unknown · · 580 lines

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกที่เคารพครับ บัดนี้เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม จะอนุญาตให้สมาชิก ได้ปรึกษาท่านละ ๒ นาที ตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ ท่านแรก ขอเชิญคุณสิงหภณ ดีนาง🔗

นายสิงหภณ ดีนาง ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสิงหภณ ดีนาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๖ พรรคเพื่อไทย กระผมมีเรื่องหารือท่านประธานอยู่ ๒ เรื่อง🔗

เรื่องที่ ๑ เนื่องด้วยอำเภอชุมแพเป็นอำเภอที่ใหญ่เป็นอันดับหนึ่งของจังหวัด ขอนแก่น มีหน่วยงานราชการทุกกระทรวง และเมื่อปี ๒๕๕๙ ได้มีการจัดตั้งศาล จังหวัดขอนแก่นเกิดขึ้น ซึ่งมีเขตอำนาจศาลรับผิดชอบถึง ๗ อำเภอ คืออำเภอชุมแพ อำเภอภูผาม่าน อำเภอสีชมพู อำเภอหนองเรือ อำเภอภูเวียง อำเภอเวียงเก่า และอำเภอ หนองนาคำ ต่อมาก็มีการก่อสร้างสำนักงานอัยการจังหวัดชุมแพ สำนักงานกองบังคับคดี แต่ท่านประธานครับ ปรากฏว่ายังไม่มีเรือนจำครับ ซึ่งศาลจังหวัดชุมแพตั้งมาแล้ว ๕-๖ ปี แต่ก็ต้องไปอาศัยฝากขังนักโทษไว้กับเรือนจำกลางภูเขียว ซึ่งถือว่าเป็นเรือนจำที่อยู่ใกล้ที่สุด แต่เรือนจำกลางภูเขียวก็ประสบปัญหาเรื่องความแออัดคับแคบและมีนักโทษจำนวนมากอยู่ แล้ว ท่านประธานครับ ผมถือว่าเป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้ไม่ต้องสิ้นเปลือง งบประมาณในการเดินทางของเจ้าหน้าที่ ไม่ต้องเพิ่มภาระให้กับเรือนจำกลางภูเขียว และที่สำคัญประชาชนที่ไปติดต่อเยี่ยมญาติก็จะไม่ลำบาก กระผมจึงใคร่ขอฝากท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมว่าขอให้จัดงบประมาณในการก่อสร้าง เรือนจำกลางชุมแพเป็นการเร่งด่วนด้วยครับ เพราะพื้นที่หรือสถานที่ที่จะก่อสร้างก็มีแล้ว ขาดแต่งบประมาณเท่านั้นครับท่านประธาน🔗

เรื่องที่ ๒ เนื่องจากอาคารที่ทำการสถานีตำรวจภูธรภูผาม่าน อำเภอภูผาม่าน จังหวัดขอนแก่น มีอายุการใช้งานมาแล้วประมาณ ๓๐ กว่าปี มีสภาพเก่าชำรุดทรุดโทรมมาก ประกอบกับประชาชนที่มาติดต่อใช้บริการก็เพิ่มขึ้นทุกปี จึงทำให้เกิดความแออัด และไม่สะดวกในด้านบริการประชาชนเท่าที่ควร กระผมจึงใคร่ขอฝากท่านประธานผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้กำกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้โปรดจัดงบประมาณ เป็นการเร่งด่วนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณประกอบ รัตนพันธ์ ครับ🔗

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผมรบกวนหารือท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๒ เรื่องด้วยกัน🔗

เรื่องแรก ผมขอให้กรมป่าไม้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เร่งรัดพิจารณา อนุญาตให้ อบต. หนองหงส์ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ใช้พื้นที่ป่าควนไม้แดง มาตั้งสำนักงานของ อบต. หนองหงส์ เพราะว่าขณะนี้สำนักงานชั่วคราวซึ่งตั้งอยู่ที่ วัดคงคาเจริญ ทางเจ้าอาวาสขอใช้พื้นที่ขอยึดพื้นที่คืนครับ อบต. หนองหงส์ ไม่มีพื้นที่ ประกอบกับพื้นที่ตรงนี้เดิมศาลปกครองขออนุญาตใช้พื้นที่เพื่อตั้งศาลปกครอง กรมป่าไม้ อนุญาต แต่ขณะนี้ศาลปกครองก็ย้ายไปที่อื่น ก็อยากกราบเรียนว่าอยากให้ทางกรมป่าไม้ เร่งรัดพิจารณาอนุญาตให้ อบต. ได้ใช้พื้นที่แทนศาลปกครองครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมได้รับคำร้องเรียนจากผู้ใหญ่วินัย หมู่ที่ ๑๑ บ้านน ้าหัก ตำบลวังหิน ว่าถนนเส้นสามแยกโรงรม บ้านน ้าหัก หมู่ที่ ๑๑ ไปยังมัสยิด แสงธรรม ระยะทางประมาณ ๑,๗๐๐ เมตร เป็นถนนดินแดง ซึ่งประชาชนใช้ประโยชน์ ในการขนน ้ายางมาขายที่จุดรับซื้อน ้ายาง และผ่านบ้านคน ผ่านมัสยิด พี่น้องเกษตรกร ใช้ลำเลียงผลผลิตทางการเกษตร ยากลำบากมากเป็นหลุมบ่อ ก็อยากให้ปรับปรุงพัฒนาเป็น ถนน คสล. จึงขอความเมตตาจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้กรุณาจัดสรรงบประมาณ ให้ อบต. วังหิน ได้ก่อสร้างพัฒนาถนนเส้นนี้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปคุณสิรินทร รามสูต ครับ🔗

นางสิรินทร รามสูต น่าน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน สิรินทร รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ จังหวัดน่านเป็นจังหวัดเล็ก ๆ แต่เดิมมีไฟลต์ (Flight) บิน บินเข้าสู่จังหวัดน่านวันละ ๒-๓ เที่ยวบิน แต่ปัจจุบันนี้มีมากถึง ๑๑-๑๒ เที่ยวบินต่อวัน และยังมีสายการบินไทย ไลออนแอร์ จะไปเปิดอีกเร็ว ๆ นี้ทำให้อาคารที่รองรับผู้โดยสารไม่เพียงพอ ซึ่งเป็นการขยายตัว ของการบินแบบก้าวกระโดด ดิฉันดีใจค่ะวันก่อนได้เห็นผู้รับเหมาเข้าไปสำรวจไซต์ (Site) งาน ทราบว่าจะได้รับงบประมาณ ๒๕๐ ล้านบาทมาขยายอาคารผู้โดยสาร แต่ดิฉันในฐานะที่เป็น คนจังหวัดน่านและพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดน่านก็อยากให้อาคารสนามบินของจังหวัดน่าน ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ มีอัตลักษณ์ของความเป็นน่าน ให้เหมือนสนามบินเบตงค่ะ ซึ่งสนามบินเบตงปัจจุบันไม่มีเที่ยวบินไปลง แต่มีนักท่องเที่ยว มีผู้คนเข้าไปเที่ยวสนามบินเบตง ไปถ่ายรูปกันค่ะ จังหวัดน่านมีไผ่ยักษ์ มีไม้สัก มีหวาย มีผ้าทอที่สวยงาม เราสามารถนำเอา สิ่งเหล่านี้มาตกแต่งอาคารสนามบินจังหวัดน่าน ดิฉันก็อยากจะฝากไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นส่วนกลางหรืองบของกลุ่มจังหวัดได้ออกแบบเตรียมงานเพื่อตกแต่ง สนามบินน่านให้เป็นสนามบินที่เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณสฤษดิ์ บุตรเนียร ครับ🔗

นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ปราจีนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมได้นำโครงการก่อสร้างหอผู้ป่วยวิกฤติในโรงพยาบาลกบินทร์บุรี ซึ่งนำโดยนายแพทย์สมคิด ยืนประโคน ท่านผู้อำนวยการ มาปรึกษาหารือท่านประธานสภาดังนี้🔗

โรงพยาบาลกบินทร์บุรี เป็นโรงพยาบาลประจำอำเภอขนาด ๓๐๐ เตียง มีคนไข้นอกประมาณ ๑,๒๐๐ คนต่อวัน และแอดมิต (Admit) ไม่ต ่ากว่าประมาณเกือบ ๆ ร้อยคน ทุกวันครับ อำเภอกบินทร์บุรีเป็นอำเภอขนาดใหญ่ ๑๕ ตำบล ดูแลประชากรถึง ๑๕๐,๐๐๐ คน อีกทั้งมีประชากรแฝงเป็นจำนวนมาก เนื่องจากเป็นเมืองอุตสาหกรรมถึง ๕ จุด อุตสาหกรรม ๓๐๔ โรจนะ ไฮเทค บ้านโคก และเครือสหพัฒน์ ที่ผ่านมาก็เกิดเป็นแหล่งคลัสเตอร์ (Cluster) ใหญ่ ๆ หลายครั้ง ในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมาโรงพยาบาลต้องต่อสู้กับปัญหาภาวะวิกฤติ การแพร่ระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) เป็นอย่างมาก มีผู้ป่วยและแม้ในปัจจุบันก็ยังมีคนไข้ ติดเชื้ออยู่ในการรักษาโรงพยาบาลอยู่ โรงพยาบาลมีความต้องการที่จะสร้างหอผู้ป่วยวิกฤติ รวมแรงดันต ่า แรงดันลบขนาด ๑๔ เตียงโควิด-๑๙ (COVID-19) หรือไอซียู โคฮอร์ต (ICU Cohort) มูลค่าประมาณ ๑๐ ล้านบาท เพื่อรองรับผู้ป่วยหนักโควิด-๑๙ (COVID-19) หรือกลุ่มเสี่ยงในแนววิถีใหม่นิว นอร์มัล (New normal) ป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) จากผู้ป่วยไปยังผู้ป่วย หรือผู้ป่วยไปยังบุคลากรทางการแพทย์ ดังนั้นจึงกราบเรียน ท่านประธานสภาผ่านไปยังกระทรวงสาธารณสุขช่วยจัดงบประมาณในการจะให้โรงพยาบาล ได้ก่อสร้างครับ🔗

๒. กราบเรียนไปยังพ่อแม่พี่น้องชาวอำเภอกบินทร์บุรี อำเภอใกล้เคียง ในจังหวัดปราจีนบุรี ร่วมกันบริจาคเพื่อเป็นตัวอย่างที่ดีว่าเราพยายามที่จะช่วยตัวเอง ในภาวะที่รัฐขาดงบประมาณ และเริ่มต้นด้วยการทอดผ้าป่าหาทุนร่วมกัน🔗

๓. ขอประชาสัมพันธ์ไปยังท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ทุก ๆ ท่านและประชาชนโดยทั่วไป ผู้มีจิตศรัทธาร่วมกันบริจาค โดยผ่านบัญชี ธนาคารกรุงไทย เลขที่ ๒๓๓-๐๗๔๒-๑๖๙ ท่านจะได้รับการลดหย่อนภาษีอย่างถูกต้อง ตามกฎหมายครับ ขอกราบขอบพระคุณอย่างมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณทองแดง เบ็ญจะปัก ครับ🔗

นายทองแดง เบ็ญจะปัก สมุทรสาคร

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ทองแดง เบ็ญจะปัก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ เมืองสมุทรสาคร พรรคก้าวไกล วันนี้มีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธาน ๒ เรื่องนะครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในจังหวัดสมุทรสาครที่เกี่ยวข้อง กับโรงงานอุตสาหกรรมเป็นปัญหาที่ปล่อยน ้าเสียลงตามคูคลองต่าง ๆ ในเขตจังหวัดสมุทรสาครนั้น ทำให้คูคลองแยกคลองย่อยทำให้มีน ้าเสียมากมาย ตอนนี้คลองที่เป็นคลองหลักก็คือ คลองสี่วาพาสวัสดิ์ คลองแนวลิขิต คลองวัดหงอนไก่ คลองน้อย คลองวัดคลองครุ คลองแคราย คลองวัดโพธิ์แจ้ คลองเทศบาลแปด คลองบางน ้าจืด คลองสุสานน ้าเก๊ก คลองราษฎร์รังสรรค์ คลองโกรกกรากใน คลองราษฎร์พัฒนา และอีกหลาย ๆ คลองใน จังหวัดสมุทรสาครที่มีการปล่อยน ้าเสียลงสู่คูคลองสาธารณะ ผู้เลี้ยงสัตว์น ้า ชาวเกษตรกร ชาวไร่ ชาวสวนในจังหวัดสมุทรสาครได้รับความเดือดร้อนจากการปล่อยน ้าเสียลงคูคลองนั้น เป็นอันมากครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ปัญหาที่เกิดขึ้นในจังหวัดสมุทรสาครทำให้คลองตื้นเขิน ไม่ได้รับ การขุดลอกคลองมานานนะครับท่านประธาน อย่างเช่นคลองสนามชัย คลองพิทยาลงกรณ์ คลองสหกรณ์ คลองแสมดำ คลองบางขุนเทียน ที่เชื่อมต่อกับคลองบางขุนเทียน ในเส้นทาง คลองแสมดำใต้นั้นมีเสาไฟฟ้าอยู่ในคลอง พอกระแสไฟฟ้าเกิดการขัดข้องไม่สามารถจะเข้าไป ดำเนินการได้ทันท่วงที เพราะต้องรอให้น ้าขึ้นสูงเต็มตลิ่งจึงจะสามารถเข้าไปช่วยเหลือ ประชาชนหรือแก้ไขการขัดข้องได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ในฐานะผมเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาครนั้น จึงขอไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ ท่านประธานช่วยพิจารณาด้วยว่า ในการที่ทำให้คลองต่าง ๆ ที่ตื้นเขินหรือน ้าเสียนั้นเกิดจาก โรงงานต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในจังหวัดสมุทรสาคร ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณพรรณสิริ กุลนาถศิริ ครับ🔗

นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สุโขทัย

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน พรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคพลังประชารัฐ ขอนำเรียนไปยังกระทรวงพลังงานและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สืบเนื่องจากกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์และพืชสมุนไพร จังหวัดสุโขทัย มีความประสงค์ จะพัฒนาศักยภาพเพิ่มผลผลิตและการแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร ในการนี้ได้เสนอขอรับ การสนับสนุนโครงการพัฒนาระบบกระจายน ้าบาดาลเพื่อการเกษตรด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ โดยกลุ่มผู้นำ ๔ ราย ดังนี้ ๑. นายเปี๊ยก พรมพุก เกาะตาเลี้ยง ศรีสำโรง ๒. นางละม้าย และนายจรัญ ผ่องทอง บ้านป้อม คีรีมาศ ๓. นางขนิษฐา อิ่มชา นาเชิงคีรี คีรีมาศ และ ๔. นายโคม ศรีเนตร ตำบลสามเรือน ศรีสำโรง ผู้แทนกลุ่มได้นำเสนอไปยังพลังงาน จังหวัดสุโขทัยทราบว่ามีปัญหาเรื่องที่ดินได้ทบทวนข้อมูลหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับการอนุมัติ โครงการ การนี้จึงเสนอไปยังสำนักทรัพยากรน ้าบาดาล เขต ๗ จังหวัดกำแพงเพชร มีความก้าวหน้าพอควร โดยการขยายโครงการให้ครอบคลุมพื้นที่ ๖๐ ไร่ รวมระยะเวลา ๓ ปี ในการนี้จึงขอขอบคุณและเร่งรัดไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ดำเนินโครงการให้กับประชาชนโดยเร็ว ทั้งนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ดิฉันขอคำแนะนำ ตลอดจนขอความอนุเคราะห์ไปยังทั้ง ๒ กระทรวงดังนี้ ขอให้พลังงานจังหวัดและ สำนักทรัพยากรน ้าบาดาลได้บูรณาการการทำงานในพื้นที่อย่างเป็นระบบและขอให้ ทำการสำรวจ ขอให้มีการจัดสรรโครงการดังกล่าวให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเหมาะสม แล้วก็ทั่วถึงค่ะ กราบขอบพระคุณมากค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ครับ🔗

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ขอหารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวมหาสารคาม ๒ เรื่อง ดังนี้ ขอรูปด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ มหาสารคาม

เรื่องที่ ๑ ปัญหาเขื่อนป้องกัน ตลิ่งริมแม่น ้าชีทรุดซึ่งผมได้รับการร้องเรียนจาก นายบรรจง ซ้ายขวา ผู้ใหญ่บ้านท่าสองคอน หมู่ที่ ๑๒ แจ้งว่า เขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น ้าชีระยะทาง ๒๐๐ เมตร ที่ก่อสร้างเพื่อป้องกัน และแก้ไขปัญหาน ้าท่วมเกิดการทรุดตัวลงทำให้แนวเขื่อนทรุดตัวเสียหายนะครับ ซึ่งหลังจาก เกิดอุทกภัยช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมาแม่น ้าชีมีการเอ่อตลิ่งแล้วก็ท่วมในบางพื้นที่ หลังจาก ระดับน ้าลดก็ทำให้เกิดการทรุดตัว จึงขอให้กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ดำเนินการแก้ไข🔗

เรื่องที่ ๒ ปัญหาถนนเลียบคลองส่งน ้าชลประทาน ผมได้รับเรื่องร้องเรียน จากประธานชุมชนอุทัยทิศ ๔ เทศบาลเมืองมหาสารคาม เรื่องปัญหาถนนเลียบคลองส่งน ้า ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของกรมชลประทานระยะทาง ๑,๓๐๐ เมตร จากแยกถนนทางหลวงท้องถิ่น สายมหาสารคาม-วาปีปทุม เชื่อมถนน ทล. ๒๙๑ ชุมชนอุทัยทิศ ๔ เทศบาลเมืองมหาสารคาม ซึ่งปัจจุบันนี้มีสภาพตามที่เห็นในรูป จึงขอให้กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงทำเป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก เพื่อให้พี่น้องประชาชน ในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคามได้เป็นเส้นทางลัดในการติดต่อราชการกับศูนย์ราชการ มหาสารคามต่อไปครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณสนอง เทพอักษรณรงค์ ครับ🔗

นายสนอง เทพอักษรณรงค์ บุรีรัมย์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดบุรีรัมย์ เขตเลือกตั้งที่ ๑ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับการบอกกล่าว มาจากพี่น้องประชาชนว่า ต้องขอบพระคุณทางรัฐบาล โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี ที่ได้กรุณาหาวัคซีนมาฉีดให้พี่น้องชาวไทยจนครบ ๑๐๐ ล้านโดส โดยเฉพาะอย่างยิ่ง แล้วผู้ที่ได้รับความกดดัน ได้รับความสบประมาทว่าไม่สามารถทำได้ก็คือท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ท่านก็ทำงานทุกอย่างครับ เพื่อที่จะทำให้ พี่น้องชาวไทยมีสุขภาพดีขึ้น ก็ดีใจด้วยที่สามารถทำได้ตามเป้าหมาย นั่นแสดงว่า พูดแล้วทำครับ🔗

ประการต่อมาครับ ขอแสดงความยินดีกับพี่น้อง อสม. ด้วย วันนี้เรายังต้อง ต่อสู้กับโควิด (COVID) อีก โดยเฉพาะสายพันธุ์ใหม่ที่กำลังระบาดเข้ามา พี่น้อง อสม. นั้น ขอแสดงความยินดีครับที่ได้รับค่าป่วยการ ค่าเสี่ยงภัยเพิ่มขึ้นอีก ๖ เดือน แต่อยากจะฝากไปถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ก็เป็นอีกหน่วยงานที่ทำงาน เคียงคู่กับพี่น้อง อสม. ของเรา เขายังไม่ได้รับการดูแลชดเชยใด ๆ ครับ ขอฝากไปถึงท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้โปรดหาวิธีการที่จะชดเชยค่าเสี่ยงภัยให้กับ พี่น้องกำนัน ผู้ใหญ่บ้านด้วย เพราะว่าการต่อสู้กับโรคร้ายจริง ๆ อยู่ที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นการจัดโรงพยาบาลสนาม คัดกรองบุคคล ทำงานหนักมาก ก็ขอฝากประเด็นนี้ ไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ให้ความอนุเคราะห์ตามสมควรด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ ไม่พร้อม ต่อไปคุณปรีดา บุญเพลิง🔗

นายปรีดา บุญเพลิง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายปรีดา บุญเพลิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวอำเภอพล อำเภอแวงน้อย อำเภอแวงใหญ่ อำเภอชนบท และอำเภอโคกโพธิ์ไชย จังหวัดขอนแก่น เกี่ยวกับความเดือดร้อนเรื่องการคมนาคมที่สัญจรไปมาเป็นจำนวนมากในแต่ละวัน เพื่อเชื่อมต่อระหว่างอำเภอคือเส้นทาง ทล. ๒๑๙๙ จากบ้านกุดรู อำเภอแวงน้อย ถึงอำเภอแวงใหญ่ และถึงอำเภอชนบท ประมาณ ๓๐ กิโลเมตร และ ๒. เส้นทาง ทล. ๒๒๓๓ จากบ้านท่านางแนว อำเภอแวงน้อย ถึงบ้านดอนหัน ตำบลใหม่นาเพียง อำเภอแวงใหญ่ ถึงอำเภอพล ระยะทาง ๔๕ กิโลเมตร ๓. เส้นทางหลวงชนบทจากบ้านโนนสะอาด บ้านกุดหมากเห็บ อำเภอแวงใหญ่ ไปบ้านสามหมอ อำเภอโคกโพธิ์ชัย ถึงอำเภอโคกโพธิ์ชัย ซึ่ง ๓ เส้นทางนี้ประชาชนมีความต้องการขยายไหล่ทางเป็น ๔ เลนครับ อีกเส้นทางหนึ่ง คือเส้นทาง ทล. ๒๐๖๕ จากอำเภอพล ถึงอำเภอแวงน้อย บ้านท่านางแนว แล้วผ่านแม่น ้าชี ไปยังอำเภอคอนสวรรค์ ไปยังจังหวัดชัยภูมิระยะทาง ๔๐ กิโลเมตร ซึ่งเป็นถนนที่ก่อสร้างมาเมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๐ รวมเวลา ๔๐ กว่าปี ไม่ได้รับการดูแลจากรัฐบาลที่ผ่านมา บัดนี้หน่วยงาน ที่รับผิดชอบคือแขวงการทางบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ได้เสนองบประมาณผ่านไปยัง กระทรวงคมนาคม ครม. สภาผู้แทนราษฎรและรัฐสภาในที่สุด และได้รับงบประมาณในการปรับปรุง ขยายไหล่ทางเส้นทางนี้ เพื่อให้พี่น้องประชาชนสัญจรไปมาได้สะดวก ขณะนี้กำลังดำเนินการ ก่อสร้าง ในนามพรรคร่วมรัฐบาลขอขอบคุณ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น แขวงการทางบ้านไผ่ ที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายใต้การบริหารงานของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณจิรทัศ ไกรเดชา ครับ🔗

นายจิรทัศ ไกรเดชา พระนครศรีอยุธยา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายจิรทัศ ไกรเดชา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่องมาหารือกับท่านประธานผ่านไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ กระทรวงคมนาคม ทางหลวงชนบท ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวอำเภอบางซ้าย ผ่านทางนายกองค์การบริหารส่วนตำบลปลายกลัด ถนนสายเสนา-บางซ้าย-บางปลาม้า เป็นถนน ๒ เลน (Lane) จราจร ได้เกิดอุทกภัยทำให้ถนนเสียหาย ระยะทางประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะทางหลวงชนบท เร่งดำเนินการซ่อมแซม แก้ไขให้กับพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมาบนถนนสายนี้ เพราะถนนสายนี้เชื่อมจังหวัด พระนครศรีอยุธยากับจังหวัดสุพรรณบุรี ทางหลวงได้โปรดดำเนินการด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้สัญจรไปมาบนถนนสายเสนา-ผักไห่ ระยะทางประมาณเกือบ ๑๙ กิโลเมตร แต่บริเวณที่จะให้กรมทางหลวงได้ซ่อมแซมแก้ไข คือกิโลเมตรที่ ๙๗ รับผิดชอบโดยกรมทางหลวง หมายเลขถนน ๓๔๕๔ ซึ่งถนนเป็นหลุม เป็นบ่อ ทำให้เกิดอุบัติเหตุตรงบริเวณดังกล่าวบ่อยครั้ง ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งดำเนินการซ่อมแซมแก้ไขเพื่อพี่น้องประชาชนจะได้สัญจรไปมากันอย่างปลอดภัยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ เรื่องที่ผมได้หารือไปเมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม เรื่องผู้ประสบอุทกภัย ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจ่ายเงินเยียวยาให้กับพี่น้อง ประชาชน ซึ่งตอนนี้พี่น้องประชาชนได้เกิดความยากลำบาก ไม่มีเงินซ่อมแซม บ้านเรือน ที่ได้รับความเสียหายและการลงทุนของพี่น้องเกษตรกรก็ยังไม่มีเงินลงทุน ก็อยากหารือกับ ท่านประธานผ่านไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการจ่ายเงินชดเชยให้กับพี่น้อง ประชาชนที่ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ ขอขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณศาสตรา ศรีปาน ครับ🔗

นายศาสตรา ศรีปาน สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ ผม ศาสตรา ศรีปาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดสงขลา พรรคพลังประชารัฐ หาดใหญ่ คลองแห คลองอู่ตะเภา วันนี้มีเรื่องมาหารือกับท่านประธาน ทั้งสิ้น ๒ เรื่องครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ผมได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านที่ชุมชนสัจจกุล ตำบลคลองแห อำเภอหาดใหญ่ ที่ดินแห่งนี้เป็นที่ดินรถไฟครับ จึงทำให้ไม่มีบ้านเลขที่บางส่วน ไม่มีน ้า ไม่มีไฟ ต้องพ่วงจ่ายค่าไฟแพงครับ พัดลม ๑ ตัว หม้อหุงข้าว ๑ ใบ จ่ายค่าไฟ ๔,๐๐๐ บาทต่อเดือน เดือนหนึ่งไม่มีเงินเหลือเก็บครับ ถนนก็ไม่มีคูน ้า ฝนตกทีไรน ้าท่วมทุกรอบ ยิ่งตอนเจ้าหน้าที่ มาขับไล่น่าสงสารมากครับ ผมสงสารทั้ง ๒ ฝ่ายนะครับ ทั้งเจ้าหน้าที่ ทั้งพี่น้องประชาชน ในชุมชน แต่ถ้าเขามีทางไปเขาไม่อยู่หรอกครับที่ดินตรงนี้ บ้างก็มองว่าเขาก็เป็นภาระ แต่ผมมองต่างครับ ทางภาครัฐต้องเข้ามาช่วยเหลือให้เขาได้ลืมตาอ้าปากได้ แล้วก็แบ่งเบาภาระ ให้กับรัฐบาลได้เยอะนะครับถ้าเข้าไปช่วย เมื่อคุณภาพชีวิตเขาดีขึ้น อาชญากรรมก็ลดลง ตำรวจก็ไม่ต้องไปไล่จับขโมย เงินเยียวยา บัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ต้องจ่ายทุกเดือน ก็ใช้น้อยลงครับ มีบ้าน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นก็มีสตางค์ไปเรียนโรงเรียนดี ๆ มีการศึกษา ตัดปัญหาวงจรความยากจนได้ เพราะผมมองว่าการลงทุนกับทรัพยากรมนุษย์เป็นการลงทุน กับประเทศในระยะยาว เขาไม่ใช่ภาระครับ แต่เราต้องมองเขาเป็นต้นทุนของประเทศนะครับ ที่ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ก็บอกว่าทุกคนต้องมีบ้าน จึงอยากให้ พอช. สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ การรถไฟแห่งประเทศไทย ทำบ้านมั่นคงให้กับชาวชุมชนรถไฟครับ ตอนนี้ท้องถิ่นพร้อม ชาวบ้านพร้อมครับ โดยนายกสันติ เหมมันต์ ก็อยากจะให้เป็นโมเดล (Model) ให้จังหวัดสงขลา แล้วก็ทั้งประเทศเลยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณคำพอง เทพาคำ ครับ ต่อไปเป็นคุณศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ครับ🔗

นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ผู้แทนราษฎรนครราชสีมา เขตอำเภอปากช่อง พรรคเพื่อไทย ตามที่ ผอ. กองช่าง อบต. ผอ. กองช่างเทศบาลตำบล เทศบาลเมือง ได้เขียนโครงการ เพื่อของบประมาณในการก่อสร้างถนนเป็นเงินอุดหนุนเฉพาะกิจก็ดี โครงการพัฒนาเสริมสร้าง ความเข้มแข็งของเศรษฐกิจฐานรากก็ดีส่งไปยังที่อำเภอ อำเภอส่งต่อไปยังท้องถิ่นจังหวัด ผมได้เข้าไปดูโครงการดังกล่าวแล้วทราบว่ามีโครงการซ่อมสร้างถนนหน้าโรงเรียน บ้านบ่อทอง ตำบลหนองสาหร่าย มีโครงการซ่อมสร้างถนนลาดยางผิวจราจร แอสฟัลติก คอนกรีต (Asphaltic Concrete) บ้านบันไดม้าเชื่อมต่อไปยังบ้านซับน ้าเย็น ตำบลปากช่อง โครงการปรับปรุงซ่อมแซมถนนแอสฟัลติก คอนกรีต (Asphaltic Concrete) บ้านสายชนวนถึงบ้านหลังเขา ตำบลจันทึก และมีอีกหลายโครงการด้วยกันที่ไม่ได้กล่าว ในที่นี้ที่ได้รับจัดสรรงบประมาณลงไปแล้ว พี่น้องประชาชนที่ได้รับจัดสรรงบประมาณ ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่เป็นส่วนหนึ่งในการประสานโครงการลงไปยังในเขต อำเภอปากช่อง ท่านประธานครับ อำเภอปากช่องนั้นเป็นอำเภอใหญ่มีพื้นที่ต้องพัฒนาเยอะ มีพี่น้องประชาชนชาวตำบลคลองม่วง โป่งตาลอง หมูสี กลางดง และอีกหลายตำบล ที่ต้องการงบประมาณฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานรากยังไม่ได้รับแต่อย่างใด จึงขอฝากท่านประธานว่า หาก อบต. เทศบาล ทำโครงการของบประมาณมาท้องถิ่นจังหวัดขอให้ท้องถิ่นจังหวัด ประสานโครงการกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อนำโครงการงบประมาณมาพัฒนาทุกตำบล ในเขตอำเภอปากช่องด้วย จึงขอนำเรียนท่านประธานเพื่อทราบ ขอกราบขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ครับ🔗

นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ นราธิวาส

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส เขต ๒ พรรคพลังประชารัฐ ผมขออนุญาตหาหรือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวตำบลมูโนะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ซึ่งตอนนี้กำลังประสบปัญหาเดือดร้อนอย่างหนัก จากภัยน ้าท่วมฉับพลัน ท่านประธานครับ ในช่วงนี้ภาคใต้กำลังเข้าสู่ฤดูฝน หลายพื้นที่ ได้ตกลงมาอย่างต่อเนื่องทำให้แม่น ้ามีระดับสูงโดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอสุไหงโก-ลก ได้มีฝนตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้เมื่อวันที่ ๑๙ ที่ผ่านมา ในช่วงเวลาประมาณตี ๑ ได้เกิดพนังกั้นน ้าคอนกรีตที่สร้างกันน ้าจากแม่น ้าสุไหงโก-ลกบริเวณตลาดมูโนะ อำเภอสุไหงโก-ลก เกิดพังถล่มลงมาเป็นช่องทางยาวประมาณ ๓๐ เมตรทำให้น ้าจากแม่น ้า สุไหงโก-ลก จำนวนมหาศาลไหลทะลักเข้ามาในพื้นที่ตลาดมูโนะบริเวณใกล้เคียง มาจนถึงวันนี้ น ้าก็ยังไม่ลดลงเลยนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ พื้นที่ตำบลมูโนะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาสติดกับประเทศมาเลเซียเป็นแหล่งเกษตรกรรมและแหล่งเศรษฐกิจการค้าชายแดน ทำให้เกิดน ้าท่วมฉับพลัน พื้นที่เกษตรได้รับผลกระทบ บ้านเรือนร้านค้าข้าวของสินค้าต่าง ๆ ในตลาดมูโนะจำนวนมากมายมหาศาลได้รับความเสียหายจากน ้าท่วมในครั้งนี้ ท่านประธานครับ ตอนนี้พี่น้องของผมกำลังเดือดร้อน ผมอยากจะฝากท่านประธานแจ้งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เยียวยาพี่น้องดังกล่าวด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณกูเฮง ยาวอหะซัน ครับ🔗

นายกูเฮง ยาวอหะซัน นราธิวาส

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผมนายกูเฮง ยาวอหะซัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส เขต ๓ พรรคประชาชาติ วันนี้ผมขออนุญาตท่านประธานหารือ ๒ เรื่องนะครับ🔗

เรื่องแรก เป็นเรื่องของวิสาหกิจชุมชน ผู้ประกอบการรายย่อย ในอำเภอเจาะไอร้อง ตำบลบูกิต เขาอยากได้ห้องเย็น เนื่องจากผู้ประกอบการเหล่านี้เขามีธุรกิจทำเกี่ยวกับทุเรียนกวน และปัญหาใหญ่วันนี้ก็คือการปลูกทุเรียนเป็นจำนวนมากในพื้นที่ทำให้มันมีสินค้าล้นตลาด เพราะว่ามันสุกไล่เลี่ยกันและทำให้ราคาตก วันนี้วิสาหกิจเหล่านี้ก็อยากได้ห้องเย็น เพื่อจะเก็บเนื้อทุเรียนนะครับ ทีนี้เนื้อทุเรียนวันนี้เก็บได้แค่ ๓๐๐ ตันความประสงค์ของเขา อยากจะได้สัก ๑,๐๐๐ ตัน วันนี้เราไม่มีห้องเย็นจึงต้องไปส่งฝากกับเอกชนที่จังหวัดปัตตานี ทำให้ราคาค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มขึ้น และต้องเสียค่าไฟเพิ่มขึ้นทำให้มีการผลักภาระ ให้กับผู้ซื้อหรือไม่ก็แบกภาระเอง ต้องประสบกับการขาดทุน วันนี้อยากให้ทางรัฐบาล ช่วยจัดหาห้องเย็นให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

เรื่องที่ ๒ วันนี้ปัญหายาเสพติดที่ผมได้พูดเมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม เมื่อ ๓ สัปดาห์ที่ผ่านมา มีหลายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ เรื่องลูกฆ่าแม่ ลูกเอาอาวุธปืน ไปยิงพ่อ เจ้าหน้าที่ไปยิงสตรีเสียชีวิต กรณีอย่างนี้เกิดไล่เลี่ยกันประมาณวัน ๒ วัน พอไปตามดูในพื้นที่จริง ๆ เรื่องนี้เกิดขึ้นเยอะครับ บางสถานีตำรวจมีเป็น ๑๐ คดีต่อเดือน สาเหตุส่วนใหญ่ก็มาจากเรื่องยาเสพติดนะครับ วันนี้ก็อยากได้โรงพยาบาลจิตเวช อยากให้ กระทรวงสาธารณสุขพิจารณา เพราะว่าชาวบ้านไม่ต้องไปรักษาที่สงขลา สุราษฎร์ธานีแล้ว ถ้ามีของตัวเองใน ๓ จังหวัด เพราะว่าค่าใช้จ่ายมันแพงมากครับไปแต่ละครั้ง ส่วนมากที่ประสบปัญหาเป็นชาวบ้าน ที่ค่อนข้างฐานะไม่ค่อยดีครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณสุเนตตา แซ่โก๊ะ ครับ🔗

นางสุเนตตา แซ่โก๊ะ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสุเนตตา แซ่โก๊ะ สมาชิกแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย ดิฉันมีเรื่องขอปรึกษาหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เรื่อง ขอให้ส่งเสริมการแสดงและกิจกรรมของนักศึกษาในโอกาสต่าง ๆ ค่ะ ท่านประธานคะ สัปดาห์ที่ผ่านมาหลังจากที่สภาปิดประชุม ดิฉันและเพื่อน ส.ส. ในพรรค มี ส.ส. อนุสรี ส.ส. จุฑาฑัตต และ ส.ส. เขตรัฐ เราได้มีโอกาสไปชมดนตรี อว. เทิดพระเกียรติ ที่ลานหน้าห้างเซ็นทรัลเวิลด์ พวกเราประทับใจกันมากเลยค่ะ งานดนตรี อว. เทิดพระเกียรติ จัดมาตั้งแต่วันที่ ๕ ธันวาคม เพื่อแสดงความจงรักภักดีที่มีต่อในหลวง รัชกาลที่ ๙ จัดพร้อมกัน กว่า ๕๐ จังหวัดทั่วประเทศ เป็นการแสดงดนตรีของนักศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษา ในสังกัดกระทรวง อว. ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น วงซิมโฟนี ออร์เคสตร้า (Symphony Orchestra) วงดนตรีสากล วงดนตรีไทย และดนตรีพื้นบ้าน มาร่วมบรรเลงพร้อมกันทั่วประเทศ ในวันที่ ๕ ธันวาคม ในส่วนกรุงเทพมหานครขยายระยะเวลาจัดไปจนถึงวันที่ ๑๙ ธันวาคม ท่านประธานคะ ประเทศเราอยู่ในช่วงวิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) เราอยู่ในความหดหู่ มาเป็นระยะเวลาร่วม ๒ ปี เราขาดหายเรื่องที่เป็นสุนทรีทางจิตใจ แล้วยิ่งมาตอนนี้มีไวรัสโควิด (COVID) สายพันธุ์โอไมครอน (Omicron) ก็ยิ่งมาสร้างความหวาดกลัวให้กับพวกเราอีก เมื่อกระทรวง อว. จัดดนตรี อว. ดิฉันรู้สึกขอบคุณกระทรวง อว. มากค่ะ เพราะมีประโยชน์ หลายต่อเลยทีเดียว ต่อแรกนะคะ นักศึกษาได้มีเวทีแสดงฝีมือให้คนได้รับรู้ได้ชื่นชม และเกิดความภาคภูมิใจในตัวของเขาเองค่ะ ต่อที่ ๒ ผู้ที่มาฟังมาร่วมงานก็มีความสุข ได้ฟังดนตรีอันไพเราะ ได้ชมการแสดงล้วนแล้วแต่สร้างให้เกิดบรรยากาศดี ๆ ขึ้นค่ะ ดิฉันจึงขอเรียนปรึกษาหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวง อว. ว่าอย่าหยุดเพียงเท่านี้ค่ะ ขอให้กระทรวง อว. ช่วยพิจารณาส่งเสริมให้มีการแสดงของนักศึกษาให้พวกเขาได้มีเวทีแสดง ได้ปล่อยของกันในโอกาสอื่น ๆ ด้วยค่ะ อาจจะเป็นตรุษจีนหรือสงกรานต์ก็ได้ ขอบพระคุณ ท่านประธานค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณฉลาด ขามช่วง ครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง ร้อยเอ็ด

ท่านประธานที่เคารพ ผม ฉลาด ขามช่วง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้กระผมมีเรื่องนำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือท่านประธาน ดังต่อไปนี้ครับ🔗

๑. ขอให้กรมทางหลวงขยายถนนหมายเลข ๒๓๒๗ ช่วงอำเภอโพธิ์ชัย เชื่อมถนนหมายเลขทางหลวง ๒๑๑๖ เป็น ๔ ช่องจราจร🔗

๒. ขอให้กรมทางหลวงขยายถนนหมายเลขทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑๑๖ ตอนร่องคำ-โพนทอง ร้อยเอ็ด🔗

๓. ขอให้กรมทางหลวงติดตั้งไฟสัญญาณจราจรสี่แยก ถนนหมายเลขทางหลวง ๒๓๒๗ เชื่อม ๒๑๑๖ อำเภอโพธิ์ชัย🔗

๔. ขอให้กรมทางหลวงติดตั้งไฟสัญญาณจราจรในทางหลวงหมายเลข ๒๐๔๓ ตอนร้อยเอ็ด-ยางเฌอ ช่วงตำบลหนองไผ่ อำเภอธวัชบุรี จังหวัดร้อยเอ็ด🔗

๕. ขอให้กรมทางหลวงชนบทขยายถนนและสะพานในทางหลวงหมายเลข ทช. ๔๐๒๖ ร้อยเอ็ด เชียงขวัญ โพธิ์ชัย🔗

และ ๖. ขอให้กรมทางหลวงชนบทขยายทางหลวงหมายเลข ทช. ๔๐๓๓ จากร้อยเอ็ดไปตำบลดินดำ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาต่อไปครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณรุ่งโรจน์ ทองศรี ครับ🔗

นายรุ่งโรจน์ ทองศรี บุรีรัมย์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายรุ่งโรจน์ ทองศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ ผู้แทนเซาะกราว ละหานทราย เฉลิมพระเกียรติ โนนดินแดง ปะคำ ทรัพย์พระยา ชุมแสงของอำเภอนางรอง ขอกราบสวัสดี ปีใหม่ ๒๕๖๕ ปู่ย่าตายายพ่อแม่พี่น้องด้วยความเคารพ ซมกราบสวัสดีชะนำทะเมย เยยตาแมโอวบองปะโอน กรุบกรุบคะเนียนะบาด แซมซายคุนะคุได ในรอบปี ๒ ปีที่ผ่านมา เราผ่านความยากลำบากในเรื่องของโควิด (COVID) มาด้วยกัน เชื่อมั่นว่าในปีหน้านี้ทุกอย่าง จะดีขึ้นเศรษฐกิจการค้าการขายดีขึ้น ราคาพืชผลทางการเกษตรดีขึ้น ผู้แทนเซาะกราวคนนี้ขอเป็นกำลังใจและอยู่เคียงข้างพี่น้องตลอดครับ ท่านประธานครับ ขอนำปัญหาหารือผ่านท่านประธานสู่การแก้ไขครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ท่านนายกรัฐมนตรี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงคมนาคม ในเรื่องช่องตะโก ช่องตะโกบนทางหลวงหมายเลข ๓๔๘ เชื่อมภาคอีสาน ตอนล่างกับภาคตะวันออก ระยะทาง ๓.๒ กิโลเมตร ผมพูดมาแล้วครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งที่ ๑๑ แต่จะพูดต่อจนกว่าจะได้ครับ เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาช่องตะโกมีอุบัติเหตุรถปิกอัป (Pickup) ชนกับรถบรรทุก ตาย ๓ เจ็บสาหัส ๒ ไฟไหม้ด้วย รถติดทั้งวัน ช่องตะโกมีอุบัติเหตุตลอด ชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องเสียหายนับไม่ถ้วน ขอกราบกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมช่วยอนุมัติการขอทำการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ (EIA) ของกรมทางหลวงให้ด้วยครับ และกรมทางหลวงได้ตั้งงบอีไอเอ (EIA) ไว้แล้ว ๙๐ ล้านบาท กราบขอพร กราบขอของขวัญจากท่านนายกรัฐมนตรี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กระทรวงคมนาคมเพื่อพี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอ ๔ เลน ละหานทราย-บ้านกรวด โนนดินแดง-ปะคำ โนนดินแดง-หนองสะเหม็ด-ตะโก ละหานทรายไปปะคำ ละหานทรายไปเฉลิมพระเกียรติ จนถึงแยกตะโกใหญ่ สาย ๒๔ ขอกราบขอบพระคุณมาก ๆ ครับ และขอกราบสวัสดีปีใหม่ ปู่ย่าตายาย พ่อแม่พี่น้องด้วยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปเนื่องจากมีบางท่าน ไม่พร้อมนะครับก็จะข้ามไป นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ครับ🔗

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ขอหารือเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชัยภูมิ คือ🔗

๑. ขอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ปรับปรุงทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๐๕๔ สายทางลาดใหญ่ ช่องสามหมอ ให้เป็นถนน ๔ ช่องจราจร ความยาว ๓๓ กิโลเมตร เพื่อแก้ปัญหาการจราจรคับคั่ง เป็นถนนสายหลักผ่านอำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ ที่มีแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ คือพระใหญ่ ใบเสมาทวารวดี ผ่านหมู่บ้านที่มีชื่อเสียง เรื่องการทำการทอผ้าไหมมัดหมี่ เป็นเส้นทางที่จะขนส่งอ้อยจากอำเภอคอนสวรรค์ อำเภอแก้งคร้อ เข้าสู่โรงงานน ้าตาลในจังหวัดนครราชสีมา และเป็นเส้นทางสำคัญเชื่อมภาคอีสานตอนบน ตั้งแต่จังหวัดเลย หนองบัวลำภู ชุมแพ ขอนแก่น ลงสู่พื้นที่อีสานใต้ที่ลัดที่สุดสั้นที่สุด🔗

๒. ขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ก่อสร้าง ถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ๒ เส้นทาง ความยาวประมาณ ๑๕ กิโลเมตร ขึ้นสู่แหล่งท่องเที่ยว ธรรมชาติระดับโลก คือป่าปรงพันปี บนอุทยานแห่งชาติภูแลนคา มีพื้นที่หลายพันไร่ ป่าปรงภาษาอังกฤษเขาเรียกว่าไซขัด (Cycad) ซึ่งมีต้นปรงป่าจำนวนมากมายหลายร้อยต้น ในแห่งเดียวกัน ในโลกมีที่เดียว สูงจากระดับน ้าทะเลประมาณ ๘๐๐ เมตร อยู่ระหว่าง รอยต่อของตำบลท่ามะไฟหวาน อำเภอแก้งคร้อ และตำบลซับสีทอง อำเภอเมือง การก่อสร้างดังกล่าวนั้น จะทำให้พี่น้องประชาชนคนไทยหรือคนต่างประเทศได้มีโอกาส เข้าไปเยี่ยมชมอุทยานแห่งชาติระดับโลก ในจังหวัดชัยภูมิ🔗

ขอรบกวนเพิ่มเติมสั้น ๆ ว่า ขอให้กรมอุทยานแห่งชาติได้ก่อสร้างฝายน ้าล้น สำหรับเก็บกักน ้าไว้ใช้ รวมทั้งการสร้างศาลาท่องเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยวสำหรับพักผ่อน ในช่วงเวลาฝนตก แดดออก รับประทานอาหาร ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณภาคภูมิ บูลย์ประมุข ครับ🔗

นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ตาก

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดตาก ขอหารือท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ ๓ เรื่อง เรื่องแรกสืบเนื่องจากเหตุการณ์ประท้วง การก่อจลาจลของพื้นที่พักพิงจังหวัดตาก เมื่อวันที่ ๑๕ ที่ผ่านมาสร้างความเสียหาย เป็นจำนวนมาก ไม่ว่าเป็นอาคารที่พัก รถยนต์ จักรยานยนต์ ตลอดจนเครื่องใช้ส่วนตัว ของเจ้าหน้าที่ ร้านค้าเสียหายมูลค่านับสิบล้านปัจจุบันหัวหน้าศูนย์พักพิงพื้นที่แม่หละ ได้แสดงสปิริต (Spirit) ขอย้ายตัวเองออกจากพื้นที่ เพื่อให้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่เกิดขึ้นให้เป็นไปตามความโปร่งใส ซึ่งท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านสมชัย กิจเจริญรุ่งโรจน์ ท่านเสาวนิต สุริยกุล ณ อยุธยา ปลัดจังหวัดตาก ได้กำชับให้มีการตรวจสอบและให้ความเป็นธรรม กับทุกฝ่าย ส่วนข้อเรียกร้องของผู้ประท้วงต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการไม่ขอสวมแมสก์ (Mask) การขอเข้าออก พื้นที่โดยอิสระ ไม่สามารถทำได้นะครับ ซึ่งเป็นอำนาจของกระทรวงมหาดไทย แต่ผมอยากให้ องค์กรระหว่างประเทศเข้ามาแสดงจุดยืน ได้เข้ามาแก้ไขและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่อาสารักษาดินแดนบางท่านตอนนี้เครื่องแบบที่จะใส่ยังไม่มีเลยครับ🔗

อีกเรื่องนะครับในเรื่องความมั่นคง ตอนนี้กลุ่มวัยรุ่นต่าง ๆ ผู้ประท้วง ได้ออกมานอกพื้นที่ ได้มามั่วสุมอยู่บริเวณถนนสายแม่ระมาด-ท่าสองยาง-แม่ฮ่องสอน สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนไม่มีความปลอดภัย จึงอยากจะนำเรียนไปยังฝ่ายความ มั่นคงนะครับ มีผู้ร้องเรียนเป็นจำนวนมากให้เข้าไปดูแลและตรวจสอบด้วยครับ🔗

ในเรื่องที่ ๒ เรื่องการค้าชายแดน อยากขอให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ในฐานะประธานคณะกรรมการศูนย์สั่งการชายแดนไทย-เมียนมา นำเข้าคณะกรรมการ พิจารณาเปิดท่าข้ามแดนให้ครบ ๗ วัน ตอนนี้เปิดได้แค่ ๕ วันเอง🔗

ในเรื่องสุดท้าย เรื่องนำเข้าโค กระบือ ขอให้ท่านอธิบดีกรมปศุสัตว์พิจารณา อนุญาตให้มีการนำเข้าโค กระบือโดยถูกกฎหมายข้ามแดน เพราะที่ผ่านมาสร้างรายได้ให้แก่ จังหวัดตากและประเทศไทยเป็นจำนวนมากครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณปดิพัทธ์ สันติภาดา🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา พิษณุโลก

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคก้าวไกล ความเดือดร้อนตอนนี้ของเกษตรกรชาวพิษณุโลกก็คือตอนนี้ไม่มีน ้าในการทำนาปรังแล้ว ซึ่งเพิ่งจะเจอปัญหาน ้าท่วมมาไม่นาน แล้วก็กำลังได้เงินชดเชยเยียวยาซึ่งก็มาค่อนข้างล่าช้า แต่น ้าและต้นทุนในการทำนาปรัง นอกจากจะไม่มีเงินแล้วยังไม่มีน ้าด้วย สถานการณ์น ้า ตอนนี้ในจังหวัดพิษณุโลกอ่างเก็บน ้าต่าง ๆ ก็ยังพอมีใช้ได้ แต่ว่าน ้าต้นทุนที่จะผันมาจาก เขื่อนสิริกิติ์นั้นไม่เพียงพอสำหรับการทำเกษตรในฤดูแล้ง แน่นอนครับ เหตุการณ์แบบนี้ เกิดขึ้นซ ้า ๆ แต่การแก้ปัญหาของหน่วยงานต่าง ๆ ก็ยังเป็นไปในทิศทางเดิม เพราะฉะนั้น อยากจะให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกได้บูรณาการทุกหน่วยงานที่จะแก้ปัญหาให้กับ พี่น้องเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นการชดเชยรายได้ การประกาศเขตภัยพิบัติแล้ง หรือว่า การสนับสนุนด้วยการขุดเจาะบ่อบาดาล ท่านประธานครับ พี่น้องเกษตรกรยังตั้ง ข้อสงสัยด้วยว่าประธานกรรมการทรัพยากรน ้าแห่งชาติ ก็คือคุณประวิตรทำอะไรอยู่กับ งบประมาณปีละ ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่เกษตรกรนั้นก็เจอน ้าท่วมซ ้าซากและน ้าแล้งซ ้าซาก อยากให้มีการพิจารณาเปลี่ยนคุณประวิตรออกจากตำแหน่งด้วยนะครับ🔗

ประการที่ ๒ คือเรื่องความชัดเจนในเรื่องของการสร้างรถไฟรางคู่และรถไฟ ความเร็วสูงที่ตอนนี้เป็นปัญหาอยู่ทั่วประเทศ เพราะว่าพี่น้องที่เป็นผู้ยากไร้ที่อาศัยอยู่ริมทางรถไฟ จำนวนมากเกิดความวิตกกังวลมาก เพราะไม่มีความชัดเจนว่ารางคู่จะขยายไปทางซ้าย หรือทางขวา และจะต้องเกี่ยวข้องกับการทำรถไฟความเร็วสูงที่จะมาอีกหรือไม่ จนถึงวันนี้ ก็ยังไม่มีความชัดเจนจากกระทรวงคมนาคม แต่ในขณะเดียวกันกระทรวง พม. ก็อยากที่จะ ช่วยสร้างที่อยู่ให้กับพี่น้องเหล่านี้ ๒ กระทรวงนี้คุยกันได้หรือไม่ครับในรัฐบาล ระหว่าง รัฐมนตรี ๒ กระทรวง เพื่อที่จะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน อยากจะฝากถึง ครม. ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณสมบูรณ์ ซารัมย์🔗

นายสมบูรณ์ ซารัมย์ บุรีรัมย์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สมบูรณ์ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง🔗

ประเด็นที่ ๑ ก็คือการเผาใบอ้อย ซึ่งขณะนี้เป็นฤดูการตัดอ้อย เกษตรกร รายย่อยที่ไม่มีเครื่องจักรมีความจำเป็นที่จะต้องตัดอ้อยส่งโรงงาน แต่ถ้าตัดสดนั้นค่าแรง ในการตัดค่อนข้างสูง ก็มีการเผาใบอ้อย แต่ส่วนหนึ่งทางโรงงานก็ดี สมาคมก็ดีมีการชดเชย สำหรับเกษตรกรที่ตัดอ้อยสดตันละประมาณ ๒๐ บาทหรือ ๓๐ บาท แต่ถ้าอยากให้ มีการลดมลพิษ ลดการเผาใบอ้อยควรสร้างแรงจูงใจโดยเพิ่มค่าตัดอ้อยสดให้ชาวไร่อ้อยตั้งแต่ ๑๐๐ บาทขึ้นไป จะมีความเหมาะสม เกษตรกรจะไม่เผาใบ ในส่วนของเกษตรกรรายใหญ่ ที่มีรถตัดก็ไม่มีปัญหา🔗

ประเด็นที่ ๒ เรื่องข้าวพันธุ์ดี ขณะนี้การผลิตข้าวพันธุ์ดีของพี่น้องชาวนานั้น ได้คุณภาพของข้าวเปลือกไม่ค่อยดี เพราะว่าใช้พันธุ์ที่ไม่ค่อยดี และอีกอย่างหนึ่งพื้นที่ที่มี น ้าท่วมเกิดอุทกภัยไม่มีพันธุ์ข้าว ฝากถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมการข้าว ได้จัดหาพันธุ์ข้าวพันธุ์ดีเพื่อที่สนับสนุนและชดเชยให้เกษตรกรที่ประสบอุทกภัยอย่างทั่วถึงครับ🔗

ประเด็นที่ ๓ ก็คือการขยายไฟฟ้าเพื่อการสูบน ้าของตำบลบ้านดู่ อำเภอนาโพธิ์ ซึ่งระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตร มีแทงค์น ้าแต่ไม่มีไฟสำหรับปั๊มน ้าไปใช้เพื่อการประปาครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณอนุรักษ์ บุญศล ครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต กราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงท่านอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และ/หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่อง ติดตามขอไฟฟ้าให้เกษตรกรบ้านคำสะอาด ตำบลคำสะอาด อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ จากผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๗ นายศุภชัย จันทร์ดีศรี เมื่อดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์แล้วดิฉันก็ลงพื้นที่ค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานคะ ตามภาพมีประชาชน คนบ้านคำสะอาดที่ออกไปอยู่ตามเรือกสวนไร่นาบริเวณท้ายบ้าน ริมถนนบ้านหนองไผ่ ไปบ้านโพนสูง ประมาณ ๕๐ ครัวเรือนค่ะ ๕๐ ครัวเรือนนี้ต้องการไฟฟ้าเป็นอย่างมาก ท่านประธานคะ ดิฉันรับเรื่องร้องเรียนนั้นอยู่ใต้ต้นมะม่วง เพราะบางครอบครัวหล่อเสา คอนกรีตขาย บางครอบครัวเลี้ยงแพะ เลี้ยงแกะหลายร้อยตัว หลายครอบครัวปลูกผัก เลี้ยงปลาขายค่ะ อาชีพใดก็ต้องการไฟฟ้าเพื่อการเกษตรทั้งนั้น นี่คือที่ดิฉันลงพื้นที่ แล้วสอบถามด้วยตนเองว่าบริเวณนั้น ๕๐ ครัวเรือนจริง ๆ ค่ะท่านประธาน แล้วเสาไฟ สุดท้ายนั้นห่างประมาณแค่ ๕๐๐ เมตรเท่านั้น อาชีพใดก็ต้องการไฟฟ้าค่ะ ไฟฟ้าสว่างไสว เกิดพลังใจ พลังกาย สามารถสร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ จึงขอความชอบธรรมจากเสนาบดี กระทรวงมหาดไทย ขอให้ปักเสาพาดสายให้ประชาชนคนบ้านคำสะอาด กราบขอบพระคุณ เป็นอย่างสูงค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป คุณกฤษณ์ แก้วอยู่ ครับ🔗

นายกฤษณ์ แก้วอยู่ เพชรบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ กระผม ทนายกฤษณ์ แก้วอยู่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตนำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ขอให้การประปาส่วนภูมิภาค เขต ๓ ในส่วนจังหวัดเพชรบุรีเข้าไป ดูแลพี่น้องประชาชนในเรื่องการซ่อมแซมท่อน ้าประปาที่ชำรุดในเขตอำเภอเมืองเพชรบุรี ในเขตตำบลท่าแร้ง ตำบลท่าแร้งออก และตำบลปากทะเล เนื่องจากกระผมได้รับการร้องเรียน จากพี่น้องประชาชนว่ามีท่อน ้าประปาที่ชำรุดหลายแห่งและบางแห่งรั่วซึม ทำให้เกิดปัญหา การจราจรที่ติดขัด โดยได้แจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ทำให้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปดำเนินการ แก้ไขด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอให้กรมเจ้าท่าขุดลอกคลองบางขุนไทร คลองบางอินทร์ คลองปากทะเล คลองบางแก้ว และคลองวัว ซึ่งเป็นคลองธรรมชาติอยู่ในเขตตำบลบางขุนไทร ตำบลปากทะเล ตำบลบางแก้ว คลองดังกล่าวนั้นพี่น้องประชาชนใช้ประโยชน์ในการทำนาเกลือ ทำประมง และเป็นคลองระบายน ้าลงสู่ทะเล ปัจจุบันมีลักษณะตื้นเขิน เนื่องจากมีตะกอนดินทับถม เป็นจำนวนมาก ทำให้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนและไม่มีการขุดลอกมาเป็นเวลากว่า ๒ ปีแล้ว จึงขอให้กรมเจ้าท่าเข้าไปดำเนินการแก้ไขความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณคำพอง เทพาคำ มาแล้วนะครับ ขอเชิญครับ🔗

เรื่องที่ ๒ การแก้ไขปัญหายาเสพติดตอนนี้ศูนย์ป้องกันและปราบปราม ยาเสพติดแต่ละอำเภอ แต่ละจังหวัดได้แจ้งไปให้ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการจัดสรร งบประมาณเงินอุดหนุนไปให้ศูนย์ป้องกันยาเสพติดนะครับ ว่ามีค่าใช้จ่าย ซึ่งผมเห็นว่า การดำเนินการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด พี่น้องท้องถิ่นเขาสามารถที่จะทำเองได้ ฉะนั้นการใช้งบประมาณของศูนย์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของอำเภอของจังหวัดนี่ นะครับ ควรจะใช้งบส่วนกลาง ไม่น่าจะไปรบกวนพี่น้องท้องถิ่นนะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้ววิธีการแก้ไข ปัญหายาเสพติดของศูนย์ป้องกัน มีบางส่วนที่นำไปใช้ในการล่อซื้อ ซึ่งถือว่าเป็นการสร้างซัปพลาย (Supply) ดีมานด์ (Demand) เทียมนะครับ ซึ่งก็จะก่อให้เกิดปัญหาเรื่องการกระจายตัว การระบาดของยาเสพติดด้วย ดังนั้นพี่น้องชาวท้องถิ่นเกือบทั่วประเทศนะครับ ที่ต้องอุดหนุน ศูนย์อำเภอ อุดหนุนศูนย์จังหวัดนี่นะครับ ก็เห็นว่าเขาสามารถทำเองได้ ถ้าหากระเบียบอะไรต่าง ๆ ของกระทรวง ถ้าไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของท้องถิ่นก็แก้ไขระเบียบให้เขาสามารถดำเนินการใช้จ่าย งบประมาณในการป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดเองได้ ขอบคุณครับ🔗

ต่อไปคุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมมีความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนชาวอำเภอบ้านโป่งมากราบเรียนท่านประธาน เพื่อให้หน่วยราชการ ที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนครับ🔗

เรื่องแรกครับ ได้มีการลักขโมยตัดสายไฟ ทำให้ไฟส่องสว่างถนน ในเขตอำเภอ บ้านโป่งและอีกหลายอำเภอในจังหวัดราชบุรี ทำให้ไฟส่องถนนดับหลายจุด เป็นอันตราย ต่อพี่น้องประชาชนในการใช้เส้นทางในยามค ่าคืน จึงขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้พิจารณาดำเนินการจับกุม ผู้ลักลอบตัดสายไฟฟ้า ที่ทำให้ไฟส่องถนนดับและปราบปราม ผู้กระทำความผิดด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ได้เกิดเหตุยิงปืนกลางเมืองบ้านโป่ง ทำให้พี่น้องประชาชน เกิดความหวาดกลัวไม่มั่นใจในความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ถึงแม้จะจับผู้กระทำ ความผิดได้แล้ว แต่ก็อยากให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้หามาตรการในการป้องปราม ไม่ให้เกิดอุกอาจใจกลางเมืองบ้านโป่งอีกครับ จึงขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้พิจารณาดำเนินการด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ขอให้กรมทางหลวงชนบทได้ปรับปรุงไฟส่องสว่างในยามค ่าคืน ในเส้นทางของทางหลวงชนบทเส้นทางโพธิ์คู่ ตำบลปากแรต ผ่านบ้านหนองคางแมว หมู่ ๗ ตำบลท่าผา ผ่านบ้านหนองเสือ บ้านหนองกลางด่าน ถึงบ้านห้วยกระบอก ตำบลกรับใหญ่ อำเภอบ้านโป่ง เนื่องจากบางจุดมีเสาไฟส่องสว่าง แต่ดับ แล้วบางจุดไม่มีเสาไฟส่องสว่าง ในยามค ่าคืน จึงขอให้กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม พิจารณาดำเนินการให้กับ พี่น้องชาวอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ด้วยครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ครับ🔗

นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ฉะเชิงเทรา

เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องปรึกษา หารือ ๓ เรื่องครับ🔗

เรื่องแรก ได้รับแจ้งจากเกษตรกรผู้ใช้น ้าในพื้นที่ตำบลแหลมประดู่ และตำบล สิบเอ็ดศอก อำเภอบ้านโพธิ์ ถึงปัญหาน ้าทะลักเข้าคลองส่งน ้าซอยข้างป้อมตำรวจครับ เข้าท่วมพื้นที่เกษตรและชุมชนมีสาเหตุมาจากการก่อสร้างถนน หมายเลข ๓๑๕ ถึงถนน ๓๓๑ บริเวณสะพานข้ามคลองส่งน ้าฝายท่าราษฎร์ แต่ว่าไม่ได้สร้างประตูเปิดปิดน ้าครับ เพื่อป้องกัน การทะลักเกินปริมาณที่เหมาะสม จึงอยากจะฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ ให้ช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้พี่น้องเกษตรกรในพื้นที่โดยการรีบเร่งในการเพิ่มก่อสร้างประตูน ้า ซอยข้างป้อมตำรวจโดยด่วนครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ได้รับแจ้งจากผู้นำชุมชนและประชาชน หมู่ ๑ ถึงหมู่ ๑๐ ครับ ตำบลบางวัว อำเภอบางปะกง เรื่องของความตื้นเขินของคลองบางวัว ตำบลบางวัว อำเภอบางปะกง ซึ่งเริ่มตั้งแต่คลองบางวัวบริเวณรอยต่อคลองสำโรง ถึงปลายคลองบางวัวในเขตพื้นที่พิมพา ระยะประมาณ ๖ กิโลเมตร คลองดังกล่าวตื้นเขินมากครับ พี่น้องประชาชนต้องใช้ ในการสัญจรด้วย และคลองเส้นนี้ยังเป็นคลองหลักที่ใช้ระบายน ้าลงทะเล ซึ่งถือว่าเป็น เส้นเลือดใหญ่ในการช่วยระบายน ้าในภาวะท่วมขังนะครับ ก็อยากจะฝากท่านประธาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ครับ ในการขุดลอก คลองบางวัวโดยด่วนครับ🔗

เรื่องที่ ๓ เรื่องสุดท้ายครับ ได้รับแจ้งจากประชาชนบ้านปากคลองตำหรุ หมู่ที่ ๘ ตำบลท่าข้าม อำเภอบางปะกง เกี่ยวกับปัญหาเรื่องลิงจำนวนมากหลายร้อยตัวบุกรุกชุมชน รื้อทำลายสิ่งของ ทำให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สิน และหวั่นว่าจะทำร้ายเด็ก แล้วก็ชาวบ้านครับ ด้วยความที่เดิมทีนี้เป็นพื้นที่ชุมชนมีป่าแสมครับที่ลิงก็อาศัยอยู่เป็นปกติ แต่ ๒-๓ ปีให้หลังมานี้ ได้มีการแผ้วถางพื้นที่ป่าแสมเพื่อเพิ่มพื้นที่โรงงานอุตสาหกรรมจากนโยบายของอีอีซี (EEC) ครับ ซึ่งเป็นต้นเหตุหลักที่ทำให้ลิงไม่มีที่อยู่อาศัยจนต้องมาบุกรุกพื้นที่ของชุมชนมากขึ้น ก็อยากจะฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แล้วก็หน่วยงานอื่น ๆ ช่วยพิจารณาการเข้าช่วยเหลือประชาชนโดยด่วนครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณวุฒิพงษ์ นามบุตร ครับ🔗

นายวุฒิพงษ์ นามบุตร อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ขอหารือปัญหาพี่น้องประชาชนสัก ๒ เรื่องนะครับ🔗

เรื่องที่ ๑ คือการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง ผมได้รับการร้องเรียนจากกำนันน้อย ถวิล เทพแพง นายก ครูสำราญ จันทร์เติบ จังเป็นจัง แล้วก็ท่านรองมนตรี ศิริปี ว่าหลังจากที่ พายุเตี้ยนหมู่ที่ผ่านเข้ามาสร้างผลกระทบให้แม่น ้าชีเป็นจำนวนมากในเขตชุมชนพื้นที่บ้านทัน ตำบลธาตุน้อย อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี ก็เลยส่งผลกระทบให้ตลิ่งพังเป็นแนวยาว ตลอดแม่น ้าชีนะครับ จึงอยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็คือกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ได้เร่งสำรวจออกแบบเพื่อจะก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งให้กับพี่น้อง ในเขตของบ้านทัน ตำบลธาตุน้อย อำเภอเขื่องใน ด้วยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ครับ คือเรื่องซ่อมแซมถนนสายบ้านสร้างถ่อ จนถึงบ้านนาโพธิ์ ตำบลค้อทอง ผมได้รับการร้องเรียนจากท่านกำนันถนอม ส่งสุข กำนันสุวิทย์ แวววงศ์ และท่านรองเดช ศรีวราคำ นะครับว่าถนนสายนี้เป็นถนนสายยุทธศาสตร์ เชื่อมระหว่าง ตำบลหลาย ๆ หมู่บ้านครับ ตั้งแต่สร้างถ่อ นาโพธิ์ หนองขุ่น ค้อทอง และศรีบัว ซึ่งจุดศรีบัว มีความชำรุดทรุดโทรมเสียหายมาก จึงอยากของบประมาณจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ มาจัดสรรสร้างถนนสายดังกล่าวให้มีความสะดวกสบายแก่พี่น้องประชาชน ก็จะฝากเรื่อง ไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และ อบจ. จังหวัดอุบลราชธานีนะครับ ได้ช่วยเร่งจัดสรร งบประมาณ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในถนนสายดังกล่าวด้วยนะครับ ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณนพพล เหลืองทองนารา ต่อไปขอเชิญคุณบุญยิ่ง นิติกาญจนา ครับ🔗

นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน บุญยิ่ง นิติกาญจนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๒ พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันได้รับแจ้งจากนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดราชบุรีว่าได้รับเรื่องร้องทุกข์จากผู้ประกอบ อาชีพใช้เรือบริการนักท่องเที่ยวและทำการเกษตรในอำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี พร้อมทั้งมีการร่วมลงชื่อร้องเรียนเป็นจำนวนมาก เรื่องตลาดน ้าดำเนินสะดวกแห่งนี้ เป็นแหล่งท่องเที่ยวติดอันดับโลก มีเรือหางยาวใช้บริการ ๕๐๐-๖๐๐ ลำ ในเดือนมกราคม ๒๕๖๒ ที่ผ่านมานี้ โควิด-๑๙ (COVID-19) ระบาดเข้ามาในประเทศไทย ทำให้ทุกสาขาอาชีพ ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ตลาดน ้าดำเนินสะดวกแห่งนี้เช่นกันนะคะ ต้องปิดตัวลงในทันที อีกทั้งผู้ประกอบการต้องนำเรือที่เคยประกอบอาชีพยกขึ้นแขวนตามบ้าน ทำให้ไม่มีรายได้ มาวันนี้นักท่องเที่ยวเริ่มมาบ้างนะคะ สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องทำคือซ่อมแซมเรือที่ชำรุด เนื่องจากไม่ได้ใช้งานมานาน เพราะเรือต้องอยู่ในน ้า วันนี้ต้องหาเงินเพื่อที่จะต่อใบขับขี่เรือ ต่อทะเบียนเรือ และทำประกันเรือ ลำหนึ่งค่าใช้จ่ายประมาณ ๒,๐๐๐ บาท ในขณะนี้ สถานการณ์แบบนี้นะคะ หากต้องนำเงินมาชำระยอดนี้จะสร้างความยากลำบากมากยิ่งขึ้น กรณีไม่ดำเนินการให้ถูกต้องก็จะผิดต่อกฎหมายของกรมเจ้าท่า เมื่อถูกจับกุมก็จะถูกดำเนินคดี และเปรียบเทียบปรับ ยิ่งเดือดร้อนเพิ่มมากขึ้น ดิฉันขอฝากท่านประธานสภานะคะ ผ่านไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมเจ้าท่า และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มีส่วนไหน จะเยียวยาและผ่อนปรนให้ได้ก็กรุณาช่วยผู้ประกอบอาชีพเรือท่องเที่ยวด้วยเถอะนะคะ ช่วงสถานการณ์ฟื้นฟูเศรษฐกิจขณะนี้ช่วยพิจารณาอย่างเร่งด่วนด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ คุณนพพล มาทันไหมครับ ขอขอบคุณสมาชิกทุกท่านนะครับ เราได้ใช้เวลา🔗

นางสาวธนภร โสมทองแดง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน ธนภร ยังไม่ได้หารือเลยค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ทางนี้แจ้งว่าท่านไม่มานะครับ เชิญนะครับ ถ้าขาดอยู่ครับ ยินดีมากครับ🔗

นางสาวธนภร โสมทองแดง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน นางสาวธนภร โสมทองแดง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันได้รับร้องเรียนจากพี่น้อง หมู่ ๑ หมู่ ๒ หมู่ ๓ หมู่ ๔ และหมู่ ๗ ตำบลโพสาวหาน อำเภออุทัย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พี่น้องได้รับผลกระทบจากการก่อสร้าง ทางหลวงพิเศษมอเตอร์เวย์ (Motorway) โคราช-บางปะอิน เรื่องดังกล่าวนี้ดิฉันได้เคยหารือ ท่านประธานไปแล้วเมื่อปลายปี ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา พี่น้องได้รับผลกระทบจากดินถล่ม สไลด์ (Slide) ลงกีดขวางทางสัญจรไปมาบริเวณทางคู่ขนาน พี่น้องได้ร้องเรียนไปหลายหน่วยงานนะคะ รวมทั้งบริษัทที่รับเหมาโครงการดังกล่าวนี้ด้วย ปรากฏว่าได้รับคำตอบมาว่าเดี๋ยวรอทางด่วน สร้างเสร็จแล้วจะมาปรับผิวถนนให้ ท่านประธานที่เคารพคะ ชาติไหนคะ ทางด่วนตรงนี้จะเสร็จ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสาวธนภร โสมทองแดง แบบบัญชีรายชื่อ

ปัจจุบันนี้ท่านสังเกตจาก ภาพถ่ายนะคะ ๒ ข้างทางรกร้าง มีหญ้าขึ้นหนาแน่น แม้กระทั่งผักชีของท่านนายกรัฐมนตรี ยังไม่สามารถไปปลูกได้เลยนะคะ บริเวณผิวทางด่วนมีรอยแตกแยก ต้นไม้ขึ้นเป็นหย่อม ๆ ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันเป็นคนอุทัยโดยกำเนิด เกิดและโตที่นั่น ดิฉันทนเห็นความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนไม่ได้ จึงขอกราบเรียนขอความเมตตาจากท่านประธานนะคะ ทางหลวงพิเศษ เส้นนี้ระยะทาง ๑๙๖ กิโลเมตร ใช้งบประมาณจากภาษีของพี่น้องประชาชน ๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะคะ แล้วชาวบ้านเดือดร้อนแค่นี้ช่วยเหลือกันไม่ได้เลยหรือคะ ดิฉันจึงฝาก ท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคมให้เร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนดังกล่าว รวมทั้งดิฉันหวังว่าสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้จะแก้ปัญหา ของพี่น้องตรงนี้ได้ ดิฉันคงไม่ต้องมาทวงถามในสภาแห่งนี้อีก🔗

สุดท้ายนะคะ ขอฝากประเด็นความเดือดร้อนของพี่น้องจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปัญหาเรื่องเงินเยียวยา ปัจจุบันนี้เรายังไม่ได้รับเงินเยียวยาจากภาครัฐเลยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณธนภร มาเป็นคนสุดท้าย นพพลมาทันไหมครับ ไม่พร้อมนะครับ ก็ขอบคุณสมาชิกทุกคนนะครับ วันนี้เรารักษาเวลา ได้ดีทุกท่านเลยครับ ขอชื่นชมครับ ยังไม่ได้เปิดประชุมนะครับ แต่ว่าคุณวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ทำหนังสือถึงผมขอหารือเกี่ยวกับเรื่องความปลอดภัยในบริเวณอาคารสัปปายะสภา ผมอนุญาตครับ เชิญคุณวิสารครับ🔗

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ อย่างสูงครับ กระผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงราย ผมต้องกราบ ขอบพระคุณท่านประธานกับที่ประชุมที่ได้ให้โอกาสผม ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากการที่เรา ได้มีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา เมื่อวันอังคารที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๔ แต่ในวันเวลาดังกล่าว เรามีเหตุที่จะทำให้มีการหยุดการประชุมอย่างปัจจุบันทันด่วน ทั้ง ๆ ที่เรายังเหลือวาระ กฎหมายสำคัญ ๆ อีกหลายฉบับ อาทิเช่น ร่างพระราชบัญญัติกำหนดระยะเวลาดำเนินงาน ในกระบวนการยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยการปรับเป็นพินัย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานครับ สาเหตุที่เป็นดังนั้น ผมกราบเรียนท่านประธานว่า ผมไปค้นพบและทราบหลักฐานจากสาเหตุว่าความไม่ปลอดภัยในการที่มันเหม็นสี ทินเนอร์ ทำให้ ส.ส. เรา ส.ว. เราเดือดร้อนกันหลายท่านเป็นเพราะสาเหตุดังนี้ครับ แต่ก่อนที่จะไปถึง ประเด็นตรงนั้นนะครับท่านประธาน ผมมีเรื่องเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานของ ส.ส. เรานะครับ อันแรกก็คือ ขอขอบคุณท่านประธานที่ได้สั่งให้สำนักบริการทางการแพทย์ ประจำรัฐสภามีการตรวจวัดอุณหภูมิอย่างเคร่งครัด และท่านใดที่มีข้อสงสัยที่จะไปเป็นกลุ่มเสี่ยง เราก็มีการตรวจเอทีเค (ATK) ให้ ซึ่งตรงนี้ผมต้องขอขอบพระคุณนะครับ ทั้งเจ้าหน้าที่เวลา จะไปประชุมนอกสถานที่ แต่สิ่งที่อยากจะขอเรียกร้องท่านประธานก็คือว่า ผมอยากขอให้ ท่านประธานได้มีการตรวจอาร์ที-พีซีอาร์ (RT-PCR) ครับ เพราะว่า ส.ส. เราทุกท่านเวลาเราลง ในพื้นที่นี่ครับ เราจะมีความเสี่ยง เราจะมีความเป็นพาหะโดยที่เราไม่รู้สึกตัว ถึงแม้ว่าเรา จะฉีดวัคซีนครบก็แล้วแต่นะครับ อันนี้ถ้าเบิกไม่ได้นะครับ ผมเชื่อว่าทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เราทุกพรรคพร้อมที่จะจ่ายด้วยตัวเอง แต่ว่าขอให้ท่านเอามาบริการให้ที่สำนักบริการทางการแพทย์ ประจำรัฐสภาในสภาผู้แทนราษฎรนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ครับ ตอนนี้ถึงแม้ว่าเราจะกลัวเรื่องโควิด (COVID) แต่ว่าเรื่องยุงลาย อันตรายมากกว่านะครับ เรามีเรื่องเกี่ยวกับไข้เลือดออก และในนี้เรียนฟ้องท่านประธานเลย นะครับว่า ทุกห้องมียุงเต็มไปหมดครับ แม้กระทั่งห้องประชุมใหญ่ เราเคยมีเพื่อนสมาชิก เราเป็นไข้เลือดออกปางตายครับ เพราะฉะนั้นขอย ้าท่านประธานว่าขอให้ดูแลกวดขันเรื่องนี้ ให้ชัดเจนด้วยนะครับ🔗

เรื่องที่สำคัญผมเรียนท่านประธานว่า สืบเนื่องจากวันที่ ๒๑ ธันวาคม เรามีประชุมร่วม และเพื่อนสมาชิกเราก็ได้ร้องขอว่าสุขภาพร่างกายจะแย่ ปอดจะพัง เพราะว่ามีสี มีกลิ่นทินเนอร์ ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานว่า ผมได้ข้อมูลมาดังนี้ครับ ถ้ามันไม่จริงอย่างไรท่านประธานได้กรุณาตรวจสอบนะครับ ผมได้ขอส่งเอกสาร ๒-๓ เรื่องครับ ขออนุญาตสไลด์นะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

เอกสารอันแรกนี้ครับ ทางเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรเราได้ออกหนังสือไปตั้งแต่วันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๓ ขอหนังสือครับ ในเรื่องดังกล่าวนี้ทางเลขาธิการเขาก็บอกว่าทางสำนักงานสภาเราไม่มีเจ้าหน้าที่วิศวะ ในการตรวจสอบโครงสร้างอาคารแบบเทคโนโลยีชั้นสูง เพราะเนื่องจากว่าขณะนี้สภาผู้แทนราษฎร สัปปายะสภาของเรานี้ได้มีการส่งมอบเรียบร้อยแล้วครับ แต่ว่าเนื่องจากเราไม่มีผู้เชี่ยวชาญ ในเรื่องนี้ ท่านก็เลยได้ขอทำหนังสือไปยังสมาคมผู้ตรวจสอบและบริหารความปลอดภัย อาคารมาตรวจสอบอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ครับ ท่านประธานครับ อันนี้เป็นสภาที่เราภูมิใจ เป็นสภาที่เราคิดว่าจะเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนที่จะมีบุคคลสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น นายกรัฐมนตรี ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานราชการ แม้กระทั่งตัวข้าราชการต่าง ๆ ต้องมาชี้แจง งบประมาณในที่นี้นะครับ แต่ท่านประธานครับ ความปลอดภัยมันไม่มีเลยครับ ขออนุญาต ท่านประธานได้ช่วยตรวจดูนะครับ ผมขออนุญาตยกย่องเป็นเบื้องต้นก่อนสำหรับสมาคม แห่งนี้ครับ เพราะว่าเป็นสมาคมที่🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณวิสารครับ กรุณาย่อความ หน่อยนะครับ🔗

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

ขอบพระคุณครับท่านประธาน อีกนิดเดียวครับ จุดสำคัญอยู่ตรงนี้ครับ สมาคมนี้เป็นสมาคมที่เขาทำด้วยจิตอาสา และเขามาตรวจสอบตั้งแต่มีหนังสือไปก็คือ ปี ๒๕๖๓ ครับ แต่ท่านประธานเห็นหรือไม่ครับ ว่าสิ่งที่เราได้เห็นคือ ทางสมาคมเขาได้แจ้งไว้แล้วว่ามีที่บกพร่อง จุดเสี่ยงอยู่ ๑๙๒ แห่ง ระดับความรุนแรงมากที่สุด ๘๑ แห่ง และปานกลาง ๑๐๑ แห่ง น้อย ๑๐ แห่ง แต่ที่น่าตกใจ คืออย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ลองดูภาพสุดท้ายครับ อันนี้คือต้นเหตุที่อยู่บนหลังคาเรานี้ครับ ปรากฏว่าข้างบนเป็นแบบนี้ครับ เขาเรียกว่าแคตวอล์ก (Catwalk) ครับ คำว่า แคตวอล์ก (Catwalk) นี้ก็คือหมายถึงว่าเขาจะต้องไปเปลี่ยนไฟ ไปเปลี่ยนฝ้าอะไรแล้วแต่นะครับ แต่ท่านดูสิครับ อันนี้ยังไม่ได้ส่งมอบทั้งหมด อาการเป็นอย่างนี้ครับ และผมเดาว่าสาเหตุที่วันนั้นเกิดขึ้นมา ก็เพราะว่าเขาไปทาสี พ่นสีตรงนี้ก็เลยทำให้มีกลิ่น แต่ท่านประธานครับ เป็นไปได้อย่างไรครับ ท่านประธานออกวาระการประชุมไปเป็นอาทิตย์ แต่ว่าคุณมาทำงานในวันที่มีการประชุมรัฐสภา ซึ่งไม่ถูกต้องนะครับ แต่ที่ร้ายกว่านั้นท่านประธานครับ อยู่ตรงนี้ครับ ทางคณะกรรมการสมาคม เขาได้แจ้งไว้ อันนี้อันตรายที่สุดครับท่านประธาน สุดท้ายครับท่านประธานครับ ตัวนี้คือ บันไดหนีไฟครับ ผมเรียนท่านประธานว่าทุกวันนี้เวลาเราประชุมนี่ ไม่แน่ใจว่าฝ้าจะหล่นเมื่อไร ไฟจะแตกเมื่อไร แต่ที่น่ากลัวตรงนี้ครับท่านประธาน ต้องแก้ไขครับ ท่านแจ้งไว้เลยนะครับ ว่าบันไดหนีไฟเป็นบันไดที่ทำจากวัสดุที่ไม่ได้ทนไฟ ผุกร่อนง่าย แถมไม่พอนะครับ เป็นบันไดหนีไฟ ที่ไม่ใช่เป็นวัสดุถาวร หมายถึงว่าติดไฟง่าย เพราะฉะนั้นเรียนท่านประธานว่าถ้าไฟไหม้นะครับ ขอแจ้งทางสมาชิกกับทางพี่น้องที่เป็นข้าราชการนะครับ อย่าไปบันไดหนีไฟครับ เพราะฉะนั้น เรื่องนี้ผมว่าสำคัญนะครับท่านประธาน ต้องรีบแก้ไขแล้วรีบปรับปรุงด่วนเลยนะครับ ผมขออนุญาต ฝากท่านประธานได้ช่วยตรวจสอบแก้ไขเรื่องนี้โดยด่วนด้วยครับ เพราะว่าแจ้งมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ พวกเราไม่รู้เลยครับ นั่งประชุมอยู่นี้ไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้นนะครับ ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธาน อย่างสูงครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านวิสารนะครับ ที่ห่วงใยเรื่องนี้ สำหรับเรื่องวันที่ ๒๑ เราประชุมรัฐสภาวันนั้น ท่านวีระกรเป็นคนนำเรื่องอากาศ มีกลิ่นสี ผมก็เลยให้ท่านเลขาธิการได้รายงาน ผมได้อ่านรายงานให้ฟังในวันนั้นว่ามีการไปทาสี บริเวณตรงที่คุณวิสารพูด ที่เขาเรียกแคตวอล์ก (Catwalk) เพราะว่าเป็นจุดที่เลขาธิการรายงาน ว่ามันมีฝนรั่ว ก็ไปทาสี แต่ว่าก็เป็นความจริงว่าทำไมไปทาวันนั้น แต่เราก็ประชุมไปจนกระทั่ง ผมก็ไม่ทราบนะครับว่ามีการปิดประชุมตอนหลัง ตอนที่ท่านประธานวุฒิสภาท่านเป็นประธานอยู่ ท่านก็เลยเล่าให้ฟังว่าเป็นความต้องการพวกเราที่อยากให้หยุด เพราะว่าเกี่ยวกับเรื่องกลิ่นนะครับ ก็ไม่เป็นไรครับ ท่านเลขาธิการก็รายงานผมว่าได้ตำหนิผู้ที่มาทำแล้วว่าทำไมมาทำวันนั้น เพราะเป็นวันที่เราประชุมอยู่ครับ อันนี้ก็เป็นข้อบกพร่องในการที่ประสานงานกันอยู่ แต่ว่าเรียน ท่านวิสารและเพื่อน ๆ ทุกคนนะครับว่า สภานี้เป็นอาคารใหญ่ ผมไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญนะครับ แต่ว่าก็ได้กำชับอย่างแรงว่าถ้ามันมีจุดอะไรที่เป็นปัญหา ต้องตรวจสอบให้เข้มข้น เพราะว่า มันอาจจะเกิดเหตุอันตรายขึ้นได้ในกรณีที่เกิดความบกพร่อง ซึ่งเป็นเรื่องที่ฝ่ายผู้เชี่ยวชาญ ระหว่างเลขาธิการสภากับผู้รับจ้างเขาต้องคอยติดตามกันอยู่ตลอดเวลา ก็เรียนด้วยความเคารพ ทุกคนนะครับว่า คิดว่าเมื่อไรที่การส่งมอบและทุกอย่างเรียบร้อยเราก็อาจจะต้องมาเริ่มนับหนึ่ง ทบทวนกันใหม่ทุกเรื่องเลยครับ แม้กระทั่งเรื่องต้นไม้ เรื่องอื่น ๆ ว่าควรจะได้มีการปรับปรุง แก้ไขอย่างไร เพราะว่าอย่าลืมว่าสภานี้ทำมาเป็นระยะเวลายาวนานหลายปี แบบบางเรื่อง มันเปลืองไฟฟ้ามาก ต้องมีการขอให้ทบทวนดูกันว่าควรจะต้องปรับปรุงอย่างไรในอนาคต แต่ว่าไปแตะต้องข้อตกลงเดิมนี่ทางสภา อย่างผมนี่ไปทำไม่ได้ครับ เพราะว่าไม่ใช่คู่สัญญา แล้วก็ถ้าไปทำอะไรที่มีปัญหาเดี๋ยวจะมีปัญหาเรียกร้องกัน ก็รอให้จบสิ้น แล้วก็หลังจากนั้น จะมาเริ่มทบทวนในการที่เราจะรักษาสภานี้ไว้ต่อไป ซึ่งก็เป็นเรื่องที่พวกเราทุกคนที่อยู่ในที่นี้ หวังว่าท่านก็จะเป็นผู้ใช้สภานี้ต่อ ๆ ไป มันเป็นเรื่องจริงว่าสภานี้จะเป็นที่สุดท้ายของพวกเรา คงไม่มีการย้ายไปไหนแล้วนะครับ ผมก็ย้ายมา ๓ สภา สภานี้เป็นสภาที่ ๓ คงจะจบที่นี่ แต่ว่าเราช่วยกันดู ผมต้องขอบคุณพวกเราช่วยกันดู มีอะไรก็บอกนะครับ เพราะว่าอย่างที่ เรียนแล้วว่าสภาไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องสิ่งเหล่านี้ แต่ว่ามีบริษัทที่ปรึกษาที่คอยให้คำแนะนำ และเลขาธิการท่านก็ตั้งผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและอื่น ๆ เป็นเฉพาะ เพื่อมาช่วยดูแลด้วย อะไรที่ผิดข้อสังเกตเวลาพวกเราแจ้งผมมาโดยไม่เสนอในที่ประชุมนะครับ ผมก็ไปดู ให้ทุกเรื่องครับ เพราะว่าถือว่าพวกเราช่วยเป็นหูเป็นตา เป็นเรื่องที่ต้องขอบคุณเป็นพิเศษครับ ท่านสมาชิกมีอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้อนุญาตนะครับ ก่อนเปิดประชุม🔗

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส. จังหวัดนครศรีธรรมราช ขออนุญาต ที่จะกราบขอบคุณท่านประธานที่ได้ชี้แจงเบื้องต้นต่อเพื่อนสมาชิกที่มีความห่วงใย ผมคนหนึ่งที่มีความห่วงใยในเรื่องการทำงาน การอยู่ร่วมกันในรัฐสภาแห่งนี้ ทั้งโดยฐานะ ที่เป็นรองประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภา ซึ่งมีท่านอนันต์ ผลอำนวย เป็นประธาน กิจการสภาครับ และทั้งในฐานะที่ได้มีส่วนร่วมในการก่อสร้างสภาชุดนี้ และผมคนหนึ่ง ที่ขณะนั้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก็ได้ช่วยประสานงานขอที่โรงเรียนโยธินบูรณะ ให้เป็นที่ตั้งของสภาแห่งนี้ แล้วสภาก็ตั้งงบประมาณให้กับโรงเรียนโยธินบูรณะซึ่งผมก็ไปมี ส่วนร่วมในการที่ได้เริ่มต้นในการก่อสร้างในพิธีปฐมฤกษ์ เหมือนกันกับเพื่อนสมาชิก ในรัฐสภาแห่งนี้ หลายท่านที่อยู่ด้วยกันก็ได้เริ่มต้นในพระราชพิธีด้วยเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น เราก็มีความห่วงใยครับ🔗

เรื่องแรกที่ผมอยากเรียนท่านประธานว่า คณะกรรมาธิการกิจการสภาได้หยิบยก เรื่องนี้มา ๓ สัปดาห์ติดต่อกันแล้วครับว่า เราจะช่วยกันในการติดตามให้การดำเนินการ ที่จะตรวจสอบการก่อสร้างสภาเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งพวกเราไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ตั้งแต่เริ่มต้น ท่านประธานรัฐสภา ท่านชวนก็ไม่ได้มีส่วนในการเริ่มต้น เป็นเรื่องที่ทางสภา ได้มีการทำข้อตกลงและสัญญา เหมือนที่ท่านได้ชี้แจงแล้ว แต่เป็นเรื่องที่พวกเราจะต้องช่วยกัน ติดตามและตรวจสอบ🔗

มีประเด็นที่ผมอยากจะเพิ่มเติมจากคุณวิสารว่า วันนี้ทางกรรมาธิการกิจการสภา เราเป็นห่วงเป็นใยในเรื่องสุขภาพของเพื่อนสมาชิก ผมก็ดีใจครับว่าวันนี้ทางเลขาธิการสภา ได้มีการส่งข้อความที่จะให้เพื่อนสมาชิกได้ไปฉีดไฟเซอร์ (Pfizer) เข็มที่ ๓ ได้ตั้งแต่วันที่เรียนชี้แจง จนถึงวันที่ ๒๖ ซึ่งผมก็ได้นัดหมายว่าวันนี้ช่วงบ่ายผมก็จะไปฉีดเป็นเข็มที่ ๓ เพื่อความปลอดภัย ของพวกเราทุกคน อันนี้ก็เป็นเรื่องที่จะเห็นความเริ่มต้นในเรื่องของความห่วงใยในเรื่องของ โรคระบาดโควิด (COVID) และท่านประธานได้กำชับในการที่จะให้พวกเราได้ตรวจสอบเอทีเค (ATK) ได้ดำเนินการในการฉีด ไม่ได้ให้เป็นบุคคลพิเศษนะครับ แต่ให้เป็นกระบวนการ เพราะว่าฉีดเข็มที่ ๓ นั้นไม่ใช่พวกเราที่เป็นสมาชิกสภา ลูกสาวผมที่เป็นกำนันเดี๋ยวนี้ ก็ได้ฉีดเข็มที่ ๓ เพราะรัฐบาลฉีดไปแล้ว ๑๐๐ ล้านโดสแล้ว อันนี้ก็เป็นเรื่องห่วงใยเบื้องต้น🔗

เรื่องสำนักบริการทางการแพทย์ประจำรัฐสภาครับ เราได้เชิญผู้อำนวยการ สำนักบริการทางการแพทย์ประจำรัฐสภามาชี้แจงเป็นพิเศษว่าเราควรจะมีหมอประจำ อย่างไร ถ้าเป็นไข้ฉุกเฉินของเพื่อนสมาชิกควรที่จะเข้ามาช่วยเหลืออย่างไร แต่ว่าที่สำคัญ มีการพูดถึงอยู่ ๓ เรื่องที่อยากจะฝากท่านประธานครับ มีการพูดถึงเรื่องที่จอดรถนะครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณชินวรณ์ช่วยสรุป ด้วยนะครับ🔗

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

นี่กำลังจะสรุปแล้ว เดี๋ยว ๓ ประเด็นที่อยากฝากท่านประธานนะครับ🔗

เรื่องที่ ๑ คือเรื่องที่จอดรถ ซึ่งผมก็ได้เรียนในกรรมาธิการแล้วว่าควรจะไป วางระบบอย่างไรว่าอย่างน้อย ๕๐๐ ที่ในวันที่มีการประชุมควรที่จะเตรียมเอาไว้ และไม่มี ความจำเป็นที่ต้องไประบุชื่อนะครับ เพราะว่าเพื่อนสมาชิกสภามาไม่พร้อมกัน เข้าออก ไม่พร้อมกัน ผมไปดูงานที่รัฐสภาอเมริกา เขาก็ไม่ได้ระบุชื่อ แต่ว่าวันประชุมต้องมีพร้อม ที่เพื่อนสมาชิกรัฐสภาสามารถที่จะมาจอดรถและใช้ที่ประชุมได้ทันทีนะครับ อันนี้ก็เป็นเรื่อง ที่จะต้องเตรียมการของฝ่ายรัฐสภาเองที่จะต้องอำนวยความสะดวก แล้วก็ต้องรายงาน ให้กับเพื่อนสมาชิกได้ทราบด้วย ไม่ใช่เฉพาะเพื่อนสมาชิกหรอกครับ ประชาคมในรัฐสภานี้ ตั้งแต่เจ้าหน้าที่ คนงาน จนถึงท่านประธานรัฐสภา ผมคิดว่าเราก็จะต้องอยู่ร่วมกันอย่างสะดวก และมีประสิทธิภาพในการทำงาน🔗

ข้อที่ ๒ ครับ ที่มีการพูดถึงกันมากและในฐานะเป็นกรรมาธิการกิจการสภา ก็ได้รับเรื่องมาเช่นเดียวกันก็คือ เรื่องของการที่สภาควรที่จะได้ดำเนินการในการสื่อสาร กับประชาชนทางช่องโทรทัศน์ของสภา ซึ่งในขณะนี้เรายอมรับกันโดยทั่วไปนะครับว่า ยุคหนึ่งเรามีการประชาสัมพันธ์ในเรื่องนี้ให้ประชาชนได้รับทราบครับว่าแต่ละจังหวัดนั้น สามารถรับชมจากช่องไหนได้อย่างไรนะครับ ในขณะนี้ก็อยากเรียนท่านประธานสภา ได้กำชับในฝ่ายสำนักสารสนเทศว่า ต้องมีส่วนในการที่จะประชาสัมพันธ์หรือจัดกิจกรรม ที่เชื่อมต่อกับประชาชนให้ประชาชนสนใจ ช่องอื่นเขามีการโฆษณา แต่ช่องนี้คนที่สนใจจริง ๆ ยังมาถามผมเลยว่าจะเปิดดูข่าวสภา เดี๋ยวนี้ช่อง ๑๑ ก็ไม่มี ช่อง ๙ ก็ไม่มี ผมบอกไม่มีแล้ว เรามีช่องรัฐสภาของเราเอง เขาถามว่ามีช่องรัฐสภาด้วยหรือ ผมอยากฝากท่านประธานครับว่า ท่านประธานต้องให้ฝ่ายเลขาได้มีการประชาสัมพันธ์อย่างไรที่จะให้ถึงกลุ่มเครือข่ายต่าง ๆ ที่เขาสนใจในเรื่องของการอภิปรายในสภา และเวลาถ่ายทอดในสภาส่วนใหญ่ก็จะถ่ายทอด แบบภาพเหมือนบรรยายครับ ถ่ายทอดคนเดียว เขาบอกคุณชินวรณ์ไม่ได้นั่งอยู่ในสภาหรือ ผมบอกผมนั่งอยู่ตลอด แต่ว่าทีวีไม่ยอมซูม (Zoom) มาเลยครับ พอซูม (Zoom) ปั๊บ ไปเจอเก้าอี้ที่ว่าง ก็เลยไม่ซูม (Zoom) ผมนี่ไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ ผมคิดว่าควรที่จะซูม (Zoom) คนที่นั่งอยู่ในสภา เพื่ออย่างน้อยชาวบ้านที่เลือกเขามา เขาจะได้รู้ว่า ส.ส. เขานี่ทำงาน อยู่ในสภา อยู่ฝ่ายนิติบัญญัติ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สรุปเถอะครับ🔗

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ครับ นี่คือประเด็นที่ ๒ ครับ และประเด็นที่ ๓ ก็คือในเรื่องความปลอดภัย ก็ขอย ้าอีกครั้งหนึ่งว่า ถึงแม้ว่าจะเร่งรีบ เร่งรัดในการทำงาน แต่ว่าการที่จะให้เจ้าหน้าที่มาทำในช่วงที่มีการประชุม ผมไม่เห็นด้วย และโดยเฉพาะไม่ใช่ห้องประชุมใหญ่อย่างเดียวครับ ห้องประชุมกรรมาธิการกำลังประชุมอยู่ เขาก็คิดว่าผมอยู่พรรคเดียวกับท่านประธานด้วย ก็มาท้วงติงกับผมว่าคุณชินวรณ์ทำไมปล่อยให้มี เสียงดังอย่างนี้ ผมบอกว่าเดี๋ยวผมจะไปเรียนกับเลขาธิการสภาให้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่า ในช่วงนี้ถึงเร่งรัด แต่ว่าถ้าในพื้นที่ใดที่เกี่ยวกับความปลอดภัย ไม่ว่าเรื่องเสียง เรื่องกลิ่น เรื่องฝุ่นละออง ผมคิดว่าในช่วงนี้ต้องสามารถที่จะบริหารจัดการได้ดีขึ้นนะครับ ขอขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต้องขอบคุณข้อห่วงใย ของพวกเราทุกคนนะครับ ในการประชุม ก.ร. เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาได้ย ้าถึงเรื่องการประชาสัมพันธ์ เหมือนกัน อย่างที่พวกเราพูดถึงกันครับ🔗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๕๔ คน
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้ เรามาลงชื่อแล้วทั้งหมด ๒๘๔ คนนะครับ ครบองค์ประชุมแล้วครับ องค์ประชุมคือ ๒๓๘ ผมขอเปิดประชุม ก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระนะครับ ขออนุญาตรายงานที่ประชุม เรื่องที่อยู่ นอกระเบียบวาระ🔗

เรื่องแรก คือขอรับทราบคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีที่สภาผู้แทนราษฎร ได้ส่งคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๒ ว่า สมาชิกภาพ ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายสิระ เจนจาคะ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๖) ประกอบมาตรา ๙๘ (๑๐) หรือไม่ ศาลรัฐธรรมนูญมีมติโดยเสียงข้างมากวินิจฉัยว่า สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายสิระ เจนจาคะ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๖) ประกอบมาตรา ๙๘ (๑๐) นับแต่วันเลือกตั้ง คือวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๒ ดังนั้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเท่าที่มีอยู่และสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้คือ ๔๗๕ คน องค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งคือ ๒๓๘ คน จึงแจ้งที่ประชุมได้รับทราบด้วยครับ🔗

ขอเรียนแจ้งเพื่อทราบ การหารือร่วมกันเมื่อวานนี้ครับ ได้มีการหารือกับ ผู้แทนของทั้ง ๒ ฝ่าย คือ ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลว่า โดยที่เราตกลงกันล่วงหน้าแล้วครับ อย่างที่ผมเคยเรียนก็คือ เราได้ตกลงว่าการประชุมในปลายเดือนนะครับ วันที่ ๒๙-๓๐ ซึ่งเป็นวันราชการ และเป็นวันประชุมสภา ๒ วันนั้น หลายฝ่ายได้มาหารือว่าเป็นช่วงเวลา ปลายปี สมาชิกอยากจะเดินทางกลับไปภูมิลำเนา แล้วอาจจะมีปัญหาบ้างโดยเฉพาะวันที่ ๓๐ ก็เลยตกลงว่าเราจะงดประชุมวันที่ ๒๙-๓๐ ครับ แต่เราจะขอชดเชย การชดเชยตกลงว่า วันพรุ่งนี้ วันที่ ๒๔ และวันที่ ๗ อันนี้เป็นข้อตกลงในตอนต้นครั้งโน้นนะครับ เมื่อวานนี้ ก็มีข้อหารือจากตัวแทนทั้ง ๒ ฝ่ายว่า วันที่ ๘ เป็นวันเด็ก วันที่ ๗ ก็มีงานวันเด็กในพื้นที่อยู่ ก่อนสำหรับบางแห่ง อยากจะขอให้ผมเปลี่ยนแปลงว่า ขอไม่ชดเชยวันที่ ๗ พูดง่าย ๆ วันที่ ๗ ไม่ประชุมพิเศษตามที่ตกลงไว้ก่อนแล้ว แต่ขอไปชดเชยวันที่ ๑๔ สัปดาห์ต่อไปในวันศุกร์ ก็หารือแล้วทุกฝ่ายเห็นร่วมกัน ก็เลยเรียนที่ประชุมทราบว่า เพราะฉะนั้นการชดเชยก็เป็น วันพรุ่งนี้นะครับ และวันที่ ๑๔ มกราคม วันที่ ๗ ที่เคยดำริและตกลงไว้ตอนต้นนั้น ก็จะยกเลิกนะครับ เพราะฉะนั้นวันที่ ๗ สมาชิกที่มีความประสงค์กลับไปวันเด็ก วันที่ ๘ ก็จะได้ไม่มีปัญหากังวลเรื่องนี้ ก็มีข้อที่ขอเป็นพิเศษว่า ในการประชุมวันพุธ วันพฤหัสบดีนั้น ขอความร่วมมือพวกเราต่อเวลาบ้างในบางวัน เพื่อจะได้สามารถที่จะทำให้วาระของงานได้ผ่านไป เพราะที่ประชุมก็เห็นชอบว่าประธานจะดำเนินการโดยขอความร่วมมือ เช่น แทนที่จะเลิก หนึ่งทุ่ม อาจจะขอขยายเป็น สองทุ่ม หรือสามทุ่มได้ในบางครั้ง ก็เรียนพวกเราทราบไว้ ล่วงหน้านะครับ ก็พยายามเพื่อว่าถ้าเราสามารถทำได้เช่นนี้ วันศุกร์ผมก็เห็นใจพวกเรา ก็ไม่อยากจะให้เป็นภาระ แต่ว่าที่ทำวันศุกร์นั้นก็เพราะว่าหลายเรื่องมันค้างมากครับ เรื่องเป็นผลงานของเราแท้ ๆ ที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว สมาชิกจะมีโอกาสไปอวด ประชาชนได้บางเรื่องก็ทำไม่ได้ เพราะยังไม่ผ่านความเห็นชอบของสภา กรณีเช่นนี้ก็ได้เคย คุยล่วงหน้ากับท่านนายแพทย์ชลน่านในฐานะที่เป็นหัวหน้า ต่อไปจะเป็นผู้นำฝ่ายค้านว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องของรัฐบาลหรือฝ่ายค้าน เป็นเรื่องพวกเราทุกฝ่าย เพราะใน กรรมาธิการนั้นก็มีทุกพรรค เรื่องอย่างนี้ก็ไม่ควรจะให้ค้างอยู่มาก ควรจะได้ผ่านไป เพื่อให้ เกิดผลเป็นประโยชน์กับประชาชนครับ ก็เลยถือโอกาสเรียนให้พวกเราทราบว่า ตกลงวันที่ ๗ ยกเลิกนะครับ การประชุมวันศุกร์ เป็นวันที่ ๑๔ และวันที่ ๒๘ ก็ขอประชุมเป็นพิเศษ ในวันศุกร์ในเดือนมกราคม ก็ขอไว้ ๒ วัน ส่วนรัฐสภานั้นยังไม่มีการตกลงครับ ต้องหารือกับ ทางวุฒิสภาอีกทีหนึ่งว่าจะประชุมรัฐสภาอีกเมื่อไร เพราะมันมีเรื่องค้างอยู่ ๒ เรื่องตามที่ท่าน วิสารได้พูดถึงในครั้งที่แล้วที่เลื่อนไป ก็ขอเรียนที่ประชุมได้รับทราบนะครับ ขอรบกวนพวก เรา แล้วก็ที่ขอพิเศษก็คือ บางเรื่องนั้นกรุณาได้ประหยัดเวลา ถ้าไม่เรื่องญัตติสำคัญนะครับ เช่น เรื่องเพื่อทราบ เพราะว่ามีหน่วยงานที่มารอชี้แจงเขามารออยู่ ๒ สัปดาห์ ๓ สัปดาห์ ๔ สัปดาห์ เรื่องก็ไม่ถึงนะครับ กรณีเช่นนี้ก็ขอความร่วมมือพวกเรามีส่วนช่วยในการที่ ทำให้ประเด็นเหล่านี้ได้ผ่านไปเร็วขึ้น ส่วนเรื่องใดที่เป็นญัตติสำคัญ อันนั้นก็ว่าไปตามปกติ ขอถือโอกาสเรียนพวกเราได้รับทราบ อยู่นอกระเบียบวาระครับ ต่อไปผมขออนุญาตไปตาม ระเบียบวาระนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗

๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗

ในวันนี้ก็มีกระทู้ถามสด ๓ กระทู้ สำหรับกระทู้ถามสดนี้ประชาชนอาจจะ ไม่เข้าใจ ถึงแม้เราดำเนินการมาพอสมควรแล้ว แต่ว่าก็อยากจะถือโอกาสเรียนว่า กระทู้ถามสดเป็นเรื่องใหม่ที่เราสร้างขึ้นในข้อบังคับปัจจุบันนี้ เพื่อที่จะนำเรื่องที่เป็นที่สนใจ ของประชาชน เป็นเรื่องเร่งด่วน เหล่านี้เป็นต้น ได้มีโอกาสได้ถามทันทีทันใด โดยรัฐมนตรี อาจจะไม่มีโอกาสได้รู้คำถามมาล่วงหน้าก่อนวันนั้น เพราะฉะนั้นกระทู้ถามสดก็ถือว่า เป็นเรื่องที่มีความสำคัญ และข้อบังคับก็เขียนเอาไว้ว่า กระทู้ถามสดครั้งหนึ่งให้จัดได้ ประมาณ ๓ กระทู้ และกระทู้หนึ่งก็ให้อภิปรายซักถามได้ไม่เกินครึ่งชั่วโมง เราก็เลยแบ่งเวลา เป็นว่า ผู้ถามได้ ๑๕ นาที ผู้ตอบใช้เวลา ๑๕ นาที ถามได้ ๓ ครั้งนะครับ ถ้าเกินกว่านั้นต้อง ขออนุญาตประธาน หมายถึงว่าบางทีกระทู้ถามได้ ๒ ครั้งถ้าถามครั้งที่ ๓ ก็ต้องขออนุญาต กระทู้ที่ถามได้ ๓ ครั้งจะถามครั้งที่ ๔ ก็ต้องขออนุญาตประธานสภานะครับ แต่ผมเชื่อว่า ประสบการณ์ที่เราผ่านมาประมาณเกือบ ๓ ปีทำให้เราก็เข้าใจเรื่องเหล่านี้ขึ้นครับ ขออนุญาตไปกระทู้ถามสดด้วยวาจาซึ่งวันนี้มี ๓ กระทู้ เพื่อความสะดวกของผู้ตอบกระทู้ ก็จะขออนุญาต🔗

กระทู้ถามที่ ๑๖๓ ส. เรื่อง โครงการคนละครึ่งและโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ (นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง🔗

ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลัง ท่านสันติ พร้อมพัฒน์ ได้มาพร้อมอยู่ที่นี่แล้ว ขอเชิญท่านกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ถามคำถามที่ ๑ ๓ ครั้งนะครับ แต่ละครั้งกี่คำถามได้ครับ ถามได้ ๓ ครั้ง ขอเชิญเลยครับ🔗

นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณค่ะท่านประธาน ดิฉัน กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตคลองเตยและวัฒนา พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีสันติ พร้อมพัฒน์ ที่ได้กรุณาสละเวลา มาตอบคำถามในส่วนของกระทู้สดของดิฉัน ประเด็นที่ดิฉันจะซักถามเกี่ยวกับเรื่องโครงการ คนละครึ่ง ซึ่งเป็นโครงการของรัฐ ดิฉันขออนุญาตเกริ่นนำท่านประธานนิดหนึ่ง ก็เป็นโครงการ ของรัฐที่มีเป้าหมายเพื่อที่จะกระตุ้นในส่วนของการจับจ่ายใช้สอยให้กับภายในประเทศ ของเราเพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน แล้วก็เพิ่มสภาพคล่องให้กับร้านค้ารายย่อย เป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก แล้วก็ฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศในองค์รวม โดยร้านค้า ที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ก็จะเป็นประเภทผู้ประกอบการรายย่อยซึ่งก็จะเป็นการประกอบ พวกร้านอาหาร ร้านเครื่องดื่ม สินค้าทั่วไปที่ไม่ได้จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล แล้วก็ไม่ได้เป็น ร้านสะดวกซื้อที่เป็นลักษณะแฟรนไชส์ (Franchise) เป็นผู้ประกอบการรายย่อย อย่างเช่น พวกหาบเร่แผงลอย แล้วก็จะเป็นพวกรถเข็น ซึ่งก็จะมีรายได้ที่เข้ามาช่วยการขายสินค้าเพิ่มขึ้น แล้วก็เป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับพี่น้องประชาชนเป็นรายวันด้วย โดยโครงการนี้ รัฐก็จะช่วยจ่ายในเรื่องของค่าอาหาร ค่าเครื่องดื่ม ค่าสินค้าทั่วไปจำนวนเงิน ๓,๐๐๐ บาท ตลอดระยะเวลาโครงการ ซึ่งฝ่ายของผู้ซื้อก็คือ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ผ่านฝ่ายของผู้ซื้อนี่คือ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ในการลดราคาแต่ก็จะไม่เกิน ๑๕๐ บาทต่อคนต่อวัน ซึ่งขั้นตอนนี้ผู้ค้า พ่อค้า แม่ค้า ก็จะมีบัญชีของธนาคารกรุงไทยเป็นแบบบุคคลธรรมดา แล้วก็สมัครใช้บริการแอปพลิเคชัน (Application) ถุงเงิน การเข้าร่วมโครงการนี้นอกจากจะเป็น การกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยแล้ว ยังเป็นการหมุนเวียนเงินในประเทศ แล้วก็ช่วยผู้ค้ารายย่อย เพื่อกระจายรายได้ ซึ่งถือว่าจะเป็นการปรับยอดให้มียอดเพิ่มขึ้นในช่วงของโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ผ่านมา ซึ่งนอกจากจะช่วยกระตุ้นในเรื่องของการค้าขายแล้ว ยังถือว่าช่วยให้ ทั้งผู้ค้า แล้วก็ประชาชนได้เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ ผ่านแอปพลิเคชัน (Application) ถุงเงินด้วยค่ะท่านประธานคะ ซึ่งดิฉันถือว่าโครงการคนละครึ่งนี่เป็นโครงการของรัฐ ที่ประสบความสำเร็จ แล้วก็ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ถูกใจคนซื้อ โดนใจผู้ค้า ทำให้บรรยากาศ การซื้อขายกลับมาคึกคักอย่างเห็นเป็นรูปธรรมเลย ท่านประธานคะ ดิฉันก็ไปส่องดูว่า โครงการที่ผ่านมา คือเฟส ๓ (Phase 3) นี่มีผู้ลงทะเบียนในโครงการอยู่เท่าไร มีประมาณถึง ๒๘ ล้านคนนะคะ มีเงินสะพัดในเศรษฐกิจแล้วกว่า ๒๐๔,๓๒๕ ล้านบาท ซึ่งตรงนี้ โครงการคนละครึ่งวัตถุประสงค์ตั้งแต่ต้นที่รัฐบาลตั้งโครงการนี้มา ก็มี ๒ ประการหลัก ๆ ก็คือช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน และ ๒. ก็คือช่วยกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการ ขนาดเล็ก ซึ่งถ้าตัวชี้วัดทั้ง ๒ ตัวนี้ ดิฉันถือว่าบรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ต้องการนะคะ ท่านประธานคะ ซึ่งทราบมาว่าโครงการเฟส ๓ (Phase 3) นี้กำลังจะสิ้นสุดลงในเดือน ธันวาคมนี้แล้ว ท่านประธานคะ รัฐบาลก็ได้มีการขยายในส่วนของเฟส ๔ (Phase 4) ซึ่งก็จะได้เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม ๒๕๖๕ ถึงเดือนเมษายน ๒๕๖๕ เป็นการตอบรับโครงการ ได้ดีมาก ๆ เลยนะคะ ประชาชนตอบรับดีมาก เพราะว่าผลลัพธ์ที่ออกมาค่อนข้างจะเป็น รูปธรรม ชาวบ้านดีใจที่รัฐบาลจะมีการขยายออกมาเป็นเฟส ๓ (Phase 3) อีกค่ะ กำลังจะไป ได้ดีจริง ๆ ค่ะท่านประธาน แต่เกิดปัญหาค่ะท่านประธานคะ เกิดปัญหาความไม่เข้าใจ ของพี่น้องประชาชน เนื่องจากกรมสรรพากรก็ได้มีหนังสือส่งไปตามบ้านเรือนร้านค้า แล้วก็ผู้ประกอบการ เพื่อที่จะเรียกเก็บภาษี แล้วทุกคนก็แตกตื่นตกใจว่าบางคนอยู่ตั้งแต่เฟส ๑ (Phase 1) จนถึงเฟส ๓ (Phase 3) กำลังอยากจะไปต่อเฟส ๔ (Phase 4) แล้วพอมีจดหมาย จากกรมสรรพากรมาปุ๊บว่าภาษีที่จะโดนเก็บ นี่จะโดนย้อนหลังอีกหรือเปล่า นี่ละค่ะคือ สิ่งที่ดิฉันอยากจะมาขอคลายความกังวลแทนพี่น้องประชาชนที่เขารู้สึกตื่นตกใจ ก็เลยอยากจะให้ท่านรัฐมนตรีช่วยตอบคำถาม🔗

ดิฉันขออนุญาตเข้าสู่คำถามที่ ๑ เลยนะคะท่านประธานคะ คือการที่ กรมสรรพากรได้มีหนังสือส่งไปตามผู้ประกอบการร้านค้าต่าง ๆ เกี่ยวกับเรื่องการจัดเก็บภาษี ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งจะมีการเก็บภาษีย้อนหลังหรือไม่ ขอคำถามแรกค่ะ ท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ และท่าน ส.ส. กรุงเทพมหานคร ท่านกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ซึ่งเป็น ส.ส. เขตคลองเตย วัฒนา ก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้ติดตามโครงการคนละครึ่ง ซึ่งเป็นโครงการที่รัฐบาลเป็นห่วงเป็นใยพี่น้องประชาชน รวมถึงผู้ค้าผู้ขายรายย่อยจำนวนมาก ทั้งนี้ก็เนื่องจากว่าในปี ๒๕๖๒ ต่อปี ๒๕๖๓ จนมาถึง ปัจจุบัน พี่น้องประชาชนและท่าน ส.ส. คงทราบดีว่าเราเกิดภัยร้ายแรงของประเทศ คือเรื่องของโควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ไม่ได้ระบาดเฉพาะประเทศไทย โควิด-๑๙ (COVID-19) นั้นระบาดไปทั่วโลก ซึ่งต้องถือว่าเป็นภัยมหันต์ของประชากรโลก ในเรื่องโรคภัยไข้เจ็บที่เป็นโรคอุบัติใหม่ซึ่งรัฐบาลเองตามที่พวกเราก็ทราบว่า ได้เร่งรัดในการแก้ไขปัญหาโควิด-๑๙ (COVID-19) มาโดยตลอดอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ให้ความสำคัญ ได้ลงมาดูด้วยตนเอง ในเรื่องการบำบัดภัยร้ายในครั้งนี้ วัคซีนก็ได้เตรียมการไว้ล่วงหน้าจนกระทั่งปัจจุบันนั้น เป็นที่ทราบกันว่า พี่น้องประชาชนทั้งประเทศได้รับวัคซีนถึงเกือบ ๗๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว ก็คือฉีดวัคซีนมาจนถึงปัจจุบันนั้นเกินกว่า ๑๐๐ ล้านโดส นี่เป็นสัญญาณที่บอกว่าหัวหน้า รัฐบาลเราท่านนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญในเรื่องสุขอนามัยให้กับพี่น้องประชาชน อย่างเต็มที่นะครับ ก็ต้องให้ความชื่นชม ที่ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นเป็นห่วงเป็นใยพี่น้องประชาชน ส่วนท่าน ส.ส. กรณิศ ส.ส. กรุงเทพมหานครที่ได้พยายามติดตามการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ซึ่งนอกจากปัญหาโควิด (COVID) ที่ทำให้พี่น้องประชาชนทราบว่าเป็นโรคที่ร้ายแรง ที่จะไปบั่นทอน การจับจ่ายใช้สอยของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนก็ต้องระมัดระวังเงินทอง ที่มีอยู่ในการที่จะจับจ่ายใช้สอย ก็ได้ชะลอในการใช้สอยลง นั่นแสดงว่าทำให้เศรษฐกิจ ฐานรากและเศรษฐกิจโดยรวมนั้นชะลอ ท่านนายกรัฐมนตรีได้คิดโครงการต่าง ๆ ขึ้นมา โครงการคนละครึ่งนั้นเป็นโครงการหนึ่งที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีคิด แล้วก็ให้คณะทำงาน ได้ไปคิดวิธีการที่จะปลุกที่จะเสริมสร้าง แล้วก็ทำให้เศรษฐกิจนั้นขับเคลื่อนไปได้ในภาวะ สงครามโรคภัยในครั้งนี้ จึงได้เกิดโครงการคนละครึ่งขึ้น โครงการคนละครึ่งนั้นเป็นโครงการ ในระบบเศรษฐกิจที่มีความชาญฉลาดเป็นอย่างยิ่ง ก็คือให้ประชาชนออกมาใช้จ่าย ในเรื่องของความจำเป็นซึ่งในช่วงดังกล่าวนั้นพี่น้องประชาชนก็ต้องระมัดระวังในการใช้เงิน ก็เป็นการกระตุ้นให้พี่น้องประชาชนออกมาใช้จ่าย ใน ๑๐๐ บาทพี่น้องประชาชนก็จ่ายเพียง ๕๐ บาท และรัฐบาลจะเข้าไปกระตุ้นการจับจ่ายใช้จ่ายเพื่อให้ระบบเศรษฐกิจมันเดินได้นั้น อีก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ก็คือที่เรียกสั้น ๆ ว่าคนละครึ่ง ผมขอเรียนกับท่าน ส.ส. ว่าโครงการ คนละครึ่งนั้นได้เริ่มโครงการเมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ เป็นระยะที่ ๑ จนถึงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๔ เป็นระยะที่ ๑ และระยะที่ ๒ มีพี่น้องประชาชนมาลงทะเบียนเข้าโครงการนี้ ๑๕ ล้านคน และมีร้านค้าซึ่งเป็นร้านค้าส่วนบุคคล พี่น้องประชาชนในระดับฐานรากนั้น ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ร้านค้า และมีกรอบวงเงินหมุนเวียนถึง ๑๐๒,๐๐๐ ล้านบาท นั่นก็หมายความว่าพี่น้องประชาชนในจำนวน ๑๕ ล้านคนนั้นได้ออกมาจับจ่ายใช้สอย ประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท และอีกประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลได้เข้าไปกระตุ้น เศรษฐกิจท่านพี่น้องประชาชน ท่าน ส.ส. ครับ เงินที่พี่น้องประชาชนในระดับฐานราก ได้ใช้จ่ายนั้นจาก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อพี่น้องประชาชนได้ใช้เงินก้อนนี้แล้วในระบบเศรษฐกิจ ด้านบนก็จะหมุนเวียนไปได้ถึง ๕-๗ เท่า เพราะฉะนั้นใน ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่มีการหมุนเวียน ใช้จ่ายเป็นเงินสด เงินจริงลงไปในระบบเศรษฐกิจของประเทศนั้นก็จะหมุนเกินกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท และหลังจากนั้นในวันที่ ๑ กรกฎาคม จนถึง ๓๑ ธันวาคมที่จะถึงนี้เป็นโครงการระยะที่ ๓ ซึ่งขณะนี้โครงการระยะที่ ๓ ได้มีการใช้จ่ายเงินของพี่น้องประชาชนแล้วประมาณ ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท นั่นแสดงว่าเงินของรัฐบาลที่เข้าไปร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายนี้ รัฐบาลก็จะต้องใส่เข้าไปอีก ๑๑๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมแล้วก็ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตามที่ผมได้กล่าวไว้ตั้งแต่เบื้องต้นว่า เงินที่พี่น้องประชาชนในระดับฐานรากนั้นนำไปใช้จ่าย รวมกับรัฐบาลแล้วประมาณ ๒๒๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ในระบบเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ก็จะขยายไป มีการหมุนเวียนในหลาย ๆ ทอด หลาย ๆ ทอดไปประมาณ ๕-๗ เท่า นั่นหมายความว่าเงินก้อนนี้ก็จะลงไปขับเคลื่อนเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอีกไม่ต ่ากว่า ๑ ล้านล้านนะครับ สิ่งเหล่านี้เป็นความชาญฉลาดของผู้ที่ดูแลเรื่องเศรษฐกิจของประเทศ ทำให้เศรษฐกิจขณะนี้ก็ยังประคองตัวอยู่ได้และมีพี่น้องประชาชนหลายท่านได้ถามว่า โครงการนี้ไปเอื้อกับพ่อค้านายทุนอย่างไรหรือไม่นะครับ ผมขอกราบเรียนว่า ในโครงการนี้ ผู้ขาย ร้านค้า ก็จะประกอบด้วย ร้านค้า เช่น ร้านค้าธงฟ้า ร้านอาหาร เครื่องดื่ม ร้านโอทอป (OTOP) ร้านค้าทั่วไป ร้านบริการ และเรื่องของการขนส่งนะครับ แล้วก็เป็นร้านบุคคล เท่านั้น ถ้าเป็นร้านบริษัทก็จะไม่สามารถที่จะเข้าโครงการนี้ได้ และรวมแล้วเฟส ๑ (Phase 1) ถึงเฟส ๓ (Phase 3) ก็จะมีบุคคลที่มาใช้สิทธิในเฟส ๓ (Phase 3) นั้นประมาณ ๒๘ ล้านคน ในเฟส ๑ (Phase 1) และเฟส ๒ (Phase 2) ระยะที่ ๑ ระยะที่ ๒ ที่ผมได้เรียนไปแล้ว ประมาณ ๑๕ ล้านคน รวมแล้วในระยะที่ ๑ ถึงที่ ๓ ที่ดำเนินการอยู่จะมีพี่น้องประชาชน มาใช้ถึง ๔๐ ล้านกว่าคนนะครับ โครงการคนละครึ่งจึงเป็นโครงการที่ประสบความสำเร็จ ในการที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้รักษาระดับของเศรษฐกิจได้ยังเดินได้อยู่ในขณะนี้ แล้วก็ทำให้ พี่น้องประชาชนได้สามารถที่จะขยายเงินในกระเป๋าตนเองขึ้นมาได้อีก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ทำให้โครงสร้างทางเศรษฐกิจของครัวเรือนของพี่น้องประชาชนนั้นยังพออยู่ได้ในภาวะ ที่เกิดโรคภัยไข้เจ็บดังนี้นะครับ🔗

ส่วนข้อคำถามของท่าน ส.ส. กรณิศ ที่ได้บอกว่า พี่น้องประชาชนเป็นห่วง เรื่องการที่ร้านค้าของเอกชนจำนวนถึง ๑.๓ ล้านที่เข้าร่วมโครงการนี้ถูกกรมสรรพากรนั้น ได้ยื่นหนังสือที่จะให้มาเสียภาษี ผมต้องขอกราบเรียนว่า กรมสรรพากรไม่ได้มุ่งเน้นที่จะเก็บ ภาษีเฉพาะคน เฉพาะรายหรือเฉพาะบริษัทแต่อย่างใดนะครับ เป็นเรื่องปกติที่กรมสรรพากร นั้นได้แจ้งเตือน ทั้งทางสื่อสารและทางเอกสารให้พี่น้องประชาชนทุกคนที่อยู่ในเกณฑ์ ที่จะต้องเสียภาษี อย่าลืมมาเสียภาษีให้กับรัฐ เนื่องจากว่าเงินที่พี่น้องประชาชนได้เสียภาษี ให้กับรัฐตามเกณฑ์ ตามกฎอย่างถูกต้องนั้นเงินของท่านเหล่านั้นจะหมุนกลับมาพัฒนาประเทศ มาใช้จ่ายในสิ่งที่ถูกที่ควรให้กับบ้านเมืองของเรา เพราะฉะนั้นหน้าที่ในการเสียภาษีจึงเป็นหน้าที่ ของพี่น้องประชาชนทุกคนที่ต้องเสียภาษีให้ถูกต้องนะครับ ในขณะเดียวกันทางกรมสรรพากร ได้คำนึงถึงพี่น้องประชาชนในระดับบุคคลในเรื่องของการเสียภาษีว่า ถ้าหากว่าท่านได้ค้าขายตามเกณฑ์ขั้นต ่าสุดของพี่น้องประชาชนในโครงการคนละครึ่งนี้ การเสียภาษีนั้นกรมสรรพากรมีเกณฑ์อยู่ว่า ถ้าหากว่าการค้าขายของท่านอยู่ในระดับ ๑ เดือน เฉลี่ย ๔๐,๐๐๐ บาท หรือ ๑ ปีไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาทนั้น ท่านก็จะต้องเสียภาษีตามเกณฑ์ ซึ่งเป็นเงินที่ไม่มากเลย ส่วนท่าน ส.ส. กรณิศได้สอบถามว่า กรมสรรพากรจะคิดย้อนหลังหรือไม่ ตามที่ผมได้เรียนไว้แล้วว่า โครงการคนละครึ่ง ได้เริ่มตั้งแต่เดือนธันวาคม ๒๕๖๓ ในปี ๒๕๖๓ นั้น ถ้าหากว่าพี่น้องประชาชนในทุกภาคส่วนที่จะต้องเสียภาษีนั้น ก็จะไปยื่นภาษีเอาในปี ๒๕๖๔ ซึ่งผมจำได้ว่า กรมสรรพากร ได้ออกข้อบังคับ ได้ออกกฎเกณฑ์ในการเสียภาษีเพื่อช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนระดับฐานรากเหล่านี้เอาไว้ในระดับหนึ่งแล้ว แล้วเดี๋ยวผมจะให้กรมสรรพากร ได้ขยายความในการช่วยเหลือ เรื่องการชำระภาษีในภาวะวิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) อันนี้ ซึ่งพี่น้องที่ร่วมอยู่ในโครงการคนละครึ่ง ท่านไม่ต้องเป็นห่วงเดี๋ยวผมจะรับประเด็นของท่าน ส.ส. กรณิศนั้นไปหารือกับกรมสรรพากรนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีใช้เวลา ไปเกือบหมดเลยครับ เชิญท่านกรณิศถามคำถามที่ ๒ ได้ครับ🔗

นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณคะท่านประธาน ดิฉันก็รู้สึกดีใจ กับคำตอบท่านรัฐมนตรีเป็นอย่างมาก ที่สำคัญคืออยากให้กรมสรรพากร ช่วยประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนได้รู้ด้วย หลังจากที่ท่านได้หารือกับทางกรมสรรพากร เรียบร้อยแล้ว เพราะจะเป็นประโยชน์มาก ๆ จะให้ประชาชนได้คลายความกังวล แล้วก็ ตื่นตระหนก ในส่วนของภาษีที่เขากลัวว่าจะถูกย้อนหลัง ซึ่งจริง ๆ แล้ว ประชาชนคนไทยทุกคน เป็นหน้าที่ในการที่จะต้องเสียภาษี เพื่อนำเงินภาษีตรงนั้นมาพัฒนาประเทศของเรา ดิฉันเชื่อว่า ทุกคนยินดีในการที่จะเสียภาษีให้กับรัฐ🔗

ส่วนคำถามที่ ๒ ท่านประธานคะ ท่านรัฐมนตรีก็ได้เกริ่นไปนิดหนึ่งว่า จริง ๆ ประชาชนบางส่วนเขาค่อนข้างกังวลว่า โครงการของรัฐบางโครงการเป็นการเอื้อให้กับ ผู้ประกอบการรายใหญ่หรือเปล่า เอื้อเฉพาะนายทุนเท่านั้นหรือไม่ แล้วอย่างนี้โครงการคนละครึ่ง ส่งผลเอื้อให้ผู้ประกอบการรายใหญ่กับนายทุนเท่านั้นหรือเปล่า อยากจะให้ท่านรัฐมนตรี ช่วยตอบชัด ๆ นิดหนึ่ง ดิฉันเองมีแค่ ๒ คำถาม ถามอีกนิดหนึ่งว่า นอกจากว่าเอื้อให้กับ นายทุนแล้ว โครงการนี้ยังเป็นโครงการแจกเงินแล้วยังทำประชานิยมเหมือนกับโครงการ ที่ผ่าน ๆ มาหรือเปล่า ก็อยากจะให้ท่านช่วยตอบชัด ๆ แล้วก็คลายความสงสัยด้วย ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญรัฐมนตรีครับ🔗

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ขอบคุณ ท่านประธาน จากข้อซักถามในเรื่องของคนละครึ่ง ซึ่งผมได้เรียนท่าน ส.ส. กรณิศ ไปแล้ว ว่ามีร้านค้าเข้าร่วมโครงการสำหรับเฟส ๓ (Phase 3) ถึง ๑.๓ ล้านร้านค้า แล้วก็สำหรับเฟส ๑ (Phase 1) และเฟส ๒ (Phase 2) อีกประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ราย รวมแล้วก็เกือบ ๒ ล้านราย ก็ต้องเรียนว่าทางรัฐบาลได้มีข้อกำหนดในเรื่องของการระมัดระวังว่า การจับจ่ายใช้สอย ของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะรัฐบาลได้สมทบเข้าไปอีกครึ่งหนึ่ง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ อย่างที่ทราบกัน อยู่แล้วนั้น ก็ได้ระมัดระวังต้องการให้การค้าขายนี้ไปกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก พี่น้องประชาชน ที่ค้าขายเล็ก ๆ น้อย ๆ อยู่ในตลาด อยู่ในร้านค้า อยู่ในชุมชน ทั่วประเทศให้สามารถที่จะแข่งขัน กันเองได้ ไม่ต้องไปแข่งขันกับพ่อค้านายทุนรายใหญ่ ๆ ซึ่งจากการที่ผมได้ตรวจสอบได้ดูแล้ว โครงการนี้นะครับ ไม่มีบริษัทห้างร้านเข้ามาจดทะเบียนเป็นร้านค้าได้เลยแม้แต่บริษัทเดียว โครงการคนละครึ่งนั้นได้กระจายเศรษฐกิจลงไปสู่ฐานรากทั่วไปประเทศนะครับ ทั้งภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันตกนะครับ กระจายโดยทั่วไป โดยเฉพาะ มีข้อกำหนดอันหนึ่งที่ห้างร้านบริษัทไม่สามารถเข้าได้เลยก็คือต้องเป็นร้านค้าของบุคคล เท่านั้นนะครับ พี่น้องประชาชนที่เข้ามาร่วมค้าขายในโครงการนี้ก็จะทราบดีว่าต้องเป็นบุคคล เท่านั้นถึงจะเข้าโครงการเป็นร้านค้าคนละครึ่งได้ ก็ขอกราบเรียนท่าน ส.ส. กรณิศนะครับ และกราบเรียนไปถึงพี่น้องประชาชนด้วย ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านรัฐมนตรี คุณกรณิศยังมีอะไรไหมครับ🔗

นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา กรุงเทพมหานคร

ดิฉันก็ขอขอบพระคุณนะคะ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ท่านสันติ พร้อมพัฒน์ เป็นอย่างมาก ที่ท่าน ได้สละเวลามาให้ความกระจ่างให้กับพี่น้องประชาชนในวันนี้นะคะ ดิฉันเชื่อค่ะว่าโครงการ คนละครึ่งนี้เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนตั้งแต่ระดับฐานรากและเป็นการกระตุ้น เศรษฐกิจได้เป็นอย่างดีมาก ๆ และโครงการนี้ถือว่าเป็นโครงการของรัฐที่ดีโครงการหนึ่งเลย ตั้งแต่ที่เคยมีมาแล้วก็ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก ก็ขอให้โครงการนี้ยังคงอยู่ แล้วก็ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนต่อไปนะคะ ถ้าสถานการณ์โควิด (COVID) ยังไม่หายไปจาก เมืองไทยค่ะ กราบขอบพระคุณมากค่ะท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านสมาชิก และขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ต่อไปเป็นกระทู้ถามสด ลำดับที่ ๒🔗

กระทู้ถาม ที่ ๑๖๔ ส. เรื่อง ประเทศไทยถูกลงโทษไม่ให้ชักธงชาติและ ใช้เพลงชาติไทยในการแข่งขันกีฬาสากลโลก (นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

สภาได้รับแจ้งมาสักครู่นี้ ครับว่า ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นผู้ตอบนะครับ บัดนี้ท่านรัฐมนตรีได้มาแล้ว ขอเชิญคุณจิรายุครับ🔗

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะ ฝ่ายค้าน ติดตามการทำงานของรัฐบาลอย่างต่อเนื่องและเข้มข้น ท่านประธานครับ หลายสัปดาห์ที่ผ่านมานี้พี่น้องประชาชนอาย อายเพราะอะไรครับ อายเพราะสิ่งที่เรารู้สึกว่า เป็นสิ่งที่เราชื่นชมและชื่นชอบเป็นหนึ่งเดียวกันมาตลอดชีวิตตั้งแต่เกิดมาในสยามประเทศ ก็คือกีฬาครับ เวลาการแข่งขันกีฬาของประเทศไทย ท่านประธานครับ ไปที่ประเทศไหน ก็แล้วแต่ เราจะมีความภาคภูมิใจในความเป็นไทยอย่างยิ่ง แต่ผมไม่แน่ใจครับว่ารัฐบาลชุดนี้ น่าอายเหมือนผมหรือไม่ หรือท่านรู้สึกอายไหม ผมจึงถามท่านนายกรัฐมนตรีครับ แต่ว่าท่านให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬามาตอบแทน ก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรครับ ผมอยากจะบอกอย่างนี้ให้กับพี่น้องประชาชนและคนที่อยู่ในสภาได้ทราบเลยครับ ผมเป็นผู้บรรยายกีฬา ผมเป็นผู้สื่อข่าวกีฬามาหลายสิบปีท่านประธานครับ ผมไปทำข่าว มาทั่วโลกและภูมิใจทุกครั้งที่นักกีฬาไทยได้เหรียญทองและมันมีธงชาติไทยติดที่หน้าอก แล้วก็มีเพลงชาติไทย แล้วก็ขึ้นสู่ยอดเสา เรานี่ยืนตัวเกร็งเลยนะครับ นักกีฬาบางคน ก็ชูพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว อันเป็นสัญลักษณ์ของไทยแลนด์ (Thailand) ท่านประธานครับ ผมอยากจะให้ท่านประธานลองดูคลิป (Clip) ประวัติศาสตร์นี้ หน่อยครับ ว่าพี่น้องประชาชนจำได้ไหมว่า วันนี้ธงชาติไทยไม่สามารถขึ้นได้แล้ว ลองดูครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ นี่สมรักษ์ คำสิงห์ ครับ ผู้แทนของคนไทยทั้งชาติที่หลอมดวงใจเป็นหนึ่งเดียว วันนี้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำอะไรอยู่ครับ ธงชาติไทยขึ้นแบบนี้ไม่ได้อีกต่อไปแล้วครับ นั่นเป็นมวยสากล สมัครเล่นครั้งแรก ขออภัยท่านสมรักษ์นะครับ ฉายาท่าน ไม่ได้โม้ แล้วก็ทำได้จริง ๆ เหรียญทองท่านประธานครับ นอกจากนี้ครับปี ๒๕๕๑ สมจิตร จงจอหอ ก็ได้เหรียญทอง ที่โอลิมปิกปักกิ่งครับ แต่ท่านประธานครับ วันนี้คนไทยทั้งชาติหมดสิ้นแล้วกับรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ครับ ไปแข่งกีฬาได้เหรียญทองที่ไหน ไม่สามารถขึ้นธงชาติ ประเทศไทยได้ แม้กระทั่งที่หน้าอกเสื้ออย่างที่ผมบอกครับ ลองดูอีกคลิป (Clip) หนึ่ง ประวัติศาสตร์ครับ ซึ่งคนไทยทั้งประเทศหลอมใจเป็นหนึ่งเดียวกันอีก ๑ คลิปครับ🔗

(เจ้าหน้าดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมนี่จุกคอ น ้าตาจะไหล เพราะลักษณะเช่นนี้มันควรจะมีในประเทศไทยและเป็นทุกรัฐบาลครับ น้องอรสู้โว้ย เห็นไหมครับท่านประธานครับ คำว่า สู้โว้ย นี่ทำให้ไทยทั้งชาติรู้สึกว่าเราต้อง ต่อสู้เพื่อชาติไทย เรามีธงชาติขึ้นสู่ยอดเสา มีเสียงเพลงชาติไทยท่านประธานครับ แต่ท่านประธานทราบไหมครับว่า เมื่อปีที่แล้ว ๒๕๖๓ เทควันโด ดูภาพนะครับ นี่คือน้องพาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ โอลิมปิกเหรียญทองที่ญี่ปุ่นเหรียญแรก เห็นไหมครับ ชูธงชาติไทย ท่านนายกครับ คนทั้งชาติครับ วันนี้โชว์ธงชาติไทยในเวทีโลกไม่ได้เพราะอะไร ท่านประธานครับ ผมอยากจะถามท่านรัฐมนตรี ท่านนายกครับ ปี ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา ท่านใช้เงินกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาของท่านไป ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท เป็นท่องเที่ยว ๗,๐๐๐ เป็นกีฬา ๖,๓๐๐ ดูกราฟิกนะครับ ปี ๒๕๖๕ เห็นไหมครับ ท่านใช้ไป ๓,๘๐๐ เป็นท่องเที่ยว กีฬา ๕,๕๐๐ รวม ๙,๓๐๐ ท่านเอาไปทำอะไรครับ ไปดูอีกหน่วยงานหนึ่ง ท่านประธานครับที่เป็นหน่วยงานสนับสนุนและผมในฐานะประธานกองทุนกรรมาธิการ กองทุนสอบอยู่ครับ งบกองทุนกีฬาปี ๒๕๖๕ ใช้ไป ๔,๓๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ปีที่แล้วเขาใช้สร้างกระแสกีฬา ๒๖๐ ล้านบาท แต่ปีนี้พี่น้องที่เคารพดูให้ดีนะครับ ใช้สร้างกระแสกีฬาในยุคโควิด (COVID) ๘๐๐ ล้านบาท คุณพระ แบบนี้ก็ได้ด้วยครับ ปีที่แล้ว ปีนี้ท่านประธานครับ ไม่มีจัดกีฬาอะไรเลยนะครับ แต่ใช้งบสร้างกระแสกีฬา ๘๐๐ ล้านบาทครับ ผมจึงอยากจะถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีก่อนที่จะไป เรื่องธงชาตินะครับว่าเงินทั้งหลายที่ท่านจัดเก็บจากภาษีประชาชนไปใช้ในกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา๑๐,๐๐๐ ล้านบาท และใช้ในเรื่องของกองทุนต่าง ๆ อีกกว่า ๕,๐๐๐ ล้านบาท ท่านเอาไปทำอะไรครับ ไปแข่งขันกีฬาตำน ้าพริกละลายแม่น ้าแห่งชาติหรืออย่างไรครับ จึงขอถามเป็นคำถามที่ ๑ ก่อนครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพและสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กรณีท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติถามในประเด็นแรกก็คือ เรื่องของการนำเงินกองทุนกีฬาไปใช้อะไรบ้าง ในเรื่องของ การจัดการแข่งขันหรือการอบรมสัมมนาหรืออะไรก็แล้วแต่ ผมเข้าใจครับกรณีที่มีการแพร่ระบาด ของโควิด-๑๙ (COVID-19) เป็นระยะเวลาต่อเนื่องประมาณ ๒ ปีเศษนะครับ แน่นอนครับ การจัดการแข่งขันเราก็ไม่ได้เว้นว่างไปเลยนะครับ โดยเฉพาะในเดือนมกราคม ๒๕๖๔ เรามีการจัดการแข่งขัน แบดมินตันชิงแชมป์โลก ซีรีส์ ๑๐๐๐ (Series 1000) ถึง ๓ รายการ นะครับ ซึ่งตรงนั้นเราใช้งบประมาณไปถึง ๓๐๐ กว่าล้านบาท🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขออภัยจิรายุนั่งนะครับ นั่งก่อน จิรายุนั่งได้ครับ🔗

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

หลังจากนั้นเราก็มีการจัดการแข่งขันกอล์ฟแอลพีจีเอ ฮอนด้า (LPGA Honda) ซึ่งเราก็มีการ ดำเนินการแข่งขันภายใต้วิกฤติของโควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งการจัดการแข่งขันทั้ง ๒ รายการ เราจัดการแข่งขันภายใต้เรียกว่าอะไรครับ เป็นการบับเบิล (Bubble) ในการ จัดการแข่งขันคือจัดการแข่งขันแบบไม่มีผู้ชม แน่นอนครับ ถึงแม้ว่าจะมีการแพร่ระบาด โควิด-๑๙ (COVID-19) ที่เข้ามาสู่โลกใบนี้ของเรา ซึ่งประเทศไทยเราก็ได้รับผลกระทบ จากการกระทบในส่วนนั้น ๆ แต่เรื่องของการกีฬาหรือการท่องเที่ยว เราไม่สามารถหยุดได้ครับ เพราะว่าถึงแม้เราไม่มีการจัดการแข่งขันจากนานาชาติมากมายเหมือนในอดีต แต่การแข่งขัน ภายในประเทศเรายังมีการจัดการแข่งขันและมีการดำเนินการต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะเรื่องการจัดอบรมสัมมนาบุคลากรต่าง ๆ ในแต่ละสมาคมของกีฬาแต่ละชนิด แล้วก็เรื่องของการจัดซื้ออุปกรณ์กีฬา ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์กีฬามวย หรืออุปกรณ์กีฬาทั่วไป ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ผมคิดว่าถึงแม้โควิด (COVID) จะเข้ามา เราก็ไม่สามารถที่จะหยุดการประสาน หยุดการซ้อม หยุดการอบรมสัมมนาได้ สิ่งเหล่านี้เป็นการกระทำอย่างต่อเนื่อง ก็เหมือนกับ อย่างกรณีของการที่เราไปแข่งขันโอลิมปิกที่โตเกียว ๒๐๒๐ เราได้เหรียญทองจากบุคคลทั่วไป ๑ เหรียญ แล้วก็เหรียญทองแดง ๑ เหรียญ และเราก็ได้สามารถจัดเรื่องของพาราลิมปิก เราก็ได้เหรียญทอง ๕ เหรียญ เหรียญเงิน ๕ เหรียญ เหรียญทองแดง ๘ เหรียญ สิ่งเหล่านี้ ถึงแม้นว่าอยู่ในภาวะของการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) นักกีฬาเรายังต้องซ้อมครับ เราไม่ได้ว่าให้นักกีฬาหยุดซ้อม หากว่านักกีฬาเราหยุดซ้อมเมื่อไร สิ่งเหล่านี้ก็จะไม่เกิดขึ้น ถึงแม้นว่าเราจะได้เหรียญไม่มาก ไม่ได้ตามเป้าที่เราต้องการ แต่สิ่งเหล่านี้ทุกสิ่งทุกอย่าง เรายังต้องเดินหน้าต่อไป และโดยเฉพาะเงินของกองทุนกีฬานี้มาเพื่อเป็นการสนับสนุน เพื่อความเป็นเลิศของนักกีฬาของแต่ละชนิด ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าการที่เงินกองทุนหยิบมาใช้ ในปีนี้ถึง ๘๐๐ ล้านบาทก็จริง ตรงนี้ก็คือเรายังต้องทำอย่างต่อเนื่อง เราไม่สามารถที่จะหยุดได้ ตามการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งบางช่วงเราไม่สามารถไปซ้อมในสนามจริง แต่เราก็ต้องซ้อมและเก็บตัวภายในบ้าน ซึ่งตรงนั้นเบี้ยเลี้ยงก็ดีหรืออะไรก็แล้วแต่ ค่าใช้จ่าย ของนักกีฬาทีมชาติที่จะเตรียมไปแข่งขันในต่างประเทศเรายังต้องดูแลตลอดเวลาครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านจิรายุถาม ครั้งที่ ๒ ครับ🔗

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมคิดไม่ผิดเลยว่า ท่านรัฐมนตรีต้องตอบแบบนี้ คือท่านตอบเหมือนปานประหนึ่งว่าประเทศไทยอยู่ในภาวะปกติ โอ้ย มีโควิด (COVID) ไม่เป็นไรก็จัดบับเบิล (Bubble) หรือว่าจัดกันที่บ้านนั่งดูทีวี แข่งกันแบบ ซูม (Zoom) แต่ท่านประธานครับ ถ้าแบบนั้นผมไม่ว่าอะไรครับ เพราะเข้าใจได้ส่วนราชการ ก็ประชุมซูม (Zoom) กันมาตั้งแต่มกราคมจนถึงปัจจุบันที่ท่านว่านี่ละ แต่เงินงบประมาณ ที่ท่านใช้มันโอเวอร์ (Over) ผมไม่ว่า ปีที่แล้วท่านใช้ไป ๒๐๐ กว่าล้านบาท ปีนี้สร้างกระแสนะครับ ท่านประธานครับ สร้างกระแสไม่ได้เกี่ยวข้องกับเงินอุดหนุน เงินสนับสนุนอะไรใด ๆ ทั้งสิ้น ผมคิดอยู่แล้วท่านรัฐมนตรีต้องตอบอย่างนี้ ไม่เป็นไร ไปดูอีกเรื่องหนึ่งท่านประธานที่ผมทนไม่ได้ และพี่น้องชาติไทยทนไม่ได้ครับ เราไม่มีโอกาสที่จะชูธงชาติไทยแบบนี้ท่านประธานครับ ในเวทีระดับโลกทำไม่ได้ ผมจึงอยากจะบอกท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ องค์กรต่อต้านสารกระตุ้นโลกหรือวาด้า (WADA) เขาลงโทษไทย เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคมที่ผ่านมา ๑ ปีครับ หมายความว่าตุลาคมหน้า เราจะแข่งขันกีฬาอะไรในสยามประเทศนี้ไม่ได้ คือแข่งได้ แต่ว่าไม่สามารถใช้ธงชาติไทยขึ้นได้ อายไหมละครับท่านรัฐมนตรีครับ ประเทศไทยมี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีที่ไม่สามารถใช้ธงชาติไทยขึ้นในเวทีโลกได้ครับ ผมอยากจะให้ท่านประธานได้ดูคลิปวิดีโอ (Clip Video) คลิป (Clip) นี้ก่อน แล้วเดี๋ยวผมจะถาม ว่าประเทศไทยมันเกิดอะไรขึ้น เชิญเลยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ น ้าตาจะไหล จะไหลอย่างไร ดูธงชาติที่ขึ้น ซ้ายญี่ปุ่น ถัดมาเป็นฮ่องกง ตรงกลางไทยแลนด์ ไทยแลนด์ ธงชาติเขาเป็นแบบนี้ ไม่ใช่โลโก (Logo) แบบนี้ไม่ใช่โลโก (Logo) แบบเมื่อสักครู่ เห็นไหมครับ ปรากฏว่าน้อง ๒ คนนี้แฟนคลับช่วยกันไปกดไลก์ (Like) รัว ๆ ทวิตเตอร์ (Twitter) ไอจี (IG) กระหน ่าโลกอยู่ในขณะนี้ น้องบาสและน้องปอป้อ น้องบาส ชื่อเดชาพล น้องปอป้อ ทรัพย์สิรี เป็นตัวแทนทีมชาติไทย ไปแข่งขันไม่มีโอกาสแม้แต่ธงชาติไทย ติดแบบผม ยังไม่มีเลย และอย่างไรครับการกีฬาแห่งประเทศไทย ทำอะไรอยู่ครับ นายกรัฐมนตรีได้แต่แสดงความเห็นใจหรือครับ ท่านประชุม ครม. สัปดาห์ที่แล้ว ท่านแสดงความเห็นใจให้กับพรรคการเมืองหรือเปล่าครับ ซึ่งพรรคใดผมไม่ว่ากัน แต่นักแข่ง อาร์โอวี (ROV) จากบุรีรัมย์เขาชนะแชมป์โลก ก็ไม่ได้เหมือนกันครับท่านประธานครับ ผมจึงอยากถามท่านครับว่า วันนี้กฎกติกาที่วาด้า (WADA) ผมใช้ตัวย่อว่า วาด้า (WADA) เขาบอกว่าประเทศไทยไม่ออกกฎหมายเรื่องของสารกระตุ้น ผู้นำประเทศไทยบอก มีหลายชาติ ชาติไหนรู้ไหมครับท่านประธาน เกาหลีเหนือ แหมเข้าใจเปรียบเทียบ เปรียบเทียบกับเกาหลีเหนือ นี่ไทยแลนด์ ท่านประธานครับ ผมจึงอยากถามท่านรัฐมนตรีว่า ๓-๔ ปี ๗ ปีก็แล้วกันรัฐบาลใหม่ก็ ๒ ปีกว่า ท่านไปทำอะไรอยู่ครับ มัวเพลินกับการใช้ งบประมาณแผ่นดิน ส่งเสริมกีฬาในช่วงโควิด (COVID) อย่างเดียวหรือครับ เขาบังคับมา ตั้งแต่กี่เดือนแล้วครับ เขาแจ้งเตือนมากี่ครั้งแล้วครับ ท่านไปอยู่ที่ไหนและท่านจะทำอะไร ในกรณีวันนี้ที่ธงชาติไทยไม่สามารถขึ้นใด ๆ ได้เลย ผมอยากจะให้ท่านดูภาพล่าสุด อีกภาพหนึ่งครับ เป็นการแข่งขันยกน ้าหนัก🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ดูภาพครับ นี่เมื่อไม่กี่วัน ที่ผ่านมานะครับ ผมอาย ผมยกธงชาติไทยแทน ๕ ทอง ๒ เงิน คนไทยรู้ไหมครับ ยกน ้าหนัก ชิงแชมป์โลก แต่ไทยขึ้นธงอะไรขาว ๆ ธงการกีฬาแห่งประเทศไทยซ้ายขวา นี่เราชนะญี่ปุ่น สู้โว้ย ถ้าสมัยก่อนเป็นน้องอรแข่ง ผมจึงถามท่านนายกรัฐมนตรีผ่านท่านประธานไปถึง ท่านรัฐมนตรีครับว่า ท่านทำอะไรอยู่ครับ และวิธีแก้ไขปัญหาของท่าน ท่านจะทำอย่างไร ช่วยบอกพี่น้องคนไทยหน่อยนะครับ เพราะต่อจากนี้ไปตั้งแต่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ จนถึง ๑ ตุลาคม ๒๕๖๕ ไทยแลนด์จะไม่สามารถใช้ธงชาติไทย ทั้งที่หน้าอก และธงชาติต่าง ๆ ในการแข่งขันทั่วโลกได้ ท่านช่วยตอบหน่อยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญนะครับ🔗

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพและสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก็สิ่งที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติถามมา ผมคิดว่าคนไทยทั้งประเทศรับทราบอยู่แล้วนะครับ แต่ขอแก้นิดหนึ่งว่า กรณีเราไม่สามารถชักธงชาติสูงยอดเสาได้ แต่เรายังสามารถใส่เสื้อที่มีแถบของธงชาติไทยได้ เวลาชนะเราสามารถเอาธงชาติไทยขึ้นไปวิ่ง หรือเดินรอบสนามแข่งขันได้ แต่ตรงนี้ผมก็ต้อง ขอเล่าสักเล็กน้อยในสิ่งที่ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ทางโอลิมปิก และทางการกีฬา แห่งประเทศไทย เราได้มีการแก้ปัญหามาโดยตลอด ซึ่งจริง ๆ แล้วเหตุการณ์เรื่องของวาด้า (WADA) ไม่ได้เพิ่งจะเกิดขึ้นในปี ๒๕๖๔ เรื่องของวาด้า (WADA) ถ้าเกิดมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ มาแล้วนะครับ ซึ่งวาด้า (WADA) ได้ทำการแบน (Ban) เรื่องสถานที่ตรวจสอบก็คือของมหิดล ในเรื่องของการตรวจสารต้องห้าม สารโดป (Dope) ต้องห้ามตรงนี้ ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทางการกีฬาแห่งประเทศไทยและกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ทำงานร่วมกับทางมหิดลแล้วก็ทำการแก้ปัญหามาโดยตลอด แล้วก็ได้รับการปลดล็อก (Lock) เมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๖๔ ซึ่งขณะนี้ศูนย์ตรวจโดป (Dope) ของมหิดลเราสามารถกลับมาตรวจ ได้อีกครั้งหนึ่ง โดยทางวาด้า (WADA) ออกใบอนุญาตกลับคืนมาให้กับเราเรียบร้อยแล้วนะครับ ส่วนกรณีที่มีการแจ้งหนังสือ จริง ๆ แล้วไม่ได้ว่ามีมาครั้งเดียวนะครับ ไม่ใช่มีเฉพาะตั้งแต่ วันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ก่อนหน้านั้นตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ วาด้า (WADA) ก็มีแจ้งข้อที่ขัดข้อง มาทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและการกีฬาแห่งประเทศไทยมาโดยตลอด ซึ่งสิ่งเหล่านี้ วาด้า (WADA) แจ้งเข้ามาครั้งหนึ่ง ทางการกีฬาแห่งประเทศไทยที่ดูแลเรื่องของสารตรวจโดป (Dope) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ แล้วก็คุยกับทางกฤษฎีกา เรามีการหารือแล้วก็แก้ข้อกล่าวหา ของวาด้า (WADA) มาเป็นระยะ ๆ ตลอดเวลา ซึ่งกระทั่งมาถึงการแข่งขันโอลิมปิก เราก็ยังสามารถเชิญธงชาติขึ้นสู่ยอดเสาได้ แต่พอหลังจากการแข่งขันโอลิมปิกเสร็จสิ้นไปแล้ว ทางวาด้า (WADA) ได้แจ้งมาเมื่อวันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทางวาด้า (WADA) มีข้อกล่าวหาเรามาถึง ๕-๖ ข้อ ซึ่งทางการกีฬาแห่งประเทศไทยและทางกฤษฎีกาเราก็มีการ ตอบคำถามทางวาด้า (WADA) แลกเปลี่ยนความคิดเห็น แต่ว่าการที่ประเทศไทยเรา หรือกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หรือการกีฬาแห่งประเทศไทย เราจะแก้กฎหมาย ซึ่งเหมือนกับในบางประเทศ ซึ่งแก้เป็นพระราชบัญญัติและเป็นองค์กรอิสระเขาสามารถ แก้ทันทีได้เลย มีหลาย ๆ ประเทศในโลกนี้ ซึ่งสามารถแก้โดยตัวเขาเองได้ แต่สำหรับประเทศไทยเรา เราไม่สามารถทำอย่างนั้นได้นะครับ การที่เราจะแก้ พ.ร.บ. หรือจะแก้กฎอะไรสักอย่างหนึ่งเรา ต้องนำเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาเพื่อทำการแก้ และแจ้งไปทางวาด้า (WADA) ซึ่งสิ่งเหล่านี้เราก็มีการทำการหารือและมีแจ้งกลับไปที่วาด้า (WADA) เป็นจำนวนทั้งหมด ๔ ครั้ง ครั้งที่ ๑ ในวันที่ ๑ พฤศจิกายน ครั้งที่ ๒ ในวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ครั้งที่ ๓ ในวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน และครั้งสุดท้ายก็คือวันที่ ๗ ธันวาคม และทางวาด้า (WADA) ได้ตอบกลับมา เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคมว่า ทุกสิ่งทุกอย่างทั้งสิ้นทั้งปวงที่มีการแก้กันไปแก้กันมาตรงนี้ทางวาด้า (WADA) ได้ตอบรับแล้วก็ยอมแอ็กเซปต์ (Accept) แล้วว่า เขารับได้ในสิ่งที่ทางกฤษฎีกา ทางการกีฬาแห่งประเทศไทยที่มีการตอบรับกับทางวาด้า (WADA) เป็นอันตกลงกันว่าเราจะ เดินไปในทิศทางเดียวกัน แต่ที่สำคัญครับ ก่อนหน้านี้ที่เราไม่สามารถจบได้เลย ไม่สามารถ ที่จะยอมได้เลย มันเป็นเรื่องของอธิปไตยของประเทศไทยเรา สิ่งที่ประเทศไทยเราเป็นรัฏฐาธิปัตย์ และสำคัญคือวาด้า (WADA) เป็นองค์กรเอกชน ซึ่งการที่เขาจะมาพุช (Push) หรือมากดดัน ให้ประเทศไทยต้องทำตามในสิ่งที่เขาต้องการ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าประเทศไทยเราอะไร ที่เป็นการที่สวนทางกับรัฐธรรมนูญของประเทศไทยเรา ผมคิดว่าไม่ใช่เฉพาะตัวผม ไม่ใช่เฉพาะ การกีฬาแห่งประเทศไทย ผมคิดว่าคนไทยทั้งชาติ คนไทยทั้งประเทศก็คงจะไม่ยอมไปรับ หรืออยู่ใต้อาณัติใครที่เขาจะชี้ว่าคุณต้องแก้อย่างนั้น คุณต้องแก้อย่างนี้ แน่นอนครับ เรามีกฤษฎีกาเราก็คงจะต้องหารือในกฤษฎีกาให้เรียบร้อย หลังจากทฤษฎีกาตกลงนำเข้า ครม. เสร็จแล้วผมก็ต้องนำเรื่องเข้าสู่สภา ถึงแม้นว่าการเข้าสู่สภาก็ยังไม่แน่ใจว่าจะเป็นการ ออกเป็น พ.ร.ก. หรือ พ.ร.บ. ก็แล้วแต่ แน่นอนครับ เขามีโทษแบน (Ban) เราเป็นระยะเวลา ๑ ปี ซึ่งตัวผมจะเอาสิ่งที่มีการทำความตกลงกับความทางวาด้า (WADA) เรียบร้อยแล้วจะนำเข้า ครม. ในวันที่ ๒๘ ซึ่งก็คงจะนำมาแจ้งให้ท่านกับ ส.ส. ผู้ทรงเกียรติอีกครั้งหนึ่งครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ ฟังแล้วน ้าตาจะไหล สะอื้นแทนหัวใจคนไทย ๗๐ ล้านคน ที่คณะรัฐมนตรีชุดนี้โทษสภา ท่านบอกว่าวาด้า (WADA) เป็นองค์กรเอกชน ถามจริง ๆ เถอะครับ เมืองไทยไม่เคยทำ สนธิสัญญาระหว่างองค์กรเอกชน หรือว่าเอ็นจีโอ (NGO) ทั่วโลกหรือครับ เขตการค้าเสรี อาฟต้า (AFTA) แกตต์ (GATT) อียู (EU) สหรัฐอเมริกา ทำกันเยอะแยะมากมาย ทำไมทำได้ครับ เรื่องอย่างนี้สำคัญ ไม่ทำ เขาเตือนแล้ว ระวังนะ ระวังโน้น ระวังนี้ แล้วท่านพูดถึงเรื่องอธิปไตย ท่านพูดอธิปไตยได้อย่างไรครับ มันเป็นเรื่องหน้าตาของประเทศ มันไม่เกี่ยวว่าเขาจะมา บุกรุกอะไร กฎกติกาเขามีท่านก็ทำตาม ท่านบอกจะออก พ.ร.ก. ไหนละครับ ออก พ.ร.ก. พ.ร.ก. ออกโดยฝ่ายบริหารท่านทำได้อยู่แล้วท่านรัฐมนตรี แต่ท่านบอกว่าจะเข้ามาสภา มีวาระเรื่องไร้สาระ ขอโทษครับ เรื่องมีสาระน้อยยังเอาเข้าสภาได้ตั้งเยอะของรัฐบาล เสียงข้างมากนั่งกันตรึม ทำไมท่านไม่ทำละครับ เสร็จท่านมาบอกอีกเขาเป็นเอกชนอย่างโน้น อย่างนี้ ผมถามจริง ๆ เถอะท่านประธานครับ เขาเวียนเทียนรอบเมรุมา ๓ รอบก็แล้ว ๔ รอบก็แล้ว ด้วยการเตือนมาตั้งแต่ ๒๕๖๒ ๒๕๖๓ ๒๕๖๔ รายเดือน ๑๐ กว่าครั้ง พูดง่าย ๆ ก็คือเวียนรอบเมรุมา ๑๒ ครั้งแล้วจะเข้าเตาแล้ว รัฐบาลก็ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเลย จนกระทั่งมีเหตุเกิดขึ้นนี่ละจึงค่อยมาพูด แล้วก็อ้างว่าอธิปไตย ประทานโทษครับ เขาจะมายึดคณะรัฐมนตรี หรือจะมายึดทำเนียบรัฐบาลปลูกข้าวหรือครับ เขาก็แค่ออกกฎ กติกาใช้ร่วมกัน แล้วท่านบอกเขาไม่มีพาวเวอร์ (Power) สุดท้ายเขาห้ามทุกอย่างได้ เขา ไม่ได้ห้ามประเทศไทยนะครับ เขาห้ามผู้จัด เขาห้ามสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งโลก เขาห้าม สมาพันธ์วอลเลย์บอลโลก ท่านรัฐมนตรีครับ เอาละผมไม่อยากตำหนิ แต่อยากเตือน คณะรัฐมนตรีเรื่องนี้ต้องทำให้เป็นวาระเร่งด่วน เดี๋ยวท่านช่วยร่างพระราชบัญญัติมา ผมกับท่าน หัวหน้าพรรค ชลน่านและท่านที่นั่งอยู่นี่จะร่วมลงชื่อแก้ไข ไม่ใช่พอท่านผิดพลาด ท่านโทษโน่น โทษนี่ไปหมด แต่ท่านไม่แก้ไข บอกมาสิครับว่าจะทำอย่างไร บอกสภาสิครับว่าจะยกร่าง วันไหน บอกคณะรัฐมนตรีสิครับจะออกพระราชกำหนดแบบใด แล้วส่งเข้ามาสภาวันไหน มกราคม เปิดมาท่านประธานชวนบรรจุวาระพิเศษ ผมนี่ละครับจะมาตั้งแต่ตี ๔ นั่งรอท่าน ผมจึง อยากถามท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้ชี้แจงครับว่า ผมอาย นี่มันอาย ธงชาติไทย แล้วท่าน มาพูดบอกไปติดแถบกางเกงก็ได้ ปัดโธ่ ท่านรัฐมนตรีพูดอย่างนี้ผมก็พูดได้ ให้ผมไปนั่งเก้าอี้ ท่านแทนท่าน ผมก็ทำได้ ให้ไปทำแถบข้าง ๆ มันไม่ใช่กางเกงวอร์มยี่ห้อดังนะท่านประธานครับ ไปทำแถบที่หมวก ทุกวันนี้สนามข้าง ๆ ที่เขาให้ขึ้นธงชาติไทยขึ้นไม่ได้เลย โลโก (Logo) ติดหน้าอกยังไม่ได้เลย แล้วท่านก็ไปแถ บอกเดี๋ยวไปทำลายแถบแบบนี้ น ้าเงิน ขาว แดง แบบนี้ก็ได้ด้วยหรือครับ จึงถามท่านเป็นคำถามสุดท้ายก่อนที่พี่น้องจะได้มีความสุข ช่วงปีใหม่บ้าง เดี๋ยวจะมีการแข่งขันกีฬาอีกหลากหลาย อย่างน้อยช่วยเจรจาความ และอธิบายสังคมหน่อยว่าคุยกับวาด้า (WADA) แบบไหน อย่างไร ขอเป็นคำตอบให้ชัดเจน ว่าจะสามารถใช้ธงชาติไทยแบบนี้ที่โดนปรับมา ๑ ปี ขอเหลือ ๖ เดือน ได้หรือไม่ อยากฟังครับ ท่านประธานขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพและสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ก็ต้องขอขอบคุณ ท่านสมาชิกที่กรุณาตั้งคำถามที่ ๓ เข้ามานะครับ ในกรณีคำถามที่ ๓ เมื่อสักครู่ผมกราบเรียน ไปแล้วนะครับว่า ในวันที่ ๒๘ ธันวาคม ผมจะนำเข้า ครม. เรื่องของวาด้า (WADA) แล้วหลังจากนั้นก็คงจะต้องส่งเข้ามาในสภา ซึ่งท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติก็บอกแล้วว่าจะให้ การสนับสนุน ซึ่งผมก็ต้องขอขอบพระคุณล่วงหน้านะครับ ซึ่งตรงนี้ผมก็อยากจะขอทุกพรรค ที่อยู่ในสภาแห่งนี้ให้พวกเราช่วยกันโหวตผ่านกฎหมายฉบับนี้ และที่สำคัญไม่ใช่อย่างนั้นครับ สิ่งที่ทางวาด้า (WADA) และทางกฤษฎีกา และการกีฬาแห่งประเทศไทยเราตอบกันไปตอบกันมา และที่ล่าช้าที่สุดก็คือประเด็นสุดท้าย คือหมายความว่าในกรณีที่ทางวาด้า (WADA) เขาบอกว่า เขาจะใช้อำนาจของเขาเข้าไปตรวจโดยไม่แจ้งให้กับนักกีฬารับทราบ สมาคมรับทราบ ในสถานที่ใดก็ได้ในยามวิกาล ซึ่งสิ่งเหล่านี้แม้กระทั่งในประเทศไทยเรา การที่เราจะเข้าไปตรวจใครในยามวิกาลเข้าในเคหสถานของเขา เรายังต้องขอหมายศาลเลยครับ แต่การที่เขาจะมาท้วงติงในเรื่องเหล่านี้ แน่นอนครับ ผมคิดว่าในความเป็นคนไทย ผมเอง ผมก็รับไม่ได้ เพราะผมถือว่าผมมีสิทธิส่วนบุคคลของผม เพราะฉะนั้นการที่ว่าคุณจะเข้ามา ขอตรวจค้น หรือขอตรวจโดป (Dope) ในสิ่งเหล่านั้น ท่านอยู่ในห้องพักนักกีฬา หรือในขณะ การแข่งขัน อันนั้นไม่ใช่ปัญหาครับ แต่เขาระบุว่าสถานที่ใดก็ได้ นี่คือคำตอบที่ทางเรามีการหารือ แล้วก็มีการตอบโต้กันไปตอบโต้กันมา แน่นอนครับ สิ่งเหล่านี้ก็อาจจะเป็นเพียงว่าผมพูดไปอย่างนั้น แต่ก็บอกได้เลยนะครับว่า สิ่งเหล่านี้วันที่ ๒๘ จะนำเข้าใน ครม. หลังจากนั้นก็จะนำเข้าสู่สภา ซึ่งตรงนั้นผมก็ต้องขอความกรุณาและขอกราบเรียนว่าให้ท่านประธานช่วยรีบบรรจุ แล้วก็อย่างไร วาระ ๑ ๒ ๓ ก็อยากจะให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติช่วยสนับสนุนในสิ่งเหล่านี้นะครับ และประเด็นที่สำคัญประเด็นสุดท้าย ที่ผมจะขอกล่าว ก็คือใน ๑ ปีที่เขาพูดมาเป็นเรื่องจริง แต่ถ้าเราสามารถผ่านกฎหมายภายในเดือนมกราคม แล้วไม่ว่าจะออกเป็น พ.ร.บ. หรือ พ.ร.ก. หรืออะไรก็แล้วแต่นะครับ ตรงนี้นี่เราก็จะขอทำการเจรจาและหารือกับวาด้า (WADA) ว่าเราจะปลดล็อกอย่างไรให้ทันการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ที่ประเทศจีนครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ🔗

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ใช้เวลาสักนิดเดียวนะครับ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และเป็นข้อเสนอแนะจากฝ่ายค้าน ท่านหัวหน้าพรรค ชลน่าน ศรีแก้ว ท่านสุทิน คลังแสง ประธานวิป (Whip) และสมาชิกพรรค ฝ่ายค้านนี่เห็นตรงกันครับว่า สภาเป็นที่แก้ไขปัญหา ไม่ใช่สถานที่ที่มาแก้ตัว ขอให้ท่าน ไปพูดคุยกันในวันที่ ๒๘ ธันวาคม ก่อนหยุดปีใหม่ครับว่าท่านจะทำแบบไหน เช่นออกเป็น พระราชกำหนดได้ไหม เป็นอำนาจของท่านในฐานะรัฐมนตรีออกเป็นพระราชกำหนด เปิดเทอมหลังปีใหม่มาเข้ามาในสภาอภิปรายแก้ไขปัญหา คือประเด็นที่ ๑🔗

ประเด็นที่ ๒ พรรคฝ่ายค้านมีความเห็นอย่างนี้ครับว่า ถ้าท่านจะต้องแก้ไข ทั้งระบบ ท่านก็แก้ครับ แต่กรณีที่ท่านมาอ้างว่าเขาจะไปตรวจตอนยามวิกาล แล้วประเทศไทย เป็นอะไรครับ ขาใหญ่ของโลกหรือครับ อีก ๑๐๐ กว่าประเทศทำไมเขาไปตรวจกันได้ ทำไมวาด้า (WADA) รับรองได้ ท่านต้องมองตัวเองส่องกระจกดูบ้างนะครับ ไม่ใช่เอา ไทยแลนด์เป็นเจ้าพ่อเจ้าแม่อยู่ในโลกนี้ แล้วทำไมประเทศอื่นในอาเซียนเขาทำกันได้ครับ มาเลเซียเขาก็ได้ สิงคโปร์ก็ได้ ลาว กัมพูชา เวียดนาม เขาก็ได้กันหมด แล้วทำไม ไทยแลนด์เป็นอะไรครับ ท่านกลัวเขาจะไปตรวจยา ท่านก็ทำนักกีฬาให้ปลอดโปร่งโปร่งใส ไม่มีใครอัป (Up) ยาตอนกลางคืนก็ไม่เห็นจะมีประเด็นอะไร นี่คือประเด็นที่ ๒ ที่ท่านจะต้อง แก้ไขนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๓ ประเทศไทยไม่ได้เป็นประเทศสะสมขีปนาวุธครับ ไม่มีหัวรบ นิวเคลียร์ ไม่มีใครละเมิดอธิปไตยทางด้านกีฬาครับ มันเป็นการแข่งขันทางวิทยาศาสตร์ ทางการกีฬา เมื่อท่านทำให้นักกีฬาไทยไปถึงฝั่งฝันแล้ว ได้เหรียญทองระดับชาติ ระดับโลก โอลิมปิกแล้วนี่ท่านต้องกลับมาแก้ไขครับ วันนี้สภาอยากฟังวิธีแก้ไขของรัฐบาล ฝ่ายค้านก็ได้ แนะนำไปแล้ว ๒-๓ ประเด็น จึงฝากท่านประธานนี่ครับ ปีใหม่ผมหวังว่าจะได้รับข่าวดี จะได้ มีโอกาสชูธงชาติไทยในการแข่งขันใด ๆ ก็แล้วแต่ที่ไทยได้รับเหรียญทองบนเวทีระดับโลก ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ขอบคุณท่านผู้ถาม ท่านรัฐมนตรีจะตอบ ไม่ตอบก็ได้นะครับ อนุญาตครับ เชิญเลยครับ🔗

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

ขออนุญาตครับ ท่านประธานครับ ขอขอบคุณมากนะครับ สำหรับคำถามที่ ๓ นี้อะไรที่เป็น คำถามถ้าวันนี้ผมคงไม่ได้ตอบ ณ ที่แห่งนี้ แล้วอย่างไร ผมก็คิดว่าในวันที่ ๒๘ เมื่อมีการผ่าน ครม. เรียบร้อยก็คงจะมีการแจ้งและมีการแถลงข่าวออกมาสำหรับเรื่องนี้นะครับ🔗

ส่วนประเด็นอย่างอื่น ถ้าหากที่ท่านถามมาผมจะตอบท่านเป็นภาคเอกสาร อีกครั้งหนึ่งนะครับ ขอบคุณมากครับ ขอบคุณครับท่านประธานสภา ท่านผู้ทรงเกียรติด้วย ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณมากครับ กระทู้ที่ ๓ นะครับ เป็นกระทู้ของท่านสุทิน คลังแสง🔗

กระทู้ถาม ที่ ๑๖๕ ส. เรื่อง ปุ๋ยราคาแพง (นายสุทิน คลังแสง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์🔗

ได้รับแจ้งมาว่า ท่านรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านสินิตย์ เลิศไกร เป็นผู้ตอบนะครับ ท่านรัฐมนตรีมาแล้วนะครับ ท่านสุทิน คลังแสง เชิญเลยครับ🔗

นายสุทิน คลังแสง มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม จากพรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระทู้ที่ผมจะกราบเรียนถามต่อไปนี้ เป็นความเดือดร้อน ขีดเส้นใต้ว่า อันแสนสาหัสของพี่น้องประชาชน นั่นก็คือเรื่องปุ๋ยแพง แล้วเป็นการแพงแบบ เรามีข้อสังเกตที่ผิดปกติ แล้วที่จริงเรื่องนี้ก็ได้มีการซักถามกันมาแล้วหลายรอบ ท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านรองนายกรัฐมนตรีจุรินทร์ มาตอบหลายครั้ง แต่ครั้งนี้ต้องถามอีก โดยเจตนานี้อยากจะถาม ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีครับ ทำไมต้องอย่างนั้น เพราะว่า การตอบกระทู้หลายครั้งของท่านรองนายกรัฐมนตรีจุรินทร์ ท่านบอกว่ามันต้องแก้ปัญหา หลายกระทรวง แล้วแน่นอนที่สุดครับ การตัดสินใจครั้งสำคัญคือการแก้ปัญหาให้ยั่งยืนนี้ อยู่ที่นายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นวันนี้จึงเจาะจงอยากถามท่านนายกรัฐมนตรี แต่ก็ไม่เป็นไรครับ ถ้าท่านนายกรัฐมนตรีท่านได้มอบหมายมาก็รู้สึกเป็นเกียรติครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์มาตอบแทน ก็หวังว่าท่านจะให้ความกระจ่างแจ้ง ผมกราบเรียนอย่างนี้ ครับว่า วันนี้เป็นที่ทราบกันดีว่าเราทุกข์แสนสาหัสกันทุกอาชีพในประเทศ แต่กลุ่มอาชีพหนึ่ง คือเกษตรกรนี้จะลำบากที่สุด ด้วยราคาพืชผลที่ตกต ่ามาก ตกต ่าลง ๑๐๐-๒๐๐ เปอร์เซ็นต์ แล้ววันนี้มาถูกซ ้าเติมด้วยราคาปัจจัยการผลิต ปุ๋ย ยาฆ่าแมลง สูงขึ้นสวนทางอีก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไปกดทับกับวิกฤติโควิด (COVID) ที่ตกงาน ทำมาหากินไม่ได้อยู่แล้ว แล้วที่สำคัญที่สุดวิกฤติ ทุกครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นต้มยำกุ้งหรือทุกครั้ง ภาคเกษตรก็คือตัวโอบอุ้มแก้ปัญหาประเทศไว้ได้ คนตกงาน คนไม่มีกินก็กลับไปภาคเกษตรก็อุ้ม คราวนี้ก็เช่นกันครับท่านประธานครับ ภาคอุตสาหกรรมยิ่งชัด ตกงาน ปิดโรงงาน เขาก็กลับบ้านกัน พอกลับบ้านก็ไปคิดว่าจะต้อง ไปพึ่งภาคเกษตร คนหนุ่มสาว คนรุ่นใหม่ก็กลับไปที่เกษตรหมด ไปแล้วก็ไปเจอสภาพอย่างนี้ครับ ก็คือวันนี้ราคาข้าว ราคาเกษตรตกทุกตัว คุยกันมาแล้วหลายรอบ แต่ที่ซ ้าเติมเข้าไปอีก สวน ทางขึ้นมาก็คือราคาปุ๋ย ผมยกตัวอย่างครับท่านประธานครับ ถามกันมาหลายรอบ ก็ตอบหลายครั้ง วันนี้ยังขึ้นอยู่อีก ส.ส. พรรคเพื่อไทยก็ลงพื้นที่ ลงไปทุกพื้นที่ ก็ได้เจอ แรงจากชาวบ้านปรับทุกข์ร้องทุกข์มาว่า ที่รัฐมนตรีตอบ รัฐบาลตอบบอกว่ามีมาตรการอย่างนั้น อย่างนี้ วันนี้ยังไม่ได้ วันนี้ยังแก้ไม่ได้ ปุ๋ยยังขึ้นไป ชดเชยนั้น ชดเชยนี้ ก็ยังทดแทนต้นทุน การผลิตที่สูงขึ้นไม่ได้ จึงฝากร้องทุกข์มา พรรคเพื่อไทยก็มอบให้ผมถาม กราบเรียน อย่างนี้ครับ ราคาปุ๋ย ผมยกตัวอย่างท่านประธานครับ ยูเรีย (Urea) ที่ใช้กันมากที่สุดนี้ เมื่อเมษายนที่แล้วนี้ สูตร ๔๖-๐-๐ นี้ เมษายน ๖๙๐ บาท วันนี้ร้านในเมือง ๑,๓๓๐ บาท นี่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าห่างไกลออกไปในชนบทขายกัน ๑,๕๐๐ บาทเลย ๑๒๐-๑๓๐ เปอร์เซ็นต์ ยาฆ่าหญ้าไกลโฟเสต (Glyphosate) ๔๐๐ บาทเมื่อเดือนเมษายนที่แล้ว ตอนนี้ ๘๐๐ บาท ก็ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ถ้าออกไปชนบทห่างไกลในหมู่บ้านอีก ว่ากันเป็น ๑,๐๐๐ บาท ๑๒๐-๑๓๐ เปอร์เซ็นต์ วันนี้ยังขึ้นต่อไปเรื่อย ๆ ไม่มีท่าทีว่าจะหยุด ถ้าพูดเรื่องนี้แล้ว สิ่งที่จะต้องถามกันแล้วต้องตอบ แล้วก็ถามคือ ๑. มันเพราะอะไร มันถึงขึ้นอย่างนี้ ท่านรัฐมนตรีจุรินทร์ ท่านก็ตอบแล้ว ราคาน ้ามันโลกมันขึ้น จีนซึ่งเป็นผู้ส่งออกแม่ปุ๋ย งดส่งออก ราคาขนส่งขึ้น อันนี้ท่านก็บอกสาเหตุ ก็ทราบแล้วสาเหตุ แล้วจะแก้อย่างไร ท่านก็บอก มติ ครม. เมื่อ ๒๕ ตุลาคมก็มีมติออกมา ท่านนายกรัฐมนตรีก็แถลง ใครก็แถลงออกหมด มีมาตรการอย่างนั้นอย่างนี้ เช่น ไปเจรจากับพ่อค้าบ้าง ไปชดเชยบ้าง แล้วก็ท้ายที่สุดก็จะมีปุ๋ย สั่งตัดมาแก้ปัญหาบ้าง เหล่านี้ทราบ ทราบว่าท่านได้ทำ แต่วันนี้ทำไม่สำเร็จ จึงจะต้องถาม ท่านอีกครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ครับ ท่านประธานครับว่า สาเหตุที่มัน ขึ้นราคานี้ ที่บอกว่าราคาน ้ามันโลกมันสูง แล้วเผอิญปุ๋ยนี้ มันเป็นวัตถุดิบที่ผูกติดกับน ้ามันโลก ใช่ แล้วบอกว่าประเทศจีนส่งออกน้อย ใช่ ค่าขนส่งขึ้น ใช่ แต่เท่านี้ไม่ใช่คำตอบที่เราคิด มันมีข้อผิดสังเกตว่าพวกนี้มันขึ้น ๑๐-๒๐ เปอร์เซ็นต์ครับ น ้ามันโลก ขึ้น ๒๐ เปอร์เซ็นต์ สูงสุด แล้วจีนลดการส่งออก กี่เปอร์เซ็นต์ แล้วไอ้นี่ทำไมมันขึ้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะบางครั้งท่านบอกว่าเพราะน ้ามัน โลกขึ้น เพราะจีนส่งออกน้อย เหมือนกับเราเปิดทางให้พ่อค้านี่ฉวยโอกาสขึ้นสูงโดยขาด เหตุผลที่ยึดโยง ก็พูดง่าย ๆ ว่าก็น ้ามันมันขึ้น ๑๐ กว่าเปอร์เซ็นต์เอง ปุ๋ยมันทำไมขึ้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ จีนส่งออกน้อยลงกี่เปอร์เซ็นต์ไอ้นี่มันถึงขึ้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เราสนใจตรงนี้ และถ้ากระทรวงพาณิชย์ถ้ารัฐบาลไม่สนใจตรงนี้ก็เท่ากับว่ารับรอง เราให้พ่อค้าฉวยโอกาส เอาเปรียบเกษตรกร วันนี้ผมผิดสังเกตว่าน ้ามันมันขึ้นนิดเดียว แต่ปุ๋ยมันขึ้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เลยจะถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่า กระทรวงพาณิชย์ได้ควบคุมราคาปุ๋ย หรือไม่ว่า เขาจะขึ้นเท่าไร ขึ้นเท่าไร ควบคุมไหม หรือคิดว่าด้วยเหตุผลว่าน ้ามันโลกขึ้น ปัจจัยอื่น ๆ ขึ้นก็ปล่อยเขาขึ้นเลยนี่ได้ควบคุมหรือไม่ ถ้าควบคุมท่านเอาเกณฑ์อะไรมาเป็น ตัวกำหนดราคาให้เขาได้กำหนดได้ขายเท่านั้นเท่านี้ ท่านได้เอาเปอร์เซ็นต์ของการขึ้นราคา ของต้นทุนของปุ๋ยมาเป็นฐานไหม มาเป็นฐานคิดและอนุญาตให้ขึ้นราคาปุ๋ยเท่านี้หรือเปล่า หรือลอย ๆ เพียงแต่ว่าต้นทุนมันขึ้นพวกคุณก็ขึ้นได้เลย อยากถามตรงนี้ละครับว่าได้ควบคุมไหม แล้วเอากรอบอะไร เอาตัวเลขอะไร เกณฑ์อะไรมาพิจารณาควบคุมเขาแล้วให้เขาตั้งราคาได้ อย่างนี้ นี่คำถามที่ ๑ ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผมในวันนี้ได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้มาตอบในเรื่องของปุ๋ยราคาแพงของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ซึ่งเป็นที่ทราบกันว่าปุ๋ย มีราคาแพงจริง เพราะว่าปุ๋ยนั้นได้นำเข้าเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ และปุ๋ยใช้ในประเทศ ประมาณ ๕ ล้านตัน ซึ่งผมขอยกตัวอย่าง ปุ๋ยที่ราคาสูงขึ้นนั้น ในต่างประเทศปุ๋ยยูเรียราคา ตันละ ๘,๖๐๐ บาท คือเดือนธันวาคมปี ๒๕๖๒ พอปี ๒๕๖๓ ขึ้นเป็น ๙,๔๐๐ บาท พอปี ๒๕๖๔ เดือนธันวาคม ขึ้นเป็นตันละ ๓๑,๔๐๐ บาท ซึ่งเพิ่มขึ้นประมาณ ๒๓๔ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในเรื่องนี้เป็นปัจจัยต่างประเทศเราไม่สามารถที่จะควบคุมได้ แต่ในสถานการณ์ในประเทศปุ๋ยสูตร ๔๖-๐-๐ เมื่อเดือนธันวาคม ปี ๒๕๖๒ กระสอบละ ประมาณ ๕๑๐ บาท เดือนธันวาคม ปี ๒๕๖๓ มีตกลงมาหน่อยประมาณ ๕๐๐ บาท แต่ว่าเดือนธันวาคม ปี ๒๕๖๔ ๘๕๐ บาท ซึ่งเพิ่มขึ้นประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเมื่อสักครู่ท่านถามว่ากระทรวงพาณิชย์มีมาตรการ ควบคุมราคาปุ๋ยอย่างไร ซึ่งกระทรวงพาณิชย์ได้กำกับดูแลในด้านของปริมาณ ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้จำหน่ายตั้งแต่ ๑๐๐ ตันขึ้นไป ผู้นำเข้าจะต้องแจ้งการนำเข้า การกำหนดดูแลด้านราคา ผู้ผลิต ผู้นำเข้าจะต้องขออนุญาตจากกระทรวงพาณิชย์ การควบคุมราคาปุ๋ยโดยดูโครงการที่ต้นทุน ซึ่งต้นทุนสูงขึ้นจากต่างประเทศและไม่สามารถที่จะกำกับดูแลในเรื่องของการนำเข้า จากต่างประเทศได้ ซึ่งต้นทุนนั้นอยู่ที่ต่างประเทศ และการนำเข้านั้นเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ขอตอบคำถามข้อแรกประมาณนี้ก่อนครับ ขอขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสุทิน เชิญครับ🔗

นายสุทิน คลังแสง มหาสารคาม

ท่านประธานที่เคารพ ผม สุทิน คลังแสง พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดมหาสารคาม ก็ต้องกราบเรียนว่าท่านรัฐมนตรีได้ตอบ ไม่ค่อยได้ตรงประเด็น เพราะว่าที่เราห่วงที่สุดวันนี้ก็คือว่าเกรงว่าพ่อค้าจะฉวยโอกาสขึ้น โดยราคาที่ไม่เหมาะสม อยากถามท่านว่าท่านคุมราคาจริง แต่ท่านใช้กรอบ ใช้เกณฑ์ ใช้ตัวเลขอะไรมาคุมว่าต้นทุนเท่านี้ต้องขึ้นได้เท่านี้อย่างนั้นหรือเปล่า ถ้าตอบอย่างท่านนั้น ก็หมายความว่ายังปล่อยเป็นช่องว่างให้กับพ่อค้าได้ขึ้นราคาตามใจ เพราะฉะนั้นอันนี้ ก็เป็นเรื่องที่คิดว่าเป็นข้อบกพร่องเป็นจุดโหว่ ที่รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์จะต้องไป จัดการตัวนี้ให้ดี เพราะหลายครั้งไม่ใช่เฉพาะปุ๋ยหรอกครับ การขึ้นราคาสินค้าทุกตัวก็มักจะมี ข้ออ้างทั้งนั้นว่าต้นทุนมันขึ้นโน่นนี่นั่น แต่ประเด็นของมันก็คือมันขึ้นไม่สมเหตุสมผล ในเชิงคณิตศาสตร์มันอธิบายไม่ได้ ถ้าอธิบายไม่ได้นั่นก็คือเอาเปรียบเกษตรกร อันนี้ฝาก เพราะฉะนั้นคำถามที่ ๒ นี้เราก็คิดว่าเอาละ เมื่อมันขึ้นก็ขึ้น ถ้าเป็นปัจจัยต่างประเทศ ก็เป็นปัจจัยต่างประเทศ แต่วิธีแก้ปัญหาจะทำอย่างไร ต่อไปนี้ถ้าหากเราคิดว่ามันเป็นเพราะ ต่างประเทศ เราก็จะปล่อยให้เกษตรกรเผชิญเหตุเผชิญโชค แล้วก็เผชิญชะตากรรมอย่างนั้น หรือเปล่า ผมก็ได้ทราบรัฐมนตรีว่าการจุรินทร์เคยมาตอบว่าเคยไปชดเชยให้ประมาณ กระสอบละ ๕๐ บาท ซึ่งถ้าดูแล้ว ๑. ๕๐ บาท ๒. ท่านก็บอกว่าท่านไปคุยกับพ่อค้า ๓ ราย เขาก็ลดราคาลงให้ แต่โดยรวมความแล้ววันนั้นเท่าที่ท่านตอบ สรุปแล้วกระสอบหนึ่งไม่เกิน ๖๐ บาทที่ลดลง แต่วันนี้มันขึ้นประมาณ ๖๐๐ บาทต่อกระสอบ เพราะฉะนั้นนี่ดูแล้วไฟ กำลังเผาตึก ๘ ชั้น ไฟกำลังโหมลุกเผาตึก ๘ ชั้น แล้วท่านแก้ปัญหาโดยวิธีไหน ท่านก็ไปยืน เอาสายน ้าฉีดดับไฟ ได้แก้เสียพอว่าได้แก้ แต่มันไม่สามารถจะดับเหตุได้ เพราะฉะนั้น มาตรการที่ท่านบอกว่าได้ทำมา วันนี้เกษตรกรถึงยังเดือดร้อน ขึ้น ๖๐๐ บาทต่อกระสอบ บวกชดเชย บวกพ่อค้าตกลงลดให้แล้วนี่ ๖๐ บาทต่อกระสอบ ห่างไกลจากความเดือดร้อนมาก ก็เลยอยากถามท่านว่ามาตรการเหล่านี้ท่านมีอีกไหมว่า ท่านจะต้องลดชดเชยให้เกษตรกร ได้อีกเท่าไร แล้วก็อีกมาตรการหนึ่งที่ท่านบอกไว้ดีด้วยว่า ในฤดูการผลิตต่อไปนี้ นอกจาก ท่านจะขอเงินมาชดเชยแล้ว ๙๐๐ ล้านบาท ประมาณนั้นเห็นว่ารัฐบาลอนุมัติ ซึ่งมันก็น้อยมาก กับปริมาณความสูญเสียของเกษตรกรที่จะต้องเติมเข้าไป มีอีกมาตรการหนึ่งที่ท่านบอกก็คือ จะนำปุ๋ยสั่งตัดเข้ามาทดแทน จริง ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่หรอกปุ๋ยสั่งตัด ก็ส่งเสริมมานานแล้ว ปุ๋ยสั่งตัดถ้าทำได้มันดีนะครับ ท่านรัฐมนตรีครับ แต่วันนี้ก็ติดใจอีกนะครับว่า เรื่องปุ๋ยสั่งตัดก็ดี เรื่องมาตรการใด ๆ ก็ตามที่มาทดแทนให้เกษตรกร แบ่งเบาภาระเกษตรกร เราดูว่าไม่ค่อยประสบผลสำเร็จ ถ้าภาษาทั่วไปคือไม่เวิร์ก (Work) วันนี้ปุ๋ยสั่งตัดพูดโก้หรู แต่ผมสอบถามแล้วชาวบ้านเองไม่ใช้ ไม่ทำ ถ้าทำจริง ๆ มันดี ทำไมไม่ทำ เพราะรัฐบาลไม่ได้ ส่งเสริมจริงจัง มันเป็นเทคโนโลยี กระบวนการถ่ายทอดเทคโนโลยีนวัตกรรม มันมีศาสตร์ และศิลป์นะครับ เพียงแต่รัฐบาลจะบอกง่าย ๆ ว่า ใช้ปุ๋ยสั่งตัด ปุ๋ยสั่งตัด ปุ๋ยสั่งตัด มันต้องถ่ายทอดเทคโนโลยี มันต้องใช้ศาสตร์ใช้ศิลป์ แต่มีข้อสังเกตว่าทุกครั้งที่จะต้องหา มาตรการชดเชยให้เกษตรกรแล้วก็ทดแทนเทคโนโลยีใหม่ รัฐบาลและกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ ไม่ทำแบบจริงใจ เหลาะ ๆ แหละ ๆ ทำไมเหลาะ ๆ แหละ ๆ มีคำนินทาว่า ถ้าทำจริงมันกระทบกับรายได้ของทุนใหญ่ ถ้าชาวบ้านมาใช้ปุ๋ยพวกนี้จริง ๆ ทุนใหญ่ก็ไม่ได้ขายปุ๋ย กำไรก็หาย ยอดขายก็หด เพราะฉะนั้นหน่วยราชการบางครั้ง กระทรวงบางครั้งปากว่าตาขยิบ ไม่ส่งเสริมจริง ไม่ทำจริง ผมเลยเรียนถามว่ามาตรการ เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคมที่รัฐบาลได้ออกมา การชดเชยก็ดี การเจรจาพ่อค้าก็ตาม ปุ๋ยสั่งตัดก็ตาม วันนี้ล่วงเลยมาประมาณ ๓-๔ เดือน มีความคืบหน้าอย่างไร แค่ไหน ก่อนที่เกษตรกร เขาจะหมดกำลังใจผลิตในฤดูกาลหน้า ท่านช่วยตอบมา ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ เชิญรัฐมนตรีครับ🔗

นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสินิตย์ เลิศไกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด สุราษฎร์ธานี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ท่านผู้ถามกระทู้ได้ถามว่า เราจะมีมาตรการช่วยเหลืออีกหรือไม่ ผมก็ขอตอบว่า มาตรการการแก้ปัญหาคือ🔗

ประเด็นที่ ๑ กระทรวงพาณิชย์ แก้ปัญหาเอง ซึ่งท่านก็พอจะรู้อยู่แล้วนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ เราก็ได้ทำหนังสือไปของบกลางจากท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งเราทำหนังสือไปของบกลางจากนายกรัฐมนตรี ในหนังสือมีครับ เมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม แล้วก็วันที่ ๒๘ มิถุนายน สำนักงบประมาณแจ้งว่าเป็นภารกิจที่ของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ครับ โดยนายกรัฐมนตรีมีบัญชาการให้กรมการค้าภายในประสานกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ในการดำเนินการช่วยเหลือเกษตรกรด้านปัจจัยการผลิตอย่างเป็นระบบ และต่อมาวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ปลัดกระทรวงพาณิชย์ มีหนังสือถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แจ้งความเห็นสำนักงบประมาณและข้อสั่งการนายก ในวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ คณะกรรมการส่งเสริมการใช้ปัจจัยการผลิตที่เหมาะสมเพื่อลดต้นทุนการผลิตของเกษตรกร และสถาบันเกษตรกร ให้กรมส่งเสริมการเกษตรจัดทำโครงการบริหารจัดการปุ๋ยเพื่อของบประมาณ ในวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน กรมการค้าภายใน เร่งรัดติดตามการดำเนินการข้อสั่งการของ นายกรัฐมนตรี วันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ปลัดกระทรวงพาณิชย์มีหนังสือถึงปลัดกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ แจ้งแนวทางข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาปุ๋ย และวันที่ ๓ ธันวาคม อธิบดีกรมการค้าภายในมีหนังสือถึงเลขาสำนักงานเศรษฐกิจเสนอให้ อ.ต.ก. เป็นผู้นำเข้าปุ๋ยเพื่อมาจำหน่ายโดยตรงในราคาต้นทุน และปัจจุบันกระทรวงเกษตร และสหกรณ์อยู่ระหว่างเสนอ ครม. อันนี้เป็นไทม์ไลน์ (Timeline) ของกระทรวงพาณิชย์ ที่ไม่ใช่นิ่งนอนใจครับ มีหนังสือหมด เพราะฉะนั้นการแก้ไขปัญหาปุ๋ยในระยะยาวเราจะต้องมี การส่งเสริมการใช้ปุ๋ยสั่งตัด โดยให้กรมส่งเสริมการเกษตรให้ความรู้แก่เกษตรกร โดยผ่านศูนย์ดินปุ๋ยชุมชน ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินจะทำให้การใช้ปุ๋ยในปริมาณน้อยลง ซึ่งคำถามข้อที่ ๒ ผมขอตอบเพียงแค่นี้ เพราะว่ากระทรวงพาณิชย์ได้ทำหน้าที่ทั้งในเรื่องของ การของบประมาณของบกลางไป และกระทรวงพาณิชย์ก็ได้จัดการในเรื่องของมาตรการ ปุ๋ยราคาถูกครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านสุทิน เชิญครับ🔗

นายสุทิน คลังแสง มหาสารคาม

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สุทิน คลังแสง พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดมหาสารคามครับ ฟังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ท่านตอบ ก็ด้วยความเห็นใจท่านนะครับ ผมถึงบอกแล้วอย่างไรว่าวันนี้ ผมเจาะจงอยากถามท่านนายก เพราะว่าการแก้ปัญหาปลายทางจริง ๆ มันอยู่ที่ท่านนายกรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นเท่าที่ฟังท่านรัฐมนตรีกำลังจะบอกว่ากระทรวงพาณิชย์พยายามเต็มที่ ในการของบประมาณมาชดเชย ท่านครับ กรุณาบอกไทม์ไลน์ (Timeline) ก็เห็นใจ แล้วให้กำลังใจท่านรัฐมนตรีช่วยครับ แต่ท่านนายกรัฐมนตรีไม่อนุมัติเสียอย่าง ไม่ให้เสีย อย่างปัญหาก็ไม่ได้แก้ เพราะฉะนั้นอย่างน้อย ๆ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ถึงจะต้องไปดู เรื่องปุ๋ยสั่งตัด จะต้องไปหาวิธีการปลูกแบบใหม่ ชดเชยแบบใหม่ นั่นกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ แล้วควบคุมปัจจัยการผลิตก็กระทรวงพาณิชย์ อย่างน้อย ๒ กระทรวงนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีจะต้องเข้ามาให้เขาทำงานร่วมกันได้ถึงอยากถามท่านนายก แต่ว่าดูตรงนี้ ยังมีช่องว่างกันอยู่ ถ้าเป็นเช่นนี้ผมดูไทม์ไลน์ (Timeline) แล้วก็ยังไม่มั่นใจว่าจะต้องได้รับ อนุมัติหรือเปล่า ถ้าอนุมัติมาก็ไม่มั่นใจว่าจะต้องไปยืนเอาสายยางฉีดไฟไหม้ตึก ๘ ชั้นหรือเปล่า ก็ขนาดปัญหามันมหึมา แต่การแก้ ทรัพยากรที่ลงไปแก้มันนิดเดียว แล้วชาวบ้านก็บอกว่า แก้หรือทำเสียพอสาบานแล้วไม่ตาย ถ้าจับมาสาบานก็ได้ทำจริงก็ไม่ตาย แต่ทำแค่นี้พอรอดตาย แต่คนตายก็คือเกษตรกร เพราะฉะนั้นก็เลยจะต้องถามคำถามข้อที่ ๓ ว่า ถ้าปัญหา หรือการแก้ปัญหายังเป็นอยู่เช่นนี้ฤดูกาลเพาะปลูกใหม่กำลังจะมา ราคาข้าว ราคาพืชผล การเกษตรตกอยู่แล้วอย่างนี้ ราคาปัจจัยการผลิตก็ยังไม่มั่นใจว่าจะแก้ได้ เราจะทำอย่างไรต่อ ท่านรัฐมนตรีช่วยบอกกับเกษตรกรดัง ๆ สิว่าจะต้องเตรียมตัวอย่างไร วางแผนชีวิตอย่างไร ในฤดูกาลเพาะปลูกต่อไป ปัญหาระยะยาวมีไหมที่จะต้องแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนว่า ๑. การนำเข้า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เราจะต้องนำเข้า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์อย่างนี้ตลอดไปหรือเปล่าสำหรับปุ๋ย คือถ้าท่านนายกมา ผมก็จะถามท่านว่า ๗ ปีแล้วท่านเป็นนายก ถ้าท่านทำเสียตั้งแต่ปีที่ ๑ ท่านเข้ามา ๗ ปีมันยั่งยืนแล้วนะ จะทำโรงงานปุ๋ยทำอะไรก็ทำได้แล้ว แต่ถ้ายังไม่ทำปีที่ ๑ วันนี้ปีที่ ๗ ท่านบอกว่าจะอยู่ต่อ ก็เลยอยากจะถามท่านว่าจะแก้ปัญหาปุ๋ยยั่งยืนได้ไหม ท้ายที่สุดก็ย ้าอีกทีท่านรัฐมนตรีได้ช่วยตอบผ่านไปยังพี่น้องเกษตรกรหน่อยว่า เฉพาะหน้า จะเอาอย่างไร ให้วางแผนชีวิตอย่างไร ระยะกลางเรื่องปุ๋ยนี่เอาอย่างไร ระยะยาวรัฐบาล เอาอย่างไรกับปุ๋ย หรือจะนำเข้า ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์อย่างนี้ตลอดไป ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งท่านสุทิน ได้ถามผมในเรื่องของมาตรการ ในการแก้ปัญหาปุ๋ยแพง ผมก็ขอตอบว่าในเรื่องของการใช้ปุ๋ยนั้น ซึ่งเรามีกระทรวงเกษตรอยู่แล้ว เราจะต้องมีการวิเคราะห์ดิน เพื่อให้ใช้ปุ๋ยตรงกับความต้องการ ของพืช เพื่อให้ใช้ปุ๋ยลดน้อยลง🔗

ข้อที่ ๒ เราจะต้องมีการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยอินทรีย์ เพื่อให้ใช้ปุ๋ยเคมีลดน้อยลง และการส่งเสริมการผลิตปุ๋ยโปรแตส ซึ่งในประเทศไทยก็ยังพอมีอยู่ โดยเฉพาะในภาคอีสาน ซึ่งแหล่งโปรแตสอยู่ในจังหวัดชัยภูมิ นครราชสีมา เหล่านี้เป็นต้น ซึ่งจะต้องมีการขออนุญาต จะต้องมีการทำเกี่ยวข้องกับกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เหล่านี้เป็นต้น ผมก็คิดว่าการแก้ไขปัญหาปุ๋ยในระยะยาว ซึ่งได้ตอบไปแล้ว ผมก็ขออนุญาตตอบคำถาม เพียงแค่นี้ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็จบ เชิญครับ🔗

นายสุทิน คลังแสง มหาสารคาม

สั้น ๆ นิดหนึ่ง ก็ได้ฟังทั้งหมดแล้ว ก็ไม่สบายใจแทนเกษตรกรอย่างยิ่ง ปัญหาทั้งในตัวกระทรวงพาณิชย์เอง โดยเฉพาะปัญหา ที่ท่านนายกรัฐมนตรีเอง ที่อาจจะเข้าใจเรื่องนี้น้อย แล้วก็ทุ่มเทให้กับเรื่องนี้น้อยมาก เพราะฉะนั้นก็ฝาก เพียงแต่เป็นเรื่องฝากว่า ลำพังเพียงที่ท่านตอบและทำ เอาไม่อยู่นะครับ ที่สำคัญมากที่สุดก็คือท่านต้องตามทันพ่อค้าด้วย และมาตรการทุกอย่างที่ทำลงไปต้องจริงใจ กับเกษตรกรจริง ๆ แล้วก็ท้ายที่สุด อย่างไรเสีย เราใช้จ่ายเงินเพื่อการอื่นเยอะแยะ แต่ว่าถ้าเราไม่ช่วยชีวิตเกษตรกรให้เขาผลิตได้ ขาดกำลังใจที่จะผลิต เราจะสูญเสียเศรษฐกิจ อีกเยอะ การฟื้นเศรษฐกิจของประเทศไม่มีทางเกิด ทั้งเกษตรกรทั้งรากหญ้า ยังจม ยังจน แล้วก็ยังล้ม ท่านจะแก้ปัญหาอะไรก็ไม่มีทางได้ ในที่สุดผลรวมของประเทศมันก็จะเจ๊ง ไปด้วยกันทั้งหมด ฝากท่านนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านสมาชิก ท่านสุทินและท่านรัฐมนตรี ท่านสุทินก็ตั้งคำถามแบบให้เกียรติรัฐมนตรี ขอบคุณนะครับ ก็จบกระทู้ถามสดด้วยวาจา ๓ กระทู้เราก็ได้ใช้เวลาไปไม่เกินอะไรมากนะครับ ขอบพระคุณ สมาชิกทุกฝ่าย🔗

ต่อไปจะเข้าสู่ระเบียบวาระของกระทู้ถามทั่วไป ผมลืมเรียนว่าในห้องกระทู้ ถามแยกเฉพาะนั้น ท่านรองประธานได้ทำหน้าที่เป็นประธาน กระทู้ถามแยกเฉพาะอยู่ใน ระหว่างนี้ครับ🔗

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้มอบหมายให้ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่ประธานให้ห้องประชุม กระทู้ถามแยกเฉพาะ)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิก และท่านผู้เข้าร่วมประชุมในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะทุกท่าน ตอนนี้ห้องประชุมใหญ่ ได้เปิดประชุมสภาเป็นที่เรียบร้อย ห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะก็จะดำเนินการประชุมถาม-ตอบ กระทู้ถามแยกเฉพาะ การถาม-ตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะนี้ก็จะมีการบันทึกเทปเอาไว้ แล้วก็จะไปออกอากาศในช่อง ๑๐ รัฐสภา ในช่วงที่การประชุมในห้องประชุมใหญ่ปิดลง ก็จะมีการถ่ายทอด ฉะนั้นทุกท่านไม่ต้องห่วงว่าจะไม่ได้ออกทีวีนะครับ ได้ออกทีวีทุกท่านนะครับ สำหรับการถาม-ตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะขออนุญาตเรียนให้ท่านทั้งผู้ถามและผู้ตอบได้ ทราบนะครับว่า ในกระทู้ถามแยกเฉพาะเรามีเวลากำหนดทั้งหมด ๒๐ นาที ถาม-ตอบได้ ๒ ครั้ง การถามครั้งที่ ๓ ขึ้นไปต้องได้รับอนุญาตจากประธานถ้าสมมุติว่ามีเหตุจำเป็นที่ว่าคำถาม ยังไม่หมด หรือว่ายังมีความคลางแคลงใจที่จำเป็นต้องได้ความจริง ประธานจะอนุญาตว่าจะให้ ถามหรือให้ตอบครั้งที่ ๓ ได้หรือไม่นะครับ ก็ฝ่ายละ ๑๐ นาทีนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมขอเรียนที่ประชุมว่า เพื่อประโยชน์ในการถามและตอบกระทู้ถามของผู้ตั้งกระทู้ถามและของท่านรัฐมนตรี ผมขอสลับลำดับการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะเป็นดังนี้นะครับ ลำดับที่ ๑ กระทู้ถาม แยกเฉพาะที่ ๓๔๓ ของท่าน ส.ส. สัณหพจน์ สุขศรีเมือง ลำดับที่ ๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๓๔๔ ของท่าน ส.ส. สัณหพจน์ สุขศรีเมือง ลำดับที่ ๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๔๒ ของท่าน ส.ส. รังสรรค์ มณีรัตน์ ลำดับที่ ๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๓๓ ของท่าน ส.ส. รังสิมันต์ โรม ลำดับที่ ๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๔๕ ของท่าน ส.ส. สะถิระ เผือกประพันธุ์ ลำดับที่ ๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๔๖ ของท่าน ส.ส. สะถิระ เผือกประพันธุ์ ท่านผู้ตั้งกระทู้ถาม คงไม่ขัดข้องนะครับ เพื่อให้เกิดความสะดวกและคล่องตัว🔗

๑.๓.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๓๔๓ เรื่อง ขอขยายเขตประปาในพื้นที่ ตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช (นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗

ด้วยสำนักงาน รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยติดภารกิจสำคัญ จึงมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย คือ ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นผู้ตอบ กระทู้ถามแทน ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือนายธนกร ศิลปะรายะ ผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติการ ๕ การประปาส่วนภูมิภาค ตอนนี้ พร้อมทั้งผู้ถามและผู้ตอบแล้ว ผมขอเชิญท่าน ส.ส. สัณหพจน์ สุขศรีเมือง ได้ถาม เชิญครับ🔗

นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สัณหพจน์ สุขศรีเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช แบบแบ่งเขต อำเภอปากพนัง หัวไทร เชียรใหญ่ วันนี้ต้องกราบขอบคุณท่านประธานที่บรรจุ เรื่องในการที่ให้ท่านรัฐมนตรีมาตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ เรื่อง ขอขยายเขตประปา กราบเรียนท่านประธานอีกครั้งครับว่า กระทู้ของผมในวันนี้เป็นเรื่องที่เป็นความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนที่ยังขาดแคลนน ้าประปาที่เป็นปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตครับ ท่านประธาน ตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช มีหมู่บ้านทั้งสิ้น ๑๖ หมู่บ้าน เป็นพื้นที่ที่มีแม่น ้าไหลผ่านเป็นระยะยาวและมีการแตกสาขาเป็นคลองเล็ก ๆ หลายสาย สภาพพื้นที่โดยทั่วไปเป็นพื้นที่เกษตรกรรม มีจำนวนประชากร ๑๓,๐๐๐ กว่าคน และมีจำนวนหลังคาเรือน ๒,๓๕๑ หลังคาเรือน อาชีพหลักทำเกษตรประมงพื้นบ้านและทำไร่ ทำนา ทำสวนผสม มีผลไม้ขึ้นชื่อคือส้มโอแสงวิมาน ปัจจุบันเป็นทับทิมสยามที่ส่งออกไปทั่วโลก ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชน หมู่ ๗ หมู่ ๑๔ ตำบลคลองน้อย จำนวน ๑๔๙ ครัวเรือน ที่ประกอบด้วย หมู่ ๗ ๖๓ ราย หมู่ ๑๔ ทั้งหมด ๘๖ ราย จุดที่ ๑ บริเวณวัดศรีสุวรรณาราม ประมาณ ๓๐ ราย จุดที่ ๒ บริเวณฝั่งตรงข้ามวัดศรีสุวรรณาราม ๓๓ ราย หมู่ ๑๔ บ้านบางจีน มีผู้ใช้น ้าประมาณ ๓๖ ราย บ้านบางพร้าวมีผู้ใช้น ้า ๕๐ ราย ยังประสบปัญหาขาดแคลน น ้าประปาครับท่านประธาน แม้หน่วยงานที่รับผิดชอบ ได้แก่ การประปาส่วนภูมิภาค รวมถึงองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ได้แก้ปัญหาโดยการให้ประชาชนดำเนินการต่อใช้น ้า จากการประปาส่วนภูมิภาค มีการรั่วซึมหลายจุดจึงทำให้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน จากอัตราการคิดค่าน ้าที่เป็นอัตราก้าวหน้า เมื่อน ้าที่รั่วหลุดไปในระยะทางทำให้ต้องมีการหาร เฉลี่ยกันกับหลาย ๆ ครัวเรือนทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อน ตรงนี้ต้องเสียค่าน ้า ๒,๐๐๐-๔,๐๐๐ บาทต่อครัวเรือน ซึ่งเขาก็ไม่ใช่คนรวยนะครับในพื้นที่ตรงนั้น จึงอยากเรียนถาม ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยดังนี้ครับ🔗

คำถามที่ ๑ กระทรวงมหาดไทยจะมีมาตรการในการแก้ไขปัญหาระบบประปา ในพื้นที่ดังกล่าวอย่างไร ในขณะที่การประปาอำเภอปากพนังได้ทำการสำรวจออกแบบไว้แล้ว ขาดเพียงงบประมาณสนับสนุนจากกระทรวง ขอทราบรายละเอียดในการตั้งงบประมาณ และระยะเวลาในการดำเนินการครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มาตอบ กระทู้ถามแยกเฉพาะของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ท่านสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าก็ชื่นชมแล้วก็ยินดี กับท่านที่ท่านมีความห่วงใยพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเรื่องของน ้าซึ่งถือว่าเป็นปัจจัย แห่งชีวิตเรื่องของการอุปโภคบริโภค ผมขออนุญาตเรียนเพิ่มเติมว่าสำหรับเรื่องน ้าประปา ต้องมีความเข้าใจได้ตรงกันว่ามันมี ๒ ส่วนด้วยกันที่อยู่ในการให้บริการของพี่น้องประชาชน ส่วนหนึ่งก็เป็นเรื่องของการประปาส่วนท้องถิ่นจะเป็น อปท. ต่าง ๆ ในการรับผิดชอบ อีกส่วนหนึ่งก็เป็นเรื่องของการประปาส่วนภูมิภาค เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจซึ่งขึ้นตรงกับ กระทรวงมหาดไทยแล้วก็เป็นงานซึ่งผมเป็นผู้รับผิดชอบกำกับดูแลตามที่ได้รับมอบหมาย จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยดูแลหน่วยงานที่ขึ้นกระทรวงมหาดไทย อันนี้เป็น ข้อมูลเบื้องต้นที่จะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านถึงท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติด้วย ผมเรียนเพิ่มเติมอย่างนี้ครับว่า พื้นที่ที่ท่านได้ถามมาอยู่ในพื้นที่ของ อบต. คลองน้อย ซึ่งในปัจจุบันนี้ อบต. คลองน้อยเองก็มีการให้บริการน ้าประปาอยู่ แต่ว่าส่วนหนึ่งที่มันเกิด การขาดแคลนเขาก็ใช้วิธีการซื้อน ้าจากการประปาส่วนภูมิภาคแล้วนำมาจำหน่ายให้กับ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๒ หมู่ด้วยกันที่เป็นหมู่ซึ่งมีความขาดแคลน แต่ว่าเขต ๒ หมู่นั้น อยู่ในพื้นที่ซึ่งใกล้เคียงกับแนวท่อของการประปาส่วนภูมิภาค โดยการขอซื้อแบบราคาเหมาจ่าย จากการประปาส่วนภูมิภาค สาขาปากพนัง ในราคาประมาณ ๑๕ บาท ต่อ ๑ ลูกบาศก์เมตร มาใช้แล้วก็เอามาจำหน่ายให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ของ อบต. ของตัวเองโดยวิธีการ เหมาจ่ายแบบเฉลี่ย แต่ว่าผมก็ได้เห็นข้อมูลเบื้องต้นนะครับว่า ตัวเลขของการเฉลี่ย นำมาจำหน่ายก็เป็นราคาซึ่งเป็นภาระกับพี่น้องประชาชนถึง ๔๐ บาทด้วยกัน ผมก็มีโอกาส ได้สอบถามนะครับว่าทำไมถึงได้คิดแพงกว่าการประปาส่วนภูมิภาคและทราบว่าแพง แล้วยังมีปัญหาอุปสรรคด้วย ถามไปถามมาก็ทราบว่าแนวท่อที่นำมาจำหน่ายในเขตพื้นที่ของ อปท. นี้มีเป็นเหมือนท่อเก่า มีการรั่วซึม มีการสูญเสียมากเลยต้องนำมาถัวเฉลี่ยกันก็ทำให้ ประชาชนเป็นภาระตกไปที่ ๔๐ บาทต่อลูกบาศก์เมตร แล้วก็เป็นเหตุให้ อปท. ประชาชนเอง ก็มาร้องขอมาที่การประปาส่วนภูมิภาคให้เข้าไปดำเนินการ ผมเรียนท่านประธานนะครับว่า การประปาเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ เพราะทราบว่าเป็นปัญหาความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชน เราก็ได้มีแผนงานโครงการก่อสร้างระบบประปา ระบบการเพิ่มศักยภาพ การผลิต ระบบการจำหน่ายในพื้นที่บริการของการประปาสาขาปากพนัง อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยตั้งงบประมาณไว้ในปี ๒๕๖๕ ก็คือปัจจุบันเราใช้งบประมาณ ปี ๒๕๖๕ กันอยู่ในวงเงินทั้งสิ้น ๓๙,๐๖๕,๐๐๐ บาท ซึ่งโครงการดังกล่าวนี้ก็จะเป็นโครงการ ขยายเขตการให้บริการแล้วก็ครอบคลุมไปถึงพื้นที่ของการวางท่อการจ่ายน ้าในพื้นที่หมู่ ๗ บ้านเปี๊ยะหัวเนินและหมู่ ๑๔ บ้านคนเนิน ซึ่งทั้ง ๒ หมู่นี้ผมเรียนท่านประธานว่าสามารถ ที่จะรองรับการใช้น ้าได้ไม่น้อยกว่า ๓๐๕ ครัวเรือน สำหรับหมู่ ๗ ๑๙๓ ครัวเรือน สำหรับ หมู่ ๑๔ ตามลำดับ โครงการดังกล่าวนี้ผมเรียนท่านประธานนะครับว่าได้รับการจัดสรร งบประมาณแล้วอยู่ในขั้นตอนของการจัดซื้อจัดจ้างซึ่งคาดหมายว่าในปี ๒๕๖๕ เดือน กุมภาพันธ์นี้เราได้ผู้รับจ้างแล้วก็ดำเนินการก่อสร้างต่อไป และคาดหมายว่าจะใช้เวลา ประมาณสัก ๒๐๐ วันไปจนที่ทั้ง ๒ หมู่ ก็จะมีโอกาสได้ใช้น ้าประปาที่มีคุณภาพ มีมาตรฐาน แล้วก็มีปริมาณ แล้วก็มีราคาที่ไม่เกินกำลังของพี่น้องประชาชนในยุคโควิด (COVID) ต่อไป ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสัณหพจน์ มีคำถามที่ ๒ ไหมครับ เชิญครับ🔗

นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย คำถามที่ ๒ ผม จริง ๆ ท่านรัฐมนตรีก็ได้ตอบมาครอบคลุมและต้องขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีแทนพี่น้อง ประชาชนคนนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะพี่น้องชาวปากพนังที่ได้รับการสนองตอบจากกระทรวง ในการจัดสรรงบประมาณให้ ๓๙,๐๖๕,๐๐๐ บาท ให้กับพี่น้องคลองน้อยอำเภอปากพนัง ซึ่งมีปัญหาเรื้อรังแบบนี้มานานกว่า ๓๐ ปี วันนี้ผมในนามตัวแทนพี่น้องประชาชนต้อง กราบขอบพระคุณแทนพี่น้องทุกคน คนลุ่มน ้าปากพนังด้วยครับ🔗

ส่วนคำถามที่ ๒ จริง ๆ ก็เกี่ยวเนื่องกันแต่เป็น หมู่ ๑๒ ก็ขอเป็นคำถามที่ ๒ จะฝากท่านประธานว่าตรงนั้นเป็นพื้นที่ของป่าชายเลน แต่จริง ๆ ได้กันให้กับพี่น้องประชาชน เรียบร้อยแล้ว ๑๐ กว่าครัวเรือน ลูกหลานเดินทางไปโรงเรียนก็ลำบาก น ้าใช้ไม่มี แต่ตรงนี้ ก็ได้ถามไปยังการประปาปากพนังเรียบร้อยแล้วแต่ไม่มีทางที่จะยึดเกาะ หมายถึงว่าไม่มีแนวท่อ ที่จะยึดเกาะได้เพราะไม่มีถนน ที่ผ่านมา อปท. ใช้แผ่นพื้นแผ่นเรียบให้เป็นทางเดิน ไปประทังชั่วคราวจนหลายครอบครัวตอนนี้ได้ย้ายออกมา เพราะพอที่จะมีทางเดินทางไปได้ หมายถึงออกมาหากินข้างนอกได้หรือมีที่อยู่ข้างนอกได้ แต่ส่วนที่ยังคงค้างข้างใน ๑๐ ครัวเรือน โดยประมาณไม่เกิน ๑ กิโลเมตรเองครับ เขายังไม่มีน ้าใช้ครับ ฝากท่านประธานไปยังท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยว่าตรงนี้จะประสานงานกับ อปท. ที่จะช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนในส่วนที่ยังขาดน ้าประปาในหมู่ ๑๒ ตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง ได้อย่างไรบ้างครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านรัฐมนตรีตอบไหมครับ เชิญครับ🔗

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตตอบเพิ่มเติมในเรื่องของคำถามข้อที่ ๒ ที่เป็น ความห่วงใยของท่าน ผมเรียนท่านประธานครับว่า จริง ๆ การประปาส่วนภูมิภาคเอง ก็เป็นหน่วยงานซึ่งบริการพี่น้องประชาชนอยู่แล้ว พื้นที่ไหนที่เราสามารถทำได้เราก็จะ ดำเนินการให้ตามความต้องการของพี่น้องประชาชนเพราะเป็นงานบริการซึ่งก็ทำไปทุก ๆ จุด แต่ว่าเรียนท่านประธานว่า เนื่องจากว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ขององค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งเป็นหลักการของการกระจายอำนาจ การประปาเองจะเข้าไปดำเนินการอะไรก็ต้องได้รับ ความเห็นชอบจากเจ้าของพื้นที่เสียก่อน แล้วก็อะไรที่ไม่เกินกว่าแนวทางที่เราทำเราก็ ดำเนินการให้พี่น้องประชาชน อันนี้ผมเรียนท่านประธานถึงท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าก็ไม่ได้ นิ่งนอนใจ ผมจะรับไปดูแล้วกลับไปมอบหมายทางการประปาลงไปตรวจสอบดูว่า เราสามารถที่จะดำเนินการต่อไปได้หรือไม่ อย่างไร ในกรอบที่เรามีงบประมาณอยู่ และขออนุญาตเพิ่มเติมเล็กน้อยนะครับ ก็เป็นความห่วงใยที่ท่านได้ถามมาก็เลยเรียนว่า พอดีในเรื่องของการติดตั้งมาตรของการประปาส่วนภูมิภาคเองในปีใหม่นี้ ถ้าผู้ใช้บริการ คือประชาชนจะติดตั้งมาตร ทางการประปาเองก็จะมีของขวัญปีใหม่ลดไปให้กับการติดตั้ง มาตรใหม่ประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่ายังไงก็แล้วแต่เพื่อความช่วยเหลือในช่วงยุคโควิด (COVID) การติดตั้งมาตรที่จะเกิดขึ้น ผมดูตัวเลขอาจจะเป็นภาระของพี่น้องประชาชน รายหนึ่งจะเป็นมาตรประมาณ ๓,๖๐๐ บาท ซึ่งส่วนตรงนี้บางทีก็เดี๋ยวจะลงไปให้นโยบาย อาจจะไปใช้วิธีการเหมือนกับถัวเฉลี่ยเป็นรายเดือนไม่เป็นภาระกับพี่น้องประชาชน แล้วก็ ตัวเลขของการใช้น ้าจริง ๆ หรืออัตราที่จะจำหน่ายไปก็จะประมาณ ๑๐.๒๐ บาท ไม่เกิน ๑๐ หน่วย ถ้าเกินนี้ก็เป็นอัตราเขาเรียกว่าขั้นบันได ก็ไม่เป็นภาระนะครับ ผมว่าอย่างน้อย ที่สุดก็น้อยกว่า ๔๐ บาทซึ่งเป็นการให้บริการที่ผ่านมาของ อปท. ที่ซื้อจากการประปาไป ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านที่เคารพครับ ก็ถือว่าจบการถามตอบกระทู้แยกกระทู้ที่ ๓๔๓ เรื่อง ขอขยายเขตประปาในพื้นที่ตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช ของท่าน ส.ส. สัณหพจน์ สุขศรีเมือง นะครับ ก็ต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี ที่กรุณาให้เกียรติกับห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเรานะครับ🔗

๑.๓.๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๓๔๔ เรื่อง การปรับปรุงซ่อมแซมถนน (นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นายทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถาม ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยติดภารกิจสำคัญ จึงมอบหมายให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย คือ ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือนายเจตน์ เสียงลือชา ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน กองพัฒนาและส่งเสริม การบริหารงานท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น บัดนี้ มีความพร้อมแล้วผมขอเชิญ ท่าน ส.ส. สัณหพจน์ สุขศรีเมือง ได้ถามเลยนะครับ เชิญครับ🔗

นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สัณหพจน์ สุขศรีเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช แบบแบ่งเขต อำเภอปากพนัง หัวไทร เชียรใหญ่ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมขอถามกระทู้ถาม แยกเฉพาะในเรื่องของการปรับปรุงและซ่อมแซมถนน ในส่วนของท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี ที่ให้เกียรติในการที่บรรจุและตอบกระทู้ เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนเป็นกระทู้ที่ ๒ ครับ🔗

ท่านประธานครับ ตำบลเขาพระบาท อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ประกอบไปด้วย ๙ หมู่บ้าน มีจำนวนประชากรกว่า ๗,๐๐๐ คน ประชาชนมีอาชีพหลักทำไร่ ทำนา ทำสวนและค้าขาย ท่านประธานครับ ตำบลเขาพระบาทเป็นตำบลเก่าแก่ มีรอย พระพุทธบาทเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนทั่วไปในตำบลและใกล้เคียง ในส่วนของ อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช ทำให้พี่น้องประชาชนเดินทางมาสักการะบูชา อย่างไม่ขาดสาย หากแต่ปรากฏว่าในพื้นที่บ้านค้อแดง หมู่ ๙ ตำบลเขาพระบาทนั้น ยังมีปัญหาของถนนเส้นหลักซึ่งเป็นถนนเพียงเส้นเดียวของหมู่บ้านมีระยะทางประมาณ ๕,๖๐๐ เมตร หรือ ๕.๖ กิโลเมตร แต่ยังมีสภาพเป็นลูกรัง ชำรุด เป็นหลุมบ่อ ทำให้การสัญจร ไปมาไม่สะดวก ไม่ปลอดภัย และส่งผลกระทบต่อทางเดินหายใจของพี่น้องประชาชน สร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนเป็นอันมาก ที่ผ่านมาเมื่อมีน ้าท่วมครั้งที่ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ลงพื้นที่อำเภอเชียรใหญ่ ล่าสุดได้มี งบประมาณลงไปสำหรับปรับปรุงถนนประมาณ ๔๐ ล้านบาท รื้อแก้ปัญหาน ้าท่วม แต่ที่ผ่านมา ก็ยังไม่เห็นเป็นรูปธรรมเป็นชิ้นเป็นอันว่า งบประมาณตรงนั้นได้จัดสรรไปอย่างไร อยากให้ท่าน ช่วยติดตามในส่วนของงบตรงนั้นด้วย แล้วก็จากเหตุการณ์ปัญหาจึงเรียนถามท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย จำนวน ๒ คำถามพร้อมกันดังนี้นะครับ🔗

คำถามที่ ๑ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยดังกล่าวเพื่อแก้ปัญหา ถนนชำรุดในพื้นที่ดังกล่าวหรือไม่อย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ🔗

ส่วนคำถามที่ ๒ หากกระทรวงมหาดไทยมีแนวนโยบายในการปรับปรุง ซ่อมแซมถนนเส้นทางดังกล่าวจะเริ่มดำเนินการเมื่อใดและจะแล้วเสร็จเมื่อใดครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับมอบหมาย จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มาตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านเหมือนเดิมนะครับ ท่านสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ท่านเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรพรรคพลังประชารัฐจากจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมเรียนท่านประธานนะครับ ว่าสำหรับผู้แทนที่อยู่ในต่างจังหวัดมันก็จะมีอยู่หลาย ๆ เรื่องที่เป็นความรักความห่วงใย เพราะเวลาออกพื้นที่ก็จะได้เห็นปัญหาพี่น้องประชาชนอะไรมากมายเหมือนท่านกับผม เราเป็นผู้แทนราษฎรมาด้วยกันส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน เรื่องของน ้า เรื่องของความเป็นอยู่ แล้วก็หลายสิ่งหลายอย่างก็เกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทย ข้อห่วงใยที่ท่านถามก็เป็นเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานในเรื่องของถนนเหมือนกับคำกล่าวว่า น ้าไหล ไฟสว่าง ทางสะดวก ทางดีก็เป็นงานภารกิจหน้าที่ของคนที่เป็นผู้แทนราษฎร สำหรับกระทรวงมหาดไทยผมเรียนท่านประธานนะครับว่าก็เป็นหน้าที่หลักอยู่แล้วเป็นเรื่องของ การบำบัดทุกข์บำรุงสุข อำนวยความเป็นธรรมของสังคม ส่งเสริมและพัฒนาการเมือง การปกครอง พัฒนาการบริหารราชการส่วนภูมิภาค การปกครองท้องที่ รวมถึงกำกับดูแล สนับสนุน แล้วก็ส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการปฏิบัติงาน สำหรับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเองก็มีหน้าที่ในการก่อสร้างในการบำรุงรักษาทางน ้า ทางบก เป็นประโยชน์กับ พี่น้องประชาชนก็เป็นภารกิจการถ่ายโอนแล้วก็เป็นการกระจายอำนาจ แล้วก็เป็นภารกิจ ซึ่งเป็นงานซึ่งต้องการให้คนในพื้นที่นั้นสามารถดำเนินการเองแล้วก็แก้ไขปัญหาของตัวเอง แล้วก็มีหลักการสำคัญเรื่องของการจัดทำโครงการงบประมาณ มันก็ต้องมาจากความต้องการ ของความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ถ้าเป็น อบจ. หรือจะเป็นเทศบาลก็จะเป็นเวลา ปรับแผนโครงการก็ใช้อำนาจของตัวเอง แต่ว่าถ้าเป็นของ อบต. คงต้องผ่านสภาในการพิจารณา ในการทำข้อบัญญัติต่าง ๆ สำหรับโครงการปรับปรุงซ่อมแซมถนนที่ท่านได้ถามกระทู้ ความห่วงใยอยู่ที่บ้านค้อแดง หมู่ ๙ ตำบลเขาพระบาท อำเภอเชียรใหญ่ จังหวัดนครศรีธรรมราช เป็นถนนที่อยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลเขาพระบาท ผมเรียนว่า ถ้า อบต. เขาพระบาทมีงบประมาณเองก็สามารถตั้งงบข้อบัญญัติในการจัดทำโครงการ ปรับปรุงถนนดังกล่าวได้ แต่ว่าผมได้มีโอกาสได้สอบถามด้วยความเห็นใจท่าน ทราบว่า มีงบประมาณแต่ละปีประมาณ ๔๙ ล้านบาทเท่านั้นเอง ๔๙ ล้านบาท ถ้าเป็นงบการลงทุน จริง ๆ ก็คิดประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เหลืออยู่ประมาณสัก ๔,๙๐๐,๐๐๐ บาท ก็ไม่เกิน ๕ ล้านบาท ก็เป็นโครงการที่มีจำกัด ถ้าทำเองได้ก็ทำ แต่ว่าในหลักการคือว่าถ้าเกินศักยภาพ จริง ๆ ก็อาจจะต้องไปขอการสนับสนุนจากองค์การบริหารส่วนจังหวัดในการทำแผน ในการนำโครงการดังกล่าวนั้นมาดำเนินการตามความต้องการด้วยความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชน แต่ว่าถ้าหากไม่ได้รับการอุดหนุนจาก อบจ. ก็เป็นขั้นตอนหนึ่งก็เสนอขอมา ที่กระทรวงมหาดไทย เขาเรียกว่าเงินอุดหนุนเฉพาะกิจในแต่ละปีตามห้วงเวลาที่กำหนด อย่างปีงบประมาณ ๒๕๖๖ บัดนี้ทางกระทรวงเองก็มีหนังสือสั่งการไป ทุก อปท. ต้องนำเสนอ โครงการมาส่งภายในวันที่ ๗ ธันวาคมที่ผ่านมา แล้วก็ทางกรมก็รับเรื่องจากจังหวัดมาวันที่ ๑๕ เตรียมแผนการดำเนินการเพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณต่อไป ผมทราบนะครับว่า ในโครงการดังกล่าวนี้ในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ อบต. เขาพระบาทเองได้เสนอขอรับการสนับสนุน งบประมาณมาที่กระทรวงมหาดไทยเพื่อดำเนินการก่อสร้างถนนคอนกรีตบ้านค้อแดง หมู่ ๙ ตำบลเขาพระบาท ระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตร กว้าง ๔ เมตร หนา ๑๕ เซนติเมตร หรือ ๐.๑๕ เมตร งบประมาณ ๗,๙๐๖,๐๐๐บาท อันนี้ทราบว่าเป็นโครงการที่ทาง อปท. ได้เสนอมาในการขอใช้งบประมาณเงินอุดหนุนเฉพาะกิจในปี ๒๕๖๕ ก็เรียนท่านประธาน ได้ทราบถึงสมาชิกต่อไปครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านสัณหพจน์ครับ คำถามครั้งที่ ๒ เชิญครับ🔗

นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง นครศรีธรรมราช

ขอบพระคุณท่านประธานครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นอย่างยิ่งครับ สำหรับพี่น้องประชาชนที่จะได้รับการแก้ไขในเบื้องต้นจากเงินอุดหนุนเฉพาะกิจในปี ๒๕๖๕ จำนวน ๓ กิโลเมตร จาก ๕.๖ กิโลเมตร ยังเหลืออีก ๒.๖ กิโลเมตร ก็ฝากท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยช่วยขับเคลื่อนแล้วก็ผลักดัน แล้วส่วนผมเองก็จะไปแจ้งทาง อปท. ให้ตั้งเรื่องขึ้นมา ตั้งงบประมาณหรือขอเป็นงบส่วนใดได้ก็ฝากด้วยครับท่าน🔗

ในส่วนคำถามสุดท้ายที่มีเวลาเหลือ เพราะว่าเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ที่เกี่ยวข้องที่ตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนังเช่นกัน เมื่อปีที่ผ่านมาท่านรัฐมนตรีมณัญญา ได้ลงพื้นที่ไปเห็นสภาพของส้มโอทับทิมสยามที่มีพื้นที่เพาะปลูกเยอะ ปีหนึ่งรายได้ไม่ต ่ากว่า ๕,๐๐๐ ล้านบาท แต่ทุกปีน ้าจะท่วมเพราะถนนต ่ากว่าน ้าทะเล ในช่วงปลายปีจะมีน ้าทะเล หนุนขึ้นมาแล้วจะล้นเข้ามาทุกปี ชลประทานก็ต้องไปยกระดับป้องกันชั่วคราวทุกปี เป็นอย่างนี้ ทุกปีครับ เพียงแค่ยกระดับถนนขึ้นมาประมาณ ๗ กิโลเมตรแค่นั้นเอง ตัวนี้ก็จะทำให้ แก้ปัญหาระยะยาวได้ เป็นคันกั้นน ้าไปด้วย เป็นถนนด้วย ที่ตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนังครับ ฝากท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยช่วยดูแลแล้วก็ตั้งงบประมาณ ให้กับตำบลคลองน้อย อำเภอปากพนังด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรี รับไปก็น่าจะจบนะครับ หรือจะตอบ เชิญครับ🔗

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ขออนุญาต พอดีในคำถามข้อที่ ๑ ผมได้เรียนท่านประธานไปถึงท่านสมาชิก ที่มีความห่วงใยว่า ในงบประมาณปี ๒๕๖๕ อบต. เขาพระบาทเองเขาก็ได้ของบประมาณ เงินอุดหนุนมา แต่พอดียังไม่ได้แจ้งนะครับว่า จริง ๆ แล้วในคำถามข้อที่ ๒ นี้มันเป็นคำถาม ซึ่งผมตอบได้เลยนะครับ ทราบว่าทางสำนักงบประมาณได้ดำเนินการการจัดสรรเงินประมาณ ให้เรียบร้อยในเรื่องของการดำเนินการตามโครงการที่ทาง อบต. ขอเงินอุดหนุนมาในวงเงิน ๗,๙๐๖,๐๐๐ บาทเศษ ในการทำโครงการเรื่องของการทำเรื่องถนนดังกล่าวในระยะทาง ๓,๐๐๐ เมตร ความจริงขอมาทั้งหมด ๕,๖๐๐ เมตร แต่ว่าขอให้ไป ๓ กิโลเมตรก่อนในวงเงิน ๗,๙๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ซึ่งในขณะนี้ก็อยู่ในช่วงของการคัดดำเนินการเรียกมาทำสัญญา แล้วก็คาดหมายว่าจะแล้วเสร็จภายใน ๑๘๐ วัน อันนี้ก็เรียนท่านประธานถึงท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทราบ ส่วนที่เหลือนี้ผมเรียนนะครับทราบว่าในปี ๒๕๕๖ นี้ อบต. เขาพระบาทเอง ไม่ได้ขอโครงการดังกล่าวนี้มา ผมก็โทรสอบถามไปว่าทำไมส่วนที่เหลือถึงไม่ได้ขอมา ปรากฏว่าเขาได้ไปขอในโครงการอื่นจำนวน ๒ โครงการด้วยกัน ขออนุญาตที่จะเรียน ท่านประธานนะครับ ชื่อโครงการเป็นการก่อสร้างถนนคอนกรีต รหัสทางหลวงท้องถิ่น ตัวเลขไม่ค่อยชัดนะครับ สายบ้านเคลื่อน บ้านเขต ตำบลการะเกด หมู่ ๘ งบประมาณ ประมาณ ๔ ล้านบาทเศษ อันนี้โครงการที่ ๑ นะครับ อีกโครงการหนึ่งก็เป็นโครงการ ถนนคอนกรีตเสริมเหล็กที่เขาพระบาทเหมือนกันนะครับ บ้านในถิ่นเขาน้อยหรือเปล่านะครับ หมู่ ๓ อันนี้อยู่ประมาณ ๑,๙๐๐,๐๐๐ บาทเศษ อันนี้เป็นการขอโครงการในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ อยู่ในขั้นตอนโครงการพิจารณาต่อไป แต่ว่าส่วนที่เหลืออีก๒,๐๐๐ กว่าเมตร ที่เป็นเส้นทางเดิม อย่างไรก็แล้วแต่ก็ฝากท่านประธานถึงท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติก็ไปเรียน แจ้งท่านนายก อบต. ก็แล้วกันนะครับ ขอให้ดำเนินการขอเงินอุดหนุนมาตามกรอบเวลา ที่ทางกระทรวงมหาดไทยกำหนดนะครับ ผมก็คาดหมายว่าก็จะไปเร่งช่วยการสนับสนุน ให้ดำเนินการต่อไป ส่วนโครงการอื่น ๆ ที่ท่านถามเมื่อสักครู่นี้ผมก็จะรับไป แล้วอะไร ที่สามารถทำได้ในฐานะเป็นกระทรวงมหาดไทยก็เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขอยู่แล้ว เป็นประโยชน์ของพี่น้องประชาชนนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ถือว่า เป็นการจบการถามตอบกระทู้แยกเฉพาะที่ ๓๔๔ เรื่อง การปรับปรุงซ่อมแซมถนน นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ฯพณฯ ทรงศักดิ์ ทองศรี ที่กรุณาให้เกียรติ กับห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเรานะครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

๑.๓.๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๓๔๒ เรื่อง การก่อสร้างอ่างเก็บน ้า ห้วยทรายขาว บ้านใหม่สวรรค์ หมู่ที่ ๑๑ ตำบลศรีวิชัย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน (นายรังสรรค์ มณีรัตน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗

ด้วยสำนักงาน รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ได้มอบหมายให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือท่านประภัตร โพธสุธน เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถาม แยกเฉพาะ คือนายสิทธิโชค พิรุณรัตน์ หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม โครงการก่อสร้างสำนักงาน กรมชลประทานที่ ๑ กรมชลประทาน ตอนนี้ท่านผู้ถามและผู้ตอบได้มาถึงห้องประชุมแล้ว ผมขอเชิญท่าน ส.ส. รังสรรค์ มณีรัตน์ ถามได้เลยครับ เชิญครับ🔗

นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ลำพูน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่น ผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีประภัตรที่ได้กรุณา สละเวลามาตอบกระทู้ถามของผมในวันนี้นะครับ เนื่องด้วยราษฎร บ้านใหม่สวรรค์ หมู่ที่ ๑๑ และพี่น้องบ้านห้วยบง หมู่ที่ ๓ บ้านแม่ป้อกใน หมู่ที่ ๔ บ้านแม่ป้อกเหนือ หมู่ที่ ๕ บ้านแม่ป้อก หมู่ที่ ๖ บ้านศรีวิชัย หมู่ที่ ๑๐ และบ้านอุดมพัฒนา หมู่ที่ ๑๑ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก จึงต้องอาศัยแหล่งน ้า จากลำห้วยต่าง ๆ เช่น ลำห้วยทรายขาว ลำห้วยแม่ป้อก เพื่อทำการเกษตร แต่เนื่องจาก บริเวณแถบนั้นไม่มีอาคารชลประทานที่จะเป็นแหล่งกักเก็บน ้า ทำให้พี่น้องชาวบ้าน ที่ผมได้เอ่ยมาทั้ง ๗-๘ หมู่บ้าน ซึ่งประกอบอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก ทั้งปลูกข้าว ปลูกลำไย ปลูกมะม่วงในเวลาหน้าแล้งน ้าขาดแคลนเป็นประจำ และเวลาฤดูฝนเมื่อน ้าหลาก น ้าเยอะ ก็ไม่มีอาคารชลประทานที่จะมากักเก็บน ้าได้นะครับ ดังนั้นเมื่อปี ๒๕๔๖ ราษฎรในพื้นที่ดังกล่าวได้ทำเรื่องขอไปยังกรมชลประทานที่ ๑ เพื่อดำเนินการก่อสร้าง อ่างเก็บน ้าห้วยทรายขาว ซึ่งถ้าหากสามารถดำเนินการก่อสร้างได้จะทำให้พี่น้องชาวบ้าน พี่น้องเกษตรกรที่ผมเอ่ยมาดังกล่าวได้รับประโยชน์จากแหล่งน ้าอาคารชลประทานแห่งนี้ ถึง ๒,๕๐๐ ไร่ ที่จะสามารถทำการเกษตรได้ และอีก ๘๐๐ กว่าครัวเรือนที่จะได้ใช้น ้าจาก อาคารชลประทานดังกล่าวซึ่งผ่านมาถึงวันนี้ประมาณ ๑๘ ปีแล้ว ตั้งแต่พี่น้องเกษตรกร ตำบลศรีวิชัย บ้านใหม่สวรรค์ และบ้านอื่น ๆ ได้ยื่นเรื่องถึงกรมชลประทาน กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ปรากฏว่ายังไม่มีวี่แววว่าจะได้รับการก่อสร้างโครงการชลประทานดังกล่าว จนกระทั่งเมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๖๐ ท่านผู้ใหญ่สนั่น อุตมะ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๑๑ บ้านใหม่สวรรค์ ตำบลศรีวิชัย อำเภอลี้ ได้ทูลเกล้าฯ ถวายฎีกาถึงพระเจ้าหลานเธอพระองค์ เจ้าอทิตยาทรกิตติคุณ เมื่อครั้งท่านเสด็จไปประกอบพิธีเททองหล่อรูปเหมือนครูบาศรีวิชัย ณ วัดบ้านปาง อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ท่านประธานครับ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ที่ผมได้กล่าวมาตั้งแต่แรกนะครับ สำหรับการรอคอยของเขาว่าจะมีอาคารชลประทาน ให้เขาได้ใช้เมื่อไร เพราะว่าอาชีพหลักเขาอย่างที่ผมกราบเรียนตั้งแต่ต้น คืออาชีพเกษตร เมื่อเกษตรกรปลูกพืชผล ปลูกพืชไร่ได้นะครับ แต่ไม่มีน ้าเพื่อทำการเกษตร ดังนั้นความสำเร็จ เรื่องเศรษฐกิจที่เขารอคอยมันก็ไม่เกิด ดังนั้นผมจึงมีคำถามถึงท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีนโยบายที่จะดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน ้า ห้วยทรายขาว ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่บ้านใหม่สวรรค์ หมู่ที่ ๑๑ ตำบลศรีวิชัย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูนหรือไม่ หากมีนโยบายที่จะดำเนินการก่อสร้าง ขณะนี้ความคืบหน้า อยู่ในขั้นตอนไหน และถ้าเป็นไปได้จะได้ดำเนินการสร้างอาคารชลประทาน อ่างเก็บน ้า ห้วยทรายขาวเมื่อไร อย่างไร ขอบคุณครับ🔗

คำถามที่ ๒ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ถ้ายังไม่สามารถดำเนินการก่อสร้าง อ่างเก็บน ้าแห่งนี้ได้ ไม่ทราบว่าจะติดปัญหาและอุปสรรคอย่างไร และมีแนวทางแก้ไขปัญหา ให้พี่น้องเกษตรกรบ้านใหม่สวรรค์และบ้านอื่น ๆ อย่างไรในระยะหน้าแล้งนะครับ ถ้าหากการก่อสร้างยังไม่ได้เกิดขึ้นในเร็ววัน เพราะว่าตอนนี้พี่น้องเกษตรกรได้รับผลกระทบ เป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในหน้าแล้งครับ กราบขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และเพื่อนสมาชิกท่านรังสรรค์ รังสรรค์นี้ ท่านเป็นผู้แทนมาหลายสมัยนะ และผมเคยไปเยี่ยมแล้ว อำเภอลี้ท่านเอาใจใส่จริง ๆ เพราะว่าการทำมาหากินที่นั่นขาดน ้า ผมไปเมื่อปีที่แล้วและท่านเองก็ร้องขอมาหลายประการ ผมก็พยายามจะเอาบาดาลเข้าไปช่วยแก้ปัญหาก่อน อันนี้ขอชมเชยในความตั้งใจแล้วก็ช่วยเหลือ พี่น้องประชาชน นี่ละเขาเรียกว่าผู้แทนราษฎร การที่จะสร้างอ่างเก็บน ้าบ้านทรายขาว ทางกรมชลประทานดำเนินการมา ๒ ปีแล้ว พื้นที่ของลำพูนเป็นที่ราบสูงมีภูเขา โดยเฉพาะ อำเภอลี้มีเนื้อที่ประมาณ ๑๒๐,๐๐๐ ไร่ แต่เป็นภูเขาเสียส่วนใหญ่และปลูกลำไย พี่น้องครับ ผมขอตอบกระทู้ของท่าน ส.ส. รังสรรค์ว่าเวลานี้ทางกรมชลประทานได้ดำเนินการศึกษา ไปแล้วครับ ไปศึกษารากฐานออกแบบแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ ๒๕๖๕ มานี้ ใช้งบโดยจะสร้าง อ่างเก็บน ้าขนาดมีความยาว ๔๐๐ เมตร สูง ๑๕ เมตร มีคันกว้างที่จะกันน ้า ๘ เมตร และสามารถเก็บกักได้ประมาณ ๑๐๒ ไร่ ปริมาณน ้าที่จะเก็บกักได้ ฝนที่ตกลงมาในบริเวณ อำเภอลี้มีประมาณ ๑ ล้านคิวต่อปี อ่างอันนี้ที่จะสามารถเก็บน ้าได้คือประมาณ ๓๖๐,๐๐๐ คิว และกำลังเริ่มไปศึกษาว่าไปเจาะฐานแล้ว ไปเจาะฐานว่ามีความแข็งความอ่อนอย่างไร จะเก็บน ้าได้แค่ไหน อันนี้ก็คิดว่าจะเสร็จสิ้นในเดือนมีนาคม เดือนมีนาคมได้ทำประชาคมแล้วด้วย ผมก็มั่นใจว่าได้สร้างแน่นอนครับ แล้วก็ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรอย่างที่ท่านรังสรรค์พูด ก็คือประมาณ ๒,๕๐๐ ไร่ ขอตอบอีกอันให้ชัดเจนก็คือว่า ถ้าเดือนมีนาคมไปเจาะฐานรากเสร็จแล้ว พอได้งบประมาณแล้วไปเจาะฐานรากเสร็จก็สามารถบรรจุเข้าแผนปี ๒๕๖๖ เลย ถ้าทันนะครับ ถ้าไม่ทันก็ไป ๒๕๖๗ ใช้งบประมาณทั้งสิ้น ๖๕ ล้านบาท สร้างในปีเดียวเสร็จเลยครับ ถ้าอ่างตัวนี้ได้รับการเห็นชอบจากพี่น้องประชาชน คือทำประชาคมแล้วก็เข้าบรรจุแผน งบประมาณปี ๒๕๖๖ นะครับ ไม่ใช่ ๒๕๖๗ นะครับ ผมขอให้ท่านรังสรรค์ช่วยตามด้วย เพราะว่าเวลาเข้าสภามันจะมีแปรญัตติได้ ขอให้ท่านดูด้วยถ้าแปรญัตติได้ถึง ๖๕ ล้านบาท รัฐบาลคงไม่ขี้เหนียว สำนักงบประมาณก็คงจะให้นะครับ อันนี้อยู่ที่ท่านรังสรรค์ต้องช่วยกันตาม🔗

ประการสุดท้ายที่ท่านถามว่าฤดูแล้งนี่จะทำอย่างไร ขณะที่ไม่มีอ่างผมให้ ศูนย์น ้าบาดาลที่ลำปางไปสำรวจแล้วครับ วันนั้นผมไปความลึก ลึกมากเกือบ ๒๐๐ เมตร ตรงนี้มันเป็นที่ดอนที่เขินและผมก็บอกว่าตั้งจุดกระจายน ้ามันจะมีถังประมาณอีก ๕ ถังที่จะ กระจายน ้าได้ถ้ามีปริมาณน ้าใต้ดินพอก็ให้ดำเนินการ ผอ. ก็ส่งคนไปสำรวจแล้ว สำรวจแล้ว ที่อำเภอลี้ แต่ผมไม่รู้ว่าตำบลไหนนะครับ ไปดูและท่านก็ติดตามกับผมอีกที ไปหาท่าน ผอ. เอ บาดาลลำปาง ตามที่ไปประชุมกันวันนั้นได้บาดาลเท่าไร กี่บ่อ อันนี้เป็นการแก้ไข ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมเลยนะครับ ไม่ใช่รับปากแล้วก็ไม่ทำ และอ่างเกิดแน่นอน ย ้าอีกทีหนึ่ง เดือนมีนาคม จำไว้นะเป็นการสำรวจครั้งสุดท้ายของกรมชลประทาน แล้วก็จะบรรจุเข้าปี ๒๕๖๖ อันนี้ก็ขอกราบเรียนท่าน ส.ส. รังสรรค์ให้ไปทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนได้เลยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรังสรรค์ ยังมีอะไรจะฝากท่านรัฐมนตรีไหมครับ🔗

นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ลำพูน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีเป็นอย่างยิ่งนะครับที่มาชี้แจงให้พี่น้องชาวบ้าน ซึ่งบางทีก็ไม่ได้ทราบการดำเนินงานของกรมชลประทานว่าทำถึงไหน อย่างไร และผมจะได้ นำสิ่งที่ท่านรัฐมนตรีตอบไปบอกกล่าวทางผู้นำชุมชน ทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้านให้ทราบว่า ประมาณปี ๒๕๖๖ เราคงจะได้เข้าแผนของบประมาณ ถ้าไม่ทันก็ ๒๕๖๗🔗

ผมมีเรื่องฝากอีกเรื่องหนึ่งท่านประธานครับ ผมเคยถามกระทู้ท่านรัฐมนตรี ประภัตร เมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา เรื่อง การออกเอกสารสิทธิ ส.ป.ก. ของตำบลนครเจดีย์ ตำบลน ้าดิบ อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน และของตำบลเหล่ายาว อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน ซึ่งท่านรับปากว่าเดือนธันวาคม รับรองว่าจะมีเจ้าหน้าที่ออกไปดำเนินการ ซึ่งผมได้สอบถาม ก่อนที่จะมาถามกระทู้วันนี้ก็ยังไม่มีการดำเนินการแต่อย่างใด ก็เลยขอฝากท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าที่ท่านสั่งการให้เจ้าหน้าที่ออกดำเนินการยังไม่เรียบร้อยครับ ก็ขอฝากท่านติดตามให้ผมอีกทีหนึ่งครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรีครับ เป็นของแถมนอกกระทู้ เชิญครับ🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ผมดีใจนะครับที่มีน้อง ๆ สนใจในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน เรื่องของคนทั้งแผ่นดิน ผมเป็นประธานแก้ไข วันนี้จะประชุม เรื่องการออกเอกสารสิทธิให้ที่ทำกินกับพี่น้องทั้ง ส.ป.ก. เขตป่าทุกอย่าง ที่มันล่าช้าคือผู้แทนเป็นกรรมาธิการถึง ๕๐ กว่าคน ที่ปรึกษาอีก ๓๐ รวมแล้ว ๑๐๐ คน ทุกคนก็มุ่งประเด็นจะไปให้จังหวัดของตนเอง บ้านตนเอง ฉะนั้นวันสรุปเรื่อง ยังไม่จบว่าจะดำเนินการอย่างไร วันนี้เป็นอาทิตย์ที่ ๒ ที่ว่าแยกเฉพาะออกเลยว่ามีปัญหา ทั้งหมด ๗ ประเด็น ใครจะรับ กรมไหน ส.ป.ก. กรมที่ดิน ป่าไม้ อุทยาน อะไรก็แต่วันนี้เราจะรู้ แต่ไม่รู้จะจบหรือไม่ เพราะว่าปัญหาต่างคนก็จะพูดบ้านตัวเอง แต่วันนี้เราสรุปให้เห็นว่าต่อไปนี้ วันนี้ปัญหาคุณกดดูได้เลยว่าเข้าประเด็นไหน วันนี้เราจะแยกให้เห็นเลยว่ามันไม่มีประเด็น เกิน ๗ ประเด็นเท่าที่ฟังดู คุณจะเข้าประเด็นไหน และเราก็จะดำเนินการนะครับ ขอฝากให้ พี่น้องบอกว่าผู้แทนราษฎรของท่านตั้งใจทำงาน แต่เรื่องมันมาก เรื่องปัญหาที่ดินทั้งประเทศ ยังจบไม่ลงครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถือว่าเป็นการจบ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๔๒ เรื่อง การก่อสร้างอ่างเก็บน ้าห้วยทรายขาว บ้านใหม่สวรรค์ หมู่ที่ ๑๑ ตำบลศรีวิชัย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ของท่าน ส.ส. รังสรรค์ มณีรัตน์ ถามรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ท่านประภัตร โพธสุธน ที่กรุณามาตอบ ให้เกียรติห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ ของพวกเราครับ ต้องขอขอบคุณนะครับ ต่อไป🔗

กระทู้ที่ ๑.๓.๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๓๓๓ เรื่อง ปัญหาการจัดการน ้าทั้งระบบ ในจังหวัดนครศรีธรรมราช (นายรังสิมันต์ โรม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ด้วยสำนัก เลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว มีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้เป็นผู้ตอบกระทู้ถาม เรื่องนี้แทน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือท่านประภัตร โพธสุธน เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือ นายเกริกศักดิ์ ลีนานนท์ ผู้อำนวยการส่วนแผนงาน สำนักงานชลประทานที่ ๑๕ กรมชลประทานนะครับ ขณะนี้ พร้อมแล้วนะครับ ทั้งผู้ถามผู้ตอบ ขอเชิญท่าน ส.ส. รังสิมันต์ โรม ถามเลยครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกล ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านประธาน ที่อนุญาตให้ผมได้ตั้งกระทู้ถามและขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่กรุณามาตอบคำถาม ผมคิดว่า ปัญหาเรื่องน ้าท่วม น ้าแล้ง เป็นปัญหาคลาสสิก (Classic) เป็นปัญหาที่มีมานานในประเทศของเรา จริง ๆ ก็ต้องเรียนว่าไม่ใช่เฉพาะแค่จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่มีอีกหลากหลายพื้นที่ ที่ประสบปัญหาเช่นเดียวกัน แต่ครั้งนี้ผมก็ขออนุญาตถามในฐานะที่ตัวผมเองก็เคยเติบโต ในจังหวัดนครศรีธรรมราช แล้วก็พบว่าจังหวัดดังกล่าวเป็นจังหวัดที่มีความอุดมสมบูรณ์ แต่นั่นนะครับความอุดมสมบูรณ์บางครั้งมันก็นำมาซึ่งเรื่องปัญหาน ้าท่วม และบางครั้ง ก็นำมาซึ่งปัญหาน ้าแล้ง ซึ่งความจริงแล้วครับท่านประธาน เราต้องเข้าใจนะครับว่า การที่ปัญหามันเกิดขึ้นซ ้า ๆ ปกติเราต้องเก่ง เราต้องเชี่ยวชาญ เพราะเราได้เจอกับปัญหานี้ มาโดยตลอด แต่น่าเสียดายครับที่การแก้ปัญหาเรื่องน ้าท่วมน ้าแล้งยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน ไม่ต้องอะไรมากครับ ถ้าจำกันได้ล่าสุดที่มีการขอให้อภิปรายเป็นการทั่วไปเพื่อส่งปัญหา ซึ่งมีพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากหลายพรรคการเมืองก็ร่วมกันแชร์ปัญหา แต่ก็ต้อง ยอมรับว่า เรายังห่างไกลในการแก้ปัญหาเหล่านี้ เพื่อที่จะเข้าเรื่องนะครับ ผมต้องเรียน ต่อท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับว่า ปัญหาน ้าท่วมน ้าแล้งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเป็น ประจำทุกปี โดยเฉพาะเขตพื้นที่ตัวเมืองนครศรีธรรมราชนะครับ ถ้าดูจากสภาพภูมิประเทศ จะเป็นลักษณะพื้นที่ที่มีเทือกเขาอยู่ตรงกลาง แล้วค่อยลาดลงสู่บริเวณที่ราบชายฝั่งอ่าวไทย ซึ่งเป็นบริเวณที่เป็นพื้นที่ที่ผ่านของมวลน ้าจากต้นน ้าเทือกเขาหลวงลงสู่คลองท่าดี และไหลผ่านคลอง ๕ สาย ในพื้นที่เขตเทศบาลนครคือ คลองคูพาย คลองสวนหลวง คลองป่าเหล้า คลองหน้าเมือง คลองท่าวัง ท่าโพธิ์ ก่อนไหลออกสู่ทะเลอ่าวไทยที่ปากน ้า คลองท่าซัก และปากน ้าคลองหัวตรุด หรือปากนคร ซึ่งมักจะเกิดผลกระทบกับพี่น้อง ประชาชนที่อาศัยอยู่ในริมคลองและพื้นที่ลุ่มต ่าในเขตเทศบาลนคร และตำบลใกล้เคียง ในอำเภอเมืองเป็นประจำทุกปี อีกทั้งพื้นที่อำเภอเมืองของจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ แม้จะผลิตน ้าประปาได้เองไม่พึ่งพาการประปาส่วนภูมิภาค แต่ก็ต้องพึ่งพิงแหล่งน ้าจากต้นน ้า เทือกเขาหลวงเป็นหลักครับ ซึ่งถ้าหากเกิดภาวะภัยแล้งน ้าดิบจะไม่พอใช้สำหรับประชากร ในพื้นที่ บางปีน ้าประปาในพื้นที่ตัวเองนครศรีธรรมราชก็ไม่เพียงพอต่อความต้องการของ พี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ผมเองก็ได้รับรายงานจากคณะทำงานของพรรคก้าวไกล ในจังหวัดศรีธรรมราชนะครับ ในการที่จะรวบรวมประเด็นต่าง ๆ มา ซึ่งผมขออนุญาต ในการถามครั้งที่ ๑ ดังนี้ครับ ทางภาครัฐได้มีการวิเคราะห์ถึงสาเหตุของปัญหาปริมาณน ้า ทั้งน ้าฝน น ้าผิวดิน น ้าใต้ดิน รวมทั้งการขึ้นลงของน ้าทะเล เพื่อวางแนวทางการแก้ไขน ้าท่วม น ้าแล้ง ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราชไว้อย่างไรบ้าง ท่านมีแผนการบริหาร จัดการน ้าทั้งระบบเพื่อการแก้ปัญหาเชิงบูรณาการหรือไม่ เรื่องแผนการจัดการน ้าทั้งระบบ ที่จะมีการปฏิบัติตามแผนยุทธศาสตร์น ้าแห่งชาติได้มีการวางแนวทางการจัดการน ้าในพื้นที่ จังหวัดนครศรีธรรมราชไว้เช่นใดบ้าง ขอถามครั้งที่ ๑ ดังนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ขอให้กำลังใจและชมเชย ผมว่า รังสิมันต์ น้องรักไปอย่างไรมาอย่างไรถึงไปถามถึงนครศรีธรรมราช วันนี้ถึงบางอ้อแล้ว ท่านเคยอยู่นครศรีธรรมราช ดีครับที่ท่านตั้งใจแล้วก็ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอย่างนี้ ผมอยากให้ท่านลงพื้นที่บ่อย ๆ นะครับ จะได้มีความรู้และชำนาญการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เรื่องที่ท่านถามเป็นเรื่องซ ้าซาก ผมฟังแล้วก็เห็นใจนะครับ พื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช นี่เป็นจังหวัดที่มีพื้นที่กว้างใหญ่นะครับ ถึง ๖ ล้านกว่าไร่ ๖ ล้านไร่เป็นพื้นที่ที่ทำกินได้จริง ๆ ครึ่งเดียว เป็นสวนยางสัก ๒ ล้านไร่ มีข้าวเพียง ๔๐๐,๐๐๐ ไร่ และปลูกสวนทุเรียน สวนเงาะอีก ๘๐๐,๐๐๐ ไร่ อยากจะกราบเรียนอย่างนี้ทำความเข้าใจในภาพรวมก่อน กับท่านรังสิมันต์ว่าเราตรงกันแล้วนะ จะได้พูดถึงการแก้ปัญหา จากการที่ผมได้ศึกษา และเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจง ปริมาณน ้าที่ไหลลงมาสู่เมือง ตัวเมืองนะครับ มาจากเขาหลวง ซึ่งคลองท่าดีระยะทางประมาณ ๓๐ กว่ากิโลเมตร น ้าที่ฝนตกลงมาประมาณ ๗๕๐ ล้านคิว แต่คลองท่าดีนี้รับน ้าได้เพียง ๒๐๐ กว่าล้าน ดังนั้นมันยังเหลืออีก ๕๐๐ มันจึงต้องท่วมเมือง อย่างไรก็ต้องท่วม ดังนั้นในแผนของกรมชลประทานได้เห็นแล้วว่า ต้องแก้ปัญหาเลี่ยงเมือง นอกจาก ๕ คลองที่ท่านพูดถึงแล้ว ต้องสร้างคลองขึ้นมาใหม่อีก ตั้งแต่ปีนี้นะครับ ปี ๒๕๖๑-๒๕๖๖ รัฐบาลให้งบไปทั้งหมด ๙,๕๘๐ ล้านบาท เพื่อจะไปขุดคลองเลี่ยงเบี่ยงน ้า ที่เกินมา ๕๐๐ ล้านคิว ออกจากเมือง โดยขุดคลองแล้วครับ ขณะนี้คลอง ๓ สาย เบี่ยงออกมา ตามแผนที่ยาว ๒๐ กิโลเมตร เลี่ยงเมืองเลย เลี่ยงเมืองตรงนี้เฉพาะสายนี้ก็ประมาณ ๒๐๐ กว่าล้านนะครับ สายที่ ๒ ต้องขุดคลองวังวัว ซึ่งมีความยาว ๖ กิโลเมตร ให้ใหญ่กว่าเดิม กำลังดำเนินการอยู่ และขุดคลองเพิ่มของคลองท่าเรือ-หัวตรุด อีก ๑๒ กิโลเมตร ดังนั้น ถ้าระบายอย่างนี้แล้วยังมีประตูน ้าอีก ๗ ประตู กำลังก่อสร้างอยู่ด้วยงบประมาณ ๙,๕๘๐ ล้าน ดำเนินการไปแล้วจะแล้วเสร็จในปีหน้า ปีหน้าถ้าเป็นไปตามแผนก็จะสามารถระบายน ้าช่วยได้ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ๑๒ ตำบลเลยครับที่จะไม่ต้องถูกน ้าท่วม แล้วพี่น้องประมาณ ๓๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือนก็จะไม่ลำบากเหมือนกับปีนี้ ปีนี้ยังดีนะครับ ปริมาณน ้าน้อย ยังไม่ท่วมขังนาน การท่วมของนครศรีธรรมราชเป็นระยะสั้น ๆ ๓ วัน ๕ วัน แล้วก็ไป แต่ก็สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องจะมากจะน้อยกี่วันก็แล้วแต่ เสียหายหมด รัฐบาล โดยกรมชลประทานก็สร้างงบประมาณไปให้ ๕ ปี ๙,๐๐๐ กว่าล้าน เกือบ ๑๐,๐๐๐ ล้าน ก็สามารถที่จะแก้ไขปัญหาอันนี้ได้ แล้วที่สำคัญที่สุด ผมก็บอกว่าเมื่อเบี่ยงน ้าแล้วก็ต้อง สร้างที่เก็บกักน ้าอีก ๖ แห่ง เก็บกักน ้าอีก ๖ แห่ง จะสามารถจุน ้าได้อีก ๗๕ ล้านคิว เช่น อ่างคลองบ้านตาล เก็บได้ ๒๕ ล้านคิว อันนี้ก็จะเป็นโครงการที่ช่วยเหลือประปาในฤดูแล้ง ที่ท่านกล่าวถึงว่า ฤดูแล้งน ้าทำประปาไม่มี เมื่อเราบรรจุอันนี้เข้าไปแล้วก็จะได้อีก ๗๕ ล้านนะครับ และคลองบ้านตาลอีก ๒๕ ล้าน นอกจากนั้นแล้วแผนที่ทำอยู่ขณะนี้ ก็ใส่ไปอีก ใส่แผนไปทั้งจังหวัดเลย อันนี้เป็นคำถามที่ท่านถามมาว่าแล้วการบริหารน ้าจังหวัด ทำอย่างไร เราใส่งบประมาณปี ๒๕๖๑ ถึงปี ๒๕๘๐ เลย อันนี้เป็นแผนยุทธศาสตร์ชาติด้วย ทำอีก ๑๐๒ โครงการ มีคลองขนาดใหญ่ ๒ แห่ง ขนาดกลาง ๔๒ แห่ง ขนาดเล็ก ๕๗ แห่ง และสามารถเก็บกักน ้าเพิ่มได้อีก ๗๕๕ ล้าน เรามีพื้นที่จะได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นในระบบ ชลประทานอีก ๖๐๐,๐๐๐ ไร่ ตามโครงการที่สำรวจอยู่ คราวนี้ สทนช. ได้จัดยุทธศาสตร์ ไว้ทั้งหมดเลย เพราะโครงการเกี่ยวกับน ้าต้องไปผ่าน สทนช. ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ นครศรีธรรมราชได้รับงบไป ๓,๕๓๘ ล้าน รวมทั้งสิ้น ๗๘๙ โครงการครับ และเก็บน ้า เพิ่มได้อีก ๔๓ ล้าน พื้นที่ได้รับประโยชน์อีก ๑๘๐,๐๐๐ ไร่ อันนี้เป็นปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ที่ผ่าน สทนช. ปี ๒๕๖๕ ก็ให้งบนครศรีธรรมราชไปอีก ๒,๕๐๓ ล้าน รวมอีก ๔๘ โครงการ เพิ่มปริมาณเก็บกักน ้าได้อีก ๑๑ ล้านอันนี้นะครับ ประโยชน์ที่จะได้รับอีก ๗,๕๐๐ ไร่ และไม่น้อยกว่า ๖,๕๐๐ ครัวเรือน อันนี้อยู่ในเขตระบบชลประทานทั้งสิ้น ดังนั้นก็ขอตอบ น้องรังสิมันต์ให้สบายใจว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจ รวมกันแล้ว ๑๐,๐๐๐ กว่าล้าน ที่ใช้ไปแล้ว ๙,๕๐๐ แล้วให้มาอีก ๓,๐๐๐ และก็ให้อีก ๒,๕๐๐ ปีนี้ ดังนั้นก็เป็นการบูรณาการทั้งระบบ ตามที่ท่านว่าจะแก้ไขอย่างไร ขอขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรังสิมันต์ โรม ถามคำถามครั้งที่ ๒ เชิญครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกลนะครับ ก็ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรี จริง ๆ ก็อยากจะเรียกว่าพี่ประภัตร แต่ว่าในวงนี้ก็จะขออนุญาตเรียก ท่านรัฐมนตรีก็แล้วกันนะครับ ผมคิดว่าในการชี้แจงหลายอย่างมีความชัดเจนดีมากนะครับ แล้วก็แสดงให้เห็นว่าท่านรัฐมนตรีแทบจะเรียกว่าเหมือนไปอยู่ในพื้นที่นครศรีธรรมราชเลย นะครับ ถ้ามีโอกาสก็อยากให้ท่านรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่แล้วก็ไปดูในเรื่องของการจัดการน ้าทั้งระบบ เพราะว่ามันเป็นอย่างที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงว่ามันเป็นเรื่องที่มันคาราคาซังมานาน มันเป็นเรื่องที่ไม่จบไม่สิ้นนะครับ อย่างไรก็ตามผมคิดว่ามันก็มีประเด็นที่อาจจะต้องถามท่าน รัฐมนตรีต่อว่า ประเด็นอย่างในเรื่องของงบประมาณที่ใช้ ๙,๕๘๐ ล้านบาทในการที่จะทำ ในเรื่องของคลองผันน ้า แน่นอนครับ มันก็อาจจะมีประโยชน์ในตรงนี้🔗

คำถามก็คือว่าแล้วคนที่เขาถูกหรือเกี่ยวข้องหรือได้รับผลกระทบจากคลองผันน ้า ทางท่านรัฐมนตรี ทางรัฐบาล ได้มีการเตรียมการในเรื่องของการเยียวยากับคนเหล่านี้ อย่างไรบ้าง เพราะว่าเราคงไม่อยากจะทอดทิ้งใครไว้ข้างหลัง เราไม่อยากจะเห็นคนที่ได้รับ ผลกระทบจากการมีการสร้างโครงการของรัฐเพื่อให้คนกลุ่มหนึ่งได้ประโยชน์ แต่ก็มีคน อีกกลุ่มหนึ่งเสียประโยชน์ มันคงน่าจะต้องเดินไปพร้อม ๆ กันได้🔗

คำถามถัดมาครับ ในส่วนของน ้าแล้ง ซึ่งทางท่านรัฐมนตรีก็ได้ชี้แจงว่า จะมีการสร้างในเรื่องของที่กักเก็บน ้าซึ่งจะรองรับน ้าได้ประมาณ ๗๕ ล้านคิว คำถามก็คือว่า ได้มีการศึกษาไหมครับว่าในช่วงหน้าแล้งได้มีการใช้น ้าเท่าไร เพื่อที่ว่าเวลาที่เราเตรียมโครงการ ในเรื่องของการกักเก็บน ้า มันจะได้เพียงพอต่อปริมาณในการใช้งานนะครับ ซึ่งตรงนี้ที่เราเอง ก็อยากจะเห็นการที่ชาวบ้านเขาก็รับรู้มาโดยตลอดว่าน ้ามันมามากเหลือเกินถ้าเราเก็บได้ หน้าแล้งเราก็ไม่ต้องกังวลนะครับ จึงอยากจะสอบถามว่าเราได้มีการศึกษาเรื่องนี้อย่างไรนะครับ🔗

คำถามถัดมาครับ เป็นคำถามที่ผมว่าสำคัญที่สุดนะครับ ที่พี่น้องประชาชน ชาวนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะในเขตอำเภอเมืองเขาอยากจะรู้ครับว่า ทั้งหมดที่เราพูดมา ที่มีการสนทนากัน มีการตั้งคำถามกันมันจะจบเมื่อไร เมื่อไรที่พี่น้องชาวนครศรีธรรมราช จะได้ไม่ต้องกังวลอีกแล้วว่าหน้าแล้งต้องเตรียมตัวอย่างนี้นะ หน้าน ้าจะต้องเตรียมตัวอย่างนี้ ปัญหาของเขาจะได้รับการแก้ไขทั้งระบบ ท่านรัฐมนตรีพอคาดการณ์ได้ไหมครับ ว่าน่าจะประมาณช่วงไหน เพื่อที่ว่าพี่น้องประชาชนชาวนครศรีธรรมราชที่เขาติดตาม ในการสนทนากันครั้งนี้เขาจะได้รู้ว่าเขาจะต้องเตรียมตัวรับมือเพื่อปรับตัวกับสถานการณ์ จนถึงเมื่อไร อย่างไร🔗

สุดท้ายครับ อันนี้อาจจะไม่ได้เป็นคำถามแต่ว่าอาจจะเป็นคำขอท่านประธาน ก็คือว่า ในเรื่องของงบ ๙,๕๘๐ ล้านบาท ถ้าเป็นไปได้ผมอยากจะขอให้ทางท่านรัฐมนตรี ช่วยสั่งการให้ส่งเอกสารผลการศึกษาต่าง ๆ จนถึงปัจจุบันเพื่อที่ว่าผมจะได้เอาข้อมูลตรงนี้ ไปชี้แจงทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ต่อไป ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ขอบคุณมากครับท่านรังสิมันต์ อย่างนี้ถือว่ามีความตั้งใจจริงที่จะร่วมกันแก้ปัญหา การเยียวยาเอาอย่างนี้เลย พรุ่งนี้ผมจะบินไปที่นครศรีธรรมราช ตอนบ่ายนะครับ ผมจะไป แล้วก็ให้เกริกศักดิ์ซึ่งเป็นเจ้าของโครงการอยู่โครงการชลประทาน ๑๕ ที่นครศรีธรรมราช ไปด้วยนะครับ ตามที่ท่านถามว่าเยียวยาหรือเปล่า มีปัญหาไหมคลองที่ขุด ๓-๔ สาย ยังไม่ต้องตอบตอนนี้นะครับ🔗

ข้อที่ ๒ ที่ท่านบอกว่าสร้างความเดือดร้อนแค่ไหนหรือเปล่านะครับ เกริกศักดิ์ จะเป็นคนรวบรวมทั้งหมด และประการที่ท่านบอกอยากจะรู้ว่างบ ๙,๘๐๐ ใช้เสร็จเมื่อไร ตามโครงการนี้คือใช้เสร็จในปีหน้า ถ้าอย่างนี้แล้วปีหน้าอย่างที่เราเข้าใจ ถ้าขุดเสร็จ อะไรเสร็จ จะคลุมพื้นที่ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ที่ไม่ท่วมแน่ อันนี้ปีหน้านะครับ อันนี้พูดถึงปีหน้า และสิ่งที่ท่านต้องการ เอกสารนี่ได้ครับ อันนี้ไม่เป็นความลับ อันนี้เป็นเงินของแผ่นดิน ใคร ๆ ก็ขอดูได้ ๓-๔ เรื่องนี้ ผมดำเนินการให้ท่านนะครับ ผมดีใจที่มีน้อง ๆ เอาใจใส่อย่างนี้ บ้านเมืองจะได้ก้าวหน้าไปรวดเร็ว พรุ่งนี้ผมไปนครศรีธรรมราชครับ ขอบคุณครับท่าน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถามปุ๊บ ติดปั๊บเลย เชิญท่านรังสิมันต์ครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานและขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีนะครับ ยิ่งกว่า ๕ จี (5G) รวดเร็วมาก ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าดีใจนะครับ ที่ทางรัฐบาลในเมื่อผู้แทนได้มานำเสนอปัญหาและทางรัฐบาลได้ตอบสนองทันที ผมคิดว่า เป็นเรื่องที่ดี แล้วก็คงเป็นสิ่งที่ทางพี่น้องชาวนครศรีธรรมราช เราก็ฝันอยากจะเห็นแบบนี้ ก็อาจจะเป็นข้อเสนอแนะเพิ่มเติมครับท่านรัฐมนตรีว่าจริง ๆ อันหนึ่งที่อาจจะต้องฝากไว้นะครับ ก็เน้นย ้าในเรื่องของการเยียวยาสำหรับพี่น้องประชาชนที่อาจจะได้รับผลกระทบ อันนี้อยากให้ ท่านรัฐมนตรีเน้นย ้ากับข้าราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับว่า ต้องดูแลเอาใจใส่ กับพี่น้องประชาชนที่อาจจะได้รับความเดือดร้อนจากโครงการของรัฐ เพราะว่าหลายท่าน หลายคนเขาอาจจะยังรอคอยความชัดเจนตรงนี้อยู่นะครับ🔗

ประเด็นถัดมา ที่อยากจะฝากไว้ก็คือว่า ผมเข้าใจว่าถ้าเราไปดูตามเส้นทาง ตามสายคลองต่าง ๆ ต้องยอมรับว่ามันอาจจะมีเรื่องของการรุกที่ มีการรุกคลอง ซึ่งอาจจะมี ปัญหาในเรื่องของการระบายน ้าด้วย และรวมถึงเราอาจจะจำเป็นที่จะต้องมีการจัดหา เครื่องผลักดันน ้า เพื่อที่ว่าเวลาที่มันมีน ้าปริมาณมาก เครื่องผลักดันน ้ามันจะช่วยทำให้น ้า มันไหลได้เร็วขึ้น ซึ่งจะทำให้ชุมชนต่าง ๆ ในพื้นที่มีความพร้อมในการที่จะแก้ปัญหา เฉพาะหน้าเวลาที่มันมีน ้าที่มันมาอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะทำให้ชุมชนไม่ต้องประสบกับเรื่องน ้าท่วม หรือถ้าประสบก็อาจจะไม่ร้ายแรงอย่างที่แล้ว ๆ มา ก็เรียนท่านประธานฝากไว้ดังนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรี สุดท้ายนะครับ🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

อยากจะให้เขาสบายใจและได้ไปพูดกับพี่น้องประชาชน เพราะท่านมีความตั้งใจจริง เรื่องการผลักดันน ้าเราตั้งแล้วครับ ๔ จุด เรามีเครื่องสูบช่วยอีก ๗ แห่ง นอกจากนั้นก็จะเป็น สูบตั้งถาวรของเทศบาล พรุ่งนี้ผมจะไปดูถ้าว่างไปด้วยกันนะครับ ก็ขอขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

พรุ่งนี้ ยังมีประชุมสภานะครับ ท่านรังสิมันต์ โรม ไปไม่ได้นะครับ ไปก็ถือว่าขาดประชุมนะครับ ท่านที่เคารพครับ ก็ถือว่าเป็นการจบการถามตอบกระทู้แยกเฉพาะที่ ๓๓๓ เรื่องปัญหา การจัดการน ้าทั้งระบบในจังหวัดนครศรีธรรมราชของท่าน ส.ส. รังสิมันต์ โรม ถามท่าน นายกรัฐมนตรี ต้องขอขอบคุณท่านประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ที่ให้เกียรติกับห้องกระทู้แยกเฉพาะของพวกเราได้มาตอบชี้แจงทำความเข้าใจ ให้กับท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็พี่น้องประชาชนที่รอชมการถ่ายทอดหลังจาก ปิดประชุมสภาไปแล้ว ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีประภัตรนะครับ ท่านไปนครศรีธรรมราช แล้ววันไหนท่านไปนครพนม ผมรอนัดหมายท่าน🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ท่านประธานว่างวันไหนไปครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สัปดาห์ สุดท้ายนี่ละครับ เพราะว่าผมไม่มีประชุมสภาไปวันไหนก็ได้ ท่านระบุเลยนะครับ🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เพราะวันนั้นไปแล้วท่านไม่ว่างจะรับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมติดประชุม🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ทุกอย่างเตรียมพร้อมหมดแล้วครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑.๓.๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๓๔๕ เรื่อง การแก้ไขปัญหา และการป้องกันกรณีที่พี่น้องประชาชนโดนฉ้อโกงจากการซื้อของผ่านสื่อออนไลน์ (นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมติดภารกิจสำคัญไม่สามารถมาตอบ กระทู้ถามได้จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๖ มกราคม ๒๕๖๕🔗

ระเบียบวาระที่ ๑.๓.๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๔๖ เรื่อง การเพิ่มเบี้ยยังชีพ ผู้พิการ การสร้างอาชีพ และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการในชุมชน (นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์🔗

ด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้มีหนังสือแจ้งว่า ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็น วันพฤหัสบดีที่ ๖ มกราคม ๒๕๖๕🔗

สำหรับวันนี้ก็ถือว่าจบการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะหมดแล้วนะครับ ผมขอปิดการประชุมครับ🔗

๑.๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป วาระแรก ได้รับการประสานงานจากเจ้าหน้าที่ ว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านมีภารกิจในช่วงบ่าย จึงขออนุญาตที่จะตอบ เป็นกระทู้ถามแรกนะครับ ซึ่งก็สอบถามแล้ว ท่านผู้ถามไม่ขัดข้อง🔗

กระทู้ถามที่ ๔๕๘ เรื่อง ขอให้ปรับปรุงสัญญาจ้าง และการดูแลสวัสดิการ ให้แก่อาสาสมัครผู้ดูแลเด็กประจำศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน กรุงเทพมหานคร พร้อมกับ ปรับปรุงสวัสดิการในการดูแลด้านโภชนาการให้แก่เด็กให้ดีขึ้น (นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ครับ ถามได้ ๒ ครั้งครับ เชิญครับ🔗

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานที่เคารพครับ ในแวดวงการศึกษาและการพัฒนาการเด็ก นักการศึกษา ต่างทราบกันดีว่า การเสริมสร้างพัฒนาการของเด็กในช่วงอายุ ๓-๖ ปี ถือว่าเป็น ช่วงเวลาทองมาก ๆ และสำคัญมาก ๆ เพราะว่าเป็นช่วงที่เด็กสามารถพัฒนาศักยภาพ ของสมองส่วนหน้าได้ดีที่สุด หรือที่นักวิชาการเรียกกันว่า เอ็กเซ็กคูทีฟ ฟังก์ชัน (Executive Function) หรืออีเอฟ (EF) ซึ่งเป็นทักษะการทำงานของสมองที่ทำหน้าที่กำกับความคิด กำกับอารมณ์และการกระทำ ซึ่งมีผลต่อความสำเร็จในทุก ๆ ด้านของชีวิต ไม่ว่าจะเป็น การเรียน การทำงาน การอยู่ร่วมกันกับผู้อื่น ตลอดจนการคิดสร้างสรรค์ คิดวิเคราะห์ เพื่อจัดการชีวิตในทุก ๆ ด้าน ดังนั้นท่านประธานครับ จึงไม่แปลกที่เราจะเห็นประเทศ ที่พัฒนาแล้วทุก ๆ ประเทศให้ความสำคัญกับเด็กเล็ก ๆ ในช่วงปฐมวัยและผมยืนยันว่า เด็กในช่วงปฐมวัยเป็นช่วงเวลาที่ควรลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ของชาติมากที่สุด ถ้ารัฐบาล ปล่อยปละละเลย กทม. ปล่อยปละละเลย ผ่านไป ๑ ปี เด็กก็โตขึ้น ๑ ปี ผ่านไป ๒๐ ปี เด็กเหล่านี้ก็เติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ และอย่างที่เราทราบกันครับท่านประธานปัญหาที่เกิดกับ ในวัยผู้ใหญ่ ต่อให้เราอยากจะแก้ก็แก้ได้ยาก แทนที่จะเป็นผู้ใหญ่ที่ใฝ่รู้ก็จะกลายเป็นผู้ใหญ่ ที่พอถามอะไรก็ตอบว่า ไม่รู้ ๆ แทนที่จะเป็นผู้ใหญ่ที่มีทักษะในการคิดวิเคราะห์ คิดสร้างสรรค์ ก็กลายเป็นผู้ใหญ่ที่คิดได้แค่ให้เลี้ยงไก่ ๒ ตัว ปลูกหมามุ่ย เลี้ยงจิ้งหรีด ปลูกผักชี น ้าท่วมให้เลี้ยงปลา คิดไปขายยางพาราในดาวอังคาร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องเรียนอย่างนี้ว่า วิชาชีพที่ทำหน้าที่สำคัญในการพัฒนาเด็กเล็ก ๆ เหล่านี้ก็คือครูพี่เลี้ยง เด็กประจำศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน นี่ละครับ ผมได้มีโอกาสไปตรวจเยี่ยมปัญหานี้กับ ส.ส. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส. เขตบางแค และ ส.ส. วรรณวรี ตะล่อมสิน ส.ส. เขตยานนาวา บางคอแหลม ที่ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน วชิราชวิทยายน และศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน ชุมชนวัดปุรณาวาส และศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน ชุมชนบัวหลวง และตรวจสอบต่อไปยัง ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน ศูนย์ต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพมหานครเราพบปัญหาใหญ่ครับว่า ครูพี่เลี้ยงในศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนเหล่านี้ในพื้นที่ กทม. ทั้งหมด ถูกจ้างในฐานะ อาสาสมัคร ท่านประธานฟังไม่ผิดครับ ถูกจ้างในฐานะอาสาสมัครและต่อสัญญาจ้างแบบ ปีต่อปี ไม่ได้เป็นแม้กระทั่งลูกจ้างชั่วคราวหรือลูกจ้างประจำ ไม่มีสวัสดิการ ทุก ๆ ครั้งที่ลางาน ไม่ว่าจะเป็นลาป่วยก็จะถูกหักค่าจ้างในทุกกรณี ไม่มีความมั่นคงในชีวิต บางแห่งแม้แต่สลิป (Slip) เงินเดือนยังไม่มีครับ เพราะไม่ได้เข้าระบบเพย์โรล (Payroll) ไม่มีการออกเอกสารใด ๆ ปัญหาดังกล่าวนี้ผู้ว่า กทม. คนปัจจุบันทราบดีครับ จากกลไกกรรมาธิการและการร้องเรียน ทางตรงหลายครั้ง ในวันนี้จริง ๆ คนที่ผมอยากให้มาตอบคือผู้ว่า กทม. แต่เข้าใจว่า ตามมาตรา ๑๒๓ ของ พ.ร.บ. ระเบียบราชการ กทม. ท่านรัฐมนตรีก็เป็นผู้กำกับ วันนี้ก็คง ต้องใช้การฝากเรื่องให้ท่านเข้าไปช่วยดูแล ในสถานการณ์ของการระบาดของโควิด (COVID) นี้ นะครับ ทั้ง ๆ ที่ครูพี่เลี้ยงเป็นผู้ประกันตนในระบบประกันสังคมตามมาตรา ๓๓ และอาชีพ ครูพี่เลี้ยงโดยหน้าที่ ท่านประธานครับ ก็เป็นรูปแบบการปฏิบัติงานที่เข้าข่ายใน ๙ กลุ่มกิจการ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่ ๔ กิจกรรมบริการด้านอื่น ๆ ก็เข้าครับ หรือจะเป็นกลุ่มที่ ๘ กิจกรรมทาง วิชาการก็น่าจะเข้าอีก แต่กลับปรากฏว่าเขาไม่ได้รับการเยียวยาจากประกันสังคมครับ แต่ได้รับแจ้งจากประกันสังคมว่า เดี๋ยว กทม. จะเป็นผู้ดูแลเยียวยาเอง แต่จนแล้วจนรอด ครูพี่เลี้ยงเหล่านี้หรืออาสาสมัครพี่เลี้ยงเด็กเหล่านี้ก็ไม่เคยได้รับการเยียวยาใด ๆ จาก กทม. เลย ไม่น่าเชื่อนะครับว่า กทม. ที่เป็นเมืองหลวงของประเทศ กลับไม่ให้ความสำคัญกับ ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนเลย ไม่ต้องเทียบไกลถึงต่างประเทศครับ เทียบกับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นในต่างจังหวัด ท่านประธานเชื่อไหมครับว่า ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน ที่ต่างจังหวัดที่สังกัดท้องถิ่นนั้นได้รับการใส่ใจดีกว่า กทม. อย่างมาก ครูพี่เลี้ยงบางส่วนได้รับ การบรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่น หรืออย่างน้อย ๆ ก็จะอยู่ในฐานะลูกจ้างประจำหรือลูกจ้าง ชั่วคราวไม่ได้เป็นแค่อาสาสมัครเหมือนกับศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนในกรุงเทพฯ เมืองฟ้าอมรแห่งนี้ นอกจากนี้ครับท่านประธาน งบประมาณอาหารกลางวันที่ กทม. จัดสรรให้กับเด็กปฐมวัยที่ศูนย์แห่งนี้ ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน แค่ ๒๐ บาท รวมนมครับ ซึ่งต ่ากว่างบของกระทรวงศึกษาธิการที่จัดสรรให้กับเด็ก ๒๑ บาท ไม่รวมนม ๒๑ บาทต่อคนต่อวัน นี่ไม่รวมนมนะของกระทรวงศึกษาธิการ คือ กทม. จะให้เด็ก ๆ อยู่อย่างอด ๆยาก ๆ ขาดสารอาหารไปเรื่อย ๆ พอโตขึ้นมาถึงให้กินหรือครับท่านประธาน ผมเข้าใจดีครับว่าปัญหานี้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของผู้ว่า กทม. และผมก็เกรงใจท่านรัฐมนตรี อย่างมาก แต่อย่างไรก็ตามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในมาตรา ๑๒๓ ตาม พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร ก็ได้กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้กำกับดูแล ในเมื่อผู้ว่า กทม. ไม่เห็นคุณค่าของคน ไม่เห็นคุณค่าของวิชาชีพครูพี่เลี้ยง ไม่เห็นคุณค่าของเด็กตัวเล็ก ๆ ไม่เห็นแก่อนาคตของชาติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จะปล่อยปละละเลย หรือเรียกสั้น ๆ ว่าปล่อยไว้คงไม่ได้ ท่านประธานครับ กรุงเทพฯ ไม่ใช่แค่สิ่งปลูกสร้าง ไม่มีเทพองค์ใดมาสรรค์สร้างทั้งสิ้น แต่กรุงเทพฯ คือเมืองของผู้คน ที่คนส่วนใหญ่ต้องดิ้นรน หลายคนเป็นมนุษย์เงินเดือนชนเดือน หลายคนเป็นมนุษย์เงินวัน หลายคนหาเช้ากินค ่า บางคนหาค ่าคืนเช้า บางคนหาได้ก็กิน หาไม่ได้ก็อด ถ้ากรุงเทพมหานคร ไม่ให้ความสำคัญกับคน โดยเฉพาะเด็กตัวเล็ก ๆ กรุงเทพมหานครจะมีคุณค่าอะไร ผมจึงขอเรียนถามทางท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานในข้อที่ ๑ ดังนี้ว่า ที่ผ่านมาผู้ว่า กทม. ก็รับทราบถึงปัญหาด้านสถานภาพการจ้าง และปัญหาด้านสวัสดิการของครูพี่เลี้ยงเป็นอย่างดี หลายครั้งแล้วด้วย เนื่องจากมีการร้องเรียนในเรื่องนี้มาหลายครั้ง ทั้งผ่านกลไกกรรมาธิการ หรือการร้องเรียนทางตรง เหตุใดผู้ว่า กทม. จึงไม่เคยที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างเป็น รูปธรรมเลย ในฐานะที่ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านคงปัดให้ผู้ว่า กทม. ไม่ได้ เพราะตามมาตรา ๑๒๓ พ.ร.บ. ระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานครท่านต้องกำกับดูแล จึงอยากจะสอบถามท่านรัฐมนตรีว่า มีแผนหรือท่านมีความพยายามอย่างไรที่จะปรับปรุง สถานภาพการจ้าง ตลอดจนปรับปรุงสวัสดิการให้แก่ครูพี่เลี้ยง หรืออาสาสมัครผู้ดูแลเด็ก หรือไม่ อย่างไร มีความเป็นไปได้ที่จะจัดจ้างพวกเขาที่ทำงานอย่างหนักและเด็ก ๆ ทุกคน ใน กทม. ฝากความหวังเอาไว้ในฐานะลูกจ้างประจำเหมือนกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือไม่ และกรณีครูพี่เลี้ยงที่ไม่ได้รับการเยียวยาจากมาตรา ๓๓ ประกันสังคมไม่ทราบว่า กทม. จะมีมาตรการเยียวยาให้กับครูพี่เลี้ยงเหล่านี้เป็นการชดเชยหรือไม่นี่คือคำถามนิดที่หนึ่งครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีครับ มีข้อกล่าวหาบุคคลภายนอกคือผู้ว่าด้วย ท่านไม่ได้อยู่ตอบในที่นี้ ท่านสามารถที่จะชี้แจงแทนได้ ในประเด็นที่ท่านทราบนะครับ เชิญครับ🔗

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานสภา สมาชิกผู้ทรงเกียรติ ประเด็นของอาสาสมัครผู้ดูแลเด็กของศูนย์พัฒนาเด็ก ก่อนวัยเรียนของกรุงเทพมหานคร เดี๋ยวกระผมจะได้เรียนชี้แจงถึงความเป็นมาและดู การดำเนินการของกรุงเทพมหานครก่อน อย่างไรก็ตามผมขออนุญาตเรียนทางสมาชิก ผู้ทรงเกียรติผ่านท่านประธานสภาด้วยว่า การกำกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างกับ การบังคับบัญชาและการชี้แนะให้เขาทำ หมายความว่าเขามีอำนาจหน้าที่อย่างไร โดยกฎหมาย เขาทำตามอำนาจหน้าที่ ไม่ใช่ให้ไปสั่งการ ในรัฐธรรมนูญเขียนว่าการกำกับ ทำเท่าที่จำเป็นเท่านั้น มันเป็นเส้นบาง ๆ นะครับ ไม่ใช่นึกว่าอยู่ดี ๆ จะไปสั่งให้ทำ กระทรวงมหาดไทยและผู้ว่าราชการจังหวัดที่กำกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นพยายามจะใช้ ช่องทางพระราชบัญญัติบริหารราชการแผ่นดินที่จะให้นโยบายเขา เราพยายามทำอยู่ แต่เป็นให้นโยบายเท่านั้น ยกตัวอย่างว่ากรณีเช่นนี้ว่าถ้าอยากจะทำคงจะไปสั่งให้เขาบอกว่า ให้ไปบรรจุไม่ได้ คงจะบอกว่าให้ดูแลผู้ปฏิบัติหน้าที่ให้สมกับภาระหน้าที่ที่เขาทำ อะไรประมาณนั้น แต่การดำเนินการเป็นอำนาจหน้าที่ของเขา ถ้าเป็นกฎหมายที่เขาต้อง ดำเนินการบริการสาธารณะ แล้วเขาทำตามสภาพการเงินการคลังโดยสภาเขา ไม่ใช่ให้ผมไปสั่ง กรุณาเรียนให้เข้าใจด้วย ถ้ารัฐสภาแห่งนี้ไม่เข้าใจการกำกับน่าจะยุ่งนะครับ แล้วก็เรียกว่า รัฐรวมศูนย์อะไรพูดไปมากเรื่องอีกนะครับ กระผมขอไปเข้าเรื่องความเป็นมาก่อน ความเป็นมา ของเรื่องของการดูแลการศึกษาของเด็ก ในกรุงเทพมหานครก็ดูแลเด็ก ที่ผ่านมาก็ดูตั้งแต่ ตามกฎหมาย คือตั้งแต่อนุบาลไปจนถึงประถมศึกษาปีที่ ๖ ก็มีโรงเรียนสังกัดของ กรุงเทพมหานครอยู่ ๔๓๗ แห่งด้วยกันที่ดูแล ถามว่าใช่ทั้งหมดไหม ไม่ใช่ เหมือนกับการรักษาพยาบาล การสาธารณสุขของกรุงเทพมหานคร ก็เป็นเช่นเดียวกันนะครับ ผู้ที่อยู่ในกรุงเทพมหานครนั้น ทั้งผู้ปกครองและเด็กก็จะไปใช้สถานที่ การศึกษาของตัวเองที่ตัวเองต้องการทั้งภาครัฐอื่น ๆ และของภาคเอกชนที่มีเฉกเช่นเดียวกับ ศูนย์เด็กเล็ก ก็มีของกรุงเทพมหานครส่วนหนึ่งที่ดูแลอยู่แต่ความเป็นมาของศูนย์พัฒนาเด็ก ก่อนวัยเรียนของชุมชนมันเกิดมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๗ ถามว่าเกิดได้อย่างไร มีชุมชนต่าง ๆ ซึ่งมีกลุ่มเปราะบางอยู่ ซึ่งเขาไม่สามารถที่จะส่งลูกเขาไปยังศูนย์เด็กเล็กที่มีไม่ว่าจะของ ภาครัฐกรุงเทพมหานครของหน่วยงานอะไรก็แล้วแต่เป็นความยากลำบากเขา เขาไม่สามารถ ส่งไปได้ด้วยงานของเขานะครับ ที่ทำงานเขาส่งไปไม่ได้ก็เกิดศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน ในชุมชนเกิดขึ้นมาเมื่อปี ๒๕๒๗ โดยจุดเริ่มต้นก็จะเป็นอาสาสมัครในชุมชนเป็นคน ดำเนินการกันเองนะครับ ถ้าผมจะเรียกให้เห็นชัดเลย ก็คือเป็นที่ดูแลเด็กเท่านั้น ไม่ใช่ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กอะไร เป็นการดูแลเด็กถามว่าเติมเต็มไหม ก็ช่วยให้คนในสังคม ที่เป็นกลุ่มเปราะบางที่ชุมชนเขาสามารถอยู่ได้ ปัจจุบันนี้มีเฉพาะของศูนย์ชุมชน ผมเรียนของประชาชน เอกชน ๒๕๒ แห่ง ส่วนใหญ่จะอยู่ในชุมชนทั้งสิ้น สภาพของเขา ก็จะใช้บ้านบ้าง บางทีก็เป็นสถานที่ที่คนให้ใช้บ้างนะครับ ก่อตั้งเป็นศูนย์พัฒนาเด็ก ก่อนวัยเรียนดังกล่าว แล้วก็ใช้อาสาสมัครของเดิม จนกระทั่งปี ๒๕๓๘ กรุงเทพมหานคร ได้เห็นความสำคัญว่า เมื่อปัญหาของกลุ่มเปราะบางต่าง ๆ เหล่านี้ เขาไม่สามารถส่งไปได้ ที่จะไปเข้าดูศูนย์เด็กเล็กที่ไหน แต่เขาสะดวกที่จะอยู่ในชุมชน เป็นการเติมเต็มกัน ดูแลกัน กรุงเทพมหานครก็คิดว่าต้องเข้าไปดูแลศูนย์เด็กเล็กของเอกชนของประชาชนในชุมชนนะครับ ก็ไปพิจารณาว่าไปใช้กฎหมายในเรื่องของการพัฒนาชุมชน ก็ไปออกข้อบัญญัติในการพัฒนา ชุมชนขึ้นมานะครับ การที่ไปออกข้อบัญญัติและออกระเบียบกรุงเทพมหานครในเรื่องของ การพัฒนาชุมชนก็เลยถือว่า ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนเป็นศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน ของชุมชน กรุงเทพมหานครจึงจะสามารถเข้าไปให้การสนับสนุนได้ แล้วก็มีการตั้งค่าตอบแทน ให้กับผู้ดูแลที่เขามีอยู่แล้ว ในขั้นต้นก็ให้เป็นอาสาสมัครก่อนนะครับ ก็พัฒนาเรื่อยมาตั้งแต่ ปี ๒๕๓๘ ก็มีการเพิ่มเงินเดือน ตอนแรกก็ให้เป็นเงินค่าตอบแทนเป็นรายเดือนแต่จำนวน ไม่มาก ก็พัฒนาไปจนกระทั่ง ขออนุญาตนิดหนึ่งครับว่าทำไมถึงกรุงเทพมหานครต้องไปทำ กรุงเทพมหานครที่ไปทำก็มุ่งหวังที่จะพัฒนาให้ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนได้ทำให้เด็ก มีการพัฒนาอย่างถูกต้อง ถูกต้องอย่างไรเขาก็ไปทำให้คนพวกนี้เป็นอาสาสมัคร มีจ่ายค่าตอบแทน เมื่อมีการจ่ายค่าตอบแทนอาสาสมัครนี้นะครับ เขาก็สามารถเอาครูพี่เลี้ยงต่าง ๆ เหล่านี้ มาอบรมได้ อบรมอย่างไรบ้างพัฒนาหลักสูตรต่าง ๆ เขาก็ดำเนินการ สถานที่กรุงเทพมหานคร ก็ได้ไปพัฒนาเท่าที่ทำได้เพราะเป็นสถานที่ของประชาชน เอกชน ซึ่งเราเรียกว่าเป็นของ ชุมชนเขานะครับ มีการศึกษา มีการทำงาน มีการประเมินศูนย์ต่าง ๆ ครบถ้วนนะครับ นอกจากนั้นก็มีการจัดค่าวัสดุอุปกรณ์ให้กับศูนย์เด็กเล็กด้วย ที่ผ่านมาให้ ๑๐๐ บาท ต่อหัวต่อคนต่อปี มีการให้ค่าอาหาร และอาหารเสริมคือนม ที่ผ่านมา ๒๐ บาท ตามที่สมาชิก ได้เรียนให้ทราบแล้วนะครับ นี่คือการที่ทำที่ผ่านมาจุดประสงค์เพื่อจะทำยกระดับของที่เลี้ยง เด็กธรรมดาให้เป็นศูนย์เด็กเล็กตามมาตรฐาน มาตรฐานอะไร มาตรฐานสถานพัฒนาเด็ก ปฐมวัยแห่งชาติ พัฒนาเรื่องอะไรบ้าง พัฒนาในเรื่องของระบบบริหารจัดการ เรื่องจำนวนครู สอดคล้องหรือไม่ ความรู้ของครู เรื่องของการที่เข้าไปดูแลเด็กดูแลเรื่องอะไรบ้าง ทักษะความรู้เรื่องอะไร ดูกระทั่งคุณภาพเด็ก สุขภาพเป็นอย่างไร ดูหมด ตามมาตรฐาน ที่ผมได้เรียนให้ทราบแล้ว การดำเนินการดังกล่าวยืนยันว่ายังเป็นของประชาชนอยู่ในชุมชน ที่เราไปออกเลี่ยงว่า ว่าให้เป็นศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียนของชุมชน เราถึงเอามือเข้าไปช่วยสนับสนุนเขาได้ การดำเนินการดูแลคนส่วนนี้กรุงเทพมหานครก็ตระหนักดีว่าเค้าก็ทำงานที่ช่วยสังคม โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางในชุมชนเขาก็ทำ ก็พัฒนาอย่างที่ผมได้เรียนขั้นต้นแล้วว่าเขาก็ให้ ค่าตอบแทนเป็นลำดับมาจนกระทั่งปี ๒๕๕๖ จ่ายเงินตามวุฒิเลยนะครับ ปริญญาตรีขึ้นไปก็ ๑๕,๐๐๐ บาท ปวส. ปวช. อนุปริญญาตรีก็ ๑๐,๐๐๐ บาท จนกระทั่งถึง ม.ต้นเลยนะครับ ก็มีการจ่าย แต่อย่างไรก็ยังเป็นค่าตอบแทนอยู่นะครับ ในส่วนนี้ก็ต้องยอมรับว่ายังต้องจ่าย ค่าอันนี้ ซึ่งผมจะเรียนให้ทราบต่อไป ก็มีการเอาไปเปรียบกับทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ทั่ว ๆ ไปในพื้นที่อื่น ก็เป็นภารกิจถ่ายโอนอย่างที่ผมเรียนแล้ว เป็นภารกิจถ่ายโอนเขาก็ตั้งศูนย์เด็กเล็กของเขา แล้วเขาก็บรรจุพนักงานของท้องถิ่นเขาเป็นพนักงานท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นครูผู้ช่วยครูหรือผู้ดูแลเด็ก เขาก็ตั้งได้. ที่ตั้งได้มีจุดที่อยากเรียนให้ทราบว่างบประมาณเขามีพอก็ทำได้โดยของเขาเลย สภาไม่ต้องมีใครไปสั่ง เฉกเช่นเดียวที่ผมเรียนแล้ว ๗,๕๒๑ แห่งในประเทศไทยผมก็ไม่ต้องสั่ง เขาก็ทำ ที่ท่านได้ตัวอย่างว่าเขาดีนะ มี ๑ แห่งกรุงเทพฯ ท่านบอกผมไม่ได้สั่ง เขาทำตาม อำนาจหน้าที่เขา ไม่ต้องสั่ง ก็กลับมาเรื่องของว่าถามว่ากรุงเทพมหานครทำได้หรือไม่ที่จะทำ เป็นลูกจ้าง ก็ทำได้เลย กรุงเทพมหานครสามารถทำได้เลย ปัญหาขณะนี้ที่ผมรวบรวมข้อมูล มาให้ก็คือผู้ดูแลเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนของกรุงเทพหานคร ๑,๑๙๖ คน ดูไม่มาก แต่ถ้าเราจะต้องบรรจุ ยังมีอาสาสมัครอื่น ๆ อีก ๑๑,๐๖๗ คน เขาคงต้องเรียกร้องที่จะบรรจุ เช่นเดียวกัน ปัญหาว่าทำได้ไหม ทำได้ ไปทำข้อบัญญัติออกมา ปัญหาถ้าจะทำไม่ได้ก็มีอยู่ เรื่องหนึ่งว่าถ้าบรรจุทั้งหมดงบประมาณบุคลากร เพราะถ้าบรรจุอย่างนั้นทันทีก็จะต้องใช้ งบบุคลากร ก็จะไปติดกฎหมายเรื่องของระเบียบบริหารงานบุคคลท้องถิ่นที่มีกำหนดไว้ว่างบ บุคลากรจะต้องไม่เกิน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ของรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งถือว่า มาก ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ตัวเองมาก มากจนกระทั่งงบลงทุนของที่จะไปดูแลบริการ สาธารณะขณะนี้ก็ไม่ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว นั่นคือปัญหาโดยกฎหมายว่าเขาจะทำได้ หรือไม่อย่างไร โดยอำนาจเขาไม่ต้องมีใครไปสั่ง ถ้าเขาทำไม่ได้เพราะมันติดตรงนี้ก็ต้องมีทางเดียว ต้องแก้กฎหมายตัวนี้ให้เพดาน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ อยู่ใน พ.ร.บ. ต้องแก้ ถ้าแก้ก็จะเกิดผลกระทบ ๑. การบริการสาธารณะงบลงทุนต่าง ๆ ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั่วประเทศจะต้องถูก เขาก็จะบรรจุงบบุคลากรเข้าไปเยอะเกินนี้ทั่วประเทศเลย เขาก็ต้องทำกัน เพราะกฎหมาย ก็ต้องไปกฎหมายด้วยกันทั้ง ๗,๕๐๐ กว่าแห่งก็จะต้องทำเหมือนกัน ผมเรียนนะครับว่า ทำได้โดยตัวเขาเองเลย แต่อยู่ที่เขาจะทำได้ไหมตามสภาพการเงินการคลัง ท่านกรุณาดูใน รัฐธรรมนูญว่า เขาสามารถดำเนินการได้เอง โดยเขาจะต้องพิจารณาเองตามความสามารถ ของฐานะการคลังของเขา ไม่ใช่ให้ใครไปสั่ง กรุงเทพมหานครก็คงจะรู้ดีว่าคนพวกนี้ ทำคุณประโยชน์ให้ พยายามจะให้บรรจุ แต่ยังเหลือสวัสดิการต่าง ๆ ยังบกพร่องอยู่ เพราะว่าเขาไม่ใช่เป็นเจ้าพนักงานของท้องถิ่นหรือไม่ใช่ลูกจ้าง กรุงเทพมหานครในปี ๒๕๕๘ ก็ได้ไปเอาเข้าประกันสังคม โดยกรุงเทพมานครก็จ่ายสมทบให้ในส่วนของนายจ้าง ให้พวกนี้ อยู่ในระบบประกันสังคม ก็เป็นที่มาว่าขณะนี้เขาก็มีระดับของการบริการเพิ่มขึ้นมาอีกหน่อยหนึ่ง ถามว่าพอเพียงหรือยัง กระผมก็ยอมรับว่าไม่น่าจะพอเพียง แต่ก็จะทำอย่างไรกรุงเทพมหานคร ก็ต้องไปทำ ถ้าตัวเองมีงบประมาณที่ทำได้จะบรรจุเป็นพนักงานท้องถิ่น หรือเป็นลูกจ้างเขา ก็ทำได้ ส่วนว่าไม่ได้รับเงินเป็นเงินเดือนแล้วต้องเป็นเพย์โรล (Payroll) สมมุตินะครับ กฎหมายเขาเป็นอาสา อาสาทำอย่างไร อาสาสมัคร ต้องทำงานก่อน แล้วถึงเอางานมาเบิกจ่าย ไม่ได้ถึงสิ้นเดือนรับ เป็นระบบอย่างนั้นใครไปทำอย่างอื่น กระผม อาจจะโดนมาเรียกถามว่าทำไมไม่ทำตามกฎหมายในสภาแห่งนี้ก็ได้ เพราะกำหนดว่าเขาให้ทำ เมื่อทำจบแล้วเดือนหนึ่งทำ ๓๐ วัน ๒๐ วัน ก็เบิกตามนั้น ไม่เช่นนั้นก็จะต้องเป็นการผิดอีก เพราะฉะนั้นเขาถามว่าเขามีรายละเอียดอย่างไร ก็ทำแล้วเบิกแล้วก็ไปเซ็นรับ หลักฐานนั้น เป็นหลักฐานในการที่จ่ายค่าตอบแทนให้🔗

กลับไปกรณีของมาตรา ๓๓ ขออนุญาตเรียนสั้น ๆ เร็ว ๆ นะครับว่า เมื่อมีเหตุการณ์ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ขึ้น แล้วรัฐบาลต้องการควบคุมโรค ก็สั่งปิดกิจการดำเนินการของภาคเอกชนบ้างอะไรบ้าง ซึ่งก็ส่งผลกระทบต่อผู้ที่ทำมาหากิน ก็มีการคิดเรื่องของการเยียวยา ในเรื่องของประกันสังคม ผมยกตัวอย่างร้านอาหาร พอสั่งว่า ไม่ให้ขาย ร้านอาหารเขาต้องปิด โดยกฎหมายนายจ้างก็แค็ป (Cap) ไว้ที่ ๑๕,๐๐๐ ลงมา ก็จ่ายครึ่งหนึ่ง แต่รัฐบาลดูแล้วว่าเมื่อประกันสังคมจ่ายครึ่งหนึ่งก็ไม่พอ ในกลุ่มต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นต้น รัฐบาลก็จ่ายเพิ่มให้ ๒,๕๐๐ บาท ให้ใคร ให้เฉพาะคนที่ได้รับการสั่งปิด ในพื้นที่ไหน ในพื้นที่ที่สั่งปิดเท่านั้น พื้นที่ไม่สั่งปิดก็ไม่ได้ให้ อาชีพที่ไม่เกี่ยวก็ไม่ให้ ก็ให้แค่นั้น ให้ตาม จำนวนแค่ไหน ที่สั่งปิด ๒ เดือนก็จ่าย ๒ เดือน คณะกรรมการก็พิจารณามา การดำเนินการ ก็ออกมา ก็ตกในส่วนนี้ของอาสาสมัครผู้ดูแลเด็ก กระผมสันนิษฐานเอาเองว่าทำไมเขาจึง ไม่ได้รับ ประเด็นก็คือว่าเมื่อสักครู่นี้ผมเรียนให้ทราบแล้วว่า ถ้านายจ้างไม่จ้างแล้วต้องทำตาม ประกันสังคมก็จ่ายครึ่งหนึ่ง แต่พวกนี้ไม่ได้ทำงาน ศูนย์เด็กเล็กปิดแต่จ่ายเต็ม กรุงเทพมหานคร ยังจ่ายเต็มอยู่ โดยกฎหมายเขายังจ่ายเต็มอยู่ กรุงเทพมหานครก็อยากได้ก็ร้องขอไปทาง ประกันสังคมว่าอยากได้ ทางประกันสังคมก็บอกว่าก็คงจะพิจารณา ผมเข้าใจว่าก็ตัวเอง จ่ายเต็มอยู่ ถ้าตัวเองจ่ายเต็มในภาวะปกติได้ ภาวะนี้ก็ยังจ่ายเต็ม โควิด (COVID) แล้วทำไม ต้องเยียวยา ผมเข้าใจว่าอย่างนั้น อย่างไรก็ตามผมก็ยอมรับว่าอยากเป็นกำลังใจให้ผู้ดูแลเด็ก ตามศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน ผมก็ได้เสนอให้กรุงเทพมหานครพิจารณาที่จะอุทธรณ์ไปแล้ว และกรุงเทพมหานครกำลังอุทธรณ์อยู่ในส่วนนี้ กระผมก็เห็นด้วยว่าผู้ที่ ๑๕,๐๐๐ นี่พอทน แต่พวกที่เป็นมัธยมศึกษาตอนต้นลงไป ๗,๐๐๐ บาท เขาก็คงจะลำบากพอสมควร ก็เลยให้ กรุงเทพมหานครอุทธรณ์ไปในส่วนนี้ ถ้าถามว่าจะทำได้อย่างไร อันนี้คงเป็นที่ไปที่มาว่า สรุปแล้วกรุงเทพมหานครไม่ได้เพิกเฉย หรือไม่เห็นความสำคัญ เห็นความสำคัญจึงเข้าไปพัฒนา ที่รับดูแลเด็กให้เป็นศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน พยายามที่จะเอาเงินเข้าไปให้ โดยใช้ไปออก ข้อบัญญัติว่าเป็นศูนย์ของชุมชน แล้วก็พยายามที่จะใช้เงิน เต็มความสามารถที่จะใช้ได้ คือตอนนี้เป็นอาสาสมัคร กระผมเองก็อยากจะให้เขาเป็นลูกจ้าง แต่กรุงเทพมหานครทำอย่างไร เพราะเขาจะเต็ม ๔๐ เปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว เต็มเพดานรายได้ของเขาอยู่แล้ว ก็เป็นเรื่อง ถ้าเกินนั้นถ้าจะทำต้องเป็นรัฐสภาแห่งนี้ที่จะแก้กฎหมาย กระผมคงเรียนที่ไปที่มาทั้งหมด ในส่วนนี้เพื่อให้เข้าใจครับ ยืนยันว่ากรุงเทพมหานครยังให้ความสำคัญและใส่ใจ และคิดจะไป ยกฐานะของศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน รวมทั้งผู้ที่เป็นพี่เลี้ยงด้วย🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวิโรจน์ถามได้อีกครั้ง เชิญครับ🔗

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ เบื้องต้นก็ต้องขอบคุณทางท่านรัฐมนตรีครับ ที่กรุณาอธิบายให้ฟังว่าตอนนี้มีการอุทธรณ์ ในเรื่องของการเยียวยาตามมาตรา ๓๓ ของประกันสังคมไปเรียบร้อยแล้ว ก็หวังว่า ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดต่อไป ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมฟังอย่างไรมันก็ยังแอบนึกน้อยใจครับ ที่ท่านรัฐมนตรีชี้แจงว่าองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ครูพี่เลี้ยงเด็กต่าง ๆ เหล่านี้บรรจุเป็นข้าราชการท้องถิ่นได้ จ้างในฐานะ ลูกจ้างประจำได้ หรืออย่างน้อย ๆ ก็จ้างในฐานะลูกจ้างชั่วคราวได้ เพราะเขามีงบประมาณ ไม่ได้กลับมาฉุกคิดครับว่าแล้วกรุงเทพมหานครเมืองฟ้าอมรแห่งนี้ทำไมทำไม่ได้ ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ทางท่านรัฐมนตรีก็ตอบไปแล้วว่า ผู้ว่า กทม. ทำได้ รัฐมนตรีไม่มีหน้าที่ไปสั่ง แต่วันนี้ผมยืนยันทางท่านรัฐมนตรีครับว่า อย่างน้อย ๆ ผมขอความกรุณาให้ท่านทำหนังสือ ถึงผู้ว่า กทม. คนนี้ให้เห็นความสำคัญของคนได้แล้ว เมืองที่ไม่มีคน มันก็คือพื้นที่รกร้างเท่านั้นเอง เมืองที่คนไม่ได้รู้สึกถึงความเป็นเจ้าของ เมืองที่ต้องดิ้นรนอยู่ตลอดเวลา มันไม่ใช่เมืองครับ แต่มันเป็นแค่สถานที่กักขังสิ่งมีชีวิตที่หายใจได้เท่านั้นเอง ท่านประธานที่เคารพครับ ผู้ดูแลเด็ก ๑,๑๙๖ คนนี้ ถ้าในเมื่อองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำได้ ถ้าผู้ว่า กทม. ใส่ใจผมเชื่อว่าทำได้ ในเมื่อไปอุดหนุนรถไฟสายสีม่วงได้ ขาดทุนทุกวันได้ ทำไมจะลงทุนกับคนไม่ได้ ผมยืนยัน กับท่านประธานตรงนี้ว่ากรุงเทพฯ ไม่ใช่สิ่งปลูกสร้าง กรุงเทพฯ คือผู้คน คนกรุงเทพฯ คือสิ่งที่สำคัญที่สุด และเด็กตัวเล็ก ๆ ที่กำลังจะโตขึ้นมาคือสิ่งที่สำคัญที่สุด และนี่คืออนาคต ของคนกรุงเทพฯ ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อพูดถึงอนาคตของคนกรุงเทพฯ เมื่อสักครู่ ท่านรัฐมนตรีก็พูดไปแล้วครับว่างบประมาณอาหารกลางวันสำหรับเด็กปฐมวัยที่อยู่ในศูนย์ พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน ๒๐ บาทรวมนม งบอาหารของเด็กของกระทรวงศึกษาธิการ ๒๑ บาท นมนี่แยกต่างหาก เป็นไปได้หรือไม่ครับที่ทางท่านรัฐมนตรีจะทำหนังสือให้ผู้ว่า กทม. คนนี้ ให้ความสำคัญกับเด็กปฐมวัยที่ทั่วโลกเขาให้ความสำคัญให้มากกว่านี้ ให้มีแผนที่จะปรับปรุง ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนให้ดีกว่าที่เป็นอยู่ ท่านประธานต้องไปดูศูนย์พัฒนาเด็ก ก่อนวัยเรียนของ กทม. นะครับ ถ้าถูกระบบ ดูสภาพสุขอนามัย ดูสภาพความเป็นอยู่ของเด็ก ๆ ทั้งหมดทั้งมวลนี้มันอยู่ได้ด้วยสปิริต (Spirit) ของชุมชน มันอยู่ได้ด้วยการเสียสละของครู ที่เป็นอาสาสมัครจริง ๆ ชีวิตที่มันยังมีอยู่ได้ก็เพราะอาสาสมัครเหล่านี้ครับ ทั้งที่ กทม. ควรจะดูแลพวกเขาดีกว่านี้ กลับเลี้ยงให้เขาโตอย่างแคระแกรนตั้งแต่ปี ๒๕๒๗ ทุกวันนี้ มันดีกว่านี้ได้ แต่ไม่ยอมทำครับท่านประธาน ต้องลองไปดู ผมจึงสอบถามท่านรัฐมนตรี ผ่านท่านประธานไปอีกครั้งหนึ่งเป็นคำถามที่ ๒ ว่า กทม. หรือทางท่านรัฐมนตรีมีแผนที่ จะนำเสนอ หรือเสนอแนะไปยังผู้ว่า กทม. ให้มีแผนที่จะปรับปรุงศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียน ให้ดีกว่าที่เป็นอยู่มีหรือไม่ หรืออย่างน้อย ๆ ก็ให้มีคุณภาพที่ไม่ด้อยไปกว่าศูนย์พัฒนา เด็กก่อนวัยเรียนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในต่างจังหวัด ย ้าว่าในต่างจังหวัดที่เราเดิน ไปก็เห็นได้ หรือไม่ อย่างไร อาหารต่อหัว ต่อคน ต่อวัน จะดีกว่า ๒๐ บาท ได้หรือไม่ นี่คือคำถามที่ ๒ และขอวิงวอนครับ ผมเข้าใจในเรื่องของการกำกับดูแลดี แต่ผมเชื่อครับว่า ถ้าท่านรัฐมนตรีเห็นความสำคัญอย่างน้อย ๆ ท่านควรทำหนังสือถึงผู้ว่า กทม. คนนี้ให้เห็น ความสำคัญแล้วมองคนเป็นคนเสียทีขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานสภาและสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ขอกลับไปสักเล็กน้อย เพราะว่ามัน พาดต่อมาจากคำถามเก่าว่าทำไมทำไม่ได้ กระผมได้เรียนให้ฟังชัดเจนแล้ว แล้วเอาไป เปรียบเทียบกับรถไฟฟ้าสายอะไรก็แล้วแต่ มันคนละหมวดกัน ที่เขาทำไม่ได้เพราะงบ บุคลากรเขาเต็มเพดาน นี่กระผมขอเรียนให้ทราบ กระผมเรียนยืนยันว่ากระผมคิดว่า ก็น่าจะดูแลคนพวกนี้ให้ดีขึ้น แต่ไปติดเขามีอาสาสมัครอย่างนี้อีก ๑๑,๐๐๐ กว่าคนเศษ เขาจะทำอย่างไร จะเลือกทำกลุ่มนี้ แล้วกลุ่มอื่นจะทำอย่างไร เขาเต็มเพดานงบบุคลากรเขา ไม่ใช่เขาไปเอางบของรถไฟฟ้ามาใช้ได้ ไม่ได้ครับ มันเต็มงบบุคลากรตามกฎหมายเรื่องการ บริหารงานบุคคลของส่วนท้องถิ่น มันติดตรงนี้ ไม่อย่างนั้นต้องแก้กฎหมาย กระผมขอเรียนย ้า อีกครั้งหนึ่งว่าเป็นเช่นนั้น แล้วกรุงเทพมหานครท่านดูพัฒนาที่เขาทำมาตลอด เขาพยายาม ที่เข้าไปดู แม้กระทั่งบรรจุก็เป็นเฉกเช่นเดียวกับทุกองค์กร ตอนแรกก็เป็นลูกจ้าง ลูกจ้าง แล้วอยากให้เป็นตามวุฒิ ก็อยากให้บรรจุ ก็เป็นอย่างนี้ละครับ ตอนนี้ผมก็เห็นด้วย แต่มันติดที่ว่า เขาต้องทำเอง กระผมก็คงจะเอาการถามในสภาแห่งนี้ เป็นฐานที่จะทำหนังสือ หรืออะไรไปเรียนกรุงเทพมหานครได้ แต่ว่ากระผมได้เรียนแล้วว่า การที่จะไปสั่งกำกับเขานี่ก็คงจะไม่ใช่ แต่อันนี้มีเหตุผลเพียงพอว่าเป็นข้อห่วงใยของรัฐสภาแห่งนี้ ผมคงเอาไปทำให้ได้ ให้เขาไปพิจารณาดำเนินการ แต่เรียนนะครับ ท่านเอาไปเปรียบกัน มันคนละงบกัน อันนี้มันติดพวกงบบุคลากรเขาเต็มเพดานเท่านั้นเองนะครับ🔗

กลับไปในส่วนของการที่จะพัฒนาสถานที่ขอเรียนย ้ากลับไปว่ามันเป็นสถานที่ ของประชาชนเขา ในชุมชน ทางกรุงเทพมหานครจะทำ เขาพร้อมที่จะทำ ๔๓๗ แห่ง ในโรงเรียนของท้องถิ่นในโรงเรียนของกรุงเทพมหานครก็ทำได้เลย ที่มีโรงเรียนอนุบาล เขาทำได้เลย แต่คนพวกนี้เขามีความเปราะบาง เขาไม่สามารถไปส่งได้ มีอยู่จุดหนึ่งที่กระผมเรียน ข้ามไป คือว่าบางทีถ้าเรามีศูนย์เด็กเล็กมาตรฐาน ถึงเวลาบ่ายสาม บ่ายสี่ต้องมารับกลับ แต่ศูนย์พวกนี้เขาอยู่กันได้พ่อแม่บางคนต้องทำงานเป็นกะไม่สามารถมารับ เขาก็ดูแลให้ มันเป็นความลงตัว กรุงเทพมหานครมองเห็นจุดนี้ถึงไปยกระดับเขาขึ้นมา ยืนยันว่ายกระดับ การไปพัฒนาสถานที่ในหลาย ๆ ปี ผมจำจำนวนเงินไม่ได้ แต่ใช้เงินเยอะเป็นร้อยล้าน ในช่วงเวลาที่ผ่านมาที่จะไปพัฒนากายภาพเขา แต่ต้องเลี่ยงไม่ใช่ไปพัฒนาบ้านคนเขาไม่ได้ ไปพัฒนาศูนย์ ยกตัวอย่างสภาพแวดล้อมบ้าง อะไรบ้าง ไปทำให้อยู่ แต่มีข้อจำกัดว่าบางที บ้านเขาเล็กและเขาใช้บ้านเขาเป็นศูนย์ที่ว่านี่มันก็อยู่ลงตัวในชุมชน เราไปสร้างให้นอกชุมชน เขาก็ไม่ไป นั่นเป็นข้อจำกัดของสถานที่ อย่างไรก็ตามตรงนี้อยากจะเรียนว่าศูนย์พัฒนาเด็ก ก่อนวัยเรียน กรุงเทพมหานคร ดังกล่าวทั้งหมด ๒๘๒ รวมทั้งกรุงเทพมหานครเองด้วย บางแห่งดีกว่าของ อปท. ทั้งหลาย บางแห่งดีกว่า บางแห่งก็ด้อยด้วยกายภาพ แต่ท่านลองดูว่า กระผมได้ไปเรียบเรียงดูแล้วว่า การพัฒนาศูนย์พัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนไม่ใช่ดูกายภาพ อย่างเดียว ดูว่าครูนั้นมีการพัฒนาไหม แล้วเป็นไปตามมาตรฐานของพัฒนาเด็กปฐมวัย แห่งชาติไหม คือตัวเองบริหารจัดการเป็นอย่างไร หลักสูตรเป็นอย่างไร ครูทำอย่างไร อัตราส่วนครูเป็นอย่างไร เด็กพัฒนาหรือไม่อย่างไร เมื่อดูครบถ้วนแล้วศูนย์พัฒนาเด็ก ก่อนวัยเรียน กรุงเทพมหานคร ไม่ได้ด้อยกว่าอาจจะมีกายภาพนั่นนะครับ อย่างที่ผมเรียนแล้ว เป็นข้อจำกัด🔗

กลับไปเรื่องของค่าอาหาร กรุงเทพมหานครกำลังปรับอยู่นะครับ ปรับจาก ๒๐ บาท เป็น ๒๗ บาท กำลังแก้ข้อบัญญัติอยู่นะครับ ในจำนวนนี้ก็เป็นค่าอาหารกับ ค่าอาหารเสริมนม อันนี้ทำอยู่ แล้วก็ไปเพิ่มเรื่องของค่าหัวจาก ๑๐๐ บาทต่อเด็ก ๑ คน ต่อ ๑ ปี เป็น ๒๐๐ บาท ที่จะให้เขาได้พัฒนาศูนย์เขาเพิ่มเติม นอกจากการที่จะไปแก้ไข กายภาพเขา เรียนนะครับว่าศูนย์ถ้าดูในเนื้อหาทั้งหมดแล้วนี่ไม่ด้อยทีเดียวนะครับ กายภาพ บางแห่งก็ดีกว่า แต่ว่าในเนื้อหานี่คิดว่ากรุงเทพมหานครให้ความใส่ใจและตระหนักอย่างนี้ แล้วพยายามที่จะพัฒนาระบบของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กก่อนวัยเรียน กระผมคงไม่เกินเวลา มากกว่านี้ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ขอบพระคุณ ท่านวิโรจน์นะครับ และท่านรัฐมนตรีที่กรุณาตอบกระทู้ถามครับ🔗

ต่อไปจะเป็นกระทู้ถามทั่วไป🔗

๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๔๔๔ เรื่อง การศึกษาโครงการผันน ้าจากอ่างเก็บน ้า คลองพระสะทึงไปยังอ่างเก็บน ้าคลองสียัด (นายอรรถกร ศิริลัทธยากร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและและสหกรณ์🔗

ท่านรัฐมนตรีได้มอบหมาย ให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะครับ ท่านประภัตร โพธสุธน เป็นผู้ตอบ ท่านรัฐมนตรีมาแล้วครับ ท่านอรรถกร ผมแนะนำนิดเดียวนะครับ ด้วยความเคารพ ผมแนะนำว่าอ่านกระทู้ที่เขียนมาให้จบ แล้วก็อธิบายประกอบสั้น ๆ เพราะกระทู้นี้ต้องไม่มี ลักษณะเป็นการอภิปราย เป็นข้อบังคับครับ ท่านอรรถกรพร้อม เชิญเลยครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลัง ประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ต้องขอบพระคุณท่านประธานนะครับที่ท่านกรุณา เปิดโอกาสให้ผมได้มีโอกาสได้ถามกระทู้ในวันนี้ และต้องกราบขอโทษท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านประธานบอกให้ผมอ่านตามเอกสารกระทู้ที่ผมได้ยื่น เผอิญเอกสาร ไม่ได้อยู่กับผม แต่ว่าก็จะพยายามอยู่ในกรอบที่ผมได้ยื่นไปนะครับ ด้วยความเคารพ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

นอกจากต้องขอขอบพระคุณ ท่านประธาน ผมต้องขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประภัตร โพธสุธน นะครับ ที่วันนี้ท่านกรุณาสละเวลามาตอบกระทู้ที่ผมนั้นได้ตั้งไว้ เพื่อถามไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การถามกระทู้ของกระผมครั้งนี้ ผมอาจจะต้อง ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าผมอาจจะมีลักษณะของการบรรยายสักนิดหนึ่งนะครับ เพื่อที่ทางท่านรัฐมนตรีและพี่น้องประชาชนที่อยู่ทางบ้านจะได้เข้าใจว่าเรื่องที่ผมถามนี้ มีที่มาที่ไปมีหลักการอย่างไร ท่านรัฐมนตรีที่มาตอบกระทู้ ท่านประภัตร โพธสุธน ผมค่อนข้างมั่นใจครับที่วันนี้ท่านจะมาตอบกระทู้ เนื่องจากผมได้ยินชื่อเสียงเรียงนาม ของท่านมานาน แล้วก็ทราบว่าท่านรัฐมนตรีประภัตรนี้อยู่กระทรวงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ได้เป็นครั้งแรกนะครับ อยู่มานาน และท่านก็มีความรู้ ความสามารถ มีความตั้งใจ อันนี้ผมไม่ได้คิดเอาเอง ผมได้ยินมาจากคุณพ่อของผม ซึ่งเคยเป็นเพื่อนร่วมงานกับ ท่านรัฐมนตรีประภัตร ท่านประธานที่เคารพครับ ๑ ในภารกิจที่สำคัญของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ก็คือการบริหารจัดการน ้าในประเทศไทยอย่างบูรณาการ โดยองค์ประกอบ ที่สำคัญอย่างหนึ่งในการบริหารน ้าอย่างครบวงจร ก็คือหลักคิดในการจัดหาน ้าต้นทุนครับ จริง ๆ แล้วไม่ใช่ทุกพื้นที่ของประเทศที่จะสามารถจัดหาน ้าต้นทุนได้ง่าย ๆ มันจะต้องมีปัจจัย หลายปัจจัยครับ ยกตัวอย่างเช่น ปริมาณน ้าฝนที่ตกต่อปีจะต้องมีปริมาณมากเพียงพอ ภูมิประเทศจะต้องมีความเอื้ออำนวยและในพื้นที่นั้น ๆ จะต้องมีความสามารถในการกักเก็บน ้า ต้องมีอ่างกักเก็บน ้าที่มีคุณภาพ ดังนั้น กระทู้ของผมในวันนี้จึงจะเป็นเรื่องของการผันน ้า ที่เหลือทิ้งจากอ่างเก็บน ้าคลองพระสะทึง อำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว มาสู่อ่างเก็บน ้า คลองสียัด อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา ท่านประธานที่เคารพครับ จังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นจังหวัดที่มีความสามารถในการสร้างมูลค่าทางการผลิตสินค้าหรือบริการเป็นลำดับต้น ๆ หรือที่เราจะเรียกกันง่าย ๆ ว่าจีพีพี (GPP) หรือจีดีพี (GDP) นะครับ เนื่องจากจังหวัดฉะเชิงเทรา มีความหลากหลายทางด้านอาชีพก็ดี มีความหลากหลายทางด้านการประกอบธุรกิจทรัพยากร ธรรมชาติก็เยอะ มีกลิ่นอายของความเป็นอุตสาหกรรม ทั้งอุตสาหกรรมหนัก อุตสาหกรรมเบา แล้วก็ยังมีพื้นที่มากมายครับ ที่พี่น้องประชาชนทำมาหากินโดยการประกอบอาชีพการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยงหมู เลี้ยงไก่ เลี้ยงปลา เลี้ยงกุ้ง ทำนา ทำไร่ ทำสวน และอื่น ๆ ครับ ดังนั้นครับ ปัจจัยเรื่องน ้าจึงเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อวิถีชีวิตของพี่น้องจังหวัด ฉะเชิงเทรา คนเขาเคยบอกไว้ครับว่าเรื่องน ้า น ้าเพียงพอหรือน ้าไม่เพียงพอ สามารถชี้ความเป็น ความตาย ชี้กำไรขาดทุนของพี่น้องชาวจังหวัดฉะเชิงเทรา และพี่น้องที่อยู่ในลุ่มภาคตะวันออก ได้เป็นอย่างดี นั่นคือความต้องการน ้า นั่นคือความจำเป็นของพี่น้องชาวจังหวัดฉะเชิงเทราครับ กระผมต้องขอบพระคุณทางรัฐบาลนะครับ โดยเฉพาะทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ทางกระทรวงนั้นมีภารกิจหนึ่งในการจัดหาแหล่งน ้าต้นทุน เพื่อเพิ่มขีดความสามารถ ทางการแข่งขันของพี่น้องในประเทศไทยครับ โดยเฉพาะพี่น้องที่อาศัยอยู่ในกลุ่มจังหวัดอีอีซี (EEC) จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดฉะเชิงเทรา ตามมติคณะรัฐมนตรีครับ ผมขออนุญาต อ้างอิงนิดเดียว ในเดือนมกราคม ปี ๒๕๖๐ คณะรัฐมนตรีมีมติให้หน่วยงานสนับสนุน การพัฒนาพื้นที่อีอีซี (EEC) ให้บรรลุผลในเชิงปฏิบัติการ ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๖๑ ครับ ทางคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ ในหลักการแผนการพัฒนาเพื่อรองรับอีอีซี (EEC) ใน ๑๐ ปี โดยให้ดำเนินการตามที่ กรมชลประทานเสนอ นอกจากนี้ยังให้ สทนช. หรือสำนักงานทรัพยากรน ้าแห่งชาติ ร่วมจัดทำแผนปฏิบัติการอีกด้วย ท่านประธานครับ กระผมได้ทราบว่า ๑ ในโครงการที่มี การศึกษาและมักถูกหยิบยกถูกนำเสนอขึ้นมา นั่นก็คือโครงการอุโมงค์ส่งน ้าอ่างเก็บน ้าคลอง พระสะทึงมายังอ่างเก็บน ้าคลองสียัดนั่นเองครับ ส่วนตัวกระผมได้ลงพื้นที่หลายครั้ง ก็มีโอกาสได้พูดคุยกับตัวแทนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในจังหวัดฉะเชิงเทราได้พูดกับ ผู้นำของกลุ่มผู้ใช้น ้าในจังหวัดฉะเชิงเทราหลายคนครับ ทุกคนเห็นตรงกันครับว่าตอนนี้ การพัฒนาหรือว่าการหาแหล่งน ้าต้นทุนเพิ่มเติมในจังหวัดฉะเชิงเทรามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนี้ผมอ้างอิงนะครับ ในการประชุมพิจารณางบประมาณปี ๒๕๖๕ ซึ่งผมเป็นเลขา ของคณะนั้นอยู่ผมก็มีโอกาสได้สอบถามไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องความเป็นไปได้ ในโครงการอ่างเก็บน ้าคลองพระสะทึงที่จะผันน ้ามายังคลองสียัด จังหวัดฉะเชิงเทรา ผมได้คำตอบว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่เป็นประโยชน์ เป็นโครงการที่ควรจะริเริ่ม ผมขออนุญาต นิดเดียวครับ ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ได้ขึ้นรูปให้ผมแล้ว🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

รูปด้านขวาแอ่งน ้า ทางด้านขวาจะเป็นคลองพระสะทึง อำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว ส่วนด้านซ้ายจะเป็น อ่างเก็บน ้าคลองสียัดที่จังหวัดฉะเชิงเทรา โดยอ่างเก็บน ้าคลองพระสะทึงที่จังหวัดสระแก้ว มีความจุอยู่ที่ ๖๕ ล้านลูกบาศก์เมตร และถ้าเราลองมาดูปริมาณน ้าฝนตกต่อปีเฉลี่ยแล้ว ปีละ ๒๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งถ้าคิดตัวเลขง่าย ๆ ปีหนึ่งสามารถเก็บน ้าได้เพียง ๖๕ ล้านลูกบาศก์เมตร น ้าที่เหลืออีก ๑๓๕ ล้านลูกบาศก์เมตรก็คือปล่อยทิ้งไปครับ ปล่อยลงแม่น ้าไป ปล่อยไหลลงประเทศเพื่อนบ้านเราไป นี่คือความน่าเสียดายครับ แทนที่เรา จะสามารถเก็บน ้าเพิ่มได้อีก ๑๓๕ ล้านลูกบาศก์เมตร เรากลับไม่ได้ทำอะไรกับมัน ทีนี้ลองมาดู ด้านซ้าย อ่างเก็บน ้าคลองสียัด เป็นอ่างเก็บน ้าที่มีขนาดใหญ่กว่าที่อ่างเก็บน ้าคลองพระสะทึงครับ โดยอ่างเก็บน ้าคลองสียัดมีความจุประมาณ ๔๒๐ ล้านลูกบาศก์เมตร จากสถิติที่ผมดูมา มีเพียงแค่ ๑-๒ ปีเท่านั้นที่อ่างเก็บน ้าคลองสียัดมีปริมาณน ้าเต็มอ่างเก็บน ้านั่นก็คือตอนช่วง ปี ๒๕๕๔ ปี ๒๕๕๕ นั่นก็คือตอนที่น ้าท่วมใหญ่ของประเทศไทย ส่วนปีถัดมาเก็บน ้าได้เพียง ร้อยละ ๔๐-๕๐-๖๐ เท่านั้นเองครับ ทำไมผมถึงสนใจโครงการผันน ้าระหว่างอ่างเก็บน ้าจาก จังหวัดสระแก้วมาจังหวัดฉะเชิงเทรา เพราะว่าระยะทางจากอ่างเก็บน ้าทั้ง ๒ ที่ ที่ท่านเห็น มีเพียงแค่ ๒๗ กิโลเมตรเท่านั้นเอง โดยข้อมูลผมจะไปเร็ว ๆ ครับ ถ้ามีการสร้างอุโมงค์น ้า ขนาดประมาณ ๔ เมตร อัตราการไหลของน ้าถ้าคิดจากแรงโน้มถ่วงที่สระแก้วจะสูงกว่า ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งเราจะสามารถผันน ้าได้วันละ ๑.๘ ล้านลูกบาศก์เมตร ถ้านับเฉพาะ ช่วงเดือนกันยายนถึงปลายเดือนตุลาคมของทุกปีนะครับ เอาแค่ ๔๕ วัน เราจะสามารถ หาน ้าต้นทุนให้พี่น้องประชาชนได้กว่า ๘๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ท่านประธาน ท่านรัฐมนตรี ลองจินตนาการดูนะครับ ๘๐ ล้านลูกบาศก์เมตรจะเกิดผลประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนอย่างไร ที่ผมได้อภิปรายไปก็ได้นำมาถึงคำถามที่จะขอกราบเรียนถามผ่านท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีครับว่าท่านคิดอย่างไรกับผลของการศึกษาโครงการผันน ้าอ่างเก็บน ้าคลองพระสะทึง ไปยังอ่างเก็บน ้าคลองสียัด แล้วขณะนี้กระบวนการศึกษาได้ผลสรุปอย่างไร ขอถามคำถามแรกครับ ขอบพระคุณครับ🔗

(การประชุมดำเนินการมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรี ประภัตร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับมอบหมายให้มาตอบ เชิญครับ🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ขอบคุณท่าน ส.ส. อรรถกร ศิริลัทยากร หลานชายนะครับ นี่เขาเรียกว่า ผู้แทนจริง ๆ ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้น เหมือนพ่อเอาใจใส่ติดตาม ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนตลอด อย่างนี้ถือว่าเลือดผู้แทน ตามที่ท่านได้ชี้แจงมานี่ มองในภาพรวมแล้วทุกคนเข้าใจดี ผมก็จะซ้อนของท่านเข้าไปอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องปริมาณน ้า ในอันดับแรก จากการศึกษามาคลองพระสะทึงอยู่ในจังหวัดสระแก้ว ตามที่ท่านพูดถูกต้องเลย ปีหนึ่งมีฝนตก ๑,๓๓๕ มิลลิเมตร โดยเฉลี่ยแล้วน ้านี่ถ้าคิดเป็นน ้าท่าก็ประมาณ ๒๖๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ความจุของท่านมีแค่ ๖๕ ล้านลูกบาศก์เมตร คลองพระสะทึง ๖๕ ล้านลูกบาศก์เมตร ดังนั้นน ้าก็ต้องไหลเอ่อเข้าไปบริเวณต่าง ๆ เกือบ ๒๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ถูกต้อง ทิ้งไปโดยเสียเปล่า ในขณะเดียวกันน ้าที่ล้นมานี้ก็ลงมาในคลองพระสะทึง ซึ่งมีความยาว ประมาณ ๗๕ กิโลเมตร ไหลลงมาแม่น ้าปราจีนบุรี แม่น ้าปราจีนบุรีก็จะไหลต่อมาที่แม่น ้า บางปะกงอีก ๑๐๑ กิโลเมตร และจากแม่น ้าบางปะกงลงทะเลก็อีก ๑๐๐ กิโลเมตร ปริมาณน ้า ที่เหลืออยู่ในขณะนี้ไหลทิ้งไปสูญเปล่าประมาณปีละ ๕,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร นี่คือตัวเลขคร่าว ๆ ดังนั้นหวนกลับมาคิดใหม่ว่าน่าจะทำผันน ้าตามที่ท่าน ส.ส. อรรถกรพูด ในขณะเดียวกัน อ่างเก็บน ้าคลองสียัด มีความจุ ๔๒๐ ล้านลูกบาศก์เมตร เป็นอ่างเก็บน ้าขนาดใหญ่ แต่มีฝนตก พอ ๆ กับที่คลองพระสะทึง คือปีละ ๑,๓๘๐ มิลลิเมตรโดยเฉลี่ย ก็จะมีน ้าประมาณ ๒๖๐-๒๘๐ ล้านคิว แต่ความจุของคลองสียัด ๔๒๐ ล้านคิว ดังนั้นยังบรรจุน ้าได้อีกประมาณ ๑๕๐ ล้านคิว ถ้าเราเอาส่วนเกินของคลองพระสะทึง ส่วนเกินนะครับ เมื่อครู่เราเกือบ ๒๐๐ ล้านคิว เติมลงมาที่คลองสียัดซึ่งขาดน ้าอยู่ประมาณเกือบ ๒๐๐ ล้านคิวเหมือนกัน มันก็จะเป็นการ เก็บกักน ้าเพื่อให้พี่น้องเกษตรกรและพี่น้องชาวบ้านทั้ง ๒ จังหวัดเลยได้ใช้ ผมเห็นด้วยที่ท่าน ถามว่าขณะนี้ศึกษาไปแค่ไหน ตอนนี้การศึกษากรมชลประทานศึกษาแล้ว ทางด้านวิศวกรรม อย่างที่บอก ความต่างระหว่างคลองพระสะทึงกับอ่างเก็บน ้าคลองสียัดมีความต่างกัน ประมาณ ๒๕ เมตร โดยธรรมชาติกราวิตี (Gravity) ไหลมาได้เลย ตามที่ท่านเข้าใจนี่ถูกต้อง ทุกประการ ทางด้านวิศวกรรมตอบได้เลยว่าสมควรสร้างและสร้างได้จากการศึกษา ตามที่ท่านถามสร้างได้เลย แต่มันมันมีข้อแม้ที่มันเกิดปัญหาอยู่ว่าเดินต่อไปไม่ได้ จากการศึกษาการสร้างอุโมงค์ ที่เราดูจุดกันอยู่ในขณะนี้ จุดปากอุโมงค์ก็จะอยู่ที่อำเภอวังสมบูรณ์ จังหวัดสระแก้ว แต่ปลายอุโมงค์ก็จะไปอยู่บ้านเทพประทาน อำเภอท่าตะเกียบ จังหวัดฉะเชิงเทรา ระยะทาง ๒๗ กิโลเมตร ท่านประธานที่เคารพครับ มีปัญหา มีปัญหาอะไร ต้องร่วมกันแก้ ปัญหาก็คือว่าระยะทาง ๒๗ กิโลเมตร การสร้างอุโมงค์ครั้งนี้ จะ ๔ เมตร ๕ เมตรได้ทั้งนั้น แต่ต้องผ่านเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาอ่างฤาไน นี่ละครับ คำนี้ที่เป็นอุปสรรค ดังนั้นกรมชลประทานก็ไม่ได้นิ่งนอนใจก็เข้าไปศึกษาอยู่ ตอนนี้สิ่งแรก ก็คือว่าต้องทำความเข้าใจกับองค์กรต่าง ๆ เพราะวันนี้เราอนุรักษ์รอยเขตป่า ๕ จังหวัด ตรงนี้ละเป็นป่าที่อุดมสมบูรณ์ป่าหนึ่งซึ่งมีช้างมากมาย ถ้าจะสร้างสิ่งแรกก็คือ ผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นแน่นอน แล้วก็องค์กรต่าง ๆ จะต้องเข้าใจ กรมชลประทานต้องเข้าไป ทำความเข้าใจกับเขาว่า ถ้าสร้างแล้วมีอะไรบ้างที่มีผลกระทบต่อส่วนรวม ต้องฟังความคิดเห็น จากประชาชนอีก นี่ละครับผลกระทบที่ผมได้กล่าวมาเป็นสิ่งที่อุปสรรคในการที่จะสร้างอุโมงค์ มาจากคลองพระสทิงถึงคลองสียัดครับ ขอตอบหลานชายแค่นี้ก่อนครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอรรถกร มีคำถามครั้งที่ ๒ ไหมครับ เชิญครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ต่อคำตอบของท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน ต้องขอบพระคุณท่านครับ ท่านแสดงให้เห็นว่าท่านเข้าใจถึงปัญหาของพี่น้องที่ต้องการใช้น ้าเป็นอย่างดีนะครับ และจริง ๆ แล้วสิ่งที่ท่านได้นำเรียนต่อที่ประชุมไปเมื่อสักครู่นี้ก็ตอบคำถามที่ ๒ ของผมไป เกือบจะหมดแล้วนะครับ เมื่อสักครู่นี้ฟังส่วนใหญ่จากที่ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาตอบคำถาม จากกระทู้ผม จริง ๆ แล้วโดยหลักการแสดงว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ไม่มีใครปฏิเสธได้ แต่ก็มีความกังวลในเรื่องของผลกระทบในเชิงลบที่อาจจะเกิดขึ้น ท่านรัฐมนตรีพอจะอธิบายให้ฟังนิดหนึ่งได้ไหมครับถ้ามีการก่อสร้างโครงการนี้จริงจะเกิด ความเสียหายอะไรบ้างนะครับ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อการประกอบการตัดสินใจของพี่น้องประชาชน ที่อยู่ในละแวกนั้นในอนาคตครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน รัฐมนตรีครับ🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนที่เคารพครับ เมื่อหลานชายอยากจะฟัง สิ่งแรก ผมอยากให้ ท่านเรียนเชิญผู้นำในเขตบริเวณ ๒๗ กิโลเมตรนี้ก่อน ทั้ง ๒ จังหวัดเลย ทั้งสระแก้ว แล้วก็ฉะเชิงเทรามาฟังกันว่า ในป่าเขตเขาฤาไนซึ่งเป็นป่าอุดมสมบูรณ์ทุกคนหวงแหน องค์กรเอ็นจีโอ (NGO) ต่าง ๆ เขาก็คัดค้าน ดังนั้นสิ่งแรกก็ต้องมาคุยกันว่า สร้างได้อะไร แล้วอะไรเสียหายตอนนี้ทุกคนก็เพียงแต่ว่าอยู่ในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า ก็ขอฝากหลาน ไปดำเนินการต่อครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ เป็นการจบกระทู้ถามทั่วไปของท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร ในวาระที่ ๑.๒.๑🔗

ต่อไปกระทู้ถามทั่วไป ฉบับที่ ๒ เป็นกระทู้ถาม เรื่อง การแก้ไขปัญหา กรรมสิทธิ์ในที่ดินบริเวณบ้านฮอลันดา ศูนย์การเรียนรู้และโบราณสถานที่สำคัญ ทางประวัติศาสตร์ (นายพิสิฐ ลี้อาธรรม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวัฒนธรรม🔗

เชิญผู้ตั้ง กระทู้ครับ ท่านพิสิฐได้ตั้งกระทู้ครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระผมขอกราบเรียนท่านประธานโดยการตั้งกระทู้ถามถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวัฒนธรรม ดังต่อไปนี้ครับ🔗

ตามที่ได้ถามกระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๐๖๕/ร ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวง วัฒนธรรม เมื่อวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๒ ซึ่งก็คือเมื่อ ๒ ปีที่แล้วนะครับ เรื่อง ปัญหาการบริหาร จัดการบ้านฮอลันดา ศูนย์เรียนรู้และโบราณสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยได้สอบถามว่า🔗

๑. กระทรวงวัฒนธรรมได้เรียกคืนที่ดินดังกล่าวกลับมาเป็นโบราณสถานหรือไม่ ขอทราบรายละเอียด🔗

๒. กระทรวงวัฒนธรรมมีการจัดเก็บข้อมูลจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งในประเทศ และต่างประเทศ ขอทราบรายละเอียด🔗

๓. กระทรวงวัฒนธรรมมีการจัดสรรงบประมาณเพื่อดูแลสถานที่ดังกล่าว มากน้อยเพียงใด และมีการบริหารจัดการรายได้และรายจ่ายอย่างไร ขอทราบรายละเอียด และ🔗

๔. กระทรวงวัฒนธรรมมีการดูแลบำรุงรักษาสถานที่ดังกล่าวให้อยู่ในสภาพ ที่ดีหรือไม่ อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับปัญหาน ้าท่วมและการจัดระเบียบทางเข้า จากถนนใหญ่อย่างไร ขอทราบรายละเอียด🔗

จากคำถามที่กระผมได้ถามข้างต้น กระทรวงวัฒนธรรมได้ดำเนินการตอบ ในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๓๗ ตอนพิเศษ ๑๒๐ ง ลงวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๓ เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นเพื่อให้การดำเนินการต่าง ๆ ที่กระทรวงวัฒนธรรมได้ตอบมาเป็นไปด้วย ความเรียบร้อย ถูกต้อง ครบถ้วน ตรงตามวัตถุประสงค์และเกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย ที่เกี่ยวข้อง กระผมจึงขอกราบเรียนถามต่อว่า🔗

๑. กระทรวงวัฒนธรรมซึ่งก็ผ่านไป ๒ ปีแล้วนะครับ มีการดำเนินการอย่างไร ภายหลังจากที่ได้ตอบกระทู้ถามเฉพาะ ที่ ๐๖๕/ร ในเรื่องที่ถามไปว่ากระทรวงวัฒนธรรม ได้เรียกคืนที่ดินดังกล่าวกลับมาเป็นโบราณสถานหรือไม่ ขอทราบรายละเอียด โดยขอสอบถาม ความคืบหน้าจากการดำเนินการดังกล่าวว่าได้ดำเนินการในเรื่องดังกล่าวหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียด🔗

๒. กระทรวงวัฒนธรรมมีนโยบายและแนวทางในการยุติปัญหาที่อาจจะ เกิดขึ้นนี้หรือไม่ อย่างไร ที่จะเป็นการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและไม่กระทบ ต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต ขอทราบรายละเอียด จึงขอให้ตอบ ในที่ประชุมสภา ขอแสดงความนับถืออย่างยิ่ง นายพิสิฐ ลี้อาธรรม🔗

ท่านประธานครับ เรื่องของบ้านฮอลันดาอย่างที่ทุกท่านก็ทราบว่า ประวัติศาสตร์ของประเทศไทยมีความรุ่งเรืองมากในช่วงของกรุงศรีอยุธยานะครับ แล้วประเทศฮอลันดาก็เป็นประเทศสำคัญที่มาค้าขายในช่วงปลาย ๆ ของกรุงศรีอยุธยา มีความเกี่ยวเนื่องถึง ๑๕๐ ปี จนกระทั่งกรุงแตกนะครับ แล้วก็เมื่อปี ๒๐๐๔ หรือ ๒๕๔๗ สมเด็จพระนางเจ้าเบียทริกซ์ของฮอลแลนด์ก็ได้เสด็จมาที่ประเทศไทยเพื่อที่จะฉลองวาระ ครบรอบ ๔๐๐ ปีของการที่ฮอลันดากับไทยได้มีความสัมพันธ์ต่อกันนะครับ โดยพระองค์ ได้พระราชทานเงินจำนวนหนึ่งเพื่อจะเอามาให้จัดสร้างบ้านฮอลันดาขึ้นมานะครับ ซึ่งกระผม ได้รับมอบหมายให้เป็นประธานมูลนิธิบ้านฮอลันดาดูแลเรื่องของศูนย์เรียนรู้แห่งนี้ ซึ่งงานนี้ ก็ได้สำเร็จมาด้วยดี แต่อยู่ ๆ ที่ดินที่เป็นที่ตั้งของโบราณสถานแห่งนี้กลับกลายเป็นว่า มีเจ้าของอื่นที่ไม่ใช่ราชการนะครับ ซึ่งอันนี้ก็กระทบกับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ อย่างมาก เพราะว่าเหมือนกับว่าเราไปหลอกครับ แล้วเขาก็สอบถามมาเป็นเวลา ๑๐ กว่าปี มานี้จนกระทั่งผมต้องมาตั้งกระทู้ถามเมื่อ ๒ ปีที่แล้ว ซึ่งบัดนี้ก็ผ่านมา ๒ ปี กระผมจึง ขออนุญาตที่จะสอบถามทางกระทรวงวัฒนธรรมต่อว่า ในเรื่องของโบราณสถานแห่งนี้ ท่านได้ดำเนินการอย่างไรหรือไม่ครับ ก็ขออนุญาตเรียนสอบถามครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมตอบชี้แจงนะครับ🔗

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

กราบเรียน ท่านประธานสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านสมาชิกที่ได้กรุณา ตั้งกระทู้ถาม ท่านดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิก ด้วยความเคารพอย่างสูงว่า ทางรัฐบาลนั้นมีนโยบายสำคัญในการทำนุบำรุงศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรมซึ่งตั้งแต่ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงต่อสภาแห่งนี้ไว้ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา รัฐบาลโดยกระทรวงวัฒนธรรมก็ได้ขับเคลื่อนนโยบายนี้อย่างใกล้ชิด แล้วก็มีความต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในนครประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกและในพื้นที่โดยรอบทั้งในเขตเกาะเมืองอยุธยาและในเขต นอกเกาะเมืองนะครับ ก็ได้มีการดูแลรักษาโดยทางกรมศิลปากร โดยอุทยานประวัติศาสตร์ พระนครศรีอยุธยาได้ดูแลรักษาพื้นที่โบราณสถานซึ่งมีมากกว่า ๔๐๐ แห่งมาโดยตลอด สำหรับโบราณบ้านฮอลันดาแห่งนี้ นับว่าเป็นโบราณที่สำคัญของประเทศไทย และอย่างที่ท่าน สมาชิกผู้ทรงเกียรติขออภัยที่เอ่ยนามท่านดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม ได้กล่าวในกระทู้ถามทั่วไป ในกระทู้นี้ ทางกรมศิลปากรได้เห็นถึงการดูแลรักษาโบราณสถานบ้านฮอลันดา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากที่สมเด็จพระบรมราชินีนาถเบียทริกซ์ ได้เสด็จเยียนประเทศไทยพร้อมด้วยรัชทายาท และได้ทรงพระราชทานทรัพย์ส่วนพระองค์ในการก่อตั้งศูนย์การเรียนรู้บ้านฮอลันดาขึ้น ต่อกระทู้ถามที่ได้ตอบไปแล้วในราชกิจจานุเบกษาเมื่อ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ที่ผ่านมานะครับ จนถึงปัจจุบันนั้น กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากรได้ดำเนินการในเรื่องของการได้กรรมสิทธิ์ ในที่ดินคืนมาเป็นของทางราชการ ขออนุญาตตอบต่อจากที่ได้ตอบในราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว ก็คือในส่วนของโฉนดที่ดินตรงนี้ ตาม พ.ร.บ. โบราณสถานศิลปวัตถุ โบราณวัตถุ และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๔๗๗ นะครับ ได้นิยามคำว่า โบราณสถานไว้ ซึ่งโบราณสถานบ้านฮอลันดานี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานไว้ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๕๕ เมื่อวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๔๘๑ ต่อมาเมื่อวัดพนัญเชิงได้ทำการรังวัด สำรวจที่ดิน ก็พบว่า ที่ดินบ้านฮอลันดานั้นอยู่ในเขตที่ของวัดพนัญเชิง จึงได้ดำเนินการ ต้องถือว่า เป็นที่ดินที่รังวัดและสอบเขตเป็นของวัด แต่ในปัจจุบันทางกรมศิลปากรโดยทางอุทยาน ประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ได้ดำเนินการแจ้งความจำนงขอผาติกรรมที่ดินบริเวณบ้าน ฮอลันดานี้ ๑ ไร่ ๔ ตารางวา ซึ่งทางวัดพนัญเชิงก็ได้ยินยอมให้ทำการผาติกรรม ถ้าเป็นศัพท์ทั่วไป ก็คือซื้อที่ดินมาเป็นของทางราชการ ซึ่งขั้นตอนกระบวนการกราบเรียนท่านประธานไปถึงท่าน สมาชิกผู้ทรงเกียรติว่า เรื่องนี้ทางกรมศิลปากรได้ทำหนังสือแจ้งไปที่สำนักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติ และทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้ทำเรื่องที่จะขอมติจากที่ประชุม มหาเถรสมาคม และที่ประชุมมหาเถรสมาคมได้มีการประชุม ครั้งที่ ๑๙/๒๕๖๔ เมื่อวันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๔ โดยที่ประชุมมหาเถรสมาคมไม่ขัดข้องในการที่วัดพนัญเชิงจะผาติกรรมที่ดิน ให้กับทางกรมศิลปากร โดยทางศิลปากรจะได้ดำเนินการไปวางเงินชำระค่าที่ดินต่อจังหวัด พระนครศรีอยุธยา เรียบร้อยแล้ว โดยใช้กองทุนพัฒนาโบราณสถานเป็นจำนวนทั้งสิ้น ๑,๗๕๗,๔๐๐ บาท ซึ่งขณะนี้ก็ได้ดำเนินการอยู่ในระหว่างในเรื่องของขั้นตอนในการ ผาติกรรมที่ดิน เพราะว่าตาม พ.ร.บ. คณะสงฆ์ ๒๕๐๕ ในเรื่องของการผาติกรรมที่ดินนั้น ก็จะต้องได้รับเห็นชอบจากมหาเถรสมาคมนะครับ ซึ่งมหาเถรสมาคมได้ให้ความเห็นชอบแล้ว เพราะฉะนั้นอยากกราบเรียนท่านประธานไปสู่ท่านสมาชิกว่า ความคืบหน้านั้นเป็นความคืบหน้า ที่ไปมากเกือบจะสมบูรณ์แล้วครับ ก็คือเราจะได้ที่ดินที่เป็นอยู่ในบริเวณศูนย์เรียนรู้บ้านฮอลันดา ได้กลับมาเป็นของทางราชการ ก็คือทางกรมศิลปากรก็ได้ดำเนินการผาติกรรม🔗

ส่วนในประเด็นที่ได้เคยตอบในกระทู้ถามแยกเฉพาะเมื่อปี ๒๕๖๒ นั้น ในเรื่องของการบริหารจัดการที่ดิน ซึ่งยังเป็นชื่อบุคคลอยู่ ๒ ราย ซึ่งทั้ง ๒ รายนี้ ทั้งในส่วนของ นายประจักษ์ ชัยอำนวย และในส่วนของนายชัชวาลย์ ศรีเปลี่ยนจันทร์ นั้นปัจจุบันที่ดิน เจ้าของที่ดินทั้ง ๒ รายนี้ก็ได้มีซื้อขายแลกเปลี่ยนโอนกรรมสิทธิ์กันเองมาแล้ว นั่นก็คือ คุณชัชวาล ศรีเปลี่ยนจันทร์ นั้นได้ซื้อที่ดินจากนายประจักษ์ ชัยอำนวย มาเป็นของ คุณชัชวาลย์แล้ว เนื่องว่าบริเวณที่ดินของนายชัชวาลย์นั้นเป็นทางเรือที่อยู่ติดกับลำน ้า แล้วก็ใช้ทางเข้าร่วมกับโบราณสถานบ้านฮอลันดามาตลอด ซึ่งขณะนี้ที่ดินแปลงดังกล่าว ได้มาเป็นกรรมสิทธิ์นายชัชวาลย์ ศรีเปลี่ยนจันทร์ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว และทางกรมศิลปากร โดยสำนักศิลปากรที่ ๓ และอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ก็ได้เข้าไปประสานกับนายชัชวาลย์ ศรีเปลี่ยนจันทร์ เจ้าของที่ดิน ในเรื่องของการยินยอม ให้ใช้ทางเข้าออกที่จะเข้าสู่โบราณสถานบ้านฮอลันดาและศูนย์เรียนรู้นี้นะครับ อยากกราบเรียน ท่านประธานไปยังท่านสมาชิกว่า กระผมเองก็ได้ไปตรวจเยี่ยมในสถานที่ เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ ที่ผ่านมาครับ ทั้งในส่วนของการตรวจเยี่ยมในสถานการณ์ที่น ้าแม่น ้าเจ้าพระยา มีปริมาณน ้าสูงและมีความเสี่ยงที่อาจจะล้นตลิ่งท่วมโบราณสถานหลายแห่งในพระนครศรีอยุธยา นะครับ ก็ได้เข้าไปถึงจุดบ้านฮอลันดาแห่งนี้ ก็ได้ไปพบกับประชาชนเจ้าของพื้นที่ที่ได้อยู่ บริเวณพื้นที่ที่อยู่ติดกับบ้านฮอลันดานะครับ ก็ได้รับความร่วมมืออย่างดีในเรื่องของการให้ใช้ที่ดิน ในทางเข้าออก แล้วก็รวมถึงในเรื่องของการดูแลรักษา ขณะเดียวกันทางกระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากร อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาก็ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่และได้มีการ ดูแลรักษาด้วยดีตลอดมานะครับ เพราะฉะนั้นต่อกระทู้ถามในข้อที่ ๑ นี้ ก็กราบเรียน ท่านประธานสภาไปยังท่านสมาชิกว่า กระบวนการนั้นเกือบจะสิ้นสุดนะครับ ก็คือเรื่องของ การผาติกรรมที่ดินที่รังวัดและเป็นของวัดพนัญเชิงนั้น ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนที่ผาติกรรม มาเป็นของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาโดยกรมศิลปากรเป็นผู้ที่ดำเนินการใช้งบประมาณ จากกองทุนพัฒนาโบราณสถานนะครับ แล้วก็ในส่วนที่ถือครองโดยเอกชน ๒ รายนั้น ได้รวมมาเป็นเอกชนรายเดียวแล้ว ขณะนี้เอกชนนั้นก็ได้มีหนังสือยินยอมให้ทางกรมศิลปากร ได้ใช้ทางเข้าออกโดยไม่มีเงื่อนไขนะครับ หมายถึงว่ายินยอมให้ใช้ ซึ่งในอนาคตนั้นก็มีความยินดี ที่จะขายให้กับทางกรมศิลปากรด้วย ซึ่งในส่วนความคืบหน้าในส่วนนี้ก็ขอกราบเรียน ท่านประธานสภาไปยังท่านสมาชิกว่า ในประเด็นของการซื้อที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ นายชัชวาลย์ ศรีเปลี่ยนจันทร์ ทางกรมศิลปากรก็ได้เข้าไปประสาน แล้วก็ต่อรองราคากับ นายชัชวาลย์ ซึ่งก็มีการรังวัดพื้นที่แล้วก็ในเรื่องของการสอบเขตอยู่เป็นจำนวนพื้นที่ ๔๙๑ ตารางวา คิดเป็นจำนวนเงิน ๑๙,๖๐๔,๐๐๐ บาท ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนของการที่ กรมศิลปากรกำลังจัดทำคำของบประมาณ ปี ๒๕๖๖ นี้นะครับ เพื่อที่จะทำการซื้อที่ดิน แปลงที่เป็นชื่อของนายชัชวาลย์ ศรีเปลี่ยนจันทร์ นี้มาเป็นของหลวงนะครับ ก็คือจะมาเป็น ที่ของที่ทางกรมศิลปากรได้ซื้อกรรมสิทธิ์คืนมานะครับ ซึ่งอยู่ในการตั้งงบประมาณ ปี ๒๕๖๖ เพราะฉะนั้นในส่วนของการดำเนินการในส่วนของกรรมสิทธิ์ที่ดินนี้ก็จะแล้วเสร็จ ในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ นี้นะครับ ก็คือตุลาคม ๒๕๖๕ เป็นต้นไปครับ แล้วก็ขณะเดียวกัน ที่อยู่ระหว่างนี้นะครับ ทางเจ้าของที่ดินก็ยินยอมให้ใช้ทางเข้าออกโดยไม่มีเงื่อนไขนะครับ จากที่ได้หารือจากทาง ผอ. อุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาและสำนักศิลปากรที่ ๓ พระนครศรีอยุธยา กราบเรียนท่านประธานไปถึงท่านสมาชิกว่า ก็จะได้มีการให้เจ้าของที่ดิน ได้ทำหนังสือเหมือนคล้าย ๆ จดภาระจำยอมในระหว่างนี้ไปพลางก่อนนะครับ หลังจากที่เขา ได้มีหนังสือแสดงเจตจำนงไปแล้วว่าเขาซื้อที่ดิน แต่เขายินยอมให้กับทางกรมศิลปากรได้ใช้ ทางเข้าออก แล้วก็ไม่ได้เป็นปัญหาอุปสรรคในการที่นักท่องเที่ยวจะเดินทางเข้าไปชม โบราณสถานและศูนย์เรียนรู้บ้านฮอลันดาแต่อย่างใดนะครับ ซึ่งในปัจจุบันทางอุทยาน ประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาก็ได้ดูแลรักษาเป็นอย่างดี มีการจัดอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ ไปดูแลเป็นการเฉพาะ รวมถึงในเรื่องของการป้องกันน ้าท่วมด้วยที่ผ่านมานะครับ ก็มีการทำ พนังกั้นน ้าในเขตที่ติดแนวแม่น ้าเจ้าพระยานะครับ เพราะฉะนั้นต่อคำถามข้อที่ ๑ นี้ก็อยาก กราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกว่า ขั้นตอนต่าง ๆ นั้นเกือบจะลุล่วงแล้วเสร็จนะครับ ไม่มีประเด็นข้อพิพาทหรือปัญหาใดที่อยู่ในระหว่างตกลง เหลือในส่วนของการผาติกรรมที่ดิน ให้เป็นที่เรียบร้อยแล้วก็ในการซื้อที่ดินคืนจากเอกชนที่เป็นเจ้าของโฉนดที่อยู่ในทางเข้าออกของ โบราณสถานบ้านฮอลันดา กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ถามได้ครั้งที่ ๒ เชิญครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณท่านประธานครับ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ได้กรุณาดำเนินการคืบหน้า ทำให้มีข้อมูลที่จะไปบอกกล่าว ยังชาวฮอลันดาได้ว่ารัฐบาลไทยไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ แต่อย่างไรก็ตามข้อสรุปก็คือยังไม่เสร็จ ทั้งที่จริง ๆ ก็ต้องเรียนคำว่าผมต้องบากหน้าไปบอกเขาว่าเราพยายามอยู่หลายครั้งหลายครา เพราะว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่เขาคิดมาว่าเรามีกรรมสิทธิ์ตั้งแต่ปี ๒๐๐๔ บัดนี้จะ ๒๐๒๒ แล้ว เกือบ ๒๐ ปี ผมหวังว่าภายในปีหน้านี้ผมจะขออนุญาตตั้งกระทู้อีกครั้งนะครับ เพราะท่านรัฐมนตรี บอกว่าภายในปี ๒๕๖๕ นี้จะเสร็จ เพื่อจะให้เจ้าหน้าที่ได้เร่งรัดในการดำเนินการ เราจะได้ บอกกล่าวเขาได้ เพราะว่าสิ่งนี้เป็นเรื่องที่กระทบเป็นเรื่องความรู้สึก ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เวลาที่เราพบหน้าชาวต่างประเทศหรือว่าชาวฮอลันดา ซึ่งเขาก็ทราบเรื่องนี้โดยทั่วกันว่า เรื่องนี้เขาได้ให้ความสำคัญ และแน่นอนครับเรื่องนี้ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่กระผมคิดว่าปัญหา ที่ดินของวัด หรือที่ดินที่เป็นโบราณสถานมีปัญหามาก เท่าที่ผมทราบมาที่ดินของ โบราณสถานต่าง ๆ ขณะนี้ยังมีปัญหาเรื่องของการครอบครองกรรมสิทธิ์โดยบุคคลอื่น ก็เลยอยากจะขอตั้งเป็นประเด็นไว้กับท่านรัฐมนตรี สำหรับเรื่องของที่ดินทางเข้า จริง ๆ แล้วกับทางเจ้าของอู่ต่อเรือไม่มีปัญหาครับเรื่องของการเข้าออก แต่ปัญหาคือ กับที่อีกข้างหนึ่งที่เขาจะปิดกั้นไม่ให้เข้า ซึ่งที่อีกข้างหนึ่งเป็นที่ที่มีความเหมาะสมมากกว่า ในการเดินเข้าออก เจ้าของจะไม่ยอมที่จะให้เข้า แล้วเจ้าของเรือกับบ้านฮอลันดาจะต้องไปใช้ ที่ของวัดในการเข้าออก ตรงนี้ก็อีกปัญหาหนึ่งที่ทำให้เรื่องของการดำเนินการบ้านฮอลันดาติดขัด เพราะว่าคนที่จะมาชมจะไม่สามารถเข้าออกได้โดยสะดวก ถ้าเกิดทางวัดปิดทางเข้า ผมไม่แน่ใจได้ว่า ณ เวลานี้ประเด็นนี้ได้มีการหารือกันหรือไม่ ถ้ายังก็ฝากท่านรัฐมนตรี ช่วยดูแลด้วยครับ เพราะระหว่างเรากับเจ้าของอู่ต่อเรือ หรือว่าระหว่างบ้านฮอลันดากับอู่ต่อเรือ อยู่ในค่ายเดียวกัน ก็คือเป็นฝ่ายที่มีปัญหากับวัดในเรื่องของเข้าออก ส่วนที่ผมเรียนนะครับ อีกข้างหนึ่งเป็นที่ที่ติดกันที่อยู่ด้านใต้ เป็นที่ที่เหมาะในการเดินทางเข้าออกมากกว่า และจริง ๆ แล้ว กระผมเองก็ยังมีความรู้สึกว่าสถานที่เป็นที่ตั้งสถานการค้าของเดิมมันน่าจะใหญ่โตกว่านี้ พูดง่าย ๆ ก็คือถ้าเกิดดูแลให้ดีบริเวณที่ไร่เศษ ๆ อาจจะน้อยเกินไป ถ้าเราขุดเจาะให้ดี โบราณสถานนี้น่าจะต้องมาตรวจตราให้ดีครับว่ามันกินพื้นที่ไปถึงแค่ไหน ก็ขออนุญาตฝากเรียน เป็นข้อมูลไว้ครับ แล้วก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีอีกครั้งครับที่ได้ช่วยกรุณาดูแลให้เกิดความชัดเจน แล้วก็จะได้มีข้อมูลไปบอกกล่าวยังชาวต่างประเทศต่อไป ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ ประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีอะไรจะชี้แจง เพิ่มเติมไหมครับ ท่านรัฐมนตรีเชิญครับ🔗

นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ต่อกระทู้ถามที่ท่านดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม ขออภัยที่เอ่ยนาม ได้ตั้งกระทู้ถาม ผมขออนุญาตนำเรียนเพิ่มเติมในส่วนของ การดูแลรักษานะครับ ซึ่งทางกรมศิลปากรโดยสำนักศิลปากรที่ ๓ พระนครศรีอยุธยา และอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ได้ตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๕ ไว้ ในเรื่องของการปรับปรุงซ่อมแซม บำรุงรักษาอาคารและทรัพย์สินต่าง ๆ ในศูนย์เรียนรู้ บ้านฮอลันดา ซึ่งก็มีการที่จะต้องบำรุงรักษาตามกาลเวลาที่ได้รับการดูแล ได้รับพระราชทานทรัพย์ จากสมเด็จพระราชินีนาถเบียทริกซ์ จำนวน ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท รวมถึงในเรื่องของผังทางเข้าที่ดิน จะไม่ได้เป็นข้อพิพาทอีกต่อไปในอนาคตหากในเรื่องของการผาติกรรมที่ดินเสร็จ แล้วก็เรื่องของ การซื้อที่ดินทางเข้าออกเสร็จ เพราะว่าบริเวณทางเข้าที่ดินที่จะผ่านที่ดินทั้ง ๒ แปลง ของเจ้าของเดิมก็จะสามารถเข้าอีกด้านหนึ่ง ซึ่งสามารถเข้าได้ที่ถนนอยุธยา-บางปะอิน ก็จะเป็นถนนสายหลักที่เป็นทางเข้าออก จะมีความกว้างมากขึ้นจาก ๗ เมตร เป็น ๑๐ เมตร และก็จะสามารถไปในเรื่องของการปรับปรุงสถานพื้นที่ที่มีการขุดแต่งเจอในส่วนของหมู่บ้าน ฮอลันดาไว้ให้สมบูรณ์มากขึ้น รวมถึงปัจจุบันก็อยู่ในแผนที่ท่องเที่ยวในอุทยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยาอยู่แล้วนะครับ และก็มีจำนวนนักท่องเที่ยวมากน้อยตามสภาพรวมของการท่องเที่ยวที่มาที่พระนครศรีอยุธยา ขออนุญาตนำเรียนท่านประธานสู่ท่านสมาชิกว่า ในส่วนนี้กรมศิลปากรโดยสำนักศิลปากร ที่ ๓ พระนครศรีอยุธยานั้นตระหนักเป็นอย่างดีในเรื่องของการดูแลแหล่งโบราณสถาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านฮอลันดาก็เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ที่มากกว่า ๔๐๐ ปี ระหว่างไทยกับเนเธอร์แลนด์หรือฮอลันดาในสมัยก่อนอยู่แล้วนะครับ รวมถึงในเรื่องของ ขั้นตอนต่าง ๆ นั้นได้มีการประชุมความคืบหน้าไปเมื่อวันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ที่ผ่านมานะครับ เป็นเอกสารทั้งผังรูปที่ดินและในเรื่องของความคืบหน้า ผมจะขออนุญาต ท่านประธานได้นำเรียนเป็นเอกสารต่อท่านสมาชิกที่ได้ตั้งกระทู้ถามท่านดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม ต่อจากนี้ไปนะครับ และท่านจะได้รับทราบข้อมูลแล้วก็ได้นำไปชี้แจงกับทาง ชาวต่างประเทศหรือว่าเครือข่ายที่รอคำตอบนะครับ แต่ขอเรียนย ้าว่าประเด็นต่าง ๆ นั้น ไม่ได้มีปัญหาในเรื่องของการดำเนินการแล้วนะครับ เหลือในเรื่องของห้วงเวลาในเรื่องของ การดำเนินการให้แล้วเสร็จนะครับ เพราะฉะนั้นก็อยากกราบเรียนท่านประธานถึง ท่านสมาชิกให้สบายได้ว่า เรื่องนี้นั้นสามารถดำเนินการได้อย่างแน่นอน ทั้งเรื่องของ กรรมสิทธิ์ที่ดิน ทางเข้าออกที่เป็นอีกทางหนึ่งที่ไม่ผ่านทางเข้าออกของวัดนะครับ ถ้าหากว่า วัดจะมีการเปลี่ยนเส้นทางหรือปิดทางเข้าในอนาคตนั้นก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อการเข้าถึง หมู่บ้านฮอลันดานี้แต่อย่างใดนะครับ และทางกรมศิลปากรก็จะดูแลรักษาโบราณสถานทุกแห่ง ไม่ใช่แห่งนี้แห่งเดียว แต่แห่งนี้ก็เป็นการดูแลในเรื่องของการดูแลรักษาให้เป็นอย่างดีนะครับ ทั้งการปรับภูมิทัศน์และการดูแลสถานที่รวมถึงการให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามาเที่ยวชมโบราณสถาน และศูนย์การเรียนรู้บ้านฮอลันดาแห่งนี้ต่อไปครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เป็นการจบ กระทู้ถามทั่วไปตามวาระ ๑.๒.๒ ต้องขอบคุณท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ที่ท่านได้ปฏิบัติตามถูกต้องมาก ในการตั้งกระทู้ถามตามที่ท่านประธานชวนได้แนะนำ คือ ธรรมดากระทู้ถามทั่วไปเราเป็น หนังสือส่งมาให้ทางสภานี้ตั้งนานแล้วเพื่อให้รัฐมนตรีตอบในสภา เพราะฉะนั้นในรายละเอียด ก็อยู่ในหนังสือ ท่านประธานชวนก็ชี้นำชี้แนะนะครับว่าควรจะต้องอ่านกระทู้ถามนั่นก่อน เพื่อเป็นการไม่ให้เสียเวลาให้ประชาชนที่รับฟังการถ่ายทอดจะได้รู้ว่า เรื่องราวที่เราจะถาม เป็นเรื่องอะไรที่อยู่ในความสนใจของประชาชน เมื่ออ่านกระทู้ถามเสร็จแล้วก็อาจจะชี้แจง เพิ่มเติมเล็กน้อยเพื่อเป็นการประหยัดเวลาเพื่อจะให้รัฐมนตรีตอบ เพราะว่ากระทู้ถามทั่วไป ถึงแม้ว่าไม่จำกัดเวลา แต่ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๒ กระทู้ถามตอบต้องชัดเจน ต้องไม่ฟุ่มเฟือย ต้องไม่วนเวียนซ ้าซาก หรือต้องไม่มีที่เป็นลักษณะที่เป็นการคล้าย ๆ การอภิปรายก็คือ ตรงเข้าประเด็นเลย แล้วก็ถามเลยรัฐมนตรีก็จะได้ตอบเลย เพราะที่ผ่านมาเราใช้เวลา ในการตอบกระทู้ถามทั่วไปเป็น ๒-๓ ชั่วโมง ทำให้กินเวลาในการพิจารณาในระเบียบวาระอื่น ๆ ก็ฝากท่านสมาชิกที่ตั้งกระทู้ด้วยนะครับ🔗

ต่อไปกระทู้ถามทั่วไปในฉบับต่อไป ฉบับที่ ๓ ในวาระที่ ๑.๒.๒ เป็นกระทู้ถาม เรื่อง แนวทางการแก้ไขปัญหาโรงเรียนที่ไม่มีไฟฟ้า สัญญาณโทรศัพท์และสัญญาณอินเทอร์เน็ต (Internet) ของ นายมานพ คีรีภูวดล ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คือท่านกนกวรรณ วิลาวัลย์ เป็นผู้ตอบ แต่ก็อีกละครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงก็มีหนังสือมาว่า ขอเลื่อนออกไปเป็นวันที่ ๒๐ มกราคม ก็ขอแจ้งที่ประชุมครับ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านมานพ มีอะไรจะฝากไปไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มี ก็เป็นการจบกระทู้ถามทั่วไปนะครับ🔗

ท่านสมาชิกครับก่อนที่เราจะเข้าระเบียบวาระต่อไป คือวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธาน แจ้งที่ประชุมทราบนะครับ ผมขออนุญาตที่ประชุมเอาวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม และขออนุญาตที่จะเอาเรื่องการขอขยายระยะเวลาการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ ตามระเบียบวาระที่ ๗.๔ ๗.๖ ๗.๗ ขึ้นมาพิจารณาก่อนนะครับ ที่ประชุมคงไม่ขัดข้องนะครับ ถ้าไม่ขัดข้องผมขอดำเนินการต่อไป ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุมขึ้นมาให้ที่ประชุม รับรองก่อนนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ (สามัญประจำปีครั้งที่สอง) ทั้งหมด ๓ ครั้ง ได้แก่ ครั้งที่ ๒๒ วันพฤหัสบดีที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ครั้งที่ ๒๓ เป็นพิเศษ ในวันอังคารที่ ๑๖ ถึงวันศุกร์ที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ และครั้งที่ ๒๔ เป็นพิเศษ ในวันเสาร์ที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ซึ่งรายงานการประชุมได้ให้ท่านสมาชิก ได้ตรวจดูแล้วก่อนที่จะเสนอให้สภาเรารับรอง มีท่านสมาชิกท่านใดมีประเด็นอะไรที่เห็นว่า ไม่ถูกต้อง ต้องการแก้ไขเป็นอย่างอื่นไหมครับ ถ้ามีก็เสนอขึ้นมาได้นะครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มี ก็ถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๓ ครั้ง ตามที่ผมได้กล่าวมา ข้างต้นนะครับ🔗

ต่อไปผมเอาระเบียบวาระที่ ๗.๔ จึงขออนุญาตที่ประชุมมี ๗.๔ ๗.๖ และ ๗.๗🔗

๗.๔ คณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร ขอขยายระยะเวลา การพิจารณาเรื่องร้องเรียนจริยธรรมของท่านพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักธรรม ขอขยายออกไปอีก ๓๐ วันนับตั้งแต่ วันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๔ เรื่องนี้ทางคณะกรรมการจริยธรรมได้มีหนังสือมาขอขยาย ระยะเวลาการพิจารณาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๔ ซึ่งเป็นการขยายครั้งที่ ๓ เป็นการขยายตามข้อบังคับ ข้อ ๒๗ มีท่านสมาชิกท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มี ก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎรได้ขยายเวลา การพิจารณาเรื่องร้องเรียนออกไปตามที่ร้องขอนะครับ🔗

ต่อไปในวาระที่ ๗.๖ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาติดตาม ตรวจสอบ การใช้เงินตามพระราชกำหนด ๓ ฉบับเพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ขอขยาย ระยะเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๑๒๐ วัน ขยายไปตั้งแต่วันที่ ๓ มกราคม ๒๕๖๕ เช่นเดียวกันครับ เรื่องนี้ท่านประธานคณะกรรมาธิการ คือ ท่านไพบูลย์ นิติตะวัน ได้ทำหนังสือมาขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาไปอีก ๑๒๐ วันนับตั้งแต่ วันที่ ๓ มกราคม ๒๕๖๕ ซึ่งเป็นการขอขยายครั้งที่ ๕ มีท่านสมาชิกท่านใดขัดข้องหรือ เห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ เชิญท่านวิสารครับ🔗

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงราย ต่อเรื่องที่ท่านประธาน ได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบ ในการขยายครั้งที่ ๕ ของพระราชกำหนด ๓ ฉบับ กราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับ ผมเป็นหนึ่งในกรรมาธิการชุดนี้ และผมได้ทำหนังสือขอลาออกแล้ว สิ่งที่จะต้องนำเรียนท่านประธานก็คือว่า คณะกรรมาธิการชุดนี้ผมเข้าใจว่าน่าจะเสร็จภารกิจไปแล้วครับ เพราะว่าเงินงบประมาณ ที่ได้รับการรายงานจากการตรวจสอบของที่ประชุมก็เสร็จสิ้นไปตั้งแต่เดือนธันวาคม แล้วเงินไม่เหลือแล้วครับ และการตรวจสอบผมคิดว่ามันจะทำงานซ ้าซ้อนกับกรรมาธิการ ที่มีขึ้นมาใหม่เกี่ยวกับเงินกู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งผมก็ไปเป็นกรรมาธิการชุดนี้ด้วย แล้วส่วนใหญ่กราบเรียนท่านประธานว่า ความจำเป็นในการที่จะขอเลื่อนระยะเวลาไปอีก ๑๒๐ วัน ผมยังเห็นว่ามันจะไปซ ้าซ้อนกับคณะกรรมการเงินกู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ขออนุญาตนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านประธานกรรมาธิการนะครับ นำเรียน ท่านประธานว่าหลายเรื่องที่กรรมาธิการชุดนี้ได้ทำสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขการขอ พ.ร.ก. เงินกู้เอสเอ็มอี (SMEs) ที่ผ่าน ครม. ซึ่งถือว่าก็เป็นผลประโยชน์ที่พี่น้องประชาชน ทั้งหมดได้รับ แต่หลายเรื่องผมเข้าใจว่าเป็นเรื่องที่ทำอะไรไม่ได้แล้วครับ แล้วก็บางครั้งในที่ ประชุมกรรมาธิการก็เหลือไม่กี่ท่านครับ ผมเกรงว่าถ้าเกิดไปทำแล้วมันจะซ ้าซ้อนกับ พ.ร.ก. เงินกู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งขณะนี้เรากำลังตรวจทานและกำลังตรวจสอบอยู่นะครับ ก็ขออนุญาตท่านประธานว่าผมไม่เห็นด้วยกับการต่ออีก ๑๒๐ วัน ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีท่าน สมาชิกไม่เห็นด้วย ท่านไพบูลย์ยังยืนยันไหมครับ ถ้ายืนยันก็ต้องขอมติ เชิญท่านอรรถกรครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พลังประชารัฐ ฉะเชิงเทรา ในฐานะตัวแทนวิป (Whip) รัฐบาลก็แล้วกันนะครับ ต่อกรณีข้อสังเกตจาก ท่านอดีตรัฐมนตรีวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ผมก็คิดว่าสิ่งที่ท่าน ได้เสนอก็มีเหตุผลนะครับ ถ้าอย่างนี้ผมไม่แน่ใจว่ากระบวนการจะเป็นอย่างไรถ้าสมมติว่า เราไม่ต่อ ท่านวิสารเสนอว่าไม่ต่อแล้วสภาก็เห็นตรงกัน ก็คือท่านก็จะแจ้งไปที่กรรมาธิการ ใช่ไหมครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ต่อ ก็หมายถึงว่าท่านก็หมดหน้าที่ในการพิจารณา คณะกรรมาธิการชุดนี้ก็หมดหน้าที่ ในการพิจารณาแล้วครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

เหตุผลที่ท่านวิสารได้ชี้แจงมา ก็เป็นที่เข้าใจได้ครับ ก็เป็นอย่างนั้นก็ได้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

ท่านประธานครับ ผมกราบเรียน ท่านประธานอีกครั้งหนึ่งครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงราย เรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าขณะนี้จะมีกรรมาธิการอยู่ในคณะ พ.ร.ก. ๓ ฉบับ อีกหลายท่าน จะยื่นหนังสือลาออก ซึ่งอย่างไรก็ไม่ครบองค์ประชุมครับ เพราะว่าได้มีการปรึกษาหารือ ทั้งสมาชิกที่เป็นกรรมาธิการฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล แม้กระทั่งบุคคลภายนอกที่ได้รับการเชิญ เข้ามาเป็นกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ กราบเรียนท่านประธานว่าเงินไม่เหลือ การตรวจสอบ ก็ครบถ้วนครับ แล้วบางเรื่องก็จะไปซ ้าซ้อนกับกรรมาธิการที่อยู่ในเงินกู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ฉบับใหม่ครับ เพราะฉะนั้นตัวนี้ผมเลยเห็นว่าน่าจะให้ยกเลิกแล้วก็อย่าต่ออายุคณะชุดนี้ ต้องขออภัยท่านประธานไพบูลย์นะครับ ผมไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อน แต่ผมเห็นว่าภารกิจ มันจบสิ้นแล้วครับ แล้วกรรมาธิการหลายท่านก็ได้เตรียมที่จะยื่นหนังสือลาออกจาก กรรมาธิการชุดนี้ ถึงต่ออายุไปผมว่ากรรมาธิการชุดนี้ก็ขาดอยู่ดี แล้วก็เสียเวลาสภาที่จะต้อง มาตั้งกรรมาธิการวิสามัญชุดใหม่เข้าไปต่ออีก เพราะว่ามี ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทอยู่แล้วครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านอรรถกร ท่านไพบูลย์ไม่อยู่ใช่ไหมครับ ถ้าอย่างนั้นท่านก็ควรจะพิจารณากันให้เสร็จภายในวันที่ ๓ มกราคม แล้วก็นำกลับมารายงานต่อสภา ถ้าอย่างนั้นเป็นทางออกที่ดีที่สุดก็คือทำให้เสร็จ เสียภายในวันที่ ๓ นี้🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ฉะเชิงเทรา รับทราบตามดำริของท่านประธานครับ เพราะว่าดูจากความต้องการของที่ประชุมแล้ว ก็คงจะเป็นไปตามที่ท่านวิสารได้เอ่ยมาเมื่อสักครู่นี้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าอย่างนั้น ขอปรึกษาที่ประชุมนะครับว่าให้ประธานคณะกรรมาธิการนำกลับไปศึกษาเร่งรัดให้จบ ภายในวันที่ ๓ มกราคมตามกำหนดการเดิม แล้วก็นำกลับมาเสนอสภาต่อไปนะครับ เป็นไปตามนี้นะครับ🔗

ต่อไป ๗.๗ คณะกรรมาธิการการพลังงานขอขยายระยะเวลาการพิจารณา ศึกษาญัตติเพื่อพิจารณาศึกษาการปรับโครงสร้างราคาพลังงานและกองทุนน ้ามันให้เป็น ระบบและยั่งยืน ขอขยายออกไปอีก ๙๐ วันนับตั้งแต่วันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๕ ประธาน กรรมาธิการ ท่านกิตติกร โล่ห์สุนทร เป็นผู้ทำหนังสือมาขอขยายระยะเวลาพิจารณาออกไปอีก ๙๐ วันนับตั้งแต่วันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๕ ซึ่งเป็นการขยายครั้งที่ ๖ มีท่านสมาชิกท่านใด ขัดข้องไหมครับ ใครมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มี ก็ถือว่าที่ประชุมอนุญาตหรืออนุมัติให้คณะกรรมาธิการการพลังงานได้ขยายระยะเวลาศึกษา ตามที่ร้องขอออกไปอีก ๙๐ วันนับตั้งแต่วันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๕ นะครับ🔗

ต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องที่ที่ประชุมได้เห็นชอบและมีมติให้เลื่อนขึ้นมา พิจารณาก่อน คือในญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ศึกษาผลกระทบกรณีการควบรวมกิจการโทรคมนาคม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท โทเทิล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งท่านศิริกัญญา ตันสกุล กับคณะ เป็นผู้เสนอ ซึ่งในเรื่องนี้เมื่อการประชุมคราวที่แล้วเรามีญัตติทำนอง เดียวกันอีก ๙ ฉบับ ซึ่งอยู่ในระเบียบวาระเรื่องเลื่อนที่ ๑-๙ มาพิจารณารวมกัน ดังนั้น ก็ขอให้ผู้เสนอญัตติได้แถลงญัตติของตนเองแต่ละฉบับ เริ่มจากท่านศิริกัญญา ตันสกุล ก่อนครับ ขออภัยครับ คือผู้เสนอญัตติได้เสนอเหตุผลเสร็จสิ้นไปแล้วนะครับ ซึ่งในขณะนั้น ท่านประธานศุภชัยทำหน้าที่ในที่ประชุม เมื่อผู้เสนอทั้ง ๙ ฉบับ เสนอเสร็จท่านได้สั่ง ปิดประชุม ซึ่งการดำเนินการต่อไปก็คืออนุญาตให้สมาชิกได้อภิปราย แล้วก็ผู้เสนอญัตติ ได้อภิปรายสรุปก่อนที่จะลงมติ ดังนั้นผมได้รายชื่อผู้ที่ประสงค์จะอภิปรายในญัตตินี้จำนวน เกือบ ๒๐ ท่าน เริ่มท่านปกรณ์วุฒิ ศาสตราจารย์กนก แล้วก็ท่านนิคม บุญวิเศษ ๓ ท่าน ก่อนนะครับ ท่านปกรณ์วุฒิก่อนครับ เชิญครับ🔗

นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สำหรับญัตติด่วนในกรณีการควบรวมกิจการโทรคมนาคมของทรูกับดีแทค ในวันนี้ ก่อนอื่นผมคงต้องขอทบทวนเนื้อหาที่ผมได้ถามกระทู้สดต่อนายกรัฐมนตรีในประเด็น เดียวกันนี้เมื่อเดือนที่แล้วสักเล็กน้อย ท่านประธานครับ การควบรวมในครั้งนี้หากเกิดขึ้นจริง จะทำให้อุตสาหกรรมโทรคมนาคมในไทยจะมีผู้เล่นลดลงจาก ๓ รายใหญ่เหลือเพียง ๒ รายใหญ่ เท่านั้น ซึ่งในการถามกระทู้ผมก็ได้ยกผลการศึกษาในยุโรปมา ผมขอสไลด์ (Slide) ขึ้นด้วย🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล แบบบัญชีรายชื่อ

คือผลการศึกษาของ เดอะ ยูโรเปียน เรกูเลเตอร์ ฟอร์ อิเล็กทรอนิกส์ คอมมิวนิเคชัน (The European Regulators for Electronics Communications) ที่ศึกษาผลที่เกิดขึ้นจริงจากการควบรวม๔ รายใหญ่ เหลือ ๓ รายใหญ่ พบว่าเยอรมนีมีค่าบริการเพิ่มขึ้น ๓๐ เปอร์เซ็นต์ หลังจาก ควบรวมไป ๑ ปี ไอซ์แลนด์เพิ่มขึ้น ๑๒.๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ออสเตรียค่าบริการเพิ่มขึ้น ๒๕ เปอร์เซ็นต์🔗

สไลด์ (Slide) ต่อไป การศึกษาของบัณฑิตยสภาฮังการี ข้อมูลระหว่างปี ๒๐๐๓-๒๐๑๐ จาก ๒๗ ประเทศในยุโรปพบว่าการควบรวมจาก ๕ ราย เหลือ ๔ รายจะไม่มีผล อะไรมากนัก แต่หาก ๔ รายใหญ่เหลือ ๓ ใหญ่จะทำให้ค่าบริการเพิ่มขึ้นในระยะยาว เฉลี่ยแล้วประมาณ ๒๙ เปอร์เซ็นต์ แล้วมีการเสนอว่าผู้กำกับดูแลไม่ควรอนุญาตให้เกิด การควบรวมจาก ๔ รายใหญ่ เหลือ ๓ รายใหญ่ เพราะจะมีความเสี่ยงสูงที่ภาระค่าใช้จ่าย ของประชาชนจะมากขึ้นในระยะยาว ทีนี้เรามาดูครับว่าหลังจากนั้นต่างประเทศ เขาตอบสนองกับกรณีแบบนี้อย่างไร🔗

ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปนะครับ ตั้งแต่ปี ๒๐๑๕-๒๐๑๖ มี ๓ กรณีที่จะมี การควบรวมจาก ๔ รายใหญ่ เหลือ ๓ รายใหญ่ใน ๓ ประเทศนะครับ ในปี ๒๐๑๕ ที่เดนมาร์กจะมีการควบรวมเกิดขึ้น ซึ่งไม่ได้รับอนุญาตจากยูโรเปียน คอมมิชชัน (European Commission) เนื่องจากจะทำให้มีผู้เล่นรายใหญ่เหลือเพียง ๓ ราย เน้นคำว่า รายใหญ่นะครับ คือจริง ๆ แล้วผู้เล่นเขามีมากกว่านั้นนะครับ แต่เขาไม่ยอมให้ผู้เล่นรายใหญ่นี่เหลือเพียง ๓ ราย ปี ๒๐๑๖ ในสหราชอาณาจักรไม่ได้รับอนุญาตเช่นกันจาก ๔ รายใหญ่ เหลือ ๓ รายใหญ่ แต่สุดท้ายมีการควบรวมเกิดขึ้นในปี ๒๐๒๐ แต่เป็นการควบรวมที่เกิดขึ้นระหว่างรายใหญ่ กับรายเล็กครับ ปี ๒๐๑๖ ที่อิตาลีเช่นกันครับ มีการควบรวมจาก ๔ รายใหญ่ เหลือ ๓ รายใหญ่ แต่สุดท้ายได้รับอนุญาตจากยูโรเปียน คอมมิชชั่น (European Commission) เพราะว่า มีการเปิดให้ผู้เล่นรายใหม่ที่เป็นรายใหญ่เข้ามาแข่งขันในตลาดแทน นี่คือการควบรวมจาก ๔ รายใหญ่ เหลือ ๓ รายใหญ่ ต่างประเทศเขาก็ยังเข้มงวดกันขนาดนี้ เพราะว่ากังวล ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากประชาชน แต่ในเคส (Case) ของบ้านเราที่จะเกิดการควบรวมจาก ๓ รายใหญ่เหลือเพียง ๒ ราย เรากลับเจอรัฐมนตรีที่มาตอบกระทู้ว่าการควบรวมเป็นสิทธิเสรีภาพ ของประชาชน เรากลับเจอองค์กรอิสระที่ควรจะทำหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของประชาชน ออกมาโบ้ยกันไปโบ้ยกันมาบอกว่าตัวเองไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะทำเรื่องนี้ได้🔗

ท่านประธานครับ มาถึงตรงนี้ผมก็ต้องย ้าครับว่าเรื่องนี้มันมีความสำคัญ ต่อพี่น้องประชาชนมากขนาดไหนครับ เวลาเราพูดถึงโทรศัพท์มือถือสัก ๒๐ กว่าปีที่แล้ว เราอาจจะคิดว่ามันเป็นสินค้าที่มีราคาแพง ฟุ่มเฟือย เป็นเครื่องประดับของเศรษฐี ของเล่น ของนักธุรกิจ แต่ทุกวันนี้โทรศัพท์มือถือมันไม่ใช่แค่นั้นครับ ประเด็นสำคัญก็คือมันเป็น เครื่องมือในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต (Internet) ที่สามารถติดตัวเราไปได้ทุกที่ ในโลกทุกวันนี้ ไม่ต้องนับวิกฤติโควิด (COVID) หลายประเทศทั่วโลก เราก็ต่างยอมรับว่าอินเทอร์เน็ต (Internet) มันไม่ใช่ของฟุ่มเฟือยอีกต่อไป แต่ว่ามันเป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตจริง ๆ อย่างประเทศไต้หวัน เมื่อปี ๒๐๑๗ ก็มีการแถลงข่าวโครงการในการทำโครงสร้างพื้นฐาน ทางดิจิทัล และในคำแถลงมีการใช้วลีภาษาอังกฤษที่ว่าอินเทอร์เน็ต แอส อะ เบสิก ฮิวแมน ไรต์ (Internet as a Basic Human Right’s) คืออินเทอร์เน็ต (Internet) เป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ของมนุษย์ และผลักดันนโยบายให้อินเทอร์เน็ต (Internet) ความเร็วสูงกลายเป็นสิทธิขั้นพื้นฐาน ของประชากรไต้หวันนะครับ ยิ่งในวิกฤติโควิด (COVID) เราไม่ต้องพูดถึงครับ ทั้งนักเรียน นักศึกษาที่เรียนออนไลน์ (Online) ทั้งคนทำงานที่ต้องเวิร์กฟรอมโฮม (Work from home) ทุกคนต้องใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) เมื่อก่อนอยากจะทำธุรกิจขายของอะไรสักอย่าง เราจะต้องไปเปิดหน้าร้านอาจจะต้องลงทุนเป็นแสนเป็นล้าน แต่ทุกวันนี้มีหลาย ๆ คน ที่สามารถสร้างเนื้อสร้างตัวได้โดยที่ไม่ต้องมีต้นทุนใด ๆ เลยด้วยการขายของออนไลน์ (Online) เพียงแค่มีอินเทอร์เน็ต (Internet) เท่านั้น มันก็สามารถยกระดับชีวิตของตัวเอง ให้เท่าเทียมกับคนอื่นได้มากขึ้นนะครับ และลองมาดูนโยบายต่าง ๆ ในช่วงโควิด (COVID) ที่รัฐบาลออกมาเพื่อเยียวยานะครับ เช่น แอป (App) เป๋าตัง ซึ่งมันก็ต้องใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) ทั้งผู้ซื้อทั้งผู้ขาย ถ้าท่านประธานลองไปเดินตลาดแล้วเห็นภาพของแม่ค้าแผงลอย ที่ใช้สมาร์ตโฟน (Smartphone) เก่า ๆ กล้องไม่ดี จอไม่ชัด จนไม่สามารถสแกนคิวอาร์โคด (QR Code) ได้ หรือไปเห็นภาพของคนที่อาจจะใช้คนละครึ่งซื้อของซื้ออาหารกลับไปให้ที่บ้าน แต่ว่าอินเทอร์เน็ต (Internet) หมดต้องไปเติมสตางค์ก่อน ท่านอาจจะเข้าใจว่าอินเทอร์เน็ต (Internet) มันมีความสำคัญกับการดำรงชีวิตของประชาชนมากแค่ไหน🔗

ผมขอสไลด์ (Slide) ถัดไปครับ คำถามคือในสภาวะปัจจุบันประเทศไทย มีต้นทุนในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต (Internet) มากแค่ไหน เมื่อเทียบกับประเทศอื่นครับ ผมขอสไลด์ (Slide) ถัดไปเลยครับ ถ้าเราเอาราคาเฉลี่ยของทุกแพ็กเกจ (Package) มือถือ ที่มีให้เลือก ประเทศไทยมีราคาอินเทอร์เน็ต (Internet) ต่อ ๑ กิกะไบต์ (Gigabyte) ถูกเป็น อันดับที่ ๕๗ จาก ๒๓๐ ประเทศ ถือว่าไม่เลวครับ แต่ถ้าเรามาดูราคาอินเทอร์เน็ต (Internet) ต่อ ๑ กิกะไบต์ (Gigabyte) ที่ถูกที่สุด สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ประเทศไทยจะถูกเป็นอันดับที่ ๘๔ จาก ๒๓๐ ประเทศ อินเทอร์เน็ต (Internet) ในแพ็กเกจ (Package) ที่ราคา ๑ กิกะไบต์ (Gigabyte) ถูกที่สุดมักจะเป็นแพ็กเกจ (Package) ที่ราคาแพงนะครับ คนจ่ายมักจะเป็นคนที่มี ฐานะมีกำลังซื้อ สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ แล้วถ้าเรามาดูแพ็กเกจ (Package) ที่ราคาต่อ ๑ กิกะไบต์ (Gigabyte) สูงที่สุดประเทศไทยตกลงมาเป็นอันดับที่ ๑๐๒ นี่คือแพ็กเกจ (Package) ที่มักจะมีราคาต ่า แต่ราคาต่อหน่วยสูง ผู้ซื้อมักจะเป็นผู้กำลังซื้อต ่าครับ หมายความว่ายิ่งรายได้น้อยก็อาจจะยิ่งต้องจ่ายค่าอินเทอร์เน็ต (Internet) ในอัตราที่สูงกว่า ที่เปรียบเทียบกับทั้งโลก และสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ผมลองเอามาเปรียบเทียบครับว่า ในประเทศต่าง ๆ ถ้าเราลองเทียบค่าแรงขั้นต ่ามันจะเป็นอย่างไร ผมใช้ราคาเฉลี่ยแล้วก็เทียบ กับค่าแรงขั้นต ่าในประเทศต่าง ๆ ผมพบว่าคนสิงคโปร์จะต้องทำงาน ๑๕ นาที เพื่อซื้อ อินเทอร์เน็ต (Internet) ๑ กิกะไบต์ คนญี่ปุ่นจะต้องทำงาน ๒๕ นาที เพื่อซื้ออินเทอร์เน็ต (Internet) ๑ กิกะไบต์ (Gigabyte) ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วราคาที่เป็นตัวเลขดิบอาจจะดูสูงนะครับ แต่ว่าค่าแรงเขาสูงครับ มาดูที่ยูเค (UK) ที่ถูกห้ามการควบรวมนะครับ ราคาอินเทอร์เน็ต (Internet) ๑ กิกะไบต์ ของเขาเท่ากับค่าแรงขั้นต ่าในการทำงานแค่ ๗ นาที แต่ประเทศไทยต้องทำงาน ๕๐ นาทีเพื่อซื้ออินเทอร์เน็ต (Internet) ๑ กิกะไบต์ (Gigabyte) ๑ กิกะไบต์ (Gigabyte) นี่ประชุมซูม (Zoom) เรียนออนไลน์ (Online) ได้ ๑ ชั่วโมงเท่านั้น นะครับท่านประธาน ซึ่งหากการควบรวมเกิดขึ้นตัวเลขก็อาจจะแย่ไปกว่านี้อีกครับ สรุป นะครับท่านประธาน ในความเห็นส่วนตัวของผมผมคิดว่ากรณีการควบรวมครั้งนี้ มีความสำคัญไม่ได้น้อยไปกว่าการควบรวมธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่ที่อาจมีผลกับราคาสินค้า อุปโภคบริโภคด้วยซ ้าครับ ซึ่งประเทศไทยเราก็ปล่อยให้มีการควบรวมในครั้งนั้นไปแล้ว และหากการเกิดควบรวมครั้งนี้อาจส่งผลกระทบกับต้นทุนในการเข้าถึงโอกาสในการ ยกระดับของชีวิตของประชาชนทุกคนคืออินเทอร์เน็ต (Internet) ครับ ดังนั้นผมอยากจะเน้น ย ้าถึงกรรมาธิการที่กำลังจะเกิดขึ้นครับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก นอกจากการศึกษา ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับประชาชนแล้ว นี่เป็นโอกาสที่สำคัญที่สภาผู้แทนราษฎร จะตรวจสอบการทำงานขององค์กรอิสระ โดยเฉพาะบอร์ด (Board) กสทช. ตาม พ.ร.บ. ใหม่ ที่ถูกตั้งคำถามมามากมายตลอดกระบวนการ ตั้งแต่การสรรหา คัดเลือก จนถึงการตรวจสอบ ประวัติ แต่ท้ายที่สุดเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา เราเพิ่งได้บอร์ด (Board) กสทช. ชุดใหม่มา ๕ ท่าน ครับ แล้วก็เป็นโอกาสอันดีที่บอร์ด (Board) ชุดใหม่จะพิสูจน์ตัวเองต่อสังคมครับว่าจะปฏิบัติ หน้าที่ตามอำนาจที่ได้รับมอบหมายให้เป็นประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนคนไทยทุกคนครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไปครับ ท่านศาสตราจารย์กนกครับ🔗

ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะอภิปรายสนับสนุนญัตติของนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ว่าด้วยการควบรวม ธุรกิจโทรคมนาคม หรือทรู กับดีแทค ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้สิ่งที่เป็นหัวใจ หรือแนวคิดหลักการสำคัญที่ผมอยากจะขออนุญาตอภิปรายเพื่อที่จะนำไปเป็นกรอบต่อการทำงาน ของคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะจัดตั้งขึ้นครับท่านประธาน🔗

ประเด็นที่ ๑ นัยสำคัญของการแข่งขันอย่างเสรีครับท่านประธาน เป็นที่ทราบกันและยอมรับกันทั่วโลกว่าหลักการของกฎหมายว่าด้วยการแข่งขัน ทางการค้าเสรีบอกว่าผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์เมื่อธุรกิจมีการแข่งขัน ผู้บริโภคจะได้รับ ประโยชน์เมื่อธุรกิจมีการแข่งขันอย่างเสรีและอย่างเต็มที่ นั่นก็หมายความว่ากฎหมาย ป้องกันการผูกขาดจึงมีวัตถุประสงค์ที่สำคัญ ๒ เรื่องครับ เรื่องที่ ๑ ป้องกันการแข่งขัน ที่ไม่เป็นธรรม และนำไปสู่การครอบงำตลาด ข้อที่ ๒ การรักษาผลประโยชน์ของผู้บริโภค ที่พึงจะได้รับจากการแข่งขันทางธุรกิจ จากหลักการ ๒ ข้อนี้จะเห็นว่ากฎหมายป้องกัน การผูกขาด จึงเปรียบเสมือนกับธรรมนูญ หรือหัวใจของการค้าเสรี และการป้องกันผลประโยชน์ ของประชาชนผู้บริโภคครับท่านประธาน ด้วยเหตุผลนี้เองรัฐบาลภายใต้การยึดหลักการ ว่าด้วยการค้าเสรีที่พึงจะกระทำคือ ๑. ห้ามให้มีข้อตกลงระหว่างคู่แข่งทางธุรกิจที่สร้างข้อจำกัด ทางการค้าอย่างไม่สมเหตุสมผล ๒. ห้ามการผูกขาด หรือการสร้างเงื่อนไขที่จะนำไปสู่การผูกขาด ที่ทำให้เกิดการขยายส่วนแบ่งของตลาด และการสร้างอำนาจการต่อรองในอนาคตที่ไม่เป็นธรรม และ ๓. ป้องกันการควบรวมธุรกิจหรือบริษัทที่ทำให้การแข่งขันลดลงครับท่านประธาน หลักการว่าด้วยการป้องกันการผูกขาด หรืออำนาจเหนือตลาดที่รัฐบาลพึงกระทำ ๓ ประการ ดังกล่าวนี้เอง ในหลายประเทศได้กำหนดไว้ชัดเจนว่าเมื่อพบสิ่งนี้และรัฐบาลได้ดำเนินการ ในหน้าที่ของตัวแล้วถือว่าบริษัทดังกล่าวนั้นกระทำความผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญา ที่จะต้องชดใช้นะครับท่านประธาน ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองครับท่านประธาน กรณีการควบรวม ของทรู และดีแทค สิ่งที่รัฐบาลไทยพึงจะกระทำก็คือ ๑. เปิดเผยรายละเอียดของข้อตกลง ทั้งหมดให้กับประชาชนได้ทราบ ๒. วิเคราะห์ว่าข้อตกลงดังกล่าวนั้นจะนำไปสู่การแข่งขัน ที่เป็นธรรมหรือไม่ และ ๓. วิเคราะห์ว่าผู้บริโภคหรือประชาชนจะได้รับประโยชน์จากการแข่งขัน หลังการควบรวมนี้มากขึ้นหรือไม่อย่างไร นี่คือหน้าที่ของรัฐบาลที่พึงจะกระทำครับ ท่านประธาน ในสถานการณ์ของประเทศไทยของเรารัฐธรรมนูญได้เขียนไว้ชัดเจนว่า รัฐบาลจะต้องรักษาระบบธุรกิจและเศรษฐกิจเสรี แล้วก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้อง พึงปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญครับท่านประธาน และประเทศไทยของเราก็มีพระราชบัญญัติการแข่งขันการค้าในปี พ.ศ. ๒๕๖๐ แต่ที่ผ่านมา มันเกิดปรากฏการณ์ของการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะคณะกรรมการแข่งขัน ทางการค้าหรือ กขค. ในกรณีของการควบรวมของธุรกิจขนาดใหญ่คือแม็คโครกับโลตัส ในกรณีที่เกิดขึ้นของร้านสะดวกซื้อ คือเซเว่นอีเลฟเว่น แต่ปรากฏว่าทั้ง ๒ กรณีไม่มีความผิด ทั้ง ๆ ที่หลักการและข้อมูลนั้นหลายคนเชื่อว่าเราเห็นต่างจากข้อสรุปของคณะกรรมการ กขค. นั่นคือหลักการสำคัญครับท่านประธาน🔗

ข้อที่ ๒ ผมขออนุญาตยกกรณีศึกษาของประเทศสหรัฐอเมริกานะครับ คือประธานาธิบดี ธีโอดอร์ โรสเวลต์ ในช่วงคริสตศักราช ๑๙๐๑-๑๙๐๙ ประธานาธิบดี ธีโอดอร์ โรสเวลต์ ได้ต่อสู้กับการผูกขาดอย่างรุนแรง ในขณะนั้นประเทศสหรัฐอเมริกา ถูกครอบงำด้วยบริษัทขนาดใหญ่ประมาณ ๕ บริษัท เช่น เจ.พี. มอร์แกน ยูเอส สตีล เป็นต้น และประธานาธิบดี ธีโอดอร์ โรสเวลต์ เองเป็นคนฟ้องศาล และในที่สุดศาลฎีกาได้พิพากษา ให้บริษัทผูกขาด ๕-๖ บริษัทนั้นต้องแตกลูกบริษัทและทำลายการผูกขาด ผลของการทำลาย บริษัทผูกขาดดังกล่าวนี้เองทำให้เกิดบริษัทใหม่ ๆ เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกามากมาย เช่น บริษัท ร็อกกี้เฟลเลอร์ บริษัท ฟอร์ด เป็นต้น ผลของการเกิดบริษัทใหม่นี้ทำให้นวัตกรรม ความคิดใหม่ ๆ ของบริษัทใหม่ได้สร้างอำนาจการแข่งขันและทำให้การเจริญเติบโตของ เศรษฐกิจสหรัฐอเมริกาเติบโตมาจนถึงวันนี้เป็นเวลา ๑๐๐ กว่าปีแล้วครับท่านประธาน เมื่อเราทำลายการผูกขาดในสหรัฐอเมริกาเขาทำลายทิ้งและประเทศก็เจริญ ทำให้ผมอดคิด ไม่ได้ว่าประเทศไทยถ้าเราได้ทำลายการผูกขาดที่มีอยู่ในประเทศของเราวันนี้เศรษฐกิจ ของเราจะเติบโตอย่างไร ผมคิดว่าเป็นคำถามที่เราจะต้องพูดกันในคณะกรรมาธิการครับ ท่านประธาน นั่นก็หมายความว่าการหยุดการผูกขาด การหยุดการมีอำนาจเหนือตลาด จะเป็นเงื่อนไขให้เศรษฐกิจไทยของเราเติบโต จะทำให้ประชาชนและคนตัวเล็กตัวน้อย ได้ลืมตาอ้าปากเกิดขึ้นครับท่านประธานครับ🔗

ประเด็นสุดท้าย ในกรณีของการควบรวมของทรู และดีแทค นี้ ผมมีคำถาม ที่เกี่ยวข้องกับข้อตกลงของการควบรวมของ ๒ บริษัทดังกล่าวที่เราจะต้องตอบใน คณะกรรมาธิการ🔗

ข้อที่ ๑ การควบรวมนี้สร้างข้อจำกัดทางธุรกิจให้กับผู้ประกอบการรายอื่น ๆ หรือรายใหม่อย่างไร🔗

การควบรวมนี้นำไปสู่การผูกขาดและการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรมหรือไม่🔗

และที่สำคัญการควบรวมนี้ทำให้ประชาชนผู้บริโภคไม่สามารถรักษาผลประโยชน์ ของตัวเองไว้ได้จริงหรือไม่🔗

ผมคิดว่าคำตอบ ๓ ข้อนี้เป็นเรื่องที่สำคัญและคณะกรรมาธิการนี้จะต้องตอบให้ได้ เพื่อที่เราจะได้ยืนยันความเห็นของสภาแห่งนี้ว่า อำนาจการผูกขาดนั้นเป็นอันตรายต่อการแข่งขัน อย่างเสรี และเป็นอันตรายต่อผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนครับ🔗

ประเด็นสุดท้ายครับท่านประธาน ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองผมจึงขออนุญาต ให้ข้อเสนอแนะกับคณะกรรมาธิการที่จะต้องทำงานต่อไป แล้วก็รวมไปถึงคณะกรรมการ แข่งขันทางการค้าและ กสทช. ข้อที่ ๑ ขอให้เปิดเวทีสาธารณะเพื่อที่จะรับฟังความคิดเห็น ของประชาชนและผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลาย ข้อที่ ๒ เปิดเผยข้อตกลงการควบรวมระหว่างทรู และดีแทค ตั้งแต่บริษัทแม่จนถึงบริษัทลูกว่าเชื่อมโยงกันอย่างไร และข้อที่ ๓ กรุณารับข้อเสนอ และข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการของเราที่จะตั้งขึ้นและศึกษาเรื่องนี้อย่างละเอียด และนำไปใช้ประกอบการพิจารณา นั่นก็หมายความว่าคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า และ กสทช. ต้องไม่เห็นชอบกับการควบรวมในขณะนี้ก่อนที่การศึกษาจะสิ้นสุดลง เพราะนั่นคือ การแสดงเจตนาและการเปิดใจที่จะรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างจากคณะกรรมการบางท่าน ที่อยู่ในที่นั้น นั่นก็หมายความว่าสภาแห่งนี้การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษากรณี ควบรวมทรู และดีแทค จึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลและก็เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเห็นด้วยกับการตั้งคณะกรรมาธิการและหวังว่า ประชาชนจะได้รับประโยชน์ครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านนิคม เชิญครับ🔗

นายนิคม บุญวิเศษ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค พลังปวงชนไทย กระผมขออภิปราย ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบต่อประชาชน กรณีการควบรวมธุรกิจโทรคมนาคม และค้าปลีก-ค้าส่ง ท่านประธานที่เคารพครับ ญัตตินี้การควบรวมของ ๒ บริษัทยักษ์ใหญ่นี้ อย่างน้อยก็เกี่ยวข้องกับพระราชบัญญัติ ๓ พระราชบัญญัติครับ🔗

๑. พระราชบัญญัติแข่งขันทางการค้า พ.ศ. .... ผมจะยกตัวอย่างสั้น ๆ ผู้ประกอบธุรกิจจะกระทำการรวมธุรกิจอันก่อให้เกิดการผูกขาด หรือเป็นผู้ประกอบธุรกิจ ซึ่งมีอำนาจเหนือตลาดต้องรับอนุญาตจากคณะกรรมการ ซึ่งเกี่ยวข้องกับหลายประเด็น ผมจะยกตัวอย่าง เช่น การที่ผู้ผลิตรวมกับผู้ผลิต ผู้จำหน่ายรวมกับผู้จำหน่าย ผู้บริการรวมกับ ผู้จำหน่าย หรือผู้ผลิตรวมกับผู้บริการ จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อได้รับการอนุญาต เพราะเขา ต้องการไม่ให้อำนาจเหนือตลาด ซึ่งจะกระทบกับผู้บริโภคอย่างแน่นอน หรือการเข้าซื้อ สินทรัพย์ทั้งหมด หรือบางส่วนของธุรกิจอื่นเพื่อควบคุมนโยบายการบริหารธุรกิจ การอำนวยการ หรือการจัดการตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศกำหนด ลักษณะนี้ ถ้ามีการควบรวมจริงมันกระทบกับประชาชนผู้บริโภคอย่างแน่นอน🔗

พระราชบัญญัติอีกอันหนึ่งครับ พระราชบัญญัติบริษัทมหาชน โดยเฉพาะ พระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นกฎหมายที่มีวัตถุประสงค์ ในการกำกับดูแลแข่งขันเพื่อป้องกันมิให้มีการกระทำการอันเป็นการผูกขาด หรือจำกัด การแข่งขัน มิได้กำหนดห้ามการควบรวมกิจการโดยเด็ดขาด นั่นหมายถึงว่าเขาห้าม มีการควบรวมกันเพื่อป้องกันไม่ให้ผูกขาดทางการตลาด🔗

อีกพระราชบัญญัติหนึ่งที่เกี่ยวข้องชัด ๆ เลย ก็คือพระราชบัญญัติองค์กร จัดสรรคลื่นความถี่ และการกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕ โดยเฉพาะมาตรา ๔๔/๑ กำหนดให้ผู้ได้รับใบอนุญาต ให้ใช้คลื่นความถี่เพื่อประกอบกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ หรือกิจการโทรคมนาคม ต้องประกอบกิจการด้วยตัวเอง จะมอบหมายการบริหารงานจัดการทั้งหมดหรือบางส่วน หรือยินยอมให้บุคคลอื่นเป็นผู้มีอำนาจประกอบกิจการแทนมิได้ เห็นไหมครับชัดเจนครับ และมาตรา ๔๔/๓ กำหนดให้ใบอนุญาตใช้คลื่นความถี่เป็นสิทธิเฉพาะตัว จะโอนแก่กันมิได้ คือถ้าพูดอย่างนี้ฟังอย่างนี้มันชัดเจน เพราะผู้ประกอบการทั้ง ๒ ราย ประกอบธุรกิจ ด้านโทรคมนาคม ด้านมือถือพูดกันง่าย ๆ อย่างนี้ ถ้ามีการควบรวมกันทราบว่า มีผลประกอบการรวมกัน ๕๒ เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายถึงเป็นรายใหญ่ ก็จะเหลือผู้ประกอบการ แค่ ๒ รายหลัก ๆ ผมเชื่อว่าถ้ามีการควบรวมกันจริงหน่วยงานที่ให้อนุญาตที่ชัดเจนที่ผม ได้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ก็คือหน่วยงาน กสทช. กสทช. เป็นผู้รักษาการ เป็นผู้ดูกฎหมายเฉพาะ ฉบับนี้ โดยนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับท่านประธานครับ ถ้า กสช. ไม่ออกมาพูดชัดเจนบอกว่าตัวเองอาจจะไม่มีอำนาจหรือตอบไม่ชัดเจน ผมเชื่อว่าท่านกำลัง เลือกปฏิบัติหรือเปล่า ถ้าเป็นการบังคับใช้กับวิทยุภาคประชาชน หรือสถานีโทรทัศน์ ท่านพูดชัดเจน ว่าท่านทำตามหน้าที่ ทำตามกฎหมาย แต่พอมีบริษัทยักษ์ใหญ่จะมีการควบรวมกัน กสทช. ไม่กล้าตอบครับ ไม่กล้าตอบชัดเจนครับ เหมือนกับบ่ายเบี่ยงว่าไม่ใช่อำนาจหน้าที่อย่างนั้น ทั้งที่กฎหมายบัญญัติไว้ชัดเจนที่ผมได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้ จึงอยากให้หน่วยงาน ที่อ้างตัวเองว่าหน่วยงานอิสระทำหน้าที่ตรงไปตรงมาเถอะครับ อย่ากลัวอิทธิพลหรืออย่าหวัง เพื่อประโยชน์ของพรรคพวกตัวเอง โดยเฉพาะรัฐบาลชุดนี้นายกรัฐมนตรีท่านต้องกล้า ในการตัดสินใจ เพราะว่าท่านเป็นผู้กำกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ กสทช. ฉบับนี้ และผมทราบว่า กลุ่มทุนต่าง ๆ ก็คงจะอุ้มท่านอยู่ตอนนี้ เพราะมาเป็นรัฐบาลก็คงจะมีกลุ่มทุนใหญ่อุ้มอยู่ ฉะนั้นการทำหน้าที่ของรัฐบาลของนายกรัฐมนตรีจะต้องทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของพี่น้อง ประชาชนเป็นหลัก ผมทราบว่าท่านไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง ท่านอาจจะไม่มีความผูกพันกับพี่น้องประชาชน เพราะท่านมาจากกลุ่มทุนก็ต้องบริหารงานเพื่อเอื้อประโยชน์กลุ่มทุนก็เป็นไปได้ครับ แต่ผมอยากให้ท่านคิดไว้นะครับว่ามาตรา ๑๕๗ มันยังมีอยู่ เดี๋ยวก็จะมีนักร้องไปร้องท่านว่า ท่านเลือกปฏิบัตินะครับท่านนายก ฉะนั้นการควบรวมกิจการยักษ์ใหญ่อย่างนี้มันกระทบ กับผู้บริโภคอย่างแน่นอน โดยเฉพาะมือถือผมเชื่อว่าถ้ามีการแข่งขันน้อยราย การบริหาร การบริการหรือการที่จะบริการให้มันถูกลงมันย่อมจะยาก แต่ถ้ามีการแข่งขันมากขึ้น มีผู้ประกอบการมากขึ้นมากราย มีการแข่งขันกัน ค่าโทรศัพท์ก็จะลดลง การบริการก็จะมากขึ้น ฉะนั้นการควบรวมบริษัทยักษ์ใหญ่ ๒ บริษัท ทรู กับดีแทค นี้ผมเชื่อว่าถ้าเกิดจริง มีผลกระทบกับผู้บริโภคกับประชาชนอย่างแน่นอน จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ท่าน ถือกฎหมายอยู่ได้ออกมาอธิบายก่อนที่จะเกิดความเสียหายขึ้นกับพี่น้องประชาชน ท่านอย่ากลัวครับ เพราะท่านถือกฎหมายอยู่ กฎหมายต้องบังคับใช้ ไม่ว่าจะเป็นคนเล็ก คนน้อย คนใหญ่ คนโตก็แล้วแต่ ต้องบังคับให้เท่าเทียมกันครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๓ ท่าน เริ่มจากท่านมนพร เจริญศรี ท่านพันเอก ดอกเตอร์เศรษฐพงค์ แล้วก็ท่านศรัณย์ ทิมสุวรรณ เชิญท่านมนพรครับ🔗

นางมนพร เจริญศรี นครพนม

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉัน จะขออภิปรายญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ศึกษาผลกระทบต่อประชาชนในกรณีการควบรวมธุรกิจโทรคมนาคม ๒ ราย คือ บริษัททรู และบริษัทดีแทค และขอสนับสนุนญัตติของท่านวิสาร เตชะธีราวัฒน์ จากพรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ จากข่าวการควบรวมของ ๒ บริษัทที่มีผลกระทบต่อผู้บริโภคและพี่น้อง ประชนชนคนไทยอย่างไร ในประเทศไทยเรามีบริษัทยักษ์ใหญ่ที่ทำธุรกิจเครือข่าย โทรคมนาคมหรือว่าโทรศัพท์มือถืออยู่ ๓ เครือข่ายค่ะ เครือข่ายแรกก็คือเครือข่าย ของเอไอเอส มีอยู่ ๔๓.๗ ล้านเลขหมาย เครือข่ายที่ ๒ ก็คือบริษัททรู มี ๓๒ ล้านเลขหมาย และค่ายที่ ๓ ก็คือบริษัทดีแทคมีประมาณ ๑๙.๓ ล้านเลขหมาย ถ้าหมายถึงว่ามีการควบรวม ของ ๒ ค่ายนี้ นั่นหมายถึงว่าสัดส่วนของตลาดจะสูงถึง ๕๑ ล้านเลขหมาย เกินครึ่งหนึ่ง ของตลาด โดยมีหน่วยงานที่กำกับดูแลคือ หน่วยงานของ กสทช. ที่มีบทบาทโดยตรง ต่อผู้บริโภค นั่นหมายถึงว่าผู้บริโภคจะถูกจำกัดทางเลือกจาก ๓ ค่ายเหลือ ๒ ค่าย ที่จริงแล้ว กสทช. ควรจะเสนอแนะ แล้วก็หาทางออก หรือว่าเชิญชวนบริษัทใหม่ให้มาลงทุนเพิ่มเพื่อให้ มีทางเลือกมากขึ้น เหลือว่าเปิดโอกาสให้บริษัทเหล่านั้นใช้คลื่นตัวเองในการบริการพี่น้อง ประชาชนในราคาพิเศษแล้วก็เป็นธรรม เราจะเห็นว่าในปัจจุบันการแข่งขันมีความสำคัญ ต่อผู้บริโภคและการคุ้มครองผู้บริโภคก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน ซึ่งในวันนี้ ทั้งบริษัททรู และบริษัทดีแทค สามารถร่วมมือกันที่จะทำตามเงื่อนไขและตามประกาศของ กสทช. ได้🔗

คำถามต่อมาของดิฉันค่ะท่านประธาน ว่าเมื่อมีการควบรวมแล้วข้อมูล ส่วนบุคคลที่พี่น้องประชาชนได้ตัดสินใจลงทะเบียนตอนซื้อโทรศัพท์ในค่ายนั้น ๆ จะทำ อย่างไร แล้วข้อมูลเหล่านี้ก็จะถูกนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต นอกจากนั้นการทำธุรกรรม ต่าง ๆ ของผู้บริโภคในขณะนี้ส่วนมากก็จะเป็นการทำธุรกรรมผ่านโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะเป็นการโอนเงิน จ่ายเงิน หรือซื้อของ นอกจากนั้นพี่น้องประชาชนยังรับเงิน สวัสดิการจากการบริการของรัฐ เช่น แอป (App) ต่าง ๆ หรือการรับเงินเดือนผู้สูงอายุ หรืออื่น ๆ ที่มีการใช้เครื่องมือโทรคมนาคมหรือว่าใช้สมาร์ตโฟน (Smartphone) ซึ่งเรื่อง เหล่านี้ก็จะมีความสำคัญเช่นเดียวกันค่ะ ในอนาคตถ้า กสทช. ยังมีมุมมองว่ามันเป็นการ แข่งขันทางธุรกิจตามที่ตามที่ท่านรัฐมนตรีได้เคยออกมาชี้แจง ในขณะเดียวกัน กสทช. ต้องไปดูว่าทั้งบริษัททรูและดีแทค ที่ควบรวมกันนั้นได้เข้าเงื่อนไข การเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาด โดยใช้ทางลัด คือการรวมกันของอันดับ ๒ และอันดับ ๓ แล้วเพิ่มขึ้นมาเป็นอันดับ ๑ นั่นหมายถึงว่าเพิ่มขึ้นมาเป็นเบอร์ ๑ ของการมีส่วนแบ่งตลาด ที่เกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ จากตัวเลขของทั้ง ๒ ค่ายอยู่ที่ ๕๑.๓ เปอร์เซ็นต์ค่ะ แล้ว กสทช. จะตัดสินใจเรื่องนี้อย่างไร แล้วก็เป็นบทบาทที่ท้าทายคณะกรรมการ กสทช. ที่วุฒิสภาซึ่งลงมติ ผ่านไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้วจำนวน ๕ ท่านนะคะ🔗

สุดท้ายค่ะท่านประธานคะ ทั้งบริษัทดีแทค และบริษัททรู ทั้ง ๒ บริษัท ยักษ์ใหญ่นี้มีความต้องการที่อยากจะพัฒนาเทคโนโลยีพาประเทศไทยไปสู่การแข่งขันเวทีโลก เพราะว่าปัจจุบันระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยอยู่ในช่วงที่กำลังเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจ ดิจิทัล อาจจะมีต้นทุนสูงขึ้นเมื่อมีการควบรวม แล้วทำให้โครงสร้างผูกขาดมากขึ้น แล้วอาจจะทำให้ประเทศไทยตกขบวนในการก้าวกระโดดสู่ดิจิทัล อีโคโนมี (Digital Economy) ท่านประธานคะ อีกหน่วยงานหนึ่งก็คือ สำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าหรือ ว่า กขค. ซึ่งจะต้องมีหน้าที่ในการกลั่นกรองการควบรวมของ ๒ บริษัทนี้อย่างเข้มงวด และคำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิตคนไทยทั้งประเทศในอนาคต ดิฉันจึงขอสนับสนุนให้มีการตั้ง กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบต่อประชาชนจากการควบรวมของบริษัททรู และบริษัทดีแทค ต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านพันเอก ดอกเตอร์เศรษฐพงศ์ ครับ🔗

พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กระผมขออนุญาตอภิปรายในญัตติด่วน เรื่อง การศึกษา ผลกระทบต่อประชาชนจากการควบรวมกิจการโทรคมนาคม ซึ่งกิจการโทรคมนาคมได้มีการ เปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญครั้งหนึ่งในประมาณช่วงปี ๒๕๕๓ โดยสภาของเราได้มีการออก พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ปี ๒๕๕๓ จนเป็นผลให้มีการจัดตั้งองค์กรซึ่งเป็น องค์กรกำกับดูแลกิจการโทรทัศน์ วิทยุ และกิจการโทรคมนาคม ในช่วง ๑๐ ปีที่ผ่านมา เราจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลง ซึ่งมีการเปลี่ยนผ่านจากระบบสัญญาสัมปทานสู่ใบอนุญาต ซึ่งกระผมเห็นว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ประสบความสำเร็จที่ได้เปลี่ยนระบบสัญญา สัมปทานสู่ใบอนุญาต ภายใต้เงื่อนไขของดับเบิลยูทีโอ (WTO) ซึ่งเปิดเสรีทางการค้า ด้านกิจการโทรคมนาคม แต่อย่างไรก็ตามการจัดสรรคลื่นความถี่ให้กับผู้ประกอบการ ในพระราชบัญญัติก็ได้มีการกำหนดไว้อย่างชัดเจนว่าจะต้องจัดสรรด้วยการประมูลเท่านั้น ในการที่จะให้ดำเนินกิจการโทรคมนาคม ในการประมูลคลื่นความถี่ก็ได้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ เป็นการประมูลคลื่นความถี่ ๓ จี (3G) ในย่าน ๒,๑๐๐ เมกะเฮิรตซ์ ๔ จี (4G) ในปี ๒๕๖๑ ๑,๘๐๐ เมกะเฮิรตซ์ และ ๙๐๐ เมกะเฮิรตซ์ ไปจนถึงระบบ ๕ จี (5G) ในปี ๒๕๖๓ ในย่านคลื่นความถี่ ๗๐๐ เมกะเฮิรตซ์ และ ๒,๖๐๐ เมกะเฮิรตซ์ แต่อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาที่ผ่านมาก็ได้มีการเปลี่ยนแปลงระบบการสื่อสารอย่างมาก เนื่องจากมีระบบของ โอเวอร์ เดอะ ท็อป (Over the top) หรือโอทีที (OTT) เข้ามามีบทบาทในกิจการโทรคมนาคม ไม่ว่าจะเป็นบริษัทกูเกิล (Google) เฟซบุ๊ก (Facebook) หรือไลน์ (Line) บริษัทเหล่านี้ ไม่ได้เข้ามาประกอบกิจการโทรคมนาคมภายใต้ พ.ร.บ. ดังกล่าว จึงทำให้เป็นรอยรั่วที่สำคัญ ทำให้กิจการโทรคมนาคมต้องมีส่วนแบ่งทางการตลาดไปในกิจการที่ไม่เกี่ยวข้องเลย ซึ่งในพระราชบัญญัติดังกล่าวในการวิเคราะห์ขั้นต้นนั้นได้พบว่า ไม่ได้คำนึงถึง ในการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ จึงทำให้กิจการโทรคมนาคมมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก จนถึงในวันนี้ ซึ่งมีแนวโน้มที่จะมีการควบรวมกิจการ การจัดสรรคลื่นความถี่ด้วยวิธี การประมูลนั้นเป็นหลักสากลก็จริง แต่ก็จะมีการเปลี่ยนแปลงไปมากแล้วในวันนี้ เนื่องจาก มีการล้มเหลวในกิจการโทรคมนาคมในหลายประเทศ ยกตัวอย่างเช่น ประเทศสิงคโปร์ และสเปนก็เพิ่งมีการควบรวมกิจการที่ผ่านมาไม่นานนี้ กระผมจึงมองเห็นว่าพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ซึ่งถือว่าในปี ๒๕๕๓ นั้น ได้ออกมาอย่างมีประสิทธิภาพก็จริง แต่ในวันนี้พระราชบัญญัติดังกล่าวนั้นอาจจะใช้ได้ไม่มี ประสิทธิภาพอีกต่อไปแล้ว เนื่องจากนวัตกรรมใหม่ ๆ ในการสื่อสารได้เปลี่ยนแปลงไป กระผมจึงเห็นว่าเราควรที่จะมีการพิจารณาในการปรับปรุงพระราชบัญญัติดังกล่าว เพื่อให้ พี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง ทำให้เกิดการแข่งขันอย่างแท้จริงในตลาด กิจการโทรคมนาคม พระราชบัญญัติดังกล่าวไม่สามารถที่จะกำกับดูแลกิจการโอทีที (OTT) หรือ โอเวอร์ เดอะ ท็อป (Over the top) ได้เลยแม้แต่น้อย เพราะเนื่องจากการพิจารณา แล้วว่าบริษัทโอทีที (OTT) นั้นไม่ได้อยู่ภายใต้ พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ ปี ๒๕๕๓ จึงทำให้กิจการโทรคมนาคมนั้นในวันนี้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก และไม่สามารถที่จะมี การแข่งขันได้อย่างเสรี อย่างเป็นธรรมอีกต่อไป ประกอบกับเทคโนโลยีที่กำลังก้าวหน้า เปลี่ยนแปลงไป ไม่ว่าจะเป็น โลว์ เอิร์ท ออร์บิต (Low Earth Orbit) หรือแอลอีโอร์ (LEO) ซึ่งบริษัทสเปซเอ็กซ์ได้ยิงดาวเทียมวงโคจรต ่า ทำให้บริษัทสตาร์ลิงก์ (Starlink) หรือ เน็ตเวิร์ก สตาร์ลิงก์ (Network Starling) สามารถให้บริการในกิจการโทรคมนาคมได้ทั่วโลก ซึ่งโครงข่ายสตาร์ลิงก์ (Starlink) ไม่ได้เข้าประมูลคลื่นความถี่ในกิจการโทรคมนาคมของไทยเลย แม้แต่น้อย แต่สามารถเป็นคู่แข่งขันที่สำคัญในอนาคตอันใกล้ ดังนั้นเองการประมูล คลื่นความถี่ที่เราใช้กันมาเป็นเวลา ๑๐ ปี จึงไม่อาจสามารถที่จะใช้ได้ต่อไป ผลการศึกษา ที่ชัดเจนในหลายประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในระดับสากลของสหภาพโทรคมนาคมระหว่าง ประเทศหรือไอทียู (ITU) หรือจีเอสเอ็มเอ (GSMA) ก็เห็นสอดคล้องกันว่าการประมูล คลื่นความถี่โดยยึดถือราคาเป็นหลักนั้นไม่ประสบความสำเร็จ การประมูลคลื่นความถี่ที่สำคัญ ที่จัดสรรคลื่นความถี่นั้นจะต้องทำให้เกิดการแข่งขันอย่างยุติธรรม อย่างเสรี และได้ประโยชน์ กับประชาชน สัญญาณที่ชัดเจนที่กำลังจะเกิดขึ้นในการควบรวมกิจการเป็นสัญญาณที่ทำให้ สภาของเราจะต้องกลับไปพิจารณาว่า พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ปี ๒๕๕๓ จะต้องมีการแก้ไขในเรื่องของการกำกับดูแลและการจัดสรรคลื่นความถี่ในอนาคต กระผมจึงคิดว่า ในวันนี้เราคงจะต้องมาดูว่ากิจการโทรคมนาคมนั้นจะมีการเปลี่ยนแปลงในอนาคต ๑๐ ปี ข้างหน้าอย่างไร เพราะเนื่องจากจะมีกิจการที่ไม่เกี่ยวข้องกับกิจการโทรคมนาคม แต่สามารถให้บริการพี่น้องประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งกว่ากิจการโทรคมนาคม ที่อยู่ภายใต้ พ.ร.บ. ดังกล่าว การประมูลคลื่นความถี่นั้นเป็นเรื่องสากล แต่ในแต่ละประเทศ ก็ยึดหลักการที่ใกล้เคียงกัน แต่ก็ต้องปรับสภาพให้มีสภาพเข้ากับกิจการในประเทศ ผมจึงเห็นด้วยที่จะต้องมีการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อที่จะพิจารณาปรับปรุงแก้ไข พระราชบัญญัติดังกล่าวเพื่อให้เกิดความเสรีในการแข่งขันอย่างเสรีและเป็นธรรม และเกิดประโยชน์กับประเทศชาติและพี่น้องประชาชนอย่างสูงสุดต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านศรัณย์ ทิมสุวรรณ ครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขออภิปรายในญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ตั้ง กรรมาธิการเพื่อศึกษาผลกระทบในการควบรวมระหว่างบริษัททรู และดีแทค ของท่านวิสาร และของหลาย ๆ ท่าน ผมเห็นด้วยที่ต้องมีการศึกษาผลกระทบ ด้วยเหตุผลต่าง ๆ นานา ที่สมาชิกหลายท่านได้พูดไปก่อนแล้ว แต่หลัก ๆ ที่ผมเชื่อว่าเราจำเป็นต้องมีคณะกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อที่จะมาศึกษาผลกระทบ เพราะว่านี่เป็นอีกครั้งหนึ่งที่มีการควบรวมของ ต้องเรียกว่าเจ้าใหญ่ในแต่ละตลาด ในแต่ละธุรกิจ ซึ่งเราเห็นเหตุการณ์อย่างนี้ภายในเวลา ๔-๕ ปีนี้หลายครั้ง และหลาย ๆ ครั้งแม้จะมีคนตั้งคำถาม มีคนถามถึงผลกระทบ และมีคนถามถึงการควบคุมการดูแลของภาครัฐ เราก็แทบไม่เห็นการควบคุมที่เกิดจาก ภาครัฐเลย แล้วสุดท้ายสิ่งที่ประชาชนเป็นห่วงก็เกิดขึ้น และมันจะส่งผลอย่างไรต่อประชาชน ในกรณีต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นห้างค้าปลีกก่อนหน้านี้ที่มีประเด็นว่าจะการรวมของเจ้าใหญ่ เกินไปหรือไม่ เราก็ไม่สามารถทำอะไรได้ นี่คือสิ่งที่ทำให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และผมเชื่อว่าทุกคนเป็นห่วงว่า แล้วถ้า ๒ บริษัทนี้ซึ่งเป็นบริษัทที่ทุกคนรู้จักและเป็นบริษัทใหญ่ รวมกันมันจะเกิดอะไรขึ้น ผลกระทบที่จะเกิดต่อประชาชนคืออะไร มันคือสิ่งที่เราจำเป็นต้องทราบอย่างน้อยก็เร็วที่สุด ก่อนที่มันจะเกิดขึ้น เพราะจากล่าสุดเท่าที่เราติดตามข่าวกันมาทุกหน่วยงานก็ตอบเป็นเสียง เดียวกันว่า เราไม่มีสิทธิในการที่จะห้ามไม่ให้เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นสุดท้ายแล้วเราก็ต้องอยู่กับมัน โดยที่เราก็ต้องพยายามศึกษาผลกระทบของมันให้ได้ แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นครับท่านประธาน ที่แน่ ๆ ที่ทุกคนพูดถึงกันก็คือเมื่อบริษัทใหญ่เหล่านี้ควบรวมกัน แล้วการแข่งขันในตลาด มันจะเป็นอย่างไร จากก่อนหน้านี้เรามีบริษัทใหญ่ ๓ บริษัท มันก็ทำให้สภาพแวดล้อมในการ แข่งขันของตลาดนี้ไม่สูงอย่างตลาดอื่น ๆ หรือเทียบกับหลาย ๆ ประเทศอย่างที่เพื่อนสมาชิก ได้พูดไปอยู่แล้ว ทีนี้พอเหลือ ๒ เจ้าใหญ่ หลายคนก็อาจจะคิดว่าพอเหลือ ๒ เจ้าใหญ่ มันอาจจะดีก็ได้เขาอาจจะแข่งกันมากขึ้น แต่เราก็ต้องมองในมุมกลับกันเช่นกันว่าแล้วถ้า เขาเลือกที่จะไม่แข่งกันมากขึ้นล่ะ แล้วผลกระทบที่จะเกิดกับประชาชนก็คือประชาชน ไม่มีสิทธิในการที่จะเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเลย เพราะว่าเราก็มีแค่ ๒ ทางเลือก ถ้าเขา ไม่เลือกที่จะต่อสู้กันในระหว่างเจ้าใหญ่ ๒ เจ้า ประชาชนก็รับผลกระทบเต็ม ๆ จากสิ่งที่ ๒ เจ้า เขาเลือกที่จะทำ และด้วยจากการติดตามข้อมูลต่าง ๆ หน่วยงานที่ควรจะมีอำนาจ ในการดูแลในการควบคุม ต่างโยนกันไปโยนกันมา ท่านประธานครับ ไม่ว่าจะเป็นเราอาจจะ ถามไปทางกระทรวงที่เกี่ยวกับดิจิทัล หรือหน่วยงานที่มีชื่อตรงกับสิ่งที่ควรจะทำก็คือ กขค. ที่หลาย ๆ ท่านพูดไป คณะกรรมการในการแข่งขันทางการค้า แต่ว่าทุกหน่วยงานก็ตอบ กลับมาเหมือนกัน คือเราทำได้แค่สังเกตการณ์ เราไม่สามารถยับยั้งได้ แล้วถ้าอย่างนั้น ผลที่จะตามมาหน่วยงานใดของรัฐจะสามารถรักษาผลประโยชน์ให้กับประชาชนได้ อันนี้ ก็เป็นสิ่งที่เราต้องหาคำตอบให้ได้เพื่อคลายข้อสงสัยของสังคม อีกอย่างหนึ่งที่จะเกิดขึ้น แน่ ๆ คือตลาดที่ไม่มีการแข่งขันหรือมีการแข่งขันที่น้อยมาก ๆ โดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยีนั้น มันจะเป็นจุดที่ทำให้เรามีการพัฒนาที่น้อยลงไปอีก เมื่อไม่มีแรงผลักดันให้เขาแข่งขัน ให้เขาพัฒนาบริษัทเหล่านี้ก็อาจจะไม่จำเป็นหรือไม่มีแรงกระตุ้นมากพอในการจะพัฒนา ทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นบริการหรือเทคโนโลยีให้ดีขึ้น และมันก็จะเป็นผลกระทบอย่างใหญ่หลวง ต่อประเทศและประชาชน อันนี้ได้มีหน่วยงานใดที่สามารถตอบคำถามหรือช่วยควบคุม ได้หรือไม่ ประเทศไทยเป็นประเทศที่ไม่ว่าจะตลาดไหนเราก็แทบที่จะมีการแข่งขันน้อย น้อยมาก ๆ อยู่แล้ว ตลาดค้าปลีกเราก็แทบจะมีเจ้าใหญ่อยู่เจ้าเดียวด้วยซ ้า หรือว่าจะเป็น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์เราก็มีอยู่ไม่กี่บริษัท อาจจะมีแค่ ๒ ด้วยซ ้า แล้วถ้าตลาดนี้เกิดการรวม บริษัทใหญ่ขึ้นมาอีกก็จะกลายเป็น ๒ ผู้เล่นใหญ่เหมือนกัน คือมันเป็นเทรนด์ (Trend) ที่ไม่ดีต่อประเทศนี้เลยนะครับท่านประธาน ไม่ว่าเราจะมองไปที่ของสินค้าบริโภคหรืออะไร เราก็จะเห็นแต่ว่ามีเจ้าใหญ่เต็มไปหมด เพราะฉะนั้นอำนาจในการควบคุมตลาดอยู่กับ บริษัทใหญ่เหล่านี้มากเกินไปหรือไม่ สิ่งที่กรรมาธิการควรจะต้องคำนึงถึงถ้าเราได้มีโอกาส สร้างกรรมาธิการนี้แล้วก็เข้าไปศึกษา นี่คือสิ่งที่มันน่าเป็นห่วง ผมได้พูดไปแล้วว่ารัฐไม่ได้ มีอำนาจในการต่อสู้กับบริษัทใหญ่เหล่านี้เลย ถึงแม้รัฐเองก็จะมีการควบรวมบริษัททีโอที และ กสท. เป็นบริษัท เอ็นที : เนชันแนล เทเลคอมมิวนิเคชัน (NT : National Telecommunication) แต่ถามว่าถึงจะเป็นบริษัทที่อยู่ในตลาดเดียวกัน บริษัทที่เกิดจาก การควบรวมของทีโอที กับ กสท. นั้น ไม่ได้มีอำนาจหรือไม่ได้มีพลังมากพอที่จะต่อกรกับ เจ้าใหญ่อีก ๒ เจ้าได้เลย และสิ่งเหล่านี้มันจะเป็นสิ่งที่ทำให้ประเทศไทยเราน่าเป็นห่วง อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านพูดไปว่า เทคโนโลยีในโลกนี้มันพัฒนาไปเร็วมาก ถ้าเทคโนโลยีของไทยอยู่กับ ๒ เจ้านี้ ถ้าเขาไม่เลือกที่จะกดดันกันและพัฒนาต่อไป สุดท้าย เราอาจจะโดนต่างประเทศที่มีเทคโนโลยีที่ล ้าหน้ากว่า ที่สามารถเข้ามาในช่องที่เป็นช่องโหว่ ของกฎหมายของเรา แล้วก็เข้ามากินส่วนแบ่งการตลาด โดยที่ประชาชนคนไทยไม่ได้มีสิทธิ ทำอะไร และรัฐบาลเองก็อาจจะไม่สามารถทำอะไรได้ด้วย นี่คือสิ่งที่น่าเป็นห่วงอย่างมาก🔗

เรื่องสุดท้ายที่ผมอยากจะเน้นย ้าก็คือ จากวิกฤติโควิด (COVID) เราได้เห็น แล้วว่า การเข้าถึงบริการต่าง ๆ อินเทอร์เน็ต (Internet) และการใช้โทรศัพท์เป็นสิ่งที่ กลายเป็นความต้องการพื้นฐานในหลาย ๆ อย่างด้วยซ ้า อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายท่าน ได้พูดไป อินเทอร์เน็ต (Internet) กลายเป็นสิ่งที่เราต้องมี เพื่อที่จะเข้าถึงสิทธิบางอย่างที่รัฐต้องให้กับประชาชนทุกคน แต่สิทธินั้นถ้าท่านไม่มี อินเทอร์เน็ต (Internet) ท่านอาจจะไม่ได้ สิทธิเราเที่ยวด้วยกัน สิทธิสวัสดิการต่าง ๆ ถ้าท่านลงทะเบียนไม่ได้ท่านก็ไม่ได้ เพราะฉะนั้นรัฐควรจะต้องให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ว่า ถ้าเราจะทำให้ตลาดนี้มีเจ้าใหญ่ใหญ่ขนาดนี้ ๒ เจ้าเกิดขึ้นรัฐจะควบคุมและจะดูแล ผลประโยชน์ของประชาชนได้อย่างไร เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยอย่างเต็มที่ที่สภาแห่งนี้ จะตั้งกรรมาธิการเพื่อศึกษาผลกระทบ และผมเชื่อว่าเราต้องทำอย่างเร่งด่วนเพื่อที่เราจะสามารถ รองรับกับผลที่จะเกิดขึ้น ที่จะมีผลต่อประชาชนได้ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๓ ท่าน ท่านยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ท่านวิรัตน์ วรศสิริน ท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ เชิญท่านยุทธพงศ์🔗

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมขออภิปรายสนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษา ผลกระทบต่อประชาชน กรณีการควบรวมธุรกิจโทรคมนาคม ๒ รายใหญ่ ก็คือบริษัททรู และบริษัทดีแทค ท่านประธานครับ การควบรวมบริษัทโทรคมนาคมขนาดใหญ่ ผมจะอภิปราย เรียนท่านประธานว่ามันมีทั้งข้อดีและข้อเสียนะครับ เพื่อที่จะให้ท่านประธานได้เห็นว่า การมีความจำเป็นอย่างไรที่จะต้องตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาศึกษา การควบรวมมีข้อดี อย่างไรครับ🔗

ข้อที่ ๑ การควบรวมกิจการบริษัททรู และดีแทค ก็จะเป็นการปรับ โครงสร้างบริษัททั้ง ๒ บริษัทให้เป็นบริษัทแห่งเทคโนโลยี ให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ ประเทศไทย ๔.๐ ที่จะให้ประเทศไทยก้าวเป็นฮับ (Hub) ของเทคโนโลยีในภูมิภาคอาเซียน ในการที่จะพัฒนาธุรกิจ โดยมุ่งเน้นในด้านของเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์เมืองอัจฉริยะ และเทคโนโลยีดิจิทัล🔗

ข้อที่ ๒ การควบรวมบริษัททั้งทรู และดีแทค ก็เป็นข้อดีสำหรับบริษัเขา ในการที่จะอยู่รอดและสามารถแข่งขันได้ในธุรกิจโทรคมนาคม🔗

ข้อที่ ๓ การควบรวมกิจการโทรคมนาคมแบบนี้ก็มีการใช้กันในต่างประเทศ ในโลกยุค ๕ จี (5G) อย่างเช่น ในกรณีมาเลเซียก็มีการควบรวมระหว่างบริษัท ดิจิทัล และเซลคอม ในแคนาดาก็มีโชและโรเจอร์สควบรวมกัน ในสเปนก็มี ซึ่งแสดงให้เห็นได้ว่าในต่างประเทศ ก็ได้มีการปรับตัวของบริษัทโทรคมนาคมขนาดใหญ่เพื่อความอยู่รอด🔗

ข้อที่ ๔ การควบรวมก็จะเกิดการเชื่อมต่อคอนเนกทิวิตี (Connectivity) เพราะโครงข่ายในโลกยุค ๕ จี (5G) จะยกระดับประเทศเราไปสู่ดิจิทัลเทคโนโลยีท่านประธานครับ นอกจากมีข้อดีแล้วข้อเสียก็มีครับท่านประธาน🔗

ข้อเสีย ก็คือการควบรวมมันก็จะทำให้เกิดการแข่งขันน้อยรายในตลาด ผู้ให้บริการ ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ทั้งหมด ๓ รายใหญ่ คือถ้าบริษัททรู ควบรวมกับดีแทค แล้วก็จะมี ส่วนแบ่งการตลาดถึงร้อยละ ๕๒ ซึ่งก็จะมาเป็นเบอร์ ๑ ของตลาด คราวนี้การแข่งขันน้อยราย มันก็จะทำให้ตลาดโทรคมนาคมผู้ให้บริการโทรศัพท์มีโครงสร้างในลักษณะกึ่งผูกขาด เพราะว่า ก็จะเหลือการแข่งขันน้อยราย เหลืออยู่เพียง ๒ ราย ก็คือเอไอเอสมีส่วนแบ่งการตลาด อีกร้อยละ ๔๔🔗

ข้อเสียข้อต่อไป ถ้าท่านประธานดูจากราคาหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ หลังจาก มีการประกาศข่าวควบรวมของบริษัททรู และดีแทค ก็จะปรากฏว่าหุ้นของบริษัททรู ก็เพิ่มขึ้น บริษัทดีแทค ก็เพิ่มขึ้น บริษัทเอไอเอสก็เพิ่มขึ้น ถ้าในแง่ของธุรกิจธุรกิจ ท่านประธานครับ ธุรกิจดีแน่นอน แต่ผู้บริโภคก็อาจจะไม่ดี เพราะว่าในแง่ธุรกิจในราคาหุ้น ที่เพิ่มขึ้นแสดงว่านักวิเคราะห์มองว่าธุรกิจเขาจะดีขึ้น แต่ต้องเรียนท่านประธานครับว่า ปัจจุบันเราเข้าสู่เทคโนโลยี ๕ จี (5G) ซึ่งจัดว่า เป็นเทคโนโลยีใหม่นะครับ ซึ่งจะต้องใช้เงินลงทุนกันมหาศาล แล้วมันก็จะต้องมีการปรับตัว สู่ดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชัน (Digital Transformation) เพื่อความอยู่รอดในธุรกิจนี้ ท่านประธานครับ ข้อกังวลของการควบรวมก็คือจะทำให้ค่าบริการแพงขึ้น ประชาชน ผู้ใช้บริการเดือดร้อน เพราะว่ามีบริษัทที่ให้บริการกับประชาชนลดลงจาก ๓ รายใหญ่ เหลือเพียงแค่ ๒ รายใหญ่ แต่ท่านประธานครับ เราก็มีหน่วยงานที่จะเข้ามาทำการตรวจสอบ ในเรื่องนี้ก็คือ กสทช. ที่จะต้องมาดูแลในเรื่องของการกระทำการไม่ให้เป็นการผูกขาด หรือจำกัดการแข่งขันในด้านการบริการธุรกิจโทรคมนาคม แต่ท่านประธานครับ กรรมการ ที่จะเข้ามาตรวจสอบก็คือ กสทช. เรามีสภาของเราได้มีการแก้ พ.ร.บ. องค์กรจัดสรร คลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุ และกระจายเสียงวิทยุโทรทัศน์ และกิจการ โทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ ก็คือเรามีการแก้กฎหมายใหม่ แล้วก็มีการไปเลือก คณะกรรมการ กสทช. ใหม่ ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคมที่ผ่านมา กสทช. คณะกรรมการซึ่งเป็นหัวใจที่จะต้องมากำกับดูแลในการควบรวมทรู กับดีแทค ก็มีการไป เลือกมาทั้งหมดคณะกรรมการ ๗ คน เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคมที่ผ่านมา ก็ปรากฏว่าเลือกได้ เพียง ๕ ด้าน ก็คือด้านที่ ๑ ด้านกิจการกระจายเสียง ด้านที่ ๒ ด้านกิจการโทรทัศน์ ด้านที่ ๓ ด้านคุ้มครองผู้บริโภค ด้านที่ ๔ ก็คือด้านการส่งเสริมสิทธิเสรีภาพของประชาชน และอีกด้านหนึ่ง ก็คือด้านกิจการอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. ได้ด้านเศรษฐศาสตร์มา แต่มีอีก ๒ ด้านที่เลือกไม่ได้ ก็คือ ๑. ด้านกิจการโทรคมนาคม ด้านที่ ๒ ก็คือด้านที่เป็น ประโยชน์ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. ด้านกฎหมาย ซึ่งเป็นด้านสำคัญ ๒ ด้าน ท่านประธานครับ แสดงให้เห็นอะไรครับ แสดงให้เห็นว่าคนที่จะต้องมากำกับดูแลในการที่จะ ตรวจสอบตรงนี้ คณะกรรมการ กสทช. ก็ยังเลือกไม่ได้เลย อย่างที่มีข่าวว่าก็มีการขัดแย้ง ผู้ใหญ่ในรัฐบาลว่าถือหางกันไปคนละข้างก็เลยทำให้เลือกไม่ได้ ซึ่งตรงนี้ผมก็ต้องกราบเรียน ท่านประธานครับว่าต้องไปเลือกคณะกรรมการของ กสทช. ที่เหลืออีก ๒ ด้าน คือด้าน โทรคมนาคมกับด้านกฎหมายมาโดยเร่งด่วน เพื่ออะไรครับท่านประธาน เพื่อที่จะให้ คณะกรรมการ กสทช.เข้ามากำกับดูแลการควบรวมให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ดังนั้นการควบรวมนี้มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ผมในฐานะที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็เห็นควรว่าควรจะมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาตรวจสอบ เรื่องนี้ ขึ้นมาศึกษาเรื่องนี้เพื่อให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนและประเทศชาติครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน วิรัตน์ครับ🔗

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย วันนี้ขอแสดงความคิดเห็นเพื่อสนับสนุนการตั้ง คณะกรรมาธิการเพื่อศึกษากรณีการควบรวม บริษัท โทเทิล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชันจำกัด (มหาชน) และบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่นจำกัด (มหาชน) ท่านประธานครับ ปัจจุบัน โทรศัพท์มือถือได้กลายเป็นสาธารณูปโภคที่มีความจำเป็นไปแล้ว ในความเห็นผมยังอาจจะ จำเป็นมากกว่าการใช้รถใช้ถนนด้วยซ ้าไปนะครับ ดังนั้นหากมีการควบรวมกิจการก็จะส่ง ผลกระทบต่อประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ถ้าเปรียบนะครับท่านประธานก็คล้ายกับว่า มีถนนทางเดินอยู่ ๒ เส้นที่ประชาชนเขาใช้สัญจรกันอยู่ มาวันนี้เจ้าของถนน ๒ เส้นนี้ ก็มาประชุมร่วมกันจะไปใช้เส้นหนึ่งและให้ไปรวมกันใช้อยู่เส้นเดียวนะครับ กรณีที่เช่นว่านี้ ก็จะส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้เส้นทางสัญจรอย่างแน่นอนครับท่านประธาน การรวมกิจการในครั้งนี้จะทำให้เหลือผู้ประกอบการเพียง ๒ ราย เหลือ ๒ รายนี้ถือว่า เป็นปกติไหม ประเทศอื่นเขาเป็นอย่างนี้หรือไม่อย่างไรนะครับท่านประธาน ไทยมีประชากร ๗๐ ล้านคนเป็นอันดับที่ ๒๐ ของโลกนะครับ มีผู้รับสัมปทานเครือข่ายโทรศัพท์ ๓ ราย สิงคโปร์มี ๖ ล้านคน อันดับที่ ๑๑๒ มี ๕ ราย มาเลเซียมี ๓๓ ล้านคน เป็นที่ ๓๕ ของโลก มี ๔ ราย ท่านประธานจะเห็นได้ว่าประเทศไทย มีผู้ประกอบการเครือข่ายโทรศัพท์มือถือน้อยกว่าทุกประเทศอยู่แล้ว นั่นก็หมายความว่า ประชาชนก็มีทางเลือกที่น้อยกว่าอยู่แล้วนะครับ ทั้งที่น้อยกว่าแล้วก็ยังจะมาควบจาก ๓ เหลือ ๒ อีก ยิ่งทำให้ทางเลือกน้อยลงไปอีก🔗

ท่านประธานครับ การควบรวมกิจการคืออะไรคร่าว ๆ นะครับ มีอยู่ ๓ รูปแบบ🔗

รูปแบบที่ ๑ ก็คือการซื้อหุ้นของกิจการ เช่น บริษัทเอจะควบรวมบริษัทบี บริษัทเอก็เข้าไปซื้อหุ้นของบริษัทบี ซื้อจนมีอำนาจมากพอบริหารบริษัทบี นี่ก็เป็นรูปแบบที่ ๑🔗

รูปแบบที่ ๒ การซื้อสินทรัพย์กิจการ หรือการโอนกิจการให้แก่กัน ก็อย่างเช่น แกร็บ (Grab) ซื้อสินทรัพย์ของอูเบอร์ (Uber) มาบริหารในชื่อของแกร็บ (Grab) และสุดท้าย อูเบอร์ (Uber) ก็หายไปจากตลาด จากผลของการซื้อกิจการ🔗

รูปแบบที่ ๓ คือการควบรวมกิจการ เช่น บริษัทเอและบีตกลงจะควบรวมกัน และเป็นบริษัทซี อย่างที่ทรู กับดีแทค กำลังทำกันอยู่ นี่ก็อีกรูปแบบหนึ่ง🔗

ท่านประธานครับ การควบรวมกิจการมีกฎหมายควบคุมทั้งประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายบริษัทมหาชน กฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ แม้กระทั่งพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า ทั้งหมดก็จะต้องนำไปศึกษาในชั้นกรรมาธิการ กันทั้งหมดนี้นะครับ ท่านประธานครับ ข้อดีและข้อเสียของการควบรวมกิจการมีอะไรบ้าง ข้อดีก็คือลดต้นทุนของบริษัท ลดทั้งเงินลงทุนโครงข่ายมากถึงปีละเป็นหมื่น ๆ ล้านบาท ทำให้ประหยัดการลงทุน ลดการแข่งขัน การควบรวมทำให้บริษัทมีกำไรมากขึ้น ข้อดีข้อต่อไป ก็คือดีต่อผู้ถือหุ้น เพราะเมื่อต้องการจะรวมกันก็ต้องมีการตีราคามูลค่าหุ้นที่แท้จริงกันใหม่ ราคาที่ตีก็จะสูงกว่าราคาตลาดอย่างแน่นอน นอกจากนั้นจะเกิดการเก็งกำไรจากการคาดหวัง ผลประกอบการในอนาคตว่าจะดีขึ้น ทำให้ราคาหุ้นปรับตัวสูงขึ้น ส่วนข้อเสีย ๑. ผู้บริโภค จะเสียประโยชน์อย่างแน่นอน เพราะการแข่งขันจะลดลง ๒. อาจเกิดการฮั้วราคากันได้ หรือแบ่งตลาดลดการแข่งขันลง ๓. เมื่อจำนวนผู้ให้บริการลดลงทำให้ทางเลือกของ ประชาชนก็น้อยลง ๔. อาจจะมีการลดพนักงานที่ซ ้าซ้อนกันในทั้ง ๒ บริษัท ๕. ข้อนี้สำคัญ ท่านประธาน อาจไม่มีผู้ให้บริการรายใหม่เกิดขึ้นอีกต่อไป เพราะที่เหลือ ๒ ราย ล้วนเป็นทุนใหญ่ เกินกว่าทุนใหม่ที่จะกล้าเข้ามาลงทุนแข่งขันด้วยนะครับ ท่านประธานครับ สมัยก่อนเราเอง ก็เคยผ่านสถานการณ์ที่มีผู้ประกอบการเพียง ๒ รายมาแล้ว ตอนนั้นนอกจากค่าบริการ จะแพง และโพรโมชัน (Promotion) ก็น้อย บริการก็ไม่ดี และยังเอาเปรียบด้วยนะครับ ท่านประธาน บังคับให้ผู้ใช้บริการต้องซื้อโทรศัพท์จากบริษัทตัวเองเท่านั้น โดยการล็อก หมายเลขอีมี่ (IMEI) ของเครื่องโทรศัพท์ ผมคิดว่าท่านประธานคงจำเหตุการณ์นั้นได้นะครับ แต่ท่านประธานครับ หลังจากมีผู้ให้บริการเพิ่มเป็น ๓ รายแล้วการแข่งขันมากขึ้นจึงทำให้ ปัญหานั้นถูกยกเลิกไปได้นะครับท่านประธาน คลื่นความถี่เป็นสมบัติสำคัญของประเทศ จึงจำเป็นอย่างยิ่งต้องมีกฎหมายกำกับควบคุมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน และระบบเศรษฐกิจ ตลอดจนความมั่นคงของประเทศ เพราะฉะนั้นการควบรวมธุรกิจ โทรคมนาคม ผู้มีหน้าที่รวมทั้งสภาผู้แทนราษฎรของเราด้วยจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องพิจารณากันอย่างรอบคอบ ธุรกิจโทรคมนาคมอยู่ภายใต้การบังคับของกฎหมาย หลายฉบับ อาทิเช่น พระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบ กิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม รวมทั้งพระราชบัญญัติ การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๔ และกฎหมายลูกต่าง ๆ ท่านประธานครับ เดิมทีเราเคยมีประกาศของ กสทช. ปี ๒๕๖๑ ที่ห้ามมิให้ผู้รับใบอนุญาตควบรวมกิจการ อันจะส่งผลให้เกิดการครอบงำตลาดในเชิงปริมาณได้ ดังนั้นเรื่องนี้อีกเรื่องหนึ่งที่จะต้องฝาก กรรมาธิการไปพิจารณาด้วย กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ปัจจุบันโลกใบนี้เป็นโลก ไร้พรมแดน ไม่ว่าอยู่ที่ไหนในโลกใบนี้ก็จะสามารถพูดคุยติดต่อ สื่อสาร ซื้อขาย ทำธุรกรรม ได้ทันทีด้วยโทรศัพท์มือถือเครื่องเดียว ท่านประธานครับ ยิ่งวิกฤติโควิด (COVID) ใน ๒ ปี ที่ผ่านมายิ่งทำให้พัฒนาการในการใช้ดิจิทัล คอมมิวนิเคชัน (Digital Communication) การสื่อสารไร้สายเรียนรู้กันเร็วขึ้น แพร่หลายกันมากขึ้น เพราะไม่ว่าจะรับเงินสารพัดโครงการของรัฐ เช่น บัตรประชารัฐที่ชื่อเดียวกับพรรค พลังประชารัฐนะครับ ไม่ว่าจะประชุม ดูหนัง ฟังเพลง ทำธุรกรรมการเงินก็ดี ล้วนจะต้องใช้ โทรศัพท์มือถือกันทั้งนั้น ดังนั้นธุรกิจโทรคมนาคมปัจจุบันได้กลายเป็นสาธารณูปโภคที่สำคัญ ที่สุดอย่างหนึ่งไปแล้ว จึงไม่สมควรอย่างยิ่งที่จะส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดการควบรวมเกินสมควร ส่วนแบ่งตลาด อันจะส่งผลเสียต่อการขยายโครงข่ายในอนาคตได้ กระผมจึงกราบเรียน มาเพื่อสนับสนุนต่อการตั้งกรรมาธิการในเรื่องนี้ต่อท่านประธาน ขอขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านณัฏฐ์ชนนครับ🔗

นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย ตำบลสำนักแต้ว สำนักขาม ของอำเภอสะเดา พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ใครจะนึกว่าอากาศซื้อขายกันได้ มันก็คือคลื่นความถี่ วันนี้พูดง่าย ๆ ครับ ประเทศไทยมีทรายอยู่ ๓ กองครับท่านประธาน กองที่ ๑ เอไอเอส กองที่ ๒ ทรู และกองที่ ๓ ก็คือดีแทค วันดีคืนดีครับ ทรายกองที่ ๒ ทรู กับดีแทค มารวมกัน เพราะฉะนั้นก็จะเป็น ทรายกองใหญ่ ผลกระทบจะเกิดขึ้นอะไร ตามผมมาครับ ท่านประธานครับ ผลกระทบจะ กระทบกับคนไทยประมาณเกือบ ๗๐ ล้านคน กระทบกับตลาดออนไลน์ (Online) ที่กำลังพุ่ง สุดขีดในวันนี้ กระทบกับการเรียนออนไลน์ (Online) ของนักเรียนนักศึกษา และกระทบ กับธุรกิจมากมาย สรุปแล้วการควบรวมกิจการครั้งนี้จะส่งผลกระทบกับประเทศไทยทั้งหมด ท่านประธานครับ การควบรวมกิจการบริษัทถือเป็นเรื่องปกติครับ แต่ครั้งนี้มันจะส่งผล กับคลื่นความถี่ของชาติ มันเลยไม่ปกติ บริษัททรู จะซื้อดีแทค จริงหรือเปล่า นี่เป็นคำถาม หรือเป็นการควบรวมกิจการ ใครจะได้ประโยชน์ บริษัท ๒ บริษัทนี้หรือประชาชนจะได้ ประโยชน์ ท่านประธานครับ บริษัททรูอยู่ในเครือซีพี (CP) และบริษัทดีแทค อยู่ในกลุ่มเทเลนอร์ (Telenor) ประเทศนอร์เวย์ วันนี้เราจึงเรียกการควบรวมครั้งนี้ว่าอิควอล พาร์ตเนอร์ชิป (Equal Partnership) หรือว่าสร้างความร่วมมืออย่างเท่าเทียมกันฟังดูสวยงามนะครับ เพราะฉะนั้น เมื่อ ๒ บริษัทนี้มารวมกันระหว่างทรู กับดีแทค อะไรจะเกิดขึ้น ทราย ๒ กองรวมกันแล้วครับ ท่านประธาน ปรากฏว่ามีรายได้รวมกัน ๒๑๐,๐๐๗ ล้านบาท พอรวมกันแล้วนะครับ และกำไรก่อนที่จะหักค่าใช้จ่าย ๘๓,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือมูลค่าการรวมกัน ส่วนแบ่งตลาด ในแง่ของรายได้ประมาณไม่เกิน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ วันนี้มีการจัดตั้งบริษัทมา ๑ บริษัท มันไม่ใช่ รวมธรรมดาครับ เป็นบริษัท ซิทริน โกลบอล จำกัด บริษัทนี้จะซื้อในตลาดหลักทรัพย์ ปรากฏว่าไปซื้อหุ้นของดีแทค เท่าไรครับ ๔๗.๖ บาท ของทรู เท่าไรครับ ๕.๐๙ บาท ทรูไปซื้อหุ้นมากกว่าแสดงว่ามีโอกาสในการบริหาร นี่ก็คือการรวมกิจการ ท่านประธานครับ เป็นการปรับตัวของบริษัทในเชิงธุรกิจ นี่คือมุมมองในทางธุรกิจและความอยู่รอดของกิจการ แต่สิ่งที่เราจะพูดถึงก็คือมุมมองของประชาชน และผลประโยชน์ของประเทศ วันนี้เป็นการลด การแข่งขันจาก ๓ บริษัท เหลือ ๒ บริษัท เมื่อทรู กับดีแทค รวมกัน บริษัท ซิทริน โกลบอล จำกัด มีส่วนแบ่งเท่าไรครับ ๕๒ เปอร์เซ็นต์ เกินครึ่งหนึ่งของตลาดมือถือ เป็นเบอร์ ๑ ของตลาด ตลาดโทรศัพท์มือถือมีโครงสร้างผูกขาดอยู่แล้วครับท่านประธาน ยิ่งผูกขาด มากขึ้นถึงระดับอันตราย การประมูลคลื่นความถี่ ๖ จี (6G) ในอนาคตคู่แข่งน้อยลงครับ การจัดเก็บภาษีก็น้อยลง นี่คือกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ท่านประธานครับ กสทช. ต้องเพิ่มการแข่งขันในตลาด ลดการผูกขาด เพราะฉะนั้นมีกฎหมายอยู่ ๑ มาตรา ๒๑ ให้คณะกรรมการ กสทช. กำหนด มาตรการป้องกันการผูกขาด หรือลดการแข่งขัน มันมีอะไรบ้างครับ ๑. การอุดหนุน การบริการ ๒. การถือครองธุรกิจในบริการประเภทเดียวกัน ๓. การใช้อำนาจการตลาด ๔. พฤฒิกรรมกีดกัน ๕. การคุ้มครองผู้ประกอบการรายย่อย ท่านประธานครับ แล้วทำไม กสทช. ปล่อยให้มีการควบรวม คำถามผมนะครับท่านประธาน อายุสัมปทานคลื่นความถี่ ของ ๒ บริษัท ทรู และดีแทค อายุไม่เท่ากันครับ วันนี้เมื่อมีการควบรวมอายุสัมปทาน ของบริษัทนี้คนที่ได้ประโยชน์ก็คือบริษัทลูกที่ตั้งขึ้นมาถามว่าจะได้ผลประโยชน์ได้หรือไม่ ประเด็นที่สำคัญนี่คือหัวใจหลักครับ เป็นคำถามของ กสทช. การจัดการใบอนุญาตคลื่นความถี่ ของทรู และดีแทค คุณจะดำเนินการอย่างไร เมื่อสัญญาที่บริษัท ซิทริน โกลบอล จำกัด เข้ามาดำเนินการผลประโยชน์จะได้รับอย่างไร เพราะคุณไม่ใช่คู่สัญญาของรัฐ เพราะฉะนั้น เป็นการผิดสัญญาในการใช้คลื่นความถี่หรือเปล่า ในกรณีคู่สัญญาสัมปทานกับรัฐมันจะเป็น โมเดล (Model) ครับท่านประธาน เป็นโมเดล (Model) ในการรวมกิจการที่สัมปทานจากรัฐ ให้กับบริษัทอื่น ๆ ได้ทำตามกัน ในอนาคตบริษัท ๓ บริษัท ทราย ๓ กองมาควบรวมกัน อะไรจะเกิดขึ้น วันนี้รวมแค่ ๒ เหลืออีก ๑ เอไอเอส อนาคตใครคิดว่าจะไม่รวม มันมีโอกาสรวม เพราะฉะนั้น กสทช. ต้องตอบคำถามเรื่องนี้ให้กับกรรมาธิการ🔗

สุดท้ายครับ นี่คือหัวใจหลักที่ผมจะอภิปรายในฐานะคนไทย กสทช. รัฐบาล ผลประโยชน์สุดท้ายต้องตกเป็นของประชาชนและประเทศชาติ ไม่ใช่ของเจ้าสัว และไม่ใช่ ของนายทุนต่างชาติ ผมจึงฝากความหวังให้กับกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๓ ท่าน ท่านนิยม เวชกามา ท่านซูการ์โน มะทา ท่านภาสกร เงินเจริญกุล เชิญท่านนิยมครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายเพื่อสนับสนุนญัตติทั้ง ๙ ญัตติ โดยเฉพาะญัตติด่วน ของท่านวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาถึงผลกระทบต่อประชาชนจากการรวมกิจการโทรคมนาคมและการค้าปลีก ตลอดถึงผลกระทบจากการขยายตัวของทุนขนาดใหญ่ที่กระทบต่อชาวบ้าน ซึ่งเป็นทุน ขนาดเล็ก เพื่อหามาตรการคุ้มครองประชาชนผู้บริโภค ท่านประธานครับ เป็นประเด็น ที่ผมจะพูดในมุมของชาวบ้านครับท่านประธาน ผมไม่เห็นด้วยในการที่จะมีการควบรวม แม้ผมจะไม่มีอำนาจอะไรก็ตาม แต่ต้องคำอภิปรายเพื่อยืนยันว่าถ้าหากมีการควบรวม ในการลงทุนของดีแทค และทรู ซึ่งเมื่อควบคุมแล้วเป็นหนึ่งเดียวจะเหลือแค่เอไอเอส ทำไมผมจึงบอกว่าการควบรวมแล้วผลประโยชน์ของชาวบ้านมันจะหายไป ส่วนธุรกิจของท่านนักธุรกิจท่านจะยิ่งใหญ่ร ่ารวยก็เรื่องของท่านเรื่องของบริษัท แต่ชาวบ้าน ไม่ร ่ารวยด้วย มีแต่ยากจนลง ยากจนลง หัวโต ท่านประธาน ที่ผมบอกอย่างนี้เพราะเป็น เครื่องยืนยันว่าเคยมีมาก่อนหน้านี้แล้ว การควบรวมของการค้าขนาดใหญ่คือแม็คโครกับโลตัส ซึ่งไม่ได้นำเข้ามาความเห็นในสภาแห่งนี้ คณะกรรมการควบคุมกำกับการแข่งขันการค้า มีมติให้ควบรวมทั้งที่ประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไม่เห็นด้วย เพราะตราบใดยังปล่อยให้ กลุ่มทุน กลุ่มการค้ามีอำนาจโตขึ้นทำได้ทุกอย่าง ประชาชนหัวโต ที่ว่าหัวโตหมายความว่า ร้านค้าปลีกในหมู่บ้านหรือที่เรียกว่าโชห่วย วันนี้เป็นอย่างไรท่าน ไปกันไม่ได้แล้ว หมดแล้ว เพราะกลุ่มทุนเขาเอาไปหมด ธุรกิจเจ๊งระเนระนาด อันนี้เป็นเครื่องยืนยันว่ามันลำบาก สำหรับประชาชน ที่ผมต้องพูดเลยในวันนี้คือถ้าหากเหลือเอไอเอส ที่เดียว ทรู และดีแทค มารวมกัน ปัญหาใหญ่ทุกวันนี้ก็รู้กันอยู่ว่าระบบไอที (IT) หมายความว่าคลื่นความถี่ทั้งหลาย มันอยู่ในมือของธุรกิจใหญ่ ๓ ธุรกิจอันนี้ เพราะเรื่องโซเชียล (Social) เป็นเรื่องใหญ่ ทุกคน ในประเทศไทย เกือบ ๗๐ ล้าน ถ้าหากระบบไอที (IT) ล้มละลายไปหรืออย่างไรก็ตาม ประชาชนลำบาก ทุกคนอยู่ด้วยระบบกันทั้งนั้น แม้กระทั่งไม่เหมือนโทรศัพท์ทั่วไป ในปัจจุบันท่านประธาน เพราะว่าแม้กระทั่งการเดินทางก็ต้องใช้ระบบไอที (IT) นี่ละครับ จีพีเอส (GPS) ไม่อย่างนั้นไปไหนไม่เป็นผมนี่ซึ่งต้องขับรถตัวเอง ผมจึงบอกว่าผมไม่เห็นด้วย และต้องฝาก กสทช. ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแล แต่วันนี้ท่านทำหน้าที่ขนาดไหน เพราะฉะนั้นกรรมาธิการชุดนี้ต้องแสดงจุดยืนชัดเจนว่าจุดบกพร่องคืออะไร ประชาชน เสียประโยชน์อย่างไร ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าถ้าหากปล่อยให้การแข่งขันการค้า ทางเสรีไม่ว่าดีแทค ไม่ว่าทรู ไม่ว่าเอไอเอส แค่ ๓ บริษัทนี้ประชาชนก็ลำบากมากอยู่แล้ว เพราะไม่มีตัวเลือกอื่น แต่ก็ยังดีก็ยังมี ๓ บริษัทนี้ จาก ๓ เหลือ ๒ ถ้าอนาคตต่อไป ถ้าเกิด วันดีคืนดีบอกเอาละเหลืออันเดียว ทีนี้ประชาชนเจ๊งหมด คือการบริการทุกวันนี้ก็ห่วยแตก อยู่แล้วท่านประธาน นี่ความจริงที่ประชาชนเขายืนยันตอบได้ แต่ถ้ายิ่งไม่มีการแข่งขัน ปล่อยให้ธุรกิจมีเจ้าเดียวหรือ ๒ เจ้า ประชาชนลำบากอย่างแท้จริง แต่คนที่จ่ายสตางค์ คือประชาชนนะท่านประธาน เพราะฉะนั้นการรวบรวมธุรกิจ กสทช. เองมีบทบาทกำกับดูแล ที่สำคัญ แต่ กทสช. ทำหน้าที่ไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ผมจึงไม่เห็นด้วยในการให้มีระบบ การผูกขาดแบบเบ็ดเสร็จ คือระบบที่จะทำเดี๋ยวนี้ละครับ การผูกขาดแบบเบ็ดเสร็จ ซึ่งเราก็เห็นอยู่แล้วการรวบรวมของโลตัส แม็คโคร เจ๊งระเนระนาดสลับโชห่วย ผมยืนยันว่า ผมยังอยากให้มีการค้าแบบเสรี โดยการแข่งขันในธุรกิจ เพื่อการบริการค่าใช้จ่าย ถ้ามีการแข่งขันกันการบริการดีขึ้นค่าใช้จ่ายก็อาจจะไม่ต้องขึ้น แต่ถ้าเขามีอยู่อันเดียว เขาจะขึ้นอย่างไรก็ได้ บริการอย่างไรก็ได้ และที่สำคัญต้องกลับไปมองดูด้วยว่าประเทศไทย มีพระราชบัญญัติการผูกขาด การแข่งขัน ระบบการป้องกัน พ.ร.บ. ผูกขาด การป้องกัน การผูกขาด เพราะฉะนั้น กสทช. เองต้องไปดูข้อกฎหมายด้วย จริงอยู่เขาทำได้ทุกอย่าง ถ้าหากรัฐจะทำ แต่นั่นไม่ได้หมายถึงว่าชาวบ้านจะอยู่แบบด้วยความยากลำบาก คุณทำมาแล้ว แล้วคุณจะทำต่อไป แล้วคุณให้คำนึงถึงด้วยว่าเด็กนักเรียนซึ่งต้องเรียนในระบบภาวการณ์ที่ลำบากโควิด (COVID) นอกจากเขาไม่มีเครื่องแล้ว มีเครื่องยังลำบาก ยังไม่สามารถ เพราะระบบคลื่นของคุณ ทำตามชอบใจ นี่ผมฝากกรรมาธิการ ฝากท่านประธานไปด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านซูการ์โน🔗

นายซูการ์โน มะทา ยะลา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ ผมขออนุญาตอภิปราย สนับสนุนญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา ผลกระทบต่อประชาชนจากการควบรวมกิจการโทรคมนาคม และการค้าปลีก และการขยายตัว ของกลุ่มทุนใหญ่ที่กระทบต่อกลุ่มทุนขนาดเล็ก เพื่อหามาตรการคุ้มครองผู้บริโภคและกลุ่มทุน ขนาดเล็ก ซึ่งท่าน ส.ส. กูเฮง ยาวอหะซัน จากพรรคประชาชาติเป็นผู้เสนอ ท่านประธานที่เคารพ ผมเป็น ส.ส. บ้านนอก แล้วก็ขออนุญาตเริ่มต้นด้วยว่าไม่เห็นด้วยกับการควบรวมกิจการ ของทรู และดีแทค ผมอยากสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นว่า วันนี้ประเทศไทยเรากำลังผจญอยู่กับ ปัญหากลุ่มทุนขนาดใหญ่ที่มาทำลายกลุ่มทุนขนาดเล็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิ่งที่เห็นได้ชัดที่สุด เมื่อเราเป็นคนบ้านนอก ก็คือร้านค้าปลีกที่เคยมีอยู่ในชุมชน ในหมู่บ้าน ในตำบลนั้น วันนี้ร้านค้าเหล่านี้แทบจะไม่มีให้เราได้เห็นหรือให้เราได้ใช้บริการ กลุ่มร้านค้าปลีก หรือร้านค้าขนาดเล็กที่อยู่ในชุมชนหรืออยู่ในเมืองวันนี้ได้รับผลกระทบอย่างยิ่งจากกลุ่มทุน ที่มีทุนขนาดใหญ่ แล้วก็มีการควบรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งการควบรวมของโลตัสกับแม็คโครมา อันนี้ส่งผลกระทบอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ เนื่องจากสถานการณ์การค้าเสรี เป็นการเปิดโอกาส ให้กลุ่มทุนที่มีความเข้มแข็ง มีทุนมากกว่าย่อมได้เปรียบคนที่มีทุนน้อยกว่า วันนี้แนวคิด ทฤษฎีการค้าเสรีไปทำลายเศรษฐกิจรากหญ้าฐานรากของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้อง ในชนบทที่เป็นคนยากจนที่ทำมาหากิน หาเช้ากินค ่า สมัยเด็ก ๆ เราอาจจะได้เห็นว่าเราหาซื้อ ของจำเป็นในหมู่บ้านได้ แต่ปัจจุบันนี้ถามเด็กรุ่นใหม่ เยาวชนลูกหลานของเราเคยไปรู้จัก ร้านค้าปลีกย่อยในหมู่บ้านหรือไม่ ทุกคนไม่รู้จัก รู้จักเพียงอย่างเดียวว่าต้องไปเซเว่นอีเลฟเว่น ๒๔ ชั่วโมงเท่านั้น ถ้าไม่ไปเซเว่นอีเลฟเว่นก็จะไม่ได้รับอะไรเลย ท่านประธานครับ ผมเป็น ส.ส. บ้านนอก เวลาจะจ่ายค่าไฟฟ้าผมก็ต้องเดินทางไปที่การไฟฟ้าในเขตอำเภอ หรือจังหวัด ถ้าจะจ่ายค่าโทรศัพท์ก็ไปที่สำนักงานองค์การโทรศัพท์ประจำจังหวัดหรืออำเภอ แต่วันนี้ด้วยความก้าวหน้าทางไอที (IT) ยุคโลกาภิวัตน์ การจ่ายค่าโทรศัพท์ ค่าไฟฟ้า ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ สามารถจ่ายผ่านเซเว่นอีเลฟเว่นได้ นี่คือประเด็นเหตุผลที่ผมอยากบอกว่า ผมเห็นด้วยกับการควบรวม ต่อไปอนาคตผมคิดว่าธุรกิจนี้ก็จะครอบคลุม ควบรวมไปถึง ระดับการเงินของประเทศด้วย ซึ่งน่าเป็นห่วงที่สุดนะครับ สิ่งที่อยากให้ท่านประธานได้เห็น ก็คือช่วงของการกำหนดไทม์ไลน์ (Timeline) ขอสไลด์ (Slide) นิดหนึ่งครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายซูการ์โน มะทา ยะลา

ท่านประธานครับ มีเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ได้อภิปรายถึงไทม์ไลน์ (Timeline) การควบรวมระหว่างทรู กับดีแทค แต่ผมอยากตั้งเป็น ข้อสังเกตว่าระยะเวลาการก่อตั้งบริษัท ซิทริน บริษัทนี้ตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๙ กรกฎาคม ๒๕๖๔ แต่ว่าทางทรู และดีแทค มีการทำข้อตกลง หลังจากนั้น ๕ เดือนเท่านั้น แล้วก็สำคัญที่สุดวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ทรู แสดงเจตนารมณ์ในการจะควบรวมทางธุรกิจ จากนั้น กสทช. ก็เรียกทรู และดีแทค ไปชี้แจง ข้อเท็จจริง เมื่อสักครู่นี้ท่าน ส.ส. ผู้มีเกียรติได้ให้ความสำคัญว่าวุฒิสภามีหน้าที่คัดเลือก คณะกรรมการอิสระใน กสทช. ซึ่งมี ๗ ด้านด้วยกัน แต่การเลือกที่ผ่านมาเลือกได้แค่ ๕ ด้าน ทำให้เห็นว่าผลประโยชน์ของ กสทช. กลุ่มผู้มีอำนาจที่ชักใยอยู่เบื้องหลังนั้นอาจจะเป็นกลุ่ม ที่เป็นกลุ่มทุนที่เกี่ยวข้องกับการควบรวมระหว่างทรู และดีแทค ท่านประธานครับ วันนี้พี่น้องประชาชนใช้โทรศัพท์มือถือ พี่น้องประชาชนซื้อขายกันด้วยการค้าออนไลน์ (Online) พี่น้องประชาชนไม่เคยได้รับการคุ้มครองเลยว่าการซื้อบริการอินเทอร์เน็ต (Internet) ความเร็วสูงที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านว่าได้จ่ายเต็มแม็กซ์ (Max) หรือไม่ แต่เวลาถึงสิ้นเดือนพี่น้องประชาชนขาดส่งชำระค่าใช้จ่ายก็จะถูกตัดทันที แต่เวลาบริษัท กลุ่มทุนที่ดูแลเรื่องโทรคมนาคมให้บริการเรื่องสัญญาณ วายฟาย (Wi-Fi) เหล่านี้ พี่น้องประชาชนไม่รู้จะไปฟ้องร้องที่ไหน นี่ขนาดมีอยู่ ๓ บริษัท และถ้าควบรวมเข้าไป ผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ผมจึงอยากถามผ่านท่านประธานไปถึงคณะกรรมาธิการที่จะแต่งตั้ง ขึ้นมาว่าการควบรวมนี้ใครได้ประโยชน์มากที่สุด การควบรวมระหว่างทรู กับดีแทค ประชาชน ได้อะไร แต่ผมได้ฟังเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายแล้วค่อนข้างจะชัดเจนว่า การค้าเดี๋ยวนี้ มันไม่จำเป็นจะต้องลงทุนมาก ตอนแรกผมไม่เข้าใจนะครับ ที่ท่านอดีตนายกทักษิณ ชินวัตร บอกว่าแม้ท่านจะอยู่ต่างประเทศท่านก็สามารถทำการค้าขายได้ บางทีการค้าก็คืออยู่ใน กระดาษเพียงใบเดียว เมื่อสักครู่นี้ท่านยุทธพงศ์ได้พูดถึงว่าหลังจากมีกระแสข่าวว่า จะมีการควบรวมแล้วราคาหุ้นของทรู และของดีแทค เพิ่มขึ้น นี่อย่างไรผลประโยชน์ ที่ผมบอกว่าอยากตั้งข้อสังเกตว่าไม่เห็นด้วยกับการควบรวม เพราะว่าอย่างน้อยที่สุด ประชาชนจะขาดโอกาสที่จะได้ใช้บริการสัญญาณอินเทอร์เน็ต (Internet) หรือสัญญาณ โทรคมนาคมที่มีความเร็ว วันนี้ต่างประเทศไปถึง ๕ จี (5G) ๖ จี (6G) เรายังย ่าอยู่กับที่ ก็อยากฝากผ่านท่านประธานถึงคณะกรรมาธิการที่จะได้รับการแต่งตั้งว่าขอให้ศึกษา รายละเอียดว่าผลประโยชน์ที่แท้จริงนั้นใครจะได้ประโยชน์มากกว่ากัน ประชาชนหรือกลุ่มทุน ที่ใหญ่ของประเทศจะได้ประโยชน์ครับ ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน ภาสกรครับ🔗

นายภาสกร เงินเจริญกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ วันนี้ขออนุญาตอภิปรายญัตติด่วน การควบรวมทรู กับดีแทค ผมขอแสดงความคิดเห็นแล้วก็มุมมองออกเป็น ๒ ประเด็นด้วยกันนะครับ ประเด็นแรก เป็นประเด็นมุมมองของผู้ประกอบการ ประเด็นที่ ๒ ก็เป็นมุมมองของผู้บริโภค และอยากจะสรุปจบท้ายด้วยข้อเสนอแนะที่จะฝากให้คณะกรรมาธิการที่ตั้งขึ้นพิจารณา ศึกษาแล้วก็ส่งให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง🔗

ประเด็นที่ ๑ ในมุมมองของผู้ประกอบการ ผมจะเรียนแบบนี้ครับท่านประธาน คืออย่างไรก็แล้วแต่การควบรวมระหว่างดีแทค กับทรูมูฟ เกิดขึ้นแน่นอน แล้วก็เกิดขึ้นแบบ ถูกกฎหมายด้วย ไม่ว่าเขาจะใช้วิธีอะไรก็แล้วแต่ เพราะอะไรครับท่านประธาน ธุรกิจ การสื่อสารในไทยไม่ว่าจะเป็นเอไอเอส ดีแทค ทรูมูฟ เราเอ่ยให้ครบ ๓ ค่ายเลย ถ้าการบริการ เขาแยกให้เห็นชัด ๆ มันเป็น ๒ ประเภทเองนะครับ ประเภท ๑ ก็คือวอยซ์ (Voice) ประเภท ๒ คือนอนวอยซ์ (Non-Voice) วอยซ์ (Voice) ก็คือที่เราใช้โทรศัพท์กันนี่ละครับ นอนวอยซ์ (Non-Voice) ก็อินเทอร์เน็ต (Internet) แต่สิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตก็คือว่า โทรศัพท์หรือวอยซ์ (Voice) ที่เรากำลังจะคุยกัน มันกำลังจะถูกดิสรัปต์ (Disrupt) มันกำลัง จะหายไปเรื่อย ๆ แล้วสุดท้ายจะเหลือแค่อินเทอร์เน็ต (Internet) มันเลยจำเป็นต้อง ควบรวมกันระหว่างทรูมูฟ กับดีแทค เพราะการสื่อสารที่ใช้ระบบเซลลูลาร์ (Cellular) ตั้งเบส (Base) ต่าง ๆ มันกำลังจะหายไป มันจะใช้ดาวเทียมมาแทนกัน ครอบคลุม ได้มากกว่า ประหยัดต้นทุนมากกว่า แล้วก็ผู้ประกอบการไม่ต้องมานั่งตั้งเบส (Base) ครอบคลุมค่าบริการ ในทะเลก็ยังได้ บนยอดภูเขาก็ได้ครับ แต่ดีแทค วันนี้ไม่มีไฟเบอร์ (Fiber) ที่บ้านนะครับ ขณะที่ทรูมูฟ กลุ่มลูกค้าหรือฐานลูกค้าเขามันยังไม่ครอบคลุม เมื่อถ้า ๒ ค่ายรวมกันฐานลูกค้าเขาอาจจะได้ประมาณสัก ๕๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ก็จะเป็นตัวตั้งต้น ที่สามารถที่จะเพิ่มบริการในฝั่งอินเทอร์เน็ต (Internet) ได้ในอนาคตนะครับ ทำไมเป็นแบบนี้ ผมอยากให้เห็นว่าวันนี้ที่เราใช้โทรศัพท์กันเนื่องจากว่าอินเทอร์เน็ต (Internet) นี้มันเร็วแล้ว แล้วไม่จำเป็นจะต้องตั้งเบส (Base) เพื่อใช้โทรศัพท์ ๕ จี (5G) หรือ ๖ จี (6G) ระบบโทรศัพท์ มันวิ่งอยู่บนอินเทอร์เน็ต (Internet) ได้เลย วันนี้ลองสังเกตว่าทุกอย่างมันวิ่งไปบนนั้นหมด เราโทรศัพท์ทางไกลต้องจ่ายค่าโทรศัพท์เหมือนเดิมไหมครับ เป็นหมื่นเป็นแสน ไม่ต้องแล้วครับ เพราะมันวิ่งผ่านโลกของอินเทอร์เน็ต (Internet) โลกของไซเบอร์ (Cyber) นี่ละครับ สิ่งที่อยากให้ลองมองลึกเข้าไปตรงนั้นก็คือว่า กสทช. จะมองเรื่องมุมนี้ว่าอย่างไร เพราะผม อยากเรียนอย่างนี้ว่าทางสหรัฐอเมริกาเริ่มแล้วตัวของอีลอน มัสก์ ที่เอาตัวสตาร์ ลิงก์ (Star Link) เข้ามา เขาเริ่มใช้แล้วนะครับ เดือนหนึ่งก็หลัก ๑,๐๐๐ บาท ๓,๐๐๐ บาท เขาสามารถใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) ที่ไหนก็ได้ แล้วก็กำลังจะเข้ามาในไทยด้วย ผมเข้าใจว่า เผลอ ๆ ปีหน้าอาจจะเริ่มเข้ามาแล้ว เดี๋ยวข้อเสนอแนะช่วงท้ายจะบอกว่ารัฐบาลควรจะต้อง ทำอย่างไร หรือกรรมาธิการแล้วก็ กสทช.ควรทำอย่างไรนะครับ🔗

มุมมองที่ ๒ คือมุมมองผู้บริโภค ตลาดการสื่อสารเรามีอยู่ ๓ ราย จริง ๆ มันก็คือกึ่งผูกขาดนี่ละครับ เพราะว่ามันเป็นผู้ค้าน้อยราย ผู้ประกอบการน้อยราย เราไม่มี ทางเลือกมากกว่านี้แล้ว ผมก่อนที่จะมาอภิปรายก็ได้สอบถามเพื่อน ๆ สมาชิก แล้วก็ทุกคน ที่ผมเจอหลาย ๆ ท่านตอบเหมือนกันครับว่าวันนี้เราไม่มีทางเลือก สิ่งที่เราเลือกได้ก็แพ็กเกจ (Package) ที่เขาให้เราใช้ เราก็เลือกจากค่ายที่เราชอบก่อน แล้วแพ็กเกจ (Package) ที่เราคิดว่าเหมาะสม สุดท้ายก็อยู่เท่านี้ครับ เขาก็ใช้บริหารจัดการลูกค้าให้อยู่กับเขานานที่สุด โดยการถ้าย้ายค่ายหรือซื้ออุปกรณ์ก็อยู่กันไป ๑ ปี วันนี้หนักกว่าเดิมเริ่มเป็น ๒ ปีแล้ว ผมไม่แน่ใจว่าประเด็นเหล่านี้ทาง กสทช. ลงมาดูกันขนาดไหน🔗

อีกอันหนึ่งก็คืออินเทอร์เน็ต (Internet) วันนี้แพ็กเกจ (Package) ที่เราใช้ ถ้าเกิดเราใช้ไม่หมดก็ทิ้งไป แต่ถ้าเราใช้เกินเขาเก็บสตางค์นะครับ เราก็ต้องมาดูเหมือนกัน สมัยก่อนจำได้ไหมครับที่โทร ๑ นาทีแล้วไม่ถึงก็เก็บสตางค์ แล้วสุดท้ายก็กลายเป็นจ่าย ตามจริง เราก็ต้องมาดูเหมือนกันครับว่าซื้อแพ็กเกจ (Package) ไปแล้วใช้เหลือแล้วไม่ยอมทบ ให้ตัดทิ้งเลย แต่พอเราใช้เกินแล้วเก็บสตางค์ มันต้องมาจัดการอย่างไรครับ ดังนั้น กสทช. ก็ต้องช่วยประชาชนดูนิดหนึ่งนะครับ🔗

สุดท้าย ขอฝากข้อเสนอแนะให้กับกรรมาธิการเพื่อพิจารณา แล้วก็ส่งกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อันที่ ๑ คือถ้าเราต้องการให้ประชาชนเราและประเทศ ดูผลประโยชน์ ของประเทศเรื่องของการใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) ผมเข้าใจว่าเดี๋ยวสักปีหน้าหรือใคร ก็แล้วแต่มันคงจะมีการขออนุญาตเพื่อใช้ดาวเทียมต่างประเทศ อันนี้ผมอยากให้ กสทช. อนุญาต แต่ไม่ใช่แค่รายที่มีอยู่ ๓ ราย ต้องเปิดกว้างกว่านี้ ส่วนที่ ๒ ก็คือก็ต้องดูเหมือนกันว่า ข้อมูลที่มันวิ่งกันอยู่บนนี้มันจะทำอย่างไร ผมมองอย่างนี้เพื่อให้เห็นอันตรายก็คือว่าอนาคต ไม่จำเป็นต้องมีพวกค่ายเซอร์วิซ (Service) พวกนี้ ผมมีโทรศัพท์ตัวหนึ่งต่อดาวเทียมผมเล่น อินเทอร์เน็ต (Internet) ได้เลย แล้วผมอาจจะเหมือนเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) ผมจ่ายค่าบริการ ต่างประเทศ เงินไม่ได้อยู่ในไทย แข่งกับโอเพอเรเตอร์ (Operator) ๓ รายในไทยได้เลย เขาก็กลัวเขาเหมือนกัน เพราะเขาโดนดิสรัปต์ (Disrupt) เขาก็กำลังจะหาย เพราะฉะนั้น กสทช. ก็ต้องมองเหมือนกันว่า โมเดล บิสสิเนส (Model Business) ที่จะจัดการไม่ให้เราเสียดุลกันไปมากกว่านี้ด้วยเทคโนโลยี เราจะทำอย่างไร แล้วผู้บริโภค ณ วันนี้ที่ถูกเอาเปรียบเรื่องการใช้จ่ายโทรศัพท์ วันนี้ใครมี โทรศัพท์ ๒ ตัวก็จ่าย ๒ อันนะครับ มีอินเทอร์เน็ต (Internet) ๒ อัน ที่บ้านอีก มันจ่าย ซ้อนกันไปซ้อนกันมา ไม่ได้มีส่วนลดเลยนะครับ อันนี้ฝากให้กรรมาธิการช่วยพิจารณาแล้ว ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๓ ท่าน ต่อไปท่านสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ท่านทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เชิญท่านแรกก่อนครับ ท่านสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ครับ🔗

นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากเขตบางนาและเขตพระโขนง พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขออภิปรายสนับสนุนญัตติด่วนที่ให้ศึกษาผลกระทบของการควบรวม ของดีแทค และทรู นะครับ รวมถึงการควบรวมค้าปลีกแม็คโครและโลตัส เอ็กซ์เพรสด้วยครับ ในปีนี้ที่ผ่านมาข่าวใหญ่อันหนึ่งที่สุดเลยก็คือข่าวการควบรวมของดีแทคและทรู อีกอันหนึ่ง ที่ใหญ่เช่นกันก็หนีไม่พ้นการควบรวมของแม็คโครและโลตัส เอ็กซ์เพรส จะเห็นได้ว่า มีทุนใหญ่กลุ่มหนึ่งที่อยู่ในหน้าข่าวทั้ง ๒ เรื่องเลย นั่นก็คือกลุ่มทรู ทั้ง ๒ อันนี้ถ้ามีการ ควบรวมกันได้สำเร็จมันก็อาจจะหมายความว่าในปีหน้าอาจจะมีการควบรวมในส่วนของ อุตสาหกรรมอื่น ๆ เกิดขึ้นอีกก็เป็นได้ครับ ผมถึงมาสนับสนุนว่าเราควรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญที่ศึกษาผลกระทบเรื่องนี้อย่างจริงจัง นอกเหนือจากการที่มีหน่วยงานที่กำกับ ควบคุมดูแลตรงนี้แล้ว ไม่ว่าจะเป็น กขค. ที่ดูแลการป้องกันการผูกขาด รวมถึง กสทช. ที่ดูแลเฉพาะในธุรกิจโทรคมนาคมครับ ในส่วนของทรูและดีแทคมีการควบรวมโดยใช้คำว่า อีควอล พาร์ตเนอร์ชิป (Equal Partnership) หรือการร่วมมืออย่างเท่าเทียม คือการให้ทั้ง ๒ บริษัท มีสัดส่วนการถือหุ้นที่เท่ากัน แถลงการณ์กลุ่มเทเลนอร์ (Telenor) หรือดีแทค บอกว่า เป็นการเอาจุดเด่นของทั้ง ๒ บริษัทมารวมกัน อย่างกลุ่มซีพี (CP) หรือทรู มีสายสัมพันธ์อันดี ในแวดวงโทรคมนาคม เห็นด้วยครับ แต่จริง ๆ ในกลุ่มซีพี (CP) ก็คือดีทุก ๆ วงการอุตสาหกรรม อยู่แล้วครับ ในส่วนของเทเลนอร์ (Telenor) หรือดีแทค เอง เขามีจุดเด่นในส่วนของดิจิทัล ที่มีความเก่งกาจทั้งในภูมิภาคเอเชีย อันนี้เห็นด้วยครับ เพียงแต่ว่าต้องเสริมว่าทรูเองก็มีความเก่ง และเชี่ยวชาญในกลุ่มธุรกิจดิจิทัล ทรู เองมี วัน โอ-วัน ทู ดิจิทัล พาร์ก (One O-one to Digital Park) ซึ่งเป็น อีโคซิมเท็ม (Ecosystem) เกี่ยวกับสตาร์ตอัป (Startup) ที่ใหญ่ เป็นอันดับ ๑ ในอาเซียน จริง ๆ คือดังกว่าของกระทรวงดิจิทัลที่รับผิดชอบอยู่คือไทยแลนด์ ดิจิทัล วัลเลย์ (Thailand Digital Valley) ด้วยครับ เพราะตอนนี้ก็ยังไปไม่ถึงไหน ที่ผมทราบ เพราะว่าทรูดิจิทัลเองก็อยู่ในพื้นที่เขตพระโขนงที่ผมเป็น ส.ส. อยู่ ซึ่งก็ไม่ผิดอะไรครับ เพียงแต่ว่าเขาก็ไม่ควรที่จะควบรวมหรือไปมีอำนาจเหนือตลาดในทุก ๆ อุตสาหกรรม เช่นนี้ครับ กลับมาที่ทรู และดีแทค ในอุตสาหกรรมโทรคมนาคม เอไอเอส ปัจจุบันถือว่า เป็นผู้เล่นอันดับ ๑ ในตลาดมีเปอร์เซ็นต์ของลูกค้าอยู่ที่ ๔๖ เปอร์เซ็นต์ ในส่วนของทรู ๓๒ เปอร์เซ็นต์ ดีแทค ๒๒ เปอร์เซ็นต์ เมื่อมีการควบรวมกันทรู และดีแทค ก็จะเพิ่มเป็นถึง ๕๔ เปอร์เซ็นต์ถือว่าขึ้นมาเป็นอันดับ ๑ มากเกินกว่าครึ่งหนึ่งด้วยซ ้าครับ ผมอยากให้ หน่วยงานที่กำกับดูแลตรงนี้มองถึงผลประโยชน์สาธารณะเป็นหลักครับ มองถึงผู้บริโภค เป็นอันดับ ๑ ไม่ต้องมองถึงกลุ่มทุนกลุ่มใหญ่ครับ เพราะว่าเขาเองเอาตัวรอดได้อยู่แล้วอย่างไรเขาก็มีทางไป แล้วก็มีธุรกิจอื่น ๆ มากมาย แต่ประชาชนผู้ใช้บริการลำบากอาจจะต้องเสียค่าบริการ ที่แพงขึ้น แล้วก็ไม่รู้ว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นตามไปได้ทันหรือไม่ครับ ผมยกตัวอย่างหนึ่ง ซึ่งเกี่ยวกับการผูกขาด ซึ่งหมายความว่าถ้ามีผู้เล่นมากรายมันก็จะป้องกันตรงนี้ได้ครับ ในอุตสาหกรรมน ้ามันกลุ่มประเทศโอเปค (OPEC) มีหลายประเทศครับ มีความพยายามที่จะ ฮั้วกันว่าให้ขึ้นราคาน ้ามัน ถ้าเขาขึ้นกันทั้งหมดเราก็ต้องซื้อน ้ามันในราคาที่แพงขึ้น แต่ว่าก็มี บางประเทศที่ไม่เห็นด้วย แม้ว่าบางประเทศขึ้นเขาก็ไปซื้อในบางประเทศที่ไม่เห็นด้วย ประชาชนหรือผู้บริโภคก็มีทางเลือกมากขึ้นครับ แต่ถ้ามีการควบรวมกันในกรณีของทรู และดีแทค มันจะเหลือผู้เล่นแค่ ๒ ราย ถ้า ๒ รายนี้คุยกันหรือไม่จำเป็นต้องคุยกันแค่ทำ ตามกัน คือแอบอ้าง คือไม่ต้องให้ผู้กำกับดูแลทราบเขาก็ทำได้ประชาชนก็ทำอะไรไม่ได้ ไปทางนี้จะไปเลือกอีกทางก็เลือกได้แค่ ๒ ทาง ทางเลือกที่ ๓ ไม่มี🔗

ในส่วนของธุรกิจทรู และดีแทค ดีแทค มีชื่อเสียงในส่วนของธรรมาภิบาลครับ ผมก็ไม่อยากให้ดีแทค เสียชื่อทางด้านนี้ ดีแทค เองจากที่เคยเป็นเบอร์ ๒ ก็ตกลงมาเป็นเบอร์ ๓ เพราะว่ามีโพรดักต์ (Product) รายอื่น ๆ ที่ไม่ครอบคลุมเหมือนกับทรู และเอไอเอส แต่ดีแทค ก็มีทางเลือกที่ไปจับมือกับพาร์ตเนอร์ (Partner) ธุรกิจอื่น ๆ อย่างเช่น ธุรกิจไฟเบอร์ (Fiber) อินเทอร์เน็ต (Internet) บ้านนี่ครับ นอกเหนือจากทรู และเอไอเอส เขาก็ยังมี ๓ บีบี (3BB) หรือ ๓ บรอดแบนด์ (Broadband) ก็ลองไปพิจารณาดูได้ครับ อันนี้คือผมไม่เห็นด้วยอยู่แล้ว🔗

ผมขอพูดถึงธุรกิจค้าปลีกอีกสักเล็กน้อยครับ ในด้านนี้มันยังไม่ถือว่าเป็น ที่สิ้นสุดนะครับ ศาลปกครองก็พิจารณาเรื่องนี้อยู่ ผมอยากให้คณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่จะตั้งขึ้นศึกษาด้วยครับว่าในต่างจังหวัดทั่วประเทศเมื่อมีการควบรวมแม็คโครและโลตัส เอ็กซ์เพรส แล้วมีกี่จังหวัด มีหลายจังหวัดไหมที่ควบรวมแล้ว ก็เหลือแค่ ๑ แล้วก็ขายอีก ๑ กิจการทิ้งไปทำให้ผู้บริโภคก็จำเป็นที่จะต้องซื้อแค่นี้มีทางเลือกลดลงครับ อันนี้ถือว่า เป็นการทำให้ผู้บริโภคหรือประชาชนเสียประโยชน์เป็นอย่างมากครับ🔗

สุดท้ายผมขอย ้าในตอนแรกที่ผมพูดถึงก็คือผู้กำกับควบคุมการผูกขาด ไม่ว่าจะเป็น กขค. หรือ กสทช. ที่ดูแลด้านธุรกิจโทรคมนาคมโดยเฉพาะให้คำนึงถึงประโยชน์ สาธารณะหรือประโยชน์ของผู้บริโภคเป็นอันดับ ๑ ไม่ต้องเห็นใจกลุ่มทุนกลุ่มใหญ่มากครับ เขามีทางเลือกอยู่แล้วครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ เชิญครับ🔗

นางสาวทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ เชียงใหม่

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขออภิปรายสนับสนุนญัตติการขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา ผลกระทบต่อประชาชนในกรณีการควบรวมธุรกิจโทรคมนาคม และการค้าปลีก ค้าส่ง ตลอดถึงผลกระทบจากการขยายตัวของทุนขนาดใหญ่ที่กระทบทุนชาวบ้านขนาดเล็ก เพื่อหามาตรการคุ้มครองประชาชนผู้บริโภคและทุนชาวบ้าน ท่านประธานคะ ปัจจุบัน ส่วนแบ่งการตลาดของผู้บริการของโทรศัพท์มือถือมี ๓ บริษัทใหญ่ ๆ คือ เอไอเอส ทรู และดีแทค มีการแข่งขันกันในระดับหนึ่ง แต่ไม่ได้รุนแรงมากนัก แต่หากมีการควบรวม กิจการโทรคมนาคมรายใหญ่ระหว่างทรู และดีแทค นั้น ผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ อันดับ ๒ และอันดับ ๓ ของประเทศ การควบรวมกิจการสำเร็จก็จะมีอยู่ ๒ บริษัทที่เหลืออยู่ อาจจะส่งผลกระทบต่อประชาชน เพราะโดยหลักทางเศรษฐศาสตร์แล้วเมื่อมีการควบรวม กิจการทำให้ตลาดเหลือผู้เล่นน้อยลงจะทำให้การแข่งขันทางการค้าลดลง ซึ่งเสี่ยงทำให้ ประชาชนต้องแบกรับค่าบริการที่แพงขึ้น ตลาดโทรศัพท์มือถือในไทยมีโครงสร้าง กึ่งผูกขาดอยู่แล้ว หากมีการควบรวมกิจการจะยิ่งมีการผูกขาดมากยิ่งขึ้นถึงระดับอันตราย ซึ่งน่าห่วงมากนะคะ เมื่อมีการควบรวมกิจการแล้ว ๒ บริษัทนี้จะมีส่วนแบ่งการตลาดมากถึง ๕๔ เปอร์เซ็นต์ ขณะที่เอไอเอส จะเหลือ ๔๔ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งการมีส่วนแบ่งทางการตลาดในระดับนี้มีความเป็นไปได้สูงว่าถ้าหากผู้ให้บริการทั้ง ๒ บริษัทพึงพอใจต่อการมีส่วนแบ่งดังกล่าวแล้วจะไม่เกิดการแข่งขันในด้านราคา คุณภาพ และการให้บริการกับประชาชน อาจส่งผลให้เกิดการผูกขาดและมีผลกระทบรุนแรง ส่งผลต่อ การมีผู้ให้บริการรายใหม่เกิดขึ้นได้ยาก จะทำให้ตลาดโทรศัพท์มือถือเราจะย้อนหลังไป เหมือนก่อนปี ๒๕๔๗ ที่มีตลาดเพียง ๒ บริษัทคือเอไอเอส กับดีแทค เมื่อย้อนไป ๑๕ ปีก่อนนั้น เราคงจำกันได้ว่าการให้บริการนั้นถือว่าไม่เป็นมิตรกับผู้บริโภคอย่างยิ่ง เช่น มีการล็อกอีมี่ (IMEI) ให้โทรศัพท์ที่ซื้อไปใช้ได้แค่เครือข่ายของตัวเองเท่านั้น ซึ่งหากมีการผูกขาดแล้ว นอกจากค่าบริการที่มีแนวโน้มจะสูงขึ้นอาจจะมีการบังคับขายพ่วงสิทธิมาด้วยอีก แน่นอนว่า ผู้บริโภคจะไม่ใช่ลูกค้าทั่วไปแล้ว แต่ยังหมายถึงธุรกิจต่าง ๆ ที่ต้องพึ่งพาอาศัยสัญญาณ โทรศัพท์มือถือด้วย เมื่ออำนาจต่อรองลดลงพวกเขาเหล่านั้นก็อาจมีต้นทุนสูงขึ้น สตาร์ตอัป (Startup) ที่ต้องการร่วมทุนกับธุรกิจโทรคมนาคมก็จะหายไป ปัจจุบันนี้เศรษฐกิจไทยอยู่ ในช่วงที่กำลังเปลี่ยนผ่านก้าวเข้าไปสู่เศรษฐกิจดิจิทัล อาจมีต้นทุนที่สูงขึ้น เมื่อมีการ ควบรวมทำให้โครงสร้างผูกขาดมากขึ้น และอาจทำให้ไทยตกขบวนในการก้าวกระโดดไปสู่ ดิจิทัล อีโคโนมี (Digital Economy) นอกเหนือจากนี้แล้วการควบรวมกิจการจะทำให้ เกิดการแข่งขันน้อยลง อาจทำให้การแข่งขันไม่มีพลวัต ไม่มีแรงจูงใจ ทำให้ผู้ประกอบการ คิดค้นหรือเสนอนวัตกรรมใหม่ ๆ ซึ่งจะส่งให้ศักยภาพในการแข่งขันของประเทศไทยลดต ่าลง รวมไปถึงข้อกังวลอีกอย่างหนึ่งคือเรื่องของข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่ประเทศไทยเราถูก วิจารณ์ว่ามีการบังคับใช้พระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับฝ่าย ตรงข้ามกับผู้มีอำนาจทางการเมือง หากเกิดการควบรวมกิจการขึ้นนี้ก็มีผู้รู้ทางวิชาการ ตั้งข้อสังเกตไว้ว่าข้อห่วงใยว่าข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนก็จะถูกรัฐบาลล้วงลึกเข้าไป ได้มากขึ้น ทั้งหมดนี้ดิฉันต้องขอเรียกร้องไปยังทาง กสทช. กสทช. ท่านต้องทำหน้าที่ ในควบคุมกำกับและดูแลการควบรวมกิจการ โดยปกป้องและพิทักษ์ผลประโยชน์ของ ประชาชนเป็นสำคัญ ต้องพิจารณาอย่างตรงไปตรงมา ทำหน้าที่บนประโยชน์ของชาติ เป็นหลักและประชาชนเป็นหลัก จริง ๆ แล้ว กสทช. มีหน้าที่ต้องเพิ่มการแข่งขันในตลาด ด้วยซ ้า ลดการผูกขาด จะปฏิเสธหน้าที่ไม่ได้นะคะว่า กสทช. มีกฎหมายในการประกอบ กิจการโทรคมนาคมมาตรา ๒๑ ประกอบกิจการว่านอกจากจะต้องบังคับใช้กฎหมาย ด้วยการแข่งขันทางการค้าแล้ว ให้คณะกรรมการกำหนดมาตรการเฉพาะตามลักษณะ การประกอบกิจการโทรคมนาคม มิให้ผู้รับใบอนุญาตกระทำอย่างใดอันเป็นการผูกขาด หรือลด หรือจำกัดการแข่งขันในการบริการกิจการโทรคมนาคม ถ้า กสทช. ท่านยังไม่ทำ หน้าที่อย่างที่ควรจะเป็นแล้วเราจะมีกฎหมายการแข่งขันทางการค้าบังคับกับพฤติกรรม อำนาจเหนือตลาดไว้ทำไมคะ และเรามี กสทช. ไปเพื่ออะไรกัน เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ อย่างมาก จะส่งผลกระทบต่อประชาชนทุกคน รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้อง คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติ ประชาชนเป็นหลัก ไม่ใช่ผลประโยชน์ของนายทุน เพียงไม่กี่ราย เพราะตั้งแต่คุณประยุทธ์เป็นรัฐบาลมาจะเห็นได้ว่า นโยบายของรัฐบาลจะเป็น นโยบายเอื้อทุนผูกขาด เป็นระบบอุปถัมภ์จนรัฐไทยไม่ใช่รัฐของประชาชน แต่เป็นรัฐของ นายทุนเพื่อนายทุน โดยนายทุน ท่านอุ้มนายทุนมากเลย ท่านสังเกตไหมว่าท่านต้องเตี้ยลง อย่างแน่นอน ไม่เชื่อท่านไปวัดส่วนสูงสิคะว่าก่อนท่านเป็นนายกรัฐมนตรี เมื่อปี ๒๕๕๗ ถึงวันนี้ท่านเตี้ยลงกี่เซน ทั้งหมดนี้จึงเป็นเหตุผลที่ว่าจะต้องมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาผลกระทบต่อประชาชนจากการควบรวมกิจการโทรคมนาคม การขยายตัว ของทุนขนาดใหญ่เพื่อให้ประชาชนมีประโยชน์สูงสุด ขอบคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง

ขอสมาชิก ที่เหลืออีก ๓ ท่านสุดท้าย แล้วผมจะปิดการอภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๗๔ เพื่อจะให้เจ้าของ ญัตติทั้ง ๙ ฉบับ ได้ใช้สิทธิสรุปก่อนลงมติอีกครั้งหนึ่ง ฝากพวกท่านที่จะกำหนดกรรมาธิการ ของแต่ละพรรคการเมือง ขอให้เตรียมรายชื่อที่จะเสนอไว้ด้วยนะครับ อีก ๓ ท่านสุดท้าย ก็จะมีท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เสร็จแล้วก็ตามด้วยท่านพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แล้วก็ท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม เป็นผู้อภิปรายท่านสุดท้าย หลังจากนั้นก็จะปิดการอภิปราย เพื่อให้เจ้าของญัตติทั้ง ๙ ฉบับ ได้ใช้สิทธิสรุป หลังจากนั้นก็จะลงมติจะตั้งกรรมาธิการหรือไม่ ถ้าตั้งกรรมาธิการก็ขอเตรียมรายชื่อที่จะเสนอกรรมาธิการไว้ด้วยนะครับ เชิญท่านเท่าพิภพครับ🔗

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขตธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกลครับ ผมขอร่วมอภิปรายสนับสนุน ในการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเกี่ยวกับการศึกษาผลกระทบการควบรวมกิจการของ ทรู และดีแทค นะครับ ก็มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายเกี่ยวกับเหตุผลต่าง ๆ นานา เกี่ยวกับเรื่องข้อเสียต่าง ๆ เกี่ยวกับทางค่าใช้บริการบ้างเอย ความเร็วหรือคุณภาพ อินเทอร์เน็ต (Internet) แล้วบ้างเอยนะครับ โดยหลาย ๆ ประเด็นประชาชนหรือ ท่านประธานก็ได้ฟังเยอะแล้วนะครับ ผมก็เลยอยากจะมาอภิปรายเกี่ยวกับมุมมองข้อเสีย ของการที่เรามีทุนผูกขาดในประเทศ แล้วก็การควบรวมกิจกรรมใหญ่ ๆ ต่าง ๆ ที่ในช่วง ๒-๓ ปีที่ผ่านมาที่มีหลายเจ้าเหลือเกินมันส่งผลลบต่อความเป็นประชาธิปไตยในประเทศเรา อย่างไร เพื่อให้เพื่อนกรรมาธิการไปศึกษาข้อเสียทางด้านนี้ด้วย ท่านประธานครับ เชื่อไหมครับ ว่าประมาณ ๔ ปีก่อนผมมีโอกาสได้ดูสารคดีหนึ่งในเน็ตฟลิกซ์ (Netflix) ชื่อว่าเซฟวิง แคปิทอลลิซึม (Saving Capitalism) ซึ่งทำจากหนังสือเล่มหนึ่งที่เขียนโดยโรเบิร์ต ไรท์ ซึ่งท่านผู้นี้เป็นอดีตรัฐมนตรีในรัฐบาลของประธานาธิบดีบิล คลินตัน อดีตประธานาธิบดี สหรัฐอเมริกาในช่วงปี ๑๙๙๔ และยังเป็นอาจารย์เศรษฐศาสตร์ท่านหนึ่งที่มีแนวคิด ที่น่าสนใจมาก ในสารคดีนี้ผมยอมรับเลยครับว่าเป็นต้นเหตุให้ผมได้มีส่วนร่วมมาเป็นผู้จด จัดตั้งพรรคก้าวไกล ๓๕ คนแรก แล้วต่อเนื่องมาอยู่พรรคก้าวไกลและมีโอกาสได้ทำการเมือง เพราะผมอยากเปลี่ยนสิ่งนี้จริง ๆ ในสารคดีบอกไว้ว่า เศรษฐศาสตร์พวกพ้องหรือครอนี อีโคโนมี (Crony Economy) มีผลต่อการเมืองสหรัฐอย่างยิ่ง ครอนี อีโคโนมี (Crony Economy) หรือเศรษฐศาสตร์พวกพ้อง เศรษฐกิจแบบพวกพ้องคืออะไร คือการที่มีเจ้า น้อยรายครับท่านประธาน ไม่สำคัญว่าเขาจะควบรวมหรือเปล่า แต่บางครั้งอย่างเช่น อุตสาหกรรมค้าปลีกหรืออุตสาหกรรมน ้ามันในอเมริกาเขาก็จะมาจับกลุ่มกันเพื่อกันรายใหม่ ไม่ให้เข้ามาในตลาด สุดท้ายก็จะไม่มีรายใหม่มาแข่งกับพวกเขาเลย สุดท้ายมีแค่ ๒ เจ้า ๓ เจ้า ๔ เจ้าบ้างที่เป็นผู้ครองตลาดแล้วก็แบ่งเค้กกัน ทีนี้มันส่งผลอย่างไรกับการเมืองครับ ในหัวข้อ ที่ผมบอกท่านประธานไป สุดท้ายบริษัทเหล่านี้ถามว่านโยบายต่าง ๆ หรือกฎหมายต่าง ๆ ที่ออกมานี้เอื้อพวกนี้ได้อย่างไรครับ ก็จากการบริจาคเงินให้พรรคการเมือง ให้แคมเปน (Campaign) การหาเสียงเลือกตั้งต่าง ๆ หรือว่าในเมืองไทยก็อาจจะเป็นโต๊ะจีนบ้าง อะไรบ้าง เพื่อส่งหลาย ๆ คน ลอว์เมกเกอร์ (Lawmaker) หรือ ส.ส. หรือนักการเมืองเข้ามา เพื่อให้ผลประโยชน์กับทางบริษัทตัวเองให้ออกนโยบายหรือออกกฎหมายเพื่อเอื้อตัวเองนะครับ อันนี้ก็เป็นตัวอย่างที่เป็นการทำให้ประชาธิปไตยมันด้อยค่าลง เพราะว่า ๑ เสียงของนายทุน มันไม่เท่ากับ ๑ เสียงของประชาชนอีกต่อไปครับ คนที่มาจากสตางค์ ๑๐ ล้าน กับคนที่ ไปออกเสียงเลือกตั้ง ๑ เสียงของประชาชน หรือคนที่บริจาคเงินอย่างให้พรรคก้าวไกล ที่เสียภาษีในปลายปีนี้คือ รหัส ๑๖๔ นะครับทุกคน ก็บริจาคได้มากสุด ๕๐๐ บาท คงไม่เท่ากับนายทุนที่บริจาคเป็น ๑๐ ล้าน หรือนอกระบบอีกเป็นร้อยล้านหรือพันล้าน ก็ไม่ทราบได้ ผมก็ได้มีโอกาสได้คุยกับคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า เนื่องจากผมนั่ง อยู่ในคณะกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจของสภานะครับ เราเคยคุยเรื่องแม็คโคร โลตัส ที่ควบรวมกันไป ปรากฏว่าไปมาเหมือนการเลือกตั้งเลยท่านประธาน ขีดแบ่งเขตว่าเราจะนับ อย่างไรไม่ให้ครอบงำตลาด สุดท้ายขีดไปขีดมา ไม่มีอำนาจเหนือตลาดเฉยเลยนะครับ สุดท้ายมันก็เป็นอะไรที่ผมก็ไม่รู้มีนอกมีในกันหรือเปล่า ผมก็ไม่ได้กล่าวหานะครับ แต่ผมก็ เชื่อว่าถ้ามีครั้งหน้าหรือครั้งต่อไป คณะกรรมการแข่งขันทางการค้า ฝากเลยครับท่าน เพื่อประโยชน์ของประชาชนในระยะยาวลูกหลานท่านจะได้ไม่เติบโตมา ในสังคมที่มันมีแค่คนเดียวที่ยึดครองประเทศ ประเทศนี้ตอนนี้ท่านประธานพูดตรง ๆ นะครับ เจริญเอา เจริญเอา มีอยู่ ๒ เจริญเท่านั้นที่มีอยู่ในประเทศตอนนี้ ไม่เอ่ยชื่อแล้วกัน เดี๋ยวถูกฟ้อง เขาน่าจะมีสตางค์ฟ้องผมได้ไม่จำกัดอยู่แล้ว🔗

สุดท้ายครับท่านประธาน ผมก็อยากฝากถึงเพื่อนกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นมา อยากให้ศึกษาเรื่องของการควบรวมของ ๒ รายนี้ การมีอำนาจเหนือตลาดที่จะส่งผลเสีย ต่อการเมืองในภาพรวมและความไม่ยั่งยืนของประชาธิปไตยในประเทศไทยด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน พิธาครับ🔗

นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขอลุกขึ้น อภิปรายสนับสนุนญัตติของ ส.ส. ศิริกัญญา ตันสกุล ในการตั้งกรรมาธิการวิสามัญศึกษา ผลกระทบของการควบรวม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น และบริษัท ดีแทค (มหาชน) สำหรับ ญัตตินี้ เวลามีน้อย ผู้อภิปรายมีเยอะ ผมคงอยากจะช่วยท่านประธานประหยัดเวลา และก็อภิปรายอย่างมีประสิทธิภาพ โดยการเอาตอนจบขึ้นมาไว้เป็นตอนแรก ก็คือความสำคัญของกรรมาธิการชุดนี้ครับ กรรมาธิการชุดนี้จะเปรียบเสมือนปราการ ด่านสุดท้ายในการรักษาผลประโยชน์ให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน ให้กับสื่อมวลชน ให้กับบริษัทผลิตคอนเทนต์ (Content) ให้กับผู้บริโภค เนื่องจากหน่วยงานของรัฐที่มีหน้าที่ สำคัญอย่าง กสทช. ก็ดี คณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าก็ดี ไม่อาจจะเป็นที่พึ่งให้กับ พี่น้องประชาชนได้ ไม่ว่าจะเป็นผลงานของคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการคัดเลือก กสทช. ที่เป็นการประชุมลับของวุฒิสภา ๖ ชั่วโมง เมื่อไม่กี่วัน ที่ผ่านมานี้ อาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้ไม่มั่นใจได้ครับว่าการศึกษาผลกระทบการควบรวมของ ๒ บริษัทที่มีผลกระทบกับพี่น้องประชาชนจำนวนมากจะเป็นไปอย่างยุติธรรม สำหรับ สาระสำคัญของกรรมาธิการชุดนี้ ผมขออนุญาตฉายภาพให้ท่านประธานเห็นในเวลาอันสั้น และในขณะเดียวกันผมก็คิดว่าแทบจะกลายเป็นวาระการประชุมให้กับประธานกรรมาธิการ ชุดนี้ด้วยซ ้าไป สำหรับการผูกขาดมีอยู่หลายประเภทครับ ไม่ใช่แค่การผูกขาดในแนวขวาง อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้พูดมาแล้วคือการควบรวมกันระหว่างบริษัทกับบริษัท โอเปอร์เรเตอร์ (Operator) กับโอเปอร์เรเตอร์ (Operator) ไม่ได้มีแค่นั้นครับ ยังมีการผูกขาดแบบแนวเฉียง และมีการผูกขาดแบบแนวดิ่งที่เป็นสาระสำคัญ เป็นประเด็นสำคัญในการพิจารณา ของกรรมาธิการชุดนี้ด้วย เป็น ๓ ผูก ผูกแรกการผูกขาดหรือกึ่งผูกขาดแบบแนวขวาง ระหว่างบริษัทกับบริษัท แน่นอนครับอันนี้มันมีผลกระทบใน ๒-๓ เรื่อง ซึ่งประธาน กรรมาธิการชุดนี้ต้องเข้าใจ ๒ คำพูดด้วยกันครับ อันแรกก็คือคำว่า อาปู้ คำที่ ๒ คือคำว่า โคคา คืออะไรครับ อาปู้ (ARPU) ก็คือ แอเวอเรจ รีเวนิว เพอร์ ยูสเซอร์ (Average Revenue Per User) หรือรายได้เฉลี่ยต่อผู้ใช้ โคคา (COCA) ก็คือ คอสต์ ออฟ คัสทอมเมอร์ แอคคูเซชัน (Cost of Customer Accusation) ต้นทุนในการหาลูกค้าใหม่ของบริษัทเทเลคอม ถ้าเราไม่รู้ เขารู้เราพอเป็นประธานกรรมาธิการขึ้นมาก็อาจจะตามภาคเอกชนไม่ทัน แต่ ๒ คำนี้ อาปู้ (ARPU) กับโคคา (COCA) เป็นสิ่งที่ซีอีโอ (CEO) ของบริษัทเทเลคอมทุกบริษัทต้องรู้ ซึ่งผลกระทบที่มาจากการควบรวมนี้จะส่งให้อาปู้ (ARPU) สูงขึ้น และทำให้โคคา (COCA) ต ่าลง อันนี้เป็นสิ่งที่เราต้องคำนึงว่ามันมีผลกระทบถึงผู้บริโภคไหม🔗

ประเด็นที่ ๒ การผูกขาดแบบขวางคือเราต้องเข้าใจว่า นี่คือแรงกระเพื่อม ระดับโลก บริษัทที่อยู่ในประเด็นที่เรากำลังพูดถึงอย่างนี้ บริษัทแม่คือบริษัท เทเลนอร์ ตอนนี้มีแผนควบรวมทั้งเอเชีย ประเทศไทย มาเลเซีย ปากีสถาน ในฮ่องกงเองก็มีการคิด ที่จะควบรวมเกิดขึ้น โดยให้เหตุผลว่ามีความจำเป็นจะต้องประหยัดเงินลงทุนในการลงทุน ๕ จี (5G) ให้เป็นเทคโนโลยีใหม่ อันนี้เป็นประเด็นที่เพื่อนสมาชิกได้พูดมาเยอะแล้ว ผมจะไม่พูดเยอะ แต่มันยังมีการผูกขาดแบบเฉียง แบบเฉียงก็คือข้ามระหว่างการผูกขาดกับของฮาร์ดแวร์ (Hardware) ไปซอฟต์แวร์ (Software) นั่นก็คือเรื่องของคอนเทนต์ (Content) บริษัทที่อยู่ ในการพิจารณาของเราอยู่ตอนนี้เป็นบริษัทที่ทำสื่อด้วยครับ เป็นบริษัทที่ทำรายการทีวี ผ่านมือถือด้วยครับ เป็นบริษัทที่ผลิตเกมผ่านมือถือด้วยครับ เป็นบริษัทที่ทำโฆษณาดิจิทัล แอดเวอร์ไทซิง (Digital Advertising) ผ่านมือถือด้วยครับ อันนี้นี่คือเรากำลังพูดถึง พฤติกรรมในการเสพสื่อ เสพคอนเทนต์ (Content) มากกว่าคนครึ่งหนึ่งของประเทศเลย นี่คือข้อมูลที่บริษัท ๆ หนึ่งถ้าได้รับอนุญาตในการควบรวมจะมีมากถึงขนาดนั้นในการที่จะ สามารถกำหนดชะตาชีวิต ควบคุมพฤติกรรมในการเสพสื่อของประเทศไทยกว่าครึ่งประเทศ ยังไม่รวมถึงเรื่องของที่ชาวต่างประเทศใช้คำว่า เน็ต นิวทราลิตี (Net Neutrality) หรือความเป็นกลางทางอินเทอร์เน็ต (Internet) มีหลายครั้งเมื่อคุณเป็นแพล็ตฟอร์ม (Platform) หรือคุณเป็นบริษัทที่สามารถผูกขาดได้คุณสามารถเพิ่มความเร็วของอินเทอร์เน็ต (Internet) ให้รายการของคุณ แล้วก็ลดความช้าให้รายการของคู่แข่งคุณ คิดว่าอยากจะ นำเสนอวิธีการ การเล่นเกม การทำโฆษณา การทำข่าวแบบไหน โดยที่คู่แข่งไม่มีโอกาส ที่จะแข่งกันอย่างยุติธรรมได้ อันนี้คือการผูกขาดแบบเฉียงที่ยังไม่ค่อยมีการพูดกัน คอนเทนต์ โมโนโพไลเซชัน (Content Monopolization) อันนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญที่กรรมาธิการชุดนี้ และท่านประธานกรรมาธิการชุดนี้ต้องเข้าใจ🔗

ผูกขาดแบบที่ ๓ อันสุดท้ายก็คือการผูกขาดแนวดิ่ง ต้องอย่าลืมนะครับว่า บริษัทที่อยู่ในประเด็นพิจารณาของเราอยู่นี้มีทั้งดิจิทัล วอลเลต (Digital Wallet) ของตัวเอง มีทั้งบริษัทประกันของตัวเอง สามารถออมเงินผ่านมือถือได้ สามารถซื้อกองทุนผ่านมือถือได้ อีกหน่อยคงจะสามารถที่จะทำพีทูพี เลนดิง (P2P Lending) ให้เกิดการยืมเงินกันผ่านมือถือ ได้ในอนาคต เวลาจะซื้อจะใช้จ่ายผ่านมือถือก็ผ่านในร้านค้าปลีกของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็น ร้านค้าปลีกแบบที่เป็นโฮลเซล (Wholesale) หรือการค้าปลีกแบบที่เป็นรีเทล (Retail) ที่มีอยู่ทั่วประเทศไทย นี่คือการผูกขาดพฤติกรรมของผู้บริโภคในประเทศไทยมากกว่า ครึ่งประเทศอีกเช่นเดียวกัน ไม่ใช่แค่การผูกขาดเน็ตเวิร์ก (Network) กับเน็ตเวิร์ก (Network) ไม่ใช่การครบวาระผูกขาดแฮนด์เซต (Handset) กับแฮนด์เซต (Handset) มือถือกับมือถือ อันนี้คือเรื่องของฐานข้อมูลของผู้บริโภคและการเสพสื่อของประเทศ มากกว่าครึ่งประเทศ นั่นคือความสำคัญของมันมีถึงขนาดนี้ นี่คือความสำคัญของ กรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ที่จะต้องศึกษาว่าข้อมูลที่เป็นเหมือนทองคำในยุคนี้ ในยุคเศรษฐกิจ ดิจิทัลที่มีวิกฤติโควิด (COVID) เยอะขนาดนี้ ในการที่มีการผูกขาดชุดความคิดทางด้าน เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน เกี่ยวกับการเมือง เกี่ยวกับสังคม เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม เกี่ยวกับ การสื่อสารอยู่นี้ ทุกสิ่งทุกอย่างผ่านมือถือทั้งหมดมากกว่าคนกว่าครึ่งประเทศ ๕๒ เปอร์เซ็นต์ มาร์เกตแชร์ (Market Share) รวมกับอีกเจ้าหนึ่งเอไอเอส รวมกันเป็น ๙๘ เปอร์เซ็นต์ของ ประเทศนี้เยอะถึงขนาดนั้นผ่านแค่ตระกูลไม่กี่ตระกูลในประเทศนี้เป็นประเด็นที่จะต้อง พิจารณา และนี่ก็คือสิ่งสำคัญในการศึกษาการผูกขาดทั้งแนวขวาง แนวเฉียง แล้วก็แนวดิ่ง ที่กรรมาธิการชุดนี้ต้องศึกษาต่อไปครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จะเหลือ ท่านพิสิฐเป็นท่านสุดท้าย แต่เนื่องจากมีท่านสมาชิกพรรคฝ่ายค้านจะขอเพิ่ม ๑ คน แต่เนื่องจากผมได้ประกาศตามข้อบังคับ ข้อ ๗๔ คือหารือที่ประชุมแล้วว่าท่านพิสิฐ ท่านสุดท้ายก็จะปิดการอภิปราย ดังนั้นก็จะขอที่ประชุมปรึกษาหารือที่ประชุมว่าอนุญาต ให้ท่านคมเดชได้อภิปรายเพิ่มอีกสักคนนะครับ ท่านพิสิฐจะให้ท่านคมเดชอภิปรายก่อน หรือท่านจะอภิปรายตอนนี้เลยครับ ท่านคมเดชเชิญเลย🔗

นายคมเดช ไชยศิวามงคล กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธาน ผม คมเดช ไชยศิวามงคล พรรคเพื่อไทย ท่านครับ การควบรวมลองใช้เวลาสั้น ๆ นิดหนึ่งผมจะไล่เรียง ให้เห็น การตลาดมันมีตลาดแข่งขันแบบสมบูรณ์ ตลาดกึ่งผูกขาดและผูกขาด ช่วงมีการใช้ อำนาจพิเศษและมีมาตรา ๔๔ เราจะจำขั้นตอนการบริหารตัวหนึ่งว่าบัตรสวัสดิการ ตัวบัตรสวัสดิการนี้ แล้วก็ใช้เครื่องรูด ตรงนั้นมันเป็นกึ่งผูกขาดและผูกขาดอยู่ในตัวของมัน คำว่าเครื่องรูด เราไปซื้อถ้าเกินเครื่องรูดมันจ่ายเงินไปด้วย เราใช้เงินเกือบ ๕๐,๐๐๐ ล้านด้วยกัน แต่เงินสดที่จะออกไปด้วยก็แสดงว่าการรับข้อมูลตรงนี้ การรับบัตรสวัสดิการตรงนี้ไปได้ประโยชน์จากกลุ่ม ๆ หนึ่ง ส่วนใหญ่เป็นร้านสะดวกซื้อ ธุรกิจตัวนี้เป็นแสนล้าน มันเป็นช่องทาง เป็นลูกศร เป็นเหยื่อเดินเข้าไป อันนี้ตัวหนึ่งที่เรา เห็นนะครับ อีกตัวหนึ่งเรื่องอีอีซี (EEC) รายเล็ก รายกลาง หมดโอกาสในการทำงานจุดนี้ มันเป็นธุรกิจของกลุ่มรายใหญ่ทั้งหมดเลย และช่วงหลัง ๆ นี้ผมเห็นท่านนายกรัฐมนตรี ออกมาพูดว่าเพื่อการรักษาสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ มาคุยกับเรื่องถุง ท่านประธาน ถุงใบละ ๑-๒ บาท เดี๋ยวนี้ร้านค้าทุกร้านค้าขายถุงครับ การขายถุง ถุงหนึ่ง ๑ บาท แต่วันหนึ่งมันเป็น ล้าน ๆ ถุง ส่วนนี้มันเป็นการเอื้อประโยชน์ แล้วก็ไหลลงมาทรู กับดีแทค ตัวทรู กับดีแทค ท่านลองตีโจทย์ตรงนี้ให้แตกนะครับ มันมาจากยุคโควิด (COVID) ตัวยุคโควิด (COVID) ร้านค้าต่าง ๆ มันเกิดปัญหา การปิด การเปิด การเกิดจากคลัสเตอร์ (Cluster) ๑ ๒ ๓ อะไรต่าง ๆ ตัวธุรกิจมันกลายเป็นออนไลน์ (Online) หมดแล้ว พอออนไลน์ (Online) เสร็จ ตัวยุทธวิธีของกลุ่มทุนใหญ่ก็เข้ามาบวกกัน ทรู กับดีแทค มาบวกกัน ตัวธุรกิจมันอยู่กับมือถือครับ เดี๋ยวนี้ อย่างเราสั่งอาหารทางแกร็บ (Grab) ทางไลน์ (Line) ทางอะไรทั้งหมดเลยมันออกไป ในแนวนี้ ท่านประธานครับ การควบรวม ตัวภาษาฟังแล้วมันเพราะพริ้ง เป็นกลุ่มพันธมิตร ทางการค้า ตัวบางจากตัวหนึ่ง ตัวเซเว่นตัวหนึ่ง อเมซอนตัวหนึ่ง ท่านรู้ไหมครับน ้ามัน ขายมีรายได้กำไรน้อยกว่าเซเว่น อเมซอน มันเป็นบริษัทมหาชนหมดเลยที่ควบรวมตรงนี้ไป และในเมื่อควบรวมดีแทคกับทรู ผมเห็นทางรัฐบาลออกมาพูดว่ามันไม่มีกฎหมายบังคับ และไม่มีโอกาสที่จะยับยั้งตรงนี้ ผมคิดว่าประเทศไทยมันอยู่ในกำมือกลุ่มทุนหมดแล้ว ถ้าเราคิดอย่างนี้ในฐานะที่เราอยู่ฝ่ายนิติบัญญัติ คณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้นไป ผมคิดว่าท่านควรจะใช้เวลาให้มีค่าที่สุดตรงนี้เพื่อเป็นปราการด่านสุดท้าย และรวมตัวกัน ออกกฎหมายมาสร้างความสมดุลให้ภาคธุรกิจให้ได้ คุณศุภชัยอันนี้อ้างท่าน ผมเคยเห็น ท่านคิดจุดหนึ่งว่า ท่านอยู่พรรคประชาธิปัตย์ ผมให้เครดิตท่านว่าธุรกิจโลกจะอยู่ได้ด้วย ความสมดุลไม่ใช่ผูกขาด หรือไม่ใช่กึ่งผูกขาด กึ่งผูกขาดมันเป็นคำพูดเฉย ๆ แต่มันเป็นการ ผูกขาดทั้งหมด ผมเคยศึกษางานกับซีพี (CP) กับธุรกิจหลายอย่างด้วยกัน ไม่ว่าของชิน ของเบทาโกรและ/หรืออะไรต่าง ๆ แล้วก็มีประสบการณ์จากตัวเองมา ผมคิดว่าเป็นอันตราย ที่สุดถ้าเกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้น กฎหมายคลื่นความถี่ กสทช. มีอำนาจเต็ม ๆ ทุกอย่างเขียนไล่เรียง เข้าไป แต่ตอนจบเขียนอะไรรู้ไหมครับ ขึ้นอยู่กับ กสทช. เป็นผู้กำหนด เขียน เขียน เขียน หมดเลย ๑ ๒ ๓ ๔ อำนาจ ๑ ๒ ๓ ๔ พูดไป แต่ตอนท้ายมาสรุปแค่นี้เอง อำนาจอยู่กับ กสทช. ครับ และที่ท่านเห็นจากสภานี้ว่าผมเป็นคนหนึ่งที่เรียกร้องเกี่ยวกับเรื่องวิทยุชุมชน กสทช. ออกใบประกาศมาทั้งหมดเลย อำนาจเต็ม ๆ อยู่ตรงนี้หมดเลย จะลดจาก ๕๐๐ วัตต์ คลื่นส่งจาก ๕๐๐ เหลือ ๕๐ และหรืออันนี้มันหมายถึงการปิด ท่านคิดดูถ้าทรู กับดีแทค บวกกัน และถ้ามีการเอาเกือบ ๔,๐๐๐ สถานีของวิทยุชุมชนไปประมูล บริษัทใหญ่ ๆ ควบรวมกันทั้งหมด ประมูลทีเดียวหมดประเทศเลยครับ เป็นสิ่งที่ น่าห่วงใยนะครับท่านประธาน ก็เลยกราบเรียนว่าผมขอใช้เวลาตรงนี้อยากให้ท่าน คณะกรรมาธิการวิสามัญดูแล้วออกกฎหมายยับยั้งด้วย สร้างความสมดุลน่ะถูกแล้วเราจะอยู่ได้ ไม่ใช่เล็ก กลาง ใหญ่ ปลาใหญ่กินปลาเล็กอย่างนี้ครับท่านประธาน ขอขอบพระคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุดท้าย ท่านพิสิฐแล้วก็จะปิดการอภิปราย ผู้เสนอญัตติทั้ง ๙ ฉบับ ถ้าจะใช้สิทธิในการสรุปก็เตรียมตัว นะครับ เชิญท่านพิสิฐครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่น ผมขอขอบคุณเพื่อนสมาชิก โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ที่ท่าน ได้เสนอญัตติในการให้มีการจัดตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาเรื่องของการควบรวม ธุรกิจโทรคมนาคม ผมขอให้การสนับสนุน เพราะว่าเรื่องนี้เห็นว่าเป็นเรื่องที่จะมีความสำคัญ ต่อประเทศ มันเกี่ยวข้องกับเรื่องของเศรษฐกิจ เรื่องของตลาด เรื่องของเทคโนโลยี เราจะ มีการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศในระยะต่อไป เพราะฉะนั้นเทคโนโลยี หากไม่ได้มีการดูแลกันให้ดี ประเทศเราก็จะไม่สามารถที่จะก้าวหน้าได้ ผมจึงขอฝากประเด็น เพื่อให้คณะกรรมาธิการได้ไปพิจารณา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการทำงานของ คณะกรรมการ กสทช. ชุดนี้ ก่อนอื่นที่ผมจะกล่าวถึงเรื่องภายในประเทศ ในหลักการของ การแข่งขันหรือของเศรษฐกิจ เรามีตำราอยู่ ๒ เล่มในทางเศรษฐศาสตร์เล่มที่ ๑ ก็คือ เรื่องของเศรษฐกิจภาพรวม หรือที่เรียกว่าแม็คโครอีโคโนมิกส์ (Macroeconomics) ที่สมาชิกหลายท่านมักจะพูดถึงเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ การอัดฉีดเงิน นั่นก็เรื่องหนึ่ง อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องการแข่งขันของตลาดที่เรียกว่า ไมโครอีโคโนมิกส์ (Microeconomics) เทียบกับอันแรกที่เรียกว่าแม็คโคร (Macro) ไมโคร (Micro) นักศึกษาเศรษฐศาสตร์ทุกคน ต้องได้เรียนครับ เรื่องประโยชน์และโทษของการแข่งขัน หรือการไม่มีการแข่งขัน การผูกขาดโดยคนเดียวหรือโดยหลายคน เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้คงไม่ต้องชี้แจงมากเพราะว่า หลายท่านได้กล่าวไปแล้ว และในอเมริกาธุรกิจโทรคมนาคมก็ถูกเพ่งเล็งในเรื่องนี้มาเป็นเวลา ร่วม ๑๐๐ ปีตั้งแต่ที่มีการประดิษฐ์โทรศัพท์ โดยอเล็กซานเดอร์ เกรแฮม เบลล์ จนกระทั่ง ปี ๑๙๘๔ ก็มีการออกกฎหมายโดยรัฐสภา โดยการหั่นบริษัทที่ผูกขาดก็คือเอทีแอนด์ทีเป็น เสี่ยง ๆ เป็น ๗ บริษัท จากนั้นมาธุรกิจโทรคมนาคมของอเมริกาก็ขยายตัวอย่างรวดเร็ว เกิดการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ ๆ จากเดิม ๑๐๐ ปีอยู่กับที่ เพราะว่าผู้ลงทุนหรือว่า ผู้ประกอบการไม่ยอมที่จะลงทุน แต่หลังจากนั้นมาตั้งแต่ ๑๙๘๔ จนถึงปัจจุบัน เราก็จะเห็น เทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เราได้มีโอกาสใช้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งโทรศัพท์ไร้สายที่เราดูกันอยู่ทุกวันนี้ อันนี้ก็เป็นประโยชน์ที่โลกได้ประจักษ์ในเรื่องของการแข่งขันและเรื่องของการใช้ โทรคมนาคมเป็นเครื่องมือนะครับ พอมาปี ๒๕๓๓ ๒๕๓๔ เราก็ริอาจที่จะเปิดเสรี โทรคมนาคมให้เอกชนมาร่วม แต่ก็เกิดปัญหาเรื่องของการให้สิทธิประโยชน์จนเกินไป สมัยนั้นท่านนายกรัฐมนตรีอานันท์ ปันยารชุน ต้องมาดูแลเรื่องของการสัมปทานโทรศัพท์ ๓ ล้านเลขหมาย และต่อมาเราก็เกิดวิกฤติการเมืองหลายครั้งหลายครา มีการเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ ช่วยขึ้นจอด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

มีการเปลี่ยนรัฐธรรมนูญมา ๓ ครั้ง ปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๕๐ ปี ๒๕๖๐ จะมีมาตราหนึ่งครับ ที่ให้กิจการโทรคมนาคม เป็นอิสระ เพราะเราเล็งเห็นว่าโทรคมนาคมเป็นเรื่องสำคัญ จะปล่อยให้ทางฝ่ายการเมือง ดูแลฝ่ายเดียวไม่ได้ ขณะเดียวกันก็มีอีกมาตราหนึ่งในรัฐธรรมนูญที่จะปกป้องสิทธิประโยชน์ ของผู้บริโภค ๒ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ครับ สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ แต่ว่าในการกำหนด หรือเขียนรัฐธรรมนูญคงจะเขียนกว้าง ๆ ก็จะมีการออกกฎหมาย กฎหมายเกี่ยวกับ การกำกับกิจการโทรคมนาคมในปี ๒๕๔๔ ที่จะมีการระบุเรื่องของอำนาจหน้าที่ของหน่วยงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานซึ่งเดิมทีใช้ชื่อว่า กทช. แล้วก็มาเป็น กสทช. ให้มีหน้าที่ในการป้องกันการผูกขาด อันนี้ยังเป็นกฎหมายที่มีผลบังคับใช้อยู่ครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ เป็นต้นมา ถึงแม้ว่าเราจะมีการเปลี่ยนกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องของการจัดสรรคลื่นความถี่ ก็ตามนะครับ สไลด์ (Slide) ต่อไป ท่านประธานครับ ปรากฏว่าเรามีการเปลี่ยนกฎหมาย อีกครับ เราเปลี่ยนจาก กทช. เป็น กสทช. กทช. มีคณะกรรมการ แล้วก็อยู่ในตำแหน่ง ประมาณ ๕ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ อันนั้นเขียนเขียนผิดนะครับ ๒๕๔๔ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ ถึงปี ๒๕๕๔ ก็ได้มีการประกาศชัดเจนในปี ๒๕๕๓ ว่าห้ามควบรวมในกิจการโทรคมนาคม แล้วก็มีการสร้างดัชนีเป็นตัวชี้วัดแบบวิทยาศาสตร์ว่าเกินกว่านี้ห้ามเด็ดขาด อันนี้คือการทำงาน ของชุด กทช. ต่อมาเรามีการเปลี่ยนกฎหมายเป็น กสทช. ซึ่งชุดที่กำลังจะหมดอำนาจนี้อยู่มา ๑๐ ปีเศษ ก็ริอาจที่จะเปลี่ยนเกณฑ์อันนั้นครับ จากที่ประกาศห้ามเด็ดขาด ก็แค่ว่าใครอยากควบรวม ก็ทำไปแต่ว่าให้มารายงาน แล้วก็จะมีการทำให้ดัชนีมันอ่อนตัวลง ก็คือเพิ่มเพดานขึ้นไป สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ เพราะฉะนั้นท่านดูนะครับ ขณะที่ปี ๒๕๕๓ ยังมีการประกาศ กสทช. ว่าผู้มีอำนาจเหนือตลาดตามดัชนีที่ว่านี้ก็คือบริษัทใหญ่ที่เรารู้จักกันนะครับ แต่พอมา ปี ๒๕๕๘ โดยชุดใหม่กลายเป็นว่าไม่มีใครอยู่เหนืออำนาจตลาด และนี่ละครับคือปัญหา ก็คือชุดใหม่ที่มาประกาศของตนเองในปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ ประกาศในปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ แล้วก็ทำให้ตัวเองไม่อยู่ในฐานะที่จะทำตามกฎหมาย ในปี ๒๕๔๔ ได้ ทั้งที่จริง ๆ แล้วกฎหมายปี ๒๕๔๔ ยังมีผลบังคับใช้อยู่นะครับ ว่าจะต้องดูแล ในเรื่องของการผูกขาด แต่กลายเป็นว่าชุดใหม่ที่อยู่มา ๑๐ ปี มาทำให้เรื่องนี้จางหายไป และนี่คือปัญหาที่เราเจอทุกวันนี้ครับ ว่าทำไมไม่มีหน่วยงานของรัฐใด ๆ มาดูแลเรื่องนี้ โยนกลองกัน ไม่ว่าจะเป็น กสทช. หรือว่าจะเป็น กขค. ก็ตาม คณะกรรมการอีกหน่วยงานหนึ่ง ซึ่งดูแลเรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภค ต่างฝ่ายต่างโยนกลองกัน ผมจึงขอฝากกรรมาธิการ ช่วยไปดูว่าประกาศของ กสทช. ในปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ เป็นโมฆะหรือไม่ เพราะว่า เป็นประกาศที่ใช้อำนาจตามปี ๒๕๔๔ เหมือนกับชุดก่อนในปี ๒๕๕๓ แต่กลายเป็นว่าตัวเอง ลดอำนาจลดบทบาทตัวเองลงมา และนี่ละครับคือที่มาของความสับสนและความไม่เข้าใจ ของสังคมต่อการทำงานของ กสทช. ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เป็นอันว่า การอภิปรายได้ยุติลง ต่อไปก็ให้ผู้เสนอญัตติได้ใช้สิทธิในการสรุปนะครับ เชิญท่านศิริกัญญา เจ้าของญัตติได้สรุปก่อนครับ🔗

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ศิริกัญญา ตันสกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะตัวแทนของผู้เสนอ ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาผลกระทบกรณี การควบรวมกิจการโทรคมนาคม บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ บริษัท โทเทิล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แล้วก็วันนี้ เราก็ได้รับฟังเหตุและผลจากหลากหลายสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงเรามีญัตติร่วมถึง ๙ ญัตติที่เป็นไปในทำนองเดียวกันว่า สนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา ศึกษาเรื่องนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการควบรวมในธุรกิจโทรคมนาคม และยังมีการ ขยายผลไปถึงการศึกษาผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการควบรวมกิจการในธุรกิจค้าปลีก เช่นเดียวกัน ซึ่งดิฉันก็เห็นว่าเป็นนิมิตหมายอันดี ดิฉันขอสรุปอย่างสั้น ๆ เพื่อไม่ให้เป็นการ เสียเวลาของสภาในที่นี้ว่า ขอย ้าถึงเหตุผลที่เราจำเป็นที่จะต้องมีคณะกรรมาธิการวิสามัญ แล้วก็จะขอเสียงสนับสนุนจากทุกท่าน ซึ่งก็อภิปรายไปในแนวทางเดียวกันว่าเราสมควร ที่จะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้น เหตุผลข้อที่ ๑ เพราะว่ากรรมาธิการวิสามัญแทบจะเป็น เครื่องมือเดียวที่เหลืออยู่ในการทำหน้าที่กำกับแล้วก็ตรวจสอบองค์กรอิสระต่าง ๆ ที่ผ่านมา เราปล่อยให้มีองค์กรอิสระมากมาย ด้วยความที่เราไม่เชื่อมั่นในกลไกทางการเมืองและไม่เชื่อมั่น ในนักการเมือง แต่ว่าระยะเวลาที่ผ่านมา ได้พิสูจน์แล้วว่าเราไม่สามารถที่จะปล่อยให้องค์กรอิสระนั้นมีอิสระ อยู่เหนือการตรวจสอบได้ เพราะดิฉันพยายามศึกษากลไกการตรวจสอบองค์กรอิสระ ในต่างประเทศก็พบว่ากลไกของคณะกรรมาธิการนี่ละที่จะเป็นกลไกสำคัญที่จะทำหน้าที่ ตรวจสอบและกำกับการทำงานขององค์กรอิสระที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการกำกับดูแล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการควบรวมในครั้งนี้จะส่งผลสั่นสะเทือนต่อผลประโยชน์ของประชาชน อย่างมหาศาล ซึ่งไม่ใช่แค่เรื่องของราคา เรื่องของค่าบริการที่มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้น ผลการศึกษาต่าง ๆ ในต่างประเทศก็มีสนับสนุนแนวคิดนี้อยู่ว่าการควบรวมแม้แต่กระทั่ง การควบรวมจาก ๔ เจ้าเหลือ ๓ เจ้า ก็จะส่งผลต่อราคาและค่าบริการที่เพิ่มขึ้นอยู่แล้ว แต่ว่านอกเหนือไปจากนั้นยังเป็นเรื่องของความเป็นธรรมในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารของ ประชาชนด้วยค่ะ เมื่อค่าบริการที่มีราคาแพงขึ้น หรือเป็นระดับที่คนไม่สามารถที่จะเข้าถึงได้ นั่นก็จะเป็นเหตุผลที่จะทำให้ประชาชนไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ทุกวันนี้ต้องใช้ สื่อกลางจากอินเทอร์เน็ต (Internet) ในการเข้าถึง และยังเป็นไปในเรื่องของความเป็นธรรม ทางการเข้าถึงทางอินเทอร์เน็ต (Internet) หรือว่าเน็ต นิวทราลิตี (Net Neutrality) อย่างที่ ท่านพิธาได้กล่าวถึงไปแล้ว การที่เรามีแพล็ตฟอร์ม (Platform) ขนาดใหญ่เพียงแค่ ๒ เจ้า อาจจะทำให้เกิดการกีดกันการเข้าถึงข้อมูล หรือว่าเว็บไซต์ (Website) หรือว่าแอปพลิเคชัน (Application) บางแอปพลิเคชัน (Application) ได้ รวมไปถึงการที่จะสนับสนุนให้เกิดการ เข้าถึงบางเว็บไซต์ (Website) หรือบางแอปพลิเคชัน (Application) ในโอกาสที่มากกว่า เว็บไซต์ (Website) อื่น ๆ ก็จะเกิดความไม่เป็นธรรมอีกเช่นเดียวกัน ท่านประธานที่เคารพคะ เราได้มีบทเรียนมาแล้วเมื่อครั้งที่มีการควบรวมธุรกิจค้าปลีกซีพีและเทสโก้ เราเคยได้ปล่อยปละ ละเลย แล้วก็รอจนกระทั่งมีการตัดสินมีคำวินิจฉัยของคณะกรรมการแข่งขันทางการค้าแล้ว ค่อยเข้ามาตรวจสอบในเรื่องนี้ ซึ่งก็ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ต่อผู้บริโภคอย่างมหาศาล แม้ตอนนี้ผลกระทบนั้นอาจจะยังไม่ได้เกิดขึ้น แต่ว่าหากเกิดขึ้นแล้วเราแทบจะทำอะไรไม่ได้เลย เพราะว่าการแยกกิจการหลังการควบรวมนี่มันเป็นสิ่งที่มีต้นทุนมหาศาล แล้วก็ไม่มีที่ใดทำกัน จึงจำเป็นที่จะต้องมีการอนุมัติอนุญาต แล้วก็ควบคุมตั้งแต่ก่อนที่จะมีการควบรวม ดังนั้นครั้งนี้ เราได้บทเรียนมาแล้วและเราก็จำเป็นที่จะต้องมอนิเตอร์ (Monitor) หรือว่าติดตามตรวจสอบ หลังจากที่มีการควบรวมแล้วสำหรับกรณีธุรกิจค้าปลีกด้วยนะคะ ดิฉันก็อยากจะขอให้ทาง คณะกรรมาธิการที่เรากำลังจะตั้งขึ้นนี้ ซึ่งดิฉันก็จะเป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการด้วยนะคะ ก็จะขอให้คณะกรรมาธิการปฏิบัติหน้าที่อย่างรอบคอบ เพราะว่าในทางที่เราต้องการที่จะ ไปตรวจสอบ แล้วก็กำกับการทำงานขององค์กรอิสระก็อาจจะเป็นที่ครหาได้ว่าเราพยายาม ที่จะแทรกแซง ดังนั้นการทำงานบนข้อมูลพื้นฐานข้อเท็จจริงและด้วยเหตุด้วยผลก็จะเป็น เกราะกำบังที่จะทำให้กรรมาธิการชุดนี้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างราบรื่นนะคะ🔗

เหตุผลข้อ ๒ ที่เราต้องใช้กลไกของคณะกรรมาธิการวิสามัญไม่ใช่ คณะกรรมาธิการสามัญตามปกตินะคะ ก็เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเชิงเทคนิคที่เราต้องการ ผู้ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะ ทั้งในเรื่องระเบียบของการกำกับดูแลธุรกิจที่มีความซับซ้อน อย่างธุรกิจโทรคมนาคม เพียงแค่เริ่มต้นก็มีการตีความกฎหมายไปต่าง ๆ นานาของทั้ง นักวิชาการ แล้วก็ทั้งสำนักงานกฎหมายเองของสำนักงานคณะกรรมการ กสทช. ในทางที่ ไปคนละทิศคนละทาง ซึ่งอาจจะอยู่บนผลประโยชน์หรือไม่อยู่บนผลประโยชน์ของพี่น้อง ประชาชน ดังนั้นเราจำเป็นที่จะต้องรวบรวมผู้รู้ ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญทั้งในด้านธุรกิจ โทรคมนาคม ทั้งในเรื่องของกฎกติกา เรื่องของการแข่งขันทางการค้า ทั้งในเชิงเศรษฐศาสตร์ แล้วก็ในเชิงกฎหมายเพื่อมาทำหน้าที่ในคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ค่ะ ซึ่งอาจจำเป็น ที่จะต้องมีการเชิญผู้เชี่ยวชาญจากภายนอกเข้ามาเป็นกรรมาธิการวิสามัญด้วยเพื่อทำให้ กรรมาธิการสามารถปฏิบัติงานได้อย่างแข็งขันมากยิ่งขึ้น🔗

เหตุผลข้อสุดท้ายที่ดิฉันเคยพูดไว้เมื่อตอนเปิดญัตติ ก็เรื่องของความไม่เชื่อใจ ในกลไกและองค์กรที่มีอยู่เดิม อันเนื่องมาจากว่าประวัติการทำงาน ผลของการวินิจฉัย มติต่าง ๆ ที่เคยออกมา หรือแม้กระทั่งผลงานในการกำกับดูแลนะคะ เรื่องง่าย ๆ อย่างเรื่องของการคิดค่าโทรเป็นวินาทีแทนที่จะเป็นนาทีก็ยังเป็นเรื่องที่คาราคาซัง แล้วก็ใช้ระยะเวลานานมากที่ กสทช. สมควรที่จะต้องกำกับดูแลให้เกิดความเป็นธรรม กับผู้ใช้บริการโทรศัพท์มือถือก็ยังไม่สามารถที่จะทำได้ ยังไม่ต้องพูดถึงว่ามีกรณีใหญ่ ๆ หลาย ๆ กรณีที่ทำให้เกิดความเคลือบแคลงสงสัยในการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. อย่างที่ ดิฉันได้กล่าวไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการยืดหนี้ ๔ จี (4G) การประมูล ๓ จี (3G) หรือว่าการมีมติ เกี่ยวกับบริษัทบีเอฟเคที (BFKT) ในอดีตที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันก็ยังมีเรื่องของการคลุมเครือ ว่าตกลงแล้วหน่วยงานใดกันแน่ที่จะมีอำนาจในการกำกับดูแลในการพิจารณาอนุญาต ในครั้งนี้ รวมถึงการตีความว่ามาตรการต่าง ๆ นี้จะต้องมีมาตรการอย่างไรบ้างเพื่อไม่ให้เกิด ผลกระทบถ้าหากการควบรวมเกิดขึ้นจริงนะคะ ดิฉันคิดว่าหนึ่งในหน้าที่ของกรรมาธิการ วิสามัญชุดนี้นอกจากจะเป็นการกำกับการตรวจสอบแล้วยังควรที่จะต้องผลักดันให้ คณะกรรมการทั้ง ๒ ชุด ไม่ว่าจะเป็น กสทช. หรือว่า กขค. หรือว่าคณะกรรมการแข่งขัน ทางการค้าเกิดความร่วมมือกันในการกำกับดูแล แล้วก็พยายามทำให้เกิดความเป็นธรรม กับทุกฝ่าย รวมไปถึงผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนด้วย แล้วนี่ก็จะเป็นหนึ่งในภารกิจของ กรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ค่ะ และล่าสุดหลังจากที่เราได้อภิปรายกันไปเมื่อวันพฤหัสบดี ที่ผ่านมา วุฒิสภาเมื่อไม่กี่วันมานี้ก็ได้รับรองบอร์ด (Board) กสทช. ชุดใหม่ ๕ ท่านแรก ไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อมีบอร์ด (Board) ใหม่ก็จำเป็นที่จะต้องทำให้การเปลี่ยนผ่านระหว่าง บอร์ด (Board) ชุดเก่ากับชุดใหม่นี้เป็นไปได้อย่างราบรื่น และดิฉันคิดว่าการที่เราตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ คอยติดตามการทำงานของบอร์ด (Board) ชุดเก่า และช่วย ในการส่งผ่านข้อมูลแล้วก็การตัดสินใจต่าง ๆ ไปยังบอร์ด (Board) ชุดใหม่ก็จะทำให้เกิด ความราบรื่นยิ่งขึ้นค่ะ🔗

สุดท้ายนี้ก็ขอการสนับสนุนจากทุกท่านที่จะเห็นด้วยกับการตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในกรณีการควบรวมธุรกิจ โทรคมนาคมในครั้งนี้ ก็ขอเสียงของสมาชิกทุกท่านในที่นี้ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญผู้เสนอที่แจ้งความจำนงขอสรุป ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เชิญครับ🔗

นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานครับ ผมเป็นผู้ร่วมเสนอญัตติครับ และจะเป็นผู้กล่าวสรุปครับ เกียรติ สิทธีอมร ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เป็นท่านเกียรติ นะครับ เชิญครับ ท่านเกียรติครับ🔗

นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธานครับ ผม เกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็เป็นผู้ร่วมเสนอญัตติ แล้วก็ จะขออนุญาตใช้เวลาในการกล่าวสรุปในญัตติที่ได้มีการนำเสนอให้มีการตั้งกรรมาธิการ วิสามัญในสภาแห่งนี้ ต้องเป็นที่ยอมรับว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง และกระทบคน ทั้งประเทศนะครับ ผมได้ขออนุญาตมีสไลด์ (Slide) ประกอบการพิจารณานะครับ ก็ขออนุญาต ขึ้นสไลด์ (Slide) นะครับ เราเริ่มมีความไม่แน่ใจว่าท่านเข้าใจโครงสร้างของภาคธุรกิจดีพอหรือไม่ หรือมีการตีความดีพอ หรือไม่ในเจตนารมณ์ของกฎหมาย แต่ในขณะเดียวกันสิ่งที่พูดกันน้อย ก็คือเหตุผลที่เขา ต้องควบรวมกันมันคืออะไรบ้าง อันนี้ผมคิดว่าเรามองลบอย่างเดียวเลยครับ เรามองว่า ควบรวมกันเพราะจะได้ประโยชน์ มีคู่แข่งน้อยลงก็จะได้ประโยชน์มากขึ้น ลดต้นทุน ได้ประโยชน์มากขึ้นเราก็ท่องคาถาตรงนี้ครับ แต่จริง ๆ แล้วปัญหามันอาจจะมากกว่านั้น ด้วยซ ้าไป สไลด์ (Slide) ต่อไปเลยนะครับ สมมติถ้าเขาควบรวมกันจริง ๆ มันจะเกิดภาพอะไร เกิดภาพนี้ครับท่านประธาน ภาพนี้คือ ๓ รายใหญ่ รวมกันแล้วกลายเป็นเหลือแค่ ๒ ราย แล้วส่วนแบ่งตลาดประมาณ ๕๓ เปอร์เซ็นต์กับ ๔๔ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่รายเล็กนะครับ รายเล็กมาจากไหนครับ เอ็นที (NT) ครับ ก็คือโทรคมนาคมแห่งชาติ ซึ่งเป็นการควบรวมของ แคท (CAT) กับทีโอที (TOT) เดิม พอเป็นเช่นนั้นเขาเหลือแค่ ๓ เปอร์เซ็นต์นะครับ ๓ เปอร์เซ็นต์นี้ไม่มีผลอะไรเลย เพราะฉะนั้นคนที่มีน ้าหนักมากที่สุดคือ ๕๓ เปอร์เซ็นต์ และ ๔๔ เปอร์เซ็นต์ ลักษณะของตลาดเช่นนี้เขาเรียกตลาดโอลิโกโพลี (Oligopoly) หรือตลาดคู่แข่งน้อยราย ๓ คนนี่ความจริงก็น้อยรายอยู่แล้ว กติกาต้องเข้มกว่าที่เราเห็นอยู่แล้ว แต่ที่ผ่านมากติกาไม่เข้มครับ กติกาไม่เข้ม แต่บริษัทเองก็มีปัญหามันเกิดอะไรขึ้น ตรงนี้ เราต้องมีความชัดเจนว่าเรากำลังพยายามแก้ปัญหาอะไร หรือเราแก้ปัญหาปลายเหตุ หรือต้นเหตุของปัญหา ต้องมีความชัดเจน ในกรณีที่คู่แข่งน้อยราย เรกูเลเตอร์ (Regulator) หรือผู้กำกับดูแล ไม่ว่าจะเป็นองค์กรอิสระหรือองค์กรอะไรก็แล้วแต่ต้องเก่งครับ ต้องแม่นกฎหมาย ต้องเข้มแข็งมาก ต้องมีการกำหนดกติกาที่ชัดเจน ในธุรกิจที่มี ผลประโยชน์มากจริง ๆ ท่านประธานลองนึกดูนะครับ ๑๐๐ ล้านเลขหมาย ถ้าผมสามารถ เพิ่มค่าบริการวันละ ๑ บาทต่อคน ใน ๑ ปีผมได้เพิ่มขึ้น ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านแล้วครับ เห็นไหมครับ มันมีความสำคัญอย่างยิ่ง แต่ ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านเป็นเงินใครครับ เงินผู้บริโภค เงินประชาชนทุกคน ท่านประธานด้วย ผมด้วย เจ้าหน้าที่ทุกคนในสภาแห่งนี้ ส.ส. ทุกคน ในสภาแห่งนี้ แล้วถามว่าความพอดีอยู่ตรงไหน ตรงนี้ครับ นี่คือสิ่งที่ทำไมมีความจำเป็น ที่จะต้องหันมาดูว่าปัญหานี้เกิดจากจุดใด ณ วันนี้ท่านประธานครับ บางคนก็บอกว่า ปัญหามันยังไม่เกิดทำไมตีตนไปก่อนไข้หรือเปล่า ท่านประธานครับ ผมว่าสัญญาณมันชัดมาก อยู่แล้ว แล้วทิศทางที่จะเกิดขึ้นในอนาคตมันคืออะไร ทำไมเราต้องรอให้ปัญหาเกิดเสียก่อน แล้วค่อยมาแก้ปัญหาตามทีหลัง ผมคิดว่าไม่น่าจะถูกต้องนะครับ การตั้งกรรมาธิการผมถือว่า เป็นสิ่งที่จำเป็นจริง ๆ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ

ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปเลยนะครับ หลักคิดของคนที่มีอำนาจตลาดไม่ใช่ เรื่องใหม่ครับ กฎหมายแข่งขันทางการค้าออกมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ แล้วจริง ๆ เพิ่งมาออกเกณฑ์ ในปี ๒๕๖๑ ตอนนั้นมีความพยายามที่จะผลักดันให้ออกเกณฑ์ว่าผู้มีอำนาจเหนือตลาดต้องมี สัดส่วนแบ่งตลาดเท่าไร อย่างไร ออกยากมากนะครับท่านประธานครับ เพราะมันกระทบ ผู้ประกอบการรายใหญ่เยอะจริง ๆ ในทุกสาขาเลย กระทบเยอะ นี่คือเหตุผลที่ทำไม กฎหมายออกตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ กว่าจะออกเกณฑ์ได้ปี ๒๕๖๑ แล้วระหว่างทางท่านประธาน ต้องคิดดูนะครับ ระหว่างทางมันมีคนที่เป็นผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ได้ประโยชน์จากการที่ เราออกกฎหมายมีกติกาที่ไม่ครบ ไม่เป็นไรครับ ณ วันนี้เราอยู่ที่ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ มากกว่า ๑,๐๐๐ ล้าน ถ้า ๓ ราย มากกว่า ๗๕ เปอร์เซ็นต์ของส่วนแบ่งตลาดเกิน ๑,๐๐๐ ล้าน แต่ผมเรียนท่านประธานนะครับ ในต่างประเทศกฎหมายลักษณะเดียวกัน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ มีน้อยประเทศมาก ส่วนใหญ่มีตั้งแต่ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ไปจนถึง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ของเรานี่ถือว่า ใจดีครับ ให้ใหญ่ได้ถึง ๕๐ เปอร์เซ็นต์เลย แล้วส่วนแบ่งตลาด ๑,๐๐๐ ล้านนี่ถือว่าน้อยมาก ๓ ราย ๗๕ เปอร์เซ็นต์ ถามว่ากรณีเมื่อสักครู่นี้ที่ผมแสดงให้เห็นว่าเมื่อควบรวมกันแล้ว ส่วนแบ่งตลาดเป็นเท่าไร มันเข้าข่ายทุกกรณีเลยครับ เข้าข่ายทุกกรณีจริง ๆ เมื่อเป็นเช่นนั้น เราก็ต้องตั้งคำถามว่า ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปเลยนะครับ ถามว่าใครมีอำนาจในการกำกับดูแลบ้าง ผมเอาคำสัมภาษณ์ของ ๓ หน่วยงาน อันนี้ปรากฏ อยู่ในสื่อทั่วไป ผมถึงระบุวันเวลาที่มีการเสนอข่าวนี้ กสทช. เองให้สัมภาษณ์อย่างนี้ บริษัท โฮลดิงของทรูและดีแทคไม่ใช่ผู้ถือใบอนุญาต กสทช. ไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้ ต้องให้ กรรมการแข่งขันทางการค้าเป็นผู้ตรวจสอบ เห็นไหมครับ อันนี้คือคำตอบแรก วันที่ ๒๔ พฤศจิกายน กระทรวงดิจิทัลว่าอย่างไรครับ เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลเป็นเรื่องธุรกิจ ทำได้ หรือไม่ได้เป็นเรื่องที่เขาต้องตกลงกัน วันที่ ๓๐ พฤศจิกายน คณะกรรมการแข่งขันทางการค้า บอกว่าอย่างไรครับ คณะกรรมการแข่งขันทางการค้าไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะเข้าไป ยุ่งเกี่ยว แต่มี กสทช. กำกับดูแล ฟังแล้วท่านประธานหนาวไหมครับ คือถ้าสำหรับคนที่รู้เรื่อง เหล่านี้ ถ้าภาษาชาวบ้านเขาเรียกว่าฟังแล้วของขึ้นครับ ของขึ้นเพราะว่าทุกหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องไม่มีอำนาจไม่สามารถไปจัดการอะไรได้เลย และนี่คือสาเหตุหนึ่งที่สำคัญที่ผม ร่วมกับเพื่อนสมาชิกบอกว่าไม่ได้แล้ว ปล่อยไว้ไม่ได้แล้ว ต้องเสนอญัตติมาที่สภา เหมือนกับ กรณีซีพีทีพีพี (CPTPP) ที่เรายื่นญัตติเข้ามาในสภาให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญมาดูแลว่า มันกำลังเกิดอะไรขึ้นกับประเทศนี้ในเรื่องเหล่านี้ พอตอบอย่างนี้หนาวจริง ๆ ครับท่านประธาน ครับ ไม่มีใครรับผิดชอบได้เลย ต้องถามว่ามันจริงไหม เดี๋ยวผมจะพูดให้ท่านประธานฟังต่อไป ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปเลยครับ ก่อนที่จะไปถึงรายละเอียดผมเรียนท่านประธานครับ ประเทศต่าง ๆ ที่เขามีประสบการณ์ผ่านมาแล้ว ขนาดส่วนแบ่งตลาดเขาเกณฑ์อยู่ที่ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ถามว่าพอให้มีการควบรวมแล้วเกิดอะไรขึ้น ทุกกรณีครับ ค่าบริการสูงขึ้น ถ้าสูงขึ้นด้วยความเหมาะสม ด้วยเหตุและผลที่ดีไม่ว่านะครับ แต่ถ้าสูงขึ้นเพราะมีอำนาจตลาด แล้วเป็นการเอาเปรียบประชาชนหรือผู้บริโภคอันนั้นยอมไม่ได้ ขอชาร์ต (Chart) ต่อไปเลยครับ สิ่งหนึ่งที่ผมได้มีการเชิญทั้ง กสทช. มา คณะกรรมการแข่งขันทางการค้ามา กระทรวงดิจิทัลมา มาที่คณะกรรมาธิการการพาณิชย์ซึ่งผมอยู่ในคณะนี้ เมื่อวานนี้เองครับผมตั้งคำถาม กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น ท่านประธานทราบไหมครับ ผมก็ต้อง เรียนท่านประธานเลยครับ ทุกคนอธิบายความและแสดงถึงความเข้าใจของเขาในกฎหมาย ที่ให้อำนาจเขาเองในลักษณะที่เป็นการตีความตามตัวอักษรจริง ๆ มิได้เป็นการตีความ ตามเจตนาของกฎหมายเลย ที่ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ผมกำลังขึ้นชาร์ต (Chart) นี้ ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกดูชาร์ต (Chart) นี้ให้ดี ๆ ชาร์ต (Chart) นี้ยังไม่มีใครเคยพูด ในสภาแห่งนี้แต่เป็นเรื่องที่ทั้งโลกนี้รู้เรื่องกันตรงหมดแล้ว ชาร์ต (Chart) นี้ผมแสดงอะไรครับ กรณีที่โครงสร้างธุรกิจมีความสลับซับซ้อน มีการถือหุ้นไขว้ มีการถือหุ้นแม่มาลูก ลูกมาหลาน หลานมาเหลนนี่ เขาใช้วิธีในการดูเพื่อตีความกฎหมายในการกำกับดูแลอย่างไรบ้าง ผมเอา ตัวอย่างอันนี้ที่ภาษาของดับเบิลยูทีโอ (WTO) องค์การการค้าโลกเขาพูดว่าแคสเคดิง (Cascading) กับคอนโทรลลิง อินเทอร์เรสต์ (Controlling Interest) ก็คือพูดง่าย ๆ แปลเป็นไทยก็คือการถือหุ้นหลายชั้น และการมีอำนาจในการควบคุมกิจการ เขาไม่ดูชั้นเดียวครับ ผมยกตัวอย่างกรณีการถือหุ้นหลายชั้น บริษัทเอ (A) กับบริษัทบี (B) ครึ่ง ๆ ก็ได้ ๖๐:๔๐ ก็ได้ ร่วมกันเป็นบริษัทซี (C) บริษัทซี (C) มารวมกับบริษัทเอ (A) ใหม่เป็นบริษัทดี (D) บริษัทดี (D) มารวมกับบริษัทเอ (A) ใหม่อีกครั้งหนึ่ง ทอดที่ ๓ เป็นบริษัทอี (E) ถ้าผมอ่าน กฎหมายแบบตัวอักษร ผมตีความถ้าดูชั้นเดียวคืออย่างไร ท่านประธานดูนะครับ ถ้าดูชั้นเดียวเรามองไม่เห็นสีแดง สีฟ้าแล้วครับ เพราะจากเอ (A) บี (B) กลายเป็นซี (C) คือสีอื่นแล้ว เป็นสีผสมแล้วครับ แล้วพอซี (C) มาผสมกับเอ (A) อีกครั้งหนึ่ง อีกทอดหนึ่งเราจะเห็นดี (D) เป็นม่วงอ่อนแล้วครับ พอดี (D) มารวมกับเอ (A) อีกทอดหนึ่งเห็นเป็นอี (E) ม่วงอ่อน ๆ เห็นไหมครับ แต่เดี๋ยวรอดูนะครับท่านประธาน กำลังจะเฉลยครับ ชาร์ต (Chart) ต่อไปเลยครับ ถ้าดูอำนาจในการควบคุมหรือคอนโทรลลิง อินเทอร์เรสต์ (Controlling Interest) ตามกฎของดับเบิลยูทีโอ (WTO) เลยนะครับ แต่ประเทศไทยไม่ยอมใช้ หรือยังไม่รู้จักว่าจะใช้อย่างไร ผมยกตัวอย่างนี่คือของจริงเลยนะครับ ถ้าเอ (A) สีแดงนะครับ บวกบี (B) สีฟ้า รวมกัน ๕๐:๕๐ พอผมมาชั้นที่ ๒ ซึ่งเป็นซี (C) เอ บวก บี (A+B) เป็นซี (C) แต่ซี (C) มารวมกับเอ (A) อีกครั้งหนึ่ง กลายเป็นว่าเอ (A) มี ๗๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วบี (B) เหลือ ๒๕ เปอร์เซ็นต์ ผมมาชั้นที่ ๓ เอาดี (D) มารวมกับเอ (A) อีกทอดหนึ่ง เกิดอะไรขึ้น ท่านประธานเห็นไหมครับ ในภาพถ้าดูชั้นเดียวท่านประธาน ไม่เห็นสีแดง ไม่เห็นสีฟ้า แต่ท่านประธานดูอำนาจในการควบคุม แล้วยังคงสีแดงกับสีฟ้า ไว้ตามเดิม ท่านจะเห็นว่าพอ ๓ ชั้นเกิดอะไรขึ้นครับ สีฟ้าเหลือ ๑๒.๕ เปอร์เซ็นต์ สีแดง ๘๗.๕ เปอร์เซ็นต์ นี่คืออำนาจในการควบคุมธุรกิจที่แท้จริงหลังจากที่มีการถือหุ้นซ้อนกัน หลายชั้น ภาพนี้ถือว่าเป็นภาพที่ง่ายที่สุดแล้วครับท่านประธาน ถ้าท่านประธานไปดูในชีวิต ความเป็นจริงของกลุ่มใหญ่ ๆ จริง ๆ แล้วภาพนี้ซับซ้อนกว่านี้เยอะครับ มีทั้งในประเทศ มีนอกประเทศ มีบริษัทในกลุ่มบริษัทลูก บริษัทหลานไขว้กันไปไขว้กันมา ในที่สุดพอไขว้กัน อย่างนี้ผู้กำกับดูแลกลับบอกว่า ไม่มีอำนาจในการกำกับดูแล อันนี้ละครับที่ทำให้มีปัญหา แล้วก็ ในโลกนี้ครับท่านประธาน มีตั้งไม่รู้กี่ประเทศเขาใช้วิธีการทำการดูอำนาจในการกำกับดูแล บริษัทเป็นหลัก ในการตีความ ในการกำกับดูแลบริษัทเหล่านั้น พูดง่าย ๆ ถ้าท่านประธาน ให้ผมฟันธง ถ้าผมตีความกฎหมายที่มีอยู่ในประเทศไทย ณ วันนี้กฎหมายทั้งของ กสทช. และกฎหมายของคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า ทั้งคู่มีอำนาจในการกำกับดูแล แต่น่าตกใจไหมครับว่าที่ให้สัมภาษณ์ปรากฏในสื่อทั่วไปเลย ต่างคนต่างบอกว่าไม่มีอำนาจ ในการกำกับดูแล และนี่คือเหตุผลที่จำเป็นอย่างยิ่งที่สภานั่งเฉย ๆ ไม่ได้ เพราะพวกเราคือ ตัวแทนของประชาชนทุกคน ถ้าจะมีการดำเนินการอย่างไรก็แล้วแต่ที่จะกระทบความเป็นอยู่ ของประชาชนเราต้องมีหน้าที่ครับ เพราะฉะนั้นการตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาดูแลเรื่องนี้ เป็นสิ่งที่ชอบแล้ว คำถามมีอยู่ว่าเรามาถึงจุดนี้ได้อย่างไร ผมจะเรียนท่านประธานอย่างนี้นะครับ หลักคิดของเรื่องกฎหมายแข่งขันทางการค้าหรือความเป็นธรรมทางการค้า ใหญ่นี่ไม่ใช่ผิดนะครับ ไม่ใช่บอกว่าใหญ่แล้วต้องผิด แต่ใหญ่เกเรไม่ได้ ใหญ่เอาเปรียบคนอื่นไม่ได้ คณะกรรมการ ที่กำกับดูแลหรือองค์กรอิสระที่กำกับดูแลมีหน้าที่ที่จะสร้างความมั่นใจให้ประชาชนรู้สึกได้ จับต้องได้ ว่าสิ่งที่เขาได้รับบริการนั้นมีความเป็นธรรม สมาชิกหลายท่านได้พูดไปแล้วนะครับ ว่าประเทศไทยประเมินออกมาจริง ๆ เราไม่ได้ถูกที่สุดนะครับ ทั้ง ๆ ที่ความจริงรายได้เรา ไม่ได้สูงมากนะครับ ในฐานะประเทศที่เทียบเคียงกับประเทศอื่น ๆ ในโลกนี้ แต่การให้บริการ ไม่ว่าจะเป็นกี่จี (G) ก็แล้วแต่หรือโทรศัพท์หรืออินเทอร์เน็ต (Internet) เราไม่ใช่ถูกที่สุดครับ เราอยู่เกณฑ์ค่าเฉลี่ยค่อนข้างไปทางสูงด้วยซ ้าไป ถ้าเป็นอย่างนั้นทำไมเขาถึงต้องควบรวมกันครับ มันมีที่มาที่ไปเหมือนกันว่าทำไมถึงต้องควบรวม แล้วจริง ๆ ในมุมของเอกชนเขาก็รู้สึกว่า เขาจำเป็นต้องควบรวมถ้าไม่ควบรวมเขาอยู่ไม่ได้ ที่เป็นอย่างนี้ท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานย้อนกลับไป ท่านประธานทันครับ ท่านประธานก็รุ่นใกล้ ๆ ผมนะครับ เราทันเวลาประมูลครับ ท่านประธานจำได้ไหมครับ เวลาประมูลสัญญาสัมปทานเหล่านี้เราประมูลอย่างไรครับ เราประมูลครั้งสุดท้ายปี ๒๕๕๕ ใช่ไหมครับ ๓ จี (3G) ผมเอาอ้างอิง ๓ จี (3G) ปี ๒๕๕๕ เขาบอกราคาเริ่มต้น ๔,๕๐๐ ล้านบาท แล้วประมูลกันทีละขั้น ขั้นละ ๒๒๕ ล้านบาท ค่าสัมปทานครับ พอเป็นค่ารับสัมปทานบริษัท ก็ต่างแข่งกันที่จะเสนอค่าสัมปทานให้สูงขึ้นเพื่อเอาชนะใช่ไหมครับ ความผิดพลาดมันเริ่มต้น ตั้งแต่วันนั้นครับท่านประธาน จริง ๆ การประมูลมันต้องแข่งกันว่าใครจะให้บริการ กับประชาชนได้ดีที่สุด ถูกที่สุด มีประสิทธิภาพมากที่สุด แต่เราเลือกการให้ประมูลสัมปทาน โดยการเอาเงินให้ ไปไหนครับ ไปเข้ากองทุน กองทุนไปทำอะไรครับ ดีครับ ไปส่งเสริม เรื่องโน้น เรื่องนี้ เรื่องนั้น ดูความดิจิทัล ดีไวด์ (Digital Divide) คือความแตกต่างกันระหว่าง ผู้ที่สามารถเข้าถึงกับไม่สามารถเข้าถึง แต่ในขณะเดียวกันทำให้ต้นทุนของผู้ประมูลสูงมาก ที่จะทำให้แย่ไปกว่านั้นเกิดอะไรขึ้นครับท่านประธานครับ ตอนนี้เรามี ๓ รายใช่ไหมครับ เมื่อสักครู่นี้ผมขึ้นชาร์ต (Chart) หน้า ๑ ไปแล้วว่ามันมี ๓ ราย ท่านประธานทราบไหมครับ ว่าทุกรายต้องลงทุนซ ้ากันหมดเลยครับ การที่จะส่งสัญญาณไปให้ทั่วประเทศผมต้องตั้งเสา ผมต้องพาดสาย ผมต้องมีอุปกรณ์สัญญาณรีพีต สเตชัน (Repeat Station) พูดง่าย ๆ ส่งสัญญาณต่อ ต่อ ต่อกันไป ทุกคนลงทุนเหมือนกันหมดเลยครับ ทั้ง ๆ ที่ทรัพย์สินเหล่านี้ ลงทุนครั้งเดียวใช้จะกี่รายก็ได้ครับ เห็นไหมครับว่าเกิดอะไรขึ้น พอมันเป็นอย่างนั้น ท่านประธานครับ ทุกคนก็ตกหลุมแล้วแข่งกันเอง แล้วทรัพย์สินก็มีเพิ่มขึ้น ๓ เท่า ทั้ง ๆ ที่ ไม่ควรจะจำเป็น พอผมซัก กสทช. ในเรื่องนี้ผมบอกว่าทำไมท่านไม่ยอมให้เขาใช้ร่วมกันล่ะ ลดต้นทุนเขาจะได้ไปลดค่าบริการกับประชาชน คำตอบคืออะไรรู้ไหมท่านประธานครับ ออกประกาศแล้วว่าให้ไปตกลงกันเองได้ ท่านประธานครับ เรื่องอย่างนี้ตกลงกันเองไม่มีทางได้ เห็นไหมครับว่ากติกาของเราถ้ามันไม่สามารถให้ผลเป็นรูปธรรมในการที่จะทำให้เกิด ผลประโยชน์กับผู้บริโภคนั้นมันต้องกลับมาทบทวนใหม่ ต้องกลับมาคิดใหม่เลยว่า เอ๊ะ ที่เราทำโครงสร้างมันถูกหรือเปล่า โครงสร้างพื้นฐาน ณ วันนี้ของประเทศไทยมี ๓-๔ เท่า ของโครงสร้างพื้นฐานที่ควรจะลงทุนในฐานะ ๑ ประเทศ นี่คือต้นทุนที่สูงมากที่ทำให้ ผู้ประกอบการบอก อยู่คนเดียวไม่รอดแล้ว เห็นไหมครับ เพราะฉะนั้นผมกำลังชี้ให้ ท่านประธานเห็นว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเราแก้ที่จะมีคำตอบเพียงแค่ควบรวมหรือไม่ควบรวม มันคือการแก้ปลายเหตุ แต่ต้นเหตุมันมีที่มาที่ไปมากกว่านั้น🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสรุป ด้วยนะครับ🔗

นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ

ใกล้แล้วครับ ท่านประธานครับ ในกรณีนี้เราจะเห็นได้ชัดเลยว่าคณะกรรมาธิการจะสามารถเข้าไปดูในเรื่องโครงสร้างเหล่านี้ และแก้ปัญหาที่ต้นตอจริง ๆ ไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของหลักการควบรวมหรือไม่ อย่างไร เพราะฉะนั้นในแง่ของการเข้าไปดูมันก็จะเกี่ยวโยงทั้ง กสทช. และคณะกรรมการแข่งขัน ทางการค้า ซึ่งจะทำให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดในการลงทุนกับผู้รับสัมปทาน กรณีทีวีดิจิทัล ชัดนะครับ ท่านประธานเห็นไหมว่าเกิดอะไรขึ้น ล้มหายตายจากกันกี่รายแล้วครับ แล้วตอนนี้ที่เราเห็นในทีวีดิจิทัล โฆษณาขายของทั้งสิ้นเลยครับ อันนี้คือวัตถุประสงค์ หรือเปล่า ผมคิดว่าเราต้องกลับไปทบทวนการออกแบบสัญญาสัมปทานในลักษณะดังกล่าว ทีนี้ถามว่าที่ผมขึ้นชาร์ต (Chart) สุดท้ายเมื่อสักครู่นี้ว่า วิธีการดูมันต้องดูหลาย ๆ ชั้น และดูอย่างเข้าใจ ดูอำนาจการกำกับดูแล ถามว่าเรื่องนี้เรื่องใหม่หรือเปล่าครับ ประเทศไทย เคยผูกพันกับองค์การการค้าโลกไหมครับ เราผูกพันเฉพาะกฎหมายต่างด้าว พระราชบัญญัติ ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวฉบับเดียวนะครับ เราบอกว่าจะดูชั้นเดียว แต่กฎหมายอื่นเราไม่ได้บอก แล้วประเทศอื่นเขาก็ดูหลายชั้น สรรพากร กระทรวงการคลัง เวลาอยากได้ภาษีดูทุกชั้นเลยครับท่านประธาน มีคำวินิจฉัย ของสรรพากรเยอะมากเลยครับ ที่พูดถึงเรื่องการเก็บภาษี โดยการดูทุกชั้น ทุกทอดในการ ถือหุ้นไขว้กันหรือถือหุ้นต่อ ๆ กันมา เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ทุกฝ่าย แต่ตอนนี้ ที่น่ากังวลก็คือว่าทุกฝ่ายตีความตามตัวอักษรไม่ใช่เจตนารมณ์ของกฎหมาย ทำให้ประชาชน ต้องมีความกังวล แล้วสภาเองก็ต้องมีความกังวล ดังนั้นผมจึงถือว่าคณะกรรมาธิการ ควรจะต้องมีการตั้งขึ้นมาแล้วมีความจำเป็นอย่างยิ่ง แล้วที่ทุกท่านอภิปรายไปจนวันนี้วินาทีนี้ ตรงกันหมด ความเป็นกังวล ความไม่ชัดเจน ความน่าเป็นห่วง เพราะมันจะกระทบกับชีวิต ของประชาชนอย่างมาก ผู้บริโภคทั้งประเทศ กรณีนี้ผมคิดว่าหนักกว่ากรณีควบรวมค้าปลีก เพราะอะไรรู้ไหมครับท่านประธาน ควบรวมค้าปลีกมีปัญหาเรื่องการเข้าถึงขึ้นอยู่กับว่า ร้านมันอยู่ตรงไหน แต่กรณีนี้เข้าถึงได้ทุกที่ทั้งประเทศ นั่นคือปัญหาที่หนักขึ้นกว่า และกระทบกับประชาชนทั้งประเทศจริง ๆ ครับ ก็ขอสนับสนุนให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญขึ้นมาช่วยพิจารณาเพื่อความรอบคอบ และเพื่อประโยชน์ของประชาชนครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ยังมีผู้เสนอท่านใดมีความประสงค์ที่จะขออภิปรายสรุปมีไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าไม่มี ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากญัตติเรื่องนี้เป็นญัตติที่เสนอมาเพื่อขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญ รวมทั้งญัตติของนางสาวภาดาท์ วรกานนท์นะครับ ซึ่งก็ไม่ได้ติดใจที่จะส่งให้รัฐบาล เพื่อพิจารณาดำเนินการต่อไปแล้ว แต่ประสงค์ร่วมเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาเช่นเดียวกับญัตติของผู้เสนอท่านอื่นด้วย ดังนั้น ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่า จะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาญัตติทั้ง ๙ ฉบับหรือไม่ แต่ท่านสมาชิกครับ จากการที่ผมได้รับฟังการอภิปรายของท่านสมาชิก ซึ่งมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน คือเห็นด้วยกับญัตติที่ผู้เสนอได้เสนอมาและสนับสนุนให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาญัตติทั้ง ๙ ฉบับโดยไม่มีผู้ใดคัดค้าน ดังนั้น ผมจะขออาศัยอำนาจตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ถามที่ประชุมว่าจะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

หากไม่มี สมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาญัตติทั้ง ๙ ฉบับ ต่อไปก็ขอเชิญท่านสมาชิกกำหนดจำนวนกรรมาธิการครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาศึกษาผลกระทบกรณี การควบรวมกิจการของผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ระหว่างบริษัททรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กับบริษัท โทเทิล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) โดยขอเสนอจำนวน กรรมาธิการวิสามัญที่ ๒๕ ท่านครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ขอเชิญคณะรัฐมนตรีเสนอรายชื่อกรรมาธิการ แต่ได้ทราบจากเจ้าหน้าที่ว่า คณะรัฐมนตรีไม่ประสงค์จะเสนอกรรมาธิการใช่ไหมครับ เนื่องจากคณะรัฐมนตรีไม่ประสงค์ เสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี ดังนั้นสัดส่วนกรรมาธิการของแต่ละ พรรคการเมือง จำนวน ๒๕ ท่านเป็นดังนี้ พรรคเพื่อไทย ๗ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ ๖ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน พรรคก้าวไกล ๓ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๓ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ ท่าน พรรคเสรีรวมไทย จำนวน ๑ ท่านพรรคประชาชาติ จำนวน ๑ ท่าน ขอเชิญ แต่ละพรรคการเมืองเสนอรายชื่อกรรมาธิการตามสัดส่วนและขอผู้รับรองตามข้อบังคับด้วย ต่อไปเชิญตัวแทนพรรคเพื่อไทยครับ🔗

นางสาวชนก จันทาทอง หนองคาย

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวชนก จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๒ จากพรรคเพื่อไทยค่ะ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบต่อประชาชนกรณี การควบรวมธุรกิจโทรคมนาคม ๒ ราย คือทรูและดีแทค ซึ่งอาจมีผลกระทบต่อประชาชน ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๗ คน ดังนี้ค่ะ ๑. นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ๒. นายสุทิน คลังแสง ๓. นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ๔. นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ๕. นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ๖. นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ๗. นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปตัวแทนพรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๖ ท่านครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ฉะเชิงเทรา ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐนะครับ นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ นายต่อศักดิ์ อัศวเหม นายพิเชษฐ สถิรชวาล นายเทอดพงษ์หงษ์หิรัญเรือง นายระวี มาศฉมาดล นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่านครับ🔗

นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการพิจารณาศึกษาผลกระทบจากการควบรวมกิจการโทรคมนาคม คือดีแทคและทรู ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่านครับ ๑. นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ๒. ดอกเตอร์เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ๓. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปสัดส่วนของพรรคก้าวไกล เชิญครับ🔗

นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาค่ะ ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคก้าวไกลนะคะ ศิริกัญญา ตันสกุล สุพิศาล ภักดีนฤนาถ และพรเทพ เบญญาอภิกุล ขอผู้รับรองค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ๓ ท่านครับ🔗

นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๓ ท่าน ดังนี้ ๑. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ๒. ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ๓. นายเกียรติ สิทธีอมร ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ🔗

นายอนุรักษ์ จุรีมาศ ร้อยเอ็ด

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม อนุรักษ์ จุรีมาศ ร้อยเอ็ด เขต ๑ ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาขอเสนอ นายสรชัด สุจิตต์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปเชิญตัวแทนพรรคเสรีรวมไทยครับ🔗

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย พรรคเสรีรวมไทยขอเสนอสัดส่วนของพรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน ขอเสนอ พลตำรวจโท ชัยวัฒน์ ฉันทวรลักษณ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเป็นพรรคประชาชาติ ๑ ท่านครับ🔗

นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ปัตตานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ พรรคประชาชาติ จังหวัดปัตตานี ขอเสนอคณะกรรมาธิการ วิสามัญในสัดส่วนของพรรคประชาชาติ ๑ ท่าน คือ พันตำรวจเอก สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเชิญเลขาธิการอ่านรายชื่อกรรมาธิการ เชิญครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาผลกระทบ กรณีการควบรวมกิจการโทรคมนาคมระหว่างทรูกับดีแทค และการค้าปลีก ค้าส่ง จำนวน ๒๕ ท่าน ๑. นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ๒. นายสุทิน คลังแสง ๓. นายพิชัย นริพทะพันธุ์ ๔. นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ๕. นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ๖. นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ๗. นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ ๘. นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ ๙. นายต่อศักดิ์ อัศวเหม ๑๐. นายพิเชษฐ สถิรชวาล ๑๑. นายเทอดพงษ์ หงษ์หิรัญเรือง ๑๒. นายระวี มาศฉมาดล ๑๓. นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ ๑๔. นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ๑๕. พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ๑๖. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ๑๗. นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ๑๘. พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ๑๙. ผู้ช่วยศาสตราจารย์พรเทพ เบญญาอภิกุล ๒๐. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ๒๑. ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ๒๒. นายเกียรติ สิทธีอมร ๒๓. นายสรชัด สุจิตต์ ๒๔. พลตำรวจโท ชัยวัฒน์ ฉันทวรลักษณ์ และ ๒๕. พันตำรวจเอก สุชาติ วงศ์อนันต์ชัย🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปขอเชิญ กำหนดระยะเวลาในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ฉะเชิงเทรา ขอเสนอระยะเวลาพิจารณา ๙๐ วันครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีท่านผู้ใดเสนอ เป็นอื่นไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าไม่มี ท่านผู้ใดเสนอเป็นอื่นก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา เรื่องนี้เป็นกำหนดระยะเวลา ๙๐ วัน ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าจบการพิจารณา🔗

ต่อไประเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗

๒.๑ รับทราบการพิจารณารายงานของวุฒิสภา ด้วยสำนักงานเลขาธิการ วุฒิสภา ได้มีหนังสือแจ้งว่า ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๘ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันอังคารที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ที่ประชุมได้พิจารณารับทราบรายงานของผู้สอบบัญชี และงบการเงินสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๐ และปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๑ และรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สิน สำหรับปี ๒๕๖๐ และปี ๒๕๖๑ ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม แห่งชาติ และในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๙ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันอังคารที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๔🔗

ที่ประชุมได้ พิจารณารับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินของกองทุนเพื่อความปลอดภัยในการ ใช้รถใช้ถนน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๒ แล้ว จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมได้ทราบ🔗

ระเบียบวาระ ๒.๒ รับทราบรายงานประจำปีกองทุนประชารัฐสวัสดิการ เพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ เนื่องจากมีเรื่องตาม🔗

ระเบียบวาระที่ ๒.๓ คือ รับทราบรายงานประจำปีกองทุนประชารัฐ สวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓🔗

ซึ่งเสนอมา จากหน่วยงานเดียวกัน เพียงแต่ต่างรอบปีงบประมาณ ผมเห็นว่าน่าจะนำมาพิจารณา รับทราบไปในคราวเดียวกัน จะมีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าไม่มี ผมขอดำเนินการตามนี้นะครับ🔗

ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาและให้นำรายงานประจำปี กองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ กลับไปปรับปรุงให้มีความสมบูรณ์ เพื่อเสนอให้สภาผู้แทนราษฎรรับทราบอีกครั้งหนึ่งนั้น เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๔ รับทราบรายงานประจำปีกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ และประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ตามที่ คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมเสนอ และให้เสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบตามมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติการจัดประชารัฐสวัสดิการ เพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม พ.ศ. ๒๕๖๒ รายละเอียดของรายงานทั้ง ๒ เล่มดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ ท่านสมาชิกมีประเด็นปัญหาติดใจที่จะซักถาม หรือไม่ครับ ได้มีท่านสมาชิกมีความประสงค์ที่จะอภิปรายแสดงความคิดเห็น🔗

ในการนี้ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าร่วมชี้แจง ข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ ขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจง ในที่ประชุม ๑. นายธีรัชย์ อัตนวานิช รองปลัดกระทรวงการคลัง ๒. นางสาวกาญจนา ตั้งปกรณ์ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายภาษี สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ๓. นางสาวทิวาพร ผาสุข ผู้อำนวยการกองบริหารการรับจ่ายเงินภาครัฐ กรมบัญชีกลาง ๔. นางอรวรรณ อนันตพงษ์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านวิเคราะห์การคลัง กรมบัญชีกลาง เชิญท่านที่มาชี้แจงนั่งประจำที่เลย นะครับ🔗

ต่อไปขอเชิญท่านสมาชิกที่ยื่นความจำนงจะขออภิปราย ตอนนี้มี ๓ ท่าน ๑. ท่านวิรัตน์ วรศสิริน ๒. ท่านอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ๓. พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ๔. ท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม เชิญท่านวิรัตน์ครับ🔗

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบขอบพระคุณท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ก่อนอื่นขอขอบคุณสำหรับรายงาน กองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมประจำปี ๒๕๖๓ และปี ๒๕๖๒ ที่เข้ามาด้วยนะครับ รายงานของปี ๒๕๖๒ เคยได้มีสมาชิกหลายท่านแสดงความกังวล ต่อกรณีที่ สตง. มีความเห็นอย่างมีเงื่อนไขไว้ในสภานี้นะครับ โดย สตง. มีความเห็นว่า ไม่สามารถแสดงความเห็นเนื่องจากไม่สามารถหาหลักฐานการสอบบัญชีได้นะครับ ท่านประธานครับ ในรายงานปีนี้ ๒๕๖๓ หน้า ๔๑ ก็มีรายงานของ สตง. ในเรื่องนี้ครับว่า ขออนุญาตอ่านให้ท่านประธานฟังนะครับ ตามหมายเหตุประกอบงบการเงิน ข้อ ๙ ค่าใช้จ่ายจากการอุดหนุนสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๒ จำนวนเงิน ๙๓,๑๕๕,๙๒๑,๖๓๙.๑๐ บาท ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายที่ยังไม่ได้รับ การตรวจสอบข้อมูลการจ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน เนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงฐานข้อมูลเกี่ยวกับผู้ผ่านหลักเกณฑ์และมีสิทธิได้รับ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐครับท่านประธาน เข้าฐานข้อมูลไม่ได้ท่านประธาน อย่างนี้เรียกว่าไม่โปร่งใส ตรวจสอบไม่ได้ครับท่านประธาน เรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ากังวล น่ากังขา เกี่ยวกับผู้ถือบัตรสวัสดิการ ๑๔.๖ ล้านคนนะครับ กระผมขอกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านรองปลัดนะครับ ข้อมูล ๑๔.๖ ล้านคนนี้ ต้องเป็นข้อมูลที่โปร่งใส ต้องเป็นข้อมูลสาธารณะที่ตรวจสอบได้ ผมจะขอให้ท่านรองปลัด ทางกองทุนจัดทำเว็บไซต์ (Website) เครื่องมือทางอิเล็กทรอนิกส์ให้ประชาชนทั่วไปสามารถ เข้าไปตรวจสอบรายละเอียดของผู้ที่ได้รับสิทธิให้ตรวจสอบได้ อันจะเป็นประโยชน์ ต่องบประมาณแผ่นดิน ผมเชื่อว่าทำง่าย ๆ ทำไม่ยากครับ ทำได้อยู่แล้ว ยกเว้นว่าท่านจะไม่ทำ ท่านจะปิดบังเท่านั้นเองไม่ให้ตรวจสอบ ขอให้ไปจัดทำนะครับ ท่านประธานครับ เงื่อนไข ในการได้รับบัตรสวัสดิการมีข้อน่ากังวลกังขามากมายนะครับ ท่านกำหนดให้ต้องเป็นผู้ที่มี รายได้ไม่น้อยกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาทต่อปี ก็คือวันละ ๒๗๐ บาทโดยประมาณ น้อยกว่าค่าแรง ขั้นต ่า นั่นก็หมายความว่าคนที่เข้าเกณฑ์ทั้งหมดนี้คือคนที่อยู่นอกระบบภาษี ท่านประธานครับ ปัจจุบันมีผู้อยู่ในระบบภาษี ๑๑ ล้านคน ส่วนประชากรที่มีอายุตั้งแต่ ๑๘ ปีขึ้นไปมีทั้งหมด ๕๐ ล้านคน เพราะฉะนั้นจะมีคนที่มีรายได้ตามเกณฑ์ของท่าน ๑๐๐,๐๐๐ อยู่ ๓๙ ล้านคน ใน ๓๙ ล้านคนนี้มีทั้งยากจนต้องช่วยเหลือ มีทั้งไม่ได้ร ่ารวยแต่ไม่ต้องการความช่วยเหลือ มีทั้งไม่ได้เดือดร้อน และไม่จำเป็นต้องช่วยเหลือ อย่างคนขับรถท่านรัฐมนตรีหรือว่าคนขับรถ ท่านรองปลัด ผมเชื่อว่าก็อยู่นอกระบบภาษีทั้งนั้นละ อยู่ในนี้ด้วยนะครับ ทั้งหมดต่าง ๆ นานา ท่านได้ตรวจสอบแยกแยะเพื่อประโยชน์เงินแห่งแผ่นดินหรือไม่ หรือว่าคิดแต่ว่า แจก ๆ แจก ๆ แล้วปล้นที่สื่อเขาวิจารณ์กันอยู่ เสียหายมากนะครับ แจกจนถังแตกไม่มีเงิน ทำอย่างไร ออกนโยบายขายที่ดินให้ต่างชาติ คนต่อต้านขายไม่ได้ครับ ก็คิดจะขึ้นภาษี ภาษี บุหรี่ขึ้น ภาษีน ้ามันจะลงก็ลงไม่ได้ ลงไม่ได้เพราะอะไร ไม่มีเงิน จำเป็นต้องใช้เงิน ภาษีแวต (VAT) ก็ฮึ่ม ๆ ฮึ่มจะขึ้นอยู่นี่ ถังแตกเงินหมดก็กู้ กู้มาก็แจกหมุนเวียนกันเป็นลูกโซ่อยู่อย่างนี้ เสียหายต่อระบบการคลังของประเทศระยะยาวหรือไม่ เสียหายครับ ท่านประธานครับ ใน หน้า ๑๒ ของรายงานปี ๒๕๖๓ ได้พูดถึงที่มาของกองทุนนี้ว่าวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๕๙ รัฐบาล คสช. ขณะนั้นมีมติรับทราบลงทะเบียนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เรียกง่าย ๆ ว่า บัตรคนจนในขณะนั้น ต่อมาปี ๒๕๖๑ ก็เปลี่ยนชื่อจากโครงการสวัสดิการแห่งรัฐ มาเป็น โครงการประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม นี่ตามรายงานท่านนะครับ แต่พอใกล้ เลือกตั้ง วันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๒ ก็เปลี่ยนชื่อมาเป็นกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจ ฐานรากและสังคม เติมคำว่า สวัสดิการ ลงไปเรียกว่าบัตรคนจน เปลี่ยนมาเป็นบัตรประชารัฐ ท่านประธานที่เคารพ เนื้อหาในรายงานผมมีปัญหา ผมมีปัญหาเรื่องชื่อกองทุนนี่ละ ชาวบ้าน เขาเข้าใจว่าโครงการนี้เป็นโครงการของพรรคพลังประชารัฐ บางคนก็เรียกว่า บัตรของ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานคงจำได้เคยมีผู้สมัคร ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ ใส่เสื้อพรรค ถือป้าย ถือรูป ถ่ายรูปแจกบัตรรับสมัครสมาชิกพรรคกับชาวบ้าน คำว่าประชารัฐ มาจากเนื้อเพลง เพลงชาติประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย เป็นประชารัฐไผทของไทย ทุกส่วน ท่านประธานครับ ไผทของไทยทุกส่วนเป็นในเนื้อเพลง แต่ในทางการเมืองไม่ได้เป็น ของคนไทยทุกส่วน ในแผ่นดินนี้เท่าเทียมกัน ผมเสนอเปลี่ยนชื่อกองทุนครับท่านประธาน เปลี่ยนเสียใหม่เป็น กองทุนเพื่อไทยเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม หรือว่าเสรีรวมไทย ก็ได้ผมว่าก็เพราะดี หรือว่าพรรคท่านประธานก็ได้ พลังภูมิใจไทยเพื่อเศรษฐกิจฐานราก และสังคม สลับหมุนเวียนเปลี่ยนกันไปทุกพรรคให้ครบ ท่านประธานครับ ผมเสนอก็เพื่อ จะไม่ให้ถูกกล่าวหาว่ากองทุนนี้นำเงิน ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทไปหาเสียงเพื่อใช้ในการ ซื้อเสียง รัฐบาล คสช. ได้ตั้งชื่อทุนนี้เหมือนชื่อพรรคการเมืองถือว่าเป็นความจงใจไม่สุจริต ไม่มีพรรคการเมืองไหนเขาเอาเงิน ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทไปหาเสียงฟรี ๆ อย่างนี้ได้หรอก ท่านประธานไม่มี ส่วนตัวผมเชื่อว่านี่เป็นความทุจริตอย่างร้ายแรงเอาเปรียบพรรคการเมือง อื่นเขา และยังละเมิดพระราชบัญญัติการเงิน การคลัง มาตรา ๙ อ่านให้ท่านประธานฟังนะครับ คณะรัฐมนตรีต้องไม่บริหารราชการ โดยมุ่งสร้างความนิยมทางการเมืองที่อาจก่อให้เกิด ความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและประชาชนได้ในระยะยาว กฎหมายเขียนอย่างนี้ พลังประชารัฐกับประชารัฐ ๒ คำนี้ มุ่งสร้างความนิยมหรือไม่ แจก ๆ แจก ๆ แล้วกู้ ท่านประธานขอนิดเดียวจะจบแล้วครับ ก่อนจะจบขอกราบเรียน ท่านประธานว่าการออกนโยบายแฝงด้วยประโยชน์ส่วนตนของหัวหน้า คสช. เพื่อเอาเปรียบ คนอื่นเป็นเรื่องน่าละอาย ไม่ใช่วิสัยของชายชาติทหาร ทั้งยังเป็นการทุจริตต่อเชิงนโยบาย อีกด้วยนะครับ ท่านประธานครับ พรรคเสรีรวมไทยอาจจำเป็นต้องนำเรื่องเข้าสู่ศาลอาญา ทุจริตในการเลือกตั้งครั้งหน้า จึงกราบเรียนมายังท่านผู้มาชี้แจงท่านรองปลัด ด้วยความเคารพ กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเช่นคุณอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล และตามด้วยท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม นะครับ🔗

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลจากนครปฐม ขอบคุณที่ท่านประธานให้โอกาสดิฉันได้อภิปรายรายงานประจำปีกองทุนประชารัฐสวัสดิการ อันนี้ค่ะ เรื่องชื่อกองทุนคงไม่ต้องพูดแล้วนะคะ มีเพื่อนสมาชิกพูดกันไปตั้งแต่ปีที่แล้ว จนถึงตอนนี้ ว่าตั้งแต่การตั้งชื่อก็ไม่ได้มีความชอบธรรม แล้วก็ไม่ได้เป็นแฟร์เกม (Fair Game) ให้กับพรรคการเมืองอื่น ๆ อันนี้ไม่ต้องพูดแล้วนะคะ ดิฉันเผอิญเปิดไปก่อนจะไปถึงเนื้อหา ดิฉันเปิดไปที่หน้า ๓๓ ของรายงานปี ๒๕๖๓ ดิฉันได้พบข้อความสถิติว่า ผลการวิเคราะห์ สถานการณ์ความยากจนของประเทศไทยของปี ๒๕๖๒ จำนวนคนยากจนต ่าที่สุดในรอบ ๓๐ ปีตั้งแต่มีการเก็บตัวเลขมา ดิฉันจะถามว่ามันเป็นไปได้อย่างไรคะ เขาบอกว่าปี ๒๕๖๒ ตัวเลขคนยากจนลดลงถึง ๓๕.๓ เปอร์เซ็นต์ คือจาก ๖.๗ ล้านเหลือเพียง ๔.๓ ล้านคนเท่านั้น ท่านประธานคะ มันสวนทางกับความรู้สึกของคนทั่วประเทศค่ะ สถิติคนฆ่าตัวตายรายวัน สำรวจโดยองค์การอนามัยโลก ประเทศไทยมีสถิติคนฆ่าตัวตายในปีเดียวกันกับที่ท่านบอกว่า ตัวเลขคนยากจนลดลง มีอัตราการฆ่าตัวตายปี ๒๕๖๒ สูงเป็นอันดับ ๒ ของอาเซียน ส่วน ตัวเลขสาธารณสุขบอกว่ามีอัตราการฆ่าตัวตายของคนไทยสูงเป็นอันดับ ๓ ของโลก ในปีเดียวกัน รวมทั้งศูนย์ป้องกันการฆ่าตัวตายแห่งชาติบอกว่า แนวโน้มมีสถิติสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทุกปี อันนี้ได้จากฐานข้อมูลที่มีคุณภาพสูงด้วยค่ะ เพราะฉะนั้นเราน่าจะอยู่ในโลกคู่ขนาน กับผู้ที่จัดทำรายงานค่ะ ข่าวรายวันเห็นไหมคะท่านประธาน นักร้องโดดตึก นักธุรกิจจุดไฟ เผาตัวเอง ลุงคนขับแท็กซี่อายุ ๖๓ เขียนจดหมายข้อความสุดท้ายว่า ผมสู้ชีวิตไม่ไหวแล้ว ให้เจ้าของรถแท็กซี่มารับรถที่กลางสะพานพระราม ๗ เป็นข้อความสุดท้ายก่อนจะโดดลงไป ที่แม่น ้าเจ้าพระยาเสียชีวิต ท่านประธานคะ รายงาน ๒ ฉบับนี้ คือรายงานกองทุน ประชารัฐสวัสดิการ ฉบับที่แล้วประจำปี ๒๕๖๒ ถูกตีตกไป ปีที่แล้วรัฐสภาแห่งนี้ไม่รับ รายงานปี ๒๕๖๒ เพราะมีความบกพร่องอยู่หลายจุด ไม่มีความสมบูรณ์ของรายงาน แต่ที่สำคัญที่สุดคือสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินที่เป็นผู้สอบบัญชีของรัฐให้ความเห็นไว้ ในรายงานทางการเงินว่า ไม่แสดงความคิดเห็น ดิฉันเป็นนักบัญชีค่ะท่านประธาน มันร้ายแรง มากนะคะ การที่ สตง. ลงในรายงานบรรทัดแรกว่า ขอไม่แสดงความคิดเห็น นั่นเพราะอะไร เพราะว่าเงิน ๙๓,๑๕๕ ล้านบาท ที่จ่ายไปในปี ๒๕๖๒ นั้น สตง. ผู้ตรวจสอบไม่สามารถ เข้าถึงข้อมูลได้ว่าเงินนั้นไปถึงชาวบ้านจริงหรือไม่ หรือมันไปสะดุดอยู่ที่ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน หรือว่าร้านค้าเบิก ๕๐๐ บาท ไปรูดเอาเงินสดไป ๔๕๐ โดนร้านค้ากินหัวคิวไป ๕๐ บาท โดยไม่ได้ซื้อสินค้าจริง ไม่สามารถตรวจสอบได้เพราะว่าคณะกรรมการกองทุนไม่ได้ให้ หลักฐานข้อมูลพื้นฐานของคนที่ไปรับเงิน ๙๓,๑๕๕ ล้านบาทนี้กับผู้ตรวจบัญชี คือสำนักงาน ตรวจเงินแผ่นดินค่ะท่านประธาน และในเมื่อสภาแห่งนี้ได้ตีตกไปแล้วเอากลับมาเหมือนเดิม ทุกประการค่ะ เปลี่ยนแค่หน้าปก ไม่ได้มีการแก้ไข ไม่ได้มีการปรับปรุงอะไรเลยเหมือนเดิม ทุกอย่างค่ะ จนกระทั่งเป็นเหตุให้การรับรองของ สตง. ในปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๒ คือเหมือนเดิมไม่ได้แก้ไข ทั้ง ๆ ที่ท่านจะต้องแก้ไขได้ เมื่อแก้ไขแล้ว สตง. มีสิทธิที่จะเปลี่ยนความคิดเห็นเป็นเชื่อถือ รายงานทางการเงินของท่านได้ พอมาปี ๒๕๖๓ เหมือนเดิมค่ะ เพราะมันติดกระดุมเม็ดแรกผิด พอปี ๒๕๖๒ บอกว่าไม่สามารถแสดงความคิดเห็นได้ พอมาปี ๒๕๖๓ บอกว่าแสดง ความคิดเห็นอย่างมีเงื่อนไขค่ะ มันก็มีปัญหาเหมือนกันทั้ง ๒ ปี เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่า ไม่สามารถจะรับรายงานทั้ง ๒ ฉบับนี้ได้นะคะ มีเงื่อนไขเพราะอะไร เพราะว่าคุณไม่ได้แก้ไข ให้ถูกต้อง แล้วการชี้แจงเมื่อรอบที่แล้วอ้างว่าไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ เพราะเป็นข้อมูลที่เป็นความลับ แต่ไม่จริงค่ะท่านประธาน ดิฉันไปค้นมาแล้ว มีพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน มาตรา ๙๓ ระบุไว้ว่าให้อำนาจ สตง. สามารถเข้าถึงข้อมูลทุกอย่างได้ และยังมีกรอบจริยธรรมของ สตง. ที่กำกับดูแลอยู่แล้ว คณะกรรมการกองทุนไม่ต้องไปห่วง สตง. เขานะคะ เขามีกฎหมายของเขา เขามีจริยธรรม กำกับของเขา ท่านมีหน้าที่จะต้องคายข้อมูลออกมาให้หมดว่า มันมีลับลมคมในอย่างไร แล้วดิฉันก็ยังได้ทราบข้อมูลลึก ๆ จาก สตง. อีกด้วยนะคะ ว่ามีการเข้าบัญชีให้กับคน ที่เสียชีวิตไปแล้วจำนวนหลายราย แต่เนื่องจากติดโควิด (COVID) เลยไม่มีการตรวจ ภาคสนามที่มีปริมาณเพียงพอที่จะเอามากล่าวไว้ในรายงานได้ แต่มีจริง ๆ ค่ะท่านประธาน เงินยังเข้าในบัญชีของผู้เสียชีวิตไปแล้วเป็นจำนวนมาก🔗

ประเด็นที่ ๒ กองทุนนี้ดิฉันไม่ทราบว่ามีวาระซ่อนเร้นอะไรบ้าง เพราะว่า ส่งหลักฐานข้อมูลที่จำเป็นเพื่อการตรวจสอบให้ สตง. ล่าช้ามาก คือส่งก่อนที่กฎหมาย กำหนดเพียง ๑-๒ วันเท่านั้น ท่านประธานทราบไหมคะ พ.ร.ป. ของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน กำหนดว่าจะต้องตรวจสอบให้เสร็จภายใน ๑๘๐ วัน หลังจากปิดบัญชีสิ้นเดือนกันยายน คือวันที่ ๓๐ กันยายน ๑๘๐ วัน ก็จะไปจบวันที่ ๓๑ มีนาคม แต่กองทุนประชารัฐนี้ส่งหลักฐาน ให้ สตง. ในวันที่ ๒๘ กับวันที่ ๒๙ มีนาคม มีเวลาเพียง ๒ วัน ท่านจะให้ตรวจทิพย์หรือคะ จะให้เขาตรวจอย่างไร ๒ วัน กับเงินกองทุนระดับ ๙๓,๑๕๕ ล้านบาท กับปี ๒๕๖๓ อีก ๔๗,๐๐๐ กว่าล้านบาท ดิฉันถามว่ามันมีอะไรซ่อนเร้นหรือเปล่าคะ ถึงได้ส่งกันล่าช้า ประวิงเวลาขนาดนี้🔗

สุดท้ายที่ดิฉันกังวล ดิฉันได้ทราบวงในมาว่ามีความพยายามอย่างยิ่งยวด ที่ปีต่อ ๆ ไปจะไม่ให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ไม่ให้ สตง. เป็นผู้ตรวจบัญชีของกองทุน ประชารัฐสวัสดิการอีกแล้วค่ะ เพราะว่ามีมาตรฐานการตรวจที่ดีเกินไปหรือเปล่าคะ แม้กระทั่งมีกฎหมายรองรับให้เข้าถึงข้อมูล สตง. ยังไม่สามารถเซ็นรับรองงบการเงินทั้ง ๒ ปีได้ ถ้าท่านไปให้เอกชนตรวจแล้วมันจะไปได้อะไรขึ้นมา มันจะมีมรรคมีผลอะไรเข้ามา ดิฉันกังวลตรงนี้มากค่ะ มันมีอะไรหมกเม็ดถึงจะต้องเปลี่ยนไปให้เอกชนตรวจ อันนี้ดิฉัน ก็ต้องขอฝากไว้ด้วย ดิฉันไม่สามารถรับรายงานที่มีพิรุธนี้ได้ค่ะ มันพิรุธตั้งแต่ตั้งชื่อแล้วค่ะ ท่านประธาน และไม่สามารถที่จะตรวจสอบได้ ขอบคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ตามด้วยท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เชิญครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในเรื่องของการช่วยเหลือดูแลคนยากจนในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ได้มีข้อขัดข้องนะครับ เราอยากที่จะให้การกระจายรายได้ดีกว่านี้ อยากที่จะให้คนยาก คนจนได้รับการดูแลนะครับ เพราะฉะนั้นการที่จะมีการใช้เงินเพื่อจะลงไปสู่คนระดับรากหญ้า เป็นนโยบายที่เราก็ให้การสนับสนุนอยู่แล้วนะครับ เพียงแต่ว่าวิธีการดำเนินงานของระบบ การคลังบ้านเราต้องมีความโปร่งใสชัดเจนกว่านี้ อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไป กระผม จะไม่ไปพูดซ ้านะครับ แต่ว่าในการแสดงงบหรือเรื่องของการรายงานประจำปี ข้อมูลอีกหลายประการไม่ได้มีการ เปิดเผยให้ชัดเจน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของแหล่งเงิน เราเห็นแต่เรื่องของรายจ่าย เรื่องของการใช้จ่ายต่าง ๆ ซึ่งก็เป็นข้อมูลที่มีปรากฏอยู่ทั่วไปอยู่แล้วนะครับ แต่ว่าแหล่งเงิน ว่ามาจากที่ไหน มาจากแหล่งใด ไม่ว่าจะเป็นในปี ๒๕๖๑ หรือปี ๒๕๖๒ หรือปี ๒๕๖๓ ก็ตาม ก็ไม่ได้มีปรากฏให้เห็น เหมือนกับว่าเงินเหล่านี้ท่านมาจากการที่อยู่ ๆ ก็มีขึ้นมา ใช้คำว่ารายได้จากการอุดหนุน ไม่แน่ใจว่าอุดหนุนนี่ใครอุดหนุน จะมาจากงบประมาณ ภาษีอากรของพวกเรา หรือว่าจะมาจากการไปกู้ยืมเงินจากที่ใด ผมคิดว่ารายงานอย่างนี้ ผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับเรื่องนี้ควรต้องมีความชัดเจนครับ แล้วก็อย่างน้อยเรื่องของการระบุ แหล่งเงินว่าเป็นเงินกู้หรือเงินงบประมาณก็ควรต้องระบุเงื่อนไขต่าง ๆ ให้ชัดเจนด้วย เช่น เงินกู้ก็ดอกเบี้ยเท่าไร อย่างนี้เป็นต้น จะชดใช้เมื่อไร เพราะว่าแต่ละปี ๆ ที่เราจ่ายไปนะครับ จะเป็น ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ตาม สุดท้ายหนีไม่พ้นครับ ประชาชน ทั้งประเทศต้องมารับภาระในการใช้จ่าย โดยเฉพาะคนรุ่นหลัง เพราะฉะนั้นผู้ที่ทำรายงาน อย่างนี้ควรจะต้องมีความโปร่งใสชัดเจน นอกเหนือจากเรื่องของบัญชีที่ท่านสมาชิกได้ อภิปรายไปแล้ว ผมก็เสียดายครับว่าจริง ๆ งานรายงานแบบนี้คนของกระทรวงการคลังน่าจะ มีฝีมือที่ดีกว่านี้ ไม่ควรจะเกิดข้อผิดพลาดที่จะให้เราพบได้ในรายงานนะครับ ตัวอย่างเช่น งบการเงินของท่าน ในงบของปี ๒๕๖๒ ในหน้า ๔๙ เป็นการรายงานเกี่ยวกับผลการ ดำเนินงานทางการเงินสิ้นสุดวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๒ ท่านแสดงปี ๒๕๖๒ ๒ ปี ท่านลอง เปิดดูนะครับ ปี ๒๕๖๒ ที่อยู่ซ้ายมือก็ ๘๗,๙๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๖๒ ขวามือก็ ๖๒,๖๐๐ ล้านบาทเศษ ก็แน่นอนครับเป็นความผิดพลาดของตัวเลขเรื่องของปี เรื่องอย่างนี้เป็นเรื่อง ร้ายแรงนะครับ คนที่ทำตัวเลขไม่ควรจะปล่อยให้เกิดขึ้น อันนี้เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นลายเซ็น ของผู้บริหารระดับสูง ก็คือผู้อำนวยการส่วนบริหารการคลัง และรองปลัดกระทรวงการคลัง เซ็นออกมา เหมือนกับว่าท่านเซ็นโดยที่ไม่ได้ดูตัวเลข เพราะว่าตัวเลขนี้มันอยู่ข้างบนอยู่บน หัวของกระดาษ เพราะฉะนั้นก็ขอฝากไว้นะครับว่าในการเสนอรายงานอย่างนี้ครับ ขอให้มี ความระมัดระวังตรวจสอบความถูกต้อง นอกเหนือจากประเด็นที่ผู้สอบบัญชีท้วงติง เรื่องงานของการทำบัญชีเหล่านี้ไม่ใช่งาน สตง. เป็นงานของกระทรวง ถึงได้มีลายเซ็นของ ทั้งรองปลัดและผู้อำนวยการบริหารการคลังอยู่ในตรงงบนะครับ สตง. รับผิดชอบเฉพาะแต่ รายงานของผู้สอบบัญชี ๓ หน้าแรกเท่านั้น เพราะฉะนั้นอันนี้ขอฝากเป็นประเด็นไว้ครับ ผมขอฝากประเด็นสั้น ๆ นะครับว่า เรื่องโครงการนี้จะมีผลต่อภาระการคลังต่อไป สิ่งที่ท่าน ควรจะต้องดูแลต่อคือให้มีการประเมินครับว่าแล้วต่อไปจะต้องมีการใช้จ่ายอีกเท่าไร ปีละเท่าไร เป็นภาระต่อระบบการคลังอีกสักแค่ไหน สิ่งที่เราเป็นห่วงคืองบประมาณ ณ วันนี้ อย่างที่เราเคยคุยกันกำลังมีวิกฤติ งบลงทุนก็มีไม่เพียงพอ ทางสำนักงบประมาณจะทำผิด กฎหมาย พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ เพราะว่าไม่สามารถตั้งงบรายจ่ายลงทุนได้ตามที่กำหนด ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่าถูกงบประจำต่าง ๆ กินเข้าไป สิ่งที่เราสงสัยทุกวันนี้ก็คือท่านกำลัง เอาแหล่งเงินอื่นก็คือเงินกู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกู้จากธนาคารของรัฐมาใช้ ซึ่งการกู้เงินมันจะ มีภาระดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น อันนี้คือสิ่งที่เราต้องการความชัดเจนครับ เพราะฉะนั้นช่วยกันครับว่า อย่าให้ระบบการคลังเราเสียหาย โดยท่านจะต้องมีการประเมินครับว่า สุดท้ายแล้วในการดำเนินโครงการแบบนี้เราต้องใช้จ่ายไปอีกสักเท่าไรนะครับ มันควรต้องมีจุด ที่เหมือนกับว่าเป็นจุดหักเหครับว่ามันควรต้องไม่เกินเท่านั้นเท่านี้ มิเช่นนั้นแล้วนี้กฎหมาย การคลัง เรื่องของวินัยการคลังที่เราพยายามปลุกปั้นมาก็ไม่เกิดผล อันนี้ก็อยากจะขอฝาก เป็นประเด็นไว้นะครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องสุดท้ายที่จะขอเรียนครับ จริง ๆ งานอย่างนี้น่าจะเป็นงานของ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์มากกว่า ในการไปช่วยเหลือดูแลคนจน ในการที่จะไปดูว่าระบบต่าง ๆ ที่เราจัดอยู่นี้เข้าถึงคนที่เขามีความเดือดร้อนจริงหรือไม่ คนของกระทรวงการคลังควรจะดูเรื่องของระบบการคลัง ดูเรื่องของการจัด พูดง่าย ๆ ถ้าอยู่ในบริษัทก็เหมือนกับเป็นแคชเชียร์ (Cashier) คือเป็นคนจ่ายเงิน เป็นคนดูเรื่องเงิน แต่ในเรื่องที่จะเอาเงินไปไว้ที่ไหน เป็นเงินไปสู่จุดไหนควรจะเป็นงานของกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งสมัยก่อนก็คือกรมประชาสงเคราะห์ที่จะรู้ว่าประชาชนตรงไหน เดือดร้อนหรือไม่เดือดร้อน ผมก็ขออนุญาตฝากนะครับว่าคนกระทรวงการคลังช่วยระมัดระวัง เรื่องนี้ครับ จริง ๆ เมื่อหลายปีก่อนผมก็เคยไปที่กระทรวงการคลังเตือนเรื่องนี้ ถึงได้มีกฎหมาย ฉบับนี้ออกมา มิฉะนั้นท่านจ่ายเงินไปโดยไม่มีกฎหมายรองรับนี้ก็เป็นความเสี่ยงอย่างสูงนะครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไป พลตำรวจตรี สุพิศาล ตามด้วยท่านนพดล แก้วสุพัฒน์ เชิญครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ขอดูรายงาน ๒ รายงานนะครับ รายงานประจำปีของกองทุนประชารัฐสวัสดิการ เพื่อเศรษฐกิจฐานรากสังคม งบประมาณปี ๒๕๖๒ กับปี ๒๕๖๓ ที่บวกมา ปี ๒๕๖๒ นี้ ถูกปฏิเสธไปเป็นปีที่แล้วนะครับ แล้วก็ผมเรียนนะครับ เจ้าหน้าที่ช่วยดูด้วยนะครับ จดไว้ด้วยนะครับ เอกสารในปี ๒๕๖๒ นี้ยังเขียนผิดเลยนะครับ โดยเฉพาะหน้า ๔๙ ที่เป็น หน้าแรกที่ได้รับงบประมาณของกองทุน โดยเฉพาะปี ๒๕๖๑ ไม่ใช่ปี ๒๕๖๒ ที่เขียนนี้ แถวแรกเลยนะครับ คอมแพร์ (Compare) ระหว่างปี ๒๕๖๑ กับปี ๒๕๖๒ แต่มีเลข ปี ๒๕๖๒ เหมือนกันที่ได้งบประมาณในปีแรก รายได้ คือ ๖๒,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ แล้วก็ปี ๒๕๖๒ ได้ ๘๗,๙๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๑ ไม่ใช่ปี ๒๕๖๒ ตัวเลขผิดนะครับ แล้วก็ ค่าใช้จ่ายนี้ที่ปรากฏว่าการใช้จ่ายของปี ๒๕๖๒ ผมเข้าใจว่า พ.ร.บ. เกี่ยวกับกองทุนนี้มันเพิ่ง ออกปี ๒๕๖๑ รัฐบาลชุดที่แล้วพยายามเขย่าออกมา แล้วก็เอามาเพื่อทำเป็นกองทุนประชารัฐ เพื่อแจกเงินคนจน แล้วก็มีค่าใช่จ่ายที่ปรากฏไว้ปีที่แล้วคือปี ๒๕๖๒ ที่มันเป็นปัญหาคือ ตรวจเงินแผ่นดินนี้ติดลบ ขาดทุน ๕,๒๕๕ ล้านบาทเศษ มันก็เคยเป็นปัญหาของการใช้จ่ายเงิน ในวงรอบของปี ๒๕๖๒ ที่ผ่านมานะครับ ฉะนั้นมาดูในปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๓ ที่เกี่ยวข้อง ที่ขยับดีขึ้นนะครับ ปี ๒๕๖๓ ซึ่งปรากฏว่าในเอกสารที่มีการใช้จ่ายเงินของกองทุนนั้นพบว่า ตลอดการใช้จ่ายเงินของกองทุนนี้ได้ขยับขึ้น แต่ปรากฏว่าได้ลดน้อยลงคือได้รับเงินอุดหนุน ของรายได้ ๔๐,๐๐๐ คือลดลงพูดง่าย ๆ จาก ๖๐,๐๐๐ ๘๐,๐๐๐ แล้วก็มา ๔๐,๐๐๐ แต่ก็ยัง ใช้จ่ายครับ ใช้จ่ายครับ ค่าใช้จ่าย รวมค่าใช้จ่ายแล้วปรากฏว่าตอนนี้ยังติดลบ ๖,๗๑๓ ล้านบาทเศษ ในบัญชีนะครับแสดงการติดลบ ฉะนั้นในการติดลบนี้มันก็แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพของ ค่าใช้จ่ายมันโอเวอร์ (Over) มันบวมออกไปชัดเจน แต่ยังหาที่มามันไม่ได้ นั่นคือประเด็น ปัญหาสำคัญ แต่กลับไปดูสินทรัพย์ครับ สินทรัพย์ก็หายไป เดิมมีสินทรัพย์อยู่ในปี ๒๕๖๒ นี้ ๑๔,๑๘๒ ล้านบาทเศษ ปัจจุบันเหลือสินทรัพย์ตามบัญชีสุทธิ ๗,๒๔๔ ล้านบาทเศษ หายไปเกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เดี๋ยวท่านชี้แจงหน่อยนะครับว่าอะไรมันหายไปอย่างไร คราวนี้มาดูในเอกสาร ที่สำคัญหน้านี้สีเหลือง ๆ ผมจะอภิปรายถึงหน้านี้ในตารางที่ ๕ ท่านดูตารางที่ ๕ มันเป็นตาราง แสดงจังหวัดที่ยากจนครับ ท่านเชื่อไหมจังหวัดที่ยากจนที่สุดของประเทศนะครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ แม่ฮ่องสอน แม่ฮ่องสอน แม่ฮ่องสอน แม่ฮ่องสอน ปัตตานี แม่ฮ่องสอน เห็นไหมครับ แล้วจังหวัดพวกนี้ ทำไมไม่ถูกแก้ไขปัญหา ท่านไปดูนะครับ ๑๐ จังหวัดที่จนที่สุดนะครับ ประเด็นปัญหาคือ ยังคงซ ้าซาก ๑๐ จังหวัดที่อยู่ในเขตเหนือ โดยประเด็นของมันคืออย่างนี้ครับท่านประธาน แนวทางของกองทุนต้องมาแก้ไขปัญหาของจังหวัดดังกล่าวนี้ให้มากที่สุด โดยเฉพาะตั้งแต่ ตอนนี้อันดับ ๑ คือปัตตานี นราธิวาส แม่ฮ่องสอน ตาก กาฬสินธุ์ สระแก้ว พัทลุง ชัยนาท อ่างทอง ระนอง นี่ครับ ๑๐ อันดับที่อยู่ในเส้นยากจน ท่านประธานครับ วันนี้ผมไปประชุมที่ สศช. ที่เรียกว่าสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เขามีที่เรียกว่าทีพีแมป (TPMAP) ทีพีแมป (TPMAP) นี่เป็นระบบบริหารข้อมูลการพัฒนาคนแบบชี้เป้า ภาษาอังกฤษ ไทย แลนด์ พีเพิล แมป แอนด์ อนาไลซิส แพล็ตฟอร์ม (Thailand People Map and Analysis Platform) นี่คือตัวเครื่องมือ เรียนเพื่อน ๆ ส.ส. ทุกท่านครับ เข้าไปดูได้ อันนี้จะเป็น เครื่องมือสมัยใหม่ที่เราจะสามารถค้นหาคนจนได้ครับ เขาโชว์ให้เห็นเลยครับว่ามีคนจนอยู่ ๙๐๐,๐๐๐ กว่าครัวเรือนในนั้น ก็ประมาณ ๑๔ ล้านเศษ ๆ นั่นคือคนที่เป็นผู้บริโภคของบัตร ทั้งหมดนี้ที่อยู่ในคอนโทรล (Control) ของเจ้าหน้าที่ของสำนักงานปลัดกระทรวงการคลังที่ จะต้องดูแล ซึ่งเป็นคนปล่อยเงิน ปล่อยเอกสารผ่านบัตรประชารัฐ แต่ประเด็นของผมมัน อย่างนี้ท่านประธานครับ คำถามคือคนจนอยู่ที่ไหน คนจนมีปัญหาอะไร การพัฒนาความ ยากจนจะทำอย่างไร ทั้ง ๓ คำถามนี้เป็นคำถามเด็ดอยู่ในเว็บไซต์ (Website) อยู่แล้ว ทีนี้ในนี้ ไม่ได้อิมพลีเมนท์ (Implement) ทั้ง ๓ เรื่องนี้เลยจากทีพีแมป (TPMAP) ต้องตอบปัญหา ให้ได้ครับ เมื่อท่านค้นหาด้วยเครื่องมือหรือประเด็นสำคัญของมันแล้ว ดังนั้นสิ่งที่ท่านจะล็อก เป้าไปถึง เขาเรียกล็อกเป้านะครับ ตอนนี้ครับ จะพลิกโฉมประเทศไทยต้องล็อกเป้าครับท่าน ประธานครับ สศช. ก็จะให้ความหมายว่าบัตรนี้สามารถจัดการและแก้ไขปัญหาความยากจน ได้อย่างตรงจุด ตรงเป้า และมีส่วนช่วยให้คนจนในจังหวัดมีปัญหาลดลง พูดง่าย ๆ แบบยั่งยืนครับท่านประธานครับ และวางแบบเป้าหมายอย่างไร เพราะฉะนั้นสิ่งที่สำนักงาน ปลัดจะทำต่อไป นี่เป็นคำถามผมว่ามาตรการอะไรครับ ที่จะสร้างความยั่งยืนให้คนจนพวกนี้ ใน ๑๐ จังหวัดนี้ ปีหน้าไม่มีแล้ว เงินที่เอาไป ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านทุกปีต้องแก้ไขปัญหา อย่างโปร่งใส อย่างเป็นธรรม และจะต้องใช้แมคคานิซึม (Mechanism) ในเครื่องมือสมัยใหม่ ที่เราเรียกว่าบิกดาตา (Big Data) คำนวณแล้วมาเปิดเผย แล้วให้เข้าหาเลข ๑๓ หลักของคนจน ทุกครอบครัวที่จ่ายเงินเข้าไปได้อย่างครบถ้วน ส.ส. เราจะได้เข้าไปดูในทีพีแมป (TPMAP) ว่าเขาได้รับเงินจริงหรือเปล่า โทรไปถามได้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญ ท่านนพดลครับ ตามด้วยท่านประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ🔗

นายนพดล แก้วสุพัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นพดล แก้วสุพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท ขออภิปรายรายงานประจำปีกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ซึ่งผมคิดว่าโครงการนี้ก็คงเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน และเป็นนโยบายที่พูดถึงปัญหา ความยากจนและความเหลื่อมล ้าอยู่กับประเทศไทยมาเป็นระยะเวลานาน และเป็นโครงการ ที่จะทำให้พี่น้องประชาชนได้เข้าถึงการช่วยเหลือของรัฐ จากที่มีผู้ยากจนและได้รับการดูแลไม่ทั่วถึงจำนวนมาก เพื่อแก้ปัญหาความยากจนและ ลดปัญหาความเหลื่อมล ้า จึงมีโครงการจัดสวัสดิการตลอดช่วงอายุชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย นี่เป็นนโยบายที่พูดถึงว่าเราไม่ได้ให้เป็นช่วงอายุต่าง ๆ ที่ผมสงสัยก็คืออยากจะตั้งเป็นคำถาม ว่าบุคคลที่ได้รับไม่ว่าจะเป็นเด็ก เป็นครอบครัว ด้านการศึกษา ด้านสุขภาพ คนพิการ ผู้ด้อยโอกาส ผู้สูงอายุ หรือคนพิการที่ได้บัตรหรือได้รับการช่วยเหลือตรงนี้ ก็อยากจะดูว่า ในส่วนตรงนี้เงินบางส่วน อย่างเช่น ผู้สูงอายุ คนพิการ ไปอยู่ในหมวดเงินอุดหนุนทั่วไป กำหนดวัตถุประสงค์ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้อย่างไร แล้วเวลาทำรายงานงบดุล บัญชีผมมองไม่เห็นว่าส่วนตรงนี้สรุปมาแบบไหน เพราะว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นฐานดาต้า (Data) ที่รวบรวมข้อมูลตรงนี้กับบุคคลที่ได้รับอีกส่วนหนึ่ง แล้วก็จะต้องเป็นผู้ จ่ายและรายงานด้วยระบบดิจิทัลด้วย และระบบไม่ใช่ดิจิทัล โดยที่ไม่ได้ผ่านบัญชีธนาคารก็มี นั่นก็คือประเด็นหนึ่งที่ทำบัญชีแบบไหนด้วยระบบการเงินกองทุนนี้🔗

อีกอันหนึ่งเป็นคำถามนะครับ คุณสมบัติของผู้ที่ได้รับตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๙ ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ อะไรนี้ ที่เมื่อสักครู่นี้ผมพูดถึงว่า ตลอดช่วงชีวิตตั้งแต่เกิดจนตาย อยากจะถามว่าเด็กอายุที่เกินชั้นประถมศึกษาอยู่ในระหว่าง มัธยมศึกษาจนถึงยังไม่ถึงอายุ ๑๘ ปี ทำไมถึงยังไม่ได้ เพราะเขาก็มีความเดือดร้อน ไม่ว่าจะ ในโรงเรียน ผมก็เคยถามเรื่องว่าค่าอาหารกลางวันจะคนละครึ่งอย่างไรเพื่อช่วยเหลือภาระ ของผู้ปกครอง เพราะว่าเด็กต ่ากว่ามัธยมศึกษาก็จะได้รับการดูแล ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่านม ส่วนอายุที่เกิน ๑๘ ปี ที่อยู่ในระดับมหาวิทยาลัยไปได้บัตรคนละครึ่ง บัตรต่าง ๆ ที่ช่วยเหลือ นี่ก็เป็นประเด็นหนึ่งที่ว่าเกณฑ์ตรงนี้กำหนดมาแล้วมีเหตุผลอย่างไรก็อยาก จะถาม เพราะว่าช่วงอายุตรงนั้นก็อยู่ในช่วงที่ตลอดช่วงชีวิตเหมือนกัน ส่วนในเรื่องของ ระยะเวลาข้างหน้าผมคิดว่าเป็นโครงการที่ดีจะมีความยั่งยืนอย่างไร และเหลือกี่หน่วยงาน หรือองค์กร หรือบุคลากร หรือช่วงของกลุ่มต่าง ๆ นี้จะได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาล แบบไหนที่จะยั่งยืน เพราะว่าส่วนหนึ่งเป็นเรื่องของการลดรายจ่าย ในเมื่อรายได้ไม่เพิ่ม เราช่วยประคอง แล้วการลดรายจ่ายในเรื่องของเครื่องอุปโภคบริโภค ซึ่งพี่น้องประชาชน ก็ยังต้องใช้เครื่องอุปโภคบริโภคที่ไปจัดซื้อด้วยภาษีตัวเดียวกันคือแว็ต (VAT) มูลค่าเพิ่ม ๗ เปอร์เซ็นต์เท่ากัน ตรงนี้จะมีหนทางลดได้อย่างไร ซึ่งผมคิดว่าส่วนหนึ่งที่มีเงินนอกงบประมาณ หรือรายได้จากส่วนราชการที่ไปก่อให้เกิดกำไรเอามาช่วยตรงนี้ได้หรือไม่ อย่างไรนะครับ นี่ก็คงจะเป็นเรื่องของเอามารวมเป็นกองทุน แล้วก็ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ก็ฝากถาม ผ่านท่านประธานไปยังผู้ที่รายงานตรงนี้ให้ช่วยตอบเป็นประเด็นที่สงสัยของผม ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านประเดิมชัย ตามด้วยพรรณสิริ กุลนาถศิริ ครับ🔗

นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดินแดง ห้วยขวาง พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตท่านประธานครับ เพื่อที่จะได้แสดงความติดเห็นต่อการรายงานของกองทุน ประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ในปี ๒๕๖๒ และปี ๒๕๖๓ ท่านประธานครับ ถ้าเราดูแต่เพียงผิวเผินจากภายนอก รูปเล่มที่จัดทำมารายงาน ต่อสภาแห่งนี้ ก็ต้องขอชื่นชม รูปเล่มทำอย่างสวยงาม น่าติดตาม น่าดู แต่ถ้าดูถึงสาระสำคัญ ของวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งกองทุนประชารัฐ สวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ท่านประธานครับ มันเป็นการชี้ให้เห็นถึงกระบวนการในเรื่องการที่จะไปช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนคนไทยด้วยกัน ผมพยายามที่จะได้ศึกษาที่มาที่ไปของกองทุนในโครงการนี้ ซึ่งมีการออกเป็นกฎหมายตั้งแต่รัฐบาลยุค คสช. ที่ออกมา เพื่อที่จะได้ช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชนคนยากคนจน แต่ด้วยสิ่งที่ผมคิดว่าอาจจะเป็นความไม่รอบคอบของการที่จะได้ ดูแลให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ถ้าโดยหลักการแล้วคนไทยทั้งประเทศจะต้อง ได้รับการดูแลจากรัฐบาลอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน แต่กองทุนนี้เลือกที่จะปฏิบัติ ในการที่จะดูแลโดยมีการสร้างกติกาและเงื่อนไขออกมา โดยคนที่จะได้รับการดูแล จากรัฐบาลภายใต้ข้อกำหนดที่กำหนดเป็นกติกาขึ้นมา มีข้อจำกัดที่ทำให้เป็นการตัดสิทธิ สำหรับคนอีกบางกลุ่ม ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มคนที่เคยทำงานจนกระทั่งเกษียณอายุราชการ ปัจจุบันไม่มีเงินเดือน เงินดาวน์ แต่ถูกจำกัดด้วยภายใต้เงื่อนไขที่บอกว่า คุณมีที่อยู่อาศัย เกินกว่า หรือว่ามีทรัพย์สินที่มากกว่าในจำนวนที่กำหนดไว้ มีเงินฝากเกินกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท ไม่ได้ ถามว่าถ้าท่านประธานเคยประกอบอาชีพ หรือว่ารับราชการ แต่ปัจจุบันนี้เราอายุ มากแล้ว แต่เรามีเงินมีทองพอที่จะเก็บอยู่บ้าง มีทรัพย์สินพอที่จะถูกประเมินแล้วมีมูลค่า เกินกว่าที่กองทุนนี้ได้กำหนดไว้ แต่พวกเขาเหล่านั้นถูกตัดโอกาส ถูกตัดสิทธิทั้งสิ้น ผมคิดว่า อย่างนี้ผู้กำหนดนโยบายหรือว่าผู้ที่บริหารกองทุนน่าที่จะไปทบทวน การที่กองทุนมารายงาน เรื่องของการที่ไม่มีการพบการทุจริต แน่นอนครับว่าโครงการท่าน ท่านไม่ได้ถือเงินผ่านมือ ของท่านไม่ได้มีการทุจริตหรอกครับ แต่ที่ปลายทางท่านประธานทราบไหมครับว่าในขณะนี้ ในโครงการนี้เปรียบเสมือนโครงการที่เรียกว่า โครงการที่ข่มขืนใจประชาชน หรือว่ามัดมือชก สำหรับประชาชนที่ได้รับสิทธิในโครงการนี้ ถามว่าทำไมผมถึงพูดอย่างนั้นท่านประธานครับ ไม่ว่าจะเป็นโครงการบัตรคนจนที่มีการเอาเงินสนับสนุนไปเป็นรายเดือน ไม่ว่าจะเป็น โครงการที่เรียกว่าโครงการคนละครึ่ง ไม่ว่าจะเป็นโครงการเรียกว่าโครงการเราชนะ ที่มีการ เอาเงินผ่านแอปพลิเคชัน (Application) ท่านประธานครับ ในนี้ท่านลองไปตรวจสอบว่าจริง ๆ ประชาชนท่านไปบังคับให้เขาต้องถือบัตรไปเข้าร้านค้าในการที่จะต้องใช้จ่ายในการซื้อ หาข้าวของเครื่องใช้อุปโภคบริโภคเท่านั้น แต่จริง ๆ ในทางปฏิบัติไม่ครับท่านประธาน เปรียบเสมือนท่านประธานต้องไปซื้อมาม่าทุกวัน ทุกเดือน ซื้อน ้ามันพืชทุกเดือน ซื้อน ้าปลา ซื้อทุกเดือน บางเดือนเขามีความจำเป็นจะต้องใช้อย่างอื่น อย่างเช่น เขาจะต้องเติมน ้ามันรถ มอเตอร์ไซค์ไปไร่ไปนา เขาแทนที่จะมีเงินไปเติม ไม่มี ท้ายที่สุดแล้วชาวบ้านทำอย่างไร ท่านประธานครับ ท้ายที่สุดแล้วชาวบ้านเขาก็เอาบัตรไปจำนำกับร้านค้า ทั้งครอบครัวสมมติว่า มี ๔-๕ คน ก็รวบรวมกันไป ๔-๕ คน เอาบัตรไปให้ร้านค้าทำแอป (App) ขึ้นมาใหม่ผ่านการใช้จ่ายตามข้อมูลที่ท่านให้ไป ถึงเวลา ร้านค้าก็ให้เงินสดไป สมมติว่าได้บัตรใบละ ๓๐๐ บาท ๕ คนก็ ๑,๕๐๐ บาท ร้านค้าขอเก็บ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ก็หักเงินสดไป ที่เหลือคุณก็รับไป หักไป ๓๐๐ บาท คุณรับไป ๑,๒๐๐ บาท เอาเงินสดไปใช้ คุณจะไปใช้จ่าย คุณจะไปซื้ออะไร คุณจะไปทำอะไรก็ได้ แต่สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ผมคิดว่าเมื่อเรามีความตั้งใจในการที่จะดูแลคนแล้วการที่คุณสร้างกติกาขึ้นมาเพื่อบังคับ แล้วคนที่ได้รับสิทธินั้นเขาไม่สามารถที่จะใช้จ่ายวงเงินตามที่รัฐจัดสรรให้เต็มตามวงเงิน ผมคิดว่าอันนี้เป็นช่องว่างที่หน่วยงานอย่าภาคภูมิใจครับ สิ่งนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นจริงในปัจจุบัน ท่านลองไปสำรวจต่างจังหวัดที่ไหนก็ได้ ไม่ใช่ว่าเขาจะอยากทำนะครับ แต่เขาไม่อยากกิน มาม่าทุกวันครับ เขาไม่อยากต้องเหยาะน ้าปลาใส่ข้าวทุกวันครับ เขาต้องการเอาเงินไปซื้อ น ้ามันรถเพื่อไปทำไร่ทำนาครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมขออนุญาตนำเรียนท่านประธานว่า โครงการนี้ถ้าไหน ๆ จะช่วยแล้วรัฐดูแลอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมให้กับคนที่เขาไม่มี รายได้ และรวมทั้งใช้จ่ายอย่างสะดวกตามที่ใจเขาประสงค์ต้องการที่จะใช้ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพรรณสิริ ตามด้วยท่านคารม พลพรกลาง ครับ🔗

นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน พรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานคะ จากรายงานประจำปีกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานราก และสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ และ พ.ศ. ๒๕๖๓ ดิฉันมีข้อสังเกตอยู่ ๒-๓ ประเด็นค่ะ โดยเบื้องต้นนั้นกองทุนนี้ถูกตราขึ้นตามพระราชบัญญัติการจัดการ ประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจและสังคม พ.ศ. ๒๕๖๒ จากเป้าหมายที่สำคัญมุ่งเน้น การยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยให้หลุดพ้นจากความยากจน โดยการที่จะสนับสนุน ช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยทุกกลุ่มให้เข้าถึงปัจจัยพื้นฐาน เพื่อพัฒนาในเรื่องของ การดำรงชีพการประกอบอาชีพและพัฒนาตนเองให้มีศักยภาพที่ดีขึ้น จากเป้าหมายดังกล่าว ดิฉันมองว่ามันเริ่มจะมีปัญหาและข้อสังเกตอยู่ ๒-๓ ประเด็น🔗

เรื่องแรก เรื่องของการเข้าถึงสิทธิ ในปี ๒๕๕๙-๒๕๖๑ ก็ประกาศให้มีการ ลงทะเบียน สามารถเข้าถึงสิทธิได้ประมาณ ๑๑.๔ ล้านคน แล้วก็เปิดรอบใหม่ภายใต้ โครงการไทยนิยมยั่งยืนสำหรับกลุ่มผู้พิการ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง แล้วก็ผู้ที่อยู่ห่างไกล ก็เพิ่มมาอีกประมาณ ๓.๑๔ ล้านคน รวมแล้ว ๑๔ ล้านคนเศษค่ะ ก็ขอเรียนว่าการเข้าถึงสิทธิ ค่อนข้างจะมีปัญหาดังที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปหลายท่านแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กลุ่มเปราะบาง จากกรณีที่มีฐานข้อมูลทีพีแมป (TPMAP) ซึ่งก็คือระบบบริหารจัดการข้อมูล การพัฒนาคนแบบชี้เป้า ข้อมูลชุดนี้น่าจะนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างมาก อาทิเช่น กรณี จังหวัดสุโขทัยค่ะ จากข้อมูลชุดนี้พบว่ามีกลุ่มเปราะบางอยู่ที่จำนวน ๓๗,๘๘๕ ครัวเรือน จำนวน ๙๐,๘๗๕ คน สามารถเข้าถึงสิทธิสวัสดิการของรัฐได้แค่เพียง ๖,๓๓๙ คน หรือร้อยละ ๘.๖๔ ก็ถือว่าการเข้าถึงนั้นน้อยมากอาจจะด้วยปัญหาสุขภาพ อาจจะด้วยเรื่องของการดูแล ตลอดจนฐานข้อมูลไม่เป็นปัจจุบัน ดิฉันขอเสนอให้กระทรวงการคลังได้พิจารณา กลุ่มเปราะบางเป็นกลุ่มแรก ๆ ที่จะจัดสวัสดิการให้ โดยเฉพาะในเรื่องของการจัดการข้อมูล หน่วยงานพื้นที่พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด สถิติจังหวัด สำนักงานจังหวัด ควรจะได้ทำฐานข้อมูลรองรับไว้อย่างสมบูรณ์ครบถ้วน เพื่อการเข้าถึง แล้วก็เป็นธรรมมากขึ้น อีกทั้งมีผู้มีรายได้น้อยจำนวนมากก็ไม่เข้าถึงสิทธิ ผู้ที่รายได้มากกว่าผู้มีรายได้น้อยเข้าถึงสิทธิไปตั้งเยอะแยะมากมายในรอบที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามก็มีข่าวดีสำหรับพี่น้องประชาชน เมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๔ คณะรัฐมนตรี ก็ได้อนุมัติในหลักการที่จะขับเคลื่อนเรื่องของสวัสดิการของรัฐให้กับประชาชนต่อไป ทั้งนี้ ก็กำลังกำหนดเกณฑ์ในรอบใหม่ โดยเกณฑ์นั้นก็จะถือยึดไว้ที่ผู้มีรายได้ไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ต่อคนต่อปี และยังมีเกณฑ์ของครอบครัว ก็คือครอบครัวละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีบุตรยังไม่บรรลุนิติภาวะก็สามารถนำมาคำนวณลดหย่อนได้อีก อันนี้ถือว่า เป็นข้อดีที่ควรจะได้ประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนได้รับรู้รับทราบกันอย่างทั่วถึง แล้วก็ ต้องขอขอบคุณรัฐบาล มา ณ ที่นี้ด้วย🔗

ประเด็นต่อไป ในเรื่องของการจัดสวัสดิการ ซึ่งมี ๒ รูปแบบ รูปแบบที่ ๑ คงไม่มีปัญหาอะไร เพราะว่าเป็นการบรรเทาในเรื่องของค่าครองชีพ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แต่ก็จะ มีปัญหาในเรื่องของสินค้าก็อยากจะเสนอให้สามารถที่จะจับจ่ายใช้สอย ในเรื่องของร้านค้า ผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อยในพื้นที่ได้มีโอกาสที่จะบริการหรือว่าจับจ่ายใช้สอยกับกลุ่มนี้ ให้มากขึ้น และในขณะเดียวกันยังมีปัญหาในพื้นที่เรื่องการถือครองสิทธิอาจจะเป็นโดยญาติ พี่น้องไปดูแลคนในครอบครัว ผู้สูงอายุหรืออะไรก็ดี ก็ทำให้เกิดปัญหาการครองสิทธิ ตลอดจนร้านค้าอาจจะยึดบัตรไว้ แล้วก็จ่ายสินค้าคุณภาพต ่า หรือว่ามีปัญหาอื่น ๆ ตามมา ในประเด็นหนึ่งในเรื่องของรูปแบบการพัฒนาคุณภาพชีวิต ดิฉันเคยเป็นกรรมการร่วม ในสมัยที่ทำงานกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ให้ผู้ที่มีรายได้น้อยลงทะเบียนพัฒนา ตนเองเพื่อนำไปสู่การมีงานทำ การฝึกอบรมอาชีพ การพัฒนาหรือเข้าถึงแหล่งเงินทุน ตลอดจนการเข้าถึงความจำเป็นพื้นฐาน พบว่าในปี ๒๕๖๒ มีผู้ที่ประสงค์จะพัฒนาตนเอง ประมาณ ๔.๑ ล้านคน แต่ว่าภาครัฐไม่สามารถจัดโครงการหรือกิจกรรมการพัฒนาให้กับ ประชาชนได้ เหลือแค่เพียงประมาณ ๓.๒ ล้านคน รวมทั้งเมื่อพัฒนาไปแล้วก็ติดตามได้แค่ เพียง ๒.๘ ล้านราย ถือว่าการพัฒนาเป็นสิ่งที่ดี เพราะทำให้คนพึ่งตนเองได้ ทำไมโครงการนี้ จึงไม่บรรลุวัตถุประสงค์ โดยเฉพาะรายงานในปี ๒๕๖๓ ก็ไม่ปรากฏข้อมูลชุดนี้เลย ดิฉัน มองว่าเป็นสิ่งที่ดี การพัฒนาคนเพื่อให้คนไปพึ่งตนเองได้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ และในเรื่องนี้ ดิฉันมีข้อสังเกตว่าโครงการนี้คงต้องมีคำตอบว่าปัญหามันเกิดขึ้นจากอะไร การบูรณาการ เชิงพื้นที่ด้วยความมุ่งมั่นจะให้คนพัฒนาตนเองได้ ทำไมจึงไม่มีการสานต่อ และคนที่ถูก พัฒนาแล้วมีรายได้เกินกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาทนั้นถือว่าเป็นต้นแบบที่ดีนำไปสู่การต่อยอด จากโครงการอย่างไรบ้าง ทั้งหมดนี้ในภาพรวมก็ถือว่าการขับเคลื่อนเป็นไปด้วยความมุ่งมั่น แล้วก็ตั้งใจ ก็ขอเป็นกำลังใจให้กับกระทรวงการคลัง ตลอดจนผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน และเชื่อมั่น ว่าในรอบใหม่ ปี ๒๕๖๕ นี้ จะดำเนินการโครงการให้กับพี่น้องประชาชนอย่างบรรลุ วัตถุประสงค์ทั่วถึง แล้วก็เป็นธรรมด้วยค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านคารม ตามด้วยนายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ นะครับ🔗

นายคารม พลพรกลาง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดร้อยเอ็ด ต่อรายงานฉบับของกองทุนประชารัฐสวัสดิการ เพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ของปีงบประมาณ ๒๕๖๒ และ ๒๕๖๓ ผมขออนุญาตที่จะมีส่วนในการอภิปราย เพื่อเป็นประโยชน์ในการรักษา งบประมาณแผ่นดิน และในขณะนี้ที่กำลังอภิปรายก็เป็นจุดที่คิดว่าประชาชนทางบ้านอาจจะติดตามอยู่ แล้วก็ อยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังประชาชนว่าเงินที่ท่านใช้อยู่ทุกวันนี้ในเรื่องกองทุนนี้ เป็นเงินของท่านเอง เป็นเงินภาษีของประชาชนส่วนรวม ไม่ใช่เงินของนายกรัฐมนตรี แล้วก็ ไม่ใช่เงินของคนใดคนหนึ่ง แต่เกิดจากเงินงบประมาณแผ่นดิน ไม่ว่าจะโดยการกู้ยืม หรืองบประมาณประจำปี ที่ผมลุกขึ้นสอบถามผมเข้าใจดีครับว่า ความจนเป็นเรื่องที่ หยุดเหนี่ยวรั้งให้คนเดินไปข้างหน้าไม่ได้ แล้วความจนทำให้คนดำรงชีวิตอยู่ด้วยความลำบาก เพราะฉะนั้นผมก็มีคำถามและมีข้อสังเกตซึ่งผมจะฝากไว้ในตอนท้าย ๆ ว่า ไม่ว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือกรรมการกองทุนซึ่งมาชี้แจง หรือท่านประธานซึ่งนั่ง อยู่ข้างบนนี้ เราต่างใช้เงินของประเทศ เราต่างใช้เงินของประชาชนเอามารวมกองกลาง ที่เขาเรียกว่างบประมาณ เพราะฉะนั้นสิ่งที่อยากสอบถามก็คือว่า ผมไม่สนใจหรอกครับว่า เงินนี้จะตั้งชื่อว่ากองทุนประชารัฐ ผมเชื่อว่าคนเข้าใจว่าไม่ใช่เงินของนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่เงิน ของพรรคการเมืองบางพรรคที่ชื่อสอดคล้องกับกองทุนนี้ ผมอยากจะเรียนไปยังประชาชน ที่ใช้เงินนี้แล้วก็ได้เงินนี้ไปว่า อันนี้คือเงินของประชาชนที่เขามีความสามารถที่จะเสียภาษี และเอามารวมไปให้ท่านไปช่วยคนจน เพียงแต่ในฐานะที่เป็นคนบ้านนอก ผมเป็นคนจังหวัด ร้อยเอ็ดครับ บางทีอยู่บ้าน ส.ส. นั่งเปิดประตูบ้านตามปกติทั่วไปก็จะมีประชาชนเดินมาหา ที่บ้าน วันนี้ไม่มีค่าไฟสัก ๒๐๐ บาท อันนี้เรื่องจริงครับ เพราะฉะนั้นบางส่วนในเงินกองทุนนี้ ไม่ใช่ว่าจะไม่ดีครับ ต่างจังหวัดบางทีเงินค่าไฟเขาไม่เยอะครับ ๒๐๐-๓๐๐ บาท อันนี้คือข้อดี ของบัตรนี้ อันนี้เรื่องจริง แต่อย่างบางจุดเขาก็ไม่ได้ใช้รถเมล์ รถไฟ อันนี้ก็ว่ากันไป แต่ที่ผม จะตั้งข้อสังเกตก็คือว่า ในรายงานฉบับนี้ มันแปลกใจนะครับว่าการที่ท่านให้ค่าช่วยเหลือ คนจนตามวัตถุประสงค์ของกองทุนนี้ เงินช่วยแก๊ส ค่าแก๊สหุงต้มสัก ๔๕ บาทต่อคน ต่อ ๓ เดือน ค่าโดยสารรถเมล์ ๕๐๐ บาทต่อคนต่อเดือน ค่าโดยสารบริษัทขนส่ง ถามกรรมการกองทุนสิครับว่า พอทำรายงานออกมา อย่างในหน้า ๓๓ เงินช่วยแค่นี้หรือครับ ทำให้คนจนลดลงจากในปี ๒๕๖๑ จาก ๖.๗ ล้านคน เหลือ ๔.๓ ล้านคน เงินแค่นี้ช่วยได้ หรือครับ ผมว่าการเขียนอย่างนี้ทำให้คนเข้าใจผิด แล้วท่านยังบอกว่าเป็นการสะท้อนว่า การแก้ปัญหาตรงจุด ตรงกลุ่มผู้มีรายได้น้อยอย่างแท้จริง สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ต้องเรียนตรง ๆ นะครับท่านประธาน ผมเป็นคนที่ไม่ค่อยจะกล่าวหาใครและมองโลก เป็นธรรม ผมว่ามันเขียนเกินไป เงินนี้ไม่ได้ช่วยให้เส้นความจนมันลดลงหรอกครับ เพียงแต่ ให้เขาเดินไปได้และทำงานได้ ที่ผมสนใจคือสนใจอยู่สัก ๒ ประเด็นครับ🔗

ประเด็นแรกคือ ท่านบอกว่าโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐต่าง ๆ ที่ภาครัฐช่วยเหลือ ข้อมูลเชิงลึกมันดีตรงไหนครับ ดีตรงที่ว่าโครงการนี้มันเชื่อมโยงกับ ฐานข้อมูลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความจำเป็นพื้นฐานทั่วไป จปฐ. ด้านสุขภาพ ด้านบุคคล ด้านการศึกษา ด้านพฤติการณ์ ด้านผู้มีรายได้น้อย แต่ผมอยากจะเรียนครับว่าในเมื่อเรามี กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในส่วนของผู้พิการ ผู้ด้อยโอกาส ผมค่อนข้างแปลกใจว่าทำไมเราไม่จัดระบบให้ไปอยู่ในส่วนนั้นเลย ซึ่งเขามีฐานข้อมูล ที่ตรงกว่า และเงินนี้ผมไม่ได้แม่นในเรื่องการโอนงบประมาณหรือการเอาเงินอุดหนุนไปให้กับ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น แต่ผมคิดว่าคนที่อยู่ในท้องถิ่น อบต. องค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาล อบจ. เขาจะมีข้อมูลพวกนี้ดีกว่า ถ้าตรงนั้นเขาจะมีข้อมูลว่าบ้านไหนอยู่กัน ๒ คน พิการคนหนึ่ง บ้านไหนไม่มีรายได้เลย ต้องเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ผมอยู่ บ้านนอก ท่านก็อยู่บ้านนอก บางบ้านเขาได้เงินแค่ถ้าคนแก่ก็ได้เงินคนชรา คนพิการ ก็ได้เงินเดือนไม่กี่บาท แต่เขาอยู่ได้นะครับ ถ้าเขาไม่มีภาระอื่น เขาไม่ต้องผ่อนบ้าน ผ่อนรถเหมือนคนในกรุงเทพฯ ที่ผมเรียนก็คือเรียนว่าผมยังไม่ค่อยแน่ใจว่าการที่เอาเงินตรงนี้ไปใช้ในเรื่องของคนพิการโดยที่ ใส่ให้มันถูกจุดก็จะแก้ปัญหาได้ตรง ผมอยากเห็นว่ากองทุนนี้น่าจะมีข้อสังเกตหรือเอาเงิน ส่วนนี้ไปใส่ให้อยู่ในส่วนขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่นผมว่าจะตรงประเด็นกว่า🔗

ส่วนเรื่องอื่นผมจะฝากเป็นประเด็นสุดท้ายว่าอย่างไรก็แล้วแต่เงินนี้ คือเงิน ภาษี คือเงินที่รัฐต้องมาใช้ การใช้เงินโดยที่ทำให้เขาเข้าใจผิดว่าเป็นเงินของคนบางคนแล้วมา ฟรีโดยที่ไม่สร้างจิตสำนึก ผมพูดนี้ผมไม่ได้ไปรังเกียจประชาชนที่จะได้เงินและสนับสนุน เพราะว่าคนจนมีเงินไม่ต้องมากเขาก็อยู่ได้ เพียงแต่ฝากว่าอยากจะให้ทำให้มันถูกวัตถุประสงค์ ไม่สร้างเงื่อนไขให้เขาใช้เงินได้หลายช่องทาง ไม่ใช่ซื้อในร้านที่เป็นร้านของเถ้าแก่รายใหญ่ บริษัทใหญ่ ให้เขาได้ใช้ได้หลากหลาย ให้เขาอยู่ได้ เมื่อเขาอยู่ได้เขาก็ทำงานได้ ทำงานได้เขาก็ มีเงินเขาอยู่ได้ เมื่ออยู่ได้แล้วบ้านเมืองเราก็อยู่ได้ ก็จึงฝากข้อสังเกตและฝากคำถามด้วยในเรื่อง ที่ว่าท่านทำอย่างไรถึงบอกว่าความยากจนมันลดลงอย่างนี้ เพื่อประโยชน์ในการรักษา งบประมาณแผ่นดิน ขอบคุณท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณหมอบัญญัติ ตามด้วยท่านนิยม เวชกามา เชิญครับ🔗

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอโอกาสอภิปรายรับทราบรายงานประจำปี กองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ๒ ปี ปี ๒๕๖๒ และปี ๒๕๖๓ ซึ่งจัดการช่วยเหลือผู้ยากไร้ในสังคมไทย ตาม พ.ร.บ. การจัดประชารัฐสวัสดิการ เพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ท่านประธานที่เคารพครับ พ.ร.บ. การจัด ประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมสำหรับผู้ยากไร้นั้นเป็นสิ่งที่ดีมากครับ เพราะว่าพี่น้องประชาชนที่ประกอบอาชีพ แล้วก็รายได้ไม่เพียงพอแก่การครองชีพ ไม่ได้อยู่ ในเกณฑ์มาตรฐานการครองชีพที่เหมาะสม รัฐก็สมควรที่จะไปดูแลเพื่อพยุงให้เศรษฐกิจ ในครอบครัวได้ผ่านพ้นวิกฤติไปได้ แต่ว่าผู้ยากไร้ทุกคนไม่ใช่จะยากไร้ไปตลอดนะครับ ก็ควรที่ รัฐจะต้องเสริมให้มีรายได้ที่มั่นคง การที่กฎหมายเขียนไว้ให้กระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังเป็นประธาน แล้วก็ให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลังเป็นเลขานุการ แล้วก็ให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมเป็นกรรมการ ผมว่าน่าจะผิดฝาผิดตัว เมื่อไปดูระเบียบ บริหารราชการแผ่นดิน การจัดระเบียบการบริหารกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ แล้ว ภารกิจ การช่วยเหลือผู้ยากไร้ ผู้ได้รับความเดือดร้อนน่าจะเป็นภารกิจของกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์มากกว่า กระทรวงการคลังน่าจะดูแลเรื่องของการจัดเก็บรายได้ การเงิน การคลัง การธนาคาร แล้วก็ดูเสถียรภาพทางด้านการเงินการคลัง ซึ่งมีภารกิจ ที่มากมายอยู่แล้วคอยจัดงบประมาณให้กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ซึ่งเป็นกรม หรือกระทรวงที่ไปอยู่กับพี่น้องประชาชน มีสาขาลงไป จนถึงมีอาสาสมัครที่ดูแลพี่น้อง ประชาชนผู้ยากไร้ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้นเป็นกระทรวงที่ ดูแลบุคคลตั้งแต่เกิดจนเสียชีวิต นโยบายพรรคประชาธิปัตย์เป็นนโยบายที่ส่งเสริมรัฐ สวัสดิการแรกเกิดถึง ๖ ปี ส่งเสริมให้มีเงินอุดหนุนเด็กแรกเกิดถึง ๖ ปี ซึ่งปัจจุบันก็ ๖๐๐ บาทต่อคน ต่อเดือน ซึ่งรัฐบาลจัดให้ อันนี้ก็เป็นนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ในวัยเรียนเรียนฟรีอย่างมีคุณภาพ ค่าตำราเรียน ชุดอุปกรณ์การเรียน ชุดนักเรียนต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันนี้ก็เห็นว่าสมควรที่จะเพิ่มเติม เพราะว่าค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ก็เป็นการจุนเจือ ครอบครัว แล้วก็ภาวะที่ข้าวของแพงขึ้นก็ควรจะต้องเพิ่ม สำหรับผู้สูงอายุนั้นเบี้ยยังชีพ ผู้สูงอายุ พรรคประชาธิปัตย์ก็ส่งเสริมให้มีเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลก็เพิ่มขึ้นเป็น ๖๐๐ บาท ๗๐๐ บาท ๘๐๐ บาท และ ๑,๐๐๐ บาท ตามช่วงอายุ ๖๐ จนถึง ๙๐ ปีขึ้นไป ผู้พิการนะครับ เบี้ยยังชีพผู้พิการอันนี้ก็เป็นสิ่งที่พรรคประชาธิปัตย์สนับสนุน และปัจจุบัน รัฐบาล กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็เพิ่มเบี้ยผู้พิการเป็น ๘๐๐ บาทต่อคน ผู้เสียชีวิตจากผู้สูงอายุ ๓,๐๐๐ บาทต่อศพ สำหรับผู้ยากไร้ พรรคประชาธิปัตย์ ก็อยากจะผลักดันให้ทุก ๆ คน ผู้สูงอายุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ก็คือผู้ยากไร้จัดไปเลยครับ ๓,๐๐๐ บาทต่อศพ อันนี้ไม่ต้องรอให้มาวิเคราะห์ว่ายากจน หรือไม่ยากจน เพราะยากจนอยู่แล้ว ผมอยากที่จะให้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ อยากฝากรัฐบาลให้ แก้ไขให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นประธาน ซึ่งดูแลผู้ยากไร้ทุกช่วงวัยอยู่แล้ว การให้ เงินสักแต่ว่าโอนให้อย่างเดียวไม่พอครับต้องไปประเมินผลสัมฤทธิ์ด้วยว่า จากที่ยากจนเมื่อ โอนไปแล้วได้นำเงินไปใช้แล้วก็ไปครองชีพเป็นค่าใช้จ่ายมาตรฐานการครองชีพดีขึ้นหรือไม่ แล้วก็มีพัฒนาการเป็นอย่างไร แล้วก็มีการปรับเปลี่ยนต่าง ๆ ที่จะเหมาะสมกับแต่ละพื้นที่ ตามบริบทของพื้นที่ ตามบริบทของอาชีพต่าง ๆ อย่างไร แล้วก็สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ซึ่งทำหน้าที่ที่ควรจะเป็นก็คือเป็นหน่วยงานดูแลเศรษฐกิจการคลัง เป็นหน่วยงานที่เสนอแนะ นโยบายให้รัฐบาลในการบริหารเศรษฐกิจการคลังก็ไปทำหน้าที่ตามภารกิจระเบียบ การบริหารกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ เสียให้ถูกฝาถูกตัว ให้ปลัดระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ทำหน้าที่เป็นเลขานุการของคณะกรรมการใน พ.ร.บ. การจัด ประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมจะเหมาะสมกว่า ผมก็ขอถือโอกาสที่ได้ อภิปรายรายงานประจำปีทั้ง ๒ ปีของกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและ สังคมนี้ เพื่อนำเสนอว่าในอนาคตถ้ามีการปรับเปลี่ยนกฎหมายก็อยากที่จะให้กระทรวงที่ รับผิดชอบโดยตรงต่อมนุษย์จะได้ทำหน้าที่ เพราะว่าการโอนเงินตรงไปสู่ผู้ไม่ได้ยากจน ไม่มี การตรวจสอบมากมาย ไม่มีแขนขาของกระทรวงที่จะไปดูแลถึงประชาชน ไปปรับปรุงรูปแบบ วิธีการให้เหมาะสม อาจจะไม่ใช่บรรลุเป้าหมายผลสำเร็จสัมฤทธิ์ที่ดีที่สุดตามเจตนารมณ์ ของกฎหมายก็ได้ครับ ก็ขออภิปรายฝากท่านประธานถึงผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องนำไปปรับปรุงด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ก่อนที่ดอกเตอร์มหานิยมจะอภิปรายนะครับ ผมขอแจ้งรายชื่อท่านสมาชิกที่ยื่นความจำนง เข้ามาอย่างต่อเนื่อง จากท่านดอกเตอร์มหานิยมแล้วก็จะเป็นท่านสมศักดิ์ คุณเงิน และกลับมาเป็นท่าน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง และกลับไปท่านศรีนวล บุญลือ ขอปิด รับท่านสมาชิกที่จะอภิปรายในเรื่องนี้เพียงเท่านี้นะครับ เพราะเรายังมีอีกเรื่องหนึ่งที่จะต้อง พิจารณาให้เสร็จ เพราะว่าผู้ชี้แจงมานั่งรออยู่นานแล้ว ต่อไปเชิญท่านดอกเตอร์มหานิยมครับ ตามด้วยท่านสมศักดิ์ คุณเงิน ครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ การรายงานประจำปีของกองทุน ท่านก็เปลี่ยนชื่อมาเรื่อย ประชารัฐ สวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม รู้สึกจะเปลี่ยนหลายรอบแล้วชื่อนี่ก็มาทุกปี ผมเองในฐานะที่เป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนของ สกลนคร ความจริงผมอดสงสารข้าราชการกระทรวงการคลังไม่ได้ เพราะทุกปีก็มาแบบนี้ ท่านรองปลัดกระทรวงมานั่ง แล้วเจ้าหน้าที่ก็นั่งฟัง ส.ส. ก็บอกท่านทุกครั้งก็มันเหมือนกัน ปีที่แล้วก็แบบนี้ แต่ว่ามาปีนี้มา ๒ ฉบับ ก่อนที่ผมจะอภิปรายร่วมในฐานะที่เป็นเจ้าของเงิน คนหนึ่ง ก็ขอกราบเรียนท่านประธานไปถึงกระทรวงการคลัง ท่านอาจจะไม่รู้เรื่อง แต่ผมต้อง บอกต้องกล่าวท่านว่าโครงการที่ท่านต้องเปลี่ยนชื่อไปนี่ คนสกลนครข้องใจนะครับ ท่านบอก ท่านนายกรัฐมนตรีท่านด้วย ถ้าจะทำแบบนี้ผมขอร้องเถอะ โครงการสหกรณ์โคนมภูพาน ในพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ นี่โครงการชื่อเก่า โครงการสหกรณ์โคนม พระราชดำริ โครงการโคนมภูพานตามพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ บ้านหนองยาง ตำบลพังขว้าง อำเภอเมืองสกลนคร นี่คือชื่อในป้าย ๒๐ กว่าปีมาแล้ว แล้วมาวันหนึ่งท่านไปเปลี่ยนชื่อโครงการ ยกป้ายออก แล้วมาเขียนใส่บอกว่า โครงการโคนม ประชารัฐ ผมกราบเรียนว่าพี่น้องคนสกลนครเขาเสียใจนะครับ เพราะโครงการนี้ เป็นโครงการพระราชดำริของพระเทพรัตนราชสุดาฯ ตั้งหลายสมัยมาแล้ว ฝากท่าน นายกรัฐมนตรีด้วยว่า ถ้าวันหนึ่งท่านจะเปลี่ยนท่านต้องถามคนสกลนครด้วย อันนี้เป็น ประเด็นที่ผมต้องฝากไปถึงนายกรัฐมนตรีท่านนะครับ จากที่ผมจะพูดอยู่สัก ๒-๓ ประเด็น ผมไปดูในรายงานเล่มแรกของท่าน เห็นว่าคนจนมันเพิ่มขึ้น เพิ่มขึ้น จากรายงานนะครับ ปี ๒๕๕๙ มี ๗ ล้าน พอปี ๒๕๖๐ มี ๑๔ ล้านเลย ปี ๒๕๖๑ มี ๑๘ ล้านเศษ ๆ นี่พูด ตัวเลขกลม ๆ อันนี้คือความภูมิใจของรัฐบาลนี้ใช่หรือไม่ เพราะคนไทยยากจนเพิ่มขึ้นเลย ต้องมาใช้บริการบัตรคนจน ผมอ่านดูแล้วเศร้าใจท่านประธาน แต่รัฐบาลนี้ดีใจเพราะคนไทย ยากจนลงเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณ อันนี้ผมต้องถามท่านประธานฝากไปถึงนายกรัฐมนตรีต้องคิด ทบทวนบทบาทตัวเอง ผมไม่ฝากข้าราชการครับ เพราะท่านมาทำตามคำสั่ง🔗

อันดับแรกผมต้องถามต้องพูดนิดหน่อยในฐานะที่ท่านดูแลเงิน ท่านมา รายงาน ในหน้า ๒๙ บอกว่ามีอยู่มาตรการบรรเทาค่าครองชีพให้แก่เกษตรกร เพื่อช่วยเหลือ ผู้มีรายได้น้อยที่เป็นเกษตรกร ในช่วงที่เกษตรกรหดตัวสลับค่าใช้จ่ายซื้อปุ๋ย ยาฆ่าแมลง ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เป็นจำนวนเงิน ๑,๐๐๐ บาทต่อคน รับได้ครั้งเดียว โดยกรมบัญชีกลาง โอนเงินเข้าแอป (App) เป๋าตัง เมื่อเช้านี้ผมฟังท่านสุทิน คลังแสง ประธานวิป (Whip) ฝ่ายค้าน ก็ถามกระทู้ในสภาว่าปุ๋ยขึ้นราคากระสอบละ ๑,๕๐๐ บาท แต่ผมเห็นท่านรายงาน ให้ครั้งเดียวปีหนึ่ง ๑,๐๐๐ บาท ไปซื้อเขาจะขายไหมครึ่งกระสอบ วันนี้ ๑,๕๐๐ บาท ใกล้จะถึง ๑,๘๐๐ บาทแล้ว ผมจึงกราบเรียนประธานว่ารัฐบาลยังคิดอยู่กับที่อยู่แบบนี้ มันเดินไม่ได้หรอกครับ แล้วก็มีเงินช่วยการศึกษาบุตร ๕๐๐ บาทต่อบุตร ๑ คนอะไรนี่ ผมยังไม่เห็นนะตัวนี้ ท่านตอบผมด้วยทางเจ้าหน้าที่ อันที่เวลามันสั้นผมต้องมาพูดถึงประเด็น การรายงานของผู้สอบบัญชีเสนอปลัดกระทรวงการคลัง ความเห็นอย่างมีเงื่อนไข ท่านคิดดูว่าเงินนี้ขนาดเงินท่านกำกับดูแลหน่วยงานราชการเขายัง บอกว่าขอเสนอรายงานแบบมีเงื่อนไข แค่นี้ผมฟังแล้วผมเจ็บนะ ถ้าผมเป็นหน่วยงานธรรมดา ถ้าเป็น อบต. เทศบาลนี่ตายทั้งเป็น ถ้า สตง. ตรวจแบบนี้ตายทั้งเป็น นี่ท่านบอกว่า ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓ เขาบอกว่าอย่างไรครับ เงินจำนวน ๙๓,๑๕๕ ล้านบาท ตัวเลขกลม ๆ ปลายผมไม่เอา เขาเขียนว่าท่านตอบให้ผมฟังหน่อย เป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้รับการตรวจสอบ ข้อมูล นี่มันอะไรครับ ค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้รับการตรวจสอบข้อมูล เป็นค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้รับ การตรวจสอบข้อมูลจ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจากสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน เนื่องจาก ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลค่าใช้จ่ายจากเงินอุดหนุนดังกล่าว มีผลกระทบต่อการแสดง ผลการดำเนินงาน สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินจึงไม่สามารถสรุปได้ว่าจำเป็นต้องสรุปผล การดำเนินการและกำไรสะสมต้นงวดสำหรับปี ๒๕๖๓ หรือไม่ เพียงใด นี่คือความเห็น สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน แล้วกระทรวงการคลังที่กำกับดูแลท่านอายไหม สมมติว่านี่ อยู่ในท่านกำกับดูแล เขายังแสดงความเห็นแบบนี้ ผมว่าถ้าเป็นระดับท้องถิ่น อบต. หรือ หน่วยงานของรัฐอื่นตายทั้งเป็นครับ ถูกสอบสวนถูกตรวจหมด ตรวจดูอะไรว่าผิดพลาดหมด เพราะฉะนั้นผมจึงต้องถามท่านว่าเขาเสนอแบบนี้แล้วท่านคิดอะไร เงินนี่เงินหลวง เงินของประชาชน เงินกู ซึ่งมาขอผ่านสภาตรงนี้ละครับ เอาละครับเวลามันหมดผมเข้าใจ ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสมศักดิ์ คุณเงิน ตามด้วยท่าน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง เชิญครับ🔗

นายสมศักดิ์ คุณเงิน ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม สมศักดิ์ คุณเงิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผมเป็นกรรมาธิการสวัสดิการสังคม ของสภาผู้แทนราษฎร ได้เฝ้าติดตามตรวจสอบและศึกษาเรื่องสวัสดิการต่าง ๆ ตั้งแต่เด็ก แรกเกิด มาถึงค่าครองชีพ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จนกระทั่งถึงผู้สูงวัย ผู้สูงอายุ เบี้ยยังชีพ หลายเรื่องครับที่เราคิดว่าสภาแห่งนี้ในฐานะที่เป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ควรจะได้พูดได้หาทางแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะสิ่งที่เป็นความเหลื่อมล ้า สิ่งที่เป็นช่องว่าง ช่องโหว่ กระผมต้องขออนุญาตว่าเรื่องสวัสดิการนั้นเป็นเรื่องจำเป็นในสังคม เราปรารถนา ที่จะเห็นสังคมเราอยู่เย็นเป็นสุข ปรารถนาที่จะเห็นเราก้าวสู่ความเป็นรัฐสวัสดิการ เราต้อง ยอมรับว่าพี่น้องเรายากจนเยอะ เราต้องยอมรับว่าเรามีปัญหาความเหลื่อมล ้าสูงมาก เพราะฉะนั้นถ้าเรายอมรับกติกาข้อนี้ครับท่านประธานครับ ผมคิดว่าเอกสาร ๒ ชิ้นอยู่ในมือ ของกระทรวงการคลังนั้นจะเหมือนคำตอบให้พวกเราได้พิจารณา เรามีกองทุนหมุนเวียน เยอะแยะ ผมคิดว่าไม่มีกองทุนใดที่พูดถึงคนจำนวน ๑๘ ล้านคนขึ้นทะเบียน แต่ผ่านการคัดกรองแล้วเหลือเพียง ๑๔ ล้านคน เพื่อที่จะได้รับสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพียง ๒๐๐ บาท คนที่มีคุณสมบัติ มีรายได้ต ่ากว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ ๓๐๐ บาท ถ้าเฉลี่ยเป็นรายได้ต่อวัน ท่านประธานครับ เอา ๒๐๐ หรือ ๓๐๐ ตั้ง หารด้วย ๓๐ มัน ๑๐ บาทเอง ท่านประธาน เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราต้องยอมรับความจริงว่ากองทุนนี้สมเหตุสมผลไหม สมควรที่พิจารณาปรับปรุงแก้ไขหรือไม่ นั่นจะเป็นประเด็นที่ผมให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะฉะนั้นเอกสารที่มีอยู่ในมือของท่าน ผมคิดว่ากระทรวงการคลังได้ดำเนินการ ได้นำเสนอด้วยเหตุด้วยผล และพยายามที่จะเข้าสู่ระบบ สิ่งที่เกิดใหม่มันอาจจะมีความ ไม่เรียบร้อยในเริ่มต้น ผมคิดว่าเราต้องยอมรับกัน แต่ถามว่าประชาชนได้ประโยชน์ไหม คุ้มค่าไหม การโอนเงินลงไปสู่บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซื้อสินค้ายังชีพที่ร้านธงฟ้าประชารัฐ แล้วตอนนี้วันนี้พัฒนาไปถึงมีค่าแก๊สขึ้นมา มีค่าน ้า ค่าไฟ มีค่าขนส่งอยู่ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ผมคิดว่าเป็นการที่กระจายเงินลงไปถึงมือประชาชน เพราะฉะนั้นวันนี้สภาพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติได้ให้ตัวเลขว่าเรามีเส้นแบ่งของความยากจนอยู่ ๒,๗๖๓ บาท ผมคิดว่า นี่คือตัวเลขพื้นฐานที่เราจะต้องคุยกัน ผมไม่อยากเห็นพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเรา ติดแต่เพียงว่ามันชื่ออะไรกองทุนนี้ แต่ผมอยากให้ดูที่เนื้อหาสาระว่าสภาเราได้ทำ เราได้อนุมัติงบประมาณนี้ผ่านมาที่กองทุน แล้วเราคิดว่ากองทุนนี้เป็นประโยชน์กับ คนยากจนผู้มีรายได้น้อยของประเทศนี้หรือไม่ กระผมขอตั้งข้อสังเกตครับท่านประธาน ผมอยากเห็นการให้กำลังใจ โดยเฉพาะสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ทั่วประเทศว่าคนจนเรามีอยู่จริง แล้วคนมีรายได้น้อยสมควรที่จะเกื้อกูลจริง ถ้าเป็นเช่นนี้ กองทุนที่เราเรียกว่ากองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคมนั้นจะเปลี่ยนชื่อ หรือไม่เปลี่ยนชื่อผมไม่เห็นเป็นสาระสำคัญ เพราะถึงอย่างไรคนที่อนุมัติให้มีกฎหมายฉบับนี้ ก็คือสภาเรา อนุมัติเงินแต่ละปีก็คือสภาเรา เพราะฉะนั้นขออนุญาตตั้งข้อสังเกตและเป็น ข้อเสนอแนะเลยครับ ควรจะปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นไหม ขยายสิทธิให้คนได้รับ มากกว่านี้ไหม คนที่มาขึ้นทะเบียน ๑๘ ล้านคนเศษ แต่ผ่านการคัดกรอง ๑๔.๖ แล้วหายไปไหน อีก ๔ ล้านคน คน ๔ ล้านคนจะดำเนินการอย่างไร นี่ประเด็นที่ ๑🔗

ประเด็นที่ ๒ วงเงินที่ให้ผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ๒๐๐ บาท ๓๐๐ บาท ท่านประธานครับ เฉลี่ยแล้ว ๑๐ บาทต่อวัน ขอขยายเป็นอีกสักเท่าหนึ่งได้ไหมครับ เป็น ๒๐ บาท ได้ไหม ถ้าเป็น ๒๐ บาท ยังมีเหตุผลว่าผ่านมา ๒ ปี ๓ ปี เราได้พัฒนากองทุนนี้ ร่วมกันโดยสภาผู้แทนราษฎรของเรา เพิ่มไปเถอะครับ ๖๐๐ บาท ก็ยังดี เพราะว่าเด็กแรกเกิด เราก็ให้ ๖๐๐ บาท แล้วเราก็ให้ไปจนกว่าอายุ ๖ ปี ในขณะผู้ที่อายุมากผู้สูงวัยเรามี เบี้ยยังชีพเริ่มต้น ๖๐๐ บาท ๗๐๐ บาท ๘๐๐ บาท เราอยากจะพัฒนาไป ถามว่าพัฒนาไปสู่ บำนาญพื้นฐานของประชาชน เอาเส้นแบ่งความยากจนของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาตินี่ละครับมาเป็นตัววัด เราก็อยากจะฝันเห็นว่าสักวันพี่น้องประชาชน ของเราที่ไม่มีหลักประกันอะไรเลยมีบำนาญประชาชน ๓,๐๐๐ บาทต่อเดือน เราอาจจะ ใช้เงิน ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ไม่เป็นอะไรหรอกครับ เพราะเป็นเงินของ ประชาชนด้วยกัน เราจ่ายเงินเป็นกองทุน เป็นบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี เรามีความรู้สึกอะไร เพราะฉะนั้นก็ไม่แปลกที่จะให้ประชาชน เราได้สิทธินั้นด้วย เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพนะครับ ผมอยากจะให้ขยายทั้งสิทธิเพิ่มขึ้น ขยายฐาน ขยายจำนวนเงินให้มากขึ้น และที่สำคัญที่สุด อยากจะขยายไปสู่ความยั่งยืน เติมสวัสดิการอื่น ๆ เข้ามาอยู่ในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เรามี ทั้งเด็ก เรามีทั้งผู้สูงอายุ เรามีทั้งหลายเรื่องที่สมควรที่จะนำมารวมเป็นบัตรที่ประชาชน อาจจะถือบัตรนี้ใบเดียว เป็นสวัสดิการของประเทศนี้ ด้วยความเคารพครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ พันตำรวจเอก ทวี ครับ🔗

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะมีส่วนในการซักถามแล้วก็เติมเต็ม เนื่องจากกองทุนประชารัฐสวัสดิการผมมองว่ามีความจำเป็น แต่บนความจำเป็นมันก็ต้อง มีความถูกต้อง แล้วต้องเรียนว่าเดี๋ยวที่ผมเป็นคำถามมันจะส่อไปในทางที่เกิดความสงสัยว่า มันจะนำไปสู่เอาเงินเพื่อไปใช้ประโยชน์ เพื่อการได้มาซึ่งตำแหน่งหรือการเลือกตั้งหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ โดยปกติการแก้ปัญหาความเหลื่อมล ้าความยากจนเราได้มี งานวิจัยเยอะมากอาจจะเป็นรถบรรทุก ว่าการใช้วิธีสงเคราะห์ คือวิธีสงสาร หรือวิธีด้อยค่า ความเป็นมนุษย์คือว่าคุณต้องจน แล้วฉันต้องให้ไม่ค่อยได้ผล แต่สิ่งที่จะได้ผลก็คือคนต้อง มีสิทธิเสมอกัน คนเมื่อเขาอยู่ในเกณฑ์ต้องมีสิทธิ ตั้งแต่เกิดจนเชิงตะกอน เขาต้องมีสิทธิ เช่น ๖๐ ปีขึ้นไป บำนาญถ้วนหน้าจะเท่าไร ไม่ควรจะแยกว่าคนนั้นต้องมีเกณฑ์ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ เพราะฉะนั้นมันจะเป็นการที่คนที่เป็นข้าราชการใช้อำนาจไปเลือกปฏิบัติได้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ โดยส่วนตัวเงินสวัสดิการมันเป็นเงินภาษีอากรของประชาชน แล้วก็ ในรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ หรือวินัยการเงินการคลังเราเขียนไว้ค่อนข้างเคร่งครัด ว่าโดยเฉพาะในรัฐธรรมนูญจะเขียนอยู่ในมาตรา ๑๖๔ วรรคสอง นี่คือคณะรัฐมนตรี ต้องรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัด แล้วก็ในหมวดหน้าที่ของรัฐ ซึ่งผู้มาชี้แจง ก็อยู่ในกระทรวงการคลัง คือรัฐต้องรักษาวินัยการเงินการคลัง แล้วใน พ.ร.บ. วินัยการเงิน การคลัง มาตรา ๖ เขาระบุไว้ชัดเลยว่ารัฐต้องดำเนินนโยบายการคลัง งบประมาณ การจัด รายได้ การจ่าย การบริหารเงินการคลัง การก่อหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ โปร่งใส ตรวจสอบได้ คราวนี้คำว่าตรวจสอบได้ก็ต้องเรียนว่า เมื่อครั้งที่แล้วท่านเอารายงานการเงินปี ๒๕๖๒ มา ปรากฏว่างบการเงินของท่านมีปัญหา เหตุที่มีปัญหาเนื่องจากว่า สตง. อ้างว่าตรวจสอบไม่ได้ ในการมาชี้แจงน่าจะเป็นท่านรองที่มาชี้แจงในครั้งนี้กับผู้บริหาร ท่านมาชี้แจงครั้งนี้ สตง. เราถามท่าน ท่านก็ยังตอบไม่ได้ จนต้องให้รองผู้ว่า สตง. เป็นผู้ชี้แจง รองผู้ว่า สตง. ชี้แจงว่า กองทุนได้รับเงินทั้งหมดก่อนถึงปี ๒๕๖๓ กองทุนได้รับเงินทั้งหมดไปดำเนินการ ๒๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ในจำนวน ๒๗๐,๐๐๐ ล้านบาท เริ่มปี ๒๕๖๒ เป็นต้นมาไม่สามารถ ตรวจสอบได้ สรุปว่าปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ หรือปี ๒๕๖๓ ไม่สามารถตรวจสอบได้ แล้วท่านก็ บอกว่าระหว่างปี ๒๕๖๑ ถึงปี ๒๕๖๒ เป็นจำนวน ๑๓๖,๐๐๐ ล้านบาท ๒ ปีนี่ สตง. ตรวจสอบไม่ได้ เมื่อตรวจสอบไม่ได้ คนก็มีความสงสัยว่าเงินอันนี้ไปใช้เพื่อสร้างความนิยม หรือไปใช้เรื่องการเมืองหรือไม่ เพราะชื่อประชารัฐ อย่างไรก็ตามครับ พอมาในปีที่แล้ว ท่านถูกคืนงบการเงิน ในปีนี้ สตง. ก็บอกว่าเมื่อสิ้นปีงบประมาณ สตง. ต้องทำรายงานให้เสร็จภายใน ๑๖๐ วัน แล้วก็มีข้อตกลงกับหน่วยว่าอย่างน้อยหน่วยงานควรจะส่งมาให้ สตง. ได้จัดทำการตรวจสัก ๙๐ วัน โดยเฉพาะช้าที่สุดก็คือเดือนธันวาคม แล้วเขาจะได้มีรายงานในเดือนมีนาคม ปรากฏว่า ของท่านเองในครั้งนี้ส่งให้ สตง. ได้ตรวจวันที่ ๘ เขามีเวลาทำรายงานถึงวันที่ ๑๑ เพียง ๓ วัน ท่านประธานที่เคารพทราบไหม ด้วยความมุ่งมั่นของ สตง. สตง. ได้ใช้เครื่องมือที่เป็นสถิติ ในการสุ่มตรวจโดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ และเป็นใช้เครื่องมือทางวิทยาศาสตร์ ปรากฏว่า การทำแรนดอม (Random) เชิงสถิติเลือกตรวจ ๑๐๐ คน พบว่ามี ๒๒ คนที่มีการจ่ายเงิน บัตรประชารัฐไปเสียชีวิต เสียชีวิตไป ๑๗ เปอร์เซ็นต์ อันนี้คืออะไร คือแสดงว่าที่ท่านจ่ายเงิน กับผู้เสียชีวิตนั้น ๑๗ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเป็นจำนวนหลายล้านคน ถ้าเป็นตัวเลขตามนี้จริง แล้วอะไรรู้ไหม พอมาในปี ๒๕๖๓ งบการเงินที่บอกว่ามีเงื่อนไข เขาบอกมีเงื่อนไขในปี ๒๕๖๓ แต่ที่ผ่านมาเขาไม่รับรอง เพราะเงินจำนวน ๒๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ท่านเอาเงินภาษีอากร เอาหยาดเหงื่อของประชาชนไป ท่านไปจ่ายตรงหรือไม่ อันนี้ผมอยากกราบเรียนว่า ท่านได้รวบอำนาจมา คนที่รู้ว่าคนจนจริง ๆ ก็คือชุมชนท้องถิ่น ทำไมท่านไม่กระจายอำนาจ ไปให้องค์กรปกครองท้องถิ่นหรือหน่วยงานท้องถิ่นทำ ทำไมท่านไม่ให้กระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ทำเหมือนหลายคนที่ผ่านมา วันนี้พอท่านไปออกเป็น พ.ร.บ. ท่านก็มาพูดทำนองชี้แจงว่าคนจนน้อยลง แต่ ๑๔ ล้านกว่าคนที่ท่านระบุไว้มันต ่ากว่า เส้นความยากจน คนนี้เป็นคนรวยหรืออย่างไรถึงได้บอกว่าคนจนน้อยลง แล้วยังมีคน อีกจำนวนมาก ก็อยากจะเรียนถามว่าภาระภาษีเมื่อเราตรวจสอบไม่ได้ ผมเองจึงอยากจะขอ กล่าวหาว่า บุคคลที่เป็นกรรมการ ตั้งแต่รัฐมนตรี ตั้งแต่ปลัด โดยเฉพาะคนในกระทรวง การคลังเป็นส่วนใหญ่ ท่านเอาเงินไปให้กับคนตายแล้วท่านไม่ถูกดำเนินคดีได้อย่างไร อันนี้มัน เป็นเงินของประชาชน มันเป็นเงินที่ประชาชนเสียภาษีทางอ้อม ๑๐๐ บาท เขาไปซื้อของเขาก็เสีย ๗ บาท ภาษี ๗ เปอร์เซ็นต์ ท่านต้องทำให้โปร่งใส ท่านผิดทั้งกฎหมายรัฐธรรมนูญ ผิดทั้ง กฎหมายวินัยการเงิน การคลัง แล้วยังอยู่เฉยอยู่อีก ผมจึงคิดว่าผมเห็นด้วยกับการช่วยเหลือ คนยากไร้ แต่ต้องไม่ทุจริต ต้องไม่ทำเพื่อเสริมผลประโยชน์ให้แก่พวกพ้องหรือผู้มีอำนาจครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นท่านศรีนวล บุญลือ เชิญครับ🔗

นางสาวศรีนวล บุญลือ เชียงใหม่

เรียนประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ข้าเจ้า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย ตามที่กระทรวงการคลังได้รายงานประจำปีกองทุนประชารัฐสวัสดิการ เพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ปีงบประมาณ ๒๕๖๓ ที่ผ่านมาข้าเจ้าได้ลงพื้นที่ในเขต ที่รับผิดชอบ ช่วงโรคโควิด (COVID) ระบาด ได้ลงพื้นที่ไป มีพ่ออุ๊ย แม่อุ๊ย ประชาชน ที่ตกระกำลำบากยากจนที่บ่มีงานทำ เขาจะอู้ฝาก ส.ส. อยู่ตลอดว่าถ้ามีโอกาสฝากขอบคุณ รัฐบาลตวย ที่ผ่านมาโควิด (COVID) ระบาด เดือดร้อนกันนัก พ่ออุ๊ย แม่อุ๊ยที่อยู่ทางบ้าน ประชาชนที่อยู่ทางบ้าน บ่มีงานทำ ลูกหลานออกไปทำงานต่างถิ่น กลับบ้านบ่ได้ ถ้าบ่มีเงิน สวัสดิการกองทุนเศรษฐกิจฐานราก พ่ออุ๊ย แม่อุ๊ย ประชาชนที่อยู่ทางบ้านคงจะยากลำบาก แต่ยังมีเงินสวัสดิการที่รองรับ แล้วก็มีบัตรฮื้อพ่ออุ๊ย แม่อุ๊ย ประชาชนที่ตกระกำลำบากแล้วก็คนพิการได้ไปเอาบัตรไปรูด เอาของมาใช้จ่าย ก็เป็นการดีที่มีบัตรไปรูดเอาของมา ถ้ามีเงินโอนเข้าบัญชีบางครั้งพ่ออุ๊ย แม่อุ๊ย ประชาชนที่อยู่ถิ่นกันดารบ่สามารถที่จะมาเอาเงินในตู้เอทีเอ็มไปซื้อของได้ ดังนั้น มีบัตรมันเป็นการที่ดี ที่พ่ออุ๊ย แม่อุ๊ยอยู่ที่ถิ่นกันดารฝากบัตรลูกหลานที่อยู่บ้านใกล้เรือนเคียง แล้วก็ไปรูดของ กลับไปถึงบ้านเขาก็ยังได้ของครบนะเจ้า ถ้าเป็นเงินสดหรือไปเอาบัตร เอทีเอ็มบางครั้งเงินยังหายไป อันนี้ก็เป็นข้อดี ทุกอย่างมันมีข้อดีและข้อเสีย ดังนั้นข้าเจ้า ในนามตัวแทนของประชาชนพ่ออุ๊ย แม่อุ๊ยที่อยู่ทางบ้านก็ต้องขอกราบขอบพระคุณรัฐบาล ที่ทำงานเดินไปข้างหน้าแต่ยังเหลียวหลังไปเห็นความยากจนของพ่ออุ๊ย แม่อุ๊ย ประชาชน ที่ตกระกำลำบากนะเจ้า ในพื้นที่ของข้าเจ้าที่รับผิดชอบเป็นถิ่นทุรกันดารที่ยังขาดแคลนคนที่ ยังมีน ้าใจที่ดูแลอยู่นะเจ้า ข้าเจ้าอยากจะเรียนฝากไปยังทางคณะกรรมการว่าถ้ามีกองทุน สวัสดิการ ถ้าเอากองทุนนี้ไปส่งเสริมอาชีพ ถ้ารัฐบาลเป็นพ่อเป็นแม่ที่ฮักลูกก็อยากให้รัฐบาล นั้นช่วยส่งเสริมเอาเงินกองทุนที่อยู่ไปส่งเสริม ถ้าอยากให้ลูกหลานประชาชนได้กินปลาเพื่อ ระยะยาวก็สอนฮื้อเลี้ยงปลาจะได้กินปลาที่ดีและมีคุณภาพ ถ้ามีบัตรเอาบัตรไปรูดแต่ละครั้ง ๆ เกิดวันหน้าวันหลังมาบัตรสวัสดิการนี้หายไปพ่ออุ๊ย แม่อุ๊ยก็คงจะบ่มีอาชีพกินต่อไปนะเจ้า อยากให้ฮื้อส่งเสริมพ่ออุ๊ย แม่อุ๊ย ประชาชนที่ตกระกำลำบากได้มีอาชีพ สร้างงาน สร้างอาชีพ แล้วมีตลาดรองรับฮื้อกับพ่ออุ๊ย แม่อุ๊ยและประชาชนที่อยู่ข้างหลัง ข้าเจ้าในนามตัวแทน พ่ออุ๊ย แม่อุ๊ย ประชาชนผู้พิการที่อยู่ที่ข้าเจ้ารับผิดชอบ ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณรัฐบาล ที่ได้เห็นความสำคัญกับพ่ออุ๊ย แม่อุ๊ย ที่ยังบ่ทิ้งคนยากจนที่อยู่ข้างหลัง กองทุนสวัสดิการ เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากฮื้อกับสังคม พูดแล้วทำ ประชาชนได้รับผลประโยชน์ข้าเจ้ายินดี เป็นอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนเจ้า ขอกราบขอบพระคุณประธาน ณ โอกาสนี้ตวยนะเจ้า ขอขอบคุณเจ้า🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นตัวแทนหน่วยงานตอบชี้แจง ท่านรองปลัดใช่ไหมครับ เชิญครับ🔗

นายธีรัชย์ อัตนวานิช รองปลัดกระทรวงการคลัง

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผม ธีรัชย์ อัตนวานิช รองปลัดกระทรวงการคลัง ได้รับมอบหมายจากทางกระทรวงการคลังให้มาชี้แจงข้อมูล ในส่วนของกองทุนจัดสวัสดิการประชารัฐเพื่อเศรษฐกิจฐานราก ก่อนอื่นผมต้องขอ กราบขอบพระคุณทางท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่ได้กรุณาให้ความสนใจเกี่ยวกับ การดำเนินงานของกองทุนแล้วก็มีคอมเมนต์ (Comment) มีข้อคิดเห็น แล้วก็มีข้อสังเกต ที่ผมคิดว่าหลายประเด็นนี้เป็นประโยชน์กับการดำเนินงานของกองทุนก็จะขอรับข้อสังเกต แล้วก็ความเห็นของทางท่านสมาชิกทุกท่านไปพิจารณานะครับ แต่ว่าอย่างไรก็ดีมีประเด็น ที่ผมคิดว่าท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่านมีความไม่สบายใจนะครับ ที่ผมจะขออนุญาตชี้แจง เพื่อที่จะให้ท่านสมาชิกมีความสบายใจ โดยเฉพาะในเรื่องของความโปร่งใสในการดำเนินงานของกองทุน ซึ่งเงินหรือว่างบประมาณ ที่ใช้ของกองทุนนี้ก็เป็นเงินงบประมาณ ซึ่งก็เป็นเงินของพวกเราทุกคน🔗

ประเด็นแรกที่ท่านสมาชิกหลายท่านที่ผมรับฟังมามีข้อห่วงใยแล้วก็ไม่สบายใจ ก็คือเกี่ยวกับเรื่องความเห็นของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจสอบ งบการเงินของกองทุน มีความเห็นที่เป็นลักษณะของการไม่แสดงความเห็นในเรื่องของการใช้จ่าย ของกองทุน อันนี้ผมก็ขอเรียนว่าจากที่ท่านสมาชิกได้อ้างถึงว่า ในส่วนนี้ก็เป็นเรื่องของกฎหมาย ในเรื่องของข้อมูลส่วนบุคคลที่มีการคุ้มครอง แล้วก็ในส่วนของข้อมูลของกองทุน โดยเฉพาะ ข้อมูลในเรื่องของข้อมูลส่วนบุคคลที่เป็นการให้ความช่วยเหลือประชาชน ตามกฎหมาย ก็ถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคล แต่ว่าอย่างไรก็ดีผมขอเรียนว่าในขณะนี้ทางกระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลางก็ได้พิจารณาปรับปรุงการให้ข้อมูลในส่วนนี้แก่ทาง สตง. โดยเราก็ดู ให้สอดคล้องกับตัวกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งอนุญาตให้ทางเจ้าของข้อมูลหรือว่า ผู้เก็บข้อมูลนี้สามารถให้ข้อมูลกับหน่วยงานที่มีอำนาจในเรื่องของการตรวจสอบข้อมูลได้ ก็คือ สตง. ทางกรมบัญชีกลางก็เลยเปิดให้สิทธิกับทางเจ้าหน้าที่ สตง. ซึ่งมีหน้าที่ในการตรวจสอบ งบการเงินของกองทุนให้สามารถที่จะเข้ามาตรวจสอบข้อมูลในระบบอีโซเชียล เวลแฟร์ (e-Social Welfare) ได้ ซึ่งในปัจจุบันนี้ก็มีเจ้าหน้าที่ของ สตง. เท่าที่ผมได้รับข้อมูลประมาณ ๓ ท่าน ที่สามารถที่จะได้รับสิทธิ แล้วก็เข้ามาตรวจสอบข้อมูลได้ ผมก็เชื่อว่าในการตรวจสอบ ข้อมูลของกองทุนในระยะต่อไปทาง สตง. ก็จะมีความสามารถที่จะเข้าถึงข้อมูลในส่วนนี้ แล้วก็จะทำให้การตรวจสอบงบการเงินของกองทุนนี้สามารถทำได้อย่างสมบูรณ์แล้วก็มีความโปร่งใส อันนี้ก็เพื่อความสบายใจของท่านสมาชิกทุกท่าน🔗

ประเด็นที่ ๒ ที่มีการพูดถึงก็คือในเรื่องของการจ่ายเงินให้กับผู้เสียชีวิต อันนี้ ผมก็ขอเรียนว่า เนื่องจากว่าปริมาณของผู้ถือบัตรมีถึง ๑๓-๑๔ ล้านราย เพราะฉะนั้นผมว่า โดยสถิติก็มีความเป็นไปได้ที่จะต้องมีผู้เสียชีวิตทุกเดือนหรือว่าอาจจะทุกวัน ซึ่งในกรณี ที่เราเคยทำทางกองทุนก็ได้มีการตรวจสอบรายชื่อผู้เสียชีวิตกับทางกรมการปกครอง เดือนละครั้ง ก็พบว่าก็ยังมีปัญหาในเรื่องว่าเขาเสียชีวิตไปแล้ว แต่ว่าข้อมูลที่เรามีเรายังไม่ได้ มีการอัปเดต (Update) ข้อมูล ก็อาจจะทำให้มีการจ่ายเงินในส่วนนี้กับผู้ที่เสียชีวิต ซึ่งในปัจจุบันทางกรมบัญชีกลางก็ได้มีการปรับปรุงหลักเกณฑ์ในส่วนนี้โดยมีการ อัปเดต (Update) ข้อมูลเดือนละ ๒ ครั้ง ก็คือทุก ๑๔ วัน อันนี้ก็จะช่วยให้การดำเนินการ ในเรื่องของการตรวจสอบข้อมูลมีความเป็นปัจจุบันมากขึ้น แล้วก็จะลดปัญหาในเรื่องของ การจ่ายเงินให้กับผู้เสียชีวิต ซึ่งตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๔ เป็นต้นมาทางกรมบัญชีกลาง ก็ได้ดำเนินการเพิ่มรอบในการส่งข้อมูลผู้เสียชีวิตทุกวันทำการของเดือน แล้วก็มีการ ระงับสิทธิในวันถัดไป อันนี้ก็คือเพื่อความสบายใจของทางท่านสมาชิกว่า ทาง กระทรวงการคลังไม่ได้นิ่งนอนใจ มีการปรับปรุงแล้วก็แก้ไขตามที่ทาง สตง. ได้ให้ความเห็น แล้วก็ตรวจสอบมา แล้วก็มีการเปิดข้อมูลให้ทางผู้ตรวจสอบสามารถเข้าถึงข้อมูลได้🔗

สำหรับข้อสังเกตอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ เช่น เรื่องของการปรับปรุงรายงานให้ มีความครบถ้วน แล้วก็ข้อมูลที่มีความผิดพลาดอันนี้ทางกระทรวงการคลังขอรับไปปรับปรุง ให้มีความสมบูรณ์มากที่สุดในโอกาสต่อไป การแสดงที่มาของงบประมาณของกองทุน ซึ่งทั้งหมดก็ขอเรียนว่าก็เป็นงบประมาณที่เรา ได้รับจัดสรรจากทางสำนักงบประมาณ ก็จะรับไปปรับปรุงในเรื่องของการแสดงที่มาให้มี ความชัดเจน🔗

เรื่องของการประเมินถึงผลกระทบของการคลังในระยะต่อไปอันนี้ก็เป็น ประเด็นที่จะรับไปพิจารณานะครับ🔗

เรื่องภาระหน้าที่ในเรื่องของการจัดสวัสดิการที่ทางท่านสมาชิกหลายท่านก็ เห็นว่าน่าจะเป็นของทางกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ อันนี้ก็เป็น เรื่องนโยบายนะครับ แต่ว่าอย่างไรก็ดีทางกองทุนก็จะรับไปพิจารณานะครับ🔗

เรื่องของการปรับปรุงหลักเกณฑ์ของผู้สมควรได้รับสิทธิให้มีความเหมาะสม มากยิ่งขึ้น แล้วก็ครอบคลุมประชาชนที่มีความเปราะบางให้มากขึ้น แล้วก็เงื่อนไขในเรื่องของการ จัดสวัสดิการที่ควรจะต้องมีการปรับปรุงให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน อันนี้ก็ ขอรับไปพิจารณานะครับ เพราะว่าอย่างที่ทุกท่านได้ทราบนะครับว่า ตอนนี้ทางรัฐบาลก็มี นโยบายที่จะมีการจัดลงทะเบียนในเรื่องของบัตรสวัสดิการรอบใหม่ ผมคิดว่าก็จะเป็นโอกาส ที่ดีที่เราได้มารับคอมเมนต์ (Comment) ของทางท่านสมาชิกก็จะขอรับกลับไปพิจารณา ขอขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ เมื่อจบการอภิปรายซักถามแล้วนะครับ🔗

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานคะ ดิฉัน ขอสอบถามเพิ่มเติมค่ะ ขออนุญาตสอบถามเพิ่มเติมนะคะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ🔗

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานคะ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลจากจังหวัดนครปฐม ขอบคุณสำหรับคำตอบนะคะ ดิฉันขอถามเพิ่มเติมใน ๒ ประเด็นค่ะ🔗

ประเด็นแรก ปีก่อนที่ส่งรายงานงบการเงินของปี ๒๕๖๒ เข้ามาในสภา ผู้ชี้แจงได้ตอบกับสภาแห่งนี้ว่า ไม่สามารถที่จะให้ข้อมูลส่วนบุคคลกับสำนักงานตรวจเงิน แผ่นดินได้ ทั้ง ๆ ที่มี พ.ร.ป. ของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินที่ให้อำนาจและหน้าที่ เข้าถึงข้อมูลเพื่อเป็นประโยชน์ในการตรวจสอบ ดิฉันไม่ทราบว่าปีที่แล้วผู้ชี้แจงมีความเข้าใจ ในประเด็นข้อกฎหมายผิดหรืออย่างไรนะคะ ทำให้เกิดผลเสียหายมาถึงรายงานถึง ๒ ฉบับ🔗

อีกประเด็นหนึ่งที่ท่านยังไม่ได้ตอบดิฉันคือ มีข่าวออกมาเป็นข่าวที่น่าเชื่อถือ ได้ว่า มีความพยายามที่จะเปลี่ยนไม่ให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้ตรวจสอบรายงาน การเงิน เป็นผู้ตรวจสอบงบการเงินของกองทุนสวัสดิการประชารัฐ แต่มีความพยายามจะให้ บริษัทเอกชนไปตรวจสอบแทน อันนี้ผู้ชี้แจงยังไม่ได้ตอบนะคะ ดิฉันถามว่าสำนักงานตรวจ เงินแผ่นดินมีกฎหมายรองรับและสนับสนุนในการทำงานเพื่อให้การตรวจสอบเป็นไปได้อย่าง กว้างขวางมากกว่าบริษัทเอกชน ทำไมถึงได้มีความพยายามที่จะเปลี่ยนไปให้บริษัทเอกชน ตรวจสอบแทน ขอบคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรองปลัด จะชี้แจงไหมครับ ท่านไหนที่ชี้แจงได้ก็ชี้แจงนะครับ🔗

นายธีรัชย์ อัตนวานิช รองปลัดกระทรวงการคลัง

ก็ขออนุญาตเรื่อง ความเข้าใจในเรื่องของการให้ข้อมูล ผมว่าอันนั้นก็ได้เรียนท่านสมาชิกแล้วนะครับว่า เราก็รับแล้วก็ได้มีการปรับปรุงแก้ไขแล้วนะครับ แล้วก็ปัจจุบันทาง สตง. ก็เข้ามาตรวจสอบ แล้วก็สามารถที่จะเข้าถึงข้อมูลในส่วนนี้ได้ ในส่วนของผู้ตรวจสอบงบการเงินของ สตง. ตอนนี้ก็ขอยืนยันนะครับว่าทาง สตง. ก็ยังเป็นผู้ตรวจสอบงบการเงินของกองทุนอยู่นะครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ เมื่อจบการอภิปรายซักถามแล้วถือว่าที่ประชุมรับทราบ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพ ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ปิดการ อภิปรายไปแล้วนะครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ปิดการอภิปรายจริงครับ ผมไม่ ยอมรับรายงานทั้ง ๒ ฉบับนี้ ขอให้มีการลงคะแนนครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่มีข้อบังคับ ที่ให้ลงคะแนนครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ผมไม่รับรายงาน ๒ ฉบับนี้🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็เป็นสิทธิ ของท่านนะครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านรายงานต่อสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ แล้วก็มีคนไม่เห็นด้วย ท่านประธานจะไปต่อหรือครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คือ การรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรเขามีข้อบังคับเพียงแค่การอภิปรายซักถามชี้แจงเท่านั้นครับ ไม่ได้มีการลงมติครับ ส่วนท่านเห็นด้วย ไม่เห็นด้วยท่านก็มีสิทธิที่จะอภิปราย มีสิทธิที่จะพูด ในสภา🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ผมนั่งฟังแล้วรายงานไม่โปร่งใส ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ มันรับไม่ได้อย่างไรครับท่านประธาน ท่านประธานจะมัดมือชก ให้สมาชิกยอมรับในรายงานฉบับนี้หรือครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่ได้ มัดมือชกครับมันเป็นข้อบังคับเขียนไว้อย่างนั้นนะครับ เพราะฉะนั้นก็ถือว่าได้ตอบชี้แจงกันแล้ว ส่วนท่านสมาชิกยังไม่ชัดเจน ยังไม่เข้าใจตัวไหนก็สอบถามกันได้ แต่ว่าเราได้ให้สิทธิ ท่านสมาชิกอภิปรายกันจนครบทุกคนแล้ว ตัวแทนหน่วยงานก็ได้ตอบชี้แจงแล้วถือว่าจบ การรายงาน🔗

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานคะ อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลค่ะ เมื่อปีที่แล้วรายงานของ กองทุนประชารัฐสวัสดิการนี้เคยถูกนำกลับไปแก้ไข แล้วก็ในที่ประชุมสภาแห่งนี้ไม่ยอมรับ ถึงได้นำไปปรับปรุงแล้วก็เอามาส่งพร้อมกันกลายเป็น ๒ ฉบับอย่างในวันนี้ค่ะ และที่ท่านประธาน อ้างข้อบังคับนั้น ข้อบังคับข้อไหนคะที่ว่าไม่มีสิทธิที่จะโหวต และสภาแห่งนี้ไม่ใช่สภาตรายาง ดิฉันได้อภิปรายว่าดิฉันไม่ยอมรับรายงานทั้ง ๒ ฉบับนี้ ปีที่แล้วก็ไม่ยอมรับไปแล้วจนกระทั่ง ไปตรวจสอบค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอมรัตน์ ท่านไปดูข้อบังคับ ข้อ ๒๓ (๒) ระเบียบวาระตรงนี้เป็นเพียงระเบียบวาระเพื่อทราบนะครับ ระเบียบวาระเพื่อทราบไม่ได้บังคับว่าต้องมีการโหวต ไม่ได้เขียนไว้ว่าต้องมีการลงมติ เพียงแต่ว่าท่านสมาชิกมีข้อข้องใจสงสัยอะไรท่านก็สามารถอภิปรายซักถาม ผู้ตอบชี้แจง ก็มีสิทธิที่จะตอบชี้แจง ส่วนเชื่อหรือไม่เชื่อมันก็เป็นสิทธิของพวกเรานะครับ แต่ก็ถือว่าเมื่อได้ อภิปรายซักถามกันแล้วก็ถือว่า การรายงานนั้นจบกระบวนความ ฉะนั้นวันนี้ผมจึงถือว่า วาระนี้เป็นวาระรับทราบ แจ้งให้สภาทราบเฉย ๆ ไม่ได้มีการลงมติครับ ผมยืนยันครับ ประธานไม่อาจจะทำผิดข้อบังคับหรอกครับ🔗

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานคะ ถ้าจะเสนอ เป็นญัตติว่าขอไม่รับรองรายงานนี้เป็นญัตติใหม่จะได้ไหมคะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คงไม่ได้ หรอกครับ เพราะเรื่องนี้มันเป็นเพียงระเบียบวาระเพื่อทราบเท่านั้นครับ🔗

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณค่ะ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานครับ แล้วสภาเรา จะทำอย่างไรครับ ถ้าเกิดเราสงสัยจะมีการบกพร่องในหน้าที่ แล้วก็มีการทุจริตคอร์รัปชัน อยู่ในนี้ซึ่งเราไม่ชอบ เราไม่ยอมรับกระบวนการเหล่านี้ ซึ่งการตรวจสอบของหน่วยงานราชการ เขาก็ไม่ยอมรับเราจะทำอย่างไรดีท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านก็หา วิธีการ ส่วนว่าจะทำอย่างไรนั้นตอนนี้ผมก็คงจะตอบแทนท่านไม่ได้นะครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ ดังนั้น ผมขออนุญาตตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสามารถเสนอ เรื่องเข้าไปสู่กรรมาธิการสามัญในการพิจารณาตรวจสอบได้ครับ เรามีกรรมาธิการอยู่แล้วนะครับ ก็ถือว่าเป็นการจบการรับทราบรายงานประจำปีกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจ ฐานรากและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ และประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ แล้วนะครับ ขอบคุณตัวแทนหน่วยงานครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ ผมเสนอตรวจสอบองค์ประชุมครับท่านประธาน มีผู้รับรองถูกต้องครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

จบแล้วครับ ต่อไปเป็นระเบียบวาระที่ ๒.๓🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

จบแล้วครับ ท่านพิเชษฐ์ครับ ท่านอย่าดื้อสิครับ นั่งเถอะครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ข้อบังคับ มีผู้รับรองถูกต้อง ท่านประธานมองไม่เห็นหรือครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ วันนี้เราได้ประชุมกันมาพอสมควรแล้วนะครับ ผมขอปิดการประชุมครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๑๘.๕๐ นาฬิกา