หรือกำไรมาแบ่งปันกัน หนึ่งในร่างที่รัฐบาลกำลังสนับสนุนอยู่และเข้าใจ ว่ากระทรวง พม. ก็รับผิดชอบร่างนี้ด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นอยากให้ท่านตอบ อีกสักนิดว่าตกลงท่านบอกว่าตัวร่างของ พม. เองส่งเสริมภาคประชาสังคม แต่ตัวร่างที่ ภาคประชาชนเขาร้องโวยวายมามันเป็นร่างการดำเนินงานขององค์กรที่ไม่แสวงหารายได้ หรือกำไร แล้วก็มีคำพูดแล้วก็มีเนื้อหาสาระที่ไปบิดเบือนหรือไปเปลี่ยนแปลงการทำงานของ กลุ่มเอ็นจีโอ (NGO) มองเขาในแง่ลบ ซึ่งท่านรัฐมนตรีก็มาตอบว่าท่านพร้อมที่จะทำงานด้วย อันนี้เป็นเรื่องที่น่ายินดีมากต้องขอขอบพระคุณ แน่นอนว่าเอ็นจีโอ นอนกัฟเวิร์นเมนต์ ออแกไนเซชัน (NGO : Non-Government Organization) มามีส่วนบทบาทแน่ ๆ อยากให้ ท่านช่วยยืนยันอีกครั้งว่าตกลงแล้วท่านตอบร่างส่งเสริม แต่ผมยกประเด็นคำถามเรื่อง ร่างอันนี้มาท่านรับผิดชอบในร่างนี้ด้วยหรือไม่ และถ้าท่านรับผิดชอบท่านจะผลักดันต่อหรือ ท่านจะบอกว่าท่านไม่เห็นด้วยกับร่างนี้หรือไม่ อย่างไรนะครับ เป็นคำถามครั้งที่ ๒ ซึ่งต้อง ขออภัยท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีด้วยว่า เนื่องจากผมตั้งคำถาม ๒ ข้อ แต่ว่าผมอยาก เวต (Weight) น ้าหนักนะครับ ให้น ้าหนักเรื่องความสำคัญของคำถามเรื่องขององค์กร ภาคเอกชนเป็นหลัก เพราะว่าเรื่องของโควิด (COVID) มันก็ล่วงเลยเวลามาพอสมควร แล้วก็ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่บอกว่าท่านจะให้เอกสารมา ทางผมก็พร้อมที่จะเป็นปากเป็นเสียง ยืนข้างท่านด้วยเช่นกันว่าท่านก็ทำงานกับผม ท่านก็ทำงานกับพี่น้องประชาชน อยากให้ท่าน ตอบคำถามครั้งที่ ๒ นี้อีกสักครั้งว่าตกลงแล้วร่าง พ.ร.บ. ส่งเสริมที่ท่านบอกว่าท่านเป็น เจ้าภาพหรือว่าร่างนี้อยู่ในมือของท่านแล้วหรือไม่ อะไร อย่างไร ขัดข้องอย่างไร แล้วจะผลักดันต่อหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ภาคประชาชนเขากังขามากครับ ก็ขอขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม จุติ ไกรฤกษ์ ในนามของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอตอบกระทู้ของ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติซึ่งมีความห่วงใยเรื่อง พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาองค์กรภาคประชาสังคม นะครับ กราบเรียนว่า พ.ร.บ. นี้ทราบว่าสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกานั้นจะส่งร่าง ที่เสร็จแล้วรวมทั้ง ๒ ร่าง เข้าสู่คณะรัฐมนตรีภายในสิ้นปีนี้นะครับ เมื่อเข้าสู่คณะรัฐมนตรี ภายในสิ้นปีนี้แล้วเมื่อครบสมบูรณ์แล้วผมก็จะนำส่งสภากราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ แล้วก็ได้บรรจุเป็นวาระต่อไป ผมก็ยืนยันว่ากระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในร่างระบุว่าเป็นผู้รักษาการตาม พ.ร.บ. หรือไม่ผมไม่แน่ใจ หรือจะเป็นกระทรวงมหาดไทยผมไม่แน่ใจ แต่ถ้าเผื่อเป็นกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์ก็ยืนยันว่าพร้อมรับผิดชอบ แล้วก็จะดูแลผลประโยชน์สูงสุดให้เกิดกับ ประเทศไทย ให้เกิดกับประชาชนคนไทยให้มากที่สุดนะครับ สิ่งที่เรียนกับท่านก็คือย ้าว่า กระทรวง พม. นั้นทำงานกับองค์กรภาคประชาชนมานานนะครับ นานก่อนกระทรวงนี้ จะเริ่มต้นด้วยซ ้าไป และผมยืนยันว่าคงยังต้องทำงานต่อไป และนโยบายผมก็กราบเรียน ท่านประธานด้วยความสุจริตใจเลยว่าเอ็นจีโอ (NGO) ไปด่าผมที่กระทรวง ๕-๖ ครั้งก็ไม่โกรธ ก็เรียนทุกอย่างมันมี ๒ ด้านเสมอ แล้วแต่ว่าจะมองด้านบวกด้านลบ แต่ผมก็กราบเรียน ท่านประธานว่าผมยินดีแล้วก็เต็มใจทำงานกับองค์กรภาคประชาชน แล้วก็ภาคเอกชน แล้วก็ภาครัฐ เพื่อทุกอย่างลงตัวแล้วก็สมดุลนะครับ ผมกราบเรียนท่านนิดหนึ่งว่าถ้าองค์กร ที่ทำงานเพื่อประชาชนแล้ว ผมว่าท่านไม่ต้องไปกังวลหรอก ผมเจอเองด้วยส่วนตัวนะครับ เป็นองค์กรภาคประชาสังคมจากต่างประเทศมาตั้งสำนักงานอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่นะครับ แล้วก็กราบเรียนท่านประธานว่าพอถึงสิ้นปีเขาจะทำเรื่องของค้ามนุษย์ครับ แล้วก็ แบบโหวกเหวกประเทศไทยมีความเสียหายมากนะครับ แล้วก็ถึงเวลามาเขาก็ไปขอรับ เงินบริจาคจากต่างประเทศบอกว่ามาเพื่อมาแก้ปัญหาพวกนี้ แต่จริง ๆ แล้วเขาทำอย่างนี้ ทุกปี ประเทศไทยก็เสียหายทุกปี แล้วประเทศไทยก็จะต้องทำเพื่อให้พ้นจากเทียร์วัน (Tier One) เทียร์ทู (Tier Two) เรื่องระดับการค้ามนุษย์ให้พ้นให้ได้ แล้วก็มีปัญหากับคน กลุ่มนี้ซึ่งเราไม่แน่ใจถึงว่าเขารู้จริงเกี่ยวกับประเทศไทยหรือไม่ แล้วเขาทำงานจริงเกี่ยวกับ ประเทศไทยหรือไม่ แต่เราก็ยังมีองค์กรภาคประชาชนคนไทยที่ยืนยันช่วยเราว่าไม่จริงตามที่ เขากล่าวหา นอกจากนั้นแล้วท่านจะเห็นได้ว่าก่อนที่ทิปรีพอร์ต (TIP Report) จะออก เมื่อเดือนกรกฎาคมปี ๒๕๖๔ มีองค์กรภาคประชาสังคมในต่างประเทศเหมือนกัน ๓๑ องค์กร ยื่นคัดค้านการขึ้นเทียร์วัน (Tier One) ของประเทศไทย ซึ่งก่อให้เกิด ความเสียหายกับคนไทยเยอะมาก มูลค่าการส่งออกเป็นหลายแสนล้านบาท มูลค่าของการ ที่จะมีงานทำหลายแสนครอบครัวครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่ามันจำเป็นที่ จะต้องให้มีความสมดุลระหว่างทุกสิ่งทุกอย่าง แต่ยืนยันว่าหัวใจนั้นเราต้องทำงานร่วมกันครับ เราจะไม่เป็นศัตรูกัน เราจะทำงานร่วมกัน ฉะนั้นขอยืนยันว่าถ้ามีอะไรที่มันขัดอกขัดใจ เหลือบ่ากว่าแรงประตูผมเปิดเสมอนะครับ ผมก็เรียนท่านประธานแล้วว่าผมได้ประสบการณ์ มาแล้ว ๓-๕ เดือนมานี่ถูกด่า ๔-๕ ครั้ง ทั้งไฮด์พาร์ก (Hyde Park) ทั้งไปด่าที่กระทรวงก็ครบ หมดทุกกลุ่มครับ แล้วก็ตอบด้วยตนเองไม่ได้หนีไปไหนครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านประเสริฐพงษ์ครับ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานครับผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีอีกครั้งครับ แล้วก็ดีใจที่ท่านบอกว่าด่า ก็ไม่โกรธ เพราะว่าคำพระก็บอกว่าโกรธคือโง่ โมโหคือบ้า แปลว่าท่านมีจิตใจที่กว้างขวาง น่ารักมาก โอกาสหน้าผมขออนุญาตไปกินกาแฟกับท่านนะครับ แล้วท่านก็ยอมรับแล้วว่ามี ๒ ร่าง สรุปว่ามี ๒ ร่าง ท่านประธานครับ แล้วก็จะเข้าสู่มติ ครม. ทางผมก็ยืนยันว่าถ้ามี ร่างใดร่างหนึ่งที่ไปลิดรอนสิทธิเสรีภาพและขัดกับรัฐธรรมนูญทางกลุ่มเอ็นจีโอ (NGO) กับ ส.ส. อีกหลายคนก็คงจะช่วยกันผลักดันแก้ไขเหมือนที่ท่านแนะนำนะครับ เข้าสภาเมื่อไรพวกผม ก็จะต้องมีการแปรญัตติในเนื้อหารายละเอียดอีกเยอะนะครับ แล้วก็คงต้องฝากว่า เรื่องประเด็นนี้มีสถาบันพระปกเกล้านะครับ อันนี้ต้องให้เครดิตเลย เพราะอยู่ในใต้บังคับ บัญชาท่านประธานด้วยนะครับ ซึ่งมีงานวิจัย มีการเสวนาเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา และมี คนที่เกี่ยวข้องเยอะเลยหลายฝ่ายเขาก็ไปนั่งพูดคุยกันเรื่องประเด็นร่างกฎหมายนี้ ซึ่งผม อยากให้ท่านรัฐมนตรีได้ไปเห็นเอกสารนั้น ฝากผู้ติดตามท่านเลขานุการช่วยเอาเอกสาร ให้ท่านรัฐมนตรีด้วย เพราะว่ามันจะเป็นประโยชน์ว่าองค์กรภาคเอกชน นักวิชาการ เขาคิดอย่างไรเกี่ยวกับร่างกฎหมายนี้ถ้าจะออกมาควบคุมพี่น้องประชาชนครับ ขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีอีกครั้งครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ก็ขอบพระคุณท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรตินะครับ และหวังว่าเราจะทำงานด้วยกัน แต่ก็กราบเรียนท่านประธานว่า กฎหมายไทยต้องเพื่อคนไทยเท่านั้นนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เนื่องจาก กรณีกระทู้ถามมีการถ่ายทอดคำชี้แจงของท่านรัฐมนตรีที่บอกว่าให้เป็นลายลักษณ์อักษร ท่านขึ้นเป็นไฟล์ (File) บนจอด้วยได้ไหมเวลาถ่ายทอด ประชาชนจะได้อ่านด้วยว่า การดำเนินงานของกระทรวงต่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด (COVID) เป็นอย่างไร🔗

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

มีอินโฟกราฟิก (Infographic) น่าจะช่วยได้เยอะครับ กราบขอบพระคุณท่าน ประธานมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อินโฟกราฟิก (Infographic) ส่งมาเลยครับ ขอบคุณครับท่านประเสริฐพงษ์ ขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรีครับ เป็นการจบกระทู้ถามลำดับที่ ๓ นะครับ🔗

ต่อไปเป็นกระทู้ถามลำดับที่ ๔ เป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๓๓ เรื่องปัญหา การจัดการน ้าทั้งระบบในจังหวัดนครศรีธรรมราชของท่านรังสิมันต์ โรม ซึ่งถาม ท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยท่านประภัตรเป็นผู้ตอบชี้แจง ซึ่งท่านได้ติดภารกิจนะครับ ท่านมีหนังสือมาขอเลื่อน เป็นการตอบในครั้งต่อไป🔗

กระทู้ถามลำดับที่ ๕ เป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๔๐ เรื่องการคัดค้าน การกำหนดพื้นที่เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงละหานของท่านเชิงชาย ชาลีรินทร์ ถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเช่นเดียวกันที่เลื่อน เพราะว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมคือ ท่านวราวุธ ศิลปอาชา ได้ทำหนังสือมาว่าติดภารกิจเร่งด่วนมาก ขอเลื่อนตอบไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๕🔗

ต่อไปกระทู้ถามลำดับที่ ๖ เป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๔๒ เรื่องการ ก่อสร้างอ่างเก็บน ้าห้วยทรายขาว บ้านใหม่สวรรค์ หมู่ที่ ๑๑ ตำบลศรีวิชัย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ของท่านรังสรรค์ มณีรัตน์ ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ซึ่งท่านได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ คือท่านประภัตร โพธสุธน มาเป็นผู้ตอบ ชี้แจง ก็เช่นเดียวกับกระทู้ก่อนหน้านี้ท่านขอเลื่อนไว้เพราะว่าติดภารกิจ ก็จบทั้ง ๖ กระทู้ แล้วครับ เป็นการจบกระทู้ถามแยกเฉพาะสำหรับวันนี้ครับ ขอปิดประชุมครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป เรียนท่านสมาชิกครับ ก่อนที่ประชุมจะพิจารณาเรื่องระเบียบวาระต่อไป ผมขอปรึกษา ที่ประชุมเพื่อขอนำเรื่องการขอขยายระยะเวลาการพิจารณาของคณะกรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งยังไม่ได้บรรจุระเบียบวาระขึ้นมาพิจารณาก่อน ซึ่งคงจะใช้เวลา ไม่มากนักจะมีสมาชิกท่านใดมีความเห็นเป็นอย่างนั้นหรือไม่🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าไม่มีถือว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินการตามนี้นะครับ ต่อไปเป็นเรื่องการขอขยายระยะเวลา การพิจารณาของคณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระ🔗

ด้วยคณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎรได้มีหนังสือขอขยายระยะเวลา พิจารณาเรื่องร้องเรียนจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎร ได้มีหนังสือขอขยายระยะเวลาพิจารณา เรื่องร้องเรียนจริยธรรม นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เนื่องจากองค์ประกอบของ คณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎรไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ ตามข้อบังคับว่าด้วย ประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ.๒๕๖๓ ข้อ ๒๓ (๒) และไม่ได้ให้อำนาจให้คณะกรรมการเท่าที่เหลืออยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้ จึงทำให้ พิจารณาเรื่องร้องเรียนไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา ดังนั้นจึงขอขยายเวลาการพิจารณา เรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๙ ธันวาคม ๒๕๖๔ เป็นการขอขยายครั้งที่ ๑ ตามข้อบังคับ ข้อ ๒๗ เพื่อประโยชน์ในการทำงานของคณะกรรมการ จะมีท่านสมาชิกท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าไม่มี สมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎร ขยายเวลาการพิจารณาเรื่องร้องเรียนออกไปตามที่ร้องขอนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗

๒.๑ รับทราบการดำเนินการเกี่ยวกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ของสภาผู้แทนราษฎร (รายงานผลการดำเนินการตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการตาม ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๒๗ วรรคสอง ประกอบข้อ ๑๐๕ วรรคสี่)🔗

ตามที่ สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบให้ส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายปีประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ เพื่อให้ คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการนั้น นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว มีคำสั่งให้สำนัก งบประมาณเป็นหน่วยงานหลักรับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญไปพิจารณาร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสรุปผลการดำเนินการ แล้วส่งให้สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ภายใน ๓๐ วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่ง รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางให้ ท่านสมาชิกแล้ว จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมได้ทราบนะครับ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไประเบียบวาระที่ ๒.๒ รับทราบการพิจารณารายงานของวุฒิสภา🔗

ด้วยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่า ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๘ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันอังคารที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ที่ประชุม ได้พิจารณารับทราบรายงานจำนวน ๒ เรื่อง คุณศิริกัญญามีอะไรไหมครับ🔗

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานค่ะ ศิริกัญญา ตันสกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จะขอใช้ข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๒) ขอเปลี่ยนวาระการประชุม โดยจะขอเลื่อนญัตติด่วน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวนะครับ ท่านศิริกัญญา ผมขอแจ้งรับทราบนี้ให้จบก่อนดีไหมครับ🔗

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ได้ค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ให้จบก่อน เป็นเรื่อง ๆ ไปนะครับ ผมแจ้งให้จบก่อนดีไหมครับ เดี๋ยวให้โอกาสท่านทวีครับ มันยังไม่จบครับ ได้แก่🔗

๑. รายงานประจำปี ๒๕๖๓ ของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.)🔗

๒. รายงานประจำปีเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ (ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ) จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมได้ทราบ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน ศิริกัญญาครับ🔗

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานค่ะ ศิริกัญญา ตันสกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลค่ะ ขอใช้ข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๒) เพื่อเลื่อนญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาผลกระทบต่อประชาชนกรณีการควบรวมธุรกิจโทรคมนาคมของ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) เสนอโดย ดิฉัน ศิริกัญญา ตันสกุล และคณะ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานคะ โดยจะขอ เลื่อนมาต่อรายงานเรื่องรับทราบที่ ๒.๔ ค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ มีผู้รับรองถูกต้องนะครับ มีผู้รับรอง ๕ ท่าน แต่ท่านศิริกัญญาบอกว่าจะขอมาพิจารณา หลังจากเรื่องรับทราบรายงาน ๒.๔ จบลงใช่ไหมครับ ท่านศิริกัญญาเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ในการขอตั้งญัตติด่วนด้วยวาจาเพื่อให้สภาพิจารณา🔗

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ขออภัยค่ะท่านประธาน ไม่ได้เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ขอเลื่อนญัตติค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเลื่อน ใช่ไหมครับ ซึ่งมีอยู่ในระเบียบวาระการประชุมอยู่แล้ว🔗

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ใช่ค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เสนอเลื่อนญัตติ🔗

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ญัตติด่วน ข้อที่ ๑๐ ค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ญัตติด่วนข้อที่ ๑๐ คุณศิริกัญญาขอเลื่อนญัตติด่วนเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาผลกระทบกรณีการควบรวมกิจการโทรคมนาคมของบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) เลื่อนขึ้นมา พิจารณาหลังจากได้พิจารณาเรื่องรับทราบที่ ๒.๔ จบลง อยากจะถามที่ประชุมครับว่ามีท่าน ผู้ใดเห็นเป็นอื่นไหมครับ เชิญครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานครับ ผม ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทยครับ ไม่ได้เห็น ต่างกันนะครับ แต่ว่าญัตติที่เป็นไปในทำนองเดียวกันมีอีก ๓-๔ ญัตติ ซึ่งเป็นญัตติด่วนที่ ๗ ครับ ของท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย และคณะ เป็นผู้เสนอ ญัตติด่วนที่ ๘ ท่านสิริพงศ์ และคณะ เป็นผู้เสนอ ญัตติด่วนที่ ๙ คุณหมอระวี เป็นผู้เสนอ เพราะฉะนั้นก็ขอเอามา พิจารณากันในคราวเดียว เพราะว่าเป็นเรื่องในทำนองเดียวกันครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เอาประเด็นแรก ก่อนนะครับ ว่ามีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอื่นไหมครับ จากที่ท่านศิริกัญญาได้เสนอ ขอเลื่อนญัตติด่วนที่ ๑๐ ขึ้นมาพิจารณาหลังจากจบเรื่องรับทราบที่ ๒.๔ มีท่านสมาชิก ท่านใดเห็นเป็นอื่นไหมครับ ประเด็นนี้ เชิญคุณมนพรครับ🔗

นางมนพร เจริญศรี นครพนม

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ในฐานะวิป (Whip) ค่ะ ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยก็เห็นด้วยกับเสนอญัตติด่วนเลื่อนขึ้นมาของท่านสมาชิก จากพรรคก้าวไกล เพราะดิฉันเห็นว่าญัตตินี้มีประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คือผมถาม ท่านสมาชิกที่เห็นเป็นอื่นนะครับ ถ้าเห็นด้วยก็ยังไม่ต้องแสดงความเห็นตอนนี้นะครับ ขอบคุณนะครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่มี ท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมสภาแห่งนี้ได้มีมติให้เลื่อน ญัตติด่วนเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ศึกษาผลกระทบกรณีการควบรวม กิจการโทรคมนาคม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) (นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล กับคณะ เป็นผู้เสนอ) เลื่อนขึ้นมา พิจารณานะครับ แต่ในขณะเดียวกันท่านภราดร ปริศนานันทกุล ก็ได้เสนอว่าได้มีญัตติด่วน ที่มีเนื้อหาสาระทำนองเดียวกัน บรรจุไว้อยู่ในวาระการประชุมอยู่แล้ว🔗

ญัตติด่วนที่ ๗ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาผลกระทบต่อประชาชน จากการควบรวมกิจการโทรคมนาคม และการ ค้าปลีก ตลอดถึงผลกระทบจากการขยายตัวของทุนขนาดใหญ่ที่กระทบทุนชาวบ้าน ขนาดเล็ก เพื่อหามาตรการคุ้มครองประชาชนผู้บริโภคและทุนชาวบ้าน (นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗

ญัตติด่วนที่ ๘ เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาผลกระทบต่อประชาชนกรณีการควบรวมธุรกิจโทรคมนาคม ๒ ราย คือ TRUE และ DTAC ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อประชาชน (นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ เป็นผู้เสนอ)🔗

ญัตติด่วนที่ ๙ เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาผลกระทบต่อประชาชนกรณีการควบรวมธุรกิจโทรคมนาคมและ การค้าปลีก-ค้าส่ง เพื่อหามาตรการคุ้มครองประชาชนโดยเร่งด่วน (นายระวี มาศฉมาดล เป็นผู้เสนอ)🔗

ท่านเสนอว่าควรจะนำมาพิจารณาไปในโอกาสเดียวกัน ผมเลยต้องถาม ที่ประชุมว่าที่ประชุมมีใครเห็นเป็นอื่นหรือไม่ครับที่จะนำเอาญัตติอีก ๓ ญัตติมารวมพิจารณา ในคราวเดียวกันกับของท่านศิริกัญญา ตันสกุล🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานครับ ผม ภราดร ปริศนานันทกุล ส.ส. จังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย อีกครั้งนะครับ ผมต้องขออภัย ท่านประธานอย่างสูงครับ เพราะว่าได้ดูเข้าไปในญัตติด่วนนี้ มีญัตติในทำนองเดียวกันอีก ๑ ฉบับ นั่นคือญัตติด่วนที่ ๑๔ ของท่านสฤษฏ์พงษ์ ก็ขออนุญาตท่านประธานและที่ประชุม ให้พิจารณาร่วมกันทั้ง ๕ ฉบับครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เท่าที่ทราบ จากเจ้าหน้าที่นี้ รู้สึกจะยังมีหลายญัตติ เอาเป็นว่าพอถึงเวลานั้นนะครับ เดี๋ยวจะให้เจ้าหน้าที่ รวบรวม แล้วก็นำเสนอขอความเห็นชอบที่ประชุมให้พิจารณาไปพร้อมกันเลยนะครับ เราจะเลื่อนลำดับญัตติด่วนขึ้นมาพิจารณาก่อน หลังจากที่จบ ๒.๔ แล้วนะครับ ฉะนั้นต่อไป ก็จะเป็นการพิจารณา🔗

ระเบียบวาระที่ ๒.๓ รับทราบการแจ้งผลการตรวจสอบงบการเงินสำหรับปี สิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๑ ท่านพิสิฐมีอะไรหรือไม่ครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตที่จะหารือนะครับว่า เนื่องจากวาระที่จะเข้ามาเกี่ยวกับดีแทค จะเกี่ยวโยงกับ ๒.๓ แล้วก็ ๒.๔ นี้เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เพราะฉะนั้นผมจะขออนุญาตหารือว่าจะให้เอา ๒.๔ ขึ้นก่อน แล้วก็ตามด้วย ๒.๓ เพื่อจะได้ต่อท้ายด้วยเรื่องของการควบรวม ซึ่งมันจะสอดประสานกัน ครับ เพราะเนื้อหาที่เราจะอภิปรายใน ๒.๓ นี้มันจะโยงกับญัตติเรื่องเกี่ยวกับการควบรวมครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพิสิฐ เสนอว่าให้ที่ประชุมพิจารณาระเบียบวาระที่ ๒.๔ ก่อน เพราะเห็นว่าเนื้อหาของ ๒.๓ เป็นเนื้อหาที่ใกล้เคียงกับที่เราจะพิจารณาญัตติด่วนที่ ๑๐ ของคุณศิริกัญญา ไม่ทราบว่า ที่ประชุมจะเห็นอย่างไรครับ มีท่านใดเห็นเป็นอื่นหรือไม่ครับ ถ้าไม่เห็นเป็นอื่น ผมเรียน ท่านพิสิฐครับว่า ท่านผู้ชี้แจงยังมาไม่ทัน เพราะยังไม่ถึงคิว ฉะนั้นขออนุญาตดำเนินการตามคิว ตามลำดับที่จัดระเบียบวาระไว้แล้วกันนะครับ🔗

๒.๓ รับทราบการแจ้งผลการตรวจสอบงบการเงินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๑ และการตรวจสอบการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินสำหรับ ปี ๒๕๖๑ ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติ🔗

ด้วยผู้ว่าการ ตรวจเงินแผ่นดินได้เสนอรายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๑ และรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินสำหรับปี ๒๕๖๑ (ข้อมูลข่าวสารลับ) ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบตามมาตรา ๖๙ แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ และเพื่อให้การเสนอรายงานเป็นไปตาม ระเบียบรัฐสภาว่าด้วยการเสนอข้อมูลข่าวสารลับต่อสภา พ.ศ. ๒๕๕๑ ข้อ ๖ วรรคสอง ทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ดำเนินการยกเลิกชั้นความลับของรายงาน การประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินสำหรับปี ๒๕๖๑ เฉพาะเพื่อใช้ในการพิจารณา ของสภาเท่านั้น ซึ่งรายละเอียดของรายงานดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ ดังนั้นจึงขอให้ท่านสมาชิกใช้รายงานดังกล่าวเฉพาะในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น ท่านสมาชิกมีประเด็นปัญหาติดใจที่จะซักถามหรือไม่ครับ มีท่านสมาชิกติดใจนะครับ ฉะนั้น ในการนี้ผมจึงได้อนุญาตให้ผู้แทนจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริง ต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๓๑ ดังนั้นจึงขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจง ในที่ประชุมนะครับ ๑. นางเกล็ดนที มโนสันติ์ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ๒. นางสาวพรรณกนก ศรีสมศักดิ์ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบการเงินและบริหารพัสดุที่ ๑๓ ๓. นางอาภัชรี วงค์นรเศรษฐ์ นักวิชาการตรวจเงินแผ่นดินชำนาญการพิเศษ ๔. นางสาวรัชนู ทั่วจบ นักวิชาการตรวจเงินแผ่นดินชำนาญการ ๕. นางสาววณิชาภา ไพรวรรณ์ นักวิชาการ ตรวจเงินแผ่นดินชำนาญการ ๖. นางสาวจตุพร บุญเหมย นักวิชาการตรวจเงินแผ่นดิน ปฏิบัติการ ๗. นางสาวภัทรินทร์ นุเคราะห์วัด นักวิชาการตรวจเงินแผ่นดินปฏิบัติการ เชิญท่านผู้ชี้แจงเข้าประจำที่เลยนะครับ🔗

(ผู้ชี้แจงเข้าประจำที่)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านผู้ชี้แจง เข้าประจำที่เรียบร้อยนะครับ ต่อไปจะขอเชิญท่านสมาชิกที่ให้ความสนใจที่จะอภิปราย ได้อภิปรายนะครับ ๑. ท่าน ส.ส. อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ๒. ท่านอนุรักษ์ บุญศล ๓. ท่านคมเดช ไชยศิวามงคล ๔. ท่านดอกเตอร์มหานิยม เวชกามา เชิญท่านอมรัตน์ครับ🔗

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลจากนครปฐมค่ะ ท่านประธานคะวันนี้ดิฉันมีความยินดีเป็นอย่างมากที่ได้พบกับตัวแทนของสำนักงาน ตรวจเงินแผ่นดินที่เข้ามาชี้แจงในวันนี้ ดิฉันอ่านรายงาน ๒ ฉบับนี้ทั้งเล่มสีฟ้า แล้วก็เล่ม สีชมพู ด้วยความรู้สึกชื่นชมเป็นอย่างมากนะคะว่าสามารถจัดทำรายงานได้อย่างละเอียด แล้วก็มีประสิทธิภาพ แล้วก็มีประโยชน์ต่อผู้อ่านมาก โดยเฉพาะเล่มสีชมพูนี้ จริง ๆ แล้ว ดิฉันไม่อยากให้เรารับทราบกันเฉพาะในสภาเท่านี้ มีคำว่า ลับ อยู่ แล้วก็ไม่เปิดเผยต่อ สาธารณชน จริง ๆ แล้วประชาชนที่เป็นเจ้าของภาษีอากรก็ควรจะได้รับทราบผลการ ดำเนินงานของ กสทช. ในช่วงปีที่ผ่านมาด้วยค่ะ จากรายงาน ๒ เล่มนี้ทำให้ดิฉันได้ทราบว่า ในการทำงานของ กสทช. มีความผิดปกติของเบี้ยประชุมถึง ๕๐ ล้านบาท มีงบเดินทางไป ต่างประเทศที่มหาศาล แล้วก็ปีที่ไม่ใช่โควิด (COVID) คณะกรรมการบอร์ด (Board) ของ กสทช. เดินทางไป ต่างประเทศถึงมากกว่า ๑๒๐ วัน ใน ๓๖๕ วันต่อปี ก็ไม่ทราบว่าจะสามารถทำงานได้มี ประสิทธิภาพได้อย่างไรนะคะ ดิฉันได้ทราบถึงความผิดปกติในการใช้งบในการ ประชาสัมพันธ์ที่ สตง. ได้ระบุเอาไว้ในรายงานเล่มสีชมพูว่า มีความผิดปกติของการใช้ งบประชาสัมพันธ์ ๓๔.๖ ล้านบาท ที่บอกว่าไม่มีประสิทธิภาพและไม่ได้ผลคุ้มค่าค่ะ🔗

อีกอย่างหนึ่ง ดิฉันได้เห็นการทุจริตการเบิกค่ารักษาพยาบาลด้วยใบเสร็จ ปลอมถึง ๕ ล้านกว่าบาทในปีก่อน แล้วก็ได้ทราบว่ามีการลงโทษไปแล้ว ซึ่งอันนี้ก็ขอยก เครดิตให้กับ สตง. ที่ตรวจเจอ ดิฉันได้พบว่าเครือข่ายเน็ต (Net) ประชารัฐของปี ๒๕๖๑ จำนวน ๓๐ ล้านบาท โครงการเน็ต (Net) ประชารัฐ ๓๐ ล้านบาท มีความล่าช้ามากไปถึง ๑ ปีด้วย ดิฉันก็ได้ทราบจากรายงานฉบับนี้เช่นกันนะคะ รวมทั้งหลายปีที่ผ่านมาซึ่งโดยเฉลี่ยแล้ว ๕ ปีที่ผ่านมางบประมาณของ กสทช. ก็ประมาณ ๕,๕๐๐ กว่าล้านบาท มีการเบิกไม่เต็ม เบิกจ่ายงบเพียง ๕๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ถือว่าเป็นการเบิกจ่าย งบประมาณ ตั้งงบประมาณไป ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่เบิกจ่ายได้สำเร็จแค่ ๕๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ๖๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะในปี ๒๕๖๑ ที่ผ่านมา น้อยที่สุดก็คือเบิกจ่ายได้เพียง ๕๒.๙ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น นับว่าเบิกจ่ายได้ต ่าสุดในรอบ ๕ ปี ทั้งหมดนี้สะท้อนอะไรคะ ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าการทำงานของ กสทช. ยังไม่มีประสิทธิภาพ แล้วก็ยังมีความบกพร่อง มีรูรั่วอีกมากมายที่จะต้องดำเนินการปรับปรุงและแก้ไข ท่านประธานคะ ผู้ใดครองสื่อ ผู้นั้นครองโลก ดิฉันคิดว่าคำกล่าวนี้เป็นความจริงอย่างที่สุดนี้ในยุค ๕ จี (5G) นี้ ยุคที่กิจการ การสื่อสารโทรคมนาคมมีความสำคัญระดับโลก ยุค ๕ จี (5G) ที่คนสามารถจะใช้คลื่นไปทำ ทุกอย่างในธุรกิจได้ ส่งผลให้กรมไปรษณีย์โทรเลขเดิมซึ่งปัจจุบันได้แปรสภาพมาเป็น กสทช. เป็นองค์กรที่มีผลประโยชน์ มีเครือข่ายมหาศาล เนื่องจากเป็นผู้จัดสรรคลื่นความถี่ทั้งวิทยุ โทรทัศน์ โทรคมนาคม ทั้งหมดอยู่ในมือของ กสทช. ๗ ท่านนี้ เรียกว่า เป็นอรหันต์ เพราะฉะนั้นหน้าที่หลักในการจัดสรรคลื่นความถี่นี้กับผลประโยชน์มหาศาล ดิฉันยังสนใจ น้อยกว่าหน้าที่รอง ซึ่งจริง ๆ แล้วประชาชนจะรับทราบไหมคะว่าจริง ๆ หน้าที่ที่สำคัญ ไม่แพ้ไปกว่าหน้าที่หลักคือการจัดสรรคลื่นความถี่ กสทช. จะต้องรักษาผลประโยชน์ในด้าน สิทธิเสรีภาพในการรู้ข้อมูลข่าวสารให้รอบด้านของประชาชน มีหน้าที่พิทักษ์และคุ้มครอง สิทธิเสรีภาพของประชาชนเรื่องการสื่อสารด้วย ท่านประธานคะ เนื่องจากเป็นองค์กร ขนาดใหญ่ ผลประโยชน์มหาศาลก็จึงเป็นที่ที่ผู้มีอำนาจของเราจะส่งคนของตัวเองมานั่งเป็น บอร์ด (Board) เราจะเห็นว่าบอร์ด (Board) ตั้งแต่ชุดแรกจนถึงชุดปัจจุบัน มีแต่ นายพล พลเอก พลโททั้งนั้นนะคะ เป็นสัดส่วนที่เป็นสาระสำคัญอยู่ในบอร์ด (Board) กสทช. ทุกชุด จนกระทั่งถึงทุกชุดปัจจุบัน ดิฉันก็ไม่ทราบว่าถ้าหากกองทัพก้าวก่ายแทรกแซงไม่ว่าจะเป็น บอร์ด (Board) รัฐวิสาหกิจ หรือบอร์ด (Board) ทุกอย่าง รวมทั้ง กสทช. แบบนี้ เราจะมี มหาวิทยาลัยที่เปิดสอนหลาย ๆ คณะไปทำไมคะ มีกองทัพอย่างเดียวก็น่าจะเพียงพอแล้วค่ะ อาชีพโบราณอย่างกองทัพนะคะ ทำไมถึงไม่ปล่อยวางแล้วก็ไปแทรกซึมอยู่ทุกองคาพยพ ดิฉันอยากให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเวลาที่ไปตรวจในงบขององค์กรอิสระ ในงบอะไร ช่วยสังเกตดูด้วยค่ะว่าบอร์ด (Board) ของทุกที่นั้นเป็นสัดส่วนของนายพลสักกี่เปอร์เซ็นต์ จนกระทั่งมีข้อครหาว่าบอร์ด (Board) ของ กสทช. เป็นที่รวมของตำรวจ ทหาร แล้วก็ นายพลที่เกษียณอายุ ท่านประธานคะทำอย่างกับว่าบ้านเมืองเรานี้จะเป็นอยุธยาที่สิ้น คนดีแล้ว ถึงจะต้องใช้อาชีพโบราณอย่างทหารเข้าไปแทรกซึมทุกองคาพยพทุกบอร์ด (Board) รัฐวิสาหกิจ และรวมทั้ง กสทช. ก็ไม่ใช่ข้อยกเว้นด้วยค่ะ จริงอยู่นะคะบางครั้ง นายพล แม่ทัพนายกองก็อาจจะมีความรู้ด้านการสื่อสารบ้างดิฉันไม่เถียง แต่กรอบความคิด ของข้าราชการประจำตลอดชีวิตดิฉันว่ามันไม่ได้สร้างสรรค์ เรายังมีคนที่มีความรู้ ความสามารถในด้านอื่น ๆ ที่จะมาทะลายกำแพงทะลุกรอบ มีความคิดสร้างสรรค์ที่จะนำพา กสทช. ให้สามารถเป็นจุดนำการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศได้มากกว่านี้ค่ะ เรื่องที่น่าตกใจนะคะท่านประธาน บอร์ด (Board) ของ กสทช. มีเงินเดือนมากกว่า ท่านประธานค่ะ ท่านประธานฟังอยู่หรือเปล่าคะ โดยเฉพาะประธานบอร์ด (Board) เงินเดือน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ขอสไลด์ (Slide) ด้วยค่ะ🔗

(เจ้าหน้าดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล แบบบัญชีรายชื่อ

๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาทนะคะ มากกว่าท่านประธาน มากกว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มากกว่าตุลาการศาลทั้งสิ้น ๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาทค่ะ แล้วก็ กสทช. ที่เป็นคณะกรรมการปกติก็เงินเดือน ๒๖๙,๐๐๐ บาท ไม่รวมค่าตอบแทนอื่น ๆ นะคะ โดยเฉลี่ยแล้วไม่ว่าจะค่ารับรองอีกเดือนละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งถ้าเกินจากนี้สามารถจะเบิกจ่ายได้ตามจริง สามารถตั้งคณะอนุกรรมการ สามารถตั้ง ที่ปรึกษาส่วนตัว เงินเดือน ๑๐๐,๐๐๐-๑๒๐,๐๐๐ บาท ดิฉันได้ไปรวบรวมค่าใช้จ่าย จากภาษีที่จะต้องจ่ายให้กับคณะกรรมการ กสทช. ชุดหนึ่งที่มี ๗ คนนี่นะคะ ต่อคนต่อเดือน เดือนหนึ่งข้อเฉลี่ยก็คือ เดือนหนึ่งไม่ต ่ากว่า ๙๐๐,๐๐๐ บาทต่อคนค่ะ ท่านประธานคะ มีอีกหลายอย่างที่ดิฉันอยากจะฝากไปถึง กสทช. ไม่ว่าจะเป็นเบลอ (Blur) ภาพร่องอก เบลอ (Blur) ภาพเหล้า บุหรี่ แล้วก็อาวุธต่าง ๆ ในละคร รวมไปถึงในการ์ตูนด้วยค่ะ แม้กระทั่งร่องอกเล็ก ๆ น้อย ๆ ของการ์ตูนก็ตามไปเบลอ (Blur) ภาพ อันนี้รองเลขาธิการ กสทช. ได้เคยบอกกับดิฉันเป็นการส่วนตัวว่า มีผู้ร้องเรียนเรื่องนี้มาเป็นจำนวนมาก ซึ่งจริง ๆ แล้วในเมื่อมีการร้องเรียนจำนวนมากดิฉันฝาก สตง. ด้วยค่ะ ช่วยให้ข้อสังเกต เพราะว่าการเบลอ (Blur) ภาพอย่างนี้นะคะ ในสื่อละคร ในสื่อทีวีต่าง ๆ ทำให้เสียอรรถรส ในการดู เด็กเล็กก็มาถามพ่อแม่ว่านั่นเขาเบลอ (Blur) อะไร จากที่ไม่ได้สังเกตเห็นตั้งแต่แรก นะคะ ก็ต้องมาถามพ่อแม่ว่านั่นคืออะไร กลับกลายยิ่งเป็นจุดสังเกตเข้าไปใหญ่ และที่ดิฉัน อยากขอให้ สตง. ให้ข้อสังเกตกับ กสทช. อีกเรื่องหนึ่งนะคะ ก็คือเรื่องที่เรียกสื่อไป หลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยว่าข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบัน ๑๐ ข้อ หมายถึงการล้มล้าง ระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย ก็มีการเรียกสื่อมวลชนทุกแขนงไปขอความร่วมมือ ไปหารือใช้ข้ออ้างว่าหารือ ไม่กล้าออกมาเป็นคำสั่ง เพราะว่ากลัวมีความผิดจึงใช้วิธีสร้าง ความเบลอ (Blur) เบลอ (Blur) สร้างพื้นที่ที่คลุมเครือให้สื่อไปเซ็นเซอร์ (Sensor) ตัวเองนะคะ ไม่ยอมให้มีการถกเถียงกันทั้ง ๒ ฝ่ายออกทีวีว่าฝ่ายที่เห็นด้วยกับฝ่ายที่ไม่เห็นด้วย กับการปฏิรูปสถาบันหรือกับการแก้ไขมาตรา ๑๑๒ ซึ่งอันนี้ดิฉันเห็นว่าเป็นการลิดรอนสิทธิ เสรีภาพสื่อ ท่านประธานคะ เสรีภาพสื่อก็คือเสรีภาพของประชาชนเช่นเดียวกันค่ะ เราควร จะให้มีพื้นที่ในการถกเถียงทางปัญญาได้เพื่อความงอกงามของประเทศ กสทช. จะต้องหยุด ทำงานรับใช้อำนาจรัฐ ตั้งแต่สมัย คสช. ยังไม่ได้มีการเลือกตั้ง กสทช. เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ ปิดจอดำทีวีตลอดมานะคะ ปิดทีหนึ่ง ๑๕ วัน ปิดตลอดมาทำงานรับใช้ คสช. รับใช้เผด็จการ ตอนนี้แม้นว่าจะเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่ก็คือรัฐบาลทรราชย์สืบทอดอำนาจ กสทช. เป็นหน่วยงานที่เป็นองค์กรอิสระ รับค่าตอบแทนมากมาย เป็นที่หวังนะคะ ดิฉันหวัง ว่าจะทำงานในมาตรฐานสากลค่ะ หยุดรับใช้ระบอบประยุทธ์ หยุดรับใช้ระบอบทรราชย์ แล้ว ก็หันมาส่งเสริมสิทธิเสรีภาพสื่อ ส่งเสริมสิทธิเสรีภาพในการรับข้อมูลข่าวสารที่รอบด้านของพี่ น้องประชาชน การรับรู้ข้อมูลข่าวสารที่รอบด้านจะนำสังคมเราออกจากวังวนแห่งความไม่รู้ ทะลุกะลาออกไปได้นะคะ แล้วก็จะสร้างความเจริญงอกงามทางเศรษฐกิจในที่สุดหยุดปิดกั้น สื่อนะคะ หยุดปิดกั้นการรับรู้ของประชาชน เป็นข้อเสนอที่ดิฉันขอให้ สตง. ได้ไปตักเตือน กสทช. ด้วย ขอบคุณท่านประธานมากค่ะ สวัสดีค่ะ🔗

(การประชุมดำเนินการมาถึงตอนนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีสมาชิก อีก ๓ ท่านที่จะอภิปรายนะครับ ท่านอนุรักษ์ บุญศล ท่านคมเดช ไชยศิวามงคล และท่านนิยม เวชกามา เชิญท่านอนุรักษ์ บุญศล ครับ ทีนี้ดิฉันสงสัยตั้งข้อสังเกตไว้ก็คือ ข้อพิพาทและคดีความที่สำนักงาน กสทช.เป็นผู้ถูกฟ้อง เป็นผู้ถูกฟ้องนะคะ ไม่ใช่ฟ้องคนอื่นเขา ประกอบด้วยคดีทั้งหมดในนี้ที่ สตง.เขียนไว้ในเล่มนี้ หน้า ๔๒ ๔๓ และ ๔๔ จะมีทั้งหมด ๒๖ คดี หรือมากกว่านั้น ดิฉันขอสอบถาม สตง. ในหลายแง่มุม กรณีตัวอย่างเช่น ข้อ ๒.๒ ค่ะท่านประธาน ผู้ถูกฟ้องในฐานะความผิดเกี่ยวกับ การออกคำสั่งกำหนดค่าปรับทางปกครองวันละ ๘๐,๐๐๐ บาท ข้อ ๒.๓ เรื่องเดียวกันค่ะ อัตราค่าปรับวันละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ทีนี้เลยไปที่ข้อ ๒.๒๓ วันละ ๕ ล้านกว่าค่ะ สตง. ต้องตอบดิฉันนะคะ หมายความว่าถ้าแพ้คดี กสทช. จะนำเงินภาษีของราษฎรมาจ่ายใช่หรือไม่ นี่ข้อ ๒.๒๓ วันละ ๕ ล้านกว่าบาท ทีนี้ที่ดูไปแล้ว ท่านที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ ที่ดิฉันดูนี้คดี ตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ ก็มี ถ้านับจำนวนวัน ๓๖๕ วัน ปีนี้จะ ๒๕๖๕ แล้ว กี่วันเข้าไป คูณเข้าไป จำนวนที่คูณเข้าไป เอา ๕ ล้านกว่าคูณเข้าไป มหาศาล นี่กระทบกับการตรวจสอบในวิธีการ ของ สตง. คือบัญชีท่านขับเคลื่อนอย่างไร อันนี้ช่วยบอกกล่าวให้ประชาชนทั้งประเทศทราบ ดิฉันยกมาแค่ ๒-๓ ตัวอย่างแค่นั้นเองค่ะท่านประธาน แล้วทีนี้ กสทช. ควบรวมแคต (CAT) และทีโอที (TOT) เป็นเอ็นที (NT) โทรคมนาคมแห่งชาติ คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๓ อนุมัติให้ ทีโอที (TOT) ควบรวมกับ กสท. โทรคมนาคม เป็น บริษัทโทรคมนาคมแห่งชาติจำกัด (มหาชน) เพื่อลดความซ ้าซ้อนและให้บริษัทใหม่มีพันธกิจ ในการสนับสนุนนโยบายของรัฐในการพัฒนาระบบดิจิทัลต่อไป โดยมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ ถือหุ้นทั้งหมด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผู้ถือหุ้นทั้งหมด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่บอร์ด (Board) แต่ละ คนเงินเดือนมหาศาล เทียบกับครูอัตราจ้างบ้านดิฉัน ๖,๐๐๐ บาทต่อเดือนนะคะ ท่านประธานคะ ๖,๐๐๐ บาทต่อเดือน และดิฉันทราบไปว่าต้องฝาก สตง. ทุกท่านที่นั่งอยู่ บนบัลลังก์ด้วยความเคารพ ถ้าใครนั่งอยู่บนบัลลังก์เคียงคู่ท่านประธานดิฉันเคารพเทียบเท่า ท่านประธานค่ะ ทราบมาว่าการประชุมแต่ละครั้งค่าเบี้ยประชุม ๖,๐๐๐ บาท บอร์ด (Board) บางคน ขออนุญาตใช้คำใหม่ค่ะ บอร์ด (Board) บางท่านไม่เคยใช้เงินเดือนเลยค่ะ ค่าเบี้ย ประชุมท่านประธานทราบหรือไม่ว่า ๒๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ครูบ้านนอกอย่างดิฉันที่รับ เงินเดือน ๒,๗๖๕ บาท ตั้งแต่สมัยก่อนนี้รองเท้าส้นสูงคู่ละ ๙๙ บาท ท่านประธานคะ เดี๋ยวนี้ มันยังเป็นระบบ ดิฉันโยงเข้าไปที่ครูอัตราจ้าง ๖,๐๐๐ บาท ด้วยความรักในอาชีพด้วยจิต วิญญาณ นี่ค่ะ สตง. จะต้องตรวจสอบว่าเบี้ยประชุมอะไรจะมหาศาลขนาดนั้น ไม่ใช่เฉพาะ บอร์ด (Board) ตรงนี้นะคะ ฝาก สตง. ด้วย ผอ. ท่านรองอธิบดี ท่านอธิบดี รองปลัดกระทรวง ปลัดกระทรวง ทราบมาว่า ๖,๐๐๐ บาทโดยถ้วนหน้าใช่หรือไม่ เบี้ยประชุมนะคะ ของสภาผู้แทนราษฎร ๘๐๐ บาท ถูกด่า ๓ วัน ๓ คืนนะคะ ท่านประธานที่เคารพคะ อันนี้ดิฉันขอสอบถามไปที่ สตง. ในเรื่องของสิ่งที่ดิฉันได้กล่าวมาทั้งหมดในเรื่องของ การฟ้องร้องของเอกชนฟ้องนี่ถ้าจะใช้มหาศาลขนาดนี้จะขับเคลื่อนระบบการเงินด้วยวิธีการใด ท่านจะต้องแจ้งให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศได้ทราบ เพราะว่าระบบบัญชีเป็นองคาพยพใหญ่ ที่เป็นตัวเลขที่ประชาชนจะต้องรับรู้รับทราบร่วมกันกับสภาผู้แทนราษฎร ขอบพระคุณ ท่านประธานเป็นอย่างสูงค่ะ🔗

ท่านต่อไป ท่านคมเดชครับ🔗

นายคมเดช ไชยศิวามงคล กาฬสินธุ์

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล พรรคเพื่อไทย เมื่อเช้าผมอภิปรายกระทู้สดเรื่องนี้พอดี ฝากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเลยว่าปัญหาเกี่ยวกับเรื่องวิทยุชุมชนที่อยากให้ท่านตรวจสอบ คือการแสดงความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมความคิดเห็น ซึ่งมันย้อนแย้งกันมากที่ว่า การที่ท่าน ออกใบประกาศมา ๖ ฉบับ จากวันที่ ๒๒ มันมีผู้เห็นด้วย ๒๙๓ คน ผมอยากให้สำนักงาน ตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบข้อมูลตรงนี้เลย ถ้ามันย้อนแย้งกันมีความผิดอะไร ก็ให้ท่านดำเนินการด้วยตรงนี้ อันนี้เป็นประเด็นแรกที่ต่อเนื่องเพื่อจะให้ใช้เวลาทางสภา สั้นเข้า🔗

ประเด็นที่ ๒ ฝากทางรัฐบาลเลยว่า ตัวองค์กรนี้หรือว่าตัวองค์กรของประเทศ เกี่ยวกับคลื่นความถี่ต่าง ๆ กับเรื่องพลังงานมันเป็นผลประโยชน์มหาศาล ในทำนองเดียวกัน ที่ทางระบบสภาที่มีอำนาจทางนิติบัญญัติ ตุลาการและบริหารมันต้องถ่วงดุลกัน คิดว่าตัว บุคลากร ๗ คนที่เป็นคณะกรรมการควรจะมีการผ่าตัดและปรับโครงสร้างให้มีการถ่วงดุลกัน มากกว่านี้ เพราะว่าผู้ที่ได้รับการเสนอรายชื่อแล้วผ่านกระบวนการของมันเราก็เห็นว่า ตัวอำนาจทางสภาสูง สูงจนขนาดว่าชี้เป็นชี้ตายได้ ตั้งบอร์ดขึ้นมามีแต่นายพลหมดเลย มันก็ เลยกลายเป็นตัวองค์กรที่เราเรียกว่า องค์กรกลาง มันไม่ใช่กลาง มันเป็นรีโมต (Remote) ของฝ่ายบริหาร หรือเป็นรีโมต (Remote) ของผู้มีอำนาจ แล้วถ้ามีอำนาจที่ไม่ชอบมาพากล หมายถึงมีอำนาจในลักษณะพิเศษหรือมาจากระบบเผด็จการมันลำบากมาก เพราะว่าอย่าง คำถามสุดท้ายวันนี้ที่ผมถามทางรัฐมนตรีที่ท่านตอบว่า ถ้าการประมูลคลื่นอะไรต่าง ๆ ถ้ารัฐได้ ประโยชน์มากก็ต้องเลือกคนนั้น อันนี้ตัวแนวคิดแนวนี้มันเป็นลักษณะที่ว่าท่านไม่เข้าใจ ระบบการบริหารบ้านเมือง หรืออีกนัยหนึ่งก็คือท่านไม่ได้เอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง คือ ไม่ได้เอาประชาชนเป็นตัวตั้ง ถ้าท่านเอารัฐบาลเป็นตัวตั้ง ทางรัฐบาลอยู่ได้แต่ประชาชนอยู่ ไม่ได้ อันนี้ลำบากครับ ก็เสนอแนวทาง ๒ ประเด็นหลัก ๆ นะครับ อยากให้ผ่าตัด อยากให้มี การถ่วงดุลมากกว่านี้ และขอให้ตรวจสอบเกี่ยวกับระบบการแสดงความคิดเห็น เพราะเชื่อว่า มันไม่เป็นไปตามความสุจริตครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านนิยมครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เนื่องจาก สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินได้ส่งรายงานเกี่ยวกับสำนักงานของ กสทช. ผมก็มาดูในยุทธศาสตร์ ซึ่ง ๓ ท่านพูดไปแล้ว ในเรื่องเงิน เรื่องรูปแบบ รูปที่ กสทช. เองมีคณะกรรมการเป็น โครงสร้างที่ใหญ่มาก มีบอร์ด (Board) ๗ ท่าน ผมไม่พูดหรอก ท่านมีค่าตอนแทนสูงการใช้ จ่ายต่าง ๆ ของท่าน แต่ผมมาดูในยุทธศาสตร์ ใน ๔ ยุทธศาสตร์ของท่าน ซึ่ง สตง. เอง ก็ตั้งข้อเสนอแนะตั้งข้อสังเกตไว้ ซึ่งผมต้องฝากท่านในเรื่องข้อสังเกตด้วย เพราะในการ ตั้งข้อสังเกตของ สตง. ก็เป็นเรื่องมีประโยชน์ ซึ่ง สตง. เองก็เป็นหน่วยงานที่กำกับดูแล ในเรื่องการใช้จ่ายเงินงบประมาณ ใช้จ่ายเงิน ความจริงแล้ว กสทช. เป็นองค์กรในยุคปัจจุบัน เป็นองค์กรที่มีบทบาทมากในระบบสื่อทั้งหลายของ ไอที (IT) ในยุคปัจจุบัน เราไม่ได้ใช้ แค่สถานีโทรทัศน์ท่านกำกับดูแล ไม่ได้ใช้คุมแค่สถานีวิทยุ ซึ่งวันนี้สถานีวิทยุหลายแห่งต้อง ปิดกิจการลง เพราะ กสทช. ไปดูแลแล้วว่าเดินไม่ออก แต่ยุคนี้เป็นยุคที่ระบบไอที (IT) ระบบ สื่อดิจิทัล (Digital) ทั้งหลาย มันเป็นระบบที่ยิ่งใหญ่มาก คือ สื่อดิจิทัล (Digital) เป็นสื่อที่โลก ไม่ขอบเขต ระบบมันไปไกลกว่าที่เมื่อเทียบสัก ๑๐ ปี หลังจากวันนี้มันไปคนละเรื่อง เพราะฉะนั้นคนที่ซีกหนึ่งของอเมริกา ตะวันตก หรือแอฟริกา กับประเทศไทยวันนี้สื่อสารกันได้ หมด เพราะฉะนั้นผมจึงคิดว่า กสทช. เป็นองค์กรที่มีบทบาทมาก ท่านอย่าไปคิดแต่เพียงว่า ต้องไปกำกับสถานีโทรทัศน์ สถานีวิทยุท่านต้องไปสื่อออนไลน์ (Online) ทุกประเภท วันนี้ กสทช. ผมอยากให้มีบทบาทมากกว่าที่ทำอยู่ บังเอิญผมไปเปิดในยุทธศาสตร์ของท่านที่ท่าน สรุปว่า ผลการตรวจสอบโครงการยุทธศาสตร์ สรุปสาระสำคัญท่านใส่อยู่ ๔ ยุทธศาสตร์ ซึ่ง ผมเอง อันนี้เป็นตรวจสอบเมื่อปี ๒๕๖๑ ผมก็ฝากท่าน สตง. ด้วยว่าน่าจะล ้าหน้าในการที่ ตรวจสอบมากขึ้นกว่า ๒๕๖๑ เพราะผมไปดูกองทุนวิจัย ผมยังไม่พอใจ ผมต้องติติงว่า กองทุนวิจัยของท่านต้องไปดูว่าท่านทำวิจัยของ กสทช. ได้วิจัย ได้เพิ่มสมรรถภาพของท่าน มากน้อยขนาดไหน เพราะผมไปดูในกองทุนวิจัยของท่านแล้ว ยังอยู่ในเกณฑ์ต ่า เงินเกี่ยวกับ กองทุนวิจัยต้องใช้ให้มากกว่านี้ แล้วไปดูในเนื้อหาสาระของการวิจัยว่ายุคนี้เป็นยุคดิจิทัล (Digital) กสทช. ต้องมีบทบาทมากกว่านี้ ผมไม่ได้กล่าวถึงว่าเอานายทหารไปคุม ไปดูแลแล้ว มีค่าตอบแทนมากมายมหาศาล ผมไม่พูด เพราะต่อไปนี้น่าจะปรับกระบวนยุทธจากเอา ข้าราชการประจำ หรือข้าราชการผู้หลักผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นการแบ่งผลประโยชน์กันเริ่มแต่ยึด อำนาจเอานายทหารไปคุม เป็นเรื่องผลประโยชน์ล้วน ๆ ต่อไปนี้ต้องทบทวนใหม่ กสทช. ว่า ยุทธศาสตร์ของท่าน ๔ ยุทธศาสตร์ คือ โครงการยุทธศาสตร์ที่ ๑ พัฒนาองค์กรให้เป็น องค์กรที่มีธรรมะ ธรรมาภิบาล และสมรรถภาพอย่างยั่งยืน ความจริงผมอ่านดูชื่อแล้วก็พอใจ แต่ไปดูในเนื้อหาสาระ ผมคิดว่ายังไม่ได้ครับ ชื่อเขียนไว้สวยรู้ แต่เนื้อหาสาระจริง ๆ ในยุทธศาสตร์ที่ ๑ ผมเองยัง รับไม่ได้แล้ว เพราะฉะนั้นมาดูยุทธศาสตร์ที่ ๒ โครงการยุทธศาสตร์ที่ ๒ ผลักดันและ ขับเคลื่อนแผนแม่บทที่เกี่ยวข้องให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในทิศทางที่สอดคล้องกับการพัฒนา ประเทศ ใส่เนื้อหาสาระ ท่านดูสิมันอยู่ในเกณฑ์ตั้งคำถามนี้ไหม ท่านก็เขียนไว้สวยหรู ผมถึง บอกว่าผลักดันการขับเคลื่อนแผนแม่บทที่เกี่ยวข้องให้เกิดผลสัมฤทธิ์ในทางที่สอดคล้องกับ การพัฒนาประเทศเนื้อหาหาข้างในจริง ๆ แล้วมันยังไม่ถึงเกณฑ์ตามหัวข้อนี้ เพราะฉะนั้น ท่านต้องกลับไปทบทวน ที่ผมชี้เพียงให้เห็นว่าต้องทบทวนให้สอดคล้องกับเนื้อที่ท่านตั้งไว้ เพราะวันนี้มันไม่เป็นอย่างนั้นครับ ผมไปดูเนื้อหามันไม่เป็นอย่างที่ท่านตั้งไว้ ในยุทธศาสตร์ที่ท่านตั้งไว้ ส่วนยุทธศาสตร์ที่ ๓ หมายถึงว่าเสริมสร้างความเข้มแข็งด้าน ดิจิทัลเพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน ผมพูดแต่แรกแล้วว่าระบบดิจิทัลของโลกยุคนี้ มันก้าวไปไกลมาก จนจะทำแบบที่เราทำอยู่ไม่ได้แล้ว ระบบสื่อทางอิเล็กทรอนิกส์จะยิง จากดาวเทียมโดยตรงทั้งหมดแล้ว แต่ท่านยังคิดแบบโบราณ โบราณหมายความว่ายังไปคุม สถานีโทรทัศน์ ไปคุมสถานีวิทยุแบบจำกัดจำเขี่ยจนเขากระดุกกระดิกไม่ได้ คิดใหม่ครับ ต้องส่งเสริมตามยุทธศาสตร์ที่ ๑ ของขั้นที่ ๒ ว่าจะทำอย่างไรให้กลุ่มงานที่ระบบดิจิทัลพวกนี้ มันไปไกลไปโลดข้ามเขต ข้ามประเทศ ข้ามโลกไป ซึ่ง สตง. เองก็ได้ตั้งเงื่อนไข ตั้งข้อสังเกต จึงได้เสนอแนะให้ผู้บริหารกำกับดูแลและกำกับเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบในการติดตามโครงการต่าง ๆ ให้เป็นไปตามเป้าหมาย นี่คือ สตง. ตั้งข้อสังเกตไว้ดีนะ เพียงแต่ว่าเป้าหมายที่ว่านี้ มันอยู่ระดับไหน ผมมาฝากท่าน กสทช. ซึ่งดูแล วันนี้หน่วยงานต่าง ๆ ที่ท่านดูแลอยู่บริการ ประชาชน ผมต้องบอกว่าตอนนี้แย่ที่สุด ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขออีก ๒ ท่านสุดท้ายนะครับ จะได้ให้ผู้ชี้แจงจาก สตง. ได้ชี้แจงกลับนะครับ ท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม กับท่านวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชิญท่านพิสิฐก่อนครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอขอบคุณทาง สตง. ที่ได้รับเป็นเจ้าภาพในการมาชี้แจงในคราวนี้ ที่จริงในการที่จะมาชี้แจงต่อที่ประชุมอย่างในกรณีของเรานะครับในสภาผู้แทนราษฎร คนที่ควรจะมาชี้แจง ผมยังอยากจะให้เป็นคณะกรรมการของ กสทช. มากกว่าที่จะเป็นตัว สตง. เอง เพราะว่าจริง ๆ งบการเงินเป็นเรื่องของหน่วยงานนะครับ แล้ว สตง. ก็ได้รับหน้าที่ มาเป็นผู้ประเมินตามมาตรา ๖๙ ก็จริง แต่จริง ๆ แล้วงานเป็นของคณะกรรมการทั้ง ๗ ท่าน ที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ อย่างที่สมาชิกก่อนหน้านี้ได้อภิปรายไปหลายท่าน ส่วนใหญ่จะเป็น เรื่องของการทำงานที่เราอยากจะได้มีการเสนอแนะให้เกิดการปรับปรุง เพราะฉะนั้น ในครั้งต่อไปอยากจะเรียนว่าขอให้มีกรรมการของ กสทช. มานั่งประชุมกับพวกเรามากกว่านะครับ ในเรื่องของการทำหน้าที่ของ สตง. ตามมาตรา ๖๙ ผมก็ยอมรับนะครับว่าท่านก็คงจะเป็น นักบัญชี แล้วก็ตรวจเงินต่าง ๆ ตรวจการใช้ตามตัวหนังสือนะครับ แต่ผมคิดว่าผู้ร่างกฎหมายฉบับนี้เมื่อปี ๒๕๕๓ เกี่ยวกับเรื่องของการให้ กสทช. มีการ วิเคราะห์ประสิทธิผล ผมคิดว่าเขามองมากไปกว่านั้นนะครับ ผมคิดว่าเขาคงจะอยากให้เรา ช่วยดูสิว่าเราอุตส่าห์ตั้งหน่วยงานนี้ขึ้นมา หน่วยงานนี้ได้ทำประโยชน์ให้กับประเทศอย่างไร บ้าง ในเรื่องของการเสริมสร้างให้มีเทคโนโลยี ทางด้านสื่อสารทาง ด้านดิจิทัล (Digital) เกิดขึ้นในประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการดูแลตลาดให้มีการแข่งขันอย่างเป็น ธรรมให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์อย่างแท้จริงนี่ก็ด้านหนึ่ง อีกด้านหนึ่งก็คือดูแลให้ประชาชน ผู้ด้อยโอกาสโดยเฉพาะในที่ห่างไกลได้มีการใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีนี้แล้วก็อยากจะให้ มีการไปประเมินว่าได้มีการทำอย่างนั้นจริงหรือเปล่า เพราะฉะนั้นที่ผมอยากเห็น อยากเห็น รายงานฉบับนี้พูดถึงเรื่องของเทคโนโลยีดิจิทัล ทางด้านสื่อสารว่าประเทศไทยของเรา ทุกวันนี้มีความก้าวหน้าหรือมีความล้าหลังตรงไหนบ้าง อย่างไรบ้าง อยากจะให้มี การประเมินครับว่าสิ่งที่ กสทช. ทำไปแล้วประชาชนได้เกิดประโยชน์อย่างไรโดยตรงนะครับ มีสักกี่หมู่บ้าน กี่ครัวเรือน ประชาชนกี่คนที่มีโอกาสได้เข้าถึงอินเทอร์เน็ต (Internet) ได้เข้าถึงโทรคมนาคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามโรงเรียนและปรากฏว่าในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมา หลังจากที่กฎหมายฉบับนี้ได้ตราขึ้นมา ๑๐ ปีเศษแล้ว เราก็เกิดปัญหาเรื่องของโควิด (COVID) ทำให้ต้องมีการทำงานที่บ้านหรือเวิร์กฟรอมโฮม (Work from Home) มีความจำเป็นที่ต้องใช้ เทคโนโลยีดิจิทัล หรือสื่อสารให้มากขึ้นก็อยากเห็นมีรายงานแบบนี้ ถ้าท่านยังอยากที่จะดู เปรียบเทียบเป็นตัวอย่าง อยากจะให้ท่านไปดูตัวอย่างรายงานของ สสส. ว่า สสส. เขาพูดถึง เรื่องของการเสริมสร้างสุขภาพของประชาชนอย่างไร ดูแลเรื่องของการกินการรับประทาน การใช้ชีวิตให้สุขภาพดีอย่างไร อันนั้นคือการทำรายงานที่ก่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ เป็นไปตาม เป้าหมายของกฎหมาย เพราะฉะนั้นผมไม่ได้ตำหนิท่านนะครับ แต่ผมคิดว่าสโคป (Scope) ของงานมันไม่ใช่จำกัดแต่เฉพาะไปตรวจดูตัวเลขว่าทรัพย์สินมีเท่าไร มีการประมูลอย่างไรเท่านั้น อันนั้นก็เป็นเรื่องของการตรวจสอบธรรมดา แต่การที่จะทำตามมาตรา ๖๙ นี้นะครับ ท่านควรจะต้องให้พวกเราในสภาแห่งนี้ก็ดีหรือว่าประชาชนทั้งประเทศก็ดีได้เข้าใจครับว่า เทคโนโลยีสื่อสารหรือเรื่องของโทรคมนาคมต่าง ๆ ที่ท่านรับผิดชอบ ณ เวลานี้ประเทศไทย อยู่ในอันดับใดของโลก เราจะต้องทำอย่างไรที่จะให้เราเป็นประเทศที่มีความทันสมัย ให้ประชาชนได้รับประโยชน์สิ่งนี้ เพราะผมเชื่อว่าเทคโนโลยีสื่อสารจะเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิด ความสามารถในการแข่งขัน ก่อให้เกิดความสามารถในการมีรายได้และมีความเป็นอยู่ที่ดี ของประชาชนอย่างถ้วนหน้า ถ้าเกิดเราได้มีการกระจายเทคโนโลยีนี้ได้อย่างทั่วถึง ไม่ไปกระจุกตัวอยู่เฉพาะคนบางกลุ่มเท่านั้นนะครับ อันนั้นคือประเด็นหลักที่อยากจะเห็น ท่านนำไปปรับปรุงนะครับ🔗

สำหรับในเรื่องของการทำงานของท่านนะครับ ผมก็อยากจะขอท้วงติงนิด หนึ่งนะครับว่า เวลานี้เราอยู่ในปี ๒๕๖๔ เหลืออีกไม่กี่วันก็จะเป็นปี ๒๕๖๕ แต่สิ่งที่ท่านไป ตรวจสอบมาหรือไปประเมินผลมามันเป็นของเก่าตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ จริง ๆ แล้วเมื่อปีที่แล้ว สภาแห่งนี้ก็ได้ดูงบของปี ๒๕๖๒ ของ กสทช. ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่ท้วงติงว่า งบปี ๒๕๖๒ ทำไมจึงยังไม่ได้รับการรับรองแล้วนำมาเสนอสภา กสทช. ก็นำมาเสนอ และให้เหตุผลว่าเงื่อนเวลาไม่ตรงกัน ผมก็แปลกใจมากครับว่าทำไมเอกสารที่ท่านนำเสนอ ครั้งนี้จึงเป็นแค่ของปี ๒๕๖๑ และเมื่อไปตรวจดูเวลาที่ท่านไปทำงาน ท่านทำงานตรวจสอบ เมื่อปี ๒๕๖๓ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๓ จนถึง ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ แล้วก็ค่อยมานำเสนอเรา นะครับ ใช้เวลาเกือบปีกว่าจะมาถึง ผมอยากจะให้เวลานี้สั้นลงนะครับ ผมเชื่อว่า ณ เวลานี้ เราอยู่ในช่วงธันวาคม ๒๕๖๔ ท่านคงกำลังตรวจงบของปี ๒๕๖๒ และปีข้างหน้า ถึงจะเอามาให้เราดูอีกทีหนึ่ง ผมคิดว่าอันนี้มันช้าไปครับ อย่างน้อยงบที่เข้าสภาควรจะต้องปีต่อปี ไม่ใช่เว้นห่างไปตั้ง ๓ ปีนะครับ ก็อยากจะ ขออนุญาตท้วงติงตรงส่วนนี้ไว้🔗

แล้วก็ในประการสุดท้ายก็คือ ในการตรวจของท่านในรายงานที่ท่านนำเสนอ หน้า ๓๔ ก็อยากจะท้วงติงผู้บริหารของ กสทช. ว่าเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างท่านยังคงใช้ วิธีการแบบตกลงราคา หรือเฉพาะเจาะจงเป็นส่วนใหญ่ ร้อยละ ๖๓ เป็นวิธี แบบนี้ วิธีการแบบสอบราคา หรือวิธีการแบบประกวดราคาทั่วไป มีไม่ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ อันนี้แสดงถึงความโปร่งใสในการจัดซื้อจัดจ้าง เครื่องไม้เครื่องมือที่มีมูลค่ามหาศาลก็ขอให้ ท่านได้สื่อไปยังผู้บริหารของ กสทช. ว่าองค์กรควรจะมีความโปร่งใส แล้วก็จัดการ จัดซื้อจัดหาต่าง ๆ ซึ่งใช้เงินเป็นหลักร้อยล้าน พันล้านโดยวิธีการที่ประกวดราคา เป็นการทั่วไปน่าจะถูกต้องมากกว่าครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านวิสารครับ🔗

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงราย ต่อรายงานผู้สอบบัญชี และงบการเงินของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง และกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ซึ่งอันนี้เป็นรายงานอย่างที่เพื่อนสมาชิกได้แจ้งไว้แล้ว ว่ามันเป็นการสิ้นสุด ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๑ ท่านประธานครับ ปีนี้อีกไม่กี่วัน ก็ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๔ แล้วนะครับ เรียนท่านประธานว่าอาจจะมีข้อขัดข้องเกี่ยวกับ เรื่องการรายงานหรือว่าการตรวจสอบบัญชี แต่อย่างไรก็ตามนะครับ สิ่งแรกที่ผมจะแสดง ความชื่นชมขณะนี้ก็คือว่า สตง. ผมเริ่มมีความหวัง และที่ท่านได้มีการตรวจบัญชี มีการตรวจการทุจริตคอร์รัปชันของประเทศ โดยการใช้วิธีป้องกัน หลายเรื่องเป็นเรื่องที่ ผมชื่นชม อันนี้ต้องขอให้กำลังใจทางเจ้าหน้าที่ของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ไม่มีใครข้องใจ ว่า สตง. หลายท่านไม่ว่าจะอยู่ตามภูมิภาคไหนที่จะมีความละเอียดรอบคอบ แล้วก็มีความ เป็นมืออาชีพ แต่สิ่งที่ผมอยากจะขออนุญาตใช้โอกาสสั้น ๆ นี้เรียนถามนะครับว่า ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๑ ผมเผอิญมีเรื่องที่เคยอภิปรายไม่ไว้วางใจ และเงินที่ได้มา ก็เป็นเงินของ กสทช. อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายหลายท่านแล้วนะครับว่า กสทช. มีรายรับมหาศาล เป็นแสน ๆ ล้านบาท ไม่ว่าจะเป็นรายรับจากคลื่นความถี่ รายรับจาก การประกวด ๕ จี (5G) อีกหลาย ๆ เรื่อง ซึ่งอีกสักระยะหนึ่งประเดี๋ยวทราบว่าทางสภาเรา จะมีการพิจารณาญัตติด่วน ในการควบรวมดีแทคกับทรู ผมขออนุญาตถามสั้น ๆ เพราะว่า เงินตรงนี้ สตง. ได้ตรวจสอบไหม เพราะว่าท่านแจ้งบอกว่าท่านตรวจสิ้นสุด ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๑ ผมมีโครงการอันหนึ่งครับ ซึ่งเป็นเงินใช้ของ กสทช. เป็นโครงการจัดตั้ง ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ งบประมาณ ๗,๐๙๕,๙๖๘,๐๐๐ บาท ซึ่งโครงการอันนี้ ท่านได้อนุมัติไปตั้งแต่ ๒๕ ธันวาคม เพราะฉะนั้น อันนี้ท่านจะปฏิเสธไม่ได้ว่าในปี ๒๕๖๑ ท่านจะไม่ทราบโครงการนี้ ซึ่งรายละเอียดผมจะไม่ ขอลงในรายละเอียดว่ามันเป็นมาเพราะอย่างไร โครงการเหล่านี้มันเป็นโครงการตัวอย่าง อันหนึ่งที่เกิดการทุจริตคอร์รัปชันอย่างมหาศาลครับ ผมขออนุญาตเรียนท่านประธาน ไว้นิดหนึ่ง เผื่อทาง สตง. จะได้รับทราบนะครับว่า โครงการอันนี้เป็นโครงการที่ทำให้ ศูนย์กลางเชื่อมระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดระดับจังหวัด และระดับภาคทั่วประเทศโดยใช้ หมายเลขเดียวกันคือ ๑๙๑ และอนุมัติโดยงบของ กสทช. ให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อันนี้เป็นโครงการอันเดียว ซึ่งขณะนี้เรียนว่า ป.ป.ช. ได้รับเรื่องนี้ไว้พิจารณาด้วยมติ เป็นเอกฉันท์เรียบร้อยแล้ว ใครทุจริต ใครมีปัญหา มีการร้องเรียนก็ไปแก้ข้อกล่าวหาเอง แต่สิ่งที่ผมอยากเรียนท่านประธานก็คือว่า เงินนอกงบประมาณอันนี้ สำนักงานตรวจเงิน แผ่นดินได้ตรวจไหมครับ เอาไปให้ ศอ.บต. เอาไปให้กองทัพบก กองทัพเรือ เอาไปให้ หน่วยงานราชการ ไม่ว่าจะเป็น กทม. หรือแม้กระทั่งมหาวิทยาลัยบางมหาวิทยาลัยได้ประจำ อยู่ทุกปี ๆ นะครับ แล้วบางที่ก็ได้เป็นพัน ๆ ล้าน ซึ่งเงินเหล่านี้นอกจากของสถานีวิทยุกระจายเสียงได้เอาไปให้ แล้ว สตง. ได้ตรวจอะไรอีกบ้างครับ เงินเหล่านี้ผมเห็น สตง. ก็ไปตรวจเกี่ยวกับเรื่องปกครอง ส่วนท้องถิ่น ตรวจสอบเกี่ยวกับเรื่องโครงการอื่น ๆ หลายเรื่อง แต่ว่าโครงการอันนี้ผมอยาก ขอคำตอบจากทาง สตง. ว่าเป็นตัวอย่างอันหนึ่งซึ่งเป็นงบที่มาจากภาษีอากรพี่น้องประชาชน และท่านได้ตรวจสอบไหมว่าโครงการที่เอาไปให้เกี่ยวกับแต่ละส่วนราชการมันมีความโปร่งใสไหม มันมีการใช้จ่ายอะไรไปแล้ว เกิดการทุจริตคอร์รัปชันบ้าง ซึ่งตรงนี้มันเกิดผลประโยชน์ อย่างยิ่งนะครับ ท่านประธานจะสังเกตว่าคนที่จะเข้าไปเป็นคณะกรรมการของ กสทช. มีการสมัครมีการแย่งชิงมีการวิ่งเต้นกันเยอะแยะครับ แต่ผมก็ไม่ได้หมายถึงว่าจะต่อว่า สตง. แต่ว่า สตง. เป็นความหวังอันหนึ่ง เป็นหน่วยงานอิสระอีกอันหนึ่ง ซึ่งเรามั่นใจว่าท่านไม่ได้อยู่ ในกำกับดูแลของรัฐบาล ท่านจะต้องเป็นคนที่ทำให้ประเทศนี้มีความโปร่งใสและปราศจาก คอร์รัปชัน เงินนอกงบประมาณเหล่านี้เป็นการใช้แบบง่าย ๆ ผ่านประธานบอร์ด (Board) แล้วก็เอาไปอนุมัติให้แต่ละหน่วยงาน เสร็จแล้วก็ไปให้ผลประโยชน์ซึ่งกันและกันเหล่านี้ครับ ผมว่า สตง. ควรจะต้องมีความกล้าหาญ มีการตรวจสอบ ชี้ให้เห็นชัด ๆ ว่าเงินเหล่านี้ไม่ใช่ วัดครึ่งหนึ่งกรรมการครึ่งหนึ่งนะครับ ก็ขออนุญาตท่านประธานว่าขอให้ สตง. ช่วยตอบ เกี่ยวกับเรื่องโครงการ ๑๙๑ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งอยู่ในปีงบประมาณ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๑ จากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคมแห่งชาติให้ผมได้รับฟังด้วยครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านประเสริฐพงษ์มีอะไรครับ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจะ ขออภิปรายหรือครับ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

ขออภิปรายเป็น คนสุดท้ายขอเวลาไม่นาน ๕ นาทีครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านพิสิฐ เห็นมีรายชื่อท่านจะประสงค์อภิปรายต่อไหมครับ เพราะผมประกาศไปแล้วว่าจะตัด ผู้อภิปรายแล้วครับ จะให้ สตง. ชี้แจง ท่านประสงค์จะอภิปรายใช่ไหมครับถ้าท่านประสงค์ จะอภิปรายก็อภิปรายต่อจากท่านประเสริฐพงษ์ ถือว่าเป็นคนสุดท้ายแล้วนะครับ จะได้ให้ เจ้าหน้าที่เขาชี้แจง🔗

ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผมเสนอชื่อไปด้วยครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านกนก จะอภิปรายด้วยใช่ไหมครับ🔗

ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน แบบบัญชีรายชื่อ

ใช่ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านพิสิฐ อภิปรายด้วยนะครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

ผมอภิปรายไปแล้วครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เหลือท่านกนกนะครับ เชิญท่านประเสริฐพงษ์ แล้วก็ท่านกนกเป็นท่านสุดท้ายแล้วครับ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล ขออนุญาตอภิปรายเกี่ยวกับการรายงานประเมินผลการใช้จ่ายเงิน ทรัพย์สินของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ ซึ่ง สตง. มากันหลายท่าน มีเอกสารซึ่งผมอยากจะตั้งคำถามว่าในรายละเอียดที่ท่านอุตส่าห์พิมพ์แจกหนา ๆ หลายอย่าง พออ่านข้อความหลาย ๆ ข้อความ รูปแบบของการท้วงหรือว่าให้ข้อสังเกต ท่าน เขียนคำศัพท์ เช่น หน้า ๒๔ เล่มสีชมพู ท่านบอกว่า จึงอาจเป็นการสิ้นเปลือง งบประมาณเกินความจำเป็น แล้วก็ ๑.๒ จึงอาจไม่มีประสิทธิภาพไม่ได้ผลอย่างคุ้มค่า คือผม เคยอยู่ท้องถิ่นมาก่อน รูปแบบของการรายงานหรือข้อทักท้วงส่วนมากฟันธงมาเลยครับ ถ้าท่านไปตรวจท้องถิ่น ไม่มีคำว่า อาจ ไม่มีคำว่า ไม่แน่นอน คือเป็นความแน่นอนที่ท่านไป ตรวจแล้วก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีว่านี่คือรายงานปี ๒๕๖๑ แปลว่าอยู่ภายใต้การบริหารจัดการ ของรัฐบาล คสช. ซึ่งตรวจสอบกันยากมาก เราก็ดีใจนะครับ แม้ว่าท่านจะมาช้าก็แปลว่า ให้เราซึ่งเป็น ส.ส. ที่มาจากการเลือกตั้งได้มีโอกาสได้ตรวจสอบ หรือแม้กระทั่งหน้า ๒๖ การจัดซื้อจัดจ้างพัสดุอาจถือเป็นการจงใจไม่ปฏิบัติ ซึ่งอาจได้รับการพิจารณาโทษอีก ผมคิดว่ารูปแบบการรายงานแบบนี้มันเหมือนกับการเกรงอกเกรงใจรัฐบาล คสช. หรืออย่างไร ครับ ซึ่งที่ผ่านมาถ้าเทียบกับรูปแบบการตรวจของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเวลาท่านไป ตรวจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านตรวจลึกไปถึงแผนเขาเลยนะครับ ซึ่งบางครั้งเป็นการ ก้าวล่วงดุลยพินิจงานของท้องถิ่นด้วยซ ้า เพราะฉะนั้นข้อทักท้วงในเอกสารที่เปิดเจอเทียบกัน ไม่ติดเลยครับท่านประธานเวลาจะไปตรวจกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นการเลือกปฏิบัติกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือเปล่าการจัดซื้อจัดจ้างในเอกสารที่ ท่านรายงานมา ผมอยากจะยกตัวอย่างครับท่านประธาน แม้กระทั่งตรายางของเจ้าหน้าที่ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ใช้ประจำที่สำนักงานเราไม่ได้เอาไปใช้ส่วนตัว หรือไปใช้ที่บ้าน สตง. ยังท้วงให้ชดใช้เงินคืนเลยครับ ตรายางครับ ไม่เคยถูกทักท้วง กรณีสำนักงานใหญ่ ๆ อย่าง กสทช. กลายเป็นว่าการจัดซื้อจัดจ้างก็เป็นเรื่องของการตกลงราคาด้วย แล้วก็ไม่กล้า ที่จะฟันธงว่าการตกลงราคาจะต้องหาผู้กระทำผิด แล้วก็ท้วงให้ชัดเจนไปเลยว่าสิ่งที่ใช้ วิธีจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบพัสดุไม่ถูกต้องอย่างไร และคำถามอีกอันหนึ่งครับท่านประธาน เกี่ยวกับภาคผนวก หน้า ๗๘ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ ทำตามสัญญา ลำดับที่ ๒ กับลำดับที่ ๖ ท่านยังไม่ได้รับเอกสารตรวจสอบ ผ่านมา ๓-๔ ปีแล้ว อะไรที่ค้างอยู่ก็ดีใจที่ท่านอุตส่าห์เขียน แล้วเป็นหมายเหตุมาให้พวกเราได้ทราบ แต่นั่นหมายความว่าเมื่อท่านยังไม่ได้รับเอกสารการ ตรวจสอบ ท่านมีการติดตามหรือไม่ อย่างไร เราจะได้ติดตามสอบถามกันต่อ ไม่ใช่พอท่าน บอกว่าเอกสารไม่ได้รับ เดี๋ยวพอรอบหน้าท่านก็หายเงียบกลับไปอีก ซึ่งเป็นรายงานอีก ปีงบประมาณอีกอันหนึ่ง ผมคิดว่าสภาคงจะตั้งข้อสังเกตเอาไว้ครับ แล้วก็ข้อสังเกตของท่าน โดยเฉพาะที่ท่านบอกว่าการจัดซื้อจัดจ้างที่ใช้วิธีการที่ไม่เปิดโอกาสให้มีการแข่งขันกัน อย่างเป็นธรรม แน่นอนครับ วิญญูชนหรือประชาชนทั่วไปเข้าใจได้แน่นอนเลยว่ามันเป็น รูปแบบที่ผิดปกติและสมยอมกันเสนอราคาแน่ ๆ ท่านน่าจะใช้คำที่ชัดเจนกว่านี้ในหน้า ๒๕ ครับท่านประธาน ข้อสังเกตสำหรับกระผมก็มีเพียงสั้น ๆ เท่านี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านกนกครับ🔗

ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะให้ความคิดเห็นในเรื่องเกี่ยวกับรายงานของผู้สอบบัญชีและงบการเงิน สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ในงวดเดือนธันวาคม ๒๕๖๑ ครับท่านประธาน ผมคิดว่า สตง. ที่ทำรายงานฉบับนี้มา นั้นเป็นการปฏิบัติหน้าที่เพียงส่วนหนึ่งที่ สตง. พึงกระทำ นั่นก็คือการนำเสนอรายงาน เกี่ยวกับเรื่องงบการเงิน เกี่ยวกับเรื่องการปฏิบัติตามกฎระเบียบของทางราชการ ซึ่ง ๒ ส่วนนี้ ก็เป็นงานประจำที่มีภารกิจเยอะมากของ สตง. ที่จะต้องทำ แล้วผมก็เห็นใจที่ปี ๒๕๖๑ วันนี้ปี ๒๕๖๔ จะปี ๒๕๖๕ ๓-๔ ปี ช้า ตรงนี้ผมทราบข้อมูลว่าไม่ใช่ปัญหา สตง. ทำงานล่าช้า แต่เป็นเพราะงบประมาณ เป็นเพราะภาระที่จะต้องปฏิบัติตามกฎหมาย แล้วก็จำนวน ข้าราชการ ตรงนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่สูงกว่าอำนาจของ สตง. ที่จะต้องพิจารณาในเรื่องนี้ ผมจึงขออนุญาตที่จะฝาก สตง. ที่จะต้องสะท้อนเรื่องนี้ไปยังรัฐบาล เพื่อที่จะบอกว่า การตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎระเบียบของทางราชการ หรือการตรวจทางด้านการเงิน เบื้องต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นน่าที่จะได้มอบให้กับภาคเอกชน หรือบริษัทที่ได้รับการรับรองไปตรวจแทน ซึ่งอันนั้นก็เป็นรายละเอียดที่ผมคิดว่าควรจะต้อง ทำ แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่าครับท่านประธาน ก็คือการตรวจผลการปฏิบัติงาน หรือที่เรียกว่า เพอร์ฟอร์แมนซ์ ออดิต (Performance Audit) ของ สตง. ซึ่งตรงนี้เป็นจุดที่สำคัญมาก และผมอยากจะขออนุญาตนำประเด็นที่เราไม่เห็นในรายงานฉบับนี้ แต่เป็นเรื่องที่สำคัญมาก ของ กสทช. มาอภิปรายเพื่อที่จะเป็นตัวอย่างที่จะบอกกับ สตง. ว่าท่านใช้กำลังคนของท่าน และงบประมาณของท่านทั้งหมดไปตรวจ คอมไพลแอนซ์ ออดิต (Compliance Audit) และไฟแนนเชียล ออดิต (Financial Audit) ท่านก็ช่วยประเทศชาติของท่านได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น แต่สิ่งที่สำคัญมากกว่า คือเราอยาก เห็นการตรวจเพอร์ฟอร์แมนซ์ ออดิต (Performance Audit) ของ สตง. ซึ่งจะเป็นประโยชน์ กับประเทศชาติของเรามากกว่าอีกหลายเท่านัก ผมขออนุญาตลงสู่รายละเอียดนะครับ กสทช. เราตั้งขึ้นนี่นะครับ ก็เพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ ทั้งในด้านความมั่นคงและ ประโยชน์ของประชาชนในการที่จะได้รับบริการที่หวังว่าจะนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจ เนื่องจากกิจกรรมทางธุรกิจได้มีความสะดวกและมีประสิทธิภาพ และรวดเร็วมากขึ้น ในประเด็นนี้เอง ผมขออนุญาตตั้งคำถามว่า วันนี้เทคโนโลยีทางด้านการสื่อสารเปลี่ยนไป อย่างรวดเร็ว วันนี้เรากำลังพูดถึง ๕ จี (5 G) เรากำลังพูดถึงเวอร์ชวล เรียลลิตี (Virtual Reality) เราพูดถึงเมตาเวิร์ส (Metaverse) ซึ่งสิ่งเหล่านี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับระบบ การสื่อสาร นั่นหมายความว่าเราจะต้องใช้เทคโนโลยีที่ใช้ดาวเทียม เรียกว่า ดาวเทียมต ่า หรือดาวเทียมระยะสั้น แต่เป็นจำนวนมหาศาลที่จะครอบคลุมพื้นที่ทั้งโลกได้ ส่วนดาวเทียม ที่มีระดับความสูงสูงหรือดาวเทียมระยะไกล ซึ่งเราเริ่มต้น กสทช. มาด้วยดาวเทียมระยะไกล ตรงนี้จะมีความล่าช้า แต่ครอบคลุมพื้นที่ได้มากกว่า ลงทุนไม่มาก วันนี้ในโลกของเรา ดาวเทียมระยะสั้นได้ถูกยึดอำนาจไปโดยชาติมหาอำนาจ ๒ ประเทศ คือสหรัฐอเมริกากับจีน คำถามก็คือว่าเพื่อความมั่นคงของชาติของเราเทคโนโลยีทางด้านการสื่อสารของดาวเทียม ระยะใกล้ที่เรากำลังใช้ ๕ จี (5G) วีอาร์ (VR) เมตาเวิร์ส (Metaverse) ที่ผมได้เรียน ท่านประธานไปแล้วนั้น เราควรจะวางตำแหน่งของเราไว้อยู่ตรงไหน คำตอบทางเทคนิคตรงนี้ ผมไม่ได้คาดหวังว่าให้ สตง. เป็นคนตอบ แต่ต้องเป็นคำถามทางยุทธศาสตร์ที่ สตง. ต้องตั้ง คำถามนี้ให้ กสทช. เป็นผู้ตอบ ตรงนี้เป็นประเด็นสำคัญมากของเพอร์ฟอร์แมนซ์ ออดิต (Performance Audit) และในเวลาเดียวกันมันจะมีผลกระทบโดยตรงต่ออนาคตของ กสทช. ตัวอย่าง ก็คือเรื่องของสัมปทานดาวเทียมที่กำลังจะเกิดขึ้น เราจะมีสัมปทานดาวเทียม ระยะไกล หรือเราจะมีสัมปทานดาวเทียมระยะใกล้ และถ้ามีเราจะทำอย่างไร ที่จะทำให้เกิด ประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน ทำให้เกิดการแข่งขันที่เปิดกว้างมากขึ้น ไม่ใช่การผูกขาด เป็นต้น สิ่งเหล่านี้เป็นประเด็นที่สำคัญมากกว่าการปฏิบัติถูกตามระเบียบ การจ่ายเงินถูกต้อง ตามกติกามากเหลือเกินครับ ท่านประธาน ตรงนี้เป็นประเด็นที่ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า เป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะฉะนั้นจากตัวอย่างดังกล่าวนี้เอง ผมอยากให้ สตง. กรุณาเถอะครับ กลับไปทบทวนแล้วก็กล้าหาญจริง ๆ ผมเชื่อว่าผู้ว่าของท่านกล้า แต่ผมอยากให้ทีมงานของ ผู้ว่า สตง. กล้าด้วยครับ คือกล้าที่จะชี้ประเด็นว่าวันนี้ สตง. ไม่อยากทำเรื่องของคอมไพล แอนซ์ ออดิต (Compliance Audit) อีกแล้ว โดยเฉพาะในหน่วยงานที่กฎหมายกำหนดไว้ ก็บอกรัฐบาลขอให้แก้กฎหมายครับ เพื่อที่จะให้ สตง. ไปทำ เพอร์ฟอร์แมนซ์ ออดิต (Performance Audit) ในตัวอย่างที่ผมยกเรื่อง กสทช. ว่าประเทศไทยนี่ สตง. ต้องตั้งคำถาม แล้วว่า กสทช. จะเอาดาวเทียมระยะใกล้หรือดาวเทียมระยะไกล และจะเอาอย่างไร จะยืน กับจีน จะยืนกับอเมริกาหรือจะยืนกับทั้งสองฝ่าย ยืนกันตรงไหน ตรงนี้ใหญ่มากสำหรับ อนาคตของชาติบ้านเมืองของเราครับ และความรู้ทางเทคนิคเหล่านี้แน่นอนครับ นักบัญชี นักการเงินของ สตง. อาจจะตอบไม่ได้ แต่ สตง. ต้องมีงบประมาณที่จะมีที่ปรึกษาที่จะให้ คำตอบเหล่านี้ได้และมีผู้รู้ครับ ในสภาของเราก็มีผู้รู้ ที่จะให้คำตอบในเรื่องเหล่านี้ได้อย่างนี้ เป็นต้น ถ้า กสทช. ไม่มีคำตอบเรื่องเหล่านี้ประเทศของเราก็อยู่ในความมืดนะครับ อนาคต เรามองไม่เห็นว่าสุดท้าย ๕ จี (5G) ของเราจะเป็นอย่างไร และยังไม่ต้องพูดถึงเรื่อง ความมั่นคงนะครับ ซึ่งวันนี้บริษัทแฮกเกอร์ ที่รับจ้างเป็นอาชีพเข้าได้ทุกอย่างหมด เราป้องกันอย่างไรครับ การตรวจงบการเงิน การตรวจคอมไพลแอนซ์ ออดิต (Compliance Audit) ของ สตง. ป้องกันสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เลยนะครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานด้วย ความเคารพของเวลาอีกนิดเดียวครับ ก็คือว่า สตง. ต้องพูดกับสำนักงบประมาณให้ชัด ๆ ผ่านรัฐบาลว่างบประมาณทางด้าน สตง. ท่านต้องเข้าใจใหม่ จัดงบประมาณให้ สตง. แบบนี้ ไม่เพียงพอ อำนาจทางกฎหมายที่บังคับให้ สตง. ต้องวิ่งตาม คอมไพลแอนซ์ ออดิต (Compliance Audit) นั้น ต้องได้รับการแก้ไขแล้วครับ ก่อนที่ประเทศชาติของเราจะเสียหาย มากกว่านี้ ด้วยความเคารพจริง ๆ ครับ สตง. ได้พยายามทำหน้าที่ที่ดีของเขา ผมเห็นใจ ข้อจำกัดของเขา แต่ผมอยากให้ สตง. ลุกขึ้นมาแล้วพูดกับรัฐบาลตรง ๆ ว่าที่ท่านให้เราทำอยู่นั้น คนอื่นทำได้ครับ แต่เรื่องของชาติที่สำคัญมากกว่าคือเพอร์ฟอร์แมนซ์ ออดิต (Performance audit) ที่เรา ต้องการความไว้วางใจ ความซื่อสัตย์ของ สตง. ตรงนี้ต่างหากครับที่ควรจะเป็นหน้าที่ของ สตง. ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญผู้ชี้แจง จากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เชิญท่านรองเกล็ดนที หรือใครที่ชี้แจงนะครับ เชิญครับ🔗

นางเกล็ดนที มโนสันติ์ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพค่ะ ดิฉัน เกล็ดนที มโนสันติ์ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ได้รับมอบหมายจากทางท่านผู้ว่าการตรวจเงิน แผ่นดินให้มานำเรียนในเรื่องของการเสนอรายงานของสำนักงาน กสทช. ประจำปี ๒๕๖๑ นะคะ ในประเด็นคำถามที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้กรุณาให้ข้อสังเกต ให้ข้อแนะนำ นะคะ แล้วก็มีประเด็นคำถาม ดิฉันขออนุญาตที่จะนำเรียนในภาพรวมนะคะ🔗

ในเรื่องแรกนะคะ ก็จะเป็นเรื่องของผลการตรวจสอบที่นำเรียนในที่ประชุม ครั้งนี้นะคะ ก็จะเป็นรายงานผลการตรวจสอบของปี ๒๕๖๑ ซึ่งในรายงานนี้ก็จะมีการแจ้ง ข้อสังเกตที่เป็นประเด็นเกี่ยวกับการปฏิบัติในเรื่องของการปฏิบัติผิดกฎหมาย แล้วก็เรื่องของ การที่ใช้จ่ายเงินไม่เป็นไปตามแผนที่กำหนดไว้นะคะ ด้วยความที่สำนักงาน กสทช. เป็นองค์กรที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นนะคะ แล้วในกฎหมายกำหนดให้สำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชี โดยทำหน้าที่ในการตรวจสอบงบการเงิน แล้วก็ ตรวจสอบรายงานประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินนะคะ ซึ่งถ้าเทียบเคียงกับบทบาท ภาระหน้าที่ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเองแล้ว ก็อย่างที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลาย ๆ ท่านได้กล่าวถึงนะคะว่าหน้าที่ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเรามีหน้าที่ในเรื่อง ของการตรวจสอบการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินนะคะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกฎหมายฉบับ ปัจจุบันที่เราใช้กันอยู่ กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๒ นี้ กำหนดให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินต้องให้ความสำคัญในเรื่องของการใช้จ่ายเงิน แผ่นดิน แล้วต้องเกิดผลสัมฤทธิ์และมีประสิทธิภาพนะคะ ในขณะเดียวกันกฎหมายก็กำหนด ว่า สตง. ยังคงต้องตรวจสอบงบการเงินของหน่วยงานของรัฐ ซึ่งอย่างที่ท่านได้รับทราบค่ะ ว่าเรามีหน่วยงานของรัฐในประเทศไทย ๘,๐๐๐ กว่าหน่วย ซึ่งสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน จะต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบ ๘,๐๐๐ กว่าหน่วย ภายในระยะเวลาเพียง ๑๘๐ วัน นั่นหมายถึงว่าถ้างบการเงินของหน่วยงานของรัฐนี้สิ้นสุด ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓ นะคะ เราก็ต้องตรวจให้เสร็จในปีถัดไปประมาณเดือนมีนาคมนะคะ ซึ่งสรรพกำลังของสำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดินก็มีอยู่ประมาณ ๓,๐๐๐ คนนะคะ กับ ๘,๐๐๐ กว่าหน่วย ซึ่งจะต้อง ตรวจสอบการปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐ หรือมาตรฐานการรายงานทางการเงิน ของแต่ละหน่วยที่ถูกกำกับไว้นะคะ ในขณะเดียวกันก็ต้องตรวจให้เป็นไปตามมาตรฐานการ ปฏิบัติงาน ทั้งนโยบายการตรวจเงินแผ่นดินและมาตรฐาน หลักเกณฑ์มาตรฐานเกี่ยวกับการ ตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งก็ถือว่าเป็นภารกิจที่ค่อนข้างจะหนักพอสมควรนะคะสำหรับ สตง. เพราะฉะนั้นก็ต้องขอบพระคุณสำหรับคำแนะนำของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเมื่อสักครู่ ที่ได้กรุณาให้ข้อแนะนำในเรื่องของการที่จะต้องมีการปรับเปลี่ยนแก้ไขกฎหมายการให้ ความสำคัญกับในเรื่องของการตรวจสอบผลสัมฤทธิ์ประสิทธิภาพมากกว่าในส่วนของการ ตรวจเพื่อแสดงความเห็นต่องบการเงินเท่านั้น ซึ่งปัจจุบันนี้ท่านกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และท่านผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินนี้ค่ะ ก็เริ่มมีนโยบายในเรื่องของการที่จะให้ความสำคัญ ในการถ่ายโอนภารกิจในเรื่องของการตรวจสอบงบการเงินนี้ไปให้ทางภาคเอกชนได้เข้ามา ตรวจสอบมากยิ่งขึ้นนะคะ เรากำลังมีโครงการที่เราจะผลิตผู้สอบบัญชีภาครัฐขึ้นมาเพื่อทำ หน้าที่ตรงนั้นแทนบุคลากร แล้ว สตง. ก็จะทำหน้าที่ในเรื่องของการตรวจสอบเกี่ยวกับ ผลสัมฤทธิ์ประสิทธิภาพ แล้วก็ตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายให้มากยิ่งขึ้นนะคะ จากรายงานการประเมินการใช้จ่ายทรัพย์สินของ กสทช. ก็จะเห็นว่ามีหลาย ๆ เรื่องที่เราให้ ข้อสังเกต ทั้งการปฏิบัติตามกฎหมาย แล้วก็การใช้จ่ายเงินที่ไม่เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ หรือแผนงบประมาณที่กำหนดไว้นะคะ ในเรื่องของการปฏิบัติตามกฎหมายส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องของกฎหมายในส่วนของ พระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ซึ่งกฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้นมา เมื่อปี ๒๕๖๑ ซึ่งเป็นช่วงที่มีการออกรายงานฉบับนี้พอดีก็จะสังเกตเห็นว่าในรายงาน เราจะพูดถึงเรื่องของการปฏิบัติที่ยังติดยึดกับรูปแบบของการจัดซื้อจัดจ้างแบบเดิม ซึ่งในกรณีพวกนี้เราก็ให้ข้อสังเกตกับทางสำนักงาน กสทช. ไปเพื่อปรับปรุงแก้ไขให้มีการ ดำเนินการกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใสเป็นธรรม แล้วก็ไม่เอื้อประโยชน์กับบุคคลใด บุคคลหนึ่ง เพราะฉะนั้นในรายงานที่ปรากฏก็จะเห็นว่าบางส่วนเนื่องจากว่าไม่ได้เป็น การชี้ชัดว่ามีการกระทำผิดในลักษณะของการผิดกฎหมายหรือการทุจริต เพียงแต่ว่ารายการ ที่เกิดขึ้นบางรายการเป็นรายการที่มีตัวเลขจำนวนมากที่จะตั้งเป็นข้อสังเกตได้ เพราะฉะนั้น เราจึงไม่ได้ลงความเห็นที่ชัดเจนลงไปว่าเป็นการปฏิบัติที่ผิดกฎหมายหรือทุจริต ในส่วนของ รายงานในประเด็นของงบการเงิน ในหมายเหตุประกอบงบการเงินเกี่ยวกับเรื่องของค่าปรับ ทางปกครอง ในส่วนนี้เนื่องจากว่าเป็นคดีที่ยังไม่สิ้นสุดอยู่ในกระบวนการของการพิจารณา ของศาลปกครอง ทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเราใช้มาตรฐานการสอบบัญชี ในการปฏิบัติงาน และหลักเกณฑ์มาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดิน เพราะฉะนั้น ในทุก ๆ ปีเราจะต้องยืนยันกับทางสำนักงาน กสทช. ว่าในเรื่องของคดีความต่าง ๆ มีแนวโน้มที่จะมีผลเป็นอย่างไร ซึ่งถ้าแนวโน้มของคดีความอนุมานได้ว่าอาจจะยังไม่มีมูลค่า ของจำนวนเงินที่ชัดเจนที่จะต้องจ่ายเพื่อในกรณีที่มีการแพ้คดีก็จะยังไม่ได้มีการบันทึก รายการทางบัญชีนั้นก็จะเปิดเป็นหมายเหตุประกอบงบการเงินเอาไว้เพียงเท่านั้น🔗

ถัดไปในเรื่องของเบี้ยประชุมกรรมการ เนื่องจากว่าทาง กสทช. มีการออก ระเบียบของตัวเองเกี่ยวกับกรรมการ เพราะฉะนั้นในการตรวจสอบของเรา ประเด็นที่ ๑ คือ เราตรวจการปฏิบัติตามระเบียบว่าเขามีการเบิกจ่ายถูกต้องเป็นไปตามระเบียบหรือไม่ ๒. ค่าเบี้ยประชุมนั้นเป็นไปอย่างเหมาะสมสอดคล้องกับการปฏิบัติขององค์กรอิสระอื่น ๆ หรือองค์กรในลักษณะเดียวกันกับ กสทช. หรือไม่ ก็ดูความสมเหตุสมผลในเรื่องของการ กำหนดค่าเบี้ยประชุมนั้นด้วยนะคะ🔗

ประเด็นถัดไป เรื่องของโครงการจัดตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุแห่งชาติ กรณีนี้จะไม่ อยู่ในรายงานของสำนักงาน กสทช. ในปีนี้ เนื่องจากว่าโครงการนี้เป็นโครงการความร่วมมือ ที่เพิ่งเริ่มดำเนินการในปี ๒๕๖๔ แล้วก็เป็นโครงการสนับสนุนระหว่างในส่วนของกองทุนวิจัย และพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ก็ไม่ได้อยู่ในงบนี้🔗

ถัดไปก็คือเรื่องของการนำเสนอรายงานล่าช้า อันนี้ก็ต้องกราบขอประทานอภัย ทางท่านสมาชิกด้วยนะคะ เนื่องจากว่าจริง ๆ แล้วรายงานที่เราดำเนินการแล้วเสร็จ ก็คือล่าสุดเป็นรายงานงบการเงินของปี ๒๕๖๓ แล้วเรากำลังตรวจงบการเงิน ของปี ๒๕๖๔ อยู่ ส่วนรายงานของปี ๒๕๖๒ เราตรวจสอบเสร็จแล้ว แล้วก็นำส่ง ให้ทางสภาแล้ว ทางวุฒิสภารับไปแล้วนะคะ ของสภาผู้แทนเดี๋ยววันพรุ่งนี้ทางสภาก็จะรับ รายงานนี้ ดำเนินการเสร็จแล้วค่ะ รอท่านตอบรับว่าท่านจะรับหรือไม่รับเท่านั้นเอง🔗

ในส่วนของปี ๒๕๖๓ เราก็จะเร่งดำเนินการกระบวนการของการจัดทำ รายงานให้เสร็จโดยเร็ว ในปีนี้จะเร่งนำรายงานปี ๒๕๖๓ มาเสนอท่านต่อเนื่องกับปี ๒๕๖๒ แล้วก็ลำดับถัดไปปีถัดไปก็จะเป็นรายงานของปี ๒๕๖๔ เพราะฉะนั้นก็จะเป็นรายงาน ที่ทันเวลาแล้ว ก็ต้องกราบขอบพระคุณทางท่านสมาชิกที่ให้ความสำคัญกับการตรวจสอบ รายงานการเงินและรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินของสำนักงาน กสทช. กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่มีชี้แจง เพิ่มเติมแล้วนะครับ มีท่านสมาชิกยังสงสัยประเด็นไหนอีกไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมได้รับทราบการแจ้งผลการตรวจสอบงบการเงินสำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๑ และการตรวจสอบการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน สำหรับปี ๒๕๖๑ ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติแล้วนะครับ ขอบคุณผู้ชี้แจงจากสำนักงานการตรวจเงิน แผ่นดินครับ ขอบคุณครับ🔗

ต่อไปเป็นเรื่องเพื่อทราบ ในวาระที่ ๒.๔ รับทราบรายงานผลการดำเนินงาน ทุนหมุนเวียน ประจำปีบัญชี ๒๕๖๒🔗

เรื่องนี้เมื่อ คราวประชุมในวันพฤหัสบดีที่ ๒๘ มกราคม เราได้รับการเสนอเพื่อทราบในเรื่องนี้ แล้วก็มี มติของที่ประชุมบอกว่าการรายงานผลยังไม่มีความสมบูรณ์ให้นำกลับไปปรับปรุงใหม่ บัดนี้ ทางสำนักงานของกองทุนก็ได้เสนอคณะรัฐมนตรีได้รับทราบแล้วเมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม แล้วก็ได้ส่งมาให้สภาได้รับทราบอีกทีหนึ่งตามมาตรา ๓๓ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารทุน หมุนเวียน พุทธศักราช ๒๕๕๘ ซึ่งท่านมีรายละเอียดได้แจกให้ท่านได้อ่านดูแล้วนะครับ มีสมาชิกต้องการจะอภิปรายอยู่หลายท่าน ดังนั้นขอเชิญผู้แทนหน่วยงานที่จะมาชี้แจง มีท่านภัทรพร วรทรัพย์ ซึ่งเป็นที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบการเงินการคลัง กรมบัญชีกลาง ท่านมัลลิกา อัพภาสกิจ ผู้อำนวยการกองกำกับและพัฒนาระบบเงินนอกงบประมาณ ท่านนริศรา ขูขุนทด นักบัญชีชำนาญการพิเศษ ท่านสุวิดา สินธุประภา นักวิชาการคลัง ชำนาญการพิเศษ ท่านอนุชา บุญเกษม นักบัญชีชำนาญการ ท่านจิราภรณ์ ด่านไทยวัฒนา นักบัญชีชำนาญการ และท่านปรีชญา นาคแกม นักวิชาการคลังชำนาญการครับ เข้ามาครบ แล้วนะครับ🔗

(ผู้ชี้แจงเข้าประจำที่)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จะมีอะไร ชี้แจงเพิ่มเติมจากรายงานไหมครับที่เสนอสภา ถ้าไม่มี ผมจะเปิดให้สมาชิกได้อภิปราย ซักถามนะครับ ท่านผู้มาชี้แจงไม่มีอะไรเพิ่มเติมนะครับ ถ้าอย่างนั้นเชิญท่านสมาชิกที่จะ อภิปรายแสดงความคิดเห็นนะครับ ท่านแรก พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เชิญครับ ไม่เป็นไรครับ ท่านยังเดินมาไม่ถึงนะครับ ท่านต่อไปท่านศาสตราจารย์กนก เชิญครับ ผมเห็นความพยายามของกรมบัญชีกลางนะครับ ที่พยายามจะนำเรียกว่าสิ่งต่าง ๆ นี่เข้ามา รวมกัน ผมคิดว่าการรวมอันนี้มันไม่มีประโยชน์ต่อการทำความเข้าใจ แล้วก็โดยเฉพาะอย่าง ยิ่งต่อการพัฒนากองทุนที่สภาแห่งนี้จะสามารถทำประโยชน์ให้ได้ และที่สำคัญก็คือกองทุนนี้ มีสินทรัพย์ถึงประมาณ ๔ ล้านล้านบาทนะครับ ถ้าผมจำไม่ผิดซึ่งมากกว่างบประมาณด้วย ซ ้าไปนะครับ ด้วยเหตุผลอันนี้เองผมจึงอยากขออนุญาตที่จะเรียนกับกรมบัญชีกลางว่า การรายงานในลักษณะนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของกรอบหลักเกณฑ์การประเมินผลการ ดำเนินงานของกองทุนหมุนเวียนที่ท่านได้ทำไว้นั้นมีปัญหาจริง ๆ เพราะว่าท่านลงไม่ถึง รายละเอียดของข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเพียง ๑ กองทุนเท่านั้น เพื่อให้ท่านเห็นภาพนะครับ นั่นก็คือกองทุนเพื่อการพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หรือที่เรียกว่า สวทช. ผมขออนุญาตชี้ประเด็น ๒ ประเด็นครับท่านประธาน🔗

อันแรกก็คือ จากรายงานการประเมินนี้ในด้านที่ ๒ ก็คือการสนองประโยชน์ ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย กรมบัญชีกลางประเมินทั้งปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ได้เต็ม ๕.๐๐ นะครับ ได้คะแนนเต็มเลย แต่ผมขออนุญาตเรียนกับกรมบัญชีกลางนะครับว่า ในข้อเท็จจริงผลงาน ของ สวทช. ต่อผู้มีส่วนได้เสียนั้นไม่ได้คะแนนเต็มครับ ยกตัวอย่าง สวทช. ทำโครงการผลิต สารชีวภัณฑ์เพื่อการเกษตร หรือที่เราเรียกว่า ไตรโคเดอร์มา (Trichoderma) สวทช. ทำได้สำเร็จนะครับ พยายามที่จะผลิตสารชีวภัณฑ์ไตรโคเดอร์มา (Trichoderma) ที่บริสุทธิ์ได้ แต่ปรากฏว่ามันก็เป็นความสำเร็จของ สวทช. นะครับ แต่ไม่สามารถที่จะส่งไตรโคเดอร์มา (Trichoderma) นี้ให้ไปถึงเกษตรกรได้นะครับ แล้วก็เกษตรกรที่ได้รับอยู่บ้างก็ไม่สามารถ ที่จะนำไตรโคเดอร์มา (Trichoderma) ไปขยายผลและทำให้เกิดผลผลิตทางด้านการป้องกัน ของการทำเกษตรอินทรีย์ได้ ตรงนี้เป็นตัวอย่างให้เห็นชัดเจนว่า ถ้าเราดูความสำเร็จว่า สวทช. ทำสารไตรโคเดอร์มา (Trichoderma) ที่มีคุณภาพสูงอันนี้สำเร็จครับ แต่ความสำเร็จ อันนั้นไม่มีประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ไม่มีประโยชน์กับเกษตรกรที่อยู่ในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นที่สกลนคร ไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ ที่กาฬสินธุ์ ที่หนองคาย ที่กระบี่ ที่จันทบุรี แม้กระทั่งที่สมุทรปราการก็ไม่เป็นประโยชน์ครับท่านประธานครับ ตรงนี้เป็นคำถาม ที่ในรายงานนี้ไม่มีปรากฏเลย เพราะท่านลงไม่ถึงจริง ๆ นั่นก็หมายความว่ากลุ่มเกษตรกร ที่รับหัวเชื้อไตรโคเดอร์มา (Trichoderma) จาก สวทช. ไปนั้น พอไปถึงมือเกษตรกรมันไม่มี มาตรฐานแล้วครับ มันเจือปนอะไรกันไปหมดแล้ว เพราะฉะนั้นคำว่าตอบสนองต่อประโยชน์ ของผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย คำถามคือใครครับ ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียคนนี้คือใครครับ ถ้าท่าน บอกว่านักวิจัย สวทช. อันนั้นใช่ครับ แต่ถ้าถามว่าเกษตรกรที่อำเภอวานรนิวาส ไม่ใช่นะครับ อย่างนี้เป็นต้น นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนนะครับ เพราะฉะนั้นคำว่าผู้มีส่วนได้เสียนี้จึงไม่ใช่เฉพาะ ผู้ที่มีส่วนได้เสียโดยตรงที่อยู่ในโครงการของ สวทช. แต่จะต้องเป็นประชาชนหรือเกษตรกร โดยทั่วไปที่จะได้ประโยชน์จากผลงานวิจัยอันนี้ของ สวทช. สิ่งเหล่านี้มันไม่ได้เกิดขึ้น แล้วก็ ไม่ได้ขยายผลนะครับ นั่นก็หมายความว่ากรอบหลักเกณฑ์ของการประเมินที่กรมบัญชีกลาง ใช้นั้นไม่ได้ตอบโจทย์ความเป็นจริงของกองทุนหมุนเวียนอันนี้ กรมบัญชีกลางควร ที่จะปรับเกณฑ์อันใหม่ทำให้ชัดนะครับ อย่างเช่น ผู้ที่มีส่วนได้เสียแบ่งเป็น ๒ ประเภท คือ ๑. ผู้ที่ได้รับประโยชน์ตรงหรือเรียกว่าเอาต์พุต (Output) เป็นการประเมินเอาต์พุต (Output) ส่วนผู้ที่ได้รับประโยชน์หรือผลสำเร็จสุดท้ายที่เรียกว่าเอาต์คัม (Outcome) ท่านก็ ต้องระบุชัดว่าเอาต์คัม (Outcome) ท่านได้อะไรครับ เอาต์พุต (Output) นี่ร้อยเปอร์เซ็นต์ ผมพอเข้าใจได้ เพราะว่าโครงการมันก็ต้องวัดผลกันตรงไปตรงมาตามที่ทำ แต่ผลที่จะเกิดขึ้น กับประชาชนไม่ได้ครับท่านประธานครับ ตรงนี้เองกรณีตัวอย่างของกองทุน สวทช. นี้ เป็นตัวอย่างปัญหาของการทำรายงานฉบับนี้ครับท่านประธานครับ มันเป็นปัญหาของระบบ งบประมาณ เป็นปัญหาของระบบการปฏิบัติราชการ และที่สำคัญคือเป็นปัญหาของระบบ การประเมินผล ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ผมได้ยกตัวอย่าง กสทช. ของ สตง. ไปเมื่อสักครู่นี้เองครับ ท่านประธานว่า เราไม่ได้วัดที่ผลสำเร็จ เราวัดว่าทำงานเสร็จหรือเปล่า แล้วเราก็บอกว่าเสร็จแล้ว ผ่านแล้วครับ แล้ววันนี้งานทั้งหมดในกองทุนของท่าน ๑๑๕ กองทุนนั้นเสร็จหมดครับ แต่ไม่สำเร็จ และไม่เกิดประโยชน์กับประชาชนเท่าไรเลย ทั้ง ๆ ที่มีสินทรัพย์ถึง ๔.๔ ล้านล้านบาทครับ ท่านประธาน ประเด็นที่สำคัญก็คือว่ากองทุนที่ตั้งขึ้นมานั้นเราตั้งมาในอดีตนะครับ แต่ปัจจุบันเหตุผลต่าง ๆ เปลี่ยนไปหมดแล้วครับผมยกตัวอย่างเดิมนะครับ กองทุนเพื่อพัฒนา วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี หรือ สวทช. นั้น เราตั้งตั้งแต่ปี ๒๕๓๔ ครับ ขออนุญาตเวลา ท่านประธานนิดเดียวนะครับ วัตถุประสงค์ข้อ ๓ บอกว่าดำเนินการวิจัย พัฒนา และดำเนินการ ด้านวิศวกรรม และสนับสนุนการวิจัยพัฒนาด้านวิศวกรรมทางของภาครัฐบาล ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา และส่งเสริมความร่วมมือในกิจกรรมด้านนี้ระหว่างภาครัฐบาล ภาคเอกชน และสถาบันการศึกษา ตลอดจนนานาชาติ เพื่อพัฒนาประโยชน์เชิงพาณิชย์ ในปี ๒๕๓๔ ใช่ครับ แต่วันนี้ไม่ใช่แล้วครับวันนี้เราไปไกลกว่านั้นเยอะมาก และไม่ใช่เฉพาะด้าน วิศวกรรมเท่านั้นนะครับ และยิ่งไปกว่านั้นวิศวกรรมของเราวันนี้ก็ไปไกลกว่านั้นอีกแล้วครับ มันไม่ใช่เพื่อประโยชน์เฉพาะสถาบันการศึกษาและภาคเอกชนแล้ว เราต้องการเพื่อเกษตรกรครับ ท่านประธาน ผมขออนุญาตยกตัวอย่างให้กรมบัญชีกลางได้เห็นเลยครับ ในภาคการเกษตรครับ เราต้องการเครื่องมือทางด้านการเกษตร เช่น เครื่องตรวจความสุกของทุเรียน เครื่องตัดกล้วย เครื่องตัดลองกอง เครื่องวัดความเป็นกรดเป็นด่างราคาถูกที่ให้ชาวสวนปาล์มเอาไปใช้นะครับ จนกระทั่งถึงเครื่องวัดความชื้นและสารอาหารที่อยู่ในดิน เซนเซอร์ (Sensor) เหล่านี้ สวทช. ไม่ได้ทำเลยนะครับ สวทช. ไม่ได้ตอบโจทย์อันนี้เลย นี่คือปัญหาครับ เพราะฉะนั้น กรมบัญชีกลางจะต้องตั้งโจทย์อันนี้ว่าบริบทของเราเปลี่ยนไปแล้วกองทุนที่ตั้งขึ้นมานี้ ควรจะยุบได้แล้ว ถ้าไม่ควรจะยุบก็ควรจะต้องเปลี่ยนวัตถุประสงค์ใหม่แล้ว ๒ ตัวอย่าง ดังกล่าวนี้บอกชัดเจนนะครับว่ากรมบัญชีกลางไม่ควรที่จะรายงานจากรายงานที่กองทุนเหล่านั้น ส่งมาให้ และท่านก็รวบรวมเป็นอีดิเตอร์ (Editor) แต่ท่านทำหน้าที่เพื่อจะบอกกับสภาว่า เราควรจะคิดถึงประโยชน์ของการใช้กองทุนอย่างไร ท่านต้องตระหนักนะครับว่า ๔.๔ ล้านล้านบาท ที่เป็นสินทรัพย์นี้มันเป็นเงินมหาศาลที่สามารถจะทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติของเราได้ ขอความกรุณาเถอะครับ กรมบัญชีกลาง กรุณาฟังเสียงสะท้อนนี้ให้ได้ยินและเข้าไปในใจ ของท่าน และรู้ว่าคนยากคนจนเขาต้องการกองทุนที่ไม่ได้เป็นใน ๑๑๕ นี้อีกเยอะมาก ท่านกรุณาให้ความเห็นนี้กับรัฐบาล แล้วก็ยุบกองทุนหลาย ๆ กองทุนที่อยู่นี้ แล้วก็ทำใหม่เถอะครับ ท่านประธานขอบพระคุณครับ🔗

มีผู้จะอภิปราย หลายท่านนะครับ อีก ๓ ท่านต่อไปนะครับ ท่านผ่องศรี แซ่จึง ท่านกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ และท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม นะครับ🔗

นางผ่องศรี แซ่จึง ศรีสะเกษ

ท่านประธานสภาที่เคารพคะ ดิฉัน ผ่องศรี แซ่จึง จังหวัดศรีสะเกษ เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันได้อ่านรายงานฉบับนี้ คร่าว ๆ แล้วก็เพิ่งเป็น ส.ส. สมัยนี้สมัยที่ ๒ แต่สมัยนั้นมันนานมาแล้ว เห็นกองทุนทั้งหมด ในรายงานเล่มนี้ ๑๑๕ กองทุน ท่านประธานคะ อ่านรายละเอียดยังไม่ละเอียดนะคะ แค่เฉพาะชื่อกองทุนดิฉันก็ชื่นใจเหลือเกินว่าบ้านเรามันมีกองทุนเยอะแยะเต็มไปหมดเลย กองทุนผู้สูงอายุ กองทุนส่งเสริมคนพิการ กองทุนน ้ามัน กองทุนอะไร ๑๑๕ กองทุน พี่น้อง ประชาชนเราน่าจะได้ประโยชน์อย่างทั่วถึงไหมคะ เพราะฉะนั้นรายงานฉบับนี้ดิฉันค่อนข้าง เห็นด้วยกับท่าน ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านศาสตราจารย์กนกที่ท่านพูดถึงเมื่อสักครู่นี้ ถ้าจะแบ่ง กองทุนเหล่านี้แล้วมันน่าจะเป็นกองทุนที่ช่วยส่งเสริมทางอาชีพด้วย เป็นกองทุนที่เป็น สวัสดิการแก่ประชาชนด้วย และส่งเสริมทางนวัตกรรม ซึ่งแต่ละกองทุนก็จะทำให้พี่น้อง ประชาชนอยู่ดีมีสุข ดิฉันอยากจะฝากไปทางผู้ที่สรุปผลการดำเนินงานนี้ด้วยนะคะ ก็คือกรมบัญชีกลางใช่ไหมคะ ได้ดูเรื่องของเกษตรกร เพราะวันนี้เกษตรกรเราลำบากมาก มันมีกองทุนหมุนเวียนเพื่อกู้ยืมแก่เกษตรกรมีกองทุนฟื้นฟูที่เราเรียกกันสั้น ๆ นะคะ แต่ดิฉัน อยากจะถามว่า พี่น้องเกษตรกรเราได้รับรู้เรื่องเหล่านี้แค่ไหน แล้วก็โอกาสที่เข้าถึงกองทุน เหล่านี้ประมาณกี่เปอร์เซ็นต์ ดิฉันเห็นด้วยกับท่านกนกที่บอกว่า ถ้าหากการประเมิน ดิฉันก็อ่านการประเมินนะคะ ผ่านเลย ๕ ได้คะแนน ๕_๕_๕ การตอบสนองต่อผู้มีส่วนได้เสีย ๕ เต็มหมดเลยค่ะ เพราะฉะนั้นทำไมอย่างกองทุนคนพิการ คนพิการที่อยู่แถวชนบททำไม ยังไม่ได้รับการดูแล อย่างคนตาบอดดูแลแม่ที่พิการก็มีที่เขตเลือกตั้งดิฉัน คนตาบอด ลูกตาบอด ดูแลแม่ที่พิการ เขารู้หรือเปล่าว่ามีกองทุนคนพิการ ขออนุญาตพูดถึงกองทุนคนพิการ เพราะว่าคนพิการเป็นคนที่ด้อยโอกาสมากที่สุดในกลุ่มคนด้อยโอกาสทั้งหลายทั้งปวง เพราะฉะนั้นแม้แต่การที่จะให้ความรู้ให้เขารู้ว่ามีพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับเขาอยู่นะ มีการฟื้นฟูคนพิการอยู่นะ พระราชบัญญัติเหล่านั้นเขารู้หรือไม่ ดิฉันเคยทำเรื่องนี้นะคะ เคยไปให้ความรู้กับคนพิการในแต่ละตำบล เขาดีใจมากเลยค่ะ แต่ถ้าจะให้เขาไปไหน ๆ เขาไปไม่ได้หรอกค่ะ เขาไปยากมาก แม้แต่จัดงานวันคนพิการ ถ้าคุณจะจัดตรงที่ไกล ๆ ให้เขาได้ไปยากมากจะต้องมีคนพาไปอันนี้เป็นกองทุนที่ดิฉันเห็นว่าควรจะต้องได้รับการ ประเมินอย่างจริงจัง แล้วก็ให้พี่น้องประชาชนที่เป็นเจ้าของที่จะได้รับผลประโยชน์เข้าถึง ดิฉันอยากพูดถึงอีกกองทุนหนึ่งนะคะ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี กองทุนนี้เป็นกองทุน ที่ยังกำลังประเมินอยู่ ยังไม่ได้รับการรับรองจาก สตง. มี ๓ กองทุนที่ยังไม่ได้รับรองจาก สตง. ก็คือกองทุนผู้สูงอายุ กองทุนพัฒนาบทบาทสตรีและกองทุนน ้ามันเชื้อเพลิง กองทุนพัฒนา บทบาทสตรีนี้เมื่อก่อนยังไม่ได้ควบรวมเป็นกองทุนพัฒนาบทบาทสตรีในแต่ละจังหวัด ซึ่งได้รับการจัดสรรงบประมาณตามจังหวัดขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ โดยสมัยนั้นต้องขออภัย ที่เอ่ยนามนะคะ ท่านยิ่งลักษณ์เป็นนายกรัฐมนตรี จังหวัดใหญ่น่าจะ ๑๒๐ ล้านนะคะ จังหวัดขนาดกลาง ๑๐๐ ล้าน และจังหวัดขนาดเล็ก ๘๐ ล้าน การดำเนินการเป็นไปโดย ผู้หญิง เพื่อผู้หญิง เพื่อพัฒนาองค์กรสตรี เพื่อพัฒนาแก้ปัญหาของสตรี ดิฉันเป็นประธาน จังหวัดศรีสะเกษท่านเชื่อไหมคะว่า ดิฉันใช้เงินอุดหนุนแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนในเรื่องของ ท้องไม่พร้อมลดลงอย่างมีนัยที่สำคัญ และครอบครัวความอบอุ่นในครอบครัวก็มีนัยที่สำคัญ ที่ทำให้เกิดผลดีขึ้น โดยใช้กองทุนนี้ค่ะ เงินอุดหนุนที่แต่ละจังหวัดจะได้รับจัดสรรนี่ละ ดิฉันเคยได้รับเชิญให้มาที่รัฐสภาโดยอนุกรรมาธิการกิจการสตรีเด็กและเยาวชนของวุฒิสภา ท่านได้สอบถามการใช้กองทุนนี้ของจังหวัดศรีสะเกษ และคณะกรรมการทุกท่านมีความพึงพอใจ แล้วท่านก็ได้ถามคำถามหนึ่งดิฉันว่า ยินดีไหมที่จะให้กองทุนนี้ไปขึ้นอยู่กับกรมพัฒนาชุมชน ดิฉันบอกว่า ไม่ยินดี เพราะว่าเมื่อกองทุนนี้เพื่อสตรี เพื่อเด็ก เพื่อเยาวชน การบริหารจัดการ ที่ผ่านมาสตรีเขาบริหารกัน จริง มันอาจจะล้มลุกคลุกคลาน มันอาจจะมีไม่ดีบ้าง สำเร็จบ้าง ไม่สำเร็จบ้าง ถ้าเปรียบเหมือนต้นไม้มันกำลังงอกขึ้นมานะคะ แต่ท่านถ้าจะเอาอะไรสักอย่างหนึ่ง มาครอบมันไว้ไม่ให้มันเจริญเติบโตต่อ แล้วท่านจะบอกว่าท่านอยากพัฒนาสตรีได้อย่างไร ท่านอยากพัฒนาองค์กรชาวบ้านให้เขามีความรู้ได้อย่างไร การลองผิด ลองถูกในปีแรก สมัยแรกเป็นเรื่องปกติ ท่านต้องใจเย็น ท่านต้องอดทนเพื่อจะดูมันเจริญงอกงาม แต่ไม่ใช่ ท่านก็เอาไปควบรวมโดยถ้ากองทุนหมุนเวียนตัวนี้จะเป็นท่านอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธาน เมื่อมีการควบรวมแล้วก็มีการเปลี่ยนแปลง เงินที่จะใช้ตรงนี้ก็คือเงินส่งเสริม อาชีพ เงินกู้ยืมดอกเบี้ยต ่าเพื่อให้สตรีได้ไปแก้ปัญหาในเรื่องอาชีพในการเสริมรายได้ หรือพัฒนาองค์กรของเขา หรือแก้ปัญหาที่เกี่ยวกับเด็กและสตรี ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของ ประเทศ วันนี้ท่านเชื่อไหมคะว่า เศรษฐกิจมันย ่าแย่ขนาดนี้แล้วกู้เงินไปแล้วมันจะมีโอกาส ได้ส่งคืนสักเท่าไร ในปีแรก ๆ ที่เราดำเนินกิจการหนี้เสียไม่ถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ค่ะ เราเก็บเงินได้ค่ะ สตรีมีความพร้อม มีความซื่อสัตย์นะคะ แต่หลัง ๆ มานี่เราต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจมันย ่าแย่จะมาเสียค่าปรับอยู่ ๗ เปอร์เซ็นต์อะไร เหมือนธนาคารทั่วไปจะทำได้อย่างไร เพราะฉะนั้นตรงนี้ท่านในหลวงรัชกาลที่ ๙ พระองค์ ทรงตรัสไว้ว่า ขาดทุน คือ กำไร ขาดทุนคือกำไรนะคะท่านประธาน บางอย่างเราต้องยอม ขาดทุนบ้าง เพื่อจะได้กำไรในอนาคต ถ้าเราสร้างคน สร้างอาชีพให้เขามั่นคง มีความเป็นอยู่ ที่ดีขึ้นนั่นคือกำไร เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากเรียนต่อคณะกรรมการว่า พันธกิจของกองทุน พัฒนาบทบาทสตรีมันเป็นเรื่องปฏิรูปที่ดิน การจัดรูปที่ดิน การอะไรก็ไม่รู้ท่านลองไปอ่านดู มันน่าจะไม่สอดคล้องกับกองทุนนี้ ดิฉันสงสัย เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากไปว่า ให้พิจารณา ด้วยว่าควรจะอย่างไร ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป เชิญท่านคุณหมอกิตติศักดิ์ครับ🔗

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย วันนี้เป็นรายงานสรุปผลการดำเนินงานของกองทุนหมุนเวียน ประจำปีบัญชี ๒๕๖๒ ซึ่งผมได้อ่านของทางกรมบัญชีกลางที่ได้ทำรายงานการดำเนินงาน ในภาพรวม ซึ่งก็ต้องบอกว่าเรามีกองทุนดี ๆ มากมายในประเทศไทย ซึ่งถือว่าจะสร้าง ประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนในหลาย ๆ มิติ ซึ่งต้องขอขอบคุณทางกรมบัญชีกลาง ที่ได้เป็นเจ้าภาพในการประเมินผลการดำเนินงานของกองทุนนะครับ ซึ่งตาม พ.ร.บ. การบริหารเงินหมุนเวียน พ.ศ. ๒๕๕๘ มาตรา ๓๑ และมาตรา ๓๕ ได้กำหนดให้ กรมบัญชีกลางมีหน้าที่ประเมินผลการดำเนินงาน ซึ่งผลการดำเนินงานก็จะอยู่ ๖ ด้าน ด้านการเงิน ด้าน ๒ ประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ด้านการปฏิบัติการ ด้านการบริหาร จัดการเงินทุนหมุนเวียน ด้านการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริหารเงินทุนหมุนเวียน พนักงานหรือลูกจ้าง แล้วก็ด้านตอบสนองต่อนโยบายรัฐ ซึ่งก็ต้องบอกว่าจริง ๆ แล้ว มันเหมือนงานฝาก แต่ว่ามันเป็นเงินของพี่น้องประชาชนถึง ๔.๓ ล้านล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็น เงินจำนวนมหาศาล มากกว่างบประมาณของประเทศด้วยซ ้าไป ซึ่งทั้งหมด ๑๑๕ กองทุน ซึ่งเข้าสู่ระบบการประเมิน ๙๑ กองทุนมีทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืม ๑๔ ทุน ทุนหมุนเวียน เพื่อการบริการ ๖ ทุน เพื่อสงเคราะห์สวัสดิการสังคม ๑๗ ทุน เพื่อสนับสนุนและส่งเสริม อีก ๔๘ ทุน ก็ต้องบอกว่าการดำเนินงานในภาพรวมที่ท่านประเมินไว้เป็นค่า ๓.๙๐๘๓ มีการผ่านการประเมิน ๔๕ ทุน ต้องปรับปรุงอีก ๔๔ ทุน แล้วไม่ผ่านการประเมินอีก ๘ ทุน ซึ่งกองทุนที่ได้รับคะแนนต ่าสุดก็คือกองทุนพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา ทุนหมุนเวียน กรมการท่าอากาศยาน กองทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของรัฐ แล้วก็กองทุนฟื้นฟูและพัฒนา เกษตรกร กองทุนพัฒนาผู้ประกอบการเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่เราต้อง มาให้ความสนใจ เพราะว่ามันเป็นเงินของพี่น้องประชาชน ซึ่งถ้าจะทำให้เกิดประโยชน์ตาม สิ่งที่คาดหวังไว้ ผมคิดว่าจะเกิดประโยชน์มหาศาลกับพี่น้องประชาชน เรามีกองทุนดี ๆ อีกเยอะ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ซึ่งถือว่ามีคุณูปการมาก แล้วผมก็ไม่ทราบว่าตอนนี้การเข้าถึงกองทุนนี้ในแต่ละหมู่บ้าน ผมอยากให้ลงไปถึงหมู่บ้าน หลายกองทุนมันอยู่แค่ระดับจังหวัด มันอยู่แค่ระดับอำเภอ แต่ไม่โปร่งถึงระดับหมู่บ้าน แล้วก็กองทุนอันนี้ต้องบอกว่ากองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ถือว่าเป็นกองทุน ที่ทุกท่านเห็นประโยชน์ของกองทุนแห่งนี้อยู่แล้ว แต่ว่ากองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปีนี้ก็ผ่านเกณฑ์ประเมิน แปลว่าคะแนนลดลงปี ๒๕๖๒ ๔.๗ ปี ๒๕๖๑ ๔.๙ แต่ว่าที่ผมดูจากหลักประกันสุขภาพ แห่งชาติต้องบอกว่าถือว่าชื่นชมในประโยชน์ของกองทุนและเป็นกองทุนที่มีการปฏิบัติงาน ที่ผมได้เข้าไปใกล้ชิดก็ถือว่ามีธรรมาภิบาล แล้วก็มีประโยชน์กับพี่น้องประชาชนแล้วก็ทำงาน ในเชิงรุก แต่บางอย่างก็ต้องบอกว่าเราเจอปัญหาปีที่แล้วที่ สปสช. เอาเงินกองทุนไปใช้จัดซื้อ เอทีเค (ATK) ไม่ได้ ต้องไปผ่านโรงพยาบาลราชวิถี ต้องไปผ่านองค์การเภสัชกรรมแล้ว ถึงจะไปให้กับหน่วยบริการ ซึ่งอันนี้ผมคิดว่าอาจจะเป็นโจทย์ที่ท่านต้องรับข้อร้องเรียนต่าง ๆ เพื่อไปพัฒนาระเบียบกองทุนเพื่อจะทำให้กองทุนหลักประกันสุขภาพสามารถจะเป็น ผู้ที่สามารถจะจัดซื้อจัดจ้างได้เอง ซึ่งอันนี้ต้องไปแก้ที่ระเบียบของกองทุนด้วยนะครับ แล้วก็ ในส่วนของกองทุนการแพทย์แผนไทย อันนี้ก็ต้องบอกว่าเราก็ยังต้องปรับปรุงอีกเยอะนะครับ เพราะว่าการแพทย์แผนไทยทำอย่างไรเราจะทำให้การแพทย์แผนไทยทำให้เกิดประโยชน์ คุ้มค่ากับการสาธารณสุขของประเทศไทย แล้วก็เป็นตัวเลือกของประชาชนในการที่จะรักษา โรคต่าง ๆ นะครับ🔗

ส่วนกองทุนหมุนเวียนเพื่อจัดทำป้ายทะเบียนรถ อันนี้เงินจำนวนมาก มหาศาล ก็อยากให้ตรวจสอบว่าการเอาเงินกองทุนไปใช้เพื่อประโยชน์ทางด้านการคมนาคม มีการเสนอโครงการที่โปร่งใสหรือเปล่า การเอาไปดำเนินงานในโครงการต่าง ๆ ผมคิดว่า จะเกิดประโยชน์ในเรื่องของการคมนาคม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการขับขี่ปลอดภัย เรื่องของการเคารพกฎจราจร แล้วก็เรื่องอื่น ๆ ที่ทำให้อัตราการตายในท้องถนนเราลดลง ประเทศไทยเราถือว่าเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกที่มีอุบัติเหตุ เสียชีวิตจากอุบัติเหตุอันดับต้น ๆ ของประเทศ และกองทุนปฏิรูปที่ดิน กองทุนพัฒนาบทบาทสตรี กองทุนเพื่อความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนน กองทุนผู้สูงอายุ กองทุนอาหารกลางวันในเด็กประถมศึกษา กองทุน การแพทย์ฉุกเฉิน กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง อันนี้เป็นสิ่งที่ดีมาก ๆ นะครับ แล้วก็ต้อง นำเรียนว่าตอนนี้ผมเข้าใจนะครับว่ากรมบัญชีกลางก็มีบุคลากรคนค่อนข้างจำกัดนะครับ แล้วก็ต้องมาประเมินผล ซึ่งผมเห็นว่าที่ท่านเขียนว่ามีคณะกรรมการกำกับดูแล ๓ คณะ คณะกรรมการนโยบายบริหารทุนหมุนเวียน ๑ คณะ ๒. คณะกรรมการประเมินผลการ ดำเนินงาน และ ๓. คณะจัดทำบันทึกข้อตกลงและการประเมินผล ซึ่งก็นำเรียนนะครับว่า ในสิ่งที่ท่านประมาณบางทีมันเป็นแต้ม ผมอยากให้ท่านประมาณในเรื่องของการ มีประโยชน์กับพี่น้องประชาชนให้มากขึ้นนะครับ เห็นด้วยกับอาจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ว่าอยากให้วิเคราะห์และทำให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนให้มากกว่านี้ ให้มากที่สุดนะ ครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านพิสิฐครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมขอขอบคุณกรมบัญชีกลางนะครับที่ได้ทำรายงานฉบับนี้ โดยรวบรวมข้อมูลของของกองทุนต่าง ๆ ทั้ง ๑๑๕ กองทุนมาไว้ด้วยกันนะครับ ซึ่งจะเป็น ประโยชน์ต่อผู้ที่จะศึกษาเรื่องเกี่ยวกับกองทุนของหน่วยงานต่าง ๆ นะครับ กองทุนต่าง ๆ ที่เรามีอยู่ร้อยกว่ากองทุนเหล่านี้นะครับ แท้ที่จริงแล้วเป็นส่วนหนึ่งของระบบการคลัง เป็นส่วนเสริมของระบบงบประมาณแผ่นดินที่เราดูแลกันในแต่ละปี ซึ่งมีงบ ๓ ล้านล้านบาท แต่ว่าของกองทุนต่าง ๆ ที่ท่านรวบรวมมาตัวเลขนี้กระโดดไปถึง ๔ ล้านล้านบาทนะครับ ก็ดูประหนึ่งเหมือนกับว่าเงินในกองทุนเหล่านี้มีมากมายมหาศาลนะครับ แล้วก็เป็นที่เข้าใจ กันว่าน่าจะเอามาใช้ประโยชน์มากกว่านี้นะครับ ซึ่งกระผมเองก็คิดว่าข้อมูลที่ท่านรวบรวมไว้ ซึ่งก็เป็นไปตามกฎหมายว่าจะต้องทำภาพรวมนี่ ภาพรวมที่ว่านี้หากท่านทำในลักษณะนี้มัน จะทำให้เกิดความไขว้เขวว่าเงินเรามีเยอะและเราควรต้องมาจัดการให้ดีกว่านี้ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ในบรรดา ๔ ล้านล้านบาทที่เรามีปรากฏอยู่ กว่าครึ่งเป็นของกองทุนประกันสังคมนะครับ กองทุนประกันสังคมเป็นเงินของลูกจ้างที่เขาจ่ายสะสมแล้วรัฐก็สมทบนายจ้างก็จ่ายสมทบ เพราะฉะนั้นจริง ๆ เงินกว่าครึ่งเราไปแตะต้องไม่ได้ ไม่ควรจะอยู่ในรูปของกองทุนที่ท่านมา รวบรวมไว้ในที่นี้นะครับ หรือแม้กระทั่งกองทุน กบข. ของข้าราชการเป็นเงินออมของเขาที่เขา ใช้เก็บเพื่อยามเกษียณนะครับ มีเงินกว่า ๑ ล้านล้านบาท ก็เป็นอีกก้อนหนึ่งที่เราไปแตะต้องไม่ได้ นะครับ ท่านก็จะเห็นได้ว่าใน ๔ ล้านล้านบาทที่ท่านรวบรวมมา สองในสาม สามในสี่ไม่ใช่ เงินของรัฐบาลนะครับ เป็นเงินที่มันมีฐานะ มีกฎหมายที่บังคับอยู่แล้วว่าเป็นเงินของผู้ที่มี ผมใช้คำว่าสเตกโฮลเดอร์ (Stakeholder) ก็คือผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หรือแม้กระทั่งเงินที่มี ฐานะเป็นนิติบุคคลต่าง ๆ ก็มักจะมีกฎหมายรองรับอย่างเช่น เงินของกองทุนน ้ามันที่จะไม่มีการ กู้เงินต่อไปในเดือนหน้านี้มีเงินกว่า ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้วก็ฝากไว้ที่กระทรวงการคลัง กระทรวงการคลังก็เก็บเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเงินคงคลัง ก็เป็นอีกก้อนหนึ่งที่เราไปแตะต้อง ไม่ได้ เพราะว่ามีกฎหมายบังคับเฉพาะอยู่แล้วว่าไม่อาจที่จะใช้เพื่อการอื่นก็ต้องใช้เพื่อพยุง ราคาน ้ามันเท่านั้นเป็นต้น เพราะฉะนั้นผมจึงอยากจะขอเน้นในประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของการ จัดหมวดหมู่ของกองทุนครับว่าที่ท่านจัดหมวดหมู่มา ๕-๖ ประเภทนั้น มันไม่เกิดประโยชน์ ในการวิเคราะห์หรือประเมินนะครับ จริง ๆ ท่านจะต้องเลือกเฉพาะกองทุนที่มีลักษณะคล้าย กับงบประมาณ คือมีแหล่งรายได้หลักมาจากรัฐบาลหรือไม่ก็เป็นรายได้ที่รัฐบาลกำหนดให้ แล้วก็เป็นงานในลักษณะที่เป็นลักษณะส่งเสริมสนับสนุนนโยบายมากกว่าที่มีอยู่แล้วของ กองทุนประกันสังคมก็ดี กบข. ก็ดีนะครับหรือกองทุนอีกหลาย ๆ กองทุนที่เขามีกฎหมาย รองรับอยู่แล้ว ท่านจะต้องจัดอีกหมวดหมู่หนึ่ง แล้วก็ถือว่ามีลักษณะที่เหมือนกับเป็น รัฐวิสาหกิจอย่างหนึ่ง เพราะฉะนั้นก็อยากจะขออนุญาตฝากประเด็นนี้ไว้ว่า ในการจัด หมวดหมู่ครั้งต่อไป หากท่านจะมีการจัดหมวดหมู่ให้ชัดเจนกว่านี้ เราก็จะเห็นประโยชน์ ในส่วนนี้จะเป็นการขยายบทบาทของการวิเคราะห์ของท่านที่จะช่วยในการวิเคราะห์ งบประมาณ วิเคราะห์ระบบการคลัง เพราะทุกวันนี้มีปัญหาว่า เราอาจจะมีการพยายามจะ ใช้เงินในระบบงบประมาณแผ่นดิน แต่เมื่อจ่ายไปแล้วจะไปจมอยู่ในกองทุนต่าง ๆ แล้วก็ ไม่ออกไปนอกระบบ ก็คือไม่ออกในระบบออกไปอยู่ในระบบเอกชนเป็นตัวพัก เป็นบ่อพัก ของเงินราชการของเงินแผ่นดินซึ่งจะทำให้ประสิทธิภาพของการใช้จ่าย มันก็จะไม่ได้ตามที่ เราประสงค์นะครับ เพราะฉะนั้นการวิเคราะห์ในส่วนนี้ให้มันชัดเจนกว่านี้ก็จะช่วย ในขณะเดียวกันจริง ๆ แล้ว ถ้าเราจะวิเคราะห์เรื่องต่อไปยังมีเงินอีกหลายประเภท ที่มีลักษณะคล้าย ๆ กับเงินกองทุนที่เราว่ากันในนี้นะครับ ก็อย่างเช่นเงินทุนหรือเงิน ในหน่วยงานต่าง ๆ ที่เรียกว่า เงินนอกงบประมาณจะมีวิธีการไหนไหมครับ ที่เราจะจัดข้อมูล เหล่านี้ให้มาอยู่ด้วยกัน เราจะได้เห็นชัดคำว่า เงินนอกงบประมาณเหล่านั้นมีจำนวนเท่าใด อย่างเช่น เงินเกี่ยวกับเรื่องของการศึกษา มหาวิทยาลัยต่าง ๆ โรงเรียนต่าง ๆ มีเงินจาก ค่าเล่าเรียนที่เป็นเงินนอกงบประมาณ จริง ๆ บัญชีเหล่านั้นก็เป็นบัญชีเงินทุนหมุนเวียน เหมือนกัน เพียงแต่ว่าท่านไม่ได้รองรับไว้นะครับ เพราะฉะนั้นเอาเป็นว่าในช่วงต้น ท่านอาจจะดูเฉพาะเงินที่มาจากงบประมาณก่อนก็ได้ ว่าเงินที่เราจ่ายจากงบประมาณเข้าสู่กองทุน กองทุนเหล่านี้มีพฤติกรรมในการเบิกจ่ายในการ ใช้จ่าย ในการจ่ายเงินให้เกิดประสิทธิภาพประสิทธิผลอย่างไร เพื่อให้ท่านได้ปฏิบัติตาม หน้าที่ ตามภารกิจที่มีปรากฏอยู่ใน พ.ร.บ. เงินทุนหมุนเวียนนะครับ ผมก็คิดว่าข้อมูลที่ท่าน ให้มาก็เป็นประโยชน์ แต่ว่ายังมีโอกาสที่จะปรับปรุงข้อมูลเหล่านั้นได้ อย่างเช่น ที่ท่านระบุ ชื่อคณะกรรมการต่าง ๆ ในแต่ละกองทุนเพื่อจะให้เกิดแอ็กเคานทะบิลิตี (Accountability) หรือเกิดความรับผิดชอบ ท่านระบุชื่อมาเลยครับว่าใครขับบ้างที่เป็นผู้บริหารกองทุน อย่าระบุแต่ตำแหน่ง อย่าระบุแต่ผู้ทรงคุณวุฒิเท่านั้น ระบุชื่อเลยครับว่าเป็น นาย ก นาย ข นาย ค เพื่อจะให้เกิดการติดตามดูแลกันว่า ท่านใดทำงานจริงหรือเปล่าหรือไม่จริง มันจะเป็นหลักฐานในการประเมินผลได้ต่อไปนะครับ อันนี้ก็จะเป็นวิธีการหนึ่งที่จะทำให้ การบริหารกองทุนมีประสิทธิภาพมากขึ้น🔗

สุดท้ายครับท่านประธาน กองทุนต่าง ๆ ทั้ง ๑๐๐ กว่ากองทุนจริง ๆ ควรจะ ส่งต่อไปให้คณะกรรมาธิการการเงินการคลังของสภาผู้แทนราษฎร ได้เชิญผู้จัดการกองทุน แต่ละกองทุนมานำเสนอ เหมือนกับที่เรามีกรรมาธิการงบประมาณวิสามัญที่พิจารณา งบประมาณประจำปีเราก็เชิญหน่วยงานต่าง ๆ มาชี้แจงนำเสนอฉันใด กองทุนเหล่านี้ ควรจะต้องให้คณะกรรมาธิการการเงินการคลัง ได้เชิญมาชี้แจงให้ข้อมูลนะครับ แต่ละแห่ง ควรจะอย่างน้อยมาชี้แจงปีละหนึ่งครั้ง ก็จะทำให้เราสามารถที่จะให้เกิดการติดตาม และประเมินผลการทำงานของกองทุนได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๓ ท่าน ต่อไปนะครับ มีท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ท่านธนกร ไชยกุล ท่านวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชิญท่านโกวิทย์ พวงงาม ครับ🔗

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพครับ ผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท นครศรีธรรมราช ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอ ร่วมอภิปรายสรุปผลการดำเนินงานของทุนหมุนเวียน ประจำปีบัญชี ๒๕๖๒ เพื่อที่จะได้ให้ ข้อคิดเห็น เสนอแนะในส่วนที่ท่านได้ทำรายงานเข้ามาต่อสภานี้นะครับ ก่อนอื่นต้องขอชมเชย รายงานว่า มีความละเอียดในการจัดทำมากกว่าปีก่อนนะครับ ก็ขอชมเชยไว้ด้วย ท่านประธานครับ ผมมีข้อสรุปว่า การทำรายงานของผลการดำเนินงานของทุนหมุนเวียน แต่ละประเภท ก็ชมเชยด้วยว่าได้แยกแยะประเภทกองทุน แล้วก็ไปทำสรุปแต่ละประเภท กองทุน ไม่ว่าจะเป็นกองทุนกู้ยืม กองทุนจำหน่ายและการผลิต กองทุนเพื่อบริการ กองทุน เพื่อสงเคราะห์และสวัสดิการ และกองทุนเพื่อสนับสนุนและส่งเสริม เป็นต้น ซึ่งแต่ละกองทุน ไปปรากฏผลรวมอยู่ในหน้า ก ตั้งแต่หน้า ก ๙ ถึง ก ๑๑ จะทำให้เราเห็นอยู่ ๓ เรื่อง ของผลประเมินก็คือ กองทุนแต่ละประเภทที่ผมกล่าวถึง รวมทั้งผลรวมในหน้าที่ผมได้ กล่าวแล้ว ทำให้ทราบถึงว่ากองทุนนั้นผ่านหรือไม่ผ่าน โดยใช้ค่าเฉลี่ยของค่าคะแนน จะปรากฏว่าผ่านปรับปรุงและฟื้นฟู ใน ๓ ประการนั่นคือเป็นประเด็นที่หนึ่งทำให้เรา ทราบว่ากองทุนใดบ้าง ถ้าตกชั้นก็แปลว่าต้องฟื้นฟูหรือต้องแก้ไข แล้วก็บางส่วนในตรงกลาง ก็ปรับปรุง ถ้าผ่านก็ถือว่ากองทุนนั้น ๆ ได้ผ่าน แต่ประเด็นของผม ผมอยากจะแนะนำไว้ว่า ในข้อสังเกตที่อยู่ในที่ท่านมาในข้อสังเกต ผมอยากเสนอแนะว่าอันนี้จะเป็นประโยชน์ว่ากองทุนที่ต้องฟื้นฟูหรือแก้ไขเหมือนกับว่า ไม่ผ่าน ท่านจะมีวิธีการอย่างไร ซึ่งไม่ปรากฏพบในข้อสังเกตและข้อเสนอแนะที่ปรากฏ อยู่ในรายงาน หมายความว่าเราต้องเอาที่ผ่านไม่ต้องพูดถึงนะครับ แต่ว่าที่ต้องปรับปรุง ก็น่าจะสนใจว่ามีกองทุนโดยรวมต้องปรับปรุงอย่างไรบ้าง ซึ่งปรากฏแล้ว แต่ไม่ได้ปรากฏ ในข้อสังเกตต่อรัฐบาล หรือต่อหน่วยที่เกี่ยวข้องหรือกองทุนนั้น ๆ ที่ต้องไปปรับปรุงแก้ไข ผมว่าอันนี้ยังมีจุดอ่อนในรายงานเล่มนี้นะครับจึงขอแนะนำต่อท่านประธานให้ดำเนินการ ด้วยเพื่อสภานี้ได้ทราบว่าท่านได้ปรับปรุงเพื่อทำให้กองทุนนั้นพัฒนาหรืออย่างไร หรือเหมือนที่สมาชิกหลายท่านพูดว่า บางกองทุนอาจจะต้องมาควบรวม หรือมาดำเนินการ ให้มันพัฒนายิ่งขึ้นได้อย่างไร นั่นก็คือในข้อสังเกต🔗

ในประเด็นต่อมาผมเข้าใจว่า ในแต่ละกองทุนท่านก็จะมีองค์ประกอบ ผมได้พูดไปเมื่อคราวก่อน ๓ เรื่องขอทวนซ ้าอีกทีหนึ่งว่า ข้อที่ ๑ ผมคิดว่าการให้ประชาชน ผู้มีส่วนได้เสียได้มีส่วนเข้าถึงกองทุนเป็นเรื่องสำคัญ ท่านอาจจะประชาสัมพันธ์ในสื่อ ออนไลน์ (Online) หรือว่าส่งไปยังหน่วยที่เกี่ยวข้องในส่วนราชการนั้น ๆ ให้เข้าถึงพื้นที่ แล้วเข้าถึงผู้ที่จะรับประโยชน์จากกองทุน ผมว่านี่เป็นประการที่ ๑ สำคัญที่สุด🔗

ในประการที่ ๒ ผมไปดูองค์ประกอบของกองทุนหลายกองทุน พบว่า ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นข้าราชการระดับปลัดกระทรวง อธิบดี และผู้ทรงคุณวุฒิเข้ามาในการ เป็นกรรมการกองทุน แล้วก็ส่วนหนึ่งที่จะขาดหายไปก็คือผู้มีส่วนได้เสีย ที่เกี่ยวข้องกับ กองทุนนั้น ๆ ผมขอยกตัวอย่างกองทุนสงเคราะห์เกษตรกร หรือกองทุนหนี้สินครู เป็นต้น ผมเข้าใจว่าไม่มีครูตัวแทนครูที่เข้าไปนั่ง หรือไม่มีเกษตรกรที่เข้าไปนั่งในกองทุนนั้น ๆ จึงเสนอแนะว่าลองปรับปรุงระเบียบหรือกฎเกณฑ์ของกองทุนในการที่จะทำให้คนที่ เกี่ยวข้องกับกองทุนนั้น ๆ ในฐานะผู้มีส่วนได้เสียได้เข้าไปพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ในกองทุน เพราะจะทำให้กองทุนนั้นได้ตอบโจทย์ต่อผู้ที่มีส่วนได้เสียโดยตรง นั่นเป็นประการต่อมา ที่ผมอยากจะแนะนำไว้🔗

ในประการสุดท้าย ผมเข้าใจว่าในการทำรายงานเพื่อจะเป็นประโยชน์ที่จะ ดำเนินการต่อในคราวต่อไป นอกจากที่ผมเสนอว่าในกองทุนที่ต้องฟื้นฟูซึ่งมีอยู่หลายกองทุน เรามองเห็นอยู่แต่เราไม่เห็นว่าข้อที่เขาด้อยคืออะไร ผมยกตัวอย่างในจุดดีอยู่บ้างก็คือ ท่านได้ประเมินแต่ละด้านด้วย ด้านที่ ๑ ด้านที่ ๒ ด้านที่ ๓ ด้านที่ ๔ ถึงด้านที่ ๖ เพราะฉะนั้น ในแต่ละด้านกองทุนก็มีจุดอ่อน จุดดีที่แตกต่างกันไป เพราะฉะนั้นถ้าได้ประมวลสิ่งเหล่านี้ ผมคิดว่าก็จะเป็นประโยชน์ต่อสภานี้ที่ทำให้เราเห็นว่า ๙๐ หรือ ๑๐๐ กว่ากองทุน ยังมีกองทุนที่ต้องปรับปรุงและพัฒนาที่ท่านได้บอกไว้ก็ถูกต้อง แต่เราไม่รู้ด้านอย่างไร ด้านไหนบกพร่องแตกต่างกันอย่างไร อันนั้นคือเป็นประการสุดท้าย จึงขอนำเรียน ท่านประธานว่าสิ่งที่ผมได้พยายามอธิบาย แล้วก็ส่งต่อไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องกับกองทุน ได้ปรับปรุงและพัฒนาเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนที่รับประโยชน์จากกองทุนนี้ให้มากที่สุด เท่าที่จะมากได้ ขอบคุณท่านประธานนะครับที่ได้ให้โอกาสผมได้เรียนต่อผู้เกี่ยวข้อง ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน ต่อไปครับ ท่านธนกร ไชยกุล ครับ🔗

นายธนกร ไชยกุล ยโสธร

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายธนกร ไชยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ต่อข้อคิดความเห็นของรายงานสรุปผลการดำเนินงานของทุนหมุนเวียนประจำปีบัญชี ๒๕๖๒ ผมใคร่ขออนุญาตแสดงความคิดเห็นนะครับ นอกเหนือจากที่ท่านผู้มีเกียรติหลาย ๆ ท่านได้ ให้ข้อคิดความเห็น ก่อนอื่นผมเองต้องขอชื่นชมต่อกรมบัญชีกลางที่ได้จัดทำรายงาน ซึ่งเคย ยื่นมาแล้วเมื่อเดือนมกราคม ๒๕๖๔ แล้วก็ได้เอาข้อคิดความเห็นของสมาชิกของพวกเราไป ปรับแก้ไข แล้วก็มานำเสนอ สิ่งที่ผมกราบเรียนนะครับ ๑. ผมเองก็ต้องขอชื่นชมว่าในการ ทำรายงานซึ่งเป็นภาพรวมแน่นอนนะครับ ทุนหมุนเวียน กองทุนหมุนเวียนทั้งหมด ๑๑๕ กองทุน และแต่ละกองทุนก็มีวัตถุประสงค์ มีภารกิจที่แตกต่างกัน เพราะฉะนั้นในการที่เรา สรุปประเมินผลต่าง ๆ ก็คงเป็นความยุ่งยากพอสมควร แต่เหนือสิ่งอื่นใดวัตถุประสงค์ของ แต่ละกองทุน เป้าประสงค์สุดท้ายก็คือเพื่อประชาชน ในการที่พัฒนาให้ประชาชนได้มี คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นในทุก ๆ มิติ ในทุกระดับของพี่น้องประชาชนของเรา สิ่งที่ผมขอตั้งเป็น คำถามต่อกรมบัญชีกลาง ๒-๓ เรื่อง ในรายงานในหน้า ๓ ทุนหมุนเวียนที่มีสถานะไม่พร้อม ในการประเมินผลดำเนินงาน ๙ กองทุน ๒.๑ ทุนหมุนเวียนที่อยู่ระหว่างดำเนินการยุบเลิก ๓ กองทุน ได้แก่ กองทุนหมุนเวียนเพื่อพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาเอกชน กองทุนช่วยเหลือ เยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และกองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย ซึ่งอยู่ระหว่างการ ยุบเลิก ผมเองก็อยากจะทราบเหตุผลว่าการที่เราจะยุบเลิกกองทุนต่าง ๆ มีเหตุผลอย่างไร เพราะว่าแน่นอนที่กราบเรียนว่ากองทุนแต่ละกองทุนมีภารกิจ มีวัตถุประสงค์ที่มีความ ชัดเจนเกิดข้อผิดพลาด หรือเกิดปัญหาใดเราถึงจะต้องยุบ ทั้ง ๆ ที่ผมกราบเรียนแล้วว่า ในกองทุนแต่ละกองทุนเป้าประสงค์ก็คือเพื่อประชาชน เพื่อเยาวชน ข้อ ๒.๒ ทุนหมุนเวียน ที่อยู่ระหว่างการรวมทุนหมุนเวียน ๑ ทุน ได้แก่ กองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรมจังหวัด เนื่องจากมีวัตถุประสงค์ในด้านการส่งเสริมวัฒนธรรมที่ซ ้าซ้อนกับกองทุนส่งเสริมงาน วัฒนธรรมจึงไม่ได้มีการประเมิน แล้วก็เรื่องที่ ๒.๔ ที่ผมให้ความสนใจเป็นพิเศษ ทุนหมุนเวียนที่ยังไม่มีการดำเนินงานตามภารกิจและวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งจำนวน ๑ กองทุน ได้แก่ กองทุนเพื่อพัฒนาการอาชีวศึกษา และฝึกอบรมวิชาชีพ ผมเชื่อว่ากองทุน เพื่อพัฒนาการอาชีวศึกษาและฝึกอบรมวิชาชีพนี้เป็นกองทุนที่จัดตั้งขึ้นมาตาม พ.ร.บ. การอาชีวศึกษา ปี ๒๕๕๑ ซึ่งก็มีเป้าประสงค์ในการที่จะสนับสนุนและส่งเสริมการจัดการเรียน การสอนสายอาชีวศึกษาให้มีความพัฒนาเจริญในการที่เราจะผลิตลูกหลานเด็ก ๆ นักเรียน นักศึกษา ให้ก้าวทันเทคโนโลยีและการพัฒนาประเทศ แล้วก็เชื่อว่ากองทุนนี้จัดตั้ง มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ผมเองก็เป็นห่วงว่าทำไมถึงยังไม่มีการดำเนินการตามวัตถุประสงค์ อยากจะขอฟังเหตุผล แล้วผมข้ามไปข้อหนึ่งขอโทษด้วยนะครับ ๒.๓ ทุนหมุนเวียนที่ตั้งขึ้นใหม่ และอยู่ระหว่างการเตรียมความพร้อม กองทุนเพื่อการพัฒนาการตรวจเงินบัญชี กองทุน ส่งเสริมร่วมทุนระหว่างรัฐและเอกชน กองทุนพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจตะวันออก และกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ ซึ่งตัวนี้ก็พอเข้าใจได้ว่าอยู่ระหว่างการเตรียมการ ดำเนินงาน เพราะฉะนั้นผมอยากจะขอฟังคำชี้แจงนิดหนึ่งจากกรมบัญชีกลาง ในฐานะเป็น หน่วยงานในการดูแลกำกับ🔗

สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะฝากเป็นเรื่องสุดท้ายในเรื่องของกองทุน ในเรื่องของการ ทำรายงาน นอกจากที่ท่านจะแยกประเภทออกมาให้เห็นชัดเจนแล้ว การดำเนินการต่าง ๆ ซึ่งมีรายได้สูงกว่ารายจ่าย ถ้าหากว่าเป็นไปได้อยากจะให้มีความชัดเจนในเรื่องของบาง กองทุนที่จะต้องฟื้นฟูกองทุนที่ต้อง ผมใช้คำว่า ขาดทุน แล้วกันนะครับ เป็นผลมาจาก เรื่องใดบ้าง เป็นข้อคำถามที่ฝากทางท่านผู้ชี้แจงได้โปรดชี้แจงด้วยครับ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ครับ🔗

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงราย ผมขอแสดงความคิดเห็นในรายงานสรุป ผลการดำเนินงานของกองทุนหมุนเวียนของกรมบัญชีกลางประจำปี ๒๕๖๒ ในครั้งนี้นะครับ สิ่งแรกที่อยากจะขอแสดงความคิดเห็นชื่นชมเป็นเบื้องต้นก่อนนะครับว่า ครั้งนี้ท่านทำได้ ค่อนข้างละเอียดและดีมาก ที่ผมชอบใจก็คือมีคิวอาร์โคด (QR Code) ถ้าสนใจกองทุนไหน ก็สามารถเข้าไปดูได้ แต่สิ่งที่ผมอยากจะขออนุญาตเรียนย ้าและฝากท่านประธานว่าจริง ๆ แล้วหน้าที่ของกรมบัญชีกลางตามที่พันธกิจท่านได้แจ้งไว้นะครับ ก็คือท่านจะต้องมีหน้าที่ ในการควบคุมการเบิกจ่ายเงินแผ่นดิน ท่านจะต้องมีหน้าที่ในการควบคุมการใช้จ่ายของ ส่วนราชการ ท่านจะต้องควบคุมบุคลากรภาครัฐ และสนับสนุนนโยบายของ กระทรวงการคลังและของรัฐบาล สิ่งที่ผมอยากจะขอย ้า ก็คือว่าภารกิจในการบริหารเงิน นอกงบประมาณและการพัสดุภาครัฐ อันนี้สำคัญครับ ผมเรียนแล้วว่าเงินกองทุนที่ท่านได้ ชี้แจงมานี่นะครับ มันมีหลายเรื่องที่ผมอยากจะแสดงความคิดเห็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งนี่เงิน ๔ ล้านล้านบาท ทุกปี ๆ ผมคิดว่าเงินนอกงบประมาณก้อนนี้ครับ เงินหมุนเวียนจะมีอยู่เยอะ มากครับ เพราะฉะนั้นตัวนี้มันจะเพิ่มทุกปี ๆ แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะขออนุญาตแสดงความ คิดเห็นต่อท่านประธาน ก็คือว่าผมมีความรู้สึกว่าเงินกองทุนนี่ครับ มีไว้สำหรับเพื่อพรรค การเมือง เพื่อการหาเสียง เพื่อความเกรงอกเกรงใจของส่วนราชการนั้น ๆ ท่านประธานครับ มีหลายเรื่องนะครับ ที่ผมอยากจะเรียนฝากให้ทางกรมบัญชีกลาง ซึ่งมีหน้าที่โดยตรงครับ ท่านตรวจสอบบ้างไหมครับว่าหน่วยงานที่เอาเงินกองทุนเหล่านี้ไปใช้ครับ มีการอบรม มีการดูงาน มีการไปตั้งการอบรมแต่ละหลักสูตร ซึ่งโครงการเหล่านี้ครับไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้นครับ มีเพื่อเอาใจนักการเมือง มีเพื่อปิดปากพรรคพวกบางคนเพื่อให้ได้ประโยชน์ ผมขออนุญาตยกตัวอย่างว่า ๒-๓ กองทุนที่ผมเป็นห่วงและอยากถามความคืบหน้านะครับ ในบทที่ ๓ ครับ หน้า ๑๔ ครับ มันจะมีกองทุนอันใหม่อีก ๔ กองทุน ซึ่งเป็นเรื่องน่าห่วง แล้วก็เป็นเรื่องที่อยากจะถามความคืบหน้าท่านบอกว่ากองทุนพัฒนาตรวจเงินแผ่นดิน กองทุนส่งเสริมการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐกับเอกชน กองทุนพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันออก และกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ และวิจัยนวัตกรรม อันนี้เห็นบอกว่า อยู่ในระหว่างจัดตั้ง อยากเรียนถามท่านผู้มาชี้แจงจากกรมบัญชีกลางว่าตกลงมันจะคืบหน้า ไปถึงไหนอย่างไร เมื่อสักครู่นะครับ เรามีโอกาสได้วิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับเรื่องกองทุน กสทช. ซึ่งเงินเหล่านี้ครับ มาจากภาษีอากรพี่น้อง ในนี้อาจจะไม่เกี่ยวกับกองทุนหมุนเวียน นะครับ เพราะว่าส่วนนั้นเป็นรายได้ที่จะต้องเอาไปพัฒนาประเทศชาติ แต่สิ่งที่อยากจะเรียน ฝากทางกรมบัญชีกลาง ก็คือว่าเงินเหล่านี้ครับ ยกตัวอย่างเช่น กองทุนน ้ามันเชื้อเพลิง ในหน้า ข ๘๗ เรียนท่านประธานว่าจริง ๆ แล้วนี่เงินตัวนี้มันมีมากมายมหาศาลนะครับ กองทุนนี้มีวัตถุประสงค์คือต้องการที่จะลดความผันผวนของราคาน ้ามันไม่ให้ขึ้นลงหวือหวา จนกระทั่งพี่น้องประชาชนเดือดร้อน แต่เงินเหล่านี้ครับ บางเรื่องเอาไปใช้ผิดประเภทครับ อยากเรียนถามทางกรมบัญชีกลางว่าตกลงเงินที่มันเอาไปใช้ที่ผ่านมานี่ครับ ต้องไปพยุงราคา น ้ามัน ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ล้านนี่ครับ มันไปถึงไหนไปอย่างไร เมื่อเดือนที่แล้วที่มีปัญหา เกี่ยวกับเรื่องการเรียกร้องของพวกรถขนส่งสิบล้อนะครับ ท่านประธานครับ มีเรื่องอันหนึ่ง ที่อยากจะขออนุญาตถามทางกรมบัญชีกลาง ก็คือว่าเรื่องที่ทั้งหมดนี่ครับ ท่านรายงาน มาดีมาก แต่ว่าผมอยากจะขอฝากให้กรมบัญชีกลางได้ทำเหมือนกับที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอ ข้อแนะนำไว้นะครับ ท่านลองจัดเป็นหมวดหมู่สิครับ กองทุนไหนที่มันไม่จำเป็นหรือใกล้เคียงกัน อยู่ในกระทรวงเดียวกัน หรืออยู่ในกระทรวงที่มันคาบเกี่ยวกันนี่นะครับ ให้รวมไปเลย และที่ง่ายที่สุด ก็คืออยากให้ท่านได้มีข้อเสนอแนะ ข้อสังเกตให้มันชัดเจนครับ ผมเรียนว่าเท่าที่ผมอ่าน ๆ ดูคร่าว ๆ นี้ครับ ปรากฏว่าข้อสังเกตของทางกรมบัญชีกลาง มีไม่เยอะครับ สัก ๓ ข้อ ๗ ข้อแค่นั้นเองครับ แต่ว่ากองทุนเหล่านี้ครับ เงินมันมีมากมายครับ อยากให้ทางกรมบัญชีกลางได้ช่วยดูแลให้มันชัด ๆ ว่าเงินเหล่านี้ครับ ที่บางทีเอาไปหาเสียง ในพื้นที่ เอาไปลงพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งโดยที่ไม่ได้ดูถึงความจำเป็นเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน กองทุนบางกองทุนนี้นะครับ เอาไปยัดเยียดให้กับพี่น้องบนเขา พี่น้องที่ไม่ต้องการไฟฟ้า พี่น้องที่ไปให้กองทัพบ้าง เอาไปให้หน่วยงานซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยสำหรับไปทำวิจัย โดยไม่ได้ คิดถึงผลคุ้มค่าในการที่จะได้มา ต้องเรียนฝากท่านประธานไปถึงกรมบัญชีกลางนะครับว่า เงินเหล่านี้ครับ ก็เป็นเงินที่มาจากภาษีอากรพี่น้องประชาชน และในภาวะขณะนี้ครับ รัฐบาลเองต้องไปกู้ยืมเงินมาใช้นะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่ามีอีกส่วนหนึ่งที่จะต้องใช้กองทุน เหล่านี้ครับ ไปเพื่อพัฒนาประเทศ ไปเพื่อช่วยเหลือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาตเรียนทางกรมบัญชีกลางว่าต่อไปนะครับ อยากให้ท่านช่วยให้ ข้อเสนอแนะให้เยอะ ๆ ครับ และที่สำคัญผมห่วงอีกอันหนึ่งก็คือว่าในการตรวจสอบนี่ครับ ผมฝากกรมบัญชีกลางว่าขอเอาสภาเป็นแบ็ก (Back) หลังนะครับ เพราะบางเรื่องนี้ผมก็เห็น ใจท่านนะครับว่าท่านไม่สามารถที่จะไปล้วงลูกไปตรวจสอบอะไรได้ แต่ถ้าท่านมีกรรมาธิการ แต่ละคณะที่มันเสนอข้อพิรุธหรือมีการวิพากษ์วิจารณ์กัน มีหลักฐานชัดเจนในสภาผู้แทนราษฎร หรือแม้กระทั่งในกรรมาธิการแต่ละคณะนะครับ ขอฝากทางกรมบัญชีกลางได้ใจใส่ ได้ดูแล พวกนี้นะครับ อย่างน้อย ๆ นี้ท่านไม่ต้องไปหาหลักฐานอะไรที่ไหน หรือไม่ท่านอาจจะต้องรอ ให้ทางผู้บริหารจากฝ่ายรัฐบาลนี้สั่งการมา แต่ถ้าท่านใช้สภาเป็นหลัก มีกรรมาธิการ ที่สามารถจะหาหลักฐาน มีคนมาชี้แจง ก็ขอให้ทางกรมบัญชีกลางได้กรุณาเอาตรงนี้เป็นแบ็ก (Back) หลังนะครับ เผื่อที่ท่านจะได้ตรวจสอบโครงการต่าง ๆ สำหรับเงินกองทุน ซึ่งผมเรียนว่า กองทุนหลายกองทุนนะครับ เป็นกองทุนที่ใช้สำหรับการเมือง ใช้สำหรับหาเสียง ใช้สำหรับ เอาไปช่วยเหลือเพื่อนฝูงกลุ่มพวกเดียวกันที่จะให้มีการดูแลในเรื่องนั้น ๆ เพื่อประโยชน์ ตัวเอง ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๓ ท่าน ต่อไปนะครับ ท่านพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม กับท่านซูการ์โน มะทา นะครับ เชิญท่านพิมพ์รพีครับ🔗

นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดกระบี่ค่ะท่านประธานคะ สวัสดีค่ะ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันอยากจะมาพูด เรื่องของกองทุนน ้ามันเชื้อเพลิง จริง ๆ แล้วดิฉันไม่ค่อยได้คุ้นชินหรือไม่ได้ค่อยได้ดูแลเรื่องนี้ เท่าไร เพราะดิฉันเคยคุ้นชินแต่กองทุนพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ซึ่งเพิ่งเปลี่ยน เมื่อปี ๒๕๖๒ นะคะ รวมกับกองทุนพลังงานเชื้อเพลิง ต้องจำได้ว่าสมัยก่อนท่านประธานคะ วันที่น ้ามันแพงมากค่ะ ประเทศไทยสนับสนุนให้มีการปลูกปาล์ม ๑๐ ปีก่อนเป็นแผนพัฒนา เศรษฐกิจของพลังงานด้วยซ ้าค่ะ แต่วันนี้ท่านประธานคะ เรามีพื้นที่ปลูกปาล์มเกือบ ๖ ล้านไร่ มีน ้ามันปาล์ม ๓ ล้านตันต่อปี ใช้เพื่อการบริโภคร้อยละ ๔๐ และร้อยละ ๖๐ ใช้เพื่อการพลังงาน ท่านประธานคะ ตอนที่เราหาเสียงกัน เราก็ประกาศว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคร่วมรัฐบาล ด้วยกันนี้ เราจะใช้บี ๒๐ (B20) เป็นน ้ามันเพื่อการเกษตร บี ๑๐ (B10) เป็นน ้ามันพื้นฐานทั่วไป แล้วก็บี ๗ (B7) แต่ท่านประธานคะ เราไม่ได้ทราบเลยว่าเมื่อ ๒ ปีก่อนนี้มันมีการยกเลิกค่ะ มันมีการยกเลิกของกองทุนพลังงาน นี่ล่ะค่ะ ไม่ให้อุดหนุน ยกเลิกการอุดหนุนเชื้อเพลิงชีวภาพ ภายใน ๓ ปี แปลว่าปีหน้านี้ค่ะจะไม่มีการอุดหนุนน ้ามันนี้อีกต่อไปแล้ว ทั้ง ๆ ที่อาจจะมีการประกาศ ว่าอาจจะทำต่ออีก ๒ ปี แต่ว่าเงินก้อนนี้หรือแนวทางนี้ค่ะ เกษตรกรจะทำอย่างไรคะ เราได้มี แนวทางบอกกันก่อนหรือยัง ดิฉันจะพูดไปถึงด้านบนว่าต้องดูกระบวนการด้วยค่ะ ว่าวิธีการ กระบวนการที่ทำอย่างไรบ้าง เดือนที่ผ่านมาค่ะ ดิฉันในนามของเกษตรกรสวนปาล์ม เราถูกมองเป็นจำเลยสังคมว่าเราขายน ้ามันปาล์มราคาแพง แต่ท่านประธานคะ เป็นแค่ ๑ ใน ๒๐ ปี ที่เราพอจะขายดี ขายได้ราคาบ้าง ซึ่งทำให้โควิด (COVID) นี้บรรเทาบ้าง เพราะว่า ท่องเที่ยวเราแย่มาก เกษตรกรสามารถดูแลลูกหลานจากภาคท่องเที่ยวได้บ้าง แต่เราถูกเป็นจำเลย ของสังคมว่าเราขายของแพง ทั้ง ๆ ที่ราคาปุ๋ยก็เพิ่มขึ้น ราคาแรงงานก็เพิ่มขึ้นด้วย ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะฝากบอกถึงผู้ดูแลของกองทุนนี้ว่าอย่าดูแลแต่จำนวนของเงิน เท่านั้นค่ะ ต้องดูแลกระบวนการด้วยว่าเงินก้อนนี้ที่ออกไปมันสามารถส่งตรงถึงเกษตรกรเท่าไร สร้างให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างราคาอย่างเป็นธรรมให้เกษตรกรหรือไม่ ไม่ใช่จ่าย แต่เงินไปว่าเงินก้อนนี้อุดหนุนไปแล้ว ต้องตรวจสอบดูด้วยว่าราคาที่ขายหน้าโรงงานกับราคา ที่ขายจริง ๆ มีส่วนต่างกันถึง ๒ บาท ๓ บาท ที่ได้รับรายงานมามันจริงหรือไม่ หรือถ้ามี อันจะต้องตัดน ้ามันปาล์มของเกษตรกรออกไปก่อน มีทางอื่น ๆ ไหมคะที่จะต้องตัดส่วนอื่น ๆ ออกไปก่อน เช่น กลไกของค่าการตลาด หรืออื่น ๆ ก่อน เพราะที่ผ่าน ๆ มาประชาชนหรือ เกษตรกรก็ยอมที่จะยอมให้ทำเหมือนบี ๗ (B7) เป็นเวลาอีก ๓ เดือน แต่ท่านประธานคะ อีก ๓ เดือนนี้ปาล์มก็ขึ้นแล้ว แล้ววันนี้ธุรกิจเป็นแบบนี้ เศรษฐกิจแบบโควิด (COVID) อย่างนี้ เราจะลักหลั่นนโยบายไปอย่างไรคะ มันไม่ได้ทำให้อะไรมันดีขึ้นเลย เพราะฉะนั้นดิฉันต้องฝาก ถึงทีมงานหรือผู้ตรวจการด้วยนะคะว่าวิธีการที่ใช้กองทุนนี้ต้องไปถึงรายละเอียดว่ามันถึง เกษตรกรอย่างไร และก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างอย่างไร และดิฉันถามว่า ถ้าเงินอุดหนุนนี้การอุดหนุนชีวภาพนี้ยกเลิกภายใน ๒ ปีหรือจะต่ออีก ๒ ปีอย่างไรก็แล้วแต่ ได้ให้สัญญากับเกษตรกรหรือยังคะ ว่าวันนี้การอุดหนุนอย่างนี้จะเลิกแล้ว การดิสรัปต์ (Disrupt) หรือการหยุดทันทีของธุรกิจน ้ามันในประเทศจะเกิดอย่างไรขึ้นกับสวนปาล์มทั้ง ๆ ที่ทั้งหมดเป็นนโยบายของรัฐบาลทั้งนั้นที่ให้เกษตรกรเป็นคนปลูก และวันนี้เมื่อเกษตรกร ราคาดีขึ้น น ้ามันปาล์มราคาดีขึ้นเกษตรกรก็ขยายพื้นที่อีก มีใครจัดการเรื่องนี้หรือยังคะ ในโครงสร้างของระบบต่าง ๆ ที่มันจะเกิดขึ้น หรือได้เอาเงินต่าง ๆ มาจัดการเกษตรกร อย่างไรให้มีการทำโซนนิง (Zoning) หรือระบบอย่างไรด้วยนะคะ🔗

อีกเรื่องหนึ่งก็คือว่าเราถูกกล่าวหาว่าเงินกองทุนของน ้ามันเป็นของเกษตรกร น ้ามันปาล์ม แต่เงินของแอลพีจี (LPG) ที่จ่ายไปถึงบริษัทต่าง ๆ ที่ทำที่เป็นบริษัทวิสาหกิจ ขนาดใหญ่ ทั้ง ๆ ที่เป็นบริษัทวิสาหกิจในตลาดหลักทรัพย์ แต่เกษตรกรเราเกษตรกรถูกตัด ก่อนขั้นแรกดิฉันขอ ๒ ประการ ข้อ ๑ ขอให้ยืนยันให้มั่นใจได้ว่าเงินกองทุนนี้ยังจะทำต่อ ตราบเท่าที่เกษตรกรยังทำน ้ามันปาล์มต่อ ถ้าเกิดจะมีอันต้องเปลี่ยนแปลงขอให้มีการ เปลี่ยนแปลงให้สัญญาล่วงหน้า ๑๐ ปีเพื่อให้เกษตรกรปลูกพืชอื่น ๆ ถ้ายังหาทางปลูกพืช อื่น ๆ ให้เกษตรกรไม่ได้ก็ต้องคิดแบบใหม่ว่าจะทำอย่างไร และ ๒. ต้องยืนยันว่า ๓ เดือน ต่อหน้านี้จะต้องคืนบี ๑๐ (B10) มาให้เราด้วยนะคะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม เชิญครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ผมขออนุญาตใช้โอกาสในการอภิปรายรายงานสรุปผลการดำเนินงานกองทุนหมุนเวียน ประจำปีบัญชี ๒๕๖๒ ผ่านท่านประธานไปยัง ๒ ส่วนด้วยกันครับ ส่วนแรกก็คือการสื่อสาร กับกรมบัญชีกลางในฐานะที่ท่านกำกับดูแลเรื่องของกองทุนหมุนเวียน ซึ่งเพื่อนสมาชิก หลายท่านก็ได้อภิปรายไปแล้วถึงจำนวนเงินมากมายที่ท่านมีส่วนในการกำกับและมีส่วนที่จะ พัฒนาหรือดูแลประเทศไทย แต่อีกส่วนหนึ่งก็คือการสื่อสารผ่านท่านประธานไปยังพี่น้อง สื่อมวลชน พี่น้องประชาชนที่ติดตามรับฟังครับว่าวันนี้ในเรื่องของทุนหมุนเวียน ในประเทศไทยนั้นมีเรื่องใดที่บางครั้งพี่น้องประชาชนเองก็ไม่ทราบว่ามีอยู่และไม่อาจจะ เข้าถึงทุนต่าง ๆ ซึ่งมิได้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการมีทุนหมุนเวียนดังกล่าวได้ครับ ท่านประธานครับ ประเด็นใหญ่ ๆ ที่ผมอยากจะเรียนมีอยู่ทั้งหมด ๓ ประการด้วยกันครับ🔗

ประการแรก ถึงแม้ว่าทุนหมุนเวียนจะมีการแบ่งประเภทของทุนออกเป็น ๕ ประเภท ซึ่งผมเองก็เคยอภิปรายว่ามันไม่น่าจะใช่ในเรื่องของการแบ่งแบบนั้น แต่ผม ขออนุญาตที่จะแบ่งหยาบ ๆ เพื่อประกอบเฉพาะการอภิปรายครั้งนี้ออกเป็นแค่ ๓ ส่วน เท่านั้นครับ🔗

ส่วนแรกก็คือเรื่องของทุนหมุนเวียนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของหลักประกันสิทธิ และเสรีภาพของประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของกองทุนยุติธรรม🔗

ส่วนที่ ๒ ก็คือทุนหมุนเวียนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการสงเคราะห์หรือการ คุ้มครองสวัสดิภาพของพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผู้สูงอายุ ผู้พิการ การคุ้มครองเด็ก ความเท่าเทียมระหว่างเพศ ตลอดจนกองทุนค้ามนุษย์ กองทุนพัฒนาสตรีต่าง ๆ🔗

ส่วนที่ ๓ เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการในการเรียนรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของกองทุนที่เกี่ยวข้องกับซากดึกดำบรรพ์🔗

ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าในการแบ่งของผมนั้นประเด็นที่ผม อยากจะเน้นย ้าก็คือว่าสำหรับเรื่องของทุนหมุนเวียนที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพประชาชน โดยเฉพาะกองทุนยุติธรรม มุมนี้เราจะเห็นแค่ขาเดียวครับ แต่ผมอยากให้เห็นว่ากรมบัญชีกลาง เวลาวิเคราะห์เรื่องที่เกี่ยวข้องกับยุติธรรมทั้งหมด มันต้องดูเรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณที่ อยู่ในกฎหมายอื่น ๆ ด้วย อย่าลืมนะครับว่าวันนี้คนที่ได้รับความไม่เป็นธรรมในการเข้าถึง กระบวนการยุติธรรมบางส่วนเป็นผู้เสียหาย บางส่วนเป็นผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด ซึ่งวันหนึ่งเขาก็พิสูจน์ว่ามิใช่เป็นผู้กระทำความผิด แถมเป็นแพะที่เกิดขึ้นในกระบวนการ ยุติธรรม แต่บางส่วนเป็นคนที่ไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมปกติได้ ฉะนั้นเวลาที่เรา จะดูต้องดูเรื่องของค่าใช้จ่ายที่อยู่ในพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับค่าทดแทน และค่าเยียวยา ค่าใช้จ่ายทดแทนแก่จำเลยในคดีอาญาซึ่งมีปัญหาตลอดครับว่า คนที่สามารถที่จะมีสิทธิ เข้าถึงกลับไม่สามารถที่จะเข้าถึงได้ ผมเรียนท่านประธานนะครับว่าผมได้รับการร้องเรียน หลายครั้งว่า ผู้เสียหายที่ไปยื่นปุ๊บอาจจะถูกตัดไม่สามารถใช้จ่ายได้หรือไม่ได้รับการชดเชย เยียวยา เหตุเพราะงบประมาณไม่เพียงพอ แต่สำหรับกองทุนยุติธรรมที่อยู่ในความดูแลของ ท่านครับ หลักการก็ไม่ได้แตกต่างกันครับ ผมเข้าใจว่าในระดับปฏิบัติการท่านใช้สำนักงาน ยุติธรรมจังหวัดซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระทรวงยุติธรรมในการรองรับการเข้าถึงของพี่น้อง ประชาชน แต่คำถามที่เราพบมาโดยตลอด ก็คือว่ามันไปติดล็อก (Lock) ว่าคนที่จะเข้าถึงได้ ต้องมีแนวโน้มที่จะชนะคดี พูดกันแบบนี้ปุ๊บก็เสร็จแล้วครับประชาชนคนเล็กคนน้อย ไม่สามารถที่จะเข้าถึงได้ แบบเดียวกันกับการอภิปรายการแก้ไขประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญาเรื่องประกันตนเองของประชาชนเมื่อวานนี้นะครับ ฉะนั้นนั่นเป็น เรื่องแรกที่ผมอยากจำเป็นที่จะต้องฝากท่าน🔗

เรื่องที่ ๒ ก็คือกองทุนที่เกี่ยวข้องกับการสงเคราะห์และการคุ้มครอง สวัสดิภาพของพี่น้องประชาชน ถึงแม้การนี้จะเป็นรายงานที่จะเป็นประจำปีบัญชี ๒๕๖๒ ครับ แต่ผมคิดว่าหลายเรื่องที่ท่านต้องดูละเอียดไปกว่านั้น เช่น ในส่วนของกองทุนคุ้มครองเด็ก ที่พูดถึงวัตถุประสงค์ว่ามีอยู่ ๒ ด้านด้วยกัน ด้านหนึ่ง ก็คือเพื่อเป็นการสงเคราะห์ และคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก ครอบครัว ครอบครัวอุปถัมภ์ ด้านหนึ่ง เป็นการส่งเสริมและ พัฒนาเครือข่าย รายงานท่านประเมินมาว่ามีคะแนนเป็นบวกตลอดเกินเกณฑ์มาตรฐาน แต่มันไม่เห็นรายละเอียดว่าน ้าหนักของการใช้จ่ายกองทุนไปอยู่ในวัตถุประสงค์ฝั่งใด มากกว่ากัน ในความเป็นจริงเด็กคนหนึ่งที่ถูกทำร้ายมีค่าใช้จ่าย เช่น การบำบัดฟื้นฟูเยียวยา ที่เป็นหลักแสนบาท ที่ไม่สามารถเบิกจาก สปสช. ได้ ท่านอาจจะไม่ทราบว่ามีแค่ไม่กี่เคส (Case) ที่สามารถเข้าถึงกองทุนคุ้มครองเด็ก ในความเป็นจริงที่ท่านติ่งท้ายว่าครอบครัวอุปถัมภ์ ท่านอาจจะไม่ทราบว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ไปใช้ระเบียบ ครอบครัวอุปถัมภ์ตามกฎหมายเดิมของเขาปกติ แต่ไม่ใช้เงินจากกองทุนคุ้มครองเด็ก มีหลายเคส (Case) ที่กำพร้าจากโควิด (COVID) วันนี้ก็ยังถกเถียงกันอยู่ว่าจะใช้เงิน จากกองทุนคุ้มครองเด็กได้แค่ไหน ท่านเห็นไหมครับว่า วัตถุประสงค์กับเงินที่ใช้เวต (Weight) น ้าหนักมันเอียงไปในแต่ละด้านไม่เหมือนกัน กองทุนที่เกี่ยวข้องกับการส่งเสริม ความเสมอภาคระหว่างเพศก็เช่นเดียวกัน ถูกตั้งคำถามมาโดยตลอดว่าน ้าหนักมันถูก ออกแบบไปอยู่ที่การฝึกอบรม ไม่ว่าจะเป็นการฝึกอบรมบุคลากรภายในของกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ หรือฝึกอบรมกับเครือข่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่มันไม่นำไปสู่น ้าหนักในเรื่องของการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ ซึ่งเป็นตัวชี้วัด สำคัญอย่างยิ่งในเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืนในประเทศไทย ผมอยากจะฝากท่าน ให้คิดถึงเรื่องจีอาร์บี (GRB) หรือเจนเดอร์ เรสพอนซิฟ บัดเจตติง (Gender Responsive Budgeting) ซึ่งกระทรวงการคลังก็รณรงค์ตลอด เรื่องแบบนี้อาจจะต้องถูกพิจารณา เวลาที่พิจารณากองทุนเช่นเดียวกัน ในขณะเดียวกันปรากฏว่ามีกองทุนที่เกี่ยวข้องกับคนพิการ เยอะแยะไปหมดเลยครับ แต่มันไม่ถูกบูรณาการ บางอันไปอยู่กับกระทรวงศึกษาธิการ บางอันมันอยู่กับกระทรวง พม. เป็นต้น นั่นเป็นประเด็นที่ ๒ ครับ🔗

ประเด็นที่ ๓ ท่านประธานครับ เสียดายผมมีเวลาไม่มากนัก ในฐานะที่เป็น พ่อคนหนึ่งนี่นะครับ ผมเห็นเงินกองทุนจากการซากดึกดำบรรพ์ ตอนแรกจะไม่พูด แต่เห็นกองทุนนี้ต้องพูดทันที ถามว่าสำคัญอย่างไร ท่านประธานอาจจะไม่ทราบว่าประเทศไทย เรามีการค้นพบซากดึกดำบรรพ์เยอะมาก ผมเอ่ยแค่ ๗-๘ ชื่อ อีสานโมซอรัส สยามโมไทรันนัส ภูเวียงโกซอรัส ชิตตะโกซอรัส ราชสีมาซอรัส ราชสีมาเอนซิส ไดโนเสาร์เหล่านี้อยู่ที่อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ อยู่ทั้งที่ภูเวียง จังหวัดขอนแก่น อยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา แต่งบประมาณนี้น้อยมาก นี่คือแหล่งเรียนรู้สำคัญ สำหรับเด็ก ๆ เลยครับ มันคือแรงบันดาลใจพื้นฐานของเด็ก เสียดายว่างบน้อยไปอย่างยิ่ง ฉะนั้นถ้าเป็นไปได้กองทุนการจัดการซากดึกดำบรรพ์ จะต้องถูกยกระดับที่มากกว่านี้ครับ🔗

ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธานครับ ที่มิได้เกี่ยวข้องกับในส่วนของผู้ชี้แจง ก็คือประเด็นที่อยากจะฝากถึงท่านประธานนิดเดียวครับว่า เรื่องของกองทุนหมุนเวียน นี่นะครับ ๑๑๕ ทุนมันไปอยู่ในความดูแลของกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กร อัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน ซึ่งด้วยความเคารพครับ ๗ กลุ่มเป้าหมาย นั่นแค่ทุนอย่างเดียวก็ ๑๑๕ เสียดายว่าเราไม่สามารถดูได้ทัน วันนี้เราพิจารณา สสส. สัปดาห์ที่แล้วเราพิจารณากองทุนการพัฒนากีฬา สัปดาห์ก่อนเราพิจารณากองทุน ความปลอดภัยในการใช้ถนน ฉะนั้นในอนาคตหากสภาซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนจะมีการ แยกกรรมาธิการเป็นการเฉพาะที่ดูเรื่องขององค์กรอิสระต่าง ๆ เรื่องของทุนหมุนเวียนต่าง ๆ ก็น่าจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านซูการ์โน มะทา ครับ🔗

นายซูการ์โน มะทา ยะลา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ วันนี้ขออนุญาตอภิปราย รายงานสรุปผลการดำเนินงานของทุนหมุนเวียนประจำปี ๒๕๖๒ ซึ่งเป็นของกรมบัญชีกลาง นะครับ มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายถึงรายงานฉบับนี้ ผมในฐานะที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่งก็ต้องชื่นชมคณะทำงานของกรมบัญชีกลาง ที่ได้ทำรูปเล่ม แล้วก็เนื้อหาค่อนข้างที่จะชัดเจนสำหรับกองทุนหมุนเวียนทั้งสิ้นที่มีทั้งหมด ๑๑๕ ทุน แต่ว่า สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะนำเรียนเพื่อให้ท่านคณะกรรมการของกรมบัญชีกลางที่มีข้อสังเกต ผมพยายามดูนะครับในจำนวนกองทุนหมุนเวียนทั้งหมด ๑๑๕ ทุนนั้น พยายามจะดูว่าบางที เรายังขาดเหลือกองทุนอะไรบ้าง ที่มันเกิดขึ้นภายหลังจากความเปลี่ยนแปลงของยุคโลกาภิวัตน์ โดยเฉพาะด้วยสถานการณ์ในการเกิดเหตุการณ์ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มประชาชน กลุ่มเปราะบาง กลุ่มเด็กกำพร้า ผมพยายามดูใน ๑๑๕ กองทุนความชัดเจนสำหรับผู้ที่จะ เข้าถึงในกลุ่มเป้าหมายที่ผมพูดถึงก็คือ ให้ความสำคัญที่สุดก็คือกลุ่มเด็กกำพร้า วันนี้เรามี กองทุนคุ้มครองเด็กก็เป็นการดูแลเด็กในสภาพทั่วไป แต่การดูแลเด็กที่เป็นเด็กกำพร้าที่มี สถานะทางครอบครัวที่แตกต่างจากครอบครัวที่ขาดความพร้อมนั้น เป็นเรื่องสำคัญ ที่รัฐบาลหรือผู้ที่ดูแลกำกับโดยเฉพาะกรมบัญชีกลางน่าจะมาให้ความสำคัญกับกองทุนเด็ก กำพร้า วันนี้เด็กกำพร้าในพื้นที่โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น มีหลายแสนคน กลุ่มกองทุนอันหนึ่งเรามีกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี อันนี้ต้องชื่นชมรัฐบาล ก่อนหน้านี้คือรัฐบาลของยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นะครับ ที่ทำกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี ทำให้ความเข้มแข็งของสตรีในพื้นที่หลาย ๆ พื้นที่มีขีดความสามารถในการพัฒนาอาชีพ ของกลุ่มตัวเอง แต่ผมมาดูเรื่องกองทุนที่มันมีความกระทบกระเทือนต่อพี่น้องประชาชน แล้วก็มีเพื่อนสมาชิกอภิปรายให้ความสำคัญแล้วว่า บางครั้งการเก็บเงินภาษีเพื่อมาช่วยเหลือ กองทุนนั้นผมคิดว่ากรมบัญชีกลางน่าจะมองหรือให้ความสำคัญว่า วันนี้พี่น้องประชาชน มีสภาพเศรษฐกิจที่ค่อนข้างจะว่ากระเป๋ารั่ว สถานะทางการเงินของครอบครัวก็ไม่มีเงิน แต่บางทีท่านก็ไปเก็บภาษีเงินกองทุนน ้ามันค่อนข้างจะสูง วันนี้ทำให้ราคาน ้ามันเชื้อเพลิง ของประเทศไทยสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้านเรารอบ ๆ อาเซียน (ASEAN) ของเรา ซึ่งเมื่อน ้ามันเชื้อเพลิงสูงขึ้นแล้วก็ย่อมกระทบกับราคาสินค้าอุปโภคบริโภค ค่าครองชีพของ พี่น้องประชาชนก็กระทบไปด้วย อันนี้อยากฝากเป็นประเด็นข้อสังเกตในการประเมิน เรื่องกองทุนว่าการหาเงินเข้ามาสู่กองทุนนั้นบางครั้งถ้าเราเก็บสูงเกินไปแล้วกระทบกับ พี่น้องประชาชนแล้ว ควรจะมีมาตรการที่แก้ปัญหาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนด้วยนะครับ🔗

กองทุนต่อไปที่ผมให้ความสำคัญก็คือกองทุนความเสมอภาคทางการศึกษา อันนี้ผมถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเราเชื่อว่าคนเราต้องศึกษาตั้งแต่เกิดจนตาย แต่บางที กองทุนความเสมอภาคทางการศึกษานั้น โดยข้อเท็จจริงแล้วการเข้าถึงกองทุนนั้นค่อนข้างจะ ยาก ความเหลื่อมล ้าของความไม่เสมอภาคทางการศึกษาเป็นเรื่องใหญ่ที่ผมคิดว่าอยากฝาก ทางคณะกรรมการให้ความสำคัญว่าทำอย่างไรให้เด็กและเยาวชนคนไทยทุกคนนั้นสามารถ เข้าถึงกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาให้ง่ายขึ้นนะครับ ส่วนประเด็นที่ผมดูทั้งหมด ในเรื่องของกองทุนอีกอันหนึ่งที่ผมอยากเปรียบเทียบเป็นข้อเสนอแนะ เป็นข้อความเห็นที่ อยากเปิดให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบคือกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา กยศ. ซึ่งจากการ ประเมินของท่านก็ประเมินในด้านที่ ๑ นั้นไม่ผ่าน แต่ท่านประธานครับ ผมอยากเรียนฝาก ผ่านท่านประธานถึงคณะกรรมาธิการว่า ท่านกรรมการว่าจริง ๆ แล้วพรรคประชาชาติได้ เสนอร่างพระราชบัญญัติกองทุน กยศ. ขึ้น แต่โดยหลักการการเสนอร่างพระราชบัญญัติ กองทุนนั้น แก้ไขปัญหากองทุน กยศ. นั้นเป็นพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับการเงิน ทำให้รัฐบาลไม่ให้ความสำคัญ วันนี้ผมมีโอกาสได้อภิปรายเรื่องกองทุน ก็อยากจะเรียนนำเสนอ ส่งเสียงไปถึงรัฐบาลว่าควรจะนำร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับกองทุนการศึกษาหรือกู้ยืม เพื่อการศึกษา หรือ กยศ. มาพิจารณาแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน วันนี้คนผูกคอตาย เพราะเป็นหนี้ของ กยศ. วันนี้บ้านที่ดินและสิ่งปลูกสร้างถูกยึดเพราะกู้เงินมาเพื่อการศึกษา พี่น้องประชาชนมีฐานะแตกต่างกัน ความจริงการศึกษาน่าจะเป็นภาระที่รัฐบาลควรจะให้ การศึกษาที่ไม่ต้องมีการกู้ยืมเงิน แต่ปัญหาเมื่อมีกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาแล้วเด็ก ๆ เยาวชนก็เข้ามาสู่กระบวนการกู้เงินเพื่อการศึกษาได้มากขึ้น แต่ว่าประเด็นที่สำคัญที่สุดก็คือ การใช้หนี้ เมื่อเรียนจบมาแล้วไม่มีงานให้ทำ เงินที่กู้มาจะใช้หนี้ก็เป็นหนี้เป็นสิน ผู้ค ้าประกัน ก็ได้รับความเดือดร้อน ผมก็อยากฝากไปทางกรมบัญชีกลางว่า ท่านในฐานะที่ดูแลเรื่องของ การคลัง ดูแลเรื่องของระบบการเงินของประเทศ มันมีร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวกับกองทุน ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่เราควรจะมาปรับแก้ไขโดยเฉพาะ ขอให้รัฐบาลรีบเร่งนำเสนอร่างพระราชบัญญัติกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา ซึ่งพรรคประชาชาติ เราได้เสนอประกบไปด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๓ ท่าน มีท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ท่าน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ท่านพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เชิญท่านจุลพันธ์ครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย คนเชียงใหม่ ต่อร่างรายงานสรุปผลการดำเนินงานของ กองทุนหมุนเวียนประจำปี ๒๕๖๒ ครับท่านประธาน ผมคงจะไม่อภิปรายลงรายละเอียด ในแต่ละกองทุน เพราะว่าท่านเป็นเพียงผู้กำกับดูแลในฐานะเลขาคณะกรรมการกองทุน หมุนเวียน แต่ผมมีประเด็นที่จะอภิปรายต่อท่านประธานผ่านไปยังผู้มาชี้แจงอยู่หลัก ๆ ๓ ประการ🔗

ประการที่ ๑ ท่านประธานครับ ผมเองเป็นผู้หนึ่งที่อภิปรายตอนที่ท่านมา นำเสนอครั้งที่แล้ว รายงานไม่สมบูรณ์ ผมเป็นคนเปิดประเด็นเอง สุดท้ายสภามีมติให้ท่าน กลับมาทำใหม่ กลับมาครั้งนี้ต้องเรียนครับ ดีขึ้นนะครับ แต่ยังไม่สมบูรณ์นัก เพราะว่ายังขาด มุมในเรื่องของการวิเคราะห์ เป็นเรื่องลักษณะของการรวบรวมตัวเลข รวบรวมรายละเอียด ต่าง ๆ มาประกอบเข้าเป็นรายงาน รูปเล่มสวยงามดีครับ แต่ว่าขาดเรื่องของการวิเคราะห์ จริง ๆ รายละเอียดในการวิเคราะห์ในแต่ละกองทุนว่ามีข้อดีข้อด้อย ข้อบกพร่องอย่างไร ยังดูจะอ่อนไปนิดหนึ่ง แต่ถือว่าเป็นพัฒนาการที่ดีครับ แล้วก็ขอบพระคุณก็ขอท่านได้ดำเนินการส่งรายงาน ในลักษณะนี้เป็นอย่างน้อยมายัง ครม. ผ่านมายังสภาผู้แทนราษฎร จึงจะเป็นรายงาน ที่พวกเรารู้สึกว่ารับได้ครับ ในการที่จะใช้ในการคิดวิเคราะห์ต่าง ๆ ต่อไป เพราะว่ากองทุนทั้งหมด ปัจจุบันตัวเลขผมว่าเกือบแตะ ๓ ล้านล้านแล้วนะครับ ตัวเลขที่ท่านรายงานปี ๒๕๖๒ อยู่ที่ ๒.๖ ล้านล้านบาทเศษ ซึ่งเพิ่มเติมทุกปี ปีละ ๖ เปอร์เซ็นต์บ้าง ๕ เปอร์เซ็นต์บ้างนะครับ ตอนนี้น่าจะแตะเกือบ ๓ ล้านล้านบาท ซึ่งเยอะมากนะครับ เป็นเงินของรัฐซึ่งไปกองรวมกันไว้ อยู่ในจุด ๆ หนึ่งนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ กองทุนต่าง ๆ ที่รวบรวมอยู่นี้รวมแล้วประมาณเกือบ ๑๕๐-๑๖๐ กองทุน เป็นจำนวนที่สูงมากนะครับ กองทุนเหล่านี้มีประโยชน์ก็มากครับ กองทุนที่เม็ดเงิน ผมว่าเกินกว่าครึ่งนะครับ ก็รวมกันอยู่สักประมาณ ๑๐ กองทุนเท่านั้น ที่เหลือก็เป็นกองทุน ยิบ ๆ ย่อย ๆ บางอันก็มีหลักสิบล้าน บางอันก็เป็นหลักร้อยล้าน ซึ่งถ้าเทียบสัดส่วนแล้วไม่ เป็นนัยสำคัญใด ๆ ในการบริหารจัดการนะครับ คือเงินมันน้อยมาก แต่สิ่งที่อยากจะต้องถาม แล้วก็เป็นคำถามไปยังทางเลขาคณะกรรมการก็คือ ตัวเลขกองทุนเหล่านี้ดูรายชื่อแล้วหลาย กองทุนเป็นประโยชน์ แน่นอนผมไม่ได้ติดใจอะไร แต่หลายกองทุนมามองดูแล้วมันควร จะต้องถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะมาสังคายนา เราจะมายุบเลิก เราจะมาเปลี่ยนแปลงแก้ไข เอาไปยุบรวมนะครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ในฐานะของกรรมการกองทุนหมุนเวียนท่านได้เคย พูดคุยกันหรือไม่ หรือมันอยู่ก็ปล่อยมันค้างทิ้งไว้ จริง ๆ แล้วถ้าเราสามารถยกเลิกหรือยุบ รวมได้เงินเหล่านี้ส่วนหนึ่งก็ต้องปัดกลับเข้าเงินหลวงซึ่งเป็นประโยชน์ครับ เราเอามาใช้ ประโยชน์ในแง่มุมอื่นได้ ดูง่าย ๆ อย่างเช่นกองทุนแบตเตอรี่ทหารมันถึงเวลาแล้วหรือยังที่ เราจะมานั่งคิดว่ามันจำเป็นหรือไม่ อย่างไร เงินทุนหมุนเวียนเพื่อผลิตรูปถ่ายทางอากาศ ปัจจุบันเทคโนโลยีมันไปถึงไหนแล้วมันยังมีความจำเป็นอีกหรือไม่ กองทุนเกี่ยวกับเรื่องของ สารไรโซเบียม (Rhizobium) ผมเกิดมา ๔ ขวบมีกองทุนนี้ครับปี ๒๕๒๒ กองทุนเกี่ยวกับ ไรโซเบียม (Rhizobium) ไรโซเบียม (Rhizobium) เป็นธาตุเกี่ยวกับเรื่องของผลิตปุ๋ยชีวภาพ มาจากถั่ว ปัจจุบันเทคโนโลยีมันไปถึงไหนแล้วมันยังมีความจำเป็นหรือไม่ที่กองทุนนี้มันยัง จะต้องยังคงอยู่และต้องเป็นลักษณะของกองทุน เพราะอะไร เพราะกองทุนลักษณะนี้ ปัจจุบันภาคเอกชนเขาสามารถผลิตได้ เขาสามารถก้าวไปไกลกว่าเรา แต่เรายังคง กองทุนนี้อยู่ ณ วันนั้นเมื่อ ๓๐-๔๐ ปีก่อนผมเข้าใจครับ มันอาจจะเป็นทางออกสำหรับ พี่น้องเกษตรกร แต่วันนี้ภาครัฐยังต้องมาหิ้ว ยังต้องมาประคับประคองโดยที่เราไม่ได้เห็นผลงาน ผลประโยชน์อะไรใด ๆ ในปัจจุบัน ก็ถึงเวลาที่เราจะมานั่งสังคายนาว่าอันใดยังมีความจำเป็น อันใดหมดความจำเป็นไปแล้ว นี่เป็นคำถามด้วยที่จะฝากไปยังทางผู้มาชี้แจงว่าท่านได้เคย คุยกันไหมว่ากองทุนใดที่ถึงเวลาแล้วที่มันจะออบโซลีต (Obsolete) มันจะหมดความจำเป็น นี่เป็นประการที่สอง🔗

ประการสุดท้ายครับท่านประธานที่อยากจะฝากผ่านท่านประธานไปยังท่าน ผู้มาชี้แจง วันนี้กองทุนเกิดขึ้นเป็นดอกเห็ดอย่างที่ได้บอก ๑๕๐-๑๖๐ กองทุน เต็มไปหมด เงินประมาณ ๒ ล้านกว่าล้านบาท แต่ภาครัฐกำลังใช้กองทุนเหล่านี้ผิดวัตถุประสงค์หรือไม่ ทำไมผมถึงใช้คำว่าผิดวัตถุประสงค์ วัตถุประสงค์ของกองทุนคือ เมื่อประชาชนมีปัญหา เราหากลไกที่จะเข้าไปช่วยเหลือซึ่งเกิดความคล่องตัว นั่นก็คือลักษณะของกองทุน และกองทุนโดยหลักแล้วควรจะต้องสามารถบริหารจัดการสามารถเลี้ยงตัวเองได้ สามารถ บริหารจัดการ มีรายรับมีค่าใช้จ่าย แต่ประคองตัวไปจากเงินตั้งต้นที่ภาครัฐส่งมอบให้ผ่าน ทางงบประมาณแผ่นดิน แต่หลายกองทุน ณ ปัจจุบันก็ยังคงต้องมาเป็นภาระกับงบประมาณ ปีแล้วปีเล่า ปีแล้วปีเล่า ต่อไปเรื่อย ๆ นี่แสดงว่าวิธีการจัดตั้งกองทุนหรือหลักการคิด ในการทำมันอาจจะไม่สมบูรณ์ในตัว ทำให้เป็นปัญหาต่อภาระงบประมาณในระยะยาว กลายเป็นว่ากองทุนในปัจจุบันจำนวนมาก อันนี้เป็นการกล่าวหาเลยนะครับ กองทุนในปัจจุบัน จำนวนมากเป็นเพียงช่องทางของภาครัฐในการหลีกเลี่ยงกระบวนการงบประมาณ เพราะตั้งเงินกองทุนมาโยนเงินตั้งต้น เงินอุดหนุนรายปี ถึงเวลาไม่ต้องมาผ่านห้อง งบประมาณไม่ต้องมาผ่านสภาผู้แทนราษฎรก็สั่งจ่าย ๆ นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นหรือไม่ ถ้าเรา ตั้งมาเพื่อหลีกเลี่ยงกระบวนการงบประมาณ ผมบอกเลยนี่ผิดวัตถุประสงค์ ดึงเงินกลับมา ยังภาครัฐ ผ่านงบประมาณแผ่นดิน แล้วเราก็สามารถใช้จ่ายเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีกฎหมายทุกอย่างรองรับ อันนี้เป็นประการสุดท้ายที่อยากจะฝากเป็นข้อคิดกับ ทางคณะกรรมการกองทุนท่านเลขาที่ได้มาชี้แจง แล้วก็กราบขอบพระคุณท่าน กราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสในการอภิปราย ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ครับ🔗

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ก็ต้องขอขอบคุณทางผู้มาชี้แจงท่านประธานครับ คราวที่แล้วจำได้ว่า เมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๔ ท่านได้มาชี้แจง แล้วผมก็เป็นคนอภิปรายน่าจะคนรองสุดท้าย ปรากฏว่าข้อมูลของท่านที่มาชี้แจง ไม่ครอบคลุม ไม่สามารถที่จะพิจารณาได้ ก็มีท่านสมาชิก ขอให้ท่านกรุณากลับไปทบทวนแล้วก็ได้นำกลับมา ซึ่งการสรุปผลการดำเนินการกองทุน ประจำปี ๒๕๖๒ เราถือว่าช้าไป ๑ ปี เพราะว่าเวลาพิจารณางบประมาณเราพิจารณา งบประมาณปี ๒๕๖๕ กองทุนทั้ง ๑๑๕ กองทุนก็ต้องมาของบประมาณ เวลาเราจะ ตรวจดูก็จะดูงบการเงินของกองทุนทั้ง ๑๑๕ กองทุน ปรากฏว่า ปี ๒๕๖๓ คืบหน้าไปแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมต้องขอขอบคุณข้อมูลนี้ ผมคิดว่าคงต้องเก็บไว้สำหรับ สมาชิก แล้วก็ผู้เกี่ยวข้องที่จะต้องใช้ เนื่องจากว่ากองทุนหมุนเวียนมันมีอยู่ ๒ ประเภท ๑. ประเภทที่ใช้เงินงบประมาณ กับอีกประเภทหนึ่งคือไม่ใช้เงินงบประมาณ แล้วไป ดำเนินการ ดังนั้นผมจึงคิดว่าข้อมูลของท่านอย่างน้อยก็เป็นข้อมูลเบื้องต้นที่นับวันเราจะหา จากระบบราชการยาก แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากกราบเรียนในการทำรายงานครั้งต่อไป สิ่งสำคัญที่สุด เพราะในมาตรา ๓๑ ของท่านที่จะมาสู่มาตรา ๓๓ ที่ท่านจะต้องมาชี้แจงกับสภา ท่านต้องทำ ๖ ข้อในรายงาน ผมก็ฝากให้ทำให้ครบ ๖ ข้อ ข้อที่ ๑ ก็คือประเมินผลด้านการเงิน การประเมินผลด้านการเงินที่ดีที่สุด ก็คือประเมินผลการตรวจบัญชีการเงินของ สตง. เป็นเบื้องต้น เพราะอันนั้นเป็นเรื่องวินัยการเงินการคลังต้องให้ตรวจสอบได้ แล้วการตรวจสอบ สตง. ก็จะมีอยู่ ๔ ประเด็นก็คือ ๑. ไม่มีเงื่อนไข ๒. มีเงื่อนไข ๓. ไม่ถูกต้อง ๔. ไม่สามารถตรวจสอบได้เลย เพราะว่าไม่มีข้อมูล โดยเฉพาะที่น่าเป็นห่วง อย่างยิ่งก็คือ ตัวท่านที่มาชี้แจง คือกรมบัญชีกลางมีปัญหามาก คือ งบการเงิน ของกรมบัญชีกลาง ตรวจสอบไม่ได้ เมื่อท่านจะไปดูงบการเงินของกองทุนทั้งหมดแล้ว ตัวท่านกลับมีปัญหา อันนี้เป็นเรื่องที่ถ้าในทางกฎหมาย ถ้ามาของบประมาณผมคิดว่า งบประมาณไม่ควรจะให้ด้วย เพราะว่างบการเงินไม่ถูกต้อง แล้วก็ไม่ควรจะนำไป แต่อย่างไร ก็ตามวันนี้หน่วยของท่านมีความไม่ถูกต้องแล้วท่านจะไปตรวจสอบกองทุนต่าง ๆ ผมก็อยากจะฝากกราบเรียนว่า ถ้าท่านอาจจะเอารายงานของ สตง. ที่ในปี ๒๕๖๒ ก็จะมีอยู่ เราก็พบว่าในกลุ่มกองทุนผมจำตัวเลขไม่ได้ประมาณเกือบ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ งบการเงิน ไม่ถูกต้อง คืองบการเงินไม่ถูกต้อง จะนำไปสู่ปัญหาอย่างยิ่ง เพราะเงินเข้าไปกองทุน มันจะ อยู่หมวดงบเงินอุดหนุน คือเงินอุดหนุนให้แล้วเหมือนอ้อยเข้าปากช้าง คืนไม่ได้ พอให้ไปแล้ว เราจะไปเรียกคืนก็คืนไม่ได้ อันนี้ก็คือเป็นเรื่องที่ตรวจสอบยาก แล้วเงินงบประมาณจำนวนมาก ถ้าเราไม่เอาของประกันสังคมอะไรก็ถือว่าเป็นหลัก ๒ ล้านล้านบาท🔗

– ๘๐/๑ ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าจาก ๔ ล้านล้านบาท อันนี้คือเงินภาษีอากรของประชาชน เราไม่ต้องการ ที่จะไม่ให้มีความโปร่งใส จริงอยู่กองทุนเพื่อเกิดความคล่องตัวและสามารถแก้ไขระบบราชการได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองผมอยากจะฝาก เพราะว่าปีหน้าถ้าท่านมารายงานอย่างนี้ สภาก็มีเวลาน้อย บางครั้งประธานสภาก็จะเร่งให้เรื่องผ่านไปเร็ว ๆ เพราะเรื่องมารายงานมาก ผมอยากจะฝากท่านว่าอยากให้ท่านลองส่งเรื่องการประเมินของกองทุนหมุนเวียน ลองแบ่งไปให้ องค์กรที่เป็นอิสระทางวิชาการได้ประเมินผล อย่างน้อยที่สุดที่ผมอยากเห็นก็คือ กองทุนประกันสังคมเป็นใหญ่ กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กองทุนหมู่บ้านและ ชุมชนเมืองแห่งชาติ ลักษณะใหญ่ ๆ อย่างนี้ และอีกอันหนึ่งคือกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เพราะสิ่งพวกนี้มันไปอิมแพ็กต์ (Impact) หรือไปกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก แล้วอยาก ให้ท่านตรวจสอบ โดยเฉพาะผมได้ตรวจสอบในเบื้องต้น เมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิกของ พรรคประชาชาติท่านซูการ์โนได้พูดถึง อย่างเช่นกองทุนเพื่อกู้ยืมทางการศึกษาไม่เอา งบประมาณ แต่ในรอบหลายปีที่ผ่านมา ท่านได้เอางบประมาณ เอาเงินสินทรัพย์ของกองทุน หายไปแสนกว่าล้าน เยอะมากนะครับ และพอมาดูรายการเจาะลึกไปเราก็พบว่ามีค่าใช้จ่าย ที่ผมถือว่าต้องมีการตรวจสอบ ก็คือมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการและมีค่าใช้จ่ายในการ ติดตามหนี้กับ กยศ. ที่ไปไล่ฟ้องเขาปีละเป็นพัน ๆ ล้าน พอไปดูลึกก็คือไปให้บริษัททนาย บริษัทนี้ไปตามเงิน แล้วพอได้คืนมาส่วนน้อย ทั้งที่เจตนารมณ์ของการศึกษาเพื่อต้องการ ให้คนได้รับการศึกษา แล้วในระบบของสิทธิมนุษยชนการศึกษามันต้องเป็นการศึกษาที่ให้ฟรี แบบมีคุณภาพ ดังนั้นผมจึงคิดว่าแค่หนึ่งในตัวอย่างในที่นี้ก็มีปัญหา นอกจากนั้นผมจึง อยากจะฝากว่าในครั้งต่อไป อย่างน้อยรายงานครั้งนี้ยังมีหลายส่วนที่ท่านยังไม่ได้เอาเข้ามา ที่สมาชิกได้นำเสนออยากให้ท่านนำเข้ามา แล้วประการสำคัญสภานี้อยากได้ช่วย อย่างกรมบัญชีกลางซึ่งเหมือนท่านถูกแบกภาระ ถูกรับผิดชอบไปให้เงินกองทุนถึง ๑๑๕ กองทุน ไปอยู่ในมือท่าน แล้วกองทุนจำนวนมากเป็นกองทุนเพื่อไปทำในด้านสร้าง ความเหลื่อมล ้า ไม่ได้แก้ความเหลื่อมล ้านะ ไปสร้างความเหลื่อมล ้า เป็นกองทุนเพื่อไป ช่วยเหลือพรรคพวก เพื่อนฝูง และไปสร้างระบบอิทธิพล ผมก็จึงอยากว่าอย่างน้อยที่สุด ถึงเวลาท่านควรจะพัฒนากองทุน ผมได้ไปศึกษามานะครับ ประเทศญี่ปุ่นขนาดเป็นประเทศใหญ่ ๆ เขามีกองทุนเพียง ๑๘ บัญชีเท่านั้นเอง ๑๘ กองทุน ของเราที่ซ ้า ๆ กันควรจะยุบ และให้เหลือ ไม่ควรจะเกิน ๒๐ กองทุนครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านพิจารณ์ เชิญครับ🔗

นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนกรุงเทพฯ ครับ ท่านประธานครับ ผมขอร่วมอภิปรายรับทราบรายงานสรุปผลการดำเนินงานของกองทุน ประจำปี ๒๕๖๒ ก่อนอื่นก็ต้องเรียนว่าผมคิดว่ารายงานฉบับนี้มีพัฒนาการที่ดีขึ้นนะครับ แล้วก็อยากจะขอชื่นชมคณะทำงานต่อรายงานฉบับนี้ โดยเฉพาะก็มีคิวอาร์โคด (QR Code) ในแต่ละหน้าที่เราจะสามารถกดเข้าไปเพื่อจะไปดูงบการเงินได้ แต่ว่าผมอยากจะให้ทาง คณะทำงานลองพิจารณาดูนะครับ และขอเพิ่มเติมว่าในส่วนของคิวอาร์โคด (QR Code) ที่เราจะกดเข้าไปดู อยากจะให้มีงบการเงินย้อนหลังอย่างน้อยสัก ๓ ปีหรือ ๕ ปี รวมทั้งมีบทวิเคราะห์แล้วก็เปรียบเทียบผลการดำเนินงานในแต่ละปีด้วยนะครับ ก็ต้องเรียนว่า แม้ว่าตามรายงานฉบับนี้เราจะมีการประเมินผลการดำเนินงานของกองทุนหมุนเวียนต่าง ๆ และท่านก็ชี้แจงมาให้ว่ามีด้านอะไรบ้าง แต่ว่าพอไปดูในรายละเอียดในแต่ละกองทุนเราจะไม่ทราบครับว่า เพราะเหตุใด ความผิดพลาดแบบไหน แต่จากผลการดำเนินงานที่ทำให้คะแนนนั้นไม่ผ่านเกณฑ์ ที่ทำให้ คะแนนนั้นออกมาเป็นแบบนั้น แล้วก็อยากจะเห็นข้อเสนอแนะที่ลงไปในแต่ละกองทุนเลยครับว่า ควรจะพัฒนาด้านใด เสนอแนะอะไรครับ อาจจะเสนอแนะลงไปชัด ๆ เลยครับว่า กองทุน บางกองทุนนี้ยุบเถอะ ไม่ควรจะต้องดำเนินการต่อไปแล้วนะครับ ควรจะยกเลิกเสีย ก็อยากจะเห็นความเห็นที่เรียกว่า เด็ดเดี่ยวต่อผลการดำเนินงานในลักษณะนั้น โดยเฉพาะ อย่างยิ่งท่านประธานครับ ถ้าเราไปดูผลการดำเนินงานของกองทุนที่เป็นประเภทเพื่อการ จำหน่ายและการผลิต ในหน้าที่ ๒๑ ตาราง ๓.๓ จะพบว่ามีทั้งสิ้น ๑๒ กองทุนครับ ใน ๑๒ กองทุนนี้ปรากฏว่ามี ๖ กองทุนที่เรียกว่า ผ่านผลการประเมิน อีกครึ่งหนึ่งครับ ไม่ผ่าน พอผมไปดูครับว่า ครึ่งหนึ่งที่ใช้คำว่าต้องปรับปรุง ๖ กองทุน ปรากฏว่านำโด่งมาเลยครับ ท่านประธานของกองทุนที่อยู่ภายใต้กระทรวงกลาโหมครับ ๕ กองทุนซัดไปแล้วครับ ๕ กองทุนจากใน ๖ อันนั้นไม่สามารถที่จะผ่านผลการประเมินได้ ผมขออนุญาตที่จะไล่เรียง ให้ท่านประธานฟังครับ เอากองทุนที่ถือว่าผ่านการประเมินก่อนนะครับ อย่างกองทุน หมุนเวียนเพื่อผลิตรูปถ่ายทางอากาศนะครับ กองทุนนี้อยู่ภายใต้กองบัญชาการกองทัพไทย มีหน้าที่ที่จะผลิตภาพถ่ายทางดาวเทียม ภาพถ่ายทางการทหาร และรวมถึงก็ขายแผนที่ เหล่านี้ให้กับหน่วยงานที่สนใจ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ต้องการ แม้ว่าผลจากการดำเนินงาน จะเรียกว่าผ่านการประเมิน แต่ท่านประธานครับ กองทุนนี้เรียกว่าแทบจะทุกปีงบประมาณ หน่วยงานนี้ก็ต้องเข้ามาขอรับงบประมาณเพื่อไปใช้ในการทำภาพถ่าย จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ ปี ๒๕๓๕ ซึ่งผมก็ยังไม่เข้าใจนะครับว่า ทำไมกองทุนนี้ยังทำภาพถ่ายมาที่เรียกว่า เกือบจะ ๓๐ ปีแล้วยังทำภาพไม่จบกันเสียที ต้องมีการปรับปรุงกันอยู่เรื่อย ๆ แต่ว่าก็เอาละถือว่า แม้ว่าจะผ่านนะครับ แต่ว่าก็ของบประมาณทุกปี🔗

ทีนี้มาดูอีก ๕ กองทุนครับที่อยู่ภายใต้กระทรวงกลาโหมและผมก็ต้องฝากไป ทางกรมบัญชีกลางนะครับว่า อยากจะเห็นในรายละเอียดจริง ๆ ครับว่า ผลการดำเนินงาน ที่ว่าต้องปรับปรุง จริง ๆ แล้วมันเป็นเรื่องอะไรบ้าง เพราะว่าทั้ง ๔ กองทุนนี้ไม่ว่าจะเป็น โรงงานแบตเตอรี่ทหาร ศูนย์อำนวยการสร้างอาวุธ โรงงานผลิตวัตถุระเบิดทหารและกองทุน หมุนเวียนอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ๔ กองทุนนี้ครับ สอบตกด้านการเงินทั้งสิ้น ผลการประเมินด้านการเงินเขาไปดูอะไรครับท่านประธาน เขาก็ไปดูผลการปฏิบัติงานนี่ละครับ เพราะว่าเมื่อบอกว่าผลิตแล้วก็สำหรับจำหน่าย แล้วผลการดำเนินงานเป็นอย่างไรนะครับ เรื่องของค่าใช้จ่ายต่อรายได้ กำไรจากการดำเนินงาน รายได้จากการดำเนินงาน ต้นทุน ในการผลิต อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์ แน่นอนเวลาพูดแบบนี้กองทัพก็อาจจะออกมา บอกอย่างนี้ครับท่านประธาน ก็อาจจะบอกว่าอันนี้เป็นความมั่นคงทางการทหาร เราจำเป็นต้องผลิตสิ่งเหล่านี้เพื่อเอาไว้ใช้ยามศึกสงคราม ผมคิดว่าหลักคิดแบบนี้มันเกิดขึ้น ได้ตอนที่เราตั้งกองทุน แต่มายุคนี้ปีนี้ พ.ศ. นี้ โดยเฉพาะภายใต้รัฐบาลนี้ที่บอกว่า อุตสาหกรรมป้องกันประเทศนั้นเป็นเอสเคิร์ฟ (S-curve) ที่ ๑๑ นั่นแปลว่าอะไรครับ แปลว่า การผลิตด้านอาวุธยุทโธปกรณ์ด้านการทหารเหล่านี้มันควรจะส่งเสริมระบบนิเวศหรืออีโค ซิสเตม (Eco System) ในธุรกิจนี้ในประเทศได้ มันควรจะส่งเสริมให้ธุรกิจอุตสาหกรรม ป้องกันประเทศนั้นเติบโตได้ แต่คำถามคือโรงงานผลิตในกองทุนเหล่านี้นั้นอยู่ในระบบนิเวศ อยู่ในซัปพลาย เชน (Supply Chain) ของอุตสาหกรรมป้องกันประเทศในประเทศไทย หรือไม่ ผมเชื่อว่าไม่ครับท่านประธาน และยังไม่ได้มีส่วนช่วยในการส่งเสริมอุตสาหกรรม ประเทศมากพอ ดังนั้นผมก็อยากจะฝากเป็นความเห็นไปทางกรมบัญชีกลาง ผมคิดว่า ในแง่มุมนี้จำเป็นที่ท่านจำเป็นต้องให้คำเสนอแนะไปที่กองทุนต่าง ๆ เพราะว่าจะคิดว่าจะใช้ ผลิตและใช้จ่ายกันเพียงในกองทัพเพื่อความมั่นคงอย่างเดียวนั้นผมคิดว่ามันไม่ตรงโจทย์แล้วครับ ในเมื่อเราบอกว่าอุตสาหกรรมป้องกันประเทศเป็นเอสเคิร์ฟ (S-Curve) ที่ ๑๑ นะครับ ควรจะเป็นส่วนหนึ่งในซัปพลาย เชน (Supply Chain) ควรจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะส่งเสริม ผู้ประกอบการเอกชนในประเทศด้วย ดึงรายได้เข้าประเทศด้วยนะครับ อีกกองทุนหนึ่งครับ ท่านประธาน ไม่พูดถึงไม่ได้ครับ คือกองทุนโรงงานเภสัชกรรมทหาร อันนี้ในปีงบประมาณที่ผ่านมา ขออภัยครับในปี ๒๕๖๔ ปีที่แล้วก็มาของบประมาณเช่นกัน ของบประมาณ กระผมก็ไม่มั่นใจในเมื่อบอกว่าเป็นโรงงาน แต่ของบไปเพื่อไปสั่งซื้อผงโรยสังคัง คือตกลงแล้วเรามีโรงงานผลิต แต่ว่าทำไมเราจะต้องไปซื้อผงโรยสังคังอยู่ ไม่มั่นใจครับว่าสรุป แล้วมันยังฟังก์ชัน (Function) อยู่หรือไม่ กองทุนนี้ตั้งตั้งแต่ปี ๒๕๐๖ ปรากฏว่าผลจากผล การประเมินเป็นกองทุนเดียวของกลาโหมที่ตกในด้านที่ ๖ คือทำตามนโยบายรัฐ ทำตาม นโยบายรัฐที่รัฐมอบหมายให้ แต่ตกซะอย่างนั้นครับท่านประธาน ดังนั้นโดยสรุปแล้วผมก็ย ้า อีกครั้งว่าอยากจะเห็นคำเสนอแนะที่กล้าหาญและเด็ดเดี่ยวของกรมบัญชีกลางครับ ถ้ากองทุนไหนท่านคิดว่ามันไปไม่รอด และมันไม่ฟังก์ชัน (Function) แล้ว ควรจะมีความเห็น ให้ยุบเลิกเลยครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๒ ท่านนะครับ แล้วก็คงจะพอแล้วนะครับ ให้ทางฝ่ายกรมบัญชีกลางได้ตอบ มีท่านอับดุลอายี สาแม็ง กับท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ เชิญท่านอับดุลอายีครับ🔗

นายอับดุลอายี สาแม็ง ยะลา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๓ อำเภอกรงปินัง อำเภอบันนังสตา อำเภอธารโต และอำเภอเบตงครับ ก่อนอื่นผมอยากจะขอขอบคุณ ทางกระทรวงมหาดไทยที่ได้แก้ปัญหาในเรื่องของกองทุนฮัจญ์นะครับ เพราะเนื่องจากว่า ในอดีตมีพี่น้องที่เป็นมุสลิมไปทำพิธีฮัจญ์ เมื่อไปถึงที่นครเมกกะและนครมาดีนะห์ ก็ไม่สามารถที่จะจัดหาเรื่องที่พัก ที่อยู่อาศัยได้อย่างเป็นที่พักมีมาตรฐาน จากหลายปีที่มันมี ปัญหาลักษณะอย่างนี้ พอตอนหลังก็มีการจัดตั้งกองทุนหมุนเวียนขึ้นมาให้พี่น้องที่ไปทำ พิธีฮัจญ์สามารถที่จะไปอยู่ในที่พักที่มีมาตรฐาน โดยวิธีการตั้งกองทุนก้อนหนึ่ง แล้วก็ให้ยืม กับผู้ประกอบการของฮัจญ์ ในการที่จะไปจองที่พักล่วงหน้าก่อนที่ผู้ที่จะแสวงบุญไปถึง แล้วก็สามารถที่ไปอยู่อย่างมีมาตรฐาน ทั้ง ๒ เมืองเลยนะครับ ทั้งเมืองมาดีนะห์และ เมืองเมกกะ อันนี้ก็ต้องขอขอบคุณทางกระทรวงมหาดไทยและกรมบัญชีกลางที่เอาใจใส่ดูแล เรื่องนี้เป็นอย่างดี ระยะหลังนี้ก็ไม่ได้มีปัญหาเรื่องของที่พัก ไม่อย่างนั้นแล้วคนไปทำพิธีฮัจญ์ ที่นครเมกกะ ที่นครมาดีนะห์ ก็ไปซ้อนที่อยู่ที่พักในห้องเล็ก ๆ ก็อยู่กันหลาย ๆ สิบคน ซึ่งอาจจะแออัดเป็นจำนวนมาก ตรงนี้ทางรัฐบาลก็ไปดูแลทำให้มาตรฐานของการอยู่ ที่ระหว่างการทำพิธีฮัจญ์ที่นครมาดีนะห์และนครเมกกะได้มาตรฐาน ก็อยากจะขอบคุณ แต่ในภาวะกระแสสังคมปัจจุบัน บางครั้งก็มีเสียงออกมาว่ารัฐบาลให้ความดูแลแก่ พี่น้องมุสลิมเท่านั้น ในเรื่องของการทำพิธีทางศาสนาก็ทำพิธีฮัจญ์ แต่ในข้อเท็จจริงเหล่านี้ ก็ได้ปรากฏในเอกสารรายงานของผลสรุปของการดำเนินงานกองทุนหมุนเวียน รัฐบาลก็ให้ ความเป็นธรรมพอนะครับ ตรงนี้ก็อยากจะขอบคุณเป็นภาพลักษณ์ที่มันเกิดอย่างชัดเจนว่า รัฐบาลให้ความเป็นธรรมกับศาสนิกชน ไม่ว่าศาสนาใดในประเทศนี้ อะไรที่เป็นกิจกรรม ที่เกี่ยวข้องกับศาสนา ทางรัฐบาลก็ให้ความดูแลอย่างเสมอภาค สิ่งที่อยากจะพูดให้เห็นเป็น ตัวอย่างในกรณีนี้ก็คือว่า กองทุนหมุนเวียนส่งเสริมการเผยแพร่ศาสนาพุทธ เผยแพร่ พุทธศาสนาเฉลิมพระเกียรติ ๘๐ พรรษา ก็เป็นเรื่องของการสนับสนุน ส่งเสริมด้านศาสนา เช่นกันก็ให้ทุนหมุนเวียนในการที่จะให้กับบุคคล อย่างเช่น พระคุณเจ้าผู้ที่ประกอบ คุณงามความดีต่อประเทศชาติ เพื่อเป็นรางวัลแก่ชีวิตกับท่านบุคคลเหล่านี้ ทางรัฐบาล ก็ให้โอกาสว่า กิจการทางศาสนาพุทธก็สมควรที่จะต้องไปดูต้นทางของศาสนา ก็คือที่เมืองสังเวชนียสถาน ๔ ตำบลที่ประเทศอินเดีย ตอนนี้ก็น่าชื่นชมนะครับเพราะว่าเล็งเห็นถึงความสำคัญของบุคคล ที่จะเผยแพร่ศาสนา คำว่า ๔ ตำบลนั้นคือตำบลใดบ้าง ตำบลที่ ๑ ก็คือชาตสถาน ตำบลที่ ๒ อภิสัมพุทธสถาน ตำบลที่ ๓ ธัมมจักกัปปวัตตนสถาน ตำบลที่ ๔ ปรินิพพุตสถาน ก็เห็น ชัดเจนจากรายงานของกองทุนหมุนเวียนเหล่านี้ รัฐบาลก็ให้ความเสมอภาค ไม่ว่าใคร ศาสนาใดก็ให้การสนับสนุนในเรื่องของการประกอบกิจการทางศาสนา และประกอบคุณงาม ความดีให้กับตัวเอง ประกอบคุณงามความดีให้เป็นบุคคลที่ดีของชาติของประเทศต่อไป ผมก็อยากจะขอบคุณอย่างจริงจังและจริงใจนะครับว่า สิ่งที่รัฐบาลทำเรื่องของทุนหมุนเวียน เหล่านี้เป็นเรื่องที่ดีมาก ๆ และอยากจะขอบคุณแทนพี่น้องประชาชนชาวไทยเพื่อให้เกิด ความชัดเจนในเรื่องของการให้ความเสมอภาคกับทุกศาสนา ทุกศาสนิกชน ก็ต้องขอ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านประเสริฐพงษ์ครับ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตอนาคตใหม่ ปัจจุบัน พรรคก้าวไกล คนกระบี่ครับ ขอขอบคุณท่านประธานและขอขอบคุณท่านผู้แทนจาก กรมบัญชีกลางทุกท่านเลยนะครับที่นำเสนอข้อมูล ผมก็อยากจะสะท้อนความคิดเห็น โดยเฉพาะประสิทธิภาพของกองทุนเพื่อพัฒนาสหกรณ์ ซึ่งในทางปฏิบัติถ้าท่านไม่สามารถ ตรวจสอบให้ลึกซึ้งได้ผมจะเป็นตัวสะท้อนให้ท่านทราบว่ากองทุนนี้มีแต่ไม่ได้ใช้ เพราะอะไร ทราบไหมครับ เพราะชุมนุมสหกรณ์ปาล์มน ้ามันจังหวัดกระบี่ล้ม ขาดทุนเกือบพันล้านบาท แต่ไม่เคยมีแนวความคิดจากบรรดาข้าราชการในกรมส่งเสริมบัญชีสหกรณ์ หรือกระทรวงเกษตร และสหกรณ์เลยที่จะไปช่วยกลุ่มพี่น้องเกษตรกรชาวสวนปาล์มที่โดนโกง ที่มีผู้ที่เข้าไปใช้ ปัญหาการคอร์รัปชันของข้าราชการด้วย ซึ่งผมอยากสะท้อนถึงประสิทธิภาพที่ล้มเหลว และแน่นอนว่าสอดคล้องกับเพื่อนสมาชิกหลายคนที่พูดว่า หลายกองทุนสมควรยุบ หลายกองทุนสมควรเปลี่ยนแปลง หลายกองทุนต้องแสดงถึงประสิทธิภาพว่า ตั้งขึ้นมาแล้วได้ ช่วยเหลือพี่น้องได้ตามวัตถุประสงค์หรือไม่ กองทุนที่ ๒ ครับคือกองทุนพัฒนาการกีฬาแห่งชาติ ที่ยังมีระเบียบปฏิบัติที่ยังเลือกปฏิบัติเหลื่อมล ้ากับนักกีฬาคนพิการครับ เพื่อนสมาชิก ส.ส. ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ เป็น ส.ส. สัดส่วนคนพิการ เป็นนักกีฬาทีมชาติ ได้ต่อสู้เรื่องนี้ กลับมา ปรากฏว่าเงินรางวัลแทนที่จะจ่ายจากกองทุนให้เท่าเทียมมาโดยตลอด ปรากฏว่าก็ยัง มีระเบียบที่เหลื่อมล ้า นักกีฬาคนพิการทีมชาติที่ได้รางวัลเหรียญเงินกับนักกีฬาคนปกติก็กลับ ถูกปฏิเสธ กลับถูกสร้างเงื่อนไขไม่ให้ได้รับสวัสดิการ ไม่ให้ได้รับเงินจากกองทุนที่เท่าเทียมกัน ผมต้องมาสะท้อนว่านี่คือประสิทธิภาพที่ล้มเหลวอีกอันหนึ่งของกองทุน แน่นอนครับกองทุน ที่จำเป็นดีมีต้องใช้ให้เป็นประโยชน์ ก็ยังมีกองทุนที่ไม่จำเป็น หมดประสิทธิภาพต้องทบทวน หรือยุบลงไป สุดท้ายครับคงต้องฝากท่านประธานผ่านไปยังตัวแทนของกรมบัญชีกลางว่า ประสิทธิภาพของกรมบัญชีกลางเอง เรื่องของข้อมูลการประมูลในระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ยัง รั่วไหลนะครับ หน่วยงานหลายหน่วยงานสะท้อนผ่านผมมาว่า ทำไมเบอร์โทรศัพท์คู่แข่งขัน ในการประมูลไปโผล่และมีการโทรศัพท์ไปฮั้วกันได้ถ้าไม่ใช่รั่วมาจากกรมบัญชีกลาง เรื่องนี้ ฝากแก้ไขด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ผู้ชี้แจงของคณะกรรมการนโยบายการบริหารทุนหมุนเวียน กรมบัญชีกลาง เชิญครับ🔗

นางภัทรพร วรทรัพย์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบการเงินการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่าน ดิฉัน ภัทรพร วรทรัพย์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบการเงิน การคลัง ได้รับมอบหมายจาก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ให้เป็นผู้ชี้แจงรายงานสรุปการดำเนินงานในภาพรวม ของทุนหมุนเวียนประจำปีบัญชี ๒๕๖๒ ก่อนอื่นต้องขออนุญาตนำเรียนท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่านว่า ในการที่มารายงานในวันนี้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ การบริหารทุนหมุนเวียน พุทธศักราช ๒๕๕๘ มาตรา ๓๑ และมาตรา ๓๕ กำหนดให้ กรมบัญชีกลางมีหน้าที่ในเรื่องของการประเมินผลการดำเนินงานของทุนหมุนเวียนเป็น ประจำทุกปี ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ แล้วก็เงื่อนไขที่คณะกรรมการนโยบายการบริหารทุน หมุนเวียนเป็นผู้กำหนด โดยจะต้องมีการประเมินผลที่ทุกท่านได้ทราบอยู่ว่าเราจะ ประเมินผลใน ๖ มิติ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของด้านการเงิน การสนองประโยชน์ต่อผู้มีส่วนได้ เสีย การปฏิบัติการ การบริหารจัดการทุนหมุนเวียน และการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ บริหาร ผู้บริหารทุนหมุนเวียน พนักงานและลูกจ้าง แล้วก็การปฏิบัติงานของคณะกรรมการ อื่น ๆ ตามที่ประกาศกำหนด ตามที่ท่านได้ทราบอยู่ว่าเราจะมีการประเมินในเรื่องของ ๖ มิติ ต้องกราบขอบพระคุณท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่ได้มีทั้งข้อเสนอแนะ แล้วก็มี ทั้งข้อสังเกตในเรื่องของการจัดทำการรายงานประเมินผล ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่าน สมาชิกทุกท่านว่าการประเมินผลนี้เป็นการประเมินผลในปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งอาจจะเป็น ลักษณะของการที่ข้อมูลอาจจะเป็นลักษณะของการที่ยังไม่ได้เป็นปัจจุบันเท่าที่ควร แล้วก็อีก ครั้งหนึ่งในการที่ท่านมีข้อเสนอแนะ ทางกรมบัญชีกลางในฐานะของฝ่ายเลขานุการจะรับไป ปฏิบัติ แล้วก็จะลองดูว่าสามารถที่จะปรับปรุงได้มากน้อยแค่ไหน แล้วก็จะมีการนำเสนอ ต่อไปในปี ๒๕๖๓ แล้วก็ปี ๒๕๖๔ ต่อ ๆ ไปนะคะ สำหรับที่ท่านสมาชิกได้เรียนชี้แจงไว้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของมูลค่าสินทรัพย์ตามที่ท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ท่านได้เรียนไว้ว่าสินทรัพย์ ของกองทุนที่วันนี้เรามาเสนอในปี ๒๕๖๒ มีอยู่ประมาณ ๔.๓ ล้านล้านบาท โดยที่ส่วนใหญ่ สินทรัพย์ก็จะเป็นของกองทุนใหญ่ ๆ ตามที่ท่านได้เรียน ไม่ว่าจะเป็นกองทุนประกันสังคม ซึ่งกองทุนประกันสังคมมีอยู่ประมาณ ๒.๒ ล้านล้านบาท อีกกองทุนหนึ่งก็คือกองทุนของ กบข. ซึ่งมีอยู่ประมาณ ๙๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งท่านจะเห็นว่าเงินนอกงบประมาณจริง ๆ ของกองทุนเอง ส่วนที่เหลือมีจำนวนไม่มากตามที่ท่านพิสิฐได้เรียนไว้ว่ามีประมาณ ๒ ใน ๓ ของกองทุน ส่วนใหญ่ก็จะไป ๒ กองทุนหลักอยู่แล้ว ส่วนวันนี้เองที่เรามาประเมินก็คือ ๑๑๕ กองทุน ตามที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่านได้มีข้อสังเกตไป ท่านก็จะ เห็นว่าในปี ๒๕๖๒ เองที่มีหลายท่าน ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ให้ข้อสังเกตไว้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของทุนหมุนเวียนที่ดำเนินการยุบเลิกในปี ๒๕๖๒ ที่จะมีอยู่ประมาณ ๓ ทุนหมุนเวียน ต้องขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ค่ะว่าเงินทุนหมุนเวียนเพื่อการพัฒนา สถาบันอุดมศึกษาเอกชนนี้แล้วก็กองทุนช่วยเหลือเยียวยานักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และกองทุนส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย ต้องขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ค่ะว่า จากประกาศ ในเรื่องของการจัดตั้ง ยุบรวม ยุบเลิก หรือควบรวมทั้งหมดเรามีวิธีการในการพิจารณา ในการที่จะยุบเลิกกองทุนหมุนเวียนได้ก็จะดูจากผลการประเมิน ซึ่งผลการประเมินเราจะดู ว่าผลการประเมินไม่ถึง ๓ ๓ ปีซ้อน เราก็จะเสนอในเรื่องของการยุบเลิก แต่ถ้ามีการชี้แจง หรือมีการปรับปรุงการดำเนินงานให้ดีขึ้น ก็สามารถที่จะดำเนินการได้ อันนี้ก็ต้องขออนุญาต นำเรียนอย่างนี้ค่ะว่า อยู่ในระหว่างการดำเนินการ อย่างเช่น ของกองทุนเพื่อพัฒนา สถาบันอุดมศึกษาเอกชนอยู่ในระหว่างการที่จะปรับปรุงวัตถุประสงค์ตามที่ท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรบางท่านได้ให้ข้อสังเกตไว้ว่าบางกองทุนเองถ้าท่านหมดความจำเป็น ในวัตถุประสงค์นั้น ๆ หรือต้องการที่จะปรับปรุงเปลี่ยนแปลงให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นแล้วให้ ทันกับสถานการณ์ในปัจจุบัน ก็จะต้องมีการแก้ไขวัตถุประสงค์ เพื่อให้การดำเนินการ มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นในเรื่องของเงินนอกงบประมาณ อันนี้ต้องขออนุญาตนำเรียน ท่านอย่างนี้นะคะ🔗

ส่วนประเด็นที่ ๒ ที่ท่านได้มีข้อสังเกตว่ากองทุนจำนวน ๔ ทุน ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของกองทุนเพื่อการพัฒนา การตรวจเงินแผ่นดิน กองทุนส่งเสริมการร่วมลงทุน ระหว่างรัฐและเอกชน กองทุนพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และกองทุนส่งเสริม วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมว่าอยู่ในระหว่างการเตรียมพร้อม ต้องขออนุญาตนำเรียน อย่างนี้ค่ะ อันนี้เป็นผลการประเมินเมื่อปี ๒๕๖๒ กองทุนเพื่อการพัฒนาการตรวจเงินแผ่นดิน เนื่องจากว่าตอนนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณากับสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาว่าถ้ามี สถานะเป็นกองทุนในตาม พ.ร.บ. ทุนหมุนเวียนของเราหรือเปล่า ก็ต้องอยู่ในระหว่างการ พิจารณากับกฤษฎีกา ส่วนกองทุนส่งเสริมการร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน ในปีประเมินผลของปี ๒๕๖๓ เขาเข้าระบบประเมินผลแล้วค่ะ ซึ่งทางกรมบัญชีกลางในฐานะ ฝ่ายเลขาจะนำมาเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรในครั้งถัดไปนะคะ ส่วนของกองทุนพัฒนาเขต พัฒนาพิเศษตะวันออกหรืออีอีซี (EEC) ตอนนี้เองท่านได้งบประมาณแล้วในปี ๒๕๖๔ เพราะฉะนั้นก็คือจะเข้าในระบบการประเมินผลในปี ๒๕๖๔ ส่วนกองทุนส่งเสริม วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ท่านได้เข้าระบบประเมินผลในปี ๒๕๖๓ ซึ่งทาง กรมบัญชีกลางจะได้นำเสนอท่านเป็นคราวถัดไป ส่วนประเด็นอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ งบการเงิน งบการเงินในรายงานปีนี้ได้เรียนไว้ว่ามีกองทุนน ้ามันเชื้อเพลิงที่ สตง. ยังไม่ได้ รับรองงบนะคะ ต้องขออนุญาตนำเรียนท่านสมาชิกอย่างนี้ค่ะ ว่ากองทุนน ้ามันเชื้อเพลิงนี้นะคะ ตอนนี้เองติดปัญหาเพียงแค่ผู้ลงนามในเอกสารส่งงบประมาณ ส่ง สตง. เนื่องจากว่า มีการเปลี่ยนสถานะจากสถาบันพัฒนาเชื้อเพลิง มาเป็นกองทุนน ้ามันเชื้อเพลิง ส่วนกองทุน พัฒนาบทบาทสตรี ตอนนี้เองได้มีการส่งงบการเงินให้กับ สตง. เรียบร้อยแล้วค่ะ อยู่ในระหว่างการพิจารณา กองทุนผู้สูงอายุเช่นเดียวกันค่ะ ก็ได้มีการส่งงบการเงินให้กับ สตง. เรียบร้อยแล้วนะคะ อยู่ในระหว่างการพิจารณาเช่นเดียวกันค่ะ🔗

ขออนุญาตเรียนตอบท่านกิตติศักดิ์ด้วยนะคะ ที่ท่านถามถึงเรื่องของว่า อยากที่จะให้มีการกระจายเรื่องทุนหมุนเวียนเรื่องเงินนอกงบประมาณไปยังหมู่บ้าน อันนี้เราก็จะมี กองทุนหมู่บ้าน แล้วก็ชุมชนเมืองแห่งชาติ ในการที่จะดำเนินการเข้าไปถึงประชาชนทุกที่ ทุกแห่งนะคะ แล้วปัจจุบันนี้ต้องขออนุญาตนำเรียนอย่างนี้ว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้มีข้อสังเกตว่าการดำเนินงานในเรื่องของเงินนอกงบประมาณอยากจะให้ถึงประชาชนจริง ๆ ต้องขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ว่าในปีการประเมินผลของกรมบัญชีกลางในปี ๒๕๖๕ ที่อยู่ในระหว่างการจัดทำนี่ปีนี้เราจะมีการประเมินผลไปถึงผลลัพธ์ของแต่ละกองทุนด้วย อันนี้ขออนุญาตนำเรียนท่านนะคะว่า ในปีบัญชี ๒๕๖๕ เราจะมีการรายงานถึงผลลัพธ์ของ กองทุนแต่ละกองทุนนะคะ อันนี้ต้องขออนุญาตนำเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เบื้องต้นนะคะ สำหรับในเรื่องอื่น ๆ ที่เป็นข้อเสนอแนะ ทางกรมบัญชีกลางเราจะขอน้อมรับ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการวิเคราะห์ข้อมูลก็จะปรับปรุงการรายงานผลให้ดียิ่งขึ้นค่ะ ขออนุญาตกราบเรียนเบื้องต้นเท่านี้นะคะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านผู้ชี้แจง มีอะไรเพิ่มเติมอีกไหมครับ🔗

นางภัทรพร วรทรัพย์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบการเงินการคลัง

ไม่มีแล้วค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่มีแล้วนะครับ ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าเป็นการจบการพิจารณาในระเบียบวาระที่ ๒.๔ เป็นที่เรียบร้อย ก็ขอขอบคุณท่านผู้ชี้แจง ขอขอบคุณทุก ๆ ท่านครับ🔗

ต่อไปจะเป็นการพิจารณาเรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณา ก่อนนะครับ ที่พวกเราได้เสนอเลื่อนขึ้นมาตั้งแต่ตอนเช้าแล้ว🔗

ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษา ผลกระทบกรณีการควบรวมกิจการโทรคมนาคม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท โทเทิล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) (นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗

เนื่องจาก มีญัตติทำนองเดียวกันอีก ๘ ฉบับนะครับ ผมขอแจ้งสรุปสั้น ๆ ให้ที่ประชุมทราบแล้วกันนะครับว่า หลังจากที่คุณศิริกัญญา ตันสกุล นำเสนอหลักการและเหตุผลเสร็จนะครับ ก็จะเป็นญัตติด่วน เรื่องทำนองเดียวกันของท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กับคณะ เป็นผู้เสนอ ญัตติด่วนของ ท่านสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ เป็นผู้เสนอ แล้วก็ญัตติด่วนเรื่องทำนองเดียวกันของท่านระวี มาศฉมาดล เป็นผู้เสนอ และยังมีญัตติด่วนทำนองเดียวกันของท่านมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ เป็นผู้เสนอ ญัตติด่วนทำนองเดียวกันของท่านกูเฮง ยาวอหะซัน เป็นผู้เสนอ ญัตติด่วน ทำนองเดียวกันของท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เป็นผู้เสนอ ๗. ญัตติด่วนทำนองเดียวกัน ของนางสาวภาดาท์ วรกานนท์ เป็นผู้เสนอ ๘. ญัตติด่วนทำนองเดียวกันของท่านวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ซึ่งผมเห็นว่าเป็นเรื่องทำนองเดียวกันนะครับ น่าจะนำมาพิจารณารวมกัน จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบ ผมขอดำเนินการตามนี้นะครับ แต่ว่าสำหรับญัตติของสมาชิกที่เสนอ มาซึ่งยังไม่ได้บรรจุระเบียบวาระนะครับ ผมจะให้เจ้าหน้าที่แจกท่านสมาชิกเพื่อประกอบการ พิจารณาต่อไปนะครับ เชิญเจ้าหน้าที่ได้แจกเอกสารนะครับ ต่อไปเชิญคุณศิริกัญญา ตันสกุล เสนอครับ แถลงเหตุผลครับ เชิญครับ🔗

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพค่ะ ศิริกัญญา ตันสกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลค่ะ ในฐานะ ตัวแทนของผู้เสนออีก ๔ ท่านนะคะ ขอเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบกรณีการควบรวมกิจการโทรคมนาคม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมานะคะ มีกระแสข่าวของการประกาศ ความร่วมมืออีควอล พาร์ตเนอร์ชิป (Equal partnership) แล้วก็มีกระแสข่าวเรื่องของการ ควบรวมกิจการระหว่างบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) นะคะ ก็ทำให้สังคมเกิดความกังวลค่ะว่า เนื่องจากว่าทั้ง ๒ บริษัทนี้มีบริษัทลูกเป็นผู้ที่ถือใบอนุญาตกิจการให้บริการสัญญาณโทรศัพท์มือถือทั้งคู่นะคะ โดยที่กิจการโทรศัพท์มือถือนี้เป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในปัจจุบันแล้วสำหรับประชาชน ทุก ๆ คน สำหรับการควบรวมนี้ที่เป็นที่น่ากังวลเพราะว่าโครงสร้างตลาดเดิมของธุรกิจ โทรคมนาคมนั้นมีความกระจุกตัวอยู่แล้ว คือมีผู้ให้บริการหลักเพียงแค่ ๓ รายนะคะ ส่วนรายที่ ๔ นั้นมีส่วนแบ่งตลาดเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้นเอง หากการควบรวมครั้งนี้เกิดขึ้น จริงนะคะจะทำให้เหลือผู้ประกอบการเพียงแค่ ๒ รายเท่านั้น โดยที่ทั้ง ๒ รายจะกินส่วนแบ่ง ตลาดรวมกันถึง ๙๘ เปอร์เซ็นต์ กลายเป็นตลาดที่มีระดับการผูกขาดในระดับที่ได้เรียกว่า เป็นอันตรายนะคะ แล้วก็ง่ายต่อการใช้อำนาจเหนือตลาดอย่างไม่เป็นธรรมกับผู้บริโภค สำหรับในวันนี้นะคะก็จะมีอีกหลายท่านที่จะเสนอญัตติ แล้วก็มีผู้ที่จะอภิปรายสนับสนุนด้วย เราคงจะได้รับฟังในเรื่องของข้อกังวล เรื่องผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชนกันอย่าง หลากหลายนะคะ โดยที่ดิฉันเองก็จะขอหยิบยกตัวอย่างเพียงเล็กน้อยเท่านั้นนะคะ เนื่องจากว่าจะมีผู้อภิปรายรายอื่นที่จะพูดลงรายละเอียดในเรื่องนี้นะคะ เพราะว่ามันมีผล การศึกษาในหลายประเทศ ทั่วโลกนะคะว่าการควบรวมกิจการ แม้แต่ว่าควบรวมเพื่อลด ขนาดจาก ๔ ราย เหลือ ๓ รายนี้ก็จะทำให้ผู้บริโภคได้รับผลกระทบอย่างมหาศาล ไม่ว่าจะ เป็นในเรื่องของค่าบริการที่จะสูงขึ้นนะคะ หรือถึงแม้ว่าค่าบริการต่อหน่วยจะถูกลง แต่ว่าก็จะถูกบังคับขายในแพ็กเกจ (Package) ที่มีราคาแพงขึ้นนะคะ ซึ่งการควบรวมจาก ๔ ไป ๓ นี้ก็ยังมีบางกรณีที่บางผู้กำกับดูแล องค์กรกำกับดูแลของในหลาย ๆ ประเทศนี้ก็มีการห้าม การควบรวมในหลายกรณีที่จะทำให้เกิดอำนาจเหนือตลาดได้ แต่การควบรวมจาก ๓ ราย เหลือ ๒ รายนั้นแทบจะไม่มีการเกิดขึ้นเลยนะคะ ในระยะเกือบ ๑๐ ปีที่ผ่านมามีอยู่ ๒ กรณีใน ๒ ประเทศในสหภาพยุโรปที่เคยมีความพยายามที่จะ ขออนุญาตควบรวม ๓ รายเหลือ ๒ ราย แต่ว่าองค์กรกำกับดูแลก็มิได้ให้การอนุญาตค่ะ ที่สำคัญนอกจากว่าเรื่องของค่าบริการแล้วก็อาจจะยังทำให้ส่งผลกระทบต่อการเข้าถึงบริการ อินเทอร์เน็ต (Internet) ของประชาชนด้วยนะคะ เพราะว่าการให้บริการอินเทอร์เน็ต (Internet) ความเร็วสูงในปัจจุบันประชาชนส่วนใหญ่นั้นใช้งานผ่านสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ด้วย การแข่งขันที่ลดลงก็เท่ากับว่าต้นทุนของการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของประชาชนก็จะเพิ่มขึ้นด้วย เท่ากับเป็นการลดโอกาสการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่จำเป็น ซึ่งจะยิ่งซ ้าเติมปัญหาของ ความเหลื่อมล ้าทางด้านดิจิทัลของประชาชนด้วยนะคะ ที่มันเป็นข้อกังวลยิ่งไปกว่านั้น ก็เพราะว่าปัจจุบันยังมีข้อถกเถียงระหว่างนักวิชาการแล้วก็ภาคประชาสังคมเกี่ยวข้องกับ การกำกับดูแลขององค์กรของรัฐว่าตอนนี้สรุปแล้วในทางกฎหมายใครที่จะเป็นผู้ที่มีอำนาจ ในการกำกับดูแลแล้วก็พิจารณาอนุญาตให้เกิดการควบรวมครั้งนี้ได้จะเป็นที่หน่วยงานใด เนื่องจากว่าหน่วยงานที่มีอำนาจการกำกับดูแลในเรื่องของกิจการโทรคมนาคมอย่าง กสทช. เองก็ยังไม่มีความชัดเจนในเรื่องของข้อกฎหมายในส่วนของคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า ซึ่งควรจะต้องพิจารณาในเรื่องของการอนุญาตควบรวมก็กลับออกมาบอกว่าตนเองนั้นไม่มี อำนาจ เนื่องจากว่าตาม พ.ร.บ. แข่งขันทางการค้าแล้วถ้ามีกฎหมายเฉพาะจะต้องใช้ กฎหมายเฉพาะนั้น ซึ่งในกรณีนี้ก็จะเป็น พ.ร.บ. กสทช. ซึ่งจะให้อำนาจกับ กสทช. ไว้นะคะ แต่กฎหมาย กสทช. เองก็มีปัญหาอีกเช่นเดียวกัน เนื่องจากว่าได้มีการออกกฎหมายลูกที่ เกี่ยวข้องมี ๒ ฉบับด้วยกัน ฉบับแรกเป็นประกาศเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การป้องกัน การผูกขาดตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๙ ฉบับนี้ได้มีการพูดเรื่องของการขออนุญาตอย่างชัดเจน หากจะต้องมีการซื้อหุ้นหรือว่าในถ้อยคำของประกาศใช้คำว่าการถือครองธุรกิจในบริการ ประเภทเดียวกัน โดยการเข้าซื้อหรือว่าถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ ๑๐ จำเป็นที่จะต้องมีการ ขออนุญาต แต่ในขณะเดียวกันก็มีประกาศอีกฉบับหนึ่งที่ว่าด้วยการรวมกิจการ พ.ศ. ๒๕๖๑ ที่มีการแก้ไขในเรื่องของการขออนุญาตเปลี่ยนไปเป็นการรายงานเท่ากับว่าเป็นการผ่อนปรน เงื่อนไข แล้วก็เอื้อให้การควบรวมกิจการนั้นเป็นไปได้ง่ายขึ้น ก็แค่เพียงรายงานให้ กสทช. ทราบ ไม่จำเป็นที่จะต้องขออนุญาต เมื่อไม่ต้องขออนุญาตก็เท่ากับว่า กสทช. ไม่มีอำนาจ ในการยับยั้ง เพียงแค่มีอำนาจในการออกมาตรการเฉพาะ หรือว่าเงื่อนไขเพื่อรักษาระดับ การแข่งขันเอาไว้เท่านั้นเอง ซึ่งตรงนี้ก็ทำให้เกิดข้อกังวลว่าสรุปแล้วการควบรวมกิจการที่จะ ส่งผลกระทบกับชีวิต กับผลประโยชน์ของประชาชนกับประเทศขนาดนี้ยังจำเป็นจะต้อง มีการขออนุญาตหรือไม่ หรือว่าสามารถกระทำได้โดยที่ไม่ต้องมีการกำกับดูแลแต่อย่างใด ส่วนคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าเองจริง ๆ แล้วถึงแม้ว่าทางบอร์ด (Board) กขค. จะได้ มีการออกมาปฏิเสธว่าไม่มีอำนาจในการเข้ามาพิจารณาในเรื่องนี้ แต่จริง ๆ แล้วก็ยังสามารถ แสดงบทบาทหน้าที่ในการเข้ามาสอดส่องในการป้องกันการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางการค้า ที่อาจจะกระทบกับการแข่งขันที่เป็นธรรมได้ ก็คือแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อป้องกันการฮั้วกันนั่นเอง ของระหว่างทั้ง ๒ เจ้า เพราะว่าอะไร เพราะว่าการควบบริษัทอันนี้จะไม่ได้เป็นแค่การรวม แล้วเป็นบริษัทหนึ่งไปรวมกับอีกบริษัทหนึ่งก็คือบริษัทเอไปรวมกับบริษัทบีกลายเป็นบริษัทเอ เพราะการรวมครั้งนี้จะเป็นการรวมแล้วเกิดบริษัทใหม่ขึ้นมา เท่ากับว่าเขาจะต้องรวมกัน ในทุก ๆ มิติของการดำเนินกิจการ ดังนั้นในกระบวนการเจรจามันจะต้องมีขั้นตอนที่เรียกว่า การทำ ดิว ดิลิเจนซ์ (Due Diligence) ก็คือการตรวจสอบกิจการซึ่งกันและกัน ในระหว่างนั้น มันจะมีโอกาสมาก แล้วก็สุ่มเสี่ยงที่จะเกิดพฤติกรรมที่เข้าข่ายการปฏิบัติทางการค้าที่ไม่เป็นธรรม อาจจะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงลึกที่เกี่ยวกับราคาหรือว่าเงื่อนไขการให้บริการ การแลกเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับแผนการลงทุนต่าง ๆ เป็นต้น ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้อาจจะ ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผู้บริโภคแล้วก็การแข่งขัน ถึงแม้ว่าในท้ายที่สุดการควบรวม กิจการอาจจะไม่บรรลุผลสำเร็จเลยก็ตาม ดังนั้นความกังวลของภาคประชาชน ของประชาชนเองก็ดีที่กังวลในเรื่องของการกำกับดูแล ที่อาจจะย่อหย่อนหละหลวมของทั้ง กสทช. แล้วก็คณะกรรมการแข่งขันทางการค้า จึงเป็น เหตุผลหลักที่สภาแห่งนี้จำเป็นจะต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อเข้ามากำกับดูแล ตรวจสอบอีกชั้นหนึ่ง เพราะอันนี้แทบจะเป็นเครื่องมือเดียวที่เหลืออยู่ในการที่จะกำกับ ตรวจสอบองค์กรอิสระต่าง ๆ ที่ทำหน้าที่ในการกำกับดูแลกิจการอื่น ๆ อีกทีหนึ่ง🔗

ส่วนเหตุผลข้อที่ ๒ ที่เราจำเป็นที่จะต้องใช้กลไกของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ก็คือว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างที่จะต้องมีความซับซ้อนในเชิงเทคนิคที่ต้องการความรู้ ความเชี่ยวชาญเฉพาะใน ๒ เรื่องด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของธุรกิจโทรคมนาคมเองก็ดี ที่ก็มีความซับซ้อน หรือว่าในเรื่องของกฎหมาย เรื่องของการแข่งขันทางการค้าที่จะต้องมี การวิเคราะห์ที่ค่อนข้างซับซ้อน แล้วก็มีเทคนิคเช่นเดียวกันทำให้เราจำเป็นจะต้องใช้กลไก ผู้เชี่ยวชาญจากภายนอก🔗

แล้วก็เหตุผลข้อที่ ๓ ที่สำคัญก็คือว่าผลการดำเนินงานที่ผ่านมาขององค์กร กำกับดูแลนี้อาจจะทำให้เราขาดความไว้เนื้อเชื่อใจ นอกจากกรณีที่เพิ่งเกิดขึ้นอย่างกรณี การควบรวมการค้าปลีกของระหว่างซีพี (CP) กับเทสโก้ (TESCO) แล้ว ที่จะทำให้เราเกิด ความไม่เชื่อมั่นขององค์กรอิสระที่ทำหน้าที่กำกับดูแลอย่างคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า สำหรับ กสทช. เองก็ไม่แพ้กัน แล้วตลอดเกือบ ๆ ๑๐ ปี หรือว่ากว่า ๑๐ ปีที่คณะกรรมการ กสทช. ชุดนี้ปฏิบัติหน้าที่มาก็มีหลายกรณีด้วยกันที่ทำให้เราเกิดความกังวล ไม่ว่าจะเป็นกรณี ล่าสุดที่มีการยืดหนี้ค่าประมูล ๔ จี (4G) ให้กับผู้ได้รับใบอนุญาต โดยยืดออกไป ๑๐ ปี โดยที่ไม่มีดอกเบี้ยจากเดิมต้องผ่อนชำระภายใน ๔ ปี กรณีนี้นี่อาจจะไม่ใช่เป็นกรณีที่บอร์ด (Board) เป็นคนตัดสินใจ แต่เป็นกรณีที่บอร์ด (Board) เองถูกแทรกแซงโดย คสช. จากการออก มาตรา ๔๔ คำสั่ง ที่ ๔/๒๕๖๒ ให้ผ่อนชำระค่าประมูลได้ และในกรณีนั้นยังมีการให้อำนาจ กับเลขาธิการ กสทช. ข้ามหัวบอร์ด กสทช. อีกทีหนึ่ง แต่ว่าในกรณีนั้นเราพบเห็นกรณี ที่บอร์ด (Board) กลับเพิกเฉยแล้วก็ยอมให้ถูกกระทำโดยที่ไม่ออกมาปกป้องผลประโยชน์ ของรัฐแล้วก็ประชาชน แถมยังเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือด้วยว่านี่เป็นการแก้ไขกติกาหลัง ประมูล ทำให้ไม่เป็นธรรมกับผู้เข้าร่วมประมูลรายอื่น ๆ หรือเอกชนที่อาจจะมี ศักยภาพในการเข้าร่วมประมูล ในคำสั่งฉบับเดียวกัน ๔/๒๕๖๒ นะคะ ก็มีอยู่ข้อหนึ่งที่พูดถึง เรื่องว่าเป็นการยกหนี้ที่กระทรวงการคลังใช้เงินของกองทุนวิจัยและพัฒนาของ กสทช. เช่นเดียวกัน ซึ่งก่อนหน้านั้นก็มีการใช้ประกาศ คสช. ฉบับที่ ๘๐/๒๕๕๗ แก้ พ.ร.บ. กสทช. เพื่อที่จะหยิบล้วงเอาเงินของกองทุนวิจัยและพัฒนา โดยการใช้ประกาศนี้แก้มาตรา ๕๒ (๖) เพื่อแก้วัตถุประสงค์ในการใช้เงินกองทุน เพื่อที่จะให้กระทรวงการคลังสามารถนำเงินออกไป ส่วนหนึ่งได้ พอมาในปี ๒๕๖๒ ก็ใช้คำสั่ง ของ คสช. อีกเช่นเดียวกันในการยกหนี้ให้กับ ตัวเองว่ากระทรวงการคลังไม่ต้องส่งเงินคืนในส่วนที่เหลือที่ยืมจากกองทุนวิจัยและพัฒนา ของ กสทช. นี่ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่บอร์ด (Board) กสทช. ยินยอมให้ทางฝ่ายรัฐบาล ในขณะนั้นเข้ามาแทรกแซงกิจการของตนเอง โดยที่ไม่ได้ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน ก่อนหน้านั้นก็มีอีกในกรณีของการประมูล ๓ จี (3G) เมื่อเกือบ ๑๐ ปีที่แล้วก็จะมีข้อครหาว่า มีผู้เข้าประมูลเพียงแค่ ๓ ราย แล้วก็ใบอนุญาตที่มีการเปิดประมูลนั้นมีอยู่ ๙ ใบ แล้วก็บังคับ ให้ประมูลเจ้าละ ๓ ใบ พอดีก็เท่ากับว่าจำนวนใบอนุญาตเท่ากับจำนวนของผู้ที่เข้าประมูลพอดี ทำให้ได้รับเงินจากการประมูลต ่าเกินจริง แถมยังมีการตั้งราคาที่ต ่าเกินไปด้วย สุดท้ายการประมูล ก็จบลงอย่างรวดเร็ว แล้วก็ไม่มีการบิด (Bid) ราคาแข่งขันกันสักเท่าไร แล้วก็ได้ราคาที่สูงกว่า ราคาเริ่มต้นเพียงแค่ไม่ถึง ๓ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง🔗

หลังจากนั้น กสทช. เองก็ได้รับคำวิพากษ์วิจารณ์ค่อนข้างมากว่ามีการประมูล ที่ได้ราคาต ่าเกินจริง ทำให้มีคำสั่งออกมาให้โอเพอเรเตอร์ (Operator) ต่าง ๆ ลดราคาของ ค่าบริการลงมา ๑๕ เปอร์เซ็นต์ แต่สุดท้ายโอเพอเรเตอร์ (Operator) ก็ลดราคาจริง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าเพียงแค่สำหรับแพ็กเกจ (Package) ที่เป็นแพ็กเกจ (Package) ที่ไม่มีใครใช้งานเท่านั้น ก็เท่ากับว่าเป็นอีกหนึ่งกรณีที่ กสทช. นั้นไม่ได้ใช้อำนาจในการกำกับดูแลของตัวเอง อย่างเต็มที่ เคส (Case) สุดท้าย เป็นเคส (Case) เรื่องของ กสท. หรือว่า แคต เทเลคอม (CAT Telecom) กับบริษัทบีเอฟเคที ซึ่งอยู่ในกลุ่มทรู ซึ่งตอนนั้นมีกรณีที่พยายาม ที่จะเลี่ยงกฎหมายในการเลี่ยงการเป็นสัมปทาน โดยให้ กสท. หรือว่า แคท เทเลคอม (CAT Telecom) เป็นผู้มาเช่าเครือข่ายของบริษัทบีเอฟเคทีในกลุ่มทรู ส่วนแคท เทเลคอม (CAT Telecom) ก็เอาความจุของเครือข่ายมาให้กับฮัทช์ซึ่งก็อยู่ในกลุ่มทรูเช่นเดียวกัน มาทำหน้าที่ในการโอเปอเรต (Operate) อีกทีหนึ่ง เท่ากับว่าตอนนั้นแคท เทเลคอม (CAT Telecom) อยู่เฉย ๆ เป็นเสือนอนกินโดยที่ไม่ต้องทำอะไรเลยแต่ก็สามารถมีรายได้ ในขณะที่บีเอฟเคที ในเครือทรูก็หลีกเลี่ยงการที่จะเป็นหนึ่งในผู้ให้บริการ แล้วก็ไม่จำเป็น ที่จะต้องเสียค่าธรรมเนียมหรือว่าเงินที่จะต้องจ่ายเข้ากับกองทุนวิจัยและพัฒนาประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ แล้วก็หลีกเลี่ยงตรงนั้นได้ เพราะว่าสุดท้ายแล้วที่ประชุมของ กทค. ในขณะนั้นก็มีมติบอกว่า บีเอฟเคที ไม่ถือว่าเป็นการประกอบกิจการโทรคมนาคม เพราะว่า ตามนิยามแล้วการประกอบกิจการโทรคมนาคมคือการให้บริการกับบุคคลทั่วไป แต่การให้บริการของบีเอฟเคทีนั้น ให้บริการแต่เพียงแค่เจ้าเดียวคือแคท เทเลคอม (CAT Telecom) ก็ไม่ถือว่าเป็นการประกอบกิจการโทรคมนาคม แล้วก็ไม่จำเป็นที่จะต้อง เสียค่าธรรมเนียมหรือว่าจ่ายเงินเข้ากองทุนยูโซ (USO) เหมือนกับผู้ให้บริการธุรกิจ โทรคมนาคมเจ้าอื่นค่ะ ดิฉันได้แสดงตัวอย่างกรณีต่าง ๆ ที่องค์กรกำกับดูแลนั้นอาจจะไม่ได้ ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มภาคภูมินะคะ จึงเป็นเหตุผลเพื่อสนับสนุนว่าเราควรที่จะต้อง แต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบกรณีการควบรวมกิจการโทรคมนาคม บริษัททรูคอร์ปอเรชั่น และบริษัทโทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ในครั้งนี้ เพื่อเป็นการตรวจสอบคู่ขนานไป เพื่อเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ญัตติต่อไปของท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย🔗

ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาผลกระทบต่อประชาชน จากการควบรวมกิจการโทรคมนาคม และการค้าปลีก ตลอดถึง ผลกระทบจากการขยายตัวของทุนขนาดใหญ่ที่กระทบทุนชาวบ้านขนาดเล็ก เพื่อหามาตรการ คุ้มครองประชาชนผู้บริโภคและทุนชาวบ้าน (นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กับคณะเป็นผู้เสนอ)🔗

เชิญครับ ท่านสาทิตย์ครับ🔗

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในนามของ พรรคประชาธิปัตย์ ผมและอาจารย์ดอกเตอร์กนก วงษ์ตระหง่าน รวมถึงคุณเกียรติ สิทธีอมร และสมาชิกในพรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอญัตติด่วน เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบต่อประชาชน จากการควบรวมกิจการ โทรคมนาคมและการค้าปลีก ตลอดถึงผลกระทบจากการขยายตัวของทุนขนาดใหญ่ ที่กระทบทุนชาวบ้านขนาดเล็ก เพื่อหามาตรการคุ้มครองประชาชนผู้บริโภคและทุนชาวบ้าน ในญัตติที่ผมได้เสนอในนามของพรรคประชาธิปัตย์นั้น ได้มีรายละเอียดเบื้องต้นว่า ตามที่ ปรากฏเป็นข่าวเรื่องจะมีการควบรวมกิจการโทรคมนาคมระหว่าง ๒ บริษัทขนาดใหญ่ ในประเทศไทย คือบริษัททรูที่ชาวบ้านรู้จัก แล้วก็ดีแทค ซึ่งแต่เดิมก็มีจำกัดเพียง ๓ ราย ในตลาดอยู่แล้ว และหากมีการควบรวมกิจการจะทำให้เหลือเพียง ๒ ราย ทำให้บริษัท ที่ควบรวมจะมีส่วนแบ่งการตลาดเกินกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้บริโภค ซึ่งอาจจะส่งผล กระทบต่อผู้บริโภคอย่างมาก รวมทั้งยังอาจขัดต่อประกาศของคณะกรรมการกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติ ในเรื่องมาตรการป้องกันมิให้มีการกระทำอันเป็นการผูกขาด หรือก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันในกิจการโทรคมนาคมที่ระบุว่า การเข้าซื้อหุ้น เกินร้อยละ ๑๐ ของผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคมในธุรกิจบริการประเภทเดียวกัน จะกระทำมิได้ ยกเว้นแต่จะต้องขออนุญาตจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ด้วยนั้น กรณีดังกล่าวได้สร้างความวิตกกังวลในหมู่ประชาชนโดยทั่วไปว่า อาจจะมีความ ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคในอนาคตต่อไป และยังอาจเป็นการขัดขวางไม่ให้เกิดผู้ประกอบการ รายใหม่ตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และกฎหมายที่มุ่งให้มีการประกอบกิจการที่เสรี และเป็นธรรมด้วย อีกทั้งก่อนหน้านี้มีการเข้าซื้อกิจการค้าปลีกขนาดยักษ์ของธุรกิจทุนขนาดใหญ่ด้านการค้าส่ง ซึ่งรู้จักกันดีในสื่อว่าเป็นเรื่องของบริษัทแม็คโครกับโลตัส ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีมติของ คณะกรรมการแข่งขันทางการค้า กระทรวงพาณิชย์มีความเห็นคัดค้านจากหลายฝ่าย แต่คณะกรรมการได้อนุมัติ ซึ่งสร้างความวิตกกังวลต่ออำนาจเหนือตลาดของบริษัทดังกล่าว เป็นอย่างมาก รวมทั้งกลุ่มทุนดังกล่าวได้มีกิจการร้านค้าสะดวกซื้อของบริษัทในเครือซึ่งเป็น ที่รู้จักกันทั่วไป มีจำนวนมากกระจายทั่วประเทศ และได้มีการขยายกิจกรรมทางการตลาด ในลักษณะที่ส่งผลกระทบต่อกิจการขนาดเล็ก ๆ ของทุนชาวบ้าน ซึ่งอาจจะทำให้ทุน ชาวบ้านประสบปัญหาทางธุรกิจถึงขนาดล้มละลายได้ ประกอบกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ในช่วงของการระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลางก็ประสบปัญหา อย่างรุนแรงอยู่แล้ว แต่ธุรกิจขนาดใหญ่สามารถใช้ความได้เปรียบจากส่วนแบ่งการตลาด ที่มากกว่า มีช่องการตลาดที่กว้างขวางหลากหลายกว่า สภาพคล่องที่ดีกว่า เข้าครอบครอง ส่วนแบ่งทางการตลาดมากขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้กังวลว่าจะมีลักษณะที่อาจเป็นการผูกขาด และกีดกันรายใหม่ได้ ในระยะต่อ ๆ ไปทุนขนาดเล็ก ทุนขนาดกลาง รวมทั้งทุนชาวบ้าน อาจจะไม่สามารถเติบโตได้ อันนี้ถือเป็นการบิดเบือนโครงสร้างทางธุรกิจในประเทศ และในที่สุดทุนผูกขาดก็จะได้เปรียบในกิจการที่ประชาชนมีความจำเป็นต้องบริโภค ผมเรียนท่านประธานครับว่าญัตติที่พวกกระผมเสนอนั้นผมถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องใหญ่ และเป็นเรื่องสำคัญของประเทศเพราะว่าในญัตติที่ผมได้อ่านไปเมื่อสักครู่นี้เราได้พูดถึง เรื่องธุรกิจ ๒ อย่างที่ถือว่าเป็นความมั่นคงของโลกยุคใหม่ ตัวหนึ่งก็คือกิจการโทรคมนาคม ซึ่งถือว่าเป็นสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานของประชาชนไปแล้ว ถ้าอธิบายกันอย่างง่าย ๆ ก็คือว่า ในบรรดามือถือหรือในบรรดาเรื่องที่เกี่ยวข้องกับอินเทอร์เน็ต (Internet) นั้นจะเป็น ๒ อย่าง ที่ประชาชนจะต้องใช้และรู้สึกได้ว่านี่คือกิจการโทรคมนาคม ทั้ง ๆ ที่ในเรื่องของกิจการ โทรคมนาคมจะมีกิจการที่เกี่ยวเนื่องอีกหลาย ๆ เรื่อง แต่เฉพาะ ๒ อย่างที่ผมยกตัวอย่างไป นี้จะเป็นประเด็นที่พี่น้องประชาชนสามารถที่จะเห็นได้ชัดเจนมาก ในส่วนที่ ๒ ที่เรากำลังจะ พูดถึงก็คือกิจการเรื่องของการค้าปลีก ค้าส่ง และร้านสะดวกซื้อ ซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องของ อาหาร วัตถุดิบด้านอาหารและสิ่งที่ต้องใช้ในชีวิตประจำวัน ท่านประธานก็จะเห็นเลยครับว่า ธุรกิจทั้ง ๒ ตัวนี้จะเกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศทุกเมื่อเชื่อวัน ถ้าเราจะไปดู มูลค่าทางการตลาดของธุรกิจที่เรากำลังจะพูดถึงอยู่นี้ เฉพาะกิจการโทรคมนาคม กสทช. โดยรองเลขาธิการเคยแถลงเมื่อปี ๒๕๖๓ ว่าตลาดโทรคมนาคมไทย มีมูลค่าประมาณปีละ ๖๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตัวเลขนี้ลดลง ๒๓ เปอร์เซ็นต์ก่อนหน้าปี ๒๕๖๓ ซึ่งเกิด การระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ๖๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ครอบคลุมประชากร จำนวนมากมาย ส่วนเรื่องของธุรกิจค้าปลีกค้าส่งนั้น ถ้าเราไปดูห้างที่มีการพูดถึง ที่มีการ ซื้อควบรวมกันนั้นธุรกิจรวมกันหลายแสนล้านบาท เอาว่าใน ๑ ปีนี้มูลค่ากำไรของบริษัทใหญ่ ๆ ที่มีการพูดถึงกันอยู่ในข่าวนั้นรวมกันแล้วเฉียด ๆ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมขยายความต่อท่าน ประธานว่าในประเด็นเรื่องของการควบรวมของกิจการโทรคมนาคม เอาข้อเท็จจริงก่อนว่า สิ่งที่เกิดขึ้นนี้มันเกิดอะไรขึ้นก่อน แล้วเดี๋ยวเราจะมาดูกันว่าทำไมเราต้องเสนอญัตตินี้เข้าไป ถ้าประชาชนคนใดคนหนึ่งจะไปซื้อมือถือในประเทศนี้ มันมีให้เลือกไม่กี่เจ้าหรอก ถ้าเราดู ตามข้อมูลสถิติรายงานสภาพตลาดโทรคมนาคมประจำปี ๒๕๖๒ ของ กสทช. เราก็จะพบว่า ส่วนแบ่งการตลาดหลัก ๆ ไม่พูดถึงโทรศัพท์ประเภทหนึ่งนะครับ คือโทรศัพท์ประเภทประจำ ที่ ก็คือโทรศัพท์บ้านซึ่งคนแทบจะไม่ใช้กันแล้ว เอาโทรศัพท์เคลื่อนที่ภายในประเทศ หรือมือถือทั้งหลายเอไอเอสมีส่วนแบ่งการตลาดอยู่แล้ว ๔๔ เปอร์เซ็นต์ ทรู ๓๑.๘ เปอร์เซ็นต์ ดีแทค ๒๑.๖ เปอร์เซ็นต์ ส่วนแคท (CAT) กับทีโอที (TOT) รวมกันก็ตกอยู่ที่ประมาณ ๓-๔ เปอร์เซ็นต์ พูดง่าย ๆ คือ เอไอเอส เป็นอันดับ ๑ อยู่ที่ ๔๔ เปอร์เซ็นต์ ข่าวที่มันเกิดขึ้นในเวลานี้ก็คือ ทรู กับดีแทค ถ้าไปรวมกันก็จะมีมูลค่ารวม ๆ กันอยู่ที่ ๕๒ เปอร์เซ็นต์ ประเด็นมันก็อยู่ตรงที่ ๒ อย่างครับ คือ ๑. แทนที่จะแข่งขันกัน ๓ เจ้า ทำไมทั้ง ๓ เจ้า เพราะว่าเจ้าอื่นเป็นเจ้าเล็ก อย่างแคท (CAT) ก็ดีหรือทีโอที (TOT) ก็ดี ถ้ารวมกันก็มี ๔ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งแทบไม่มีน ้าหนัก ในทางการตลาดเลย แต่จาก ๓ คือ ดีแทค เอไอเอส และทรู พอควบรวมกันเหลือ ๒ นี่ละครับ คือความกังวล กังวลอะไรครับ ถ้าท่านประธานย้อนกลับไปดูพวกเราซึ่งอายุกันมาถึงขนาดนี้ แล้วก็ได้ใช้มือถือเมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมาก็จะพบว่า มือถือสมัยก่อนนี้ก่อนที่จะมีกฎหมาย มากำกับมันจะมีลักษณะของตลาดที่ค่อนข้างจะผูกขาดตั้งแต่เริ่ม ใครซื้อมือถือตอนนั้น ตัวหนึ่ง ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ บาท เราไม่สามารถจะซื้อข้ามค่ายได้นะครับ เพราะสิ่งหนึ่งที่มัน เกิดขึ้นอย่างที่ชาวบ้านรู้จักคือการล็อกอีมี่ (IMI) ถ้าจะซื้อแล้วก็ใช้โครงข่ายของบริษัท ก ต้องซื้อโทรศัพท์ของบริษัท ก เท่านั้น แถมในแต่ละเดือนคุณจะใช้ไม่ใช้ก็ตามจะต้องจ่าย ค่ารักษาคลื่นสัญญาณหรือค่ารักษาเครื่องเดือนละ ๕๐๐ บาท แล้วในที่สุดมีการออก กฎหมายซึ่งจะต้องออกโดยรัฐธรรมนูญกำหนดให้มีการจัดตั้งองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ขึ้น เพื่อมาแก้ไขปัญหาในเรื่องของกิจการโทรคมนาคมเพราะคนใช้มากขึ้นเรื่อย ๆ สุดท้ายด้วย การแข่งขันทางการตลาดที่มีหลากหลายบริษัทมากขึ้นก็สามารถจะย้ายค่าย ซื้อโทรศัพท์แบบ นี้ไปใช้กับคลื่นสัญญาณของบริษัทหนึ่ง อยู่ ๆ ไม่พอใจก็ย้ายไปอีกบริษัทหนึ่งได้ ๕๐๐ บาทก็ไม่ต้องจ่าย แล้วก็เกิดโพร (Pro) ต่าง ๆ แข่งขันกันเกิดขึ้นมากมายครับ มีทั้งแบบ เติมเงิน มีทั้งแบบรายเดือนให้เลือกมากมาย เพราะมีผู้แข่งขันมากรายขึ้น คำถามมีว่าถ้าเกิด ตลาดซึ่งแข่งกันอยู่ ๒-๓ เจ้าเกิดเหลือผู้แข่งขันลดน้อยลงจะเกิดอะไรขึ้น นี่คือความกังวลของ ทุกฝ่ายครับว่าในที่สุดแล้วโพร (Pro) ต่าง ๆ มันก็จะลดลงใช่ไหม ในเวลาที่ความต้องการ ของการใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) โทรศัพท์มือถือมันก็มากขึ้นในทุก ๆ วัน นี่คือประเด็น ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นและเป็นข้อกังวลครับ ในส่วนของตลาดค้าปลีกก็เช่นเดียวกันครับ ท่านประธานเห็นจากข่าวแล้วว่าเรื่องอาหารมีผู้เล่นอยู่ไม่กี่ราย ข้อกังวลของฝ่ายนักวิชาการก็ดี ฝ่ายองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคก็ดีหรือฝ่ายของคนที่ติดตามข่าวเรื่องนี้อยู่ก็คือ เขากังวลว่า ในที่สุดแล้วการรวมกันของยักษ์ค้าส่ง ยักษ์ค้าปลีก กับร้านค้าสะดวกซื้อทั้งหลายในประเทศนี้ มันจะเหลือผู้ที่เล่น พูดง่าย ๆ ก็คือเป็นเจ้าของกิจการเพียงแค่รายหนึ่งหรือ ๒ รายเท่านั้น ซึ่งเขาจะมีช่องทางตั้งแต่ผู้ผลิต คนกลางและช่องทางของการกระจายไปสู่การค้าปลีก ทั้งหลาย ในเวลาที่อาหารกับสินค้าประจำวันเป็นสิ่งที่เราต้องใช้กันอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันนี่คือ เป็นประเด็นที่เกิดข้อกังวลเกิดขึ้นครับ ที่สำคัญที่สุดที่เราพูดถึงร้านสะดวกซื้อท่านประธาน ถ้าจะออกชื่อก็ได้ก็คือเซเว่นอีเลฟเว่นที่เรารู้จักกัน วันนี้เซเว่นอีเลฟเว่นไม่ได้เป็นเพียงแค่ ห้างสะดวกซื้อที่ขายสินค้าหรืออาหารเท่านั้น แต่เซเว่นอีเลฟเว่นขยายกิจกรรมทางการตลาดอื่น ๆ ไปมากมาย แม้แต่กระทั่งโอนเงินนะครับ ผมเห็นมีการประชาสัมพันธ์กันเรียกว่าโอนปุ๊บ ได้ปั๊บ แทนที่จะต้องไปธนาคาร ไม่ต้องไปเปิดบัญชีธนาคารฝากสาขาหนึ่งไปกดออกที่ สาขาหนึ่งได้ ไม่ว่าคนนั้นจะเป็นคนไทยหรือคนต่างด้าว การขยายลักษณะอย่างนี้เป็นคำถาม เกิดขึ้นว่ามันเป็นเรื่องที่เกิดการเสรีแล้วก็เป็นธรรมในระบบเศรษฐกิจไทยหรือไม่ แต่ที่หลาย คนที่เป็นชาวบ้านชาวช่องที่ขายของกันอยู่ในซอยในตลาดทั้งหลายวิตกกังวลก็คือ จู่ ๆ ร้านค้าสะดวกซื้อเหล่านี้ก็เปิดบริการในลักษณะเดลิเวอรี (Delivery) ก็คือส่งถึงบ้าน ซึ่งถ้าดูเผิน ๆ ก็เป็นสิทธิของเขาที่จะทำครับ แต่ผลที่มันเกิดขึ้นก็คือ เนื่องจากเขามีสาขาอยู่จำนวนมาก ต้นทุนราคาสินค้าที่ซื้อมาก็ถูกกว่าที่อื่น พอเปิดกิจการ ลักษณะแบบนี้ออกไป พ่อค้าแม่ขายรายเล็กรายน้อย ร้านโชห่วยทั้งหลายก็กระทบครับ ประเทศไทยตามข้อมูลกระทรวงพาณิชย์มีร้านโชห่วยอยู่ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ แห่ง แต่ถ้านับรถร้านค้าทั้งหลาย ประเภทรถเข็น รถจักรยานที่ขายกันอยู่มีนับเป็นล้านราย ต่างได้รับผลกระทบในเรื่องนี้ด้วยกันทั้งสิ้น นี่คือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น แล้วก็นำมาสู่ความวิตกกังวล ของหลายฝ่าย แต่สิ่งที่เสนอญัตตินี้ขึ้นมา จุดสนใจมันอยู่ตรงนี้ ในฐานะที่เรามีรัฐ ซึ่งมีอำนาจรัฐ แล้วถูกกำกับโดยรัฐธรรมนูญว่า หน้าที่ของรัฐจะต้องสร้างระบบเศรษฐกิจที่เสรีและเป็นธรรม มองเห็นประเด็นเหล่านี้หรือไม่ และมีแนวทางในการกำกับดูแลไม่ให้เกิดลักษณะของการ ผูกขาดหรือเอารัดเอาเปรียบประชาชนผู้บริโภคอย่างไรบ้าง เอาง่าย ๆ ก่อนครับ เรื่องกิจการ โทรคมนาคม เรื่องกิจการโทรคมนาคม ถึงขนาดเขียนในรัฐธรรมนูญเลยนะครับ ท่านประธานครับ เราไปดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๐ เขียนไว้เลยบอกว่า รัฐต้องรักษาไว้ ซึ่งคลื่นความถี่และสิทธิในการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมอันเป็นสมบัติของชาติ คลื่นความถี่ แต่ก่อนอยู่กับองค์กรอื่น ๆ ของรัฐแล้วเอาไปสัมปทาน ต่อมากฎหมายออกมา แล้วก็ระบุว่า คลื่นความถี่ทั้งหลายนั้นเป็นสมบัติของชาติ สิทธิการเข้าใช้วงโคจรดาวเทียมก็เป็นสมบัติของชาติ คำว่า เป็นสมบัติของชาติคือเป็นสมบัติของคนไทยทุกคน แต่เนื่องจากคนไทยทุกคนไปทำ กิจการแบบนี้ไม่ได้ ต้องมีคนอื่นมาทำ รัฐธรรมนูญก็เลยเขียนต่อว่า การจัดให้มีการใช้ประโยชน์ จากคลื่นความถี่ตามวรรคหนึ่งไม่ว่าจะใช้เพื่อส่งวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และโทรคมนาคม หรือเพื่อประโยชน์อื่นใด ต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน ความมั่นคงของรัฐ และประโยชน์สาธารณะ นอกจากนั้นรัฐธรรมนูญยังเขียนต่อ ซึ่งมาจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ทำต่อกันมาว่า รัฐต้องจัดให้มีองค์กรของรัฐที่มีความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อรับผิดชอบและกำกับการดำเนินการเกี่ยวกับคลื่นความถี่ให้เป็นไปตามวรรคสอง องค์กรนี้ละ ที่เป็นที่มาของกฎหมายที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ก็คือ กสทช. ซึ่งมาตามพระราชบัญญัติองค์กร จัดสรรคลื่นความถี่และการประกอบกิจการวิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม ปี ๒๕๕๓ สภานี้เป็นคนออกกฎหมายฉบับนั้น ผมเป็น ส.ส. อยู่และในเวลานั้นผมได้เป็นประธาน คณะกรรมาธิการที่พิจารณายกร่างกฎหมายองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฉบับนั้น ทุกอย่าง ถูกกำหนดโดยรัฐธรรมนูญ เพราะฉะนั้น กสทช. หรือองค์กรของรัฐที่มีความเป็นอิสระ ในการปฏิบัติหน้าที่รัฐธรรมนูญกล่าวต่อว่า องค์กรดังกล่าวต้องจัดให้มีมาตรการป้องกันมิให้ มีการแสวงหาประโยชน์จากผู้บริโภคโดยไม่เป็นธรรม หรือสร้างภาระแก่ผู้บริโภคเกิน ความจำเป็น ก็เขียนต่อไปครับ คำถามจึงมีว่า เมื่อรัฐธรรมนูญเขียนอย่างนี้มีกฎหมายออกมา ถ้าไปสำรวจกฎหมายของฝั่งกิจการโทรคมนาคม ท่านประธานครับ ในฐานะถ้าเป็นประชาชนทั่วไป เราปวดหัวมากเลยครับ เพราะมันมีกฎหมายสลับซับซ้อนมาก แต่เจตนารมณ์อันหนึ่งของ พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ในเวลานั้นคือ ต้องการให้เกิดผู้ประกอบการรายใหม่ และถ้ามีอยู่แล้ว ต้องป้องกันไม่ให้เกิดการควบรวมกันเกิดขึ้น เพื่อลดผู้ประกอบการให้เหลือ จำนวนน้อยรายลง เพราะจะทำให้เกิดโครงสร้างที่อาจจะเกิดการผูกขาด หรือมีอำนาจ ครอบงำตลาด หรือมีอำนาจเหนือตลาดได้ คำถามจึงมีอยู่ว่า พอเกิดข่าวเรื่องการควบรวม ของ ๒ บริษัทยักษ์ใหญ่เรื่องกิจการโทรคมนาคม องค์กรอย่าง กสทช. มีท่าทีอย่างไร ตรงนี้ น่ากังวล เพราะถ้าเราไปอ่านถ้อยคำให้สัมภาษณ์ทั้งหลายของ กสทช. เราจะรู้สึกทันทีเลยว่า อึกอักไม่ชัดเจน เหมือนกับว่าพูดไม่ออก เพราะอะไรผมไม่ทราบ ลองไปดูคำให้สัมภาษณ์ครับ ท่านหนึ่งเป็นรองเลขาธิการกรรมการ กสทช. พูดเรื่องการควบรวมเวลานักข่าวถาม ตอบว่า เป็นเรื่องนโยบายของบริษัท ก็เอ่ยชื่อบริษัทไป เพื่อรวมกันตั้งบริษัทใหม่ เพื่อรับซื้อหุ้น ซึ่งกันและกัน เป็นเรื่องของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย อย่างไรก็ตาม บริษัท โฮลดิ้ง ของทรู กับ ดีเทค ไม่ได้อยู่ภายใต้ใบอนุญาตประกอบกิจการ โทรคมนาคม กสทช. ซึ่ง กสทช. ไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้ ฟังดูแล้วประหลาดไหมครับ เขาไปตีความว่า ๒ บริษัทซึ่งอยู่ในตลาดเขาซื้อขายหุ้นกัน ไม่ใช่เรื่องอยู่ภายใต้การประกอบ กิจการของเขา อันนี้ผมถือว่าเป็นการโยนเรื่องให้พ้นตัวเองออกไป ทั้ง ๆ ที่ กสทช. มีอำนาจ โดยตรงตามรัฐธรรมนูญและตามกฎหมายครับจะเกิดอะไรขึ้นครับ นี่คือข้อสงสัยในฐานะ ประชาชนผู้บริโภคและคนที่ใช้มือถือใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) คนหนึ่ง นอกจากนั้น รองเลขาธิการคนดังกล่าวยังบอกว่าการรวมบริษัท โฮลดิ้ง (Holding) ของ ทรู ดีเทค ต้องให้กรรมการแข่งขันทางการค้าหรือ กขค. เป็นผู้ตรวจสอบ อันนี้คือโยนเรื่องให้พ้นตัว ผมกล่าวหาอย่างนั้นครับ มันถึงต้องตั้งกรรมาธิการขึ้นมาสำรวจกันว่าใน กสทช. เกิดอะไรขึ้น ทำไมไม่ปกป้องประโยชน์พี่น้องประชาชน คลื่นความถี่เป็นสมบัติชาติ ไม่ใช่สมบัติของบริษัท ที่เอาไปแล้วคิดจะทำอะไรก็ได้ มันมีกฎเกณฑ์ มีกติกา มีกฎหมาย มีรัฐธรรมนูญกำกับอยู่ แต่ผู้บังคับใช้กฎหมายและปฏิบัติตามกฎหมายทำอะไรอยู่ครับ อีกคนหนึ่งเป็นรองเลขาธิการ เช่นเดียวกันครับ ก็ไปพูดในทำนองว่าเอาละเรื่องของการควบรวมอันนี้มันเป็นเรื่องที่ทาง กสทช. จะต้องเข้าไปดูที่พูดไว้เมื่อ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ คนนี้เป็นคนที่รักษาการแทน เลขาธิการ กทช. ครับ บอกว่าการควบรวมนี้สำนักงานเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ที่อาจส่งผลกระทบต่อการแข่งขันในอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและผู้ใช้บริการ แต่สิ่งที่เขาจะทำ ก็คือว่าปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาและพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมในการปรับโครงสร้างธุรกิจ โดยการควบรวมกิจการเข้าด้วยกัน และจะปฏิบัติตามกฎหมายกฎระเบียบในแต่ละขั้นตอน โดยบอกว่า กสทช. บอก ๒ บริษัทนั้นให้แจ้งความคืบหน้าในการดำเนินการต่อสำนักงาน กสทช. ให้ทราบเป็นระยะ ๆ โดยสำนักงานได้มีหนังสือแจ้งให้บริษัททั้งสองชี้แจงเหตุผล ความจำเป็นในการควบรวมกิจการ ตอบเท่านี้ล่ะครับ มันถึงตรงกันกับหลายคนที่ตั้งประเด็น ขึ้นมาว่า เรื่องของการควบรวมนี้เราจะอภิปรายเป็นญัตติทำไม ปัญหายังไม่เกิด ทำไมไม่รอ ให้เกิดปัญหาก่อนเราถึงหยิบมาอภิปรายกัน ผมถึงบอกว่าเราต้องพูดก่อนครับ เจตนารมณ์ กฎหมายปี ๒๕๕๓ เคยมีการไปออกสิ่งที่เราเรียกว่า ประกาศคณะกรรมการกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการการควบรวมและการถือหุ้นไขว้ในกิจการ โทรคมนาคม ปี ๒๕๕๓ มีครับประกาศนี้ แต่ปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงไปแล้วหลายซับหลายซ้อน หลายขั้นหลายตอน ชนิดประชาชนถ้าติดตามกันแล้วกระพริบตาครั้งเดียวมันเปลี่ยนไปแล้วครับ แต่ในการเปลี่ยนนั้นคำถามคือประชาชนเอื้อประโยชน์ของประเทศ หรือเอื้อต่อกลุ่มทุน อันนี้ต้องตามไปดูโดยกรรมาธิการครับในประกาศฉบับนี้เขียนชัดเลยเรื่องของการควบรวม วิธีการพิจารณาก็คือต้องไปดูดัชนีตัวหนึ่งที่เรียกว่าดัชนีเฮอร์ฟินดาห์ล เฮิร์ชแมน อินเด็กซ์ (Herfindahl-Hirschman Index : HHI) ถ้ามันสูงถึงระดับใดที่เรียกว่ากระจุกตัว สูงถึงระดับ ใดถือว่ากระจุกตัวเข้มข้น ท่านประธานไปดูครับขณะนี้มีคณาจารย์มหาวิทยาลัย ๘-๙-๑๐ คน ทำจดหมายเปิดผนึกส่งถึงรัฐบาลบอกว่าต้องตรวจสอบเรื่องควบรวมนี้ เพราะถ้าดูตามดัชนี แล้วมันถึงขั้นกระจุกตัวเข้มข้น แต่เราดูบทบาท กสทช. อย่างที่ผมได้อ่านคำให้สัมภาษณ์ต่าง ๆ เหล่านั้นไป นี่คือประเด็นปัญหาว่ากฎหมายมีอยู่เกิดอะไรขึ้น การบังคับใช้กฎหมายต้องทำ เกิดอะไรขึ้นครับ แล้วถ้าเราตามไปดูต่อ ท่านประธานครับ ในกรณีของคณะกรรมการแข่งขัน ทางการค้าซึ่งอันนี้ก็เป็นองค์กรที่สำคัญอีกอันหนึ่งครับ มาตามกฎหมาย ล้อมาตามรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่สุดครับว่า การดูแลเรื่องการแข่งขันทางการค้ามีการแก้กฎหมายเมื่อปี ๒๕๖๐ มีการแก้ มีบัญญัติเพิ่มเติมเรื่องการครอบงำตลาด เรื่องอำนาจเหนือตลาด เรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นต้น เจตนารมณ์ของการตั้งคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าก็คือว่า ดูอย่างไรก็ตาม ไม่ให้ผู้ประกอบการมีลักษณะของการเอารัดเอาเปรียบผู้บริโภค หรือมีอำนาจเหนือตลาด คำว่ามีอำนาจเหนือตลาดก็คือหมายความว่าในตลาดที่ขายของตัวเองขายเยอะที่สุด ถ้าตัวเองคิดจะเปลี่ยนแปลงราคาทั้งหลายไม่มีใครสามารถที่จะสู้ตัวเองได้ อันนี้ คือคำอธิบายง่าย ๆ ของการมีอำนาจเหนือตลาด ปรากฏว่ามีการควบรวมกันระหว่าง แมคโครกับโลตัส ตอนนั้นความจริงมีเรื่องก่อนหน้านั้นนะครับ เรื่องของกรณีโลตัสไปซื้อ ทางด้านของเซเว่น-อีเลฟเว่นทั้งหลาย อันนั้นไม่พูดถึง แต่เอาเฉพาะแมคโครรวมโลตัส ซึ่งเป็นการรวมกันระหว่างยักษ์ค้าปลีกกับยักษ์ค้าส่งนี่นะครับ มีกรณีเข้าคณะกรรมการ แข่งขันทางการค้า เพราะว่ารวมกันแล้วบริษัทยักษ์ใหญ่รวมกันก็มีโอกาสที่จะมีอำนาจเหนือ ตลาดได้แล้วก็นำไปสู่การผูกขาดได้ แต่มติของคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าเมื่อวันที่ ๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ ซึ่งเป็นประเด็นที่ทำให้องค์กรคุ้มครองผู้บริโภคไปฟ้องศาลปกครองอยู่นี่ อนุมัติให้ควบรวมกันได้โดยให้เหตุผลว่าการรวมธุรกิจครั้งนั้น ทำให้มีอำนาจตลาดเพิ่ม แต่ไม่ผูกขาด อันนี้ต้องเควสชันมาร์ก (Question mark) ตัวโต ๆ เลยครับ เดี๋ยวจะมี ผู้อภิปรายในประเด็นนี้ลงรายละเอียดชัดเจนว่า ประเด็นนี้มีรายละเอียดที่ต้องพูดจากัน อีกเยอะครับ ผมก็สงสัยในบทบาทของคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าครับว่า ตกลงท่านยืน อยู่ตรงไหน ผลประโยชน์ชาติ ผลประโยชน์ประชาชน กับผลประโยชน์กลุ่มทุน เราจะเอียง น ้าหนักไปข้างใด นี่คือคำถาม ถึงบอกว่าเราจำเป็นต้องตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา เพื่อสำรวจตรวจสอบในประเด็นทั้ง ๒ เรื่องนี้ครับ แม้แต่กระทั่งเรื่องที่ผมพูดถึงร้านค้าสะดวก ซื้อที่ขยายกิจการจนกระทบทุนชาวบ้านทั้งหลาย ผมเรียนท่านประธานมาถึงตรงนี้เพื่อที่จะ บอกกับท่านประธานว่า ญัตตินี้จึงเป็นญัตติที่เป็นเรื่องใหญ่ เป็นเรื่องสำคัญที่กระทบต่อชีวิต ของพี่น้องประชาชน ลำพังทุกวันนี้ทำมาหากินทุกคนก็เหนื่อยอยู่แล้วครับ แต่ถ้าสิ่งที่มัน จำเป็นในชีวิตประจำวันทั้งหลาย มันมีตลาดที่ไม่เสรีไม่เป็นธรรมและอำนาจรัฐไม่ได้ใช้ไปใน ทิศทางที่แก้ปัญหาเหล่านี้ มันจะเป็นการสร้าง ซ ้าเติม และถ่างทางความเหลื่อมล ้าของ ประเทศนี้มากยิ่งขึ้นครับ ผมอยากจะจบการเสนอญัตตินี้ด้วยการพูดถึงหนังสือเล่มหนึ่งของ คุณโจเซฟ สติกลิตส์ ซึ่งเป็นศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์ ท่านเขียนเรื่องราคาของ ความเหลื่อมล ้าเอาไว้ และในอันหนึ่งท่านเขียนถึงเรื่อง ๓ แนวความคิด ซึ่งเกิดขึ้นในอเมริกา แต่ว่ามันช่างละม้ายคล้ายคลึงกับที่เกิดในประเทศไทยเสียเหลือเกินครับ ท่านบอกว่า ปัญหาที่มันเกิดขึ้นในประเทศเขาก็คือ แนวคิดแรกตลาดไม่ได้ทำงานอย่างที่ควรทำ เพราะหลักการตลาดเสรีก็คือว่า ตลาดจะต้องทำให้เกิดจุดที่เป็นจุดสมดุล เพื่อที่จะไม่ให้เกิด การผูกขาดครับ แต่ตลาดไม่ได้ทำงานอย่างที่ควรทำ เพราะมันไม่มีทั้งประสิทธิภาพและเสถียรภาพ อย่างเห็นได้ชัด อันที่ ๒ เขาบอกว่าระบบการเมืองไม่ได้แก้ไขข้อบกพร่องของตลาด ตรงนี้ครับสำคัญ นี่จะกลับมาพิจารณาบทบาทของรัฐไทยตรงนี้ครับ และ ๓. ระบบเศรษฐกิจ และการเมืองไร้ความเป็นธรรมในระดับฐานราก เพราะฉะนั้นการหยิบยกญัตตินี้ขึ้นมา ของเพื่อนสมาชิกถึง ๘-๙ ท่าน แล้วจะมีผู้อภิปรายอีกหลายท่านนั้นยืนยันถึงความสำคัญ ในข้อนี้เป็นอย่างดี ผมจึงเรียนท่านประธานเพื่อที่จะขอให้สภานี้ได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ หยิบยกประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ขึ้นมาศึกษาเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับประชาชนครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ เนื่องจากว่ามีทั้งหมด ๙ ญัตตินะครับ ฉะนั้นก็เลยอยากจะฝากเพื่อนสมาชิกเราที่เป็น เจ้าของญัตติว่าประเด็นใดที่ผู้เสนอญัตติก่อนหน้านั้นได้พูดไปซ ้าแล้วซ ้าอีกแล้วก็พยายาม หลีกเลี่ยงไปพูดประเด็นอื่นหรือพยายามสรุปให้มันสั้นลงนิดหนึ่ง เพราะถ้าจบได้ภายในคืนนี้ ก็อยากให้จบนะครับ เพราะมีท่านสมาชิกจองอภิปรายอีกมาก เชิญญัตติด่วนต่อไปครับ🔗

ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาผลกระทบต่อประชาชนกรณีการควบรวมธุรกิจโทรคมนาคม ๒ ราย คือ True และ DTAC ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อประชาชน (นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗

ท่านสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ เชิญครับ🔗

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ผมและท่าน ส.ส. ภราดร ท่าน ส.ส. กรวีร์ อีกทั้ง ส.ส. ทุกท่านของ พรรคภูมิใจไทยได้ร่วมกันเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบต่อ ประชาชน กรณีการควบรวมธุรกิจโทรคมนาคม ๒ ราย คือ ทรูและดีแทคซึ่งอาจจะมี ผลกระทบต่อประชาชน โดยมีเนื้อหาสาระดังนี้ครับ จากการที่มีข่าวการควบรวมธุรกิจ โทรคมนาคม ๒ ราย คือบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และกลุ่มเทเลนอร์ หรือดีแทค ซึ่งมีการเรียกกระบวนการนี้ว่า การสร้างความร่วมมืออย่างเท่าเทียม หรืออีควอล พาร์ตเนอร์ชิป (Equal Partnership) แต่ในความเป็นจริงคือธุรกิจโทรคมนาคม หรือธุรกิจโทรศัพท์มือถือเป็นธุรกิจที่มีโครงสร้างกึ่งผูกขาด คือมีผู้ประกอบการจำนวนน้อย และเมื่อมีการควบรวมกันครั้งนี้ จะทำให้ผู้ประกอบการน้อยลง โดยในต่างประเทศ มีเครื่องมือการผูกขาดเชิงโครงสร้าง คือดัชนีการกระจุกตัวหรือเฮอร์ไฟดาห์ล เฮิร์ชแมน อินเด็กซ์ (Herfindahl Hirschman Index) หรือตัวย่อคือเอชเอชไอ (HHI) ซึ่งมีค่าสูงสุดคือ ๑๐,๐๐๐ และการควบรวมครั้งนี้จะทำให้ค่าดัชนีเอชเอชไอ (HHI) ของธุรกิจโทรคมนาคม สูงขึ้นจาก ๓,๖๕๙ เป็น ๕,๐๑๒ คือเพิ่มขึ้น ๑,๓๕๓ จนกลายเป็นการกระจุกตัวในระดับ ที่อันตราย อันนี้เป็นข้อมูลจากทีดีอาร์ไอ (TDRI) การควบรวมครั้งนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทยมีความกังวลว่า อาจส่งผลกระทบถึงผู้บริโภค ธุรกิจ ผู้ประกอบการรายย่อย สตาร์ตอัป (Startup) ตลอดจนถึงประชาชนทั่วไปที่อาจได้รับผลกระทบจากการควบรวม สภาพของการแข่งขันจาก ๓ ราย เป็น ๒ ราย ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้เราทราบ กันดีครับว่าเป็นที่พูดคุยกันในสังคมอย่างกว้างขวางถึงกรณีที่เกิดขึ้นนี้ ท่านสมาชิก ท่านก่อนหน้านี้ก็ได้พูดไปในหลายประเด็น ซึ่งเป็นประเด็นในเรื่องของกฎหมายในส่วนของ ญัตติของผมเห็นด้วยครับกับท่านผู้เสนอไปก่อนหน้านี้ แต่ผมอยากจะนำท่านประธานครับ มองให้เห็นภาพของปัญหานี้ให้มันเด่นชัดขึ้นว่าจะเป็นอย่างไร เรามาดูที่จำนวนของผู้ใช้ โทรศัพท์มือถือ หรือจำนวนหมายเลขโทรศัพท์มือถือที่มีอยู่ในประเทศไทยในปัจจุบันนี้ ในปัจจุบันนี้มีผู้ที่ขอจดทะเบียนใช้หมายเลขโทรศัพท์มือถือทั้งสิ้นประมาณ ๙๓ ล้านเลขหมาย ในขณะที่คนไทยมีอยู่ประมาณ ๗๐ ล้านคน นั่นหมายความว่าจะมีคนไทย ไม่ต ่ากว่า ๒๐ ล้านคน ที่มีหมายเลขโทรศัพท์มือถือเกิน ๒ เลขหมาย การควบรวมครั้งนี้ จึงเรียกได้ว่ามีผลกระทบต่อคนไทยทั้งประเทศ วันนี้การเปลี่ยนโครงสร้างนี้จะเปลี่ยนสัดส่วน การตลาดอย่างชัดเจนครับ ก่อนหน้านี้บริษัทที่เป็นผู้นำในตลาดก็คือบริษัทเอไอเอส ซึ่งมีผู้จดทะเบียนอยู่ ๔๓ เปอร์เซ็นต์ ทรูเป็นอันดับถัดมาครับ มีส่วนแบ่งอยู่ ๓๒ เปอร์เซ็นต์ ดีแทคคือ ๑๙ เปอร์เซ็นต์ ทั้ง ๒ บริษัทนี้หลังจากครบรวมกันจะทำให้มีส่วนแบ่ง ๕๑ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเปลี่ยนจากเบอร์ ๒ และเบอร์ ๓ เป็นเบอร์ ๑ อันนี้คือการเปลี่ยนแปลง อย่างมีนัยสำคัญ สิ่งที่เรากังวลว่ามันอาจจะเกิดขึ้น ผมมองได้ ๔ ประเด็นด้วยกันครับ ประเด็นที่ ๑ ก็คือรายได้ของรัฐ ที่แน่นอนครับหากมีผู้ประกอบการลดลง ก็จะมีภาวะของ การแข่งขันลดลงเช่นเดียวกัน ผมยกตัวอย่างว่าวันนี้สมมุติ กสทช. ประกาศให้เอกชน มารับสัมปทานคลื่นความถี่ต่าง ๆ ดูตัวอย่างล่าสุดครับ ถ้ามี ๒ คลื่นความถี่ ผู้ประกอบการ ๓ ราย เราจะได้เห็นว่าในอดีตมีในบางครั้งที่ราคาประมูลสูง ซึ่งแน่นอนครับเอกชนอาจจะ บอกว่าราคาที่ประมูลสูง นั่นหมายถึงว่าต้นทุนของเขาก็จะสูงขึ้น แต่ในทางกลับกันรัฐซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลได้รับประโยชน์มากขึ้น และเงินเหล่านั้นสามารถ นำไปทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติให้กับสังคมได้มากขึ้นด้วย แต่ในทางกลับกันครับ ตัวอย่างเดียวกันครับ มี ๒ คลื่นความถี่ ผู้ประกอบการ ๒ ราย ผมคิดว่าท่านประธาน ก็คงไม่เชื่อนะครับว่า การแข่งขันจะทำให้ราคาสัมปทานที่รัฐควรจะได้ลดลง🔗

ประเด็นต่อมาครับ คือประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบในด้านราคา บางคน อาจจะบอกว่ามันจะได้รับผลกระทบด้านราคาอย่างไร ในเมื่อมีหน่วยงานที่กำกับดูแล กสทช. เขาก็กำกับดูแลอยู่แล้วว่าเพดานในการที่จะขึ้นราคา เพดานของราคา การให้บริการเหล่านี้ จะอยู่ในอัตราเท่าไร แน่นอนครับมีหน่วยงาน กสทช. กำกับดูแล แต่ในความเป็นจริงหากมี ภาวะในการแข่งขันต ่า ถ้ามันมีภาวะทางการแข่งขันสูงเราจะเห็นได้เลยว่าราคา ผู้ประกอบการเขาจะไล่กัน แข่งกันให้ห่างจากเพดาน ยิ่งถูกหมายความว่าลูกค้ามาใช้บริการ ของเขามากขึ้น แต่หากผู้ประกอบการน้อยรายมีเพดานเท่าไรก็จะไปให้มันใกล้กับเพดาน ที่สุด ผมยกตัวอย่างถ้าให้เห็นภาพง่ายขึ้นวันนี้เราหยิบโทรศัพท์มือถือเราขึ้นมาดู โทรศัพท์มือถือที่ถือว่าเป็นโทรศัพท์ที่ราคาสูง อาจจะเรียกได้ว่ามี ๒ ค่ายใหญ่ อาจจะเป็น ซัมซุง (Samsung) อาจจะเป็นไอโฟน (iPhone) แต่ในขณะเดียวกันมีผู้ประกอบการราย เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เข้ามาแข่งกันทำให้ประชาชนที่เขาจะใช้โทรศัพท์มือถือไม่จำเป็นจะต้อง มาซื้อโทรศัพท์เรือนหมื่น เรือนแสน แต่มีเงิน ๕๐๐ บาท มีเงิน ๑,๐๐๐ บาท มีเงิน ๒,๐๐๐ บาท เขาก็สามารถใช้โทรศัพท์มือถือได้ นี่คือตัวอย่างที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นเหตุให้เรากังวลได้ว่า หากมีผู้ประกอบการน้อยรายได้มันจะทำให้ราคา อัตราค่าโทรศัพท์ การใช้บริการของ ประชาชนอยู่ในอัตราที่สูงขึ้น เพิ่มเติมครับผู้ประกอบการเขาอาจจะบอกว่า วันนี้โลกของ โทรศัพท์มือถือเปลี่ยนไปแล้ว ผู้ประกอบการประสบภาวะที่ว่าถูกดิสรัปต์ (Disrupt) ไปแล้ว ประชาชนไม่ใช้โทรศัพท์ในการโทรออกแล้ว ไม่ใช้โทรศัพท์ในการส่งแมสเสจ (Message) แล้ว ทำให้ค่าบริการต่าง ๆ ของเขาลดลง เพราะเขาถูกแอปพลิเคชัน (Application) ต่าง ๆ มาดิสรัปต์ (Disrupt) เขา ไม่ว่าจะเป็นโทรผ่านไลน์ (Line) โทรผ่านวอตส์ แอป (Whats App) หรือส่งข้อความตามช่องต่าง ๆ แต่ในความเป็นจริงในปัจจุบันนี้ถึงแม้ค่ายโทรศัพท์มือถือ เขาจะไม่ได้ให้บริการการโทรมากเหมือนแต่ก่อน แต่สิ่งที่เขาได้คือเขาทำหน้าที่ เป็นผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต (Internet) ซึ่งเขาสามารถเก็บค่าบริการได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย และการที่มีผู้ประกอบการที่น้อยนี่แหละมันอาจจะส่งผลให้ผู้บริโภคต้องซื้ออินเทอร์เน็ต (Internet) ในราคาที่สูงขึ้น🔗

ประเด็นต่อไปประเด็นที่ ๓ ประชาชนที่เขาเคยไปใช้บริการกับค่ายโทรศัพท์ ต่าง ๆ นั้น อาจจะไม่ได้รับความสะดวกในเรื่องการให้บริการ ผมยกตัวอย่างนะครับ วันนี้เรา เดินเข้าห้างสรรพสินค้า เราสามารถเลือกได้ว่าเราจะเข้าไปใช้บริการโทรศัพท์มือถือค่ายไหน เราสามารถเลือกได้ว่าเราอยากจะไปซื้อโทรศัพท์เจ้าไหนสีน ้าเงิน สีฟ้า สีเขียว หรือสีส้ม เลือกได้ครับ แต่ทันทีที่ยุบจาก ๓ เหลือ ๒ นั่นหมายความว่า ปริมาณความคับคั่งในชอป (Shop) นั้น ๆ จะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน ลดลงครับจาก ๓ สี เหลือ ๒ สี ประชาชนมีโอกาส ที่จะได้รับผลกระทบจากการที่ไม่ได้รับความสะดวกในการได้รับบริการ🔗

ประเด็นที่ ๔ ครับ หากมีการควบรวมจริง สิ่งแรกในมุมของคนทำธุรกิจที่เขา ต้องทำก็คือ ถ้ามีการควบรวมกัน อันดับแรกที่ต้องทำคือ ลดต้นทุน สิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นตามมา ก็คือ หาก ๒ บริษัทนี้ต้องการที่จะลดต้นทุนโดยใช้ออฟฟิศเดียวกัน โอเพอเรชัน (Operation) เดียวกัน จ้างคนชุดเดียวกัน นั่นหมายความว่าคนอีกนับหมื่นที่อาจจะต้องตกงาน เรื่องนี้ยังไม่เคยมีการพูดคุยกันครับว่า แล้วเราจะทำอย่างไร ประเด็นปัญหา ๓-๔ ปัญหาที่ผมได้พูดไป วันนี้ท่านประธานไปพูดกับ ใครก็ตาม ถามใครก็ตาม ถามประชาชน ถามชาวบ้าน ชาวบ้านเขาก็จะถามกลับมาว่า แล้วรัฐไม่ทำอะไรหรือ ท่าน ส.ส. สาทิตย์ได้พูดไปก่อนหน้านี้ เราได้เห็นแล้วครับบทสัมภาษณ์ ของบุคคลต่าง ๆ ที่มีบทบาทในเรื่องนี้ ในเรื่องของการควบรวมนี้ ในเรื่องของพฤติกรรมนี้ กสทช. บอกว่าไม่ได้อยู่ในอำนาจที่ กสทช. จะทำได้ คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า หรือชื่อย่อของท่านคือ กขค. ซึ่งผมฟังชื่อท่านแล้วผมคิดว่าชื่อของ กขค. เหมาะสมมากที่จะ มาดูแลเรื่องเหล่านี้เพราะถ้าแปลแบบภาษาพวกเรา กขค. ก็น่าจะเป็นก้างขวางคอ แต่พอไป ถามท่านบอกว่าไม่เข้าข่าย ท่านไม่มีอำนาจ คำถามที่มันก็ต้องถามต่อไปว่าถ้าท่านเหล่านั้น ไม่มีอำนาจในการติดตาม ตรวจสอบ กำกับดูแล แล้วใครครับที่มีอำนาจ หากมองไม่เห็นใคร ผมก็มองว่าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้สมควรที่จะหยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาเป็นเรื่องที่จะต้องมา ถกเถียงพูดคุย แล้วก็หาแนวทางในการป้องกันปัญหาที่มันจะเกิดขึ้น อันดับแรกต้องมาศึกษา ครับว่าทำได้หรือไม่ได้ แน่นอนครับ ผมเชื่อว่าไม่มีผู้ใดที่อยากจะมีเจตนาที่จะไปขัดขวางการ เติบโตของธุรกิจที่คนไทยมีส่วน แต่การเติบโตนั้นต้องดูครับว่ามีความเป็นธรรมหรือไม่ บางคนอาจจะพูดว่าการควบรวมครั้งนี้ประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไร แต่ในมุมของ ผู้ประกอบการท่านอาจจะบอกว่าประชาชนได้ประโยชน์ หรือไม่ได้ประโยชน์มันคนละเรื่อง เพราะเขาเป็นเอกชน แต่ในมุมมองของเรา เราต้องถามแทนประชาชนของเราครับว่า การควบรวมนี้ประชาชนจะได้ประโยชน์อะไร และหากในทางกฎหมายไม่สามารถที่จะ ดำเนินการใด ๆ ได้เราต้องมีหน้าที่เสนอแนะครับ เสนอแนะให้เขาทราบว่าสิ่งที่ประชาชน กำลังกังวลและสิ่งที่เราคิดว่ามันจะเป็นภาระกับประชาชนนั้นคืออะไร ท่านประธานครับ ดังนั้นผมจึงขออนุญาตใช้เวลาตรงนี้เชิญชวนให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านได้ กรุณาให้ความเห็นชอบในการตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาอีก ๑ คณะ เพื่อที่จะมา ติดตาม ตรวจสอบ แล้วก็ให้ข้อเสนอแนะในประเด็นนี้ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ ประหยัดเวลาดีนะครับ🔗

ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาผลกระทบต่อประชาชน กรณีการควบรวมธุรกิจโทรคมนาคมและการค้าปลีก-ค้าส่ง เพื่อหามาตรการคุ้มครองประชาชนโดยเร่งด่วน (นายระวี มาศฉมาดล กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗

เชิญครับ ท่านระวี🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายระวี มาศฉมาดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ระวี มาศฉมาดล ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณสภาผู้แทนราษฎรที่รับญัตติด่วนของพวกเรา ในการตั้งกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบจากการควบรวมกิจการโทรคมนาคม และการค้าปลีก-ค้าส่ง เพื่อหามาตรการคุ้มครองประชาชนโดยเร่งด่วน ต้องขอขอบคุณทางสภาและ ส.ส. ทุกท่าน ที่อนุญาตให้ญัตติด่วนของพวกเราทั้งหมดนี้ ๘ ท่าน สามารถนำขึ้นมาอภิปรายในบ่ายวันนี้ เพื่อให้ทันเหตุการณ์ ท่านประธานครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องด่วนที่จำเป็นต้องตั้งกรรมาธิการ วิสามัญขึ้น เพราะเรื่องนี้กระทบต่อคนไทยทุกครอบครัว กระทบต่อคนไทยเกือบทุกคน ทั่วประเทศ กระทบต่อธุรกิจทุกธุรกิจทั่วไทย คนไทย ๗๐ ล้านคน มีการใช้บริการอยู่ ประมาณ ๙๐ กว่าล้านเลขหมาย ขออนุญาตภาพต่อไปเลยครับ ปัจจุบันนี้ตลาดมือถือ ของเรามีค่ายหลักอยู่ ๓ ค่าย มีลักษณะกึ่งผูกขาดอยู่แล้ว กึ่งผูกขาดอย่างไร บอกได้เลยว่า ถ้าจะมีรายใหม่ที่จะเข้ามาแข่งขันกับ ๓ ค่ายนี้ต้องมีเงินเป็นแสนล้านถึงจะเข้ามาสู้ได้ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ แม้ว่าจะมีลักษณะกึ่งผูกขาดนะครับ แต่ก็ยังมีการแข่งขันกันพอสมควร ใน ๓ ประการหลัก ก็คือ ๑. มีการแข่งขันด้านการพัฒนาการบริการใหม่ ๆ เปิดโพรโมชัน (Promotion) ใหม่ ๆ ขึ้นมา ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้บริโภค ๒. มีการขยายและเพิ่มประสิทธิภาพ พื้นที่ให้บริการในต่างจังหวัด ๓. มีการแข่งขันด้านราคา มีการลด แลก แจก แถม มีการว่า ใครจะเปลี่ยนโพร (Pro) จากค่ายนี้ไปใช้ซิม (SIM) ของค่ายโน้นก็จะมีส่วนลดอะไรต่าง ๆ ถ้าหากมีการควบรวมกิจการเหลือเพียง ๒ ค่าย ขอภาพต่อไปเลยครับ ค่ายใหม่ที่เกิดขึ้น คือดีแทคกับทรูรวมกันจะครองการตลาดประมาณ ๕๒ ล้านเลขหมาย เอไอเอสจะเหลือ ๔๔ ล้านเลขหมาย ซึ่งถือว่าค่ายใหม่จากการควบรวมนี่จะครองการตลาดมากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเราย้อนยุคกลับไปเหมือนสมัยปี ๒๕๔๗ ครับ ในสมัยนั้นคงจำได้ว่ามีแค่ ดีแทคกับเอไอเอส ๒ ค่าย เราพบว่าราคากับการแข่งขันเทียบกับตอนที่มี ๓ ค่าย ณ ทุกวันนี้ ต่างกันมากครับ ดังนั้นเราจะต้องย้อนยุคกลับไปที่จะมีการแข่งขันน้อยลง ขอภาพต่อไปครับ ผลเสียที่จะเกิดขึ้นมันก็จะเกิดการลดการพัฒนาการบริการใหม่ ๆ ข้อ ๒ จะลดการขยาย พื้นที่ให้บริการ การพัฒนาประสิทธิภาพของพื้นที่ตามต่างจังหวัดต่าง ๆ ให้มีสัญญาณ ที่แรงขึ้น ข้อ ๓ ลดการแข่งขันด้านราคา อาจจะทำให้ราคาแพงขึ้น และที่สำคัญต่อรัฐนะครับ ท่านลองนึกภาพดูถ้าเหลือ ๒ ค่าย แล้วในอนาคตเปิดประมูล ๕ จี (5G) ขึ้นมา แล้วปรากฏว่า รัฐบอกว่าประมูล ๒ คลื่นนี้ มันมีโอกาสเป็นไปได้ง่ายไหมครับ ที่จะเกิดการฮั้วกัน ทำให้รัฐเรา นี่ได้รายได้น้อยลง จากการที่มีการควบรวมในครั้งนี้ เรามาดูผลกระทบต่อประชาชนในภาพ ต่อไปนะครับ ข้อแรกครับ ประชาชนที่เป็นผู้บริโภคเกือบทุกคนทั่วประเทศได้รับผลแน่นอน ธุรกิจต่าง ๆ เกือบทุกธุรกิจใช้โทรศัพท์มือถือ ใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ต (Internet) อย่างนั้น กระทบแน่นอน รวมทั้งคู่ค้าของบริษัทโทรคมนาคม คราวนี้เรามาดูนะครับว่า กฎหมายที่ เกี่ยวข้องในภาพต่อไปนะครับ กฎหมายที่เกี่ยวข้องมี ๓ ประการสำคัญตอนนี้นะครับ อันแรก ก็คือ พ.ร.บ. กิจการโทรคมนาคม ๒๕๔๔ อันที่ ๒ พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้าปี ๒๕๖๐ และประกาศคณะกรรมการ กสทช. ขอภาพต่อไปเลยครับ เรามาดูนะครับ พ.ร.บ. แรกนะครับ พ.ร.บ. ประกอบกิจการโทรคมนาคม ปี ๒๕๔๔ มาตรา ๒๑ กำหนดว่า การประกอบกิจการ โทรคมนาคมนอกจากจะต้องอยู่ในบังคับของกฎหมายว่าด้วยการแข่งขันทางการค้าแล้ว ยังห้ามมิให้ผู้รับใบอนุญาตกระทำการอย่างใดอันจะเป็นการผูกขาด หรือลด หรือจำกัด การแข่งขันในการให้บริการกิจการโทรคมนาคม เรามาดูนะครับ ถ้าเกิดการควบรวมกิจการ แล้วปรากฏว่าบริษัทใหม่ครอบครองการตลาดเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ตีว่าผูกขาดหรือยังครับ นี่คือคำถามที่ ๑ นะครับ ขอกลับไปที่ภาพเดิมก่อนครับ ต่อมานะครับ ประเด็นที่บอกว่า ห้ามมิให้ผู้รับใบอนุญาตลดการแข่งขัน ถามว่าถ้าเหลือ ๒ บริษัทแข่งขันกันมันลดไหมครับ แสดงว่าลดชัดเจนถูกไหมครับ ข้อต่อไปครับ ห้ามผู้รับใบอนุญาตจำกัดการแข่งขัน ถ้าลด เหลือ ๒ เจ้ามันจำกัดไหมครับ ดังนั้นผมคิดว่าถ้าเราตีความหมายอย่างชัดเจนของ พ.ร.บ. ประกอบกิจการนี้บอกได้เลยว่า คณะกรรมการ กสทช. ต้องไม่ให้เกิดการควบรวมกิจการ ในครั้งนี้ ถ้าตีความหมายตามนี้ครับ แต่มันแปลกไหมครับว่า ข่าวที่เราได้รับกรรมการ กสทช. มีการออกข่าวว่าอาจจะไม่มีอำนาจจัดการครับ เท่านั้นไม่พอนะครับ มันมีอีกข้อนะครับ ข้อที่บัญญัติไว้ว่ายังห้ามมิให้ผู้รับใบอนุญาตกระทำการอย่างใด อันเป็นการผูกขาด หรือลด หรือจำกัดการแข่งขัน มีข่าวที่ผมได้รับนะครับว่าอาจจะมีการเลี่ยงบาลี ตรงจุดที่ว่าบริษัทใหม่ที่เกิดขึ้น เขาไม่ได้ เป็นผู้รับใบอนุญาต ดังนั้น เขามีสิทธิที่จะควบรวม ผมก็อยากจะลองดูนะครับว่า ให้พี่น้องประชาชนทุกคน ให้ ส.ส. ทุกคนในสภาติดตามนะครับว่าหลังจากนี้ไป จะมีคณะกรรมการ กสทช. คนใดที่จะรับให้มีการควบรวมได้ โดยใช้ข้ออ้างนี้ว่าบริษัทใหม่ ที่ควบรวมไม่ใช่ผู้รับใบอนุญาต จึงมีสิทธิที่จะกระทำได้ อันนี้เป็นประเด็นนะครับ ขอภาพต่อไปครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายระวี มาศฉมาดล แบบบัญชีรายชื่อ

ใน พ.ร.บ. นี้กำหนดนะครับว่า การที่จะบังคับไม่ให้ผู้รับใบอนุญาตกระทำการที่ว่านะครับ ผูกขาดลดนี้ มันมีอยู่ ๕ ข้อ ข้อสำคัญก็คือข้อการถือครองธุรกิจในการบริการประเภทเดียวกันครับ เพราะฉะนั้นถ้าดูตรงข้อนี้ มันก็มีความชัดเจนพอสมควรหรือไม่ สำหรับคณะกรรมการ กสทช. ที่จะพิจารณาว่ามีอำนาจ ในการเบรกการควบรวมในครั้งนี้หรือไม่ ขอภาพต่อไปนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายระวี มาศฉมาดล แบบบัญชีรายชื่อ

เรื่องที่ ๒ นะครับ พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้า ปี ๒๕๖๐ ซึ่งควบคุมโดยคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ซึ่งเราเรียกสั้น ๆ ว่าคณะกรรมการ กขค. ก้างขวางคอนะครับ ซึ่ง พ.ร.บ. นี้ใช้บังคับดูแลไม่ให้ มีเอกชนที่มีอำนาจเหนือการตลาดนะครับ ไม่ให้มีการควบรวมกิจการแล้วปรากฏว่า เกิดการผูกขาด หรือกำกับดูแลในเรื่องการแข่งขันทางการค้า อันนี้คือว่าด้วย พ.ร.บ. การแข่งขันทางการค้านะครับ🔗

ต่อไปครับ ประการที่ ๓ กฎหมายที่เกี่ยวข้องก็คือประกาศของ กสทช. ในภาพต่อไปนะครับ ประกาศแรกนะครับเมื่อปี ๒๕๔๙ นะครับ ประกาศมาตรการ เพื่อป้องกันมิให้การกระทำอันเป็นการผูกขาด หรือก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขัน ในกิจการโทรคมนาคม ซึ่งมีใจความสำคัญของประกาศนี้ ขอภาพต่อไปเลยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายระวี มาศฉมาดล แบบบัญชีรายชื่อ

ใจความสำคัญก็คือการถือครอง ธุรกิจในการบริการประเภทเดียวกัน โดยการเข้าซื้อหุ้นบริษัทหรือสินทรัพย์ของผู้ให้บริการรายอื่น เพื่อควบคุมนโยบายหรือการบริหารธุรกิจ ไม่ว่าทางตรง ทางอ้อม หรือผ่านตัวแทน เป็นพฤติกรรมต้องห้าม เว้นแต่ได้รับการอนุญาตจาก กสทช. เห็นหรือไม่ครับ เขียนไว้ชัดเจน ว่าการที่จะไปซื้อหุ้นบริษัทที่ให้บริการเดียวกัน เป็นพฤติกรรมต้องห้ามตามประกาศของ กสทช. ฉบับปี ๒๕๔๙ นี้นะครับ ซึ่งตรงนี้ก็จะต้องดูเช่นกันนะครับท่านประธานว่า ถึงที่สุดแล้วถ้าเกิด คณะกรรมการ กสทช. ได้ทำการพิจารณาข้อนี้นะครับว่าจะมีคณะกรรมการคนใดหรือไม่ ที่จะกล้าใช้ข้อยกเว้นว่าเว้นแต่ได้รับการอนุญาตจาก กสทช. นี้ ที่จะลงมติให้ควบรวมได้ ซึ่งถ้าคณะกรรมการท่านใดลงมติ ผมคิดว่าท่านต้องเตรียมพบกับการฟ้องร้องของภาคเอกชน ผู้คุ้มครองผู้บริโภค ท่านจะต้องถูกการร้องเอาผิด มาตรา ๑๕๗ การยื่น ป.ป.ช. แล้วก็ยื่น ขอให้ถอดถอนออกจากคณะกรรมการ กสทช. เพราะครั้งนี้มันชัดเจนครับท่านประธานครับ ขอภาพต่อไปเลยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายระวี มาศฉมาดล แบบบัญชีรายชื่อ

ต่อไปนะครับ เป็นประกาศ มาตรการกำกับดูแลการควบรวมกิจการในกิจการโทรคมนาคมนะครับ ซึ่งบัญญัติไว้ว่า ห้ามการควบรวมธุรกิจที่ส่งผลต่อการแข่งขัน กสทช. มีอำนาจกำหนดเงื่อนไขและมาตรการ เฉพาะเพื่อป้องกันความเสียหายต่อประโยชน์สาธารณะของประเทศ อันนี้ก็เป็นมาตรการ การแก้ไขนะครับ ซึ่งก็ผมจะขอผ่านตรงนี้ไป ประเด็นต่อไปครับท่านประธานครับ ถามว่า ใครได้ใครเสียจากการควบรวมกิจการในครั้งนี้ ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปเลยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายระวี มาศฉมาดล แบบบัญชีรายชื่อ

ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์แน่นอนครับ ท่านประธาน ก็คือผู้ประกอบการครับ เขาจะทำให้ต้นทุนลดลง การแข่งขันเขาดีขึ้น การประกอบกิจการเขาได้กำไรมากขึ้น แต่ผู้เสียผลประโยชน์คือใครครับ คือประชาชน ทั่วประเทศ คือประชาชนทุกครอบครัว คือธุรกิจทุกประเภทภายในเมืองไทยล้วนแต่ใช้ เครือข่ายโทรคมนาคมหมด และเมื่อวานนี้ครับท่านประธาน ผมได้มีโอกาสไปออกทีวีรายการ ฐานทอล์คของเนชั่น ร่วมกับคณะกรรมการ กสทช. คณะกรรมการ กขค. ข้อมูลที่ได้ปรากฏว่า อาจารย์สกลซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการ กขค. ได้แจ้งว่ามันมีข้อกำหนดของ คณะกรรมการ กขค. ที่ระบุว่าประเด็นใดที่มีกฎหมายและหน่วยงานที่ดูแลกำกับเรื่องการ ควบรวมกิจการอยู่แล้วจะเป็นหน้าที่ของหน่วยงานนั้นพิจารณา ดังนั้นก็เกิดการชิ่งครับว่า กรรมการ กขค. ไม่มีอำนาจดูแล ต้องเป็นคณะกรรมการ กสทช. ทีนี้มาถึงคุณหมอประวิทย์ ซึ่งเป็น ๑ ในคณะกรรมการเสียงข้างน้อยของ กสทช. ก็แจ้งว่าตั้งแต่เดือน พ.ย. เมื่อมีข่าว บริษัทแม่เขาควบรวมกันนะครับ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ กสทช. ยังไม่นำเรื่องนี้เข้าสู่บอร์ด (Board) ของ กสทช. เลยครับ แถมยังมีข่าวออกมาด้วยว่ามีการพูดว่าเหมือนที่ผู้อภิปราย ๒-๓ ท่านได้ พูดไปแล้วนะครับว่า กสทช. ไม่มีอำนาจในการพิจารณาเรื่องการควบรวมในครั้งนี้ ซึ่งพอฟัง แล้วรู้สึกอย่างไรครับ ท่านประธานครับ ระเบียบกฎหมายเขียนไว้ค่อนข้างจะชัดเจน ทุกฝ่าย ชิ่งหนีหมดพอเป็นธุรกิจของยักษ์ใหญ่ภายในประเทศนะครับ ข้อเสนอของผมในเรื่องนี้ มันเป็นเรื่องใหญ่จำเป็นอย่างยิ่งที่คณะกรรมการ กสทช. และคณะกรรมการการแข่งขัน ทางการค้า คือ กขค. ต้องหาทางออกร่วมกัน ต้องมาปรึกษากัน ตัดสินบนจุดยืนของ ประโยชน์ชาติเป็นหลัก ไม่ใช่ต่างฝ่ายต่างชิ่งหนีแบบนี้ และการที่ต่างฝ่ายต่างชิ่งหนีแบบนี้ แสดงว่าอะไร แสดงว่ากฎหมายของเรามีจุดอ่อนครับท่านประธานครับ ผมขอผ่านไปที่ภาพ ต่อไปนะครับ ภาพต่อไปการประเด็นการควบรวมระหว่างแม็คโครกับโลตัส แม็คโครเป็นฝ่าย ซื้อกิจการของโลตัส ปรากฏว่ามันได้ผ่านไปแล้ว ตอนที่จะมีการควบรวม ส่วนตัวผมเอง ได้ทำการคัดค้าน แต่การคัดค้านของเราเพิ่งจะเริ่มครับ ปรากฏว่าคณะกรรมการ กขค. ตัดสินว่าให้ควบรวมได้ไม่มีการผูกขาดพร้อมกับมีมาตรการปลีกย่อยที่ออกมากำกับ ซึ่งเป็น มาตรการซึ่งปลีกย่อยจริง ๆ ครับ ดังนั้นเหตุการณ์นี้มันผ่านไปแล้วผมจะไม่ลงรายละเอียด นะครับ เนื่องจากท่านประธานอยากจะให้จำกัดเวลาในการพูดผมขอตัดตรงภาพนี้ออก แต่บทเรียนที่คณะกรรมการ กขค. ได้ลงมติให้ควบรวมได้โดยถือว่าไม่ผูกขาด มันเป็นมติ ที่อาจารย์สกลที่เป็นประธานคณะกรรมการ กขค. ไม่เห็นด้วย ท่านไม่เห็นด้วยในการ ควบรวม แต่ท่านแพ้เสียงโหวต ประธานแพ้เสียงโหวตนะครับ ซึ่งตรงนี้จึงเป็นเรื่องจำเป็น ที่สภาเราจำเป็นต้องตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นเพื่อที่จะศึกษาตรวจสอบผลกระทบ และตรวจสอบดูว่ามติ กขค. ครั้งนี้ถูกต้องหรือไม่ มติ กขค. นี้มีอะไรอยู่เบื้องหลังหรือไม่ สามารถแก้ไขได้หรือไม่🔗

ขอภาพต่อไปเลยครับ ท่านประธานครับ เป้าหมายที่สำคัญในการยื่นญัตติ ในครั้งนี้ก็คือต้องการให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นเพื่อศึกษาผลกระทบจากการควบรวม กิจการทุกประเภทที่จะกระทบต่อคนไทยทั้งประเทศครับ นอกเหนือจากกิจการโทรคมนาคม ที่จะมีการควบรวมระหว่างดีแทคกับทรูมูฟที่ได้ควบรวมแล้วของการค้าปลีก ค้าส่งระหว่าง แม็คโครกับโลตัส มันยังมีกิจการอีกหลายอย่างที่ในประเทศไทยมันต่างกับประเทศอื่น สหรัฐอเมริกาต่อให้ไม่ได้ควบรวมถ้ากิจการใดโตครอบครองการตลาดเกินร้อยละ ๓๐ คณะกรรมการควบคุมการค้าเขาจะต้องบังคับให้คัดให้ลดเปอร์เซ็นต์การครองการตลาดลง ต้องแยกบริษัทลูกออกเลยครับ แต่ประเทศไทยมีหลายกิจการที่อาจจะครองการตลาดในลักษณะผูกขาดหรือไม่ อันนี้เป็น สิ่งที่กรรมาธิการต้องไปดู เช่น การซื้อธุรกิจโรงพยาบาลเอกชนขนาดใหญ่รวมอยู่ใน เครือข่ายเดียว ธุรกิจพลังงานหรือว่าธุรกิจดาวเทียม ท่านประธานครับมีหลายเรื่องมากจึงมี ความจำเป็นอย่างยิ่งที่เราต้องตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นเพื่อศึกษาในเรื่องนี้ครับ🔗

ท่านประธานครับ ประเทศไทยมีความเหลื่อมล ้าอันดับหนึ่งของโลก ถ้าเรา ปล่อยให้ธุรกิจในประเทศไทยเติบโตเป็นสิ่งที่ดีเพื่อให้เอกชนไทยเข้มแข็ง แต่ถ้าเติบโตถึงขั้นที่ จะผูกขาดมันเป็นสิ่งที่ประเทศต้องสกัดครับ เพราะมันจะเกิดผลเสียต่อประเทศชาติ เพราะฉะนั้นข้อดีข้อเสีย มันต้องมีสภา มันต้องมีคณะกรรมาธิการมาศึกษา ภาพสุดท้าย ท่านประธานครับ เป้าหมายครั้งนี้ในส่วนตัวผมต้องการจะมาปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ การผูกขาดทางการค้าให้มีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับโลกยุคปัจจุบัน และเป้าหมายรอง ท่านประธาน ก็คือว่ากรรมาธิการสามารถเรียกคณะกรรมการหรือหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง และกรรมาธิการจะได้ช่วยขันน็อตท่านประธาน ให้คณะกรรมการ กขค. และ กสทช. ดำเนินการพิจารณาว่าการควบรวมระหว่างดีแทคกับทรูมูฟทำได้หรือไม่ โดยยึดถือผลประโยชน์ประชาชน ถ้าทำไม่ได้จะได้ตัดสินว่าทำไม่ได้ เพราะกว่าสภาเรา กรรมาธิการเสร็จ กว่าเราจะเสนอกฎหมายที่เกี่ยวข้องมันนานมากครับท่านประธาน ดังนั้น สิ่งที่ทำได้คือเรากระตุ้นขันน็อต ให้คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องดำเนินการเพื่อผลประโยชน์ ของประเทศครับ ขอขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบพระคุณ ครับท่าน🔗

ต่อไปญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาผลกระทบที่มีต่อประชาชนและผู้บริโภค กรณีการควบรวมกิจการโทรคมนาคม ระหว่างบริษัท ทรูคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และกลุ่มเทเลนอร์ หรือ ดีแทค (นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗

ท่านสมาชิกครับ ผมขออย่างนี้จะดีไหมครับ ขอข้อตกลงก่อนว่า ขอท่านผู้เสนอสักท่านละ ๑๐ นาที จะไหว ไหมครับ เพราะว่าเนื้อหาก็ซ ้า ๆ กัน ถ้าไม่ขัดข้องขอ ๑๐ นาทีนะครับ เชิญครับ🔗

นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอสไลด์ (Slide) ด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ดอกเตอร์มนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ วันนี้ขอยื่นญัตติด่วนเรื่องการควบรวมกิจการ โทรคมนาคม ระหว่างทรูกับดีแทค ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปเลยครับ คำถามคือทำไมสภา ต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาเรื่องนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดถ้าเรามาดู มาร์เกต แคปิตอลไลเซชัน (Market Capitalization) หรือว่ามูลค่าตลาด เฉพาะในส่วนของ ทรูมีมูลค่า ๑.๔๔ แสนล้านบาท ในขณะที่มูลค่าตลาดของตัวดีแทคเองมีมูลค่า ๙.๗ หมื่นล้านบาท ถ้าเรามาดูเฉพาะ ๒ รายนี้ ซึ่งอยู่ในเทเลคอม เซ็กเตอร์ (Telecom Sector) ขนาดการควบ รวมจะสูงถึง ๒.๕ แสนล้านบาท อันนี้เรามองเฉพาะในส่วนที่เป็นกิจการโทรคมนาคม สิ่งที่เราไม่ได้ดูว่ามันจะเกิดขึ้นในอนาคต ก็คือตัวมูลค่าการควบรวมที่แท้จริงมันอาจจะสูงถึง หลักล้านล้านบาท ทำไมผมถึงพูดว่ามันสูงถึงขนาดนั้น เพราะว่าตัวเทเลคอม เซ็กเตอร์ (Telecom Sector) เองสุดท้ายมันจะเป็นแค่แพล็ตฟอร์ม (Platform) เป็นเครื่องมือที่จะ ช่วยในการพัฒนาธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้อง ทั้งในเรื่องธุรกิจสถาบันการเงิน หรือว่าเป็นเพย์เมนต์ (Payment) เป็นในเรื่องของการชอปปิง (Shopping) ทั้ง แพล็ตฟอร์ม (Platform) ที่เป็น ออนไลน์ (Online) ออฟไลน์ (Offline) ผ่านเทเลคอม แพล็ตฟอร์ม (Telecom Platform) ซึ่งปัจจุบันผู้ประกอบการที่มีการควบรวมเป็นเจ้าหลักอยู่แล้วในการดำเนินธุรกิจทั้งในเรื่อง ของรีเทล (Retail) และโฮลเซล (Wholesale) ฉะนั้นสิ่งที่มองไปในอนาคตเราอย่าไปมอง เฉพาะเทเลคอม เซ็กเตอร์ (Telecom Sector) เรามองภาพรวมธุรกิจทั้งหมดว่า สุดท้ายตัวนี้มันจะทำให้ธุรกิจที่แท้จริง สิ่งจะเกิดขึ้นจากการควบรวมมูลค่าจะสูงถึงหลาย ล้านล้านบาทนะครับ ขอต่อไปครับ เรามาดูบทเรียนในอดีตของการควบรวม ดูง่าย ๆ เนื่องจากว่าที่ผ่านมามีผู้อภิปรายหลายท่านพูดถึงเรื่องตัวแม็คโครกับโลตัสไปแล้ว ผมขอพูด ถึงอดีตที่ผ่านมาในเรื่องของตัวเคเบิลทีวี เรามาดูกันคร่าว ๆ ในเรื่องของทีวี (TV) ถ้าเรามาดู ธุรกิจเคเบิลทีวี เริ่มมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๒ ก่อตั้งไอบีซีโดยกลุ่มชินวัตร ปี ๒๕๓๔ ก่อตั้งไทยสกาย ทีวี ปี ๒๕๓๘ ก่อตั้งยูทีวี ในปี ๒๕๔๑ ไอบีซีขอซื้อกิจการยูทีวีควบรวมเป็นบริษัทเดียวถือ กำเนิดเป็นยูบีซี ปี ๒๕๔๘ ทรูของซื้อกิจการยูบีซี เปลี่ยนชื่อเป็นยูบีซีทรู แล้วต่อมาสุดท้าย ก็กลายเป็นทรูวิชั่น ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปเลยครับ ถ้าเรามาดูว่าเกิดอะไรขึ้นกับการควบรวม อดีต ก่อนการควบรวมมีการแข่งขันทั้งในเรื่องของราคา เนื้อหารายการ ดึงดูดให้ผู้ชมมาดู ผู้บริโภคมีทางเลือกในการที่จะดู ใช้บริการเคเบิลทีวีหรือว่าดูรายการผ่านช่องทางอื่น ทั้งในเรื่องของดาวเทียม ดีเอสทีวี ดีทีเอช การย้ายค่ายในธุรกิจนี่ทำได้ยากเนื่องจากว่า มีกายภาพทั้งในเรื่องของการเดินสาย ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปเลยครับ สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ตลาดเคเบิลทีวี มันมีการอิ่มตัว มีการแข่งขันสงครามราคาระหว่างผู้ประกอบการทั้ง ๒ ราย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือผู้บริโภคได้ประโยชน์เต็ม ๆ ต่อมาเมื่อเกิดวิกฤติในปี ๒๕๔๐ ประชาชน เริ่มจ่ายค่าบริการไม่ไหวทำให้สุดท้ายทั้ง ๒ บริษัทตกลงเจรจาร่วมมือกัน ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ สิ่งที่อยากจะเน้นก็คือหลังการควบรวมมันเกิดอะไรขึ้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ราคาค่าบริการสูงขึ้น อันนี้เป็นสัจธรรมที่ทุกคนทราบดี ยังโชคดีในเรื่องของธุรกิจอันนี้ มันเป็นธุรกิจที่เป็นสินค้าที่ไม่จำเป็น มีทั้งเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) มีทั้งยูทูบ (YouTube) มีทั้งอื่น ๆ ก็เลยไม่กระทบผู้บริโภคมาก แต่ว่าโดยรวมแล้วธุรกิจนี้ค่าบริการนี่สูงขึ้น สุดท้ายเกิดอะไรขึ้น กับธุรกิจนี้นะครับ เหลือผู้ประกอบการเพียงรายเดียว สุดท้ายเซ็กเตอร์ (Sector) นี้แทบไม่มี การแข่งขันเลยเหลือผู้ประกอบการเพียงรายเดียว แต่ก็ยังโชคดีของผู้บริโภคเนื่องจากว่า สินค้าบริการของเคเบิลทีวีเป็นสินค้าไม่จำเป็นนะครับ มีทางเลือกอื่น อย่างที่เรียนให้ทราบทั้ง เน็ตฟลิกซ์ (Netflix) ยูทูบ (YouTube) แล้วก็มีหลายช่องทางอื่น ๆ ทั้งเฟซบุ๊ก (Facebook) ที่ผู้บริโภคสามารถเข้าไปเสพได้ ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ถ้าเรามาดูอดีตที่เกิดขึ้นระหว่าง เคเบิลทีวีกับโทรศัพท์เคลื่อนที่ เพื่อที่จะดูว่าอนาคตมันจะเกิดอะไรขึ้นในเรื่องของการ ทดแทนกันสินค้าเคเบิลทีวีมีสินค้าทดแทนเป็นจำนวนมาก ทั้งเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) ทั้งยูทูบ (YouTube) ทั้งเฟซบุ๊ก (Facebook) ในขณะที่โทรศัพท์เคลื่อนที่ไม่มีสินค้าทดแทน ยังหาไม่ได้ เป็นสินค้าจำเป็น ในเรื่องของผู้ใช้บริการ เคเบิลทีวีมีผู้ใช้บริการเพียงหลักแสน ในขณะที่โทรศัพท์เคลื่อนที่มีผู้ใช้บริการใกล้ร้อยล้านหมายเลข จำนวนผู้แข่งขันในตลาด สุดท้ายเคเบิลทีวีเหลือเพียงรายเดียว ปัจจุบันสิ่งที่เรากำลังคุยกันในเรื่องของเทเลคอม ปัจจุบันก็มีจะอยู่ ๓ เจ้ายังไม่รวมเอ็นที (NT) ก็จะมีเอไอเอส ทรู ดีแทค ฉะนั้นปัจจุบันก็ยังมี การแข่งขัน ในเรื่องของระดับโครงข่ายในเรื่องของผู้เล่นรายใหม่ต่างอุตสาหกรรม ในแง่ของ ตัวโทรศัพท์เคลื่อนที่ไม่มีสินค้าทดแทนเลย ก็คือสินค้ามือถือ โทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นสินค้า ที่จำเป็นไม่มีสินค้าทดแทน ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ สิ่งที่ผมอยากจะเรียนให้เห็นก็คือในเรื่องของบทเรียน ในต่างประเทศว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับการควบรวมนะครับ สิ่งที่เกิดขึ้นในการควบรวมระหว่าง ตัวบริษัท ทีโมบาย (T-Mobile) กับสปรินต์ (Sprint) เอฟซีซี (FCC) หรือที่ชื่อเต็มก็คือ เฟดเดอรัล คอมมิวนิเคชัน คอมมิสชัน (Federal Communications Commission) หรือ ง่าย ๆ ก็คือ กสทช. เมืองไทย มีการกำหนดเป้าหมายว่าจะให้มีผู้เล่น ๔ ราย เพื่อให้เกิด การแข่งขันในตลาด เอฟซีซี (FCC) มีการศึกษาแล้วพบว่า ถ้ามีการลดจำนวนผู้เล่นจาก ๔ ราย เหลือ ๓ ราย ค่าบริการสูงขึ้นแน่นอน ผู้บริโภคเสียประโยชน์ ฉะนั้นสิ่งที่เอฟซีซี (FCC) ทำก็คือการสร้างกลไกที่จะยังให้มีผู้เล่น ๔ ราย โดยการกำหนดให้ผู้เล่นรายที่ ๔ ก็คือ ดิชเน็ตเวิร์ก (Dishnetwork) จะเข้ามาเป็นผู้เล่นรายใหม่ สุดท้ายหลังการควบรวมทีโมบาย (T-Mobile) กับสปรินต์ (Sprint) ประเทศสหรัฐอเมริกาก็ยังจะมีผู้เล่นอยู่ ๔ รายเท่าเดิม ขอสไลด์ต่อไปครับถ้าเรามาดูการควบรวมในสิ่งที่เอฟซีซี (FCC) ให้เหตุผลในการควบรวม ก็คือ ลำพังบริษัททีโมบาย (T-Mobile) หรือสปรินต์ (Sprint) เพียงลำพังจะไม่สามารถขยาย บริการ ๕ จี (5G) ให้ครอบคลุม ๘๘ เปอร์เซ็นต์ของประชากร และ ๒ ใน ๓ ของประชาชน ที่ห่างไกลได้การควบรวมจะทำให้เกิดบริษัทใหม่ที่สามารถดำเนินการในสิ่งเหล่านี้ได้ อันนี้หมายความว่าอย่างไร หมายความว่าเอฟซีซี (FCC) มองว่าการควบรวมเขาไม่สนใจว่า ผู้ควบรวมจะได้ประโยชน์อะไร แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือการควบรวมจะเป็นประโยชน์กับผู้บริโภค โดยตรง ฉะนั้นเวลาเอฟซีซี (FCC) เขาอนุญาตให้มีการควบรวม เขาก็จะมีการกำหนดเงื่อนไข เงื่อนไขแรกก็คือขายกิจการหลาย ๆ อย่างทิ้งไป ทั้งบูสต์ โมบาย (Boost mobile) เวอร์จิน โมบาย (Virgin mobile) ขายคลื่นความถี่ ๘๐๐ เม็กกะเฮิรตซ์ (MHz) ทั้งหมด ขยายบริการ ๕ จี (5G) ให้ครอบคลุม ๙๗ เปอร์เซ็นต์ของประชากรอเมริกันภายใน ๓ ปี ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ของประชากรอเมริกันสามารถเข้าถึงการสื่อสารความเร็วสูงอย่างน้อย ๑๐๐ เมกะบิต เพอร์ เซ็กคันด์ (100MB per second) ประเด็นที่ผมอยากจะนำเสนอต่อ ขอสไลด์ต่อไป ก็จะเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาในการควบรวม เรื่องแรกหน่วยงานใดจะเป็นการควบรวม คณะกรรมาธิการผมได้มีการเชิญทั้ง กสทช. ทั้งคณะกรรมการแข่งขันการค้าออกมาสอบถาม ก็ยังไม่มีความชัดเจน สิ่งที่ กสทช. ทำได้ก็คือเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต แต่ถ้าเกิดใช้เทคนิค ว่าผู้ขอควบรวมไม่ได้เป็นผู้ขอรับใบอนุญาต ตรงนี้ก็จะมีปัญหาว่า กสทช. มีอำนาจจริงไหม🔗

ประเด็นต่อมาก็คือในเรื่องของสเปกตรัม (Spectrum) หรือคลื่นความถี่ที่มี ผู้ดูแลการควบรวมจะต้องมีการบังคับหรือไม่ว่าจะต้องมีการคืนหรือขายทิ้งหรือไม่🔗

ประเด็นต่อมาก็คือในเรื่องของการให้ควบรวม ให้ควบรวมส่วนใดบ้าง ให้ควบรวมได้เฉพาะตัวคลื่นความถี่ ตัวอินฟราสตรักเชอร์ (Infrastructure) ไหม หรือว่าให้ ควบรวมธุรกิจทุกรูปแบบ🔗

ประเด็นต่อมาก็จะเป็นเรื่องของจะส่งเสริมเอ็มวีเอ็นโอ (MVNO) ชื่อเต็มก็คือ โมไบล์ เวอร์ชวล เน็ตเวิร์ก โอเพอเรเตอร์ (Mobile Virtual Network Operator) หมายถึง ผู้ประกอบการที่ไม่มีโครงข่าย จะทำให้เกิดการแข่งขันในอีกรูปแบบหนึ่งอย่างไร บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติหรือว่าเอ็นที (NT) จะรอดไหมจะทำอย่างไร ความมั่นคงทางการ สื่อสารของประเทศจะเป็นอย่างไรในสถานการณ์ฉุกเฉิน กสทช. จะดำเนินการอย่างไรในการ คุ้มครองผู้บริโภค โดยเฉพาะการสวิตช์ (Switch) มือถือที่ยังมีการแข่งขันกัน ซึ่งเมื่อไม่นานมา นี้ก็มีบริษัทมือถือค่ายหนึ่งทำหนังสือร้องเรียนไปที่ กสทช. ว่าโดนกลั่นแกล้ง ผู้ใช้บริการ ต้องการที่จะสวิตช์ (Switch) ค่ายมือถือ แต่มีการใช้เทคนิคในการดึงเรื่องเหล่านี้เอาไว้🔗

ประเด็นต่อไปก็คือในเรื่องของในอนาคตจะมีการประมูลคลื่นความถี่ใหม่ การแข่งขันจะยังมีอยู่ไหม การแข่งขันจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญหรือไม่🔗

ประเด็นต่อไปก็คือจะทำอย่างไรให้ผู้เล่นรายใหม่มีโอกาสเกิดได้ไม่ก่อให้เกิด สถานการณ์ผูกขาดโดยสมบูรณ์ ซึ่งปัจจุบันเทเลคอม เซ็กเตอร์ (Telecom Sector) ของ เมืองไทยเป็นกึ่งผูกขาดอยู่แล้วถ้าเหลือ ๒ รายจะเป็นการผูกขาดโดยสมบูรณ์ไหม🔗

เรื่องสุดท้าย การที่จะนำธุรกิจสื่อสารหรือการควบรวมนี้ซึ่งเป็นเทเลคอม แพล็ตฟอร์ม (Telecom platform) จะเอามาใช้เป็นแต้มต่อในธุรกิจอื่นไหม เช่น ในเรื่อง ของธุรกิจการเงินหรือว่าตัวสตาร์ตอัป (Startup) ใหม่ ๆ ที่ใช้เทคโนโลยีหรือว่าเป็นตัว คอนเทนต์ (Content) ที่จะต้องพึ่งเทเลคอม แพล็ตฟอร์ม (Telecom platform) หรือ อาจจะเป็นเรื่องของการค้าปลีกที่จะใช้ตัวเทเลคอม แพล็ตฟอร์ม (Telecom platform) ตัว นี้เป็นตัวเอื้อในการค้าขาย ทั้งขายส่ง ขายปลีก ผ่านทั้งออนไลน์ (Online) ออฟไลน์ (Offline) แพล็ตฟอร์ม (Platform) ประเด็นเหล่านี้จะต้องมีการพิจารณาอย่างรอบคอบนะครับ ผมจึงเสนอญัตติเพื่อขอให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ โดยเฉพาะในเรื่องของประเด็นต่าง ๆ ที่จะต้องมีการพิจารณาควบรวมให้กรรมาธิการวิสามัญได้ศึกษาเรื่องเหล่านี้อย่างครบถ้วน ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ🔗

ต่อไปเป็นญัตติด่วนที่ ๕ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบต่อประชาชนจากการควบรวมกิจการโทรคมนาคมและ การค้าปลีก และการขยายตัวของทุนขนาดใหญ่ที่กระทบต่อทุนขนาดเล็กเพื่อหามาตรการ คุ้มครองผู้บริโภคและทุนขนาดเล็ก (นายกูเฮง ยาวอหะซัน กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗

เชิญ ท่านกูเฮงครับ🔗

นายกูเฮง ยาวอหะซัน นราธิวาส

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกูเฮง ยาวอหะซัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ วันนี้ ผมก็เป็นผู้หนึ่งที่ขอเสนอญัตติด่วนเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาผลกระทบต่อประชาชน จากการควบรวมกิจการโทรคมนาคมและการค้าปลีก และการขยายตัวของทุนขนาดใหญ่ที่กระทบต่อทุนขนาดเล็ก เพื่อหามาตรการคุ้มครอง ผู้บริโภคและทุนขนาดเล็ก🔗

จากกรณีที่มีการควบรวมกิจการโทรคมนาคมระหว่างบริษัททรูและบริษัทดีแทค ซึ่งเป็นบริษัทขนาดใหญ่ ซึ่งเดิมมีเพียง ๓ บริษัทในตลาด หากมีการควบรวมกิจการจะทำให้ บริษัทขนาดใหญ่มีเพียง ๒ บริษัทเท่านั้น ทำให้บริษัทที่เกี่ยวข้องที่มีส่วนแบ่งการตลาดเกิน กว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้บริโภค ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคอย่างมากมาย ทั้งอาจขัดต่อประกาศคณะกรรมาธิการโทรคมนาคมแห่งชาติ เรื่องมาตรการป้องกันมิให้ กระทำผิดอันเป็นการผูกขาดหรือก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันในกิจการ โทรคมนาคม ก่อนหน้านี้มีการเข้าซื้อกิจการค้าปลีกขนาดใหญ่ของธุรกิจทุนขนาดใหญ่ ด้านการค้าส่งหรือแมคโครกับโลตัส ซึ่งได้สร้างความวิตกกังวลต่ออำนาจเหนือตลาดของ บริษัทดังกล่าวเป็นอย่างมาก เนื่องจากกลุ่มทุนดังกล่าวมีกิจการร้านค้าสะดวกซื้อจำนวนมาก กระจายอยู่ทั่วประเทศ ทำให้กระทบต่อกิจการเล็ก ๆ ของชาวบ้าน ซึ่งอาจทำให้กิจการเล็ก ๆ ของชาวบ้านต้องประสบปัญหาธุรกิจถึงขนาดล้มละลายได้ จากปรากฏการณ์ทั้ง ๒ กรณีนี้ ในขณะที่ประเทศกำลังประสบกับภาวะการระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ทำให้ธุรกิจ ขนาดกลางและขนาดเล็กประสบปัญหาอย่างรุนแรงต่อธุรกิจขนาดใหญ่ แต่ธุรกิจขนาดใหญ่ สามารถใช้ความได้เปรียบส่วนแบ่งตลาดที่มากกว่ามีช่องทางการตลาดที่กว้างขวาง และสภาพคล่องที่ดีกว่าขยายส่วนแบ่งการตลาดได้มากขึ้นเรื่อย ๆ จนทำให้ลักษณะที่อาจ เป็นการผูกขาดซึ่งทำให้ทุนขนาดกลางและทุนขนาดเล็กไม่สามารถเติบโตได้ เป็นการ บิดเบือนโครงสร้างทางเศรษฐกิจ เป็นการขัดหลักการค้าเสรีที่เป็นธรรม🔗

ดังนั้นกระผมจึงขอให้มีการตั้งญัตติด่วนเพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิจารณา การตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเรื่องนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ จริง ๆ แล้วผมอยากขึ้นไทม์ไลน์ (Timeline) ให้ดูนิดหนึ่งนะครับวันนี้ ถ้าไม่ขึ้นไม่เป็นไรครับ ผมจะอ่านไปเรื่อย ๆ แล้วกัน วันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๔ มีการจัดตั้งบริษัทซีทรินโกลบอลขึ้นมา แล้ววันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ บริษัททรู ดีแทค แถลงเจตนารมณ์ในการควบรวมกิจการ หรือว่าเจตนารมณ์ในการรวมธุรกิจ วันที่ ๒๔-๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ กสทช. เรียกดีแทค ชี้แจงข้อเท็จจริง ก็ประมาณช่วง ๆ กลางก่อนจะถึงวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ก็มีทรู ดีแทค ทำดิวดิลีเจนซ์ (Due Diligence) ๖๐ วัน ว่าวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ นี้ ที่ทรู ดีแทคแจ้งการรวมธุรกิจต่อ กสทช. แล้วช่วงนั้นเป็นช่วงระหว่างวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ไปถึง ๕ กรกฎาคม ช่วงนี้ก็จะมีทรู ดีแทค ดำเนินการทางกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับ กสทช. ตลาด ตลท. ประมาณ ๕ เดือนเร็วที่สุดภายในมีนาคม ๒๕๖๕ ที่จะถึง แล้วเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๕ นี้จะมีการทำการซื้อหุ้น เทนเดอร์ ออฟเฟอร์ (Tender offer) กสทช. แจ้งผลการ พิจารณาขอรวมธุรกิจก็ถึงประมาณเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๕ อันนี้คือไทม์ไลน์ (Timeline)🔗

ส่วนผลกระทบวันนี้ที่จะเกิดขึ้นจากการควบรวมกิจการวันนี้ ผมไม่อยากให้มอง เฉพาะดีแทค หรือว่าบริษัททรูเท่านั้น วันนี้ กสทช. ประกาศให้เอไอเอสเป็นผู้มีอำนาจเหนือ ตลาดในการตลาดบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่คู่กับทรู ดีแทค เนื่องจากการตลาดบริการ โทรศัพท์มีผู้ให้บริการรายใหญ่เพียง ๒ ราย คือคิดราคาต้นทุนบริการใหม่ ๒. กำหนดอัตรา ขั้นสูงบังคับการขายแยกบริการ กำหนดให้บริการแก่ผู้รับใบอนุญาตรายอื่น คำสั่งให้กระทำ หรืองดเว้นการกระทำอันเป็นการผูกขาดการปฏิบัติที่เกี่ยวข้องในเรื่องต่าง ๆ ได้แก่ การใช้คลื่นความถี่ การจัดเรียงคลื่นความถี่ใหม่ การใช้เลขหมาย การเชื่อมต่อโครงการ การแข่งขันราคาในตลาดประมูล คลื่นความถี่ครั้งต่อไปลดความรุนแรงลง ผมขอเข้ารายละเอียด นิดหนึ่งนะครับท่านประธาน อีกนิดเดียวครับ คือวันนี้เรื่องการควบรวม ถ้าชาวบ้านจะรู้สึกว่า เป็นเรื่องไกลตัว แต่จริง ๆ แล้วมันใกล้ตัวเรานิดเดียว ทางพรรคก็เลยก็มอบหมายให้ผมได้เสนอ ญัตติเรื่องนี้ขึ้นมา การควบรวม ถ้าจะให้ชัดก็คือเป็นการผูกขาด การทำให้ประชาชนไม่มี ทางเลือก การให้สินค้าที่ไม่มีคุณภาพ อาจจะด้านบริการและสินค้าด้วยครับ ที่สำคัญที่สุด ที่จะพูดก็คือการเอาเปรียบผู้บริโภค ฉะนั้นการตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาวันนี้ ก็เพื่อกลั่นกรอง เพื่อตรวจสอบ และเสนอแนะอีกระดับหนึ่ง ในการควบรวมในต่างประเทศ ส่วนใหญ่เขาไม่ควรเกิน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ ๒ กิจการนี้ระหว่างทรูและดีแทคเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เรื่องนี้ก็ต้องมีการพิจารณาอีกครั้งหนึ่งว่า เหตุผลที่ตั้งเรื่องนี้เพราะอะไร บางกระแสข่าวลือบางผู้รู้ บางคนที่ให้ข้อมูลมาวันนี้ ผลกระทบใหญ่ที่มีต่อบริษัททั้ง ๒ บริษัท แม้แต่เอไอเอสเองเกิดจากข่าวของอีลอน มัสก์ เจ้าของเทสลา ที่บอกว่าจะทำเป็นวายฟาย แซเทลไลต์ (Wi-Fi Satellite) มีการส่งดาวเทียมเป็นจำนวนนับพัน เพื่อจะสร้างวายฟาย (Wi-Fi) รูปแบบใหม่ ซึ่งไม่มีค่าใช้จ่ายหรือว่าใช้จ่ายเล็กน้อยและทั่วถึงแม้เราจะอยู่บนภูเขา หรือว่า อยู่กลางทะเลก็สามารถใช้วายฟาย (Wi-Fi) ตัวนี้ได้ อีลอน มัสก์ มองไปนะครับว่า เรื่องนี้วายฟาย (Wi-Fi) หรืออินเทอร์เน็ต (Internet) ความเร็วสูงต่อไปจะมีส่วนสำคัญในชีวิตเรามาก วันนี้ท่านประธานรู้สึกได้นะครับ ว่าตั้งแต่เรานอนจนตื่น ๒๔ ชั่วโมงเราไม่เคยทิ้งอินเทอร์เน็ต (Internet) ช่วงที่นอนเราก็ใส่ไอวอต์ช (I Watch) เราต้องเสียค่าใช้จ่ายของ อินเทอร์เน็ต (Internet) ตลอดระยะเวลาทั้งวันท่านก็มีโทรศัพท์มือถือขออนุญาตนะครับท่าน ความรู้สึกดี ๆ ความเป็นห่วงกับคนที่เรารัก และคนที่รักเราวันนี้เราช่วยลดภาวะโลกร้อน ด้วยการส่งดอกไม้ ทางอินเทอร์เน็ต (Internet) ไม่ต้องส่งดอกไม้จริง ถ้าส่งกันจริง ๆ ผมว่าดอกไม้เต็มห้องเลยครับ วันนี้ทุกท่านก็อยู่ในที่นี่ใช้โทรศัพท์กันทุกคน ผมขอพูดแค่เรื่องอินเทอร์เน็ต (Internet) อย่างเดียว ไม่เข้าเรื่องอื่นเพื่อใช้เวลาไม่มาก ผมจะบอกว่า อินเทอร์เน็ต (Internet) สำคัญอย่างไรครับ อินเทอร์เน็ต (Internet) วันนี้เรามีค่าใช้จ่ายในเรื่องนี้เป็นจำนวนมหาศาลในประเทศ อาจจะเป็นหมื่นล้านต่อเดือนก็เป็นไปได้ เพราะว่าเฉพาะในห้องประชุมนี้ทุกคนมีโทรศัพท์กัน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ผมเชื่อว่ามีเกิน ๑๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าบางคนใช้ ๒ เครื่อง ๓ เครื่อง และมีทุกเครือข่าย อันนี้เป็นประเด็นสำคัญว่าวันนี้ในอดีตเลย ผมบอกจริง ๆ เราโดนเอาเปรียบ มาตลอด ชาวบ้านโดนเอาเปรียบมาตลอดเรื่องการใช้ อินเทอร์เน็ต (Internet) ยกตัวอย่าง อินเทอร์เน็ต (Internet) บ้าน เราซื้อมาจ่ายรายเดือน เวลาถามทำไมอินเทอร์เน็ต (Internet) ช้า เขาบอกเดินสายไกลอินเทอร์เน็ต (Internet) เลยช้า คนใช้เยอะเกินอินเทอร์เน็ต (Internet) เลยช้า แต่เขาไม่ได้ลดราคาให้เราเลย แถมลูกผม ผมถามลูกเลย บอกลูกพ่อขอทราบเรื่องอินเทอร์เน็ต (Internet) หน่อย ลูกพอมีความรู้ไหม เชื่อไหมครับลูกบอกว่าพ่อมี ๓ อย่างอินเทอร์เน็ต (Internet) บ้าน บ้านผมบ้านนอก ๑. อินเทอร์เน็ต (Internet) ไม่มี ๒. อินเทอร์เน็ต (Internet) ล่ม ๓. อินเทอร์เน็ต (Internet) ช้า นี่ครับเราโดนเอาเปรียบมาตลอด แล้วข้ามมาที่โทรศัพท์มือถือที่เราใช้วันนี้เป็น อินเทอร์เน็ต (Internet) ไร้สาย ถามว่าเราโดนเอาเปรียบอย่างไรครับ วันนี้ความเร็วสูงมีทั้ง ๕ จี (5G) ๔ จี (4G) เรายังใช้อยู่ แต่ถามว่าสปีด (Speed) มันได้ไหมครับลองตรวจสอบจริง ๆ ไม่ได้หรอกครับ เราจ่ายเดือนละพัน สองพันนะครับค่าอินเทอร์เน็ต (Internet) ต่อเดือน ผมถามว่าถ้าเราใช้ไม่หมดล่ะ ข้อมูลที่เราใช้ไม่หมด อินเทอร์เน็ต (Internet) ที่เราใช้ไม่หมด เขาเอามาสะสมในเดือนถัดไปไหม เขาไม่ได้รวมครับ เขาก็ยังตัดออกไม่ให้สิทธิเราตัวนี้ ที่ซ ้าร้ายกว่านั้นนะครับที่เราใช้รายเดือนแพงครับ บางทีท่านใช้เกิน ส่งดอกไม้เยอะเกินอะไร แบบนี้หมดแพ็กเกจ (Package) ท่านก็ต้องซื้อแพ็กเกจ (Package) เพิ่ม ท่านไม่สามารถจะ เอาแพ็กเกจ (Package) ที่เหลือเดือนที่แล้วมาใช้รายเดือนนี้ได้ นี่คือเราเสียเปรียบมาตลอด กับเรื่องนี้ แล้ววันนี้ผมบอกว่าทำไมวายฟาย (Wi-Fi) หรือว่าอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงมีค่าที่ อีลอน มัสก์ มอง อีลอน มัสก์ มองวันนี้เขาไม่ได้มองที่ราคาอินเทอร์เน็ต (Internet) หรอกครับ เขาคิดเรื่องต่อยอดจากการใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) ที่ผมบอกวันนี้ วันนี้เราใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) ตั้งแต่เราหลับจนเราตื่น ๒๔ ชั่วโมงเราไม่เคยใช้หยุดใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) เพราะอะไรครับวันนี้ แม้แต่การเกษตร แม้แต่ชีวิตประจำวันเราใช้โซเชียล (Social) ทุกอย่าง วันนี้ที่อยู่ในมือไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก (Facebook) ไลน์ (LINE) ไอจี (IG) เมสเซนเจอร์ (Messenger) ล้วนแต่เราต้องใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) ทุกอย่าง แล้วมาใช้เครื่องใช้ ภายในบ้านอีกครับท่านประธาน เหมือนสมาร์ต ติงส์ (Smart Things) วันนี้ แม้แต่ไฟฟ้า ในบ้านก็ใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) เปิด ปิด แม้แต่การรดน ้าต้นไม้ในบริเวณบ้าน แม้แต่ เครื่องทำน ้าอุ่น แอร์ (Air condition) เครื่องซักผ้า เราก็ใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) ทั้งหมด แล้วคิดดูครับผลดีอันนี้ผมเห็นด้วย วันนี้เรามีระบบคลาวด์ (Cloud) การเก็บข้อมูลช่วยลด อาชญากรรมได้ เพราะว่าวันนี้ถ้าใครคิดมาทำร้ายเรา ถ้าเรามีระบบคลาวด์ (Cloud) เราสามารถเอาข้อมูลทั้งหมดในโทรศัพท์เราเข้าไปในคลาวด์ (Cloud) ได้ ซึ่งเขาไม่สามารถ จะทำลายข้อมูลได้ อันนี้ผมเห็นด้วย ผมชอบอันนี้ ผมขออนุญาตนิดหนึ่งนะครับท่านประธาน คือผมบอกว่ารายได้จากอินเทอร์เน็ต (Internet) มีจำนวนมหาศาล เพราะว่าโดยตรงคือ อินเทอร์เน็ต (Internet) เขาจะมีราคาของเขาอยู่แล้ว ความเร็วเท่านี้ สปีด (Speed) เท่านี้ ราคาเท่านี้ นี่คือรายรับโดยตรงของเขาอยู่แล้ว โดยอ้อมก็คือเอื้อในทางกิจการต่าง ๆ ที่ต้องใช้ อินเทอร์เน็ต (Internet) เช่นพวกยูทูบ (YouTube) พวกเฟซบุ๊ก (Facebook) ไอจี (IG) อะไร พวกนี้ สินค้าออนไลน์ (Online) แม้แต่แกร็บ (Grab) แม้แต่ช้อปปี้ (Shopee) หรือว่า ลาซาด้า (Lazada) พวกนี้ล้วนแล้วแต่ใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) ความเร็วสูง เพื่อเอื้อ ประโยชน์ในธุรกิจตัวเองเป็นการสร้างมูลค่ามหาศาล นี่คือสิ่งที่ อีลอน มัสก์ เห็นว่าต่อไป ธุรกิจหลาย ๆ อย่างต้องอาศัยอินเทอร์เน็ต (Internet) เมื่อทั่วโลกต้องใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) วันนี้รูปแบบความสัมพันธ์ของโลกเราเปลี่ยนแล้วนะครับ วันนี้ผมอยากให้ อินเทอร์เน็ต (Internet) เป็นเรื่องของรัฐบาล ให้รัฐบาลมาใช้เป็นสินค้าอุปโภคบริโภค ขั้นพื้นฐาน เช่น ประปาเช่น ไฟฟ้า และอินเทอร์เน็ต (Internet) ควรจะรวมอยู่ในนี้ เพราะว่า ชีวิตทุกคน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ประชาชนชาวไทยต้องใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) และ ต้องใช้ความเร็วสูง วันนี้แค่คิดถึงลูกหลานก็ได้นะครับที่เรียนหนังสือ วันนี้ทุกคนต้องมีไอแพด (iPad) ต้องมีโน้ตบุ๊ก (Notebook) ต้องมีเดสก์ท็อป (Desktop) ต้องมีโทรศัพท์สมาร์ตโฟน (Smartphone) อยู่ในมือ แค่นี้ก็ผลประโยชน์มหาศาลแล้ว และท่านคิดดูนะครับวันนี้ โทรศัพท์ทำไมถึงแพง เพราะเขาเน้นเรื่องการใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) ความเร็วสูง สังเกต ตรงไหนนะครับวันนี้โทรศัพท์มือถือราคา ๖๐,๐๐๐ บาทที่ใช้อยู่ทั่วไปในตลาด บริษัทยักษ์ ใหญ่ก็คือ ซัมซุง (Samsung) กับไอโฟน (iPhone) ถามว่าทำไมถึงแพง ท่านลองดูสิครับการ์ด (Card) จอเขาจะชัดผิดปกติ เพราะรองรับอินเทอร์เน็ต (Internet) ความเร็วสูงได้ เรื่องที่ ๒ เป็นแรม (RAM) ในโทรศัพท์ วันนี้ท่านไปซื้อ บางทีโทรศัพท์ ๑,๐๐๐ บาทก็มี ๘๐๐ บาท ๕๐๐ บาทก็มีขาย แต่ท่านไปดูที่แรม (RAM) สิครับ ไม่สามารถที่จะรองรับ ๕ จี (5G) หรือว่า อินเทอร์เน็ต (Internet) ความเร็วสูงได้ ปัจจุบันโทรศัพท์มือถือแรม ๑๒ กิ๊กนะครับ เพื่อจะได้รองรับเรื่องนี้ เดสก์ท็อป (Desktop) ไม่ต้องพูดถึง โน้ตบุ๊ก (Notebook) ไม่ต้อง พูดถึง วันนี้ทุกอย่างล้วนแต่ทำเพื่อรองรับ นี่คือสิ่งที่เขาเห็น วันนี้ผมขอฝากท่านประธานว่า อยากให้เราตั้งกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ขึ้นมา อยากให้มีการกลั่นกรองพิจารณาหาเหตุผลว่าทำไมเราต้องตั้งกรรมาธิการด้วย เพราะว่า ผมคิดอยู่อย่างเดียวสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเราต้องคุ้มครองผู้บริโภคซึ่งเป็นประชาชนชาวไทยครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ🔗

ต่อไปเป็นญัตติด่วนที่ ๖ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบต่อประชาชน เรื่อง กรณีการควบรวมธุรกิจโทรคมนาคม ๒ ราย คือ True และ DTAC ลดการผูกขาดระหว่างเครือข่ายโทรคมนาคม (นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗

เชิญครับ🔗

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กระบี่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทยครับ ผมเป็นคนหนึ่งกับเพื่อนสมาชิกของพรรคภูมิใจไทยที่ร่วมเสนอเซ็นรับรองกันในเรื่องขอเสนอ ญัตติด่วนในเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบต่อ ประชาชน เรื่องกรณีการควบรวมธุรกิจโทรคมนาคม ๒ ราย คือ ทรูและดีแทค เป็นการลด การผูกขาดระหว่างเครือข่ายโทรคมนาคม ต้องขอขอบคุณท่านประธานและเพื่อนสมาชิก ครับ หลายท่านที่ได้อภิปรายมาผมคิดว่าเป็นเหตุผลหลายประการ ก็คิดว่ามากพอสมควรแล้ว ก็ในที่ประชุมและพี่น้องประชาชนก็คงจะรับทราบว่าที่มาในเรื่องของความจำเป็น ความจำเป็นในเรื่องของการควบรวมที่จะต้องตั้งกรรมาธิการในครั้งนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ แล้วก็เป็นเรื่องใหญ่ เรื่องใหญ่ที่ ๑ ธุรกิจในเรื่องของสื่อสาร เมื่อสักครู่เพื่อนสมาชิกก็โชว์ (Show) ตัวเลขแล้วนะครับ บริษัททรู ๑.๔๔ แสนล้านบาท และดีแทค ๙.๗ หมื่นล้าน ๒ บริษัทนี้ไม่น้อยนะครับ เพราะฉะนั้นเหตุผลในเรื่องของการเสนอญัตติด่วน ผมเป็นห่วง เป็นห่วงมากว่าเสนอเสร็จแล้ว กสทช. ก็ดี ในส่วนของรัฐบาลก็ดีหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็ดีนั้นจะมีมาตรการอะไรในเรื่องของการที่จะป้องกัน เพราะฉะนั้นมีความจำเป็นที่จะต้องให้ มีคณะกรรมาธิการวิสามัญ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าการควบรวมนี้สิ่งที่เป็นปัญหา แน่นอนท่านประธานคอยดูนะครับ หลังจากที่เซ็นมาวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ นี้ ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่าเมื่อควบรวมขึ้นมานั้น พนักงาน ๒ บริษัท เขาจะมีมาตรการ ทำอย่างไร จะมีคนตกงานกันไหมระหว่างทรูกับดีแทคนี้นะครับ อันนี้ก็น่าจะต้องตอบนะครับ ซึ่งประเด็นนี้เพื่อนสมาชิกยังไม่ได้มีข้อสังเกต ผมก็ตั้งข้อสังเกตให้ที่ประชุมได้รับทราบนะครับ และเมื่อควบรวมกันเสร็จแล้วนะครับ โครงข่ายการปรับเปลี่ยนมันจะเหมือนเดิมหรือไม่ และเท่าที่ผมทราบตัวผมเองก็ใช้โทรศัพท์อยู่ ๒-๓ เครื่องเพราะฉะนั้นเลขหมายมีเป็น ร้อยล้านเลขหมาย แต่ประชาชนของเรามีไม่เกิน ๗๐ ล้านคนเพราะฉะนั้นการบริการ เลขหมาย เพราะคนหนึ่งใช้ ๒-๓ เครื่องนะครับ อันนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติ และวันนี้โทรศัพท์ มันเป็นความสำคัญเป็นปัจจัยที่ ๕ เป็นปัจจัยที่ ๖ ไปแล้วนะครับ ท่านประธานครับ ออกจาก บ้านลืมโทรศัพท์ออกมาทำงานไม่ได้ต้องกลับไปเอาโทรศัพท์ด้วยเหตุผลต่าง ๆ นะครับ🔗

อีกประการหนึ่งผมเชื่อว่าประชาชนที่ใช้โทรศัพท์เท่าที่ผมเห็นไม่เคยได้เปรียบ จากบริษัท มีแต่บริษัทได้เปรียบจากผู้ใช้บริการ ผมมีข้อคำถามนะครับว่า นอกเหนือจาก ประชาชนมีความถูกเอารัดเอาเปรียบแล้ว เช่น ในเรื่องของค่าโทรศัพท์ก็ถูกเอารัดเอาเปรียบ โทรแล้วก็ตัดก็คิดเงินแล้วนะครับ บางแห่งคลื่นโทรศัพท์ก็ไม่ได้ควบคุม อย่างกรณีจากสภา ท่านไปประดิพัทธ์ ถ้าท่านใช้เอไอเอสก็ดีหรือว่าเป็นโทรศัพท์อื่นก็ดีนั้นไปประดิพัทธ์ ซอย ๑ จะถูกตัดสัญญาณทุกครั้ง ซึ่งตรงนี้ครับ มันก็จะต้องคิดเงิน ในส่วนอื่น ๆ นั้นเวลาไม่ชำระหนี้ อย่างนี้ครับ ผมไม่แน่ใจว่าในเรื่องของการฟ้องร้อง วันนี้บริษัทจ้างทนายเข้ามาฟ้องร้อง คิดค่าทวงถามเต็มที่เลย แล้วเวลาพี่น้องประชาชนผู้ใช้โทรศัพท์ ท่านประธานเคยย้ายค่าย โทรศัพท์ไหม ใช้อยู่แล้วมันไม่ดีย้ายจากทรูไปเอไอเอสอย่างนี้ครับ ยากมากเลยครับ โดยเฉพาะถ้าประธานมีเลขสวยอย่างนี้ครับ เขาก็จะบอกว่าท่านประธานมีเลขวีไอพี (VIP) และเดี๋ยวเขาก็จะโทรมาหาท่านประธานแล้วบอกว่าอย่าย้ายเลยครับ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ครับ พอย้ายไปเสร็จแล้วท่านประธานครับก็ไปเจอหนีเสือปะจระเข้ สัญญาณก็ไม่ได้ดีขึ้นกว่าเดิม สิ่งเหล่านี้มันเป็นความยากลำบาก เป็นความที่ประชาชนผู้บริโภคถูกเอารัดเอาเปรียบมามาก ทีเดียวต่อมาในเรื่องของการดำเนินการเรื่องเสา วันนี้สมมุติว่า ๒ ค่าย เขาก็มีเสาส่งสัญญาณ อยู่แล้วเวลาควบรวมกันอย่างนี้ สมมุติว่าทรูมีอยู่ ๓๐,๐๐๐ ต้นดีแทคมีอยู่ ๑๕,๐๐๐ ต้น เพราะฉะนั้นเวลาเขาควบรวม เขาใช้เสาเดียวกัน เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นต้องใช้เสา ส่วนหนึ่ง ก็ต้องหายไป หายไปครึ่งหนึ่งแน่นอน หายไปครึ่งหนึ่งท่านประธานเกิดอะไรขึ้น เพราะเสา โทรศัพท์มันอยู่ภายใต้การบริหารการจัดการโดยมีสัมปทานในส่วนของบริษัทโทรคมนาคม แห่งชาติ ซึ่งกระทรวงการคลังเป็นผู้ถือหุ้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานเห็นไหมครับว่า ส่วนนี้นอกเหนือประชาชนผู้ใช้บริการในการควบรวมนั้น ในการควบรวมแล้วในเรื่องของเสา ส่งสัญญาณ กระทรวงการคลังสูญเสียรายได้ไป ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เลย อย่างนี้ กระทรวงการคลังมีแผนในเรื่องการรองรับอย่างไร แล้วก็จะต้องมีสัญญาในการรับสัมปทาน จะต้องมีการชดใช้อย่างไรบ้าง ผมไม่แน่ใจ ในกรณีการควบรวมกัน ๒ คลื่น อย่างกรณีสมมุติ ผมยกตัวอย่างว่าดีแทค ดีแทคใช้คลื่นสัญญาณสมมุติว่าเป็น ๘๐๐ เมกะเฮิรตซ์ ทรูใช้ ๑,๐๐๐ เมกะเฮิรตซ์ แต่พอเวลาควบรวมมันจะส่งผลในอนาคตไหมครับว่า เมื่อประเทศเราถึงเวลาในการที่จะนำ ๕ จี (5G) ๖ จี (6G) เข้ามาใช้จะต้องมีการเข้าร่วม ประมูลใหม่ไหม ซึ่งในเรื่องของการประมูลใหม่กับไม่ประมูลใหม่ตรงนี้ มันถือว่ามีส่วนได้เสีย มีผลกระทบมากทีเดียวนะครับ เพราะฉะนั้นในส่วนของกระทรวงการคลังก็ดี ในส่วนของ กสทช. ก็ดีนั้น ผมคิดว่าต้องนำเรื่องเหล่านี้ไปทบทวนด้วย อีกประการหนึ่งนั้น ผู้ประกอบการ ในส่วนของบริษัทที่ยิ่งใหญ่อย่างนี้ ผมคิดว่านักลงทุนในบริษัทมหาชนทั่วไปไม่สามารถที่จะ ทำได้มากมายนะครับ คือหาผู้ที่จะมาลงทุนในลักษณะของคลื่นความถี่ที่เป็นแสน ๆ ล้าน ผมว่าในประเทศไทยมีน้อยมาก เพราะฉะนั้นผมก็ไม่มั่นใจว่าการควบรวมจากที่เราใช้กัน ๓ บริษัท แล้วก็มา ๒ บริษัทควบรวมกันยังเหลือ ๒ บริษัทผมไม่แน่ใจว่ามาตรการในเรื่องของ การที่จะฮั้วกัน การที่จะตกลงกันในฐานข้อมูลหลังบ้าน รัฐเราจะมีมาตรการอย่างไร สิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ ถ้าเขาเกิดมีการคุยกันหลังบ้านแล้วก็มีการผูกขาด ไม่ว่าจะเป็น เครื่องโทรศัพท์ก็ดี ตัวแทนของบริษัทที่เป็นภาคบริการอยู่นั้น ก็จะต้องมีค่าใช้จ่ายสูงขึ้น แน่นอน ผมเคยไปญี่ปุ่นครับท่านประธาน แล้วก็เพื่อนในญี่ปุ่นก็ขับรถพาเที่ยว แวะปั๊ม เติมน ้ามัน ไม่น่าเชื่อครับเติมน ้ามันเต็มถัง ในปั๊มที่ญี่ปุ่นเขาถือโทรศัพท์ในถาดมาแถม นี่คนญี่ปุ่นนะครับ เติมน ้ามันเต็มถังได้แถมเครื่องโทรศัพท์ เขาให้ฟรี แต่บ้านเราเติมน ้ามัน เต็มถังแจกน ้า ๑ ขวด ท่านประธานคิดดูว่าความแตกต่างระหว่างผู้บริโภคในประเทศญี่ปุ่น กับประเทศไทยอย่างไร ซึ่งในขณะนั้นน ้ามันในญี่ปุ่นอาจจะแพงกว่าประเทศไทย แต่เพื่อนผม ญี่ปุ่นเขาถามว่าประเทศไทยเราน ้ามันถูก แต่ทำน ้าแถมน ้า แต่ประเทศเขาน ้ามันแพง แต่แถมโทรศัพท์ เราจะเลือกอะไร อันนี้แสดงให้เห็นในเรื่องของการบริการแล้วก็การแข่งขัน และความได้เปรียบเสียเปรียบในประเทศไทยนะครับ เราจะทำให้เห็นว่าเราต้องเตรียมการ และจะต้องไปตรวจสอบอะไรบ้าง ในขณะเดียวกันประเทศเพื่อนบ้านของเรานั้น ในกัมพูชา มีคลื่นโทรศัพท์มากกว่า ๔-๕ บริษัท แต่ประเทศไทยเรามี ๓ บริษัท และเรากำลังจะทำให้ เหลืออยู่ ๒ บริษัท และในอนาคตถ้า ๕ จี (5G) ๖ จี (6G) เข้ามาท่านประธานครับ เราอยู่สภา เราบริหารจัดการที่บ้านได้หมด เปิดไฟ ซักผ้าทำอะไรได้หมดนะครับ ในอนาคต มันก็จะนำในเรื่องของเทคโนโลยีนี้มาใช้ ซึ่งเราจะต้องเตรียมการ🔗

ในประเด็นสุดท้ายท่านประธานเพื่อที่จะประหยัดเวลาให้เพื่อนสมาชิก ได้พูดอีกต่อไปนั้น ผมก็ต้องขอฝาก กสทช. ส่วนหนึ่งต้องมีหน้าที่ในการเพิ่มการแข่งขันในตลาด คือลดการผูกขาด สิ่งเหล่านี้ปฏิเสธไม่ได้ ว่าเป็นหน้าที่ที่จะต้องเพิ่มการแข่งขันในตลาดให้ได้ และลดการผูกขาดเพื่อผลประโยชน์ ให้กับพี่น้องประชาชน แล้วก็ยังมีกฎหมายหลายฉบับที่เกี่ยวข้องกัน สำหรับสำนักงาน คณะกรรมการแข่งขันทางการค้าที่ตัวย่อว่า กขค. อันนี้ก็มีหน้าที่เช่นกันในเรื่องของกลั่นกรอง การควบรวมอย่างเข้มงวด ซึ่งกฎหมายทางการแข่งขันในมาตรา ๔ ตรงนี้ก็ต้องฝาก ในส่วนของคณะกรรมการไปดูด้วย เพราะฉะนั้นในเรื่อง การควบรวมครั้งนี้มันดูเหมือนง่าย แล้วก็ทำได้แน่นอน แต่ว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นมาที่ผมนำเรียนนะครับ ขอย ้าอีกครั้งหนึ่ง ในเรื่องของพนักงานของ ๒ บริษัทนี้อย่าลอยแพเขาแล้วกันก็ด้วยความเป็นห่วง ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ🔗

ต่อไปเป็นญัตติด่วนที่ ๗ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษา ผลกระทบกรณีการควบรวมกิจการของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระหว่าง บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กับบริษัท โทเทิ่ลแอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) (นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗

เชิญครับ🔗

นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตราชเทวี พญาไท จตุจักร กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐค่ะ วันนี้ดิฉัน ขอเสนอญัตติเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาผลกระทบกรณีการควบรวมกิจการ ของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระหว่าง บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กับ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ตามที่ปรากฏข้อมูลว่าผู้ให้บริการ โทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ของประเทศ จำนวน ๒ ราย ใน ๓ รายนั้น บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กับบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ได้ทำความตกลง เบื้องต้นว่าจะเป็นพันธมิตรธุรกิจระหว่างกัน โดยจะดำเนินการควบรวมกิจการและจัดตั้ง เป็นบริษัทใหม่ค่ะ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวนั้น เกิดข้อห่วงใยเหลือเกินที่อาจจะก่อให้เกิด ผลกระทบในหลาย ๆ ด้าน เนื่องจากที่พวกเราทราบกันดีว่า การดำเนินการดังกล่าวแน่นอน อาจจะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ ส่งผลกระทบด้านการเงิน การลงทุนการดำเนินธุรกิจต่าง ๆ ที่ใช้บริการโทรคมนาคม รวมถึงธุรกิจด้านฟินเทค ซัปพลายเออร์ (FinTech Supplier) ผู้ค้าปลีก ค้าส่งโทรศัพท์มือถือและคอมพิวเตอร์ ตลอดจนบริการต่าง ๆ ทุกอย่างที่ต้องอาศัยเครือข่าย ของโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ ประการสำคัญค่ะการควบรวมกิจการระหว่าง ๒ บริษัทนี้เป็น ๒ บริษัทที่เป็นโครงสร้างพื้นฐานรายใหญ่ของประเทศย่อมจะส่งผลกระทบอย่างมหาศาล ต่อประชาชน และประชากรจำนวนมากในประเทศไทยเราค่ะ เนื่องจากจะทำให้มีผู้ให้บริการ จำนวนลดลง ซึ่งแน่นอนจะส่งผลให้ราคาแพงขึ้น ทำให้ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่าย ในการดำรงชีวิตที่เพิ่มขึ้นและก่อให้เกิดการผูกขาดอย่างแน่นอน ขาดการแข่งขันทางการค้า ทำให้ไม่เกิดการพัฒนาเรื่องระบบและการบริการ อีกทั้งอาจจะเป็นการสุ่มเสี่ยงที่เข้าข่าย เป็นการขัดต่อกฎหมายที่เกี่ยวกับการประกอบกิจการโทรคมนาคม กฎหมายการแข่งขัน ทางการค้า และกฎหมายอื่น ๆ อีกหลายกฎหมายที่มีความเกี่ยวข้องค่ะ ดิฉันเห็นว่าควรจะมี การศึกษาผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการควบรวมกิจการของ ๒ บริษัทนี้ เพื่อเป็นการป้องกัน ปัญหาในอนาคตและผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน และป้องกันการกระทำที่อาจจะสุ่มเสี่ยง ต่อการขัดต่อกฎหมาย ท่านประธานคะ ดิฉันขออ้างถึงงานวิจัยของอาจารย์สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือว่าทีดีอาร์ไอ (TDRI) ที่เปิดเผยถึงการควบรวม กิจการระหว่างทรูและดีแทค ว่าอาจจะส่งผลกระทบให้ธุรกิจโทรคมนาคมไทยที่ปัจจุบัน ก็มีโครงสร้างที่ผูกขาดอยู่แล้วเพียง ๓ เจ้า ยิ่งเกิดการผูกขาดมากขึ้น เขาใช้คำว่าผูกขาดจนถึง เข้าสู่ระดับอันตรายนะคะท่านประธานแม้ว่าทั้ง ๒ บริษัทจะอ้างเรื่องการสร้างความเท่าเทียม และพัฒนาเทคโนโลยีให้ไทยไปแข่งขันในเวทีโลก แต่ในทางเศรษฐศาสตร์เราเรียกกรณีนี้ว่า การลดผู้ประกอบการลงค่ะ หลักเศรษฐศาสตร์ง่าย ๆ ค่ะท่านประธาน อุปสงค์ อุปทาน ถ้าเมื่อไรมีผู้ขายน้อยรายและผู้ซื้อเยอะอยากได้ของนั้น ก็เป็นธรรมดาที่ผู้ขายจะขึ้นราคาของ และผู้ซื้อก็หลีกเลี่ยงไม่ได้เลย ถ้าสิ่งของนั้นเป็นสิ่งจำเป็นที่เราจะต้องซื้อ ปัจจุบันเราก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการใช้มือถือและอินเทอร์เน็ต (Internet) เป็นเหมือนปัจจัยที่ ๕ ที่ขาดไม่ได้เลย ดังนั้นการผูกขาดในธุรกิจโทรคมนาคมจะแตกต่างจากการควบรวมธุรกิจอื่น ๆ ที่ประชาชนมีสิทธิเลือกที่จะซื้อหรือไม่ใช้บริการได้ ตัวอย่างอีกตัวอย่างหนึ่งที่ทีดีอาร์ไอ (TDRI) ได้ยกไว้ ก็คือการควบรวมธุรกิจโรงภาพยนตร์ หรือเคเบิล ทีวี (Cable TV) ผู้บริโภค สามารถเลือกที่จะไม่ใช้บริการได้ค่ะ แต่อีกตัวอย่างหนึ่ง เช่น การควบรวมธุรกิจโรงพยาบาล อันนี้ประชาชนหลีกเลี่ยงที่จะไม่ใช้บริการไม่ได้ เฉกเช่นเดียวกันค่ะ ธุรกิจโทรคมนาคม ที่เป็นเหมือนปัจจัยที่ ๕ เราก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องใช้บริการ แล้วก็กลุ่มที่จะได้รับ ผลกระทบหลัก ๆ และหนักหน่วงก็เป็นใครไปไม่ได้เลยค่ะ นอกจากประชาชนตาดำ ๆ ที่ต้อง ทนซื้อแพ็กเกจ (Package) ที่มีราคาแพง อินเทอร์เน็ต (Internet) ที่มีราคาสูงอย่างหลีกเลี่ยง ไม่ได้ อีกกลุ่มหนึ่งที่ดิฉันมองว่าน่าจะเสียประโยชน์จากการควบรวมในครั้งนี้ก็คือภาครัฐค่ะ หากมีการประมูลคลื่นความถี่ในอนาคตจากที่เคยมีผู้ประมูลหลายราย และในอนาคตจะ ลดลงเหลือเพียงไม่กี่ราย นั่นหมายถึงรายได้ที่พึงเก็บของรัฐก็จะต้องลดลงไปอย่างแน่นอน ท่านประธานคะ สุดท้ายสังคมที่พวกเราพยายามจะเปลี่ยนถ่ายไปสู่สังคมเศรษฐกิจดิจิทัล (Digital) ก็จะมีต้นทุนที่สูงขึ้น และจะเป็นการเกิดผลกระทบที่ดิฉันมองว่าจะเป็นการเกิด ผลกระทบแบบโดมิโน (Domino) คือถ้าทุกอย่างต้นทุนสูงขึ้น แน่นอนของซื้อของขายของ ที่ให้บริการทุกอย่างก็จะแพงขึ้น เพราะฉะนั้นประชาชนก็ต้องทนจ่ายเงินราคาสูงขึ้น ดังนั้น วันนี้ที่ดิฉันเสนอญัตติกรณีการควบรวมกิจการของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระหว่าง บริษัท ทรู คอร์เปอร์เรชั่น จำกัด (มหาชน) กับ บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ก็เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาศึกษาผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต และอยากให้สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. ที่ท่านมีหน้าที่ในการเพิ่มการแข่งขันในตลาด และลดการ ผูกขาดตามที่กฎหมายประกอบกิจการโทรคมนาคมได้กำหนดไว้ชัดเจน ได้เข้ามากำกับดูแล และติดตามผลกระทบอย่างใกล้ชิด รวมถึงอีกหน่วยงานหนึ่งที่ทุกท่านได้กล่าวมาแล้ว คือ กขค. สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า ที่มีหน้าที่ดูแลกฎหมายการแข่งขัน ทางการค้า ต้องเข้ามาทำหน้าที่ในการกลั่นกรองการควบรวมกิจการทั้ง ๒ บริษัทนี้ อย่างเข้มงวดด้วยค่ะ🔗

สุดท้ายค่ะ เบื้องต้นตอนแรกดิฉันเสนอญัตตินี้เพียงเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาศึกษาเรื่องผลกระทบ แต่เห็นเพื่อน ๆ สมาชิกหลายท่านเสนอให้มีการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญ ดิฉันก็ไม่ติดใจค่ะ แล้วก็ยินดีที่จะร่วมเสนอตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญด้วยค่ะ ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ🔗

ต่อไปเป็นญัตติด่วนที่ ๘ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบต่อประชาชนจากการควบรวมกิจการโทรคมนาคม และการค้าปลีก ตลอดถึงผลกระทบจากการขยายตัวของทุนขนาดใหญ่ที่กระทบทุนชาวบ้าน ขนาดเล็ก เพื่อหามาตรการคุ้มครองประชาชนและผู้บริโภคและทุนชาวบ้าน (นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗

เชิญครับ🔗

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงราย กระผมและเพื่อนสมาชิก พรรคเพื่อไทย ขอเสนอญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาศึกษาผลกระทบต่อประชาชนจากการควบรวมกิจการโทรคมนาคม และการค้าปลีก ตลอดถึงผลกระทบจากการขยายตัวของทุนขนาดใหญ่ที่กระทบทุนของชาวบ้านขนาดเล็ก เพื่อหามาตรการคุ้มครองประชาชนกับผู้บริโภคที่เป็นทุนชาวบ้าน ท่านประธานครับ จากที่มี การควบรวมโทรคมนาคมของบริษัท ๒ บริษัทใหญ่ ก็คือบริษัท ทรู และดีแทค ซึ่งแต่เดิมนั้น มีเพียง ๓ รายในตลาด และมีการควบรวมกิจการเหลือเพียง ๒ ราย ทำให้บริษัทที่ควบรวม จะมีส่วนแบ่งการตลาดเกินกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้บริโภค ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อ ผู้บริโภคอย่างมาก ทั้งยังอาจจะขัดต่อการประกาศของคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ เรื่อง มาตรการป้องกันมิให้มีการกระทำอันเป็นการผูกขาด หรือจะทำให้เกิดความ ไม่เป็นธรรมในการแข่งในธุรกิจกิจการโทรคมนาคม ที่ระบุว่าผู้เข้าชื่อหุ้นต้องเกินร้อยละ ๑๐ ของผู้ประกอบกิจการโทรคมนาคม ในธุรกิจประเภทบริการเดียวกันจะทำให้มิได้ยกเว้น จะต้องขออนุญาตจากคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมด้วยนั้น กรณีดังกล่าวได้สร้างความ วิตกกังวลให้หมู่ประชาชนทั่วไปว่าอาจจะมีความไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคในอนาคตต่อไป และยังอาจเป็นการขัดขวางมิให้มีผู้ประกอบการรายใหม่ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย รัฐธรรมนูญ และกฎหมายที่มุ่งจะให้มีผู้ประกอบการเสรีและเป็นธรรมด้วย อีกทั้งก่อนหน้านี้นะครับ มีการเข้าซื้อกิจการค้าปลีกขนาดยักษ์ของธุรกิจขนาดใหญ่ ทางด้านค้าส่ง เช่น แมคโครกับโลตัส ซึ่งก่อนหน้านี้มีมติของคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า ของกระทรวงพาณิชย์ว่าความเห็นคัดค้านจากหลายฝ่าย แต่คณะกรรมการก็ได้อนุมัติ ซึ่งสร้างความวิตกกังวลต่ออำนาจเหนือตลาดของบริษัทดังกล่าวเป็นอย่างมาก รวมทั้ง กลุ่มทุนดังกล่าวมีกิจกรรมร้านค้าสะดวกซื้อของบริษัทในเครือที่มีจำนวนมากจากร้าน กระจายทั่วประเทศนะครับ ได้ขยายกิจกรรมทางการตลาด ในลักษณะที่จะส่งผลกระทบต่อ กิจกรรมขนาดเล็ก ๆ ซึ่งเป็นทุนของชาวบ้าน และอาจจะทำให้ทุนชาวบ้านนั้นประสบปัญหา ทางธุรกิจถึงกับล้มละลาย ประกอบกับสถานการณ์เศรษฐกิจในขณะนี้ได้รับผลกระทบอย่างมาก จากการระบาดของโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) ทำให้ธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลางประสบ ปัญหาอย่างรุนแรง แต่ธุรกิจขนาดใหญ่สามารถใช้ความได้เปรียบจากส่วนแบ่งของการตลาด ที่มีมากกว่า ช่องทางการตลาดที่กว้างขวางกว่าหลายเท่า สภาพที่เป็นดังกล่าวนี่นะครับ ทำให้การขยายส่วนแบ่งของการตลาดมากยิ่งขึ้น จนทำให้มีลักษณะที่อาจจะเป็นการผูกขาด รายใหม่และระยะต่อไปอาจจะทำให้ทุนใหม่ ๆ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก ไม่สามารถเติบโตได้ เป็นการบิดเบือนโครงสร้างทางธุรกิจในประเทศให้มีทุนผูกขาดขนาดใหญ่ในกิจกรรม ที่ประชาชนมีความจำเป็นจะต้องบริโภคเป็นการขัดหลักการค้าเสรีและเป็นธรรม ดังนั้น กระผมจึงขอเสนอญัตติดังกล่าว เพื่อให้ที่ประชุมได้พิจารณาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อ พิจารณาศึกษาผลกระทบต่อประชาชนจากการควบรวมกิจกรรมโทรคมนาคมและการค้าปลีก ตลอดจนถึงผลกระทบจากการขยายตัวของทุนขนาดใหญ่ที่กระทบกับทุนชาวบ้านขนาดเล็ก เพื่อหามาตรการคุ้มครองประชาชนผู้บริโภคและทุนชาวบ้านตามข้อบังคับการประชุมสภา พ.ศ. ๒๕๖๒ ตามข้อ ๔๙ และข้อ ๕๐ ส่วนรายละเอียดนั้น กระผมขออนุญาตชี้แจง ท่านประธานดังนี้ครับ🔗

ท่านประธานครับ จากการที่ทั้ง ๗ ญัตติ เพื่อนสมาชิกได้นำเสนอแล้วนะครับ ผมขออนุญาตจะไม่ซ ้าประเด็น มีเรื่องที่ผมอยากจะขออนุญาตนำเสนอท่านประธานนะครับ🔗

เรื่องแรก ขณะนี้มีคณะวิจัยของนโยบายสังคมเศรษฐศาสตร์ ของมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์นะครับ เขาบอกว่าได้ระบุสินทรัพย์ของเศรษฐีที่รวยที่สุดในเมืองไทย ๔๐ คน ๔๐ คน มีมูลค่ารวมกัน ๕ ล้านล้านบาทครับ คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ๒๘ เปอร์เซ็นต์ ของจีดีพี (GDP) ของประเทศ และมีสถิติที่น่าสนใจอีกอันหนึ่งคือของเครดิตสวิส โกลบอล เวลธ์ ดาต้า บุ๊ค ซึ่งออกมาเมื่อปี ๒๕๖๑ เขาบอกว่าประเทศไทยนี่ครับ เป็นประเทศที่มีช่องว่างรายได้กว้าง มากที่สุดในโลก โดยคนรวย ๑ คน ครองทรัพย์สิน ๖๖.๙ ของความมั่งคั่งที่มีอยู่ในปี ๒๕๖๑ ครับ จริงอยู่ครับ ในปี ๒๐๒๐ ก็คือปีที่แล้วนี่สัดส่วนดังกล่าวได้ลดลงมาบ้าง แต่ท่านประธานเชื่อไหม ความไม่เท่าเทียมกันในประเทศไทย นี่ก็อยู่ในลำดับ ๕ ครับ ที่มีความเหลื่อมล ้าในช่องว่าง ระหว่างคนรวยกับคนจน ท่านประธานครับ ต่อประเด็นเหล่านี้ครับ ผมถึงอยากจะเรียกร้อง ให้เพื่อนสมาชิกว่าเราควรจะต้องศึกษาเรื่องนี้ให้อย่างจริงจัง เรื่องที่การควบรวมของบริษัท ค้าปลีกยักษ์ใหญ่ก็ดี เรื่องที่มีการควบรวมของ ๒ บริษัทก็ดี ผมเรียนท่านประธานว่าผมคิดต่าง จากเพื่อนสมาชิกที่อภิปรายไว้ ผมทายได้เลยว่าดีแทคกับทรูไม่ควบรวมกันอย่างชัดแจ้งครับ แต่ความเป็นจริงขณะนี้ครับ เขามีการไขว้หุ้น มีการจัดบริษัทเล็ก ๆ มีการเลี่ยงกฎหมาย ไปอย่างเห็นได้ชัดเจนครับ เขาคงไม่ควบรวมอย่างชัด ๆ ให้เราเห็น และตอนนี้ผมเชื่อว่า บริษัท ๒-๓ บริษัทนี้กำลังนั่งหัวเราะเราอยู่ครับ สิ่งที่เราในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎรจะต้อง ปกปักษ์รักษาผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน เรายอมรับนะครับว่าทุกวันนี้ความที่ใช้ คลื่นโทรศัพท์ความถี่ต่าง ๆ นี่ครับ เป็นเหมือนปัจจัยที่ ๕ เป็นเรื่องเกี่ยวกับชีวิตความเป็นอยู่ บางท่านบอกว่าเป็นเหมือนอวัยวะอีกชิ้นหนึ่งของคนด้วยซ ้าไป แต่ว่าขณะนี้ครับ เราจะปล่อย ให้มีการผูกขาดเรื่องราวเหล่านี้ ผมคิดว่าชาวบ้านไม่ได้ประโยชน์ครับ สิ่งที่ผมอยากจะเรียน ท่านประธานอีกประเด็นหนึ่ง นั่นก็คือว่าขณะนี้ครับ นอกจากจะมีเรื่อง คณะกรรมการ แข่งขันทางการค้า กขค. ซึ่งขออนุญาตท่านประธานว่าผมขอขึ้นสไลด์ (Slide) นะครับ มีแค่ ๒ แผ่นเองท่านประธานครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

พระราชบัญญัติการแข่งขันทาง การค้านี้ครับ ไม่ว่าจะเป็นมาตรา ๕๐ การใช้อำนาจเหนือตลาดอย่างไม่เป็นธรรม มาตรา ๕๑ การรวมธุรกิจ มาตรา ๕๔ มาตรา ๕๕ การตกลงร่วมกันผูกขาด ลด และจำกัดการแข่งขัน มาตรา ๕๗ การปฏิบัติการค้าที่ไม่เป็นธรรม มาตรา ๕๘ การตกลงร่วมกับผู้ประกอบการ ธุรกิจต่างประเทศโดยไม่มีเหตุสมควร ท่านประธานครับ เหล่านี้ครับเข้าชัด ๆ เลย และสำนักงานการแข่งขันทางการค้านี้ครับ อยู่ในการกำกับดูแลของใครครับ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีครับ ผมขออนุญาตผ่านไปถึงคณะกรรมการมีเกี่ยวกับ คุ้มครองผู้บริโภค ผมจะไม่พูดนะครับนะครับ แต่ท่านประธานเชื่อหรือไม่ครับว่า คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติหรือ กสทช. ที่ว่านี้ครับ มันเหมือนเป็นบ่อทองคำฝังเพชรครับ ทุกวันนี้นะครับ ผลประโยชน์ มากมายมหาศาล ท่านประธานจะเห็นว่าคนที่ได้รับการคัดสรรเข้าไปเป็นคณะกรรมการ กสทช. นี้ครับ คัดแล้วคัดอีก ๒ รอบ ๓ รอบไม่ผ่าน แต่สิ่งที่ผมอยากจะเรียนว่าจริงอยู่ กสทช. นี้มีกฎหมายเฉพาะนะครับว่าเป็นหน่วยงานอิสระ ซึ่งไม่มีการควบรวม ไม่มีการดูแลจากใคร แต่ท่านประธานเชื่อหรือครับ ผมมั่นใจในการสรรหาของคณะกรรมการสรรหา กสทช. ชุดใหม่ ไม่ว่าจะเป็นมาจากศาล ไม่ว่าจะเป็นมาจากศาลยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นศาลปกครอง หรือแม้กระทั่งมาจากผู้ว่าแบงก์ชาติ หรือจากผู้ตรวจการแผ่นดิน บุคคลเหล่านี้ครับ ผมมั่นใจในความซื่อสัตย์สุจริต แต่ว่ามันไม่ได้สุดท้ายที่นี่ครับ กสทช. ทั้ง ๗ คนนี้ครับ ต้องไปสุดท้ายที่วุฒิสมาชิกครับ ท่านประธานครับ วุฒิสมาชิกมาจากใคร ครับ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ครับ ถึงวันนี้ผมทราบว่าการคัดสรร กสทช. ชุดใหม่ ซึ่งเป็นบ่อทองคำฝังเพชรนี้ครับ ยังไม่จบครับ วุฒิสมาชิกก็ดึงกันไปดึงกันมา ป่านนี้เห็นบอกว่า จะเข้าญัตติวันที่ ๒๐ ผมคิดว่าก็ยังไม่แน่นะครับ สิ่งที่ผมอยากเรียกร้องท่านประธานก็คือ ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะที่เป็นคนกำกับดูแล เป็นผู้บริหารสูงสุดของประเทศ เรื่องที่พี่น้อง ประชาชนเดือดร้อนนะครับ เรื่องนี้เดือดร้อนกันมากนะครับ เราเคยใช้บริการ ๑,๐๐๐ บาท แถมมีการโพรโมต (Promote) มีการใช้เกี่ยวกับเรื่องการแข่งขันระหว่างบริษัทห้างร้าน โทรศัพท์ที่เขาดูแลเรื่องนี้ครับ มีการเหมาจ่าย มีแพ็กเกจ (Package) ต่าง ๆ ที่ถูกมาก ๓๐๐ บาท ๕๐๐ บาทก็ใช้ได้ เติมเงิน ๑๐๐ บาทก็ใช้ได้ แต่ต่อไปนี้ครับถ้า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะกำกับเรื่องราวเหล่านี้ครับ ไม่ว่าจะเป็น กขค. ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการคุ้มครองสิทธิ หรือแม้กระทั่ง กสทช. ซึ่งผมเรียนท่านประธานว่าขณะนี้ครับ มีกลิ่นแหม่ง ๆ ในบรรดาที่เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นเก่าเป็นใหม่ หรือแม้กระทั่งคนที่เป็นเจ้าหน้าที่อยู่ใน กสทช. นะครับ มีลูก มีเมีย มีพี่ มีน้องอยู่ในบริษัทใหญ่ ๆ ๔-๕ บริษัทนะครับ และบริษัทเหล่านี้ครับท่านประธานครับ ไล่ไปก็คือเจ้าสัวที่ผมบอก ๑ เปอร์เซ็นต์ บางคนนี้ครับ มีที่ดินมากกว่าจังหวัดบางจังหวัด ในประเทศไทยเสียอีกครับ เพราะฉะนั้นความเหลื่อมล ้าเหล่านี้ ตราบใดที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังไม่ลงมาแก้ไขปัญหา ผมถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีการคอร์รัปชันทางนโยบายอย่าง ชัดเจนครับ ท่านประธานครับสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะขออนุญาตเสนอเป็นความคิดเห็นไว้ แล้วก็คงจะส่งต่อให้เพื่อนสมาชิกที่จะแสดงความคิดเห็นนะครับ ชาวบ้านบ้านผมครับ เขาบอกว่ามันไปควบรวมอย่างนี้ เขานึกถึงตอนที่ท่านนายกรัฐมนตรีไปพูดถึงบอกว่าคนรวย ก็ขึ้นทางด่วน คนจนก็ลงข้างล่าง แต่ชาวบ้านเชียงรายผมนี้เขากลับคิดอย่างนี้ครับท่านประธาน เขาบอกว่าถ้าตราบใด ถ้าปล่อยให้ ๒ บริษัทนี้ควบรวมกันนี้ครับ มันก็เหมือนกับเอาไปวิ่ง บนรางรถไฟครับ แล้วก็เหมาให้รถไฟเจ้าเดียวผูกขาด ถึงเวลาขึ้นมาเขาจะขึ้นราคาตรงไหนก็ได้ แพ็กเกจ (Package) ใหม่ ๆ ที่เขาจะมาแข่งขันกันให้พี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์ก็ไม่มีครับ อีกหน่อยค่าใช้โทรศัพท์อาจจะต้องขึ้นราคาเรื่อย ๆ โดยเฉพาะผลประโยชน์ที่เราจะมีการประมูล ๕ จี (5G) ๖ จี (6G) ต่อไปในอนาคต ซึ่งไม่รู้อีกกี่แสนล้าน สิ่งที่อยากเรียนท่านประธาน เป็นข้อมูลไว้ก็คือว่า ขณะนี้ครับเขาบอกว่าจริง ๆ แล้วนี้ครับ บริษัทเอ็นที ซึ่งมีแคท (CAT) กับมีไปรษณีย์โทรเลขรวมกันนะครับ เป็นเจ้าของเสา เป็นเจ้าของสัญญาณเน็ตเวิร์ก (Network) อยู่แล้วทำไมไม่แยกออกมาครับ รัฐควรจะต้องดูแลตรงนี้ ถึงเวลาบริษัทไหนที่จะประมูลได้ปล่อยให้มีการแข่งขันกันแบบเสรี สิครับ บริษัทใหม่ ๆ ที่มาจากต่างชาติก็ดีหรือว่านักลงทุนที่อยากจะลงทุนในเรื่องธุรกิจเหล่านี้ก็ดี เขาก็สามารถที่จะใช้ได้ คนเชียงรายผมบอกว่าก็เหมือนกับปล่อยให้วิ่งบนถนน ไม่ว่าจะเป็น ถนนทางหลวงธรรมดา ใครที่บริษัทดีรับจ้างขนส่งชาวบ้านดี มีการบริการดีชาวบ้านก็ไปใช้ บริษัทนั้น แต่ตอนนี้กลายเป็นว่ารัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ โดย กสทช. โดยคณะกรรมการ ๒-๓ ชุด ที่ท่านนายกรัฐมนตรีดูแลล็อกสเปก (Lock Spec) ครับ ปล่อยให้คนใช้โทรศัพท์ต่อไป ในอนาคตจะต้องวิ่งบนทางรถไฟอย่างเดียวไม่ปล่อยให้วิ่งถนนหลวง อย่างนี้ใช้ไม่ได้ครับ ผมเรียนท่านประธานว่าผมและสมาชิกพรรคเพื่อไทยหลายท่านที่จะแสดงความคิดเห็นต่อไป เรามีความคิดเห็นว่าเรื่องที่มันสำคัญที่สุดก็คือเราจะต้องดูแลความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน ซึ่งจะต้องได้รับประโยชน์สูงสุดไม่ใช่ไปเอาใจบริษัทนายทุน ไม่ใช่ไปเอาใจผู้ประกอบการ เจ้าสัวคนใดคนหนึ่ง พี่น้องประชาชนซึ่งตาดำ ๆ อยู่ในท้องไร่ท้องนาตอนภาคเช้าเรามีการพูดถึง กองทุนหมุนเวียนของ กสทช. ท่านเห็นไหมครับ เพื่อนสมาชิกเราบางท่านยังบอกว่าครู อยู่ในต่างจังหวัดยังไม่ถึง ๖,๐๐๐ ไอ้นี่เบี้ยประชุม ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาท เดือนหนึ่งไม่รู้กี่แสน ค่าตอบแทนไม่รู้กี่ล้าน และผลประโยชน์ที่แฝงอีกมากมายครับ เพราะฉะนั้นตัวนี้ผมอยากเรียน ท่านประธานว่าเราควรจะต้องตั้งกรรมาธิการเพื่อที่จะแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้พี่น้องประชาชน ได้รับผลประโยชน์อย่างแท้จริงจากคลื่นความถี่ซึ่งถือว่าเป็นภาษีอากรพี่น้องประชาชน แต่ว่าไปปล่อยให้เหลือบไรต่าง ๆ มาหากินครับ ผมขออนุญาตสนับสนุนและอยากให้มีการตั้ง กรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาเรื่องนี้อย่างชัดเจน ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ก็ถือว่าท่านสมาชิกผู้ยื่นญัตติด่วนทั้ง ๙ ท่านได้แถลงหลักการและเหตุผลจบเป็นที่เรียบร้อย ต่อไป ก็จะเป็นการร่วมอภิปรายของท่านสมาชิก แต่ว่าปรากฏว่าท่านสมาชิกเสนอชื่อมาผมดูแล้ว อย่างไรคืนนี้ก็ไม่จบ วันนี้อย่างไรก็ไม่จบ วันนี้เราได้ประชุมกันมาพอสมควรแล้วนะครับ ผมขอปิดการประชุมครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๑๘.๔๓ นาฬิกา