รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๓
ครั้งที่ ๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพฤหัสบดีที่ ๔ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๔
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
____________
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม จะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ โดยลำดับดังที่ท่านสมาชิกได้ทราบอยู่แล้วนะครับ ท่านแรกขอเชิญคุณกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม กฤษฎา ตันเทอดทิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๑ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๓ เรื่องดังนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ การขุดลอกแหล่งน้ำที่บ้านดอนสนุก หมู่ที่ ๔ บ้านหนองแคน หมู่ที่ ๕ บ้านหาดสั่ง หมู่ที่ ๖ และบ้านหาดทรายทอง หมู่ที่ ๗ ตำบลสร้างนางขาว อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย แหล่งน้ำชุมชนแห่งนี้เป็นแหล่งน้ำธรรมชาติ ครอบคลุม ๔ หมู่บ้าน เนื้อที่ประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าไร่ ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่ใช้ในการทำประมง และสินค้าเกษตรอื่น ๆ เนื่องจากปัจจุบันวัชพืชในแหล่งน้ำมีจำนวนมาก จึงเป็นอุปสรรค ในการทำเกษตรและประมง ที่สำคัญส่งผลทำให้ไม่สามารถกักเก็บน้ำได้เต็มศักยภาพ และทำให้ขาดแคลนน้ำโดยเฉพาะในฤดูแล้ง หากมีการกำจัดวัชพืชและขุดลอกจะทำให้ สามารถเก็บน้ำได้มากขึ้น และประชาชนจะได้มีน้ำใช้ในหน้าแล้ง ดังนั้นจึงอยากให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าทำการแก้ไขด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องน้ำท่วมถนนเส้นทางจากบ้านปะโค ถึงบ้านนาพิพาน หมู่ที่ ๔ ตำบลปะโค อำเภอเมือง จังหวัดหนองคาย ท่านประธานครับ เรื่องนี้ผมเคยหารือ ในสภาผู้แทนราษฎรมาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อประมาณ ๒ ปีที่แล้ว ในวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ซึ่งตอนนั้นได้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาทำการแก้ไขแล้วบางส่วน แต่ปัญหาก็ยังมี อย่างต่อเนื่อง จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการแก้ไขดังกล่าวด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ถนนหมายเลข นค. ๔๕๐๓ ที่เชื่อมระหว่างบ้านหม้วย หมู่ที่ ๙ ตำบลพระธาตุบังพวน อำเภอเมือง และบ้านโพนสวรรค์ ตำบลสระใคร อำเภอสระใคร จังหวัดหนองคาย ปัจจุบันถนนดังกล่าวเป็นถนนลูกรัง ระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตร แต่เนื่องจากเป็นทางเชื่อมระหว่าง ๒ อำเภอ จึงมีประชาชนสัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก จากสภาพของถนนโดยเฉพาะในหน้าฝนเป็นหลุมเป็นบ่อ สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้อง ประชาชน และอันตรายในการสัญจร จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรีบเข้าทำการแก้ไข ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณประกอบ รัตนพันธ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผมมีเรื่องหารือท่านประธานถึงความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชน ๒ เรื่องด้วยกันครับ🔗
เรื่องแรกก็คือสถานการณ์โรคโควิด-๑๙ (COVID-19) ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ค่อนข้างรุนแรงมาลำดับที่ ๒ รองจากกรุงเทพมหานคร ก็กราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่า จังหวัดนครศรีธรรมราชนั้นมีประชากร ๑,๕๐๐,๐๐๐ คน ตามแผนการ จัดสรรวัคซีน จะต้องได้อย่างน้อยที่สุด ๒,๒๐๐,๐๐ โดส แต่วันนี้จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แค่ไม่ถึง ๑,๓๐๐,๐๐๐ โดส คนที่ได้ฉีดวัคซีนเข็ม ๑ เข็ม ๒ ประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ คน ครึ่งหนึ่ง ของจำนวนประชากร ก็เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พี่น้องประชาชนติดโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) อย่างรุนแรง เพราะฉะนั้นก็ขอกราบเรียนท่านประธานเพื่อที่จะส่งสัญญาณไปยังกระทรวง สาธารณสุข และ ศบค. ใหญ่ว่าทำอย่างไร ช่วยจัดสรรวัคซีนให้กับจังหวัดนครศรีธรรมราช ให้เร็ว แล้วก็ให้เพียงพอด้วย มิฉะนั้นแล้วก็ไม่สามารถที่จะป้องกันได้🔗
ในส่วนที่ ๒ เรื่องของน้ำท่วม ท่านประธานจะเห็นว่าเทศบาลเมืองทุ่งสง เป็นเขตเศรษฐกิจ มีน้ำท่วมทุกปีและสร้างความเสียหาย ปีนี้ย่างเข้าฤดูฝน ลมมรสุม เดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคมก็คงจะเกิดเหตุเช่นเดียวกัน อำเภอทุ่งสงรองรับน้ำจาก เขาหลวงผ่านลำคลองที่สำคัญ ๔ เส้นด้วยกันคือ คลองวังหีบ คลองท่าโหลน คลองท่าเลา และคลองท่าแพ มารวมที่เทศบาลเมืองทุ่งสง น้ำท่วมมากและวันนี้คลองทั้ง ๔ เส้นนั้นตื้นเขิน แล้วก็มีสิ่งกีดขวาง อีกประการหนึ่งถนนหนทางที่ตัดผ่านทำให้น้ำไม่สามารถระบายได้ อย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้นก็ขอให้กรมชลประทานได้ช่วยดำเนินการด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปคุณประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดินแดง ห้วยขวาง พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต หารือท่านประธานในปัญหาความเดือดร้อน ๒ เรื่อง ขออนุญาตขึ้นสไลด์ (Slide) ครับ🔗
ในเรื่องที่ ๑ ก็คงเป็น เรื่องที่ท่านประธานคงทราบดีนะครับ ในบริเวณพื้นที่เขตดินแดงในขณะนี้ก็เป็นพื้นที่ที่มี การชุมนุมเรียกร้องของผู้ที่มีความเห็นต่างจากรัฐบาลเป็นจำนวนมากในขณะนี้เกือบทุกคืน ท่านประธานครับ จากการชุมนุมเรียกร้องของผู้ที่มีความเห็นต่างจากรัฐบาลนำไปสู่การสร้าง ความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ควบคุมฝูงชน ซึ่งใช้วิธีการในการควบคุมผู้ชุมนุมจนส่งผลกระทบให้พี่น้องประชาชนที่เขาไม่ได้เข้าร่วม ชุมนุมด้วยได้รับความเดือดร้อน ทรัพย์สินข้าวของของผู้ที่ค้าขายอยู่ ๒ ฟากฝั่ง ถนนประชาสงเคราะห์ในขณะนี้ได้รับความเสียหาย แต่ยังไม่มีการแสดงความรับผิดชอบจาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็อยากจะให้ในส่วนของนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลสำนักงานตำรวจ แห่งชาติได้แสดงความรับผิดชอบในการดูแลในเรื่องปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้อง ประชาชนด้วย🔗
ในเรื่องที่ ๒ ก็ขออนุญาตท่านประธานว่า ในส่วนของถนนสุทธิสารวินิจฉัย จากถนนวิภาวดีรังสิต จนกระทั่งถึงบริเวณคลองลาดพร้าวซึ่งเป็นถนนสายหลักในพื้นที่ ทั้งเขตดินแดงและเขตห้วยขวางในปัจจุบัน สภาพผิวจราจรเสียหายชำรุดทรุดโทรม ค่อนข้างมาก ก็อยากจะให้กรุงเทพมหานครโดยกระทรวงมหาดไทยได้ช่วยดูแลเรื่องของ การแก้ไขปัญหาผิวจราจรด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปนายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้กระผม มีข้อหารือที่จะนำมาหารือในสภาแห่งนี้ เพื่อที่จะได้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน คือผมได้รับทราบปัญหาผู้ที่ได้รับ ผลกระทบจากมาตรการยับยั้ง ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) หรือว่าเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) หรือเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) นี่นะครับ ในกลุ่มของประชาชนที่เกี่ยวข้องกับสนามชนโค สนามชนไก่ สนามกัดปลา และกิจการอื่น ๆ ที่ในลักษณะทำนองเดียวกัน เช่น การแข่งนก การประชันเสียงไก่แจ้ ไก่ต่อ เนื่องจากรัฐบาล ได้ออกข้อกำหนดตามมาตรา ๙ แห่งพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ปี ๒๕๔๘ ใน (ฉบับที่ ๑๘) นะครับ ทำให้พี่น้องกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการพนันชนไก่ ชนวัว พวกนี้ได้รับผลกระทบ และในขณะนี้ยังไม่สามารถที่จะจัดกิจกรรมเหล่านี้ได้ ทำให้พวกเขา ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก ต้องขาดทุน ต้องเสียโอกาสต่าง ๆ จึงกราบเรียนไปยัง ท่านประธานเพื่อหารือ หามาตรการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบได้พิจารณาแก้ไขปัญหา โดยเร่งด่วนครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ครับ ต่อไปนางเทียบจุฑา ขาวขำ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันขอนำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือกับท่านประธาน ๓ เรื่องดังนี้ค่ะ🔗
ท่านประธานคะ จากสถานการณ์ปัจจุบันที่พี่น้องประชาชนเราได้รับ ผลกระทบจากโรคระบาดไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) แล้วก็ยังมาเจอราคาข้าวตกต่ำอีกค่ะ ท่านประธาน ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องตำบลเมืองธาร ตำบลกลางใหญ่ อำเภอ บ้านผือ อำเภอน้ำโสม และ สจ. อรวรรณ เชื้อกลางใหญ่ บอกว่าพี่น้องระยะนี้อยู่ในช่วงที่ เก็บเกี่ยวข้าว พอเก็บเกี่ยวข้าวแล้วจะต้องนำข้าวเปลือกไปขาย พอไปขายแล้วได้กิโลกรัมละ ประมาณ ๕-๖ บาท ท่านประธานคะ ๕-๖ บาทนี่จะไปทำอะไรได้ ทำนาแล้วขาดทุน จะมา ซื้อมาม่า ๑ ห่อ ๑ กล่อง ก็ไม่ได้นะคะ จะนำเงินที่ไปขายข้าวนี้มาชำระหนี้ ธ.ก.ส. ก็ไม่ได้ มาจ่ายค่างวดรถไถก็ไม่ได้ น่าสงสารมากนะคะ ดิฉันจะขอฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล เข้ามาช่วยดูแลแก้ไขพี่น้องเกษตรกรทั้งประเทศไทยค่ะ ให้มีราคาสูงขึ้นให้เขาอยู่ได้นะคะ🔗
เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับหนังสือจากเทศบาลตำบลนางัว อำเภอน้ำโสม จังหวัด อุดรธานีว่าถนนทางหลวงชนบท หมายเลข อด. ๔๐๒๓ ซึ่งเป็นถนนสามารถติดต่อเชื่อมไป จังหวัดเลย จังหวัดหนองคาย ช่วงนี้จะอยู่ในระหว่างที่คับแคบ ๒ เลนนี้คับแคบ และปริมาณการใช้รถก็เป็นจำนวนมาก สัญจรไปมาไม่สะดวก เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อย ๆ ประชาชนอยากได้ไฟฟ้าแสงสว่าง และขยายถนน ๔ เลน จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวงคมนาคมช่วยดำเนินการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วนด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปนายสุรทิน พิจารณ์🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ บัญชีรายชื่อ วันนี้มีข้อร้องเรียน ๓ ประการครับ🔗
ประการที่ ๑ นายพิชาญ รัตนศรีทอง จากจังหวัดนครสวรรค์ได้ร้องเรียน เกี่ยวกับปัญหาอุทกภัย ซึ่งเดี๋ยวนี้สมาคมโรงสีไม่ได้รับการเหลียวแลในการไปเยียวยานะครับ ปัญหาที่เกิดขึ้นในอำเภอท่าตะโก อำเภอไพศาลี อำเภอตากฟ้า อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ ข้าวเสียประมาณ ๕,๐๐๐ ตัน พี่น้องเดือดร้อนจำนวนมากฝากไปที่ กระทรวงการคลังด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ สะพานชำรุดที่บ้านโหล่น ตำบลนางแดด อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ ผู้ร้องคือนายอาทิตย์ ไทยแท้ สะพาน คสล. ถูกน้ำชีไหลหลากลงมาพัดขาดครับ ชาวบ้านเดินทางไปมาไม่สะดวก เดือดร้อนมากนะครับ ฝากไปที่กรมทางหลวงชนบท กระทรวง คมนาคมครับ🔗
ประเด็นที่ ๓ เรื่องปัญหาจากอุทกภัยแม่น้ำชีไหลไปท่วมในจังหวัดร้อยเอ็ด ท่านประธานที่เคารพครับ มีเสียหายที่อำเภอเชียงขวัญ อำเภอธวัชบุรี อำเภอโพธิ์ชัย อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าไร่ ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนี้ก็ยังมีจังหวัดกาฬสินธุ์ อำเภอยางตลาด ที่ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก ยังไม่ได้รับการเหลียวแลจากทางราชการ เพื่อน ส.ส. ก็ฝากมา ท่าน ส.ส. ประเสริฐ บุญเรือง จากจังหวัดกาฬสินธุ์ฝากมานะครับ อันนี้ประเด็นที่ ๓ ฝากไปที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ช่วยเข้ามาเยียวยาดูแลพี่น้องเกษตรกรด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปนายนิยม เวชกามา🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ดอกเตอร์นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมมี ๒ เรื่องครับที่มาขอความอนุเคราะห์ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอไฟฟ้าเพื่อการเกษตรบ้านอ้อมแก้วน้อย หมู่ ๑ ตำบลบ้านโพน อำเภอโพนนาแก้ว จังหวัดสกลนคร จำนวน ๒๑ หลังคาเรือน บ้านโนนแก้ว หมู่ ๗ ตำบลเดียวกัน จำนวน ๑๐ หลังคาเรือน บ้านนาจาน หมู่ที่ ๖ ตำบลบ้านโพน อำเภอโพนนาแก้วเหมือนกัน ๓๗ หลังคาเรือน และบ้านนาจาน หมู่ที่ ๙ ตำบลเดียวกัน จำนวน ๔๘ หลังคาเรือน ไฟฟ้าเช่นเดียวกันท่านประธานครับ บ้านนิรมัย หมู่ ๕ ตำบลกุสุมาลย์ อำเภอกุสุมาลย์ จังหวัดสกลนคร จำนวน ๑๐ หลังคาเรือน และบ้านนิรมัย หมู่ ๑๒ ตำบาลเดียวกัน จำนวน ๔๐ หลังคาเรือน นอกจากนั้นท่านประธานครับ ขอถนนไปสู่พื้นที่การเกษตร จากอ่างเก็บน้ำ หินกองไปยังอ่างเก็บน้ำกุดน้ำใส บ้านโนนรุ่งเรือง หมู่ที่ ๕ ไปยังหมู่ที่ ๓ บ้านโพธิไพศาล ตำบลโพธิไพศาล อำเภอกุสุมาลย์ ซึ่งเป็นถนนอยู่ในเขตชลประทานห้วยหินชะแนน ฝากท่านประธานไปถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากถนนเส้นนี้พี่น้องเกษตรกร ใช้เป็นจำนวนมาก แต่ว่าเป็นทางเชื่อมอยู่ในเขตชลประทาน ไม่ได้รับการก่อสร้างดูแล มาก่อนเลย จึงขอกราบเรียนท่านประธานว่าเรื่องแบบนี้มันต้องทำสะพานด้วยในส่วนหนึ่ง ก็ฝากไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗
ต่อไปนายอำนาจ วิลาวัลย์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อำนาจ วิลาวัลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัด ปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องชาวเทศบาลตำบล บ้านสร้างนะครับ ทวงถามเรื่องประปาครับ ประปาตรงนี้สร้างแล้วเสร็จเมื่อปี ๒๕๕๕ นะครับ ผ่านมาเป็นเวลา ๗ ปียังใช้งานไม่ได้ พี่น้องชาวตำบลบ้านสร้างเฝ้ารอว่าเมื่อไรประปาตัวนี้ที่ใช้เงิน ๑๖ ล้านบาทของกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ก่อสร้างขึ้นจะใช้งานได้ แล้วก็จะจ่ายน้ำให้แก่ พี่น้องประชาชนได้นะครับ จึงอยากฝากท่านประธานทวงถามไปถึงท่านผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมโยธาธิการและผังเมือง สำนักงบประมาณ หรือว่างบเงินกู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ได้เคยขอเข้ามานะครับ หรือว่าจะโอนงบประมาณไปให้ท้องถิ่นดำเนินการเองก็ได้นะครับ🔗
ส่วนเรื่องที่ ๒ คือเรื่องของพี่น้องชาวนาฝากทวงถามถึงเงินค่าเก็บเกี่ยวกับ เงินส่วนต่างราคาข้าวว่าจะออกให้กับพี่น้องประชาชนได้เมื่อไร กราบขอบคุณครับ🔗
ต่อไปนายสิงภณ ดีนาง🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสิงหภณ ดีนาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๖ จังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย มีเรื่อง จะหารือท่านประธานดังนี้ครับ เนื่องด้วยมีชาวบ้านได้มาร้องทุกข์เกี่ยวกับเรื่องภัยธรรมชาติ อุทกภัยน้ำท่วม กล่าวคือเนื่องจากช่วงเดือนตุลาคม ๒๕๖๔ ที่ผ่านมาได้มีพายุฝนตกหนัก เข้าในเขตจังหวัดขอนแก่นอยู่หลายครั้ง ทำให้เกิดเหตุอุทกภัยน้ำท่วมอย่างรุนแรง โดยเฉพาะ ในเขต ๖ จังหวัดขอนแก่นของกระผม ทำให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนและนำปัญหา มาร้องเรียนดังนี้คือ🔗
๑. ถนนเชื่อมชุมชนบ้านไผ่กุดหิน เทศบาลเมืองชุมแพไปบ้านหนองสังข์ ตำบลไชยสอได้ถูกน้ำกัดเซาะทำให้ถนนชำรุดเสียหาย ประชาชนไม่สามารถสัญจรและนำ พืชผลทางการเกษตรสู่ท้องตลาดได้🔗
๒. ถนนสายบ้านท่าเดื่อพิพิธภัณฑ์โนนเมือง อำเภอชุมแพ เสียหายทำให้ถนน ขาดและเกิดหลุมบ่อเป็นจำนวนมาก และถนนสายนี้เป็นถนนสายหลักในการสัญจรไปมาของ พี่น้องประชาชนบ้านแก้งยาว ตำบลชุมแพเข้าสู่ตัวเมืองชุมแพ🔗
๓. ด้วยชาวบ้านฝายตาสวน ตำบลวังสวาบ อำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น ได้ประสบอุทกภัยน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมบ้านเรือนได้รับความเสียหายจำนวนมาก พืชผล ทางการเกษตรได้รับความเสียหาย และโดยเฉพาะถนนคอสะพานชำรุดทำให้ประชาชน ไม่สามารถสัญจรและนำพืชผลทางการเกษตรออกสู่ท้องตลาดได้ ระบบน้ำประปาหมู่บ้าน ถูกตัดขาดไม่สามารถใช้อุปโภคบริโภคได้ และขณะนี้ยังไม่มีหน่วยงานใดเข้าไปดูแลจึงอยาก ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้จัดงบประมาณช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วนให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปนางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตบางกะปิ วังทองหลาง พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธานอยู่ด้วยกัน ๒ เรื่องผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทยและกรุงเทพมหานคร ก่อนอื่นดิฉันต้องขอขอบคุณ ท่านประธานที่ได้เปิดโอกาสให้ดิฉันได้หารือถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เมื่อช่วง ๒ ปีที่ผ่านมาเกี่ยวกับเรื่องของปัญหาความเสื่อมโทรมภายในสวนพฤกษชาติ เขตบางกะปิ วันนี้ทางกรุงเทพมหานครได้จัดสรรงบประมาณเข้ามาดำเนินการปรับปรุง ในเรื่องของระบบระบายน้ำและระบบบำบัดน้ำเสียภายในบึงสวนพฤกษชาติ เขตบางกะปิ อยู่ ณ ขณะนี้ แต่เนื่องจากว่าสวนพฤกษชาติไม่ได้รับการปรับปรุงมาเกือบ ๑๐ ปีแล้ว ยังมีพื้นที่ตรงอื่นที่ได้รับความเสื่อมโทรม ไม่ว่าจะเป็นลานกิจกรรมต่าง ๆ และทางเดิน ซึ่งสวนพฤกษชาติแห่งนี้จะมีผู้สูงอายุมาออกกำลังกายวันหนึ่งเป็นพันคน แล้วก็เกิดอุบัติเหตุ สะดุดลื่นล้ม จึงนำเรียนหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทยและ กรุงเทพมหานครให้ได้พิจารณาจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมในการปรับปรุงลานกิจกรรม ต่าง ๆ และทางเดินให้กับพี่น้องประชาชนเพื่อความปลอดภัยในสวนพฤกษชาติ เขตบางกะปิ🔗
นอกจากนี้ก็ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกรุงเทพมหานครให้ได้พิจารณา จัดสรรงบประมาณฉุกเฉินเร่งด่วนในการปรับปรุงในเรื่องของระบบสาธารณูปโภค ไม่ว่าจะ เป็นเรื่องของถนนหนทางและท่อระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะในเขต บางกะปิ ซึ่งมีหลายซอยที่มีปัญหาเวลาที่ฝนตกหนักแล้วจะมีน้ำท่วมขัง มีน้ำรอการระบาย เป็นระยะเวลาหลายชั่วโมง อย่างเช่นซอยรามคำแหง ๗๖ แยก ๙ ซอยลาดพร้าว ๑๐๑ แยก ๔๒ หรือว่าชุมชนเทพทวีซอย ๔ ซอย ๖ ซอย ๘ และแยก ๑ และนอกจากนี้ขอนำเรียน ท่านประธานกำชับไปยังกรุงเทพมหานครได้พิจารณาขุดลอกท่อระบายน้ำเพื่อเตรียมการ รองรับน้ำในปีหน้าด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปนายองค์การ ชัยบุตร ครับ ทำให้เกษตรกรและประชาชนไม่สามารถประกอบอาชีพได้ครับท่านประธาน เช่น ภาคอีสาน ๘ จังหวัด ภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคตะวันออก รวมพื้นที่หลายแสนไร่ หลายหมื่น ครอบครัวลำบาก มูลค่าความเสียหายทางเศรษฐกิจหลายแสนล้านบาท รัฐได้มีมาตรการ ช่วยเหลือพวกเขาเหล่านั้นอย่างไร ตลอดจนประสบปัญหาหนี้สินล้นพ้นตัว แถมราคาข้าวปีนี้ ตกต่ำมาก ฝากท่านประธานไปถึงนายกรัฐมนตรีว่าจะช่วยเหลือพวกเขาเหล่านั้นได้อย่างไร ท่านประธานครับ ได้รับการประสานงานจากผู้บริหารกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร และอนุกรรมการในหลายจังหวัด กรณีติดตามงบกลางจากรัฐบาลเพื่อใช้จ่ายในการบริหาร และจัดการหนี้สินของเกษตรกรให้กับกองทุนฟื้นฟูนั้นไปถึงไหน มีปัญหาอะไร ฝากท่านประธานถึงนายกรัฐมนตรีได้เร่งรัดด้วย ชาวบ้านเขารออยู่🔗
ได้รับข้อร้องเรียนจากกำนันตำบลกกแดง กำนันตำบลร่มเกล้า กำนันตำบล โชคชัย กรณีถนนสายบ้านคำแฮดน้อย ไปบ้านหนองลำดวน ระยะทาง ๕ กิโลเมตร และถนน สายบ้านหนองสะพังไปบ้านร่มเกล้าระยะทาง ๓ กิโลเมตร ชำรุดเสียหายขาดการดูแลมา เนิ่นนาน ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งรัดแก้ไขให้ดีด้วย🔗
ได้รับการประสานงานจากท่าน สจ. สรัลภพ โพธิ์ทิพย์ กรณีน้ำประปาในเขต เทศบาลอำเภอสร้างคอมไม่สามารถใช้อุปโภคบริโภคได้ ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ เร่งรัดแก้ไขด้วย🔗
ได้รับการประสานงานจากผู้นำชาวบ้านบ้านนาโด่ ตำบลนาโสก และผู้นำ ชาวบ้านบ้านป่งเป้า ตำบลโพนทราย อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร ชาวบ้านต้องการให้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคขยายเขตไฟฟ้าไปสู่แปลงเกษตรกรของชาวบ้าน และต้องการให้รัฐ สนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างเมรุมาศเพื่อใช้ในการประกอบฌาปนกิจศพของชุมชน ต่อไป และขออนุญาตส่งเอกสารประกอบการหารือด้วยครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ต่อไปคุณคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทย วันนี้กระผมขอหารือต่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวกับปัญหา น้ำท่วมที่จังหวัดระนอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่อำเภอกระบุรี เทศบาลตำบลน้ำจืด ซึ่งเป็น ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากมาโดยตลอด ผมได้รับการร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้าน ท่านสมพล ศรีฟ้า รวมถึงท่านสมาชิกท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นท่าน ส.จ. อภิชาติ หลีกภัย ท่าน ส.ท. ณัฐพล สังข์สกุล และรวมถึงประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนมาตลอดปี และมีปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก มาตลอด ในส่วนของปีนี้จังหวัดระนองจริง ๆ แล้วเป็นฝนแปดแดดสี่ ถ้าเผื่อได้รับการแก้ไข แล้วผมคิดว่าในระยะสั้นอยากจะฝากท่านประธานถึงกรมชลประทานให้ช่วยเหลือเยียวยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องเกี่ยวกับการเข้าไปขุดลอกคลอง เพื่อที่จะช่วยบรรเทาปัญหา ในระยะสั้นก่อนถ้าเป็นไปได้ เพื่อที่จะทำให้พ่อแม่พี่น้องได้รับผลกระทบอย่างน้อยที่สุดครับ แต่ในส่วนที่ผมได้เข้าหารือหรือเข้าประชุมกับผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น และลงพื้นที่ก็ได้รับฟัง ปัญหาและสะท้อนปัญหามาว่าอยากให้มีการแก้ไขระยะยาว นั่นคือการเข้าไปดูฝาย ที่บ้านปลายคลอง หมู่ที่ ๙ ขึ้นไปดูว่าในฝายนี้เป็นของกรมชลประทาน มีส่วนไหนบ้าง ที่กรมชลประทานจะเข้าไปช่วยเหลือแก้ไข นั่นคืออาจจะสร้างอ่างเก็บน้ำเพื่อที่จะช่วย บรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาน้ำท่วมน่าจะเกิด ผลกระทบน้อยลง และสามารถที่จะมีน้ำใช้ในช่วงฤดูแล้ง ในส่วนนี้ที่ให้พี่น้องประชาชน ทั้งหมด ๓ ตำบล ที่ได้น้ำใช้นี้ก็คือตำบลน้ำจืด ตำบลน้ำจืดน้อย รวมถึงตำบลมะมุ ได้มีน้ำใช้ ตลอดปี ในส่วนนี้ก็อยากฝากท่านประธานถึงกรมชลประทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ให้เข้าเริ่มดำเนินการแก้ไขโดยด่วน ขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน มากครับ🔗
ต่อไปนายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ขอปรึกษาหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเขต ๑ อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ๓ เรื่องด้วยกัน🔗
เรื่องที่ ๑ ปัญหาสะพานข้ามลำห้วยหวายชำรุด บริเวณบ้านโนนหว้านไพล ตำบลชีลอง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ เนื่องจากประสบอุทกภัยน้ำท่วม ทำให้บริเวณ คอสะพานทรุดตัว ส่งผลทำให้การเดินทางของประชาชนลำบาก ไม่ปลอดภัย เกิดอุบัติเหตุ และสะพานข้ามลำห้วยหวายแห่งนี้ยังเป็นจุดเชื่อมต่อในการเดินทางระหว่างตำบลชีลอง ตำบลลุ่มลำชี ตำบลบ้านค่าย จึงขอให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคมโปรดพิจารณา แก้ไขเร่งด่วนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ปัญหาถนนสายวังก้านเหลืองโนนน้อย สายทาง ชย. ถ๑-๐๐๒๒ ชำรุดเสียหายเป็นหลุม ช่วงที่ผ่านบ้านวังก้านเหลือง บ้านเสี้ยวน้อย ตำบลบ้านค่าย อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ โดยเฉพาะหลังจากเกิดอุทกภัยเมื่อช่วงเดือนกันยายน ๒๕๖๔ ทำให้ถนนทรุด ตัวเป็นหลุมเป็นบ่อหลายจุด ระยะทางยาวกว่า ๒ กิโลเมตร ส่งผลให้การเดินทางของ ประชาชนลำบาก ไม่ปลอดภัย เกิดอุบัติเหตุ จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวง คมนาคมเปิดพิจารณาดำเนินการเร่งด่วนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ปัญหาถนนสายท่าหว้า-ดอนขวาง รหัสสายทาง ชย.ถ๑-๐๐๗๔ ระยะทางชำรุด เสียหายเป็นหลุมหลายจุดตลอดระยะทาง ระยะทางกว่า ๙.๓ กิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นทางหลักเชื่อมต่อระหว่างตำบลโนนสำราญ ตำบลบ้านค่าย ตำบลหนองไผ่ อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ และมีประชาชนตำบลโนนสำราญเดินทางใช้ผ่านไปมา โดยเฉพาะ บ้านงิ้ว หมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๑๐ บ้านโนน หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๘ บ้านโนนสำราญ หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๙ บ้านกะพี้ บ้านดอนขวาง จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยกระทรวงคมนาคม และกระทรวงมหาดไทยช่วยดำเนินการแก้ไขเร่งด่วนด้วยครับ🔗
ต่อไปนายเกษม ศุภรานนท์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ อย่างสูง กระผม เกษม ศุภรานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จังหวัด นครราชสีมา เขต ๑ ขออนุญาตกราบเรียนปรึกษาท่านประธานถึงความเดือดร้อน พี่น้องใจกลางเมืองโคราชเรื่องน้ำท่วม โดยเฉพาะท่วมตั้งแต่ชุมชนมิตรภาพ ซอย ๔ ทั้งหมด ๒๒ ชุมชน มีประชาชนเดือดร้อน ๑๖,๐๐๐ หลังคาเรือน ในขณะนี้ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนอนุบาล ท่วมเยอะกว่าปี ๒๕๕๔ ท่านครับ หลังจากนั้นแล้วมีผลกระทบทำให้ชาวบ้านที่เดือดร้อน ไม่มีค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงแก้ไขนะครับ นอกจากนี้แล้วถนนหนทางในเขตเทศบาลนคร นครราชสีมาก็ชำรุดผุพังไปด้วย สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผมตระหนักดี แล้วก็สำนึกว่าเราเป็นตัวแทน ของประชาชน ก็นำเรียนท่านนายกรัฐมนตรี แล้วก็รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กรุณาเมตตาครับ เพราะเป็นเรื่องใหญ่มาก พี่น้องเดือดร้อนกันนะครับ ผมอยากจะ นำเรียนท่านประธานไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดนะครับ โคราชของเรามีปัญหา มานานนะครับ ใจผมเองและเพื่อนทีมงานเองอยากจะเรียนท่านด้วยความเคารพว่า มันท่วม ทุกครั้ง ท่วมทุกปีนะครับ ตอนแรกผมเองอยากจะพลิกโฉมลำตะคองเป็นชองเกชอนเมือง โคราชจากเขาเรียกหมู่บ้านวีไอพี (VIP) ไปที่อ่างเก็บน้ำอัษฎางช่วงนี้ได้แล้วท่านครับ เป็นโฉมงามที่สวยงาม ท่านนายกรัฐมนตรีท่านรับปากบอกว่าจากลำตะคอง จากอ่างประปา ไปที่วัดศาลาลอยซึ่งเป็นวัดของย่าโมอีกช่วงหนึ่ง หลังจากที่ท่านไปแวะที่โคราชนะครับ ท่านก็รับปากว่าจะพยายามแก้ไขปัญหาลำตะคองที่ไหลผ่านในตัวเมืองโคราชครับ🔗
สำคัญอีกเรื่องหนึ่งก็คือ ผมอยากจะศึกษาหาดใหญ่โมเดล (Model) พ่อหลวง ของเราได้กรุณาไปแก้ปัญหาที่หาดใหญ่โมเดล (Model) เอาไปใช้ที่โคราช สายนี้ผลักดัน ไปอยู่น้ำชี สายนี้ผลักดันไปอยู่น้ำมูล มันจะแก้ปัญหาได้ถาวรเลยท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยความขอบพระคุณท่านประธานในเวลาจำกัด ขอบพระคุณมากครับ🔗
ต่อไปนายคุณากร ปรีชาชนะชัย🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายคุณากร ปรีชาชนะชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย วันนี้ นำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสุรินทร์และพี่น้องจังหวัดข้างเคียง อย่างจังหวัดบุรีรัมย์มาหารือในเรื่องของกลุ่มช้างตกงานขณะนี้นะครับ ซึ่งมีช้างคืนถิ่นกลับไป อยู่ที่จังหวัดสุรินทร์และจังหวัดบุรีรัมย์มากกว่า ๕๐๐ เชือก ตั้งแต่สถานการณ์โควิด (COVID) ปีที่แล้วจนมาถึงปัจจุบัน กลุ่มคนเลี้ยงช้างไม่มีรายได้ อาหารไม่เพียงพอ ไม่เคยได้รับ ความใส่ใจจากทางรัฐบาล กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่ตกหล่นที่รัฐบาลไม่เคยเหลียวแล ผมเคยพูดเรื่องนี้ ในการอภิปรายงบประมาณปี ๒๕๖๔ จนกระทั่งตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมถึงแนวทางในการแก้ปัญหา จนกระทั่งปัจจุบันจะ ปี ๒๕๖๕ แล้วครับท่านประธาน กลุ่มคนเลี้ยงช้างเหล่านี้ไม่เคยได้รับการเยียวยาบรรเทา ความเดือดร้อน กลุ่มคนเลี้ยงช้างพยายามปรับตัวครับ ดิ้นรน ไลฟ์ (Live) สด ขายผลไม้ เพื่อความอยู่รอดทั้งช้างและควาญช้าง แต่ด้วยเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ทุกกลุ่มอาชีพครับ ทำให้ การช่วยเหลือไม่เพียงพอต่อปริมาณช้างที่ตกงาน ผมจึงอยากจะฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม รวมถึงนายกรัฐมนตรีในการที่จะช่วยเหลือเงินเยียวยาบรรเทา ความเดือดร้อนให้แก่กลุ่มคนเลี้ยงช้างที่ตกงานในขณะนี้ เพราะว่าผมไม่อยากเห็นภาพ ที่เกิดขึ้นเหมือนเมื่อ ๑๐ ปีก่อน ที่พี่น้องนำช้างออกมาเร่ร่อนเพื่อความอยู่รอดครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปนายอนาวิล รัตนสถาพร ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม อนาวิล รัตนสถาพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขตท่าโขลง คลองสาม คลองสี่ อำเภอคลองหลวง ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีเรื่องปรึกษาหารือกับ ท่านประธานเกี่ยวกับการจราจรในอำเภอคลองหลวง ทางหลวงหมายเลข ๓๒๑๔ ซึ่งมีรถ ที่หนาแน่นมาก ผมอยากให้มีการทำสะพานโอเวอร์พาส (Overpass) ทางที่จะเลี้ยวเข้าเส้น คลองสามซึ่งมาจากมอเตอร์เวย์ (Motorway) ก็อยากจะให้มีเส้นทางหลวงหมายเลข ๓๒๑๔ ที่จะวิ่งไปทางเส้นพหลโยธินหรือวิ่งตรงไปทางด่วนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก็ขอให้ กรมทางหลวง หรือแขวงการทางจังหวัดปทุมธานีพิจารณาในเรื่องนี้ โดยเฉพาะกระทรวง คมนาคม ท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ ช่วยพิจารณาในเรื่องนี้ ซึ่งจะทำให้การจราจรในเส้นคลอง หลวงติดขัดน้อยลงและดีขึ้นครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปนางสาวธนภร โสมทองแดง🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวธนภร โสมทองแดง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยัง รองนายกรัฐมนตรี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันได้รับ ร้องเรียนจากพี่น้องอำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรก พี่น้องได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเอ่อล้น มีพี่น้องหลายร้อย หลังคาเรือนที่อาศัยอยู่บริเวณริมคลองข้าวเม่า ประกอบด้วย ตำบลอุทัย ตำบลธนู ตำบลข้าวเม่า ปัจจุบันนี้น้ำเอ่อล้นเน่าเสียส่งกลิ่นเหม็น ส่งผลให้พืชผลทางการเกษตรล้มตาย และเกิดภาวะยุงลายคุกคาม พี่น้องได้ร้องเรียนมาหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปรากฏว่าไม่ได้ รับการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพิกเฉย ดิฉันจึงกราบเรียนท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้เร่งระบายน้ำจากคลองข้าวเม่าดังกล่าวนี้ออกทันทีอย่างน้อย ๓๐ เซนติเมตร🔗
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานคะ ดิฉันได้รับร้องเรียนจากพี่น้องชาวเกษตรกร ได้รับ ผลกระทบจากวัชพืชในคลองชลประทานนครหลวง อำเภอวังน้อย ปัญหาวัชพืชนี้เป็นปัญหา ซ้ำซาก ดิฉันได้หารือท่านประธานมาหลายครั้งแล้วในสภาแห่งนี้ ปรากฏว่ายังไม่ได้รับการ แก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง พี่น้องได้ร้องเรียนไปยังกรมชลประทาน แต่เข้าใจได้ว่าอาจจะเกิด ปัญหาซ้ำซ้อนและยุ่งยาก จึงยังไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว ดิฉันขอตั้งข้อสังเกตปัญหา วัชพืชกำจัดง่าย เคยเดินทางไปดูระดับน้ำที่เขื่อนพระรามหกก็พบว่ามีวัชพืชเต็ม หน้าเขื่อนค่ะ สูงหนามากมายกว่า ๑ กิโลเมตร ถ้าภาครัฐบูรณาการร่วมกันกำจัดวัชพืช หน้าเขื่อน เมื่อถึงคราวเปิดประตูน้ำ ผักตบชวาก็จะไม่ล่องลอยไปสะเปะสะปะตามแม่น้ำ คูคลอง ทำให้กรมเจ้าท่าจะต้องเอาเรือไปไล่เก็บ ซึ่งจะเสียงบประมาณแผ่นดินนะคะ🔗
ทั้ง ๒ ประเด็นที่กล่าวมาดิฉันฝากท่านประธานไปยัง พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งกำกับดูแลเรื่องนี้โดยตรงให้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน อำเภออุทัยอย่างเร่งด่วน ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปนายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก เขต ๓ ผมมีเรื่อง หารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๑ เรื่องด้วยกันนะครับ เนื่องจาก สถานการณ์ชายแดนจังหวัดตากในปัจจุบันยังมีการลักลอบเข้าเมืองจากประเทศเมียนมา สู่ประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีทั้งการลักลอบด้วยตนเองและมีขบวนการนำพาเข้ามา ในช่วง ๒-๓ สัปดาห์ที่ผ่านมามีการจับกุมจากเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง ได้ผู้ต้องหาเป็นจำนวน มากนะครับ หลักสิบจนถึงหลักร้อย แม้ว่าที่ผ่านมาท่านแม่ทัพภาคที่ ๓ ท่านผู้บัญชาการ ตำรวจภูธรภาค ๖ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดตากก็ได้กำชับเจ้าหน้าที่ผู้ใต้บังคับบัญชาให้ปฏิบัติ หน้าที่อย่างเข้มงวด แต่เนื่องจากแนวชายแดนของจังหวัดตากมีความยาวมากกว่า ๕๐๐ กิโลเมตร การเข้า-ออกค่อนข้างจะสะดวก จึงทำให้มีการลักลอบเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจจะเล็ดลอดหูหรือเล็ดลอดตาจากเจ้าหน้าที่ไปบ้าง ผมจึงอยากนำเสนอให้หน่วยงาน ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ใช้แนวทางคือการให้ประชาชนมีส่วนร่วม ไม่ว่าจะเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือแม้กระทั่งประชาชนทั่วไป บุคคลเหล่านี้เป็นบุคคลที่อยู่ในพื้นที่ มีความชำนาญ มีความ เข้าใจในพื้นที่ อาจจะรู้เห็นอะไรหลาย ๆ อย่างแต่ไม่กล้าแสดงออกนะครับ การแจ้งเบาะแส ให้แก่ราชการทำให้ความมั่นใจของประชาชนเหล่านี้ไม่กล้าพูด ถ้าหน่วยงานราชการต่าง ๆ สร้างความมั่นใจ สร้างความตระหนักและให้ประชาชนคิดว่าหากมีการแจ้งเบาะแส ไปแล้วทุกคนจะปลอดภัย ทุกคนจะมีสวัสดิภาพที่ดี หรือแม้กระทั่งมีการสร้างแรงจูงใจให้แก่ คนเหล่านั้น ตั้งรางวัลสินบนนำจับให้ รางวัลสินบนการชี้เบาะแสให้ ผมว่าบุคคลเหล่านี้ จะเป็นหูเป็นตาให้ดีแก่รัฐเป็นอย่างยิ่งนะครับ ที่ผ่านมา พมจ. จังหวัดตากได้สร้างความเข้าใจ อย่างดียิ่งกับผู้นำท้องถิ่น ท้องที่แล้วนะครับ ผมก็อยากฝากไปยังหน่วยงานของ พม. นะครับ โดยเฉพาะกองทุนเพื่อการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ให้ตั้งรางวัลนำจับสนับสนุน งบประมาณมายังจังหวัดตากเยอะ ๆ นะครับ ซึ่งจะเป็นปัจจัยทำให้การค้ามนุษย์ การลักลอบการนำเข้าลดลงนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปนายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตพรรค อนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล ขอหารือท่านประธาน ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก เรื่องโครงการก่อสร้างเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำคลองลำแชงและ คลองลำขันที่ตำบลเขาพระ อำเภอรัตภูมิ จังหวัดสงขลา ซึ่งเป็นโครงการของกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเคยมีโครงการนี้มาแล้วในอดีตแต่ไม่สำเร็จ ปัจจุบันกำลัง เข้าไปดำเนินงาน ซึ่งสร้างความกังวลให้กับพี่น้องประชาชน เพราะมีสภาพพื้นที่ป่าไม้ น้ำตก อุดมสมบูรณ์มากครับ มีป่าชุมชนเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติของชุมชน แล้วก็มีธุรกิจ ท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ มีหน่วยงานสำนักงานจัดการทรัพยากรป่าไม้สงขลา กรมป่าไม้ดูแล อยู่ด้วยนะครับ แล้วก็กรมป่าไม้เองก็รณรงค์คืนน้ำให้ปลา คืนป่าให้นก คืนมรดกให้กลับ แผ่นดิน แต่กลับล้มเหลวที่จะไปก่อสร้างโครงการสร้างเขื่อน สร้างอ่างเก็บน้ำ เพราะที่ผ่านมา มากมายแล้วที่ไปสร้างอ่างเก็บน้ำ สร้างเขื่อนแล้วไม่บรรลุวัตถุประสงค์ เพราะไปทำลายพื้นที่ ต้นน้ำและท้ายน้ำดังภาพที่ผมนำเสนอนะครับ จะเห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของในพื้นที่ และมีโครงการเข้าไปและประชาชนกังวลมากครับ🔗
เรื่องร้องเรียนเรื่องที่ ๒ การก่อสร้างเขื่อนแข็งบันไดริมหาดทรายรี จังหวัดชุมพรครับ เจ้าเก่าครับท่านประธาน กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ที่ประชาชนออกมาต่อต้าน เพราะมีตัวอย่างของการทำลายชายหาดมาตั้งหลายพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคใต้บ้านท่านประธานและบ้านผมนะครับ ผลก็คือชายหาดหายหมดครับ น้ำลงสุดก็ไม่เห็นพื้นที่หาด มีการทำลายพื้นที่ข้างเคียงต่อเนื่องด้วย ข้ออ้างการกัดเซาะ ชายฝั่งก็ฟังไม่ขึ้นครับ เพราะไปทำถนน ไปทำร้านค้าบนชายหาดเองต่างหากนะครับ เพราะฉะนั้นจึงขอให้กระทรวงมหาดไทยทบทวน มิฉะนั้นประชาชนก็จะจดจำนามสกุล ของท่านรัฐมนตรี มท. ๑ แล้วก็พรรคร่วมรัฐบาลที่อนุมัติงบไปทำลายชายหาดครับ🔗
เรื่องสุดท้ายครับ การก่อสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำทะเลสาบ สงขลานะครับ หรืออควาเรียม (Aquarium) หอยสังข์ที่สร้างไม่เสร็จมา ๑๓ ปี งบ ๑,๔๐๐ ล้านบาทครับ ขอให้ติดตามโครงการนี้ด้วย ประชาชนสนใจครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
ต่อไปนายฐิตินันท์ แสงนาค🔗
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ กระผม นายฐิตินันท์ แสงนาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๑ จังหวัดขอนแก่น ตัวแทนคนเมือง พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานที่ให้เกียรติให้ท่านที่ปรึกษาโทรไปหาผมขณะที่รักษาตัวเป็นโควิด-๑๙ (COVID-19) นะครับ ช่วงรักษาตัวที่โรงพยาบาลครับ🔗
อีกอย่างหนึ่งผมต้องขอกราบประทานอภัยเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ พรรคที่ไป จัดอบรมที่จังหวัดขอนแก่น ผมมีโอกาสได้ไปทักทายเพื่อนสมาชิกแม้จะต่างพรรคก็ตาม ปกติ ผมต้องไปทักทายและชวนไปหาของอร่อย ๆ ทานที่จังหวัดขอนแก่น ท่านประธานครับ ผมหารือท่านวันนี้ เจ้าหน้าที่ขอภาพด้วยครับ🔗
จังหวัดขอนแก่นเป็นเมืองสมาร์ต ซิตี (Smart City) จะเห็นว่าพรรคการเมืองไปจัดกิจกรรมเยอะมาก ศูนย์ประชุม ถนนหนทาง สะดวก สะอาดเรียบร้อยดี แต่มีปัญหาอยู่ครับท่านประธาน คือเส้น ๒๓๐ ถนนทางเลี่ยงเมือง จะเห็นว่ารถยนต์ติดขัด ไม่ใช่เทศกาลนะครับ ปกติก็ติดขัดอย่างนี้ จึงใคร่ขอให้กระทรวง คมนาคม หรือกรมทางหลวงช่วยขยายเส้นทางจราจร จาก ๒ เลน ให้เป็น ๖ เลน เส้นทาง ๒๓๐ เลี่ยงเมืองนี้มีความยาว ๕๔ กิโลเมตร เป็นที่ที่ระบายรถออกจากตัวเมืองได้เป็นอย่างดี แล้วยังเป็นทางลัดไปสู่สนามบินขอนแก่น ซึ่งปัจจุบันนี้เปิดเป็นเฟส ๒ (Phase 2) เป็นสนามบินนานาชาติ ท่านที่ไปขอนแก่นมาคงจะเห็นนะครับ สะดวกสบาย ใหญ่โตมาก ถนนเส้นนี้จะช่วยระบายได้อีกทางหนึ่ง ฝากท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง ให้พิจารณาขยายถนนเส้นนี้จาก ๔ เลนให้เป็น ๖ เลนด้วยครับ เพื่อรองรับ การขยายตัวจังหวัดขอนแก่นในอนาคต ขอบคุณท่านประธานมากครับ🔗
ต่อไปนายนิยม ช่างพินิจ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่องที่จะหารือ ท่านประธานอยู่ ๓ เรื่องที่ฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ🔗
เรื่องแรก ก็คือเรื่องของปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ของจังหวัด พิษณุโลก โดยเฉพาะอำเภอบางระกำ ก็มีพี่น้องเกษตรกรที่ได้ขึ้นทะเบียนแล้วก็แจ้งปัญหา น้ำท่วมตกหล่นหลายรายเลย อยากให้ทางกระทรวงเกษตร หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือทางจังหวัดช่วยพิจารณาว่าทำอย่างไรที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ว่าตกหล่นในการ แจ้งการเพาะปลูกล่าช้ากว่าการที่ประกาศน้ำท่วม เพราะว่ามันเป็นเรื่องของแนวทาง ในการปฏิบัติ เพราะฉะนั้นจะไม่ได้รับการช่วยเหลือทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็คงฝาก ประเด็นนี้คือประเด็นแรก🔗
ประเด็นที่ ๒ เรื่องของปัญหาของพี่น้องภาคการเกษตรเช่นกันครับ วันนี้ต้อง ยอมรับว่าหลาย ๆ ท่านก็พูดไปไม่ว่าจะเป็นเรื่องของราคาปุ๋ย และยากำจัดวัชพืชก็ดี ซึ่งมีราคาสูงมากครับ โดยเฉพาะปุ๋ยเคมีลูกละ ๑,๐๐๐ กว่าบาทแล้วนะครับ ปุ๋ย ๔๖-๐-๐ ตก ๑,๑๑๕ บาท ซึ่งสูงมากครับ ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะมีแนวทางที่จะ ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรอย่างจริงจังทำอย่างไร เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่ลำบากมากครับ🔗
เรื่องสุดท้ายครับ เรื่องที่ ๓ ผมได้เคยยื่นกระทู้ถาม เงินส่วนต่างของโครงการ ประกันรายได้ วันนี้พี่น้องเกษตรกรที่เก็บเกี่ยวไปแล้ว ไม่ว่าตั้งแต่สิงหาคมและกันยายนก็ยัง ไม่ได้รับเลยครับ ก็อยากให้ท่านประธานติดตามเงินค่าส่วนต่างตรงนี้ ไม่ว่าจะเป็นค่าส่วนต่าง ก็ดี และอีกประการหนึ่งก็คือเงินช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยว ที่พี่น้องเกษตรกรที่ลำบากอยากให้ ได้รับตรงนี้ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ต่อไปนายวัชรพล โตมรศักดิ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายวัชรพล โตมรศักดิ์ โคราช พรรคชาติพัฒนา ผมมีเรื่องหารือเร่งด่วน ที่ต้องกราบรบกวนท่านประธานได้รีบทำหนังสือถึงท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และท่านนิรุฒ มณีพันธ์ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย สืบเนื่องจากที่รัฐบาลได้มีโครงการเมกะโพรเจกต์ (Megaproject) ในการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งรถไฟทางคู่ สายมาบกะเบา-จีระ ถึงจังหวัดนครราชสีมา เป็นระยะทาง ๑๓๒ กิโลเมตร งบลงทุน ๒๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานที่เคารพ ก่อนหน้านี้พี่น้องชาวโคราชได้ออกมาเรียกร้อง ในการปรับปรุงแก้ไขแบบ ทางรัฐบาลก็ได้มีการดำเนินการแก้ไข แต่มีอยู่ส่วนหนึ่ง ในเขต ตำบลบ้านใหม่ ซึ่งเป็นชุมชนติดกับเมืองเป็นตำบลขนาดใหญ่ มีประชากร ๓๐,๐๐๐ กว่าคน มีส่วนราชการ มีโรงเรียนถึง ๙ แห่ง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งมีบ้านจัดสรรถึง ๑๕ โครงการ ประชาชนชาวตำบลบ้านใหม่ได้ออกมาเรียกร้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของกลุ่มพัฒนา ชุมชนตำบลบ้านใหม่ ๒๐๒๐ และพี่น้องประชาชน เพราะการออกแบบในการก่อสร้างรถไฟ ทางคู่นั้นเป็นการออกแบบในการยกระดับโดยใช้วิธีพูนดิน ปัญหาที่จะตามมาก็คือ จะทำให้ พี่น้องประชาชนนั้นอยู่ในส่วนของเหมือนเมืองอกแตก ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องปัญหาของการ ระบายน้ำ เรื่องปัญหาของน้ำท่วม และนอกเหนือไปจากนั้นครับ บริเวณทางลอดเดิมที่มีอยู่ ทั้งหมด ๕ จุด จะถูกปิดลง ๓ จุด โดยก่อสร้างเป็นสะพานเกือกม้าสูง ๑๐ เมตร ระยะทาง ๑ กิโลเมตร นี่คือปัญหาที่จะสร้างปัญหาเอาไว้ให้กับพี่น้องชาวตำบลบ้านใหม่ เมื่อวันที่ ๒๘ ท่านผู้ว่าการรถไฟได้เดินทางไปที่จังหวัดนครราชสีมาครับ รับปากว่าจะมีการดำเนินการ แก้ไขและปรับปรุง ผมจึงอยากกราบเรียนรบกวนท่านประธานครับ ได้กรุณาทำหนังสือถึง ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้โปรดทบทวน แก้ไขแบบเถอะครับ อย่าทำให้โคราชกลายเป็นเมืองอกแตก กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปนายกูเฮง ยาวอหะซัน🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกูเฮง ยาวอหะซัน จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ เขต ๓ วันนี้ผมมีเรื่อง ๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรก คือเรื่องความเดือดร้อนที่ชาวบ้านอยากได้สะพานเชื่อมหมู่บ้าน ระหว่างอำเภอเลยครับ เป็นหมู่ ๓ ตำบลผดุงมาตร อำเภอจะแนะ กับหมู่ ๔ ตำบลบองอ อำเภอระแงะ เมื่อก่อนชาวบ้านเขามีสะพานที่ทางราชการได้สร้างไว้ให้แล้ว แต่ว่าโดนน้ำ พัดพาไปเพราะเป็นคลองที่กว้าง แล้วทุกวันนี้ชาวบ้านต้องสร้างมันขึ้นทุกปี ก็สัญจรได้เฉพาะ มอเตอร์ไซค์ครับ พอน้ำมาทีหนึ่งก็ซัดไปทีหนึ่ง แล้ววันนี้ชาวบ้านก็อยากได้สะพานที่มั่นคง ถาวร เพื่อสะดวกในการขนย้ายลำเลียงผลผลิตทางการเกษตรและสัญจรไปมาของชาวบ้าน และนักเรียนนักศึกษานะครับ🔗
ส่วนเรื่องที่ ๒ ของผมวันนี้เป็นเรื่องของ ศบค. นะครับ คือวันนี้เขารณรงค์ให้ ฉีดวัคซีนในเชิงรุกใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะในพื้นที่ผมนี้ วันนี้เพิ่งจะฉีดได้ ประมาณ ๔๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ แต่วันนี้ทางราชการก็พยายามจะผลักดันให้เป็นไปตามเป้า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ปัญหาก็คือว่าวันนี้เรามีปัญหาตั้งแต่แรกหรือว่าเรื่องวัคซีนไม่พอ จนเกิด เรื่องขัดแย้งต้องมีการกระทบกระทั่งระหว่างชาวบ้านกับบุคลากรทางการแพทย์ และเป็น เรื่องของคุณภาพของวัคซีน ฉีดแล้วมีอาการไม่ดีตามมา ซึ่งก่อให้เกิดความกลัว🔗
เรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องขัดกับหลักศาสนา อันนี้อยากให้ทำความเข้าใจให้ผู้นำ ท้องถิ่น ผู้นำศาสนาได้เข้ามาส่วนร่วมให้ประชาชนได้เกิดความเข้าใจ และปัญหาใหญ่วันนี้ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ที่เราจะทำให้ได้เป็นเรื่องของทะเบียนราษฎร์ครับ วันนี้บางหมู่บ้านมีแต่ชื่อ แต่เจ้าตัวไม่อยู่ ย้ายไปบ้าง ตายไม่ได้แจ้งบ้าง บางหมู่บ้านเกือบ ๒๐๐ คนนะครับ วันนี้ ทะเบียนราษฎร์มันไม่ตรงกับประชากรที่มีอยู่จริง เพราะฉะนั้นถ้าเรายึดเป้าตัวนี้มันจะเป็น ปัญหาเกิดความขัดแย้ง เรื่องใหญ่ที่จะตามมาก็คือกลัวจะปิดหมู่บ้าน อันนี้ชาวบ้านกลัวมากครับ การปิดหมู่บ้านจะทำให้ทุกอย่างยิ่งแย่ลงครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไป พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ มีเรื่องหารือท่านประธานสภาไปยังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเรื่องค่าตอบแทน อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน หรือ อกษ. อาสาสมัครเกษตรหมู่บ้าน มีหมู่บ้านละ ๑ คน มีจำนวนทั้งสิ้นทั้งประเทศ ๗๕,๑๕๕ คน มีหน้าที่เกี่ยวกับเกษตรกรทั้งหมด ตั้งแต่เก็บข้อมูล พื้นฐานด้านเกษตรกรของหมู่บ้านรวมกับกรรมการหมู่บ้านและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำแผนพัฒนาเกษตรและติดตามสถานการณ์หมู่บ้าน รายงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บุคคล กลุ่มนี้ได้ทำงานตั้งแต่ปี ๒๕๒๒ ไม่ได้รับค่าตอบแทนแต่อย่างใด อยากให้ท่านประธานช่วย ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ได้รับค่าตอบแทนเช่นเดียวกับ อสม. แล้วก็เงินผู้สูงอายุ ซึ่งท่านประธานเคยทำสำเร็จมาเรียบร้อยแล้วครั้งท่านเป็นนายกรัฐมนตรี จึงอยากจะฝาก ท่านประธานไปถึงหน่วยงานให้ช่วยผลักดันด้วยครับ ขอขอบคุณครับ🔗
ต่อไปนายนิคม บุญวิเศษ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย กระผม ได้รับเรื่องราวร้องทุกข์จากนายชุมพล ศิริภักดิ์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลดงลิง และผู้นำชาวบ้านบ้านสีถาน หมู่ที่ ๓ ตำบลดงลิง อำเภอกมลาไสย จังหวัดกาฬสินธุ์ ดังนี้ครับ เนื่องจากพบว่ามีประตูระบายน้ำที่เป็นประตูระบายน้ำระหว่างคลองลำปาวหลวงกับลำห้วย ลำปาวหลง มีสภาพที่ชำรุดทรุดโทรมไม่สามารถปิดกั้นน้ำจากลำปาว ในช่วงที่มีน้ำท่วม น้ำหลาก น้ำจากลำปาวก็ไหลผ่านประตูที่ชำรุดไปท่วมพื้นที่เกษตรของประชาชน และชาวบ้านได้รับความเสียหายจากน้ำท่วมหมู่บ้านด้วย นอกจากประตูที่หมู่บ้านสีถานแล้ว ยังมีอีกหลายประตู รวมทั้งหมด ๘ ประตู ตั้งแต่บ้านโคกสีไปจนถึงบ้านโนนเมืองมีสภาพ ชำรุด แต่เจ้าหน้าที่ได้มีการไปตรวจสอบ และติดป้ายบอกว่าใช้งานได้ จึงอยากให้เจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งครับ สภาพนี้เป็นมานานแล้วประชาชนเดือดร้อนจริง ๆ มาร้องเรียนผม จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่าได้ทำงานแบบลวก ๆ แล้วก็ให้ผ่านไป งบประมาณมีอยู่แล้ว ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ทราบว่ามีการติดตั้งเครื่องสูบน้ำพลังงานไฟฟ้าราคาหลายสิบล้าน ท่านประธานครับ ตั้งแต่ติดตั้งมายังไม่สามารถใช้งานได้เลย ปล่อยให้ชำรุดทรุดโทรมเสียหาย เป็นที่ทำรังของแตน มีรังแตนเป็นร้อย ๆ รัง นั่นแสดงว่าไม่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูแลเลย ฝากผู้ที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือพี่น้องประชาชนโดยเร่งด่วนด้วยครับ กราบขอบพระคุณมากครับ🔗
ต่อไปนางกันตวรรณ ตันเถียร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางกันตวรรณ ตันเถียร ผู้แทนชาวจังหวัดพังงาจากพรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ดิฉันขอปรึกษา ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่อง ของการขออนุญาตการใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้นะคะ ๒ โครงการดังกล่าวในจังหวัดพังงา ดิฉันได้เคยอภิปรายไปเมื่อปีที่แล้ว ก็คือโครงการก่อสร้างทำนบดินบางเตย อำเภอเมือง และโครงการฝายคลองนางย่อน ฝายคลองสวนพลู อำเภอคุระบุรี ทั้ง ๒ โครงการนี้ดิฉัน ได้อภิปรายเมื่อปีที่แล้ว และท่านรัฐมนตรีเฉลิมชัย ศรีอ่อน และกรมชลประทานได้เล็งเห็น ความสำคัญ และได้จัดงบประมาณให้กับพี่น้องชาวจังหวัดพังงาทั้ง ๒ โครงการ แต่ปัจจุบันนี้ ทั้ง ๒ โครงการยังไม่สามารถก่อสร้างได้ เนื่องจากติดการขออนุญาตจากกรมป่าไม้ กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗
โครงการแรกค่ะท่านประธาน โครงการทำนบดินบางเตย ตำบลนบปริง โครงการนี้ได้รับงบประมาณ ๔๘ ล้านบาท เป็นการก่อสร้างทำนบดินขนาดสูง ๘ เมตร มีระบบระบายน้ำ ๖ แห่ง สามารถกักเก็บน้ำได้ ๔๖,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร และสามารถให้ พี่น้องประชาชนในตำบลนบปริง หมู่ ๑ หมู่ ๒ หมู่ ๓ หมู่ ๖ และหมู่ ๘ ได้ใช้ประโยชน์ จำนวน ๑,๓๖๒ ครัว🔗
โครงการที่ ๒ โครงการฝายคลองสวนพลู โครงการนี้ก็ได้รับงบประมาณแล้ว เช่นกัน ๑๘ ล้านบาท หากโครงการนี้ก่อสร้างแล้วเสร็จ จะมีระบบส่งน้ำซึ่งติดอยู่ในพื้นที่ของ กรมป่าไม้ ๑ กิโลเมตร ดิฉันจึงขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา กรุณาเร่งรัดอธิบดีกรมป่าไม้และผู้เกี่ยวข้อง เร่งรัดในการอนุญาตการใช้พื้นที่ เพื่อให้ ทั้ง ๒ โครงการนี้ได้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใต้งบประมาณที่กำหนด โอกาสของพี่น้อง ชาวจังหวัดพังงาที่ท่านรัฐมนตรีเฉลิมชัย ศรีอ่อน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มอบให้ ยังติด อยู่ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ฝากท่านประธานรัฐสภาทำหนังสือด่วน ไปถึงท่านรัฐมนตรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นการเร่งด่วน เพื่อให้พี่น้องชาวพังงาได้รับ โอกาสที่มอบให้ค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปนายวุฒินันท์ บุญชู ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วุฒินันท์ บุญชู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ สนามบินสุวรรณภูมิซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ และเป็นหน่วยงานที่สร้างรายได้ให้กับรัฐเป็นจำนวนมาก ปีหนึ่งสามารถทำรายได้หลาย แสนล้านบาท จากรายงานปี ๒๕๖๒ ทอท. มีผลกำไรสุทธิ ๒,๕๐๐ ล้านบาท แต่มีสิ่งหนึ่ง ที่ทาง ทอท. ได้ทิ้งไว้เป็นมรดกบาปให้กับประชาชนชาวอำเภอบางพลี โดยเฉพาะตำบลบางปลา และตำบลบางโฉลง สิ่งนั้นก็คือมลภาวะทางเสียง หรือที่ชาวบ้าน เรียกกันทั่วไปว่า เสียงขึ้นลงของเครื่องบิน ไม่ว่าจะเป็นเฟส ๑ (Phase 1) เฟส ๒ (Phase 2) และเฟส ๓ (Phase 3) หรือช่องหูกระต่าย ประชาชนได้รับความเดือดร้อนและทุกข์ระทม กับเรื่องนี้มามากพอสมควร ผมจะอธิบายให้ท่านประธานได้เห็นภาพก็คือว่า ไม่ว่าความดัง ของเสียง ไม่ว่าความถี่ของเที่ยวบินทุก ๆ ๕ นาที ไม่ว่าความสูงของเครื่องบินที่บิน เหนือศีรษะ ถ้าผมขึ้นไปยืนบนดาดฟ้าตึกและแหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้าจะเห็นล้อเครื่องบิน ทั้งล้อหน้าและล้อหลังได้อย่างชัดเจนเลย ท่านประธานลองนึกดูนะครับสำหรับผู้ที่ทนทุกข์ ทรมานอยู่กับเสียงของเครื่องบินทุก ๆ ๕ นาที ในช่วงเวลาปกติ คือตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ นี่คือ ความทุกข์ระทมที่ประชาชนในพื้นที่ตำบลบางปลา ตำบลบางโฉลงได้เรียกร้องมาตลอด ไม่ว่าการมาที่ทำเนียบ ไม่ว่าการมาที่คณะกรรมาธิการการปกครอง แต่ปัญหานี้ก็ยังไม่ได้รับ การแก้ไข ผมขอฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะ ทอท. ซึ่งมีผลกำไรมาก อยากจะให้หันมาดูเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ ตำบลบางปลาและตำบลบางโฉลง ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปนายอรรถกร ศิริลัทธยากร ครับ🔗
กราบเรียนท่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐจากจังหวัดฉะเชิงเทรา วันนี้ขอหารือความเดือดร้อนของพี่น้อง ชาวจังหวัดฉะเชิงเทรากับท่านประธาน ๒ เรื่องนะครับ🔗
เรื่องแรก ผมได้รับการประสานจากท่านกำนันเอก เป็นกำนันใหม่ของ ตำบลโยธะกา อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ชาวตำบลโยธะกา โดยเฉพาะพี่น้องที่อยู่ละแวกวัดบางไทร ขอรูปฝ่ายโสตด้วยครับ🔗
ตามรูปจะเป็นถนนที่เป็น ระหว่างทางที่จะไปที่วัดบางไทร ถนนทรุดโทรมเสียหาย เข้าใจว่าถนนเส้นนี้เพิ่งได้รับ การซ่อมแซมไป แต่ว่าก็มีการเสียหายทรุดลงไปอีกครับ ซึ่งทางปกติที่แคบอยู่แล้วยิ่งทำให้พี่น้อง สัญจรเดินทางไปมาลำบาก โดยเฉพาะช่วงเวลากลางคืนเกิดอันตรายอยู่บ่อยครั้ง ขอกราบเรียน ผ่านท่านประธานไปยังกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคมช่วยเร่งแก้ไขด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ กระผมได้รับการร้องเรียนจากท่านกำนันธนภัทร ศรีอุไร กำนัน ตำบลโพรงอากาศ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จังหวัดฉะเชิงเทรา และผู้นำท้องถิ่นหลายคนว่าตอนนี้ ปัญหาเกิดขึ้นเนื่องจากมีการก่อสร้างรถไฟรางคู่ โดยปกติแล้วเส้นทางแถวนี้พี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นที่หมู่ ๑๕ ตำบลโพรงอากาศ อำเภอบางน้ำเปรี้ยว หมู่ ๗ ตำบลบางโรง อำเภอ คลองเขื่อน หมู่ ๑๑ ตำบลบางขนาก อำเภอบางน้ำเปรี้ยว จะใช้เส้นทางนี้สัญจรข้ามทาง รถไฟ แต่เมื่อมีการก่อสร้างทางรถไฟทางคู่แล้ว ทางกระทรวงคมนาคม การรถไฟ แห่งประเทศไทยก็ได้ปิดทางสัญจรซึ่งเป็นทางที่พี่น้องนั้นใช้สัญจรเพื่อไปซื้อปุ๋ย ซื้อสินค้า ทางการเกษตร หรือแม้แต่กระทั่งส่งลูก ๆ หลาน ๆ ของพวกเรา ไปเรียนหนังสือ ไปรับไปส่ง ทำให้ทุกวันนี้พี่น้องที่อยู่ในละแวกนั้นและพี่น้องที่ต้องใช้เส้นทางนี้สัญจรไปมาต้องใช้ทางอ้อม ซึ่งใช้เวลามากกว่าเดิมและระยะทางยาวกว่าเดิม จึงขออนุญาตกราบเรียนผ่านท่านประธาน ไปยังกระทรวงคมนาคม การรถไฟแห่งประเทศไทยให้ช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของ พี่น้องด้วย ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปนายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคเพื่อไทย ในรอบปีที่ผ่านมาประชาชนคนไทยได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสด้วยภัยพิบัติ การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) และถูกซ้ำเติมด้วยอุทกภัยน้ำท่วม ปัจจุบันมี ผู้ติดเชื้อมากกว่า ๑,๙๐๐,๐๐๐ คน มีผู้เสียชีวิตมากกว่า ๒๐,๐๐๐ คน จากกรณีร้องเรียน บิดาของผู้ป่วยโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) เสียชีวิตลง มารดาและลูก ๆ ได้ติดเชื้อโควิด (COVID) ทั้งครอบครัว เมื่อ ๓ วันก่อนได้ทำบุญ ๑๐๐ วัน ให้กับบิดา มารดา และลูก ๆ ไม่สามารถทำมาหากินได้ ไม่มีรายได้จุนเจือครอบครัว นี่คือ ๑ ตัวอย่างอีกหนึ่งหลายแสน ครอบครัวที่ต้องเผชิญ มากไปกว่านั้นรัฐบาลยังสั่งปิดกิจการเป็นจำนวนมาก จน ณ ปัจจุบันนี้ก็ยังไม่ได้ถูกสั่ง เปิดกิจการ มากไปกว่านั้นถูกซ้ำเติมด้วยอุทกภัยน้ำท่วมบ้านเรือนเสียหาย ไร่นานับล้านไร่จม กระผมขอให้รัฐบาลออกมาตรการเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ติดเชื้อช่วยเหลือฟื้นฟู กิจการให้กลับมาดำเนินการได้ใหม่ รวมถึงเร่งสำรวจเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมเป็นการ เร่งด่วน ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปนายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ขออนุญาตหารือผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง🔗
เรื่องแรก คือในเรื่องของมาตรการเยียวยา ผมอยากที่จะให้ทางรัฐบาลได้เพิ่ม เงินเยียวยาภัยพิบัติมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทางการเกษตร ก่อนอื่นเลยเราต้องไม่ลืมนะครับว่าโควิด-๑๙ (COVID-19) ทำให้พี่น้องประชาชนลำบาก แล้ว ตอนนี้ในหลายพื้นที่ ในหลายจังหวัดก็ประสบกับปัญหาน้ำท่วม ยิ่งทำให้ชีวิต ความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนลำบากหนักขึ้นไปอีก ตามประกาศของรัฐบาลที่แจ้งว่า นาข้าวจะได้รับการเยียวยาอยู่ที่ไร่ละ ๑,๓๔๐ บาทนั้น ท่านประธานทราบไหมครับว่าต้นทุน ที่แท้จริงของพี่น้องประชาชนในการทำนาต่อ ๑ ไร่ จะอยู่ที่ไร่ละ ๓,๐๐๐ กว่าบาท ซึ่งถ้า เงินเยียวยาในส่วนนี้ไม่มากพอหรือไม่ถึงครึ่งของต้นทุน พี่น้องประชาชนจะลำบาก พวกเขา ต้องไปกู้หนี้ยืมสินมาเพื่อที่จะประทังชีวิต ดังนั้นผมอยากที่จะให้รัฐบาลได้พิจารณา เพิ่มเงินเยียวยาให้ใกล้เคียงกับต้นทุนที่แท้จริงของพี่น้องประชาชน🔗
เรื่องที่ ๒ คือในเรื่องของราคาสินค้าเกษตรตกต่ำสวนทางกับราคาต้นทุน ข้าวไทยตกต่ำที่สุดในรอบ ๑๐ ปี ราคาข้าวหอมมะลิที่จังหวัดนครราชสีมาจากเดิม ที่เคยขายได้ ๑๓-๑๖ บาท ตอนนี้ราคาร่วงหนักเหลือเพียง ๘-๑๐ บาทต่อกิโลกรัมเท่านั้น ถ้าราคาข้าวตกต่ำแบบนี้พี่น้องชาวนาจะประสบกับภาวะขาดทุนพวกเขาจะไม่มีเงินเหลือ ที่จะนำไปใช้จ่ายด้านอื่น ๆ แล้วก็ไม่ใช่แค่ราคาข้าวอย่างเดียวนะครับที่ตกต่ำ พืชผล ทางการเกษตรอื่น ๆ ก็ตกต่ำเช่นกัน ตรงนี้รัฐบาลต้องรีบแก้ไขเพราะนับวันราคาปุ๋ย และน้ำมันยิ่งจะมีราคาแพงขึ้น🔗
เรื่องที่ ๓ คือเรื่องของแผนป้องกันน้ำแล้ง น้ำท่วมซ้ำซาก ปัญหาน้ำ เป็นปัญหาทุกปีของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะภาคอีสาน ตรงนี้รัฐบาลต้องมีแผนบริหาร จัดการที่ดีกว่านี้ พี่น้องประชาชนไม่ต้องการจะมาลุ้นว่าปีนี้น้ำจะแล้งหรือน้ำจะท่วม ก็ฝากให้ ทางรัฐบาลเร่งแก้ปัญหาโดยด่วน กราบขอบพระคุณครับ🔗
ผมต้องขอแสดงความชื่นชม กับเพื่อนสมาชิกทั้ง ๓๐ ท่าน นับตั้งแต่ท่านแรก ท่านกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ไปถึง ท่านสุดท้าย คุณทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ทุกท่านได้ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์และรักษาเวลา ได้ดีนะครับ โดยทั่วไป ต้องขอแสดงความชื่นชมและความสามารถในการบริหารเวลาครับ ก็เป็นการจบวาระเพื่อปรึกษาหารือปัญหาของประชาชน ทางสภาจะพยายามเร่งรัดประเด็น ที่ท่านได้อภิปรายกันมา ทางสภาพยายามจะเร่งรัดเจ้าหน้าที่เพื่อส่งไปยังหน่วยงาน ที่รับผิดชอบ แต่ว่าอย่างที่เรียนไว้เมื่อวานก็คือว่า สภาไม่ได้ระบุกรม แต่จะส่งไปที่กระทรวง เพราะฉะนั้นเมื่อวานที่ท่านณัฐวุฒิได้ปรารภว่าเรื่องของท่านนั้นผิดกรมก็เป็นเรื่องที่กระทรวง ก็จะดำเนินการเองครับ🔗
ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อ แล้วทั้งหมด ๒๙๓ ท่าน องค์ประชุม ๒๓๘ สมาชิกทั้งหมดที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ลดไปอีก ๑ ท่าน จาก ๔๗๖ ก็เหลือ ๔๗๕ แต่องค์ประชุมยังเท่าเดิมคือ ๒๓๘ นะครับ เพราะฉะนั้น ขณะนี้สมาชิกมาลงชื่อเกินกว่าครึ่งหนึ่งแล้วครับ ก็ครบองค์ประชุม ผมขออนุญาตเปิดประชุม ตามระเบียบวาระในวันพฤหัสบดีที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ วันนี้🔗
หลังจากการหารือตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ แล้ว วาระต่อไปคือกระทู้ถาม โดยเริ่มด้วยกระทู้ถามสดด้วยวาจา ซึ่งมีกระทู้ถามสดที่ถามมาทั้งหมด ๓ เรื่อง แต่ว่า ได้รับแจ้งเมื่อสักครู่นี้เองครับว่าคณะรัฐมนตรีขอเลื่อนทั้ง ๓ เรื่องนะครับ ด้วยเหตุผลที่ได้แจ้ง มาครับว่ามีภารกิจและมีการประชุมคณะรัฐมนตรีเป็นพิเศษ อันนั้นก็คือเหตุผลโดยทั่วไป แต่ว่าอยากจะเรียนว่ากระทู้ถามสดนั้น เรื่องแรกของคุณกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ได้ถามปัญหา สิทธิที่ดินทำกินการออกและการเพิกถอนเอกสารสิทธิ ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยได้แจ้งขอเลื่อนมานะครับ เนื่องจากติดภาระสำคัญ🔗
กระทู้ถามสดที่ ๒ ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ถามเรื่องปัญหาราคาข้าว ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้แจ้งมาติดภารกิจสำคัญคือประชุม ครม. และมีเรื่อง สำคัญต้องเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีนะครับ🔗
กระทู้ถามสดที่ ๓ ของคุณกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ถามรัฐบาลในเรื่อง การเยียวยาประชาชนจากผลกระทบโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) การฉีดวัคซีน การปิดโรงงาน เช่นเดียวกัน ทางกระทรวงแรงงานได้แจ้งขัดข้องไม่พร้อมที่จะมาตอบในวันนี้นะครับ ก็เลย เรียนที่ประชุมได้รับทราบในเรื่องกระทู้ด่วนนะครับ เจ้าของกระทู้แรก คุณกมลศักดิ์ รับทราบ แล้วนะครับ เชิญเลยครับ อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เล็กน้อยครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ ประกอบด้วยอำเภอบาเจาะ อำเภอยี่งอ อำเภอรือเสาะ อำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ ผมรับทราบ ตามที่ท่านประธานได้แจ้งนะครับ ขอเรียนอย่างนี้ครับ ขอเรียนหารือท่านประธานว่าประเด็น การตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจานะครับ เราฝ่ายนิติบัญญัติทำงานมาจะเข้าปีที่ ๓ แล้ว และบ่อยครั้งที่เห็นทางคณะรัฐมนตรีมีการเลื่อน ผมอยากเรียนต่อท่านประธานว่า เราจะแก้ปัญหานี้ได้อย่างไร เพราะว่าเจตนารมณ์หลักของการตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจา ก็คือ เพื่อต้องการให้รัฐมนตรีมาตอบปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ การที่รัฐมนตรีละเลยไม่ให้ความสำคัญเช่นนี้ ผมเห็นว่า ทางคณะรัฐมนตรีกำลังไม่ปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ วรรคสอง นั่นก็คือว่า คณะรัฐมนตรีต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ และหลักนิติธรรม เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และความผาสุกของประชาชนโดยส่วนรวม ท่านประธานครับ ข้อบังคับของสภาของเรานี้ ในข้อ ๑๕๑ ได้กำหนดไว้ว่านายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีที่ถูกตั้งกระทู้ถาม ต้องเข้าร่วม ประชุมสภาเพื่อตอบกระทู้ถามในเรื่องนั้นด้วยตนเอง เว้นแต่มีเหตุจำเป็นอันมิอาจ หลีกเลี่ยงได้ ทำให้ไม่อาจตอบกระทู้ แต่ต้องแจ้งเหตุจำเป็นนั้นเป็นหนังสือต่อประธาน สภาก่อน หรือในวันประชุมสภา และให้กำหนดว่าจะตอบได้เมื่อใด ผมก็เลยอยากเรียนถาม ท่านประธานว่าที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีเองเขาก็ทราบอยู่แล้วว่า ทุกวันพฤหัสบดีเราจะมีการตั้ง กระทู้สดด้วยวาจา แต่เหตุไฉนจึงได้กำหนดภารกิจในวันพฤหัสบดีบ่อยครั้ง จริง ๆ รัฐมนตรี ต้องมีเวลาให้กับฝ่ายนิติบัญญัติเราในวันพฤหัสบดีนี้นะครับ ส่วนเหตุขัดข้องที่ท่านประธาน ได้แจ้งให้ผมทราบ ผมอยากเรียนว่าไม่ทราบทางรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยที่ผมจะถาม เกี่ยวกับเอกสารสิทธิที่ดินได้มีหนังสือแจ้งต่อทางสภาหรือไม่ หรือแจ้งด้วยวาจา เพราะว่า ตามข้อบังคับต้องแจ้งเป็นหนังสือในวันประชุมสภา และต้องตอบด้วยนะครับว่า กำหนดว่า จะตอบได้เมื่อใด ฉะนั้นในกระทู้สดด้วยวาจาที่ผมใช้สิทธิในวันนี้อยากเรียนถาม ท่านประธานว่า ทางรัฐมนตรีมีแจ้งมาหรือไม่ว่าจะตอบได้เมื่อใด หรือสัปดาห์หน้านะครับ แล้วก็ฝากว่าอยากให้สภาของเรานี้หามาตรการว่า ให้คณะรัฐมนตรีปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓ วรรคสอง และให้ความสำคัญกับ รัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๕๐ ว่าด้วยการตั้งกระทู้ในสภา ขอขอบคุณครับ🔗
ก็เปิดโอกาสให้ได้ระบาย ความรู้สึกนะครับ เชิญท่านต่อไป ท่านพิเชษฐ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเสียใจมาก พี่น้องเกษตรกรรอให้สภาเปิด รอมา ๑ เดือน ข้าวมีปัญหา ถามกระทู้สดก็แล้ว ปรึกษาหารือก็แล้ว มันยังเป็นปัญหา วันนี้เขาขอร้อง ให้ผมมาถามกระทู้สดต่อรัฐบาลต่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านประธานที่เคารพครับ จะให้เกษตรกรไปพึ่งใครครับ เขาพึ่ง ส.ส. เขาเอาอุปกรณ์ เขาเอาข้าวมาให้ผม เขาเอาอาหารสัตว์ มาให้ผม ให้ผมพูด วันนี้ท่านไม่มาตอบผม จะให้เกษตรกรไปพึ่งใคร ท่านประธานครับ วันนี้เขาบอกว่าไม่ต้องเอากลับบ้าน ข้าวนี้กิโลกรัมละ ๕ บาท ไม่ต้องเอากลับบ้าน ให้เอา หว่านในสภา ให้มันงอกในสภานี้เลยท่านประธานครับ ให้มันงอกอยู่ในสภานี้เลยครับ เสร็จแล้วก็ใส่ปุ๋ยไปเลยครับท่านประธาน ใส่ปุ๋ยไปเลยครับ ใส่ปุ๋ยให้มันงอกงามในสภานี้ ไม่รู้จะพึ่งใครแล้ว เกษตรกรในของประเทศไทยไม่รู้จะพึ่งใครแล้ว ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ท่านพิเชษฐ์ครับ ก็ด้วยความ เห็นใจนะครับ แต่ว่าขอให้คุณพิเชษฐ์ทำความสะอาดด้วยตัวเองครับ เพราะว่าเราระบาย เปิดโอกาสให้แสดงความรู้สึกแทนชาวบ้าน แต่ผมเชื่อชาวบ้านไม่ต้องการให้เรามาทำอย่างนี้ ขอคุณพิเชษฐ์ได้ทำความสะอาด🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอ เก็บทุกเม็ดครับ ผมขอทำความสะอาดด้วยตัวเองครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ🔗
ต่อไปผมให้โอกาสท่านนะครับ ขอให้โอกาสคุณกรณิศครับ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนค่ะท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตคลองเตยและวัฒนา พรรคพลังประชารัฐค่ะ เนื่องจากวันนี้ดิฉันก็ได้กระทู้สด ถามท่านรัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน เกี่ยวกับผลกระทบไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) จากสถานการณ์ตั้งแต่เมื่อประมาณ ๒ ปี ที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ในกรณีที่ว่ากระทรวงแรงงานได้ช่วยเหลือเยียวยาดูแลผู้ที่ได้รับ ผลกระทบในส่วนของโควิด-๑๙ (COVID-19) นี้อย่างไรบ้าง นโยบายของทางกระทรวงแรงงาน มีอย่างไรบ้าง ซึ่งวันนี้ก็ได้รับทราบจากท่านประธานว่าท่านรัฐมนตรีติดภารกิจในส่วนของ การประชุม ครม. ดิฉันถือว่าก็เป็นภารกิจที่สำคัญ ซึ่งดิฉันเชื่อว่าสิ่งที่ดิฉันจะสอบถามทาง รัฐมนตรีนี้ก็สามารถเลื่อนไปได้นะคะท่านประธาน ก็อยากจะขอสอบถามท่านประธาน นิดหนึ่งว่ากระทู้สดของดิฉันที่จะถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานนี้นะคะ สามารถ ที่จะขยับคิวไปได้ในส่วนของโควตาของพรรคพลังประชารัฐในสัปดาห์หน้าได้หรือไม่ ก็อยากจะขอเรียนถามท่านประธานค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ในส่วนนี้คุณกรณิศต้องเสนอ ใหม่นะครับ เพราะว่าเป็นข้อบังคับที่กำหนดเอาไว้ครับ🔗
ได้ค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ🔗
คุณจุลพันธ์ครับ เป็นคนปรารภ เมื่อวานนี้ วันนี้อนุญาตครับ🔗
ขอบพระคุณครับท่านประธาน ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะวิป (Whip) ฝ่ายค้านครับ ท่านประธานครับ นี่เป็นปัญหาที่ผมได้เรียนสอบถามท่านประธานเมื่อวานในช่วงเช้านะครับ นั่นก็คือการถามกระทู้สด ซึ่งคณะรัฐมนตรีนี้ ผมเรียนท่านประธานเลยครับ เห็นช่องครับ สบช่องแล้วว่าเรื่องสำคัญ เรื่องเดือดร้อนของประชาชน เช่น ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เมื่อสักครู่นี้ เรื่องปัญหาราคาข้าวนี้ พอมันยังร้อนก็ยังไม่ต้องมาตอบ ก็ดึงไปก่อน ก็หาเหตุ มาผัดผ่อน สัปดาห์หน้าถ้ามันยังร้อนอีกก็ผัดผ่อนไปอีก เลื่อนไปเรื่อย ๆ ในขณะที่การถาม กระทู้ของสมาชิก สัปดาห์หนึ่งข้อบังคับกำหนดให้ ๓ ครั้ง ๓ ข้อ วันนี้โดนเลื่อน ๓ กระทู้ หมายความว่าสิทธิของคำถามของปัญหาของประชาชนที่จะเข้าสู่สภานี้หายไป ๓ ครั้งครับ ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ เรื่องทั้ง ๓ เรื่องที่เพื่อนสมาชิกจะถาม รวมถึงเรื่องของท่าน กรณิศจากฝั่งรัฐบาลด้วยเป็นเรื่องสำคัญนะครับ ถ้าครั้งหน้า สัปดาห์หน้าในวันพฤหัสบดี เรายื่นกระทู้ได้แค่ ๓ กระทู้ ต้องมาเสนอใหม่ สิทธิก็หายไป ผมเรียนถามท่านประธานครับ อย่างนี้สัปดาห์หน้าผมถาม ๖ กระทู้สดด้วยวาจาได้หรือไม่ ผมเรียนท่านประธานนะครับ สัปดาห์หน้าผมไม่แน่ใจนะครับว่าท่านประธานจะอนุญาตหรือไม่ เพราะว่าผู้อนุมัติไม่ใช่ ท่านประธานนะครับ เป็นรองประธานท่านที่ ๒ แต่ผมเรียนอย่างนี้ครับ ถ้าเกิดว่าสิทธิ โดยเฉพาะของฝ่ายค้าน ๒ กระทู้ สัปดาห์หน้าไม่ได้ถาม ๔ กระทู้ ผมใช้ข้อบังคับการประชุม ข้อ ๑๘๔ ของดเว้นข้อบังคับเพื่อให้ถามกระทู้ได้ ๔ กระทู้แน่นอนครับ ถ้าสัปดาห์หน้า ไม่ได้อีก ไม่มีคนมาตอบอีก สัปดาห์ถัดไปผมจะใช้ข้อ ๑๘๔ งดเว้นข้อบังคับการประชุม ขอให้ มีการถามกระทู้ได้ ๖ กระทู้ จะเลื่อนมันไปอย่างนี้ จะเพิ่มพอกหางหมูให้รัฐบาลได้เห็นถึง ความสำคัญ เมื่อรัฐบาลไม่ให้ความสำคัญกับสภา เพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่ท่านกมลศักดิ์ถามว่า แล้วสภาจะดำเนินการอย่างไร จะมาหากลไกอย่างไร ผมเรียนเลยครับ ไม่มี ครม. ไม่มาตอบ ท่านประธานสภาจะไปบีบคอเขาให้มาตอบ เขาก็ไม่มา แต่ผมจะใช้กลไกของฝ่ายค้านครับ ท่านเตรียมองค์ประชุมตลอดเวลาแล้วกันครับ ถ้าแค่เรื่องกระทู้ถามสดด้วยวาจาไม่มาตอบ ก็เตรียมองค์ประชุมกันทั้งวันทั้งคืนนะครับ จะดูสิว่าจะมาตอบหรือเปล่า ขอบคุณครับ🔗
ก็เป็นหน้าที่เราทุกคน ที่จะต้องมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา ไม่ว่าฝ่ายค้านหรือรัฐบาลมีหน้าที่ในการรับผิดชอบ ร่วมกัน อย่างที่ผมได้เรียนในระบบนี้ปกติถึงแม้จะเป็นความรับผิดชอบร่วมกัน แต่ในระบบนี้ รัฐบาลจะเป็นได้ต้องมีเสียงข้างมาก จึงต้องดูแลเสียงข้างมากให้พร้อม ผมอนุญาตอีก ท่านหนึ่งนะครับ ท่านนริศ ขำนุรักษ์ แล้วก็จบแค่นี้ แล้วเดี๋ยวผมจะอธิบายให้ทราบว่า ผมได้ประสานกับรัฐบาลไว้อย่างไร เชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมเป็นรองประธานวิป (Whip) พรรคประชาธิปัตย์ และเป็นผู้รับผิดชอบในการประสานเรื่องการตอบกระทู้ของ รัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์กับวิป (Whip) รัฐบาล ตามที่ท่านประธานได้กรุณาแจ้ง เหตุผลข้อขัดข้องของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นั้นท่านได้แจ้งข้อขัดข้องนั้น ได้ครบถ้วนแล้วท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ติดประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งมีเรื่อง เกี่ยวกับเงินประกันรายได้ของพี่น้องเกษตรกรที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จำเป็น จะต้องเป็นผู้รายงานต่อ ครม. ขออนุมัติต่อ ครม. ด้วยตัวเอง และผมได้รับแจ้งจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ว่าสำหรับสัปดาห์หน้าท่านพร้อมที่จะตอบกระทู้ของเพื่อน สมาชิก ซึ่งสัปดาห์นี้มีเหตุผลมีความจำเป็นดังที่ท่านประธานได้กรุณาแจ้งข้อขัดข้องนั้นแล้ว สำหรับสัปดาห์หน้าท่านพร้อมที่จะมาตอบกระทู้สดของเพื่อนสมาชิกครับ กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ต่อไปก็จะต้องเข้ากระทู้ ปกตินะครับ แต่ว่าอนุญาตให้เจ้าของกระทู้แรก ท่านกมลศักดิ์ได้อภิปรายไปแล้วนะครับ ยังมีอะไรอยู่ สั้น ๆ นะครับเพื่อไม่ให้เสียเวลาเพื่อนครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ นราธิวาส พรรคประชาชาติ ขอบคุณ ท่านประธานครับที่ให้โอกาสผมได้ลุกขึ้นมาพูดอีกครั้งหนึ่ง ก็คืออย่างนี้ครับ ผมได้รับหนังสือ ที่ทางเจ้าหน้าที่ได้เอามาให้ที่ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ส่งมาเพื่อขอเลื่อน การตอบกระทู้ สิ่งที่ผมไม่สบายใจอย่างยิ่งก็คือหนังสือของทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทยก็ยังไม่ปฏิบัติตามข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎรเราในข้อ ๑๕๑ เพราะว่า ในข้อบังคับ ข้อ ๑๕๑ ได้บอกไว้ชัดเจนว่าเหตุจำเป็นอะไร และที่สำคัญที่สุดต้องมีต่อด้วย ในข้อบังคับว่า และให้กำหนดว่าจะตอบได้เมื่อใด แต่หนังสือฉบับนี้เหตุจำเป็นก็ไม่ได้บอกว่า เรื่องอะไรบอกว่าติดภารกิจสำคัญ และไม่มีต่อด้วยนะครับว่าจะตอบกระทู้ที่ผมได้ขอถาม ในวันนี้เมื่อไร ดังนั้นผมจึงอยากหารือท่านประธานว่าอยากให้แจ้งคณะรัฐมนตรีให้ทราบด้วย ให้ดูข้อบังคับของสภาเราด้วยว่าหากจะเลื่อนให้ปฏิบัติตามข้อบังคับของสภาเราครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ก็ถือโอกาส เรียนว่ากระทู้ถามสดเราเพิ่งถามเมื่อตอนเช้านี้เองนะครับ ไม่ใช่กระทู้ถามทั่วไป เราเพิ่งถาม เมื่อตอนเช้านี้เอง รัฐมนตรีจะไม่มีโอกาสรู้ล่วงหน้าว่าเราถามเรื่องอะไร อันนี้คือสิ่งแรก แล้วตามข้อบังคับนั้นกระทู้ถามสดนี้ ถ้าไม่ได้ตอบในวันนี้ ถ้าเราติดใจจะถามต่อ ต้องเสนอต่อ ในครั้งต่อไป เพราะฉะนั้นรัฐมนตรีก็ไม่อาจจะตอบได้ว่าจะมาตอบวันไหน เพราะไม่แน่ใจว่า ครั้งต่อไปเราจะถามหรือไม่ แต่ถ้าเป็นกระทู้ทั่วไป ซึ่งเดี๋ยวจะถึงกระทู้ทั่วไป กรณีนั้นรัฐมนตรี ต้องแจ้งว่าจะตอบวันไหน แล้วคำตอบจากรัฐมนตรีจะกำหนดระบุไว้เลยว่าวันนี้ไม่พร้อม แต่จะตอบวันที่เท่านั้น ๆ เพราะรัฐมนตรีรู้ล่วงหน้าแล้วว่าเขาถามเรื่องอะไร อันนี้คือ แนวปฏิบัติที่อยากเรียนให้ทราบ อยากถือโอกาสเรียนให้ทราบว่าเมื่อได้รับรู้ว่ามีการเลื่อน ผมก็ถือโอกาสหารือไปยังรัฐบาลโดยเมื่อเช้านี้ได้หารือไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านดอกเตอร์วิษณุ เครืองาม ว่าสภาต้องขอความร่วมมือจากฝ่ายบริหารด้วย เพราะวันตอบ กระทู้ เป็นวันประชุมวันพฤหัสบดีที่กำหนดไว้ล่วงหน้า ตั้งแต่เราเปิดสมัยประชุมครั้งแรก ซึ่งคณะรัฐบาลก็รู้ว่าวันพฤหัสบดีนี้มีการถามกระทู้ เพราะฉะนั้นจำเป็นจะต้องขอความ ร่วมมือว่าในกระทู้ทั่วไปนั้นจำเป็นจะต้องเตรียมตัวเพื่อตอบ จะไปนัดหมายอื่นก็อาจจะ ไม่เหมาะสม แต่ถ้าเป็นกระทู้ถามสดก็พอเข้าใจว่าอาจจะมีปัญหาบ้าง แต่กระทู้ทั่วไป รู้ล่วงหน้าแล้วครับ มันก็ไม่ควรจะไปนัดอะไรล่วงหน้าที่เห็นว่าไม่จำเป็นถึงที่สุด อันนี้ผมก็ถือ โอกาสเรียนพวกเราให้ทราบว่าได้คุยกับท่านรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะเป็นฝ่ายกฎหมาย ที่ท่านเข้าใจอะไรอยู่อย่างดีแล้วก็ขอความร่วมมือ อยากจะเรียนว่าโดยทั่วไปผมก็ชื่นชม รัฐมนตรีหลายท่านที่มาตอบกระทู้อยู่เป็นปกติ ในฐานะที่นั่งอยู่เป็นประจำ เช่น รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเหล่านี้ ท่านก็มาตอบ กระทู้อยู่เป็นประจำ เราเคยเรียนรู้อดีต ในอดีตบางสมัยเรียกว่า ไม่มาตอบ หนีกระทู้กันเลย จึงไม่ให้ประสบการณ์ในอดีตนั้นปรากฏ ในเที่ยวนี้กระทู้จึงได้มีการพิจารณาไปถือว่ามากที่สุด เรียนพวกเรารับทราบด้วยว่าตัวเลขเมื่อนำไปเปรียบเทียบแล้วถือว่ามีการตอบกระทู้ไปมาก ที่สุดเท่าที่เปรียบเทียบในอดีตที่ผ่านมา ก็เป็นเรื่องที่เป็นบวกอยู่แล้ว แต่อย่างไรก็ตามกรณี เรื่องเดือดร้อนชาวบ้านอย่างที่พวกเราได้หยิบยกขึ้นมาเป็นเรื่องสด แล้วก็บังเอิญว่าวันนี้ มีการประชุม ครม. พิเศษ วันพฤหัสบดี ซึ่งปกติวันพฤหัสบดีเป็นวันประชุมสภา เขาประชุม ครม. วันอังคาร แต่รัฐบาลได้แจ้ง ท่านอาจารย์วิษณุได้แจ้งให้ผมทราบว่า เนื่องจากว่า ในสัปดาห์นี้วันอังคารไม่ได้มีการประชุม ครม. ก็เลยมานัดวันนี้ ผมเลยขอร้องท่านว่าปกติ วันพฤหัสบดีเราได้กำหนดไว้ล่วงหน้า ไม่ใช่มาขอวันนี้ จึงจำเป็นต้องขอความร่วมมือว่า ถ้าเป็นไปได้รัฐมนตรีกรุณาอย่าไปนัดอย่างอื่น ทั้งหมดนี้ก็เพื่อที่จะให้เป็นมาตรฐาน พูดง่าย ๆ ไม่เอาอดีตมาเป็นแบบอย่างในสิ่งที่หลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ แต่เอาเป็นมาตรฐานของเรา ในชุดนี้ว่าวันข้างหน้าเผื่อใครมาเป็นรัฐบาล ก็จะได้ถือมาตรฐานของเราเป็นหลักในการ ที่รับผิดชอบ ในการพิจารณาเรื่องต่าง ๆ ในสภาโดยความรับผิดชอบร่วมกันทุกฝ่าย เพื่อให้ งานของสภาได้ผ่านไปโดยเรียบร้อย ก็เลยถือโอกาสเรียนให้ทราบว่าได้คุย และท่าน รองนายกรัฐมนตรีท่านก็รับปากว่าจะดำเนินการเพื่อไปแจ้งให้ท่านรัฐมนตรีได้รับทราบ สิ่งที่ผมได้ฝากปรารภไปว่าต้องการความร่วมมือ ก็เรียนพวกเราเพื่อรับทราบนะครับ ต่อไป ผมมีท่านซูการ์โนขออนุญาตพูด อนุญาตให้อีกท่านเดียวนะครับ แล้วจะไปกระทู้ถามทั่วไป เชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายซูการ์โน มะทา จังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ผมอยากหารือผ่านท่านประธาน ในเรื่องกรณีของ การตอบกระทู้ถามสดอย่างที่ท่านอธิบายแล้ว บังเอิญผมก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการ วิสามัญยกร่างข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ๒๕๖๒ เราก็คุยกันในคณะกรรมาธิการ ว่าการตั้งกระทู้ถามสดนั้นจำเป็นจะต้องเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไปรับรู้รับทราบ และจะต้องถามในทันทีทันใดเมื่อมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกรณี อย่างนี้ในต่างประเทศเขาก็ให้ความสำคัญว่า การตั้งกระทู้ถามสดต้องเป็นการแสดงถึง ความพร้อมของรัฐมนตรีเจ้ากระทรวงต่าง ๆ ที่จะไปนั่งบริหารงานในกระทรวงต่าง ๆ นั้นว่า ตัวเองมีรอบรู้แค่ไหน ถ้าพูดกันตรง ๆ การวัดกึ๋นของความเป็นรัฐมนตรีก็คือการตอบ กระทู้สด ถ้าท่านไม่ตอบวันนี้ ท่านไปตอบสัปดาห์หน้า มันเป็นกระทู้แห้งทั่วไปแล้วครับท่านประธาน มันจะไม่ใช่กระทู้สดอีกต่อไปครับ อยากฝากครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ เรื่องที่ ๒ ผมรบกวนนิดหนึ่ง บังเอิญผมเข้าไป ในห้องอาหาร ผมเป็น ส.ส. มุสลิม ซึ่งในสภาก็มีหลายท่านรู้สึกไม่สบายใจหลังจากมีการ เปลี่ยนแปลงร้านอาหารของโรงครัว ซึ่งเดิมเราก็มีแม่ค้าที่เป็นมุสลิมโดยตรง แม้จะเป็น ร้านเล็ก ๆ แต่เราทานได้ด้วยความสบายใจ วันนี้เราไม่รู้ที่มาของร้านอาหาร เอาป้ายมาตั้ง บางครั้งเราไม่รู้ว่าฮาลาลมันถูกหลักการหรือไม่ อยากฝากท่านประธานไปดูแลในเรื่องนี้ด้วย เพราะว่าสัปดาห์หน้าจะเป็นการประชุมรัฐสภา จะมีสมาชิกรัฐสภาที่เป็นผู้ที่นับถือศาสนา อิสลามหลายท่านนะครับ ก็รบกวนเรื่องสำคัญเรื่องนี้นะครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ด้วยความเข้าใจครับ แล้วผมจะได้ประสานกับท่านประธานกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร และนำเรื่อง ที่ท่านซูการ์โนได้ปรารภนี้ไปแจ้งให้หน่วยที่รับผิดชอบเรื่องงานได้รับทราบ ขอบคุณมากครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗
๑.๒.๑ กระทู้ถามที่ ๔๐๔ เรื่อง ขอให้ขยายการให้บริการไฟฟ้า ภายใต้การดูแลโดยกิจการไฟฟ้าสวัสดิการกองทัพเรือ กระทรวงกลาโหม โดยนายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ท่าน พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล เป็นผู้ตอบกระทู้ถาม ท่านมาพร้อมแล้วครับ ขอเชิญท่านสะถิระครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานนะครับ ที่บรรจุกระทู้แรกของการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผมเข้าสู่รัฐสภาแห่งนี้ครับ สำหรับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ก่อนอื่นก็ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งตอนแรกผมคาดหมายว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมท่านจะมาตอบด้วยตัวท่านเอง แต่อย่างไรก็ตาม ต้องกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านประยุทธ์ได้มอบหมายให้ ท่าน พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมมาตอบ ในปัญหาความเดือดร้อน ซึ่งพี่น้องประชาชนอำเภอสัตหีบนั้นต้องรับสภาพมาตลอด ระยะเวลาหลายสิบปีนะครับ ในเรื่องของการให้บริการไฟฟ้า การขยายเขตไฟฟ้าของกิจการ ไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือนะครับ ซึ่งเป็นหน่วยงานขึ้นตรงของกระทรวงกลาโหม ดังนั้นผมจึงขออนุญาตเล่าที่มาเพราะว่าอะไร ทำไมผมถึงต้องตั้งกระทู้ถามนี้นะครับ อำเภอ สัตหีบของเรานั้นมีทั้งหมด ๕ ตำบล มีตำบลพลูตาหลวง ตำบลแสมสาร ตำบลนาจอมเทียน ตำบลบางเสร่ และตำบลสัตหีบครับ พื้นที่เราเป็นพื้นที่จุดศูนย์กลางของเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก เราไม่ได้ใกล้ชิดนะครับ เราติดกับสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา เราติดกับ ท่าเรือจุกเสม็ด ห่างกันไม่กี่เมตรครับ เราติดกับสถานีรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน เราติดนะครับ ไม่ใช่ใกล้ครับท่านประธาน แต่ในพื้นที่ไข่แดงนั้น อำเภอสัตหีบครับ แม้กระทั่ง หมู่บ้านที่อยู่หลังห้างสรรพสินค้าก็ยังไม่มีไฟฟ้าถาวรใช้ ตำบลที่อยู่ชายขอบ ตำบลพลูตาหลวง ติดกับบ้านฉางก็ยังไม่มีไฟฟ้าถาวรใช้ ยังไม่มีไฟส่องสว่างบริเวณถนนที่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นไม่สามารถตั้งงบได้ พื้นที่แสมสารมีพี่น้องประชาชนหลายร้อยครัวเรือน ที่ยังต้องใช้ไฟฟ้าชั่วคราว แบกรับภาระค่าใช้จ่าย ประมงก็ทำไม่ได้ เศรษฐกิจการโรงแรม ก็ไม่ดี พี่น้องประชาชนไม่มาพักอาศัย ไฟฟ้าก็ต้องรับผิดชอบในเรื่องของไฟฟ้าชั่วคราว ตำบล บางเสร่ ตำบลนาจอมเทียนก็เป็นพื้นที่โดยเฉพาะเทศบาลตำบลเกล็ดแก้วและเขาชีจรรย์ พื้นที่ที่อยู่ในพื้นที่ชายขอบติดถนนติดเขาก็ยังไม่มีไฟฟ้าถาวรใช้ ไฟส่องสว่างถนนก็ยังไม่มีใช้ ท้องถิ่นก็ตั้งงบประมาณไม่ได้เพราะติดระเบียบกระทรวงมหาดไทย ตรงนี้ผมจะนำเรียน เป็นคำถามที่ ๒ ครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมจะนำเรียนท่านประธานวันนี้ ผมมีคำพูดของพี่น้องประชาชนมาให้ท่านประธานทราบผ่านไปยังรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงกลาโหม ขออนุญาตสไลด์ (Slide) หน้าแรกครับ🔗
สิ่งที่พี่น้องประชาชนจะมาบอกครับ อันนี้ผมฟังมา อันนี้เพียงแค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ ๑ เปอร์เซ็นต์ที่พี่น้องประชาชนผ่านผมมาทางสื่อ ออนไลน์ (Online) ก็ดี หรือจากหนังสือก็ดีนะครับ สิ่งที่เราพบมากที่สุดครับ ค่าไฟฟ้าแพง ดับบ่อยมาก เครื่องใช้ไฟฟ้าจะพังแล้ว อยากให้แก้ไข มากกว่านี้ เดี๋ยวตก เดี๋ยวดับ ไฟตก ไฟดับบ่อย เครื่องใช้ไฟฟ้าเสียหาย หาใครรับผิดชอบไม่ได้ ค่าไฟก็แพงขึ้นเรื่อย ๆ ขอหน้าที่ ๒ ครับ ค่าไฟแพงแถมดับบ่อย ทุกวันนี้ไฟตก ทุกเช้าเลยค่ะ หลายครั้งมากค่ะ ทุกวันนี้แถวบ้านใช้ไฟฟ้าชั่วคราวทุกบ้าน หมู่ ๙ ใช้ไฟฟ้า ชั่วคราวเลยค่ะ ขอให้ขยายเขตหน่อย ไฟตกบ่อย ดับบ่อย แม้กระทั่งตู้เย็นเสียไปตู้หนึ่งแล้ว ขออนุญาตสไลด์ (Slide) ที่ ๓ ครับ อันนี้คือ ๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่พี่น้องอำเภอสัตหีบ ได้ร้องเรียนผม เพื่อให้ผมมาตั้งกระทู้ถามท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม สิ่งเหล่านี้คือมาตรฐานการให้บริการของกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทาน กองทัพเรือ เรื่องนี้ผมเคยหารือในสภาที่ประชุมแห่งนี้ไปแล้ว เมื่อประมาณเดือนสิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๓ เรื่องของการให้ขยายเขตและมาตรฐานการให้บริการ ทราบหรือไม่ครับ แปลกใจมาก กระทรวงพลังงานเป็นผู้ตอบ แต่ไม่เป็นไรครับ ขอสไลด์ (Slide) หน้าถัดไป กระทรวงพลังงานเป็นผู้ตอบข้อหารือผมมาว่า กฟส. อาจจะไม่ชัดนะครับ กฟส. นี่ย่อมาจาก กิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ ผมขออนุญาตอ่านให้ท่านประธานฟังว่า ทั้งนี้ กิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือได้รายงานข้อมูลคุณภาพการให้บริการต่อกิจการ พลังงาน กระทรวงพลังงานว่าจำนวนครั้งที่ไฟฟ้าดับต่อผู้ใช้ไฟฟ้า ๑ รายต่อปี มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ ๕.๔๑ ครั้งต่อปี แต่ที่พี่น้องประชาชนแจ้งผมมานั้น ๕ ครั้งต่อวัน🔗
คุณสะถิระครับ กระทู้ถาม จำเป็นจะต้องถามครับ🔗
เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่ผมอยากจะนำเรียน ท่านประธานว่ากิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือมีแนวทางอย่างไร คำถามนะครับ เพราะไม่เช่นนั้นพี่น้องประชาชน เครื่องใช้ไฟฟ้า ทีวี (TV) ตู้เย็น แอร์คอนดิชัน (Air-condition) บางรายผ่อน ๑๒ เดือน บางรายผ่อน ๒๒ เดือน ๒ เดือนทีวี (TV) ดับแล้ว เสียแล้ว ต้องนั่งดู จอดำ ดูได้ช่องเดียวครับ จอดำ ท่านประธานครับ ฉะนั้นผมจึงฝากท่านประธานถามคำถามนี้ ไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมซึ่งเป็นผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวง กลาโหมว่า กระทรวงกลาโหมโดยกองทัพเรือมีแนวทางการแก้ปัญหาและมีแผนพัฒนา ระยะสั้น ระยะยาว การให้บริการไฟฟ้าของกิจการสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือในพื้นที่ สัตหีบอย่างไร ทั้งการขยายเขต การบำรุงรักษา และอันนี้สำคัญครับ การแก้ไขปัญหาไฟฟ้า ขัดข้อง ขอทราบรายละเอียดครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับมอบหมายจากท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้มาตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกในวันนี้ครับ ก่อนอื่น ต้องขอบคุณท่านสมาชิก ขออนุญาตที่เอ่ยนามครับ ท่านสะถิระ เผือกประพันธุ์ ที่ได้กรุณา ตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องของการบริการกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานของกองทัพเรือ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่า ต้องเรียนก่อนว่าในส่วนนี้ ในการดำเนินการ เรื่องกิจการไฟฟ้าที่สัตหีบนั้น ทางกองทัพเรือได้ดำเนินการมาเป็นระยะเวลานาน ตั้งแต่ เริ่มดำเนินการนั้น วัตถุประสงค์เพื่อจะผลิตกระแสไฟฟ้าเพื่อที่จะสนับสนุนการปฏิบัติงาน ของฐานทัพเรือและหน่วยทหารโดยรอบ ถือว่าเป็นหลักประกันด้านพลังงานให้กองทัพเรือ ต้องกราบเรียนท่านประธานว่า ในพื้นที่อำเภอสัตหีบเป็นพื้นที่ที่สำคัญของกองทัพเรือ เป็นพื้นที่เขตปลอดภัยทางทหาร และเป็นที่ตั้งหน่วยของกองทัพเรือ ทั้งหน่วยกำลังรบ หน่วยสนับสนุนต่าง ๆ รวมทั้งท่าเรือ ไม่ว่าจะเป็นท่าเรือทางทหารหรือท่าเรือพาณิชย์ และมีความจำเป็นที่กองทัพเรือจะต้องดำเนินการในเรื่องกิจการไฟฟ้า เพื่อความมั่นคง ในการปฏิบัติงาน ปฏิบัติหน้าที่ สำหรับกระแสไฟฟ้าในส่วนที่เกินความต้องการนั้นก็ได้มีการ แจกจ่ายให้กับประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงกับพื้นที่โดยรอบ ซึ่งในช่วงระยะเวลาดำเนินการนั้น การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคนั้นยังไม่ได้มีการจ่ายกระแสไฟฟ้าย่อยไปในพื้นที่ดังกล่าว เป็นการ ดำเนินการในเงื่อนไขสัมปทานประกอบกิจการไฟฟ้าที่ได้รับจากกระทรวงมหาดไทย ในการ ดำเนินการกิจการไฟฟ้าทางกองทัพเรือก็ได้มีการพัฒนากันมาตามลำดับ เพื่อที่จะพัฒนา ให้สามารถที่จะจ่ายกระแสไฟฟ้าทั้งเรื่องของหน่วย เรื่องของการปฏิบัติงานในกองทัพ แล้วก็ประชาชนโดยรอบในพื้นที่ตั้งหน่วยด้วย ต่อมาในปี ๒๕๕๒ นั้นทางกองทัพเรือเอง ก็ได้รับอนุญาตให้ประกอบกิจการไฟฟ้าจากกระทรวงพลังงาน โดยคณะกรรมการกำกับ กิจการพลังงาน วัตถุประสงค์หลักก็คือให้จำหน่ายกระแสไฟฟ้าให้เขตปลอดภัยในราชการ ทหาร ฐานทัพเรือสัตหีบ กองทัพเรือ รวมทั้งหน่วยงานภายนอกและประชาชนในเขตที่ได้รับ อนุญาตด้วย กระผมขอเรียนว่าในส่วนของกองทัพเรือนั้นได้รายงานว่า ในกิจการไฟฟ้านั้น เป็นการดำเนินการอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ซึ่งได้ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๐ เช่นเดียวกับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวงเป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ตามประกาศ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ในเรื่องของมาตรฐานของสัญญาให้การบริการไฟฟ้า🔗
ขออนุญาตกราบเรียนตอบคำถามของท่านสมาชิกที่ท่านได้กรุณาถามว่า ในเรื่องของการพัฒนาเรื่องแผนการดำเนินการ เรื่องการขยายกิจการ ขยายเขตเรื่องของ การแก้ไขปัญหาข้อขัดข้องนั้น เรื่องนี้กองทัพเรือรับทราบแล้วก็ไม่ได้นิ่งนอนใจในการ ดำเนินการได้มีการปรับปรุงพัฒนาและขยายเขตไฟฟ้าให้ครอบคลุมพื้นที่และให้มี เสถียรภาพซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมาอย่างต่อเนื่อง โดยงบประมาณในช่วง ๕ ปีที่ผ่านมานั้น ได้ใช้งบประมาณไปกว่า ๑,๒๐๐ ล้านบาท ในการที่จะขยายเขตจำหน่ายไฟฟ้า เรื่องทั้งไฟฟ้าแรงสูงและไฟฟ้าแรงต่ำ รวมถึงได้มีการสร้างสถานีไฟฟ้าแรงสูงแห่งที่ ๓ ที่ตำบลนาจอมเทียนเพื่อจะรองรับเรื่องของการขยายตัวของเขตเมืองมากขึ้นนะครับ รวมทั้ง ได้มีการปรับปรุงสถานีไฟฟ้าแรงสูงแห่งที่ ๑ และแห่งที่ ๒ ซึ่งก็จะทำให้ระบบไฟฟ้าในพื้นที่นั้น มีเสถียรภาพมากขึ้น สำหรับในปี ๒๕๖๔ นี้ก็ได้มีการใช้งบประมาณไปมากกว่า ๑๗๐ ล้านบาท ในการขยายเขตระบบจำหน่ายไฟฟ้านะครับ ทั้งไฟฟ้าแรงสูงและไฟฟ้าแรงต่ำ มีการปรับปรุง ขยายขีดความสามารถของระบบสายส่งไฟฟ้าในพื้นที่โดยรอบ ๑๗ พื้นที่นะครับ มีหลายพื้นที่ ที่จะทำให้ปัญหาที่ท่านสมาชิกได้กรุณาถามในเรื่องของไฟฟ้าตก ไฟฟ้าดับ ให้มีประสิทธิภาพ มากขึ้น ให้มีการลดจำนวนครั้งหรือจำนวนเวลาให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานมากที่สุดนะครับ ซึ่งกองทัพเรือเองก็เข้าใจดีถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในห้วงต่อไประยะต่อไปนี้ ก็จะมีแผนที่จะเพิ่มประสิทธิภาพ โดยจะมีการสร้างสถานีไฟฟ้าแรงสูงแห่งที่ ๔ ที่ตำบล พลูตาหลวงเพื่อที่จะเชื่อมต่อกับระบบของเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกนะครับ แล้วก็จะใช้เป็นแหล่งจ่ายกระแสไฟฟ้าสำรองให้กับเขตส่งเสริมเมืองการบิน รวมทั้งได้กำหนด แผนที่จะปรับปรุงเครือข่ายไร้สายและระบบสารสนเทศให้ครอบคลุมพื้นที่รับผิดชอบนะครับ ตรงนี้เรียนว่าได้เร่งรัดให้กองทัพเรือนั้นได้พิจารณาดำเนินการโดยเร่งด่วนต่อไปนะครับ🔗
สำหรับปัญหาเรื่องของไฟฟ้าดับ แล้วก็การดำเนินการต่าง ๆ ขอเรียนว่า กองทัพเรือก็ได้มอบหมายให้กิจการไฟฟ้าได้เร่งรัดในการดำเนินการปรับปรุงพัฒนา อย่างต่อเนื่อง ได้มีการจัดชุดเจ้าหน้าที่อุปกรณ์ต่าง ๆ ตลอด ๒๔ ชั่วโมงที่จะไปพิจารณา ดำเนินการมีเหตุการณ์ไฟฟ้าตก ไฟฟ้าดับเกิดขึ้น ก็จะปรับเปลี่ยนอุปกรณ์ วิเคราะห์สาเหตุ ข้อขัดข้อง นำระบบตรวจจับที่มีความทันสมัยเข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหาได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมงนะครับ ในการดำเนินการนั้นก็จะมีการพัฒนาระบบควบคุมหรือสั่งการระยะไกล เพิ่มเติมด้วยในพื้นที่จุดเสี่ยงต่าง ๆ ต้องขอเรียนว่าในเรื่องของการควบคุมเรื่องของการ จ่ายไฟให้มีความมั่นคงนั้น กองทัพเรือได้เร่งรัดให้กับกิจการไฟฟ้านั้นได้ดำเนินการ ที่จะพัฒนา แล้วก็มีแผนในการดำเนินการที่จะทำให้การให้บริการทั้งในส่วนของหน่วย ทหารเอง และพื้นที่ประชาชนโดยรอบนั้นได้รับการบริการที่มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปท่านสะถิระถามได้ อีกครั้งหนึ่งครับ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่นก็ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงกลาโหมที่ได้ให้ข้อมูลนะครับ โดยเฉพาะในเรื่องของโรงไฟฟ้าสถานีที่ ๔ ซึ่งอย่างไร ก็ตามโรงไฟฟ้านี้ผมหวังว่าจะเป็นโรงไฟฟ้าที่สามารถจะสร้างได้อย่างรวดเร็วและเร่งรัด เพราะไม่เช่นนั้นพี่น้องประชาชนผมอาจจะต้องเสียตู้เย็นไปอีกหลายตู้ หรือไม่ก็ทีวี (TV) อีกหลายเครื่อง หรือไม่ก็แอร์คอนดิชัน (Air-condition) อาจจะไม่เย็น เพราะว่าโรงไฟฟ้านี้จะทำให้กระแสไฟฟ้าหยุดตกได้ อันนี้เป็นสิ่งที่จำเป็นเร่งด่วน ก็นำเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีช่วยด้วยนะครับ อีกคำถามหนึ่งซึ่งเป็นคำถาม ที่ผมได้หารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมาแล้ว แต่ก็คาบเกี่ยวกับรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม ในเรื่องของระเบียบมหาดไทยว่าด้วยเงินอุดหนุนขององค์กรปกครอง ท้องถิ่น ซึ่งในอำเภอสัตหีบเรานั้นมีท้องถิ่นทั้งหมด ๘ ท้องถิ่น เทศบาลตำบลนาจอมเทียน เขาชีจรรย์ บางเสร่ เกล็ดแก้ว เขตอุดมศักดิ์ เทศบาลเมืองสัตหีบ อบต. พลูตาหลวง และ อบต. แสมสาร ทั้ง ๘ ท้องถิ่นเกิดปัญหาอะไร เมื่อมีระเบียบกระทรวงมหาดไทย เกิดขึ้นมาก็คือระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยเงินอุดหนุนปี ๒๕๕๙ และปี ๒๕๖๓ ท้องถิ่นทั้ง ๘ ท้องถิ่น อำเภอสัตหีบ ท่านประธานครับ ไม่สามารถอุดหนุนกิจการไฟฟ้า สวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือได้ เพราะไม่เข้าข้อบังคับ ระเบียบของกระทรวงมหาดไทย ปี ๒๕๕๙ คือข้อที่ ๓ ว่าด้วยเงินอุดหนุน เปรียบเทียบปี ๒๕๕๙ จะมีหน่วยงาน ที่ขอรับเงินอุดหนุนได้ รัฐวิสาหกิจ ได้แก่ ไฟฟ้าและประปา แต่ไม่มีสวัสดิการสัมปทาน กองทัพเรือไฟฟ้า ปี ๒๕๕๙ ไม่เท่าไร ผมก็แจ้งเรื่องนี้ไปแล้ว หารือกับท่านประธาน ผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทยแล้วครับ บอกให้ดูระเบียบข้อบังคับการอุดหนุนของอำเภอ สัตหีบเราด้วย ซึ่งเป็นอำเภอเดียวในประเทศไทย ปี ๒๕๖๓ ผมนึกว่าจะแก้ครับ จะแก้เปลี่ยนไปครับ แต่กลับเพิ่มองค์กรจัดการน้ำเสียมา แต่ไม่มีกิจการไฟฟ้าสวัสดิการ สัมปทานกองทัพเรือ ท่านประธานครับ ทั้ง ๘ แห่งท้องถิ่นอยากอะไร อยากช่วยพี่น้อง ประชาชนให้ได้มีไฟฟ้าใช้ ตั้งงบอุดหนุนขยายเขตไฟฟ้าปีหนึ่ง ถ้าตามระเบียบ อบต. ร้อยละ ๓ เทศบาลร้อยละ ๕ ปีหนึ่งหลายสิบล้าน ๓๐-๔๐ ล้านบาท สามารถขยายเขต ไฟฟ้าให้พี่น้องประชาชนได้หลายร้อยครัวเรือน สิ่งนี้เอง ผมจึงนำเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ให้ช่วยผลักดันร่วมมือกันกับท้องถิ่นก็ดี กับกระทรวงมหาดไทยก็ดี ช่วยกันครับ เพราะอะไร เพราะในประกาศคณะกรรมการ กิจการพลังงานให้ท่านคือส่วนหนึ่งของผู้ให้บริการครับ คือการไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ หรือที่ กกพ. กำหนด กกพ. คือคณะกรรมการกิจการพลังงาน เพราะฉะนั้นกิจการไฟฟ้าสวัสดิการ สัมปทานกองทัพเรือคือผู้ให้บริการไฟฟ้าเช่นเดียวกัน ตรงนี้ผมนำเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมว่าให้ช่วยผลักดันเรื่องนี้ เพราะอำเภอสัตหีบ ทั้ง ๘ ท้องถิ่นอยากช่วยให้พี่น้องประชาชนให้มีไฟฟ้าใช้ ด้วยความเคารพครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีเชิญเลยครับ🔗
ขอกราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกครับ ต้องขอขอบคุณ ท่านสมาชิกที่ได้กรุณาให้ข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็น ก่อนอื่นเมื่อสักครู่นี้ผมอาจจะยังไม่ได้ตอบ ไปเรื่องหนึ่ง เรื่องราคาที่แพง ขออนุญาตเรียนว่าราคาค่าไฟฟ้าของกิจการไฟฟ้านั้น ก็เทียบเท่ากับราคาของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค🔗
สำหรับข้อเสนอเรื่องของเงินอุดหนุน อย่างองค์กรปกครองท้องถิ่นนั้น ตรงนี้ ทางกิจการไฟฟ้ากองทัพเรือเองก็ได้มีการประสานกับองค์กรทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วในพื้นที่ รวมทั้งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย🔗
ท่านสะถิระนั่งลงครับ🔗
ตรงนี้ ผมรับข้อเสนอของท่านสมาชิก ผมจะไปดำเนินการจะให้ทางกองทัพเรือ โดยการไฟฟ้านั้น ได้ประสานกับกระทรวงมหาดไทยและหน่วยในพื้นที่ด้วย เพื่อที่จะกำหนดแนวทาง ในการที่จะพัฒนากิจการไฟฟ้าในพื้นที่ให้ดีมากยิ่งขึ้น และสามารถจะทำให้แก้ไขปัญหา ดังที่ท่านสมาชิกท่านได้ให้ข้อมูลในวันนี้ด้วยครับ ขอบพระคุณท่านสมาชิกครับ🔗
ผมต้องขอขอบคุณ ท่านสะถิระ และที่ผมเตือนเพราะว่าข้อบังคับในข้อ ๑๕๒ เขากำหนดว่า กระทู้ถามจะต้อง ไม่มีลักษณะเป็นการอภิปรายครับ ท่านสะถิระครับ ประกอบกับในการประชุมหารือ ผู้ประสานงานของ ๒ ฝ่าย ฝ่ายค้านและรัฐบาลเมื่อวันจันทร์ได้มีการพูด ก็ถือโอกาส เล่าให้สมาชิกฟังนะครับ ได้พูดถึงเรื่องกระทู้ว่าบางกระทู้นี่ผู้ตั้งกระทู้อภิปรายยาว แล้วทำให้ เสียเวลา แล้วไม่ผิดข้อบังคับ ทางที่ประชุมก็เลยบอกว่า ขอให้ท่านประธานคอยเตือน เพราะว่ามันเป็นแนวปฏิบัติที่บางท่านไม่รู้ แต่ว่าขอบคุณท่านสะถิระมากครับ ท่านรักษาเวลา แล้วเมื่อเตือนท่านก็ปฏิบัติตามที่ได้แนะนำไป ก็เรียนพวกเราได้รับทราบ เผื่อผู้ที่ตั้งกระทู้ถาม จะได้ทราบด้วยว่าแนวปฏิบัตินั้นข้อบังคับเขากำหนดเอาไว้ ต้องไม่มีลักษณะเป็นการ อภิปราย พูดง่าย ๆ ก็คือให้ข้อมูลเล็กน้อยแล้วตั้งคำถามครับ ต้องขอบพระคุณครับ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีด้วยครับ🔗
ต่อไปจะเป็นกระทู้ถามที่ ๑.๒.๒ ของคุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เรื่อง ปัญหาการให้บริการของธนาคารกรุงไทยเกิดความล่าช้าในการทำธุรกรรมทางการเงิน🔗
เรื่องนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังที่ได้รับมอบหมายจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้แจ้งว่า มีภารกิจสำคัญไม่สามารถตอบกระทู้ได้ ขอเลื่อน ตอบกระทู้ออกไปเป็นวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ก็ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขของข้อบังคับ คือต้องกำหนดเวลาว่าจะตอบครั้งต่อไปครับ🔗
ต่อไปกระทู้ถามที่ ๑.๒.๓ ของท่านองอาจ คล้ามไพบูลย์ ถาม นายกรัฐมนตรี เรื่อง การแก้ไขปัญหาผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019)🔗
เรื่องนี้ได้รับตอบจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านตอบกระทู้นี้ แต่ว่าเนื่องจากวันนี้รัฐมนตรีมีภารกิจสำคัญ ไม่สามารถตอบกระทู้ถามได้ ขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็นวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ เรียนท่านองอาจเพื่อรับทราบนะครับ ไม่ต้องเสียเวลานะครับคุณองอาจ ไม่ต้อง เสียเวลาเพื่อรับทราบก็แล้วกัน แล้วก็เตรียมกระทู้ในวันที่ ๑๑ ครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑.๓ กระทู้แยกเฉพาะ🔗
ตอนนี้ ท่านประธานในห้องประชุมใหญ่ได้เปิดประชุมตามระเบียบวาระการประชุมเป็นที่เรียบร้อย ฉะนั้นเราก็จะเข้าสู่บรรยากาศของการประชุมในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
๑.๓.๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๓๑๒ เรื่อง การพัฒนาแหล่งน้ำดิบ อ่างเก็บน้ำห้วยตู้ ๑ อ่างเก็บน้ำห้วยตู้ ๒ และอ่างเก็บน้ำคลองบางไผ่ อำเภอสัตหีบ จังหวัด ชลบุรี ของท่าน ส.ส. สะถิระ เผือกประพันธุ์ ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือท่านประภัตร โพธสุธน เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ติดภารกิจสำคัญ จึงขอเลื่อน การตอบกระทู้ถามออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ แจ้งให้เจ้าของกระทู้ ได้ทราบนะครับ🔗
๑.๓.๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๓๑๓ เรื่อง ขอขยายไฟฟ้าครัวเรือน และไฟฟ้าเพื่อการเกษตรในเขตตำบลเจริญศิลป์ อำเภอเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนคร ของท่าน ส.ส. อนุรักษ์ บุญศล ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย คือ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ติดภารกิจราชการสำคัญไม่สามารถมา ตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปในคราวถัดไป แจ้งให้ท่าน ส.ส. อนุรักษ์ บุญศล ได้รับทราบนะครับ🔗
๑.๓.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๓๑๔ เรื่อง การก่อสร้างขยายสะพาน เชื่อมต่อสะพานเก่าให้ยาวขึ้น ในถนนบ้านนาดินจี่ ตำบลคำสะอาด อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ไปบ้านโคกคำไหล ตำบลอ้อมกอ อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ของท่าน ส.ส. อนุรักษ์ บุญศล ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ติดภารกิจราชการสำคัญ ไม่สามารถมาตอบ กระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปในคราวถัดไป จึงแจ้งท่านเจ้าของกระทู้ ถามแยกเฉพาะ คือท่าน ส.ส. อนุรักษ์ บุญศล ได้รับทราบนะครับ🔗
๑.๓.๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๓๑๗ เรื่อง การพัฒนาพื้นที่ดงยาง ตำบลสวนกล้วย อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ของนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗
ด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมคือ นายวราวุธ ศิลปอาชา ได้มีหนังสือแจ้งว่าติดภารกิจสำคัญไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๖๔ จึงแจ้งให้ เจ้าของกระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๑.๓.๔ คือท่าน ส.ส. อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ได้ทราบ🔗
๑.๓.๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๓๑๘ เรื่องปัญหาแม่น้ำแม่กลอง ตื้นเขิน ของนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้วมีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คือนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ ให้เป็นผู้ตอบกระทู้ถามเรื่องนี้แทน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม คือนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมติดภารกิจ สำคัญไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปในคราวถัดไป แจ้งให้เจ้าของกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๑.๓.๕ ท่าน ส.ส. อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ได้ทราบ🔗
๑.๓.๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๓๑๙ เรื่อง การแก้ไขปัญหาโครงการ ขุดลอกลำห้วยกุดนา และโครงการขุดลอกลำห้วยนาน้อย บ้านโนนกุง หมู่ที่ ๓ ตำบลเชืองสือ อำเภอโพนนาแก้ว จังหวัดสกลนคร ของท่าน ส.ส. นิยม เวชกามา ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ติดภารกิจราชการสำคัญ ไม่สามารถมาตอบ กระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปในคราวถัดไป จึงแจ้งให้เจ้าของกระทู้ถาม แยกเฉพาะที่ ๓๑๙ ท่าน ส.ส. นิยม เวชกามา ได้รับทราบนะครับ ที่จริงแล้วอยากจะเรียน เพิ่มเติมว่าวันนี้ทางคณะรัฐมนตรีได้มีการประชุม ครม. ประจำสัปดาห์ เนื่องจากว่า ในวันอังคารที่แล้วมา ท่านนายกรัฐมนตรีท่านติดภารกิจในต่างประเทศ ก็เลยเลื่อน การประชุม ครม. มาเป็นวันพฤหัสบดีคือในวันนี้ การถามตอบกระทู้ ไม่ว่าห้องถามกระทู้ แยกเฉพาะหรือห้องถามกระทู้ในสภาใหญ่รัฐมนตรีก็เลื่อนหมด ก็เป็นเหตุสุดวิสัย จึงขอแจ้ง ให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ สำหรับวันนี้จบการพิจารณา กระทู้ถามแยกเฉพาะนะครับ ผมขอปิดการประชุม ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗
ขอเรียนท่านสมาชิกครับ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม ก่อนที่ที่ประชุม จะรับทราบเรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุมตามระเบียบวาระ ผมขอแจ้งเรื่องที่ไม่ปรากฏ ในวาระ คือ🔗
รับทราบผลการพิจารณากรณีประธานสภาผู้แทนราษฎร คือ เป็นผู้ร้อง ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๒ ว่าสมาชิกภาพของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ นายสำลี รักสุทธี ผู้ถูกร้องสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๖) ประกอบมาตรา ๙๑ (๑๐) หรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วมีมติ เอกฉันท์รับคำร้องนี้ไว้พิจารณาวินิจฉัย และมีคำสั่งให้ผู้ถูกร้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมี คำวินิจฉัย ดังนั้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่าที่มีอยู่และสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ขณะนี้ จึงมีจำนวน ๔๗๕ คน องค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งคือ ๒๓๘ คน ขอแจ้งที่ประชุมรับทราบนะครับ🔗
ต่อไปเป็นเรื่องที่ประธาน จะแจ้งต่อที่ประชุมตามระเบียบวาระ🔗
๒.๑ รับทราบการพิจารณารายงานของวุฒิสภา จำนวน ๑๕ เรื่อง ขอเรียน พวกเราว่าเสียเวลาเล็กน้อย แต่มันเป็นระเบียบปฏิบัติที่เมื่อเราพิจารณาไปอย่างไร ทางวุฒิสภาเขาก็ต้องแจ้งในวุฒิสภาทราบ เช่นเดียวกับเมื่อวุฒิสภาเขาพิจารณาของเขา เป็นอย่างไร สภาเราก็ต้องรับทราบในสิ่งนั้นด้วย สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มีหนังสือ แจ้งว่าที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณารับทราบเรื่องต่าง ๆ ดังต่อไปนี้🔗
ในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๖ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันอังคาร ที่ ๗ กันยายน ๒๕๖๔ และครั้งที่ ๑๗ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ วันพุธที่ ๘ กันยายน ๒๕๖๔ ที่ประชุมได้พิจารณาและรับทราบรายงาน จำนวน ๘ เรื่อง ดังนี้🔗
๑. รายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศตาม มาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม ๒๕๖๔🔗
๒. รายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงานป้องกันและปราบปราม การฟอกเงินประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒🔗
๓. รายงานตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำ ด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ ประจำปี ๒๕๖๒🔗
๔. รายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการปราบปราม ยาเสพติด ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๑ และ พ.ศ. ๒๕๖๒🔗
๕. รายงานประจำปี ๒๕๖๓ ของกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์🔗
๖. รายงานการรับจ่ายเงินงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓🔗
๗. รายงานผลการเตรียมความพร้อมในการตราพระราชกฤษฎีกาตาม มาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๒🔗
๘. รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑🔗
ในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๘ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ วันจันทร์ที่ ๑๓ กันยายน ๒๕๖๔ ที่ประชุมได้พิจารณาและรับทราบรายงาน จำนวน ๑ เรื่อง คือรายงานประจำปี ๒๕๖๒ สถาบันพระปกเกล้า🔗
ในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๙ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันอังคารที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๖๔ ที่ประชุมได้พิจารณาและรับทราบรายงาน จำนวน ๖ เรื่อง ดังนี้🔗
๑. รายงานผลการดำเนินการตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติการบริหาร หนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓🔗
๒. รายงานประจำปี ๒๕๖๒ ของบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย🔗
๓. รายงานประจำปี ๒๕๖๒ ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า แห่งประเทศไทย🔗
๔. รายงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ประจำปี ๒๕๖๓ และรายงานของผู้สอบบัญชี และรายงานการเงินของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓🔗
๕. รายงานการปฏิบัติงานของศาลปกครอง และสำนักงานศาลปกครอง ประจำปี ๒๕๖๒🔗
๖. รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปี งบประมาณ ๒๕๖๓ จึงขอแจ้งที่ประชุมรับทราบครับ🔗
๒.๒ รับทราบ เรื่อง ประธานสภาผู้แทนราษฎรอนุญาตให้กรรมาธิการขยายเวลาพิจารณาศึกษา ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อที่ ๑๐๖ วรรคสอง จำนวน ๑๐ คณะ เป็นเรื่องที่กรรมาธิการได้ขอในระหว่างปิดสมัยประชุมนะครับ โดยได้รับหนังสือจากประธาน กรรมาธิการและประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อขอขยายเวลาในการพิจารณาศึกษา นอกสมัยประชุม ได้พิจารณาเห็นควรอนุญาตให้คณะกรรมาธิการขยายเวลาตามข้อบังคับ ดังกล่าว ดังนี้🔗
๑. คณะกรรมาธิการการพลังงาน ขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาญัตติ เพื่อพิจารณาศึกษาการปรับโครงสร้างราคาพลังงาน และกองทุนน้ำมันให้เป็นระบบ และยั่งยืนออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๖๔ เป็นการขอขยายครั้งที่ ๕🔗
๒. ให้คณะกรรมาธิการการศึกษาขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาญัตติ จำนวน ๒ เรื่อง🔗
๒.๑ ญัตติเกี่ยวกับปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและผลกระทบ จากการยุบเลิกโรงเรียนขนาดเล็ก ขยายระยะเวลาออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ เป็นการขยายครั้งที่ ๕🔗
๒.๒ กลุ่มญัตติเรื่องเกี่ยวกับการศึกษาขอขยายระยะเวลาศึกษาออกไป อีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๔ เป็นการขอขยายครั้งที่ ๓🔗
๓. ให้คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาญัตติ จำนวน ๒ เรื่อง🔗
๓.๑ ญัตติเพื่อพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาที่ดินหมดสัญญาสัมปทานใน พื้นที่ภาคใต้ ขยายระยะเวลาออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๔ เป็นการ ขอขยายระยะเวลาครั้งที่ ๓🔗
๓.๒ ญัตติเรื่องพิจารณาศึกษาสอบหาข้อเท็จจริงกรณีการปิดอ่าวมาหยา จังหวัดกระบี่ ขยายระยะเวลาออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๔ เป็นการ ขอขยายครั้งที่ ๓🔗
๔. ให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาอุปสรรคในการจัดบริการ สาธารณะ กิจกรรมสาธารณะ และหาแนวทางในการแก้ไขเรื่องการถ่ายโอนภารกิจด้าน การพัฒนาแหล่งน้ำให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษา เรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๖๔ เป็นการขอขยายครั้งที่ ๓🔗
๕. ให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหา คลื่นทะเลกัดเซาะชายฝั่ง และการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลอย่างเป็นระบบ ขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๔ เป็นการขอขยายเวลาเป็นครั้งที่ ๔🔗
๗. ให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาที่ดินและการออก เอกสารสิทธิในที่ดินขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วัน ตั้งแต่วันที่ ๒๓ ตุลาคม ๒๕๖๔ เป็นการขอขยายระยะเวลาครั้งที่ ๙🔗
๘. ให้คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และแนวทางการบริหารจัดการปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ ขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ เป็นการขอขยายระยะเวลาครั้งที่ ๕🔗
๙. ให้คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาญัตติ เพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการส่งเสริมแก้ไขปัญหาและพัฒนาการท่องเที่ยว ของประเทศไทยออกไปอีก ๙๐ วันนับตั้งแต่วันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๔ เป็นการขอขยาย ระยะเวลาครั้งที่ ๕🔗
๑๐. ให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการบริหารจัดการ ปาล์มน้ำมันอย่างเป็นระบบ ขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วันนับแต่วันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ เป็นการขอขยายครั้งที่ ๕ จึงแจ้งที่ประชุมรับทราบ🔗
มีข้อสังเกตก็คือ บางคณะได้ขยายระยะเวลาหลายครั้งมากนะครับ ก็เรียนเตือนเพื่อกรรมาธิการแต่ละชุดจะได้ดำเนินการเพื่อให้เสร็จ อย่างน้อยเสร็จ ในสมัยประชุมนะครับ🔗
อนึ่ง ขอแจ้งให้ทราบนอกวาระครับว่า ได้อนุญาตให้คณะกรรมการจริยธรรม ขยายเวลาการพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับการร้องเรียนกล่าวหา นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม กระทำการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติ ตามข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและคณะกรรมาธิการ พ.ศ. ๒๕๖๓ ออกไปอีก ๓๐ วันนับตั้งแต่วันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๔ เป็นการขอขยาย ระยะเวลาครั้งที่ ๑ ตามข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรม ข้อ ๒๗ จึงขอแจ้งที่ประชุม รับทราบครับ🔗
เนื่องจากว่ามีเรื่อง ขยายเวลาใหม่อีกคณะหนึ่งนะครับ คือคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา การจัดระเบียบสายไฟฟ้า สายสื่อสาร และการบริหารจัดการไฟฟ้าส่องสว่างอย่างทั่วถึง ทั้งประเทศ กรรมาธิการชุดนี้ได้ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องออกไปอีก ๙๐ วัน นับแต่วันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ เป็นการขอขยายระยะเวลาครั้งที่ ๓ ครับ รวมทั้งหมด ที่ได้รายงานให้ทราบนะครับ🔗
ก่อนที่จะไปวาระที่ ๒.๓ ผมขออนุญาตที่ประชุมนะครับ ขอเรียนว่า เพื่อประโยชน์ในการพิจารณา แล้วก็ไม่ให้วาระของเรามีปัญหานะครับ เรียนขออนุญาต ท่านสมาชิกว่าเนื่องจากระเบียบวาระที่ ๓ เป็นเรื่องรับรองรายงานการประชุมนะครับ และวาระที่ ๗.๔ เรื่องตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง ขออนุญาตที่ประชุมว่าขอนำเรื่อง ดังกล่าวขึ้นมาขออนุมัติที่ประชุมก่อนนะครับ ถ้าที่ประชุมไม่ขัดข้องนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรอง รายงานการประชุม🔗
ขอเรียนที่ประชุมนะครับว่ามีระเบียบวาระรายงานการประชุมที่ขอให้รับรอง คือรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) รวม ๙ ครั้ง คือ🔗
- ครั้งที่ ๑๑ วันพุธที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๓🔗
- ครั้งที่ ๑๒ วันพุธที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๔🔗
- ครั้งที่ ๑๓ วันพฤหัสบดีที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๔🔗
- ครั้งที่ ๑๔ เป็นพิเศษ วันศุกร์ที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๔🔗
- ครั้งที่ ๑๕ วันพุธที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๔🔗
- ครั้งที่ ๑๖ วันพฤหัสบดีที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๔🔗
- ครั้งที่ ๑๗ เป็นพิเศษ วันศุกร์ที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๔🔗
- ครั้งที่ ๑๘ วันพุธที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔🔗
- ครั้งที่ ๑๙ วันพฤหัสบดีที่ ๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ซึ่งได้วางให้สมาชิกได้ตรวจแล้วนะครับ ถ้าท่านสมาชิกผู้ใดไม่มีเห็นเป็นอย่างอื่นก็ถือว่า ที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมของสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๙ ครั้งดังกล่าวนะครับ🔗
ขออนุญาตอีกเรื่องหนึ่งตามที่ได้กล่าวไปแล้วก็คือ กรณีตั้งกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แทนตำแหน่งที่ว่างลง คือเรื่องนี้ประธานกรรมาธิการ คุณเกียรติ สิทธีอมร ได้มีหนังสือแจ้งขอให้มีการแต่งตั้ง กรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เรื่องนี้จึงบรรจุอยู่ในระเบียบวาระที่ ๗.๔ แต่โดยที่ร่าง พระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ได้ผ่านการพิจารณาไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อวานนี้ เพราะฉะนั้นวาระนี้จึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องตั้งกรรมาธิการใหม่แล้ว แต่ว่าเมื่อบรรจุระเบียบวาระแล้ว ไม่อาจจะถอนไปได้ ยกเว้นได้รับอนุมัติได้จากที่ประชุม ก็ขออนุมัติจากที่ประชุมว่าจะถอนระเบียบวาระ ๗.๔ ไปนะครับ เพื่อไม่ให้อยู่ในเรื่อง ซึ่งหมดความจำเป็นแล้วครับ🔗
ก็เรียนที่ประชุม ได้รับทราบลำดับทั้งหมด ขออภัยด้วยเสียเวลาเล็กน้อย เนื่องจากในช่วงปิดสมัยประชุม จะมีเรื่องที่ค้างอยู่อย่างที่ได้กล่าวมาแล้วนะครับ🔗
ต่อไป ๒.๓ รับทราบรายงานผลการเตรียมความพร้อมในการตรา พระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับ การประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม🔗
ขอเรียนที่ประชุมว่าในวาระนี้เป็นวาระเพื่อทราบ โดยหน่วยงานได้ขออนุญาต ให้เจ้าหน้าที่ ๓ ท่านดังต่อไปนี้นะครับ นางสุพินญา จำปี นายสมบัติ ลีลาพตะ นายปรัชพัฒน์ วงษ์เนติศิลป์ เข้ามามีส่วนร่วมในการชี้แจงวาระนี้🔗
ขออนุญาตทำความเข้าใจกับพวกเราว่าในการหารือกรรมการประสานงาน ๒ ฝ่ายว่า วาระเพื่อทราบค้างอยู่มาก เนื่องจากเราติดภาระโควิด-๑๙ (COVID-19) ในช่วง สมัยประชุมที่แล้วไปถึง ๑ เดือน ดังนั้นเรื่องเพื่อทราบถ้าปกติจะไม่ค้างอย่างนี้ครับ ค้างมาก ถ้าเราจะไม่กำหนดว่าวันหนึ่งควรจะมีกี่เรื่อง เจ้าหน้าที่ที่ดูแลวาวะเพื่อทราบเหล่านี้ จะต้องมานั่งรอ ๒ อาทิตย์ ๓ อาทิตย์ โดยสูญเสียเวลาไปเปล่าประโยชน์ ก็เลยหารือกัน อย่างสมัยประชุมที่แล้วว่าเราให้ผ่านไปทีละ ๕ เรื่อง แต่บัดนี้ได้มีการตกลงกันในที่ประชุม เมื่อวันจันทร์ที่แล้วว่าเราจะให้ผ่านไปครั้งละ ๗ เรื่อง เพียงแต่ขอความร่วมมือว่ามันเป็นวาระ เพื่อทราบ ขอท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิในการสอบถามตามสมควรนะครับ ไม่ใช่อภิปราย เป็นญัตติใหญ่แล้วกลายเป็นปัญหายืดเยื้อ แล้วได้พูดกันถึงว่าอะไรที่ไม่จำเป็นก็กรุณาอย่าพูด ทุกเรื่องนะครับ แล้วจะลดเวลาของพวกเราลงไปในการพิจารณา ในครั้งนี้จึงได้กำหนดเอาไว้ ๗ เรื่อง โดยจะมีเจ้าหน้าที่มาชี้แจง ในการพิจารณานั้นก็จะให้พวกเราที่มีความประสงค์ จะอภิปรายในแต่ละวาระเสนอชื่อขึ้นมา เมื่อถึงประเด็นที่จะต้องชี้แจงก็จะให้เจ้าหน้าที่ ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบชี้แจงครับ🔗
ขออนุญาตไปวาระ ๒.๓ เจ้าหน้าที่มาพร้อมแล้วนะครับ พวกเราที่มี ความประสงค์อภิปรายเชิญครับ🔗
วาระที่ ๒.๓ ไม่มีการเสนอชื่อเพื่อซักถามนะครับ ก็ถือว่าที่ประชุมรับทราบ ในวาระ ๒.๓ ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่นะครับ🔗
วาระที่ ๒.๔ รับทราบรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการ ปฏิรูปประเทศตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เดือนตุลาคม ถึงเดือนธันวาคม ๒๕๖๓🔗
เรื่องนี้ขอเรียนท่านสมาชิก ว่าเนื่องจากว่ามันจะมีเรื่องที่อยู่ในวาระ พูดง่าย ๆ ก็คือเป็นเรื่องเดียวกันนั่นเอง แต่มัน คนละวาระกัน คือระเบียบวาระที่ ๒.๖ เป็นรายงานความคืบหน้าช่วงเดือนมกราคมถึง เดือนมีนาคม ๒๕๖๔ และระเบียบวาระที่ ๒.๓๐ เป็นรายงานความคืบหน้าช่วงเดือนเมษายน ถึงเดือนมิถุนายน ๒๕๖๔ ผมขออนุญาตที่ประชุมว่าเพื่อประหยัดเวลาและเป็นประโยชน์ กับพวกเราในการพิจารณาพร้อมกันไป ขออนุญาตนำทั้ง ๓ เรื่องนี้มาแจ้งเพื่อทราบ พร้อมกันไปนะครับ โดยสมาชิกมีสิทธิที่จะสอบถามในแต่ละเรื่องได้นะครับ ถ้าสมาชิก ไม่ขัดข้องขออนุญาตนะครับ🔗
เรื่องนี้ก็จะมีท่านสมาชิก ขออภิปรายได้แจ้งรายชื่อมาแล้ว ผมขออนุญาตให้เจ้าหน้าที่ ซึ่งได้ขออนุญาตเข้ามาชี้แจง ทั้งหมดนะครับ มี ๑๒ ท่าน คุณอนุชา นาคาศัย ท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คุณดนุชา พิชยนันท์ นายวรากรณ์ สามโกเศศ นายวรรณธรรม กาญจนสุวรรณ นายสุรพงษ์ มาลี นายไมตรี อินทุสุต พลอากาศเอก วีรวิท คงศักดิ์ นายวิชญ์พิมล ติวะตันสกุล นายปุณณลักขิ์ สุรัสวดี นางสาวภัทรพร หล้าวงค์ นายธงธน เพิ่มบถศรี นายนาทวุฒิ ตรีเพ็ชร์ อนุญาตให้เข้ามาได้ครับ🔗
ขอเชิญท่านสมาชิก ที่มีความประสงค์จะสอบถามเชิญนะครับ ท่านวิรัตน์ วรศสิริน🔗
ขอบพระคุณครับ กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี และขอบพระคุณทุกท่านนะครับ จากที่ได้อ่านรายงาน กระผมมีความต้องการแสดง ความเห็นและความเป็นห่วงเป็นพิเศษต่อการดำเนินงานตามแผนปฏิรูปประเทศในด้าน การปฏิรูปการศึกษานะครับ เพราะในแผนได้ระบุความท้าทายเรื่องการลดความเหลื่อมล้ำ ทางการศึกษาไว้ ซึ่งกระผมอ่านแล้วเห็นว่าคงยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ถูกจุดตามแผน ดำเนินงานที่เขียนไว้ ท่านประธาน ขออนุญาตในห้องประชุมเสียงสะท้อนมาก ท่านประธานครับ ในประเด็นท้าทายด้านความเหลื่อมล้ำทางการศึกษานั้นในรายงานระบุว่า กลุ่มนักเรียน ในครัวเรือนที่ด้อยโอกาสมีผลคะแนนพิซา (PISA) ที่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง พิซา (PISA) คืออะไรครับ ผมใคร่ขออนุญาตอภิปรายนิดหนึ่ง พิซา (PISA) ไม่ใช่แป้ง ไม่ใช่พิซซ่า (Pizza) ที่ทานเป็นอาหารนะครับ พิซา (PISA) คือโปรแกรม ฟอร์ อินเตอร์เนชันนัล สติวเดนต์ แอสเซสเมนต์ (Program for International Student Assessment) เป็นโปรแกรม ประเมินสมรรถนะของนักเรียนตามมาตรฐานสากล โดยโออีซีดี (OECD) ออร์แกไนซ์เซชัน ฟอร์ อีโคโนมิก โคออเปอร์เรชัน แอนด์ ดีเวลลอปเมนต์ (Organization for Economic Cooperation and Development) องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา พิซา (PISA) เน้นการประเมินความฉลาดรู้ใน ๓ ด้าน ได้แก่ ความฉลาดรู้ในด้านการอ่าน ด้านคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ การประเมินทักษะในชีวิตจริง ๆ นอกเหนือจากการเรียนรู้ การเรียนการสอนนะครับ ผลการประเมินตามกลุ่มโรงเรียนจะพบความเหลื่อมล้ำ ของคุณภาพการศึกษาในแต่ละกลุ่มโรงเรียนซึ่งแตกต่างกันอย่างมาก โดยกลุ่มโรงเรียน ที่มีชื่อเสียงจะมีคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าทั่ว ๆ ไป และนักเรียนที่มีคะแนนสูงนี้จะอยู่ในเกณฑ์สูง ก็เป็นกลุ่มที่มีฐานะทางเศรษฐกิจที่ดี ในขณะที่กลุ่มอื่น ๆ ไม่ผ่านมาตรฐาน แต่ท่านประธานครับ ปัญหาอยู่ตรงนี้ครับ ปัญหาคือในส่วนการวิเคราะห์และนำเสนอทางแก้ปัญหานั้นระบุว่า จึงควรมีการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในกลุ่มโรงเรียนด้อยโอกาสมากขึ้น ผ่านการพัฒนา ระบบกระจายทรัพยากรทางการศึกษาและการสนับสนุนเครื่องมือการเรียนการสอน ที่สอดคล้องกับความจำเป็นในแต่ละพื้นที่🔗
ท่านประธานครับ ทางท่านนั้นเน้นเรื่องอุปกรณ์ทางการศึกษา ก็ถูกต้องเป็น ส่วนหนึ่งนะครับ แต่นักเรียนทั้งหลายทราบดีนะครับ และนักการศึกษาก็ทราบดีว่าสิ่งที่สำคัญ กว่านั้นคือครู ครูสำคัญกว่าอุปกรณ์การศึกษานะครับ คราวนี้ผมก็ลองไปดูประเด็นเกี่ยวกับ เรื่องครูในรายงานก็ระบุว่าในปัจจุบันยังพบว่าการผลิตและพัฒนาครูทั้งทางด้านปริมาณ และคุณภาพในด้านการผลิตและพัฒนาครูมีปัญหาทั้งระบบนะครับ เขียนว่ามีปัญหาทั้งระบบ และการคัดกรองคนเข้าสู่อาชีพครู ในด้านปริมาณมีการเปิดหลักสูตรที่ไม่ได้คุณภาพ หลายแห่ง มีการรับนิสิตนักศึกษาครูเข้าเรียนโดยไม่มีการคัดเลือกตามนโยบายการปฏิรูป การศึกษาที่ประสงค์จะได้คนเก่ง คนดีมาเรียนครูครับ ท่านทราบปัญหานั้นดี ท่านประธานครับ นอกจากนี้ในรายงานยังระบุเรื่องการให้ความสำคัญกับสถาบันการผลิตครู แต่ไม่มีตรงไหน เลยนะครับที่ระบุถึงการปรับเงินเดือนพื้นฐานของครู ที่จะสามารถจูงใจให้คนเก่งมาเรียนครู อยากจะเป็นครู ไม่มีแรงดึงดูดใจให้คนอยากจะสอบเข้าในสถาบันเพื่อผลิตครู ท่านประธานครับ ในขณะนี้กำลังมีการเปิดรับสมัครครูจ้างสอนวิชาเอกทั่วไปของโรงเรียนแห่งหนึ่ง ที่จังหวัดเชียงใหม่นะครับท่านประธาน ผมไปดูมา ท่านประธานทราบหรือไม่ครับว่าเงินเดือน เท่าไร ๖,๐๐๐ บาทครับท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีครับ ๖,๐๐๐ บาทเท่านั้นเอง เปิดรับสมัครอยู่ วันนี้ วันที่ ๑-๗ พฤศจิกายน ท่านประธานครับ เรากำลังพยายามกดดันให้สถาบันผลิตครู คัดกรองคนเก่ง ผลิตครูให้ได้มาตรฐาน โดยละเลยปัจจัยสำคัญที่จะทำให้คนอยากจะเป็นครู ก็คือเงินเดือนนะครับ เงินเดือนเริ่มต้นนี้จะสามารถทำให้แข่งขันกับอาชีพอื่น ๆ ได้ นี่เป็นปัญหาที่ผมอยากจะสะท้อนให้อยู่ในแผนปฏิรูปและ พ.ร.บ. การศึกษาที่กำลังเข้าสู่ การพิจารณาของคณะกรรมาธิการต่อไปนะครับ ท่านประธานครับ ในช่วงเวลานี้ระหว่าง ที่เรากำลังดำเนินการตามแผนปฏิรูป เด็กที่เป็นนักเรียนอยู่ในรุ่นปัจจุบันเขาก็รอไม่ได้นะครับ เพราะว่าการผลิตครูรุ่นใหม่ ๆ ออกมานั้น เด็ก ๆ ก็รอไม่ได้ เพราะเด็ก ๆ ก็โตขึ้นทุกวัน ในระหว่างนี้เราจะทำอย่างไรกับเด็กรวยที่มีครูที่ดี แต่เด็กจนก็ยังต้องอยู่ในโรงเรียนที่ไม่ได้ มาตรฐานอยู่อย่างนี้ ก็คงต้องใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยนะครับ แต่พอกลับไปดูในรายงาน การดำเนินการตามแผนปฏิรูปในส่วนของเทคโนโลยีการศึกษาแล้วกลับพบว่าไม่มีการระบุ การสนับสนุนอุปกรณ์ให้รายบุคคลแล้วเด็กจะเข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ออนไลน์ (Online) ตามแผนได้อย่างไรละครับ คิดว่าก็คงเป็นไปไม่ได้นะครับ กระผมเองเข้าใจว่าจะคงเพิ่มเข้าไป ในแผนปฏิรูปในขณะนี้คงเป็นไปไม่ได้ แต่นี่ก็เป็นเรื่องที่ควรจะอยู่ในแผนเร่งด่วนในการปฏิรูป การศึกษานะครับ สุดท้ายก็ขอสรุปว่าในการดำเนินงานตามแผนปฏิรูปการศึกษานี้ หากไม่มี การปรับฐานเงินเดือนเริ่มต้นของครูทั้งระบบ และไม่มีการสนับสนุนอุปกรณ์ให้นักเรียน เข้าถึงในการเรียนรู้ออนไลน์ (Online) เป็นรายบุคคล ก็จะเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะไปลด ความเหลื่อมล้ำในด้านการศึกษาตามแผนนะครับ น่าจะเป็นไปไม่ได้ การกระทำนี้ก็เพียงเป็น มาตรฐานขั้นต้นเท่านั้นนะครับ เพื่ออนาคตของชาติ🔗
สุดท้ายนี้ผมใคร่ขอฝากท่านอีกเรื่องหนึ่งนะครับ เรื่องการปฏิรูปพลังงาน ทุกวันนี้ภาวะเศรษฐกิจฝืดเคืองอย่างมาก รายได้ตกต่ำ รายจ่ายครอบครัวชักหน้าไม่ถึงหลัง คนไทยต้องอยู่อย่างประหยัด อดออม เพื่อจะเหลือเงินเก็บเล็ก ๆ น้อย ๆ ไปเพื่อเติมน้ำมัน ในราคาแพง เพื่อให้รัฐบาลมีเงินงบประมาณไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือยนะครับ ราคาน้ำมันไทย แพงกว่าประเทศเพื่อนบ้านเราอย่างมาก มากกว่าเท่าตัวนะครับ ทุกท่านคงทราบดี ที่จริงเรื่องนี้ ต้องฝากรัฐบาลไปนะครับ แต่ก็ใคร่จะขอฝากท่านคณะกรรมาธิการปฏิรูปประเทศนะครับ ลองปฏิรูปราคาน้ำมันสักหน่อยเพื่อประชาชนนะครับ กราบขอบพระคุณท่านประธาน และกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ครับ🔗
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะ อภิปรายรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ ผมมีอยู่ทั้งหมด ๒ ประเด็นครับท่านประธาน🔗
ประเด็นที่ ๑ ในการปฏิรูปการขับเคลื่อนแผนปฏิรูปประเทศทั้ง ๓ ฉบับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายงานฉบับเดือนเมษายนถึงเดือนมิถุนายน ๒๕๖๔ ได้มีการ เปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น แล้วในรายงานนี้ก็ได้บอกองค์ประกอบ ๓ ส่วนด้วยกัน🔗
ส่วนแรก ก็คือแผนปฏิรูปประเทศที่มีการปรับปรุง และการขับเคลื่อน เพื่อที่จะบรรลุตามเป้าหมายที่พึงประสงค์🔗
ส่วนที่ ๒ คือแผนขับเคลื่อนกิจกรรมบิ๊กร็อก (Big Rock) ๖๒ กิจกรรม และรายงานการดำเนินงานที่ส่งผลต่อการบรรลุเป้าหมายย่อยซึ่งถือว่าจะมีผลต่อการ เปลี่ยนแปลง แล้วก็เน้นการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญซึ่งถือเป็นการปรับปรุง แผนที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในกรณีของบิ๊กร็อก (Big Rock) นี้🔗
ส่วนที่ ๓ คือการวิเคราะห์ปัจจัยแห่งความสำเร็จในการขับเคลื่อนการ ดำเนินงาน แล้วก็การขับเคลื่อนกิจกรรมบิ๊กร็อก (Big Rock) ซึ่งถือว่าเป็นเงื่อนไขของการที่ จะวิเคราะห์ความสำเร็จและแก้ไขปัญหา ซึ่งถือว่าเป็นโครงสร้างของการปรับปรุงที่ดี🔗
ท่านประธานครับ บิ๊กร็อก (Big Rock) ๖๒ กิจกรรม คือหัวใจของการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ และถือว่าเป็นความพยายามของสำนักงานเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติที่ดี แล้วก็ต้องขอขอบคุณที่ท่านได้นำคำอภิปรายของสภาแห่งนี้ รวมทั้งของผมด้วย ที่ได้พูดเรื่องนี้ในการปรับโครงสร้างนำไปปรับปรุงแก้ไข ซึ่งก็ต้องถือว่าได้มีการเปลี่ยนแปลง ที่ดี ต้องขอขอบคุณในโอกาสนี้🔗
ประเด็นสำคัญครับท่านประธาน คือเป้าหมายย่อย เป้าหมายย่อยที่จะต้อง มีการรายงานทุก ๓ เดือน อันนี้เป็นประเด็นที่สำคัญ ความจริงเป้าหมายย่อยนี้ไม่ใช่เป้าหมาย เล็กเลย เป็นเป้าหมายใหญ่มาก เพราะเป็นแผนปฏิรูปประเทศ ได้มีการกำหนดโครงการไว้ ๓ ลักษณะ ลักษณะที่ ๑ คือโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่สุด หากไม่ดำเนินการจะทำให้ การปฏิรูปประเทศไม่บรรลุผลตามที่กำหนด อันนี้ถือเป็นโครงการที่เป็นหัวใจ โครงการที่ ๒ คือโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ๓. โครงการที่มีความจำเป็น อันนั้นก็เป็นรายละเอียด แต่หัวใจคือโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนที่สุด หากไม่ดำเนินการจะทำให้การปฏิรูป ประเทศไม่บรรลุผลตามที่กำหนด ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายในประเด็นนี้ในส่วนที่ ๒ ท่านประธานครับ🔗
ผมขอหยิบเรื่องสำคัญของการปฏิรูปประเทศในด้านการบริหารราชการ แผ่นดิน การบริหารราชการแผ่นดินถือเป็นหัวใจของการขับเคลื่อนประเทศ เพราะใช้ งบประมาณปีละถึง ๓.๓ ล้านล้านบาท และเราก็ยังมีเงินกู้อีกมากกว่า ๑ ล้านล้านบาทที่ใช้ เพราะฉะนั้นการบริหารราชการแผ่นดินจึงเป็นหัวใจของการขับเคลื่อนประเทศตาม แนวทางการปฏิรูป และในตัวนี้รหัสบีอาร์ ๐๒๐๕ (BR 0205) ได้พูดไว้ชัดเจนว่าแผนการ ปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดินว่า ขจัดอุปสรรคในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ และการเบิกจ่ายเงินเพื่อให้เกิดความรวดเร็ว คุ้มค่า โปร่งใส และปราศจากการทุจริต มี ๕ โครงการครับท่านประธาน ผมตามเข้าไปดูในรายละเอียด ผมพบว่าไม่มีโครงการใดเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการที่มีความจำเป็นและเร่งด่วนที่สุด หากไม่ดำเนินการจะทำให้การ ปฏิรูปไม่บรรลุผลตามที่กำหนด ในเรื่องนี้ไม่มีครับท่านประธาน ทำให้ผมเกิดคำถาม อย่างยิ่งว่าการปฏิรูปประเทศในเรื่องบริหารราชการแผ่นดิน แล้วก็การขจัดปัญหาในเรื่องการ จัดซื้อจัดจ้าง การใช้เงิน การเบิกจ่ายเงินที่เราพูดกันมาตลอดว่าล่าช้า แต่ไม่มีโครงการ บิ๊กร็อก (Big Rock) ที่สำคัญในเรื่องนี้ครับท่านประธาน อันนี้เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ยกตัวอย่าง เช่น เรื่องนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับกรมบัญชีกลางซึ่งเป็นผู้ควบคุมกฎระเบียบเกณฑ์มาตรฐาน ที่จะกำกับความรวดเร็ว ความคุ้มค่าและความโปร่งใสของการใช้งบประมาณที่จะต้องมีการ แก้ไข คำถามที่ขออนุญาตฝากสภาพัฒน์ไปก็คือว่า ทำไมกรมบัญชีกลางจึงไม่ทำโครงการ ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนในเรื่องนี้ครับท่านประธาน🔗
ส่วนที่ ๒ เรื่องนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับสำนักงบประมาณที่จะต้องอนุมัติวงเงิน เบิกจ่ายงบประมาณ ส.ส. ในสภาแห่งนี้พูดกันเยอะมากในเรื่องของการเบิกจ่ายงบประมาณ ล่าช้า ใช้งบประมาณไม่ทันทำให้ประชาชนโดยเฉพาะคนยากคนจนเดือดร้อนที่จะมีเงิน ของรัฐบาลไปช่วยแต่ก็ล่าช้า คำถามก็คือสำนักงบประมาณทำไมจึงไม่ทำโครงการจำเป็น เร่งด่วนเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ เพื่อให้เบิกจ่ายงบประมาณเร็วขึ้น เงินไปถึงมือพี่น้อง ประชาชนคนยากคนจนเร็วขึ้น ทำไมจึงไม่ทำเรื่องนี้ ขออนุญาตฝากสภาพัฒน์ช่วยกรุณา ติดตามด้วย🔗
ส่วนที่ ๓ เกี่ยวข้องโดยตรงกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่จะต้อง ตรวจสอบความคุ้มค่าของความสำเร็จของการใช้งบประมาณต่อพี่น้องประชาชน เราใช้ งบประมาณเยอะมากเพื่อคนยากคนจน เพื่อเกษตรกร คำถามคือประสบความสำเร็จจริง หรือไม่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงคมนาคม กระทรวงพาณิชย์ เยอะมาก ใช้งบประมาณปีละหลาย ๆ แสนล้านบาท คำถามคือประชาชนได้อะไร รวมทั้งกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมด้วย มีงบวิจัยมากมาย คำถามคือประชาชนได้อะไร สิ่งเหล่านี้ สตง. จะต้อง ลงไปตรวจ แต่ปรากฏว่า สตง. ก็ไม่มีโครงการที่มีความจำเป็นและเร่งด่วนเพื่อจะจัดทำเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตที่จะเสนอกับสภาพัฒน์ไปว่า ขอให้สภาพัฒน์ได้กรุณาเสนอ ต่อรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อท่านนายกรัฐมนตรี ให้กรมบัญชีกลาง ให้สำนักงบประมาณ ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินจัดทำโครงการที่มีความจำเป็นเร่งด่วนตามแผนปฏิรูปนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาการบริหารประเทศ ในด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ในระบบของบีอาร์ ๐๒๐๕ (BR 0205) เพราะถ้าสำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง และ สตง. ไม่ได้ทำเรื่องนี้ ก็อย่าได้หวังเลยว่า การปฏิรูปด้านการบริหารราชการแผ่นดินจะเกิดผลสำเร็จ เพราะฉะนั้น ผมอยากจะขออนุญาตเน้นย้ำฝากเรียนสภาพัฒน์ไปว่า ถ้าการปฏิรูปจะประสบความสำเร็จ การปฏิรูปด้านการบริหารราชการแผ่นดินเป็นสิ่งที่จำเป็น ถ้าการบริหารราชการแผ่นดิน ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่าหวังว่าการปฏิรูปประเทศจะประสบความสำเร็จ ขอขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ ผมขออนุญาตสไลด์ (Slide) ไว้ ๔-๕ แผ่นครับ🔗
ท่านประธานครับ ในเรื่องการรับทราบรายงานอันนี้ผมจะเข้าไปที่ส่วนที่ ๓ หน้า ๑๔๓-๑๕๙ เลยนะครับ เพราะว่าในการรายงานอันนี้ได้นำเอาแผนปฏิรูป (ฉบับปรับปรุง) เข้ามาใส่ไว้ด้วย เรื่องนี้ ผมเคยเป็นกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีไปแล้ว แต่ยังลงรายละเอียดไม่เยอะ เป็นกระทู้ถาม แยกเฉพาะห้องไป ขอสไลด์ (Slide) ถัดไป การลงรายละเอียดนั้นจะพบว่าในเอกสารเล่มนี้ จะมีสาระสำคัญเรื่องของ ๑๓ ด้านในแผนปฏิรูปประเทศ และ ๖๒ กิจกรรมบิ๊กร็อก (Big Rock) ที่เคยได้พูดไว้แล้ว รวมทั้งการจะออกหรือร่างกฎหมาย ๔๕ ฉบับ แต่ทีนี้ดูตรงนี้นั่นคือ เอกสารหน้า ๔๓ แล้วก็เนื้อความที่เน้นสาระสำคัญ สไลด์ (Slide) ถัดไปผมทำการรวบรวม ในเอกสารเล่มที่มี ๓ สีคาดขาวที่ปรากฏไปสักครู่นี้ ๓ สีแบบนี้ครับ ถ้าดูในบิ๊กร็อก (Big Rock) ทั้งหมด ขอขยายลงไปในตัวของกระบวนการยุติธรรมก็ได้ จะใช้เงินทั้งเป็นเงิน งบประมาณแผ่นดิน เป็นงบปกติ ในด้านการเมืองงบปกติ ในด้านกฎหมายใช้งบปกติ ในด้านทรัพยากรธรรมชาติใช้งบปกติ ด้านสาธารณสุขใช้งบปกติ ด้านสังคมใช้งบปกติ แล้วก็ด้านการศึกษาใช้งบปกติ ส่วนด้านวัฒนธรรมนั้นใช้งบของหน่วยที่เกี่ยวข้อง ทีนี้มาดู ในงบปกตินี้ประเด็นคือ มันอยู่ตรงไหนของแผนงานโครงการกิจกรรมในงบประมาณ ปี ๒๕๖๓ และปี ๒๕๖๔ ช่วยชี้แจงด้วยครับ เพราะว่าถ้าการขับเคลื่อนแผนบิ๊กร็อก (Big Rock) ไม่มีเงินงบประมาณที่เป็นตัวเงินจริง ๆ ดำน้ำดำท่าไปฝาก แต่เป็นเอกสาร มันไม่เกิดครับท่านประธาน ผมจะชี้ลงไปถึงด้านหนึ่ง เดี๋ยวอีกแผ่นครับ เดี๋ยวผมจะอธิบาย ให้ฟังว่าดูง่าย ๆ นะครับ ขยายไปที่ด้านพลังงาน ท่านประธานครับ ด้านพลังงาน มีกิจกรรมอยู่ ๓ กิจกรรม ของกระทรวงพลังงาน ใช้งบปกติ งบกำกับการของกระทรวง พลังงาน สารสนเทศ ถือว่าเป็นงานบริการสาธารณะ ใช้งบแผ่นดินหรือกองทุน กลไก ของเอสโค (ESCO) และการพัฒนากองทุนเพื่อปรับปรุงประสิทธิภาพ ๑๔,๐๗๖ ล้านบาท เป็นค่าตอบแทน ๑๐,๓๕๖ ล้านบาท อยู่ตรงไหนครับ นี่แค่ตัวอย่างนะครับ ตัวอย่างน้ำจิ้ม นี่คือคำถามว่างบที่อยู่ที่อื่นเอามาหรือยัง ๒ ปี และปีนี้เป็นปีที่กำลังเคลื่อนอยู่ ทำจริง หรือเปล่านะครับ นี่คำถามนะครับ ถ้าทำจริงมันต้องใช้เงินใช้งบ🔗
ขอสไลด์ (Slide) ถัดไปครับท่านประธานครับ ในสไลด์ (Slide) นี่นะครับ เป็นสไลด์ (Slide) ที่เกี่ยวข้องกับงานยุติธรรม งบปกติอยู่ในปีใดครับ ดูเอกสารก็ได้ครับท่าน จะเห็นว่าในบิ๊กร็อก (Big Rock) อันนี้นะครับมีการปรับปรุงกฎหมาย ๑ ตัวกฎหมายที่จะใช้ ในกระบวนการยุติธรรม เป็นของ ป.ย.ป. เป็นของ สตช. เป็นของสภาทนายความ เป็นของ ศาลยุติธรรม ๔ ตัวนะครับ ใช้เงินอะไรครับ กลับไปดูหน้าเมื่อสักครู่นี้ครับ ด้านกระบวนการ ยุติธรรม ด้านกฎหมาย กระบวนการยุติธรรม ใช้งบลงทุนในกิจกรรมของ ป.ย.ป. ใช้งบลงทุน ด้านสารสนเทศของหน่วย อยู่ตรงไหนครับ อยู่ตรงไหนของหน่วย กิจกรรมของ สตช. ใช้ ๖๓ ล้านบาท อยู่ตรงไหนในงบประมาณ หรือมีทิป (Tip) พิเศษให้ กิจกรรมสภา ทนายความ ๑,๐๗๐ ล้านบาทจากกระทรวงยุติธรรมอยู่ตรงไหน อันนี้อาจจะมีผมเคยเห็น แต่หาให้ผมหน่อย ศาลยุติธรรม ๓๕๒ ล้านบาท สำนักงานตำรวจแห่งชาติงบปกตินะครับ🔗
กลับไปสไลด์ (Slide) สุดท้ายเลยครับ สิ่งสำคัญคือในกิจกรรมที่เห็นอยู่ จะมีกิจกรรมเรื่องของการปฏิรูปเรื่องการปล่อยตัวชั่วคราว ผมเคยนำเสนอเมื่อครั้งแรกครับ ท่านประธานคงจำได้เรื่องจัสเทค (JUST Tech) จัสเทค (JUST Tech) คือการใช้อีดอคคิวเมนต์ (e-Document) ต่าง ๆ เข้ามา เช่น การยื่นคำร้องผ่านระบบออนไลน์ (Online) คำร้องผ่านผู้ ที่เกี่ยวข้อง แม้กระทั่งตัวที่จะเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลยผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ แล้วสามารถ ยื่นไปก่อนที่ตัวจะถึงเรือนจำ ถึงใต้ถุนศาลด้วย เพื่อผ่านระบบของเลขาธิการศาลยุติธรรม แต่ละศาล แล้วเข้าไปยื่นวางเงิน วางคำร้องเพื่อส่งให้ศาลพิจารณาก่อนที่ผู้ต้องหาหรือจำเลย จะส่งศาลใช่หรือเปล่า นั่นคือการปฏิรูปหรือเปล่าครับ หรือไม่ใช่ จะเช็งยาวอย่างนี้ครับ ผู้ต้องหาทางการเมือง เช่น น้อง ๆ เยาวชนต่าง ๆ ที่รออยู่นี้ที่จริงมันเป็นความคิดทาง การเมือง มันไม่ใช่อาชญากรเลยครับท่านประธานครับ ทำไมเอาเขาไปติดคุก ทำไมเอาเขาไปขัง ทำไมต้องควบคุมเขา นี่คือสาระสำคัญครับ เพราะความรวดเร็วของความยุติธรรม นั่นคือ การปฏิรูปการปล่อยตัวชั่วคราว มาตรา ๒๙ วรรคสอง ก็คงบอกแล้วว่าในคดีอาญานั้นถือว่า เป็นผู้บริสุทธิ์ครับ ยังไม่ใช่ผู้กระทำผิด ต้องทำให้เขาเหมือนผู้ไม่ได้กระทำผิด ยังเป็นผู้บริสุทธิ์ อย่างนั้นเขาต้องได้รับสิทธิตามรัฐธรรมนูญ โดยเฉพาะการปล่อยตัวชั่วคราวเป็นพื้นฐาน ของการปล่อยในกระบวนการยุติธรรม ท่านทำหรือยัง นี่ครับสำนักงานยุติธรรมต้องเร่งครับ เพื่อให้เกิดความยุติธรรม ไม่ต้องเอาไปขังครับ ผมยังเห็นผู้ต้องหาทางการเมืองผู้ใหญ่ ๆ ถูกคำสั่งศาลแล้วยังปล่อยเลยครับ นี่เด็กครับท่านประธานครับ นี่เป็นคำถามที่ผมถามไว้ครับ ช่วยตอบผมด้วยครับ การปฏิรูปใช้เงินอะไร อยู่ที่ไหน แต่ละแผนงาน ๑๓ ด้านครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณคารม พลพรกลาง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัด ร้อยเอ็ด ผมขออนุญาตใช้เวลาโดยกระชับ ขอรับทราบรายงานการปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ในฉบับที่ถืออยู่นี้ในเดือนตุลาคม ๒๕๖๓ ถึงเดือนธันวาคม ๒๕๖๓ เกี่ยวกับ เรื่องกระบวนการยุติธรรม ต้องกราบเรียนนะครับท่านประธานว่า ผมจะพูดเฉพาะเรื่องที่ จำเป็นและคิดว่าเป็นประโยชน์กับประชาชนในฐานะเป็นตัวแทนปวงชนชาวไทย เรื่องการ ปฏิรูปประเทศนี่นะครับ ในเรื่องการยุติธรรมอยู่ในหน้า ๗ ผมก็ดีใจครับที่เห็นว่า ด้านการยุติธรรมนี้ทางรัฐบาลได้ประสบความสำเร็จในการดำเนินการนำร่องตั้งศาลแผนกคดี พาณิชย์และเศรษฐกิจภายในศาลแพ่งกรุงเทพฯ ใต้ ทำให้คดีพาณิชย์ได้รับการพิจารณา อย่างรวดเร็ว แต่อยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีอนุชา นาคาศัย ที่เคารพ ผมได้ตั้งกระทู้ถามการตั้งศาลจังหวัดสุวรรณภูมิ และผมได้กราบเรียนไปยัง รองเลขาธิการศาลยุติธรรม ปีที่แล้วมีการตั้งศาลแขวงขึ้นทั้งหมด ๓ จังหวัด มีศาลแขวง เชียงดาว ศาลแขวงกระบี่ ศาลแขวงจังหวัด ศาลแขวงตรัง จังหวัดบ้านของท่านประธาน จังหวัดตรังมีประชากรอยู่ ๖๐๐,๐๐๐ กว่าคน จังหวัดร้อยเอ็ดผมมีประชากรอยู่ ๑.๓ ล้านคน ในปี ๒๕๖๑ ทำไมผมต้องเรียนเรื่องนี้ในการปฏิรูปประเทศ การอำนวยความยุติธรรม การบริการประชาชนที่ทั่วถึง เราไม่จำเพาะที่จะต้องอยู่ในเฉพาะส่วนกลาง ท่านประธานครับ สถิติคดีของศาลยุติธรรมในปีที่ผ่านมา ผมได้ตรวจสอบคดีที่ฟ้องสูงสุด ท่านประธานครับ ท่านอนุชาครับ คดีผู้บริโภคนี้ สินเชื่อส่วนบุคคล ๒๓๔,๐๒๓ คดี คดีผู้บริโภคเรื่องบัตรเครดิต ๑๘๑,๒๐๕ คดี คดีกู้ยืม ๑๔๑,๒๗๕ คดี และคดีส่วนใหญ่เป็นคดีที่กระทบกับประชาชน โดยเฉพาะคดีพวกนี้ ท่านประธานเป็นนักกฎหมาย ผมยังเชื่อว่าท่านไม่ลืม คดีพวกนี้ เวลาฟ้อง ฟ้องที่ภูมิลำเนาของจำเลยซึ่งเป็นชาวบ้าน คดีศาลจังหวัดร้อยเอ็ดเป็น คดีอันดับ ๑ ของภาค ๔ ผมตั้งกระทู้ถาม ปิดสมัยประชุมพอดี รัฐบาลตอบกระทู้ผม ในราชกิจจานุเบกษา ผมสอบถามศาลยุติธรรม พยายามอย่างมาก เป็น ส.ส. คนเดียวครับ ที่พยายามจะให้มีศาลแขวงที่อำเภอสุวรรณภูมิ เพราะปริมาณคดีถึง ประชาชนถึง ศาลตอบ ผมว่ามีงบประมาณเพียงพอในการจัดตั้ง สถานที่ชั่วคราวนี้ผมไปหาที่ว่าการอำเภอ เพื่อจะเป็นสถานที่ชั่วคราว ใยรัฐบาลไม่สนใจ ความเสมอภาค ความรวดเร็ว คดีทุกวันนี้ ท่านประธานครับ คดีแพ่งนี่เวลาทำคดีชาวบ้านเขาถูกยึดทรัพย์โดยไม่รู้ตัว การที่ตั้งศาล ในจังหวัดให้มันปลีกย่อยนี่เขาได้รับการดำเนินคดีที่รวดเร็ว และเขารู้ตัว อันนี้เป็นเรื่อง ที่ควรจะได้รับผลสัมฤทธิ์ เพราะฉะนั้นในปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ไม่ได้รับการดำเนินการ ปี ๒๕๖๕ ผมกราบเรียนผ่านท่านประธานไป เรื่องนี้เป็นเรื่องประชาชนส่วนรวม ไม่ใช่เรื่อง ของผมโดยเฉพาะ ผมนี่ไม่ได้ว่าความแล้วครับ มีแต่ให้คำปรึกษากับประชาชน เพราะฉะนั้น ในเรื่องการปฏิรูปประเทศ ในด้านการยุติธรรมอยากจะขอตั้งข้อสังเกตและเสนอแนะไปว่า ศาลยุติธรรมนี่ตอบผมครับ ตอบผมชัดครับท่านประธานว่ามีงบประมาณพอ ผมอยากจะให้ พิจารณาในเรื่องที่ผมตั้งกระทู้ถาม และผมขออนุญาตที่จะอภิปรายสั้น ๆ ว่า ในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ นี้ถ้าเป็นไปได้ครับ ศาลแขวงสุวรรณภูมิ ถึงยังเป็นศาลจังหวัดไม่ได้ ก็เกิดศาลแขวงให้ พี่น้องที่ต้องเข้าไปที่จังหวัดร้อยเอ็ดก็ไกล และสถิติคดีเยอะมาก ผมเข้าไปพบหัวหน้าศาล จังหวัดร้อยเอ็ดครับ เป็นคนภาคใต้ ท่านไปอยู่ที่นั่น ท่านรพีพงศ์ ช่วยประทิว ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านในทางที่ดี ท่านก็เห็นบอกว่าคดีก็เยอะมาก ควรจะมีศาลแขวงทั้งร้อยเอ็ดและสุวรรณภูมิ ได้แล้ว เพราะฉะนั้นกราบเรียนสั้น ๆ ครับท่านประธานว่า ผมมีความสนใจว่าถ้าจะปฏิรูป ประเทศจริง ๆ การกระจายเพื่ออำนวยความยุติธรรมให้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรม นั่นคือหลักการที่ถูกต้อง ในส่วนกลางก็ส่วนหนึ่ง แต่ในประชาชนที่อยู่ในส่วนภูมิภาค ก็มีความจำเป็น ขอกราบเรียนสั้น ๆ ฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลในเรื่องการปฏิรูปประเทศ ในเรื่องกระบวนการยุติธรรมด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป อีกท่านหนึ่งครับ ท่านดะนัย มะหิพันธ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ดะนัย มะหิพันธ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอำนาจเจริญ ท่านประธานครับ ผมขอ อภิปรายรายงานความคืบหน้าในการรายงานตามแผนปฏิรูปประเทศ เดือนมิถุนายน ขอเล่มสุดท้ายเลยครับ เพราะว่าดูแล้วก็ทุกเล่มต่อเนื่องกัน ผมขอพูดเรื่องการศึกษาครับ ท่านประธาน เรื่องการศึกษาตามแผนขับเคลื่อนกิจกรรมการปฏิรูปที่ส่งผลให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญหรือบิ๊กร็อก (Big Rock) ที่ท่านพูดนี่นะครับ ประเด็นที่ผมอยากจะชี้ให้เห็นก็คือ ในหน้า ๒๕๗ ผลอันพึงประสงค์ ผลสัมฤทธิ์ที่คาดว่า จะเกิดขึ้น ค่าเป้าหมายและค่าตัวชี้วัดนะครับ ในตัวชี้วัดด้านเป้าหมายที่ท่านกำหนดว่า ผู้เรียนทุกกลุ่มได้รับการศึกษาที่มีคุณภาพตามมาตรฐานสากล มีทักษะจำเป็นของโลก อนาคตสามารถแก้ปัญหา ปรับตัว สื่อสารและทำงานกับผู้อื่นได้อย่างมีประสิทธิผล ผมไปดูตัวชี้วัด มีตัวชี้วัดตัวหนึ่งที่บอกว่าครูอาชีวศึกษาได้รับการพัฒนาประสบการณ์อาชีพ ในสถานประกอบการและครูฝึกในสถานประกอบการได้รับการพัฒนาทักษะ อันนี้ เห็นด้วยครับ แต่คราวนี้ผมถามว่า แล้วครูที่อยู่ในประจำการอื่น ๆ เขาไม่ได้รับการพัฒนา หรืออย่างไรหรือเขาดีแล้วจึงไม่ต้องพัฒนา ถ้าไม่ได้พัฒนาครูกลุ่มเหล่านั้นมันจะมาทำให้ เป้าหมายสำเร็จได้หรือไม่ ถ้าท่านจะไปพัฒนาเฉพาะอาชีวศึกษานะครับ อันนี้คืออันที่ ๑ ที่ผมเรียนฝากและถาม🔗
ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน ในหน้า ๒๖๕ พูดถึงเรื่องเป้าหมายของ กิจกรรมบิ๊กร็อก (Big Rock) ผมขอพูดเฉพาะประเด็นย่อยที่ ๖ ครับ ประเด็นย่อยที่ ๖ ท่านบอกว่า มีการปรับปรุงระบบกลไกการเลื่อนวิทยฐานะของครู โดยนำผลการประเมิน สมรรถนะไปเป็นส่วนสำคัญในการเลื่อนวิทยฐานะและปรับปรุงค่าตอบแทนที่เหมาะสม ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานจำได้ครูเริ่มทำผลงานวิชาการ เพราะ ก.ค.ศ. เป็นผู้กำหนด หลักเกณฑ์วิธีการให้ครูได้มีและเลื่อนวิทยฐานะ การมีวิทยฐานะที่ผมจำได้ ครั้งแรกมี ว ๑๗ เมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๒ ต่อมาก็เปลี่ยนเป็น ว ๑๐ เมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๔ เปลี่ยนอีกครับ มาถึง ว ๑๓ เมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๕๖ และเปลี่ยนอีกเป็น ว ๒๑ เมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม ๒๕๖๐ ท่านประธานครับ วันนี้เปลี่ยนอีกแล้วครับ ให้ยกเลิก ว ที่ผมพูด ๑-๔ ทั้งหมดเลย แล้วเปลี่ยนมาเป็น ว ใหม่ครับ ครูเขาเรียกกันว่า ว พีเอ (PA) การเลื่อนวิทยฐานะของครู ว ๒๑ ยังไม่มีใครได้รับการเลื่อนพิจารณาเลยครับ เปลี่ยนอีกแล้ว ท่านทราบไหมว่าเปลี่ยนตามใคร ถ้าดูระยะเวลาที่ทำเปลี่ยนตามเลขา ก.ค.ศ. ทุกคนที่เข้ามาครับ คนที่เข้ามาจะมากำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไขในการทำใหม่ทั้งหมด เหมือนกับว่าตัวเอง มีความสามารถ มีความรู้ที่จะให้มีการเปลี่ยนแปลงไปตามที่ตัวเองคิด แต่ครูที่เขาเป็นผู้ปฏิบัติ เขาต้องการความก้าวหน้า เขาเปลี่ยนไม่ทัน ผมยกตัวอย่าง ว ๒๑ ในปี ๒๕๖๑ มีการจัดสรร งบประมาณให้ครูคนละ ๑๐,๐๐๐ บาท ไปพัฒนาตัวเอง แล้วนำเอาผลพัฒนานั้นมาประกอบ เพื่อเลื่อนวิทยฐานะ ในปี ๒๕๖๒ ได้รับงบประมาณ แต่ในปี ๒๕๖๓ ไม่มีงบประมาณ เพราะอ้างโควิด (COVID) ปี ๒๕๖๔ ก็ไม่มี แต่พอถึงปี ๒๕๖๔ เปลี่ยนอีกแล้วครับ ผมเชื่อว่าจะไม่สิ้นสุดแค่นี้ถ้ามีเลขา ก.ค.ศ. คนใหม่ เกณฑ์วิธีการก็จะเปลี่ยนใหม่อีก ท่านประธานครับ เกณฑ์ใหม่นี้ยิ่งไปเพิ่มความยุ่งยากให้กับครูเพิ่มขึ้น ผู้บริหารโรงเรียนที่ครู จะทำวิทยฐานะต้องมาทำข้อตกลงกับ ผอ. เขต ครูที่จะทำวิทยฐานะต้องไปทำข้อตกลงกับ ผอ. โรงเรียน วันนี้ ผอ. โรงเรียนไม่เข้าใจมีการจัดอบรมครับ จัดอบรมเพื่อทำความเข้าใจ มีเอกชน ลงไปให้ความรู้เก็บค่าอบรมเป็นการลงทะเบียน ครูที่อยากจะได้รับความรู้ อยากจะส่ง ผลงานก็เข้ารับการอบรมแล้วก็ลงทะเบียน อย่างนี้ผมจึงฝากท่านในฐานะที่ท่านจะพัฒนา กลไกตัวที่ว่า ทำอย่างไรที่จะให้วิทยฐานะของครู เขาไม่ยุ่งยากจนเกินไป โดยเอาจากผลการ ประเมินผู้เรียนมาเป็นตัวที่จะทำให้เขาได้รับวิทยฐานะ ได้เลื่อนเงินเดือนในความเหมาะสม กับมาตรฐานของเด็ก กับคุณภาพของเด็ก ไม่ใช่ให้เขาต้องไปเขียนไปเข้ารับการอบรม แล้วมา พัฒนาอยู่อย่างนี้ ซึ่งแต่ละครั้งไม่เคยจบลงสักที พอคนใหม่มาคิดใหม่ก็ทำไปเรื่อย ๆ ดังนั้น เรื่องนี้ผมจึงอยากจะกราบเรียนฝากผ่านไปถึงกระทรวงศึกษาธิการว่า กลไกที่ว่านี้ท่านจะให้ เป็นกลไกสุดท้ายได้หรือไม่ว่า ต่อไปนี้การเลื่อนวิทยฐานะของครูให้มันมีสิ้นสุด ไม่ใช่ว่า ใครเข้ามาใหม่ก็คิดใหม่ไปเรื่อย ก็ฝากท่านประธานผ่านไปถึงผู้เกี่ยวข้อง กราบขอบพระคุณ🔗
ขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรี แล้วก็คณะจะชี้แจงเชิญเลยครับ มีท่านผู้ใดจะชี้แจงเชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมขอตอบในเรื่อง ของการศึกษา ท่านพูดมี ๒ ประเด็น ในเรื่องแรกคือเรื่องของครูอาชีวศึกษา ผมขออนุญาต กราบเรียนว่า ในเรื่องของการพัฒนาครูอาชีวศึกษานั้น ต้องมีการพัฒนาทั้งครูทุกประเภท ครูประจำการด้วย แล้วครูที่ฝึกงานด้วย ทิศทางของอาชีวศึกษา ซึ่งเป็นบิ๊กร็อก (Big Rock) หนึ่งที่สำคัญก็คือต้องการให้ครูได้มีโอกาสฝึกฝนในโรงงาน ในห้องแล็บ (Lab) แล้วก็ตัวนักเรียนนั้น มีโอกาสที่จะฝึกฝนกว้างขวางมากกว่าเดิม ผมขอกราบเรียนยืนยันว่าครูทั้งหมดจะได้รับ การพัฒนาไม่ใช่เฉพาะครูบางประเภทเท่านั้น🔗
ส่วนเรื่องที่ ๒ เรื่องกลไกเลื่อนวิทยฐานะ ผมเข้าใจว่าขณะนี้ท่านรัฐมนตรี กับท่านเลขาธิการ ก.ค.ศ. คือ ดอกเตอร์ประวิต เอราวรรณ์ ได้มีการประชุมคณะกรรมการ และคณะกรรมการเหล่านั้นได้มีข้อตกลง ในเรื่องของการประเมินวิธีการใหม่ โดยใช้เทคโนโลยี เข้ามาเกี่ยวพันด้วย จะมีการบันทึกว ิด ีโอ (Video) แล้วก็ส่งเป็นไฟล์ (File) เข้าไปให้ ผู้ประเมินดูคุณภาพของการเรียนการสอน นอกเหนือจากการประเมินสมัยก่อนที่มีแต่ กระดาษอย่างเดียว แต่ปัจจุบันนี้จะเป็นหลักฐานเชิงประจักษ์ที่จะใช้ในการประเมินครับ ผมขอสรุปกราบเรียนว่า ในการปฏิรูปการศึกษานั้นก็พยายามที่จะพัฒนามากที่สุด แต่ว่าในช่วงระยะเวลาอันสั้นนั้น ที่ต่อเนื่องมาจากคณะกรรมการอิสระเพื่อการศึกษาที่มี อยู่แล้วเป็นเวลา ๒ ปี ด้วยเวลาที่จำกัด กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงวิทยาศาสตร์ ได้มีการพัฒนาหลายด้านด้วยกัน โดยเฉพาะในด้านปฏิรูปการศึกษา ดังนั้นทาง คณะกรรมการการปฏิรูปการศึกษาก็จะติดตามชิ้นงานกิจกรรมที่ได้ทำไปแล้วที่เป็น การปฏิรูปการศึกษานั้นไว้ในแผนการที่เราจะเขียนสนับสนุนสำหรับที่จะทำเรื่องปฏิรูป การศึกษาต่อไปครับ สำหรับระยะเวลาที่เหลือประมาณ ๑ ปีนั้น เราจะเร่งรัดเต็มที่ เราจะรับความเห็นทั้งหมดที่ท่านได้กล่าวในวันนี้ไปดำเนินการครับ ขอขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านคมเดช🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ส.ส. คมเดช ไชยศิวามงคล พรรคเพื่อไทย ขออภิปรายรายงาน ความคืบหน้าเกี่ยวกับการดำเนินงานตามแผนการปฏิรูปประเทศ เดือนตุลาคมถึงธันวาคม ปี ๒๕๖๓ ครั้งที่ ๑๐ ขอหยิบยกขึ้นมา ๒ ประเด็นด้วยกันครับ🔗
ประเด็นแรก ด้านเศรษฐกิจการเงินการคลังของประเทศ🔗
ประเด็นที่ ๒ ที่จะอภิปรายก็คือ ด้านสื่อสารมวลชนเทคโนโลยีสารสนเทศ🔗
เรียนถามคณะกรรมการการปฏิรูปที่ท่านเป็นคณะกรรมการที่เข้ามาชี้แจง ในสภาอยู่นี้ ท่านมีความคิดว่าจะเปลี่ยนแปลงแนวทางการปฏิรูปหรือการพัฒนาประเทศ หรือไม่อย่างไร คืออย่างนี้ครับท่านประธาน บ้านเมืองเราเปลี่ยนแปลงไปเยอะ โดยเฉพาะ ช่วง ๒ ปีที่ผ่านมา มันมีโควิด (COVID) ซึ่งเป็นโรคระบาด ซึ่งเป็นปัญหาระดับโลก จุดที่เรา ไม่สามารถที่จะพูดและหนีจากความเป็นจริงได้เลยก็คือ ตัวเลขการเงินการคลังของประเทศ ท่านประธานคงจำได้ที่เรามีการจัดงบประมาณช่วง ๒ ปีที่ผ่านมา ตัวงบประมาณติดลบ การจัดงบประมาณนี่ติดลบและกู้เงิน ถ้าเราย้อนหลังไป ๒ ปี มันติดลบประมาณ ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และกู้เงินอีก ๑ ล้านล้านบาท และปีที่ผ่านมาติดลบ ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และกู้เงินอีก ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันไม่มีทีท่าว่าจะหยุดอยู่แค่นี้ ในรูปแบบการเงินการคลัง ปีนี้ปี ๒๕๖๕ ต่อปี ๒๕๖๖ สัญญาณที่ได้รับมาจากรัฐบาล หรือกระทรวงการคลัง และหลาย ๆ ฝ่ายที่นำเสนอความคิดเห็นต่าง ๆ เกี่ยวกับการเงิน การคลังของประเทศ เชื่อได้ว่าการจัดสรรงบประมาณปีต่อไปต้องกู้เงินและติดลบอีก อย่างแน่นอน ถ้าเราบวกเงินที่ติดลบและกู้เงินอีก แต่ละปีจะเป็นลักษณะเงินกู้ไม่ต่ำกว่า ๑ ล้านล้านบาท ท่านประธานครับ ๓ ปีซ้อนแล้วนะ ๒ ปีนี่ผ่านไปแล้ว ถ้าย้อนหลังไปช่วง มีการรัฐประหารมันจะติดลบตลอดเลย ช่วง ๒ ปีนี่ชัดเจนและปีต่อไปก็ติดลบอีก ผมได้ยินข่าว ว่าจะมีการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการเงินการคลังเพื่อกู้เงินอีก กู้เงินอีกท่านครับ เพราะฉะนั้นตัวแนวทางการบริหารประเทศ ตัวที่ชี้วัดชัดเจนคือบัญชีการเงินของประเทศ ในระดับการเงินการคลัง ถ้าเราเปรียบเทียบเป็นครอบครัวหนึ่ง ท่านประธานครับ มันพังแล้ว ประเทศ เป็นอัมพาตเป็นอัมพฤกษ์ไปหมดแล้ว เพราะฉะนั้นการปฏิรูปประเทศโครงสร้าง ที่มันเหมือนรางรถไฟ ท่านวางรางไว้อย่างนี้มันไม่สามารถที่จะแก้ไขได้ มันจะเดิน เข้าไปสู่เหวลึกและยากต่อการแก้ไข พฤติกรรมของประชาชนส่วนใหญ่เปลี่ยนไปทั้งระบบ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าท่านควรหาวิธีการที่จะผ่าตัดแนวทางการปฏิรูปของประเทศให้เข้าสู่ ยุคใหม่ ให้มันทันเหตุการณ์ทันสถานการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นและกำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต อันใกล้นี้ เพราะว่าตัวเลขมันบ่งชี้อย่างนั้นครับ ผมเรียนถามท่านเลยว่า ท่านมีความคิด หรือไม่ อย่างไร ช่วยตอบให้ฟังด้วย🔗
ประเด็นที่ ๓ ด้านสื่อสารมวลชน ๒.๑.๘ ด้านสื่อสารมวลชนเทคโนโลยี สารสนเทศ มีโครงการดำเนินการที่สอดคล้องกับระบบอีเมนส์ (eMENSCR) จำนวน ๑๑๐ โครงการ โดยมีโครงการที่สำคัญ เช่น ยกร่างพระราชบัญญัติกิจการอวกาศ ท่านครับ มันเกินเลยไปหรือเปล่า แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันที่ขณะนี้เลยนะครับ กสทช. ออกกฎหมาย มาเพื่อลดคลื่นสถานีวิทยุชุมชนเกือบ ๔,๐๐๐ แห่งทั้งหมด จากคลื่น ๕๐๐ เหลือ ๕๐ ท่านประธานครับ ท่านเป็นนักการเมือง คลื่น ๕๐ มันไม่ต่างอะไรกันกับเครื่องเสียงของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ท่านเห็นนะครับ เครื่องเสียงของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านที่มีเครื่องตามสายพูดกระจาย ไม่ถึง ๕ กิโลเมตร นี่ประเด็นแรกที่มีกฎหมาย เข้าใจว่าเกณฑ์ประมาณวันที่ ๓ เมษายน จะสิ้นสุดและถูกบังคับใช้🔗
ประเด็นที่ ๔ จะให้คลื่นความถี่วิทยุ ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ สถานีที่เกิดขึ้น ในประเทศไทย ซึ่งเป็นมูลมรดกของประชาชนมาแต่เก่าแต่หลังเลย ต้องประมูล คำว่า ประมูล นายทุนเอาไปหมดครับ เพราะฉะนั้นสภาพสื่อสารมวลชนที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะวิทยุ ชุมชนที่เป็นอยู่ปัจจุบันนี้เกือบ ๔,๐๐๐ คลื่นด้วยกัน ผมเข้าใจว่าล้มระเนระนาด มันเป็นการ ปิดปากประชาชน ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๕ มันไม่ควรจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะ กสทช. ที่อยู่ในการกำกับของนายกรัฐมนตรี อยากให้ท่านชี้แจงตรงนี้ด้วยครับ ท่านคณะกรรมการว่าทำไมสิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้น การปฏิรูป ๒.๑.๘ ด้านสื่อสารมวลชน นี่คือการปฏิรูปให้มันต่ำลง น่าจะขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญด้วยซ้ำไปครับ กราบเรียน ๒ ประเด็นครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แล้วคุณเกียรติ สิทธีอมร หลังจากนั้นครับ🔗
กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท นครศรีธรรมราช วันนี้ผมขออภิปรายรายงาน ความคืบหน้า ในการดำเนินงานตามแผนการปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ ผมเรียนว่ารายงานนี้เป็นรายงานความคืบหน้าที่แจกจ่ายให้เพื่อนสมาชิก เป็นเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม ๒๕๖๔ ก็ถือว่าเป็นรายงานความคืบหน้าอีกครั้งหนึ่ง ตามรัฐธรรมนูญ อยากเรียนท่านประธานว่าผมได้อ่านรายงานในบางส่วน สนใจเรื่องการปฏิรูป ตามแผนการขับเคลื่อนกิจกรรมปฏิรูปด้านการเมือง และการบริหารราชการแผ่นดิน ความจริงก็จะมาทวงถามเรื่องที่เขียนไว้คราวก่อน ผมคิดว่าการพูดถึงความคืบหน้าก็คือ พูดถึงเรื่องว่าแต่ละด้านที่พูดไม่ว่าจะเป็นด้านการเมือง ด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ตามที่ผมได้เรียนท่านประธานว่า เราก็อยากรู้ว่ามีเรื่องอะไรบ้างที่ทำในด้านการเมือง และด้านการบริหารราชการแผ่นดิน แล้วเรื่องที่ทำไปมีความคืบหน้าอะไรบ้าง ความคืบหน้า ก็อาจจะบอกเป็นด้านการเมืองมี ๑ ๒ ๓ ที่คืบหน้าไป ด้านบริหารราชการแผ่นดิน มีความคืบหน้าไป ๑ ๒ ๓ แล้วมีเรื่องอะไรบ้างที่ยังทำไม่เสร็จ หรือว่ายังต้องดำเนินการต่อไป ผมคิดว่าอันนี้ก็คือเป็นฟอร์ม (Form) หรือเป็นสิ่งที่ทำให้การอธิบายความคืบหน้าได้ชัดเจน มากขึ้น อันนี้ด้วยความเคารพว่า อาจจะต้องมีใบบทนำ หรือบทสรุปสักหน่อยตามที่ผม ได้เสนอว่าเรื่องที่ขับเคลื่อนแล้วทำในเรื่องการเมือง ในเรื่องการบริหารราชการแผ่นดิน มีอะไรบ้าง แล้วทำไปกี่เรื่อง อย่างไร จะทำอะไรต่อไป อันนี้ก็เป็นข้อเสนอก็แล้วกัน🔗
ส่วนข้อถาม ผมอยากเรียนท่านประธานว่า ข้อถามผมอยากทวงถามว่า คือผมพยายามจะอ่านความขับเคลื่อนกิจกรรม ส่วนใหญ่ท่านก็วางแบบว่ากิจกรรมที่ปฏิรูป มีกิจกรรมที่ ๑ คืออะไร ด้านการเมืองมีเรื่องอะไรที่ทำ ซึ่งอยู่ในแบบฟอร์ม (Form) แล้วก็ บอกเรื่องของด้านการเมืองมีอย่างไร หน่วยที่รับผิดชอบหลักคือใคร อย่างไร ผมคิดว่าอันนั้น เป็นกิจกรรมที่ค่อนข้างจะเป็นปกติของระบบราชการที่บอกให้หน่วยนั้น ๆ ทำ ซึ่งก็เข้าใจได้ แต่สิ่งที่เราอยากเห็นมากกว่านั้นก็คือว่า สมมติว่าผมถามเรื่องการกระจายอำนาจมันหาย ไปไหน ผมเคยอ่านรายงานก่อนหน้านั้นว่าเรื่องการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เรื่องมีการ ดำเนินการในเรื่องของกฎหมายถึงขั้นนั้น แล้วก็มีบางเรื่องกำลังดำเนินการในเรื่องกฎหมาย หลายเรื่องซึ่งในส่วนนี้มันได้หายไป เพราะฉะนั้นผมเข้าใจว่าในช่วงเดือนมกราคม ถึงเดือนมีนาคมอาจจะไม่ได้อยู่ในช่วงของการพูดเรื่องกฎหมายด้านท้องถิ่นก็ได้ มันเลยหายไป อันนี้ก็เข้าใจได้ แต่ผมคิดว่าเรื่องเหล่านี้เวลาเดินเรื่องต้องยังอยู่ เดือนมกราคม ถึงเดือนมีนาคมแม้ว่าจะไม่ทำเรื่องการกระจายอำนาจ แต่เรื่องนั้นก็ต้องมีอยู่ เพราะว่า เรื่องการปฏิรูปท้องถิ่นมันอยู่ใน ๒ หมวดด้วยกัน คือด้านการเมืองและด้านการบริหาร ราชการแผ่นดิน ก็คือการพยายามลดอำนาจภาครัฐ เพิ่มอำนาจภาคท้องถิ่น ซึ่งอันนั้น ก็เข้าใจได้ จึงอยากจะเรียนถามว่า🔗
ข้อที่ ๑ ก็คือว่า การรายงานความคืบหน้าทำให้มันเข้าใจง่าย อย่างที่ผมได้ นำเรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้เกี่ยวข้องได้หรือไม่ อย่างไร ไม่ทำให้เรื่องที่เคยทำมาแล้ว ต้องตกหล่นไป เพราะว่าเดือนมกราคมถึงเดือนมีนาคม เข้าใจได้ว่าไม่ได้มีความคืบหน้า ในเรื่องนี้ แต่จะทำต่อไปในเดือนเมษายน เดือนพฤษภาคม เดือนมิถุนายน ก็ว่าไป ฟอร์ม (Form) แบบนี้จะทำให้เพื่อนสมาชิกได้เข้าใจ นี่คือประเด็นที่อยากเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยที่รับผิดชอบด้วย เป็นประเด็นที่ ๑🔗
ในประเด็นที่ ๒ ผมว่าเพื่อจะทำให้เกิดประโยชน์ วกมาสิ่งที่ผมเสนอก็คือว่า ต้องตอบคำถามว่าเรื่องเดิมที่เคยกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น แล้วคิดจะพัฒนาเรื่อง ความเข้มแข็งของท้องถิ่น เพราะในรายงานฉบับนี้บางเรื่องผมเห็นเรื่องความเข้มแข็ง ของชุมชน ความเข้มแข็งของภูมิภาค การบริหารราชการส่วนภูมิภาคก็ยังอยู่ ที่จะพัฒนา ต่อไปเป็นต้น แต่เรื่องที่ผมทวงถามกลับหายไป นี่คือสิ่งที่อยากจะกราบเรียนเพื่อให้ทาง ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ตอบคำถามและชี้แจงเพื่อนสมาชิกด้วย เผื่อจะทำให้การรายงานความคืบหน้า ในคราวต่อไปเป็นความต่อเนื่อง แล้วก็เกี่ยวข้องกันไป ไม่ทำให้สิ่งที่เพื่อนสมาชิกได้เคยถาม อย่างที่ผมได้เคยถามท่านประธานไปคราวก่อน แต่มาคราวนี้เราเห็นว่ามันหลุดไปอย่างนี้ ก็อยากเรียนท่านประธานไว้ด้วยความเคารพว่า ขอให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในการทำรายงาน และติดตามในสิ่งที่คืบหน้าไป และสิ่งที่ยังไม่คืบหน้าในช่วงเวลาเดือนนั้น ๆ ให้ทราบด้วยครับ ก็ขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗
ผมขออนุญาตเป็นท่าน สุดท้ายในวาระนี้ คุณเกียรติ สิทธีอมร เชิญครับ มีเพิ่มเข้าอีก ๒ ท่านนะครับ ขออนุญาต อย่างนี้นะครับ เราได้ตกลงกันในกรรมการประสานงานว่าเรื่องเพื่อทราบเหล่านี้เราจะไม่ใช้ เวลามากเกินไป ก็จะมีขอเพิ่มขึ้นมาอีก พรรคก้าวไกล ๒ ท่าน จะเหลือสักท่านเดียว หรือไม่ครับ ท่านสมชายกับท่านประเสริฐพงษ์ ขอท่านเดียวได้ไหมครับ หารือกันนะครับ จะเลือกใครสักท่านหนึ่งนะครับ เชิญคุณเกียรติครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็จะขอร่วม อภิปรายในเรื่องของรายงานแผนการปฏิรูปประเทศ ครั้งนี้ผมขออนุญาตพูดเรื่อง กระบวนการยุติธรรม ผมไล่ดูในหน้า ๓๙ ของรายงานที่ท่านเขียนไว้ดีครับ แต่มันมีบางเรื่อง ที่ขาดไปเลยครับ คือเรื่องคุณภาพของกระบวนการยุติธรรม ท่านไปเน้นเรื่องความไม่ล่าช้า ความเหลื่อมล้ำท่านพูดถึง แต่คุณภาพในกระบวนการของคดีความที่ไปสู่ชั้นศาลอยากให้ท่าน ช่วยรับเรื่องที่ผมกำลังจะเล่าให้ท่านฟังไปดูสักนิดหนึ่งเถอะครับ ผมเพิ่งไปลงพื้นที่ที่ดิน ทับซ้อน ประกาศทับซ้อนระหว่างอุทยานกับ ส.ป.ก. ชาวบ้านพื้นที่เดียวเลยครับ วังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ถูกดำเนินคดีเกือบ ๔๐๐ ราย ทั้ง ๆ ที่ตัวเองเข้าใจและมีหลักฐานว่า อยู่ในพื้นที่ ส.ป.ก. แต่ถูกอุทยานดำเนินคดีอาญา ข้อหาบุกรุก ทีนี้สิ่งที่เกิดขึ้นที่ผมเป็นกังวล แล้วผมสงสารชาวบ้านมากเลยครับ ก็คือเขาเองไม่มีเงิน ไม่มีความรู้ ไม่มีทนาย ไม่มีเงิน ประกันศาล ทันทีที่ถูกกล่าวหาไปดูในสำนวนว่าถูกกล่าวหามีหลักฐานอะไรบ้างไหม มีการ พิสูจน์เจตนาบ้างไหม ไม่มีนะครับ มีคำกล่าวหาของเจ้าหน้าที่รัฐ แต่เสร็จแล้วพอไปถึงศาล เกิดอะไรขึ้นท่านประธานทราบไหมครับ ทุกคนแนะนำเกลี้ยกล่อมให้รับสารภาพเถอะ จะได้ลดโทษ รอลงอาญา แล้วปรับไร่ละ ๖๐,๐๐๐ บาท ๗๐,๐๐๐ บาท บางรายที่ผมไปพบ โดนพิพากษาไปแล้วก็มีนะครับ บางรายก็นึกว่าจบ นึกว่ารับสารภาพคือวิธีให้จบ ท่านประธาน ทราบไหมครับ ได้หมายต่อมาครับ พนักงานอัยการอุทธรณ์ไม่เห็นด้วยกับการรอลงอาญา จะให้ติดคุกให้ได้ทั้ง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ ส.ป.ก. ท่านประธานลองคิดดูครับ เรื่องนี้ถ้าท่านประธาน จำได้ตอนที่ท่านประธานเป็นนายกรัฐมนตรี ปี ๒๕๔๓ ท่านมีมติให้ไปสำรวจร่วม ทุกคนลงชื่อ ในแผนที่สำรวจร่วมชัดเจนเลยนะครับ จริง ๆ ถ้าประกาศแนวเขตปี ๒๕๔๓ ที่ไปสำรวจร่วม ๔๐๐ คดีนี้ไม่เป็นคดีเลยนะครับ แต่เนื่องจากไม่ได้มีการประกาศไม่ได้มีการตราเป็น พระราชกฤษฎีกาก็เลยเป็นปัญหาจนถึงทุกวันนี้ นี่คือเหตุผลที่ทำไมตั้งคณะกรรมการที่ดิน แห่งชาติมาโดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน เพื่อแก้ปัญหาเหล่านี้ครับ แล้วในขณะเดียวกัน ท่านนายกรัฐมนตรีก็มีบัญชาไปแล้วนะครับ เพราะผู้ตรวจการแผ่นดินก็ไปสำรวจพื้นที่แล้ว แล้วก็มีข้อแนะนำให้ประกาศแนวเขตปี ๒๕๔๓ ที่ท่านประธานเองได้เป็นคนจัดการให้มีการ สำรวจร่วม ถ้าประกาศตรงนั้นคดีความตอนนี้ในประเทศไทยมีคดีลักษณะนี้เกือบ ๒๐,๐๐๐ คดีครับท่านประธาน แล้วเป็นทุกข์กับชาวบ้านมากเลยครับ คำถามก็คือว่า กระบวนการยุติธรรมในลักษณะนี้ผมอยากฝากท่าน ท่านต้องไปเน้นประเด็นเรื่องคุณภาพ ของกระบวนการยุติธรรม จริง ๆ แล้วถ้าใครก็แล้วแต่ถูกกล่าวหาคดีอาญาต้องมีการพิสูจน์ เจตนาใช่ไหมครับ คดีที่ผมพูดถึงไม่มีการพิสูจน์เจตนาเลยแม้แต่นิดเดียว แต่มีแค่กระบวนการ พยายามชักชวนให้รับสารภาพเสีย ทั้ง ๆ ที่หมุด ส.ป.ก. อยู่ในที่ดิน ตรงนี้ผมคิดว่า ถ้ากระบวนการยุติธรรมเป็นธรรมจริง ๆ แล้วในกรณีที่เป็นข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานรัฐ กันเอง ระหว่าง ส.ป.ก. กับอุทยาน ระหว่างที่กำลังแก้ปัญหานี้อยู่ไม่ควรดำเนินคดี กับชาวบ้านครับ ไม่ควรใช้คดีอาญาเป็นเครื่องมือในการกดดันให้ชาวบ้านรับสารภาพ ทั้ง ๆ ที่ หน่วยงานกันเองไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้เลยว่าใครคือเจ้าของพื้นที่แน่นอน ตรงนี้ ที่ผมเป็นกังวลและผมอยากฝากจริง ๆ ครับ เพราะว่าตอนนี้ชาวบ้านเยอะมากเลยนะครับ แล้วผมอยากเสนอเลยครับว่าจริง ๆ แล้ววิธีที่ดีที่สุด ณ วันนี้ ก็คือทุกคดีที่อยู่ในพื้นที่ที่ยังไม่มี การพิสูจน์ว่าใครคือผู้รับผิดชอบในพื้นที่นั้น ๆ อย่างชัดเจน แล้วมันมีความขัดแย้งกันอยู่ พิพาทกันอยู่ระหว่างหน่วยงานรัฐกันเอง ต้องไม่ดำเนินคดีอาญากับประชาชนครับ จนกว่าได้ข้อยุติ ที่ชัดเจนว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ แล้วผมคิดว่าเมื่อถึงเวลานั้นสมมติว่าท่านพิสูจน์ออกมา จริง ๆ ว่ามันเป็นที่อุทยาน หรือเป็นที่ป่าไม้ แค่ไปบอกชาวบ้านไม่ต้องเอาเขาติดคุกหรอกครับ ไม่มีประโยชน์เลยครับ เดินไปบอกชาวบ้านบอกว่าย้ายออกนะ หรือถ้าจะอยู่ต่อจะมีเงื่อนไข อย่างไร ก็บอกเขาไป ไม่ใช่ใช้คดีอาญาเป็นเครื่องมือในการเอาผิดประชาชน อันนี้ผมขอฝากนะครับ เพราะผมเห็นว่าเนื้อหาของท่านก็ดีอยู่พอสมควรนะครับ แต่ในเรื่องของคุณภาพของ กระบวนการยุติธรรม การให้ความเป็นธรรมต่อผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งไม่มีทั้งทรัพยากร ไม่มีเงิน ไม่มีความรู้ ไม่มีทนาย ไม่มีอะไรทั้งสิ้นนี่มีเยอะนะครับ เขาไม่รู้จะสู้อย่างไร ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ๒ ท่านตกลงกัน ได้ไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม สมชาย ฝั่งชลจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมขออนุญาตท่านประธานในการที่จะกล่าวถึงรายงานความคืบหน้าในการดำเนินการ ตามแผนปฏิรูปประเทศ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๗๐ แน่นอนครับ ผมอยากจะย้อนกลับไป ในรายงานของปีที่แล้ว ก็คือปี ๒๕๖๓ ทางสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ ได้พูดถึงประเด็นท้าทาย แล้วก็มีอยู่ ๑๐ กว่าประเด็น และที่สำคัญที่สุด ก็คือ ตามข้อมูลที่ได้มาในรายงานของปีที่แล้ว เป้าหมายกับความเสี่ยงมีอยู่สูงมาก เกือบทุกเป้าหมาย นั่นก็คือความสำเร็จมีน้อย โดยเฉพาะประเด็นในทางการเมือง ท่านประธานที่เคารพครับ เราเห็นภาพที่เป็นประเด็นท้าทายที่ทางสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติ พูดมาในปีที่แล้วว่าแนวโน้มของการใช้ความรุนแรง ขณะเดียวกันก็พยายามที่จะให้ หน่วยงาน โดยเฉพาะสถาบันพระปกเกล้า เป็นแกนกลางของการพูดถึงเรื่องการให้ความรู้ ทางด้านสิทธิเสรีภาพ สิทธิมนุษยชน และเรื่องประชาธิปไตย ข้อท้าทายของสภาพัฒน์ที่พูดถึง แนวโน้มของการใช้ความรุนแรง ผมก็อยากจะถามว่ามันเป็นแนวโน้มที่มาจากฝ่ายไหน มันมีแนวโน้มที่มาจากฝ่ายประชาชน หรือมาจากฝ่ายที่ถืออำนาจรัฐ ข้อเรียกร้อง ของประชาชนที่เกิดขึ้นในทั่วประเทศตั้งแต่การพูดถึงการขอร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน เขาก็ไม่ได้ สิทธิเสรีภาพตามหลักการของนิติธรรมไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการพูดถึงการมีความ เสมอภาคในการเข้าถึงกฎหมายที่เท่าเทียมกัน บางคดีแม้จะเป็นคดีฆ่าคนตายก็ได้รับ การประกันตัว แต่คดีบางคดีที่เป็นแค่คดีพูดถึงและหมิ่นประมาทถูกจำคุก และหลักการ นิติธรรมที่เราพูดว่า การที่จะเอาใครคนหนึ่งคนใดมาจำคุกนี่จะต้องพิสูจน์จนกระทั่งหมด ข้อสงสัยแล้ว นั่นก็คือต้องมีการพิพากษาคดีจนถึงที่สุดแล้ว เขาจึงจะมีฐานะของการเป็น นักโทษ แต่วันนี้แค่ถูกกล่าวหาเขาก็ถูกจำคุกแล้ว พิพากษาโดยระบบกระบวนการยุติธรรม ขั้นต้น คือการไม่ให้ประกันตัวชั่วคราวระหว่างการต่อสู้คดี นี่คือแนวโน้มที่เป็นข้อสังเกต ของสภาพัฒน์หรือไม่ว่ามันคือแนวโน้มของการใช้ความรุนแรง ก็ตั้งคำถามต่อสังคมว่า รัฐกำลังใช้เครื่องมือและกลไกทั้งหลาย เมื่อใช้เครื่องมือในการครอบงำทางความคิดไม่ได้ก็เริ่มใช้อำนาจที่เป็นเครื่องมือทางกายภาพ กฎหมาย คุก ตะราง เอากับพี่น้องประชาชน เอากับเยาวชนคนหนุ่มสาว นี่คือสิ่งที่เป็น ข้อท้าทายที่สภาพัฒน์พูดไว้เองตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ วันนี้ข้อท้าทายนี้ก็ยังล้มเหลว ผมจบ เรื่องการเมืองในประเด็นนี้มาก็เป็นประเด็นหนึ่งที่เป็นข้อท้าทายสำคัญของเรื่องของการพูดถึง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาพัฒน์ลองสำรวจผลงานของกรมชลประทาน หรือกรมทรัพยากรน้ำที่ทำในทั่วประเทศได้ไหมครับว่าโครงการอ่างขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็กในประเทศนี้มันล้มเหลวแบบไหน เวลาทำโครงการเสนองบประมาณเพื่อที่จะ ป้องกันภัยพิบัติจากน้ำท่วม เพื่อป้องกันภัยแล้งสภาพัฒน์ไปดูบ้างไหมว่าที่เกิดภัยแล้ง ก่อนที่จะเกิดไปพิบัติน้ำท่วม มันก็คือบริเวณท้ายเขื่อนทั้งนั้นละครับ อ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ขนาดกลาง บางครั้งก็พังทลาย บางครั้งก็แตก ก็พยายามที่จะบอกว่าไม่แตกละครับ แต่มันล้น แต่ความจริงบางครั้งมันก็คือความล้มเหลวของการจัดการน้ำในประเทศนี้ และวันนี้ยังมีโครงการขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ที่จะไปเอาผืนป่าในประเทศนี้มารองรับ โครงการแบบนี้อีกจำนวนมาก แม้กระทั่งภาพที่เรากำลังเห็นซึ่งรัฐบาลกำลังพยายามที่จะ ผันน้ำจากสบเมยมาเติมให้กับแม่ปิง เติมให้กับเขื่อนที่จังหวัดตาก นี่คือความล้มเหลวของ การดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไหม แนวทางในการที่จะพูดถึงการปฏิรูป ประเทศจงมองให้กว้าง ธรรมชาติมันมีมิติแห่งความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ไม่มีธรรมชาติใด ที่จะดำรงอยู่อย่างโดดเดี่ยว ผืนป่าที่เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าวันนี้กำลังจะถูกบังคับ ด้วยโครงการของรัฐนี่ล่ะเอามาเป็นอ่างเก็บน้ำ ถ้าพูดแบบไม่เกรงใจก็บอกว่า วันนี้รัฐกำลัง เอาทรัพยากรธรรมชาติที่พี่น้องประชาชนใช้อยู่ทั่วประเทศมาตอบสนองทุน สภาพัฒน์ จะพาประเทศไปสู่ระบบทุนนิยมอย่างไรก็ตาม แต่วันนี้แนวทางในการปฏิรูปประเทศ ขอดูคนข้างล่างบ้างครับ ขอดูคนชายขอบ ขอดูคนประเทศไทยบ้างครับ อย่าเห็นแต่ ทุนข้ามชาติ อย่าเห็นแต่ทุนใหญ่ที่ผูกขาดในประเทศนี้ ก็ฝากไว้ด้วยในแนวทางปฏิรูปประเทศครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ผมขออภัยที่ได้ขอให้ ๒ ท่าน ได้เลือกท่านเดียวนะครับ เรียนว่าบังเอิญในการประชุม กรรมการประสานงาน ๒ ฝ่าย วันนั้นได้คุยถึงเรื่องสัดส่วนด้วยครับว่าพยายามที่จะให้เป็น สัดส่วน เช่น พรรคเพื่อไทยก็มีสมาชิกมากที่สุดก็ให้มีสิทธิอภิปรายได้มากที่สุดไปตามลำดับ ได้คุยเรื่องนี้เป็นแนวทางไปด้วย ก็เรียนพวกเราให้ทราบเผื่อไม่ทราบนะครับ ทางเจ้าหน้าที่ รัฐมนตรีจะมีอะไรตอบก็เชิญนะครับ ถ้าไม่มีประเด็นเพื่อชี้แจงก็ขอที่ประชุมได้รับทราบ วาระที่ ๒.๔ วาระที่ ๒.๑๖ และวาระที่ ๒.๓ นะครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปจะเป็นวาระที่ ๒.๕ รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินสำนักงานศาลยุติธรรม สำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓🔗
อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ มาชี้แจงเข้ามาได้นะครับ ๑. นายจีระพัฒน์ พันธุ์ทวี ๒. นายภพ เอครพานิช ขออภัย ถ้าอ่านผิดนะครับ ๓. นายศุภกิจ แย้มประชา ๔. นางเพ็ญวิภา ลอยกุลนันท์ ๕. นางพรนิภา ธนาธรรมนันท์ ๖. นางเพ็ญนภา นาครักษ์ ๗. นางประภาวรรณ ศรีอัมพรแสง ๘. นางสมบูรณ์ ฐาปนะดิลก เชิญนะครับ วาระนี้มีสมาชิกได้เข้าชื่อเสนอเข้ามาอภิปราย ๒ ท่านนะครับ พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถกับคุณอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ขอเชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ นะครับ ส่วนเจ้าหน้าที่เมื่อมีประเด็นใดที่จะตอบ หลังจากอภิปรายจบแล้วก็ค่อยชี้แจงได้ครับ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมขอมาอภิปรายรับทราบในรายงานของงบศาลยุติธรรม เอาหน้าแรกเลยครับ หน้า ๗ ท่านครับในข้อมูลทั่วไป ผมกราบเรียนว่าท่านขาดไปหรือเปล่า ท่านขาดประเด็นหนึ่งครับ ข้อมูลทั่วไปหลังจากวรรคแรก ท่านขาดรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๑๔๑ วรรคสอง หรือเปล่าครับ มาตรา ๑๔๑ วรรคสอง เขียนไว้ว่าอย่างไรครับท่าน เขียนไว้ว่ารัฐต้องจัด งบประมาณให้เพียงพอ บลา บลา บลาให้ศาล ตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ในกฎหมายว่าด้วย วินัยการเงินการคลังของรัฐในกรณีที่เห็นว่างบประมาณที่รับจัดสรรอาจไม่เพียงพอต่อการ ปฏิบัติหน้าที่ของศาลจะยื่นคำขอแปรญัตติต่อกรรมาธิการงบประมาณโดยตรง ท่านลืม หรือเปล่าครับ สำนักงบประมาณ ผมกราบเรียนอันนี้เป็นแค่เกริ่นให้ฟังนะครับว่าเข้าไปดู ในเอกสารท่านประธานครับ ในเอกสารผมเอาเป็นอย่างนี้ครับ ผมไปตั้งเป็นคำถามนะครับ🔗
คำถามที่ ๑ ค่าธรรมเนียมศาลที่ส่งเข้าคลัง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ จะเขียนไว้ ในหมายเหตุในค่าธรรมเนียมศาล ที่เขียนว่ากระทรวงการคลังอนุญาตให้หักเงิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ในเอกสารหน้า ๖ ว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านสามารถเอามาจ่ายเสริมเงินงบประมาณรายจ่ายได้ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ถึง ๒๕๖๖ และหักเงินปรับผู้ประกันในคดีอาญาร้อยละ ๕๐ นั่นก็คือ รายละเอียดที่เขียนไว้ในหมายเหตุที่ ๒๐ ถามว่าในประเด็นดังกล่าวนี้ท่านขาดงบประมาณ หรือครับ ถึงต้องใช้เงื่อนไขของกระทรวงการคลังไป ทั้ง ๆ ที่รัฐธรรมนูญให้ท่านสามารถ ยื่นคำของบประมาณที่ไม่เพียงพอต่อกรรมาธิการได้ คำถามคือ ๓ ปีที่ผ่านมาท่านเคย ขอไหมครับกับกรรมาธิการโดยตรง หรือขอแล้วกรรมาธิการปฏิเสธ คำถามแรกครับ🔗
คำถามที่ ๒ เรื่องของเงินประกันตัวในเอกสารหน้า ๖ เหมือนกัน ท่านจะ เห็นว่าจากรายได้ที่ท่านมีมาแล้วก็เงินบริจาคที่เกี่ยวข้องในเอกสาร ซึ่งจะเห็นว่าในเอกสารนี้ มีช่องรายได้ที่รายงานซึ่งปรากฏอยู่ในเอกสารในเรื่องของรายได้ ผมกราบเรียนเลยครับ ท่านประธานครับ ในรายได้นั้นจะพบว่ามีรายได้ที่ท่านได้จากค่าธรรมเนียมศาลในปี ๒๕๖๓ ๓,๕๖๘ ล้านบาทเศษ ปี ๒๕๖๒ ๓,๔๐๒ ล้านบาทเศษ นี่คือเงินที่ท่านหักประกันไป ถามว่า เงินที่เป็นค่าธรรมเนียมศาลที่ส่งเข้าคลังนี้ท่านเอาไปใช้ครึ่งหนึ่งเอาไปใช้ทำอะไรบ้าง และดำเนินการอย่างไรจึงถึงไม่ของบประมาณโดยกระทรวงการคลัง ส่วนเงินประกันตัว หรือเงินที่ปรากฏอยู่ในเอกสารพบว่าในหมายเหตุที่ ๑๘ ปี ๒๕๖๓ นั้น ๓๖๐ ล้านบาทเศษ ปี ๒๕๖๒ ๔๓๔ ล้านบาทเศษ นั่นในเรื่องของเงินประกัน ส่วนเงินบริจาคนั้นปี ๒๕๖๓ ๔๓ ล้านบาทเศษ ปี ๒๕๖๒ ๓๐ ล้านบาทเศษ ท่านประธานครับ ผมมีคำถาม ๒ คำถาม🔗
คำถามแรก คือเรื่องเงินบริจาคนั้น ๔๒๓ ล้านบาท และ ๓๐ ล้านบาทนี้ ใครบริจาค และวัตถุประสงค์ที่บริจาคให้กับสำนักงานศาลยุติธรรม ทำไมต้องรับบริจาค จากองค์กรหรือบุคคลเหล่านี้ด้วย มีหนี้บุญคุณทำไม ศาลต้องเป็นอิสระ ศาลต้องอยู่ ในกระบวนการยุติธรรม และต้องเที่ยงธรรม ทำไมต้องไปรับบริจาคมา🔗
ส่วนสุดท้ายเลยเรื่องของเงินที่ได้จากการประกันตัวค่าปรับ ท่านครับ ผมอยากสอบถามท่านครับว่า ท่านมีสถิติคดีเกี่ยวกับการปรับนายประกันที่ใช้ตำแหน่ง หน้าที่หรือไม่ เพราะว่าการมีตำแหน่งหน้าที่ อย่างเช่น ผม เพื่อน ส.ส. ทุกท่านใช้ตำแหน่ง ในศาล ผมกราบเรียนเลยว่าการที่ ส.ส. ใช้ตำแหน่งหน้าที่ไปศาลนั้นเป็นทรัพย์สิน ของประชาชน ผมมีเอกสิทธิ์ที่จะไปประกัน แต่ศาลมักจะบอกว่าไม่ใช่ญาติ ไม่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะคดีการเมือง เด็กทั้งหลายที่อยู่ในคุกในเรือนจำ เวลาท่าน ส.ส. ทั้งหลายใช้หน้าที่ การงานซึ่งเป็นนักการเมือง เป็นผู้ที่ได้รับผลพวงจากการเข้าสู่การเมือง ประชาชนที่เดือดร้อน เดือดร้อนเพราะคดีการเมือง ทำไมท่านถึงไม่ใช้สิทธินี้ให้กับบรรดา ส.ส. ทุกท่าน และเคยมี สถิติไหมครับว่า ท่านได้ให้ไปกี่ราย และบรรดาท่านสมาชิกนั้นเคยถูกเสียค่าปรับ ค่าประกัน ดังกล่าวนี้หรือไม่ในปีที่ผ่านมา ถ้าไม่มีแสดงว่าการใช้สิทธินี้มันควรจะเข้าถึง เพราะการ ประกันตัวนั้นผมกราบเรียนเลยว่า ในมาตรา ๒๙ วรรคสองของรัฐธรรมนูญระบุชัดครับว่า ในคดีอาญานั้นไม่ถือว่าเขาเป็นผู้ต้องกระทำผิด ย่อมเป็นผู้บริสุทธิ์ตลอดเวลา เพราะฉะนั้น การกระทำเยี่ยงนั้นไม่ควรจะเกิดขึ้น เพราะมีคดีใหญ่ ๆ ที่เกิดขึ้นหลายคดี ในคดีการเมือง ท่านก็ปล่อย เด็กพวกนี้เป็นอนาคตของชาติ เด็กพวกนี้เป็นพวกที่ทำงานทางการเมืองปักหมุด ความคิด หลักสำคัญของกระบวนการยุติธรรมควรจะถือการปล่อยเป็นหัวใจสำคัญ ผมจึงมีคำถามในการที่ท่านเก็บเงินเกี่ยวกับค่าปรับหรือค่าประกันดังกล่าวนี้มีสถิติ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถูกปรับไปบ้างหรือเปล่า ที่ท่านริบเงินหรือเสียค่าปรับไป นั่นคือ หัวใจอันหนึ่งที่ผมอยากจะบอกว่า ทั้ง ๓ คำถามนี้เป็นคำถามที่สำคัญของคดีการเมือง และผมเชื่อว่าสำนักงานศาลยุติธรรมคงปรับกระบวนคิดใหม่ มีนวัตกรรมในทางความคิด ทางการเมืองเกี่ยวกับนักการเมืองที่ดี กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
มีสมาชิกอีก ๒ ท่าน เป็นพรรคก้าวไกลทั้งหมด พรรคอื่นเสนอในโควตา อนุญาตนะครับ ต่อไปคุณอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล หลังจากนั้นจะเป็นคุณประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากจังหวัดนครปฐม ขอขอบคุณท่านประธานนะคะ ที่ให้โอกาสได้ลุกขึ้นมาอภิปรายรายงาน การเงินประจำปีของสำนักงานศาลยุติธรรม ท่านประธานคะ ดิฉันในฐานะผู้แทนราษฎร เมื่อ ๓ วันก่อน เพิ่งจะไปอ่านจดหมายเปิดผนึกแถลงการณ์ถึงท่านประธานศาลฎีกาว่า ให้ท่านประธานศาลฎีกาฟื้นฟูความเชื่อมั่นของกระบวนการยุติธรรมไทยที่ตกต่ำดิ่งลงเหว ให้กลับขึ้นมาเป็นที่พึ่งที่หวังของประชาชนคนตัวเล็กตัวน้อยที่เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ตัวจริง จากการชุมนุมบนท้องถนนที่มีการเรียกร้องในการคืนสิทธิประกันตัวให้กับผู้ต้องหา ในคดีทางการเมือง โดยเฉพาะคดี มาตรา ๑๑๒ วันนี้เนื่องจากเป็นการอภิปรายรายงาน งบประมาณประจำปี ดิฉันก็ไม่อยากจะออกนอกเรื่องไป วันนี้มีประเด็นสำคัญ ๆ ในรายงานฉบับนี้เฉพาะในหน้า ๑๘ กับหน้า ๒๐ ท่านประธานคะ ดิฉันต้องการคำตอบ ในหน้า ๑๘ ในงบการเงิน ค่าใช้จ่ายบุคลากรในปี ๒๕๖๒ มีหัวข้อ รายจ่ายเงินรางวัลประจำปี ในปี ๒๕๖๒ ใช้ไป ๙๘ ล้านบาท พอปี ๒๕๖๓ ขึ้นมาเป็น ๑๔๙ ล้านบาท ตีเสียว่า ๑๕๐ ล้านบาทนะคะ ในขณะที่วงการกระบวนการยุติธรรมตกต่ำ แบบนี้ ประชาชนลงโทษด้วยการออกมาชุมนุมประท้วง ดิฉันถามว่าต้องมีเงินรางวัลอะไรคะ ๑๔๙ ล้านบาทของปี ๒๕๖๓ เงินงบประมาณก้อนโตนี้ เป็นเงินรางวัลอะไร รางวัล ๑๕๐ ล้านบาทนี้ให้กับใคร ใครเป็นผู้รับ และมีอะไรหรือคะ มีผลงานอะไรที่ควรจะได้รับ รางวัลคะ สำหรับกระบวนการยุติธรรมไทยในขณะนี้ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ไม่ใช่เฉพาะ ในประเทศไทยนะคะท่านประธาน องค์กรระหว่างประเทศก็ท้วงติงมาในรอบ ๑๐ ปีนี้ ในองค์กรระหว่างประเทศได้ท้วงติงปัญหาการไม่ให้สิทธิเสรีภาพ ถูกลิดรอนประชาชนไทย ผู้ชุมชนไทย ถูกลิดรอนสิทธิเสรีภาพไม่ต่ำกว่า ๒๒ ครั้งแล้วค่ะ ที่องค์กรระหว่างประเทศ และนานาชาติเขาวิจารณ์มาในรอบ ๑๐ ปี ดิฉันถามขอให้ตอบให้ชัดเจนนะคะ ๑๔๙ ล้านบาทในปี ๒๕๖๓ เป็นรางวัลเนื่องในโอกาสอะไร มีผลงานอะไรดีเด่นที่จะต้องใช้ งบประมาณก้อนนี้นะคะที่ขึ้นมาจากปี ๒๕๖๒ ที่มี ๙๘ ล้านบาทค่ะ🔗
อีกเรื่องหนึ่งในหน้าเดียวกัน คือในรายงานหน้า ๑๘ ค่ะ บรรทัดที่ ๒ ค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลาประจำปี ๒๕๖๓ สูงถึง ๑,๐๔๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท ดิฉัน ถามว่ามันเกิดอะไรขึ้นคะ ที่ผ่านมาเราประสบปัญหาโควิด (COVID) มีการเวิร์ก ฟรอม โฮม (Work from Home) มีการทำงานที่บ้าน แล้วมีค่าตอบแทนนอกเวลาอะไรอีกคะ โดยเฉพาะ ในหัวข้อค่าตอบแทนการปฏิบัติงานนอกเวลานี้ในปี ๒๕๖๒ ๖๕๙ ล้านบาท แต่ปี ๒๕๖๓ เพิ่มขึ้นมาเป็น ๑,๐๔๗ ล้านบาทค่ะ ตรงนี้ขอให้ผู้แทนได้ช่วยชี้แจงรายงานให้เป็นที่กระจ่าง ด้วยค่ะ เพราะว่าดูแล้วมันไม่ได้สมเหตุสมผลกับภาวการณ์ในปัจจุบันเลย🔗
อีกประเด็นหนึ่งนะคะ ในรายงานหน้าที่ ๒๐ ค่ะท่านประธาน ค่าใช้จ่าย ในการฝึกอบรมค่ะ ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมที่สูงถึง ๒๐๔ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๓ เพิ่มขึ้น ถึงแม้ว่าจะลดลงจากปี ๒๕๖๒ ที่มีค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมมากถึง ๕๓๙ ล้านบาท มาปี ๒๕๖๓ ลดลงเหลือ ๒๐๔ ล้านบาท แต่ดิฉันก็ยังมีคำถามอยู่ดี แล้วก็ไม่ใช่คำถาม ของดิฉันคนเดียวด้วยค่ะ ดิฉันคิดว่าสังคมทั้งสังคมถ้าได้มาอ่านรายงานฉบับนี้จะต้องมีคำถาม เดียวกันว่า ท่านใช้เงินจำนวนนี้ภาษีอากรของประชาชนในขณะที่ทุกข์ยาก ลำบาก อดตาย ฆ่าตัวตายกันรายวันขนาดนี้นี่นะคะ ท่านเอาไปอบรมอะไรคะ ทำไมถึงต้องอบรม และกลุ่มไหนที่เป็นกลุ่มที่ใช้งบประมาณนี้ หลักสูตรในการอบรมมีคุณค่ามากพอที่จะคุ้มค่า กับเงินที่จ่ายไปหรือไม่ อบรมหัวข้อไหน ประเด็นใด ใครได้รับประโยชน์ หรือทำไปอย่างนั้น ๆ เหมือนกับที่หน่วยราชการเราได้ใช้งบประมาณในเรื่องอบรม ดูงานต่างประเทศอะไรตลอดมา รวมทั้งการฝึกอบรม และการตั้งหลักสูตรในวงการตุลาการต่าง ๆ ดิฉันถามว่าในวงการ ตุลาการมันสมควรไหมคะท่านประธาน ที่จะต้องมีหลักสูตรอบรมอะไรต่าง ๆ นานา เปิดอบรมทั้ง ๆ ที่มีหน่วยงานอื่นทำหน้าที่นี้อยู่แล้วค่ะ ดิฉันไม่ได้เห็นด้วยมาตั้งแต่แรก ที่จะต้องมีงบประมาณในการฝึกอบรม ในการสร้างหลักสูตรต่าง ๆ ขึ้นมาในหน่วยงาน ยุติธรรมนี้ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ควรจะวางตัวเป็นกลาง และไม่มีการสร้างคอนเนกชัน (Connection) ดิฉันเห็นว่าที่ผ่าน ๆ มาหลักสูตรนี้มีแต่จะสร้างปัญหาค่ะ แล้วทำไมจะต้องมา ทำมาหากินกับเรื่องหลักสูตรฝึกอบรมต่าง ๆ ที่ไม่ใช่หน้าที่โดยตรงของศาล ไม่ใช่หน้าที่ โดยตรงของกระบวนการยุติธรรม มีหน้าที่อื่น ๆ ที่ท่านจะต้องทำผดุงความยุติธรรมให้เป็น ที่พึ่งที่หวังของประชาชน ซึ่งเป็นหน้าที่โดยตรง แต่ที่ผ่านมาก็ได้ทำงานแบบขาดตกบกพร่อง ถูกตั้งคำถามตลอดเวลาว่ามีความเป็นอิสระจริงหรือไม่ หรือทำตามใบสั่งใคร ก็ยังไม่สามารถ เคลียร์ (Clear) ตัวเองให้เป็นที่อบอุ่นใจกับประชาชนผู้เสียภาษีค่ะ ดิฉันขอถาม ๓ คำถามนี้ ในหน้า ๑๘ กับในหน้า ๒๐ ก็ขอคำชี้แจงให้เป็นที่กระจ่างด้วย ขอบคุณมากค่ะ🔗
ขอบคุณนะครับ วันนี้คุณอมรัตน์ตรงประเด็น ตรงกับรายงานนะครับ ต่อไปคุณประเสริฐพงษ์ เชิญครับ หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ก็ชี้แจงได้ครับ🔗
กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกลครับ ขออภิปรายเกี่ยวกับรายงานของสำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดินเกี่ยวกับของสำนักงานศาลยุติธรรมครับท่านประธาน มีประเด็นคำถาม สั้น ๆ ๒-๓ คำถาม ถ้าตอบได้ก็จะยินดีเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะเป็นประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชน การทำหน้าที่ ส.ส. ของเราคือทำหน้าที่ตรวจสอบ นอกจากออกกฎหมายแล้ว หน้าที่ของเราก็ต้องทำตรงนี้ เพราะว่าท่านก็ต้องรายงาน เราเป็นตัวแทนประชาชน ก็ต้องตรวจสอบ มันเป็นหน้าที่เรา เป็นความจำเป็นจริง ๆ หน้า ๑๗ ครับ รายได้จาก เงินบริจาคนี้ผมพอจะทราบรายละเอียดเป็นตัวอย่างสักเคส (Case) ๒ เคส (Case) ได้ไหมว่า ใครที่ยังศรัทธา ใครที่ยังรักระบบศาลยุติธรรม ประเทศไทยมันมีตัวชี้วัดอยู่ที่เงินบริจาค เพราะที่ผ่านมาพรรคการเมืองอย่างพรรคก้าวไกล มีคนบริจาคให้เราเป็นอันดับ ๑ แปลว่า เขาศรัทธา แล้ววันนี้ศาลยุติธรรมได้รับเงินบริจาคขนาดนี้ มีตัวอย่างหรือไม่ครับว่ามาจาก บริษัทไหน เป็นนิติบุคคล หรือเป็นคนธรรมดาที่ไหน เพราะถ้าตัวเงินบริจาคมากขึ้น นั่นหมายความว่ามีคนศรัทธาระบบศาลยุติธรรมไทยมากขึ้น ตรงกันข้ามครับ วันรพี หรือวันนักกฎหมาย มีคำถามครับว่าทำไมนักกฎหมายอย่างผมหรือหลาย ๆ คนไม่อยากไป ร่วมงานครับ ความเสื่อมศรัทธาของท่าน หรือความรักศรัทธาของท่านเพิ่มขึ้นหรือลดลงครับ อันนี้เป็นคำถามนะครับ ท่านลองตอบหน่อยได้ไหมครับ🔗
ถัดมาครับ หน้า ๑๘ ค่าเบี้ยประกันชีวิตครับ เราก็เป็นอดีตข้าราชการ ทำงาน ระบบราชการมา เบี้ยประกันชีวิตออกเองครับ แต่มีปรากฏรายงานว่าเป็นค่าเบี้ยประกันชีวิต เอ๊ะ หรือเฉพาะ ๓ จังหวัดชายแดน มันมีข้อยกเว้นตรงนั้นหรือเปล่า หรือมีเฉพาะที่ใดที่หนึ่ง หรือเฉพาะศาลฎีกา ศาลอุทธรณ์ หรือศาลชั้นต้น หรือมันเป็นกรณีพิเศษอย่างไร ช่วยตอบ หน่อยได้ไหมครับ เป็นเงินตั้ง ๕ ล้านบาทเศษ เบี้ยประกันซึ่งไม่เหมือนกับหัวหน้า ส่วนราชการอื่น ๆ นะครับ🔗
ถัดมานะครับ เรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างอาคาร ซึ่งผมคิดว่าที่จังหวัดกระบี่ บ้านผมก็เห็นนะครับ ปรากฏว่ามีการไปจัดซื้อจัดจ้างอาคารสำนักงานศาลใหม่ก็ยินดีครับ เห็นแล้วผู้พิพากษาคงจะมีพื้นที่ทำงานมากขึ้น ที่ผมกังวลก็คือว่าระบบการจัดซื้อจัดจ้าง ของศาลมันจะคล้าย ๆ กับการก่อสร้างศาลากลางจังหวัดกระบี่ที่ล่าช้ามาเป็น ๕ ปี ๖ ปี แต่ตอนนี้เสร็จแล้วนะครับ เสร็จไปหลายปีแล้ว แต่มีช่วงหนึ่งที่ล่าช้า กับอีกระบบ การจัดซื้อจัดจ้างของโรงพักทั่วประเทศไทย ซึ่ง ๔๐๐ กว่าแห่งที่มีคนทิ้งร้างออกไป ผมเป็นห่วง เป็นห่วงว่าอาคารของศาลยุติธรรมที่กำลังก่อสร้างกันอยู่ในหลายจังหวัดนี้ ผู้รับจ้างจะทิ้ง หรือเปล่า มีการจัดซื้อจัดจ้างในระบบรวบศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลางหรือไม่ มีการกระจายไป ที่ส่วนไหนอย่างไร ระบบการตรวจสอบแบบนี้ผมอยากทราบจริง ๆ ผมเป็นห่วงนะครับ เดี๋ยวผู้พิพากษาจะไม่มีสำนักงานทำด้วยความรวดเร็ว ที่สำคัญคือมันกระทบกับพี่น้องประชาชน🔗
หน้า ๑๙ ครับ ค่าตอบแทนเฉพาะงาน อยากรู้จริง ๆ ว่าเป็นค่าตอบแทน เฉพาะงานอะไร ขอตัวอย่างสัก ๑ ตัวอย่างว่าเงินที่เราจ่ายไป ๘๐ กว่าล้านบาท หรือ ๗๐ กว่าล้านบาท ในงบปี ๒๕๖๒-๒๕๖๓ นี้มันเป็นค่าตอบแทนเฉพาะงานอะไร ฝากคำถามถึงผู้แทนที่มาตอบคำถามด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปเชิญ ท่านดะนัย มะหิพันธ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ดะนัย มะหิพันธ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอำนาจเจริญ ผมขออภิปรายรายงาน การประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินของกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถ ใช้ถนน ท่านประธานครับ การรายงานอาจจะล่าช้าเพราะว่าปีนี้สิ้นสุดปีบัญชี ๒๕๖๔ แล้ว ตอนนี้ยังรายงาน ๒๕๖๒ อยู่ ผมเคยอภิปรายไว้เรื่องค่าค้างทะเบียนรถ ก็ขออนุญาตเรียนถามว่า ในหน้า ๓ ๕.๑ ประสิทธิภาพ ในการเร่งรัดการรับชำระหนี้จากลูกหนี้ค่าหมายเลขทะเบียนรถ ถามว่า เลขทะเบียนรถที่ท่านพูดถึงคือเลขสวยใช่ไหมครับ เพราะผมเคยถามท่านแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อปีที่แล้ว ถ้าเป็นทะเบียนรถเลขสวย ผมถามว่าทำไมมีผู้ค้างชำระมากมาย เพราะคนที่มา ประมูลเลขทะเบียนรถสวยคือคนมีเงินเท่านั้น คนไม่มีเงินไม่สามารถมาประมูลได้ครับ อยู่ด้วยกันครับ เขาเย็บไว้ด้วยกัน ก็แสดงว่าอยู่ในวาระเดียวกันนะครับ ท่านดูในตัวเลข ที่ผมพูดถึงนะครับ เมื่อสักครู่เห็นเจ้าหน้าที่บอกว่าอยู่วาระถัดไป แต่ผมเห็นว่าเย็บอยู่ติดกัน ผมก็เลยถือว่าอยู่ในวาระเดียวกันนะครับท่านประธาน เพราะเห็นเย็บไว้ด้วยกัน ท่านดูนะครับว่า ขณะนี้มีลูกหนี้ค้างชำระค่าเลขทะเบียนอยู่ตั้ง ๒,๑๖๖ ล้านบาท นั่นแสดงว่า ประสิทธิภาพในการจัดเก็บในการประมูลเลขสวยของท่าน ท่านไม่ได้มีหลักเกณฑ์ วิธีการ ไม่ได้มีเงื่อนไขเลยว่า ใครมาประมูลทำอย่างไรถึงจะได้รับเงิน ปล่อยให้มีการค้างอยู่ส่วนกลาง ตั้ง ๔๖๖ ล้าน ส่วนภูมิภาค ๑,๗๐๐ กว่าล้าน ซึ่งเรื่องนี้ผมเคยอภิปรายไว้แล้วว่ามันเป็น หน้าที่ความรับผิดชอบของใครที่ทำ ถ้าเงินเหล่านี้ไม่ได้ หน่วยงานไหนคือหน่วยงาน ที่รับผิดชอบนะครับ ก็ขอเรียนฝากท่านว่าสิ่งเหล่านี้คนยากคนจนเขาไม่มีโอกาสหรอกครับ แต่คนที่มีเงิน มีฐานะเท่านั้นที่จะมาประมูลเลขสวย เมื่อได้เลขสวยแล้วยังไม่จ่ายค่าประมูล ยังไม่จ่ายค่าป้ายก็แสดงว่ากระทำผิดกฎหมายใช่หรือไม่ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ผมขออนุญาตท่านประธานต้องขอประทานโทษที่เพิ่งแจ้งชื่อครับ ขอใช้เวลาในการอภิปรายรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงิน สำนักงานศาลยุติธรรม สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ปี ๒๕๖๓ ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินครับ ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างที่ผมเคยอภิปรายในการอภิปรายงบประมาณรายจ่าย ประจำปีที่ผ่านมาว่า ความยุติธรรมไม่เท่ากับอาคารที่ใหญ่โต เพื่อนสมาชิกหลายคน ตั้งคำถามมาโดยตลอดว่า วันนี้เราขับรถไปที่ใดก็แล้วแต่เราจะพบแต่ความเปลี่ยนแปลงของ อาคารศาลที่มีความใหญ่โต ไม่ว่าจะเป็นในส่วนกลาง อย่างเช่นกรณีของการปรับปรุงอาคาร ศาลฎีกา ซึ่งแต่เดิมนั้นเป็นอาคารสำคัญในทางประวัติศาสตร์ที่อยู่คู่กับถนนราชดำเนินตั้งแต่ หลังปี ๒๔๗๕ แล้วผมก็ไม่รู้ว่ากระบวนการที่ทำศาลฎีกาขึ้นมาใหม่นั้นขัดหรือแย้ง ต่อแผนพัฒนาเกาะรัตนโกสินทร์หรือไม่ นี่ยังไม่พูดถึงอาคารศาลที่อยู่ในพื้นที่ต่างจังหวัด ซึ่งท่านต้องระวังนะครับ ไม่กี่วันที่ผ่านมาก็มีข้อพิพาทในจังหวัดในภาคอีสานแห่งหนึ่ง ซึ่งการก่อสร้างอาคารในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม ผมไม่ได้หมายถึง ศาลนะครับ ไปบดบังทัศนียภาพมุมมองของวัฒนธรรมประเพณี ตลอดจนวัดสำคัญในพื้นที่ จังหวัดแห่งนั้น นี่ผมไล่เลียงให้ท่านฟังเป็นเบื้องต้นก่อน แต่อย่างไรก็ตาม ท่านประธานครับ สำหรับรายงานทางการเงินผมมีอยู่หลายประเด็นทีเดียวที่จำเป็นต้องสอบถามท่าน เช่น กรณีในหน้า ๑๒ ครับ ในหน้า ๑๒ พูดถึงเงินค่าฝากธรรมเนียมการสอบแข่งขัน ซึ่งตัวเลขในปี ๒๕๖๓ นั้นมีอยู่ที่ ๓,๐๘๕,๘๕๐ บาทเศษ ไม่มีตัวเลขนี้ในปี ๒๕๖๒ ท่านอาจจะบอกก็ได้ครับ นี่คือค่าธรรมเนียมการสอบการแข่งขันในส่วนของเจ้าหน้าที่ ในส่วนของข้าราชการหรือในส่วนอื่นใดก็แล้วแต่ นั่นก็เป็นคำตอบที่ท่านเตรียมที่จะตอบ แต่ผมอยากจะไล่เลียงให้พี่น้องประชาชนฟังว่าวันนี้มันแปลกนะ ระบบของการสอบแข่งขัน การเข้าเป็นผู้พิพากษา ผมก็มีเพื่อนเป็นผู้พิพากษาที่จบมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รุ่นเดียวกัน ก็ไม่น้อยกว่า ๒๐ กว่าคนในรุ่นของผม ในอดีตมีแค่สนามใหญ่กับสนามเล็ก แต่นับตั้งแต่ อย่างน้อยที่สุด ๒๕๕๙ ที่ผ่านมาวันนี้ผู้พิพากษามีการสอบอยู่ทั้งหมด ๓ สนามด้วยกัน ๑. ก็คือสนามใหญ่ ๒. คือสนามเล็ก ๓. คือสนามจิ๋ว ซึ่งถูกตั้งคำถามมาโดยตลอดว่า สนามจิ๋ว ท่านมีความประสงค์มีความต้องการที่อยากจะได้ผู้พิพากษาที่จบปริญญาโท ๒ ใบ จากมหาวิทยาลัยในต่างประเทศมากน้อยขนาดไหน เพราะว่าสัดส่วนของการได้เป็น ผู้พิพากษา ในแต่ละสนาม ผมยกตัวอย่างในปี ๒๕๖๒ ก็ได้ครับ ที่เกี่ยวข้องใกล้เคียง กับรายงานการเงินฉบับนี้ที่สุด สนามใหญ่แข่งกัน ๖,๓๕๒ คน สอบได้แค่ ๑๗๑ คน คนอย่างพวกเรา หลายท่านก็จบมหาวิทยาลัยรามคำแหง จบมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช จบแบบบ้าน ๆ ในประเทศไทย เนติบัณฑิต แข่งกันแทบตายได้ ๑๗๑ คน คิดเป็น ๒.๖๙ เปอร์เซ็นต์ แต่พอเป็นสนามเล็กที่บวกเนติบัณฑิต บวกปริญญาโทเข้าไป ๓,๒๑๒ คน สอบได้ ๑๖๒ คนคิดเป็น ๕ เปอร์เซ็นต์ แต่พอเป็นสนามจิ๋ว ๒๖๐ คน สอบได้เก่งมากเลย คนที่เข้าสอบจบปริญญาโท ๒ ใบจากต่างประเทศ เอานามสกุลมาไล่ดูก็ได้ครับ ว่าคนเหล่านี้ เป็นลูกท่านหลานเธอ ลูกผู้พิพากษาจำนวนเท่าไร ไม่ต้องคิดตัวเลขว่ากี่เปอร์เซ็นต์ สอบได้ ๔๕ คน คิดเป็น ๑๗.๓ เปอร์เซ็นต์ ท่านจะไปแสวงหาหรือจะไปอำนวยความยุติธรรมให้ใครครับ ในเมื่อมันไม่ยุติธรรม แม้กระทั่งการเข้าสู่การเป็นผู้พิพากษาในประเทศแห่งนี้ พูดด้วย ความเจ็บใจ นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ ในหน้า ๑๒ เรื่องเงินค่าธรรมเนียมการสอบการแข่งขัน🔗
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ก็คือกรณีของค่าป่วยการ ค่าตอบแทน นักสังคมสงเคราะห์หรือนักจิตวิทยา ตลอดจนเงินรางวัลตำรวจรักษาการณ์ต่าง ๆ ผมขอบพระคุณที่ท่านให้ความสำคัญครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงินรางวัลตำรวจรักษาการณ์ ที่เรียกว่าคอร์ต ออฟ มาร์แชล (Court of Marshal) ท่านจำกรณีการยิงกันในศาลจังหวัด จันทบุรีได้ไหมครับ หากวันนั้นเจ้าหน้าที่ของท่านมีวัสดุอุปกรณ์ที่พร้อมมากกว่านี้ มีระบบคนที่มีสวัสดิการ มีการจ้างงาน มีการฝึกอบรม มีมืออาชีพที่จะปกป้อง ความยุติธรรม ความปลอดภัยให้กับผู้พิพากษา ให้กับคนที่เกี่ยวข้องในคดีจะไม่มีกรณี การเสียชีวิตที่เกิดขึ้นจากการยิงกันในศาลจังหวัดจันทบุรี ตัวเลขขยับมาจาก ๑๐ ล้านบาทเศษ เป็น ๒๓ ล้านบาทเศษ ผมเห็นด้วย แต่วันนี้ถามท่านตรงไปตรงมาว่า ตัวเลขที่ขยับขึ้นมา แล้วท่านมีคอร์ต ออฟ มาร์แชล (Court of Marshal) ครบทุกศาลหรือยัง อย่าไปเอาตำรวจ เอามาเลยครับ เขามีภารกิจอื่นมีสิ่งที่ต้องทำ ฝึกคนของท่าน ฝึกมืออาชีพ มีวัสดุอุปกรณ์ มีเครื่องตรวจโลหะ มีอะไรต่าง ๆ ให้ท่าน ยิ่งยุคโควิด (COVID) ยิ่งทำง่ายขึ้นไปอีก ท่านมีหรือยัง ตอบโจทย์ตัวเลขนี้หรือไม่🔗
ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ ก็คือค่าตอบแทนนักสังคมสงเคราะห์ หรือนักจิตวิทยา ผมยังถือบัตรนักสังคมสงเคราะห์หรือนักจิตวิทยา ตาม ป.วิ.อาญา อยู่เลยครับ แต่ผมอยากจะเล่าให้ท่านฟังว่า วันนี้พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะเยาวชนที่ต้องข้อหาคดีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมือง แล้วไปศาลเยาวชนเขาเล่าให้ผมฟังเต็มไปหมดเลย บอกว่าคนเหล่านี้ไปบีบให้เขารับสารภาพ คนเหล่านี้ไปบอกว่า ถ้าหนูไม่รับ หนูอาจจะต้องไป อยู่สถานพินิจ คนเหล่านี้ไปบอกว่า พวกหนูทำผิดกฎหมายก็ต้องรับผิด คนเหล่านี้ ไปยุ่งกับชีวิตส่วนตัวของเขา ไปตั้งคำถามว่าหนูเคยมีเพศสัมพันธ์กับเพศเดียวกันไหม นี่เรื่องจริงทั้งหมด ฉะนั้นเงินค่าตอบแทนนักสังคมสงเคราะห์หรือนักจิตวิทยา ๑,๑๓๐,๐๐๐ บาทต่อปี ท่านเคยทบทวนคุณภาพของเจ้าหน้าที่เหล่านี้ที่ไปปฏิบัติงาน ในศาลท่านหรือไม่ ผมชื่นชมอยู่ศาลเดียวครับ คือ ศาลอาญาธนบุรีตั้งแต่สมัยท่านวัชรินทร์ ปัจเจกวิญญูสกุล ตั้งไว้ ที่อื่นด้วยความเคารพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งศาลเยาวชน และครอบครัวกลาง ผมไม่เคยเชื่อ นั่นเป็นประเด็นที่ ๓🔗
ประเด็นที่ ๔ เป็นประการสุดท้ายครับ และเป็นประเด็นที่พรรคก้าวไกล ต้องการผลักดันอย่างยิ่งครับ ในนี้เขียนเรื่องเงินช่วยเหลือการศึกษาของบุตร ในนี้เขียน เรื่องเงินช่วยเหลือพิเศษกรณีเสียชีวิต ตั้งวงเงินไว้ว่ามี ๒,๘๐๐,๐๐๐ บาท ในปี ๒๕๖๓ ท่านคณากร เพียรชนะ ได้รับเงินช่วยเหลือพิเศษกรณีเสียชีวิตนี้หรือไม่ แล้วพรรคก้าวไกล ยืนยันผ่านสภาแห่งนี้ครับว่า เราจะแก้ไขรัฐธรรมนูญศาลยุติธรรมที่จะคืนคำพิพากษา ให้ผู้พิพากษา คืนความยุติธรรมให้กับประชาชน ผ่านการตอบแทนเงินที่พวกท่านได้รับ ผ่านรายงานทางการเงินฉบับนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ เชิญตัวแทนหน่วยงานตอบชี้แจงครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม จีระพัฒน์ พันธุ์ทวี เลขาธิการสำนักงาน ศาลยุติธรรม ขอขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้กรุณาให้ข้อคิดเห็นและข้อสังเกต ข้อเสนอแนะ ที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงานของสำนักงานศาลยุติธรรมนะครับ🔗
สำหรับข้อซักถามหรือข้อห่วงใยของท่านสมาชิกนะครับ ผมขออนุญาต กราบเรียนดังนี้นะครับ ในส่วนของค่าธรรมเนียมศาล ซึ่งกระทรวงการคลังได้มีข้อบังคับ ให้สำนักงานศาลยุติธรรมสามารถที่จะนำไปใช้จ่ายในการเสริมงบประมาณได้ ร้อยละ ๕๐ ซึ่งตรงนี้ข้อบังคับของกระทรวงการคลังได้กำหนดเอาไว้ว่าจะนำไปใช้ในค่าใช้จ่าย ส่วนงบดำเนินการได้ร้อยละ ๑๐ และงบลงทุนร้อยละ ๔๐ ซึ่งในการใช้จ่ายก็เป็นการใช้จ่าย เพื่อเสริมงบประมาณในการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารที่ทำการศาล ในการบริการประชาชน ในการซื้อครุภัณฑ์ อย่างเช่น อีเอ็ม (EM) หรือกำไลข้อเท้านี่นะครับ สำหรับใช้เสริม ในการปล่อยชั่วคราวนะครับ เพราะฉะนั้นแล้วการใช้จ่ายเงินค่าธรรมเนียมศาล มันจะมี ข้อบังคับของกระทรวงการคลังกำหนดว่าจะไปใช้เพื่อการใด รวมทั้งจะต้องมีการรายงาน ทุกไตรมาสสำหรับเงินบริจาค ในหมายเหตุที่ ๑๘ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า เงินบริจาคนี้ เป็นการบริจาคอาคารจากศาลากลางจังหวัดนนทบุรีมอบให้ศาลจังหวัดนนทบุรี แล้วก็ตีราคา ค่าเสื่อมครุภัณฑ์เอาไว้ นอกจากอาคารศาลากลางจังหวัดนนทบุรีที่ไม่ได้ใช้หลังเก่า แล้วมอบให้ศาลจังหวัดนนทบุรีเป็นที่ทำการแล้ว ยังเป็นการบริจาคอาคารจากกรมพินิจ และคุ้มครองเด็กและเยาวชน มอบให้แก่ศาลแพ่งพระโขนงครับ การบริจาคดังกล่าวจึงไม่ได้ เป็นการบริจาคเงินนะครับ เป็นการบริจาคอาคารที่ทำการ🔗
ส่วนการใช้ตำแหน่งหน้าที่ในการประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยนั้น ผมขออนุญาตกราบเรียนต่อที่ประชุมนะครับว่า ในทางปฏิบัติแล้วท่านผู้พิพากษาก็จะแปร ผู้ที่มีส่วนได้เสียในทางขยายความ เพื่อให้ท่านที่มีตำแหน่งหน้าที่สามารถที่จะใช้ตำแหน่ง หน้าที่ในการประกันตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยได้ อันเป็นการคุ้มครองสิทธิผู้ต้องหาหรือจำเลยครับ🔗
ส่วนตัวเลขในการปรับนั้น ในส่วนนี้ผมจะขอรับไปดูสถิติคดี การปรับ ผู้ประกันที่ใช้ตำแหน่งหน้าที่ราชการของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ🔗
ในส่วนเงินรางวัลประจำปีเป็นการมอบเงินรางวัลประจำปีให้กับเจ้าหน้าที่ ธุรการ โดยสำนักงานศาลจะกำหนดเกณฑ์ชี้วัดว่า เจ้าหน้าที่ธุรการในศาลใดสามารถที่จะ ปฏิบัติหน้าที่ให้ได้ผลดีกับทางราชการ ในการพิจารณาพิพากษาคดีในการบริการประชาชน เมื่อสามารถทำตามเกณฑ์ชี้วัดได้ก็จะเป็นการมอบเงินรางวัลประจำปีให้กับเจ้าหน้าที่ธุรการ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นเช่นเดียวกับทุกส่วนราชการครับ🔗
สำหรับค่าตอบแทนในการปฏิบัติงานนั้น ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า เป็นการปฏิบัติงานนอกเวลา ในการออกหมายจับหมายค้นในเวลากลางคืน หรือในวันหยุดราชการ รวมทั้งในการมาปฏิบัติหน้าที่ในวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ หรือวันหยุดราชการอื่น กรณีที่มีการยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราว เพราะฉะนั้นแล้ว ตรงส่วนนี้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของประชาชนที่จะได้รับความคุ้มครองสิทธิเสรีภาพแม้กระทั่ง วันหยุดนะครับ🔗
สำหรับค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม ตรงส่วนนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า เป็นการปฏิบัติตามระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม ในเรื่องการฝึกอบรม ตั้งแต่สอบเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษาเข้ามาจะมีหลักสูตรประจำว่าจะต้องอบรมหลักสูตรผู้ช่วย ผู้พิพากษา หลักสูตรผู้พิพากษาประจำศาล ผู้พิพากษาศาลชั้นต้น ผู้พิพากษาหัวหน้าศาล ผู้พิพากษาชั้นอุทธรณ์ จนกระทั่งเป็นผู้พิพากษาอาวุโส จะมีการพัฒนาให้กับข้าราชการ ตุลาการนะครับ นอกจากนั้นแล้วก็จะเป็นการฝึกอบรมหลักสูตรของเจ้าหน้าที่ธุรการครับ🔗
ส่วนเบี้ยประกันชีวิตเป็นการจ่ายเบี้ยประกันชีวิตให้แก่ข้าราชการ ฝ่ายตุลาการที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ครับ นอกจากนั้นแล้ว การจัดซื้อจัดจ้างในการก่อสร้างอาคารศาล ผมขอยืนยันนะครับว่า สำนักงานศาลยุติธรรม ได้กระทำโดยโปร่งใสและตรวจสอบได้ เป็นการปฏิบัติตามระเบียบพัสดุ🔗
ส่วนค่าตอบแทนเฉพาะงานก็คือค่าควบคุมงานก่อสร้างที่ได้รับงบประมาณ สำหรับการก่อสร้างครับ🔗
ผมขออนุญาตกราบเรียนเพิ่มเติมในส่วนของการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพ ของประชาชน ในการปล่อยชั่วคราวนะครับท่านประธาน ซึ่งตรงนี้นโยบายของท่านประธาน ศาลฎีกาได้ให้ความชัดเจนว่า จะดำเนินการลดการคุมขังที่ไม่จำเป็น โดยการคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพของจำเลย ผู้ต้องหา รวมทั้งผู้เสียหาย เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างการคุ้มครอง สิทธิเสรีภาพ กับความสงบเรียบร้อยของสังคม นอกจากการลดการคุมขังที่ไม่จำเป็นแล้ว ศาลยุติธรรมยังลดความเหลื่อมล้ำในการปล่อยชั่วคราว ปัจจุบันเรามีการลดการใช้ หลักประกัน การใช้กำไลอิเล็กทรอนิกส์หรืออีเอ็ม (EM) เพื่อเสริมหลักประกัน รวมทั้ง การแต่งตั้งผู้กำกับดูแล และการใช้แบบประเมินความเสี่ยง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้นำมาใช้เพื่อให้ ท่านผู้พิพากษาสามารถใช้ดุลยพินิจในการสั่งปล่อยชั่วคราวได้อย่างละเอียดรอบคอบขึ้น นอกจากนั้นแล้วยังมีการพิจารณาคำร้องขอปล่อยชั่วคราวทุกวัน ไม่มีวันหยุด รวมทั้ง มาตรการเสริมอีกมาตรการหนึ่งก็คือ กรณีที่มีการหลบหนีก็จะมีเจ้าพนักงานตำรวจศาล อย่างที่ท่านสมาชิกได้กรุณาอภิปรายไปนะครับ ในการติดตามจับกุมเพื่อให้ได้ตัวผู้ต้องหา หรือจำเลย เข้ามาในคดีและจะได้ดำเนินการพิจารณาคดีอาญาต่อไปได้ครับ🔗
ในส่วนรายละเอียดอื่นผมจะขออนุญาตให้รองเลขาธิการสำนักงาน ศาลยุติธรรมเป็นผู้ตอบนะครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ🔗
เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผม ภพ เอครพานิช รองเลขาธิการ สำนักงานศาลยุติธรรม ขออนุญาตเรียนชี้แจงเพิ่มเติมในประเด็นตามที่ได้สอบถามว่า ทุกปีที่สำนักงานศาลยุติธรรมได้รับงบประมาณ อย่างปีที่ผ่านมาหรือในงบที่ดำเนินการ ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท สำนักงานศาลยุติธรรมได้มีคำของบประมาณ ที่มีจำนวน หรือมากกว่านี้ โดยมีการถูกปรับลดในชั้นของคณะรัฐมนตรี หรือในชั้นของฝ่ายบริหาร และในการดำเนินการสำนักงานศาลยุติธรรมก็ได้มีการดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ ตามที่ท่านสมาชิกได้ให้ข้อสังเกตว่า สำนักงานศาลยุติธรรมได้ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ ในการขอแปรญัตติเพิ่มเติมต่อกรรมาธิการหรือไม่ ซึ่งขออนุญาตเรียนว่าในส่วนนี้สำนักงาน ศาลยุติธรรมใน ๓ ปีที่ผ่านมา เราได้มีการขอแล้วก็ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญทั้ง ๓ ปี ย้อนไป ๒ ปีก่อน ได้รับงบประมาณจัดสรรเพิ่มเติมประมาณ ๑๐๐-๒๐๐ ล้านบาท ในแต่ละปีโดยกรรมาธิการก็เห็นควรให้เพิ่มเติมในส่วนของสำนักงานศาลยุติธรรม แต่ว่าปีที่ผ่านมาในส่วนหนึ่งเราก็ดำเนินการเช่นเดียวกัน แต่เนื่องจากว่ากรรมาธิการ ก็มีการปรับเปลี่ยนงบประมาณในส่วนนี้ ไปเป็นแก้ไขสถานการณ์โควิด-๑๙ (COVID-19) จึงไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมในส่วนนี้นะครับ แล้วก็ตามที่หลาย ๆ ท่านได้ ให้ข้อสังเกตเกี่ยวกับเรื่องการก่อสร้าง ถ้าถามว่าที่จังหวัดกระบี่ในขณะนี้มีการดำเนินการ อย่างไร เป็นการดำเนินการก่อสร้างอาคารศาลแขวงกระบี่ เพื่อรองรับการพิจารณา หรือในอนาคตก็จะมีการเปิดทำการอาคารศาลเพิ่มอีกหนึ่งที่ในส่วนนี้นะครับ แล้วส่วนตามที่ ท่านเลขาธิการได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องหลักสูตร นอกจากหลักสูตรที่อบรมของข้าราชการ ตุลาการ ซึ่งมีประมาณ ๕,๐๐๐ กว่าท่านแล้ว ยังมีหลักสูตรในส่วนที่เกี่ยวกับงบประมาณ ของข้าราชการศาลยุติธรรมเช่นเดียวกันครับ ที่ข้าราชการศาลยุติธรรมมีทั้งหมดประมาณ ๑๐,๐๐๐ คน แล้วใน ๑๐,๐๐๐ คน ก็จะมีหลักสูตรอบรมตั้งแต่ระดับต้น ระดับกลาง และระดับผู้อำนวยการ ซึ่งในส่วนนี้ก็จะเป็นการใช้จ่ายงบประมาณรวมทั้งสิ้นตามที่ได้ให้ ข้อสังเกตทั้งหมด ๒๐๐ กว่าล้านบาท ก็คือบุคลากรทั้งหมดที่มีการอบรมหรือใช้จ่าย งบประมาณในส่วนนี้ก็ประมาณ ๑๕,๐๐๐ คน ก็ขออนุญาตชี้แจงเพิ่มเติมตามที่ได้มี ข้อซักถามครับ🔗
มีชี้แจง เพิ่มเติมหรือไม่ครับ ท่านสมาชิกครับ เมื่อจบการอภิปรายแล้วถือว่าที่ประชุมได้รับทราบ รายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินสำนักงานศาลยุติธรรม สำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓ แล้ว ต้องขอขอบคุณผู้แทนของหน่วยงานที่มาชี้แจง ขอบคุณครับ🔗
ต่อไประเบียบวาระที่ ๒.๖ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดินประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓🔗
ด้วยผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินได้มีหนังสือแจ้งขอเลื่อนการเข้าร่วมประชุม เพื่อชี้แจงรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ต่อที่ประชุมสภา เนื่องจากในวันนี้ทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินมีภารกิจ ดำเนินการงานพิธีถวายผ้าพระกฐินพระราชทานประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๔ ดังนั้นผมจึงขอเลื่อน การรับทราบรายงานเรื่องนี้ออกไปในการประชุมในวันพฤหัสบดีถัดไป🔗
ระเบียบวาระที่ ๒.๗ รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงาน การเงินกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน สำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน ปี ๒๕๖๒🔗
ด้วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๖๔ รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุน เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๒ ตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ และให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ตามมาตรา ๑๐/๒ วรรคสี่ แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒ แก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติรถยนต์ (ฉบับที่ ๑๒) พ.ศ. ๒๕๔๖🔗
รายละเอียด ของรายงานดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิกเป็นที่เรียบร้อยแล้วนะครับ ท่านสมาชิกมีประเด็นปัญหาติดใจที่จะซักถามหรือไม่ครับ มีท่านสมาชิกติดใจนะครับ ในการนี้ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุม ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๗ จึงขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุม ๑. นางพรรณี พุ่มพันธ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ฝ่ายบริหาร ๒. นายบัญญัติ คันธา ผู้อำนวยการ สำนักมาตรฐานงานทะเบียนและภาษีรถ ๓. นางประภาพรรณ พิพัฒนสมพร ผู้อำนวยการ สำนักบริหารการคลังและรายได้ ๔. นายสมพงษ์ ผิวทอง หัวหน้าสำนักงานกองทุน เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ๕. นางสาวอุไทย ธรรมมา นักวิชาการขนส่ง ชำนาญการ ๖. นางสาวณัฐนันท์ พรหมเสน นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการ ๗. นายไกรวิทย์ พระสว่าง นักวิชาการขนส่งปฏิบัติการ เชิญผู้ชี้แจงครับ🔗
มีท่านสมาชิก ให้ความสนใจที่จะอภิปราย ตอนนี้มีชื่ออยู่ ๓ ท่าน ดอกเตอร์มหานิยม เวชกามา ท่านดะนัย มะหิพันธ์ ท่านดะนัยนี่เห็นอภิปรายเลยมาแล้วนะครับ ท่านวาโย อัศวรุ่งเรือง เชิญท่านดอกเตอร์มหานิยมครับ ผมอ่านในหน้า ๒ ยังมีอีกบรรทัดสุดท้ายของหน้า ๒ ยังไม่ถึงหน้า ๓ นะ ซึ่งบอกค่อนข้าง ชัดเจนว่าแล้วนี่คือการทุจริตหรือไม่ ความรับผิดชอบของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน เกี่ยวกับ การตรวจสอบการเงิน คือการอ่านและพิจารณาว่าข้อมูลอื่น ซึ่งมีความขัดแย้งที่มีสาระสำคัญ จากการรายงานหรือความรู้ที่ได้รับ การตรวจสอบของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ปรากฏว่า ข้อมูลอื่น มีการแสดงข้อมูลที่ขัดต่อข้อเท็จจริง อันเป็นสาระสำคัญหรือไม่ ผมให้ท่านผู้บริหาร กองทุนติดตามไปด้วย คือทาง สตง. นี่บอกค่อนข้างชัดเจนว่ากองทุนนี้มีปัญหา เพราะท่าน มีปัญหาแล้วเข้าข่ายทุจริตด้วย ผมอ่านให้ฟังอีก เดี๋ยวทางบ้านจะไม่เข้าใจ ในข้อ ๓ ขึ้นมาเลยนะ ด้วยเวลาอันสั้นผมอ่านเฉพาะที่มีปัญหา สำหรับวันสิ้นสุด ๓๐ กันยายน ๒๕๖๒ ข้อมูล ที่ขัดต่อข้อเท็จจริง อันเป็นสาระสำคัญ เนื่องจากรายงานค่าใช้จ่ายหนี้สงสัยจะสูญสูงขึ้นไป ดังนั้นหากผู้บริหารจัดทำรายงานประจำปีจากรายงานการเงินที่แสดงข้อมูลขัดต่อข้อเท็จจริง ดังกล่าว ข้อมูลในรายงานที่อ้างอิงแล้วมาบรรทัดนี้บอกได้เลยว่า ผลกระทบจากการรับรู้ ค่าใช้จ่ายหนี้สงสัยจะสูญสูงไป หมายความว่าถ้าอ่านรายงานแค่นี้ก็ยืนยันว่ากองทุนนี่รายงาน ทุกอย่างมีปัญหา นอกจากตอนแรกที่ผมบอกว่าเป็นการแก้ทีหลัง แล้วในหน้า ๓ นี้ บอกเลยว่า เป็นหนี้สงสัยว่าจะสูญ เงินจำนวนที่ท่านรายงาน ผมจึงบอกว่าในตอนนี้บอกว่า ความรับผิดชอบของผู้บริหารต่อรายงานการเงิน อันนี้เป็นรายงานของ สตง. นะครับ บอกค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าความรับผิดชอบของผู้สอบบัญชีต่อการรายงานการเงินนี่ เขาบอกว่า เขาตรวจด้วยความละเอียดอ่อน ตามหลักการบริหารการตรวจการเงิน แล้วท่านทำอย่างไร การจัดการการเงินผู้บริหารรับผิดชอบด้วยการประเมินความสามารถกองทุน ในการ ดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง เปิดเผยอย่างไร จึงเป็นที่มาของหน้า ๓ เวลาจะหมด ผมต้องอ่าน ให้ฟังเสียก่อน เพราะเขาเขียนไว้ชัดเจนว่า สตง. ตรวจพบว่าข้อมูลที่ขัดต่อข้อเท็จจริง อันเป็นสาระสำคัญที่มีอยู่ได้เสนอไป ให้ข้อมูลที่ขัดต่อข้อเท็จจริง อันอาจเกิดจากการทุจริต หรือผิดพลาด นี่คือปัญหา ท่านต้องตอบผมวันนี้ครับ เพราะกองทุนนี้มีบทบาทต่อ ผู้ใช้รถใช้ถนน เมื่อสิบกว่าวันก่อน ผมให้คนไปยื่น ซึ่งคนบ้านผมเกิดอุบัติเหตุ อยากได้แค่รถเข็น รถวีลแชร์ (Wheelchair) ที่เป็นเครื่อง ทางกองทุนบอกรับไม่ได้ เพราะอยู่ระหว่าง ร่างระเบียบ ๖ เดือนก่อน ผมก็ให้เขาไปยื่น ท่านก็บอกอยู่ในการร่างระเบียบ แสดงว่า ระเบียบที่ท่านจะร่างนี่คงจะใช้เวลาอีกประมาณสัก ๑๐ ปี พวกที่เกิดอุบัติเหตุตาย ทั้งประเทศ อันนี้เนื่องจากเวลาจะหมด ผมต้องยืนยันต้องได้คำตอบว่าในการตรวจสอบ ของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน เขายืนยันว่าตรวจตามหลักเกณฑ์มาตรฐาน เกี่ยวกับ การตรวจเงินแผ่นดินและมาตรฐานการตรวจสอบบัญชี สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ได้ใช้ดุลยพินิจและข้อสังเกต ข้อสงสัยเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพการตรวจสอบ ยืนยันชัดเจน สตง. ครับ ยังอีกหน้าหนึ่ง แต่เวลาผมมันหมด ต้องยืนยันต้องมีคำตอบในหน้า ๔ ของรายงาน ฉบับนี้ ผมเขียนไว้สรุปของ สตง. ๔-๕ ประเด็น ๔-๕ แยกเลยนะ สรุปแล้วผิดหมดว่า เป็นการพบการตรวจสอบแล้วเป็นเข้าข่ายทุจริต ประพฤติมิชอบในการบริหารกองทุน ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านใช้เวลาเกินไป ๒ นาทีนะครับ ต่อไปเชิญท่านดะนัย มะหิพันธ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ต้องกราบขอโทษท่านประธานเมื่อสักครู่นี้ได้ลุกขึ้นมาอภิปราย เพราะว่ามันเล่มสีเดียวกันครับ นึกว่าอยู่ในวาระเดียวกัน ท่านประธานครับ เรื่องรายงานของผู้สอบบัญชีของกองทุน เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ปี ๒๕๖๒ นะครับ ซึ่งถือว่าท่านก็รายงานช้า เพราะว่า ปีนี้มันสิ้นสุดบัญชีปี ๒๕๖๔ แล้วนะครับ ผมขออนุญาตไปดูในหน้า ๑๔ รายการที่ ๕.๙ ก็คือการรับรู้รายได้และค่าใช้จ่าย ๙.๑ รายได้จากการประมูลหมายเลขทะเบียน รับรู้รายได้ ทั้งจำนวนเมื่อเสร็จสิ้นการประมูล ตามประกาศของคณะกรรมการจัดการประมูลหมายเลข ทะเบียนรถ พอไปดูในลูกหนี้ค่าหมายเลขทะเบียนรถในข้อ ๗ หน้า ๑๕ ลูกหนี้ค่าหมายเลข ทะเบียนรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ไม่เกิน ๗ คน มีคนค้างชำระอยู่ทั้งหมด ๒,๐๙๙ ล้านบาท ท่านจะต้องไปเสียเงินชดเชยค่าหนี้สงสัยจะสูญตั้ง ๑,๐๘๘ ล้านบาท ยังเหลือเป็นลูกหนี้ ค่าทะเบียนรถที่ยังต้องติดตาม ๑,๐๗๗ ล้านบาท อันนี้แสดงถึงประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ในการทำงาน ถามว่าเลขทะเบียนรถนั่งส่วนบุคคลที่ว่านี้คือทะเบียนรถสวยใช่หรือไม่ครับ เพราะว่าผมเคยอภิปรายไว้ครั้งหนึ่งว่า แต่ก่อนนี้มีผู้ค้างทะเบียนรถ เลขทะเบียนรถสวยนี้ เป็นจำนวนมาก รายงานครั้งที่แล้วมีแยกเป็นรายจังหวัด แต่ครั้งนี้ไม่มีนะครับ เคยเรียนท่านว่า คนที่มาประมูลเลขทะเบียนรถสวยนี้ ไม่มีคนจนหรอกครับ มีแต่คนมีสตางค์ ตาสีตาสา ตามีตามาไม่มาประมูลหรอก แล้วประมูลแล้วให้เขาค้างชำระเลขทะเบียนนี้หมายความว่า อย่างไรครับ ใครอยากประมูลก็ได้ จ่ายก็ได้ ไม่จ่ายก็ได้ใช่หรือไม่ครับถึงมีคนค้างชำระเยอะ คราวนี้ไปดูครับ รายการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินของกองทุนในเล่มสีชมพู ในหน้าที่ ๓ ไปแยกว่าประสิทธิภาพในการเร่งรัดการรับชำระหนี้จากลูกหนี้ค่าหมายเลข ทะเบียนในปี ๒๕๖๒ ไม่เกิน ๓๐ วัน เกิน ๓๐ วัน ไม่เกิน ๑๘๐ วัน เกิน ๑๘๐ วัน ไม่เกิน ๖๐๐ วัน เกิน ๖๐๐ วัน รวมแล้วมีลูกหนี้ค่าเลขทะเบียน ๒,๑๖๖ ล้านบาท ท่านประธานครับ ประสิทธิภาพในการทำงานของคณะกรรมการกองทุนความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ถ้าก่อให้เกิดลูกหนี้เช่นนี้ ท่านคิดว่าท่านจะดำเนินการอย่างไรครับ เพราะในปีงบประมาณ ที่ผ่านมาได้มีการปรับปรุงนโยบายบัญชีในการจัดทำคุณภาพลูกหนี้ ท่านบอกนะครับ กลุ่มเสี่ยงก็คือกลุ่มเกิน ๖๐๐ วันขึ้นไปเป็นเงินตั้ง ๙๐๐ กว่าล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๔๙ เป็นลูกหนี้ค่าหมายเลขทะเบียนรถส่วนภูมิภาคจำนวนมาก และมีความยุ่งยากในการติดตาม ให้ชำระหนี้ เนื่องจากเป็นหนี้ค้างชำระมานาน เมื่อเป็นความยุ่งยากแล้วท่านไม่มีแนวทาง ไม่มีวิธีการที่จะติดตามเลยใช่หรือไม่ครับ ถ้าอย่างนั้นก็ทำไมไม่ชำระบัญชีให้หายไป แล้วเริ่มต้นใหม่ว่าต่อไปนี้ไม่มีคนเป็นหนี้ เพราะถ้าท่านบอกว่ามันยุ่งยาก ก็เรียนถามว่า ถ้าเป็นเลขสวย แล้วท่านเก็บไม่ได้ ผมว่าต่อไปก็เลิกประมูลเถอะครับ ให้มันเป็นเลขทั่วไปเลยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวาโย อัศวรุ่งเรือง🔗
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม วาโย อัศวรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตลุกขึ้นมาอภิปรายปรึกษาหารือกันว่า รายงาน ของผู้สอบบัญชี สตง. ในเรื่องของกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนตั้งแต่ ปี ๒๕๖๒ แล้วเพิ่งจะมารายงานตอนนี้ ต้องดูก่อนครับท่านประธานครับ ในฐานะที่เป็น กรรมาธิการงบประมาณพอที่จะมีประสบการณ์ในการรู้เรื่องงบประมาณมาบ้าง หน้า ๗ ครับ ท่านประธาน หน้า ๗ เป็นการรวมรายได้กับรายจ่ายว่าอย่างนั้นเถอะซึ่งออกมาคือขาดทุน เอารายได้ก่อน รายได้ประมาณ ๑,๖๖๙ ล้านบาทเศษ รายจ่าย ๑,๙๗๘ ล้านบาทเศษ ออกมาแล้วถัว ๆ เลยแล้วกันตัวเลขกลม ๆ ง่าย ๆ กองทุนนี้ขาดทุนไปประมาณ ๓๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ มาดูก่อนว่ามันมีปัญหาตรงไหน ปัญหาตรงรายได้ว่ารายได้หลัก ผมตีถัว ๆ รายได้ ๑,๖๗๐ ล้านบาท รายได้ ๑,๖๔๓ ล้านบาท มาจากการประมูลหมายเลข ทะเบียนรถ นี่คือรายได้หลักของกองทุนนี้ถูกต้องไหมครับ เพราะฉะนั้นการจัดสรรในเรื่อง ของการใช้เงินที่มันได้จากการประมูลทะเบียนรถรวมถึงการเรียกเก็บหนี้ที่มันเกิดจากตรงนี้ มันมีความสำคัญอย่างมากกับประสิทธิภาพของกองทุน ส่วนค่าใช้จ่ายมีตรงไหนบ้างครับ หลัก ๆ ผมเอาท็อปทู (Top Two) แล้วกัน ๒ อัน ใน ๑,๙๐๐ กว่าล้านบาท ประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท หลัก ๆ มีค่าจ้างเหมาบริการ ๔๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็ค่าใช้จ่ายอื่นอีก ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท เดี๋ยวเราไปดูตรงนี้ว่ามันขาดทุนเพราะอะไร เอาค่าจ้างเหมา บริการก่อน ๔๐๐ กว่าล้านบาท ค่าจ้างเหมาบริการ ๔๐๐ กว่าล้านบาทนี้รวมถึงค่าจ้าง ที่ปรึกษาด้วย รายละเอียดบอกว่าอย่างนี้ครับ ค่าจ้างเหมาบริการจำนวน ๓๖๐ ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นค่าจ้างผลิตและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ข่าวสารด้านความปลอดภัยและไฮไลต์ (Highlight) ตัวสำคัญครับว่า การประมูลหมายเลขทะเบียนรถก็คือการยิงแอด (Ads) การยิง โฆษณาเชิญชวนให้ประชาชนมาประมูล ก็คือการลงทุนชนิดหนึ่ง ส่วนอีกส่วนหนึ่งก็คือ การจ้างที่ปรึกษาในการศึกษาวิจัยประมาณ ๕๐ ล้านบาทเศษ ไม่เยอะครับท่านประธาน จริง ๆ ส่วนนี้ควรจะเป็นส่วนที่สำคัญด้วยซ้ำ แล้วเดี๋ยวผมจะให้ท่านประธานดูครับว่า เขาเอาเงินบริหารจัดการกองทุนเอาเงินไปลงอะไรแทนที่จะเอามาวิจัยในสิ่งที่เดี๋ยวผม จะแนะนำต่อไป แต่เขาเอาไปจ้างที่ปรึกษาวิจัยศึกษาอะไรครับ ดูนี่ครับ ค่าจ้างที่ปรึกษา โครงการศึกษาออกแบบและพัฒนาระบบบริหารจัดการเดินรถด้วยระบบจีพีเอส (GPS) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุมกำกับดูแล ลงทุนในเรื่องจีพีเอส (GPS) พวกนี้ ทีนี้รายจ่ายเมื่อสักครู่นี้ที่มันขาดทุนมันมีส่วนหนึ่งที่สำคัญก็คือค่าใช้จ่ายอื่นเป็นพันล้าน ในนี้ตรงหน้า ๒๐ ระบุไว้เลยว่าประกอบไปด้วยอะไรบ้าง ใน ๑,๑๐๐ กว่าล้านบาทเศษ เกือบ ๆ ๑,๐๐๐ ล้านบาทคือค่าใช้จ่ายที่เรียกว่า หนี้สงสัยจะสูญครับ คือกันเอาไว้ครับ เพราะว่าอะไร เพราะว่าเสียค่าใช้จ่ายไปแล้วเรียกเก็บคืนไม่ได้ เรื่องอะไรครับ เรื่องหนี้สงสัยจะสูญ ของลูกหนี้ค่าหมายเลขทะเบียนรถจำนวน ๙๖๒ ล้านบาทเศษ และลูกหนี้อื่นอีกประมาณ ๖ ล้านกว่าบาทเศษ รวม ๆ ประมาณเกือบ ๆ ๑,๐๐๐ ล้านบาท คือให้คนเขามาประมูล ทะเบียนสวย แล้วให้เขาค้างชำระ ทำสภาพบังคับแล้วเรียกเก็บเงินไม่ได้ ตรงนี้เป็นข้อสังเกต อย่างหนึ่ง ถ้าท่านประธานเข้าไปดูในเว็บไซต์ (Website) เสิร์ช กูเกิล (Search Google) ไปก็ได้จะเห็นว่ามีพ่อค้าแม่ขายขายทะเบียนสวยเต็มไปหมดเลย มีเงินลงทุนจำนวนมาก มีเงินหมุนเวียนในธุรกิจนี้จำนวนมาก แต่ผู้ที่แบกรับภาระเงินลงทุนครับ คนเข้าไปประมูล ไปล็อก (Lock) เลขมา พ่อค้าไปประมูลมา เอาเลขมาสวมใส่ในรถอาจจะรถเก่า ๆ อะไรก็แล้วแต่ ไม่จ่ายสตางค์รัฐครับ ต๊ะเอาไว้เป็นเครดิต แล้วก็ขายให้ได้ก่อนแล้วค่อยจะมา จ่ายสตางค์ให้รัฐ โดยที่รัฐไม่มีประสิทธิภาพใด ๆ ในการไปเรียกเก็บเงินจากพ่อค้าเหล่านี้มา แล้วมาดูครับว่าโครงการนี้เขาทำอะไรบ้าง ปี ๒๕๕๗ นี้ยังไม่ค่อยตื่นตัวเท่าไรทำไปโครงการ เดียวครับ ๓๗๐,๐๐๐ เงินนิดหน่อย ปี ๒๕๕๘ เพิ่มเป็น ๒ โครงการ ปี ๒๕๕๙ เพิ่มเป็น ๓ โครงการ ปี ๒๕๖๐ เพิ่มเป็น ๔ โครงการ ปีละโครงการ ปี ๒๕๖๑ กระโดดครับท่านประธาน แทนที่จะเป็น ๕ โครงการ ทำไป ๒๑ โครงการ กับ ๑ กิจกรรม ปี ๒๕๖๒ ทำไป ๔๗ โครงการ กับอีก ๕ กิจกรรม ใช้เงินตอนปี ๒๕๖๑ กระโดดข้ามขั้นไม่รู้กี่พันเปอร์เซ็นต์ มาเป็น ๓๒๐ ล้านบาท ปี ๒๕๖๒ ใช้เงินไปเกือบ ๒๐๐ ล้านบาท ถามว่าทำอะไร นี่ครับ โครงการยกระดับกระบวนการออกและต่อใบอนุญาต โครงการจัดตั้งศูนย์อบรมทดสอบ และโครงการเขตพื้นที่ ๒ เขตพื้นที่ ๔ เขตพื้นที่ ๕ โครงการสื่อสารสร้างจิตสำนึกปลอดภัย เสริมความใส่ใจบนท้องถนน ๔๐ กว่าล้านบาท แล้วสิ่งที่น่าทำจริง ๆ ก็คือตรงนี้ผมเปิดไป ผมไม่เห็นเลยว่ามันจะมีโครงการอะไรที่มัน จะสามารถทำให้คนไทยของเราปลอดภัยบนท้องถนนได้จริง ๆ มานั่งเสริมสร้างจิตสำนึก มานั่งสร้างคำขวัญ เอาเงินไปลงทุนกับอะไรก็ไม่รู้ แต่ไม่เคยรู้ว่าจริง ๆ แล้วปัญหาของการจราจร บนท้องถนนและอุบัติเหตุบนท้องถนนมันเกิดมาจากอะไร ไม่เคยมีโครงการที่จะลงทุน เพื่อศึกษาวิจัยในการเก็บข้อมูล แล้วเอาข้อมูลมาพูล (Pool) รวมกัน แล้วหาอย่างน้อย ไม่ใช่เวลามารายงาน แล้วขึ้นตารางแจกแจงความถี่ว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบนถนนหลวงกี่ครั้ง บนถนนสายรองกี่ครั้ง ในเขตเมืองกี่ครั้ง ในกลางวัน กลางคืนกี่ครั้ง มาแต่ตารางแจกแจง ความถี่ ไม่เคยมีการเชื่อมโยงและศึกษาข้อมูลและลิสต์ (List) ปัญหาออกมาเป็นขั้นลำดับว่า อะไรคือปัญหาสำคัญที่ ๑ ไม่เคยมีการทำพาร์ท อะนาลิสิส (Part Analysis) ไม่เคยมีการทำ แฟกเตอร์ อะนาลิสิส (Factor Analysis) ไม่เคยรัน (Run) เลยว่าอันไหนที่มีอิมแพกต์ (Impact) มากที่สุด ไล่ลดลำดับลงมา เงินเรามีจำกัดท่านประธานครับ บริหารจัดการ ก็ยังได้ไม่ค่อยดี หนี้สงสัยจะสูญก็เยอะแยะมากมาย แถมยังมีเงินลงทุนในการโฆษณา อีกเป็นร้อย ๆ ล้านบาท ท่านประธานครับ แต่ยังไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดได้ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมคงจะต้องให้ท่านผู้ชี้แจงชี้แจงให้ผมและเพื่อนสมาชิก เข้าใจว่า สรุปค่าใช้จ่ายที่ค้างเป็นพัน ๆ ล้านบาท ในเรื่องหนี้สงสัยจะสูญในกลุ่มพ่อค้า ที่มาประมูลทะเบียนสวย ที่มันค้างเอาไว้ท่านจะจัดการอย่างไร และ ๒. ก็คือว่าโครงการ ต่าง ๆ เหล่านี้ท่านมีทำเรื่องประสิทธิภาพประสิทธิผลออกมาในแต่ละโครงการบ้างหรือเปล่า และโครงการที่มันควรจะทำที่ผมว่าไปก็คือ การทำการศึกษาวิจัยเชิงลึก อย่างน้อย ในเชิงทฤษฎีให้มันออกมาให้ชัดเจนว่าพร็อบเบล็ม ลิสต์ อิมแพกต์ (Problem List Impact) ของแต่ละแฟกเตอร์ (Factor) ที่มันมีปัญหาในเรื่องของการจราจรและอุบัติเหตุบนท้องถนน จริง ๆ มีอะไรบ้าง ท่านจะได้ทุ่มเงินเรียงลำดับไปเป็นขั้นเป็นตอน ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ได้อย่าง ถูกต้อง ฝากไว้แค่นี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ในฐานะผู้เสียภาษี ให้กับกรมการขนส่งทางบก ท่านประธานครับ ที่ท่านนิยมพูดไว้ตั้งแต่ต้น บอกว่ามีการทุจริต เดี๋ยวผมรับตรวจสอบเอง ผมในฐานะประธานคณะกรรมาธิการกองทุน ติดตามตรวจสอบ กองทุนนี้มานานครับ วันนี้เพิ่งได้เห็นของจริง ท่านที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ จริง ๆ แล้วอย่าคิดว่า มาเพื่อให้สมาชิกได้พูดแล้วก็กลับบ้านไป🔗
ประเด็นที่ ๑ ท่านประธานที่เคารพครับ กองทุนนี้มีเงินจำนวนมหาศาล มาจากการประมูลทะเบียนรถเป็นหลัก สิริรวมวันนี้อยู่ประมาณ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับ และใช้มีรายรับประมาณปีละ ๑,๖๐๐ กว่าล้านบาท คำถามก็คือมีคนรวยกับการประมูลรถนั่งทั้ง อยู่ในกรมการขนส่งทางบก ทั้งอยู่ตามขนส่งจังหวัดทั่วประเทศไทย เดี๋ยวผมจะบอกครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ เขาบอกว่าองค์กรนี้ที่ใช้เงินมหาศาล ถ้าวัดค่าเคพีไอ (KPI) ในท้องถิ่นหรือว่าในสังคมไม่รู้เลยว่าพวกท่านทำอะไรกัน ท่านประธาน ที่เคารพครับ เลขตอง ๕ ล้านบาท ๑๐ ล้านบาทขึ้น อันนี้ประชาชนทราบความพอดี แต่คำถามก็คือว่าประมูลกันแล้วเอาเงินให้หลวงเขาเอาไปไหนกัน ผมจะชี้ให้ท่านประธาน ได้เห็น แต่ว่าหลังจากนี้ผมในฐานะประธานกรรมาธิการ ผมจะตรวจสอบเรื่องนี้และตีแผ่ ให้กับสังคม ท่านประธานที่เคารพครับ เขาบอกว่าใครก็แล้วแต่ที่จะเข้าไปประมูลงาน หรือจะไปใช้เงินของกองทุนอย่าเข้าไปเลยเสียเวลา เขามีเจ้าพ่อเจ้าแม่อยู่ที่กรม เดี๋ยวผมจะแฉให้ดูว่าเจ้าพ่อเจ้าแม่เป็นใครบ้างครับ แล้วเขามีวิธีการแบบไหนอย่างไร รายงานผู้ตรวจสอบบัญชีขนาดผู้ตรวจสอบบัญชีชี้ว่าผิดอย่างนี้ ไม่มีใครทำอะไรได้นะครับ แต่ไม่เป็นอะไร เดี๋ยวจิรายุจัดให้ แล้วผมจะบอกท่านประธานต่อไปครับว่า ประมูล เลขทะเบียนหมวดใหม่ ๆ ที่เราเห็นเขาโฆษณานี่ไม่ว่ากันครับ แต่ท่านประธานทราบไหมว่า เลขหมวดเก่า บรรพบุรุษเราคุณพ่อ คุณแม่เราใช้ตั้งแต่ ๑ค ๓๐๕๗ ๒ค อะไรอย่างนี้นี่นะครับ เวลามีเลขเก่า ๆ เช่น ๓๓๓ ๔๔๔ ๕๕๕ เวลาเขาไม่ไปต่อภาษี ๓ ปีท่านประธานรู้ไหมครับว่า เลขมันไปไหน เลขมันกลับไปที่กรมนี่นะครับ แล้วใครรู้ละครับ ขนส่งจังหวัด ขนส่ง กทม. รู้ รู้แล้วทำอย่างไรต่อครับ ก็ล็อก (Lock) สิครับ ล็อก (Lock) แล้วเอาไปให้ใครครับ ประชาชน ทั่วไปมีสิทธิหรือครับ ถ้ามีช่วยหน่อยนะครับ บอกผมหน่อยนะครับ ข้างบนเดี๋ยวผมจะไปจอง เลขหนึ่ง เลขเก่าครับเลข ๕๕๕ เป็นหมวดเก่า เขาไม่ได้ไปต่อภาษี บางทีเจ้าของตายบ้าง ลืมบ้าง รถเป็นซากบ้าง เล่มถูกยึดไปบ้าง เล่มหายบ้าง เสื่อมไปตามกาลเวลาบ้าง ๔๐-๕๐ ปีบ้าง เลขกลับไปอยู่ขนส่งทางบกหมด ท่านประธานครับ คิดเล่น ๆ ครับเลขละ ๑ ล้านบาท ๑๐๐ เลขก็ ๑๐๐ ล้านครับ มันไปอยู่ที่ใครละครับ ไม่ว่ากัน เดี๋ยวจะหาว่าจิรายุกล่าวหา แต่ท่านประธานที่เคารพครับ เลขที่ถูกประมูลไปอย่างถูกต้องตามกฎหมายมี ๒ ประเภทครับ ประเภทที่ ๑ เราเห็นเลขสวยหมวดใหม่เราไปยกมือประมูลครับ แต่ถ้าท่านประธานไปจริง ๆ แทบจะไม่ค่อยได้หรอกครับ เขามีคนเหมาไปเป็นที่เรียบร้อย ชื่อไอ้จุกกับไอ้แกละ ไอ้จุก ไอ้แกละมีหน้าที่รับประมูลเลข วิธีการของเขาก็คือเหมาไปยกมือ ยกมือมาปุ๊บสมมติว่า ได้ราคา ๑ ล้านบาทก็รับจากกรมมาแล้วก็ถือต้นขั้วไปก่อน แล้วก็เอาไปประกาศขายตาม เว็บไซต์ (Website) ท่านประธานลองคีย์ (Key) เลขทะเบียนสวยเข้าไปในกูเกิล (Google) สิครับ บานทุ่ง ก็ไปตั้งราคาบวก พอขายได้ก็ค่อยจดทะเบียน ขายไม่ได้ก็ปล่อยคืนกรม จึงเป็นหนี้ที่ท่านมหานิยมพูดเมื่อสักครู่นี้อย่างไรครับ เขารู้ทัน🔗
ประเด็นต่อมา ท่านประธานที่เคารพครับ ไอ้จุก ไอ้แกละเหล่านี้เข้านอกออกใน กรมการขนส่งทางบกแล้วก็ดูเรื่องกองทุนฉบับนี้ เรียกว่ารวยกันมหาศาล แล้วผมบอกอย่างนี้ ท่านประธานครับว่า มารายงานสภาผู้แทนราษฎรนี่ไม่เป็นไร ฝ่ายนิติบัญญัติก็ต้องทำ อย่างจริงจัง แล้วผมจะบอกต่อไปครับว่าพวกเขาทำอะไรกันครับ เขาบอกว่าหน่วยงานนี้ กองทุนนี้ขี้เหนียว ขี้เหนียวไม่พอแถมใช้เงินไม่เป็น หรือใช้เป็นแต่ไม่ให้พวกคนอื่น ท่านประธานที่เคารพครับ คนที่เขาบอกว่าเข้าไปของานของกรมการขนส่งทางบก ถ้าไม่ใช่ บัญชีรายชื่อ ๑-๕ ที่เขารู้จักมักคุ้นเป็นไปไม่ได้ ซึ่งผมก็ไม่เชื่อ แต่เอาละไม่เป็นไร เดี๋ยวค่อยว่ากัน แต่ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อไปดูเพื่อนสมาชิกดู ตามผมนะครับในเล่มนี้หน้า ๒๔ เงินที่เขาได้จากการประมูลทะเบียนอย่างถูกต้องเข้าไปอยู่ในถังนี้แล้ว ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ ล้านบาท นี่นะครับ ยังไม่รวมเลขสวยเก่านะครับที่เอาไปทำมาหากินกันเยอะ หลายจังหวัด ในภาคเหนือ หลายจังหวัดในภาคอีสานผมรู้ เลขเก่าปุ๊บ คนพอไม่ต่อภาษี ๓ ปีท่านประธาน เขายึดเลข ผมจะบอกท่านต่อไปนี้ครับว่า ในหน้า ๒๓ นี่ผมพูดเฉพาะปี ๒๕๖๒ ที่ท่านมารายงานนะครับ ท่านประธานดูหมวด ๘ นะครับ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพ ในการตรวจสอบสภาพรถเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ปี ๒๕๖๒ ท่านใช้ไป ๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาท แต่พลิกไปหน้า ๒๕ เห็นไหมครับ ใช้ไป ๑.๒ ล้านบาทบ้าง ใช้ไป ๖ ล้านบาท ๗ ล้านบาทบ้าง พอมาดูรายการ ๒๓ ท่านประธานครับ โครงการเพิ่ม ประสิทธิภาพเหมือนกันเป๊ะ ใช้ไป ๑๕ ล้านบาท ใช้ทำอะไรครับ ช่วยอธิบายไม่เป็นอะไร เดี๋ยวผมใช้กรรมาธิการเรียกเอกสารเอา ต่อไปท่านประธานครับ ไปดูหน้า ๒๕ ครับ โครงการ จัดหาเครื่องวัดความเร็วรอบเครื่องยนต์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสภาพรถ ของกรมการขนส่งทางบก โครงการบำรุงรักษาซ่อมแซมตรวจสภาพรถทั่วประเทศเพื่อรักษา มาตรฐานการตรวจสภาพรถ ผมถามจริง ๆ เถอะหน้าที่ของกองทุนไหม หน้าที่กองทุนไหม ไม่ใช่ ท่านประธานครับ มันเป็นงบประจำของกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ผมเป็นรองประธานกรรมาธิการงบประมาณที่ผ่านมา เข้ามาในบัญชีเพียบ จัดซื้อครุภัณฑ์ ในการตรวจสอบ ตรอ. ร่วมรัฐ เอกชน จัดทำสถานที่เครื่องมือเทคนิคจีพีเอส (GPS) ติดตาม รถบรรทุกสารพัด อยู่ในงบประจำปีหมด แล้วไปเกี่ยวอะไรกับกองทุน พอไปดูต่อ ท่านประธานครับ รายการที่ ๓๒ ท่านประธานจะคุ้น ๆ ไหมครับ โครงการผลิตสื่อ ประชาสัมพันธ์และจัดกิจกรรมรณรงค์การขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ปลอดภัย ผ่านการแข่งขัน รายการไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ โมโต จีพี (Thailand Grand Prix Moto GP) จัดที่ไหน ท่านประธานรู้จักหรือเปล่า จังหวัดบุรีรัมย์ จัดที่จังหวัดบุรีรัมย์ ผมจึงบอกท่านประธานอย่างไรครับว่า ๙ ล้านบาทนี่ไม่เยอะหรอกครับ แต่กองทุนเหล่านี้ ใช้เงินกันแบบสุรุ่ยสุร่าย ขี้เหนียวด้วย แถมใช้เงินไม่เป็นด้วย ผมถามหน่อยครับ เมื่อสักครู่นี้ เพื่อนสมาชิกบอกไปขอแค่วีลแชร์ (Wheelchair) ตัวหนึ่งยังติดขั้นตอนโน้นนี่นั่นมากมาย หลากหลาย และผมก็ถามต่อไปอีกว่าการใช้เงินกองทุนของท่านนี้มันไปทับซ้อนกับงบ รายจ่ายประจำหรือไม่ แล้วใช้มันได้ประโยชน์อะไรต่อพี่น้องประชาชน กองทุนท่านไม่เหมือน กองทุนประกันสังคมที่มีปัญหาแล้วต้องจ่ายเงินเขา เพราะเขาจ่ายเงินค่าประกันตน แต่เงินที่ ท่านได้มาจากการประมูล จากเสน่ห์หาความชอบของคนที่มีเลขสวยแต่ท่านประธานครับ เป็นองค์กรเป็นกองทุนที่ใช้เงินแบบขี้เหนียว แทนที่จะไปแจกคนเจ็บจากรถคว่ำ ไปแจกญาติเขา ที่มีปัญหา ไปซื้อวีลแชร์ (Wheelchair) อย่างที่เพื่อนสมาชิกว่า แต่เก็บเงินไว้ครับ ไม่ได้ใช้ อะไรเลย ทั้ง ๆ ที่หลักประกันของท่านไม่ได้เหมือนกองทุนประกันสังคม เจ็บไข้ได้ป่วยต้องไป ใช้เงินกองทุนจ่าย อันนี้ไม่จ่ายใครเลยนะครับ ใช้กับการจ้างบริษัทมาจัดกิจกรรมต่าง ๆ ๔๐ กว่าโครงการครับ เดี๋ยวผมจะสอบถามผู้จัดการกองทุนว่า โครงการต่าง ๆ นี้ท่านนั่งเทียนคิด หรือท่านคิดจากตรรกะอะไรที่ทำให้สังคมมันอุบัติเหตุน้อยลง แล้วท่านไปรวมกับเรื่องของ งบประมาณแผ่นดินประจำได้อย่างไร ๓๐-๔๐ รายการนี้เป็นงบประจำทั้งนั้น แต่ก็ใช้ เงินกองทุน อ๋อ วิธีพิเศษหรือครับ หรือผู้จัดการกองทุนมีอำนาจในการสั่งอะไรก็ได้หรือครับ เกษียณไปคนใหม่ก็มาหรือครับ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ผมใช้เวลามากหน่อย แต่เพื่อจะบอกพี่น้องประชาชนว่าเวลาท่านไปประมูลทะเบียนสวย ดูให้ดีนะครับถ้าเข้าไป ในกูเกิล (Google) ท่านเห็นแน่นอน ราคามันบวกกว่าที่ประมูลในกรม กรมบอกว่าไม่มี ปัญหา กองทุนบอกไม่มีปัญหา ก็ชาวบ้านเขามาประมูลผมจะรู้ได้อย่างไร เขามา ๑๐๐ ราย เขาซื้อไป ๑๐๐ ทะเบียน แต่ปัญหาคือไม่ได้จ่ายเงินเลยท่านประธานครับ มันจึงเป็นลูกหนี้ นี่อย่างไร คุณต้องไปแก้ไขระเบียบ ใครประมูลได้ปุ๊บ ขายได้หรือไม่ได้ไม่รู้ ต้องจด ต้องจ่าย สตางค์เลย แต่นี่มีเวลา ผมจำไม่ได้ ๑๕ วัน ๓๐ วัน แล้วก็ค่อยไปให้คนไปประมูล ไปจดทะเบียน เขาขายไม่ได้ เขาก็ปล่อยทิ้งสิครับ กองทุนก็ต้องมาแบกรับภาระไปฟ้องคดี อันนี้เอามาพูดกันเป็นความจริงหน่อยเถอะ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการกองทุน ผมจะรับปากพี่น้องประชาชนว่าจะเอาเรื่องนี้มาตีแผ่ให้สังคม ได้ทราบว่าทะเบียนสวยที่หายนี้หายไปไหนกัน ใครได้ประโยชน์บ้าง โอนเงินไปให้ใครบ้าง ราคาทำไมโอเวอร์ (Over) นี่ละครับคือสิ่งที่เกิดขึ้นในสังคมไทย ในยุคที่ท่านบอกว่าจะ ปราบโกงกันนี้ ผมจึงฝากท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการกองทุน เดี๋ยวท่านช่วยชี้แจง ผมว่าเลขสวยหายไปไหน ที่ท่านทำโครงการต่าง ๆ นี้ได้อะไรมาบ้าง แล้วเงินงบประมาณ มันทับซ้อนมากน้อยขนาดไหน เกิดการทุจริต เกิดการแก้ไขปัญหา ดำเนินการแบบไหน อย่างไร ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ตัวแทนหน่วยงานจะชี้แจงหรือไม่ครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉัน นางพรรณี พุ่มพันธ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก เป็นผู้ขอชี้แจงข้อมูลนะคะ🔗
ลำดับแรกของท่าน ส.ส. ดะนัย มะหิพันธ์ ที่สอบถามในเรื่องของลูกหนี้ ค้างชำระของกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนว่ามีจำนวนสูง เนื่องจาก เดิมที่ผ่านมาระเบียบในการจัดเก็บชำระหนี้ค่าหมายเลขทะเบียน ซึ่งยังไม่ครอบคลุม ในด้านต่าง ๆ นะคะ ต่อมาในปี ๒๕๖๓ กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ก็มีการกำหนดปรับปรุงทบทวนหลักเกณฑ์ขึ้นมาใหม่ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการจัดเก็บ ชำระค่าหมายเลขทะเบียนรถ รวมถึงหนี้ที่ค้างชำระด้วยนะคะ จากการปรับเปลี่ยน หลักเกณฑ์โดยเรามีการวางเงินหลักประกันให้สูงขึ้น แล้วมีการคัดกรองผู้เข้าประมูลว่า จะต้องเป็นผู้ที่มีความสามารถในการเข้าประมูลและไม่ติดแบล็กลิสต์ (Black list) ว่าเป็นลูกหนี้ค้างชำระของการประมูลหมายเลขนะคะ แล้วก็มีการกำหนดหลักเกณฑ์ว่า เมื่อประสงค์จะลงทะเบียนเข้าร่วมประมูลแล้วต้องวางหลักประกัน เมื่อวางหลักประกันแล้ว เมื่อคุณชนะการประมูลจะต้องจ่ายเงินจำนวน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของค่าหมายเลขภายใน ๗ วัน ถ้าหากไม่ชำระเงินภายใน ๗ วัน ทางกองทุนก็จะยึดเลข แล้วก็นำขึ้นประมูลใหม่ สำหรับ ส่วนที่เหลือก็สามารถชำระได้ภายใน ๓๐ วันค่ะ แล้วถ้าหากมีติดภารกิจหรืออย่างไรก็ตาม ไม่สามารถชำระหนี้ได้ภายใน ๓๐ วัน เราก็จะให้ขยายเวลาได้ ๒ ครั้ง ครั้งละ ๓๐ วัน รวมทั้งสิ้น ๙๐ วัน ซึ่ง ณ ขณะนี้จากยอดลูกหนี้ของปี ๒๕๖๒ ที่มีถึง ๒,๑๖๖ ล้านบาทเศษ ปัจจุบันในปี ๒๕๖๔ ลูกหนี้ได้ถูกบริหารจัดการแล้วลดลง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เหลือลูกหนี้ ในปี ๒๕๖๔ ๘๔๘ ล้านบาทเศษค่ะ ซึ่งตรงนี้ทางกองทุนก็ไม่ได้นิ่งนอนใจพยายาม หามาตรการต่าง ๆ เพื่อควบคุมการบริหารจัดการหนี้ให้เป็นไปตามข้อสังเกตของสำนักงาน ตรวจเงินแผ่นดินนะคะ🔗
ต่อไปของท่านนิยมค่ะ ประเด็นปัญหาเรื่องที่ว่ามียอดค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นนะคะ ค่าใช้จ่ายที่สูงกว่ารายได้ก็คือเหตุเนื่องจากว่า แต่เดิมกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถ ใช้ถนน เราได้ตั้งมูลค่าลูกหนี้สงสัยจะสูญไว้ต่ำคือ ลูกหนี้ทุกประเภทเรากำหนดไว้ว่า มีความเสี่ยง ๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตามข้อเท็จจริงแล้วจะต้องมาแยกกลุ่มลูกหนี้ตามอายุ ของหนี้นะคะ ในกรณีที่ลูกหนี้มีอายุเกิน ๓๐ วัน แต่ไม่เกิน ๑๘๐ วัน เราจะตั้งค่าเผื่อลูกหนี้ สงสัยจะสูญ ๕ เปอร์เซ็นต์ สำหรับลูกหนี้ที่มีอายุหนี้เกิน ๑๘๐ วัน แต่ไม่เกิน ๖๐๐ วัน จะตั้งค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญกำหนดเอาไว้ร้อยละ ๒๕ นะคะ สำหรับลูกหนี้ที่มีอายุเกิน ๖๐๐ วัน จะตั้งค่าเผื่อลูกหนี้สงสัยจะสูญไว้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ค่ะ และรวมถึงส่วนต่าง ของที่จะเกิดจากการชำระหนี้ด้วยนะคะ🔗
แล้วอีกประเด็นหนึ่งที่บอกว่า มีผู้พิการขอรับรถวีลแชร์ (Wheelchair) นะคะ เนื่องจากว่าปีที่ผ่านมากองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนได้จัดสรรอุปกรณ์ คนพิการให้กับผู้พิการทั่วประเทศ มีหน่วยงานตรวจสอบ เช่น สตง. และ ป.ป.ช. ได้ตั้ง ข้อสังเกตว่าการจัดซื้อไม่มีประสิทธิภาพและไม่เป็นไปตามสเปก (Spec) ที่กำหนด จึงเห็นควรให้กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ให้หน่วยงานที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญทางด้านอุปกรณ์คนพิการเป็นผู้จัดซื้อจัดหาให้ ณ ปัจจุบันนี้กองทุน เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนได้ขอความร่วมมือกับกระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุขที่ดูแลโรงพยาบาลทั่วประเทศ แล้วก็ศูนย์สิรินธร ที่ดูแลในส่วนกลางเพื่อร่วมกันจัดหาอุปกรณ์ให้กับคนพิการ โดยจะมีการลงนาม เอ็มโอยู (MOU) ภายในเดือนพฤศจิกายนนี้ค่ะ และมอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับผู้พิการ ภายในเดือนมกราคมนี้ค่ะ ซึ่งตรงนี้คำขอต่าง ๆ ของผู้พิการที่เคยยื่นขอไว้กับ กปถ. หรือกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เราจะนำมาจัดสรรให้ตามลำดับ โดยพิจารณาตามความเหมาะสมของความพิการ และจะทำให้คุณภาพชีวิตของผู้พิการดีขึ้นค่ะ🔗
ต่อไปของท่านวาโย เรื่องหนี้สงสัยจะสูญเหมือนกันนะคะ ซึ่งตรงนี้ทาง กปถ. ก็ได้นำบทเรียนที่ผ่านมาเพื่อปรับปรุงทบทวน แล้วก็ทำให้งบรายงานการเงินเป็นปัจจุบัน แล้วก็มีความสมบูรณ์นะคะ ซึ่งอาจจะต้องแก้ไขในหลักการค่าหนี้สงสัยจะสูญ จึงทำให้ ปี ๒๕๖๒ มีงบประมาณรายจ่ายมากกว่ารายได้ สำหรับผลงานที่โครงการต่าง ๆ ปัจจุบันนี้ ทางกองทุนได้พิจารณาโครงการเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ สะท้อนถึงความปลอดภัย แล้วก็สามารถลดอุบัติเหตุได้ โดยในทางที่กรมเคยปฏิบัติผ่านมาก็คือ โครงการที่ประสบ ความสำเร็จและเห็นได้ชัดก็คือ โครงการเช็กคน เช็กรถ เช็กกิงพอยท์ (Checking Point) โดยมีการตรวจสภาพรถจากสถานีขนส่ง อาจดูความพร้อมของคนขับและดูสภาพรถจะต้องมี ความมั่นคงแข็งแรง และจะมีเจ้าหน้าที่ตรวจการประจำอยู่ตามจุดเสี่ยงต่าง ๆ ซึ่งสถิติ การเกิดอุบัติเหตุของรถโดยสารลดลงถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ จากปี ๒๕๖๓ มาถึงปี ๒๕๖๔ ซึ่งตรงนี้ก็ทำให้กรมได้พัฒนา โดยใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี ในการบริหารจัดการ รวมถึงเรื่องการควบคุมความเร็วโดยจีพีเอส (GPS) ด้วย แล้วก็ในเร็ว ๆ นี้ก็มีการยกระดับ การออกใบอนุญาตขับรถกับผู้ประจำรถ ไม่ว่ารถยนต์ส่วนบุคคลหรือรถบรรทุก รถโดยสาร โดยจะมีเรื่องใบรับรองแพทย์ เรื่องการอบรมให้ความรู้ เรื่องการจำลองสถานการณ์ การคาดการณ์จะเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งตรงนี้กรมได้นำนวัตกรรมต่าง ๆ มาปรับใช้ ในเรื่องของ การสร้างจิตสำนึกเยาวชน ก็จะมีเรื่องนักเรียนรุ่นใหม่มีใบขับขี่ แล้วก็อีกรายการหนึ่งก็คือ การจัดสรรเงินให้กับสำนักงานขนส่งทั่วประเทศ เพื่อนำไปบริหารจัดการด้านความปลอดภัย ในชุมชน ซึ่งเหมาะสมกับภูมิประเทศ แล้วก็เหตุการณ์ในแต่ละจังหวัด ซึ่งมีความแตกต่างกัน โดยจะมีคณะกรรมการบริหารเงินก้อนนี้อยู่ทั่วประเทศเลย เราจะจัดสรรไปในปี ๒๕๖๕ นี้🔗
ต่อไปขอเรียนชี้แจงของท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ เรื่องการจัดการชำระหนี้ ซึ่งได้กล่าวมาสักครู่หนึ่งว่า กรมได้มีการทบทวนหลักเกณฑ์ แล้วก็บริหารจัดการหนี้คงค้างอยู่ ซึ่งในส่วนกรุงเทพมหานครเหลือลูกหนี้ค้างแค่จำนวน ๒ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ จนถึงปัจจุบันนี้ ส่วนในภูมิภาคก็มีการลดลงอย่างเป็นลำดับ เนื่องจากว่าลูกหนี้ที่ไม่ชำระหนี้ เราจะจัดเก็บเลขกลับคืนมา แล้วก็นำออกประมูลใหม่ เพื่อให้มีการนำรายได้เข้าสู่กองทุน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับตัวเลขเก่าที่ท่านได้เรียนถาม กรมก็ได้มีระเบียบในการจัดการ เรื่องการอนุญาตให้ใช้เลขเก่าที่ไม่ใช่เลขประมูลโดยจะเป็นอำนาจของขนส่งจังหวัด อำนาจของรองอธิบดี แล้วก็อำนาจของอธิบดีกรมการขนส่งทางบก ซึ่งถ้าหากเจ้าของเก่า อยากกลับมาใช้เลขของตัวเองสามารถขอได้เลย แต่ถ้าเลขตัวไหนที่แจ้งเลิกใช้ หรือย้ายออกไป ก็จะต้องดูด้วยว่า มีภาษีค้างชำระไหม มีการหยุดแจ้งใช้รถอย่างถาวรหรือไม่ กรมจะมีขั้นตอนการตรวจสอบก่อนอนุมัติเลขเก่าออกไป🔗
แล้วอีกเรื่องหนึ่งก็คือ เรื่องงบประมาณที่ว่ามีหลาย ๆ โครงการขอเข้ามา ทำไมไม่ถูกบรรจุไว้ในงบประมาณประจำปี ซึ่งงบประมาณประจำปี ในหน่วยงานของ กรมการขนส่งทางบกได้ขอรับจัดสรรจากงบประมาณแผ่นดินประจำปี ถ้าหากไม่ได้รับอนุมัติ เราก็จะมาขอใช้เงินกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โดยเป็นไปตาม วัตถุประสงค์ของกองทุนคือ เพื่อช่วยเหลือสนับสนุนความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ซึ่งตรงนี้กองทุนนี้จะมีความจำเป็นไม่ใช่ว่าหน่วยงานของกรมการขนส่งทางบก จะใช้หน่วยเดียว หน่วยงานต่าง ๆ ที่ดูแลเรื่องความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนก็สามารถ ขอรับจัดสรรงบประมาณจากกองทุนนี้ได้ค่ะ โดยที่สนับสนุนทางด้านวิจัยเรื่องความปลอดภัย ด้วยว่า ถ้าศึกษาเรื่องความปลอดภัยและนำไปใช้ประโยชน์ได้ด้วยค่ะ และมีผลสะท้อน เรื่องการลดอุบัติเหตุหรือความปลอดภัยทาง กปถ. ก็จัดสรรให้กับผู้ขอรับจัดสรรด้วย ขออนุญาตชี้แจงเพียงเท่านี้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ท่านประธานครับ เพิ่มเติม นิดหนึ่งครับ🔗
เชิญครับ ท่านจิรายุครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย เขตคลองสามวา ที่ท่านรองอธิบดีพูดไม่ใช่ชาวบ้านไม่รู้ ผมว่าเขารู้หมดนะครับ ที่ท่านพูด บอกว่าทะเบียนเก่า มันมาหลากหลายท่านประธานครับ ทะเบียนเก่ามี ๒ ประเภท สมมติ ผมถือรถอยู่คันหนึ่งทะเบียน ๓๓๓ รถผมลืมต่อภาษี ๓ ปี ท่านเอาเลขกลับไป คำถามคือว่า ผมสามารถไปขอใช้เลขเดิมได้ถูกต้องใช่ไหมครับที่เมื่อสักครู่ท่านพูด แล้วมีเวลาไหมละครับ แล้วท่านประธานรู้ไหมครับ ข้อเท็จจริงมันมีคนนั่งเฝ้าหน้าคอมพิวเตอร์ เพราะมันไม่มีกฎ กำหนดว่าผมไม่ต่อภาษีแล้ว กี่วัน กี่เดือน กี่ปี ท่านนึกออกนะครับ อันนี้ผมไม่รู้ถ้าเกิด ผมไม่ได้ต่อภาษี ๑๕ วัน แล้วกรมบอกว่าเงื่อนไขคุณไม่ต่อภาษีก็เอาเลขกลับไปก็ไปทำ มันมีจริง ท่านรองอธิบดีไปดูเถอะครับ ถ้าท่านไม่รู้เดี๋ยวผมเอาข้อมูลให้🔗
เรื่องที่ ๒ ที่ท่านบอกว่าโครงการต่าง ๆ อันนี้ปี ๒๕๖๒ นะ รัฐบาลชุดนี้ ยังไม่มานะ ผมถามท่านจริง ๆ เถอะครับ งบประมาณ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ โครงการ ในลักษณะเช่นนี้มีอีกไหม🔗
แล้วคำถามต่อไปที่ท่านบอกว่ามันเป็นเรื่องของการพัฒนา ท่านดูพันธกิจ ของกองทุนนะครับ เพื่อเป็นทุนสนับสนุนส่งเสริมด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอันเกิดจากการใช้รถใช้ถนน โดยการใช้เงินของหน่วยงานนี้ กองทุน แต่ท่านอธิบดี ท่านรองอธิบดีพูดอยู่เสมอเมื่อสักครู่นี้ว่า ในนามกรม กรม กรม มันก็เลยไปซ้อนกันอย่างไรท่านประธานครับ กรมทำอย่าง กองทุนทำอย่าง แต่มันเป็น ประเภทเดียวกัน คืออยู่ที่การตีความ ผมยกตัวอย่าง เช่น หน้า ๒๒ โครงการปรับปรุง สอนขับรถยนต์ อำเภอลำลูกกา ๒๖ ล้านบาท ผมถามว่าอันนี้หน้าที่ของกรมหรือหน้าที่ ของกองทุน🔗
อีกประเด็นหนึ่งเมื่อสักครู่ท่านพูดบอกว่าหน่วยงานอื่นก็มาขอ ท่านช่วยส่ง เอกสารให้ผมดูหน่อยเถอะครับว่า หน่วยงานอื่นที่ท่านว่ามีกี่หน่วยงาน สถาบันการศึกษา เขาโจษขานกันครับว่า อย่าไปขอเลยกองทุนนี้ ขอไปก็ไม่ได้หรอก เจ้าพ่อ เจ้าแม่แรง ที่แรง แต่ถ้าท่านมีไม่เป็นไรครับ ท่านส่งให้ผม ผมก็จะช่วยบอกท่านว่าปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ท่านใช้เงินกองทุนเกือบ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ละปีใช้ไปหลักร้อย มันคุ้มค่าต่อการเก็บภาษีหรือไม่ ก็ขอฝากข้อสังเกตถึงท่านรองอธิบดีนะครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านดอกเตอร์มหานิยมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ดอกเตอร์นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมฟังท่านรองอธิบดีชี้แจงแล้วยังไม่กระจ่าง เนื่องจากในหน้า ๔ ที่ผมได้เปิดประเด็นไปนิดหนึ่งแล้วว่า ในหน้า ๔ ในย่อหน้าที่ ๓ เป็นการรายงานของ สตง. ที่ลงชื่อโดยผู้อำนวยการสำนักงานตรวจสอบการเงินและพัสดุที่ ๑๑ เขาเขียนไว้แบบนี้ ท่านประธานครับ ผมอยากฟังคำตอบจากท่านรองอธิบดีซึ่งเป็นผู้บริหารว่า การประเมิน ความเหมาะสมของนโยบายการบัญชีที่ผู้บริหารใช้ความเหมาะสม ผลงานการประมาณการ ทำบัญชี และการเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องที่จัดทำขึ้นโดยผู้บริหาร ในที่นี้หมายความว่า การเปิดเผยข้อมูลของผู้บริหารไม่ชัดเจน มันจึงมีต่อมาถึงการสรุป ซึ่งผมเพิ่งเคยเห็นรายงาน ของ สตง. ซึ่งรายงานมาเยอะหลายหน่วยงาน มีการสรุปถึง ๕ สรุป นี่เป็นการแสดงให้เห็นว่าปัญหาในกองทุนนี้เกิดขึ้นแล้วครับ มีการทุจริต หรือความไม่เหมาะสมหลายประการ ท่านไปดูในหน้า ๔ สตง. ซึ่งตรวจสอบมีถึง ๔ สรุป แล้วมี ๕ การประเมินนำเสนอโครงการและเนื้อหาของรายงานการเงินโดยรวม รวมถึง การเปิดเผยข้อมูลรายงานการเงินการแสดงรายการ และเหตุการณ์ในรูปแบบที่ทำให้มีการ นำเสนอข้อมูลโดยถูกต้องตามควรหรือไม่ สตง. ยืนยันชัดเจนนะครับ ผมก็อยากฟังผู้บริหาร กองทุนว่าคิดกันอย่างไรในรายงานแบบนี้ ท่านจะมีคำตอบอย่างไร และมีอีกหลายท่าน ร้องเรียนเข้ามาบอกว่า ที่นี่มันติดหนี้ติดสินเพราะข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ในขนส่งเอง เข้าไปมีส่วนในการประมูลแล้วยังไม่ได้เงินเลยไม่จ่าย อันนี้ต้องมีคำตอบให้ผมฟังหน่อยครับ เพราะว่าเป็นการกล่าวหา ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗
เชิญ ท่านวาโยครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม วาโย อัศวรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอนิดเดียวครับ ท่านประธาน เข้าใจครับท่านประธานและเพื่อนสมาชิกว่าจริง ๆ อันนี้มันไม่ใช่การถามกระทู้ ที่จะมาปิงปองกันนะครับ แต่ว่าวันนี้เวลาของสภาเรายังพอมีเลยขออนุญาตเสนออีกนิดหนึ่ง จริง ๆ ยังงงอยู่ยังไม่ค่อยเข้าใจครับท่านประธานว่าเรื่องหนี้ที่มันอาจจะสูญก็คือมันมี กลุ่มพ่อค้า อันนี้เราต้องยอมรับ ต้องยอมรับว่ามีกลุ่มพ่อค้า มาเฟีย พวกเลขประมูล เข้าไปนั่งประมูล แล้วก็ไปประมูลเลขออกมาหมดเลย พวกขาจรประชาชนอย่างเรา ๆ ตาดำ ๆ ไม่ค่อยมีใครกล้าเข้าไปประมูลเท่าไร เข้าไปปุ๊บเขาก็ล็อก (Lock) เลขออกมา ล็อก (Lock) เลขออกมาก็ขึ้นเว็บไซต์ (Website) ขึ้นเว็บไซต์ (Website) ไปปุ๊บก็ลงขาย ลงขายเสร็จปุ๊บ รอขายได้ก่อน แล้วค่อยเอาเงินมาจ่ายกรม ไม่ยอมจ่ายกรมตั้งแต่แรก เป็นการจับเสือ มือเปล่าครับท่านประธาน ลงทุนแบบที่ไม่ต้องลงทุน คล้าย ๆ ซิงเกิล (Single) ใหม่ของวง สักวงหนึ่ง แบบนี้ท่านจะแก้ปัญหาอย่างไร เมื่อสักครู่ท่านรองอธิบดีท่านได้ให้ความกรุณา ตอบมาอย่างนี้ครับท่านประธานว่า ท่านมีประกันก่อน สมมติคนจะเข้าไปวางประกันก่อน ๕,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ บาท ว่ากันไป วางประกันก่อน ถ้าไม่จ่ายท่านก็ริบประกันได้ แต่ประกัน ต้องยอมรับว่ามันไม่เท่ากับมูลค่าป้ายหรอก ป้ายเข้าไปเป็นเลขสลับ หรือว่าเลขหาบที่อาจจะ ไม่ค่อยได้รับนิยมมาก เริ่มมาก็สัก ๑๕,๐๐๐-๑๖,๐๐๐ บาทแล้ว อย่างไรประกันมันไม่ถึง มูลค่าเท่านั้น ทีนี้ท่านก็บอกว่าท่านให้ชำระก่อน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ภายใน ๗ วัน ก็แปลว่าเขากลับบ้านไปแล้ว แต่ให้ชำระได้ภายใน ๗ วัน ที่เหลือทั้งก้อนอีก ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ให้ชำระภายใน ๓๐ วัน หรือ ๑ เดือน เลื่อนได้อีก ๒ ที ครั้งละ ๓๐ วัน รวมเป็น ๓ เดือนเลื่อนได้ ท่านประธานครับเวลาเราไปกินข้าว จะออกจากร้านเราจ่ายสตางค์ เลยไหมครับ เราก็จ่ายเลยถูกไหมครับ ไปซื้อของในซูเปอร์มาร์เกต (Supermarket) จะเอา ของออกจากซูเปอร์มาร์เกต (Supermarket) เศรษฐกิจแบบนี้เราไปซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มากิน เราก็ต้องจ่ายเงินก่อนออกครับ ถ้าท่านจะป้องกันหนี้ที่มันจะสูญไปให้พวกแบบนี้ ท่านไม่ต้องไปนั่งเปิดโอกาส ๗ วัน ให้เขาชำระ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ วันให้เขาชำระ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ให้เขาขยายระยะเวลาได้ ๒ เดือน ไม่ต้องแล้วครับ ใครที่มาคุณต้องพร้อม คุณจะมาประมูล ๙๙๙๙ คุณต้องเตรียมเงินเท่าไร เอาบัตรเครดิตมาก็ได้ ท่านทำเครื่องให้ สำหรับรูดบัตรเครดิต เพย์พาล (PayPal) ท่านทำเลย สแกน คิวอาร์โค้ด (Scan QR Code) จ่าย โอนเงินเข้าเอ็มแบงก์กิง (mBanking) ไอแบงก์กิง (iBanking) ท่านทำแบบนั้นเลยครับ แล้วก่อนที่เขาจะเดินออกให้เขาจ่ายสตางค์ให้หมดก่อนเลยครับ ปัญหาแค่นี้แก้ง่าย ๆ แค่นี้ครับ หนี้สงสัยจะสูญจะกลายเป็นศูนย์เลย แค่นี้เองครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ท่านอธิบดี ท่านรองอธิบดีมีอะไรจะชี้แจงไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะคะ ตามที่ข้อสังเกตของท่านนิยม เรื่องการเปิดเผยข้อมูลของงบรายงานการเงิน ซึ่งตามข้อสังเกต ของ สตง. ของงบรายงานการเงิน ปี ๒๕๖๒ ทางกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถ ใช้ถนน ได้นำมาพิจารณาและมาปรับให้ตามข้อสังเกตของ สตง. โดยเน้นเรื่องประสิทธิภาพ การเร่งรัดการจัดเก็บชำระหนี้ค่าหมายเลข เราก็ได้มีการเร่งรัดและจัดเก็บหนี้ และมีการ ทบทวนหลักเกณฑ์เพื่อว่าลูกหนี้สามารถเก็บชำระเงินได้ครบ ซึ่งจะมีบางส่วนที่จะต้องนำไปสู่ หนี้สงสัยจะสูญ ซึ่งหนี้สงสัยจะสูญนี้ส่วนใหญ่ยังไม่ได้ตัดออกเป็นค่าใช้จ่าย เราจะจัดเก็บหนี้ ได้โดยมีการนำหมายเลขประมูลใหม่ค่ะ ซึ่งตรงนี้เราก็เลยต้องนำมาในการปรับปรุงบัญชี ตามข้อเสนอแนะของ สตง. ค่ะ🔗
ส่วนในเรื่องความเสี่ยงในการอนุมัติเรื่องเงินช่วยเหลืออุดหนุนต่าง ๆ ซึ่งไม่เป็นไปตามกรอบงบประมาณ ณ ขณะนี้กองทุนก็ได้บริหารการจัดสรรงบประมาณว่า จะต้องสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โดยมีการตั้งกรอบงบประมาณตามความเป็นจริง แล้วก็เพื่อที่จะให้การบริหารจัดการ โครงการต่าง ๆ ที่เสนอขอมามีประสิทธิภาพ มีแผนงานแผนเงิน และมีการเร่งรัดติดตาม การใช้จ่ายเงิน ซึ่งตรงนี้ก็เป็นตัวชี้วัดของกองทุนเพื่อความปลอดภัยด้วยค่ะ🔗
ส่วนในเรื่องของการบริหารจัดการกองทุน ซึ่งตรงนี้เราก็จะมีหน่วยตรวจสอบ มีทั้งกรมบัญชีกลางและ สตง. ในเรื่องการบริหารจัดการการใช้จ่ายเงินของกองทุนให้เป็นไปตาม กฎกระทรวงเมื่อปี ๒๕๔๖ เรื่องการใช้จ่ายเงินจะต้องมีประสิทธิภาพ และจะต้องมีรายงาน ให้ สตง. และกรมบัญชีกลางทราบในการบริหารเงินงบประมาณของ กปถ. ซึ่งหากมีข้อติดขัด หรือไม่เป็นไปตามระเบียบ ทางกรมบัญชีกลางเขาก็จะรายงานเข้ามา แล้วเราจะต้อง แก้ไขปรับปรุงรายการเพื่อให้เป็นงบการเงินที่มีความน่าเชื่อถือมากที่สุด ซึ่ง ณ ขณะนี้ ต้องยอมรับว่าการบริหารจัดการ ซึ่งลูกหนี้แต่เดิมเรามีจำนวนมาก ก็เลยทำให้งบการเงิน อาจจะยังดูไม่สวย หรือว่าไม่เป็นไปตามที่งบการเงินทั่ว ๆ ไปควรจะเป็น แต่ในเรื่องทุจริต ยืนยันได้เลยว่า ไม่มีการทุจริตในเรื่องการจัดทำรายงานงบการเงิน ซึ่ง สตง. เขาเข้มงวด กับทางกองทุนมาก แล้วงบการเงินตรงนี้เราก็มีการเปิดเผย โดยที่กรมจะต้องนำไปแสดงต่อ กรมบัญชีกลาง และ สตง. และหน่วยงานที่ตรวจสอบการดำเนินงาน ซึ่งจะถูกกำหนดด้วย พ.ร.บ. ทุนหมุนเวียน ปี ๒๕๕๘🔗
สำหรับในเรื่องของท่านวาโยที่ว่า วิธีการจ่ายเงินหรือการจัดเก็บเงินในการ ประมูลเลข ขณะนี้กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ได้มีการใช้เทคโนโลยี เข้ามาหลาย ๆ เรื่อง รวมถึงเรื่องการแสดงตัวตน การชำระเงินหน้างานโดยบัตรเครดิต หรืออีแบงก์กิง (e-Banking) ทุกอย่างนวัตกรรมใหม่ ๆ เราอยู่ระหว่างการพัฒนาระบบ ให้การจัดเก็บเงินมีประสิทธิภาพที่สุด ขออนุญาตชี้แจงเพียงเท่านี้ค่ะ ขออนุญาตให้ ผอ. กองทุนเพื่อความปลอดภัย ท่านบัญญัติชี้แจงเพิ่มเติมค่ะ🔗
เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน กราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม บัญญัติ คันธา ผู้อำนวยการ สำนักมาตรฐานงานทะเบียนและภาษีรถ🔗
ประเด็นที่ผมอยากจะกราบเรียนต่อที่ประชุมแห่งนี้อีกประเด็นหนึ่ง ก็คือ การประมูลหมายเลขทะเบียนรถของกองทุนเพื่อความปลอดภัย กรมการขนส่งทางบก เป็นการประมูลโดยทั่วไปครับ เราเปิดรับพี่น้องประชาชนที่มีความประสงค์ที่อยากได้ เลขทะเบียนที่ต้องการนะครับ แล้วก็ต้องการช่วยเหลือสังคม มีการลงทะเบียนผ่านระบบทางอินเทอร์เน็ต (Internet) แล้วปัจจุบันนี้ ในช่วงสถานการณ์โควิด (COVID) จากการประมูลที่เราไม่สามารถจัดในห้อง ประมูลได้ คณะกรรมการกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนก็ได้เห็นชอบให้มีการ ประมูลทางอินเทอร์เน็ต (Internet) ซึ่งการประมูลในทางอินเทอร์เน็ต (Internet) ที่ผ่านมา ปรากฏว่าพี่น้องประชาชนชาวกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดขอนแก่น จังหวัดนครราชสีมา หรือจังหวัดจันทบุรีเป็นจังหวัดล่าสุดนะครับ ได้มีการลงทะเบียนประมูลกันอย่างหลากหลาย ผมยกตัวอย่างของกรุงเทพมหานคร ในหมวด ๘ กศ ๘ กษ ปรากฏว่าพี่น้องที่เป็นประชาชน ๑ คน มาเอาเลข ๑ เลขกลับไป ปรากฏว่าจาก ๓๐๑ เลข มีประมาณ ๒๕๐ กว่าคนที่ได้เลขกลับไป ที่เหลือก็อาจจะเป็น ผู้ที่ประมูล ๒ เลขขึ้นไป อันนี้ก็เป็นเครื่องยืนยันอีกอันหนึ่งว่า การประมูลของเราไม่ได้กระจุก อยู่ที่กลุ่มคนใดกลุ่มคนหนึ่ง เพราะทุกคนอยู่ที่บ้านก็สามารถประมูลได้ เพราะว่าการประมูล ทางอินเทอร์เน็ต (Internet) ยิ่งมีความสะดวกไม่ต้องมีความเกรงใจกัน เพราะว่าไม่เห็นหน้ากัน🔗
ประการที่ ๒ ในเรื่องการจัดเก็บหนี้ หลังจากที่ท่านรองอธิบดีได้กล่าวว่า มีการเข้มงวดกวดขัน ปรับปรุงหลักเกณฑ์ในการลงทะเบียน การวางหลักประกัน การเร่งรัด ตลอดจนการกำชับเจ้าหน้าที่ในการติดตามผู้ประมูลได้ ผมกราบเรียนว่าในของ กรุงเทพมหานคร หมวด กศ ซึ่งประมูลไปเมื่อวันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา และวันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๖๔ ปรากฏว่าจากเลข ๓๐๑ เลข เรามีการชำระครบแล้ว ๒๕๗ เลข ในหมวด กษ ๘ กศ ๒๕๒ เลข อันนี้ก็จะเป็นเครื่องยืนยันว่า กองทุนเพื่อความปลอดภัยในการใช้รถ ใช้ถนน มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตามข้อสังเกตของท่านผู้ทรงเกียรติ ถึงแม้จะไม่มี การมาเรียนถามในที่ประชุมแห่งนี้ แต่ก็มีหน่วยงานตรวจสอบ อย่างเช่น กรมบัญชีกลาง สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หน่วยงานเหล่านี้คอยเป็นครู คอยเป็นพี่เลี้ยงให้กองทุน เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ในการปรับตัว ปรับปรุงประสิทธิภาพในการทำงาน ให้ดียิ่งขึ้น ตอนนี้ผมก็ขอกราบเรียนในประเด็นที่พูดถึงการประมูล ขออนุญาตยืนยันว่า เป็นการประมูลโดยเป็นการทั่วไป แล้วก็การจัดเก็บหนี้ของเราก็เป็นไปดีวันดีคืน แล้วก็จะทำให้ดี ยิ่งขึ้น ตอนนี้มีจำนวนหนี้ที่ไม่มาติดต่อนิดเดียวเองนะครับ แต่ว่าสิ่งเหล่านี้กรมการขนส่งทางบก ก็ได้นำหมายเลขที่ไม่มาติดต่อออกประมูลใหม่ภายในกำหนดเวลา ๓๐ วันหรืออะไรก็แล้วแต่ ตามเงื่อนไขที่ระเบียบกำหนดครับ ต้องขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ท่านสมาชิก ท่านใดยังสงสัยติดใจอะไรไหมครับ ถ้าไม่มีก็ถือว่าจบการอภิปรายซักถามแล้วนะครับ ถือว่าที่ประชุมรับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนเพื่อความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๒ แล้วนะครับ ผมต้องขอขอบคุณ ทางตัวแทนหน่วยงานที่มาชี้แจงกับทางสภาผู้แทนราษฎรเรานะครับ ขอขอบคุณครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๒.๘ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของ กสทช. ประจำปี ๒๕๖๓ และรายงานการติดตามตรวจสอบและประเมินผลการปฏิบัติงาน ประจำปี ๒๕๖๓ และรายงานการติดตามตรวจสอบและประเมินผลการปฏิบัติงาน กสทช. สำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. ประจำปี ๒๕๖๓🔗
ด้วยสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ ได้เสนอรายงานผลการปฏิบัติงาน กสทช. ประจำปี ๒๕๖๓ และรายงานการติดตาม ตรวจสอบและประเมินผลการปฏิบัติงาน กสทช. สำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. ประจำปี ๒๕๖๓ ต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อทราบตามมาตรา ๗๖ ประกอบมาตรา ๗๒ แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งรายละเอียดของรายงานดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ ท่านสมาชิกมีประเด็นปัญหาติดใจที่จะซักถามหรือไม่ มีท่านสมาชิกสนใจจะซักถามนะครับ🔗
ในการนี้ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าร่วมชี้แจง ข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๓๑ จึงขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจง ในที่ประชุม ผู้แทนจากสำนักงาน กสทช. ได้แก่ ๑. นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ กสทช. รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. ๒. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ภักดี มะนะเวศ รองเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ ๓. นายเสน่ห์ สายวงศ์ วิศวกรเชี่ยวชาญพิเศษ ๔. นายสมบัติ ลีลาพตะ นิติกรเชี่ยวชาญพิเศษ ๕. นางสาวจิตสถา ศรีประเสริฐสุข ผู้ช่วยเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการโทรคมนาคม ๖. นายยุพา ทรัพย์ยิ่ง ผู้อำนวยการสำนักยุทธศาสตร์และการงบประมาณ ๗. นายนิพนธ์ จงวิชิต ผู้อำนวยการ สถาบันวิทยาการ ส่วนผู้แทนจากคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงาน กตป. ได้แก่ ๑. ดอกเตอร์พันธ์ศักดิ์ จันทร์ปัญญา ประธานกรรมการติดตามและประเมินผล การปฏิบัติงานกรรมการด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ๒. นายณภัทร วินิจฉัยกุล กรรมการ ด้านกิจการกระจายเสียง ๓. ดอกเตอร์บัณฑิต ตั้งประเสริฐ กรรมการด้านกิจการโทรทัศน์ ๔. พันเอก ดอกเตอร์พีรวัส พรหมกลัดพะเนาว์ กรรมการด้านกิจการโทรคมนาคม ๕. นายไพโรจน์ โพธิไสย กรรมการด้านการส่งเสริมสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ผู้ที่เข้าชี้แจงเข้าประจำที่เลยนะครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ ท่านสมาชิกที่สนใจที่จะอภิปรายวันนี้มีท่านที่สนใจอยู่ ๔ ท่าน ๑. พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ๒. นายมานพ คีรีภูวดล ๓. นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ๔. นายคมเดช ไชยศิวามงคล เชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขอมาย้ำนะครับ ย้ำว่านักขุดหนี้ตัวจริงคือใคร ท่านก็สงสัยว่า นักขุดหนี้ตัวจริงคือใคร แต่ผมจะอธิบายในเอกสารนี้ให้ฟังครับ ประเด็นนี้ท่านประธานครับ ในเอกสารรายงานของ กสทช. ปีที่แล้วผมก็อธิบายครับว่า วันนี้มีหนี้ ๆ นะครับ เอกสารในนี้ หน้าที่จะมีหนี้ครับ ท่านไปดูที่หน้า ๑๗๘ เลยครับ ผมจะอภิปรายใน ๒ หน้า หน้า ๑๗๘ หน้า ๑๗๙ แล้วก็บวกหมายเหตุนะครับ ซึ่งมี ๒ ประเด็น ประเด็นคือหนี้ที่ติดแล้วไม่ได้คืน ต้องใช้ตามคำสั่ง คสช. หัวหน้า คสช. ๙,๒๙๙,๘๖๒,๙๗๕.๙๒ บาท ๒ ปีท่านประธานครับ ปีที่แล้วผมก็อภิปรายไปแล้วนะครับ ท่านไปดูหมายเหตุตรงเขียนว่า หนี้สินค่าทดแทนชดเชย ค่าตอบแทนตามคำสั่ง คสช. ๒ ยอด ตัวเลขผมไม่บอกครับ แต่ตัวรวมผมบอกไปแล้ว โดยหมายเหตุนี้อยู่ที่หมายเหตุที่ ๒๗ นะครับ ในหมายเหตุ ๒๗ นี้จะเปิดช่องให้เห็นเลย เขียนว่า หนี้นี้เป็นหนี้ที่หัวหน้า คสช. ลงวันที่ ๒๓ ปี ๒๕๖๓ และปี ๒๕๖๔ จำนวน บลา บลา บลา เป็นเงินยืมจากกองทุนวิจัย บริษัทนี้ กสทช. ทำเงินให้กองทุนวิจัย แล้วก็ให้กองทุนวิจัยถูกยืม แล้วก็ชักดาบครับ ชักดาบอย่างไร ท่านประธานครับ คำสั่งที่ ๔ เห็นหรือไม่ครับในเอกสารหน้า ๒๐๕ ท่านประธานครับ ที่เขียนว่า เพื่อดำเนินการตามคำสั่งท่านหัวหน้าคณะรักษาความสงบ ที่ ๔/๒๕๖๒ เรื่องมาตรการ บลา บลา บลา มาตรการนั้นเป็นมาตรการเรื่อง ๕ จี (5G) ครับ ผมอภิปรายไปแล้วว่า ๑๕ ข้อ แต่ข้อ ๑๖ ท่านประธานครับ ข้อ ๑๖ เขียนว่าอย่างไรครับท่านประธาน ข้อ ๑๖ เขียนว่า เพื่อประโยชน์ในการบริหารงบประมาณแผ่นดิน ให้กระทรวงการคลังไม่ต้องคืนเงินในส่วนที่เหลือ ซึ่งยืมจากกองทุนวิจัย บลา บลา บลา ที่นำไปเป็นเงินกู้บางส่วนสำหรับโครงการพัฒนาระบบ บลา บลา บลาไป นี่คือเงิน ๙,๙๐๐ กว่าล้านบาท ผมอยากถามครับ🔗
คำถามแรกท่านประธานครับ คำถามแรกว่าหนี้นี้ปีหน้าจะเป็นอย่างไร เห็นได้ข่าวว่าเป็นหมื่นกว่าล้านบาทที่อนุมัติไปนะครับ ตอนนี้ ๙,๐๐๐ กว่าล้านบาทแล้วนะครับ แล้วขอเอกสารด้วยครับ กสทช. ช่วยส่งเอกสารมาท่านที่เป็นประธาน ทั้งเรื่องเลยครับส่งมาเลย รายละเอียดครับ อยากรู้ครับว่าหนี้ที่บอกว่าเอาไปบริหารจัดการน้ำที่เขียนไว้ในนี้นะครับ ในเอกสารนี้ว่าบริหารจัดการน้ำและระบบขุดระยะสั้นขนส่งอะไรนะครับ อยากรู้ว่าเอาไปทำ จริงหรือเปล่า กี่โครงการ กี่แผนงานครับ นั่นคือคำถามแรกท่านประธานครับ🔗
ถัดมาท่านประธานครับ ดูในเรื่องของเงินสมทบ ในหน้า ๑๗๙ ท่านประธาน มีเงินสมทบ ในหมายเหตุ ๒๓ ทั้งหมด ๒ ปี ๔,๑๙๒,๐๖๓,๑๐๘.๖๐ บาท ซึ่งเป็นเงิน ที่กราบเรียนว่าส่งให้ กสทช. กสทช. ได้รับมาเป็นรายได้ แล้วก็ส่งให้กองทุนนะครับ ขณะนี้กองทุนมีเงินเยอะมากเลยนะครับ ทั้งถูกส่งแล้ว ๒ ปีครับ ท่านดูในหน้า ๒๐๔ นะครับ คำถามก็คือว่าในการส่งในปี ๒๕๖๓ ส่ง ๑,๙๐๐ กว่าล้านบาท ปีที่แล้วส่ง ๑,๗๐๐ กว่าล้านบาท แต่ประเด็นของผมมันมีประเด็นสำคัญครับ คือในเรื่องของเงินที่ส่งนี้มันมีอยู่ยอดหนึ่ง ที่ส่งน้อยที่สุด เป็นยอดที่ได้รับมาแล้วส่งน้อยที่สุด ในเรื่องของทำไมส่ง ในหน้า ๒๐๒ การเก็บเงินในปี ๒๕๖๒ นั้น รายได้การประมูลความถี่ ๑๘๐๐ เมกะเฮิรตซ์ ส่ง ๒๒,๑๑๑ ล้านบาทเศษ แต่ปี ๒๕๖๓ ส่ง ๑๕,๑๖๐,๐๐๐ บาทเท่านั้น หมายความว่าอย่างไรครับ เงินที่ส่งใน ๑๘๐๐ เมกะเฮิรตซ์นี้ คลื่น ๑๘๐๐ เมกะเฮิรตซ์มันเจ๊งหรืออย่างไรครับ อนาคตข้างหน้าท่านเขียนไว้ในเรื่องของตอนท้ายของท่านครับ ท่านไปดูนะครับในหน้า ๒๑๙ ท่านบอกว่าคณะกรรมการให้ความเห็นว่าการบริหารงานของท่านอยู่ในระดับการกำกับการ กิจการที่ดีและโปร่งใส ได้รับรางวัลด้วยตั้งหลายรางวัลครับ ผมไม่อยากอ่านในกระบวนการ แต่สำคัญคือหน้าสุดท้าย ท่านประธานครับ หน้า ๒๓๓ ท่านพบสภาพการเปลี่ยนแปลง ของนิเวศก็ดีหรือผลกระทบของการแพร่ระบาด ซึ่งบอกเลยว่าระบบ ๕ จี (5G) ที่กำลังเคลื่อน ให้รัฐบาล มันหมายความว่าอย่างไรครับ ไวรัสโคโรนา (Coronavirus) มันทำให้การ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจเขตพิเศษอีอีซี (EEC) เจ๊งครับท่านประธาน เจ๊งจริง ๆ ครับดูในรายงาน ตรงนี้ครับ ส่งผลให้การชะลอผลักดันเทคโนโลยี ๕ จี (5G) ๕ จี (5G) ที่ผมหวังครับ ๕ จี (5G) ก็จะมีคลื่นความถี่อื่น ๆ อีกครับ ในระบบของ ๓,๐๐๐ กว่ากิกะเฮิรตซ์ แล้วก็มี ๓ ความถี่ ผมไม่อธิบายครับมันเป็นประเด็นอันหนึ่ง แต่ผมจะถามว่าสิ่งที่ท่านจะเร่งผลักดัน ๕ จี (5G) ในอุตสาหกรรมทางการแพทย์และสาธารณสุขก่อนท่านจะทำอย่างไร และ🔗
สุดท้ายจริง ๆ ครับ ในแผนปฏิรูปของท่านที่เกี่ยวครึ่งกับ กสทช. ในแผน ปฏิรูปด้านสื่อสารมวลชนและเทคโนโลยีสารสนเทศใน ๓ กิจกรรมซึ่งมีกิจกรรมที่ ๒ คือ กิจกรรมดิจิทัล (Digital) ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมที่ใช้งบปกติอยู่ ในแผนงานและกิจกรรมใดของปีงบประมาณ เพราะผมตามหาไม่เจอครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านมานพ คีรีภูวดล เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ ขออนุญาตอภิปรายเรื่องผลงานของ กสทช. ผมมีอยู่ ๒ ประเด็นนะครับ ในประเด็นผลงานที่ กสทช. ได้เขียนไว้ในรายงานในข้อที่ ๔ เรื่องบริการด้านโทรคมนาคม อย่างทั่วถึงและบริการสังคม🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องของการสนับสนุนนโยบายมาตรการของรัฐบาล ในช่วงป้องกันโควิด (COVID) ผมมีคำถามอย่างนี้ครับ ผมลงพื้นที่ผมเจอปัญหา แล้วผมก็ได้พูด ในสภาแห่งนี้และยังไม่ได้รับการแก้ไขครับ ท่านประธาน เน็ตประชารัฐทั้งหมดประเทศไทย มีอยู่ ๗๔,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน ๔๐,๐๐๐ หมู่บ้าน เป็นพื้นที่ชนบท ๓,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน เป็นพื้นที่ชายขอบ พื้นที่ชายขอบทุกวันนี้เน็ตประชารัฐที่ท่านได้รับผิดชอบ ไม่ว่าจะทำโดย กสทช. โดยตรงหรือมอบหมายให้องค์กรอื่นทำ วันนี้ใช้ไม่ได้เกือบทั้งหมดครับ ไม่ว่าจะไปที่ พื้นที่ต่างจังหวัดผม ไปที่จังหวัดตาก ที่อำเภออุ้มผาง ที่อำเภอแม่ระมาด ไปที่จังหวัด แม่ฮ่องสอน ไปที่จังหวัดเชียงใหม่ โครงการเหล่านี้ท่านดำเนินการแล้วท่านบอกว่า เป็นเรื่อง ของการบริการโทรคมนาคมให้ทั่วถึงและบริการสังคม อันเก่ายังไม่ดำเนินการแก้ไขปัญหา เรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนถึงผมผ่านเฟซบุ๊ก (Facebook) มีเยอะมากครับ เพราะฉะนั้น ๓,๐๐๐ กว่าแห่งที่เป็นพื้นที่ชายขอบเหล่านี้ ไม่ทราบว่าท่านได้ทราบรายงานไหมครับว่า เน็ตประชารัฐที่ท่านดูแล เน็ตประชารัฐที่ท่านสนับสนุนงบประมาณในการดำเนินการ มันใช้ไม่ได้ และส่งผลกระทบเร่งด่วนที่สุดครับท่านประธานก็คือว่า ช่วงวิกฤตโควิด (COVID) นี้นักเรียน นักศึกษาจะต้องเรียนผ่านระบบออนไลน์ (Online) เห็นข่าวไหมครับ วันนี้จริง ๆ แล้วผมมีรูปนะครับ นักเรียนที่จังหวัดตาก ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่อำเภอแม่แจ่ม จะต้องเดินขึ้นบนดอย ๕ กิโลเมตรเพื่อที่จะขอให้มีสัญญาณโทรศัพท์ในการเรียนหนังสือ ผมว่าภารกิจอย่างนี้และข้อเท็จจริง ตรงนี้ในรายงานนี้ก็ไม่มีนะครับ แต่ว่าอยู่ในหน้าที่ ว่าเป็นผลงาน รายละเอียดผมไม่เห็นว่าท่านได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ไปถึงไหนแล้ว อย่างไร ท่านประธานครับ เรื่องการสื่อสารมันมีความจำเป็นนะครับ และยิ่งเป็นนโยบาย ของรัฐบาลในช่วงที่วิกฤตโควิด (COVID) อย่างนี้พี่น้องประชาชนที่จะต้องทำงานที่บ้าน ลูก ๆ หลาน ๆ ของเราที่เรียนหนังสือจะต้องอยู่ที่บ้านนะครับ ภารกิจค่าใช้จ่ายของพี่น้อง ประชาชนของผู้ปกครองนักเรียนเกิดขึ้นอย่างมากมาย เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะถาม ผู้บริหาร กสทช. ปัญหาเก่าที่มันมีอยู่ก็คือเรื่องของเน็ตประชารัฐผมคิดว่าชนบท ๔๐,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน แล้วก็พื้นที่ชายขอบ ๓,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน วันนี้กรรมการท่านไหนที่มีความพร้อมที่จะลงพื้นที่ไปกับผม ไปดูเลยนะครับวันนี้ที่เป็น งบประมาณแผ่นดินลงไปไปสนับสนุนว่าจะแก้ปัญหาตามผลงานในข้อที่ ๔ วันนี้เป็นอนุสาวรีย์ เต็มแผ่นดินแล้ว หลายพื้นที่ชาวบ้านเอาเชือกไปผูกมัดวัวมัดควายหมดแล้ว ผมอยากจะเห็น การแก้ไขปัญหาตรงนี้ให้มันตรงกับผลงานที่ท่านได้รายงานในข้อที่ ๔ เพื่อที่จะแก้ไขปัญหา พี่น้องประชาชน และบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษาที่กำลังเรียนอยู่นี้ ท่านเห็นไหมครับ กระท่อมเล็ก ๆ ที่ผู้ปกครองใช้พลาสติก ใช้กระเบื้องไปมุงหลังคาเพื่อให้ลูก ๆ หลาน ๆ ได้เรียนทางอินเทอร์เน็ต (Internet) มันไม่มี เสาโทรศัพท์ ต้องขึ้นไปบนดอย ขึ้นไปที่สูงเท่านั้น และไม่ใช่ว่ามีทุกจุด มีแค่บางจุดเท่านั้น ผมอยากจะเห็นจริง ๆ ผู้บริหาร กสทช. ว่าที่กำกับเรื่องนี้ ที่ดูแลเรื่องนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ท่านจะต้องสั่งการลงไป ท่านจะต้องดำเนินการเพื่อให้พี่น้องประชาชนเหล่านี้เข้าถึงบริการ สาธารณะ ซึ่งมันเป็นหน้าที่ของรัฐซึ่งจะต้องบริการพี่น้องประชาชน ขณะเดียวกันพื้นที่ ในเมืองถึงแม้ว่าจะมีสัญญาณโทรศัพท์ติดต่ออินเทอร์เน็ต (Internet) ได้ แต่ค่าใช้จ่ายที่ท่าน บอกเมื่อสักครู่นี้ว่า การบรรเทาเยียวยาในกรณีที่เจอภาวะโควิด-๑๙ (COVID-19) ผมคิดว่า ค่าใช้จ่ายวันนี้เรายังไม่เห็นว่ามันมีการลดค่าใช้จ่ายอย่างไร วันนี้ผู้ปกครองจะต้องเพิ่ม ค่าใช้จ่าย เพราะว่าลูกไม่ได้ไปโรงเรียน แต่ว่ามีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในเรื่องของระบบออนไลน์ (Online) เกิดขึ้น🔗
ประเด็นสุดท้ายท่านประธานครับ ที่ผมอยากจะสื่อสารไปถึงผู้บริหาร กสทช. จริง ๆ แล้วมันอยู่ในวาระก่อนหน้านี้แล้วท่านประธาน คือเรื่องของการตราพระราชกฤษฎีกา ตามมาตรา ๓๐ แห่ง พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตรงนี้ผมคิดว่า อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ ผมมาช้าผมไม่ได้อภิปราย แต่ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ท่านต้องรับผิดชอบ ร่วมกันทั้งสอง ท่านจำได้ไหมครับ รัฐประหาร ปี ๒๕๕๗ ได้มีการปิดคลื่นวิทยุพี่น้อง ประชาชน วิทยุชุมชน ๘,๐๐๐ กว่าสถานี ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าเป็นคำถาม ๒-๓ วันนี้ เครือข่ายวิทยุชุมชนทั้งที่เป็นวิทยุบริการสาธารณะ และวิทยุชุมชนที่ทำ เรื่องบริการธุรกิจสังคม มีคำถามว่า พ.ร.บ. ที่จะแก้ไขเหล่านี้จะกระทบกับเขาอย่างไร ระบบ ความยุติธรรม การแบ่งปันผลประโยชน์ระหว่างคนชายขอบ คนตัวเล็ก ๆ กับธุรกิจสื่อ ขนาดใหญ่จะอยู่ด้วยกันอย่างไรอย่างมีความสุข การแบ่งปัน การจัดสรรคลื่นความถี่ ที่เป็นคลื่นขนาดใหญ่ กับทุนขนาดใหญ่ กับกลุ่มขนาดเล็กจะออกแบบอย่างไรให้เกิด ความเป็นธรรม ๓ ข้อนี้ที่ผมอยากจะเรียนถามผู้บริหาร กสทช. ก็คือเรื่องของเน็ตประชารัฐ ที่มีปัญหาคาราคาซังมากมาย ๒. คือเรื่องของค่าใช้จ่ายในการเรียนออนไลน์ (Online) สำหรับนักเรียน นักศึกษาที่ไม่สามารถจะเรียนเหมือนเด็กในเมืองได้ จะต้องเดินขึ้นบนดอย แล้วก็เรื่องที่ ๓ คือเรื่องของการแก้มาตรา ๓๐ ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ผม นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ มีคำถามถึง กสทช. เกี่ยวกับการรายงานผลการปฏิบัติงาน กสทช. ประจำปี ๒๕๖๓ หลัก ๆ ก็น่าจะมีประมาณ ๒ ประเด็น🔗
ประเด็นแรกที่ผมสนใจในเล่มนี้เลยก็คือ ในหน้า ๗๗ ที่เขาพูดถึงการคุ้มครอง ผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ โดยเฉพาะในประเด็นของเรื่อง การโฆษณาเกินจริง เช่น อาหารเสริม ยาต่าง ๆ ซึ่งในรายงานนี้ก็มีการบอกว่า มีช่องทาง ในการร้องเรียนของประชาชนทั่วไปที่ถูกเอาเปรียบ หรือพบการกระทำผิดกฎหมาย ของสถานีต่าง ๆ ผมเองก็สงสัยตอนแรกว่ามีการทำงานในเชิงรุกหรือไม่ ก็พบคำหนึ่ง ในรายงานฉบับนี้ที่บอกว่า มีกระบวนการการเฝ้าระวังในเชิงรุก ผมก็สงสัยว่าการเฝ้าระวัง ในเชิงรุกมันคืออะไร มันคือกระบวนการตั้งรับในเชิงรุกหรือว่าอะไร ผมไม่เข้าใจ แล้วพอมาดูในตารางที่ ๗ ในหน้าถัดไปก็พบว่า มีจำนวนเคส (Case) ที่เกิดจากกิจการ กระจายเสียงหรือวิทยุที่เกี่ยวกับเรื่องการกระทำผิดเกี่ยวกับอาหารและยาทั้งหมด ๙๓๖ ราย แล้วก็เกือบ ๒,๐๐๐ เคส (Case) ทีวีดาวเทียม หรือเคเบิลทีวี (Cable TV) ๒๐ ราย ๓๕ เคส (Case) โทรทัศน์ในระบบดิจิทัล (Digital) ๑ ราย ๔ เคส (Case) ผมเข้าใจได้ว่า วิทยุสถานี ทั่วประเทศมันเยอะมาก แต่ละท้องที่แต่ละจังหวัดก็มีสถานีวิทยุของตัวเองเยอะแยะนะครับ แต่มันเป็นไปได้หรือครับที่ทีวีดาวเทียมเคเบิล (Cable) ทั่วประเทศมีแค่ ๒๐ ราย ๓๕ กรณี ที่เกิดเรื่องนี้ขึ้น มันเป็นไปได้หรือครับ ที่โทรทัศน์ดิจิทัล (Digital) ที่เราดูกันอยู่ทุกวันนี้มีแค่ ๑ ราย แล้วก็แค่ ๔ เคส (Case) เท่านั้น ถ้ามีการทำงานเชิงรุกจริง ๆ แป๊บเดียวก็ได้แล้วครับ เปิดไปดูเลยครับรายการทีวีดิจิทัล (TV Digital) เดี๋ยวนี้ขายของกันในรายการแบบว่า ดูก็รู้แล้วครับ ผมว่าถ้าท่านเปิดในสถานีค้างไว้ในออฟฟิศวันหนึ่งน่าจะได้ ๓-๔ เคส (Case) ที่ไปตามได้ว่ามันมีการโฆษณาเกินจริงเกี่ยวกับอาหารและยาจริงหรือไม่ และที่น่ากลัวไปกว่านั้นผมคิดว่าเราต้องตามให้ทันโลก เพราะว่าพวกนี้ก็จะมีวิธีการทำมาหากิน ที่แยบยลและซับซ้อนขึ้นเรื่อย ๆ มีอะไรบ้างครับ ผมยกตัวอย่างอันหนึ่ง เดี๋ยวนี้จะมีการเสนอ ผ่านโฆษณาในช่องดิจิทัล (Digital) เป็นการสอนออนไลน์ (Online) ฟรีครับ สอนคอร์ส (Course) ในการขายออนไลน์ (Online) ใครสนใจแอดไลน์ (Add line) เข้าไปเลยครับ เข้าไปคุยกับเขา แล้วเขาก็จะพาเข้าไปในห้องเรียนออนไลน์ (Online) ที่สามารถเรียน การขายออนไลน์ (Online) ได้ฟรี ๆ แต่ในคอร์ส (Course) นั้นจะมีการขายของครับ ขายอาหารเสริม เขาไม่ต้องพูดชื่ออาหารเสริมในช่องทีวีดิจิทัล (TV Digital) เขาไปพูดในห้อง ออนไลน์ (Online) ซึ่งเรียนฟรีนี่ละครับ และอาหารเสริมนั้นมี อย. ไหมก็ไม่รู้ครับ บรรยาย สรรพคุณในห้องนั้นเกินจริงไหม ก็ไม่รู้ครับ ที่หนักกว่านั้นครับ ชวนลงทุนในห้องคอร์ส (Course) ออนไลน์ (Online) นั่นละครับ มีพอนซี คลีน (Ponsci clean) อยู่ในนั้นอีกนะครับ ทำเป็นแชร์ (Share) ลูกโซ่ครับ ถ้าทำงานเชิงรุกจริง ๆ ผมคิดว่าท่านจะต้องเคยเจอเคส (Case) แบบนี้บ้างอย่างน้อย ๒-๓ เคส (Case) มันต้องมีครับ🔗
แล้วซึ่งจากตารางนี้ผมก็ต้องต่อเนื่องไปถึงประเด็นที่ ๒ คือเรื่องเกี่ยวกับวิทยุ ชุมชน คือ ๒,๐๐๐ เคส (Case) ของวิทยุชุมชนกับ ๔ เคส (Case) ของทีวีดิจิทัล (TV Digital) ความเหมือนของมันก็คือเวลาที่เจอการกระทำผิด มันจะเป็นโทษปรับ ผมเข้าใจว่ามันเป็น โทษปรับตามข้อกำหนดของ อย. หมายความว่าถ้าโดนปรับ ๕๐๐,๐๐๐ บาท วิทยุชุมชน โดนปรับ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ทีวีดิจิทัล (TV Digital) ๑ เคส (Case) ก็โดนปรับ ๕๐๐,๐๐๐ บาท แล้วทีวีดิจิทัล (TV Digital) เขารับค่าโฆษณามาเท่าไรครับท่านประธานครับ ออกอากาศ แป๊บเดียวคนดูเป็นหมื่นเป็นแสนเป็นล้านครับ ขายนิดเดียวก็คุ้มค่าปรับแล้วครับ วิทยุชุมชน เขาอยู่กัน เขามีการโฆษณาประชาสัมพันธ์ของธุรกิจในชุมชน ซึ่งไม่มีปัญญาไปจ่ายค่าโฆษณา บนทีวีเคเบิล (TV Cable) ไม่มีปัญหาไปจ่ายค่าโฆษณาในวิทยุที่เป็นกระแสหลักได้ เขาก็ใช้ บริการมีอยู่ในชุมชนนั่นละครับจ่ายค่าโฆษณานิด ๆ หน่อย ๆ ให้สถานีวิทยุชุมชน เพื่อที่ จะให้เศรษฐกิจในชุมชนใกล้เคียงนั้นมันอยู่กันได้ แต่เวลากระทำผิดเคส (Case) แบบนี้ มันก็เกิดการปรับที่มันไม่สมเหตุสมผล อาจจะไม่ใช่ไม่สมเหตุสมผล แต่สัดส่วนมันไม่ได้กันกับ ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับสังคม ทีวีดิจิทัล (TV Digital) มันเกิดความเสียหายต่อสังคม ในวงกว้างมาก ๆ เวลาที่เกิดการกระทำผิดในลักษณะอย่างนี้ แต่ค่าปรับมันไม่ได้สัดส่วนกันกับ ความเสียหายที่มันเกิดขึ้น หรือกับรายได้ที่เขาได้รับจากรายได้ในค่าโฆษณา แล้วมันก็จะมี ปัญหาต่อเนื่องไปอีกว่าวิทยุชุมชน ผมเข้าใจว่าน่าจะมีอยู่ประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าสถานี ทั่วประเทศ ณ ตอนนี้ที่เป็นเชิงธุรกิจ เขาก็กำลังจะถูกเรียกว่า ยุติการทดลองออกอากาศ แล้วจะต้องเข้าสู่การประมูลในช่วงน่าจะเป็นเดือนเมษายนปีนี้เป็นต้นไป ถึงปี ๒๕๖๗ เข้าใจว่าอาจจะต้องหยุดภายในปี ๒๕๖๗ ประเด็นก็คือเขาก็เคยมาร้องเรียนกับผมว่า มีการออกคำสั่งให้ลดกำลังส่งจาก ๕๐๐ วัตต์ เหลือ ๕๐ วัตต์ ๑. ก็คือพื้นที่ในการส่งมันจะลดลง อย่างมาก การกระจายเสียงมันก็จะอยู่ได้แค่วงแคบ ๆ และที่สำคัญคือจะต้องปรับ และเปลี่ยนอุปกรณ์ใหม่ทำให้เกิดต้นทุนเกิดขึ้น ที่สำคัญกว่านั้นก็คือกระบวนการต่อไป ที่จะเข้าสู่การประมูล ถ้าจะประมูลจริงความชัดเจนของ กสทช. ได้ให้กับพวกเขาหรือยังว่า ๓,๐๐๐ กว่าสถานีนี้ จะมีใบอนุญาตให้ประมูลกี่ใบอนุญาต เขาจะเหลืออยู่กี่สถานี ราคาจะอยู่ประมาณเท่าไร ไม่มีความชัดเจนให้พวกเขาเลย เขาไม่รู้ตัวเลยว่าตกลงแล้วเขาจะต้องยุติการออกอากาศ ของเขาเมื่อไร เขาจะต้องยุติการบริการในชุมชนของเขาเมื่อไร ผมก็อยากจะถามถึง ความชัดเจนตรงนี้อีกครั้งหนึ่งครับ เพราะว่าพี่น้องประชาชนที่ทำวิทยุชุมชนก็เรียกร้องมาว่า มีความเดือดร้อนในด้านนี้จริง ๆ นะครับ🔗
เหลือเวลาอีกนิดหน่อยครับ ผมถามคำถามสุดท้ายครับว่า กรรมาธิการ ติดตามและตรวจสอบได้ติดตามเรื่องเกี่ยวกับกรณีที่เราจะต้องแบ่งค่าเยียวยาคลื่น ๒๐๐๖ ให้เอกชนหลักหลายพันล้านบาทซึ่งเป็นคดีความกันอยู่นี้อย่างไร มีการตรวจสอบการทำงาน ของ กสทช. ที่เกิดมติเมื่อปี ๒๕๖๓ หรือไม่ อย่างไร ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านคมเดช ไชยศิวามงคล ตามด้วยท่านนิคม บุญวิเศษ ท่านนิยม เวชกามา ท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม เชิญท่านคมเดชครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล พรรคเพื่อไทย เขต ๓ จังหวัดกาฬสินธุ์ ท่านครับ อำนาจหน้าที่ ของ กสทช. มีจุดหนึ่งมีวงเล็บหนึ่งที่อ่านดูว่า มีการสนับสนุนและคุ้มครองผู้บริโภค ด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม และพี่น้องประชาชน ในการจัดสรรคลื่นความถี่ มีประเด็นหลัก ๆ ประเด็นหนึ่งครับท่านประธาน ทาง กสทช. ได้ออกประกาศมาลงวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๔ เนื้อหาสาระก็คือ ให้การทดลองประกอบ กิจการวิทยุตามประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์การอนุญาตทดลองการประกอบวิทยุ พ.ศ. ๒๕๕๕ ให้มีระยะเวลาถึงวันที่ ๓ เมษายน ตัวเนื้อหาสาระที่ได้รับข้อมูลมานะครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ กำหนดหลักเกณฑ์ในการเปลี่ยนผ่านไปสู่ระบบการอนุญาต สถานีวิทยุที่มีสถานะเป็นผู้ได้รับอนุญาต หลักเกณฑ์การอนุญาตการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง ๒๕๕๕ ให้เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ ๔ เมษายน ตัวเนื้อหาสาระมีอยู่ ๒ ประเด็นหลัก ๆ ก็คือ ได้รับข้อมูลมาว่าจากข้อมูลเดิมของวิทยุชุมชนเกือบ ๔,๐๐๐ สถานี มีคลื่นความถี่ประมาณ ๕๐๐ วัตต์ ข้อมูลที่ได้รับมาจากวิทยุชุมชนที่เดือดร้อนอยู่ทุกวันนี้ ก็คือ กสทช. จะตัดให้เหลือ ๕๐ วัตต์ จาก ๕๐๐ วัตต์ เหลือ ๕๐ วัตต์หรือ ๕๐ คลื่นสถานี ท่านประธานครับ มันคล้าย ๆ กับเสียงตามสายของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เขาจะดำเนินการ ด้านธุรกิจไม่ได้เลย ท่านสั่งการให้เขาไปดำเนินการเป็นนิติบุคคล และเก็บภาษีปีละ ๑๐,๐๐๐ บาท ตัวนี้เงินเข้าหลวงเข้ารัฐ ทาง กสทช. แต่ท่านออกใบประกาศวันที่ ๒๒ ออกมาในลักษณะนี้เป็นการทำลายสื่ออย่างชัดเจน ประโยชน์ของวิทยุชุมชนจริง ๆ แล้ว จากอดีตที่ผ่านมานี้ คล้าย ๆ เป็นมรดกของประเทศเลยนะครับ ผมว่าผมเกิดมาได้ยิน เพลงลูกทุ่ง การสื่อสารทางวิทยุ แต่ก่อนไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีอะไร🔗
ประเด็นที่ ๒ ธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) ต่าง ๆ ต้องอาศัยวิทยุชุมชน เพราะว่า มันถูก ถ้าไปจ้างสถานีโทรทัศน์ บางสถานีโดยเฉพาะช่องหลัก นาทีละ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ส่วนวิทยุชุมชนตก ๓,๐๐๐ กว่าบาท ตกวันละ ๑๐๐ บาท ธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) อยู่ตรงนี้ อาศัยภาควิทยุชุมชนสื่อสารการค้าไม่ต่ำกว่าเป็นแสน ๆ หน่วย ซึ่งในยุคโควิด-๑๙ (COVID-19) ยุคน้ำท่วมมันไม่ควรจะเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ ผมว่า ท่านคิดไม่ครบ มันเป็นการทำลายวิทยุชุมชนและธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) ที่ทางรัฐบาล จะพยายามผลักดันให้เกิดขึ้นและฟื้นฟูหรือในการเปิดประเทศ โดยเฉพาะของท่าน นายกรัฐมนตรี ตรงนี้เป็นประเด็นปัญหาใหญ่🔗
อีกประเด็นหนึ่งก็คือ ท่านจะผลักดันให้มีการประมูลคลื่นวิทยุชุมชน การประมูลพูดง่าย ๆ กลุ่มทุนได้เปรียบ มันเป็นปลาเล็กกินปลาใหญ่มันจะต่อเนื่องกัน ท่านจะเห็นว่า วิทยุโทรทัศน์ส่วนหนึ่ง วิทยุสื่อโซเชียล (Social) ส่วนหนึ่ง แล้วบางจุด ก็ควบไปถึงวิทยุชุมชน วิทยุชุมชน ๔,๐๐๐ กว่าสถานี บางจุดที่เป็นของรัฐเอง โดยเฉพาะ กลุ่มที่เป็นของกองทัพของทหารใช้ไม่ต่ำกว่า ๒,๐๐๐ วัตต์ด้วยกัน ซึ่งมันครอบคลุม ไปทั้งหมด ตัวเนื้อหาสาระอะไรต่าง ๆ ที่ได้รับข้อมูลมานะครับ เบื้องหลังเป็นผลประโยชน์ ทั้งนั้นเลย ถ้าท่านดำเนินการอย่างนี้เอเยนต์ (Agent) ร้านค้า ธุรกิจต่าง ๆ เขาไม่สามารถ ไปใช้บริการวิทยุชุมชนได้ จะไหลเข้าไปสู่วิทยุชุมชนของภาครัฐทั้งหมด กับโทรทัศน์ กับการสื่อสารด้านอื่น ๆ หมด เพราะว่าเครือข่ายคลื่นมันต่ำเกินไปก็จะไม่มีคนไปใช้บริการ นี่คือสิ่งที่เสียหายที่จะเกิดขึ้นทั้งปัจจุบันและอนาคต เดี๋ยวนี้ก็มีคนถอนไปแล้ว ตัวอย่างเช่น บริษัทปุ๋ยช่วงนี้ที่เขาขายช่วงฝน ช่วงน้ำท่วม กลุ่มสมุนไพรอะไรต่าง ๆ ซึ่งบางอย่างรู้สึกว่า ท่านเข้มงวด มีวิทยุชุมชนหลายแห่งพูดถึงขนาดว่า ช่วง กสทช. เชิญไปเรียกหรือเชิญไปปรับ หรือเชิญไปอะไรต่าง ๆ ว่าบางคำมันขัดเกี่ยวกับข้อมูล มันขัดต่อผู้บริโภคและ/หรืออะไร การโฆษณาเกินจริง มีการบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่า ในการเรียกตัวไปเหมือนกับเป็นฆาตกร ท่านกึ่ง ๆ บีบบังคับแล้วก็ขู่เข็ญเขา บางจุดต่ออายุให้ ๖ เดือน ๓ เดือน และ/หรือ ขู่ ขู่ ทุกอย่างเลยเพื่อต้องการที่จะยึดตรงนี้คืนมา ผมคิดว่าการดำเนินการที่เกิดขึ้นมันเป็นการ ปิดสื่อโดยปริยาย ท่านครับ ขอเวลาเพิ่มนิดหนึ่ง จุดที่เขาเรียกร้องมาก็คือประเด็นหลักที่ วิทยุชุมชนต้องการนะครับ ขอให้ กสทช. ยกเลิกประกาศ กสทช. เรื่องการเปลี่ยนแปลง การประกอบกิจการธุรกิจลงวันที่ ๒๒ อยากให้ยกเลิกประกาศก่อน ตอนนี้ทางวิทยุชุมชน เขากำลังร่างกฎหมายของเขา โดยใช้กฎหมายผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง ๑๐,๐๐๐ คน เพื่อที่จะเข้าสภา เพื่อขอเรียกร้องความเป็นธรรมต่าง ๆ🔗
ประเด็นที่ ๒ ขอให้ผู้ทดลองประกอบกิจการได้รับอนุญาตประกอบกิจการ ไม่ใช่เป็นผู้ทดลอง ให้เป็นตัวจริง เขาพร้อมที่จะเสียค่าใช้จ่ายเพราะว่าเขาเสียมาแล้ว เขาเป็นนิติบุคคลแล้วก็เสียค่าภาษี ค่าธรรมเนียมทุกสิ่งทุกอย่างแล้ว เพราะฉะนั้นกราบเรียน ถามท่านว่า ท่านสามารถที่จะทบทวนการออกใบประกาศดังกล่าวนี้ได้ไหม ให้มีการยกเลิก ข้อบังคับฉบับนี้ให้ใช้กฎหมายเก่าไปพลางก่อน เพื่อเห็นแก่ภาคธุรกิจทั้งหลายทั้งปวง🔗
ประเด็นที่ ๓ มีมาตรการใดช่วยเหลือวิทยุชุมชนอย่างไรที่ชัดเจนให้เขาอยู่ได้ เพราะว่าคลื่นวิทยุชุมชนเป็นทรัพยากรธรรมชาติตัวหนึ่งที่แตกต่างกับทรัพยากรธรรมชาติ ตัวอื่น ตัวอย่างเช่น น้ำมัน แก๊ส และ/หรืออะไรต่าง ๆ มันหมดเป็น ท่านครับ ลิกไนต์ ถ่านหิน เหมืองทองอะไรต่าง ๆ แต่คลื่นความถี่มันหมดไม่เป็น มันยังคงอยู่ มันอยู่กับท่านว่าจะเห็นใจมีความคิดเห็นอย่างไร ส่วนตัวผมเองและพรรคเพื่อไทย ยินดีที่จะช่วยเหลือวิทยุชุมชนให้อยู่เป็นมรดกของบ้านเมือง ต่อไปครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณนิคม บุญวิเศษ ตามด้วยท่านนิยม เวชกามา🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค พลังปวงชนไทย กระผมขออภิปรายรายงานการปฏิบัติของ กสทช. ปี ๒๕๖๓ ถึงแม้ มันอาจจะช้าไป ๑ ปีก็ตาม ท่านประธานที่เคารพครับ ตามที่ได้อ่านรายงาน กสทช. นั้น มีหน้าที่อยู่ทั้งหมด ๒๕ ข้อ ซึ่งผมจะใช้เวลาสั้น ๆ ในการพูดเป็นบางข้อเนื่องจากเวลา มันจำกัด🔗
ข้อที่ ๑ จัดทำแผนแม่บทการบริหารคลื่นความถี่🔗
ข้อที่ ๒ กำหนดการจัดสรรคลื่นความถี่ที่ใช้ในกิจการกระจายเสียง กิจการ โทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม กำหนดลักษณะประเภทกิจการกระจายเสียง กิจการ โทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม และที่สำคัญก็คือในข้อที่ ๒๐ อนุมัติงบประมาณรายจ่าย ของสำนัก กสทช. รวมทั้งเงินที่จัดสรรกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง วิทยุ โทรทัศน์ เงินก้อนนี้มีจำนวนมาก ซึ่งผมอาจจะแตะนิดหนึ่ง เนื่องจากเวลามันน้อย ในส่วนที่ ผมอยากจะเรียนในที่ประชุมอย่างนี้ ในช่วงเวลาที่ผ่านมานั้นจริง ๆ แล้ว กสทช. มีหน้าที่ อยู่หลายอย่าง โดยเฉพาะเรื่องการจัดสรรคลื่นความถี่ ซึ่งเป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติ รัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัดเจนว่า คลื่นความถี่เป็นทรัพยากรสื่อสารของชาติ เพื่อประโยชน์ สาธารณะ ให้มีองค์กรของรัฐองค์กรหนึ่งที่เรียกว่า กสทช. มาทำหน้าที่ในการจัดสรรคลื่น ความถี่ให้เป็นประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชน ประโยชน์สาธารณะ ประโยชน์ทางด้าน ต่าง ๆ ก็ว่ากันไป กสทช. คือองค์กรของรัฐองค์กรหนึ่งที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้มาใช้กฎหมาย ฉบับนี้ซึ่งมีการเปลี่ยนพัฒนามาเรื่อยจนถึงปี ๒๕๖๒ แต่ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ท่านประธานครับ ตั้งแต่เรามีคลื่นความถี่ เรามี กสทช. ยังไม่มีคลื่นวิทยุคลื่นใดที่ได้รับใบอนุญาตจริง สักรายหนึ่ง ปัจจุบันนี้คลื่นวิทยุที่มีการทดลองประกอบกิจการ ทดลองจริง ๆ มาหลายปีแล้ว แต่มีการประกาศตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ ให้ทดลองมา ๑๐ ปี จนถึงเดือนเมษายน ปี ๒๕๖๕ ที่พูดกันไป ยังไม่มีคลื่นใดได้รับอนุญาตจริงสักคลื่นหนึ่ง เป็นการทดลองประกอบกิจการ ซึ่งก็เห็นใจ กสทช. ผมพูดตามที่ผมได้ศึกษามานะครับ เพราะมันไปเขียนใน พ.ร.บ. กสทช. พ.ร.บ. ๒๕๕๓ ว่า การนำคลื่นความถี่ ถ้าจะมาใช้ในวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ หรือโทรคมนาคม ถ้าจะนำมาใช้ในการทำธุรกิจจะต้องเข้าสู่การประมูล มันอยู่ตรงนี้ครับ ฉะนั้นพวกเราเองที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ถ้าเราต้องการให้วิทยุกระจายเสียง ภาคประชาชน วิทยุท้องถิ่นทั้งหลายที่เขาทำมากันหลาย ๆ สิบปี ยังคงอยู่กับพวกเรา ต้องช่วยกันแก้ในข้อนี้ มาตรา ๔๑ มาตรา ๔๒ ที่กำหนดให้จะต้องมีการประมูลคลื่น เพราะอย่าลืมว่าการประมูลคลื่นความถี่ คนที่มีความพร้อม มีทุนพร้อม มีทรัพยากร ต่าง ๆ พร้อม ย่อมเป็นผู้ที่ชนะการประมูลอย่างแน่นอน ฉะนั้นก็จะเกิดกลุ่มทุนมาฮุบ คลื่นความถี่ ถึงแม้ท่านเขียนไว้ชัดเจนว่า ไม่เกิน ๑ ใน ๓ แสดงว่าท่านเข้าใจแล้วว่าจะต้องมี นายทุนประมาณ ๓ รายใช่หรือไม่ แล้วรายเล็กรายน้อย หลาย ๆ พันสถานี เดิมที มี ๘,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ สถานี ตอนนี้เหลือประมาณ ๓,๐๐๐ สถานี คลื่นเหล่านี้น่าสงสาร ประกอบกิจการมาเลี้ยงตัวเองมาโดยตลอด ทำเพื่อสาธารณะมาโดยตลอด มีทางใดบ้าง ที่จะช่วยคลื่นเหล่านี้ให้สามารถประกอบกิจการได้ การรับฟังความคิดเห็นที่ผ่านมาผมนั่งศึกษาดูนะครับ น่าสงสารครับ บอกว่าเดือนเมษายน ปี ๒๕๖๕ จะต้องนำคลื่นความถี่เหล่านี้ไปประมูล ถ้ายังไม่ประมูลคลื่นใดก็ให้ลดกำลังส่ง จาก ๕๐๐ วัตต์ เหลือ ๕๐ วัตต์ อยู่ได้อีก ๒ ปีครับ นั่นหมายถึงว่า ไม่กล้าประกาศปิด แบบชัดเจนว่าต้องปิดทั้งหมด หมายถึงว่าคลื่นใดที่มีการประมูลก็ประมูลไป แต่คลื่นที่ยังไม่มี การประมูลให้ลดกำลังส่งลงมาเหลือ ๕๐ วัตต์ ท่านประธานครับ คลื่นเหล่านี้เขาทดลอง ประกอบกิจการมาเป็นสิบ ๆ ปี แล้วยังไม่ผ่านการทดลองอีกหรือครับ จริง ๆ กสทช. สามารถ ร่างประกาศกำหนดออกมาได้ครับว่า คลื่นเหล่านี้ท่านสามารถร่างประกาศออกมา ก็คืออาจจะเป็นคลื่นความถี่ที่อนุญาตให้ใช้โดยวิธีการอื่น นอกเหนือจากการประมูล ท่านก็สามารถทำได้ครับ เพราะท่านร่างออกมาว่าคลื่นเหล่านี้คือ คลื่นชุมชน คลื่นประโยชน์ เพื่อสาธารณะ คลื่นของภาคประชาชนเหล่านี้เป็นธุรกิจจริงครับ แต่เขาทำเพื่อประโยชน์ สาธารณะมากกว่า ท่านไปศึกษาดูเถอะครับ การโฆษณาต่าง ๆ สปอนเซอร์ (Sponsor) ต่าง ๆ มันน้อยครับ แต่การทำเพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นข่าวของภาครัฐ หน่วยงานของรัฐต่าง ๆ โดยเฉพาะชุมชนในท้องถิ่นเหล่านั้นให้ช่วยประกาศโฆษณา ประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ เขาทำให้ งานบุญ งานกฐิน งานบวช งานทุกอย่างครับ เตือนภัย ลม พายุมา น้ำท่วม ไฟไหม้ แม้กระทั่งเรื่องการศึกษา เขาทำเพื่อสาธารณะจริง ๆ แต่คลื่น เพื่อสาธารณะที่บอกว่าเป็นคลื่นหลัก ทำเพื่อสาธารณะหรือไม่ท่านไปดูสิครับ คลื่นหลัก ที่บอกว่าคลื่นใหญ่ ๆ ท่านเอาไปให้กลุ่มทุนเช่าแล้วก็มีการขายโฆษณาใช่หรือไม่ แต่คลื่น ของภาคประชาชนเขาทำเพื่อสาธารณะครับ ท่านออกประกาศยกเว้นเถอะครับ ยกเว้น เป็นคลื่นอาจจะเป็นกึ่งสาธารณะ กึ่งธุรกิจก็ได้ เพื่อให้คนเหล่านี้เขามีวิทยุ เขามีอาชีพ ในการได้ใบอนุญาตต่อ และยังมีอีกหลายคลื่นที่โดนปิดไป ที่ผมพูดไม่ได้เพราะเนื่องจาก เวลามันน้อย ภาคประชาชนเขามายื่นหนังสือที่ผม อาจจะต้องขอเวลาอีกนิดหนึ่ง ท่านประธาน นี่คือหลักฐานที่มีนายกสมาคมต่าง ๆ มายื่นที่ผม นายชูชาติ อุทัยชิต นายก สมาคมเครือข่ายท้องถิ่นเมืองแพร่ จังหวัดสุโขทัย นายสุเทพ เม้าสง่า นายเอกอมตะ อุทรฑ์เกฐสิทธิ์ นายกิตติพัฒน์ ศิริสุขชัยถาวร นายทองพูน ผมพูดเร็ว ๆ นะครับ นายอัครชัย หาญชัย อาจารย์คณาวุฒิ กันทพลหาญ อาจารย์เกษม คุณอาคม คนเหล่านี้เป็นนายก สมาคมวิทยุ รวมแล้ว ๕๐ สมาคมอยู่ในมือผม นายชาลี นพวงศ์ ณ อยุธยา นายกสมาคม ผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ประกอบวิทยุเอฟเอ็ม (FM) ภาคใต้อย่างนี้ นายสุเทพคุณ คณาโชค อย่างนี้นะครับ คนเหล่านี้ล้วนแต่เป็นผู้ประกอบวิทยุมา ๒๐ ปีครับท่านประธาน แล้วจะมา ล้มหายตายจากโดยประกาศคำสั่งของ กสทช. ปี ๒๕๖๕ ผมคิดว่ามันไม่เป็นธรรม จึงขอให้ สมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรช่วยกันแก้ไขกฎหมายเหล่านี้ เพื่อให้วิทยุเหล่านี้ยังคงอยู่คู่กับ พี่น้องประชาชนต่อไปครับ กราบขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณนิยม เวชกามา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปรายในรายงานผลการปฏิบัติงานของ กสทช. ประจำปี ๒๕๖๓ ความจริงปีเดียวก็ไม่เป็นไร ก็ถือว่าก็โอเค (OK) อยู่ เพราะรายงาน ครั้งที่แล้วของกองทุนผู้ใช้รถใช้ถนนตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ มันก็เกินไป อันนั้นลักษณะเกินไป เพราะฉะนั้นรายงานฉบับนี้ต้องชื่นชมหนังสือท่านทำได้สวย แต่ที่ผมต้องพูดวันนี้ เพราะผู้บริหารระดับสูงของ กสทช. มานั่งตรงนี้ ทั้ง ๑๔-๑๕-๑๖ ท่าน ผมขอเรียนว่า ในส่วนเวลาอันสั้นนี้ ต้องขอกราบเรียนให้ท่านได้ทราบได้รู้ว่าปัญหาที่มันเกิดขึ้นในข้อที่ว่า การกำกับดูแลและการประกอบกิจการโทรคมนาคม ซึ่งมันมีอยู่ ๙ ข้อใหญ่ ๆ ของท่าน ผมเป็นคนหนึ่งที่ใช้บริการค่ายมือถือทั้งหลาย ใช้มา ๒๐-๓๐ ปี ตั้งแต่ท่านยังไม่เกิด กสทช. แต่วันนี้ก็เกิดแล้ว เป็นองค์กรอิสระที่อยู่ในกำกับ ของรัฐ ท่านต้องเข้ามาดูแลประชาชน ผมเห็นในข้อที่ ๖ ของท่าน แล้วผมก็ต้องเปิดดู การคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม ผมจะต้องถามพวกท่านทั้งหลายที่นั่งตรงนี้ว่า ท่านได้ทำหน้าที่นี้ขนาดไหน เพราะผมพยายามอ่านท่านก็เขียนอย่างดี เพราะในข้อ ๖.๑.๒ ของท่านก็กล่าวถึงหลายบริษัท ทั้งทีโอที (มหาชน) ดีแทค (Dtac) ทรู (True) มากมายเลย แต่ที่ผมต้องบอกท่านวันนี้ ค่ายต่าง ๆ บางค่ายก็โอเค (OK) ดี บางค่ายก็เอาเปรียบประชาชน ผมได้รับการร้องเรียน ผมได้พบเจอปัญหากับตัวเอง ซึ่งเกิดขึ้นจนวันนี้ก็ยังแก้ปัญหา ไม่ได้ตรงที่ว่า ตอนมาทำของทรู (True) ยืนยันท่านต้องรับไปด้วยวันนี้ ตอนมาติดตั้งให้ ผมใช้มาเกือบ ๑๐ ปีแล้วนะครับ บอกอย่างดีเลย ทำให้หมด เอามาจัดการหมด พอเราใช้มา ระดับหนึ่งมันก็สมควรเลิก เพราะสถานการณ์มันเปลี่ยนแปลง จนวันนี้ผมยังเลิกไม่ได้ ต้องทำหนังสือไปถึงบริษัทใหญ่ ยังไม่ตอบอะไรมา บอกไม่ให้เลิก ก็ผมเป็นคนใช้ของคุณ ทำไมเลิกไม่ได้ อันนี้ท่านต้องรับไปนะครับ ของทรู (True) ครับ ยืนยันผมมีหลักฐานอยู่ ไปจ่ายครั้งสุดท้าย สุดท้ายมาปล่อยคลื่นมาอีก ผมเสียเงินฟรีอยู่ ๕-๖ เดือนไม่ได้ใช้ เพราะว่า หยุดกิจการอะไรไปเยอะแล้ว แต่พอต่อไปก็เลิกไม่ได้เป็นปัญหาที่ท่านต้องรับไปวันนี้ ชื่อผมนะครับ ไม่ใช่ชื่อคนอื่นเลย ก็ไม่ได้ใช้ทำไมผมเลิกไม่ได้ ผมสงสัยอยู่จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ ผมไม่ได้ใช้แล้วทำไมไม่ให้ผมเลิก นี่คือกิจการที่มันเป็นเรื่องที่ท่านต้องเข้ามาดูแล ผมดูของท่าน การคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม กสทช. ได้กำหนดนโยบายในการ ส่งเสริมและสร้างกลไกในการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วน ท่านเขียนมาเยอะแยะเลย เกือบ ๒ หน้า ข้อ ๖.๑ ระบบอะไรท่านก็ว่าดีหมด เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านมานั่งตรงนี้ ผมฟ้องท่านเลย ท่านกลับไปดูมีชื่อผม ทำมา ๑๐ กว่าปีผมไม่อยากใช้ทำไมเลิกไม่ได้ ต้องยืนยันแบบนั้นแล้วครับ ด้วยความที่ท่านเป็นหน่วยงานที่กำกับดูแลคลื่นเหล่านี้ วิทยุ ท่านคมเดชพูดไปแล้วผมไม่พูด ผมเป็นคนหนึ่งที่เปิดสถานีวิทยุชุมชน แต่วันนี้ในเมื่อ คสช. สั่งให้หยุดก็ต้องหยุดไป ไม่เป็นไร หยุดได้ไม่เป็นไร แต่ที่ผมหยุดไม่ได้ผมต้องเสียสตางค์ทุกวัน อันนี้ผมรับไม่ได้ในบริษัททรู (True) ชื่อจริง ๆ บริษัทอะไรไม่รู้แต่เรียกว่าทรู (True) จ่ายทุกเดือน พอไปแจ้งยกเลิกบอกไม่ให้ยกเลิก ปล่อยคลื่นไปอีกแล้ว เดือนนี้ก็ต้องจ่าย ฟรี ๆ เดือนละ ๗๐๐-๘๐๐ บาท ทำไมผมต้องจ่ายด้วย อันนี้ผมถามพวกท่านตอบผมหน่อย ทำไมผมต้องจ่ายด้วยในเมื่อผมไม่ได้ใช้ ๖ เดือนแล้วที่ผมไม่ได้ใช้ ต้องยืนยันแบบนี้ครับ ผมไม่มีอะไรมากเพียงแต่ว่าต้องการให้ท่านตรวจสอบในข้อที่ ๖ ของท่านอยู่หน้า ๖๒ หน้า ๖๓ หน้า ๖๔ ซึ่งท่านก็ยืนยันชัดเจนว่าคุ้มครองผู้บริโภค ให้ความเป็นธรรมอะไร เยอะแยะข้อ ๖.๑.๒ ผมไม่พูดถึงรายละเอียดในเนื้อหาสาระของตัวนี้ แต่ผมยืนยัน แล้วไม่ใช่ ผมคนเดียว ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่บ้านผมจังหวัดสกลนคร คล้าย ๆ ผมหลายคน บางคนถึงขนาด ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ บาท ทั้ง ๆ ตัวเองเลิก เขาใช้ไม่ได้ คลื่นระบบมันอะไรก็แล้วแต่ เพราะฉะนั้นผมต้องบอกท่านซึ่งเป็นผู้กำกับดูแลในคลื่นความถี่ เหล่านี้ว่า เหตุการณ์แบบนี้อย่าให้มันเกิดขึ้นบ่อยนัก มันต้องผมเท่านั้นหรือที่ไปยกเลิกได้ ผมจะมอบหมาย มอบฉันทะ มอบให้ลูกให้เมียไปไม่ได้ใช่หรือไม่ที่ว่านี่ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม และตามด้วยคุณอนุรักษ์ บุญศล เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ องค์กรนี้ กสทช. ถือว่าเป็นองค์กรอิสระที่ได้รับการรับรองในรัฐธรรมนูญ ของประเทศไทย สืบเนื่องจากในอดีตเคยมีปัญหาเรื่องการประมูลที่ไม่โปร่งใสในปี ๒๕๓๓ ปี ๒๕๓๔ จนถึงขนาดว่าเป็นที่มาของการเกิดการรัฐประหารในปี ๒๕๓๔ และข้อแรก ของผู้ที่มาทำการรัฐประหารก็คือ อ้างว่ามีการประมูลจ้างเหมา มีการให้สัมปทาน อย่างไม่โปร่งใส เพราะฉะนั้นเรื่องของการให้หน่วยงานนี้เป็นองค์กรอิสระ จึงมีที่มาที่ค่อนข้าง ที่จะสำคัญต่อระบบการปกครองบ้านเมืองของเรา ผมจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าองค์กรนี้จะได้ ทำหน้าที่เป็นองค์กรอิสระ ทำหน้าที่อย่างโปร่งใส เป็นที่ยอมรับ และเป็นที่เชื่อถือได้ ของประชาชน แต่ท่านประธานครับ ยังมีเนื้อหาหลายประการด้วยกันเท่าที่ผมสำรวจ ตรวจสอบจากเอกสารที่ท่านให้มา จริง ๆ แล้วก็ถือว่าเป็นเอกสารที่ให้ข้อมูลที่ดีนะครับ ทำได้สวยงาม แต่ก็ยังมีบางประเด็นที่อยากจะขออนุญาตยกขึ้นมาเพื่อให้เกิดการปรับปรุง นะครับ🔗
ประเด็นแรก ในส่วนของโครงสร้างองค์กร ผมอยากเห็นท่านลองพิจารณาว่า ในระบบการบริหารงานยุคใหม่เขาจะมีการสร้างกลไกในการถ่วงอำนาจกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องของการมีคณะกรรมการตรวจสอบที่เป็นอิสระจากคณะกรรมการบริหาร เท่าที่ผมดูจาก โครงสร้างองค์กรของท่าน ไม่ปรากฏว่ามีท่านใดทำหน้าที่เป็นคณะกรรมการตรวจสอบ ถ้าผมผิดพลาดก็ช่วยชี้แจงด้วยนะครับ หรือว่าคณะกรรมการตรวจสอบจะช่วยดูแล การทำงานท่านให้อยู่ในกรอบตามวัตถุประสงค์ ขณะเดียวกันโดยปกติแล้วในการที่เราจะทำ รายงานประจำปีใด ๆ นอกเหนือจากการแสดงงบการเงินแล้ว ก็ควรจะต้องมีการแสดง ถึงรายงานของ สตง. หรือผู้ตรวจสอบบัญชี ยิ่งถ้าเป็นงบของท่านซึ่งมีตัวเลขเป็นหลักหมื่นล้าน แสนล้าน ท่านควรจะต้องให้ความเห็นของ สตง. มีปรากฏอยู่ในรายงานนี้ด้วย ซึ่งผมหา ไม่เจอในรายงานของท่าน ในรายงานท่านมีข้อมูลหลายอย่างที่ผมคิดว่าน่าจะทำให้ชัดเจน กว่านี้ ตัวอย่างเช่น เรื่องของตัวเลขผู้ใช้โมบาย บรอดแบนด์ (Mobile broadband) ในหน้า ๑๕๓ ถ้าเราดูตัวเลขแล้วก็จะเห็นได้ว่ามีคนไทย หรือชาวไทยใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) ความเร็วสูงเป็นจำนวนถึง ๙๒.๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มีตัวเลขเป็นหลัก คือตัวเลข อ่านได้ยากมากครับ คือเป็นสัดส่วนถึง ๙๒.๕ เปอร์เซ็นต์ ผมไม่แน่ใจว่าเป็นอย่างนี้จริง เพราะว่าเท่าที่ผมสัมผัสกับชาวบ้านชาวช่องอาจจะมีการใช้บรอดแบนด์ (Broadband) พอสมควร แต่สูงถึงขนาด ๙๒.๕ เปอร์เซ็นต์ ไม่น่าจะเป็นตัวเลขที่ถูกต้องนะครับ ในช่วงก่อนที่สภาจะปิดครั้งที่แล้วมีการประชุมร่วมกันระหว่างวุฒิสภากับสภา โดยที่มี การนำเสนอเรื่องของการเปิดเสรีโทรคมนาคม และผมก็ได้มาพูดในที่ประชุมว่าสิ่งที่ท่านเปิด ไม่ว่าจะเป็นเทเลกซ์ (Telex) แฟกซ์ (Fax) หรือโทรศัพท์พื้นฐานที่เรียกว่า วอยซ์ เทเลโฟนี (Voice telephony) มันเป็นของเก่าที่ล้าสมัย ไปอิงกับเรื่องของอุรุกวัย ราวด์ ซึ่งเป็นการ เจรจาเมื่อ ๓๐ ปีที่แล้ว ผมก็แปลกใจว่า กสทช. ทำไมจึงไม่ทักท้วงรัฐบาลว่า เรื่องนี้ มันล้าสมัยแล้วเปิดไปก็ขายหน้าชาวโลก มีใครที่จะมาลงทุนเรื่องแฟกซ์ (Fax) ลงทุน เรื่องของโทรศัพท์พื้นฐาน เขาจะลงทุนแต่เรื่องของไร้สาย เรื่องของ ๕ จี (5G) มากกว่าที่จะมา เอาโทรศัพท์ของอเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์ (Alexander Graham Bell) เมื่อ ๑๐๐ กว่า ปีที่แล้วมาลงทุนใหม่ ผมก็แปลกใจครับว่าเหตุใด กสทช. จึงไม่ทักท้วงกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคมในการนำเสนอเรื่องนี้ ในช่วง ๒-๓ เดือนนี้มีข่าวมากในเรื่องของ ดาวเทียม ซึ่งในรายงานของท่านก็มีพูดถึงเรื่องดาวเทียมว่าหมดอายุ แล้วก็มีการต่ออายุ ให้กับดาวเทียมต่างประเทศ แล้วก็สิ้นสุดไปเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา แต่ก็ไม่มีข่าวชี้แจง ออกมาครับว่าจากนั้นมามันเป็นอย่างไร ท่านรักษาผลประโยชน์ของประเทศไทยอย่างไร ในเรื่องนี้ ผมอยากจะให้ท่านได้ช่วยกรุณาชี้แจงด้วยนะครับ ขณะเดียวกันครับ คณะกรรมการของ กสทช. ชุดปัจจุบันทำงานมากว่า ๑๐ ปี มีการล้มการสรรหามาหลายครั้ง ครั้งสุดท้ายได้มาแล้วจะเข้าวุฒิสภาก็ยังเลื่อนไปอีก ผมไม่เข้าใจครับว่าทำไมเหตุการณ์ จึงเป็นอย่างนี้ในการเลือกหาคนที่จะมาทำหน้าที่ กสทช. เป็นกรรมการต่าง ๆ ถ้าจะดู อย่างสามัญสำนึกก็คือ เหมือนกับคนที่นั่งอยู่ปัจจุบันจะพยายามถ่วงเวลาหรือเปล่า อันนี้ ขอคำชี้แจงด้วยว่า ทำไมการสรรหากรรมการจึงล่าช้า แล้วก็ ๑๐ ปี มานั่งทำงานอยู่ ทั้งที่วาระก็มีนะครับ สำหรับชุดใหม่ที่จะมาซึ่งผมก็ฝากความหวังไว้เป็นอย่างยิ่งว่า จะได้มีเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วขอให้ท่านได้ช่วยดูแลเรื่องการศึกษาด้วยนะครับ เพราะทุกวันนี้ ปัญหานี้เป็นปัญหาใหญ่ มีเด็กเวิร์ก ฟรอม โฮม (Work from Home) ที่ไม่มีโอกาสได้เข้าถึง การศึกษา จริง ๆ แล้วยังมีเรื่องของตัวเลขการเงิน ผมขออนุญาตท่านประธานอีกสัก ๒ นาที เพื่อประโยชน์ในการที่จะชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบ ขอให้ท่านได้ช่วยชี้แจงครับว่า ค่าใช้จ่ายในการประมูลทำไมต้องใช้ถึง ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เรื่องของเงินสดท่านถืออยู่ถึง ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๓ ถือเป็นเงินสดไว้ทำไมครับ ท่านบริหารอย่างไร เพราะเท่าที่ ดูจากกองทุนที่ท่านมีอยู่ท่านได้ผลตอบแทนเพียง ๐.๘ เปอร์เซ็นต์ ทำไมจึงไม่ซื้อพันธบัตร รัฐบาล ล่าสุดก็มีข่าวรัฐบาลออกพันธบัตรดอกเบี้ยสูงถึง ๓ เปอร์เซ็นต์ ทำไมจึงไปฝากแบงก์ (Bank) ดอกเบี้ยผลตอบแทนแค่ ๐.๘ เปอร์เซ็นต์ ท่านมีรายได้ค้างรับเป็นหลักแสนล้านบาท ท่านคิดดอกเบี้ยจากคนที่เขาค้างชำระท่านหรือเปล่า บำเหน็จของบุคลากรท่านปีที่ผ่านมา กระโดดจาก ๑๐๖ ล้านบาท มาเป็น ๓๔๒ ล้านบาท ช่วยชี้แจงด้วยครับ แล้วก็ในส่วนของ องค์กรท่านผมขอให้กำลังใจนะครับ ผมคิดว่าประเทศไทยจะก้าวหน้าก็คือต้องใช้เทคโนโลยี ประชาชนจะได้รับการศึกษาก็ต้องอาศัยอินเทอร์เน็ต (Internet) ทุกวันนี้เรายังล้าหลัง แล้วก็ล้าสมัยมาก ขอให้ท่านได้ช่วยทุ่มเททำงานนี้ให้เต็มที่ครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอนุรักษ์ บุญศล ท่านสุดท้ายแล้วนะครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๔ พรรคเพื่อไทย กสทช. ค่ะวันนี้ ใคร ๆ ก็อยากได้วิทยุชุมชนคืน วิทยุชุมชนเป็นวัฒนธรรม พอมีวิทยุชุมชนปั๊บดิฉัน เป็นดีเจ (DJ) เกือบ ๑๐ ปีเลยค่ะ จัดรายการผญา เดี๋ยวนี้เด็กไม่รู้จักคำว่า ผญา เลย สำหรับภาคอีสาน นั่นคือข้อ ๑ ที่ดิฉันฝากให้ท่าน กสทช. ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ข้าง ๆ ท่านประธานค่ะ🔗
หน้า ๑๑๗ ถึงหน้า ๑๓๖ ท่านประธานคะบางโครงการอยากให้ต่อยอดค่ะ สรุปผลในปี ๒๕๖๓ มีผู้ที่สมควรได้รับการพิจารณาสนับสนุนเงิน กทปส. ให้ กสทช. เพื่อพิจารณาเห็นชอบสรุปผลในปี ๒๕๖๓ มีผู้สมควรได้รับการพิจารณาสนับสนุน ๔๑ โครงการ เป็นยอดเงิน ๒๕๖,๔๐๐,๐๐๐ กว่าบาท เยอะนะคะ🔗
โครงการที่ ๓ โครงการฝึกอบรมและส่งเสริมการตลาดดิจิทัล (Digital) ชุมชน ท้องถิ่นในจังหวัดลำปาง และจังหวัดใกล้เคียงวงเงินที่ได้รับอนุมัติ ๑,๖๐๐,๐๐๐ บาท ดิฉันอยากทราบว่า โครงการของท่านนี้ประสบความสำเร็จหรือไม่ อย่างไร แล้วชุมชนท้องถิ่น สามารถขายของทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างไรบ้าง ถ้าการอบรมโครงการนี้มีการอบรม และมีเทคนิควิธีการดี ๆ แล้ว ดิฉันอยากจะขยายให้ ๗๗ จังหวัดเลย กสทช. ทำได้อยู่แล้ว งบประมาณนิดเดียวเองค่ะ ล้านกว่าบาทแค่นั้นเอง ก็เป็น ๗๐ กว่าล้านบาท นี่ของท่าน ๒๕๖ ล้านบาทเลยนะคะ ได้มาเยอะมากเลยนี่คือความสำคัญ ทุกวันนี้ตลาดดิจิทัล (Digital) มีความสำคัญมากที่สุดเลยค่ะ ดิจิทัล มาร์เกตติง (Digital Marketing) ทุกวันนี้สำคัญมาก กสทช. ต้องทำให้การตลาดฐานราก หรือการตลาดโอทอป (OTOP) ทุกภูมิภาคขายของได้ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก โดยเฉพาะบ้านดิฉันนี่ค่ะ ภาคอีสานไม่มีโรงงานต้องบอกว่า ไม่มีโรงงาน พอไม่มีโรงงานแล้ว จังหวัดสกลนครบ้านดิฉันมีอะไรบ้างคะ ข้าวฮางค่ะ กสทช. ทานแล้วคนที่เป็นเบาหวานจะไม่เป็นเบาหวาน แต่ต้องทานทุกวัน เดี๋ยวนี้บ้านดิฉันนี่ ข้าวเปลือกกิโลกรัมหนึ่ง ๖ บาท ถ้าเอามาทำข้าวฮางนี่นะคะ จะประมาณ ๑๐๐-๑๒๐ บาท ไม่ทราบว่าท่านทราบหรือไม่ นี่ดิจิทัล มาร์เกตติง (Digital Marketing) ตัวนี้จะต้องทำให้ได้ ฝาก กสทช. ด้วยความเคารพรักเลยทีเดียว นอกจากข้าวฮางแล้ว มีผ้าย้อมครามด้วยค่ะ มีหมากเม่า อยากให้หมากเม่านี่เป็นไวน์ระดับโลกเลย จิบไวน์ขวดละเป็นแสนที่เขาอวดอ้างกัน ดิฉันไม่เคยจิบหรอกค่ะ เพราะว่าความสามารถไม่ถึง ไม่ใช่สูงไม่ถึงนะคะ ความสามารถไม่ถึง นี่ก็อยากจะให้มีแบบนั้นบ้าง จากโอทอป (OTOP) บ้านเรานี่ละ จิบน้ำหมากเม่า กินแล้ว จะสวย คนจังหวัดสกลนคร อยู่ใกล้ ๆ บ้านท่านประธานนี่ค่ะ จะไม่แก่ค่ะ เพราะว่า มีสารต้านอนุมูลอิสระ อย่างนี้ค่ะตลาดดิจิทัล มาร์เกตติง (Digital Marketing) ของ กสทช. อยากให้ไปทุกจังหวัด นอกจากหมากเม่าแล้วยังมีโคขุนโพนยางคำด้วยค่ะ กินแล้วเอร็ดอร่อย สามีรับประทานหวานเนื้อไปถึงภรรยาเลยทีเดียวค่ะ แล้วก็ผลิตภัณฑ์หากมีคนซื้อนะคะ ตลาดอิเล็กทรอนิกส์ นี่จะทำให้ฐานรากเกิดการหมุนเวียนเงิน ค้าขายเก่ง ถ้าเขาขายได้ เขาจะขายแล้วขายอีก ขายแล้วขายอีก โครงการนี้ดิฉันอยากให้เพิ่มจังหวัดมากขึ้นกว่าเดิม🔗
โครงการที่ ๓๑ โครงการระบบบริหารด้านการเกษตรเพื่อวิสาหกิจชุมชน โครงการนี้ได้รับเงินถึง ๕.๕ ล้านบาท เป็นโครงการที่ดีอีกค่ะ เป็นโครงการที่ดีมากเลย แล้วต้องขยายเพิ่มอีก เพิ่มอีก ท่านจะได้มาจากกองทุนไหนก็ตาม แต่ว่าลงไปที่คนที่ ขาดโอกาสเถอะค่ะ ลงไปที่เกษตรกรให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตัวเองได้🔗
แล้วก็โครงการที่ ๓๕ โครงการการพัฒนาเทคโนโลยีตรวจวัดและควบคุม แบบไร้สายสำหรับเกษตรสมัยใหม่ เพื่อเพิ่มพูนองค์ความรู้และพัฒนาเกษตรอัจฉริยะ ๖.๔ ล้านบาท แปลว่าท่านที่ไปอบรมนี่ท่านใช้โดรน (Drone) รดยาฆ่าแมลงปราบศัตรูพืช ใช่ไหมคะ ถ้าท่านไปอบรมขนาดนั้นแล้วเกษตรกรสามารถที่จะซื้อได้หรือไม่ หรือว่าท่าน มีตัวอย่างให้ทดลองใช้จนกว่าจะรวยถึงคืน ขอให้คืนเป็นซากเหมือนที่เราใช้วัสดุสิ้นเปลือง ครุภัณฑ์สิ้นเปลืองของราชการหรือไม่ อย่างไร โครงการนี้ดีค่ะ แต่ว่าเรื่องของการไร้สาย เครื่องไร้สายทุกอย่าง เทคโนโลยีควรจะลงสู่เกษตรกร นี่ท่านทำได้ดีมากนะคะ แต่ว่า ท่านทำกระจุกยังไม่กระจาย🔗
ทีนี้ข้อเสนอของดิฉันค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันเสนอวายฟาย (Wi-Fi) ชายขอบจาก กสทช. ดิฉันได้มาจากการสอนออนไลน์ (Online) โควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ปิดหน้าปิดตากันอยู่นี่ค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ ผ่านไปถึงท่าน กสทช. ทุกท่านที่นั่ง อยู่บนบัลลังก์ในขณะนี้ สืบเนื่องจากโรคระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) นี้ค่ะ เรียนออนไลน์ (Online) บางครอบครัวชายขอบมีโทรศัพท์เครื่องเดียว แม่เอาไปตลาดด้วย พอแม่มาจาก ตลาดแล้ว ไม่มีอินเตอร์เน็ต (Internet) ในโทรศัพท์เลย เติมวันละ ๙ บาทก็ไม่มี เมื่อไม่มี ลูกก็วิ่งไปที่วายฟาย (Wi-Fi) ประชารัฐ อินเทอร์เน็ต (Internet) ประชารัฐ เชื่อหรือไม่ว่ารุ่นพี่ ที่เรียนอยู่แล้ว ๒ คน คนที่ ๓ หมุนค่ะ หมุนไม่มีวันจะเข้าไปได้เลย ฉะนั้น กสทช. ควรดูแล เรื่องนี้เป็นอย่างดี ดิฉันฝากเรื่องราวของฐานรากและพี่น้องประชาชนที่ขาดโอกาส ให้ได้รับ โอกาสจาก กสทช. อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ตัวแทนหน่วยงานจะชี้แจงหรือไม่ครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธาน และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะครับ กระผม ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รองเลขาธิการ รักษาการแทนเลขาธิการ กสทช. นะครับ ผมขออนุญาตท่านประธาน และท่านสมาชิกเป็นจัดกลุ่มการตอบคำถามดังนี้ ของท่านสุพิศาลซึ่งเกี่ยวกับเรื่องการเงิน ของท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ที่เกี่ยวกับเรื่องการเงินเดี๋ยวผมจะเป็นผู้ตอบของทางท่านมานพ ที่เกี่ยวกับเรื่องยูโซ (USO) และโควิด-๑๙ (COVID-19) ผมขออนุญาตให้ผู้ช่วยเลขาธิการจิตสถา ผู้ช่วยเลขาธิการด้านโทรคมนาคมเป็นผู้ตอบ ของท่านนิยมเดี๋ยวผมรับเรื่องไปประสาน กับทรู (True) ให้ครับ ของท่านปกรณ์วุฒิเป็นเรื่องเกี่ยวกับลักษณะเป็นผู้บริโภควิทยุ รวมทั้ง ท่านนิคมด้วยนะครับ เดี๋ยวผมขอให้ทางท่านผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ภักดี มะนะเวศ รองเลขาธิการฝ่ายกระจายเสียงเป็นผู้ตอบ มาตรา ๓๐ เดี๋ยวให้ทางผู้เชี่ยวชาญพิเศษ นายสมบัติ เป็นผู้ตอบ แล้วก็เรื่องดาวเทียมขอให้ผู้เชี่ยวชาญนายเสน่ห์เป็นผู้ตอบนะครับ🔗
ของทางท่านสุพิศาล เรื่องเกี่ยวกับเงินรายได้การประมูล ๑,๘๐๐ เมกะเฮิรตซ์ เป็นรายการคงค้างรับมาจากปี ๒๕๖๒ ๕,๓๓๒ ล้านบาทเศษ แล้วก็ค้างรับระหว่างปี ๒๕๖๓ อีก ๕,๓๑๘ ล้านบาทเศษ ส่วน ๑๕ ล้านบาทที่ท่านถามเมื่อสักครู่นี้คือเป็นการนำส่งดอกเบี้ย เฉพาะดอกเบี้ยในบัญชีที่ได้มาเราก็นำส่งไปก่อน ส่วนยอดรวมทั้งสิ้น ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษนี้ เราส่งตอนปลายปีนะครับ🔗
ของท่านอาจารย์พิสิฐนะครับ โครงสร้างที่ในรูปหนังสืออันนี้ผมต้องขอ รับผิด คือจริง ๆ แล้วเรามีคณะกรรมการตรวจสอบภายใน แล้วก็แต่งตั้งโดยคณะกรรมการ กสทช. มีวาระ ๓ ปี และอนุมัติต่อวาระได้อีก ๑ ปีนะครับ เพียงแต่ว่าในรูปตกหล่นไป ท่านคงทราบ และขอประทานโทษด้วยนะครับ🔗
ส่วนข้อที่ ๒ ที่ท่านถามถึงเงิน งบการเงินอันนี้ขออนุญาตเรียนว่าตามกฎหมาย เราจะต้องส่งสภาภายใน ๑๒๐ วัน สตง. ภายใน ๑๘๐ วัน อันนี้พอเราส่งก่อนของ สตง. มาทีหลังเลยไม่สามารถจะบรรจุในเล่มเดียวกันได้ ทางผมก็ได้นำส่งของ สตง. ตามหลังมานะครับ🔗
ส่วนข้อที่ ๓ ที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับการคำนวณบำเหน็จ คือของเดิมเราใช้ทาง เอกชนผู้คำนวณ คณิตศาสตร์ประกันภัย ซึ่งปรากฏว่าคำนวณออกมาสูงมาก พอเราตั้ง งบประมาณ เราตั้งตามที่เขาคำนวณไม่ได้นะครับ เพราะฉะนั้นตอนนี้เรากำลังปรับให้ทาง ที่ปรึกษากระทรวงการคลังเข้ามาดูแล เพื่อจะได้ตั้งให้เหมาะสมกับงบประมาณที่เรามี จึงเป็นเหตุที่ทำให้ตัวเลขสูงขึ้น🔗
ลำดับต่อไปผมขอให้ทางผู้ช่วยเลขาธิการจิตสถาเป็นผู้ตอบทางด้านสายงาน โทรคมนาคมครับ🔗
เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน และท่านสมาชิกที่เคารพ ดิฉัน นางสาวจิตสถา ศรีประเสริฐสุข ผู้ช่วยเลขาธิการ กสทช. สายงานกิจการโทรคมนาคม ขออนุญาตตอบคำถามตามลำดับดังนี้🔗
ในประเด็นแรก ที่เป็นประเด็นคำถามและข้อสังเกตของท่านสุพิศาล ในเรื่องที่เกี่ยวกับการพัฒนาอีอีซี (EEC) ว่าด้วยเรื่อง ๕ จี (5G) และเรื่องของการให้บริการ สาธารณสุข ในแง่ของการกำกับดูแลและการส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ๕ จี (5G) ทาง กสทช. เองก็ได้มีการพยายามผลักดันเร่งรัดโดยที่มีการเริ่มประมูลคลื่นความถี่ ๕ จี (5G) มาตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ในกรณีดังกล่าวได้กำหนดให้มีการเหมือนเป็นกฎข้อบังคับอย่างหนึ่ง ให้ผู้ที่ได้ชนะการประมูลมีการเร่งรัดในการวางโครงสร้างพื้นฐาน ๕ จี (5G) ให้โดยเร็วที่สุด โดยมีลำดับความสำคัญในแง่ของการให้บริการในพื้นที่เศรษฐกิจเป็นสำคัญ ดังนั้นข้อกำหนด ตรงนี้ได้มีการกำหนดให้ผู้ประกอบการจะต้องมีการขยายโครงข่าย โดยเฉพาะในพื้นที่อีอีซี (EEC) แล้วก็ในสมาร์ต ซิตี (Smart city) โดยในอีอีซี (EEC) กำหนดว่าในระยะเวลา ๑ ปี ทางผู้ประกอบการจะต้องมีการขยายโครงข่ายให้ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของบริเวณพื้นที่นั้น ๆ แต่ว่าผลตอบรับก็ดีมากก็คือว่าภายใน ๑ ปีสามารถที่ดำเนินการได้ถึงประมาณ ๙๔ เปอร์เซ็นต์ สำหรับในกรณีของการมอบหมายให้ขยายโครงข่ายที่เน้นไปลักษณะของสมาร์ต ซิตี (Smart city) ก็มีข้อกำหนดว่า ๔ ปีจะต้องวางโครงข่ายให้เสร็จ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ปัจจุบันก็ได้ ดำเนินการไปเรียบร้อยดีเกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว นอกจากนั้นในแง่ที่ว่าในเรื่องการ ดำเนินการเรื่อง ๕ จี (5G) ดังกล่าว มันก็มีลักษณะที่เราพยายามที่จะผลักดันยูสเคส (Use case) ต่าง ๆ หรือว่าโครงการที่มีความสำคัญที่ควรจะเกิดขึ้นมากมาย แต่ว่าการให้บริการ ในเชิงด้านการสาธารณสุขจะเป็นบริการที่ทาง กสทช. ให้ความสำคัญเป็นลำดับต้น ๆ โดยปัจจุบันได้มีการวางแผนที่จะดำเนินการโครงการสำคัญรวมทั้งสิ้นประมาณ ๑๕ โครงการ โดยโครงการสำคัญระดับต้น ๆ อันหนึ่งก็คือว่า เป็นโครงการด้านการสาธารณสุขก็คือ โครงการเรื่องการสร้างระบบต้นแบบโรงพยาบาลอัจฉริยะด้วยเทคโนโลยีเครือข่าย ๕ จี (5G) และระบบปัญญาประดิษฐ์ ซึ่งเป็นการร่วมกันดำเนินงานกับคณะแพทย์ศิริราช ในกรณีนี้เอง ก็ได้มีการสนับสนุนเงินลงทุน เพื่อให้การบริการทางด้านการแพทย์เป็นลักษณะต้นแบบ ของประเทศไทยที่เป็นระบบชั้นนำ ได้มีการสนับสนุนการดำเนินงานไปกว่าเกือบ ๒๐๐ ล้านบาท🔗
สำหรับประเด็นที่ ๒ ที่ท่านมานพและท่านอนุรักษ์ได้กล่าวถึงนิดหน่อย ในเรื่องเกี่ยวกับการจัดให้มีบริการอินเทอร์เน็ต (Internet) เพราะในแง่ของ กสทช. เอง มีเป้าหมายที่จะจัดบริการอินเทอร์เน็ต (Internet) ที่จะให้ครอบคลุมในพื้นที่ที่ทั่วถึง ในพื้นที่ห่างไกล โดยโครงการดังกล่าวนี้จะมีการแบ่งพื้นที่ในการให้บริการระหว่าง กสทช. แล้วก็กระทรวงดีอีเอส (DES) โดยโครงการที่ชื่อว่าเน็ตประชารัฐตรงนี้เป็นโครงการ ที่ดำเนินการของกระทรวงดีอีเอส (DES) จากการตรวจสอบข้อมูลในปัจจุบันเองบริเวณที่เกิด ปัญหาไม่ว่าในเรื่องสัญญาณหรือการใช้งาน ก็ยังไม่ใช่เป็นพื้นที่ของทาง กสทช. แต่อย่างใด แล้วก็จากการตรวจสอบของเรื่องข่าวที่เด็กมีการเดินหาสัญญาณโทรศัพท์ในจังหวัดตาก ก็เช่นเดียวกัน อันนี้ไม่ใช่เป็นพื้นที่ของทาง กสทช. สำหรับในเรื่องของความก้าวหน้าในการ ดำเนินงานในเรื่องนี้ ปัจจุบันเรามีแผนการดำเนินงานพยายามที่จะขยายการให้บริการ ทั้งหมด ๑๙,๖๕๒ หมู่บ้าน ซึ่งรวมแล้วก็ประมาณ ๓๐,๘๔๑ จุดให้บริการ เราเน้นจุดที่เป็น คอมมูนิตี (Community) เป็นจุดให้บริการที่ประชาชนในบริเวณแถวนั้นในพื้นที่ห่างไกล สามารถมาใช้งานอินเทอร์เน็ต (Internet) ร่วมกันได้ ยกตัวอย่างเช่น เป็นวายฟาย (Wi-Fi) หมู่บ้าน วายฟาย (Wi-Fi) โรงเรียน แล้วก็วายฟาย (Wi-Fi) ตามโรงพยาบาลระดับตำบล ปัจจุบันได้มีการติดตั้งครบถ้วนเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว อย่างไรก็ตามมันอาจจะยังมี ในลักษณะพื้นที่ที่เราจำเป็นต้องมีการสำรวจเพิ่มเติมเพื่อที่จะไปเติมเต็มในส่วนที่สัญญาณนั้น อาจจะยังไม่ครบถ้วนไปในบางจุดแอเรีย (Area) ที่อาจจะยังขาดการดำเนินการสำรวจ ด้วยนะคะ🔗
สำหรับประเด็นสืบเนื่องจากเรื่องนี้ ซึ่งท่านมานพได้กล่าวสืบเนื่องไปถึง เรื่องของมาตรการที่ว่าจะช่วยเหลือในเรื่องโควิด-๑๙ (COVID-19) ได้อย่างไร โดยเฉพาะในเรื่องของการเรียนออนไลน์ (Online) นั้น สำนักงาน กสทช. ตั้งแต่มีการเกิด วิกฤตโควิด-๑๙ (COVID-19) มาตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ จนถึงปัจจุบันเองก็ได้พยายามที่จะดำเนิน มาตรการ แล้วก็ร่วมมือโดยผู้ประกอบการช่วยเหลือประชาชนในหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็น เรื่องการให้บริการฟรีอินเทอร์เน็ต (Internet) ๑๐ กิกะบิต ของประชาชนที่ร้องขอรับสิทธิ การที่จะอัป สปีด (Up speed) อินเทอร์เน็ต (Internet) บ้านให้ถึงระดับ ๑๐๐ เมกะบิต เปอร์ เซคันด์ (Per second) การโทรฟรี ๑๐๐ นาที และที่สำคัญในช่วงปี ๒๕๖๔ ก็ได้มีการ ให้บริการช่วยเหลือทางด้านการสาธารณสุข ที่ว่าหน่วยงานแพทย์ที่บริหารจัดการช่วยเหลือ ในด้านของเอชไอ (HI) ซีไอ (CI) ในเรื่องคอลเซ็นเตอร์ (Call center) ต่าง ๆ ในการช่วยเหลือ ของผู้ป่วย โดยสำนักงาน กสทช. เองก็ร่วมกับผู้ประกอบการในการที่จัดหาอุปกรณ์ ที่เกี่ยวข้องทางด้านไอซีที (ICT) แล้วก็เรื่องของการสื่อสาร รวมทั้งการส่งข้อความสั้น ที่อันเป็นประโยชน์ในเรื่องของการบริหารจัดการของศูนย์ฉีดวัคซีนให้กับประชาชน และที่สำคัญยิ่งก็เป็นสืบเนื่องจากเรื่องของการเรียนการสอน ในเรื่องของการสนับสนุน เรื่องการเรียนออนไลน์ (Online) ในช่วงปลายเทอมที่ผ่านมา มีการจัดให้ฟรี การเรียน ออนไลน์ (Online) ฟรีกับนักเรียน ๒ เดือน แล้วก็จะมีให้ฟรีการใช้งานเรื่องอินเทอร์เน็ต ดาต้า (Internet Data) ๒ กิกะไบต์ แล้วนอกจากนั้นมาตรการเรื่องลดค่าใช้จ่ายเน็ต (Net) บ้านเป็นระยะเวลา ๒ เดือนด้วย ซึ่งการสนับสนุนตรงนี้ก็แพร่หลายครอบคลุมไปทั้งโรงเรียน ในระดับกระทรวงศึกษาธิการก็ดี อว. ตชด. แล้วก็มหาดไทย🔗
สำหรับประเด็นของท่านนิยม ในเรื่องเกี่ยวกับปัญหาเรื่องการคุ้มครอง ผู้บริโภค อันนี้ต้องขอขอบพระคุณท่านมากที่ให้กรณีตัวอย่างของเรื่องที่เป็นปัญหา ซึ่งปัญหา ตรงนี้ทางสำนักงาน กสทช. จะรับไปแก้ไขปัญหาและตรวจสอบ แต่ปัจจุบันในแง่ของ การคุ้มครองผู้ใช้บริการเอง สำนักงาน กสทช. โดย กสทช. เองมีการออกกฎเกณฑ์ในทุกมิติ เพื่อที่จะให้มีการคุ้มครองผู้ใช้บริการโดยให้มีบริการที่มีคุณภาพ แล้วก็ให้มีบริการที่เป็นธรรม อันนี้เราก็จะรับไว้พิจารณา และปัจจุบันเรามีระบบกระบวนการรับเรื่องร้องเรียน และมี กระบวนการแก้ไขปัญหา แล้วก็วินิจฉัยปัญหาในทุกเคส (Case) ที่ประชาชนแจ้งเรื่อง ร้องเรียนเข้ามา เพื่อที่จะได้สั่งการให้ผู้ประกอบการแก้ไขปัญหา แล้วก็เยียวยาตาม ความเหมาะสม🔗
สำหรับประเด็นคำถามของท่านพิสิฐ ในรายงานการศึกษาเมื่อสักครู่นี้ ได้ตรวจสอบแล้วลองดูเรื่องตัวเลข ตอนนี้เรื่องของการให้บริการเรื่องอินเทอร์เน็ต (Internet) เราแบ่งออกเป็น ๒ ช่องทาง ก็คือว่าอินเทอร์เน็ต (Internet) บนโทรศัพท์มือถือ กับอินเทอร์เน็ต (Internet) ที่เราใช้งานตามบ้าน ในรายงานนั้นได้มีการระบุเรื่องของการใช้ บริการอินเทอร์เน็ต (Internet) บนโทรศัพท์มือถือ ซึ่งถือเป็นการให้อินเทอร์เน็ต บรอดแบนด์ (Internet broadband) แบบหนึ่ง เชื่อว่ารายงานตรงนี้เป็นการรีพอร์ต (Report) เหมือนกับเชิงของการใช้งานหรือการครอบคลุมของการใช้งาน เพราะว่า ในปัจจุบันการให้บริการบนโครงข่าย ๓ จี (3G) แล้วก็โครงข่าย ๔ จี (4G) สามารถครอบคลุม ได้ถึง ๙๓ เปอร์เซ็นต์ของประชากรประเทศไทย แต่ว่าในการวัดดังกล่าวตรงนี้จะไม่ใช่ เป็นการวัดในเชิงพื้นที่ แต่เป็นการวัดในเชิงเหมือนประชากร ตัวเลขของการใช้งาน ๓ จี (3G) และ ๔ จี (4G) ในประเทศไทยมีการเติบโตขึ้นมากก็เป็นไปตามรายงานที่ได้แสดงไว้ อย่างไรก็ตามในรายงานฉบับถัดไปก็อาจจะมีการปรับปรุงเพื่อเขียนข้อความ หรือการแสดง ข้อมูลหรืออธิบายให้ชัดเจนขึ้น ขอบคุณค่ะ🔗
กรรมาธิการ ชี้แจงอีกไหมครับ เมื่อครู่เห็นเอ่ยชื่อหลายท่าน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ภักดี มะนะเวศ รองเลขาธิการ กสทช. ขออนุญาต ตอบคำถามในเรื่องของการจัดสรรคลื่นวิทยุ ผมจะขอตอบรวม เนื่องจากได้มีท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้สอบถามร่วมกันหลายท่าน🔗
ผมขอตอบคำถามของท่านปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ก่อนนะครับ ซึ่งท่านถามในเรื่องของการเฝ้าระวังเชิงรุกในการกระทำความผิดและการคุ้มครองผู้บริโภค เกี่ยวกับทางด้านอาหารและยา ก็ขอนำเรียนว่าในรายงานก็อาจจะไม่เป็นข้อมูลที่รวมทั้งหมด เนื่องจากว่าเป็นข้อมูลที่ได้มาจากคอลเซ็นเตอร์ ๑๒๐๐ (Call Center 1200) ฉะนั้น ผมขอนำเรียนว่าในการทำงานเชิงรุกของ กสทช. เราประกอบด้วยหลายมาตรการนะครับ🔗
มาตรการที่ ๑ ก็คือ เราได้มีการเซ็นเอ็มโอยู (MOU) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภคทางด้านอาหารและยา ได้แก่ สำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศ สคบ. แล้วก็ได้มีการสร้างเครือข่ายคุ้มครองผู้บริโภคในทั่ว ๆ ประเทศ นอกจากนี้ ทางสำนักงาน กสทช. เองก็จะมีระบบตรวจสอบเนื้อหารายการ ไม่ว่าจะเป็นวิทยุกระจายเสียง ดาวเทียม หรือว่าโทรทัศน์ดิจิทัล (Digital) รวมกันทั้งหมดนี้ก็จะทำให้เป็นมาตรการคุ้มครอง ผู้บริโภคเชิงรุก เนื่องจากในอดีตมีกฎหมายเฉพาะคือกฎหมายของ อย. ว่าการโฆษณานั้น จะได้รับอนุญาตหรือไม่ และถูกต้องตามหลักเกณฑ์ความปลอดภัยทางด้านอาหารและยา หรือไม่ ซึ่งในอดีตจะใช้เวลาประมาณ ๖ เดือนถึง ๑ ปีในการวินิจฉัยนะครับ แต่ปัจจุบันนี้ ได้มีการเซ็นเอ็มโอยู (MOU) ร่วมกัน เพราะฉะนั้นการพิจารณาจะใช้เวลาค่อนข้างจะสั้นขึ้น ก็คือประมาณ ๒-๓ สัปดาห์เท่านั้นเอง สำหรับตัวเลขก็โดยคร่าว ๆ เราพบว่าในส่วนของวิทยุ ที่เราตรวจพบก็ประมาณเกือบ ๒,๐๐๐ ราย ในปี ๒๕๖๓ อย่างไรก็ตามในปี ๒๕๖๔ ก็ลดลง เป็นจำนวนมากเป็นหลักร้อย ส่วนทางด้านโทรทัศน์ ดาวเทียมก็มีประมาณสัก ๒๐-๓๐ ราย แล้วก็ลดลงตามลำดับเหลือเป็นหลัก ๑ ๒ ๓ รายเท่านั้นเองนะครับ ทำไมถึงลดลงขนาดนี้ ก็เนื่องจากว่าในการที่ตรวจพบเราไม่ได้ปรับเลยครั้งแรก เราจะมีการเตือน ขณะเดียวกันก็ได้ มีการประชุมร่วมกับผู้ประกอบกิจการ ร่วมกับเครือข่ายที่เราได้เซ็นเอ็มโอยู (MOU) ไม่ว่า จะเป็น อย. สคบ. เพื่อชี้แจงให้กับผู้ประกอบกิจการว่า การโฆษณาที่ถูกต้องตามกฎหมายนั้น ควรจะทำอย่างไร สำหรับการปรับนี่นะครับก็เพิ่งจะเริ่มมีการปรับปี ๒๕๖๔ สำหรับการปรับ ก็จะมีอัตราที่แตกต่างกันนะครับ ขออนุญาตนะครับ สำหรับผู้ประกอบกิจการกระจายเสียง การปรับทางปกครองก็ปรับ ๑๐๐,๐๐๐ บาททันที แล้วค่าปรับรายวันประมาณ ๕๐,๐๐๐ บาท ส่วนถ้าเป็นโทรทัศน์ก็จะเป็นแบ่งเป็นระดับท้องถิ่น ระดับภูมิภาค ระดับชาติ ถ้าเป็นระดับท้องถิ่นกับภูมิภาคก็จะปรับ ๒๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็รายวัน ๑๐๐,๐๐๐ บาท กับ ๒๐๐,๐๐๐ บาทนะครับ ส่วนระดับชาตินี่จะปรับ ๕๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ปรับรายวัน ๑๐๐,๐๐๐ บาท สำหรับโทรทัศน์ที่เป็นระบบดิจิทัล (Digital) ก็จะปรับ ๑ ล้านบาท ทางปกครอง แล้วก็ค่าปรับรายวัน ๑๐๐,๐๐๐ บาท อันนี้ที่มีความแตกต่างกันนะครับ🔗
ส่วนปัจจุบันที่ได้มีการพูดถึงในเรื่องของการเปลี่ยนผ่านกิจการกระจายเสียง ก่อนที่จะตอบว่าทำไมถึงได้มีหลักเกณฑ์ว่าจะเป็น ๕๐ วัตต์ โลว์ พาวเวอร์ (Low power) อย่างนี้นะครับ ผมขอนำเรียนในภาพรวมสักนิดหนึ่งว่า การเปลี่ยนผ่านกิจการกระจายเสียง ก็ได้ทำมาอย่างเป็นขั้นเป็นตอน ก็จะแบ่งเป็นผู้ประกอบกิจการตามมาตรา ๘๓ ของ พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ซึ่งประกอบด้วยระบบเอฟเอ็ม (FM) ประมาณ ๓๑๓ สถานี เอเอ็ม (AM) ๑๙๖ สถานี ซึ่งจะสิ้นสุดในการถือครองตามคำสั่ง กสทช. ที่ ๗๖/๒๕๕๙ ในวันที่ ๓ เมษายน สำหรับผู้ทดลองประกอบกิจการก็จะเป็นธุรกิจประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าสถานี สาธารณะ ๗๐๐ กว่าสถานี แล้วก็ชุมชน ๒๖๔ สถานีนะครับ มติที่ของที่ประชุม กสทช. เมื่อเดือนพฤษภาคมก็จะให้สิ้นสุดลงในปี ๒๕๖๗ นะครับ โดยระหว่างนี้ได้มีการจัดทำประกาศขึ้นมา ประกอบด้วย ๖ ประกาศ ผมขอพูดสั้น ๆ ก็แล้วกันนะครับ ก็คือประกาศในเรื่องเกี่ยวกับหลักเกณฑ์วิธีการอนุญาตนะครับ ประกาศที่ ๒ คือหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไขการประมูล และแผงความถี่วิทยุกระจายเสียง ระบบเอฟเอ็ม (FM) ประกาศเรื่องมาตรฐานเทคนิคเครื่องส่งวิทยุกระจายเสียงระบบเอฟเอ็ม (FM) และหลักเกณฑ์การป้องกันการรบกวนการใช้คลื่นความถี่ของสถานีวิทยุกระจายเสียง ต่อระบบวิทยุการบินนะครับ🔗
สำหรับคำถามที่ว่า มีคลื่นที่จะเข้าสู่กระบวนการประมูลนี้ประมาณเท่าไร อันนี้ก็เกิดจากการที่เราได้มีการคืนคลื่นของผู้ประกอบกิจการทางด้านธุรกิจ รวมทั้งผู้ที่สมัครใจ ที่จะคืนคลื่นความถี่ สำหรับเอฟเอ็ม (FM) ก็ประมาณ ๗๔ สถานี การประมูลก็จะประมูล ประมาณช่วงต้นปี ๒๕๖๕ อย่างไรก็ตามในส่วนของประกาศที่อยู่ระหว่างการรับฟัง ความคิดเห็นสาธารณะก็จะมีเรื่องของร่างประกาศมาตรฐานเทคนิคเครื่องส่ง วิทยุกระจายเสียงระบบเอฟเอ็ม (FM) กำลังต่ำ โดยในเบื้องต้นประกาศนี้ทาง กสทช. ก็เห็นชอบในหลักการว่าจะเหลือประมาณ จาก ๕๐ วัตต์ เป็น ๕๐๐ วัตต์ ก็รับฟัง ความคิดเห็นสาธารณะ หลังจากที่รับฟังความคิดเห็นสาธารณะแล้ว ในเบื้องต้น ก็มีการปรับกำลังส่งจาก ๕๐ วัตต์ ขึ้นมาเป็น ๑๐๐ วัตต์ เหตุผลที่ทำไมจะต้องมีการปรับ กำลังลง อันนี้ก็ขอนำเรียนว่าเราก็ทราบถึงความจำเป็นที่อยากจะมีกำลังส่งที่ออกไปไกล ๆ แต่เนื่องจากทรัพยากรทางด้านกระจายเสียงค่อนข้างจะมีจำกัด ก็จะก่อให้เกิดปัญหา การรบกวนกันค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นจึงมีความจำเป็นที่ต้องมีการปรับกำลังลงมา อย่างไรก็ตามความคิดเห็นจากท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้สะท้อนถึงความจำเป็น และที่ได้รับผลกระทบจากผู้ประกอบกิจการ ผมก็จะขอนำกลับไปและนำเรียนท่านกรรมการ กสทช. ต่อไปนะครับ🔗
นอกจากนี้ผมคิดว่าเราก็ได้มีการหาวิธีที่จะแก้ปัญหาในระยะยาว ในเรื่องของเทคโนโลยี สิ่งที่ กสทช. ทำก็คือในเรื่องของการเปิดให้มีการทดลองการประกอบ กิจการ ทดลองในเรื่องของวิทยุดิจิทัล (Digital) ปัจจุบันก็ทำไปเป็นเฟส (Phase) ที่ ๒ และอาจจะเป็นวิทยุทางเลือกในอนาคตด้วย และอาจจะเป็นวิทยุที่ใช้ระบบอินเทอร์เน็ต (Internet) ปัจจุบันเราได้มีการทดสอบไปเป็นระยะที่ ๒ ๑๐ สถานี ประกอบด้วย ๙ จังหวัด ทั่วประเทศ ผมขอนำเรียนสั้น ๆ ก็คือ กรุงเทพมหานคร จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดชลบุรี จะมี ๒ ที่ก็คือ พัทยาและศรีราชา จังหวัดขอนแก่น จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดภูเก็ต จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดสงขลา ก็ขอนำเรียนท่านประธาน และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในเบื้องต้นเท่านี้ครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ยังมีผู้ชี้แจง ใช่ไหมครับ สรุป ๆ นะครับ🔗
ขออนุญาตเรียน ท่านประธานและสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายสมบัติ ลีลาพตะ ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ จะขออนุญาตชี้แจงเกี่ยวกับข้อสังเกตเรื่องของการตราพระราชกฤษฎีกา มาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ฉบับที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๖๒ ขออนุญาต เรียนอย่างนี้ว่า ตัวร่างพระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ทางสำนักงาน กสทช. ได้มีการนำเสนอ ตามแผนงานที่ได้นำชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎรไปแล้ว โดย ครม. มีมติเห็นชอบ เมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๔ ซึ่งปัจจุบันนี้ทางสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้มีหนังสือชี้แจงมาเมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๔ ว่าขณะนี้อยู่ระหว่างนำร่าง พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อประกาศบังคับใช้เป็นกฎหมายต่อไป🔗
สำหรับในเรื่องของการเตรียมความพร้อมหรือเรื่องการดำเนินงาน ภายหลังจากตัวร่างพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวมีผลใช้บังคับแล้วนะครับ ทางสำนักงาน กสทช. ได้มีการดำเนินการเตรียมการไว้ โดยปัจจุบันก็ได้มีการจัดทำหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรองรับ การเตรียมความพร้อมอยู่ ๔ ฉบับด้วยกันนะครับ ก็คือแผนแม่บทการบริหาร คลื่นความถี่ซึ่งได้ผ่านการพิจารณาจาก กสทช. เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๔ และได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๕ กรกฎคม ๒๕๖๔🔗
สำหรับหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องอีก ๓ ฉบับก็คือ หลักเกณฑ์การอนุญาตให้ใช้ คลื่นความถี่โดยวิธีอื่นนอกเหนือจากวิธีการประมูล อันนี้ก็เป็นหลักเกณฑ์ที่มีการกำหนดว่า คลื่นความถี่ในด้านกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ ที่ใช้ในการประกอบกิจการ สำหรับบริการชุมชนกับสาธารณะไม่ต้องมีการประมูลนะครับ อันนี้เราเตรียมการไว้แล้ว🔗
หลักเกณฑ์ต่อมาก็คือ หลักเกณฑ์และวิธีการขออนุญาตประกอบกิจการ กระจายเสียง กิจการโทรทัศน์หรือกิจการโทรคมนาคมเพิ่มเติมจากการประกอบกิจการ ที่ได้อนุญาต และหลักเกณฑ์สุดท้ายก็คือ หลักเกณฑ์และวิธีการโอนใบอนุญาตให้ใช้ คลื่นความถี่ ซึ่งหลักเกณฑ์ทั้ง ๓ ฉบับนี้ได้ผ่านการพิจารณาจาก กสทช. และจะประกาศ บังคับใช้เมื่อร่างพระราชกฤษฎีกาฉบับดังกล่าวได้มีผลใช้บังคับเรียบร้อยแล้วครับ ขออนุญาต นำเรียนแค่นี้ครับ🔗
หมดผู้ชี้แจง แล้วนะครับ มีท่านสมาชิกเราอยากจะขอซักถามเพิ่มเติมมีท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม และท่านนิยม เวชกามา เชิญท่านโกวิทย์ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมอยากจะสอบถาม แล้วก็ให้ข้อคิดเห็นต่อรายงานผลการปฏิบัติงานของ กสทช. ประจำปี ๒๕๖๓ ต่อท่านประธานผ่านไปยังผู้ที่มาชี้แจงดังนี้นะครับ พอดีผมสนใจการบริหารงานกองทุนวิจัย และพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคมเพื่อประโยชน์สาธารณะ ซึ่งปรากฏในรายงานอยู่ในหน้า ๑๑๕ ถึงหน้า ๑๓๘ ส่วนนี้ผมคิดว่ามีความสำคัญ เพราะว่า กองทุนวิจัยและพัฒนาของกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้วัตถุประสงค์และเป้าหมายของกองทุน และการจัดการในเรื่องกิจการ โทรทัศน์และโทรคมนาคม บรรลุเป้าหมายในการขับเคลื่อนตามแผนยุทธศาสตร์ที่ท่าน เขียนไว้ แต่ผมกราบเรียนท่านประธานว่า โครงการที่ทางกองทุนได้จัดสรรเงินกองทุน ตามประเภทกองทุนต่าง ๆ นั้น ไม่ว่าจะเป็นประเภทที่ ๑ ประเภทที่ ๒ ประเภทที่ ๓ ประเภท ที่ ๔ ผมก็เห็นประโยชน์ แล้วก็เห็นดีด้วย แต่ว่าเงินที่ใส่เข้าไปในงานวิจัยแต่ละประเภท ผมดูแล้วหลายร้อยล้านบาท บางประเภทก็เป็นพันล้านบาทหรือมากกว่านั้น เป็นต้น ผมจึงอยากจะสอบถามว่า ในโครงการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวิจัยและการประเมิน ประสิทธิภาพ ประสิทธิผลของการดำเนินงานของ กสทช. ก็ดีจะทำให้เราทราบในแต่ละปี ได้อย่างไรนะครับ ผมอยากจะยกตัวอย่าง โครงการที่ได้รับอนุมัติจาก กสทช. ไปที่เป็นชื่อ โครงการและวงเงินสนับสนุนและเป้าหมาย ยกตัวอย่างเช่น โครงการพัฒนาศักยภาพ ของปัญญาประดิษฐ์ผ่านเครือข่าย ซึ่งอยู่ในโครงการที่หน้า ๑๑๗ โครงการนี้ก็มีความสำคัญ หรือโครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาองค์ความรู้สื่อสารมวลชนด้านกิจการกระจายเสียง และโทรทัศน์ เป็นต้น ซึ่งถือว่าเป็นโครงการวิจัยและที่เป็นประโยชน์อยู่ หรือโครงการ ที่ปรากฏในหน้า ๑๑๙ โครงการคัดกรองมะเร็งต่อมไทรอยด์ (Thyroid) ด้วยภาพ อัลตร้าซาวด์ (Ultrasound) เป็นต้น อันนี้ผมยกตัวอย่างซึ่งปรากฏว่าในปี ๒๕๖๓ ได้รับ โครงการที่ผมพูดถึงจากเงินกองทุนไปทั้งหมด ๔๑ โครงการ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผม อยากจะถามท่านประธานผ่านไปยังผู้เกี่ยวข้องก็คือว่า ผมอยากเห็นผลผลิตของงานวิจัยว่า เมื่อเราให้ไปแล้วผลที่เกิดขึ้นตามที่ผมได้ยกตัวอย่าง โครงการมันจะเกิดต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง และ กสทช. อย่างไรบ้าง หรือเป็นการประเมินประสิทธิภาพ ประสิทธิผลของ กสทช. อย่างไร แค่ไหนในการดำเนินงาน ผมจึงอยากจะเสนอว่าในปีต่อไปอาจจะต่อเนื่องว่า ทั้ง ๔๑ โครงการจะได้เปิดเผยรายงานสรุปของวิจัย หรือการประเมินผลการติดตามประเมินผลก็ดี ใส่ในรายงานเป็นเล่ม ซึ่งผมขอชมเชยว่าท่านทำรายงานได้ดีมาก แต่ในส่วนที่ว่าดีมาก เพราะทำให้เราได้เข้าใจงานของท่าน บทบาทของท่าน การดำเนินงานของท่านในแต่ละปี ให้เราทราบ แล้วผมแถมว่าต่อนี้ไปการบริหารกองทุนวิจัยและพัฒนา ผมจะได้ทราบว่า การจัดสรรเงินกองทุนวิจัยก็ดี การประเมินผล การติดตามผลก็ดีจะปรากฏอยู่ในเล่มนี้ด้วย เพื่อจะทำให้เราทราบ เพราะฉะนั้นผมทราบว่ากองทุนนี้มีมาตั้งแต่ต้น แต่เราเห็นแต่ชื่อ โครงการ เราเห็นแต่เป้าหมายโครงการ แต่เราอยากเห็นผลของโครงการที่ก่อให้เกิด การเผยแพร่ เพราะว่างานวิจัยจะต้องเผยแพร่ จะต้องตีแผ่ให้ประชาชนได้ทราบ อาจจะผ่าน ทางออนไลน์ (Online) หรือผ่านทางเล่มที่นำเสนอต่อสภานี้ ผมคิดว่าจะก่อให้เกิดประโยชน์ ต่อสภา ต่อพวกผมที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนและได้ทราบอันนี้ก็คือสิ่งที่อยากจะ สอบถามผ่านท่านประธานไปยังผู้เกี่ยวข้องได้ขออธิบายด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนิยมเอาสั้น ๆ นะครับ เพราะท่านก็อภิปรายไปรอบหนึ่งแล้ว ตามด้วย ท่านคมเดช ไชยศิวามงคล🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ ผมก็ได้พูดไปรอบหนึ่ง ผมอภิปรายสอบถามตามหัวข้อไม่ได้นอกประเด็นเลยนะครับ หัวข้อการกำกับดูแลการประกอบกิจการโทรคมนาคมในข้อที่ ๖ ข้อ ๖.๑ ข้อ ๖.๒ ผมฟังท่าน ตอบผมเมื่อสักครู่นี้ไม่ชัดเจนครับ คล้าย ๆ พูดแล้วมันไม่มีน้ำหนักนะครับ ที่ผมบอกว่า ผมไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะผมทำมาแล้วของบริษัททรู (True) เอาเต็ม ๆ แล้วกัน เดี๋ยวท่านจำชื่อบริษัทไม่ได้ วันนี้ผมเจอกับท่านเลขาธิการและคณะถือว่าเป็นผู้บริหารสูงสุด ของ กสทช. แล้ว ถ้าวันนี้ผมยังไม่ได้รับคำตอบแล้วผมไม่รู้จะไปถามใคร ทรูมูฟ เอช ยูนิเวอร์ซัล คอมมิวนิเคชั่น จำกัด (TrueMove H Universal Communication) เอาตรง ๆ เดี๋ยวว่า ผมว่าไม่ชัด เอาปัญหาผมเป็นตัวอย่าง ไม่ใช่ผมแค่รายเดียวนะ ยังมีอีกเยอะ กรรมการ โรงเรียน ผมทำกับทรู (True) เกือบ ๑๐ ปี วันนี้ผมต้องการจะเลิกจ้าง เลิกเช่า แล้วทำไม เขาไม่ให้ผมเลิก เขามีอำนาจอะไรที่จะต้องบังคับขู่เข็ญผม ผมไปจ่ายชำระครั้งสุดท้าย เดือนกันยายน ๗๐๐-๘๐๐ บาท ก็บอกหยุดไว้ชั่วคราว เดือนตุลาคมก็ปล่อยกระแสมาอีก บอกจะเก็บอีก แสดงว่าชีวิตผมทั้งชีวิตจนกว่าจะตายผมต้องอยู่กับทรู (True) ใช่ไหม นี่คือ ปัญหาผมต้องถามท่าน ตอบให้ผมชัด ๆ หน่อย วันนี้เจอเลขาธิการแล้ว แล้วผมไม่รู้ จะไปถามใครอีกหรือผมต้องไปร้องเรียนที่ กสทช. ตรงนี้พูดไม่ได้ใช่ไหม ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
พูดได้นะครับ แต่คำตอบจะได้ไหม เชิญท่านคมเดชครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายคมเดช พรรคเพื่อไทย เขต ๓ เรียนถามท่านประธานที่ตอบเมื่อสักครู่นี้เกี่ยวกับวิทยุ ชุมชน ผมอยากให้ท่านย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า จะนำร่างประกาศวันที่ ๒๒ เข้าไปทบทวน อันนี้ ความชัดเจนอย่างไรบ้างครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ ผมได้นำความเดือดร้อนของวิทยุชุมชนกับภาคธุรกิจ เอสเอ็มอี (SMEs) เข้าสู่กรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ท่านประธาน และมติได้รับเรื่องเรียบร้อยแล้ว จะมีกลุ่มวิทยุชุมชนตัวแทนทั้งประเทศมาวันที่ ๑๘ ถ้าไม่มีอะไรคลาดเคลื่อน🔗
ประเด็นแรก ขอให้ท่านยืนยันอีกทีว่าจะไปทบทวน🔗
ประเด็นที่ ๒ จะขอให้เจ้าหน้าที่เชิญท่านเข้าร่วมประชุมด้วยเลย เพื่อที่ประชุมรับรู้ข้อมูลการแก้ไขปัญหาซึ่งควรจะมีทุกฝ่าย ไม่อย่างนั้นก็คงหาจุดสรุปไม่ได้ ตรงนี้คงจะเป็นประโยชน์กับทุก ๆ ฝ่าย ท่านครับเรียนนิดหนึ่งที่ผมบอกว่า วิทยุชุมชนเป็น มรดก ท่านจะเห็นว่าภาคใต้เขาใช้ภาษาใต้ ภาคเหนือใช้ภาษาเหนือ ภาคอีสานใช้ภาษาอีสาน กรุงเทพฯ ใช้ภาษาภาคกลาง ใช้เป็นจุด จุด จุด ไปเลย มันเป็นวัฒนธรรมประเพณีครับ ท่านควรรักษาไว้ซึ่งบวกกับสิ่งอื่นแล้วไม่ว่าภาคธุรกิจ ควรเห็นให้แก้ไขและยังให้อยู่คู่กับ ประเทศไทยครับ ช่วยยืนยันด้วยครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านมานพอภิปรายไปแล้วยังข้องใจ เชิญครับ🔗
มีเพิ่มเติมนิดหนึ่งครับ ท่านประธานครับ เรียนท่านประธานครับ ผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ครับ ที่ผมได้ตั้งคำถามกับผู้ชี้แจงและคณะกรรมการ กสทช. เมื่อเช้ากรณีเรื่องของเน็ตประชารัฐนะครับ ผู้ชี้แจงก็ได้ชี้แจงว่าในความรับผิดชอบ ของ กสทช. ไม่มีปัญหานะครับ ผมยืนยันครับท่านประธานครับ ผมลงพื้นที่ป้ายติดเลยว่า ติดคำว่า กสทช. ที่ชาวบ้านใช้คำว่าตู้ไฟครับ แล้วอีกส่วนหนึ่งคือเป็นจาน มันใช้ไม่ได้ครับ ทีนี้ผมคิดว่าเพื่อแก้ปัญหาพี่น้องประชาชน ผมเสนอทางออกอย่างนี้ครับท่านประธานครับ ผมอยากจะให้ผู้บริหารลงพื้นที่กับผมไปดูข้อเท็จจริง ซึ่งรายงานที่ท่านดูในเอกสาร อาจจะไม่ตรงกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริง ๆ ก็ได้ อย่างที่ผมทราบนะครับ เน็ตประชารัฐ นี่นะครับ ในพื้นที่ชนบทคือ ๔๐,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน พื้นที่ชายขอบ ๓,๐๐๐ กว่าหมู่บ้าน มันมี ปัญหาจริง ๆ🔗
แนวทางที่ ๒ เรื่องลงพื้นที่ก็คือประสานเจ้าหน้าที่สภาได้เลย แล้วก็ท่านจะลง วันไหน ท่านพร้อมวันไหน เดี๋ยวผมจะพาท่านไป ท่านจะได้เห็นข้อเท็จจริง และจะได้ เอาข้อเท็จจริงในพื้นที่ไปแก้ปัญหาด้วยกันอย่างเป็นระบบและอย่างมีประสิทธิภาพครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมเข้าใจว่ามันมีค่อนข้างที่จะเยอะ ผมอยากให้ กสทช. เปิดระบบ ร้องเรียนแบบออนไลน์ (Online) ให้มันชัด คล้าย ๆ แบบ ไลฟ์ ออฟฟิศ (Live office) ท่านประธานที่เขาขายของกันนะครับ เด้งปุ๊บก็จะส่ง ก็คือว่าให้ส่งรูปถ่ายว่าจุดไหนที่มีปัญหา ตั้งอยู่ที่ไหน หมู่บ้านไหน ตำบลไหน ผมคิดว่าอย่างนี้มันจะช่วยกันแก้ปัญหาได้ครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗
ท่านประธาน ขออนุญาตสั้น ๆ ครับ ท่านประธาน🔗
เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธาน ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จริง ๆ จะแจ้ง ท่านประธานอย่างแรก คือเมื่อสักครู่ผู้ชี้แจงยังชี้แจงไม่หมด น่าจะเหลืออีกประมาณ ๒ ท่าน แต่เดี๋ยวผมถามรวดเดียวเลยดีกว่าครับ เดี๋ยวท่านผู้ชี้แจงจะได้ชี้แจงรอบเดียวจนจบนะครับ มีคำถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับคลื่นวิทยุชุมชนที่จะลดกำลังส่งจาก ๕๐๐ วัตต์ เป็น ๑๐๐ วัตต์ ที่ชี้แจงมานะครับ ผมก็อยากจะถามว่าจริง ๆ แล้วการลดกำลังส่ง มันมีความจำเป็นมากน้อย ขนาดไหนนะครับ จะเป็นไปได้หรือไม่ ที่การลดกำลังส่งเหลือ ๑๐๐ วัตต์ อาจจะเริ่มหลังจากที่มีการประมูล ใบอนุญาตเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว เพราะว่าถ้าคนที่เขาดำเนินการอยู่ตอนนี้ต้องเปลี่ยนเป็น ๑๐๐ วัตต์ตอนนี้ แต่สุดท้ายไม่ได้ใบอนุญาต กลายเป็นว่าเขาเสียต้นทุนไปฟรี ๆ ๕๐๐ วัตต์ เขาใช้กันมานานแล้ว และอยู่ ๆ ต้องมาเสีย ๑๐๐ วัตต์ และสุดท้ายไม่ได้ใบอนุญาตมันจะ เป็นไปได้ไหมว่า เปลี่ยนแล้ว รู้แล้วว่าใครได้ใบอนุญาต ณ ถึงตอนนั้นก็เปลี่ยนกำลังส่งเป็น กี่วัตต์ก็ตามที่ กสทช. กำหนด อีกอันหนึ่งที่ผมอยากจะฝากไว้ก็คือผมก็คิดว่าเรื่องนี้ ทาง กสทช. น่าจะต้องจริงจังในการคุยกับเครือข่ายของผู้ประกอบการอย่างจริงจังจริง ๆ ไม่เช่นนั้นปัญหามันไม่ดำเนินมาจนถึงใกล้จะต้องยกเลิกการทดลองแล้ว ยังมีปัญหาที่ยังไม่จบ ผมคิดว่าควรจะมีการพูดคุยกันอย่างจริงจัง หาทางออกที่ทุกฝ่ายยอมรับได้กันจริง ๆ ครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ท่านสุพิศาล เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม สุพิศาล ภักดีนฤนาถ บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอสักนาทีเดียวครับ ท่านประธาน เมื่อสักครู่ท่านยังไม่ได้ตอบผม ๒ คำถาม โดยเฉพาะเงินที่หัวหน้า คสช. มาสั่งให้หายไปในพริบตา ๙,๙๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็จากตัวเลขที่ผมรู้แล้ว มันหมื่นกว่าล้านบาท ปีหน้าจะมีอีกไหมครับ หรือว่าทยอยใช้ไปจนหมด และประเด็นนี้เป็นประเด็นหนึ่ง ผมถามคราวที่แล้วว่า ความโปร่งใสเรื่องนี้มันโปร่งใสขนาดไหน โดยเฉพาะการเอาเงินไปใช้ กองทุนท่านยอมให้กระทรวงการคลังยกหนี้ได้เลย มันก็จะมีแบบนี้ไปเรื่อย ๆ และออกคำสั่ง กสทช. และคำสั่งนี้ยังจะใช้ยาวนานไปจนกระทั่งไม่มีที่สิ้นสุดใช่หรือไม่🔗
และคำถามที่ ๒ ที่ท่านยังไม่ตอบคือ ในงบประมาณที่เกี่ยวกับแผนปฏิรูป ฉบับปรับปรุง เข้าไปดูในของด้านกิจการโทรคมนาคม กิจกรรมที่ ๓ ที่ กสทช. ต้องสนับสนุน เงินในงบปกติ ผมเห็นในกิจกรรมแล้วในเล่มที่มีสีธงชาติเป็น ๓ สี ปกเปิดไปดูก็ได้ว่า ใช้เงินที่ไหน ท่านยังไม่ได้ตอบผม ช่วยตอบด้วยครับ ๒ ประเด็นนี้เป็นหัวใจสำคัญ ผมไม่อยากให้ปรากฏเป็นหนี้ค้าง แล้วก็ตรวจสอบได้ แล้วก็ไม่มีโปร่งใส ประธาน กสทช. น่าจะมาตอบเรื่องนี้เองด้วยนะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ท่านนิคม อภิปรายไปรอบหนึ่งแล้วนะครับ เชิญครับ🔗
ท่านผู้ตอบนะครับ ผมยังสงสัย นิดหนึ่งก็คือว่า ท่านบอกว่าท่านจะมีการลดจำนวนคลื่นความถี่ลง ท่านบอกว่ามันมีมาก เกินไป ด้วยเหตุที่บอกว่ามันมีการรบกวนกัน ท่านประธานครับ สถานีวิทยุมันมีการรบกวนกัน อันนี้ใช่ครับ ถ้าคลื่นเดียวกันเหมือนกัน มันต้องก็รบกวนกันเป็นเรื่องปกติ แต่พื้นที่ ที่มันออกอากาศในรัศมีของมัน ผู้ประกอบการเขามีความพอใจ แต่พอมันวิ่งไปชนกัน ตรงบริเวณนั้นมันจะรบกวนกัน ผมว่าตรงนี้มันไม่เกิดปัญหาหรอกครับ ผมคิดว่าเหตุผลนี้ เป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นครับ เหตุผลอื่นอาจจะเป็นเรื่องของการมาแชร์ (Share) เรื่องเศรษฐกิจ เรื่องรายได้มากกว่า เอาตรงไปตรงมา พูดกันตรงไปตรงมาเลยครับ คลื่นความถี่มันรบกวนกัน แน่นอน ไม่มีอะไรไปกั้นมันได้ละครับ เพราะมันคลื่นเดียวกันตรงกัน และจะเป็นเหตุผล ให้ลดคลื่นความถี่ลงมา และถามว่าในกฎที่เขาเขียนไว้ว่าจะต้องใช้คลื่นความถี่ให้เกิด ประสิทธิภาพสูงสุด ทำไมไม่เอามาพูดครับ ไม่เอามาคิดครับ ตอนนี้คลื่นความถี่มันว่าง เยอะแยะมากมาย ท่านจะให้มันว่างไว้ทำไมครับ อันนี้ผมพูดถึงคลื่นอนาล็อก (Analog) ว่างเพื่ออะไร ในเมื่อผู้ประกอบการเขามีอยู่แล้ว เขาทำอยู่แล้ว เขาอยากประกอบการต่อจะ ไปปิดเขาทำไมครับ โดยอ้างว่ามันรบกวนกัน ขอเรียนคณะทุกท่านด้วยครับที่มาชี้แจง พวกผมเองก็ต่อสู้กันมานาน ผมต่อสู้มาตั้งแต่ผมยังไม่ได้เป็น ส.ส. ครับ เพราะผมเห็น ความสำคัญของวิทยุภาคประชาชน อยากให้ทุกท่านเห็นความสำคัญด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรองเลขาธิการหรือผู้ชี้แจง ใครจะชี้แจงเชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมขอตอบสั้น ๆ นะครับ🔗
ประเด็นที่ท่านคมเดชที่ฝากไว้ว่าจะนำไปทบทวนหรือไม่อย่างไร ผมในฐานะ รองเลขาธิการก็จะขอนำความเห็นที่มีประโยชน์อย่างยิ่งของท่านเข้าสู่คณะกรรมการ กสทช. ว่าวันนี้มาชี้แจงแล้วท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้มีข้อเสนอแนะอย่างนี้ ก็ขอนำเรียนว่า เดี๋ยวจะนำไปนำเรียนกรรมการ กสทช. ต่อไป🔗
ส่วนของท่านนิคมก็เช่นกัน ผมก็จะนำไปเรียนปรึกษากับทางกรรมการ กสทช. ต่อไปในข้อมูลที่ท่านได้ให้มา ขอบคุณมากครับ🔗
ยังมีชี้แจง อีกหรือไม่ครับ ถ้าจะชี้แจงยกมือเลยนะครับ ผมจะได้รู้ว่าท่านจะชี้แจง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาและท่าน ผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่าน ผม พันเอก ดอกเตอร์พีรวัส พรหมกลัดพะเนาว์ กรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานด้านกิจการโทรคมนาคม ในฐานะเลขานุการ คณะกรรมการติดตามประเมินผล หรือเรียกสั้น ๆ ว่า กตป. วันนี้เรามากัน ๕ ท่าน มีด้านกระจายเสียง ด้านโทรทัศน์ ด้านคุ้มครองผู้บริโภค และด้านส่งเสริมสิทธิเสรีภาพ ของประชาชน ในส่วนของอำนาจหน้าที่ก่อนที่จะตอบคำถามท่านปกรณ์วุฒิ ในส่วนอำนาจ หน้าที่ของ กตป. ตามมาตรา ๗๒ มีอำนาจหน้าที่ในการติดตามตรวจสอบประเมินผล การบริหารงาน การดำเนินงานของ กสทช. สำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. และรายงานผลให้กับ กสทช. ทราบเป็นประจำปีทุกปี แล้ว กสทช. ก็จะนำผลรายงานนี้ มานำเรียนให้ทางสภาทราบและรัฐบาลทราบต่อไป ดังเล่มรายงานที่ท่านเห็น ณ ตรงนี้ ในส่วนของการประเมินติดตามที่ท่านถาม ผมว่า กตป. ได้มีการติดตามประเมินผลอะไร หรือไม่ อย่างไร เราติดตามประเมินผลจากเอกสาร วาระการประชุม และแผนแม่บทต่าง ๆ ของ กสทช. กฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้อง และมีการเข้าร่วมประชุม ร่วมสังเกตการณ์ในการ ทำงานของ กสทช. ขอโอกาสได้เข้าร่วมประชุม ที่ผ่านมา ๒ ปีกว่าที่เรารับหน้าที่มา ทางสำนักงาน กสทช. และ กสทช. ก็ให้เกียรติกับพวกเราในการที่เป็นฝ่ายไปออดิเตอร์ (Auditor) ไปอีเวลูเอชัน (Evaluation) ไปประเมินผลกับทาง กสทช. และเราก็จะลงพื้นที่ ประจำไตรมาส ประจำปีลงไปประมาณปีละ ๓-๔ ครั้ง ลงไปตรวจพื้นที่อย่างที่ท่านไปตรวจมา เช่น เสาสื่อสารที่มีปัญหา สายสื่อสารรกรุงรังอะไรต่าง ๆ เราก็ลงพื้นที่ไป ก็เจอปัญหาต่าง ๆ มามากมาย เราก็ได้นำเรียนโดยผ่านการเป็นรายงานเล่มนี้ที่ปรากฏอยู่ต่อหน้าสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านแล้ว ในส่วนของการติดตามอย่างอื่นอะไรก็แล้วแต่ ทางเราก็ได้มี การดำเนินการติดตามเป็นรายด้านด้วย ซึ่งด้านผมเองคือด้านกิจการโทรคมนาคม ก็ได้มีการทำเล่มนี้ออกมาเหมือนกัน ขณะนี้ปรากฏอยู่บนสื่อสาธารณะของทาง กสทช. หรือว่าสำนักงาน กสทช. สามารถไปโหลด (Load) ได้เลยนะครับ🔗
ในส่วนของการติดตามเรื่องคลื่นความถี่ ๒,๖๐๐ เมกะเฮิรตซ์ และคลื่น ความถี่ ๕ จี (5G) ต่าง ๆ ผมเองในฐานะที่เป็นกรรมการด้านโทรคมนาคมได้ติดตามทุกขณะ ทั้งเรื่องการเข้าประชุมร่วม การออกหลักเกณฑ์ต่าง ๆ และได้มีการเสนอความคิดเห็นต่าง ๆ มากมาย ในส่วนของการเยียวยาคลื่นความถี่ ๒,๖๐๐ เมกะเฮิรตซ์ ผมก็มีโอกาสเข้าร่วม ประชุมเกือบจะทุกครั้งเท่าที่ทางสำนักงานจะเชิญมาหรือพยายามขอโอกาสเข้าร่วมประชุม ก็ได้มีการชี้แจงให้กับทางอนุกรรมการเยียวยาได้รับทราบ ขอให้นำผลการศึกษาวิจัยทั้ง ๓ สถาบันให้มาเปรียบเทียบเบนช์มาร์ก (Benchmark) กัน แล้วก็นำไปสู่การนำเสนอให้กับ ทางกรรมการ กสทช. ซึ่งมีอนุมัติออกมาเมื่อวันที่ ๑๐ มิถุนายน ปี ๒๕๖๓ ในการเยียวยา ให้กับ อสมท. ไป ซึ่งขณะนี้เรื่องดังกล่าวนี้อยู่ขั้นตอนของทางศาล ผมในฐานะที่เป็น กตป. ก็คงจะไม่ขออนุญาตก้าวล่วงนะครับ ก็คงให้ทางท่านผู้พิพากษาหรือศาลได้พิจารณาต่อไป ผมจะตอบคำถามสั้น ๆ เพียงแค่นี้ ขอบคุณครับ🔗
เชิญชี้แจง🔗
กราบเรียน ท่านประธานและท่านสมาชิกที่เคารพ ดิฉัน จิตสถา ศรีประเสริฐสุข ผู้ช่วยเลขาธิการ กสทช. ขอเรียนชี้แจงต่อคำถามของท่านนิยม ในเรื่องของการใช้บริการกับบริษัทเป็นชื่อทรูมูฟเอช (Truemove H) ตามหลักแล้วหลักการทำสัญญาการให้บริการ ถ้าเราอยากที่จะยกเลิก สัญญา แล้วภายใต้การจะบอกยกเลิก เราได้ดำเนินการตามเงื่อนไขตามที่ตกลงกันไว้ ย่อมสามารถกระทำการเลิกสัญญาได้ อันนี้ชัดเจนตามนั้น🔗
แล้วสำหรับเรื่องของยูโซ (USO) ที่ท่านมานพได้เอ่ยถึงเรื่องการใช้งานไม่ได้ ในพื้นที่ทางสำนักงาน กสทช. จะขอรับไปตรวจสอบอย่างเร่งด่วนค่ะ ในขณะเดียวกัน ในกล่องสัญญาณของทางยูโซ เน็ต (USO Net) ของทางสำนักงาน กสทช. เองมีการติดเรื่อง การแจ้งด้วยนะคะ ถ้าเกิดว่าทางผู้ใช้บริการหรือประชาชนในพื้นที่พบว่ามีการใช้บริการไม่ได้ หรือมีการใช้แล้วติดขัดอย่างไรสามารถไปแจ้งไปที่ศูนย์ ๑๒๐๐ หรือว่าเป็นเบอร์ของ ผู้ประกอบการได้ ซึ่งก็จะเป็นการช่วยที่ทำให้แจ้งข้อมูลข่าวสาร แล้วก็ทำให้การใช้งาน อินเทอร์เน็ต (Internet) นั้นไม่สะดุดหยุดลง แล้วก็เป็นการแก้ปัญหาที่รวดเร็วขึ้น ซึ่งต่างจาก การที่ทางสำนักงาน กสทช. เองต้องไปเร่งกวดขัน และกำชับผู้ให้บริการให้ปฏิบัติ แล้วก็ ดำเนินการให้บริการตามมาตรฐานที่ตกลงกันไว้ค่ะ ขอบคุณมากค่ะ🔗
เชิญครับ🔗
ผมขออนุญาต ตอบคำถามของท่านสุพิศาล เรื่องเงินที่กระทรวงการคลังยืมเราไป ๑๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปีนั้นก็เป็นปีสุดท้ายนะครับ ทางกระทรวงการคลังคืนมา๕,๐๐๐ ล้านบาท พอเหลือ ๙,๐๐๐ ล้านบาท ทาง คสช. มีคำสั่งให้เราไม่ต้องไปเรียกเก็บ หมดจาก ๙,๐๐๐ ล้านบาท ก็ไม่มีอีกแล้วครับ ขอเรียนตามนี้ คำสั่งไม่มีผลแล้วนะครับ ส่วนเรื่องงบปฏิรูปที่เกี่ยวกับ ธงชาติอันนี้ทางสำนักงานเราไม่ได้รับมอบหมายนะครับ ผมเลยไม่แน่ใจว่าอย่างไร แต่หลังเลิกประชุมเดี๋ยวผมขออนุญาตเรียนปรึกษาท่านอีกทีแล้วกันครับว่า ตรงส่วนไหน แต่ว่าสำนักงานผมไม่ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการในเรื่องเกี่ยวกับงบปฏิรูปนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ หน่วยงาน กสทช. ก็ได้ชี้แจง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้ร่วมกันชี้แจงจนเป็นที่ชัดเจนนะครับ ท่านนิยมยังข้องใจ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมฟังท่านชี้แจง เมื่อสักครู่ท่านก็พูดตามหลักการ แต่ว่าผมร้องเรียนท่านตามข้อ ๖ ในอำนาจหน้าที่ของท่าน ท่านทำได้ไหมที่แจ้งไป คือท่านก็พูดถูกว่าถ้าอยากจะเลิกก็ต้องเลิกได้ ปัญหาเขาไม่ให้ผมเลิก ที่ผมพูดนี่ครับ ท่านมีอำนาจหน้าที่ที่จะประสานหรือรับการร้องเรียนได้ไหม ผมไปแจ้งเขาแล้ว เดือนกันยายนไปจ่ายแล้ว ผมบอกว่าแจ้งยกเลิก แล้วเขาเพียงระงับชั่วคราวอีก ๕-๖ วัน ก็ปล่อยกระแสมาอีก แล้วก็จะมาเก็บเงินเพิ่มอีกสิ้นเดือนตุลาคม นี่คือปัญหาที่ผม ต้องสอบถามท่านในฐานะที่เป็น กสทช. มีอำนาจในการจัดการตามข้อ ๖.๑.๒ ท่านทำได้ หรือไม่ที่ผมถามนี่ ตอบให้ตรงประเด็นท่านไม่ต้องขี่ม้าอ้อมคอกหรอก ถ้าท่านได้ก็ได้ ไม่ได้ ก็ไม่ได้ ผมอยากรู้เท่านั้นเองครับ🔗
ขี่ม้าล้อมค่ายครับ ท่านรองเลขาธิการตอบตรง ๆ ได้ไหมครับ หรือจะคุยกันหลังบัลลังก์จะได้คุยกันละเอียดหน่อย🔗
คือโดยหน้าที่ ของสำนักงาน กสทช. เรื่องคุ้มครองผู้บริโภคเป็นหนึ่งในเรื่องหลักของเรา เรายินดีรับทำนะครับ เดี๋ยวผมขออนุญาตพบท่านหลังเลิกประชุม แต่ผมสัญญากับท่าน ณ ที่นี้ได้ครับว่า เดี๋ยวท่านได้ยกเลิกสัญญาแน่นอนนะครับ กับทรู (True) เดี๋ยวผมเคลียร์ (Clear) ให้ครับ🔗
ท่านดอกเตอร์ มหานิยมก็ไปพบท่านเอารายละเอียดไปคุยนะครับ ที่จริงผมฟังก็ยังไม่รู้เรื่องว่าเลิกอะไร ท่านจะเลิกอะไร ไปประสานโดยตรงนะครับ ท่านสมาชิกครับก็ถือว่าจบการอภิปรายซักถาม แล้วนะครับ ถือว่าที่ประชุมรับทราบรายงานการปฏิบัติงานของ กสทช. ประจำปี ๒๕๖๓ และรายงานการติดตามตรวจสอบและประเมินผลการปฏิบัติงาน กสทช. สำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ กสทช. ประจำปี ๒๕๖๓ แล้วนะครับ ผมขอขอบคุณทางหน่วยงานที่กรุณา ให้เกียรติสภาเรามาชี้แจง ฝากเรื่องของท่านดอกเตอร์มหานิยมหน่อยนะครับ เอาให้เคลียร์ (Clear) ให้ท่านหน่อย ไม่อย่างนั้นท่านจะได้มาตั้งกระทู้ถามอีกนะครับ ท่านสมาชิกครับ วันนี้เราก็ได้ประชุมกันมาเป็นเวลาพอสมควร ผมขอปิดการประชุมนะครับ🔗