รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๓
ครั้งที่ ๑๙ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพุธที่ ๒๒ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
____________
ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระ การประชุมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ โปรดใช้เวลา ๒ นาที ให้เป็นประโยชน์กับประชาชนครับ ท่านแรก นางบุญรื่น ศรีธเรศ ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางบุญรื่น ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่องค่ะ🔗
เรื่องที่ ๑ ดิฉันได้รับคำร้องเรียนจาก นายอนันต์ ประเสริฐนู พร้อมคณะ อดีตสมาชิกสภาเทศบาลตำบลหลุบ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ พี่น้องมีความเดือดร้อน ในการใช้รถ ใช้ถนน ไปมาหาสู่ซึ่งกันและกัน คือถนนสายหลังคลองชลประทาน เริ่มจากบ้าน หนองคอนชัย หมู่ที่ ๑๐ ตำบลหลุบ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ ถึงบ้านปอแดง ตำบลนาดี อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ ระยะทางกว้าง ๙ เมตร ยาว ๔,๐๐๐ เมตร เป็นถนนลูกรัง เป็นหลุมเป็นบ่อหน้าแล้งฝุ่นตลบ หน้าฝนถนนจะเละเดินทางไม่ได้เลยค่ะ ลำบากมากจึงขอ หารือท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทาน ก็คงจะไม่พ้นชลประทานเขื่อนลำปาวนะคะ ได้โปรดจัดสรรงบประมาณไปซ่อมถนนหลังคลองชลประทานให้เขาด้วยค่ะ จะเป็น ถนนคอนกรีตเสริมเหล็กหรือถนนลาดยางก็ได้ค่ะท่านประธาน🔗
เรื่องที่ ๒ พี่น้องชาวนาทุกอำเภอในจังหวัดกาฬสินธุ์ ไม่ว่าจะเป็นเขตของ ส.ส. วีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์ ส.ส. คมเดช ไชยศิวามงคล ส.ส. พีระเพชร ศิริกุล และ ส.ส. ประเสริฐ บุญเรือง ทั้ง ๕ เขต ๑๘ อำเภอ ประสบปัญหาเรื่องเดียวกันค่ะท่านประธาน คือปุ๋ยเคมีราคาแพงมากไม่สอดคล้องกับราคาข้าวในปัจจุบัน ปุ๋ยทุกยี่ห้อราคาเพิ่มขึ้น กระสอบละ ๑,๓๐๐ บาท ๑,๔๐๐ บาท ถึง ๑,๕๐๐ บาท ก็ตกไปกิโลกรัมละ ๑๓ บาท ๑๔ บาท ๑๕ บาท จึงขอหารือท่านประธานไปยังกระทรวงพาณิชย์ได้โปรดควบคุมราคาปุ๋ย ให้ลดลง แล้วก็ถ้าทำไม่ได้ให้ปรับราคาข้าวเป็นกิโลกรัมละ ๒๐ บาท หรือกิโลกรัมละ ๑๔-๑๕ บาทเท่ากับราคาปุ๋ยก็ได้ค่ะ ฝากถึงท่านรัฐมนตรีจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ด้วยค่ะ ท่านประธาน ขอบพระคุณมากค่ะ🔗
ครับ ต่อไปคุณจักรัตน์ พั้วช่วย ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม จักรัตน์ พั้วช่วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ ส.ส. คนไทยหล่ม ช่วงนี้ครับ ท่านประธาน ทุก ๆ กรม ทุก ๆ กระทรวงกำลังเตรียมจัดทำงบประมาณประจำปี ๒๕๖๖ ซึ่งผมมองว่าเป็นเครื่องจักรสำคัญในการสร้างงาน สร้างอาชีพ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของ ประเทศหลังวิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) นะครับ จึงอยากฝากท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวงและกรมต่าง ๆ ควรจัดทำโครงการให้ครอบคลุมทั่วประเทศ ไม่ควรกระจุกตัวอยู่ จังหวัดใดจังหวัดหนึ่งหรือพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง ในส่วนที่พื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ของผมอยากฝาก ท่านประธานผ่านไปยังกรมโยธาธิการ ๒ โครงการสำคัญ🔗
๑. เขื่อนป้องกันตลิ่ง โครงการระบบป้องกันน้ำท่วมในเขตเทศบาลหล่มเก่า ต่อเนื่อง อบต. หล่มเก่าเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากทุกปี🔗
๒. โครงการพัฒนาเมืองบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอน้ำหนาว เพื่อสร้างศูนย์ จำหน่ายสินค้าสนับสนุนด้านการท่องเที่ยวของอำเภอน้ำหนาว และฝากถึงกรมทางหลวง ชนบทสนับสนุนโครงการก่อสร้างสะพานแม่น้ำป่าสัก หมู่ที่ ๗ ตำบลตาลเดี่ยว ข้ามไปยัง หมู่ที่ ๓ ตำบลวัดป่า ของอำเภอหล่มสัก และสุดท้ายครับท่านประธาน ชาวไร่ยาสูบเบอร์เลย์ จังหวัดเพชรบูรณ์ ฝากผมมาให้ช่วยเร่งรัดและในเรื่องการจ่ายเงินชดเชยที่ ครม. อนุมัติ ให้แล้วเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้ครับ ขอขอบคุณท่านประธาน🔗
ครับ ต่อไปคุณครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม พรรคเพื่อไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ครับ ผมได้รับ มอบหมายจากท่านหัวหน้าพรรคเพื่อไทยครับ ท่านคุณหมอ นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ให้มาติดตามสอบถามเรื่องกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาครับ หรือที่เรารู้จักกันสั้น ๆ ว่า กยศ. ครับ วันนี้มีปัญหา ๑. เด็กขาดการได้รับเงินกู้อย่างต่อเนื่อง เกือบ ๒ เดือนแล้ว ยังไม่ได้ เนื่องจากว่าช่วงนี้ก็อยู่ในช่วงโควิด (COVID) ดังที่ท่านประธานทราบ เขาก็ต้องค่าใช้จ่าย อันที่ ๒ กองทุนจ่ายให้ไม่เป็นไปตามเงื่อนไข บางท่านก็คือจ่ายยังให้น้อยอยู่ ก็เลยฝากไปยัง ผู้รับผิดชอบในเรื่องของกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เพราะเป็นเรื่องของเด็กที่มาจาก ครอบครัวยากจน เพื่ออนาคตของพวกเขา เพื่อโอกาสของพวกเขา🔗
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพ เป็นความน่าเสียดายและน่าเสียใจที่วันนี้ ประเทศไทยเราเกิดปัญหาในการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ หรือระดับโลกครับ มีนักกีฬา ไทยเราไปสร้างชื่อเสียงมากมาย ดังที่ปรากฏให้เห็นเมื่อเร็ว ๆ นี้ เดือนธันวาคม ถ้าผม จำไม่ผิดวันที่ ๑๙ ธันวาคม มีนักแบดมินตันคู่ ชื่อ บาสกับปอป้อ หรืออะไรทำนองนี้ได้เป็น มือวางอันดับ ๑ ของโลก แล้วก็ได้รับแชมป์เกียรติยศ แข่งที่ประเทศสเปน แต่ท่านประธาน เชื่อไหมครับ โดยปกติถ้าท่านประธานได้ดูกีฬาเวลานักกีฬาไทยได้ที่ ๑ ในการแข่งขัน ระดับโลกจะมีธงชาติขึ้นสู่ยอดเสา แล้วจะมีการบรรเลงเพลงชาติ ซึ่งเป็นเกียรติยศ และเกียรติภูมิให้กับประเทศ แต่วันนี้เรื่องเหล่านี้ไม่สามารถจะทำได้ องค์กรวาด้า (WADA) ซึ่งมีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดการแข่งขันเขาห้าม แล้วเขาห้ามมานานแล้วนะครับ มันก็เลยทำ ให้ศักดิ์ศรีของความเป็นคนไทยกับศักดิ์ศรีของนักกีฬาของชาติไทย มันดูเสมือนไร้ศักดิ์ศรี ก็เลยอยากฝากท่านประธานไปยังผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเรื่องนี้ให้รีบดำเนินการด่วน เพื่อเป็นการ สร้างศักดิ์ศรีและเกียรติยศให้กับประเทศชาติและให้กับนักกีฬา ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณวัชรพล โตมรศักดิ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วัชรพล โตมรศักดิ์ โคราชชาติพัฒนา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีเรื่อง หารือท่าน ๑ เรื่อง เพื่อส่งต่อไปยังท่านนายกรัฐมนตรีท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทางกระทรวงมหาดไทย โดยท่าน พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง นายพรพจน์ เพ็ญพาส อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ท่านประธานที่เคารพครับ จังหวัดนครราชสีมาเป็นจังหวัดใหญ่ ปัญหาต่าง ๆ มีมากมายจนกระทั่งทางจังหวัด นครราชสีมาโดยท่านผู้ว่าวิเชียรร่วมกับกรมโยธาและผังเมืองจังหวัดนครราชสีมา ได้ดำเนินการทำโครงการปรับปรุงในเรื่องของการพัฒนาเมือง ท่านประธานที่เคารพ สิ่งหนึ่ง ที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านก็คือมีอยู่โครงการหนึ่งก็คือโครงการปรับปรุงถนนเลียบคลอง ลำเหมืองหลวง ซึ่งอยู่ในพื้นที่ตำบลบ้านเกาะเป็นตำบลที่อยู่ติดกับเขตเทศบาลนคร นครราชสีมา มีพี่น้องประชาชนจำนวนมาก ปัญหาในเรื่องของการจราจร ปัญหาในเรื่องของ น้ำท่วม ท่านประธานทราบไหมครับว่าตำบลบ้านเกาะแห่งนี้มีลำเหมืองอยู่ลำหนึ่ง เป็นลำน้ำ ระบายน้ำ ระยะทางเพียง ๑,๒๙๓ เมตร แต่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ ลำน้ำนี้ยังช่วยในเรื่องของ การจราจรเชื่อมต่อระหว่างถนนทางหลวงหมายเลข ๒ ถนนมิตรภาพ ไปเชื่อมกับถนนสาย ๒๐๕ ถนนสุรนารายณ์ ท่านประธานครับ ลำเหมืองแห่งนี้เป็นลำเหมืองที่ถ้าพัฒนาแล้วจะเกิด ประโยชน์อย่างยิ่งก็คือ การระบายรถ ๒. เรื่องของการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม ๓. ในเรื่องของ การที่จะออกกำลังกายเป็นโครงการที่เกิดประโยชน์ จนกระทั่งกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ดำเนินการในการออกแบบ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ และ ๒๕๖๓ ครับเพื่อที่จะปรับปรุง ให้เป็นถนนเลียบคลองลำเหมืองหลวง โดยใช้งบประมาณทั้งสิ้น ๑๕๑,๖๐๐,๐๐๐ บาท สิ่งต่าง ๆ ที่ผมได้กราบเรียนท่านประธาน โครงการต่าง ๆ ได้แล้วเสร็จหมดแล้ว เหลือเพียง อยู่อย่างเดียวก็คือในเรื่องงบประมาณ ถ้าเป็นไปได้ผมอยากจะให้ท่านประธานได้โปรด ทำเรื่องถึงท่านนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้โปรดกรุณาอนุเคราะห์โครงการนี้เถอะครับ จะเป็นประโยชน์อย่างมหาศาลต่อพี่น้อง ชาวโคราช กราบขอบพระคุณครับ🔗
ครับ ต่อไปคุณมานพ คีรีภูวดล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ครับ ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๑๘-๑๙ ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสลงพื้นที่โดยมีคุณสมเกียรติ มีธรรม คุณรณรงค์ชัย เตโม ได้พาผมลงพื้นที่ที่ตำบลยางเปียง อำเภออมก๋อย จังหวัด เชียงใหม่นะครับ มีผู้ใหญ่ครับ นายชำนาญ วรกานต์ตระกูล พร้อมกับผู้นำท้องที่ท้องถิ่น ได้มาร้องเรียนที่ผม เรื่องของน้ำประปาขาดแคลนในฤดูแล้ง ซึ่งในพื้นที่ตรงนี้ประกอบด้วย บ้านยางครก หมู่ ๗ มีอยู่ ๓๐๐ หลังคา บ้านหลวง หมู่ ๑ ๑๑๘ หลังคาบ้านห้วยโค้ง หมู่ ๕ ๑๘๐ หลังคา บ้านดอย หมู่ ๑๓ ๒๕๐ หลังคา บ้านป่าคา หมู่ ๗ ๑๖๐ หลังคา พื้นที่ตรงนี้ เป็นพื้นที่ที่อยู่ในพื้นที่ของกรมป่าไม้ดูแล คือเขตป่าสงวน ผู้นำบอกว่าถ้าจะแก้ไขปัญหาคือ จะต้องมีการเจาะน้ำบาดาลครับท่านประธาน แต่ว่าเนื่องจากว่าอยู่ในพื้นที่ของป่าสงวน รับผิดชอบโดยกรมป่าไม้ การดำเนินงานจะมีขั้นตอนที่ลำบาก ดังนั้นก็จะนำเรื่องนี้ไปยังกรมทรัพยากรน้ำบาดาลและกรมทรัพยากรน้ำ ซึ่งอยู่ในกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนะครับ เป็นหน่วยงานที่ลงไปดูแลหาแนวทางช่วยพี่น้อง แก้ไขปัญหาในเรื่องภัยแล้งครับ ท่านประธานครับ เนื่องจากว่า ๕ หมู่บ้านที่ผมได้กล่าวนำนี้ จะอยู่ในพื้นที่อมก๋อย บนดอยก็ดีนะครับ แต่ว่าขุนน้ำหรือว่าน้ำประปาภูเขาอยู่ห่างไกลมาก ไม่สามารถดำเนินการได้ วิธีการแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชนที่ผู้นำได้นำเรียนกับผมนี้ก็คือว่า การขุดเจาะน้ำบาดาลในฤดูแล้ง หน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้องตรงนี้ที่ผมได้นำเรียนนะครับ ขอให้ท่านประธานได้นำเรียนกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาลและกรมทรัพยากรน้ำ กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทยครับ ผมขออนุญาตท่านประธานขอหารือเกี่ยวกับเรื่องเรือนจำจังหวัดกระบี่ เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๔ ที่ผ่านมานี้ เกิดไฟไหม้นะครับ โดยการร้องเรียนของท่านสมาชิกสภาจังหวัด ท่านวรเดช ศิริพรจุฑากุล และท่านกิตติ กิตติธรกุล พร้อมกับทีมงาน ว่าให้สอบถามหารือ ท่านประธานเพื่อไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า จะมีการสร้างเรือนจำจังหวัดกระบี่หรือไม่ ซึ่งก่อนหน้านี้ผมได้ตั้งญัตติและกระทู้ถามไปเมื่อปี ๒๕๖๓ เกี่ยวกับความแออัด แล้วก็สมควร ที่จะขยายเรือนจำจังหวัดกระบี่ออกไปนอกเมือง ซึ่งมีที่ดินอยู่ก่อนแล้ว ด้วยนักโทษ จำนวนมากแออัดกัน ๓,๐๐๐ คน แล้วก็มีความเครียดในเรื่องของโรคโควิด (COVID) ก็เป็นการรวมตัวกันในผู้นำ ๓๑ คนแล้วก็เผาเรือนนอนนะครับ ก่อนหน้านี้มีนักโทษ แหกห้องขัง แหกคุกไป ๒ คน เมื่อ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓ อันนั้นก็เตือนไปรอบหนึ่งนะครับ และท่านประธานที่เคารพครับ ไม่มีเรือนจำที่ไหนที่ล้อมรอบด้วยโรงเรียน ๘ โรงเรียนด้วยกัน ห่างกันไม่กี่ร้อยเมตร ๘ โรง แล้วก็เด็กนักเรียน ๘ โรงนี้ร่วมหมื่นคน เรียนท่านประธานครับ ที่ดินก็มีความพร้อมนะครับ ผมคิดว่ากระทรวงยุติธรรมควรที่จะสร้างแห่งใหม่ เพื่อที่จะรองรับ ในเรื่องของนักโทษด้วย สิ่งสำคัญที่สุดในภาพมันจะมีสระน้ำเสียอยู่ด้านหลังเรือนจำนะครับ อันนี้ก็สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนด้านหลังเรือนจำมาก ซึ่งเป็นน้ำเสีย และเรือนจำไม่เคยได้รับการแก้ไข ก็เป็นประเด็นที่นำหารือท่านประธานเพื่อไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้รับผิดชอบด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปคุณขจิตร ชัยนิคม ครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย วันนี้มีเรื่องหารือท่านประธาน ๓ เรื่อง🔗
เรื่องแรก เรื่องการติดตั้งไฟส่องสว่างสามแยกบ้านดงเย็น ตำบลดงเย็น อำเภอ บ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ได้รับร้องเรียนจากคุณรัตนาและคุณสมศักดิ์ แยกนี้เกิดอุบัติเหตุ ทุกปีครับปีละหลาย ๆ ครั้ง คนเสียชีวิตมาก ขอความกรุณาทางทางหลวงแผ่นดิน กระทรวง คมนาคมช่วยไปดูแลด่วนด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องถนนเส้นอำเภอเพ็ญ-สร้างคอม เคยหารือท่านประธานปีหนึ่ง แล้วกระมัง รัฐมนตรีรับปากว่าจะไปทำ ป่านนี้ยังไม่ได้ทำครับ ช่วยดูแลด้วย🔗
ต่อไปเป็นเรื่องถนนซึ่งได้รับร้องเรียนมาจากนักเรียนครับ นางสาวปณิตา สีหาโคตร เขาใช้เส้นทางนี้ไปโรงเรียนครับ เส้นทางระหว่างบ้านนาชุมแสงไปบ้านโนนสะอาด ระหว่างอำเภอทุ่งฝนและบ้านดุง เส้นทางที่ผ่านหน้าโรงเรียนเป็นความรับผิดชอบของ อบจ. ผมเรียนท่านนายก อบจ. เรียบร้อยแล้ว เป็นหนังสือและท่านก็จะส่งคนไปดู ก็ประสานงาน ไปยังกระทรวงมหาดไทยให้ดูแลเรื่องนี้ด้วยครับ🔗
เรื่องสุดท้าย เรื่องการเปิดบริการอ่างน้ำพาน อำเภอสร้างคอม เป็นสถานที่ ท่องเที่ยวครับ มีท่าแพและมีแพจำนวนมากอยู่ที่บ้านนาสะอาด บ้านแมดและบ้านสร้างคอม ขอให้เรียนไปยังกระทรวงมหาดไทยท่านผู้ว่าช่วยให้เปิดให้บริการด้วย เพราะคนจะไป ท่องเที่ยววันละหลายหมื่นใน ๓ ท่าแพนี้ครับ แล้วก็ให้ดูแลเรื่องวัชพืชแล้วก็คนที่รับผิดชอบด้วย เพราะว่าเป็นอ่างน้ำขนาดใหญ่หลายหมื่นไร่ แต่ว่าอยู่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ ขอความกรุณาให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงมหาดไทย ได้ปรึกษากันให้คนรับผิดชอบให้ตรงด้วย เพราะตอนนี้ประมาณหมื่นกว่าไร่อยู่ในความรับผิดชอบ ของกรมป่าไม้ซึ่งมันผิดที่ผิดทางกันครับ สภาพมันเปลี่ยนแปลงไปแล้วครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปคุณบุญญาพร นาตะธนภัทร🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน บุญญาพร นาตะธนภัทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคพลังชาติไทย วันนี้ดิฉันขอหารือต่อท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรเรื่องความเดือดร้อนของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) มาเรียนต่อที่ประชุมเพื่อหาวิธีการแก้ไขปัญหาดังต่อไปนี้ ด้วยนางสาวพุ่มพวง ผมงาม อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ตำบลเมืองปัก อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ได้ร้องเรียนผ่านมายังดิฉันถึงความเดือดร้อนและความลำบากในการดำรงชีพในปัจจุบัน โดยท่านนี้ขอเรียนท่านประธานได้ทราบถึงการปฏิบัติงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำ หมู่บ้าน มีบทบาทหน้าที่สำคัญในฐานะผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรมสุขภาพอนามัย การสื่อข่าวสารสาธารณสุข การแนะนำเผยแผ่ความรู้ การวางแผนและการประสานกิจกรรม พัฒนาสาธารณสุข ตลอดจนให้บริการสาธารณสุขด้านต่าง ๆ เช่น การส่งเสริมสุขภาพ การเฝ้าระวังป้องกันโรค การช่วยเหลือและรักษาพยาบาลขั้นต้น ทั้งนี้ อาสาสมัครสาธารณสุข ประจำหมู่บ้าน หรือ อสม. คนเล็ก ๆ กับการทำภารกิจที่ยิ่งใหญ่ของประเทศไทย เป็นผู้อยู่ เบื้องหลังความสำเร็จในการลงพื้นที่ค้นหากลุ่มเสี่ยงเข้าสู่กระบวนการคัดกรอง รวมถึง ให้ความรู้เรื่องสาธารณสุขต่าง ๆ ซึ่งมีความสำคัญเช่นเดียวกับแพทย์และพยาบาล เพราะเป็น ผู้เสียสละในการการสู้ศึกกับโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) โควิด-๑๙ (COVID-19) จากสถานการณ์เศรษฐกิจและภารกิจของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ที่มีความสำคัญมากในปัจจุบัน ดิฉันขอสนับสนุนให้ได้รับค่าตอบแทนและค่าเสี่ยงภัย สำหรับ การปฏิบัติงานเป็นเงินจำนวน ๓,๐๐๐ บาทต่อเดือน ตลอดระยะเวลาการปฏิบัติงาน เพื่อให้ เพียงพอต่อการดำรงชีพในปัจจุบัน🔗
ท้ายที่สุดนี้ให้ฉันจึงกราบเรียนมาเพื่อขอความกรุณาจากท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎร ได้โปรดนำปัญหาความเดือดร้อนของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) มาพิจารณาเพื่อหาหนทางช่วยเหลือโดยเร็วต่อไป จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา ขอขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปนี้นางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉันนางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตยานนาวา บางคอแหลม กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล วันนี้มีเรื่องจะหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง เรื่องแรกจากการที่กระทรวงการคลังจะเดินหน้าเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในอัตราตามจริง ในวันที่ ๑ มกราคม ปี ๒๕๖๕ เนื่องจาก ๒ ปีที่ผ่านมาสถานการณ์โควิด (COVID) ส่งผล กระทบต่อประชาชนส่วนใหญ่มากนะคะ กิจการหลายแห่งต้องปิดตัว ทำให้พนักงานประจำ พนักงานบริษัททุกระดับโดนเลย์ออฟ (Layoff) จำนวนมาก รายได้หาย แต่ว่าค่าใช้จ่าย ประจำ ค่าน้ำ ค่าไฟ ยังคงเหมือนเดิม ส่วนผู้ประกอบการโดยเฉพาะเอสเอ็มอี (SMEs) จำนวนไม่น้อยก็ประสบปัญหาสภาพคล่องในการทำธุรกิจ กู้เงินไม่ได้หมุนเงินไม่ทัน หลายรายต้องปิดกิจการ ส่วนรายที่ยังดำเนินการต่อผลประกอบการลดลงไม่น้อยค่ะ นี่เป็นเสียงสะท้อนจากประชาชนแล้วก็ผู้ประกอบการที่เป็นเจ้าของที่อยู่อาศัย เจ้าของ คอนโดมิเนียมแล้วก็ที่ดินต่าง ๆ หลายท่านก็บอกมาว่าอยากจะขายที่ดินหรือว่าสังหาริมทรัพย์ ที่มีอยู่แต่ว่าขายไม่ง่ายนะคะ เขาต้องการจะลดภาระในการดูแล แล้วก็ลดภาระภาษี แต่ว่า ขายไม่ง่ายเลย แล้วก็คอนโดมิเนียมที่เคยปล่อยเช่าได้ตอนนี้ก็ว่างมาเป็นปี ๆ แล้วนะคะ เพราะว่าไม่มีต่างชาติเดินทางเข้ามาอยู่ในสภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ดังนั้นจึงอยากจะ เสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาขยายระยะเวลาอัตราการจัดเก็บภาษีที่ดินให้เท่ากับปี ๒๕๖๔ ก็คือ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของอัตราเต็ม หรืออย่างน้อยค่อย ๆ ขยับทีละน้อย แต่ว่าไม่เกิน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระและช่วยเหลือประชาชนจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องถังขยะในชุมชนในเขตบางคอแหลม ทางประธานชุมชน หลายชุมชนแจ้งมาว่าตอนนี้ถังขยะในชุมชนไม่เพียงพอ แล้วก็สภาพทรุดโทรมมาก ทางว่า ตอนนี้ถังขยะในชุมชนไม่เพียงพอแล้วก็สภาพทรุดโทรมมาก ทางว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. พรรคก้าวไกล คุณก้องนราก็ช่วยประสานขอเพิ่มกับทางเขตมาหลายเดือนแล้วแต่ว่าก็ยังไม่ได้นะคะ ประชาชนตอนนี้ในหลายชุมชนเดือดร้อนมาก ๆ ค่ะ ขอให้ทางกรุงเทพมหานครช่วยเร่งจัดหา ถังขยะมาให้ตามที่ประธานชุมชนได้ทำจดหมายขอไปด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปคุณวิรัช พันธุมะผล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายวิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย เผอิญผมได้เรียนวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร รุ่นที่ ๓๔๔ ในรุ่นนั้น มีนักศึกษาอยู่ ๑๙๙ คน แต่มีเป็นนายทหารระดับนายพล ๙๙ คน ผมเช็ก (Check) ดู ปรากฏว่ามีตำแหน่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิบ้าง ที่ปรึกษาบ้าง ผู้ชำนาญการ นายพลเป็นตำแหน่ง ๖๐ คน ผมเลยโทรถามว่า พี่ ๆ ห้องทำงานพี่อยู่ที่ไหน ติดต่อพี่ได้อย่างไร ท่านที่ปรึกษา และผู้ทรงคุณวุฒิพูดว่าอะไรรู้ไหมครับ ผมไม่มีที่นั่งมีแต่เงินเดือนกิน นี่ละครับผมมาเป็น ส.ส. ได้โอกาส ผมไปดูพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายทหารสำหรับปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ลงวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๖๔ ผมไปเปิดดูครับ ไล่เรียงมามีการแต่งตั้งข้าราชการทหาร ทั้งหมด ๗๗๑ คน ปรากฏว่าผมไล่ไปไล่มามีตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิบ้าง ตำแหน่งที่ไม่มีที่นั่ง มีแต่เงินเดือนกิน แม้แต่ลูกน้องก็ไม่มี อยู่คนเดียวโดด ๆ ทั้งหมด ๓๐๙ คน ท่านคิดดูครับ ปีหนึ่งมีตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิ ๓๐๙ คน ถ้า ๕ ปีกี่คนครับ ๑,๕๐๐ คนครับ ทำไมเอานักเรียน นายร้อยที่เก่ง ๆ ผมยอมรับว่าท่านทั้งหลายที่เข้าโรงเรียนนายร้อยเป็นผู้เก่งกว่าคนทั่ว ๆ ไป ด้วยซ้ำไป แต่เอาท่านไปดองไว้ทำไมครับ ทำไมไม่ไปดูแลให้ไปอยู่โรงเรียนนายร้อย ถ้าจะให้ เพิ่มตำแหน่งก็ให้เพิ่มตำแหน่งอยู่เป็นอาจารย์โรงเรียนนายร้อยระดับพลเอกผมก็ไม่ว่า พลโท ก็ไม่ว่า นายเรืออากาศ ทหารเรือ เอาคนที่มีความรู้ความสามารถไปถ่ายทอดความรู้ให้แก่ เด็ก ๆ อาจจะขยายเป็นมหาวิทยาลัยซึ่งมีหลาย ๆ คณะ เพราะท่านเหล่านั้นจบวิศวะทุกคน ผมขอเห็นแก่ประเทศชาติ กราบเรียนท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม แก้ไขปัญหาผู้ทรงคุณวุฒิล้นกองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ต่อไปคุณพีระเพชร ศิริกุล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ท่านชวน หลีกภัย ที่เคารพ กระผม ดอกเตอร์พีระเพชร ศิริกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๔ พรรคเพื่อไทย หัวใจคือประชาชน ขอหารือท่านประธานถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เกษตรกร และผู้ใช้เส้นทาง สัญจรไปมาจำนวน ๒ เรื่องท่านครับ🔗
เรื่องที่ ๑ การก่อสร้างสะพานข้ามเขื่อนลำปาวแห่งที่ ๒ ช่วงบ้านโนนทัน ตำบลสำราญใต้ อำเภอสามชัย เชื่อมบ้านท่าเรือภูสิงห์ ตำบลภูสิงห์ อำเภอสหัสขันธ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งจะช่วยย่นระยะทางจากอำเภอสามชัย เข้าสู่ตัวจังหวัดกาฬสินธุ์ ถึง ๘๐ กิโลเมตร ทั้งยังจะช่วยให้พี่น้องเกษตรกรขนถ่ายพืชผลทางการเกษตรเข้าสู่โรงงาน แปรรูปอ้อย ยางพารา มันสำปะหลัง ได้สะดวกรวดเร็วและประหยัดค่าใช้จ่าย และช่วย อำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนผู้สัญจรไปมาระหว่างจังหวัดกาฬสินธุ์ อุดรธานี สกลนคร มุกดาหาร ได้สะดวกรวดเร็ว โครงการดังกล่าวทางกรมชลประทานได้ทำการสำรวจ ออกแบบขอจัดตั้งงบประมาณตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๕-๒๕๕๖ สมัยท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เป็นรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพครับ ฝันของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัด กาฬสินธุ์ต้องพังทลาย เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขุนพลแผ่นดินและคณะได้ทำการรัฐประหารยึดอำนาจเปลี่ยนแปลงการปกครอง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขเป็นเผด็จการโดยมีนัยสำคัญ ๘ ปีแล้วครับ ผ่านมา ขอความกรุณาจากท่านประธานได้ช่วยติดตามทวงถามความคืบหน้าและการจัดสรร งบประมาณเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ และประชาชนผู้ใช้เส้นทางสัญจรไปมาดังกล่าว🔗
เรื่องที่ ๒ จากการที่กรมชลประทานได้กรุณาถ่ายโอนภารกิจการสูบน้ำด้วย พลังงานไฟฟ้า เพื่ออำนวยความสะดวกในเรื่องน้ำให้กับพี่น้องเกษตรกร ไม่ว่าจาก เขื่อนลำปาว เขื่อนลำน้ำชี ลำพะยังให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเขตของ ท่าน ส.ส. บุญรื่น ท่าน ส.ส. วีระวัฒน์ ท่าน ส.ส. คมเดช ท่าน ส.ส. ประเสริฐ และเขตของกระผม พีระเพชร ศิริกุล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างได้รับความเดือดร้อน เพราะไม่มี งบประมาณเพียงพอในการที่จะซ่อมบำรุงคลองส่งน้ำและเครื่องสูบน้ำดังกล่าว จึงขอความ กรุณาจากท่านประธานได้กรุณานำเรียนต่อท่านผู้มีอำนาจคือกรมชลประทาน หรือผู้ว่า ราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ได้กรุณาจัดสรรงบประมาณในส่วนของงบอุดหนุนจังหวัดเพื่อลงไป ช่วยกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเขตดังกล่าวด้วยครับผม จึงกราบเรียนมาด้วยความ เคารพขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงครับท่านประธาน🔗
เชิญคุณกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตคลองเตยและวัฒนา พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานคะ ก่อนอื่นจะขอขอบคุณ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ท่านได้ให้เกียรติมาเป็นสักขีพยาน ในการลงนามบันทึกการส่งมอบและรับมอบในส่วนของสวนป่าเบญจกิติ ในระยะที่ ๒ และ ระยะที่ ๓ บางส่วน ระหว่างกองทัพบกและกรมธนารักษ์ และกรมธนารักษ์กับ กรุงเทพมหานคร ซึ่งที่ต้องขอขอบคุณท่านที่ท่านได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของคุณภาพชีวิต ของคนเมืองและสิ่งแวดล้อมเป็นสวนธรรมชาติขนาดใหญ่ใจกลางกรุง บนพื้นที่ ๔๕๐ ไร่ มีสวนน้ำ ๑๓๐ ไร่ และสวนป่า ๓๒๐ ไร่ มีต้นไม้หลากสีหมุนเวียนไปตามฤดูกาลและมี สกายวอล์ก (Skywalk) ในระยะทาง ๑.๖ กิโลเมตร เชื่อมไปยังสวนน้ำเบญจกิติและเชื่อม ไปยังสะพานเขียว เชื่อมต่อไปยังสวนลุมพินีได้ ซึ่งประชาชนทุกภาคส่วนก็ต่างตอบรับ แล้วก็ อยากจะเห็นโครงการที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนส่วนรวมเพิ่มพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพมหานคร เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมืองก็อยากจะให้มีโครงการแบบนี้อีกนะคะ🔗
ส่วนเรื่องที่ ๒ เกี่ยวกับเรื่องไพป์ แจ็กกิง (Pipe Jacking) ของกรุงเทพมหานคร จากภาพข่าวที่เกิดถนนทรุดบริเวณสุขุมวิท ๓๙ จากโครงการการก่อสร้างระบบระบายน้ำ ของกรุงเทพมหานคร ไพป์ แจ็กกิง (Pipe Jacking) ซึ่งตรงนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์ แบบนี้ ปีที่แล้วดิฉันได้อภิปรายในสภาเมื่อเดือนเมษายน ก็เกิดเหตุการณ์เช่นเดียวกันบริเวณ เอกมัย ซึ่งอันนั้นทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง ๒ ราย เป็นคนงาน ซึ่งครั้งนี้โชคดีที่ไม่มีผู้เสียชีวิต และไม่เกิดอุบัติเหตุกับใครให้เสียชีวิตได้ และก็อยากจะบอกว่าผู้รับเหมาปิดกลบเรียบร้อยแล้ว แต่ว่างานไม่เรียบร้อย ทำให้ขอบบ่อไพป์ แจ็กกิง (Pipe Jacking) ชำรุดและพังลงมา เสี่ยงอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมากค่ะ ครั้งนี้ดิฉันอยากจะ ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกรุงเทพมหานคร ช่วยกำกับดูแลแล้วก็ทำความรอบคอบให้ มากกว่านี้เพื่องานให้เป็นระเบียบ และเพื่อเกิดความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปคุณอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากนครปฐม ท่านประธานคะเมื่อ ๒ เดือนก่อนดิฉันได้ลงพื้นที่น้ำท่วมอยุธยาหลายจุดร่วมกับนายทวิวงศ์ โตทวิวงศ์ ๙ อำเภอทั้งสิ้น ๑๖ อำเภอของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาถูกน้ำท่วม แต่วันนี้ ดิฉันจะขอเน้นหนักไปที่อำเภอบางบาล ซึ่งเป็นจุดรับน้ำเป็นแก้มลิงรับน้ำเพื่อป้องกัน ความเสียหายให้กับเขตเมืองและเขตเศรษฐกิจ แต่พวกเขาต้องรับชะตากรรมอย่างไรบ้าง เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ดิฉันติดตามความคืบหน้าเรื่องนี้ พอวันที่ ๒๕ โฆษกสำนัก นายกรัฐมนตรีได้ออกมาแถลงว่านายกรัฐมนตรีได้เร่งรัดให้มีการสำรวจความเสียหาย แล้วก็ ให้เร่งเยียวยา ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือน ทรัพย์สินที่ดินทำกิน หรือแม้กระทั่งสัตว์เลี้ยงของ ประชาชนดิฉันก็สบายใจ แต่วันนี้จะสิ้นปี ผ่านมา ๒ เดือนเศษแล้วก็ยังไม่มี ความคืบหน้า มีหน่วยงานราชการ เช่น อบต. เข้าไปประเมินความเสียหายของทรัพย์สิน ของชาวบ้าน ซึ่งก็มีปัญหา ซึ่งดิฉันติดตามเรื่องและสรุปประเด็นได้ ดังนี้ เจ้าหน้าที่ ขาดหลักเกณฑ์ในการประเมินความเสียหายที่มีมาตรฐาน เจ้าหน้าที่ขาดความรู้ความชำนาญ ในการตีราคาทรัพย์สินและความเสียหาย และ ๒. ทรัพย์สินที่เคลื่อนย้ายได้ เช่น เครื่องซักผ้า ตู้เย็น เฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ไม่สามารถประเมินค่าเสียหายและได้รับเงินเยียวยาได้ค่ะ ทั้ง ๆ ที่นายกรัฐมนตรีบอกว่าจะประเมิน จะเยียวยาทั้งทรัพย์สินและสัตว์เลี้ยงด้วยนะคะ และข้อที่ ๓ มีการสำรวจที่ไม่ทั่วถึงและไม่เป็นธรรมค่ะ ข้อที่ ๔ การสำรวจที่ล่าช้า ทำให้ชาวบ้านต้องมีการซ่อมแซมบ้านเรือนไปบางส่วน มีการถ่ายภาพไว้เป็นหลักฐาน แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่รับพิจารณา และชาวบ้านรู้สึกว่าไม่มีความจริงใจในการที่จะช่วยเหลือ ต้องการเพียงที่จะกดลดเงินเยียวยา ลดมาตรฐานให้ต่ำที่สุด ดิฉันไม่ทราบว่ากฎเกณฑ์ การเลือกลงพื้นที่ของท่านนายกรัฐมนตรีเป็นอย่างไร ดิฉันเห็นท่านไปโอภาปราศรัยกับ โค กระบือ นอกพื้นที่ในจังหวัดต่าง ๆ มาหลายครั้ง แต่สำหรับพี่น้องชาวบางบาลและพี่น้อง จังหวัดพระนครศรีอยุธยาอยู่ใกล้กรุงเทพฯ เท่านี้เองท่านกลับทอดทิ้งและไม่ได้แสดง ความจริงใจหรือใส่ใจในการที่จะแก้ปัญหา ดิฉันเรียกร้องนะคะแทนพี่น้องชาวบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ให้ท่านเร่งปรับหลักเกณฑ์การประเมินค่าเสียหายจาก การถูกน้ำท่วมเป็นเวลานาน และจากการที่ต้องเสียสละตัวเองเป็นพื้นที่รับน้ำ ขอให้มี การปรับเงื่อนไขอย่างเป็นธรรม และมีการเร่งรัดการจ่ายเงินค่าเยียวยาให้ทั่วถึง รวมทั้ง อีกประการหนึ่ง น้ำท่วมเงินเยียวยาตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ ค่ะท่านประธาน ผ่านมาแล้ว ๔ ปี ชาวบ้านจะได้รับ มีการเคาะแล้วนะคะ ได้หลังคาเรือนละ ๒,๐๐๐ บาท แต่จนบัดนี้ก็ยังไม่ได้ ก็มีชาวบ้านฝากทวงถามมา ขอบคุณมากค่ะ🔗
ต่อไป พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ มีเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ดังนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้รัฐบาลเร่งออกมาตรการประกันรายได้หรือให้ความช่วยเหลือ ชาวประมงพื้นบ้านในช่วงฤดูมรสุม เนื่องจากชาวประมงพื้นบ้านขาดรายได้ในช่วงเวลา ดังกล่าว ได้รับความเดือดร้อนขอให้ช่วยเหลือเช่นเดียวกับมีการประกันรายได้ของเกษตรกร ผู้ปลูกข้าว ยางพารา ปาล์ม มันสำปะหลัง และอื่น ๆ🔗
ข้อที่ ๒ บ้านปากบาง หมู่ที่ ๗ ตำบลเทพา ถึงบ้านกรงอิตำ ตำบลเกาะสะบ้า อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา ประสบปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง จนเข้ามาเกือบจะถึงถนน หมายเลข ๔๒ สายจะนะ-ปัตตานี ระยะกัดเซาะประมาณ ๖ กิโลเมตร ขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน🔗
ข้อ ๓ บริเวณบ้านโคกสัก หมู่ที่ ๖ ตำบลสะกอม อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ประสบปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่งจนถึงบ้านเรือนของชาวบ้าน ขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเร่งแก้ไขปัญหาโดยเร่งด่วน ขอขอบคุณครับ🔗
ต่อไปนายรังสรรค์ มณีรัตน์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน พรรคเพื่อไทย ผมได้รับ เรื่องร้องเรียนจากนายสุทัศน์ อดีตประธานสภา อบต. นครเจดีย์ เรื่องขอขยายเขตไฟฟ้า เพื่อการเกษตร เพราะว่าบริเวณบ้านผาเงิบ ตำบลนครเจดีย์ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน และได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายกเพลิน วรพงศ์วัฒนา เรื่องขอให้ขยายเขตไฟฟ้า เพื่อการเกษตร บริเวณตำบลหนองล่อง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน เพราะว่า ปัจจุบันพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วง ลำไย ต้องสูบน้ำโดยใช้น้ำมันเป็นเชื้อเพลิง ซึ่งราคา น้ำมันก็แพงขึ้นทุกวัน สวนทางกับราคาพืชผลทางการเกษตร ไม่ว่ามะม่วง ลำไยซึ่งตกต่ำ ทุกวัน ๆ ดังนั้นเพื่อลดต้นทุนการผลิตของพี่น้องเกษตรกรจึงขอให้ท่านประธานผ่านไปยัง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคช่วยดำเนินการขยายเขตไฟฟ้าเพื่อการเกษตรทั้ง ๒ กรณีด้วย และผม ขอส่งเอกสารประกอบการหารือด้วยครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งผมได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายกสืบศักดิ์ สุภิมาส นายกเทศบาล ตำบลวังผาง อำเภอเวียงหนองล่อง จังหวัดลำพูน ว่าบริเวณสี่แยกบ้านเวียงหนองล่อง ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางการค้าทางเศรษฐกิจของอำเภอเวียงหนองล่อง มีสี่แยกใหญ่อยู่ สี่แยกหนึ่งซึ่งในช่วงสัญจรไปมาทั้งเช้า บ่ายเย็น รถเยอะครับท่านประธาน เกิดอุบัติเหตุ มาแล้วมากมาย เพราะว่าตรงบริเวณนั้นมีทั้งตลาดใหญ่ มีทั้งโรงงานแปรรูปลำไย โรงงาน แปรรูปมะม่วง เมื่อรถมากมายทำให้เกิดอุบัติเหตุ ดังนั้นเขาจึงขอสัญญาณไฟจราจร หรือไฟเขียว ไฟแดงสัก ๑ แห่งเพื่อปกป้องชีวิตครอบครัวของพี่น้องเวียงหนองล่องครับ🔗
ต่อไปคุณเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย มีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานสภาผ่านไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยแก้ไข🔗
เรื่องที่ ๑ คือถนนสาย ๒๓๔๐ บ้านศิลาทิพย์ บ้านโคกเจริญ บ้านสระเพลง เป็นถนนที่เสียหายที่ใช้งานมานาน แต่ไม่มีการซ่อมแซม ช่วง กม. ๗ ถึง กม. ๘ กม. ๒๑ ถึง กม. ๒๔ กม. ๒๖ บ้านโคกเจริญ แล้วสายที่ ๒ สาย ลบ. ๔๐๓๒ บ้านสระเพลง บ้านหนองมะค่า บ้านห้วยสาราม ทางนี้คือเสียหายมากจาก กม. ๐+๖๐๐ ถึง ๘+๔๕๐ เป็นถนนที่สร้างมา นานแล้ว ได้รับความเสียหาย อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง🔗
แล้วเรื่องที่ ๓ ไฟส่องแสงสว่างบนทางหลวงในหมู่บ้าน ทางหลวงหมายเลข ๔๐๕๖ บ้านวังตาอินทร์ กม. ๒ กม. ๓ บ้านยางราก กม. ๕ ถึง กม. ๖ ซึ่งมีประชาชนอาศัย เป็นจำนวนมาก แต่ไฟมืดมิดตลอดเวลา เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ชาวบ้านก็เยอะช่วงนี้ แล้วก็มี การขนส่งพืชไร่หลายอย่าง ก็ขอให้กรมทางหลวงชนบทช่วยจัดการดูแลให้หน่อย🔗
อีกเรื่องหนึ่งครับ เรื่องถนนสาย ๔๐๑๑ แยกสาย ๒๓๔๐ บ้านห้วยสาราม บ้านโคกเจริญ ระยะทาง ๑๒ กิโลเมตร อันนี้ทำมานานแล้ว ก่อสร้างมานานแล้ว ได้รับ ความเสียหายจากการสัญจรไปมา🔗
แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งครับ เรื่องสุนัขจรจัดกับเรื่องคนจรจัด รัฐบาลให้ ความสำคัญกับสุนัขจรจัดโดยการสร้างศูนย์เลี้ยงสุนัขจรจัดที่อำเภอปากช่องเป็นงบประมาณ หลายร้อยล้านบาท แต่คนจรจัดรัฐบาลช่วยจัดการดูแลให้หน่อยครับ มีทุกที่ครับ สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านอย่างมากครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณนิคม บุญวิเศษ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย กระผมขอปรึกษาหารือท่านประธานดังนี้ครับ🔗
ตามที่ผมได้ปรึกษาหารือในสภาผู้แทนราษฎรหลายครั้งเกี่ยวกับ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะถนนหนทางชำรุดทรุดโทรมเป็นหลุมเป็นบ่อ น้ำท่วมขัง สัญจรไปมาด้วยความยากลำบาก แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่สภาผู้แทนราษฎร ได้ส่งไป น่าจะส่งไปผิดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับท่านประธาน ได้ส่งไปในกรมทางหลวงบ้าง กรมทางหลวงชนบทบ้าง ซึ่งกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท ก็ได้ตอบมาว่าพื้นที่ดังกล่าว เส้นทางดังกล่าวไม่ได้เป็นเส้นทางที่หน่วยงานรับผิดชอบ แต่เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบ คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จึงอยากขอความกรุณาท่านประธานให้สภาได้ส่งไป กระทรวงมหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในการ ซ่อมแซมถนนหนทาง หลายเส้นทางครับที่ผมได้หารือในที่ประชุมแห่งนี้ บางพื้นที่ก็ใช้เวลา ๒ ปีกว่าแล้วครับ ยังไม่ได้รับการแก้ไข เนื่องจากว่าเราส่งผิดหน่วยงานครับท่านประธาน🔗
เรื่องที่ ๒ ความเดือดร้อนของพรรคพลังปวงชนไทยครับ พรรคพลังปวงชนไทย ๒ ปีกว่าแล้วยังไม่มีห้องทำงาน ผมจึงขอความกรุณาท่านประธานได้หาห้องทำงานให้ พรรคพลังปวงชนไทย เพราะเรามีผู้ช่วย ผู้ชำนาญการ ผู้เชี่ยวชาญ นักวิชาการ ที่ต้องมานั่ง ทำงานสภานิติบัญญัติแห่งนี้ ผมเองก็ตั้งใจในการทำงานครับ แต่ห้องทำงานมันไม่สะดวก จึงขอความกรุณาท่านประธานจัดหาห้องทำงานให้พรรคพลังปวงชนไทยในการทำงาน เพื่อประสิทธิภาพในการทำงานด้วยครับ กราบขอบพระคุณมากครับ🔗
จะให้เจ้าหน้าที่ดูให้นะครับ ต่อไปนางสาวภาดาท์ วรกานนท์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตราชเทวี พญาไท จตุจักร วันนี้ดิฉันจะมาขอหารือเรื่องเดิม ๆ นะคะ เพราะว่ายังไม่ได้รับการแก้ไข และ ประชาชนก็ยังคงเดือดร้อนอยู่ค่ะ คือเรื่องฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ตั้งแต่ดิฉันเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาดิฉันให้ความสำคัญเรื่องนี้มาโดยตลอดนะคะ เรื่องฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ดิฉันได้หารือหลายต่อหลายครั้ง รวมถึงได้อภิปรายแล้วก็ส่งข้อเสนอแนะต่าง ๆ ต่อ สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ ฝากไปยังหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะคะ ไม่ว่าจะเป็นกรมควบคุมมลพิษ กรุงเทพมหานคร กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กระทรวงคมนาคม กระทรวงอุตสาหกรรมค่ะ แต่วันนี้ก็ยังไม่เห็นอะไรที่เป็น รูปธรรมที่จะแก้ไขปัญหาได้นะคะ คนไทยกำลังต้องเผชิญกับฝุ่นพิษที่วนกลับมาทุกปีค่ะ และตอนนี้ก็กำลังจะวนกลับมาใหม่ หากยังไม่มีการบริหารจัดการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม และยั่งยืน ดิฉันคิดว่าพวกเราก็ยังคงต้องหายใจเอาฝุ่นพิษแบบนี้วนไปทุกปีค่ะ ดิฉันก็จะขอ หารือวันนี้ส่งข้อเสนอแนะไปเรื่อย ๆ ค่ะ จนกว่าปัญหาจะได้รับการแก้ไขนะคะ🔗
เรื่องที่ ๑ ดิฉันขอให้พิจารณาเรื่อง พ.ร.บ. อากาศสะอาดอย่างเร่งด่วนค่ะ เพื่อจะได้กำหนดมาตรการและบทลงโทษ และได้ประกาศใช้ให้เร็วที่สุดค่ะ🔗
๒. ภาคขนส่งของรัฐควรจะเร่งนำร่องรถที่เป็นเครื่องยนต์สันดาปให้ เปลี่ยนเป็นรถที่ใช้พลังงานไฟฟ้าให้เร็วที่สุดค่ะ🔗
๓. กำหนดบทลงโทษที่หนัก ขอเถอะนะคะ พวกที่ยังลักลอบเผาป่าอยู่ ลงโทษให้หนักไปเลยค่ะ ท่านประธาน🔗
๔. ขอให้สร้างแรงจูงใจอย่างเป็นรูปธรรมสำหรับทุกกลุ่มธุรกิจ เพื่อช่วยกันลด ปริมาณคาร์บอน ไม่ใช่แค่กลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมค่ะ แต่อยากจะให้ครอบคลุมทุกภาคส่วน พวกเราทุกคนต้องช่วยกันค่ะ🔗
สุดท้ายค่ะ ดิฉันก็ขอฝาก ๔ ข้อนี้ไว้สำหรับพี่น้องชาวกรุงเทพมหานคร และพี่น้องประชาชนทุก ๆ จังหวัด เพื่อจะได้มีอากาศสะอาดหายใจแล้วก็สามารถส่งต่อไป ยังลูกหลานในอนาคตได้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธาน🔗
ครับ ต่อไปคุณจตุพร เจริญเชื้อ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร เจริญเชื้อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่นครับ ผมขออนุญาตหารือในการติดตามสิ่งที่เคย หารือมาก่อนนะครับ ตั้งแต่หลายปีแล้วนะครับ ไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม คือขอให้ขยายถนนจาก ๒ ช่องการจราจร เป็น ๔ ช่องการจราจร ในทางหลวงหมายเลข ๒๐๓๙ จากอำเภอน้ำพองไปยังอำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่นนะครับ ซึ่งถนนเส้นนี้ผมหารือ กับท่านประธานหลายรอบและเคยทำกระทู้สอบถามไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ท่านก็ตอบกลับมาว่าจะรีบดำเนินการโดยเร่งด่วนที่สุดภายในปี ๒๕๖๕ แต่จนถึงป่านนี้ก็ยังไม่มีการดำเนินการนะครับ และทราบว่าขณะนี้แต่ละกระทรวง ทบวง กรม กำลังทำคำของบประมาณ ดังนั้นจึงขอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมรีบทำคำขอ งบประมาณในการจัดทำถนนเส้นนี้ ๒๐๓๙ จากอำเภอน้ำพองไปยังอำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น ขยายจาก ๒ ช่องการจราจร เป็น ๔ ช่องการจราจร โดยเร่งด่วนนะครับ🔗
อีกเส้นหนึ่งเป็นถนนของ อบจ. ขอนแก่น ถนนเส้นนี้ก็สาหัสมากนะครับ ประชาชนบ่นมาหลายปีแล้วนะครับ ขอให้ท่านนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น รีบดำเนินการก่อสร้างถนนจากตำบลบ้านฝาง ไปยังตำบลหนองโน ไปยังตำบลห้วยโจด และไปถึง บ้านดงเย็น อำเภอกระนวน ขอให้รีบดำเนินการโดยเร่งด่วนครับ สงสารชาวบ้านมากครับ🔗
สุดท้ายครับท่านประธาน เนื่องในโอกาสที่กำลังจะส่งท้ายปีเก่าและต้อนรับ ปีใหม่ ผมจึงขออนุญาตท่านประธานในการอวยพรให้กับพี่น้องประชาชน ผมขออำนาจ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลกโปรดอำนวยพรให้พี่น้องทุกคนให้โชคดีปีใหม่ มีความสุข สำเร็จและสมหวัง ขอให้บุญรักษา เทวดาคุ้มครอง พระรัตนตรัยปกป้อง จงมีแต่สิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิต สุขภาพร่างกายแข็งแรง โรคภัยอย่าแผ้วพาน ให้มีความร่มเย็น ร่ำรวยเงินทอง สูงส่งด้วยบารมีตลอดปีและตลอดไปด้วยเทอญ กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ครับ ต่อไปคุณธีรภัทร พริ้งศุลกะ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กระผมมีเรื่องหารือถึงความเดือดร้อนของราษฎรจำนวน ๒ เรื่อง ดังนี้ครับ🔗
จากที่ผมได้ลงพื้นที่พบกับผู้นำชุมชนและชาวบ้าน หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๔ ตำบลเสวียด อำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี พบปัญหาเรื่องเอกสารสิทธิที่ดินทำกินครับ ทั้งนี้ปรากฏข้อเท็จจริงว่าบริเวณพื้นที่แห่งนี้ครับ เมื่อปี ๒๕๓๑ ได้มีพระราชกฤษฎีกากำหนด เขตที่ดินให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดินท่าฉาง จึงทำให้ที่ดินท้องที่อำเภอท่าฉาง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ตำบลเสวียดอยู่ในเขตพื้นที่ปฏิรูปที่ดินเกือบ ๓๐๐ ไร่ โดยข้อเท็จจริงแล้วพื้นที่หลังจากที่ ได้รับการประกาศเขตแล้วจะต้องมีการกันพื้นที่สำรวจว่าเป็นของหน่วยงานต่าง ๆ หรือเป็น ของราษฎรที่เข้ามาอาศัยอยู่ทำกินหรือเปล่า แต่ทั้งหมดทั้งปวงครับท่าน เวลาผ่านมาจนถึง ขณะนี้ครับ ปี ๒๕๖๔ ๓๓ ปีผ่านไปครับ เรื่องนี้ได้ดำเนินการด้วยความคืบหน้าน้อยมาก ส่วนราชการอย่างเช่น กรมป่าไม้ก็ประกาศว่าไม่มีพื้นที่ของเขาอยู่ในบริเวณนี้ สหกรณ์ท่าฉาง ก็แจ้งว่าไม่มีพื้นที่ของเขาอยู่ในบริเวณนี้ กระผมจึงขอให้ท่านประธานมีหนังสือถึงหน่วยงานครับ สำนักงานปฏิรูปที่ดินครับ ได้เข้าดำเนินการสำรวจ ซึ่งก็พบแล้วครับว่ามีจำนวน ๒๐ แปลง เท่านั้นที่เป็นของสำนักงานปฏิรูปที่ดิน ก็ขอให้ช่วยได้เร่งออกเอกสารสิทธิที่ดินให้กับจำนวน ๒๐ แปลงนี้ด้วย🔗
ส่วนเรื่องที่ ๒ ก็ขอให้สำนักงานปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรได้ทำการตัดพื้นที่ ที่ไม่เกี่ยวข้อง ในพื้นที่ที่ได้เคยประกาศไว้เมื่อปี ๒๕๓๑ ทั้งนี้ เพื่อจะได้นำพื้นที่ที่เหลือมอบให้ หน่วยงานอื่นเพื่อจะมีโอกาสได้ออกโฉนด ได้ออกเอกสิทธิชนิดอื่น ๆ ตามที่เขาควรจะได้รับมา เมื่อ ๓๓ ปีที่ผ่านมา ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ🔗
ต่อไปคุณเชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพอย่างสูงครับ ผม เชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเพื่อไทย จากจังหวัดบึงกาฬครับ เขตเลือกตั้งที่ ๑ วันนี้ผมขอหารือผ่านท่านประธานไปยังสภาพัฒน์ฯ แล้วก็ กพศ. ให้ถึงคณะรัฐมนตรีด้วยครับ เกี่ยวกับเรื่องพื้นที่ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษ ภาคตะวันเฉียงเหนือตอนบนครับ ประเด็นคือมีอยู่ว่าผมต้องการให้ กพศ. นั้น กำหนดพื้นที่ ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษที่มีอยู่แล้วตามราชกิจจานุเบกษาที่ดำเนินการไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ นั้น มันยังขาดจังหวัดที่ควรจะต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติม ก็คือ จังหวัดบึงกาฬ แล้วก็จังหวัดเลย รวมทั้งจังหวัดหนองบัวลำภู เพราะว่าในราชกิจจานุเบกษานั้น ได้มีแค่เพียงจังหวัดหนองคาย จังหวัดอุดรธานี และจังหวัดนครราชสีมา และจังหวัดขอนแก่น เท่านั้นเอง อยากจะให้เพิ่ม ๓ จังหวัดเข้าไปด้วยกันคือ ขออีกครั้งนะครับ คือจังหวัดบึงกาฬ จังหวัดเลย แล้วก็จังหวัดหนองบัวลำภูครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ ก็คือ สถานการณ์เศรษฐกิจริมฝั่งแม่น้ำโขงตลอดแนวนั้น เดี๋ยวนี้ มีสินค้าจีนทะลักเข้ามาในเขตประเทศไทย ในแถบลุ่มแม่น้ำโขงทั้งหมดเลย มันมีทั้งส่วนดี และส่วนเสีย ที่สำคัญก็คือพี่น้องประชาชนในแถบริมฝั่งแม่น้ำโขงนั้นปรับตัวไม่ทันเลย เพราะว่าอยากจะให้ทางรัฐบาลได้ดูแลในส่วนเกี่ยวกับเรื่องการตรวจสอบสินค้าที่มีคุณภาพ และสินค้าที่ขาดคุณภาพ ก็อยากจะให้ทางรัฐบาลนั้นถือว่าเป็นวาระแห่งชาติด้วย ก็แล้วกันครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ควรให้มีกำหนดพื้นที่ในการควบคุมดูแลสินค้านำเข้าจากประเทศ เพื่อนบ้าน คือ สปป. ลาว อยากจะให้มีการตรวจสอบและมีการตั้งด่านโควิด-๑๙ (COVID-19) ทุกจังหวัดในเขตริมฝั่งแม่น้ำโขงครับ🔗
สุดท้ายครับ ขอฝากความหวังนี้ผ่านไปยังสภาพัฒน์ฯ และไปยัง กพศ. ส่งถึง ครม. ต่อไปครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไป ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง นะครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี วันนี้ผมมีข้อหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗
ในเรื่องที่ ๑ นะครับ ผมขอแสดงความห่วงใยนะครับ เสนอให้รัฐวางแผน มาตรการในการเผชิญเหตุการณ์การกลับมาระบาดของโควิด (COVID) ให้ดีนะครับ แล้วก็ ป้องกันในการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย รวมไปถึงการค้ามนุษย์ครับ หลายวันที่ผ่านมานะครับ กระผมได้ลงพื้นที่พบปะและรับฟังปัญหาจากพี่น้องประชาชนหลักพันคนนะครับ ในพื้นที่ รับผิดชอบจังหวัดชลบุรี ได้เห็นการค้าขายที่กลับมาคึกคักอีกครั้งนะครับ รวมไปถึงได้เห็น ความหวังและรอยยิ้มบนใบหน้าของพ่อค้าแม่ขายที่ผมรักนะครับ ทำให้ทราบนะครับว่า พี่น้องประชาชนมีความพึงพอใจในการกลับมาเปิดประเทศ แล้วก็การได้กลับมาค้าขาย อีกครั้งหนึ่ง อย่างไรก็ตามเพื่อความไม่ประมาทนะครับ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และรัฐบาล เน้นย้ำเฝ้าระวังในเรื่องนี้ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงแรงงาน สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองนะครับ เฝ้าระวังในเรื่องนี้ รวมไปถึงเน้นย้ำ ในเรื่องการลักลอบเข้าเมืองด้วยนะครับ ทั้งทางบกและทางน้ำ รวมไปถึงปัญหาการค้ามนุษย์🔗
ในเรื่องที่ ๒ ปัญหาคนไร้บ้านและคนเร่ร่อนนะครับ ที่มีการป่วยทางจิต ที่ปะปนอยู่ในสังคม ปัญหานี้ถึงแม้จะไม่ได้กระทบต่อประชาชนในวงกว้างนะครับ แต่ก็เป็น ปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็วนะครับ จำนวนผู้คนที่ป่วยทางจิตและเร่ร่อน รวมไปถึงคนไร้บ้านในสังคมทุกวันนี้มีจำนวนไม่น้อยนะครับ หากเราคำนึงถึงความเหลื่อมล้ำ ทางสังคมนะครับ หลักสิทธิมนุษยชน รวมไปถึงศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ รัฐก็ควรจะเข้าไป ช่วยเหลือเยียวยา ในจังหวัดชลบุรีผมได้รับการร้องเรียนอยู่บ่อยครั้งเลยนะครับ ขอให้เข้าไป ช่วยเหลือคนไร้บ้านรวมไปถึงคนเร่ร่อนที่ป่วยทางจิต และได้รับการร้องเรียนว่าบุคคลเหล่านี้ สร้างความรำคาญหรือว่ามีการทำร้ายร่างกายคนที่ผ่านไปมา รวมไปถึงคนเหล่านี้ก็ถูกทำร้าย ร่างกายก็มีเช่นกัน เพื่อความสงบสุขของสังคมทุกภาคส่วน ผมขอแสดงความห่วงใยและเสนอ ให้รัฐในส่วนของกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และกระทรวง พม. เข้าไปช่วยเหลือเยียวยาในเรื่องนี้ โดยคำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็น มนุษย์ด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ต่อไป นางสาวทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย วันนี้ ขอหารือท่านประธานสภาไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยถึงเรื่องค่าเบี้ย ตอบแทนพิเศษให้กับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ในช่วงปฏิบัติหน้าที่ยุคโควิด (COVID) นี้ ท่านประธานคะ เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ผ่านมาเกือบระยะเวลา ๓ ปีเราต้อง ยอมรับว่าทุกภาคส่วนของราชการมีการทำงานอย่างหนัก แต่ก็มีอีกภาคส่วนหนึ่งที่เขาทำงาน หนักเหมือนกันคือในส่วนของ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งนอกจากจะทำงานเกี่ยวกับเรื่อง การปกครองที่นายอำเภอมอบแล้วยังต้องมาทำงานเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด (COVID) อีก หน้าที่หลักของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านตอนนี้ที่เขาต้องทำก็คือต้องมาเฝ้าระวังโควิด (COVID) คัดกรองประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่จะเข้าพื้นที่ แล้วก็แนะนำแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องตามหลัก สาธารณสุข เป็นชุดตั้งด่านตรวจคัดกรองที่มาจากพื้นที่เสี่ยง ถือเป็นการทำงานในด่านหน้า และมีโอกาสเสี่ยงที่จะติดเชื้อโควิด (COVID) มากกว่าบุคคลทั่วไป จริงอยู่ค่ะท่าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเขามีเงินเดือนทุกเดือน แต่ว่าเป็นเงินเดือนเพียงน้อยนิด แต่ระยะเวลา ที่เขาออกปฏิบัติงานด้านโควิด (COVID) นั้นเขาไม่ได้รับค่าตอบแทนเพิ่มเติมใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าล่วงเวลา ค่าอาหาร น้ำดื่ม หรือค่าน้ำมันที่เขาไประหว่างปฏิบัติการ และที่สำคัญอีกนะคะ ชุดอุปกรณ์ในการป้องกันโควิด (COVID) เขาก็ต้องซื้อเงินส่วนตัว จึงขอเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่า ให้ค่าตอบแทน พิเศษให้กับกำนัน ผู้ใหญ่บ้านบ้างเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจตลอดระยะเวลาเกือบ ๓ ปีที่เขา ทำงานเกี่ยวกับโควิด (COVID) นี้เขาไม่เคยได้อะไรเลย แล้วอยากเรียนท่านประธานว่าดิฉัน อยากได้คำตอบจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอย่างรวดเร็ว เพราะทุกครั้งที่หารือไป ตลอดระยะเวลาเกือบ ๒ ปีบางเรื่องท่านตอบแค่ว่าอยู่รอระหว่างดำเนินการ แต่ไม่มีคำตอบ ใด ๆ ให้ทั้งสิ้น ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปคุณสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องที่ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนจำนวน หลายเรื่องด้วยกันครับ🔗
เรื่องที่ ๑ คือปัญหาน้ำประปาเค็มที่บ้านธาตุคุ้มใต้ หมู่ ๑๔ ตำบลธาตุ อำเภอวังหิน ที่มีปัญหาน้ำประปาเค็มมาเป็นระยะเวลานานแล้ว🔗
เรื่องที่ ๒ คือไฟฟ้าส่องสว่างที่บ้านหนองสะอาด หมู่ ๔ ตำบลหนองครก อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งปัจจุบันนี้มีสภาพเป็นชุมชนแล้วครับ แต่ไฟส่องสว่าง ยังไม่ทั่วถึงทำให้การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก ทั้ง ๒ เรื่องนี้ขอให้กรมส่งเสริม การปกครองส่วนท้องถิ่นได้กรุณาจัดสรรงบประมาณอุดหนุนไปให้กับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ อาคารเรียนของโรงเรียนบ้านโพนค้อ ตำบลโพนค้อ อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ ทรุดตัวครับ ปัจจุบันนี้นักเรียนไม่สามารถที่จะใช้อาคารนี้ได้แล้ว อาคารนี้ ก็ได้รื้อไปแล้ว นักเรียนต้องไปเรียนรวมกันที่อาคารอื่น ขอให้กระทรวงศึกษาธิการได้กรุณา จัดสรรงบประมาณไปช่วยเหลือโรงเรียนบ้านโพนค้อด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๔ คืออ่างเก็บน้ำบ้านโนนดู่ บ้านตีกา ตำบลศรีสำราญ อำเภอวังหิน จังหวัดศรีสะเกษ ชำรุดครับ ตอนนี้ประตูน้ำมี ๔ บาน ชำรุดไป ๓ บาน สอบถามกับทาง ท้องที่ ท้องที่บอกว่าไม่มีงบประมาณในการซ่อมบำรุง ขอให้กรมชลประทาน กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ได้กรุณาจัดสรรงบประมาณไปซ่อมให้ด้วยครับ เพราะตอนนี้เพิ่งเข้า หน้าหนาว จนถึงปีหน้ากว่าหน้าฝนจะมาชาวบ้านจะไม่มีน้ำใช้แล้ว🔗
เรื่องสุดท้ายที่อยากจะขอฝากครับ ก็คืออยากจะขอให้ทางกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ และกระทรวงการคลังได้กรุณาเร่งจัดสรรเงินเยียวยากรณี ลัมปี สกิน (Lumpy skin) ที่ชาวบ้านได้ขึ้นทะเบียนเอาไว้ ขอให้เขาได้เป็นของขวัญปีใหม่ด้วย ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
ต่อไปคุณทศพร ทองศิริ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายทศพร ทองศิริ ผู้แทนราษฎรชาวราษฎร์บูรณะ ทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล วันนี้จะขอหารือถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนกับท่านประธานดังนี้ สำหรับสถานการณ์เหตุไฟไหม้ในทุ่งครุ ในเดือนธันวาคมนี้เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในเดือนสุดท้ายของปีเก่านี้ที่ยังไม่จบเดือน กลับมีเหตุไฟไหม้ไปแล้วจำนวน ๓ ครั้ง คือในวันที่ ๘ วันที่ ๙ และล่าสุดคือวันที่ ๑๓ ธันวาคมที่ผ่านมา โดย ๒ ใน ๓ ครั้งเป็นเหตุ จากไฟไหม้กองขยะที่มีคนมือดีแอบทิ้งขยะประเภทเศษไม้ เศษวัสดุก่อสร้าง รวมถึง ลังกระดาษและต้นไม้แห้ง ทั้งในบริเวณใต้ถนนเลียบทางด่วนวงแหวนรอบนอก-กรุงเทพมหานคร ฝั่งใต้ ทั้งในซอยประชาอุทิศ ๗๒ แยก ๔/๑ ซึ่งเป็นที่ดินของเอกชน ในที่ลับตาอื่น ๆ อีกหลายจุด ทั้งนี้ต้องขอชมเชยทางสำนักงานเขตทุ่งครุ และหน่วยดับเพลิงทุ่งครุ ที่ได้เข้าดำเนินการแก้ไข ปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเต็มที่จนเหตุการณ์ไม่ลุกลามบานปลายขยายวงกว้างออกไป แต่ก็มี พื้นที่บางส่วนที่ทางสำนักงานเขตไม่สามารถเข้าดำเนินการป้องปรามดูแลต้นสายปลายเหตุ ของปัญหาการลักลอบทิ้งขยะได้ นั่นคือพื้นที่ใต้ถนนเลียบทางด่วน วงแหวนรอบนอก กรุงเทพมหานครฝั่งใต้ ซึ่งอยู่ในความดูแลของกรมทางหลวง ผมจึงอยากฝากท่านประธาน ผ่านไปยังกรมทางหลวงด้วยความเป็นห่วง ได้โปรดดำเนินการติดป้ายห้ามทิ้งขยะ โดยมีการ ระบุโทษหรือล้อมรั้วพื้นที่ของกรมทางหลวงให้เรียบร้อย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุจาก กองขยะที่ถูกแอบทิ้งที่จะแปรเปลี่ยนไปเป็นเชื้อไฟอย่างดี ที่พร้อมจะปะทุไปเป็นเหตุการณ์ เพลิงไหม้ได้ในอนาคต โจรขึ้นบ้าน ๑๐ ครั้ง ยังไม่เท่าไฟไหม้บ้าน ๑ ครั้ง ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
ต่อไปคุณพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่นท่านประธานดิฉันขอชื่นชมรัฐบาลที่ได้ออก มาตรการการเปิดประเทศไปเมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ทำให้ผู้ประกอบการ การท่องเที่ยวนั้นมีความหวังเห็นแสงสว่าง แล้วก็มีกำลังใจในการที่ประเทศเรากลับมาเปิด อีกครั้งหนึ่ง คนทำงานในภาคธุรกิจการท่องเที่ยวที่ตกงานนั้นจำนวนมาก กลับมีแรงกำลังใจ อีกครั้งหนึ่งจากมาตรการการเปิดประเทศเมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน ที่ผ่านมา แต่เมื่อวานนี้เอง จากการประกาศของรัฐบาลที่ได้มีการระงับมาตรการเทสต์ แอนด์ โก (Test & Go) เป็นการชั่วคราวเพื่อป้องกันการระบาดของเชื้อโอไมครอน (Omicron) ทำให้ผู้ประกอบการ การท่องเที่ยว โดยเฉพาะโรงแรมนั้นเกิดความหวาดกลัวถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้น เนื่องจาก ธุรกิจการท่องเที่ยวนั้นซบเซามาเป็นระยะเวลามากกว่า ๒ ปี แน่นอนค่ะว่าดิฉันเห็นด้วยว่า รัฐบาลนั้นมีการระงับการเทสต์ แอนด์ โก (Test & Go) การเข้าประเทศนั้นเป็นการชั่วคราว ดีกว่าในอีก ๒-๓ เดือนข้างหน้านั้นมีการระบาด แล้วก็ต้องมีการล็อกดาวน์ (Lockdown) เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นค่ะท่านประธาน ดิฉันอยากจะขอฝากท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมการรับมือหาทางออกให้กับผู้ประกอบการในธุรกิจ การท่องเที่ยวเพื่อไม่ให้เกิดการชะงัก เพราะว่าที่ผ่านมานั้นเองมาตรการการเปลี่ยนแปลง ต่าง ๆ ของรัฐบาลนั้นมีการเปลี่ยนแปลงโดยกะทันหัน ไม่ได้แจ้งผู้ประกอบการล่วงหน้าเป็น ระยะเวลาที่เขาสามารถจะเตรียมการได้อย่างพอสมควร ทำให้ผู้ประกอบการนั้นอาจจะเกิด การรับมือการเตรียมความพร้อม หรือแม้แต่นักท่องเที่ยวเองที่จะเข้ามามีการรับมือแล้วก็ เตรียมความพร้อมได้ไม่ดีนัก ดิฉันจึงขอฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยค่ะ🔗
ต่อไปคุณอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตนั่งอภิปรายครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมหารือ ท่านประธานฝากไปถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงพาณิชย์ ขณะนี้พี่น้อง กลุ่มเกษตรกร ๗๗ จังหวัด ๗,๓๘๔ ตำบลทั่วประเทศได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติ ปัญหาปัจจัยการผลิต คือปุ๋ยเป็นปัจจัยสำคัญ ซึ่งราคาแพงมาก ยกตัวอย่างเช่น ปุ๋ยสูตร ๔๖-๐-๐ ราคาต่อกระสอบ ๕๐ กิโลกรัม ๑,๔๒๐ บาท ๑๖-๒๐-๐ กระสอบละ ๙๐๐ บาท ๑๖-๑๖ ๑,๓๕๐ บาท ๒๕-๗-๗ ๑,๒๗๐ บาท ๓๐-๐-๐ ๑,๐๕๐ บาท กระสอบ ๕๐ กิโลกรัม ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้ววันนี้ประเทศไทยต้องสั่งปุ๋ยจาก ต่างประเทศ ๙๙ เปอร์เซ็นต์ ทำให้เงินมหาศาลออกไปต่างประเทศ กลุ่มเกษตรกร ทั่วประเทศได้รับผลกระทบก็นำเสนออยากจะหารือไปทางรัฐบาลว่า ควรจะตั้งโรงงาน ผลิตปุ๋ยแห่งชาติ ครั้งหนึ่งเคยมีแล้วแต่ยุบไป ประเด็นที่ ๑🔗
ประเด็นที่ ๒ เนื่องจากกลุ่มเกษตรกรได้ใช้งบประมาณจากกองทุนสงเคราะห์ เกษตรกรไปหมุนเวียนซื้อปัจจัยการผลิตในการผลิตสินค้าทางเกษตร เราได้ตั้งงบประมาณ เสนอมา ๑,๐๐๐ ล้าน และได้ทำต่อเนื่องเชื่อมโยงมาโดยตลอด และเงินจำนวนนี้เงินกองทุน สงเคราะห์เป็นเงินค่าพรีเมียม (Premium) จากพี่น้องชาวนาเอง เราหมุนเวียนส่งคืนทุกปี ๆ สามารถส่งคืนเงินหมุนเวียนได้ ๙๗ เปอร์เซ็นต์ อันนี้อยากจะเร่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗
ประเด็นสุดท้าย ประเด็นที่ ๓ เรื่องปัญหาหนี้สินของพี่น้องเกษตรกรมีประมาณ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท อยากให้รัฐบาลพักหนี้พี่น้องเกษตรกร ๔ ปี โดยจัดสรรงบประมาณปีละ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จากงบประมาณกลางที่มีอยู่ในรัฐบาล ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ขอปีละ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔ ปีพี่น้องเกษตรกรทั้งประเทศก็สามารถจะปลดหนี้สินได้ทั้งหมด เลยครับ กราบขอบพระคุณอย่างสูงครับท่านประธานครับ🔗
ต่อไป ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดสงขลา พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมมีเรื่องหารือกับประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๒ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ ได้รับการร้องเรียนจาก ผู้ใหญ่บ้านประพันธุ์ ทองบริบูรณ์ และกลุ่มเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรของอำเภอสทิงพระ และใกล้เคียงมากกว่าพันกว่าครอบครัว เนื่องจากว่าในช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ในปี ๒๕๖๔ เรานี่นะครับ ได้เกิดโรคระบาดไวรัสเพิร์ส (PRRS : Porcine Reproductive and Respiratory Syndrome) กับสุกรในพื้นที่ ทางปศุสัตว์ได้ทำการทำลายป้องกันโรค โดยการ กลบฝังและตกลงจ่ายค่าชดเชยให้กับพี่น้องเกษตรกร แต่ในขณะนี้ล่วงเลยมาเป็นเวลาเกือบ ๘ เดือนแล้วครับท่านประธานครับ ยังไม่ได้รับการชดเชย ชาวบ้านเดือดร้อน เพราะไม่มี ทุนหมุนเวียนในการที่จะนำไปเลี้ยงใหม่แล้วก็ร้าง ขณะเดียวกันก็เป็นหนี้เป็นสินค่าอาหาร เมื่อครั้งที่แล้วยังไม่ได้รับการจ่าย ก็ได้รับการทวงถามทุกวันนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เมื่อวันที่ ๑๖ เดือนนี้ได้เกิดพายุหมุนงวงช้างพัดถล่มพื้นที่หมู่ ๑ ของตำบลวัดจันทร์ อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา ทำให้บ้านเรือนเสียหายมากกว่า ๓๔ ครอบครัว และโรงเรือนสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะกลุ่มสัตว์เลี้ยงโคขุนแสงจันทร์ ได้พัดถล่ม ลงมาทั้งหมด ต้องกราบขอบพระคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ท่านเจษฎา จิตรัตน์ ได้สั่งการให้กับรองผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านและเจ้าหน้าที่ อบต. รวมทั้งป้องภัยจังหวัดสงขลา ได้ลงพื้นที่และกราบขอบพระคุณหน่วยทหารกองพลทหาร พัฒนาที่ ๔ กองบิน ๕๖ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปซ่อมแซม ขอบคุณ บริษัท โคคา-โคลา หาดทิพย์ ส่งถุงยังชีพ น้ำดื่ม แล้วก็ช่วยเหลือชาวบ้าน ส่วนงบประมาณในการซ่อมแซม ซึ่งเกินจากงบประมาณที่ท้องถิ่นมีอยู่ จึงกราบเรียนไปทางนายอำเภอนะครับ ผู้ว่าราชการ จังหวัดช่วยจัดสรรงบประมาณมาซ่อมแซมให้กับชาวบ้านด้วยครับ จึงกราบเรียน ท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดในการแก้ไขปัญหาทั้ง ๒ เรื่องครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณจิรายุ ห่วงทรัพย์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พื้นที่เขตคลองสามวา ถนนรามอินทรา ท่านประธานครับ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมีทุกวันครับ🔗
เรื่องที่ ๑ คุณมาเรียม ยิดนุดดิน ประธานชุมชนตาหวานพัฒนา ซอยประชา ร่วมใจ ๑๓ แขวงทรายกองดินใต้ เขตคลองสามวา กรุงเทพมหานคร ร้องผ่านผมมาขอให้ผู้ว่า กทม. และฝ่ายโยธา กรุงเทพมหานคร และผู้อำนวยการเขตคลองสามวาเข้าปรับปรุง ตรวจสอบสะพานปูนริมบึง ชุมชนตาหวาน ที่เป็นสภาพทรุดโทรมอย่างมาก แล้วก็ เกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง ซึ่งยื่นเรื่องไปที่สำนักงานเขตตั้งแต่ปีที่แล้ว จนถึงปัจจุบันนี้ยังไม่ได้รับ การแก้ไข จึงขอความเมตตากรุณามายังผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและท่านผู้อำนวยการเขต ได้โปรดบรรเทาทุกข์ให้กับชุมชนตาหวานพัฒนาเบื้องต้นด้วยการขุดดินจากคลองข้าง ๆ มา ทำเขื่อนกันดินและถนนเลียบคลองชั่วคราวครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องในพื้นที่เขตคลองสามวาครับ ท่านประธานหมู่บ้านสินเพิ่ม คุณธนภูมิ ช่างสนิท อยู่ที่ถนนประชาร่วมใจ แขวงทรายกองดินใต้ เขตคลองสามวา ฝากผมมาบอกว่า ถนนส่วนกลางในหมู่บ้านนั้นได้ยกให้เป็นของสาธารณะ กับทางราชการเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ แต่จนถึงบัดนี้ยังไม่มีส่วนราชการเข้าไป ทำถนนดูแลท่อระบายน้ำ แม้กระทั่งไฟฟ้าส่องสว่าง และได้ทำจดหมายไปถึงท่านผู้ว่าการ ไฟฟ้านครหลวงแล้ว ท่านก็กำลังจะเข้าไปพิจารณา ขอให้สำนักงานเขตได้ช่วยกัน ประสานงานเพื่อแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนด้วยจะเป็นพระคุณยิ่ง🔗
เรื่องสุดท้าย ท่านประธานครับ ประชาชนผู้ใช้เส้นทางคมนาคมบนถนนใน กรุงเทพมหานครหลายสายขอร้องให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ช่วยสั่งพนักงานจราจร กวดขันจับกุมรถยนต์ที่เปิดท้ายขายของริมถนนเป็นจำนวนมากในกรุงเทพมหานครครับ โดยเฉพาะเขตคลองสามวาที่ถนนคู้บอน ถนนหทัยราษฎร์ ถนนเลียบคลอง ๒ ก็มีคนมา เปิดท้ายขายของริมถนนเต็มไปหมดครับ เกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง จึงฝากไปยังท่านผู้บัญชาการ ตำรวจแห่งชาติช่วยสั่งการ สน. นิมิตรใหม่ และ สน. คันนายาว ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปคุณกันตวรรณ ตันเถียร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางกันตวรรณ ตันเถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพังงา พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ดิฉันขอปรึกษาท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องพี่น้องชาวพังงา🔗
เรื่องแรก เรื่องการก่อสร้างสะพาน ท่าเทียบเรือบ้านคลองเหีย ตำบลเกาะยาวใหญ่ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านนายก ยงยุทธ เอ็มยุเด็น และทีมบริหาร ท่านนายกเทศบาลตำบลเกาะยาวใหญ่ ท่าน ผอ. อุดม กูลดี ท่านรองนายกอนุพงษ์ อาสาราษฎร์ ท่านผู้ใหญ่ประวิทย์ งานแข็ง โครงการนี้ได้รับงบประมาณ จากกรมโยธาธิการและผังเมืองเมื่อปี ๒๕๖๐ ด้วยวงเงินงบประมาณ ๓๐ ล้านบาท แต่ปรากฏว่า ผู้รับเหมาไม่สามารถก่อสร้างได้แล้วเสร็จค่ะ ความเสียหายเกิดกับภาครัฐและพี่น้อง ประชาชนตำบลเกาะยาวใหญ่เสียโอกาสในการมีท่าเรือที่ได้มาตรฐาน เกิดปัญหาในการส่งต่อ ผู้ป่วย การเดินทางของพี่น้องประชาชน การขนส่งสินค้าและการท่องเที่ยว ท่านนายก ได้แก้ปัญหาโดยขอรับงบสนับสนุนในโครงการเศรษฐกิจฐานรากปี ๒๕๖๕ ด้วยงบประมาณ ๑๖,๘๐๐,๐๐๐ บาทโดยประมาณ ก็ฝากไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนะคะ ช่วยสร้างความเป็นธรรมให้กับพี่น้องเกาะยาว🔗
เรื่องที่ ๒ ดิฉันขอทวงถามให้พี่น้องชาวจังหวัดพังงา ๒ โครงการที่ดิฉัน เคยปรึกษาไป เรื่องแรก ก็คือการก่อสร้างไฟจราจรบริเวณแยกที่ว่าการอำเภอทับปุด เราเรียกกัน ว่าแยกนี้เป็นแยกวัดใจค่ะ เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เกิดความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สิน เป็นความรับผิดชอบของกรมทางหลวงแผ่นดินนะคะ ขอทางท่านรัฐมนตรีช่วยลงมาดูแลด้วยค่ะ🔗
ทวงถามเรื่องที่ ๒ การปิดจุดเข้าออกหน้าโรงพยาบาลตะกั่วทุ่ง โครงการนี้ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่าน ผอ. โรงพยาบาล แล้วดิฉันได้ทวงถามมาแล้ว ๓ ครั้ง ครั้งที่ ๑ หน่วยงานก็ตอบว่า การก่อสร้างจะแล้วเสร็จไม่สามารถจะแก้ไขแบบได้ เพราะติดสัญญาผู้รับเหมา รอสร้างเสร็จจะของบประมาณมาเปิดจุดยูเทิร์น (U-Turn) เปิดทาง เข้าออกโรงพยาบาลให้ เมื่อสร้างแล้วเสร็จดิฉันสอบถามทางหน่วยงานก็บอกว่าติดสัญญา ประกัน ๒ ปี ไม่สามารถทำได้ ต้องให้เสร็จ ๒ ปีแล้วถึงจะตั้งงบมาให้ ตอนนี้ครบ ๒ ปีแล้วค่ะ ดิฉันก็ขอความจริงใจจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอของขวัญปีใหม่ให้กับชาวพังงานะคะ ใน ๓ โครงการค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ก็ขอแสดงความยินดี ทุกท่านนะครับ ทั้ง ๓๐ ท่าน เอาปัญหาชาวบ้านมาบอกกล่าว ผมเรียนชี้แจงเรื่องที่ส่งผิดที่ นะครับ เรียนว่าโดยที่เคยเรียนไว้แล้วก็คือว่า ทางสภาจะส่งไปที่สำนักนายกรัฐมนตรีครับ ทางสำนักนายกรัฐมนตรีก็จะจัดไปยังพื้นที่ในความรับผิดชอบ บางเรื่องอาจจะคลาดเคลื่อน บ้างนะครับ แต่ว่าแก้ไขได้ครับ ขอขอบคุณท่านสมาชิกทุกคนนะครับ พยายามรักษาเวลา ต่อไปจะเป็นสมาชิกมาลงชื่อแล้ว🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม พีระเพชร ศิริกุล ขออนุญาตท่านประธานครับ🔗
ท่านพีระเพชรครับ เอาไว้พรุ่งนี้ก็ได้🔗
เรื่องด่วนมากครับ ท่านประธานครับ🔗
คือต้องไปตามวาระนะครับ🔗
ผมขอครึ่งนาทีครับ ท่านประธานครับ🔗
คือต้องไปตามวาระนะครับ🔗
ผมขอครึ่งนาทีท่านประธานครับ เนื่องด้วยขณะนี้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติภูพาน กำลังจับกุมพี่น้องประชาชน ซึ่งเข้าไป ดักหนูในเขตป่าสงวน อุทยานภูพาน ซึ่งเดือดร้อนมากครับ ท่านครับ ความเป็นอยู่ของพี่น้อง ไม่ได้ตำหนิเจ้าหน้าที่ฝากถึงท่านนายกฯ ได้ช่วยพิจารณา ฝากถึงกรมอุทยานได้ช่วยพิจารณา ขอบคุณครับ🔗
ทำเรื่องมาครับ ผมจะส่ง ให้ด่วนเลยครับ🔗
ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อแล้ว ทั้งหมด ๓๑๘ คน ครบองค์ประชุมนะครับ องค์ประชุมของเรา คือ ๒๓๘ ครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว🔗
๔.๑ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ ศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว🔗
ขอเชิญคณะกรรมาธิการ เข้าประจำที่ครับ🔗
สมาชิกวันนี้มีเรื่องที่ กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วอยู่หลายฉบับ แล้วก็แต่ละฉบับจะเป็นเนื้อหาสั้นๆ เพราะฉะนั้นพวกเราจะอยู่ไกลต้องลงมติ มีกรรมาธิการแจ้งว่าเช้าวันนี้มีกรรมาธิการประชุม อยู่ ๑๐ คณะ สำหรับกรรมาธิการที่รับทราบแล้วเมื่อถึงเวลาลงมติกรุณามาห้องประชุม ด้วยครับ ท่านประธานกรรมาธิการจะชี้แจงอะไรก่อนเริ่มต้นเชิญเลยครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขออนุญาตนำเสนอรายงานผลการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติต่อที่ประชุมดังนี้🔗
ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณากำหนดการแปรญัตติภายใน ๗ วันนั้น🔗
บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเสร็จแล้ว โดยในการพิจารณาคณะกรรมาธิการได้นำผลการรับฟังความคิดเห็น และการวิเคราะห์ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาประกอบการพิจารณาอย่างรอบด้าน ปรากฏผลตามรายงานของคณะกรรมาธิการตามที่เสนอมาพร้อมข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการ จึงเรียนมาเพื่อที่ประชุมได้พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไปครับ🔗
ขอบคุณนะครับ การพิจารณาวาระที่ ๒ นี้ก็จะลำดับตั้งแต่ชื่อร่าง คำปรารภ แล้วก็เรียงไปจนจบร่าง ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๑ ขอเชิญท่านเลขาธิการดำเนินการครับ🔗
ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คำปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ ไม่มีการแก้ไข🔗
เรียงตามลำดับมาตรา ก็จบนะครับ ต่อไปก็จะเป็นการพิจารณาในวาระที่ ๒ สมาชิกมีสิทธิที่จะแก้ไขถ้อยคำได้ นะครับ🔗
ถ้าไม่มีก็ถือว่าจบการ พิจารณาในวาระที่ ๒ ซึ่งต่อไปก็จะเข้าสู่การพิจารณาในวาระที่ ๓ คือต้องขอความเห็นชอบจาก สมาชิก อันนี้นะครับต้องขอท่านสมาชิกได้กรุณาเข้ามานะครับ🔗
สมาชิกที่อยู่ในห้องประชุม แล้วกรุณาเสียบบัตรและกดเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมครับ เพื่อจะลงมติว่าจะเห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่ในวาระที่ ๓🔗
สมาชิกในห้องกรรมาธิการ ขอเวลามาลงมติก่อนครับ สมาชิกที่มาแล้วกรุณาเสียบบัตรแสดงตนนะครับ สมาชิกพร้อม นะครับ ปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตน ๒๕๔ คน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ขอถามมติว่าจะเห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เห็นชอบ กรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ไม่เห็นชอบกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗
สมาชิกพร้อมนะครับ ขอปิดการลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๑๐ คน เห็นด้วย ๓๐๖ คน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒ คน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ คน มติที่ประชุมเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้🔗
แต่โดยที่กรรมาธิการ ได้เสนอข้อสังเกตไว้ในรายงานของคณะกรรมาธิการ เพื่อให้สภาพิจารณาว่าเห็นด้วยกับ ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ โดยไม่มีการอภิปราย ถ้าเห็นด้วยสภาก็จะได้ส่ง รายงานและข้อสังเกตไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบหรือดำเนินการต่อไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๗ ประกอบข้อ ๑๐๕ ซึ่งรายละเอียดของข้อสังเกตปรากฏในเอกสารของกรรมาธิการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้จัดวางไว้ให้สมาชิกแล้วนะครับ ดังนั้นจึงขอถามมติที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับ ข้อสังเกตของกรรมาธิการหรือไม่ ขออนุญาตตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งตามข้อบังคับครับ🔗
สมาชิกกดบัตรเพื่อ แสดงตนนะครับ🔗
พร้อมนะครับ ปิดการแสดงตน จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตนในขณะนี้ ๒๗๓ คน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ขอถามมติว่าผู้ใดเห็นด้วย กับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกตของ กรรมาธิการกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗
สมาชิกพร้อมนะครับ ขอปิดการลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๑๖ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน มติที่ประชุมเห็นด้วยกับข้อสังเกตกรรมาธิการ ครับ🔗
จบการพิจารณา ขอบพระคุณกรรมาธิการนะครับ แต่ว่ามีเรื่องต่อไปนะครับ🔗
๔.๒ ร่างพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดี เยาวชนและครอบครัว (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... พิจารณาเสร็จแล้ว ท่านประธานกรรมาธิการมีอะไร เชิญนะครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณา คดีเยาวชนและครอบครัว (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขออนุญาตนำเสนอรายงานผลการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติต่อที่ประชุมดังนี้🔗
ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ ศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่ง คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ และให้คณะกรรมาธิการคณะเดียวกันกับที่พิจารณา ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นผู้พิจารณา กำหนดการแปรญัตติภายใน ๗ วันนั้น🔗
บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเสร็จแล้ว โดยในการพิจารณา คณะกรรมาธิการได้นำผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาประกอบการพิจารณาอย่างครบถ้วนรอบด้าน ปรากฏผลตามรายงานของคณะกรรมาธิการตามที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมพร้อมข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการจึงเรียนมาเพื่อที่ประชุมได้พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไปครับ🔗
ขอบคุณครับ สมาชิก ที่เคารพครับ การพิจารณาวาระที่ ๒ ก็เป็นไปตามข้อบังคับก็คือ พิจารณาไปเรียงลำดับ เริ่มจากคำปรารภและเรียงลำดับมาตราจนจบร่างนะครับ ขอเชิญท่านเลขาธิการดำเนินการครับ🔗
ชื่อร่าง พระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คำปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔ มีการแก้ไข🔗
เนื่องจากมาตรา ๔ มีการแก้ไขนะครับ ขอเชิญสมาชิกครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะฝ่ายค้านแล้วก็นั่งเป็นประธานกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ ซึ่งมีข้อสังเกตที่จะสอบถามท่านผู้แก้ไขในมาตรานี้นะครับ โดยเฉพาะ การแก้ไขมาตรานี้ มาตรา ๔ ไปแก้มาตรา ๒๗ ถูกต้องนะครับ และในรายละเอียด ท่านเขียนไว้โดยเฉพาะข้อสังเกตต่าง ๆ เช่น การพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา ๒๗ (๕) ซึ่ง (๕) บอกว่าต้องไปขัดตามมาตรา ๒๕ อีก อยากให้ท่านอธิบายหน่อยครับว่ามาตรา ๒๕ ได้มีการปรับปรุงให้สอดรับกันหรือไม่🔗
ประเด็นต่อมาครับ ใน (๖) ของมาตรา ๒๗ ที่ท่านไปแก้ไขแล้วสุดท้าย ท่านก็รวบคำว่า ต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ได้มีคำอธิบายไว้ไหมครับว่า อัฐยายซื้อขนมยายก็ดี ตั้งกรรมการตรวจสอบกันเองก็ดีในระบบศาลยุติธรรม มันจะทำให้ พี่น้องประชาชนเกิดความมั่นอกมั่นใจได้ขนาดไหน เพราะว่าปลายทางก็คือปลดออกจาก ตำแหน่งตุลาการที่ไม่มีความยุติธรรมใช้เล่ห์เหลี่ยมกลไกทางกฎหมาย เอื้อประโยชน์พวกพ้อง หรือโจทก์และจำเลย กลับต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการตุลาการศาลยุติธรรม ผมจึงอยากถามท่านครับว่า มีองค์กรอื่นไหมครับ นอกจากคณะกรรมการตุลาการหรือ ก.ต. เขาจะมีหน่วยงานอื่นที่จะไป ถ่วงดุลตรวจสอบได้หรือไม่ กฎหมายสำคัญไหน ๆ แก้ไขแล้วก็อยากให้มันสมบูรณ์ครับ จึงสอบถามท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานกรรมาธิการผู้แก้ไขครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอเชิญกรรมาธิการครับ มีกรรมาธิการชี้แจงไหมครับ เชิญนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ ผม ชัยรัตน์ วงศ์วีรธร เป็นกรรมาธิการครับ ในเรื่อง ของการให้ผู้พิพากษาหรือผู้พิพากษาสมทบพ้นจากตำแหน่งเป็นอำนาจหน้าที่ของ คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ซึ่งได้ระบุไว้ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และถือว่าเป็นอำนาจเด็ดขาดของคณะกรรมการตุลาการครับ เมื่อคณะกรรมการตุลาการ มีมติเช่นใดแล้วต้องถือว่าเด็ดขาดตามนั้นครับ สำหรับกรณีการพ้นจากตำแหน่งที่ในมาตรา ๒๗/๑ กล่าวอ้างถึง การพ้นจากตำแหน่งในมาตรา ๒๗ ในมาตรา ๒๗ ไม่ได้มีการแก้ไขอะไร แต่ว่า มาตรา ๒๗/๑ นำมาบัญญัติเพิ่มเติมให้มีความชัดเจนว่าการพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา ๒๗ ในวงเล็บต่าง ๆ นั้นให้ดำเนินการอย่างไรครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านสมาชิกเนื่องจาก มาตรานี้มีการแก้ไข เพราะฉะนั้นต้องขอมติที่ประชุมว่าจะเห็นชอบตามที่กรรมาธิการแก้ไข หรือไม่นะครับ🔗
ขอตรวจสอบองค์ประชุม ท่านสมาชิกกรุณาเสียบบัตรเพื่อแสดงตนครับ พวกเราต้องอยู่ กฎหมายที่กรรมาธิการ พิจารณาเสร็จแล้วทั้ง ๔ ฉบับ สั้น ๆ ครับ เพียง ๓-๔ มาตราเท่านั้นเองครับ ขอเชิญสมาชิก แสดงตน ปิดการแสดงตนครับ มีจำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตนขณะนี้ ๒๖๖ ท่าน ครบองค์ประชุม🔗
ขอถามมติว่าผู้ใดเห็นด้วย กับคณะกรรมาธิการแก้ไขกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยที่กรรมาธิการแก้ไขคือให้คงไว้ ร่างเดิมนั้นกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗
สมาชิกพร้อมนะครับ ปิดการลงมติ จำนวนผู้ลงมติ ๓๒๑ ท่าน เห็นด้วยตามที่กรรมาธิการแก้ไข ๓๑๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มีครับ งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน มติที่ประชุมเห็นด้วย ที่กรรมาธิการแก้ไขครับ ก็จบการพิจารณาเรียงตามลำดับมาตรา🔗
ต่อไปจะเป็นการพิจารณา ทั้งร่าง เป็นการสรุปอีกครั้งหนึ่งตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๒ ซึ่งจะมีการแก้ไขถ้อยคำหรือไม่🔗
ถ้าไม่มีก็จะจบการ พิจารณาวาระที่ ๒ และจะพิจารณาวาระที่ ๓ ต่อไปว่าจะเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ หรือไม่ ขอเชิญสมาชิกแสดงตนอีกครั้งครับ🔗
พร้อมนะครับ ปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตนขณะนี้ ๒๘๕ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ก็ถามมติที่ประชุมว่า จะเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่ ถ้าเห็นชอบกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบ กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗
พร้อมนะครับ ขอปิดการ ลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๒๖ ท่าน เห็นด้วย ๓๒๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน มติที่ประชุมเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขอบคุณ กรรมาธิการครับ🔗
ต่อไปมีข้อสังเกตครับ กรรมาธิการได้เสนอข้อสังเกตไว้ในรายงานของคณะกรรมาธิการเพื่อให้สภาพิจารณาว่า จะเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ โดยไม่มีการอภิปราย ถ้าเห็นด้วย สภาจะได้ส่งรายงานข้อสังเกตไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบหรือดำเนินการต่อไป ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๗ ประกอบข้อบังคับ ข้อ ๑๐๕ รายละเอียดของข้อสังเกตปรากฏ ในเอกสารแล้วนะครับ ขอมติที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับข้อสังเกตของกรรมาธิการหรือไม่ รบกวนสมาชิกแสดงตนครับ🔗
พร้อมนะครับ ปิดแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตนขณะนี้ ๒๘๖ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ขอถามว่าเห็นด้วยกับ ข้อสังเกตของร่างกรรมาธิการหรือไม่ ถ้าเห็นด้วยกดปุ่ม เห็นด้วยครับ ไม่เห็นด้วยกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗
ปิดการลงมติครับ จำนวน ผู้ลงมติ ๓๒๕ ท่าน เห็นด้วย ๓๒๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนน เสียง ๔ ท่าน มติที่ประชุมเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ จบวาระที่ ๔.๒🔗
ต่อไประเบียบวาระ ๔.๓🔗
๔.๓ ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... พิจารณาเสร็จแล้ว🔗
ท่านประธานคณะกรรมาธิการ มีอะไรชี้แจง เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขออนุญาตนำเสนอรายงานผลการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติต่อที่ประชุมดังนี้🔗
ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่ง คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ และให้คณะกรรมาธิการคณะเดียวกันกับที่พิจารณาร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ ฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นผู้พิจารณา กำหนดการแปรญัตติภายใน ๗ วันนั้น บัดนี้คณะกรรมาธิการได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเสร็จแล้ว โดยในการ พิจารณาคณะกรรมาธิการได้นำผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบ ที่เกิดขึ้นจากกฎหมายตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาประกอบการพิจารณาอย่างรอบด้าน ปรากฏผลตามรายงานของ คณะกรรมาธิการตามที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม พร้อมข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ จึงเรียน มาเพื่อที่ประชุมได้พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไปครับ🔗
ขอบคุณครับ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เป็นการพิจารณาวาระที่ ๒ ซึ่งก็จะพิจารณาเริ่มต้น ตั้งแต่ชื่อร่าง คำปรารภ แล้วเรียงตามลำดับมาตราจนจบร่าง สำหรับรายงานแจ้งว่าร่างฉบับนี้ ไม่มีการสงวนความเห็นของกรรมาธิการและไม่มีผู้เสนอแปรญัตติ ขอเชิญเลขาธิการ ดำเนินการครับ🔗
ชื่อร่าง พระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คำปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔ มีการแก้ไข🔗
มาตรา ๔ มีการแก้ไข สมาชิกมีสิทธิที่จะสอบถามได้นะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะฝ่ายค้าน ผมขอสอบถามท่านกรรมาธิการนะครับ มีข้อสงสัย ในการแก้ไข ในมาตรา ๓ ท่านเขียนบอกว่าให้ยกเลิกวรรคสองของมาตรา ๑๕ ก็คือตำแหน่งผู้พิพากษาสมทบเดิม จะต้องมีการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งวาระ ๓ ปี ถูกต้องนะครับ แต่พอไปมาตรา ๑๕/๑ ท่านไป ตัดวรรคท้ายออก ตัดการที่เขียนว่า การกราบบังคมทูล ออก เพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่ง ตอนแต่งตั้งพระองค์ท่านแต่งตั้งโดยลงนาม ก็เลยถามท่านครับว่าลักษณะ เช่นนี้มันขัดแย้งกันหรือไม่ ผมอาจจะงง ๆ นะครับ🔗
ประเด็นต่อมาที่อยากจะสอบถามครับ การพ้นจากตำแหน่งใน (๔) (๔) บอกว่า ขาดคุณสมบัติก็ดี เช่น คำพิพากษาว่าคุกก็ดี หรือว่าผู้พิพากษาสมทบไม่มาทำงาน ๓ ครั้ง ที่ผ่านมาได้ยินมาว่ามากกว่า ๓ ครั้งก็เยอะ มันควรจะมีกฎกติกาหรือไม่ อย่างไร เนื่องจาก เวลาใครไปเป็นผู้พิพากษาสมทบไปพูดทางสาธารณะต่าง ๆ ก็จะบอกว่าเป็นผู้พิพากษา จะไม่ค่อยมีคำว่า สมทบ ผมจึงอยากสอบถามท่านนะครับว่า ใน (๔) (๕) (๖) และ (๗) โดยเฉพาะ (๗) ที่เขียนว่าประพฤติตนไม่เหมาะสม เข้าใจว่ามันมีกฎระเบียบของ ก.ต. อีกถูกต้องไหมครับว่าจะต้องอธิบายว่า เช่น สำมะเลเทเมา ไปรู้จักกับโจทก์ จำเลย หรืออะไร อย่างไรก็สุดแท้แล้วแต่ เลยอยากจะให้ท่านชี้แจงหน่อยครับว่าตามที่ท่านได้ไปแก้ไข ในมาตรา ๑๔/๓ ก็คือมีร่างที่มันเกี่ยวข้องกับมาตรา ๑๕/๑ ว่ามันสอดรับกันแบบไหนอย่างไร เพื่อที่จะได้ทำความเข้าใจต่อการบริหารของคณะกรรมการของตุลาการต่อไปครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญกรรมาธิการครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ในฐานะกรรมาธิการ ในส่วนของ คณะกรรมาธิการได้มีการแก้ไขเฉพาะในส่วนที่เป็นข้อความที่เกี่ยวข้องกับการนำความ กราบบังคมทูลเพื่อทรงมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่งเป็นการแก้ไขเพียงจุดเดียว ขอเรียนว่าในส่วนที่คณะกรรมาธิการได้มีการตัดคำว่า ทรง เนื่องจากเพื่อให้มีการใช้คำราชาศัพท์ ที่มีความถูกต้องตามหลักการใช้ภาษา โดยได้พิจารณาประกอบกับหนังสือสำนักงาน ราชบัณฑิตยสภา ซึ่งทางคณะกรรมาธิการได้สอบถามไป และทางราชบัณฑิตยสภาได้ตอบมา เมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๔ ที่ได้มีการชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษรว่าการใช้คำราชาศัพท์ ที่ถูกต้องจะใช้คำว่า มีพระบรมราชโองการ โดยไม่มีคำว่า ทรง นำหน้า อันนี้เป็นแนวทาง ผมขออนุญาตชี้แจงในประเด็นนี้ครับ ส่วนอีกประเด็นหนึ่งก็ขออนุญาตคณะกรรมาธิการ อีกท่านหนึ่งได้มีการชี้แจงครับ🔗
เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ ในกรณีข้อซักถามเกี่ยวกับมาตรา ๑๕ วรรคสอง ซึ่งได้มีการยกเลิก ก็เนื่องจากว่าเราได้มีการนำมาบัญญัติใหม่เป็นมาตรา ๑๕/๑ เพื่อให้เกิด ความชัดเจนครับ ซึ่งมันจะมีทั้งกรณีที่ ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจาก ตำแหน่ง และเพื่อทรงทราบครับ ซึ่งได้มีการเอามาบัญญัติใหม่แยกเป็นรายกรณี สำหรับกรณี ที่ท่านสมาชิกสอบถามเกี่ยวกับการขาดคุณสมบัติตาม (๔) หรือต้องคำพิพากษา หรือคำสั่ง ถึงที่สุดให้จำคุกนี่นะครับ ก็อาจจะมีกรณีที่เกิดขึ้นได้ว่าในขณะที่ทรงพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนั้นบุคคลผู้นั้นไม่ขาดคุณสมบัติและไม่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุด ให้จำคุก แต่ต่อมาในระหว่างดำรงตำแหน่งเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นก็อาจจะต้องมีกรณี ที่จะต้องมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่ง หรือเพื่อทรงทราบ ในกรณี พ้นจากตำแหน่งได้ครับ🔗
สำหรับกรณีที่ขาดการปฏิบัติหน้าที่ที่ท่านสมาชิกสอบถามว่าพบเห็นว่า มีผู้ขาดการปฏิบัติหน้าที่เกินกว่า ๓ ครั้ง แต่ยังคงมาทำหน้าที่เป็นผู้พิพากษาสมทบได้อยู่นั้น มีกรณีหลายกรณีที่การขาดปฏิบัติหน้าที่เกิน ๓ ครั้ง แต่ผู้พิพากษาสมทบท่านนั้น ยื่นใบลา ถูกต้องตามระเบียบ แต่ว่าบุคคลภายนอกอาจจะไม่ทราบว่าการขาดปฏิบัติหน้าที่ของท่านนั้น ท่านได้ยื่นใบลาหรือไม่🔗
ขออภัยท่านประธานครับ ขอโทษท่านนะครับ ช่วยให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายโสตเร่งเสียงหน่อยได้ไหมครับ ผมนึกว่าผมไม่ได้ยิน คนเดียว สมาชิกข้างหลังเขาบอกฝากบอกท่านประธาน ขอบพระคุณครับท่านครับ ขออภัยท่านครับ🔗
ขออนุญาตครับ กรณีที่ขาด การปฏิบัติหน้าที่ ๓ ครั้ง ที่ท่านสมาชิกสอบถามว่าพบเห็นท่านผู้พิพากษาสมทบบางท่าน ที่เคยขาดปฏิบัติหน้าที่ที่เข้าใจว่าขาดปฏิบัติหน้าที่เกินกว่า ๓ ครั้ง ที่จริงแล้วในหลายกรณี ท่านขาดการปฏิบัติหน้าที่เกิน ๓ ครั้งจริง และมีการรายงานการจากผู้พิพากษาหัวหน้าศาล มาถึงคณะกรรมการตุลาการให้ดำเนินการในเรื่องให้ท่านผู้พิพากษาสมทบท่านนั้นพ้นจาก ตำแหน่ง แต่ในหลายกรณีที่ท่านขาดการปฏิบัติหน้าที่เกิน ๓ ครั้ง แต่บุคคลภายนอกอาจจะ ไม่ทราบว่าท่านได้มีการยื่นใบลา หรือถึงแม้ท่านไม่ได้ยื่นใบลาเมื่อมีการยื่นเรื่องให้ท่าน พ้นจากตำแหน่ง ท่านก็มาชี้แจงต่อคณะกรรมการตุลาการและเป็นข้อชี้แจงที่รับฟังได้ จึงเป็นเหตุที่ทำให้ท่านยังไม่ได้พ้นจากตำแหน่งนะครับ🔗
ส่วนข้อชี้แจงที่ได้ชี้แจงไปแล้ว ซึ่งท่านอาจจะยังฟังเสียงไม่ชัดนะครับ ขออนุญาตชี้แจงย้อนหลังกลับไปว่าการขาดคุณสมบัติตาม (๔) หรือการต้องคำพิพากษา ให้ถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกใน (๕) นั้นเป็นกรณีที่เกิดเหตุในภายหลังที่มีพระบรมราชโองการ โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งแล้ว แต่ต่อมาภายหลังบุคคลผู้นั้นอาจจะเกิดเหตุที่ทำให้ ขาดคุณสมบัติขึ้นมา หรือต้องคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุกขึ้นมาในภายหลัง ก็จะต้องมี การดำเนินการให้บุคคลเหล่านี้นี่นะครับ พ้นจากตำแหน่ง ซึ่งอาจจะเป็นการพ้นจากตำแหน่ง โดยการมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นหรือเพื่อทรงทราบ ก็แล้วแต่กรณีครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ครับ ท่านสมาชิกยังติดใจ ที่แก้ไขไหมครับ เชิญเลยครับ🔗
ขออีกนิดเดียวครับท่านประธาน🔗
ท่านจิรายุ เชิญเลยครับ🔗
ขออนุญาตสอบถามเพิ่มเติมครับ เพื่อความโปร่งใส เพราะว่าเป็นกฎหมายสำคัญของชาติบ้านเมืองนะครับ ผู้พิพากษานี่สังคม เข้าใจว่ามาตามการศึกษา แต่สมทบนี่มาตามคุณสมบัติมากมายหลากหลาย หลายท่าน ผมดูแล้วก็มีความศรัทธา แต่บางท่านก็ดูแล้วไม่น่าศรัทธาก็เยอะ ผมถามท่านต่อนะครับ ท่านผู้ชี้แจงครับ ใน (๒) ในมาตรา ๑๕ ที่ท่านแก้ไขนี่นะครับ มาตรา ๑๕/๑ (๒) การพ้นจาก ตำแหน่งใน (๑) (๒) (๖) (๗) ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงทราบ หมายความว่า ทรงทราบเฉย ๆ ไม่มีคำสั่งใด ๆ ถูกต้องไหมครับ แต่พอไป (๓) ท่านเขียนบอกว่าการพ้นจาก ตำแหน่งตามมาตรา ๑๕ (๓) (๔) และ (๕) ให้นำความกราบบังคับทูลเพื่อ ท่านตัดคำว่า ทรง ผมไม่เข้าใจว่า ทรง นี่ทางกฎหมายทำไมมีเหตุผลอะไรต้องตัด ที่ผ่านมาเราก็ใช้กฎหมายที่มี ทรง ทรงมีพระบรมราชโองการให้พ้นจากตำแหน่งอยู่แล้ว เป็นการลดพระราชอำนาจหรือไม่ ผมไม่เข้าใจคำนี้นะครับ เพราะเห็นในตัวบทกฎหมายที่เราศึกษากันมาก็จะมีคำว่า ทรง อยู่ตลอด อยู่ดี ๆ ท่านก็เกิดอยากจะตัดคำว่า ทรง ขึ้นมามันมีนัยทางภาษาทางนิติ อย่างไรบ้างครับ ขออนุญาตขอคำชี้แจงครับ🔗
เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ ในกรณีวงเล็บที่มีการตัดคำว่า ทรง นั้นเป็นการตัด เป็นไปตามหลักการใช้ภาษาไทย ซึ่งทางราชบัณฑิตก็ได้ทำหนังสือชี้แจงมาว่าวิธีการที่ถูกต้อง ในการใช้คำว่าทรงนั้น ตามร่างที่นำเสนอมานั้นไม่ถูกต้องครับ คณะกรรมาธิการ จึงมีความเห็นควรตัดคำว่า ทรง เพื่อให้เป็นไปตามหลักการใช้ภาษาไทยเท่านั้นครับ ซึ่งการตัดคำว่า ทรง นี้ก็จะปรากฏในร่างพระราชบัญญัติฉบับที่ผ่านมา และฉบับที่กำลังจะ พิจารณาต่อไปด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ท่านสมาชิกยังมีผู้ใดติดใจที่มีการแก้ไขหรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มี ต้องขออนุญาต ถามที่ประชุมนะครับว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการหรือไม่นะครับ รบกวนสมาชิก แสดงตนครับ🔗
สมาชิกพร้อมนะครับ ปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตนขณะนี้ ๒๘๑ ท่านครับ ครบองค์ประชุมครับ🔗
ขอถามว่าผู้ใดเห็นด้วย ที่กรรมาธิการแก้ไขกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นกรรมาธิการแก้ไขกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗
สมาชิกพร้อมนะครับ ปิดการลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๓๑ ท่านนะครับ เห็นด้วย ๓๒๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่านครับ มติที่ประชุมเห็นด้วยตามที่กรรมาธิการ แก้ไข🔗
ท่านประธานครับ ผม พีระเพชร ศิริกุล ๒๕๒. เห็นชอบด้วยครับ ขอให้บันทึกไว้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ปิดไปแล้วนะครับ มติที่ประชุม เห็นด้วยที่กรรมาธิการแก้ไขนะครับ ก็จบการพิจารณาเรียงตามลำดับมาตราแล้วครับ ต่อไป ก็จะเป็นการพิจารณาทั้งร่าง เป็นการสรุปอีกครั้งหนึ่ง ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๒ ท่านสมาชิก จะขอแก้ไขถ้อยคำใดหรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มีก็ถือว่าจบวาระที่ ๒🔗
ต่อไปจะเป็นการพิจารณาวาระที่ ๓ โดยไม่มีการอภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๓ ขอมติจากที่ประชุมว่าเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงาน และวิธีพิจารณา คดีแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่ครับ รบกวนสมาชิกแสดงตน🔗
สมาชิกพร้อมนะครับ ปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตนขณะนี้ ๒๙๕ ท่านนะครับ ครบองค์ประชุมครับ🔗
ขอถามมติว่าสมาชิก ผู้ใดเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗
สมาชิกพร้อมแล้ว ปิดการลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๔๔ ท่านนะครับ เห็นด้วย ๓๔๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่านครับ มติที่ประชุมเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ครับ🔗
โดยที่กรรมาธิการได้เสนอ ข้อสังเกตไว้ในรายงานของคณะกรรมาธิการเพื่อให้สภาพิจารณาว่าเห็นด้วยกับข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการหรือไม่โดยไม่มีการอภิปราย ถ้าเห็นด้วยสภาจะได้ส่งรายงานข้อสังเกตไปยัง คณะรัฐมนตรีเพื่อทราบหรือดำเนินการต่อไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๗ ประกอบกับข้อ ๑๐๕ รายละเอียดข้อสังเกตปรากฏในเอกสารที่เสนอให้สมาชิกแล้วนะครับ ก็ต้องขอท่านสมาชิก แสดงตนเพื่อลงมติเห็นด้วยกับข้อสังเกตหรือไม่ครับ🔗
กรุณาเสียบบัตรแสดงตน ตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ🔗
สมาชิกพร้อมนะครับ ปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตนขณะนี้ ๒๙๗ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ขอถามมติว่าเห็นด้วยกับ ข้อสังเกตของกรรมาธิการหรือไม่ ถ้าเห็นด้วยกดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วยกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ครับ ขอเชิญลงมติครับ🔗
ท่านสมาชิกพร้อม ปิดการลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๔๗ ท่านนะครับ เห็นด้วย ๓๔๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ท่านครับ มติที่ประชุมเห็นด้วยกับข้อสังเกต กรรมาธิการครับ🔗
ขอบคุณกรรมาธิการครับ จบการพิจารณาในวาระที่ ๔.๓ นะครับ ต่อไปวาระที่ ๔.๔🔗
๔.๔ ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่าง ประเทศ และวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ ศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... พิจารณาเสร็จแล้ว🔗
ขอเชิญท่านประธาน กรรมาธิการครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ประธานคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขออนุญาตนำเสนอรายงานผลการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ต่อที่ประชุม ดังนี้🔗
ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ จัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่ง คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ และให้คณะกรรมาธิการคณะเดียวกันกับที่พิจารณา ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นผู้พิจารณากำหนดการแปรญัตติภายใน ๗ วันนั้น🔗
บัดนี้คณะกรรมาธิการได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเสร็จแล้ว โดยในการพิจารณาคณะกรรมาธิการได้นำผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมายตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาประกอบการพิจารณาอย่างรอบด้าน ปรากฏผลตามรายงานของคณะกรรมาธิการตามที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม พร้อมข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการ จึงเรียนมาเพื่อที่ประชุมได้พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไปครับ🔗
ขอบคุณครับ การพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็จะเป็นการพิจารณาในวาระที่ ๒ ซึ่งจะเริ่มต้นตั้งแต่ชื่อร่าง คำปรารภ แล้วเรียงตามลำดับมาตราจนจบร่าง ฉบับนี้ไม่มีการสงวนความเห็นครับ และไม่มี ผู้เสนอคำแปรญัตติ ขอเชิญท่านเลขาธิการเริ่มดำเนินการครับ🔗
ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญา และการค้าระหว่างประเทศ และวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่าง ประเทศ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คำปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔ มีการ แก้ไข🔗
มาตรา ๔ มีการแก้ไข ท่านสมาชิกมีความประสงค์จะสอบถาม ท่านจิรายุ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ที่ผมสอบถามหลายครั้งขออภัยท่านนะครับ แต่ว่ามันเป็นกฎหมายสำคัญ และมีคำสำคัญ ซึ่งจะกลายเป็นบรรทัดฐานในการแก้กฎหมายต่อไป และอาจจะถูกตีความได้ เมื่อสักครู่นี้ ลักษณะเดียวกันท่านล้อจากกฎหมายหลายฉบับมา ก็คือเป็นการตรวจสอบของผู้พิพากษา สมทบว่าคนใดขาดคุณสมบัติ ขาดงาน ประพฤติไม่ดี คณะกรรมการตุลาการก็จะ ลงความเห็นก่อน เมื่อสิ้นสุดแล้วก็จะส่งไปตามมาตรา ๒ มาตรา ๒ ก็บอกว่า (๑) ตามวาระ (๒) ตาย (๕) ขาดงาน ๓ ครั้ง (๖) ประพฤติไม่เหมาะสม ใน (๒) ท่านทำแต่เพียงเพื่อให้ นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงทราบ ทีอย่างนี้ท่านไม่ตัดคำว่า ทรง แต่ท่านมีคำว่า ทรงทราบ ผมจะขอให้สภาได้บันทึกไว้ ท่านประธานครับ อีกหน่อยเราแก้กฎหมายที่จะต้อง มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ส่วนใหญ่จะมีคำว่า ทรง อยู่เสมอ ถ้าเราตัดจาก กฎหมาย ๓ ฉบับนี้ ๔ ฉบับนี้ออกไปนะครับ ต่อไปนี้กฎหมายใดก็แล้วแต่ ถ้ามีคำว่า ทรงลงพระปรมาภิไธย ยกตัวอย่างนะครับ เราจะต้องตัดทั้งหมดใช่หรือไม่ อันนี้ผมฝาก ท่านประธานเป็นเรื่องใหญ่นะครับ อยู่ดี ๆ เรื่องแค่นี้คำแค่นี้ปกติก็จะไม่ค่อยตัดกันหรอกครับ🔗
ต่อมาท่านประธานครับ ดู (๓) การพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา ๑๖ (๓) ก็คือ ลาออก แต่วงเล็บลาออกเข้าใจได้ ท่านลาออกเอง อาจจะติดด้วยคุณสมบัติ หรือท่านอาจจะ สุขภาพไม่ดี ท่านก็ลาออก ตรงนี้กลับให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อมีพระบรมราชโองการ ให้พ้นจากตำแหน่ง ท่านตัดคำว่า ทรง ออกไป ส่วน (๓) ที่ซ่อนความใน (๔) ก็คือ ขาดคุณสมบัตินี่มันไปละม้ายคล้ายกับ (๒) ครับ พูดง่าย ๆ คือขาดคุณสมบัติ อาจจะประพฤติ ไม่เหมาะสม ขาดงานหรืออะไรก็สุดแท้แล้วแต่ ผมว่ากฎหมาย ๒-๓ ฉบับนี้ แก้เหมือนแบบ ไม่รู้จะแก้อะไรก็เอาสักหน่อยหนึ่ง จึงขอให้ท่านประธานได้สอบถามไปยังท่านผู้ที่เกี่ยวข้อง วันนี้จะเป็นประวัติศาสตร์ในการแก้ไขกฎหมายในสภานิติบัญญัติแห่งนี้นะครับ ต่อไปนี้ใคร ก็แล้วแต่ที่จะเสนอแก้กฎหมายที่มีเรื่องเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ที่จะต้องลงนาม ลงพระปรมาภิไธย หรือโปรดเกล้าฯ ใด ๆ ท่านมีความจำเป็นต้องตัดคำว่า ทรง ออกหมด แต่พอไปดูมาตรา ๑๖ (๒) แต่ท่านยังคงคำว่า ทรงทราบ อยู่ เป็นเรื่องละเอียดอ่อนนะครับ จริง ๆ ผมไม่อยากจะพูดเรื่องนี้ แต่มันจะเป็นบรรทัดฐานให้สภาผู้แทนราษฎรได้ช่วยกรุณา ให้ความเห็นไปยังคณะกรรมาธิการผู้แก้ไขครับว่าทำอย่างไรจะให้เก็บไว้เหมือนเดิมได้ไหม มันจะได้ไม่ไปลุกลามตัวบทกฎหมายอีกหลากหลายฉบับ ก็เลยสอบท่านผู้ได้แก้ไขในประเด็นนี้ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญกรรมาธิการครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ในฐานะกรรมาธิการ ผมต้อง ขอขอบคุณท่านสมาชิก ท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ได้กรุณาให้ข้อสังเกตเพื่อที่จะเป็นบรรทัดฐาน สำหรับการร่างกฎหมายฉบับนี้ ผมอยากเรียนว่าในส่วนที่มีคำว่า ทรง ที่ได้มีการพูดถึงกัน ในฉบับแรกคือพระราชบัญญัติศาลฉบับแรกไม่มีคำว่า ทรง แต่ว่าอีก ๓ ฉบับหลัง ก็คือ ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลเยาวชน ครอบครัว ศาลแรงงานทรัพย์สินทางปัญญา ๓ ฉบับนี้ กลับมี ฉบับที่ ๑, ๒, ๓, ๔ ต่างกัน ทีนี้ในชั้นกรรมาธิการเพื่อให้มีความชัดเจนในด้านภาษา คณะกรรมาธิการจึงได้มีหนังสือไปถึงสำนักงานราชบัณฑิตยสภาเพื่อสอบถามว่าตรงไหน ถูกต้อง ทางสำนักงานราชบัณฑิตยสภาได้มีหนังสือตอบมาเป็นลายลักษณ์อักษร พร้อมกับ แนบเอกสารมาด้วยเป็นเอกสารที่สามารถอ้างอิงได้ ซึ่งทางสำนักงานราชบัณฑิตยสภาได้ตอบ รายละเอียดมาว่าในเรื่องของการใช้คำว่า ทรง นำหน้า มีวิธีเขียนหลายรูปแบบด้วยกัน โดยเฉพาะคำว่า ทรง จะมีประกอบกับคำกริยาสามัญ อย่างเช่น ทรงยืน หรือว่า ทรงเป็น ประธาน นอกจากนี้ยังมีการใช้คำว่า ทรง ประกอบคำนามสามัญ อย่างเช่น ทรงม้า หรือว่า ทรงเรือใบ นอกจากนี้ยังมีคำว่า ทรง ประกอบคำนามราชาศัพท์ อย่างเช่น ทรงพระราชดำริ หมายถึง คิด ทรงพระราชดำรัส หมายถึง พูด แต่ว่าในบางคำอย่างเช่น ที่ใช้คำว่า มี หรือ เป็น ซึ่งปกติ ตามด้วยคำราชาศัพท์จะไม่ใช้คำว่า ทรง ดังนั้นในกรณีว่า มี หรือ เป็น ประกอบตามไปด้วย คำราชาศัพท์นั้นจะไม่มีคำว่า ทรง ซึ่งทางราชบัณฑิตได้แนบเอกสารมา ผมจะขออนุญาต ส่งเอกสารฉบับนี้ให้กับฝ่ายเลขาแล้วก็มอบให้กับท่านจิรายุ ซึ่งเป็นเอกสารที่มีความชัดเจน เป็นลายลักษณ์อักษรตอบจากราชบัณฑิตยสภาได้ตอบมาเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว ต้องขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณนะครับ สมาชิก ยังมีประเด็นข้องใจไหมครับ เชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ไม่ได้ดื้อดึงนะครับ แต่ว่าอยากจะให้บันทึกไว้ในสภา คือที่ท่านพูดนี่ ท่านอ้างราชบัณฑิตยสภา ผมก็เข้าใจครับ บางเรื่องมันเป็นเรื่องทรงพระราชดำเนิน ทรงมีพระราชกรณียกิจ มันแตกต่างกันนะครับ แต่เวลาลงนามในพระปรมาภิไธยในกฎหมาย สำคัญของชาติบ้านเมือง มันเป็นลายลักษณ์อักษรที่ผูกพันทั้งประเทศในราชอาณาจักรไทย ผมจึงสงสัยอย่างไรครับที่ท่านถามนี่ราชบัณฑิตเขาตอบในมุมไหน ถ้าทรงเสด็จ พระราชดำเนินก็อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ทรงมีพระราชวินิจฉัยก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่นี่เป็น พระราชบัญญัติเป็นกฎหมายที่บังคับใช้กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ แล้วพอ (๒) ท่านกลับ ใช้คำว่า ทรงกราบบังคมทูลเพื่อทรงทราบ ท่านมีหมดครบหมด แต่พอเป็นพระราชอำนาจ ของพระองค์ท่าน ท่านกลับเขียนว่า ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อมีพระบรมราชโองการ ให้พ้นจากตำแหน่ง ท่านตัดคำว่า ทรง ออก ผมแค่สงสัยครับว่า นัยของภาษามันมีผลบังคับ ทางกฎหมายไหม ถ้ามีมันควรจะมีทั้งหมดไหม ถ้าไม่มีทำไมท่านไม่ตัดออกละครับ (๒) ท่านก็ ตัดไปสิครับ ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทราบ ก็เท่านั้นเองครับที่ผมสงสัย แล้วก็อยากจะ ให้บันทึกไว้เวลาเราแก้กฎหมายเราจะได้ละเอียดอ่อนเรื่องพวกนี้ครับ มันเป็นตัวบทกฎหมาย ที่มันตีความได้ เหมือนผมจะไปครับท่านประธานครับ ผมจะไปไหนถ้าผมจะไปเที่ยว มันก็อีกประเด็นหนึ่ง แต่ถ้าผมจะมาสภาผมก็อยู่ในภาวะการปฏิบัติราชการ ปฏิบัติหน้าที่ เพราะฉะนั้นจึงฝากท่านกรรมาธิการครับ ก็เป็นข้อสังเกตไว้ครับท่านประธานครับ ในที่ประชุมแห่งนี้ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ คุณคารม เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ จังหวัด ร้อยเอ็ด ต่อร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๔ ฉบับที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเรื่อยมา ผมขออนุญาตที่จะแสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมในฉบับสุดท้ายที่จะมีการลงมติ เนื่องจาก มีประเด็น จริง ๆ แล้วในกฎหมายทั้ง ๔ ฉบับนี้มีการแก้ไขอยู่ในมาตรา ๔ ทั้งหมด ประเด็น สำคัญที่จะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานก็คือ การเข้าสู่ตำแหน่งของผู้พิพากษาสมทบ หรือการพ้นตำแหน่งก็ดี พระมหากษัตริย์ทรงที่จะต้องรับทราบในฐานะที่ทรงเป็นประมุข แล้วก็เป็นผู้ที่จะรับทราบ โดยเฉพาะการทำหน้าที่ของตุลาการในฐานะที่ทำแทนพระมหากษัตริย์ ที่ผมจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการ ซึ่งเข้าใจว่ามีส่วนประกอบมีองค์ประกอบ ของตุลาการศาลยุติธรรมอยู่ หรือ ก.ต. อยู่ ผมอยากจะเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า เรื่อง นี้เป็นเรื่องสำคัญมาก ข้อสังเกตก็คือมีผู้พิพากษาสมทบอยู่หลายที่หลายจังหวัด โดยเฉพาะที่ผมรับทราบ ไม่ได้กล่าวหาเป็นตัวบุคคล แต่ว่าเป็นผู้พิพากษาสมทบ เป็นภรรยา นักการเมือง แล้วก็ใช้ตำแหน่งหน้าที่ไม่ได้สอดคล้องกับหน้าที่ของผู้พิพากษาตรง ๆ แต่ใช้ไปทำประโยชน์ในทางการเมือง จึงกราบเรียนว่าการเข้าสู่ตำแหน่ง ก.ต. พึงตรวจสอบ เพราะมันเชื่อมโยงกับการพ้นตำแหน่ง ผมได้หารือมาครั้งหนึ่ง แต่ผมคิดว่าการพูด ในฉบับสุดท้ายนี้น่าจะเหมาะสม อยากกราบเรียนท่านประธานว่า ความสะอาด ความที่ ปราศจากข้อครหาว่าใช้ตำแหน่งหน้าที่ในทางตุลาการ แม้ว่าเข้ามาสู่ในการเป็นผู้พิพากษาสมทบ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับครอบครัวตนเอง โดยไม่ได้มองถึงประโยชน์ในการให้ความยุติธรรม เช่น ศาลเยาวชนก็ดี ศาลแรงงานก็ดี อันนี้เป็นสิ่งที่ ก.ต. หรือคณะกรรมการตุลาการพึงตรวจสอบ เรื่องนี้พูดในหลักการกว้าง ๆ เพราะว่าสิ่งที่กำลังพูดคือ เวลาจะพ้นจากตำแหน่ง พระมหากษัตริย์ก็ทรงรับทราบ ส่วนจะใช้ คำใดที่เหมาะสมผมเชื่อว่าผมไม่ติดใจในเรื่องนี้ แต่กราบเรียนสุดท้ายว่า ก.ต. ต้องตรวจสอบ ต้องดูให้ดีในการเข้าสู่ตำแหน่งของผู้พิพากษาสมทบ เช่น ผู้พิพากษาสมทบในศาลเยาวชน เป็นต้น มักจะใช้ตำแหน่งนี้ไปทำประโยชน์ซึ่งไม่เกี่ยวกับการพิจารณาคดี ไม่เคยเห็นเลยที่จะ ทำประโยชน์ในการพิจารณาคดี แต่ใช้ตำแหน่งไปเอื้อในทางส่วนตัวและทางการเมือง จึงขอแสดงความคิดเห็นเพื่อประโยชน์ในการรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของตุลาการ คือสถาบัน หนึ่งในอำนาจตุลาการ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
เรากำลังพิจารณาในวาระที่ ๒ นะครับ ซึ่งตามข้อบังคับนั้นเราก็อภิปรายได้เฉพาะที่เขามีการแก้ไขนะครับ ส่วนประเด็น ที่ท่านคารมพูดนั้นก็เป็นเรื่องที่เราพูดในขั้นรับหลักการไปแล้วนะครับ สมาชิกยังมีข้องใจ ที่แก้ไขไหมครับ เชิญเลยครับ เฉพาะประเด็นแก้ไขนะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะเรียนไปยังท่านประธานกรรมาธิการว่า อยากจะได้ หนังสือยืนยันจากราชบัณฑิตยสถานว่า ที่ให้ตัดทำคำว่า ทรง อยากได้หนังสือยืนยันให้ สภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบเพื่อเป็นบรรทัดฐาน เพราะว่าเราจะต้องใช้ต่อไปนะครับ ขอบคุณครับ🔗
สมาชิกครับ เนื่องจากว่า มาตรานี้มีการแก้ไขนะครับ เพราะฉะนั้นต้องขอมติที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของ กรรมาธิการหรือไม่ ขอรบกวนสมาชิกแสดงตนครับ🔗
แสดงตนครับ สมาชิก กรุณาเสียบบัตรแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติครับนะครับ🔗
สมาชิกพร้อมนะครับ ปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตนขณะนี้ ๒๖๖ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ขอถามมติที่ประชุมว่า จะเห็นด้วยที่กรรมาธิการแก้ไขในมาตรานี้หรือไม่ เห็นด้วยกดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วย กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗
ท่านสมาชิกพร้อมนะครับ ปิดการลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๓๔ ท่านนะครับ เห็นด้วย ๓๒๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๙ ท่านครับ มติที่ประชุมเห็นด้วย ที่กรรมาธิการแก้ไขครับ ก็จบการพิจารณาเรียงลำดับมาตราครับ🔗
ต่อไปจะเป็นการพิจารณา ทั้งร่างเป็นการสรุปอีกครั้งหนึ่งตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๒ คือสมาชิกท่านใดจะแก้ไขถ้อยคำ หรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มีก็ถือว่าเราได้ พิจารณาวาระที่ ๒ เสร็จครับ🔗
ต่อไปจะเป็นการพิจารณาในวาระที่ ๓ โดยไม่มีการอภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๓ โดยจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญา และการค้าระหว่างประเทศ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่ ขอเชิญสมาชิกแสดงตนครับ🔗
ตรวจสอบองค์ประชุม ก่อนลงมติครับผม สมาชิกพร้อมไหม ปิดการลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๐๔ ท่าน เห็นชอบ ๑๒๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี🔗
ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่แสดงตน นะครับ🔗
ขออภัยครับ ขอใหม่ครับ สมาชิกกรุณาแสดงตนนะครับ สมาชิกพร้อมนะครับ ปิดการแสดงตน จำนวนผู้เข้าประชุม ที่แสดงตนขณะนี้ ๒๙๗ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ขอถามมติที่ประชุมว่า จะเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่ ถ้าเห็นชอบกดปุ่ม เห็นด้วย ไม่เห็นชอบ กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ครับ ขอเชิญลงมติครับ🔗
ท่านสมาชิกพร้อมนะครับ ปิดการลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๔๕ ท่าน เห็นด้วย ๓๔๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน มติที่ประชุมเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ครับ🔗
กรรมาธิการได้เสนอ ข้อสังเกตไว้ในรายงานของคณะกรรมาธิการเพื่อสภาพิจารณาว่าจะเห็นด้วยกับข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการหรือไม่ โดยไม่มีการอภิปราย ซึ่งถ้าเห็นด้วยก็จะได้ส่งรายงาน และข้อสังเกตไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อทราบหรือดำเนินการต่อไป ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๗ ประกอบกับข้อบังคับ ข้อ ๑๐๕ รายละเอียดข้อสังเกตปรากฏตามเอกสารที่ได้มอบให้กับ สมาชิกแล้ว เพราะฉะนั้นขอรบกวนท่านสมาชิกแสดงตนอีกครั้งเพื่อถามเรื่องข้อสังเกตครับ🔗
ท่านสมาชิกพร้อมนะครับ ปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตนขณะนี้ ๒๙๖ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ขอถามมติว่า ผู้ใดเห็นด้วย กับข้อสังเกตกรรมาธิการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็น ควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ครับ ขอเชิญลงมติครับ🔗
สมาชิกพร้อม ปิดการลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๓๔ ท่าน เห็นด้วย ๓๒๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๖ ท่าน มติที่ประชุมเห็นด้วยข้อสังเกตกรรมาธิการครับ🔗
ก็จบการพิจารณา ในวาระนี้นะครับ ขอบพระคุณกรรมาธิการครับ ต่อไปจะเป็นการพิจารณาเรื่องด่วนนะครับ🔗
เรื่องด่วน ๑ ร่างพระราชบัญญัติเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)🔗
โดยคณะรัฐมนตรีได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มายัง สภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๓๓ (๑) นอกจากนี้รัฐมนตรียังได้นำเสนอรายงานการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง และรายงาน การวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการตรากฎหมายมาเพื่อประกอบการพิจารณา ในกระบวนการตรากฎหมายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ แล้ว รายละเอียดปรากฏในเอกสาร ที่เจ้าหน้าที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ ในการนี้ท่านรัฐมนตรีขอให้บุคคลต่อไปนี้ เข้ามามีส่วนร่วมในการชี้แจงนะครับ ๑. นายภูมินทร ปลั่งสมบัติ รองเลขาธิการ คณะรัฐมนตรี ๒. นางสาวฉันทพิมพ์ บรรจงจิตร์ นักกฎหมายกฤษฎีกาชำนาญการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ขอเชิญครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีพร้อม ขอเชิญเลยครับ เสนอหลักการและเหตุผลครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ผม นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ขอนำเสนอร่างพระราชบัญญัติ เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของคณะรัฐมนตรีต่อ สภาผู้แทนราษฎร โดยมีหลักการและเหตุผล🔗
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า พุทธศักราช ๒๔๘๕ เพื่อยกเลิกบทบัญญัติเกี่ยวกับการสืบตระกูลเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ยกเลิกมาตรา ๙ และมาตรา ๑๐🔗
เหตุผล โดยที่พระมหากษัตริย์ทรงเป็นประธานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ จุลจอมเกล้าและทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจที่จะพระราชทานและเรียกคืน เครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้ ซึ่งผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ สมควร เป็นผู้ที่ทำงานสนองเบื้องพระยุคลบาท ประกอบคุณงามความดี เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และประชาชนเป็นที่ประจักษ์อย่างแท้จริง จึงเห็นสมควรแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า พุทธศักราช ๒๔๘๔ โดยยกเลิกบทบัญญัติเกี่ยวกับ การสืบตระกูลเครื่องราชอิสริยาภรณ์ในมาตรา ๙ และมาตรา ๑๐ เพื่อความเหมาะสม🔗
ขอกราบเรียนว่าการยกเลิกมาตราดังกล่าวตามบทบัญญัติแห่ง พระราชบัญญัติเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า พุทธศักราช ๒๔๘๔ จะมีผลกระทบต่อ ผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์แล้วในวันก่อนวันที่ร่างพระราชบัญญัตินี้ มีผลบังคับ และไม่มีผลกระทบต่อบุคคลทั่วไป โดยบรรดาผู้ซึ่งได้รับพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้าแล้วในวันที่ร่างพระราชบัญญัตินี้มีผลใช้บังคับ ยังมีสิทธิ และหน้าที่ตามพระราชบัญญัติเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า พุทธศักราช ๒๔๘๔ และที่แก้ไขเพิ่มเติมอยู่ต่อไป คณะรัฐมนตรีขอนำเสนอร่างพระราชบัญญัติ เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มาเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรกรุณา รับไว้พิจารณาครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เนื่องจาก ไม่มีสมาชิกแสดงความจำนงอภิปราย จึงขออนุญาตท่านสมาชิกว่า จะขอเชิญท่านสมาชิก เข้ามาเพื่อลงมติว่าจะรับหลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่ ขอเชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ต้องกราบ ขอโทษท่านประธานด้วยครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ฉะเชิงเทรา ต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานครับว่า เมื่อสักครู่นี้มีการประสานกันระหว่าง ทางตัวแทนของพรรคร่วมฝ่ายค้านและพรรคร่วมฝ่ายรัฐบาล เราเห็นเหมือนกันครับว่า กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่มีความสำคัญ แล้วก็อยากจะให้ใช้การพิจารณาโดยการ พิจารณา ๓ วาระรวด จึงขออนุญาตนำเรียนเสนอท่านประธานครับ ขอผู้รับรองครับ🔗
ที่ประชุมมีความเห็น เป็นอย่างอื่นไหมครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เพื่อไทย เชียงใหม่ ในฐานะวิป (Whip) ฝ่ายค้านครับ พรรคร่วมฝ่ายค้านไม่ติดใจ เพราะว่ามีการแก้ไขเพียงเล็กน้อย เพื่อเป็นการประหยัดเวลาและงบประมาณก็สามารถ ดำเนินการด้วยการใช้กรรมาธิการเต็มสภาได้ครับ ไม่ขัดข้องครับ🔗
ที่ประชุมก็อนุญาตให้ พิจารณากรรมาธิการเต็มสภานะครับ ๓ วาระ ก็ต้องเริ่มดำเนินการไปตั้งแต่เริ่มต้นเลยนะครับ ท่านสมาชิกครับ ในขั้นต้นก็คือกระบวนการก็ต้องขอถามที่ประชุมว่า จะรับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่นะครับ หลังจากนั้นก็จะพิจารณาไปตามลำดับในวาระที่ ๒ ต่อไปครับ🔗
ขอเชิญท่านสมาชิกเข้ามา แล้วก็เสียบบัตรเพื่อตนตรวจสอบองค์ประชุมก่อนถามมติในขั้นรับหลักการนะครับ รบกวน สมาชิกพวกเราที่เพิ่งออกไปนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตครับ ผม วิรัช พันธุมะผล ส.ส. พรรคภูมิใจไทย พวกเราเพิ่งเข้าไปทานอาหารกัน เพราะว่า เมื่อสักครู่นี้ ๔ ฉบับติดต่อกัน ขอเวลาสัก ๕ นาทีครับ🔗
รอครับ เข้าใจครับ🔗
ท่านประธานครับจริง ๆ ผมจะอภิปรายในวาระรับหลักการก่อน เพื่อจะรอท่านที่ไปทานข้าว กลับเข้ามา ท่านประธานจะให้โอกาสไหมครับจะได้รอ เพราะว่าอันนี้ท่านประธานกำลังจะ รับหลักการวาระที่ ๑ แล้วต่อวาระที่ ๒ วาระที่ ๓ กรรมาธิการเต็มสภา ผมขออภิปราย ในวาระที่ ๑ ก่อนได้ไหมครับ🔗
พอดีไม่มีผู้แสดงความ จำนงอภิปรายนะครับ ก็เลยจะถามรับหลักการหรือไม่ เนื่องจากไม่ได้หารือกันก่อนนะครับ ก็เลยทำให้เพื่อนสมาชิกไม่ทราบ เข้าใจว่าจะใช้เวลาตั้งกรรมาธิการพิจารณาตามปกติ ขอเชิญนะครับท่านสมาชิก ขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ สมาชิกเสียบบัตรแสดงตน ถ้าพร้อมปิดการแสดงตนครับ🔗
จำนวนผู้เข้าประชุม ที่แสดงตนขณะนี้ ๒๙๐ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ขอถามมติที่ประชุมว่า จะเห็นควรรับหลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่ ผู้ใดเห็นควรรับหลักการกรุณา กดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียง กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗
สมาชิกพร้อมนะครับ ปิดการลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๑๘ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ มติที่ประชุมรับหลักการครับ🔗
กระบวนการต่อไปจะเป็น การพิจารณาเต็มสภานะครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๐ กำหนดว่า ในกรณีที่สภามีมติ ให้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติโดยกรรมาธิการเต็มสภา ให้ถือว่าสมาชิกทุกคนในที่ประชุม ประกอบกันเป็นคณะกรรมาธิการ ประธานมีฐานะเป็นประธานคณะกรรมาธิการ การพิจารณาโดยกรรมาธิการเต็มสภาเป็นการพิจารณาในขั้นคณะกรรมาธิการ และการพิจารณาของสภาในวาระที่ ๒ เรียงตามลำดับมาตรารวมกันไป ขอเชิญ ท่านเลขาธิการดำเนินการต่อครับ เริ่มจากชื่อพระราชบัญญัติ คำปรารภ และเรียงลำดับ มาตราครับ🔗
ร่างพระราชบัญญัติเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗
สมาชิกมีอะไรจะแก้ไข ไหมครับ ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มี เชิญต่อเลยครับ🔗
โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วย เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า🔗
คำปรารภ ท่านสมาชิก มีความประสงค์จะแก้ไขอะไรไหมครับ ไม่มี ก็ผ่านครับ🔗
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า ร่างพระราชบัญญัติ เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗
สมาชิกมีความประสงค์ จะแปรญัตติหรือไม่ครับ ไม่มี ผ่านนะครับ🔗
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจาก วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป🔗
สมาชิกไม่มีความประสงค์ จะอภิปรายแปรญัตติ ผ่านนะครับ🔗
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกมาตรา ๙ และมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า พุทธศักราช ๒๔๘๔🔗
สมาชิกจะแปรญัตติ สงวนความเห็น เชิญนะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ จิรายุ กรรมาธิการเต็มสภาครับ ท่านประธานผมสอบถามท่านรัฐมนตรีว่า ในมาตรา ๓ ที่มีการแก้ไขมาตรา ๙ และมาตรา ๑๐ ของพระราชบัญญัติเดิมตั้งแต่ปี ๒๕๘๔ ๒๔๘๔ มีในรูปแบบลักษณะนี้ไหมครับ ที่การสืบทายาทในลักษณะเช่นนี้มีหรือไม่ เผื่อในอนาคตเราจะได้ศึกษาประวัติศาสตร์ชาติไทยในรูปแบบนี้ ซึ่งพอผมอ่านแล้วผมก็รู้สึก ประทับใจนะครับว่าสมัยก่อนถ้าคุณพ่อได้ ลูกก็ได้ หลานก็ได้ เหลนก็ได้ ไล่ลงมาตาม ลำดับชั้นพอยกเลิกครั้งนี้ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมามีไหมครับ จึงอยากถามท่านกรรมาธิการ ที่เป็นผู้แทนจากคณะรัฐมนตรีครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีจะให้ ผู้ใดตอบไหมครับ ท่านรองเลขาธิการเชิญนะครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระผม นายภูมินทร ปลั่งสมบัติ รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรีครับ ขออนุญาตชี้แจงที่ท่านสมาชิกสภาได้สอบถาม เกี่ยวกับมาตรา ๙ และมาตรา ๑๐ ที่ได้มีกำหนดให้มีสืบตระกูลก็ได้มีการดำเนินการ มาตามลำดับ ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ ที่ได้ทรงสถาปนาเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลนี้ขึ้น ตั้งแต่ปี ๒๔๑๖ เนื่องจากว่าทรงครองราชย์ตั้งแต่ทรงพระเยาว์ และท่านได้คำนึงถึงว่าตัวผู้ที่ได้รับราชการ สนองเบื้องพระยุคลบาทเป็นผู้มีคุณูปการมาตั้งแต่สมัยต้นกรุงรัตนโกสินทร์ ตั้งแต่ ปฐมพระบรมราชวงศ์นะครับ จึงได้สถาปนาเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลนี้ขึ้น โดยใช้ พระปรมาภิไธย เป็นชื่อของเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตระกูลนี้นะครับ แล้วก็ได้คำนึงถึง ลูกหลานของผู้มีคุณูปการในส่วนนี้ หวังว่าจะทรงชุบเลี้ยงและให้เข้ารับราชการ เฉกเช่นเดียวกับสมัยรุ่นของบิดาหรือคุณปู่ ซึ่งได้รับราชการมาด้วยความจงรักภักดี ด้วยความเรียบร้อย สามารถปฏิบัติราชการบ้านเมือง ช่วยดูแลทุกข์สุขของประชาชน หรืออาณาราษฎร จึงได้สถาปนาตระกูลนี้ขึ้น ซึ่งการสืบตระกูลนี้เป็นเฉพาะเพียงแต่ฝ่ายหน้า หรือที่เราเรียกว่าบุรุษเท่านั้น ส่วนสตรีไม่มีการสืบตระกูลนะครับ สตรีที่ได้รับพระราชทาน จะเป็นในส่วนของการเปลี่ยนชื่อคำหน้านามตามกฎหมาย เป็นท่านผู้หญิง คุณหญิง หรือ คุณ ตามแต่สถานะของการสมรส หรือชั้นตราที่ได้รับพระราชทาน ซึ่งในการพระราชทาน ได้ดำเนินการต่อเนื่องมา ก็ได้มีแค่การเปลี่ยนแปลงแก้ไขโดยเพิ่มชั้นตราในเมื่อปี ๒๕๐๙ เพิ่มชั้นตราแต่ละชั้นตราขึ้นให้มีจำนวนมากขึ้น เนื่องจากผู้ที่ได้รับพระราชทานจะมีจำนวน มากขึ้น เนื่องจากว่ามีประชากรเพิ่มขึ้น จำนวนข้าราชการก็เพิ่มขึ้นนะครับ แล้วก็ในส่วนนี้ ได้ดำเนินการมาจนถึงปี ๒๕๕๐ ก็หลังจากปี ๒๕๕๐ ในส่วนของการพระราชทาน เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ก็ไม่ได้มีการพระราชทานอีก นอกจากเป็นการตาม พระราชอัธยาศัยแก่ข้าราชบริพารครับ กราบเรียนเพื่อโปรดทราบนะครับ ในการสืบตระกูล ถ้าเป็นชั้นปฐมจุลจอมเกล้าวิเศษ ลูกสามารถสืบตระกูลได้ตั้งแต่บิดายังมีชีวิตอยู่ แล้วก็เมื่อลูกชายของปู่เสียชีวิต ถ้าเกิดเป็นชั้นปฐมจุลจอมเกล้าวิเศษ ก็สามารถสืบตระกูลได้ จนถึงรุ่นหลาน จนกว่าจะหมดผู้เป็นหลานชาย ส่วนเป็นปฐมจุลจอมเกล้าลงไป จนถึง ทุติยจุลจอมเกล้าที่กำหนดให้มีการสืบตระกูลได้ ก็กำหนดให้สืบตระกูลได้เฉพาะลูกชายเพียง ช่วงชีวิตเดียว คนเดียว ก็หมายถึงว่าถ้าลูกชายหลังจากสืบตระกูลขณะที่พ่อเสียชีวิตไปแล้ว ลูกชายได้รับพระราชทาน เมื่อได้รับพระราชทานแล้ว เมื่อบุตรที่ได้รับสืบตระกูลวายชนม์ไป ก็จะไม่สามารถสืบตระกูลได้ครับ กราบเรียนท่านสมาชิกเพื่อโปรดทราบครับ🔗
ขอบคุณนะครับ สมาชิก มีความประสงค์จะอภิปรายอะไรไหมครับ🔗
ถ้าไม่มีท่านเลขาธิการ ดำเนินการต่อครับ🔗
มาตรา ๔ บรรดาผู้ซึ่งได้รับพระราชทาน เครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามมาตรา ๙ และมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติ เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า พุทธศักราช ๒๔๘๔ อยู่ในวันก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับให้มีสิทธิและหน้าที่ตามพระราชบัญญัติ เครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า พุทธศักราช ๒๔๘๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ และการสืบตระกูล เครื่องราชอิสริยาภรณ์นี้เป็นการอันสิ้นสุด แต่เพียงผู้ได้รับพระราชทานลำดับสุดท้ายก่อน วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ🔗
มาตรา ๔ สมาชิกมีความ ประสงค์จะแปรญัตติหรืออภิปรายอะไรไหมครับ ถ้าไม่มีก็ผ่านไปมาตราต่อไปครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ผมขออนุญาตท่านประธานขอสอบถามท่านผู้ชี้แจง เพื่อความชัดเจนในกรณีของการแก้ไข การยกร่างพระราชบัญญัติเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในส่วน ของมาตรา ๔ อยู่ ๒ ประเด็นเล็กน้อยด้วยกันครับท่านประธาน ประเด็นแรกในมาตรา ๔ นั้น มีการใช้คำอยู่ ๒ คำ ซึ่งมีการใช้คำที่ไม่เหมือนกันก็คือคำว่า บรรดาผู้ซึ่งได้รับ ซึ่งอยู่ตอนต้น ของมาตรา กับในความตอนกลาง ๆ ที่มีคำว่า ให้ผู้ได้รับ ซึ่งข้อความทั้งสองคำนี้มีความหมายหรือข้อความที่อาจจะไม่เหมือนกัน ผมได้ตรวจสอบ พระราชบัญญัติเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า ในปี ๒๔๘๔ เบื้องต้นพบว่าในฉบับดั้งเดิมนั้น มีการใช้คำอยู่ ๓ ก็คือคำว่า ผู้ซึ่งได้รับ ผู้ได้รับ กับ ผู้รับ ฉะนั้นผมขอความชัดเจนว่า ตกลงแล้วความเหมือน หรือความแตกต่าง หรือการใช้คำว่า บรรดาผู้ซึ่งได้รับ ซึ่งอยู่ตอนต้น ของมาตรา ๔ กับคำว่า ผู้ได้รับ ที่อยู่ใน ๒ บรรทัดสุดท้ายของมาตรา ๔ เหมือนกัน หรือแตกต่างกันอย่างไร เพราะเหตุใดถึงใช้คำที่ไม่เหมือนกัน หรือใช้เช่นนี้ถูกต้องแล้วหรือไม่ ประการใด นั่นเป็นประการที่ ๑ ครับ🔗
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าเอกสารที่ส่งให้ทางสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา และเป็นข้อความเดียวกับที่ขึ้นจออยู่ ณ ขณะนี้ ในบรรทัดที่ ๔ ต่อเนื่องกับบรรทัดที่ ๕ ซึ่งใช้คำว่า ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ และคำมันจบ แค่นั้นครับ และไปขึ้นบรรทัดที่ ๕ ว่า และการสืบตระกูล ฉะนั้นเพื่อความชัดเจนและถูกต้อง ตั้งแต่ต้น ผมขอความชัดเจนว่า ระหว่างคำว่า ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัตินี้ จบแค่ ตรงนั้นใช่หรือไม่ แล้วก็มีการวรรคและการใช้คำว่า และ หรือคำว่า และ ติดกันตั้งแต่ตรงนั้น ซึ่งความหมายจะไม่เหมือนกันเลยครับ ความจริงผมได้ถามประเด็นนี้กับทาง ท่านรองเลขาธิการคณะรัฐมนตรีไปแล้ว ได้คำตอบแล้ว แต่ว่าเพื่อความชัดเจนตรงนี้ ขอรายละเอียดว่าตกลงแล้วมันไม่ติดกันใช่หรือไม่ ถ้าเกิดมันติดกันความหมายก็จะ ไม่เหมือนกันเลยครับ นั่นคือ ๒ ประเด็นที่ขอสอบถามในที่ประชุมแห่งนี้ครับท่านประธาน🔗
ขอเชิญชี้แจงครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ ในส่วนนี้ความหมายจะแบ่งแยก ออกเป็น ๒ ส่วนครับ ในส่วนแรก บรรดาผู้ซึ่งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตาม มาตรา ๙ และ ๑๐ ในช่วงของ ๒ บรรทัดแรกก็จะเป็นผู้ที่ได้รับพระราชทานโดยสืบตระกูล แล้วในส่วนนี้ ก็คงยังมีสิทธิและหน้าที่ตามพระราชบัญญัติอยู่ ก็คือว่าเป็นผู้ที่สามารถจะ ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประกอบเกียรติยศเวลาแต่งเครื่องแบบได้ ๒. ในส่วนที่สามารถ ที่จะแต่งกายประกอบเครื่องอิสริยยศในการถ่ายภาพได้ ในส่วนนี้เป็นสิทธิ และมีสิทธิตอนวาย ชนม์ในการจะขอเครื่องเกียรติยศประกอบศพ หรือน้ำหลวง หรือว่าหีบ แล้วแต่ชั้นตรา ของการได้รับพระราชทาน รวมถึงหน้าที่ที่ท่านต้องมีก็คือหน้าที่ในการส่งคืน เครื่องราชอิสริยาภรณ์เมื่อได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์สูงขึ้น หรือเมื่อวายชนม์ ตัวท่านเองหรือทายาทต้องส่งคืน ถ้าไม่ส่งคืนก็ต้องหมายถึงว่าชดใช้เป็นเงินในส่วนนี้ หรือว่า มีหน้าที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือการที่จะต้องดูแลรักษาในส่วนของเกียรติยศแห่ง เครื่องราชอิสริยาภรณ์ ถ้ามีการกระทำผิดกฎหมายหรือว่าผิดวินัยหรือระเบียบอะไรจนถึง ที่สุดแล้ว ต้นสังกัดสามารถที่จะขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืน เครื่องราชอิสริยาภรณ์ได้ ในส่วนอีกอันหนึ่ง ผู้ได้รับพระราชทานลำดับสุดท้าย ก็คือว่า ผู้ที่ได้รับการพระราชทานแล้วตามเครื่องราชอิสริยาภรณ์คือเป็นปีสุดท้าย เอาง่าย ๆ ครับ ปีสุดท้ายหรือเป็นคนสุดท้ายที่ได้รับพระราชทาน ก็เป็นอันสิ้นสุดลงหลังจากที่พระราชบัญญัตินี้ใช้ ก็จะไม่มีการสืบตระกูลต่อไปแล้ว ส่วนเรื่องการใช้ถ้อยคำเดี๋ยวผมขอเรียนทางด้าน คณะกรรมการกฤษฎีกาซึ่งเป็นผู้ดูแล ผู้แทนเป็นผู้ชี้แจงครับ🔗
ขอเชิญนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานและเรียนท่านสมาชิกนะคะ คือในส่วนของบทเฉพาะกาลร่างมาตรา ๔ แบ่งเป็น ๒ ส่วน ตามที่ได้ชี้แจงไปแล้วนะคะ ส่วนแรกคือผู้ที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ตามมาตรา ๙ และมาตรา ๑๐ ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ยังคงมีสิทธิและหน้าที่ตามที่พระราชบัญญัติเดิม บวกกับ พระราชบัญญัติที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินี้ในส่วนแรก เพราะฉะนั้นที่บอกก็คือ เว้นวรรคค่ะ ถูกต้อง แล้วในส่วนที่ ๒ ก็คือ และการสืบตระกูลสิ้นสุดที่ผู้ที่ได้รับพระราชทาน คนสุดท้าย ก็เลยแบ่งเป็น ๒ ส่วน ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ สมาชิกยังติดใจ อะไรไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ก็ผ่านมาตรา ๔ นะครับ ขอเชิญท่านเลขาธิการต่อครับ🔗
มาตรา ๕ ให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้🔗
มาตรา ๕ สมาชิก มีความประสงค์จะอภิปรายไหมครับ🔗
ถ้าไม่มีก็ผ่านนะครับ จบ การพิจารณาเรียงตามลำดับมาตรา🔗
ต่อไปก็จะเป็นการพิจารณาทั้งร่างเป็นการสรุปอีกครั้งหนึ่ง ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๒ ซึ่งสมาชิกจะขอแก้ไขถ้อยคำใด ๆ ก็ได้นะครับ🔗
สมาชิกไม่มีความประสงค์ แก้ไขถ้อยคำ ก็ถือว่าจบการพิจารณาในวาระที่ ๒ ครับ🔗
ต่อไปจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ในวาระที่ ๓ หรือไม่ ขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ เชิญสมาชิกเข้ามาอีกครั้งนะครับ🔗
ขอเชิญสมาชิกที่มาแล้ว เสียบบัตรแสดงตนครับ🔗
พร้อมนะครับ ปิดการ แสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตนขณะนี้ ๒๙๒ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ขอถามมติว่าจะเห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่ ผู้ใดเห็นชอบกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียง กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗
ท่านสมาชิกพร้อมนะครับ ปิดการลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๓๑ ท่าน เห็นด้วย คือเห็นชอบ ๓๒๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน มติที่ประชุมเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ครับ🔗
จบการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติเครื่องราชอิสริยาภรณ์จุลจอมเกล้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรี ขอบคุณเจ้าหน้าที่นะครับ ต่อไปเป็นเรื่องด่วนที่ ๒🔗
๒. ร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)🔗
เนื่องจากมีร่างพระราชบัญญัติ ทำนองเดียวกันอีก ๑ ฉบับ คือร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่ง นายพิสิฐ ลี้อาธรรม กับคณะ เป็นผู้เสนอ ยังไม่ได้บรรจุระเบียบวาระ โดยที่ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับ เป็นเรื่องทำนองเดียวกัน ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๒) น่าจะนำมาพิจารณาและลงมติพร้อมกันตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๔) สมาชิกคงไม่ขัดข้อง ที่จะนำมาพิจารณาพร้อมกันครับ🔗
ได้แจกเอกสารฉบับของ ท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม หรือยังครับ สำหรับร่างพระราชบัญญัติของสมาชิกที่เสนอมา ซึ่งยังไม่ได้ อยู่ในระเบียบวาระนะครับ ผมขอเรียนชี้แจงว่าร่างพระราชบัญญัติที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ได้นำเสนอรายงานการรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องและรายงานการวิเคราะห์ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการตรากฎหมายมาเพื่อประกอบการพิจารณาในกระบวนการ ตรากฎหมายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ แล้ว รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้แจกให้ สมาชิกแล้วนะครับ สำหรับร่างพระราชบัญญัติที่นายพิสิฐ ลี้อาธรรม กับคณะ เป็นผู้เสนอ เป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน โดยนายกรัฐมนตรีได้ให้คำรับรองแล้วตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๔ ซึ่งอยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็นของสำนักงาน และเนื่องจาก ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมีหลักการทำนองเดียวกับร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดย คณะรัฐมนตรี ซึ่งตามประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการการรับฟัง ความคิดเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติที่เสนอ โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๕๒ ข้อ ๒ วรรคสอง สำนักงาน จึงอาจไม่จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นอีกต่อไปก็ได้ ดังนั้นการรับฟังความคิดเห็นของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จึงอนุโลมใช้ผลการรับฟังความคิดเห็นของคณะรัฐมนตรีครับ ซึ่งได้ทำไปก่อนแล้วครับ จึงอนุญาตให้หน่วยงาน ในการนี้นะครับ รัฐบาลขอให้บุคคล ดังต่อไปนี้มีส่วนร่วมในการชี้แจงให้ข้อมูลนะครับ นางสาวประเทืองทิพย์ ธีรเวชเจริญชัย ผู้อำนวยการกองค่าตอบแทนและประโยชน์เกื้อกูล กรมบัญชีกลาง นางสาววลัยรัตน์ ศรีเชียงพิมพ์ นายแมน ชุติชูเดช นายสุจินดา สุขุม ขอเชิญทั้ง ๔ ท่านเลยครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีพร้อมไหมครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ผมต้องขอประทานโทษท่านประธานจริง ๆ ครับ พอดีเปิดเอกสารที่ประกอบการพิจารณานี่ยังไม่เห็นร่างของท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม นะครับ🔗
ใช่ครับ ไม่อยู่ในระเบียบวาระ แจกหรือยัง🔗
ต้องรบกวนให้แจกหน่อยครับ ยังไม่ได้อ่านหลักการและเหตุผลต่าง ๆ ครับท่านประธาน🔗
ต้องขออภัยครับ ท่านรัฐมนตรีพร้อมขอเชิญนะครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติกองทุน บำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยมีหลักการและ เหตุผล ดังนี้🔗
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙ ใน ๕ ประเด็น ดังต่อไปนี้🔗
๑. เพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับอำนาจของกองทุนในการรับโอนเงินของสมาชิก จากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนอื่นที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย และมีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นหลักประกันในกรณีการออกจากงานหรือชราภาพได้ เป็นการเพิ่มมาตรา ๓๘/๒🔗
๒. แก้ไขเพิ่มเติมอัตราการส่งเงินสะสมของสมาชิก โดยให้ส่งเงินได้ไม่เกินร้อยละ ๓๐ ของเงินเดือน เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๙ วรรคสอง🔗
๓. เพิ่มหลักเกณฑ์การบริหารเงินของสมาชิกผู้ถึงแก่ความตาย ในกรณีที่ผู้มี สิทธิรับมรดกยังไม่ยื่นคำขอรับเงินที่สมาชิกมีสิทธิได้รับเป็นการเพิ่มมาตรา ๕๙ วรรคสอง🔗
๔. แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการบริหารเงินของสมาชิก ซึ่งสิ้นสุด สมาชิกภาพเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๖๗/๑🔗
๕. แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการลงทุนของเงินกองทุนในบัญชีเงิน สำรอง และในบัญชีเงินรายบุคคลของสมาชิกแต่ละคน เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๗๐🔗
เหตุผล โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติของพระราชบัญญัติ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙ ให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น โดยกำหนดให้ กองทุนสามารถรับโอนเงินของสมาชิกจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนอื่น ที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย และมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นหลักประกันในกรณีการออกจากงาน หรือชราภาพได้ กำหนดให้สมาชิกสามารถส่งเงินสะสมเพิ่มขึ้นได้ ไม่เกินร้อยละ ๓๐ ของเงินเดือน และเปิดโอกาสให้สมาชิกสามารถเลือกแผนการลงทุนได้หลากหลายขึ้น และสามารถลงทุนได้ทั้งเงินสะสม เงินสมทบ เงินประเดิม เงินชดเชย และผลประโยชน์ ตอบแทนของเงินดังกล่าว และในกรณีที่สมาชิกไม่ได้ใช้สิทธิเลือกแผนการลงทุน ให้ถือว่า สมาชิกยินยอมให้กองทุนนำเงินดังกล่าว ไปลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยง เหมาะสมกับ ช่วงอายุของสมาชิก นอกจากนี้ในกรณีที่สมาชิกสิ้นสุดสมาชิกภาพ และยังไม่รับเงินที่ตน มีสิทธิได้รับเงิน หรือขอทยอยรับเงินคืน สมาชิกมีสิทธิเลือกแผนการลงทุนที่กองทุนจัดให้ เพื่อให้กองทุนบริหารเงินนั้นต่อไปได้ สำหรับกรณีที่สมาชิกถึงแก่ความตาย และผู้มีสิทธิ รับมรดกของสมาชิกยังไม่ยื่นคำขอรับเงิน ให้กองทุนบริหารเงินนั้นต่อไปได้ตามแผน การลงทุนที่สมาชิกผู้นั้นได้เลือกไว้ก่อนวันที่ผู้นั้นถึงแก่ความตาย จึงจำเป็นต้อง ตราพระราชบัญญัตินี้ ท่านประธานที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ร่างพระราชบัญญัติ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีสาระสำคัญดังต่อไปนี้🔗
๑. เพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับการให้กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ สามารถ รับโอนเงินของสมาชิกจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนอื่นที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย และมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นหลักประกัน ในกรณีการออกจากงานหรือชราภาพได้ เพื่อให้บุคคลที่เข้ามารับราชการและมีสิทธิได้รับเงินสะสม เงินสมทบ และผลประโยชน์ ของเงินดังกล่าวจากกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนอื่นที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย และมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นหลักประกันในกรณี การออกจากงาน หรือชราภาพ สามารถแสดงความประสงค์ให้โอนเงินดังกล่าวทั้งจำนวน มาให้ กบข. บริหารได้ โดย กบข. จะรับโอนเงินดังกล่าวเข้าเป็นเงินสะสม และดอกผล ของเงินสะสมในบัญชีเงินรายบุคคลของสมาชิกผู้นั้น ซึ่งหลักการดังกล่าวจะสอดคล้องกับ กฎหมายว่าด้วยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพที่กำหนดให้ลูกจ้างสามารถโอนเงินทรัพย์สิน ของลูกจ้างทั้งจำนวนจากกองทุนเดิม หรือ กบข. มาให้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพบริหารต่อไปได้ เช่นกัน🔗
๒. แก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้สิทธิแก่สมาชิกในการกำหนดอัตราการส่งเงินสะสม เข้า กบข. ได้ไม่ได้เกินร้อยละ ๓๐ ของเงินเดือน🔗
๓. เพิ่มหลักเกณฑ์การบริหารเงินของสมาชิกผู้ถึงแก่ความตาย ในกรณีที่ผู้มี สิทธิรับมรดกยังไม่ยื่นคำขอรับเงินที่สมาชิกมีสิทธิได้รับ เพื่อให้ กบข. สามารถบริหาร เงินสะสม เงินสมทบ และผลประโยชน์ตอบแทนเงินของสมาชิกที่ถึงแก่ความตาย และผู้มีสิทธิ รับมรดกของสมาชิกยังไม่ยื่นคำขอรับเงินดังกล่าว ตามแผนการลงทุนเดิมของสมาชิกต่อไปได้ จนกว่าผู้มีสิทธิรับมรดกของสมาชิกที่ถึงแก่ความตายจะยื่นคำขอรับเงิน แต่ผู้มีสิทธิรับมรดก ของสมาชิกที่ถึงแก่ความตายดังกล่าว จะไม่มีสิทธิเลือกแผนการลงทุน🔗
๔. แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการบริหารเงินของสมาชิก ซึ่งสิ้นสุด สมาชิกภาพ เพื่อให้สมาชิกซึ่งสิ้นสุดสมาชิกภาพ และยังไม่ขอรับเงินสะสม เงินสมทบ เงินประเดิม เงินชดเชย และผลประโยชน์ตอบแทนเงินดังกล่าวคืนจาก กบข. หรือขอทยอย รับเงินคืนจาก กบข. สามารถเลือกแผนการลงทุนสำหรับเงินที่ยังคงออมต่ออยู่กับ กบข. ได้ตามแผนการลงทุนที่ กบข. จัดไว้ให้ได้🔗
๕. แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการลงทุนของเงินกองทุนในบัญชีเงิน สำรอง และในบัญชีเงินรายบุคคลของสมาชิกแต่ละคน ได้แก่🔗
๕.๑ แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ให้สมาชิกมีสิทธิเลือกแผนการลงทุน สำหรับเงินที่อยู่ในบัญชีเงินรายบุคคลของตนเองทั้งหมดได้ ซึ่งประกอบด้วยเงินสะสม เงินสมทบ เงินประเดิม เงินชดเชย และดอกผลของเงินดังกล่าว🔗
๕.๒ แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์เกี่ยวกับกรณีที่สามารถไม่ได้ใช้สิทธิ เลือกแผนการลงทุน ให้ถือว่าสมาชิกยินยอมให้ลงทุนในแผนการลงทุน ที่กำหนดให้ลงทุน ในหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยง เหมาะสมกับช่วงอายุของสมาชิก หรือที่เรียกว่าแผนสมดุลตามอายุ🔗
๕.๓ แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการลงทุนของเงินกองทุน ในบัญชีเงินสำรอง เพื่อให้ กบข. สามารถนำเงินสำรองไปลงทุนได้ในหลักทรัพย์ ๔ ประเภท ได้แก่ ๑. เงินฝากธนาคารแห่งประเทศไทย หรือธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจ หรือบัตรเงินฝาก ที่ธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจเป็นผู้ออก ๒. พันธบัตรรัฐบาล ตั๋วเงินคลัง หรือพันธบัตรธนาคาร แห่งประเทศไทย ๓. ตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกันเงินต้น และดอกเบี้ย และ ๔. ตราสารแสดงสิทธิในหนี้ที่รัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการ งบประมาณเป็นผู้ออก ด้วยเหตุผลดังกล่าวร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญ ข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จะช่วยส่งเสริมการออมทรัพย์ของสมาชิก กบข. และสร้าง ความพอเพียงของเงินออมซึ่งเป็นการเพิ่มความสามารถในการพึ่งตนเองทางเศรษฐกิจ ของสมาชิกภายหลังจากเกษียณอายุราชการได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ สุดท้ายนี้ กระผมจึงขอกราบเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้กรุณาพิจารณาให้ความเห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต่อไป ขอขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ต่อไปเชิญดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระผมและเพื่อนสมาชิกทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคร่วมรัฐบาล รวมทั้งพรรคฝ่ายค้านหลายท่านได้ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญ ข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎร และจัดทำบันทึกวิเคราะห์สรุปต่าง ๆ ให้กับท่านแล้วนะครับ ซึ่งตามที่ท่านประธานได้กล่าวนะครับว่าทางรัฐบาลโดยท่าน นายกรัฐมนตรีก็ได้มีหนังสือกลับมาเห็นชอบกับการนำเสนอร่างเข้าสู่สภาครับ กระผม ขออนุญาตเรียนชี้แจงเหตุผลและหลักการคร่าว ๆ นะครับ ผมเองนั้นแต่เดิมเคยเป็น กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการของ กบข. แล้วก็ได้รับทราบถึงปัญหา และข้อขัดข้องในการทำงานหลายประการด้วยกันซึ่งอยู่ในกฎหมายของ กบข. ครั้งนี้ก็เป็นโอกาส ที่ได้มีการนำร่างขึ้นมาให้กับสภาได้มีการแก้ไข ซึ่งก็เป็นไปตามที่ท่านรัฐมนตรีได้กรุณา นำเรียนไปแล้ว ซึ่งกระผมจะไม่กล่าวซ้ำเพื่อจะไม่ให้เสียเวลาสภา แต่ว่าสิ่งที่กระผมเห็นว่า ยังควรจะต้องมีการเพิ่มเติมไปจากที่ท่านรัฐมนตรีนำเสนอมี ๒ ประการด้วยกันนะครับ🔗
ประการที่ ๑ ก็คือเป็นนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ที่อยากจะให้ ข้าราชการมีบ้านของตนเอง โดยเฉพาะนำเงินของ กบข. ที่ลงทุนในตราสารการเงินต่าง ๆ สามารถนำมาใช้ในการซื้อบ้านได้ ในการจัดหาที่อยู่อาศัย เพื่อที่ว่าเวลาที่ถึงวัยเกษียณแล้ว พ้นจากราชการจะได้มีบ้านของตนเองอยู่อาศัย แต่แน่นอนระหว่างนี้ก็อาจจะต้องรับเป็น ค่าเช่าบ้าน แทนที่จะให้หลวงตั้งงบประมาณก่อสร้างบ้านให้ เพราะฉะนั้นจึงจะขอแก้ไข กฎหมายของ กบข. ครับ แทนที่จะเอาเงินไปให้ผู้จัดการกองทุนไปลงในตราสารต่าง ๆ อย่างที่ท่านรัฐมนตรีได้กล่าวไปแล้วส่วนนั้นนะครับ อีกส่วนที่อยากให้ทำก็คือให้ข้าราชการ สามารถที่จะเบิกเงินกองทุน กบข. ไปซื้อบ้านได้ไม่เกินร้อยละ ๓๐ ของเงินที่ตนเองมีอยู่ อันนี้เป็นเงินของตนเองนะครับ ไม่ใช่เงินกู้หรือเงินจากการเป็นหนี้สินใด ๆ ทั้งสิ้น อันนี้คือ เป็นข้อที่ ๑ ครับ🔗
อีกข้อหนึ่งที่กระผมขอนำมาเสนอด้วยพ่วงกับที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงไปแล้ว ก็คือในบรรดาสมาชิก กบข. เกือบ ๆ ๒ ล้านคน ยังมีข้าราชการอีกจำนวนหนึ่งที่เป็นพนักงาน มหาวิทยาลัยจำนวน ๑๐,๐๐๐ คน ที่แต่เดิมทีอาจจะเป็นข้าราชการ แต่เมื่อมหาวิทยาลัย ออกนอกระบบข้าราชการส่วนนี้ก็แปลงสภาพมาเป็นพนักงานมหาวิทยาลัย ซึ่งเผอิญในร่างที่ ท่านรัฐมนตรีนำเสนอยังขาดตกส่วนนี้อยู่จำนวน ๑๐,๐๐๐ กว่าราย จึงมีการขอนำเสนอมาให้มีการแก้ไขอีกมาตราหนึ่ง คือมาตรา ๗๐/๘ ให้สมาชิกตามมาตรา ๗๐ นั้นสามารถส่งเงินได้ คือแต่เดิมทีคนกลุ่มในนี้เหมือนกับข้าราชการต่าง ๆ ในเวลานี้ที่ส่งเงินได้ ไม่เกินร้อยละ ๑๕ ของเงินเดือน แต่ว่ากฎหมายที่ท่านรัฐมนตรีนำเสนอให้ขึ้นถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าทุกวันนี้เราก็ทราบดีว่าดอกเบี้ยหรือดอกผลมันน้อย เงินที่เก็บสะสม นี่ก็จะงอกเงยได้ช้า เพราะฉะนั้นจึงควรจะเปิดทางให้คนที่อยากจะสะสมมากขึ้นน่าจะได้ออม มากขึ้น เพิ่มซีลิง (Ceiling) จาก ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่เผอิญมาตรา ที่ท่านนำเสนอ ที่มีการแก้ไขในครั้งนี้คือมาตรา ๓๙ ยังขาดตกในส่วนของพนักงาน มหาวิทยาลัย ก็เลยขอนำเสนอเป็นอีกประการหนึ่ง โดยสรุปครับ กระผมเห็นด้วยกับที่ท่าน รัฐมนตรีเสนอ เพราะฉะนั้นร่างที่กระผมนำเสนอจึงมีทุกประการที่ท่านรัฐมนตรีนำเสนอ แต่จะมีอีก ๒ ประการที่พ่วงเข้ามา ก็คือเรื่องของการให้ข้าราชการสามารถที่จะเบิกเงิน ส่วนของตนเองไม่เกินร้อยละ ๓๐ ไปซื้อบ้านได้ นั่นประการหนึ่ง🔗
อีกประการหนึ่ง ก็คือให้พนักงานมหาวิทยาลัยจำนวน ๑๐,๐๐๐ กว่าคน สามารถที่จะออมเงินให้สูงขึ้นจากร้อยละ ๑๕ เป็น ๓๐ ได้ ก็ขอกราบเรียนเพื่อให้ ท่านประธานได้กรุณาพิจารณาด้วย ขอบพระคุณมากครับ🔗
ครับ มีท่านสมาชิก ได้เข้าชื่อกันมาแล้ว ๗ ท่าน ผมจะขออนุญาตท่านแรก พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ จากนั้นก็เป็นนายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ นายนิยม เวชกามา แล้วก็ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ขอเชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาลครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตร่วมอภิปรายในวาระรับหลักการของท่านรัฐมนตรีที่มานำเสนอ ในร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... สิ่งแรกที่อยาก จะแจ้งให้สภาแห่งนี้ทราบด้วยว่าพรรคก้าวไกลไม่มีนโยบายยกเลิกชัดเจน🔗
ประเด็นแรก ก็คือมีสื่อสารออกมาในโลกส่วนต่าง ๆ ว่าพรรคเราจะยกเลิก ย้ำครับ ไม่ยกเลิก ไม่ยกเลิก ไม่ยกเลิก แต่เห็นดีด้วยในรับหลักการ🔗
ในการรับหลักการที่นำเสนอ ๘ มาตราของรัฐบาล ผมเห็นว่ามีประเด็นอยู่ ๔ ประเด็น🔗
ประเด็น คือการเปิดโอกาสให้บรรดาสมาชิก แล้วก็ผู้ที่มีสิทธิได้เข้าถึงเงินออม มากขึ้น โดยเฉพาะจากกองทุนอื่น ๆ ที่เรียกว่า กองทุนเลี้ยงชีพ และกองทุนอื่น ๆ🔗
ในส่วนของประเด็นที่ ๒ คือการให้สิทธิข้าราชการผู้ที่เป็นสมาชิกได้มีโอกาส วางแผนในกองทุนที่กำหนดไว้ โดยเฉพาะผู้บริหารกองทุน และรักษาสิทธิของสมาชิก ตลอดจนผู้รับมรดก หรือที่เรียกว่า ทายาท🔗
อันสุดท้าย คือสามารถเปลี่ยนแปลงได้ในกฎหมายนี้ สิ่งนี้คือเป็นสิ่งที่ผม อยากอภิปรายต่อไปในเรื่องของประเด็น ก็คือประเด็นของการที่เราได้รับสิทธิเงินออมขึ้น คือ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ผมเห็นว่า ๒ เท่า อดีตผมเป็นสมาชิก กบข. ในยุคปี ๒๕๓๙ ที่เปิดใหม่ ๆ ตอน นั้นหวาดเสียวมากครับ ท่านประธานครับ เชื่อไหมครับ เก็บเงินมาได้ประมาณสัก ๗๐๐,๐๐๐ แต่ผู้บริหารบริหารเสร็จแล้วส่งตัวเลขมาให้ดูท่านประธาน มีเงิน ๗๐๐,๐๐๐ บาท แต่ปรากฏว่า เหลือ ๓๐๐,๐๐๐ บาท มูลค่าผมตกใจเลยตอนนั้น โอ้โฮ มันเป็นวิกฤติวิกฤติหนึ่งของผู้บริหาร กบข. ในยุคนั้น แต่ช่วงต่อ ๆ มาก็คงมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง สรุปว่าผมได้รับเงิน กบข. ด้วย ในฐานะเป็นสมาชิกและได้รับเงินบำนาญอยู่ทุกวันนี้ก็ถือว่าได้ใช้เงินยอดหนึ่งล้านกว่าบาทนะครับ ที่ กบข. ให้ในฐานะสมาชิกตอนนั้น แล้วก็ได้เงินบำนาญขณะนี้ใช้อยู่ แล้วก็ได้โอกาสที่เข้ามา เป็นสมาชิกในสภาแห่งนี้อีก🔗
ประเด็นที่ ๒ ท่านครับ ในเรื่องของทั้ง ๔-๕ มาตราที่แก้ไขนี่ครับ ก็เป็นเรื่อง ของการต่อเนื่องของวัตถุประสงค์ของสมาชิกที่ไม่ได้กำหนดไว้ก็ยังคงดำรงว่า กองทุนจะทำ อย่างไรก็ให้ถือต่อเนื่อง ตลอดจนการดำเนินการของกองทุน และสิ่งสำคัญคือเรื่องของ การลงทุนในมาตรา ๗ ที่ขอแก้ไขในมาตรา ๗๐ นั่นคือสิ่งหนึ่งที่ผมอยากให้ระมัดระวังมาก เพราะว่าการลงทุนเดิมผู้บริหาร กบข. นึกอยากจะลงทุนก็ลงทุนครับตอนสมัยก่อน ไม่เปิดเผย ไม่โอเพน กัฟเวอร์แนนซ์ (Open governance) เลยครับ ไม่โอเพน ออร์กาไนซ์ (Open organize) เลยครับ ออร์กาไนเซชัน (Organization) มันจะต้องเปิดเผย ดาต้า (Data) มันจะต้องเข้าถึง กองทุนนี้เปรียบเสมือนตลาดหลักทรัพย์ที่บริษัทมหาชน บริษัท มหาชนของรัฐบริษัทหนึ่งที่เอาไปลงทุนแล้วทำให้เกิดดอกผลที่ต้องมั่นคง แล้วก็เปลี่ยนเพดาน มาเป็น ๖๐ ความเสี่ยงผมถือว่าก็เยี่ยมขึ้น แต่สิ่งที่คำนึงถึงการเอาไปทั้ง ๔ วงเล็บนะครับ ไม่ว่าเงินฝาก พันธบัตร ตราสาร แล้วตราสารที่เป็นตราสารหนี้ในรัฐวิสาหกิจตามกฎหมาย ต่าง ๆ สิ่งสำคัญครับท่านประธานครับ มันอยู่ตรงนี้ครับ มันอยู่ที่ความเสี่ยงสัดส่วนหรือสูตร สูตรนะครับสูตรในการลงทุนถ้าขณะนี้ถ้าฝ่ายเทคนิคของกองทุน เจ้าหน้าที่ต้องไปอบรม ในเรื่องของการใช้เมกคานิสซึม (Mechanism) ในเรื่องของการใช้เครื่องมือในการลงทุน ในความเสี่ยง มันก็จะมีการใช้มูลค่าหรือแวลู (Value) ของการเอาความเสี่ยงต่าง ๆ ของตัวกองทุนที่ไปลงทุนทั้ง ๔ ด้านมาดู แล้วก็ตัดสัดส่วนเพื่อให้เกิดความเสี่ยงต่ำที่สุด ไม่ต่ำกว่า ๖๐ นะครับ ๖๐ นี่ต้องอยู่เวต (Weight) ให้ได้ ความเสี่ยงตรงนี้เป็นสูตรหนึ่ง ที่จะต้องคำนึงถึง แล้วก็อีกอันหนึ่งครับสูตรครับ สูตรคืนเงินให้กับสมาชิก ผมรับฟังจาก สมาชิกหลายท่านบอกว่า ขอเยอะ ๆ หน่อยครับ คำนวณให้ดี ๆ แล้วสูตรนี้ควรจะประกาศ ต่อสาธารณชนครับท่านประธาน ห้ามปิดบังโดยเด็ดขาด สูตรการคืนเงินให้แก่สมาชิกเมื่อใกล้🔗
สุดท้ายเลยครับท่านประธานครับ เพราะเวลาผมเหลือแค่ไม่ถึง ๒ นาที การประชาสัมพันธ์ครับท่านประธานสิ่งสำคัญเมื่อพระราชบัญญัติร่างแก้ไขนี้ผ่าน ผ่านชัดเจน นะครับ สิ่งสำคัญขณะนี้โลกของการใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) โลกของการโอเพน ดาต้า (Open data) ทั้งหมดมันมาถึงแล้ว สมาชิกทุกท่านที่อยู่ล้านกว่ามันอาจจะขึ้นเป็น ๒ ล้าน ถ้าอันนี้ออกไปสู่สาธารณชน สิ่งที่เป็นคุณงามความดีต้องเอาไปเปิดเผยครับ แล้วก็ต้องมีการ ถ่ายทอดไปยังผู้ที่ได้รับผลประโยชน์ไปยังทายาท สิ่งสำคัญคือเงินที่ผมเคยถามว่า เงินที่ บรรดาผู้ที่ฝากเงินในแบงก์ (Bank) ต่าง ๆ แล้วตายลงไป แบงก์ (Bank) ทำอะไร แบงก์ (Bank) เงียบครับ เงียบกริบเลยครับ ไม่สนใจครับ ไม่กระตือรือร้น เก็บไว้ก่อน อันนี้คือเป็น หัวใจครับ กบข. จะต้องมีทีมงานเพื่อไปกระตุ้นเตือนทายาทหรือผู้ที่ได้รับมรดกแบบเชิงรุก เลยครับ ไม่ต้องเก็บไว้เพื่อให้เช็งเป็นดอกเบี้ยไปเรื่อย ๆ จนหมด ศูนย์แล้วยึดเข้าส่งแบงก์ชาติ ไปตามพระราชบัญญัติอย่างนั้นหรือนะครับ อันนี้คือเป็นสิ่งหนึ่งที่กองทุนจะต้องแจ้งครับ ประชาสัมพันธ์ครับ ประชาสัมพันธ์เรื่องหนึ่ง เรื่องแรกก็คือ ผลกำไรผลประโยชน์ที่จะได้รับ เมื่อเกษียณ หรือเมื่อออกจากกองทุน ผลประโยชน์อะไร เงินปันผลจำนวนเท่าไรแต่ละเดือน แต่ละปี แล้วสูตรการคำนวณคือสูตรอะไร มันจะทำให้เกิดความเชื่อ มั่นใจว่าเงินกองทุนนี้ จะไม่เหวี่ยงคือเสี่ยงมาก คือความเสี่ยงครับท่านประธานครับ เวลาลงทุนมีความเสี่ยงครับ เพราะว่าการลงทุนในตลาดหุ้น การลงทุนในบริษัทมหาชนต่าง ๆ มีความเสี่ยงหมดครับ แต่ถ้ากองทุนของรัฐเองขาดความเสี่ยงน้อยที่สุดเป็นศูนย์ จะถือว่าเยี่ยมที่สุดครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากพรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออภิปรายสนับสนุนหลักการ เหตุผลแห่งร่างพระราชบัญญัติ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม และ ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย ส.ส. พรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านทั้ง ๒๐ ท่าน เสนอร่วมกับประกอบกับร่างของ ครม. ท่านประธานที่เคารพ โดยหลักการกองทุน กบข. ที่ข้าราชการสมัครเข้าเป็นสมาชิก กบข. นั้น หลักการใหญ่ก็คือการออมครับ ท่านประธานที่เคารพครับ การออมนั้นท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ท่านชวน หลีกภัย พรรคประชาธิปัตย์ มีนโยบายเรื่องของการออมตั้งแต่ อดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นในช่วงของเยาวชน วัยประกอบอาชีพ จนถึงอายุ ๖๐ ปี การออมนั้นเพื่อนำเงินที่ตนเองทำมาหาได้จากการประกอบอาชีพในขณะที่ยังแข็งแรงอยู่ นำไปใช้ยังชีพในช่วงวัยเกษียณอายุหรือหลัง ๖๐ ปีนะครับ ซึ่งการแก้ไข พ.ร.บ. กบข. ในครั้ง นี้ร่างของดอกเตอร์พิสิฐ พรรคประชาธิปัตย์ พรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านเสนอนั้น มีหลักการที่สำคัญที่แตกต่างจากร่างของ ครม. ๒ ประการด้วยกัน🔗
ประการที่ ๑ มีการเพิ่มเติมหลักเกณฑ์เพื่อให้สมาชิก กบข. สามารถขอรับเงิน จากกองทุนไม่เกินร้อยละ ๓๐ ของจำนวนเงินสะสม เงินสมทบและผลประโยชน์ตอบแทน ดังกล่าวที่บันทึกไว้ในบัญชีรายบุคคลเพื่อใช้จ่ายโดยมีวัตถุประสงค์เฉพาะแต่ในการจัดหาที่อยู่ อาศัยของตนได้ ซึ่งเป็นการเพิ่มเติมในมาตราที่ ๔๓/๑ ท่านประธานที่เคารพครับ นโยบาย พรรคประชาธิปัตย์อยากให้ข้าราชการมีบ้านเป็นของตนเอง ปัจจุบันข้าราชการก็เบิก ค่าเช่าบ้านได้นะครับ แต่ว่าข้าราชการไม่มีเงินไปดาวน์ (Down) บ้านครับ ถ้าหากว่า มีกฎหมายที่เปิดช่องให้ที่สมาชิกที่เป็นข้าราชการสามารถเบิกเงินจากกองทุน กบข. ไม่เกิน ๓๐ เปอร์เซ็นต์แล้วแต่ขนาดของบ้าน ไปดาวน์ (Down) บ้านนะครับ เมื่อดาวน์ (Down) บ้านเสร็จเงินค่าเช่าบ้านที่ได้รับทุกเดือนจากราชการก็เป็นเงินที่ใช้ผ่อนบ้าน เมื่อเกษียณอายุ ข้าราชการก็จะมีบ้านเป็นของตนเอง การที่นำเงิน กบข. ไปดาวน์ (Down) บ้านหรือไปซื้อบ้าน ก็แล้วแต่ ถ้าบ้านหลังเล็กก็อาจจะซื้อบ้านได้เลยนะครับ เป็นการลงทุน มิใช่การไปก่อหนี้ แม้นว่าการทำสินเชื่อกับธนาคารจะเป็นการก่อหนี้ก็ตาม แต่การมีบ้านเป็นของตนเอง บ้านใคร ใครก็รัก ใครก็ดูแลนะครับ แล้วก็มูลค่าของทรัพย์สินที่เป็นบ้านก็จะเพิ่มทวีขึ้นทุก ๆ ปีนะครับ ในส่วนนี้ทำให้ข้าราชการทั่วประเทศไทยมีโอกาสที่จะมีบ้านเป็นของตนเองนะครับ แล้วก็มี หลักประกันความมั่นคงที่ให้ข้าราชการที่ทำงานทุ่มเทให้แก่ราชการในการดูแลพี่น้อง ประชาชนนั้นมีทรัพย์สินที่มีค่าที่สุดก็คือมีบ้านอยู่อาศัยซึ่งเป็นปัจจัย ๔ นะครับ ในส่วนนี้ เป็นประเด็นที่ ๑🔗
ประเด็นที่ ๒ กฎหมายในร่าง พ.ร.บ. ของดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม พรรคประชาธิปัตย์ และ ส.ส. พรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านนั้น มีการแก้ไขให้พนักงาน มหาวิทยาลัยซึ่งออกนอกระบบ ปัจจุบันก็ยังมีอยู่ถึง ๑๐,๗๑๒ ราย มีโอกาสมีเพดาน ในการจ่ายเงินสมทบให้ กบข. ในกฎหมายเดิมนั้นในมาตรา ๗๐/๖ และมาตรา ๗๐/๘ ให้เพดานในการสมทบเพียง ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ในร่าง พ.ร.บ. ฉบับของพรรคประชาธิปัตย์เสนอนี้ เพิ่มเพดานสมทบจาก ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เป็นไม่เกิน ๓๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ถือว่าในส่วนที่ รัฐบาลอาจจะลืมกลุ่มพนักงานมหาวิทยาลัยในสถาบันอุดมศึกษานั้น ได้มีโอกาสจ่ายเงิน สมทบเข้าไปได้ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์เช่นเดียวกับข้าราชการทั่ว ๆ ไป ทั้งนี้ก็เพื่อเป็นการเพิ่ม ความมั่นคงในการออมเงินให้แก่พนักงานมหาวิทยาลัยทัดเทียมกับข้าราชการ ในทุก ๆ กระทรวงในปัจจุบันนี้นะครับ เมื่อเขามีการออมที่มากขึ้น เขาก็มีโอกาสที่จะมี ความมั่นคงในชีวิตหลังวัยเกษียณได้มากขึ้น เพราะฉะนั้นใน ๒ ประเด็นที่เป็นสาระสำคัญ ในหลักการ เหตุผลแห่งร่างพระราชบัญญัติ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมเพื่อนสมาชิกรัฐบาลและฝ่ายค้านร่วมกันเสนอ เพื่อประกบ ร่างของคณะรัฐมนตรีนั้น ผมก็ขอฝากหลักการที่ดี ๆ เช่นนี้ร่วมพิจารณากับร่างของ ครม. และขอฝากคณะกรรมาธิการวิสามัญ เมื่อไปพิจารณาในรายมาตราแล้วก็ขอให้สงวนจุดที่มี ความเด่นเพื่อให้ข้าราชการที่ทำงานหนัก รับใช้พี่น้องประชาชนนั้นได้มีความมั่นคงในชีวิตวัย หลังเกษียณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีบ้านอยู่อาศัยที่มั่นคง ที่อบอุ่น เพื่อเป็นกำลังใจ ในการประกอบหน้าที่ราชการต่อไป และพนักงานมหาวิทยาลัยที่เคยถูกละเลย ลืมไปจำนวน ถึง ๑๐,๐๐๐ กว่าคนได้มีโอกาสได้ลดความเหลื่อมล้ำในการที่จะเข้าสู่การเป็นสมาชิก กบข. และสามารถจ่ายเงินสมทบได้เต็มเพดาน ๓๐ เปอร์เซ็นต์เช่นเดียวกับข้าราชการ ก็ถือโอกาสนี้ ขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสกระผมได้อภิปราย ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปท่านนิยม เวชกามา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายร่างพระราชบัญญัติเงินกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือบุคคลทั่วไปหรือข้าราชการเอง เรียกว่า เงินกองทุน กบข. ท่านประธานครับ ผมในฐานะที่เป็นข้าราชการเก่า ก็อาศัยเงินเดือน เงินบำนาญมาอยู่ ระยะหนึ่ง ก็ขอกราบเรียนท่านประธานว่า ผมอภิปรายสนับสนุนทั้ง ๒ พระราชบัญญัติ เพียงแต่ว่าอาจจะมีความเห็นแตกต่าง สนับสนุนในเงื่อนไขบางประการ ทั้งของรัฐบาล และของท่านอาจารย์พิสิฐ ผมเห็นด้วย อาจารย์พิสิฐมีบางมาตราที่เข้ามาแล้วผมก็ ยกย่องในความคิดท่าน ในฐานะที่เป็นอดีตรัฐมนตรีช่วยคลัง ท่านประธานครับ ผมทำไม เห็นด้วย เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้มันอาจจะล้าหลัง เพราะฉะนั้นถ้าไม่มีการแก้ไข ปัญหาของ เงินกองทุน กบข. เป็นเงินกองทุนที่คณะกรรมการ กบข. เอง บางยุคบางสมัยก็เอาเปรียบ สมาชิก ผมวันนี้อาจจะได้เงินกองทุนบำเหน็จบำนาญของกระทรวงพาณิชย์อยู่ในฐานะที่เป็น ข้าราชการกระทรวงเก่า กระทรวงพาณิชย์ แต่ต้องขอกราบเรียนท่านประธานว่าผมได้ดูใน ๘ มาตรา ไม่นับมาตรา ๙ ก็เป็นประเด็นที่ดูแล้วดีขึ้น ในหลายมาตรา ซึ่งผมขอกราบเรียน ท่านประธานบางมาตราเท่านั้น ซึ่งในมาตราบางมาตราก็เห็นด้วยอย่างชัดเจน ท่านแก้แล้ว ทำให้สมาชิก ซึ่งเป็นสมาชิกของ กบข. มีโอกาสที่เขาจะมีชีวิตอยู่ในสังคมได้ ท่านประธานครับ ต้องเข้าใจว่าข้าราชการบางคน ในกรุงเทพฯ ผมไม่พูดท่านอาจจะมีธุรกิจอย่างอื่นก็แล้วแต่ แต่พวกผมอยู่ในบ้านนอก จะเป็นข้าราชการครูก็ดี จะเป็นข้าราชการสามัญทั่วไปก็ดี ไม่มี ธุรกิจอะไรเลย มีอาชีพคือ รับราชการกินเงินเดือน พอเกษียณออกไปก็ถูกตัดไปจากเงินเดือน เพราะเกษียณแล้วก็ต้องอาศัยจากเงินบำนาญเป็นการยังชีพอยู่ไปวัน ๆ ก่อนจะตาย ท่านประธาน เพราะฉะนั้นบางทีผมดูแล้วในสมัยหนึ่ง เงินบำนาญผมถูกตัดหายไปเลย เหลืออยู่ไม่กี่บาทแล้วก็มาคืนให้บ้าง นั่นจึงเป็นที่แนวคิดถึงรัฐมนตรีครับ ท่านรับแล้วฝาก ท่านไปทบทวนดู ผมก็ฝากกรรมาธิการ ซึ่งจะเข้าไปดำเนินการในเรื่องแก้ปัญหาในนี้ ผมเห็นด้วยในหลายมาตรา แต่ที่ผมต้องอภิปรายคือในมาตรา ๔ มาตรา ๔ ท่านแก้ไขในของ รัฐบาลยังไม่ชัดเจนท่านประธานในบรรทัด ๔ ท่านเขียนบอกว่า สามารถเพิ่มได้ร้อยละ ๓๐ ซึ่งผมเองกลับมีความเห็นแตกต่างว่า การจะเพิ่มเงินเท่าไรก็ให้เป็นสิทธิของสมาชิกได้ ถ้าสมาชิกคิดว่าตัวเองมีเงินจ่ายไปแล้วเกิน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านอยู่ในสังคมนี้ได้ไม่ฝืดเคือง ท่านปล่อยให้เขาเพิ่มไปเถอะเท่าที่กำลัง ส่วนที่ผมต้องทักท้วงคือในมาตรา ๔ ในวรรคสุดท้าย วรรคสอง บอกว่า ในกรณีสมาชิกผู้ประสงค์จะส่งเงิน ท่านก็บอกว่าส่งได้ไม่เกิน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ที่แก้ไขใหม่ของเงินเดือนผมจึงบอกเมื่อสักครู่นี้ว่า ผมคิดว่าให้ดูที่ความสามารถ ของสมาชิก เขาอาจจะเห็นว่าเขาส่ง ๕๐ เพื่อเขาจะมีเงินออมมากขึ้น ก็ให้เขาส่งได้ครับ ดังนั้น ผมมีความเห็นต่าง ฝากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังด้วยว่า ถ้าท่านไปแก้ไข ตรงนี้ ไม่น่าจะใช้คำว่า ๓๐ จริงอยู่ ท่านแก้จาก ๑๕ ผมกลับเห็นต่างที่ว่านี้ครับ ในมาตรา ๕ บอกว่าให้เพิ่มต่อไปนี้ในมาตรา ๔๓/๑ แก้ไขเพิ่มเติมให้ยกเลิก ให้สมาชิกมีสิทธิขอรับเงิน จากกองทุนในอัตรา อันนี้ของท่านพิสิฐครับ ส่วนของรัฐบาลไม่มี ผมจึงกราบเรียนว่าตรงนี้ ของรัฐบาลไม่มี ของท่านพิสิฐดีกว่า เพียงแต่ว่าผมอยากจะเพิ่ม ส่วนในมาตรา ๔ นี้ ผมขอ เพิ่มอีกคำหนึ่ง ในกรณีที่สมาชิกที่มีอายุมากแล้ว อันนี้หมายถึงทั่ว ๆ ไปในต่างจังหวัด บางคน เงินบำนาญน้อย แบบผมนี้เงินบำนาญไม่ถึง ๒๐,๐๐๐ บาท ถ้าอายุ ๗๐ ปี สมมตินะครับ ผมว่าเงินเขาสะสมช่วงชีวิตมานี้มีมากพอสมควร ท่านก็เอาไปหมุนเวียนไปแล้วตามมาตรา ๗ ท่านไม่ให้เขาจ่ายเพิ่มได้ไหม เอาแค่นั้นละ ๗๐ คนมีเท่าไรเอาไว้อย่างนั้น ไม่ต้องไปหักเอา เงินเดือน เงินบำนาญเขา ซึ่งมันน้อยอยู่แล้วอันนี้ผมเสนอให้คิดว่า คน ๗๐ ปีขึ้นไปไม่ต้อง จ่ายเงินในบำนาญได้ไหม อันนี้ฝากเป็นประเด็นต้องคิด เอาอยู่แค่นั้นละ มีเท่าไรก็เท่านั้น เพราะเขาไม่ต้องเพิ่มและเขาก็ไม่มาก อันนี้คือในมาตรา ๔๖ ผมเขียนไว้ว่า อายุเกิน ๑๐ ปี ไม่ต้องส่งเงินเข้ากองทุน อันนี้ฝากเป็นแนวคิดต่อรัฐมนตรีครับ ในมาตรา ๕ ของท่านพิสิฐ บอกว่า ขอรับเงินกองทุนได้ไม่เกิน ๓๐ เปอร์เซ็นต์จากเงินออมของเขาเอง เงินออมเงินของเขา แต่ผมขอเพิ่มเป็น ๕๐-๗๐ ก็เงินของเขาบางคนเขาคิดแค่ว่าเขาจะเอามาใช้ในช่วง เป็นราชการ ไม่ได้เป็นราชการ เขาอยากเอามาใช้ได้ไหม เกินเท่าไรก็ได้ เพราะเงินจะมา สร้างบ้านสร้างเรือนที่ว่านี้เป็นสิ่งจำเป็น🔗
อันสุดท้ายจริง ๆ ฝากท่านประธาน คือเงินกองทุนช่วยเหลือเพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ฝากท่านประธานด้วย ถ้าเกษียณไปแล้วจากผู้แทนตกเมื่อไร บางคนไม่มี อาชีพอะไรเลย ถ้ายังให้เขาน้อย ๆ แบบนี้อยู่ไม่ได้ท่านประธาน แบบผมนี้หลังจากยึดอำนาจ เมื่อครู่นี้ได้เดือนละ ๙,๐๐๐ บาท เกือบตาย อันนี้ฝากท่านประธานด้วยครับ ขอบคุณมาก🔗
ต่อไปศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ครับ หลังจากนั้นจะเป็นท่านเชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์ และท่านวีระกร คำประกอบ ขอเชิญท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท นครศรีธรรมราช ท่านประธานครับ ผมขอร่วมอภิปรายประกอบการพิจารณารับหลักการพระราชบัญญัติ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานสภาครับ ผมเป็นคนหนึ่งที่ได้รับประโยชน์จากการเป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จ บำนาญข้าราชการตอนที่เป็นข้าราชการ ตอนนี้ก็เป็นข้าราชการเกษียณก็ได้รับเงินเกษียณ แล้วก็เงินอื่น ๆ ที่เป็นผลประโยชน์อยู่ก่อนหน้านั้นนะครับ ก็ขอเรียนว่ากองทุนนี้ก็เป็น ประโยชน์กับข้าราชการ ผมเห็นด้วยในหลักการนะครับทั้ง ๒ ร่างที่เสนอเข้ามา ทั้งของ คณะรัฐมนตรีและของท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ที่เสนอร่างเข้ามา ท่านประธานสภาครับ ผมมีเรื่องอยู่สัก ๔ ประเด็นที่จะนำเสนอ แล้วก็เป็นคำถามส่วนหนึ่ง เพื่อประกอบการพิจารณารับหลักการ ซึ่งโดยหลักการแล้วผมเห็นด้วยในการพิจารณาแก้ไข ร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นั่นเป็นประเด็น สำคัญ🔗
ในประเด็นที่ ๑ อันนี้เป็นของท่านพิสิฐว่า การให้สมาชิกได้ขอรับเงินกองทุน ไม่เกินร้อยละ ๓๐ ของเงินสะสมที่ตนเองสะสมนั้น เพื่อใช้จ่ายเป็นการจัดหาที่อยู่อาศัย ผมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญที่กองทุนบำเหน็จบำนาญหรือกองทุน กบข. ซึ่งมีเงินอยู่มาก พอสมควรของสมาชิกที่สะสมทั้งหมดได้นำเงินสะสมของตัวเอง คือขอรับเงินกองทุนที่ตัวเอง สะสมนั้นเพื่อเป็นการใช้จ่ายจัดหาที่อยู่อาศัย ซึ่งผมคิดว่าอันนี้เป็นการทำให้เขาได้รับ ประโยชน์จากการจัดหาที่อยู่อาศัย อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ผมเห็นด้วยนะครับ ในประเด็นที่ ๑🔗
ในประเด็นที่ ๒ ผมคิดว่าการส่งเงินสะสมของสมาชิก อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ ที่ไปกำหนดไว้ไม่เกินร้อยละ ๓๐ ของเงินเดือน อันนี้ก็อยากให้พิจารณาว่าถ้าเปิดให้กว้าง กว่านี้ได้ไหม เพราะว่าสมาชิกบางคนเขาก็พอมีเงินที่จะใช้จ่าย แต่ในการที่การจัดส่งเงิน สะสมก็มีการคิดคำนวณกันอยู่แล้วว่าจำนวนเท่าไร ผมเองตอนเป็นสมาชิกกองทุนผมก็ได้ส่ง ตามกำหนด และได้ส่งเงินสะสมตามกฎหมายกำหนด แต่ว่าเพดานของเงินสะสมก็อยากถาม เหมือนกันว่าถ้าจะส่ง สมาชิกที่มีกำลังที่จะสะสมเพื่อให้มีเงินเก็บเงินออมมากขึ้น จะมากกว่า ตามที่กำหนดไว้ในร่างได้ไหมครับ นี่เป็นประเด็นที่ ๒ ที่อยากจะถาม🔗
ประเด็นที่ ๓ ของท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ผมคิดว่าดีมาก เพราะว่าเป็นการ เปิดโอกาสให้กับพนักงานมหาวิทยาลัยที่ถูกออกไปตอนมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ ผมเรียนอย่างนี้นะครับ ผมเป็นคนหนึ่งที่ที่อยู่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แล้วตอนเป็น ข้าราชการมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ ผมต้องออกนอกระบบ แล้วก็เป็นพนักงาน มหาวิทยาลัย นั่นคือการเปลี่ยนสถานะ แต่อย่างไรก็ตามผมอยากเรียนท่านประธานผ่านไป ยังผู้ที่จะเป็นกรรมาธิการว่า ลองพิจารณาเงินที่เขาเป็นข้าราชการแล้วก็กลับมาให้มีสถานะ เป็นสมาชิกกองทุนอยู่นั้น ที่ให้มีการส่งเงินสะสมเพิ่มเป็นร้อยละ ๓๐ ผมเห็นด้วย กรณีพนักงานมหาวิทยาลัยที่ออกจากข้าราชการเปลี่ยนสถานะเป็นข้าราชการ ให้มีเงินสะสม เป็นร้อยละ ๓๐ นี่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นจุดนี้ก็เป็นประเด็นที่ ๓ ที่อยากจะฝากไว้นะครับ🔗
ประเด็นที่ ๔ เป็นประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากจะเสนอไว้ นั่นก็คือในการแก้ ในมาตรา ๗๐ ที่เป็นมาตรา ๗ ของการเสนอเข้ามา ซึ่งไปยกเลิกมาตรา ๗๐ ในมาตรานี้ มีหลายประเด็น ผมอยากจะพูดสัก ๒ ประเด็น ในประเด็นที่ ๑ ก็คือการนำเงินของกองทุน ที่อยู่ในบัญชีกองทุนกลางตามมาตรา ๗๑ (๒) ซึ่งนำไปลงทุนในหลักทรัพย์ที่เขียนไว้ ร้อยละ ๖๐ ผมคิดว่าอันนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมากเหมือนกันว่า จำเป็นต้องร้อยละ ๖๐ หรือไม่ อย่างไร เป็นคำถามก็แล้วกันนะครับว่า ที่กำหนดเอาไว้ไปลงทุนในหลักทรัพย์ร้อยละ ๖๐ นะครับ อย่างไรก็ตามในวรรคต่อมาที่เขียนไว้ในมาตรา ๗๑ (๓) ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญ🔗
ในประเด็นที่ ๒ ก็คือการจัดให้มีแผนการลงทุนการเลือกแผนการลงทุน การให้ข้อมูลประกอบการพิจารณาการลงทุนแก่สมาชิก ผมว่าอันนี้เป็นเรื่องสำคัญที่เขียนไว้ ผมอยากจะเพิ่มเติมหรืออยากขอคำชี้แจงว่า ตรงจุดนี้สมาชิก กบข .ส่วนใหญ่เขาอยากรู้ ข้อมูล เพราะฉะนั้นตรงจุดนี้ไม่ว่าจะเป็นแผนการลงทุนการที่ กบข. นำเงินไปทำโน่นนี่นั่น ผมคิดว่าจะต้องเปิดเผยข้อมูลและเผยแพร่ให้สมาชิกได้รับทราบว่า กบข. ได้ไปทำอะไรบ้าง อย่างไรตามแผนในแต่ละปี และเงินที่เกิดดอกผลต่าง ๆ ผมคิดว่าจุดนี้เป็นจุดสำคัญ ที่อยากจะฝากไว้ว่า สมาชิกจะต้องรับรู้ในการที่ กบข. นำเงินไปดำเนินการตามแผนงานของ กองทุน ผมคิดว่าอันนี้คือประเด็นสำคัญที่สมาชิกทุกท่านที่เป็น กบข. จะได้คลายกังวลว่า กบข. ทำอะไรมีความโปร่งใสมีความชัดเจนที่จะเปิดเผยแก่สมาชิกให้ได้รับทราบว่า ไปดำเนินการอย่างไรบ้าง อันนี้ก็ขอฝากใน ๔ ประเด็นหลักที่ผมกล่าวไว้ และใน ๒ ประเด็นรอง ที่ผมได้อธิบายเพิ่มเติมก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์ ตามด้วยท่านวีระกร คำประกอบ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ อย่างสูง ผม เชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทยจากจังหวัดบึงกาฬ ผมขอแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับมาตรา ๕ เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จ บำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของคณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ นะครับ คือมาตรา ๕ เขาบอกว่า มาตรา ๕๙ ในกรณีที่สมาชิกผู้ถึงแก่กรรมผู้ถึงแก่ความตายได้ส่งเงินสะสม เข้ากองทุนให้จ่ายเงินสะสมเงินกองทุนและผลประโยชน์ตอบแทนเงินดังกล่าวแก่ผู้มีสิทธิ รับมรดกของสมาชิกตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งข้อความนี้ได้มีการแก้ไข เพิ่มเติมข้อความนี้เป็นวรรคสองของมาตรา ๕๙ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญ ข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙ มีความว่า ถ้าผู้มีสิทธิตามวรรคหนึ่งยังไม่ยื่นคำขอรับเงิน ให้กองทุนบริหารเงินนั้นต่อไปตามแผนการลงทุนที่สมาชิกผู้นั้นได้เลือกไว้ก่อนวันที่ผู้นั้น ถึงแก่ความตาย อันนี้ผมขออธิบายนิดหนึ่งคือ ในกรณีที่ว่าถ้าผู้มีสิทธิรับมรดกของ ผู้ถึงแก่ความตายนั้นถ้ามีสิทธิรับตามวรรคหนึ่งนั้น ยังไม่ยื่นคำขอรับเงิน อาจจะเป็นเพราะว่า ๑. เขาไม่ทราบกฎระเบียบบังคับแนวทางในการปฏิบัติของกองทุนก็ได้ ข้อที่ ๑ อันที่ ๒ ก็คือ อาจจะไม่ทราบกระบวนการในการขอรับเงินจากกองทุน ผมคิดว่าเรื่องนี้อยากจะให้กองทุน นั้นได้พิจารณาว่าจะต้องมีการแจ้งให้ผู้รับมรดกได้รับทราบเสียก่อนว่าจะแจ้งความจำนง ต่อกองทุนโดยการส่งเงินดังกล่าวนั้นต่อไปอีกหรือไม่ หรือว่าจะยุติการส่งเงินกองทุน ตามที่ผู้รับมรดกต้องการครับ อันนี้คือสิ่งที่จะฝากไว้ เพราะว่าสิ่งที่ผมเรียนนี้ก็อยากจะให้มัน กว้าง ๆ หน่อยครับ ไม่ใช่ว่าคือถ้าเขาไม่ทราบแล้วทางกองทุนจะหักเงินเข้าไปเลย อย่างนี้ ถือว่าเป็นเรื่องที่เหมือนกับมัดมือชกเกินไปครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวีระกร ตามด้วยท่านขจิตร ชัยนิคม นะครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ต้องบอกว่าร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญ ข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่ง คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ ได้เกิดความเป็นมิติใหม่ ของพี่น้อง ข้าราชการทั้งหลายที่เป็นสมาชิก กบข. ซึ่งต้องขอขอบคุณรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็น ในหลักการที่ให้ส่งเงินสะสมเพิ่มขึ้นจากร้อยละ ๑๕ เป็นร้อยละ ๓๐ ท่านประธานคงพอจะ ทราบว่าวันนี้ถ้าเอาเงินไปฝากธนาคารได้ร้อยละ ๑ บาทก็เก่งนะครับ แค่ให้ร้อยละ ๖ สลึง หรือ ๑.๕๐ บาท โฆษณากันเป็นวรรคเป็นเวร มันนีเอ็กซ์โป (Money Expo) ที่กำลังจะ เกิดขึ้นทุกวันนี้ชักชวนกันเพื่อไปงานมันนีเอ็กซ์โป (Money Expo) เพื่อที่จะได้รับเงินฝากได้ ดอกเบี้ยหรือผลตอบแทนร้อยละ ๑.๕๐ บาท แต่ว่าเงินทุน กบข. ในปัจจุบันเท่าที่ได้รับทราบ สดับตรับฟัง ในปัจจุบันนี้ให้ผลตอบแทนถึงประมาณร้อยละ ๕ เปอร์เซ็นต์กว่าถึง ๖ เปอร์เซ็นต์ ต่อปีนะครับ เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องที่น่าชื่นชมที่รัฐบาลได้เพิ่มจำนวนเงินที่จะส่งเงินสะสม ได้ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือนอันนี้น่าดีใจ ส่งเสริมให้สมาชิก กบข. ซึ่งเป็นข้าราชการ ซึ่งมีรายได้น้อยอยู่แล้ว มีโอกาสที่จะออมเงินได้มากขึ้นและได้ดอกเบี้ย ผลตอบแทน อย่าเรียก ดอกเบี้ย เรียกว่าผลตอบแทนมากขึ้นถึงร้อยละ ๕ เปอร์เซ็นต์กว่าถึง ๖ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอันนี้ น่าชื่นชม นอกจากนั้นยังเปิดโอกาสให้สมาชิกสามารถเลือกแผนการลงทุนได้หลากหลายขึ้น ซึ่งแต่เดิมมามันแล้วแต่ กบข. เขาจะไปลงทุนทำอะไร แต่อันนี้เปิดโอกาสที่จะให้สมาชิก กบข. สามารถเลือกลงทุนในแผนการลงทุนต่าง ๆ ได้ อันนี้น่าชื่นชมต้องขอขอบคุณ และท้ายที่สุดก็สามารถลงทุนได้ทั้งเงินสะสม เงินสมทบ เงินประเดิม เงินชดเชย เอาไปลงทุน ตามแผนการลงทุนที่เจ้าตัวจะเลือกได้ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่น่าชื่นชม แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้น ในร่าง ของท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่าน ท่านได้เสนอแนวทางที่เพิ่มสิทธิ ประโยชน์ให้กับสมาชิก กบข. เพิ่มไปอีกครับ อันนี้น่าชื่นชมมากก็คือการนำเงินสะสมที่มีอยู่ ไปลงทุนเพื่อซื้อบ้านหลังแรก จะหลังแรกหรือไม่ก็ตาม แล้วแต่กรรมาธิการจะไปแปรญัตติ กันเถอะ แต่ว่านำไปลงทุนเพื่อที่อยู่อาศัยได้ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของเงินสะสมที่มีอยู่ กราบเรียนท่านประธานครับว่า เวลาเราไปกู้เงินธนาคาร แม้ว่าจะไปกู้เพื่อซื้อบ้านที่อยู่อาศัย ก็ตาม แม้จะมีความเสี่ยงที่ต่ำที่สุดแล้วก็ตามแต่ว่ามันก็มีดอกเบี้ยที่สูงแน่นอนครับ สูงกว่า ๖ เปอร์เซ็นต์แน่นอน เพราะฉะนั้นจากการที่เขาสามารถจะเอาเงินส่วนนี้ไปลงทุนเพื่อ ที่อยู่อาศัยได้ จะเป็นบ้านหลังแรกหรือไม่ก็ตาม ซึ่งผมก็เน้นว่าบ้านหลังแรกก็แล้วกันนะครับ เขาสามารถที่จะไปลดเงินต้นครับ ที่เราจะซื้อบ้าน สมมุติว่าบ้านของผมที่ทำขายอยู่ที่ นครสวรรค์ขณะนี้หลังละ ๒,๕๐๐,๐๐๐ เขาสามารถที่จะลดเงินกู้ที่จะไปกู้ ๒,๕๐๐,๐๐๐ ลงได้โดยการเอาเงิน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ของเงินสะสมที่เขามีอยู่เอาไปตัดเงินต้นได้ครับ พูดง่าย ๆ ว่าไปลงทุนในที่อยู่อาศัยของเขาได้ ยกตัวอย่างก็มีอยู่ สมมุติเราสะสมอยู่ ๕๐๐,๐๐๐ แทนที่ต้องกู้เต็ม ๒,๕๐๐,๐๐๐ และเสียดอกเบี้ยโดยเอา ๖ เปอร์เซ็นต์ ค่าเฉลี่ย ๗ เปอร์เซ็นต์ในการกู้ซื้อบ้านประมาณ ๗ เปอร์เซ็นต์ ไปคูณ ๒,๕๐๐,๐๐๐ ก็เอา ๗ เปอร์เซ็นต์ มาคูณแค่ ๒ ล้านเท่านั้นเองครับ เพราะว่ามีเงินส่วนหนึ่งที่ได้เอามาจากเงินสะสมของ กบข. ๓๐ เปอร์เซ็นต์เอามาตัดในส่วนที่เขาจะต้องไปเสียดอกเบี้ยเสียเงินต้นเพิ่ม ก็ลดเงินต้นลง การคิดดอกเบี้ยก็ลดลงอันนี้ถือว่าเป็นคุณูปการสิ่งที่ท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ได้นำเสนอตรงนี้ และผมอยากจะให้ทางกระทรวงการคลัง ท่านรัฐมนตรีอาคมก็กรุณามาฟังด้วยวันนี้นะครับ ชื่นชมนะครับตรงนี้ ผมคิดว่าน่าจะเป็นส่วนที่ดีครับที่จะทำให้พี่น้องชาว กบข. สามารถที่จะนำเงินที่เขาสะสมอยู่ ออมอยู่ เงินออมเขาไปตัดยอดเงินที่เขาต้องไปกู้เงินธนาคารเพื่อซื้อบ้านหลังแรก ลดไปได้เลย อันนี้ผมเชื่อว่าจะถูกอกถูกใจพี่น้องที่เป็นสมาชิก กบข. อย่างมากครับ วันนี้ต้องขอขอบคุณทั้ง รัฐบาลที่ได้เสนอแผนงานในวันนี้ ในส่วนที่ให้สะสมได้ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของเงินเดือน และขอบคุณทั้งท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ที่ได้นำเสนอแผนงานการนำเงินส่วนหนึ่งก็คือ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของเงินสะสมที่มีอยู่ไปเพื่อที่อยู่อาศัย ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญท่านขจิตร ชัยนิคม ตามด้วยท่านประกอบ รัตนพันธ์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี ขณะนี้สภาแห่งนี้กำลังพิจารณา หลักการของร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญของข้าราชการ ซึ่งประกาศใช้มาแล้ว ๒๕ ปี สถานการณ์เรื่องบำเหน็จบำนาญทั้งในประเทศไทยและสถานการณ์ทั่วโลก เข้าสู่ภาวะ ที่กองทุนบำเหน็จบำนาญของข้าราชการจะต้องปรับตัวค่อนข้างมาก ผมจึงมีคำถามคำถามแรก ไปยังท่านรัฐมนตรีที่เป็นตัวแทนคณะรัฐมนตรีที่มาเสนอ เพราะว่าผมไม่แน่ใจ เพราะโดยหลัก ก็คือว่าเขียนเพื่อที่จะเอาเงิน ถ้าพูดในด้านบวกคือให้สมาชิกมีโอกาสลงทุนมากขึ้น ในภาวะซึ่งมันไม่เอื้ออำนวยต่อการลงทุนเท่าไร เพราะฉะนั้นผมถามท่านเป็นภาพรวมว่า หลังจากออกพระราชบัญญัติฉบับนี้ ข้าราชการบำเหน็จบำนาญที่เป็นมาอยู่แล้วก่อนที่จะแก้ หลังจากคำนวณบำเหน็จบำนาญแล้วยังจะมีสิทธิได้เท่าเดิมหรือมากขึ้นอย่างไร หรือจะ น้อยลง อันนี้เป็นเรื่องที่ข้าราชการบำนาญถามมามาก ผมก็ไม่แน่ใจ อันที่ ๒ ท่านประธาน ที่เคารพ ผมฝากไปยังใครก็ตามที่จะมาเป็นกรรมาธิการให้พึงระมัดระวังไว้ เพราะว่ากฎหมาย ฉบับนี้ได้เขียนหลักการไว้ ๕ วงเล็บ เขียนไว้ชัดมากว่า ข้อที่ ๑ ให้แก้มาตรา ๓๘/๒ ข้อที่ ๒ ให้แก้มาตรา ๓๙ วรรคสอง ข้อที่ ๓ หลักการให้แก้มาตรา ๕๙ วรรคสอง ข้อที่ ๔ ให้แก้ มาตรา ๖๗/๑ สุดท้ายให้แก้มาตรา ๗๐ แต่สิ่งที่ผมเป็นห่วงก็คือว่า หลักการที่บอกว่า ข้าราชการเมื่อสิ้นสุดสมาชิกภาพ ก็หมายถึงว่าถึงแก่ชีวิต แล้วคนที่จะรับมรดกไม่มาแสดง ไม่มายื่นรับมรดก ในระหว่างนั้นท่านบอกว่าให้ท่านได้เอาเงินนั้นไปลงทุน ได้เลย อันนี้ผมวิตก ก็เลยมีคำถามไปยังท่านรัฐมนตรีว่า ดูสถิติเดิมแล้วมีเยอะไหมคนที่สมาชิกเสียแล้ว แล้วทายาทไม่มาขอรับเงินมีเยอะไหม ถ้ามีไม่เยอะท่านเขียนมาทำไม ถ้ามีไม่เยอะพอเป็น สาระสำคัญ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าประเด็นนี้ท่านสมาชิกท่านแรกที่อภิปรายบอกว่าให้ กบข. หรือให้รัฐบาลมีมาตรการติดตามให้ทายาทของสมาชิกมารับมรดกในส่วนนี้ มารับ ผลประโยชน์ในส่วนนี้ แสดงว่ามันค้างอยู่เยอะใช่เปล่าหรืออย่างไร ขอทราบ ท่านประธานครับ จากสถานการณ์กองทุนบำเหน็จบำนาญทั่วโลกใน ๔๓ ประเทศที่เขาจัดอันดับ ที่มีการสำรวจ จัดอันดับ ประเทศไทยอยู่อันดับที่ ๔๓ ครับ คือ ๔๓ ประเทศที่เขามาจัด ประเทศไทยอยู่ อันดับสุดท้าย โดยสำรวจถึงความเพียงพอ สอบตกครับถ้า ๕๐ เปอร์เซ็นต์คือได้ ประเทศไทยอยู่ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าความยั่งยืนประเทศไทยได้ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ถ้าความ ซื่อสัตย์ได้ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ แปลว่าเกณฑ์ในการประเมินทั่วโลกในกองทุนบำเหน็จบำนาญ ต้องไปศึกษาจากประเทศไอซ์แลนด์ ซึ่งได้ ๘๔.๒ เปอร์เซ็นต์ ประเทศเนเธอร์แลนด์ลำดับ ๒ ในโลกนี้ได้ ๘๓.๕ เปอร์เซ็นต์ ประเทศเดนมาร์กได้ ๘๒ เปอร์เซ็นต์ ผมฝากท่านรัฐมนตรีว่า หลังจากออกกฎหมายนี้แล้วท่านมีมาตรการอะไรที่จะไต่ลำดับจาก ๔๒ ขึ้นไปข้างหน้า มีหรือเปล่า หรือคิดว่าออกเพื่อจะได้เงินไปหมุนมากขึ้น พูดภาษาชาวบ้าน เพราะท่านบอกว่า ให้คนระดมทุนได้เพิ่มขึ้นจากเดิมเป็น ๓๐ เปอร์เซ็นต์ นี่ระดมมากขึ้นได้ แปลว่าลงทุนมากขึ้น เสร็จแล้วท่านก็ยังบอกระบุด้วยว่า ซึ่งผมไม่เห็นด้วย แต่มติของพรรคเพื่อไทยก็บอก ให้รับหลักการ แต่ว่าจะต้องฝากกรรมาธิการ ใครจะเป็นกรรมาธิการวิสามัญให้ไปช่วยดู หน่อยว่าแบบที่เขียนบอกว่าถ้าเขายังไม่มารับเงินแล้วเอาเงินเขาไปทำได้ ในเมื่อสมาชิก เขาสิ้นสุดแล้ว ผมคิดว่ามันไม่ถูกหลักนะ สมาชิกเขาสิ้นสุดแล้วยังมาเขียนบอกว่าให้เอาเงิน เขาไปลงทุนได้ ข้อนี้เป็นหลักการที่ผมไม่สบายใจ แล้วก็ภาพรวมตอบผมหน่อย ๒-๓ ข้อ ก่อนที่ผมจะได้ลงมติในเรื่องนี้ ข้อแรก ก็คือว่าสมาชิกที่เคยได้รับเท่าไร อย่างไร จำนวนมาก เท่าไร เขายังได้รับเท่าเดิมไหม สมาชิกเดิม ข้อที่ ๒ ท่านเขียนเป็นหลักการของกฎหมาย มาเลยว่าทายาทไม่มารับเงินให้เอาเงินเขาไปลงทุนได้ ข้อนี้มันมีเยอะหรือที่ค้างอยู่ ทำไมเขียนมาเป็นสาระของกฎหมายได้ ข้อที่ ๓ ที่ผมถามว่าหลังจากที่ท่านออกกฎหมาย มาแล้ว มีการได้ระดมเงินมากขึ้น ให้สิทธิอะไรมากขึ้น ระดับการจัดลำดับในโลกที่ท่านอยู่ ลำดับที่ ๑๓ สุดท้ายเขาจัด ๔๓ ประเทศ ท่านได้ลำดับที่ ๔๓ ท่านมีแผนงานที่จะไต่ขึ้นไปสู่ ระดับใกล้ ๆ อย่างน้อยก็ให้มันมี ๑ หลัก ๙ ๘ ๗ อะไรอย่างนี้ท่านมีแผนไหม แผนถ้ามี มีอย่างไร ที่จะให้มันได้รับสวัสดิการดีขึ้น อันนี้ขอทราบ โดยเฉพาะคำถามที่ผมถาม ๓ ข้อนี้ ขอความกรุณาท่านรัฐมนตรีได้ตอบด้วย ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านประกอบ ตามด้วยท่านอนุรักษ์ บุญศล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นผมต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า กระผมเห็นด้วย ในหลักการของร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ทั้งร่างของ ครม. และร่างของท่านดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม จากพรรคประชาธิปัตย์ ผมอยาก กราบเรียนท่านประธานว่าก่อนที่กำเนิดกองทุน กบข. เมื่อปี ๒๕๓๙ นั้น ข้าราชการ ที่เกษียณอายุราชการได้รับเงินเพื่อที่จะประกันความมั่นคงในชีวิตหลังเกษียณราชการจาก เงินบำเหน็จบำนาญข้าราชการตามพระราชบัญญัติเงินบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๔๙๔ ซึ่งกระทรวงการคลังเป็นผู้รับผิดชอบบริหารจัดการ เพื่อที่จะให้ข้าราชการ ที่เกษียณอายุราชการนั้นได้มีความมั่นคงในชีวิตหลังจากเกษียณอายุราชการ แต่เนื่องมาจาก ว่ารัฐต้องรับภาระเงินก้อนนี้มากยิ่งขึ้น จนกระทั่งว่ารัฐมีแนวนโยบายที่จะโอนที่จะถ่ายเท ภาระจากกระทรวงการคลัง ไปยังกองทุนบำเหน็จบำนาญของข้าราชการ ตามพระราชบัญญัติเงินบำเหน็จบำนาญ ข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙ ท่านประธานครับ วันนั้นพวกเราคงจำได้ว่ากองทุนบำเหน็จบำนาญ ข้าราชการนั้น ได้มีการประชาสัมพันธ์อย่างสวยหรู เพื่อที่จะสร้างแรงจูงใจให้ข้าราชการที่ บรรจุก่อนปี ๒๕๓๙ ได้เปลี่ยนใจจากการที่จะมารับบำเหน็จบำนาญจากกระทรวงการคลัง ย้ายไปรับกองทุนบำเหน็จบำนาญหรือที่เราเรียกว่า กบข. ทุกคนตื่นเต้นมากครับ เพราะว่า ในการประชาสัมพันธ์นั้นมันจะเป็นช่องทางของข้าราชการที่เกษียณอายุราชการนี่ดีกว่า ที่รับเงินจากบำเหน็จบำนาญจากกระทรวงการคลัง แต่แล้วท่านประธานครับ มันไม่เป็นไป ตามที่กองทุน กบข. ได้ประชาสัมพันธ์นำเงินก้อนนี้ไปบริหารจัดการแล้วได้รับค่าตอบแทน ไม่เป็นไปตามที่ประชาสัมพันธ์ ก็ทำให้ข้าราชการส่วนหนึ่งที่บรรจุก่อนปี ๒๕๓๙ ได้รวมตัวกัน เรียกร้องรัฐบาลว่าถ้าเป็นเช่นนี้ก็ขอกลับมารับบำเหน็จบำนาญตามปกติของปี ๒๔๙๔ เพราะเขาเห็นความแตกต่างกัน แต่ข้าราชการที่บรรจุหลังปี ๒๕๓๙ ไม่มีสิทธิเลือก เพราะกฎหมายบังคับ ที่ผมกราบเรียนท่านประธานตรงนี้เพื่ออะไรครับ เพื่อที่จะให้กองทุน บำเหน็จบำนาญข้าราช หรือ กบข. นี่ได้ตระหนักและต้องรับผิดชอบในการนำเงินของ ข้าราชการนับล้านคน ข้าราชการพลเรือนประมาณ ๓๘๐,๐๐๐ คนเศษ ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ๓๕๐,๐๐๐,๐๐๐ คนเศษ รวมเบ็ดเสร็จแล้ว ๑,๑๐๐,๐๐๐ เศษ ที่มอบเงินสะสมทั้งชีวิตของเขาให้กองทุน กบข. ไปบริหารจัดการเพื่อยังประโยชน์ให้กับ ตัวเขาเอง เพื่อสร้างความมั่นคงในชีวิตหลังเกษียณอายุราชการ นี่ความเป็นไปเป็นมา วันนั้น มีกฎหมายเขียนบังคับว่าข้าราชการต้องจ่ายเงินเข้ากองทุนร้อยละ ๑๕ รัฐสมทบร้อยละ ๓ แล้วให้ กบข. ไปบริหารจัดการตามเงื่อนไขของ กบข. แต่วันนี้ทางผู้ร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ที่กำลังเข้าสู่สภาที่เรากำลังพิจารณาให้โอกาสว่าข้าราชการสามารถที่จะจ่ายเงิน เข้ากองทุนได้ไม่เกินร้อยละ ๓๐ ผมกราบเรียนว่าเป็นเรื่องที่ดี ขอชื่นชม เพราะอย่างน้อยที่สุด ข้าราชการก็จะได้สะสมเงินในขณะที่ตัวเองยังทำงานอยู่ยังมีกำลังอยู่ เพื่อจะได้เงินก้อนโต หลังจากเกษียณอายุราชการ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านบอกว่า มันเป็นความ โชคดีของข้าราชการ โชคดีตรงไหนครับ ตรงที่ถ้านำเงินก้อนนี้ไปฝากสถาบันการเงินไปฝาก ธนาคารย่อมได้ค่าตอบแทนนี่น้อยกว่ากองทุน กบข. แต่นี่เป็นความคาดหวังเท่านั้นเอง ความคาดหวังตรงนี้ละครับ ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าขอให้ผู้บริหารกองทุน กบข. ได้ตระหนักและนำเงินก้อนนี้ไปลงทุนไปบริหารจัดการเพื่อที่จะให้ได้ผลตอบแทนเป็นที่ พึงพอใจของข้าราชการที่เขาคาดหวังไว้อย่างสูง นี่คือเรื่องที่หนึ่ง🔗
เรื่องที่ ๒ สิ่งที่ดีนะครับ ก็คือจะมีแผนธุรกิจมากเพิ่มขึ้น และให้ข้าราชการ สามารถเลือกแผนธุรกิจได้ อันนี้ก็ขอชื่นชม🔗
สุดท้ายครับ ร่างพระราชบัญญัติของท่าน ดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม ที่มีความแตกต่างเพิ่มเติมจากร่างของ ครม. ก็คือตรงที่ให้ข้าราชการที่อยู่ใน กบข. สามารถ ที่จะถอนเงินไม่เกินร้อยละ ๓๐ มาซื้อบ้าน หรือปลูกบ้านได้ เป็นการสร้างความมั่นคงในชีวิต ของข้าราชการ ผมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สมควรอย่างยิ่ง ทำให้สภาพธุรกิจ เศรษฐกิจได้ขยาย ได้มีสภาพคล่องตัวมากยิ่งขึ้นนะครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอนุรักษ์ ตามด้วยคุณวรภพ วิริยะโรจน์ นะครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพคะ ร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ดิฉันเห็นด้วยกับ หน้าที่ ๒-๓ ย่อหน้าที่ ๓ ค่ะ ท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรี ที่จะให้สมาชิก กบข. ลงทุน เอง เปิดโอกาสให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการกำหนดแผนการลงทุน ได้ทั้งส่วนของ เงินสะสม เงินสมทบ เงินประเดิม เงินชดเชย และดอกผลเงินดังกล่าวของสมาชิกแต่ละคน ได้หลากหลายขึ้น ซึ่งเหมาะสมกว่าการบริหารจัดการของกองทุนแต่เพียงฝ่ายเดียว คือเข้ามา มีส่วนร่วมค่ะ ท่านประธานคะ แต่ก่อนนี้กองทุนจะจัดการเพียงฝ่ายเดียว และส่วนมากดิฉัน ทราบมาว่ารัฐบาลเป็นผู้กู้กองทุนเหล่านี้ของข้าราชการเป็นส่วนมากในนั้นนะคะ ดิฉันจะลง รายละเอียดต่อไปค่ะ ท่านประธานคะ ในหน้า ๓-๑๒ ค่ะ ประเภทของรายได้จากระบบ บำเหน็จบำนาญและเงินช่วยเหลือเอกชนในระบบนี้ค่ะ เอกชนในระบบ ดิฉันมุ่งตรงไปที่ กองทุนสงเคราะห์ กระทรวงศึกษาธิการ ทราบว่าเงินกองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน ที่เป็นครูโรงเรียนเอกชนกว่า ๒๐๐,๐๐๐ คนค่ะ ท่านประธานคะ กราบเรียนท่านประธานผ่านไป ถึงท่านรัฐมนตรี กว่า ๒๐๐,๐๐๐ คนนี้มีเงินกว่า ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทเลยทีเดียว ถ้าเงินใน กบข. อ่อนไหว เงินเหล่านี้จะไปช่วยสนับสนุน ไม่ให้ข้าราชการที่รับบำเหน็จบำนาญมีปัญหา ใช่หรือไม่ แต่ทีนี้มาดูครูโรงเรียนเอกชนค่ะ ท่านประธานคะ เสีย ๓ เปอร์เซ็นต์ สมมติเงินเดือน ๒๐,๐๐๐ บาท เสียเดือนละ ๖๐๐ บาท ครูเจ้าของโรงเรียนผู้รับ ใบอนุญาตออกอีก ๖๐๐ บาท สะสมอยู่อย่างนั้นจนถึง ๑๐ ปี รัฐบาลจะออกให้อีก ๖ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ ปี นะคะ เงินเหล่านี้ก็ไปพอกพูนอยู่ที่กองทุนสงเคราะห์โรงเรียนเอกชน ครู ๒๐๐,๐๐๐ คน กฎหมายฉบับนี้ยื่นมือความยุติธรรมถึงครูที่สนับสนุนเงินบำเหน็จบำนาญข้าราชการหรือไม่ ดิฉันถามค่ะ ต้องถามอีกครั้งว่า มือแห่งความยุติธรรมยื่นไปโอบกอดครูโรงเรียนเอกชน หรือไม่ ๑๐ ปีนะคะถึงจะได้เงินสะสม ๑๒ เปอร์เซ็นต์ รัฐบาลออกให้เพราะว่ารัฐบาลเอาไป ลงทุน เงิน ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ หรือมากกว่านั้น ดิฉันเห็นตัวเลขคร่าว ๆ ที่ครูโรงเรียน เอกชนส่งมาเดี๋ยวนี้เลยก็คือเกือบ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทอีกไม่กี่บาทค่ะ ของครูโรงเรียนเอกชน ทีนี้นั้นกฎหมายฉบับนี้ดิฉันเคยอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ว่าอย่าให้เขาเป็นครูสำรอง เหมือนตัวสำรองของฟุตบอลสิคะ ต้องลดความเหลื่อมล้ำ ท่านประธานที่เคารพคะ ท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านนั่งจ้องมองดิฉันไม่วางตา อันนี้คือเรื่องจริงว่า ๑๐ ปีนะคะ ผู้หญิงไทยมีอายุเฉลี่ย ๗๐ ปี ดิฉันอีก ๑๒ ปีก็จะตายตามอายุเฉลี่ย ถ้าดิฉันสะสมวันนี้อีก ๑๐ ปีถึงจะได้เงินคืน แล้วรัฐบาล เพิ่มมาให้อีก ๖ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๑๒ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันอภิปรายหลายครั้งว่าควรเพิ่มให้ ๙ เปอร์เซ็นต์ เป็น ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ตอน ๗๐ ปีผู้หญิงคนนี้ คุณยายอนุรักษ์ บุญศล จะได้มี เงินไปเข้าวัดเข้าวาทำบุญบ้าง แปลว่าท่านเอาเปรียบครูโรงเรียนเอกชนนะคะกฎหมายฉบับนี้ ดิฉันถามอีกครั้งว่ามือของความยุติธรรมโอบกอดไปถึงครูโรงเรียนเอกชน ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน หรือไม่ ถามอีกครั้งค่ะ ด้วยความรักและเคารพนะคะ นี่คือ ร่างพระราชบัญญัติกองทุน บำเหน็จบำนาญข้าราชการที่มีเงินไปสนับสนุนตรงนี้มี ท่านเขียนมาให้ชัดเจนมาก หน้า ๓-๑๒ ประเภทของรายได้จากระบบบำเหน็จบำนาญและเงินช่วยเหลือในนี้เลยค่ะ ข้อมูลของท่านเอง ที่เอามา ดิฉันก็เอามาสอบถาม ท่านประธานที่เคารพคะ สงสาร อย่าให้เป็นความเหลื่อมล้ำ ของครูเลยค่ะ สงสารครูโรงเรียนเอกชนบ้าง ด้วยความรักและเคารพต่อการบริหารจัดการ ของท่านที่ยุติธรรมและอำนวยประโยชน์ต่อประชาชนทุกคนในประเทศไทย เมื่อแก่เฒ่า เราชราหาเลี้ยงชีพไม่ได้ เกษียณไปมีเงินเพลิดเพลินบ้าง เพิ่มอย่างไรให้เงินงอกดอกเบี้ยช้าง เป็นพลังต่อชีวิตลิขิตไป หากกฎหมายไม่ลิดรอนไม่อ่อนไหว กำลังใจคงเบ่งบานประสานไสว รัฐบาลกู้อยากกอบกลืนคืนโดยไว บำเหน็จบำนาญได้ด้วยดีมีสุขนาน ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวรภพ ตามด้วยท่านดะนัย มะหิพันธ์🔗
กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพครับ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ ผมอยากขออภิปรายสนับสนุนครับ แล้วก็ในฐานะที่ผมเป็นกรรมาธิการการเงิน การคลัง ของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ด้วยนะครับ จริง ๆ ในกรรมาธิการมีการศึกษาแล้วก็ค้นพบว่า ปัญหาของกองทุนเพื่อการเกษียณของในประเทศไทยจริง ๆ มีปัญหาเยอะนะครับ ไม่ใช่แค่ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ยังมีประกันสังคม กองทุนสำรองเลี้ยงชีพครับ ก่อนอื่นเลยว่า เป็นที่น่าเสียดายครับที่ ครม. เสนอเข้ามาแต่เพียงแค่กองทุนบำเหน็จบำนาญของ ข้าราชการเท่านั้นนะครับ แต่ว่าในสาระสำคัญของร่างนี้จริง ๆ ผมเห็นด้วยทั้งหมด ก็จะขอ เสริมเพิ่มเติมจากที่ ครม. แล้วก็ท่านพิสิฐเสนอเข้ามาใน ๓ ประเด็นครับ🔗
ประเด็นแรก คือเห็นด้วยที่หลายท่านอาจจะมีพูดเกริ่นมาแล้วว่า ข้าราชการ ที่สามารถออมเงินได้มากกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ จริง ๆ แล้วไม่ควรจะเอาตรงนี้มาเป็นเงื่อนไข ในการจำกัดสิทธิ ในการที่เขาจะออมเพื่อการเกษียณของเขาได้มากกว่านี้ คือร่างที่ท่านเสนอ เข้ามาเป็นร่างที่ดีครับ คือเพิ่มมาจาก ๑๕ เป็น ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่จริง ๆ แล้วผมกลับมองว่า มันก็ควรจะเป็นสิทธิของข้าราชการที่เขาอยากจะออมเงินมากกว่านี้เสียด้วยซ้ำ🔗
ประเด็นที่ ๒ นี่เป็นประเด็นใหญ่ ก็คือการที่ให้นำเงินออมเพื่อการเกษียณ มาเป็นค่าดาวน์บ้านได้ จริง ๆ ประเด็นนี้ผมก็คล้าย ๆ กับประเด็นแรกครับ คือว่าไม่ควรจะ กำหนดด้วยซ้ำว่าเป็นเพียงแค่ร้อยละ ๓๐ เท่านั้น คือผมอยากเกริ่นอย่างนี้ก่อนว่าถ้าเรา มองว่าบ้านมันคือสินทรัพย์เพื่อการเกษียณอย่างหนึ่ง บ้านคือสำหรับเราใช้อยู่อาศัยทั้งชีวิต แล้วก็ในชีวิตหลังเกษียณด้วยนะครับ จริง ๆ ในวิวัฒนาการของนวัตกรรมทางการเงินตอนนี้ มันก็จะมีสินเชื่อบ้านเพื่อการเกษียณอยู่ ที่เขาเรียกกันว่ารีเวิร์ส มอร์ตเกจ (Reverse Mortgage) ก็คือเอาบ้านไปจำนองแล้วเราได้รับเงินบำนาญจนกระทั่งเราเสียชีวิต ดังนั้น ถ้าเราจะมองว่าบ้านเป็นสินทรัพย์เพื่อการเกษียณอย่างหนึ่งมันก็ไม่ผิดครับ ดังนั้นถ้าเรา จะกำหนดว่าสิทธิของสมาชิกกองทุน กบข. นี้ควรจะนำเงินสมทบทั้งหมดก็คือ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เอาไปดาวน์ (Down) บ้านได้ให้เขามีความมั่นคงครับ ผมมั่นใจครับว่ามันคือความฝัน ของคนทุกคน เขาอยากจะมีบ้าน มีความมั่นคงในชีวิต สร้างครอบครัวขึ้นมา ดังนั้นบ้าน มันเลยกลายเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญมาก ถ้าเราจำกัดไว้เพียงแค่ร้อยละ ๓๐ ผลลัพธ์มันคืออะไร คือมันดาวน์ (Down) บ้านไม่ได้ครับ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ข้าราชการ เงินเดือนเริ่มต้นอยู่ที่ ๑๕,๐๐๐ บาท ถ้าออมมาสัก ๑๐ ปี เงินใน กบข. ก็จะมีหลัก ๑๐๐,๐๐๐ บาท ๒๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าเรากำหนดเพียงแค่ร้อยละ ๓๐ มันคืออะไร มันก็คือ ดาวน์ (Down) บ้านได้เพียงแค่ ๓๐,๐๐๐ บาท ๖๐,๐๐๐ บาท มันคือดาวน์ (Down) บ้านมูลค่า ๑-๒ ล้านบาท ไม่ได้ด้วยซ้ำ ดังนั้นในเมื่อถ้าเรามองว่าบ้านมันคือสินทรัพย์ เพื่อการเกษียณอย่างหนึ่ง ก็ควรจะเอาเงินสมทบเงินกองทุนใน กบข. ของเขาทั้งหมด ซึ่งจริง ๆ มันคือเงินของตัวเขาเองที่มีไว้เพื่อสำหรับการเกษียณอยู่แล้ว เอาออกมาเป็น ดาวน์ (Down) บ้านได้ ซึ่งแน่นอนครับ ประเด็นนี้จริง ๆ ไม่ควรจะเป็นเฉพาะ กบข. เท่านั้น จริง ๆ ผมมองว่ามันควรจะเป็นทุกสิทธิของกองทุนเพื่อการเกษียณด้วยซ้ำ ซึ่งแน่นอน มันรวมถึงประกันสังคม มันรวมถึงกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือแม้กระทั่งกองทุนอาร์เอ็มเอฟ (RMF) ที่ว่าควรจะต้องเอามาเพื่อสิทธิในการดาวน์ (Down) บ้านได้ ผมอยากยกตัวอย่าง อันหนึ่งแล้วกันเป็นแนวคิดของประเทศสิงคโปร์ คือเขามองว่าบ้านนี่เมื่อคนมีบ้านคนก็จะมี ความมั่นคงขึ้น มีความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น ตั้งใจทำงานหาเลี้ยงเพื่อผ่อนบ้าน เพื่อสินทรัพย์สิ่งสำคัญอันนี้ของเขา วิถีชีวิตเขาก็จะเปลี่ยนไป นี่คือสิ่งที่เป็นนโยบาย ระดับประเทศ เขาสร้างมาเพื่อให้คนสิงคโปร์ของเขา ๙๐ เปอร์เซ็นต์มีบ้านอยู่ครับ นี่คือสิ่ง สำคัญที่ผมอยากจะผลักดันให้รัฐบาลชุดนี้เองก็ลองปรับวิธีคิดดูว่า ถ้าเราเห็นตรงกันว่า บ้านมันคือสินทรัพย์เพื่อการเกษียณอย่างหนึ่ง วิธีคิดเราก็จะเปลี่ยนไปครับ แล้วก็ผมมอง อีกในมิติหนึ่ง หรือแม้กระทั่งมิติของการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทุกท่านย่อมทราบดีว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์เป็นตลาดที่ใหญ่ มีมูลค่าเกือบ ๑ ล้านล้านบาท ๒๐๐,๐๐๐ กว่ายูนิต (Unit) ถ้าสมาชิก กบข. ซึ่งจะมีจำนวนทั้งหมด ๑ ล้านคนทุกวันนี้ ขอเพียงแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ สามารถนำเงินสมทบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ออกมาดาวน์ (Down) บ้านได้ นี่คือการกระตุ้น เศรษฐกิจครั้งใหญ่ให้ทุกคนได้มีบ้าน ตลาดอสังหาริมทรัพย์จะกลับมาคึกคัก จีดีพี (GDP) เพิ่มได้ผมคำนวณเร็ว ๆ ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ อันนี้คือเป็นประเด็นหนึ่ง แม้กระทั่งในมิติ ของสังคม ในมิติของเศรษฐกิจ การนำเงินเพื่อการเกษียณออกมาดาวน์ (Down) บ้าน มันจึง มีเหตุผลรองรับ🔗
ประเด็นถัดมา ซึ่งในประเด็นที่ ๓ ก็ยังเป็นสิ่งที่ผมได้มีอภิปราย ในคณะกรรมาธิการการเงินการคลังแล้ว แต่ว่ายังไม่ได้เห็นอยู่ในร่าง ๒ ฉบับนี้ ก็เลยจะขอ อภิปรายเพื่อบันทึกไว้ในที่ประชุมแห่งนี้ คือมันเริ่มตั้งแต่ว่าถ้าเรายึดผลประโยชน์ของสมาชิก กองทุน กบข. เป็นหลัก มันควรจะมีตั้งคำถามว่าเราเชื่อได้อย่างไรว่าผู้บริหารกองทุน กบข. นั้น ทำเพื่อผลประโยชน์สูงสุดของสมาชิกอยู่จริง ในเมื่อสมาชิกไม่ได้มีตัวเลือกในการให้ผู้บริหาร หลากหลายเข้ามาแข่งขันอาสากันบริหารเงินของเขาเองได้ ดังนั้นสิ่งที่ผมสนับสนุนมาตลอด คือการแข่งขัน มันถึงเวลาแล้วครับที่เราจะต้องลองเปิดให้เอกชนเข้ามาอาสาแข่งขันกัน บริหารเงินในกองทุน กบข. นี้ครับ ให้สมาชิกเป็นคนเลือกครับ เพราะนั่นคือเงินของเขาไม่ใช่ เงินของรัฐ อันนี้ต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อน เมื่อมีทางเลือก เมื่อมีการแข่งขัน จากภายนอก แน่นอนครับขึ้นชื่อว่าการแข่งขัน มันก็หมายถึงการพัฒนาการ บริการ คุณภาพ ที่ดีที่สุด ผลประโยชน์ก็จะกลับมาสูงสุดของที่สมาชิก ถ้ากองทุน กบข. สามารถบริหารได้ดี ก็ไม่มีใครไปให้เอกชนบริหารอยู่แล้ว แต่แน่นอนครับ เมื่อมีเอกชนเข้ามาเป็นทางเลือกมากขึ้น ผมมั่นใจทุกอย่างมันจะดีขึ้น และทุกอย่างมันจะกลับมาที่ผลประโยชน์ของสมาชิก อันนี้ก็เป็น ประเด็นสำคัญที่ผมอยากจะอภิปรายทิ้งท้ายไว้ เพราะว่าประเด็นนี้ไม่ได้มีแค่กองทุน กบข. เท่านั้น ซึ่งผมหมายถึงกองทุนประกันสังคมด้วย ก็อยากจะฝากรัฐบาลชุดนี้ลองพิจารณาดูครับ แล้วก็คาดหวังว่าจะมีเรื่องประเด็นของบำนาญประชาชน ทั้งกองทุนประกันสังคม หรือบำนาญประชาชนทั่วไปควรจะเสนอเข้ามาอยู่ในสภาด้วย ไม่ใช่แค่คุยกันเรื่อง สิทธิประโยชน์ของข้าราชการอย่างเดียวเท่านั้น ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านดะนัยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพอย่างสูง กระผม ดะนัย มะหิพันธ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัด อำนาจเจริญ เขตเลือกตั้งที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายร่างพระราชบัญญัติกองทุน บำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เรียนท่านประธานว่า อดีตผมเคยเป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญ แต่ปัจจุบันได้ขอกลับมาใช้สิทธิรับบำนาญ จากราชการเหมือนเดิม เนื่องจากไม่มั่นใจในการบริหารกองทุน ท่านประธานเชื่อไหมครับว่า ผมเป็นข้าราชการก่อนปี ๒๕๓๙ ได้ฟังการประชาสัมพันธ์ การโฆษณา เชิญชวนให้เข้าร่วม เป็นสมาชิกกองทุนว่า ถ้าหากเข้ามาร่วมแล้วจะได้ประโยชน์อะไรบ้าง ผมได้เข้าสมัคร เป็นสมาชิกด้วยหวังว่า ถ้าตัวเองเกษียณอายุราชการหรือว่าลาออกก็จะมีเงินก้อน สักก้อนหนึ่งเพื่อมาดำรงชีวิตอย่างมีความสุข แต่ไม่ใช่อย่างนั้นครับท่านประธานครับ ผมลาออกก่อนกำหนดได้นำเอาทั้งวิธีการคิดคำนวณเงินสะสม เงินสมทบ กำไรที่กองทุน ไปลงทุนแล้วผลที่คาดว่าจะได้ ผมไม่ได้เงินตามที่ผลที่คาดว่าจะได้ขาดไปอยู่เกือบ ๒๐๐,๐๐๐ บาทท่านประธาน ผมเลยจำเป็นต้องขอกลับเข้ามาใช้สิทธิตามเดิม ตามที่ ข้อเรียกร้องที่ท่านประกอบ รัตนพันธ์ ท่านพูด🔗
ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะไปพูดเรื่องการแก้ไข ผมอยากจะเรียนฝาก ท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรี หรือผู้รับผิดชอบงานกองทุนว่า การที่ท่านจะ ประชาสัมพันธ์ให้สมาชิกได้เข้าร่วมหรือว่าเพิ่มการลงทุนจาก ๑๕ เป็น ๓๐ ท่านจะต้องทำ ชี้แจงรายละเอียดว่า เมื่อท่านลงทุนไปแล้วหรือว่าท่านเกษียณอายุราชการไป หรือท่าน เสียชีวิตไป สิ่งที่ท่านจะได้รับขั้นต่ำคืออะไร เพราะวันนั้นที่ผมออกมาคำตอบที่ผมได้คือ กองทุนบริหารขาดทุน เพราะตอนประชาสัมพันธ์ท่านไม่ได้บอกผมเลยว่า ถ้ากองทุนขาดทุน แล้วผมจะได้เท่าไร ท่านบอกแต่ว่าผมจะได้ นี่คือความไม่เข้าใจของคนที่เป็นข้าราชการ ดังนั้นท่านจะต้องมีพื้นฐานว่า อย่างน้อยถ้าเขาเข้าไปเป็นสมาชิกแล้ว ถ้ากองทุนขาดทุน เขาน่าจะได้ขั้นต่ำคือ ดอกเบี้ยเงินฝากธนาคารใช่ไหมหรืออะไร ไม่ใช่ว่าไม่มีคำตอบเลย สิ่งที่ ผมไม่เห็นด้วยในการที่ทางท่านได้ขอแก้ไขมาคือ มาตรา ๕ ขอแก้ไขมาตรา ๕๙ เรื่องการ เสียชีวิตของสมาชิกซึ่งหลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ผมเรียนอย่างนี้ครับว่าคนที่เข้าเป็น สมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญบางครั้งลูกเต้าไม่รู้เลยนะครับ พ่อแม่ก็เขียนไปว่า ถ้าข้าพเจ้า เสียชีวิตไปจะมอบมรดกให้คนนั้นมอบให้คนนี้ แต่คนที่เขาได้รับมอบนี่เขาไม่รู้เลยนะครับ พอพ่อแม่เสียชีวิตไป เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่า พ่อแม่เข้าโครงการอะไร บางคนทุกวันนี้พ่อแม่เป็นหนี้ ช.พ.ค. ครับ เพราะเป็นสมาชิก ช.พ.ค. พอตายไปปุ๊บบอกว่าลูกเป็นหนี้ ลูกบอกว่าไม่รู้เลย แต่พ่อแม่เขียนไว้ หรือบางคนหน่วยงานเชิญไปรับเงินก็ยังตกใจเลยว่า พ่อแม่ทำไมมีเงินฝากเยอะ ขนาดนี้ อันนั้นคือสิ่งที่เขาไม่รู้ครับ หรือบางครั้งพ่อแม่เป็นข้าราชการ เป็นครู แต่มีลูก เป็นชาวบ้าน เขาไม่รู้ระเบียบวิธีการครับว่า การที่พ่อแม่เสียชีวิตแล้ว จะต้องไปขอรับสิทธิ อะไรบ้างจากราชการ แต่ที่ท่านมาเขียนไว้ว่า ถ้าผู้มีสิทธิเสียชีวิตถ้าไม่มีผู้มาขอรับท่านจะเอา ไปลงทุนต่อเลย แล้วเกิดขาดทุนละครับท่านจะทำอย่างไร ประเด็นนี้ผมเสนอว่า เมื่อสมาชิก เสียชีวิตท่านจะต้องหยุดการลงทุนไว้ตรงนั้นทันทีครับ นำเอารายการรายได้ทั้งหมดมาคิด คำนวณต้องหยุดเลยครับ เพราะ ๑. เงินสะสมท่านก็ไม่ได้แล้ว เงินสมทบท่านก็ไม่ต้องสมทบ ท่านต้องหยุดการลงทุนไว้ที่เงินก้อนสุดท้ายที่เขาลงทุน แล้วก็แจ้งทายาท ถ้าตามทายาทไม่ได้ หน่วยงานต้นสังกัดที่เขาหักเก็บอยู่ที่ไหนต้องแจ้ง พร้อมแจงรายละเอียดว่าเขามีเงินสะสม เท่าไร มีเงินสมทบเท่าไร และจากการไปลงทุนที่กองทุนไปลงทุนเขาได้กำไรเท่าไร ไม่ใช่ คิดออกมาภาพรวมแล้วก็มอบให้เลย อย่างนี้ท่านเชื่อไหมครับว่าถ้าท่านโปร่งใสความมั่นใจ ของสมาชิกก็จะเกิดขึ้น ทุกวันนี้ไม่รู้เลยครับ ออกมาท่านก็ให้เป็นเม็ดเงินมา นี่คือยอดเงินที่เป็นสมาชิกแล้วเสียชีวิต หรือขอลาออก ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าความคิดของท่านดีครับ แต่กรรมการบริหารกองทุนบางครั้ง บางปีก็ไม่มีความชัดเจน ไม่มีความแน่นอนอย่างที่ หลายท่านได้อภิปราย ผมเองขอเรียนให้ท่านทราบว่า วันนี้ข้าราชการยิ่งลำบากก็อย่าให้เขา ต้องมาเสี่ยงกับการลงทุนเลยครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกที่มีความประสงค์ที่จะอภิปรายก็คงหมดเพียงเท่านี้นะครับ ต่อไปเชิญ ท่านผู้เสนอถ้าประสงค์จะอภิปรายสรุป ท่านรัฐมนตรีสรุปนะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก่อนอื่นก็ต้องขอกราบ ขอบพระคุณท่านสมาชิกทุกท่านที่ได้อภิปรายในวาระรับหลักการของร่างพระราชบัญญัติ กองทุนบำเหน็จบำนาญฉบับนี้นะครับ ซึ่งโดยหลักการนั้นผมคิดว่าคงเห็นพ้องต้องกันก็คือ ในเรื่องหลักการของการออมเพื่อความมั่นคงในชีวิตหลังเกษียณ อันนั้นชัดเจน🔗
ประการที่ ๒ การออมนั้นเมื่อมีเงินออมก็คงจะต้องนำมาบริหารให้เกิด ประโยชน์สูงสุดให้กับสมาชิกนะครับ ผมคิดว่าหลักการ ๒ หลักการนั้นก็คงจะตรงกัน ประเด็นที่ท่านได้ให้ข้อคิดเห็นหรือมีข้อสังเกตต่าง ๆ นั้น ผมคิดว่าโดยตัวผมเองก็เห็นด้วย ในหลาย ๆ เรื่อง ก็เพียงแต่ว่าในชั้นที่จะต้องพิจารณารายละเอียดนั้นก็คงขอให้ทาง คณะกรรมาธิการนั้นได้พิจารณา รวมทั้งในเรื่องของร่างที่ท่านสมาชิกท่านดอกเตอร์พิสิฐ ได้เสนอมานะครับ แต่ประเด็นก็จะมีหลายเรื่องซึ่งมีท่านสมาชิกที่ถามเฉพาะเจาะจงมา ก็มีของท่านสมาชิกขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่านขจิตร ชัยนิคม ก็มี ๓ คำถาม คือเรื่องของ สมาชิกที่ลงทุนนั้นในสภาวะที่เศรษฐกิจนั้นก็อาจจะไม่เอื้ออำนวยก็อาจจะมีผลตอบแทนที่ ไม่ได้เป็นไปตามที่คาดหวังมาก แต่โดยหลักการของการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติในฉบับนี้ ก็เพื่อที่จะให้สมาชิกนั้นมีส่วนร่วมในเรื่องของการกำหนดแผนการลงทุนของตัวเองนะครับ ซึ่งสมาชิกก็มีเป็นจำนวนล้านนะครับ ขณะนี้สมาชิกในแต่ละท่านก็จะได้รับในเรื่องของ แบบสอบถามในการที่บอกว่า เงินออมของตัวเองนั้นคิดว่าในแต่ละช่วงอายุนั้นจะมี ความประสงค์ในเรื่องของการลงทุนอย่างไรนะครับ ก็อาจจะมีคำถามที่ไม่ได้ตรงนักว่า ต้องการสัดส่วนเท่าไร แต่ว่าก็มีวิธีการเช็คในเรื่องของความคิดของผู้ลงทุนตรงนี้นะครับ ก็คงจะต้องมีการพัฒนากันต่อไปให้มีความชัดเจน ถามว่าข้าราชการบำนาญที่เกษียณไปแล้ว จะได้ผลตอบแทนเท่าไร การันตี (Guarantee) ได้ไหม ผมคิดว่ามันมี ๒ ส่วน ส่วนที่ ท่านสมาชิกได้เสนอแนะไว้เมื่อสักครู่นี้ว่าควรจะต้องมีการบอกให้ชัดเจนว่า เมื่อเป็นสมาชิกแล้ว เมื่อมีการส่งเงินเพิ่มขึ้นได้นั้นจะมีหลักประกันอะไรบ้างสักกี่เปอร์เซ็นต์อะไรอย่างนี้ต้องมี ความชัดเจน อันนี้ผมคิดว่าในส่วนของการปฏิบัตินั้นก็คงจะนำข้อคิดเห็นตรงนี้ไปปฏิบัติต่อไป ส่วนที่เพิ่มขึ้นมานั้นก็อยู่ที่ว่าการลงทุนในหลักทรัพย์นะครับ ซึ่งก็แน่นอนที่สุดหลักทรัพย์ ที่มีผลตอบแทนสูงก็ย่อมมีความเสี่ยงสูงเป็นธรรมดา เพราะฉะนั้นขึ้นอยู่กับการเลือกแผน การลงทุนในแต่ละคน และในแต่ละคนนั้นก็อาจจะมีพฤติกรรมในการที่จะเสี่ยงลงทุนนั้น แตกต่างกันหรืออาจจะเหมือนกันนะครับ ซึ่งอันนั้นก็เป็นสิ่งที่ทาง กบข. ได้นำมาพิจารณา แล้วก็มีการกำหนดในเรื่องของการลงทุนในหลักทรัพย์ต่าง ๆ นะครับ ซึ่งแน่นอนที่สุด ความเสี่ยงในเรื่องของการลงทุนนั้นส่วนหนึ่งก็ไปอยู่ในเรื่องของหลักทรัพย์ของรัฐบาล ซึ่งแน่นอนที่สุดก็มีความมั่นคงสูง อันนี้ก็เป็นหลักประกันอันหนึ่งว่า เราไม่เสี่ยงในเรื่องของ การบริหารจัดการของคณะกรรมการ กบข.🔗
ส่วนในเรื่องของคำถามที่ ๒ ก็คือว่าในกรณีที่สมาชิกเสียชีวิตทายาทไม่แสดง ตัวนั้น ถามว่ามีมากไหม เดี๋ยวผมขออนุญาตให้ทางท่านรองเลขาธิการได้ชี้แจง ในเรื่องของข้อมูลตัวนี้🔗
ส่วนประเด็นที่ ๓ นั้นผมขอรับไป เรื่องของที่ท่านถามว่า การจัดอันดับเรื่อง ของระบบบำเหน็จบำนาญข้าราชการนั้น ถ้าเทียบในโลกแล้วเราอยู่ที่ลำดับประมาณ ๔๓ ท่านก็อยากจะให้ไปเบนช์มาร์ก (Benchmark) กับประเทศที่เจริญแล้ว อันนี้ ก็ขออนุญาตว่าในเรื่องของแผนงานมาตรการในการที่จะไต่อันดับขึ้นไปนั้น แน่นอนที่สุดเรา ต้องการความมั่นคง เราต้องการในเรื่องของประสิทธิภาพ แล้วเราก็ต้องการในเรื่องของ ความโปร่งใส ในเรื่องของการบริหารจัดการในเรื่องของเงินของสมาชิกทั้งหลายด้วย อันนี้ ผมขออนุญาตรับไปในการที่จะไปพิจารณาร่วมกับทางสำนักงานกองทุนบำเหน็จบำนาญ ข้าราชการครับ🔗
อีกประเด็นหนึ่งที่ขออนุญาตรับไปก็คือ ประเด็นของท่านสมาชิก ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านอนุรักษ์ เกี่ยวกับเรื่องของกองทุนสงเคราะห์ของครู โรงเรียนเอกชน อันนี้ผมขออนุญาตรับไปแล้วก็จะไปแจ้งให้ท่านทราบว่าข้อมูลนั้นเป็นอย่างไร ก็ขอกราบขอบพระคุณอีกครั้งหนึ่งในเรื่องข้อคิดเห็นแล้วก็ข้อเสนอแนะ รวมทั้งข้อสังเกต ต่าง ๆ สิ่งไหนที่เราปฏิบัติได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การเตรียมการประชาสัมพันธ์เมื่อกฎหมาย มีผลบังคับใช้นั้นก็จะดำเนินการเตรียมการ ณ บัดนี้เป็นต้นไป ขออนุญาตให้ท่านรองเลขาธิการ ได้ชี้แจงในประเด็นเรื่องของทายาทนะครับ🔗
เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ กระผม นายสุจินดา สุขุม ผู้ช่วยเลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการครับ ขออนุญาตให้ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีที่สมาชิกได้ถึงแก่ความตาย แล้วก็ทายาทจะเป็นผู้มีสิทธิ รับเงินของท่านสมาชิกที่ถึงแก่ความตาย ปัจจุบันมีสมาชิกและทายาทที่ยังไม่ขอรับจาก กบข. ประมาณ ๑๕,๐๐๐ ราย เป็นสมาชิกประมาณ ๘,๐๐๐ ราย แล้วก็ทายาทประมาณ ๗,๐๐๐ ราย รวมกันเป็นเงินทั้งสิ้น ๕๗๐ ล้านบาท อันนี้เป็นตัวเลขที่ตั้งแต่ตั้งกองทุนนะครับ ตั้งแต่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๔๐ จนถึงปัจจุบันก็ประมาณ ๒๕ ปีแล้ว เป็นตัวเลขที่สะสมมา ถามว่า กบข. ดำเนินการอย่างไรกับกลุ่มสมาชิก แล้วก็ทายาทที่ยังไม่ขอรับเงินเหล่านี้ กบข. มีมาตรการ ในการติดตามให้พวกเขามาขอรับเงินจาก กบข. โดยกรณีที่สมาชิกออกจากราชการแล้ว แล้วก็ระยะเวลาผ่านพ้นไปประมาณสัก ๓ เดือน เราจะมีการติดตามในครั้งแรก ๑ ครั้ง หลังจากนั้นเราก็จะติดตามอีกทุก ๆ ๖ เดือนให้สมาชิกมายื่นคำขอรับเงิน แต่มีสมาชิก บางส่วนที่ไม่มายื่นคำขอรับเงินนะครับ ก็เนื่องจากว่าอาจจะมีสภาวะวิกลจริต หรือว่าไป ติดคุกอยู่ หรือเรียนตามตรงว่า เป็นผู้ที่หลบหนีเจ้าหนี้อยู่ ทำให้เขาไม่มายื่นขอรับเงิน หรือไม่ สะดวกในการขอรับเงิน หรือกรณีที่ทายาทที่ถึงแก่ความตาย กบข. ก็จะติดต่อ กับส่วนราชการเจ้าสังกัดในทันทีที่ได้รับทราบข้อมูลว่า สมาชิกได้ถึงแก่ความตาย และขอ ที่อยู่ของทายาททุกคน แล้วก็ดำเนินการเช่นเดียวกันก็คือติดตามทุก ๓ เดือน ๖ เดือน เพื่อให้ มายื่นคำขอรับเงิน ในกระบวนการต่าง ๆ เหล่านี้เราจะดำเนินการไปจนกระทั่งครบ ๑๐ ปี แล้วเราก็จะตัดเงินจากบัญชีนี้ออกมา แล้วมาเก็บรอไว้ ถ้าหากมีผู้ที่มาขอรับเงินในภายหลัง เราก็จะพิจารณาแล้วดำเนินการจ่ายเงินให้แก่บุคคลเหล่านั้น สำหรับกรณีที่ท่านสมาชิก ได้กรุณาถามว่า ทำไม กบข. ถึงไม่หยุดการลงทุนเลยนะครับ คือประเด็นนี้ กบข. เราเป็นการลงทุนในหลักทรัพย์ต่าง ๆ ซึ่งมีการคำนวณผลประโยชน์ ตอบแทนทุกวันทำการนะครับ การที่ กบข. เก็บเงินสมาชิกไว้โดยไม่ได้ให้ผลประโยชน์ ตอบแทนนี้ อันนี้จะเป็นการผิดหลักการของการบริหารเงินในลักษณะกองทุน แล้วก็ผิด หลักการตามมาตรฐานบัญชีที่สภาวิชาชีพบัญชีกำหนดนะครับ🔗
และอีกประการที่สำคัญก็คือว่า กบข. ไม่มีอำนาจตัดสินใจในเงินบัญชี ในส่วนของสมาชิกเหล่านี้ได้เองโดยลำพัง ต้องรอว่าเขาต้องมายื่นคำขอรับเงิน เราถึงจะตัด ออกจากบัญชีได้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่านพิสิฐ อภิปรายสรุปครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นกระผมขอขอบคุณท่านสมาชิกหลายท่านที่ได้กล่าวอภิปรายสนับสนุนร่าง พระราชบัญญัติ กบข. ทั้งของรัฐบาลและของกระผมนะครับ ซึ่งเป็นการแสดงถึงความตั้งใจ ของท่านที่อยากจะให้ข้าราชการได้มีชีวิตที่ดีขึ้นจากเงินที่เขาลงทุน แล้วก็จะได้ใช้ประโยชน์ ในยามเกษียณ ในร่างที่กระผมนำเสนอนั้นก็คือเป็นสิ่งที่เติมเต็มมาจากที่ท่านรัฐมนตรี ได้นำเสนอขึ้นมา ก็คือเรื่องของการที่จะให้ข้าราชการสามารถที่จะเบิกเงินไปซื้อบ้านหรือไป สร้างบ้านก็แล้วแต่นะครับ แล้วแต่ว่าจะกำหนดกฎเกณฑ์อย่างไร โดยที่การลงทุนในเรื่องของ บ้านนี้ในทางเศรษฐศาสตร์เราถือว่าเป็นการลงทุนครับ ไม่ใช่เป็นการใช้จ่าย ในทางสังคม บ้านถือว่าเป็นปัจจัย ๔ ที่มนุษย์พึงจะมี เพื่อจะให้ชีวิตมีความสุขและในระยะที่ผ่านมา ในประเทศไทยเรานี้ต้องยอมรับครับว่า บ้านไม่เคยมีการลดค่า บ้านที่สร้างไป ที่ดินที่ซื้อไปนี้ มีแต่จะเพิ่มค่ามากขึ้น เวลาผ่านไป ๒๐-๓๐-๔๐ ปี ก็จะมีมูลค่าเพิ่มมากขึ้น ก็จะเป็น การลงทุนที่ดีที่จะให้คนที่เป็นข้าราชการและบำนาญแล้วนี้ สามารถที่จะใช้บ้านเป็นตัว ที่จะช่วยจุนเจือในการอยู่อาศัยได้นะครับ ในต่างประเทศก็มีการกล่าวครับว่า ในช่วงที่ยัง ทำงานอยู่นี้อาจจะมีบ้านหลังใหญ่ แต่ครั้นเมื่อแก่ตัวลงเกษียณอายุแล้วก็อาจจะต้องมี การขายบ้านหลังใหญ่นั้นไปแล้วก็ไปอยู่คอนโดหรือหลังเล็ก ก็จะได้ประโยชน์จากการที่มี มูลค่าเพิ่มและจากการที่ทรัพย์สินนั้นได้ก่อดอกออกผล เพราะฉะนั้นการที่เราจะเปิดทาง ให้ข้าราชการสามารถใช้เงินจาก กบข. มาลงทุนในเรื่องของบ้านได้นี้ จึงไม่ใช่เป็นการบริโภค หมดเปลือง ไม่ใช่เป็นการสร้างหนี้ แต่เป็นการสร้างอนาคตให้กับข้าราชการกันเองนะครับ ขณะเดียวกันในแง่ของรัฐบาลก็จะเป็นประเด็นที่กระผมเคยกราบเรียนต่อที่ประชุมมา หลายครั้งแล้วครับว่า ระบบงบประมาณเรานี้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของการจัดสรรงบ เพื่อการสร้างบ้านให้กับข้าราชการ จริง ๆ แล้วเราไม่ควรจะต้องใช้เป็นค่าก่อสร้างนะครับ ควรจะให้เป็นค่าเช่าบ้านนะครับ เพื่อที่ข้าราชการสามารถที่จะไปเช่าตามอัตภาพหรือตามสิ่งที่ ตนเองสนใจอยากได้บ้านนะครับ หรือว่าอาจจะไปดาวน์ (Down) ไปผ่อนบ้านโดยเงินค่าเช่านั้น ก็ได้ อันนั้นก็เป็นส่วนของการบริหารงบประมาณที่จะก่อให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริงครับ🔗
ในอีกด้านหนึ่งซึ่งเพื่อนสมาชิก ท่านวีระกร คำประกอบ ขออภัยที่เอ่ยนาม ได้ยกขึ้นมานะครับ ก็คือเรื่องของการกระตุ้นเศรษฐกิจ ทุกวันนี้เราทราบดีครับว่า เศรษฐกิจไทย กำลังอยู่ในภาวะฝืดเคือง มีบ้านที่ขายไม่ได้เป็นจำนวนแสนหลังก็ว่าได้ โดยเฉพาะในส่วนของ การเคหะก็เป็นหมื่นหลัง เพราะฉะนั้นถ้าหากมีกำลังซื้อส่วนนี้เข้ามา ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ของ ๑ ล้านล้านบาทของ กบข. เป็นเงินร่วม ๆ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็จะสามารถฉุดให้ เศรษฐกิจพ้นจากห่วงเหวของความซบเซาขึ้นมาได้ เพราะว่าเงินก็จะสะพัดเข้าไปอยู่ในระบบ ทำให้ระบบเรานี้มีการเติบโตขยายใหญ่ได้ โดยที่รัฐไม่ต้องไปก่อหนี้เพิ่ม ประชาชนไม่ได้ไป ก่อหนี้เพิ่ม อันนี้ก็จะเป็นประโยชน์ที่จะเกิดกับเศรษฐกิจในภาพรวม และสิ่งที่กระผม กราบเรียนเสนอนี้ก็ไม่ใช่สิ่งใหม่ครับ เป็นสิ่งที่เขาทำกันในสิงคโปร์แล้วครับที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่เป็นสมาชิกของกองทุน บำเหน็จบำนาญของเขา ก็คือซีพีเอฟ (CPF) สามารถเอาเงินส่วนหนึ่งเอาไปซื้อบ้านได้ ผมจึงอยากจะขอให้พวกเราได้ช่วยกันสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ เพื่อจะให้ ประชาชนข้าราชการได้มีโอกาสมีบ้านของตัวเองครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ท่านผู้เสนอก็ได้อภิปรายสรุปในสาระสำคัญหมดแล้วนะครับ ต่อไปนี้เราก็ จะมีการลงมติกันนะครับ ก่อนที่จะลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ🔗
ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกได้เข้าห้องประชุมเพื่อที่จะได้มีการลงมติว่าเราจะรับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่นะครับ ขอเชิญเลยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมหารือ ท่านประธานนิดเดียว ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ขออนุญาต หารือท่านประธานว่า เนื่องจากว่ามีร่างพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับ กบข. กองทุนบำเหน็จ บำนาญข้าราชการ ๒ ฉบับด้วยกันครับ ก็เลยขอความชัดเจนจากท่านประธานเบื้องต้นครับว่า การลงมติรับหรือไม่รับ จะลงทีละฉบับหรือจะลงกันอย่างไรครับท่านประธาน🔗
ท่านประธานชวน ได้ขอมติจากที่ประชุมไปแล้วนะครับว่าจะลงมติพร้อมกันครับ ขอเชิญท่านสมาชิก เข้าห้องประชุมนะครับเพื่อเราจะได้ลงมติว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติกองทุน บำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่ เชิญครับ ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ ข้างนอกเข้าห้องประชุมนะครับ เพื่อจะได้ลงมติกันนะครับ ท่านสมาชิกที่เข้าห้องประชุมแล้ว ก่อนที่จะลงมติผมจะขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิ แสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนนะครับ🔗
ท่านสมาชิก ท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตน ถ้ายังไม่ได้ใช้สิทธิก็ขอเชิญนะครับ ถ้าแสดงตนกันหมดแล้ว ผมขอปิดการแสดงตนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ ท่านสมาชิกครับ จำนวนผู้เข้าประชุม และแสดงตนในขณะนี้ ๒๘๐ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ🔗
เนื่องจาก ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับ มีหลักการทำนองเดียวกัน และที่ประชุมได้มีมติให้พิจารณา และลงมติพร้อมกัน ดังนั้นผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง ๒ ฉบับหรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนท่านผู้ใดเห็นควร รับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ🔗
ท่านสมาชิก ท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิลงคะแนนมีไหมครับ ถ้ามีก็เชิญครับ ถ้าใช้สิทธิลงคะแนนกันหมดแล้ว ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ ท่านสมาชิกครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๓๔ ท่าน เห็นด้วย ๓๓๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับนี้นะครับ🔗
ต่อไป ขอเชิญเสนอคณะกรรมาธิการครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวนทั้งหมด ๒๕ ท่านครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดเสนอเป็นอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ถือว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขอเชิญท่านสมาชิกได้เสนอ กรรมาธิการ ที่ประชุมกำหนดให้มีกรรมาธิการวิสามัญ ๒๕ ท่าน สัดส่วนกรรมาธิการ ของคณะรัฐมนตรี จำนวน ๕ ท่าน ขอเชิญคณะรัฐมนตรีเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของ รัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของรัฐบาลดังนี้ ๑. นางแก้วกาญจน์ วสุพรพงศ์ ๒. นางศรีกันยา ยาทิพย์ ๓. นายจิรพงษ์ เวชมงคลกร ๔. นายสุรทิน พิจารณ์ ๕. ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม🔗
กรรมาธิการ ในสัดส่วนของรัฐมนตรีจำนวน ๕ ท่านเสนอครบนะครับ ต่อไปเป็นสัดส่วนกรรมาธิการของ แต่ละพรรคการเมือง จำนวน ๒๐ ท่าน ดังนั้นผมขอแจ้งจำนวนสัดส่วนของแต่ละ พรรคการเมืองนะครับ เป็นดังนี้ พรรคเพื่อไทย จำนวน ๖ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๕ ท่าน พรรคภูมิใจไทย จำนวน ๓ ท่าน พรรคก้าวไกล จำนวน ๒ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ ท่าน พรรคเสรีรวมไทย จำนวน ๑ ท่าน ขอเชิญแต่ละพรรคการเมืองเสนอชื่อกรรมาธิการ ตามสัดส่วน แล้วก็ขอผู้รับรองตามข้อบังคับด้วยนะครับ เชิญตัวแทนพรรคเพื่อไทยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๖ ท่าน ดังนี้ ๑. นายนิยม เวชกามา ๒. นายดะนัย มะหิพันธ์ ๓. นายอนันต์ ศรีพันธุ์ ๔. นายธนกร ไชยกุล ๕. นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ๖. นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเชิญสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐครับ🔗
ท่านประธาน ผม ศิริพงษ์ รัสมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ขอเสนอสัดส่วน คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๑. นายวีระกร คำประกอบ ๒. นายเกษม ศุภรานนท์ ๓. ผู้ช่วยศาสตราจารย์พรชัย อินทร์สุข ๔. นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ๕. นายสมศักดิ์ คุณเงิน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปเชิญสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุน บำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทยครับ ๑. นายวิรัช พันธุมะผล ๒. นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน ๓. นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้อง ต่อไปเป็นสัดส่วนของพรรคก้าวไกลครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทอง ผมขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จ บำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคก้าวไกล จำนวน ๒ คน ๑. รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ๒. นายธีรเศรษฐ พัฒน์วราพงษ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเป็นสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่าน เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายนามกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๒ ท่าน ดังต่อไปนี้ ๑. นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ๒. นายสาคร เกี่ยวข้อง ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเชิญสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี จากพรรคชาติไทยพัฒนา ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาขอเสนอนายเสน่ห์ ขาวโต ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเป็นสัดส่วนของพรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน ตัวแทนพรรคเสรีรวมไทย จำนวน ๑ ท่านครับ เชิญครับ มีตัวแทนจากพรรคร่วมฝ่ายค้านจะเป็นตัวแทนเสนอแทน ไหมครับ ๑ ท่าน🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ขอเสนอชื่อกรรมาธิการนายบุญส่ง ชเลธร ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อคณะกรรมาธิการครับ🔗
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๒๕ ท่าน ๑. นางแก้วกาญจน์ วสุพรพงษ์ ๒. นางศรีกัญญา ยาทิพย์ ๓. นายจิรพงษ์ เวชมงคลกร ๔. นายสุรทิน พิจารณ์ ๕. ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ๖. นายนิยม เวชกามา ๗. นายดะนัย มะหิพันธ์ ๘. นายอนันต์ ศรีพันธุ์ ๙. นายธนกร ไชยกุล ๑๐. นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ๑๑. ศาสตราจารย์สุชาติ ธาดาธำรงเวช ๑๒. นายวีระกร คำประกอบ ๑๓. นายเกษม ศุภรานนท์ ๑๔. ผู้ช่วยศาสตราจารย์พรชัย อินทร์สุข ๑๕. นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ์ ๑๖. นายสมศักดิ์ คุณเงิน ๑๗. นายวิรัช พันธุมะผล ๑๘. นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน ๑๙. นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ๒๐. รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ๒๑. นายธีรเศรษฐ พัฒน์วราพงษ์ ๒๒. นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ๒๓. นายสาคร เกี่ยวข้อง ๒๔. นายเสน่ห์ ขาวโต และ ๒๕. นายบุญส่ง ชเลธร🔗
ขอเชิญ กำหนดระยะเวลาแปรญัตติครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอระยะเวลาแปรญัตติ ๗ วันครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้อง มีท่านสมาชิกท่านใดเสนอเป็นอื่นหรือไหมครับ ก็เสนอระยะเวลาในการเสนอญัตติ ท่านขจิตรเสนอเป็นอื่นหรือครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี ผมขอความกรุณาท่านประธาน ผ่านไปยังผู้เสนอ ผมเสนอเป็น ๑๕ วัน เหตุผลก็คือว่าเวลาผมจะแปรญัตติกฎหมาย เวลา มาครบอีกวันมันแปรไม่ทันครับ ๗ วันนี่ไม่ทันจริง ๆ ครับ สำหรับคนที่ไม่อยากแปรเลย ก็ไม่ว่านะครับ แต่ว่าสำหรับผมในการแปรญัตติกฎหมายทำให้ผมลำบากครับ ผมจะไปนั่ง แปรญัตติต่อจากนี้ไปวันสองวันไม่ได้ทำครับ งานอย่างอื่นก็เยอะ แต่พอมาวันนี้อีกจะครบ ๗ วันแล้วนะครับ กฎหมายเขียนไว้อย่างนั้นก็จริง ผมขอความกรุณาไปยังท่านครับ ผมเสนอ ๑๕ วันครับ แล้วก็ขอความกรุณาท่านที่เสนอ ๗ วันได้ถอนออกไปด้วยครับ ไม่ใช่เรื่องใหญ่ครับ แต่เป็นเรื่องการทำงานให้มันได้ ขอความกรุณานะครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านอรรถกร ท่านขจิตรขอ ๑๕ วัน พอที่จะอะลุ่มอล่วยกันได้ไหมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ฉะเชิงเทรา ในฐานะคนที่เสนอระยะเวลาแปรญัตติช่วงแรก พอได้ฟังจากท่านขจิตรแล้ว ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ก็โอเค (OK) ครับ ผมไม่ขัดข้องและผมขอถอนญัตติที่ผมเสนอไว้ครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ก็สรุปว่ากำหนดระยะเวลาแปรญัตติภายใน ๑๕ วันตามที่ท่านขจิตรขอ ท่านสมาชิกครับกรณี มีการรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติมากกว่า ๑ ฉบับ คือเรารับมา ๒ ฉบับ อยากจะถาม ว่าอยากจะใช้ร่างพระราชบัญญัติฉบับใดเป็นหลักในการพิจารณาในวาระที่ ๒🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ฉะเชิงเทรา ขอเสนอให้ใช้ร่างของรัฐบาลเป็นร่างหลัก ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีท่านใด เสนอเป็นอื่นไหมครับ🔗
ใช้ร่างของ รัฐบาลเป็นหลักนะครับ ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าเป็นการจบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เป็นที่เรียบร้อยนะครับ ขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีและคณะผู้ชี้แจงนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่ค้างการพิจารณา🔗
๕.๑ ร่างพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายวิรัช พันธุมะผล กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
จากการประชุม คราวที่แล้วเมื่อผู้เสนอได้แถลงหลักการและเหตุผล สมาชิกอภิปรายแสดงความคิดเห็น และปิดการอภิปรายแล้ว ซึ่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คือท่านอนุชา นาคาศัย จะขอรับร่างพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ไปพิจารณาก่อน รับหลักการในวาระที่ ๑ โดยเมื่อที่ประชุมอนุมัติ ก็ให้รอการพิจารณาไว้ก่อน แต่ต้องไม่เกิน ๖๐ วัน นับแต่วันที่สภามีมติตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๘ หลังจากนั้นประธานของที่ประชุม คือ ฯพณฯ สุชาติ ตันเจริญ ก็ได้สั่งปิดการประชุมและเลื่อนมาลงมติในครั้งนี้ ดังนั้นผมจะขอถาม มติจากที่ประชุมว่าจะอนุมัติให้คณะรัฐมนตรีรับร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไปพิจารณา ก่อนที่จะรับหลักการหรือไม่ ก่อนลงมติผมจะขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุม เพื่อที่จะได้ลงมติกันครับ🔗
ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิก เสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ🔗
ท่านสมาชิก ที่อยู่ข้างนอกก็เชิญเข้าห้องประชุมนะครับ ยังให้เวลาท่านในการที่จะแสดงตน ท่านที่อยู่ ในห้องประชุมแล้วก็เสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกเสียบบัตร และกดปุ่มแสดงตนนะครับ สมาชิกที่อยู่ข้างนอกก็เชิญนะครับ ยังมีเวลานะครับ เชิญครับ ยังรอท่านอยู่ ท่านที่อยู่ในห้องประชุมแล้วก็เสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนได้เลยนะครับ เชิญท่านสมาชิกครับ ยังให้เวลาท่านอยู่อีกนิดหนึ่งนะครับ เพราะเห็นหลายท่านกำลังทยอย วิ่งเข้ามาอยู่ ท่านอุบลศักดิ์ได้แสดงตนหรือยังครับ นี่เป็นสมาชิกที่เป็นแบบอย่างนะครับ ขนาดเจ็บขาเดินไม่ได้ยังนั่งรถเข็นเข้าประชุม สมควรที่จะได้รับการยกย่องชมเชย และท่านเข้ามาแล้วท่านก็เสียบบัตรกดและปุ่ม แสดงตนด้วยนะครับ น่าชื่นชมครับ มีท่านสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้แสดงตนบ้างครับ ถ้าแสดงตนกันทุกท่านแล้ว ผมขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีท่านสมาชิกกดแสดงตน อยู่ในห้องประชุมและกดแสดงตน ๒๗๑ ท่าน ถือว่า ครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ต่อไป ผมจะขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ท่านผู้ใดเห็นควรอนุมัติ คือให้รอการพิจารณาไว้ก่อนนะครับ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าไม่ควรอนุมัติ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ🔗
มีท่านสมาชิก ท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิลงคะแนนบ้างมีไหมครับ ถ้าใช้สิทธิกันทุกท่านแล้วผมขอปิด การลงคะแนน เจ้าหน้าที่ช่วยแสดงผลครับ ท่านสมาชิกครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๒๕ ท่าน เห็นด้วย ๒๓๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๑ ท่าน งดออกเสียง ๖๕ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติอนุมัติให้คณะรัฐมนตรีรับร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไปพิจารณา ก่อนรับหลักการภายในเวลา ๖๐ วันนะครับ🔗
ต่อไป ๕.๒ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายชวลิต วิชยสุทธิ์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
เนื่องจาก มีร่างพระราชบัญญัติอีก ๔ ฉบับ🔗
๑. ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทาง การเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายสมบัติ ศรีสุรินทร์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
๒. ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือ ทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายวรภพ วิริยะโรจน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
๓. ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการรักษาเสถียรภาพ ของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ พ.ศ. ๒๕๖๓ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
๔. ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดให้อำนาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับ ผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายชลน่าน ศรีแก้ว กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
ผมเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๕ ฉบับ เป็นเรื่องทำนองเดียวกัน และเกี่ยวเนื่องกันตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๒) น่าจะนำมาพิจารณาพร้อมกัน แต่แยกการลงมติ ในวาระที่ ๑ ขั้นรับหลักการทีละฉบับตามลำดับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๔) จะมีสมาชิก ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มี ผมถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ผมดำเนินการตามนี้นะครับ ท่านสมาชิกครับ ร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง ๕ ฉบับนี้ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น และจัดทำสรุปผลการรับฟังและรายงานผลการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจาก ร่างพระราชบัญญัติเสร็จแล้ว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ และประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการการรับฟังความคิดเห็น และการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น จากร่างพระราชบัญญัติ ที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒ รายละเอียดปรากฏในเอกสารที่เจ้าหน้าที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ ต่อไปก็จะขอเชิญท่านผู้เสนอแถลงหลักการและเหตุผลตามลำดับนะครับ เชิญท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ ได้แถลงหลักการและเหตุผลครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย กระผมและคณะขอเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือ ทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยมีหลักการและเหตุผล ดังนี้🔗
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงิน แก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) พ.ศ. ๒๕๖๓🔗
เหตุผล โดยที่ผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งเป็นภาคธุรกิจ สำคัญที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นแหล่งสำคัญของการจ้างงาน ยังไม่สามารถ เข้าถึงการช่วยเหลือทางการเงินตามพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงิน แก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) พ.ศ. ๒๕๖๓ ได้อย่างแท้จริง จำเป็นต้องแก้ไขเงื่อนไขการที่สถาบัน การเงินให้กู้ยืมแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจ เพื่อให้ผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ได้รับประโยชน์จากความช่วยเหลือทางการเงิน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ที่กระผมได้กล่าวมาเมื่อตอนต้น เป็นหลักการ และเหตุผลในการเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดของรัฐบาล ซึ่งกระผมเห็นว่าร่าง พระราชกำหนดของรัฐบาลดังกล่าวยังมีข้อบกพร่อง รวมทั้งมีความเห็นว่าสามารถที่จะแก้ไข ข้อบกพร่องนั้นได้อย่างไรถึงจะช่วยเอสเอ็มอี (SMEs) ได้ ซึ่งกระผมจะชี้ให้เห็นเป็นลำดับดังนี้ครับ ท่านประธาน แม้รัฐบาลจะออกพระราชกำหนดมาช่วยเหลือ แต่ผู้ประกอบการยังไม่สามารถ เข้าถึงการช่วยเหลือดังกล่าวได้เท่าที่ควรจะเป็น ด้วยเงื่อนไขที่สถาบันการเงินต้องการลูกค้า ชั้นดีในการทำนิติกรรม เพราะสถาบันการเงินเห็นว่าลูกหนี้บางรายอาจจะได้รับสินเชื่อ เพิ่มเติมเกินความสามารถในการชำระหนี้ ทำให้พระราชกำหนดไม่สามารถช่วยเหลือเอสเอ็มอี (SMEs) ได้เท่าที่ควรจะเป็น ท่านประธานที่เคารพครับ พระราชกำหนดการให้ ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ โรคไวรัสโควิด (COVID) ได้ออกตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๖๓ เมื่อปีที่ผ่านมา พวกกระผมเห็นข้อบกพร่อง ก็เสนอร่าง พ.ร.บ. แก้ไขพระราชกำหนดดังกล่าว ตั้งแต่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๓ แต่กว่าจะผ่าน กระบวนการและบรรจุเข้าระเบียบวาระจนมีการพิจารณาในวันนี้ได้ ใช้เวลานานพอสมควร ทีเดียว อย่างไรก็ตาม กระผมและคณะก็ยังเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติที่กระผมและคณะเสนอนี้ ยังไม่ล้าสมัย ยังใช้ได้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต หากที่ประชุมเห็นชอบให้เป็นกฎหมาย ประการสำคัญปัจจุบันนี้เอสเอ็มอี (SMEs) ก็ยังเดือดร้อนต่อการเข้าถึงแหล่งเงินทุนอยู่ ร่างกฎหมายฉบับนี้ก็จะไปช่วยส่งเสริมให้เอสเอ็มอี (SMEs) เข้าถึงแหล่งทุนและเงินเยียวยาได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างพระราชบัญญัติที่พวกกระผมและคณะเสนอนี้ได้เสนอแก้ไข ใน ๕ ประเด็นใหญ่ ๆ ตั้งแต่ ๑. แก้ไขเพิ่มเติมบทนิยาม ๒. แก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไขการให้กู้ยืม แก่ผู้ประกอบวิสาหกิจ ๓. แก้ไขเพิ่มเติมเงื่อนไขในการชดเชยความเสียหายจากการให้กู้ยืม เงินของสถาบันการเงิน และ ๔. แก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับการรายงานการให้กู้ยืมเงินแก่สถาบัน การเงินของกระทรวงการคลังต่อรัฐสภา กระผมจะไม่ลงรายละเอียดในทุกประเด็นครับ ท่านประธาน แต่ประเด็นที่แก้ไขกระผมจะขอเน้นในมาตรา ๙ (๑) วงเงินที่ให้กู้ยืม ก็ควรต้อง เป็นการให้สินเชื่อเพิ่มเติมจากยอดหนี้เดิมไม่เกินร้อยละ ๑๐ ของยอดหนี้คงค้าง ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ แต่ไม่รวมถึงยอดหนี้คงค้างของวงเงินสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ วงเงินสินเชื่อรายย่อย มาตรา ๙ (๒) การให้สินเชื่อเพิ่มเติมตาม (๑) แก่เอสเอ็มอี (SMEs) ที่อยู่ในสถานะลูกหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ให้เร่งดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้ก่อน เน้นตรงนี้ครับท่านประธาน ให้เร่งดำเนินการปรับโครงสร้างหนี้ก่อน มาตรา ๙ (๓) วงเงินที่ให้กู้ยืมแก่เอสเอ็มอี (SMEs) ที่ไม่มีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงินใด ๆ ต้องไม่เกิน ๑๕ ล้านบาท โดยให้เงื่อนไขผ่อนปรนเป็นกรณีพิเศษ เน้นครับท่านประธาน โดยให้เงื่อนไข ผ่อนปรนเป็นกรณีพิเศษ ท่านประธานที่เคารพ ผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม เป็นภาคธุรกิจที่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ วงจรธุรกิจแต่ละวิสาหกิจ เกี่ยวข้องกับภาคส่วนต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะการจ้างงานแต่ละวิสาหกิจเป็นการ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ขับเคลื่อนประเทศอย่างสำคัญยิ่ง การขจัดปัญหาการเข้าถึงแหล่งทุน เป็นเรื่องที่พูดกันมาช้านานปัจจุบันก็ยังเป็นปัญหาอยู่ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หวังที่จะ แก้ไขปัญหาของเอสเอ็มอี (SMEs) ในการเข้าถึงแหล่งทุนอย่างแท้จริง จึงหวังที่จะเห็นสภา ของเราพิจารณารับหลักการร่างกฎหมายฉบับนี้เพื่อดำเนินการตามกระบวนการ ของกฎหมายต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญร่างที่ ๒ ครับ ท่านสมบัติ ศรีสุรินทร์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายสมบัติ ศรีสุรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงิน แก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยมี🔗
หลักการ สมควรให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการให้ความ ช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) ดังต่อไปนี้🔗
๑. แก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคำว่าผู้ประกอบวิสาหกิจให้ปฏิบัติตามกฎหมายว่า ด้วยการส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๓)🔗
๒. แก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคำว่า วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ให้หมายความรวมถึงวิสาหกิจที่ไม่เคยมีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงินมาก่อน และจำกัด วงเงินสินเชื่อไว้ไม่เกิน ๕๐๐ ล้านบาทต่อราย (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๓)🔗
๓. กำหนดให้ธนาคารแห่งประเทศไทยผ่อนปรนหลักเกณฑ์และเงื่อนไขต่าง ๆ เป็นกรณีพิเศษ อันส่งผลให้วิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) ทุกรายสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่มีต้นทุนต่ำได้ โดยง่าย (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๗ วรรคสาม)🔗
๔. กำหนดเงื่อนไขการให้กู้ยืมเงินของสถาบันการเงินครอบคลุมถึงการให้ สินเชื่อกับวิสาหกิจรายใหม่ และวิสาหกิจที่ยังไม่มีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงินมาก่อน (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๙ วรรคหนึ่ง)🔗
๕. ขยายระยะเวลาการชำระคืนเงินที่กู้พร้อมดอกเบี้ย (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๑๐)🔗
เหตุผล การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) ได้ส่งผลกระทบในวงกว้าง และมีแนวโน้มรุนแรงมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องมีมาตรการในการ ให้ความช่วยเหลือเพิ่มเติมแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้ภาคธุรกิจ ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นแหล่งจ้างงานที่สำคัญของเศรษฐกิจเกิดสภาวะ การขาดแคลนสภาพคล่อง หรือผิดนัดชำระหนี้ และอาจส่งผลกระทบฐานะทางการเงิน และการทำหน้าที่ด้านสินเชื่อของสถาบันการเงินได้ แต่อย่างไรก็ตาม ผลกระทบที่เกิดขึ้น จะต้องใช้เวลานานในการฟื้นตัวทางด้านเศรษฐกิจ และมาตรการที่ออกมานั้นมุ่งช่วยเหลือเฉพาะ ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) ที่มีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงิน และมีคุณสมบัติที่สามารถเข้าถึง แหล่งเงินทุนได้อยู่แล้ว ซึ่งยังไม่ครอบคลุมถึงผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการ ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) หรือผู้ประกอบการวิสาหกิจ รายใหม่ที่ไม่มีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงิน และประสบกับปัญหาไม่สามารถเข้าถึง แหล่งเงินทุนที่มีต้นทุนต่ำได้ จึงจำเป็นต้องตราร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้🔗
ท่านประธานครับ อันที่จริงการแก้ไขพระราชกำหนดโดยเสนอเป็น พระราชบัญญัติฉบับนี้อันสืบเนื่องมาจากว่าเมื่อครั้งที่มีพระราชกำหนดฉบับนี้เข้าสู่สภานั้น ผมได้อภิปรายโดยมีความเห็นแย้งกับกฎหมายฉบับนั้น แล้วก็มีความเห็นตามที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติจากจังหวัดนครพนมได้พูดไปเมื่อสักครู่นี้มีความเห็นว่า พระราชกำหนด ฉบับนั้นให้คำนิยามเกี่ยวกับวิสาหกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง ผิดไปจากสิ่งที่ควรจะเป็น คือมันจะไม่สามารถทำให้ธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดย่อมเข้าถึงแหล่งเงินได้ โดยเฉพาะบรรดาผู้ที่ ยังไม่ได้มีวงเงินกับธนาคาร ดังนั้นจึงได้มีการแก้ไข รวมถึงแก้ไขมาตราอื่น ๆ เพื่อสามารถให้ ธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดย่อมซึ่งเป็นกำลังสำคัญของประเทศสามารถเข้าถึงแหล่งเงินและเป็น กำลังให้ประเทศชาติได้ แต่บัดนี้เวลาผ่านมา ๑ ปี ๘ เดือน การแก้ไขร่างพระราชกำหนดฉบับนี้ มันก็ผ่านมาเป็นเวลานานจนกระทั่งรัฐบาลได้ออกพระราชกำหนดฉบับใหม่โดยช่วยเหลือ ผู้ประกอบการวงเงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งพระราชกำหนดฉบับใหม่ก็เป็นผลแล้ว ดังนั้น การแก้ไขต่าง ๆ ที่ผมได้เสนอพระราชบัญญัติฉบับนี้ส่วนใหญ่แล้วมันเป็นการช้าเกินไปที่จะ มาเรียงตามมาตราที่จะแก้ไขตาม ซึ่งก็เห็นว่ารัฐบาลก็ได้พยายามแก้ไขอยู่บ้าง แต่ว่าที่ผมได้มี โอกาสลุกขึ้นพูดนี้ก็เพื่อจะแสดงให้เห็นว่า การแก้ไขต่าง ๆ ตั้งแต่พระราชกำหนดฉบับเดิม จนมาถึงพระราชกำหนดฉบับใหม่ในวงเงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นก็ยังไม่สามารถทำให้ ธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดย่อมสามารถเข้าถึงแหล่งเงินได้อยู่ดี จึงขออนุญาตอภิปรายในส่วนนี้ เพื่อชี้ให้เห็นว่า การแก้ไขต่าง ๆ นั้นที่จริงมันจะต้องแก้ไขด้วยความคิด ความอ่านที่จะต้องให้ เกิดการผ่อนปรนขึ้นอย่างแท้จริง มิฉะนั้นก็จะไม่สามารถทำให้ธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง เข้าถึงการช่วยเหลือได้เลย ตัวปัญหาที่ติดอยู่🔗
ประการที่ ๑ ติดอยู่สถาบันที่เราเรียกว่า เครดิตบูโร (Credit bureau) เครดิตบูโร (Credit bureau) นี้เกิดขึ้นเมื่อสมัยต้มยำกุ้ง เครดิตบูโร (Credit bureau) สมัยนั้นเกิดขึ้นมา เพราะว่าสมัยก่อนนั้นเรามีการให้การกู้ยืมเงินกันอย่างง่ายดาย โดยที่ การกู้ยืมเงินนั้นก็อาศัยเงินกู้จากต่างประเทศบ้าง และเงินกู้ภายในประเทศบ้าง เกิดการใช้เงินที่ยืมไปนี่ไปลงทุนในที่ต่าง ๆ ที่ไม่เกิดประสิทธิผล ไม่เป็นไปตามความน่าเชื่อถือ ทำให้เกิดเงินเฟ้อ และทำให้เศรษฐกิจต่าง ๆ ล้มตามที่เราเรียกกันว่า ต้มยำกุ้ง สมัยนั้นเกิด การตั้งสถาบันที่เรียกว่า เครดิตบูโร (Credit bureau) หรือสถาบันพิจารณาเครดิตแห่งชาติขึ้น ซึ่งทำให้มีการพิจารณาเรื่องการให้สินเชื่อกันโดยใช้หลักของการดูจากโครงการ ดูจากเครดิต ดูจากความน่าเชื่อถือของผู้ให้กู้ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ดี แต่ว่าในยามนั้นเครดิตบูโร (Credit bureau) มีปัญหามีประโยชน์มาก แต่วันนี้ขณะนี้ปีนี้เราประสบปัญหาซึ่งไม่ใช่เรื่องเดิม แต่เป็นปัญหาที่ เกิดจากโคโรนาไวรัส (Coronavirus) และเป็นปัญหาเศรษฐกิจที่ประชาชนนั้นไม่สามารถ เข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งครับที่รัฐบาลจะต้องมีวิสัยทัศน์ แล้วก็ใช้โอกาส ใช้ความสามารถที่จะต้องใช้เครดิตบูโร (Credit bureau) ให้เป็นประโยชน์ ไม่ใช่ให้เป็น อุปสรรคต่อธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดย่อม ผมอยากจะยกตัวอย่างว่า รัฐบาลได้พยายาม ช่วยเหลือในวิธีการต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น โครงการโคช่วยชาติ โดยมีสินเชื่อเพียงแค่ล้านละร้อย ซึ่งเป็นความคิดที่ดี โดยเป็นความคิดที่ดีของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ผลักดันเรื่องนี้โดยมีการอนุมัติวงเงินสินเชื่อ โดยดอกเบี้ยแค่ร้อยละ ๐.๐๑ หรือที่เรียกว่า ล้านละร้อย โดยให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรเป็นคนอนุมัติให้สินเชื่อ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่าผ่านมาเป็นเวลาเกือบ ๒ ปี โครงการนี้เกิดขึ้นมีเกษตรกรเข้าถึง แหล่งเงินอันนี้ยากมาก เนื่องจากติดกรอบการพิจารณาเรื่องการให้สินเชื่อ ตัวผมเอง ได้พยายามอย่างยิ่งที่จะศึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้ แล้วก็ให้ความช่วยเหลือให้ความอนุเคราะห์ เกษตรกรเพื่อให้เข้าถึง โดยถึงกระทั่งเอาคนไปอบรมวิธีการเขียนโครงการแล้วก็ช่วยเขา ผลักดันอะไรต่าง ๆ แต่สรุปแล้ววิสาหกิจที่ผมช่วยผลักดันอยู่ ๒๐-๓๐ แห่งนั้นอย่างมากที่สุด ก็เข้าสู่การเข้าประกอบการได้รับสินเชื่อจริงเพียง ๕ รายเท่านั้น นี่คือตัวอย่างที่เห็นครับ สิ่งที่ ผมคิดว่าน่าจะเป็นในรอบนี้ผมอยากจะเห็นรัฐบาลให้มีนโยบายคิดนอกกรอบทางการเงินบ้าง การที่จะต้องไปอาศัยธนาคารแห่งประเทศไทยให้เงินกับสถาบันการเงินเพื่อไปให้ ผู้ประกอบการขนาดเอสเอ็มอี (SMEs) ทั้งหลาย แล้วเอสเอ็มอี (SMEs) ทั้งหลายนั้นมีปัญหา เรื่องลูกค้าของเขาติดเครดิตบูโร (Credit bureau) บ้าง ติดปัญหาในเรื่องต่าง ๆ แล้ว แม้แต่ บางรายมีหลักทรัพย์สำหรับที่จะค้ำประกันสินเชื่อได้อย่างเหลือเฟือก็ยังไม่สามารถเข้าถึง แหล่งเงินได้ จึงจำเป็นอย่างยิ่งครับที่จะต้องพูดเรื่องนี้เพื่อให้เกิดการผ่อนปรนให้เศรษฐกิจ ขนาดเล็ก ขนาดย่อม ซึ่งเป็นกำลังสำคัญของประเทศเข้าถึงแหล่งเงินได้ ผมเสนอนะครับ ผมอยากจะให้รัฐบาลบายพาส (Bypass) เครดิตบูโร (Credit bureau) ด้วยการตั้งกองทุนพิเศษ เพื่อช่วยเหลือเศรษฐกิจขนาดเล็ก ขนาดย่อม โดยอาจจะเรียกได้ว่าเอสพีวี (SPV) หรือเป็น โครงการเฉพาะกิจแล้วทำให้มีผู้ดูแลเป็นพิเศษ แล้วก็พิจารณาให้กับธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดย่อมให้เข้าถึงแหล่งเงิน ดูในขณะนี้ผมเป็นกรรมาธิการการติดตามเรื่องเงินกู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้าน ผมเห็นว่ามีหลายโครงการที่เราได้ทำการแก้ไขปัญหาหรือเยียวยาที่ดี แต่ในเรื่องของการแจกเงินต่าง ๆ ในโครงการคนละครึ่ง หรือยิ่งใช้ยิ่งได้ หรือยิ่งช้อปมาก ยิ่งได้กำไร โครงการแจกเงินที่ชาวบ้านเขาเรียกว่า เฮลิคอปเตอร์มันนี (Helicopter money) หรือโครงการโปรยเงินไปจนทั่ว มันเป็นมานานแล้ว แล้วก็เป็นการแจกเงินที่ช่วยเหลือคนก็ดี จริง แต่มันแจกซ้ำแจกซ้อน แจกอยู่ที่เก่า ไม่ได้ช่วยให้เศรษฐกิจของประเทศฟื้นขึ้นมาได้เลย กลุ่มผู้ประกอบการรายใหม่หรือผู้ประกอบการรายเก่าที่มีปัญหาเรื่องโควิด (COVID) แล้ว จำเป็นจะต้องมีเงินทุนหมุนเวียน เพื่อรื้อฟื้นกิจการของเขาต่างต้องการความช่วยเหลือเรื่อง การเงินโดยให้เขาเข้าถึงแหล่งทุนโดยเร็ว ถ้าเขาสามารถเข้าไปได้ก็จะเกิดการลงทุน ทั่วประเทศ แล้วก็จะเกิดผลดีของประเทศไทย ดังนั้นมันอาจจะดีไหมแทนที่จะแจกเงิน เราให้เขายืมเงิน ดีกว่าแจกเงินไหม ให้แจกเงินไปนั้นแจกแล้วก็ได้ใช้ เกิดการรอ ประชาชนไม่มีความหวัง มีแต่รอว่าเดือนนี้เงินจะอนุมัติมา ๕๐๐ บาท เดือนนี้เงินจะอนุมัติมา ๕,๐๐๐ บาท แล้วก็ ไม่มีใครคิดจะทำงาน ไม่มีใครคิดจะขวนขวายสร้างอนาคต สร้างอาชีพเกิดขึ้น ผมจึงเห็นว่า มีความสำคัญอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องแก้ไขปัญหาเรื่องนี้โดยด่วน โดยให้ถือว่าการให้ยืม ถึงแม้ว่าจะมีความเสี่ยงอยู่บ้างก็จะยังจะดีกว่าการแจกให้เฉย ๆ การให้ยืมไปเพื่อทำธุระ จะทำให้คนรุ่นใหม่ที่มีโอกาสที่จะมาทำหากินได้สามารถลงทุน การให้กู้ยืมกับผู้ที่มีหลักทรัพย์ อยู่แล้ว แต่ว่าประวัติอาจจะมีความเสียหายอยู่บ้างก็จะทำให้เขาสามารถลุกขึ้นต่อสู้กับชีวิต แล้วก็สร้างเศรษฐกิจที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ดังนั้นขอสรุปว่าในพระราชบัญญัติฉบับนี้ ของผมไม่ได้ต้องการลงมติอะไรทั้งสิ้น เพราะว่ามันก็ล่าช้านานผ่านมาแล้ว เพียงแต่ต้องการ จะชี้ให้เห็นว่าถึงแม้ว่าจะผ่านมาเกือบจะ ๒ ปีแล้ว การเข้าถึงแหล่งเงินของธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดย่อมในประเทศไทยยังเป็นไปด้วยความลำบาก และนั่นก็คือกับดักเศรษฐกิจ ของประเทศที่รัฐบาลจำเป็นต้องให้ความช่วยเหลือเป็นการด่วน ต้องถือว่าการให้ยืมให้ทุน จะเป็นประโยชน์กว่าการโปรยเงินครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับที่ ๓ นะครับ คุณวรภพ วิริยะโรจน์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ก็อยากจะขอ เสนอญัตติเรื่องการเสนอ พ.ร.ก. ผมเรียกสั้น ๆ ว่า สินเชื่อฟื้นฟูก็แล้วกันนะครับ จริง ๆ ผมอาจจะเท้าความอย่างนี้ก่อนครับ นี่ก็เกือบ ๒ ปีแล้วที่เราเจอกับวิกฤติเศรษฐกิจจากโควิด (COVID) อันนี้นะครับ ผมในฐานะผู้แทนที่เป็นตัวแทนจากภาคธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) จริง ๆ ต้องบอกว่าค่อนข้างเสียใจมากที่จะเห็นเอสเอ็มอี (SMEs) ล้มหายตายจากไปเป็นเกือบ แสน ๆ รายนะครับ แม้กระทั่งโรงแรม ร้านอาหาร โรงเรียน ร้านค้า หลายธุรกิจนี้ก็คือ ทำงานมา ๑๐ กว่าปีด้วยซ้ำก็ต้องมาปิดกิจการ แล้วก็ลูกจ้างต้องตกงานจำนวนมากนะครับ ผมก็ยังยืนยันว่าร่างที่ผมเสนอไปนั้นยังเป็นประโยชน์ แล้วก็ยังสามารถช่วยเหลือ วิกฤตการณ์ครั้งนี้ได้ครับ เพราะว่าในสภาแห่งนี้จริง ๆ เรามีอภิปราย ๒ ครั้งแล้วเกี่ยวกับ มาตรการในการช่วยเหลือเอสเอ็มอี (SMEs) ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ๒๕๖๓ ซึ่งครั้งนั้น ผมก็ยืนยันว่าร่างที่เป็นฉบับนั้นมันเป็น พ.ร.ก. ซอฟต์โลน (Soft lone) ก็ไม่สามารถช่วยเหลือ เอสเอ็มอี (SMEs) ได้จริงนะครับ ปรากฏว่าผ่านมาใช้เวลา ๑ ปีถึงจะมีการแก้ไขยอมรับ ความผิดพลาดตรงนี้แก้ไขออกมาใหม่เป็น พ.ร.ก. สินเชื่อฟื้นฟู ฉบับที่ ๒ ออกมานะครับ ในเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๔ นี้ แต่ว่าตัวเลขมันก็ยืนยันครับ ผลลัพธ์ออกมาจะผ่านไป ๖ เดือน จะครึ่งปีอยู่แล้ว สินเชื่อฟื้นฟูที่ปล่อยไปได้ก็เป็นเพียงแค่ ๑๓๕,๐๐๐ ล้านบาท จากวงเงิน ทั้งหมดก็คือ ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็คือเกินครึ่งมานิดเดียวครับ ถ้าไปดูไส้ในจะยิ่งเห็นชัดว่า เจตนารมณ์ วัตถุประสงค์ของมันที่ต้องการมาช่วยสินเชื่อเอสเอ็มอี (SMEs) เอสเอ็มอี (SMEs) ที่ไม่เคยมีสินเชื่อมาก่อน สุดท้ายช่วยเหลือได้เพียงแค่ ๔,๐๐๐ รายครับ เอสเอ็มอี (SMEs) ที่ได้วงเงินไม่เกิน ๕ ล้านบาทก็รับเพียง ๑๗,๐๐๐ ราย จากเอสเอ็มอี (SMEs) ทั้งหมด ๓ ล้านกว่าราย อันนี้มันก็ยืนยันว่าสุดท้ายแล้วเอสเอ็มอี (SMEs) ที่เข้าไม่ถึงสภาพคล่อง เข้าไม่ถึงเงินกู้ก็ยังเป็นเอสเอ็มอี (SMEs) รายเล็ก รายน้อยเหมือนเดิม ซึ่งนั่นก็คือ เอสเอ็มอี (SMEs) ที่ต้องปิดกิจการไปอย่างน่าเสียดายครับ สาระสำคัญที่มันจำเป็นต้อง ถูกแก้ไขครับ ซึ่งผมก็พูดตั้งแต่ ๒ ปีที่แล้วก็คือว่า มันเป็นหน้าที่ของรัฐครับ ถ้าจะมองว่า ในการช่วยเหลือเอสเอ็มอี (SMEs) ให้รอดพ้นจากวิกฤติครั้งนี้ได้ วิกฤติที่มันไม่ใช่เรื่องปกติ วิกฤติที่มันไม่ใช่ความผิดของเอสเอ็มอี (SMEs) ของเขาเองนะครับ มันคือการต้องตั้งวงเงินครับ ให้ชดเชยความเสี่ยงเพื่อให้สถาบันการเงินเขามั่นใจว่าเมื่อเขาปล่อยสภาพคล่องช่วยเหลือ เอสเอ็มอี (SMEs) เหล่านี้ไปได้ให้ข้ามพ้นวิกฤตการณ์เหล่านี้ไปได้ ถ้าเกิดเอสเอ็มอี (SMEs) รายไหนไปไม่รอดจริง ๆ เขาก็สามารถได้รับชดเชยจากภาครัฐได้ อันนี้เป็นประเด็นสำคัญครับ ไม่ใช่ดอกเบี้ย ไม่ใช่เงื่อนไขอื่นอะไรมากมาย ไม่ใช่ค่าธรรมเนียม มันคือเรื่องการชดเชยความเสี่ยงเท่านั้นที่เป็นสาระสำคัญที่สุด ที่ให้สถาบันการเงินเขามั่นใจ ซึ่งในร่างผมเอง ผมก็ยืนยัน ว่าถ้าหากรัฐบาลกล้าที่จะรับประกันว่าสถาบันการเงินปล่อยกู้ เอสเอ็มอี (SMEs) ได้เลย เมื่อเกิดความเสี่ยงปล่อยไป ๑๐๐ บาท ถ้าเกิดหนี้สูญก็จะมารับเงิน จากภาครัฐได้ ๘๐ บาท อันนี้เป็นตัวอย่างที่ผมใส่ลงไปในร่างที่ผมเสนอต่อสภาแห่งนี้ เพื่อให้ สถาบันการเงินเขามั่นใจ เมื่อเขามีการปล่อยสินเชื่อเพิ่มสภาพคล่อง แน่นอนครับ แต่ท่านจะ สงสัยว่า แล้วเมื่อได้สินเชื่อเขาจะอยู่รอดหรือ ผมก็ยืนยันครับ มันเป็นวิถีชีวิตของเอสเอ็มอี (SMEs) ทุกคนครับ เมื่อได้มาทุกคนย่อมดิ้นรน เขาจะมีการปรับตัวนั้นเอง แต่ทุกการปรับตัว มันต้องใช้เงินทุน นี่คือสาเหตุสำคัญที่เอสเอ็มอี (SMEs) ไปไม่รอด เพราะขาดสภาพคล่อง ขาดเงินทุนในการปรับตัวอีกครั้งหนึ่ง และในช่วงนี้จริง ๆ ผมก็ยังมองโลกในแง่ดี คิดว่า สถานการณ์มันจะดีขึ้น นักท่องเที่ยวจะเริ่มกลับมามากขึ้น ถึงแม้ว่าอาจจะยังมีความ ไม่แน่นอนอยู่ แต่ในการที่จะเปิดรับกลับมาเป็นปกติครั้งหนึ่งมันหมายถึงอะไร มันหมายถึง ก็ต้องมีเงินทุน มันไม่ใช่ว่าธุรกิจทุกธุรกิจอยู่ดี ๆ อยากจะเปิดก็เปิด อยากจะปิดก็ปิด ในความเป็นจริงมันมีเงินทุน มันต้องจ้างพนักงานล่วงหน้า มันต้องมีการเตรียมของ อุปกรณ์ เตรียมวัตถุดิบอะไรมากมาย ซึ่งแน่นอนครับ คนที่มีทุนเขาก็จะกลับมาเปิดได้ คนที่ไม่มีทุน เขาก็จะกลายเป็นคนไม่มีงานอยู่วันยังค่ำ อันนี้บเป็นประเด็นสำคัญที่ผมก็ยังยืนยันว่าตัวร่าง ที่ผมเสนอต่อสภาแห่งนี้ยังช่วยเหลือได้🔗
อีกประเด็นหนึ่งครับ มันไม่ใช่แค่ร่างนี้ฉบับเดียว ผมอาจจะขอเพิ่มเติมครับ มันมีเรื่องของธนาคารภาครัฐด้วย ว่าถ้าเกิดเมื่อมีการชดเชยความเสี่ยงให้กับสถาบันการเงินแล้ว แต่ในขณะเดียวกันสถาบันการเงินมันทั้งเอกชน แล้วก็มีทั้งธนาคารรัฐครับ แน่นอนมันต้อง มองเป็นหน้าที่ของธนาคารของรัฐในการกวาด ช่วยเหลือเอสเอ็มอี (SMEs) รายย่อยจริง ๆ เอสเอ็มอี (SMEs) ที่เข้าไม่ถึง เอสเอ็มอี (SMEs) ที่ไม่มีหลักประกัน ที่สถาบันการเงินเอกชน เขาอาจจะไม่ปล่อย ตอนนี้มันต้องเปลี่ยนวิธีคิด คือมันขอเพียงแค่ว่าเอสเอ็มอี (SMEs) รายไหนก็ตามที่มีหลักฐาน ว่าเขาประกอบการธุรกิจจริง ๆ อย่าไปคิดครับว่ามันต้องมี หลักประกัน อย่าไปคิดว่ามันต้องยึดประกันของลูกหนี้เท่านั้นได้ ผมเคยไปคุยกับ ผู้ประกอบการปางช้าง เขาขอกู้มามากมาย ทุกคนก็ขอหลักประกันหมด ถ้าไปคุยกับธนาคารรัฐ รัฐเขาก็กังวลว่ายึดช้างมาแล้วเขาจะทำอะไรต่อ เพราะนี่คือความคิดของธนาคารรัฐที่ว่า จะยึดแต่หลักประกันอย่างเดียวต้องหาอะไรยึดเท่านั้น แล้วก็ไปตั้งคำถามว่าแล้วจะเอาไปทำอะไร ซึ่งจริง ๆ มันผิด ถ้าหน้าที่ของภาครัฐ คือการช่วยเหลือเอสเอ็มอี (SMEs) ขอเพียงเขามี หลักฐานแน่นอน ซึ่งในเคส (Case) ตัวอย่างที่ผมพูดถึงมันก็เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าเขาทำ ธุรกิจท่องเที่ยวจริง ๆ และเขาก็ต้องการสภาพคล่องเงินทุนเพื่อรองรับยื้อการอยู่รอดตรงนี้ เพื่อรองรับการกลับมาของนักท่องเที่ยวตรงนี้ นี่ต่างหากที่ธนาคารรัฐควรจะต้องเปลี่ยน นโยบายครับ ดังนั้นในโอกาสแห่งนี้ ก็เลยอยากจะอภิปรายต่อสภาแห่งนี้ เพื่อยืนยันว่า พ.ร.บ. ที่ผมเสนอเข้าไปสามารถช่วยเหลือเอสเอ็มอี (SMEs) ได้ครับ ก็ยังขอยืนยันครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อเป็นร่างที่ ๔ ของท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ ในร่างที่ ๔ และร่างที่ ๕ ท่านประธานครับ ผมได้รับมอบหมายจาก คุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ให้เป็นผู้เข้าญัตติในร่าง พ.ร.บ. ทั้ง ๒ ฉบับ ผมก็ขออนุญาต ท่านประธาน แล้วก็จะได้อภิปรายในคราวเดียวกัน ก่อนที่จะเข้าญัตติผมขออนุญาตเสนอ หลักการและเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับก่อน และจะอภิปรายสนับสนุน ในช่วงต่อไป🔗
ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม พระราชกำหนดการรักษาเสถียรภาพของ ระบบการเงินความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ พ.ศ. ๒๕๖๓ หลักการ แก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชกำหนดการรักษาเสถียรภาพและระบบการเงิน และความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ของประเทศ พ.ศ. ๒๕๖๓ เหตุผล โดยที่การลงทุนในตราสารหนี้ตามพระราชกำหนด การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องดำเนินการ โดยโปร่งใส เพื่อประโยชน์ของเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอย่างแท้จริง การผ่อนผัน หลักเกณฑ์ต่าง ๆ ต้องอยู่ในกรอบที่เหมาะสม มิใช่ยกเว้น จนไม่ต้องมีหลักเกณฑ์ และควรให้ มีกรรมการผู้สังเกตการณ์จากสภาผู้แทนราษฎร ในคณะกรรมการกำกับกองทุนเพื่อรักษาสภาพคล่องของการระดมทุนในตลาดตราสารหนี้ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าการดำเนินการต่าง ๆ ตามพระราชกำหนดเป็นไปโดยโปร่งใสตาม หลักธรรมาภิบาล ทั้งควรให้รายงานการลงทุนตามพระราชกำหนดต่อรัฐสภาทุก ๓ เดือน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้🔗
ฉบับที่ ๒ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนด ให้อำนาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับ ผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยาและฟื้นฟู เศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เหตุผล โดยที่การกู้เงินตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา ๒๐๑๙ มีมูลค่าสูงถึง ๑ ล้านล้านบาท การใช้เงินที่กู้มาก็กระทำในเวลาจำกัด จำเป็น ต้องให้ดำเนินการไปโดยโปร่งใส เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชนอย่างแท้จริง จึงควรสร้างความมั่นใจแก่ประชาชนโดยให้มีกรรมการผู้สังเกตการณ์จากสภาผู้แทนราษฎร ในคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายกู้เงิน ให้รายงานการกู้เงินและการใช้จ่ายเงินกู้ ตามพระราชกำหนดต่อรัฐสภาทุก ๓ เดือน และให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือสมาชิก วุฒิสภาร้องขอข้อมูลการกู้เงินและการใช้เงินเพื่อประโยชน์ของการตรวจสอบได้ จึงจำเป็น ต้องตราพระราชบัญญัตินี้🔗
ท่านประธานครับ ทั้ง ๒ ฉบับเป็นการเสนอร่างพระราชกำหนด การแก้ไข พ.ร.ก. ซึ่งออกโดยรัฐบาลชุดปัจจุบันเมื่อปี ๒๕๖๓ ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับการแก้ไข ปัญหาไวรัสโควิด (COVID) ระลอกแรกนะครับ ตอนนั้นเป็นแพ็กเกจ (Package) ทางการเงิน ๑.๙ ล้านล้านบาท เป็นเงินกู้ ๑ ล้านล้าน อีก ๙๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเป็นส่วนของเอสเอ็มอี (SMEs) ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของตลาดตราสารหนี้ ท่านประธานครับ อันนี้ เป็นกระบวนการที่มีปัญหาของสภาผู้แทนราษฎร วันนี้เราได้มานั่งพิจารณากัน ผมมีโอกาส ได้เข้าสู่ญัตติในครั้งนี้ ต้องเรียนด้วยความเคารพว่า เหตุการณ์มันเนิ่นช้าจนกระทั่งตัว พ.ร.ก. หลายฉบับหมดความจำเป็น อย่างเช่น ตราสารหนี้ ปัจจุบันก็ไม่ได้มีการดำเนินการใด ๆ ในร่างพระราชกำหนดที่ได้ออกไปแล้ว ในส่วนของเงินกู้ ๑ ล้านล้านบาทก็ใช้เงินหมดไปแล้ว จนกระทั่งมีการกู้รอบสองต้นปีหน้ารัฐบาลแก้ไขปัญหาเรื่องของโควิด (COVID) ก็น่าจะต้องกู้ มาอีกไม่ต่ำกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็คงจะต้องมามี พ.ร.ก. ฉบับที่ ๓ เป็นเงินกู้ครั้งที่ ๓ อีก ต้องเรียนต่อท่านประธานด้วยความเคารพว่า นี่คือกระบวนการที่เป็นปัญหา พรรคฝ่ายค้าน ได้นำเสนอร่าง พ.ร.บ. ในการแก้ไข พ.ร.ก. เหล่านี้มาเป็นปี ๆ แต่ไม่ได้รับการตอบสนองจาก ฟากฝั่งรัฐบาล สุดท้ายกระบวนการดำเนินการที่ผ่านไปมันก็เกิดปัญหาขึ้นอย่างที่พวกผมได้ ทักท้วงท้วงติง ต้องเรียนต่อท่านประธานครับ ทั้ง ๓ ฉบับนั้น ฉบับแรก พ.ร.ก. การกู้เงิน ๑ ล้านล้านบาทนั้น มาถึงวันนี้ชี้ชัดครับว่ากระบวนการใช้จ่ายมันมีปัญหา เช่น โครงการ เบี้ยหัวแตก โครงการที่ไม่เกิดการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างแท้จริง และหนักหนาสาหัสที่สุดก็คือ โครงการที่มีการส่อทุจริต วันนี้เรามีคณะกรรมการสามัญหลายคณะครับ อย่างเช่น คณะกรรมการสามัญเกี่ยวกับเรื่องของการติดตามงบประมาณ โดยท่านไชยา พรหมา จากพรรคเพื่อไทย ท่านก็ได้ติดตามเรื่องของการใช้จ่ายเงินกู้ ๑ ล้านล้าน ในส่วนนี้อย่างใกล้ชิด เจอปัญหามากมายนะครับ ปัญหาในเรื่องของการดำเนินการ ปัญหาในเรื่องของการใช้ จ่ายเงินของรัฐให้เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม แต่วันนี้สิ่งที่เราได้นำเสนอโดยมากเป็นเรื่อง ของโครงสร้าง ในเรื่องของ พ.ร.ก. ในส่วนกู้เงินผมต้องเรียนอย่างนี้ครับ มีการแก้ไขอยู่ ประมาณ ๒ ข้อหลัก ๆ ครับ ข้อแรกนั้นเป็นเรื่องของการให้มีคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้ จ่ายเงินกู้ ซึ่งมีองค์ประกอบต่างจากร่าง พ.ร.ก. การกู้เงินที่รัฐบาลได้นำเสนอมานะครับ โดยเน้นหนักในเรื่องของการมีสัดส่วนของคนที่มีความเป็นกลางและเป็นตัวแทน ของประชาชน เรามีผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งจะให้สภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบเพื่อเสนอชื่อ เข้าไป แล้วก็ไปติดตามตรวจสอบการใช้จ่ายเงิน และที่สำคัญที่สุดก็คือเรื่องของการรายงาน ต่อสภาผู้แทนราษฎร เพราะเงินกู้ ๑ ล้านล้านบาทนั้น ไม่ผ่านกระบวนการวิธีการงบประมาณโดยปกติ คือเรา ไม่ต้องมานั่งพิจารณากัน ๓ วาระเหมือนงบประมาณแผ่นดินที่เข้ามาทุกปี ๆ แต่ว่าในส่วนนี้ เงินกู้ ๑ ล้านล้านบาท ครั้งที่แล้วอนุมัติกรอบไป แล้วก็ไปดำเนินการโดยภาครัฐ โดยรัฐบาล โดยที่ไม่มีความมีส่วนร่วมจากพี่น้องประชาชน สุดท้ายสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นคนอนุมัติ กรอบเงินกลับไม่ได้สามารถที่จะร่วมเข้าไปมีส่วนในการให้ความคิดให้ข้อเสนอแนะ และติดตามตรวจสอบอย่างสมบูรณ์จริง ๆ เราจึงมีการกำหนดในอีกส่วนหนึ่งว่าให้มี การรายงานต่อรัฐสภาทุก ๓ เดือน หมายความว่าไตรมาส ๑ คณะกรรมการจะต้องนำเสนอ เหมือนกับเป็นเรื่องรับทราบในสภาผู้แทนราษฎรเพื่อที่จะมาถกแถลงเอาข้อมูลมาให้กับสภา ได้ดูว่าการดำเนินการนี้เกิดอะไรขึ้น และเป็นปัญหาหรือไม่อย่างไร เราจะได้มีข้อท้วงติง จากสมาชิกทุกภาคส่วนเข้าไปยังคณะกรรมการเพื่อให้การดำเนินงานในอนาคตดีขึ้น แต่อย่าง ที่ผมได้เรียนวันนี้มันเลยผ่านมาแล้ว เงินใช้ไปแล้ว วันนี้เราก็มาเหลือแต่การติดตามตรวจสอบ ซึ่งก็ยังเป็นประโยชน์อยู่ ในประเด็นนี้ก็ยังเป็นประโยชน์อยู่ ในส่วนของ พ.ร.ก. อีกฉบับหนึ่ง ที่อยู่ในแพ็กเกจ (Package) ก็คือเรื่องของเอสเอ็มอี (SMEs) ผมต้องเรียนครับว่าเราได้ท้วงติง มาโดยตลอดว่าโครงการในเรื่องของการแก้ไขปัญหาเอสเอ็มอี (SMEs) โดยเฉพาะในเรื่องของ การสนับสนุนทุนให้กับพี่น้องเอสเอ็มอี (SMEs) ที่รัฐบาลออกมาในครั้งแรกนั้นมีปัญหามาก แล้วเหตุการณ์ก็เกิดปรากฏตามที่พวกเราได้ท้วงติงแล้วก็ได้นำเสนอไว้ นั่นก็คือพี่น้อง ประชาชนที่เป็นภาคธุรกิจที่ทำเรื่องธุรกิจเกี่ยวกับเอสเอ็มอี (SMEs) เขาไม่สามารถเข้าถึง แหล่งเงินทุนได้จริง เพราะรัฐไปกำหนดเรื่องของกรอบเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้าน ตั้งกองไว้ แต่ยัง ผลักภาระในการพิจารณาในการดำเนินการต่าง ๆ ไปยังภาคเอกชน นั่นก็คือธนาคารพาณิชย์ ต่าง ๆ ธนาคารพาณิชย์เขาไม่ได้ผ่อนปรนครับว่าเรื่องของเกณฑ์การกู้เงิน เกณฑ์การเข้าถึง แหล่งทุน สุดท้ายพี่น้องประชาชนหลังจากโดนวิกฤติโควิด (COVID) เข้าไป เกือบทุกคนเป็น เอ็นพีแอล (NPL) หมด นั่นก็คือเป็นหนี้ที่ไม่เพอร์ฟอร์ม (Perform) ไม่สามารถที่จะเข้าไปสู่ ธนาคารแล้วบอกว่าขอเงินกู้มา เพื่อมาต่ออายุกับตัวธุรกิจของตน พรรคเพื่อไทยเพิ่งจะลง พื้นที่เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา พวกเราไปที่ถนนข้าวสารไปกันหลายคน ท่านหัวหน้าพรรค นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ไปด้วยตนเองไปพบกับผู้ประกอบการไปนั่งจับเข่าคุยกับเขา เป็นเวลาเป็นชั่วโมง ๆ สิ่งที่สรุปได้ก็คือเขาต้องการความชัดเจนจากเรื่องของนโยบายของรัฐ ในเรื่องของการแก้ไขปัญหาวิกฤติโควิด (COVID) ไม่ใช่วันนี้เปิด วันนี้ปิด เรื่องที่ ๒ ที่มี ความสำคัญมากที่เขาได้นำเสนอมา ก็คือการเข้าถึงแหล่งทุน เขาพูดชัดเจนครับว่า พี่น้อง ในถนนข้าวสารที่เราไปดูมาเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาพูดชัดเจนว่าภาครัฐออก พ.ร.ก. กู้เงิน พ.ร.ก. เอสเอ็มอี (SMEs) ตัวนี้ออกมา อ้างถึงเขาด้วยซ้ำว่าจะเอาไปช่วยเหลือภาคท่องเที่ยว ไปช่วยเหลือพี่น้อง เช่น ถนนข้าวสาร แต่สุดท้ายกระบวนการออกเงินกู้ในส่วนนี้เพื่อที่จะหา ทุนให้กับพี่น้อง เขาบอกว่าไม่มีเลยครับในพื้นที่เขาที่จะมีใครสามารถเข้าถึงแหล่งทุนนั้นได้ เงินก้อนนี้ใช้ไม่หมด สุดท้ายคนที่ได้ประโยชน์จริง ๆ กลับไม่ใช่พี่น้องเอสเอ็มอี (SMEs) ที่มี ความจำเป็น แล้วก็ต้องต่ออายุตัวเองด้วยเงินทุนเหล่านี้ แต่กลับเป็นบริษัทใหญ่ที่มีบริษัทลูก และมีความพร้อมในการเข้าถึงแหล่งทุนกับทางธนาคาร เหล่านั้นเขาได้เงินกู้ออกไปใช้จ่าย โดยขณะเดียวกันบางครั้งเขาไม่ได้มีความต้องการเท่ากับพี่น้องเอสเอ็มอี (SMEs) ตัวจริงที่ทำ ธุรกิจแล้วเดือดร้อนจากวิกฤติโควิด (COVID) และการบริหารงานที่ผิดพลาดในเรื่องของโควิด (COVID) ของรัฐบาลด้วยซ้ำ นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นนะครับ🔗
ในส่วนของร่าง พ.ร.ก. ฉบับสุดท้าย เป็นร่าง พ.ร.ก. เรื่องของตราสารหนี้ ในประเด็นการแก้ไขมีอยู่ประมาณ ๕-๖ ประเด็น🔗
ประเด็นแรก เป็นการกำหนดกรอบระยะเวลา ไม่ใช่ว่าเป็นปลายเปิด อย่างเช่น พ.ร.ก. ของรัฐบาล มีการกำหนดกรอบระยะเวลาว่า ๓ ปีนับตั้งแต่ พ.ร.ก. มีผล บังคับใช้มันต้องจบ เพราะนี่เป็น พ.ร.ก. ในเรื่องของการบริหารจัดการในตลาดตราสารหนี้ ซึ่งเป็นตลาดเสรี เป็นตลาดทางการเงินซึ่งต้องมีความเสรี มันมีกลไกภายนอกก็คือภาครัฐ เข้าไปเกี่ยวข้อง เราจึงกำหนดว่าถ้าเข้าไปในช่วงนี้เพราะเป็นวาระวิกฤติจากโควิด (COVID) คุณต้องมีระยะเวลากำหนดให้ชัดเจน จึงกำหนดกรอบไว้ ๓ ปี และถ้าโควิด (COVID) มันไม่จบจะต่อได้ครั้งละปี ครั้งละปีอีก ๒ ครั้งไม่เกิน ๕ ปี เพราะปัจจัยภายนอกเหล่านี้ จะทำให้เกิดความไม่มีเสถียรภาพในตลาดตราสารนะครับ🔗
ในประเด็นที่ ๒ นั้นเป็นเรื่องของการกำหนดให้มีผู้สังเกตการณ์ ในคณะกรรมการกำกับกองทุนครับ ซึ่งทั้ง ๒ คนจะต้องได้รับความเห็นชอบจาก สภาผู้แทนราษฎร คำว่า สภาผู้แทนราษฎร หมายถึงพวกเราทั้งหมดที่อยู่ในที่ประชุมแห่งนี้ มิได้หมายความว่าเป็นตัวแทนฝ่ายค้าน มิได้หมายความว่าเป็นตัวแทนฝ่ายรัฐบาล รัฐบาล มีเสียงข้างมากอยู่แล้ว สุดท้าย ๒ คนนี้ก็เป็นเสียงซึ่งท่านได้ให้ความเห็นชอบ แต่อย่างน้อย มันจะต้องมีความเชื่อมโยงกับประชาชนผ่านทางสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นตัวแทนของ ประชาชนทุกคน🔗
ประเด็นที่ ๓ นั้นเป็นเรื่องของการกำหนดสัดส่วนการลงทุนในตราสารหนี้ ของกองทุนเมื่อเทียบกับแหล่งเงินทุนอื่น🔗
ประเด็นที่ ๔ เป็นเรื่องของการกำหนดให้ผู้ออกตราสารหนี้ต้องมีแหล่งเงินทุนอื่น ที่ไม่ใช่กองทุนไม่น้อยกว่า ๕๐ เพื่อไม่ให้เป็นการเอื้อต่อ กองทุนใหญ่ ๆ🔗
ประเด็นที่ ๕ กำหนดให้ในกรณีที่ตลาดตราสารหนี้ประสบปัญหา อย่างร้ายแรงจากโควิด (COVID) จนกระทั่งมันไปต่อไม่ได้นะครับ เราก็กำหนดว่าเปิดโอกาส ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมีอำนาจที่จะมาซื้อขายตราสารหนี้เหล่านี้ เพราะว่านั่นคือกรณีที่ มันเป็นเวิสต์เคส (Worst case) กรณีที่มันแย่ที่สุดและเราไม่สามารถแก้ไขปัญหา ในตลาดตราสารได้ เรามีความจำเป็นต้องยืมมือของธนาคารแห่งประเทศไทยเข้ามาช่วย กำกับให้มากขึ้น🔗
ในส่วนสุดท้ายเช่นเดียวกันครับ เรากำหนดให้คณะกรรมการกองทุน มารายงานต่อรัฐสภาทุก ๓ เดือนเพื่อให้เกิดการติดตามตรวจสอบ เพื่อให้การดำเนินงานของ ตัว พ.ร.ก. มาช่วยตราสารหนี้เป็นไปตามเจตนารมณ์และวัตถุประสงค์ นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้น และเราก็พยายามหาทางแก้ แต่สุดท้ายระยะเวลามันผ่านจนมันไม่สามารถดำเนินการได้ และปัญหามันก็เกิดขึ้นจริง ๆ ผมได้พูดคุยกับเพื่อนสมาชิกจากฟากฝั่งรัฐบาล ก็ได้รับข้อเสนอ ที่น่าสนใจเราก็จะรอดูว่าท่านจะดำเนินการอย่างที่ท่านได้ปรึกษาหารือหรือไม่ เนื่องด้วย พ.ร.บ. ทั้ง ๓ ฉบับที่เป็นการปรับแก้ พ.ร.ก. นี้นะครับ มันผ่านเวลามา จนกระทั่งมันเลยจุด ไปแล้ว แต่เนื้อหาเนื้อในของมันรวมถึงข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่เพื่อนสมาชิกจะอภิปรายในวันนี้ เป็นประโยชน์ครับ หลายคนเตรียมอภิปรายถึงปัญหาที่มันเกิดขึ้นจะช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนได้อย่างไร พี่น้องภาคเอกชนและประชาชนที่เดือดร้อนจากวิกฤติโควิด (COVID) มีการพูดคุยกันว่า เราจะใช้ช่องทางของสภาโดยการส่งให้กับคณะรัฐมนตรีครับ มันเป็น พ.ร.บ. มาแก้ พ.ร.บ. นาทีนี้พวกผมก็ไม่ได้ต้องการแล้วครับ มันไม่ได้เกิดประโยชน์ เพราะว่าเงินมันผ่านไปแล้ว เงินมันหมดไปแล้วไปปรับคณะกรรมการกองทุนอนุมัติเงิน ถามว่าจะเกิดประโยชน์อะไร มันไม่เกิด แต่ว่าเรายังต้องการที่จะสื่อสิ่งที่พวกเราทำไปยัง คณะรัฐมนตรีไปยังผู้บริหาร ก็อยากจะให้เป็นไปตามที่มีการพูดคุย นั่นก็คือหลังจาก เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายจบแล้วพวกผมยินดีครับ ถ้าท่านจะนำส่งเรื่องนี้ไปยังคณะรัฐมนตรี เพื่อพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน แล้วก็ให้คำตอบต่อสภาผู้แทนราษฎรว่าสิ่งที่พวกเรา ทำไปอันไหนเป็นประโยชน์และท่านจะรับไปทำหรือไม่ อันนี้เป็นสิ่งที่อยากจะเห็น ก็คงใช้ เวลาสภาผู้แทนราษฎรเพียงเท่านี้ ต้องกราบขอบพระคุณครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าท่านผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๕ ฉบับได้แถลงหลักการและเหตุผลจบ เป็นที่เรียบร้อยนะครับ โดยฉบับที่ ๕ นี้ ท่านชลน่าน ศรีแก้ว ได้มอบหมายท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ได้นำเสนอแถลงหลักการและเหตุผลไปพร้อมกันนะครับ ก็ถือว่าจบการแถลง หลักการและเหตุผล ต่อไปขอเชิญท่านสมาชิกที่สนใจอยากจะอภิปรายมีทั้งหมดหลายท่าน ตอนนี้ก็เกือบ ๑๐ ท่านแล้ว ต่อไปเชิญท่านสมาชิก ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ตามด้วยท่านมนพร เจริญศรี เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตร่วมอภิปรายในวาระของร่างพระราชบัญญัติแก้ไขในครั้งนี้ ของเพื่อนสมาชิก เป็นร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือ ทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากโควิด (COVID) กราบเรียนนะครับว่า ผมขอสนับสนุนในร่างของท่านวรภพ วิริยะโรจน์ กับพวก ที่ได้นำเสนอมา แต่ถามว่า ร่างนี้มันเป็นหมันหรือเปล่า ในหลักการแล้วผมคิดว่ายังไม่เป็นหมันครับ อย่างที่ท่านจุลพันธ์ ได้พูดไว้ในตอนท้าย ขอเอ่ยนามครับว่ามันช้า แต่สภาแห่งนี้ก็ได้ใช้ประโยชน์ในการที่จะเข้ามา คอมเมนต์ (Comment) หรือในประเด็น ท่านประธานคงรับฟังผมตั้งกระทู้ถามเรื่องผลสัมฤทธิ์ ของการใช้เงินตามพระราชกำหนดนี้ทั้ง ๒ วาระ ในเรื่องของ ๑ ล้านล้านบาท กับ ๕.๕ ล้านล้านบาท ครั้งสุดท้ายท่านรัฐมนตรีก็มาตอบตรงนี้ ผมยืนตรงโน้นนะครับ แต่สิ่งที่สำคัญคือในพระราชกำหนดฉบับนี้ที่เน้นเรื่องของการป้องกัน เน้นเรื่องของ การช่วยเหลือเยียวยาและการฟื้นฟู ประเด็นของมันสำคัญตรงนี้ครับ ในพระราชกำหนดนี้ บอกว่าต้องทุกสาขาอาชีพ ทุกสาขาอาชีพ เอสเอ็มอี (SMEs) ก็เป็นหนึ่ง แต่สิ่งที่ผ่านมา เงินซอฟต์โลน (Soft Loan) ที่ปรากฏอยู่ซึ่งปล่อยกู้ลงไปนั้นก็ประสบปัญหา ชัดเจนครับว่า เอสเอ็มอี (SMEs) ระดับเล็กที่ขาดสภาพคล่องที่ไม่สามารถโชว์สเตตเมนต์ (Statement) เป็นพวกที่อยู่ในเครดิตบูโร (Credit bureau) หรือเป็นผู้ที่พูดง่าย ๆ ว่าด้อยโอกาสทาง ประกอบอาชีพ ไม่ได้มีโอกาสเกิดจากการที่ได้เงินกู้ซอฟต์โลน (Soft Loan) ฉบับนี้ อย่างชัดเจน ผมเห็นด้วยกับท่าน ส.ส. วรภพว่า แบงก์ใหญ่คือธนาคารแห่งรัฐจะต้องเป็นคน ลงมาโอบอุ้มดูแล แล้วเอสเอ็มอี (SMEs) ทุกหน่วยที่เกิดผลกระทบต้องได้รับการดูแลเป็น ลำดับแรก รัฐบาลรับข้อสังเกตไปเลยครับว่า ที่ผ่านมาไปเอาแต่เอสเอ็มอี (SMEs) รายใหญ่ ปล่อยกู้ต้องมีสภาพคล่องดี มีเงินทุนหนา มีกิจกรรมของธุรกิจดีแล้วก็สามารถชดใช้ เงินก้อนนั้นคืนได้ เงินกู้ซอฟต์โลน (Soft Loan) ทำทำไมครับ ทำคือต้องทุกสาขาอาชีพ ฉะนั้นเอสเอ็มอี (SMEs) คือแหล่งที่ต้องขับเคลื่อนให้เกิดรายได้หรือแวลู (Value) ของเศรษฐกิจใหม่ หรือเศรษฐกิจที่อยู่ในรากหญ้า รากเหง้าของท้องถิ่น เพราะฉะนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยต้องจัดหน่วยที่เรียกว่าคณะกรรมการกลั่นกรองอะไรต่าง ๆ นานา ต้องพิจารณาถึงรากหญ้าครับ ไม่ใช่ผู้ที่มีแต่เงิน ทุนใหญ่ที่แค่ล้มบนฟูกแล้วก็กู้ทีละ ๕๐ ล้าน ๑๐๐ ล้าน อย่างนี้ไม่ได้ครับท่านประธาน ประเด็นสำคัญของมันหลักการคือ ๑. รัฐเอง โดยเฉพาะธนาคารแห่งประเทศไทยต้องลงมาโอบรับและถ้าคราวหน้าการติดตามการใช้เงิน ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งในส่วนของซอฟต์โลน (Soft Loan) ถ้ายัง ขาดตกบกพร่องแบบนี้ประเทศชาติไม่เจริญ ไม่ไปไหนครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วย กับในหลักการของท่านวรภพ โดยเฉพาะเรื่องของผู้ที่เป็นเอสเอ็มอี (SMEs) รายที่ไม่มี ขีดจำกัด ไม่ต้องไปจำกัดมันไว้ครับ เพราะในนี้มี ของเก่ามีจำกัดมากเลย จะต้องมีสภาพคล่อง มีโน้นมีนี่เต็มไปหมดครับท่านประธาน มันต้องเขียนว่าไร้รอยต่อเลย ไม่มีจำกัดเลย ที่ท่านวรภพนำเสนอถูกแล้วนะครับ🔗
ส่วนกระบวนการสุดท้ายครับท่านประธาน คือการรายงานสภา ผมเห็นด้วย ของท่านสมาชิก ๒ ท่านที่เกี่ยวข้องกับการรายงาน แต่กระทรวงการคลังขวางครับ บอกว่า มีอยู่ในกฎหมายทุกอย่างเลยครับ ไปดูที่หน้าแสดงความคิดเห็นก็ได้ หน้า ๗ หน้า ๘ ที่แสดงความคิดเห็นของท่านที่นำเสนอในญัตตินี้ กระทรวงการคลังบอกมีในกฎหมายทุกอย่าง แต่ผมว่านั่นเป็นแค่กฎหมายที่กระทรวงการคลังไม่ทำนะครับ เอาอะไรมาเสนอเราครับ บางทีมาเสนอสภาบอกว่ามีวงรอบตามกฎหมายนี้ เอามาไม่ครบ มันต้องมาตามที่ สภาอยากเห็นครับ อยากเห็นตัวเลขในรายละเอียด บรรดาท่านสมาชิกบางท่านได้บอก ในรายละเอียดที่เราอยากรู้เรื่องอะไร เรื่องวงเงินกู้ การทำธุรกรรม การคืนดอกเบี้ยต่าง ๆ นานา เหล่านี้เป็นสิ่งที่เราต้องการเห็นว่าเม็ดเงินที่ลงไปช่วยเหลือเอสเอ็มอี (SMEs) ผู้ประกอบการได้ตกถึงมือธุรกิจดังกล่าวอย่างชัดเจน แล้วรัฐเองมีการควบคุมดูแลเนื้อหา ของเงินนั้นอย่างครบถ้วนไหม ยิ่งกระจายไปทุกสาขาอาชีพของเอสเอ็มอี (SMEs) นั่นก็คือ ถูกต้องครับ แต่ความไม่ถูกต้องคือรัฐเอง กระทรวงการคลังเองไม่เคยคำนวณว่าเอสเอ็มอี (SMEs) ที่ว่าทุกสาขาอาชีพครบถ้วนหรือไม่ ไปเปิดดูก็ได้ครับ เอาตัวเลขมาเปิดกันเลยครับ รายงานสภาในอีก ๓ เดือนข้างหน้า ขอทราบเลยครับว่าเงินที่ช่วยเหลือเอสเอ็มอี (SMEs) ทุกสาขาอาชีพหรือไม่ ถ้าไม่ใช่แสดงว่ารัฐเองไม่ดำเนินการตามกฎหมายที่เขียนไว้ เพราะมีบัญญัติต้องปฏิบัติ ถ้าไม่ปฏิบัติถือว่าไม่กระทำการตามที่นำเสนอต่อรัฐสภา ผิดกฎหมายครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านมนพร เจริญศรี เชิญครับ ตามด้วยท่านไชยานะครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันจะขออภิปรายร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือ ทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา ๒๐๑๙ (Corona 2019) พ.ศ. ๒๕๖๓ จริง ๆ แล้วกฎหมายฉบับนี้ทางพรรคเพื่อไทย ได้เสนอต่อสภาพิจารณาเป็นระยะเวลาปีกว่าเกือบจะ ๒ ปี ในขณะนั้นซึ่งมีผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี (SMEs) ได้ยื่นหนังสือให้ทางพรรคเพื่อไทย เพื่อนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร อย่างที่ท่านจุลพันธ์กราบเรียนนะคะว่า ทางรัฐบาลไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่องของการแก้ไข กฎหมายอย่างเร่งด่วนและทันเวลาต่อเหตุการณ์ค่ะ ท่านประธานคะ จากวิกฤติของ โรคระบาดไวรัสโควิด (COVID) ดังกล่าวจะเป็นผลกระทบในวงกว้าง แล้วก็มีแนวโน้ม ที่จะรุนแรงมากยิ่งขึ้น รัฐบาลจะต้องมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) จำนวน ๓.๑ ล้านล้านราย เพราะว่าภาคธุรกิจของเอสเอ็มอี (SMEs) เป็นภาคธุรกิจ ที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจและเป็นแหล่งจ้างงานที่สำคัญของระบบเศรษฐกิจ จากการแบ่งเบา ภาระของรัฐบาล ดิฉันคิดว่ารัฐบาลควรจะมีมาตรการและกรอบเวลาในการช่วยเหลือ ทั้งในระยะสั้นที่เร่งด่วนและระยะกลางที่เขาสามารถลุกขึ้นมายืนด้วยลำแข้งของตัวเองได้ แล้วก็ระยะยาวที่ผู้ประกอบการสามารถเตรียมการที่จะหาเงินทุนเหล่านั้นใช้คืนให้กับ ธนาคารหรือว่าสถาบันการเงิน ท่านประธานที่เคารพคะ จะเห็นว่าธุรกิจต่าง ๆ ที่สร้าง หลักประกันให้กับพวกเขาเหล่านั้น นั่นก็คือความเชื่อมั่นต่อการบริหารงานของรัฐบาล จะเห็นว่าผู้ประกอบการได้ประสบปัญหาในการที่รัฐบาลช่วยเหลือในเรื่องของความมั่นคง ทางด้านการตลาด เรื่องของการเข้าถึงแหล่งทุน การพัฒนาเทคโนโลยี และปัญหาของ วัตถุดิบนะคะ โดยเฉพาะคุณภาพของของการผลิต นอกจากนั้นการจัดการต้นทุนจากปัญหา ดังกล่าวจะเห็นว่าการออก พ.ร.ก. เงินกู้หรือว่าซอฟต์โลน (Soft Loan) ต่าง ๆ ของธนาคาร แห่งประเทศไทยในเรื่องของวงเงินสินเชื่อ ๕๐๐ ล้านบาทที่สามารถกู้ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ วงเงินสินเชื่อที่กู้ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ และในวงเงินที่เป็นจำนวนมากถึง ๑๕๐ ล้านบาท ขณะที่สินเชื่อของธนาคารอื่น ๆ ก็สามารถกู้ได้เพียง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ โดยไม่เกิน ๓ ธนาคาร ท่านประธานคะ ธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) ทุกคนทุกวันนี้มีสิทธิกู้จริง ๆ ได้แค่ ๑ ล้านบาทนะคะ ทั้ง ๑ ล้านบาทนั้นจะต้องยื่นเอกสารหลักทรัพย์ค้ำประกันอีกมากมาย นี่ไงคะที่หลาย ๆ ท่าน พูดว่า พ.ร.ก. ฉบับนี้ออกมาเสมือนกับช่วยผู้ประกอบการขนาดใหญ่ มีเงินหมุนเวียน เป็นร้อย ๆ ล้าน นี่หรือเปล่าคะ ที่เขาบอกว่ารัฐเอื้อกับทุนใหญ่ ส่วนผู้ประกอบการธุรกิจ ที่ยังไม่เคยสู่ระบบสินเชื่อ ผู้ประกอบการรายใหม่จะมีสิทธิกู้ได้เพียงแค่ ๒๐ ล้านบาท ปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ถึงปี ๒๕๖๔ ดิฉันอยากจะเรียนถามรัฐบาลว่า ท่านได้อนุมัติเงินกู้ ผ่านธนาคารพาณิชย์ไปเป็นจำนวนเท่าไร และเงื่อนไขการผ่อนปรนต่าง ๆ สถาบันการเงิน นำไปใช้ปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม โดยเฉพาะอัตราดอกเบี้ยรายย่อยที่ควรจะมีอัตราดอกเบี้ย ที่ต่ำกว่าปกติ รัฐบาลควรจะกำหนดเพียงแค่ ๒ ปี ตามมาตรา ๙ เริ่มจากปี พ.ศ. ๒๕๖๓ และปี พ.ศ. ๒๕๖๔ เดือนนี้เป็นเดือนธันวาคม เป็นเดือนสุดท้ายของปีนี้ วันนี้สถานการณ์ ไวรัสโควิด (COVID) ยังอยู่กับชาวโลกไปอีกนาน ถึงแม้ว่าคนในประเทศจะได้รับการฉีดวัคซีน แต่โควิด (COVID) สายพันธุ์ใหม่ก็ยังมีการระบาดอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับวันนี้นโยบาย ปิดเปิดประเทศของรัฐบาลก็ไม่มีความชัดเจน อย่าง ๒-๓ วันที่ออกมาก็บอกปิดแล้วก็รอ ให้ผลเทสต์ (Test) นโยบายต่าง ๆ ที่รัฐบาลออกมาไม่สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว และผู้ประกอบการวิสาหกิจเอสเอ็มอี (SMEs) ดิฉันอยากจะให้รัฐบาลได้กำหนดระยะเวลา การชำระดอกเบี้ยต่ำออกไปให้กับธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ซึ่งการที่ รัฐบาลได้เร่งปล่อยสินเชื่อใหม่ในสถานการณ์แบบนี้ ยังไม่มีความแน่นอนค่ะ เพราะว่ารัฐบาล ควรจะมีการชดเชยความเสียหายที่ไม่เกินร้อยละ ๗๐ ของสินเชื่อที่ปล่อยเพิ่มสำหรับลูกหนี้ ที่วงเงินสินเชื่อไม่เกิน ๕๐ ล้านบาท และชดเชยให้ใหม่ไม่เกินร้อยละ ๖๐ ของสินเชื่อ ที่ปล่อยเพิ่มค่ะท่านประธาน นอกจากนั้นลูกค้าที่มีวงเงินสินเชื่อ ๕๐-๕๐๐ ล้านบาท ควรจะมีการชดเชยความเสียหายดังกล่าวอยู่ในลักษณะของการชดเชยที่มีเพียงบางส่วน ซึ่งลักษณะการปล่อยเงินชดเชยแบบนี้มีทั้งข้อดีคือสามารถปล่อยกู้ให้ภาคธุรกิจเป็นไปอย่าง ระมัดระวังแล้วก็รอบคอบมากยิ่งขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็มีข้อเสียนะคะว่าธุรกิจที่ได้รับ ผลกระทบอย่างรุนแรงจากวิกฤติครั้งนี้อาจจะไม่ได้รับความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ซึ่งอาจจะมี เงื่อนไขของการชดเชยความเสียหายเพียงบางส่วน ท่านประธานคะ จากข้อมูลที่ดิฉัน อภิปรายทั้งหมด ดิฉันยังยืนยันที่อยากจะให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อหาแนวทาง การช่วยเหลือพี่น้อง ช่วยเหลือธุรกิจในเอสเอ็มอี (SMEs) ต่อไป ถึงแม้ว่าจะเป็นความเห็น ส่วนหนึ่งของพรรคฝ่ายค้าน แต่ดิฉันเชื่อว่าในช่วงเวลาของการระบาดไวรัสโควิด (COVID) นี้ จะทำให้เรามีทางออกของประเทศค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านไชยา พรหมา ตามด้วยคุณสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา นะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไชยา พรหมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ผมขอสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติเพื่อแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดที่เพื่อนสมาชิกของสภาแห่งนี้ได้เสนอ เข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความสำคัญอย่างยิ่ง ในการแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะผลกระทบที่เกิดขึ้นจากผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม หรือเอสเอ็มอี (SMEs) เพื่อหามาตรการในการช่วยเหลือทางการเงิน แก่ผู้ประกอบการวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) ท่านประธานครับ เรื่องนี้ทางสภาเราได้มีการหยิบยก ได้พูดคุย ผมมีโอกาสได้อภิปรายในสภาตอนพระราชกำหนดเข้าสู่การพิจารณามาครั้งหนึ่งแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่ร่างพระราชกำหนดฉบับนี้มีผลบังคับใช้ จะเห็นได้ว่ามาตรการต่าง ๆ ที่ออกมานั้นผู้ประกอบการวิสาหกิจซึ่งเป็นผู้ประกอบการรายเล็กนั้น แทบจะไม่สามารถ ที่จะเข้าถึงแหล่งทุน ไม่สามารถที่จะเข้าสู่มาตรการต่าง ๆ ที่รัฐนั้นได้ออกมาตรการ ให้ความช่วยเหลือแต่ประการใด ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) ทั้งระบบนั้นมีอยู่ประมาณ ๓ ล้านกว่าราย ในประมาณ ๓ ล้านกว่ารายนั้น เป็นผู้ประกอบการที่อยู่ในรูปแบบของนิติบุคคลอยู่ประมาณสัก ๗๐๐,๐๐๐ กว่าราย และเป็นผู้ประกอบการที่เป็นวิสาหกิจชุมชนอยู่ประมาณสัก ๘๐,๐๐๐ เศษ แล้วก็นอกจากนั้น ก็เป็นผู้ประกอบการที่เป็นเอสเอ็มอี (SMEs) เป็นสมอล (Small) แล้วก็เป็นผู้ประกอบการ รายเล็กรายน้อย ที่อยู่ในรูปของบุคคลธรรมดาอยู่ประมาณ ๒ ล้านกว่า ประมาณ ๒,๗๐๐,๐๐๐ ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่เป็นจำนวนมากที่สุดของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) ในประเทศ ถามว่ามาตรการดังกล่าวที่ออกมานั้นผมไม่ค่อยห่วงคนที่เป็นผู้ประกอบการ รายใหญ่ พระราชกำหนดให้สถาบันการเงินให้ความช่วยเหลือทางการเงิน โดยให้อำนาจของ กระทรวงการคลัง ให้อำนาจกับธนาคารแห่งประเทศไทยในการที่จะอนุมัติซอฟต์โลน (Soft Loan) เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ประสบกับภาวะผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส โคโรนา ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) นั้นนี่ เราจะเห็นได้ว่าเงื่อนไขต่าง ๆ ที่เป็นมาตรการ ออกมานั้น ส่วนใหญ่จะเป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ที่มีวงเงิน มีบัญชีอยู่กับสถาบันการเงิน ตั้งแต่ ไม่เกิน ๕๐๐ ล้านบาท จะเห็นได้ว่าผู้ประกอบการที่มีศักยภาพ มีวงเงินกับสถาบัน การเงินมากขนาดนั้น เขามีทางเลือกเขามีโอกาสในการที่จะเข้าถึงแหล่งทุนได้มากกว่า ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการที่อาศัยเครดิตจากสถาบันการเงินจากแบงก์พาณิชย์ หรือแม้กระทั่งบางคนนี่เป็นผู้ประกอบการที่ระดมเงินในตลาดหลักทรัพย์ได้ แต่สำหรับ ผู้ประกอบการที่เป็นตัวเล็ก คนที่เป็นสมอล เอนเตอร์ไพรส์ (Small Enterprises) หรือมีเดียม เอนเตอร์ไพรส์ (Medium Enterprises) ซึ่งมีจำนวน ๒ ล้านกว่าราย ๒,๗๐๐,๐๐๐ เกือบ ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนเอสเอ็มอี (SMEs) ที่มีอยู่นี้ เขาไม่สามารถที่จะเข้าสู่ แหล่งทุนได้ ในจำนวนนิติบุคคลจำนวน ๗๐๐,๐๐๐ กว่ารายนั้นท่านประธานครับ ตอนเกิด วิกฤตการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (Coronavirus) คนเหล่านี้ก่อนหน้านี้ ก็อยู่ในสภาพที่เป็นลูกค้าเอ็นพีแอล (NPL) สรุปแล้วคนที่เป็นคนที่เป็นคนที่แข็งแรงที่อยู่ใน ระบบที่สามารถที่จะขอสินเชื่อได้ก็อยู่ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าราย จะเห็นได้ว่าคนเหล่านี้ อาจจะได้ประโยชน์จากมาตรการที่รัฐออกมา ทีนี้เมื่อระยะเวลาผ่านพ้นมาถึงวันนี้แล้ว ท่านประธานครับ สถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (Coronavirus) ก็ยังดำรงอยู่ และมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นในรอบใหม่ โดยเฉพาะการค้นพบสายพันธุ์ใหม่ ๆ ที่กำลังจะระบาด อยู่ในขณะนี้ ในโอกาสที่เขากำลังอยู่ในสภาพของคนป่วยนั้น วันนี้แทนที่ว่าเขากำลัง จะเริ่มต้น เรากำลังจะเปิดประเทศ เรากำลังจะเข้าสู่เทศกาลปีใหม่ อยู่ในช่วงเทศกาลที่คิดว่า สถานการณ์ในวันข้างหน้านั้นอาจจะดีขึ้น แต่กลับปรากฏว่าการแพร่ระบาดนั้นกลับเข้ามาสู่ ภาวะที่จะต้องมีการล็อกดาวน์ (Lockdown) หรือมีการที่จะต้องหามาตรการต่าง ๆ เหล่านี้ เท่ากับเป็นการซ้ำเติมให้คนที่เป็นผู้ประกอบการรายเล็กต้องเจ็บปวดอยู่วันยังค่ำ ท่านประธานครับ การขอแก้ไขในครั้งนี้เป็นการขอแก้ไขเพื่อให้พระราชกำหนดนั้นสามารถ ที่จะให้ผู้ประกอบการรายเล็กและเป็นคนที่เดือดร้อนจริง ๆ สามารถเข้าถึงแหล่งทุนได้ จากมาตรการของรัฐ เช่น การขยายเพดานในการชำระคืนเงินต้นหรือการให้มาตรการ ผ่อนปรน โดยธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้องมีมาตรการผ่อนปรนว่าสถานการณ์ในวันนี้ ไม่ใช่สถานการณ์ในภาวะปกติ แต่เป็นสถานการณ์ที่จะต้องดูแลให้ความช่วยเหลือ ให้คนที่เป็น ผู้ประกอบการเดือดร้อนสามารถที่จะยืนบนขาของตนเองได้ สามารถที่จะรักษาสภาพ การจ้างงานเพื่อให้ธุรกิจหล่อเลี้ยงธุรกิจสามารถเดินต่อไปได้ เพราะฉะนั้นบางอย่างนั้น ไม่ว่าจะเป็นนโยบายของรัฐ เช่น พระราชกำหนดว่าด้วยเงินกู้ วันนี้เราออกพระราชกำหนด เงินกู้ออกมาแล้ว ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากก็จริง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราจะเห็นได้ว่าการคิดนโยบาย การทำโครงการต่าง ๆ นั้น ส่วนใหญ่ก็จะเกิดขึ้น เป็นเรื่องของโครงการของภาครัฐในการที่จะมากำหนดทิศทาง แล้วก็เป็นการตัดสินใจ ในการที่จะใช้เม็ดเงินต่าง ๆ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ว่าคนที่เกี่ยวข้องอย่างแท้จริงก็คือ ภาคธุรกิจ ไม่สามารถที่จะเข้ามามีส่วนร่วมในการคิด ในการวางแผน นอกจากจะกระตุ้น กำลังซื้อแล้วนี่ ภาคการผลิตซึ่งเขาเป็นเอสเอ็มอี (SMEs) เขาแทบไม่มีโอกาสในการนำเสนอ ในสิ่งที่ทำอย่างไรให้เขาสามารถที่จะอยู่รอดได้ สามารถที่จะหล่อเลี้ยงเศรษฐกิจฐานราก หล่อเลี้ยงที่ทำให้ระบบการจ้างงานสามารถเดินต่อไปได้ เพราะฉะนั้นวันนี้จึงมีความจำเป็นว่า เงื่อนไขต่าง ๆ ที่พระราชกำหนดเดิมนั้นออกมาแล้วนี้ จำเป็นที่จะต้องมีการผ่อนปรน จำเป็นที่จะต้องมีการแก้ไข เพื่อให้เกิดข้อเท็จจริงให้สามารถที่พระราชกำหนดที่ออกมา ในการช่วยเหลือผู้ประกอบการวิสาหกิจนั้นที่ได้รับผลกระทบนั้น สามารถที่จะดำรงอาชีพ ต่อไปได้และเกิดการสร้างงานต่อไปได้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณสุภาภรณ์ ตามด้วยท่านสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ นะครับ ถ้ายังไม่พร้อม เชิญท่านสิริพงศ์ก่อนดีไหม ที่จริงมันต้องเตรียมตัวนะครับ เพราะได้เตือน ประธานแจ้งไว้แล้ว ล่วงหน้าว่าจะใช้ตรงไหน เข้าใจครับ ขยับไปตรงข้างหลังก็ยังได้เลย เอาป้ายพรรคไปก็ได้ จะได้ต่อเนื่อง🔗
ท่านประธาน อย่างนั้นผมก่อนเลย นะครับ🔗
คุณสุภาภรณ์ พร้อมแล้วครับ เชิญครับ🔗
ดิฉันผู้อภิปราย พร้อมอยู่แล้วนะคะ แต่พอดีเจ้าหน้าที่ติดขัดค่ะท่านประธาน เรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน สุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตภาษีเจริญ ตลิ่งชัน กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอร่วมอภิปรายร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนด การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) พ.ศ. ๒๕๖๓ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานคะ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งส่งผลกระทบ ต่อเศรษฐกิจเป็นวงกว้าง และมีแนวโน้มว่าจะระบาดรุนแรงและยาวนานอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือนเมษายน ๒๕๖๓ เป็นต้นมา ธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีมาตรการเพิ่มเติม เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมหรือเอสเอ็มอี (SMEs) โดยออกพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับ ผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) พ.ศ. ๒๕๖๓ เพื่อสนับสนุนสินเชื่อใหม่ หรือเรียกว่าซอฟต์โลน (Soft Loan) นั่นเองค่ะ ให้กับธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) ในวงเงินรวม ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่อง โดยให้อัตราดอกเบี้ยที่ร้อยละ ๒ ต่อปี กำหนดระยะเวลาอยู่ที่ ๒ ปี ท่านประธานคะ ภายหลัง จากที่ได้ดำเนินตามมาตรการซอฟต์โลน (Soft Loan) มาแล้วเป็นระยะเวลาหนึ่ง กลับพบว่า ผู้ประกอบการวิสาหกิจเอสเอ็มอี (SMEs) ดังกล่าว ซึ่งเป็นภาคธุรกิจที่สำคัญของประเทศ ที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศและยังเป็นแหล่งสำคัญในการจ้างงานด้วย แต่เอสเอ็มอี (SMEs) ส่วนใหญ่นั้นยังไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนหรือซอฟต์โลน (Soft Loan) ได้อย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นเราต้องมาดูนะคะว่ามันเกิดจากอะไร หลายท่านได้อภิปรายไปเราพบว่า เงื่อนไขมันเกิดจากการกำหนดของพระราชกำหนดในการ ให้กู้ยืมเงินแก่ผู้ประกอบการนั่นเอง โดยมีเกณฑ์ออกมาจากธนาคารแห่งประเทศไทย มอบให้กับธนาคารพาณิชย์เป็นผู้อนุมัติสินเชื่อ ซึ่งเกณฑ์ที่ออกมานั้นเป็นเกณฑ์กว้าง ๆ ซึ่งแต่ละธนาคารก็จะมีการกำหนดเกณฑ์ของตัวเองในการเลือกลูกค้าที่จะเข้าโครงการได้อีก ครั้งหนึ่ง เราถามว่าธนาคารเองเขาก็กลัวที่จะมีหนี้เสีย เพราะฉะนั้นลูกค้าที่จะได้รับเงื่อนไข ในการได้ซอฟต์โลน (Soft Loan) ในครั้งนี้ จึงต้องเป็นลูกค้าที่ไม่ใช่ลูกค้าเอ็นพีแอล (NPL) หรือเป็นลูกค้าปกตินั่นเอง ในส่วนของลูกค้าปกตินั้นก็ยังมีนะคะ แบ่งเกรด (Grade) ออกไปอีก เป็นเกรดเอ (Grade A) เกรดบี (Grade B) เพราะฉะนั้นจึงทำให้สัดส่วนสินเชื่อของผู้ที่จะ ได้รับซอฟต์โลน (Soft Loan) นี้ จึงไม่สามารถที่จะกระจายไปได้ทั่วถึงกับผู้ประกอบการ ที่มีปัญหาจริง ๆ ดังนั้น ดิฉันจึงจะขอเสนอแนะค่ะว่า อยากจะให้มีบรรษัทประกันสินเชื่อ อุตสาหกรรมขนาดย่อมหรือ (บสย.) มารับประกันนะคะ หรือมาดูแลในเรื่องของหนี้ ที่สถาบันปล่อยไปนั้นให้กับเอสเอ็มอี (SMEs) ทั้งหลาย เพื่อที่จะเป็นการสร้างหลักประกัน แล้วก็ลดความเสี่ยงให้กับทางสถาบันการเงิน🔗
ส่วนที่ ๒ ก็เป็นส่วนเรื่องของระยะเวลา โดยสถานการณ์ของการแพร่ระบาด ขณะนี้ยังมีแนวโน้มที่อย่างต่อเนื่องแล้วก็ยังไม่สามารถควบคุมได้ เพราะฉะนั้นกำหนด ระยะเวลาภายใน ๒ ปีที่ให้ใช้คืนเงินที่กู้ไปก็จะต้องมีการขยายเวลาออกไป อย่างน้อยต้องมี ถึง ๕ ปี เพื่อการฟื้นฟูธุรกิจต่าง ๆ นั้นจะได้สามารถดำเนินการไปได้ หรือถ้าทั้ง ๒ ข้อข้างต้น ที่ดิฉันกล่าวมาแล้วยังไม่สามารถทำได้ ดิฉันเสนอค่ะ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยนั้นเปลี่ยนค่ะ เปลี่ยนสถาบันที่จะปล่อยเงินซอฟต์โลน (Soft Loan) ตัวนี้จากธนาคารพาณิชย์ให้เป็น ธนาคารในกำกับของรัฐ เพื่ออะไรคะ เพื่อที่รัฐเองจะได้กำกับทั้งนโยบายและหลักการต่าง ๆ ได้โดยตรง เพื่อสะดวกให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) เพราะฉะนั้นอย่างไรก็ดี การฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังคงต้องอาศัยเวลาและมาตรการต่าง ๆ ที่จะต้องเข้ามาช่วยอีกมาก จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐจะต้องเสริมสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) ซึ่งเป็นตัวจักรสำคัญ และเป็นตัวจักรที่จะสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศได้ ดิฉันจึงเห็นด้วยกับการเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนด การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) พ.ศ. ๒๕๖๓ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ด้วยค่ะ🔗
จบแล้ว หรือครับ ไม่เห็นบอกประธานเลย เชิญท่านสิริพงศ์ครับ ตามด้วยท่านศรัณย์ ทิมสุวรรณ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปรายในประเด็นของการยื่น ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือด้านการเงิน แก่ผู้ประกอบการวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดโรคโควิด (COVID) เชื้อไวรัส โคโรนา ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) ปี ๒๕๖๓ และญัตติที่มีความเกี่ยวข้องกันอีก ๔ ญัตติ ต้องกราบเรียนท่านประธานครับว่า ญัตติที่ผู้เสนอญัตติทั้ง ๕ ร่างเข้ามานี้มีความน่าสนใจ แล้วก็เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก แต่ผมก็มีข้อสังเกตถึงกระบวนการ ในการบรรจุระเบียบวาระการประชุมของเราว่า เหตุใดจึงเกิดความล่าช้าขนาดนี้ ๕ ญัตตินี้ ยื่นตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ตั้งแต่ปีที่แล้ว ปีเศษ ๆ ครับ และถ้าท่านประธานจำได้ก็จะเห็นว่าในวาระ การประชุมนี้มี พ.ร.บ. ก่อนหน้านี้ก็คือ พ.ร.บ. กยศ. ซึ่งเสนอโดยพรรคภูมิใจไทย ก็ต้องขอถอนออกไป เพราะว่าบรรจุในระเบียบวาระการประชุมช้ากว่ากฎหมายที่มีการแก้ไข พ.ร.บ. ทั้ง ๕ ฉบับนี้ที่ผู้เสนอญัตติยื่นเข้ามานั้นมีลักษณะใกล้เคียงกันครับ คือในวันที่เสนอนั้น มีความปัจจุบันทันด่วน มีความสำคัญของปัญหาอย่างยิ่งยวด แต่พอมาถึงเวลานี้ ก็มีหลายอย่างครับที่แก้ไปแล้ว อย่างที่ท่านผู้อภิปรายหลายท่านได้พูดไปครับว่า การเข้าสู่ แหล่งเงินกู้ของผู้ประกอบการรายเล็ก รายย่อย รายกลาง ค่อนข้างจะเป็นปัญหา ตั้งแต่การกู้เงิน ตาม พ.ร.ก. ฉบับที่ ๑ ก็คือ ๑ ล้านล้านบาทแล้ว ตอนนั้นเราได้ยินเสียงสะท้อนมา จำนวนมากครับว่า ผู้ประกอบการจำนวนมากเข้าไม่ถึงแหล่งเงินกู้ โดยเฉพาะผู้ประกอบการ รายย่อย หลังจากนั้นในปีนี้ก็คือในเดือนพฤษภาคม ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา ธนาคารแห่งประเทศไทย ได้ปรับเกณฑ์หลายเกณฑ์ครับ ถามว่าดีขึ้นไหม ก็ต้องเรียนว่าดีขึ้นครับ หลายเกณฑ์ จากที่ผู้ประกอบการเขาไม่มีสิทธิจะได้เลย ตอนนี้เขาดีขึ้น แต่ถามว่าทั่วถึงไหม ก็ต้องกราบเรียนครับว่ายังคงมีความไม่ทั่วถึง ที่ยังไม่ทั่วถึงนั่นก็เป็นเพราะการที่เราให้กลไก ของธนาคารพาณิชย์เขาเป็นผู้อนุมัติสินเชื่อนั้น มันก็หลีกไม่พ้นที่มันจะต้องมีหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ของเขา ผมยกตัวอย่างนะครับ หลักเกณฑ์ที่จะเป็นอุปสรรคสำคัญ ๆ ในการปล่อยเงินสินเชื่อ ให้กับผู้ประกอบการรายย่อย ยกตัวอย่างอย่างเช่น ทุกกรณีที่ธนาคารพาณิชย์เขามีความจำเป็นที่จะต้องปล่อยให้กับ ผู้ประกอบการ เขาจะต้องเอาเงินส่วนหนึ่งไปอยู่ในกองทุนสำรอง ก็คือไปสำรองหนี้เสีย เพื่อรักษาระดับเครดิตของเขาเอาไว้ สภาพคล่องของเขาหายไปครับ รัฐต้องหามาตรการว่า จะทำอย่างไร ลักษณะของการสำรองนั้นจะไม่เป็นภาระกับแบงก์พาณิชย์มาก อันนี้ผมพูดถึง ในสถานการณ์ที่มันเป็นสถานการณ์ที่มันพิเศษเช่นนี้นะครับ ในสถานการณ์ปกตินั้น มันเป็นเรื่องของเสถียรภาพทางการเงิน ตัวนั้นเข้าใจได้ นโยบายของแบงก์ตอนนี้ ยกตัวอย่าง อีกตัวอย่างหนึ่งครับ ก็คือกรณี ๑ บริษัท ๑ บัญชี ๑ บริษัท ๑ บัญชีที่ต้องการจะให้ ผู้ประกอบการแต่ละคนทำบัญชีเป็นบัญชีเดียว และในรายงานของเอสเอ็มอีแบงก์ (SMEs Bank) เขาก็ทำมาให้ดูครับว่า ปัญหาและอุปสรรคที่เขาพบเจออยู่ในเวลานี้ก็คือ เมื่อเป็นลักษณะของการทำแบบบัญชีเดียวนั้น ผู้ประกอบการมีความเข้าใจในรายละเอียด น้อยมาก และยังขาดความรู้ในการทำ ผมจึงคิดว่าปัญหาเหล่านี้มันก็เป็นอุปสรรคสำคัญ ที่จะทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กรายย่อยเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้ยากลำบาก ผมขอยกตัวอย่าง ธุรกิจหลายประเภท วันนี้เราได้เห็นว่ารัฐบาลได้มีการเยียวยาให้กับคนทำธุรกิจกลางคืนแล้ว แต่มันยังมีธุรกิจอีกหลายประเภทที่เงินเยียวยาของรัฐไม่ว่าจะเป็นการรักษาระดับการจ้างงาน ก็คงไม่เพียงพอ สิ่งที่เขาต้องการเขาต้องการว่าเขาอยากจะได้เงินหมุนในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ เรต (Rate) แบงก์พาณิชย์เป็นเรต (Rate) ที่เขารับได้ครับ เขาต้องการที่จะได้เงินหมุน เหล่านั้นเพื่อจะมารักษาระดับการจ้างงาน งานเขาอาจจะไม่ได้มีเยอะเหมือนแต่ก่อน แต่เขาขอให้อยู่รอด ธุรกิจที่เก็บเงินมาแล้วล่วงหน้า ยกตัวอย่างอย่างเช่นธุรกิจฟิตเนส (Fitness) ครับ ที่เขาพูดมาหลายครั้ง ร้องเรียนมาหลายครั้งก็ยังไม่ได้รับการเยียวยาเลย ธุรกิจลักษณะฟิตเนส (Fitness) ที่เขาเก็บเงินจากสมาชิกมาก่อนครึ่งปี ๑ ปี และเขาถูกปิดไป ๑ ปี ๒ ปี วันนี้เขาเปิดได้ วันนี้เขาเปิดได้แต่เขาไม่มีรายได้ครับ เพราะรายได้ของเขา เขารับมาแล้วจากการเสียค่าสมาชิกเมื่อ ๑ ปีที่แล้วหรือ ๒ ปีที่แล้ว วันนี้สิ่งที่เขาต้องการ คือเขาต้องการเงินหมุนที่จะอยู่ในธุรกิจเพื่อที่ว่าเขารอว่า เมื่อสมาชิกมาจ่ายค่าสมาชิก ในรอบต่อไป เขาจะสามารถทำธุรกิจต่อไปได้ แต่กลุ่มผู้ประกอบการเหล่านั้นซึ่งมีสิทธิ ในการเช่า เขาไม่มีสิทธิเข้าสู่แหล่งเงินทุนเลย อย่างนี้ครับ ยังคงเป็นปัญหาที่ผมคิดว่ารัฐบาล มีความจำเป็นที่จะต้องนำไปศึกษาพิจารณาเพิ่มเติมอยู่ ร่างทั้ง ๕ ฉบับนี้ ผมได้ลองพิจารณา ดูแล้วนะครับ มีหลายเรื่องที่รัฐบาลได้มีการดำเนินการไปเรียบร้อยแล้ว แต่ก็ยังมีหลายเรื่อง ที่ผมเห็นว่ายังเป็นข้อสังเกตที่รัฐบาลสามารถที่จะนำไปศึกษาทบทวน แล้วออกเป็น ข้อกำหนดหรือออกเป็นหลักเกณฑ์ขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือเยียวยาให้กับประชาชนได้ จะเป็นที่น่าเสียดายมากเลยนะครับ ถ้าทั้ง ๕ ร่างนี้จะถูกปล่อยผ่านแล้วก็ตกไปเฉย ๆ อย่างไรก็ดีครับ จึงอยากจะฝากถึงเพื่อนสมาชิกทุกท่านว่า ส่งให้ทางรัฐบาลเขาศึกษาก่อน แล้วหาแนวทางในการแก้ไขปัญหา นำข้อเสนอแนะต่าง ๆ ไปใช้ในการปรับปรุงนโยบาย น่าจะเป็นประโยชน์อย่างสูงสุดครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณศรัณย์ ทิมสุวรรณ ตามด้วยท่านนิคม บุญวิเศษ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขออภิปรายในญัตติ เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการช่วยเหลือทางด้านการเงิน ต่อผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) จริง ๆ เราก็คง จะคุ้นชื่อกันในเรื่องของซอฟต์โลน (Soft Loan) ใช่ไหมครับท่านประธาน เพราะว่า เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้พูดแล้วว่าปัญหาจริง ๆ คือตั้งแต่ที่เรามีการพูดคุยกันในสภาแห่งนี้ หลังจากที่รัฐบาลได้ออก พ.ร.ก. กู้เงิน ไม่ว่าจะวงเงิน ๑ ล้านล้านบาท ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หรืออะไรก็ตาม สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ตอนที่รัฐบาลมาขอ เรามีความหวังเหมือนกับพ่อแม่พี่น้อง ประชาชนข้างนอกว่า เงินก้อนนี้ที่รัฐบาลขอไปจะทำให้เขาสามารถรักษาธุรกิจของเขา แล้วก็รอจนถึงวันหนึ่งที่ประเทศจะกลับมาปกติ หรือรัฐบาลจะสามารถแก้ไขหรือทำอะไรสักอย่าง เกี่ยวกับสถานการณ์ระบาดของโรค จนทำให้เขาสามารถกลับมาเปิดธุรกิจได้อีกครั้ง นี่คือความหวังที่ประชาชนและพวกเราในสภาแห่งนี้เห็นพ้องต้องกันในวันนั้น วันที่เรายอมให้ ทางรัฐบาลกู้เงินเพื่อไปช่วยเหลือธุรกิจต่าง ๆ แต่มาจนถึงวันนี้ครับท่านประธาน จากวันนั้น ที่พ่อแม่พี่น้องประชาชนผู้ประกอบธุรกิจต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นรายเล็ก รายย่อย ปิดร้าน เพื่อที่จะรอถึงโอกาสที่เราจะได้กลับมาเปิดอีก ตอนนี้ป้ายปิดร้าน เปลี่ยนเป็นป้ายเซ้ง เกือบหมดแล้วนะครับท่านประธาน เพราะว่าเขาไม่สามารถเข้าถึงเงินก้อนนี้ได้ เพราะฉะนั้น ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ไม่มีโอกาส ที่จะเข้าถึงเงินก้อนนี้ที่รัฐบาลพูดในวันนั้นว่าจะช่วยเหลือพวกเขาทำให้ธุรกิจของพวกเขา ยังอยู่ได้ ตอนนี้กลายเป็นเงินที่พวกเขาได้แต่มอง แต่ไม่สามารถเข้าถึงได้ ไม่ว่าจะด้วย ข้อกำหนดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เนื่องจากรัฐบาลปล่อยให้เงินเป็นหน้าที่ในการอนุมัติของธนาคาร พาณิชย์ ซึ่งเราก็คงจะไม่ได้โทษธนาคารพาณิชย์ว่าทำไมไม่ปล่อย จริง ๆ มันควรจะเป็น ความชัดเจนที่รัฐบาลต้องทำตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่า นี่คือเงินที่รัฐบาลจะนำไปเพื่อช่วยเหลือ และรักษาธุรกิจของประชาชนไว้ ไม่ใช่เงินที่จะปล่อย เพื่อที่จะหากำไรเข้ามา ซึ่งถ้าเราชัดเจน ตั้งแต่ตอนนั้น มันก็คงจะง่ายขึ้นในการที่ประชาชนจะเข้าถึง และคนที่ปล่อยก็เข้าใจได้ว่า ความมุ่งหมายของเงินก้อนนี้ คือช่วยเหลือให้ประชาชนสามารถรักษาธุรกิจเขาไว้ได้ แต่จนถึงวันนี้มันก็ไม่ได้เกิดขึ้น พ่อแม่พี่น้องประชาชนหลาย ๆ ธุรกิจ โดยเฉพาะ ในธุรกิจท่องเที่ยวเอง ตัวผมได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ประกอบธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นรถทัวร์ ไม่ว่าจะเป็นรถนำเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม ที่พักต่าง ๆ บริษัททัวร์ต่าง ๆ ต่างพูดเป็นเสียง เดียวกันว่า นี่คือซอฟต์โลน (Soft Loan) ที่เป็นโครงการที่เขาไม่มีโอกาสแม้จะสัมผัส แม้จะเข้าไปขอด้วยซ้ำ เพราะว่าโดนตั้งการ์ด (Guard) ตั้งแต่เข้าไปขอแล้วว่า คุณไม่ผ่านแน่ ๆ เพราะตลอดระยะเวลาที่เราเจอวิกฤตการณ์โควิด (COVID) ไม่มีใครหรอกครับ ที่เลขบัญชี จะสวยงามพอที่ธนาคารจะปล่อยกู้ให้ได้ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น และบางธุรกิจที่มีเพื่อนสมาชิก ยกตัวอย่างขึ้นมา อย่างธุรกิจปางช้างเอง มีช่วงหนึ่งที่เขาก็พยายามจะขอมีส่วนร่วมเพื่อที่จะ รักษาธุรกิจท่องเที่ยวของเขาไว้ แล้วเขาก็ไม่ได้รับคำปฏิเสธโดยตรงจากธนาคาร แต่ธนาคาร ให้เหตุผลว่า เนื่องจากสินทรัพย์ที่เขาพยายามที่จะเสนอ เป็นสินทรัพย์ประเภทที่บริหาร ไม่สะดวก บริหารยาก หรืออะไรก็ตามทำให้เขาไม่สามารถเข้าถึงได้ เพราะฉะนั้นมันก็กลับมา ที่ว่าแล้วตอนที่เราอนุมัติ ตอนที่เราบอกว่าเราจะเอาเงินก้อนนี้ไปช่วยประชาชน มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมมันถึงมีปัญหา ทำไมประชาชนเข้าถึงไม่ได้ นี่คือสิ่งที่พวกเรา พยายามแก้ไข และเราก็หวังว่ารัฐบาลจะใจกว้างมากพอที่จะรับความเห็นและช่องทาง การแก้ไขต่าง ๆ ไปเพื่อปฏิบัติ เพื่อที่อย่างน้อยถึงแม้ท่านจะทำเวลาล่วงเลยมาเป็นเวลานานแล้ว แต่ว่าอย่างน้อยคนที่จะได้รับประโยชน์ หรือประชาชนที่ยังคงสู้อยู่จนถึงวันนี้จะมีโอกาส ได้เอื้อมไปถึงเงินซอฟต์โลน (Soft Loan) ที่จริง ๆ ก็เป็นเงินของเขา เพราะว่าในอนาคต เขาก็ต้องมาใช้เงินกู้ก้อนนี้อยู่ดี เพียงแต่ว่าถ้ารัฐบาลสามารถทำให้ดีได้ เขาก็จะมีโอกาสจนถึง วันนั้น แต่ถ้าท่านยังดื้อดึงที่จะคงมันไว้แบบเดิม ยังดื้อดึงที่จะไม่เปลี่ยนแปลงวิธีการในการ บริหารเงินก้อนนี้ ผมก็ไม่แน่ใจว่าในอนาคตจะมีธุรกิจอีกมากน้อยขนาดไหนที่จะยังยืนระยะ อยู่ได้ จนถึงวันที่เราจะกลับมาอยู่ในสภาพปกติ ในวันที่เราจะสามารถเปิดรับนักท่องเที่ยว ในวันที่เราจะสามารถเปิดธุรกิจทุกอย่างให้เป็นปกติได้ จนถึงวันนั้นมันก็อาจจะกลายเป็นว่า คนที่เข้าถึงซอฟต์โลน (Soft Loan) ที่เป็นบริษัทใหญ่ ๆ หรือที่เป็นกลุ่มก้อนทุนใหญ่ ๆ เขาก็ อาจจะไปซื้อธุรกิจเล็ก ๆ เหล่านี้มาหมดแล้ว ซึ่งผมก็ไม่แน่ใจว่านั่นคือความตั้งใจของนโยบายนี้ ในตอนแรกหรือเปล่า แต่ผมขอยืนยันครับท่านประธาน ว่าสิ่งต่าง ๆ ที่เพื่อนสมาชิกไม่ว่าจะ ร่างไหนที่เสนอก็ตาม คือสิ่งที่ท่านรัฐบาลสามารถเอาไปทำได้ และมันจะช่วยแก้ไขปัญหา ให้กับประชาชนได้ไม่มากก็น้อย แต่อย่างน้อย ๆ เขาก็จะสามารถเข้าถึงเงินก้อนนี้ ซึ่งควรจะ เป็นเงินของเขาได้ มากกว่าตอนที่รัฐบาลทำอยู่ในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วย อย่างเต็มที่ ในการที่จะแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนด เพื่อให้การช่วยเหลือกับธุรกิจ ผู้ประกอบธุรกิจต่าง ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากโรคระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) แล้วผมก็หวังว่ารัฐบาลจะเห็นด้วย แล้วก็ยอมที่จะเปิดใจรับฟังข้อเสนอต่าง ๆ ที่จะเป็น ประโยชน์กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนิคม บุญวิเศษ ตามด้วยนางสาวละออง ติยะไพรัช นะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้า พรรคพลังปวงชนไทย กระผมขออภิปรายการยื่นร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม พระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบ จากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) การกู้เงินเพื่อแก้ไข ปัญหาเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบ และการรักษาเสถียรภาพ ของระบบการเงินและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศที่เพื่อนสมาชิกได้มีการยื่นเข้ามา ในวันนี้ ผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีมากครับท่านประธาน เพราะเหตุการณ์ที่ผ่านมาที่มีการแพร่ ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (Coronavirus) ตั้งแต่เดือนมีนาคม ๒๕๖๓ รัฐบาลได้มีการออก พ.ร.ก. กู้เงินจำนวนมาก ถือว่าเป็นมากที่สุดเท่าที่เรามีรัฐบาลมาท่านประธานครับ โดยครั้งแรกมีการออกกู้เงินนั้น ๑ ล้านล้านบาท รัฐบาลบอกว่าเอา ๔๕,๐๐๐ ล้านบาทไปใช้ ในการซื้ออุปกรณ์เกี่ยวกับแก้ไขปัญหาไวรัสโคโรนา (Coronavirus) อีก ๕๕๕,๐๐๐ ล้านบาท ช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) ส่วนอีก ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมว่าเป็นเงินกองทุนฟื้นฟู เศรษฐกิจและสังคม และรัฐบาลยังมาออก พ.ร.ก. ซอฟต์โลน (Soft Lone) อีกครับ ท่านประธาน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี่ละครับ ที่เป็นความหวังของพี่น้องผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี (SMEs) เพราะอะไรครับ เพราะรัฐบาลมีการสั่งปิดล็อกดาวน์ (Lockdown) ร้านค้า ร้านขายเล็ก ๆ น้อย ๆ ตายหมด แต่ความผิดพลาดมันเกิดตรงนี้ครับท่านประธาน ไปออก กติกาบอกว่าเงินซอฟต์โลน (Soft Lone) นี้จะต้องช่วยเหลือผู้ประกอบการที่เป็นลูกค้า ธนาคารพาณิชย์ ที่เป็นหนี้ตั้งแต่ ๓๐ ธันวาคม ปี ๒๕๖๒ หมายถึงว่าใครเป็นหนี้ในธนาคาร ตั้งแต่ ๓๐ ธันวาคม ปี ๒๕๖๒ ซึ่งไวรัสโคโรนา (Coronavirus) มันยังไม่ระบาด ให้กู้ได้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของหนี้ ผมได้มีการอภิปรายในสภาแห่งนี้ว่า ถ้าออกกติกาแบบนี้มันเกา ไม่ถูกที่คัน เงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้มันไม่สามารถไปถึงเอสเอ็มอี (SMEs) ที่ได้รับ ผลกระทบจากการล็อกดาวน์ (Lockdown) จากการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (Coronavirus) ได้ รัฐบาลไปออกกติกาว่าให้ธนาคารพาณิชย์เอาเงินก้อนนี้ไปในอัตราดอกเบี้ย ร้อยละ ๐.๐๑ หมายความว่า ๑ ล้านบาท ธนาคารพาณิชย์ให้ดอกธนาคารแห่งประเทศไทย ๑๐๐ บาทครับ แล้วให้ธนาคารพาณิชย์ไปปล่อยร้อยละ ๒ ล้านละ ๒๐,๐๐๐ บาท หลังจากนั้น ก็ไม่มีการปล่อยครับท่านประธาน เพราะเอสเอ็มอี (SMEs) ไม่สามารถเข้าถึงได้ รัฐบาล มาเปลี่ยนครับ กลับมาเปลี่ยนว่า ๒ เปอร์เซ็นต์มันไม่จูงใจให้ธนาคารพาณิชย์ไปปล่อย มาเปลี่ยนเป็น ๕ เปอร์เซ็นต์ครับ จึงมีธนาคารพาณิชย์เอาเงินก้อนนี้ไปปล่อยให้เอสเอ็มอี (SMEs) แต่เอสเอ็มอี (SMEs) ขนาดกลาง ขนาดย่อยไม่ได้รับอานิสงส์ครับท่านประธาน มีการกู้เงินไปเพียง ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เหลืออยู่ ๓๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมก็เลยคิดว่า ถ้าจะให้มันตรงประเด็น ตรงเป้า เกาถูกที่คัน ในเมื่อเรามีเงินแล้วอย่าลืมว่าธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) รายเล็ก รายน้อย ๓ ล้านราย ซึ่งเป็นรากฝอยมีจำนวนมากมาย ควรจะเอาเงินก้อนนี้ ไปใส่ในกองทุนหมู่บ้าน กองทุนหมู่บ้านชุมชนเมืองประมาณ ๘๕,๐๐๐ หมู่บ้าน ถ้าลงไปให้ หมู่บ้านละ ๓ ล้านบาท ใช้เงิน ๒๕๕,๐๐๐ ล้านบาท ประมาณครึ่งหนึ่งครับ แล้วเอสเอ็มอี (SMEs) จะเข้าถึงเงินก้อนนี้ได้เลย แล้วเศรษฐกิจตอนนี้มันน่าจะฟื้นได้แล้ว แต่อันนี้เราไปให้ ธนาคารพาณิชย์ไปปล่อย เราต้องเข้าใจว่าธนาคารพาณิชย์เขาก็ทำธุรกิจ เขาต้องมองเรื่อง ความเสี่ยงเป็นที่ตั้ง เอสเอ็มอี (SMEs) รายใดที่ผลประกอบการไม่ดี แล้วอนาคตเขามองว่า ถ้าปล่อยเงินไปแล้วไม่สามารถเก็บเงินคืนได้ เขาไม่ปล่อยหรอกครับท่านประธาน จึงทำให้เงินก้อนนี้ไม่ถึงรายเล็กรายน้อย ซึ่งปัจจุบันนี้น่าสงสารครับ กลุ่มธุรกิจรายเล็ก รายน้อยที่เขาล้มหายตายจากไป เพราะการทำงานของรัฐบาลเองที่ผิดพลาด ฉะนั้น ต้องรีบช่วยเหลือ ต้องหาเงินก้อนนี้ไปช่วยเหลือเขาให้เร่งด่วน ไม่เช่นนั้นไม่สามารถ ฟื้นได้ครับ บวกกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา (Coronavirus) มันหลายระลอกครับ ท่านประธาน พอมีการเปิดประเทศปัจจุบันนี้ นักท่องเที่ยวเข้ามายังไม่ถึง ๒๐๐,๐๐๐ รายเลย ตอนนี้ก็มีไวรัสตัวใหม่เข้ามาอีกแล้ว ก็มีการสั่งปิดประเทศอีกแล้ว แล้วถามว่าผู้ประกอบการ ที่เขามีความหวังว่าจะมีนักท่องเที่ยวเข้ามา เศรษฐกิจจะฟื้นตัว มันก็ไม่มีความหวังแล้ว บางรายก็ไปหากู้หยิบยืมเงินมาอีก โดยเฉพาะเงินนอกระบบ เมื่อไม่มีเงินให้เขาต่อท่อ เพื่อที่จะพยุงธุรกิจเขาต่อไป เขาจำเป็นต้องปิดครับ พอปิดแล้วเกิดอะไรขึ้น ก็มีการตกงานครับ ท่านประธาน ธุรกิจเหล่านี้มีการจ้างงาน ๕๐ คน ๑๐๐ คน ๓๐๐ คนนะครับ ตกงานหมดแล้ว คนตกงาน คนไม่มีอะไรทำรัฐบาลก็เอาเงินไปแจกให้ ซึ่งการแจกเงินให้พี่น้องประชาชน มันไม่พอกินพอใช้ การแจกเงินมันไม่ทำให้ใครรวยได้ มันต้องเอาไปส่งเสริมให้เขาทำธุรกิจ ฟื้นธุรกิจให้ได้ เกิดการจ้างงานแล้วรัฐบาลสามารถเก็บภาษีเข้าคลังได้ มันควรจะเป็นอย่างนี้ พ.ร.บ. ฉบับนี้เข้ามาช้าไป แต่อย่างน้อยก็ยังเข้ามา ผมจึงอยากให้สมาชิกโดยเฉพาะรัฐบาล รับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ไว้เถอะครับ เอาไปพิจารณาแล้วก็เอามาแก้ไขให้มันทันท่วงทีครับ🔗
แล้วก็อีกอย่างหนึ่งที่ผมได้ฟังสมาชิก ผมเห็นพ้องด้วยเรื่องบูโร (Bureau) บูโร (Bureau) ต้องมีการแก้ไข โดยเฉพาะคนที่ประกอบการที่เขาล้มมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ผมมี ประสบการณ์เมื่อปี ๒๕๔๐ ฟองสบู่แตกครับ ผมก็แย่เหมือนกันเมื่อปี ๒๕๔๓ ปัจจุบันนี้ก็ยัง มีปัญหาเรื่องบูโร (Bureau) อยู่ครับท่านประธาน ไม่สามารถที่จะแก้ไข ไม่สามารถกู้เงินได้ ผมจึงคิดว่าคนที่ติดบูโร (Bureau) เขาไม่ใช่เป็นฆาตกร ไม่ได้เป็นโจรผู้ร้าย ขนาดโจรผู้ร้าย ติดคุกติดตะรางยังมีการนิรโทษกรรมให้ได้ครับ แต่คนที่เขาทำธุรกิจ โดยที่เขาไม่ได้มี ข้อผิดพลาดใด ๆ เลยเขาล้ม เพราะว่ามีเหตุการณ์จำเป็น ควรจะนิรโทษกรรมให้เขา ควรจะ ให้โอกาสกลุ่มเหล่านี้สามารถกู้เงินมาฟื้นกิจการได้ จึงขอฝากสมาชิกทุกท่านครับ ช่วยกัน พิจารณา พ.ร.บ. ฉบับนี้ ผมเห็นว่ามันเป็นเรื่องที่ดีมาก ขอสนับสนุนครับ กราบขอบพระคุณ มากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญนางสาวละออง ติยะไพรัช ตามด้วยท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ🔗
ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย วันนี้ร่างพระราชบัญญัติแก้ไข เพิ่มเติมพระราชกำหนดให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบการวิสาหกิจ ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งดิฉันเห็นด้วย กับการเปลี่ยนแปลง แล้วก็ได้ฟังปัญหาของเพื่อนสมาชิกก็คือคล้าย ๆ กัน วันนี้จากเพื่อนสมาชิก พูดถึงปัญหามันคือกับดักของนักธุรกิจ ของเอสเอ็มอี (SMEs) ที่เป็นธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง ท่านประธานคะ วันนี้เราพูดถึงการที่เป็นกับดักก็คือ เราพิจารณาแต่งบการเงิน ของธุรกิจ ซึ่งเป็นไปไม่ได้ค่ะท่านประธานที่ว่าเราจะดูแต่งบการเงิน อันนี้คือกับดักว่าถ้าเขามี ธุรกิจที่ดีก็คงจะไม่มีใครมากู้เงินซอฟต์โลน (Soft Loan) ตรงนี้ แต่ดิฉันอยากจะให้ การทำลายกับดักตรงนี้ออกไป โดยการที่เราควรที่จะพิจารณาโอกาสของธุรกิจในวิกฤติ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะรายใหม่หรือรายเก่าที่มีโอกาสทางธุรกิจ โดยการที่เราควรที่จะตั้งองค์กร พิเศษในเรื่องของด้านการเงินขึ้นมา อันนี้ดิฉันขอแสดงความคิดเห็นนะคะว่า เราไม่จำเป็น จะต้องให้ธนาคารพาณิชย์พิจารณาในการที่จะให้การกู้เงิน เราควรที่จะตั้งองค์กรการเงิน พิเศษขึ้นมา เพื่อพิจารณาโอกาสทางธุรกิจของธุรกิจแต่ละธุรกิจว่ามันมีโอกาสที่จะสามารถ ที่จะทำธุรกิจในยามวิกฤตินี้ได้ไหม อย่างเช่นดิฉันอยากยกตัวอย่างที่ธนาคารออมสินทำนะคะ เช่นอย่างมีทรัพย์มีเงิน โดยการเอาทรัพย์การประเมินจากราคาประเมินของที่ดิน และให้ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือมีที่ดินและมีเงิน แต่ตรงนี้ดิฉันก็ยังไม่เห็นด้วย ดิฉันอยากจะให้ เป็นราคาประเมินตามที่บริษัทประเมินให้ว่าราคาประเมินทางการตลาดนี้ได้เท่าไร แล้วเราถึงจะให้เงิน ให้โอกาสกับนักธุรกิจนั้นนะคะท่านประธาน🔗
และอีกเรื่องหนึ่ง เมื่อสักครู่มีเพื่อนสมาชิกได้พูดถึงก็คือว่า ในเรื่องนโยบาย ของรัฐบาลคนละครึ่งอย่างนี้ค่ะ วันนี้จะขึ้นเฟส (Phase) ๔ เฟส (Phase) ๔ นี้ ดิฉันเห็นว่า มันเหมือนอาจารย์สมบัติ ศรีสุรินทร์ พูด ก็คือมันเป็นการทำที่ซ้ำ ซ้ำ ซ้ำกันเหมือนเดิม ธุรกิจที่ได้ประโยชน์ก็คือธุรกิจด้านเดิม วันนี้โอกาสที่จะทำให้พี่น้องที่มีปัญหา อย่างเช่น วันนี้มีพี่น้องชาวนาก็มีปัญหาเรื่องขายข้าวในราคาถูก การให้โอกาสที่จะให้พี่น้องชาวนา หรือเอสเอ็มอี (SMEs) ในเรื่องของโรงสีนี้ก็มีน้อย เพราะส่วนใหญ่ก็คือขาดทุน อันนี้ ดิฉันอยากจะให้โอกาสให้ทางรัฐบาลหรือผู้คนที่ทำงานตรงนี้นะคะว่า ให้โอกาสกับธุรกิจ ที่สามารถที่จะไปได้ในยามวิกฤติตรงนี้ ก็คือเราจะไม่ดูจากงบการเงินหรือบัญชีทางด้าน การเงินนี้ค่ะท่านประธาน ดิฉันอยากให้พิจารณาและให้ออกจากกับดักที่จะดูงบการเงิน และให้เราดูโอกาสของธุรกิจแต่ละธุรกิจที่สามารถที่จะดำเนินการได้ในยามวิกฤติตรงนี้ และดิฉันอยากจะให้มีองค์กรการเงินพิเศษขึ้นมา โดยที่ไม่ผ่านธนาคารพาณิชย์ ให้มีหน่วยงานที่จะสามารถพิจารณาโอกาสของแต่ละธุรกิจได้ค่ะท่านประธาน ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดการให้ ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ประกอบวิสาหกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธาน ที่เคารพครับ จริง ๆ แล้วชื่อร่างนี้ผมคิดว่าถ้าเกิดมีโอกาสพิจารณาเป็นพระราชบัญญัติ จริง ๆ แล้วนี้ อยากจะให้เปลี่ยนชื่อร่างจากโรคระบาดโควิด (COVID) เปลี่ยนเป็นโรคระบาด ร้ายแรง เพราะว่าวันนี้ถ้าเกิดต่อจากโควิด (COVID) มีโรคระบาดอื่น ๆ ที่ร้ายแรงแบบนี้ พระราชบัญญัติฉบับนี้จะได้ครอบคลุมถึงนะครับ สภาของเรานะครับท่านประธาน อันนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ แล้ว ท่านทำไมไม่เอาบรรจุละครับ มีตั้ง ๕ ร่าง อย่างนี้ถ้าเกิดว่า โรคระบาดมันรุนแรงกว่านี้ สภาเราไม่สามารถที่จะช่วยแก้ไขปัญหาของประเทศได้ทันท่วงทีนะครับ ก็ฝากท่านประธานว่า ครั้งต่อไปนี้ก็ขอให้พิจารณาเรื่องไหนที่มันสำคัญ มันเร่งด่วน ก็เอาบรรจุให้เร็วหน่อย ให้มันทันต่อสถานการณ์ เราอาจจะดีกว่านี้ก็ได้ โรคระบาดอาจจะ หายไปจากประเทศไทยก่อนหน้านี้ก็ได้ถ้าเราบรรจุเรื่องนี้เข้าเร็วขึ้นนะครับ ท่านประธานครับ การช่วยเหลือเอสเอ็มอี (SMEs) หลายท่านได้พูดแล้วว่ามันลงไม่ถึงเอสเอ็มอี (SMEs) จริง ๆ วิสาหกิจท่านระบุว่า ความเป็นวิสาหกิจนี้จะต้องเป็นหนี้ทุกสถาบันไม่เกิน ๑,๐๐๐ ล้านบาท แล้ววิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมต้องเป็นหนี้ทุก ๆ ที่ ไม่ว่าหนี้นอกระบบ ในระบบนะครับ ไม่เกิน ๒๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่าใจประเทศไทยนี้คนที่เป็นหนี้ ๒๐๐ ล้านบาทนี้ไม่ใช่ขนาดเล็ก ไม่ใช่ขนาดย่อมแล้วนะครับ มันเป็นขนาดที่คิดว่าใหญ่พอสมควรแล้ว เพราะฉะนั้นอยากจะ ฝากทางกรรมาธิการ ถ้าเกิดตั้งขึ้นหรือว่าส่งให้รัฐบาลนี้ ผมอยากให้ระบุว่าขนาดเล็กหรือ รายย่อย เกิดขึ้นมาด้วยนะครับ ขนาดเล็กหรือรายย่อยนี้อย่างน้อยก็ต้องมีวงเงินที่เป็นหนี้ได้ ๑๐-๒๐ ล้านบาท อันนี้จะทำให้เงินกู้ในพระราชกำหนดต่าง ๆ นี้มันเข้าถึงระดับล่าง หลายท่านได้บอกแล้วว่าคนระดับล่างเอสเอ็มอี (SMEs) ๒.๗ ล้านราย เป็นรายเล็กรายน้อย รายเล็กรายน้อยไม่สามารถที่จะอาจเอื้อมขึ้นไปสู่พระราชกำหนดที่รัฐบาลได้กู้เงินมานะครับ วันนี้ตายแน่นิ่งเหมือนเดิม ตายสนิท อยากจะให้รัฐบาลได้ไปดูว่า ๓ ล้านราย รายเล็ก ๒ ล้านกว่ารายนี้ วันนี้เขาฟื้นกี่ราย แล้วเขาเป็นเอ็นพีแอล (NPL) กี่ราย ติดเครดิตบูโร (Credit bureau) กี่ราย ท่านประธานครับ ไม่น่าเชื่อ ผมนี่ละครับติดเครดิตบูโร (Credit bureau) อยู่วันนี้ วันนี้พิเชษฐ์ยังติดเครดิตบูโร (Credit bureau) อยู่ แก้ไม่ได้ครับ ๔-๕ ปีมานี้กู้เงินก็ไม่ได้ ไปทำบัตรเครดิตก็ไม่ได้ครับ เพราะว่าติดเครดิตบูโร (Credit bureau) ถามว่าสตางค์มีไหม พอมีนะครับ แต่ว่าไม่รู้ว่า ประเทศนี้คนที่เคยล้ม คนเคยที่จะยากลำบากแล้วก็ฟื้นตัวขึ้นมาไม่สามารถเป็นคนใหม่ที่ล้าง เขาเรียกว่าล้างความเคยจนมาได้ นี่ละครับเครดิตบูโร (Credit bureau) ของประเทศไทย อันนี้ละครับ วันนี้คนที่หลุดไปเป็นเอ็นพีแอล (NPL) พี่น้องรายเล็กรายย่อยที่หลุดไปเป็น เอ็นพีแอล (NPL) แล้วก็ติดเครดิตบูโร (Credit bureau) วันนี้ไม่สามารถที่จะไปแตะต้อง เงินกู้ทั้งหลายได้อีกเลย ก็อยากจะฝากรัฐบาล อยากจะฝากกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นว่า ต้องดู รายเล็ก ๒ ล้านกว่ารายนี้ให้เขาฟื้นเพื่อเป็นฐานรากทางเศรษฐกิจของประเทศให้ได้ ผมอยากจะให้ตั้งกองทุนเฉพาะกิจขึ้นมาเหมือนต้มยำกุ้ง สมัยต้มยำกุ้ง นายกรัฐมนตรี ชื่อทักษิณ ชินวัตร ได้ตั้งกองทุนขึ้นมาแก้ปัญหาเฉพาะหน้า จนเราผ่านพ้นวิกฤติต้มยำกุ้งมาได้ วันนี้อยากจะให้มีกองทุนช่วยเหลือเอสเอ็มอี (SMEs) ขนาดกลาง ขนาดย่อมและขนาดเล็ก เพื่อที่จะให้เขาเป็นที่พึ่งที่หวัง เงื่อนไขที่เป็นไปได้ เงื่อนไขระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว ที่ผ่อนคลาย วันนี้รัฐบาลยังกู้ได้เลยนะครับ รัฐบาลยังแก้เพดานหนี้ ให้เพดานหนี้สูงขึ้นได้ แต่หนี้ของประชาชนขนาดเล็กไม่มีปาก ไม่มีเสียง ไม่มีอำนาจที่จะไปต่อรองเลย ฉะนั้น อยากจะฝากรัฐบาลว่า ผ่อนคลายแล้วก็ตั้งกองทุน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ขึ้นมาช่วยรายเล็ก ๒ ล้านรายที่รอการช่วยเหลืออยู่นี้ วันนี้ตายสนิทเป็นเอ็นพีแอล (NPL) ติดเครดิตบูโร (Credit bureau) ฝากท่านประธานว่า ครั้งต่อไปเรื่องด่วนอย่างนี้อย่าได้เอามา ดองไว้ในสภา ไม่เกิดประโยชน์กับประเทศชาติ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ท่านประธานครับ ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ซึ่งผมได้ลงรายชื่อเพื่ออภิปรายในวันพุธที่ผ่านมา พอดีได้เตรียมตัวไว้แล้ว วันนี้ผมเพิ่งประชุมกรรมาธิการเสร็จครับ🔗
ก็ไม่เห็น มาแจ้งเจ้าหน้าที่ ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมอนุญาต แต่ผมขออนุญาตชี้แจงท่านพิเชษฐ์ กับท่านสมาชิกหลายท่านที่พาดพิงประธานนิดหนึ่งนะครับ เรื่องการบรรจุระเบียบวาระ การประชุมนี้ ประธานจะบรรจุระเบียบวาระตามที่มีการเสนอ ไม่ว่าจะเป็นญัตติ ไม่ว่าจะเป็น กระทู้ ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. ที่เสนอเข้ามา จะบรรจุเรียงตามลำดับมาอยู่แล้วนะครับ แต่การที่ ได้รับพิจารณาช้าหรือเร็วมันขึ้นอยู่กับการประชุมของสภาเรานะครับ บังเอิญว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับนี้มีรายงานขององค์กรอิสระต่าง ๆ ที่ต้องเสนอเข้ามาให้สภาพิจารณาและรับทราบ มากมายเหลือเกินนะครับ เราต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ ฉะนั้นระเบียบวาระมันก็เคลื่อนมา เรื่อย ๆ เคลื่อนมาเรื่อย ๆ นะครับ ไม่ได้ไปดอง ไม่ได้ไปอะไรเลยนะครับ ไม่ได้มีเจตนาอะไร อย่างนั้น ฉะนั้นจึงเรียนชี้แจงให้ท่านได้ทราบ ส่วนจะเลื่อนขึ้นมาเรื่องไหนเรื่องด่วนจะเลื่อน ขึ้นมาพิจารณาได้ไวหรือช้าขึ้นอยู่กับที่ประชุม ที่ประชุมตกลงกันได้ก็เลื่อนขึ้นมานะครับ ที่ผ่านมาเป็นอย่างนั้น ไม่ได้มีเจตนาที่จะไปดองหรืออะไรทั้งนั้นนะครับ เรียนให้ท่านสมาชิก เข้าใจ ท่านสมาชิกครับ ท่านสมาชิกยังอีกท่านหนึ่งคือท่านชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ เชิญท่านชูวิทย์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี เขต ๗ จากสถานการณ์แพร่ระบาด ของโควิดโคโรนา (COVID Corona) ส่งผลกระทบเศรษฐกิจประเทศไทยเป็นวงกว้าง มีการระบาดแนวโน้มรุนแรงและยาวนาน นับตั้งแต่เมษายน ๒๕๖๓ ถึงปัจจุบัน ธนาคาร แห่งประเทศไทยได้มีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม โดยมีพระราชกำหนดให้ความช่วยเหลือทางการเงินให้กับผู้ประกอบการวิสาหกิจที่ได้รับ ผลกระทบจากการระบาดของโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) เพื่อสนับสนุนซอฟต์ โลน (Soft Loan) ให้แก่ธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) และเอสเอ็มอีเอสเอส (SMEss) ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องดอกเบี้ยร้อยละ ๒ ต่อปี ระยะเวลา ๒ ปี โดยนำเงินกู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) ท่านประธานครับ ธนาคารต่าง ๆ ได้ขอเงินจากธนาคารแห่งประเทศไทย ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มาช่วยน้องผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) แต่เกาไม่ถูกที่คันท่านประธานครับ ธนาคารต่าง ๆ ได้ขอเงินกับธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อจะมาช่วยน้องผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) ยกตัวอย่างธนาคาร ก มีลูกค้า ๑๐๐ ราย ธนาคารไม่ได้ช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) ๑๐๐ ราย ธนาคารกลับมาเลือกผู้ประกอบการที่เป็นลูกค้าของธนาคารที่ยังแข็งแรงอยู่ ๑-๒๐ แล้วก็ช่วยไป ส่วน ๒๑ ที่ไม่สามารถที่จะดำเนินการธุรกิจต่อได้ หรือไม่มีสตางค์ จ่ายค่างวด ไม่มีสตางค์จ่ายดอกเบี้ย ก็จะถูกตัดจาก ๒๑-๑๐๐ ทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) ที่เข้าไม่ถึง วันนี้เจ๊งครับ ไม่สามารถที่จะเข้าถึงเงินกู้ได้ ส่วนน้อง ๑-๒๐ ที่ได้รับ การช่วยเหลือไปแล้ว วันนี้ต้องปิดร้าน ต้องปิดธุรกิจ ก็เอาเงินที่ได้รับซอฟต์โลน (Soft Loan) ๒๐ เปอร์เซ็นต์มาผ่อนดอกเบี้ย วันนี้ผ่อนดอกเบี้ยให้ธนาคารไปหมดแล้วครับ ก็ยังไม่สามารถ ช่วยเหลือตัวเองได้ ท่านประธานครับ เมื่อการช่วยเหลือผู้ประกอบธุรกิจขนาดย่อม ขนาดกลาง ไม่สามารถเข้าถึง เข้าได้ เป็นจำนวนมากและการช่วยเหลือยังเกาไม่ถูกที่คัน จำเป็นอย่างยิ่งจะต้องมีการแก้หลักเกณฑ์จากสถาบันการเงิน เพื่อให้ผู้กู้ได้ไปแก้ปัญหาธุรกิจ วิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อมได้รับประโยชน์มากที่สุด และจะส่งผลดีต่อผู้ประกอบการ วิสาหกิจในการเข้าถึงสิทธิประโยชน์จากเดิมที่มีข้อจำกัดและอุปสรรคมากมาย ท่านประธานครับ อย่างไรก็ดีการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยังต้องอาศัยเวลา ยังจำเป็นต้องเร่งแก้ปัญหา เพื่อสภาพคล่องให้กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) เล็ก ๆ เพื่อไม่ให้ลุกลามไปยังภาครัฐ สถาบันการเงิน ผู้ประกอบการรายเล็กรายใหญ่ ทุกภาคส่วนต้องออกมาร่วมกันครับ ช่วยกันยกระดับการช่วยเหลือเอสเอ็มอี (SMEs) ให้ได้รับสภาพคล่อง ลดความเสี่ยง ซึ่งสถาบันการเงินมีบทบาทในการประสานงาน มีข้อมูล ของผู้ประกอบการ มีแนวทางในการปรับกระบวนการ ประเมินความเสี่ยงให้การปล่อยสินเชื่อ ผู้ประกอบธุรกิจที่อยู่ในขณะนี้ได้สามารถลุกให้ได้ เพื่อเตรียมตัวในการที่จะประกอบธุรกิจ ต่อไป และมีโอกาสสนับสนุนสภาพคล่องให้กับรัฐบาล รัฐบาลจึงต้องมีความจริงใจที่จะต้อง แก้ไขปัญหา ยกตัวอย่างนะครับ ก็คือผู้ที่ได้รับเครดิตบูโร (Credit bureau) ซึ่งวันนี้เครดิตบูโร (Credit bureau) เล็ก ๆ ครับ ผมเพิ่งเรียนจบมา มีงานทำได้ไม่กี่เดือนก็ไปดาวน์ (Down) มอเตอร์ไซค์มาคันหนึ่งแล้วก็ผ่อน วันนี้ผ่อนไปได้ ๔ เดือน เขาเลิกจ้างผมแล้วครับ ผมก็ ไม่สามารถที่จะมีเงินไปผ่อนมอเตอร์ไซค์ต่อ วันนี้ผมเป็นผู้ที่มีความด่างพร้อยในชีวิตแล้ว ไม่สามารถที่จะไปกู้เงินไหนได้อีกแล้ว เพราะว่าผมเป็นคนเบี้ยวหนี้แล้วนะครับ จึงอยากจะให้ รัฐบาลได้ยกเลิกสำหรับพี่น้องประชาชนลูกหลานที่ได้ทำงานและได้โดนเรื่องนี้ จึงอยากจะ ฝากท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านสมาชิกอภิปรายครบทุกท่านแล้วนะครับ ดังนั้นตามข้อบังคับ ข้อ ๗๔ ผมขอปิด การอภิปรายนะครับ ซึ่งขั้นตอนต่อไปคือการลงมติ แต่ก่อนที่จะลงมติตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ ผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๕ ฉบับ มีความประสงค์จะอภิปรายสรุปไหมครับ เจ้าของ ร่างพระราชบัญญัติมีท่านใดจะใช้สิทธิในการอภิปรายสรุปตามข้อบังคับ ข้อ ๗๕ ไหมครับ ถ้าไม่มีขั้นตอนต่อไปคือขอลงมติในขั้นรับหลักการนะครับ ในวาระที่ ๑ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีขอเสนอต่อที่ประชุม ขอรับร่างพระราชบัญญัติ ซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้เสนอทั้ง ๕ ฉบับที่ได้พิจารณา กันไปแล้วนะครับ ไปพิจารณาก่อนที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรจะลงมติในวาระที่ ๑ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๑๘ โดยคณะรัฐมนตรี จะขอรับไปพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วันครับ จึงกราบเรียนท่านประธานมา ด้วยความเคารพครับ🔗
เนื่องจาก รัฐบาลหรือคณะรัฐมนตรีเสนอมาเพื่อขอรับร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๕ ฉบับดังกล่าว ให้ไปพิจารณาก่อนรับหลักการ เชิญท่านจุลพันธ์ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะผู้เสนอร่าง ๑ ใน ๕ ร่างครับ ท่านประธานได้มีการพูดคุยกันแล้ว ก็ขอบพระคุณนะครับ จริง ๆ แล้วเป็นทางออกที่ดี เพราะว่าการแก้ พ.ร.บ. ตัวนี้ในขณะนี้มันเลยเวลาไปแล้ว เพราะว่าตัวเงินเอง ตัวเงินกู้หรือว่า ตัวกรอบการใช้เงินมันก็ผ่านเวลาไป ขณะนี้เหลือเพียงแค่การตรวจสอบ แต่ยังมีภารกิจ มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ ครม. ยังมีภาระรับผิดชอบต่อพี่น้องประชาชน โดยที่วันนี้ถ้าทาง ครม. จะรับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ไปดูแล้วก็ไปหาทางปรับแก้ในส่วนที่จะสามารถแก้ไขให้กับ พี่น้องประชาชนได้ โดยเฉพาะรับเอาข้อสังเกตของเพื่อนสมาชิกไปก็จะเป็นพระคุณครับ เป็นทางออกที่ดี ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านสมาชิกก็ไม่ได้คัดค้าน เห็นด้วยให้คณะรัฐมนตรีรับไปพิจารณาก่อนรับหลักการ ในวาระที่ ๑ ซึ่งจะต้องเสนอกลับมาไม่เกิน ๖๐ วันนับตั้งแต่วันนี้คือวันที่สภามีมติ ดังนั้น เนื่องจากเป็นเรื่องของร่างพระราชบัญญัติตามข้อบังคับ อย่างไรก็ต้องขอมตินะครับ ใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ไม่ได้นะครับ🔗
เชิญท่าน สมาชิกเข้ามาลงมตินะครับ เชิญท่านสมาชิกเข้ามาในห้องประชุมเพื่อจะลงมติว่าจะอนุญาต ให้คณะรัฐมนตรีรับร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๕ ฉบับไปพิจารณาก่อนรับหลักการหรือไม่นะครับ เชิญท่านสมาชิกเข้ามาแสดงตนครับ นานพอสมควรแล้ว แสดงตนได้ครับ เชิญเสียบบัตร และกดปุ่มแสดงตนครับ🔗
มีสมาชิก ท่านใดยังไม่ได้แสดงตนมีหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีขอปิดการแสดงตนครับ มีท่านสมาชิกอยู่ในห้อง ประชุม ๓๒๓ ท่าน คราวนี้ครบองค์ประชุมครับ🔗
ต่อไป ผมจะขอมติจากที่ประชุมนะครับ ว่าท่านจะอนุมัติให้คณะรัฐมนตรีรับร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง ๕ ฉบับไปพิจารณาก่อนรับหลักการหรือไม่ ท่านผู้ใดเห็นควรอนุมัติโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดที่เห็นว่าไม่ควรอนุมัติโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ถ้าท่านประสงค์จะงดออกเสียง ก็กดปุ่ม งดออกเสียง ให้ด้วยนะครับ เชิญกดปุ่มลงคะแนนได้ครับ🔗
มีท่าน สมาชิกท่านใดยังไม่ลงคะแนนมีไหมครับ ทุกท่านได้ลงคะแนนครบหมดแล้วนะครับ ขอปิด การลงคะแนนครับ ผลการลงมติ มีท่านสมาชิกเห็นด้วย ๓๔๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน ดังนั้น มติของที่ประชุมเห็นควรอนุมัติให้รัฐบาล รับร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๕ ฉบับดังกล่าวไปพิจารณาก่อนรับหลักการ ซึ่งต้องเสนอ กลับคืนมาสภาภายใน ๖๐ วัน เป็นการจบการพิจารณาทั้ง ๕ ฉบับ🔗
ท่านวีระกร มีอะไรครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม วีระกร คำประกอบ พรรคพลังประชารัฐ นครสวรรค์ จริง ๆ แล้ววันนี้เราพิจารณาได้ผลงานกันเยอะครับ ทั้งหมดถึง ๑๒ พระราชบัญญัติด้วยกันนะครับท่าน ๑๒ พระราชบัญญัตินี้ไม่เคยมี ในประวัติศาสตร์เลย วันเดียวได้ ๑๒ พระราชบัญญัติ แต่อย่างไรก็ตามครับ พอดีเพื่อนสมาชิก จากพรรคภูมิใจไทยขออีกสัก ๑ เรื่อง ผมก็คงไม่ติดใจละครับท่าน ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไป ระเบียบวาระที่ ๕.๔ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกำหนดให้อำนาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยา ๕.๕ ครับขออภัย อันนี้พิจารณาไปแล้ว ผมเห็นชื่อเรื่องก็รู้สึกว่าได้พิจารณาไปแล้ว ขออภัยนะครับ ต่อไปเป็นระเบียบวาระที่ ๕.๕ เรา ได้พิจารณาไปถึง ๕.๔ ผ่านไปแล้วครับ ต่อไปเป็นการพิจารณาในระเบียบวาระที่ ๕.๕🔗
๕.๕ ร่างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
ซึ่งเรื่องนี้ เสนอโดยท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ เสนอมาถึงสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณา ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๓๓ (๒) เรื่องนี้ได้มีการรับฟังความคิดเห็น และจัดทำสรุปผลการรับฟังและรายงานผลการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นมาให้ท่านสมาชิก ได้รับทราบแล้วนะครับ เชิญเจ้าของร่างพรรคภูมิใจไทย เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ผมขออนุญาตที่จะเสนอร่างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่กระผมได้ร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทย ซึ่งนำโดย ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวนี้ สิ่งที่อยากจะขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธานที่เคารพก็คือว่า เหตุผลที่พรรคภูมิใจไทย ได้มีการเสนอร่างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ เหตุผลสำคัญก็คือว่าในช่วงที่มีการรณรงค์ หาเสียง สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยได้มีการเสนอต่อพี่น้องประชาชนเป็นนโยบายก็คือ เราจะ สนับสนุนให้🔗
ท่านศุภชัยครับ ท่านจะเสนอร่างแทนพรรคหรือท่านจะยื่นญัตติอะไรครับ🔗
ผมอยู่ตรงนี้ไม่ค่อยได้ยินท่านนะครับ🔗
ท่านจะเสนอ ร่างญัตติอันนี้ร่างพระราชบัญญัติหรือท่านจะเสนอญัตติอื่น🔗
ขออนุญาตเรียนท่านอย่างนี้นะครับ ว่าผมต้องเท้าความบางประการเพื่อที่จะเรียนท่านว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ในที่สุดแล้ว เนื่องจากว่าเราต้องรอกระบวนการต่าง ๆ แล้ว ร่างพระราชบัญญัติที่ผมได้เสนอแก้มันหมด ความจำเป็นที่จะเสนอ เพราะฉะนั้นท้ายสุดซึ่งยังไม่ใช่วินาทีนี้ ผมจะขอถอนร่าง แต่ก่อน ที่จะถอนร่างจะเท้าความเพื่อให้ประชาชนผู้ฟังทางบ้านได้เข้าใจถึงเหตุผลทำไมต้องถอนนะครับ🔗
ท่านขอถอน ใช่ไหมครับ🔗
ถ้าอย่างนั้นท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมขออนุญาตว่าก่อนที่ผมจะบอกว่าขอถอน ผมขอบอกเหตุผลกับพี่น้อง ประชาชนว่าทำไมผมต้องถอนนะครับ แล้วก็ได้กราบเรียนกับท่านว่าทำไมต้องถอนด้วยครับ🔗
ผมท้วงติง เมื่อสักครู่ เพราะตามข้อบังคับท่านต้องเสนอญัตติก่อนแล้วอภิปรายเหตุผล ท่านอภิปราย ไปก่อนแล้วมาเสนอทีหลังไม่ได้ครับตามข้อบังคับ เพราะฉะนั้นท่านต้องเสนอญัตติ ให้มีคนรับรองก่อน แล้วท่านก็อภิปรายได้เหตุผลว่าเพราะอะไร🔗
ถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาตเริ่มต้นใหม่ นะครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ผมขออนุญาตที่จะเสนอหลักการและเหตุผล ของร่างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทย เป็นผู้เสนอ🔗
หลักการ ก็คือว่าเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ ดังต่อไปนี้ ก็คือ🔗
๑. เพิ่มบทนิยาม คำว่า สถาบันยาเสพติดแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นหน่วยงาน ของรัฐที่ตั้งขึ้นมาเพื่อมีวัตถุประสงค์ในการวิจัย การผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก การบริหาร จัดการพืชยาเสพติด🔗
ขออภัย ท่านศุภชัยอีกครั้งเถอะครับ อย่าว่าผมจู้จี้เลยนะครับ เอาตามข้อบังคับหน่อย คือท่านเสนอ ญัตติก่อนว่าท่านจะขอถอนญัตตินี้ แล้วต้องมีผู้รับรองก่อน หลังจากนั้นแล้วท่านอภิปราย เหตุผล ตามข้อบังคับถ้าอย่างนั้นครับ🔗
ท่านครับ ขออนุญาต ด้วยความเคารพครับ คือเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มันค่อนข้างที่จะมีกระบวนการ เมื่อสักครู่ ผมได้มีการปรึกษาหารือกับทางเจ้าหน้าที่ของสภา ท่านก็บอกว่าให้ผมได้อธิบายเหตุผล ว่าทำไมผมต้องถอนก่อน แต่ตอนนี้ท่านต้องการให้🔗
ถูกต้องแล้ว เจ้าหน้าที่อธิบายท่านก็ถูกอยู่แล้ว คือท่านเสนอญัตติว่าผมขอถอนแล้วก็มีผู้รับรอง เสร็จแล้ว ท่านก็อธิบายเหตุผลว่าทำไมถึงต้องถอน🔗
โอเค (OK) ครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ถ้าอย่างนั้นผมเริ่มต้นใหม่อีกสักครั้ง ผมขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธานว่า ตามที่พรรคภูมิใจไทย ที่นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ เป็นผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ วันนี้ผมขออนุญาตเสนอญัตติว่าผมขออนุญาตถอนร่างดังกล่าวนะครับ ขออนุญาตขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองครบ ถูกต้องนะครับ คือเนื่องจากท่านสมาชิกจะขอถอนญัตติในระเบียบวาระที่ ๕.๕ ขอถอนนะครับ เชิญอธิบายเหตุผลได้ครับ ทีนี้ท่านจะอภิปรายเหตุผลอย่างไร เพื่อสนับสนุนในการถอนญัตติ เพราะอย่างไรต้องขอมติครับ🔗
ถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาตอธิบาย เหตุผลให้ท่านประธานได้ทราบนะครับ🔗
เชิญครับ🔗
กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ถ้าอย่างนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธานและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพว่า เหตุผลสำคัญที่ผมมีความจำเป็นต้องถอนร่างนี้ ก็เนื่องจากเหตุผลเดียวกับการที่เรา ประสบปัญหาในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้อยู่หลายครั้ง ก็คือว่ากระบวนการนิติบัญญัติ ร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กระบวนการกว่าที่จะได้มาถึงวันนี้ ในการพิจารณา บ่อยครั้งมันเป็นความล่าช้าและทำให้ไม่ทันการณ์ กรณีร่างพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษที่พรรคภูมิใจไทยได้เสนอนี้นะครับ เป็นเรื่องที่ผมขออนุญาตเท้าความว่า ในช่วงที่พรรคภูมิใจไทยได้หาเสียงต่อพี่น้องประชาชน เราได้เสนอกับพี่น้องประชาชนว่า เราจะให้ประชาชนมีสิทธิที่จะปลูกกัญชา ซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่ง เป็นพืชที่สามารถไปทำเป็นยา เป็นเวชภัณฑ์ต่าง ๆ แล้วก็สามารถที่จะใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์และเชิงเศรษฐกิจได้ และเราเรียกร้องให้ประชาชนสามารถที่จะปลูกได้ ๖ ต้น ต่อครอบครัว ๑ ครอบครัว ปลูกได้ ๖ ต้น แต่ปรากฏว่ากว่ากฎหมายมาถึงวันนี้ก็เป็นไปด้วยความล่าช้า แต่อย่างไรก็ตามในช่วงเวลา ที่มีการจัดตั้งรัฐบาลก็ต้องขอบคุณรัฐบาล ที่นำโดยท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ที่ยอมรับให้มีการบรรจุนโยบายเรื่องการให้ประชาชนสามารถปลูกกัญชา ได้เป็นนโยบายของรัฐบาล ณ เวลานั้น และในที่สุดก็ได้มีการเสนอร่างประมวลกฎหมาย ยาเสพติดเข้ามา ซึ่งในร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวก็เป็นการประชุมร่วมกันของรัฐสภา และในมาตรา ๒๙ แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติดนั้น เดิมตามพระราชบัญญัติยาเสพติด ให้โทษ กัญชาเป็นยาเสพติดประเภท ๕ แต่ตามร่างประมวลยาเสพติดให้โทษ มาตรา ๒๙ ประเภท ๕ ก็ไม่ได้ระบุว่าเป็นกัญชา ซึ่งถือว่านั่นคือสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยได้รณรงค์เรียกร้อง และได้ร้องขอต่อรัฐบาลว่าจะต้องร่วมกับภูมิใจไทยในการที่จะแก้ปัญหาให้ประชาชนสามารถ ใช้ประโยชน์อย่างยิ่งกับกัญชาได้เกิดขึ้นจริง และในที่สุดประมวลกฎหมายยาเสพติดก็ได้ผ่าน รัฐสภา ประกาศเป็นกฎหมายลงในราชกิจจานุเบกษา และบังคับเป็นกฎหมายเมื่อวันที่ ๙ ธันวาคมที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนสามารถที่จะใช้ประโยชน์จากกัญชาและกัญชาไม่ใช่เป็นยา เสพติดอีกต่อไป นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะเรียนว่าทั้งหมดทั้งมวลถึงแม้ว่าภูมิใจไทยเราจะเป็นคน เริ่มต้น แต่ก็ขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ รวมทั้งวุฒิสภาที่ไม่ได้เห็นอะไรที่ขัดไป จากสิ่งที่ภูมิใจไทยได้เสนอกับพี่น้องประชาชน ก็แปลว่าวันนี้สภาทั้งสภาได้สนับสนุน กฎหมายฉบับนั้นของพรรคภูมิใจไทยด้วย เพราะฉะนั้นเมื่อประมวลกฎหมายยาเสพติดไม่ได้ กำหนดให้กัญชาเป็นยาเสพติดอีกต่อไป และในกฎหมายฉบับนั้นก็ได้กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการยาเสพติดให้โทษจะต้องประกาศ ว่าประเภทของยาเสพติดทั้ง ๕ ประเภทมีอะไรบ้าง และผมก็ทราบว่าทางรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขก็จะประกาศทั้ง ๕ ประเภท และในประเภทที่ ๕ ก็จะไม่มีกัญชาเป็น ยาเสพติด เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่ว่ามันเป็นความสำเร็จของประเทศนี้ที่เราก้าวหน้า และร่างพระราชบัญญัติ ของผมที่ได้เสนอด้วยความล่าช้า ก็เป็นผลทำให้ร่างนี้ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเสนอ ต่อที่ประชุมแห่งนี้เพื่อให้พิจารณาอีกต่อไป เพราะว่าร่างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ ถูกยกเลิกไปโดยประมวลกฎหมายยาเสพติด ซึ่งได้บังคับใช้แล้ว เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมถือว่า ไม่ใช่เป็นเพียงชัยชนะของพรรคภูมิใจไทยที่ทำให้พี่น้องได้ประโยชน์ แต่เป็นชัยชนะของสภาแห่งนี้ ที่ร่วมกัน ช่วยกัน ทำให้ประชาชนสามารถหยิบเอากัญชามาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ และจะเป็นพืชทางเศรษฐกิจต่อไปในอนาคต ผมก็ขออนุญาตก่อนที่จะถอน จะบอกยืนยันว่า ถอนแน่นอน ถอนแล้วท่านก็รับรองแล้วนี้นะครับ ก็ต้องขอบคุณสมาชิกสภาแห่งนี้ทุกท่าน ที่ได้ให้การสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย ให้ผลักดันให้กัญชาเป็นสิ่งที่ไม่เป็นยาเสพติด และเป็น ประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง ก็ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานด้วยความเคารพ และขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่นี้ทุกท่านด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เนื่องจาก มีท่านศุภชัยเสนอญัตติขอถอนระเบียบวาระที่ ๕.๕ ออกจากการพิจารณาต่อไปนะครับ เพราะว่าการขอถอนนั้นในญัตติที่ได้บรรจุเข้าระเบียบวาระแล้วจะกระทำได้ต่อเมื่อต้องได้รับ ความยินยอมของที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ ถึงแม้ว่าไม่มีท่านสมาชิกท่านใดคัดค้าน แต่ตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ นี้ ห้ามใช้ข้อ ๘๘ ในกรณีเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ ซึ่งเรื่องนี้ ก็เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ ถึงแม้เป็นการขอถอนนี้ผมว่าด้วยความปลอดภัยไว้ก่อนนะครับ ขอมติดีกว่านะครับ ถึงแม้ไม่มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นคัดค้าน แต่ผมจะขอมติดีกว่านะครับ เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อลงมติอีกสักครั้งครับ เพราะการขอถอนวาระที่บรรจุ เข้าระเบียบวาระการประชุมไปแล้วนี้ต้องได้รับความยินยอมจากที่ประชุมนะครับ โดยการ ถามมติที่ประชุมครับ🔗
เชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อมาแสดงตน เพื่อจะลงมตินะครับ แต่ก่อนลงมติ ตามข้อบังคับต้องแสดงตนเพื่อเช็กองค์ประชุมก่อนครับ เชิญกดปุ่มแสดงตนได้ เชิญครับ เชิญท่านสมาชิกที่เพิ่งเข้ามากดปุ่มแสดงตนได้ครับ ยังไม่ปิดนะครับ🔗
แสดงตน ครบทุกท่านแล้วนะครับ ผมขอปิดการแสดงตนครับ มีท่านสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๒๕๒ ซึ่งเกิน ๒๓๘ กึ่งหนึ่งนะครับ ถือว่าครบองค์ประชุม🔗
ต่อไป ผมจะถามมติจากที่ประชุมนะครับว่า เห็นควรยินยอมให้ถอนร่างพระราชบัญญัติยาเสพติด ให้โทษ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามระเบียบวาระที่ ๕.๕ ออกจากระเบียบวาระการประชุม ตามที่ท่านศุภชัยเสนอหรือไม่นะครับ ท่านผู้ใดเห็นควรยินยอมให้ถอนโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าไม่ต้องถอน ไม่ยินยอมโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วยครับ ท่านผู้ใดงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ให้ด้วยครับ เชิญลงคะแนนได้ครับ🔗
ลงคะแนน ครบทุกท่านหรือยังครับ ถ้าครบทุกท่านแล้วขอปิดการลงคะแนนครับ ผลการลงมติ ท่านสมาชิกเห็นด้วยทั้งหมด ๒๙๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มีนะครับ งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน ดังนั้น ที่ประชุมเห็นด้วยในการที่จะให้ถอนระเบียบวาระที่ ๕.๕ คือร่างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของพรรคภูมิใจไทยออกไปก่อน นะครับ🔗
ท่านวีระกร เมื่อสักครู่ท่านขออะไรนะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายวีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ ท่านประธานที่เคารพครับ นับเป็นประวัติศาสตร์นะครับที่เราผ่านถึง ๑๓ ฉบับด้วยกัน เป็นพระราชบัญญัติทั้งสิ้นเลยนะครับ ถือเป็นผลงานของสภาที่ไม่เคย ทำมาก่อน วันหนึ่งเราได้ถึง ๑๓ ฉบับ ผมเห็นว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมแล้วจึงขอให้ ท่านประธานปิดประชุมครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ท่านขอถูกคนแล้วครับ ปิดประชุมครับ🔗