รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๓
ครั้งที่ ๒๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพุธที่ ๑๙ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๕
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
-----------------------
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ขณะนี้เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิก ได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ ตามลำดับรายชื่อ ท่านละ ๒ นาทีนะครับ เชิญท่านแรก คุณประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดินแดง ห้วยขวาง ขออนุญาตหารือ ท่านประธาน ๓ เรื่องนะครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้ทางการเคหะแห่งชาติโดยกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ได้ไปปรับปรุงผิวจราจรบริเวณหน้าแฟลต ช. ๑ ถึง ช. ๖ ในพื้นที่ สำนักงานการเคหะ ดินแดง ๒ นะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ขออนุญาตหารือท่านประธาน ขอให้ทางกระทรวงมหาดไทย ประสานไปยังกรุงเทพมหานครโดยให้การไฟฟ้านครหลวงได้ไปติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างบริเวณ ถนนโลคัลโรด (Local road) จากถนนอโศก-ดินแดง ไปจนกระทั่งถึงถนนเพชรอุทัย ซึ่งตั้งแต่ มีการทำถนนมายังไม่ได้มีการทำให้มีกระแสไฟฟ้าหรือว่าไฟฟ้าแสงสว่างในบริเวณถนน ดังกล่าวเลย เป็นจุดอับจุดเปลี่ยวที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อนเป็นจำนวนมากในขณะนี้นะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ขออนุญาตนำเรียนท่านประธานเพื่อหารือไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะได้ให้มีการปรับปรุงผิวจราจรโดยกรุงเทพมหานคร บริเวณถนนที่เรียกว่า ถนนดินแดง ๑ ที่อยู่หลังบริเวณแฟลต ๑ ถึงแฟลต ๘ เป็นถนนที่คู่ขนานกับถนนอโศก-ดินแดง ซึ่งผมเคยได้นำเรียนยื่นเป็นกระทู้แยกเฉพาะให้ไปปรับปรุงนะครับ แล้วรัฐมนตรีได้มาตอบว่า จะมีการไปปรับปรุงนะครับ จนกระทั่งถึงปัจจุบันยังไม่ได้มีการปรับปรุงผิวจราจรในบริเวณ ถนนดังกล่าวเลย ก็ขออนุญาตนำเรียนท่านประธานเพื่อที่จะได้ให้หน่วยงานไปแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ๓ เรื่อง ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปคุณประกอบ รัตนพันธ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมขออนุญาตหารือท่านประธานถึงความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชน ๒ เรื่องด้วยกันนะครับ🔗
เรื่องแรก กระผมได้รับคำร้องเรียนจากนายไพโรจน์ จันทร์ประดิษฐ์ ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๑๘ ตำบลบางขัน อำเภอบางขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อที่จะให้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้ไปติดตั้งเสาโทรศัพท์ หมู่ที่ ๑๘ ซึ่งผมกราบเรียน ท่านประธานว่า พี่น้องชาวตำบลบางขัน อำเภอบางขัน และพี่น้องหมู่ที่ ๖ ตำบลเขาขาว อำเภอทุ่งสง รับสัญญาณโทรศัพท์ไม่ได้ครับ ในตำบลบางขัน มีหมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๙ หมู่ที่ ๑๐ และหมู่ที่ ๑๘ ตำบลเขาขาว อำเภอทุ่งสง หมู่ที่ ๖ รวมทั้งหมดประมาณ ๑,๐๐๐ ครอบครัว ใช้ประโยชน์ไม่ได้ ก็ขอความเมตตาเพื่อที่จะให้กระทรวงดิจิทัลได้กรุณาไปตั้งเสาโทรศัพท์ ให้ด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับคำร้องเรียนจากนายปรีชา ทรงทอง นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลหนองหงส์ เพื่อที่จะขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าควนไม้แดงมาก่อสร้างที่สำนักงาน อบต. หนองหงส์ ซึ่งขณะนี้ อบต. หนองหงส์อาศัยที่วัดอยู่ครับ และขณะนี้วัดต้องการใช้พื้นที่ ก็ขอใช้พื้นที่ของป่าควนไม้แดง ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่ของศาลปกครอง ขณะนี้ศาลปกครองไม่ใช้แล้ว ก็ขอใช้ตรงนั้นนะครับ แล้วก็ท่านนายกคนเดิมได้กรุณาประสานงาน แต่ว่างานไม่คืบหน้า ก็ขอความเมตตาจากท่านประธานเพื่อที่จะส่งเรื่องไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ต่อไปคุณครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ผู้แทนเมืองสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เรื่องที่ผมจะหารือ ผมใช้เวทีสภามาไม่น้อยกว่า ๕ ครั้งครับ เรื่องของถนนสาย ๒๒๖ จากนครราชสีมาไปบุรีรัมย์ ไปสุรินทร์ ไปศรีสะเกษ ไปอุบลราชธานี วันนี้มันมีอยู่ช่วงเดียวประมาณ ๑๓ กิโลเมตร อยู่ในระหว่างอำเภอเมืองสุรินทร์จากตำบลเมืองทีกับตำบลจารพัต อำเภอศีขรภูมิ ซึ่งวันนี้ เกิดอุบัติเหตุมาก และถนนสายนี้เป็นถนนสายยุทธศาสตร์สำคัญของอีสานใต้ วันนี้ผม ทราบข่าวมาว่ากระทรวงคมนาคมก็มีความตั้งใจ แต่ติดคณะกรรมการอีไอเอ (EIA) คือ คณะกรรมการเอนไวรอนเมนทัล อิมแพกต์ แอสเซสเมนต์ รีพอร์ต (Environmental Impact Assessment Report) ที่ขึ้นอยู่กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ ยอมพิจารณา อ้างว่าผ่านวัตถุมงคลของวัดบ้านพันษีที่มาขึ้นทะเบียนกับกรมศิลปากร ซึ่งจริง ๆ แล้ว ไม่ได้มีเจดีย์ ไม่ได้มีอะไรครับ มีเพียงแต่ว่าเป็นฐานโบราณเก่า มีอิฐอยู่ไม่กี่ก้อน แต่ก็ ไม่สามารถดำเนินการได้ ซึ่งสร้างปัญหามากครับ อุบัติเหตุเกิดทุกเดือน มีทั้งคนบาดเจ็บ มีทั้งคนล้มตาย เพราะเช้า ๆ ขึ้นมาเด็กนักเรียนจากอำเภอศีขรภูมิจะมาเรียนในตัวเมือง สุรินทร์ เด็กจากสำโรงทาบมาสุรินทร์ คนจากศรีสะเกษมาสุรินทร์ คนจากสุรินทร์ไป ศรีสะเกษ ถนนมันแคบครับ จาก ๒ ช่องจราจร เป็น ๔ ช่องจราจร บางทีขี่มาเพลินครับ ๔ ช่องจราจรท่านประธานนึกภาพออกนะครับ มาถึงที่ ๒ ช่องจราจร หลับในมาบ้าง ตกใจ เกิดอุบัติเหตุ เป็นบ่อยครั้งครับผมยืนยัน วันนี้ฝากไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะคณะกรรมการอีไอเอ (EIA) ๔ ปีแล้วผมร้องขอมาตั้งแต่รัฐมนตรี อาคม วันนี้มาเป็นรัฐมนตรีศักดิ์สยามแล้ว แต่ทางกระทรวงคมนาคมก็มีความตั้งใจบอกว่า ถ้าคณะกรรมการอีไอเอ (EIA) ให้ผ่านก็จะรีบดำเนินการให้ เพราะเป็นการแก้ปัญหา เรื่องอุบัติเหตุ เป็นการแก้ปัญหาถนนยุทธศาสตร์เส้นนี้ทุกคนรู้ดีครับ ผมฝากท่านประธาน ผ่านไปยังคณะกรรมการอีไอเอ (EIA) หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงคมนาคม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณสุรทิน พิจารณ์🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ ๒ เรื่อง กราบเรียนท่านประธาน🔗
เรื่องแรก ขออนุญาตเข้าไปทำการเกษตรปลูกข้าว ปลูกมันสำปะหลังในที่ดิน ของอุทยานแก่งตะนะ ผู้ร้องคือนายเสาร์ ผิวชน และนายเพชร น้อยตา ประเด็นปัญหา ก็คือปัญหาในหมู่บ้านห้วยหมากใต้ บ้านเวินบึก บ้านท่าแพ อีกกลุ่มหนึ่งก็คือบ้านท่าซาด บ้านมันปลาของตำบลคำเขื่อนแก้ว อำเภอสิรินธร จังหวัดอุบลราชธานี ได้ไปปลูกมัน ปลูกข้าว แต่พอในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๔ ปรากฏว่าหัวหน้าแก่งตะนะ ให้เจ้าหน้าที่ ไปปักป้ายไล่พี่น้องเกษตรกรออกมาจากหมู่บ้านทั้ง ๗-๘ หมู่บ้าน ทำให้เดือดร้อนมาก ฝากท่านประธานไปที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ช่วยเข้าไปดูแลปัญหานี้ด้วย🔗
ปัญหาที่ ๒ ก็คือปัญหาขอเช่าที่ดินของกองเสบียงอาหาร มณฑลทหารบก ที่ ๓๑ จังหวัดนครสวรรค์ พี่น้องประชาชนประมาณ ๑๐๐ ครอบครัว มีความเดือดร้อน เนื่องจากอยากเช่าที่ดินที่อยู่มาก่อน ปรากฏว่าเดี๋ยวนี้ทางมณฑลทหารบกได้ให้นายทุน เข้าไปเช่า แล้วก็พยายามจะขับไล่พี่น้อง ๑๐๐ ครอบครัว ออกมาจากที่ดินแปลงนี้ คือที่ดินที่ หมู่บ้านเขาเขียว ผู้ร้องคือนายธนัชชัย ไพรสิงห์ และนางสาวชุติกาญจน์ คำเสมอสมบัติ ท่านประธานครับ ฝากไปที่กระทรวงกลาโหม ได้ไปช่วยแก้ปัญหาความเดือดร้อนด้วยนะครับ ถ้าไม่แก้ปัญหา ปัญหามันก็จะเกิดอยู่บ่อย ๆ เกิดมาจากหน่วยงานราชการทั้งนั้น ทั้งกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งกระทรวงกลาโหม ช่วยแก้ปัญหาด้วย กราบเรียน ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณมานพ คีรีภูวดล🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องที่จะนำเรียนท่านประธานฝากไปยังท่านนายกรัฐมนตรีครับ🔗
เรื่องแรก เรื่องของการหนีภัยสงคราม กรณีประเทศเพื่อนบ้านที่จังหวัดตาก ที่อำเภอแม่สอด ประเด็นอย่างนี้ท่านประธานครับ ทางการของเราก็รับผู้อพยพมาอยู่บริเวณ ริมน้ำเมยที่เราเรียกว่า คอกวัว บ้านแม่โกนเกน ซึ่งสถานการณ์ล่าสุดก็คือว่า มีการสู้รบกัน ที่หนักทำให้ลูกปืนตกลงมาในพื้นที่ผู้อพยพ เพราะฉะนั้นอยากจะนำเรียนถึงนายกรัฐมนตรีว่า ให้ย้ายผู้หนีภัยสงครามเหล่านี้เข้าไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยโดยด่วนเลยครับ ท่านประธานครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชน คุณประเวศ ปิ่นเงิน ประธานเครือข่าย ชนเผ่าชาติพันธุ์ อำเภองาว จังหวัดลำปาง ได้ฝากถึงปัญหาในพื้นที่ เรื่องนี้ก็นำเรียน นายกรัฐมนตรี เพราะว่าเกี่ยวข้องในประเด็นหลายเรื่องครับ เรื่องแรกเป็นประเด็นเรื่องของ ที่ดินที่ยังไม่มีการรังวัด ซึ่งน่าจะอยู่ในเงื่อนไขของ คทช. และการใช้ประโยชน์ที่ยั่งยืน เรื่องที่ ๒ เรื่องของการพัฒนาคุณภาพชีวิต เรื่องคนกับป่า เรื่องที่ ๓ คือเรื่องของโครงสร้าง พื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไฟฟ้าและถนน พื้นที่ทั้งหมดอยู่ในพื้นที่ของตำบลนาแก หมู่ ๔ หมู่ ๖ ตำบลปงเตา หมู่ ๖ หมู่ ๑๐ หมู่ ๑๑ ตำบลบ้านร้อง หมู่ ๑๑ หมู่ ๑๓ ตำบลบ้านหวด หมู่ ๒ หมู่ ๓ หมู่ ๔ แล้วก็หมู่ ๕ เพราะฉะนั้นประเด็นที่อยากจะนำเรียนท่านประธาน ถึงนายกรัฐมนตรี พื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่ที่พี่น้องประชาชนได้ทำหนังสือไปถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในขณะนั้นก็คือ พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ ประชาชนได้ทำหนังสือไปแล้ว แต่ว่ายังไม่มีความคืบหน้า ขอนำเรียนท่านประธาน ต่อนายกรัฐมนตรีว่าให้ช่วยติดตาม แล้วก็แก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่โดยด่วน ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗
ต่อไปนางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ มีเรื่องที่จะขอหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานของรัฐบาล ๓ เรื่องนะคะ🔗
เรื่องที่ ๑ เป็นปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวตำบลเจ็ดริ้ว อำเภอบ้านแพ้ว ซึ่งคลองเจ็ดริ้วความยาวประมาณ ๘ กิโลเมตร ไม่ได้ขุดลอกมานานหลายปี เรื่องนี้ดิฉัน ก็ต้องขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทาน ขอให้ช่วยดำเนินการแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนให้กับพี่น้องชาวตำบลเจ็ดริ้ว โดยการขุดลอกคลองเจ็ดริ้วระยะทางประมาณ ๘ กิโลเมตร🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องการป้องกันน้ำท่วมริมคลองดำเนินสะดวก ซึ่งที่แรกก็คือ ที่วัดสวนส้ม ตำบลสวนส้ม อำเภอบ้านแพ้ว ก็ยังขาดเขื่อนป้องกันตลิ่งระยะทางประมาณ ๒๐๐ เมตร แล้วอีกที่หนึ่งก็คือที่วัดราษฎร์ศรัทธากะยาราม หรือที่เรียกว่าวัดมอญ ตรงนี้ เขื่อนก็ยังขาดอยู่ ความยาวประมาณ ๘๗ เมตรนะคะ🔗
เรื่องที่ ๓ ก็เป็นเรื่องการแก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน แล้วก็ที่วัดซึ่งเกิดน้ำท่วมประจำ ที่แรกคือที่วัดกาหลง ดิฉันอยากจะขอเรียนไปยังกรมโยธาธิการ และผังเมือง ขอให้ช่วยดำเนินการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง ความยาวประมาณ ๒๕๐ เมตร และอีกแห่งหนึ่งก็คือวัดบางพลี ก็อยู่ติดกับคลองสุนัขหอนเช่นเดียวกัน ในส่วนนี้ถ้าหากมีการ สร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง ป้องกันน้ำท่วมให้กับวัดบางพลี ก็จะช่วยแก้ปัญหาความเดือดร้อน ให้ประชาชนได้ เขื่อนที่วัดบางพลีความยาวประมาณ ๒๐๐ เมตร อยู่ที่ตำบลบางโทรัด อำเภอเมืองสมุทรสาคร ก็ขอฝากท่านประธานด้วยนะคะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปคุณประเสริฐ บุญเรือง🔗
กราบสวัสดีปีใหม่ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ บุญเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย🔗
ด้วยในปี ๒๕๖๒ เกิดพายุที่มีชื่อว่า พายุโพดุล ทำให้บ้านเรือนราษฎรเสียหาย ถนนหนทางได้รับความเสียหาย ฝายต่าง ๆ ขาดเป็นจำนวนมาก เป็นวงกว้างในภาคอีสาน หลายจังหวัด และพื้นที่ภาคกลาง ภาคเหนือบางส่วน โดยรัฐก็ได้จัดสรรงบประมาณให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่งแผนงานขอรับการสนับสนุนงบประมาณอย่างเร่งด่วน และรัฐ ก็ได้จัดสรรงบประมาณแบบเร่งด่วนเช่นกัน คือส่งเงินไปถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในวันที่ ๓๐ กันยายน งบประมาณปี ๒๕๖๒ ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของบประมาณ เงินเข้าบัญชี ท้องถิ่นละ ๕ ล้านบาท เข้าบัญชีไปแล้วองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็ดำเนินการแก้ไขปัญหา ที่เกิดจากผลกระทบพายุโพดุล เอาไปทำถนนบ้าง เอาไปทำฝายขาดบ้าง ซ่อมสร้างบ้านเรือน ให้ราษฎรบ้าง ทีนี้ปัญหาที่มันเกิดขึ้นก็คือ ปัญหาโครงการที่ส่งขอรับงบประมาณนั้น ที่ไม่ได้ รับการอนุมัติ ส่งเข้ามาแก้ไขก็คือ ส่งไปทางจังหวัด จังหวัดก็บอกว่าให้ไปขอที่กรม กรมก็ส่ง เข้ามากรม กรมก็บอกว่าให้ไปสำนักเลขาธิการรัฐมนตรี เลขาธิการรัฐมนตรีก็บอกให้ส่งไป สำนักงบประมาณ สำนักงบประมาณก็ให้ส่งไปที่กฤษฎีกา จากปี ๒๕๖๒ จนถึงปัจจุบันนี้ งบโพดุลที่ออกไป อปท. ละ ๕ ล้านบาท จังหวัดกาฬสินธุ์ยังไม่ได้รับอนุมัติงบประมาณ ให้ดำเนินการอยู่ ๑๑๕ โครงการ เป็นเงินอยู่ทั้งหมด ๔๑ ล้านบาทนะครับท่านประธาน นี่คือทำให้เงินที่ตกค้างอยู่บนท่อที่เกิดขึ้น ดังนั้นอยากให้ทางเลขาหรือรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ไปดำเนินการแก้ไขปัญหาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างเร่งด่วน ด้วยครับ ท่านประธานด้วยความเคารพครับ🔗
ต่อไปคุณเกียรติ เหลืองขจรวิทย์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย มีเรื่องที่ปรึกษาท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ขอขยายถนน ๔ ช่องจราจร ระหว่างเทศบาลตำบลสระโบสถ์ อำเภอสระโบสถ์ ไปถึงโรงงานน้ำตาลสระโบสถ์ เส้นทางสาย ๓๓๒๖ จากเทศบาลสระโบสถ์ ถึงโรงงานน้ำตาล เพราะว่าเส้นนี้รถใช้เยอะมากแล้วก็เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง🔗
เส้นที่ ๒ คือสายลพบุรีที่ ๒ สาย ๒๓๔๔ กม. ๒+๕๐๐ ถึง กม. ๓+๕๐๐ บ้านโคกเจริญ-ศิลาทิพย์ เส้นทางที่ ๓ คือสายลพบุรีที่ ๒ เช่นกัน สาย ๒๓๕๗ กม. ๐ ถึง กม. ๓+๕๐๐ บ้านหนองยายโต๊ะ บ้านลำพญาไม้ อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ซึ่งก่อสร้าง มานาน แล้วก็มีปัญหาเรื่องการชำรุดทรุดโทรม และยังไม่มีงบประมาณมาทำงานด้านนี้ ก็ขอให้เพิ่มงบประมาณให้ด้วยครับ แล้วก็ช่วยทำให้ชาวบ้านได้มีโอกาสได้ใช้ได้🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องสำคัญ โรงพยาบาลชัยบาดาลซึ่งเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่ของ อำเภอชัยบาดาล และของจังหวัดลพบุรี บ่อบำบัดน้ำเสียปัจจุบันมีกำลังการผลิตได้แค่ ๑๙๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ตอนนี้ทางโรงพยาบาลคนไข้มาก ต้องใช้ถึง ๓๐๐ ลูกบาศก์เมตร งบประมาณที่ขอมาตั้งนานแล้วยังไม่ได้ แล้วก็มีบ้านพักพยาบาลของโรงพยาบาลชัยบาดาลด้วย ก็ขอให้ทางหน่วยงานสาธารณสุขช่วยจัดการให้ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๔ ขอกราบขอบพระคุณท่านเจ้าคณะจังหวัดลพบุรี ที่ได้ทำการ ทอดผ้าป่าเพื่อการกุศลสร้างโรงพยาบาลต่อ ของอำเภอสระโบสถ์ บัดนี้ก็ได้เงินมาแล้ว ก็ต้อง กราบขอบพระคุณท่านครับ สวัสดีครับ🔗
ต่อไปคุณองอาจ วงษ์ประยูร🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายองอาจ วงษ์ประยูร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากนายกไพศาล ขำวงษ์ นายกเทศมนตรีเทศบาล ตำบลดอนพุด กรณีถนนสายโพธิ์พระยา-ท่าเรือ หมู่ ๔ ตำบลบ้านหลวง ถึงหมู่ ๒ ตำบล ดงตะงาว ขณะนี้ชำรุดทรุดโทรมทั้งสายเป็นเวลานานแล้วครับ ท่านประธานครับ ผู้ใช้ถนน เส้นนี้เดือดร้อนกันอย่างยิ่ง เทศบาลต้องการจะซ่อมดูแลถนนสายนี้ แต่ติดขัดอยู่ว่า ต้องขออนุญาตหน่วยงานที่เข้ามาดูแลถนนสายนี้ก่อน โดยเทศบาลดอนพุดได้ขอไปยัง ทางหลวงชนบท ทางหลวงชนบทก็ปฏิเสธบอกว่าไม่ได้อยู่ในบัญชีโครงข่าย เทศบาลก็ประสาน ไปยังชลประทาน ชลประทานก็บอกเช่นกันครับ บอกว่าไม่ได้รับผิดชอบถนนสายนี้ ขณะนี้ ก็กราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องให้ช่วยเทศบาลดอนพุด ในการดูแล แก้ไขปัญหาซ่อมแซมปรับปรุงถนนสายนี้โดยเร่งด่วนครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ถนนทางหลวงหมายเลข ๓๑๐ สระบุรี หรือสายบ่อพรานล้างเนื้อ เป็นถนน ๔ เลน รถวิ่งเข้าเขตชุมชนในเขตเทศบาลเมืองพระพุทธบาท รถวิ่งด้วยความเร็วสูง ตลอดทั้งวันทั้งคืน มักจะเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งในช่วงเวลากลางคืน เพราะว่าถนนสายนี้มืดทั้งสาย ไฟฟ้าส่องสว่างไม่เพียงพอ อุบัติเหตุส่วนใหญ่จะเป็นอุบัติเหตุ ซ้อนอุบัติเหตุ คือมีการชนกันแล้วรถที่ตามมาก็ชนต่อเนื่องไปอีกครับ เพราะว่ามองไม่เห็น ทางมืดนะครับ ขออนุญาตท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวงให้ช่วยดูแลเกี่ยวกับเรื่อง ไฟฟ้าส่องสว่างในถนนสายนี้ด้วยท่านประธานครับ🔗
สุดท้ายของแพงทั้งจังหวัดสระบุรี ท่านประธานครับ เงินเดือนค่าแรงยังถูก เหมือนเดิม แต่เดือดร้อนกันทุกสายอาชีพ โดยเฉพาะร้านค้า ร้านอาหาร ไม่ใช่เฉพาะหมูแพง ขณะนี้เส้นก๋วยเตี๋ยว น้ำมันพืช เครื่องปรุงรส กล่องพลาสติกแพงขึ้นทุกอย่าง ร้านอาหาร ถ้ายังยืนราคาเดิมก็อยู่ไม่ได้ แต่ครั้นจะขึ้นราคาก็ห่วงใยพี่น้องลูกค้าที่จะมาอุดหนุนในทุกวัน ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ให้ช่วยแก้ไขปัญหาแพงทั้งจังหวัดสระบุรี ด้วยครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปคุณสะถิระ เผือกประพันธุ์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีข้อเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนอำเภอสัตหีบ รวมถึงพี่น้องประชาชนไทยและเยาวชนไทยอยู่ ๓ ประเด็นดังนี้ครับ🔗
ประเด็นแรก ผมขอติดตามข้อหารือของผมเมื่อ ๑-๒ ปีที่แล้วครับ ในกรณี ที่ยังไม่มีความคืบหน้าในการเพิ่มอัตราให้กับเจ้าหน้าที่พยาบาลที่โรงพยาบาลสัตหีบ กม. ๑๐ จำนวน ๑๓ อัตรา ซึ่งทางสาธารณสุขจังหวัดชลบุรีได้ปรับอัตราพยาบาลเป็น ๑๓ ท่านแล้ว แต่ขณะนี้โรงพยาบาลสัตหีบ กม. ๑๐ ของผมยังมีเจ้าหน้าที่พยาบาลอยู่เพียง ๖๑ ท่านครับ ทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนในการเข้ารับบริการ เมื่อเทียบกับอัตราส่วนหรือเขาเรียกว่า ค่าเอฟทีอี (FTE) ทำให้พี่น้องประชาชนได้รับบริการอย่างล่าช้า และโดยเฉพาะช่วงนี้เป็นช่วง การแพร่กระจายของโควิด (COVID) ด้วยท่านประธานครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ขณะนี้มีการแพร่กระจายเชื้อโควิด (COVID) เป็นอย่างมาก ในทุกภาคทุกจังหวัดของประเทศไทย ราคาชุดตรวจเอทีเค (ATK) ก็สูงขึ้น บางแห่งชุดตรวจเอทีเค (ATK) ก็ขาดตลาด ที่ทางภาครัฐจัดสรรให้ฟรีก็ไม่เพียงพอต่อ ความต้องการของพี่น้องประชาชน ดังนั้นผมเห็นว่าควรพิจารณาได้แล้วครับว่าควรให้ พี่น้องประชาชนมีสิทธิได้รับชุดตรวจเอทีเค (ATK) ฟรี ทุกภาค ทุกคน ทุกครัวเรือน และการส่งให้พี่น้องประชาชนทางไปรษณีย์เป็นทางที่ดีที่สุด และเข้าถึงพี่น้องประชาชนได้ ดีที่สุดครับ แล้วการบริการเช่นนี้เป็นการบริการที่หลายประเทศให้การบริการเช่นกันครับ🔗
ประเด็นสุดท้ายท่านประธานครับ ภาครัฐควรเร่งจัดสรรวัคซีนที่มีคุณภาพ ให้กับพี่น้องเยาวชน เยาวชนอายุ ๕-๑๑ ปีให้เร็วยิ่งขึ้นครับ ย้ำนะครับ ต้องมีคุณภาพครับ เพราะว่าทุกครั้งที่ผู้ปกครองเซ็น คือบุตรหลานของผู้ปกครองครับ เพราะขณะนี้ มีการแพร่กระจายเชื้อโควิด (COVID) และที่สำคัญครับ ผู้ปกครองจะต้องออกไปทำงาน นอกบ้าน ทำให้มีความเสี่ยงที่นำเชื้อกลับมาที่บ้าน เพราะฉะนั้นควรเร่งฉีดวัคซีนสำหรับเด็ก อายุ ๕-๑๑ ปี และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง ควรพิจารณาแล้วก็เร่งการหาวิจัยสำหรับวัคซีน สำหรับเด็กอายุ ๐-๔ ปีอย่างใกล้ชิดเช่นกันครับ ท่านประธานครับ ผมจึงใคร่ขอท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องครับ เพราะว่านี่คือสิ่งที่สำคัญและความปลอดภัยในการดำรงชีวิตของเยาวชนไทยรวมถึง ผู้ปกครอง รวมถึงพี่น้องประชาชนไทย และพี่น้องอำเภอสัตหีบด้วย กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณศักดินัย นุ่มหนู🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกลครับ ผมได้รับปัญหา เร่งด่วนมาใน ๓ พื้นที่ที่จะมาเสนอต่อสภาในวันนี้ครับ🔗
พื้นที่แรกเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องตำบลแหลมกลัด อำเภอเมืองครับ โดยผมได้รับการร้องเรียนมาจากคุณหฤทัย อยู่เกื้อ นายกองค์การบริหารส่วนตำบล แหลมกลัดและคณะผู้บริหาร ประเด็นก็คือว่าระบบควบคุมประตูน้ำไฮดรอลิก (Hydraulic) ของอ่างเก็บน้ำบ้านท่าเส้นหรือว่าอ่างเก็บน้ำชลประทานที่แหลมกลัดได้ชำรุดเสียหาย ไม่สามารถที่จะเปิดให้น้ำไหลเข้ามาหล่อเลี้ยงในลำคลองเพื่อจะเข้าไปสู่ระบบประปาของ หมู่บ้านได้ ทำให้พื้นที่แห่งนี้จะมีผลกระทบต่อน้ำที่จะได้ใช้ในการอุปโภคและบริโภค และเพื่อการเกษตรของตำบลแหลมกลัด ก็ขอให้หน่วยงานชลประทานเร่งดำเนินการแก้ไข ด้วยการซ่อมแซมประตูไฮดรอลิก (Hydraulic) นี้ด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ในพื้นที่ที่ ๒ เป็นความเดือดร้อนของกลุ่มผู้ใช้น้ำอ่างเก็บน้ำ วังปลาหมอ ผมได้รับการร้องเรียนมาจากนายวันชัย สมานพรรค ประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำ อ่างเก็บน้ำวังปลาหมอว่า ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำนั้นมีไม่เพียงพอต่อความต้องการของ พี่น้องเกษตรกรที่จะใช้น้ำ ก็จะขอให้หน่วยงานของชลประทานได้เข้าไปดำเนินการ ทำโครงการในการที่จะผันน้ำมาจากอ่างเก็บน้ำเขาระกำซึ่งอยู่ไม่ไกลมาเติม เพื่อให้พี่น้อง ชาวอำเภอเขาสมิงนั้นได้มีน้ำใช้ที่เพียงพอครับ🔗
เรื่องที่ ๓ เป็นปัญหาความเดือดร้อนของในพื้นที่ตำบลวังตะเคียน ผมได้รับ การร้องเรียนมาจากนายมานะ ผลศิริ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังตะเคียน และคณะ ผู้บริหาร เสนอให้มีการแก้ไขปัญหาใน ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ขอให้มีการขยายปรับปรุงระบบไฟฟ้าที่มีอยู่เดิมให้เป็นไฟฟ้า ๓ เฟส (Phase) เพื่อให้มันสอดคล้องกับปริมาณเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้น🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้หน่วยงานชลประทานเข้าไปดำเนินการติดตั้งสถานีสูบน้ำ หมู่ที่ ๔ บ้านแก่งหิน เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำ ซึ่งหากมีการตั้งสถานีตรงนี้แล้วจะ ทำให้ทั้งหมู่ ๑ บ้านโป่ง แล้วก็หมู่ ๗ บ้านยายแหนั้นมีน้ำใช้ด้วยครับ ขอขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗
ต่อไปนางสาวศรีนวล บุญลือ🔗
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ข้าเจ้า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเชียงใหม่ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย ได้รับเรื่องร้องทุกข์จากประชาชนตำบลท่าวังพร้าว ตำบลแม่ก๊า ตำบลมะขามหลวง ตำบลมะขุนหวาน ตำบลบ้านกลาง อำเภอสันป่าตอง ตำบลดอยหล่อ ตำบลสองแคว อำเภอดอยหล่อ ตำบลบ้านแปะ ตำบลแม่สอย อำเภอจอมทอง ปัจจุบัน มีปัญหาความเดือดร้อนเรื่องน้ำอุปโภคและบริโภคไม่พอใช้ ทั้ง ๆ ที่ประชาชน ๙ ตำบล ๓ อำเภอ อยู่ติดลำน้ำแม่ปิงก็ไม่สามารถนำน้ำแม่ปิงมาใช้ประโยชน์ เพราะไม่มีงบประมาณ ปัจจุบันแต่ละหมู่บ้านมีประปาใช้น้ำบาดาลใต้ดิน บางวันมีปัญหามาก เช่น เครื่องปั๊มน้ำเสีย ปั๊มน้ำไม่ได้ ประปาก่อสร้างมานาน ถังน้ำชำรุด ถังประปาแตก ท่อส่งน้ำแตก ค่าไฟฟ้าแพง น้ำไม่พอใช้ เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนอย่างระยะยาว ขอความอนุเคราะห์ ขอความเมตตา มายังท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรประสานไปยังหน่วยงานประปาภูมิภาค จัดสรร งบประมาณขยายประปาให้กับประชาชน ๙ ตำบล ๓ อำเภอดังกล่าวข้างต้น เพื่อแก้ไข ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนต่อไป ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานมา ณ โอกาสนี้ ขอขอบคุณเจ้า🔗
ต่อไปคุณประสิทธิ์ วุฒินันชัย🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนคนไทยทั่วประเทศ เช่น เกษตรกรชาวสวนส้มที่อำเภอฝาง อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ ขายส้มสายน้ำผึ้งถูก กิโลกรัมละ ๑๕ บาท เพราะปัจจัยการผลิตแพง น้ำมัน ปุ๋ย ยา ขึ้นราคาเป็นรายวัน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขายหมู ไก่ ไข่แพงทั้งแผ่นดิน แต่ท่านขายผลผลิต ทางการเกษตรรายเล็ก รายกลาง ถูกทั้งแผ่นดิน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ขายปุ๋ยเคมีแพง กระสอบละ ๑,๓๐๐ บาท ท่านบอกว่าประเทศไทยผลิต แม่ปุ๋ยเองไม่ได้ ไม่ว่ากันครับ แต่ขอให้เกษตรกรไทยซื้อปุ๋ยเคมีกระสอบละไม่เกิน ๖๐๐ บาท ทั่วประเทศ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ขายน้ำมันแพง ดีเซลลิตรละ ๓๐ บาท เกษตรกรที่อำเภอฝาง อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ เจ้าของบ่อน้ำมันฝาง ซื้อน้ำมันดีเซล ลิตรละ ๓๐ กว่าบาท ไม่ว่ากันครับ แต่ขอให้เกษตรกรไทยซื้อน้ำมันดีเซลลิตรละไม่เกิน ๒๕ บาททั่วประเทศ ถ้ารัฐมนตรีทำไม่ได้ ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต้องรับผิดชอบ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
เชิญนายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้รับร้องเรียนจากนายเสรี เจริญรื่น นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวังหว้า ตำบลวังหว้า อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ขาดแคลน งบประมาณในการแก้ไขปัญหาหลังอุทกภัยปี ๒๕๖๔ เพื่อให้ท่านประธานส่งเรื่องให้ ๓ หน่วยงานแก้ปัญหาดังนี้🔗
หน่วยงานที่ ๑ ขอให้กระทรวงมหาดไทยได้อนุมัติงบประมาณก่อสร้าง ถนน คสล. ที่ชำรุดจำนวน ๔ เส้นดังนี้ ถนนสายสุนทรภู่-ไกลกังวล หมู่ที่ ๑ ๒. ถนนสาย เจริญสุข-หนองแบน ซอย ๒ หมู่ที่ ๔ ๓. ถนนสายเนินหย่อง-หนองกวาง ซอย ๓ หมู่ที่ ๘ ๔. ถนนสายเขาหินแท่น-หนองคอก หมู่ที่ ๑ เนื่องจากถนนเก่าชำรุดทรุดโทรมจากอุทกภัย🔗
หน่วยงานที่ ๒ ขอให้กระทรวงคมนาคมอนุมัติงบประมาณเพื่อขยายสะพาน คสล. เดิมที่เก่าชำรุดและคับแคบขวางทางน้ำ จำนวน ๒ สะพานด้วยกัน ๑. สะพาน ถนนสายเนินหย่อง-หนองกวาง ซอย ๑ หมู่ที่ ๘ เชื่อมหมู่ที่ ๙ ๒. สะพานถนนสาย หนองหอย-หนองรี หมู่ที่ ๓ เชื่อมหมู่ที่ ๑๑ ถ้าหากว่าขยายสะพานแล้วจะแก้ไขปัญหา อุทกภัยและการสัญจรไปมาของพี่น้องเกษตรกรได้สะดวกนะครับ🔗
หน่วยงานที่ ๓ หน่วยงานสุดท้าย ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีแก้ปัญหาน้ำท่วม ซ้ำซาก ๒ จุดของตำบลวังหว้า ก็คือจุดที่ ๑ ขุดลอกแก้มลิง บริเวณหมู่ที่ ๓ ข้างถนนบายพาส (Bypass) แกลง จุดที่ ๒ ขุดคลองวังหว้าเพิ่มขึ้น อ้อมสวนธารเกษม หมู่ที่ ๑ และหมู่ที่ ๒ ตำบลวังหว้า เนื่องจากว่าคลองวังหว้าเดิมหักศอก น้ำไม่สามารถไหลลงสะพานวังหว้าบริเวณ สวนธารเกษมได้ ถ้าขุดคลองอีกเส้นหนึ่งอ้อมสวนธารเกษมจะแก้ปัญหาน้ำท่วมนี้ได้ อย่างถาวร กราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ🔗
ต่อไปคุณนิยม เวชกามา🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ก่อนที่จะนำความเดือดร้อนของพี่น้องมาบอกท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอนำความขอบคุณจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตำบลตองโขบ อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัด สกลนคร ขอบคุณท่าน มท. ๒ ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี ที่มอบเงินให้ผู้สมัคร ส.ส. ของท่านไปซื้อ กรมธรรม์ประกันชีวิตให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รายละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ผมจึงต้องถาม มท. ๑ ท่าน พลเอก อนุพงษ์ ว่าเป็นเงินงบประมาณของกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ ถ้าเป็น งบประมาณของกระทรวงมหาดไทยผมอยากจะให้ซื้อประกันชีวิตให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทั้งประเทศ อย่าซื้อให้แต่สกลนคร แต่ถ้าหากไม่ใช่ เป็นเงินส่วนตัวต้องฝาก ป.ป.ช. ตรวจสอบเส้นสายการเงินของท่าน มท. ๒ ด้วย และต้องถาม กกต. ว่าเป็นเงินเข้าข่าย ที่จะต้องซื้อเสียงล่วงหน้าหรือไม่ หรือว่าเป็นการต้องนำเงินจำนวนดังกล่าวไปรวมกับ การหาเสียง🔗
อันที่ ๒ ครับท่านประธาน ผมได้รับการร้องเรียนจากนางนันทนา โจนลานดา อายุ ๖๙ ปี บ้านเลขที่ ๖๖ หมู่ที่ ๑ บ้านโนนสามัคคี ตำบลเชียงสือ อำเภอโพนนาแก้ว สกลนคร ผ่านนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลเชียงสือว่า หมู่บ้านของบ้านโนนสามัคคี จำนวน ๑๐ หลังคาเรือนไม่มีไฟฟ้าใช้มาเกือบ ๒๐ ปีแล้ว โดยได้เคยร้องทุกข์ผ่านศูนย์ดำรงธรรม ของอำเภอโพนนาแก้ว จนบัดนี้ก็ยังไม่มี เพราะฉะนั้นก็ฝากไปที่กระทรวงมหาดไทยด้วย ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปคุณสัญญา นิลสุพรรณ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสัญญา นิลสุพรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ เขต ๓ พรรค พลังประชารัฐ วันนี้ผมได้นำข้อกังวลของพี่น้องเกษตรกรในเขตพื้นที่จากการประสานงาน ท่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลในพื้นที่ ซึ่งมีความกังวลในเรื่อง สถานการณ์ภัยแล้งที่น่าจะใกล้เข้ามาถึง เนื่องจากในช่วงน้ำหลากที่ผ่านมา ฝายกั้นแม่น้ำ ในแม่น้ำปิงหลายแห่งถูกน้ำกัดเซาะชำรุดเสียหาย บางส่วนได้ซ่อมแซม บางส่วนซ่อมแซม แล้วยังไม่จบ อย่างเช่น ที่วังยาง ตั้งอยู่ที่จังหวัดกำแพงเพชร แต่ว่าพื้นที่ที่ได้รับผลประโยชน์ ก็คือทั้งนครสวรรค์ พิจิตร กำแพงเพชร ทั้ง ๓ จังหวัด ได้ซ่อมไปแล้ว ๑ ครั้ง แต่ว่าเกิดรอยรั่วใหม่ ซึ่งยังต้องการการซ่อมแซมอยู่ ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลนะครับ🔗
ส่วนโครงการต่อมาที่ชำรุดเสียหายก็คือ ที่ฝายหัวดง คือปิง ๒ ซึ่งเหมือนกัน น้ำหลากที่ผ่านมาทำให้เกิดความชำรุดเสียหาย ปัจจุบันอยากให้เร่งซ่อม เพราะว่าถ้าพ้น จากนี้ไปความเสียหายน่าจะมากกว่านี้ แล้วก็ทำให้เสียงบประมาณในการซ่อมแซมมากขึ้นไป ถ้าเร่งในช่วงนี้ก็ทั้งประหยัดงบประมาณ และได้ช่วยพี่น้องในช่วงหน้าแล้งที่จะถึงได้อย่างดี นะครับ🔗
ส่วนที่ ๓ ฝายปิง ๓ ก็คือคลองกระถิน ซึ่งปัจจุบันนี้ก็เหมือนกันครับ ชำรุดเสียหาย พื้นที่ที่ต้องการใช้น้ำจากคลองกระถินไปถึงตำบลบางเคียน อำเภอชุมแสง ทั้ง ๓ อำเภอใช้คลองกระถินพื้นที่กว่า ๑๒๐,๐๐๐ ไร่ ที่ได้รับผลประโยชน์ ปัจจุบันพี่น้อง คลองบางเคียนเองไม่มีน้ำกิน น้ำอุปโภคบริโภคตอนนี้ขาดแคลน ต้องขอบคุณองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดนครสวรรค์ที่ท่านได้ส่งรถน้ำไปช่วยเหลือ พี่น้องต้องรวบรวมเงินกันเพื่อที่จะมา เอากระสอบทรายไปกั้นบิ๊กแบ็ก (Big bag) วันนี้ต้องขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องช่วยซ่อมแซมนะครับ🔗
สุดท้ายขอบคุณท่านนายกที่ได้ช่วยมาตรการต่าง ๆ กับพี่น้องเกษตรกร แต่สุดท้ายสิ่งที่สำคัญที่พี่น้องเกษตรกรต้องการก็คือน้ำครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปคุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตกรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกลครับ ผมขอนำปัญหาความเดือดร้อนที่ ประชาชนได้ร้องเรียนผ่านเพจเฟซบุ๊ก (Page Facebook) ของผมมาในอินบ็อกซ์ (Inbox) หรือว่าโทรศัพท์เบอร์ผมโดยตรงในเพจเฟซบุ๊ก (Page Facebook) ผมนะครับ🔗
เรื่องแรกครับท่านประธาน เป็นเรื่องเกี่ยวกับไฟส่องสว่างจะมีอยู่ ๒ ที่ด้วยกัน ที่แรกบริเวณของวงเวียนใหญ่ บริเวณรูปปั้นอนุสาวรีย์พระเจ้าตากเลยนะครับ คือตอน กลางคืนจริง ๆ มีไฟส่องสว่าง แต่ก็ไม่แน่ใจ คือไม่ใช่ไฟเสียครับ แต่ไม่เปิดไฟ ผมก็ไม่แน่ใจว่า หน่วยงานไหนดูแล เพราะว่ามันเป็นต่อเนื่องหลายเขต คลองสานแล้วก็ทางธนบุรีด้วย อย่างไรก็ฝากเปิดไฟให้ประชาชนหน่อย เพราะประชาชนก็ไปวิ่งออกกำลังกายกัน เพราะเรา ไม่มีสวนสาธารณะเลยนะครับ🔗
ตำแหน่งที่ ๒ ไฟส่องสว่างบริเวณซอยอิสรภาพ ๒๙ เคยร้องเรียนผ่านทาง การไฟฟ้าไปแล้วว่าไม่สว่าง ไฟฟ้าก็ได้ไปซ่อมแซมหลอดที่มันดับให้ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้ เปลี่ยนหลอดที่มันไม่สว่าง หลอดที่มันไม่ดี ก็บอกว่างบเป็นของเขตบางกอกใหญ่ อย่างไร ฝากด้วยนะครับ คืออย่างนี้ประชาชนลำบาก เกี่ยงกันไปเกี่ยงกันมา ต้องรองบใหม่ มันก็แปลก ๆ ใช่ไหมครับท่านประธาน🔗
เรื่องที่ ๓ บริเวณถนนเพชรเกษม ๑ เพชรเกษมต้น ๆ มีการปูบาทวิถีใหม่ ก็ทำได้สวยงามดี แต่เผอิญอาจจะลืมไปหรือเปล่าครับ ลืมว่าประเทศเรามีผู้พิการทางสายตา อยู่ด้วย แล้วก็ไม่มีกระเบื้องนำทางทางสายตาให้เขาเลย อย่างไรฝากแก้ไขด้วย🔗
เรื่องต่อไป ถ้าไม่พูดแล้วผมจะตกเทรนด์ (Trend) ก็เรื่องของแพง ก็ฝากไปถึง ท่านรัฐมนตรีจุรินทร์ว่าจริง ๆ แล้วแก้ปัญหาหมูแพง ของแพง คือถ้าจะเอาเงินเกือบ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ไปทำรถพุ่มพวงวิ่ง ๕๐ คัน ในกรุงเทพฯ ผมว่าอย่าเลยครับ ผมเข้าใจครับ ว่าอันนี้มันอาจจะช่วยได้ แต่คือบริหารประเทศไม่ใช่ทำบุญ แล้วการวิ่งรถพุ่มพวงไป สุดท้ายมีรูปท่านเหมือนท่านหาเสียงล่วงหน้าให้พรรคท่านหรือเปล่า อย่างไรก็ฝาก ท่านประธานด้วยนะครับ🔗
ต่อไปคุณเกษมสันต์ มีทิพย์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายเกษมสันต์ มีทิพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดพิษณุโลก ขอเรียนปรึกษาท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้ครับ จากกรณี ล่าสุดที่มีรถพยาบาลส่งต่อผู้ป่วยจากโรงพยาบาลอุ้มผางไปยังโรงพยาบาลแม่สอด จังหวัดตาก ประสบอุบัติเหตุ ทำให้น้องพยาบาลท่านหนึ่งได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะนี้กำลังรักษาตัวอยู่ เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำอีก ทำให้รัฐสูญเสียทรัพยากรบุคคลอันมีค่าในการดูแล พี่น้องประชาชนมาโดยตลอด ผมอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งศึกษาปรับปรุงและกำหนด มาตรการที่จะทำให้เกิดความปลอดภัยต่อเจ้าหน้าที่ที่อยู่บนรถส่งต่อผู้ป่วย ซึ่งอาจจะเป็น การโฆษณา รณรงค์เผยแพร่ไปยังพี่น้องประชาชนผู้ร่วมใช้ทางให้ได้ตระหนัก ต้องเพิ่ม อุปกรณ์เสริมให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่บนรถพยาบาลได้สวมใส่ เพื่อเพิ่มโอกาสในการรอดชีวิต หรือทำให้บาดเจ็บน้อยลง แต่ยังคงสามารถปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้ป่วยได้อย่าง มีประสิทธิภาพดังเดิม และต้องมีค่าเสี่ยงภัยให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่บนรถส่งต่อผู้ป่วย เหล่านี้ให้เหมือนค่าเสี่ยงภัยของทหาร เจ้าหน้าที่เหล่านี้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสี่ยง และมีโอกาสที่จะเสียชีวิต ทุพพลภาพ หรือพิการติดเตียงจากอุบัติเหตุ หรือการติดเชื้อจาก ผู้ป่วย แต่ยังคงได้ค่าโอที (OT) เท่าเดิมตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๘ จนถึงปัจจุบัน ผ่านมา ๒๗ ปี ยังไม่มีการปรับขึ้นแต่อย่างใด ในขณะที่อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นทุกปี พวกเขาต้องการ ขวัญกำลังใจในการทำงาน ถ้าเป็นการทหาร ขวัญคืออำนาจการรบที่มองไม่เห็น แพ้ชนะ ขึ้นอยู่กับขวัญทหาร ทหารขวัญเสียแพ้ตั้งแต่ยังไม่ได้ออกรบ เช่นเดียวกันเมื่อเจ้าหน้าที่ เหล่านี้มีขวัญกำลังใจในการทำงานที่ดี ย่อมส่งผลดีไปถึงผู้ป่วยในฐานะที่พวกเขาเป็นนักรบ ชุดขาว พวกเขารวมไปถึงบุตร บิดา มารดา ควรได้รับเงินเยียวยาไม่แพ้กับนักรบที่ทำการรบ ตามแนวชายแดน ไม่ว่าจะเป็นเงินช่วยเหลือเบื้องต้น เงินฟื้นฟูสมรรถภาพ เงินช่วยเหลือเพื่อ เป็นทุนในการประกอบอาชีพ เงินช่วยเหลือรายเดือน ทุนการศึกษา การปูนบำเหน็จความดี ความชอบลูกจ้างชั่วคราว หรือพนักงานกระทรวงสาธารณสุข ให้ได้สิทธิเทียบเคียงข้าราชการ หรือสิทธิอื่นใดที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเห็นว่าเป็นขวัญกำลังใจให้กับการทำงานควรพิจารณา ด้วยครับ ท้ายที่สุดนี้ผมขอให้น้องพยาบาลที่ประสบอุบัติเหตุที่กล่าวมาข้างต้น และกำลัง ทำการรักษาตัวอยู่ปลอดภัยและรักษาหายโดยเร็ว ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณสุรชาติ ชาญประดิษฐ์🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมขอหารือความเดือดร้อนของพี่น้องชาวบ้านตำบลโนนสัง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากนายทองวรรณ จิตโชติ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนสัง และพี่น้องประชาชนชาวตำบลโนนสัง อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ประกอบด้วย ชาวบ้านโนนผึ้ง หมู่ที่ ๑ หมู่ที่ ๑๐ บ้านหนองบัวไชยวาน หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๘ หมู่ที่ ๑๓ บ้านขี้เหล็ก หมู่ที่ ๗ บ้านโนนสัง หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๙ หมู่ที่ ๑๑ หมู่ที่ ๑๔ ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากหนองน้ำสาธารณะคือ ห้วยสะบ้าและหนองสิม เป็นหนองน้ำสาธารณประโยชน์ ห้วยสะบ้านั้นต้นน้ำอยู่ที่บ้านอีต้อม ตำบลคำเนียม อำเภอกันทรารมย์ ได้ไหลผ่าน ตำบลคำเนียม ตำบลหนองหัวช้าง และตำบลโนนสัง แล้วไหลลงห้วยขยุง ชาวบ้านต้องการ ให้กรมชลประทานไปขุดลอกให้เป็นร่องน้ำที่กักเก็บน้ำได้ตลอดทั้งปี เพราะชาวบ้านหลาย ๆ หมู่บ้านใช้น้ำในหนองน้ำสาธารณะแห่งนี้ โดยเฉพาะช่วงหน้าแล้งชาวบ้านเขาก็ได้ปลูกผัก สวนครัว เลี้ยงสัตว์ เพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายให้กับพี่น้องประชาชนในภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ คนว่างงานหาเงินไม่ได้ ฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมจะขอส่งเอกสารให้กับท่านประธาน ท่านประธานครับ ฝากรัฐบาลด้วยครับ ระยะนี้ค่าครองชีพพี่น้องประชาชนขึ้นสูง รายได้ก็ลด หมู ไก่ น้ำมันพืช น้ำมันเชื้อเพลิงก็ขึ้นราคา ค่าไฟฟ้าก็ขึ้นราคา แก๊สหุงต้มก็จะขึ้นราคาอีก ฝากรัฐบาลดูแลพี่น้อง ประชาชนด้วย เพราะว่าประชาชนเขาเดือดร้อนมากครับ ขอขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สัณหพจน์ สุขศรีเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช แบบแบ่งเขต วันนี้ขออนุญาตหารือท่านประธาน ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ เป็นเรื่องของถนนทางหลวงชนบท สาย ๓๐๓๒ ที่ยังขาดการซ่อม บำรุงรักษา เป็นรอยต่อระหว่างอำเภอหัวไทรไปยังอำเภอชะอวด ตรงนี้พี่น้องประชาชน คนในพื้นที่ต้องการการซ่อมแซม แต่ ณ วันนี้กรมทางหลวงชนบท โดยทางหลวงชนบท จังหวัดนครศรีธรรมราชไปซ่อมอยู่เส้น ๓๐๕๓ ซึ่งเป็นเส้นที่ถนนกำลังดีอยู่ พี่น้องประชาชนสงสัย ก็ถามกับกระผมมา แล้วผมก็ฝากถามต่อผ่านท่านประธานสภาไปยังกรมทางหลวงชนบทว่า ทำไมถึงไปซ่อมเส้นที่ดีอยู่แล้ว เส้นที่ยังไม่ดีอยู่ตั้งหลายเส้น ๓๐๓๒ และ ๓๐๓๓ ที่ต้องรอ การแก้ไขประมาณ ๓๘.๑๒ กิโลเมตร🔗
ในส่วนเรื่องที่ ๒ เรื่องของบประมาณขุดลอกหน้าเขื่อนอุทกวิภาชประสิทธิ อำเภอปากพนัง ไปถึงเทศบาล หรือจนถึงปากอ่าวแหลมตะลุมพุกนะครับ ที่มีระยะทาง ประมาณ ๔-๕ กิโลเมตร ตรงนี้ขอให้กระทรวงคมนาคม กรมเจ้าท่า ช่วยจัดงบประมาณลงไป เพื่อจะขุดลอกให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ หลังจากที่มีการตื้นเขิน น้ำไม่ได้ผ่านทาง สายหลักสายเดิม โดยที่แบ่งไปผ่านที่สายชะอวด-แพรกเมือง ณ วันนี้สายจากอำเภอเชียรใหญ่ ไปถึงปากพนัง ตอนนี้ตื้นเขินครับ ของบประมาณในการขุดลอกด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ หลังจากมีการปฏิบัติการมาริไทม์ ทูเก็ตเทอร์ (Maritime together) ในส่วนของปฏิบัติการของ ศรชล. ที่จะปราบปรามประมงผิดกฎหมายในอ่าวปากพนัง หลังจากนั้นอยากให้หน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ ไปดูแลพี่น้องประมงที่ได้รับผลกระทบจากการทำประมงผิดกฎหมายตรงนี้ให้มี ที่ดินทำกินด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ต่อไปคุณดะนัย มะหิพันธ์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม ดะนัย มะหิพันธ์ พรรคเพื่อไทย อำนาจเจริญ เขตเลือกตั้ง ที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมได้รับหนังสือร้องขอความเป็นธรรม นางสาวสา มณเฑียร ราษฎร บ้านหนองไฮน้อย ตำบลหนองข่า อำเภอปทุมราชวงศา ได้ร้องเรียนว่าขอความเป็นธรรม เนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้ แจ้งความดำเนินคดีข้อหาหมิ่นประมาท ที่สถานีตำรวจภูธร อำเภอปทุมราชวงศา เหตุเนื่องมาจากเมื่อเดือนสิงหาคม ปี ๒๕๖๔ ทางผู้รับเหมาของป่าไม้ ได้เข้าไปขุดถอนมันสำปะหลัง และใช้รถแทรกเตอร์ไถเพื่อปลูกมันทดแทนป่าที่เขาได้รับ สัมปทาน ด้วยความโมโหและความน้อยใจ เสียใจ ก็เลยลงโซเชียล (Social) บ่นด่าเจ้าหน้าที่ ไปตามเฟซบุ๊ก (Facebook) ตามไลน์ (Line) ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่ไม่พอใจ จึงไปแจ้งความ ดำเนินคดีในกรณีหมิ่นประมาท ท่านประธานครับ เมื่อเดือนพฤศจิกายนผมตั้งกระทู้ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ห้องกระทู้แยกเฉพาะ โดยมี ท่านประธานนั่งเป็นประธานในขณะนั้น ซึ่งเรื่องที่ผมกระทู้ถามก็คือเรื่องพวกนี้ละครับ ท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ฝาก ขอโทษพี่น้องประชาชนที่เจ้าหน้าที่ทำเกินกว่าเหตุ ไม่เหมาะสม เจ้าหน้าที่กลับมาทำแบบนี้ ผมไม่ทราบว่าท่านรัฐมนตรีว่าการได้ให้นโยบายเรื่องพวกนี้กับเจ้าหน้าที่หรือไม่ เพราะเจ้าหน้าที่ยังปฏิบัติกับพี่น้องประชาชนอยู่อย่างนี้ จึงอยากจะขอฝากเรื่องนี้ถึงท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่า ท่านจะให้ความเป็นธรรมกับ พี่น้องประชาชนเขาอย่างไรในกรณีที่เจ้าหน้าที่ไม่ปฏิบัติตามนโยบาย ท่านมีมาตรการอะไรที่ จะให้เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติ ผมขอส่งเอกสารขอความเป็นธรรมกับท่านประธานด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณกรวีร์ ปริศนานันทกุล🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จากจังหวัดอ่างทองครับ มีเรื่องหารือสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนถึงท่านประธานนะครับ🔗
เรื่องแรก ได้รับเสียงสะท้อนจากพี่น้องชาว อสม. ที่ต้องกราบขอบพระคุณ ทางรัฐบาลที่ได้อนุมัติเงินค่าเสี่ยงภัยเพิ่มเติมให้กับ อสม. เดือนละ ๕๐๐ บาท เป็นจำนวน ๖ เดือน ตั้งแต่เดือนตุลาคม พฤศจิกายน ธันวาคม จนมาถึงปัจจุบันนี้ยังไม่ได้รับครับ ก็ขอให้ รัฐบาลเร่งรัดในการจ่ายเงินตกเบิกให้กับพี่น้องชาว อสม. ด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องที่สืบเนื่องจากปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่จังหวัดอ่างทอง ผมพร้อมด้วยท่าน ส.ส. ภราดร ได้รับคำร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนเรื่องของการติดตาม เยียวยาเงินช่วยเหลือพี่น้องทั้งเกษตรกรที่ได้ทำนาและไร่นา พืชสวนเสียหาย ตอนนี้สำรวจ เรียบร้อยไปแล้ว แต่ยังไม่ได้รับเงินเยียวยา ส่วนกลุ่มที่ ๒ ก็คือกลุ่มบ้านเรือนที่เสียหาย ทางท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเทศบาล อบต. ได้มาสำรวจความเสียหายเรียบร้อยไปแล้ว แต่ว่า ยังไม่มีวี่แวว ยังไม่ได้มีเรื่องของการจ่ายเงินเยียวยาน้ำท่วมแต่อย่างใด🔗
ประเด็นที่ ๓ คือเรื่องของความเสียหายที่เกิดจากน้ำท่วมเช่นเดียวกันที่ อำเภอไชโย ตำบลจรเข้ร้อง บริเวณหมู่ที่ ๓ เขื่อนป้องกันน้ำท่วม ซึ่งเป็นจุดสำคัญที่ทำให้เกิด ภาวะน้ำท่วมในเขตอำเภอไชโยที่จังหวัดอ่างทอง ตอนนี้ได้มีการสำรวจออกแบบจาก กรมโยธาธิการและผังเมือง ก็ฝากติดตามนะครับ แล้วก็ขอเร่งรัดให้ใช้งบฉุกเฉินมาเพื่อที่จะ แก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน เนื่องจากว่าถ้าหากปีหน้าสภาพน้ำมามากเหมือนกับปีนี้ก็จะเกิด ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในเขตพื้นที่หมู่ที่ ๓ แล้วก็หลายตำบลใกล้เคียงในเขตอำเภอไชโยได้🔗
เรื่องสุดท้ายนะครับ เป็นถนนของทางหลวงชนบทนะครับ เส้น ๒๐๓๔ บริเวณเทศบาลไชโย ตอนที่น้ำท่วมเราก็ใช้ถนนเส้นนี้ขุดดินขึ้นมาทำคันกั้นน้ำ ตอนนี้ถนนชำรุด เสียหาย ไฟทางดับตลอดทั้งเส้น ขอให้ทางหลวงชนบทเร่งเข้าไปดำเนินการซ่อมแซม อย่างเร่งด่วนครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปคุณอับดุลอายี สาแม็ง ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๓ อำเภอกรงปินัง อำเภอบันนังสตา อำเภอธารโต อำเภอเบตง ก็อยากจะเรียนหารือท่านประธานอยู่ ๒ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องของการปล่อยน้ำลงในคลองเบตง ซึ่งเป็นคลองที่เป็น คลองหลักในเขตเทศบาลเบตง แล้วก็เขตองค์การบริหารส่วนตำบลยะรม ๒ ตำบล ก่อนที่จะลงสู่ แม่น้ำหลักของอำเภอเบตง ณ ขณะนี้บนคลองเบตงก็จะมีอุตสาหกรรมเป็นโรงงานน้ำยาง หรือโรงงานไม้ โรงงานอะไรต่าง ๆ ซึ่งปล่อยน้ำเสียลงไปในเขตอำเภอเบตง แต่เมื่อมี การตรวจสอบแล้วเขาบอกว่าเป็นท่อน้ำยางซึ่งแตกจากท่อที่เป็นอุบัติเหตุของโรงงาน ผมก็เอา ภาพนี้มาให้ท่านประธานดู เนื่องจากว่าถ้าท่อแตกและลงสู่คลองลำธารทันทีนั้น แสดงว่าเรา ยังไม่มีระบบป้องกัน เมื่อท่อแตกก็ควรจะลงในบ่อบำบัดน้ำเสียเสียก่อน ก่อนจะลงคลอง ธรรมชาติ ซึ่งเป็นคลองระบายหลักใช้กับการเกษตรหรืออื่น ๆ ทำให้เกิดภาวะน้ำเสีย ซึ่งอาจจะเป็นผลของภาวะสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชน🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องของสนามบินเบตง เนื่องจากว่าสนามบินเบตง เดี๋ยวขอรูป หน่อยนะครับ🔗
ซึ่งเป็นสนามบินที่สวยงามแห่งหนึ่ง ที่สร้างเสร็จแล้วเมื่อ ๒ ปีที่ผ่านมา แต่ ณ ขณะนี้เราไม่สามารถที่จะใช้บริการสนามบิน ด้วยเหตุผลหลาย ๆ ประการ อาจจะเป็นเรื่องของโควิด (COVID) ไม่สามารถที่จะวาง มาตรการที่จะเปิดสนามบินได้ แต่ว่าที่สำคัญที่สุดสนามบินแห่งนี้ทราบข่าวมาว่า ยังไม่ได้รับ อนุญาตให้ทำการบินได้ เพราะอาจจะมีเหตุหลาย ๆ ประการที่ยังไม่สามารถที่จะเปิดเป็น สนามบินสาธารณะได้ จึงขอให้ทางประธานประสานไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อเร่งรัดให้ เปิดใช้สนามบินให้ทันต่อการที่จะเปิดประเทศในเร็ววันนี้ เพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวที่จะมาที่ อำเภอเบตง จังหวัดยะลาต่อไป ก็ต้องขอขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปคุณธีรภัทร พริ้งศุลกะ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กระผมมีเรื่องหารือถึงความเดือดร้อนของราษฎรจากการที่ได้ลงพื้นที่ ในช่วง ๒-๓ สัปดาห์ที่ผ่านมาจำนวน ๒ เรื่อง ได้มีโอกาสคุยกับหน่วยงานส่วนราชการ ผู้นำชุมชน และตัวชาวบ้านเอง เราได้แนวทางที่ชัดเจนในการแก้ปัญหาสภาวะอุทกภัยในช่วง ปลายปีที่ผ่านมา และเชื่อว่าถ้าได้รับการแก้ไขภายในปีนี้ ได้รับงบประมาณภายในปีนี้ก็จะ สามารถบรรเทาปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งจะกระทบทั้งบรรดาการขาดแคลนน้ำและปัญหาน้ำหลาก ซึ่งจะมีตามเข้ามาภายในปีนี้ครับ🔗
เรื่องแรก ขอให้กรมชลประทานได้จัดสรรงบประมาณเพื่อชดเชยและก่อสร้าง ในการก่อสร้างพื้นที่แก้มลิงเก็บกักน้ำที่ตำบลทุ่ง ตำบลป่าเว อำเภอไชยา และตำบลประสงค์ ตำบลคลองพา อำเภอท่าชนะ ซึ่งพื้นที่เหล่านี้อยู่ในแผนในการดำเนินงานของกรมชลประทาน อยู่แล้ว เพื่อดำเนินการก่อสร้างแก้มลิงในการเก็บกักน้ำในช่วงน้ำหลาก และสามารถใช้ได้ในยาม น้ำแล้ง เมื่อเวลาขาดน้ำ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้กรมชลประทานได้จัดสรรงบประมาณเพื่อก่อสร้างระบบส่งน้ำ เอ็มซี ๒ (MC2) พร้อมอาคารประกอบ ซึ่งอยู่ภายในโครงการพัฒนาลุ่มน้ำตาปี-พุมดวง ในพื้นที่ อำเภอพุนพินและอำเภอท่าฉาง สำหรับพื้นที่ชลประทานซึ่งเหลืออีกประมาณ ๕๒,๐๐๐ ไร่ โดยเรื่องนี้โครงการเอ็มซี ๑ (MC1) ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ไร่ ในพื้นที่อำเภอพุนพินได้ดำเนินการ จนเกือบเสร็จสิ้นหมดแล้ว หากได้มีการจัดสรรงบประมาณภายในปีนี้จะช่วยพื้นที่ชลประทาน อีกประมาณ ๕๐,๐๐๐ กว่าไร่ ในบริเวณพื้นที่ของอำเภอพุนพินและอำเภอท่าฉาง ขอให้ กรมชลประทานได้ดำเนินการเร่งรัดจัดสรรงบประมาณภายในปี ๒๕๖๕ นี้ เพื่อแก้ไขให้กับ ประชาชนในจังหวัดสุราษฎร์ธานีโดยเร่งด่วน ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ🔗
ต่อไปคุณอนุรักษ์ บุญศล🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต กราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านอนุพงษ์ เผ่าจินดา และ/หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่อง ขอแยกหมู่บ้าน ขอภาพด้วยค่ะ🔗
สืบเนื่องจากการได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายหนู แสงเสน อายุ ๗๗ ปี นายทองดี ชัยชม อายุ ๖๐ ปี นางคำไพ ชมพันธ์ อายุ ๖๖ ปี และอีกกว่าร้อยคนในวัดโคกหินแผง ที่มาร่วมร้องเรียนต้องการแยกหมู่บ้านค่ะท่านประธาน ไม่อยากเป็นบ้านฝากของบ้านโคกสวัสดี ตำบลบงเหนือ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ซึ่งห่างจากบ้านโคกสวัสดีประมาณ ๓ กิโลเมตร ไปในป่าทึบเลยค่ะ แต่ว่าต้องกราบเรียนให้ ท่านประธานทราบว่าบ้านโคกหินแผงนี้มีครัวเรือนที่ออกเลขที่บ้านแล้วกว่า ๕๐ ครัวเรือน ที่ยังไม่ออกอีกประมาณ ๒๐ กว่าครัวเรือน รวม ๆ แล้วเป็นหมู่บ้านที่มีครอบครัวกว่า ๘๐ ครัวเรือนเลยทีเดียว แล้วคนรุ่นแรก ๆ ที่มาอยู่ที่นี่เกือบร้อยปี มาจากตำบลบงเหนือ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ซึ่งมีเอกลักษณ์ มีอัตลักษณ์ จึงอยากแยกบ้านโคกหิน แผงนี้เป็นหมู่ ๑๓ ตำบลบงเหนือ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร มีข้อมูลคนแก่คนเฒ่า สามารถสืบค้นได้ และมีความต้องการมาก ขนาดดูภาพประกอบได้เลย ท่านประธานคะ คืออยู่กันมานานแต่ว่าเป็นบ้านฝาก ไม่มีการพัฒนาใด ๆ เกิดขึ้นเลย แล้วก็อยู่กันตาม หัวไร่ปลายนา โคกหินแผงต้องการเป็นหมู่บ้านใหม่ ขอให้เจ้ากระทรวงเร่งรัด เพื่อขจัด ความเหลื่อมล้ำและเพื่อนำสู่การพัฒนา ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปคุณกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตคลองเตยและวัฒนา พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือ🔗
จากภาพนะคะ ท่านประธาน เมื่อวันที่ ๑๗ เดือนธันวาคมเมื่อปลายปีที่แล้ว ๑ เดือนที่ผ่านมา ดิฉันได้ มีโอกาสได้ไปต้อนรับท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะ ส.ส. เขตพื้นที่คลองเตย ในการที่ท่าน นายกรัฐมนตรีได้มาเป็นสักขีพยานในการรับมอบสวนป่ากิตติในระยะที่ ๒ และระยะที่ ๓ จากทหารบกสู่กรมธนารักษ์ และกรมธนารักษ์มอบให้กรุงเทพมหานคร ๑ เดือนเท่านั้น ท่านประธานคะ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน จากวันนั้นที่สวนสวยงาม สีเขียว ณ ปัจจุบันนี้สวนกลายเป็นสีเหลืองทองอร่าม แห้งแล้ง ขาดการดูแล ขาดการบำรุง ดิฉันเองค่อนข้างจะเป็นห่วง กลัวว่าจะขัดเจตนารมณ์ในโครงการที่ต้องการจะทำให้เป็นปอด ของกรุงเทพมหานคร แต่วันนี้เนื่องจากดิฉันเข้าใจว่า เป็นการส่งต่อมอบกันระหว่าง หน่วยงานกับหน่วยงาน อาจจะยังขลุกขลักในเรื่องของการส่งมอบงาน ดิฉันจึงเป็นห่วงว่า อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้มาดูแลทำนุบำรุง แล้วก็ทำให้สีเขียวกลับคืนมาใน สวนป่ากิตติแห่งนี้ ฝากท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรีด้วยนะคะ ดิฉันอยากให้ เป็นปอดแล้วก็เป็นโครงการที่ดี ๆ และยังให้คงไว้อย่างนี้ตลอดไป🔗
อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องที่ ๒ ดิฉันอยากจะขอให้ทางท่านผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการสั่งการให้ทางสำนักงานเขตคลองเตย ได้ลอกลำรางสาธารณะ ในบริเวณสุขุมวิท ๕๐ ซึ่งตรงนี้พี่น้องประชาชนที่อยู่บริเวณนั้นก็ค่อนข้างจะกังวล เพราะว่า ไม่ได้ลอกมาเป็นระยะเวลาหลายปีแล้ว แล้วหน้าฝนกำลังจะเข้ามา ถ้ายังไม่ได้ดำเนินการ ตอนนี้มีสิ่งปฏิกูลและขยะค่อนข้างจะเยอะ ฝนกำลังจะมาก็กลัวว่าเดี๋ยวน้ำจะท่วมเข้ามาสู่ บ้านเรือนประชาชนที่อยู่บริเวณโดยรอบ ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครด้วย กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปนางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน ครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคก้าวไกล วันนี้ดิฉัน มีเรื่องหารือในสภาแห่งนี้ ๑ เรื่อง เป็นเรื่องของพี่น้องประชาชน หมู่ที่ ๔ ตำบลฉมัน อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี ได้รับความเดือดร้อนจากการขาดแคลนน้ำใช้เพื่อการเกษตร ความเดือดร้อนนี้เกิดขึ้นทุกปี เนื่องจากจะต้องใช้น้ำเพื่อทำการเกษตรแล้ว พื้นที่นี้ ก็ทำการเกษตรเพิ่มขึ้นทุกปี ปริมาณการใช้น้ำต้องการใช้น้ำเพิ่มมากขึ้น ที่ผ่านมามีการ แก้ปัญหาโดยการกั้นฝายดินชั่วคราว และเอากระสอบทรายมากั้นเพื่อปิดกั้นน้ำไว้ใช้ ซึ่งเป็น การแก้ไขปัญหาที่ชั่วคราวเท่านั้น ชาวบ้านจึงต้องการให้แก้ปัญหาโดยการสร้างฝายคอนกรีต ในพื้นที่หมู่ที่ ๔ ตำบลฉมัน อำเภอมะขาม จังหวัดจันทบุรี ซึ่งดิฉันได้ลงพื้นที่พร้อมกับ ชาวบ้านและสมาชิกสภาเทศบาล และพบว่าชาวบ้านเดือดร้อนและต้องการฝายจริง ๆ ทางเทศบาลได้จัดทำโครงการก่อสร้างฝายคอนกรีต เสนอส่งไปยังชลประทานจังหวัดจันทบุรี เมื่อวันที่ ๑๕ มีนาคม ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา จึงอยากขอความกรุณาให้กรมชลประทานได้ ช่วยเร่งรัดแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้าน เรื่องการขาดแคลนน้ำใช้เพื่อการเกษตรให้พี่น้อง ประชาชนด้วย หากดำเนินการแล้วเสร็จจะทำให้ประชาชนในหมู่บ้านนั้น และพื้นที่ใกล้เคียง ได้รับประโยชน์เป็นจำนวนมาก จึงขอให้ส่งเรื่องไปยังกรมชลประทานและกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปคุณวัชรพล โตมรศักดิ์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วัชรพล โตมรศักดิ์ โคราช ชาติพัฒนา ผมมีเรื่องร้องทุกข์ปัญหาความ เดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตจังหวัดนครราชสีมา คืออำเภอเมืองครับท่านประธาน เพื่อจะส่งต่อไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยท่านรัฐมนตรีเฉลิมชัย ศรีอ่อน แล้วก็ หกรมชลประทานโดยนายประพิศ จันทร์มา ผมได้รับเรื่องร้องทุกข์จากทางผู้นำเขตตำบลจอ🔗
อ อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา คือท่านนายกเสรี ไชยกิตติ ท่านทัชธรรค์ชน มะเริงสิทธิ์ ท่านประธานสภา นางสาวทตยาพร เลิศสุริยะกุล คณะสมาชิกสภาเทศบาล นายธนะโชค ธีรวนิชกะ ประธานชุมชนเทพธานี จากปัญหาน้ำท่วมจังหวัดนครราชสีมาเมื่อปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ และท้ายที่สุดก็คือปี ๒๕๖๔ หนึ่งในปัญหาหลักที่เกิดน้ำท่วมก็คือ ในเรื่องของ น้ำหลาก น้ำมาก และปัญหาที่น้ำท่วมในเขตเทศบาลตำบลจอหอ เขตอำเภอเมือง เกิดจาก ปัญหาหลักก็คือ ในเรื่องของประตูระบายน้ำบนลำน้ำ เขาเรียกว่า ลำบริบูรณ์ ท่านประธาน ลำบริบูรณ์เป็นลำน้ำที่เริ่มต้นจากประตูแบ่งน้ำที่ละลมหม้อ มีระยะทางทั้งสิ้น ๔๘ กิโลเมตร จนไหลลงสู่แม่น้ำมูล มีประตูระบายน้ำทั้งหมด ๖ ประตู ประตูสุดท้ายคือ ประตูระบายน้ำ จอหอ ซึ่งเป็นประตูเก่าแก่สร้างตั้งแต่สมัยปี ๒๔๙๓ มีระยะเวลา ๗๑ ปี ประตูแห่งนี้ทำให้ เกิดปัญหาน้ำท่วม เพราะระบายน้ำได้เพียง ๕๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ถ้ามีการดำเนินการ ทางกรมชลประทานได้ก่อสร้างประตูระบายน้ำแบบใหม่ ซึ่งแบบเดิมเป็นทรงเตี้ย มีแค่ ๓ บาน ทำให้น้ำไหลช้าและเกิดปัญหาน้ำท่วมหนักจนกรมชลประทานและ ปภ. ต้องไป ตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อที่จะผันน้ำให้ไหลเร็วขึ้น ไม่อย่างนั้นแล้วปัญหาน้ำก็จะแช่ขัง นี่คือ ปัญหาหลักครับ ที่ผมอยากจะขออนุญาตนำปัญหาที่เป็นทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชนใน ทุกปี ส่งต่อไปกรมชลประทานได้ดำเนินการก่อสร้างประตูระบายน้ำจอหอแห่งใหม่ให้ ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปนางสาวทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย วันนี้ ดิฉันมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๒ เรื่องมาหารือท่านประธานค่ะ🔗
เรื่องที่ ๑ ขอหารือท่านประธานสภาไปยังท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ถึงเรื่องราคาสินค้าที่สูงขึ้น โดยเฉพาะเรื่องสินค้าที่จำเป็นต่อพี่น้อง ประชาชนกับค่าครองชีพที่สูงขึ้นแต่ค่าแรงยังเท่าเดิม โดยเฉพาะราคาน้ำมันค่ะ ตั้งแต่ วันที่ ๑ มกราคม ถึงวันที่ ๔ นี้ ขึ้นไปทั้งหมด ๔ ครั้งแล้ว เป็นที่ทราบกันดีว่าน้ำมันเป็นต้นทุน ของปัจจัยการผลิตและการขนส่ง การที่นายกรัฐมนตรีจะพูดว่า น้ำมันขึ้นแค่ ๑ บาท แต่ราคาสินค้าจะขึ้น ๕ บาท เอาเหตุผลอะไรมาขึ้น ท่านนายกคะ ท่านเป็นรัฐมนตรี ท่านไม่ใช่ตลกคาเฟ่ ท่านต้องรู้ว่าราคาน้ำมันเป็นต้นทุนของปัจจัยการผลิตของสินค้า หลายชนิดมาก เพราะฉะนั้นเมื่อราคาต้นทุนของสินค้าขึ้น สินค้าก็ต้องขึ้นเป็นของธรรมดา ตอนนี้ราคาสินค้าจำเป็นขึ้นเกือบทุกชนิดค่ะ ไม่ว่าจะเป็นอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มี แอลกอฮอล์ เนื้อสัตว์ เครื่องดื่ม ผักสด น้ำมันพืชและซอสต่าง ๆ รวมทั้งหมวดพาหนะ การขนส่ง โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างเดียวนี่ดัชนีปรับตัวขึ้นไปสูงถึงร้อยละ ๓๗.๑๙ จึงฝากท่านประธานสภาไปยังนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ ดิฉันอยากให้ทั้ง ๒ ท่าน ไปเดินตลาด ไปสำรวจความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนด้วยกันว่า ตอนนี้ลำบากสาหัสกันขนาดไหน ถ้าท่านทั้งสองพร้อมจับมือกัน ไปเดินตลาด ดิฉันก็พร้อมที่จะไปด้วยเพื่อให้ท่านได้รู้ความจริง ท่านต้องออกจากห้องแอร์ (Air condition) นั่งรับรายงาน แล้วท่านไปสู่โลกแห่งความเป็นจริงเถอะค่ะ ท่านจะได้ เร่งแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ก่อนที่พี่น้องประชาชนจะหมดความอดทนกับท่าน จึงฝากท่านประธานไปยังนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เร่งแก้ไข ปัญหาสินค้าให้กับประชาชนด้วยค่ะ🔗
อีกเรื่องหนึ่ง คือฝากท่านประธานสภาไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุข เรื่องเอทีเค (ATK) ซึ่งตอนนี้พี่น้องประชาชนมาเข้าคิวกันเนืองแน่นเลย อยากให้ แก้ไขปัญหา เพราะไม่อยากให้เป็นคลัสเตอร์ (Cluster) ใหม่ที่จะทำให้พี่น้องประชาชน ติดจากรอบที่ไปเข้าคิวด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปนางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๗ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันมีข้อหารือมากราบเรียน ท่านประธานสภาด้วยกันทั้งหมด ๓ เรื่องนะคะ🔗
เรื่องแรก ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากพ่อแม่ พี่น้องประชาชนชาวตำบล บางจาก อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ ในเรื่องเกี่ยวกับการจราจรในพื้นที่ ถนนสุขสวัสดิ์ เนื่องด้วยถนนสุขสวัสดิ์เป็นถนนเส้นหลักของอำเภอพระประแดง และอำเภอ พระสมุทรเจดีย์ ซึ่งเป็นแยกที่ประชาชนได้ใช้ถนนเส้นนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งดิฉันเองได้ หารือผ่านสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้แล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๓ จากแขวงการทาง จังหวัดสมุทรปราการ บัดนี้ก็ยังไม่ดำเนินการ สิ่งที่ดิฉันเองได้ขอให้ทางแขวงการทาง จังหวัดสมุทรปราการเข้ามาดูแลก็คือในเรื่องของไฟสัญญาณจราจร ซึ่งประชาชนได้ขอให้มี การติดตั้งไฟสัญญาณจราจร เพื่อที่จะระบายรถทั้งการยูเทิร์น (U-turn) และการเข้า ซอยสุขสวัสดิ์ ๗๔ ซึ่งตรงนี้ก็ขอนำเรียนผ่านท่านประธานสภาผ่านไปยังกระทรวงคมนาคม ผ่านไปยังแขวงการทางจังหวัดสมุทรปราการให้เร่งเข้ามาดูแลในพื้นที่แห่งนี้🔗
ส่วนเรื่องที่ ๒ ดิฉันเองขอหารือผ่านท่านประธานสภาในเรื่องเกี่ยวกับ การจราจรในเส้นสุขสวัสดิ์ ๗๖ ซึ่งเป็นพื้นที่ประชาชนจะมาจับจ่ายซื้อของ เขาเรียกว่า ตลาดนัดลานทราย ซอยสุขสวัสดิ์ ซึ่งตรงนี้ดิฉันเองขอผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ขอให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาอำนวยความสะดวกช่วงเวลาไพรม์ไทม์ (Primetime) ช่วงเวลาตั้งแต่เวลา ๑๖.๐๐-๑๘.๐๐ นาฬิกา ซึ่งเป็นเวลาที่ประชาชนออกมาใช้จ่ายกัน เป็นจำนวนมาก ก็ขอนำเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ผมขอขอบคุณเพื่อน สมาชิกและขอชื่นชมทุกคนได้รักษาเวลา เราจึงได้ใช้เวลาไปประมาณ ๑ ชั่วโมงกับ ๗ นาที เท่านั้นเอง ขอขอบคุณครับ🔗
ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อ แล้วทั้งหมด ๓๑๖ ท่าน จำนวนสมาชิกที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ขณะนี้ ๔๗๓ คน องค์ประชุม คือ ๒๓๗ สำหรับวันนี้มีผู้ลงชื่อแล้ว ๓๑๗ คน ครบองค์ประชุมนะครับ ขออนุญาต เปิดประชุมนะครับ ขออนุญาตไปตามระเบียบวาระ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗
ผมขอเชิญพวกเราเข้ามาเพื่อรับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ขอเชิญเข้ามาเพื่อเป็นเกียรติแก่ท่านผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎรครับ🔗
ด้วยได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศแต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร จึงขอเชิญท่านสมาชิกโปรดยืนขึ้นรับฟังพระบรมราชโองการ ขอเชิญ เลขาธิการอ่านพระบรมราชโองการครับ🔗
“พระบรมราชโองการ🔗
ประกาศ🔗
แต่งตั้งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร🔗
_______________🔗
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ🔗
พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว🔗
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า🔗
ตามที่ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ เป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ ๖ ธันวาคม ๒๕๖๓ นั้น เนื่องด้วย นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ ได้ลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เมื่อวันที่ ๒๘ ตุลาคม ๒๕๖๔ เป็นเหตุ ให้พ้นจากตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ต่อมาพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็น พรรคการเมืองฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรที่มีจำนวนสมาชิกมากที่สุด ได้เลือก นายชลน่าน ศรีแก้ว เป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย🔗
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๐๖ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง นายชลน่าน ศรีแก้ว เป็นผู้นำฝ่ายค้านใน สภาผู้แทนราษฎร🔗
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป🔗
ประกาศ ณ วันที่ ๒๓ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔ เป็นปีที่ ๖ ในรัชกาลปัจจุบัน ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร”🔗
เชิญนั่งเลยครับ ขอแสดง ความยินดีกับท่านนายแพทย์ชลน่านด้วยครับ🔗
ขออนุญาตแจ้งเรื่องที่ประชุมอีกเรื่องหนึ่ง คือเรื่องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ลาออกจากตำแหน่ง🔗
ด้วย นายสุพล ฟองงาม และนายสันติ กีระนันทน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ได้มีหนังสือแจ้งขอลาออกจากการเป็นสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๕ เป็นผลให้สมาชิกภาพของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรของนายสุพล ฟองงาม และนายสันติ กีระนันทน์ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๐๑ (๓) คือลาออก ดังนั้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด เท่าที่มีอยู่และปฏิบัติหน้าที่ได้ในขณะนี้คือ ๔๗๓ คน องค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งคือ ๒๓๗ คน เรียนที่ประชุมได้รับทราบครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรอง รายงานการประชุม ไม่มี🔗
ต่อไปจะเป็นระเบียบวาระที่ ๔ แต่ผมขออนุญาตเรียนพวกเราว่า เนื่องจาก เราได้หยุดประชุมไปในตอนปีใหม่ ๒ สัปดาห์ ถ้ารวมกับเมื่อตอนปลายปีที่เรางดประชุมไป เนื่องจากให้สมาชิกได้สะดวกในการกลับภูมิลำเนารวม ๓ สัปดาห์ วันนี้ก็เป็นการประชุม วันแรกของปี ๒๕๖๕ ผมขอถือโอกาสนี้สวัสดีปีใหม่กับพวกเราทุกคนนะครับ แล้วก็สัปดาห์นี้ ขออนุญาตประชุม ๓ วันนะครับ วันนี้ พรุ่งนี้ แล้วก็วันศุกร์ด้วยครับ ส่วนสัปดาห์ต่อไป เดี๋ยวตอนบ่ายโมงจะได้เชิญผู้ควบคุมเสียงทั้ง ๒ ฝ่ายได้หารือ เพราะว่าเราจำเป็น เพราะหลังจากสัปดาห์นี้แล้วเรามีเวลาอีก ๕ สัปดาห์ก็จะหมดสมัยประชุมสามัญประจำปี ครั้งที่สอง ของปีที่ ๓ เพราะฉะนั้นมีงานที่จำเป็นจะต้องหารือกันว่า เราจะกำหนด การประชุมอย่างไรต่อไป ขอเรียนที่ประชุมได้รับทราบด้วยครับ และขอความร่วมมือพวกเรา ได้ร่วมกันทำงานเพื่องานที่เป็นผลงานของพวกท่านเองได้ผ่านไปได้ด้วยดีครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว🔗
๔.๑ ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกกฎหมายบางฉบับที่หมดความจำเป็น หรือซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่น พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว🔗
ขอเชิญคณะกรรมาธิการ วิสามัญเข้าประจำที่ครับ🔗
ขอเรียนว่าการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นการพิจารณาในวาระที่สอง ซึ่งจะพิจารณาเริ่มต้นตั้งแต่ชื่อร่าง คำปรารภ แล้วเรียงตามลำดับมาตราจนจบร่าง สำหรับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีการสงวน ความเห็นของกรรมาธิการ ไม่มีผู้เสนอคำแปรญัตติ จึงขอให้กรรมาธิการที่สงวนความเห็น ได้อภิปรายก่อนถ้ายังติดใจ เมื่อกรรมาธิการได้ตอบชี้แจงจบแล้ว ก็จะเป็นการลงมติในมาตรา นั้น ๆ ท่านประธานกรรมาธิการมีอะไรที่จะชี้แจงอนุญาตนะครับ เชิญครับ🔗
ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติที่เคารพ ทุกท่าน ผม นายวิเชียร ชวลิต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตกราบเรียนในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ยกเลิกกฎหมายบางฉบับที่หมดความจำเป็นหรือซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่น พ.ศ. ....🔗
ตามที่ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๓ ครั้งที่ ๔ (สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่สอง) วันพุธที่ ๑๐พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ที่ประชุมได้พิจารณาและลงมติ รับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติยกเลิกกฎหมายบางฉบับที่หมดความจำเป็นหรือซ้ำซ้อน กับกฎหมายอื่น พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) ในวาระที่หนึ่ง และตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญขึ้นคณะหนึ่ง เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว มีกำหนดการแปรญัตติภายใน ๗ วัน ซึ่งเมื่อครบกำหนดในวันพุธที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ไม่มีผู้เสนอคำแปรญัตติ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้มีการประชุมพิจารณารวมทั้งหมด ๔ ครั้ง ไม่มีการแก้ไขมาตราใด มีการแก้ไขบัญชีท้ายพระราชบัญญัติ ซึ่งระบุพระราชบัญญัติรวม ๗ ฉบับ ที่จะยกเลิกตาม ร่างพระราชบัญญัตินี้ ได้แก่🔗
๑. พระราชบัญญัติจัดการฝึกและอบรมเด็กบางจำพวก พุทธศักราช ๒๔๗๙🔗
๒. พระราชบัญญัติจัดการฝึกและอบรมเด็กบางจำพวก (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๑🔗
ขอบคุณท่านประธาน คณะกรรมาธิการ เชิญท่านเลขาธิการดำเนินการไปตามลำดับครับ เชิญครับ🔗
ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คำปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ ไม่มี การแก้ไข บัญชีท้ายพระราชบัญญัติ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น🔗
บัญชีท้ายพระราชบัญญัติ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการคุณภัทธมน สงวนความเห็น ยังติดใจไหมครับ🔗
ถ้าไม่ได้ติดใจ แต่ว่า มีสมาชิกขออภิปรายนะครับ เนื่องจากมีการแก้ไข ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตครับ ในฐานะสมาชิกก็เลยมีประเด็นที่จะสอบถามท่านกรรมาธิการ ในการเลื่อนที่ตัดบัญชีท้ายของพระราชบัญญัติยกเลิกกฎหมายบางฉบับที่หมดความจำเป็น หรือซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่น ที่ท่านได้นำเสนอไปแล้ว โดยเลื่อนแก้ไขในลำดับที่ ๖ เป็น ๑/๑ ซึ่งคำว่า ชื่อคือพระราชบัญญัติจัดการฝึกและอบรมเด็กบางจำพวก (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๑ ตรงนี้เป็นประเด็นที่ผมอยากจะซักถามว่า ในกฎหมายที่ยกเลิกฉบับนี้มันมี กฎหมายที่เป็นฉบับเดิม คือปี ๒๔๗๙ ซึ่งอยู่ในบัญชีมีอยู่แล้ว แต่ทั้ง ๒ ฉบับนี้มันจะมี กฎหมายที่เกี่ยวข้องซับ (Sub) ลงไปที่ออกตาม ๒ พระราชบัญญัตินี้ เช่น ประกาศกฎหมาย ของกระทรวงมหาดไทย เมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๔๘๐ ซึ่งออกตามมาตรา ๒๘ วรรคสอง ของ พ.ร.บ. มี ๕ ข้อ แล้วก็อีกอันหนึ่ง พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการมอบอำนาจของรัฐมนตรี ตามมาตรา ๘ วรรคสอง ปี ๒๔๗๙ นั้น เกี่ยวกับการมอบอำนาจของอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ทำการแทน ซึ่งมีอยู่ ๗ มาตรา กฎหมายอื่น ๆ ซึ่งเกี่ยวข้อง ผมมีคำถามว่ามันจะเหมือนกับ ประมวลยาเสพติดที่เกี่ยวกับกัญชา แล้วเราไม่ได้ไปออก หรือไม่ได้ดำเนินการให้มัน หมดสภาพไป มันมีผลกระทบกระเทือนไปถึงการที่เราไม่ได้ประกาศ หรือยกเลิกกฎหมาย ฉบับอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งเป็นกฎหมายเหมือนกัน มันมีประเด็นเดียวครับ นอกนั้นก็ไม่มีอะไร เพราะว่ากฎหมายนี้เป็นกฎหมายเกี่ยวกับเรื่องเด็ก แต่ที่สำคัญคือมันไปกระทบกระเทือน เรื่องของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ซีอาร์ซี คอนเวนชัน ออน เดอะ ไรท์ส ออฟ ไชลด์ (CRC : Convention on the Rights of Child) ซึ่งปรากฏอยู่ในปี ๑๙๙๙ ในอนุสัญญานี้ มันเป็นการคุ้มครองเด็ก กฎหมายนี้เมื่อยกเลิกไปแล้วไปกระเทือนหรือไม่ เกี่ยวข้องหรือไม่ ก็อยากกราบเรียนท่านประธานว่าช่วยตอบในประเด็นนี้ให้ผมทีว่า การที่ยกเลิกกฎหมาย ฝึกอบรมตามที่รัฐบาลเสนอมา มันมีการจัดการอะไรที่ครบถ้วนในกระบวนการของ การยกเลิกกฎหมาย แล้วผลกระทบของการยกเลิกกฎหมายที่จะไม่ทำให้ผู้คนหรือคนที่ บังคับใช้ไปกระทำผิดพลาดหรือเข้าใจผิดอีก อย่างเช่น ประมวลยาเสพติดครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านกรรมาธิการครับ🔗
กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพครับ ผม วิเชียร ชวลิต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ขออนุญาตกราบเรียนว่า ตามที่ท่าน สมาชิกได้อภิปรายแล้วก็สอบถามถึงเหตุผล ในเรื่องของการเลื่อนลำดับของบัญชีท้าย ร่างพระราชบัญญัติ ซึ่งผมขออนุญาตเรียนว่าในกรรมาธิการได้มีการพิจารณาโดยเห็นว่า พระราชบัญญัติท้ายร่างพระราชบัญญัตินั้นมีการจัดเรียงไว้เดิมตามจำนวนปี พ.ศ. ที่เป็น แหล่งกำเนิดของกฎหมายฉบับนั้น แต่เนื่องจากในลำดับที่ ๖ เดิมซึ่งเป็นพระราชบัญญัติ จัดการฝึกและอบรมเด็กบางจำพวก (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๑ นั้น เป็นกฎหมายที่เป็น ฉบับที่ ๒ ต่อเนื่องจากลำดับที่ ๑ เพราะฉะนั้นเพื่อความเข้าใจแล้วก็เห็นความชัดเจน ก็เลย ได้พิจารณาเลื่อนให้มาต่อเนื่องกันระหว่างพระราชบัญญัติจัดการฝึกและอบรมเด็ก บางจำพวก พุทธศักราช ๒๔๗๙ แล้วก็จะต่อลำดับที่ ๒ เป็นพระราชบัญญัติจัดการฝึก และอบรมเด็กบางจำพวก (ฉบับที่ ๒) ซึ่งกำเนิดในปี พ.ศ. ๒๕๐๑ ก็ขออนุญาตเรียนเหตุผล ที่ได้จัดเรียงดังนี้🔗
ส่วนเรื่องกฎหมายอื่น ที่จะเกี่ยวเนื่องตามที่ท่านสมาชิกได้กรุณาสอบถาม ก็เรียนว่า ถ้าเป็นกฎหมายลูกของกฎหมายเหล่านี้ก็ย่อมตกไปตามบทบัญญัติของกฎหมายแม่ ที่มีการยกเลิก ถ้าหากร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้รับการอนุมัติจากสภาแห่งนี้แล้ว ก็ขออนุญาตเรียนว่า ในเหตุผลความจำเป็นเรื่องของการที่มีกฎหมายซ้ำซ้อน หรือจำเป็นต้อง ยกเลิกกฎหมายที่มีเหตุหรือหมดความจำเป็น ก็ขออนุญาตท่านประธานให้ท่านกาญจนาภรณ์ ซึ่งเป็นกรรมาธิการและเป็นผู้แทนจากกฤษฎีกาได้อธิบายเหตุผล และที่มาที่ไปของการเสนอ กฎหมายให้มีการยกเลิกกฎหมายทั้ง ๗ ฉบับต่อที่ประชุมด้วยครับ ขออนุญาตครับ🔗
ขอเชิญเลยครับ🔗
กาญจนาภรณ์ อินทปันตี เลิศลอย ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะกรรมาธิการ ขอเรียนก่อน ว่าในส่วนของการแก้ไขลำดับในบัญชีท้าย ที่ขยับตัวร่างพระราชบัญญัติการจัดการฝึกอบรม ในบางจำพวกขึ้นมา ไม่ได้กระทบต่อสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติที่เสนอ ทีนี้ในส่วน ของประเด็นที่ว่าจะมีกฎหมายลูกที่หลุดรอดไปไหม อันนี้ท่านประธานกรรมาธิการได้ตอบไปแล้ว ในส่วนของกลไกการบังคับใช้ที่ท่านมีข้อกังวลเกี่ยวกับในเรื่องของการคุ้มครองเด็ก อันนี้ต้อง ต้องขอเรียนว่าในส่วนของพระราชบัญญัติจัดการฝึกและอบรมเด็กบางจำพวกที่เสนอขึ้นมา เป็นเพราะว่าเป็นกฎหมายที่มีเนื้อหาสาระที่ซ้ำซ้อนกับกฎหมายที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันนี้ ก็คือกฎหมายที่อยู่ในปัจจุบันนี้ที่มีผลใช้บังคับอยู่แล้วที่เกี่ยวกับเรื่องการคุ้มครองเด็ก จะประกอบไปด้วยพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ พระราชบัญญัติศาลเยาวชน และครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ อีกฉบับหนึ่งก็คือ พระราชบัญญัติการบริหารการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชนที่กระทำผิด พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับ มีเนื้อหาสาระที่ครอบคลุมเนื้อหาสาระตามกฎหมายเดิม แล้วก็มีเนื้อหาสาระที่คุ้มครองเด็กที่มากขึ้นยิ่งกว่ากฎหมายเดิมด้วย อันนี้ในส่วนของ ตัวเนื้อหาสาระที่ขอเรียนท่านในเบื้องต้น ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ เนื่องจาก มาตรานี้มีการแก้ไข ถึงแม้ว่าผู้สงวนความเห็นไม่ติดใจ แต่ว่าเนื่องจากมีการแก้ไขก็จำเป็นต้อง ขอมติที่ประชุม ขอเชิญท่านสมาชิกเข้ามาเพื่อลงมตินะครับ🔗
สมาชิกที่มาแล้วก็กรุณา กดบัตรแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมตามข้อบังคับครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม นิโรธ จะขออนุญาตกราบเรียนข้อหารือกับท่านประธานสักข้อหนึ่งครับ กราบเรียนท่านประธาน ผม นิโรธ สุนทรเลขา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ กราบเรียนถามท่านประธานด้วยความเคารพว่า ท่านประธานที่ทำหน้าที่เป็นประธาน ในองค์ประชุมอยู่จะถือว่าเป็นหนึ่งในจำนวนผู้เป็นองค์ประชุมด้วยหรือไม่ครับ🔗
ไม่น่าถามเลยนะครับ🔗
ฉะนั้นท่านประธานก็หมายความว่า ต้องกดเป็นองค์ประชุมด้วยถูกต้องไหมครับ🔗
ผมกดทุกครั้งครับ🔗
กราบขอบพระคุณครับ ขอบพระคุณ อย่างสูงครับ🔗
ขอเชิญสมาชิกที่เข้า มาแล้วกดบัตรเพื่อแสดงตนตรวจสอบองค์ประชุมครับ ให้เวลานะครับ🔗
๒๒๙ พยม พรหมเพชร ครับ🔗
เจ้าหน้าที่บันทึกไว้ด้วยครับ ผมขอเชิญพวกเราที่มาแล้วกดบัตรทุกฝ่าย ไม่ว่ารัฐบาลหรือฝ่ายค้านก็ตาม เพื่อตรวจสอบ องค์ประชุม เวลาลงมติเราจะเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย เป็นอีกเรื่องหนึ่ง สมาชิกพร้อมนะครับ ปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตนขณะนี้ ๒๙๒ ท่าน ครบองค์ประชุม บวก ๑ เป็น ๒๙๓ ท่านนะครับ องค์ประชุมคือ ๒๓๗ ครบองค์ประชุมครับ🔗
ขอมติที่ประชุมครับว่า จะเห็นด้วยที่กรรมาธิการแก้ไขในมาตรานี้หรือไม่ เห็นด้วยกดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วย กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗
ท่านสมาชิกพร้อม ปิดการ ลงมติ จำนวนผู้ลงมติ ๓๑๓ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน ที่ประชุมเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการ🔗
ก็จบการพิจารณา เรียงลำดับมาตราครับ ต่อไปก็จะต้องพิจารณาในวาระต่อไปว่า สมาชิกจะขอแก้ไขถ้อยคำ หรือไม่ เป็นการพิจารณาสรุปทั้งหมดอีกครั้งหนึ่ง🔗
ถ้าสมาชิกไม่มีผู้ใดขอแก้ไข ถ้อยคำ ก็ถือว่าจบการพิจารณาในวาระที่สองครับ🔗
ต่อไปก็จะเป็นการพิจารณาในวาระที่สาม โดยจะไม่มีการอภิปรายตาม ข้อบังคับ ข้อ ๑๓๓ จะขอมติจากที่ประชุมว่า จะเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติยกเลิก กฎหมายบางฉบับที่หมดความจำเป็นหรือซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่น พ.ศ. .... หรือไม่ ขอท่าน สมาชิกได้กรุณาแสดงตนก่อนลงมติครับ🔗
สมาชิกกรุณาแสดงตนนะครับ🔗
ปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตนขณะนี้ ๓๐๒ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ขอถามมติที่ประชุมว่า จะเห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้หรือไม่ ผู้ใดเห็นชอบกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบ กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗
สมาชิกพร้อม ปิดการ ลงมติ จำนวนผู้ลงมติ ๓๑๓ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน มติที่ประชุมเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้🔗
ก็จบการพิจารณาในวาระ ทั้งหมด ขอบพระคุณกรรมาธิการครับ🔗
ต่อไประเบียบวาระที่ ๔.๒ ร่างพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว🔗
ขอเชิญกรรมาธิการ ชุดต่อไปประจำที่ ในการนี้กรรมาธิการได้ขอให้บุคคลต่อไปนี้มีส่วนร่วมเพื่อว่าจะได้ตอบ ชี้แจงในกรณีที่สมาชิกสอบถาม คือ พลเอก สมชาย วิษณุวงศ์ พลโท พงศกร รอดชมภู พลเอก เอกชัย หาญพูนวิทยา นางพรพิมล สัมฤทธิ์ผ่อง ๔ ท่าน อนุญาตครับ ขอเชิญ กรรมาธิการเข้าประจำที่ พร้อมด้วยบุคคลที่ขออนุญาตเข้ามาชี้แจงครับ🔗
ท่านประธานกรรมาธิการ พร้อมจะสรุปอะไรให้สมาชิกทราบก่อนเริ่มดำเนินการ อนุญาตครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่าน กระผม พลเอก สมชาย วิษณุวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขต ๑ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... สภาผู้แทนราษฎร ขออนุญาตรายงานผลการพิจารณาของ คณะกรรมาธิการดังนี้ครับ🔗
ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๑๕ (สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่สอง) เมื่อวันพุธที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๔ ได้ลงมติรับหลักการแห่งร่าง พระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) และตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณากำหนดการแปรญัตติภายใน ๗ วัน โดยครบกำหนดยื่นคำแปรญัตติเมื่อวันพุธที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ โดยมีสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรยื่นคำแปรญัตติ ๒ ท่าน กระผมขอกราบเรียนว่า คณะกรรมาธิการได้ให้ ความสำคัญต่อคำแปรญัตติของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยเชิญผู้เสนอคำแปรญัตติ เข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมาธิการ เพื่อรับฟังความเห็น ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ และเมื่อคณะกรรมาธิการได้ชี้แจงรับข้อเสนอแนะต่าง ๆ แล้วผู้แปรญัตติทั้ง ๒ ท่านพอใจ นอกจากนี้ในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการได้ยึดถือกรอบแนวทาง หลักการและเหตุผลตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ได้รับหลักการในวาระที่หนึ่ง ซึ่งคณะกรรมาธิการได้เชิญหน่วยงานราชการ และภาคเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม เพื่อให้ข้อคิดเห็น และข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ โดยได้พิจารณาเริ่มต้นจากชื่อร่าง คำปรารภ พิจารณาเรียงลำดับมาตรา จำนวน ๑๖ มาตรา และบัญชีท้ายร่างพระราชบัญญัติ จำนวน ๒ บัญชี จนจบร่าง และเนื่องจาก วัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัติฉบับนี้ เป็นการกำหนดมาตรการในการควบคุมยุทธภัณฑ์ และมีข้อมูลเกี่ยวกับยุทธภัณฑ์ที่เป็นปัจจุบัน โดยกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตต้องจัดให้มีบัญชี รับจ่ายยุทธภัณฑ์ และรายงานให้ปลัดกระทรวงกลาโหมทราบทุกเดือน ถึงแม้ว่าการกำหนด มาตรการเพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีบทบัญญัติบางประการ ที่เกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลก็ตาม แต่ก็เป็นไปตามกำหนดมาตรการ เพื่อให้การควบคุมยุทธภัณฑ์มีประสิทธิภาพมากขึ้น และเพื่อรักษาความปลอดภัยสาธารณะ และรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งสามารถกระทำได้ตามบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ผลจากการพิจารณาตามรายงานของคณะกรรมาธิการ ที่เสนอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณานั้น ได้แบ่งออกเป็น ๒ ส่วน ประกอบด้วย รายงานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญ และร่างพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว เสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงขอเสนอรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... พร้อมด้วยข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการและร่างพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อให้ สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาต่อไป ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป ท่านเลขาธิการกรุณาดำเนินการไปตั้งแต่ชื่อร่างพระราชบัญญัติครับ🔗
ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คำปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ ไม่มี การแก้ไข มาตรา ๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๕ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๖ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๗ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๘ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๙ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๐ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๓ มีการ แก้ไข🔗
มาตรา ๑๓ มีการแก้ไข มีผู้ขออภิปรายนะครับ คุณณัฐวุฒิ บัวประทุม ขอเชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตใช้สิทธิในฐานะสมาชิก แต่เดิมผมตั้งใจจะฟังว่าท่านประธาน คณะกรรมาธิการ ท่านได้พูดถึงการแก้ไขในมาตรา ๑๓ ด้วยเหตุผลประการใดหรือไม่ แต่ว่า บังเอิญท่านไม่ได้พูดถึงรายละเอียดครับ ผมจึงจำเป็นที่จะต้องตั้งคำถามอยู่ทั้งหมด ๒-๓ ประการด้วยกันครับ🔗
ประการที่ ๑ ท่านประธานครับ มาตรา ๑๓ ความแต่เดิมนั้นเป็นเรื่องของ การพูดถึงกฎกระทรวงที่มีการออกบังคับใช้มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ แล้วก็บอกหลักการว่า กฎกระทรวงฉบับนั้นให้บังคับใช้ได้ต่อไป และให้มีกฎกระทรวงขึ้นมาแทนที่ ซึ่งกฎกระทรวง ขึ้นมาแทนที่นั้นจะต้องมีการดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๑๘๐ วัน นับแต่วันที่กฎหมาย ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ ผมอ่านแบบนั้นก็เข้าใจแบบนั้นครับ แต่บังเอิญว่าท่านมีการไปแก้ไข และท่านพูดถึงกฎกระทรวงที่ออกในปี ๒๕๖๔ ครับ ชื่อเต็ม ๆ ก็คือกฎกระทรวง การขออนุญาต การขอต่ออายุใบอนุญาต และการอนุญาต และการขอรับใบแทนใบอนุญาต และการออกใบแทนใบอนุญาตสั่งเข้ามา นำเข้ามา ผลิตหรือมีซึ่งยุทธภัณฑ์ พ.ศ. ๒๕๖๔ ผมเองก็ไม่เห็นว่ามันแปลกประหลาดอะไรที่จะมีการออกกฎกระทรวงครับ แต่เมื่อสักครู่ ท่านประธานคณะกรรมาธิการท่านบอกว่าสภาของเราแห่งนี้ได้มีมติให้รับหลักการ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ไปตั้งแต่เมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม ปี ๒๕๖๔ จำเดือนมกราคม ปี ๒๕๖๔ ไว้ก่อน ผมก็ไปดูว่ากฎกระทรวงฉบับปี ๒๕๖๔ นั้นออกเมื่อไรครับ ก็ไปพบว่ามีการประกาศใน ราชกิจจานุเบกษา เข้าใจว่าจะเป็นกฎของกระทรวงกลาโหม ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ปี ๒๕๖๔ พูดง่าย ๆ ก็คือ ๖ เดือนเต็ม ๆ หลังจากที่สภาแห่งนี้มีมติให้ รับหลักการในวาระที่ ๑ แน่นอนครับ ท่านทำได้ในทางกฎหมายครับ แต่ในทางการเมือง หรือในทางปฏิบัตินั้นเพราะเหตุใดครับ มีการตั้งคำถามในกรรมาธิการหรือไม่ว่า ขณะที่กำลัง จะมีการแก้ไขกฎหมาย กำลังพิจารณาอยู่ว่าหน้าตากฎหมายยังไม่รู้จะออกมาเป็นอย่างไรเลย แต่เพราะเหตุใดกระทรวงกลาโหมถึงกล้าหาญที่จะไปออกกฎกระทรวงหักหน้า การรับหลักการของสภาแห่งนี้ ไปออกเมื่อวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ปี ๒๕๖๔ ท่านได้ถาม ในที่ประชุมของคณะกรรมาธิการหรือไม่ แล้วคำตอบในที่ประชุมนั้นเพราะเหตุใด มันมี ความจำเป็นแบบใด ประการใดถึงกล้าออก นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ ที่ผมอยากจะสอบถามครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ ในเมื่อมีการออกกฎกระทรวงในปี ๒๕๖๔ การแก้ไขของท่าน จึงไม่ผิดปกติใด ๆ แต่สิ่งที่ผมคิดว่ามันเป็นข้อความที่ขาดหายไปก็คือว่า วันนี้ให้กฎกระทรวง ปี ๒๕๖๔ มีผลบังคับใช้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้ง แต่ผมอ่านไม่เจอในรายละเอียดของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ทั้ง ๑๖ มาตราว่า แล้วตกลงจะมีการออกกฎกระทรวงฉบับใหม่ที่พูดถึงการขออนุญาต การขอต่ออายุใบอนุญาตต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับยุทธภัณฑ์ขึ้นมาอีกหรือไม่ ตัดข้อความ ในมาตรา ๑๓ ออก แล้วมันไปอยู่ในมาตราใด แล้วในขณะเดียวกันเมื่อตัดในมาตรา ๑๓ ออก ถ้าหากไปอยู่ในมาตราอื่นนั้น ได้มีการขอหรือกำหนดระยะเวลาการออกกฎกระทรวงที่ จำเป็นจะต้องมีไว้หรือไม่ อย่างไร เนื่องจากแต่เดิมนั้นมีการบอกว่าจะต้องมีการออก กฎกระทรวงให้แล้วเสร็จภายใน ๑๘๐ วันนับแต่วันที่กฎหมายมีผลบังคับใช้ แต่พอตัดข้อความ ตรงนี้ออกไป ผมเลยไม่เห็นรายละเอียดข้อความดังกล่าวครับ ก็ต้องขออนุญาตเป็น ๒ ประเด็น ใหญ่ ๆ ที่ผมเข้าใจว่ามีการอภิปรายกันในกรรมาธิการ แต่ต้องทำให้สภาแห่งนี้เข้าใจว่า เพราะเหตุใดถึงกล้าออกกฎกระทรวงในขณะที่สภาแห่งนี้กำลังพิจารณาการร่างกฎหมายอยู่ มันจำเป็นเร่งด่วนขนาดนั้นเลยหรือครับ นั่นคือสิ่งที่อยากจะเรียนสอบถามทางท่านประธาน ไปยังทางกรรมาธิการครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญกรรมาธิการเลยครับ🔗
ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน และท่านสมาชิกค่ะ ดิฉัน นางพรพิมล สัมฤทธิ์ผ่อง ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ในฐานะกรรมาธิการ ขออนุญาตชี้แจงประเด็นในการแก้ไขมาตรา ๑๓ คือมาตรา ๑๓ เดิม ที่มีการกำหนดรองรับกฎกระทรวงฉบับปี ๒๕๕๕ ณ ขณะที่มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้อยู่ เนื่องจากว่ากฎกระทรวงฉบับปี ๒๕๕๕ เป็นกฎกระทรวงที่ใช้บังคับอยู่ในขณะนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องรองรับเพื่อให้กฎกระทรวงนั้นมีผลใช้บังคับอยู่แล้วเมื่อมีการเสนอร่าง พระราชบัญญัตินี้มาในชั้นของสภาผู้แทนราษฎรแล้วนี่ค่ะ ในระหว่างการพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ ก็มีการแก้ไขกฎกระทรวงปี ๒๕๕๕โดยกฎกระทรวง ฉบับปี ๒๕๖๔ ไปยกเลิกกฎกระทรวงฉบับปี ๒๕๕๕ จึงต้องกำหนดรองรับกฎกระทรวง ฉบับปี ๒๕๖๔ แทนกฎกระทรวงฉบับเดิมค่ะ🔗
แล้วที่ท่านถามว่า ในส่วนของบทเฉพาะกาลที่รองรับใหม่มิได้กำหนด เรื่องการ ออกกฎกระทรวงใหม่ตามร่างพระราชบัญญัตินี้ และจำเป็นที่จะต้องออกหรือไม่ ก็เนื่องจากว่าในตัวกฎกระทรวงปี ๒๕๖๔ ได้เป็นกฎกระทรวงที่ออกตามความในมาตรา ๑๕ เดิมของ พ.ร.บ.ควบคุมยุทธภัณฑ์ ที่กำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการและเงื่อนไขเรื่องของ การขออนุญาตและการอนุญาตไว้ในกฎกระทรวง ปี ๒๕๖๔ ก็เลยมีการแก้ไขเพื่อกำหนด เรื่องดังกล่าวเพิ่มเติมจากปี ๒๕๕๕ แล้วก็ที่ไม่ได้กำหนดเรื่องระยะเวลา ก็เนื่องจากว่ากรณีนี้ ในเมื่อกฎกระทรวงปี ๒๕๖๔ มีการแก้ไขเรื่องหลักเกณฑ์ และวิธีการที่สำคัญในการ ขออนุญาต และการอนุญาตเพิ่มเติมไปแล้ว จึงเป็นกรณีที่นำเนื้อหาในกฎกระทรวงฉบับใหม่ มาใช้ในเรื่องของการขออนุญาตและการอนุญาตตามร่างพระราชบัญญัติใหม่ได้ แล้วก็จะเป็น กรณีที่จะมีการแก้ไขใหม่หรือไม่ อันนี้ทางกระทรวงกลาโหมสามารถที่จะพิจารณาทบทวน ตัวกฎกระทรวงนั้น ถ้าหากมีกรณีที่จำเป็นจะต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมในภายหลัง ก็สามารถ ดำเนินการได้ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ เชิญคุณ ณัฐวุฒิ มีอะไรเพิ่มเติม เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทอง ท่านประธานครับ ผมต้องขออนุญาตครับ ผมมีอยู่ ๒ คำถาม คำถามที่ ๒ ท่านตอบไป แล้วครับ แต่คำถามที่ ๑ ท่านไม่ได้ตอบ คำถามที่ ๑ ความหมายก็คือในขณะที่สภา รับหลักการร่าง พ.ร.บ. ไปแล้วตั้งแต่วันที่ ๒๗ มกราคม ปี ๒๕๖๔ โดยปกติมันก็ต้องรอ จนกว่าจะมีกฎหมายใหม่ออกมาแล้วค่อยมาดูว่าจะมีการปรับแก้กฎกระทรวงกันแบบใด เพราะยังไม่รู้เลยว่าเนื้อหากฎหมายใหม่หน้าตาจะเป็นแบบใดประการใด แต่เพราะเหตุใด กระทรวงกลาโหมถึงกล้าหาญชาญชัยที่จะไปออกกฎกระทรวงเมื่อวันที่ ๑๙ กรกฎาคม ปี ๒๕๖๔ ขึ้นมาแทนที่กฎกระทรวง ปี ๒๕๕๕ ท่านได้ถามผู้แทนกระทรวงกลาโหมใน กรรมาธิการหรือไม่ครับว่า เพราะเหตุใดถึงกล้าออกกฎกระทรวงในขณะที่กำลังจะมี การแก้ไขกฎหมาย ท่านก็ตอบมาสิครับว่ามันจำเป็นเร่งด่วน มีเหตุผล ๑ ๒ ๓ เพื่อความ มั่นคงของประเทศใด ๆ พวกเราก็จะได้ทราบว่าที่มาที่ไปมันเป็นแบบนี้จะได้บันทึก เจตนารมณ์กฎหมาย ไม่เช่นนั้นก็จะกลายเป็นแบบกฎหมายกัญชา ที่กำลังมีการถกเถียงว่า เจตนารมณ์กับตัวอักษรมันอาจจะไม่ไปด้วยกัน ก็ขอความชัดเจนนิดเดียวว่า ท่านได้ถาม ในระหว่างที่มีการประชุมกรรมาธิการหรือไม่ว่าทำไมเขาถึงกล้าหาญชาญชัยที่กล้า ออกกฎกระทรวง ในขณะที่กำลังพิจารณาร่างกฎหมายฉบับใหม่อยู่ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
จะตอบก็ได้นะครับ เพราะว่าอาจจะไม่ได้เกี่ยวโดยตรงกับตัวกฎหมาย แต่ว่าถ้าจะตอบข้อข้องใจก็ได้ เชิญครับ🔗
ขออนุญาตครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม พลเอก เอกชัย หาญพูนวิทยา ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ ผมขออนุญาตเรียน ท่านผู้ทรงเกียรติ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบว่า ในการทำร่างพระราชบัญญัติ ขึ้นมาและกฎกระทรวง ซึ่งในเนื้อหาของทั้ง ๒ ส่วนมีความสอดคล้องกันเพื่อเป็นประโยชน์ กับผู้ประกอบการ คือราษฎรที่เข้ามาติดต่อ เพื่ออำนวยความสะดวก ไม่ได้มีข้อมูลหรือสาระ ที่ขัดแย้งกัน สำหรับห้วงเวลาในการที่เข้าไปพิจารณาตามขั้นตอน เราได้ดำเนินการตาม ขั้นตอนทุกอย่าง โดยเราเสนอเรื่องผ่านสภากลาโหมขึ้นมาที่คณะรัฐมนตรี โดยเราจัดลำดับ ของร่างพระราชบัญญัติขึ้นมาก่อน หลังจากนั้นเราก็พิจารณาเรื่องกฎกระทรวงที่มี ความจำเป็นเร่งด่วนเพื่ออำนวยความสะดวก ซึ่งในกฎกระทรวงข้อนี้มันจะเกี่ยวข้องกับ เรื่องของให้ประชาชนหรือผู้ประกอบการสามารถยื่นใบขออนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ ซึ่งเป็นไปตามสภาวะแวดล้อมของโลกเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าในปัจจุบัน ประกอบกับหลังจาก ที่ทางสภาได้รับร่างหลักการวาระที่ ๑ ให้ร่างพระราชบัญญัติเข้ามาสู่ที่ประชุม คณะกรรมาธิการแล้ว ในช่วงดังกล่าวเมื่อเกิดจากสถานการณ์ของโรคระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) ทำให้การพิจารณาใช้เวลาในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจึงจำเป็นต้อง ใช้เวลา สำหรับตัวกฎกระทรวงมันจบที่คณะรัฐมนตรี ซึ่งไม่ได้มีข้อขัดข้องอะไรต่าง ๆ สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันผมขออนุญาตกราบเรียนท่านสมาชิกว่า ไม่มีความขัดแย้งกันระหว่าง กฎกระทรวงกับพระราชบัญญัติ แต่เป็นคุณกับผู้ประกอบการ ราษฎรโดยทั่วไป ซึ่งสามารถ ใช้กฎหมายนี้ในการยื่นขอใบอนุญาตทางอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างถูกต้อง ผมขออนุญาต กราบเรียนข้อมูลในเบื้องต้นให้ทราบเท่านี้ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ถือว่าได้ชี้แจงแล้วนะครับ เนื่องจากมาตรานี้มีการแก้ไข ก็ขอท่านสมาชิกได้กรุณาเข้ามาเพื่อลงมติว่าจะเห็นด้วยที่ คณะกรรมาธิการแก้ไขหรือไม่🔗
สมาชิกที่อยู่ในที่ประชุม แล้วกรุณาแสดงตนนะครับ ตรวจสอบองค์ประชุมตามข้อบังคับครับ🔗
ร่างกฎหมายฉบับนี้ เราคงลงมติกันอีกสัก ๓ ครั้งนะครับ คือหลังจากลงมติที่กรรมาธิการแก้ไขแล้ว จากนั้นก็จะ ขอความเห็นชอบ แล้วก็มีข้อสังเกต สมาชิกพร้อมนะครับ ปิดการแสดงตนครับ จำนวน ผู้เข้าประชุมที่แสดงตนขณะนี้ ๒๘๕ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ขอถามมติที่ประชุมว่า ผู้ใดเห็นด้วยที่กรรมาธิการแก้ไขโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗
สมาชิกพร้อมนะครับ ปิดการลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๑๔ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน มติที่ประชุมเห็นด้วยที่กรรมาธิการแก้ไขครับ🔗
เชิญเลขาธิการต่อไปครับ🔗
มาตรา ๑๔ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๕ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๖ ไม่มีการแก้ไข บัญชี ๑ ไม่มีการแก้ไข บัญชี ๒ ไม่มีการแก้ไข🔗
จบการพิจารณา เรียงลำดับตามมาตราแล้ว ต่อไปก็จะเป็นการพิจารณาทั้งร่าง เป็นการสรุปอีกครั้งหนึ่งตาม ข้อบังคับ ข้อ ๑๓๒ ท่านสมาชิกผู้ใดจะขอแก้ไขถ้อยคำหรือไม่🔗
ถ้าไม่มีก็จบการพิจารณา ในวาระที่สอง🔗
ต่อไปขอพิจารณาในวาระที่ ๓ โดยไม่มีการอภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๓ โดยจะขอมติที่ประชุมว่า จะเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติควบคุมยุทธภัณฑ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่ ขอเชิญสมาชิกแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติครับ🔗
สมาชิกพร้อมนะครับ🔗
ปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตน ๒๘๘ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ขอถามมติที่ประชุมครับว่า สมาชิกใดเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗
ท่านสมาชิกพร้อม ขอปิดการลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๑๒ ท่าน เห็นด้วย ๓๐๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ท่าน มติที่ประชุมเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ครับ🔗
โดยที่กรรมาธิการได้เสนอ ข้อสังเกตไว้ในรายงานของคณะกรรมาธิการ เพื่อให้สภาพิจารณาว่าจะเห็นด้วยกับข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการหรือไม่ โดยไม่มีการอภิปราย ถ้าเห็นด้วยจะได้ส่งรายงานและข้อสังเกต ไปยังคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทราบหรือดำเนินการต่อไป ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๗ ประกอบข้อ ๑๐๕ ซึ่งรายละเอียดข้อสังเกตปรากฏอยู่ในเอกสารแล้วนะครับ ก็ขอมติที่ประชุมว่า จะเห็นด้วยกับข้อสังเกตของกรรมาธิการหรือไม่ โดยก่อนลงมติก็ขอ ตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งครับ🔗
สมาชิกกรุณาแสดงตน🔗
ถ้าพร้อมแล้ว ปิดการ แสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตน ๒๙๙ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ขอถามมติที่ประชุมว่า ผู้ใดเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วย กับข้อสังเกตของกรรมาธิการกรุณากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗
ปิดการลงมติครับ มติที่ประชุม จำนวนผู้ลงมติ ๓๑๘ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน มติที่ประชุมเห็นด้วยกับข้อสังเกตกรรมาธิการครับ🔗
ก็จบการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ ขอขอบคุณกรรมาธิการครับ ขอบคุณท่านสมาชิกนะครับ ต่อไปจะเป็นการพิจารณาเรื่องด่วน🔗
เรื่องด่วนที่ ๑ พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๔ คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ🔗
ก็ขอท่านรัฐมนตรีได้ เตรียมตัว เนื่องจากท่านรัฐมนตรีได้ขออนุญาตให้บุคคลดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจง ๑. นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมศุลกากร ๒. นายกิตติ สุทธิสัมพันธ์ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาและบริหาร การจัดเก็บภาษี ๓. นายเอก สารทวาหา ผู้อำนวยการกองพิกัดอัตราศุลกากร ๔. นางสาววันวิมล พึ่งประดิษฐ์ ผู้อำนวยการส่วนพิกัดอัตราศุลกากรระหว่างประเทศ ๕. นางจันทมาส รัตนเสรี หัวหน้าฝ่ายอัตราศุลกากรระหว่างประเทศ ๖. นางสาวนวรัตน์ จิวฮั้ว นักวิชาการศุลกากร ชำนาญการ ขอเชิญทั้ง ๖ ท่านเลยครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีพร้อมก็เชิญ เลยนะครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขอกราบเรียนว่าเมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติหลักการร่างพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งต่อมานายกรัฐมนตรีได้นำกฎหมายขึ้นทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๖๔ โดยให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นต้นไป ท่านประธานสภาที่เคารพครับ โดยที่บทบัญญัติ มาตรา ๑๗๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ได้กำหนดให้การตรา พระราชกำหนดกระทำได้ในกรณีที่มีความจำเป็น ต้องมีกฎหมายเกี่ยวด้วยภาษีอากร หรือเงินตรา ซึ่งจะต้องได้รับการพิจารณาโดยด่วนและลับ เพื่อรักษาประโยชน์ของแผ่นดิน และถ้าเป็นการตราขึ้นในระหว่างสมัยประชุมจะต้องนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรภายใน ๓๐ วันนับแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในโอกาสนี้รัฐบาลจึงขอกราบเรียน ต่อสภาผู้แทนราษฎรถึงเหตุผลและความจำเป็น ตลอดจนสาระสำคัญของพระราชกำหนด พิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๔ โดยสรุปดังนี้🔗
เหตุผลและความจำเป็น โดยที่ประเทศไทยเป็นภาคีสมาชิกองค์การ ศุลกากรโลก และเป็นภาคีอนุสัญญาระบบฮาร์โมไนซ์ คอมโมดิตี เดสคริปชัน แอนด์ โคดดิง ซิสเตม (Harmonized commodity description and coding systems) ซึ่งใช้คำย่อว่า เอชเอส (HS) ขององค์การศุลกากรโลก ซึ่งตามอนุสัญญาดังกล่าวได้มีการปรับปรุงแก้ไข การจำแนกประเภทสินค้าตามระบบฮาร์โมไนซ์ (Harmonized) ครั้งที่ ๗ และมีผลใช้บังคับ ตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นต้นไป เพื่อให้การกำหนดพิกัดศุลกากรของสินค้ามี ความทันสมัย ชัดเจนและสอดคล้องกับรูปแบบทางการค้าระหว่างประเทศ การเปลี่ยนแปลง ทางด้านเทคโนโลยี ความปลอดภัยทางด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมและการปกป้องสังคม ประกอบกับประเทศไทยซึ่งเป็นสมาชิกอาเซียน (ASEAN) ได้ร่วมลงนามและรับพิธีสาร ว่าด้วยการนำพิกัดอัตราศุลกากรฮาร์โมไนซ์ อาเซียน (Harmonized ASEAN) หรือที่เรียกว่า อาเซียน ฮาร์โมไนซ์ แทริฟ โนเมนคลาเจอร์ (ASEAN Harmonized Tariff Nomenclature) ซึ่งใช้คำว่า เอเอชทีเอ็น (AHTN) มาใช้ ซึ่งพิธีสารดังกล่าวได้กำหนดให้ใช้พิกัดศุลกากรใน ระดับ ๘ หลักร่วมกัน สมควรแก้ไขเพิ่มเติมความในภาค ๒ พิกัดอัตราอากรขาเข้าแห่ง พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐ และโดยที่เป็นกรณีมีความจำเป็นต้อง ตรากฎหมายเกี่ยวด้วยภาษีอากรที่ต้องพิจารณาโดยด่วนและลับ จึงจำเป็นต้องตรา พระราชกำหนดนี้🔗
พระราชกำหนดฉบับนี้มีสาระสำคัญเป็นการแก้ไขความในภาค ๒ พิกัดอัตรา อากรขาเข้าแห่งพิกัดอัตราศุลกากรท้ายพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๕๙ ซึ่งเป็นฉบับ ปี ค.ศ. ๒๐๑๗ หรือ เอเอชทีเอ็น ๒๐๑๗ (AHTN 2017) เพื่อปรับปรุงพิกัดศุลกากรให้ สอดคล้องกับระบบฮาร์โมไนซ์ (Harmonized) ขององค์การศุลกากรโลก และพิกัดศุลกากร ฮาร์โมไนซ์ อาเซียน (Harmonized ASEAN) ฉบับปี ๒๐๒๒ หรือ เอเอชทีเอ็น ๒๐๒๒ (AHTN 2022) ซึ่งมีความสำคัญต่อความสะดวกทางการค้าระหว่างประเทศ การเป็น มาตรฐานสากลทางด้านศุลกากร และการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้พิกัดศุลกากรมีความทันสมัย ชัดเจน สอดคล้องกับรูปแบบทาง การค้าระหว่างประเทศ และการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยี สามารถเป็นกลไกในการ ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับความมั่นคงด้านอาหารของโลก สามารถเป็นกลไกเฝ้าระวังสารควบคุม และเคมีภัณฑ์อันตรายที่มีผลกระทบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม สอดรับความต้องการทางด้าน เศรษฐกิจและสังคมของประเทศสมาชิกอาเซียน (ASEAN)🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผมขออนุญาตกราบเรียนเพิ่มเติม ว่ารัฐบาลมีความจำเป็นต้องดำเนินการแก้ไขพิกัดศุลกากรให้สอดคล้องกับการปรับปรุงแก้ไข พิกัดศุลกากรระบบฮาร์โมไนซ์ (Harmonized) และพิกัดศุลกากรฮาร์โมไนซ์ อาเซียน (Harmonized ASEAN) ฉบับปี ๒๐๒๒ ตามพันธกรณีที่ประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญา ระบบฮาร์โมไนซ์ (Harmonized) ขององค์การศุลกากรโลก และพันธกรณีตามพิธีสารว่าด้วย การนำพิกัดศุลกากรฮาร์โมไนซ์ อาเซียน (Harmonized ASEAN) มาใช้ ซึ่งในการกำหนด อัตราอากรภาค ๒ พิกัดอัตราอากรขาเข้าท้ายพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐ มีการกำหนดอัตราอากรตามโครงสร้างเดิม ยกเว้นรายการสินค้าที่มีการ เคลื่อนย้ายสินค้าบางส่วนจากประเภทพิกัดศุลกากรที่มีอัตราอากรแตกต่างกันมารวมอยู่ใน ประเภทเดียวกัน ส่งผลให้ต้องเลือกกำหนดอัตราอากรสำหรับรายการใหม่ ซึ่งจะกำหนด อัตราอากรตามโครงสร้างหลักของประเภทนั้น ๆ ทั้งนี้ ได้มีประกาศกระทรวงการคลังที่ออก ตามความในมาตรา ๑๒ แห่งพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐ เพื่อลด อัตราอากร หรือยกเว้นอากรให้เท่ากับอัตราอากรที่เรียกเก็บจริงในปัจจุบัน ท่านประธาน ที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นการปรับปรุงพิกัดศุลกากรให้มีความทันสมัย ชัดเจน สอดคล้องกับรูปแบบ ทางการค้าระหว่างประเทศ และการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยี เป็นกลไกในการ ติดตามข้อมูลเกี่ยวกับความมั่นคงด้านอาหารของโลก การคุ้มครองสังคมและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนการแก้ไขปรับปรุงประเภทย่อยอาเซียน (ASEAN) ให้สอดคล้องกับความต้องการ ของประเทศสมาชิกอาเซียน (ASEAN) ซึ่งเป็นไปตามพันธกรณีระหว่างประเทศ กระผมจึง ขอกราบเรียนนำเสนอสภาผู้แทนราษฎรได้กรุณาพิจารณาอนุมัติพระราชกำหนดพิกัด อัตราศุลกากร (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๔ เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติต่อไป ขอกราบ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ท่านสมาชิกที่มีความประสงค์จะอภิปรายขอเชิญส่งชื่อมานะครับ ท่านแรกคุณเกียรติ สิทธีอมร ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ขออนุญาตร่วมอภิปรายพระราชกำหนดฉบับนี้ อย่างไรคงต้องผ่านอยู่แล้ว ต้องเห็นชอบครับ เข้าใจดีว่าท่านทำตามภารกิจ แล้วมันก็มีความเร่งด่วนนะครับ ทีนี้ผมมีประเด็นฝากท่านครับ เพราะท่านดูทุก ๕ ปี ในปีนี้ที่ผมเห็น ผมเห็นบางสิ่งบางอย่างที่ยังไม่ได้มีการปรับ ก็เสียดาย โอกาสนิดหนึ่ง เพราะว่าในทุกกรอบที่เรานำเข้าสภาแห่งนี้ ความตกลงระหว่างประเทศ ทั้งหมดมีประเด็นเสมอมาเลยในทุกข้อตกลงที่เป็นเรื่องเอฟทีเอ (FTA) อย่างนี้ เขตความตกลง เรื่องการค้าเสรีในกรอบต่าง ๆ มันมีปัญหาตรงที่ว่าโครงสร้างภาษีของเราเอง ไม่ได้เอื้อให้เรา สามารถแข่งขันได้ ที่ผมพูดเช่นนี้นะครับ เช่น กรณีของการที่เราต้องนำเข้า หรือพึ่งพาวัตถุดิบหรือวัตถุปฐมภูมิ ปรับปรุงไปแล้วส่วนหนึ่ง เอามาใช้เป็นวัตถุดิบต่อยอดในประเทศ ทำไมเรายังมีภาษีนำเข้า ผมเข้าใจดีนะครับ ถ้าเป็นกรณีที่ปกป้องสิ่งแวดล้อม ต้องการที่จะให้มีภาษีนำเข้าในส่วนที่ อาจจะก่อมลพิษในประเทศ จำเป็นต้องทำครับ แต่เราเคยดูไหมว่า เราใส่ในสัดส่วนที่ เหมาะสม แล้วก็แข่งขันได้เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ผมเชื่อว่าเรายังไม่ได้ดู ผมยกตัวอย่าง อย่างนี้ครับ ๓-๔ เรื่องที่เป็นประเด็น ณ วันนี้ แล้วก็ในกรอบทุกกรอบที่เราเจรจา ไม่ว่าจะ เป็นซีพีทีพีพี (CPTPP) หรืออียู (EU) ที่เราจะต้องไปเจรจาหรือกำลังเจรจาอยู่ เรามีปัญหา วัตถุดิบกึ่งสำเร็จรูปไม่ได้มีภาษีเป็นศูนย์ พอไม่มีภาษีเป็นศูนย์ ต้นทุนเรามันก็เพิ่ม แล้วเมื่อ แข่งกับประเทศที่ผลิตสินค้าที่มีวัตถุดิบเหล่านั้น และมีวัตถุดิบอยู่ในประเทศ ท่านแข่ง ไม่ได้ครับ อย่างไรก็แพ้ตั้งแต่ต้นทางแล้วครับ ไม่ได้แพ้เพราะความไม่เก่งผู้ของผู้ประกอบการ ในไทยนะครับ แต่แพ้เพราะโครงสร้างภาษี ผมยกตัวอย่าง ๓ เรื่องแล้วกัน ปุ๋ย เกษตรกร ทุกคนใช้ปุ๋ย ท่านทราบใช่ไหมครับว่าธาตุอาหารหลักตาม พ.ร.บ. พิกัดศุลกากรและ พ.ร.บ. ปุ๋ย ธาตุอาหารหลักไม่ว่าจะเป็นไนโตรเจน ฟอสฟอรัส หรือโพแทสเซียม อัตราภาษีนำเข้า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ คำถามคือทำไมครับ ทำไมต้องมี ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แทนที่เราจะขายปุ๋ยได้ถูก ให้กับเกษตรกร กลับไม่ได้ถูกที่สุด เพราะเรามีภาษีนำเข้า ธาตุอาหารรองที่ผสมในปุ๋ย แมกนีเซียม แคลเซียม กำมะถัน ตั้งแต่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ไปจนถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์เช่นกัน ตรงนี้ ผมคิดว่ามันต้องทบทวนนะครับ เพราะไม่เช่นนั้นเราก็ทำให้ต้นทุนในการผลิต ซึ่งจำเป็นที่ ต้องไปใช้โดยเกษตรกรได้รับผลกระทบตั้งแต่ทางเข้าเลยครับ🔗
อันที่ ๒ อาหารสัตว์ วันนี้เราพูดเรื่องอาหารแพงใช่ไหมครับ เรื่องหมู เรื่องไก่ ไม่ลงรายละเอียดเรื่องโรคระบาดนะครับ แต่ทำไมครับต้นทุนที่เป็นวัตถุดิบที่เราต้องนำเข้า ในการที่จะไปทำอาหารสัตว์นี่ครับ มีอัตราภาษี ๓๐ เปอร์เซ็นต์บ้าง ๓๕ เปอร์เซ็นต์บ้าง ๖๐ เปอร์เซ็นต์บ้าง ทำไมครับ ทำไมเราไม่ให้อัตราภาษีนั้นเป็นศูนย์ครับ ทฤษฎีเดิมครับ ท่านปกป้อง ถ้าผลิตได้ในประเทศบางส่วน ท่านปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ หรือการ ผลิตในประเทศของเดิมครับ ตอนนั้นเราไม่ได้แข่งกับใครมากมาย เราแข่งกับตัวเอง แต่วันนี้ เราแข่งกับทุกประเทศเลยครับ เพราะฉะนั้นหลักคิดของเรื่องโครงสร้างภาษีต้องปรับ ใหม่หมดแล้ว ฉะนั้นตรงนี้เองถั่วเหลือง ๓๕ เปอร์เซ็นต์ เมล็ดดอกทานตะวัน เมล็ดดอกที่เรา เอาไปปลูก ๓๕ เปอร์เซ็นต์ เมล็ดของพืชที่ใช้เป็นอาหารสัตว์ ใช้เป็นอาหารสัตว์ท่านเขียนไว้ ด้วยนะครับ นี่คือพิกัด ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ทำไมละครับ อยากให้อาหารสัตว์มันแพงหรือครับ ผมคิดว่าเราอยากให้อาหารสัตว์มันถูก เกษตรกรถึงจะเอาไปใช้ต่อยอดได้ และราคาที่เป็น อาหารมาถึงผู้บริโภคอยู่ในราคาที่ต่ำที่สุดที่เป็นไปได้ และทุกฝ่ายมีกำไร อีกรายการหนึ่งที่เรา ใช้เยอะมากเลยครับ อุตสาหกรรมเหล็กครับ เราต้องนำเข้าเหล็ก แล้วเหล็กที่เรานำเข้ามาใช้ ทำอะไร ทำรถยนต์ใช่ไหมครับ ทำเครื่องใช้ไฟฟ้าใช่ไหมครับ ท่านทราบไหมครับว่าเหล็ก มีตั้งแต่ ๕ เปอร์เซ็นต์ไปจนถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ทำไมเราถึงต้องทำอย่างนั้น เราไม่มีเหล็ก ในประเทศหรือครับ กลายเป็นว่าผู้บริโภคก็เป็นผู้แบกรับต้นทุนเหล่านี้ ฉะนั้นผมคิดว่า การปรับปรุงพิกัดศุลกากรเราต้องเข้าไปดูใหม่หมดด้วยหลักคิดใหม่ ๆ ว่าทำอย่างไรที่จะให้ ต้นทุนถึงผู้บริโภคในประเทศต่ำที่สุดแข่งขันได้ และไม่เป็นอุปสรรคต่อผู้ประกอบการด้วย ก็ต้องฝากท่านไว้ครับ คราวหน้าทบทวน เพราะว่าถ้าท่านทบทวนแล้วทำให้โครงสร้างมันเอื้อ คนที่จะไปเจรจาไม่ว่ากรอบใดก็แล้วแต่ ซีพีทีพีพี (CPTPP) อียู (EU) หรือแม้กระทั่งกรอบ ที่เป็นไบแลต (Bilat) หรือทวิภาคีกับประเทศต่าง ๆ เราจะทำได้ง่ายขึ้นมากเลยครับ และจะไม่เป็นอุปสรรคต่อผู้ประกอบการครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปนายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ แล้วก็ พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ขอเชิญนายแพทย์สุรวิทย์ครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผมขออภิปรายร่างพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๔ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมทราบครับว่าการตราพระราชกำหนดฉบับนี้เป็นการตรา เพื่อที่จะเป็นไปตามรอบวงจรทุก ๕ ปี เพื่อปรับตามสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ ปรับตามกลไก เรื่องเทคโนโลยีต่าง ๆ แต่อย่างไรก็ตามผมเห็นว่าการตราพระราชกำหนดฉบับนี้ ยังมีสิ่งที่เรา ควรจะพิจารณาว่าควรจะเป็นพระราชกำหนด หรือควรจะเป็นพระราชบัญญัติ กราบเรียนว่า ทราบอยู่แล้วว่าเศรษฐกิจของโลก เศรษฐกิจของประเทศขณะนี้ทรุดโทรม ตกต่ำ และเทคโนโลยีต่าง ๆ ในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว รัฐบาลทราบมาก่อนหลายปี ว่าเราควรจะมีกฎหมายลักษณะเช่นนี้อย่างไร โดยเฉพาะที่มีกรอบที่ตกลงที่เป็นไปตามที่ ข้อตกลงระหว่างประเทศอยู่แล้วว่า จะต้องมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง การออกเป็น พระราชบัญญัติจะทำให้สภาผู้แทนราษฎรซึ่งมีตัวแทนอยู่ ๕๐๐ คน มาจากพี่น้องประชาชน ทั่วประเทศ ได้เข้ามามีส่วนในการพิจารณาตรงใดบ้างที่จะปรับปรุงแก้ไข สามารถที่จะแก้ไข ปรับปรุงในการพิจารณา แต่รัฐบาลกลับเลือกออกเป็นพระราชกำหนด ซึ่งผู้แทนราษฎร ไม่สามารถที่จะมาปรับปรุงเปลี่ยนแปลง แก้ไขในเนื้อหาสาระสำคัญ ๆ ของพระราชกำหนดนี้ได้ กระผมจึงไม่เห็นด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผ่านมารัฐบาลที่นำโดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ล้มเหลวในเรื่องของการหารายได้เข้าประเทศ จนทำให้เศรษฐกิจ ของประเทศทรุดโทรมลง ลำบากทุกอาชีพ ลำบากทุกสาขาอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจ ขนาดใหญ่ ธุรกิจขนาดกลาง หรือในระดับพี่น้องประชาชน รัฐบาลล้มเหลวในเรื่องของ การหารายได้ ต้องมีการเพิ่มภาษี หรือรัฐบาลอาศัยภาษีอากรเป็นรายได้หลักของประเทศ จะเห็นได้ว่า ยกตัวอย่างเช่น ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งอาจจะไม่ใช่เรื่องศุลกากร แต่ว่าเป็น ความไม่เชื่อใจ ไม่ไว้ใจว่ารัฐบาลอาจจะใช้ พ.ร.ก. ฉบับนี้ในการที่จะหารายได้เข้าประเทศ เพิ่มขึ้น เพราะรัฐบาลหาเงินไม่เก่ง ภาษีน้ำมันเชื้อเพลิงต้องยอมรับว่า รัฐบาลชุดนี้รู้ครับ เราได้เพิ่มภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่มขึ้น เทียบกับรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งก่อนปี ๒๕๕๗ เราเก็บภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลในอัตราที่ต่ำมาก ลิตรละ ๐.๐๐๕ บาท พอรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามา น้ำมันเชื้อเพลิง ราคาต่ำ ถือโอกาสเพิ่มภาษีสรรพสามิตเพิ่มขึ้น จนเดี๋ยวนี้ตกไปลิตรละ ๕.๙๙ สตางค์ เพิ่มขึ้น ๑,๐๐๐ เท่า รัฐบาลก็ได้เงินก้อนนี้เข้ามาเป็นรายได้ของรัฐบาล พอตอนนี้น้ำมันเชื้อเพลิง ราคาแพง หลายฝ่ายเรียกร้องให้รัฐบาลลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งสามารถลดได้ เขาก็ไม่ได้เรียกเต็มครับบอกว่า ลิตรละ ๕ บาทลดภาษี ปกติช่วงนี้ไม่ว่าจะเป็นภาษี สรรพสามิต ภาษีท้องถิ่น ภาษีมูลค่าเพิ่ม ตกเข้าไปลิตรละประมาณ ๗-๘ บาท ลดลงมาสัก ๕ บาท จะทำให้น้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศไทยของเราราคาลดลงลิตรละ ๕ บาท น้ำมันเชื้อเพลิงแพง มีผลให้ราคาสินค้าในตลาดแพง เพราะถือว่าเป็นรายจ่ายขั้นพื้นฐาน รัฐบาลก็ไม่ยอมลดภาษีสรรพสามิตลงมา เพราะทราบกันดีว่า รัฐบาลหาเงินไม่เก่ง ต้องอาศัย ภาษีสรรพสามิตน้ำมันเชื้อเพลิง ประชาชนจะเดือดร้อนก็ตาม ใครจะเรียกร้องก็ตาม รัฐบาลไม่ทำนะครับ จึงทำให้เกิด ความไม่มั่นใจว่า การออกพระราชกำหนดครั้งนี้อาจจะแอบแฝงด้วยการขึ้นภาษีบางอย่าง เพื่อหารายได้ให้กับรัฐบาล จะทำให้ประชาชนเดือดร้อนครับ ผมเรียนอีกนิดหนึ่งครับว่า ทุกวันนี้อาจจะอ้างว่าราคาปุ๋ยแพง ราคาปุ๋ยเคมีแพง เพราะเรานำเข้าจากต่างประเทศ ปุ๋ยเคมีเอ็นพีเค (NPK) ซึ่งมีสูตรหลัก ๆ อยู่ ๓ ตัว ประเทศไทยเรามีทรัพยากรที่เป็นปุ๋ยเคมี คือโพแทส จังหวัดชัยภูมิซึ่งกระผมเป็นผู้แทนราษฎรอยู่ มีแหล่งแร่โพแทสอยู่ใต้พื้นดิน จำนวนมากมหาศาล แต่รัฐบาลไม่สามารถเอามาใช้ได้ ต้องไปนำเข้าจากต่างประเทศ ถ้ารัฐบาลได้ให้ความสนใจเอาแร่โพแทสจากใต้ดินมหาศาลขึ้นมา นอกจากใช้ ในประเทศ สามารถส่งไปขายต่างประเทศ สามารถไปแลกเปลี่ยนกับเคมีตัวอื่น หรือสาร หรือสินค้าตัวอื่นเข้ามาจะทำให้ประเทศไทยของเรา ก็จะมีปุ๋ยเคมีที่เราสามารถที่จะผลิต ได้เอง ราคาปุ๋ยก็จะถูก พี่น้องเกษตรกรก็จะได้ประโยชน์ แต่รัฐบาลไม่ทำครับ เพราะฉะนั้น กระผมจึงไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากรในครั้งนี้ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แล้วจะเป็นคุณสงวน พงษ์มณี ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กราบเรียนครับในการที่รัฐบาลนำเสนอพระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๔ เข้ามาเสนอ ในทิศทางที่ผมจะอธิบายนี้คือไม่เห็นด้วย เพราะอะไรครับ รีบร้อน และมุ่งเน้นที่จะให้เกิดประโยชน์แก่ทุนใหญ่ ทุนใหญ่ใครครับท่านประธาน ท่านดูสิครับว่า พิกัดอัตราดังกล่าวที่จะเพิ่มอีก ๖๐๑ รายการ จากพิกัดอัตราที่ขอไว้เดิม จะเพิ่ม ๑,๘๑๓ รายการ ในปี ๒๕๑๗ และจะเพิ่มอีก ๖๐๑ พิกัดทั้งหมดมี ๕ หลักการ หรือตามที่ ศุลกากรจะขอปรับปรุงทั้ง ๕ ประเด็นที่เกี่ยวข้อง ผมจะพูดประเด็นเดียวครับท่านประธาน เพราะไม่อย่างนั้นมันลงไปไม่ได้ทั้ง ๕ ประเด็น ประเด็นที่สำคัญคือการกำหนดอัตราพิกัด ศุลกากรสำหรับเศษและของที่มี ที่ใช้ไม่ได้ทางไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ หรือขยะ อิเล็กทรอนิกส์ อีเวสต์ (E-Waste) ท่านรู้ไหมว่าขยะพวกนี้อีกหน่อยประเทศไทยก็จะ กลายเป็นประเทศที่มีขยะ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นมือสองจากประเทศอื่น ๆ อย่างเช่น เราเคยรับขยะเป็นคอนเทนเนอร์ (Container) เป็นประเทศรับขยะของสังคมโลกมาแล้ว และทำให้มลพิษเกิดขึ้นที่ประเทศเรามากมายครับท่านประธาน นี่คือประเด็นใหญ่ครับ เพราะว่ากระบวนการของประเทศเรา รัฐบาลกำลังมุ่งเน้นทำให้เกิดรถอีวี (EV) รถไฟฟ้า เกิดขึ้น ท่านคิดดูสิครับท่านประธานครับ ขยะที่มาจากอีวี (EV) คือแบตเตอรี่ครับ ท่านประธาน ประเทศไทยไม่สร้างแบตเตอรี่เองครับ ท่านรู้ไหมครับ แบตเตอรี่ไม่ใช่ ใช้แบตเตอรี่น้ำกลั่นแบบเดิมนะครับท่านประธาน แบตเตอรี่ที่ใช้ในรถอีวี (EV) รถไฟฟ้าคือ แบตเตอรี่ของอีวี (EV) หรือฟูเอล เซลล์ อิเล็กทริกส์ เวฮิเคิล (Fuel cell electrics vehicle) ซึ่งสารพวกนี้ซึ่งประกอบด้วยสารที่มีนิกเกิล ไฮดรอกไซด์ (Hydroxide) และไฮโดรเนียม (Hydronium) วาเนเดียม (Vanadium) และสารละลายของอัลคาลอยด์ (Alkaloid) ท่านครับ สารพวกนี้เป็นสารที่อยู่ตัวของมันเองไม่มีอันตรายครับ นอกจากสารอิเล็กทรอนิกส์พวกนี้แล้ว ยังเป็นสารปรอทที่ติดมาจากขยะอิเล็กทรอนิกส์อีก ปรอทครับท่าน เรากำลังเข้าสู่สนธิสัญญาคอป ๒๖ (COP26) เราจะลดโลกร้อนใช่ไหมครับ ท่านนายกเป็นคนไปขอจดมาเลยครับ เรื่องของปัญหาลดโลกร้อนอีก ๓๐ ปีข้างหน้าของท่าน ฝันนั้นนะครับ ผมว่ามันจะจริงหรือไม่จริงก็ไม่รู้ครับ แต่ถ้าขยะเข้ามาเป็น อีวี (EV) เมืองไทย ท่านเคยเห็นไหมสมัยก่อนเราใช้แบตเตอรี่น้ำกลั่น คนไทยเอาแบตเตอรี่เก่ามาซ่อมใหม่ เติมน้ำกลั่น เก่งมากเลยครับ แล้วนี่ผมคิดว่าขยะมือสองที่เป็นรถอีวี (EV) รถเอชอีวี (HEV) รถที่เป็นพลังงานไฟฟ้ายุคใหม่ที่เป็นเอฟซีอีวี (FCEV) ก็ตามที่เข้ามา มันจะมีขยะพวกนี้ติดมา ในปริมาณที่ใช้กับบ้านเราได้สัก ๔๐-๕๐-๖๐ เปอร์เซ็นต์ เสร็จแล้วพอมาเติม หรือมา ดัดแปลงและเก็บพิกัด ปัญหาก็คือการตีความพิกัดนี่อีกเป็นประเด็น ยิ่งศุลกากรจะมุ่งเน้น เรื่องนี้เป็นหัวใจสำคัญครับท่านประธาน จะทำให้ประเทศไทยล้นไปด้วยขยะเต็มไปหมด เลยครับ ขยะอิเล็กทรอนิกส์ทางคอมพิวเตอร์ก็เยอะอยู่แล้ว นี่ยังมีขยะทางด้านแบตเตอรี่ ไฟฟ้าที่จะเป็นพลังงาน เราเอาแค่แหล่งผลิตก็พอแล้วครับ เราเอาสารเคมีที่เป็นสารประกอบ มาผลิตแบตเตอรี่ส่งออกไปดีกว่าครับ อย่าเอาขยะพวกนี้เข้ามาเลยครับ มันจะสร้างปัญหา อีกมากมายให้สังคมคนไทย แล้วจะมีผู้ประกอบการที่เป็นทุนใหญ่จ้องครับ หมูก็แพง เนื้อก็แพง ไก่กำลังจะแพงอีกครับ แต่ปรากฏว่าไม่ได้สนับสนุนเกษตรกร นั่นก็เห็นอยู่ นี่สนับสนุนทุนใหญ่ครับ ใครครับ ประชาชนผู้น้อยตาดำ ๆ ไม่รู้ตาสีตาสา สมัยก่อนผมเป็น เด็ก ๆ ไม่รู้หรอกครับสารปรอทมันอันตรายอย่างไร พอโตขึ้นขยะที่มาจากคอมพิวเตอร์ พอสกัดออกมา ปรากฏว่ามันมีปรอทจำนวนมากมหาศาล แล้วคนที่ขนขยะพวกนี้จะสกัด แล้วเอาไปขาย แต่ปรากฏว่ามันเป็นสารเคมีที่เป็นสารพิษครับ สารที่ไม่ว่าจะเป็นนิกเกิล ไม่ว่าจะเป็นไทเทเนียม (Titanium) ไม่ว่าจะเป็นวาเนเดียม (Vanadium) หรืออัลคาลอยด์ (Alkaloid) ต่าง ๆ ท่านศึกษาหรือยังครับว่ามันทำอันตรายกับประเทศไทยโดยเฉพาะ การทำลายสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติขนาดไหน นั่นคือหัวใจสำคัญ ถ้าการเปิด พิกัดอัตราอันนี้เข้ามา ผมว่าควรจะปิดเด็ดขาด เราไม่ใช่เป็นเมืองรับขยะแบบเช่นในอดีต ที่มีคอนเทนเนอร์ (Container) ตามลำแม่น้ำเข้ามาแล้วกองอยู่ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ปทุมธานี อีกหน่อยก็คงขึ้นไปทางภาคเหนืออีกครับ ตามลำแม่น้ำไปกองเป็นขยะ แล้วก็ให้ เชียงกงมารื้อ และเอามาพัฒนาหรือมาเก็งใหม่เพื่อขายให้มีรายได้ เพราะประเทศเรากำลัง เข้าสู่โลกสมัยใหม่ที่จะใช้ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ รถไฟฟ้ากำลังเข้ามาครับท่านประธาน เอาเฉพาะ เราเป็นบ้านเมืองที่ผลิตแบตเตอรี่ไฟฟ้าส่งออกไปจำหน่ายประเทศด้านนอกดีกว่า เราไม่รับ ขยะดีกว่าครับท่านประธาน ถ้ากำหนดพิกัดอัตราแบบนี้ผมเชื่อว่าอีกหน่อยประเทศเรา ไม่คุ้มกับการเก็บภาษีที่ศุลกากรกำหนดแน่นอน ผมเห็นว่าพระราชกำหนดฉบับนี้รีบเร่ง และเร่งร้อนจนทำให้เกิดความเสียหายของประเทศชาติในอนาคต ผมทำนายไว้เลยครับว่า มันจะมีขยะ ถ้ารัฐบาลคุมขยะตัวนี้ไม่ได้ ประเทศชาติเราก็จะเป็นเหมือนกับมลพิษใหม่ ของโลกที่ทำให้คอป (COP) ในอีก ๓๐ ปีข้างหน้าเขาจะบอกว่า ประเทศไทยติดลบอินเดกซ์ (Index) ตัวนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณสงวน พงษ์มณี แล้วก็จะเป็นคุณวีระกร คำประกอบ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ท่านครับ วันนี้เป็นโอกาสดีของสมาชิกในสภาแห่งนี้ครับ พี่น้องประชาชนจะได้เห็นแนวคิดของฝ่ายบริหารกับฝ่ายนิติบัญญัติต่อการกำหนด ทิศทางประเทศ พระราชกำหนดมันเป็นกฎหมายฝ่ายบริหาร ฝ่ายบริหารกำหนดทิศทาง ประเทศแล้ว แล้วก็ไปเซ็นสัญญากับอนุสัญญามาแล้ว ก็มากำหนดทิศทางซึ่งมันน่าจะเป็น ๒ ด้าน การกำหนดทิศทางอันที่ ๑ คือกำหนดว่าด้วยมาตรการภาษี อันที่ ๒ เขาเรียกว่า กระบวนการตั้งรับของประเทศเราจะมีอย่างไร ก็คือการส่งเสริมให้เกิดอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่จะเข้ามาทำให้การผลิตนั้นมีประโยชน์ต่อแผ่นดินเรา ท่านครับ ผมไม่ทราบว่าทางกระทรวงการคลังเคยสรุปบทเรียนในการออกกฎหมายภาษี ประเภทนี้บ้างไหม ผมไม่เชื่อว่าท่านมี ในช่วงยุคสมัยที่ผมอยู่มาประมาณ ๖-๗ ปีหลัง ผมมองไม่เห็นว่าท่านจะสร้างกระบวนการตั้งรับให้กับประเทศชาตินี้อย่างไร ผมยกตัวอย่าง ฉบับหนึ่งท่านประธานครับ คือว่าด้วยภาษียาสูบครับท่านประธาน ก็อ้างอย่างนี้ว่าเราจำเป็น ต้องออก ออกเสร็จผลมันคืออะไรครับ ยาสูบไทยครับ จากขายถูกกลายเป็นต้องยกระดับ ขึ้นมาขาย ๖๐ บาท แพงครับ แต่บุหรี่ฝรั่งไม่ต้องถูกเก็บภาษีครับ เป็นอย่างไร ขาย ๘๐-๙๐ ลดลงมาเหลือ ๖๐ เท่ากัน กฎหมายฉบับนั้น ภาษีฉบับนั้นท่านสรุปอย่างไร ท่านชี้แจง ต่อสภา ต่อประชาชนหน่อย ผมเองทำหน้าที่ในฐานะกรรมาธิการสามัญเกี่ยวกับเรื่อง รัฐวิสาหกิจ ก็ไปถาม ไปดู ผมเห็นอาการแล้วตกใจ ผู้เกี่ยวข้องทำอะไรไม่ถูกเลย ท่านออก ภาษีปุ๊บบุหรี่ขายไม่ออก ชาวสวนยาสูบต้องหมดอาชีพครับ เขาเป็นเกษตรอุตสาหกรรม มาเกือบร้อยปี คุณทำลายเขาหมดด้วยกฎหมายภาษีฉบับเดียว จากองค์กรซึ่งส่งเงินเข้ารัฐ ท่านรัฐมนตรีที่มาชี้แจงครับ ปีหนึ่ง ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท เหลือไม่ถึง ๑,๐๐๐ ล้านบาท เป็นความน่าภูมิใจหรือครับ เขาคิดหัวจะแตกอยู่แล้วว่าจะทำอย่างไรกับสต็อก (Stock) ที่มีอยู่ ก็ไปคิดเรื่องยาเส้นนะครับ เพราะเขาเอาวิถีชีวิตที่เขาคุมได้ว่าคนยังชอบกินยาเส้น ขายดีครับท่านประธาน ตามเก็บภาษีเขาอีก เจตนานี่เป็นอย่างไรครับ คุณต้องการให้ ประเทศเป็นแบบไหน ต้องบอกกับประชาชนผ่านตรงนี้ด้วย กฎหมายของรัฐบาลนี่รัฐบาล เป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก เข้ามาตรงนี้ก็ผ่าน รัฐมนตรีก็ต้องมากันหมด เพราะเสียงไม่พอ ก็ต้องให้ผ่าน ไม่ผ่านก็ต้องลาออก เห็นไหมครับ มันต้องผ่านอยู่แล้ว กฎหมายฉบับนี้แม้ผม ไม่เห็นด้วยก็ต้องผ่านอยู่แล้ว แต่ถามพวกท่านว่าท่านมองประเทศเราอย่างไร ทั้งหมดที่ ผมพูดผมกำลังถามว่ากระบวนการตั้งรับเราไม่คิด ราชการประจำมักจะอ้างอนุสัญญาต่าง ๆ แล้วก็ปฏิเสธการแก้ปัญหาของพวกเรา กฎหมายที่คาสภาอยู่ กฎหมายพืชกระท่อม ท่านประธานครับ ผมเสนอว่าเมื่อปลดแล้วขออย่าให้กระท่อมต่างประเทศเข้ามา ๕ ปีได้ไหม ทั้งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการคลังมาชี้แจงว่าอย่างไรครับ ทางกฤษฎีกาบอกไม่ได้ มันเป็นพืชทั่วไปแล้ว ห้ามไม่ได้ ก็เลยห้ามไม่ได้ท่านประธาน ในชั้นที่พิจารณาใน ๓ วาระ ของเรา ท่านเชื่อไหมผมพูดเรื่องนี้ทำไม พอสภาจัดสัมมนาเรื่องนี้ มีนักวิชาการมาเสนอว่า ทุกปีมีการลักลอบนำเข้ามาปีหนึ่ง ๆ หลายร้อยตัน ก็แสดงว่ามีการลักลอบ เพราะฉะนั้น กฎหมายฉบับที่เราเขียนก็เขียนเพื่อให้ผู้ลักลอบทำงานต่อ ไม่ใช่อนุสัญญาอะไรเลย อ้างเพื่อ อะไรครับ กฎหมายฉบับนี้มันพูดถึงอนาคตของเราในเรื่องของการผลิตการใช้ไฟฟ้าเอามา แทนพลังงานอื่น ผมเสนอท่านประธานผ่านไปยังผู้เกี่ยวข้องว่าคุณจะส่งเสริมให้ นิคมอุตสาหกรรมในประเทศของเราพัฒนาเทคโนโลยีประเทศนี้ไหม มีมาตรการส่งเสริม ให้เขาผลิตในประเทศได้ไหม ที่มันน่าตกใจคือเหมือนสมาชิกท่านที่พูดก่อนหน้าผมพูด นั่นละครับ ทำให้ประเทศเรากลายเป็นประเทศที่ต้องรองรับปัญหาขยะพิษ ขยะสำคัญ ขยะเคมีพวกนี้เต็มไปหมดเลย วันนี้เขาลักลอบ ต่อไปนี้เขาจะเข้ามาอย่างถูกกฎหมาย🔗
ท่านประธานครับ ผมสรุปอย่างนี้ว่าด้วยเวลาอันน้อยนิด กฎหมายของ ฝ่ายบริหารคุณต้องคำนึงถึงทิศทางของประเทศเป็นหลัก ทิศทางของประเทศเป็นอย่างไร กระบวนการตั้งรับคุณต้องตอบสังคมได้ว่าคุณทำอย่างไร คุณจะส่งเสริมตรงไหน หรือคุณ ไม่สนใจ ให้มันเป็นไปเอง แค่นี้ละครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณวีระกร คำประกอบ แล้วก็จะเป็นนางสาวศิริกัญญา ตันสกุล เชิญคุณวีระกรครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ ก็เห็นใจรัฐบาลในเรื่องของอัตราศุลกากร แล้วก็คงเป็นไปตามที่ ท่านรัฐมนตรีได้แถลงครับว่า การที่เราจะออกเป็นพระราชบัญญัติคงไม่ได้ คงเป็น พระราชกำหนดนี่ครับ เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่จำเป็นเร่งด่วนและเป็นความลับ อันนี้ถูกต้อง แต่ว่าการออกพิกัดศุลกากรมันสะท้อนถึงภาพของรัฐบาล ทิศทางที่รัฐบาลจะบริหารชาติ บ้านเมืองด้วย ในส่วนของธาตุอาหารหลักก็คือปุ๋ย ทั้งไนโตรเจน ฟอสฟอรัส แล้วก็โพแทสเซียม เราตั้งอัตราไว้ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์รวดเลยทั้ง ๓ อัน ซึ่งไม่ได้เปลี่ยนแปลงครับ เป็นอัตราเดิม แต่ว่าสิ่งที่รัฐบาลควรจะต้องทำก็คือ การลดอัตราปุ๋ยนำเข้า ท่านอาจจะไม่ทราบว่าขณะนี้ ปุ๋ยแพงเหลือเกินในความรู้สึกของพี่น้องประชาชน หมูแพง ปลาแพง ไก่แพง ไข่แพง มันก็พอว่า ซึ่งก็เดือดร้อนพอสมควรแล้ว แต่ว่าเรื่องปุ๋ยแพงสิครับท่าน ก็เป็นไปได้ครับที่ทาง กระทรวงการคลังก็ใช้อัตรานี้เป็นอัตราเพดานภาษีขั้นสูง ผมอยากกราบเรียนท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่าต้องลดครับช่วงนี้ เป็นช่วงที่พี่น้องเกษตรกรเดือดร้อน เพราะปุ๋ยโลกมันแพง โดยเฉพาะในเรื่องของไนโตรเจนหรือปุ๋ยยูเรีย (Urea) ที่ใช้ใส่นาข้าว มันแพงมากเลย จากลูกหนึ่ง ๕๐๐-๖๐๐ ขึ้นไปเป็น ๗๐๐-๘๐๐ วันนี้ ๑,๐๐๐ กว่าแล้วครับ มันรุนแรงมาก ก็ฝากท่านด้วยว่าการที่เราเป็นประเทศเกษตรกรรม และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านนายแพทย์สุรวิทย์คงได้พูดแล้วว่าชัยภูมิเป็นจังหวัดที่มีสินทรัพย์โพแทสเซียมมากที่สุด ในเอเชียนะครับท่านประธาน มากกว่าจีนอีก มากที่สุดในเอเชีย เราใช้ ๗ ชั่วโคตรก็ไม่หมด เรามีทั้งหมดประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านตัน เดโพสิต (Deposit) ที่มันมีอยู่ใต้ดินของเรา ทำไม ไม่เอามาใช้ครับ ทำไมเราต้องนำเข้าโพแทสเซียม ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านประธาน คงจะทราบดีว่าเมื่อประมาณสัก ๔๐ ปีที่แล้วเรามีโครงการปุ๋ยอาเซียน โครงการปุ๋ยอาเซียน ทำไมไม่เอาขึ้นมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาปุ๋ยแพงให้กับเกษตรกร วันนี้เราสามารถนำเข้าปุ๋ยยูเรีย (Urea) จากมาเลเซียได้ครับท่านรัฐมนตรี ท่านประธานครับ เราสามารถนำเข้าตามพันธกรณี ที่เราไปเซ็นสัญญาเขาไว้ และเราถือหุ้นไว้ ๑๓ เปอร์เซ็นต์ด้วยในโรงงานปุ๋ยยูเรีย (Urea) อาเซียน (ASEAN) ที่มาเลเซีย เรามีหุ้นอยู่ ๑๓ เปอร์เซ็นต์ มีพันธกรณีที่จะให้เราสามารถ ซื้อปุ๋ยได้ในราคาถูก วันนี้น่าจะเป็นภาระหน้าที่ของรัฐบาลโดยเร็วที่สุด เพื่อที่จะกู้ศรัทธา ความนิยมคืนจากพี่น้องประชาชน ทำอย่างไรจะให้ปุ๋ยมันลดราคาลงได้อย่างรวดเร็ว รัฐบาล นำเข้ามาเลยครับ เป็นสัญญาจีทูจี (G2G) ต่อรัฐบาลมาเลเซียตามพันธกรณีที่มีโครงการปุ๋ย อาเซียน (ASEAN) ร่วมกัน แล้วไทยเป็นเจ้าของโรงงานนั้นอยู่ด้วยนะครับ ๑๓ เปอร์เซ็นต์ แต่เราไม่เคยใช้เลยครับท่านประธาน ในขณะเดียวกันโครงการปุ๋ยอาเซียน (ASEAN) กำหนดให้ประเทศไทยต้องตั้งโรงงานปุ๋ยโพแทสเซียม ๔๐ ปีแล้วครับ ยังมะงุมมะงาหรา ยังไม่ได้ทำอะไร ทั้ง ๆ ที่มีบริษัทเอกชนที่เขาได้รับสัมปทานแล้ว ๑๐ ปีแล้ว แต่ไม่มีทุนครับ ทำอย่างไร เมื่อไม่มีทุนก็ไม่รู้จะทำอย่างไรครับ รัฐบาลก็จะพึงจะต้องเข้าไปช่วยสนับสนุนเขา เพื่อให้เขาตั้งโรงงานปุ๋ยโพแทสเซียมให้ได้ จะให้ ปตท. เข้ามาถือหุ้นก็ได้ บริษัทใหญ่ ๆ ที่สามารถที่จะทำหรือมีส่วนเกี่ยวข้องอยู่บ้าง เพราะ ปตท. ก็ทำในเรื่องของเคมิคัล (Chemical) อยู่แล้ว ให้ ปตท. เข้ามาถือหุ้นเลย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ให้มันเริ่มได้ เริ่มได้แล้ว อย่างไรครับ เราก็สามารถที่จะเอาสินทรัพย์ที่มันมีอยู่ใต้ดินของประเทศไทยมาเป็นปุ๋ย โพแทสเซียมเอาไปแลกกับยูเรีย (Urea) ของมาเลเซียก็ได้ ตามโครงการปุ๋ยอาเซียนนี่เราใช้ ร่วมกัน เราเอาโพแทสเซียมที่ไทยผลิตได้ไปแลกเปลี่ยนกับยูเรีย (Urea) จากมาเลเซียได้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือเกษตรกรไทยจะได้ใช้ปุ๋ยในราคาที่ถูกครับ ท่านประธานครับ วันนี้รัฐบาล จะต้องแสดงวิสัยทัศน์แก้ไขปัญหา🔗
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมเองก็ไม่อยากที่จะไปพูดซ้ำซากนะครับ เพราะเมื่อวาน ก็ให้สัมภาษณ์ไปแล้วเรื่องหมูแพง เรื่องของอาหารสัตว์ เป็นสิ่งที่กระทบอย่างยิ่งที่ทำให้ หมูแพง เนื้อแพง ไก่แพง ไข่แพง ปลาแพง สัตว์ทุกชนิดต้องกินอาหารจากโรงงานอาหารสัตว์ ประเทศไทยผลิตข้าวโพดได้เพียงปีละ ๕ ล้านตัน ในขณะที่ความต้องการของโรงงาน อาหารสัตว์ ๘ ล้านตันครับ ท่านประธานครับ เราผลิตไม่พอ เพราะฉะนั้นในกรณีที่จำเป็น จะต้องเอาสิ่งเหล่านี้มาทดแทน ปรากฏว่าเมล็ดของพืชที่ใช้เป็นอาหารสัตว์เจอภาษี ๔๐ เปอร์เซ็นต์เลยครับท่านประธาน แต่ไม่เป็นไรครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านสามารถที่จะลดได้นะครับ สามารถที่จะปรับตัวนี้ได้ เพราะนี่เป็นเพียงเพดานภาษี เพราะฉะนั้นผมอยากที่จะเรียกร้องให้รัฐบาลครับ ในช่วงนี้รีบนำเข้า ถ้าวันนี้ท่าน กระทรวงการคลัง หรือท่านนายกรัฐมนตรีประกาศเลย ช่วงนี้ข้าวโพด มันสำปะหลัง ไม่ได้อยู่ ในมือเกษตรกรแล้วครับ อยู่ในมือโรงงานอาหารสัตว์หมดแล้วครับ ประกาศเลยสิครับ เปิดช่องให้โรงงานอาหารสัตว์นำเข้าดีจีเอส (DGS) หรือกากข้าวโพด หรือจะเป็น ปลายข้าวสาลี เข้ามาโดยเสนอมาที่รัฐบาลด่วนเลย รัฐบาลจะรีบพิจารณาอนุมัติให้นำเข้า ท่านเชื่อเถอะครับ ไม่เกิน ๒ อาทิตย์ราคาหมูลงทันที เพราะอะไรครับ เพราะเมื่อท่าน ประกาศพั๊วะ ราคาข้าวโพด ราคาอะไรมันก็จะลงทันที โรงงานอาหารสัตว์ต่าง ๆ เขาก็จะ สามารถนำมาคำนวณต้นทุนอาหารสัตว์ สมมุติว่าเขาเอาเข้า เขาซื้อข้าวโพดจากเกษตรกร ในฤดูกาลที่ผ่านมา ต้องยอมรับว่ารัฐบาลทำได้ดี และกรรมาธิการคณะของผมนี่ราคาพืชผล การเกษตรก็ได้ช่วยท่านไปเยอะเลยนะครับ ในเรื่องการไม่ให้นำเข้าข้าวโพด จนทำให้ข้าวโพด เกษตรกรได้ราคา ๙ บาท ๑๐ บาทนะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นวันนี้ของไม่ได้อยู่ในมือ เกษตรกรแล้ว ท่านประกาศเลยว่าเราจะนำเข้าเมล็ด จะเป็นดีจีเอส (DGS) หรือจะเป็น ปลายข้าวสาลีก็ตาม เปิดโอกาสให้โรงงานรีบเสนอนะครับ ความจริงเขาเสนอได้อยู่แล้ว แต่ว่าถ้ารัฐบาลประกาศให้เป็นเรื่องเป็นราวเลยนะครับ ราคาหมู ราคาอาหารสัตว์ ราคาไข่ จะลงทันทีครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปนางสาวศิริกัญญา ตันสกุล แล้วต่อจากนั้นก็เป็นศาสตราจารย์พิสิฐ ลี้อาธรรม ขอเชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ศิริกัญญา ตันสกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลค่ะ สำหรับ พระราชกำหนดที่เรากำลังพิจารณากันอยู่ตอนนี้นะคะ เป็นเรื่องของพิกัดอัตราภาษีศุลกากร ซึ่งก็เป็นเรื่องน่ายินดีว่า มีการทบทวนให้เป็นสากลมากยิ่งขึ้น เนื่องจากว่าเราก็เข้าไปเป็น ภาคีกับดับเบิลยูซีโอ (WCO) หรือว่าเวิลด์ คัสทอมส์ ออร์แกไนเซชัน (World Customs Organization) เพราะว่าอะไร เพราะว่าการที่มีเอชเอส โคด (HS Code) ที่ตรงกับสากลนี่ มันจะเป็นประโยชน์กับผู้ประกอบการ ผู้นำเข้า ผู้ส่งออกอย่างมากค่ะ ที่ผ่านมาเราก็ใช้ เอชเอส โคด (HS Code) มาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว แต่มันยังไม่ค่อยเป็นไปตามสากล สักเท่าไร ผู้ประกอบการมักจะมีปัญหาเสมอ ๆ ในการที่จะนำเข้าหรือว่าส่งออกก็จะมีปัญหา ในเรื่องของกรมศุลกากรจะแย้งพิกัดกับผู้ส่งออกเสมอมาว่า ที่ท่านกำลังส่งออกนี่เอชเอส โคด (HS Code) หรือว่าพิกัดที่รายงานไม่ใช่พิกัดที่ศุลกากรเห็นด้วย ถ้าปรับไปตามสากลได้ก็จะ ดีมาก แล้วยิ่งเวลาขาออก เวลาที่เราจะต้องออกตัวเซอร์ทิฟิเคต ออฟ ออริจิน (Certificate of origin) ถ้าเกิดเป็นผู้ส่งออกก็น่าจะเข้าใจดี ก็มีปัญหาอีกเพราะว่าเอชเอส โคด (HS Code) ที่เราออกนี่ก็ไม่ตรงกับกรมศุลกากรในต่างประเทศ เซอร์ทิฟิเคต (Certificate) ก็จะ ใช้ไม่ได้อีก ปัญหาเหล่านี้ถึงแม้ว่าเราจะมีการทบทวนพิกัดแล้ว แต่ว่าถ้ากรมศุลกากรยังมี การใช้ดุลยพินิจในการตีความอย่างกว้างขวาง แล้วก็ไม่ยอมที่จะเขียนระบุให้มีความชัดเจน มากยิ่งขึ้น เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถที่จะดำเนินการตามได้ มันก็ไม่มีประโยชน์ที่เราจะ ทบทวน เพราะว่าสุดท้ายแล้วผู้ประกอบการจะต้องเป็นคนที่ต้องมารับภาระ แล้วพิกัดต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะกลายเป็นอุปสรรคในการดำเนินธุรกิจในที่สุด ทุกวันนี้ ผู้ประกอบการโดยเฉพาะรายเล็กรายย่อยนี้ เขากังวลกันมากค่ะ เขาไม่กล้าแม้แต่จะนำเข้า ล็อต (Lot) ใหญ่ ๆ ต้องเรียกว่าทดลองนำเข้าเป็นล็อต (Lot) เล็ก ๆ เข้ามาก่อน เพื่อมาเช็ก (Check) กับกรมศุลกากรให้แน่ใจว่าสรุปแล้วของที่เขานำเข้านี้มันพิกัดอะไรกันแน่ พอล็อต (Lot) เล็ก ๆ แล้วกรมศุลกากรก็คอนเฟิร์ม (Confirm) แล้วว่าเป็นพิกัดนี้ พอนำเข้าล็อต (Lot) ใหญ่จะได้ไม่มีปัญหา เพราะเมื่อไรที่นำเข้าล็อต (Lot) ใหญ่มา ศุลกากรแย้งพิกัดกับเขา เมื่อไรเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต มีบริษัทหลายบริษัทที่มีข้อพิพาทกับกรมศุลกากรในเรื่องนี้ แล้วก็ต้องมีการต่อสู้กันในชั้นศาลกันอย่างยาวนาน กลายเป็นภาระภาษี กลายเป็นภาระหนี้ ที่จะเกิดขึ้น เนื่องจากว่าครั้งหนึ่งเคยถูกศุลกากรชี้พิกัดที่ขัดแย้งกับสิ่งที่ได้ดีแคลร์ (Declare) มาก่อนหน้า อันนี้ก็เป็นเรื่องของการบริหารจัดการที่จะต้องเกิดขึ้นหลังจากที่มีการทบทวน พิกัด แต่ว่าที่แน่ ๆ ก็คือว่าดิฉันมีคำถามไปถึงทางท่านรัฐมนตรีว่า การออกกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับภาษีโดยเป็นพระราชกำหนดแบบนี้ มันขัดกับหลักการหรือเปล่า ตอนสมัยดิฉัน เรียนหนังสือมีคำพูดที่ว่า แทกซ์เซชัน วิทเอาต์ เรพรีเซนเทชัน (Taxation Without Representation) ก็คือว่าการออกกฎหมายเกี่ยวกับภาษี โดยที่ไม่มีผู้แทนหรือว่าตัวแทน ของประชาชนเข้าไปร่วมพิจารณา ซึ่งอันนี้แทบจะเป็นชนวนที่นำไปสู่สงครามกลางเมืองใน สหรัฐอเมริกาในช่วงหนึ่งด้วยซ้ำไป แต่สำหรับพิกัดศุลกากรนี่นะคะ ทุก ๆ ครั้งที่มีการ ทบทวนพิกัดจะออกเป็น พ.ร.ก. เสมอมา ตั้งแต่ พ.ร.ก. พิกัดศุลกากร พ.ศ. ๒๕๓๐ พ.ร.ก. พิกัดศุลกากร พ.ศ. ๒๕๕๙ แล้วก็ล่าสุดคือ พ.ร.ก. พิกัดศุลกากร พ.ศ. ๒๕๖๔ ออกเป็น พ.ร.ก. ทุกครั้ง คือใช้อำนาจฝ่ายบริหาร แล้วค่อยมาขออนุมัติจากในสภาก็ถือว่า เป็นไปตามขั้นตอนเป็นพิธีการเท่านั้นเอง แน่นอนว่าในรัฐธรรมนูญอนุญาตให้ท่านทำได้ตาม มาตรา ๑๗๓ แห่งรัฐธรรมนูญบอกว่า ถ้าเป็นกฎหมายที่เกี่ยวเนื่องกับการเงิน เกี่ยวกับ ภาษีอากร ต้องพิจารณาโดยลับหรือว่าด่วน สามารถออกเป็นพระราชกำหนดได้ แต่ว่าไม่ได้ บอกว่าจำเป็นที่จะต้องออกเป็น พ.ร.ก. เสมอไป ดิฉันคิดว่าเราคงจะต้องคุยกับถึงหลักการ และเหตุผล ข้อเท็จจริงว่าทำไมกฎหมายเกี่ยวกับภาษีอากรที่สำคัญเช่นนี้ถึงได้ออกเป็น พระราชกำหนด หลายท่านพูดไปแล้วว่าที่ระบุอยู่เป็นอัตราตอนนี้เป็นเรื่องของเพดานเท่านั้น เป็นเพดานสูงสุด เพราะฉะนั้นก็เห็นว่าหลายท่านก็พยายามพูดเรื่องของอัตราภาษี หลาย ๆ ตัว ซึ่งในความเป็นจริงไม่ได้เก็บ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปุ๋ย เรื่องสารเคมีต่าง ๆ ที่ใช้ เกี่ยวกับการเกษตร ไม่ได้เก็บนะคะ เพราะว่าอะไร เพราะว่าก็ใช้อำนาจฝ่ายบริหารอีก เช่นเดียวกันในการออกประกาศกรมศุลกากรตามมาตรา ๑๒ แห่ง พ.ร.บ. ศุลกากร สุดท้าย แล้วไม่ว่าจะเป็นพิกัดหรืออัตรา ผู้แทนราษฎรไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปพิจารณาใด ๆ เลย ไม่สามารถที่จะให้ความเห็น ไม่สามารถที่จะพิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของประชาชนในเรื่องนี้ ได้เลย เพราะว่าท่านเห็นว่าเป็นเรื่องของฝ่ายบริหารล้วน ๆ ทุกวันนี้หลาย ๆ ท่านก็ยัง เข้าใจผิดว่าภาษีอากรบางตัวยังมีการเก็บอยู่ ทั้ง ๆ ที่มีการยกเว้นแล้ว เพราะว่าเป็นการ ใช้อำนาจฝ่ายบริหารทำให้ผู้แทนราษฎรไม่ได้มีส่วนร่วมที่จะรับรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น🔗
สุดท้ายก็จะขอให้ทางท่านรัฐมนตรี และข้าราชการกรมศุลกากรได้นำข้อที่ ดิฉันเสนอแนะนี้ไปปรับปรุง แล้วก็อยากจะขอฟังเหตุและผลของการที่นำเสนอเป็น พระราชกำหนด ถ้าหากว่าไม่มีข้อเท็จจริงหรือว่าหลักการและเหตุผลที่สมควร ดิฉันก็เห็นว่า เราอาจจะจำเป็นที่จะต้องไม่เห็นด้วย หรือว่าไม่อนุมัติพระราชกำหนดฉบับนี้ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปศาสตราจารย์พิสิฐ ลี้อาธรรม หลังจากนั้นจะให้ท่านรัฐมนตรีหรือคณะได้ชี้แจงครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในเรื่องของการเสนอกฎหมายฉบับนี้ ในหลักการโดยทั่วไปถ้าเป็น เรื่องภาษีอากร แล้วก็จะมีประเด็นเกี่ยวกับเรื่องการที่อาจจะเกิดปฏิกิริยาจากภาคธุรกิจ อาจจะเกิดการมีส่วนได้ส่วนเสีย เช่น ถ้ามีข้อมูลหลุดออกมาว่าจะมีการขึ้นภาษีก็อาจจะเกิด เหตุการณ์ของการกักตุนหรือการซื้อหรือไม่ซื้อก่อน ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ เพราะฉะนั้นในกฎหมายโดยเฉพาะในรัฐธรรมนูญ จึงได้เปิดทางให้มีการให้ออก พระราชกำหนดเกี่ยวกับเรื่องภาษีอากรได้ กระผมจึงให้ความเห็นชอบกับที่รัฐบาลได้นำเสนอ พระราชกำหนดฉบับนี้ แต่ว่าในโอกาสนี้ผมก็จะขออนุญาตสอบถามหลายประเด็นที่ อาจจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนที่จะได้เข้าใจถึงการทำงานของศุลกากรกับทางรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวาระปัจจุบันของโลก เป็นโลกที่มีการแข่งขันทางการค้า มีการรวมกลุ่ม ทางการค้า มีการจัดทำข้อตกลงที่เรียกกันว่าเอฟทีเอ (FTA) หรือเขตปลอดภาษีระหว่างกัน มากขึ้น ๆ ซึ่งอันนี้ก็ทำให้บทบาทของศุลกากร ในการที่จะเป็นแหล่งรายได้ของรัฐบาล ลดน้อยถอยลงไปจากเดิม สมัยก่อนรายได้ภาษีอากรจากกรมศุลกากรเป็นรายได้หลัก แต่ ณ ปัจจุบันนี้รายได้ของรัฐบาลจะมาจากภาษีทางตรง ก็คือจากสรรพากรมากขึ้นกว่า ร้อยละ ๙๐ ก็มาจากทางด้านภาษีภายในประเทศส่วนของศุลกากรขณะนี้เหลือน้อยเต็มที ถ้าผมจำไม่ผิดอาจจะเหลือเพียง ๕ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ของรัฐบาลเสียด้วยซ้ำ ประเด็นที่ผม จะสอบถามทางรัฐบาลผ่านไปยังทางรัฐมนตรีก็คือ ท่านได้มีการปรับเรื่องของการจัดองค์กร อย่างไรหรือไม่ครับ เพราะว่า ณ เวลานี้องค์กรเก่า ๆ ยังเป็นแบบเดิม ๆ อยู่ที่ยังคงเป็นอยู่ ทุกวันนี้ ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง ถึงแม้ว่าบทบาทในเรื่องของการจัดเก็บภาษีหรือมีรายได้ มันลดน้อยถอยลงไปมาก จากการที่มีการลดภาษีก็คือทำเอฟทีเอ (FTA) หรือจัดทำ เขตเศรษฐกิจพิเศษระหว่างกัน เช่น ล่าสุด ณ เวลานี้เราก็มีเรื่องของอาร์เซ็ป (RCEP) ที่มี ผลบังคับใช้เมื่อตอนต้นปีนี้ ซึ่งอันนี้ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของการรวมกลุ่มทางการค้า ที่ทำให้ บทบาทของการเป็นแหล่งรายได้มันลดน้อยถอยลงไปครับ ผมก็อยากจะขอให้ทางรัฐบาลได้ ให้ความกระจ่างกับประชาชนต่อไปด้วยครับว่า ในเรื่องของโครงสร้างของภาษีขาเข้าที่ยังคง มีอยู่ ท่านได้มีนโยบายในเรื่องของการปรับโครงสร้างอย่างไรที่จะเอื้อต่อการทำงาน ของอุตสาหกรรมภายในประเทศ หลักที่ดีก็ควรจะเป็นว่าอะไรที่เป็นสินค้าต้นน้ำที่เป็น วัตถุดิบ เช่น ที่เพื่อนสมาชิกได้พูดถึงเรื่องของปุ๋ย เรื่องของสารเคมีที่เป็นอุปกรณ์ ที่จะมาใช้ในการเกษตรควรจะมีอัตราที่ต่ำ แล้วภาษีอุตสาหกรรมขั้นกลางก็ควรจะมีอัตรา สูงขึ้นเล็กน้อย และภาษีที่เป็นสินค้าสำเร็จรูปก็ควรจะมีสินค้าที่ควรจะมีอัตราภาษีที่สูง แต่ ณ เวลานี้มันจะเกิดปัญหาบ่อยครั้งครับว่า สินค้าสำเร็จรูปเนื่องจากเรามีเอฟทีเอ (FTA) ก็จะไม่มีภาระภาษี แต่ว่าผู้ผลิตภายในประเทศที่จะต้องนำเข้าวัตถุดิบ หรืออุปกรณ์ชิ้นส่วน จะยังต้องเสียภาษีในชิ้นส่วนเหล่านั้น ก็จะเกิดความเสียเปรียบต่อผู้นำเข้า ซึ่งเขาได้รับ สิทธิประโยชน์ในเรื่องของการไม่ต้องเสียภาษี ยังมีความไม่ชัดเจนว่าหลายอุตสาหกรรม เราจะส่งเสริม ไม่ส่งเสริม อย่างที่ผมตรวจสอบดูในพระราชกำหนดที่ท่านประกาศมา เรื่องของโดรน (Drone) หรือเรื่องของเครื่องบินที่ไร้คนขับ ภาษีแค่ ๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอาจจะ ดูดีในแง่ที่ว่าจะทำให้ผู้ใช้ได้ประโยชน์ แต่ในทางกลับกันอุตสาหกรรมภายในประเทศที่จะ ผลิตพวกนี้ก็จะไม่ได้รับการปกป้อง ในทางกลับกันอุตสาหกรรมผลิตเครื่องจักรกลเกษตร ก็ยังคงมีอัตราภาษีสูงอยู่ แต่ท่านใช้วิธีการลดภาษีสำหรับเครื่องจักรกลเกษตรที่ใช้แล้ว ให้นำเข้ามา โดยที่ยังมีภาระภาษีในบางครั้ง ซึ่งอันนี้ก็จะเป็นปัญหาต่ออุตสาหกรรมเกษตร และอุตสาหกรรมที่ผลิตเครื่องจักรกลเกษตร สิ่งเหล่านี้ก็อยากจะขอให้ท่านรัฐมนตรีได้ช่วย ชี้แจงว่า ท่านมีแนวทางในการปรับโครงสร้างภาษีอย่างไรที่จะให้ประเทศไทยไม่เสียเปรียบ ประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่เรามีการลดภาษีต่อ ๆ กันในเรื่องของเอฟทีเอ (FTA) หรือในเรื่องของอาร์เซ็ป (RCEP) และในกรณีที่เรามีการทำพิกัดของอาเซียน (ASEAN) ด้วย ก็อยากจะขอทราบครับว่ามันจะมี ความแตกต่างจากพิกัดอื่น ๆ ที่เรามีกับโลกอย่างไร ทำไมในบรรดาอาเซียน (ASEAN) จึงต้อง มีพิกัดพิเศษเหล่านี้ มันมีอะไรที่เราจะต้องเป็นห่วง หรือเป็นสิ่งที่ท่านต้องคอยดูหรือเปล่า🔗
ประเด็นที่อยากจะขออนุญาตสอบถามเพิ่มเติม ก็คือเรื่องของปัญหาเกี่ยวกับ การลักลอบนำเข้า ซึ่งเรายังมีระบบของการให้สินบนนำจับ และเมื่อเร็ว ๆ นี้ก็มีข่าวเกี่ยวกับ ผู้ที่อยู่ในฝ่ายของการตรวจสอบ ฝ่ายของการจับกุม เรื่องของรถยนต์นำเข้าที่ไม่ถูกต้อง ก็ได้ผลประโยชน์กัน ก็อยากจะขอทราบว่าท่านมีการเปลี่ยนแปลง หรือปรับปรุงในส่วนนี้ อย่างไรในเรื่องของสินบนนำจับ🔗
แล้วก็ในช่วงหลัง ๆ ประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของบุหรี่ไฟฟ้า บุหรี่ไฟฟ้าเป็นสิ่งที่ หลายประเทศกำลังห้ามอย่างมากขึ้น ๆ แต่ก็มีกระบวนการภายในประเทศไทยที่อยากจะให้ มีการเปิดเรื่องนี้ ผมก็อยากจะขอฝากท่านรัฐมนตรีว่าอย่าไปถอยในเรื่องนี้ บุหรี่ไฟฟ้า กระทรวงพาณิชย์ถือว่าเป็นสินค้าห้ามนำเข้า แต่กระทรวงการคลังยังไม่ได้มีการกำหนด นโยบายเรื่องนี้ชัดเจนในเรื่องของพิกัด ก็อยากจะขอให้ท่านมีความมั่นคงในเรื่องนี้ว่า บุหรี่ไฟฟ้าจะต้องเป็นสิ่งที่ห้ามนำเข้า แล้วถ้ามีการฝ่าฝืนจะต้องมีการลงโทษสถานหนักครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีครับ ผมขออนุญาตให้ท่าน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ได้อภิปรายอีกสักท่าน เชิญท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออภิปรายพระราชกำหนดพิกัดอัตรา ศุลกากรตามที่คณะรัฐมนตรีเสนอ ผมอาจจะต้องถามท่านรัฐมนตรี เป้าหมายของการนำ พิกัดอัตราศุลกากร แม้แต่ท่านจะอ้างเพื่อให้เป็นตามหลักสากล แต่เป้าหมายอีกอันหนึ่ง ผมเข้าใจว่าท่านอาจจะไม่ได้มองในเรื่องรายได้ของรัฐบาล ต้องยอมรับว่ารายงานของท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ท่านดูแลอยู่ รายงานปีล่าสุดก็ปี ๒๕๖๓ ท่านจัดเก็บภาษี ของกรมจัดเก็บ รวมทั้งรัฐวิสาหกิจได้ ๒ ล้านล้านบาทนิด ๆ ปรากฏว่า ท่านมีรายได้ จากกรมศุลกากรเพียง ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือประมาณ ๓ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าน้อยมาก ทีนี้พอท่านมาเป็นพิกัดศุลกากร แต่สิ่งหนึ่งท่านไม่ได้มองบริบทของประชาชน หรือคนที่ต้อง ได้รับผลกระทบ สิ่งหนึ่งเราจะพบว่ามีภาษีหลายตัวที่แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องเดิมที่เคย ปรากฏอยู่ เช่น เรื่องปุ๋ยก็ดี หรือยาฆ่าแมลงก็ดี หรือหลาย ๆ รายการถึงแม้จะคงเดิมแต่ก็ยัง พบว่าท่านใช้อำนาจหลายอำนาจ ถ้าเป็นเรื่องปุ๋ยก็อยู่ใน ๕ เสือของปุ๋ยที่ท่านสมาชิกบางท่าน เสียดายเราเคยมีปุ๋ยแห่งชาติที่ช่วยเหลือประชาชนได้อย่างแท้จริง ก็ถูก ๕ เสือใช้อำนาจ บางประการจนปุ๋ยแห่งชาติล้มไป คราวนี้พอมากำหนดส่วนใหญ่ถ้ากลุ่มประเทศที่เราไปมี เอฟทีเอ (FTA) ซึ่งประเทศไทยก็มีน้อย ก็จะมีภาษีเป็นศูนย์ ดังนั้นก็จะใช้อำนาจฝ่ายบริหาร เพื่อให้ภาษีเป็นศูนย์ แต่สิ่งที่ท่านทราบหรือไม่ว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปุ๋ย เรื่องยาฆ่าแมลง มันเป็นต้นทุนของประชาชน สิ่งที่เกิดขึ้นในภาวะโควิด (COVID) ถ้าท่านดูในครั้งนี้ท่านจะ เห็นว่า เมื่อมีการนำเข้าตอนนี้มีค่าระวางเรือเพิ่มไปประมาณ ๓ เท่า ถ้าของยุโรป อเมริกา จาก ๒๒,๐๐๐ เหรียญ เป็น ๒๐,๐๐๐ เหรียญต่อค่าเรือ หรือ ๓๐,๐๐๐ เหรียญต่อยูเอสดี (USD) ซึ่งเพิ่มขึ้น ๑๐ เท่า ถ้าเป็นของจีนจาก ๒๐๐-๔๐๐ เหรียญต่อตู้ ตู้ ๔๐ ฟุต เป็น ๑,๒๐๐-๔,๐๐๐ ท่านจะพบว่า เรามีปัญหาเรื่องการจองเรือ มีปัญหาเรื่องเรือเข้าช้า มีปัญหาเรื่องตู้คอนเทนเนอร์ (Container) เยอะมาก และสิ่งที่พอท่านไปกำหนดภาษีเพื่อไปให้ดุลยพินิจของกรมศุลกากร ที่จะใช้ดุลยพินิจเป็นเหมือนสามารถใช้ตามอำเภอใจ อาจจะเป็นอำเภอใจได้อย่างนี้ มันก็จะ หนีไม่พ้น เมื่อปุ๋ยแพงในประเทศต่าง ๆ เมื่อความต้องการเกษตรกรเขาเยอะ เขาก็จะขึ้น เพื่อป้องกันราคาปุ๋ยไม่ให้นำออก อย่างประเทศจีนเราก็นำปุ๋ยเขามา ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วถ้าเป็นยูเรีย (Urea) เราก็มาจากตะวันออกกลางเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ลักษณะพวกนี้ ถ้าประเทศอื่นต้นทางเขามีความจำเป็น เขาใช้มาตรการภาษีที่ให้ราคาสูงขึ้น แล้วก็ภาษี ในประเทศแพงขึ้น ประเทศไทยเป็นประเทศปลายทางก็หนีไม่พ้น ท่านก็เหมือนไปสนับสนุน กลุ่มพ่อค้าเพื่อให้ผลักภาระความยากลำบากไปสู่ประชาชน ท่านจะเห็นว่าปุ๋ยทุกตัวขึ้นเป็น ร้อยเท่า เป็นหลายเท่า ท่านรัฐมนตรี มันเป็นวาระที่สมควรหรือไม่ที่จะเอาพระราชกำหนด เข้าในเวลานี้ แล้วที่สำคัญท่านไม่สนใจเสียงของประชาชน คือเสียงของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งข้อมูลต่าง ๆ ที่ท่านกำหนดมามันก็เป็นเรื่องเดิม แต่ถ้าท่านมาฟังเสียงของประชาชน วันนี้ท่านไม่เห็นใจเกษตรกรที่มีต้นทุนการผลิตที่อยู่ยากลำบากด้วยราคาปุ๋ย อยู่ยากลำบาก ด้วยยาฆ่าแมลงที่มีราคาแพง รวมถึงสินค้าบางตัวแม้แต่หมูในที่นี้ท่านกำหนดไว้ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ในภาวะเช่นนี้เหมือนพระราชกำหนดนี้ท่านกำลังส่งเสริมกลุ่มทุนที่อยู่จำนวน น้อยนิดที่เกาะกินสังคม เกาะกินคนไทย ท่านไม่ค่อยสนใจทุกข์ร้อนของประชาชน ถ้าท่าน มีความรู้สึกว่าประชาชนคือ ผู้เสียภาษีหรือผู้รับใช้ ไม่ใช่ผู้รับใช้ท่าน ท่านจะไม่ทำอย่างนี้ครับ ผมจึงไม่เห็นด้วยที่จะเอาพระราชกำหนดที่มัดมือสภาชก แล้วอย่างไรก็บังคับให้ผ่าน เอาเข้า ในวาระนี้ครับ ผมจึงอยากให้ท่านลองไปทบทวน ท้ายที่สุดผมหวังว่าพระราชกำหนดศุลกากร อันนี้มันส่อให้เห็นถึงรัฐบาลไม่สนใจทุกข์ร้อนของประชาชนครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก่อนอื่นก็ต้องขอกราบ ขอบพระคุณในความเห็น ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ซึ่งผมขออนุญาตว่าในหลาย ๆ เรื่องคงรับไป เพียงแต่ว่าอยากจะกราบเรียนอย่างนี้ว่า ในเรื่องของการออกพระราชกำหนดในครั้งนี้ ก็เป็นไปตามพันธกรณีที่เรามีอยู่กับองค์การการค้าโลก กับอีกส่วนหนึ่งก็คือพันธกรณีที่เรา มีอยู่กับทางด้านอาเซียน (ASEAN) ซึ่งในการปรับปรุงในเรื่องของพิกัดอัตราศุลกากรนั้น ก็จะกระทำในทุก ๕ ปีครับ ซึ่งกระบวนการในเรื่องของการจัดทำพิกัดอัตราศุลกากรในครั้งนี้ ที่เพิ่มขึ้นมา ๖๐๐ รายการนั้น เพื่อให้เกิดความชัดเจนในระหว่างผู้ประกอบการ ภายในประเทศกับศุลกากร ซึ่งเป็นหน่วยงานในเรื่องของการตีความในเรื่องของพิกัด ให้ตรงกัน กับอีกอันหนึ่งก็คือว่า ความชัดเจนในระหว่างการตีความในเรื่องของพิกัดของเรา กับประเทศต้นทาง หรือประเทศปลายทางที่เรานำเข้าส่งออกนั้นต้องตรงกัน นี่คือสิ่งที่ เป็นหลักในการออกพระราชกำหนดในครั้งนี้ ซึ่งก็จะมีรายการ ๖๐๐ กว่ารายการที่เพิ่มขึ้นมา ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นหมวดสินค้าใหม่ ๆ อย่างเช่น เรื่องของอุปกรณ์ทางด้านไอที (IT) เรื่องของยานยนต์ เรื่องของอุปกรณ์ไร้คนขับ หรือแม้กระทั่งในเรื่องของบุหรี่ไฟฟ้า แต่ว่า บุหรี่ไฟฟ้าก็ขออนุญาตกราบเรียนว่า เรายังยึดหลักของกระทรวงพาณิชย์อยู่ว่าเป็นเรื่องของ ห้ามนำเข้า รวมทั้งในเรื่องของขยะอิเล็กทรอนิกส์นั้น ก็มีประกาศของกระทรวงพาณิชย์เป็น สินค้าที่ห้ามนำเข้า อันนี้ก็ขออนุญาตกราบเรียน เพราะฉะนั้นประเด็นในเรื่องของการจัด เอชเอส โคด (HS Code) นั้นให้มันตรงกัน ซึ่งก็แน่นอนที่สุดว่าในรอบนี้อาจจะยังไม่ตรงกันทีเดียวทั้งหมด เพราะอาจจะมีสินค้าใหม่ ๆ เกิดขึ้นมา ในรอบ ๕ ปีต่อไปนั้นก็อาจจะมีการปรับปรุงกันอีกครั้งหนึ่ง แต่ในการปรับปรุง รหัสในครั้งนี้ นอกเหนือจากที่เราจะยึดหลักเอชเอส โคด (HS Code) ๖ ดิจิต (Digit) หรือ ๖ หลักแล้ว ซึ่งเป็น ๖ หลักขององค์การการค้าโลก แต่เมื่อเรายึด ๖ หลักแล้วเราต้องมา ทำดีเทล (Detail) อีกดีเทล (Detail) หรือรายละเอียดขยาย ๖ หลักนี้เป็น ๘ หลัก ที่ต้อง ขยายเป็น ๘ หลัก เพราะเราอยู่ในกรอบของอาเซียน (ASEAN) ด้วย เพราะในกลุ่มอาเซียน (ASEAN) นั้นก็ต้องมาตกลงกันอีกว่าสิ่งที่ ๖ หลักนั้นไม่เพียงพอก็กำหนดเป็นอีก ๒ หลัก เพิ่มเติมเข้ามา ซึ่งตรงนี้เองจะใช้เวลาทั้ง ๒ ส่วน ทั้งตอนที่เราทำ ๖ หลัก กับ ๘ หลัก เพราะฉะนั้นถึงเป็นที่มาว่าที่ผ่านมานั้น กว่าที่จะได้ข้อสรุปทั้งในกรอบขององค์การการค้าโลก และกรอบของอาเซียน (ASEAN) นั้น ก็เกือบจะถึงกำหนดที่จะต้องมีการประกาศอัตรา และพิกัดใหม่ ซึ่งอันนี้ก็เป็นไปตามกติกาขององค์การศุลกากรโลก ซึ่งได้กำหนดว่ารอบนี้ ๑ มกราคม ๒๕๖๕ นั้นก็จะมีการประกาศใช้ ซึ่งจำนวนประเทศที่มีการประกาศใช้นั้น โดยส่วนใหญ่ประเทศที่มีการพัฒนาแล้วเขาจะไม่ค่อยมีปัญหา หรือไม่มีปัญหาในเรื่องของ การรวมกลุ่ม อย่างเช่นของอาเซียน (ASEAN) อย่างนี้เขาก็ประกาศกันไปก่อนนะครับ เพราะฉะนั้นของเราเองนั้นก็อาจจะมีความล่าช้าอยู่บ้าง ถึงแม้ว่าเราจะตกลงกันในกลุ่ม อาเซียน (ASEAN) ได้ แต่บางประเทศนั้นอาจจะยังไม่พร้อมที่จะประกาศ แต่การประกาศ ตรงนี้ก็ขึ้นอยู่กับกระบวนการขั้นตอนภายในของแต่ละประเทศอีกด้วยนะครับ เรียนว่า หลักการก็คือในเรื่องของการจัดพิกัดให้มีความชัดเจน🔗
ประการที่ ๒ คือยังคงหลักการในเรื่องของการรักษาในเรื่องของเพดาน หรือซิลลิง (Ceiling) ของอัตราศุลกากร ซึ่งก็ขออนุญาตเรียนว่ามี ๓ ระดับด้วยกัน เพดานที่ กำหนดไว้ในกฎหมายอันหนึ่งกับในเรื่องของอัตราปกติหรือแอปพลาย เรต (Apply rate) ที่เราเก็บอยู่ในปัจจุบันซึ่งก็จะต่ำกว่าในอัตราเพดาน โดยปกติเพดานก็มีไว้ว่าถ้าจะเก็บอากร ขาเข้านั้นก็เก็บได้ไม่เกินที่กฎหมายกำหนด อันนี้ก็เพื่อเป็นการที่จะส่งเสริมในเรื่องของ อุตสาหกรรมในประเทศ หรือเพื่อการปกป้องอุตสาหกรรมในประเทศ และการดูแลในเรื่อง ของสิ่งแวดล้อม พระราชบัญญัติอีกอัตราหนึ่งก็คืออัตราพิเศษ ก็คือว่าอัตราที่เรามี ความตกลงกับประเทศที่เจรจาในเรื่องของเขตการค้าเสรี หรือในเรื่องของกรณีที่เป็นนโยบาย ของรัฐบาลที่จะลดอัตราภาษีลงมาให้ต่ำกว่าอัตราที่จัดเก็บอยู่ในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นก็จะ มี ๓ ระดับด้วยกัน แต่ในหลักการครั้งนี้นั้นเมื่อมีการจัดโครงสร้างใหม่ จัดพิกัดอัตราอากร ใหม่นั้น อัตราอากรตัวเปอร์เซ็นต์นั้นก็ยังเหมือนเดิม ยังไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด เพราะฉะนั้นในประเด็นหลาย ๆ เรื่องที่ท่านสมาชิกได้กล่าวไว้สักครู่นี้ ได้อภิปรายไว้ ตัวอย่าง ในเรื่องของวัตถุดิบอาหารสัตว์นั้นก็ยังเป็นอัตราเดิมอยู่ ก็มีอัตราซีลิง (Ceiling) แต่เก็บจริงไม่ ถึงส่วนในเรื่องของการที่จะส่งเสริมหรือแก้ปัญหานั้น ก็คงจะต้องมีการบูรณาการในระหว่าง หน่วยงานด้วย โดยลำพังของศุลกากรจะประกาศในเรื่องของการลดอัตราภาษีในทันทีนั้นก็ คงจะทำได้ในขอบเขตที่จำกัด ยกตัวอย่าง ในเรื่องของอาหารสัตว์ วัตถุดิบอาหารสัตว์นั้น ก็ อาจจะต้องทำงานร่วมกับทางคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมการพืชน้ำมัน น้ำมัน พืช ซึ่งก็จะต้องดูว่าอะไรที่เป็นสาเหตุของการที่ทำให้ต้นทุนอาหารสัตว์เพิ่มขึ้น และทำให้ ราคาสัตว์มีชีวิตนั้นมีราคาที่สูงขึ้น ก็ต้องดูตลอดต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เมื่อเป็นมติออก มาแล้วทางศุลกากรก็ปฏิบัติได้ในทันที เพราะฉะนั้นในหลาย ๆ เรื่องนั้นอาจจะต้องมีการ ทำงานร่วมกันในระหว่างกระทรวงที่เกี่ยวข้องนะครับ🔗
เรื่องของปุ๋ยนั้นก็เช่นเดียวกัน ผมก็คิดว่าในเรื่องของปุ๋ยนั้นได้มีการพูดกันมา นานมาก เรื่องนี้ก็ได้มีการหยิบยกมาพิจารณากันอีกครั้งหนึ่งว่า ในเรื่องของโครงการอาเซียน (ASEAN) นั้นเรามีโครงการปุ๋ย โรงงานโพแทสอยู่นั้น ซึ่งก็มีทรัพยากรโพแทสนั้นสำรองอยู่ เป็นจำนวนมาก แต่ว่าจะนำขึ้นมาใช้ประโยชน์นั้นได้อย่างไร เพื่อทำให้ราคาปุ๋ยของเรานั้น มีราคาที่ถูกลง ก็ขออนุญาตเรียนว่าโดยหลักการนั้นก็คือมีการเพิ่มในประเภทคือรหัส ซึ่งเรา ก็ต้องทำความตกลงกับทางอาเซียน (ASEAN) ด้วยนะครับ🔗
ในประการที่ ๒ ก็ยังคงในเรื่องของโครงสร้างตัวอัตราไว้ นั่นเป็นหลัก ๆ ที่ ขออนุญาตกราบเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้กรุณารับทราบ ในหลาย ๆ เรื่องนั้น ผมก็ขออนุญาตว่าเทกโนต (Take note) ไว้ แล้วก็จะขอรับไปดูอีกครั้งหนึ่ง ขอกราบ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ โดยที่ ท่านสมาชิกที่เสนอชื่ออภิปรายก็จบนะครับ แต่ว่าโดยที่พระราชกำหนดนี้จะต้องขออนุมัติ ต่อสภา ซึ่งรัฐธรรมนูญกำหนดเอาไว้ว่าจะต้องกระทำในโอกาสแรกที่มีการประชุมสภา วันนี้ เราก็เสนอพระราชกำหนดที่รัฐบาลได้ประกาศใช้และจะต้องอนุมัติ ถ้าสภาอนุมัติถึงจะ ประกาศใช้มีผลต่อไป ถ้าไม่อนุมัติก็ตกไปนะครับ เพราะฉะนั้นต่อไปก็ต้องขออนุมัติจาก ที่ประชุม รบกวนท่านสมาชิกเข้ามาอีกครั้งหนึ่งครับ🔗
จะรอนะครับ ท่านสมาชิกคง ไปรับประทานอาหารอยู่เป็นส่วนใหญ่ เราต้องลงมติว่าจะอนุมัติพระราชกำหนดพิกัดอัตรา ศุลกากร (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๔ หรือไม่นะครับ สมาชิกที่มาแล้วก็แสดงตนครับ🔗
อยู่ระหว่างการแสดงตน ท่านสมาชิกพร้อมนะครับ ปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตนขณะนี้ ๓๓๑ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ต่อไปจะขอมติจากสมาชิก ว่าผู้ใดเห็นควรอนุมัติพระราชกำหนดฉบับนี้โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควรอนุมัติ กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗
ท่านสมาชิกพร้อมนะครับ ปิดการลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๔๖ ท่าน เห็นด้วยอนุมัติ ๒๓๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๑๒ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน มติที่ประชุมอนุมัติ พระราชกำหนดนะครับ ก็จบการพิจารณาเรื่องด่วนพระราชกำหนดฉบับนี้ ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ต่อไปเรื่องด่วน🔗
พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้าม ทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔🔗
ท่านรัฐมนตรีขออนุญาต ให้บุคคลต่อไปนี้เข้ามาร่วมชี้แจง ๑. นายก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ๒. นายแพทย์มีชัย อินวู๊ด ผู้อำนวยการสำนักงานควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย ๓. นางสาวธำรงลักษณ์ ลาพินี กรรมการร่างกฎหมายประจำ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๔. นางบงกชรัตน์ โมลี ผู้อำนวยการกองงาน คณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวและกีฬาแห่งชาติ สำนักงานปลัดกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา🔗
ท่านรัฐมนตรีพร้อม ก็เชิญเลย สมาชิกที่มีความประสงค์อภิปรายกรุณาส่งรายชื่อมานะครับ สมาชิกที่รับประทาน อาหารท่านไปได้นะครับ เพราะมีสมาชิกที่มาเข้าชื่ออภิปรายขณะนี้ ๖ ท่าน เพราะฉะนั้น ท่านมีเวลาที่จะไปรับทานอาหารครับ ขอเชิญรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และสมาชิกผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ทุกท่านครับ กระผม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา ในฐานะผู้แทนของคณะรัฐมนตรี ขอแถลงถึงเหตุผลของการเสนอพระราชกำหนด แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร🔗
ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบ ร่างพระราชกำหนดเพิ่มเติม พระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๔ และได้มีการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา เล่มที่ ๑๓๘ ตอนที่ ๘๙ ก ลงวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๖๔ โดยการตราพระราชกำหนดนี้อาศัยความในมาตรา ๑๗๒ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ที่กำหนดว่า ในกรณี เพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความปลอดภัยของประเทศ ความปลอดภัยสาธารณะ ความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ หรือป้องปัดภัยพิบัติสาธารณะ พระมหากษัตริย์จะ ทรงตราพระราชกำหนดให้ใช้บังคับดังเช่นพระราชบัญญัติก็ได้ การตราพระราชกำหนดตาม วรรคหนึ่ง ให้กระทำได้เฉพาะเมื่อคณะรัฐมนตรีเห็นว่า เป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็น รีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ และเพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ วรรคสาม ที่กำหนดว่า ในการประชุมรัฐสภาคราวต่อไปให้คณะรัฐมนตรีเสนอพระราชกำหนดนั้น ต่อรัฐสภาเพื่อพิจารณาโดยไม่ช้า🔗
โดยเหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้คือ โดยที่องค์กรต่อต้าน การใช้สารต้องห้ามเวิลด์ แอนตีดอปปิง เอเจนซี (World Anti-Doping Agency) หรือที่ เราเรียกอย่างย่อว่า วาดา (WADA) ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศที่กำหนดมาตรการ การควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬาในระดับนานาชาติ ได้ปรับปรุงประมวลกฎหมาย การต่อต้านการใช้สารต้องห้ามโลก ทำให้บทบัญญัติบางประการแห่งพระราชบัญญัติควบคุม การใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ ไม่สอดคล้องกับประมวลกฎหมายดังกล่าว ซึ่งหากไม่มีการแก้บทบัญญัติเหล่านั้นอย่างเร่งด่วน จะส่งผลกระทบต่อการจัดการแข่งขัน กีฬาระดับชาติ และระดับนานาชาติที่ประเทศไทยได้รับสิทธิในการจัดการแข่งขันมาแล้ว และมี กำหนดที่จะจัดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้หลายรายการ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทาง เศรษฐกิจของประเทศอย่างรุนแรงโดยทั้งทางตรงและทางอ้อม กับจะทำให้ประเทศไทย ไม่สามารถเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาในระดับชาติ และระดับนานาชาติใด ๆ ที่มีผลประโยชน์ตอบแทนต่อระบบเศรษฐกิจประเทศสูง โดยจะมีการประเมินมูลค่า ทางเศรษฐกิจจากการจัดเก็บข้อมูลของศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัย หอการค้าไทย ในปี ๒๕๖๔ คาดการณ์ว่าหากในภาวะปกติในปี ๒๕๖๕ มูลค่าทางเศรษฐกิจ ที่จะเกิดขึ้นจากการแข่งขันกีฬา ไม่ว่าจะเป็นกีฬาเพื่อความเป็นเลิศ กีฬาอาชีพ หรือกีฬา เพื่อการท่องเที่ยว จะมีมูลค่ากว่า ๓๐,๙๐๔ ล้านบาทเศษ อีกทั้งมูลค่าที่เกิดขึ้นจาก การประชาสัมพันธ์ และมูลค่าสื่อในการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬาผ่านสื่อต่าง ๆ ทั้งใน และต่างประเทศ มีมูลค่ารวม ๑๐,๕๓๒ ล้านบาทเศษ ยังไม่นับรวมถึงรายได้ที่เกิดจาก การท่องเที่ยวจากผู้ที่เดินทางเข้าประเทศไทย ในระหว่างการจัดการแข่งขันกีฬาระดับ นานาชาติที่มีมูลค่ามหาศาล รวมถึงจะถูกจำกัดสิทธิหลายประการ ในการส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันในระดับชาติและระดับ นานาชาติอีกด้วย ซึ่งรวมถึงสิทธิในการใช้ธงชาติไทยในการแข่งขันกีฬา อันกระทบต่อ ชื่อเสียงเกียรติภูมิของภูมิประเทศ และความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งมวล จึงเป็นกรณีฉุกเฉิน ที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ เพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความมั่นคง ในทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงจำเป็นต้องตราพระราชกำหนดนี้ขึ้น และเพื่อให้เป็นไปตาม บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๑๗๒ กระผม ในฐานะผู้แทนของคณะรัฐมนตรี จึงขอเสนอพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ ควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ ต่อที่ประชุมสภา ผู้แทนราษฎรเพื่อโปรดพิจารณาอนุมัติครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปก็จะเป็นการอภิปรายของท่านสมาชิกที่สนใจที่จะแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับ พระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอนะครับ ต่อไปเชิญท่านสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ตามด้วยท่านจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากเขตบางนา และเขตพระโขนง พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมขออภิปรายพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติควบคุมสารต้องห้ามทางกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ ดังนี้ครับ🔗
ตามที่ท่านรัฐมนตรีได้แจ้งนั้น ผมเห็นด้วยว่ามีความจำเป็นจะต้องแก้ไข เพราะว่าส่งผลเสียทางด้านเศรษฐกิจทั้งทางตรงและทางอ้อม รวมถึงความภาคภูมิใจของคน ในประเทศที่จะไม่ได้เห็นธงชาติไทยขึ้น เนื่องในโอกาสที่ประเทศไทยได้รับรางวัล ไม่ว่าจะ เป็นที่ ๑ ที่ ๒ หรือที่ ๓ ก็ตาม เพียงแต่ว่าผมอยากที่จะขอตำหนิว่าเรื่องนี้ดำเนินการได้ช้า เพราะว่าทางองค์กรวาดา (WADA) เองก็ได้แจ้งให้มีการแก้ไขล่วงหน้าก่อนแล้วหลายเดือน แต่ประเทศไทยเองก็ยังไม่ได้ดำเนินการครับ ผมก็เลยแสดงความคิดเห็นว่าท่านใส่ใจ จริงใจ ในการแก้ไขปัญหานี้ รวมถึงการออกกฎหมายนี้มากน้อยแค่ไหน ถ้าไม่มีเหตุการณ์ที่สื่อมวลชน ได้ตีข่าวว่า ประเทศไทยได้แชมป์ (Champ) โลกแบดมินตันมา และไม่มีการขึ้นธงชาติไทย เป็นการขึ้นธงสัญลักษณ์สมาคมแบดมินตันทดแทนนั้นจะมีการแก้ไขอย่างเร่งด่วนภายในวันนี้ หรือไม่🔗
ในโอกาสนี้ผมในฐานะเป็นคนที่ชื่นชอบและเล่นกีฬาแบดมินตันมาพอสมควร ก็จะขออภิปรายชื่นชมนักกีฬาแบดมินตันที่ทำชื่อเสียงให้ประเทศไทย ที่ผ่าน ๆ มา ซึ่งหลังจากที่วาดา (WADA) ได้มีการลงโทษแบน (Ban) ประเทศไทยตั้งแต่ ๑๕ ตุลาคม ปี ๒๕๖๔ ที่ผ่านมามีการแข่งขันรายการระดับนานาชาติ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นรายการซูเปอร์ ซีรีส์ (Super Series) ของแบดมินตัน ๕ รายการที่ผมจะพูดถึง ซึ่งประเทศไทยได้รางวัลมา เริ่มตั้งแต่รายการไฮโล โอเพน ๒๐๒๑ (HYLO Open 2021) ที่ประเทศเยอรมนี ประเทศไทย ได้ถึง ๒ แชมป์คือ หญิงเดี่ยว น้องครีม บุศนันท์ อึ๊งบำรุงพันธ์ แล้วก็ประเภทคู่ผสม บาส เดชาพล พัววรานุเคราะห์ แล้วก็ปอป้อ ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย อาจจะไม่มีการพูดถึงกัน เพราะว่าเป็นรายการที่ไม่ได้มีการถ่ายทอดสดฟรีทีวีให้กับประชาชนคนไทยได้รับชมกัน เนื่องจากมีลิขสิทธิ์ที่ผู้ได้รับลิขสิทธิ์ก็ให้บริการเฉพาะในช่องที่เขาซื้อลิขสิทธิ์มานะครับ รายการถัดไปเป็นรายการอินโดนีเซีย มาสเตอร์ส (Indonesia Masters) ก็มีแชมป์ (Champ) อีกแล้วครับ ซึ่งเป็นแชมป์ (Champ) คู่ผสมบาสกับปอป้อเช่นเดิม รายการถัดไป ก็เป็นรายการอินโดนีเซีย โอเพน (Indonesia Open) รายการก่อนหน้านั้นคือ อินโดนีเซีย มาสเตอร์ส (Indonesia Masters) ได้แชมป์ (Champ) ทั้ง ๒ รายการ คือคู่ผสม บาสและ ปอป้อ ส่วนรายการถัดมาเป็นรายการที่ยิ่งใหญ่พอสมควรคือ เป็นรายการระดับซูเปอร์ ซีรีส์ (Super Series) ที่รวบรวมผู้ที่มีคะแนนอันดับในการแข่งขันซูเปอร์ ซีรีส์ (Super Series) หลาย ๆ ประเภทรวมกัน ๑-๘ อันดับแรกของแต่ละประเภท ซึ่งประเทศไทยก็ได้เข้ารอบ หลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นประเภทหญิงเดี่ยว ๒ คน คือน้องครีม บุศนันทน์ อึ๊งบำรุงพันธ์ และน้องหมิว พรปวีณ์ ช่อชูวงศ์ อันนี้คือหญิงเดี่ยว สำหรับชายเดี่ยวก็ได้เข้ารอบในปีนี้คือ น้องวิว กุลวุฒิ ก็ประสบความสำเร็จโดยได้รองแชมป์ (Champ) รายการนี้ด้วยครับ รวมถึง น้องวิวเองก็เป็นอดีตเยาวชนโลก ๓ สมัย และรวมถึงได้เป็นดาวรุ่งยอดเยี่ยมของ บีดับเบิลยูเอฟ (BWF) ในปี ๒๐๒๐-๒๐๒๑ นี้ด้วยครับ และที่น่าสนใจมาก ๆ ก็คือ บาสและปอป้อในขณะนั้นได้ขึ้นเป็นมือวางอันดับหนึ่งคู่ผสมแบดมินตันโลกแล้ว แล้วก็ยังได้ แชมป์ (Champ) ในรายการนี้ด้วย ทั้ง ๔ รายการที่ผ่านมาเป็นรายการของบีดับเบิลยูเอฟ (BWF) ซึ่งไม่มีการถ่ายทอดสด รายการถัดมาที่เป็นเรื่องที่สำคัญที่ได้รับการโจษจันก็คือ รายการ ชิงแชมป์ (Champ) โลก เป็นที่น่าเสียดายก็ไม่มีการถ่ายทอดสดเช่นกัน ก็อยากขอให้ทาง รัฐบาลช่วยดูแลทัวร์นาเมนต์ (Tournament) ที่มีการจัดแข่งขันของทีมชาติไทยของ แบดมินตันรายการถัด ๆ ไปด้วยนะครับ ขอให้มีการถ่ายทอดสดด้วย รายการนี้บาสและ ปอป้อก็ได้แชมป์ (Champ) โลกเช่นเดิม ถึงเป็นที่มาของในวงการกระแสสังคมว่า ไม่มีการ เชิญธงชาติไทย ผมขอให้เครดิตกับสมาคมเอสซีจี (SCG) แบดมินตันครับ ซึ่งเป็นโคช (Coach) ที่ดูแลคู่ผสมมือหนึ่งและแชมป์ (Champ) โลกคู่นี้ครับ โคช (Coach) โอม วาสนา รวมถึงให้เครดิตกับสมาคมแบดมินตันแห่งประเทศไทยที่ทำแชมป์ (Champ) ไม่ว่าจะเป็น น้องครีม บุศนันทน์ ที่สังกัดสมาคมแบดมินตัน รวมถึงรายการล่าสุดที่ผ่านมาเมื่อ สัปดาห์ที่แล้วเองครับ รายการอินเดีย โอเพน (India Open) น้องครีมก็ได้แชมป์ (Champ) อีกครั้งนะครับ รวมถึงหญิงคู่น้องใหม่ล่าสุดของเรา มูนา เบญญาภา กับอันนา นันทกานต์ เอี่ยมสอาด ซึ่งเป็นหญิงคู่น้องใหม่ที่เป็นดาวรุ่งของประเทศไทยที่น่าให้การสนับสนุนนะครับ ที่เอ่ยมาผมก็อยากที่จะขอชื่นชม ขาดไปอีกอันนะครับคือหญิงเดี่ยว นอกจากน้องครีมได้ แชมป์ (Champ) แล้ว รองแชมป์ (Champ) ก็ยังเป็นของคนไทย เป็นน้องเมย์ ศุภนิดา เกตุทอง อันนี้ก็ต้องขอชื่นชมแล้วก็ไม่รู้ว่าจะวัดมูลค่าเป็นตัวเลขตัวเงินได้อย่างไร ที่เขาไม่ได้รับ ความภูมิใจนั้นในการขึ้นรับรางวัล และไม่มีธงชาติไทยบนสนามนั้น ผมฝากไปถึงรัฐบาล ในฐานะที่เป็นคนไทยแล้วก็ชื่นชมกีฬาแบดมินตัน ผมอยากให้รายการที่มีนักกีฬาทีมชาติไทย รายการชิงแชมป์ (Champ) โลก รายการอื่น ๆ อยากให้ดำเนินการถ่ายทอดสดให้ประชาชน คนไทยได้ดูเป็นแบบฟรี หมายถึงกีฬาชิงแชมป์ (Champ) โลกหรือโอลิมปิก (Olympic) ครับ🔗
และขอพูดอีกเรื่องหนึ่งก็คือ นอกเหนือจากก่อนที่วาดา (WADA) จะแบน (Ban) ประเทศไทยแล้ว บีดับเบิลยูเอฟ (BWF) ได้อนุมัติให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ในการแข่งขันโธมัส คัพ (Thomas Cup) และอูเบอร์ คัพ (Uber Cup) ในประเทศไทย ในปี ๒๐๒๑-๒๐๒๒ นี้ประเทศไทยซึ่งได้อนุมัติก่อนที่วาดา (WADA) จะแบน (Ban) ประเทศไทย รายการนี้มีความเป็นไปได้ก็อยากให้ประเทศไทยได้ดูฟรีทางฟรีทีวีกัน ขออภิปรายเพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ตามด้วยท่านเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล เชิญครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ช่วงนี้เป็นช่วงที่เราเห็นความสำเร็จของนักกีฬาไทยเยอะนะครับ เมื่อ ๒ วันก่อนคุณมิงค์ สระบุรี นักสนุกเกอร์หญิงก็เอาชนะมือหนึ่งของโลกได้แชมป์ วีเมนส บริติช โอเพน (Champ Women’s British Open) ไป เกี่ยวข้องกับ พ.ร.ก. ฉบับนี้ครับท่าน พระราชกำหนดคือ อะไรครับท่านประธาน พระราชกำหนดคืออำนาจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๒ พูดง่าย ๆ คือเป็นอำนาจพิเศษที่ให้นายกรัฐมนตรี ครม. สามารถใช้อำนาจนิติบัญญัติได้ พูดง่าย ๆ คือ ออกกฎหมายได้โดยไม่ต้องผ่านสภา มันก็รวดเร็วครับ เพราะว่าเงื่อนไขก็คือจะต้องใช้ในกรณี ฉุกเฉินเท่านั้น กรณีที่จำเป็นเร่งด่วนจะใช้แบบตามอำเภอใจก็คงจะไม่ได้ พ.ร.ก. ฉบับนี้ มีหลักการและเหตุผลที่แนบท้ายมาตามนี้ครับท่านประธาน เขาบอกว่า วาดา (WADA) หรือว่าองค์กรต่อต้านการใช้สารต้องห้ามของโลก ซึ่งแต่ละประเทศก็มีสัญญาร่วมกันในการ แข่งขันกีฬา เขาบอกว่ากฎหมายที่เรามีอยู่ทุกวันนี้มันไม่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล เลยแจ้งมาให้เรามีการแก้ไขปรับปรุง ไม่อย่างนั้นจะถูกแบน (Ban) ซึ่งก็ถูกแบน (Ban) ไปแล้วอย่างที่เป็นข่าวกัน มันจะส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจต่อประเทศ อย่างร้ายแรง โดยทางตรงและทางอ้อมประเทศไทยจะไม่สามารถเสนอตัวเป็นเจ้าภาพ จัดการแข่งขันในระดับชาติหรือนานาชาติได้ อะไรก็ตามที่มีผลประโยชน์ตอบแทนต่อระบบ เศรษฐกิจของประเทศก็จะถูกกำจัดหายไป การส่งนักกีฬาเข้าแข่งขันก็มีปัญหา ซึ่งรวมถึง การใช้สิทธิที่จะใช้ธงชาติในการแข่งขันกีฬาด้วย ซึ่งกระทบต่อชื่อเสียง เกียรติภูมิของประเทศ และความภาคภูมิใจของคนไทยทั้งมวล จึงเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเร่งด่วนอันมิอาจ หลีกเลี่ยงได้เพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ นี่ข้อความตามพระราชกำหนดนะครับ ซึ่งผมก็เห็นด้วยตามนั้น ผมเชื่อว่าสภาแห่งนี้ไม่มีใคร คัดค้านครับ ทุกคนเห็นด้วย เพราะมันจำเป็นเร่งด่วนจริง ๆ มันสร้างความเสียหายให้กับ ประเทศได้มากจริง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรู้สึกของคนไทย และยิ่งไปกว่านั้นความรู้สึก ของนักกีฬาที่ซ้อมมาเป็นปี ๆ กว่าจะเอาชนะคู่แข่งทั่วโลกได้ แล้วก็คงจะไม่มีใครจินตนาการ ได้ว่าทั้ง ๒ คน ทั้งคุณบาสและคุณปอป้อรู้สึกอย่างไรที่ซ้อมมาเป็นปี ๆ และไม่มีธงชาติขึ้น ในวันนั้น คือถ้าความเสียหายจะมากขนาดนี้ครับท่านประธาน คำถามคือวาดา (WADA) ใหญ่มาจากไหนครับ วาดา (WADA) เป็นใคร ทำไมไม่รู้หรือว่าถ้าแบน (Ban) มันจะสร้าง ความเสียหายให้กับประเทศที่ถูกแบน (Ban) ผมก็ต้องบอกว่าผมคิดว่าเขาน่าจะรู้นะครับว่า มันจะเสียหายขนาดไหน เขาถึงลงโทษอย่างไรครับ เพราะว่าเราไม่ได้ทำตามเขา วาดา (WADA) เป็นองค์กรระหว่างประเทศครับ ซึ่งทุกประเทศเขายอมรับ ๒๐๐ กว่าประเทศเขาก็ ทำกันได้ มีแค่ไม่กี่ประเทศที่ทำไม่ได้ วาดา (WADA) ล่าสุดแบน (Ban) ไป ๓ ประเทศครับ อินโดนีเซีย เกาหลีเหนือ แล้วก็ไทย อินโดนีเซียกับเกาหลีเหนือถูกแบน (Ban) ในเรื่องของ ความไม่มีมาตรฐาน แล้วก็เรื่องคุณภาพของการตรวจสอบสารกระตุ้น รวมถึงกระบวนการ หน่วยงานด้วยที่ไม่ได้มาตรฐาน แต่ของเราเรื่องนี้เราไม่มีปัญหาครับ กกท. กับมหิดลทำงาน ร่วมกัน แล้วก็เคยปรับปรุงเรื่องนี้ไปแล้ว แล้วก็ผ่านมาตรฐานของวาดา (WADA) ไปแล้ว แต่ประเด็นที่เราโดนแบน (Ban) ก็คือเรื่องของกฎหมาย พูดง่าย ๆ คือมันต่ำกว่ามาตรฐานมาก ไม่เป็นหลักสากล แล้วก็ล้าหลัง ต่ำกว่ามาตรฐานนี่คืออย่างไรครับ คือเราดูได้จาก พ.ร.ก. ฉบับนี้ก็ได้ว่าเขาแก้อะไรบ้าง ผมสรุปประเด็นสำคัญ ๓ ประเด็นที่เป็นประเด็นหลัก ในการแก้ไข🔗
ประเด็นที่ ๑ คือแก้ไขบทนิยามให้มันสอดคล้องกับหลักสากล อย่างเช่น คำว่า สารต้องห้าม คำว่า วิธีการต้องห้าม คำว่า นักกีฬา อะไรก็ว่าไป ซึ่งเป็นเรื่องปกติมาก ๆ สำหรับการใช้กฎหมาย มันก็ต้องมีการปรับปรุงอยู่แล้ว🔗
ประเด็นที่ ๒ ทำให้คณะกรรมการควบคุมการใช้สารต้องห้าม รวมถึง สำนักงานควบคุมการใช้สารต้องห้ามเป็นอิสระจากรัฐ เช่น ตัดอำนาจรัฐมนตรีออก ตัดอำนาจการกีฬาแห่งประเทศไทยออก ให้เป็นองค์กรอิสระมากขึ้น รวมถึงการที่จะเพิ่ม โอกาสที่จะโต้แย้ง แล้วก็แสดงหลักฐานในกระบวนการพิจารณาให้เป็นธรรมมากขึ้น อันนี้ ก็ไม่แปลกใจครับ เพราะว่ากฎหมายบ้านเราก็รวมศูนย์กันแทบจะทุกฉบับ ก็รวมศูนย์กันจน มาตรฐานมันไม่ตรงกับมาตรฐานโลก ก็ต้องแก้ครับมันก็ไม่ได้ยากเย็นอะไร🔗
ประเด็นที่ ๓ กำหนดให้โทษทางกีฬาไม่ใช่โทษอาญา รวมถึงแก้ให้มาตรการ ลงโทษเป็นหลักสากลสอดคล้องไปกับที่ทั่วโลกเขายอมรับ ฟังแล้วก็เฉย ๆ ปกติครับทั้ง ๓ ข้อ ไม่ได้มีอะไรแปลก ไม่ได้มีอะไรคอขาดบาดตาย แก้แค่นี้ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรเลย ไม่แปลกที่ ๒๐๐ กว่าประเทศเขาทำกันได้ ประเด็นแค่นี้ทำได้อยู่แล้ว แก้เมื่อไรก็ได้ หรือว่า วาดา (WADA) เขากลั่นแกล้งเราครับ เขาถึงต้องแบน (Ban) เรา ผมว่าก็ไม่ครับ วาดา (WADA) เขาแจ้งกับเรามาตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ แจ้งต่อเนื่องมาโดยตลอด ตามที่ท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาตอบกระทู้ของท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านได้ตอบไว้ครับ ท่านบอกว่ามีการติดต่อมาตลอดตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ จนกระทั่งกรกฎาคมปีที่แล้ว วาดา (WADA) แจ้งว่าถ้าไม่แก้ภายในตุลาคมจะแบน (Ban) แล้วนะ แล้วก็ถูกแบน (Ban) วันที่ ๗ ตุลาคมที่ผ่านมา ตามคำชี้แจงของท่านรัฐมนตรี ท่านบอกว่าเราตอบหนังสือกลับไปเมื่อไร ทราบไหมครับ เราตอบกลับไปวันที่ ๑ พฤศจิกายน ตามด้วยฉบับที่ ๒ วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน แล้วก็ฉบับที่ ๓ วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน หลังจากโดน แบน (Ban) ไปแล้วเกือบ ๒ เดือน จากนั้นเข้า ครม. วันที่ ๒๘ พฤศจิกายนแล้วก็ให้รัฐมนตรี ใช้อำนาจออกพระราชกำหนด จนออกพระราชกำหนดในวันที่ ๓๐ ที่ผ่านมา สรุปอย่างนี้ครับท่านประธาน วาดา (WADA) เตือนมาเป็นปี ๆ แล้วเราก็ไม่แก้ เขาอัปเดต (Update) กฎหมายล่าสุดในวันที่ ๑ มกราคมวันแรกของปี เรามาออก พ.ร.ก. แก้กฎหมาย วันที่ ๓๐ ธันวาคมเกือบวันสุดท้ายของปี พอเกิดข่าวดัง คำชี้แจงจากรัฐบาลว่าอย่างไรครับ ความล่าช้านี้ทำให้ประเทศเสียหาย ๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เรื่องนี้ต้องนำเข้าสู่สภาถ้าเป็น พ.ร.บ. จะเกิดความล่าช้า เพราะต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๓ วาระ วุฒิสภาทั้ง ๓ วาระ ซึ่งลักษณะของการเมืองไทยตอนนี้ทั้งเกมการเมือง ในสภาองค์ประชุมก็ล่มประจำ ส.ส. ก็ไม่มาประชุม แล้วจะลงมติอย่างไร เกมการเมืองจะทำให้ไม่ผ่านหรือเปล่าก็ไม่รู้ พิจารณา แล้วสมควรให้ออกเป็นพระราชกำหนด ท่านประธานครับ มันโทษสภาไม่ได้เรื่องสำคัญ ๆ ๓ วาระรวด วันหนึ่งเราก็ผ่านมาแล้ว แล้วประเด็นทั้ง ๓ ประเด็นก็เป็นประเด็นธรรมดา ๆ ที่มันแก้ได้อยู่แล้ว อย่ามาอ้างว่าสภาช้านะครับ ท่านยังไม่ยื่นเข้า ครม. เลย ท่านเพิ่งยื่นเข้า ครม. วันที่ ๒๘ พฤศจิกายนหลังจากถูกแบน (Ban) ไปแล้ว ถ้ายื่นเข้ามาแล้วรอนานหรือว่า ยื่นเข้ามาแล้วเราตีตก ผมก็จะไม่ว่าเลย ท่านยังไม่ได้ยื่นเลยด้วยซ้ำ ท่านปล่อยปละละเลย ไม่ให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบทางตรงของตัวท่านเองด้วย ปล่อยเวลาผ่านไปเป็นปี ๆ พอโดนแบน (Ban) มาโทษการเมืองไทย โทษรัฐสภา โทษองค์ประชุมล่มบ่อย ท่านโบ้ย ความผิดให้นักการเมืองผมว่ามันง่ายเกินไป จนสุดท้ายต้องมาแก้ปัญหาด้วยการออก พระราชกำหนด ซึ่งเป็นกฎหมายพิเศษครับ เรามีไว้ใช้ในยามฉุกเฉินเท่านั้น ไม่ได้มีไว้ใช้ แก้ปัญหาให้หน่วยงานราชการที่ทำผิดพลาด เหตุนี้มันเลยเข้าเงื่อนไขว่ามันฉุกเฉิน วันนี้มัน ฉุกเฉินครับ แต่ก่อนหน้านี้มันยังไม่ฉุกเฉินท่านไม่ทำ มันมาฉุกเฉินวันนี้มันเลยต้องเป็น พระราชกำหนด ผมทวนอีกครั้งนะครับท่านประธาน พ.ร.ก. ที่เรากำลังพิจารณาอยู่นี้มี ความจำเป็นเร่งด่วนจริง ๆ ครับ ซึ่งมันทำให้เกิดความเสียหายมากถ้าเกิดไม่สำเร็จ วาดา (WADA) เองก็รู้ครับว่ามันร้ายแรงขนาดไหน มันจะสร้างความเสียหายขนาดไหน เราเอง รัฐสภาก็รู้ครับมันจะเสียหายขนาดไหน ผมเชื่อว่าวันนี้เราก็ให้ผ่านง่าย ๆ ประเด็นก็คือ ทำไมกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการกีฬาแห่งประเทศไทยไม่รู้ว่ามันจะเสียหาย ขนาดนี้ เป็นปี ๆ แล้วท่านไม่รู้หรือครับว่ามันจะเสียหายขนาดไหน ท่านทำอะไรอยู่ครับ ปล่อยปละละเลย ทิ้งปัญหาไว้ข้ามปีไม่ยอมแก้กฎหมายให้เสร็จ สุดท้ายก็ต้องมาออก พระราชกำหนด ซึ่งมันไม่จำเป็นต้องใช้พระราชกำหนด อำนาจพิเศษแบบนี้ไม่ควรจะมาใช้ ในกรณีแบบนี้ ไม่มีคำว่า ขอโทษ ผมเชื่อว่าก็ไม่มีสำนึกความผิด ไม่รู้สึกสำนึกความผิดมันก็ ไม่เกิดการแก้ไข ไม่เกิดการปรับปรุงตัว คำถามของผมคือรัฐบาลเรียนรู้อะไรจากเหตุการณ์นี้ หรือยัง ผมไม่ได้ยินคำขอโทษ หรือความรับผิดชอบใด ๆ ปรากฏให้เห็นเลย🔗
สรุปได้แล้ว นะครับ🔗
เราเข้าใจถึงความสำคัญของ พ.ร.ก. ฉบับนี้ครับท่านประธาน อย่างไรเราก็ผ่านให้วันนี้ แต่ขอว่าต่อไปอย่ามัดมือชกกันแบบนี้ ท่านต้องทำตามกระบวนการที่ถูกต้อง และครั้งต่อไปขอให้มันฉุกเฉินจริง ๆ แล้วก็จำเป็น จริง ๆ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเลิศศักดิ์ ตามด้วยท่านสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ นะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ผมขอใช้สิทธิ อภิปรายต่อพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ ก่อนที่ผมจะอภิปรายถึงเนื้อหารายมาตราของพระราชกำหนดฉบับนี้ กระผม ขอกราบเรียนให้ท่านประธานทราบถึงข้อเท็จจริง แล้วก็ความเสียหายที่เกิดขึ้นจาก ความล่าช้าในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับวาดา (WADA) ท่านประธานครับ หน่วยงานที่เรียกว่า วาดา (WADA) นี่ครับ ภาษาอังกฤษเขาใช้คำว่า เวิลด์ แอนตีดอปปิง เอเจนซี (World Anti-Doping Agency) เป็นหน่วยงานที่เขาแถลงผ่านสำนักข่าวรอยเตอร์ ว่าจะไม่ให้การรับรอง ๓ ประเทศ ในการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬานานาชาติเป็นระยะเวลา ๑ ปี ตั้งแต่ ๘ ตุลาคม ๒๕๖๔ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ แล้วก็เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับศักดิ์ศรี ความสง่างามของทัพนักกีฬาไทย เป็นศักดิ์ศรีและความสง่างามของคนไทยทั้งประเทศครับ เขาเปรียบอย่างนี้ว่าคนในแวดวงกีฬานานาชาติ เขาเปรียบว่าวาดา (WADA) กระชากคอ ประเทศไทยไปตบกลางสี่แยกวงการกีฬา เขาเปรียบถึงขนาดนั้นนะครับ ในปี ๒๕๓๙ ถ้าท่านประธานจำได้การแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่นครแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย ประเทศ สหรัฐอเมริกา เราได้ชมการถ่ายทอดสดพิธีรับเหรียญทองของสมรักษ์ คำสิงห์ ในกีฬามวย เชิญธงชาติไทยขึ้นสู่ยอดเสา มีทำนองเพลงชาติ คนที่ชมที่ดูอยู่น้ำตาไหล น้ำตาซึมด้วยความ ภาคภูมิใจคนไทยมีความสามารถ เอาชนะประเทศมหาอำนาจได้ ได้เหรียญทอง แต่ภาพนั้น นี่ครับ ใน ๑ ปีจากนี้ไปเราจะไม่เห็น อันนี้เป็นแค่ ๑ กรณีที่ถูกแบน (Ban) จากวาดา (WADA) มันมีอยู่ ๔ ส่วนครับ ส่วนแรก เขาบอกว่าไม่ให้เป็นคณะกรรมการ แล้วก็ไม่ให้รับ ทุนจากวาดา (WADA) อันต่อมาก็คือ คนไทยที่ไปเป็นคณะกรรมการในสหพันธ์กีฬา นานาชาติ จะต้องถูกห้ามปฏิบัติหน้าที่ ๑ ปี ไม่สามารถจัดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติได้ และที่สำคัญก็คือไม่ให้ใช้ธงชาติไทยและเพลงชาติไทยในพิธีรับเหรียญรางวัล ตรงนี้ละครับ คือสิ่งที่ผมอยากเรียนว่ามันเป็นศักดิ์ศรีประเทศไทย ผมได้ฟังการตอบกระทู้ถามของ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ตอบท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย กรณีไทยถูกแบน (Ban) จากวาดา (WADA) เมื่อสัก ๓ สัปดาห์ที่ผ่านมา ท่านรัฐมนตรีตอบว่าประเทศไทยมีอธิปไตยของตัวเอง จะให้ เอกชนมากดดันให้เราปฏิบัติตามใจชอบกับสิ่งที่เขาต้องการไม่ได้ ซึ่งผมอยากกราบเรียน ท่านรัฐมนตรีว่าท่านรัฐมนตรีเป็นตัวแทนของรัฐบาลไทยครับ แต่ท่านไม่ทราบหรือครับว่า ประเทศไทยได้มีการลงนามในสนธิสัญญาซึ่งเป็นภาคีกับองค์การต่อต้านสารต้องห้ามโลก หรือวาดา (WADA) ซึ่งเป็นองค์กรเอกชนที่นานาชาติให้การยอมรับ เขาต้องการที่จะไม่ให้มี การใช้สารต้องห้าม แล้วก็มีการประกาศครับที่โคเปนเฮเกน ว่าด้วยการต่อต้าน การโดป (Dope) ส่งเสริมความร่วมมือระหว่างประเทศ ให้การแข่งขันกีฬาปราศจากการ เอารัดเอาเปรียบด้วยการใช้สารต้องห้าม เพราะฉะนั้นไทยเราได้ไปเซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้ว เป็นระยะเวลานานแล้ว แล้วก็ทั่วทุกประเทศทั่วโลกที่เข้าร่วมการแข่งขันกีฬาในระดับ นานาชาติก็เซ็นสัญญาเช่นเดียวกัน แต่กลับกลายเป็นว่ามีเพียง ๓ ประเทศเท่านั้นในโลกนี้ ที่ถูกแบน (Ban) ก็คือไทย อินโดนีเซีย แล้วก็เกาหลีเหนือครับ ผมขออนุญาตตั้งข้อสังเกต ความผิดพลาด ความล้มเหลวของการบริหารจัดการด้านกีฬานะครับ คีย์แมน (Keyman) ของรัฐบาลท่านไปเป็นหัวหน้า ไปเป็นผู้นำทางองค์กรกีฬาหลายท่านนะครับ ท่าน พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ท่านเป็นประธานคณะกรรมการ โอลิมปิกแห่งประเทศไทย ท่านเป็นประธานกองทุนกีฬาชาติ ท่านรัฐมนตรีก็กำกับดูแล ด้านการกีฬา ทั้ง กกท. แล้วก็กรมพลศึกษา แต่กลับกลายเป็นว่าปล่อยให้เรื่องนี้คาราคาซัง มาเป็นปี ท่านทราบไหมครับว่า เรื่องนี้เกิดตั้งแต่เดือนธันวาคม ปี ๒๕๖๓ ประธานของวาดา (WADA) เขาลงนามมาเตือนประเทศไทยแล้วครับว่า ควรจะต้องแก้ไข พ.ร.บ. ควบคุมการใช้ สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ เพราะเห็นว่ามีเนื้อหาสาระที่ไม่สอดคล้องกับวาดา โคด (WADA Code) หรือประมวลกฎการต่อต้านสารต้องห้ามโลก และให้ดำเนินการให้เสร็จ ภายในระยะเวลา ๓ เดือน นั่นละครับเป็นที่มาของการถูกแบน (Ban) เพราะใน ๓ เดือน ปรากฏว่าไม่มีปฏิกิริยาจากส่วนของรัฐบาลไทย จริง ๆ แล้วเรื่องนี้เราจะต้องถูกแบน (Ban) ตั้งแต่โอลิมปิกที่โตเกียวเสียด้วยซ้ำครับ ในโอลิมปิกโตเกียวนี้มีประเทศรัสเซียที่โดนแบน (Ban) จากวาดา (WADA) ไม่สามารถใช้ธงชาติของตัวเองได้ต้องใช้ธงโอลิมปิก นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น และความเสียหายที่เกิดขึ้น จนกระทั่งจำเป็นที่ท่านต้องมาออกพระราชกำหนดในครั้งนี้ ซึ่งผม อยากกราบเรียนว่า ในส่วนของพระราชกำหนดมันจะต้องออกด้วยความจำเป็นเร่งด่วน ท่านมีเวลาเป็นปีที่จะแก้ไข แต่ไม่นำเข้าสู่สภาเพื่อทำการแก้ไข แต่ผมยอมรับว่าผมก็ ไม่อยากเห็นประเทศไทยถูกลดทอนศักดิ์ศรีในวงการกีฬานานาชาติ มีความพร้อมที่จะผ่าน พระราชกำหนดฉบับนี้เพื่อให้ประกาศใช้ แล้วก็เอาไปแจ้งกับทางวาดา (WADA) แล้วให้เขา ปลดล็อก แต่ผมมีข้อสงสัยเพราะเขาแบน (Ban) เรานี้ ๑ ปีเต็มตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี ๒๕๖๔ ถึงปี ๒๕๖๕ เมื่อท่านแก้ไขแล้ว มั่นใจได้แค่ไหนว่าวาดา (WADA) จะปลดล็อกให้ทันที หรือต้องรอครบ ๑ ปีก่อนค่อยมาพิจารณาใหม่ นี่คือประเด็นที่ผมมีความสงสัยนะครับ🔗
ในส่วนเรื่องของการแก้ไขในรายมาตรา เพื่อให้สอดคล้องกับวาดา โคด (WADA Code) นั้น มีอยู่ประเด็นหลัก ๆ ๒ เรื่อง ก็คือการแก้ไขนิยาม เพื่อให้สอดคล้อง กับบทบัญญัติของวาดา (WADA) เดิมเขาบอกว่า สารที่เข้าร่างกายทำให้ได้เปรียบในการ แข่งขันถือเป็นสารกระตุ้น เราต้องแก้ให้เป็น สารที่เข้าสู่ร่างกายถือเป็นสารกระตุ้น และในมาตรา ๓ ของพระราชกำหนดฉบับนี้ได้มีการแก้ไขในประเด็นนี้ แล้วก็กำหนดนิยามไว้ ในประมวลนิยามของสารกระตุ้นว่า มีชนิดไหนบ้างไว้แนบท้าย อันนี้คือสิ่งที่ทางรัฐบาล ได้มีการแก้ไขพระราชบัญญัติ แล้วก็ประเด็นเรื่องของความเป็นอิสระในการทำงาน ของสำนักงานที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสารกระตุ้น ก็คือไม่ให้บุคคลหรือบุคลากรที่มี ความเกี่ยวข้องกันเข้าไปนั่งเป็นผู้ช่วยเลขานุการของคณะกรรมการชุดนี้ ดังนั้นการแก้ไขครั้งนี้ ผมกราบเรียนว่ามีความจำเป็นที่ผม สมาชิกพรรคเพื่อไทย มีความจำเป็นที่จะต้องผ่านให้ครับ เพื่อให้มีการแก้ไขในเรื่องของการแบน (Ban) ของวาดา (WADA) คืนศักดิ์ศรี คืนความสุข ให้กับคนเชียร์กีฬาและทัพนักกีฬาของไทยในการแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศ และที่สำคัญ มูลค่าของการจัดการแข่งขันกีฬา หรืออุตสาหกรรมกีฬาที่จะจัดการแข่งขันในระยะเวลา ๑ ปีนี้มูลค่ามหาศาลเราต้องดำเนินการต่อให้ได้ เพราะฉะนั้นก็ขอกราบเรียนท่านประธาน เพียงเท่านี้ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอท่านสมาชิกได้กำหนดเนื้อหาในเหมาะกับเวลาที่ได้รับจัดสรรด้วยนะครับ เผื่อจะได้ ประหยัดเวลา พอดีท่านสิริพงศ์ยังไม่พร้อมที่จะอภิปราย ต่อไปเชิญท่านนิยม เวชกามา ตามด้วย ท่านเอกภพ เพียรพิเศษ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมลุกขึ้นมาอภิปรายพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุม การใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา ที่ผมลุกขึ้นอภิปรายไม่ใช่ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข พระราชกำหนดฉบับนี้ครับ แต่ที่ผมลุกขึ้นอภิปรายเพราะผมเศร้าใจของรัฐบาลชุดนี้ที่ เพิ่งตื่นลุกขึ้นมาร่างพระราชกำหนดฉบับนี้ ท่านประธานครับ ผมต้องบอกท่านประธาน ไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ซึ่งมาบอกเมื่อสักครู่นี้ว่าเรา เป็นภาคี ประเทศไทยนี่เป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศในเรื่องสารต้องห้ามตั้งแต่ ปี ๒๕๔๘ มาถึงวันนี้ ๑๗ ปี ท่านทำอะไรอยู่ทำไมท่านเพิ่งตื่นตอนนี้ พรรคเพื่อไทยยื่น กระทู้ถามสดท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ท่านพิพัฒน์ออกมาตอบ บอกว่าเพื่อรักษาศักดิ์ศรีประเทศ เราจะยอมให้องค์กรเอกชนมาข่มเหงเราไม่ได้ ผมฟังแล้ว แทนที่ผมจะชื่นชมท่านพูด แต่ผมกลับเศร้าใจในคำตอบของท่านอีก นั่นไม่ใช่การรักษา ศักดิ์ศรีของประเทศครับ แต่ท่านกำลังทำลายความเป็นประเทศไทย ผมเองนั่งดูทีวี (TV) ประเทศไทยชนะแบดมินตันโลก เอาไว ๆ ไม่เคยมีครับเป็นแชมป์ (Champ) โลกของ แบดมินตันครั้งแรกประเทศไทย ซึ่งประเทศไทยเล่นแบดมินตันมา ๕๐-๖๐ ปีแล้วครับ เล่นมาตั้งแต่ตั้งประเทศโน่นล่ะผมว่า แต่แทนที่ผมดูแล้วจะเกิดภาคภูมิใจ ท่านประธานครับ ผมเศร้าใจเลยนะ พอนักกีฬาเรารับเหรียญทองแชมป์ (Champ) โลกพอธงขึ้นสู่ยอดเสาไม่มี ธงชาติไทย เจ็บปวดของคนไทยทั้งประเทศเลยนะครับ ตอนดูทีวี (TV) ผมงง ๆ ว่ามัน เกิดอะไรขึ้น หรือประเทศไทยนี่เขาไม่ให้ขึ้นธงชาติหรืออย่างไร ตอนนั้นยังงงอยู่ท่านประธาน จนผ่านมาว่ามันเกิดอะไร ถึงอ๋อประเทศไทยไม่ได้ทำหน้าที่ในฐานะเป็นประเทศชาติที่เป็น สมาชิกของภาคีวาดา (WADA) นี่ละคือความเจ็บปวดของคนไทย ท่านรัฐมนตรีท่านก็รู้ว่า เพื่อชนะเลิศนักกีฬาทุ่มเททั้งชีวิต ผมไม่อยากพูดว่าชนะเป็นกีฬาเหรียญทองโอลิมปิกอะไร แต่ที่ผมปลื้มใจที่สุดที่ประเทศไทยได้เหรียญทองโอลิมปิกเป็นครั้งแรกคือมวย เพราะอย่างอื่น เราคิดว่าเราสู้เขาไม่ได้ แต่มวยมันพิษสงรอบตัว ประเทศไทยคือสมรักษ์ คำสิงห์ เป็นครั้งแรก ของความเป็นคนไทย ของชาติไทยได้เหรียญทอง ผมจึงภาคภูมิใจมาจนทุกวันนี้ว่าคนอีสาน ก็ไม่ใช่ธรรมดา สมรักษ์ คำสิงห์ คือคนขอนแก่น ต้องให้เกียรติ ให้ศักดิ์ศรี อันนี้ถ้าเกิดวันนั้น พอได้เหรียญทองไม่มีธงชาติไทยอะไรมันจะเกิดขึ้น นี่ผมคิดย้อนหลังเลยนะครับ ท่านประธาน ท่านเมตตาเถอะท่านรัฐมนตรี ท่านอย่าคิดสั้น ๆ ผมเข้าใจได้ว่า ท่านเพิ่งตื่น มานี่ท่านต้องเข้าใจนะครับว่าประเทศไทยมีสมาคมกีฬาอยู่ ๗๖ สมาคม ผมไปเปิดดูรายชื่อ แต่ละสมาคมมีแต่ผู้หลักผู้ใหญ่ผู้เป็นคีย์แมน (Keyman) ของประเทศ หลายสมาคม ระดับนายพล ระดับนายกด้วยซ้ำไป แต่รัฐบาลเราคิดอะไรผมจึงถามแบบนี้ว่า ท่านมาตอบว่าปกป้องศักดิ์ศรีของประเทศ ผมจึงไม่อยากพูดคำอื่น ถ้าพูดแล้วมันจะหยาบไป ผมจึงบอกว่าแค่เศร้าใจ แล้วบังเอิญ ๒๐๐ กว่าประเทศซึ่งเป็นสมาชิกของวาดา (WADA) มันมีแค่ ๓ ประเทศซึ่งไม่ได้เอาด้วย มีไทยด้วย เกาหลีเหนือผมไม่ได้นับ เพราะเขาอยู่อีกมุมหนึ่งของโลก ไปสนใจอะไรเขา อย่าเอาไทยไปเปรียบเทียบ แล้วไม่ใช่เขาไม่เจริญเหมือนเราหรอก เขาเจริญกว่าเรา แต่นั่นคือเกาหลีเหนือเขาอย่างไรก็ได้ เพราะเขาไม่ได้เอออวยกับกระบวนการนี้ อินโดนีเซีย ก็ว่าไปอีกมุมหนึ่ง แต่ไทยนี่สิ ๑ ใน ๓ ท่านประธาน ผมจึงรับไม่ได้ในความคิดแบบนี้ ทบทวน ใหม่ครับท่านประธาน ฝากด้วยผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง อย่าไปคิดว่านี่คือศักดิ์ศรี ท่านทำวันนี้ ผมไม่ได้คัดค้านหรอกครับ พระราชกำหนดมันจำเป็นต้องทำ แต่ที่ผมพูดคือมันล่าช้าเกินไป ที่มันจะมาแสดงว่าแก้แล้วให้วาดา (WADA) คุณต้องรับผิดชอบ แม้กระทั่งการแก้ของ กฎหมายฉบับนี้ ผมก็ยังสงสัยในใจอยู่ว่าท่านแก้ตามที่วาดา (WADA) เขาอยากได้ไหม เขาจะ รับเราไหม เพราะเขาต้องการความอิสระขององค์กร แต่วันนี้ท่านแก้ไป แบะ ๆ อยู่นี่ ไม่ได้มี อิสระเลย ยังขึ้นต่อการกีฬาแห่งประเทศไทยอยู่ หน่วยงานต่อไปนี้ ผมไม่เป็นไรผมดูเวลาอยู่ ผมก็หยุดแค่นี้ครับ ใครพูดไปก็พูดได้ ผมจึงบอกว่าวาดา (WADA) เป็นองค์กรอิสระ แต่เขาดู เรื่องการกีฬาไม่ได้ดูเรื่องอย่างอื่น ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเอกภพ ตามด้วยท่านปริญญา ช่วยเกตุ นะครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย ต่อกรณีของ พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางด้านกีฬา ที่วันนี้ เรามีผู้อภิปรายหลายท่าน ผมก็อยากจะให้ข้อมูลที่ชัดเจนจากการติดตามดูการทำงานของ ทั้งการกีฬาแห่งประเทศไทย แล้วก็ของรัฐบาลด้วยว่าจริง ๆ แล้วที่มาที่ไปเป็นอย่างไร ผมในฐานะคนหนึ่งที่เป็นคนกีฬา ก่อนหน้าที่จะเข้ามาสู่สภานี้ผมเป็นหมอ เป็นแพทย์ประจำ ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย การที่นักกีฬาเราไปแข่งขันในต่างประเทศ การที่นักกีฬาเราแข่งขัน ในนามทีมชาติไทย เราไม่ได้เล่นเพื่อตัวเองครับ เราทำเพื่อคนทั้งชาติ แน่นอนว่าไม่มีใคร ที่จะเห็นดีเห็นงามหรือเห็นด้วย หรือยินดีกับการที่ไม่มีธงชาติไทยไปประดับในเวที การแข่งขันระดับนานาชาติแน่นอน ผมก็เลยไปย้อนดูว่าจริง ๆ แล้วที่มาที่ไปของ พระราชกำหนดนี้เป็นอย่างไร เร่งด่วนจริงหรือไม่ เราจำเป็นต้องช่วยกันให้มติเห็นชอบ ผ่านสภานี้ไปในวันนี้หรือไม่ เมื่อย้อนกลับไปจริง ๆ แล้วเรามีการทำงานกับวาดา (WADA) มาโดยตลอด ผมในฐานะแพทย์ประจำทีมต้องมีการอัปเดต (Update) ต้องมีการดูข้อมูล สารกระตุ้นตลอด เพราะว่ามีการเปลี่ยนแปลงทุกปีครับ เราจะไม่ทำให้นักกีฬาเราได้รับ สารกระตุ้นโดยเราไม่ตั้งใจ หรือโดยตั้งใจก็ตาม ส่วนโคด ออฟ คอนดักต์ (Code of conduct) หรือที่เราพูดกันตรงนี้ที่เราต้องมาแก้กฎหมายตรงนี้ วาดา (WADA) มีการแก้ไข มาใหญ่ ๆ ทั้งหมด ๔ ครั้ง ซึ่ง ๔ ครั้งที่ผ่านมาตั้งแต่ปี ๒๐๐๔ ที่เขาเริ่มใช้โคด ออฟ คอนดักต์ (Code of conduct) หรือว่าเป็นรัฐธรรมนูญของสารกระตุ้น ๔ ครั้งที่ผ่านมา การกีฬาแห่งประเทศไทย และรัฐบาลหรือว่าสภาที่ผ่านมานี้ได้มีการแก้ไขกฎหมาย มีการ ตรากฎหมายที่เกี่ยวข้อง หลาย ๆ เรื่องไม่ต้องผ่านสภา เพราะแก้ไขในเชิงระเบียบ หรือประกาศได้ แต่ในครั้งนี้ต่างกันไปครับ เพราะว่าการแก้ไขโคด ออฟ คอนดักต์ (Code of conduct) ครั้งนี้มีเรื่องของการระบุความผิด แต่ พ.ร.บ. ที่เราใช้นั้น ปี ๒๕๕๕ ไม่มีการระบุความผิด ที่ชัดเจนไว้ อย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านบอกว่าเรามีการแจ้งเตือนมาตั้งแต่ปลายปี ๒๕๖๓ จริงครับ ที่เราเรียกว่า โนติฟิเคชัน ออฟ วาดา วิท เวอร์ชวล ออฟ ออดิต (Notification of WADA with Virtual of Audit) คือมีการตรวจสอบของวาดา (WADA) แล้วก็มาแจ้งให้เรา ตั้งแต่พฤศจิกายน ๒๕๖๓ แล้วครับ แต่ในระหว่างนั้นทางการกีฬาแห่งประเทศไทย ก็มีการแก้ไข มีการปรับปรุงระเบียบขององค์กรต่อต้านการใช้สารกระตุ้นของการกีฬา แห่งประเทศไทย และส่งกลับไปวาดา (WADA) ตลอด มีการตอบโต้กลับไปกลับมา แล้วก็จนครั้งสุดท้ายคือ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ได้มีการแต่งตั้งอนุกรรมการแก้ไข พ.ร.บ. จะเห็นว่าเราไม่ได้เริ่มต้นจาก พ.ร.ก. ไม่ได้มีการนิ่งนอนใจ มีการจะแก้ พ.ร.บ. ตั้งแต่ กรกฎาคม ปี ๒๕๖๔ แล้ว มีมติ ครม. เมื่อกันยายน ๒๕๖๔ ว่าให้แก้ไข พ.ร.บ. สารกระตุ้น แต่ในระหว่างนั้นวาดา (WADA) ได้มีหนังสือแจ้งเตือนมา ๓ ครั้ง การแก้ พ.ร.บ. มันใช้เวลา ต้องรอคิวในสภา ระหว่างนั้นเราพยายามติดต่อ มีการติดต่อพูดคุย มีการแจ้งไปกับวาดา (WADA) หลายครั้ง เราได้ข้อสำเร็จอยู่อย่างหนึ่งคือจากเดิมที่ห้องปฏิบัติการที่ตรวจโดป (Dope) ของเราโดนหยุดปฏิบัติการ การประสานงานของเราทำให้ห้องปฏิบัติการของเรา สามารถคืนสถานะให้กลับมาใช้งานได้โดยวาดา (WADA) รับรอง เมื่อวันที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๔ เราไม่ใช่ไม่ทำอะไรเลยหรือครับ แล้วเกิดอะไรขึ้นเมื่อวาดา (WADA) ประกาศแล้ว ใช่เราแก้ พ.ร.บ.ไม่ทันแล้ว ก็เลยต้องทำอย่างไร เราต้องมาแก้เป็น พ.ร.ก. จริง ๆ แล้ว ก่อนหน้าที่จะแก้เป็น พ.ร.ก. วาดา (WADA) เขาแจ้งมาว่า พ.ร.บ. ที่เราส่งดราฟต์ (Draft) ไป แก้ไขเขารับรองด้วยแล้วนะครับ ไม่เป็นอะไรในเมื่อเข้าสภาไม่ทัน แล้วก็แก้ไขเฉพาะหน้า ไม่ทัน เอาเป็น พ.ร.ก. ก่อน ประกาศ พ.ร.ก. ก็มี ครม. เห็นชอบเมื่อ ๒๘ ธันวาคม ประกาศ ใช้ในราชกิจจานุเบกษา ๓๐ ธันวาคม แล้วก็มีผลบังคับใช้ ๓๑ ธันวาคม แล้วหลังจากนี้ ก็ติดตามครับ ผมติดตามว่าวาดา (WADA) ได้มีการรับรองไหม ก็เหมือนกับว่าวาดา (WADA) มีการตอบกลับมาเมื่อวันที่ ๑๐ มกราคมว่า เขารับรองสิ่งที่เราแก้ไขแล้ว ตรงนี้ ก็ต้องเดินหน้ากันต่อละครับว่า จะให้เขาปลดการแบน (Ban) ได้เมื่อไร นี่คือไทม์ไลน์ (Timeline) ของสิ่งที่เกิดขึ้น ถามว่าถ้าตามที่ผมเห็นข้อมูลตามนี้มีการนิ่งนอนใจไหม ผมคิดว่าไม่มีการนิ่งนอนใจ มีการพยายามทำการแก้ไข พ.ร.บ. มาก่อนไหมมี เมื่อไม่ทัน เมื่อไม่ได้จริง ๆ ก็เลยมาออก พ.ร.ก. ในวันนี้ นี่คือสิ่งที่สภาของเราคงต้องช่วยกันลงมติ เห็นชอบในวันนี้ มันไม่ใช่ความผิดของใครครับ เป็นความผิดร่วมกัน เป็นความรับผิดชอบ ร่วมกัน เราต้องทำให้ธงไตรรงค์ธงชาติเรากลับไปมีที่ยืนในเวทีนานาชาติอีกครั้ง🔗
ในเรื่องของรายละเอียดของกฎหมาย ถ้าหลายท่านอาจจะยังไม่ได้ดู ข้อกฎหมายในรายละเอียด จริง ๆ แล้วไม่ได้มีอะไรที่มีปัญหาเลยครับ กฎหมายนี้มีหลักการ คือยืนยันความเป็นอิสระขององค์กรสารกระตุ้น มีการกำหนดโทษของผู้ใช้สารกระตุ้น และผู้เกี่ยวข้อง แต่ก็มีการตรากฎหมายไว้ชัดเจนว่า ยังเขียนไว้ชัดเจนว่า ไม่ใช่เป็นโทษ ทางอาญา ตรงนี้ผมคิดว่าหลาย ๆ ท่านน่าจะสบายใจที่จะลงมติเห็นชอบให้ผ่าน พระราชกำหนดในวันนี้ แล้วเพื่อให้การกีฬาของเรา เพื่อให้นักกีฬาของเราสร้างความสุข ให้คนในชาติต่อไป ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านปริญญา ตามด้วยท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ นะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนเท่ากันครับ กระผมก็ต้องขออภิปรายแสดงความคิดเห็นสำหรับพระราชกำหนดแก้ไข เพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ นี้ ก็เพื่อให้เห็นว่าจำเป็นที่จะต้องแก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับกฎของวาดา (WADA) ที่เป็น มาตรฐานสากลและจะเป็นการแก้ไขปัญหาในทางของการโดนแบน (Ban) จากวาดา (WADA) ทั้งในเรื่องของการห้ามใช้ธงชาติ เพลงชาติไทย การเสนอตัวขอเป็นเจ้าภาพในการ จัดการแข่งขันกีฬาในระดับนานาชาติ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อปัญหาในทางเศรษฐกิจอีก ในประเด็นของการปรับแก้นั้น ดังเช่นว่าจะทำให้องค์กรวาดา (WADA) ไทยเป็นองค์กรที่มี ความเป็นอิสระในการบริหารจัดการนั้น ถ้าเรามาดูในมาตรา ๑๔ ที่มีการแก้ไข ให้จัดตั้ง สำนักงานควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬาเป็นหน่วยงานในการกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งเนื้อหาข้อความอย่างนี้ผมไม่แน่ใจว่าจะตอบโจทย์นี้หรือไม่นะครับ🔗
ในประเด็นต่อมานะครับ การแก้ไขบทลงโทษในทางกีฬาที่มิใช่โทษทางอาญา ในมาตรา ๑๙ อันนี้ก็ถือเป็นเรื่องที่ดีอยู่แล้ว และการแก้ไขให้นักกีฬามีการต่อสู้ โต้แย้งแสดง หลักฐานในกระบวนการพิจารณาในการอุทธรณ์อย่างเป็นธรรมได้ในมาตรา ๑๘ อันนี้ก็ถือ เป็นการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายให้เกิดความเป็นธรรมแล้วก็เป็นสากล และเป็นไปตามกรอบ อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการต่อต้านการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา ซึ่งเราได้ ลงนามเมื่อปี ๒๕๑๘ อย่างที่หลายท่านได้พูดไปแล้ว ซึ่งปกติในการแก้ไขกฎระเบียบเหล่านี้ ประมาณ ๔ ปีครั้ง หรือ ๕ ปีครั้ง เขาก็จะมีการปรับแก้ แต่สำหรับ พ.ร.บ. ของเราผมเข้าใจ ว่าตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ จนถึงวันนี้ก็น่าจะ ๑๐ ปีแล้วที่ไม่แน่ใจว่า เราได้ปรับแก้ตรงไหนหรือไม่ อย่างไรเพื่อให้สอดคล้องกับกฎวาดา (WADA) ฉะนั้นแล้วในการแก้ไขส่วนนี้ก็ถือว่า เป็นทางออกของการโดนแบน (Ban) จากวาดา (WADA) และที่สำคัญที่สุดก็จะเป็นประโยชน์ ต่อนักกีฬา คนกีฬาและต่อประเทศชาติของเรา🔗
อีกประเด็นหนึ่งที่พี่น้องประชาชน แล้วก็คนกีฬา และรวมไปถึงผมด้วย ไม่เข้าใจเป็นอย่างยิ่งว่า คณะรัฐบาลนี้กำลังเอาปัญหานี้มาดองไว้ทำไม เพราะอย่างที่รู้ ๆ กัน คือประเด็นนี้มันมีการแจ้งเตือนจากวาดา (WADA) มาตั้งแต่ปลายปี ๒๕๖๓ แล้ว จนถึงวันนี้ ก็ปีกว่าที่เราเพิ่งได้นำการแก้ไขเข้ามาสู่สภาในวันนี้ ก็คงไม่ต้องถามท่านรัฐมนตรี เพราะว่า เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกได้ตอบไปแล้วว่า การเคลื่อนไหวของการแก้ไขที่ได้แจ้งไปยังวาดา (WADA) เขาตอบรับมาว่าอย่างไรบ้าง ท่านประธานรู้ไหมครับว่าการออก พ.ร.ก. ต้องเป็น เรื่องเร่งด่วน แล้วก็เป็นเรื่องจำเป็น และแท้ที่จริงก็คือเป็นอำนาจของรัฐบาลเต็ม ๆ อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นถ้าจะออกเป็น พ.ร.ก. ผมเข้าใจว่าคงจะต้องออกในช่วงของต้นปี ๒๕๖๔ นั่นหมายความว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนตามความเข้าใจ แต่วันนี้เรามาเสนอออกปลายปี วันที่ ๓๐ ธันวาคม ๓๑ ธันวาคมมีผลบังคับใช้ ผมคิดว่าเป็นเรื่องปกติ ซึ่งถ้าเอาเข้าจริง ๆ ผมคิดว่า เราน่าจะแก้เป็น พ.ร.บ. ได้ในขณะนั้น เพราะว่าทางวาดา (WADA) เขาเสนอมาให้เวลา ในการแก้ไขเป็นเวลา ๓ เดือนแล้วก็แจ้งสาเหตุแจ้งเนื้อหามาด้วยว่า มีประเด็นตรงไหน อย่างไร ในประเด็นเหล่านี้ในทางยุโรปก็มีการโดนวาดา (WADA) แจ้งไปด้วย ตามที่ผมพอจะ รู้มาบ้าง ไม่ว่าจะเป็นประเทศเยอรมัน เบลเยี่ยม และมอนเตเนโกร ซึ่งเขาแก้ไขได้ วาดา (WADA) ให้เวลาในการแก้ไขกับประเทศเหล่านี้ ๒๑ วันครับท่านประธาน ๒๑ วัน เขาแก้ไขได้ เขาทำได้ ของเรานี่ปีกว่าแล้ว ก็เป็นเรื่องที่น่าสังเกตว่ารัฐบาลนี้กำลังคิดอะไร ทำอะไรอยู่นะครับ กระผมคิดว่ารัฐบาลนี้ก็ไม่ได้สนใจ หรือมีเจตนารมณ์ที่จะแก้ปัญหาให้กับสังคมนี้อย่างจริงจัง หรือจริงใจหรอกครับ เพราะปัญหานี้จริง ๆ แล้วมันแก้ได้อยู่แล้ว และสุดท้ายนี้กระผม คงไม่ต้องไปเรียกร้องเรื่องของความมีจริยธรรมหรือไม่ มีสปิริต (Spirit) หรือไม่ ซึ่งต้อง รับผิดชอบโดยตรงอยู่แล้ว ก็ได้แต่หวังว่าเมื่อใดที่ประชาชนเรายอมถูกขีดเส้นแบ่งซ้ายขวา แบ่งสี เรายังคงลำบากยากแค้นแล้วก็มีปัญหาอย่างมั่นคงยั่งยืนอยู่ แต่เมื่อใดที่เราประชาชน ตื่นรู้ เข้าใจ และขีดเส้นแบ่งใหม่ เส้นบน ล่าง เมื่อนั้นจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ อย่างแน่นอนครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจิรายุครับ ตามด้วยท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะฝ่ายค้านติดตามตรวจสอบรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพครับ คำว่า พระราชกำหนด ไม่ควรออกอย่างแน่นอนในขณะนี้นะครับ ผมขอเตือนท่านรัฐมนตรี และท่านผู้ว่าการ ผู้บริหารของกระทรวงไว้นะครับ ถ้ามีใครไปร้องให้เพิกถอน พระราชกำหนดฉบับนี้อย่าไปโกรธเขานะครับ อย่าไปว่าเขาว่าเขาเป็นคนที่ไม่รักชาติ เพราะอะไรท่านประธานที่เคารพครับ เราอยู่สภานี้กันมาหลายสมัย คำว่า พระราชกำหนด ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องสำคัญยิ่งยวด สูงยิ่ง แต่ว่าการออกพระราชกำหนดของกระทรวงนี้ และการกีฬาแห่งประเทศไทยนั้นไม่มีความจำเป็น ที่ผมเคยอภิปรายไว้ในสภานี้และเคยยื่น กระทู้ถามสดไว้ ผมเคยบอกอย่างไรครับว่าฝ่ายนิติบัญญัติมีหน้าที่ในการแก้ไขกฎหมาย ถ้าท่านคิดว่ามีปัญหาด้านกฎหมายท่านส่งเข้ามาวาระที่หนึ่ง ตั้งกรรมาธิการเต็มสภา โหวตวาระ ๓ จบได้ภายใน ๑ วัน แต่การไปออกพระราชกำหนดนี้ โดยท่านอ้างบอกว่า อันจะเป็นการกระทบต่อชื่อเสียงเกียรติภูมิของประเทศไทย และความภาคภูมิใจของ คนทั้งมวล จึงเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นเร่งด่วนมิอาจหลีกเลี่ยงได้ ผมว่าราคาหมูแพง น่าจะออกพระราชกำหนดตั้งราคาหมูยังน่าสนใจกว่า ผมจึงเตือนท่านรัฐมนตรีไว้ว่า ถ้าเกิด มีใครไปร้องเพิกถอนว่า พ.ร.ก. นี้ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นความบกพร่องผิดพลาดของ กระทรวง เป็นความผิดพลาดบกพร่องของการกีฬาแห่งประเทศไทย และคณะทำงานของ การกีฬาแห่งประเทศไทย ต้องมีคนรับผิดชอบนะครับ ไม่ใช่อยู่ดี ๆ พอมีปัญหาวาดา (WADA) เขาแบน (Ban) ธงชาติไทย ท่านก็เอาง่าย เสนอเข้า ครม. ออก พ.ร.ก. แล้วก็เข้ามา สู่สภา ผมถือว่ารัฐบาลชุดนี้ใช้ไม่ได้ นี่ถ้าพวกผมเป็นรัฐบาลท่านด่าเช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน ตื่นตี ๔ ด่าอีกรอบด้วย ผมจึงบอกท่านประธานอย่างนี้ว่า เป็นการโยนเผือกร้อน ให้กับรัฐสภา แล้วผมจะรอดูท่านรัฐมนตรีว่าเรื่องนี้ต้องมีคนผิดครับ เรื่องนี้ต้องมีการลงโทษ ท่านจะอยู่เฉยไม่ได้ ท่านเป็นรัฐมนตรี ท่านต้องจัดการตั้งกรรมการสอบว่ามันบกพร่อง ผิดพลาดตรงไหน และดำเนินการทันทีครับ ไม่ใช่อยู่ดี ๆ เดี๋ยวก็แก้ ขอ พ.ร.ก. สภาก็ผ่าน ท่านประธานครับ ปรากฏว่าที่ท่านรัฐมนตรีเคยพูดว่าวาดา (WADA) จะละเมิดอธิปไตย ท่านรัฐมนตรีท่านให้ทีมงานท่านไปค้นดูภาษาอังกฤษ คนที่เขาเกี่ยวข้องกับวาดา (WADA) เขาพูดถึงรัฐบาลไทยอย่างไรบ้างครับ มัวแต่แก้ตัว ไม่แก้ไข ท่านประธานที่เคารพ พอลงไปดู ในพระราชกำหนดที่ท่านประกาศนะครับ ผมไม่เห็นมีการพูดถึงเรื่องการละเมิดอธิปไตย ของไทยเลย กฎหมายเดิมในมาตรา ๒๙ ที่ท่านเขียนไว้ ของเดิมท่านเปิดตามผมแล้วกัน มาตรา ๒๙ ก็เขียนชัดเจนว่า ให้มีการตรวจโดป (Dope) ได้ เพราะกีฬาแต่ละประเภท ท่านประธานที่เคารพครับ บางประเภทแข่งตี ๔ ตี ๕ เช่น วิ่งมาราธอนในต่างประเทศตี ๕ เป่านกหวีด ยิงปืนปังวิ่ง นักกีฬาจะโดป (Dope) ประมาณตี ๓ ครึ่ง หรือตี ๔ ๑ ชั่วโมง ก่อนวิ่ง เขาจึงเขียนกฎกติกานี้ไว้ว่าการเข้าไปตรวจโดป (Dope) ย่อมทำได้ แต่รัฐมนตรีเคย พูดในสภานี้ผมไม่ว่าท่านนะครับ แต่ทีมงานท่านต้องแม่นข้อมูล และทำเอกสารทำอะไร ให้ท่านมากกว่านี้ ผมยกตัวอย่างท่านประธานที่เคารพครับ ท่านแก้ไขในมาตรา ๓ แล้วก็ปรับปรุงประกาศเป็น พ.ร.ก. ที่เข้าสู่สภาวันนี้ ท่านบอกเพื่อจะให้การสอดรับกับวาดา (WADA) ตามอนุสัญญา ระหว่างประเทศ ผมถามว่าตั้งแต่ปีที่แล้วทำไมไม่ทำล่ะครับ มาตรา ๔ วิธีการต้องห้าม มาตรา ๕ องค์กรกีฬา ท่านไปขยายความอีก ให้อำนาจกับผู้ว่าการการกีฬา ให้อำนาจกับ คณะกรรมการซึ่งเดี๋ยวก็เปลี่ยน ปัญหาก็คือประเทศชาติพี่น้องประชาชนต้องรับสภาพปัญหา หรือครับ ผมยกตัวอย่างเช่น ท่านเขียนบอกว่าองค์กรกีฬาที่ไม่เป็นสมาคมก็ได้ และท่านก็ไป ออกประกาศต่อประกาศว่าอย่างไร บอกสภาไหมครับ เดี๋ยวถ้ามีท่านช่วยบอกหน่อยครับ สหพันธ์ได้ไหม สมาพันธ์ได้ไหม ชมรมได้ไหม กลุ่มก้อนแบบไหนอย่างไร ท่านประธาน ที่เคารพครับ ท่านไปเขียนในมาตรา ๖ ที่ออก พ.ร.ก. นี้ท่านเขียนบอกว่าไปเพิ่มคำนิยาม เช่น จัดการกีฬาครั้งเดียว จัดการกีฬานัดเดียว จัดการกีฬาเกมเดียว ผมถามในวงการกีฬา ท่านประธานครับ ผ่านไปยังผู้ว่า กกท. ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ ท่านแข่งสนุกเกอร์ กับผมไหม เฟรม (Frame) เดียวชนะขาดเอาไหม ท่านประธานมันได้หรือครับ มันต้องแข่ง อย่างน้อย ๓ ชนะ ๑ เสมอกันก็มาแข่งนัดที่ ๓ แต่ท่านไปเขียนลักษณะเช่นนี้ใน พ.ร.ก. ได้อย่างไร ท่านไปเขียนบอกว่า นัดเดียวก็ได้ ครั้งเดียวก็ได้ เกมเดียวก็ได้ กีฬาอะไรครับ ที่เขาเรียกว่า แฟร์ เพลย์ (Fair play) มันต้องมีโอกาสแก้ตัว นี่ครับท่านประธานครับ มันเขียนเพิ่มอำนาจจนท่านรัฐมนตรีตามไม่ทัน ท่านผู้ว่า กกท. เดี๋ยวท่านชี้แจงเห็นไหมครับ แล้วอย่ามาอ้างว่าเพื่อธงชาติไทยจะได้ขึ้น มันมีคนผิด แต่มันไม่ต้องรับผิดชอบอะไร ใด ๆ ทั้งสิ้นเลย เพราะมันมีเงินงบประมาณทั้งกองทุนเป็นหมื่นล้าน ท่านประธานครับ🔗
ต่อมาท่านประธาน มาตรา ๗ ไปแก้ ให้ผู้ว่า กกท. ผู้ว่า กกท. มาจากไหน มาจากนักกีฬาไหม หรือมาจากการเลือกตั้งไหม ปรากฏว่าให้เป็นทั้งกรรมการและเลขานุการ จะเขียนกฎกติกาแบบไหนอย่างไรก็ได้ ผมไม่ไว้วางใจครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ มาตรา ๑๘ เขียนชัดเจนบอกว่า ตั้งสำนักงาน อันนี้พอสำเนาก็กฎหมายมันโบราณ เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีมันโดป (Dope) กันด้วยวิธีพิเศษ ดมครั้งเดียวมันก็มีแรงแล้ว เคี้ยวใบกระท่อมเผลอ ๆ จะได้วิ่งเร็ว ใบกระท่อมเป็น สารต้องห้ามไหมล่ะครับ🔗
ท่านประธานครับที่น่าตกใจก็คือ มาตรา ๒๙ ท่านสมาชิกรัฐสภาดูตามผม ท่านจะเห็นเลยครับว่า สภาพปัญหาที่เป็นอยู่ในขณะนี้ที่มันเกิดปัญหาขึ้นมาก็คือ มาตรานี้ ที่ท่านรัฐมนตรีเคยพูดบอกว่า เราจะไปตามวาดา (WADA) ไม่ได้ วาดา (WADA) จะมา ละเมิดอธิปไตยไทย จะไปขอตรวจค้นโน่นนี่นั่น แล้วสุดท้ายท่านแก้อย่างไร ท่านดูนะครับ มาตรา ๒๙ (๑) (๒) (๓) ผมเน้นไปที่ (๒) วรรคสอง การเข้าไปตรวจสารต้องห้ามหรือวิธีการ ต้องห้ามนอกการแข่งขันกีฬาตาม (๑) ให้กระทำระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตก ท่านประธานครับ อันนี้ภาษาตั้งแต่สมัยผมเรียนกฎหมาย แอลเอ ๑๐๑ (LA101) วิธีประมวล กฎหมายอาญา มันเป็นภาษาโบร่ำโบราณท่านประธานครับ แล้วก็ยังเอาใส่เข้าไปใน พระราชกำหนด แต่ท่านเขียนต่อไป เว้นแต่มีเหตุอันควรสงสัยว่า นักกีฬามีสารต้องห้าม ท่านประธานครับ ถ้าเขาไม่สงสัยเขาจะไปตรวจตอนตี ๒ ทำไมล่ะครับ สุดท้ายท่านก็เขียน ปลายเปิดไว้ กฎหมายมันก็เลยมั่วชุลมุนอยู่ใน พ.ร.ก. นี่ครับ ยกเว้นแต่มีเหตุอันสงสัยว่า นักกีฬามีสารต้องห้ามหรือวิธีต้องห้าม และหากปล่อยเนิ่นช้าจะกระทบต่อกระบวนการใน การตรวจสอบได้ ให้เข้าไปตรวจหาสารต้องห้าม หรือวิธีการต้องห้ามในเวลากลางคืนได้ ท่านประธานเป็นนักกฎหมาย ย้อนแย้งไหมครับ ห้ามตรวจตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นจน พระอาทิตย์ตก แต่เขียนบอกว่า ไปตรวจหรือวิธีการต้องห้ามในเวลากลางคืนก็ได้ กฎหมายไทยอะไรครับ ผมบอกเลยท่านประธานเอาแปะข้างฝาไว้เลยนะครับ วาดา (WADA) อ่านเรื่องราวเหล่านี้เขาจะฮา แล้วเขาจะต่อโทษแบน (Ban) ท่านอีก ๑ ปี เอาเชื่อ จิรายุ เขียนจดไว้เลย เพราะอะไรรู้ไหมท่านประธานครับ ผมก็บอกคุณตีความของกฎหมาย ของรัฐบาลไทยได้ ทำไมคุณไม่เขียนไปเลย ก็ตัดไปเลยคำว่า พระอาทิตย์ตก พระอาทิตย์ขึ้น มัน ๒ ก๊อกนะท่านประธาน ในมาตรา ๒๙ ผมจึงบอกว่า ที่ท่านบอกเป็น พ.ร.ก. เร่งด่วน เอาล่ะไม่ว่ากัน จัดกีฬาอายเขาก็อายมาหลายเดือนแล้ว ก็อายไปอีกสัก ๖-๗ เดือน ไม่เป็นไร แต่ผมบอกเลยครับ มาตรา ๒๙ นี้จะเป็นปัญหาทำให้วาดา (WADA) ไม่สามารถปลดล็อก แบน (Ban) ของประเทศไทยได้ เพราะท่านใช้ดุลยพินิจของกฎหมายในการตีความ ผมไม่รู้ ผู้แทนกฤษฎีกาอ่านบทบัญญัตินี้ใน (๒) วรรคสอง นี้ออกมาเป็นอย่างไร ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมใช้เวลานิดเดียวนะครับ เลยนิดหน่อยแต่ว่าเป็นประโยชน์ ผมจึงฝากท่านรัฐมนตรีว่ากรณีที่ท่านออก พ.ร.ก. นี้มันเป็นการแก้ผ้าเอาหน้ารอด เพราะอะไรครับ ท่านแก้กฎหมายในประเทศไทย ท่านต้องเอา พ.ร.ก. ฉบับนี้ไปให้วาดา (WADA) เขาดูก่อนนะ วาดา (WADA) เขาก็จะอ่านรายมาตราว่า มาตรา ๑ เป็นอย่างไร มาตรา ๑๙ ที่คุณจะแก้ไขโน่นนี่นั่นเป็นอย่างไร ท่านประธานไปดูมาตรา ๓๔ จริง ๆ แล้วผม อยากให้กลับออกไป แล้วไปแก้ไขกลับมานะครับ เดิมมีโทษ แต่ท่านไปเขียนบอกว่า โทษทาง กีฬาตามพระราชบัญญัตินี้มิใช่โทษอาญาท่านประธานครับ กีฬานี่ตัวอาญาเลยนะครับ บวกแพ่งไปด้วยครับ เพราะมันโกงกันได้ โกงมันไม่ใช่แค่ชนะแล้วมีเหรียญ มันมีข้างหลังอีก มันมีรถเฟอร์รารี (Ferrari) มันมีค่าเบี้ยเลี้ยง มันมีเงินมีทองอันเป็นทรัพย์สินของแผ่นดิน เป็นงบประมาณแผ่นดินอีกมากมาย แต่ท่านไปเขียนเป็นลักษณะเช่นนี้ ซึ่งวาดา (WADA) เขาก็ไม่ได้กำหนด ต่อไปนี้ใครจะโกงกีฬาจับได้ก็ขอโทษครับ เอาเหรียญคืนไปครับ ไม่มีโทษ ทางอาญาท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วมีอีกหลากหลายมาตราท่านประธานครับ แต่ผมจะ สรุปอย่างนี้ว่า การออกพระราชกำหนดในสภานั้นเป็นเรื่องปกติไม่ว่าจะรัฐบาลชุดไหน ผมเป็นทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านมา แต่การออก พ.ร.ก. ในลักษณะที่ไม่ใช่วิกฤติที่ท่านอ้างถึง จะนำไปสู่การฟ้องร้องและเพิกถอน พ.ร.ก. ได้🔗
ประเด็นที่ ๒ ท่านเขียน พ.ร.ก. ทั้งทีท่านยังรวบรัดตัดตอน ท่านไม่แก้ไข จนเกิดประโยชน์ของประเทศชาติ วาดา (WADA) ก็จะพินิจพิจารณาในที่ผมพูดไปนี่ล่ะ แล้วเขาก็จะแบน (Ban) ท่านอีก ๑ ปี อันเป็นความเสียหาย ผมจะฝากท่านประธานผ่าน ไปยังท่านรัฐมนตรี เรื่องนี้ต้องมีคนรับผิดชอบ ท่านเฉยไม่ได้ครับ พรุ่งนี้ท่านเจอผม ๐๙.๓๐ นาฬิกา ในห้องกรรมาธิการด้วย กราบเรียนเชิญครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ตามด้วยท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอนาทวี สะบ้าย้อย สำนักแต้ว สำนักขามของอำเภอสะเดา พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานประโยคนี้เราจะได้ยินทุกเช้าเวลา ๐๘.๐๐ นาฬิกา ธงชาติและเพลงชาติไทย เป็นสัญลักษณ์ของความเป็นไทย เราจงร่วมใจยืนตรงเคารพธงชาติ ด้วยความภาคภูมิใจ ในเอกราช และความเสียสละของบรรพบุรุษไทย เป็นประโยคที่คนไทยคุ้นเคย เป็นประโยค ที่ทรงพลัง เป็นประโยคที่แสดงถึงความสำคัญของพระราชกำหนดฉบับนี้ พระราชกำหนด แก้ไขเพิ่มเติมควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นกระบวนการแก้ไขด้านกฎหมายของรัฐสภา ซึ่งพวกเราสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทราบกันดีในการแก้ไขกฎหมายแต่ละฉบับ เป็นเรื่องยากครับในการแก้ไข พ.ร.ก. แต่ละฉบับ ท่านประธานครับ ประเทศไทยมีข้อตกลงในอนุสัญญากับองค์กร ๆ หนึ่ง เขาเรียกว่า วาดา (WADA) เมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๔๘ ปรากฏว่าเมื่อรัฐบาลในขณะนั้น ไปเซ็นสัญญาเมื่อปี ๒๕๔๘ รัฐสภาในขณะนั้นมาออกกฎหมายอีก ๗ ปีครับ เขาเรียกว่า พระราชบัญญัติควบคุมสารต้องห้ามเมื่อปี ๒๕๕๕ เขาเรียกว่า พ.ร.บ. ควบคุมสารต้องห้าม เขาเรียกว่า พ.ร.บ. ที่มีปัญหา เพราะฉะนั้นวาดา (WADA) เองเขามีการปรับปรุง พ.ร.บ. ฉบับใหม่เมื่อปีที่แล้วเองครับท่านประธาน เมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๔ เมื่อปีที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นทำให้ พ.ร.บ. ของไทย ปี ๒๕๕๕ เชยครับ มันก็เลยเป็นที่มาที่ไป โดนวิพากษ์วิจารณ์ เลยโดนแบน (Ban) ต่าง ๆ นานา ท่านประธานครับ สรุปง่าย ๆ เพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านหลายคนลุกขึ้นมาอภิปรายครับ หลักการเหตุผลที่เราฟังกันมาทั้งหมด สรุปเลยครับ รัฐบาลไทยต้องแก้ไขกฎหมายให้พ้องกับวาดา (WADA) ภายในเดือนกันยายน ปี ๒๕๖๕ นี่คือข้อสรุปสั้น ๆ ครับ ไม่มีอะไรพลิกแพลง ง่าย ๆ ครับ เพราะฉะนั้น กระบวนการทั้งหมดวันนี้ สภาผู้แทนราษฎรแก้กฎหมายเพื่อให้พ้องกับวาดา (WADA) จบกระบวนการ แต่การที่จะแก้ไขเราก็จะมีการอรรถาอธิบายเพื่อที่จะให้ เพื่อนสมาชิกลงมติ ก่อนที่เราจะลงมติขออธิบาย ท่านประธานครับ วันนี้สิ่งที่จะเกิดบทลงโทษหลังจากที่วาดา (WADA) จะลงโทษกับ ประเทศไทยมีอะไรบ้างครับ ผมขอยกสั้น ๆ เพื่อที่จะให้เพื่อนสมาชิกได้เห็นภาพคร่าว ๆ แค่ ๓ ข้อครับ ประเทศไทยจะโดนลงโทษ ๓ ข้อก็คือ ๑. เสียสิทธิที่จะได้รับเงินการสนับสนุน จากวาดา (WADA) ๒. ไม่ได้รับสิทธิเป็นเจ้าภาพระดับนานาชาติ ไม่ว่าจะเป็นโอลิมปิก เกมส์ (Olympic Games) พาราลิมปิก เกมส์ (Paralympic Games) ๓. ไม่ได้รับโบกธง ติดธง ในการแข่งขันนานาชาติ ๓ อย่างง่าย ๆ เพราะฉะนั้นวาดา (WADA) เป็นผู้กำหนดกติกา เพื่อให้ประเทศไทยเดินตามเกม สภาผู้แทนของเราเป็นคนเขียนกติกาประเทศครับ เป็นคนร่างกฎหมาย วันนี้เราโดนบีบบังคับในเรื่องของกฎหมาย เพราะฉะนั้นสิ่งที่วาดา (WADA) บังคับหมายถึงอะไร เรื่องศักดิ์ศรีครับท่านประธาน เรื่องศักดิ์ศรีชัด ๆ ครับ เรื่องเพลงชาติ เรื่องธงชาติที่หน้าอก มาบีบบังคับประเทศไทย บีบบังคับนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาบีบท่านรัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา มาบีบ ผู้ว่าการการท่องเที่ยว มาบีบสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และมาบีบหัวใจคนไทยทั้งประเทศ ในเรื่องศักดิ์ศรีของคนไทย วันนี้ทุกคนพูดไม่ออกครับ นักกีฬาไปแข่งกีฬาแบดมินตัน ไม่มี เพลงชาติ ไม่มีธงชัย โชคดีนะครับฟุตบอลล่าสุดที่เขามีติดธงชาติ ติดโลโก้ (Logo) ถ้าเกิด ติดธงชาติขึ้นมา ท่านประธานครับ วันนี้โดนวิพากษ์วิจารณ์ไม่รู้ถึงไหน ผมก็เลยจะบอกว่า วันนี้วาดา (WADA) ใช้กติกาทางกฎหมายในการใช้ศักดิ์ศรีบีบประเทศไทยให้ทำตามกติกา วันนี้สภาผู้แทนราษฎรของเราทำตามกติกาแล้วครับก็คือออกกฎหมาย มันไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะฉะนั้นวันนี้ผมก็เลยอยากให้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราได้ทำหน้าที่ ศักดิ์ศรี ของประเทศไทย ก็ขอขอบคุณทุกฝ่ายที่พยายามทำหน้าที่ของพวกเรา หวังเป็นอย่างยิ่งว่า พวกเราทุกคนทำหน้าที่เป็นพลเมืองไทย รักเธอประเทศไทย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ตามด้วยท่านกรวีร์ ปริศนานันทกุล เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องของธงชาติไทยเป็นเรื่องที่เราจำเป็นจะต้องให้ความสำคัญ อย่างยิ่งยวดสูงสุด ความเป็นชาติก็คือธงชาติ ท่านประธานครับ ท่านออกพระราชกำหนด ขึ้นมา ธรรมดาแล้วมันจะต้องฉุกเฉินและเร่งด่วนจริง ๆ วันนี้มันเร่งด่วนหรือครับ ท่านเร่งด่วนหรือครับกรณีวาดา (WADA) นี้ เขาแจ้งเตือนมาตั้งนานแล้ว แจ้งเตือนมา ๖-๗ เดือนแล้วว่า ประเทศไทยอยู่ในวิกฤติของสารต้องห้าม รัฐบาลไปทำอะไรอยู่ ผู้ว่าการ การกีฬาแห่งประเทศไทยทำอะไรอยู่ ท่านรัฐมนตรีท่านทำอะไรอยู่ ท่านคิดว่ามันเป็นเรื่อง ธรรมดาเล็กน้อยใช่ไหม สุดท้ายผลมันก็เกิดอับอายไปทั้งโลก ประเทศไทยเกิดอะไรขึ้น เป็นอัมพาตทางความคิด เป็นอัมพาตทางการขับเคลื่อนทางการกีฬา ใครรับผิดชอบครับ รับผิดชอบกันไหม ท่านนั่งอยู่ข้างบนนั้นไม่อายบ้างหรือ ต้องอายครับ ต้องมีคำว่า ลาออก รับผิดชอบ รัฐบาลชุดนี้ไม่เคยมีใครรับผิดชอบเรื่องใด ๆ ที่มันเป็นความเสียหายของ ประเทศชาติ ปี ๒๕๖๓ นักกีฬาไทยใช้สารต้องห้าม ๓๙ คน ท่านก็ลงโทษ ลงโทษอะไรบ้างครับ รุนแรง แค่ไหนเขาไม่เชื่อถือในการลงโทษของการกีฬาแห่งประเทศไทย เขาบอกว่าประเทศไทยเข้าสู่ วิกฤติแล้วให้รีบแก้ไขโดยด่วน พวกท่านก็ไม่ทำ มาแจ้ง ครม. วันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๖๔ บอกว่าวาดา (WADA) เขาออกแถลงการณ์ว่า ประเทศไทยทำผิดกฎเรื่องสารกระตุ้นกีฬา ทำไมไม่ออกพระราชกำหนดตอนนั้นครับ ในเมื่อมันฉุกเฉินเร่งด่วนออกตอนนั้นเลย ทำไม ไม่ทำ ทำอะไรอยู่ เราสูญเสียนับค่าไม่ได้เลยเครดิตของประเทศ คนไทยในต่างประเทศ อับอาย มีคำถามมายังประเทศไทยญาติพี่น้อง ทำไมธงชาติไทยถึงขึ้นสู่เสาไม่ได้ในเมื่อ เป็นแชมป์ (Champ) ทำไมและทำไม ท่านก็ตอบไม่ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมถามว่า พระราชกำหนดของท่านที่ออกมานี้ได้ถามไปยังวาดา (WADA) หรือยังว่าใช้ได้หรือไม่ เข้าหลักเกณฑ์ของเขาหรือไม่ มีความเป็นอิสระจากรัฐบาลไทยจริงหรือไม่ มันต้องเป็นองค์กร อิสระ ป.ป.ช. สตง. กกต. นี่คือองค์กรอิสระ แต่องค์กรที่ท่านร่างในพระราชกำหนดนี้มี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นประธานกรรมการ ผู้ว่าการการท่องเที่ยว แห่งประเทศไทยเป็นกรรมการและเลขานุการ มันอิสระตรงไหน เดี๋ยวตอบผมนะครับ มีอิสระตรงไหน เขียนไว้ให้มีอิสระ แต่มีอิสระตรงไหนเมื่อขึ้นอยู่กับการกีฬาแห่งประเทศไทย ขึ้นอยู่กับรัฐมนตรี เขาจะยอมรับท่านหรือ ตอบผมนะว่าท่านถามไปหรือยังว่าเขายอมรับท่าน ได้ไหม ถ้าเขายอมรับไม่ได้ ไม่มีความหมายเลยพระราชกำหนดฉบับนี้ แก้ไขปัญหาระดับโลก นี้ไม่ได้ ความเสียหายก็จะเสียหายต่อเนื่องนับมูลค่าไม่ได้ ท่านประธานที่เคารพ เสียสิทธิ ทุกอย่างในระดับโลก เสียสิทธิเป็นกรรมการหลาย ๆ กรรมการในระดับนานาชาติ จากนี้ไป ไม่มีโอกาสเป็นกรรมการใด ๆ ทั้งสิ้นเกี่ยวกับการกีฬา สุดท้ายสำคัญที่สุด ตั้งแต่วันโน้นมา จนถึงวันนี้ พรุ่งนี้ก็เหมือนกันว่าไม่มีสิทธิที่จะโบกธงชาติไทยในการแข่งขันกีฬาใด ๆ ในระหว่างประเทศ ไม่มีโอกาสชักธงชาติเมื่อชนะอันดับที่ ๑ นี่คือความเป็นชาติไทยนะ ผมให้ท่านคนใดคนหนึ่งเริ่มพิจารณาตัวเองลาออกจากการทำงานของท่านที่เกี่ยวข้อง ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยไม่ลาออก รัฐมนตรีต้องลาออก รับผิดชอบความเสียหาย ของประเทศ มากมายมหาศาลเกินที่ท่านจะยืนอยู่ในตำแหน่งนี้ต่อไป ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านกรวีร์ ตามด้วยท่านสุทิน คลังแสง นะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จากจังหวัดอ่างทอง ขออนุญาตได้ร่วมอภิปรายแล้วก็ร่วมแสดงความคิดเห็นต่อการที่รัฐสภา ของพวกเรากำลังพิจารณาเรื่องของพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุม การใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ นั่งฟังเพื่อนสมาชิกทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลได้อภิปรายเหตุผลต่าง ๆ ผมก็ต้องบอกว่า คำถามต่อความเร่งด่วน คำถามต่อความจำเป็นในการออก พ.ร.ก. นั้นวันนี้เป็นคำถามใหญ่ ที่ทั้งฝ่ายค้าน แล้วก็ฝ่ายรัฐบาลเองสงสัย แล้วก็ตั้งเป็นประเด็นที่สำคัญว่ามันมีความจำเป็น เร่งด่วนที่จะต้องออกเป็น พ.ร.ก. จริงหรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้ผมมั่นใจครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วยคณะของท่านที่มาชี้แจง ซึ่งประกอบไปด้วยท่าน ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ท่านย่อมมีคำตอบครับ และเป็นคำตอบและผมเชื่อว่า จากมุมของคนที่ทำงานปฏิบัติหน้าที่จริงนั้นมีปัญหา มีอุปสรรคอย่างไร มีเหตุอันใด ที่เราทราบตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ มาปี ๒๕๖๔ จนปัจจุบัน ต้นปี ๒๕๖๕ ถึงจะเริ่มมาแก้ไขขั้นตอน ทางรัฐสภาได้ ผมเชื่อว่าท่านที่มาชี้แจง ท่านรัฐมนตรีย่อมมีคำตอบให้กับสภา ผมไม่ไป ก้าวล่วง🔗
ประเด็นที่ผมอยากจะชี้ให้กับทุกท่านได้เห็นในฐานะที่เป็นสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรครับ เราทราบกันดีครับเรื่องของศักดิ์ศรี เรื่องของความภาคภูมิใจของ ทีมชาติไทยเวลาที่ลงทำการแข่งขัน แล้วไม่สามารถที่จะใช้ธงชาติปักอยู่บนเสื้อของนักกีฬาได้ มันเป็นความเจ็บปวด มันเป็นสิ่งที่ทำให้ประเทศชาติเสียหายพวกเราพูดกันไปมาก สิ่งที่ผม อยากจะชี้ให้เพื่อนสมาชิกเห็นก่อนที่ทุกท่านจะได้ตัดสินใจในการลงมติว่าจะเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ คือความเร่งด่วนที่เกิดขึ้นนับตั้งแต่วันนี้จนไปถึงอนาคตอันใกล้ ถ้าหากว่าเรา ไม่เห็นชอบ พ.ร.ก. ฉบับนี้ครับ ผมอยู่ในวงการกีฬาครับ เช่นเดียวกันกับเพื่อนสมาชิก หลายท่านในที่นี้อยู่ในวงการกีฬา ผมอยู่ในวงการกีฬาฟุตบอลผมอยากจะสะท้อนให้เห็น ถึงปัญหาครับ อยากจะสะท้อนให้เห็นถึงความเร่งด่วน ความจำเป็นว่าทำไมเราถึงควรที่ จะต้องเห็นชอบ แล้วก็ให้ผ่าน พ.ร.ก. เป็น พ.ร.บ. ฉบับนี้ออกมา ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาครับ ผมยกตัวอย่าง เป็นกีฬาชนิดเดียว สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยซึ่งถือว่าเป็นกีฬา มวลชน เป็นกีฬาที่เกี่ยวข้องกับผู้คนเป็นจำนวนมาก ล่าสุดเมื่อต้นปีเราก็ไปคว้าแชมป์ (Champ) รายการแข่งขันเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ (AFF Suzuki Cup) ที่ประเทศสิงคโปร์มาได้ ความสูญเสียโอกาส ถ้าหากว่าเราไม่สามารถที่จะแก้ไขประเด็นที่มีข้อพิพาทกันอยู่นี้ได้ เราจะ เสียโอกาสอะไรบ้าง ผมยกตัวอย่างเอาเฉพาะสมาคมกีฬาฟุตบอลสมาคมเดียวครับ ๑. เรามี การแข่งขันกีฬาฟุตบอลที่ออกโปรแกรมการแข่งขันโดยสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือว่า ฟีฟ่า (FIFA) สิ้นเดือนมกราคมนี้ก็มีฟีฟ่า เดย์ (FIFA Day) ถัดไปอีก ๓ เดือน เดือนมีนาคม ก็มีช่วงโปรแกรมการแข่งขันของสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติหรือว่าฟีฟ่า (FIFA) แต่น่าเสียดาย ทีมชาติไทยไม่สามารถที่จะเป็นเจ้าภาพในการจัดทัวร์นาเมนต์ (Tournament) ใด ๆ ในช่วง ระยะเวลานี้ได้ ถ้าหากว่าเราไม่ทำการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ที่ผ่านมานั้นก็ต้องบอกว่า การเสนอตัวในการเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันกีฬาที่เป็นทัวร์นาเมนต์ (Tournament) ในระดับนานาชาตินั้น สร้างโอกาส สร้างรายได้ สร้างสิ่งที่ความน่าภาคภูมิใจให้กับคน ในประเทศไทยอย่างมากมาย ผมยกตัวอย่าง ย้อนกลับไปเมื่อปี ๒๕๖๓ ช่วงเดือนมกราคม ปี ๒๕๖๓ ประเทศไทยได้รับเกียรติจากเอเอฟซี (AFC) สหพันธ์ฟุตบอลในทวีปเอเชีย (Asia) ได้จัดรายการแข่งขันชิงแชมป์ (Champ) ทวีปเอเชีย (Asia) รุ่นไม่เกิน ๒๓ ปี ไปจัดที่สงขลา ที่บุรีรัมย์ ที่ปทุมธานี แล้วก็ที่กรุงเทพฯ ในทัวร์นาเมนต์ (Tournament) นั้นเราได้รับ คำชื่นชมจากนานาชาติมากมาย ต้องขอบคุณทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ขอบคุณ ทาง กกท. ที่ร่วมเป็นเจ้าภาพในการจัด ถ้าหากว่าเราไม่แก้ไขปัญหาแบบนี้โดยเร่งด่วน การจัดการแข่งขันกีฬานานาชาติแบบนี้ก็ไม่สามารถที่จะทำได้ และอย่างที่ผมบอกว่า ในอนาคตอันใกล้ ใกล้ของผมก็คือเดือนมีนาคม ในเดือนมิถุนายน ในเดือนสิงหาคม ในเดือน ตุลาคมภายในปีนี้ครับ เราก็ไม่สามารถที่จะจัดการแข่งขันในระดับทีมชาติไทยในประเทศไทย ได้ นอกจากทีมชาติไทยแล้ว สโมสรกีฬาอาชีพครับ วันนี้สโมสรกีฬาอาชีพที่เป็นตัวแทนของ ประเทศไทยที่ไปทำการแข่งขันในระดับชิงแชมป์ (Champ) สโมสรในทวีปเอเชีย (Asia) มีอยู่ ด้วยกันถึง ๔ ทีมด้วยกัน ในขณะที่หลายประเทศในทวีปเอเชีย (Asia) กำลังถกเถียงถึง สถานการณ์โควิด (COVID) ว่าประเทศไหนจะเป็นเจ้าภาพในการจัดได้ ประเทศไทยมีจุดแข็ง มีความสามารถที่จะเสนอตัวในการเป็นเจ้าภาพได้ และเราเคยสร้างชื่อเสียงในระดับ ทวีปเอเชีย (Asia) ด้วยการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเอซีแอล (ACL) เมื่อปีที่แล้วมาแล้ว แต่ถ้าหากว่าเราไม่แก้ไขอย่างเร่งด่วน ถ้าหากว่ารัฐบาลไม่ได้ตัดสินใจออกเป็น พระราชกำหนดอย่างเร่งด่วน เราก็จะไม่มีโอกาสต่อไปในอนาคตอันใกล้นี้ ผมจึงอยากที่จะกราบเรียนฝากท่านประธานไปถึงเพื่อนสมาชิกทุกคนครับ อีกไม่กี่นาที ข้างหน้าเรากำลังจะลงมติกัน ผมดีใจที่ได้เห็นเพื่อนสมาชิก ถึงแม้ว่าจะมีคำถาม ถึงแม้ว่าจะมี ข้อท้วงติงไปถึงตัวท่านรัฐมนตรี ไปถึงรัฐบาล แต่ทุกคนก็ยังบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ถึงแม้จะ มีปัญหา แต่เราพร้อมที่จะใช้สภาแห่งนี้ในการแก้ไขปัญหาให้กับประเทศชาติด้วยการผ่าน แล้วก็เห็นชอบกับร่างพระราชกำหนดฉบับนี้🔗
ท้ายที่สุดครับ ผมคิดว่าเวทีตรงนี้เป็นเวทีที่เหมาะสมที่ตัวท่านรัฐมนตรีเอง ในฐานะที่เป็นผู้แทนของรัฐบาล คณะของผู้ที่มาชี้แจงก็คือ ท่านผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย จะได้ใช้เป็นเวทีในการอธิบายไขข้อกระจ่างต่าง ๆ ให้กับเพื่อนสมาชิก ซึ่งถือว่าเป็นผู้แทน ของปวงชนชาวไทยทั้งหมดได้เข้าใจถึงเหตุผล ถึงความจำเป็น ถึงข้อจำกัดต่าง ๆ ในมุมมอง ของคนทำงาน แล้วพวกเราหวังว่าเหตุการณ์ในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นอีก🔗
แล้วท้ายที่สุดนะครับ ผมกล่าวไปถึงเพื่อนสมาชิกทุกคนว่า พ.ร.ก. ฉบับนี้ พระราชกำหนดที่จะแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามเป็นสิ่งที่จำเป็น เป็นสิ่งที่เร่งด่วน และในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมคิดว่าเป็นเรื่องจำเป็นของ พวกเราทั้งสภาแห่งนี้ที่ต้องร่วมกันในการตัดสินใจ เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาให้กับประเทศชาติ ต่อไป ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุทิน คลังแสง ตามด้วยท่านสิริพงศ์นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทิน คลังแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคามจากพรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กรณีที่เรากำลังพูดคุยกันคือปัญหาเราก็ทราบเป็นเรื่องใหญ่ แล้วก็เป็นเรื่อง ความจำเป็นที่จะต้องทำ แต่อย่างไรก็ตามเพื่อนสมาชิกก็พูดกันมาพอสมควรที่ผมจำเป็น ต้องพูดก็เพราะว่าการตัดสินใจที่ฝ่ายค้านจะต้องตัดสินใจลงมติวันนี้ มันมีเหตุผลและ ความจำเป็นที่จะต้องอธิบายอยู่พอสมควร🔗
ประการแรก กรณีที่เราถูกแบน (Ban) โดยวาดา (WADA) ท่านรัฐมนตรี ต้องคิด นายกจะต้องตระหนักว่าเป็นประวัติศาสตร์ครั้งแรกในชาติไทย เกิดเป็นประเทศไทย มาผมยังไม่เคยเห็นประเทศไทยถูกห้ามใช้ธงชาติและร้องเพลงชาติ เป็นประวัติศาสตร์ที่ ต้องบันทึก แล้วก็เชื่อว่าจะไม่มีอีก เพราะความเสียหายแล้วก็อับอายครั้งนี้ คนที่จะทำมา ตามหลังผมคิดว่าเข็ดหลาบ แล้วก็แปลกด้วยว่าความเสียหายขนาดนี้ไม่มีคนรับผิดชอบ เพื่อนสมาชิกหลายคนบอกว่า ต้องลาออก ที่จริงต้องนายกเลยล่ะ ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ ธงชาติผมสะเทือนใจที่เพื่อนสมาชิกท่านหนึ่งขึ้นมาพูดแล้วร้องเพลงชาติให้ฟัง ความรู้สึก มันเป็นหนึ่งเดียว แล้วหนึ่งเดียวนั้นถูกปิดแล้วหายไป เอาล่ะความเสียหายครั้งนี้เป็น ประวัติศาสตร์ที่ต้องบันทึก แล้วก็ต้องจดจำกัน มันกระทบกระเทือนจิตใจ แล้วผมสงสารเด็ก นักกีฬาที่ทุ่มเทฝึกซ้อมมาก ๆ สงสารกองเชียร์สงสารคนไทยที่หัวใจไปอยู่ที่นั่น แล้วในที่สุด ความสำเร็จที่ไม่มีโอกาสภูมิใจมันเกิดขึ้น เราได้ถามคำถามนี้ ถามประเด็นนี้ ถามสาเหตุนี้ ต่อกระทู้ที่สภา ท่านรัฐมนตรีตอบอยู่คำหนึ่งว่าเราจะไม่ยอมให้ใครมากดดันเรา คล้าย ๆ กับ เสียศักดิ์ศรี เสียสิทธิสภาพ ซึ่งอันนั้นเป็นคำแก้ตัวที่ใช้ไม่ได้ถ้าท่านยังยึดมั่นถึงคำแก้ตัวนั้นว่า เราจะไม่ยอมให้ใครมากดดัน ให้เราต้องแก้กฎหมาย แต่วันนี้ท่านกำลังทำสวนทางนะ วันนี้ ท่านมารีบออกกฎหมายแบบผิด ๆ ไม่ใช่ถูกกดดันธรรมดาแล้วด้วย กดดันให้เราออก กฎหมายผิด ผิดรัฐธรรมนูญ แล้วกำลังจะผิดสาระของกฎหมายด้วย เพราะฉะนั้นฝ่ายค้านได้ พิจารณากันถ่องแท้ครับว่า เราไม่สบายใจมาก จริง ๆ เราอยากจะให้รีบแก้ปัญหานี้ แล้วให้ คนไทยได้กลับมาชื่นชม นักกีฬาได้รีบกลับมาใช้เพลงชาติ ใช้ธงชาติบนหน้าอกโดยด่วน ต้องทำโดยด่วน แต่ด่วนนั้นจะต้องเป็นการด่วนที่ถูก ชอบธรรมด้วยกระบวนการ แล้วก็ถูก ด้วยเนื้อหาด้วย วันนี้กระบวนการท่านผิด เราไม่สบายใจที่จะรับและอนุมัติ พ.ร.ก. ฉบับนี้ คือกระบวนการบัญญัติผิด แล้วสาระก็ผิด ผิดอย่างไร ผมจะอธิบายกระชับ ๆ ให้อย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ความเร่งด่วนที่จะออกกฎหมายฉบับนี้ เพื่อแก้ปัญหาที่วาดา (WADA) เขาแบน (Ban) นี่ต้องชื่นชมว่าท่านมีความตั้งใจดีแล้วที่ต้องรีบแก้ มันเสียหายมานานแล้ว ต้องรีบแก้ ปล่อยต่อไปอีกไม่ได้ แต่มันมีวิธีแก้ ๒ อย่างที่ท่านต้องเลือก ๑. ถ้าจะทำให้ ถูกกฎหมายแล้วก็สบายใจและชอบธรรมที่สุด ต้องเป็นพระราชบัญญัติที่มีส่วนร่วมกัน ทุกฝ่าย ทั้งประชาชน แล้วก็ฟังเสียงประชาชน นี่คือทางที่หนึ่ง🔗
ทางที่ ๒ คือถ้ามันไม่มีทางเลี่ยงก็ต้องออกเป็นพระราชกำหนด ซึ่งวันนี้ท่าน เลือกใช้วิธีนี้ วิธีที่ท่านใช้วันนี้ความตั้งใจถูก แต่วิธีการผิดที่ฝ่ายค้านรับไม่ได้ ผิดอย่างไรครับ การออกเป็นพระราชกำหนดไม่ใช่คิดจะออกแล้วออกได้ ไม่ใช่คิดว่ามันเร่งด่วนเหมือน เพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่นี้ท่านพูดว่า จะต้องมีการแข่งขันกีฬาอะไรสำคัญ ๆ ต่อไปนี้ ผมเห็นด้วยเลยว่ามันมีความจำเป็น แต่ความจำเป็นนั้นมันต้องชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ชอบอย่างไรครับท่านไปอ่านดู การจะออกเป็นพระราชกำหนดได้มันจะต้องเป็นกรณีที่มีเหตุ อันเป็นการฉุกเฉินเร่งด่วนที่จะส่งผลเสียหายต่อประเทศชาติบ้านเมือง และความเร่งด่วน และฉุกเฉินนั้นจะหลีกเลี่ยง ต้องมีวิธีอื่นแล้วหลีกเลี่ยงไม่ได้ มีอะไรบ้างที่จำเป็นและเร่งด่วน ที่จะต้องออกเป็นพระราชกำหนด การตราเป็นพระราชกำหนดจำเป็นเร่งด่วนและไม่มี วิธีการอื่นแล้วจะต้องทำ และทำต้องให้บรรลุด้วย ๔ ข้อต่อไปนี้ท่านฟังนะครับ ๑. เพื่อรักษา ความปลอดภัยของประเทศ มันเข้าไหม การไม่มีธงชาติ การไม่ได้ร้องเพลงมันเกี่ยวกับ ความปลอดภัยของประเทศไหม แน่นอนเรื่องความรู้สึกนี่เสียหายมหาศาล แต่มันยังไม่เข้า ข้อนี้ครับ🔗
ประการที่ ๒ ท่านจะต้องทำเพื่อรักษาความปลอดภัยของสาธารณะ มันมี อุบัติเหตุอุบัติภัยอะไร ซึ่งถ้าไม่ออกเป็นพระราชกำหนดแล้วมันจะเกิดภัยใหญ่หลวง ต่อสาธารณะ นี่เราเพียงไม่ได้ร้องเพลงชาติ เราไม่ได้ติดหน้าอก ซึ่งก็เป็นเรื่องใหญ่ แต่ไม่ใช่ ภัยสาธารณะ🔗
ประการที่ ๓ มันต้องเป็นไปเพื่อรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ มันใช่ไหมครับ ท่านรัฐมนตรีครับ วันนี้เราไม่ได้ร้องเพลงชาติ ใช่ เสียหาย ไม่ได้ติดธงชาติ ใช่ แต่มันเกี่ยวกับความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศไหม ไม่ใช่อีก🔗
และข้อสุดท้ายครับ มันต้องเป็นการป้องกันภัยพิบัติ ต้องเป็นการป้องกัน ภัยพิบัติต่อสาธารณะ ข้อที่ ๒ นั่นคือความปลอดภัยต่อสาธารณะ อันสุดท้ายต้องภัยพิบัติ ต่อสาธารณะ ๔ ข้อนี้ห่างไกลมากจากปัญหาที่เราอยากได้อยากมี ณ ขณะนี้ เพราะฉะนั้น การออกพระราชกำหนดครั้งนี้ มันไม่ได้สอดคล้อง มันไม่ได้อยู่บนปัญหา ๔ ข้อ และมันไม่มี ความจำเป็นใด ๆ ที่ต้องให้บรรลุ ๔ ข้อ ออกเสร็จแล้ววันนี้มันไม่เกี่ยวกับ ๔ ข้อนี้เลย นี่คือ ฝ่ายค้านคิด เอาล่ะก็มาถึงข้อที่บอกว่าแล้วถ้าไม่ทำวิธีนี้ ทำวิธีไหนซึ่งมันก็จำเป็นท่านประธาน ผมจะขออนุญาตนิดหนึ่งกำลังจะบอกว่า ฝ่ายค้านที่จะไม่เห็นชอบวันนี้มันมีวิธีที่ทำได้ ก็คือเวลาที่เหลือที่วาดา (WADA) เขาให้นี่อีก ๓ เดือนใช่ไหมครับ ๓ เดือนท่านเสนอเป็น พ.ร.บ. เข้ามา กรรมาธิการเต็มสภาเอาสักสัปดาห์เดียวจบ ฝ่ายค้านยินดีให้ความร่วมมือ เป็นพระราชบัญญัติเพื่อไม่ให้ผิดรัฐธรรมนูญ แต่นี่ท่านทำผิด เราก็จะร่วมทำผิดด้วยสิ ถ้าเราอนุมัติวันนี้ เพราะฉะนั้นท่านกลับไปออกเป็นพระราชบัญญัติเข้ามา แล้วขอตั้ง กรรมาธิการเต็มสภา ๓ วาระรวด เอาเลยเราให้🔗
และประการสุดท้ายครับ ท่านประธานครับ สาระที่มันไม่ได้ เพื่อนพูดเยอะ แล้วมันมีอยู่ข้อหนึ่ง วาดา (WADA) เขาบอกว่าท่านต้องตั้งคณะกรรมการอิสระ อิสระขึ้นมา เพื่อควบคุมกำกับการใช้สารกระตุ้นในนักกีฬา คำว่า กรรมการอิสระ วันนี้ที่ท่านเขียนไว้ใน พ.ร.ก. เพื่อนพูดเยอะ ไปขึ้นอยู่กับการกีฬาแห่งประเทศไทย มันจะอิสระได้อย่างไรครับ หลักการอิสระ องค์กรอิสระ ท่านไปดูในรัฐธรรมนูญ แล้วท่านไปดูในกฎหมายองค์กรอิสระ ทุกอิสระ มันมีอยู่ ๔ องค์ประกอบ อิสระโดยอะไรครับ🔗
อันที่ ๑ อิสระในการเข้าสู่ตำแหน่งและอำนาจของเจ้าหน้าที่ในองค์กรนี้ ถามว่าคณะกรรมการที่ท่านตั้งมาอิสระกับเขาไหม ก็อยู่รัฐมนตรี อยู่ผู้ว่าการการกีฬา แห่งประเทศไทย ควบคุมกำกับ เป็นกระบวนการปกติ ผ่านระบบราชการสั่งการได้หมด นี่ข้อที่ ๑ มันไม่อิสระตั้งแต่การเข้าไปสู่การทำงานในองค์กรนี้แล้ว🔗
อันที่ ๒ อิสระในการกำหนดนโยบายและการดำเนินการขององค์กร นี่ก็ยิ่งไปกันใหญ่เลย การกีฬากำกับ รัฐมนตรีกำกับ ทุกคนกำกับ สั่งอะไรก็ได้🔗
และอันที่ ๓ อิสระในเรื่องงบประมาณ คุณต้องมีงบประมาณ ตั้งงบประมาณ ตัวเอง องค์กรนี้ ตราบใดที่คุณยังจะไปของบประมาณจากการกีฬาแห่งประเทศไทย คุณยัง ไปของบประมาณจาก ครม. มันจะอิสระได้อย่างไร🔗
และสุดท้าย อิสระในเรื่องการบริหารงานบุคคล บุคลากร มันต้องอิสระด้วย ถ้าแต่ตราบใดที่ผู้ว่าการยังมาปลดคนในองค์กรนี้ได้ รัฐมนตรียังสั่งโยกย้าย เลื่อน ย้าย ปลด แต่งตั้งได้นี้ มันไม่อิสระ เพราะฉะนั้นกรรมการอิสระหรือองค์กรอิสระที่ท่านเขียนไว้ ใน พ.ร.ก. ฉบับนี้ เพื่อที่จะไปบอกกับวาดา (WADA) ว่าทำแล้วนะ เพื่อนสงสัยว่าวาดา (WADA) เขารับได้หรือ องค์กรอิสระของท่านมันขึ้นอยู่กับการกีฬาแห่งประเทศไทย มันเป็น แผนกหนึ่งเท่านั้นเอง วาดา (WADA) รับได้หรือ ถ้ารับได้มันจะเป็นอะเมซิง (Amazing) แล้วถ้ารับไม่ได้คืออะไร เขาก็ต้องแบน (Ban) ต่อ ก็คือหมายความว่าแก้ปัญหาไม่ถูกจุด เพราะฉะนั้น ๑. กระบวนการวันนี้ท่านกำลังทำผิดรัฐธรรมนูญ พ.ร.ก. ฉบับนี้ออกไม่ชอบ ด้วยรัฐธรรมนูญ ฝ่ายค้านไม่สบายใจที่จะร่วมกระทำผิดกับท่าน ประการที่ ๒ สาระ มันไม่อิสระจริง เกรงว่าแก้ปัญหาแล้วก็ยังไม่จบ เพราะฉะนั้นฝ่ายค้านเห็นว่า เราอนุมัติไม่ได้ แต่มีทางออกให้ไหมถึงจะได้ร้องเพลงชาติ แล้วติดธงหน้าอกให้ลูกหลานได้ไหม ได้ คืออย่างไรครับ วันนี้ตกปั๊บพรุ่งนี้ท่านเสนอเข้ามาเป็นพระราชบัญญัติ แล้วให้สัญญา วันนี้เลยว่า ฝ่ายค้านยินดีที่จะตั้งคณะกรรมาธิการเต็มสภาเร็วที่สุด แล้วก็จะได้กฎหมาย ที่สมบูรณ์ ยอมรับกัน สบายใจกันทุกฝ่าย ไม่ใช่เราไปแก้ปัญหาหนึ่งแล้วไปสร้างปัญหาใหม่ ขึ้นมา วันนี้ท่านกำลังแก้ปัญหาเล็ก แล้วสร้างปัญหาใหญ่ คือขัดรัฐธรรมนูญ ทบทวนใหม่ครับ ไปเสนอเข้ามาใหม่เถอะ เรายินดีให้ความร่วมมือกับท่าน เร็วที่สุดสัปดาห์หนึ่งก็น่าจะทำได้ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสิริพงศ์ เชิญครับ แล้วตามด้วยท่านสุรวิทย์ ขอเป็นคนสุดท้าย🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ผมขออภิปรายต่อพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการใช้ สารต้องห้ามทางกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ ท่านประธานครับ ตลอดระยะเวลาที่ได้ฟังท่านสมาชิก ที่ได้อภิปรายถึงประเด็นนี้มา ผมในฐานะกรรมาธิการการกีฬา สภาผู้แทนราษฎร กรรมาธิการเราก็ได้มีคำถามประเด็นนี้หลายครั้ง ที่ถามไปทางการกีฬาแห่งประเทศไทย แล้วก็กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แต่สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าหากเราไม่พูด ประชาชนก็จะมี ความเข้าใจผิด วันนี้หลายต่อหลายท่านพูดถึงความล่าช้าว่าการดำเนินการนั้นล่าช้าอย่างไร นิ่งนอนใจหรือไม่ ซึ่งมีสมาชิกอย่างคุณหมอเอกภพก็ได้พูดไปแล้วว่า กระบวนการทาง กฎหมายต้องยอมรับว่า กระบวนการทางกฎหมายถ้าออกมาในการแก้พระราชบัญญัตินั้น ค่อนข้างจะใช้ระยะเวลานาน อย่าว่าอย่างที่ท่านผู้อภิปรายกล่าวเมื่อสักครู่เลยครับว่า พรุ่งนี้ มะรืนนี้ ๓ วาระผ่าน เราจะเสนอกฎหมายสักฉบับหนึ่ง ถามท่านประธานว่า ท่านประธาน ตั้งหลักที่ ๓ เดือน มันจะแก้ทันไหม ในหลายประเด็นที่ผมได้ลองอ่านพระราชกำหนดนี้ ได้แก้ไขเพิ่มเติมให้มันสอดคล้องกับวาดา โคด (WADA Code) คำว่า แก้ไขให้สอดคล้องกับ วาดา โคด (WADA Code) ต้องเรียนว่าวาดา (WADA) นี้เขาเปลี่ยนโคด ออฟ คอนดักต์ (Code of Conduct) เขาเปลี่ยนกฎระเบียบทุกปี ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ทางการกีฬาแห่งประเทศไทยเขาก็แก้ไขตามทุกปีครับ แต่พอมาประเด็นหลัง ๆ นี่ มันต้องมาแก้ในระดับ พ.ร.บ. อย่างที่ท่านรัฐมนตรีได้มาตอบ กระทู้คราวก่อน บอกมันเป็นเรื่องอธิปไตยท่านรัฐมนตรีพูดไม่ผิดครับ ถ้าท่านลองอ่าน โคด (Code) ที่วาดา (WADA) ขอให้เปลี่ยนมา เอาประเด็นแค่คำนิยามนะครับ ท่านประธาน คำนิยามของคำว่าสมาคมกีฬา เดิมทีกฎหมายเก่าของเราบอกว่า สมาคมกีฬาคือสมาคมกีฬา ที่มาจดแจ้ง และได้รับการรับรองจากการกีฬาแห่งประเทศไทย แต่ตามวาดา โคด (WADA Code) ต้องหมายไปถึงสมาพันธ์กีฬานานาชาติหรือสปอร์ต เฟดเดอเรชัน (Sport Federation) ซึ่งเป็นองค์กรที่อยู่นอกเหนือจากอธิปไตยของไทย วันนี้กฎหมายเราต้อง ตีความไปถึงองค์กรที่มันอยู่นอกประเทศแล้ว เพื่อให้เป็นไปตามโคด (Code) ของเขา มีท่าน สมาชิกเมื่อสักครู่ถามว่า กีฬาประเภทแข่ง ๑ ครั้งจบ แข่ง ๒ ครั้งจบ มันไปนับเป็นการ จัดการแข่งขันกีฬาได้อย่างไร ท่านก็ต้องไปอ่านวาดา โคด (WADA Code) เพราะวาดา โคด (WADA Code) เขาเขียนมาว่าให้เขียนแบบนี้ วาดา โคด (WADA Code) บอกว่าให้เขียน ตามนี้ ท่านพูดถึงความเป็นอิสระของสำนักงานควบคุมสารต้องห้าม วาดา (WADA) ไม่มี คำไหนเลยนะครับ บอกว่าสำนักงานควบคุมสารต้องห้ามต้องเป็นองค์กรอิสระ แต่เขาบอกว่า ต้องเป็นอิสระในการทำงาน และเขาก็เขียนมาให้ กกท. อธิบายไปว่าหน่วยงานที่ท่านมีอยู่นั้น มีความเป็นอิสระอย่างไรในเรื่องการปฏิบัติงาน และเขาก็สามารถตอบได้🔗
อีกประเด็นหนึ่งที่ผมคิดว่า ประเด็นนี้ก็มีข้อน่าสังเกตทางกฎหมาย นั่นก็คือ ประเด็นเรื่องให้คณะกรรมการเขาสามารถไปตรวจสารต้องห้ามนักกีฬาได้ เดิมทีกฎหมายเก่า เขียนให้เป็นไปตามกฎหมายพื้นฐานก็คือ ป. วิ. อาญา ป. วิ. อาญา จะเข้าไปตรวจค้นบ้าน ต้องเข้าตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกนะครับ นอกจากมีเหตุจำเป็นเร่งด่วน เราก็ เขียนกฎหมายให้ล้อตามนั้น คือเข้าไปตรวจสารต้องห้ามได้ตอนพระอาทิตย์ขึ้นถึง พระอาทิตย์ตก แต่โคด (Code) ใหม่นี้ไม่ใช่🔗
ท่านประธานขออนุญาต ประท้วงหน่อยได้ไหมครับ🔗
ท่านจิรายุ ประท้วงเรื่องอะไรครับ🔗
ท่านประธานครับ จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย คือจริง ๆ แล้วผมว่า ท่านประธานต้องควบคุมตามข้อบังคับ ข้อ ๙ นะครับ การอภิปราย พ.ร.ก. มีหน้าที่อภิปราย โดยสมาชิกรัฐสภา ผมเข้าใจท่านอยู่พรรคเดียวกัน ท่านจะแก้ต่างก็เป็นเรื่องของท่าน แต่อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจง ให้ท่านผู้ว่า กกท. ไม่อย่างนั้นก็ต้องสลับท่านไป นั่งข้างบน คือท่านตอบทุกประเด็นที่ฝ่ายค้านอภิปรายมา จริง ๆ แล้วผมก็ไม่แน่ใจว่า ท่านพูดถูกพูดผิด เพราะท่านเป็นสมาชิกรัฐสภา แต่อยากฟังท่านรัฐมนตรี ไม่อย่างนั้นก็ต้อง สลับเก้าอี้กันท่านประธาน ขอบพระคุณครับ ท่านประธานช่วยดูแลการประชุมด้วยครับ🔗
ผมดูแลครับ และติดตามทุกคำพูด วินิจฉัยว่าท่านสิริพงศ์ไม่ได้ผิดข้อบังคับข้อไหน เชิญท่านสิริพงศ์ อภิปราย🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน ผมพูด เพราะว่าผมถามมาก่อนครับ ผมพูดเพราะผมทราบข้อมูลในฐานะที่ผมเป็นกรรมาธิการ การกีฬา สภาผู้แทนราษฎร และผมปฏิบัติหน้าที่โดยชอบครับ สิ่งที่ผมพูดมาผมอยากจะ ยกตัวอย่างให้ท่านเห็นว่า กฎหมายลักษณะนี้หากเข้าสู่สภาในสภาวะปกติ ท่านคิดว่าท่านจะ ผ่านกฎหมายเหล่านี้ให้หรือ แต่วันนี้ครับ เอาล่ะมันเลยเรื่องนั้นมาแล้ว วันนี้วาดา (WADA) แบน (Ban) ไทยแล้ว สิ่งที่เขาแบน (Ban) ไทย แบน (Ban) ๕ ข้อ ท่านผู้มาชี้แจงชี้แจงไปแล้ว ว่าแบน (Ban) อะไรบ้าง ท่านให้ความสำคัญในข้อ ๕ คือพูดถึงธงชาติไทยจะไม่ถูกเชิญขึ้นสู่ ยอดเสาในเวทีที่วาดา (WADA) กำหนด ประเด็นนี้ท่านพูดมาเยอะแล้วครับ แต่ท่านไม่ได้พูด ถึงประเด็นที่ ๔ เลย คือไม่สามารถขอเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ ยกเว้น มีข้อตกลงไว้ก่อน ๘ ตุลาคม ๒๕๖๔ อันนี้ละครับสิ่งที่ผมจะบอกว่า นี่ละครับเป็นเหตุให้ เข้าข่ายว่ารัฐบาลต้องเสนอเป็น พ.ร.ก. เพราะมันเกี่ยวกับความมั่นคงด้านเศรษฐกิจ ท่านไป อ่านรายงานของการกีฬาแห่งประเทศไทยในแต่ละปีประเทศไทยซึ่งมีนโยบายเป็นสปอร์ต ทัวริซึม (Sport Tourism) คือเรามีรายได้จากการท่องเที่ยวด้านกีฬา เรามีนโยบายเรื่อง สปอร์ต อินดัสทรี (Sport Industry) ซึ่งส่งเสริมอุตสาหกรรมกีฬาและสร้างรายได้ ก่อนที่จะ เป็นโควิด (COVID) เรามีรายได้จากการท่องเที่ยวเชิงกีฬาปีละ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ หลังจากเป็นโควิด (COVID) รายได้ต่ำลงมาก ในปัจจุบันนี้ประเทศกำลังเปิดครับ ถึงแม้จะมี โควิด (COVID) สายพันธุ์ใหม่เข้ามาบ้าง ต้องเปิดบ้างปิดบ้าง แต่ก็มีกิจกรรมกีฬาระดับ นานาชาติในหลายประเทศที่เขาจะจัดแล้ว แล้วที่จัดไปแล้วก็มี อย่างเช่นโอลิมปิกที่ญี่ปุ่น และจะมีโอลิมปิกฤดูหนาวที่จีนที่เขากำลังจะจัด แล้วประเทศไทยเราก็รอเป็นเจ้าภาพ การแข่งขันอีกหลายรายการ ซึ่งจะสร้างรายได้มหาศาลให้กับคนไทย ดังนั้นเรื่องกีฬา เรื่องเศรษฐกิจเป็นเรื่องเดียวกัน ความสำคัญของ พ.ร.ก. ฉบับนี้ไม่ใช่เพียงแค่ความรู้สึกที่ไม่มี ธงชาติ แต่มันหมายถึงปากท้อง มันหมายถึงรายได้ที่จะเข้าสู่ประเทศไทยของเรา ดังนั้นไม่ว่า ท่านจะมีเหตุผลอย่างไรก็ตามแต่ แต่ผมก็ขอความกรุณาท่านอีกครั้งหนึ่งว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ มีความจำเป็นเร่งด่วน ที่เราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนจะต้องช่วยกัน ให้มีธงชาติไทย ให้มีเพลงชาติไทย ให้ประเทศไทยสามารถเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬา นำศักดิ์ศรีของเรา กลับมา ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสุรวิทย์แจ้งขออภิปรายผิดฉบับนะครับ ขอถอน ต่อไปก็จะเป็นการชี้แจงของท่าน ผู้มาชี้แจง ท่านรัฐมนตรี และท่านผู้ว่าการมีอะไรไหมครับ แต่ก็อยากจะเรียนท่านสมาชิก ได้ทราบ หลังจากท่านผู้ชี้แจงและท่านรัฐมนตรีชี้แจงจบแล้วเราจะมีการขอมติ ฉะนั้นจึงฝาก ถึงท่านสมาชิกที่ประชุมกรรมาธิการอยู่ ก็ขอให้เตรียมเข้าสู่ห้องประชุมใหญ่ได้เลยครับ เชิญท่านรัฐมนตรีชี้แจงครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ขอมอบหมายการชี้แจงให้ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ดอกเตอร์ก้องศักด ยอดมณี ครับ🔗
เชิญท่าน ผู้ว่าการชี้แจงครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานรัฐสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา ได้ขออนุญาตชี้แจงเพิ่มเติมประเด็นต่าง ๆ ที่ยังมีข้อสงสัยหรือว่า ข้อสังเกตต่าง ๆ จากท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ การกีฬาแห่งประเทศไทยภายใต้กำกับ ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาไม่ได้ละเลยต่อปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น การกีฬา แห่งประเทศไทยได้มีการทำงานร่วมกันกับวาดา (WADA) ตั้งแต่ก่อนปี ๒๕๖๓ แล้ว ในการ พยายามที่จะให้กฎ กติกา ระเบียบต่าง ๆ รวมถึงกฎหมายของประเทศไทยสอดคล้องกับ วาดา โคด (WADA Code) หรือว่ากฎบัตรของวาดา (WADA) อย่างที่เป็นที่ทราบว่า วาดา (WADA) คือองค์กรควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางกีฬา ซึ่งประเทศต่าง ๆ ที่อยู่ในสังคม กีฬาโลกจะต้องให้การยอมรับ สามารถที่จะมีสิทธิในการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาระดับ นานาชาติได้ ประเทศไทยก็เป็นประเทศที่ไปลงนามอนุสัญญาต่อต้านการใช้สารต้องห้าม ซึ่งก็เป็นที่มาในการที่เราจะต้องให้ความร่วมมือกับวาดา (WADA) ในการป้องกันการใช้ สารต้องห้าม วาดา (WADA) มีการกำหนดกฎเกณฑ์ของเขาให้ประเทศต่าง ๆ ได้ปฏิบัติตาม รวมถึงสหพันธ์กีฬานานาชาติที่เกี่ยวข้องด้วย การอัปเดต (Update) ต่าง ๆ หรือการแก้ไข ของวาดา (WADA) ก็เป็นไปอย่างต่อเนื่อง ในครั้งสุดท้ายที่มีการแก้ไขก็คือช่วงของปลาย ปี ๒๕๖๓ และกฎบัตรของวาดา (WADA) ได้ออกใช้บังคับเป็นกฎล่าสุด คือวันที่ ๑ มกราคม ปี ๒๕๖๔ หลังจากวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๔ การกีฬาแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการโดย ประสานกับวาดา (WADA) ในการที่จะแก้ไขกฎระเบียบภายในของการกีฬาแห่งประเทศไทย ซึ่งออกโดยสำนักงานควบคุมการใช้สารต้องห้าม มีการพิจารณาว่ากฎบัตรของวาดา (WADA) กับกฎของการกีฬาแห่งประเทศไทย หรือว่ากฎของสำนักงานควบคุมการใช้สารต้องห้าม มีอะไร อย่างไรบ้างที่จะแก้ไข แล้วก็ได้ดำเนินการในการที่เร่งรัดในการออก ดีแคต รูล (DCAT rule) หรือว่าเป็นกฎของสำนักงานสารต้องห้ามทางกีฬาของการกีฬา แห่งประเทศไทย โดยกฎนั้นก็ได้มีการลงนามโดยท่านรัฐมนตรี ออกประกาศใช้ตั้งแต่ วันที่ ๒๗ กรกฎาคม หลังจากนั้นเราก็ได้ประสานกับวาดา (WADA) ว่ายังมีประเด็นอะไร อย่างไรบ้าง ที่เราจะต้องปฏิบัติให้ครบถ้วนตามข้อกำหนด ตามกฎบัตรของวาดา (WADA) ได้มีการประชุมร่วมกัน และการกีฬาแห่งประเทศไทยเองก็ได้มีคณะทำงาน ในการที่จะพิจารณาแก้ไขกฎระเบียบ ต่าง ๆ แล้วก็ได้ดำเนินการเรื่องของการอัปเดต (Update) เรื่องของการกำหนดชนิดของ สารต้องห้ามก็ได้มีการปฏิบัติตามที่วาดา (WADA) ได้ให้คำแนะนำหรือว่ากำหนดมา โดยตลอด จนกระทั่งวันที่ ๒๒ กรกฎาคม วาดา (WADA) ได้แจ้งมาว่าประเทศไทยยังมี ประเด็นนอกจากที่แก้ไขกฎระเบียบ หรือว่าดีแคต รูล (DCAT rule) ซึ่งเป็นกฎหมาย ระดับรอง แล้วยังมีประเด็นอยู่ประมาณ ๔-๕ ประเด็นในการที่การกีฬาแห่งประเทศไทย แล้วก็กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาต้องไปดำเนินการ โดยที่เราได้ทราบประเด็นจริง ๆ ว่า เราจะต้องแก้ในประเด็นใดอย่างไรบ้าง ในวันที่ ๑๕ กันยายนที่มีการแจ้งอย่างเป็นทางการว่า จะต้องมีประเด็นอะไรที่แก้ไข ซึ่งการกีฬาแห่งประเทศไทยแล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้ ร่วมกันพิจารณาว่า ในประเด็นต่าง ๆ เหล่านั้นเราไม่สามารถที่จะไปแก้โดยกฎหมาย ลำดับรองได้ ประเด็นหลัก ๆ ไม่ใช่เรื่องของการแยกออกมาเป็นองค์กรอิสระ แต่ประเด็น หลัก ๆ ผมจะกราบเรียนเพื่อให้ที่ประชุมได้เข้าใจตรงกัน🔗
ประเด็นแรก คือเรื่องของนิยาม นิยามต่าง ๆ ในการที่เรากำหนดไว้ตั้งแต่ พ.ร.บ. ควบคุมการใช้สารต้องห้าม พ.ศ. ๒๕๕๕ นิยามต่าง ๆ ในชั้นการพิจารณาในครั้ง พ.ศ. ๒๕๕๕ เราจำเป็นที่จะต้องกำหนดนิยาม เพื่อความชัดเจนในการบังคับใช้กฎหมาย เพราะฉะนั้นนิยามต่าง ๆ ตามวาดา โคด (WADA Code) หรือกฎบัตรของวาดา (WADA) ที่ออกมาเมื่อต้นปี ๒๕๖๔ มีหลายประการที่ยังไม่สอดคล้อง ผมยกตัวอย่างเช่น นิยามคำว่า การใช้สารต้องห้าม ซึ่ง พ.ร.บ. พ.ศ. ๒๕๕๕ เรายังไม่ได้มอง ยังไม่ได้ครอบคลุมไปถึงวิธีการ ต้องห้ามบางประการ แม้ว่าจะไม่มีการฉีด หรือว่ามีการทา หรือมีการทานสารต้องห้าม เข้าไป แต่เขาถือว่าวิธีการบางอย่างเป็นวิธีการที่เป็นการไปเอาเปรียบนักกีฬาผู้อื่น เช่น เรื่องของการปั่นออกซิเจนเข้าไปในกระแสเลือด ทำให้ร่างกายนักกีฬามีความสามารถผิดปกติ กรณีแบบนี้ก็อยู่ในข่ายที่จะต้องควบคุม หรือว่าต้องห้ามในการใช้วิธีการเหล่านี้ด้วย คำนิยาม ของผู้ที่เกี่ยวข้อง เพราะว่าปัจจุบันมีการกระทำผิดโยงใยไปถึงบุคคลอื่น ๆ ที่ไม่ใช่นักกีฬาด้วย อันนี้ก็เป็นประเด็นหลักในเรื่องของนิยามต่าง ๆ🔗
ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องขอบเขตของการกระทำผิด ในหลักการออกกฎหมาย ของประเทศไทยที่เป็นมา กฎหมายที่มีผลในเรื่องของทั้งทางแพ่ง อาญา หรือทางปกครอง จำเป็นที่จะต้องมีการกำหนดลักษณะของการกระทำผิดไว้ใน พ.ร.บ. พ.ร.บ. พ.ศ. ๒๕๕๕ ก็ได้มีการกำหนดลักษณะการกระทำความผิดไว้อย่างละเอียด ซึ่งทำให้ไม่สอดคล้องกับ ลักษณะการกระทำความผิดต่าง ๆ ที่ได้เพิ่มเติมมาตามวาดา โคด (WADA Code) ฉบับใหม่ อันนี้ในพระราชกำหนดฉบับนี้ก็ได้แก้ไขโดยกำหนดว่า ลักษณะการกระทำความผิดต่าง ๆ ก็เป็นการให้อำนาจในเชิงนโยบายในการไปกำหนดรายละเอียด แต่จะต้องอยู่ภายใต้ ความสอดคล้องกับหลักสากล จะต้องสอดคล้องกับวาดา โคด (WADA Code) นั่นหมายความว่าผู้ที่มีอำนาจคณะกรรมการสารต้องห้าม ไม่สามารถที่จะไปใช้ดุลยพินิจ ออกกฎต่าง ๆ ได้ตามอำเภอใจแต่จะต้องนึกถึงและต้องสอดคล้องกับหลักสากลเท่านั้น🔗
ประการที่ ๓ คือเรื่องของกระบวนการในการใช้สิทธิการอุทธรณ์นะครับ การที่จะต้องยอมรับกระบวนการในการตัดสินข้อพิพาท ผ่านกระบวนการอนุญาโตตุลาการ ศาลกีฬาโลก ปัจจุบันมีการใช้กระบวนการนี้ แล้ววาดา (WADA) เองก็ใช้กระบวนการนี้ มาระงับข้อพิพาททางการกีฬา ใน พ.ร.บ. พ.ศ. ๒๕๕๕ เรายังไม่มี อันนี้เป็นเรื่องใหม่ที่วาดา (WADA) ได้กำหนดมา ซึ่งเราทราบล่วงหน้าไม่กี่เดือนเท่านั้นเองนะครับ เรื่องของการตรวจ ท่านสมาชิกได้พูดกันในเรื่องของการเข้าไปตรวจเวลากลางวัน กลางคืน เราได้เคยแก้ปัญหา ด้วยการออกเป็นแบบหรือว่าเป็นบันทึกความยินยอมของนักกีฬา แล้วเราก็ได้ใช้แบบนี้ มาเป็นเวลาหลายปีในการที่เข้าไปตรวจ โดยที่ให้นักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันต้องยินยอมว่า เมื่อเข้าร่วมการแข่งขัน อาจจะถูกตรวจในเวลากลางคืนได้ ซึ่งวาดา (WADA) เคยยอมรับ ในกฎระเบียบแบบนี้ แต่ต่อมาไม่กี่เดือนนี้เองวาดา (WADA) ได้แจ้งมาทางการกีฬาแห่งประเทศไทยว่า ข้อนี้ ก็จำเป็นที่จะต้องแก้ไข ข้อนี้วาดา (WADA) กังวลว่า แม้จะมีเรื่องของเรียกว่า คอนเซนต์ ฟอร์ม (Consent form) หรือว่าบันทึกความยินยอมแล้วก็ตาม แต่ว่าใน พ.ร.บ. เรายัง กำหนดในการเข้าไปตรวจได้เฉพาะในเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก เพราะฉะนั้น ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่เราหารือกับวาดา (WADA) มาตลอดต่อเนื่อง เพราะว่าการแก้ไข กฎหมายฉบับนี้ต้องยอมรับว่า เรารับฟังความคิดเห็นของวาดา (WADA) ด้วย เราไม่ได้แก้เอง โดยที่เราคิดเอาเอง แต่ว่าการทำงานตอนกลางวัน ต้องกราบขอบพระคุณนะครับ ท่านคณะกรรมการกฤษฎีกาทุกท่านเลยที่กลางวัน ท่านกรุณาได้พิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ อย่างรวดเร็ว เป็นประจำอาทิตย์ละ ๒ ครั้ง กลางคืนเราทำงานกับวาดา (WADA) เราเจรจา เราขอความเห็นเขาและในประเด็นนี้วาดา (WADA) ก็ได้พิจารณาแล้วว่า เรากำหนดเงื่อนไข ในการที่จะต้องมีเหตุอันควรสงสัยที่เรากำหนดเอาไว้ว่า ถ้ามีเหตุอันควรสงสัยในการ กระทำผิด สามารถจะเข้าไปตรวจในเวลากลางคืนได้ ซึ่งวาดา (WADA) ยอมรับในเรื่องของ หลักการต่าง ๆ🔗
ประการต่อไปก็คือ เรื่องของบทกำหนดโทษ ในโทษของเราในหลักการ กฎหมายที่มีโทษทางปกครองแบบนี้ก็ต้องมีความชัดเจน แต่กฎหมายของเรา เราก็ออกมา ตั้งแต่ปี ๒๕๕๕ เพราะฉะนั้นกฎในเรื่องของบทกำหนดโทษต่าง ๆ ไม่สอดคล้องกับหลักวาดา (WADA) ในปัจจุบันอันนี้ก็ได้ปรับแก้ไป🔗
ประเด็นสุดท้ายคือ เรื่องของความเป็นอิสระในการบริหารจัดการ วาดา (WADA) ไม่ได้กำหนดว่าจะต้องมีการแยกออกมาเป็นองค์กรอิสระ อันนี้เป็นความเข้าใจผิด ที่ต้องเรียนว่าในประเด็นนี้ในวาดา โคด (WADA Code) ถ้าท่านได้มีวาดา โคด (WADA Code) อยู่ก็จะได้เห็นว่าในการกำหนดนั้น เป็นการกำหนดเรื่องของความเป็นอิสระใน การบริหารจัดการการดำเนินการ เพราะฉะนั้นเราได้แก้ไขในประเด็นนี้ และได้มีการรองรับ ว่าการบริหารจัดการจะต้องมีความเป็นอิสระ รวมถึงเรื่องของนโยบายว่ากรอบนโยบาย ที่ฝ่ายการเมือง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หรือผู้ว่าการเองที่รับนโยบายมาจะไปออก กฎระเบียบต่าง ๆ ขัดกับหลักการของวาดา (WADA) ไม่ได้ อันนี้เป็นการรักษาความเป็น อิสระในการบริหารจัดการ ซึ่งประเด็นนี้ก็ได้หารือกับวาดา (WADA) เรียบร้อยแล้ว กล่าวโดย สรุปนะครับ ในทุกประเด็นที่มีการแก้ไขในพระราชกำหนดฉบับนี้ การกีฬาแห่งประเทศไทย ได้ประสานกับคณะกรรมการโอลิมปิกแห่งประเทศไทย และคณะกรรมการกฤษฎีกาทำงาน ร่วมกัน และประสานงานกับเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบโดยตรงของวาดา (WADA) เพราะฉะนั้น เรายืนยันได้ว่าการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้สอดคล้องกับวาดา โคด (WADA Code) หรือว่า กฎบัตรของวาดา (WADA) ทุกประการ จะไม่เป็นปัญหาว่า เมื่อออกกฎหมายฉบับนี้ไปแล้ว ยังไม่สามารถที่จะไปปลดล็อกในเรื่องของการขึ้นลิสต์ (List) ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า ประเทศต่าง ๆ ไม่ใช่เฉพาะประเทศไทย มีหลายประเทศที่ถูกกำหนดอยู่ในรายการ หรือเขา เรียกว่าเป็น ลิสต์ ออฟ นอน-คอมพลายแอนต์ คันทรี (List of non-compliant country) หรือว่าเป็นประเทศกลุ่มที่ยังไม่ได้ปฏิบัติสอดคล้องกับวาดา โคด (WADA Code) ทั้งหมด เราได้ยืนยันกับทางฝ่ายกฎหมายของวาดา (WADA) แล้วว่าการแก้ไขของเรานี้สอดคล้อง เป็นไปตามหลักการของวาดา (WADA) ทุกประการแล้ว เพราะฉะนั้นวาดา (WADA) ได้ตอบ กลับมายังการกีฬาแห่งประเทศไทยตั้งแต่วันที่ ๑๐ มกราคม กฎหมายของเราออกมา ใช้บังคับวันที่ ๓๑ ธันวาคม หลังจากนั้นเราแปลเป็นภาษาอังกฤษ แล้วหารือกับทาง วาดา (WADA) วาดา (WADA) ได้รับการแจ้งจากเราไปวันที่ ๗ วันที่ ๑๐ วาดา (WADA) ตอบกลับมาครับ เหตุที่วาดา (WADA) ตอบกลับมาได้เร็ว เพราะเราประสานงานกัน ตลอดเวลา ไม่ใช่ว่าอยู่ดี ๆ ออกกฎหมายเสร็จแล้วเพิ่งจะไปถาม ไปขอปรึกษา เพราะฉะนั้น วาดา (WADA) ตอบกลับมาวันที่ ๑๐ ว่าสิ่งที่เราได้ดำเนินการไปวาดา (WADA) ยอมรับว่า เป็นการแก้ไขที่ถูกต้อง ครบถ้วนแล้ว อันนี้ก็เป็นเหตุว่าทำไมเราต้องมีระยะเวลา ในการดำเนินการประมาณ ๓ เดือน เพราะไม่ใช่ว่าเราจะออกไปได้โดยที่เรานึกอะไรออกไป ทันที เราต้องมีการประสานงานกับวาดา (WADA) เพราะฉะนั้นการทำงานในห้วง ๓ เดือน ที่เรามีเวลาอยู่นี้ครับ เราได้ออกกฎหมายฉบับที่เป็นที่ยอมรับแล้ว และวาดา (WADA) เอง เตรียมที่จะเสนอเรื่องของการปลดล็อกประเทศไทย ซึ่งจะมีการประชุมในบอร์ด (Board) บริหาร หรือคณะกรรมการบริหารของวาดา (WADA) เอง อย่างช้าวันที่ ๒ กุมภาพันธ์🔗
ในการปลดล็อก ผมขออนุญาตทบทวนนะครับว่าประเทศไทยโดนแบน (Ban) อยู่นะครับ หรือที่เราเรียกว่าโดนลงโทษ ๔ ประการ🔗
ประการแรกคือ เรื่องของสิทธิของประเทศไทยในการเสนอ หรือว่าการ ให้ผู้แทนของประเทศไทยเข้าไปอยู่ในกรรมการบริหารของสหพันธ์กีฬานานาชาติ อันนี้ จะพ้นกำหนดโทษเมื่อเราแก้ไขหรือเมื่อพ้นระยะเวลา ๑ ปี อันนี้เราไม่ได้รับผลกระทบ โดยตรง ณ ปัจจุบัน เพราะว่าผู้แทนของประเทศไทยที่เข้าไปนั่งอยู่ในกรรมการสหพันธ์ กีฬานานาชาติ โดยทั้งหมดเป็นคนที่มาในสถานะส่วนตัว หรือจากสมาคมกีฬานั้น ๆ ไม่ได้ เป็นตัวแทนรัฐบาลไทยนะครับ เพราะฉะนั้นเราไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง🔗
ประการที่ ๒ คือเรื่องของการรับสิทธิต่าง ๆ ของวาดา (WADA) เช่น ทุนการวิจัยจากวาดา (WADA) การเป็นกรรมการในชุดต่าง ๆ ของวาดา (WADA) อันนี้ก็มี กำหนด ๑ ปีเช่นเดียวกัน🔗
ประการที่ ๓ ซึ่งเป็นประการสำคัญ และเป็นที่มาหลักในการที่จะนำเสนอ เป็นพระราชกำหนดก็คือ เรื่องของผลกระทบจากการที่เราไม่สามารถที่จะเสนอตัวเป็น เจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาระดับนานาชาติ หลังจากวันที่ ๗ ตุลาคมเป็นต้นไป ซึ่งตรงนี้จะมี ผลกระทบในเรื่องของการพัฒนากีฬา มีผลกระทบต่อมูลค่าทางเศรษฐกิจ ทั้งรายการที่เราได้ สิทธิมาแล้ว และรายการที่เรายังไม่ได้สิทธิ ผมขอยกตัวอย่าง รายการที่เราได้สิทธิมาแล้ว หลายรายการต้องถูกยกเลิกไป เนื่องจากว่าเกียรติ ศักดิ์ศรี ถ้าเรายังไม่สามารถที่จะใช้ ธงชาติได้ เราก็มีการพิจารณาจากผู้ที่เกี่ยวข้อง ยกเลิกการจัดการแข่งขันในประเทศ ซึ่งปัจจุบันยกเลิกไปแล้ว ๒๒ รายการ มูลค่ารวมประมาณ ๔๕๐ ล้านบาท อันนี้เป็นตัวอย่าง ในการที่ได้นำเสนอไปแล้วว่า มูลค่าเศรษฐกิจโดยรวม ถ้าเราไม่แก้ไขปัญหาทันทีในห้วงเวลา ๑ ปีจะมีความเสียหายหลัก ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นต้น🔗
ส่วนเรื่องสุดท้าย ที่เป็นเรื่องละเอียดอ่อน คือเรื่องของการใช้สัญลักษณ์ ธงชาติไทยในพิธีการแข่งขัน ในพิธีการมอบเหรียญรางวัล ต้องทำความเข้าใจว่า การลงโทษ ในกรณีนี้ไม่รวมถึงกรณีการเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก กีฬาโอลิมปิกเราไม่ได้ โดนลงโทษ และกีฬาโอลิมปิกในอนาคตก็ไม่ได้อยู่ในบทกำหนดโทษนี้ แต่เป็นการกำหนดโทษ ในมหกรรมกีฬาตั้งแต่ระดับโลก ระดับทวีป ซึ่งตรงนี้ส่งผลกระทบต่อจิตใจของคนไทย ความภาคภูมิใจ อย่างไรก็ตามในการลงโทษ เรายังสามารถที่จะส่งในนามของทีมชาติไทย สามารถที่จะใช้ธงไตรรงค์ ติดที่หน้าอกเสื้อของทีมชาติได้ สามารถที่จะร้องเพลงชาติไทยได้ แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะใช้ธงขึ้นสู่เสา ในกรณีที่ท่านได้เห็นแล้วนะครับ ที่เราชนะเรื่องของ แบดมินตันเป็นแชมป์ (Champ) โลก อันนั้นไม่สามารถที่จะให้ธงชาติไทยขึ้นสู่เสา ซึ่งเรา เสียใจ แล้วเราต้องรับผิดชอบ เราถึงได้มีการแก้ไขกฎหมายโดยเร็ว เราไม่อยากเห็นภาพ แบบนั้นเกิดขึ้นต่อไปในอนาคต อันนี้ก็เป็นเหตุผลที่เราได้นำเสนอเป็นพระราชกำหนด และตอนที่เราออกเป็นพระราชกำหนดแล้วเราประสานกับวาดา (WADA) ไป แล้ววาดา (WADA) ยืนยันในการพิจารณาว่าตามที่เราร้องขอไปว่าเมื่อออกเป็นพระราชกำหนดแล้ว เรายอมรับว่าเราแก้ไขเสร็จเรียบร้อยแล้ว ประเทศไทยจะถูกนำออกจากกลุ่มประเทศ ที่ไม่ปฏิบัติตาม หรือว่าออกจากลิสต์ นอน-คอมพลายแอนต์ คันทรี (List Non-Compliant Country) เมื่อออกแล้วเราก็ร้องขอไปด้วยเพื่อความเป็นธรรมว่าในโทษทั้ง ๔ ประการ เราขอให้วาดา (WADA) พิจารณาพ้นโทษทันที โทษที่พ้นทันทีโดยอัตโนมัติ ไม่ต้องร้องขอ ก็คือสิทธิในการจัดการแข่งขันกีฬานานาชาติ อันนี้ไม่ได้มีกรอบเวลา ๑ ปี เราสามารถ ที่จะเสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันได้ทันที เมื่อบอร์ด (Board) บริหารของวาดา (WADA) รับรองแล้ว ซึ่งวาดา (WADA) เตรียมเสนอประเทศไทยให้รับรองว่า ประเทศไทย แก้ไขปัญหาเรียบร้อยแล้ว แต่สิ่งที่ยังมีความไม่แน่นอน คือ เรื่องของธงชาติ ซึ่งความเห็นของ การกีฬาแห่งประเทศไทย และความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นร่วมกันว่า เมื่อเรา ได้ปลดออกจากลิสต์ (List) แล้ว ผลก็คือว่าประเทศไทยจะต้องสามารถที่จะได้ใช้ธงชาติทันที เพราะว่าในข้อกำหนดโทษข้อนี้กำหนดเอาไว้ว่า เราจะพ้นโทษในเรื่องของการใช้ธงชาติได้ จะต้อง ๑. ต้องแก้ไขกฎหมายเรียบร้อยแล้วจนเขายอมรับ หรือในการแข่งขันครั้งถัดไป ในการแข่งขันครั้งถัดไปเราตีความ แต่ว่าในการอ่านข้อกำหนดโทษต่าง ๆ ก็ต้องมี การเห็นชอบจากวาดา (WADA) ด้วย แต่ในแง่มุมของการกีฬาแห่งประเทศไทยเราเห็นว่า ในการแข่งขันครั้งถัดไปนั้นเราถูกลงโทษไปแล้ว เพราะฉะนั้นในระดับทวีป ในระดับของ นานาชาติ ในระดับโลกเราพ้นไปแล้ว เมื่อพ้นไปแล้วการแก้ไขกฎหมายต่าง ๆ เมื่อวาดา (WADA) ได้เห็นว่า แก้ไขเสร็จเรียบร้อยแล้วเราสามารถที่จะใช้ธงชาติกลับมาทันทีครับ อันนี้ก็เป็นกรอบเวลาและเป็นหลักการเหตุผลครับ กราบเรียนที่ประชุมครับ🔗
มีท่านสมาชิก ยังข้องใจ อยากซักถามเพิ่มเติม ท่านรัฐมนตรีเดี๋ยวให้ท่านสมาชิกซักถามเพิ่มเติมนิดหนึ่ง เชิญท่านสุทิน คลังแสง และตามด้วยท่านขจิตรครับ ท่านจิรายุครับ🔗
ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม สุทิน คลังแสง พรรคเพื่อไทยจากมหาสารคามครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะฝ่ายค้าน🔗
ท่านจิรายุ ผมอนุญาตท่านสุทินก่อน เดี๋ยวท่านรอนิดหนึ่งให้พูดทุกคนครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ก็ขอบคุณ ทางการกีฬาที่ชี้แจง ถ้าฟังท่านชี้แจงแล้วก็มีข้อที่จะต้องซักถามเพิ่มเติมเพื่อประกอบ การตัดสินใจเล็กน้อย คือถ้าฟังดูการอธิบายของท่านผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้มีการพูดคุยประสานงานใกล้ชิดและตามติดตลอด ดูเหมือนการทำงานสมบูรณ์ดียิ่ง ซึ่งก็แปลกใจว่าไม่น่าจะเกิดปัญหาอย่างนี้ได้ ครั้นคิดอย่างนั้นแล้วท่านทำดีขนาดนี้ยังมีปัญหา ก็ทำให้เราคิดต่อไปข้างหน้าว่าเราจะต้องระแวดระวังต่อ🔗
ประการแรกที่สุดที่เข้าใจไม่ตรงกันก็คือ การพูดถึงความเป็นอิสระ ในกฎหมายนี้ ซึ่งท่านก็บอกว่าทางวาดา (WADA) เขาไม่ได้ตั้งมาตรฐานสูงถึงขั้นต้องเป็น องค์กรอิสระ ก็แน่นอนครับ การตีความหรือความต้องการหรือมาตรฐานของวาดา (WADA) สภาแห่งนี้ไม่สามารถจะรู้ได้ ถ้าท่านไม่ให้ข้อมูลละเอียดมาว่า วาดา (WADA) เขาต้องการ ระดับนี้ แต่ด้วยความเจตนาดีของรัฐสภาไทย ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อเราไม่อยาก ให้เกิดปัญหาอีก ความอิสระที่เราอยากจะให้ทำและให้มี เพื่อความสบายใจ แล้วมั่นใจว่า เขาจะปลดล็อก เราก็คิดต้องทำให้ดีที่สุด ดีที่สุดของเรา เราก็เทียบเคียงกับองค์กรอิสระ ของเรา แต่องค์กรอิสระก็มีหลายระดับ ระดับใกล้เคียงกันที่สุดที่คิดว่าเราน่าจะทำให้ดีที่สุด อย่างน้อยที่สุดเกี่ยวข้องกับยาเสพติดก็คือ ป.ป.ส. ถ้าได้อย่าง ป.ป.ส. ก็ยังพอจะสบายใจได้ แต่เมื่อท่านฟังคำชี้แจงแล้วว่า วาดา (WADA) เขาไม่ได้ถึงขนาดนั้น เพียงอิสระในการทำงาน เราก็มาดูในข้อกฎหมายแล้วข้อพระราชกำหนดที่ท่านเขียนขึ้นว่า ให้มีอิสระแล้วดูอย่างไร มันก็ไม่อิสระหรอกถ้ามาตรฐานของวาดา (WADA) ว่าเขียนแค่นี้เป็นอิสระ ถ้าเขารับได้ ก็โชคดีไป เราก็ไม่ติดใจ แต่เพียงเราห่วงใยว่ามันเป็นแผนกหนึ่งในการกีฬาอย่างนี้เขาจะ สบายใจได้อย่างไรว่าเป็นการอิสระ แต่เอาเถอะถ้าท่านมั่นใจว่าเท่านี้วาดา (WADA) รับได้ ก็ไม่ว่ากัน แต่ทางสภาเองเมื่อได้ออกกฎหมายหรือจะรับรองอะไรก็แล้วแต่ เราก็อยากทำให้ รอบคอบและหวังแก่ผล ให้มันแก้ปัญหาได้จริง ๆ ถ้าท่านมั่นใจแล้วก็ให้คำรับรอง แล้วยืนยันแล้วเมื่อสักครู่นี้ว่า วาดา (WADA) เขารับได้ ถ้าท่านจะกรุณาแสดงให้พวกเรา สบายใจได้ว่าเขารับได้เป็นเอกสาร หรือเป็นคำยืนยันระดับใดให้เรามั่นใจ อันนั้นจะ เป็นพระคุณที่สุด มันจะมากกว่าที่เรายืนขึ้นพูด ฝ่ายข้างล่างพูดทีข้างบนพูดทีว่าเขารับแล้ว ๆ แล้วท้ายที่สุดถ้าเขาไม่รับสภานี้ก็ป่วยการ กระบวนการระดับนี้มันไม่ใช่ไปเชื่อกับความคิด หรือความอ่านหรือคำพูดเท่านั้น ให้ท่านได้เข้าใจพวกเรานะครับว่าถ้าท่านจะกรุณาแสดง อะไรให้เรามั่นใจว่าเขารับ สภานี้ไม่ติดใจหรอก🔗
แล้วประการต่อมาที่ปลายทางที่สุดที่เราอยากเห็นคือ เขาจะปลดเราจริง หรือเปล่า ถ้าเขามั่นใจว่าปลด เมื่อสักครู่นี้ท่านก็บอกว่าปลดเรื่องเพลงชาติ แต่ธงยังติด ใช่ไหมครับ นี่เราก็ยังคิดต่อว่าท่านให้ความมั่นใจเราหน่อยว่า เขาปลดเราจริงหรือเปล่า ถ้าเอาล่ะปลดแน่ วันนี้มีหลักฐานระดับใดก็บอก ท่านรัฐมนตรีจะชี้แจงต่อไปนี้ก็ช่วยบอก ทางสภาว่าวันนี้มันคืบหน้าขั้นนี้ มีสัญญาณที่ดีระดับนี้ หรือมีเอกสารชัดเจนตอบรับ มาแล้วว่าปลด ถ้าเราแก้ตามนี้ก็ยิ่งจะเป็นข้อดีสำหรับการพิจารณาของพวกเรา แต่ถ้าไม่มี อะไรเลย หรือเพียงพูดอย่างเดียว ก็ต้องเห็นใจพวกเรานะครับ เราก็จะเชื่ออะไรง่าย ๆ แบบนั้นมันก็มาตรฐานการบัญญัติกฎหมายของเรามันก็จะไม่ใช่ ก็เลยกราบเรียนว่าอะไร ที่ท่านจะให้ความมั่นใจและสบายใจต่อสภา ขอได้โปรดเถอะครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านขจิตร ตามด้วยท่านจิรายุครับ ขอท่านขจิตรก่อนครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ผมได้ฟังการอภิปรายทั้งของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งของฝ่ายตอบรัฐบาล ผมมีความเห็นตรงกับท่านดอกเตอร์สุทิน แล้วผมขอขยายความเห็น แล้วก็ยืนยันในสภาแห่งนี้เพื่อให้รู้ว่าคนไทยไม่ใช่คิดเหมือนผู้ว่า การการกีฬาและท่านรัฐมนตรีในรัฐบาลนี้เท่านั้นในสภาแห่งนี้ ในเรื่องสาส์นศาลวิธีการที่ท่าน บอกท่านประสานงาน ผมก็ดูในกฎหมายแล้ว เขียนตัวเดียวกันสาส์นศาลแบบเดียวกัน วันนี้ ตกลงผ่านแต่ว่าในเรื่องความเป็นอิสระผมเข้าใจดี คำว่า เข้าใจดี แปลว่ากฤษฎีกาของ ประเทศนี้แล้วก็องค์กรราชการของประเทศนี้ ไม่ได้เข้าใจหรอก ความเป็นอิสระขององค์กร คืออย่างไร ท่านจะไปบอกว่า เขียนให้มันเป็นอิสระในตัวหนังสือมันก็คืออิสระ มันไม่ใช่ หัวหน้าหน่วยงานที่ตั้งขึ้นใหม่ ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยเป็นคนตั้ง แล้วมันจะอิสระ ได้อย่างไร ท่านประธานครับ ผมอยากจะพูดไว้เพื่อยืนยันในสภานี้ ๒๐ ปีก่อน ผมไปประชุม ในฐานะตัวแทนองค์กรครูของประเทศไทย แต่คุรุสภาทางเลขาธิการไปประชุมในฐานะ ผู้สังเกตการณ์ นี่คือความเป็นอิสระ เราจะไปคิดว่าวาดา (WADA) มองแค่นี้เขาจะเห็นว่า เป็นอิสระ ผมไม่เชื่อ แล้วผมจึงขอแจ้งหรือถามไปยังผู้ว่าการการกีฬาและท่านรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีที่มานี่ท่านรับรองคำอธิบายของผู้ว่าการการกีฬาในสภาแห่งนี้ใช่ไหม เอาอย่างนี้ ก็แล้วกันถ้าสมมุติว่า กฎหมายนี้ผ่านสภาไปแล้ว ถ้าวาดา (WADA) เขาติดใจในเรื่ององค์กร อิสระเขาไม่รับรอง ท่านผู้ว่าการการกีฬาต้องลาออกในวันที่เขาไม่รับรอง รวมทั้งรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบเรื่องกีฬาด้วย ต้องออกในวันนี้เลย ในวันที่เขาไม่รับรอง เพราะท่านยืนยันว่า ประสานกันตลอด ท่านลุกขึ้นมาแสดงความรับผิดชอบได้ไหม ถ้ามันไม่ผ่านท่านต้องลาออก รวมทั้งรัฐมนตรีด้วย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านจิรายุครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย เห็นตรงกันก่อนนะครับท่านรัฐมนตรีว่า เราเห็นด้วยกับชาติไทย เรารักชาติไทย ผมเป็น ผู้สื่อข่าวกีฬามานาน ท่านประธานครับ ผมเป็นผู้บรรยายกีฬา ผมเดินทางไปกับนักกีฬา มาตั้งแต่ท่านผู้ว่ายังไม่เคยมาเป็นผู้ว่าการการกีฬาเสียด้วยซ้ำ ผมจึงเข้าใจหัวอกกีฬา ตั้งแต่ วันที่ผมถามท่านรัฐมนตรีไป ผู้คนในวงการกีฬาทั้งส่งข้อมูลเรื่องทุจริตบ้าง เรื่องใช้ งบประมาณบ้าง เรื่องฮั้วประมูลบ้าง ซึ่งจริงหรือเปล่าก็ไม่รู้ เยอะแยะมากมายท่านประธาน แต่ที่ผมอยากจะถามท่านรัฐมนตรีผ่านไปยังท่านผู้ว่าการ🔗
ประเด็นที่ ๑ ก็คือเรื่องของอนุญาโตตุลาการทางด้านกีฬา มันเป็นอย่างไร มันตั้งแล้วหรือ แล้ววิธีการมันเป็นอย่างไร มันอยู่ในกฎหมายฉบับนี้ ใน พ.ร.ก. นี้ท่านไม่ได้ พูดถึง🔗
ประเด็นที่ ๒ เมื่อสักครู่นี้ท่านอธิบายว่าในแต่ละมาตรา วาดา (WADA) เขาได้ตรวจสอบแล้ว สำนักกฤษฎีกาวาดา (WADA) ผมเรียกอย่างนี้นะครับท่านประธาน เหมือนกับว่าเราส่งไปให้เขาดูรายมาตราแล้วใช่หรือไม่ ท่านส่งรายมาตราให้เขาดู ทั้งและ ที่ ซึ่ง จึง ใช่ ใช่หรือไม่ ถ้าใช่ท่านช่วยตอบนะครับ แล้วเขาก็ว่าอย่างไร เหมือนกับที่ ท่านประธานวิป (Whip) บอกเหมือนที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายว่า ขอเป็นเอกสารหน่อย จะได้เกิดความมั่นใจ🔗
เรื่องต่อมาที่อยากจะถามท่าน ก็คือเรื่องของการตรวจยามวิกาล กฎหมาย เดิมเขียนตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตก เมื่อสักครู่ท่านอธิบายบอกว่าแต่ไปให้ นักกีฬาเขาเขียนเซ็นรับรอง ผมเคยถามนักกีฬาครับ ทั้งกีฬา ทั้งประเภทเดี่ยว ประเภทคู่ เขาบอกว่าเขาถูกบังคับให้เซ็นเยอะ เพราะการกีฬาซึ่งผมก็ไม่เชื่อว่าจริงนะครับ ซึ่งการกีฬา บอกว่าถ้าไม่ได้เซ็นเดี๋ยวจะโดนตรวจตอนตีสอง แต่ถ้าเซ็นไว้เขาจะไม่เข้าเพราะแสดงความ บริสุทธิ์ใจ ผมจึงถามท่านในประเด็นนี้ครับว่า ที่ท่านบอกว่าก่อนหน้านี้ไม่เคยมีปัญหามาเลย เพราะให้นักกีฬาเซ็นรับรองชีวิตตัวเองว่าถ้าเกิดเขาไปตรวจโดป (Dope) ตอนเที่ยงคืน ตีหนึ่ง ตีสอง ตีสาม คุณต้องให้เขาตรวจ วาดา (WADA) เลยโอเค (OK) มันจึงถามกลับไปท่านประธานครับว่า ๑๕๐ กว่าประเทศทั่วโลกเขาก็เขียนกฎหมาย เหมือนกับไทย เขาก็มีกีฬาเหมือนกับไทย ทำไมเราจึงไม่แก้ไขปัญหาตั้งแต่ต้น อันนี้คือ สิ่งที่คณะกรรมการอยากรู้ เหตุผลท่านประธานวิป (Whip) บอกว่าอยากจะให้เสนอ เป็นพระราชบัญญัติและตั้งกรรมาธิการเต็มสภา เพราะผมก็ไม่ได้รู้ทุกเรื่อง บางเรื่องผมก็โง่ สมาชิกพรรครัฐบาลยังมาบอกว่าผมไม่รู้ ก็ผมไม่รู้นี่ครับ แล้วถ้าเกิดผมเป็นกรรมาธิการ ผมก็จะถามครับ แล้วท่านก็ชี้แจงเป็นเอกสารแล้วก็แก้ไขกฎหมายพระราชบัญญัติ ออกมาประกาศใช้ สมบูรณ์ครับ ไม่ต้องให้ใครมาชี้หน้าด่าว่าโง่ เพราะฉะนั้นท่านประธาน ที่เคารพครับ ๓-๔ ประเด็นที่ผมถามจะรบกวนท่านรัฐมนตรี และท่านผู้ว่าการได้ช่วยตอบ ส่วนท่านจะลาออกในวันที่ ๑ ตุลาคมที่จะถึงนี้หรือไม่ก็สุดแท้แล้วแต่ดุลยพินิจของท่าน เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่นะครับ สูญเสียงบประมาณคิดเฉลี่ยท่านประธานครับ เดือนละ ๑,๐๐๐ ล้านบาท เราสูญเสียไป ๑๒,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ ในขณะที่ปีที่แล้วท่านรัฐมนตรี งบกองทุนกีฬามีเป็นพัน ๆ ล้าน ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ ล้านบาท ท่านใช้เต็มเหนี่ยว แต่เรื่องธงชาติ ก็ไม่มี🔗
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมฝากท่านนะครับ ผมอาจจะดูโง่ในวงการกีฬาก็แล้วแต่ เมื่อการแข่งขันฟุตบอลซูซูกิ (Suzuki) ที่เราชนะอินโดนีเซียที่ผ่านมานี้ มีคนไปตำหนิติเตียน บอกว่านี่เห็นไหม ไม่ได้ใส่ธงชาติไทยในการแข่งขันระดับชาติ ซึ่งผมเข้าใจครับ สมาคม ฟุตบอลแห่งประเทศไทยเขาประกวดโลโก (Logo) ช้างศึก มีสินค้ายี่ห้อดังยี่ห้อหนึ่ง ไปจัดประกวดช้างศึก เผอิญประเทศไทยโดนแบน (Ban) พอดีครับ ก็เลยเดชะบุญไม่ต้องใส่ โลโก (Logo) ธงชาติไทย เพราะใช้โลโก (Logo) ช้างศึก แต่เวลาแข่งบอกทีมชาติไทย ทีมชาติไทย ท่านรัฐมนตรีไม่อายหรือครับ เขาบอกว่าเป็นทีมชาติไทยแต่ไม่ได้ใช้ธงชาติไทย ใช้โลโก (Logo) ช้างศึก วงการกีฬาเขาบอกว่า ทำไมไม่เอาธงชาติไทยมาแปะล่ะ สปอนเซอร์ (Sponsor) เข้าใจได้ คุณจะใช้ช้างศึก แมวศึก สิงห์ศึก ลีโอศึก ก็สุดแท้แล้วแต่ แต่ทำไม ท่านไม่ทำครับ ผมจึงขอถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ๔ ประเด็นดังที่ผมได้ กล่าวไป ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ🔗
สั้น ๆ ครับท่านประธาน🔗
เชิญครับ ท่านจิรัฏฐ์🔗
คือผมมีประเด็นคำถามเพิ่มเติมครับ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล เมื่อสักครู่ท่าน ผู้ว่าการการกีฬาบอกว่า เรารู้ล่วงหน้าก่อนไม่กี่เดือนก็เลยทำไม่ทัน ผมก็เลยอยากรู้ว่าเรารู้ ล่วงหน้าก่อนไม่กี่เดือน ทำไมเราถึงทำไม่ทันครับ ในเมื่อเราก็มีอำนาจพระราชกำหนด ที่ท่านใช้อยู่มันก็ออกได้ทันทีอยู่แล้ว แล้วคำว่าไม่กี่เดือนมันจริงหรือเปล่า ถ้าไม่กี่เดือนจริง แล้วทำไมต่างประเทศเขาทำกันได้ ทำไมเราทำไม่ทัน🔗
อีกอย่างหนึ่งท่านบอกว่า วาดา (WADA) ก็ไม่ได้โหดขนาดนั้น ไม่ได้โหด ถึงขนาดที่จะต้องแยกเป็นองค์กรอะไรขนาดนั้น มันยิ่งเข้าข่ายครับ คือมันยิ่งง่ายที่จะ แก้กฎหมาย ทำไมไม่รีบทำ อันนี้ผมเลยสงสัยว่ามันย้อนแย้งกัน ท่านบอกว่าท่านไม่ได้ ปล่อยปละละเลย แต่ผลงานมันชี้ไปอย่างนั้นนะครับ ก็เลยอยากถามบอกไม่กี่เดือน มันกี่วัน กี่เดือนกันแน่ที่เขาบอกมา แล้วทำไมเขาโหด ถ้าเขาโหดขนาดนั้นทำไมท่านอุทธรณ์ ทำไม ท่านไม่ยื่นไปที่วาดา (WADA) ว่าคุณให้เวลาแค่นี้ใครจะทำทัน ทำไมท่านไม่ตอบโต้เขาครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรีหรือท่านผู้ว่าการชี้แจง เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ นิดหนึ่งครับ🔗
ท่านรัฐมนตรี ขออีกนิดหนึ่งนะครับ เชิญครับท่าน🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนเท่ากัน หลายอย่างที่ผมได้อภิปรายไปแล้วว่า ในมาตรา ๑๔ ทางวาดา (WADA) มีประเด็นในเรื่อง ให้องค์กรวาดา (WADA) ไทยเป็นองค์กรอิสระ แต่พอมาดูเนื้อหาดูข้อความในมาตรา ๑๔ ที่แก้ไขก็ถือเป็นความห่วงใยตรงกันหลาย ๆ ท่านที่ได้อภิปรายไปแล้วด้วย เพราะฉะนั้น เดี๋ยวเพื่อเป็นความชัดเจนก็รบกวนท่านรัฐมนตรีแล้วก็ท่านผู้ชี้แจง เพื่อความหายข้องใจ ก็ขอคำตอบที่มันชัดเจนด้วย🔗
อีกประเด็นหนึ่ง ประเด็นของการจัดการแข่งขันกีฬาคนพิการอาเซียน พาราเกมส์ (ASEAN Para Games) ไม่แน่ใจว่าถ้าเกิดว่าการแก้ไข พ.ร.ก. นี้ผ่านเรียบร้อย แล้วจะนำไปสู่การเสนอตัวในการที่จะเป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันกีฬาคนพิการอาเซียน พาราเกมส์ (ASEAN Para Games) เนื่องจากว่าทางเวียดนามเขาไม่พร้อมที่จะจัด ไม่แน่ใจ ว่าในประเทศไทยจะมีโอกาสในการจัดการแข่งขัน ในการที่จะเป็นเจ้าภาพถัดจากนี้ได้หรือไม่ อย่างไร ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ แล้วก็ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก็ต้องขอขอบคุณมาก ที่ท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ช่วยกันอภิปรายใน พ.ร.ก. ฉบับนี้ ซึ่งผมคิดว่ารายละเอียด ทั้งหมดทางผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยก็ได้ตอบ แล้วก็ไขข้อข้องใจไปเกือบหมดแล้ว ส่วนรายละเอียดเพิ่มเติม ขอเอ่ยนาม ท่านสุทิน คลังแสง เรื่องของความอิสระ อิสระ ความหมายของวาดา (WADA) กับความอิสระของประเทศไทยเรา หรือของการกีฬา แห่งประเทศไทยในกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเป็นอย่างไร แล้วก็เอกสารการโต้ตอบ ระหว่างการกีฬาแห่งประเทศไทย แล้วก็ทางวาดา (WADA) การปลดล็อกของวาดา (WADA) มีจริงหรือไม่ ซึ่งรายละเอียดตรงนี้โดยเฉพาะเรื่องของการตอบโต้เรื่องเอกสารระหว่าง การกีฬาแห่งประเทศไทย แล้วก็ทางวาดา (WADA) เรามีการทำเป็นขั้นเป็นตอนตลอด ระยะเวลา ซึ่งตรงนี้ทางท่านผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยก็ได้ชี้แจงไปแล้ว ซึ่งตรงนี้ เรื่องรายละเอียด เรื่องเป็นภาคเอกสาร ผมจะขอให้ทางการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้มอบ เอกสารทั้งหมดไปที่กรรมาธิการการกีฬาของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งสิ่งเหล่านี้เรามีเอกสาร ยืนยันที่ชัดเจน ซึ่งผมก็คงไม่รบกวนเวลาในขณะนี้ ขอมอบเป็นเอกสารซึ่งตรงนั้นเป็นสิ่งที่ ชี้ชัดว่าเราไม่ได้พูดลอย ๆ เพียงข้างเดียว แต่เรามีเอกสารยืนยันจากวาดา (WADA) ในการ โต้ตอบกับการกีฬาแห่งประเทศไทยว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาในหลาย ๆ เดือน การกีฬา แห่งประเทศไทยทำอะไรอยู่ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเรามีหารือกันกับการกีฬา แห่งประเทศไทยอย่างไรบ้าง และคณะกรรมการกฤษฎีกาทางการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้ปรึกษาหารือตลอดระยะเวลาของการแก้ไขกฎหมายตรงนี้เป็นอย่างไร ซึ่งรายละเอียด เรื่องของการโต้ตอบกับวาดา (WADA) ก็จะนำเอกสารส่งไปให้กับทางกรรมาธิการการกีฬา🔗
ส่วนทางท่าน ส.ส. ขจิตร คำรับรองการอธิบายของผู้ว่าก็อย่างที่ว่า สิ่งที่ ผู้ว่าอธิบายไป คำรับรองเหล่านั้นก็คือสิ่งที่จะเป็นภาคเอกสารที่จะมอบให้กรรมาธิการ การกีฬาว่าสิ่งที่ผู้ว่าพูดไปเป็นข้อเท็จหรือข้อจริงอย่างไร ซึ่งตรงนี้ผมก็จะใช้ในเวลา และโอกาสอันเดียวกัน🔗
ส่วนท่าน ส.ส. จิรายุ ห่วงทรัพย์ ก็ต้องขอขอบคุณท่านจิรายุที่กรุณาให้ คำแนะนำ และให้ข้อคิดในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเรื่องของอนุญาโตตุลาการ และอีกเรื่องหนึ่ง คือวาดา (WADA) ดูทุกมาตราหรือไม่ การแก้กฎหมายของมาตรา ๒๙ เป็นอย่างไร และหน้าอกของช้างศึก ซึ่งการที่ว่าเรื่องหน้าอกเสื้อของช้างศึกผมคงไม่ได้ไปพูดถึงตรงนั้น ซึ่งก็น่าจะเป็นอะไรที่ไม่อยากไปพูดถึง เพราะว่ามันเป็นลิขสิทธิ์ แล้วก็เป็นอะไรของผู้ให้ การสนับสนุน แต่อะไรก็แล้วแต่ที่เกี่ยวกับเรื่องวาดา (WADA) เราพยายามที่จะนำเสนอเป็น เอกสาร อย่างกรณีที่ท่านผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยแจ้งว่า อย่างช้าจะมีการประชุม ในวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ หากว่าโอเค (OK) ในการประชุมวันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ผมไม่แน่ใจว่า สุดท้ายแล้วเขาจะปลดเราได้กี่ระดับ แต่ที่แน่นอนผมมีนัดกับทางการกีฬาแห่งประเทศไทยว่า ในวันที่ ๑๔ และ ๑๕ มีนาคม มีการประชุมเรื่องของวาดา (WADA) ที่ดูไบ ซึ่งผมก็ตอบตกลงกับทางวาดา (WADA) ไปแล้วว่าตัวผมเอง แล้วก็ทางผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยและคณะกรรมการบางท่าน ที่ดูแลเรื่องของวาดา (WADA) เราจะเดินทางไปร่วมประชุมกับทางสมาคมวาดา (WADA) ที่ดูไบในวันที่ ๑๔-๑๕ ถ้าหากว่าวันที่ ๒ กุมภาพันธ์นี้ยังไม่ได้รับการปลดล็อกเราก็คงจะต้อง ทำการหารือว่า แล้วสุดท้ายเขาจะปลดล็อกในกี่ระดับให้เรา หรือปลดล็อกทั้งหมดให้เรา ได้เมื่อไร สิ่งเหล่านี้อย่างช้าที่สุดก็คือตัวผมเองและทางท่านผู้ว่าเราก็จะร่วมหารือ โดยเป็น การได้มองหน้ากัน เฟซ ทู เฟซ (Face to Face) ในวันที่ ๑๔-๑๕ มีนาคมอยู่แล้ว รายละเอียดทั้งหมด ก็จะขอส่งไปให้กับทางกรรมาธิการการกีฬา🔗
สุดท้ายผมก็ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานสภาที่เคารพ และท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุก ๆ ท่าน จากการที่วันนี้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และการกีฬา แห่งประเทศไทยได้นำเสนอ พ.ร.ก. ทุกสิ่งทุกอย่าง ตัวผมเองก็ขอน้อมรับคำแนะนำและ คำชี้แนะของท่านสมาชิกทุก ๆ ท่าน แล้วก็อะไรที่คิดว่าเป็นความบกพร่องเป็นความผิดพลาด ของตัวผมเอง หรือของท่านผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เราจะรีบนำเรื่องนี้เพื่อไป ทำการปรับปรุงและแก้ไข แต่สิ่งที่ว่าเหตุการณ์ในอนาคตเราจะพบเหตุการณ์อย่างนี้อีก หรือไม่ ก็เรียนได้ว่าจะพยายามทุกวิถีทางที่จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นอีก โดยเฉพาะอย่างน้อยที่สุดในยุคของผมที่เหลือระยะเวลาเท่าไร ไม่มีใครทราบ อันนี้ในตลอด ระยะเวลาจากนี้เป็นต้นไปก็พยายามจะแก้ให้จบ แล้วก็ไม่ให้มีเรื่องใหม่เกิดขึ้นในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ หากว่ามีเหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ในเคส (Case) กรณีของการชักธงชาติขึ้นสู่เสา หากว่ามีเหตุการณ์อย่างนั้นเกิดขึ้น ผมก็คงจะต้องมานั่งไตร่ตรองว่า ถ้าเป็นอย่างนี้ตัวผมควร จะต้องทำอย่างไรบ้าง อันนี้ผมบอกได้เลยนะครับ ผมมีสปิริต (Spirit) พอในการที่จะ รับผิดชอบ ในการบริหารในหน้าที่ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และรัฐวิสาหกิจที่อยู่ ในการกำกับของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพราะฉะนั้นในโอกาสนี้ผมก็ขอโอกาส ขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็หวังว่าการลงมติ พ.ร.ก. ในวันนี้ ขอท่านสมาชิกช่วยกันลงมติเพื่อผ่าน พ.ร.ก. เพื่อเราจะก้าวต่อไปในเวทีโลก และเพื่อศักดิ์ศรี ของความเป็นไทยของประเทศไทยเราครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ท่านขจิตร ยังไม่จบหรือครับ ท่านขจิตรยังมีข้องใจ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ขจิตร ชัยนิคม พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุดรธานี ขอนิดเดียวครับ🔗
ข้อที่ ๑ การส่งเอกสารของท่านรัฐมนตรีให้ส่งที่ประธาน เปลี่ยนที่ส่งนะครับ เพราะนี่เหตุการณ์ในที่ประชุมใหญ่แล้ว ให้ส่งที่ประธานแล้ววันที่เขาส่งประธานให้ประธาน ส่งต่อเป็นสำเนาไปยังประธานวิป (Whip) ฝ่ายค้าน ซึ่งท่านขอด้วย นี่อันที่ ๑🔗
อันที่ ๒ ทั้งผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยและท่านรัฐมนตรีประกาศให้ชัด ได้ไหม ถ้ากฎหมายที่ผ่านไปวันนี้มาตรฐานความเป็นอิสระไม่ได้รับการรับรอง ท่านต้อง ลาออกจากตำแหน่งไปทั้ง ๒ ท่าน อย่ามาให้สภานี้ได้พบกับท่านอีก ขอบคุณครับ🔗
ผมว่า ก็คงจะไม่ต้องคาดคั้นกันขนาดนั้นนะครับ เพราะท่านรัฐมนตรีก็ได้ชี้แจง ท่านรัฐมนตรี จะชี้แจงไหมครับ เชิญครับ🔗
ก็ขออภัยท่านประธานอีกครั้งนะครับ สิ่งที่ท่าน ส.ส. ขจิตรพูดเมื่อสักครู่นี้ ผมไม่ได้พูดนะครับ ท่านผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทยก็ไม่ได้พูด ในเรื่องของวาดา (WADA) ที่มีการจะลงมติ ในวันนี้ แต่สิ่งที่ผมพูดว่าหากมีเรื่องเหล่านี้เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งในยุคที่ผมนั่งดำรงตำแหน่ง เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หากมีเกิดขึ้นไม่ว่าสถานะใดสถานะหนึ่ง ที่เป็นลักษณะใกล้เคียงแบบนี้ ผมก็จะทบทวนตัวเองอีกครั้งหนึ่ง ก็ต้องขออภัยนะครับ สวัสดีครับ🔗
ท่านสมาชิก ก็ได้มีการอภิปรายกันมามากพอสมควรครับ ท่านจิรัฏฐ์ผมว่าน่าจะละเอียดแล้วนะครับ🔗
นิดเดียวครับท่านประธาน ผมน้อยใจท่านรัฐมนตรีครับ ท่านไม่ตอบผมเลย ตอบแต่คนอื่น คำถามผมสั้นมากเลยครับ ท่านประธาน ผมทวนคำถามนิดเดียวก็คือว่า วันนี้เราออกพระราชกำหนดด้วยเหตุผลที่ว่า มันฉุกเฉินเร่งด่วนถูกต้องไหมครับ เพราะมันจะเกิดความเสียหายหลายหมื่นล้านบาทต่อปี ผมถามว่าก่อนหน้านี้ที่เขาแจ้งมาว่าให้แก้ แล้วท่านบอกว่ามีเวลาไม่กี่เดือนให้แก้ ทำไมท่าน ไม่ออก พ.ร.ก. ตั้งแต่ตอนนั้นด้วยเหตุผลที่ว่าเหตุฉุกเฉินเร่งด่วนเหมือนกัน ก่อนที่จะถูกแบน (Ban) ทำไมรอถูกแบน (Ban) แล้วค่อยมาฉุกเฉิน ผมถามแค่นี้เองสั้น ๆ ครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗
ท่านรัฐมนตรี มีข้อมูลจะตอบไหมครับ เชิญครับ🔗
ผมก็ขอขอบคุณท่าน ส.ส. คือจริง ๆ แล้วขณะที่วันนี้เราเจอเหตุการณ์ไปแล้ว การที่ตัวผมเอง จะนำเข้าเสนอเป็น พ.ร.ก. ก็ยังไม่ง่าย ก็ยังมีขั้นมีตอนในหลาย ๆ อย่าง และที่สำคัญที่สุด คือว่าเหมาะสมหรือไม่ที่จะนำเสนอเป็น พ.ร.ก. ทำไมไม่เสนอเป็น พ.ร.บ. หากว่าเรายังไม่ได้ ถูกแบน (Ban) แล้วผมนำเสนอเป็น พ.ร.ก. ผมก็คิดว่าในสภาแห่งนี้ก็จะมีการอภิปรายว่า เหตุการณ์ยังไม่เกิด คุณจะนำสิ่งเหล่านี้มานำเสนอเป็น พ.ร.ก. ได้อย่างไร ซึ่งตรงนี้ผม ก็ต้องเรียนตรง ๆ ว่า ตัวผมเองก็ค่อนข้างที่จะคิดมากว่าการที่จะนำเสนอเป็น พ.ร.ก. มีความเหมาะสมขนาดไหน ถ้าหากว่าดีที่สุดก็อย่างที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติพูดว่า เราควร จะนำเสนอเป็น พ.ร.บ. นั่นคือดีที่สุด แต่เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นมาแล้ว ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์ พวกเราก็มีการประชุมกันว่า เราจะนำเสนอเป็น พ.ร.บ. หากว่าการเสนอเป็น พ.ร.บ. นี้ ก็บังเอิญว่าเราได้มีการถูกประกาศถูกแบน (Ban) ไปเสียก่อน ก็เลยต้องกลับมาทบทวน แล้วก็ทำงานร่วมกับกฤษฎีกาเพื่อจะทำอย่างไร เร่งรัดให้เร็วที่สุด เพื่อปลดล็อกให้ได้ภายใน ๑ ปี ซึ่งตรงนี้ก็ได้รับความร่วมมือจากกฤษฎีกาประชุมอาทิตย์ละ ๒ ครั้ง ก็เป็นที่มาว่าวันนี้ เรานำเสนอใน พ.ร.ก. ได้ แต่ถ้าหากว่าผิดพลาดประการใด ผมก็ต้องขออภัยท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติว่า ก่อนหน้านี้ไม่สามารถเสนอเป็น พ.ร.ก. ได้ ก็มีการทบทวนว่าจะเป็น พ.ร.ก. ดี หรือ พ.ร.บ. ดี ขณะนั้นยังไม่ได้ถูกแบน (Ban) ครับ ผมต้องขออภัยนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ท่านปริญญา มีอะไรอีกไหมครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ประเด็นที่ผมได้ ตั้งคำถามท่านรัฐมนตรีและท่านผู้ชี้แจงไปในเรื่องของถ้าผ่าน พ.ร.ก. นี้แล้วจะเป็นไปได้ หรือไม่ ทันไหมกับการที่จะนำเสนอขอโอกาสในการจัดการแข่งขันกีฬาอาเซียน พาราเกมส์ (ASEAN Para Games) ในครั้งที่จะถึงนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านรัฐมนตรี หรือท่านผู้ว่าการจะตอบ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานครับ จะขออนุญาตตอบประเด็นคำถามเรื่องอาเซียน พาราเกมส์ (ASEAN Para Games) ได้รับทราบว่ามีการประชุมในประเทศภาคีสมาชิก แล้วก็ได้มีการลงมติให้ประเทศ อินโดนีเซียเป็นผู้จัดการแข่งขัน อันนี้เป็นความคืบหน้าล่าสุดครับ🔗
ท่านสมาชิก ก็ได้มีการอภิปราย มีการซักถาม แล้วก็ชี้แจงไปจนครบกระบวนความแล้วนะครับ ต่อไปผม จะขอมติจากที่ประชุมว่า จะให้การอนุมัติพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ ควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔ หรือไม่ ก่อนลงมติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ🔗
ขอเชิญท่าน สมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าสู่ห้องประชุม หรือกำลังประชุมกรรมาธิการอยู่แต่ละห้องเชิญ เข้าห้องประชุมใหญ่เพื่อจะได้ลงมติ เชิญครับ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตนโปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนนะครับ🔗
มีท่านสมาชิก ท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตนบ้างมีไหมครับ ถ้ามีก็เชิญนะครับ ยังให้เวลาให้โอกาสครับ ถ้าไม่มีผมขอปิดการแสดงตนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ ท่านสมาชิกครับ จำนวน ผู้เข้าประชุมในขณะนี้ ๓๒๖ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ท่านผู้ใดเห็นว่าควรอนุมัติโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าไม่ควรอนุมัติโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญใช้สิทธิลงคะแนนครับ🔗
มีท่านสมาชิก ท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนมีไหมครับ ถ้ามีก็เชิญนะครับ ถ้าใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนนกันทุกท่านแล้วผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ ท่านสมาชิกครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๕๓ ท่าน เห็นด้วย ๒๓๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๑๘ ท่าน งดออกเสียง ๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติอนุมัติพระราชกำหนดฉบับนี้ ขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีและผู้แทนหน่วยงานที่มาชี้แจงครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป จะเป็นการพิจารณา🔗
เรื่องด่วนที่ ๓ เป็นร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)🔗
ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากว่ามีร่างพระราชบัญญัติทำนองเดียวกันอีก ๔ ฉบับ คือ🔗
๑. ร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ เป็นผู้เสนอ🔗
๒. ร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่ง นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม กับคณะ เป็นผู้เสนอ🔗
๓. ร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่ง พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง กับคณะ เป็นผู้เสนอ🔗
๔. ร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่ง นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ กับคณะ เป็นผู้เสนอ🔗
ผมเห็นว่า ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๕ ฉบับ เป็นเรื่องทำนองเดียวกันตามข้อบังคับข้อ ข้อ ๕๕ (๒) น่าจะนำมาพิจารณาและลงมติพร้อมกันตามข้อบังคับ ข้อ ๕๕ (๔) จะมีท่านสมาชิกท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มี ถือว่า ที่ประชุมเห็นชอบ ผมขอดำเนินการตามนี้นะครับ สำหรับร่างพระราชบัญญัติของสมาชิก ที่เสนอมาซึ่งยังไม่ได้บรรจุระเบียบวาระ ผมจะให้เจ้าหน้าที่แจกท่านสมาชิกเพื่อประกอบการ พิจารณานะครับ เชิญเจ้าหน้าที่ได้แจกเอกสารครับ ท่านสมาชิกครับด้วยร่างพระราชบัญญัติ ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ และที่ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ เป็นผู้เสนอ ได้นำเสนอ รายงานการรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้อง และรายงานวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจ เกิดขึ้นจากการตรากฎหมายมาเพื่อประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมาย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ แล้ว รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดไว้ให้ท่านสมาชิก แล้วนะครับ🔗
สำหรับร่างพระราชบัญญัติที่ยังไม่ได้บรรจุระเบียบวาระอีก ๓ ฉบับนั้น เป็นร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวด้วยการเงิน และท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้คำรับรองตาม รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๔ แล้ว โดยร่างพระราชบัญญัติที่ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง กับคณะ เป็นผู้เสนอ อยู่ระหว่างการรับฟังความคิดเห็น ทั้งนี้ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับ มีหลักการทำนองเดียวกันกับร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี ซึ่งตามประกาศ สภาผู้แทนราษฎร เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการการรับฟังความคิดเห็น และการวิเคราะห์ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒ วรรคสอง สำนักงานจึงไม่ต้องดำเนินการจัดให้มี การรับฟังความคิดเห็นก็ได้ ดังนั้น การรับฟังความคิดเห็นของร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๓ ฉบับ จึงอนุโลมใช้ผลการรับฟังความคิดเห็นของคณะรัฐมนตรี🔗
ในการนี้ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจง ข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ จึงขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจง ในที่ประชุมนะครับ ๑. นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ๒. นายจุมพล นิติธรางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและพัฒนากฎหมายกองพัฒนากฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ๓. นางสาวอรพิม ประสงค์ นักกฎหมายกฤษฎีกา ชำนาญการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เชิญผู้ชี้แจงเข้าประจำที่🔗
ต่อไปขอเชิญ ผู้เสนอได้แถลงหลักการและเหตุผล เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขอกราบเรียนว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๔ มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีการับไป ดำเนินการยกร่างกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาการชำระหนี้คืนกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เป็นการด่วน ซึ่งต่อมาสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ดำเนินการยกร่างพระราชบัญญัติ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๔ เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวตามที่สำนักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกาเสนอ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ รัฐบาลจึงขอกราบเรียนต่อสภาผู้แทนราษฎร ถึงหลักการและเหตุผลความจำเป็น ตลอดจนสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงิน ให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติกองทุน เงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๐ ดังนี้🔗
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๔ ดังต่อไปนี้🔗
ข้อ ๑ แก้ไขเพิ่มเติมวัตถุประสงค์ของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (แก้ไข เพิ่มเติมบทนิยามคำว่า นักเรียน หรือนักศึกษา และสถานศึกษาในมาตรา ๔ แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๑๑ (๑) ยกเลิกมาตรา ๖ วรรคสาม และเพิ่มมาตรา ๖/๑)🔗
ข้อ ๒ แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษา และคณะอนุกรรมการ (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๙ และมาตรา ๒๖ ยกเลิก มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๕)🔗
ข้อ ๓ แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับการให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๓๗ มาตรา ๓๘ มาตรา ๔๐ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓ วรรคหนึ่ง และเพิ่มมาตรา ๓๘/๑ มาตรา ๔๒ วรรคสอง (๑/๑) และมาตรา ๔๓/๑)🔗
ข้อ ๔ แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับการชำระเงินคืนกองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษา (แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔๔ มาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๑ วรรคหนึ่ง และเพิ่ม มาตรา ๔๔/๑ มาตรา ๔๘ วรรคสาม และมาตรา ๕๑ วรรคหก)🔗
เหตุผล โดยที่การกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาเป็นมาตรการหนึ่งที่จะช่วยลด ความเหลื่อมล้ำในการศึกษา อันเป็นรากฐานสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และสังคมในภาพรวม แต่บทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน ยังไม่อำนวยให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาบรรลุถึงวัตถุประสงค์ดังกล่าว ได้ภายใต้บริบทการศึกษาเรียนรู้ที่เปลี่ยนแปลงไป สมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติดังกล่าว เพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึงเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาให้มากขึ้น เพื่อรองรับการเรียนรู้ ตลอดชีวิต ให้มีระบบการให้ทุนการศึกษาในสาขาวิชาขาดแคลนที่ต้องได้รับการส่งเสริม เป็นพิเศษ ปรับเปลี่ยนการดำเนินงานของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาให้ทำงานเชิงรุก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ข้อมูลแก่นักเรียน หรือนักศึกษาก่อนเลือกสาขาวิชาที่จะ กู้ยืมเงินเรียน เพื่อให้สอดคล้องกับอาชีพแห่งอนาคต รวมทั้งให้มีความคล่องตัวในการ บริหารจัดการเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม รวมถึงกำหนดกลไกให้ ผู้กู้ยืมเงินสามารถชำระเงินคืนกองทุนตามความสามารถในการหารายได้ และสร้างวินัยใน การชำระเงินคืนกองทุนเพื่อสร้างความยั่งยืนแก่กองทุน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตสรุปสาระสำคัญของ พระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ดังนี้🔗
ข้อ ๑ ร่างพระราชบัญญัตินี้มุ่งเน้นการแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับ การให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาและการชำระเงินคืนกองทุน เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่นักเรียน นักศึกษาและผู้กู้ยืมเงิน โดยมีบทบัญญัติ เช่น🔗
๑.๑ การกำหนดให้ผู้กู้ยืมเงินสามารถกู้ยืมเงินได้โดยไม่ต้องมี ผู้ค้ำประกัน🔗
๑.๒ การขยายเวลาการกู้ยืมเงินเกินเวลาที่หลักสูตรกำหนด🔗
๑.๓ การกำหนดรูปแบบการผ่อนชำระและระยะเวลาการผ่อนชำระ เงินคืนที่ยืดหยุ่นขึ้น และคิดดอกเบี้ยเฉพาะเงินกู้ยืมที่ยังไม่ได้ชำระ🔗
๑.๔ การกำหนดลำดับการตัดชำระเงินใหม่โดยเรียงจากเงินต้น ดอกเบี้ยและเงินเพิ่ม🔗
๑.๕ การกำหนดให้ กยศ. สามารถพิจารณาผ่อนผันการชำระหนี้ การลดหย่อนหนี้ การปรับโครงสร้างหนี้ การแปลงหนี้ใหม่ หรือการระงับการชำระเงินคืน กองทุนได้ทุกช่วงเวลา🔗
๑.๖ การกำหนดให้หนี้ที่มีต่อกองทุนเป็นอันระงับไป ในกรณีที่ผู้กู้ยืม เงินตาย ล้มละลาย พิการ หรือทุพพลภาพจนไม่สามารถประกอบการงานได้ หรือเป็นโรค อันตรายร้ายแรง รวมทั้งการกำหนดให้ความรับผิดของผู้ค้ำประกันเป็นอันระงับไป ในกรณีที่ ผู้ค้ำประกันถึงแก่ความตาย🔗
๑.๗ การกำหนดให้ กยศ. ต้องรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลสถิติ เพื่อให้นักเรียนหรือนักศึกษาใช้ประกอบการวางแผนในการศึกษาหรือประกอบอาชีพ🔗
ข้อ ๒ ร่างพระราชบัญญัตินี้ยังได้แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติ เพื่อขยายโอกาส ในการเข้าถึงกองทุน เช่น🔗
๒.๑ การแก้ไขบทนิยามเพื่อรองรับการศึกษาที่หลากหลายครอบคลุม หลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น หรือเพื่อยกระดับทักษะ สมรรถนะ หรือการเรียนรู้เพื่อรองรับ ไลฟ์ลองเลิร์นนิง (Lifelong Learning)🔗
๒.๒ การเพิ่มช่องทางให้ กยศ. สามารถพิจารณาให้ทุนการศึกษาแทน การเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาได้ ในกรณีของนักเรียนหรือนักศึกษาที่ศึกษาในสาขาวิชาขาด แคลนหรือสาขาวิชาที่กองทุนมุ่งส่งเสริมเป็นพิเศษ🔗
๒.๓ การเพิ่มโอกาสการกู้ยืมเงินโดย กยศ. ต้องไม่พิจารณาเพียง รายได้ต่อครอบครัวของผู้กู้ยืมเงินแต่เพียงด้านเดียว แต่ให้คำนึงถึงรายจ่ายของครอบครัวด้วย🔗
ข้อ ๓ เพื่อประโยชน์ต่อประชาชน และเพื่อบรรเทาปัญหาหนี้ กยศ. อันเกิด จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) ในปัจจุบัน ร่างพระราชบัญญัตินี้จึงกำหนดให้สามารถนำบทบัญญัติ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมในครั้งนี้มาใช้บังคับ แก่ผู้กู้ยืมเงินของผู้ค้ำประกันที่กู้ยืมเงิน หรือค้ำประกันไว้แล้วก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ ใช้บังคับด้วย🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ประโยชน์ในการตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ ต่อประชาชน ร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความเป็นธรรม และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงการศึกษา ของประชาชน และกำหนดให้มีการปรับเปลี่ยนการดำเนินงานของกองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษาให้ทำงานเชิงรุก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ข้อมูลแก่นักเรียน หรือนักศึกษา ก่อนเลือกสาขาวิชาที่จะกู้ยืมเงินเรียน เพื่อให้สอดคล้องอาชีพแห่งอนาคต รวมทั้งให้มีความ คล่องตัวในการบริหารจัดการเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม ทั้งนี้ เมื่อประชาชนสามารถเข้าถึงการศึกษาที่เหมาะสมกับความต้องการ และความถนัด ของแต่ละบุคคลได้มากขึ้น ย่อมเป็นการเสริมสร้างคุณภาพของทรัพยากรบุคคลในประเทศ ให้สูงขึ้น อันเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ของประเทศ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผมจึงขอเสนอต่อเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร จะได้พิจารณาเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษา ลดภาระและสร้างความเป็นธรรมให้แก่ผู้กู้ยืมเงินจาก กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ตลอดจนเพื่อรักษาเสถียรภาพและความมั่นคง ทางเศรษฐกิจของประเทศ ในช่วงเวลาวิกฤติเศรษฐกิจจากการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) ต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรี🔗
ต่อไปร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของนายอนุทิน ชาญวีรกุล กับคณะ เป็นผู้เสนอ มีท่านภราดร ปริศนานันทกุล เป็นผู้เสนอ แทนครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ต้องขอบพระคุณ ท่านประธานครับ วันนี้พวกผมและเพื่อนสมาชิกจากพรรคภูมิใจไทย นำโดยท่าน หัวหน้าพรรค ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เสนอพระราชบัญญัติแก้ไข พระราชบัญญัติกองทุน กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในอันดับแรก ผมขออนุญาตอ่านหลักการ และเหตุผลของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ดังนี้ครับ🔗
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๐🔗
เหตุผล เนื่องจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาเป็นการให้บริการ สาธารณะทางด้านการศึกษาแก่ประชาชน โดยมีวัตถุประสงค์ให้นักเรียนหรือนักศึกษา เข้าถึงแหล่งเงินกู้จากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อประโยชน์ทางการศึกษาอย่างเท่าเทียม เสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำเพื่อเป็นการสนับสนุนผู้กู้ยืมเงินให้มีการศึกษาที่ดี มีแรงจูงใจ ในการศึกษาและลดภาระการชำระหนี้ของผู้กู้ยืมเงิน ด้วยการเปิดโอกาสให้ผู้กู้ยืมเงินมีโอกาส ปรับโครงสร้างหนี้ ปลดภาระผู้กู้ยืมเงินและผู้ค้ำประกันจากการเป็นหนี้อันไม่ก่อให้เกิดรายได้ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้🔗
อันนี้คือหลักการและเหตุผลที่พวกเรานำเสนอต่อสภาแห่งนี้ ผมเริ่มต้นกับ ท่านประธานแบบนี้ครับ พวกเราสมาชิกพรรคภูมิใจไทยได้ร่วมกันเสนอร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ ตั้งแต่เมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๖๓ หรือปีกว่า ๆ ที่ผ่านมา นับถึงวันนี้เกือบจะ ๑๔ เดือนเต็มที่ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ถูกบรรจุเอาไว้อยู่ในระเบียบวาระ หลังจากนั้น ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาร่างฉบับนี้ว่า เป็นพระราชบัญญัติทางการเงิน หรือไม่ ท่านเห็นว่าเป็นพระราชบัญญัติทางการเงิน เกี่ยวข้องกับการเงิน ท่านจึงได้เสนอ ไปที่คณะรัฐมนตรีเพื่อให้นายกรัฐมนตรีรับรองตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรี ได้รับรองร่างของพวกเราเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาครับ เมื่อวันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๔ เมื่อท่านนายกฯ รับรองร่างแล้ว ร่างก็จึงกลับคืนมาที่สภาแล้วก็นำมาสู่การพิจารณาในวันนี้ ผมเองต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้เห็นความสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ที่มันเกี่ยวข้องกับเรื่องของการศึกษา เรื่องของการให้โอกาสทางการศึกษากับพี่น้อง ประชาชนผู้ที่มีรายได้น้อย ไม่สามารถที่จะดูแลตัวเองได้ ก็สามารถที่จะให้กู้ยืมเงิน จากกองทุนเพื่อไปใช้จ่ายทางด้านการศึกษา อย่างไรก็ดีครับ มันมีเงื่อนไข มีหลักเกณฑ์ที่ทาง กยศ. ได้กำหนดเอาไว้ และเป็นอุปสรรคต่อผู้กู้ยืม เป็นอุปสรรคต่อผู้ที่กู้เพื่อนำไปเรียน หลายเรื่องด้วยกัน พวกเราพรรคภูมิใจไทยครับ จึงได้เสนอเป็นนโยบายเมื่อตอนรณรงค์ หาเสียงเลือกตั้งเมื่อปี ๒๕๖๒ ว่าพวกเราจะดำเนินการแก้ไขพระราชบัญญัติฉบับนี้ ในประเด็นต่าง ๆ ซึ่งผมกำลังจะบอกกับท่านประธาน แล้วก็ในประเด็นที่เราได้เสนอเอาไว้ ในร่างที่พวกเราเสนอต่อสภาแห่งนี้ เราได้รณรงค์ไว้ทั้งสิ้น ๕-๖ ประเด็นด้วยกันครับ🔗
ในประเด็นแรก คือประเด็นเรื่องการปลดภาระผู้ค้ำประกันให้กับน้อง ๆ คนที่ไปกู้ยืมทุนเพื่อการศึกษา ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาผมเชื่อว่าท่านประธานและเพื่อน สมาชิกคงจะเห็นเช่นเดียวกัน ถึงข่าวคราวของภาระที่มันเกิดขึ้นกับผู้ค้ำประกันให้กับผู้กู้ยืม จะเป็นพ่อแม่บ้าง จะเป็นครู จะเป็นอาจารย์ของผู้ที่ไปกู้ยืมบ้าง ในกรณีที่ผู้กู้ยืมไม่สามารถ ที่จะชำระหนี้ให้กับ กยศ. ได้ตามที่กำหนด แน่นอนที่สุดมันก็จะต้องเป็นภาระตกทอดไปถึง ผู้ค้ำประกัน ประเด็นนี้มีการพูดถึงกันมากครับ แล้วเราได้มีการพูดคุยในสภาแห่งนี้หลายครั้ง จนครั้งล่าสุดที่มีการตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาเรื่องนี้ ก็มีประเด็นนี้อยู่ในข้อเสนอ ของกรรมาธิการชุดนั้น เป็นที่มาครับ เป็นที่มาให้ กยศ. นำไปปรับแก้ในตัวระเบียบ เรียกว่า ข้อบังคับของ กยศ. โดยกำหนดว่า เราปลดภาระของผู้ค้ำประกันไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งประกาศไปเมื่อปลายปีที่แล้ว ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ อันนี้เป็นประเด็นที่ ๑ ซึ่งเรียบร้อย ไปแล้ว🔗
ประเด็นที่ ๒ เราเสนอนโยบายเรื่องปลอดภาระดอกเบี้ย ทำไมต้องปลอด ภาระดอกเบี้ยครับ เพราะเราเห็นครับ เราเห็นว่าการให้กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาเป็นหน้าที่ ของรัฐครับ เป็นหน้าที่ของรัฐที่รัฐจะต้องมอบโอกาสให้กับคนทุกคน ใครก็แล้วแต่ในประเทศ นี้ที่เขาอยากจะเรียน แล้วติดเงื่อนไขเรื่องทุนทรัพย์ในการเล่าเรียน เป็นหน้าที่ของรัฐบาล ที่จะต้องหาแหล่งทุนให้เขาไปต่อยอดทางการศึกษาโดยที่ไม่คิดมูลค่า โดยที่ไม่คิด อัตราดอกเบี้ย อันนี้คือหลักคิด จึงเป็นที่มาของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ในมาตรา ๖ ซึ่งพวกเราได้ แก้ไขมาตรา ๔๔ โดยเนื้อหาใจความก็คือ ให้ปลอดดอกเบี้ยไปเสีย และที่สำคัญคือหลังจาก ที่เขาสำเร็จการศึกษาแล้ว การชำระเงินคืนก็สามารถที่จะให้เขาเลือกได้ว่าจะให้ทำงาน ให้รัฐเพื่อชำระเงินคืนแทนการชำระเป็นเงินสด มากกว่านั้นครับก็ยังสามารถที่จะให้เจรจา ต่อรองกับทาง กยศ. ได้เพื่อให้มีความยืดหยุ่นในกรณีที่ในเคส (Case) นั้น ๆ มีความจำเป็น จริง ๆ อันนี้ก็อยู่ในร่างของพวกเราในมาตรา ๖🔗
ประเด็นถัดมาครับ เรื่องการทำงานชำระหนี้หรือเรื่องการแปลงหนี้ให้เป็น ทุนการศึกษา ประเด็นนี้เป็นเรื่องที่สำคัญครับ ซึ่งพวกเราพรรคภูมิใจไทย ก็พยายามที่จะ นำเสนอประเด็นนี้ และบรรจุเอาไว้อยู่ในร่างนี้เช่นเดียวกัน เราบรรจุเอาไว้อยู่ในมาตรา ๗ โดยให้มีการเพิ่มเติมในมาตรา ๔๔ เป็นมาตรา ๔๔/๑ และมาตรา ๔๔/๒ โดยบัญญัติ เอาไว้ว่า หากผู้กู้ยืมคนใดที่สามารถที่จะเรียนอยู่ระดับที่มีเกณฑ์การศึกษาที่ดี ได้รับ เกียรตินิยมอันดับ ๑ หรือเรียนอยู่ในสาขาที่กระทรวงศึกษาธิการเขากำหนดเอาไว้ เป็นที่ ต้องการของกระทรวงศึกษาธิการ ก็สามารถที่จะให้ผู้กู้คนนั้นแปลงหนี้สินที่กู้ยืมไปให้เป็น ทุนการศึกษาได้ หมายความว่าใครที่ได้เกียรตินิยมอันดับ ๑ หรือใครก็ตามที่เรียนอยู่ใน หมวดวิชาที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด ท่านสามารถที่จะไม่ต้องชำระหนี้ โดยรัฐบาล โดยกองทุน กยศ. ให้ทุนการศึกษาให้กับเด็กเหล่านี้ไป นี่ก็เป็นการเปิดโอกาสให้เด็ก ที่มีศักยภาพสูง และเด็กที่เป็นที่ต้องการที่ทางกระทรวงศึกษาธิการกำหนด ได้มีโอกาส ได้เข้าถึงแหล่งทุนการศึกษาโดยที่ไม่จำเป็นต้องชำระคืน ซึ่งผมเชื่อว่ามันจะเป็นประโยชน์ กับประเทศชาติเช่นเดียวกัน ที่สามารถที่จะดึงกลุ่มคนที่มีความสนใจในหมวดวิชาการศึกษา ต่าง ๆ ที่กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดเข้าไปเรียนในหมวดวิชาต่าง ๆ เหล่านั้น🔗
มากกว่านั้นครับท่านประธาน ประเด็นที่ ๓ ที่ได้นำเสนอเอาไว้ต่อสาธารณะ นั่นก็คือประเด็นเรื่องการงดเบี้ยปรับ ซึ่งเราบรรจุเอาไว้ในร่างฉบับนี้ในมาตรา ๘ เราบรรจุ เอาไว้เราเขียนเอาไว้ว่า ผู้กู้ที่กู้ไปก่อนวันที่กฎหมายฉบับนี้จะประกาศ และยังมีเงินค้างอยู่ ให้ผู้กู้นั้นชำระเพียงแค่เงินต้นเท่านั้น ไม่ต้องเสียเบี้ยปรับที่ขณะนี้เป็นปัญหาอย่างมาก อีกปัญหาหนึ่งเช่นเดียวกันสำหรับผู้ที่กู้เงิน กยศ. อยู่ เพราะว่าเบี้ยปรับมันสูงแล้วก็เพิ่มขึ้น จนมากกว่าเงินต้นเสียแล้ว เป็นภาระให้กับผู้กู้ ให้กับน้อง ๆ นักศึกษาที่เขากู้เงินไปเรียน เป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นเราเห็นว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นที่จะต้องนำไปสู่การแก้ไข จึงเสนอ ในมาตรา ๘ ครับว่า ความโดยรวมก็คือให้งดเบี้ยปรับที่ทาง กยศ. ได้กำหนดเอาไว้ นี่คือ ๒-๓ ประเด็นที่เราได้บรรจุเอาไว้อยู่ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้🔗
มากไปกว่านั้นครับมาตรา ๙ ของร่างของพวกเรายังได้บรรจุเอาไว้ด้วย ยังได้ เขียนเอาไว้ด้วยว่า ในกรณีที่เรื่องถึงศาลแล้ว และศาลได้มีคำพิพากษาไปแล้วเรื่องภาระ หนี้สินสำหรับผู้กู้ หลังจากที่ประกาศพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ ให้ผู้ที่มีภาระหนี้สิน ให้ผู้ที่ถูกตราหน้าว่าเป็นผู้ที่มีภาระหนี้สิน ให้มีการหลุดพ้นจากการมีประวัติเรื่องการชำระ หนี้สินด้วย นี่คือประเด็นต่าง ๆ ที่ทางพรรคภูมิใจไทย พวกเราได้นำเสนอต่อสาธารณะเอาไว้ แล้วได้มีการเสนอเป็นพระราชบัญญัติประกอบด้วยกัน ๑๐ มาตรา ซึ่งได้เสนอต่อ ที่ประชุมในขณะนี้ ซึ่งมีหลายประเด็นที่เหมือนหรือว่าแตกต่างจากร่างที่ทางรัฐบาลได้เสนอ มาเช่นเดียวกัน ผมถือโอกาสตรงนี้ส่งผ่านไปถึงกรรมาธิการที่กำลังจะตั้งขึ้น ร่างตัวที่ทาง รัฐบาลได้เสนอมานี้จะมีในหลายประเด็นที่ผมคิดว่าสามารถที่จะปรับแก้ แล้วก็เอื้อประโยชน์ ให้กับผู้กู้ได้มากกว่านี้ เช่น ในเรื่องของดอกเบี้ย ที่เมื่อสักครู่ผมได้บอกไปในร่างของพวกเรา พรรคภูมิใจไทย ให้ปลอดดอกเบี้ยหมายความว่าดอกเบี้ยเป็นศูนย์ แต่ว่าในร่างของคณะรัฐมนตรีกำหนดให้มีอัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ ๒ เปอร์เซ็นต์ต่อปี แต่ก็ยังมี ข้อดีอยู่ที่ไม่คิดดอกเบี้ยแบบทบต้น ก็ยังให้ชำระในส่วนเงินต้นก่อน เวลาชำระก็ให้ชำระ ในส่วนเงินต้นเงินต้น หมายความว่าไปหักเงินต้นออก ก็ทำให้ภาระมันน้อยลง แต่ถ้าหากว่า เป็นการให้ปลอดดอกเบี้ยเลยก็จะเป็นประโยชน์กับทางผู้กู้มากกว่า ผมก็ต้องถือโอกาสตรงนี้ ฝากทางกรรมาธิการที่กำลังจะตั้งขึ้นไปร่วมกัน ช่วยกันพิจารณาในประเด็นต่าง ๆ ที่ทั้ง ๕ ร่างได้เสนอเข้ามา สิ่งใดที่เป็นประโยชน์มากที่สุดก็ขอให้ใช้ร่างนั้นครับ เป็นตัวบท กำหนดต่อไป อาจจะมีการแก้ไขจากร่างที่รัฐบาลได้เสนอมาบ้าง แต่ถ้าหากว่าเป็นประโยชน์ ก็ต้องฝากกรรมาธิการด้วย พวกผมพรรคภูมิใจไทยจึงได้เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพื่อให้สภาได้พิจารณาต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณ ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากร่างที่ ๓ ผู้เสนอหลักการและเหตุผลยังไม่พร้อมนะครับ ขอเอา ร่างที่ ๔ ขึ้นมานำเสนอก่อนนะครับ คือ ร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง กับคณะ เป็นผู้เสนอ ซึ่งก็จะมี ท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เป็นตัวแทนนำเสนอ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดนราธิวาส ประกอบด้วย อำเภอบาเจาะ อำเภอยี่งอ อำเภอรือเสาะ และอำเภอศรีสาคร พรรคประชาชาติ ผมได้รับ มอบหมายจากพรรคประชาชาติ ในฐานะที่พรรคประชาชาติได้ยื่นญัตติเกี่ยวกับ ร่างพระราชบัญญัติกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก่อนอื่นจริง ๆ แล้ว พรรคประชาชาติเราได้ยื่นพระราชบัญญัติฉบับนี้ไปตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ปีที่แล้ว ภายหลังจากที่มีการเลือกตั้งเราเล็งเห็นว่า ปัญหาเรื่องหนี้ กยศ. โดยเฉพาะในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นพื้นที่ที่ยากจนที่สุด การศึกษาต่ำที่สุด หนี้ กยศ. กำลังก่อให้เกิด ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก เพราะฉะนั้นทันทีที่ภายหลังการเลือกตั้ง เราได้ยื่นก่อนหน้านี้แล้ว ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ประมาณกลางปี แต่ปรากฏว่าได้รับแจ้งจาก ทางสภาว่า ร่างที่พรรคประชาชาติได้ยื่นไปก่อนนี้เกี่ยวข้องกับการเงิน จึงไม่ได้รับ การพิจารณาเข้าสู่สภาเพื่อพิจารณาเป็นร่างฉบับแก้ไข แต่ไม่เป็นไรครับ ทุกสิ่งทุกอย่าง เมื่อมีเจตนาดี ผมเชื่อว่าพระผู้เป็นเจ้าได้เป็นผู้กำหนดแล้ว ท้ายที่สุดเมื่อเรามีความคิดที่ดี กับพี่น้องประชาชน จนกระทั่งปีนี้ ๒๕๖๕ ต้อนรับศักราชใหม่นี้นะครับ อยู่ดี ๆ รัฐบาลก็ยื่น ร่างแก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา เหมือนที่ตัวแทนของรัฐมนตรีได้แถลง หลักการและเหตุผลมาเมื่อสักครู่ เราเองพรรคประชาชาติไม่ได้นิ่งนอนใจครับ จึงได้ยื่นร่าง ประกบเข้ามา เรารู้ตัวว่าเราอยู่ฝ่ายค้าน เสียงของเรา กฎหมายของเราอาจจะไม่ได้รับการ พิจารณาให้ความสำคัญเท่าไร แต่เมื่อเห็นคณะรัฐมนตรียื่นเข้ามา ผมเชื่อว่าเมื่อเรายื่น ประกบแล้วนายกรัฐมนตรีต้องมีการเซ็นรับรองเป็นไปอย่างที่คาดไว้ ก็ขอบคุณอีกครั้ง แต่ว่า ด้วยความเจตนาดีของเรา ผมเชื่อว่าสิ่งที่ผมจะอภิปรายในหลักการและเหตุผลฉบับร่างของ เราอาจจะมีความแตกต่างกันบ้าง🔗
ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติที่พรรคประชาชาติได้ยื่นเข้ามาโดยมี หลักการก็คือ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๐🔗
โดยมีเหตุผลว่า โดยที่กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาเป็นหน่วยงานของรัฐ ที่ส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาให้นักเรียน นักศึกษา หรือประชาชนผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ให้ได้รับสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการศึกษาเพื่อลดความเหลื่อมล้ำ และการศึกษาเป็นสิทธิ ขั้นพื้นฐานของประชาชนที่รัฐพึงช่วยเหลือทุนการศึกษา สำหรับผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ที่ปลอดดอกเบี้ย และลดภาระการชำระหนี้ของผู้กู้ยืมเงินด้วยการ เปิดโอกาสให้ผู้กู้ยืมเงินมีโอกาสปรับโครงสร้างหนี้ ปลดภาระผู้กู้ยืมเงินและผู้ค้ำประกันจาก การเป็นหนี้อันไม่ก่อให้เกิดรายได้ ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับปี พ.ศ. ๒๕๖๐ มาตรา ๕๔ ที่กำหนดให้รัฐจัดตั้งกองทุนเพื่อใช้ในการช่วยเหลือผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อลด ความเหลื่อมล้ำในการศึกษา ให้ประชาชนได้มีโอกาสในการเข้าถึงการศึกษาอย่างเสมอภาค เท่าเทียมกันจึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น🔗
ท่านประธานครับ ในส่วนร่างพระราชบัญญัติฉบับแก้ไขกองทุนกู้ยืม เพื่อการศึกษา ที่พรรคประชาชาติได้ยื่นเข้ามาในสภาแห่งนี้มีทั้งหมด ๑๔ มาตรา เป็นการ แก้ไขพระราชบัญญัติกองทุนกู้ยืมฉบับปี ๒๕๖๐ ด้วยหลักการและเหตุผลที่เราเห็นว่า ฉบับเดิมมันยังไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ จึงเป็นที่มาของการแก้ไข แต่ในเนื้อหามี ความแตกต่างกับร่างของคณะรัฐมนตรีอยู่บางประเด็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเริ่มตั้งแต่มาตรา ๓ ของฉบับร่างแก้ไขของพรรคประชาชาติ ที่ให้มีการเพิ่มเติมข้อความเป็นมาตรา ๖/๑ แล้วก็ ที่สำคัญที่สุด ก็คือในส่วนของมาตรา ๗ นี้ให้ยกเลิกความในมาตรา ๔๔ แห่งพระราชบัญญัติ กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ๒๕๖๐ แล้วก็ให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน นั่นหมายความว่า ในส่วนของ พ.ร.บ. กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาฉบับปี พ.ศ. ๒๕๖๐ ฉบับเดิมนี้ ในส่วน มาตรา ๔๔ พรรคประชาชาติเราเห็นว่า มาตรานี้เป็นมาตราที่ทำความเดือดร้อนให้กับ นักศึกษาที่จบการศึกษาแล้ว แล้วก็ที่จะจบการศึกษาในอนาคต จึงได้มีการแก้ไขยกเลิก ทั้งมาตรา แล้วก็ให้มีการร่างเป็นมาตรา ๔๔ แทน มาตรา ๔๔ ฉบับที่พรรคประชาชาติได้ ยื่นแทน ผมคงไม่อ่านทั้งหมด แต่จะกล่าวโดยสรุปสั้น ๆ ในส่วนของตอนต้นก็คือว่า วรรคแรกของมาตรา ๔๔ ก็คือระยะเวลาในการชำระหนี้ ท่านประธานครับ เราเห็นว่า ระยะเวลาในการให้โอกาสนักศึกษาที่จบการศึกษาในการชำระหนี้กองทุนนี้ครับ ก่อนหน้านี้ มีการปลอดชำระหนี้หลังจากจบการศึกษา ๒ ปี ระยะเวลาในการชำระหนี้ ๑๕ ปี แต่ปรากฏ ว่าเป็นอย่างไรครับ คนเราเกิดมา นักศึกษาแต่ละคนที่จบการศึกษามีโชควาสนาแตกต่างกัน มีพื้นฐานทางครอบครัวต่างกัน จบการศึกษามาแล้วก็มีงานมีการทำไม่เหมือนกัน บางคน ก็ว่างงานด้วยเหตุผลหลาย ๆ อย่าง ดังนั้นระยะเวลาที่ พ.ร.บ. ฉบับเดิมได้กำหนดไว้ ๑๕ ปี เราเห็นว่าสามารถที่จะขยายระยะเวลาเป็น ๓๐ ปีได้ ท่านอาจจะมองว่ามันนานเกินไปไหม เราเห็นว่าในช่วงมาตรการโควิด (COVID) ช่วงโควิด (COVID) ๒ ปีที่ผ่านมา กยศ. ก็ได้ กำหนดระยะเวลาในการขยายให้โอกาสกับคนที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด (COVID) เป็น ๓๐ ปี เพราะฉะนั้นแสดงว่าสามารถกระทำได้ ให้โอกาสเขา🔗
ในส่วนที่ ๒ นอกเหนือจากในเรื่องของการขยายระยะเวลาแล้ว ประเด็น สำคัญก็คือที่เป็นภาระที่ก่อให้เกิดปัญหาให้กับคนที่จบปริญญา ก็คือดอกเบี้ยกับเบี้ยปรับ ท่านประธานครับ แถวบ้านผมพี่น้องมาหาเรื่องนี้มาก กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษามี วัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์กู้เพื่อไปเรียน พูดง่าย ๆ ก็คือคนจนนั่นละครับ นราธิวาสอยู่ในอันดับท้ายของความร่ำรวย คือจนที่สุดของประเทศ เพราะฉะนั้นจำนวนเฉลี่ย ของคนที่กู้เงิน กยศ. ไปเรียน มีเป็นจำนวนมาก แต่ปรากฏว่าอย่างไรครับ จบการศึกษามา รับปริญญาที่กรุงเทพฯ พ่อแม่มาที่กรุงเทพฯ รับปริญญาดีใจที่ลูกได้จบปริญญาตรี ปรากฏว่า หอบหนี้กลับไปโดยไม่รู้ตัว และไม่ใช่น้อย ๆ ครับ หนี้เยอะมาก เพราะหลังจากไปอยู่บ้าน ปลอดชำระหนี้แล้ว ถึงเวลา กยศ. มีหนังสือแจ้งเข้ามาให้ชำระเงินต้นที่กู้มาตลอดระยะเวลา ที่เรียนปริญญาตรีบวกดอกเบี้ย บวกเบี้ยปรับ ผมมีตัวอย่าง มีอยู่เคส (Case) หนึ่งครับ กู้เงินต้น ๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาท มีภาพสไลด์ (Slide) ให้ดูด้วยนะครับ🔗
กู้เงินต้น ๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาท อยู่ดี ๆ โนทิส (Notice) มาจากสำนักงานทนายความที่ กยศ. เขามอบอำนาจให้ทนายเขามี หนังสือทวงมานี่นะครับ เงินต้น ๓๖๘,๐๐๐ บาท ดอกเบี้ย ๗๔,๗๐๐ บาท เบี้ยปรับ ท่านทราบไหมครับท่านประธาน ๔๙๖,๐๐๐ กว่าบาท สำนักงานทนายความที่รับมอบ อำนาจจาก กยศ. มีหนังสือแจ้งให้ชำระหนี้ทั้งสิ้นจากเงินต้นที่เรียนแค่ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาท พอจบปริญญาตรีเขาไม่ทราบเลย พ่อแม่เขาตกใจว่า ลูกเขาจบปริญญาตรีพร้อมหอบหนี้ กลับมาบ้าน รวมทั้งหมด ๙๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ท้อไหมครับ ๙๐๐,๐๐๐ กว่าบาท จากที่ กู้เรียน ๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาท เขากู้เพราะเขาจน เขาไม่มีเงินจะเรียนถึงต้องกู้ แต่ปรากฏว่า จบปริญญาตรีมาแล้ว งานก็ไม่มี ต้องมานั่งรับภาระหนี้ ๙๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ก็ไม่รู้เมื่อไร จะหมด สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้สิ่งที่พรรคประชาชาติเราเห็นก็คือว่า ทั้งดอกเบี้ย ทั้งเบี้ยปรับ คือตัวปัญหาที่ก่อเกิดให้ปัญหาความเหลื่อมล้ำไม่จบสิ้น จึงเป็นที่มาของมาตรา ๔๔ ที่เราได้ เสนอเป็นฉบับแก้ไขในมาตรา ๗ ก็คือให้ยกเลิกเสียแล้วก็ร่างใหม่ ขยายเวลาให้กับเขา แล้วก็ในส่วนของวรรคสองก็คือให้ปลอดดอกเบี้ยและประโยชน์อื่นใด ดอกเบี้ยไม่ต้องคิดเลย และเบี้ยปรับก็ไม่ต้องคิด เพราะถือว่าเป็นหน้าที่ของรัฐที่จะต้องให้เขากู้เพราะเขาจน และจะต้องแปลงเป็นกองทุนเพื่อการศึกษา ถามว่าแล้ว กยศ. จะเอาเงินที่ไหนมาบริหารงาน มันก็อยู่ใน พ.ร.บ. นะครับ เพราะว่ากองทุนสามารถหาได้อย่างอื่นได้ ไม่ใช่ กยศ. มานั่งทำตัว เป็นธนาคารเชิงพาณิชย์ เรียกดอกเบี้ยจากคนจนที่เขามีโชควาสนา ไม่เหมือนคนอื่นเขา ท่านประธานครับ สำคัญที่สุดศาสนาอิสลามก็ได้บอกหลักการไว้ตั้งนานแล้วในอัลกุรอาน ก็คือว่า อิสลามห้ามยุ่งเกี่ยวกับดอกเบี้ย เพราะการคิดดอกเบี้ยคือการให้ความอยุติธรรม ให้กับคนที่ลำบาก ถ้าเขามีเขาคงไม่กู้ เขาลำบากเขาถึงกู้ แล้วกู้แล้วก็ยังไปคิดดอกเบี้ย กับเขาอีก นั่นคือเหตุผลหนึ่งที่พรรคประชาชาติเราเห็นว่า หลักการเดิมของ พ.ร.บ. การให้กู้ยืม เพื่อการศึกษาโดยการคิดดอกเบี้ย เบี้ยปรับ กำลังจะทำให้สังคมเกิดความเหลื่อมล้ำ และจะ ก่อให้เกิดปัญหาตามมาอีกมาก เหมือนที่ผมบอกตั้งแต่ต้น ยกตัวอย่างตั้งแต่ต้นให้ ท่านประธานได้ทราบ ๙๐๐,๐๐๐ กว่าบาท สุดท้ายไม่มีปัญญาผ่อน ก็ถูกฟ้องร้องบังคับคดี สุดท้ายไปยึดทรัพย์ ยึดทรัพย์ของผู้ค้ำประกันด้วย เดือดร้อนกันทั้งบ้าน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ก็อยู่ในมาตรา ๔๔ ที่พรรคประชาชาติได้ร่างไว้ในมาตรา ๗ ก็คือให้ยกเลิกดอกเบี้ย เบี้ยปรับ แล้วในส่วนของผู้ค้ำประกัน สำหรับหนี้ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้หากพระราชบัญญัติฉบับ แก้ไขนี้ผ่าน ก็อยู่ในมาตรา ๔๔ ให้มีผลกับคนที่ถูกฟ้องร้องดำเนินคดี แล้วก็มาปรับโครงสร้าง หนี้ใหม่ มาขยายระยะเวลาใหม่ ในส่วนของการถูกยึดทรัพย์บังคับคดี ก็สามารถที่จะมา ปรับโครงสร้างหนี้ใหม่ แปลงหนี้ใหม่ภายในระยะเวลาตามพระราชบัญญัติที่เราได้มีการแก้ไข🔗
ท่านประธานที่เคารพผมยกตัวอย่างบางส่วนบางตอนให้ท่านประธานได้ รับทราบ อีกส่วนหนึ่งที่พรรคประชาชาติเราได้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพื่อให้มีการแก้ไข พระราชบัญญัติเดิม ก็คือในส่วนของการแปลงหนี้ กยศ. ให้เป็นเงินทุนการศึกษาแทน นั่นหมายความว่า คนที่จบการศึกษาได้รับเกียรตินิยมก็ให้แปลงหนี้ใหม่เป็นเงินทุน เพื่อการศึกษา หรือนักศึกษาอื่นที่คณะกรรมการได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้ โดยไม่จำเป็นต้อง จบเกียรตินิยม แต่สามารถที่จะแปลงหนี้ กยศ. เป็นการให้ทุนเพื่อการศึกษา🔗
สุดท้ายในส่วนของมาตราตอนท้ายที่พรรคประชาชาติเราได้ยื่นร่างฉบับแก้ไข ก็คือว่า ในส่วนของมาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ ให้มีการยกเลิกมาตรา ๔๖ แล้วก็ มาตรา ๑๒ ให้มีการยกเลิกในมาตรา ๕๐ ก็คือในเรื่องของหนี้บุริมสิทธิ ท่านประธาน ทราบไหมครับว่า หนี้ กยศ. ถ้าเขาจบแล้วไปทำงานอยู่บริษัทเอกชนก็แล้วแต่ หนี้ กยศ. ถือว่าเป็นหนี้บุริมสิทธิ มีสิทธิเหนือหนี้อื่น ๆ ถ้า กยศ. ทราบสามารถที่จะมีหนังสือแจ้งไปยัง นายจ้างหักได้เลยครับ ผมเองอยู่ที่บ้านมีพี่น้องที่เพิ่งได้งานทำมาหาผมหลายคนบอกว่า บางครั้งไปหักหนี้ตามจำนวนที่ กยศ. แจ้งไปนี่นะครับ โดยไม่ได้มีการฟ้องร้องกันมาก่อน ทำให้เขาเดือดร้อน ไม่พอค่าเลี้ยงชีพ บางคนจบมาพ่อแม่ป่วย ไม่มีงานทำ ตอนสมัยเรียน พ่อแม่ยังให้ทุนการศึกษาอยู่บ้าง แต่พอจบการศึกษาแล้ว พ่อป่วยติดเตียง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เกิดขึ้นจริงในชนบท ดังนั้นพรรคประชาชาติเราก็เลยเห็นว่า หนี้ กยศ. ไม่สมควรที่จะเป็น หนี้บุริมสิทธิ แล้วก็ในส่วนของนายจ้างก็ไม่สมควรที่จะมีการหักเงินเดือนของนักศึกษาที่เพิ่ง จบใหม่โดยที่ไม่เห็นความเดือดร้อนของนักศึกษาที่ได้รับงานทำ🔗
ท่านประธานครับ สุดท้ายผมเชื่อว่าร่างพระราชบัญญัติของพรรคประชาชาติ โดยเฉพาะในมาตรา ๗ ให้มีการแก้ไขมาตรา ๔๔ ถือว่าเป็นประเด็นสำคัญอย่างยิ่งในเรื่อง ของระยะเวลาการชำระหนี้ ในเรื่องของการปลอดดอกเบี้ยและเบี้ยปรับ ท้ายที่สุดผมเชื่อว่า สภาแห่งนี้จะได้มีการตั้งกรรมาธิการ เพื่อพิจารณาศึกษาแก้ไขเพื่อนำไปสู่การพิจารณาใน วาระที่ ๒ ฝากคณะกรรมาธิการที่จะมีการจัดตั้งขึ้นว่า การร่างกฎหมายอย่าร่างเพื่อเอาใจ ฝ่ายบริหาร อย่าร่างเพื่อมองประโยชน์ของกองทุน กยศ. เป็นหลัก แต่อยากให้ร่างกฎหมาย เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเป็นที่ตั้ง หวังว่าร่างของพรรคประชาชาติเรา ประเด็นสำคัญในเรื่องของดอกเบี้ยกับเบี้ยปรับจะได้รับการแก้ไขในชั้นกรรมาธิการและ นำเสนอเข้าสู่สภาในวาระที่สองต่อไป ขอขอบคุณครับ🔗
ร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เชิญเสนอหลักการและเหตุผลครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ผมได้รับ มอบหมายจากคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย และสมาชิกพรรคเพื่อไทย ทุกท่าน ให้เป็นผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตที่จะอ่านหลักการและเหตุผลก่อนที่จะ นำไปสู่ในรายละเอียดที่จะนำเรียนต่อสภาแห่งนี้ว่า พรรคเพื่อไทยคิดอย่างไรนะครับ🔗
หลักการ ก็ใกล้เคียงกับของรัฐบาล นั่นก็คือ🔗
ข้อ ๑ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๐ นิยามคำว่า นักเรียนหรือนักศึกษา และสถานศึกษา ในมาตรา ๔ แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๑๑ (๓) ยกเลิกมาตรา ๖ วรรคสาม และให้เพิ่มมาตรา ๖/๑🔗
ข้อ ๒ แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับคณะกรรมการกองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษาและคณะอนุกรรมการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๔ (๓) มาตรา ๑๙ มาตรา ๒๖ ยกเลิกมาตรา ๒๒ มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ และมาตรา ๒๕🔗
ข้อ ๓ แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับการให้กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา แก้ไข เพิ่มเติมมาตรา ๓๗ มาตรา ๓๘ มาตรา ๔๐ มาตรา ๔๒ และมาตรา ๔๓ วรรคหนึ่ง ยกเลิกวรรคสองของมาตรา ๔๑ และเพิ่มมาตรา ๓๘/๑ และมาตรา ๔๓/๑🔗
ข้อ ๔ แก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเกี่ยวกับการชำระเงินคืนกองทุนให้กู้ยืม เพื่อการศึกษา และแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๔๔ มาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๓ วรรคหนึ่ง แก้ไข (๑) ของมาตรา ๔๕ และเพิ่มมาตรา ๔๔/๑ มาตรา ๔๘ วรรคสาม และมาตรา ๕๓ วรรคหก🔗
เหตุผล โดยที่การกู้ยืมเงินเพื่อการศึกษาเป็นมาตรการหนึ่งที่จะช่วยลด ความเหลื่อมล้ำในการศึกษา อันเป็นรากฐานสำคัญในการลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ และสังคมโดยภาพรวม แต่บทบัญญัติแห่งกฎหมายว่าด้วยกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบันยังไม่อำนวยให้การกู้ยืมการศึกษาบรรลุถึงวัตถุประสงค์ดังกล่าวได้ ภายใต้บริบทการศึกษาเรียนรู้ที่เปลี่ยนแปลงไป การกู้ยืมเงินที่ต้องมีผู้ค้ำประกันและคิด อัตราดอกเบี้ยที่สูงเกินไป เป็นการเพิ่มภาระให้แก่ผู้กู้ยืม ไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของ การให้กู้ยืม สมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติดังกล่าว เพื่อขยายโอกาสในการเข้าถึงเงินกู้ยืม เพื่อการศึกษาให้มากขึ้นเพื่อรองรับการเรียนรู้ตลอดชีวิต ให้มีระบบกองทุนการศึกษา ในสาขาวิชาที่ขาดแคลนที่ต้องได้รับการส่งเสริมเป็นพิเศษ ปรับเปลี่ยนการดำเนินงานของ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาให้ทำงานเชิงรุก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการให้ข้อมูลแก่นักเรียน หรือนักศึกษาก่อนเลือกสาขาที่จะกู้ยืมเงินเรียน เพื่อให้สอดคล้องกับอาชีพแห่งอนาคต รวมทั้งให้มีความคล่องตัวในการบริหารจัดการเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาอย่างเหมาะสม และเป็นธรรม รวมถึงกำหนดกลไกให้ผู้กู้ยืมเงินสามารถชำระเงินกองทุนตามความสามารถ ในการหารายได้และสร้างวินัยในการชำระคืนกองทุน เพื่อสร้างความยั่งยืนแก่กองทุน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้🔗
นี่คือหลักการและเหตุผล ซึ่งพรรคเพื่อไทยเราได้เขียนนำเสนอ ๓๒ มาตรา ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องการศึกษาเพราะเราย่อมทราบดีว่ามันเป็นรากฐาน มันเป็น ตอม่อที่สำคัญยิ่งของประเทศ และมันเป็นความมั่นคงมากกว่ากองทัพอีกครับ ถ้าคน ในประเทศไร้ซึ่งความรู้ ไร้ซึ่งการศึกษาแล้ว ในอนาคตประเทศจะไปสู้กับนานาอารยประเทศ ไม่ได้ ยิ่งยุคทุกวันนี้เป็นยุคที่มีการเปลี่ยนแปลงมาถึงระบบยุคดิจิทัล (Digital) แต่ปัญหา ที่เกิด ท่านประธานครับ ถามว่าทำไมคุณหมอชลน่านได้มอบหมายให้ผม ผมเล่าให้ท่านฟังว่า ปรากฏการณ์จริงต้องขอบคุณคนที่คิดเรื่องเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษา ท่านประธาน ผมเป็นครู บรรจุปีแรก ปี พ.ศ. ๒๕๒๙ สอนระดับประถมศึกษาท่านประธานครับ เด็กนักเรียนโรงเรียน ของผมจบปีการศึกษา ๒๕๒๙ ไม่ได้เรียนต่อแม้แต่คนเดียวครับ ชื่อโรงเรียนบ้านสมบูรณ์ ตำบลกุดหวาย อำเภอศีขรภูมิ จังหวัดสุรินทร์ เพราะอะไรครับท่านประธาน ก็ไม่ต้องอธิบาย แล้วครับ เป็นโรงเรียนกันดาร รับเบี้ยกันดาร เพราะความยากจนครับท่านประธาน เขาไม่มี โอกาสได้เรียนเลย ปี ๒๕๓๐ ก็ไม่มีโอกาสได้เรียน จนกระทั่งว่ามีเด็กคนหนึ่ง ท่านประธาน เชื่อไหมครับ เขาไปดิ้นรนต่อสู้ ร่ำเรียนมาจนวันนี้เขาไปขายของ ไปทำงานทุกอย่างเพื่อให้ เขาได้มีโอกาส วันนี้เขาเป็นนายอำเภอเพิ่งบรรจุปีที่แล้ว เขาโทรไปบอกผมนี่ผมขนลุกครับ ขนาดเขายากจน สภาวะบริบทรอบบ้านลำบากมาก แต่เขาก็ดิ้นรนได้ พอมีคนคิดเรื่อง กองทุนให้กู้ยืมตั้งแต่ปี ๒๕๓๘ มา ถือว่าเป็นเรื่องที่เยี่ยมยอด แล้วบังเอิญพรรคเพื่อไทย ท่านประธานก็ทราบว่าคอนเซ็ปต์ (Concept) ของพรรคเพื่อไทยว่า หัวใจคือประชาชน ผมเสียดายครับ พูดวันนี้ก็ไม่ได้พูดหาเสียงให้หรอกครับ ผมเสียดายสิ่งดี ๆ ที่คนชื่อทักษิณ ชินวัตร และคนชื่อยิ่งลักษณ์ ชินวัตร คิดไว้เยอะแยะ นี่ไม่ได้หาเสียงนะครับ แต่จำเป็น ต้องพูด เพราะผมเป็นผู้แทนวันนั้น แล้วที่ผมมาเป็นผู้แทนท่านประธานครับ มันดลบันดาลว่า ผมนั่งอยู่ ตอนเย็น โรงเรียนกันดารมีบ้านพักหลังเดียว อยู่กลางป่ากลางทุ่งครับ โรงเรียนไป ด้านขวามือห่าง ๑ กิโลเมตรหนึ่งถึงหมู่บ้านด้านซ้ายมือกิโลเมตรหนึ่ง ไม่มีน้ำใช้อาศัยแต่ น้ำฝนครับ ก็เลยนั่งคิดตอนเย็น ๆ หลังจากฟังนิยายจากวิทยุธานินทร์ เรื่องบ้านทรายทอง เราจะแก้ปัญหาให้กับบ้านเมือง แก้ปัญหาให้กับเด็กได้อย่างไรครับชีวิตนี้ ก็เกิดแรงบันดาลใจ ไหว้ศาลพระภูมิว่า ถ้ามีโอกาสที่จะแก้เรื่องการศึกษาให้ดีกว่านี้ ขอให้ชาตินี้ได้ไปเป็น ผู้แทนเถอะ ท้ายที่สุดวันนี้ก็มาถึงจริง ๆ ท่านประธานจะสังเกตเห็นในสภา ท่านประธาน ก็นั่งอยู่เกือบทุกครั้งที่ผมอภิปราย ก็จะพูดถึงแต่เรื่องของการศึกษา พอมายุคทักษิณเป็น นายก สมัยนั้นตั้ง ๑ ทุน ๑ อำเภอ ส่งลูกหลานไปเรียนเมืองนอก ผมดีใจมากครับ เด็กอำเภอ ที่ผมอยู่ในเขตเลือกตั้ง ผมอยู่อำเภอศีขรภูมิ เด็กสำโรงทาบได้ไปเรียนฝรั่งเศส อีกหลายคน ได้ไปเรียน กลับมาเป็นทรัพยากรอันทรงคุณค่าของบ้านเมืองของประเทศชาติ ได้มา ให้ความรู้ ได้มาแก้ปัญหาให้กับมาตุภูมิหรือภูมิลำเนาที่เขาเกิด ท้ายที่สุดก็ล่มสลายไป เพราะท่านทักษิณโดนปฏิวัติ โดนข้อหาต่าง ๆ โดยเฉพาะข้อหานี้ก็เป็นข้อหาหนึ่ง น่าเสียดาย หาว่าเอาเงินจากกำไรของกองสลากมาให้ทุนการศึกษา เราเสียโอกาสไป มายุคยิ่งลักษณ์อีกก็สนใจเรื่องการศึกษา คุยเรื่องกองทุน หาซื้อแท็บเล็ต (Tablet) มาแจก เด็ก วันนี้เห็นไหมครับมันพิสูจน์ให้เห็นพอเกิดโควิด-๑๙ (COVID-19) หรือไวรัส ๒๐๑๙ อย่าว่าแต่เด็กเลยครับ ครูบางคนยังใช้คอมพิวเตอร์แทบไม่เป็นในวันนั้น แต่ถ้าแท็บเล็ต (Tablet) อยู่จากวันนั้นถึงวันนี้ การเรียนไม่ต้องมีปัญหาครับ ความเหลื่อมล้ำในชนบท ที่มันเกิดขึ้นวันนี้เห็นได้อย่างชัดเจนยุคโควิด (COVID) นี่ละครับ เด็กนักเรียนออกจาก โรงเรียนไปเพราะไม่มีอุปกรณ์ในการเรียน ระบบวายฟาย (Wi-Fi) ไม่ถึง นี่คือความเหลื่อมล้ำ ทั้งนั้นเลยครับ ยิ่งลักษณ์ก็ตั้งระบบไว้ให้ ให้มีแท็บเล็ต (Tablet) ให้เรียนคอมพิวเตอร์เป็น ให้เข้าสู่เด็กเจน (Gen) รุ่นใหม่ แต่ท้ายที่สุดก็ยกเลิก พอยกเลิกวันนี้เด็กเดือดร้อน วายฟาย (Wi-Fi) ไม่มี แท็บเล็ต (Tablet) เล่นไม่เป็น ปัญหาการศึกษามันก็เกิดขึ้น แต่เรื่องเหล่านี้ ที่เกิดขึ้นคือเกิดขึ้นที่ชนบท ไม่ได้เกิดขึ้นที่ในเมือง เพราะในเมืองเด็กพ่อแม่ร่ำรวย นอกจาก เรียนในระบบ เรียนออนไลน์ (Online) ยังเรียนพิเศษอีก แต่เด็กบ้านนอกไม่มีโอกาส ยิ่งความเหลื่อมล้ำของประเทศมาก ๆ มันเริ่มเกิดจากการศึกษา มันก็มีกลุ่มคนรวย นิดเดียวครับ คนจนก็กระจายไปทั่วประเทศคนที่คิดเรื่องนี้ผมก็เลยต้องมาขอบคุณวันนี้ครับ ท่านประธานครับ ยังมีผู้ที่จะอภิปรายหลายท่าน ผมก็อยากจะสรุปเนื้อหาใจความของรัฐบาล ที่เสนอขึ้นมา ซึ่งคิดตรงกับพรรคเพื่อไทยและพรรคเพื่อไทยคิดไว้ก่อน ไม่ว่าจะเป็น การมอบทุน นอกจากการกู้ยืมแล้วคนไหนเรียนเก่งให้ทุนไปเลย เพราะรัฐธรรมนูญเขียนไว้ หลายข้อเกี่ยวกับการศึกษา บางข้อยังเขียนไว้เลยว่าให้เรียนฟรี แต่วันนี้ก็ยังไม่ฟรี วันนี้ก็ยัง ไม่ฟรีครับที่เขียนว่าให้เรียนฟรี เราก็รอครับ รอว่าวันไหนเราขึ้นเป็นรัฐบาลเราจะจัดการ เรียนให้มันฟรีจริง ๆ สักทีหนึ่ง ตรงนี้ตรงใจรัฐบาลก็เขียนคล้องมากับแนวคิดเดียวกับ พรรคเพื่อไทยเรา ประเด็นที่รัฐบาลเขียนมาเรื่องหนึ่งที่อยากจะฝากคณะกรรมาธิการด้วย วันนี้ท่านต้องไปคิดกันแล้วละครับ ใครไปเป็นกรรมาธิการว่าการให้กู้ระหว่างการกู้ วันนี้ยังมี ลูกที่มีฐานะของครอบครัวดีก็มีจำนวนไม่น้อยที่มากู้เงินเหล่านี้ ตรงนี้ต้องแบ่งชั้นกันให้ชัดเจน ในความรู้สึกของผมจริง ๆ นะครับท่านประธาน ในฐานะเป็นทั้งครูบ้านนอก เป็นเด็กบ้าน นอก เด็กที่มันจน ๆ ที่มีมาตรฐานการเขียนคำจำกัดความ หรือนิยามคำว่า จน ให้เรียนฟรี ไปเลย กู้ฟรีไปเลย เพราะอยากเกิดมาจน เขาเลือกที่เกิดไม่ได้ แต่วันนี้กระบวนการให้กู้ยังมี คนรวย ยังมีคนจนที่กู้ไม่เหมือนกัน อันนี้ฝากไปนะครับ🔗
อันต่อมาของรัฐบาลที่ผมพอจะสรุปได้แล้วก็คิดเหมือนกับพรรคเพื่อไทย เลยครับ คือคนกู้ที่ตายอย่าให้เป็นภาระของผู้ค้ำครับ เงินกู้เพื่อการเรียนไม่ได้กู้มาลงทุน ซื้อหมูมาขายนะครับ ซื้อหมูมาเลี้ยง กู้มาลงทุนกับการเรียน เมื่อตายแล้วให้ผู้ค้ำ เขารับผิดชอบน่าสงสารผู้ค้ำมาก แล้วก็มาตรงกับเราคิดไว้อีกครับว่า วันนี้เงินกู้ไม่จำเป็น ต้องมีผู้ค้ำ ของรัฐบาลมีติ่งเขียนไว้ว่า ไม่ต้องมีผู้ค้ำ แต่ถ้ามีความจำเป็นยังให้ใช้ผู้ค้ำอยู่ แต่พรรคเพื่อไทยเราบอกไม่ต้องมีผู้ค้ำ ให้สิทธิกู้เลย เรียนจบมาไปทำงานก็ติดตามไปเก็บ คืนมา อันนี้ก็ฝากคณะกรรมาธิการไปศึกษา ทีนี้พรรคเพื่อไทยเราก็นำเรียนเสนอซึ่งผมรวม ๆ เพราะว่าจะมีอีกหลายท่านที่จะมาอภิปราย นั่นก็คือเรื่องของเบี้ยปรับ เบี้ยปรับรัฐบาล เขียนว่า ปรับไม่เกินร้อยละ ๒ แต่พรรคเพื่อไทยเราเขียนไว้ชัดเลยว่า ไม่ควรเกินร้อยละ ๑ คิดดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ ๑ เบี้ยปรับไม่เกินร้อยละ ๐.๕ ขออภัยครับ ไม่เกินร้อยละ ๐.๕ เพราะเราสงสารคนที่มากู้เงินยืมเรียนนี่คือคนจนเราต้องการช่วยคนจน วันนี้ยิ่งเราไม่ช่วย ความเหลื่อมล้ำยิ่งสูง ๆ เด็กในชนบทจะไม่มีโอกาสได้เรียนครับ นี่คือความต่าง แล้วก็ขอเพิ่มเติมคณะกรรมการขึ้นมาให้พิจารณาอย่างรอบคอบ แล้ววันนี้ผมคิดว่าเงินค้าง ที่เด็กมากู้ เห็นทีจะต้องปรับหนี้กันบ้างครับ เพราะสงสารเขาเถอะครับ ยุคโควิด (COVID) ไม่มีงานทำ ว่างงาน แต่ดอกเบี้ยก็ขึ้นทุกวัน ๆ ถ้าผมจำไม่ผิดหรือท่านประธานจำไม่ผิด เมื่อเดือนก่อนนี่เงินกองทุน เรื่องของกองทุน กยศ. เข้ามารายงานต่อเรา ปีหนึ่งโดนฟ้อง ไม่รู้กี่ราย แล้วเงินที่หมดไปนี่ปีหนึ่งก็หลายร้อย เป็นพันล้าน ต้องให้ทนาย ทนายนี่ฟ้องสบาย ผมไม่ได้ว่าอาชีพทนาย ขออนุญาตยกมือไหว้ แต่เขียนไว้ชัดเจนแล้วในสัญญา ฟ้องอย่างไร ก็ชนะ เพราะฟ้องไปตามตัวรูปตัวแบบ เด็กที่มากู้ก็ยอมรับโดยดุษฎีว่ากู้จริง แต่มีปัญหาอยู่ เรื่องราวเหล่านี้ผมอยากจะฝากเรียนไปยังคณะกรรมาธิการ เที่ยวนี้เป็นโอกาสที่เราจะสร้าง คุณูปการให้กับเด็กในประเทศไทยได้มีโอกาส แล้วเด็กในประเทศไทยกลุ่มเหล่านี้คือ กลุ่มผู้ด้อยโอกาส กลุ่มผู้ยากจนจริง ๆ ครับ เขาไม่มีโอกาสหรอกครับที่จะไปเรียนโรงเรียน นานาชาติ เขาไม่มีโอกาสโตเรียนที่สูงไปกว่านี้อีกแล้ว สูงสุดก็แค่ได้จบปริญญาตรี ได้มีงานทำ มีโอกาสก้าวหน้ากับชีวิต เพราะการศึกษาคือการสร้างคน สร้างชาติ สร้างโอกาสให้กับเขา ยังมีเด็กนักเรียนเยอะในบ้านนี้เมืองนี้ที่เขาต้องออกจากการศึกษา เพราะปัญหาเขาเกิดมาจน เขาเลือกที่เกิดไม่ได้ผมก็เลยขอฝากเน้นย้ำ คณะกรรมาธิการที่จะไปทำกฎหมายฉบับนี้เที่ยวนี้ ให้คำนึงถึงผลประโยชน์ของเด็กของคนที่เกิดมาในประเทศ แต่ฐานะเขายากจน ให้เกิด ความสมบูรณ์แล้วพยายามให้มองเขา ถ้าอะไรที่ช่วยเขาได้โดยที่เขาไม่เดือดร้อน ในอนาคต เขายืนอยู่บนผืนแผ่นดินไทยได้ช่วยเขาเถอะครับ ให้หนีเรื่องของการฟ้องร้อง ให้หนีปัญหา ที่เขาจะเดือดร้อนต่อไป ก็ขอฝากไว้เพียงแค่นี้เป็นเบื้องต้นครับ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เหลือผู้เสนออีก ๑ ฉบับครับ ที่ต้องเสนอแถลงหลักการและเหตุผล ร่างพระราชบัญญัติ กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....ของท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัด นครศรีธรรมราช กระผมและคณะได้เสนอร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งประกอบด้วยท่านบัญญัติ บรรทัดฐาน ท่านองอาจ คล้ามไพบูลย์ ท่านประกอบ รัตนพันธ์ ท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ เป็นต้น กระผมขออนุญาต กราบเรียนว่า พระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เพื่อที่จะให้ผู้ที่ติดตาม และสนใจในการอภิปรายของสภาได้เข้าใจ ผมขออนุญาตท่านประธานได้นำสไลด์ (Slide)🔗
ที่เป็นข้อมูลที่ได้รับ จากสำนักงานกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาส่วนหนึ่ง มาเพื่อที่จะได้เรียนให้ที่ประชุมนี้ ได้เข้าใจว่า จากอดีตเมื่อปี ๒๕๓๘ มาถึงในวันนี้ ๒๖ ปี สภาพปัจจุบันของกองทุนกู้ยืม เพื่อการศึกษาเป็นอย่างไร และทำไมเราจะต้องมาแก้ไขพระราชบัญญัติเงินกองทุนให้กู้ยืม เพื่อการศึกษาในปีนี้ ผมขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ว่า เงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษานั้น ได้เริ่มต้นจัดตั้งโดย ท่านชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี โดยมีการจัดตั้งเมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ปี ๒๕๓๘ ในขณะนั้นก็ได้มีการจัดสรรงบประมาณให้กับกองทุนเงินกู้ยืมครั้งแรก ๔,๐๐๐ ล้านบาท และต่อมาเมื่อปี ๒๕๓๙ ก็ได้มีการดำเนินการในการจัดตั้งกองทุนเพื่อให้ กองทุนดังกล่าวนี้เป็นกองทุนหมุนเวียนตามพระราชบัญญัติเงินคงคลัง และผมอยากจะ กราบเรียนว่า ในปี ๒๕๔๑ ในขณะนั้นรัฐบาลก็ได้เสนอพระราชบัญญัติเงินกองทุนกู้ยืม เพื่อการศึกษาเป็นฉบับแรกครับ และผมก็เป็นคนหนึ่งที่เป็นคณะกรรมาธิการ ร่างพระราชบัญญัติเงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา วันนี้ ๒๖ ปี ท่านประธานครับ ผมได้ มีโอกาสกลับมายืนพูดในเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง ผมอยากจะทบทวนนิดเดียวว่าเงินกองทุนกู้ยืม เพื่อการศึกษานั้น เป็นเรื่องที่ต้องการที่จะสร้างอนาคตให้กับนักเรียนและนักศึกษา ต้องการ ที่จะลดความเหลื่อมล้ำและต้องการที่จะสร้างศักยภาพในการแข่งขันให้กับประเทศของเรา ท่านประธานครับ ท่านดูสิครับว่าจากในอดีต ๔,๐๐๐ ล้านบาทที่ผมพูดถึง วันนี้ภาพรวม เป็นอย่างไรครับ🔗
ผมอยากจะนำพี่น้องประชาชนที่สนใจในเรื่องการศึกษา และสนใจในอนาคต ของลูกหลานให้ได้เห็นตัวเลขในสไลด์ (Slide) ต่อไปครับว่า จาก ๔,๐๐๐ ล้านบาท ในวันนี้ โดยภาพรวมเรามีเงินกองทุนหมุนเวียนทั้งหมด ๖,๑๔๖,๔๔๔ ล้านบาท มีนักเรียนได้รับ การกู้ยืมไปแล้ว ๖๗๕,๓๑๗ ราย ท่านประธานครับ นั่นคือการให้เห็นถึงภาพรวมว่า เงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่เพื่อนได้อภิปรายในวันนี้ก่อนหน้าผมว่า ใครเป็นคนคิด ผมอยากจะกราบเรียนครับ ชื่อ นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาธิปัตย์ เป็นคนคิดครับ และผมเป็นคนหนึ่งที่มีส่วนร่วมในการตั้งคณะกรรมาธิการ เพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมาครับท่านประธานครับ🔗
ผมอยากจะให้เห็นสไลด์ (Slide) ต่อไปเพื่อที่จะนำเรียนกับท่านประธาน ตามลำดับสั้น ๆ ว่า ในจำนวนที่เราให้นักเรียนกู้ยืมนั้นแน่นอนครับในช่วงยุคปัจจุบันนี้ ดูเสมือนหนึ่งว่ามีปัญหาเพราะนักเรียนผู้กู้ยืมนั้นมีหนี้สินทั้งหมด ๕,๐๘๗,๖๒๙ ราย ท่านประธานครับ คนที่เป็นหนี้สินก็คือคนที่มีโอกาสครับ พอมีโอกาสท่านประธานดูสิครับว่า นักเรียนในระดับปริญญาตรีในขณะนี้ถึง ๕๖ เปอร์เซ็นต์ ที่ได้รับเงินกองทุนกู้ยืม ลูกคนยากคนจนทั้งนั้นได้รับเงินกองทุนกู้ยืม นักเรียนที่ต่ำกว่าปริญญาตรี นักเรียนที่เรียน ในระดับอาชีวศึกษา และนักเรียนที่อยู่ระหว่างการชำระหนี้ ซึ่งทั้งหมดนี้เราก็พอมองเห็น ภาพอย่างชัดเจนว่า เงินกองทุนกู้ยืมที่ประเทศไทยของเราตั้งขึ้นมา ๒๖ ปีนั้น ในวันนี้ ผมอยากจะเรียนท่านประธานและพูดอย่างภาคภูมิใจว่า ปีที่รัฐบาลได้จัดสรรเงินเข้ากองทุน มากที่สุดคือปี ๒๕๕๔ คือระยะเวลา ๑๖ ปีต่อมาครับ ในปีนั้นผมเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ เพราะในปีนั้นรัฐบาลโดยการนำของ ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้มีหลัก สำคัญก็คือว่า เราจะปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ ๒ และพรรคประชาธิปัตย์ก็ได้ดำเนินการในการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้กับเงินกองทุน กู้ยืมเพิ่มขึ้นเป็นประวัติศาสตร์ของเงินกองทุนกู้ยืมครับ และผมอยากเรียนกับท่านประธานว่า ในขณะเดียวกัน เรารัฐบาลในขณะนั้นก็ได้ขับเคลื่อนนโยบายสำคัญของพรรคประชาธิปัตย์ คือนโยบายเรียนฟรี ๑๕ ปี ซึ่งมีผลมาถึงทุกวันนี้ ๒ นโยบายนี้เป็นเรื่องสำคัญที่สุดที่ลด ความเหลื่อมล้ำทางด้านการศึกษาให้กับลูกหลานของพี่น้องประชาชน วันนี้เงินกองทุนกู้ยืม มีจำนวนเงิน ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ถ้านับย้อนหลังไปในปี ๒๕๕๔ ที่เริ่มต้นในการให้เด็กได้เรียนฟรี ๑๕ ปี ท่านประธานลองนับดูสิครับว่า ปี ๒๕๑๘ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท วันนี้ลูกหลานของเราได้รับเงินก้อนนี้ไปดูแล ในเรื่องเครื่องแบบนักเรียน ที่เปิดเทอมขึ้นมาจะได้ชุดเรียนใหม่ ๆ ได้ดูแลเรื่องหนังสือเรียน ได้ดูแลเรื่องอุปกรณ์การเรียน ได้ดูแลเรื่องกิจกรรมที่ส่งเสริม และที่สำคัญที่สุดก็คือว่านักเรียนในระดับมัธยมศึกษาไม่ต้อง เสียค่าเล่าเรียนอีกต่อไป คือเรียนฟรีครบ ๑๕ ปี🔗
ที่ผมชี้มาให้เห็นตรงนี้ ท่านประธานลองดูสไลด์ (Slide) ต่อไปอีกนิดหนึ่งว่า เป็นเรื่องที่เราต้องการจะชี้ให้เห็นว่า สถิติของนักเรียนแต่ละคนที่ได้ดำเนินการในการที่จะ เข้าไปได้รับเงินกู้ยืมนั้น เป็นเรื่องที่ผมอยากจะกราบเรียนว่า มีผู้ได้พูดถึงว่าจะมีปัญหา ในเรื่องของผู้ค้ำประกัน ผมยอมรับว่าในกฎหมายฉบับที่ผ่านมานั้นต้องการเร่งรัดเรื่องการ ชำระหนี้เพื่อสร้างความมีวินัย ผมจำได้ว่าท่านประธานรัฐสภาไปเปิดในช่วงปีที่แล้วครับ ก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่เป็นหน้าประวัติศาสตร์ ผมได้รับเลือกจากสภาแห่งนี้ครับ ให้เป็นประธาน คณะกรรมาธิการในการแก้ไขปัญหาเรื่องการผิดนัดชำระหนี้เงินกองทุนกู้ยืม ในวันนั้น ท่านผู้อำนวยการกองทุนเงินกู้ยืมคงจำได้ครับ เราได้เชิญท่านประธานรัฐสภา ท่านชวน หลีกภัย ไปทำพิธีเปิด แล้วเมื่อเสร็จเรียบร้อยก็ได้รายงานต่อสภา เมื่อปลายปีที่แล้วนี้ ท่านประธานครับ ในวันนั้นก็ได้มีการบันทึกที่สำคัญที่เป็นคำพูดประวัติศาสตร์ของท่านชวน หลีกภัย ในฐานะที่เป็นผู้ตั้งกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาว่า เงินกองทุนกู้ยืมนี้ให้นักเรียน กู้ยืมจริง แต่นักเรียนก็จะต้องคืน นักศึกษาที่เรียนจบแล้วจะต้องคืน เพื่อสร้างความมีวินัย และสร้างความรับผิดชอบให้กับรุ่นน้องของเราต่อไป ผมคิดว่านอกจากเงินกองทุนกู้ยืมจะ สร้างโอกาสแล้ว เงินกองทุนกู้ยืมยังสร้างให้คนมีภาระในความรับผิดชอบต่อส่วนรวม มีภาระต่อพลเมืองของเราที่จะเกิดขึ้นมาต่อไป ผู้ค้ำประกันมีภาระ แต่ถ้ามาดูมีมารดา ๕๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ บิดา ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ มีญาติ ๑๔ เปอร์เซ็นต์ มีคนอื่น ๆ แค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ แต่เราก็ยังเห็นว่ามีปัญหา เราควรที่จะต้องหาวิธีการในการที่จะต้องเข้ามาดูแล เดี๋ยวผมจะพูดถึงสาระสำคัญของกฎหมายที่พวกผมเสนอว่าควรทำอย่างไร🔗
ไปดูปี ๒๕๖๕ สไลด์ (Slide) สุดท้ายเลยครับจะได้เร็ว อันนี้ผมต้องขอชื่นชม ท่านผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา ที่ได้รับเอาประเด็นที่พวกผม พวกผมในที่นี้หมายถึงว่า ส.ส. ทุกพรรคที่เราร่วมกันเป็นคณะกรรมาธิการ และท่าน ผู้อำนวยการกองทุนก็เข้าไปร่วมเป็นคณะกรรมาธิการด้วย เราได้ทำการศึกษา เราได้รับฟัง ความคิดเห็นของนักเรียน นักศึกษาที่เป็นผู้กู้ยืม เราได้ออกไปในพื้นที่จริงเพื่อต้องการที่จะมา ช่วยเหลือนักเรียนต่าง ๆ เราก็ได้ประเด็นในเรื่องแนวทางในการบริหารที่จะแก้ไขปัญหาเรื่อง การให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาที่คณะกรรมาธิการวิสามัญสภาผู้แทนราษฎรในชุดที่ผม เป็นประธาน ได้ศึกษาออกเป็น ๔ แนวทาง🔗
๑. คือแนวทางในการบริหารจัดการชำระหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ในกรณีเร่งด่วน ในขณะที่เราศึกษานั้นปี ๒๕๖๓ มีเสียงเรียกร้องมากเลยครับ บางคน เรียกร้องจนถึงขั้นว่า ยกเลิกไปเลยไม่ต้องคืนแล้ว แต่พอประธานรัฐสภาไปเปิดในวันนั้น ก็ทำให้เกิดความเข้าใจตรงกัน และพอเราไปรับฟังความคิดเห็นจากผู้กู้จริง ๆ ก็ยอมรับว่า เขาพร้อมที่จะคืนเงินด้วยจิตสำนึกว่า จะให้เงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษานี้เจริญเติบโตต่อไป เพื่อนำไปส่งต่อให้กับรุ่นน้องต่อไปในอนาคต และพวกผมในฐานะที่เป็นนักกฎหมายก็เกิด ความคิดขึ้นมาทันทีว่า นอกจากเราจะต้องศึกษาแนวทางอย่างเร่งด่วนแล้ว เราก็ศึกษา แนวทางการบริหารจัดการชำระหนี้กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาจากผลกระทบ การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) เดี๋ยวจะสรุปสไลด์ (Slide) ที่ทางกองทุนได้สรุปขึ้นมา🔗
ประการที่ ๒ เราได้ศึกษาแนวทางการบริหารจัดการกองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษาในอนาคต อันนี้เป็นที่มาที่สำคัญที่สุดว่าเราจำเป็นที่จะต้องมีการทบทวน ปรับปรุงหลักเกณฑ์ ตลอดถึงข้อเสนอแนะให้สำนักงานกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษานำไป ปรับปรุงในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมา และวันนี้ท่านก็ได้รับประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ไปปรับปรุง และ🔗
แนวทางสุดท้าย ก็คือแนวทางและข้อเสนอแนะเพื่อแก้ไขปรับปรุงโครงสร้าง ในการบริหารจัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษาตามพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๐ ตอนนี้เรากำลังจะแก้พระราชบัญญัติเงินกองทุนกู้ยืมเพื่อ ปี ๒๕๖๕🔗
ท่านประธานครับ ลองดูสไลด์ (Slide) แผ่นสุดท้ายสิครับว่า ทางสำนักงาน กองทุนได้ให้อนาคตในปี ๒๕๖๕ อย่างไรบ้าง ท่านประธานครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่า สิ่งที่เป็นข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการ และเป็นสิ่งที่ทางสำนักงานเงินกองทุนกู้ยืม เพื่อการศึกษาได้ดำเนินการก็คือว่า การที่เราจะต้องมาดูแลลดดอกเบี้ยเงินกู้ยืมให้เหลือ ๐.๐๑ ลดเงินต้น ๕ เปอร์เซ็นต์ สำหรับนักเรียนที่มีการรับผิดชอบในการที่ส่งคืนเงิน เป็นอย่างดี แล้วก็ลดเบี้ยปรับ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ กรณีชำระหนี้ปิดบัญชี ลดเบี้ยปรับ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ สำหรับนักเรียนหรือผู้กู้ที่ถูกดำเนินคดีและยอมรับสภาพในการที่จะคืนเงิน และที่สำคัญที่สุดลดอัตราการคิดดอกเบี้ยปรับที่เกิดขึ้น ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ และแน่นอนที่สุด ตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ เงินกองทุนกู้ยืมในขณะนี้ปล่อยกู้ได้ปีละ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ปีละ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการ ผมย้ำอยู่ตลอดเวลาว่าปี ๒๕๖๔ ต่อปี ๒๕๖๕ ที่เราเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจ เงินกองทุนกู้ยืมสามารถดูแลลูกคนยากคนจน ได้ครบทุกคนหรือไม่ ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาได้ยืนยันว่า ให้ครบได้หมดทุกคนไม่มีโควตา เมื่อก่อนมีโควตา เพราะเงินน้อยกว่าคนที่ต้องการครับ แต่ตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ เราสามารถได้เงินจากการหมุนเวียนคืนกลับของนักเรียนที่กู้ กลับมาปีหนึ่งไม่ต่ำกว่า ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท จึงมีมากพอตรงนี้เป็นประเด็นสำคัญครับ จึงมี มากพอที่ให้นักเรียนได้กู้ นี่คือคุณูปการที่ผมคนหนึ่งละครับภาคภูมิใจในฐานะผมเป็นคนทำ กฎหมาย และวันนี้ผมก็เป็นผู้เสนอกฎหมายอีกครั้งหนึ่งที่อยากจะกราบเรียนกับท่าน ประธานว่า ผมมีความภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง ท่านประธานครับ แล้ววันนี้เราจะเสนอ กฎหมายฉบับใหม่นี้อย่างไร ผมไม่อยากจะลงรายละเอียดเป็นรายมาตรา เพราะจะใช้ เวลายาว แต่ผมจะสรุปดังนี้ครับว่า เมื่อเงินกองทุนกู้ยืมที่สร้างมา ๒๖ ปี และวันนี้เราก็ได้มีการ ปรับปรุง การบริหารจัดการที่ดีภายใต้คณะกรรมการกองทุนเงินกู้ยืม และภายใต้สภา ของเราก็ได้ให้ความสนใจในการที่ติดตามเรื่องนี้ ผมคนหนึ่งละครับ และอยากเป็นประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญในการศึกษาอย่างนี้ ผมต้องรับภาระไม่ได้หยุดหย่อนเลย เพราะต้อง เป็นผู้ประสานงานมายังสำนักงานกองทุน ไม่รู้เป็นภาระท่านหรือเปล่า ครูไปค้ำประกัน แล้วก็โดนเบี้ยว ไม่มีเงินจ่าย ครูก็ฐานะยากจน ทางกองทุนสามารถแก้ไขปัญหาไปแล้ว นักเรียนฐานะยากจนมาก พอเงินที่ส่งผ่านไปทางธนาคารไม่ตรงตามเวลา มีความเดือดร้อน ก็มาหาผู้แทนแบบผม ผมจึงกราบเรียนกับท่านประธานว่า ผมจึงพูดอย่างภาคภูมิใจเป็น อย่างยิ่งว่า การแก้กฎหมายในวันนี้จะเป็นเรื่องสำคัญในหน้าประวัติศาสตร์ที่จะทำให้ เงินกองทุนกู้ยืมนั้น เป็นไปในทิศทางที่มีความมั่นคงมากขึ้น และเป็นไปในทิศทางที่ส่งมอบ สิ่งที่สำคัญอย่างน้อย ๔ ประการ ท่านประธานครับ ผมอยากฝากท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ท่านอาจจะมีเงินกองทุนเสมอภาค แต่คนละวัตถุประสงค์ ท่านอาจจะมี กองทุนอื่นที่เกิดขึ้น แต่คนละวัตถุประสงค์วัตถุประสงค์ของกองทุนเงินกู้ยืมเพื่อการศึกษานั้น จะต้องมีวัตถุประสงค์ที่จะต้องให้นักเรียนคืนเงินมาหมุนเวียนเพื่อให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา แต่ท่านประธานครับ เราจะทำอย่างไรไม่ให้เด็กถูกฟ้อง เราจะทำอย่างไรครับส่งเสริมให้เด็กที่ เรียนดีได้เป็นแรงจูงใจจากเงินกองทุนก้อนนี้ เราจะทำอย่างไรเพื่อที่จะลดขั้นตอนในการกู้ยืม เงินในการชำระหนี้ ผมจึงอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ผมเสนอเรื่องนี้ผ่านไปยังทาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และทางท่านผู้อำนวยการและคณะกรรมการกองทุนเงิน กู้ยืม ๔ เรื่องด้วยกันครับ🔗
เรื่องแรก เงินกองทุนกู้ยืมที่เรามีเกือบแสนล้านบาท และเรามีเงินคืน ปีหนึ่งไม่ต่ำกว่า ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านจะต้องทำงานให้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้สมกับเป็น ภาษีของพี่น้องประชาชน การดำเนินการฟ้องร้อง ค่าใช้จ่ายที่ไม่ควรจะจ่าย ท่านควรหา วิธีการที่จะต้องตัดลดลงไป และเพิ่มประสิทธิภาพของการใช้เม็ดเงินต่อเม็ดให้เกิดขึ้นกับ นักเรียนอย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นข้อแรกผมอยากจะให้ท่านสร้างโอกาสให้กับนักเรียน นักศึกษาที่ขาดแคลนอย่างแท้จริงครับ ทำไมผมย้ำเรื่องนี้ครับ เพราะในประวัติศาสตร์ของ เงินทุนกู้ยืม บางช่วงบางรัฐบาลไม่ได้เพิ่มเงินให้นะครับ ผมไม่อยากพูดถึงครับ บางช่วง เปลี่ยนหลักการไปเป็น กรอ. ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่สอดคล้องกับการที่เราจะไปลดความเหลื่อมล้ำ ไม่สอดคล้องกับการที่จะไปช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่ขาดแคลน อันนี้เรื่องแรกและเป็นหัวใจ สำคัญซึ่งผมจะไปนั่งเป็นกรรมาธิการ แล้วก็ดูในฐานะที่เรียกว่า เป็นคนทำกฎหมายมา ๓๓ ปี ในสภาแห่งนี้สำหรับกฎหมายฉบับนี้ต่อไป🔗
ข้อ ๒ หลักสำคัญก็คืออยู่ในหลายมาตราแล้ว แต่ว่าหลักสำคัญที่ผมอยากฝาก คือต้องลดภาระให้กับนักเรียน นักศึกษาที่เป็นผู้กู้ยืมครับ อย่าคิดว่านักเรียน นักศึกษาว่า เป็นจำเลย หรือเป็นผู้ต้องการจะเบี้ยวหนี้ ผมคิดว่าเราต้องส่งหน่วยติดตามไปในการ ช่วยเหลือว่าเขาประสบปัญหาในครอบครัวอย่างไรบ้าง อีกประการหนึ่งผมฝาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังครับ เพราะเป็นแนวคิดของผมตั้งแต่ผมเริ่ม ร่างพระราชบัญญัติกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา ผมไปดูที่ประเทศออสเตรเลีย ไปดูมาหลาย ประเทศ เขาต้องให้ภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามามีส่วนร่วมให้นักเรียนนักศึกษาที่ได้รับทุนมีโอกาส ในการทำงาน และมีความสามารถในการคืนเงิน ภาคเอกชนถ้านักเรียนที่ได้รับเงินกองทุน กู้ยืม จบการศึกษาออกไปต้องรับมาเป็นอันดับหนึ่ง เพราะเขาจะต้องมีภาระในการที่จะส่งต่อ โอกาส ให้กับรุ่นน้องผ่านเงินที่เขาคืนเงินกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาครับ🔗
ประการที่ ๓ เพิ่มการช่วยเหลือโดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษาที่เรียนดียากจน ได้ไหมครับ เรียนดียากจน ได้เกียรตินิยมหรือมีผลงานเชิงประจักษ์ ยกเลิกหนี้สิน ให้เขาได้ไหม เด็ก ๕ ล้านกว่าคนทำได้ไหมผมไม่ขอมากหรอกครับ ปีหนึ่งสัก ๑๐๐ คนได้ไหม จะได้เป็นแรงจูงใจให้กับลูกหลานของเราที่เป็นนักเรียนที่ดี เขาไม่ต้องจ่ายหนี้คืน เพราะเงินนี้ก็เป็นเงินของรัฐบาล เป็นภาษีของพี่น้องประชาชนก็ควรที่จะมาต่อยอด และผมไปดูแล้วในมาตราก็เขียนไว้แล้วว่า ให้อำนาจคณะกรรมการกองทุนสามารถที่จะ เปลี่ยนหนี้มาเป็นทุนหรือสามารถระงับหนี้ได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นผมคิดว่าอยากจะให้ คณะกรรมการต่อยอดเลยว่า นอกจากสาขาที่ขาดแคลนแล้ว นักเรียนที่เรียนดี มีความ ประพฤติดี มีความเป็นเลิศ เราจะต้องใช้เงินกองทุนนี้มาส่งเสริมให้เขาสามารถที่จะสร้าง แรงจูงใจให้กับรุ่นน้องต่อไป และวันนี้ในเขตพื้นที่ของผมที่ผมไปพบปะพี่น้องประชาชน ผมสร้างความภาคภูมิใจให้กับนักเรียนที่ได้เงินกองทุนกู้ยืมครับ เพราะ ๒-๓ ปีที่ผ่านมานี่ เขาละอาย เขาถูกฟ้อง เขากดดัน แต่วันนี้เปลี่ยนกลับแล้วครับ เขาบอกไม่ต้องกลัวครับ ฟ้องก็ไปเจรจา กยศ. ไม่ใช่เป็นโจทก์ นักเรียนไม่ใช่เป็นจำเลยอีกต่อไปแล้ว เราเปลี่ยนมาเป็น ความร่วมมือในการที่จะให้กำลังใจกับนักเรียน ท่านชดเชยเงินต่าง ๆ ไปตั้งเยอะแยะแล้วครับ ทำไมท่านจะชดเชยให้กับนักเรียนที่มีความประพฤติดี เรียนดี และตรงกับสาขาขาดแคลน ไม่ได้🔗
ประการสุดท้ายครับท่านประธานที่ผมฝากไว้ ก็คือความจริงอยู่ใน กฎหมายที่ผมเสนอร่างซึ่งสอดคล้องกับร่างของคณะรัฐมนตรี ซึ่งเข้าใจว่าในส่วนนี้ทาง สำนักงานกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษานี้ ก็คงจะรับข้อคิดเห็นจากทางคณะกรรมาธิการที่ รายงานในสภานี้ไปแล้ว และผมก็ดีใจว่ากฎหมายฉบับนี้คงเป็นกฎหมายฉบับแรกกระมังครับ ที่ผู้ร่างคือฝ่ายคณะรัฐมนตรี รับฟังความคิดเห็นจากฝ่ายสภา และเมื่อเข้ามาสู่สภาก็เข้าใจว่า ฝ่ายสภาก็จะให้ความร่วมมือกับคณะรัฐมนตรีเป็นอย่างดียิ่งในกฎหมายฉบับนี้ เพราะฉะนั้น ข้อที่ ๔ คือท่านต้องลดขั้นตอนการกู้ยืมเงิน และการชำระหนี้ โลกนี้เป็นโลกยุคดิจิทัล (Digital) ระบบการเงินเป็นระบบที่ทันสมัยแล้วครับ เพราะฉะนั้นระบบการกู้ยืม ลดขั้นตอน ที่เป็นเอกสารที่เป็นความยุ่งยากออกไปได้ไหมครับ ถ้าเขาเพียงได้รับการยืนยันจาก คณะกรรมการของสถานศึกษาว่าเป็นนักเรียนที่เข้าหลักเกณฑ์ ท่านก็ทำเป็นสมาร์ตโฟน (Smart phone) หรือท่านจะทำเป็นอย่างไร ท่านอาจจะก้าวหน้ากว่าที่ผมคิด แต่ผมคิดว่า ลดขั้นตอนในการกู้ยืมเงิน โดยเฉพาะนักเรียนที่ยากจนคงไม่มีโควตาตั้งแต่ปีนี้ต่อไป ถ้าเกิดปีไหนท่านทำไปทำมาต้องกลับมามีโควตาอีก ผมก็จะเรียกร้องให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังรับผิดชอบครับ ท่านต้องจ่ายเงินกลับมาชดเชยนะครับ ให้เพิ่มเป็น ล้านล้านบาทให้ได้ และจะเป็นกองทุนที่คนไทยทุกคนภาคภูมิใจว่า เป็นกองทุนที่ส่งต่อ ให้กับการพัฒนาทุนมนุษย์ที่เขาเรียกว่า ฮิวแมน แคปพิทัล (Human capital) เราไม่ได้ มองว่ามนุษย์เป็นทรัพยากรของชาติแล้ว แต่ว่ามนุษย์จะเป็นทุนมนุษย์ที่จะนำมาใช้ในการ พัฒนาประเทศ ๑ ล้านล้านบาทในอนาคตถ้าเกิดขึ้น ผมคิดว่าไม่มากเลยสำหรับการลงทุน มนุษย์ของประเทศไทยของเรา และผมเชื่อมั่นว่าหลังจากเราผ่านวิกฤติโรคระบาดโควิด (COVID) หลังจากเราผ่านวิกฤติเศรษฐกิจ และวันนี้ผมก็เรียกร้องว่าเรามาช่วยกันให้ผ่าน วิกฤติทางการเมืองครับ ผมเชื่อมั่นเหลือเกินว่าความก้าวหน้าทางการศึกษา โดยปัจจัย ที่สำคัญอันหนึ่งก็คือ เงินกองทุนกู้ยืมนี้จะไปลดความเหลื่อมล้ำให้เกิดขึ้น จะไปสร้างศักยภาพ ในการแข่งขันให้กับประเทศให้เกิดขึ้น ผมขอกราบเรียนกับท่านประธานเพื่อที่จะฝากไปยัง คณะกรรมาธิการ เพื่อเราจะได้ร่วมกันทำกฎหมายฉบับนี้ให้ทันสมัยและนำไปสู่ การสร้างเงินกองทุนกู้ยืมให้สอดรับกับการที่เราจะจัดการศึกษาในโลกยุคอนาคตต่อไป ขอบพระคุณครับ🔗
ผู้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติทั้งของรัฐบาลและของท่านสมาชิกอีก ๕ ฉบับ ได้แถลงหลักการและ เหตุผลทุกท่านแล้วนะครับ ต่อไปจะเป็นท่านสมาชิกที่ประสงค์จะอภิปราย ตอนนี้มีรายชื่อ ทั้งหมด ๑๕ ท่านนะครับ ขอเริ่มจากท่านมานพ คีรีภูวดล แล้วก็ท่านสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ เชิญท่านมานพครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่สภาแห่งนี้ได้หยิบประเด็นเรื่องของ พ.ร.บ. ว่าด้วยเรื่องของเงินกู้เพื่อการศึกษาหรือว่า กยศ. อันนี้เป็นประเด็นที่ผมอยาก จะร่วมอภิปรายให้กับสภาแห่งนี้ได้พิจารณา ท่านประธานครับถ้าผมจำไม่ผิดก่อนที่จะเป็น พ.ร.บ. มีมติ ครม. เมื่อปี ๒๕๓๘ และปี ๒๕๓๙ พูดถึงเรื่องของการมีทุนการศึกษาให้กู้ ดูแล โดยกระทรวงการคลัง ตัวเลขครั้งแรกผมจำได้คือ ๓,๐๐๐ ล้าน ที่ผมจำได้อย่างนี้ เพราะว่า ผมเป็นลูกค้าจะว่าเป็นสมาชิกผู้ที่ใช้กองทุนนี้รุ่นแรก ๆ เลย ปี ๒๕๓๙ ผมมีโอกาสได้ใช้ กองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาปีละ ๓๐,๐๐๐ ๒ ปีสุดท้ายนะครับ กองทุนนี้ได้เกิดขึ้นตอนที่ ผมเรียนปี ๓ ปี ๔ แล้วนะครับ รวมทั้งหมด ๖๐,๐๐๐ บาทครับ ท่านประธานครับ ประเด็นที่ ผมอยากร่วมอภิปราย ผมอยากจะให้สภาแห่งนี้เห็นว่ามันมีข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ถ้าเราดูข้อมูล ตรงนี้ ในระเบียบเท่าที่ผมจำได้ก็คือว่า หลังจบการศึกษาจะปลอดหนี้ ๒ ปี แล้วก็ ใช้ระยะเวลาการใช้หนี้ ๑๕ ปี มีวิธีการจ่ายเป็นรายปีครับท่านประธาน ประเด็นสำคัญอยู่ ตรงนี้คือ การที่เราเรียนหนังสือ พ่อแม่เราไม่มีเงิน การที่เรากู้จริง ๆ แล้วเราอยากจะเห็น หนี้ไหม เราไม่อยากเป็นหนี้ แต่เนื่องจากว่าครอบครัวไม่มีสตางค์ คือรัฐบาลมีโครงการ อย่างนี้ก็เปิดโอกาสให้พวกเราได้มีโอกาสได้เรียนหนังสือ มีเงินส่วนหนึ่งที่จะมาสนับสนุนเรื่อง ของการซื้ออุปกรณ์หรือค่าเทอมอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ประเด็นก็คือว่า เราเรียนจบปุ๊บ ท่านประธานครับ เราไม่ได้งานทันทีครับ ระยะเวลา ๒ ปีบางที ก็ยังไม่มีงานทำครับ ท่านประธาน เพราะฉะนั้นการที่จะคืนเงินทันทีตามระเบียบต่าง ๆ จึงส่งผลกระทบใน มาตรา ๔๔ ที่เกิดขึ้นที่ทุกท่านได้อภิปรายในวันนี้ ท่านประธานทราบไหมครับ ผมช่วงแรก ๆ ไม่มีสตางค์ส่งนะครับ เพราะว่าวิธีการผ่อนเป็นรายปี มันต้องเก็บเงินพอสมควร เรามี ปัญหามากเรื่องของกระบวนการเก็บเงิน แล้วเราไม่มีงานทำ จึงก่อให้เกิดปัญหาที่เราไม่ได้ส่ง นะครับ สุดท้ายผมต้องไปเจรจาในชั้นศาล แล้วค่อย ๆ ผ่อน แล้ววันนี้หมดแล้วครับ ประเด็น อย่างนี้ถ้าเราดูตัวเลขนักเรียนที่กู้เงิน ทั้งหมดอัตราการส่งคืนเยอะ แต่มีส่วนหนึ่งถือว่า เป็นจำนวนที่น้อยกว่าที่ไม่สามารถ หรือไม่มีศักยภาพในการส่งเงินคืน เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ มันสืบเนื่องมาอย่างนี้ครับ อย่างที่ผมอธิบายคนที่เรียนจบไม่สามารถที่จะได้งานทันที ผลที่ตามมาที่มันเป็นปัญหาทุกวันนี้ เป็นประเด็นเรื่องของการยึดทรัพย์ครับ การบังคับคดี ผมอยู่กรรมาธิการ ศาล อัยการ องค์กรอิสระ รัฐวิสาหกิจ เรื่องกองทุนการศึกษาได้มีคนร้อง เกี่ยวกับเรื่องการบังคับคดีการยึดทรัพย์ อันนี้คือปัญหาใหญ่เลยครับท่านประธาน คนจน คนไม่มีเงินก็ไปกู้มา เพื่อที่จะได้พัฒนาศักยภาพของตัวเอง เพื่อที่จะพัฒนาอาชีพของตัวเอง ก็เลยไปกู้ พอมีการค้ำปกติแล้วก็จะมีผู้ปกครอง พ่อแม่ ญาติพี่น้อง บางทีก็จะมีครูบาอาจารย์ ไปค้ำ แต่กระบวนการที่เป็นการบังคับใช้ บังคับให้ไม่มีศักยภาพในการใช้หนี้ปุ๊บ แต่ไม่ได้ดูว่า คนที่จบมาแล้วเขามีความพร้อมขนาดไหน หรือกระบวนการที่จบไปแล้วไม่มีงานทำมันจะ ไปสู่การแก้ปัญหาอย่างไร กระบวนการในการบังคับหรือว่ากระบวนการขอให้มีการใช้หนี้ เป็นการบังคับให้เกิดการยึดทรัพย์ ผมคิดว่าเป็นปัญหาที่เราเจอมา ซึ่งแต่ละจังหวัดตอนนี้ คดีเกี่ยวกับเรื่องของคนไม่ได้ใช้หนี้ กยศ. จังหวัดละเป็นพันนะครับ สำคัญที่สุดคือว่า เป็นทรัพย์สินสุดท้ายของครอบครัวละครับ เรื่องที่ดินนะครับ ผมสังเกตแล้ว ผมตั้งข้อสงสัยอย่างนี้ท่านประธานว่า กระบวนการบังคับคดีมันมีกระบวนการภายใน กองทุน กยศ. และมีองค์กรหรือว่ากลุ่มที่ทำหน้าที่ จะเป็นทนายความหรือกลุ่มทนายความ ไปทำหน้าที่ในการบังคับคดี ท่านประธานลองนึกภาพว่า คนที่ไม่มีเงินในการเรียน แต่อยากจะเรียนหนังสือ โดยรัฐบาลมีกองทุนให้ พอจบไปแล้ว หรือว่ายังไม่จบ หรือว่ามี ปัญหาในช่วงการเรียน ออกมาแล้วไม่มีงานทำในระยะเวลา ๒ ปีที่เขากำหนด สุดท้ายก็คือว่า จะต้องใช้ทรัพย์สินชิ้นสุดท้ายของครอบครัวมาแก้ปัญหาหรือว่ามาใช้หนี้ อันนี้คือปัญหา ซึ่งเราไม่อยากให้เกิด เพราะฉะนั้นมันต้องมีวิธีการ มันต้องมีรูปแบบที่ดีกว่านี้ มันต้องมี แนวทางที่ดีกว่านี้เพื่อแก้ปัญหา ซึ่งสมาชิกหลายท่านก็ได้อภิปรายไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของอัตราดอกเบี้ยที่น้อยหรือระยะเวลาที่ขยายออกไป หรือมีวิธีการอื่นใดกรณีเด็กนักเรียนที่ เรียนดีครับ ท่านประธานครับ🔗
ทีนี้ท่านประธานครับ ประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากจะพูดกับท่านประธาน แล้วก็เพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ ตอนนี้มันมีการบังคับคดีแล้วยึดทรัพย์ค่อนข้างที่จะเยอะ ซึ่งเป็นกระบวนการผมยืนยันว่า เป็นกระบวนการหนึ่งในการที่จะบังคับคดี ที่ดินขายกัน จริง ๆ บางทีราคาเป็นล้านเป็นหลายแสนก็มี แต่ว่าการไปประเมินทำให้มูลของทรัพย์สินของ ผู้ค้ำกรณี กยศ. มันต่ำลงไป เพราะฉะนั้นก็คือว่ายิ่งจะบีบให้คนที่กู้แล้วก็ไม่มีงานทำ มีปัญหา ความเหลื่อมล้ำที่ซ้อนเข้าไปอีก เพราะฉะนั้นช่วงที่สภาพิจารณาดังนี้ ผมอยากจะขอให้ฝ่ายที่ มีอำนาจ ให้งดการบังคับคดีที่จะยึดทรัพย์ไปก่อนครับ เพราะอย่างไรก็ตามแต่ในเนื้อหาของ พ.ร.บ. ที่จะปรับแก้พูดถึงเรื่องนี้ ในเนื้อหาที่จะปรับแก้ก็จะนำไปสู่การหาทางออกที่เป็น ประเด็นปัญหา เพราะฉะนั้นในช่วงที่พวกเราปรับแก้กฎหมายให้เป็นไปตามเจตนาหรือว่า ข้อเท็จจริงในสังคม อยากจะให้ฝ่ายที่มีอำนาจหรือว่าที่เกี่ยวข้องงดการบังคับใช้คดีก่อนครับ ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ🔗
เชิญท่าน สิริพงศ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ผมขอใช้โอกาสนี้อภิปรายในร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืม เพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งร่างนี้พรรคภูมิไทยก็ได้ยื่นมาด้วยเช่นเดียวกัน ต้องกราบเรียนครับ เรื่องกองทุน กยศ. เป็นเรื่องที่เรามีการพูดคุยกันมานานมาก เราเคยตั้ง กรรมาธิการไปแล้ว ๑ คณะ เพื่อศึกษาเรื่องนี้ พรรคภูมิใจไทยเรายื่นมาตั้งแต่เปิดสมัยประชุม ที่หนึ่งเลย เราก็ยื่นมาโดยตลอด แต่ติดขัดเนื่องจากว่าเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน วันนี้ต้อง ขอบคุณที่รัฐบาลท่านได้เสนอเรื่องนี้เข้ามา ตลอดระยะเวลาที่เราพูดคุยกันเรื่องกองทุน กยศ. เรามักจะได้ยินคำอยู่คำหนึ่ง นั่นก็คือวินัยในการชำระเงินของผู้กู้ ที่เรามักจะได้ยินทางฝ่าย กองทุนหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องตอบมาตลอด ซึ่งผมเห็นด้วยว่าการกู้ยืมนั้นต้องมีการคืน เราจะ ได้ยินว่าในยุคสมัยหนึ่ง เด็กนักเรียนจำนวนมาก เขาบอกกู้ไปเถอะ กู้ไปไม่ต้องใช้ กู้ไปแล้ว เดี๋ยวรัฐบาลมาจ่ายให้ ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นความเข้าใจที่ผิด แต่ผลที่มันตามมาจากการที่เรา ออกกฎหมาย แล้วเราอยากจะให้เด็กเหล่านั้นรักษาวินัย ผลที่มันออกมาคือมันไปตกกับ บุคคลที่ ๓ มันไปตกกับบุคคลอื่นที่เขาช่วยเด็กด้วยเจตนาดี แต่เขาต้องมารับผลกระทบนั้น เราเห็นกันเยอะแยะครับ เราก็เห็นกองทุนพยายามแก้ไขมาต่าง ๆ นานา แต่การแก้ไขครั้งนี้ ผมถือว่าเป็นการแก้ไขที่นับว่าได้คุณประโยชน์มากที่สุดครั้งหนึ่ง ประเด็นที่ท่านรัฐมนตรี ท่านได้กรุณาให้ข้อมูลมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปลดภาระผู้ค้ำประกัน ผมเชื่อว่าประเด็นนี้ จะได้รับการแซ่ซ้องสรรเสริญจากประชาชนทั่วทั้งประเทศ ยังมีอยู่หลายประเด็นที่ผมคิดว่า เป็นเรื่องที่ดี แต่ผมยังต้องมีเรื่องที่ต้องฝากให้กรรมาธิการไปช่วยติดตามดูแลด้วย ประเด็นเรื่องดอกเบี้ย ท่านบอกว่าดอกเบี้ยครั้งนี้เป็นการกู้ยืมเงินดอกเบี้ยต่ำ โดยไม่เกิน ๒ เปอร์เซ็นต์ สูงสุดทั้ง เบี้ยปรับ ทั้งอะไรต่าง ๆ นานา ในอดีตที่ผ่านมาสิ่งที่มันเกิดขึ้นคือดอกเบี้ยท่านก็คิดแค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ แต่เบี้ยปรับท่านแพง แล้วเมื่อผิดนัดชำระ ดอกเบี้ยกลายเป็นไปทบต้น กลายเป็นไปทบกับเบี้ยปรับ แล้วมาคิดดอกเบี้ยต่ออีกครั้งหนึ่งอย่างนี้ไม่ควรทำ ตรงนี้ต้อง ฝากกรรมาธิการไปดูว่าดอกเบี้ยควรจะเป็นอย่างไร แต่ร่างของพรรคภูมิใจไทยที่เราเสนอไป ถ้าเป็นไปได้ฝากกรรมาธิการไปดูว่า ถ้าเป็นไปได้ เราไปถึงขนาดที่ว่าไม่คิดดอกเบี้ยได้หรือไม่ เพราะโดยหลักผมก็เชื่อว่าการกู้ยืมเพื่อการศึกษานั้นควรจะเป็นการกู้ยืมเงิน ที่ปราศจาก ดอกเบี้ยถ้าเป็นไปได้ แต่ถ้าท่านบอกว่าท่านมีภาระทางการคลัง ท่านมีค่าบริหารจัดการ เข้าใจได้ แต่ขอว่าอย่าเป็นภาระกับผู้กู้มากจนเกินไปนัก🔗
ประเด็นเรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ ตัวนี้เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าน่ายินดีมาก เมื่อเขาผิดนัดชำระไปแล้ว เขากลับมาเขาจะมาชำระ เงินที่เขาชำระต้องมาจ่ายต้นก่อน ไม่อย่างนั้นมันก็จะเป็นเหมือนในอดีต จ่ายไปเท่าไรก็จ่ายแต่ดอก จ่ายไปเท่าไรก็จ่ายดอก ไม่เคยได้จ่ายต้นสักที ไปลดต้นก่อน จ่ายต้นหมดถึงมาจ่ายดอกเบี้ย แต่ก็ยังกลับไปที่ข้อที่แล้ว ดอกเบี้ยต้องเป็นธรรม การกู้ยืมเงินให้เรียนรู้ตลอดชีวิต สิ่งนี้ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ก้าวหน้า ทันสมัยและเป็นประโยชน์มาก แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องฝากครับ เมื่อมันมีการกู้ยืมตลอดชีวิต หมายความว่าคนที่เขาอยากจะไป อัปสกิล (Upskill) เขา อยากจะไปเปลี่ยนอาชีพ อยากจะ หาความรู้เพิ่มเติม เขาสามารถกู้ยืมเพื่อต่อยอดการทำอาชีพได้ สิ่งที่อยากจะฝากทาง กรรมาธิการไปช่วยดู คือท่านช่วยดูด้วยว่าจะมีกลไกใดหรือไม่ที่จะไปควบคุมหรือไปช่วย กำกับดูแลอัตราค่าเทอม อัตราค่าเล่าเรียน วันนี้เราเจอมหาวิทยาลัยจำนวนมาก เปิดรับง่าย จ่ายค่าเทอมแพง จ่ายครบจบแน่ จบมาเด็กไม่มีงานทำ มันก็เป็นปัญหา เราไม่ให้กู้เด็กก็ ขาดโอกาส แต่พอเด็กกู้ไปมหาวิทยาลัยได้เงิน สุดท้ายภาระตกกับเด็กอีกจำนวนมหาศาล ตรงนี้ ถ้าท่านมีกลไกใดฝากกรรมาธิการไปดูด้วยครับ ทั้งกู้ยืมเงินในระบบหรือกู้ยืมเงิน เพื่อการเรียนรู้ตลอดชีวิต ทั้ง ๒ อย่างฝากไปดูด้วยว่าจะมีกลไกใดควบคุม พรรคภูมิใจไทย เราได้มีการเสนอครับ เสนอว่าจะเป็นไปได้ไหมถ้าเกิดว่าจะมีทุนเรียนดี เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ ให้กับเด็ก ฝากกรรมาธิการไปดูด้วย เรื่องการกู้ยืมเงิน เมื่อกู้ยืมไปแล้วหากเขามาทำงาน ในหน่วยราชการ แล้วใช้อายุการทำงานในราชการนั้นใช้ทุนได้หรือไม่ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ร่าง พรรคภูมิใจไทยเสนอเช่นเดียวกัน ยังมีอีกหลายประเด็นครับท่านประธาน แต่ประเด็น ท้ายที่สุด ที่อยากจะฝากครับ ก็คือประเด็นที่มีการผิดนัดชำระหนี้ ในอดีตไม่ทราบว่า เป็นอย่างไร แต่สิ่งที่ผมกังวลและฝากกรรมาธิการไปดู ก็คือประเด็นที่เด็กเขาผิดนัดชำระ ผมเข้าใจว่าโดยปกติข้อมูลของเครดิตบูโร เขาจะแบ่งเกรด (Grade) ออกเป็นเป็น ๓ แบบ ๑. ก็คือชำระดี ๒. ชำระบ้าง ผิดนัดชำระบ้าง ๓. คือผิดนัดชำระ กรณีที่ผิดนัดชำระหนี้กับ กยศ. หรือชำระบ้าง ไม่ชำระบ้าง กยศ. มีวิธีการอย่างไร ถ้าท่านไม่ต้องส่งข้อมูลให้บริษัท ข้อมูลเครดิต แล้วไปครับ แต่ถ้าหากว่าท่านต้องส่งข้อมูลให้ข้อมูลเครดิต เด็กที่เขาผิดนัด ชำระแล้ว แล้วเขามีการปิดบัญชีไปแล้ว ข้อมูลเหล่านี้ต้องลบออกให้เขา เพราะถ้าข้อมูล เหล่านี้ติดตัวเขาไป เขาไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้ และท้ายที่สุดผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า กฎหมายฉบับนี้ เมื่อมีผลทันทีจะมีผลไปถึงผู้ที่คดีอยู่ในระหว่างการพิพากษาดำเนินคดี และผู้ที่ถูกตัดสินดำเนินคดีไปแล้ว ท่านต้องมีหลักเกณฑ์ในการช่วยเหลือเขาให้เป็นธรรมด้วย ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
มีรายชื่อ ท่านสมาชิกทั้งหมด ๑๕ ท่านนะครับ ท่านสมาชิกที่มีความประสงค์ต้องการจะอภิปราย ในวาระแรกให้รีบเสนอชื่อมา ผมจะปิดการรับชื่อภายใน ๕ นาทีนะครับ เชิญท่านต่อไปครับ ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัด อ่างทองครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายและมีส่วนร่วมในการอภิปราย ขั้นรับหลักการของร่างพระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ไม่ว่าจะเป็นในส่วนที่มีการเสนอโดยรัฐบาล และส่วนที่มีการเสนอโดยเพื่อนสมาชิกจาก พรรคการเมืองต่าง ๆ แต่ก่อนที่จะลงในเนื้อหาและรายละเอียดของร่าง พ.ร.บ. กยศ. เป็นการเฉพาะครับ ผมอาจจะต้องย้ำจุดยืนของพรรคก้าวไกลต่อประเด็นเรื่องของหลัก ประกันเรื่องสิทธิทางการศึกษาของเด็กทุกคนในประเทศไทย และกรณีของ กยศ. นั้นเป็นแค่ องค์ประกอบหรือส่วนประกอบหนึ่งของเรื่องของการมองการปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบ เรายังมีกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษาครับ เรายังมีร่างพระราชบัญญัติการศึกษา แห่งชาติที่ขณะนี้กำลังมีการพิจารณา เรายังมีร่างพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ ไม่กี่วันมานี้น้อง ๆ นักเรียนเลว ซึ่งเป็นชื่อกลุ่มเฉพาะของน้อง ๆ นักเรียนที่ทำกิจกรรม ที่เกี่ยวข้องกับนักเรียน ก็มีการยกร่างพระราชบัญญัติสวัสดิภาพของผู้เรียน ซึ่งขณะนี้กำลัง มีการเปิดรับฟังความคิดเห็น ทั้งหมดทั้งมวลนั้นเป็นการเข้าสู่องค์ประกอบของการเรียน การศึกษาว่า อย่างน้อยที่สุดต้องมีหลักประกันว่าหากคนใดที่สามารถเข้าถึงการศึกษาได้ เขาควรเข้าถึงโอกาสทางการศึกษาตามศักยภาพในทุก ๆ ระดับที่รัฐต้องเป็นผู้ประกันสิทธิ ทางการศึกษาให้กับเขา และในขณะเดียวกันก็ต้องมีหลักประกันว่าตลอดระยะเวลา การศึกษาหรือแม้กระทั่งเมื่อหลังจบจากการศึกษานั้น จะเป็นการศึกษาที่นำพาเขาไปสู่ เส้นทางที่ดีกว่าในชีวิต มิใช่ไปตัดตอนความฝัน ไปกำหนด ไปขีดเส้น ไปละเมิดต่อสิทธิ ของความเป็นผู้เรียนของพวกเขา ซึ่งเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งในระบบการศึกษาไทย ท่านประธานครับ ผมเองมีเป้าหมายที่จะอภิปรายอยู่ทั้งหมด ๔ ประการด้วยกัน🔗
ประการที่ ๑ ผมอยากจะย้ำว่าผมเองก็เป็นหนึ่งในนักเรียนที่ได้รับโอกาส จากโครงการที่เรียกว่า โครงการช้างเผือก หรือโครงการนักศึกษาเรียนดีจากชนบทของ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ทำให้เข้าเรียน และศึกษาจนจบปริญญาตรีจากคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แน่นอนครับ ยังมีชื่อคล้ายกันแบบนี้ในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังมีชื่อคล้ายกันแบบนี้ในโครงการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมหาวิทยาลัยอื่น ๆ ในขณะเดียวกันผมพูดได้เต็มปากในสภาแห่งนี้ครับว่า ภรรยาผมเองก็เป็นศิษย์เก่า ของกองทุน กยศ. แต่เป็นสิ่งที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งว่า เมื่อผมแสดงบัญชีทรัพย์สิน ของผมและภรรยา กลับถูกสื่อมวลชนบางสื่อไปใช้ข้อความในลักษณะว่า ผมมีทรัพย์สินอยู่ จำนวนหนึ่ง แต่ทำไมไม่ใช้เงิน กยศ. ที่ค้างอยู่แค่ ๔๐,๐๐๐ กว่าบาท ซึ่งแน่นอนครับ เขาจ่ายหนี้มาครบทุกปี เป็นข้าราชการที่ถูกหักอยู่ทุกเดือน แต่เพราะบังเอิญเป็นภรรยาของ นักการเมืองที่อยู่ในฝ่ายค้านที่ถูกระบบของสื่อมวลชนตรวจสอบ นั่นเป็นปรัชญา ที่ผมอยากจะตั้งคำถามแล้วก็ชวนให้ท่านคิดว่าเราต้องเปลี่ยนมายด์เซ็ต (Mindset) หรือวิธีในการมองใหม่ครับว่า กองทุน กยศ. มิใช่เงินเพื่อการให้การสงเคราะห์ แต่กองทุน กยศ. เป็นหลักประกันสิทธิและโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา ท่านไม่ต้องมองนักเรียนว่า เขามารอคอยการสงเคราะห์ ท่านอย่ามองนักเรียนว่าเขามารอคอยการกู้เงิน ท่านอย่าลืมว่า การที่เคยมีเงื่อนไขหรือข้อกำหนดที่บอกว่าคนที่จะต้องกู้กองทุน กยศ. นั้นต้องมีจิตอาสา นี่ก็ผิดคอนเซ็ปต์ (Concept) และไม่ควรจะเกิดขึ้นในเงื่อนไขของ กยศ. แล้วครับ แต่ท่านจะ มีเงินทุนตัวอื่น ท่านจะมีกองทุนตัวอื่น ท่านจะมีเงินทุนใด ๆ ต่าง ๆ ที่จะมีเงื่อนไขแบบนั้น ท่านสามารถทำได้ แต่ต้องมิใช่เงินที่เกิดขึ้นจากกองทุน กยศ. ที่เป็นหลักประกันสิทธิและ เสรีภาพของโอกาสในการเรียนอันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของเด็กทุกคนในประเทศไทย นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ ครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ มีความคล้ายคลึงกันในประเด็นที่ท่านสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ต้องขออภัยที่เอ่ยนาม เพื่อนสมาชิกจากพรรคภูมิใจไทยที่ได้พูดไปก่อนหน้านี้ ผมเองมีความไม่มั่นใจแล้วมีความคลาดแคลงใจในมาตรา ๒๓ ของร่างพระราชบัญญัติ กองทุน กยศ. ที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี มาตรา ๒๓ ดูเป็นการกำหนดบทเฉพาะกาลว่า ต่อไปนี้ในกรณีคดีใด ๆ ก็แล้วแต่ที่มีข้อพิพาทกันอยู่ในชั้นศาล หรือแม้กระทั่งศาลมี คำพิพากษาแล้วที่จะนำไปสู่ชั้นบังคับคดีนั้น สามารถใช้เงื่อนไขยกเว้นที่ไม่จำเป็นต้องปฏิบัติ ตามเงื่อนไขที่ศาลเป็นผู้กำหนดได้ นั่นคือความโดยสรุปที่ผมอยากจะนำเสนอ ผมไม่มั่นใจว่า กรณีดังกล่าวนั้น ไม่ว่าจะเป็นเนื้อหามาตราใด ๆ นั้น หากเราจะยืนยันว่าต่อไปนี้ในทุก ๆ เคส (Case) ที่เกิดขึ้นในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จะได้รับการทบทวน จะได้รับการปรับปรุง จะได้รับ การแก้ไข จะมีโอกาสมาปรับโครงสร้างหนี้ จะมีโอกาสมาชะลอ มีโอกาสแม้กระทั่งการยกหนี้ ให้ในคดีที่อยู่ในชั้นศาล ท่านได้ยืนยันได้หรือไม่ว่าท่านเคยปรึกษาเรื่องเหล่านี้กับศาลยุติธรรม แล้ว สามารถทำได้จริงให้นักเรียนและผู้ปกครองทุกคน มีความสบายใจในการแก้ไขปัญหา หนี้ที่เกิดขึ้นจากกองทุน กยศ. นั่นเป็นสิ่งที่ผมอยากจะเรียนสอบถามในขั้นรับหลักการ เป็นประการที่ ๒ ครับ🔗
ประการที่ ๓ ก็คือกรณีของเบี้ยปรับ เรามีการสอบถามกันเยอะว่า สถานการณ์โควิด (COVID) ที่ผ่านมา กยศ. ทำอะไร แน่นอนท่านอาจจะพูดกรณีของ เบี้ยปรับที่อยู่ในอัตราไม่เกินร้อยละ ๑ ซึ่งสามารถขยายหรือทำไปได้มากกว่าร้อยละ ๑ แต่ท่านไม่ได้พูดไปมากกว่านั้น สิ่งที่เราอยากจะได้เห็นคือการเยียวยา ในสถานการณ์โควิด (COVID) เกือบทุกคนได้รับผลกระทบมากน้อยต่างกัน นักเรียนและนักศึกษาจำนวนหนึ่งนั้น เรียนออนไลน์ (Online) มิได้ไปใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย แต่มิใช่เขาไม่มีค่าใช้จ่าย ต่างล้วนมี ค่าใช้จ่าย ผมเองไม่มั่นใจว่า เพราะเหตุใดการยกร่างกฎหมายหรือในเชิงนโยบาย ถึงไม่สามารถยกประเด็นเรื่องของเบี้ยปรับออกไปได้ นั่นเป็นประการที่ ๓ ครับ🔗
ประการที่ ๔ ขออนุญาตสั้นที่สุดเป็นประการสุดท้าย เพื่อไม่ให้รบกวน เวลาครับ อย่างไรก็ตามผมเห็นด้วยในหลักการ และผมคิดว่าร่าง พ.ร.บ. กยศ. ไม่ว่าจะเป็นของรัฐบาล หรือพรรคการเมืองต่าง ๆ นั้นเป็นร่างที่มีความก้าวหน้ายิ่งขึ้น สำหรับในเชิงรายละเอียดต่าง ๆ นั้นก็คงจะไปนำเสนอหรือพูดคุยกันในวาระ ๒ ต่อไป ฉะนั้นในภาพรวมพวกเราพรรคก้าวไกลยืนยันและเห็นด้วยในขั้นรับหลักการ แต่ขอให้ยืนยัน หลักให้มั่นว่า พ.ร.บ. กยศ. เป็นหลักประกันสิทธิขั้นพื้นฐานให้กับเด็กทุกคน ในการเข้าถึง โอกาสทางการศึกษา วุฒิการศึกษาอาจจะไม่ได้วัดความเป็นคน ความเป็นคนที่มีค่าความเป็น มนุษย์ทั้งหมด แต่การศึกษาอาจจะช่วยทำให้ประเทศชาตินั้นมีความเคารพ และตระหนักถึง ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ที่มากยิ่งขึ้น ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ เนื่องจากว่าร่างพระราชบัญญัติกองทุนให้การกู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ตัวผมเองก็เคยผ่านการกู้เงิน กยศ. มาเหมือนกัน คิดว่า เรื่องตรงนี้เป็นเรื่องที่สำคัญต่อเยาวชนในประเทศไทยของเราเป็นอย่างยิ่ง และกำลังเข้าสู่ สภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติของเราในครั้งนี้ แต่มองด้วยสายตาแล้วเห็นผู้ที่เข้าร่วม ประชุมนั้นยังมีน้อยมาก ผมจึงคิดว่าเรื่องสำคัญแบบนี้ เราน่าจะให้ความสำคัญกัน ให้มากกว่านี้ กระผมจึงอยากจะขอท่านประธานสภาที่จะขอนับองค์ประชุมครับ ขอผู้รับรองครับ🔗
นับองค์ประชุมคงไม่ต้องรับรองหรอกครับ จริง ๆ แล้วท่านสมาชิกก็คงจะอยู่รอบ ๆ ห้องประชุมนี่ครับ ท่านยืนยันจะให้นับองค์ประชุมนะครับ เชิญท่านสมาชิกเข้ามาใน ห้องประชุมครับ🔗
เชิญท่าน สมาชิกที่อยู่ด้านนอกห้องประชุมเข้ามาตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ ท่านสมาชิกเข้ามา ครบแล้วนะครับ🔗
ท่านประธานครับ นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ ๑๖๒ แสดงตนครับ🔗
ยังไม่ได้ เริ่มครับเดี๋ยวสักครู่นะครับ เข้ามากันครบแล้วนะครับ เชิญท่านสมาชิกแสดงตนเพื่อเช็ก (Check) องค์ประชุมโดยการใช้บัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ🔗
เมื่อสักครู่ ท่านอะไรนะครับที่แสดงตนอีกท่านหนึ่ง🔗
ธีรภัทรครับ ๑๖๒ ครับ🔗
ท่านธีรภัทรนะครับ ท่านกดปุ่มแสดงตนได้นะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดยังไม่ใช้สิทธิ มีไหมครับ ท่านประธานชวนกดแล้วนะครับ ขอบพระคุณครับ ปิดการแสดงตนนะครับ มี ๒๒๗ ท่าน🔗
ก็ต้อง เลิกประชุมแล้วครับ ขอบคุณครับ🔗