รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๓
ครั้งที่ ๒๓ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพฤหัสบดีที่ ๒๐ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๕
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
----------------------------------
ท่านสมาชิกครับ เป็นเวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม จะอนุญาตให้สมาชิกได้ปรึกษาท่านละ ๒ นาที ท่านแรกคุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมได้นำความเดือดร้อนเรื่องที่อยู่อาศัย แล้วก็ที่ดินทำกินของ พี่น้องประชาชนในอำเภอขุนตาลและอำเภอเชียงของ ท่านประธานครับ ที่อำเภอขุนตาล ที่ดินทิศตะวันออก ทางหลวงหมายเลข ๑๐๒๐ สายเทิง-เชียงของ ถนนสายนี้เป็นถนน ๔ เลน แต่มีพี่น้องประชาชนอยู่อาศัยหนาแน่น คือตำบลครึ่ง ในตำบลครึ่งนี้จะมีโรงเรียนอยู่ ๔ โรงเรียนบ้านตองม่วงชุม โรงเรียนบ้านหลวง โรงเรียนบ้านศรีลานนา โรงเรียนบ้านครึ่งเหนือ อันนี้เป็นตัวอย่างของ ๑ ตำบล ซึ่งทั้งตำบลนั้นไม่มีเอกสารสิทธิ เพราะว่าเป็นเขตป่า แล้วก็อำเภอขุนตาล คือตำบลต้า ตำบลป่าตาล ตำบลยางฮอม แล้วก็ตำบลบุญเรือง อำเภอเชียงของ ตำบลศรีดอนชัย ดังนั้น ทั้งอำเภอขุนตาลและอำเภอเชียงของ วันนี้กรมที่ดินได้ออก เดินสำรวจที่อำเภอเทิงแต่ไม่ได้สำรวจที่อำเภอขุนตาลและอำเภอเชียงของ ดังนั้น ฝากท่าน ประธานไปยังกรมที่ดินและกรมป่าไม้ ช่วยเจรจากันหน่อยว่าพื้นที่ที่พี่น้องประชาชนอาศัยอยู่ เป็นร้อยปี แต่ไม่มีเอกสารสิทธิให้ครอบครอง แล้วก็นำไปใช้ประโยชน์ได้ ลูกหลานก็ลำบาก ฉะนั้นอยากฝากท่านประธานว่าขอให้เดินสำรวจต่อจากอำเภอเทิง มาที่อำเภอขุนตาล แล้วก็มาที่อำเภอเชียงของ อันนี้พี่น้องประชาชนก็จะยื่นหนังสือถึงกรรมาธิการการเกษตรด้วย ก็ฝากท่านประธานช่วยบอกไปทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แล้วก็กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อย่างไรผมจะเอารายชื่อของพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อน ส่งท่านประธานต่อไปครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ต่อไปคุณประกอบ รัตนพันธ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมมีเรื่องหารือกับท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๒ เรื่อง ด้วยกัน🔗
เรื่องแรกผมได้รับคำร้องเรียนจากท่านผู้ใหญ่ ณัฐกณฑ์ สังข์ชุม ท่านแจ้งว่า เหมืองชลประทานของหมู่ที่ ๘ และหมู่ที่ ๒ ซึ่งรับน้ำมาจากฝายคลองท่าโหลนได้ชำรุด เป็นระยะทางประมาณ ๒๐๐ เมตร เหมืองนี้ยาวประมาณ ๑,๕๐๐ เมตร พี่น้องใช้ประโยชน์ ๒ หมู่บ้านในตำบลนาหลวงเสน ก็อยากกราบเรียนให้ทางกรมชลประทานได้เร่งรัดไปซ่อมแซม เพื่อที่จะให้พี่น้องได้ใช้ประโยชน์จากเหมืองน้ำนี้ด้วย แล้วก็อีกอันหนึ่ง ถนนคันเหมือง ก็ชำรุดเช่นเดียวกัน ก็ขอให้ช่วยดำเนินการด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมได้รับคำร้องเรียนจากท่านผู้ใหญ่ ไพโรจน์ จันทร์ประดิษฐ์ ผู้ใหญ่หมู่ที่ ๑๘ ตำบลบางขัน อำเภอบางขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช ว่าอาคารอัดน้ำห้วยทุเรียน ซึ่งอยู่ใกล้บ้านท่าน งบประมาณ ๒ ล้านบาท ได้เลยสัญญาก่อสร้าง มาเป็นปีเศษแล้ว ขณะนี้ยังไม่เรียบร้อย พี่น้องยังไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรเลย ก็ขอให้ ทางกรมชลประทานได้กรุณาไปเร่งรัด เพื่อที่จะให้ก่อสร้างแล้วเสร็จ พี่น้องจะได้ใช้ประโยชน์ จากอาคารอัดน้ำนี้ด้วยครับ ขอกราบขอบคุณท่านประธานด้วยความเคารพครับ🔗
ต่อไปคุณชวลิต วิชยสุทธิ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย กระผมได้รับแจ้งปัญหาความเดือดร้อนจากประชาชนบ้านพุ่มแก ตำบลพุ่มแก อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม หลายหมู่บ้าน กว่า ๔๐ ครัวเรือน นำโดย นางนิภา ปัญญาพ่อ ร้องเรียนว่า ได้มีบุคคลซึ่งอ้างว่าเป็นช่างรังวัดของเอกชน ซึ่งได้รับอนุญาตจากกรมที่ดินมารังวัดที่ดิน เพื่อออกโฉนด โดยที่ดินดังกล่าวมีทั้งที่ดินที่มีเอกสิทธิ ที่เป็นโฉนดแล้วเพื่อแบ่งแยก ที่ดินที่เป็น ใบจอง ที่ดินที่เป็นหัวไร่ปลายนา และที่ว่างเปล่า ซึ่งครอบครองอยู่ ทั้งนี้ในการดำเนินการดังกล่าว ได้มีเจ้าหน้าที่ออกใบรับแจ้งเรื่องระหว่างดำเนินการ ท.ด. ๗๔ (๑๐๔๐) ตั้งแต่ปลายปี ๒๕๖๓ ถึงปี ๒๕๖๔ และมีการเก็บเงินค่ารังวัดแปลงละ ๕,๐๐๐ บาท โดยไม่ได้ออกใบเสร็จรับเงิน ให้แก่ชาวบ้านแต่ประการใด กระผมได้ลงพื้นที่ไปพบชาวบ้านด้วยตนเอง และลงไปยังพื้นที่ ตำบลพุ่มแก อำเภอนาแก พบว่าชาวบ้านเดือดร้อนจริงเสียเงินค่ารังวัดไปแล้วอยากได้โฉนด เพราะโฉนดที่ดินเป็นเอกสารสิทธิที่มีคุณค่าสำหรับชาวบ้านโดยเฉพาะเกษตรกรในชนบทเป็น อย่างยิ่ง จึงกราบเรียนมายังท่านประธานเพื่อนำความเดือดร้อนนี้แจ้งกรมที่ดินแก้ปัญหาดังกล่าว ให้กับราษฎรโดยเร็ว ซึ่งกระผมทราบว่ายังมีเรื่องทำนองนี้อีกหลายพื้นที่หลายหมู่บ้าน ชาวบ้านเดือดร้อนไปทั่ว จึงขอฝากท่านประธานได้นำเรียนกรมที่ดินแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยเร็วต่อไป ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณสนอง เทพอักษรณรงค์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้มีเกียรติ กระผม สนอง เทพอักษรณรงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดบุรีรัมย์ เขตเลือกตั้งที่ ๑ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานที่เคารพครับ วันเสาร์ วันอาทิตย์เรากลับไปลงพื้นที่ ผมเชื่อแน่ได้ว่าผู้แทนราษฎรของเราไม่มีใครไม่ได้รับ การร้องเรียนจากบรรดาพี่น้อง หรือได้ยินเสียงกระแสบ่นของพี่น้องประชาชนที่ได้รับ ความเดือดร้อนจากราคาสินค้าซึ่งกำลังพาเหรด (Parade) ขึ้นราคาในเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นหมู เห็ด เป็ด ไก่ ล้วนแล้วแต่ขึ้นราคาสร้างความเดือดร้อนให้ทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบธุรกิจ การค้า นอกจากหมู เห็ด เป็ด ไก่แล้ว เวลานี้ในช่วงของสิ้นเดือนนี้ก็จะมีพวกแก๊ส ราคาน้ำมัน ไม่ต้องพูดถึงก็ขึ้นอยู่ตลอด ประชาชนอยากฝากไปถึงหัวหน้ารัฐบาล ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ขอความกรุณาได้กำชับให้ส่วนที่เกี่ยวข้องได้มีการควบคุมราคา สินค้าที่กำลังจะพาเหรด (Parade) ขึ้นราคานั้นให้อยู่ในระดับที่ไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับ พี่น้องประชาชน ก็ขอฝากให้กับ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีได้ไปดำเนินการโดยรีบด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับบรรดาพี่น้องประชาชน🔗
เรื่องที่ ๒ หลังจากที่เราประสบกับปัญหาโควิด (COVID) มา ๒ ปีเศรษฐกิจแย่ พอเปิดประเทศมาได้ ๑ เดือน โอมิครอน (Omicron) ระบาดอีก ต้องมีการปิดวางมาตรการ เข้มข้นอีก อย่างไรก็ตามฝากไปถึงรัฐบาลให้ช่วยกำชับในเรื่องของการป้องกันโรคเพื่อที่จะให้ การใช้ชีวิตของพี่น้องประชาชนนั้นได้กลับมาใช้ชีวิตอย่างปกติเพื่อนำเศรษฐกิจที่ดีมาสู่ พี่น้องประชาชนในโอกาสต่อไปด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ต่อไปคุณประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล ขอหารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องราษฎรที่มีกรณีการขอ อาชญาบัตรผูกขาดสำรวจแร่หินอุตสาหกรรม ชนิดหินปูนเพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง หรือที่เรียกว่าโรงโม่หินที่หมู่ ๔ ตำบลเขาเขน อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่ ซึ่งประชาชนและ อบต. เขาเขนออกมาคัดค้านการดำเนินงานของกระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งแน่ชัดว่าจะเกิดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เกิดฝุ่นละอองใยหินกระจายไปทั่ว ทำลาย แหล่งน้ำ เกิดโรคทางเดินหายใจ โรคปอด โรคมะเร็ง โรคหืดหอบ โรคภูมิแพ้ โดยชาวบ้าน ต้องการอยู่อย่างสงบสุข ต้องการอากาศดี ๆ ไม่มีฝุ่นปกคลุมต้นทุเรียน ต้นกาแฟ กล้วยหอม ต้นปาล์ม ต้นยางในพื้นที่ กระทรวงอุตสาหกรรมต้องไม่ดันทุรังเข้าข้างกลุ่มทุน และเคยทำผิดพลาดมาแล้วในหลายพื้นที่ เช่น ที่ตำบลทับปริก จังหวัดกระบี่ และในพื้นที่ ก็ยังมีป่าต้นน้ำ มีป่าพรุต้องไม่ถูกทำลายด้วย หนำซ้ำบริเวณภูเขาใกล้เคียงยังพบ ซากสัตว์ แล้วก็โบราณวัตถุ ฝากกรมศิลปากรเข้าไปดูแลด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ กลุ่มชุมชนรักสามกอง หมู่ ๒ ตำบลเกาะแต้ว อำเภอเมืองสงขลา ไม่เห็นชอบให้มีการก่อสร้างโรงงานกำจัดขยะพลังงานไฟฟ้าของ อบจ. สงขลาที่อยู่ใกล้คลอง แหล่งน้ำจืด ใกล้ชุมชน ไม่ห่างจากชายหาดและทะเล ขัดกฎหมายผังเมือง ขัดเรื่องโซนนิง (Zoning) ไม่มีการประเมินอีไอเอ (EIA) ประชาชน ๓๔๕ เสียง จาก ๓๕๒ เสียง ไม่เอาด้วย แน่นอนครับ แล้วก็มายื่นต่อคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน รวมทั้งได้มายื่นเอกสารต่อกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรียบร้อยแล้วเมื่อวานนี้ แล้วก็มีการทำประชาพิจารณ์ ที่ผ่านมาก็ไม่ถูกต้อง ปิดกั้นคนไม่เห็นด้วย ขาดหลักธรรมาภิบาล แล้วก็มีสื่อหลายสำนัก รายงานตามภาพที่ผมนำมาโชว์ครับ🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องสุดท้ายพี่น้องประชาชนหมู่ ๔ บ้านปากบางกลม ตำบลชะอวด และพี่น้องหมู่ ๒ หมู่ ๗ ตำบลเคร็ง อำเภอชะอวด และหมู่ ๑๒ บ้านบางริ้น อำเภอเชียรใหญ่ และตำบลหลวงทั้งตำบลในอำเภอเฉลิมพระเกียรติ นครศรีธรรมราช ร้องเรียนประสบปัญหา น้ำท่วมขังสวนปาล์ม บ้านเรือนเกิดน้ำเน่าเสียนับหมื่นไร่ สาเหตุจากการปิดประตูระบายน้ำ อุทกวิภาชประสิทธิ และประตูระบายน้ำแพรกเมือง ขอให้กรมชลประทาน กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ สำนัก ๑๕ เปิดประตูระบายน้ำบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยด่วนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณจีรเดช ศรีวิราช ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจีรเดช ศรีวิราช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา เขต ๓ ขออนุญาตหารือ ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ ๒ เรื่อง เนื่องจากได้รับเรื่องร้องเรียนจาก ท่านประยงค์ บุญตา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยแก้ว อำเภอภูกามยาว ถึงปัญหา ถนนที่ชำรุดเสียหายมานานหลายปี เต็มไปด้วยหลุมบ่อตลอดเส้นทาง ทำให้เกิดอุบัติเหตุ อยู่เป็นประจำ เส้นทางสายนี้มีระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตรเชื่อมไปยังตำบลห้วยลาน อำเภอดอกคำใต้ เป็นถนนที่แยกออกมาจากเส้นทางหลวงหมายเลข ๑๒๐๒ ตรงข้าม วัดมงคลคีรี บ้านใหม่ หมู่ที่ ๑๐ ตำบลห้วยแก้ว ผมได้ไปตรวจสอบแล้วพบว่าหลักกิโลเมตร ที่ตั้งอยู่มีตราสัญลักษณ์ของกรมโยธาธิการ กระทรวงมหาดไทย แต่ไม่ทราบว่าขณะนี้ได้โอน ไปให้หน่วยงานใดรับผิดชอบ ขอให้ทางจังหวัดพะเยาได้เร่งตรวจสอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการปรับปรุงแก้ไขโดยเร่งด่วน เพื่อให้พี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมาบนเส้นทาง สายนี้ มีความสะดวกและปลอดภัยด้วยครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งซึ่งผมได้อภิปรายมาหลายครั้งคือ ถนนบนเส้นทางหลวง หมายเลข ๑๐๙๑ ซึ่งเชื่อมระหว่างอำเภอจุนไปอำเภอปง เส้นทางสายนี้มีระยะทางประมาณ ๓๐ กิโลเมตร เป็นถนนกว้าง ๗ เมตร ๒ ช่องจราจร ไม่มีไหล่ทาง ผ่านชุมชนและถนน ที่คดเคี้ยวทำให้เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ขณะนี้ กรมทางหลวงได้รับการจัดสรรงบประมาณของปี ๒๕๖๕ ซึ่งเริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม โดยการขยายไหล่ทางเป็นถนนกว้าง ๑๒ เมตร ซึ่งดำเนินการโดยศูนย์สร้างทางลำปาง และได้นำเครื่องจักรกลมาจอดรออยู่หลายเดือนแล้ว พร้อมดำเนินการก่อสร้างได้ทันที หากได้รับอนุญาตให้ใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้ ซึ่งไม่ทราบว่าทำอะไรกันอยู่ถึงได้ล่าช้าขนาดนี้ ดังนั้นขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมป่าไม้ ได้เห็นแก่ประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ที่ตั้งตารอคอยมานานหลายสิบปี พี่น้องชาวบ้านต้องการในชาตินี้ไม่ใช่ชาติหน้า ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณนายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมขอนำเอาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน มาหารือท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรี ๒ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับคำร้องทุกข์จากพี่น้องที่ขายลอตเตอรี่ในเขตอำเภอไพรบึง และพื้นที่ข้างเคียงหลายจังหวัดว่า ขณะนี้กำลังได้รับความเดือดร้อนจากการจับกุมของ เจ้าหน้าที่ตำรวจในข้อหาขายลอตเตอรี่เกินราคา ซึ่งข้อเท็จจริงผมขอเรียนท่านประธานว่า ต้นทุนจริง ๆ ของลอตเตอรี่คือใบละ ๗๑.๔๐ บาท หากประชาชนคนขายลอตเตอรี่ได้รับ ราคาต้นทุนจริง ๆ เขาก็ขายได้ใบละ ๘๐ บาท ตามที่รัฐบาลกำหนดให้ แต่ข้อเท็จจริงแล้ว ผู้ขายเหล่านั้นต้องไปซื้อจากนายทุนใบละ ๘๙ บาท ถึง ๙๒ บาททุกงวด ทำให้เขามีความ จำเป็นที่ต้องขายเกินราคาที่รัฐกำหนด ถ้านายกรัฐมนตรีจะแก้ไขปัญหาให้ตรงจุดจริง ๆ ต้องให้ไปจับกุมนายทุน เพราะนายทุนก็ขายเกินราคาตั้งแต่ต้น ไม่ใช่มาจับกุมประชาชน ผู้ขายให้รับกรรมแทนนายทุนซึ่งเป็นการแก้ปัญหาปลายเหตุ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องไฟฟ้าขยายเขตเพื่อการเกษตรให้กับเกษตรกรในจังหวัด ศรีสะเกษ ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่ได้อนุมัติให้มีการขยายเขต ไฟฟ้าให้เกษตรกรในพื้นที่แล้วหลายแห่ง หากแต่การดำเนินการติดตั้งเสาพาดสาย การเชื่อมต่อเพื่อให้เกษตรกรได้ใช้งานได้นั้นยังล่าช้ามากถึงมากที่สุด ซึ่งจะทำให้เกษตรกร มีไฟฟ้าใช้ไม่ทันฤดูกาลเพาะปลูกของเกษตรกร🔗
ผมจึงขอฝาก ๒ เรื่องนี้ไปยังนายกรัฐมนตรีให้สั่งการไปยังสำนักงานตำรวจ แห่งชาติและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจังหวัดศรีสะเกษ เพื่อให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่าง เร่งด่วนด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปนายแพทย์ระวี มาศฉมาดล ครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์ระวี มาศฉมาดล ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ วันนี้กระผม จะขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขในประเด็นเกี่ยวกับเอทีเค (ATK) ฟรี และการระบาดของโอมิครอน (Omicron) ขณะนี้แนวโน้มการระบาดของเชื้อโอมิครอน (Omicron) เป็นไปอย่างรวดเร็ว ระยะเวลา เพียงเดือนเดียวการระบาดของเชื้อโควิด ๑๙ (COVID-19) มากกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นเชื้อ โอมิครอน (Omicron) แล้ว ประเด็นคือการที่ประเทศไทยเราจะควบคุมไม่ให้เกิดการระบาด อย่างรุนแรงขึ้นมาจะทำได้อย่างไร ที่สำคัญที่สุดก็คือประชาชนทั่วประเทศต้องป้องกันตัวเอง ต้องใส่แมสก์ (Mask) ต้องโซเชียล ดิสแทนซ์ (Social distance) ลดกิจกรรมที่มีความเสี่ยง ถ้าคนไทยป้องกันตนเอง อย่าให้เหมือนอเมริกากับยุโรป การระบาดก็จะไม่เกิดความรุนแรง แน่นอน ที่สำคัญรองลงมาอีกประการหนึ่งก็คือ การใช้เอทีเค (ATK) ตรวจคัดกรองผู้มีอาการ คล้ายไข้หวัดหรือกลุ่มเสี่ยงอย่างรวดเร็วเพื่อแยกคนไข้โควิด (COVID) ก่อนที่จะแพร่เชื้อ เพราะถ้าเรารอการตรวจอาร์ที พีซีอาร์ (RT-PCR) ซึ่งราคา ๒,๐๐๐ กว่าบาท และต้องรอผล ๑-๒ วัน จะไม่สอดคล้องกับการป้องกันโควิด (COVID) จากโอมิครอน (Omicron) ซึ่งรวดเร็วมาก ดังนั้นในสถานการณ์ที่คนไทยจำเป็นต้องใช้เอทีเค (ATK) จำนวนมากเช่นนี้ ผมจึงขอเสนอให้ทางรัฐบาลดำเนินการดังต่อไปนี้🔗
ข้อแรก รัฐบาลต้องให้ประชาชนผู้มีอาการป่วยคล้ายไข้หวัดหรือกลุ่มเสี่ยง สามารถตรวจเอทีเค (ATK) ได้ฟรี และตรวจได้สะดวกทั่วทั้งประเทศ ไม่ว่าจะเป็นการไป ตรวจที่โรงพยาบาลของรัฐ รพ.สต. ศูนย์อนามัย ศูนย์การแพทย์ทุกแห่งทั่วประเทศ เพื่อเป็น การช่วยประชาชนในยามยากลำบากทางเศรษฐกิจ🔗
ข้อ ๒ ให้องค์การเภสัชกรรมประมูลซื้อและขายเอทีเค (ATK) ในราคาไม่เกิน ๓๐ บาท ซึ่งสามารถทำได้ครับท่านประธาน เพราะราคาขายส่งที่ประเทศจีนอยู่ที่ ๑๗-๑๘ บาทต่อเทสต์ (Test) เท่านั้น นอกจากนี้ต้องให้องค์การเภสัชกรรมกระจายสินค้าให้ ประชาชนสามารถซื้อได้สะดวกทั่วประเทศในทุก ๆ ช่องทาง ไม่ว่าจะผ่านโรงพยาบาลของรัฐ อนามัยต่าง ๆ ขอขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปคุณบุญฐิณ ประทุมลี ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบุญฐิณ ประทุมลี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรคเพื่อไทย เขต ๒ ผมมีเรื่องที่จะหารือท่านประธานอยู่ ๑ เรื่องครับ เนื่องจากกระผมได้รับเรื่องร้องทุกข์ ร้องเรียนจากพี่น้องชาวตำบลนาโสก อำเภอเมืองมุกดาหาร ว่าผิวจราจรถนนหมายเลข มห.ถ. ๑-๐๐๐๒ ของ อบจ. มุกดาหารชำรุด เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงที่พี่น้องประชาชนใช้ บรรทุกมัน อ้อย ในการขนส่งสินค้า ฉะนั้นในการที่จะใช้สัญจรเป็นที่ยากลำบากของ พี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก กระผมได้สอบถามไปยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดมุกดาหาร ว่า ได้ทำเรื่องของบประมาณอุดหนุนเฉพาะกิจถึงกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ดังนั้น ผมจึงขอฝากท่านประธานถึงกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ได้จัดงบประมาณในส่วนนี้ ซึ่งเป็นระยะทาง ๓ กิโลเมตร เพื่อให้การสัญจรสะดวกขึ้น และปลอดภัยกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ จึงขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน🔗
ต่อไปคุณวีระกร คำประกอบ ครับ🔗
ขออนุญาตข้ามไปที่ คุณอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลจาก จังหวัดนครปฐมค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันขอหารือกับท่านประธานผ่านไปถึง กกต. ให้เร่งตรวจสอบข้อร้องเรียนในการปราศรัยเลือกตั้งซ่อมที่สงขลาที่ผ่านมา ที่มีลักษณะ เข้าข่ายผิดกฎหมาย มีการจูงใจให้คนเลือกคนมีเงิน เลือกคนมีชาติตระกูลและคนมีสตางค์ ประกอบกับท่าเอามือขวาล้วงกระเป๋ากางเกงและหยิบสิ่งของยื่นให้ประชาชน มีการถามว่า เอาไหม ชอบไหม เอาไหม แล้วประชาชนส่งเสียงตอบว่าเอานะคะ ดิฉันคิดว่าแนวคิดนี้เป็น แนวคิดที่อันตรายค่ะ และทำความถดถอยให้กับระบอบประชาธิปไตย และถ้าเกิดคนไทย ประชาชนไทยสมาทาน แนวคิดนี้โดยที่คนพูดเป็นถึงเลขาธิการพรรคการเมืองใหญ่ ฝ่ายรัฐบาล คนพูดเป็นถึงอดีตรัฐมนตรี ดิฉันเป็นกรรมาธิการพัฒนาการเมืองค่ะท่านประธาน ดิฉันเกรงเป็นอย่างยิ่งว่าการชี้นำสังคม แบบนี้จะทำให้ประชาธิปไตยไทยถึงเวลาที่จะล่ม สลายได้ทีเดียวนะคะ ท่านประธานคะ สภาแห่งนี้ ๕๐๐ คน เป็นที่ที่เป็นตัวแทนของคน ทุกกลุ่ม ทุกอาชีพใช่หรือไม่คะ ถ้าเป็นเช่นนั้นก็จะมีแต่นายทุน มีแต่พ่อค้า มีแต่ชนชั้นนายทุน ที่จะมาเป็นตัวแทน แล้วใครจะเป็นคนที่พูดแทนคนยากไร้คนยากจนอีก ๙๐ เปอร์เซ็นต์ของ ประเทศนี้ ใครจะพูดแทนคนชายขอบ คนตัวเล็กตัวน้อย ถ้าในสภาแห่งนี้มีแต่คนมีเงิน มีสตางค์นะคะ ในประเทศที่คนรวยกระจุกจนกระจายแบบนี้ค่ะ จะมีสักกี่คนที่จะ เจริญก้าวหน้าจากอาชีพเด็กเดินยา ค้าแป้งมัน จนกระทั่งสามารถกระเถิบฐานะขึ้นมาโปรย เงินแจกซื้อเสียงเลือกตั้งได้ขนาดนี้ ที่น่าสังเวชใจก็คือมีอีกพรรคการเมืองหนึ่งยังมีการตอบโต้ ว่า อีกฝ่ายหนึ่งชนะเพราะว่าซื้อเสียงเก่งกว่านะคะ เป็นเรื่องที่น่าสังเวชใจ ดิฉันฟังแล้วสะดุ้ง ค่ะ ดิฉันฟังคลิป (Clip) นี้ค่ะท่านประธาน เห็นคลิป (Clip) นี้แล้วดิฉันตัดสินได้ แล้วดิฉันเชื่อ ว่าคนทั้งประเทศตัดสินได้ถึงเจตนาของผู้พูด เจตนาของผู้ปราศรัย ดิฉันหวังว่า กกต. จะคิด ได้และหน้าที่ของท่าน คือเร่งตรวจสอบทำความกระจ่างว่าการทำอันนี้ผิดหรือไม่นะคะ เพื่อเป็นมาตรฐานเป็นบรรทัดฐานให้การเลือกตั้งในครั้งต่อไป อีกทั้ง กกต. ท่านมีหน้าที่ ที่จะออกระเบียบเพื่อกำกับควบคุมดูแลการหาเสียงเลือกตั้งให้เป็นไปอย่างเที่ยงธรรม รวมทั้ง ว่ามีความผิดในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๓ วรรคหนึ่ง หรือไม่นะคะ การหาเสียงประเภทนี้ รวมทั้งหัวหน้าพรรค แล้วก็กรรมการบริหารพรรคที่นั่งฟังอยู่บนเวที มีความผิดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๒ ด้วยหรือไม่นะคะ ในฐานะที่ไม่ได้กำกับดูแลให้การ หาเสียงเป็นไปอย่างบริสุทธิ์และเที่ยงธรรม ขอบคุณมากค่ะ🔗
ต่อไปคุณยศวัฒน์ มาไพศาลสิน ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ อำเภอท่ามะกา อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรีครับ ท่านประธานครับ ความวัวก็ไม่ทันหายความหมูก็เข้ามาแทรก ผมอยากนำเรียนว่า วันนี้พี่น้องของผม อำเภอท่ามะกา อำเภอพนมทวน แล้วก็ภาพของทั้ง จังหวัดกาญจนบุรี และอีกหลาย ๆ จังหวัดยังคงมีปัญหาเรื่องของโรคลัมปี สกิน (Lumpy skin disease virus) ซึ่งวัวที่ตายจากโรคลัมปี สกิน (Lumpy skin disease virus) ท่านประธาน ไม่มีใครอยากให้ตายหรอกครับ เพราะว่าถ้าวัวตายตัวหนึ่งนั่นหมายความว่า เงินที่จะต้องหายไปประมาณเฉียดแสนบาท บางตัว ๗๐,๐๐๐ บาท บางตัว ๘๐,๐๐๐ บาท แล้วก็จังหวัดที่ประกาศเป็นภัยพิบัติเท่านั้นถึงจะได้รับค่าชดเชย ผมเชื่อครับท่านประธาน ไม่มีเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือคนไหนอยากที่จะได้เงินค่าชดเชย แต่ขณะเดียวกัน จังหวัดกาญจนบุรีไม่ได้ประกาศ และอีกหลาย ๆ จังหวัดไม่ได้ประกาศเป็นภัยพิบัติ พี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือเหล่านั้นไม่ได้รับการดูแลจากภาครัฐเลย จึงฝาก ท่านประธานไปยังรัฐบาลครับ อยากที่จะให้มองถึงผู้เลี้ยงโค กระเบือตรงนี้เป็นพิเศษ🔗
เรื่องที่ ๒ ก็เป็นเรื่องของอำเภอท่ามะกา ตำบลพระแท่น ตำบลอุโลกสี่หมื่น และตำบลหนองลาน ซึ่งมีโรงเรียนใหญ่นั่นก็คือโรงเรียนพระแท่นวิทยาคาร ตั้งอยู่ตรงข้ามกับ วัดพระแท่นวรวิหาร ซึ่งเป็นโรงเรียนที่มีนักเรียนประมาณพันกว่าคนร้องขอมา ไม่ใช่เพียงแค่ ร้องเรียน ร้องขอมาว่าต้องการสะพานลอยเพื่อให้นักเรียน แล้วก็ผู้ปกครองนั้นได้ข้ามไปยัง โรงเรียน ข้ามไปยังวัดวาอาราม เพราะว่าถนนเส้นนี้เป็นถนนเส้นหลัก แล้วก็อันตราย เพราะมันอยู่บริเวณจุดโค้งพอดี เพราะฉะนั้นจึงฝากท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคม เพื่อที่จะให้ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องกับโรงเรียนใหญ่แห่งนี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชาวบ้านเลือกมาจังหวัดหนองบัวลำภู เขต ๓ พรรคเพื่อไทยครับ เนื่องจากกระผมได้รับเรื่องร้องทุกข์จากพี่น้องประชาชน ในจังหวัดหนองบัวลำภูว่า ขาดแคลนน้ำประปาที่ใช้ในการดำรงชีพ ใช้ในการอุปโภคบริโภค เป็นอย่างหนักครับ โดยเฉพาะปัจจุบันนี้น้ำดิบที่อยู่ในห้วยหนองคลองบึงกำลังแห้งขอดครับ จึงส่งผลทำให้น้ำประปาไหลบ้าง ไม่ไหลบ้าง ขุ่น ตกตะกอน หรือชุมชนบางแห่งนำมาใช้อาบ ก็เกิดอาการคันตามผิวหนังตามร่างกายครับ ซึ่งในเรื่องนี้ในอดีตกระผมก็เคยร่วมกับ ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่นทำเรื่องร้องทุกข์ ร้องเรียนไปยังกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เพื่อขอให้ ทางกรมนั้นช่วยนำน้ำบาดาล หรือน้ำดิบที่มีคุณภาพขึ้นมาบรรเทาทุกข์ให้กับพี่น้องประชาชน ดังกล่าว แต่ว่าทางกรมก็แจ้งว่าทางกรมมีงบประมาณไม่เพียงพอ และมีงบประมาณค่อนข้าง จำกัด จึงไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้กับพี่น้องประชาชนในจังหวัดหนองบัวลำภู ได้อย่างทั่วถึง กระผมจึงอยากจะขอฝากปัญหาความเดือดร้อนนี้ไปยังทางกรมทรัพยากร น้ำบาดาล สำนักนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านอย่าปฏิเสธความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ท่านอย่าอ้างโน่น อ้างนี่ ท่านอย่าอ้างว่า รัฐบาลไม่ใช่ฟ้าใช่ฝนที่จะแก้แล้ง แก้น้ำท่วมให้กับพี่น้องประชาชน เพราะท่านกำลังถือเงิน งบประมาณแผ่นดินอันเป็นเงินภาษีของพี่น้องประชาชน ท่านช่วยใช้สมอง ๘๔,๐๐๐ เซลล์ ของท่านพิจารณาแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ หากท่านไม่ดำเนินการ และท่านกล้าที่จะอาบน้ำแบบนี้ น้ำขุ่น ๆ น้ำคัน ๆ แบบนี้ เหมือนกับพี่น้องประชาชน ผมจะไม่ว่ากล่าว ไม่ตำหนิท่านอีกต่อไปเลยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณสุชาติ อุสาหะ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สุชาติ อุสาหะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐ จังหวัดเพชรบุรีครับ เรียนท่านประธานอย่างนี้ ผมมีข้อหารือถึงท่านประธาน ๒ เรื่องในวันนี้🔗
เรื่องแรกถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน เรื่องเพิ่มประสิทธิภาพความจุการเก็บกักอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ประจันต์ อันเนื่องมาจาก พระราชดำริ อำเภอหนองหญ้าปล้อง จังหวัดเพชรบุรี สืบเนื่องจากเรื่องนี้เมื่อตอนเดือน ตุลาคม ปี ๒๕๖๔ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่จังหวัดเพชรบุรี ตรวจติดตามในเรื่องของ น้ำท่วมจังหวัดเพชรบุรี แล้วก็ระบบป้องกัน ก็มีการพิจารณากัน ว่าจะต้องเพิ่มความจุของ อ่างเก็บน้ำแม่ประจันต์ เป็นอีก ๓ ระยะ ระยะที่ ๑ คือใช้งบประมาณประมาณ ๒๐๐ ล้านบาท ซึ่งในเรื่องของแบบเรื่องของอะไรเสร็จสิ้นหมดแล้ว เพียงแต่ต้องการติดตามไปที่ท่านรัฐมนตรี ให้เกิดความชัดเจนว่า งบประมาณ ๒๐๐ ล้านบาท ๑. ท่านจะใช้งบกลาง ที่มีอยู่ในขณะนี้ หรือจะใช้งบประมาณในปี ๒๕๖๖ ซึ่งกำลังจะสู่การพิจารณาของสภาในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า นี้ เพื่อให้เกิดความชัดเจนว่า เวลามันเกิดปัญหาน้ำท่วมจังหวัดเพชรบุรี หน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งผู้บริหารลงไปในพื้นที่เป็นจำนวนมาก สิ่งไหนที่รับปากกับพี่น้องประชาชนไว้แล้ว ผมในฐานะผู้แทนก็ต้องมาติดตามว่าสิ่งที่ได้รับปากไว้แล้ว ท่านจะดำเนินการอย่างไรต่อ🔗
ส่วนเรื่องที่ ๒ ถึงท่านรัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพย์ กรณีอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ซึ่งผมเรียน ท่านประธานอย่างนี้ผ่านไปยังรัฐมนตรีว่า ข้อมูลปี ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา ใน ๓ เดือนสุดท้าย คือ เดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม ๒๕๖๔ หลังจากขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลก นักท่องเที่ยวเข้าไปสู่แก่งกระจานเท่ากับ ๑ ปีของข้อมูลที่ผ่านมาเลย เท่ากับ ทั้งปี เพราะฉะนั้นถ้าต่อจากนี้ไป เวลาเราปล่อยให้นักท่องเที่ยวจากต่างชาติ ต่างอะไรต่าง ๆ เข้าสู่ประเทศไทยได้จะมีนักท่องเที่ยวผมคาดว่าอีกหลายร้อยเปอร์เซ็นต์ที่จะเข้าไปที่แก่ง กระจาน เพราะฉะนั้นสิ่งที่จะเรียกร้องไปถึงท่านรัฐมนตรีวราวุธก็คือว่า ในสิ่งอำนวยความสะดวก ต่าง ๆ ไม่ว่าเรื่องห้องน้ำ ที่พัก หรือถนนเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยว โดยเฉพาะน้ำตกแม่กระดังลา ท่านต้องรีบปรับปรุงโดยด่วนการติดป้ายสวย ๆ อย่างเดียวว่าเป็นมรดกโลกไม่ได้ช่วย แก้ปัญหาและส่งเสริมการท่องเที่ยวครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณกูเฮง ยาวอหะซัน🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกูเฮง ยาวอหะซัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนราธิวาส เขต ๓ พรรคประชาชาติ วันนี้ขออนุญาตหารือ ๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรกคือการเพิ่มตู้ขบวนโบกี้รถไฟ เนื่องจากวันนี้มีเรื่องร้องเรียน จากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ รวมทั้งน้อง ๆ นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยฟาฏอนีครับ มีปัญหา เรื่องการเดินทาง เนื่องจากวันนี้เรากำลังเข้าสู่ภาวะปกติ และการระบาดของโควิด (COVID) ลดน้อยลงจะมีการใช้บริการของการรถไฟเพิ่มขึ้นกรณีของสายรถไฟสายสั้น ๆ สายสุไหงโก-ลก-สุราษฎร์ธานี อะไรอย่างนี้มันไม่มีการจำกัดผู้โดยสาร วันนี้น้อง ๆ ที่ซื้อตั๋ว เข้าไปใช้บริการจะยืนกันแออัดมาก ทำให้กลัวว่าจะมีเหตุการณ์ซ้ำสองขึ้นมาอีก ก็อยากให้ ทางการรถไฟช่วยเพิ่มจำนวนโบกี้รถไฟเพื่อใช้บริการ โดยเฉพาะวันเสาร์ วันอาทิตย์จะมี ผู้ใช้บริการเยอะมาก โดยเฉพาะน้อง ๆ จากโรงเรียนดารุสสาลาม วันนี้เขาก็เริ่มเปิด ออนไซต์ (On-site) กันเพื่อจะได้เรียนหนังสือครับ🔗
เรื่องที่ ๒ วันนี้ผมขอพูดเรื่องน้อง ๆ นักศึกษาที่ไม่ได้เรียนต่อ วันนี้มันมีปัญหา ว่าคือน้อง ๆ เหล่านี้เราไม่ได้มีการดูแล ไม่ได้มีมาตรการ ไม่ได้มีสวัสดิการอะไร กับน้อง ๆ ที่ไม่ได้เรียนหนังสือตั้งแต่ชั้นประถม จนถึงมัธยม น้อง ๆ เหล่านี้ใน ๓ จังหวัด มีจำนวนมากครับ ด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ ก็ไม่อยากให้รัฐทอดทิ้งพวกเขาเหล่านี้ ให้ทางออก เพราะว่าบางคนมีเหตุผลหลายประการ ๒-๓ ประการที่ได้พูดคุยจากข้อมูล ที่ทำวิจัยของน้องฮานิฟ อาลี มีหลายเรื่อง คือเรื่องแรกอาจจะเป็นเรื่องส่วนตัวของ น้อง ๆ นักศึกษาเอง เรื่องที่ ๒ อาจจะเป็นปัญหาสังคม เรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องของครอบครัว วันนี้พ่อแม่หลาย ๆ ท่านไม่มีศักยภาพหรือไม่มีความสามารถที่จะส่งเสียลูกให้ได้เรียนหนังสือ แม้แต่น้อง ๆ เองเขาก็มีปัญหา เรื่องนี้ก็สงสาร น้อง ๆ ก็มาพูดกับผมว่าสงสารพ่อแม่ ที่ต้องทำงานให้ตัวเอง ตัวเองก็ไม่อยากเป็นภาระ ต้องหางานทำ ก็ฝากเรื่องนี้ให้ทาง กระทรวงศึกษาธิการได้ดูแลด้วยครับขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณสุรชาติ ศรีบุศกร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรชาติ ศรีบุศกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิจิตร เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือท่านประธานสภาผ่านไปยังกรมชลประทาน ขอคลิป (Clip) ด้วยครับ🔗
กระผมได้รับเรื่องร้องทุกข์กับพี่น้อง เกษตรกรลุ่มน้ำยมของจังหวัดพิจิตรว่าพื้นที่ทำการเกษตรของลุ่มน้ำยมนั้นเมื่อถึงฤดูน้ำหลาก ก็มีน้ำท่วมขัง เมื่อถึงฤดูน้ำแล้งน้ำยมก็แห้งขอดอย่างภาพที่เห็น ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ต้องขอขอบคุณท่านอธิบดีกรมชลประทานที่พยายามหาวิธีกักเก็บน้ำในแม่น้ำยม ซึ่งขณะนี้ ก็ดำเนินการโครงการก่อสร้างอาคารพักน้ำในแม่น้ำยม ๔ แห่งด้วยกัน คือ ๑. สร้างประตู ระบายน้ำท่านางงาม ๒. สร้างประตูระบายน้ำท่าแห ๓. สร้างประตูระบายน้ำวังจิก ๔. สร้างประตูระบายน้ำโพธิ์ประทับช้าง ซึ่งทั้ง ๔ โครงการนี้แบ่งการทำงานเป็น ๒ รูปแบบ คือโครงการที่กรมชลประทานดำเนินการเองกับโครงการที่กรมชลประทานจ้างผู้รับจ้าง ทำงาน แต่ปัญหาที่เกิดที่ต้องหารือนั้น คือการก่อสร้างประตูระบายน้ำวังจิก ซึ่งในสัญญาจ้าง ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๙ ถึง พ.ศ. ๒๕๖๖ รวมระยะเวลายาวนานถึง ๙ ปีด้วยกันครับ ท่านประธาน แต่ผลการดำเนินงานได้เพียงแค่ ๔๗.๐๕ เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งขณะนี้ก็มีปัญหา ผู้รับเหมาหรือผู้รับจ้างขาดสภาพคล่องเป็นเหตุให้ทำงานล่าช้า ปัจจัยของการเกิดปัญหาจาก สถานการณ์ต่าง ๆ ดังนั้น จึงอยากหารือท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านอธิบดี กรมชลประทานว่าจะมีวิธีเร่งรัดการทำงานว่าจะดำเนินการเช่นไร เพราะถ้าการดำเนินการ ก่อสร้างอาคารบังคับน้ำหรือประตูระบายน้ำในแม่น้ำยมทั้ง ๔ แห่ง สำเร็จได้เร็วเท่าไร ก็ยิ่งเกิดผลประโยชน์กับพี่น้องประชาชน เพราะว่าจะทำให้กักเก็บน้ำได้ไม่น้อยกว่า ๓๘.๙๑ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งจะก่อประโยชน์ให้กับพี่น้องเกษตรกรในจังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดพิจิตร อันเป็นผลประโยชน์ให้กับพี่น้องเกษตรกรพึ่งพาแหล่งน้ำด้วยความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืนต่อไปครับ ท่านประธานครับ🔗
ต่อไปคุณผ่องศรี แซ่จึง ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพคะ ดิฉัน ผ่องศรี แซ่จึง ศรีสะเกษ เขต ๘ พรรคเพื่อไทย มีเรื่องร้องเรียนไปยัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เมื่อเช้านี้ฉันได้ฟังข่าวเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูงถูกทำร้ายโดยผู้ที่คลุ้มคลั่งจากยาบ้า แล้วก็มี ประชาชนเสียชีวิตคนหนึ่ง ดิฉันอยากร้องเรียนไปทาง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีว่า เมื่อไรคะ ที่เราจะไม่ได้ยินข่าวแบบนี้ที่ว่าพี่น้องประชาชนถูกผู้ที่คลุ้มคลั่งจากยาบ้าทำร้าย ทำลาย ความสงบสุข ทำให้เสียชีวิตและทรัพย์สิน ทำให้พี่น้องประชาชนที่เกี่ยวข้องได้รับ ความเสียอกเสียใจ สูญเสียทั้งพ่อแม่พี่น้องและทำร้ายร่างกาย เมื่อไรล่ะคะที่เราจะลงมือ ปราบปรามกันอย่างจริงจังเสียที แม้ว่ามันจะไม่ใช่ข่าวดังในช่วงนี้ แต่ว่ามันก็เป็นความโหดเหี้ยม ที่เราจะต้องจริงจังด้วยกันสักที ขอร้องเรียนนะคะ🔗
เรื่องที่ ๒ พี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้งดิฉัน ที่เป็นเกษตรกรรายย่อย ที่เลี้ยงหมู หมูเขาทยอยตายไปตั้งแต่ ๒ ปีที่ผ่านมา ปีครึ่งที่ผ่านมา เขาไม่มีความเชื่อมั่นว่าเขา จะได้รับการชดเชยเยียวยาจากการเยียวยาของรัฐบาลหรือเปล่า ในเมื่อช่วงก่อนหน้านี้ ไม่มีการประกาศโรคระบาด เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากเรื่องนี้ไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ได้โปรดพิจารณาให้ความช่วยเหลือเขาให้ทั่วถึงด้วย เพราะว่าเป็น ผู้ที่ยากจนยากไร้ได้รับผลกระทบทุกเรื่อง🔗
เรื่องที่ ๓ อยากจะร้องเรียนไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรื่อง เร่งรัดการออกเอกสารสิทธิที่ดินในกรณีที่มี ส.ค. ๑ โดยการสนับสนุนบุคลากร แล้วก็ เครื่องไม้เครื่องมือในการสนับสนุนให้เขาดำเนินการเพื่อให้ออกเอกสารสิทธิได้โดยชอบธรรม เพราะว่าเขามีสิทธิโดยชอบธรรมที่จะได้รับเอกสารสิทธิที่เป็นโฉนดที่ดิน แต่ว่ายังขาดอุปกรณ์ ยังขาดบุคลากรที่ทำให้ดำเนินการไม่สะดวก กราบฝากเรียนท่านไปยังท่านที่เกี่ยวข้อง ทุกกระทรวงที่กล่าวมาด้วยค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ🔗
คุณสมบูรณ์ ซารัมย์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สมบูรณ์ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ขอหารือ ท่านประธาน ๒-๓ ประเด็น🔗
ประเด็นแรก ก็คือการออกเอกสารสิทธิ ซึ่งขณะนี้ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ มีหลายอำเภอที่พี่น้องประชาชนทำกินโดยไม่มีเอกสารสิทธิ ซึ่งขาดโอกาสในการที่จะเข้าถึง แหล่งทุน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกู้ ธ.ก.ส. เป็นทุนในการเพาะปลูก ฝากถึงหน่วยงานที่ รับผิดชอบ ไม่ว่ากรมที่ดิน ส.ป.ก. หรือท้องถิ่นได้มีการบูรณาการออกสำรวจปักแนวเขตให้ ชัดเจน เมื่อออกสำรวจปักแนวเขตให้ชัดเจนแล้วก็เดินออกสำรวจออกเอกสารสิทธิให้ พี่น้องประชาชน ประชาชนจะได้ประโยชน์และรวมถึงการใช้ประโยชน์ในการกู้แหล่งทุน🔗
ประการที่ ๒ พี่น้องประชาชนขาดน้ำดิบในการทำประปา ฝากถึงหน่วยงาน ทางกรมชลประทานได้สำรวจออกแบบขุดลอกหนองสาธารณะซึ่งตื้นเขิน มีอยู่ในพื้นที่ของ อำเภอคูเมือง ที่บ้านโสกแต้ พื้นที่ ๓๘ ไร่ แต่ตื้นเขินไม่สามารถเก็บน้ำได้ บ้านดอนกอย ตำบลดอนกอก อำเภอนาโพธิ์ ก็มีพื้นที่ที่จะต้องขุดลอก บ้านขามป้อม ตำบลบ้านดู่ อำเภอนาโพธิ์ ทั้ง ๓ แห่งนั้นขณะนี้น้ำกำลังแห้งขอด ถ้ามีการสำรวจออกแบบ ตั้งงบประมานในการ จัดขุดลอก เก็บน้ำไว้ใช้ในโอกาสต่อไปได้จะเป็นการดี🔗
เรื่องสุดท้ายก็คือเรื่องของการช่วยเหลือภัยธรรมชาติ ขณะนี้พี่น้องเกษตรกร ที่น้ำท่วมก็ยังไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นโรคระบาดสัตว์ก็ยังไม่ได้ ก็ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่ รับผิดชอบได้เร่งรัดในการสำรวจในการประชุม หางบประมาณช่วยเหลือครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
คุณศักดินัย นุ่มหนู ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกลครับ ผมขอนำโครงการ โครงการหนึ่งที่มีความสำคัญต่อพี่น้องประชาชนในจังหวัดตราด ก็คือโครงการก่อสร้างถนน รอบเกาะช้าง จากบ้านสลักเพชร-บางเบ้า ซึ่งระยะทางอีกประมาณสัก ๑๒ กิโลเมตร ที่จะทำให้เกาะช้างนั้นมีถนนโดยรอบ ซึ่งขณะนี้พี่น้องประชาชนเวลาไปมาหาสู่กันก็ยังไม่มี ความสะดวก เพราะว่ามันยังมีระยะทางของการที่ยังไม่ได้ทำถนนเพื่อเชื่อมต่อรอบเกาะแห่ง นี้ เพราะฉะนั้นถ้าหากโครงการที่ชาวบ้านเขารอกันมาเมื่อ ๒๐ กว่าปีแล้วครับท่านประธาน สำหรับโครงการนี้ที่มีการคิดริเริ่มแล้วก็อยากให้มีการก่อสร้างถนนรอบเกาะเสียที เพราะว่า การไปมาหาสู่กันก็จะสะดวก เป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย ประหยัดเวลาและเพิ่มเสน่ห์ของ การท่องเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยวที่จะได้เข้ามาเที่ยวที่เกาะช้างนะครับ ทีนี้เมื่อ ๑๕ ปีที่แล้วครับ ท่านประธานได้มีการจัดสรรงบประมาณในการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ (EIA) ประมาณ ๑๐ ล้านบาท แล้วก็ยุติไปก็ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น ก็มาทราบว่าในปี ๒๕๖๕ นี้ มีการจัดสรรงบประมาณลงไปอีก ๑๖ ล้านบาท ในการที่จะศึกษาผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อีกครั้งหนึ่ง เพราะฉะนั้นเราสูญเสียถ้าหากว่าทำไปแล้วแล้วไม่มีการดำเนินการให้ตอบสนอง พี่น้องประชาชนจริง ๆ ท่านประธาน ก็จะเป็นการสูญเสียงบประมาณไปร่วม ๒๖ ล้านบาท เพราะฉะนั้นผมจึงอยากให้หน่วยงานคมนาคมที่มีการจัดสรรประมาณนี้พยายามศึกษา เพื่อก่อให้เกิดความเป็นไปได้ว่า ถนนรอบเกาะช้างนี้ทำอย่างไรถึงจะไม่เกิดผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อมและชาวบ้านได้ใช้ประโยชน์จริง ๆ ผมจึงนำมาเรียนต่อท่านประธานอีกครั้ง หนึ่งว่า พี่น้องชาวเกาะช้างนั้นมีความต้องการโครงการนี้ แล้วก็อยากที่จะเห็นโครงการนี้ เกิดขึ้นโดยเร็ว เพราะว่าจะทำให้เกิดความสะดวกในชีวิตและสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจของ การท่องเที่ยวท่านประธานครับ จึงเรียนฝากไปยังหน่วยงานกระทรวงคมนาคมได้เร่ง ดำเนินการครับ ขอขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปขออนุญาตย้อนไป ท่านวีระกร คำประกอบ มาแล้ว เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วีระกร คำประกอบ พรรคพลังประชารัฐจังหวัดนครสวรรค์ ท่านประธานที่เคารพครับ ใคร่ขอหารือกับท่านประธานถึงเรื่องการเลือกตั้งท้องถิ่นที่ผ่านมาและการเลือกตั้งทั่ว ๆ ไป ท่านประธานคงสังเกตเหมือนผมว่าตั้งแต่เรามี กกต. ขึ้นมา การซื้อเสียงหนักขึ้น ๆ เรื่อย ๆ ไม่มีวิธีการที่จะป้องปรามหรือว่าทำให้เกิดความเกรงกลัวแต่อย่างใด ปล่อยให้มีการซื้อกัน หนักมาก เมื่อก่อนนี้ก็ถือว่าเป็นค่าหมาก ค่าพลู ค่าน้ำมันรถบ้าง แต่เดี๋ยวนี้มันเล่นเสียงละ เป็น ๑,๐๐๐ บาทกันแล้วครับท่านประธาน บางแห่งถึง ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ บาท ฝากท่าน ประธานด้วยครับ ในฐานะที่ท่านประธานเป็นประธานฝ่ายนิติบัญญัติจะว่าไปท่านก็คือ ประธานฝ่ายประชาธิปไตยท่านครับ ท่านจะปล่อยให้เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นไปเรื่อย ๆ ไป จนถึงซื้อเสียงละหมื่นบาทคงไม่ได้ท่านประธาน เมื่อก่อนนี้ถ้าพูดถึงว่ามีการซื้อเสียง ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ บาท ท่านประธานคงตกใจชักดิ้นชักงอเลย แต่เดี๋ยวนี้มันมีแล้วครับ และวันนี้ที่เราพูดกันว่าจะซื้อไปถึงหมื่นบาท ไม่ใช่เรื่องไกลตัวเลยครับ ท่านประธานที่เคารพ ต้องแก้ไขครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งก็คือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในพรรคพลังประชารัฐที่เมื่อวาน เย็นนี้ที่ผ่านมา ต้องขอฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีให้ทำใจเย็น ๆ ครับ เดี๋ยวการแก้ไขปัญหา ภายในพรรคก็จบครับ ใช้น้ำเย็นเข้าลูบกัน ค่อย ๆ พูดค่อย ๆ จากันครับ ซึ่งในเรื่องนี้ก็ฝาก ท่านประธานไปด้วย บางครั้งองค์ประชุมก็อาจจะมีปัญหาบ้างเนื่องจากมีการเขย่ากัน ก็ฝากท่านประธานช่วยดูในเรื่ององค์ประชุมด้วย ถ้าบังเอิญมันจะไปไม่รอดอย่างไรก็รีบ ๆ ปิดเสียก่อนก็ได้ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไป พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดจันทบุรี พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับ จากการที่ผมได้ร่วมงานกับผู้นำท้องที่ หรือที่เรียกว่าราชสีห์ผู้ภักดีต่อแผ่นดิน ซึ่งมีความมุ่งมั่นที่จะทำงานตามหน้าที่อย่างเต็มกำลัง ความสามารถ ทำให้ผมอยากให้ปรับอัตราค่าตอบแทนจากเดิมกำนัน ๑๐,๐๐๐ บาท ผู้ใหญ่บ้าน ๘,๐๐๐ บาท แพทย์ สารวัตรกำนัน ผู้ช่วยอีก ๒ ตำแหน่ง รายละ ๕,๐๐๐ บาทนั้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าอัตราค่าตอบแทนดังกล่าวต่ำกว่าค่าแรงขั้นต่ำ จึงขอให้รัฐบาลโดยกระทรวง มหาดไทยพิจารณาปรับให้กับราชสีห์ผู้ภักดีต่อแผ่นดินเหล่านี้ด้วย🔗
อีกประการหนึ่งท่านประธาน ในชุดรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้าน และกรรมการหมู่บ้าน ซึ่งชุดรักษาความปลอดภัยประจำหมู่บ้านที่เรียกว่า ชุด ชรบ. นั้น ซึ่งเป็นราษฎรที่อาสาสมัครในพื้นที่ที่ผ่านการอบรมตามหลักสูตร มีหน้าที่ให้ความช่วยเหลือ แก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอดีตจนถึงปัจจุบันนี้ทั้งชุด ชรบ. และกรรมการหมู่บ้านนั้นยังไม่ได้ มีค่าตอบแทน ดังนั้นเพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับพี่น้อง ชรบ. และคณะกรรมการหมู่บ้าน ต่าง ๆ จึงอยากให้กระทรวงมหาดไทย รัฐบาลเพิ่มและให้มีค่าตอบแทนให้กับบุคคลเหล่านี้ คือ ชรบ. และคณะกรรมการหมู่บ้านด้วย และอีกเรื่องหนึ่งท่านประธาน กระผมได้รับ การร้องเรียนจากพ่อค้าที่จำหน่ายหมูว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม โดยที่ตลาดพลิ้ว และที่อำเภอแหลมสิงห์ ทั้ง ๒ รายนี้ได้ร้องเรียนมายังผมว่า รัฐบาลโดยกระทรวงพาณิชย์ และพาณิชย์จังหวัดได้ให้โควตาแก่ผู้ค้าบางรายเท่านั้นในตลาด ทำให้ผู้ที่ไม่ได้รับโควตา ในการค้าขายนั้นต้องยืนมองบุคคลที่ได้รับการจัดสรรนั้น เนื่องจากประชาชนก็แห่กันไปซื้อ ในราคาที่ถูกกว่า ทำให้เกิดไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงอยากให้กระทรวงพาณิชย์ และพาณิชย์จังหวัดแก้ไขในเรื่องนี้ด่วนด้วยครับกราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปนายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย จังหวัดนครพนม ท่านประธานครับ ก็ได้ข่าวว่ามีการแจกใบปลิว ที่ภาคใต้ บ้านผมก็เริ่มมีครับ ไม่มีการเลือกตั้งด้วยซ้ำ เขาจะแจกบัตรอย่างนี้ครับ ท่านประธาน เป็นบัตรรับปรึกษาปัญหาการเงิน บริษัท เฮงแสนเฮง บริษัทเยอะแยะเลยครับ แล้วมีไปทั่วตอนเช้านี้จะมีการโยนไปตามถนน ผมก็คงไม่โยนที่นี่หรอกครับ เพราะว่าที่บ้าน ผมเจ้าหน้าที่ของเทศบาลต้องทำงานทุกวัน นี่เป็นบัตรอะไรครับ เป็นบัตรของนายทุนเงินกู้ ซึ่งก็น่าเห็นใจสำหรับคนที่ยากไร้ทั้งหลาย ที่บ้านของผมนี้เขากู้ ๑,๐๐๐ บาท ตอนเย็นต้องส่ง ๑๒๐ บาท ส่งทุกวัน ๆ จนครบ ๑,๒๐๐ บาท ถ้าไม่ครบก็มีปัญหาครับที่จังหวัดอื่น ๆ ก็มีครับ ไม่ว่าจะเป็นอุดรธานี มหาสารคาม มุกดาหาร สกลนคร ที่อุดรธานีนี้ให้กู้ ๑๐,๐๐๐ บาท ดอกเบี้ยวันละ ๕๐๐ บาท ๒๔ วัน ต้องส่ง ๑๒,๐๐๐ บาท ถ้าไม่ส่งมีเรื่อง ประเภทที่เป็น ดอกเบี้ยลอยก็มี กู้เงินต้น ๕,๐๐๐ บาท ผ่อนเดือนละ ๒๐๐ บาท ผ่อนจนกว่าจะจ่ายเงินต้น หมดก็ปรากฏว่ามาคำนวณแล้วดอกเบี้ย ๑,๔๔๐ เปอร์เซ็นต์ต่อปี คือ ๔ เปอร์เซ็นต์ต่อวัน ที่จังหวัดอุดรธานีก็ยังมีแม่ค้าแผงลอยแถวหนองประจักษ์ ต้องหนีไป แล้วก็ไม่ได้กลับมาเลย ที่จังหวัดมหาสารคาม กระผมได้รับบอกเล่าจากพรรคพวกที่ทำงานเป็น อปพร. ที่นี่ละครับว่า อันนี้ไม่ใช่ผู้มีอิทธิพลทางมีสีเป็นจากเลือกตั้งด้วยซ้ำ เก็บทุกวัน จ่ายทุกวัน เป็นเรื่อง ซึ่งก็น่าเห็นใจสำหรับผู้ยากไร้ก็ช่วยเหลือ แต่ว่ามันเป็นปัญหาใหญ่สำหรับประเทศชาติ เป็นปัญหาใหญ่สำหรับผู้กู้ครับคือถ้าไม่ส่งเป็นอย่างไรครับ ก็ถูกซ้อมถูกตี ไปแจ้งความ ก็ไม่มีใครรับแจ้งครับท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ จึงฝากไปยังท่านประธาน ว่า ผมเรียนประธานเพื่อได้ให้ความเมตตาแก้ไขปัญหาของพี่น้องจังหวัดนครพนม สกลนคร มุกดาหารและใกล้เคียง ที่มีปัญหาเช่นเดียวกัน เพื่อกระตุ้นเตือนไปถึงเจ้าหน้าที่รัฐคือ กระทรวงมหาดไทย หรือผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ที่มีหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขตาม แนวปรัชญาของเจ้าพระยาดำรงราชานุภาพครับ ก็ฝากไปยังตำรวจ เจ้าหน้าที่ สตช. ซึ่งเป็น ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ไปช่วยปรามกับนายทุนผู้ให้กู้เงินนอกระบบที่ผิดกฎหมายเหล่านี้ และจะแก้ไขอย่างไรก็ฝากไว้ด้วย สำหรับเศรษฐศาสตร์ภาคไมโคร (Micro) หรือภาคจุลภาค ประชาชนเดือดร้อนผมมีแนวคิดว่า ธ.ก.ส. ก็ตาม กรุงไทยก็ตาม ออมสินก็ตามช่วยได้ครับ ให้เขากู้สำหรับคนที่มีบัตรคนจนหรือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหักเงินจากเขาได้ถ้าเขาเดือดร้อน มากมาย ฝากด้วยท่านประธาน เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง ขอฝากท่านประธานครับ เพราะว่าพี่น้องเดือดร้อนจริง ๆ บางคนต้องฆ่าตัวตาย ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
คุณจารึก ศรีอ่อน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม จารึก ศรีอ่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๒ พรรคพลังท้องถิ่นไท ขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับเรื่องเงินเยียวยาของ พี่น้องเกษตรกรชาวสวนลำไยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผ่านมามีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลายท่าน ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรภาคเหนือก็ตาม ภาคตะวันออกก็ตาม ก็ได้พูดในสภาหลายครั้งแต่ก็ยังไม่ได้รับการตอบสนองจากรัฐบาลในเรื่องของเงินเยียวยา พี่น้องเกษตรกรชาวสวนลำไยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผ่านมาชาวสวนลำไยมีปัญหา มากมายเกี่ยวกับการส่งออกครับ ด้วยสถานการณ์โควิด (COVID) ผู้ประกอบการส่งออกไป ก็ไปติดตามด่าน ไม่ว่าจะเป็นด่านทางบกก็ตาม ด่านทางเรือก็ตาม ไปติดกันอยู่หลายวัน ทำให้ลำไยเสียหาย ผู้ประกอบการส่งออกลำบากก็ส่งผลกระทบต่อพี่น้องเกษตรกร ชาวสวนลำไยครับ เพราะว่าเมื่อล้งผู้ประกอบการส่งออกมีปัญหาก็จะเก็บลำไยได้เป็น จำนวนน้อยพอเก็บจำนวนน้อยแล้วก็มีผู้ที่มา เขาเรียกว่าเหมามืด มาเหมากันไปเลยว่าสวนนี้ ที่เหลือนี้เหมาเท่าไร อะไรต่าง ๆ ซึ่งรัฐมนตรีจุรินทร์ได้เรียนว่า ได้ให้ค่าเยียวยากับชาวสวน ๓-๔ บาท ค่าประกอบการ ๓-๔ บาท อะไรต่าง ๆ นี้ เรียนท่านประธานว่า มันไม่ตอบโจทย์ ตอนนี้เป็นฤดูท้ายของเกษตรกรชาวสวนลำไยแล้ว อยากจะได้เงินเยียวยาไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท เพื่อไปฟื้นฟูสวน อย่างเช่นปีที่แล้ว ปีที่แล้วท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำเงินเยียวยาให้ไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท รายละ ๒๕ ไร่ อันนี้คือการตอบโจทย์ได้ดีที่สุด ชั่วโมงนี้ปุ๋ยก็แพง ยาก็แพง ทุกสิ่งทุกอย่างแพงไปหมดครับ แต่ว่าสินค้าเกษตรตกต่ำ ท่านรัฐมนตรีพาณิชย์ได้ดูแลพี่น้องชาวนา ดูแลพี่น้องชาวมันสำปะหลังต่าง ๆ ได้ แต่ว่าขอให้ ท่านได้ดูแลพี่น้องชาวสวนลำไยด้วยครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
คุณสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ สมมุติ เบ็ญจลักษณ์ พรรคประชาชาติ ปัตตานี ยะรัง มายอ ทุ่งยางแดง ผมได้รับการร้อง จากประชาชน ท่านนายก อบต.กระโด ท่านนายก อบต.ยะรัง ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรกก็คือขอให้มีการสร้างสะพานลอยบนถนนเส้น ๔๑๐ ยะลา-ปัตตานี ช่วงระหว่างมัสยิดปรีกี โรงเรียนตลาดปรีกี เนื่องจากว่าประชาชนต้องข้ามถนนไปมา ฝั่งหนึ่งจะต้องข้ามไปมัสยิดและอีกฝั่งหนึ่งต้องข้ามไปโรงเรียน ปัญหาความปลอดภัยในชีวิต ทรัพย์สินเป็นเรื่องสำคัญ🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือปัญหาการพังทลายของตลิ่งริมแม่น้ำปัตตานีบริเวณหมู่ ๑ หมู่ ๒ บ้านกรือเซะนิซอ บ้านยือแร บริเวณดังกล่าวมีสะพานสลิงจำนวน ๒ แห่ง ฤดูฝนน้ำไหลเชี่ยวและแรงทำให้เกิดการกัดเซาะริมตลิ่ง ส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อ พี่น้องเกษตรกร ขอให้ตั้งงบประมาณในการแก้ปัญหาการกัดเซาะริมตลิ่งด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ก็คือกรณีที่มีการจัดการสอบ เช่น ก.พ. สอบข้าราชการท้องถิ่น หรืออื่น ๆ ที่ผ่านมาคนพื้นที่ ๓ จังหวัดต้องขึ้นไปสอบในสนามสอบสุราษฎร์ธานี สตูล พัทลุง หรือพื้นที่ตอนบน ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการสัญจร ค่าที่พัก และจราจรก็ติดขัดมาก ความปลอดภัยในชีวิตก็ไม่มี ขอให้หน่วยงานรัฐที่เปิดสอบเข้าบรรจุประสานมหาวิทยาลัย ที่ชนะประมูลที่ออกข้อสอบจัดให้สถานที่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะมีโรงเรียน ของรัฐและเอกชนขนาดใหญ่สามารถที่จะรองรับให้มีการสอบได้ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการตามที่ผมได้ร้อง เนื่องจากว่านี่เป็นความต้องการของพี่น้องประชาชน ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปคุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมมีความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนมากราบเรียนท่านประธาน จำนวน ๓ เรื่อง เพื่อให้ท่านประธาน ได้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาดำเนินการให้กับพี่น้องประชาชนครับ🔗
เรื่องแรก ได้รับการร้องขอจากพี่น้องเกษตรกรที่ทำนาในเขตพื้นที่อำเภอ บ้านโป่งว่า อยากจะให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน ได้ปล่อยน้ำ เพื่อทำนาปรังในปีนี้ให้กับพี่น้องเกษตรกรในลุ่มน้ำแม่กลอง ทั้งจังหวัดราชบุรีและจังหวัด กาญจนบุรี เนื่องจากปีที่แล้วน้ำไม่พอทำนาปรัง ปีนี้ได้มีการตรวจสอบแล้วน้ำก็เพียงพอ ในการที่จะทำนาปรัง จึงขอให้ทางกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดน้ำ ในการทำนาปรังให้กับพี่น้องเกษตรกรด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องในตำบลกรับใหญ่ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ว่าถนนเส้นบ้านนางยนต์ เม่งเวหา ถึงบึงกรับใหญ่ ชำรุดเสียหาย จึงขอให้ทาง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ได้พิจารณาดำเนินการปรับปรุงพื้นผิว การจราจรให้กับพี่น้องประชาชนที่ตำบลกรับใหญ่ อำเภอบ้านโป่ง ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องที่ตำบลดอนกระเบื้อง ตำบลหนองอ้อ อำเภอบ้านโป่ง ว่าถนนสายหนองหูช้าง ซอย ๖ ตำบลหนองอ้อ ชำรุดเสียหาย จึงขอให้ทาง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย พิจารณาดำเนินการ เนื่องจากเป็นถนน ในพื้นที่ขององค์การบริหารส่วนตำบลหนองอ้อ จึงขอกราบเรียนท่านประธานจำนวน ๓ เรื่อง ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
คุณรังสรรค์ มณีรัตน์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่อง ฝากท่านประธานถึงนายกรัฐมนตรีที่ชื่อประยุทธ์ จันทร์โอชา ผมออกพื้นที่ เนื้อหมู เนื้อไก่ ไข่ ราคาแพงหมด เมื่อเช้านี้ราคาน้ำมันทุกชนิดปรับขึ้นหมด สิ่งเหล่านี้เป็นต้นทุนการผลิต ของพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะชีวิตของพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกลำไยใน ๘ จังหวัดภาคเหนือ ท่านประธานครับ ทุกวันนี้อยู่ในระหว่างการเตรียมต้นเพื่อผลิตลำไยในฤดูปี ๒๕๖๕ แต่ปีที่แล้วท่านประธานครับ ลำไยราคาตกต่ำเหลือกิโลกรัมละ ๓ บาทบ้าง ๑ บาทบ้าง ซึ่งเกษตรกรหลายคน หลายครอบครัวหมดเนื้อหมดตัว ซึ่งตอนนี้ในระหว่างการเตรียมต้น ต้องใส่ปุ๋ย ใส่ยา สารพัดอย่าง ปุ๋ย ยา ก็ราคาแพง พี่น้องเกษตรกรเดินทางมายื่นหนังสือ ถึงท่านนายกรัฐมนตรี ถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถึงรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงพาณิชย์ เขาขอให้เยียวยาพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกลำไยเหมือนปี ๒๕๖๓ ที่ ๒,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๒๕ ไร่ ยื่นมาตั้งแต่เดือนสิงหาคมปีที่แล้ววันนี้ยังไม่ได้รับคำตอบว่า รัฐบาลจะเอาอย่างไรกับเงินเยียวยาเกษตรกรผู้ปลูกลำไย เกษตรกรผู้ปลูกลำไย ๘ จังหวัด ภาคเหนือฝากมาบอกท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ ฝากมาบอกท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พาณิชย์ว่า ถ้าภายในเดือนมกราคมไม่ได้รับคำตอบว่าจะเอาอย่างไรกับเรื่องเกษตรกรผู้ปลูก ลำไย รับรองเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ได้เห็นเกษตรกรผู้ปลูกลำไย ๘ จังหวัดภาคเหนือเดินทางมา เยี่ยมท่านถึงทำเนียบแน่นอน ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณกันตวรรณ ตันเถียร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางกันตวรรณ ตันเถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพังงา จากพรรคประชาธิปัตย์ ค่ะ วันนี้ดิฉันปรึกษาเรื่องความเดือดร้อนของโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดพังงา ๒ โรงเรียนค่ะ โรงเรียนแรกก็คือทุ่งโพธิ์วิทยา ตำบลโคกกลอย อำเภอตะกั่วทุ่ง ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียน จากท่านรอง ผอ. จิรพงษ์ วิฑูรย์พิศาลศิลป์ รักษาการ ผอ.โรงเรียนทุ่งโพธิ์วิทยา โรงเรียนแห่งนี้ เป็นโรงเรียนคุณภาพประจำตำบล มีนักเรียน ม. ๑ ถึง ม. ๖ และ ปวช. แต่ปัจจุบันนี้ อาคารหลังนี้เป็นหอประชุมแต่มีสภาพทรุดโทรม อายุของหอประชุมแห่งนี้ ๓๘ ปี มีการแตกร้าว ทางโรงเรียนได้ทำเรื่องไปถึงโยธาธิการและผังเมือง และได้มีหนังสือออกมาว่า ไม่สามารถซ่อมแซมได้ เพราะอาคารมีสภาพทรุดโทรมเป็นอย่างมากและจะเกิดอันตราย ทางโรงเรียนได้ทำหนังสือรื้อถอนอาคารและขอรับงบประมาณจากสำนักงาน สพม. เรียบร้อยแล้ว ซึ่งอยู่ในเขตความรับผิดชอบของ สพม. พังงา ภูเก็ต ระนอง และได้ทำเรื่อง ของบประมาณไว้ในวงเงินทั้งสิ้นประมาณ ๙ ล้านบาท เป็นหอประชุม ๑๐๐/๒๗ ค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นความเดือดร้อนของโรงอาหารของโรงเรียนอ่าวกะพ้อ ตำบลพรุใน อำเภอเกาะยาว โรงเรียนแห่งนี้ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่าน ผอ. อุดม กูลดี ผู้อำนวยการ โรงเรียนนะคะ โรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนซึ่งมีนักเรียนมากที่สุดในอำเภอเกาะยาว อำเภอเกาะยาว เป็นอำเภอที่อยู่ห่างไกลจากตัวเมืองมากที่สุด แต่อย่าให้เขาขาดโอกาสนะคะ โรงเรียนแห่งนี้ มีหอโรงอาหารอยู่หอเดียว อันนี้ทำทุกอย่างให้กับโรงเรียน เป็นทั้งหอประชุมที่ประชุม ผู้ปกครอง ที่ประชุมนักเรียน โรงอาหารและโรงฝึกงาน โรงเรียนแห่งนี้มีนักเรียน ๔๐๖ คน แต่โรงอาหารนี้สามารถรับประทานได้ครั้งละประมาณ ๑๐๐ คน ทำให้จะต้องมีการบริหาร จัดการนักเรียนในการรับประทานอาหารเป็นผลัด ผลัดแรกคือนักเรียนอนุบาลจะเริ่มทาน ตอน ๑๐ โมงครึ่ง ผลัดที่ ๒ นักเรียนประถมศึกษาทาน ๑๑ โมงครึ่ง และผลัดที่ ๓ นักเรียน มัธยมศึกษาเที่ยงครึ่ง ก็ฝากทางกระทรวงศึกษาธิการนะคะ อย่าให้โรงเรียนของจังหวัดพังงา ขาดโอกาสที่ได้รับการเข้าถึง ขอบพระคุณค่ะ🔗
คุณสุเทพ อู่อ้น ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เครือข่าย แรงงาน มีเรื่องหารือท่านประธานไปถึงนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องที่ทำให้เกิดปัญหา สินค้าแพง ค่าแรงถูก แพงกันทั้งแผ่นดิน ในยุครัฐบาลนี้น้ำมันแพง ไฟฟ้าแพง แก๊สรถยนต์แพง แก๊สหุงต้มแพง หมูแพง ไก่แพง เป็ดแพง รวมทั้งไข่ก็แพง เครื่องปรุงอาหารก็แพง แพงทุกอย่าง จึงทำให้ต้นทุนของการขายข้าวแกง ขายอาหารตามสั่งแพงขึ้น ปรับราคาขึ้นมาตลอดตั้งแต่ ปี ๒๕๖๓ จาก ๓๕ บาท เป็น ๔๐ บาท ปี ๒๕๖๔ จาก ๔๐ เป็น ๔๕ ปี ๒๕๖๕ จาก ๔๕ เป็น ๕๐ บาท นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ทำไมสินค้าเกษตรข้าวถูกลง ยางถูกลง ข้าวโพดถูกลง ถูกทุกอย่าง แต่ต้นทุนน้ำมัน ปุ๋ย แพงเหมือนเดิม แล้วจะอยู่กันได้อย่างไรครับ พี่น้องประชาชน ชาวเกษตร หนำซ้ำพรรคการเมืองหาเสียงไว้ว่าจะมีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำจากเดิม ๓๐๐ เป็น ๔๐๐ และ ๔๒๕ บาท โกหกกันทั้งเพ และจะปรับเรื่องของราคาภาคเกษตรข้าวประกัน พี่น้องประชาชนเดือดร้อน จะเห็นได้ชัดเจนว่าวันนี้ต้องดูแลผู้สูงอายุ พ่อแม่ลูกก็เลี้ยง เบี้ยชราที่จ่ายอยู่เดือนละ ๖๐๐ บาท วันหนึ่ง ๒๐ บาท คิดได้อย่างไร อยู่กันอย่างไร อาหารมื้อหนึ่ง ๕๐ บาทเข้าไปแล้ว สิ่งเหล่านี้รัฐบาลคงไม่มีเวลาคิด มัวแต่มาเรื่อง แย่งเก้าอี้ จัดสรรตำแหน่งเพื่อตนเอง พี่น้องประชาชนฝากผมมาบอกกับท่านประธาน บอกว่านายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีชุดนี้ลาออก ยุบสภาเถอะครับ คืนสิ่งดี ๆ ให้กับประชาชน อย่าปล่อยให้ประชาชนอดตายเลยครับ🔗
คุณสฤษดิ์ บุตรเนียร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมได้รับคำร้องเรียนจากท่านนายกสมาคมประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน ปส.กช. ท่านดอกเตอร์ ศุภเสฏฐ์ คณากูล ได้ส่งเสียงสัญญาณสะอื้นร่ำไห้ครับ ร้องไห้ทั้งน้ำตา เป็นสายเลือดกันอยู่แล้วว่า โรงเรียนเอกชนทั้งสายสามัญ ทั้งสายอาชีวะ เอกชนสามัญ ประมาณ ๓,๙๐๐ โรงเรียน ส่งคำร้องมาเกือบ ๑,๕๐๐ โรงเรียน ซึ่งไม่สามารถจะเก็บค่าเทอม การเรียน และไม่พอจะจ่ายเงินเดือนครู โรงเรียนอาชีวะประมาณ ๖๑ โรงเรียน จาก ๔๐๐ โรงเรียน กำลังขอเลิกกิจการ จากประสบปัญหาขาดสภาพคล่อง ไม่มีเงินจ่ายเงินเดือนครู ไม่มีเงิน ที่จะชำระหนี้สิน เพราะเก็บค่าธรรมเนียมการเรียนไม่พอเพียง เงินอุดหนุนไม่พอที่จะมาจ่าย ปกติเราเก็บค่าธรรมเนียมการเรียนเพื่อจะมาสมทบทุน สมทบเพื่อจะจ่ายเป็นเงินเดือนครูครับ ดังนั้น เนื่องมาจากสภาวะโควิด-๑๙ (COVID-19) ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓-๒๕๖๕ นั้น โรงเรียนได้ทำ การสอนไม่เต็มรูปแบบดังที่เคยปฏิบัติมา จึงต้องมีการสอนทั้งออนไซต์ (On-site) ออนแฮนด์ (On-hand) ออนดีมานด์ (On-demand) ทำให้ผู้ปกครองและโรงเรียนนั้น คือสร้างความสับสน ท่านผู้ปกครองก็มองว่าเด็กไม่ได้มาโรงเรียน ผู้ปกครองก็มีภาระค่าใช้จ่ายเพิ่มมากยิ่งขึ้น โรงเรียน ก็เช่นเดียวกัน ต้องทำงานออนไลน์ (Online) ออนแฮนด์ (On-hand) ต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายถึง ๒-๓ เท่า โรงเรียนบางโรงเรียนต้องเปลี่ยนเป็นโรงพยาบาลสนาม เช่น วิทยาลัยเทคโนโลยี วานรนิวาส จังหวัดสกลนคร เป็นโรงพยาบาลสนามถึง ๕๐๐ เตียง จึงกราบขอท่านประธาน รัฐสภาส่งไปยังท่านนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้โปรดอุดหนุน เงินรายหัวเพิ่มขึ้น เพื่อช่วยนักเรียนในระบบถึง ๓ ล้านคน และโรงเรียนทั้งอาชีวะและสายสามัญ ประมาณ ๔,๐๐๐ โรงเรียน และดำเนินสภาพจัดการศึกษาเรียนไป เพราะเอกชนได้ช่วยชาติ มาถึง ๑๑๐ ปีแล้ว และดูแลนักเรียน นักศึกษาในระบบถึง ๓ ล้านคน ๒. ช่วยจัดเงินฟื้นฟูให้ โรงเรียนเอกชนที่จากงบฟื้นฟู ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ที่คาดการณ์ว่ายังมีเหลืออยู่ถึง ๘๗,๐๐๐ ล้านบาท ท่านได้ช่วยเหลือทุกวงการแล้วครับ ท่านเยียวยาทุกอาชีพแล้ว ยังขาด แต่เพียงโรงเรียนเอกชนและครูเอกชนเท่านั้น จึงกราบเรียนขอความเมตตาจากท่าน ได้โปรดกรุณาเถอะครับ ขอกราบขอบพระคุณมากครับ🔗
คุณจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคเพื่อไทย ด้วยราคาสินค้าอุปโภคและบริโภค มีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประชาชนได้รับความเดือดร้อน รายจ่ายเพิ่มมากขึ้น ภายใต้สภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ และการแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) กระผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากสมาคมเรือไทย เรื่องขอปรับขึ้นอัตราค่าโดยสาร เรือประจำทางถึงกรมเจ้าท่า ปัจจุบันประเภทเรือทางยาวประจำทางคลองแสนแสบ ได้ขึ้นค่าโดยสารแล้วระยะละ ๑ บาท เรือโดยสารข้ามฟากแม่น้ำเจ้าพระยา ขอปรับขึ้นราคา เช่นกัน สาเหตุหลักเนื่องจากผู้ประกอบการประสบปัญหาสภาวะน้ำมันดีเซลสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จำนวนผู้โดยสารลดลง เนื่องจากประกาศการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) กระผมขอให้รัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม และกระทรวงพลังงาน ช่วยเยียวยา เร่งแก้ไขปัญหาให้กับผู้ประกอบการ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน ขอบคุณครับ🔗
คุณทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา วันนี้ขออนุญาตหารือกับท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกันครับ🔗
เรื่องแรกคือเรื่องของเงินเยียวยาผู้ประสบอุทกภัย ซึ่งเรื่องนี้ผมเคยได้หารือ กับท่านประธานไปแล้วครั้งหนึ่ง วันนี้ผมจึงขอติดตามทวงถามเงินช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ทั้ง ๒ ส่วน ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกิน และพื้นที่ทางการเกษตรให้กับ พี่น้องประชาชนครับ ซึ่งจากการสำรวจสอบถาม ก็จะทราบว่าหน่วยงานภาครัฐนี้ได้ทำการ สำรวจความเสียหายเสร็จเรียบร้อยแล้วตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา ซึ่งตอนนี้ ก็เป็นเวลาเกือบ ๒ เดือนกว่าแล้วท่านประธาน วันนี้ผมจึงขออนุญาตติดตามทวงถาม ผ่านท่านประธานไปถึงรัฐบาลให้เร่งจ่ายเงินเยียวยาอุทกภัยให้กับพี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอตั้งกระทู้ถามสดไปยังกระทรวงสาธารณสุข แล้วก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านสาธิต ปิตุเตชะ ที่ได้มาตอบกระทู้แรกของสภาภายในปี ๒๕๖๕ นี้ ก็ต้องขอบคุณครับ แล้วที่ผ่านมาก็ต้องขอขอบคุณบุคลากรทางการแพทย์ อสม. และผู้ที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ที่ได้ช่วยดูแลพวกเราในช่วง ๓ ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคระบาดโควิด (COVID) เริ่มตั้งแต่โควิด-๑๙ (COVID-19) จนกระทั่งปัจจุบันจะเข้าเป็นโควิด ๒๒ (COVID-22) ไปแล้ว ในช่วงที่ผ่านมา ๓ ปีเราก็จะเห็นเลยครับว่า กระทรวงสาธารณสุข มีบทบาทสำคัญ อย่างยิ่งเป็นด่านหน้าที่จะต้องดำเนินการในการดูแลเรื่องสุขภาพของประชาชนคนไทย ตลอดมา ๖๖ ล้านคน แล้วก็ต้องขอชมเชยครับว่าทำหน้าที่ได้ดีเป็นอย่างยิ่ง ทำให้พวกเรามี ความมั่นใจในการใช้ชีวิตและขณะเดียวกันก็เริ่มรู้สึกดีขึ้นกับมาตรฐานของสุขภาพ ของพวกเรา ระบบมาตรฐานสาธารณสุของพวกเราครับที่สามารถมั่นใจได้ว่าไม่ว่าวันหน้า หากเกิดโรคระบาดแบบใดขึ้นมาเราก็มีความพร้อมที่จะเผชิญหน้า เพียงแต่ว่าภายในช่วง ปลายปีที่ผ่านมามีโรคระบาดชนิดเดิมนี่ครับ เพียงแต่ว่ามันกลายพันธุ์ใหม่เลยทำให้ ประชาชนคนไทยในช่วงปลายปีที่ผ่านมาไม่สามารถฉลองปีใหม่ได้ที่ควรจะเป็นได้อย่างดีที่สุด ใช่ไหมครับ การแปรพันธุ์ของโรคระบาดชนิดใหม่จากสายพันธุ์ที่เราเคยเผชิญ อย่างเช่น อัลฟา (Alpha) เดลต้า (Delta) มีชื่อตัวใหม่ว่าโอมิครอน (Omicron) ซึ่งสายพันธุ์ตัวนี้ ตามข้อมูลที่ได้รับก็คือว่า มันสามารถที่จะติดกับบุคคลได้ง่ายกว่าสายพันธุ์ตัวก่อน ๆ ก่อน หน้านี้ถึงแม้จะมีข่าวดีเล็กน้อยเพียงแค่ว่า ไม่รุนแรง ไม่สามารถทำให้เกิดได้รุนแรง แต่การที่ติดและสามารถทำให้ติดได้ง่ายครับ ทำให้กระทบกับวงจรชีวิตของพวกเราครับ เริ่มต้นตั้งแต่ปีนี้มาด้วยความไม่มั่นใจ กระผมจึงได้มีความจำเป็นครับที่จะต้องถามกระทู้สด ไปยังรัฐบาลเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนว่า ตลอดปี ๒๕๖๕ นี้เราจะสามารถ ดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข ท่านประธานครับ สถานการณ์ของโรคระบาดเราก็จะเห็นแล้วว่า คนไทยเราติดไปเกือบ ๒ ล้านกว่าคน และปัจจุบันตัวเลขเหล่านี้แม้มีการลดลงมากขึ้น แต่ในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายวันที่ผ่านมา ตัวเลขจำนวนผู้ติดเชื้อเริ่มเพิ่มมากขึ้น เริ่มเพิ่มมากขึ้น ทำให้เห็นเลยครับว่าสายพันธุ์ชนิดนี้ยังมีผลและยังสร้างความกังวลให้กับ คนไทย ผมจึงอยากจะทราบครับว่ารัฐบาลมีแนวโน้มอย่างไร การบริหารจัดการดูแลคุณภาพ ชีวิตของคนไทยอย่างไรภายในช่วงปี ๒๕๖๕ นี้ เพราะเท่าที่ทราบก็คือปลายปีที่ผ่านมา รัฐบาลได้แถลงว่าจะจัดหาวัคซีนอีกจำนวน ๑๒๐ ล้านโดส เพื่อดูแลชีวิตของพวกเราใน ระหว่างนี้ก่อนหน้านี้เราได้รับการฉีดมาแล้ว ๑๑๐ ล้านโดส คนไทยเกือบ ๖๐ ล้านคนได้รับ วัคซีนเข็มแรกจากจำนวนประชากรทั้งหมด ๖๐ กว่าล้านคน ในจำนวนนี้ครับ ๔๐ กว่าล้าน คนได้รับเข็มที่ ๒ แล้ว และ ๑๐ กว่าล้านคนกำลังเริ่มเข็มที่ ๓ และ/หรืออาจจะมีเข็มที่ ๔ ไปบ้างแล้ว จำนวนนี้ทำให้เราเห็นว่าไวรัสตัวนี้มีผลที่ทำให้วัคซีนเพียงแค่ ๒ เข็มนั้นอาจจะ ไม่เพียงพอ และนี่กระมังครับคือเป็นที่มาของการสั่งวัคซีนมาเพิ่ม ผมก็เลยอยากจะทราบว่า ในการบริหารจัดการในเรื่องนี้ข้อแรก ๑๒๐ ล้านโดสนี้ครับ เป้าหมายของรัฐบาลจัดหาวัคซีน อะไรบ้าง เพื่อสร้างความมั่นใจของพี่น้อง เพราะที่ผ่านมาเราก็มีวัคซีนถึง ๓-๔ แบบให้เลือก แต่วันนี้ตัวที่สามารถที่จะดูแลและสามารถป้องกันไม่ให้เกิดการระบาดได้อย่างรุนแรง มีจำนวนไม่มาก วัคซีนที่ผ่านมาในช่วงที่เราใช้ใน ๒-๓ ปีที่ผ่านมาก็เป็นวัคซีนเดิม ๆ จะเป็นไปได้หรือไม่ว่าภายใน ๑๒๐ ล้านโดส ที่เข้ามานี้จะเป็นวัคซีนใหม่ ๆ ที่สามารถต่อต้าน และป้องกันสายพันธุ์ที่กำลังระบาด โอมิครอน (Omicron) อยู่ในขณะนี้ และสามารถที่จะ สร้างความมั่นใจได้ว่าในการกลายพันธุ์ของมันในตัวต่อ ๆ ไปครับ วัคซีนที่เราเตรียมที่จะสั่ง เข้ามานี้มันสามารถที่จะสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุข ได้รับมอบหมายให้มาตอบกระทู้เพื่อนสมาชิก ท่านธีรภัทร พริ้งศุลกะ ในประเด็นสถานการณ์โควิด (COVID) ในสถานการณ์โอไมครอน (Omicron) และมีเครื่องมือ ที่สำคัญนั่นก็คือการจัดหาวัคซีนที่จะเป็นการต่อสู้แล้วก็เดินหน้าไปกับการมีมาตรการ ของกระทรวงสาธารณสุข จากความเป็นห่วงของท่านเพื่อนสมาชิก ท่านธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ผมเรียนว่าในขณะที่ผมกำลังตอบกระทู้อยู่นี้ ขณะนี้ ศบค. กำลังประชุมเพื่อพิจารณาในการปรับเกณฑ์ไม่ว่าจะเป็นปรับสีในแต่ละจังหวัด โดยข้อเสนอ ของกระทรวงสาธารณสุขคือการปรับเกณฑ์ให้จังหวัดที่เป็นสีส้มจาก ๖๙ จังหวัด ปรับมาเหลือ ๔๔ จังหวัด แล้วให้เป็นสีเหลืองประมาณ ๒๐ กว่าจังหวัด แล้วให้คงไว้ซึ่งสีฟ้า ๑๘ จังหวัด ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว รวมทั้งการพิจารณาในเรื่องของเกณฑ์ที่จะกลับมาใช้ระบบ เทสต์ แอนด์ โก (Test and go) ในการรองรับนักท่องเที่ยวจากต่างชาติ เพื่อเป็นการกระตุ้น เศรษฐกิจไปด้วยกัน ซึ่งขณะนี้กำลังพิจารณาข้อเสนอของกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้ง ข้อเสนอมาตรการในการปฏิบัติตัวในเทศกาลวันตรุษจีนที่จะถึงในไม่ช้านี้ว่าจะมีมาตรการ อย่างไรบ้าง ผมเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่าที่จริงการต่อสู้กับสถานการณ์ โควิด (COVID) ที่ผ่านมา นอกจากเครื่องมือสำคัญก็คือเรื่องของการที่เราได้มี การสั่งซื้อวัคซีนมาฉีด แต่ผมอยากจะขอเน้นย้ำว่าการที่เราต่อสู้กับสถานการณ์โควิด (COVID) นี้ตัวมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้กำหนดในแต่ละพื้นที่ ในแต่ละเซตติง (Setting) อันนั้นก็จะเป็นเกราะป้องกันควบคู่กันไปกับการฉีดวัคซีน ซึ่งอันนี้เป็นความสำคัญ ที่ไม่ว่าจะมีสายพันธุ์อะไรก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์อัลฟา (Alpha) เบตา (Beta) หรือโอมิครอน (Omicron) ในขณะนี้ก็ตาม ตัวมาตรการถ้าเราป้องกันตัวเองก็จะสามารถ ต่อสู้กับการติดเชื้อได้อย่างน้อย ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเราหลีกเลี่ยงในพื้นที่ที่มีสถานภาพ ความเสี่ยงของการติดเชื้อ มาถึงการฉีดวัคซีนซึ่งเป็นเครื่องมือที่สำคัญของรัฐบาล ก่อนอื่น ต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่ได้ให้ความสำคัญ แล้วก็ได้อนุมัติสั่งซื้อวัคซีนตั้งแต่ปีที่แล้ว จนถึงปีนี้เรามีแผนการจัดซื้อวัคซีนตามที่ เพื่อนสมาชิกได้เรียนแล้วว่า เรามีการจัดซื้อวัคซีนไปแล้วล่วงหน้า ๑๒๐ ล้านโดส ซึ่งผมจะลง ในรายละเอียดอีกต่อไป แต่ว่าผมจะขออนุญาตอัปเดต (Update) สถานการณ์การฉีดวัคซีน ล่าสุดมาถึงเมื่อวานนี้ว่า เราได้ฉีดวัคซีนสะสมไปแล้วจำนวน ๑๑๐.๗ ล้านโดส เป็นผู้ที่ได้รับ วัคซีนเข็ม ๑ สะสม ๕๑.๙ ล้านโดส คิดเป็น ๗๒.๑ เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากร ผู้ที่ได้รับ เข็ม ๒ สะสมประมาณ ๔๗.๘ ล้านโดส คิดเป็นร้อยละ ๖๖.๔ ประชากร และจำนวนผู้ได้รับ เข็ม ๓ สะสม ๑๑ ล้านโดส ซึ่งในกลุ่มต่าง ๆ ที่ได้รับเป็นกลุ่มเป้าหมายที่ได้รับก็จะเป็น กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข อสม. ผู้มีโรคเรื้อรัง ๗ กลุ่มโรค ผู้มีอายุ ๖๐ ปีขึ้นปี นักเรียน ศึกษา อายุ ๑๒-๑๗ ปี แล้วก็ประชาชนทั่วไป อันนี้คือสิ่งที่เรียนว่า ที่รัฐบาลได้ดำเนินการผ่านกระทรวงสาธารณสุขที่ดำเนินการฉีดวัคซีนไปแล้ว🔗
สำหรับแผนการจัดฉีดวัคซีนในเดือนมกราคมปี ๒๕๖๕ เราตั้งแผนไว้ ประมาณ ๙.๓ ล้านโดส แต่ว่าขณะนี้ผลการดำเนินการตั้งแต่วันที่ ๑ ถึงวันที่ ๑๙ มกราคม เราฉีดวัคซีนไปได้ ๖.๓ ล้านโดส อันนี้เรียนท่านในความคืบหน้าของการจัดฉีดวัคซีนในเข็ม ๑ เข็ม ๒ เข็ม ๓ และเข็ม ๔ ในบุคลากรทางการแพทย์ที่มีการเดินหน้าไป🔗
ถัดมา ความก้าวหน้าแผนการจัดหาซื้อวัคซีนปี ๒๕๖๕ การจัดหาซื้อวัคซีนในปี ๒๕๖๕ นั้น เราเตรียมไว้ทั้งหมด ๑๒๐ ล้านโดส สำหรับแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ซึ่งเป็นวัคซีน หลักของเรา เราทำสัญญาซื้อวัคซีนแล้วจำนวน ๖๐ ล้านโดส ซึ่งในสัญญาก็ระบุไว้ด้วยว่า ในคำถามของท่านว่าถ้าเกิดว่าเขามีงานวิจัยแล้วทำวัคซีนขึ้นมาแล้ว สามารถที่จะไปฉีดแล้ว โคเวอร์ (Cover) สายพันธุ์ที่จะกลายพันธุ์มาใหม่เราก็จะสามารถเปลี่ยนหรือซื้อวัคซีน ในเจนเนอเรชัน (Generation) ถัดไปเพื่อที่จะไปต่อสู้กับสถานการณ์การกลายพันธุ์ได้ ด้วยไฟเซอร์ (Pfizer) เราสั่งซื้อจำนวน ๓๐ ล้านโดส จัดทำสัญญาซื้อเรียบร้อยแล้ว แล้วเราก็เปลี่ยน จาก ๓๐ ล้านโดสนั้นเปลี่ยนมาเป็นวัคซีนสำหรับเด็กอายุ ๕-๑๑ ขวบ ซึ่งเป็น วัคซีนที่ได้รับ การแอปพรูฟ (Approve) แล้วจากทั้งซีดีซี (CDC) เอฟบีเอ (FBA) ของสหรัฐอเมริกา แล้วก็ดับเบิลยูเอชโอ (WHO) ซึ่งอันนี้ก็จะมาฉีด ซึ่งได้รับรายงานว่า วัคซีนสำหรับเด็ก ในวัย ๕-๑๑ ขวบนั้นจะเดินทางมาถึงประเทศไทยวันที่ ๒๖ เดือนนี้ แล้วก็จะมีการจัดแผน เริ่มฉีดให้กับเด็กวัย ๕-๑๑ ขวบ วันที่ ๓ กุมภาพันธ์นี้ ซึ่งก็จะเป็นไปตามศักยภาพของ แต่ละพื้นที่ เราอาจจะต้องเริ่มฉีดที่โรงพยาบาลก่อนเพื่อทดลองฉีดในเด็กกลุ่มนี้เพื่อที่จะได้ ให้ความปลอดภัยในระยะเบื้องต้น และหลังจากนั้นอาจจะเป็นการฉีดในสถานที่ต่าง ๆ ที่ถูกกำหนดขึ้น และอีก ๓๐ ล้านโดสอยู่ในระหว่างการเจรจา คือวัคซีนโนวาแวกซ์ (Novavax) คือโปรตีนซับยูนิต (Protein subunit) ซึ่งเป็นวัคซีนที่มีความต้องการกัน เพราะว่าเป็นวัคซีนที่มีความทันสมัยและคิดว่ามีประสิทธิภาพสูง เพราะฉะนั้นแผนในการจัด ฉีดวัคซีนที่เราดำเนินการเตรียมความพร้อมสำหรับปี ๒๕๖๕ ในเข็ม ๓ เข็ม ๔ ในปริมาณนี้ ในกลุ่มประชาชนในทุกกลุ่มในส่วนที่เราเตรียมไว้ จริง ๆ เราเพิ่มเติมอีกนิดหนึ่ง เรามีการ เตรียมแบ่งกลุ่มประชาชนไว้ด้วย ในหัวข้อที่ ๔.๓.๒ ก็คือผู้ที่มีอายุ ๑๘ ปีขึ้นไปที่ไม่เคยได้รับ วัคซีนเลยทั้งเข็ม ๑ เข็ม ๒จำนวน ๕๐๐,๐๐๐ โดส ผู้ที่มีอายุ ๑๒-๑๗ ปีที่ไม่เคยได้รับวัคซีน เข็ม ๑ เข็ม ๒ อีกประมาณ ๕๐,๐๐๐ โดส เด็กอายุ ๕-๑๑ ปี ที่มี ๗ กลุ่มโรคเรื้อรัง นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษา ปีที่ ๕ ปีที่ ๖ เข็ม ๑ ๑ ล้าน ตรงนี้ก็หมายความว่า เด็กกลุ่มนี้ ที่มีโรคประจำตัว ซึ่งเราต้องจัดลำดับความสำคัญให้ก่อน เพราะว่ามีความเสี่ยง เข็มกระตุ้น ผู้ได้รับวัคซีนครบตามเกณฑ์ไปแล้ว สำหรับประชาชนทั่วไป กลุ่มเสี่ยงและกลุ่มที่ประกันตน ๘ ล้านโดส เข็มกระตุ้นผู้ที่เคยติดเชื้อมาแล้ว เมื่อพ้นระยะเวลาประมาณ ๓ เดือนได้ ตามความเห็นของวิชาการก็ต้องฉีดให้อีกประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ โดส แล้วก็สำรองไว้สำหรับ สถานการณ์ระบาดในพื้นที่สำคัญ ๆ หมายความว่าถ้าเกิดคลัสเตอร์ (Cluster) ใหญ่ ๆ ก็สำรองไว้อีก ๑ ล้านโดส อันนี้คือการเตรียมความพร้อม สำหรับทั้งจำนวนวัคซีนแล้วก็กลุ่มคน ต่าง ๆ ที่เราเตรียมความพร้อมไว้ก็อยากจะตอบคำถามเพื่อนสมาชิกในคำถามแรก🔗
ขอเชิญธีรภัทรคำถามที่ ๒ เลยครับ🔗
ก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านสาธิต ปิตุเตชะ ที่ได้ชี้แจงในกรณีที่จะสร้างความมั่นใจ ให้กับประชาชนว่าการวางแผนในการฉีดวัคซีนของเราที่จะเริ่มภายในปี ๒๕๖๕ เป็นอย่างไร ซึ่งอย่างที่เห็นว่าจำนวนวัคซีนที่เราจะสั่งเข้ามา ในขณะนี้ก็จะเป็นวัคซีนรูปแบบอื่น ซึ่งไม่ใช่ วัคซีนที่เราเคยใช้มาเป็นเข็มแรก ๆ หรือเข็มที่ ๒ วัคซีนเชื้อตาย ซึ่งเราเคยใช้อย่างเช่น ซิโนแวค (Sinovac) ซิโนฟาร์ม (Sinopharm) ไม่มีชื่อในการสั่งอีกแล้ว เราได้ยกระดับของ การฉีดยากระตุ้นเป็นเข็มที่ ๓ หรือเข็มที่ ๔ ด้วยการใช้แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) หรือแม้กระทั่ง ไฟเซอร์ (Pfizer) หรือ โมเดอร์นา (Moderna) ซึ่งภาคเอกชนสั่งเข้ามา ซึ่งจะ เห็นจากจำนวนที่ท่านบอกเบ็ดเสร็จก็เกือบ ๙๐ ล้านเข้าไปแล้ว อันนี้ก็แสดงว่าวันนี้เชื้อตาย เราจะไม่ใช้อีกต่อไปถูกไหมครับ ถ้าในความเข้าใจของผม แต่สำหรับในความเข้าใจของ อีกหลายคนการได้มาหรือรูปแบบของวัคซีน เราจะต้องมาจากการสั่งซื้อจากต่างประเทศ เกือบทั้งสิ้น แสดงว่า ๑๐๐ ล้านโดส ที่ผ่านมา เป็นวัคซีนของต่างประเทศ และภายในปีนี้ ก็มีแนวโน้มอีกเหมือนกันครับว่าอีก ๑๒๐ ล้านโดส ก็คงเป็นวัคซีนที่จะมาต่างประเทศ อีกเช่นกัน ผมก็เลยอยากจะถามเป็นคำถามที่ ๒ ว่าพัฒนาของเราที่เราให้งานวิจัยกับ หน่วยงานของเราเอง หน่วยงานสาธารณสุข สถาบันการศึกษาของเราเองในการพัฒนาวัคซีน เพราะว่าถ้าเราไม่สามารถที่จะใช้วัคซีนในต่างประเทศในวันข้างหน้าได้หรือมีความจำเป็น ที่เราจะต้องใช้เร่งด่วน ถ้าเราจะต้องพึ่งพากับการนำเข้าอยู่เช่นนี้ คลังวัคซีนของเราเองครับ หากเกิดสถานการณ์ฉุกเฉินมีการแพร่ระบาดรุนแรงเรามีความพร้อมตรงนั้นหรือยัง ผมก็ได้ ทราบข่าวเหมือนกันว่าในช่วง ๒-๓ ปีที่ผ่านมารัฐบาลก็ได้ให้เงินวิจัยไปแล้วสำหรับหน่วยงาน ต่าง ๆ รวมทั้งสถาบันอุดมศึกษาได้ทำการทดลองอย่างเช่น เราก็จะมีวัคซีนที่กำลังอยู่ในการ ทดลอง อย่างเช่น ขององค์การเภสัชก็คือวัคซีนเอ็นวีดี (NVD) มีวัคซีนของจุฬา โควิด-๑๙ (COVID-19) มีวัคซีนของใบยา แล้วก็วัคซีนตัวที่ ๔ ที่กำลังทดลอง โควิเจน (Covigen) ๔ ตัว นี้ครับ มันไปถึงไหนแล้ว ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท มันมีความเพียงพอหรือไม่ที่จะพัฒนาวัคซีน เหล่านี้ เพราะผมก็แน่ใจเหมือนกันว่าถึงสุดท้ายแล้ววัคซีนเหล่านี้มันสามารถที่จะต้านทาน โรคที่มันเกิดอุบัติใหม่ หรือเราจะต้องไล่จับมันไปเรื่อย ๆ เราสามารถที่จะพัฒนามันไว้ ล่วงหน้าได้ไหม ในการที่เราจะสามารถมีวัคซีนที่เป็นของเราเอง สถาบันอย่างเช่น สยามไบโอฟาร์ม วันนี้เราก็ทำหน้าที่ผลิตแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) หรือแม้แต่ที่ท่านรัฐมนตรีบอก เมื่อสักครู่ว่ามันอาจจะเป็นไปได้ ที่มีวัคซีน เจเนอเรชั่น ๒ (Generation 2) ของแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) เราจะได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีเหล่านี้ด้วยหรือไม่ ใช่ไหมครับ🔗
ประเด็นสำคัญอีกอันหนึ่งที่ผมสงสัยก็คือว่า วันนี้เรามีการฉีดวัคซีนไขว้ ในหลาย ๆ ตัวใช่ไหมครับ เราใช้วัคซีนในแบบ เอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) ในแบบ ไวรัล เวกเตอร์ (Viral vector) และสุดท้ายวัคซีนเข็มที่ ๓ เข็มที่ ๔ ส่วนใหญ่แล้ววันนี้เราเริ่มด้วยการใช้ วัคซีนแบบ เอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) ถามว่าตัวนี้วัคซีนทั้งหมดที่เราจะใช้ เราจะไปปลายทาง ถึงตรงนั้น หน่วยงานของรัฐของเราเองครับ อย่างเช่นที่พูดเมื่อสักครู่ครับบริษัทที่เราก่อตั้ง อย่างเช่น สยามไบโอไซเอนซ์ หรือเราจะมีหน่วยงานอื่นไหมครับ ที่จะนำเทคโนโลยี เอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) หรือเราสามารถทำสัญญาร่วมได้ไหมครับ ที่จะต้องมาผลิตวัคซีนชนิดนี้ขึ้นมา ภายในประเทศเอง เพื่อเป็นคลังสำรองให้กับคนในประเทศ ๖๐ กว่าล้านคน ซึ่งจะต้อง เตรียมพร้อม และประเด็นอีกอย่างหนึ่งก็คือเมื่อสักครู่ผมก็เช็กข่าวเหมือนกันว่าวันนี้เราเอง ได้รับงบประมาณเพิ่มเติม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของกรมแพทย์แผนไทย อีก ๒๐๐ กว่าล้านบาท ในการนำมาช่วยเหลือคนที่เขาเรียกว่า ลองโควิด (Long COVID) ซึ่งเป็นอาการที่เกิดจาก อาฟเตอร์ เอฟเฟกต์ (After Effects) หลังจากที่ตัวเองได้รับติดเชื้อขึ้นมา ๒๐๐ กว่าล้าน โดยให้กรมแพทย์แผนไทย ตัวนี้เพียงพอในการดูแลคนกลุ่มนี้ รวมทั้งแพทย์แผนไทย ในปัจจุบันขีดความสามารถของสมุนไพรไทยปัจจุบันเราสามารถพัฒนาหรือยกระดับ ได้หรือไม่ในการดูแลสุขภาพของพี่น้องประชาชนโดยที่ไม่จำเป็นต้องพึ่งยาในการนำเข้าจาก ต่างประเทศอย่างเช่นที่ผ่านมา เราใช้เป็นจำนวนมากอย่างเช่น ฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) หรือว่าตัวอื่น ๆ ที่เรากำลังทดลอง แพทย์แผนไทยของเรา กรมแพทย์แผนไทยของเรา ศักยภาพของสมุนไพรของเราในวันนี้สามารถที่จะพัฒนาได้หรือยังครับ เรามีคลังยาของเรา เองในการในการพร้อมที่จะดูแลคนของเราแล้วหรือยังครับ นี่คือคำถามที่ ๒ ครับท่าน ประธานขอบพระคุณครับ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ผม สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขตอบคำถามเพื่อนสมาชิกท่านธีรภัทรสั้น ๆ ว่า สำหรับกรณีที่เราจะเป็นประเทศที่ผลิตวัคซีนได้เองนั้น นั่นคือเป้าหมายสูงสุดที่รัฐบาลนี้กำลัง ดำเนินการ การให้ทุนเราได้ดำเนินการให้ทุนทั้งที่จุฬา แล้วก็องค์การเภสัชซึ่งกำลังทำวิจัย แต่เรียนว่าการทำวิจัยวัคซีนเป็นเรื่องที่เป็นงานวิชาการ แล้วก็ต้องมีความละเอียดอ่อนในการ ที่จะบันทึกข้อมูล ขณะนี้ทั้ง ๒ ส่วนกำลังดำเนินการอยู่ในสเตป (Step) ที่ ๒ คือการทดลอง กับคนกลุ่มแรก ซึ่งสำเร็จแล้ว ขณะนี้กำลังอยู่ในเฟส (Phase) ที่ ๓ ซึ่งต้องทดลองในผู้ติดเชื้อ ซึ่งใช้จำนวนคนจำนวนมาก ขณะนี้มีการหารือกันทั้งผู้ทำวิจัย ผมได้ดำเนินการสั่งการให้ อย. ได้มีการหารือกันว่าทำอย่างไรจะได้มีการทำวิจัยให้ครบสมบูรณ์ แต่อย่างไรก็ตามจำเป็น อย่างยิ่งที่จะต้องทำวิจัยให้ครบถ้วนตามหลักวิชาการ และต้องได้รับการยอมรับจากนานาชาติ ด้วย เพราะการผลิตวัคซีนมีความจำเป็นว่าสุดท้ายนอกจากเราจะผลิตวัคซีนได้เองแล้ว นำมา ใช้ได้เอง มันจะต้องมีการตรวจสอบว่าวัคซีนที่ใช้จะต้องปลอดภัยและมีคุณภาพเพียงพอ ซึ่งผมมั่นใจว่าในอนาคตในส่วนนี้ที่รัฐบาลให้การสนับสนุน วัคซีนของประเทศไทยจะได้ใช้ใน สถานการณ์ต่อไป แต่ว่าในสถานการณ์การระบาดในรอบนี้ก็ต้องเรียนกันตามตรงว่าวัคซีนที่ เราผลิตได้เองคงจะมาใช้ไม่ทันในแง่ของการทดลองวิจัย เพราะว่าขณะนี้ทางองค์การเภสัชก็ได้ เริ่มวิจัยในประเทศ ลงพื้นที่กับผู้ติดเชื้อ ซึ่งขณะนี้มันเป็นโอกาสของผู้ทำวิจัย เพราะว่าการมีผู้ติดเชื้อ มากการเก็บข้อมูลก็ทำได้ง่าย ผู้ผลิตวัคซีนต่าง ๆ บางผู้ผลิตก็ต้องไปเก็บข้อมูลผู้ติดเชื้อใน ประเทศที่มีการติดเชื้อมาก เพราะว่าประเทศตัวเองอาจจะมีการติดเชื้อน้อย เพราะฉะนั้น ทั้งหมดนี้กำลังเดินหน้าเต็มที่ แต่เป้าหมายก็ตรงกับที่ท่านเพื่อนสมาชิกว่า ก็คือว่าต่อไปใน อนาคตประเทศไทยจะต้องมีการผลิตวัคซีน ในสถานการณ์โรคระบาดหรือโรคอุบัติใหม่ขึ้น แล้วก็ใช้เองในประเทศในอนาคตได้ อันนี้ก็เป็นการส่งเสริมจากรัฐบาลนี้🔗
ส่วนเรื่องของวัคซีนไขว้ อันนั้นก็ต้องเรียนว่าเป็นความสามารถของบุคลากร ทางการแพทย์ของประเทศไทยที่เก็บข้อมูลในระยะสั้นในสถานการณ์ฉุกเฉิน แล้วก็นำไปใช้ เพื่อเป็นการป้องกัน เป็นเครื่องมือที่สำคัญในสถานการณ์โควิด (COVID) ที่เรากำลังต้องการ ที่ขาดวัคซีน แต่เราก็ไปทดลองวิจัยจนได้วัคซีนสูตรไขว้มา จะเป็นไขว้เอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) หรือไวรัสเชื้อตาย ก็เรียนว่าได้มีการทดลองวิจัย แล้วก็ทดสอบประสิทธิภาพ ความปลอดภัยแล้ว ส่วนวัคซีนไวรัสเชื้อตายอีกมุมหนึ่งที่ท่านพูดถึงว่าไม่ได้ถูกนำมาใช้ แต่ว่าก็มีความนิยมขึ้นมา สำหรับผู้ปกครองของเด็กวัย ๕-๑๑ปี ซึ่งขณะนี้เราก็กำลังรอว่าในส่วนนี้เราไม่ได้ปิดกั้นไวรัส เชื้อตายที่จะส่งข้อมูลมาที่ประเทศไทย ที่ อย. จะทำการทดลองค้นคว้าว่าสิ่งที่เขาไปฉีด มันมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพดีมากน้อยแค่ไหน อันนี้ก็ยังรองานวิจัยที่จะส่งข้อมูล จากบริษัทต้นทางอยู่🔗
ส่วนสุดท้าย ลอง โควิด (Long COVID) แน่นอนครับ ผมเพิ่งประกาศกับ อธิบดีกรมแพทย์แผนไทยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สมุนไพรไทยจะต้องถูกยกระดับขึ้นมาโดยการใช้ โปรดักต์ แชมเปียน (Product Champion) หลายตัวที่มีความต้องการของตลาดโลก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของฟ้าทะลายโจร ขณะนี้ฟ้าทะลายโจรเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกว่ารักษาโควิด (COVID) ได้ และเราก็ใช้สำหรับผู้ป่วยที่กักตัวที่บ้าน โฮม ไอโซเลชัน (Home Isolation) เรามีฟ้าทะลายโจรแจกไป รัฐบาลได้อนุมัติงบประมาณ ๒๔๘ ล้านบาท เพื่อให้สมุนไพรไทย ไปยังผู้ที่ติดเชื้อและไม่มีอาการหรือมีอาการน้อย ซึ่งอันนี้เดินหน้าอย่างเต็มตัว รวมทั้ง งานวิจัยต่าง ๆ ที่ผมมีการประชุมร่วมกับกระทรวง อว. ที่จะทำวิจัยสมุนไพรไทยอีกหลายตัว ที่จะได้รับการยอมรับว่ามีสรรพคุณหรือมีส่วนผสมที่เป็นประโยชน์ทั้งเรื่องอาหารเป็นยา เรากินอาหารที่มีสมุนไพรไทยทุกวันจะสะสมภูมิป้องกันภาพรวมได้ด้วย และตัวไหนที่รักษา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโควิด (COVID) ก็ตามหรือรักษาโรคอื่นด้วยก็ตามก็จะสามารถใช้ สมุนไพรไทย แต่สมุนไพรไทยต้องเริ่มต้นจากความเชื่อมั่นของคนไทยกันเองก่อน แล้วก็ มีงานวิจัยรองรับที่มีความน่าเชื่อถือ ผมได้สั่งให้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ได้สนับสนุนการ ทำวิจัยสมุนไพรไทยว่ามีสรรพคุณหรือมีส่วนผสมที่เป็นประโยชน์ในร่างกายสร้างภูมิป้องกัน อะไรได้บ้าง จะได้สร้างความเชื่อมั่นและได้ยกระดับสมุนไพรไทยให้เป็นประโยชน์กับ พี่น้องประชาชนคนไทยในอนาคตครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ท่านธีรภัทรจะถาม ก็ถามได้อีกครั้ง ถ้าไม่ติดใจ เชิญครับ🔗
ก็ยังมีความห่วงใย และที่สำคัญ ก็คือว่าได้รับความมั่นใจจากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขว่า สิ่งที่เรา ดำเนินการมาอยู่ในขณะนี้ได้ผ่านการกลั่นกรองและได้ผ่านการรวบรวมข้อมูลและตัดสินใจ มาอย่างถูกต้องแล้ว ก็เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ภายในปี ๒๕๖๕ นี้ หรือแม้กระทั่ง ถึงปลายปี ๒๕๖๖ สุขภาพของคนไทยจะได้รับการดูแลและเราก็จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ๒๕๖๖ เราอาจจะเป็นปีที่เราได้ฉลองปีใหม่ได้โดยที่เราไม่ต้องใส่หน้ากาก แต่ในขณะนี้ ก็เป็นความร่วมมือของพวกเราคนไทยทุกคนที่จะต้องให้ความร่วมมือฟังคำแนะนำของ กระทรวงสาธารณสุขและรัฐบาลในการดูแลสุขภาพและป้องกันสุขภาพของเราเอง เพื่อป้องกันตัวเราเองรวมทั้งผู้ที่ใกล้ชิดด้วย🔗
ทีนี้คำถามสุดท้ายของผมที่จะมีคำถามไปยังท่านรัฐมนตรี ก็คือว่าข่าวดี ที่ท่านรัฐมนตรีได้บอกว่าเรากำลังจะได้วัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer) มาสำหรับฉีดในเด็กอายุ ประมาณ ๕-๑๑ ปี ซึ่งมีประมาณ ๔-๕ ล้านคน ที่จะเข้ามาในช่วงปลายเดือนนี้แล้วก็จะเริ่ม ฉีดหลังจากได้รับการรับรองจากกรมวิทยาศาสตร์แล้ว ประมาณต้นปีต้นเดือนกุมภาพันธ์ ตรงนี้ก็น่าจะเป็นเรื่องที่น่ากังวลสำหรับผู้ปกครอง เพราะในช่วงที่ผ่านมาใน ๑ ปี เขาก็ต้อง ดูแลลูกของเขาเองในช่วงปีที่ผ่านมา การใช้ชีวิตของเขาที่มันไม่ปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การดูแลเด็กเล็ก ๆ ป้องกันไม่ให้เกิดโรคระบาดนี้เข้ามา รวมทั้งคนในครอบครัวด้วย วันนี้เด็ก ๕-๑๑ ปี ก็ได้รับโอกาสนี้แล้ว และเชื่อว่า ๒ เข็มที่จะต้องได้รับถัดจากนี้ทำให้ เขาสามารถที่จะไปโรงเรียนด้วยความมั่นใจ ทั้งผู้ปกครองและตัวของนักเรียนเอง ซึ่งผมก็เห็น แล้วครับว่า ตัวรัฐบาลเองวันนี้เองก็พยายามที่จะตั้งใจว่าในปีการศึกษาใหม่ที่จะมี สามารถ ที่จะให้นักเรียนสามารถกลับไปโรงเรียนได้เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งผมก็หวังว่าแนวของ ท่านที่คิดที่จะทำมันน่าจะเป็นเรื่องที่ถูกต้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโดยใช้นโยบายที่ว่า ไทย สต็อป โควิด พลัส (Thai Stop COVID Plus) หรือแม้แต่ ไทย เซฟ ไทย (Thai Save Thai) อย่างตัวแรกก็คือให้โรงเรียนประเมินตัวเองแล้วก็เตรียมความพร้อมก่อนเปิดโรงเรียน ซึ่งผมก็หวังว่าภายในช่วงก่อนเดือนพฤษภาคมที่โรงเรียนเปิด การฉีดวัคซีนการเตรียม ความพร้อมของโรงเรียนโดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กน่าจะมีความพร้อม ผมก็คงอาจจะต้อง ถามไปถึงความร่วมมือของกระทรวงศึกษาธิการด้วยว่า ได้มีการประสานงานและทำความ เข้าใจในเรื่องนี้กับกระทรวงสาธารณสุขเป็นที่เรียบร้อยแล้วใช่ไหม และในขณะเดียวกันครับ ตัวนักเรียนเองในกรณีของไทย เซฟ ไทย (Thai Save Thai) ตัวนักเรียน ครู บุคลากรนี้ครับ ได้รับการดูแลและได้รับการฉีดยา หรือได้รับคำแนะนำอย่างเหมาะสมพอเพียงแล้วใช่ไหม ที่พร้อมที่จะทำให้เด็กเหล่านี้ รวมทั้งอย่างยิ่งตัวผู้ปกครองเกิดความมั่นใจ เพราะเด็กที่อายุ ๕-๑๑ ขวบ กำลังจะเป็นอนาคตของชาติ และเขาเองเริ่มฉีดยาเหล่านี้ตั้งแต่เล็ก ๆ แล้ว และไม่แน่ใจเสียด้วยซ้ำว่ายาตัวนี้ในอนาคตต่อไปในเมื่อเขามีอายุมากขึ้น ๑๑ ๑๒ ๑๓ ลากไปเรื่อย ๆ จนวันหนึ่งถึงวันสุดท้ายของอายุเขา เขาจะต้องฉีดยาในลักษณะนี้ไปเรื่อย ๆ ก็หวังเป็นอย่างยิ่งครับว่าการเตรียมพร้อม และคำถามของผมและหวังอย่างยิ่งว่า ท่านรัฐมนตรีจะได้ตอบและสร้างความมั่นใจให้กับตัวผู้ปกครอง ตัวเด็กนักเรียน รวมทั้ง สถาบันการศึกษาและรวมทั้งตัวนี้ด้วยครับว่า เราจะสามารถก้าวผ่านวิกฤติของโอมิครอน (Omicron) ผ่านวิกฤติของโควิด-๑๙ (COVID-19) โควิด-๒๐ (COVID-20) โควิด-๒๑ (COVID-21) โควิด-๒๒ (COVID-22) และคงไม่มีโควิด-๒๓ (COVID-23) สำหรับพวกเรา อีกต่อไป ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีมีเวลาของ ท่านอยู่ประมาณ ๒ นาที เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม สาธิต ขอบพระคุณเพื่อนสมาชิก เรียนว่าเซตติง (Setting) โรงเรียนเราร่วมมือกันกับกระทรวงศึกษาธิการ ที่จริงรัฐบาลหรือ ศบค. ไม่ได้มีนโยบายให้ปิด แต่ว่าขึ้นอยู่กับความพร้อมและเรากำหนดเรื่องของเซตติง (Setting) หรือเรากำหนด มาตรการโรงเรียนโดยเฉพาะอยู่แล้วว่าในแต่ละโรงเรียนจะมีทั้งเรื่องของโควิด ฟรี เซตติง (COVID Free Setting) แล้วก็มาตรการต่าง ๆ ที่โรงเรียนจะต้องเตรียมความพร้อมและให้ ประเมินตัวเอง ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการก็ทำได้ดี เพียงแต่ว่าอาจจะยังไม่ได้เปิดครบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของแต่ละพื้นที่นั้น ๆ เพราะฉะนั้นเราเข้าใจดีถึง เรื่องของปัญหาของเด็กเรียนออนไลน์ (Online) ว่ามีปัญหาอะไร ในขณะเดียวกันเราก็ ทราบดีว่าเด็กอายุ ๕-๑๑ ปียังไม่ได้ฉีดวัคซีน เราจึงเตรียมความพร้อมสำหรับรองรับเด็กที่ ติดเชื้ออยู่จำนวนมากในขณะนี้ เพราะฉะนั้นแผนทั้งสิ้นก็เดินหน้าอย่างเต็มที่ตามความเห็น ของท่านธีรภัทร พริ้งศุลกะ ก็ขอขอบพระคุณ แล้วก็ขอให้ความมั่นใจว่าในสถานการณ์ โอมิครอน (Omicron) ที่เรากำลังต่อสู้เรามีความมั่นใจว่าข้อมูลในเชิงวิชาการของ ทั้งต่างประเทศเอง และที่เราเก็บเองก็ยืนยันว่าโอมิครอน (Omicron) ไม่มีอาการรุนแรง และอัตราการเสียชีวิตก็ลดลง เพราะฉะนั้นถ้าเราเดินหน้ามีมาตรการที่ป้องกันตัวเอง ยกการ์ด (Guard) สูง เราฉีดวัคซีนไปด้วยในเข็ม ๓ และเข็ม ๑ ยังฉีดไม่ได้ประมาณสัก ๑๐ กว่าล้าน ถ้าเราเดินหน้าไปแบบนี้ เรายังมั่นใจว่าเอนด์เกม (Endgame) หรือเอนดามิก (Endemic) มันจะจบภายใน ๖-๘ เดือนข้างหน้า เพราะฉะนั้นถ้าเราร่วมมือกันให้เต็มที่ เรายังมั่นใจว่าเราจะเดินไปลักษณะทำไปด้วยกัน รักษามาตรการไปด้วยกันและฉีดวัคซีน ไปพร้อมกันเราจะจบสถานการณ์โควิด (COVID) ในประเทศไทยได้ อาจจะเร็วกว่าประเทศ อื่นก็เป็นได้ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณท่านสมาชิก และท่านรัฐมนตรี ได้บริหารเวลาได้อยู่ภายในกรอบเวลาที่ข้อบังคับกำหนด🔗
๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๑๖๗ ส. ปัญหาค่าแรงค่าครองชีพสูง ราคาสินค้าแพง และปัญหาการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ (นายจรัส คุ้มไข่น้ำ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นผู้ตอบกระทู้นี้ครับ ท่านรัฐมนตรีพร้อม ขอเชิญคุณจรัส คุ้มไข่น้ำครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจรัส คุ้มไข่น้ำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๖ พรรคก้าวไกล ขออนุญาต ตั้งกระทู้ถามท่านรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพ ที่สูงขึ้นสวนทางกับค่าแรงของพี่น้องประชาชนในขณะนี้ ซึ่งได้ให้ท่านรัฐมนตรีกระทรวง แรงงานมาตอบ คิดว่าท่านจะตอบได้ครอบคลุมหรือไม่ก็ไม่ทราบ ท่านประธานที่เคารพ พี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ของกระผม ทั้งในอำเภอศรีราชา🔗
ท่านจรัส ผมขออภัย ผมประกาศหัวข้อผิดไป ปัญหาของจรัสที่ถามคือปัญหาค่าแรงค่าครองชีพสูง ราคาสินค้าแพง และปัญหาการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งที่ท่านเริ่มอภิปรายถูกแล้ว แต่ผมผิดเองครับ ผมอ่าน เป็นกระทู้ถามลำดับต่อไป ขอเชิญท่านจรัสครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ของกระผมทั้งในอำเภอศรีราชา อำเภอบางละมุง กำลังลำบากไม่น้อยไปกว่าพี่น้องประชาชน คนไทยทั่วประเทศ เพราะนอกจากจะต้องกัดฟันต่อสู้กับผู้ติดเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) และตอนนี้เชื้อโอมิครอน (Omicron) กำลังระบาดจนในพื้นที่มีผู้ติดเชื้อมากเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ ยังต้องมาเจอกับพิษเศรษฐกิจค่าครองชีพที่สูงขึ้น สวนทางกับค่าจ้างแรงงาน ของพี่น้องประชาชน ในยามที่บ้านเมืองกำลังวิกฤติโควิด (COVID) พี่น้องประชาชนกำลังอดอยากจากปัญหา ปากท้อง ข้าวของแพง ค่าแรงถูก แต่พวกท่านในฐานะที่เป็นรัฐบาลกลับมัวเล่นอะไรกันอยู่ครับ โอนพรรค ย้ายพรรค แย่งเก้าอี้ แย่งโควตา หยุดแย่งเก้าอี้กันเถอะ หันมาสนใจแก้ไขปัญหา ปากท้องของพี่น้องประชาชนกันบ้าง มาถึงตอนนี้จากที่เคยทนไหวเริ่มที่จะทนไม่ไหว แล้วครับ เพราะทุกอย่างมันแพงขึ้นมาก ราคาน้ำมันก็ปรับขึ้นตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว รัฐบาลคุม ราคาดีเซล คนทั่วไปใช้เบนซิน แก๊สโซฮอล์ (Gasohol) ปกติกำเงิน ๑๐๐ บาทก็เติมน้ำมัน รถมอเตอร์ไซค์ได้เต็มถัง ตอนนี้ไม่ได้แล้วครับ คนขับรถเก๋งเคยเติม ๕๐๐-๖๐๐ บาท ตอนนี้เติม ๑,๐๐๐ บาทก็ไม่เต็มถัง เดือน ๆ หนึ่งต้องเสียค่าน้ำมันเพิ่มขึ้นเดือนละ ๑,๐๐๐ บาท พอมาตอนนี้ค่าอาหารแพงขึ้นทุกอย่าง โดยเฉพาะเนื้อสัตว์ ที่เป็นประเด็นสำคัญคือ ราคาเนื้อหมูที่ปรับเพิ่มขึ้นจาก ๑๒๐ บาท เป็น ๒๐๐ กว่าบาท ซึ่งเป็นการปรับที่ก้าวกระโดด ตอนนี้มันลามไปจนถึงราคาเนื้ออย่างอื่น ทั้งเป็ด ไก่ ปู ปลา กุ้ง เมื่อปีก่อนราคาอกไก่ กิโลกรัมละ ๕๐ กว่าบาท ตอนนี้ปรับขึ้น ๗๕ บาทแล้ว รวมไปถึงราคาไข่ไก่และวัตถุดิบ อย่างอื่น อย่างน้ำมันปาล์มขวดละ ๖๐ บาท หรืออย่างซีอิ๊วขาวก็ทยอยปรับขึ้นกัน อย่างต่อเนื่อง ยิ่งถ้าต้องกินข้าวนอกบ้านจากร้านอาหารตามสั่งยิ่งต้องเจอราคาอาหารเพิ่มขึ้น ๕ บาท ๑๐ บาท ๑ เดือนมีค่าใช้จ่ายเฉพาะในส่วนค่ากินอาหารเพิ่มขึ้น ๑,๐๐๐ บาท พ่อค้า แม่ค้าก็เดือดร้อนถ้วนหน้าไม่แพ้กัน ต้องยอมกัดฟันว่าจะยอมเข้าเนื้อหรือจะยอมเสียลูกค้า ยังไม่พอท่านประธาน ค่าไฟจะแพงขึ้น ๕ เปอร์เซ็นต์ไปจนถึงเดือนเมษายน ซึ่งช่วงนี้จะเป็นช่วงหน้าร้อนที่การใช้ไฟฟ้าจะสูงขึ้นเป็นพิเศษเมื่อเทียบกับช่วงอื่น ๆ ของปี กลายเป็นการเพิ่มภาระให้คนทั้งประเทศ เว้นแต่คนที่อยู่บ้านหลวง ใช้น้ำฟรี ใช้ไฟฟ้าฟรี อย่าง พลเอก ประยุทธ์เท่านั้นคงจะไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ ค่าเดินทางเพิ่มขึ้น เดือนละ ๑,๐๐๐ บาท ค่าอาหารเพิ่มขึ้นจาก ๓,๐๐๐ บาท เป็น ๕,๐๐๐ บาท แต่ท่านประธาน ที่เคารพ ค่าแรงยังเท่าเดิม จังหวัดชลบุรีบ้านผมค่าแรง ๓๓๖ บาท ถือว่าสูงสุดของค่าแรง ในประเทศ เดือนหนึ่งทำงาน ๒๖ วัน ยังได้รับเงินไม่ถึง ๙,๐๐๐ บาทมาหลายปี ที่ท่านเคย พูดบอกว่าเงินเฟ้อราคาข้าวของแพงขึ้นเพราะเศรษฐกิจมันดีขึ้น ท่านอยู่ประเทศเดียวกันกับ ผมหรือไม่ เพราะเศรษฐกิจประเทศของผมมันไม่ได้ดีขึ้น ไม่ได้เติบโตขึ้นอย่างที่ท่านพูดเลย ท่านประธานที่เคารพ ผมขออนุญาตฝากท่านประธานถามไปยังท่านรัฐมนตรีดังนี้ ทุก ๆ ครั้ง ที่สินค้ามีราคาสูงขึ้น รัฐบาลมักอ้างว่าเป็นเรื่องของตลาดโลก เช่น น้ำมัน แก๊ส ปุ๋ย อาหารสัตว์ เรื่องนี้เราก็เข้าใจดีว่าเป็นข้อจำกัดของรัฐบาล แต่ถ้าจะโทษตลาดเพียงอย่างเดียวแล้วเรา จะมีรัฐบาลไว้ทำไม อย่างน้อยที่สุดรัฐบาลก็ควรที่จะมีมาตรการการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า เพื่อแบ่งเบาภาระของพี่น้องประชาชน ดังนั้นขออนุญาตคำถามแรกของกระผมคือ รัฐบาลได้ คิดมาตรการการแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้วหรือยัง คือมาตรการอะไร และจะประกาศใช้เมื่อไร คำถามแรกครับท่านประธาน ขอขอบคุณครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีเชิญครับ มีเวลาของท่าน ๑๕ นาที ผู้ถาม ๑๕ นาที ถามได้ ๓ ครั้ง บริหารเวลาเพื่อจะได้ไม่เกินเวลา ของท่านอื่น ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านผู้ที่ตั้งกระทู้ เพื่อน ส.ส. ท่านจรัส คุ้มไข่น้ำ ด้วย ขออนุญาตตอบภาพรวมของสินค้าก่อนว่าที่ท่านผู้แทน ท่าน ส.ส. ได้พูดถึงเรื่องสินค้าแพงในส่วนของสินค้าอุปโภค บริโภค ผมต้องเรียนอย่างนี้ท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกว่า ตั้งแต่เกิดสถานการณ์โควิด (COVID) มา เราต้องยอมรับสภาพว่าค่าระวางเรืออันนี้เป็นต้นทุนเหมือนกันที่จะทำให้สินค้าที่เกี่ยวข้องกับ การที่จะต้องใช้ระวางเรือ อันนี้มีความจำเป็นมาก ก็ต้องขึ้นตามโดยสภาวะของที่เราต้องมี ต้นทุนทางการค้า สินค้าอุปโภคและบริโภคมีการปรับราคาขึ้นลงตามราคาการส่งเสริม การขาย หรือโพรโมชัน (Promotion) ต่าง ๆ มันก็เป็นการที่แข่งขันทางการค้าในช่วงที่มี ความต้องการสูง ก็ต้องยอมรับว่ามีบ้าง แต่ทางกระทรวงพาณิชย์ก็ได้มีการควบคุมราคาตรงนี้ ในส่วนสินค้าเกษตรต้องยอมรับว่าสินค้าเกษตรนั้นขึ้นลงตามฤดูกาลและสถานการณ์ เช่น น้ำท่วม หรือเกิดภัยแล้ง หรืออะไรต่าง ๆ ที่ผลกระทบจากสินค้าเกษตร แนวทาง ผู้ที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่เขาดูแล เช่น การดูแลราคาสินค้ามีการติดตาม สถานการณ์สินค้าเกษตรและสินค้าอุปโภคดังนี้มีการขอความร่วมมือและการตรึงราคา จำหน่าย เช่น ไข่ไก่ ซึ่งมีการขอความร่วมมือในการตรึงราคา ในการจำหน่าย ในส่วนของ สินค้าที่สูงขึ้นไปอย่างที่ท่านผู้แทน ท่าน ส.ส. ได้พูดถึงเรื่องอาจจะเป็นพวกเนื้อสัตว์ เนื้อสุกร ในส่วนนี้มีการกำหนดรายการสินค้าควบคุมเมื่อเร็ว ๆ นี้ ทางคณะกรรมการกลางว่าด้วย ราคาสินค้าและบริการ มีมติเมื่อวันที่ ๕ มกราคม ที่ผ่านมา กำหนดราคาสินค้าสุกร และเนื้อสุกร แล้วก็มีมติเมื่อวันที่ ๑๙ ที่ผ่านมาเมื่อเร็ว ๆ นี้ มีการกำหนดสินค้าเนื้อไก่ ให้เป็นสินค้าควบคุมเหมือนกันในส่วนนี้ นี่คือแนวทาง ผมเรียนว่าเรากำหนดราคา เรามีการ ควบคุม เรามีการจัดสายตรวจออกติดตามสถานการณ์ในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค มีสายด่วนต่าง ๆ ในการที่จะแก้ปัญหาในส่วนของสินค้า ผมเรียนอย่างที่ท่านผู้แทนได้พูดถึง เรื่องราคาน้ำมันขึ้นก็เป็นต้นทุน แต่เวลาน้ำมันลงตรงส่วนนี้ก็มีการปรับราคาตามตลาดโลก ส่วนในส่วนของค่าครองชีพที่ท่านผู้แทนได้พูดว่าค่าแรงที่ไม่ได้ปรับ ผมเรียนอย่างนี้ว่า ในส่วนของค่าแรงซึ่งเกี่ยวพันกับกระทรวงแรงงาน มีไตรภาคี ๓ ฝ่าย ไตรภาคีเกี่ยวกับค่าแรงมีตั้งแต่ ระดับจังหวัด ส่วนกลางที่จะมาวิเคราะห์กัน เมื่อปี ๒๕๖๔ ทั้งปี เรามีการประชุมไป ๑๑ ครั้ง แล้วพร้อมที่จะนำข้อมูลทั้งหมดมาประมวลผลเร็ว ๆ นี้ เพราะทุกอย่างมันเป็นเรื่องของไตรภาคี ทั้ง ๓ ฝ่าย ทั้งฝ่ายนายจ้าง ฝ่ายลูกจ้างและฝ่ายในส่วนของราชการ🔗
ในส่วนที่เรียนถึงคำถาม ก็อาจจะโยง ๆ รวมกัน เพราะว่ามันมีในส่วน ของที่ว่ารัฐบาลได้ดูแล หรือช่วยเหลือตรงไหน ผมเรียน รัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้สั่งการให้กระทรวงแรงงานดูแลพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ในเรื่องของค่าครองชีพ เช่น ผมให้มีการลดเงินสมทบตอนที่ประกันสังคม ๔ ครั้ง ครั้งละเหลือ ๐.๕ บ้าง ๒.๕ บ้าง ในส่วนนี้แทนที่ท่านจะจ่าย ๗๕๐ อย่างนี้ท่านก็อาจจะจ่าย แค่ไม่ถึง ๑๐๐ ส่วนที่เหลือก็เป็นส่วนที่ไปช่วยท่านในเรื่องค่าใช้จ่าย อันนี้คือสิ่งที่ผมทำได้เอง🔗
ในส่วนของที่รัฐบาลใช้เม็ดเงินของ ม. ๓๓ เรารักกัน ช่วยเหลือพี่น้องผู้ประกันตน มาตรา ๓๓ อีกคนละ ๖,๐๐๐ บาท ในส่วนนั้นทั้งประเทศก็ ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในส่วนของ โครงการรัฐบาลอีกโครงการหนึ่งที่ช่วยเหลือค่าครองชีพ ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายประจำของ พี่น้องผู้ใช้แรงงาน คือคนละครึ่ง ซึ่งทุกคนก็ทราบดีว่าคนละครึ่งนั้น ออกจากบ้านท่านซื้อ อะไรท่านก็จ่ายครึ่งหนึ่งในส่วนนี้ ในส่วนของท่านอยากจะพาครอบครัวไปเที่ยว ท่านก็ได้ในส่วนของเที่ยวด้วยกัน ทีนี้ในส่วนนี้เบื้องต้นผมขออนุญาตตอบคำถามสั้น ๆ ให้ทาง ท่านสมาชิกครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านจรัสถามได้ ท่านมีเวลาอีกประมาณ ๗ นาที ถามได้อีก ๒ ครั้ง ครับ ขอเชิญเลยครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน สรุปจากคำถาม ซึ่งท่านรัฐมนตรีตอบว่าข้าวของแพง ก็คือประกาศสินค้าควบคุม ซึ่งไม่ว่าจะเป็นไข่ไก่ หมู เนื้อหมู เนื้อสัตว์ แต่จริง ๆ แล้วถ้าเรามีการควบคุมที่ชัดเจน ผมคิดว่าราคาก็คงจะไม่ขยับขึ้น ทุก ๆ อย่างแบบนี้ แต่ในคำถามแรก ก็อาจจะไม่ครอบคลุม ก็ไม่เป็นไรครับท่านประธาน ท่าน ประธานที่เคารพ จากที่ผมได้รับข้อมูลจากศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคาร ไทยพาณิชย์ว่า ตั้งแต่มีปัญหาโควิด (COVID) เกิดขึ้น คนไทยค้นหาคำว่า เงินกู้ เงินด่วน ผ่านกูเกิล (Google) สูงขึ้นเป็นอย่างมาก เมื่อเทียบกับก่อนโควิด (COVID) สะท้อนให้เห็นว่า คนไทยมีรายได้ไม่พอค่าใช้จ่าย และเมื่อไม่มีรายได้ เมื่อรายได้ไม่พอค่าใช้จ่าย ไม่สามารถหา รายได้มาเสริมส่วนที่ขาดได้ จึงจำเป็นต้องไปกู้หนี้ยืมสิน คนที่ไม่มีเครดิตก็จำเป็นต้อง ไปกู้นอกระบบที่คิดดอกเบี้ยแบบมหาโหด ซึ่งกลายเป็นปัญหาเรื้อรังตลอดมา🔗
คำถามข้อที่ ๒ ของกระผม คือรัฐบาลจะแก้ไขปัญหารายได้ที่ไม่เพียงพอต่อ รายจ่ายนี้อย่างไร จะมีมาตรการใด ๆ มาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ช่วยเพิ่มรายได้ หรือเพิ่มเงิน ในกระเป๋าของพี่น้องประชาชนเร็ว ๆ นี้หรือไม่ นอกเหนือไปจากโครงการคนละครึ่งที่ตอนนี้ ประชาชนก็จะไม่มีเงินอีกครึ่งหนึ่งมาเติมเต็มอยู่แล้ว เห็นได้จากยอดการใช้คนละครึ่ง เฟส ๓ (Phase 3) ที่ผ่านมา สุดท้ายมีเงินเหลือคืนคลังเป็นหมื่นล้าน และท่านจะมีมาตรการ การแก้ไขปัญหาหนี้สินของพี่น้องประชาชนอย่างไรบ้าง ขออนุญาตคำถามที่ ๒ ครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ครับ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เพื่อนผู้แทนราษฎร คำถามที่ ๒ ในการแก้ปัญหาเรื่องรายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย ผมเรียนอย่างนี้ว่า ในส่วนของ กระทรวงแรงงานซึ่งทำอยู่ตลอดในเรื่องของอัปสกิล (Upskill) รีสกิล (Reskill) เพื่อให้รายได้ ที่เราเคยมีอยู่นี้ เรามีทักษะฝีมือที่สูงขึ้น ได้ค่าแรงที่มากขึ้นในส่วนหนึ่ง ในส่วนที่ ๒ เป็นสิ่งที่ รัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้กำชับผมตลอดเวลา ว่าเป็นไปได้ไหม เช่น ล่าสุดนี้ผมเปิดคอร์ส (Course) ต่าง ๆ เช่น รถจักรยานยนต์รับจ้าง ทางสมาคมรถจักรยานยนต์รับจ้างแห่งประเทศไทย นำทีมมาอบรมหลักสูตร ล้างแอร์ คอนดิชัน (Air Conditioner) ซ่อมแอร์ คอนดิชัน (Air Conditioner) เพื่อให้เขามีรายได้เพิ่มขึ้น อีกขาหนึ่ง นี่คือสิ่งที่เราพยายามทำทุกอย่าง อยากจะเรียนให้กับท่าน ส.ส. จรัส แล้วก็ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติในสภาแห่งนี้ว่า ผมเองมีความตั้งใจอย่างยิ่ง ก็ไม่อยากเห็นพี่น้อง ผู้ใช้แรงงานมีรายได้เท่าเดิม ก็อยากให้สูงขึ้น เราก็พยายามสร้าง เราพยายามให้เขาจับกลุ่ม อาชีพว่าเขาอยากเรียนอะไร ทำอะไร เราก็พยายามพัฒนาให้เขาสูงขึ้น เราพยายามจะให้ เครื่องมือเครื่องไม้ให้เขาทำมาหากิน ให้เขาเปลี่ยนอาชีพให้ได้มากกว่าเดิม ในส่วนนี้ เราก็พยายามทำอยู่ ในเรื่องของการแก้ไขหนี้ที่ท่าน ส.ส. ท่านผู้ทรงเกียรติได้พูดเมื่อสักครู่ว่า รัฐบาลเอง ท่านนายกรัฐมนตรี เป็นเรื่องของวาระที่มีความเร่งด่วนล่าสุดในเรื่องของการแก้ไข หนี้ พูดง่าย ๆ คือส่วนของพี่น้องประชาชนทำอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้วในเรื่องของหนี้แพง ดอกแพงนี้ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ได้รับนโยบายจากรัฐบาลให้เข้าไปปราบปราม ให้ไปดูตรงนี้ ในส่วนของราชการในส่วนของตำรวจ ในส่วนของครู หรือในส่วนของนักเรียน นักศึกษา ที่มีหนี้เก่า ๆ รัฐบาลพยายามแก้ปัญหาให้ พยายามให้ไม่เสียดอกเบี้ย คงดอกเบี้ย เป็นศูนย์ไว้ คือไม่ให้มีเงินดอกเบี้ยเดิน ตรงส่วนนี้ที่แก้ปัญหาเรื่องหนี้ กยศ. ในส่วนของ หนี้ของตำรวจ หรือจะในส่วนของครู ซึ่งเป็นหนี้กันหมักหมม ทางรัฐบาลโดยท่านนายกรัฐมนตรี ก็ให้ทางผู้บังคับหน่วย ให้ทาง ผบ.ตร. ท่าน พลตำรวจเอก สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข กำลังทำ เรื่องนี้ประมวลขึ้นมา ทางครูก็พยายามให้กระทรวงศึกษาธิการทำขึ้นมา เราพยายามแก้ ไม่ได้แก้ เฉพาะพี่น้องประชาชนแก้ทั้งส่วนข้าราชการด้วย ในความหวังดีของท่าน ส.ส. ที่แนะนำมา ในส่วนนี้ก็มีความคืบหน้าอย่างไร ผมก็จะนำเรียนเพื่อนผู้แทนราษฎรอีกครั้งหนึ่งครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านจรัสถามได้อีกครั้งครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ ที่พี่น้องประชาชนไม่มีเงินในกระเป๋า ปัจจัยหนึ่งก็ต้องยอมรับว่าค่าแรงของบ้านเรา ถูกจริง ๆ จะเห็นได้ว่าในรอบ ๑๐ ปีมานี้ ค่าแรงขั้นต่ำปรับขึ้นมาแค่ ๓๐ บาท และไม่ได้ ปรับขึ้นอีกเลยสักบาทตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ และพอมีคนยกเรื่องขึ้นมาถามเรื่องการปรับค่าแรง รัฐบาลก็มักจะทำเหมือนไม่ใช่เรื่องของตัวเอง โยนไปให้เรื่องของภาคี ๓ ฝ่าย เป็นผู้ตัดสินใจ นำเสนอ เป็นอย่างนี้ตลอดมาครับท่านประธาน ทั้ง ๆ ที่พรรคแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ตอนหาเสียง เคยพูดเอาไว้ดิบดีว่า จะปรับค่าแรงขั้นต่ำขึ้นเป็น ๔๒๕ บาท อาชีวะจะต้องมีเงินเดือน ๑๘,๐๐๐ บาท และปริญญาตรีจะต้องมีเงินเดือน ๒๐,๐๐๐ บาท แต่พอมาถึงตอนนี้นายกรัฐมนตรีกลับถาม ว่าจะเอาเงินจากไหนมาปรับค่าแรงขั้นต่ำ หรือว่าการปรับ หรือว่าอ้างว่าการขึ้นค่าแรงแล้ว ผู้ประกอบการจะได้รับภาระ ต้นทุนค่าแรง ไปไม่ไหวต้องปิดกิจการ หรือมีการลดจำนวน พนักงานลง ท่านประธานครับ ขออนุญาตถามเป็นคำถามสุดท้าย ที่ชอบอ้างว่าถ้าขึ้นค่าแรง ขั้นต่ำแล้วจะเกิดผลเสียต่อระบบเศรษฐกิจ อันเป็นข้อสรุปที่มีมาจากการศึกษาวิจัย หรือแค่คิดกันไปเองครับ แล้วสรุปรัฐบาลมีแผนที่จะปรับค่าแรงขั้นต่ำขึ้นหรือไม่ เมื่อไร และจะปรับเท่าไรครับ ขออนุญาตคำถามสุดท้ายครับท่านประธาน ขอขอบคุณครับ🔗
เชิญรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กราบเรียนเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่าน ส.ส. ผู้ที่ตั้งกระทู้ด้วย ท่านจรัส คุ้มไข่น้ำ ด้วยความเคารพครับ ท่านก็เป็นเหมือนผม ท่านเป็นผู้นำในภาคแรงงาน ถ้าท่านอยู่บ้านผม ผมก็มีความคิดความอ่านแล้วก็คิดเหมือนท่านตลอดเวลาว่าเราจะทำ อย่างไรที่เราจะช่วยให้คนภาคแรงงานมีกำลังหรือมีรายได้ที่สูงขึ้น นี่คือเราแนวทางเดียวกัน ผมเรียนว่าผมก็ขอขอบคุณท่าน ส.ส. จรัส เพราะว่าท่านเองก็เป็นผู้นำภาคแรงงานในบ้านผม แล้วก็จุดที่เราหารือกันมาตลอดเวลาก็เกี่ยวกับเรื่องปากท้องและเรื่องความเป็นอยู่ของพี่น้อง ผู้ใช้แรงงาน ผมเรียนอย่างนี้ว่าเรื่องค่าแรงอันดับแรกก่อน ที่ผ่านมาทำไมเราเปิดแรงงาน นำเข้าหรือต่างด้าว หรือเอ็มโอยู (MOU) ต่าง ๆ คือแรงงานที่เป็นค่าแรงขั้นต่ำส่วนมากจะ เป็นแรงงานที่เข้ามาจากเพื่อนบ้าน เพราะว่าอะไรรู้ไหมครับ เพราะเป็นแรงงานที่ไม่มีฝีมือ เป็นแรงงานไม่มีสกิล (Skill) ส่วนแรงงานพี่น้องคนไทย เราให้ลูกหลานเราเรียน ให้ลูกหลาน เราได้เรียนสูง ๆ มีความรู้ความสามารถจบมาเป็นโฟร์แมน (Foreman) เป็นวิศวะ เป็น สถาปนิก หรือจะเป็นช่างที่เกี่ยวกับพนักงานบัญชี หรือจะเป็นอะไรที่มีฝีมือมีทักษะ ในส่วนนี้ รายได้จะมากกว่าปกติ ผมเรียนอย่างนี้ว่าในสายของอาชีวะที่จบมา ผมเองก็เรียนอาชีวะ ผมจบบัญชี ปวช. จบบัญชี ปวส. ผมจบมาเงินเดือนผมก็มากพอ ๆ กับคนจบปริญญาตรี ถ้าจบเกี่ยวกับบัญชี ผมถึงบอกเมื่อวานนี้ผมได้ไปทำเรื่องเอ็มโอยู (MOU) กับกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทยในการที่เราจะพัฒนา โดยดำริของรัฐบาล โดยท่านนายกรัฐมนตรี ท่านอยากเห็นนักเรียน นักศึกษาที่จบมา จบมาแล้วมีรายได้ที่สูงขึ้น หรือจบมาแล้วมีงานทำ นี่คือสิ่งหนึ่งที่เราต้องทำ กระทรวงแรงงานเป็นเรื่องของเศรษฐกิจแรงงานที่เราจะต้องวิเคราะห์ ให้ได้ว่า ๑ ปี ๓ ปี ๕ ปีข้างหน้า ภาคธุรกิจแรงงาน แรงงานขาดแรงงานประเภทไหน มีฝีมือสกิล (Skill) ไหน เราก็ต้องเอ็มโอยู (MOU) กับกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้ทางอาชีวะ หรือกระทรวงศึกษาธิการนั้นปรับหลักสูตรหรือเพิ่มลดในแผนกหรือวิชาชีพที่ขาดตลาด อย่างเช่น จบบัญชีมามีงานทำแน่นอน แต่ถ้าเราจบในแผนกอื่น ๆ ที่เรียนกันเยอะดีมานด์ (Demand) ซัปพลาย (Supply) มันต่างกันในส่วนนี้เลยทำให้มีปัญหา ผมเรียนว่าเรื่องค่าแรง ที่ท่านผู้แทนได้พูดถึงว่ามีแนวโน้มไหม ถ้าผมจะบอกว่าไตรภาคีท่านผู้แทนก็จะมองว่า ผมก็โยนไตรภาคี ผมก็ต้องบอกมันต้องนำเรื่องจากตรงนั้นมา แต่ใจและห้วงลึกของผม ที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานมีแนวคิดมีความตั้งใจไม่แพ้ท่าน ก็อยากให้มันขึ้นมา เหมือนกัน แต่ทำอย่างไรต้องให้ข้างล่างไตรภาคีทำขึ้นมาเพื่อให้ผมเห็นภาพ เขาต้องวิเคราะห์ ว่าจังหวัดนั้นเศรษฐกิจ สินค้าอุปโภค บริโภค หรือภาวะเศรษฐกิจของจังหวัดนั้นเป็นอย่างไร แล้วก็เสนอกันขึ้นมาในส่วนนี้ ผมเรียนต้องขอบคุณท่าน ส.ส. จรัส คุ้มไข่น้ำ ซึ่งท่านเอง ก็ให้ความเป็นห่วงพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ผมเองก็รู้จักท่านมานานและก็ขอขอบคุณ ด้วยความสัตย์จริง แล้วก็ขอขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ผมก็ขอบคุณท่านจรัสกับ ท่านรัฐมนตรีทั้งคู่บริหารเวลาได้ดีครับ จบกระทู้ถามสดด้วยวาจาที่ ๒🔗
๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๑๖๘ ส. เรื่องการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์ แอฟริกาในสุกร (นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี ซึ่งขณะนี้ ทราบว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็น ผู้ตอบ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้ท่านประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เกี่ยวกับเรื่องหัวข้อที่ผมได้เรียนไว้ตอนต้น ท่านจุลพันธ์ครับ ขอเชิญ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมากระทู้ถามต่อท่านนายกรัฐมนตรีครับ ในเรื่องของสถานการณ์หมู เป็นเรื่องหมู ๆ ที่ไม่หมู ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีประภัตร ท่านมาตอบ แต่ใจจริงผมอยากให้ท่าน นายกรัฐมนตรีมาตอบเพราะคำถามผม นอกจากปัญหาเรื่องของหมูแล้วมันลามไปยังเรื่อง ของแพง มันยังลามไปเรื่องของเศรษฐกิจ ซึ่งอยากจะฟังคำตอบจากหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ อยากจะฟังคำตอบจากรองนายกรัฐมนตรีที่ดูแลด้านเศรษฐกิจบ้าง แต่ไม่เป็นไรครับผมก็จะ พยายามเน้นในเรื่องของหมู แล้วก็จะพูดคุยกับท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีที่มาตอบ การเมืองรุนแรง ของแพงก็รุมเร้า หมูแพง ไก่แพง ไข่แพง ปุ๋ย ยาแพง สินค้าอุปโภคบริโภค ทุกอย่างแพงหมด แต่ค่าแรงถูกแสนถูก นี่คือสถานการณ์ที่คนไทยประสบพบเจอภายใต้การ บริหารของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา จุดเริ่มต้นของปัญหาในครั้งนี้ทั้งหมดมันเริ่ม จากโรคระบาดที่เรียกว่า เอเอสเอฟ (ASF) หรือแอฟริกัน สไวน์ ฟีเวอร์ (African Swine Fever) คือโรคอหิวาต์สายพันธุ์แอฟริกันในหมู โรคนี้ไม่ใช่โรคใหม่ครับอยู่ในภูมิภาคนี้ มาหลายปี เป็นโรคติดเชื้อจากไวรัสซึ่งมีความรุนแรง ลงที่ไหนตายยกเล้า ไม่มีหนทางแก้ไข สุดท้ายวิธีเดียวที่ทำได้คือ การทำลายซากแล้วก็ฝังกลบ ท่านประธานครับ โรคนี้กระทบ จนกระทั่งฟาร์มเลี้ยงหมู เล้าเลี้ยงหมูขนาดเล็ก ขนาดกลางล้มหายตายจากไปเกือบหมด ความน่ากลัวของโรคนี้ก็คือ มันสามารถติดตามเสื้อผ้า ร่างกาย อาหาร สามารถนำพา พาหะนี้ก็คือมนุษย์นี่ละครับติดเสื้อเราไปเข้าไปในฟาร์มก็ไปติดโรค การระบาดมันจึง แพร่กระจายอย่างรวดเร็ว และที่สำคัญมันมีความอดทนครับ มันอยู่ในเนื้อหมูได้นานมาก เขาบอกว่าถ้าเป็นเนื้อหมูแช่แข็ง เชื้อโรคเอเอสเอฟ (ASF) จะอยู่ได้ถึง ๓ ปี หมายความว่า โรคนี้มันเป็นโรคที่มีอันตรายอย่างยิ่งยวด นี่เป็นความรู้พื้นฐานครับที่นักวิชาการที่พี่น้อง เกษตรกรด้านสุกรเขาก็รู้กันเป็นอย่างดีว่า วิธีเดียวที่จะแก้ไขได้ก็คือการทำลาย แล้วก็การฝังกลบอย่างที่ได้เรียนไป ในภูมิภาคเอเชียของเรา โรคนี้ไม่ใช่โรคใหม่ ปี ๒๕๖๑ ระบาดที่ประเทศจีน ประเทศจีนทำลายหมูไปครึ่งประเทศ ๕๐๐ ล้านตัว เพื่อที่จะ หยุดยั้งการระบาดของโรคนี้ ในปี ๒๕๖๒ เข้ามาในภูมิภาคเราครับ มาอยู่ที่กัมพูชา มีการระบาด ที่ลาวมีการระบาด ที่เวียดนามมีการระบาด เมียนมา ฟิลิปปินส์ ปี ๒๕๖๔ ข้ามไปที่ประเทศมาเลเซียเกิดการระบาดขึ้น ประเทศไทยเป็นประเทศเดียวครับที่ปฏิเสธ การคงอยู่ของโรคระบาดเอเอสเอฟ (ASF) ภายในประเทศไทยมาโดยตลอด รัฐบาลแล้วก็ ฝ่ายข้าราชการเองปฏิเสธว่าไม่มี ไม่เคย ไม่เห็น ผลหรือครับ ท่านประธานครับ ปี ๒๕๖๒ เกิดการระบาดในกัมพูชา ลาว แล้วก็พม่าอย่างที่ได้เรียน ปี ๒๕๖๔ เกิดปาฏิหาริย์ครับ โรคระบาดประเภทนี้สามารถบินข้ามประเทศไทยไปลงที่มาเลเซียได้ ทั้งที่การระบาด ของโรคนี้อย่างที่ได้เรียนไปมันสามารถติดตามร่างกายของคน ตามเสื้อผ้า ตามอาหารให้มัน ระบาด คนเข้าประเทศไทยปีละ ๑๐ กว่าล้านคน ท่านไปตั้งสมมุติฐานได้อย่างไรว่า โรคนี้ ไม่เคยเข้ามาอยู่ในประเทศไทย ข้าราชการและรัฐบาลเองนั่นละครับร่วมกันปกปิดความจริง เรื่องการระบาด อ้างว่าสิ่งที่ระบาดอยู่เป็นโรคที่เรียกว่าโรคเพิร์ส (PRRS) เป็นอีกโรคหนึ่งครับเราจะไม่พูดถึงมัน เป็นอีกโรคหนึ่งที่มีการระบาดเช่นเดียวกัน แต่ไปอ้างว่าเป็น โรคเพิร์ส (PRRS) แน่นอนว่าเมื่อปี ๒๕๖๒ เกิดการระบาดไล่มา จริง ๆ ปี ๒๕๖๒ ต้นปี เกิดการเข้ามาครั้งแรกที่ด่านชายแดน ครม. ขยับเร็วครับ ผมชื่นชมครับ มีการตั้งกรรมการ มีการผ่านมติ ครม.เพื่อที่จะอนุมัติเงินงบประมาณก้อนแรกมาเพื่อยับยั้งการระบาด ของโรค เอเอสเอฟ (ASF) ตั้งกรรมการขึ้นมาเรียกว่าเป็นเรื่องวิกฤตของชาติเป็นวาระ แห่งชาติการแก้ไขปัญหาโรค เอเอสเอฟ (ASF) มีนาคมมีมติ ครม. แต่กว่าจะตั้งคณะกรรมการ ชุดแรกขึ้นมาที่มีท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นประธาน ปาเข้าไปเดือนตุลาคมกว่าจะตั้ง กรรมการเสร็จ ปี ๒๕๖๒ เข้ามาแล้ว เราเห็นแล้วมีการระบาดที่จังหวัดเชียงราย ในปี ๒๕๖๒ ช่วงปลายปี ปี ๒๕๖๓ หมูตายเป็นเบือเลยครับ ทั่วประเทศเล้าหมูต่าง ๆ ระเนระนาด รัฐบาลไม่ยอมรับความจริง ประเทศไทยเป็นประเทศไทยไข่แดงประเทศเดียว ในภูมิภาคที่บอกว่าไม่มีโรคระบาดนี้ ผลหรือครับ การส่งออกหมูไม่ว่าจะเป็นหมูเป็น หมูตายของประเทศไทยในปี ๒๕๖๓ ถีบตัวเพิ่มสูงขึ้น ๓๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ๓๐๐ เปอร์เซ็นต์ นี้ไปประโยชน์ตกที่ใคร เจ้าสัวรายใหญ่ไม่เกิน ๓ เจ้าที่มีกำลังในการส่งออกสินค้าประเภทนี้ ไปยังต่างประเทศ เพราะประเทศอื่นในภูมิภาคเขาโดนโรคนี้กันหมด เขาไม่สามารถส่งออกได้ แต่ไทยเป็นประเทศเดียว นี่หรือเปล่าครับที่เราพยายามที่จะปกปิดเรื่องของการระบาด เอเอสเอฟ (ASF) เพื่อให้เกิดประโยชน์กับกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ท่านประธานครับ ปี ๒๕๖๔ เลวร้ายที่สุดครับ วันนี้สุกรในประเทศไทยตายไปกว่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์ จากที่มีสต็อก (Stock) หมูอยู่ประมาณ ๒๒ ล้านตัวตอนนี้เหลืออยู่แค่ประมาณ ๑๐ กว่าล้านตัวเท่านั้นเอง ๑๒ ล้านตัว ปกปิดมา ๓ ปี เรื่องมันแดงเพราะอะไรครับ เพราะราคาหมูมันถีบตัวสูงขึ้น ซัปพลาย (Supply) มันหมด สินค้ามันหมด ราคามันถีบตัวสูงขึ้น ประชาชนเดือดร้อนทั้งประเทศ เมื่อจำนนต่อหลักฐาน ๑๑ มกราคมที่ผ่านมา สุดท้ายกรมปศุสัตว์ก็เอามายอมรับว่ามีจริง ๆ โรคเอเอสเอฟ (ASF) ผลกระทบที่เกิดขึ้นนี่ ๑. ราคาหมูแพงขึ้นทั่วประเทศ คนเดือดร้อน กันหมด ๒. ผู้ค้ารายเล็ก รายกลางเจ๊งไปเรียบร้อย ๓. ผู้ค้ารายใหญ่เสียหายประมาณแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเองครับผู้ค้ารายใหญ่ เพราะเขามีระบบการเลี้ยงที่เป็นไฮจีนิก (Hygienic) ที่มันมีประสิทธิภาพในการป้องกันกว่า เขามีทุน มีเงิน วันนี้ผู้ค้ารายใหญ่ครอง ตลาดในเรื่องของหมูไม่ต่ำกว่า ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ คนที่เดือดร้อนทั่วประเทศ ผู้ได้ประโยชน์ หยิบมือเดียว ท่านประธานครับ บีบรายเล็กให้ตาย เอื้อรายใหญ่ให้เข้มแข็ง สุดท้ายรายใหญ่ สามารถครองตลาด ควบคุมราคาได้ ปั่นราคาให้สูง กำไรบนคราบน้ำตาของประชาชน🔗
คำถามแรก ทำไมรัฐบาลจึงปกปิดการระบาดของโรคเอเอสเอฟ (ASF) ในสุกรจนทำให้ประโยชน์ไปตกกับผู้ค้ารายใหญ่ แล้วตลาดหมูที่มันพังพินาศ ประชาชน ต้องบริโภคหมูแพงในปัจจุบันนี้ ถามว่ารัฐบาลจะหาทางแก้ไขอย่างไรในระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาว🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมดีใจที่ท่าน จุลพันธ์เอาเรื่องนี้ขึ้นมาได้ทันเวลา ผมอยากพูดหลายทีแล้วว่าการเข้าใจบนพื้นฐานนี้ไม่ ตรงกันเลย ผมพยายามรวบรวมวันนี้คนเดียวเลยที่จะมาตอบกับเพื่อนสมาชิก ท่านศึกษา ข้อมูลมาอย่างดี ผมเห็นด้วยกับท่าน แต่ผมจะตอบสั้น ๆ เพราะท่านได้ร่ายยาวให้ฟังแล้วว่า เอเอสเอฟ (ASF) เกิดขึ้นที่ประเทศจีนปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ มาบ้านเรา ไปเจอที่ลอยน้ำ ท่านพูดถูก ผมไปเอง แก้ไขเอง ตอนนั้นจะเป็นเดือนสิงหาคม แล้วทำอย่างไร คำว่า เอเอสเอฟ (ASF) เป็นของใหม่ สำหรับผมเองเลยตอนนั้นเพิ่งเข้ามารับตำแหน่ง ผมไปด้วยตนเองที่เชียงแสน ก็เห็นหมูลอย จริง ๆ มาในแม่น้ำโขง มาจากแม่น้ำรวก แล้วก็ถามกรม อย่างนี้เขาเรียกเป็นอะไรครับ ในครั้งแรกเขาก็บอกว่า น่าจะเป็นโรคที่ระบาดมาจากประเทศเพื่อนบ้าน คือจากจีนมาเขมร มาลาวแล้วก็มาพม่า เราบอกอย่างนี้ไม่ได้ต้องเช็ก (Check) ให้แน่ ก็ไปจับเอาซากหมูมา มาเช็ก (Check) ดู ห้องแล็บ (Lab) โพซิทีฟ (Positive) ครับ เมื่อท่านรู้อย่างนี้ปั๊บทำอย่างไร หลักสากลท่านอธิบดีทุกคนบอกลงมติ พร้อมทั้งสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งประเทศไทยไปด้วยกัน บอกต้องรีบทำลาย เพราะโรคนี้มันระบาดเร็วมาก ติดต่อเร็ว ดังนั้นรายเล็กรายน้อยก็จำเป็น จะต้องหยุดยั้งให้ได้ นี่เป็นหลักสากลเลยที่ท่านพูดต้องขุด ฝัง กลบ เราก็บอกชายแดน มีทั้งหมดเท่าไร ๑๓ จังหวัดครับ ๑๓ จังหวัดเริ่มตั้งแต่เชียงราย แพร่ น่าน ทุกอย่างเลยครับ มาถึงสระแก้ว ในสัปดาห์เดียวกันนั่นละต้องรีบทำ ก็ทำลายไปในช่วงเริ่มขอเรียนว่า สมาคมเขาให้ความช่วยเหลือดี เราไม่มีเงินครับ เราไม่มีเงินท่านก็ช่วยมา ลงขันมา แต่เงินเรา ไม่ได้หยิบ เขาบอกว่าถ้าอย่างนี้จะให้ผู้เลี้ยงรายย่อย รายเล็กช่วยร่วมมือต้องจ่ายเงิน ดังนั้นสมาคมบอกยินดีครับ เขาก็เรี่ยไรกันมาจ่ายก่อนเป็นงบประมาณประมาณ ๑๓๐ ล้านบาท จ่ายค่าตัวหมูที่ทำลายไปประมาณ ๙๐ ล้านบาท หลังจากนั้นเราก็มาตั้งงบช่วยในช่วง เบื้องต้น ๒-๓ เดือนนี้ เขาช่วยกันเต็มที่ก็สกัดกั้นมาได้ สกัดกั้นได้ผมบอกแค่นี้ไม่พอ คุณต้องเอาผลแล็บ (Lab) หมูที่ทำลาย เพราะตอนทำลายหมูดียังไม่มีอาการเป็นโรค แต่ต้อง สกัดกั้นเสียก่อน แล้วหลังจากนั้นก็เอาผลแล็บ (Lab) มา ผลแล็บ (Lab) มีบอกเสร็จ ผลแล็บ (Lab) บอกว่าไม่พบอหิวาต์แอฟริกาเป็นตรวจไวรัส ตรวจแบบโควิด (COVID) อย่างนี้ ไปพบพีอาร์อาร์เอส (PRRS) นี่ละครับ คือเราไม่ใช่ว่าไม่ยอมรับ คือรายงานมาอย่างนี้ ก่อนที่ผมจะพูดเรื่องอื่นต่อไป อยากจะขอทำความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิกที่ทุกคนโจมตีว่า ปกปิดโรคในสุกรที่ตายมากมาย มีด้วยกัน ๓ โรค ๑. เอเอสเอฟ (ASF) แอฟริกา ๒. พีอาร์อาร์เอส (PRRS) ระบบสืบพันธุ์ และระบบหายใจ ๓. ซีเอสเอฟ (CSF) อหิวาต์สุกร ๓ โรคนี้ผมจะอ่านช้า ๆ ให้ท่านฟัง อาการของเขา ๑. เอเอสเอฟ (ASF) จะมีไข้สูง ซึม พีอาร์อาร์เอส (PRRS) มีไข้สูง ซึม ซีเอสเอฟ (CSF) มีไข้สูง แล้วก็ซึม นี่ข้อที่ ๑ ข้อที่ ๒ ไม่กินอาหาร ไม่กินอาหาร ไม่กินอาหาร เหมือนกัน ข้อที่ ๓ ขา หลังอ่อนแรงเหมือนกัน แต่อหิวาต์ยังเดินโซซัดโซเซเป็นอัมพาตก่อนอาการทำลาย ระบบประสาท นี่คืออหิวาต์ประจำหมู ท้องเสียมีเหมือนกันท้องเสีย เพื่อนสมาชิกครับ ลำตัวเหมือนกันครับ ลำตัวจะมีรอยช้ำที่ลำตัว แล้วก็ใบหูเหมือนกันเลย ดังนั้นอาการเกิดขึ้น ปั๊บจะตายภายใน ๑ วันหรือ ๒ วัน ทั้งอาการพวกนี้เหมือนกันหมด ถามว่ามียาไหม ไม่มียารักษา แต่มีวัคซีนครับ เอเอสเอฟ (ASF) ไม่มีวัคซีน พีอาร์อาร์เอส (PRRS) มีวัคซีน ที่ฉีดป้องกันได้ แต่ประชาชนรายเล็กรายย่อยไม่อยากฉีดเพราะมันแพง ฉีดครั้งหนึ่ง ๒ เข็ม ส่วนอหิวาต์ฉีดทุกตัวครับ เพราะเข็มละ ๕ บาท ๑๐ บาท ถ้าพีอาร์อาร์เอส (PRRS) เข็มละเป็นร้อยครับ ดังนั้นผมก็ถามเจ้าหน้าที่ว่าอาการทั้ง ๓ อัน มันเหมือนกันทุกอย่าง อย่างนี้แล้วคุณแยกอย่างไร ท่านก็บอกต้องเข้าห้องแล็บ (Lab) ห้องแล็บ (Lab) ของกรมปศุสัตว์ ก็ไปชี้แจงกัน ในนี้ก็มีครับ คือพูดแล้วต้องมีหลักฐาน อันนี้เป็นหมูที่จาก อำเภอดอยหล่อ จังหวัดเชียงใหม่ เขาก็ชี้แจงมาที่ดอยหล่อตายพอสมควรก็ลงมาว่า พีอาร์อาร์เอส (PRRS) ยังไม่พบเอเอสเอฟ (ASF) เอเอสเอฟ (ASF) มาเจอกันตอนปี ๒๕๖๕ ที่ไปสำรวจอย่างจริงจัง ๓๐๙ แห่ง เราไปพบที่โรงฆ่าสัตว์นครปฐม ผมจึงต้องทำความเข้าใจกับท่านว่า ผมไม่มีเจตนา ปกปิด รัฐบาลไม่ต้องการจะปกปิด เพราะเรื่องนี้ มันเป็นเรื่องเสียหายทั้งระบบ ถ้าไปเจอ เอเอสเอฟ (ASF) แล้วไม่ประกาศทั่วโลกไม่เอาด้วย แต่ถ้าเจอต้องประกาศ โอไออี (OIE) เขาจะประกาศด้วยว่าเราเป็น โอเอเอสเอฟ (OASF) ดังนั้นโรคนี้อย่างที่ท่านพูดถูก มันทำลาย ระบบการเลี้ยงหมู รายเล็กรายน้อยหมดตัว เหลือแต่รายใหญ่ ถูก เพราะเขามีเงิน เขาสามารถจะดูแลได้ ผมจะเรียนต่ออีกหมูที่ท่านพูด ๒๒ ล้าน อันนั้นปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๓ ส่งออกกันอย่างมากมาย หมูทั้งหมดในประเทศไทยโดยเฉลี่ยแล้วประมาณ ๑๙ ล้านตัว ๑๙ ล้านตัวท่านฟังต่อไปนะ มีผู้เลี้ยง ๑๙๐,๐๐๐ ราย ใน ๑๙๐,๐๐๐ ราย ตรงนี้น่าสนใจ รายย่อยกับรายเล็ก ๑๘๖,๐๐๐ ราย ขึ้นทะเบียน จะเหลือรายใหญ่กับรายกลาง รายใหญ่ มีประมาณ ๒๐๐ รายกลางก็มีประมาณสัก ๓,๐๐๐ เห็นหรือยังครับ คราวนี้ตัวหมู ๑๘๖,๐๐๐ ราย ดูแลหมูเพียง ๓ ล้านเศษ ตีว่า ๔ ล้านกลม ๆ อีก ๒ เปอร์เซ็นต์กว่า ๆ คนเลี้ยง ครองหมูอยู่ ๑๕ ล้านเห็นหรือยังครับ อิทธิพล บทบาท การที่จะปั่นทุกอย่างได้อย่างที่ท่านพูดถูกครับ อยู่ที่คนรวย รายใหญ่ผมก็แสดงให้ท่านเห็นว่าข้าราชการเขาก็ไม่ต้องการปกปิดเพื่อใคร เพราะงานนี้เขาก็ไม่ได้ประโยชน์อะไร ไม่ว่าจะเป็นกรม หรือกระทรวง พวกเราทำงานเต็มที่ ท่านจะเห็นว่าผมออกไปต่างจังหวัด ท่านรัฐมนตรีว่าการไม่ว่าง ผมไปเองเพื่อทำความเข้าใจ ท่านรัฐมนตรีว่าการท่านเป็นประธานบิกบอร์ด (Big Board) ท่านก็พยายามชี้แจงว่า ต้องแก้ไขอย่างไร อันนี้ผมมาเพื่อจะชี้แจง ไม่ใช่มาแก้ตัวว่าโรค ๓ โรคนี้ใบแล็บ (Lab) มันออกมาเป็น พีอาร์อาร์เอส (PRRS) มันไม่ใช่เอเอสเอฟ (ASF) ดังนั้นผมไม่ใช่สัตวแพทย์ ผมจะไปแย้งเขาได้ไหม ไม่ได้ เพราะรายงานมาอย่างนี้จริง ๆ หมูตายไปทั้งหมดเท่าไร ๒๗๒,๐๐๐ ในแล็บ (Lab) ไม่ได้บอกว่า เอเอสเอฟ (ASF) พีอาร์อาร์เอส (PRRS) มีหลักฐาน ทุกอย่าง คราวนี้รัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็ใจถึงรวดเร็ว ไม่ใช่ว่าช้า ท่านก็อนุมัติ งบกลางมาเลย ๑,๐๑๗ ล้านบาท ต้องชมเชย เห็นใจท่านเหมือนกันล่ะครับท่านได้รับแรงปะทะอยู่คนเดียว เรื่องหมูเอย เรื่องของแพง ทุกอย่างเอาไปผูกไว้กับหมูหมด ผมว่าอย่างนี้ไม่ถูก คราวนี้ท่านตามผมมา อีกนิดหนึ่ง ตรงนี้น่าสนใจครับ ผมให้เขาตีตารางเลยครับจุลพันธ์ ๑. ต้นทุนการเลี้ยง ๒. ขายหน้าฟาร์ม ๓. หมูหน้าเขียง ผมก็เพิ่งจะมาเรียนรู้ตอนหมูแพงจริง ๆ มารู้ว่า การกำหนดการขายเนื้อที่หน้าเขียงกำหนดโดยราคาหน้าฟาร์ม คูณด้วย ๒ บวกด้วย ๒ อันนี้ใครกำหนดรู้ไหมครับ กรมการค้าภายใน อันนี้ต้องทำความเข้าใจ ผู้เลี้ยงสุกร เขาก็อ้างว่า ๑. อาหารสัตว์แพงขึ้น อันนี้เรามีตัวเลขเดี๋ยวจะบอก ๒. ลูกพันธุ์ที่เอาไปเลี้ยง แพงขึ้น จริงครับอีกเท่าตัว ๓. ที่ว่าตายทีหนึ่งตายตั้ง ๕-๖ ล้าน ไม่จริงครับ ผมว่าไม่ถึงครับ ว่าลูกหมูหายไป มันก็น่าจะมีอะไร ต้องไปเช็ก (Check) กันดู ผมไม่อยากจะพูดว่า มีการกักตุนหรืออะไรทั้งสิ้น แต่ว่ามันเป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้ราคาหมูแพง ทำไมผมบอกว่า หมูในภาวะขณะนี้ผมรายงาน ครม. เลย เมื่อวันอังคารที่แล้วให้เห็นถึงจำนวนประชากรหมู ตั้งแต่มกราคมถึงสิ้นสุดธันวาคม ๒๕๖๔ นี่เรามกราคม ๒๕๖๕ เพียง ๑๐ กว่าวันนี้มันไม่ได้มี ตัวเลขตรงไหนบอกเลยว่าหมูขาด เพราะอันนี่เอามาจากตัวเลขอีมูฟเมนต์ (e-Movement) รายงานโดยอิเล็กทรอนิกส์ หมูจะเข้าโรงฆ่าเคลื่อนย้ายต้องแจ้ง เอาลูกหมูไปเลี้ยงก็ต้องบอก การเคลื่อนย้าย ท่านจุลพันธ์ครับ ฟังจำไว้สั้น ๆ วันหนึ่งเรากินหมู ๕๐,๐๐๐ ตัว คนหนึ่งทั้งปี ๒๐-๒๒ กิโลกรัม หมายความว่าเราฆ่าหมูมาทั้งปี ๑๘ ล้านตัว ตัวเลข ๑๘ ล้าน การเคลื่อนย้าย ไปฆ่า ๑๘ ล้าน ก็ถูกต้อง แล้วหมูเข้าเล้าล่ะ ก็พอกัน แต่มันจะมากระโดดตอนเดือนพฤศจิกายน ธันวาคม ข้อมูลมันเยอะครับ ๑. ราคาขายต้นทุนมกราคม ๗๘ บาท ขายหน้าฟาร์ม ๘๐ บาท เขียงหมูขาย ๑๕๖ บาท ผมโดดมาเลย พฤศจิกายนท่านดูครับตัวเลขต้นทุนการเลี้ยงก็ยังคงอยู่ ๘๘ บาทกว่า พฤศจิกายนขายหน้าฟาร์ม ๘๒.๘๕ บาท เนื้อแดง ๑๕๗.๕๐ บาท อันนี้เป็น ประกาศของกรมการค้าภายใน พอเดือนธันวาคมหน้าฟาร์มเป็น ๘๘ บาทเลย โดดลงมา เท่าไรครับ ๖-๗ บาท พอ ๖-๗ บาท เนื้อแดงละครับ เนื้อแดงก็ขึ้นเป็น ๑๖๘ บาท แต่มันน่า ตกใจตรงนี้ครับ พอเริ่มปลายเดือนธันวาคมเข้ามกราคม ที่ผ่านมาเดือนหนึ่งนี้ต้นทุนขึ้นไป ๙๑.๘๕ บาท หน้าฟาร์มขาย ๑๑๐ บาท เนื้อแดงก็ต้องเป็น ๒๑๕ บาทอย่างที่ผมบอกครับ หน้าฟาร์ม คูณ ๒ บวก ๒ นี่ตัวเลขที่ผมบอกว่าการตายมีส่วนทำให้หมูแพง มีส่วนครับ แต่ไม่ใช่ขาดหายไปเลย ประการนี้จึงตอบท่านจุลพันธ์แค่นี้ก่อนครับตอนบ่ายยังมีอีกครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรี แต่ว่าท่านใช้เวลาคำถามแรกนี้หมดไปเลย ๑๕ นาที แต่อนุโลมให้ เพราะว่าท่านจุลพันธ์ยังมีสิทธิ ถามได้ ๒ ครั้งใช่ไหมครับ เชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจังหวัดเชียงใหม่ ท่านรัฐมนตรีตอบมาสรุปว่า ๑. ยืนยันว่าไม่มี เอเอสเอฟ (ASF) เพราะว่ามีผลแล็บ (Lab) ยืนยันว่าหมูไม่ได้หายไปไหน ผมนี่วูบเลย ผมนี่ตกใจเลย เพราะสถานการณ์ในวันนี้มันชี้ชัดว่ามันมีปัญหา มันเป็นการปกปิดในเรื่องของ โรคระบาดอย่างเป็นระบบ ผมท้าพิสูจน์ท่านเลยท่านไปขุดศพหมูขึ้นมาตรวจกันดู รับประกัน ว่าเจอเอเอสเอฟ (ASF) แน่นอน อันนี้เจอแน่นอน ท่านไม่ค่อยได้พูดถึงในเรื่องของ แนวทางการแก้ไขนัก ท่านใช้เวลา ๑๕ นาทีหมดแล้ว ไปพูดถึงเรื่องว่าเจอไม่เจอสถานการณ์ ที่ผ่านมา อันนี้เป็นสิทธิของท่านครับ แต่ท่านประธานครับผมจะเข้าสู่คำถามต่อไป วันนี้มันชัดเจนว่ามันมีคนได้ประโยชน์ ท่านพูดมาจริง ๆ ท่านก็ฮินต์ (Hint) เห็นมาเล็กน้อย นะ คนได้ประโยชน์เจ้าใหญ่มีไม่กี่คน ผมว่านับนิ้วไม่เกิน ๓-๔ นิ้วทั่วประเทศ เราก็รู้กันอยู่ วันนี้เขาได้ประโยชน์มหาศาลจากราคาที่มันถีบตัวขึ้นสูง ยกตัวอย่างง่าย ๆ สต็อก (Stock) หมู เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ท่านไปตรวจ ไปหาอยู่แถวปทุมธานี และทางกรมปศุสัตว์ก็ออกมาบอกว่า ไม่เจอ ไม่เจอ ก็ท่านไปตรวจโรงเก็บเนื้อแพะกับเนื้อวัวจะเจอได้อย่างไร ถ้าท่านหาไม่เจอ ท่านมาถามพวกผมครับ เดี๋ยวพวกผมพาไปว่าเขาสต็อก (Stock) เนื้อหมูกันที่ไหน ราคามัน ถีบตัวสูงแล้วเขาปล่อยขายทีหลัง เอาไปแช่แข็งเก็บไว้ อีกกรณีมีผู้ค้ารายย่อย ไม่ใช่ผู้ค้า ขอประทานโทษ มีผู้เลี้ยงรายย่อยออกมาปล่อยคลิป (Clip) บอกว่าหมูเขาขาย ๖๐ บาท ขายไม่ได้ไม่มีคนมาซื้อ สุดท้ายวันนี้ชัดเจนแล้วครับ เขาทำคอนแทร็กต์ ฟาร์มมิง (Contract Farming) ถ้าทำคอนแทร็กต์ ฟาร์มมิง (Contract Farming) ว่าเขาจะได้รับราคาหมูที่ ๖๐ บาท เอาหมูตัวเล็กมา ๖๐ เอามาเลี้ยงตัวหนึ่งคิด ๑,๕๐๐ เอาอาหารสัตว์เขามา โตขึ้นมาขายได้กิโลกรัมละ ๖๐ หักเอาต้นทุนที่เราได้เอาจากบริษัทนี้คืนไป นี่คอนแทร็กต์ ฟาร์มมิง (Contract Farming) ได้ ๖๐ บาท แปลว่าบริษัทกำลังซื้อหมูคอนแทร็กต์ ฟาร์มมิง (Contract Farming) เหล่านี้ที่ ๖๐ บาท แล้วหมูหน้าเขียง ๒๘๐ มาจากไหน กำไรไปอยู่ ที่ไหนครับ มหาศาลแค่ไหน เราในฐานะของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในฐานะของรัฐบาล ท่านจะไม่ทำอะไรเพื่อพี่น้องประชาชนเลยอย่างนั้นหรือในเรื่องนี้ ท่านลองตอบผ่าน ท่านประธานมาก็ได้ครับว่า ท่านทำอะไรบ้างในเรื่องของการกักตุนสินค้าและการเอารัดเอาเปรียบ ในเรื่องของราคาของรายใหญ่เหล่านี้ในปัจจุบันครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีเชิญเลยครับ สรุปเอาก็ดีครับท่าน🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านครับผมต้องกล่าวถึงท่าน นายกรัฐมนตรีเลย เพราะท่านนายกท่านเอาใจใส่มาก กำชับเรียกข้าราชการโดยไม่ผ่านพวก รัฐมนตรีเลย ท่านเรียกไปทำเนียบเลยไปชี้แจงว่ามันเกิดอะไรขึ้น กักตุนจริงไหม และสิ่งสำคัญที่สุดคือท่านบอกต้องแก้ไขให้ทันและดูสต็อก (Stock) อย่างที่ท่านพูด ผมอยากได้ ถ้ารู้ว่าแหล่งอยู่ตรงไหน อย่างเมื่อวานไปจับจริงครับ ไปเจอเอาเนื้อวัวไม่เจอ เนื้อหมู เราอยากได้ครับ เพราะเราไม่ได้แกล้งเซ่อ บางทีเราก็ตามไม่ทันเหมือนกัน ส่วนเรื่อง แก้ไขตอนนี้กระทรวงพาณิชย์กำลังดำเนินการครับ ท่านนายกรัฐมนตรีให้ผมเอาตัวเลข ไปชี้แจงวันนี้ให้ท่านดู วันนี้ผมต้องเอาตัวสต็อก (Stock) ตัวทุกอย่างที่ผมได้กล่าว ไปเมื่อสักครู่นี้ให้ท่านดูว่ามีการพองตรงไหน เป็นอย่างไร เป็นข้อมูลเพื่อท่านจะได้ตัดสินใจ ในวันพรุ่งนี้ เพราะวันพรุ่งนี้ท่านจะได้รับข้อมูลทั้งหมดว่ามีสต็อก (Stock) หมูอยู่เท่าไร วันนี้เรากำชับให้อธิบดีไปกำชับปศุสัตว์จังหวัด ทุกจังหวัดต้องส่งตัวเลข ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ในวันพรุ่งนี้ว่าสต็อก (Stock) หมูเล้าเล็ก เล้าใหญ่ มีอยู่เท่าไร เราจะได้ประเมินถูกว่าเรากิน วันละ ๕๐,๐๐๐ ตัว วันนี้มีขาดหมูอยู่เท่าไร ท่านจะตัดสินใจว่าจำเป็นไหมที่จะต้องนำหมู เข้าหรือไม่ อันนี้เพื่อจะให้พอกับผู้บริโภค ราคาหมูจะได้ลดลง ผมเห็นด้วยกับท่านว่ามันมีคนได้เปรียบบ้าง อันนี้ผมก็ได้แต่ส่งเสริมดูแล ส่วนส่งเสริมดูแล ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็ตัดสินใจเร็วว่าเมื่อหมูมันหายไปหรือตายไป เราต้องหาหมูใหม่ เข้ามาท่านจึงได้พูดเลย กำหนดเลยว่าอนุมัติ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ไปส่งเสริมรายย่อย ผมถึงออกไปเชียงใหม่ ไปอีสาน โดยมีผู้แทนราษฎรให้ความร่วมมือชี้แจงชี้นำ ทั้งเชียงใหม่ และอุดรธานี ผมต้องขอชมเชยผู้แทนทุกคน วันนั้นไปเป็นสิบ ๆ คน ไปช่วยผมชี้แจง แล้วก็ร่วมกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดในภาคอีสาน แล้วก็บอกให้ทำอย่างไร ผมก็ยินดีปฏิบัติตาม ผมก็ยังย้ำว่าท่านยังให้มาอีก ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าไม่พอบอกมา โดยมีอัตราดอกเบี้ยนิดหน่อยเพื่อให้ทุกคนได้มีโอกาสฟื้นฟูอาชีพ และเราก็ยังกำชับอีก รายย่อยเลี้ยงขนาดไหนถึงจะให้รอด เรามีคัมภีร์ให้เสร็จเลยเที่ยวนี้ เรารู้แล้วว่าประสบการณ์ ที่พลาดมามันคืออะไร ผมกำชับให้กรมปศุสัตว์ต้องไปทำเล่มนี้มา และพรุ่งนี้วันเสาร์ ผมก็จะไปศรีสะเกษ ยโสธร นครพนม สกลนคร ไปเพื่อให้กำลังใจและไปแจกเงินลัมปี สกิน (Lumpy skin) ครับ🔗
เชิญท่านจุลพันธ์ถามได้ อีกครั้ง เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เพื่อไทย เชียงใหม่ครับ เรื่องสุดท้ายอาจจะไม่ตรงท่านรัฐมนตรีนัก วันนี้อย่างที่ บอกหมูแพง ของแพง ค่าแรงถูก ท่านนายกรัฐมนตรีบอกเกิดจากอินเฟลชัน (Inflation) เกิดจากเงินเฟ้อ ท่านประธานครับ เกาไม่ถูกที่คัน ตอนนี้เขาเรียกสแต็กเฟลชัน (Stagflation) คือมันสแต็กเนต (Stagnate) คือมันเงินฝืด แต่มันอินเฟลชัน (Inflation) คือเงินเฟ้อ ในขณะเดียวกัน ของแพงคนไม่มีเงินจับจ่าย นี่คือสถานการณ์ปัจจุบันถ้าคุณตั้งโจทย์ผิด ไม่มีทางแก้ไขปัญหาราคาสินค้าได้เลย เพราะว่าอันนี้มันคือสถานการณ์ที่เกิดจากซัปพลาย (Supply) มันหายไปจากตลาดในเรื่องของหมูเป็นตัวนำ ตัวอื่นก็ขยับตามขึ้นมา นี่คือปัญหา ที่เกิดขึ้น นโยบายที่รัฐบาลออกมาหลายอย่าง เป็นนโยบายที่ผิดพลาด เกาไม่ถูกจุด คนละครึ่งออกมาจะออกเฟส ๔ (Phase 4) เฟส ๕ (Phase 5) ผมจำไม่ได้เลย คนละครึ่งวันนี้ คนจน พี่น้องประชาชนจำนวนมาก ไม่มีครึ่งหนึ่งมาร่วมจ่ายกับรัฐบาลแล้ว เพราะเขา เดือดร้อนมาหลายปีมานานมากกับภาวะเศรษฐกิจที่มันตกต่ำ ในเรื่องของ ๑,๔๘๐ ล้านบาท ที่อนุมัติมาซื้อแพงขายถูก อันนี้คือความผิดพลาดที่สุด ๑,๔๘๐ ล้านบาท ไม่ได้แก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชน แต่แก้ไขปัญหาให้กับพรรคร่วม ท่านเอา ๑,๔๘๐ ล้านบาท มาซื้อสินค้าถามว่าซื้อใครก็ซื้อเจ้าสัว ซื้อแพง ๆ ในขณะที่ประชาชนแทบไม่ได้ประโยชน์ คนที่เข้าไม่ถึง ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ จุดที่ท่านตั้งขึ้นมามีกี่ล้านคนและเขาจะได้ประโยชน์ จากนโยบายท่านได้อย่างไร ๑,๔๘๐ ล้านบาท เอามาหารรายหัว ๗๐ ล้านคน คนไทยตกหัวละ ๒๐ บาท ๒๐ บาทคือราคาที่ท่านตั้งให้กับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในครั้งนี้ มันแก้ไขอะไรไม่ได้เลย ราคาในตลาดก็ไม่ลดลง มันจะไปลดลงได้อย่างไร อยู่ดี ๆ รัฐบาล เอาเงินเข้าไปเติมใส่ซื้อเข้าไปกับเจ้าสัวต่าง ๆ นี่คือแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่ไม่เป็นท่า ที่สุดเท่าที่ผมจะอธิบาย ไม่รู้จะใช้คำไหน มันไม่สามารถแก้ไขปัญหาเรื่องของราคาแพงได้ใน ปัจจุบัน🔗
คำถามสุดท้ายครับ อันนี้ก็อย่างที่เรียนอาจจะไม่ตรงท่านรัฐมนตรีประภัตร ผมเชิญท่านนายกรัฐมนตรี นโยบายของรัฐบาลชุดนี้ในการหารายได้ไม่เป็นเลย เก็บภาษี พลาดเป้าทุกปี เงินกู้กู้แล้วกู้อีก ไม่สามารถแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม วันนี้ชาวบ้าน เดือดร้อน เขาไปถามบอกว่า ของแพงค่าแรงขึ้นได้ไหม นายกรัฐมนตรีสวนเลยครับ บอกเอาเงินจากไหนล่ะ ผมไม่รู้เอาเงินจากไหน แต่ผมรู้แต่ว่าวันที่ท่านอนุมัติเงิน ๑,๔๘๐ ล้านบาท เพื่อมาซื้อของแพงมาขายถูกให้ชาวบ้าน วันเดียวกันท่านอนุมัติเงิน ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ซื้อเครื่องบินเอฟ-๓๕ (F-35) นี่มันคือความเจ็บปวดของประชาชน แต่ท่านประธานครับ ผมต้องถามท่านอย่างนี้ครับ ท่านไม่มีแนวคิดในการหารายได้ที่ดี นี่ก็มีข่าวจะไปรีด ภาษีคริปโต (Crypto) มีข่าวจะไปรีดภาษีตลาดหุ้น จะปรับภาษีที่ดินสิ่งปลูกสร้างกลับมา ที่ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ อีกหน่อยคนทำนาต้องมาจ่ายภาษีค่าที่นาของตัวเอง ภาษีน้ำ เยอะไปหมดเลยครับ ผมถามทางรัฐบาลกลับไปผ่านท่านประธานครับว่า ท่านไม่มีหนทางหารายได้ ท่านจะเอาเงิน ที่ไหนมา ท่านจะกู้อีกกี่ครั้ง กู้จนเพดานหนี้มันเต็มต้องปรับเพิ่มเป็น ๗๐ ถ้าท่านอยู่อีก ๔ ปี เพดานหนี้สาธารณะจะปรับเป็น ๘๐-๙๐ ผมถามว่าท่านจะเอาเงินที่ไหนมา ท่านจะกู้ปีนี้จะกู้ ผ่าน พ.ร.ก. อีกกี่ล้านล้านบาท ผมทำอย่างนี้ดีกว่าครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ท่านรัฐมนตรีประเด็นใด ที่ตอบได้ก็เชิญนะครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านจุลพันธ์ฝากไป ผมก็จะรับไปกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรี และประการสำคัญคือราคาแพง กระทรวงพาณิชย์กำลังดำเนินการอยู่ วันนี้ท่านป่วย ผมก็จะรับเรื่องไป ส่วนเก็บค่าน้ำไม่มีนะครับ โดยเฉพาะเกษตรกรไม่มีนโยบาย เก็บเฉพาะ การประปากับอุตสาหกรรมครับ ชาวนาไม่มีเก็บครับ ขอกราบเรียนอย่างนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขออภัยท่านสมาชิก เกินเวลา ไปบ้างเล็กน้อย แต่โดยอาศัยว่าเราเก็บหอมรอมริบจากกระทู้ ๒ กระทู้แรก เวลาที่รวม ทั้งหมดแล้วก็ไม่เกิน🔗
ท่านประธานครับสั้น ๆ ครับ🔗
จุลพันธ์ครับจบแล้วกระมัง🔗
มิได้ครับ สั้นจริง ๆ ครับ ไม่มีอะไร เป็นเรื่องจะเรียนท่านรัฐมนตรีครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม จุลพันธ์ เพื่อไทย เชียงใหม่ บ่ายนี้ทางสภาผู้แทนราษฎร โดยท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ จะยื่นญัตติด้วย วาจาครับ เป็นเรื่องของปัญหาหมูราคาแพงและปัญหาราคาสินค้าแพง ก็ขอกราบเรียนเชิญ ท่านรัฐมนตรีอยู่ก่อน วันนี้อยู่กับพวกเรายาว ๆ หน่อย เพราะว่าบ่ายนี้จะมีเพื่อนสมาชิก ในสภาจะอภิปรายกันเรื่องนี้ละครับ จะลงในรายละเอียดเพื่อท่านรัฐมนตรีจะได้รับฟัง เผื่อจะสามารถนำไปแก้ไขปัญหาได้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ดีแล้วครับ ท่านจุลพันธ์ ได้แจ้งให้พวกเราทราบ เมื่อวานนี้ผู้ประสานงานผู้ควบคุมเสียงทั้ง ๒ ฝ่ายได้หารือกัน เมื่อตอนช่วงบ่ายตกลงว่าเมื่อเราจบกระทู้ทั่วไปเสร็จแล้ว วาระของการเลือก ก.ร. เมื่อวาน ก็ตกลงว่าขอเลื่อนไปสัปดาห์หน้า แต่ว่าขอพิจารณาเรื่องเพื่อทราบสัก ๒ เรื่อง เรื่องเพื่อทราบ หมายถึงเรื่องที่องค์กรทั้งหลายส่งมา ส่วนเรื่องเพื่อทราบที่วุฒิสภาส่งมาก็ดีและอื่น ๆ ก็ดี รวมทั้งการตั้งกรรมาธิการใหม่ทดแทนคนเดิมนั้นก็ดีก็ดำเนินไปตามปกติ แต่ว่าหลังจากนั้น ขอเรียนท่านสมาชิกว่าทาง ๒ ฝ่ายเขาตกลงว่าจะมีการเสนอญัตติด่วน ดังที่ท่านจุลพันธ์ ได้พูดก็คือเรื่องของแพง เพราะฉะนั้นพวกเราได้เตรียมไว้ด้วยว่า วันนี้ตอนช่วงบ่ายหลังจาก กระทู้ถามทั่วไปจบแล้วกระบวนการจะเป็นอย่างไร ก็เรียนให้ทราบไว้ครับ🔗
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗
๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๔๔๕ เรื่อง มาตรการสร้างความสมดุลระหว่าง การพัฒนาเศรษฐกิจการท่องเที่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ (นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตอบ🔗
ได้รับแจ้งว่ากระทรวงมหาดไทย ได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีได้มีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านวราวุธ ศิลปอาชา เป็นผู้ตอบกระทู้ถาม ขอเชิญเท่าพิภพ กระทู้ถามนี้ถามได้ ๒ ครั้ง เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมจะมาตั้งกระทู้ถามเกี่ยวกับ เรื่องมาตรการการสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวกับการอนุรักษ์ ธรรมชาติ ซึ่งจริง ๆ แล้วเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเป็นหลัก ซึ่งเขาเรียกว่ารายได้หลัก ๆ ของ ประเทศไทยเหมือนกันที่นำรายได้เข้ามาช่วงก่อนโควิด (COVID) ด้วย สาเหตุที่ผมมาตั้ง อย่างนี้ก็เนื่องจากแต่ก่อนหลายคนอาจจะทราบว่าผมเคยทำเบียร์มาก่อน แต่ก่อนหน้านั้น ผมเคยเป็นมัคคุเทศก์ และเคยเป็นมัคคุเทศก์พานักท่องเที่ยวไปดำน้ำและเที่ยวเกาะสิมิลัน ตาชัย เคยอยู่ที่ท่าเรือทับละมุมาก่อน ก็เลยได้มีโอกาสรู้จัก แล้วก็ได้คุ้นเคยกับอุตสาหกรรมนี้ ก่อนจะเข้าเรื่อง จริง ๆ ผมต้อง ฝากเป็นปากเป็นเสียงให้พี่น้องที่อยู่ในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว พี่น้องไกด์ (Guide) ก็ให้กำลังใจ แล้วก็อยากให้รัฐบาลมีความชัดเจนในการดำเนินธุรกิจท่องเที่ยวมากขึ้น จะเทสต์ แอนด์ โก (Test and Go) ก็เทสต์ แอนด์ โก (Test and Go) แล้วก็เลิกดัดจริต ได้แล้วว่าประเทศไทยเราต้องไปกักนักท่องเที่ยวไว้ มันไม่มีทางเป็นไปได้ว่าโควิด (COVID) จะมาจากเมืองนอก มันไม่ได้มาจากนักท่องเที่ยวอย่างเดียวครับ สินค้าอื่นก็ด้วย อะไรก็ด้วย ซึ่งมันไม่มีทางที่เราจะไปป้องกันได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ควรจะมีมาตรการป้องกัน ในลำดับที่ ๒ อย่างการบังคับนักท่องเที่ยวใส่หน้ากาก หรือว่าเพิ่มจุดตรวจแล้วก็ฮอสพิเทล (Hospitel) และโรงแรม ผมมองว่าเป็นโอกาสที่นักท่องเที่ยวมา ถ้าเขาติดโควิด (COVID) เราก็จับ เข้าฮอสพิเทล (Hospitel) เลย จะ ๔ ดาว ๕ ดาว ก็เก็บสตางค์เขาไป อันนี้ก็มองให้เป็น โอกาสเพราะว่าการเปิด ๆ ปิด ๆ อย่างนี้ไม่มีใครทำธุรกิจได้ อันนี้ก็ฝากทางรัฐบาลไป ฝากทางท่านนายกรัฐมนตรีไป ที่ผมถามกระทู้ก็อาจจะเข้าใจว่า ท่านวราวุธก็อาจจะ ไม่เกี่ยวกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แต่ก็จริง ๆ ผมถามนายกรัฐมนตรี มันจะได้รวม ๆ ก็เข้าเรื่องครับ ต้นสายปลายเหตุของอันนี้ผมขอเกริ่นสักครู่ท่านประธาน เพราะว่าเคยเชิญ ทางนักธุรกิจที่เขาทำเกี่ยวกับธุรกิจเรือสปีด โบต (Speed boat) ท่องเที่ยวเกาะสิมิลัน เมื่อก่อนเขาก็ทำหมู่เกาะตาชัย หรือตามอุทยานต่าง ๆ มาในคณะกรรมาธิการการพัฒนา เศรษฐกิจ ซึ่งมีท่านประธานศิริกัญญา ตันสกุล เป็นประธาน แล้วก็ได้เรส (Raise) ปัญหามา อย่างหนึ่งว่า การจัดการการท่องเที่ยวตอนนี้แตกต่างไปจากอดีตตอนที่ผมเคยทำงานอยู่ ประมาณ ๗ ปีก่อนอย่างมาก ก็คือมีโควตาในการจำกัดเรือเข้าอุทยาน ซึ่งเป็นสิ่งที่ดีว่า เรามีโควตาจำกัดคน เพราะผมเคยเป็นไกด์ (Guide) ตอนโกลเดน วีก (Golden week) ช่วงตรุษจีน ท่านประธานทราบไหมครับว่าเกาะสิมิลันเอาตรง ๆ เต็ม ๆ จนยืนกันไม่ได้ นักท่องเที่ยวต้องยืนกินข้าวอยู่ชายหาด ผมไม่รู้จะไปอยู่ไหน เกรงใจนักท่องเที่ยว ต้องไปปีนต้นไม้อยู่ มันไม่มีที่ยืนเลยครับท่านประธาน แต่ก็มาปรับจนโอเค (OK) ลดโควตา แต่ทีนี้มันก็มีปัญหาว่าพอมีระบบโควตาขึ้น ทางอุทยานก็จัดสรรแบบผมก็ไม่แน่ใจว่าอย่างไร ในรายละเอียด ก็เลยต้องมาถามว่าตอนนี้อย่างไรแล้ว เพราะผมเคยได้ยินมาว่ามีบริษัทนอมินี (Nominee) บางบริษัทเป็นบริษัทนอมินี (Nominee) ต่างประเทศ บริษัททัวร์จีนเอย บริษัททัวร์รัสเซียเอย ซึ่งเจ้าของเป็นคนต่างชาติ แล้วก็มาขอโควตาทุกบริษัทได้เท่ากัน คือ ๒ ลำ อย่างนี้คือกลายเป็นว่าบางบริษัทไม่มีเรือท่องเที่ยวเป็นของตัวเองเลย มาขอโควตา แล้วก็เอาโควตาไปขายต่อ สุดท้ายบริษัทนี้ก็ทำคุณภาพการท่องเที่ยวได้ไม่เท่ากัน บางบริษัท ทำได้ดี แต่ปีต่อมาก็ได้ ๒ ลำเท่าเดิมได้โควตาเท่าเดิม บางบริษัททำไม่ดีก็ได้เท่าเดิม อย่างนี้คือมันไม่มีอินเซนทีฟ (Incentive) ในการพัฒนา แล้วก็กลายเป็นว่าทำให้อุตสาหกรรม การท่องเที่ยวตรงนั้นยิ่งเลวร้ายลง เพราะเกิดการแข่งขันที่ไม่จำเป็นและคุณภาพนักท่องเที่ยว และราคาที่ต่ำเกินไป จนไม่สามารถจ้างบุคลากรอย่างไกด์ (Guide) ที่ดีที่อธิบายว่า นักท่องเที่ยวคุณไม่ควรจะสูบบุหรี่นะ ห้ามสูบบุหรี่นะ คุณโดนปรับนะ หรือว่าการเหยียบ ปะการังหรือการให้อาหารปลาขณะดำน้ำไม่ดี ซึ่งผมว่าท่านรัฐมนตรีก็น่าจะทราบ เพราะเห็น ท่านดำน้ำวันหลังชวนผมไปก็ได้ ผมก็แอดวานซ์ (Advance) เหมือนกัน🔗
ผมก็จะถามคำถามแรก เนื่องจากการท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวมันไม่ฟรี นึกออกไหมครับ การท่องเที่ยวเราคิดว่าโบสถ์ วัด วัง อะไรต่าง ๆ มันฟรีมาตลอด เพราะว่า เราไม่ได้ใช้เงินสร้างวัดพระแก้ว คนรุ่นนี้เราไม่ได้สร้าง หรือว่าเกาะสิมิลัน เราไม่ได้เสกเกาะ ขึ้นมาหรือว่าป่าต่าง ๆ เราไม่ได้ไปปลูกป่าขึ้นมาเพื่อให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว แต่ผมก็อยาก ฝากไว้ตรงนี้ว่าการท่องเที่ยวไม่ฟรี ดังนั้นจะถามว่าระบบโควตาที่จำกัดที่ผมเชื่อว่ารัฐบาลไทย ก็พยายามทำและรักษา ได้คำนวณจำนวนนักท่องเที่ยวพวกแคร์รีอิง คาพาซิที (Carrying Capacity) ในเขตอุทยานแห่งชาติต่าง ๆ มีเกณฑ์กำหนด หรือมีการวัดผลสัมฤทธิ์อย่างไรบ้าง เพื่อให้สอดคล้องกับการที่เป็นโอกาสทางธุรกิจและการเสียโอกาสทางธุรกิจ รวมถึงมาตรการ ป้องกันนอมินี (Nominee) ต่างชาติที่จะมาขอโควตา หรือใช้ประโยชน์จากช่องว่างเหล่านั้น ไหมครับ อันนี้เป็นคำถามแรกครับท่านประธาน🔗
ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๒ กระทู้ถามต้องไม่มีลักษณะเป็นการอภิปราย เรียนท่านเท่าพิภพด้วยความเคารพครับ ว่าลักษณะเป็นการอภิปรายไป แต่ว่าไม่เป็นไรครับ เพราะว่าผมเข้าใจดีท่านเท่าพิภพเป็นคน ที่ปฏิบัติตามข้อบังคับที่ดีคนหนึ่ง ก็เรียนให้ทราบ เพราะว่าจะได้เป็นแนวปฏิบัติเป็นตัวอย่าง เชิญท่านรัฐมนตรี🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขออนุญาตตอบได้รับมอบหมายจาก ท่านนายกรัฐมนตรีให้เป็นผู้ชี้แจงตอบกระทู้ของท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ขออภัยที่เอ่ยนาม ในประเด็นเรื่องมาตรการการสร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนาเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ในเบื้องต้นต้องขออนุญาตเรียนว่าการที่เรากำหนด แคร์รีอิง คาพาซิที (Carrying Capacity) ซึ่งดีใจ ที่ท่านเท่าพิภพ ท่านประธานได้มีส่วนร่วม ในเรื่องอุตสาหกรรมท่องเที่ยว แล้วก็เข้าใจดีถึงความเปราะบางและความสำคัญในการ ที่เราจะต้องอนุรักษ์และควบคุมปริมาณไว้ ทั้งนี้ต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านเท่าพิภพครับว่า การกำหนดแคร์รีอิง คาพาซิที (Carrying Capacity) นั้นเราได้มี การประชุม แล้วก็หารือกับนักวิชาการ และทางคณาจารย์ เรื่องเกณฑ์กำหนดขีด ความสามารถในการรับนักท่องเที่ยวของแต่ละแหล่งท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นทางบกหรือทาง ทะเล หลัก ๆ นั้นนี่จะพิจารณาศึกษากันอยู่ ๔ ด้าน🔗
ด้านแรก จะเป็นด้านนิเวศวิทยา ดูว่าการที่มีนักท่องเที่ยวหรือมนุษย์ที่เข้าไป ในพื้นที่นั้นนี่จะก่อให้เกิดการเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อม ทั้งในปัจจุบันและในอนาคตนั้น จะเกิดผลกระทบอย่างไร ด้วยปริมาณนักท่องเที่ยวในแต่ละระดับ ด้านแรก ก็คือ ด้านนิเวศวิทยาครับ🔗
ด้านที่ ๒ คือด้านกายภาพ ก็คือว่าจำนวนนักท่องเที่ยวที่พื้นที่ที่เรามีอยู่ ยกตัวอย่างเช่น อ่าวมาหยาที่เพิ่งเปิดรับนักท่องเที่ยว เมื่อวันที่ ๑ มกราคมที่ผ่านมา ว่าสามารถ ฟิสิกคอลลี (physically) หรือว่าทางกายภาพนั้นสามารถรับนักท่องเที่ยวได้ขนาด ไหน โดยที่ยังสามารถให้นักท่องเที่ยวแต่ละคนนั้นสนุกสนาน แล้วก็เพลิดเพลินไปกับ สิ่งที่อุทยานนั้นมอบให้ ไม่ว่าจะเป็นชายหาด หรือว่าวิวทิวทัศน์ต่าง ๆ โดยที่ไม่ใช่ถ่ายรูป ออกมาแล้วมองเห็นแต่คน ไม่เห็นทะเลเลย อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งลักษณะนี้ก็จะแปรผัน ตามลักษณะ หรือกิจกรรมต่าง ๆ ของแหล่งท่องเที่ยว อย่างเช่น ที่เป็นน้ำตก ในขณะนี้เอง เราก็จะคุมจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะลงไปเล่นในน้ำตกด้วยเช่นกัน ทั้งจำนวน แล้วก็รวมถึง เวลาด้วย🔗
ด้านที่ ๓ ก็คือด้านสิ่งอำนวยความสะดวก และการบริหารจัดการว่า จำนวนนักท่องเที่ยวมากที่สุดที่ทางแต่ละพื้นที่ อุทยานและเจ้าหน้าที่นั้นสามารถดูแลบริหาร จัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพนั้นจะอยู่ที่เท่าไร🔗
และด้านสุดท้าย ก็คือด้านจิตวิทยาที่ว่าการที่นักท่องเที่ยวเดินทางไปแล้ว จะได้รับความเพลิดเพลินได้รับความสนุก แล้วก็มีความสุขในการไปเที่ยวไม่รู้สึกอึดอัด จนเกินไป ได้รับความพึงพอใจ ๔ ประเด็น ด้านนิเวศ ด้านกายภาพ ด้านสิ่งอำนวย ความสะดวก และด้านจิตวิทยา จะเป็น ๔ ด้านหลัก ๆ ที่จะคำนวณว่าแคร์รีอิง คาพาซิที (Carrying Capacity) หรือว่าจำนวนนักท่องเที่ยวเต็มที่ที่แหล่งท่องเที่ยว ๑ แห่ง ไม่ว่าจะเป็น ทางบกหรือทางทะเลนั้น ควรจะรับได้นั้นมีเท่าไร อย่างเช่นเวลาไปดำน้ำทางท่านเท่าพิภพได้ มีโอกาสได้ไปดำน้ำที่สิมิลันนั้น หลายท่านอาจจะเคยบอกว่าช่วงที่พีก (Peak) เวลาดำลงไป แล้วเหมือนอยู่ในกาต้มน้ำ คือเห็นแต่ฟองอากาศ แทบจะไม่เห็นปลาเลย เห็นแต่ฟินส์ (Fins) ของคนดำน้ำ อย่างนี้เป็นต้น นี่ก็จะเป็น ๔ ด้าน และผลสัมฤทธิ์ในเชิงการอนุรักษ์ธรรมชาติ ที่ดูไว้เราก็จะดูอยู่ ๓-๔ ด้านเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น การใช้ครีมกันแดดของนักท่องเที่ยว ในขณะนี้หลายอุทยานเราก็พยายามที่จะกวดขันเรื่องว่าขอให้ใช้ครีมกันแดดที่เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อม อย่างเช่น รีฟเซฟ (Reef-Safe) คือว่าดำลงไปแล้ว ไม่เป็นพิษเป็นภัยกับปะการัง หรือสิ่งมีชีวิตใต้ทะเล ซึ่งในการนี้ทางกรมอุทยานเองได้ออกประกาศไปเมื่อวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๔ ปีที่แล้วในการที่ห้ามนำเอาครีมกันแดดที่มีส่วนประกอบของสารเคมีที่เป็น อันตรายต่อปะการังนั้นนี่เข้าไปใช้ในเขตอุทยานแห่งชาติ รวมถึงด้านที่ ๒ ก็คือการเหยียบย่ำ และขีดเขียน การเก็บปะการัง การทำให้ปะการังเสื่อมโทรม การตาย แล้วก็หาดทราย ด้านที่ ๓ จะเป็นพื้นที่หาดทรายที่ไม่ได้รับการรบกวนนั้นจะมีโครงสร้างของเม็ดทรายที่เหยียบ ไปแล้วซุย เป็นเหมือนว่า อย่างเช่นที่ อ่าวมาหยาที่ไป ถ้าท่านได้มีโอกาสไปเยี่ยมอีกครั้งหนึ่ง ท่านจะเห็นเลยว่าพอเหยียบทรายลงไปแล้ว มันจะไม่อัดแน่น เหยียบลงไปแล้วจะมิดถึง ข้อเท้าเลย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดว่าแต่ละพื้นที่นั้นเราจะควรมีนักท่องเที่ยว สักขนาดไหน ยกตัวอย่างเช่น อ่าวมาหยา ในขณะนี้เราได้กำหนดว่า ณ เวลาหนึ่งจะมี นักท่องเที่ยวอยู่บนหาดได้ ๓๗๕ คน แล้วก็จะให้เวลา ๑ ชั่วโมง ในการที่จะเพลิดเพลินกับ บรรยากาศก่อนที่จะกลับไป แล้วก็มีนักท่องเที่ยวชุดใหม่เข้ามา อันนี้ในส่วนของ ต้องเรียนว่าเป็นการลิดรอน หรือว่าเป็นการทำให้ผู้ประกอบการนั้นเสียโอกาส ทางธุรกิจหรือไม่นั้น คงต้องพิจารณาทางด้านผู้ประกอบการหรือทางผู้ใช้ประโยชน์ จริง ๆ ต้องเรียนว่าการที่เราใช้แคร์รีอิง คาพาซิที (Carrying Capacity) หรือว่าการควบคุมปริมาณ นักท่องเที่ยวนั้น ก็เพื่อประโยชน์ของผู้ประกอบการเอง เพราะว่าเราเห็นมาแล้วว่า เมื่อเราไม่ควบคุมปริมาณนักท่องเที่ยวนั้น อ่าวมาหยาปิดไปทั้งหมด ๔ ปีด้วยกัน เสียหายไป อย่างมหาศาล เราไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก ดังนั้น เราขอให้มาน้อย ๆ แต่มานาน ๆ ควบคุมปริมาณนักท่องเที่ยว เข้มงวดเกี่ยวกับกฎระเบียบต่าง ๆ ซึ่งในการนี้ทางกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ก็กำลังเข้มงวด เพื่อที่จะไม่ให้เกิดผลเสียทางเศรษฐกิจของประเทศไทยในระยะยาวครับ ท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอเชิญคุณเท่าพิภพครับ คำถามที่ ๒ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตกรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกลครับ ได้ยินก็ชื่นใจถึงข้อมูลต่าง ๆ ว่ามีการศึกษา ผมก็เชื่อว่ามีการศึกษามาอยู่ แล้วครับว่าอะไรคืออะไรที่ต้องทำ แต่คือในประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากจะถาม แล้วจริง ๆ ก็อยาก ให้ท่านได้โชว์ตามในเชิงวิสัยทัศน์ หรือว่าแผนการต่อไปว่าแผนนี้ ทุกอย่างนี้มันเป็นการศึกษา เหมือนงานวิจัยแต่การอิมพลิเมนเทชัน (Implementation) หรือการนำไปปฏิบัติมันต้องอย่างไร ผมยกตัวอย่างสั้น ๆ ครับท่านประธาน คือมันมีแนวคิดหนึ่งที่คล้าย ๆ กับทุกท่านก็คงจะ ดูฟุตบอลพรีเมียร์ลีก (Premier League) ใช่ไหมครับ คืออย่างเช่นถ้าเปรียบกับบริษัท เป็นเหมือนทีมฟุตบอลหนึ่งใช่ไหมครับ บริษัทที่เล่นดี ทำทีมได้ดี มีผลงานที่ดีนี้ก็จะได้ไปอยู่ บนตารางอาจจะได้แชมป์ (Champ) ถ้าไม่ได้แชมป์ (Champ) ก็อาจจะได้ไปฟุตบอลยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก (UEFA Champions League) ก็ได้เงินจากการไปทัวร์นาเมนต์ (Tournament) ใหญ่ ๆ มาอีก ทีมไหนที่เล่นไม่ดีเขาก็จะตกชั้นใช่ไหมครับ คะแนนเขาก็จะแพ้เยอะ ชนะน้อย เสมอน้อยก็ตกชั้นไป ก็เล่นเริ่มต้นใหม่ใช่ไหมครับ คิดอย่างนี้ครับ คือเราไปบอกให้โควตา ทุกบริษัทเท่ากัน ปีต่อไปได้เท่าเดิมนี้มันไม่มีการพัฒนาครับคือผมก็อยากให้มีระบบอย่างนี้ ถ้าใครทำได้ดี ปีหน้าก็ทำได้มากขึ้น เพราะบริษัทนี้สามารถดูแลนักท่องเที่ยว สร้างอะแวร์เนส (Awareness) สร้างจิตสำนึกให้นักท่องเที่ยวได้อนุรักษ์รักษาได้ บริษัทเหล่านี้ก็อาจจะ เก็บแพงขึ้นได้ใช่ไหมครับ มีคอสต์ (Cost) มีการจ่ายพนักงานได้หลายคนขึ้น จ้างไกด์ (Guide) ได้หลายคนขึ้น จ้างเด็กเรือเป็นหูเป็นตากำกับนักท่องเที่ยวได้มากขึ้น ผมว่า อันนี้น่าจะเป็นสิ่งที่เป็นแรงจูงใจให้เอกชนได้ทำตาม เพราะลำพังแล้วต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่ อุทยานจริง ๆ ว่ามีน้อยคนมาก แล้วก็ดูไม่ทั่วถึงหรอก เพราะผมก็มีเพื่อน ๆ พี่ ๆ หลายคน ที่เป็นพนักงานอุทยาน ดังนั้น ผมก็เลยจะถามคำถามนี้ว่ารัฐบาลมีวิธีที่จะทำให้อุตสาหกรรม ท่องเที่ยวอยู่ร่วมกันกับการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างไรครับ คือนโยบาย แล้วก็ขอทราบ รายละเอียดว่าจะทำอย่างไร ผมอยากทราบเหมือนกันครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้องขอบคุณท่านเท่าพิภพสำหรับคำแนะนำ ประเด็นแรกต้องเรียนก่อนเลยว่าบริษัทต่าง ๆ นั้น นโยบายที่ผมได้มอบให้กับทาง กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชก็คือว่า พี่น้องประชาชนที่เป็นเจ้าของแหล่ง ท่องเที่ยว ยกตัวอย่างเช่นที่สิมิลัน หรือว่าจะที่จังหวัดสตูล หรือว่าอุทยานแห่งชาติ เกาะพีพี หาดนพรัตน์ธารา หรือสถานที่ต่าง ๆ นั้น การที่จะมีบริษัทมาหาประโยชน์จากพื้นที่ดังกล่าว เบื้องต้นไพรออริตี (Priority) อันดับแรก บริษัทที่เป็นของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ จะต้องได้รับประโยชน์มากที่สุดก่อน ก็ขอเรียนว่าการที่จะมีบริษัทต่างชาติ หรือเป็น บริษัทนอมินี (Nominee) มาในขณะนี้ ผมเองได้ให้ทางกรมอุทยานนั้นเข้มงวดกับการ ตรวจสอบ เวลาบริษัทใดจะมาขอโควตา หรือว่าจะมาขอนำนักท่องเที่ยวเข้ามานั้น ผมให้นโยบายว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดต้องเป็นของคนไทยก่อน ยิ่งถ้าเกิดเป็นของคนในพื้นที่ เราจะให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าหากว่าท่านเท่าพิภพเอง มีข้อมูลว่า มีบริษัทใดเป็นนอมินี (Nominee) หรือว่าต่างชาติเข้ามาก็ขอความกรุณาแจ้งมาได้ เราจะดำเนินการ กันอย่างเต็มที่แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นบางครั้งต้องขออนุญาตเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านสมาชิกว่า บริษัทต่างชาติบางครั้งนี้ดูแล แล้วก็เฝ้าระวังทรัพยากรธรรมชาติ ของประเทศไทยนั้นได้ดีกว่าคนไทยอีก ผมเองได้มีโอกาสไปขึ้นเรือที่ให้บริการนักดำน้ำ หลายครั้ง มีอยู่ครั้งหนึ่งได้ไปขึ้นเป็นเรือของคนต่างชาติที่มามีไลเซนซ์ (License) อยู่ใน ประเทศไทย ปรากฏว่าขั้นตอน หรือว่าระเบียบ หรือว่าวิธีการทำงานของเรือลำนั้น มีความเข้มงวด แล้วก็ให้ความสำคัญดูแลปกป้องปะการังแล้วก็สิ่งมีชีวิตใต้ทะเลนั้นมากกว่า เรือของคนไทยบางลำอีก แต่ถึงกระนั้นก็ตามต้องขอบคุณท่านเท่าพิภพที่ท่านมีความเป็นห่วง เพราะว่าในขณะนี้ทางกรมอุทยานเองก็คอยเฝ้าระวังแล้วก็ดูว่ามีบริษัทใดหรือว่าเรือลำใด ที่ไม่ปฏิบัติตามนโยบายหรือว่าระเบียบต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น ในขณะนี้ผมเองได้ให้แนวทาง ว่าเรือที่จะให้บริการนักท่องเที่ยวดำน้ำนั้นห้ามเอาเรือใหญ่เข้าไปในจุดดำน้ำจะต้องใช้เรือเล็ก หรือที่เรียกกันว่า ดิงงี่ (Dinghy) ในการที่จะรับนักดำน้ำไปส่งไปรับระหว่างเรือใหญ่กับ จุดดำน้ำ แล้วก็ที่ผ่านมามีเรือบางลำยังไม่ให้ความร่วมมือเราก็ตักเตือนก่อน แล้วก็มีการเรียก มาชำระค่าปรับ ครั้งแรกเราก็จะตักเตือนแล้วก็เสียค่าปรับ ๕,๐๐๐ บาท ครั้งที่ ๒ ถ้ายังไม่ทำ อยู่อีกเราจะปรับ ๑๐๐,๐๐๐ บาท แล้วก็จะแบน (Ban) ไม่ให้เข้าเขตอุทยานประมาณ ๓๐ วัน แล้วถ้ายังฝืนทำอีกเราก็จะปรับเป็นหลักแสนอีกหลายแสนเลย แล้วก็จะห้ามเข้า เขตอุทยานต่อไป ดังนั้นแนวทางที่ท่านเท่าพิภพเสนอมาว่าบริษัทใดทำดีควรจะให้ ไพรออริตี (Priority) อันนี้เราได้ดำเนินการอยู่ แล้วบริษัทใดไม่ทำตามเงื่อนไขเราก็จะ ตัดออกไป ตัดออกไป ตัดออกไป ก็ต้องขอขอบคุณท่านเท่าพิภพ🔗
ในประเด็นเรื่องที่ว่าจะให้การท่องเที่ยวอยู่ร่วมกันกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ อย่างไร ต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกครับว่า จากการที่เราเจอ สถานการณ์โควิด (COVID) อุทยานแห่งชาติทั่วประเทศเป็นครั้งแรกเลยในประเทศไทย ที่เมื่อวันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๓ เราประกาศปิดอุทยานทั่วประเทศเลย พอปิดเสร็จเราเห็น เลยครับว่า มีความตื่นตัว คือของสัตว์ป่าทั้งหลาย สรรพสัตว์ทั้งหลาย ทั้งสัตว์บกและสัตว์น้ำ สามารถออกมาสนุกสนาน แล้วก็อยู่บ้านของเขาเองอย่างมีความสุข ธรรมชาติได้ฟื้นฟูขึ้นมา อย่างที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน สัตว์ที่เราไม่เคยเห็น หายาก อย่างเช่น พะยูน โลมา หรือวาฬ ต่าง ๆ โผล่ขึ้นมาปรากฏตัวให้เห็นอย่างเรียกว่าตลอดเวลา ดังนั้นก็เป็นแนวทางที่ผม ได้เสนอให้กับทางกรมอุทยาน แล้วก็เป็นแนวทางในการใช้ว่าจากนี้ไปทุก ๆ ปี ทุก ๆ ปีนั้น อุทยานแห่งชาติ ทั้งทางบกและทางทะเลจะต้องมีการปิดตัวลงอย่างน้อย ๑ เดือนเพื่อให้ มีประโยชน์หลายอย่าง🔗
ประเด็นแรก เพื่อให้สรรพสัตว์ทั้งหลายได้มีโอกาสพักแล้วก็อยู่บ้านเขา อย่างเรียกว่ามีความสุข ลองนึกตัวอย่างว่าถ้าหากว่าเป็นบ้านเรามีแขกมาบ้านเราทุกวันเลย ไม่มีการพักผ่อนเลยเราเป็นเจ้าของบ้านเราก็เหนื่อยเช่นกัน นอกจากนั้นช่วงเวลาปิดนี้ ไม่ได้ให้เป็นช่วงเวลาพักผ่อนของเจ้าหน้าที่ แต่เป็นเวลาที่จะให้เจ้าหน้าที่ทั้งหลายนั้น มาปรับปรุง แล้วก็บูรณะซ่อมแซมสถานที่ต่าง ๆ ในอุทยานของตนเพื่อสามารถรองรับ นักท่องเที่ยวได้ดีขึ้น ในขณะเดียวกันก็ยังฝึกใช้เวลาที่หยุดนี้เป็นการปรับปรุงสมรรถภาพ แล้วก็ความเชี่ยวชาญการทำงานของเจ้าหน้าที่แต่ละท่าน ๆ ด้วย ดังนั้นจากนี้ไปอุทยาน แห่งชาติในแต่ละแห่งนั้นจะมีการปิดตัวลง บางแห่ง อย่างเช่นที่สิมิลันที่ท่านสมาชิก ได้มีความคุ้นเคยนั้นจะทราบดีอยู่แล้วว่าปีหนึ่งจะปิดด้วยฤดูมรสุม แต่บางอุทยานทางบกนั้น ก็จะมีการปิดตัวลง แต่ว่าการปิดตัวลงของแต่ละอุทยานนั้นท่านประธานไม่ต้องเป็นห่วง เรามีการพูดคุยกับคณะกรรมการนโยบายพื้นที่อนุรักษ์หรือว่าแพค พีเอซี (PAC) ย่อมาจาก ว่า โพรเทกเตด แอเรีย คอมมิตตี (Protected Area Committee) คือเป็นคณะกรรมการ พื้นที่อนุรักษ์ที่แต่ละอุทยานนั้น จะมีทั้งหน่วยราชการ มีทั้งพี่น้องประชาชนมาประชุมร่วมกัน ว่าจะปิดช่วงไหนดี แล้วก็จะปิดระยะเวลานานแค่ไหนดี แต่ว่าผมขอให้ปิดอย่างน้อย ๑ เดือน เพื่อ ๑. ให้ธรรมชาติได้พัก ๒. ให้อุทยานได้สามารถปรับปรุงด้วย ดังนั้นการทำเช่นนี้ ก็จะเป็นการรักษาความสมบูรณ์ทางธรรมชาติอนุรักษ์ธรรมชาติไว้ควบคู่กับการทำให้ อุตสาหกรรมท่องเที่ยวนั้นไม่หายไปเลย แน่นอนการปิดแต่ละครั้งพี่น้องประชาชน ก็จะเสียประโยชน์จากการที่รายได้ไม่มีบ้าง อะไรบ้าง แต่ว่าการที่เราค่อย ๆ ให้นักท่องเที่ยว เข้ามาในปริมาณที่จำกัดลงนั้น ในระยะยาวผมเชื่อว่าจะทำให้ไม่เกิดสถานการณ์เช่นเดียวกับ อ่าวมาหยาที่เราจะต้องปิดตัวลงไปถึง ๔ ปีด้วยกัน ดังนั้นแนวทางที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้กับทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ต้องเรียนท่านประธานครับว่าท่านนายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง กับปัญหาปากท้องของพี่น้องประชาชน ดังนั้น การอนุรักษ์แล้วก็การทำให้การท่องเที่ยว ปากท้องของพี่น้องประชาชนอยู่คู่กันได้นั้นถือว่าเป็นหนึ่งในภารกิจที่สำคัญที่สุดของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านเท่าพิภพ กับท่านรัฐมนตรีในคำถามและคำตอบที่เป็นประโยชน์ครับ🔗
๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๔๕๑ เรื่อง โครงการปรับปรุงซ่อมแซมก่อสร้าง ถนนทางหลวงท้องถิ่น (นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยได้แจ้งว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีได้บัญชามอบหมายให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทนนั้น ในการนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามดังกล่าว🔗
ขอเชิญท่านวิวัฒน์ชัย ถามได้ ๒ ครั้ง ทุกท่านเข้าใจดีอยู่แล้ว แต่ว่าย้ำว่ากระทู้ถามตามข้อบังคับที่ประธานจะต้อง ควบคุม ก็คือต้องชัดเจน ไม่ฟุ่มเฟือย วนเวียน ซ้ำซาก หรือมีลักษณะเป็นการอภิปราย ต้องไม่มีลักษณะเป็นการอภิปราย เช่นเดียวกับการตอบ ขอเชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ผมได้ตั้งกระทู้ถาม พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เรื่อง โครงการ ปรับปรุง ซ่อมแซมก่อสร้างถนนทางหลวงท้องถิ่น เหตุผลในการถามนายกรัฐมนตรี สืบเนื่องมาจากว่าในเรื่องถนนท้องถิ่นนั้น ได้หารือในสภาแห่งนี้หลายครั้ง เพื่อนสมาชิก ก็เช่นเดียวกันหลายจังหวัดได้หารือหลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ ท่านประธานที่เคารพครับ เราต้องยอมรับความเป็นจริงว่าคนในชนบททุกแห่งต้องการดำรงชีพอย่างมีความสุข บนโครงสร้างพื้นฐานที่รัฐจัดให้ ๓ ประการ ประการที่ ๑ น้ำ หมายถึงน้ำอุปโภค บริโภค และน้ำที่ใช้ในการเกษตร ๒. ไฟฟ้า หมายถึงไฟฟ้าที่ใช้แสงสว่างประกอบธุรกิจ พร้อมทั้ง ไฟฟ้าขยายเขตเพื่อการเกษตร ๓. ถนน หมายถึงถนนที่ใช้ในการสัญจรไปมา ตลอดจน ขนถ่ายสินค้าการเกษตรออกสู่ท้องตลาด หากคนในชนบทในประเทศไทยเราได้รับการดูแล จากภาครัฐ ในโครงสร้างพื้นฐาน ๓ เรื่องนี้เขาก็จะมีความสุข การพัฒนาประเทศ ก็เจริญก้าวหน้าง่ายขึ้น นั่นคือน้ำไหล ไฟสว่าง ถนนสะดวก แต่ปัจจุบันนี้มันมิได้เป็นอย่าง ที่คิด เพราะรัฐไม่สามารถแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐาน ๓ อย่างนี้ให้กับประชาชนคนชนบทได้ จะเห็นได้จากเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้หารือในสภาแห่งนี้ คำตอบที่เราได้ ๑. จะแจ้งให้ หน่วยงานที่รับผิดชอบทราบ ๒. กำลังดำเนินการ ๓. งบประมาณไม่มี เจ้าหน้าที่ขอภาพ ด้วยครับ🔗
ผมขอให้ท่านประธาน และท่านผู้มาตอบกระทู้ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตลอดจนพี่น้องประชาชนที่กำลัง รับชมรับฟังการถามตอบกระทู้ของผม ได้ดูตัวอย่างถนนเส้นทางเขตอำเภอเบญจลักษ์ อำเภอศรีรัตนะ อำเภอไพรบึง อำเภอพยุห์ ก่อนจะดูเส้นทางที่ผมจะตั้งกระทู้ถามต่อไป ท่านประธานครับ นี่จึงเป็นที่มาของความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนคนในชนบท เพราะถนนทุกสายที่ อปท. หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับถ่ายโอนมาปรากฏว่า กลับคืน สู่สภาพเดิม บางครั้งแย่กว่าเดิมด้วยเหตุผล ขาดกำลังคน ขาดความชำนาญ ขาดเครื่องมือ ขาดเครื่องจักร ขาดงบประมาณ เพราะฉะนั้นสำนักงบประมาณจะต้องให้ความสำคัญกับ อปท. มากกว่าเดิม โดยการจัดสรรงบประมาณให้กับ อปท. มากขึ้น เพื่อให้เพียงพอกับ ภารกิจที่รับโอน เจ้าหน้าที่ของภาพที่ผมตั้งกระทู้ถามเลยครับ ถนนที่ผมตั้งกระทู้ถามนี้เป็น ถนนที่เริ่มต้นตั้งแต่ถนนเชื่อมระหว่างทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๔ ผ่านบ้านหนองปลาซิว ผ่านบ้านหนองเลิง ผ่านบ้านโนนไหล่ ผ่านบ้านเสียว หมู่ ๗ หมู่ ๑๒ และหมู่ ๑๔ ไปสิ้นสุด ที่ถนนหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๘๕ ระยะทาง ๗.๓ กิโลเมตร เป็นถนนที่กันดารมาก แต่ก่อนเป็นความรับผิดชอบของ รพช. แต่ตอนหลังมา อปท. รับถ่ายโอนมาจึงส่งผลให้เกิด ปัญหากับพี่น้องประชาชน จึงเกิดคำถามที่ ๑ ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีวิธีการบริหารจัดการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบจะเป็น อบต. หรือเทศบาล หรือ อบจ. แก้ปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนคนในชนบท อำเภอเบญจลักษ์ อำเภอศรีรัตนะ อำเภอไพรบึง อำเภอพยุห์ อย่างไร เมื่อใด ขอทราบรายละเอียดและแผนงาน ขอบคุณมากครับ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มา ตอบกระทู้ถามในเรื่องโครงการปรับปรุงซ่อมแซมโครงการถนนของทางหลวงท้องถิ่น ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเพื่อไทย จังหวัดศรีสะเกษ ก่อนอื่นนั้นผมต้องขอชื่นชมยินดีกับท่าน เพราะว่าสิ่งที่ท่านได้มีการสอบถามมาหลายเรื่อง ก็เป็นเรื่องความจำเป็นของพี่น้องในชนบทจริง ๆ และเป็นความผาสุกของพี่น้องทั้งหลาย โดยเฉพาะเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ที่ท่านพูดถึงเรื่องความผาสุกของ พี่น้องประชาชนก็เป็นเรื่องไม่กี่เรื่องหรอกครับ เรื่องน้ำไหล ไฟสว่าง ทางสะดวก เป็นเรื่องที่ ถือว่าถ้าทุกอย่างครบถ้วนก็จะเป็นความผาสุกของพี่น้องประชาชน🔗
ผมขออนุญาตตอบคำถามข้อที่ ๑ ก่อน ในนามของกระทรวงมหาดไทย ผมเรียนท่านสมาชิกทั้งหลายว่า ก็มีหน้าที่ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุข อำนวยความผาสุก ของพี่น้องประชาชน กำกับดูแลเรื่องของการพัฒนา บริหารราชการส่วนภูมิภาคเรื่องของ การปกครองท้องถิ่น ท้องที่ รวมถึงการกำกับดูแลสนับสนุนและส่งเสริมองค์กรปกครอง ท้องถิ่นในการปฏิบัติงานต่าง ๆ ผมเรียนท่านว่าองค์กรปกครองท้องถิ่นเขามีหน้าที่ตาม พระราชบัญญัติ ยิ่งวันนี้เรามีเรื่องของการกระจายอำนาจต่าง ๆ ที่จะให้ท้องถิ่นนั้นสามารถ ที่จะบริหารตนเองได้โดยมีงบประมาณ อย่างเช่น อบจ. เทศบาล วันนี้ก็เป็นหน่วยรับ งบประมาณโดยตรง สามารถที่จะของบประมาณผ่านสำนักงบประมาณได้เอง เพียงแต่ว่า โครงการต่าง ๆ เหล่านั้นจะต้องดำเนินการตามความต้องการของพี่น้องประชาชนจัดทำแผน แต่ว่าในกรณีมีเหตุฉุกเฉินเราก็สามารถเปลี่ยนแปลงแผนงานโครงการได้โดยอำนาจของ ผู้บริหาร ยกเว้น อบต. เท่านั้นที่ต้องผ่านความเห็นชอบจากสภาเสียก่อนถึงจะเอาแผนมา ดำเนินการต่อเนื่องได้ จากข้อห่วงใยของท่านเรื่องของถนนซึ่งเป็นถนนท้องถิ่นและเชื่อมโยง ไปถึงถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๔ ผ่านบ้านหนองปลาซิว บ้านโนนไหล่ บ้านเสียว สิ้นสุดทางหลวงแผ่นดินหมายเลขที่ ๒๐๘๕ ความกว้างประมาณ ๖ เมตร ระยะทาง ยาวประมาณ ๖ กิโลเมตร ผมเรียนท่านประธานถึงท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าถนนที่อยู่ ดังกล่าวนั้น เป็นความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ ซึ่งเป็นองค์การ บริหารส่วนจังหวัดได้บรรจุโครงการแผนงานซ่อมแซมถนนดังกล่าวไว้ในแผนพัฒนาท้องถิ่น ในปี ๒๕๖๖ แล้ว แต่ว่าเรียนท่านประธานว่า ด้วยในปัจจุบันนี้ส่วนกลางได้กระจายอำนาจ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีอิสระในการปกครองตนเองตามเจตนารมณ์ของประชาชน และส่งเสริมให้องค์กรปกครองท้องถิ่นเป็นหน่วยงานหลักในการจัดทำบริการด้านสาธารณะ ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ โดยกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่เพียงในการกำกับดูแลและส่งเสริม สนับสนุนการปฏิบัติงานขององค์กรปกครองท้องถิ่นให้ถูกต้องเป็นไปตามกฎหมายเท่านั้น ในส่วนของการกำหนดนโยบายและการบริหารงานต่าง ๆ ขององค์กรปกครองท้องถิ่นเป็น หน้าที่ของผู้บริหารท้องถิ่น ประกอบกับปัจจุบันนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นหน่วยรับ งบประมาณที่ผมได้เรียนเบื้องต้นให้ทราบแล้วว่าโดยตรงจากสำนักงบประมาณ ดังนั้น เพื่อการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน องค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษ สามารถพิจารณาจัดหางบประมาณเพื่อดำเนินการโครงการดังกล่าวได้ เช่น ตั้งข้อบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีหรือข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีเพิ่มเติม ดำเนินการ ปรับปรุงซ่อมแซมถนนดังกล่าวได้เอง หรือหากมีงบประมาณไม่เพียงพอ องค์การบริหาร ส่วนจังหวัดศรีสะเกษก็สามารถขอรับการสนับสนุนงบประมาณ เงินอุดหนุนเฉพาะกิจ ไปยังสำนักงบประมาณได้โดยตรง และจัดลำดับความสำคัญเร่งด่วนของโครงการดังกล่าวไว้ในลำดับต้น ๆ ซึ่งที่ผ่านมาผมเรียน ท่านประธานว่า สำนักงบประมาณเองได้จัดสรรงบประมาณเงินอุดหนุนเฉพาะกิจให้แก่ องค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษเพื่อจัดการบริการสาธารณะ โครงสร้างพื้นฐาน เป็นประจำทุกปี โดยในแต่ละปีงบประมาณนั้น อย่างปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ได้จัดสรรให้ทั้งสิ้น ๖ โครงการ เป็นจำนวนงบประมาณทั้งสิ้น ๔๔,๕๗๖,๐๐๐ บาท หรือในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ที่ผ่านมานี้ได้จัดสรรงบประมาณให้จำนวน ๓ โครงการ งบประมาณทั้งสิ้น ๔๔,๖๐๙,๐๐๐ บาท ผมเรียนท่านประธานเพิ่มเติมถึงท่านสมาชิกอย่างนี้ว่า สำหรับการแก้ไขปัญหาให้กับ ประชาชนในพื้นที่เส้นทางสัญจรไปมาขององค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษเบื้องต้น ทราบว่าได้มีการดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซมถนนสายดังกล่าวเบื้องต้นแล้ว และทราบว่า ได้บรรจุแผนงานโครงการดังกล่าวเอาไว้ในแผนพัฒนาท้องถิ่นในปี ๒๕๔๖ แล้ว และองค์การ บริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษเองก็จะดำเนินการจัดหางบประมาณเพิ่มเติมแก้ไข ความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนต่อไป ในเบื้องต้นผมขออนุญาตเรียนเพิ่มเติมว่า ได้ทราบว่าในขณะนี้องค์การบริหารส่วนจังหวัดศรีสะเกษเองได้เตรียมการที่จะขอใช้เงิน สำรองของ อบจ. เอง เพราะว่า อบจ. เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งต้องบริหารตัวเอง ต้องใช้งบประมาณของตัวเอง แล้วก็เฉพาะส่วนที่ขาดเท่านั้นเองที่ท่านอาจจะขอไป แต่ว่าต้องจัดลำดับความสำคัญในการจัดต้น ๆ ว่าเส้นไหน ถ้าเป็นเส้นที่มีความจำเป็น ก็จัดไปก่อน ถ้าส่วนไหนที่คิดว่ามันเกินขีดความสามารถก็ใช้เงินอุดหนุน แต่ว่าก็ต้องจัดลำดับ ความสำคัญอีกว่า เส้นไหนจะทำเบื้องต้นก่อนหลัง แต่ว่าในเบื้องต้นทราบว่าจะใช้ เงินทุนสำรอง แต่ก็ต้องผ่านสภาให้ความเห็นชอบ แล้วก็ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอนุมัติ ในโครงการต่อไป ขอบคุณครับ🔗
ครับ ท่านวิวัฒน์ชัย ถามได้อีกครั้งครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย นี่ละครับท่านประธานถึงเป็นที่มาของการตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรี เพราะผมเคยถามกระทรวงมหาดไทยแล้ว ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมาตอบ ตอบครั้งแรกบอกว่าไม่มีงบประมาณเป็นคำตอบที่ง่ายมากเฉกเช่นเดียวกันกับท่านรัฐมนตรีช่วย ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่านทรงศักดิ์ ทองศรี ซึ่งผมนั้นได้ถามท่านนายกรัฐมนตรี เพื่อให้ นายกรัฐมนตรีนั้นผู้มีอำนาจ ถึงแม้ว่าท้องถิ่น อปท. อบจ. จะแยกออกไปเป็นอิสระ แต่ถาม ว่ากระทู้ที่ผมถามนั้นอยู่ในประเทศไทยไหม ใครเป็นนายกรัฐมนตรี ถ้าตอบแบบท่านตอบมัน ง่าย อย่างไรก็แล้วแต่เมื่อท่านตอบมาอย่างนี้แล้ว ท่านก็บอกว่า อบจ. ได้มีการแก้ไขปัญหา เบื้องต้น ท่านทราบไหมครับว่าการแก้ปัญหาเบื้องต้นนั้นขณะนี้ชาวบ้านเดือดร้อนหนัก กว่าเดิมอีก เพราะถนนดังกล่าวนี้ที่ผมตั้งกระทู้ถามเป็นถนนที่อยู่ในเขตของอำเภอเบญจลักษ์เลย ชาวบ้านพากันเดือดร้อน เนื่องจากว่าฝุ่น ซักผ้า ตากผ้าก็ไม่ได้ หายใจก็ลำบาก เขาจึงไม่ อยากให้ดำเนินการโดยการเอาแต่หินคลุกลงและเกรด (Grade) และถนนแต่ละครั้งนั้น ทำมาตรฐานก็ไม่มี แต่อย่างไรก็ตามท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนถึงคำถามที่ ๒ อยากเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ช่วยลดความเหลื่อมล้ำคนในชุมชนชนบทให้ได้มีโอกาสได้ใช้รถใช้ถนน ที่สะดวกและดีเหมือนคนในเมืองหน่อย🔗
คำถามที่ ๒ ท่านประธานครับ เมื่อหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่มีงบประมาณ ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะนายกรัฐมนตรี จะจัดสรรงบประมาณที่เป็น ส่วนกลางให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อแก้ปัญหาบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชนคนชนบท ในอำเภอเบญจลักษ์ได้หรือไม่ ขอทราบคำตอบที่ชัดเจนจะได้บันทึกไว้ในสภาแห่งนี้ ขอบคุณมากครับ🔗
ครับ ท่านรัฐมนตรี เชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ทรงศักดิ์ ทองศรี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ต้องขออนุญาตตอบเพิ่มเติม ความจริงผมเข้าใจว่าท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติจะมีความเข้าใจในเรื่องของหลักการกระจายอำนาจเป็นอย่างดี แต่ผมเข้าใจว่าท้องถิ่นเองถ้ากระจายอำนาจไปเยอะ ๆ ถ้าเขาขาดงบประมาณตัวเดียว มันก็คงทำอะไรลำบากจริง ๆ จริง ๆ แล้วผมต้องเรียนเพิ่มเติมว่าเห็นใจโครงการถนนหนทาง ที่อยู่ในชนบททั้งหลายต้องใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก แล้วก็ได้ทราบว่างบประมาณของ แต่ละท้องถิ่นเอง เฉพาะ อบจ. ซึ่งมีพื้นที่ในการรับผิดชอบทั้งจังหวัด ต้องใช้งบประมาณ จำนวนมาก แต่ว่าแต่ละปีงบประมาณที่ได้รับ ผมคิดว่าเป็นงบลงทุนเราคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ ได้ประมาณสักไม่เกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ สมมุติว่าถ้าท้องถิ่นนั้นมีงบประมาณสัก ๕๐๐ ล้าน ก็จะมีงบลงทุนประมาณสัก ๕๐ ล้าน ถ้าจะไปทำถนนที่มีมาตรฐานจริง ๆ มันก็จำเป็นต้องใช้ งบประมาณจำนวนมาก คิดเฉลี่ยประมาณกิโลละ ๔ ล้านบาท ถ้า ๑๐ กิโลเมตร ก็ ๔๐ ล้านบาท ถ้า อปท. นั้นมีงบประมาณจำกัด งบลงทุนมันน้อยทำเส้นเดียวก็หมดแล้ว ความจริงก็เคยมีความคิดอยู่ว่าถนนที่เป็นโครงข่ายในชนบทเองต่าง ๆ ในท้องถิ่นเอง ความจริง ก็น่าจะมีการถ่ายโอนให้หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง อย่างเช่น กรมทางหลวงชนบท เข้าไปกำกับดูแล ช่วยดูแล ซึ่งถือว่าเป็นหน่วยงานที่เป็นวิชาชีพที่มีความเชี่ยวชาญต่าง ๆ แต่ว่ามันมีข้อจำกัดอยู่หลายเรื่อง ที่ผมขออนุญาตไม่กล่าวพาดพิงไปถึง แต่ว่าให้ทราบว่า เวลาจัดการซ่อมบำรุงรักษาตามความต้องการของพี่น้องประชาชนผมจะเห็น บางทีดูจาก รูปภาพเหมือนกันบอกว่าทำไมถึงเอาหินคลุกไปโรยกลบหลุม ความจริงมันมีวิธีการ ที่ทำได้ แต่ว่าเราจะไปบอก อปท. หรือ อบจ. ให้ทำมันเหมือนเป็นการไปแทรกแซงกิจการงาน ที่เรากระจายอำนาจไปแล้ว แต่ความจริงมันเป็นวิธีการซ่อมบำรุงรักษา เช่น ต้องมี แอสฟัลติก (Asphaltic) ไปปิดผิว ไปทำดำเนินการให้หลุมบ่อทั้งหลายมันไม่เกิด มันมีวิธีการอยู่ แต่ว่าที่เห็นจากรูปก็เห็นใจ เพราะว่าก็ยังถามอยู่ว่าทำไมการซ่อมบำรุงรักษา ถึงใช้วิธีการที่เป็นแบบนี้ อันนี้ผมก็เรียนเบื้องต้นก่อนว่า จริง ๆ แล้วการที่จะให้ดำเนินการ มากน้อยอย่างไรนั้น มันต้องอาศัยงบประมาณ แล้วก็จัดลำดับความสำคัญ เพียงแต่ว่า ถ้าเส้นทางไหนที่มันจำเป็นต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน แล้วก็มีงบประมาณจำกัดและต้องทำ ก็ขอความร่วมมือ ขอข้อมูลให้กับ อบจ. ทั้งหลายช่วยดำเนินการเฉพาะศรีสะเกษ จัดลำดับ ความสำคัญในกรอบวงเงินที่เราเห็นว่าเราได้รับแต่ละปี อย่างผมเรียนเบื้องต้นว่า ในแต่ละปี อบจ. ศรีสะเกษเองเคยได้รับปีละ ๔๐ กว่าล้าน ๔๐ กว่าล้าน ถ้าเส้นทางตรงนี้เห็นว่าจำเป็น เร่งด่วนเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน เราก็จัดความสำคัญ ๑. ใช้งบประมาณของตัวเอง ถ้าไม่พอเราก็ ขอเงินอุดหนุนผ่านสำนักงบประมาณซึ่งวันนี้ก็เรียนเบื้องต้นว่า อบจ. เอง ก็สามารถที่จัดงบประมาณโดยตรงเงินอุดหนุนผ่านได้เองอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าต้องจัดลำดับ ความสำคัญในการใช้งบประมาณที่เรามีอยู่อย่างจำกัดต่อไป ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านวิวัฒน์ชัย ท่านก็ตั้งคำถามดี🔗
ท่านประธานครับ ขอฝาก นิดหนึ่ง เป็นประโยชน์กับทางรัฐบาล🔗
สั้น ๆ เชิญเลย🔗
กราบเรียนท่านประธาน ผมขอฝากไปยังผู้มาตอบกระทู้แทน แต่อยากจะขอฝากไปถึงนายกรัฐมนตรีว่าอยากให้กำกับ ดูแลควบคุมการก่อสร้างถนนทุกเส้นทางทั่วประเทศให้ได้มาตรฐาน ไม่ใช่ว่าปีแรกลาดยาง ภายใน ๑ ปี ทั้งลาด ทั้งลอก ทั้งร่อน ในปีเดียวกันเลย ก็ขอฝาก เสียดายงบประมาณครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ครับ ขอบคุณ ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรี ขอเรียนท่านสมาชิกว่าเนื่องจากได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ว่า ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ติดภารกิจสำคัญ ในช่วงบ่ายจึงประสงค์จะขอสลับกระทู้ถาม ในระเบียบวาระที่ ๑.๒.๔ ขึ้นมาถามตอบก่อน กระทู้ถามที่ ๑.๒.๓ โดยเจ้าหน้าที่ได้ประสานผู้ตั้งกระทู้ถามและรัฐมนตรีทั้ง ๒ กระทู้แล้ว ไม่มีผู้ขัดข้อง ดังนั้นเพื่อประโยชน์ในการถามตอบกระทู้ดังกล่าว จึงขออนุญาตนำกระทู้ถาม ที่ ๑.๒.๔ ก่อน โดยท่านรัฐมนตรีได้มาแล้วครับ🔗
๑.๒.๔ กระทู้ถาม ที่ ๔๕๙ เรื่อง การแก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ได้รับ ผลกระทบจากน้ำท่วมบริเวณนอกแนวเขื่อนริมแม่น้ำเจ้าพระยา (นายจักรพันธ์ พรนิมิตร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย บัดนี้รัฐมนตรีมาแล้วครับ เชิญคุณจักรพันธ์🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม จักรพันธ์ พรนิมิตร สมาชิกจากกรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ขออนุญาตตั้งกระทู้ถามไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่าน พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ในฐานะที่ท่านกำกับดูแล กรุงเทพมหานคร ขออนุญาตท่านประธานฉายภาพประกอบจากห้องโสต🔗
ภาพที่เราเห็นในขณะนี้ก็คือ ภาพเหตุการณ์เมื่อวันจันทร์ที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา อันนี้เป็นบริเวณเชิงสะพาน กรุงธน เขตบางพลัด ก็จะมีเหตุการณ์น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาไหลเอ่อเข้ามาท่วมพื้นที่ริมฝั่ง อย่างบริเวณเขตบางพลัดที่ผมเป็นผู้แทนอยู่ ก็ท่วมตั้งแต่เชิงสะพาน ก็คือที่ติดแม่น้ำ เจ้าพระยา ไกลเข้ามาเกือบถึงสี่แยกบางพลัด ก็เกือบ ๆ ๑ กิโลเมตร ขอฉายไปเรื่อย ๆ เลย ครับทางห้องโสต อันนี้ก็เป็นภาพเหตุการณ์ทั่ว ๆ ไป ซึ่งในวันนั้นจากการรายงานของ กรุงเทพมหานครเบื้องต้นพบว่ามี ๔ เขตที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ได้รับผลกระทบ ฝั่งธน ก็คือเขตบางพลัดแล้วก็เขตราษฎร์บูรณะ ส่วนฝั่งพระนครก็จะเป็นพื้นที่เขตสัมพันธวงศ์ แล้วก็เขตยานนาวา ซึ่งพื้นที่ทั้งหมดก็อยู่ติดแม่น้ำเจ้าพระยา อันนี้ก็เป็นสภาพที่หนักมาก ตรงนี้เป็นชุมชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่เชิงสะพานกรุงธนในเขตบางพลัด ที่ผมเข้าไป ช่วงเช้าตอนที่เข้าไปประมาณ ๑๐ โมงเช้า ซึ่งกำลังขึ้นสูงสุดแล้ว แล้วก็คืนนั้นทั้งคืนชาวบ้าน บริเวณที่เรียกกันว่าชุมชนวังเจ้าพร้อม เชิงสะพานกรุงธน ก็หลับนอนไม่ได้เลย ต้องออกมาใช้ ศูนย์พักพิงข้างนอก ซึ่งหลังจากเกิดเหตุการณ์ท่านนายกรัฐมนตรีท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านก็ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนโดยเร่งด่วน ซึ่งก็เป็นที่มาของการเข้ามาช่วยเหลือของกรุงเทพมหานครเอง แล้วก็หน่วยทหารในพื้นที่ อย่างในเขตของผมก็จะเป็นเขตของทหารเรือได้เข้ามาช่วยในการจัดเรียงกระสอบและทำคัน กั้นน้ำชั่วคราว และสุดท้ายทางกรุงเทพมหานครก็ได้มีมติในการเยียวยาผู้เสียหาย จากเหตุการณ์ในวันนั้น ซึ่งจากการรายงานสำรวจล่าสุดพบว่านอกจาก๔ เขต กลายเป็น ๑๙ เขต ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในวันที่ ๘ พฤศจิกายนวันนั้นอันนี้ก็เป็นที่มาของ เรื่องราวที่ผมจะขออนุญาตตั้งกระทู้ถามผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยในวันนี้ โดยในการถามครั้งแรกของผมก็จะเรียนเรียนถาม ๒-๓ ประเด็น ต่อเนื่องไปเลยท่านประธาน🔗
ก็คืออันดับแรกผมอยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าในฐานะที่กระทรวง มหาดไทยได้กำกับดูแลกรุงเทพมหานคร อันดับแรกก็คือพี่น้องประชาชนสงสัยมาก ว่าเหตุการณ์เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน เกิดขึ้นเพราะอะไร เพราะว่าบริเวณที่ได้รับผลกระทบ ทั้งหลายที่ผมได้กล่าวมานี้ก็ไม่เคยได้รับผลกระทบอย่างนี้มา อย่างน้อยก็ตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ ที่เป็นน้ำท่วมใหญ่ในครั้งล่าสุด เพราะฉะนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์เมื่อ ๘ พฤศจิกายน พี่น้องประชาชนที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเกิดความข้องใจสงสัยว่าเกิดเหตุอย่างนี้ได้อย่างไร และกระทรวงมหาดไทยได้มีการกำกับดูแลให้กรุงเทพมหานครมีแผนเผชิญเหตุหรือ แผนป้องกันสาธารณภัย ในกรณีนี้ก็คืออุทกภัยที่เกิดขึ้นหรือไม่ อย่างไร และจากที่ ผมได้กราบเรียนเมื่อสักครู่ว่ากรุงเทพมหานครเองก็ได้มีมติที่จะเยียวยาประชาชนผู้ได้รับ ผลกระทบในวันนั้นก็ขออนุญาตเรียนถามท่านรัฐมนตรีต่อเนื่องไปเลยว่า หลังจากที่ได้มีมติ เช่นนั้นไปแล้วไม่ทราบว่าทางกระทรวงมหาดไทยได้ติดตามไหมครับว่ากรุงเทพมหานคร ได้มีการเยียวยาจ่ายเงินชดเชยหรือการชดเชยในรูปแบบอื่น ๆ ไปยังพี่น้องประชาชน ทั้ง ๑๙ เขตในกรุงเทพมหานครที่ได้รับผลกระทบในเหตุการณ์ในวันนั้นหรือไม่ อย่างไร ก็ขออนุญาตท่านประธานกราบเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็น เบื้องต้นเท่านี้ก่อนครับ🔗
ขอเชิญ ท่าน พลเอก อนุพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ตอบกระทู้ครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผมขอตอบกระทู้ถามดังนี้ เหตุการณ์ เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ที่มีน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนตามริมแม่น้ำเจ้าพระยา ก่อนอื่นต้องเรียนก่อนว่ากรุงเทพมหานครนั้นอยู่ในพื้นที่ราบลุ่มตอนปลายแม่น้ำพระเจ้ายา ก็จะอยู่ภายใต้อิทธิพลของน้ำที่ปล่อยมาจากแม่น้ำเจ้าพระยาส่วนหนึ่งกับน้ำทะเลหนุน ส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งก็คือเรื่องของฝนที่ตกในกรุงเทพมหานคร ระบบของ กรุงเทพมหานครนั้นเราใช้ระบบที่เราเรียกว่าเป็น โพลเดอร์ (Polder) คือปิดล้อมพื้นที่ ทางด้านเหนือเรามีคันคลองรังสิตไม่ให้น้ำเข้ามา ทางด้านตะวันออกเรามีที่เราเรียกว่า คันคลองพระราชดำริอีกด้านหนึ่ง ส่วนด้านตะวันตกติดแม่น้ำเจ้าพระยาเราก็ได้มีเขื่อนอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาไม่ให้น้ำภายนอก เข้ามา ก็คงจะมีน้ำฝนที่ตกในกรุงเทพมหานครเท่านั้นที่เราจะบริหารจัดการระบายน้ำ ผ่านท่อระบายน้ำ คู คลอง ระบายน้ำ ลงไปอุโมงค์สูบออกแม่น้ำเจ้าพระยาหรืออ่าวไทย ก็แล้วแต่ด้วยระบบ🔗
ในประเด็นวันนี้เราไม่ได้พูดถึงเรื่องน้ำฝน เราพูดถึงในกรณีของน้ำที่ปล่อย ลงมาจากแม่น้ำเจ้าพระยากับน้ำทะเลหนุน เขื่อนที่ผมเรียนแล้ว ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เรามีเขื่อนอยู่ เราสร้างเขื่อนไว้ที่ระดับบวก ๒.๘๐-๓.๕๐ เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง โดยปกติก็สามารถที่จะรองรับน้ำที่ปล่อยมาจากเขื่อนแล้วก็น้ำทะเลหนุนได้ อย่างไรก็ตาม น้ำที่ปล่อยมาก็จะต้องไม่เกิน ๓,๕๐๐ คิวบิกเมตรต่อวินาทีซึ่งเราก็จะคุมไม่ให้ปล่อยมา เกินนั้น เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นมันมีจุดบางจุดที่เราไม่มีเขื่อน บางคนเรียกว่าจุดฟันหลอ อยู่ในพื้นที่ของทั้งกรุงเทพมหานครและฝั่งธนบุรี เพราะประชาชนเขาไม่ให้สร้าง จะเป็น ท่าเทียบเรือบ้าง ท่าเรือขนส่งบ้าง โกดังสินค้าบ้างร้านประกอบกิจการต่าง ๆ บ้าง ซึ่งเขาได้รับอนุมัติจากทางกรมเจ้าท่าเขาก็สามารถใช้ได้จุดที่เป็นฟันหลอนี้เป็นจุดที่น้ำรั่วเข้า ไปในพื้นที่ อย่างไรก็ตามกรุงเทพมหานครก็ได้ไปวางกระสอบทรายชั่วคราวไว้ให้ ที่ระดับความสูงประมาณ ๒.๓๐-๒.๘๐ เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง การดำเนินการนั้น โดยปกติจะเปลี่ยนกระสอบทุก ๆ ๒ ปี แต่มีการตรวจทุก ๆ ปีในช่วงสิงหาคม กันยายน ตุลาคม ก่อนที่น้ำหลาก การกำกับดูแลของกรุงเทพมหานครก็จะไปดู ถ้าเขื่อนต่าง ๆ หรือว่าเขื่อนฟันหลอที่เราวางกระสอบมันกันได้ก็คงเป็นไปตามปกติ น้ำก็ไม่สามารถเข้าไป ในพื้นที่ได้ เหตุการณ์เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน เกิดขึ้นได้อย่างไรนั้น ในวันนั้นมีการระบายน้ำ ในแม่น้ำเจ้าพระยาประมาณ ๒,๕๒๔ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ปัญหาคือมีน้ำทะเลหนุนบวก ๑.๓๓ เมตรจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งเป็นการหนุนที่ค่อนข้างจะแรงมาก ประกอบกับ มีการสัญจรของเรือก็มีคลื่นหนุนแรงมากผิดปกติ ทำให้เขื่อนฟันหลอทั้งหลายไม่สามารถรับ ได้ น้ำก็ข้ามคัน ในบางส่วนก็ชำรุดเสียหาย นั่นคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทั้งหมด ๑๑ จุดใน ๘ เขตด้วยกัน แต่ก็ยังมีจุดเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่คนได้รับผลกระทบเพิ่มมาก ขึ้นตามที่ว่า ๑๐ กว่าเขต แต่จุดที่รั่วจะเป็น ๑๑ จุด ทางกรุงเทพมหานครได้ไปแก้ไขโดยไป เสริมร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วก็สูบน้ำออก ก็สามารถทำให้แห้งได้ประมาณ ๑-๓ ชั่วโมงในวันนั้น สรุปแล้วว่าในเรื่องของระบบนั้นจริง ๆ แล้วน่าจะเอาอยู่ แต่เหตุการณ์ วันนั้นมันเกิดเหตุการณ์เพราะน้ำทะเลหนุนแรงมากและมีการสัญจรของเรือทำให้เกิดคลื่น และกระแทกกับเขื่อนฟันหลอหรือว่าที่กระสอบทรายต่าง ๆ ทำให้เกิดน้ำท่วมกับ พี่น้องประชาชน ในการดำเนินการแก้ไขแล้วก็มีการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ต่าง ๆ ในการช่วยเหลือก็จะมีการช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล ค่าใช้จ่ายจริงไม่เกินคนละ ๒,๐๐๐ บาท ถ้ารักษาในโรงพยาบาลก็ไม่เกิน ๔,๐๐๐ บาทต่อคน มีเรื่องค่าเช่าบ้านครอบครัวละไม่เกิน ๓,๐๐๐ บาทต่อเดือน ไม่เกิน ๒ เดือน มีเงินทุนประกอบอาชีพครอบครัวละไม่เกิน ๑๑,๔๐๐ บาท เรื่องการซ่อมแซมบ้านก็จะจ่ายเงินค่าวัสดุให้เท่าที่จ่ายจริง แต่หลังหนึ่ง ไม่เกิน ๔๙,๕๐๐ บาท นอกจากนั้นก็ยังมีเรื่องของการสนับสนุนเรื่องของถุงยังชีพ เรื่องของ ครัวเคลื่อนที่ ครัวสนาม มีการให้บริการตรวจเช็ก (Check) สภาพหรือซ่อมแซม เครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ ทั้งหมดช่วยไป ๑๓๑ ครอบครัว กระจายอยู่ในเขตต่าง ๆ ทุกเขต ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้วทั้งสิ้นในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบครับ🔗
เชิญถาม ครั้งที่ ๒ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม จักรพันธ์ พรนิมิตร สมาชิกจากกรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ กราบขอบคุณทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่กรุณาตอบ คำถาม ๒-๓ ประเด็นของผมในการลุกขึ้นถามครั้งแรก อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่ผมก็ลืมที่จะ ชี้แจงเมื่อสักครู่ตอนที่ถามท่านก็คือว่า เหตุการณ์ในวันที่ ๘ พฤศจิกายนที่ผ่านมา สิ่งหนึ่งที่พี่น้องประชาชนบ่นกันมาก ก็คือว่าไม่มีการแจ้งเตือนใด ๆ ทั้งสิ้นเลยจากทางภาครัฐ คือปกติทางกรุงเทพมานคร หรือกระทรวงมหาดไทยเอง ทุกวันจะมีการแจ้งเตือนว่า วันนี้น้ำทะเลจะหนุนสูงเท่านั้นเท่านี้ ขอให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ริมฝั่ง ที่เป็นจุดเสี่ยงทั้งหลาย ได้ระมัดระวัง แต่ก็คงจะเป็นเหตุที่สุดวิสัย อย่างที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงเมื่อสักครู่ว่า มีสภาพน้ำทะเลหนุนที่สูงกว่าปกติ แต่ผมก็ฝากทางท่านประธานผ่านไปยังทางท่านรัฐมนตรี เพื่อกำกับดูแลทางกรุงเทพมหานครว่า เหตุการณ์แบบนี้สำหรับกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศเรา ในระบบเตือนภัยผมคิดว่ามันน่าจะมีประสิทธิภาพ หรือการแจ้งเตือนที่แม่นยำกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็ขออนุญาตฝากไว้ด้วย แล้วก็สำหรับ ในข้อมูลที่ทางท่านรัฐมนตรีได้กรุณาชี้แจงในส่วนของการเยียวยา ถ้าเป็นไปได้อย่างไร ผมขออนุญาตท่านรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ทางกรุงเทพมานครได้ส่งเป็นข้อมูลให้ผม ทางเอกสารด้วยก็จะเป็นพระคุณ🔗
สำหรับคำถามในการลุกขึ้นถามครั้งสุดท้ายของผม ก็คงจะเป็นประเด็น ต่อเนื่องจากที่ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาชี้แจงเมื่อสักครู่ว่า ท่านก็ได้ชี้แจงเราไปแล้วว่า ปัจจัยสำคัญส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้น ในบริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในกรุงเทพมหานครก็คือจุดที่ ภาษาบ้าน ๆ เรียกว่าจุดฟันหลอ ก็คือจุดที่ไม่มีเขื่อนคอนกรีต ถาวร ซึ่งท่านรัฐมนตรีได้เรียนไปแล้วว่า ปกติเขื่อนริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาโดยเฉพาะในพื้นที่ กรุงเทพมานคร เขื่อนคอนกรีตที่เป็นเขื่อนถาวร โดยส่วนใหญ่สูงอย่างน้อย ๒.๕ บางจุดสูงถึง ๓ เมตร ซึ่งก็ถือว่าสูงมาก แต่ว่าจุดที่เหตุการณ์ทั้งหลายเกิดขึ้นก็คือจุดที่มันไม่มีเขื่อนเหล่านี้ นั่นเอง ก็คือเป็นแนวฟันหลอ คือมีเขื่อนคอนกรีตมาสักระยะหนึ่งกลายเป็นว่าตรงพื้นที่ ที่มีปัญหาเป็นพื้นที่เอกชนบ้าง เป็นท่าเรือบ้าง เป็นกิจการของเอกชนที่เขาประกอบกิจการ ริมแม่น้ำบ้าง ซึ่งเขาไม่ประสงค์ที่จะให้มีเขื่อนถาวร ก็เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นและเป็นจุดอ่อน สำหรับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในเขตเหล่านั้น ทีนี้ปัญหาเหล่านี้เราจะทำอย่างไร เพราะว่า กรุงเทพมหานครเองก็มีแผนที่จะปิดจุดที่เป็นฟันหลอ จุดอ่อนเหล่านี้ตลอดเวลาแต่ยังไม่ สำเร็จครบถ้วนทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ผมเข้าใจว่าทำไปได้พอสมควรแล้ว แต่ว่าก็ยังมีจุดอย่าง ที่เห็นในภาพ แล้วก็ยังมีอีกหลายจุด ดังนั้นคำถามของผมก็คือ ทางกระทรวงมหาดไทยเอง ได้มีนโยบายที่จะเร่งรัด ให้กรุงเทพมหานครดำเนินการแก้ปัญหาจุดฟันหลอต่าง ๆ เหล่านี้ ให้เรียบร้อยหรือไม่ อย่างไร มีแผนระยะเวลากำหนดไว้ไหม ว่ามีเป้าหมายไหมว่าจะต้องเสร็จ เรียบร้อยทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เมื่อไร และจุดไหนที่มีปัญหาในการเจรจากับเอกชน ในการขอก่อสร้าง เรามีนโยบายที่จะให้กรุงเทพมหานคร หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมเจ้าท่า ของกระทรวงคมนาคมเองได้เข้าไปเจรจากับทางเอกชนเหล่านั้น หรือไม่ แล้วก็นอกจากบริเวณริมเขื่อนแม่น้ำเจ้าพระยา อย่างที่ผมเรียนแล้วอีกจุดหนึ่งที่เป็น จุดสำคัญ ที่ผมอยากจะขออนุญาตเรียนถามทางท่านรัฐมนตรีด้วย ก็คือคลองบางกอกน้อย ซึ่งเป็นแนวแม่น้ำเจ้าพระยาเดิม ตรงนั้นก็เป็นคลองใหญ่ แล้วก็มีปัญหาแบบเดียวกันนี้ ก็คือจุดที่ฟันหลอ และจุดที่มีเขื่อนอยู่แล้ว แต่ชำรุดเสียหาย ทำให้น้ำสามารถที่จะเอ่อ หรือว่าทะลุขึ้นมาใต้เขื่อนได้ เพราะว่าเป็นเขื่อนที่สร้างมาไม่ต่ำกว่า ๒๐ ปีแล้ว ก็มีความ ทรุดโทรมไปตามสภาพ ก็เรียนถามผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่า กระทรวงมหาดไทย ได้มีนโยบายที่กำกับดูแล การแก้ปัญหาตรงนี้ของกรุงเทพมหานครอย่างไรครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรี พลเอก อนุพงษ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ในกรณีเรื่องแรกก่อนเรื่องของ การแจ้งเตือนพี่น้องประชาชน โดยปกติการแจ้งเตือนของกรุงเทพมหานครนั้น จะมี หลายกรณีด้วยกันที่แจ้งแล้วก็ผ่านหลายสื่อด้วยกัน เช่น ในเรื่องของสภาพอากาศทั่วไป กรมอุตุนิยมวิทยาก็จะเอามาเป็นผู้แจ้ง เรื่องน้ำทะเลหนุนก็เป็นเรื่องของกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ เป็นผู้แจ้ง อย่างไรก็ตาม กรุงเทพมหานครก็จะเอาข่าวนี้มาอยู่ในสื่อ เช่น เว็บไซต์ (Website) เฟซบุ๊ก (Facebook) ทวิตเตอร์ (Twitter) แอปพลิเคชัน (Application) กรุงเทพมหานคร รวมทั้งออกสื่อต่าง ๆ เช่นสถานีวิทยุและโทรทัศน์ โดยจะเอาสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไปออกเสมอ ผมขอยกตัวอย่างเช่น กรณีของฝนตก ในด้านกรุงเทพมหานครก็จะทราบประมาณ ๒ ชั่วโมง ก็ทำงานร่วมกันกับ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจะตกพื้นที่ใด ก็จะต้องแจ้งเตือนประชาชนให้พึงระวังเข้าไปในพื้นที่นั้น จัดเรื่องระบบจราจร จัดเรื่องของการไปเตรียมการช่วยเหลือคนที่รถเสีย เป็นต้น ผมยกตัวอย่าง ให้ฟัง ในกรณีที่น้ำทะลุของเขื่อนฟันหลอ ก็คงจะเป็นที่ไม่คาดคิด เพราะปกติเขื่อนต่าง ๆ นั้น ถ้าน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาปล่อยมาในเกณฑ์ก็ไม่น่ากังวล แต่เหตุการณ์วันนั้นเกิดเพราะว่า น้ำทะเลหนุนมาก🔗
คำถามข้อที่ ๒ เรื่องของการแก้ไขปัญหาระยะยาว หลังจากเกิดเหตุการณ์ขึ้น ขออนุญาตเรียนว่า ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่าน ส.ส. ก็ลงพื้นที่ ก็เข้าใจว่าในเดิมที กรุงเทพมหานครพยายามที่จะสร้างแต่ก็สร้างไม่ได้ ในช่วงที่ท่าน ส.ส. ได้ลงไปแล้วก็ได้ไป ช่วยพูดคุย ในขณะนี้เราทราบมาว่าทั้ง ๑๑ จุดฟันหลอทางประชาชนยอมที่จะให้สร้างแล้ว ในขณะนี้กรุงเทพมหานครก็มาเร่งตั้งงบประมาณใช้งบกลางในการที่จะดำเนินการ จุดสำคัญ ก็เป็นไปตามที่ท่านผู้ทรงเกียรติได้กรุณาได้ให้ข้อมูล คือบริเวณเขตบางพลัด ทางสะพานกรุงธน หรือสะพานซังฮี้ ถนนทรงวาด เขตสัมพันธวงศ์ อันนี้จุดที่เสี่ยงอาจจะมีปัญหาหนัก ๆ เลย อันนี้ก็จะเร่งดำเนินการก่อนเลย ขณะนี้ของบประมาณงบกลางกรุงเทพมหานครแล้ว ในพื้นที่ อื่น ๆ ก็จะเร่งดำเนินการ ทั้งหมดจะต้องเสร็จสิ้นให้ทันหน้าฤดูน้ำหลากในปี ๒๕๖๕ นี้ ก็เป็นความกรุณาของท่าน ส.ส. ที่ไปช่วยเจรจากับพี่น้องประชาชนในการดำเนินการ รวมทั้งในเรื่องของคลองบางกอกน้อยและคลองมหาสวัสดิ์ก็จะมีเขื่อนอย่างนี้เช่นเดียวกัน ก็จะได้รับไปตรวจสอบดูแล้วจะตั้งงบซ่อมแซมไม่ให้เกิดปัญหาอีก ผมก็เรียนเพิ่มเติม เท่านั้นครับ🔗
จบกระทู้ ถามของท่านจักรพันธ์ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีครับ ต่อไปกลับไปที่ ๑.๒.๓🔗
๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๔๕๖ เรื่อง แนวทางการแก้ไขปัญหาโรงเรียน ที่ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์และสัญญาณอินเทอร์เน็ต (Internet) (นายมานพ คีรีภูวดล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งท่านติดภารกิจ ได้มอบหมาย ให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กนกวรรณ วิลาวัลย์ มาเป็นผู้ตอบกระทู้แทน เชิญท่านตั้งกระทู้ถามได้เลยครับท่านมานพ เชิญครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ขอบคุณท่านประธานที่บรรจุกระทู้ของผม ขอบคุณรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านดอกเตอร์กนกวรรณ วิลาวัลย์ ที่มาตอบกระทู้ ก่อนที่ผมจะอ่านกระทู้ครับท่านประธาน ผมอยากจะเรียนท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการครับ ผมมีจดหมายจากผู้ประสานงานและเลขาฝ่ายที่ทำเรื่องศูนย์การเรียน ท่านฝากจดหมายมา หลังจากที่ตอบกระทู้จบผมจะได้นำหนังสือให้กับท่านรัฐมนตรี ซึ่งเครือข่ายขอพบท่านรัฐมนตรี โดยเฉพาะในเรื่องของมาตรา ๑๒ เรื่องศูนย์การเรียน พ.ร.บ. การศึกษาว่าด้วยเรื่องของการสนับสนุนค่าใช้จ่าย และทราบว่าวันที่ ๒๑-๒๒ นี้ รัฐมนตรีจะเดินทางไปที่เชียงใหม่ ถ้าเป็นไปได้อยากจะให้ทีมงานมีเวลากับเครือข่าย ศูนย์การเรียนในการหารือรอบนี้ด้วย ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตไปตามขั้นตอนเลยนะครับ เรียน ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตตั้งกระทู้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในประเด็นเรื่องของแนวทาง การแก้ไขปัญหาโรงเรียนที่ไม่มีไฟฟ้า สัญญาณโทรศัพท์และสัญญาณอินเทอร์เน็ต (Internet) กระทรวงศึกษาธิการเป็นกระทรวงที่มีความสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของประเทศ พัฒนาการศึกษาของเด็ก เยาวชนให้มีประสิทธิภาพทั่วถึงและเป็นธรรม และหนึ่งในกรอบนโยบายปี ๒๕๖๔ คือการเตรียมคนให้สู่ศตวรรษที่ ๒๑ เมื่อมาดู ความเป็นจริงที่เกิดขึ้นยังพบว่ามีเด็กในพื้นที่ในประเทศไทยกว่า ๗๐๐ โรงเรียนที่สังกัด คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือว่า สพฐ. ๗๐๐ โรงเรียนที่ยังไม่มีไฟฟ้า ทั่วประเทศ ยังขาดสาธารณูปโภค ไฟฟ้า สัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต (Internet) จากการสำรวจ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สพฐ. เมื่อเดือนสิงหาคม ๒๕๖๓ พบว่า มีโรงเรียนสังกัด สพฐ. ในเขตป่าสงวนมีอยู่ ๑๔ โรงเรียน ไม่มีไฟฟ้าใช้ สิ่งเหล่านี้จึงมีคำถาม สำคัญว่าเราจะเตรียมคนไทยสู่ศตวรรษที่ ๒๑ นี้ แต่ในขณะที่ปัจจัยพื้นฐานที่เป็น องค์ประกอบที่จำเป็นในการที่จะพัฒนาการศึกษายังไม่มีความพร้อม ยังไม่ทั่วถึง เพราะฉะนั้นจึงเป็นเหตุผลที่ผมได้มาตั้งกระทู้กับท่านรัฐมนตรี เพื่อให้ท่านรัฐมนตรีได้เห็น ภาพข้อเท็จจริง ผมอยากให้เห็นภาพในพื้นที่ครับ เชิญฝ่ายโสตได้นำสื่อออกมาที่เป็น คลิปวิดีโอ (Clip Video) ช่วยเปิดด้วยนะครับ🔗
อันนี้คือโรงเรียนในช่วงที่มี การเรียนการสอนออนไลน์ (Online) เหตุเกิดที่อุ้มผาง จังหวัดตาก อันนี้ผู้ปกครองพยายาม ทำเพิงเล็ก ๆ เพื่อให้เด็กได้เรียนหนังสืออยู่ตรงนี้ ทำไมต้องทำตรงนี้ครับ เพราะว่าภูเขาตรงนี้ มันมีจุดที่จะรับสัญญาณโทรศัพท์ได้ น้อง ๆ นักเรียนที่ไม่มีโทรศัพท์ พ่อแม่ ผู้ปกครอง ก็ต้อง ซื้อโทรศัพท์แล้วก็ไปอยู่จุดนี้ เพื่อที่จะได้เรียนหนังสือเหมือนกับเพื่อน ๆ ที่อยู่ในเมืองได้ ขอภาพต่อไปเลยนะครับ ผมจะอธิบายให้ท่านรัฐมนตรีได้เห็น ฝ่ายโสตช่วยเอาภาพนิ่งขึ้นเลยครับ อันนี้มันไม่ใช่เป็นสถานที่หรือกองกำลังอะไร เป็นที่เรียนของนักเรียน ภาพต่อไป อันนี้คือ บรรยากาศการเรียนในพื้นที่ ก็มีโทรศัพท์เท่าที่จะจำเป็น มีเอกสารเท่าที่จะมีได้ ภาพต่อไปได้เลยครับ ก็รวมกันเป็นกลุ่มอย่างนี้ครับ ก็มีเปล ห่อข้าวเข้าไป ผู้ปกครองก็ส่งน้ำ ส่งข้าวไปส่งเด็ก ๆ แล้วก็มีการแบ่งเวรกันไปส่งเด็ก ๆ ดูแลเด็ก ๆ ภาพต่อไปก็จะเห็นภาพ ความยากลำบากของนักเรียนที่อยู่ในความรับผิดชอบของท่านในโรงเรียนในประเทศไทย ภาพไหลไปเรื่อย ๆ ผมจะอธิบายไป ทั้งหมดนี้คือตัวอย่างที่ผมอยากนำเสนอต่อ ท่านประธานและท่านรัฐมนตรีว่าเรายังมีโรงเรียน เรายังมีนักเรียนที่ยังขาดโอกาสเหล่านี้ อันนี้เป็นภาพสุดท้ายครับ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะตั้งคำถามกับท่านรัฐมนตรีอย่างนี้ แบบง่าย ๆ ทั้งหมดนี้เพื่อที่จะแก้ปัญหาว่าตามเจตนาและเป้าหมายที่เราวางไว้ว่าเราจะ ทำการศึกษาเพื่อเตรียมความพร้อมให้คนของเราสู่ศตวรรษที่ ๒๑ ได้ คำถามของผม คือว่าเรื่องทั้งหมดที่ผมพูดนี้ผมเคยอภิปรายแล้วก็ปรึกษาหารือในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ผมอยากจะทราบว่าความคืบหน้าที่ได้นำเสนอในที่ประชุมแห่งนี้ว่าการแก้ไขปัญหาให้กับ นักเรียน โรงเรียน ทั้งครู ทั้งผู้ปกครองที่ไม่มีไฟฟ้า ไม่มีโทรศัพท์ ไม่มีอินเทอร์เน็ต (Internet) คืบหน้าไปอย่างไร และอันที่ ๒ ก็คือว่าทั้งหมดที่เหลืออยู่ที่ยังไม่ได้รับ ท่านจะมีแนวทาง ในการที่จะแก้ปัญหาให้กับน้อง ๆ นักเรียนลูกหลานของเราอย่างเป็นระบบอย่างไร อยากจะ ขอทราบรูปธรรมที่ท่านรัฐมนตรีจะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีกนกวรรณได้ตอบกระทู้ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพอย่างสูง ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับมอบหมายจาก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้มาเป็นผู้ตอบกระทู้ถามของท่านมานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ และท่านสมาชิกก็เป็นชาติพันธุ์ ซึ่งมีความห่วงใยในพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ดิฉันต้องขอชื่นชมที่ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ได้ให้ความสำคัญแล้วก็ติดตามอย่างต่อเนื่อง ก็ถือเป็นโอกาสอันดีที่กระทรวงศึกษาธิการและ รัฐบาลจะมีโอกาสที่จะชี้แจงความคืบหน้าจากการที่ทำงานอย่างต่อเนื่องแล้วก็รับฟัง ข้อเสนอแนะ ข้อหารือของท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติไปขับเคลื่อนด้วยหลาย ๆ ฝ่าย ร่วมแรงร่วมใจกัน ก็ต้องขอขอบคุณทั้งพี่น้องประชาชน พ่อแม่ ผู้ปกครอง คุณครูและทุกภาค ส่วนที่ได้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา เพื่อพี่น้องประชาชนและเพื่อลูกหลานของเรา ท่านประธานที่เคารพคะ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือเราจะเรียกสั้น ๆ ว่า สพฐ. มีการดำเนินการสำรวจข้อมูลผ่านระบบจัดเก็บข้อมูลนักเรียนและข้อมูลโรงเรียน เราเรียกกันว่า ระบบดีเอ็มซี ดาต้า แมเนจเมนต์ เซ็นเตอร์ (DMC : Data Management Center) ซึ่งในแต่ละปีเราจะมีการเก็บรวบรวมข้อมูล ๒ ครั้ง โดยที่โรงเรียนจะเป็นผู้แจ้งข้อมูล แล้วเราก็มาจัดเก็บในระบบ เพื่อที่จะดูสภาพปัญหา เพื่อที่จะมีข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะทำ การปรับปรุงในเรื่องต่าง ๆ ในการจัดการศึกษาให้มีประสิทธิภาพสูงสุดมากที่สุดนะคะ จากการสำรวจข้อมูลล่าสุด พบว่าโรงเรียนในสังกัด สพฐ. นั้น ถ้าอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ก็มีด้วยกันทั้งหมด ๖๗๖ แห่ง โดยที่เป็นโรงเรียนที่ไม่ได้อยู่ในเขตการติดตั้งเสาไฟฟ้า จำนวน ๑๗ แห่ง เช่น ได้แก่โรงเรียนในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงราย ตาก แล้วก็เพชรบุรี ขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะคะ การเก็บข้อมูลเราทำกัน อย่างเป็นระบบ แล้วก็ประมวลออกมาในเรื่องเกี่ยวกับข้อมูลถ้าเราโฟกัส (Focus) ไปที่ระบบ ไฟฟ้า สัญญาณโทรศัพท์ และสัญญาณอินเทอร์เน็ต (Internet) นะคะ โรงเรียนที่มีกันอยู่แล้ว ก็ที่นำเรียนไปเมื่อครู่ และโดยภาพรวมนี่ในการจัดระบบไฟฟ้าก็จะมีใน ๓ มิติ ก็จะเป็น ในลักษณะโรงเรียนที่อยู่ในเขตที่ติดตั้งมีเสาไฟฟ้าเดินไป จ่ายไฟฟ้าไปตามระบบนะคะ โรงเรียนที่ใช้อุปกรณ์พลังงานแสงอาทิตย์โซลาร์เซลล์ (Solar Cell) และโรงเรียนที่ใช้ เครื่องกำเนิดไฟฟ้าค่ะ โดยที่ชุมชนมีส่วนร่วม บางครั้งกระแสไฟฟ้าจากการใช้โซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ซึ่งสายไฟฟ้าส่งยังไปไม่ถึง บางทีก็มีแสงไม่พอ หรือกำลังไฟไม่พอก็ได้ชุมชน ในพื้นที่ องค์การบริหารส่วนตำบล องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำและชุมชนมีส่วนร่วม ในการที่พัฒนาและช่วยทำให้การศึกษาจัดกันไปได้ เพราะทุกคนต่างมีเป้าหมายที่จะก่อเกิด ประโยชน์สูงสุดเพื่อเด็ก ลูกหลานบ้านเรากันทั้งนั้นนะคะ ท่านประธานคะ สพฐ. ได้แก้ปัญหา แล้วก็วางแนวทางอย่างยั่งยืน โดยการที่จัดสรรงบประมาณเป็นงบลงทุนค่าครุภัณฑ์ จัดหาอุปกรณ์โซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ยกตัวอย่างเช่น โรงเรียนบ้านแกงหอม สาขาบ้านม้ง ที่แม่ฮ่องสอน แล้วก็ที่แม่ฮ่องสอนอีกค่ะ บ้านห้วยหมี ศรีสวัสดิ์ บ้านกี้ดสามสิบที่แม่ฮ่องสอน อีกเช่นกัน แล้วก็ยังมีห้วยปลาสดที่จังหวัดตาก เป็นต้น ถ้าหากว่าโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ใช้งานมามากแล้ว แล้วก็ชำรุดต้องให้ใช้เงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบดำเนินงาน ในการซ่อมแซมได้ และในส่วนโรงเรียนอื่น ๆ ก็ประสานและได้รับการสนับสนุนส่งเสริม ในเรื่องของการใช้เครื่องกำเนิดไฟฟ้า ก็ต้องเรียนท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติผ่านไปยัง ท่านประธาน สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการ เรามีหน้าที่ที่จะจัดการศึกษาให้ทุกหย่อมหญ้า บางหน่วยงานของกระทรวงศึกษาธิการ ก็อย่างเช่น กศน. ก็ไปจัดการศึกษา อันนั้นคือ หน้าที่หลักเรา แต่เวลาที่การเรียนไปอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนก็ต้องเรียนว่า อันนี้ต้องยอมรับว่า เป็นข้อจำกัดที่เราจะต้องมีการประสานงาน และได้รับการสนับสนุนในการที่จะทำให้เกิดไฟฟ้าหรือการเดินสายไฟพาดผ่าน แล้วก็ คงจะต้องไปเกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่น ๆ เป็นต้นนะคะ อย่างเช่น กระทรวงมหาดไทย หรือหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง อันนี้ก็ต้องอาศัยในการที่ประสานงาน แล้วก็ต้องขอขอบคุณ ในโอกาสนี้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงทรัพยากร เจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็ให้ความสำคัญ แล้วก็สนับสนุนส่งเสริมในการที่จะช่วยกัน วิธีการที่แก้ปัญหาที่จะเข้าถึงในระบบนี้ได้เป็น การกระจาย ใช้คำว่า สพฐ. เองมีการกระจายอำนาจ แล้วก็มอบให้เขตพื้นที่ที่อยู่ในพื้นที่ จังหวัดต่าง ๆ นี้เป็นผู้ที่ไปประสานงาน แล้วก็ติดต่อกับหน่วยงานป่าไม้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จะทำให้ ขออนุญาตใช้ หรือดำเนินการที่เกี่ยวข้อง เพื่อที่จัดการเรียนการสอนไป อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดนะคะ🔗
ในส่วนของปัญหาเรื่องอินเทอร์เน็ต (Internet) ดิฉันก็จะขอพูดชี้แจง ต่อไปเลยนะคะ สัญญาณอินเทอร์เน็ต (Internet) เพื่อให้ใช้ในการจัดการเรียนการสอนนั้น สพฐ. เองก็ได้จัดสรรงบประมาณให้กับโรงเรียนทุกแห่งนะคะ รวมไปถึงโรงเรียนที่อยู่ป่าสงวน นี่ก็คือโรงเรียน ไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใดตามในภาพนะคะ แต่ต้องขอขอบคุณมากที่นำภาพ มาเสนอ ซึ่งก็ทำให้เกิดแรงที่เราจะร่วมกันในทุกภาคส่วนที่จะทำให้ลูกหลานของเราได้เข้าถึง การศึกษา ได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น สพฐ. ก็ได้จัดสรรงบประมาณให้กับโรงเรียนทุกแห่ง รวมถึงโรงเรียนในป่าสงวน ให้เป็นค่าเช่าสัญญาณอินเทอร์เน็ต (Internet) แล้วก็เป็นการ ที่จัดตามขนาด และตามเกณฑ์ ไม่เพียงเท่านั้นในบางพื้นที่ โรงเรียนก็เช่าสัญญาณ อินเทอร์เน็ต (Internet) แบบดาวเทียมค่ะ ซึ่งการเบิกจ่ายแบบดาวเทียมนี้ไม่จำกัดงบประมาณ เพื่อที่จะทำให้ลูกหลานของเรานั้นสามารถที่จะเข้าไปถึงบริการ โดยที่ทางพื้นที่สามารถที่จะเลือก ผู้ให้บริการสัญญาณอินเทอร์เน็ต (Internet) ในพื้นที่ เพื่อที่จะเป็นประสิทธิภาพที่สูงสุด เหมาะสม กับรูปแบบการให้บริการ ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ต (Internet) ความเร็วสูงผ่านเครือข่าย เคเบิล (Cable) ใยแก้ว อินเทอร์เน็ต (Internet) แบบไร้สาย รวมไปถึงอินเทอร์เน็ต (Internet) ผ่านระบบดาวเทียม ซึ่งผู้ให้บริการก็คือบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เพื่อที่จะบริหารจัดการทำให้เกิดการจัดเกณฑ์การเรียนการสอน รวมไปถึง การบริหารงานภายในโรงเรียน หรือสถานที่ที่จัดการเรียนการสอนนะคะ ซึ่งต้องกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะคะ การรับสัญญาณอินเทอร์เน็ต (Internet) แบบดาวเทียมนี้ก็อาจมี ปัญหา มีปัญหาที่เกิดจากความเสถียรของสัญญาณที่แตกต่างกัน ในบริบทของพื้นที่ต่าง ๆ แล้วก็สภาพภูมิอากาศ สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการก็มีแนวทางเพิ่มเติม แบบยั่งยืน คือการแก้ปัญหา ได้มีการประสานงานกับบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เพื่อที่จะปรับปรุงประสิทธิภาพของอุปกรณ์ และสามารถที่จะทำให้สัญญาณอินเทอร์เน็ต (Internet) ดีขึ้น มีความเร็วขึ้น มีประสิทธิภาพเพื่อใช้งานดียิ่งขึ้น ก็จะสามารถใช้ในการเรียน การสอนได้ ส่วนบางทีโรงเรียนที่ไม่อยู่ในเขตพื้นที่การติดตั้งสัญญาณโทรศัพท์ โรงเรียนก็ใช้ วิธีใช้โทรศัพท์เคลื่อนทดแทนค่ะ แล้วก็สามารถเบิกจ่ายค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่สำหรับ ค่าเช่าหมายเลข ค่าใช้บริการนะคะ ก็ตามมติคณะรัฐมนตรี แล้วก็ต้องเรียนนะคะว่า ภาพที่ปรากฏได้ชัดนะคะ เราก็เห็นได้ว่าไม่ว่าจะอยู่ในพื้นที่ใด ครูไทยของเราอยู่ใกล้ชิด กับเด็ก ๆ ไม่ทิ้งเด็ก ๆ และเราได้แรงศรัทธาความร่วมมือร่วมใจจากพ่อแม่ จากผู้ปกครอง เพราะทุกคนล้วนที่อยากจะให้ลูกหลานของเราได้เรียนหนังสือ แล้วก็เรามีสมาชิกสภา ผู้ทรงเกียรติ ที่ให้ความสำคัญ และนำสิ่งที่งดงาม นำสิ่งที่ได้เห็นว่าเราไม่ท้อ ไม่ว่าจะเป็น สถานการณ์อะไรก็ตาม ทุกคนเรียน เรียนด้วยความรัก เรียนด้วยหัวใจ แล้วก็จะนำพาสิ่งดี ๆ ที่จะต่อกัน แล้วดิฉันก็ขอขอบคุณ แล้วก็เป็นกำลังใจ แล้วก็ขอบคุณมากสำหรับคำถาม อันทรงคุณค่าเพื่อที่จะร่วมกันพัฒนาการศึกษาไปด้วยกัน ขอขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ🔗
เชิญท่านมานพถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗
ท่านประธานครับ ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๔ ว่ารัฐจะต้องจัดการศึกษาให้กับเด็กโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย แต่รูปที่ผมนำเสนอ เมื่อสักครู่คือท่านไม่ได้เก็บค่าใช้จ่ายครับ ท่านกำลังให้เด็กและผู้ปกครองออกค่าใช้จ่ายเอง อันนี้คือเป็นประเด็น ข้อมูลที่พี่น้องประชาชนส่งถึงผม ท่านประธานครับ เรามีโรงเรียน ที่ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต (Internet) ๒๙๑ โรงเรียน ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ ๔๓๕ โรงเรียน ทั้งหมดที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ว่าจะเป็น สพฐ. โรงเรียน ตชด. ในเพจ (Page) ผมก็ส่งมา การเรียนการสอนเมื่อมันไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือในการสื่อสารตรงนี้ มันมีปัญหาไปทั้งหมดละครับท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีครับ ผมไปที่ตำบลแม่ตื่น อำเภอแม่ระมาด จังหวัดตาก ติดกับอำเภออมก๋อย ผอ. โรงเรียนบอกว่าแก้ปัญหาโดยการใช้ เครื่องปั่นไฟ ใช้โซลาร์เซลล์ (Solar Cell) ปัญหาก็คือว่าต้องเปิดใช้เป็นช่วงเวลาในช่วงที่เรียน คอมพิวเตอร์เพราะว่าไฟฟ้าไม่พอ ผมก็ถามว่าค่าน้ำมันเท่าไรครับท่าน ผอ. เดือนหนึ่งประมาณ ๘,๐๐๐ บาท เพราะฉะนั้นประเด็นสำคัญก็คือว่าบุคลากรเหล่านี้ ผมพูดในสภาแห่งนี้ตลอดครับ ท่านประธานว่า ทำไมโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในหมู่บ้าน ในชุมชน ชอบด้วยกระทรวงศึกษาธิการ เพราะเราส่งข้าราชการของเรา เราส่งบุคลากรของเราไปทำงานเพื่อพัฒนาคุณภาพของ พี่น้องประชาชน ชอบด้วยกระทรวงมหาดไทย เพราะว่าหมู่บ้านนี้มีบ้านเลขที่ มีกำนัน มีผู้ใหญ่บ้าน แต่ว่าท่านก็บอกว่าเกี่ยวข้องกับหลายกระทรวง โดยเฉพาะกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ทั้งหมดนี้ไม่ใช่เฉพาะป่าสงวนนะครับท่านประธาน ในเขตป่าอุทยานด้วย อยู่ ในลุ่มน้ำชั้น ๑ ชั้น ๒ ผมถามว่าประเทศนี้ บ้านเมืองนี้ฝ่ายบริหารไม่ประสานกันหรือครับว่า อันนี้คือบุคลากรของเราที่เราส่งไปลงพื้นที่เพื่อพัฒนาคุณภาพของพี่น้องประชาชน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่คุยกันหรือครับ เพราะฉะนั้นคือผมคิดว่า เรื่องจำเป็นที่ฝ่ายบริหาร และผมก็เชื่อว่าศักยภาพของผู้บริหารถ้าจะทำเรื่องนี้ไม่เกิน ความสามารถที่จะแก้ปัญหาครับ จะเป็นระบบไฟฟ้าจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่มี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยดูแลอยู่แล้ว หรือจะเป็นระบบไฟฟ้าทางเลือก จะเป็นโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) โซลาร์โฮม (Solar Home) โซลาร์เฮ้าส์ (Solar House) ก็แล้วแต่ ก็เป็นไปได้หมด แต่ว่าขอให้มันมีประสิทธิภาพและคุณภาพ สิ่งที่ผมอยากจะนำ คำถามตรงนี้ ผมขอภาพสุดท้ายในรูปที่อยากจะนำเรียน🔗
อันนี้คือข้อมูลที่ยูนิเซฟ (UNICEF) ได้สำรวจไว้ ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีครับ เราพบว่า ๑.๔ ของเด็กนักเรียนที่ยากจน จะต้องออกจากระบบ และเราพบว่าถึงแม้ว่าเด็กยากจนจะเข้าถึงโทรศัพท์มือถือ เครื่องมือใหม่ แต่ว่าไม่สามารถที่จะเข้าถึงอินเทอร์เน็ต (Internet) และคอมพิวเตอร์ได้ เพราะฉะนั้นเป็นเหตุเป็นผลทั้งหมดที่ทำให้ ๑.๔ เปอร์เซ็นต์ของคนจนเหล่านี้ไม่มีโอกาส ได้เรียนต่อที่หลุดออกจากนอกระบบ และเราจะไปถึงเป้าหมายที่เราบอกว่าเตรียมคนไว้ ไปในศตวรรษที่ ๒๑ ได้อย่างไร เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะนำเรียนท่านประธาน กับท่านรัฐมนตรีในคำถามสุดท้ายอย่างนี้ครับ คือผมคิดว่าเราเห็นปัญหาแล้วว่า อย่างภาพที่เห็นซึ่งเป็นแค่ภาพตัวอย่างในพื้นที่เล็ก ๆ ถ้าท่านอยากจะลงพื้นที่กับผม ไม่ว่าจะเป็น สพฐ. ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่โรงเรียนมัธยมพยายามแก้ไขปัญหา หรือว่าโรงเรียน ตชด. หรือรูปแบบการศึกษา กศน. อื่น ๆ ผมยินดีที่จะพารัฐมนตรีไปดู ผมยินดีที่จะพา บุคลากรในความรับผิดชอบของท่านไปดู เรื่องที่เกี่ยวข้องผมได้อภิปรายในสภาแห่งนี้ครับ ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ต (Internet) ประชารัฐในพื้นที่ชายขอบต่าง ๆ ก็ดีตั้งไว้อย่างนั้น ตั้งไว้และมีการตรวจรับเรียบร้อย แต่ว่าไม่สามารถที่จะเปิดสัญญาณอินเทอร์เน็ต (Internet) ได้ กสทช. กับท่านก็ต้องมาคุยกัน เพราะว่าเขาบอกว่าตั้งอยู่ในเขตป่าสงวน ไม่สามารถที่จะเปิดได้ แต่ว่าตอนที่คุณไปติดตั้ง ทำไมคุณติดตั้งได้ ผมคิดว่ามันไม่ใช่ไม่มีเครื่องมือ แต่ว่าท่านจะต้องประสานงานกันในระดับ ฝ่ายบริหาร เพราะฉะนั้นโดยคำถามสุดท้ายท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ในเฉพาะหน้านี้ตอนนี้ดูท่าทีแล้วว่าไม่สามารถที่จะเปิดโรงเรียนได้ และภาพที่ผมฉายให้กับ ท่านเห็นเมื่อสักครู่ก็ยังจะเกิดขึ้น และถ้าหากว่าท่านไม่แก้ปัญหา ๑.๔ เปอร์เซ็นต์ที่ผมบอกว่า ต้องหลุดออกจากการศึกษา ผมคิดว่าตัวเลขนี้จะเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นเฉพาะหน้านี้ การแก้ปัญหาที่ท่านว่านี้ จะทำอย่างไรเพื่อที่จะบรรเทาปัญหาได้จริง ๆ ในเชิงรูปธรรมเลยนะ ครับ อาจจะเป็นมติ ครม. อาจจะเป็นคำสั่งรัฐมนตรี อาจจะเป็นนโยบายที่เร่งด่วนนี้ เพราะว่า สถานการณ์ในภาพที่เราเห็นเมื่อสักครู่นี้ก็จะยังคงดำเนินต่อไป เพราะว่าสถานการณ์โควิด (COVID) และในระยะยาวผมอยากจะเห็นแผนของท่านรัฐมนตรีที่จะมีการบูรณาการ ๓ กระทรวงที่ผมได้กล่าวมานี้อย่างเป็นรูปธรรม เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเราไม่ได้บูรณาการ ไม่มีการทำงานเป็นทีมในแง่ของการจัดหาเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน ไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต (Internet) ต่าง ๆ เหล่านี้ซึ่งเป็นบริการขั้นพื้นฐาน มันเป็นนโยบายของรัฐที่จะต้องดูแล พี่น้องประชาชนโดยเร่งด่วนท่านจะดำเนินการอย่างไร ภายใน ๒-๓ เดือนนี้ที่โควิด (COVID) ยังมีปัญหาอยู่ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีกนกวรรณตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ดิฉันเอง ก็ลงพื้นที่สม่ำเสมอ ก็เพิ่งกลับจากเลอะกรา แล้วก็ไปในหลายพื้นที่ที่ทุรกันดาร ก็รับทราบ แล้วก็เห็นปัญหาถึงมาผลักดันอะไรกันต่อเนื่อง แล้วก็ท่านรัฐมนตรีว่าการเองก็ให้ความสำคัญ และท่านเองก็ลงพื้นที่เช่นกัน เราทั้ง ๓ รัฐมนตรี ทั้งคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ด้วยนะคะ เรียนว่าต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาที่จะพาดิฉันไปและคงไม่ได้มีโอกาสไปพร้อมท่าน โดยปกติก็ไปกันอยู่แล้ว แต่อย่างไรข้อมูลที่ท่านให้ก็ต้องขอขอบคุณมากนะคะ เรียนอย่างนี้ค่ะ ในการที่น้อง ๆ หลุดออกจากนอกระบบ กระทรวงศึกษาธิการก็ให้ความสำคัญมาก เมื่อไม่กี่วัน เราก็มีการเซ็นเอ็มโอยู (MOU) ร่วมกับ ๑๒ หน่วยงาน หลายกระทรวงนะคะ กระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงดิจิทัล เป็นต้น เรียนอย่างนี้ค่ะว่าเพื่อที่จะช่วยกันในทุกภาคส่วน จะพาน้อง ๆ ลูกหลานของเราที่หลุดออก จากนอกระบบการศึกษา ก่อนที่เราเซ็นเอ็มโอยู (MOU) เราทำแล้วค่ะ น้อง ๆ ที่หลุดออก จากระบบก็กลับมาได้ประมาณครึ่งหนึ่ง ในส่วนของอาชีวะเองเราก็มีวิธีการที่จะจัดให้เด็ก ๆ อาชีวะที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกล ขาดแคลน ยากจนมาพัก ทำเป็นสถานที่ให้ลูกหลานของเราได้ เรียนฟรี ได้อยู่ฟรี ได้กินฟรี แล้วก็มีความรู้ไปด้วย อันนี้ก็ยกตัวอย่างเป็นเบื้องต้น ต้องเรียน อย่างนี้ว่าเรามีการประสานงานทำงานร่วมกัน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเอง ก็ให้ความสำคัญ ท่านรัฐมนตรีก็ให้ความสำคัญค่ะ เพราะข้อมูลเราก็จะส่งกันอย่างต่อเนื่อง แต่ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติคะ ก็เรียนว่าข้อห่วงใย กระทรวงศึกษาธิการ สพฐ. แล้วก็ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในกระทรวงศึกษาธิการเอง เราตระหนักเสมอแล้วเราก็พยายาม ทำทุกวิถีทาง ท่านคงได้เห็นเมื่อไว ๆ นี้ก็มีมาตรการเยียวยา โดยรัฐบาลที่จะให้กับ นักเรียนทุกคนและเพื่อผ่อนปรนภาระครอบครัว ซึ่งเงินจำนวนนั้นก็ได้รับความขอบคุณ จากผู้ปกครองเป็นจำนวนมากที่ทำให้เขาได้สามารถที่จะไปลดภาระค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ส่วนหนึ่งก็อาจจะเป็นเครื่องอำนวยความสะดวกให้เด็ก ๆ เข้าถึงการเรียนได้ เป็นต้น มีในเรื่องของอินเทอร์เน็ต (Internet) สำหรับการเรียนออนไลน์ (Online) ที่ กสทช. ก็ได้ช่วย ลดภาระไปนะคะ แล้วก็มีเรื่องของการลดภาระให้กับคุณครู นักเรียน อย่างเช่น ในเรื่อง การทำการบ้าน การเรียนรูปแบบใหม่ ซึ่งก็พยายามกันทุกวิถีทาง แล้วก็ขอย้อนกลับมา ย้ำในเรื่องของเด็ก ๆ ออกนอกระบบ ก็ขอโอกาสให้รัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ ประชาสัมพันธ์ผ่านท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติด้วย ให้ช่วยเราด้วย มีแอปพลิเคชัน (Application) พาน้องกลับมาเรียน ท่านช่วยโหลด (Load) เลยนะคะ และถ้าไปเจอเด็กคนไหน หรือท่านใดที่หลุดออกจากระบบการศึกษา หรือต้องการ เรียนการศึกษา แจ้งเราค่ะ ในแอปพลิเคชัน (Application) ตามน้องกลับมาเรียน ปัญหามีอะไร อย่างไร เราจะตาม แก้ปัญหาให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะพาทุกคนเข้าสู่ระบบการเรียนและได้เรียนที่เหมาะสม ตามบริบทของบุคคลนั้น ๆ หรือตามพื้นที่นะคะ ดิฉันขอกราบเรียนท่านประธานสภา ผ่านไปยังท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ อย่างที่กราบเรียนไปว่าในการที่มอบอำนาจให้กับ กระจายอำนาจ และมอบอำนาจให้กับเขตพื้นที่ที่อยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ เข้าไปดำเนินการ ขอใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ ในพื้นที่ดังกล่าว ป่าสงวน เป็นต้น แล้วก็ได้มีการร่วมมือ กับชุมชน กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทย สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อแก้ไขปัญหาค่ะ เราทำกันอย่างต่อเนื่อง และเรียนว่าจากข้อแนะนำ ข้อสังเกต และข้อมูลที่เป็นประโยชน์ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ บอกให้เราไปบูรณาการกัน เราจะไปติดตามความคืบหน้าที่ได้ประสานส่งเสริมกันไว้ ขอความร่วมมือกันไว้ว่าเป็นอย่างไร ก็ขอให้ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติได้สบายใจ และต้องขอขอบคุณในนามของกระทรวงศึกษาธิการ ในนามของรัฐบาล และทุก ๆ กระทรวง ที่เกี่ยวข้องในการจัดการศึกษา อำนวยสุขให้กับพี่น้องประชาชน ขอรับข้อเสนอแนะ แล้วก็จะไปพยายามทำให้ดีที่สุดค่ะ ขอกราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ท่านประธานผมขออีกสักครึ่งนาที คืออย่างนี้ครับ อาจจะใช้เวลานิดหนึ่ง แต่ว่าเป็นเรื่องสำคัญครับท่านประธาน คือเนื่องจากว่า นักเรียน ผู้ปกครองและโรงเรียนก็ร้องมาที่ผม ทั้งทางเฟซบุ๊ก (Facebook) ทีนี้เพื่อให้เกิด การแก้ไขปัญหาร่วมกันอย่างเป็นระบบ ผมเข้าใจว่าข้อมูลอาจจะไม่ตรงกันเท่าไร ซึ่ง สพฐ. แต่ละที่ เขตการศึกษาแต่ละที่อาจจะนำเรียนท่านรัฐมนตรีอาจจะครบหรือไม่ครบ ผมไม่แน่ใจ เพื่อให้เกิดการแก้ไขอย่างเป็นระบบ คือว่าทำอย่างไรคนที่ร้องนี้จะได้ส่งตรงมาที่ท่านรัฐมนตรี เลย นอกจากที่ผมจะรับเรื่องแล้ว ผมก็จะได้แจ้งในเพจ (Page) ผมว่าถ้าเรื่องกรณีไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต (Internet) โทรศัพท์อะไรพวกนี้ ส่งมาในอินบ็อกซ์ (Inbox) ของท่านรัฐมนตรี ของกระทรวงศึกษาธิการเลยครับ ผมคิดว่าอันนี้สำคัญที่สุดครับ เพราะว่าไม่ต้องผ่านผมก็ได้ ครับ ผ่านผู้บริหารและจะได้แก้ปัญหาโดยตรงเลยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ท่านจะชี้แจง หรือไม่ครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนที่เคารพ ท่านสมาชิกคะ ก็ต้องขอขอบคุณนะคะ เดี๋ยวเรา ทางกระทรวงศึกษาธิการจะเพิ่มช่องทางประชาสัมพันธ์ คือปกติเราจะมีเลขและจะมีเว็บไซต์ (Website) และจะมีเพจ (Page) ที่ให้ประชาชนได้ร้องเรียนและแจ้งความเดือดร้อนต่าง ๆ เพื่อที่จะไปพัฒนางานและแก้ไขปัญหา เดี๋ยวจะไปเพิ่มช่องทางประชาสัมพันธ์นะคะ แล้วก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ และสิ่งที่ท่านฝากว่าจะฝากหนังสือไปถึง ท่านรัฐมนตรี เดี๋ยวดิฉันรีบไปนำเรียนเลยนะคะ แล้วก็ท่านเขียนเบอร์โทรให้ดิฉันด้วย เดี๋ยวจะได้ติดต่อประสานงานแล้วก็ตอบท่านด้วย ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานสภาค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
จบกระทู้ถาม ของท่านมานพ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ต่อไปเป็นกระทู้ถามทั่วไปฉบับที่ ๕ ครับ🔗
๑.๒.๕ กระทู้ถามที่ ๔๖๐ เรื่อง การบริหารจัดการปัญหาเขตพื้นที่ กรมประมงในเขตหนองหาร ตามพระราชกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๔๘๔ (นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม ) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านขอเลื่อนไปตอบ ในวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๕ ท่านอภิชาติ🔗
รับทราบครับ กระทู้ที่ผมได้ยื่น ต่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในเมื่อท่านไม่พร้อม จะดำเนินการบรรจุ ในระเบียบวาระการประชุมวันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๕ ใช่ไหมครับ🔗
ครับ เดี๋ยวบรรจุให้ วันที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๕ ครับ🔗
ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณ ท่านอภิชาติครับ ต่อไปกระทู้ถามทั่วไป ฉบับที่ ๖🔗
๑.๒.๖ กระทู้ถามที่ ๔๖๑ เรื่อง การก่อสร้างฝายชลประทานขนาดเล็ก ฝายห้วยโพธิ์ หมู่ที่ ๒ บ้านโคกก่อง ตำบลหนองนกเขียน อำเภอศรีธาตุ จังหวัดอุดรธานี เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง (นางจุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้ นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ตอบ เชิญท่านจุฑาพัตธน์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน จุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นดิฉันต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงที่ได้บรรจุ กระทู้ของดิฉันได้มาตอบกระทู้ถามในวันนี้ค่ะ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ท่านประภัตร โพธสุธน ที่ได้มาตอบกระทู้ของดิฉันในวันนี้ด้วยค่ะ กระทู้ของดิฉันเรื่องการก่อสร้างฝายชลประทานขนาดเล็ก ฝายห้วยโพธิ์ หมู่ที่ ๒ บ้านโคกก่อง ตำบลหนองนกเขียน อำเภอศรีธาตุ จังหวัดอุดรธานี เดิมฝายชลประทานขนาดเล็ก ฝายห้วยโพธิ์ หมู่ที่ ๒ บ้านโคกก่อง ตำบลหนองนกเขียน อำเภอศรีธาตุ จังหวัดอุดรธานี เป็นฝาย ชลประทานขนาดเล็ก ซึ่งมีความจุน้ำได้ประมาณ ๔๖๐ ลูกบาศก์เมตร ก่อสร้างมา เมื่อปี ๒๕๕๓ เป็นแหล่งน้ำที่ประชาชนในตำบลหนองนกเขียนได้บริโภคอุปโภค และเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตร เป็นแหล่งน้ำหาปู หาปลาของชาวบ้าน และเลี้ยงสัตว์ ซึ่งปัจจุบันนี้มีสภาพชำรุด เสียหาย ไม่สามารถกักเก็บน้ำได้มาประมาณ ๒ ปีเศษ จึงทำให้ พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนขาดแคลนน้ำ ไม่มีน้ำในการเพาะปลูกพืชผล ทางการเกษตร ได้รับผลกระทบรวมพื้นที่ ๒,๕๐๐ ไร่ค่ะท่านประธาน ที่อาศัยน้ำจากฝาย ห้วยโพธิ์ได้ปลูกพืชผลทางการเกษตร เป็นแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ หาปู หาปลา เลี้ยงสัตว์ของ พี่น้องชาวตำบลหนองนกเขียน ดิฉันจึงได้นำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมา เรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หาก ฝายชลประทานขนาดเล็ก ฝายห้วยโพธิ์ได้รับการปรับปรุงแก้ไขให้สามารถกักเก็บน้ำได้ เหมือนเดิม ก็จะทำให้พี่น้องประชาชนได้มีน้ำเพาะปลูกพืชผลทางการเกษตรได้อย่างเพียงพอ และเป็นการแก้ไขปัญหาภัยแล้งได้อย่างยั่งยืนด้วยค่ะ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองนกเขียน จึงได้เสนอโครงการสร้างฝายใหม่โดยแผนการสร้างฝายใหม่ได้เข้าแผนจังหวัดแล้วค่ะ ท่านประธาน และกรมชลประทานได้ถ่ายโอนภารกิจให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๒ เมื่อวันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๔๖ เนื่องจากองค์การบริหารส่วนตำบล หนองนกเขียน อำเภอศรีธาตุ จังหวัดอุดรธานี ไม่มีงบประมาณที่จะดำเนินการดังกล่าวนี้ได้ ดิฉันจึงขอเรียนถามท่านรัฐมนตรีพร้อมกันทั้ง ๒ คำถามเลยค่ะ🔗
คำถามที่ ๑ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะดำเนินการแก้ไขปัญหานี้ โดยการอนุมัติงบประมาณให้ก่อสร้างฝายใหม่หรือซ่อมแซมฝายเดิมหรือไม่ อย่างไร ถ้าไม่มี การก่อสร้างเพราะเหตุใด ขอทราบรายละเอียด🔗
คำถามที่ ๒ ดิฉันขอถามพร้อมกันเลยค่ะ หากเห็นควรแก้ไขปัญหา จะดำเนินการแก้ไขปัญหานี้เมื่อใด ขอทราบรายละเอียด ขอให้ท่านรัฐมนตรีตอบในที่ประชุมค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
เรียนเชิญ ท่านรัฐมนตรีช่วยประภัตรเป็นผู้ตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผมได้กลับมาจากอุดร ต้องขอชมเชย ท่าน ส.ส. จุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ ท่านได้ทวงถามเรื่องนี้มาก่อนแล้ว ว่าจะทำอย่างไร เมื่อฝายนี้ไม่ใช่ใหญ่โตนัก และท่านเองบอกว่าพี่น้องประชาชนต้องใช้ฝายอันนี้มาช้านานแล้ว ขอชมเชยในความตั้งใจและขยันแทนพี่น้อง ฝายห้วยโพธิ์เป็นฝายที่ชลประทานสร้างกั้น ลำน้ำห้วยโพธิ์ ซึ่งลำน้ำห้วยโพธิ์มันยาวประมาณสัก ๑๐ กว่ากิโลเมตร เป็นร่องน้ำ ที่มีต้นกำเนิดมาจากเทือกเขาที่อยู่ด้านบนแล้วก็ส่งน้ำมายังที่แม่น้ำลำปาว ตามที่ชลประทาน ได้ทำให้ผมเห็นเลยว่า มีความจำเป็นอย่างยิ่งเพราะฝายตัวนี้สร้างด้วยคันดินกว้าง ๔ เมตร เป็นคันดินที่ยาว ๒๔๓ เมตร สูง ๖.๕๐ เมตร และเป็นฝายที่สร้างมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๓ ถึงวันนี้ ก็ ๓๐ ปีแล้ว ก็โอนไปให้ อบต. โครงการแบบนี้เป็นโครงการขนาดเล็ก แต่กระจายอำนาจ กรมชลประทานสร้างเสร็จก็โอนให้ อบต. หนองนกเขียน ฝายตัวนี้เริ่มพังใช้ไม่ได้ในปี ๒๕๖๓ ตามที่ท่านบอก ถูกต้องครับ คราวนี้เมื่อสมบัติและโครงการนี้ไปอยู่ที่ อบต. หนองนกเขียน🔗
ข้อที่ ๑ ชลประทานเข้าใจว่าหนองนกเขียนไม่มีเงินแน่นอนที่จะเข้าไป ซ่อมแซม ชลประทานอยากเข้าไปตอนนี้ไม่ได้แล้ว เพราะถ่ายโอนไปให้เรียบร้อยแล้ว จะทำได้อย่างนี้ครับ ตอนนี้กรมชลประทานรู้ปัญหา ไปดูสถานที่จริงแล้ว ๑. ท่านกลับไป บอกนายกเทศมนตรีและสมาชิกสภาหนองนกเขียนว่า นี่อยู่ในอำนาจการดูแลของท่าน ท่านต้องเรียกประชุมให้จำหน่ายทรัพย์สินอันนี้ คือหมายความว่าลงมติหรือปรับปรุงให้หมด ไปเลย แล้วกรมชลประทานก็สามารถเข้าไปก่อสร้างได้ ขอมาเลย เพราะว่าอันนี้ไม่มีแล้ว ฝายที่ท่านว่านี้พังหมดแล้ว ชลประทานก็จะไปทำในรูปแบบก่อสร้างให้ใหม่ เวลานี้ เขาออกแบบแล้ว ในทางวิศวะเขาจะสร้างเป็น ๖ ช่องระบายน้ำ ใช้บ็อกซ์คัลเวิร์ต (Box Culvert) ๖ ช่อง ช่องหนึ่งก็ประมาณ ๔ เมตร แล้วก็จะขยายเป็นถนน ซึ่งพี่น้อง ได้ขนอ้อยหรืออย่างไรนี้ ที่เขาบอกว่าต้องทำขยายให้มันใหญ่เลยทีเดียว เมื่อท่านขอมา เขาก็จะออกไปสำรวจ ตั้งงบให้ในปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๖ ไม่ทันแล้ว เพราะท่านยังไม่ได้มอบ เพราะท่านยังไม่ได้จำหน่ายทรัพย์สินตัวนี้ ก็งบประมาณโดยประมาณที่เขาบอกมานี้ กรมชลประทานประมาณ ๒๕ ล้านบาท ครั้งแรกผมนึกว่าจะไปซ่อมแซมได้สัก ๓ ล้านบาท ๕ ล้านบาท ก็จะของบเหลือจ่ายปี ๒๕๖๕ แต่มันไม่ทันแล้ว ท่านต้องไปจำหน่ายทรัพย์สิน เสียก่อน บอก อบต. ว่ารื้อถอนพูดง่าย ๆ ให้เกลี้ยงไปเลย แล้วก็ขอให้กรมชลประทาน ไปสร้างใหม่ ก็จะสามารถใช้งบเข้าไปดำเนินการใหม่ได้ครับ ขอกราบเรียนท่านสมาชิก ด้วยความเคารพครับ🔗
ท่านมีอะไร เพิ่มเติมไหมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉันฟังท่านรัฐมนตรีตอบแล้วก็รู้สึกดีใจค่ะ ที่ท่านตอบว่า อบต. ที่จริงแล้ว เขาก็ไม่มีงบประมาณที่จะสามารถดำเนินการดังกล่าวนี้ได้ ต้องจำหน่ายคืนไปให้กับ กรมชลประทานถึงจะดำเนินการได้ อันนี้ท่านก็พูดแล้วในสภาว่า โอนไปให้กรมชลประทาน เขาจะดำเนินการประมาณ ๒๗ ล้านบาท ในปี พ.ศ. ๒๕๖๖-๒๕๖๗ ใช่ไหมคะท่าน อันนี้ดิฉันก็ขอเป็นตัวแทนพี่น้องประชาชนชาวตำบลหนองนกเขียนค่ะ ก็จะรอฟังข่าวดีว่า กรมชลประทานจะไปเร่งก่อสร้างฝายที่ผุพังวันไหนนะคะ ดิฉันก็จะนำเรื่องนี้ไปปรึกษา กับนายกเทศมนตรีและองค์การบริหารส่วนตำบลหนองนกเขียนให้ทำตามที่ท่านบอกมา ในวันนี้ค่ะ ก็ขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีเป็นอย่างสูง ที่ท่านเป็นห่วงเป็นใย พี่น้องชาวไร่ชาวนา ที่เห็นความสำคัญของน้ำทำไร่ทำนาค่ะ ก็ขอกราบขอบพระคุณท่าน เป็นอย่างสูง ขอบคุณค่ะ🔗
จบกระทู้ ถามทั่วไปทุกฉบับแล้ว🔗
ต่อไปเป็นระเบียบวาระที่ ๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ซึ่งดำเนินการอยู่ในห้อง กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
ท่านผู้เข้าร่วม ประชุมครับ ขณะนี้องค์ประชุมครบ ท่านประธานสภาในห้องประชุมใหญ่ได้เปิดประชุมสภา เป็นที่เรียบร้อย ฉะนั้นก็ของพวกเราเป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะก็จะเริ่มดำเนินการ ขณะนี้อยู่ ในห้องประชุมใหญ่ก็เป็นระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
ผมขอเรียนที่ประชุมว่าเพื่อประโยชน์ในการถาม และตอบกระทู้ถามของผู้ตั้ง กระทู้ถามและของท่านรัฐมนตรี ผมขอสลับลำดับการถามตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ เป็นดังนี้🔗
๑. กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๔๐ ของนายเชิงชาย ชาลีรินทร์🔗
๒. กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๔๘ ของนายนิยม เวชกามา🔗
๓. กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๔๙ ของนายนิยม เวชกามา🔗
๔. กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๕๐ ของนายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์🔗
๕. กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๕๑ ของนายบุญแก้ว สมวงศ์🔗
๖. กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๔๕ ของนายสะถิระ เผือกประพันธุ์🔗
๗. กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๔๖ ของนายสะถิระ เผือกประพันธุ์🔗
ซึ่งลำดับที่ ๖ กับที่ ๗ ได้รับการแจ้งมาว่า ทางรัฐมนตรีที่จะมาตอบขอเลื่อน การตอบกระทู้ทั้ง ๒ ลำดับ ผู้ตั้งกระทู้ถามไม่ขัดข้อง และก่อนที่จะถาม-ตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมขออนุญาตชี้แจงแนวปฏิบัติให้ท่าน ส.ส. ได้รับทราบในการถาม-ตอบกระทู้ถาม แยกเฉพาะ เรากำหนดระยะเวลาถามตอบแค่ ๒๐ นาที คือฝ่ายละ ๑๐ นาทีถาม-ตอบได้ ๒ ครั้ง แต่ถ้าจำเป็นจะถามครั้งที่ ๓ ต้องได้รับอนุญาตจากประธานในที่ประชุมถ้าประธาน เห็นว่ายังมีประเด็นที่มีความสำคัญ ที่จะต้องตอบชี้แจงกันให้เกิดความชัดเจนประธานก็จะ อนุญาตเป็นคราว ๆ ไป ฉะนั้นก็ขอให้ผู้ถามและผู้ตอบ ผู้ถามคือท่าน ส.ส. ผู้ตอบคือ ท่านรัฐมนตรีได้เตรียมเนื้อหาสาระให้เหมาะกับเวลาที่ได้กำหนดเอาไว้🔗
๑.๓.๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๔๐ เรื่อง การคัดค้านการกำหนด พื้นที่เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงละหาน (นายเชิงชาย ชาลีรินทร์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗
ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะคือ นายรัฐนันทน์ ศิรินทร์จิรเดช หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงละหาน ถ้าตอนนี้พร้อมแล้วก็ขอเชิญ ท่าน ส.ส.เชิงชาย ชาลีรินทร์ ได้ถาม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา กระผม เชิงชาย ชาลีรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐก่อนอื่น ผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้กรุณาบรรจุกระทู้ถามถึงความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนในเขตบึงละหาน ขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา ที่ได้กรุณาสละเวลามาตอบกระทู้ถามในครั้งนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ตามประกาศ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องการกำหนดพื้นที่สาธารณประโยชน์ บึงละหาน ในท้องที่ตำบลหนองบัวบาน ตำบลหนองบัวใหญ่ ตำบลบ้านเกาะ และตำบล ละหาน ในอำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมินั้น ให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ตามพระราชบัญญัติ สงวนและการคุ้มครองสัตว์ป่า พุทธศักราช ๒๕๓๕ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๑ และทางสำนักงานบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ ๗ นครราชสีมาได้มีหนังสือ ลงวันที่ ๕ กันยายน เรื่องการก่อสร้างเขตห้ามล่าบึงละหาน และสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ ในเขตพื้นที่อำเภอจัตุรัส ปรากฏว่าทางอำเภอ และทางหน่วยงานราชการต่าง ๆ ไม่ทราบในการมาดำเนินการในครั้งนี้ มาก่อน ซึ่งจากข้อเดือดร้อนและข้อร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน เป็นการปฏิบัติตาม กระบวนการที่ไม่ถูกต้อง กล่าวคือไม่มีการทำประชาคม และแจ้งให้หน่วยงานทราบมาก่อน ในการกำหนดพื้นที่เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงละหานนั้น ส่งผลต่อวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชน ในพื้นที่เป็นอย่างมาก เช่น การเก็บพืชผัก เก็บสิ่งของที่จะไปดำรงชีวิตมีความยากลำบาก ยิ่งขึ้น เนื่องจากมีการห้ามและมีการจับกุม และยึดอุปกรณ์การหาเพื่อไปดำรงชีวิตด้วยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ การหาปลาได้ข้อมูลจากทางชาวบ้านว่า จะไม่ให้ใช้เรือยนต์ เข้าไปหาปลา เพราะว่าจะทำให้เกิดเสียงดัง ทำให้เกิดการรบกวนสัตว์ที่อยู่ในบริเวณบึง และในช่วงที่น้ำท่วมใหญ่ที่ผ่านมา ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณบึงละหานต่างได้รับ ความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เนื่องจากตามปกติฤดูน้ำหลาก ชาวบ้านจะทำความสะอาด และกำจัดวัชพืช แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ปฏิเสธการไปทำความสะอาดนั้น ทำให้น้ำนั้น มันท่วมขังเป็นระยะเวลาที่ยาวนานขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ พี่น้องได้บอกถึงการ ปฏิเสธของเจ้าหน้าที่ ไม่ให้เจ้าหน้าที่กรมชลประทานนำเครื่องจักรมากำจัดวัชพืช ในบึงละหานในช่วงปี ๒๕๖๓ เพราะเพียงว่าพื้นที่ตรงนี้ต้องได้รับการอนุญาตจากเขต ห้ามล่าก่อนครับ ท่านประธานครับในพื้นที่บึงละหานมีพื้นที่ ๑๗,๓๘๖ ไร่ ๓ งาน ๗ ตารางวา แต่ได้มีการประกาศเขตพื้นที่ห้ามล่าไปเต็ม ๑๗,๕๘๖ ไร่ ทำให้พี่ลงที่มีพื้นที่ติดอยู่กับ บึงละหาน ที่ไม่ได้ติดอยู่กับบึงละหานไปทำธุรกรรมทางด้านที่ดิน ซื้อ ขาย จ่าย โอน โดนปฏิเสธจากเจ้าหน้าที่ที่ดินว่า อยู่ในเขตพื้นที่ห้ามล่าสัตว์ป่า ไม่สามารถโอนได้ นี่ล่ะครับ ที่เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องที่อยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ชาวบ้านต่างพูดคุยและตั้งข้อสงสัย ว่าที่มาจากการประกาศเขตห้ามล่า เป็นการกระทำที่ชอบหรือไม่กระผมนั้น จึงได้นำ ข้อร้องเรียนและข้อสงสัย มาสอบถามทางท่านรัฐมนตรีที่เป็นเจ้ากระทรวงเพื่อที่จะนำตอบ ที่ทางท่านรัฐมนตรีได้กรุณาตอบไปชี้แจงให้พี่น้องได้รับทราบครับ ผมขออนุญาตเข้าสู่คำถาม ท่านประธานครับ🔗
คำถามข้อที่ ๑ ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะมี นโยบายระงับแผนการดำเนินการก่อสร้างที่ทำการของสำนักงานของเขตห้ามล่า ที่ทำการ ในปี ๒๕๖๒ ไปก่อนได้หรือไม่ เพื่อทบทวนเรื่องการประกาศเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงละหาน ทั้งหมดก่อน ผมขออนุญาตสอบถามรายละเอียดครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขออนุญาตตอบกระทู้ของท่าน ส.ส. เชิงชาย ชารินทร์ ขออนุญาตเอ่ยนามขออภัยครับ จากชัยภูมิ กรณีเรื่องเขต ห้ามล่าสัตว์ป่าบึงละหาน ต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกครับว่า เขตห้ามล่าสัตว์ป่า บึงละหานได้จัดตั้งขึ้นตามประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ และพอวันที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๑ ได้ประกาศในพระราช กิจจานุเบกษา ทีนี้การประกาศนั้น พอประกาศไปแล้วแน่นอนครับ เรามีพื้นที่ในการที่จะต้อง ดูแลทางกรมอุทยานก็จะต้องมีสำนักงานในการก่อสร้าง สิ่งที่ท่านสมาชิกได้มีข้อกังวลมาจาก พี่น้องประชาชน อันนี้เข้าใจดีว่า จะสามารถสร้างได้หรือไม่ หรือว่าสร้างแล้วจะสามารถ ชะลอไว้ก่อนได้หรือไม่ ขออนุญาตเรียนท่านประธานว่า งบประมาณที่ทางกรมอุทยาน ได้ขอไปยังสำนักงบ เป็นงบปี ๒๕๖๒ ในการก่อสร้างสำนักงานและเป็นที่พัก ซึ่งกันที่ไว้ ประมาณ ๑๐ ไร่ จะมีทั้งอาคารสำนักงาน อาคารที่พักของเจ้าหน้าที่ซึ่งมีประมาณ ๑๐ ถึง ๑๕ คน มีทั้งข้าราชการ พนักงานลูกจ้าง และลูกจ้างประจำอยู่ ดังนั้นการก่อสร้างนั้น จริง ๆ ต้องเรียนท่านประธานว่า มันเสร็จไปตั้งแต่ปีก่อนโน้นแล้วดังนั้นการที่จะขออนุญาต ชะลอหรือว่าไม่ให้สร้างนั้นคงจะทำไม่ได้ แต่ว่าเพื่อความสบายใจต้องขออนุญาตเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่าทางกรมอุทยานนั้น ได้เคยทำหนังสือสอบถามไปยัง ทางที่ดินของจังหวัดชัยภูมิ ว่าการก่อสร้างของกรมอุทยานในพื้นที่เขตห้ามล่าบึงละหานนั้น สามารถทำได้หรือว่าจะต้องขออนุญาตในการใช้พื้นที่สาธารณประโยชน์หรือไม่อย่างไร เราก็ได้คำตอบ ตอบกลับมาจากทางผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิในขณะนั้น ตอบมาเมื่อเดือน ตุลาคม ๒๕๖๑ ตอบมาว่า ตามที่ทางกรมอุทยานนั้นได้ประกาศเขตห้ามล่า และได้ประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ก็สามารถทำให้กรมอุทยานสามารถดำเนินการในพื้นที่ดังกล่าวได้ โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตที่จะใช้ที่ดินต่อกระทรวงมหาดไทยอย่างใด จึงทำให้กรมอุทยานนั้น สามารถก่อสร้างสำนักงานไปได้จนแล้วเสร็จอย่างที่เห็น ดังนั้นในการตอบคำถามข้อแรกของ ท่านสมาชิกต้องขออภัย แต่ว่าคงจะไม่สามารถชะลอหรือว่ายั้งการก่อสร้างสำนักงานของเขต ห้ามล่าได้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ท่านเชิงชาย มีคำถามอะไรถามต่อไหมครับ🔗
ขออนุญาตเรียนท่านประธาน ผมขออนุญาตถามคำถามที่ ๒ คือถ้าหากขอให้มีการยกเลิกประกาศตามกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่องการกำหนดพื้นที่สาธารณประโยชน์บึงละหาน ในท้องที่ตำบลหนองบัวบาน ตำบลบ้านเกาะ ตำบลละหาน และตำบลหนองบัวใหญ่ อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ มิให้เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าไว้ก่อนได้หรือไม่ เพื่อให้ประชาชน ในท้องที่รอบบึงละหาน ได้มีโอกาสชี้แจงและหารือแนวทางในการดำเนินงานร่วมกับ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ในการพัฒนาบึงละหาน อำเภอจัตุรัส จังหวัดชัยภูมิ อีกครั้ง ให้สอดคล้องกับมติคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษา แนวทางบริหารจัดการลุ่มน้ำโขง เลย ชี มูล สงคราม ในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการบริหารจัดการลุ่มน้ำ ทั้งระบบ สภาผู้แทนราษฎร โดยมีท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในขณะนั้น ท่านร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นประธาน ผมขออนุญาตขอทราบ รายละเอียดครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขออนุญาตเรียนท่านประธาน ว่าการจัดตั้งเขตห้ามล่า จนกระทั่งกลายเป็นประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๐ นั้น ขั้นตอนในการที่จะประกาศเขตห้ามล่า ต่าง ๆ ภายใต้ พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่านั้น มันก็จะมีขั้นตอนต้องไปรับฟังความ คิดเห็นของพี่น้องประชาชนก่อน ตามเอกสารที่ผมได้รับการชี้แจงมาจากเจ้าหน้าที่ก็คือว่า ตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ ท่านประธานครับ วันที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๕๘ ได้มีการประชุมกับทางสภา องค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัวบาน พอมาวันที่ ๒๒ เมษายน วันรุ่งขึ้น ๒๒ เมษายน ๒๕๕๘ ได้มีการไปประชุมกับองค์การบริหารส่วนตำบลหนองบัวใหญ่ พอถัดมา ๒-๓ เดือน ต่อมาวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๕๘ ได้มีการไปประชุมกับสภา อบต. บ้านเกาะ พอมา ๒๖ เมษายน ๒๕๕๘ มีการประชุม อบต. ละหาน และพอวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๕๘ ก็ได้มีการประชุมกับทางคณะอนุกรรมการป้องกันและปราบปรามการตัดไม้ทำลายป่า ของจังหวัดชัยภูมิ ดังนั้น ขั้นตอนในการที่จะขึ้นทะเบียน ทางบึงละหานให้เป็นเขตห้ามล่า สัตว์ป่า นั้นก็จะมีการพูดคุยแล้วก็รับฟังกับชาวบ้าน ซึ่งผมเองได้ไปดูในรายละเอียด การประชุมนั้นก็จะมีการรับรองแล้วก็การประชุม และผู้ที่รับรองเป็นผู้ที่เข้าร่วมประชุมอยู่ด้วย ต้องเรียนท่านประธานครับว่า ในการที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ประกาศให้ บึงละหานเป็นเขตห้ามล่านั้น จุดประสงค์เพื่อที่จะไม่ให้ล่าสัตว์ป่าที่อยู่ใน พ.ร.บ. สงวนและ คุ้มครองสัตว์ป่า ปี ๒๕๖๒ มีทั้งหมด ๑๓๙ ชนิด ซึ่งจริง ๆ แล้วประกาศเป็นเขตห้ามล่าหรือ ไม่ประกาศ สัตว์ป่าเหล่านี้ พี่น้องประชาชนก็ไม่สามารถที่จะไปล่าได้อยู่แล้ว เพราะมันอยู่ ในบัญชีห้ามล่า อีกทั้งภายใต้ พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ปี ๒๕๖๒ เขียนเอาไว้ ชัดเจนเลย มาตรา ๖๖ บอกว่า ถ้าหากว่ามีเขตห้ามล่าไปครอบคลุมพื้นที่ ที่พี่น้องประชาชน หรือหน่วยงานราชการใดใช้ประโยชน์อยู่ หรือว่าใช้ประกอบอาชีพอะไรต่าง ๆ อยู่จะต้อง ยังคงสิทธิให้กับหน่วยงานของรัฐ หรือพี่น้องประชาชน ให้เข้าไปใช้สิทธิ ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ เขตห้ามล่านั้นได้ ต้องเรียนท่านประธานครับว่า คำถามของท่านสมาชิกกระทู้นี้เป็น กระทู้ที่ ๒ แล้ว เป็นครั้งที่ ๒ แล้วที่ท่านสมาชิกเข้ามาถาม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมเอง ต้องขอภัยท่านสมาชิกผ่านท่านประธาน คือผมเข้าใจว่าถ้าพี่น้องประชาชน เขาไม่เดือดร้อน เขาคงไม่ถามท่าน ส.ส. สองครั้งสองคราวในปัญหาเดียวกัน แปลว่าตั้งแต่ ครั้งแรกที่ท่าน ส.ส. มาถามผมแล้วผมตอบกระทู้ไปนั้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมยังทำหน้าที่ไม่ดีพอ ต้องกราบขออภัยพี่น้องประชาชนผ่านท่านประธาน ผ่านไปยังท่าน ส.ส. ด้วย เอาอย่างนี้ครับท่านประธานหลังจากนี้ไป ถ้าไม่เป็นไปตามที่ผมพูด อย่างเช่นที่บอกว่า พี่น้องประชาชนเมื่อสักครู่ท่าน ส.ส. บอกว่าห้ามใช้เรือยนต์ในการไป จับปลา คือมันไม่ใช่เรือหางยาวแบบเป็นคลองแสนแสบ มันไม่ใช่เสียงดังขนาดนั้น เครื่องยนต์ ป๊อก ป๊อก ป๊อก ไปเรื่อย ๆ มันคงจะไม่สามารถไปกระทบกระเทือนถึงความเป็นอยู่ของสรรพสัตว์ ทั้งหลายได้ หรือแม้แต่ที่ท่าน ส.ส. บอกว่าไม่ให้เข้าไปกำจัดวัชพืชต่าง ๆ เหล่านี้บางครั้ง ผมฟังดูแล้ว ด้วยความเป็นธรรม มันก็ไม่ค่อยจะสมเหตุสมผลเพราะว่าเจ้าหน้าที่ของอุทยานเอง เมื่อมีวัชพืชเยอะในทางกลับกันอยากจะให้เอาออกด้วยซ้ำไป แต่ถึงกระนั้นก็ตามบางครั้ง พี่น้องประชาชน อาจจะมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนกับหัวหน้าส่วนราชการ หรือว่าเจ้าหน้าที่ ที่อยู่ในพื้นที่ ก็ขออนุญาตเรียนประธานผ่านไปยังท่าน ส.ส. ครับว่า หลังจากวันนี้ไป ถ้าหากว่าเกิดกรณีที่มีการไปห้ามพี่น้องประชาชน ห้ามทำกิจกรรมอย่างนั้น ห้ามทำกิจกรรม อย่างนี้อีก ขอให้ท่าน ส.ส. ได้แจ้งมาที่ผมโดยตรงเลย หรือวันนี้ผมมีทางหัวหน้าเขต ห้ามล่าสัตว์ป่าบึงละหานมาด้วย จะขอให้ทำงานกันอย่างใกล้ชิด เพราะว่าการที่สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรต้องรับเรื่องเดียวกันมาตั้งเป็นกระทู้ในสภาผู้แทนราษฎรถึงสองครั้ง สองคราว มันแสดงให้เห็นถึงการที่หน่วยงานราชการ คือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมยังทำงานได้ไม่ดีพอ ต้องกราบขออภัยท่าน ส.ส. ต้องมาถามถึง ๒ ครั้ง ดังนั้น ครั้งนี้หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเราจะสามารถ ทำงานได้อย่างเต็มที่ และถ้ามีปัญหาอะไรที่มันยังค้างคาอยู่ขอให้ท่าน ส.ส. ประสานงาน ได้โดยตรง เพราะว่าการที่พี่น้องประชาชนอดทนรนไม่ได้ ต้องถามมาถึง ๒ ครั้งไม่ใช่เรื่องปกติ ดังนั้น ผมเองในฐานะรัฐมนตรีว่าการ ก็ไม่สบายใจที่ทำให้ท่าน ส.ส. ต้องมาเสียเวลาถามในสภา แต่ก็ต้องขอบคุณที่ท่านส่งความห่วงใยมายังพี่น้องประชาชน ประเด็นที่พี่น้องเป็นห่วงว่า เรียกว่ามาทำความเข้าใจในการใช้พื้นที่ก่อนนั้นก็ขอให้ท่านสบายใจได้อย่างหนึ่ง เพราะว่า ภายใต้กฎหมาย พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าปี ๒๕๖๒ นั้น มีบอกเอาไว้ว่า พอมีเขตห้ามล่าแล้ว มันจะต้องมีการจัดทำแผนอนุรักษ์และคุ้มครองพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่า ซึ่งทำการทำแผนอนุรักษ์และคุ้มครองพื้นที่นั้น จะต้องไปรับฟังความคิดเห็นของพี่น้อง ประชาชนอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นในการนี้ผมจะกำชับให้ทางหัวหน้าและเจ้าหน้าที่ของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้องในการทำแผนนี้ทำความเข้าใจและพูดคุย กับพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด ย้ำว่าอย่างใกล้ชิด เพราะผมไม่อยากให้มีความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนเกิดขึ้น จากการที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้ไปประกาศ เป็นเขตห้ามล่า การประกาศเป็นเขตห้ามล่านั้นด้วยความประสงค์ดี แต่ถ้าหากมันไป กระทบกระเทือนกับการใช้ชีวิตของพี่น้องประชาชนไม่เป็นไปตามกฎหมายแล้ว สิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นจะต้องได้รับการแก้ไข ดังนั้น วันนี้ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิก ท่านประธานที่ได้ ความห่วงใยมาบอกกล่าว แล้วก็ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จะได้เร่ง แก้ไขปัญหาให้ได้อย่างรวดเร็ว ต้องขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านเชิงชายมีอะไรอีกไหมครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมต้องขอกราบ ขอบพระคุณท่านประธาน และกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี ที่ได้กรุณามาตอบคำถาม และคลายความสงสัยให้กับพี่น้องที่ได้รับความเดือดร้อน และผมขออนุญาตฝากอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือ ผมได้รับข้อความจากพี่น้องว่า อยากให้ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำข้อกำหนดให้ชัดเจนว่า ในพื้นที่บึงละหานนั้น สามารถทำอะไรได้บ้างและไม่สามารถ ทำอะไรได้บ้าง เพื่อที่ชาวบ้านจะได้ปฏิบัติตนอย่างถูกต้อง และผมต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธาน และท่านรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ท่านรัฐมนตรี ก็รับเป็นการบ้านไป ที่ประชุมครับก็ถือว่าจบการถามตอบกระทู้แยกเฉพาะที่ ๓๔๐ เรื่องการคัดค้านการกำหนดพื้นที่เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่าบึงละหาน ของท่าน ส.ส.เชิงชาย ชาลีรินทร์ ผมต้องขอขอบคุณท่านวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่กรุณาให้เกียรติห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของเราขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ ต่อไปจะเป็นระเบียบวาระที่ ๑.๓.๔🔗
๑.๓.๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๔๘ เรื่อง การขุดลอกบึงกลาง บ้านเชียงสือใหญ่ หมู่ที่ ๑ ตำบลเชียงสือ อำเภอโพนนาแก้ว จังหวัดสกลนคร (นายนิยม เวชกามา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มอบหมายให้ นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ตอบ🔗
ด้วยสำนักงาน รัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสือแจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ติดภารกิจสำคัญ จึงมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประภัตร โพธสุธน เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถาม แยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูล ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะคือ นายสวัสดิ์ นาคสุทธิ์ ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำ และบำรุงรักษาน้ำก่ำ กรมชลประทาน ขณะนี้พร้อมแล้ว ขอเชิญท่าน ส.ส. ดอกเตอร์นิยม เวชกามา ถามเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตเรียนถามท่านประธานไปยังรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอบคุณท่านที่มา ตอบท่านเป็นเจ้าของหมูอยู่แล้ว ไม่มีปัญหาท่านรู้ทุกเรื่องเผอิญเป็นคนเก่งเรื่องเกษตร เพราะฉะนั้นผมต้องขอบคุณท่านครับ ผมจะไม่ใช้เวลามากหรอกท่านประธาน เพราะว่า มันเป็นเรื่องเก่าแล้ว แต่ว่ามันยังไม่ได้รับการแก้ไข เรื่องนี้อยู่ในความรับผิดชอบของ กรมชลประทาน ท่านรัฐมนตรีประภัตร คืออย่างนี้ดอนกลาง ท่านต้องเข้าใจสภาพหมู่บ้าน เสียก่อนว่า ในเทศบาลตำบลเชียงสือ ตรงดอนกลางมันเป็นหนองน้ำ ไม่ถึงขนาดใหญ่มาก เป็นขนาดกลาง ๆ แต่หมู่บ้านแถวนี้เขาอยู่ริมก่ำ คือลำน้ำก่ำเพราะฉะนั้นก็มีความจำเป็น ต้องทำนา ส่วนใหญ่ทำนานาปีไม่ค่อยได้ผล เขาเลยมาทำนาปรัง เพราะฉะนั้นจะทำใน ฤดูแล้งส่วนใหญ่ เพราะหน้าฝนส่วนใหญ่น้ำมันท่วม เพราะว่าอยู่ริมก่ำ และบ้านมันแยก เป็นหลายหมู่บ้านวันนี้ เป็นหลายหมู่บ้านมากเลย เรียกว่าตำบลนี้คนบ้านเชียงสือ คนอื่นเป็น กำนันเป็นนายกไม่ได้เลย เพราะว่าบ้านเขาบ้านเดียว ๔-๕ หมู่บ้าน เชียงสือใหญ่ ๒ หมู่ สือน้อย อุดมพัฒนา โนนสามัคคี ท่าสาวคอย อันนี้เอาเฉพาะหมู่บ้านเดียว แยกเป็น ๔-๕ หมู่ เพราะฉะนั้นคนอื่นไม่มีโอกาสเป็นกำนันเลย อันนี้ให้รู้สภาพก่อน เพราะฉะนั้นผมจึง กราบเรียนท่านประธานว่า เพราะเหตุนี้คนที่นี่จึงทำนาปรังส่วนใหญ่ ปัญหามันอยู่ที่ว่า ผมเสียดายคือบึงกลาง บริเวณตั้งอยู่เชียงสือใหญ่ คือหมู่ที่ ๑ ตำบลเชียงสือ โพนนาแก้วตั้งอยู่ บริเวณนั้นปัญหาคือ ๑. เนื่องจากกรมชลประทานไปสร้างไว้เกือบ ๒๐ ปีแล้ว ไม่ได้รับการ ดูแลบึงกลางและวันนี้ตื้นเขิน ไม่มีน้ำในหน้าแล้งไม่มีเลย เพราะประตูชลประทานที่ทำไว้เดิม มันแตกพังหมด น้ำไหลทิ้งลงน้ำก่ำหมด นี่จึงเป็นกระทู้ที่ผมต้องถามท่านรัฐมนตรี ฝากไปถึงอธิบดีกรมชลประทานด้วยว่า ควรจะมาปรับปรุงแก้ไข ผมเข้าไปดูในพื้นที่ พอได้รับการร้องเรียนผมก็ยังไม่มั่นใจเลยเข้าไปดูพื้นที่ ๒-๓ ครั้ง ตรงนี้หน้าฝนผมเข้าไปดู ไม่ได้เข้าไปดู ๒-๓ วันก็ตื้นเขินแบบนี้ ไม่มีน้ำ มีน้ำนิดเดียว ถ้ามีมันก็ไหลทิ้งเพราะว่า ไม่มีประตูปิดไว้มันพังหมด นี่คือปัญหาว่า ส่วนรายละเอียดว่ามันจะมีพื้นที่กี่ไร่ กี่งานผมไม่รู้ ผมว่ากรมชลประทานรู้กว่าผม ผมไม่ต้องมาบรรยายตรงนี้ รู้แต่ว่าบึงกลางไม่มีน้ำ ถ้าหากมีเก็บน้ำไว้ มีประตูน้ำ ขุดลอกให้ลึกลงกว่านี้ มันจึงจะเก็บน้ำท่านรัฐมนตรี ผมจึงกราบเรียนท่านว่า ทำอย่างไรมันจะเก็บน้ำไว้ เพื่อจะทำนาปรัง เพื่อจะปลูกพืชทุกอย่าง ซึ่งชาวบ้าน ซึ่งเป็นเกษตรกร คนที่นี่เป็นเกษตรกรล้วน ๆ ไม่มีอาชีพอื่นเลย ไม่ได้ทำอย่างอื่น หน้าฝนก็ทำนาบ้างถ้าทำได้ ถ้าทำไม่ได้ก็หยุดเสียก่อนใช้น้ำตรงนี้ถ้ามันมี วันนี้เขาก็ปั๊มน้ำก่ำ ขึ้นมาทำ ผมจึงถามว่าจากการที่ชาวบ้านเป็นเกษตรกร แต่บึงกลางซึ่งเป็นบึงที่รับน้ำได้มาก ถ้าเราทำให้มันรับได้ ไม่ปล่อยให้มันแห้ง มันขอด ไม่มีประตูน้ำจะทำอย่างไร ทำให้ประชาชน อยู่ดีกินดีเพราะเขาจะได้ทำเกษตร ถึงแม้วันนี้ท่านรัฐมนตรี ท่านประธาน ข้าวจะราคา กิโลกรัมละ ๕ บาทก็ไม่เป็นไร คือคนบ้านผมยากดีมีจน ขอให้มีข้าวในเล้าบ้านผมบอก ข้าวเหนียวในฉางเสียก่อนอย่างอื่นค่อยว่ากัน ท่านประธานคงรู้ บ้านท่านประธานอาจจะไม่ จนเหมือนบ้านผมเพราะท่านอยู่ติดแม่น้ำสงคราม อันนี้คือเป็นปัญหาว่าน้ำหลากมันก็หายไป พอหน้าแล้งไม่มีน้ำ ผมจึงต้องถามเป็นคำถามที่ ๑ เพื่อประหยัดเวลา กระทรวงเกษตร และสหกรณ์เอง ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบของกรมชลประทาน คิดและจะจัดการ ให้มีงบประมาณในการ ๑. ต้องขุดลอกก่อน ๒. ทำประตูน้ำที่จะกันไม่ให้น้ำไหลออกทิ้ง ซึ่งมันพังหมดแล้วมีไหม จะทำไหมท่านประธาน ท่านรัฐมนตรี และจะดำเนินการได้เมื่อไร อันนี้เป็นคำถามที่ ๑ ก่อนครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่าน ส.ส. ท่านดอกเตอร์นิยม เวชกามา ซึ่งเป็นคนที่ตั้งใจ และเอาจริงเอาจังต่อการแก้ไข เพื่อพี่น้องประชาชนจริง ๆ ครับ ผมก็ไปช่วยท่าน ท่านก็ช่วยผมในการแก้ปัญหาคราวที่แล้วเรื่องหมู ผมอยากจะทำ ความเข้าใจกับท่านดอกเตอร์นิยมก่อน เพราะเราไม่เคยไปที่สถานที่จริง ฟังท่านบรรยายดูรูป แค่นี้ยังไม่เข้าใจ ต้องถามว่าบึงกลางนี้มันเกิดขึ้น เนื่องจากเป็นโครงการพระราชดำริ เมื่อปี ๒๕๓๘ มีการพัฒนาลุ่มน้ำก่ำ อันนี้เป็นโครงการพระราชดำริ และมีการปรับปรุง ลำน้ำก่ำ มีการออกแบบและขุดทั้งหมด ๑๕ แห่งด้วยกัน ก็มีอยู่ ๒ แห่ง ที่อยู่เชื่อมต่อกัน ก็คือ บึงกลาง กับบึงคัน ผมจะกราบเรียนอย่างนี้ครับ บึงกลางมีเนื้อที่ประมาณ ๑๖๙ ไร่ จุน้ำได้ประมาณ ๑ ล้าน สร้างมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ ท่านพูดถูกเลย ๒๐ ปี ไม่ได้มีการดูแล หรือพัฒนาใด ๆ ทั้งสิ้น ผมต้องกล่าวถึงบึงคัน บึงคันอยู่ติดกันมีความจุ ๖๙๐ ไร่ มีความจุน้ำ ถึง ๒.๘ ล้านใหญ่กว่า ๓ เท่าของบึงกลาง กรมชลประทานได้วางแผนอย่างนี้ครับ ๑. ผมเห็นใจ ผมดูรูปไม่ต้องไปรองบประมาณ เดี๋ยวผมจะสั่งไปเดี๋ยวนี้เลย ให้ไปออกแบบขุด ส่งน้ำให้กับพี่น้องก่อน เพราะในนั้นมันตื้นเขิน น้ำไปไม่ได้ เขาจะตั้งในปี ๒๕๖๖ ผมไม่เอา แล้ววันนี้จะเอางบเหลือจ่าย ให้ดอกเตอร์นิยม ที่มีความห่วงใย ผอ. ให้เสร็จภายในอาทิตย์นี้ ทำเรื่องเข้ามา ๒. เมื่อขุดลอกไม่ใช่ทั้งหมด ขุดลอกตามที่ตื้นเขินให้ส่งน้ำให้ชาวนาให้ได้ก่อน เขาเรียกว่าลอกก่อน พอลอกปุ๊บมันใช้เงินไม่กี่ล้าน ผมจะช่วยให้ แล้วก็ทำประตูก่อนที่พัง พอปี ๒๕๖๖ ปีนี้ที่จะตั้งงบประมาณใหม่ท่านต้องช่วยผม เขาตั้งงบประมาณไว้ประมาณ ๕๐ ล้านบาทเพื่อจะขุดลอก ถ้าตามแผนมันต้องไปปี ๒๕๖๗ อีก ๒ ปีกว่าจะได้ ขุดลอกแต่ผมจะร่นให้ แต่ท่านต้องช่วยเวลาเข้าสภา ขุดบึงกลางใช้งบประมาณ ๕๕ ล้าน แต่หลังจากนั้นแล้ว พอขุดลอกเสร็จอย่างที่ท่านพูด ปรับปรุงอาคารหมด ๕๕ ก็จะได้น้ำ ๑ ล้านคิว เมื่อเป็นอย่างนี้มีราษฎรที่ได้ประโยชน์ตรงนี้ประมาณเกือบ ๒๐๐ ครัวเรือน ๔๘๔ บึงคันอยู่ห่างจากบึงกลาง ๘๐๐ เมตร ผมก็บอกเขาว่าทำไมให้เชื่อมต่อกันเสีย เพราะน้ำบึงกลางต้องช่วยน้ำจากบึงคัน บึงคันเอามา บึงคันผู้ใช้น้ำพอ ๆ กัน พอ ๆ กับ บึงกลางก็ขอให้ผันน้ำเชื่อมต่อกันให้ได้ เขาก็ทำแผนมาว่าจะทำบึงกลางกับบึงคัน เป็นงบประมาณปี ๒๕๖๘ ผมบอกว่ามันไกลไปไหม ปี ๒๕๖๘ จะเชื่อม ซึ่งมันมีระยะทาง ๘๐๐ เมตรเท่านั้นเอง เราน่าจะรีบทำผมก็บอกท่าน ผอ. ไปแล้วว่างบน่าจะทำให้ พี่น้องประชาชนตั้งหลายตำบลที่ใช้น้ำตรงนี้ ได้เชื่อมต่อกันไประหว่าง ๒ บึงนี้ มันก็จะมีน้ำ เกือบ ๕ ล้านคิว ขอกราบเรียนว่าเราไม่ได้นิ่งนอนใจ เราจะสร้างห้วยเชียงสือให้อีก ตามที่เขา เสนอมาผมบอกว่าจะล่าช้าไปหรือไม่ ห้วยเชียงสือก็จะใช้เงินอีกประมาณ ๓๕ ล้าน ท่านก็รู้อยู่แล้วว่าปีหนึ่งงบประมาณต้องถูกตัด ถูกอะไรกันมากมาย ดังนั้นขอตอบท่าน อย่างนี้ครับ ด้วยความรักและห่วงใยประชาชน เราจะของบเหลือจ่ายให้ไปขุดร่องน้ำ ให้ท่านก่อนในปีนี้เพื่อให้ทัน แล้วก็ซ่อมแซมประตูน้ำอันนี้อันแรก แล้วก็ปี ๒๕๖๖ ให้ตั้ง งบประมาณจะโดนตัดหรือไม่ไม่รู้ ตามแผนเขาตั้งไว้ ๕๕ ล้านที่เป็นขุดลอกบึงกลางทั้งหมด จะได้ซัก ๒๐-๓๐ ล้านก็ยังดีแต่ให้ตั้งเลย เพราะถ้าจะไปตั้งปี ๒๕๖๗ ผมไม่เอาแล้ว เห็นท่าน เดือดร้อนอย่างนี้ก็ให้ตั้งในปีนี้เลย แล้วก็ปีถัดไปจึงตั้งระหว่างบึงคันกับบึงกลางอีก ๓๕ ล้าน อันนี้ก็คิดว่าจะแก้ไขปัญหาของท่านได้ฉับพลันเลยครับ🔗
เชิญครับ🔗
กราบเรียนประธานที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมดีใจ ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรี ผมไม่ถามเพียงแต่ว่าวันนี้หลังจากจบข่าว คงถ่ายทอดคำพูดของท่าน เขาคงดูพี่น้องเทศบาลตำบลเชียงสือ คงดูเขาคงดีใจบอกว่าท่านจะให้ โดยเฉพาะ ผมจดไว้ ๒ ประเด็นก่อนคือ ๑. ขุดลอก ๒. ซ่อมแซมประตูน้ำ ผมไปดูที่ไปกับผมมีนายก ทางซ้ายมือ ปลัด เจ้าหน้าที่ ชาวบ้านร้องผมยังไม่มั่นใจ บอกขอไปดูก่อนว่าเดือดร้อน ขนาดไหนอย่างไร ไปดูแล้วผมเสียดายพื้นที่ เห็นท่านพูด ๒๖๙ ไร่ มันเป็นเรื่องยิ่งใหญ่สำหรับ ชาวบ้าน ผมไม่ถามเพียงแต่ว่า พูดแบบนี้ว่าจัดการให้แล้วใช้งบกลาง ส่วนจะต่อไปจะใช้งบ หกอะไรค่อยว่ากัน แค่นี้พี่น้องชาวตำบลเชียงสือเขาก็ดีใจแล้ว ผมต้องขอขอบคุณท่านและคง จะรักษาคำพูด ทางหน่วยงานรับผิดชอบเข้าไปดำเนินการเลย โดยไม่ต้องรองบ ซึ่งเป็นเรื่องของอนาคต เอาอันนี้ล่ะงบกลางที่ท่านว่า พี่น้องตำบลเชียงสือ ต้องฝากขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน เป็นอย่างสูงเจ้าของหมู วันนี้จะต้องแก้หมูอีกหลายรอบ ไม่ถามท่านหรอก ท่านจะต้องแจงทั้งกระทู้ทั้งญัตติ ท่านเตรียมไว้ทั้งวัน วันนี้ไม่ต้องไปไหน อยู่สภา ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ไม่ต้องห่วงวันนี้ซานต้า (Santa) ประภัตรมาเอง แจกไม่อั้น นี่คือรัฐมนตรีที่เข้าใจใน ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ต้องขอขอบคุณได้รับการประสานงานแล้วครับ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน ที่กรุณาให้เกียรติห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ ของพวกเราก็ถือว่าจบกระทู้ที่ ๑.๓.๔ ต่อไปเป็นระเบียบวาระที่ ๑.๓.๕🔗
๑.๓.๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๔๙ เรื่อง การปรับปรุงถนนเพื่อใช้ สัญจรขึ้นไปยังสำนักสงฆ์ถ้ำผาจันทร์ ตำบลเต่างอย อำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร ให้เป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก (นายนิยม เวชกามา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย🔗
โดยสำนักงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ติดภารกิจราชการสำคัญ จึงได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย คือท่านทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือนางคณิตา ราษฎร์นุ้ย ผู้อำนวยการกองพัฒนาและส่งเสริมการบริหารงานท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ขณะนี้ท่านรัฐมนตรีทรงศักดิ์ ทองศรี ท่านก็มาถึงแล้ว บังเอิญกระทู้ เมื่อสักครู่จบก่อนเวลาท่านประภัตรแจกเลย ถามครั้งเดียวแจกเกินกว่าที่ขออีก ฉะนั้น รัฐมนตรีพร้อมแล้ว ผู้ถามพร้อมแล้ว เชิญท่าน ส.ส. ดอกเตอร์นิยม เวชกามา ถามครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีทรงศักดิ์ ทองศรี ที่เมตตามาตอบกระทู้ผม ความจริงกระทู้เรื่องสร้างถนนขึ้นวัดถ้ำผาจันทร์ ถ้าท่านมีโอกาสไปดูวัดนี้ ท่านจะซาบซึ้ง ในทางพุทธศาสนาเลย เพราะเป็นที่รวมจิตใจของชาวพุทธ ไม่มีอาคารมาตรฐาน อะไรหรอก อยู่กันแบบเรียบง่าย แต่อยู่ในถ้ำแต่คนขึ้นไป ถ้าท่านมีโอกาสท่านจะรู้สึกว่า มันเย็น คืออย่างนี้ครับท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีทรงศักดิ์ ขอบคุณท่าน ถนนเส้นขึ้นยัง สำนักสงฆ์ถ้ำผาจันทร์มี ๒ เส้นทาง คือขึ้นจากเต่างอยโดยตรง ขึ้นจากตำบลเต่างอยเส้นหนึ่ง ขึ้นจากตำบลจันทร์เพ็ญอีกเส้นหนึ่ง ขึ้นได้ทั้ง ๒ อันส่วนท่านจะทำเส้นไหนก็ทำได้ เพียงแต่ขอให้มันมีรถขึ้นไปได้ คือมันเป็นขี้โคลนที่ผมถ่ายรูปมา เพราะเป็นลูกรังตรงนี้ลงใหม่ เลย แต่ลึกเข้าไปไม่มีแล้วครับ ถ้าถามว่าตัวของสำนักสงฆ์ส่งเอง ก็จะอยู่ในเขตอุทยานวันนั้น ผมไปพบท่านอัยการบอกก็คงไม่เอาจนลึกถึงวัดหรอกได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้น และวัดนี้ขอแถม นิดหนึ่งคือ เขามีน้ำประปาจากภูเขาทำลงมา ชาวบ้านในเขตนั้นไปเอาได้โดยที่ไม่ต้องซื้อ ท่านอาจารย์ท่านบอก ผมจึงเห็นว่าในลักษณะแบบนี้ ถ้ารัฐมนตรีไปดูหรือเห็น หรือจากที่ผมถาม มันไปไม่ได้ ท่านคงเมตตา ถ้าอยากจะทำบุญด้วยก็ขออาราธนาเชิญท่านรัฐมนตรี ไปดูถ้ามีโอกาสมันเป็นเรื่องที่จำเป็นต้องทำ เพื่อให้ชาวพุทธซึ่งขึ้นไปทำบุญ คนพุทธนี่ก็แปลก อยู่หลืบใด เพื่อผมบอกเขาก็ไป ถ้าเขาอยากทำบุญปัญหาจึงเกิดขึ้นตรงถนนนี่ล่ะครับ ไปไม่ได้ ผมขึ้นไปชาวบ้านก็ด่าผม ส.ส. มีตาไหม ผมบอกผมไม่มีอำนาจอะไรเลย ผมต้องมาถามสภา เพื่อให้ท่านรัฐมนตรีเมตตาไปทำให้เท่านั้นเองผมบอกผมไม่มีอย่างอื่น แต่ชาวบ้านก็ไป ไปกัน เป็นร้อย มันมีอยู่ภาพหนึ่งไปทำบุญวันนั้นชาวบ้านเต็มพื้นที่เลย ฝนตกวันนั้นขึ้นไป คือฝนจะตกแทบประจำ เพราะมันอยู่ในภูเขาแต่ตรงนี้เขาแกะสลักพระนอนพุทธปรินิพพาน ผมก็ถือโอกาสไปทำบุญด้วยเลยเป็นเรื่องที่ว่าวันนี้มาบอกกล่าวท่านรัฐมนตรีว่าจะทำได้ อย่างไรหรือไม่ ถนนเส้นนี้ที่จะขึ้นไป ไม่ขอใหญ่หรอกครับ ขอแค่ไปถึง ไปได้ ผมก็ไม่ใช่เวลา มาก จะพูดแค่ว่าถ้ำผาจันทร์มีพระอยู่ ๑-๒ รูป แต่ในพรรษาก็มีองค์อื่นมาร่วม เพื่อจะ จำพรรษา ๒ รูป เป็นปกติท่านก็อยู่แค่ ๑-๒ รูปอยู่แบบในป่าในเขา กราบเรียนท่านประธาน ไปถึงท่านรัฐมนตรีทรงศักดิ์ว่า ถ้าแบบนี้มันมีโอกาสขนาดไหนที่จะทำได้ ความจริง ถนน ๒ ฝั่งนี้ อยู่ในเขตชลประทานห้วยหวดผมก็ยังไม่ทราบว่าวิธีการจะทำอย่างไร จึงเป็น คำถามที่ ๑ ว่าถ้าหากผมถามท่านแบบนี้ขอฝากท่านวันนี้แล้ว ท่านมีวิธีการอย่างไร ที่จะแก้ปัญหาให้ชาวบ้าน ที่จะสามารถขึ้นไปทำบุญได้ โดยเอารถขึ้นไป รถมอเตอร์ไซค์บ้าง รถยนต์ ปิกอัป (Pickup) รถเก๋งคงไม่อยากให้ขึ้นไป เพราะกลัวรถท่านจะพัง ผมจึงถาม ท่านว่า ท่านมีวิธีการอย่างไรที่จะไปดู หรือสำรวจเพื่อจัดทำปรับปรุงถนน ไปยังสำนักสงฆ์ ถ้ำผาจันทร์อย่างไร ความจริงกระทู้นี้ผมยื่นตั้งแต่วันที่ ๒๘ กันยายน ๒๕๖๔ ผมไม่ทราบว่า มันเปลี่ยนแปลงอย่างไร แต่ขอถามแค่นี้ครับเป็นคำถามที่ ๑ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านผู้ตอบครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้เป็นผู้ตอบชี้แจงกระทู้ถาม ในเรื่องโครงการปรับปรุงถนนเพื่อใช้สัญจรขึ้นไปยังสำนักสงฆ์ถ้ำผาจันทร์ ตำบลเต่างอย อำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร ให้เป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็กของท่านสมาชิกสภา ผู้ทรงเกียรติต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านนิยม เวชกามามา ท่านเป็นผู้แทนราษฎร ของพี่น้องชาวจังหวัดสกลนคร ของพรรคเพื่อไทย ผมเรียนเบื้องต้น ผมต้องขอชื่นชมยินดี ท่านตลอด เพราะว่าช่วงหลัง ๆ นี้ได้มีโอกาสมาตอบกระทู้ท่านโดยตลอด โดยเฉพาะที่ จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ท่านมีความผูกพันใกล้ชิด ในหลาย ๆ เรื่อง โดยเฉพาะงาน โครงสร้างพื้นฐานทั้งหลาย และเกี่ยวข้องกับวัดวาอารามซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ยึดเหนี่ยวของเรา ชาวไทย ชาวพุทธโดยเสมอมา ผมขออนุญาตเรียนตอบท่านประธาน ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติเบื้องต้นว่า ในการถามข้อที่ ๑ ก่อนพอดีเกี่ยวข้องกับงานของกระทรวงมหาดไทย ผมเป็นรัฐมนตรีช่วยมหาดไทย ท่านคงถามในงานของกระทรวงมหาดไทยด้วย เพราะว่ามัน ผูกพันเรื่องของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ กระทรวงมหาดไทยเองจริง ๆ ก็มีหน้าที่ ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุข เรื่องของอำนวยความเป็นธรรมทางสังคม การส่งเสริม และการพัฒนาการเมือง การปกครอง การพัฒนาการบริหารราชการส่วนภูมิภาค การปกครองท้องที่ รวมถึงกำกับ ดูแล สนับสนุนและส่งเสริมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการปฏิบัติงาน อันนี้เป็นหน้าที่หลัก ๆ อยู่แล้วทุกครั้งที่ผมมาตอบก็จะเป็นงานประจำ เพราะว่ามหาดไทยเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับพี่น้องประชาชน แต่ว่าผมเรียนในเบื้องต้นพื้นที่ ที่ท่านได้ทำขอตั้งกระทู้ถามมานี้ มันอยู่ในพื้นที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เป็นไป ตามหลักของการกระจายอำนาจ ซึ่งตามพระราชบัญญัติจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการก่อสร้างการบำรุงรักษาถนน หรือเพื่อการสาธารณะเป็นหน้าที่ของท้องถิ่น ในแผนการ กระจายอำนาจ ในเรื่องของการบริหารจัดการเรื่องการพัฒนาแต่ว่าการพัฒนาทั้งหลาย ทั้งปวงเหล่านั้น ก็มาจากความต้องการของพี่น้องประชาชนในเบื้องต้นก่อนแต่ว่า ต้องขอบคุณที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้เอาปัญหานี้มาถามแทนพี่น้องประชาชน แต่ว่าแผนงานทั้งหลายทั้งปวงเหล่านั้น เป็นอำนาจของผู้บริหาร ถ้าเป็น อบจ. แผนงาน โครงการทั้งหลาย อบจ. หรือเทศบาลทุกวันนี้ หน่วยงานดังกล่าวเป็นหน่วยงาน รับงบประมาณ เขาเรียกว่าหน่วยรับงบประมาณตรง สามารถจัดทำงบประมาณได้เอง แล้วก็เวลาทำแผนอะไรทั้งหลาย ก็สามารถดำเนินการได้เลย โดยอำนาจของผู้บริหาร ถามว่าถ้าเป็นโครงการที่อยู่ในองค์การบริหารส่วนตำบล แผนงานโครงการเวลาจะทำ หรือปรับแผนอะไรทั้งหลาย ก็จะต้องไปขอความเห็นชอบจากสภาก่อน อันนั้นเป็นหลักการ ในเบื้องต้นสำหรับถนนที่ท่านมีความกังวล มีความห่วงใยที่ใช้สัญจรขึ้นไปยังสำนักสงฆ์ ถ้ำผาจันทร์ที่ตำบลเต่างอย อำเภอเต่างอย จังหวัดสกลนคร เป็นถนนที่มีความรับผิดชอบ ขององค์การบริหารส่วนตำบลเต่างอย แล้วก็ได้ทราบมีการไปตรวจสอบว่าถนนดังกล่าว ที่ท่านให้เห็นในภาพจะมีความกว้างประมาณ ๓.๕ เมตร ความยาวประมาณ ๑,๗๘๒ เมตร ซึ่งองค์การบริหารส่วนตำบลเต่างอยเห็นความสำคัญ ได้ดำเนินการสำรวจออกแบบ โดยจัดทำเป็นโครงการก่อสร้างเป็นถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก ทางขึ้นสำนักสงฆ์ถ้ำผาจันทร์ กว้างก็ตามพื้นที่ ๓.๕๐ เมตรยาวก็ตามที่ชาวบ้านขอ ๑,๗๘๒ เมตร และเป็นโครงการ ที่มีความหนาของคอนกรีตประมาณ ๑๕ เซนติเมตร หรือว่า .๑๕ เมตร แล้วก็คาดหมายว่า จะต้องใช้งบประมาณ ๓,๕๘๔,๐๐๐ บาท แล้วก็ทราบมาว่าองค์การบริหารส่วนตำบลเต่างอย ได้จัดทำขอรับการสนับสนุนงบประมาณ ไปในโครงการพัฒนาและส่งเสริมความเข้มแข็งของ เศรษฐกิจฐานรากมายังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น อันนี้เป็นแนวทางของท้องถิ่น เวลาที่ท้องถิ่นจะทำงบประมาณอะไร อะไรที่เกินขีดความสามารถของตนเอง ก็อาจจะไป ขอที่ อบจ. หรืออาจจะขอมาที่กรม ซึ่งกำกับดูแลอย่างกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น แล้วก็ทราบผมเรียนท่านประธานและสมาชิกว่า อยากให้ท่านช่วยแจ้งชาวบ้านด้วยว่า ในขณะนี้ โครงการดังกล่าว ครม. ได้มีมติไปแล้วเมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๖๔ ได้อนุมัติ โครงการดังกล่าวแล้วผมเรียนในเบื้องต้นในคำถามข้อที่ ๑ ครับขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านนิยมครับ🔗
อีกนิดเดียวผมเข้าใจและขอบคุณครับเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีทรงศักดิ์ อีกนิดเดียวครับจริง ๆ ถนนเส้นนี้ ผมก็ได้ยินข่าวแว่ว ๆ ว่าคงจะได้แต่ว่าผมก็ยังไม่มั่นใจ เพราะตอนถามตอนตั้งกระทู้มันยังไม่มี วี่แววคิดว่ามันไม่ได้ ไม่มีข่าว แต่ตอนหลังผมก็ได้ทราบข่าวว่า ที่ท่านชี้แจงเมื่อสักครู่ท่านตอบ ผมว่า ครม. อนุมัติแล้ว ตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๖๔ ผมพึ่งทราบเดี๋ยวนี้ แต่ว่าในเมื่อท่าน บอกว่าจะได้ผมก็ต้องขอบคุณครับท่านประธาน ขอบคุณท่านรัฐมนตรีทรงศักดิ์อย่างยิ่ง คือถนนเส้นนี้จริง ๆ แล้วที่ผมไปดู ทางพระอาจารย์วัดถ้ำผาจันทร์ ท่านก็ไม่ได้หวังให้เรา ทำเข้าไปถึงวัด เพราะในวัดจริง ๆ ยังอยู่ในเขตอุทยานอยู่ผมไปถามท่านแล้วจะทำอย่างไร ทำได้แค่ไหนก็ทำ ขอแต่ประชาชนที่จะไปทำบุญได้ท่านบอกอย่างนี้ ส่วนในภูเขาจนถึงวัด ท่านทำเองแล้ว ทำเองในนี้หมายความว่าญาติโยมลงขันกัน เอามาทำบุญ เพราะราชการเรา ไม่สามารถทำถนนตรงวัดได้ เพราะเป็นเขตอุทยาน แต่ว่าอุทยานเขาบอกถ้าทำเทียวเขาให้ ให้ในนี้หมายถึงว่า จากผู้หลักผู้ใหญ่ของกระทรวงอุทยาน เขาก็บอกว่าให้ทำได้โดยใช้เงินใน บางส่วนสามารถเทียว เพราะฉะนั้นถ้าในส่วนของภาคราชการเอง ผมก็ดูลำบากทำไม่ได้ แต่ที่ท่านรัฐมนตรีพูดน่าจะเป็นจากตัวเต่างอยขึ้นมา ซึ่งเขตนี้เป็นเขตไม่ใช่อุทยาน ก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ท่านเมตตา ผมก็คงไม่ถามอะไร เพราะท่านก็บอกท่านให้แล้ว ผมจะถามทำไม ท่านบอกว่าอนุมัติงบประมาณไปแล้ว ๓,๕๐๐,๐๐๐ บาท ต้องขอขอบคุณท่าน แต่ผมยังคิดอยู่ว่าจะทำได้ถึงไหม ขอบคุณท่านชาวเต่างอยเขาจะได้ดีใจว่าเขาได้ แต่ผมยัง เป็นห่วงนิดหนึ่งว่า มันจะถึงไหม มันไม่ใช่กิโลเดียวเส้นทางผมไปดูแล้วมันไกลอยู่ ๒-๓ กิโลเมตร อันนี้ก็เป็นห่วงเหมือน กันคำว่ากิโลเดียวมันไม่เดียวมันจะใช่ตรงนี้ไหม ผมในนามพี่น้องชาวเต่างอย ก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีทรงศักดิ์ที่ท่านมาตอบแล้วบอกว่า ได้แล้ว ก็เป็นคำมั่นสัญญาของท่าน ฝากท่านไปดูด้วยทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ถามครั้งแรก อบต. เขาไม่มีสตางค์ ไม่มีเงินทำจะต้องมาขอทางนี้ ก็ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน กระทู้ผม ๒ อันใช้เวลาไม่ถึง ๑๐ นาทีขอบคุณมากครับ🔗
ใช้เวลาไม่ถึง ๑๐ นาที แต่ได้งบประมาณไปเป็นร้อยล้าน ก็ไม่ธรรมดา ท่าน ส.ส. ดอกเตอร์นิยม เวชกามา ก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี ท่านจะต่ออีกนิด เชิญครับ🔗
ท่าน ประธานที่เคารพ ผมขออนุญาตเรียนเพื่อให้เกิดความชัดเจนเพิ่มเติมด้วย เพราะว่าก็เป็น ความต้องการของท่านผู้แทนราษฎรซึ่งใกล้ชิดพื้นที่ ผมเรียนว่าโครงการดังกล่าวเป็นโครงการ ใช้เงินกู้ ก็ พ.ร.ก. ให้ความเห็นชอบ ผมเรียนว่าทางมหาดไทยเองก็ได้ทำหนังสือแจ้งไป ทางจังหวัดแล้ว ทาง อบต. แล้วช่วยเร่งรัดด้วย เพราะว่าโครงการดังกล่าวเป็นโครงการต้อง ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคม ๒๕๖๕ อันนี้ก็แจ้งเตือนไป เร่งรัดให้ดำเนินไป ตามกรอบเวลาที่กำหนด โดยเฉพาะเรื่องของการหาผู้รับจ้าง ให้แล้วเสร็จไปตามกรอบเวลา ที่เงื่อนไขการใช้เงินกู้ เพื่อเป็นความผาสุกของพี่น้องประชาชนต่อไป ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ที่ประชุม ก็ถือว่าเป็นการจบการถามตอบกระทู้ที่ ๑.๓.๕ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี ที่ให้เกียรติกระทู้แยกเฉพาะของพวกเรา ขอบคุณ ท่านนิยม เวชกามา ได้งบไปเป็นร้อยล้านเลยวันนี้ ถาม ๒ กระทู้ ต่อไปจะเป็นระเบียบวาระที่ ๑.๓.๖🔗
๑.๓.๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๕๐ เรื่อง ติดตามข้อเท็จจริงของ นายคณากร เพียรชนะ (นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม🔗
ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูล ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะคือ นางสาวยุพาภรณ์ ศิริกิจพาณิชย์กูล ผู้อำนวยการกองกฎหมาย สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม ตอนนี้ ที่ประชุมพร้อม ผู้ถาม ผู้ตอบพร้อม ขอเชิญท่าน ส.ส.ประเสริฐพงษ์ถามครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ อดีตอนาคตใหม่ ปัจจุบัน พรรคก้าวไกล ขอตั้งกระทู้ผ่านท่านประธานสภาไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน เรื่อง ติดตามข้อเท็จจริงของนายคณากร เพียรชนะ ซึ่งต้องขอกราบ อภัยไปยังครอบครัวของท่าน และขอแสดงความเสียใจด้วย ผมก็จะขอทำดีอุทิศแด่ผู้เสียชีวิต ซึ่งจำเป็นที่จะต้องนำมาตั้งกระทู้ เพราะก่อนเสียชีวิตท่านก็มีข้อเรียกร้อง ๒-๓ ประการ ในคำแถลงการณ์ของท่าน เนื่องจากว่าเหตุการณ์ที่นายคณากร เพียรชนะ ผู้พิพากษาหัวหน้า คณะศาลชั้นต้น ในศาลจังหวัดยะลา ที่ก่อเหตุยิงตัวเองเสียชีวิต แต่ก่อนหน้านั้นในห้อง พิจารณาคดีที่ศาลจังหวัดยะลา เหตุเกิดเมื่อวันที่ ๔ ตุลาคม ๒๕๖๒ ๒ ปีกว่ามาแล้ว จนกระทั่งท่านก็ถูกตั้งกรรมการสอบสวน ถูกตั้งเรื่องวินัย และต่อมาท่านก็ยิงตัวเองเสียชีวิต ที่บ้านพักที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๗ มีนาคม เสียชีวิตไปก็เกือบ ๒ ปีแล้ว ซึ่งท่าน มีประเด็นเรียกร้องให้แก้ไขพระธรรมนูญศาลยุติธรรม และขอให้มีการยกเลิกการตรวจร่าง คำพิพากษาก่อนอ่านให้คู่ความฟัง เพื่อไม่ให้เกิดการแทรกแซงคดี ซึ่งคำแถลงการณ์ของท่าน ใน ๒๕ หน้า ท่านพูดชัดว่าถูกแทรกแซงอย่างหนักจากอธิบดีผู้พิพากษา ซึ่งข้อสงสัยเหล่านี้ เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงแก่สังคม ก็มีการถกเถียงว่าการกระทำของท่านกระทบถึงระบบ ยุติธรรมของเมืองไทยมากมาย ๒. ข้อเรียกร้องของท่านจะได้รับการแก้ไขหรือไม่ และการที่ รัฐมนตรีจะได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่มาที่ไปเรื่องนี้อย่างไร ได้ข้อสรุปไหม ตามข้อเรียกร้อง ของท่านผู้พิพากษาผู้เสียชีวิต แล้วก็คำสำคัญครับท่านประธาน คือคำที่ท่านคณากรบอกว่า คืนคำพิพากษาให้ผู้พิพากษากับคืนความยุติธรรมให้ประชาชน ซึ่งแน่นอนว่าจดหมายลาตาย ในวาระสุดท้ายของท่านทำให้สังคมรู้ว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่ประชาชนมีส่วนร่วม ในการยกร่างมีความสำคัญมากและเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด เพราะประชาชนมีส่วนร่วม และไม่เปิดโอกาสให้มีการแทรกแซงความยุติธรรมจากคำพิพากษาเลย เพราะฉะนั้น การตั้งกระทู้ของผมครั้งที่ ๑ อาจจะมีหลายคำถามที่ท่านรัฐมนตรีสามารถให้ความกระจ่างได้ เพราะขนาดผู้พิพากษาถึงขนาดยอมเสียสละชีวิต กระทรวงเองได้ตั้งกรรมการ ได้มีการคิด วิเคราะห์สนใจ ได้ถอดบทเรียนไหม ได้ทบทวนไหม เกี่ยวกับเนื้อหาคำแถลงการณ์ ๒๕ หน้า ซึ่งบอกว่าถูกแทรกแซงอย่างหนัก กระทรวงได้เข้าไปดูแลหรือไม่อย่างไร ซึ่งในกระบวนการ กระทรวงยุติธรรมที่ดูแล ไม่เฉพาะดูแลเรื่องศาล เรื่องกรมราชทัณฑ์ด้วย การเสียชีวิต ของท่านมีปัญหาความยุติธรรมแน่ เพราะฉะนั้นคำถามของผมเพื่อให้ท่านรัฐมนตรีได้ตอบ ในครั้งที่ ๑ ผมคิดว่าท่านสามารถอธิบายให้สังคมผ่านการตอบคำถามผ่านสภาแห่งนี้ได้ ซึ่งท่านเองท่านก็มาจากอำนาจนิติบัญญัติแล้วก็ไปเป็นอำนาจบริหาร คือรัฐมนตรี ผมคิดว่า ท่านคงพูดคุยกันในวงในได้ รัฐมนตรีพูดคุยได้แน่ ตัวผมคงเอื้อมไปไม่ถึง รวมทั้งประเด็น เรื่องการยิงกันในศาลจันทบุรี มันมุ่งสู่กระบวนการคอร์ต ออฟ มาร์เชล (Court of Marshal) มีตำรวจศาลไหม เรื่องความปลอดภัยของศาลมีการปรับแก้ไขอย่างไร การตายของผู้พิพากษา ไม่เคยมีมาก่อนในประวัติศาสตร์ชาติไทย เพราะฉะนั้นนี่คือปัญหาของกระบวนการยุติธรรม ซึ่งคำแถลงการณ์ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีได้ไปอ่านด้วย ผมคิดว่าคำแถลงชัดเจนว่าคดีนี้ ไม่ใช่คดีความมั่นคง ไม่ใช่คดีก่อการร้าย โจทก์ก็ไม่ได้ฟ้องฐานนี้ แต่พยานหลักฐานกลับเกิดจาก หรือเกิดมีขึ้นในขณะที่จำเลยทั้ง ๕ ถูกควบคุมที่ศูนย์ซักถามเป็นเวลานานในฐานะผู้ต้องสงสัย ตามกฎอัยการศึก และเขียนชัดว่าอธิบดีแทรกแซง แถมยังบอกด้วยครับว่าผู้พิพากษา ศาลชั้นต้นอื่น ๆ ก็โดนกระทำไม่แตกต่างกัน เจ็บช้ำระกำใจไม่ต่างกัน เพราะฉะนั้น ท่านรัฐมนตรีน่าจะเคยได้รับข้อมูล น่าจะได้อ่านคำแถลงการณ์ข้อเรียกร้องข้อขัดข้อง ของผู้พิพากษา ก็อยากให้ท่านรัฐมนตรีได้ตอบคำถามในเบื้องต้นครั้งที่ ๑ ว่ากระทรวงยุติธรรม มีนโยบายหรือแนวทางการแก้ไขเรื่องที่เกิดขึ้นนี้หรือไม่อย่างไร มีรายละเอียดหรือไม่ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ขอตอบกระทู้ของท่าน ส.ส. ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล บัญชีรายชื่อ ในแนวทางของการทำงานของกระทรวงยุติธรรมยึดมั่นในเรื่องของความ เป็นธรรม ให้ความเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชนอย่างเคร่งครัด แต่อำนาจทั้ง ๓ อำนาจ ในรัฐธรรมนูญของประเทศไทยเรานี้มีฝ่ายบริหาร ซึ่งมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บริหาร เป็นประมุขของฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ คือท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรหรือประธาน รัฐสภาเป็นประมุข และทางศาล ประธานศาลฎีกาเป็นประมุข เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นส่วนของ ฝ่ายตุลาการ ในส่วนของตุลาการและฝ่ายบริหารนั้นแยกอำนาจออกจากกันโดยเด็ดขาด เดิมทีเดียวเราอาจจะมีความเข้าใจสับสน และมีผู้คนถามผมตลอดเวลาว่า เรื่องของศาลกับ กระทรวงยุติธรรมเราบริหารจัดการไปด้วยกันในลักษณะของความสงสัย ด้วยความต้องการ อยากจะรู้อยากจะเห็นของผู้คนออกไปลักษณะนั้น ผมบอกว่า ในเรื่องของศาลนี้เรา ไม่สามารถที่จะไปก้าวก่ายได้ และในอำนาจของศาลซึ่งศาลเป็นผู้กำหนด อย่างเช่นกำหนด ผู้คนที่ทำผิดแล้วกำหนดโทษให้ ฝ่ายกระทรวงยุติธรรมก็รับผู้ที่ถูกกำหนดโทษแล้ว เป็นนักโทษมาบริหารโทษ ดังจะเห็นว่าในบางโอกาสสภาผู้แทนราษฎรหรือวุฒิสภาก็มีการ พูดคุยวิพากษ์วิจารณ์ว่ากระทรวงยุติธรรมบริหารโทษ บางครั้งก็ยังเข้าใจว่ากระทรวงยุติธรรม ไปลดโทษของผู้คนที่ถูกศาลสั่งหรือมีคำสั่งจากศาลแล้วว่า จาก ๒๐ ปีเหลือโทษ ๑๐ ปี หรือ ๕ ปี จริง ๆ แล้วไม่เป็นเช่นนั้นเลยครับ ในการที่บริหารโทษเราบริหารเสร็จว่า โทษเขาควรได้จะได้รับการลดหย่อนเท่าไร เราต้องขออำนาจของศาลให้ออกคำสั่งมาว่า ผู้นั้น ประพฤติดี ทำดี สมควรที่จะได้รับการลดหย่อนออกมาตามแนวทางหรือพักโทษด้วยเหตุ พิเศษ หรือเหตุปกติต่าง ๆ เหล่านั้น มันเป็นเรื่องที่เราจะต้องขอจากศาล เพราะฉะนั้นในสิ่งที่ พระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. ๒๕๔๕ ได้บัญญัติแยกอำนาจหน้าที่ ออกจากกันโดยเด็ดขาด เพราะฉะนั้นกระทรวงยุติธรรมไม่อาจก้าวล่วงในอำนาจของการ พิจารณาพิพากษาอรรถคดีหรือดำเนินการอื่นใดภายในของฝ่ายตุลาการได้เลย และยิ่งในคดีที่ว่าท่านผู้พิพากษาคณากร เพียรชนะ ได้ทำการอัตวินิบาตกรรมยิงตัวตาย หรือฆ่าตัวตาย ทั้ง ๒ ครั้งตรงนี้เป็นเรื่องที่ในส่วนของเจ้าหน้าที่ของตำรวจหรือศาลจะต้อง พิจารณาดำเนินการ แล้วจะมาถามบอกว่ากระทรวงยุติธรรมไปทำอะไรที่เกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ต้องเรียนว่าเราไม่สามารถที่จะไปล่วงละเมิดอำนาจศาลในการดำเนินการ แต่ผมมั่นใจอย่างยิ่งว่าที่ท่าน ส.ส. ประเสริฐพงษ์ได้กรุณานำเรื่องนี้มาพูด ก็ได้เห็นถึง ความสำคัญของอดีตผู้พิพากษาคณากร เพียรชนะ ที่ได้ทุ่มเทในเรื่องของความตั้งใจในการ ที่จะพิจารณาหรือว่ายึดมั่นแนวทางของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ในมาตรา ๑๘๘ มาตรา ๑๙๔ และมาตรา ๑๙๖ กำหนดให้พิจารณาพิพากษาอรรถคดีเป็น อำนาจของศาลซึ่งต้องดำเนินการให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยผู้พิพากษาและตุลาการ มีอิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ซึ่งในการจัดตั้ง วิธีพิจารณาคดีและการดำเนินงานของศาลยุติธรรมต้องเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น และในการบริหารงานบุคคลที่เกี่ยวกับผู้พิพากษาศาลยุติธรรมนั้นมีความเป็นอิสระ การดำเนินการโดยคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ประกอบกับพระธรรมนูญศาลยุติธรรม พุทธศักราช ๒๕๔๓ มาตรา ๕ มาตรา ๑๑ กำหนดให้อำนาจประธานศาลฎีกามีหน้าที่ วางระเบียบราชการฝ่ายตุลาการของศาลยุติธรรม เพื่อให้เป็นการดำเนินการในกิจการของ ศาลยุติธรรมให้ไปโดยเรียบร้อยและเป็นระเบียบ ด้วยการมีอำนาจให้คำแนะนำแก่ผู้พิพากษา ในการปฏิบัติตามระเบียบวิธีการต่าง ๆ ที่กำหนดขึ้นโดยกฎหมายหรือโดยประการอื่น ให้เป็นไปโดยถูกต้อง ก็หมายความว่าในชั้นบังคับบัญชาต่าง ๆ เหล่านั้น สามารถให้คำแนะนำ ให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชาในส่วนงานต่าง ๆ ซึ่งผมคิดว่าก็เป็นรูปแบบของการบริหารราชการ ทั่วไป ที่จะให้บังคับบัญชาต่าง ๆ เหล่านั้น แต่ว่าในความเห็นของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ถ้าเราอ่านอย่างตรงไปตรงมาแล้ว ถ้าเราคิดว่าเราอยู่ด้วยตัวเราคนเดียว หรือแม้แต่ ในเรื่องของรัฐมนตรีจะทำอะไรสักอย่างหนึ่งที่เป็นเรื่องใหญ่ในการแก้กฎหมาย รัฐมนตรี ก็ไม่มีสิทธิที่จะเสนอกฎหมายในนามของรัฐมนตรีกระทรวงนั้น ๆ ในสภาผู้แทนราษฎร ก็ต้องผ่านความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี มันมีขั้นตอนของการบริหารจัดการตรงนี้ แล้วเราก็ได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้วว่า อำนาจในการแบ่งส่วนราชการ การปรับปรุง กระทรวง ทบวง กรมนั้นมันเป็นกฎหมายที่บังคับ เราไม่สามารถที่จะไปล่วงละเมิดอำนาจ ของศาลต่าง ๆ เหล่านั้นได้ตามที่ท่านต้องการอยากจะให้กระทรวงยุติธรรมเข้าไปจัดการ หรือดูแลในส่วนตรงนี้ ผมก็เรียนว่าไม่สามารถทำได้ แต่ถ้าหากว่าในเรื่องนี้ถ้าจะให้ผมช่วยคิด ถ้าท่าน ส.ส.ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ อยากจะให้รู้ถึงผู้ที่เกี่ยวข้องโดยตรง คือประธานศาลฎีกา ก็สามารถขอผ่านตามแนวทางประมุขของฝ่ายนิติบัญญัติ คือทำเรื่องผ่านท่านประธานรัฐสภา ส่งไปถึงประธานศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีการดำเนินการในส่วนต่าง ๆ เหล่านั้นได้จะเป็น เส้นทางตรงกว่า ที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ในเรื่องของคดีความ ก็มีผู้คนเสียชีวิต ๕ คน เป็นการฆ่า ๕ ศพ มันเป็นเรื่องที่รุนแรงสะเทือน หรือกระทบจิตใจ ของผู้คนมากมายหลายท่าน และดูเหมือนการนัดฟังคำพิพากษาในศาลชั้นต้นที่ผมได้ศึกษามา คือวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๒ และมีการเลื่อนคำพิพากษาก็อาจจะเป็นประเด็นหนึ่ง ที่ทำให้เกิดอัตนิบาตกรรมก็ได้หรืออย่างไร อันนี้ผมก็คิดว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นที่ท่าน ส.ส.ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ได้นำมาพูดคุยถามนั้นก็ล้วนแต่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง แต่ว่าถ้าจะไปให้ถูกช่องก็อย่างที่ผมได้แนะนำไปนั้น กระผมขอตอบในชั้นต้นเท่านี้ก่อน ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
เชิญ ท่านประเสริฐพงษ์ถามคำถาม ครั้งที่ ๒ ครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่มาตอบ ผมคิดว่าผมใช้ช่องทางที่ถูกต้องตามอำนาจหน้าที่ ของ ส.ส. ในการตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีได้ ซึ่งคำถามของผมไม่ได้ต้องการให้ท่านรัฐมนตรี เข้าไปล่วงละเมิดอำนาจศาล ผมต้องการให้ท่านสามารถที่จะสอบถามข้อเท็จจริงว่า มีแนวทางการแก้ไขเพื่อป้องกันไม่ให้บุคลากรในสังกัดกระทรวงยุติธรรมทำอัตวินิบาตกรรม ตัวเอง ป้องกันได้หรือไม่ รายละเอียดท่านก็ไม่ได้ตอบก็ไม่เป็นไร ที่สำคัญผมคิดว่าช่องทาง ที่ตั้งกระทู้ถามท่านรัฐมนตรี อย่างน้อยเพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบว่า สิ่งที่ท่านบอกว่า ท่านยึดมั่น กระทรวงยุติธรรมยึดมั่นและให้ความเป็นธรรมกับประชาชนอย่างเคร่งครัด ตอนนี้สังคมมีทำคำถามอยู่อย่างไรครับท่านประธานว่า ขนาดผู้พิพากษาถึงขนาดฆ่าตัวตาย ขนาดนี้ แล้วก็มีข้อเรียกร้องในคำแถลงการณ์ และเป็นคำที่ทุกคนทราบกันว่า คืนคำพิพากษา ให้ผู้พิพากษา คืนความยุติธรรมให้ประชาชน ตรงนี้รัฐมนตรีท่านเกี่ยวข้องด้วยแน่นอน เพราะฉะนั้นคำถามครั้งที่ ๒ ของผม ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีได้โปรดเถอะครับว่า ท่านบอกว่า อาจจะติดขัดว่าไม่สามารถเสนอแก้พระธรรมนูญศาลยุติธรรมได้ก็ตาม แต่แผนปฏิรูปประเทศ ของท่านในฐานะรัฐมนตรี ผมคิดว่าในฐานะผู้บริหารแผนปฏิรูปประเทศในรูปแบบของการ ดูแลกระทรวงยุติธรรม ท่านสามารถทำได้แน่นอน ทำอย่างไรให้เกิดดุลอำนาจระหว่าง ๓ อำนาจที่ชัดเจน ผมคิดว่าหากท่านจะชี้แนะที่บอกว่าจะให้ผมไปยื่นผ่านตุลาการ ศาลรัฐธรรมนูญ ผมคิดว่าต้องไปยื่นประธานศาลฎีกามากกว่า ผมคิดว่าแน่นอนครับคง จะต้องมีการสอบถาม ติดตามเรื่องนี้เพื่อไม่ให้บุคลากรระดับสำคัญของชาติที่ยอมสละชีวิต เพื่อผดุงความยุติธรรม แต่สังคมก็ยังกังขา และก็ยังมีขบวนการที่เป็นที่เข้าใจกันว่าผู้พิพากษา ศาลชั้นต้นก็โดนกระทำแต่พูดไม่ได้ แน่นอนครับเราไปล่วงละเมิดอำนาจการตัดสินใจของ การตัดสินของศาลไม่ได้แน่นอน เพียงแต่ในแง่ของกระบวนการของการให้มีการตรวจสอบ ข้อเท็จจริง หรืออย่างน้อย ๆ การพูดคุยของท่านรัฐมนตรีต่อผู้พิพากษาต่อกระบวนการ ปลัดกระทรวงในรูปแบบที่ให้กำลังใจผู้พิพากษา หรือแม้กระทั่งการพูดในเชิงพบปะพูดคุย ในเชิงส่วนตัว ผมคิดว่าท่านสามารถทำได้เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก ที่สำคัญคือ ท่านบอกว่าท่านจะสร้างความเป็นธรรมให้กับประชาชน แต่ประชาชนไม่มีความมั่นใจ ผมคิดว่า อันนี้คือโจทย์สำคัญที่ให้ประชาชนได้ตอบ ได้รู้สึกว่าประชาชนสามารถได้รับความยุติธรรม ได้แน่นอน ซึ่งหากเราสามารถที่จะแก้ไขประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นตัวอย่างของการเสียสละ ชีวิต ประเทศไทยก็จะได้รับความเชื่อมั่นทั้งจากประชาชนและต่างประเทศด้วย คำถาม ครั้งที่ ๒ อาจจะดูกว้าง ๆ ไปหน่อยท่านประธาน แต่ผมคิดว่าถ้าท่านรัฐมนตรีช่วยตอบ อีกสักครั้งเถอะครับว่า ท่านพอมีช่องทางอื่นอีกหรือไม่นอกจากท่านตอบมา ครั้งที่ ๑ จากเวลาที่เหลือผมยินดีสละให้ท่านครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
ท่านประเสริฐพงษ์ เข้าใจว่าบุคลากรศาลเป็นส่วนงานของกระทรวงยุติธรรม ไม่ใช่ ไม่ใช่เป็นบุคลากรของ กระทรวงยุติธรรม ศาลสามารถที่จะกำหนดหรือดำเนินการในเรื่องของระเบียบ กฎเกณฑ์ เรื่องพระธรรมนูญศาลยุติธรรม ศาลเป็นผู้เสนอเองขอแก้ไขเองได้ ในส่วนงานที่ไม่ได้ เกี่ยวข้องมาตรงกระทรวงยุติธรรมเลย กระทรวงยุติธรรมเป็นกระทรวงถ้าเทียบจากผู้คนที่ถูก พิพากษาแล้วเราเป็นปลายน้ำ คือรับผู้ที่ถูกพิพากษาแล้ว แล้วก็มาดำเนินการบริหารโทษ ดังกล่าว แต่ในส่วนของพี่น้องประชาชนนั้นมาบอกเล่า หรือมาร้องเรียนในส่วนของความ ไม่เป็นทำอะไรต่าง ๆ ในกระทรวงยุติธรรม เราจะแก้ไขให้ แต่เราไม่คิดว่าเราจะไปล่วงละเมิด ในงานของศาลมากจนเกินไป ในส่วนตรงนี้ที่ผมแนะนำไปผมคิดว่าเป็นเรื่องที่เราปฏิบัติโดย ถูกต้องและสุภาพที่สุดที่เราผ่านทางประธานสภาผู้แทนราษฎร ผมอยากขอให้เป็นอย่างนั้น แต่ในเรื่องของประชาชนท่านมาบอกที่กระทรวงยุติธรรมได้เลย เรายินดีที่จะแก้ปัญหาให้ได้ ทั้งหมดในส่วนของการดำเนินการต่าง ๆ เหล่านี้ ในเรื่องของแนวนโยบายอะไรต่าง ๆ เราก็ สามารถพูดคุยในส่วนของงานของรัฐบาลและงานของสภาผู้แทนราษฎรได้ ผมขอขอบคุณ ผมขอตอบสั้น ๆ แค่นี้ครับ สวัสดีครับ🔗
ท่านประเสริฐพงษ์ ยังมีอะไรอีกหรือไม่ครับ🔗
นิดเดียวครับท่านประธาน ก็ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับที่มาตอบ ทีนี้เรื่องของการตรวจสอบถ่วงดุลสังคมเข้าใจว่า มันไม่มีจริง เพราะว่ามีการกดดันจากระดับที่อาวุโสสูงกว่า ซึ่งถ้าไม่ทำตามก็จะมีผล ในการดำรงตำแหน่งในภายหลัง นี่คือจากคำแถลงการณ์ของผู้เสียชีวิต เพราะฉะนั้น วัฒนธรรมของระบบตุลาการ ระบบอาวุโสที่ถูกครอบงำประกอบการแทรกแซงนอกเหนือ จากศาลก็ยังมีด้วย เพราะว่าในหลายคดีที่ผ่านมาเราก็จะเห็นในคดีการเมืองที่ยังไม่มีคำตัดสิน ด้วยซ้ำแต่ว่าไม่ยอมให้มีการประกันตัว ก็ไปอ้างว่ากลัวจะไปทำซ้ำอีก ทั้ง ๆ ที่คดียังไม่ได้ตัดสินเลย เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่สังคมกังขา เพราะฉะนั้นเมื่อมีการเปิดโปงกันด้วยชีวิตถึงขนาดนี้ ทำให้ผมคิดว่ามันมีน้ำหนักมาก ๆ ที่สังคมควรจะได้พูดถึง แล้วก็จะได้ให้ประเทศไทย ของเราอยู่เป็นที่น่าเชื่อถือ ขอบคุณท่านประธานและขอบคุณรัฐมนตรีครับ🔗
ขอบคุณครับ ก็ถือว่าเป็นการจบการถามตอบกระทู้ที่ ๑.๓.๖ ของท่าน ส.ส. ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่กรุณา ให้เกียรติห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเรา ขอขอบคุณ ต่อไปก็จะเป็นระเบียบวาระที่ ๑.๓.๗🔗
๑.๓.๗ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๕๑ เรื่อง การแยกขยะติดเชื้อจาก โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-2019) และแนวทางการป้องกันการรับเชื้อจากโรค ดังกล่าวของผู้ปฏิบัติหน้าที่เก็บขนขยะ (นายบุญแก้ว สมวงศ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตอบ🔗
ด้วยสำนักงาน เลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว มีบัญชามอบหมายให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถาม แยกเฉพาะคือ นางสาวอ้อวดี สุนทรวิภาต ผู้อำนวยการกองสิ่งแวดล้อมท้องถิ่น กรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย อันนี้พร้อมแล้ว ขอเชิญท่าน ส.ส.บุญแก้ว สมวงศ์ ได้ ๓ ครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบุญแก้ว สมวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ให้เกียรติผมได้มาถามกระทู้ เรื่อง การแยกขยะติดเชื้อของโรค โควิด-๑๙ (COVID-19) และแนวทางการป้องกันการรับเชื้อจากโรคดังกล่าวของผู้ปฏิบัติ หน้าที่เก็บขยะ จากสถิติข้อมูลของกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เกี่ยวกับสถานการณ์ขยะมูลฝอยของประเทศ ทำให้เราทราบได้ว่า มีปริมาณขยะภายในประเทศที่เพิ่มมากขึ้นในทุก ๆ ปี โดยเฉพาะ ๒ ปีกว่าที่ผ่านมาปริมาณ ขยะเพิ่มมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดนั้น อาจเป็นเพราะสาเหตุหนึ่งที่สำคัญที่ส่งผลให้ปริมาณขยะ เพิ่มมากขึ้นนั้นมาจากสถานการณ์ระบาดของโรคไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-2019) โดยปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นนั้น มีทั้งขยะทั่วไป ขยะพลาสติก ขยะโฟม และขยะติดเชื้อ ก็เห็นได้ว่าประชาชนต้องใช้ชีวิตที่ปรับเปลี่ยนไปด้วยการต้องอยู่บ้าน และมีการทำงานที่บ้าน เวิร์ก ฟรอม โฮม (Work From Home) เพิ่มมากขึ้น ทำให้ต้องมีการสั่งอาหารมารับประทาน ในบ้านเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ปริมาณขยะที่เกิดจากหีบห่อบรรจุอาหารเพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น กระดาษชำระ หน้ากากอนามัย และรวมทั้งชุดตรวจแอนติเจน เทสต์ คิต (Antigen Test Kit) ทั้งจากบ้านพักอาศัยและสถานพยาบาลต่าง ๆ สถานที่ซึ่งจัดเก็บไว้สำหรับการกักกั้น หรือแยกสังเกตอาการปริมาณเพิ่มมากขึ้น และไม่ว่าปัจจุบันการจัดการขยะมูลฝอยติดเชื้อ ในประเทศจะอยู่ภายใต้แผนแม่บท การบริหารจัดการขยะมูลฝอยของประเทศไทย และแผนปฏิบัติการจัดการขยะมูลฝอยติดเชื้อ รวมถึงมีมาตรการจัดการขยะมูลฝอยติดเชื้อ ชุดชุมชนในสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-2019) ซึ่งออกโดยกระทรวงมหาดไทยแล้วก็ตาม แต่ในทางปฏิบัติจริงนั้นการจัดการขยะ การจัดการปฏิบัติการของผู้ปฏิบัติหน้าที่ขนเก็บขยะที่ไม่มีความพร้อม ประกอบกับบ้านเรือน ประชาชนก็ยังไม่มีระบบการบริหารจัดการในการแยกขยะและการทิ้งขยะมูลฝอยติดเชื้อ ที่ถูกต้องชัดเจน ส่งผลให้ผู้ปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวข้องในการเก็บขยะเกิดความเสี่ยงในการ รับเชื้อโรคสูง ซึ่งหากภาครัฐมีการสนับสนุน ส่งเสริมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรณรงค์ และประชาสัมพันธ์ให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการแยกขยะ โดยเฉพาะขยะติดเชื้อให้แก่ ประชาชนรับทราบและเข้าใจอย่างจริงจัง สม่ำเสมอ พร้อมทั้งปลูกจิตสำนึกให้กับเด็ก และเยาวชนให้เห็นถึงความสำคัญของการคัดแยกขยะและการกำจัดขยะที่ถูกวิธีให้มากขึ้น รวมถึงหากมีการสนับสนุนชุดอุปกรณ์ที่มีมาตรฐานในการจะให้พี่น้องประชาชนได้เก็บขยะนั้น ก็สามารถลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับกลุ่มบุคคลเหล่านี้และประชาชนทั่วไปได้อย่างแน่นอน สาเหตุดังกล่าวผมจึงได้สอบถาม🔗
ท่านบุญแก้ว ท่านถามเลย เพราะเวลาหมดไปครึ่งหนึ่งแล้ว🔗
ผมได้สอบถามรัฐบาล โดยเฉพาะวันนี้ก็ต้อง ขอขอบคุณรัฐมนตรี ท่านอนุพงษ์ เผ่าจินดา ได้มาตอบ ก็อยากจะสอบถาม รัฐบาลจะมี นโยบายจะสนับสนุน ส่งเสริมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการรณรงค์ ประชาสัมพันธ์ ให้ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการแยกขยะ โดยเฉพาะขยะติดเชื้อให้แก่ประชาชนรับทราบ และเข้าใจอย่างจริงจัง สม่ำเสมอ พร้อมทั้งปลูกจิตสำนึกให้เด็กและเยาวชนได้ตระหนัก และเห็นความสำคัญของการแยกขยะให้มากขึ้นหรือไม่อย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญคณะรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผมขออนุญาตตอบกระทู้ของผู้ทรงเกียรติดังนี้🔗
เนื่องจากคำถามนั้นพูดถึงขยะ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งขยะติดเชื้อ ผมก็เลย ต้องขออนุญาตที่จะอธิบายเรื่องของระบบจัดการขยะมูลฝอยเล็กน้อย กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ก็จะมีเรื่องแผนแม่บทบริหารจัดจัดการขยะมูลฝอยของประเทศ มี พ.ร.บ. สาธารณสุข มี พ.ร.บ. รักษาความสะอาด รวมทั้งที่สำคัญมีประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การจัดการ มูลฝอย พ.ศ. ๒๕๖๐ ทั้งหมดนี้จะเป็นกรอบให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งมีอำนาจหน้าที่ ในการบริหารจัดการขยะ ซึ่งเป็นบริการสาธารณะในพื้นที่ การดำเนินการขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นก็จะดำเนินการบริหารจัดการขยะมูลฝอย ตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง ต้นทางก็มาจากผู้ที่ทำให้เกิดขยะโดยตรง ได้แก่ ประชาชนจากครัวเรือน อาจจะ เป็นภาคเอกชน รวมทั้งหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งหมดทำให้เกิดขยะ ก็เป็นเรื่องสำคัญตามที่ผู้ถาม ได้กรุณาได้ตั้งกระทู้มาว่าเป็นส่วนสำคัญยิ่งเลย โจทย์อยู่ที่ข้อ ๑ ตรงนี้ว่าจะต้อง ทำอย่างไร ผมขอไปที่ว่าจะต้องทำอย่างไรในส่วนต้นทางก่อน ต้นทางนั้นจะต้องทำ ๒ เรื่องใหญ่ ๆ ด้วยกันคือ เรื่องของการลดขยะ ที่เรียก ๓ อาร์ (3R) หรือว่า ๓ ช คือ รีดิวซ์ (Reduce) รียูส (Reuse) รีไซเคิล (Recycle) หรือว่าใช้น้อย ใช้ซ้ำ และนำกลับมาใช้ใหม่ นี่เรื่องที่ ๑ เรื่องที่ ๒ คือเรื่องของการแยกขยะ ก็ต้องแยกเป็นประเภท ทั้งทั่วไป อินทรีย์ หรือขยะรีไซเคิล (Recycle) ขยะอันตรายมีสี อันนี้เป็นโจทย์ใหญ่ของการบริหารจัดการขยะ ทั่ว ๆ ไปก่อน ส่วนกลางทางนั้นจะเป็นเรื่องสำคัญขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นส่วนหนึ่ง ก็คือต้องดำเนินการเก็บและขนย้ายขยะจากแหล่งต้นทางทั้งหลายเพื่อจะเอาไปกำจัด หลักง่าย ๆ เขาแยกมาแล้วตัวเองก็ต้องเก็บแยกแล้วเอาไปเพื่อกำจัดต่อไป เรื่องที่ ๑🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องของการจัดการในที่สาธารณะที่จะต้องไปวางถังขยะ ต่าง ๆ ให้ประชาชนได้ทิ้งในพื้นที่สาธารณะ แล้วก็เก็บและขนย้ายไปเช่นเดียวกันไปทำลาย อันนี้ส่วนของ อปท. ส่วนประชาชนก็มีส่วนสำคัญอีกเช่นเดียวกัน ขอให้ทิ้งในที่ทิ้งขยะเท่านั้น มันจะไม่มีปัญหาเรื่องขยะเลยถ้าคนทิ้งในที่ทิ้งขยะ ส่วนปลายทางนั้นเป็นเรื่องของ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเช่นเดียวกันที่จะต้องดำเนินการกำจัด เราได้มีแนวทางตามที่ ได้เรียนแล้ว เราจัดเป็นกลุ่มคลัสเตอร์ (Cluster) เหตุผลคือเรามีกองขยะถึงประมาณ เกือบ ๓,๐๐๐ กอง มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรับผิดชอบ ๗,๕๒๒ แห่ง ถ้าเราต้องแยก กองขยะไปทำลายตามกองขยะก็ ๓,๐๐๐ มันเป็นไปไม่ได้ เราก็พยายามจัดเป็นคลัสเตอร์ (Cluster) แล้วก็ใช้ช่องทางของคณะกรรมการสิ่งปฏิกูลและมูลฝอยจังหวัด กรรมการชุดนี้ ที่จะช่วยกันกับท้องถิ่นให้เขาจัดในการที่จะกำจัดเป็นกลุ่มเป็นหลัก อีกเรื่องหนึ่งก็คือ เรื่องของเทคโนโลยีในการกำจัด ก็จะมีเทคโนโลยีหลายอย่าง ตั้งแต่ฝังกลบ ตั้งแต่เอาไปเผา เป็นเชื้อเพลิง เอาไปทำเป็นเชื้อเพลิงอาร์ดีเอฟ (RDF) เอาไปทำเป็นแก๊ส เอาไปทำเป็น แกสซิฟิเคชัน (Gasification) หลายเทคโนโลยีทำได้หมด เรื่องของปลายทาง ก็กลับมา เรื่องสำคัญที่ท่านผู้ถามได้กรุณาเรียนถามว่า ทำอย่างไรจะทำให้คนเกี่ยวข้องเขามีความรู้ ความเข้าใจ ที่ท่านตั้งคำถาม โดยประกาศกระทรวงมหาดไทยหมวด ๑ ข้อ ๕ กำหนดให้ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องรณรงค์สร้างการรับรู้ความเข้าใจ และสร้างจิตสำนึกให้ ประชาชนในท้องถิ่น มีส่วนร่วมในการลดปริมาณขยะ แยกขยะมูลฝอยอยู่ในกฎหมาย และถามว่าต้องทำที่ไหน ก็ต้องทำในพื้นที่ท้องถิ่นนั่นละครับที่จะไปดำเนินการในเรื่องนี้ จึงจะประสบความสำเร็จ ก็อยากจะเรียนว่าการดำเนินการที่ผ่านมาองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นก็จะทำ หลายแห่งก็จะร่วมมือกับภาคการศึกษา ตามโรงเรียนบ้าง ภาคเอกชน บ้าง ชุมชนต่าง ๆ ช่วยกันรณรงค์ มีผลประจักษ์ว่าเรามีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือคอมมิวนิตี (Community) หรือชุมชนต่าง ๆ ที่เราเรียกว่าปลอดขยะเลย คือซีโร เวสต์ (Zero waste) เลย ไม่มีขยะเลย ก็มีจำนวนมาก เพราะฉะนั้นความสำคัญในเรื่องนี้ก็คือ ๑. มีกฎหมาย ๒. เราได้แจ้งไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหลายที่ดำเนินการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหลายก็ดำเนินการ อาจจะมีบางแห่งอาจจะย่อหย่อนหรือ อย่างไร ผมก็รับจากท่านผู้ถามว่าเราก็ต้องไปเร่งในส่วนนี้ที่จะทำให้เขาและมีความรู้ในเรื่องนี้ ไปเรื่องขยะมูลฝอยติดเชื้อ โดยปกติขยะติดเชื้อก็จะมีเฉพาะที่จากโรงพยาบาล สถานพยาบาลเท่านั้น ก็จะมีระบบของเขาในการไปกำจัดของเขา ทั้งประเทศก็จะมี ๑๗ แห่ง ที่จะไปกำจัด มีกฎหมายทุกอย่าง มีกฎหมายกระทรวงสาธารณสุขทุกอย่าง ตั้งแต่การเก็บ การขน จะใช้ภาชนะอย่างไร ขนอย่างไร ทำอย่างไร มีหมดก็ไม่มีปัญหาต่อเมื่อมีเหตุการณ์ แพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ก็มีขยะมูลฝอยจากบ้านเรือนคนกลายเป็นขยะติด เชื้อเพิ่มขึ้นมา เกิดเป็นปัญหาที่ท่านได้เรียนถามนี้ ไม่ว่าจะเป็น ประชาชน ครัวเรือน เอชไอ (HI) ที่เรียก หรือซีไอ (CI) มีหน้ากาก มีสำลี ผ้าปิดแผล กระดาษชำระ ชุดตรวจต่าง ๆ เป็นต้น ในเรื่องนี้โดยสรุปกระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศ ได้ออกคำแนะนำในเรื่องของ การบริหารจัดการขยะมูลฝอยติดเชื้อตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทางเช่นเดียวกัน โดยให้กระทรวงมหาดไทยแจ้งจังหวัดต่าง ๆ เพื่อแจ้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีหน้าที่ รับผิดชอบ ได้ปฏิบัติให้เป็นไปตามประกาศหรือคำแนะนำของกระทรวงสาธารณสุข โดยเคร่งครัด สำหรับต้นทางก็คือ รณรงค์ให้ประชาชนคัดแยกขยะมูลฝอยติดเชื้อใส่ถุง ต่างหากจากขยะมูลฝอยปกติ วิธีทำถ้าประชาชนสามารถทำได้ กรณีแรกก็คือทำขยะติดเชื้อ ให้เป็นขยะธรรมดา ก็ใส่ถุงแล้วใช้น้ำยาฟอกขาวที่เราเรียกตามภาษาศัพท์พาณิชย์ว่า ไฮเตอร์ (Haiter) ปิด ๒ ชั้น ผูกเชือกทั้ง ๒ ชั้น ก็จะถือเป็นขยะธรรมดา เป็นขยะมูลฝอย อีกส่วนหนึ่งก็คือแยกเป็นขยะติดเชื้อต่างหากเลย ในส่วนนี้ก็ยังมีเก็บ ๒ แบบ ก็คือทางองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นไปเก็บ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปตั้งถัง ประชาชนก็สามารถ ทำได้ทั้ง ๒ ทาง ไปทิ้งตามปกติของเขา กับไปทิ้งที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจัดให้ก็ได้ อันนี้ก็เป็นต้นทาง ส่วนเรื่องกลางทางก็เป็นเรื่องขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะเก็บ รวบรวมตามระเบียบของกระทรวงสาธารณสุข จะมีหมดเลยวิธียานพาหนะทำอย่างไร จะปฏิบัติอย่างไร ตัวองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเองก็จะต้องจ่ายอุปกรณ์ให้กับเจ้าหน้าที่ ที่จะเก็บขนให้มีความปลอดภัย ให้ความรู้ว่าจะต้องทำอย่างไรในก่อนทำ ขณะทำ หรือหลังทำ ในการเก็บจะต้องทำอย่างไร ส่วนปลายทางนั้นการกำจัดเดิมทีเรามีเฉพาะจากโรงพยาบาล ทีนี้ขยะจากบ้านคนทั้งหลายติดเชื้อเยอะ เพราะฉะนั้นในการกำจัดทางองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นก็สามารถที่จะจ้างเหมาเอกชนได้ ที่จะไปใช้ระบบของสาธารณสุขได้ รวมทั้งในขณะนี้เราแก้กฎหมายให้สามารถนำไปเผาในโรงขยะไฟฟ้าได้ หรือโรงงาน อุตสาหกรรมได้ ที่ดำเนินการไปแล้ว ในขณะนี้สรุปว่าเราไม่มีขยะติดเชื้อเหลือในระบบ ในขณะนี้ที่ตรวจสอบแล้วครับ เรียนเพิ่มเติมแค่นี้ครับ🔗
เชิญท่าน ส.ส.บุญแก้วถามคำถาม ครั้งที่ ๒ ครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างผ่าน ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีที่มาตอบคำถาม ผมยกตัวอย่างที่อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร เพราะว่ามีขยะติดเชื้อเดือนหนึ่งก็ประมาณ ๒ ตันกว่า แล้วก็ต้องไปเผาขยะ ที่จังหวัดอุบลราชธานี ก็มีรถมารับ และต้องเสียกิโลกรัมละ ๑๒ บาท ตกเดือนหนึ่งประมาณ ๒๘,๐๐๐ บาท แล้วจังหวัดยโสธรมีอยู่ ๙ อำเภอ รวม ๆ แล้วเดือนหนึ่งก็จะตกอยู่ประมาณ หลายแสนบาท ผมก็ต้องขอฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้พิจารณาในเรื่องเตาเผาขยะติดเชื้อในพื้นที่ของจังหวัดยโสธร ให้มีเตาเผาขยะในแต่ละ จังหวัดในทุกจังหวัด จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดอำนาจเจริญก็ไปเผาที่อุบลราชธานี อำเภอ วารินชำราบ ในเขต ๓-๔ จังหวัดนี้🔗
และอีกประเด็นหนึ่งก็คือแล้วขยะตามหมู่บ้าน ผมยกขยะ นี่ตำบลดงเจริญ อำเภอคำเขื่อนแก้ว ที่ผมได้รูปภาพมาวันนั้นผมผ่านไปก็เลยไปถ่ายรูป และเขาเผาขยะ แล้วก็จะมีกลิ่นเหม็น และชาวบ้านก็ร้องเรียน เพราะว่าในเขตพื้นที่ของผมในเขตพื้นที่ รับผิดชอบ ผมเป็น ส.ส. อยู่ที่อำเภอคำเขื่อนแก้ว อำเภอมหาชนะชัย อำเภอค้อวัง อำเภอป่าติ้ว อำเภอไทยเจริญ ๕ อำเภอในเขตพื้นที่ผม แล้วก็อยากให้ท่านรัฐมนตรีมีนโยบายให้ท้องถิ่น แต่ละ อปท. ได้ดำเนินการรณรงค์ให้พี่น้องประชาชน ท่านสั่งไปเลยครับ ถ้าท่านเป็นคนสั่ง อย่างไร อบต. หรือ อบจ. หรือผู้ว่าราชการจังหวัดเขาต้องรณรงค์ให้พี่น้องประชาชน ได้ช่วยกันอย่างชัดเจน🔗
คำถามที่ ๒ รัฐบาลมีนโยบายจะเพิ่มปริมาณขยะที่มีมากขึ้น รวมทั้งเพิ่มจุด วางถังขยะในที่เหมาะสมให้มากขึ้น เพื่อให้เพียงพอต่อปริมาณขยะที่มีมากขึ้นหรือไม่อย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ ขอกราบขอบคุณครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗
เรื่องแรกก่อน เรื่องของการสร้างเตาเผาขยะ โดยกฎหมายก็ดำเนินการได้เลย เป็นกฎหมายกระจายอำนาจ ทำได้อยู่แล้ว ปัญหาคือใครจะเป็นผู้ลงทุนในขณะนี้ ในเมื่อขยะติดเชื้อมูลฝอยมันเป็นขยะ ในช่วงนี้เท่านั้น ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่มีแล้วเราสร้างโรงเผาขยะตามมาตรฐาน ถ้าเป็นโรงไฟฟ้า ประมาณ ๑,๐๐๐ ล้าน ปัญหาคือจะเอาเงินที่ไหนของรัฐบาลไปสร้าง ยังมีปัญหาอีกว่า พอสร้างแล้วคนจะต้องจ่ายเงินค่าทำลาย มันต้องใช้เงิน ถ้าไม่เป็นไฟฟ้าก็อยู่ประมาณ ตันละ ๑,๐๐๐ บาท ถ้าขายไฟฟ้าได้ประมาณ ๕๐๐ บาท ท้องถิ่นใดจะมีเงินไปทำ สิ่งที่ทำอยู่ ในขณะนี้พยายามใช้สิ่งที่มีอยู่ แก้กฎหมาย พยายามไปใช้โรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งการเผานั้น จะต้องเผา เมนที่อยู่บ้านนอกก็เขาไม่ได้ ต้องขออุณหภูมิครั้งแรก ๗๖๐ องศา ครั้งที่ ๒ เผาควันอีกประมาณ ๑,๐๐๐ องศา ไม่เช่นนั้นเตาธรรมดาก็เผาไม่ได้ เรื่องนี้ก็มีการคิด แต่ทำอย่างไรถึงจะไปสร้างได้ที่ท้องถิ่น ท้องถิ่นทำได้อยู่แล้วครับแต่หากผู้ลงทุนคงจะลำบาก รัฐบาลจะไปโอบอุ้มเงินก็คงเป็นปัญหาเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามตอนนี้ก็ยืนยันว่าขยะติดเชื้อ ไม่มี ส่วนในรูปนั้นถ้าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ท่านเลือกตั้งขึ้นมาแล้วเป็นอย่างนี้ ท่านต้องกลับไปใหม่ทำไมเลือกมา เผาผิดอยู่แล้วทำไม่ได้🔗
ต่อไปเรื่องที่ ๒ ที่ถามเรื่องเกี่ยวกับถังขยะติดเชื้อ ทางกระทรวงสาธารณสุข ก็ได้มีแนวทางให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการที่จะจัดให้มีถังขยะติดเชื้อมาก ๒ แห่ง ในที่สาธารณะส่วนหนึ่ง ที่ตำบลรวบรวมแห่งหนึ่ง ขณะนี้โดยสถิติ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๔ ได้ตรวจสอบแล้ว มีจุดเพิ่มขึ้น ๓๕,๐๐๐ กว่าจุด มีถังขยะติดเชื้อมากกว่า ๔๐,๐๐๐ ใบ ที่เพิ่มขึ้นมา นั่นคือข้อมูลเมื่อเดือนตุลาคม ๒๕๖๔ ก็เรียนว่ามีการจัดถังเพิ่ม🔗
ก็ถือว่าถาม ครบ ๒ คำถาม ท่านยังมีอะไรติดใจอยู่หรือไม่ครับ🔗
ก็คงไม่มีแล้วครับ เพราะว่ารัฐมนตรีก็ได้ มาตอบอย่างชัดเจนแล้ว ก็ขอขอบคุณท่านประธานและท่านรัฐมนตรีที่ได้ให้เกียรติ มาตอบกระทู้ถามผมในวันนี้ ก็อยากให้ท่านสั่งผู้ว่าลงไปอีกว่า ให้ท้องถิ่นเขารณรงค์และให้ ความรู้เกี่ยวกับการเก็บขยะให้พี่น้องประชาชนอย่างชัดเจน ขอขอบพระคุณครับ🔗
ก็ถือว่า เป็นการจบการถามตอบกระทู้ที่ ๑.๓.๗ ของท่าน ส.ส.บุญแก้ว สมวงศ์ ต้องขอขอบคุณท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ฯพณฯ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่กรุณาให้เกียรติห้อง กระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเรา ขอบพระคุณครับ ต่อไปจะเป็นระเบียบวาระที่ ๑.๓.๒🔗
๑.๓.๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๔๕ เรื่อง การแก้ไขปัญหาและการ ป้องกันกรณีที่พี่น้องประชาชนโดนฉ้อโกงจากการซื้อของผ่านสื่อออนไลน์ (Online) (นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม ด้วยสำนักงานรัฐมนตรี กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้มี หนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมติดภารกิจสำคัญ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปในคราวถัดไป จึงแจ้ง เพื่อทราบครับ ต่อไปเป็นระเบียบวาระที่ ๑.๓.๓🔗
๑.๓.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๔๖ เรื่อง การเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้พิการ การสร้างอาชีพและสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการในชุมชน (นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์🔗
ด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้มีหนังสือแจ้งว่า ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไป เป็นคราวถัดไป สำหรับวันนี้ก็จบการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะแล้ว ผมขอปิด การประชุมครับ🔗
ก่อนจะถึง ระเบียบต่อไปคือระเบียบวาระที่ ๒🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗
ผมจะขออนุญาตที่ประชุมเพื่อจะเอาระเบียบวาระที่มีความจำเป็น ใช้เวลาสั้น ๆ ขึ้นมาพิจารณาก่อน โดยมีระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม อันนี้ก็สั้น ๆ ระเบียบวาระที่ ๗.๔ ระเบียบวาระ ๗.๖ ระเบียบวาระ ๗.๑๐ เป็นเรื่องของการตั้ง กรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลง แล้วก็จะขอเอาระเบียบวาระ ๗.๘ ระเบียบวาระ ๗.๑๒ เรื่องขยายระยะเวลาของกรรมาธิการ ขออนุญาตที่ประชุม🔗
ถ้าไม่ ขัดข้องผมก็จะได้ดำเนินการต่อไป ขอนำระเบียบวาระที่ ๓ ขึ้นมาก่อน🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม🔗
เป็นการรับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๓ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) รวม ๒ ครั้ง ได้แก่ ครั้งที่ ๑ เป็นพิเศษ ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๔ และครั้งที่ ๒ เป็นพิเศษ วันจันทร์ที่ ๓๑ พฤษภาคม ถึงวันพฤหัสบดีที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๔ ซึ่งทั้งหมดได้วางไว้ให้ท่านสมาชิกได้ตรวจดู ท่านคงได้ดูกันเรียบร้อย ก่อนที่จะให้สภารับรอง มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นว่ารายงานการประชุมมีข้อผิดพลาดต้องการ แก้ไขไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี สมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง ๒ ครั้งดังที่ผมได้กล่าวมา ต่อไปเป็นระเบียบวาระที่ ๗.๔🔗
๗.๔ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก (นางสาวสายใจ พรหมเดเวช)🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการคือท่านศุภชัย ใจสมุทร ได้มีหนังสือแจ้งว่า ขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจากนางสาวสายใจ พรหมเดเวช ได้ขอลาออก จากตำแหน่งกรรมาธิการ จึงเป็นอันพ้นจากการเป็นกรรมาธิการ แต่ตำแหน่งที่ว่างลง เป็นกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคก้าวไกล อันนี้ของพรรคก้าวไกล เชิญพรรคก้าวไกลได้เสนอ และขอผู้รับรองครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกลครับ ผมขอเสนอชื่อกรรมาธิการในสัดส่วน ของพรรคก้าวไกลเป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เสนอชื่อวรรณวรี ตะล่อมสิน ครับ ขอผู้รับรองครับ🔗
ขอบคุณมากครับ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้อง มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คุณวรรณวรี ในสัดส่วนของพรรคก้าวไกลเป็นกรรมาธิการ แทนตำแหน่งที่ว่างลง ต่อไประเบียบวาระที่ ๗.๖🔗
๗.๖ ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการทหาร แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะสมาชิกภาพสิ้นสุดลง (นายอิสสระ สมชัย)🔗
ด้วยท่านประธานคณะกรรมาธิการได้มีหนังสือแจ้งว่าขอให้ตั้งกรรมาธิการ แทนตำแหน่งที่ว่างลง เนื่องจากสมาชิกภาพของท่านอิสสระ สมชัย ได้สิ้นสุดลง จึงเป็นผลให้ ตำแหน่งกรรมาธิการว่างลง ซึ่งเป็นสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ขอตัวแทนพรรค ประชาธิปัตย์ได้เสนอชื่อครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอคณะกรรมาธิการสามัญในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ในคณะกรรมาธิการการทหาร จำนวน ๑ ท่านคือ นายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองครบ มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ถ้าไม่มีที่ประชุมเห็นชอบให้ท่านจักพันธ์แทน กรรมาธิการการทหารที่ว่างลงในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์🔗
ต่อไประเบียบวาระที่ ๗.๑๐ ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะว่า สมาชิกภาพสิ้นสุดลง (นายสิระ เจนจาคะ)🔗
เรื่องนี้ท่านรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทน ท่านประธาน ได้มีหนังสือแจ้งมาให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจากสมาชิกภาพ ของท่านสิระ เจนจาคะ ได้สิ้นสุดลง ทำให้ตำแหน่งกรรมาธิการว่าง ซึ่งเป็นสัดส่วนของพรรค พลังประชารัฐ ขอเชิญตัวแทนพรรคพลังประชารัฐได้เสนอครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอนายไพบูลย์ นิติตะวัน แทนตำแหน่งที่ว่างลง ขอผู้รับรองด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ผู้รับรอง ครบ ที่ประชุมท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ท่านไพบูลย์เป็นกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชนแทนตำแหน่งที่ว่างลงในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐครับ🔗
ต่อไประเบียบวาระที่ ๗.๘ คณะกรรมาธิการการศึกษาขอขยายระยะเวลา การพิจารณาศึกษาญัตติ จำนวน ๒ เรื่อง🔗
(๑) กลุ่มญัตติเรื่องเกี่ยวกับการศึกษา ออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๖๕🔗
(๒) กลุ่มญัตติเกี่ยวกับปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและผลกระทบ จากการยุบเลิกโรงเรียนขนาดเล็ก ออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕🔗
ท่านประธาน กรรมาธิการได้มีหนังสือมาขอขยายไป ๙๐ วันนับตั้งแต่วันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ มีท่านสมาชิกท่านใดขัดข้องหรือเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุม เห็นชอบให้คณะกรรมการได้ขยายเวลาการศึกษาออกไปอีกตามที่ร้องขอ ต่อไปเป็นระเบียบวาระที่ ๗.๑๒🔗
๗.๑๒ คณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎรขอขยายระยะเวลา การพิจารณาเรื่องร้องเรียนจริยธรรม นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม ออกไปอีก ๓๐ วันนับตั้งแต่วันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๕🔗
เรื่องนี้คณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎรได้มีหนังสือขอขยายมาอีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๕ ท่านสมาชิกท่านใดขัดข้องหรือเห็นเป็นอย่างอื่น ไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎรได้ขยายระยะเวลาการ พิจารณาเรื่องร้องเรียนดังกล่าวออกไปตามที่ขอนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗
๒.๑ รับทราบการพิจารณาของวุฒิสภา ด้วยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มี หนังสือแจ้งว่าที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณาเรื่องต่าง ๆ ดังนี้🔗
(๑) ลงมติรับเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติ เห็นชอบแล้ว จำนวน ๒ ฉบับ🔗
(๑.๑) ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๙ สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง เมื่อวันอังคารที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๔ ที่ประชุมวุฒิสภาได้ลงมติเห็นชอบด้วยกับ สภาผู้แทนราษฎร ในร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. ....🔗
(๑.๒) ได้ลงมติให้ขยายเวลาการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยาน ในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ออกไปอีก ๓๐ วันนับตั้งแต่วันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๔🔗
(๒) ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๓ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง ) วันจันทร์ที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๔ ที่ประชุมวุฒิสภาได้ลงมติเห็นชอบด้วยกับสภาผู้แทนราษฎร ในร่างพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗
(๓) ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๔ สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง วันอังคารที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๔ ในที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณารับทราบรายงาน มีอยู่ ๒ เรื่องนะครับ รับทราบรายงานการเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ และ รายงานสรุปผลการดำเนินงานของทุนหมุนเวียน ประจำปีบัญชี ๒๕๖๒ จึงแจ้งให้ ที่ประชุมได้รับทราบ🔗
ต่อไปวาระ ที่ ๒.๒ นะครับ🔗
๒.๒ รับทราบรายงานสรุปผลการพิจารณา ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาการป้องกันและแก้ไขปัญหาสถานการณ์การแพร่ระบาดของ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-2019) หรือโควิด-๑๙ (COVID-19) ระลอกใหม่🔗
ซึ่งเรื่องนี้ สภาผู้แทนราษฎรเราได้พิจารณาและมีมติเห็นชอบให้ส่งญัตติด่วน เรื่องขอให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาการป้องกันและแก้ไขปัญหาสถานการณ์การแพร่ระบาดของ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ระลอกใหม่ เพื่อให้คณะรัฐมนตรีได้พิจารณาดำเนินการ ซึ่งทางเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๖๔ ได้รับทราบผลการพิจารณาตามที่กระทรวงสาธารณสุขเสนอ และให้เสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ รายละเอียดตามเอกสารที่จัดวางไว้ให้ท่านสมาชิกแล้ว จึงแจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบครับ รับทราบเรื่องที่ ๒.๓ นะครับ🔗
๒.๓ รับทราบเรื่องประธานสภาผู้แทนราษฎรได้อนุญาตให้คณะกรรมาธิการ และคณะกรรมการขยายระยะเวลาการพิจารณาการศึกษา ตามข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๙ (๒) มีทั้งหมด ๗ คณะ🔗
ซึ่งเรื่องนี้คณะกรรมาธิการและคณะกรรมการจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎร ได้มีหนังสือขอให้ที่ประชุมพิจารณาการขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาออกไปก่อน ครบกำหนด แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) สายพันธุ์โอมิครอน (Omicron) มีแนวโน้มการแพร่ระบาดเพิ่มมากขึ้น ประธานสภาจึงได้งดการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ที่ประชุมไม่สามารถ พิจารณาเรื่องดังกล่าวตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๑๐๖ และข้อบังคับว่าด้วยประมวล จริยธรรม ข้อ ๒๗ ได้ ดังนั้น เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการและ คณะกรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานสภาจึงอาศัยอำนาจตามข้อบังคับ ข้อ ๙ (๒) อนุญาตให้คณะกรรมาธิการและคณะกรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎร ขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาออกไปมีทั้งหมด ๗ คณะ ดังนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาอุปสรรคในการ จัดบริการสาธารณะ กิจกรรมสาธารณะ และหาแนวทางในการแก้ไขเรื่องการถ่ายโอนภารกิจ ด้านการพัฒนาแหล่งน้ำให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขอขยายระยะเวลาการพิจารณา ศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๒ มกราคม ๒๕๖๕🔗
เรื่องที่ ๒ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหา คลื่นทะเลกัดเซาะชายฝั่ง และการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลอย่างเป็นระบบ ขอขยายระยะเวลา การพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๕🔗
เรื่องที่ ๓ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหายาเสพติด แนวทางการจัดตั้ง ศูนย์บำบัดยาเสพติด การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็น ระบบ ขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๕🔗
เรื่องที่ ๔ คณะกรรมาธิการการศึกษาได้ขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษากลุ่มญัตติ เรื่องเกี่ยวกับ การศึกษาออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๖๕🔗
เรื่องที่ ๕ คณะกรรมาธิการการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอขยายระยะเวลา การพิจารณาศึกษาญัตติศึกษาและแก้ไขปัญหาที่ดินหมดสัญญาสัมปทานในพื้นที่ภาคใต้ ออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๖๕🔗
เรื่องที่ ๖ คณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร ขอขยายระยะเวลาเรื่องร้องเรียนจริยธรรม นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยศรีวิไลย์ ออกไปอีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๖๕🔗
เรื่องที่ ๗ ให้ คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาญัตติแนวทาง ในการส่งเสริม แก้ไขปัญหา และการพัฒนาการท่องเที่ยวของประเทศไทย ออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๕🔗
ทั้งหมด ๗ เรื่อง จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบ แต่ทั้งนี้การขยายระยะเวลาการพิจารณา ศึกษาของคณะกรรมาธิการตามระเบียบวาระที่ ๗.๕ ๗.๗ ๗.๘ (๑) ประธานสภาได้อนุญาต ให้มีการขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาออกไปตามระเบียบวาระที่ ๒.๓ (๑) (๓) และ (๔) ตามข้อบังคับ ข้อ ๙ (๒) ไปแล้ว ดังนั้น จึงไม่มีความจำเป็นที่ที่ประชุมจะต้อง พิจารณาอีก จึงเห็นควรให้ถอนระเบียบวาระที่ ๗.๕ ๗.๗ ๗.๘ ออกจากระเบียบวาระ การประชุม ซึ่งตามข้อบังคับกำหนดว่าการถอนญัตติที่ประธานสภาสั่งบรรจุเข้าระเบียบ วาระการประชุม จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมของที่ประชุม ผมจึงขออนุญาต ที่ประชุมที่จะจะถอนระเบียบวาระที่ ๗.๕ ๗.๗ และ ๗.๘ (๑) ออกจากระเบียบวาระ การประชุม มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างไรไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบนะครับ🔗
๒.๔ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งท่านรองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งได้มีหนังสือแจ้งว่า ผู้บริหารซึ่งต้องเข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ติดภารกิจสำคัญ ขอเลื่อน การชี้แจงออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๗ มกราคม ๒๕๖๕ นะครับ🔗
๒.๕ รับทราบรายงานกิจการประจำปีงบดุล บัญชีกำไรและขาดทุนของ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๓ ผู้แทนของหน่วยงานมีหนังสือแจ้งมาเหมือนกันว่าอยู่ระหว่างการกักตัวเพื่อเฝ้าระวังการติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) จึงขอเลื่อนการเข้าร่วมประชุมชี้แจง🔗
๒.๖ รับทราบรายงานกิจการประจำปี งบดุล บัญชีกำไรและขาดทุน ของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๓🔗
ด้วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๖๔ รับทราบรายงานกิจการประจำปีงบดุล บัญชีกำไรและขาดทุน ของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๓ ตามที่กระทรวงการคลังได้เสนอ และให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อทราบตามมาตรา ๔๕ แห่งพระราชบัญญัติธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม แห่งประเทศไทย พุทธศักราช ๒๕๔๕ ซึ่งรายละเอียดของรายงานดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้วาง ให้ท่านสมาชิกแล้ว มีท่านสมาชิกประสงค์จะอภิปรายไหมครับ ถ้ามีก็ขอเชิญผู้ชี้แจงเข้ามา ในห้องประชุมด้วยครับ🔗
มีท่าน โมกุล โปษยะพิสิษฐ์ เป็นรองกรรมการผู้จัดการ มีท่านกัลยา เฉลิมโชคชัย ผู้ช่วยกรรมการ ผู้จัดการ และมีท่านสหัชชัย เลิศพรกุลรัตน์ เป็นผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์แผนงานและ งบประมาณ เป็นผู้ชี้แจง ผู้ชี้แจงมีอะไรจะกล่าวนำไหมครับ ถ้าไม่มีก็เชิญท่านสมาชิก ได้อภิปรายซักถาม เชิญท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทอง ท่าน ประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายรายงานกิจการประจำปีงบดุลและบัญชีกำไร ขาดทุนของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย สำหรับ ปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๓ ที่ต้องขออนุญาตมีส่วนร่วมในการอภิปราย เพราะทราบดีว่าทางเอสเอ็มอี แบงก์ (SME Bank) ได้เตรียมการในการที่จะตอบคำถาม และได้เคยเตรียมการที่จะมาชี้แจงในสภาแห่งนี้หลายครั้ง ซึ่งต้องขอบพระคุณครับ และวันนี้ ถือว่าจะได้เป็นเวทีที่ทำให้ท่านได้มีโอกาสแสดงถึงผลงาน ตลอดจนสิ่งที่เป็นความคาดหวัง ต่อพี่น้องประชาชนที่ทำอยู่ในวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม อันจะเป็นประโยชน์ ในการพัฒนาประเทศไทยต่อไป ท่านประธานครับ ผมมีอยู่ทั้งหมด ๔ ประเด็นย่อย ๆ ที่อยากจะเรียนสอบถาม แล้วก็อยากจะได้ฟังจากผู้ชี้แจงว่า ท่านมีมุมมองหรือข้อมูลต่อสิ่งที่ ผมจะพูดต่อไปนี้อย่างไรบ้างครับ🔗
ในประการที่ ๑ แน่นอนครับ เวลาที่เราพูดถึงทิศทางการดำเนินงาน ในปี ๒๕๖๔ และปีต่อ ๆ ไปของเอสเอ็มอี แบงก์ (SME Bank) ท่านก็ได้ฉายภาพให้เห็น เช่น ในรายงานหน้าที่ ๒๘ ที่ท่านพูดว่านโยบายที่ท่านต้องดำเนินการนั้นเป็นไปตามนโยบาย ของรัฐบาล เป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติ เป็นไปตามแผนปฏิรูปประเทศ เป็นไปตามนโยบาย ของหน่วยงานที่กำกับดูแลท่าน ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการคลังหรือกระทรวงอุตสาหกรรม ผมไม่ได้ติดใจแต่ประการใด แต่เมื่อลงมาดูรายละเอียดในโครงสร้างอัตรากำลังครับ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในอัตรากำลังของธนาคารเอสเอ็มอี แบงก์ (SME Bank) นั้น เราพบว่า แม้จำนวนพนักงานประจำและสัญญาจ้างอาจจะไม่ได้มากไปกว่าเดิม ยกตัวอย่าง เปรียบเทียบเช่นในปี ๒๕๖๑ นั้น มีรวมอยู่ที่ ๒,๖๓๕ คน มาเป็น ๒,๖๕๙ คน และเหลือ ๒,๓๓๕ คน ในปี ๒๕๖๓ แต่เมื่อดูเรื่องค่าใช้จ่ายด้านพนักงานและลูกจ้าง ผมพบตัวเลข ที่น่าสนใจว่าข้อมูลค่าใช้จ่ายนั้นกลับสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนะครับ เช่นในปี ๒๕๖๑ อยู่ที่ ๑,๓๙๙ ล้านบาทเศษ ในปี ๒๕๖๒ อยู่ที่ ๑,๒๙๙ ล้านบาทเศษ แต่ในปี ๒๕๖๓ กลับพุ่งขึ้นไปที่ ๑,๔๖๖ ล้านบาทเศษ ผมก็ต้องถามท่านถึงยุทธศาสตร์ หรือวิธีการในการบริหารองค์กร ว่า ณ ขณะนี้เอสเอ็มอี แบงก์ (SME Bank) วางสถานะของ องค์กรของท่านอย่างไร วางสถานะของการมีพนักงานประจำอยู่ที่ประมาณเท่านี้ หรือกำลังลด หรือกำลังเพิ่มจำนวนพนักงานขององค์กร แต่ในขณะเดียวกัน เพราะเหตุใดเรื่องของ ค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับพนักงานและลูกจ้างถึงมีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นั่นเป็นประการที่หนึ่งครับ🔗
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ แน่นอนครับ เวลาที่เราพูดถึงการบริหารงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของธนาคารหรือภาควิสาหกิจ ตลอดจนภาคธุรกิจต่าง ๆ สิ่งที่เป็น ปัจจัยที่มีผลกระทบมากที่สุด ก็คือปัจจัยที่เรียกว่าปัจจัยความเสี่ยงสำคัญ ผมยกตัวอย่างเช่น ท่านพูดถึงการใช้เรื่องของ เดอะ คอมมิตตี ออฟ สปอนเซอริง ออร์แกไนเซชัน ออฟ เดอะ เทรดเวย์ คอมมิสชัน (The Committee of Sponsoring Organizations of the Treadway Commission) หรือซีโอเอสโอ (COSO) ในแง่ของการบริหารปัจจัยความเสี่ยง แต่สถานการณ์ ๒ ปีที่ผ่านมาเป็นตัวตอบครับว่า เราไม่อาจวางใจต่อสถานการณ์ที่อาจจะ เกิดขึ้นได้ วันนี้จะมีไข้หวัดโควิด-๑๙ (COVID-19) วันหน้าอาจจะมีไข้หวัดนก วันหน้าอาจจะ มีสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับภัยพิบัติใด ๆ ต่าง ๆ ผมอยากจะให้ท่านได้ช่วยกรุณาสร้าง ความมั่นใจต่อที่ประชุมแห่งนี้ว่า ณ ขณะนี้การวางแผนรองรับต่อปัจจัยความเสี่ยง ในเรื่องของผลกระทบต่อกิจการ ซึ่งแน่นอนครับ ท่านเป็นรัฐวิสาหกิจนั้น ท่านมองผลกระทบ และวางแผนป้องกันปัจจัยความเสี่ยงเหล่านั้นอย่างไร นั่นเป็นประเด็นที่ ๒ ครับ🔗
ประเด็นที่ ๓ ท่านประธานครับ เวลาที่เราพูดถึงเรื่องของค่าใช้จ่ายของ การดำเนินการหรืองบดุลต่าง ๆ เราก็จะดูว่ามันมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการถูกฟ้องร้อง ใด ๆ ต่าง ๆ หรือไม่ ผมพบว่าในรายงานในหน้า ๒๐๓ มีคดีอยู่ ๒ รูปแบบด้วยกัน คดีรูปแบบที่ ๑ ก็คือคดีที่เอสเอ็มอี แบงก์ (SME Bank) เป็นโจทก์ฟ้องต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง ผมคงไม่ติดใจและคง ไม่ได้ถามว่าความคืบหน้านั้นจะเป็นอย่างไร แต่มีคดีที่ธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งครับ ยื่นฟ้องท่านฐานผิดสัญญาตราสารอนุพันธ์ป้องกันความเสี่ยง ด้านอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ต่างประเทศ และท่านประธานทราบไหมครับว่า กรณีการถูกฟ้องคดีดังกล่าวนั้น ได้มีการชดใช้เงินตามคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น ๑๖๕ ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทย ประมาณ ๕,๕๐๐ ล้านบาทเศษ ผมไม่ทราบว่ามีชั้นความลับที่เรา ต้องระมัดระวังหรือไม่ ไม่ทราบว่ามีผลกระทบต่อประเด็นสถานะของธนาคาร ไม่ทราบว่า มีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหรือไม่ อย่างไร ท่านอาจจะไม่ได้ตอบในเชิง รายละเอียดก็ได้ครับ แต่ท่านสร้างหลักประกันให้พวกเราหน่อยได้ไหมครับว่า กรณีความผิดพลาด ซึ่งท่านต้องประเมินอยู่แล้ว ท่านวิเคราะห์อยู่แล้วว่าผลกระทบที่นำไปสู่การผิดพลาดในการ ถูกฟ้องคดีนั้นเกิดขึ้นเพราะเหตุใด แล้วท่านสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนได้หรือไม่ว่า การถูกฟ้องคดีที่นำไปสู่การต้องชำระเงินต้นและดอกเบี้ย สิ้นสุดเมื่อ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๓ ถึง ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้น จะไม่เกิดขึ้นต่อสถานการณ์ของเอสเอ็มอี แบงก์ (SME Bank) อีกในอนาคต นั่นเป็นประเด็นที่ ๓ ครับ🔗
ประเด็นที่ ๔ เป็นประการสุดท้ายครับ ท่านประธานครับ มันมีธุรกรรม อย่างหนึ่งที่เรียกว่า ธุรกรรมนโยบายรัฐ หรือพับบลิก เซอร์วิส แอคเคาน์ (Public Service Account) พีเอสเอ (PSA) ความหมายของคำว่า ธุรกรรมนโยบายรัฐ ก็คือธุรกรรมที่ต้อง ดำเนินการให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ตามประเด็นที่รัฐมอบเป็นนโยบาย มีรายละเอียดเยอะเลย ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ ดำเนินการอย่างไร ผมเองไม่ติดใจ แล้วก็มีข้อมูลที่พูดถึงกรณี การให้ความช่วยเหลือเรื่องผลกระทบจากโรคระบาดไวรัสโคโรนา โควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งเมื่อถึงธันวาคม ปี ๒๕๖๓ และจนถึงมิถุนายน ปี ๒๕๖๔ นั้นอยู่ที่วงเงิน ๓,๕๐๐ ล้านบาทเศษ ผมอยากให้ท่านประชาสัมพันธ์ครับ อยากให้ท่านบอกพี่น้องเอสเอ็มอี (SMEs) ที่มีกิจการอยู่ ทั่วประเทศวันนี้ว่า ขณะนี้เอสเอ็มอี (SMEs) มีแผนทั้งที่มีอยู่และกำลังจะวางแผนในการให้ ความช่วยเหลือพี่น้องวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งต่างได้รับผลกระทบจาก สถานการณ์โควิด-๑๙ (COVID-19) นั้นอย่างไร ที่พูดทั้งหมดนี้เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และต้องขอบพระคุณและชื่นชมเอสเอ็มอี (SMEs) ที่ท่านมาชี้แจงต่อที่ประชุมสภาในวันนี้ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ประเทศไทยของเรานี้ได้อยู่ในสถานการณ์ของวิกฤติโควิด (COVID) มาเป็นเวลา ร่วม ๒ ปี ซึ่งแน่นอนความเสียหายทางเศรษฐกิจนี้ก็ได้มีความพอกพูนมากขึ้น ๆ ภาครัฐเอง ก็ได้พยายามที่จะใช้เงินงบประมาณโดยมีการก่อหนี้ รายได้ที่ได้รับมาก็ตกต่ำ ปีที่ผ่านมานี้ รายได้ก็หายไปกว่า ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หนี้รัฐบาลต่อจีดีพี (GDP) เมื่อตอนสิ้นปีก็ทะลุ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) อันนี้ก็เป็นสถานการณ์ที่เราคงต้องรับว่ามันต้องมีการดูแล แก้ไขอย่างเร่งด่วน ต้องมีความพยายามในการที่จะหามาตรการดูแลภาคส่วนที่ได้รับ ผลกระทบโดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของภาคธุรกิจนี้ ผมก็เชื่อว่านอกเหนือจาก ประชาชนที่ได้รับความลำบากมีหนี้สิน มีหนี้ครัวเรือนมากขึ้น อีกส่วนหนึ่งที่เรามองข้ามไม่ได้ ก็คือในส่วนของเอสเอ็มอี (SMEs) หรือธุรกิจรายเล็กรายน้อยต่าง ๆ ที่ทำธุรกิจกระจัด กระจายอยู่ทั่วประเทศ แล้วก็เป็นแหล่งจ้างงาน แหล่งมีอาชีพ แหล่งมีรายได้ ก็ย่อมได้รับ ผลกระทบเป็นธรรมดา กระผมเองก็คิดว่าในสถานการณ์ที่ประเทศไทยเราอยู่ในสภาพเช่นนี้ เราคงต้องมีมาตรการรองรับ ทั้งในส่วนเฉพาะหน้าแล้วก็ในส่วนที่จะเป็นการฟื้นฟูในโอกาส ต่อไปถ้าหากสถานการณ์ของโควิด (COVID) นี้มันมีการผ่านพ้นไป ต้องยอมรับครับว่า ในช่วงที่ผ่านมานี้ ใน ๒ ปีนี้ ทางธนาคารแห่งประเทศไทยก็มีการออกมาตรการช่วยเหลือ เอสเอ็มอี (SMEs) โดยการมีการให้กู้ประเภทที่เรียกว่าซอฟต์โลน (Soft Loan) ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยการออกพระราชกำหนด หรือว่ามีการออกพระราชกำหนดเกี่ยวกับเรื่องของการช่วยหุ้นกู้ แต่ต้องยอมรับครับว่ามาตรการการเงินเหล่านี้ก็ไม่ได้เกิดผลสำเร็จเท่าที่ควร พูดง่าย ๆ ก็คือว่าการกู้ซอฟต์โลน (Soft Loan) ดอกเบี้ยต่ำนี้ต้องได้รับความร่วมมือจากธนาคารพาณิชย์ ที่จะให้กู้กับลูกค้า ปรากฏว่า ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่ตั้งไป ก็ใช้ไปเพียงประมาณ ๒๐ กว่า เปอร์เซ็นต์เท่านั้น หรือส่วนที่เป็นหุ้นกู้นี้ก็เกือบจะไม่ได้ใช้เลย คือจริง ๆ ก็คือไม่ได้ใช้ อันนี้ก็อาจจะเป็นสิ่งที่เราอาจจะไม่ได้คาดว่าเป็นอย่างนั้น แต่ผลที่เกิดขึ้นก็คือว่าภาคธุรกิจ เอสเอ็มอี (SMEs) เหล่านี้ถูกทอดทิ้ง ถูกทอดทิ้งเพราะสถานการณ์ที่ปรากฏนี้มันยอมรับครับ ต้องเป็นที่ยอมรับว่ามันมีความเสี่ยง มีความแน่นอนว่าโควิด (COVID) จะจบหรือไม่จบเมื่อไร ในส่วนขององค์กรของรัฐเอง เอสเอ็มอี แบงก์ (SME Bank) นี้ก็เป็นองค์กรหนึ่งที่ได้ตั้งขึ้นมา เป็นเวลากว่าหลายสิบปีมาแล้ว ยกฐานะเป็นลำดับ แล้วก็ในสถานการณ์ที่เกิดวิกฤติแต่ละครั้ง ผมเองก็เคยมองครับว่าหน่วยงานนี้ก็ควรจะต้องมีบทบาทให้เต็มที่ ตอนวิกฤติปี ๒๕๔๐ ตอนนั้น เอสเอ็มอี แบงก์ (SME Bank) ยังเป็น บอย. อยู่ ยังเป็นหน่วยงานเล็ก ๆ ทุนเพียง ๕๐๐ ล้านบาท ผมเองอยู่ในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังก็เคยเชิญผู้บริหารของ หน่วยงานนี้มาถามว่าเราจะช่วยเศรษฐกิจอย่างไร คำตอบจากผู้บริหารก็คือว่าเขามีทุนแค่ ๕๐๐ ล้านบาท คงจะช่วยอะไรมากไม่ได้ ผมเองก็เลย พูดง่าย ๆ ก็คือมองข้ามเขาไป แล้วก็ไม่ได้คิดอ่านว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจปี ๒๕๔๐ ในเวลานี้เรากำลัง อยู่ในวิกฤติของโควิด (COVID) ทุนของท่านนี้มีประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แน่นอน ก็มีมากกว่า ๕๐๐ ล้านบาท เมื่อตอน ๒๐ ปีที่แล้ว แต่ก็ยังมีคำถามที่ผมยังติดอยู่ในใจครับว่า ทางเอสเอ็มอี แบงก์ (SME Bank) จะมีบทบาท มีโอกาสที่จะช่วยประเทศไทยให้มีเอสเอ็มอี (SMEs) ต่าง ๆ ที่แข็งแรงได้อย่างไร มีบทบาทที่จะช่วยคัดคานอำนาจของธนาคารพาณิชย์ได้หรือไม่ โดยเฉพาะในส่วนที่ธนาคาร พาณิชย์มองข้ามไป ก็อยากจะเห็นบทบาทของเอสเอ็มอี แบงก์ (SME Bank) ได้มีเต็มที่ ในส่วนนี้ เพราะว่ารายใหญ่เขามีความแข็งแรงพอสมควร อาจจะช่วยตัวเองได้ โดยเฉพาะ อย่างยิ่งพวกที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ แต่กรณีของพวกรายเล็กรายน้อยมีหลายเซกเตอร์ (Sector) โดยเฉพาะเซกเตอร์ (Sector) ทางด้านของการท่องเที่ยวที่ประกอบการแล้วก็ เสียหายจากการที่ไม่มีลูกค้าหรือว่ารายได้ตกต่ำ เมื่อผมอ่านดูในรายงานประจำปี ที่ท่านทำรายงานมานี้ ผมเองก็มีความรู้สึกว่ายังเขียนรายงานแบบพื้น ๆ แบบที่เป็นมา ไม่ค่อยมีบทบาทหรือมีอะไรใหม่ ลองนึกภาพว่าเวลาผ่านไปสัก ๑๐-๒๐ ปี เกิดมีคนสนใจ จะมาดูว่าช่วงนั้นเอสเอ็มอี แบงก์ (SME Bank) ทำอะไรบ้างในวิกฤติโควิด (COVID) นี้ เราก็จะไม่ค่อยได้พบอะไรในเอกสารฉบับนี้ ก็เลยอยากจะขอฝากเป็นประเด็นว่า หากท่านมีโอกาสที่จะทำรายงานในปีต่อไปนี้ ได้ช่วยโฟกัส (Focus) ดูแลเกี่ยวกับเรื่องของ การทำรายงานฉบับนี้ ว่าให้สนองตอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในช่วงนี้อย่างไร แล้วก็ในหลายเรื่องที่ เกิดขึ้นเรากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่คับขันพอสมควรในเรื่องของโควิด (COVID) จริง ๆ แล้ว รายงานฉบับนี้เป็นรายงานของปี ๒๕๖๓ นี่เราอยู่ในปี ๒๕๖๕ เผอิญก็มีตัวเลขของปี ๒๕๖๔ ที่ท่านแสดงอยู่ด้วย ตัวเลขซึ่งเป็นการคาดการณ์ แล้วก็คาดการณ์เหล่านี้ไม่ว่าจะเป็น เรื่องจีดีพี (GDP) ตัวเลขเศรษฐกิจภาพรวมก็เห็นได้ชัดว่าไปเป็นตัวเลขที่มันล้าสมัยแล้ว เป็นตัวเลขที่พูดง่าย ๆ ก็คือดีกว่าที่เกิดขึ้นจริงค่อนข้างมาก ก็เลยเกิดคำถามว่าแล้วนโยบาย ของเอสเอ็มอี แบงก์ (SME Bank) ท่านจะมีการปรับจากเอกสารนี้อย่างไร ผมไม่อยากจะพูด เรื่องเก่าที่มันเกิดไปแล้วในปี ๒๕๖๓ แต่อยากจะให้ท่านได้ช่วยชี้แจงครับว่าในปี ๒๕๖๕ ที่กำลังเริ่มต้นในเดือนนี้นโยบายของท่านเองในการดูแลธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดย่อม ซึ่งมีอยู่มากมายและถือว่าเป็นกระดูกสันหลังของประเทศไทย ท่านจะเพิ่มบทบาทได้อย่างไร ในเรื่องเหล่านี้ ทุนของท่านมีเพียง ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านปล่อยกู้ประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มีการกู้เงินมาประมาณ ๓๐,๐๐๐ แล้วก็มีการรับฝากเงิน ๕๐,๐๐๐ ตัวเลขของท่านก็ชัวร์ (Sure) ว่าเงินรับฝากลดลง ท่านจะมีหนทางในการเพิ่มทุน หรือรับความช่วยเหลือสนับสนุนจากรัฐบาลหรือกระทรวงการคลังอย่างไร ที่จะให้บทบาท ของเอสเอ็มอี แบงก์ (SME Bank) ได้ช่วยเอสเอ็มอี (SMEs) ได้อย่างแท้จริง ให้มากขึ้น ขอบพระคุณมากครับ🔗
ท่านวีระกร คำประกอบ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วีระกร คำประกอบ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ ท่านประธานครับ ขอบคุณ เอสเอ็มอี แบงก์ (SME Bank) ที่รอหลายสัปดาห์จนกระทั่งได้เข้ามาชี้แจง ผมคงจะถามท่าน ไม่มากละครับ คือสนใจในเรื่องสาระสำคัญทางการเงินในหน้า ๑๓๙ ซึ่งจะเห็นแสดงฐานะ ทางการเงินของธนาคารเอสเอ็มอี (SMEs) ตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ และปี ๒๕๖๓ ตามลำดับ ท่านประธานคงพอทราบว่าโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) มันเกิดเดือนธันวาคม ปี ๒๕๖๒ แต่ปรากฏว่าสาระสำคัญทางการเงินโดยรวมของเอสเอ็มอี แบงก์ (SME Bank) มันเริ่มทรุดตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ติดลบหมดเลยพูดง่าย ๆ คือยังสงสัยว่าโรคโควิด (COVID) มันเกิดเดือนธันวาคม จริง ๆ ในประเทศไทยมันติดปี ๒๕๖๓ ตอนต้นปี แล้วทำไมฐานะ ทางการเงินของเอสเอ็มอี แบงก์ (SME Bank) ถึงถูกกระทบกระเทือนตั้งแต่มันยังไม่เกิด โควิด (COVID) เลยหรือ การจะเอาข้ออ้างว่ามันเกิดความเสียหาย มันเกิดจากโรคโควิด (COVID) มันคงเป็นไปไม่ได้ ถ้าจะบอกว่าเศรษฐกิจประเทศไทยเริ่มทรุดโทรม เริ่มมีปัญหา ไม่มีเงินจ่ายหนี้เอสเอ็มอี (SMEs) มันต้องเกิดปี ๒๕๖๓ นะ เพราะว่าโรคโควิด (COVID) มันระบาดในประเทศไทยครั้งแรกเลยคือเดือนมีนาคม ๒๕๖๓ เพราะฉะนั้นถ้าท่านดู ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสินทรัพย์รวม ซึ่งก็ทรุดลงมาเรื่อย หรือว่ารายได้ รวม ท่านดูสิติดลบมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ รายได้รวมลดจากเป็นบวก ในปี ๒๕๖๑ รายได้รวมเป็น บวก ๙.๒๓ เปอร์เซ็นต์ มาปี ๒๕๖๒ รายได้ติดลบ ๕.๘๕ เปอร์เซ็นต์ และปี ๒๕๖๓ ก็ไม่ว่า กันแล้วเพราะว่าโควิด (COVID) ระบาดหนัก ก็ส่งผลทำให้รายได้รวมเขาลดต่ำลงไป ๑๒.๗๗ เปอร์เซ็นต์ กำไรก็ดี ก็เริ่มติดลบเป็นขาดทุนตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ซึ่งไม่ใช่น้อย ๆ ผมไม่ค่อยเข้าใจเหมือนกันว่า อัตราเพิ่มลดร้อยละในปี ๒๕๖๒ ถ้าท่านดูในส่วนของกำไร ถ้าอยู่ในวงเล็บถือว่าขาดทุนสุทธิจากการดำเนินงานและหนี้สูญ และหนี้กำลังจะสูญ ทำไมมันเป็นเปอร์เซ็นต์หรืออย่างไรครับ มัน ๒๗๕ เปอร์เซ็นต์มันเป็นไปได้หรือครับ ตัวเลข ท่านน่าจะผิด ถ้าเป็น ๒๗๕ ล้านก็ยังพอฟัง ถ้ามันเป็นไปอย่างที่ผมที่เข้าใจก็คือว่าท่าน ใส่มาผิดเป็น ๒๗๕ ผมไม่ค่อยเข้าใจว่าทำไมอัตราเพิ่มลดเป็นร้อยละ กลายเป็น ๒๗๕ ตัวเลขตัวนี้ แต่อย่างไรก็ตามก็ส่งผลสะท้อนให้เห็นว่า มันอยู่ในตัวเลขในวงเล็บ อย่างไร มันก็ขาดทุนมาก อยากจะให้ท่านช่วยชี้แจงเท่านั้น เพราะว่าการที่เขาให้เอสเอ็มอี (SMEs) มาชี้แจงต่อสภาก็คือ ในฐานะที่พวกเราเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ต้องคอยดูผล ประกอบการของท่านว่า ทำกำไรหรือทำขาดทุน โดยที่ประชาชนทั้งประเทศร่วมเป็นเจ้าของ พวกเราก็ต้องมาซักถามท่านเฉย ๆ ละครับ อยากให้ท่านช่วยชี้แจงว่า ทำไมมันถึงขาดทุนกัน ตั้งแต่ยังไม่เกิดโควิด (COVID) แล้วไม่ใช่ขาดทุนน้อย ๆ นะ ระเนระนาดเลย ตั้งแต่ยังไม่มี โควิด (COVID) ยิ่งปี ๒๕๖๓ ซึ่งเป็นปีโควิด (COVID) รุนแรงก็ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่ ก็ไม่มีอะไรละครับ อยากจะดูในเรื่องของสถานะทางการเงินของธนาคารเอสเอ็มอี (SMEs) ว่า ในฐานะเป็น เจ้าของประเทศ ท่านพอจะตอบเจ้าของประเทศซึ่งนั่งอยู่ในนี้ได้ไหมว่า ท่านบริหารอย่างไร ถึงขาดทุนตั้งแต่ยังไม่มีโควิด (COVID) ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านรองโมกุล จะตอบชี้แจงไหมครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ขอผมอีกสักท่านหนึ่งแล้วก็ได้ชี้แจงทีเดียวได้ไหมครับท่านประธาน🔗
ได้ครับ ท่านโมกุล เดี๋ยวขอท่านสมาชิกอีกท่าน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้เป็นการรายงานผลการดำเนินงานของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือที่เรียกกันว่าเอสเอ็มอี แบงก์ (SME Bank) ท่านประธานครับ ต้องยอมรับว่าในขณะนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ มาที่ประเทศไทยเราประสบปัญหา การระบาดของโรคโควิด (COVID) ตั้งแต่เดือนมีนาคมปี ๒๕๖๓ มา จนถึงขณะนี้ก็ต้องถือว่า เข้าเป็นปีที่ ๔ แล้ว ท่านประธานครับ ธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) ในต่างจังหวัดที่ผมเอง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ทางภาคอีสาน ต้องยอมรับว่าธุรกิจซบเซา แล้วก็ขาดสภาพ คล่องอย่างหนัก ธนาคารพาณิชย์ในต่างจังหวัดก็ไม่ยอมปล่อยสินเชื่อให้เพราะว่ากลัวว่าหนี้ จะสูญ แล้วก็ขณะเดียวกันการขาดสภาพคล่องก็นำมาซึ่งการปิดกิจการ การเป็นเอ็นพีแอล (NPL) ต่าง ๆ คราวนี้เอสเอ็มอี แบงก์ (SME Bank) ซึ่งผมเรียนท่านประธานว่า จะเป็นธนาคารที่สำคัญในการที่จะช่วยเหลือการขับเคลื่อนธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) ของประเทศ โดยเฉพาะในต่างจังหวัด ผมดูในเอกสารหน้า ๗๑ ท่านประธานครับ โครงสร้างของผู้ถือหุ้นของเอสเอ็มอี แบงก์ (SME Bank) คือเป็นรายงานเมื่อวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๓ บอกว่ากระทรวงการคลัง ถือหุ้นอยู่ทั้งหมด ๓๖๐ ล้านหุ้น เป็นร้อยละ ๙๙.๓๗ ซึ่งถือหุ้นมากที่สุดโดยกระทรวงการคลัง ซึ่งตรงนี้ผมก็อยากจะเรียนสอบถามทางผู้บริหารของเอสเอ็มอี แบงก์ (SME Bank) ว่า ในช่วงวิกฤติมาตลอด ๓ ปี ในฐานะที่เป็นธนาคารที่มีกระทรวงการคลังถือหุ้นมากที่สุด ทางเอสเอ็มอี แบงก์ (SME Bank) มีนโยบายในการช่วยเหลือผู้ประกอบการ โดยเฉพาะลูกค้า ที่เป็นลูกค้าของเอสเอ็มอี แบงก์ (SME Bank) ท่านมีมาตรการอย่างไรในการช่วยเหลือ เพราะว่าเศรษฐกิจในขณะนี้ก็เรียกว่าอยู่ในช่วงที่เรียกว่าขาลงมาก ๆ และขณะเดียวกันลูกค้า ของท่านก็ขาดสภาพคล่อง แล้วธนาคารพาณิชย์ที่ดำเนินการในต่างจังหวัด ท่านประธาน ก็จะทราบดีว่าตอนนี้ธนาคารพาณิชย์ไม่ยอมปล่อยเงินออกมาในระบบเลย เพราะว่ากลัวจะ เป็นหนี้เสีย เป็นเอ็นพีแอล (NPL) แล้วก็อยากจะเรียนสอบถามว่าทางเอสเอ็มอี แบงก์ (SME Bank) มีมาตรการอย่างไรในการช่วยเหลือธนาคารที่เป็นลูกค้าของท่านเพื่อให้สามารถ เดินในธุรกิจได้ และขณะเดียวกันต้องครับเรียนว่า สินเชื่อในหน้า ๗๗ บอกว่าสินเชื่อ ในปี ๒๕๖๔ มีแนวโน้มในการเติบโตในระดับต่ำ จากผลกระทบของการระบาดของ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-2019) ที่เป็นข้อจำกัดต่อการเติบโตของสินเชื่อ ตรงนี้ครับท่านประธาน ตรงนี้มันก็เป็นปัญหาอยู่แล้วว่า การจะปล่อยสินเชื่อธนาคารก็ต้อง พิจารณาอย่างมากเพราะว่ากลัวจะเป็นหนี้เสีย แต่ขณะเดียวกันธุรกิจที่ยังเดินได้ ที่ยังไม่เป็น หนี้เสีย ทางเอสเอ็มอี แบงก์ (SME Bank) ท่านมีมาตรการอย่างไรที่จะรักษาลูกค้าของท่าน ไว้ให้เดินได้ ให้ผ่านวิกฤติตรงนี้ไปได้ เพราะว่าปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ แล้วก็มาถึงขณะนี้ ก็เรียกว่าปี ๒๕๖๕ วิกฤติโควิด (COVID) ก็ยังมีมาอย่างต่อเนื่อง แล้วก็ไม่ได้ลดไปเลย และขณะเดียวกันในรายงานเหมือนกัน ในหน้า ๗๗ ท่านก็บอกว่าผลผลิตมวลรวมในประเทศ ของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม จีดีพี (GDP) เอ็มเอสเอ็มอี (MSME) ไตรมาสที่ ๓ ของปี ๒๕๖๓ ลดลงถึงร้อยละ ๙.๓ โดยลดลงถึงมูลค่า ๑,๓๑๘ ล้านบาทต่อจีดีพี (GDP) ซึ่งผมต้องเรียนท่านประธานว่า ธนาคารเอสเอ็มอี (SME Bank) จากพันธกิจในรายงานของ ท่านที่ท่านจะต้องดูแลลูกค้าที่เป็นเอสเอ็มอี (SMEs) ก็อยากจะสอบถามว่า ท่านได้ดำเนินการ อย่างไรในการที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการ เพื่อให้สามารถเดินอยู่ได้ในสภาวะที่เกิดวิกฤติ ในครั้งนี้แล้วก็ทำให้ลูกค้าของท่านไม่ล้มหายตายจากไป และมีมาตรการอย่างไรที่ท่านจะ ช่วยเหลือธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) ในต่างจังหวัดที่บางทีเขาเป็นลูกค้าของธนาคารพาณิชย์ ที่เป็นลูกค้าของท่าน แต่อาจจะเกิดวิกฤติที่ธนาคารพาณิชย์ไม่ปล่อยกู้ ท่านจะมีมาตรการ อย่างไรที่จะช่วยเหลือลูกค้าเหล่านั้นให้มาเป็นลูกค้าของท่าน ก็อยากจะสอบถาม เพื่อให้เกิด ประโยชน์กับประเทศชาติ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านโมกุล รองกรรมการผู้จัดการเอสเอ็มอี แบงก์ (SME Bank) ได้ชี้แจง🔗
เรียนท่านประธานสภา ท่านสมาชิกสภาทุกท่าน ผม โมกุล โปษยะพิสิษฐ์ รองกรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านสมาชิกสภาทุกท่านที่ให้โอกาสทาง ธพว. ในการที่จะนำเสนอผลการดำเนินงานในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงมีคำแนะนำ รวมถึง ข้อซักถามอันจะเกิดประโยชน์ในการดำเนินงานต่อ ขออนุญาตนำเรียนชี้แจงอย่างนี้ครับ ในช่วงที่ผ่านมาเองต้องปฏิเสธไม่ได้ว่าสถานการณ์โควิด (COVID) ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน ทั้งในส่วนของผู้ประกอบการในวงกว้าง ภาคการเงินเองก็ได้รับผลกระทบ ทาง ธพว. เอง ก็มีการปรับตัวในการปรับปรุงการทำงานต่าง ๆ เพื่อให้สามารถที่จะสนับสนุนผู้ประกอบการ ให้อยู่รอดในช่วงโควิด (COVID) แล้วก็มีการเติบโตต่อไปได้ สังเกตได้จากต้อง ขอนำเรียนว่า ในส่วนของยอดเบิกจ่ายสินเชื่อเอง ในปี ๒๕๖๒ เรามียอดเบิกจ่ายสินเชื่ออยู่ ๓๘,๐๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๓ เรามียอดเบิกจ่ายสินเชื่อรวม ๔๒,๐๐๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๔ เองเราก็สามารถที่จะทำยอดเบิกจ่ายได้ถึง ๔๙,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งของการที่ทาง ธพว. โดยพนักงานทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการที่จะ ขับเคลื่อน ในการที่จะให้เม็ดเงินในการอำนวยสินเชื่อไปถึงมือผู้ประกอบการอย่างมากขึ้น🔗
อีกส่วนหนึ่งซึ่ง ธพว. เองก็เป็นธนาคารที่เป็นรัฐวิสาหกิจ เป็นสถาบันการเงิน ก็ต้องมีการบริหารจัดการควบคุมหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ทางเราเองก็มีการบริหารจัดการให้ มีระดับหนี้เสียเอ็นพีแอล (NPL) ลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในปี ๒๕๖๒ ลดลงจาก ๑๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท ลงมา ๑๕,๐๐๐ ล้านบาทในปี ๒๕๖๓ แล้วก็เหลือ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาทในปี ๒๕๖๔ ภาพทั้งหมดก็สะท้อนให้เห็นถึงการทำงานของทาง ธพว. เองในการที่จะช่วยสนับสนุน ผู้ประกอบการให้สามารถที่จะดำเนินธุรกิจต่อไปได้🔗
อีกส่วนหนึ่งนอกเหนือจากการให้ความช่วยเหลือด้านการเงินแล้ว ทาง ธพว. เองก็เป็นสถาบันการเงิน เป็นเอสเอ็มอี ดีเวลลอปเมนต์ แบงก์ (SME Development Bank) ก็คือธนาคารเพื่อการพัฒนา นอกจากการให้เงินทุนแล้วเรายังมีการให้องค์ความรู้ในการที่จะ พัฒนาผู้ประกอบการในหลาย ๆ ธุรกิจให้สามารถที่จะนำองค์ความรู้ต่าง ๆ เข้าไปใช้ ในการที่จะขับเคลื่อน ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงธุรกิจให้สามารถดำเนินต่อไปได้ โดยในช่วง ปีที่ผ่านมาเราก็ได้มีการจัดอบรมให้ความรู้ผู้ประกอบการจำนวนที่เพิ่มมากขึ้น ในปี ๒๕๖๒ เราช่วยเหลืออบรมผู้ประกอบการประมาณ ๘,๐๐๐ กว่าราย ในปี ๒๕๖๔ เราก็ทำงาน อย่างหนักในการที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ โดยเราสามารถที่จะให้ข้อมูล องค์ความรู้ด้านต่าง ๆ ให้ผู้ประกอบการได้ถึง ๒๐,๐๐๐ กว่าราย อันนี้ก็เป็นภาพที่สะท้อนให้ เห็นว่าเราเองก็ไม่ได้หยุดนิ่งในการช่วยเหลือสนับสนุนผู้ประกอบการ อันนี้ก็เรียนให้เห็นถึง ภาพรวม ซึ่งจากการดำเนินงานในด้านต่าง ๆ มันก็สะท้อนให้เห็นถึงผลประกอบการในการ ดำเนินงานที่ดีขึ้นเป็นลำดับ จากตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ที่เรามีผลประกอบการที่ขาดทุน ซึ่งส่วน ใหญ่เกิดขึ้นเนื่องจากการตั้งสำรองในธุรกรรมที่เป็นตราสารอนุพันธ์ ซึ่งในกรณีนี้ศาลฎีกาก็ได้ มีคำพิพากษาแล้วก็จบสิ้นลงไปแล้ว ทำให้อย่างที่นำเรียนคือ ผลประกอบการในปี ๒๕๖๓ ก็ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงปี ๒๕๖๔ ด้วย🔗
สำหรับในเรื่องของการทำงานก็ขออนุญาตนำเรียนว่า ธนาคารเราเองก็ได้มี การดูแลเพื่อนพนักงาน เรื่องค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการพนักงาน ไม่ได้เพิ่มขึ้น เรารักษาระดับในมุมของพนักงานให้อยู่ในระดับที่คงที่ แล้วก็พยายาม ที่จะทำให้เพื่อนพนักงานมีทักษะ มีความสามารถในการที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการได้เพิ่ม มากขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานอย่างที่ผมได้นำเรียนในตอนต้นว่า ในช่วง ๒-๓ ปี ที่ผ่านมาเองเราก็ทำงานอย่างหนักในการที่จะช่วยเหลือสนับสนุนผู้ประกอบการตรงส่วนนี้ ในเรื่องของการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายในเอง อย่างที่ท่านสมาชิกได้มี การชี้แนะ ธนาคารก็ได้มีการดำเนินการเรื่องของการนำเอาคอนเซ็ปต์ (Concept) เรื่องของ การบริหารความเสี่ยงหรือโคโซ (COSO) อีอาร์เอ็ม (ERM) มาใช้ในองค์กร โดยเรา ก็ได้มีการทำงานอย่างเป็นระบบมากขึ้น มีการทำงานโดยที่มีฝ่ายงานกำกับ ฝ่ายบริหาร ความเสี่ยง รวมถึงฝ่ายงานตรวจสอบมาช่วยในการที่จะขับเคลื่อนองค์กรให้ดำเนินงาน ได้อย่างดี แล้วก็มีการบริหารความเสี่ยง มีธรรมาภิบาลนะครับ โดยในปีล่าสุดเราก็ได้รับรางวัลในเรื่องของความโปร่งใสและการดำเนินกิจการองค์กร อยู่ในลำดับต้น ๆ ในตัวของรัฐวิสาหกิจ เรียนว่าในปี ๒๕๖๕ เราก็คงจะดำเนินการตามแนวทาง ที่เราได้ดำเนินการมาแล้วอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ต้องขอบคุณท่านสมาชิกที่ให้คำแนะนำ เราก็ได้ มีการดำเนินการใน ๒ ส่วน🔗
ส่วนแรก ก็คือในกลุ่มลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากตัวที่เป็นผลกระทบ จากโควิด (COVID) เราก็ได้มีการดำเนินการช่วยเหลือ เตรียมการอย่างพร้อม แล้วก็รวมถึงได้มีนโยบายของทาง ธปท. เรื่องของการปรับโครงการหนี้อย่างยั่งยืน ซึ่งก็จะช่วยให้ทางธนาคารสามารถดำเนินการได้อย่างดี🔗
อีกส่วนหนึ่งก็คือเป็นส่วนของธุรกิจที่ยังมีศักยภาพ สามารถดำเนินงาน ได้อย่างต่อเนื่อง ธนาคารเองก็มีผลิตภัณฑ์สินเชื่อในการที่ซัปพอร์ต (Support) กลุ่มธุรกิจ ที่เป็นในเชิงสร้างสรรค์หรือเอาคอนเซ็ปต์ (Concept) เรื่องของตัวบีซีจี (BCG) มาใช้ ในการดำเนินการธุรกิจ เราก็พร้อมในการสนับสนุนธุรกิจในตรงนี้ ซึ่งก็สอดคล้องกับทาง ยุทธศาสตร์ชาติ แล้วก็ยุทธศาสตร์ของกระทรวงการคลัง กระทรวงอุตสาหกรรมเอง ที่เป็นหน่วยกำกับของเราเอง ก็ขออนุญาตนำเรียนในภาพรวมทั้งหมด สุดท้าย ต้องขอบคุณท่านสมาชิกที่ให้โอกาสทาง ธพว. ในการชี้แจงในครั้งนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ไม่มี ท่านสมาชิกติดใจซักถามแล้ว ก็ถือว่าที่ประชุมได้รับทราบรายงานกิจการประจำปี งบดุลและบัญชีกำไรขาดทุนของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม แห่งประเทศไทย สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๓ แล้ว ขอบคุณทางผู้แทน ของเอสเอ็มอี แบงก์ (SME Bank) ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปเป็นเรื่องที่ประธานแจ้งที่ประชุมทราบในเรื่องวาระ ๒.๗ รับทราบ รายงานประจำปี ๒๕๖๓ ของกองทุนการออมแห่งชาติ🔗
ซึ่งทาง คณะรัฐมนตรีได้รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๓ ของกองทุนการออมแห่งชาติ ตามที่ กระทรวงการคลังได้เสนอ และได้เสนอต่อมาสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบตามมาตรา ๕๖ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๕๔ ซึ่งรายละเอียดนั้น ได้ให้ท่านสมาชิกเรียบร้อยแล้ว ขอเชิญผู้แทนเข้ามา ผมได้อนุญาตมีผู้แทนทั้งหมด ๔ ท่าน มีท่านจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เป็นเลขาธิการคณะกรรมการ ท่านอรุณศักดิ์ จรูญวงศ์นิรมล เป็นรองเลขาธิการคณะกรรมการ ท่านธีรนุช ทองชิว ผู้ช่วยเลขาธิการ มีท่านฐิตาภา นทีวรวงษ์ เป็นหัวหน้าฝ่ายบัญชีและงบประมาณ เชิญทั้ง ๔ ท่าน🔗
มีท่าน สมาชิกที่จะอภิปรายซักถามแสดงความเห็นไหมครับ เชิญท่านจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ก่อนครับ เชิญครับท่านแรก🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ผู้แทนราษฎรฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ขอบคุณท่านประธานที่นำรายงานเรื่องนี้ เข้าสู่สภา ต้องยอมรับครับว่าผมไม่เคยได้ยินชื่อกองทุนนี้มาก่อน เพิ่งจะรู้จักก็นี่ละครับ เคยได้ยินผ่าน ๆ แต่ไม่เข้าใจว่าคืออะไร หลักการเป็นอย่างไรก็เพิ่งจะได้อ่านรายงานของท่าน นี่ละ แล้วก็มีคำถามนิดหน่อย จริง ๆ แล้วไม่ได้ตั้งคำถามไปถึงตัวผู้บริหารหรือว่า คณะกรรมการ แต่เป็นคำถามถึงหลักการที่มาขององค์กรนี้มากกว่า โดยเฉพาะเรื่องของ หลักการแล้วก็ประโยชน์ที่เราจะได้รับ ประชาชนจะได้รับ ถ้าผมเข้าใจอะไรผิด รบกวนท่าน ชี้แจงเพื่อเป็นความรู้แก่ผมด้วย แล้วก็อะไรที่ผมไม่เข้าใจอย่างไรก็ชี้แจงหน่อย จะได้เป็น ประโยชน์กับประชาชนด้วย คืออย่างนี้ครับท่านประธาน มองคร่าว ๆ อ่านจากเอกสารผมเข้าใจว่านี่คือหน่วยงานที่ชื่อว่า กองทุนเงินออมแห่งชาติ แล้วก็ทำหน้าที่คล้าย ๆ กับกองทุนเอกชนทั่ว ๆ ไป เหมือนกับ กองทุนที่อย่างเป็นเงินบอนด์ (Bond) เงินกู้หรือว่าตราสารหนี้ หุ้นกู้ ก็คือการให้ประชาชน มาลงทุนแล้วท่านก็เอาเงินไปลงทุนต่อ แล้วท่านก็มาปันผลเป็นดอกเบี้ยอะไรก็แล้วแต่ให้กับ ประชาชน ไม่ได้ต่างจากการซื้อประกัน ซื้อกองทุนเลย แต่เปลี่ยนจากคำว่าลงทุนเป็นคำว่า ออมเท่านั้นเอง ท่านให้ประชาชนออม ที่ผมอ่านจากเอกสาร ถ้าประชาชนออมปีละ ๑๓,๒๐๐ บาท ตกเดือนละ ๑,๑๐๐ บาทติดต่อกัน ๑๐ ปีก็จะได้คืนเมื่ออายุเกิน ๖๐ ปีไปแล้ว ได้เงินคืน เดือนละ ๖๐๐ บาท ติดต่อกัน ๒๐ ปี นอกจากว่าถ้าเสียชีวิตก่อนก็ได้เงินต้นทั้งหมดคืนเลย แต่ ถ้ายังไม่เสียชีวิตก็ยังไม่ได้เงินต้นคืน ก็ดูแล้วเผลอ ๆ จะสู้กองทุนเอกชนไม่ได้ด้วยซ้ำ มันไม่ได้ชวนเชื่อขนาดนั้น แล้วก็สรุปแล้วถ้าลงทุนกับท่าน ๑๓,๒๐๐ บาท ๑๐ ปี มันจะรวม เป็นเงิน ๑๓๒,๐๐๐ บาท เท่ากับได้ดอกเบี้ยประมาณ ๑๒,๐๐๐ บาทต่อ ๒๐ ปี ไม่ใช่สิครับ ต่อ ๑๐ ปีที่ลงทุนบวกกับ ๒๐ ปีที่ได้คืน กว่าจะได้คืนครบนี้ต้องลงทุน ๓๐ ปี ได้เงินคืน ๑๒,๐๐๐ บาท ก็เลยอยากจะถามถึงหลักการและความคุ้มค่าครับ ท่านบอกว่าท่านจะเพิ่ม สมาชิกปี ๒๕๖๕ ๑๔๕,๐๐๐ คน โดยอยู่ในยุทธศาสตร์ทั้ง ๔ ด้านของท่านครับ ยุทธศาสตร์ ทั้ง ๔ ด้านมีอะไรบ้าง ยุทธศาสตร์ที่ ๑ ก็คือเพิ่มสมาชิก มีแผนจะเพิ่ม ๑๔๕,๐๐๐ คน ในปี ๒๕๖๕ ยุทธศาสตร์ที่ ๒ นี้ผมอ่านไม่เข้าใจ อ่านไม่รู้เรื่องจริง ๆ ว่าท่านต้องการอะไร คือเป้าหมายจะเอาอะไร จะทำอะไร อันนี้อ่านไม่เข้าใจจริง ๆ แต่พอจะตีประเด็นได้อยู่ นิดหนึ่งก็คือว่า มีการผลักดันกฎหมายเพื่อจะแก้ พ.ร.บ. กองทุนเงินออม จะได้ขยายอายุเกษียณ จาก ๖๐ ปีเป็น ๖๕ ปี อันนี้เท่าที่ผมจับใจความได้จริง ๆ ยุทธศาสตร์ที่ ๓ ก็คือการถ่ายทอด ค่านิยมองค์ความรู้ด้านการออมให้กับประชาชน ให้กับหน่วยงาน อันนี้ผมก็ตั้งข้อสงสัย นิดหนึ่งครับ ไม่รู้ว่าท่านทราบได้อย่างไรว่าประชาชนไม่รู้จักว่าออมอย่างไร ผมว่าประชาชน เก็บเงินเป็น แค่ออมเงินนี้ไม่น่าจะต้องสอนกันขนาดนั้น การออมคือไม่รู้ว่าทำไมท่านคิดว่า มันเป็นปัญหา ประชาชนไม่รู้จักการออม เก็บเงินง่ายจะตายครับ แค่ไม่เอามาใช้ก็คือเก็บเงินแล้ว ปัญหาคือมันไม่มีเงินจะเก็บ พอไม่มีเงินจะเก็บท่านจะสอนอย่างไรเขาก็เก็บไม่ได้ครับ ยุทธศาสตร์ที่ ๔ คือการพัฒนาองค์กรให้มีประสิทธิภาพ อันนี้ผมอ่านแล้วก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน ว่ามันคืออะไรกันแน่ เพราะไม่เห็นเป้าหมายที่ชัดเจนเลย งบประมาณที่ท่านวางไว้ปี ๒๕๖๕ นี้ ๑,๒๕๕ ล้านบาท ผมอ่านแล้วก็อยากจะตั้งคำถามตรงนี้ละครับว่าความคุ้มค่านี้มันคุ้มค่า จริงหรือเปล่า ประชาชนได้ประโยชน์จริงหรือเปล่า ถ้าผมอ่านไม่ผิดจากงบการเงินที่ค่อนข้าง จะอ่านยาก งบการเงินของท่านนี้ท่านจ่ายคืนให้กับประชาชน จ่ายผลประโยชน์คืน ๔๔๔ ล้านบาท ๔๔๔ ล้านบาทผมไม่ทราบว่ารวมเงินต้นเขาด้วยหรือเปล่า แต่ว่า ๔๔๔ ล้านบาทที่จ่ายคืนกับเงินลงทุน ๑,๒๕๕ ล้านบาทต่อปีมันแปลก ๆ หรือว่า ๑,๒๕๕ ล้านบาทต่อปี เพื่อเพิ่มสมาชิก ๑๔๕,๐๐๐ คน มันก็ใช้งบสูงเกินไป ตกคนละ ๘,๐๐๐ กว่าบาท เพื่อจะหาสมาชิกคนหนึ่ง เพื่อเอาเงินไปลงทุนกับท่าน และท่านก็เอาเงินทั้งหมดไปลงทุนกับเอกชน ถ้าผิดพลาดประการใด ชี้แจงด้วย ท่านไปลงทุนกับใครบ้าง มีเอไอเอส (AIS) มีบีทีเอส (BTS) มีซีพีเอฟ (CPF) มีดีแทค (DTAC) มีไอซีบีซี ลีสซิง (ICBC leasing) มีแลนด์ แอนด์ เฮาส์ (Land and House) เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ (Major Cineplex) ปูนซีเมนต์ไทย ปูนซีเมนต์นครหลวง โตโยต้าลีสซิง (Toyota leasing) ไทยโอริกซ์ ลีสซิง (Thai Oryx leasing) คือท่านก็ไปลงทุนกับเอกชน ผมสงสัยหลักการนี้จริง ๆ ครับ ว่าเราใช้เงิน ๑,๒๕๕ ล้านบาท หมดไปกับการพีอาร์ (PR) โฆษณา ประชาสัมพันธ์เยอะแยะไปหมดเลย เพื่อจะดึงดูดเชิญชวนให้ประชาชนเอาเงินที่ตัวเอง หาได้มาลงทุนกับท่าน เพื่อท่านจะได้เอาเงินไปลงทุนกับเอกชน มันฟังดูทะแม่ง ๆ ไหมครับ และท่านก็คืนเขาน้อยมาก ผลตอบแทนน้อยจริง ๆ ผมไม่รู้ว่าเราตั้งกองทุนนี้ขึ้นมาเพื่ออะไรครับ ไม่เข้าใจ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดมันก็หมดไปกับค่าดูแลพนักงาน บุคลากร เบี้ยประชุม กรรมการ ๒๑ คน อนุกรรมการ ๑๑ คณะ รวม ๗๘ คน ๑๑ คณะ ไม่รู้ประชุมกันนัก และคือ พรรคการเมืองเขายังเสนอที่จะให้บำนาญหรือว่าให้สวัสดิการเดือนละ ๓,๐๐๐ บาท อนาคตใหม่เคยเสนอให้เดือนละ ๓,๐๐๐ บาท ทุกคนถ้วนหน้า ถ้ามีข้อเสนอแบบนี้ จากกองทุนนั้นผมจะไม่ว่าเลย แต่นี่ไม่เห็นมีข้อเสนออะไรที่ดูจะเป็นประโยชน์เท่าไร ผมไม่ได้ ตั้งคำถามกับตัวบุคลากร แต่ว่าผมตั้งคำถามกับหลักการของกองทุนนี้ ก็เลยสงสัยจริง ๆ ครับ ๔๔๔ ล้านบาทที่คืนให้ประชาชนมันคุ้มค่าจริง ๆ หรือ คือประเทศนี้เราดูแลคนไทย ได้แค่นี้เองหรือครับ ตั้งกองทุนขึ้นมาแล้วก็ให้เขาเอาเงินมาลงทุน และรัฐก็เอาไปลงทุนต่ออีกต่อหนึ่ง ผมไม่รู้ ทำเพื่ออะไร เอาเงิน ๑,๒๕๕ ล้านบาทแจกประชาชนเสียดีกว่า คือผมก็คิดว่านี่มันเป็นความ อยุติธรรมในสังคมไทย ซึ่งมันถูกพิพากษาโดยชนชั้นนำมาหลายสิบปีต่อเนื่องกันมา และเป็นความคิดเหมือนกับสังคมสงเคราะห์ให้กับคนจนเลยมีนโยบายแบบนี้ออกมา แล้วก็ทำกฎหมายแบบนี้ออกมานั่นคือคำถามที่ผมอยากจะถามว่า มันคุ้มค่าจริงหรือเปล่า ต่องบประมาณที่เราใช้และประชาชนได้ประโยชน์อย่างไร สรุปประชาชนได้ประโยชน์หรือว่า นายทุนที่ได้เงินสะสมไปลงทุนต่างหากที่ได้ประโยชน์ สั้น ๆ แค่นี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่าน พิสิฐ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ผมได้พูดถึงเรื่องของธนาคารแห่งหนึ่ง สรุปคร่าว ๆ ก็คือว่า เรามีปัญหาใหญ่ แต่เราทำได้น้อยมาก หน่วยงานที่ทำนี้มีกำลังไม่พอ งานนี้ก็เช่นกันครับ วันนี้ ทาง กอช. ก็ได้มานำเสนอรายงานของปี ๒๕๖๓ ก็ต้องขอบคุณทางผู้บริหารที่ได้พยายาม อย่างเต็มที่ในภารกิจที่ท่านได้รับจากทางรัฐบาล แต่ว่าเช่นเดียวกับเรื่องเมื่อสักครู่ครับ เรื่องนี้ เป็นเรื่องใหญ่ของประเทศอย่างมาก ประเทศไทยกำลังอยู่ในสภาพที่เราบอกกันว่าเข้าสู่สังคม วัยชรา เมื่อ ๑๕ ปีที่แล้วเรามีคนชราเทียบกับประชากรประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ขณะนี้เรามี ประชากรที่อยู่ในวัยชราประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ อีกไม่เกิน ๑๐ ปีจะเพิ่มเป็น ๓๐ เปอร์เซ็นต์ คำถามคือว่าคนที่อยู่ในวัยชราเหล่านี้เมื่อเข้าสู่วัยชราแล้วก็จะไม่มีโอกาสได้ทำงาน ทุกแห่ง ที่รับคนทำงานล้วนแต่จะบอกครับว่าอายุไม่เกิน ๖๐ ปี แต่พอพ้น ๖๐ ปีเขาไม่รับ หรือถ้ารับ ก็จะต้องโดนเอาเปรียบคือได้การจ้างแบบชั่วคราว ยกเว้นคนบางกลุ่มในสังคมครับ ที่เมื่อถึง วัยชราแล้วจะมีความสุข เพราะว่ามีเงินบำนาญรออยู่ เช่นข้าราชการ แต่คนทั่วไปโดยเฉพาะ ในประเทศไทยที่ทำงานหามรุ่งหามค่ำในภาคธุรกิจต่าง ๆ หรือในภาคเอกชน จะมีส่วนหนึ่ง ที่โชคดีได้อยู่ในระบบประกันสังคมประมาณ ๑๐ กว่าล้านคน แต่ยังมีคนอีกจำนวนไม่ต่ำกว่า ๒๐ ล้านคน ที่ยังไม่มีความชัดเจนในอนาคตของตนเอง ถ้าโชคดีมีสมบัติ มีมรดก มีที่ดินก็อาจจะพอทำเนาว่าถึงวัยชราแล้วยังมีเงินเหล่านี้ช่วยดูแลตนเองได้ บางคนอาจจะ โชคดีที่ทำงานและมีรายได้พอที่จะดูแลตัวเองได้ แต่ผมเชื่อว่าคนส่วนใหญ่ใน ๒๐ ล้านคน ที่อยู่นอกระบบยังขาดการเหลียวแลจากรัฐหรือว่าจากตนเองที่มีเงินไม่พอใช้ในยามชรา เพราะฉะนั้นหน่วยงานของท่าน กอช. รัฐบาลตั้งขึ้นมาคงจะมีเจตนาที่อยากจะให้มีการดูแล คนที่อยู่นอกระบบ แต่ว่าอย่างที่ผมกราบเรียนเมื่อสักครู่ งานที่ท่านทำทุกวันนี้เป็นเวลาผ่านไป เกือบ ๑๐ ปี มีสมาชิกอยู่ ๒.๓ ล้านคน ในปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๒ ท่านก็มี ๒.๓ ล้านคน ปี ๒๕๖๑ ท่านมีประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ กว่า ๆ จริง ๆ ถ้าโมเมนตัม (Momentum) ของการเพิ่มจาก ๖๐๐,๐๐๐ เป็น ๒.๓ ของปี ๒๕๖๑ มาเป็น ๒๕๖๒ มันต่อเนื่อง ผมก็ยังมีความ สบายใจว่า ประเทศไทยอนาคตจะไม่มีปัญหาหนัก ๆ แต่ในเมื่อโมเมนตัม (Momentum) นี้ มันหยุดลง ก็คือท่านไม่สามารถเพิ่มคนที่อยู่ในระบบนี้ได้อีก ซึ่งก็เป็นอย่างที่ผมเข้าใจครับ ก็คือว่า ๑. เศรษฐกิจอาจจะเป็นสภาพที่คนไม่อาจจะเข้ามาได้เพราะว่ามีวิกฤติ ๒. ก็คือว่า ระบบที่ออกแบบมานี้มันไม่สามารถที่จะดึงดูดให้คนมาเป็นสมาชิก เพราะเงินที่จะให้ ๖๐๐ บาทต่อเดือนไม่จูงใจ และ ณ เวลานี้ที่เขาต้องจ่ายก็อาจจะเป็นภาระ เขามองไม่เห็น ประโยชน์อย่างแท้จริง เพราะฉะนั้นที่ผมจะสรุปก็คือว่า ผมเป็นห่วงครับว่าระบบที่เราดำเนินการอยู่ตอนนี้ ยิ่งกว่า การเข็นครกขึ้นภูเขา แต่ละสมาชิกที่ท่านได้มาในอนาคตจะมีค่าใช้จ่ายสูงมาก เป็นภาระ อย่างมาก แล้วก็อาจจะไม่มีหนทางที่จะถึงเป้าหมาย เพราะว่ายังมีคนอยู่นอกระบบ อีกมากมายที่ถูกปล่อยปละละเลย เมื่อเข้าถึงวัยชราแล้ว เขาจะไม่มีเงินดูแลตนเอง อันนี้คือ สังคมไทยที่เราจะต้องเจอในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ ผมจึงอยากจะขออนุญาตที่จะฝากเป็น ประเด็นให้กับรัฐบาล ในโอกาสที่ท่านมานำเสนอเรื่องของ กอช. ว่าที่ทำอยู่ทุกวันนี้ไม่พอครับ ระบบการออมเพื่อใช้ยามชราจะต้องมีการทำให้เต็มที่มากกว่านี้ ที่อยู่ในระบบ กบข. ก็ดี ในระบบของกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ อันนั้นโอเค (OK) ก็ดีอยู่แล้ว ท่านจะต้องจัดระบบใหม่ ขึ้นมาเป็นระบบภาคบังคับ เป็นระบบที่จะต้องให้ทุกคนมีการออมอย่างอัตโนมัติ จะต้องมี บอดี้ (Body) หนึ่งขึ้นมาครับ เป็นหน่วยงานกลางที่เป็นหน่วยงานในการกำหนดนโยบาย อย่างแท้จริง ทุกวันนี้งานเรื่องการส่งเสริมหรือดูแลการออมเพื่อใช้ยามชรา ยังเป็นงานฝาก ฝากไว้กับ กลต. ในการดูแลกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ฝากไว้กับกระทรวงการคลังในการทำ นโยบายของ กอช. หรือของอื่น ๆ ผมอยากเห็นรัฐบาลเอาจริงเอาจังกับเรื่องของการ จัดระบบจัดระเบียบการออมเพื่อใช้ยามชราให้เต็มที่ มิเช่นนั้นแล้ว สังคมไทยก็จะเป็นสังคมที่ น่าสงสารมาก ทำงานมาเกือบตลอดชีวิต แต่เมื่อถึงวัยชราแล้วยังต้องทำงานต่อเพราะว่าไม่มี เงินเก็บ ไม่มีเงินดูแลตนเองในยามชรา ซึ่งสิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันนี้อาจจะต้องมีการปรับปรุงอีก หลายด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของประกันสังคมที่เป็นส่วนของชราภาพ โดยเฉพาะ มาตรา ๔๐ ผมยังมองว่างานของ กอช. ยังซ้ำซ้อนกับมาตรา ๔๐ ในเอกสารที่ท่านรายงานมี ระบุไว้ว่า จะมีการบูรณาการกับทางประกันสังคม มาตรา ๔๐ ก็อยากจะขอทราบ ขอให้ท่าน ได้ชี้แจงครับว่า คำว่า บูรณาการของท่านนี้ ท่านหมายถึงอย่างไร เพราะความรู้สึกผมก็คือว่า ๒ หน่วยงานนี้คงจะทำงานด้วยกันไม่ได้ เพราะว่าแย่งลูกค้ากัน แล้วก็เป็นภาระของรัฐ ที่จะต้องมาจ่ายสมทบ ท่านช่วยตอบอีกคำถามหนึ่งว่า ระบบที่ท่านดูแลทุกวันนี้ รัฐจ่ายสมทบ เต็มที่หรือยัง ยังติดค้าง กอช. อยู่เท่าไร เพราะ ณ วันนี้เรามีช่องโหว่ในระบบการคลังหลาย ด้านที่รัฐบาลยังเป็นหนี้เป็นสินกับส่วนงานอีกหลายส่วนงาน ก็ขอฝากเป็นประเด็นว่า สิ่งที่ท่านทำผมเห็นใจครับแต่ไม่พอครับที่จะแก้ปัญหาที่จะเกิดขึ้นอย่างใหญ่หลวงข้างหน้านี้ ของประเทศไทย ขอบพระคุณมากครับ🔗
ท่านยุทธพงศ์เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย วันนี้ท่านประธาน ผมจะได้อภิปรายในเรื่องของรายงานประจำปี ๒๕๖๓ ของ กองทุนการออมแห่งชาติ หรือ กอช. ท่านประธานครับ ในสถานการณ์ที่เกิดการระบาด ของโควิด (COVID) ในขณะนี้ มันก็ทำให้ประชาชนเดือดร้อน แล้วก็ขณะเดียวกัน ท่านประธานครับ ประชาชนในขณะนี้คนที่มีเงินที่จะไปออม ถ้าจะใช้ช่องทางของธนาคาร อัตราดอกเบี้ยเงินฝากก็ต่ำมาก อยู่ร้อยละ ๐.๒๕ อัตราดอกเบี้ยออมทรัพย์ และถ้าได้ดอกเบี้ย เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท ยังจะต้องเสียภาษีอีกร้อยละ ๑๕ ซึ่งถือว่าน้อยมาก ในขณะที่ ได้เกิดภาวะเงินเฟ้อ แล้วก็ค่าสินค้าต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นพวกสินค้าอุปโภค บริโภค พวกหมู น้ำมันพืช ค่าอาหารสำเร็จรูปต่าง ๆ ได้ขึ้นสูงอย่างมาก ทีนี้กองทุนการออมแห่งชาติก็ถือว่าเป็นช่องทางหนึ่งที่จะให้ประชาชนที่ไม่ได้มีบำเหน็จ บำนาญ แล้วก็สามารถที่จะมาใช้ช่องทางนี้โดยการเป็นสมาชิกของ กอช. ในการออม และผม ดูจากรายงานประจำปี ๒๕๖๓ ว่า กอช. ได้มีตัวแทนในระดับหมู่บ้าน หมู่บ้านละ ๑ คน จำนวนทั้งหมด ๗๔,๐๐๐ หมู่บ้าน ซึ่งทำหน้าที่เป็นตัวแทนของ กอช. ในการที่จะให้ข้อมูล แล้วก็เกี่ยวกับเรื่องของการออมต่าง ๆ ให้กับประชาชน และยังบอกว่าการออมตั้งแต่ อายุน้อย ๆ เริ่มตั้งแต่การเป็นนักเรียนที่กลุ่มนักเรียนในสถาบันการศึกษา ก็คือ สพฐ. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่จะให้เด็กนักเรียนได้รู้จักการออมตั้งแต่เป็น นักเรียน คำถามผมว่า ตัวแทนของ กอช. ในระดับหมู่บ้าน ในแต่ละหมู่บ้านได้ทำหน้าที่ อะไรบ้างในการประชาสัมพันธ์ที่จะให้ประชาชนได้เข้ามาร่วมในการออม ท่านประธานครับ มีตัวเลขที่น่าสนใจมากครับท่านประธาน คือพี่น้องประชาชนที่ดูการถ่ายทอดสดการประชุม สภาจะได้เห็นว่า บอกว่าพอร์ต (Port) เงินสะสมของกองทุนการออมแห่งชาติ สิ้นสุด ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ปี ๒๕๖๓ มีทั้งหมด ๗,๙๓๓.๔๐ ล้านบาท ซึ่งกองทุนมีความมั่นคงสูง ท่านประธานมาดูผลตอบแทนสิครับท่านประธาน ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๓ อยู่ที่ ๑๑.๓๖ บาท ต่อหน่วย ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเมื่อวันที่ ๓๑ ธันวาคม ปี ๒๕๖๒ ที่อยู่ที่ ๑๑.๐๘๙ บาทต่อหน่วย เพิ่มขึ้นสุทธิ ในร้อยละ ๒.๔๘ ต่อปี ถ้าเทียบกับอัตราเงินฝากที่ผมเรียนท่านประธานไปว่าอยู่แค่ ร้อยละ ๐.๒๕ ถ้าเรามาร่วมกับกองทุนการออมแห่งชาติมันได้ผลตอบแทนที่ดีกว่ามาก และขณะเดียวกันก็ไม่ต้องเสียภาษีด้วย ท่านประธานครับ ในหน้า ๑๕ บอกว่าประชาชน ที่เข้ามาร่วมกับกองทุนการออมแห่งชาติยังได้รับสิทธิในการได้รับเงินสมทบจากรัฐบาล คือจากรายงานตรงนี้บอกว่าขั้นต่ำได้ ๕๐ บาท สูงสุดไม่เกิน ๑๓,๒๐๐ บาท แล้วก็บอกว่า อายุ ๑๕-๓๐ ปี รัฐสมทบให้ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของเงินสะสม แต่ไม่เกิน ๖๐๐ บาทต่อปี อายุตั้งแต่ ๓๐-๕๐ ปี รัฐสมทบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของเงินสะสม แต่ไม่เกิน ๙๖๐ บาทต่อปี อายุตั้งแต่ ๕๐-๖๐ ปี รัฐสมทบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ของเงินสะสม แต่ไม่เกิน ๑,๒๐๐ บาทต่อปี ตรงนี้ครับท่านประธานผมอ่านแล้วผมยังไม่เข้าใจในรายละเอียดว่าประชาชนที่เข้ามาร่วมกับ กองทุนการออมแห่งชาติจะต้องฝากเงินเท่าไร รัฐถึงจะให้เงินสะสมไปตามที่ในรายงาน ที่นำเสนอต่อสภา🔗
ท่านประธานครับ เรื่องสุดท้ายในหน้า ๔๖ ก็คือข้อมูลด้านสมาชิกของ กอช. ซึ่งบอกว่าในปี ๒๕๖๓ มีทั้งหมด ๒,๓๙๖,๕๔๓ คน มีตัวเลขที่น่าสนใจ แล้วก็อยากจะขอคำตอบ คือปี ๒๕๕๘ มี ๓๙๑,๐๐๐ เศษ ปี ๒๕๕๙ มีอยู่ ๕๒๔,๐๐๐ เศษ ปี ๒๕๖๐ มีอยู่ ๕๔๖,๐๐๐ เศษ ปี ๒๕๖๑ มีอยู่ ๖๑๐,๐๐๐ แต่ปี ๒๕๖๒ เพิ่มก้าวกระโดด ไปเป็น ๒,๓๓๕,๐๘๕ คน ก็อยากจะ สอบถามว่าท่านไปทำอย่างไรในปีเดียวถึงก้าวกระโดดมาได้มากมายขนาดนี้ หรือท่านมีอะไร ไปดึงดูดใจให้พี่น้องประชาชนได้เข้ามาร่วมกับกองทุนการออมแห่งชาติมากขึ้น ก็เป็นคำถาม ที่จะขอให้ทางผู้รายงานได้ตอบครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่าน เลขาธิการจารุลักษณ์ได้ตอบชี้แจง🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพทุกท่าน ดิฉัน นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุน การออมแห่งชาติ ต้องบอกว่าวันนี้ก็จะขอตอบคำถามท่าน ส.ส.จิรัฏฐ์ โดยภาพรวมอย่างนี้ แล้วกันว่า กอช. เป็นเสมือน คล้าย ๆ กับกองทุน กบข. ภาคราชการที่จะมีรัฐบาลมาสมทบ ให้ การออม กอช. อย่างที่ท่านพิสิฐเรียนไปแล้วว่าเป็นการให้กับแรงงานนอกระบบได้มี บำนาญใช้เมื่อยาม ๖๐ หลังจากนั้นเป็นเงินบำนาญรายเดือน หลักการคือว่าต้องเป็นคนไทย อายุ ๑๕ ปี ส่งเงินออมได้ขั้นต่ำต่อปีคือ ๕๐ บาท ขั้นสูงต่อปีไม่เกิน ๑๓,๒๐๐ บาทต่อปี เมื่อประชาชนอายุ ๑๕ ปี ใส่เงินมาให้เราสมมุติวันนี้ใส่มา ๑๐๐ บาท รัฐบาลบอกว่าจะให้เงิน สมทบในเดือนถัดไปเลย ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของเงินออมแต่ไม่เกิน ๖๐๐ บาทต่อปี สมมุติน้องใส่มา ๑๐๐ บาท เดือนนี้ เดือนหน้ารัฐบาลให้ ๕๐ บาทเลยค่ะ อันนี้เป็นหลักการในการที่รัฐบาล สมทบให้เลยโดยที่ไม่มีการติดค้าง เนื่องจาก พ.ร.บ. เราบอกเลยว่าต้องให้ในเดือนถัดไปเลย อายุที่ ๒ ก็คืออายุ ๓๐-๕๐ ปี เช่นเดียวกันนะคะ ถ้าออมวันนี้ ๑๐๐ บาท เดือนหน้ารัฐบาล ให้อีก ๘๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่เกิน ๙๖๐ บาทต่อปี ช่วงอายุที่ ๓ อายุ ๕๐-๖๐ ปี ได้สมทบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่เกิน ๑,๒๐๐ บาท ใส่ ๑๐๐ ได้ ๑๐๐ ค่ะท่าน อันนี้เป็นสิ่งที่ทางรัฐบาล เขาจะให้เงินสมทบเพื่อจะดึงดูดให้สมาชิกของ กอช. ได้มีบำนาญชราภาพใช้เมื่อยาม ๖๐ นี่คือคอนเซ็ปต์ (Concept) ของ กอช. ค่ะท่าน อย่างที่เรียนไปแล้วว่าการที่ทาง กอช. พยายามที่จะให้ประชาชนรู้จักเรื่องการออม การออมเข้าใจว่าทุกคนรู้ แต่การออม เพื่อการชราภาพอย่างที่ทราบกันดีว่าเราเข้าสังคมสูงวัย ออมเพื่อการชราภาพสำหรับ คนที่เป็นนอกระบบต้องบอกไม่พอนะคะ อาจจะมีแค่ก้อนสุดท้ายก้อนเดียว แล้วก็ยังมีชีวิต ยืนยาวอีกต่อไป เลยเป็นหลักการว่า กอช. จะต้องตอบโจทย์ให้หาสมาชิกที่อยู่ตามพื้นที่ค่ะ ทำไมตอนปี ๒๕๖๒ เราได้สมาชิกก้าวกระโดด เพราะเราไปร่วมกับกระทรวงมหาดไทยนะคะ เป็นเชิงนโยบายบอกว่าทุกคน อย่างน้อยผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ต้องมีบำนาญของตัวเอง ก็เลยเป็น การระดมให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้านหาสมาชิกให้ แล้วก็พยายามให้เขาเข้าถึง เข้าใจว่าการออม เพื่อการชราภาพสำคัญอย่างไร นี่เป็นที่มาทำให้เราสามารถมีสมาชิกขึ้นมาได้ และการสร้าง ตัวแทนหมู่บ้านเหมือนกันก็เป็นคอนเซ็ปต์ (Concept) คือว่าจะเป็นตัวแทนคล้าย ๆ อสม. ภาคการเงินที่ให้ความรู้เกี่ยวกับทางด้านการเงิน โดยเฉพาะการออมเพื่อการชราภาพผ่าน กอช. นอกเหนือจากนั้นเราก็ต้องให้ความรู้อบรมต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ พยายามให้เขาถึงเข้าใจ เรื่องไฟแนนเชียล ลิเทอเรซี (Financial Literacy) ระดับชาวบ้าน เผื่อเขามีปัญหาอะไรจะได้ แก้ปัญหาให้ได้ เป็นการเชื่อมโยงระหว่างศูนย์กลางไปสู่ทางพื้นที่ โดยที่ กอช. เองไม่ได้มี สาขานะคะ เราใช้เครือข่ายทั้งหมด เครือข่ายของเราที่เป็นหลัก ๆ ก็คือกระทรวงมหาดไทย โดยที่ท่านนายอำเภอ ท่านผู้ว่า ก็จะให้ทางเสมียนตราเป็นตัวแทนรับสมัครแล้วส่งเงินออม ให้เราด้วย เครือข่ายที่ ๒ คือคลังจังหวัดที่อยู่ทางศาลากลางจังหวัด ท่านก็จะช่วยดูแลในส่วนนี้ ด้วย รวมถึงธนาคารของรัฐทั้ง ๕ แห่ง ตอนนี้ก็มีธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. ธ.อ.ส. ธนาคารกรุงไทย และอิสลามแบงก์ (Islamic Bank) เข้าเป็นเครือข่ายเพื่อจะให้ตรงนี้เข้าถึงภาคประชาชนให้ ได้มากที่สุด เพราะว่าเป็นสิทธิที่เขาพึงได้ ถ้าเขามีสิทธิในการสมัคร กอช. เองที่ทำงานกับ ประกันสังคมบูรณาการในเชิงลักษณะว่า เนื่องจากมาตรา ๔๐ ก็เป็นแรงงานนอกระบบ เหมือนกัน แต่ให้บำเหน็จชราภาพบางส่วน แล้วก็มีสวัสดิการชดเชยแรงงานบางส่วน เพราะฉะนั้นคนที่มาตรา ๔๐ (๑) สามารถบูรณาการกับประกันสังคมได้ ตอนนี้เราจะทำปีนี้ เลยนะคะว่าพยายามจะสร้างเครือข่ายร่วมกันให้ประชาชนสามารถออมแล้วก็เป็นสมาชิก ประกันสังคมคู่กันไปสำหรับมาตรา ๔๐ (๑) นี่เป็นแผนงานที่เราจะทำในปีนี้เลยนะคะ ที่ผ่านมาต้องบอกว่าปี ๒๕๖๓ จะเห็นชัดเลยว่าถึงจะมีสมาชิกไม่เติบโตเหมือนปี ๒๕๖๒ แต่ปี ๒๕๖๓ สมาชิกส่งเงินต่อเนื่องดีขึ้น เขาเข้าใจแล้วค่ะว่าการออมเพื่อการชราภาพ มีความสำคัญอย่างไร โดยเฉพาะการออมฉุกเฉินเกิดการช็อก (Shock) ชาวบ้านไม่เคยคิดว่า สถานการณ์โลกเราสามารถหยุดทำงานกันได้อยู่บ้านกันได้ ทำให้การออมเพื่อการฉุกเฉิน ก็จำเป็น เพราะฉะนั้น กอช. เองโดยภาคสมัครใจก็ให้ความรู้ตรงนี้เพิ่มเข้าไป เขาเข้าใจแล้ว ค่ะว่าการออมสำคัญอย่างไร ต่อยอดอย่างไรนะคะ🔗
อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือว่า กอช. ไม่ได้บังคับการส่งเงินนะคะ สามารถส่งตาม สบายใจเลย จะเว้นปีก็ได้ จะส่งเท่ากันก็ได้ไม่ใช่เหมือนประกันภัยนะคะ เขาอาจจะส่งปีหนึ่ง ๑,๐๐๐ บาท ปีถัดไป ๓,๐๐๐ บาท ปีถัดไปไม่ส่งเลยก็ได้ หลักการคือถ้าเขาไม่ออม เราไม่สมทบเงินให้ นี่หลักการของ กอช. นะคะ ส่วนเรื่องการลงทุนนี่ กอช. เองต้องบอก ดำเนินการเหมือนกองทุนอื่น ๆ ไหม เหมือนค่ะท่าน แต่เรามีนโยบายที่แตกต่างกัน เนื่องจากว่า กอช. เองตาม พ.ร.บ. เราแล้วนี่สมาชิกเมื่อครบ ๖๐ ปี รัฐบาลจะคุ้มครอง ผลตอบแทนไม่ต่ำกว่าเงินฝากประจำ ๑ ปี อันนี้เป็นข้อดีของเรา เพราะฉะนั้นพอร์ต (Port) การลงทุนของเราจะไม่หวือหวาเหมือนทั่วไปค่ะ เพราะเราต้องดูแลให้เงินของสมาชิก ต้องห้ามขาดทุนนะคะ แล้วก็ได้ผลตอบแทนอย่างน้อยก็ชนะเงินฝาก ที่ผ่านมาเราก็สามารถ ทำได้ ชนะเงินฝาก และชนะเงินเฟ้อในบางปี โดยเฉลี่ยผลตอบแทนเราประมาณ ๒-๓ เปอร์เซ็นต์ต่อปีค่ะท่าน อันนี้เป็นภาพรวมของตัว กอช. นะคะ การดูแลสมาชิกของเรา เรามีการดูแลอย่างใกล้ชิด ก็คือพยายามทำความเข้าใจว่าการออมเพื่อการชราภาพ สำคัญอย่างไร กอช. จะเป็นแค่ส่วนหนึ่งเองค่ะ เพราะเนื่องจากว่าเรามีตัวแคป (Cap) ว่าออมปีหนึ่งไม่เกิน ๑๓,๒๐๐ บาทเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นอย่างอื่นคุณก็ต้องไปหาออมเพิ่ม เพื่อความใช้เพียงพอเมื่อยามเกษียณนะคะ แล้วถ้าพูดถึงว่าความคุ้มค่าในการออมเพื่อชราภาพ ต้องบอกว่าต้องดูนาน ๆ ค่ะ เพราะออมเพื่อชราภาพ มันต้องใช้เวลาในการออมนะคะ ให้เขาคุ้นชินกับการออมเพื่อจะใช้ยามเมื่อเขา ๖๐ ปี แล้วไม่มีแรงทำงาน ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธาน ไม่ทราบตอบคำถามครบไหมคะ🔗
มีท่านสมาชิก ยังติดใจจะซักถามมีไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม ดะนัย มะหิพันธ์ พรรคเพื่อไทย อำนาจเจริญครับ ท่านประธานครับ ผมได้ดูงบแสดงฐานะทางการเงินก็เกิดความสงสัยก็เลยอยากจะเรียนถาม ทางผู้มาชี้แจงได้ให้ความกระจ่างหน่อยครับ ในรายการเจ้าหนี้อื่น ตามหมายเหตุประกอบที่ ๑๑ ซึ่งมีหนี้อยู่ ๔๕ ล้านบาทเศษ ๆ แล้วก็รายงานเงินกองกลาง ในหมายเหตุประกอบที่ ๑๕ ซึ่งผมไปดูในรายละเอียดในหมายเหตุประกอบว่า เจ้าหนี้อื่น เจ้าหนี้การค้า ๓๖,๗๐๐,๐๐๐ บาทเศษ เจ้าหนี้การค้าคือใครครับ ทำไมถึงต้องเป็นหนี้ถึง ๓๖ ล้านบาท โบนัสเจ้าหน้าที่ค้างจ่าย แสดงว่าเจ้าหน้าที่ทุกคนในกองทุนตัวนี้นี่จะได้รับโบนัส คิดเป็นเท่าไรครับ ถึงต้องค้างจ่ายถึง ๕ ล้านบาท อีกรายการหนึ่งครับ คือรายการงบกลาง ซึ่งอยู่ในหมายเหตุประกอบที่ ๑๕ ถามว่าเงินสมทบที่สมาชิกไม่มีสิทธิได้รับ ๑๘ ล้านบาทนี่ ถ้าสมาชิกไม่มีสิทธิได้รับเงิน จำนวนนี้จะไปอยู่ที่ไหน และค่าใช้จ่ายสำหรับสมาชิกครับ สงสัยว่าค่าธรรมเนียมการส่งเงิน และการรับสมัครสมาชิก ทำไมต้องมีค่าใช้จ่ายถึง ๒๕ ล้านบาท สมาชิกไม่ได้เสียค่าธรรมเนียม หรือว่ากองทุนเป็นคนเสียค่าธรรมเนียมค่าสมัครสมาชิกให้ถึงต้องมีค่าใช้จ่าย ค่าประชาสัมพันธ์ ตั้ง ๒๒ ล้านบาท ที่จริงทุกวันนี้ระบบโซเชียล (Social) สามารถประชาสัมพันธ์ได้เป็นอย่างดี ไม่ต้องไปลงทุนเยอะเลย ท่านใช้เงินค่าประชาสัมพันธ์ไปตั้ง ๒๒ ล้านบาท แล้วก็ค่ากิจกรรม ส่งเสริมการออม สิ่งเหล่านี้ว่า ถ้าเราสามารถที่จะทำความเข้าใจให้สมาชิกว่าถ้าเขาออมแล้ว เขาได้ประโยชน์อะไร มันไม่จำเป็นจะต้องไปทำกิจกรรมอะไรที่ต้องใช้เงินของกองทุน มากมายเลย ในรายการที่ ๑๗ ก็เช่นกันครับ อย่างที่มีท่านสมาชิกหลายท่านที่ได้พูดไปแล้วว่า คณะกรรมการมันมีมากเกินไป เบี้ยประชุมกรรมการตั้ง ๔ ล้านกว่าบาท ท่านลดลงได้ไหมว่า กรรมการต้องใช้เบี้ยประชุมขนาดนี้ เงินเหล่านี้น่าจะเป็นทุนการออม หรือว่าเป็นประโยชน์ ที่ทางสมาชิกน่าจะได้รับ เพราะฉะนั้นก็ฝากท่านว่าในรายการที่ผมได้พูดถึงนี่ว่าส่วนไหน ที่มันจะประหยัดได้ ส่วนไหนที่มันจะลดค่าใช้จ่ายลงได้ ท่านก็น่าจะรับไปพิจารณา ก็ขอคำตอบขอรายละเอียดด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่าน จารุลักษณ์ชี้แจงครับ🔗
ขออนุญาตท่านประธานค่ะ กราบเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะคะ ท่านดะนัยคะ จะกราบเรียนว่าหนี้สินค้างจ่ายนี้คือเวลาเราซื้อหุ้นหรือว่าซื้อตราสารหนี้ เผอิญสิ้นปีนี้เขาซื้อไปแล้ว ยังไม่สามารถชำระเงินได้ เป็นหนี้การค้าเฉย ๆ ตามหลักบัญชีมันคือ การซื้อขายตัวหลักทรัพย์ปกติค่ะท่าน🔗
ข้อที่ ๒ เรื่องค่าใช้จ่ายหรือสมาชิกนี้ เนื่องจากเราไม่มีสาขา เรามีสำนักงานเดียว ที่กรุงเทพฯ นี้ เราใช้ธนาคารของรัฐนี่ล่ะค่ะ เป็นคนทำรายการให้เรา เป็นค่าที่ทาง กอช. เอง ออกค่านี้ให้กับสมาชิก สมาชิกไม่ได้เสียอะไรเลยค่ะท่าน อันนี้เป็นสิ่งที่เรารับผิดชอบเองนะคะ🔗
ข้อที่ ๓ คือเงินสมทบที่สมาชิกไม่ได้รับ คืออย่างนี้ค่ะ หลักการ กอช. สมทบ เราจ่ายทันทีในพอร์ต (Port) สมาชิก แต่จะได้ไปก็เมื่อท่านอายุ ๖๐ ปีเท่านั้นที่จะได้รับไป และคำนวณเป็นบำนาญรายเดือนให้ หรือเสียชีวิต ในกรณีที่ท่านถามถึงนี้คือกรณีที่ คนที่ลาออกก่อน ๖๐ ปี เพราะฉะนั้นเงินตรงนี้จะกลับมาที่เงินกองกลางของเรา เงินกองกลาง เป็นเงินงบประมาณแผ่นดินที่ให้เรามาเพื่อสำหรับการจ่ายสมทบสมาชิกในแต่ละช่วงอายุ ถ้าเขาออมเงินมา แล้วตามสัดส่วนของอายุค่ะท่าน🔗
ส่วนข้ออื่น ๆ ก็จะขอเรียนไว้ว่ามีค่าใช้จ่ายในการลงพื้นที่นะคะ เพราะเราต้อง ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชน อันนี้เป็นค่าใช้จ่ายดำเนินการปกติ ก็จะขอรับพิจารณาที่ท่าน ให้คำแนะนำค่ะท่าน ขอบพระคุณค่ะ🔗
ที่ประชุม รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๓ ของกองทุนการออมแห่งชาติแล้ว ขอบคุณผู้แทนของ กองทุนการออมแห่งชาติครับ ขอบคุณครับ เป็นการจบการพิจารณาเรื่องประธานแจ้ง เพื่อทราบ ๒.๗ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา พรรคเพื่อไทย ขอเสนอ ญัตติด่วน เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาญัตติด้วยวาจา เรื่องการปกปิดการระบาด ของโรคอหิวาต์สุกร ของรัฐบาลจนกระทั่งกระทบให้ราคาสุกรสูงขึ้น รวมทั้งสินค้าอื่นขยับตาม เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั่วประเทศในขณะนี้ และขอให้สภาผู้แทนราษฎร ได้ส่งผลของการปรึกษาหารือ และข้อเสนอแนะแนะนำให้รัฐบาลไปดำเนินการ เพื่อแก้ปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยให้สภาพิจารณาเป็นเรื่องด่วน ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๑) ขอผู้รับรองครับ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้องครับ มีสมาชิกเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๑) ซึ่งตามข้อบังคับ ข้อ ๒๘ นี้ ระบุว่าที่ประชุมต้องพิจารณาเรื่องที่อยู่ในระเบียบวาระ แล้วก็เป็นตามลำดับของวาระ เพราะฉะนั้นถ้าเสนอญัตติด่วนนอกระเบียบวาระ ต้องขออนุญาตที่ประชุมว่าจะเห็นชอบ หรือไม่ มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือคัดค้านไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้เอาญัตติด่วนของท่านวิสุทธิ์ขึ้นมาพิจารณา แต่เนื่องจาก มีญัตติด่วนที่ทางประธานสภาได้รับไว้ แต่ยังไม่ได้บรรจุ ระเบียบวาระของพรรคก้าวไกล ของท่านพิธาและคณะ เรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบ ข้อเท็จจริง กรณีการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร และศึกษาแนวทางช่วยเหลือ ประชาชนจากปัญหาราคาสินค้าอุปโภค บริโภค ปรับตัวสูงขึ้น เป็นเรื่องในทำนองเดียวกัน ผมขออนุญาตที่ประชุมเอาขึ้นมาพิจารณา เพราะญัตติด่วนของท่านพิธา พรรคก้าวไกล ยังไม่ได้บรรจุในระเบียบวาระ ขอเอกสารแจกให้ด้วย เจ้าหน้าที่ครับ เชิญผู้เสนอฉบับแรก ท่านวิสุทธิ์เชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ เรื่องที่ต้อง นำเสนอเป็นเรื่องด่วน เพราะว่าเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ที่ได้รับผลกระทบในขณะนี้ เนื่องจากเป็นที่ทราบดี เมื่อสักครู่นี้ท่านรัฐมนตรีก็มาตอบว่า โรคอหิวาต์แอฟริกาสุกรหรือแอฟริกา สไวน์ ฟีเวอร์ (African Swine Fever) นั้นเกิดขึ้นมา เป็นร้อยปี แต่ว่าที่อื่นเขาไม่มีปัญหา ในอเมริกาหรือยุโรป เขารู้จักการแมเนจเมนต์ (Management) การบริหารจัดการฟาร์มที่ดี ก็เป็นที่ทราบเหมือนที่รัฐมนตรีว่าเมื่อสักครู่นี้ ก็คือโรคนี้ไม่มีวัคซีน ไม่มียารักษา แต่ปี ๒๕๖๑ นั้นโรคนี้อุบัติขึ้นที่ประเทศจีนทำให้ผู้มีอาชีพ การเลี้ยงสุกรเขารับทราบกันหมดครับว่าอุบัติขึ้นที่เมืองจีนในปี ๒๕๖๑ หลังจากปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ นี่ก็มาในทวีปเอเชียเราแทบทั้งหมด รวมวันนี้เชื้อนี้กระจายไป ๓๔ ประเทศ และทุกประเทศเขายอมรับในข้อเท็จจริงว่าเกิดโรคระบาดนี้จริง ๆ ของเราเองมีการพยายาม ไถ่ถามไปยังรัฐบาล ยังกรมปศุสัตว์ก็ปฏิเสธมาตลอด เราปกปิดโอไออี (OIE) เราปกปิด เอฟเอโอ (FAO) ทั้ง ๒ องค์กร เราปกปิดเราไม่ให้เขาทราบ ทราบมาจากกรมปศุสัตว์เอง ผมก็มีข้อมูลภายในว่าเขาพยายามถามมาที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่พวกเราก็ปฏิเสธ ตลอดไม่ยอมรับข้อเท็จจริง โรคนี้เกิดขึ้นผมต้องเล่าให้ฟังว่าเมื่อ ๓ ปีก่อนเกษตรกรบ้านผม ในจังหวัดพะเยามาเล่าให้ผมฟังว่าใกล้เข้ามาแล้วครับ ออกจากจีนมาประเทศเพื่อนบ้านเรา มาแจ้งให้ผมทราบโดยตลอด ผมก็ทราบก็เลยถามเขาว่ามันเป็นโรคอะไร เขาก็บอกโรคแอฟริกา สไวน์ ฟีเวอร์ (African Swine Fever) มันระบาดไปทั่วไป นี่เกษตรกรนะครับ เขาไม่ได้จบสัตวแพทย์ ไม่ได้จบสัตวบาลเพียงแต่เป็นผู้เลี้ยงหมู ๔๐-๕๐ ตัว หลายคนก็มาเล่าให้ผมฟัง สุดท้ายในปี ๒๕๖๒ โรคนี้ก็เข้ามาสู่จังหวัดเชียงรายและพะเยาในภาคเหนือทั้งหมด ในขณะนั้นเดชะบุญครับ สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งประเทศไทย เห็นเหตุการณ์ว่ามันจะระบาดไปทั่วประเทศ เขาก็ได้ จัดการออกเงินกันตัวละ ๑๐ บาท ๓๐ บาท ได้เงินประมาณ ๒๐๐ ล้านบาท ไปจ่ายรอบแรก ที่ภาคเหนือ ไม่ใช่เงินรัฐบาล เป็นเงินสมาคมผู้เลี้ยงหมู ซึ่งเกรงว่าโรคนี้จะระบาดทั่วประเทศ เขาทราบครับ ผมเองก็ได้เจอนายกสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติเขาก็บอกเอเอฟเอส (AFS) แต่ผมก็ฟังว่ามันใช่อย่างนั้นจริง ๆ ชาวบ้านทราบ เกษตรกรทราบ ทุกคนทราบ แต่ที่ไม่ทราบ ก็คือรัฐบาลนี้ อธิบดีกรมปศุสัตว์ไม่ทราบ เมื่อสักครู่นี้ผมก็มีโอกาสได้ฟังท่านรัฐมนตรี ตอบว่ามันเป็นโรคลักษณะอาการโรคเพิร์ส (PRRS) ท่านครับเกษตรกรทราบคนที่จบสัตวแพทย์ ไม่ทราบไม่มี ท่านต้องไปถามสัตวแพทย์ทุกคนในประเทศไทยนี้เขารู้ เมื่อวานนี้มีการประชุม เรื่องนี้ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ คณะรัฐศาสตร์และคณะสัตวแพทย์เขามาคุยกัน เขาก็บอกเป็นโรคเอเอสเอฟ (ASF) ไม่ใช่โรคเพิร์ส (PRRS) อย่างท่านพูด ท่านรัฐมนตรี มาตอบว่าอาการ วิการ เขาไม่เรียกว่าอาการ ทางสัตวศาสตร์เขาเรียกวิการ วิการอาการ ใกล้เคียงกันไม่ใช่ครับ โรคเพิร์ส (PRRS) นั้นเป็นโรคที่ประจำถิ่นของประเทศนี้ ในเอเชีย รู้จักกันหมดครับ โรคอหิวาต์สุกรเป็นโรคประจำถิ่น ซึ่งมันมีวัคซีน ท่านรัฐมนตรีท่านเข้าใจ ไหมครับ มันมีวัคซีน ถ้าเป็นโรคเพิร์ส (PRRS) ทำวัคซีนจะซื้อจากบริษัทไหนก็ได้มันป้องกัน ได้ครับ ถ้าเป็นเพิร์ส (PRRS) ท่านฉีดยา ๒-๓ เข็ม เมื่อสักครู่นี้ท่านก็พูดออกมามันหาย แล้วทำไมครับ ท่านสั่งให้กรมปศุสัตว์ไปฆ่าหมูชาวบ้านและฝังไว้ ก็มันหายทำไมไม่รักษา ไปฝังหมูเขาทำไม ไปจ่ายทำไม ๒๐๐ ล้านบาท ของเงินสมาคมท่านทำอะไร ไม่รู้จริงหรือ หรือแกล้งไม่รู้ ผมงงกับท่านนะครับ ฟังคำตอบท่านไม่ชอบมาพากล เป็นที่มาเขาสงสัย ปกปิด ปกปิดทำไม ปกปิดจนเขาสงสัยว่า มีอะไรกับใคร บริษัทไหนหรือไม่ บังเอิญผมนี่ก็เรียนมาด้านนี้ มีเพื่อนฝูงตั้งแต่เหนือจรดใต้ หลายบริษัท ผมก็ถามเขาว่ามันเป็นโรคอะไรถามจริง ๆ บริษัทยักษ์ใหญ่ครับเขาก็บอกว่า ก็โรคแอฟริกา สไวน์ ฟีเวอร์ (African Swine Fever) เขาก็บอกอย่างนี้หมด ท่านไปฟังที่ไหนมา เป็นเพิร์ส (PRRS) อธิบดีครับให้ข้อมูลท่านอย่างนั้น ผมสงสัย ชาวบ้านก็สงสัยกันหมด ทำไมท่านพูดอย่างนั้น ทำไมไม่พูดความจริง วันนั้นเมื่อปี ๒๕๖๒ พรรคเพื่อไทย ใส่ใจไม่ใช่ไม่ใส่ใจ พรรคเพื่อไทยยื่นกระทู้ถามรัฐบาล ถามไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยนายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ส.ส. หนองคาย พรรคเพื่อไทย ถามท่านไปเมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ปี ๒๕๖๒ ท่านตอบมาดีมาก ตัวแทนตอบมาอย่างดี รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตอบมา ก็บอกว่าเป็นอหิวาต์แอฟริกา ท่านได้ตั้งคณะกรรมการ หลายชุด ผมไม่รู้ว่าชุดที่ท่านตั้งมามีการประชุมกันจริงหรือไม่ ท่านบอกเป็นวาระแห่งชาติ ขอดูหน่อยสิเอกสารวาระแห่งชาติประชุมกันกี่ครั้ง วาระแห่งชาติเป็นเรื่องสำคัญ ไม่ใช่เรื่อง ล้อเล่น ทำอะไรเล่น ๆ ได้อย่างไรครับ วันนี้เสียหายไปหลายแสนล้านท่านรับผิดชอบอะไร ท่านบอกจะเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมโรคอหิวาต์ในสุกรในแนวปฏิบัติของโรคอหิวาต์ในสุกร อย่างจริงจัง รัฐบาลเตรียมแผนพร้อมแล้ว ซ้อมรับมือโรคอหิวาต์แอฟริกาสุกร จัดตั้งวอร์รูม (War room) เตรียมความพร้อมห้องปฏิบัติการวินิจฉัยร่วมกับองค์กรระหว่างประเทศ โอไออี (OIE) และองค์การอาหารและการเกษตร เอฟเอโอ (FAO) ท่านร่วมกับใครครับ ประชุมร่วมกันกี่ครั้งครับ ขอดูวาระการประชุมหน่อยสิครับ อันนี้เป็นวาระแห่งชาติแต่ที่ หนักหนาสาหัสผมข้องใจคือ ท่านเบิกเงินไปพันกว่าล้าน ๕ ครั้งนี่ก็บอกเอาไปใช้เพื่อป้องกัน โรคเอเอสเอฟ (ASF) ก็ท่านพูดเองว่า เอาไปใช้ แต่ท่านอธิบดี แล้วก็ตัวท่านเองท่านรัฐมนตรี ตอบหลายครั้งว่าไม่ใช่ ไม่ใช่ เป็นโรคเพิร์ส (PRRS) เบิกเงินเท็จหรือเปล่านี่ ท่านเบิกเงินเท็จ นะ โรคนี้ไม่มีเหมือนที่ท่านว่าผมก็ฟังมา ๓-๔ ปี ท่านก็บอกว่าไม่มี ไม่มี แล้วท่านเบิกเงิน งบประมาณแผ่นดินมันผิดกฎหมายแล้วนี่ ผมว่าไม่ถูกเรื่องนะ ทำให้คนสงสัยผมจะบอกท่าน โรคนี้ทำไมเขาต้องปกปิด ไม่ปกปิดได้หรือครับ ชาวบ้านเขาเล่ากันว่าปล่อยให้ฟาร์มเล็ก ล้มละลาย สูญหาย ตายจาก หลั่งน้ำตาร้องไห้กันทุกวัน แต่ฟาร์มใหญ่เจ้าสัวร่ำรวยมหาศาล ร่ำรวยในความทุกข์ ยากของพี่น้องประชาชนทั้งแผ่นดิน ไม่ทั้งแผ่นดิน หมูแพงหมด อันอื่น ก็แพงตามเดือดร้อนหมดครับ ทุกคนที่กินหมูเดือดร้อนหมดทุกคน ไม่รู้ท่านทานหมูด้วยหรือเปล่า ผมไม่ทราบท่านรัฐมนตรี แต่ผมสงสัยว่าวันนี้ท่านปกปิดกันทำไม ผมจะบอกให้รู้นะครับ ข้อมูลนี้ผมรู้มาตั้งแต่รอบแรก ๆ ที่มีการระบาด หมูในจังหวัดพะเยาขนย้ายไม่ได้ ปศุสัตว์จังหวัด ไม่ให้ขน แต่หมูซีกจากบริษัทใหญ่ไปได้ครับ ไปทั่วประเทศ ไปทำไม ไปได้อย่างไร ของคนอื่น ไม่ให้ขนแต่ปรากฏว่าในปี ๒๕๖๒-๒๕๖๓ ท่านประธานครับ ผมต้องฟ้องท่านเลย มีการขนหมูไปประเทศจีนโดยเฉพาะปี ๒๕๖๓ ไม่ต่ำกว่า ๒ ล้านกว่าตัว นั่นคือไปแบบ ถูกต้องผ่านที่ด่านเชียงแสน ๒ ล้านกว่าตัว จากหมู ๒๒ ล้านตัว ท่านคิดตามผมนะครับ จะเล่าให้ฟัง ผมว่ามันเกินนั้นครับ เพราะคนมาบอกผมว่าถ้าจะเอาไปจริง ๆ ไม่ต้องมีใบอะไร สักอย่างในปี ๒๕๖๒-๒๕๖๓ เอาไปได้ง่าย ๆ ครับจ่ายชิปปิง (Shipping) ตัวละ ๘๐๐ บาท อันนี้ครับหมูเถื่อนที่ออกไปรัฐไม่ได้อะไรเลย เข้ากระเป๋าใครบ้างผมไม่รู้เพราะมัน ผลประโยชน์หลายพันล้าน ใครบ้างไม่รู้ ผมไม่ทราบนะท่านไปตรวจสอบกันดูเอง ท่านได้กัน อย่างนี้ก็เลยไม่กล้าประกาศเป็น เอเอฟเอส (AFS) เพราะอะไรครับ ถ้าประกาศไปมันขนย้าย หมูยากขึ้น ทำให้คนเสียโอกาสในความร่ำรวยในครั้งนี้ ใครก็ทราบท่านไปอยู่ที่ไหนมา ท่านไม่ทราบ ท่านรัฐมนตรีไปจังหวัดอื่น เรียกแต่ ส.ส. อื่น เรียกผมบ้างสิ ผมจะพาท่าน ไปดูฟาร์มหมูที่เขาล้มละลายนะท่าน ชาวบ้านรู้เห็นเรียกคนนั้นคนนี้ไม่เรียกผมนะท่าน ตามผมบ้างสิ เดี๋ยวเอาเบอร์โทรให้ ไปด้วยกัน ผมจะพาท่านไปดูว่าฟาร์มไหนเขาเสียหายขนาดไหน เขาเดือดร้อนขนาดไหน แผ่นดิน จะลุกเป็นไฟเพราะท่านมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย ผมต้องกล่าวหาว่าท่านรู้ด้วยหรือเปล่า อยากถามแค่นั้นเอง การนำหมูออก ท่านเชื่อไหมว่าหมูออกจากประเทศเราไปจีนผมว่าเกิน ๕ ล้านตัว ประมาณไม่ต่ำกว่า ๕ ล้านตัวต่อปีเพราะมันมีตั๋วผี จุดที่จ่ายสตางค์เขาไป ทำที่อุตรดิตถ์ ที่ภาคเหนือ อีสานผมไม่ทราบ ภาคอื่นไม่ทราบ ถ้าท่านไม่รู้ท่านไปดูหน่อย อุตรดิตถ์ทำอะไรกัน การขนหมูจากภาคกลางไปสต็อก (Stock) ที่อุตรดิตถ์ เอาเชื้อไป ปนเปกันที่นั่นหมด ใครก็รู้ท่านครับ มันเป็นเรื่องใหญ่ แต่ท่านมองกันเป็นเรื่องเล็ก จะปกจะปิดไปทำไม เรื่องมันเดือดร้อนขนาดนี้ แล้วนอกจากนั้นผมจะบอกท่าน ในขณะที่ โรคระบาด มีการชำแหละหมู บริษัทใหญ่ ๆ มีสตางค์ชำแหละหมูไปแช่ห้องเย็น วันนี้ไม่ใช่ ห้องเย็นทั่วไป ห้องเย็นที่เก็บผลไม้ก็เต็มไปด้วยหมู หมูซีก มหาศาลครับ ต้องขอบคุณ ทางสงขลาที่ตรวจจับเจอ ๒๐๐,๐๐๐ กว่ากิโลกรัม ผมว่าทั้งประเทศหลายจุด ตู้เย็นที่จะเก็บ ผลไม้ทั้งหลายจะปนเปื้อนไปเพราะท่านเอาหมูไปเก็บกันนี่ครับ เยอะแยะไปหมด มีทั่วไป เขาเห็นกันทั้งบ้านทั้งเมือง ท่านก็ยังอุตส่าห์ ท่านอธิบดีพาคนไปตรวจที่ปทุมธานีไปตรวจ โกดังเก็บเนื้อวัวกับเนื้อแพะ ไม่รู้ที่จริง ๆ หรือไปไม่ถูกหรือครับ บอกผมสิ เสาร์ อาทิตย์ ว่างพาไป กล้าตรวจไหม กล้าเข้าไปไหม เอาความจริงมาตีแผ่วันนี้ กักตุนกันเป็นล้านล้านกิโลกรัม ร่ำรวยกันมหาศาล หากินบนความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน ไม่รู้สึกรู้สาหรือท่าน ผมอายแทนในการทำงานแบบนี้ ผมมานี่ไม่ได้มาต่อว่าท่าน มาแนะนำท่าน วิธีการแก้ไข ปัญหานี้ท่านมันมี ถ้าวันนั้นเมื่อปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ท่านรับว่าใช่ ก็ความจริงมันใช่ ท่านก็อธิบายชาวบ้านได้ คนที่ทำปศุสัตว์เขาก็จะเข้าใจในการแมเนจเมนต์ (Management) ในการบริหารจัดการฟาร์มนี่เดี๋ยวพรรคก้าวไกลก็จะมาพูด เขาก็เป็นสัตวแพทย์ เขารู้เหมือนกัน เขาสัตวแพทย์ ผมสัตวบาล ผมรู้นี่วิธีบริหารจัดการฟาร์มอย่างไร บริษัทใหญ่เขาทำอย่างไร ไม่ให้ตาย ต้องเป็นแบบปิด ปิดแบบขนาดไหน ไม่ต้องปิดแบบหนักหนา ท่านอย่าเพิ่งตอบ ใจเย็นท่านรัฐมนตรี อย่าเพิ่งเปิดไมค์ (Microphone) ให้ผมพูดจบก่อน ให้เขาตรวจสอบ วิธีการแก้ไขนี้ หมูเข้ามาในฟาร์มไม่ให้ติดเชื้ออย่างไร มันมีวิธีทำอยู่ มันไม่มีนี่ครับ โรคนี้ ยารักษาไม่มีวัคซีน แล้วยุโรปเขาเลี้ยงได้อย่างไร อเมริกาเลี้ยงได้อย่างไร เยอรมันเลี้ยง ได้อย่างไร ก็เขาใช้วิธีแมเนจเมนต์ (Management) วันนั้นเมื่อปี ๒๕๖๑ ท่านรู้แล้ว รีบบอก รับความจริงประเทศอื่นเขารับความจริงหมด เราก็บอกความจริงให้เขาทราบว่า มันอย่างนี้ ๆ แล้วก็บอกวิธีบริหารจัดการฟาร์ม ปศุสัตว์มีทุกอำเภอ ไปอบรมเขาสิครับ ท่านไม่ได้อบรมเขา เพิร์ส (PRRS) เพิร์ส (PRRS) เพิร์ส (PRRS) ชาวบ้านก็ไปทำวัคซีน เพิร์ส (PRRS) นั่นละครับว่าสบาย เพิร์ส (PRRS) ง่าย ทำวัคซีนก็ปลอดภัย ไม่มีปัญหาอะไร สักอย่าง เพราะเขาเข้าใจผิด จนสุดท้ายหมูเขาตาย ท่านจ่ายให้เขา ๗๐ เปอร์เซ็นต์ จะขาย หมูได้ล้านบาท ได้ ๗๐๐,๐๐๐ บาท ขาดทุนไป ๓๐๐,๐๐๐ บาท แล้วท่านก็ห้ามเลี้ยง ท่านไม่ให้ เลี้ยงหมูอีก ปศุสัตว์ท่านไปสั่งห้ามเลี้ยงหมู ๓ ปีมานี้ หนี้ธนาคาร หนี้ไฟแนนซ์ (Finance) ยึดรถเขา ยึดบ้าน เดี๋ยวนี้ฟ้องล้มละลายกันเยอะแยะไปหมดท่านไม่รู้หรือ ผมอยากพา ท่านไปเยี่ยมฟาร์มหมูที่เขาเสียหายจริง ๆ แล้ววันนี้ก็กลับตาลปัตรหลังจากที่ผมไปแถลงข่าว ท่านก็บอกว่าเอาเงินไปให้กู้รายละแสนถ้าเลี้ยงหมูใหม่ ท่านไม่ได้ถามลูกน้องหรือ อธิบดีสั่ง ห้ามเลี้ยงนะ ๓ ปี แล้วท่านจะให้เลี้ยงหรือ ฆ่าเชื้อได้หรือยังครับ มันผิดหลักการตั้งแต่วันแรก วันแรกที่ท่านสั่งให้ฆ่าหมูเขาแล้วเอาฝังในฟาร์ม มันผิดหลักการ มีถูกที่ไหน เท่ากับบอกว่า ต่อไปนี้เอ็งอย่าเลี้ยงนะ เอาหมูฝังที่นี่ หมูมันมีเชื้อ เมื่อสักครู่นี้ท่านจุลพันธุ์ก็บอก เชื้อนี้ อยู่ในดินได้ ๓ ปี ท่านทำอย่างไร ก็ไม่บอกเขาทีแรกเขาก็เสียหายครับ และวันนี้บอกเอา สตางค์ไปอีกแสนหนึ่ง มันจะเป็นหนี้ซ้ำหนี้ซ้อน เลี้ยงหมู หมูตายอีกท่านจะรับผิดชอบหรือ ท่านค้ำประกันเงินกู้เขาหรือครับ หรืออย่างไร ให้เขาค้ำเอง เขาเจ๊งอีกรอบ ๒ ท่านทำอย่างไรครับ เขาตาย ตอนนี้ก็เดือดร้อนหนักแล้ว ผมก็แนะนำว่าท่านไปคุยกันก่อน ปรึกษาหารือกันให้ดีระหว่างกระทรวงพาณิชย์กับกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ วันนี้ท่านก็ต้องไปดูต้นทุนการผลิตทั้งไก่ด้วย เมื่อวานกระทรวงพาณิชย์ บอกไม่ให้ไก่ขึ้นราคา ท่านรู้ไหมต้นทุนอาหารขึ้นไปตั้ง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ อยู่ได้อย่างไรครับ คนทำปศุสัตว์ มันมีหลาย ๆ ปัจจัยไม่ใช่กำหนดราคาอย่างเดียว ท่านต้องไปดูว่าเขาเกิด ปัญหาอะไร วันนี้ที่เกิดเรื่องมากมายในวันนี้ก็เพราะความผิดพลาด ปิดบัง ซ่อนเร้นเพื่อใคร บางคน ใครครับ ท่านบอกชื่อผมหน่อยสิ ผมอยากรู้ เขายิ่งใหญ่มาก ขนาดหนังสือของ คณะสัตวแพทย์ ๑๔ สถาบันส่งให้อธิบดีกรมปศุสัตว์ หนังสือหายกลางทาง มีคนเซ็นรับ หนังสือรับส่งมีคนเซ็นรับที่กรมปศุสัตว์แต่หนังสือหายได้ เก่งมากครับ ใหญ่มาก สุดยอด ทำให้เอกสารสำคัญที่บอกเป็นอีเอ็มเอส (EMS) หาย ท่านบอกตั้งกรรมการสอบสวนภายใน ๗ วัน ตอบผมหน่อยเถอะครับวันนี้สิบกว่าวันแล้วได้ตัวหรือยัง หนังสือหายได้อย่างไร แสดงว่าเขายิ่งใหญ่ สื่อบางสื่อเขาก็บอกมีใครบ้าง อักษรตัวอะไรบ้าง ผมก็ไม่อยากเอามาเล่า ในที่นี้ ให้ท่านไปติดตามเอาเอง วันนี้ผมว่าเรื่องราวพวกนี้ ส.ส. ของเราฝ่ายค้านทั้งหมด รวมทั้งพรรคเพื่อไทยเตรียมข้อมูลไว้เยอะมากครับ ผมนี่แค่น้ำจิ้มครับ ท่านรัฐมนตรี อย่าไปไหนล่ะ ตั้งใจฟังหน่อยครับเดี๋ยวค่อยตอบทีเดียวครับ ขอบคุณครับ🔗
ตามข้อบังคับ ข้อ ๒๙ ต้องอภิปรายกับประธาน เชิญผู้เสนอญัตติของพรรคก้าวไกล ท่านปดิพัทธ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคก้าวไกลครับ วันนี้เป็นผู้เสนอญัตติแทนท่านหัวหน้าพรรค คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในการเสนอญัตติด่วน ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการแพร่ระบาด ของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรและศึกษาแนวทางช่วยเหลือประชาชนจากปัญหาราคาสินค้า อุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้น ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านญัตติ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร จากข้อมูลที่ถูกเปิดเผยผ่าน กลุ่มนักวิชาการ เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรและผู้ประกอบธุรกิจที่เกี่ยวข้อง รวมไปถึงเอกสาร การเบิกจ่ายงบประมาณต่าง ๆ ล้วนแต่ชี้ชัดว่าการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร ได้เกิดขึ้นในประเทศไทยมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว แต่รัฐบาลกลับปกปิดข้อมูลดังกล่าวไว้ โดยไม่แจ้งปัญหาการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นให้สาธารณชนได้รับทราบ แม้ว่ากรมปศุสัตว์ จะออกมายอมรับในท้ายที่สุดว่า ได้พบเชื้อโรคดังกล่าวภายในประเทศเมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม ที่ผ่านมา แต่ความเสียหายที่เกิดจากการแพร่ระบาดก็ได้เกิดเป็นวงกว้างแล้ว ทั้งในเรื่อง การกำจัดสุกรกว่า ๓ ล้านตัว หรือคิดเป็นร้อยละ ๑๕ ของจำนวนสุกรที่เลี้ยงในประเทศ จนทำให้ราคาขายปลีกเนื้อหมูในประเทศไทยปรับตัวสูงขึ้นสวนทางกับตลาดโลก ส่งผลร้าย ต่อความมั่นคงทางอาหารของคนในประเทศ นอกจากเรื่องราคาเนื้อหมูแพงแล้ว ยังมีสินค้า อุปโภคบริโภคอื่นที่ได้ปรับราคาเพิ่มสูงขึ้น อาทิ ราคาน้ำมัน ราคาก๊าซหุงต้ม ค่าไฟฟ้า รวมไปถึงการขึ้นค่าโดยสารรถ เรือสาธารณะในกรุงเทพมหานคร ซึ่งปัจจัยดังกล่าวย่อมทำให้ ค่าครองชีพโดยรวมสูงขึ้น ส่งผลให้การดำรงชีวิตของพี่น้องประชาชนในช่วงการระบาดของ เชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (COVID-2019) เป็นไปอย่างยากลำบากมากยิ่งขึ้น จะเห็นได้ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับประโยชน์สำคัญของประเทศ กระทบต่อเศรษฐกิจและ สังคมในวงกว้าง จึงขอเสนอญัตติด่วนดังกล่าวมาเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์ในสุกร และศึกษาแนวทางช่วยเหลือประชาชนจากปัญหาราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้น ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ และข้อ ๕๐ ส่วนเหตุผล และรายละเอียดจะได้ชี้แจงในที่ประชุมต่อไป🔗
เรียนท่านประธานครับ สืบเนื่องจากที่ท่านวิสุทธิ์ได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่ ในเรื่องของโรคอหิวาต์แอฟริกาสุกร แล้วก็สิ่งที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบไปเมื่อเช้าแล้ว ผมจึง เห็นสมควรว่าเราจำเป็นต้องทำงานต่อไป เพราะลำพังแค่คำตอบที่ท่านรัฐมนตรีให้ไม่ได้ สัมพันธ์กับสถานการณ์ที่จะแก้ไขปัญหาที่ตอนนี้เรื้อรัง ลุกลาม จนบางทีการจะกลับไปเริ่มต้น แค่ยอมรับ ยังสายเกินไป อย่างน้อย ๒-๓ ปี ท่านประธานครับ ผมอยากจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้น ตอนที่ผมลงพื้นที่ให้กับสภาแห่งนี้ได้ฟัง ครอบครัวเกษตรกรครอบครัวหนึ่งที่อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม ตอนนี้คุณพ่อของเขา ได้เสียชีวิตไปแล้ว เพราะเส้นเลือดในสมองแตกจากความเครียดที่สุกรของเขานั้นเสียหาย ทั้งหมด แน่นอนว่าอาจจะไม่ได้เสียจากโรคอหิวาต์แอฟริกาสุกรโดยตรง แต่จากการที่ต้อง รีบขายหมูจากความตื่นตระหนก จากการที่ต้องรีบขายหมูจากความกลัวว่าโรคนี้จะเข้ามา ที่ฟาร์ม แล้วพวกเขาจะต้องสูญเสียหมูทั้งหมดไป พวกเขาถูกกดขี่ข่มเหงในเรื่องราคาขายจน แทบสิ้นเนื้อประดาตัว เกษตรกรที่จังหวัดพิษณุโลก คุณบุญมี สิงห์พุทธ ที่อำเภอบึงพระ ตอนนี้ น้ำหนักเหลือเพียงแค่ ๓๕ กิโลกรัม ตรอมใจเพราะเขาถูกทำลายสุกรไปตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี ๒๕๖๓ กรมปศุสัตว์ค้างเงินเขาอยู่ ๑๓๓,๒๐๐ บาท ตอนนี้ผ่านมาปีกว่าแล้ว ยังไม่ได้เงิน ป้าแป๊ดที่อำเภอท่าทอง สุกรของเขาป่วยวันที่ ๒๐ เมษายน ปี ๒๕๖๔ ๒๑ เมษายน เจ้าหน้าที่ ปศุสัตว์เข้าไปที่ฟาร์มและเจาะเลือดเพื่อจะตรวจหาเชื้อ เอเอสเอฟ (ASF) แทนที่จะรอผลว่า ยืนยันแน่นอนวันที่ ๒๒ เมษายน หมูของเขาถูกจัดการฆ่าเรียบ ฝังลงดิน แล้ววันนี้ก็ยังไม่ได้ เงินชดเชย ผมไปเดินแผงหมูเขียงขายหมูที่ตลาดที่จังหวัดพิษณุโลกไม่ว่าจะเป็นตลาดปู่ดำ ตลาดใต้ ตลาดร่วมใจ และอีกหลายตลาด ผมมีใบราคาจะมาโชว์ท่านรัฐมนตรีด้วย แต่วันนี้ ผมไม่ได้แสดงขึ้นที่จอ ผมจะให้ท่านหลังจากนี้ สันคอกลม วันที่ ๗ เดือนธันวาคม กิโลละ ๑๙๗ บาท วันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๔ ๒๐๖ บาท วันที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๓๘ บาท แล้วก็ล่าสุดวันที่ ๔ ที่ผมได้บิล (Bill) มา วันที่ ๔ มกราคม ๒๕๕ บาท ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นกับ พี่น้องประชาชน ผมยกแค่ในตัวอย่างพิษณุโลก แต่จริง ๆ แล้วเสียงร้องระงมแบบนี้เกิดขึ้น ทั่วประเทศไทย ราคาหมูที่เกิดขึ้นแพงได้ขนาดนี้คือประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน มีได้แค่ ๒ สาเหตุเท่านั้นเอง🔗
๑. คือหมูขาดแคลนอย่างมากจากการตายจากโรคระบาดใหญ่ ๓ ปีที่ผ่านมา ตอนนี้ตัวเลขกรมปศุสัตว์ยังไม่ยอมเปิดเผยว่าหมูในประเทศเหลือเท่าไร ท่านรัฐมนตรี ก็บอกว่าตัวเลขยังไม่เสร็จ ผมไปทวงถามมาตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว นี่ผ่านมาจะ ๑๐ วันแล้ว กรมปศุสัตว์ไม่มีตัวเลขว่าสุกรในประเทศไทยเหลือเท่าไร ปี ๒๕๖๒ มีเท่าไร ปี ๒๕๖๓ เท่าไร ปี ๒๕๖๔ เท่าไร จนออกมาเป็นคำพูดของนายกรัฐมนตรีว่า สุกรเสียหายไปเพียงแค่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ทั้งที่แท้จริงแล้วในภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคตะวันตกและ ภาคตะวันออก เกษตรกรประเมินว่า สุกรอาจจะเสียหายถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ แบบนี้ไม่เรียก ปกปิด แล้วจะเรียกว่าอะไรครับ แม้แต่บอกว่าเสียหายเพราะโรคเพิร์ส (PRRS) ผมขอตัวเลข จากความเสียหายจากโรคเพิร์ส (PRRS) ยังไม่ยอมให้ผมเลยครับท่านรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ผมฝากเรียนท่านรัฐมนตรี ขนาดยืนยันว่าตายเพราะโรคเพิร์ส (PRRS) ก็ยังไม่เปิดเผยว่าสุกร ที่ทำลายจากโรคเพิร์ส (PRRS) ทำลายไปกี่ตัว แบบนี้จำเป็นต้องตั้งกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ๒-๓ ปีที่ผ่านมาข้าราชการกรมปศุสัตว์ในระดับจังหวัด พูดเป็นเสียง เดียวกันว่า เขาทำงานภายใต้ความกดดัน เพราะรายงานผลตามจริงไม่ได้ ถ้ารายงานผล ตามจริงว่า มี เอเอสเอฟ (ASF) ระวังนายจะเล่นงาน ผมไม่รู้นายระดับไหน ระดับอธิบดี หรือระดับรัฐมนตรี หรือระดับนายกรัฐมนตรี สิ่งนี้สร้างความอับอายให้กับวงการสัตวแพทย์ สิ่งนี้สร้างความเจ็บซ้ำให้กับเกษตรกร ท่านอาจจะคิดว่าแล้วทำไมเกษตรกรไม่ออกมา พูดเร็วกว่านี้ ทำไมคณะสัตวแพทย์ไม่ออกมาพูดเร็วกว่านี้ ท่านประธานครับ ระบบรัฐราชการรวมศูนย์ที่คุณประยุทธ์สถาปนาเอาไว้ พวกเขากลัวนาย มากกว่ากลัวประชาชน สิ่งเหล่านี้เองการปกปิดเหล่านี้ทำให้ความเสียหายนั้นรุนแรง ลุกลาม และกระทบไม่ว่าจะเป็นแหล่งโปรตีน ประเทศไทยของเราคนไทยของเรากินหมูเยอะที่สุด ในบรรดาแหล่งโปรตีนทั้งหมด และเมื่อไม่สามารถบริโภคหมูได้ได้ แน่นอนกลุ่มโปรตีนอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นกุ้ง ไม่ว่าจะเป็นไก่ ไม่ว่าจะเป็นปลา ก็จะขึ้นจนไม่สามารถควบคุมราคาได้ ตอนนี้ ถึงแม้รัฐบาลจะพยายามควบคุมราคาไก่ แต่ผมอยากจะบอกว่าที่ท่านคุมไก่ได้ไม่ยาก เพราะว่าขายอยู่เจ้าเดียว ท่านประธานครับ ปี ๒๕๖๒ เมื่อเช้านี้ท่านรัฐมนตรีบอกว่าท่าน ไม่รู้จักโรคนี้มาก่อนเป็นโรคใหม่ ก็จริงนะครับ ตอนที่ผมเรียนคณะสัตวแพทย์โรคเอเอสเอฟ (ASF) เราแทบจะไม่ต้องอ่านเลยเพราะไม่ออกสอบ เพราะว่ามันเป็นโรคในทวีปแอฟริกา แต่ตอนนี้ถ้าประเทศไทยของเราไม่ได้ตั้งรับโรคอุบัติใหม่ ท่านประธานครับ ๓ ปีนี้เรามีโรค อุบัติใหม่ในสัตว์ไปแล้ว ๓ โรค แอฟริกัน ฮอส ดีซีส (African Horse Disease) ที่ทำให้ม้า ที่โคราชตายไปเป็นจำนวนมาก ก็เพราะเรานำเข้าสัตว์ป่าแน่นอนจากแอฟริกา ลัมปี สกิน (Lumpy Skin) ก็ไม่เคยระบาดในประเทศไทย และแอฟริกันสไวน์ฟีเวอร์ (African Swine Fever) ก็ไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย สิ่งเหล่านี้กรมปศุสัตว์จะทำบอกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ เกิดขึ้นโดยอุบัติเหตุไม่ได้ เพราะเราเห็นเทรนด์ (Trend) เรียบร้อย เราเห็นการระบาด เรียบร้อยแล้ว ทันทีที่ประเทศจีนคอนเนกต์ (Connect) เข้ากับยุโรป คอนเนกต์ (Connect) เข้ากับแอฟริกา และคอนเนกต์ (Connect) เข้ากับเซาท์ อีสต์ เอเชีย (South East Asia) อะไรที่เกิดกับจีน เกิดขึ้นที่ประเทศไทยได้ภายในปีถัดไป ท่านประธานครับ ปี ๒๕๖๒ ท่านประภัตรบอกเมื่อเช้านี้ว่าแล็บ (Lab) กรมปศุสัตว์ยืนยันใช่ไหมครับว่าหมูที่ตายที่ ชายแดนเป็นเอเอสเอฟ (ASF) และผมว่านี่คือที่มาที่ทำให้ปี ๒๕๖๒ เดือนตุลาคมเราตั้ง คณะกรรมการขึ้นมาควบคุม และมีคำว่า กำจัด ด้วย ควบคุมและกำจัดโรคอหิวาต์แอฟริกา สุกร ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ และแน่นอนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ท่านก่อน ในรัฐบาลของ คสช. ก็ได้ประกาศตั้งแต่เดือนเมษายนปี ๒๕๖๒ ว่า นี่คือวาระแห่งชาติ แต่ท่านกลับทำเหมือนเรื่องนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น รายงานการประชุมก็หายากเหลือเกิน ผมขอรายงานการประชุมไปทั่วเลย โดยเฉพาะในกรรมการควบคุมและกำจัดโรคแอฟริกาสุกร แทบจะไม่มีรายงานการประชุมที่เปิดเผยต่อสาธารณะ มีแต่คำพูดต่อ ๆ กันว่า ที่นั่นป่วย ที่นี่ป่วย ที่นั่นเกิดโรคแล้ว ที่นี่หมูตายแล้ว หาหลักฐานไม่ได้ ผมขอหลักฐานการชันสูตรไปที่ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ก็บอกว่ามี มีโรคเอเอสเอฟ (ASF) ในประเทศไทย ตั้งแต่ ปี ๒๕๖๒ ๒๕๖๓ ๒๕๖๔ แล้ว แต่รายงานที่เป็นเอกสารหาไม่ได้ ท่านประธานครับ นี่คือข้อสงสัยของเราว่ามันมีการปกปิดข้อมูล และเหมือนที่ท่านวิสุทธิ์ได้อภิปรายไป นี่ไม่ใช่ผลประโยชน์ของประชาชนแน่ ๆ การปกปิดแบบนี้ไม่ใช่ผลประโยชน์ของประชาชน แน่ ๆ ปี ๒๕๖๓ โรคระบาดจากภาคเหนือลงมาที่ภาคกลาง แน่นอนครับยังเป็นพื้นที่ ที่มีการผลิตสุกรไม่มาก แต่เมื่อปี ๒๕๖๔ เข้าไปแอทแทค (Attack) ที่ฟาร์มที่ภาคตะวันออก คือ ฉะเชิงเทราและชลบุรี แล้วก็ลามมาที่เมืองหลวงของการเลี้ยงสุกรของประเทศไทย ก็คือนครปฐมและราชบุรี อันนี้ละครับหายนะของปริมาณ ท่านประธานครับ ตั้งแต่เดือน เมษายน พิก บอร์ด (Pig Board) คุยเรื่องหมูตายกันมาตั้งนานแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสหกรณ์สุกร ที่ด่านขุนทด ก็ยืนยันว่าจำเป็นที่จะต้องป้องกันเรื่องนี้ แล้วก็กำจัดหมูปริมาณมาก แต่สิ่งที่พวกเขาต้องทำคืออะไรครับ ลงขันกันเอง เพราะรัฐบาลไม่ได้เปิดเผยว่ามันมีโรคนี้ เกิดขึ้น และเกษตรกรก็ไม่กล้าที่จะเปิดเผย เพราะกลัวอย่างไรครับ กลัวมีเรื่องกับกรมปศุสัตว์ ท่านประธาน อันนี้คือคำพูดที่ติดปากเกษตรกรทุกคนตอนนี้ กลัวมีเรื่องกับกรมปศุสัตว์ ไม่กล้าเปิดเผยข้อมูล และเกษตรกรท่านหนึ่งที่ออกมาเปิดเผยว่าสุกรของเขาตายเพราะ เอเอสเอฟ (ASF) ตั้งแต่ปีที่แล้ว ออกข่าวทันทีครับว่าถูกขู่ฆ่าเรียบร้อยแล้วท่านประธานครับ ทำไมไม่แจ้ง ๑. ก็คือว่าฟาร์มต่าง ๆ ไม่เชื่อว่ารัฐบาลจะสามารถจ่ายเงินชดเชยได้ ที่ผมพูดถึง ลุงน้อย บุญมี แล้วป้าแป๊ด ชดเชยกันหลักแสน แต่ฟาร์มที่ภาคตะวันออกและภาคตะวันตก ชดเชยกันรายละเป็นร้อยล้านบาท ไม่มีใครเชื่อว่ารัฐบาลจะมีเงิน เพราะรัฐบาลไม่ยอมเปิดเผยเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา ที่ฟาร์ม ไม่ยอมเปิดเผย เพราะกลัวว่าจะกระทบฟาร์มข้างเคียงครับ เมื่อรัฐบาลปล่อยเรื่องนี้ลอยตัว ประชาชนก็เลยต้องดิ้นรนกันเอง และขัดแย้งกันเองว่าถ้าฟาร์มนี้ประกาศ ฟาร์มอื่นก็จะขาย หมูไม่ได้ ถ้าที่นี่ประกาศราคาหมูก็จะตก เพราะฉะนั้นจึงเป็นความขัดแย้งรุนแรงในระหว่าง ฟาร์มต่าง ๆ และสิ่งนี้อยู่บนความนิ่งเฉยของรัฐบาล แล้วก็กลัวกรมปศุสัตว์โดยเฉพาะอธิบดี ท่านนี้น่ากลัวจริง ๆท่านประธานครับ ปี ๒๕๖๕ กรมปศุสัตว์ยอมรับว่ามีโรคระบาดนี้ แต่เป็นการยอมรับแบบกลืนไม่เข้าคายไม่ออก น้ำท่วมปาก เพราะหลักฐานมันเต็มไปหมด ภาคีคณะสัตวแพทย์ ๑๔ มหาวิทยาลัยออกจดหมายเปิดผนึกถึงกรมปศุสัตว์ ตอนนี้ตั้งกรรมการสอบสวนเรื่องนี้อยู่ กรมปศุสัตว์แทนที่จะยอมรับและแสดงความเสียใจ ตอนนี้ตั้งกรรมการสอบสวนว่าจดหมายนี้มาได้อย่างไรและทำไมกรมปศุสัตว์ไม่ได้รับ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าไม่รู้ราคาหมูขึ้นได้อย่างไร เป็นฝีมือใครทำ แล้วบอกว่าหมูหายไป ๒๐ เปอร์เซ็นต์ วันที่ ๑๑ มกราคม ผมเข้ากรมปศุสัตว์ไปขอข้อมูล และเมื่อวันก่อน ผมไปที่ปศุสัตว์จังหวัดนครปฐมก็เหมือนกัน คือไม่มีข้อมูล ท่านประธานครับ การที่เรา ไม่ยอมรับในอดีตตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ว่าปริมาณหมูที่หายไปนั้นมันเกิดขึ้นเพราะอะไรกันแน่ ทุกประเทศเจอเอเอสเอฟ (ASF) หมด ในทวีปเอเชีย (Asia) และเซาท์อีสต์ เอเชีย (Southeast Asia) แต่มีแค่ประเทศเราประเทศเดียวที่ไม่ยอมรับ ประเทศจีนเสียหายหนัก หมูของเขาเสียหายทุกมณฑลรวมกัน ๒๐๐ ล้านตัว ปริมาณมหาศาล แต่ตอนนี้ เขาฟื้นกลับมาได้แล้ว เพราะเขายอมรับตรงไปตรงมาว่ามันมีเอเอสเอฟ (ASF) และภายใน อีกไม่กี่ปี เขาจะกลับมาเลี้ยงเพิ่มขึ้นอีกมหาศาล เพราะเทคโนโลยีการผลิตของเขาสูงขึ้น แต่ประเทศไทยไม่ยอมรับจนเป็นที่น่าอับอายไปทั่วโลก ไต้หวันตรวจเจอกุนเชียงที่ปนเปื้อน มาเลเซียเจอหมูที่ปนเปื้อน เวียดนามรีเจกต์ (Reject) หมูของเรา แต่ประเทศไทยไม่ยอมรับ ว่าเรามีเอเอสเอฟ (ASF) ท่านประธานครับ ผมไม่ได้มาอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล อันนั้น เดี๋ยวเจอกันตอนเดือนกุมภาพันธ์ แต่ตอนนี้เราต้องแก้ไขปัญหาอย่างตรงไปตรงมา เราไม่สามารถปิดเรื่องนี้ไว้ได้แล้วครับ เราต้องแก้ไขปัญหาอย่างตรงไปตรงมา ในอดีต ความเสียหายที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน ใครจะต้องรับผิดชอบบ้าง และการชดเชย จะต้องทำอย่างไรบ้าง นี่คือเรื่องที่ต้องทำเพื่อให้อดีตได้รับความเป็นธรรม ปัจจุบันก็ต้องทำ เพราะมาตรการที่ออกมาในตอนนี้มันออกราวกับว่า ไม่มีเอเอสเอฟ (ASF) มันก็เลยทำให้ มาตรการปัจจุบันนี้ไม่สามารถแก้ปัญหาอย่างตรงไปตรงมาได้ เดี๋ยวผมจะพูดให้ท่านรัฐมนตรีฟัง และอนาคตของผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย ตอนนี้พวกเขานั่งน้ำตาไหลทุกวัน เพราะมองไม่เห็นว่า จะกลับมาเลี้ยงสุกรได้อย่างไร นอกจากไปเป็นฟาร์มลูกเล้า ท่านประธานครับ ในท่ามกลาง ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ในท่ามกลางความเดือดร้อนของภาวะที่ของแพง ทั้งแผ่นดินแบบนี้ การปกปิดในช่วงที่ผ่านมามีคนจำนวนไม่น้อยที่ได้รับความมั่งคั่งขึ้น ท่านประธานครับ ฟาร์มต่าง ๆ เผชิญชะตากรรมเดียวกัน ก็คือต้นทุนวัตถุดิบอาหารสูงขึ้น เพราะฉะนั้นนี่คือโอกาสที่โบรกเกอร์ (Broker) ต่าง ๆ เข้าไปกดราคาที่หน้าฟาร์ม ถ้าไม่ยอม ขายหมูก็ไม่ยอมจับ ปล่อยให้กินฟรีไป สุดท้ายก็ต้องเทขาย เกษตรกรที่จังหวัดนครปฐมขาย กิโลกรัมละ ๑๐ บาทครับท่านรัฐมนตรี ตอนที่มีข่าวระบาดหนัก ๆ และฟาร์มของเขาติดเชื้อ เขาขายกิโลกรัมละ ๑๐ บาท ในหมูที่ไม่ป่วย ถ้าท่านรัฐมนตรีบอกว่าท่านรู้สูตรการคำนวณ ราคาขายหน้าฟาร์ม ๑๐ บาท คูณ ๒ บวก ๒ หมูจะต้องราคากิโลกรัมละ ๒๒ บาท แต่เราไม่เคยมีหมูต่ำกว่า ๑๐๐ บาทมาตลอด ๔ ปีนี้ เพราะส่วนต่างราคาเหล่านี้ครับ โบรกเกอร์ (Broker) เอาไปกินหมด ท่านประธานครับ แต่ถามว่าเขาผิดไหมก็ไม่เชิง เพราะนี่คือการค้าเสรี แต่มันผิดที่ทำเรื่องนี้ภายใต้การปกปิดของกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ว่าไม่มีโรค อาศัยช่องว่างของความกลัว อาศัยช่องว่างของโรคระบาดตักตวง ผลประโยชน์ นี่เป็นเรื่องที่เรายอมรับไม่ได้ และถ้าท่านรัฐมนตรีไม่จัดการเรื่องนี้ ภาวะที่เกษตรกรเจอการกดขี่แบบนี้ เราก็ไม่รู้จะมีรัฐบาลไปทำไม ท่านประธานครับ อีกกลุ่มหนึ่ง ที่ได้ผลประโยชน์มากมายมหาศาลเลย ก็คือด่านกักสัตว์ ถ้าจะเคลื่อนย้ายสุกรจากพื้นที่ ที่มีการติดโรค ไปในพื้นที่ที่ไม่มีการติดโรค ด่านกักสัตว์จะต้องเจาะเลือดและให้หมูอยู่ที่ ด่านนั้นก่อน จนกว่าจะมีผลเลือดยืนยันว่ามีเชื้อหรือไม่มีเชื้อ แต่ท่านประธานครับ ของจริงรอแค่ ๑๐ นาที ไม่รู้ว่าท่านรัฐมนตรีเคยได้ยินเรื่องนี้หรือเปล่า จ่ายกันตั้งแต่คันละ ๑,๐๐๐-๑๐,๐๐๐ บาท เรื่องนี้เกิดขึ้นต่อเนื่อง ๓ ปี ด่านกักสัตว์เหล่านี้ก็คือใครล่ะครับ ก็คือเจ้าหน้าที่ในระดับจังหวัดที่ประจำอยู่ในด่านต่าง ๆ ทั้งด่านชายแดน และด่านระหว่าง จังหวัด นี่กลายเป็นต้นทุนที่ผู้เลี้ยงสุกร และพ่อค้าจะต้องจ่ายเป็นประจำ เพื่อจะส่งหมูได้ โดยปลอดโรค และนี่คือปัจจัยที่ทำให้โรคแพร่กระจายเร็วที่สุด หมูราคาถูกอยู่ที่หน้าฟาร์ม ที่เกษตรกรอยากจะปล่อย ชำแหละเรียบร้อยอยากจะส่งผ่านให้เร็วขึ้นก็จ่ายเงินใต้โต๊ะ แล้วก็มาที่หน้าเขียงขายแพงเหมือนเดิม ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นบนความ เดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ของเกษตรกร ของเขียงหมูและของพี่น้องที่บริโภค สุกรทุกคน ท่านประธานครับ การตักตวงผลประโยชน์แบบนี้ ผมกำลังพูดถึงผลประโยชน์ ที่อาจจะไม่ได้เยอะมาก แต่ตอนนี้ใคร ๆ ก็รู้ครับถ้าคุณมีหมูอยู่ในห้องเย็นเหมือนเล่นหุ้น เลยครับ ตอนนี้คุณปั่นราคาได้ตามใจชอบ ปกติราคาหมูจะขึ้นทุกวันพระ วันโกนก็จะมี การประชุมกัน และเมื่อก่อนราคามันขึ้นไม่ได้ตามใจชอบ เพราะกลุ่มต่าง ๆ มันคานกัน สมาคมผู้เลี้ยงสุกรราชบุรีก็คานกัน สมาคมผู้เลี้ยงสุกรตะวันออกก็คานกัน กลุ่มบริษัทใหญ่ก็ คานกัน ไม่มีใครกล้าขึ้นราคามากจนเกินไป เร็วจนเกินไป ประชุมกันทุกวันพระ แต่วันนี้ขึ้น ราคาได้ทุกวัน เพราะเหลือแค่กลุ่มเดียวแล้วครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผลประโยชน์ตรงนี้ เรื่องนี้การกักตุนจำนวนมหาศาลเกิดขึ้นแน่นอน ผมยังไม่เชื่อเรื่องนี้เพราะผมไม่สามารถ บุกเขาไปในห้องเย็นต่าง ๆ ได้ แต่เช้านี้ที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา แค่ห้องเย็นห้องเย็น เดียวเจอ ๒๐๐,๐๐๐ กิโลกรัม ตุนไว้เรียบร้อยแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าหมูจะถูกหลังตรุษจีน ผมก็ไม่แปลกใจ เพราะช่วงปีใหม่กับช่วงตรุษจีนโกยไปเรียบร้อยแล้ว แล้วก็จะปล่อยหมู ออกมา อันนี้ยังไม่รวมหมูที่นำเข้านะครับ เพราะฉะนั้นผลประโยชน์เหล่านี้เองเป็นข้อสงสัย ของสภาแห่งนี้ ของพรรคก้าวไกลว่า นี่หรือเปล่าผลประโยชน์ที่ทำให้ปกปิดข้อมูลการระบาด เอาไว้ถึง ๓ ปี จนตอนนี้สถานการณ์อาจจะสายเกินแก้ไปแล้ว ตอนนี้ไปควานหาโรคระบาด ไม่ทันแล้วครับท่านประธาน ท่านรัฐมนตรี ตรวจ ๓๐๙ ตัวอย่างที่นครปฐมเป็นการ ไปสวอป (Swab) ที่ข้างหน้า เป็นเซอร์เฟซ สวอป (Surface Swab) ไม่ได้ตรวจเลือดหมูแล้ว ไม่มีหมูให้ตรวจ หมูหมดแล้วครับท่านประธาน ในฟาร์มเล็ก ฟาร์มกลาง ฟาร์มย่อย เหลือแต่ หมูในบริษัทใหญ่ ท่านประธานครับ แนวทางแก้ปัญหา กรรมาธิการที่เราจะตั้งขึ้นมานี้ มีความสำคัญมาก เพราะข้อมูลทั้งหมดมันมหาศาลที่เราจะต้องเรียกเข้ามาพิจารณาร่วมกัน คุณจะสามารถวางแนวทางแก้ปัญหาในอนาคตได้อย่างไร ถ้าคุณยังไม่ยอมรับว่ามันเกิดอะไร ขึ้นในอดีตอย่างตรงไปตรงมา และข้อมูลเราเป็นข้อมูลชุดเดียวกัน ท่านรัฐมนตรีก็บอก เมื่อเช้าว่าข้อมูลเรามันคนละชุดกัน ก็ใช่สิครับ มันขอข้อมูลยากอย่างไรครับ เราเลยต้องตั้ง กรรมาธิการ และผมว่าอย่าหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบเลยครับ มันต้องมีการรับผิดชอบ เกิดขึ้น เพราะว่าความเสียหายที่มันเกิดขึ้นในอดีตมันมหาศาลจริง ๆ มีคนล้มตาย มีคน กลับมาเลี้ยงไม่ได้ มีคนล้มละลาย ตอนนี้รอแบงก์ยึดกันเป็นแถว คนที่ตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ในตลอด ๓ ปีนี้ลอยตัวไม่ได้ ในขณะเดียวกันมาตรการที่ออกมาในปีนี้ ผมยกตัวอย่างให้ ท่านประธานฟัง ล้มเหลวทั้งสิ้น พอหมูแพงเกิดอะไรขึ้นครับ กระทรวงพาณิชย์ตั้งร้านธงฟ้า ขายหมูราคาถูก อันนี้ฟังเหมือนจะดีนะครับ แต่คุณทำลายกลไกราคาที่มันแย่อยู่แล้วให้แย่ลง ไปอีก เขียงหมูเขาก็ขายไม่ได้สิครับ ปกติเขียงหมูรับมาตอนนี้เขียงหมูที่เคยขายวันละ ๕ ตัว ๑๐ ตัว ขายวันละ ๑ ตัวยังไม่หมดเลยท่านประธาน เพราะลูกค้าต้องไปซื้อในห้างใหญ่เพราะมันถูกกว่า ตอนนี้ต้องแข่งกับอีก ๒ เจ้า กระทรวง พาณิชย์กับทหาร ทหารเอาหมูไปเร่ขายเองครับท่านประธาน เอาหมูมาจากไหนผมยังไม่รู้ เลยนะ แต่ถ้าดูบิล (Bill) ดี ๆ ผมว่าบริษัทเดียวกันหมด ทหารเอาหมูไปขายสร้างความนิยม ให้พวกทหารด้วยกันเอง นี่มันใช่หน้าที่ทหารหรือครับขายหมู จะขายตั้งแต่ผักชีจนถึงหมูเลย หรือครับ ต่อไปจะขายอะไรอีก ขายไข่ไหมครับ ขายนมไหมครับ สุดท้ายนี่คือการแก้ปัญหา ของรัฐบาลที่ผิดจุด เพราะมันทำลายโครงสร้างราคา ทำลายผู้ขายรายย่อย ทำลายแผงหมู ในจังหวัดพิษณุโลกจนพวกเขาแทบจะเลิกกิจการกันหมดแล้ว ตอนนี้ขาดทุนอย่างน้อยวันละ ๓๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ บาท ขออีกเดือนเดียว เลยตรุษจีนไปถ้าราคายังเป็นแบบนี้ขออีก เดือนเดียวผู้ขายหมูจังหวัดพิษณุโลกเจ๊งหมด เพราะฉะนั้นมาตรการที่ออกมาในเรื่องของ ธงฟ้าและทหาร ต่อให้บอกว่าไม่ใช่นโยบายของรัฐบาล แต่ยังจะเอาใจนายหรือเปล่า ก็ไม่รู้ ไปทำแบบนี้ทำให้สถานการณ์แย่ลง เงินกู้ ธ.ก.ส. ครับท่านประธาน จะปล่อยเงินกู้ให้ เกษตรกรรายย่อยกู้ ๑๐๐,๐๐๐ บาท เอากลับมาเลี้ยงใหม่ ท่านประธานครับ นี่คือกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ที่ล้มเหลวที่สุดเท่าที่ผมเกิดมาเคยเห็น การกลับมาเลี้ยงใหม่ ในวันที่โรคระบาดไม่สงบ คือการขุดหลุมฝังรอบที่ ๒ ที่คราวนี้ตายสนิท คุณจะเอาหมูเข้า ได้อย่างไร ๑๐๐,๐๐๐ บาท เลี้ยงไม่กี่ตัวในระบบฟาร์มแบบเดิมที่เป็นฟาร์มระบบเปิด อันนี้หายนะท่านรัฐมนตรี เพราะฉะนั้นแทนที่เกษตรกรจะฟื้นตัวได้จากการพักหนี้ จากการ ช่วยเขาจากโดนแบงก์ยึด จากการที่ช่วยให้เขามีรายได้อื่นในช่วงนี้ ท่านกลับไปให้เขาเลี้ยงหมู ในสภาวะที่โรคยังไม่สงบและไม่มีวัคซีน เรื่องนี้ฆ่าตัวตาย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตั้งความหวังไว้ที่วัคซีน โรคนี้มีมาเป็น ๑๐๐ ปีแล้วครับท่านประธาน ยุโรปยังไม่มีวัคซีนเลย จีนก้าวหน้ากว่าเราอีกกี่เท่าก็ยังไม่เจอวัคซีน ไวรัสตัวนี้ขนาดมันใหญ่มากท่านประธาน เรายังไม่รู้เลยว่าเราจะตัดต่อยีน (Gene) อย่างไรเพื่อให้มันสร้างภูมิคุ้มกันโดยที่ไม่ก่อโรค และวัคซีนที่ใช้กันในประเทศจีนนั้นฟาร์มเจ๊งเป็นอีกมหาศาลเลยเพราะวัคซีนเถื่อนเต็มไปหมด ถ้าตอนนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์บอกว่าให้มีความหวังในวัคซีน สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ เกษตรกรที่อยากกลับมาเลี้ยงใหม่จะวิ่งหาวัคซีนเถื่อนเต็มไปหมดเลยตอนนี้ ท่านรัฐมนตรี วัคซีนเถื่อนเหล่านี้ละครับคือตัวการสำคัญในการแพร่โรคอีกแบบหนึ่ง ผมไม่ได้ บอกว่าเราไม่ต้องพัฒนาวัคซีน แต่ประเทศไทยลำพังโรคสไวน์ฟีเวอร์ (Swine Fever) เราก็นำเข้าอยู่แล้วใช่ไหมครับ โรคเพิร์ส (PRRS) เราก็นำเข้าวัคซีนอยู่แล้ว แต่โรคที่ยากที่สุด ที่โลกนี้ยังไม่มีวัคซีน เราตั้งตัวว่าเราจะเป็นประเทศแรกในโลกที่ผลิตวัคซีน ท่านประธาน เกษตรกรฟังแล้วน้ำตาไหล เขาอยากได้วัคซีน แต่เขามองหน้ารัฐบาลแล้ว แบบนี้ นี่คือหายนะต่อไปจริง ๆ ว่าเขาต้องวิ่งหาวัคซีนเถื่อน ท่านประธานครับ การตั้งกรรมาธิการ เท่านั้นเราจะสามารถหาข้อมูลในอดีตเจอว่ามันเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้คณะสัตวแพทย์ต่าง ๆ ทำระบาดวิทยาไม่ได้เพราะตัวเลขมันไม่มี ทุกคนต้องปกปิดหมด เพราะกลัวรัฐบาล กลัวกรมปศุสัตว์ ไม่อยากจะมีเรื่องกับบริษัทใหญ่ ๒๐๐,๐๐๐ ล้าน ที่เป็นมูลค่าของ อุตสาหกรรมสุกรในประเทศไทย ส่งออกแค่ ๒๐,๐๐๐ ล้านเองครับท่านรัฐมนตรี เห็นแก่ คนในประเทศเถอะครับ อย่าเห็นแก่บางบริษัทเลย ๒๐,๐๐๐ ล้านจากที่เขามี มันเสี้ยวเดียว กับ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ที่ป้าแป๊ดมีทั้งชีวิตเขา เพราะฉะนั้นเราต้องยอมรับตรงไปตรงมาได้แล้ว และเผชิญโรคระบาดนี้อย่างจริงจัง ถ้าเราเผชิญโรคระบาดนี้อย่างจริงจัง เราจะถอด ความสำเร็จจากประเทศอื่นได้ เราจะสามารถทำวัคซีนตรงไปตรงมาได้ เพราะเรามีกฎหมาย และงบประมาณที่เพียงพอไม่ใช่จำกัดจำเขี่ยแบบนี้ ท่านคิดว่าทำวัคซีน ๑ ตัว ใช้งบประมาณ เท่าไรครับ ประเทศอื่นเขาใช้กันเป็นแสนล้าน ท่านมีเงินให้จุฬาลงกรณ์เท่าไร ท่านมีเงินให้ เกษตรศาสตร์เท่าไรที่จะทำวัคซีน ต้องยอมรับว่าการระบาดมันรุนแรงแค่ไหน เชื้อในประเทศไทย เป็นอย่างไร รูปแบบของระบาดวิทยาในประเทศไทยเป็นอย่างไร นี่คือกุญแจของการทำ วัคซีน ไม่ใช่ไปแอบทำกันอยู่ในห้องแล็บ (Lab) ถ้าเราไม่ตั้งกรรมาธิการเราจะไม่สามารถ ตรวจสอบรัฐบาลได้ว่า มาตรการระยะสั้นที่ออกมามันดีต่อประชาชนจริงหรือเปล่า มันจะมีมาตรการสะเปะสะปะ เต็มไปหมดครับ กระทรวงการคลังก็ออกมาตรการหนึ่ง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ออก มาตรการหนึ่ง กระทรวงพาณิชย์ก็ออกมาตรการหนึ่ง ในรัฐบาลผสมที่ทะเลาะกันทุกวัน แบบนี้ ถ้าเราตั้งกรรมาธิการเราจะมีข้อเสนอที่แข็งแรง เราจะสามารถรวมเอาทุกภาคส่วน ภาควิชาการทุกพรรคการเมือง ภาคประชาชน ภาคประชาสังคม มาทำข้อเสนอได้ แล้วผมว่านี่คือความจริงใจในการแก้ปัญหา ไม่ใช่เป็นการที่เราแค่ส่งรายงานให้กับรัฐบาล ในรัฐบาลที่ไม่มี ส.ส. นั่งประชุมแบบนี้ ท่านประธานครับ ถ้าเราไม่ยอมให้ตั้งกรรมาธิการ นี่คือโรคระบาดในสัตว์ที่ส่งผลแค่เศรษฐกิจ ๓ ปีนี้เจอไป ๓ โรคอุบัติใหม่เต็ม ๆ ปีนี้ถ้ากรมปศุสัตว์ยังเป็นแบบนี้ รัฐบาลยังปกปิดแบบนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังเป็น แบบนี้ ท่านเตรียมเจอไข้หวัดนกครับ เอชไฟว์เอนซิกส์ (H5N6) ติดเชื้อแล้ว ๕ ราย ที่ประเทศจีน ๒ ราย เสียชีวิต ซูโนซิส (Zoonosis) ครับท่าน ถ้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ยังเป็นแบบนี้ ท่านจะทำให้ชีวิตของพี่น้องประชาชนตกอยู่ในอันตรายถึงที่สุด หวัดนก ที่ประเทศจีนผมหลับตามองแล้วหลักเดือน หลักเดือนจริง ๆ ถ้าเราเจอนกอพยพ ถ้าเราเจอการขนส่งจากรถไฟความเร็วสูง ถ้าเราเจอนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาสารพัด ผมไม่ได้ รังเกียจคนจีน ไม่ใช่ แต่มันหมายความว่าในโกลบัลไลเซชัน (Globalization) แบบนี้ ในการ ติดต่อกับโลกภายนอกแบบนี้ประเทศไทยจำเป็นต้องเผชิญกับโรคอุบัติใหม่ แต่การเผชิญ โรคอุบัติใหม่อย่างตรงไปตรงมา กล้าหาญ และยืนอยู่บนพื้นฐานผลประโยชน์ของพี่น้อง ประชาชนเท่านั้นจึงจะสามารถช่วยเหลือประเทศได้ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับยังมีเวลา ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป ตอนนี้เรากำลังพูดถึงความเสียหายทางเศรษฐกิจ เรากำลังพูดถึงความเสียหายทางสังคมที่พี่น้องเกษตรกรรายย่อยพวกเขาสูญสลาย ไปหมดแล้ว เรากำลังพูดถึงต้นทุนอาหาร กระทรวงศึกษาธิการจะเอาอย่างไร ขึ้นค่าอาหาร กลางวันมาบาทเดียวจาก ๒๐ บาท เป็น ๒๑ บาท แต่เนื้อหมู ๑๖๐ บาท กลายเป็น ๒๖๐ บาท ๒๑ บาท ก็เป็นวิญญาณหมูอยู่แล้ว แล้ววันนี้จะมีหมูให้นักเรียนกินหรือเปล่า ในวันที่พวกเขาเปิดเรียนเข้าไปเรียนแล้ว เด็กไทยจะขาดโปรตีนแน่นอน ผมฟันธง ไข่ก็แพง ไก่ก็แพง ผักก็แพง สุดท้ายกินอะไรกันครับ เรื่องนี้มันต้องแก้ไขในระดับนโยบายของรัฐบาล ให้มันสมกับเป็นวาระแห่งชาติ ไม่ใช่ไปแบกท่านประภัตรคนเดียว เรื่องนี้จำเป็นต้อง ตั้งกรรมาธิการ และข้อเสนอนั้นจะต้องทำให้เรื่องของการแก้ไขโรคระบาด การแก้ไข ภาวการณ์ขาดแคลนหมู การขาดแคลนโปรตีน เรื่องการช่วยเหลือประเทศนี้ไว้จากภาวะ วิกฤติแบบนี้เกิดขึ้นได้ ท่านประธานครับ ผมกังวลมากในเรื่องของอนาคต ถ้าเราปล่อยให้ ฟาร์มต้องดิ้นรนแก้ไขปัญหากันเอง ถ้าเราปล่อยให้พี่น้องประชาชนต้องดิ้นรนแก้ไขปัญหา กันเองโดยที่สภาแห่งนี้ไม่เอาจริงเอาจังในการตั้งกรรมาธิการ หรือรัฐบาลไม่เอาจริงเอาจัง กว่านี้ในการทำงานเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาและเปิดเผย หมูจะเป็นโปรตีนอันสุดท้าย แล้วครับที่ทุนใหญ่เอาไปได้ แล้วต่อไปนี้ไม่ว่าจะมีการเลี้ยงสัตว์ในประเทศนี้ อย่างไรก็ตาม ไม่มีอนาคตเหลือสำหรับฟาร์มรายย่อยแล้ว เพราะว่าการจะเลี้ยงหมูในประเทศที่มีเอเอสเอฟ (ASF) จะต้องลงทุนเพิ่มอีกมหาศาลด้วยระบบไฮ ไบโอซีเคียวริตี (High Biosecurity) เพราะ เขาไม่ได้พึ่งพาวัคซีน ประเทศจีนก็ไม่พึ่ง รัฐบาลลงทุนมหาศาลให้ฟาร์มในประเทศจีนเกิด ใหม่ไปสร้างบนภูเขาเลย ไม่ได้ใช้แหล่งน้ำร่วมกับใครเลย เป็นฟาร์มปิด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่นั่นต้องเป็นฟาร์มขนาดใหญ่จริง ๆ เท่านั้น และเป็นการลงทุนร่วมจากภาครัฐ แต่ถ้าเรา ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ปล่อยให้เป็นตามยถากรรม ตอนนี้เรายังมีส่วนแบ่งการตลาด ของฟาร์มกลาง ฟาร์มเล็ก และฟาร์มย่อยอยู่ที่ประมาณ ๓๐-๔๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้ารัฐบาล ไม่ทำอะไรสักอย่างหนึ่งจากเรื่องของอหิวาต์แอฟริกาสุกร สุดท้ายฟาร์มกลาง ฟาร์มย่อย อาจจะเหลือแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ในประเทศ และ ๙๐ เปอร์เซ็นต์จะอยู่ในมือของบริษัทใหญ่ เท่านั้น เรื่องนี้จึงไม่ได้เป็นเรื่องเล่น ๆ นะครับท่านประธาน เรากำลังเอาอนาคตของลูกหลาน ของเรา อนาคตของตัวเรา อนาคตของประเทศไปฝากไว้กับการปกปิดข้อมูลของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ผมจึงคิดว่าเรื่องนี้เรามาทำงานร่วมกันดีไหมครับท่านรัฐมนตรีครับ ท่านประธานครับ เผชิญปัญหาตรงไปตรงมาเลย มาทำงานร่วมกันเลย ใครผิดก็ต้องรับผิดชอบ เดินหน้าต่อไป ให้ได้ เพื่อให้มาตรการที่มันดีกว่านี้มันเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน เกิดความยั่งยืน และแก้ปัญหาโค้งนี้ ปีนี้จะเป็นโค้งที่สำคัญที่สุดเลยของโอมิครอน (Omicron) การขาดแคลน โปรตีน ภาวะข้าวยากหมากแพง ผมขอกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไว้กระทรวงได้ไหมครับ มาทำงานร่วมกันหน่อยเพื่อที่เราจะสามารถแก้ไขปัญหาสุกรได้ และทำให้ประเทศไทย สามารถพ้นวิกฤติได้ ผมหวังว่าการอภิปรายครั้งนี้จะเพียงพอที่ทำให้สภาแห่งนี้ยอมให้ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาศึกษาเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมา และถ้ายังไม่ยอมอีก ผมก็คิดว่า เรื่องที่ท่านบอกว่าไม่ได้ปกปิดนั้นคงจะเป็นคำโกหกที่ประชาชนทุกคนหัวเราะในวันนี้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ สำหรับท่านผู้เสนอญัตติทั้งด้วยวาจาและด้วยเอกสารก็ได้แถลงหลักการและเหตุผลไปแล้ว ที่จริงแล้วมีท่านเกียรติที่ยื่นความประสงค์ที่จะยื่นญัตติด่วนด้วยวาจา แต่ว่ามันผ่านขั้นตอน การที่จะเสนอแล้ว เพราะสภาเริ่มพิจารณาแล้ว ฉะนั้นผมก็เลยให้สิทธิท่านเกียรติ สิทธีอมร ในการอภิปราย แต่ไม่ได้ถือเป็นการเสนอญัตติด่วน เชิญท่านเกียรติอภิปรายครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วประสานตั้งแต่เมื่อวานแล้วกับวิป (Whip) ทุกฝ่าย แต่ก็ไม่เป็นไรครับ ต้องขอบคุณท่านประธานที่ได้กรุณาให้เป็นผู้อภิปรายคนแรก ปัญหาวันนี้ครับ จริง ๆ วันนี้ เราพูดมาทั้งบ่ายเลยเกี่ยวกับเรื่องปัญหาสุกร ผมคงจะไม่เน้นในเรื่องสุกรมากนัก แต่ผมกำลัง จะเน้นเรื่องภาระที่ตกไปถึงประชาชน แล้วแนวทางที่เราจะต้องช่วยกันแก้เพื่อลดภาระ เหล่านี้ให้กับประชาชนโดยเร็วที่สุด ปัญหาเรื่องสุกร เรื่องหมู ผมคิดว่าข้อเท็จจริงปรากฏแล้ว ว่าตายไปประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ต้นทุนเพิ่มขึ้นประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่มีคำอธิบาย ใด ๆ เลยครับที่บอกว่ามันควรจะเพิ่มจาก ๑๒๐ บาทต่อกิโลกรัม เป็น ๒๔๐ บาทต่อกิโลกรัม ตรงนี้คือปัญหาต้องไปเร่งแก้ วันนี้มีข่าวชัดเจน ห้องเย็นแห่งหนึ่ง๒๐๐ ตัน ๒๐๐,๐๐๐ กิโลกรัม กักตุนครับ ดีครับที่กระทรวงพาณิชย์ไปไล่จับแล้ว ก็คงจะต้องไล่จับอีกหลาย ๆ โรงที่สร้าง ปัญหาแล้วทำให้เกิดราคามันผิดปกติไปอย่างรวดเร็วอย่างนี้ ผมขออนุญาตขึ้นชาร์ต (Chart) นิดหนึ่งจริง ๆ ภาระของประชาชนไม่ใช่เฉพาะสุกร ไม่ใช่เฉพาะหมู ผมขออนุญาตชาร์ต (Chart) ไว้แล้ว ขอชาร์ต (Chart) ที่ ๑ เลยนะครับ🔗
จริง ๆ แล้วภาระของประชาชน มีมากกว่านั้นครับ ทุกอย่างสินค้าราคามันขึ้น แต่ผมกำลังจะชี้ให้ท่านประธานเห็นว่าสุกร เป็นเพียงจุดหนึ่ง แต่มีสินค้ารายการอื่น ๆ ที่เป็นสินค้าอุปโภคบริโภคที่ได้มีการขยับตัวสูงขึ้นไป และเหตุผลเพราะอะไร แล้วในที่สุดควรจะต้องเร่งแก้ไขอะไรบ้าง นี่เป็นตัวเลขจริง เป็นตัว เลขที่เทียบกับตัวเลขประกาศของกระทรวงและที่สามารถหาซื้อได้ในตลาดที่แท้จริง ท่านประธานครับ ถ้าท่านดูตามชาร์ต (Chart) นี้เห็นไหมครับว่า ข้อมูลที่ปรากฏอยู่ใน รายการสินค้าของกระทรวงพาณิชย์เทียบกับที่สามารถหาซื้อได้ในตลาดต่าง ๆ มีความแตกต่าง กันมาก แต่ภายใน ๑ ปี แม้กระทั่งของกระทรวงพาณิชย์เองเห็นได้ชัด ขยับขึ้นไปอย่างเช่น กรณีหมู ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ในตลาดสดถ้าเทียบกับกระทรวงพาณิชย์ ๔๒ เปอร์เซ็นต์ ในไฮเปอร์มาร์เกต (Hypermarket) ไปไกล ๕๕ เปอร์เซ็นต์ ไก่ ถ้าไม่มีหมูเรากินไก่ได้ครับ เป็นโปรตีนเหมือนกัน แต่ไก่นี่เราก็เห็นว่าขยับไปเหมือนกัน ๑๗ เปอร์เซ็นต์ ทั้ง ๆ ที่เศรษฐกิจ ไม่ค่อยดีนะครับท่านประธาน ต้องตั้งข้อสังเกตเหมือนกันว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร เศรษฐกิจ ไม่ค่อยดี ไก่ไม่ได้มีปัญหา แต่ราคาขยับขึ้นไป ๑๗ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเทียบกับในตลาดสด ๔๒ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเทียบกับในไฮเปอร์มาร์เกต (Hypermarket) ๕๘ เปอร์เซ็นต์เลยครับ น่าตกใจนะครับ แล้วภาระเหล่านี้ตกทอดไปถึงประชาชน แล้วอย่าบอกว่าประชาชนจะไป หาซื้อเฉพาะที่ตลาดสดเท่านั้น ประชาชนที่บริโภคทุกคนเราต้องซื้อของใกล้บ้าน ตามความสะดวก ตามเวลาที่มีจำกัด เพราะฉะนั้นในการกำกับดูแลราคาสินค้าก็ต้องดูทุกตลาด ให้เกิดความเป็นธรรมต่อผู้บริโภค ต่อประชาชน ไข่นี้ผมก็พูดอยู่หลายครั้ง ท่านประธานครับ ไข่เมื่อ ๒-๓ วันก่อนเพิ่งมีเรื่องราคา หน้าฟาร์มใช่ไหมครับ บอกว่า ๒.๘๐ บาท พยายามจะขยับขึ้นไป ๓ บาท กระทรวงพาณิชย์ยับยั้ง ไว้บอกไม่ให้ อยู่ ๒.๘๐ บาท แต่ในขณะเดียวกัน ผมถามจริง ๆ ครับท่านประธานเคยไปซื้อไข่ ไหมครับ ผมไปซื้อไข่ ไม่เคยหาซื้อได้ ๒.๘๐ บาท ผมซื้อได้ ๕ บาทบ้าง ๗ บาทบ้าง ๖ บาทบ้าง ขึ้นอยู่ว่าซื้อที่ไหน สะดวกซื้อนี้แพงสุดครับ เขาขายเป็นแพ็ก (Pack) แพ็ก (Pack) ละ ๔ หรือ แพ็ก (Pack) ละ ๑๐ ๗๐ บาท ง่าย ๆ เลยครับ ฟองละ ๗ บาท มันก็ไม่ตรงกับที่ประกาศว่า หน้าฟาร์มมันเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ เราไม่เคยไปที่ฟาร์มไปซื้อไข่ครับ อย่างมากเราไปซื้อเป็น แผงจากร้านไฮเปอร์มาร์เกต (Hypermarket) ก็อาจจะได้ราคาถูกหน่อย แต่อยู่ที่ประมาณ ๕ บาท คำถามมันมีอยู่ว่ามันขยับจาก ๒.๘๐ บาท ไปจนถึง ๕ บาทนี้ มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมมันถึงมีการขยับราคาขึ้นไปขนาดนั้น แล้วมันเป็นธรรมกับผู้บริโภคหรือไม่ อันนี้ก็เพื่อให้ เป็นภาพนิดหนึ่งครับ แต่ค่าไฟครับ บรรทัดสุดท้ายนี้ครับ ผมเอาเฉพาะค่าไฟที่ช่วยเหลือคนที่ มีรายได้น้อยเท่านั้นด้วย ภายในปีเดียวนี้ ปี ๒๕๖๔ กับปี ๒๕๖๕ นี้ขึ้นไป ๕ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ผมเข้าใจได้ เพราะว่าราคาน้ำมันมันขึ้น ราคาพลังงานมันขึ้น แต่เดี๋ยวผมจะเฉลยเหมือนกัน ว่ามันขึ้นไป มันสมควรแล้วหรือยังที่จะต้องให้มีการขยับราคาสินค้าขึ้นอย่างนั้น🔗
ผมขอไปชาร์ต (Chart) ต่อไปเลยนะครับ จริง ๆ ตัวนี้เป็นตัวชี้ พวกเราพูดว่า เงินเฟ้อเพราะหมูแพง ไม่จริง เงินมันเฟ้อเพราะหลายอย่างมันแพงขึ้น แต่ปัจจัยที่สำคัญที่สุด ที่ทำให้เงินเฟ้อนี้มันอยู่ที่ไหนครับ ผมอยากจะให้ท่านประธานลองไล่ดู ชาร์ต (Chart) นี้ มันอาจจะดูยากนิดหนึ่ง มีตัวเลขค่อนข้างเยอะ แต่ผมชี้ประเด็นเดียวเลยครับ อาหารที่ราคาแพง ขึ้นไปนี้ มีสัดส่วนที่ทำให้เงินเฟ้อไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เงินเฟ้อไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ตัวที่มีผลกระทบมากที่สุดคือเชื้อเพลิง ๒๖.๓ เปอร์เซ็นต์ ข้อมูลนี้ต้องขอบคุณคนที่เขาทำ เขาใช้ข้อมูลของทุกกระทรวงมารวมกัน แล้วสรุปเป็นชาร์ต (Chart) นี้ เพื่อให้เข้าใจง่าย เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าจริง ๆ ปัญหาตัวใหญ่ที่สำคัญที่สุดที่สินค้า อุปโภค บริโภคมีราคาแพงขึ้น ไม่ได้มาจากหมู หมูนี่เป็นส่วนหนึ่ง เป็นภาวะชั่วคราว เกิดเหตุ มีผลกระทบ แต่มันมีปัญหา อื่น ๆ ด้วยในการกำกับดูแล🔗
ขอชาร์ต (Chart) ต่อไปเลย ปัญหาที่แท้จริงอยู่ในชาร์ต (Chart) ต่อไปครับ ราคาพลังงานครับ ท่านประธานครับ ราคาพลังงานเพิ่มขึ้น อันนี้ต้องทำความเข้าใจ มันเพิ่มขึ้น นี้ไม่ใช่เพราะว่าอยู่ดี ๆ ไปเพิ่ม แล้วมีเหตุการณ์ผิดปกติ ราคาน้ำมันในตลาดโลกมันเพิ่มขึ้นครับ มกราคมปีที่แล้วมันอยู่ที่ ๕๓ เหรียญต่อบาร์เรล ปีนี้มันขึ้นไป ๘๕ เพราะฉะนั้นแน่นอนครับ มันเพิ่มขึ้น แต่คำถามมันมีอยู่ว่าเราบริหารจัดการเรื่องนี้ เรื่องน้ำมันท่านประธานคงทราบดี เรื่องพลังงานผมพูดอยู่หลายครั้งในหลายกรณี ในหลายวาระ แล้วก็ชี้ให้เห็นว่าเรายังกำกับ ดูแลพลังงานไม่ดี ผมชี้ให้ท่านประธานเห็น ค่าการกลั่นนี้ครับ กำไรโรงกลั่นพูดง่าย ๆ ๕๕ สตางค์ต่อลิตรสมัยก่อน หรือประมาณ ๒.๕ เหรียญต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นอัตรากำไร ที่ธนาคารพร้อมจะปล่อยเงินกู้ถ้าท่านประธานไปสร้างโรงกลั่น พอแล้วครับ เป็นกำไร ที่เพียงพอ วันนี้ทำไมอยู่ที่ ๑.๒๙ บาทครับ นี่ตัวเลขกระทรวงทั้งนั้นเลย น้ำมันค่าการตลาด ก็เหมือนกัน จริง ๆ อยู่ที่ประมาณ ๕๐ สตางค์ นี่อยู่ได้แล้วครับ ปั๊มอยู่ได้ครับ ท่านประธาน เห็นไหมครับ ปีที่แล้วพอน้ำมันดิบมันถูก ค่าการตลาดสูง พอปีนี้น้ำมันดิบมันแพงขึ้น ค่าการตลาดกลับถูกลง พูดง่าย ๆ มีการบริหารจัดการกำไรในส่วนต่าง ๆ แต่ยังกำไรอยู่ดีครับ เพราะในที่สุดท่านประธานคงทราบว่าเจ้าของที่แท้จริง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของปั๊มทั้งหมด และโรงกลั่นก็คือคน ๆ เดียวกัน ตรงนี้เป็นเรื่องของการกำกับดูแล แล้วผมก็พูดในทุกวาระที่เกี่ยวข้อง ค่าก๊าซธรรมชาติ ค่าก๊าซแอลพีจี (LPG) ก็มีราคาขายที่สูงเกินปกติ เพราะฉะนั้นมันไปกระทบอะไรครับ กระทบ ราคาค่าไฟ มันไปกระทบราคาในการบริหารจัดการ แม้กระทั่งก๊าซหุงต้มที่ประชาชนต้องใช้ ผมยืนยัน วันนี้ราคาสูงเกินกว่าที่ควรจะเป็น เพราะฉะนั้นปัญหาที่ทำให้สินค้าอุปโภคบริโภค ราคาสูงขึ้น ต้นตอตัวหนึ่งที่สำคัญมาก ๆ อยู่ที่การบริหารจัดการพลังงาน ผมถึงบอกอย่างไร ครับ เรื่องภาระต่อประชาชน พวกเราเป็น ส.ส. เราต้องพูดครับ ไม่ใช่เรื่องของพรรคใดพรรค หนึ่ง หรือฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล แต่เราต้องพูดเพราะว่าเป็นภาระของประชาชน เราเป็นผู้แทนของประชาชน อันนี้ครับ แล้วมันโยงกับทุกกระทรวงเลย หลายกระทรวง อย่างยิ่งเลยในการเข้าไปดำเนินการ แม้กระทั่งเมื่อสักครู่นี้บอกว่าทำไมปุ๋ยมันแพง ทำไมอาหารสัตว์มันแพง เมื่อวานนี้ท่านประธานคงได้ยิน ผมก็ได้อภิปรายไปเหมือนกันว่า ตอนในกรณีเรื่องภาษีศุลกากร ภาษีนำเข้า ทำไมเรายังมีการนำเข้าวัตถุดิบที่มาใช้ทำ อาหารสัตว์ ทำปุ๋ยเพื่อเกษตรกรยังมีภาษี อันนี้ไม่ควร เท่ากับเราเพิ่มภาระตั้งแต่ต้นทางเลย เพราะฉะนั้นจะเห็นได้ว่าอันนี้เป็นอีกกระทรวงหนึ่งแล้ว ไม่ใช่เฉพาะกระทรวงเกษตร และสหกรณ์แล้ว เมื่อสักครู่นี้ผมพูดกระทรวงพลังงาน ตอนนี้มันไปกระทรวงการคลังแล้ว ต้องมีการปรับโครงสร้างภาษีเพื่อทำให้ต้นทุนมันเป็นต้นทุนที่น้อยที่สุดต่ำที่สุด ที่เป็นภาระ น้อยที่สุดต่อเกษตรกรและผู้บริโภค ภารกิจตรงนี้อยู่ที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ปัญหา ผมมีข้อเสนอ ๗ ข้อครับ🔗
ข้อแรก ภารกิจของรัฐบาล รีบไปเยียวยาชดเชยรายเล็ก รายกลาง รีบดำเนินการเลยนะครับ แต่ขอให้ทำให้ตรงเป้าได้ไหมครับ ผมไม่ค่อยชอบนโยบายที่ กระจายไปหมดเอาให้ตรงเป้าจริง ๆ เหมือนกับพูดง่าย ๆ ถ้าท่านจะให้ใครกู้ท่านไปเน้นเรื่อง การปรับโครงสร้างหนี้ ไม่ใช่บอกว่าคุณมีปัญหาอะไรมากู้เอาเงินเท่านี้ไป ไม่ใช่ครับ มันต้อง ตอบโจทย์ของเขา แต่ละคนมีปัญหาไม่เหมือนกัน แต่ต้องเร่งชดเชย🔗
ข้อที่ ๒ ต้องจัดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้เร็วที่สุด ท่านประธานครับ รายเล็ก รายน้อยอยู่ไม่ได้ มาจากสุกรนี่รายเล็กรายน้อยอยู่ไม่ได้ต้องเร่งเข้าไปดูแลเขา สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ แต่ไม่ใช่เงื่อนไขที่ธนาคารปล่อย เมื่อไรก็แล้วแต่ธนาคารเป็นคนเดินไปปล่อยไม่ถึง หรอกครับ ต้องเป็นเงื่อนไขพิเศษที่รัฐบาลกำกับดูแล เพราะว่าถ้าปล่อยให้ธนาคารปล่อยเขา ก็จะปล่อยให้คนที่ไม่ป่วย คนป่วยเขาไม่ปล่อยเพราะกลัวหนี้สูญ แล้วเขาต้องไปตั้งสำรอง ตรงนี้ครับช่วยกรุณา แล้วให้ บสย. เป็นผู้ค้ำ บสย. เป็นผู้ค้ำ ค้ำได้ครับ ไม่มีปัญหา แต่ไป ลดภาระเขาหน่อย เบี้ยของการค้ำไม่ใช่ ๒.๕ เปอร์เซ็นต์ ควรจะอยู่ที่แค่ไม่เกิน ๑ เปอร์เซ็นต์ ทำได้ครับ เป็นโครงการพิเศษเรื่องเร่งด่วนช่วยเหลือเขาหน่อย🔗
ปรับโครงสร้างภาษีนำเข้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปให้หน่อยเถอะครับ เมื่อวานนี้ผมชี้แล้วมีสินค้าหลายรายการซึ่งเป็นวัตถุดิบ เราใช้เป็นวัตถุดิบในภาคการเกษตร ซึ่งเป็นต้นทุนที่สำคัญ อันนี้ปรับเป็นศูนย์เถอะครับ ประเทศทุกประเทศในโลกนี้ที่เขาแข่งได้ เขาไม่มีการเก็บภาษีนำเข้าวัตถุดิบที่ไปใช้เป็นต้นทาง ขอช่วยไปแก้ อันนี้กระทรวงการคลัง ต้องแก้ ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของรัฐบาลทั้งหมดที่ต้องไปช่วยกันแก้ รวมทั้งกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ด้วย🔗
ข้อที่ ๔ กระทรวงพาณิชย์ไล่ตรวจทุกตลาดเลยครับ แล้วกรุณานิดหนึ่งครับ ติดราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่อยู่ในเว็บไซต์ (Website) ของกระทรวงพาณิชย์ในทุกตลาด เลยครับ นี่คือราคาแนะนำ ให้ผู้บริโภครู้ว่าราคาแนะนำเป็นราคาเท่าไร แล้วใครไปขายเกิน ราคาเหล่านั้นต้องอธิบายให้ลูกค้าฟัง ทำได้ไหมครับ ทำได้ครับ ไม่ผิดกฎหมายครับ มีอำนาจไหม มีอำนาจ จับกุมผู้ฉวยโอกาสทั้งหมดขึ้นบัญชีดำไปเลยครับ แล้วในกรณีที่สินค้าบางรายการ มันขาดก็เปิดโควตานำเข้าเฉพาะส่วนที่จำเป็นจริง ๆ เพื่อให้ดีมานด์ (Demand) ซัปพลาย (Supply) อุปโภค อุปสงค์ อุปทานมันใกล้เคียงกันอันนี้สามารถทำได้🔗
ข้อที่ ๕ คุมต้นทางเงินเฟ้อหน่อยครับ กระทรวงพลังงานคุมหน่อยครับ ไม่ใช่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ กระทรวงพลังงานครับ วันนี้ราคาน้ำมัน ราคาก๊าซ ราคาก๊าซธรรมชาติ ราคาก๊าซหุงต้มสูงกว่าที่ควรจะเป็น ผมยืนยันกำไรโรงกลั่นสูงเกินไป กำไรค่าการตลาดสูงเกินไป🔗
ข้อที่ ๖ ส่วนต่างดอกเบี้ย ท่านอย่านึกว่าเป็นเรื่องเล่น ๆ ผู้ประกอบการนี่ กู้มาใช้ในการทำธุรกิจเท่ากับทุนที่เขาลงอย่างต่ำที่สุด ส่วนต่างดอกเบี้ยทำไมของประเทศไทย มันสูงมากครับ ๕-๖-๗ เปอร์เซ็นต์ ประเทศที่เขาแข่งขันได้รวมทั้งจีนด้วย ส่วนต่างดอกเบี้ย อยู่ที่ ๓ เปอร์เซ็นต์ เงินกู้เงินฝากนี่เป็นภาระจริง ๆ ของผู้ประกอบการ🔗
และสุดท้ายครับ ขึ้นทะเบียนหน่อยครับ ผู้ค้าที่เกี่ยวข้องทั้งหมดในห่วงโซ่ การผลิตขึ้นทะเบียนเลยครับ จะได้รู้ว่าใครเป็นใคร ใครไปเอาเปรียบใคร ก็ฝากท่านประธานด้วย ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปท่านจะเป็นการอภิปรายของท่านวิรัตน์ วรศสิริน ตามด้วยท่านมนพร เจริญศรี เชิญครับ🔗
กราบขอบพระคุณท่านประธาน ที่เคารพ ผมอาจจะไม่เกินเวลามาก ขอความกรุณาท่านประธานนิดหนึ่ง ท่านประธานครับ เกี่ยวกับเรื่องหมูแพงก็เป็นที่ทราบกันดีว่าเกิดจากโรคระบาดอหิวาต์แอฟริกาที่เรียกกันว่า โรคเอเอสเอฟ (ASF) พอเกิดเรื่องนี้ขึ้นก็มีผู้เลี้ยงหมูที่จังหวัดสิงห์บุรีก็ขออนุญาตเอ่ยนาม นิดหนึ่ง ท่านเสี่ยบุ๊ง เฮียบุ๊งก็ออกมาให้ข่าวว่า ราคาหมูแพงก็เพราะว่าหมูของเกษตรกร รายย่อยติดโรคระบาดตายกันไปหมด ทำให้ราคาหมูแพง ท่านประธานครับ โรคระบาด ผมเองจำได้ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ระบาดที่จีนตอนนั้นจีนฆ่าหมูฝังกลบไป ๔๐ ล้านตัว จากนั้น ก็ระบาดไปทั่วภูมิภาคหลาย ๆ ประเทศ ดังนั้นในปี ๒๕๖๒ รัฐบาลในขณะนั้น โดยนายกรัฐมนตรีในขณะนี้ คนเดียวกันนี่ละครับก็ได้ประกาศเป็นวาระแห่งชาติ ท่านประธานครับ วาระแห่งชาติหมายถึงอะไร ก็หมายถึงการบูรณาการทุกกระทรวง กรม หน่วยงานต่าง ๆ มีหน้าที่มาร่วมกันในการแก้ปัญหานี้ตั้งงบประมาณกัน อ้างเพื่อตั้งไป ป้องกันโรคนี้ไม่ให้เข้ามาประเทศไทย ก็ไม่รู้เอา งบประมาณไปทำอะไรกัน ไม่ทราบจริง ๆ หาตัวเลขไม่ได้ ท่านประธานครับ ตอนนั้นผมเห็นท่านอธิบดีกรมปศุสัตว์ในขณะนั้น ก็ให้สัมภาษณ์แบบตระหนัก รู้ รู้ รู้ว่าน่ากลัว รู้ว่าถ้าเอเอสเอฟ (ASF) เข้ามาจะกระทบต่อ เกษตรกรรายย่อย รู้ว่าจะกระทบต่อราคาสินค้า รู้ว่าหมูจะแพง รู้ว่าจะกระทบเศรษฐกิจ โดยรวม รู้ไปหมดทุกอย่าง ไม่รู้อย่างเดียวหมูตายเพราะเอเอสเอฟ (ASF) ต่อมาโรคเอเอสเอฟ (ASF) นี้ก็ระบาดไปทั่วภูมิภาค ท่านประธานครับ รอบ ๆ บ้านเราทุกประเทศมีโรคระบาด โรคนี้ครบทุกประเทศ ท่านประธานว่าประเทศไทยเราจะไม่มีโรคระบาดนี้เหมือนประเทศอื่น เป็นไปได้หรือไม่ คำตอบคือมันก็เป็นไปได้ ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ แต่เป็นไปได้แค่ ๐.๐๑ เปอร์เซ็นต์ แปลว่ายาก ยากจนแทบจะเป็นไปไม่ได้ท่านประธาน เมื่อเป็นไปไม่ได้ พอเกิดข่าวนี้ขึ้น ผมก็เลยไปหาข้อมูลย้อนหลังก็มีข่าวของประชาชาติธุรกิจเมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๔ ขออนุญาตอ่านให้ท่านประธานฟัง ไวรัสทำผู้เลี้ยงแห่เทขายหมูทิ้ง แม่หมูต่ำสุดในประวัติศาสตร์ ๑๐ บาทต่อกิโลกรัม ฟาร์มหมูชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สระบุรี นครนายกหนีตายแห่เทขายหมูทิ้งหลังถูกโรคระบาดไวรัสลึกลับโจมตี ท่านรัฐมนตรี เดินออกไปพอดี ไวรัสลึกลับมันจะมีอะไร ราคาดิ่งต่ำสุดอย่างไม่เคยปรากฏมาก่อนเหลือ ๑๐-๑๕ บาทต่อกิโลกรัม ลูกหมูเหลือ ๔ บาทต่อกิโลกรัม ขณะที่ต้นทุนการเลี้ยง ๖๐ บาท ต่อกิโลกรัม ร้องรัฐเร่งหาเงินชดเชย ร้องรัฐแล้ว รัฐจะรู้ไหม อุ้มธุรกิจ ๒๐๐,๐๐๐ ล้าน ท่านประธานครับ ข่าวก็เป็นไปตามนี้นะครับข่าวอย่างนี้รัฐบาลจะรู้เรื่องโรคระบาดนี้หรือไม่ กรมปศุสัตว์จะรู้หรือไม่ ในเมื่อออกข่าวมาขนาดนี้แล้ว รู้ครับ ต้องรู้อย่างแน่นอน บอกไม่รู้ ไม่มีใครเชื่อหรอกครับ ฟาร์มหมูที่เกิดโรค กรมปศุสัตว์ก็สั่งปิดหมดเจ๊งกันระนาว ระเนระนาด กันไปหมด ท่านประธานครับ คุณบุ๊งนี่ยังเล่าให้ผมฟังต่อไปว่า เกษตรกรเลี้ยงหมูถูกบีบด้วย ระบบใบขนย้าย นี่อยากให้ท่านรัฐมนตรีได้รู้ข้อมูล ใบขนย้ายเดิม ๑๕ วัน ลดลงเหลือ ๗ วัน แล้วสุดท้ายขณะนี้ลดเหลือ ๓ วัน คือเวลาน้อยมากจนทำงานไม่ได้ ท่านประธานครับ ระบบก็คือต้องเจาะเลือดส่งตรวจก่อนเพื่อทำใบขนย้าย ใบขนต้องระบุผู้ส่งต้นทาง ผู้รับปลายทาง ย้ำ ผู้รับปลายทางด้วย แต่พอใบขนลดเหลือ ๓ วัน นี่ปลายทางเล่นตัวบ้าง อ้างไม่พร้อมบ้าง อ้างปศุสัตว์จังหวัดไม่ว่างมาเซ็นบ้างต่าง ๆ นานา จนสุดท้ายขายหมูไม่ได้ท่านประธาน ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายครั้งละหมื่นกว่าบาท เสียไปเรื่อย ๆ ทุกครั้ง พอหลาย ๆ ครั้งเข้า หลายทีเข้า หมูก็ล้นฟาร์มพอติดโรคก็ตายไปทั้งฟาร์ม หมูติดโรค ขายไม่ได้ก็จะมีนายหน้ามาซื้อหมูเจ็บ หมูป่วย หมูตายในราคาถูก ๆ บางฟาร์มผู้เลี้ยงหมู บางรายท่านประธานครับ มีหมูป่วย หมูตายก็ไม่กล้าแจ้งกรมปศุสัตว์หรอกครับ เพราะว่า ถ้าแจ้งไปก็กลัวเจ้าหน้าที่มาถึงก็จะจับฆ่าตายหมดควบคุมโรค เกษตรกรก็กลัว แทนที่จะขาย ได้เงินมาบ้าง ก็จะไม่ได้อะไรเลย นี่ก็เป็นปัญหาหนึ่งที่ท่านรัฐมนตรีต้องเอาไปแก้ไขนะครับ ท่านประธานครับ ในวันที่ ๒๓ ธันวาคม ปี ๒๕๖๔ ที่ผ่านมาทางประเทศไต้หวันได้ตรวจพบ โรคเอเอสเอฟ (ASF) ในกุนเชียงที่ส่งจากประเทศไทยไป และได้ประกาศว่าในเอเชียมีการติด เชื้อทั้งหมด ๑๔ ประเทศ จีน มองโกล เวียดนาม เกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ ฟิลิปปินส์ ติมอร์ตะวันออก อินโดนีเซีย อินเดียภูฏาน และรอบ ๆ ประเทศไทย เมียนมา ลาว กัมพูชา มาเลเซีย ท่านประธานครับคำว่า รอบ ๆ ประเทศไทยเรานี้แปลว่าอะไร แปลว่าโรคระบาดนี้ ระบาดทั่วภูมิภาคนี้มานานแล้ว แต่กรมปศุสัตว์เพิ่งยอมรับว่ามีโรคระบาดเมื่อวันที่ ๑๑ มกราคมนี้เอง การไม่ยอมรับว่ามีโรคระบาดนี้ทำให้ปัญหาไม่ได้รับการแก้ไข ทำให้เกษตรกร เกิดความเสียหายอย่างมหาศาล ความเสียหายที่เกิดขึ้นท่านประธานว่าใครควรจะรับผิดชอบ ท่านนายกรัฐมนตรีท่านรู้เรื่องนี้ไหม รู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว ต้องรับผิดชอบไหม ท่านอธิบดี กรมปศุสัตว์มีหน้าที่และความรับผิดชอบโดยตรง ต้องรับผิดชอบไหม ท่านประธานครับ ผมก็เพียงปรารภกับท่านประธานเท่านั้นเอง ไม่ได้หวังอะไรหรอกว่าใครจะมีสำนึกรับผิดชอบ อะไร ไม่ได้หวัง ท่านประธานครับ เหตุผลที่ไม่ได้มีการประกาศเป็นโรคระบาด ไม่ยอมรับว่า มีเอเอสเอฟ (ASF) ก็เพราะว่าถ้าประกาศแล้วโอไออี (OIE) องค์การร่วมมือการป้องกัน โรคระบาดสัตว์ก็จะเข้ามาควบคุม ทั้งรัฐบาลเองก็ต้องตั้งงบประมาณชดเชยความเสียหาย และเมื่อประกาศเป็นโรคระบาดแล้วต้องเผาทำลาย ฝังกลบ ต้องใช้เงินใช้งบประมาณ แต่รัฐบาลถังแตก ไม่มีเงิน ด้วยเหตุนี้ทำให้รัฐบาลปกปิดเรื่องนี้ เลยไม่ยอมรับว่าที่ผ่านมา โรคระบาดอหิวาต์แอฟริกาในหมู ไม่ยอมรับว่ามีโรคนี้ใช่หรือไม่ การไม่ประกาศ ใครได้ประโยชน์ ผู้ส่งออกได้ประโยชน์ไหม เจ้าสัวนายทุนรายใหญ่ที่มีอยู่ ๘๐ เปอร์เซ็นต์นี้ ได้ประโยชน์หรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมสงสัย ขอถาม หมูผมตาย ทำไมหมูคุณ ต้องแพงด้วย หมูผมเป็นโรคตายทั้งฟาร์ม มันก็หมูผม ผมกลุ้มใจร้องไห้คุณก็ไม่ได้มา ปลอบประโลมผม ผมขาดทุนย่อยยับหมดเนื้อหมดตัว เจ้าสัวทั้งหลาย พวกคุณก็ไม่ได้เอาเงิน มาช่วยผม แล้วทำไมหมูของเจ้าสัวทั้งหลายของท่านนี้ทำไมมันต้องแพงด้วย หมูมีน้อย ก็ไม่ต้องโพรโมชัน (Promotion) ไม่ต้องลดราคา คู่แข่งก็ไม่มี มีเท่าไรก็ขายหมด แต่ทำไม ต้องขึ้นราคาด้วย ผมจึงใคร่ฝากท่านประธานไปยังผู้เกี่ยวข้องทั้งหลาย โดยเฉพาะ ท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องทั้งหลายให้ทันเกมเขาหน่อย กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านมนพร เจริญศรี ตามด้วยนางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ จากวิกฤติราคาเนื้อหมูที่แพงขึ้นถึงกิโลกรัมละ ๒๓๐ บาท จากเดิมกิโลกรัมละประมาณ ๑๒๐-๑๓๐ บาท ขึ้นไปเกือบ ๙๐-๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ก็เป็นการขึ้นราคาแบบกะทันหันแบบนี้ เกิดจากอะไรคะ เกิดจากผู้ซื้อ ผู้ขาย ผู้บริโภค และคนเลี้ยงหมูใครได้ประโยชน์ ใครเสีย ประโยชน์ ทำไมหมูถึงไม่พอกับการบริโภคภายในประเทศ เมื่อความต้องการสูงกว่าปริมาณ ทำให้สินค้ามีราคาแพง ทำให้ไม่เป็นไปตามกลไกของตลาด และถามต่อว่าทำไมปริมาณหมู ลดลง คำตอบก็คือเพราะโรคระบาดในสุกรในหมูที่รัฐบาล ซึ่งโรคระบาดชนิดนี้ต้องใช้วัคซีนค่ะ โดยเฉพาะการสั่งซื้อวัคซีนจากต่างประเทศซึ่งจะต้องได้รับการอนุมัติจากกรมปศุสัตว์ เช่นเดียวกับการนำเข้าวัคซีนป้องกันไวรัสโควิด (COVID) จากต่างประเทศซึ่งจะต้องได้รับ การอนุญาตจากคณะกรรมการอาหารและยาเสียก่อน ดิฉันจึงมีคำถามต่อไปว่า แล้วทำไม กรมปศุสัตว์ถึงไม่รีบนำวัคซีนป้องกันเข้ามาฉีดป้องกันให้กับหมูตั้งแต่ที่มีการระบาดโรคนี้ ในระยะแรก ๆ ซึ่งการระบาดโรคดังกล่าวส่งผลกระทบไปสู่เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูแล้วก็ผู้บริโภค ปัจจุบันหมูในประเทศไทยที่เคยมีจำนวนมากกว่า ๒๒ ล้านตัว ลดลงเหลือ๑๙ ล้านตัว ท่านนายกรัฐมนตรีท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ท่านยังอยู่ดี กินอิ่มนอนอุ่นกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนหรือเปล่าคะ ผู้สื่อข่าวได้ถามท่านนายก ว่าราคาหมูแพงจะแก้ปัญหาอย่างไร ท่านกลับบอกว่า ก็ให้พี่น้องประชาชนไปกินไก่ ทั้งนี้ราคาหมูแพงขึ้นค่ะ ราคาไก่ ราคาไข่ สินค้าอุปโภคบริโภคแพงขึ้น ค่าน้ำมัน ค่าขนส่ง แพงขึ้น ท่านประธานที่เคารพคะ เราจะพบว่าปัญหาต่าง ๆ ที่ถาโถมเข้ามาสู่ประเทศไทย ในขณะนี้รัฐบาลไม่มีการเตรียมการรับมืออย่างเป็นระบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสถานการณ์ การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด (COVID) การจัดหาวัคซีน ทั้งการจัดหาวัคซีนที่ฉีดให้กับคน การจัดหาวัคซีนที่ฉีดให้กับหมู การจัดหาวัคซีนที่ฉีดให้วัว ควาย รัฐบาลควรจะมีมาตรการ การวางแผน แล้วก็การรับมือทั้งในระยะสั้นและระยะยาวค่ะ ซึ่งดิฉันจะขอเสนอแนะในเรื่อง ของการแก้ไขปัญหาระยะสั้น รัฐบาลจะต้องนำเข้าเนื้อหมูที่มีคุณภาพและราคาไม่แพง จนเกินไป จนไม่เกินกำลังซื้อของพี่น้องประชาชน แม้กระทั่งให้มีการยกเว้นภาษีนำเข้า เพื่อจะให้มีการแบ่งเบาภาระให้กับผู้บริโภค ส่วนการแก้ไขปัญหาระยะยาวรัฐบาลต้องเร่ง ที่จะเอาแม่พันธุ์หมูเข้ามาให้เกษตรกรขนาดกลาง แล้วก็ขนาดย่อยมาเลี้ยง แล้วก็ดูแล เรื่องอาหารหมูในระยะแรก ๆ ของการเลี้ยงลูกหมูขุนนะคะ นอกจากนั้นปศุสัตว์ต้องลงไป กำกับดูแลในเรื่องของการเฝ้าระวังโรคระบาดและสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นในวงจรวิถีชีวิต ของลูกหมู ตลอดจนให้มีการสนับสนุนทุนในระยะยาว แล้วก็ระยะสั้นที่เขาขาดทุนจากการ เกิดโรคระบาด จะเห็นว่าการสนับสนุนเกษตรกรโดยตรงแบบนี้ก็คงดีกว่ารัฐบาลอนุมัติเงิน ๑,๔๐๐ ล้านบาทในโครงการคนละครึ่งเป็นไหน ๆ ค่ะท่านประธาน🔗
ปัญหาเฉพาะหน้าอีกเรื่องหนึ่งนั่นก็คือการกักตุน เพราะในเมื่อหมูมีราคาแพง ขึ้นแบบนี้ก็จะมีการกักตุนในระบบห้องเย็น รัฐบาลควรจะมีการรวบรวมผู้ประกอบการเรื่อง ของห้องเย็นให้สามารถเก็บเนื้อหมูเข้าสู่ห้องเย็นได้ประมาณ ๕๐๐,๐๐๐-๖๐๐,๐๐๐ กิโลกรัม เมื่อมีการวางแผนที่ดีแล้วกรณีที่มีปัญหาเกิดขึ้นก็จะทำให้พ่อค้า แม่ค้าไม่สามารถ ที่จะฉกฉวยโอกาสขึ้นกำไรแล้วก็ทำให้หมูแพงได้🔗
ท่านประธานคะ นอกจากการแก้ปัญหาในเรื่องระยะสั้น ระยะยาวแล้ว สิ่งที่ดิฉันจะเสนอต่อไปก็คือ🔗
ขั้นตอนที่ ๑ ห้ามให้มีการส่งหมูออกในขณะนี้ แล้วรัฐบาลเจรจากับผู้ค้า เนื้อหมูรายใหญ่ ๆ ที่กักตุนเนื้อหมูในห้องเย็นขณะนี้ ปล่อยหมูออกมาสู่ท้องตลาดให้ พี่น้องประชาชนซื้อหมูในราคาที่ถูกและเป็นธรรม🔗
ขั้นตอนที่ ๒ ให้นำเข้าเนื้อหมูที่มีคุณภาพในราคาที่เป็นธรรม อย่างที่ กราบเรียนว่า อาจจะต้องมีการยกเว้นภาษีนำเข้า🔗
ส่วนขั้นตอนที่ ๓ ให้รัฐบาลนำแม่พันธุ์หมูมาแจกจ่ายให้เกษตรกรรายย่อยฟรี🔗
ซึ่งข้อมูลที่ดิฉันได้นำเสนอไปทั้งหมดนี้ท่านประธานเป็นเสียงสะท้อนของ นักการเมืองมาจากพี่น้องประชาชน ดิฉันอยากจะเรียนถามท่านประธานไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าทีมเศรษฐกิจว่า วันนี้ประชาชนคนไทย ทั้งประเทศอยู่อย่างยากจนข้นแค้นทำมาหากินลำบาก ระบบราชการเข้มแข็ง ภาคประชาชน อ่อนแอ กระบวนการยุติธรรมถูกมองว่าเอื้อประโยชน์ให้เฉพาะพวกพ้องตนเอง ดิฉันอยากจะ ฝากท่านประธานไปถึงท่านนายกประยุทธ์ว่า ถ้าท่านจะคืนความสุขให้พี่น้องประชาชน แล้วก็เป็นของขวัญให้กับประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ท่านได้เสียสละชีวิตและอนาคตของประชาชนคนไทย เสียสละความสุขส่วนตัวของท่าน นั่นก็คืออยากให้ท่านได้ตัดสินใจลาออก แต่ท่านอย่าเลือกกรณีของการยุบสภา เพราะว่าวันนี้ ดิฉันเห็นท่านสัมภาษณ์ว่า ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีที่มาจากกระบวนการรัฐธรรมนูญ ที่มาจาก พรรคการเมืองที่ได้เสียงข้างมากที่สุด ท่านจำผิดหรือเปล่าคะ พรรคการเมืองที่ได้เสียงข้างมาก ที่สุดในสภาผู้แทนราษฎร คือพรรคเพื่อไทย ๑๓๘ ที่นั่ง ความชอบธรรมควรจะเกิดขึ้นกับ พรรคเพื่อไทยในการที่จะจัดตั้งรัฐบาล แต่เพราะรัฐธรรมนูญที่บิดเบี้ยว ที่พวกท่านเลือก ส.ว. เหล่านั้นขึ้นมา แล้ว ส.ว. ก็มาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ทั้งนายกรัฐมนตรีที่เลอะเลือน กติกา บิดเบี้ยว รัฐธรรมนูญบิดเบี้ยว ก็ทำให้วันนี้ประชาชนคนไทยก็เลยเป็นกรรมของประชาชน คนไทย แล้วก็เป็นกรรมของประเทศค่ะท่านประธาน นอกจากนั้นดิฉันอยากจะฝากว่า การเลือกผู้แทนราษฎรก็จะเป็นเงาสะท้อนของพี่น้องประชาชน ดิฉันมาจาก ส.ส. บ้านนอก การเป็น ส.ส. บ้านนอก ชาวบ้านคิดอย่างไรกับ ส.ส. เขาก็จะเลือกผู้แทนแบบนั้นว่าผู้แทน อยู่ติดกับพื้นที่ รับทราบปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นปากเป็นเสียงให้เขา หรือเปล่า ประชาชนต่างจังหวัดกับกรุงเทพฯ ก็คงไม่แตกต่างกัน วันนี้ประชาชนกรุงเทพฯ ก็ได้บริโภคสินค้าของทุกอย่างแพงทั้งแผ่นดิน เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งในวันที่ ๓๐ ก็จะ ตัดสินว่า คนกรุงเทพฯ คิดอย่างไรกับรัฐบาลชุดนี้ พวกท่านทั้งหลายหรือคนกรุงเทพฯ จะเลือกนักการเมืองที่สังกัดพรรคใด จึงขอฝากแล้วก็ทิ้งท้ายไว้ท่านประธานว่า กรรมของ คนไทยและกรรมของประเทศไทย ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อเชิญคุณสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา แล้วก็ตามด้วยท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครปฐม อำเภอบางเลน ดอนตูม และพุทธมณฑล พรรคก้าวไกล ท่านประธานคะ จังหวัดนครปฐมเป็นแหล่งผลิตสุกร เพื่อการบริโภคมีทั้งฟาร์มหมู มีโรงฆ่าสัตว์ มีตลาด ค้าปลีก ค้าส่ง มีโรงงานแปรรูปเนื้อหมู ก่อนหน้านี้นครปฐมเคยเป็นจังหวัดที่มีการเลี้ยงหมู มากที่สุดในประเทศไทย แต่ต่อมาเมื่อมีการขยายตัวของเมืองและชุมชน รวมทั้งปัญหา การบำบัดของเสีย จึงทำให้เกษตรกรย้ายถิ่นฐานจากการเลี้ยงหมูที่นครปฐมไปเลี้ยงหมู ที่ราชบุรีแทน เพราะเป็นพื้นที่ห่างไกลชุมชนมากกว่า ทำให้ปัจจุบันนครปฐมไม่ใช่จังหวัดที่มี การเลี้ยงหมูมากที่สุดอีกต่อไป แต่นครปฐมก็ยังมีเกษตรกรที่เลี้ยงหมูอยู่เป็นจำนวนมาก และปีที่ผ่านมาก็ได้รับผลกระทบจากโรคเอเอสเอฟ (ASF) จนตอนนี้ขาดทุนย่อยยับไม่มีแรงที่ จะทำอาชีพนี้อีกต่อไปแล้ว ท่านประธานคะ ดิฉันได้ลงพื้นที่พูดคุยกับเกษตรกรในอำเภอ ดอนตูม จังหวัดนครปฐม เกษตรกรรายนี้ได้รับผลบกระทบจากโรคเอเอสเอฟ (ASF) ตั้งแต่ เดือนเมษายน ๒๕๖๔ มีการเตือนกันในกลุ่มผู้เลี้ยงหมูว่ามีการระบาดของโรคเอเอสเอฟ (ASF) เป็นการทราบข่าวจากเกษตรกรด้วยกันเอง ไม่ได้ทราบข่าวจากรัฐบาลแต่อย่างใด ตอนนั้นได้ทราบว่าฟาร์มใกล้เคียงมีหมูล้มตายเป็นจำนวนมาก จนทำให้เขาต้องเร่งขายหมู ของตนเอง เกือบ ๒,๐๐๐ ตัวออกไปทันที รีบขายก่อนที่หมูจะติดโรค ตัวเล็กตัวใหญ่ ขายออกไปหมด ได้ราคาไม่ดีก็ต้องขายมูลค่าความเสียหายนับสิบล้านบาท เกษตรกรหลายราย ยอมขาดทุนเพราะดีกว่าต้องปล่อยให้หมูติดโรคจนตายยกฟาร์ม แต่เกษตรกรบางรายก็ไม่ทัน ได้ขายจนหมูติดโรคและล้มตาย ต้องนั่งมองสิ่งที่ตนเองสร้างมาพังพินาศลงไปต่อหน้าต่อตา ปัญหานี้เกิดขึ้นมานานนับปี แต่รัฐบาลก็ไม่เร่งแก้ไขปัญหา ทำให้ประชาชนต้องมาเผชิญ ชะตากรรมเช่นนี้ ท่านประธานคะ จริง ๆ แล้วในวงการผู้เลี้ยงหมูในประเทศไทยทราบกันดีว่า โรคเอเอสเอฟ (ASF) ระบาดตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ทั้งสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ สภาเกษตรกรแห่งชาติ ทราบดีว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ทำไมรัฐบาลและกรมปศุสัตว์ถึงไม่ยอมรับ กรมปศุสัตว์ เพิ่งยืนยัน ว่าพบเชื้อเอเอสเอฟ (ASF) ในพื้นที่นครปฐมจากการสุ่มตรวจ ๓๐๙ ตัวอย่าง พบเพียง ๑ ตัวอย่าง เพิ่งบอกว่าพบเชื้อนี้เมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๖๕ ที่ผ่านมาเอง ทั้ง ๆ ที่จริง ๆ แล้วทางปศุสัตว์จังหวัดนครปฐม ได้มีการสั่งทำลายหมูของเกษตรกรไป ๕ ราย เมื่อปีที่แล้ว และปศุสัตว์ก็แจ้งว่าได้จ่ายเงินเยียวยา ๗๕ เปอร์เซ็นต์ไปแล้วด้วย ก็คือเห็นว่า มีโรคเกิดขึ้นจริง มีการทำลายสุกรเกิดขึ้นจริง แต่ทำไมถึงบอกว่าเพิ่งพบเชื้อเมื่ออาทิตย์ ที่ผ่านมาเอง มีการประกาศว่าเป็นเขตโรคระบาดไปแล้วด้วย ซึ่งทุกคนยืนยันตรงกันว่า ควรจะบอกตั้งนานแล้ว เพราะระบาดมาหลายปีแล้ว ที่ผ่านมารัฐบาลหลับอยู่หรืออย่างไร ทำไมไม่รู้ไม่เห็น ทำไมมีการปกปิดเรื่องนี้ อันที่จริง ตอนปี ๒๕๖๒ คณะรัฐมนตรีเองก็มีมติอนุมัติแผนเตรียมความพร้อมรับมือโรคอหิวาต์ แอฟริกาในสุกรให้เป็นวาระแห่งชาติ มีการเคาะงบดำเนินการเฝ้าระวัง ป้องกัน และควบคุม โรคเร่งด่วน จะบอกไม่มีโรคได้อย่างไร แล้วที่ผ่านมางบประมาณเหล่านั้นนำไปทำอะไรบ้าง ได้ใช้งบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชนหรือไม่ พี่น้องเกษตรกรทุกจังหวัด จะได้รับเงินเยียวครบเมื่อไร ถ้าเรื่องไม่แดงขึ้นมาดิฉันไม่เห็นว่ารัฐบาลจะกระตือรือร้น อะไรเลย มิหนำซ้ำนายกรัฐมนตรียังพูดว่าหมูตายก็สร้างหมูใหม่ขึ้นมา เพาะพันธุ์กันใหม่ให้ เพียงพอ นายกพูดส่งเดชแบบไม่เข้าใจอะไรทั้งสิ้น ปัญหาเรื่องหมูไม่ได้หมูอย่างที่ท่านคิด ตอนนี้เกษตรกรไม่มีแม้แต่เงินที่จะมากอบกู้อาชีพของตนเอง ต้นทุนในการเลี้ยงหมูก็แพง อาหารสัตว์ก็ราคาสูงขึ้น มาตรการของรัฐบาลที่ให้ ธ.ก.ส. ปล่อยกู้สินเชื่อวงเงินรวม ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อหนุนให้เกษตรกรเลี้ยงหมู มาตรการนี้ก็ไม่ใช่ว่าจะสามารถแก้ไข ปัญหาได้ทั้งหมดในตอนนี้ เพราะสถานการณ์โรคระบาดที่เกิดขึ้นยังไม่จบ วัคซีนก็ยังไม่มีให้ใช้ ปัญหาหนี้สินของเกษตรกรก็ทับถม ยิ่งกู้ยิ่งเป็นหนี้ ของเก่ายังไม่หมดของใหม่ก็มาอีก หนี้ท่วมเป็นดินพอกหางหมู แต่จริง ๆ ตอนนี้หลายฟาร์มก็ไม่มีหางหมูให้ดินพอกแล้วนะคะ เหลือแต่โครงกระดูกหมูด้วยซ้ำ การสร้างหมูใหม่อย่างที่ พลเอก ประยุทธ์พูด ไม่ใช่จะทำได้ ทันทีในตอนนี้ฟาร์มมีโรคระบาดก็ต้องพักล้างฟาร์ม ต้องซื้อแม่พันธุ์เข้ามาใหม่ ต้องฉีดวัคซีน ต่าง ๆ ให้ครบชุด ต้องผสมพันธุ์ ต้องรอตั้งท้อง ต้องรอคลอด คลอดออกมาก็ยังขายไม่ได้ ต้องใช้เวลาอีก ๕-๖ เดือน ทั้งหมดนี้กินเวลาเป็นปี ๆ ค่ะ เกษตรกรที่ดิฉันไปคุยด้วยก็ได้แต่ บอกว่าอยากกลับมาเลี้ยงหมูแล้ว แต่ตอนนี้ก็ยังเลี้ยงไม่ได้เพราะโรคยังไม่จบ ก็ทำได้แค่ อดทนรอ ซึ่งนี่ก็อดทนมาเป็นปีแล้ว จะให้ไปทำอาชีพอื่นก็ไม่ได้ เลี้ยงหมูมาทั้งชีวิต เลี้ยงมา ๔๐-๕๐ ปี การที่รัฐบาลไม่ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่ามีการระบาดอยู่จริงและมีมานานแล้ว ทำให้ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้สักที การปกปิดว่ามีการระบาดของโรคเอเอสเอฟ (ASF) ก่อให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง การระบาดของโรคทำให้หมูขาดช่วง ส่งผลให้หมูมีราคา แพง พ่อค้าแม่ค้าเขียงหมูก็ไม่ได้กำไรนะคะ ขาดทุนด้วยซ้ำ หมูแพงคนซื้อก็ลดลง ยอดขาย ก็น้อยลง และอีกอย่างเขียงหมูต้องปรับตามราคากลาง ซึ่งราคากลางมาจากบริษัทใหญ่ ทางสมาคมและสหกรณ์ของแต่ละภาค ถึงแม้จะจับหมูจากฟาร์มมาในราคาที่สูง แต่ก็ยังต้อง ขายตามที่ราคากลางกำหนด ทำให้ขาดทุนอยู่ดีนะคะ ไม่ใช่มีแต่ผู้บริโภคเท่านั้นที่รับไม่ไหว พ่อค้าแม่ค้าเขียงหมูก็ไม่ไหวเหมือนกันเดือดร้อนกันค่ะ เดือดร้อนกันไปทุกหย่อมหญ้า มีแต่บริษัทใหญ่ที่ไม่เดือดร้อน เพราะมีการกักตุนสินค้าเพื่อดึงให้ของขาดตลาดจะได้ เพิ่มราคา นั่นก็ทำให้ผลเสียตกอยู่กับประชาชนอีกค่ะ🔗
ท่านประธานคะ ผู้เลี้ยงหมูรายย่อยตอนนี้เสียหายกันไปกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ราย สำหรับหลาย ๆ คน การเลี้ยงหมูคือชีวิตทั้งชีวิตของเขา เขาไม่ได้เล่นเกมเลี้ยงหมู ปลูกผัก เหมือนที่ท่านนายกกำลังเล่นกับประชาชนอยู่ เจ้าของฟาร์มหมูในอำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม ได้รับผลกระทบจากเอเอสเอฟ (ASF) จนเครียด จนเส้นเลือดในสมองแตกและตอนนี้เสียชีวิต ไปแล้ว ดิฉันอยากให้รัฐบาลมีความเห็นอกเห็นใจเกษตรกรมากกว่านี้ อย่าทิ้งให้พวกเขาต้อง เผชิญกับปัญหาโดยไม่เข้ามาช่วยเหลือ ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นมาร่วม ๓ ปีแล้ว ทุกคนทราบกันดี กรมปศุสัตว์เองก็รู้ ข้าราชการชั้นผู้น้อยก็รู้ ดิฉันเห็นว่าเรื่องนี้ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง สักทีค่ะ และดิฉันเห็นด้วยกับการตั้งกรรมาธิการเพื่อตรวจสอบและหาแนวทางแก้ปัญหาใน เรื่องนี้นะคะ แต่ที่สำคัญคือหน้าที่ของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และรัฐบาลคือต้องเร่ง แก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ถ้า พลเอก ประยุทธ์ทำอะไร ไม่ได้เลย ดิฉันคิดว่าออกไปดีกว่า ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอรรถกร ตามด้วยท่านยุทธพงศ์ จรัสเสถียร🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ต้องขอบคุณท่านประธานที่ท่านกรุณาให้ทางสภาผู้แทนราษฎร ได้ร่วมกันพิจารณาญัตติด่วนด้วยวาจาของเพื่อนสมาชิกทั้งท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ จากพรรคเพื่อไทย แล้วก็ท่านปดิพัทธ์ สันติภาดา จากพรรคก้าวไกล ขออนุญาตเอ่ยนามทั้ง ๒ ท่าน เพราะว่า ญัตตินี้ก็จะเป็นญัตติที่มีความสำคัญและส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน🔗
โดยเฉพาะพี่น้องผู้เลี้ยงสุกรที่ได้รับความเดือดร้อนอยู่ในทุกวันนี้ นอกจากนี้ผมต้องกราบขอบพระคุณ กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งท่านให้ความสำคัญกับสภา และวันนี้ ท่านก็มารับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะจากเพื่อนสมาชิกด้วยตัวของท่านเองตั้งแต่ต้น ท่านประธานที่เคารพครับ ในภาคตะวันออกในจังหวัดฉะเชิงเทรา การเลี้ยงสุกรถือว่าเป็น หนึ่งในอาชีพหลักและมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจของภาคตะวันออก มีความสำคัญต่อ ระบบเศรษฐกิจในจังหวัดฉะเชิงเทราเป็นอย่างมาก แต่ทุกวันนี้ได้เกิดปัญหาโรคระบาด ทุกคนได้รับผลกระทบกันหมด ไม่ว่าจะเป็นผู้บริโภคและผู้เลี้ยงสุกร ไม่ว่าจะเป็นทั้งรายย่อย รายเล็ก หรือแม้แต่กระทั่งรายกลางก็ได้รับผลกระทบกันถ้วนหน้า แต่ที่ผ่านมาทางกรม ปศุสัตว์ก็ยืนยันว่าไม่มีโรคอหิวาต์แอฟริกันในสุกรในประเทศไทย แต่ในความเป็นจริง เราก็ทราบกันดีอยู่ว่า ณ วันนี้มันมีปัญหาจริง ๆ ส่วนตัวผมผมต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานและที่ประชุมอย่างนี้ครับ ผมในฐานะเป็นตัวแทนของวิป (Whip) พรรคร่วมรัฐบาล ผมก็ได้รับการประสานจากเพื่อนสมาชิกที่เป็นวิป (Whip) พรรคร่วมฝ่ายค้านว่า ทางพรรคร่วม ฝ่ายค้านนั้นมีความประสงค์อยากจะเสนอญัตติด้วยวาจาในวันพฤหัส ซึ่งก็คือวันนี้ เรื่องที่เรา กำลังพิจารณาอยู่นี้ เสนอแล้วด้วยความเร่งด่วนก็อยากจะให้ส่งไปที่รัฐบาล อยากให้ ข้อเสนอแนะที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอในวันนี้ส่งไปยังรัฐบาลเพื่อความรวดเร็ว แต่อย่างไรก็ดี ก็มีผู้อภิปรายหลายท่านก็เสนอให้ตั้งกรรมาธิการ สุดท้ายท้ายสุดจะเป็นอย่างไรก็คงแล้วแต่ เสียงของสภา ผมก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ท่านประธานที่เคารพครับ สาเหตุหลักที่ทำให้ผมต้อง มาขออนุญาตท่านประธานอภิปรายในวันนี้ เพราะว่าเมื่อเช้านี้มีตัวแทนกลุ่มของสหกรณ์ ปศุสัตว์และสัตว์น้ำจังหวัดฉะเชิงเทรา นำโดยท่านประธานที่ผมเรียกว่าลุงเหน่หรือว่าชื่อจริง คือนายเสน่ห์ นัยเนตร และพรรคพวก และคณะอีกหลายท่านครับ ได้รับความเดือดร้อนมา ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ในเรื่องของสุกรที่เขาเลี้ยงเกิดติดโรคและล้มตายลง เกิดความ เสียหายเป็นจำนวนมาก ทางลุงเหน่และพรรคพวกก็พยายามรักษาหมูด้วยตัวเองก่อน จนมันไม่ไหวครับ ทุกวันนี้หมูนี้ไม่เหลือสักตัว ดังนั้นผมจึงเข้าใจความเดือดร้อนของ พี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรเป็นอย่างดีครับ เมื่อเช้านี้ผมได้ไปรับหนังสือและกลุ่ม ๆ นี้ ก็ได้ประสาน กับทาง ฯพณฯ ท่านสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งท่านก็ได้ ประสานมายังผมว่าให้ผมไปร่วมรับหนังสือด้วยเพราะว่าเรื่องสุกรนี้ ท่านสุชาติก็พยายาม ประสานจากหน่วยงานต่าง ๆ ประสานหน่วยงานของรัฐบาลให้ช่วยลงไปตรวจสอบและแก้ไข อยู่แล้ว ท่านก็มอบหมายให้ท่านผมนั้นได้ไปช่วยงานในการพยายามนำปัญหาพี่น้องที่ได้รับ ความเดือดร้อนไปประสานต่อหน่วยงานของรัฐบาลต่อไปด้วย ทำให้ผมนั้นต้องมาพูดครับ🔗
ผมก็สรุปคร่าว ๆ ว่า ตัวแทนจากกรรมการสหกรณ์ปศุสัตว์และสัตว์น้ำ จังหวัดฉะเชิงเทรา ก็อยากจะเสนอ ๔ มาตรการหลัก ๆ ให้ผมนั้นได้เร่งรัดนำเสนอต่อรัฐบาล ให้ผมนั้นได้เร่งรัดนำเสนอต่อหน่วยงานที่ต้องรับผิดชอบ หน่วยงานเร่งด่วนที่อยากจะ ร้องขอให้ทางรัฐบาลได้ดำเนินการมีดังนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ🔗
มาตรการที่ ๑ ให้หน่วยงานของรัฐลงพื้นที่ตรวจสอบความเสียหายที่เกิดขึ้น เพื่อที่จะชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นที่เกิดขึ้นที่เกิดจากโรคระบาดให้กับเกษตรกรรายย่อย รายเล็ก และรายกลาง และต้องตรวจสอบย้อนหลังด้วย เพราะว่าสุกรที่ตายไป ที่ผ่านมา พี่น้องเกษตรกรก็ฝังไว้ มันสามารถขุดขึ้นมาตรวจสอบได้ว่าสุกรที่ตายไปนั้นตายไป เพราะอะไร ถ้าตายด้วยโรคระบาดก็สามารถชดเชยย้อนหลัง🔗
มาตรการที่ ๒ ที่อยากจะร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบก็คือ การจัดหาสินเชื่อพิเศษที่เป็นโครงการของรัฐเพื่อเป็นทุนในการฟื้นฟูให้กับพี่น้องได้ผลิตสุกร เพิ่มขึ้นมาในอนาคตอันใกล้🔗
มาตรการที่ ๓ ก็คือ อยากจะให้จัดหาพันธุ์สุกรให้เกษตรกรรายย่อย รายเล็ก รายกลาง ที่เป็นรายเดิมที่ได้รับความเสียหาย ให้สามารถกลับมาอยู่ในระบบของกระบวนการ การผลิตใหม่ได้อย่างโดยเร็ว🔗
มาตรการที่ ๔ ก็คืออยากให้สนับสนุนเงินทุนและขอให้เจ้าหน้าที่ที่มีความ เชี่ยวชาญ ที่มีความชำนาญนั้นลงพื้นที่และจัดเตรียมอุปกรณ์ทางการแพทย์ เวลาที่สัตว์ ต่าง ๆ ไม่ใช่แค่สุกร สัตว์ชนิดอื่นที่เป็นสัตว์เศรษฐกิจที่พี่น้องเกษตรกรนั้นเลี้ยงมาเพื่อทำมา ค้าขาย ทำมาหากิน เวลาเกิดโรคที่ร้ายแรงขึ้น เวลาเกิดโรคที่คาดไม่ถึงขึ้น อย่างน้อย ๆ เครื่องไม้เครื่องมือในการรักษา ในการตรวจโรคต้องมีอยู่ประจำทุกอำเภอ ทุกตำบลครับ เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรได้อย่างทันท่วงที🔗
นั่นคือ ๔ มาตรการที่ทางลุงเหน่ หรือว่านายเสน่ห์ นัยเนตร ได้เสนอให้กับผม ให้ผมนำเรียนต่อท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณ ครับ ต่อไปเชิญท่านยุทธพงศ์ จรัสเสถียร และตามด้วยท่านวรภพ วิริยะโรจน์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมขออภิปรายสนับสนุนให้มีการตั้งกรรมาธิการ วิสามัญขึ้นมา เพื่อศึกษาหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาหมูแพงและของแพง เรียนท่าน ประธานอย่างนี้ครับว่า ในช่วงปีใหม่ที่สภาเราหยุด ตั้งแต่ช่วงคริสต์มาสไป ๑ สัปดาห์ แล้วก็หลังจากเปิดปีใหม่มาเราก็หยุด ๒ สัปดาห์ เนื่องจากว่ามีโควิด (COVID) ระบาด ผมเองก็ได้ถือโอกาสนี้ได้ออกพื้นที่เยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชน ก็ได้ทราบว่าราคาเนื้อหมู ที่ตลาด ช่วงวันที่ ๑๕ ธันวาคม ราคากิโลกรัมละ ๑๕๐ บาท พอมาช่วงใกล้จะปีใหม่ครับ ท่านประธาน ราคาเนื้อหมูกระโดดมาที่ราคากิโลกรัมละ ๒๐๐ บาท พอหลังปีใหม่ไปราคาเนื้อหมู เนื้อธรรมดาประมาณช่วงวันที่ ๔-๕ มกราคม เนื้อธรรมดา ๒๓๐ บาท หมูสามชั้น ๒๕๐ บาท ท่านประธานมาดูสิครับว่า ภายในเวลาไม่ถึง ๑ เดือน ราคาขึ้น ๑ กิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท จาก ๑๕๐ บาท มาเป็น ๒๕๐ บาท ขึ้นถึงร้อยละ ๖๗ ท่านประธานครับ พอเนื้อหมูขึ้น ก็ทำให้ประชาชน ซึ่งตอนนี้ก็เดือดร้อนอยู่แล้วทางภาคอีสาน จากปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ปัญหาจากโควิด (COVID) ก็ทำให้ประชาชนก็ไม่มีรายได้ที่จะซื้อหมูมาทาน ทีนี้พอไม่มีเงิน ซื้อหมูก็ต้องไปบริโภคอย่างอื่นที่เป็นโปรตีนแทน ก็ไปที่เนื้อไก่ ไปบริโภคไข่ไก่ ท่านประธานครับ ช่วงหมูแพงที่บอกว่ากระทรวงพาณิชย์บอกว่า ไข่ไก่ขึ้นแผงหนึ่ง ๖ บาท แต่จริง ๆ ไม่ใช่ ชาวบ้านซื้อกันที่ตลาดเขาขายกันขึ้นลูกละ ๑ บาทนี่ไข่ไก่ มาบริโภค อย่างอื่น เนื้อวัว ก็ขึ้นราคา จาก ๓๐๐ บาท ไปเป็น ๓๕๐ บาท ทีนี้ครับท่านประธานครับ ทำให้พอเนื้อหมู ขึ้นราคา มันก็ไปทำให้ราคาสินค้าของกินอย่างอื่นมันขึ้นราคาตามไปด้วย ท่านประธานครับ เราก็มาดูครับว่าสาเหตุที่ทำให้เนื้อหมูราคาขึ้นเพราะอะไร ในช่วงปีใหม่ผมได้มีโอกาส ได้พบกับคนที่เป็นเจ้าของฟาร์มหมูขนาดใหญ่คนหนึ่ง มาจากอำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น เขาเลี้ยงหมู ในฟาร์มเขามีหมูอยู่ทั้งหมด ๔๐,๐๐๐ ตัว เลี้ยงมาไม่ต่ำกว่า ๓๐-๔๐ ปี มีอาชีพ เลี้ยงหมูเขาบอกว่ามาเที่ยวนี้หมู ๔๐,๐๐๐ ตัวหมดเลยครับท่านประธาน หมดนี่คือตายหมดครับ ผมก็ถามบอกว่าเลี้ยงในระบบฟาร์มปิด แล้วทำไมหมูถึงตายเยอะแยะอย่างนี้ เขาก็บอกว่าคือ พอมันเป็นโรค คือจะบอกว่าอหิวาต์แอฟริกันหรือโรคอะไรก็ตามที่แล้วแต่จะยอมรับกัน แต่ ว่ามันระบาด ท่านประธานครับ มันเข้าไปในฟาร์ม ฟาร์มระบบปิดมันก็เข้าไปได้ และหมูก็ตาย ทีนี้ท่านประธานครับ หมูที่เหลือในปัจจุบันนี้ก็จะเหลือเฉพาะของฟาร์มใหญ่ ๆ ของบริษัท ใหญ่ ๆ ที่ใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่าชั้นสูง แล้วก็เหลือหมูอีกแบบหนึ่งครับ ก็คือหมูที่ชาวบ้าน เลี้ยงตามมีตามเกิดครับท่านประธาน ให้กินรำ ให้กินข้าวปลาย ให้กินผักบุ้ง พวกนี้ ก็จะไม่ตายเพราะว่าไม่ได้ใช้วัตถุดิบ ไม่มีพวกปลาป่น ไม่มีหัวอาหารต่าง ๆ ทีนี้ท่านประธานครับ หมูที่มีอยู่พอเราบริโภคไปเยอะ ๆ สุดท้ายหมูก็จะหมดประเทศไทยแล้วอะไรจะเกิดขึ้น คนที่จะมาเลี้ยงหมูใหม่ที่จะเอาลูกหมูมาเลี้ยงใหม่ใครจะกล้าเลี้ยงล่ะท่านประธาน เพราะมัน เป็นโรคตาย แล้วฟาร์มที่ตายก็ไม่มีใครรับรองว่าจะสามารถกลับมาเลี้ยงหมูใหม่ได้ ตรงนี้ก็ เป็นข้อห่วงใยครับว่าแล้วสุดท้ายเราจะต้องนำเข้าหมูจากต่างประเทศ ไม่อย่างนั้นคุณก็จะ แก้ไขปัญหาราคาหมูที่ขึ้นสูงไม่ได้ มันก็จะกระทบกับเกษตรกร ตรงนี้ผมก็ต้องให้ทางรัฐบาล ร่วมกับทางสภาตั้งกรรมาธิการขึ้นมาศึกษาว่าผลกระทบของหมูแพงเราจะแก้ไขปัญหา อย่างไร ท่านประธานครับ หมูแพงมันกระทบอย่างไรครับ มันกระทบถึงกับข้าว วันนี้ ท่านประธานไปซื้อผัดกะเพราหมูสับที่เป็นกับข้าว ทางบ้านผมที่มหาสารคามขายถุงละ ๗๐ บาท มันเลยกลายเป็นว่าถ้าคนมีรายได้ค่าแรงขั้นต่ำวันละ ๓๐๐ จะกินกะเพราหมูจะกินได้อย่างไรครับ อาหารอย่างเดียวก็เข้าไป ๗๐ บาทแล้ว ร้านชาบู ร้านหมูกระทะกระทบไปหมดครับ ตอนนี้ พากันปิดไปหมดครับ ร้านหมูกระทะ ร้านชาบู เพราะว่าสู้ราคาไม่ไหวครับท่านประธาน เพราะต้นทุนสูง พวกหมูหยอง พวกกุนเชียงอะไรต่าง ๆ พากันขึ้นราคาเพราะกระทบจาก สถานการณ์เศรษฐกิจที่ทำให้ เขาบอกว่าในขณะนี้มันแพงไปทั้งแผ่นดิน ท่านประธานครับ แนวทางที่จะแก้ปัญหาผมก็มองว่าสภาคือการตั้งกรรมาธิการขึ้นมาเพื่อมาศึกษาหาแนวทาง ที่จะแก้ไขปัญหาในเรื่องของหมูแพง นอกจากหมูแพงแล้วชาวบ้านเขาก็ฝากมาถามด้วย ฝากผ่านท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีประภัตรว่า วัวตายจากโรคลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease) เมื่อไรจะได้เงินครับ เพราะว่าเขารอท่านรัฐมนตรีประภัตรเอาเงินไปให้อยู่นานแล้ว ฝากมาทวงด้วย แล้วมาหมูตายอีกเมื่อไรจะเอาเงินไปช่วยชาวบ้าน ชาวบ้านตอนนี้ทั้ง เศรษฐกิจข้าวก็ตกต่ำ ทำนาก็ขาดทุน วัวก็ตาย หมูก็ตาย เมื่อไรจะได้เงินชดเชย ดังนั้น ท่านประธานครับ การตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาศึกษาเรื่องหมูแพง ผมถือว่าเป็นทางออก ที่ดีที่จะช่วยพี่น้องประชาชน แล้วก็ต้องทำอย่างเร่งด่วนครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณวรภพ ตามด้วยคุณอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ🔗
กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ ผมอยากขอสนับสนุนการตั้งกรรมาธิการศึกษาแนวทางช่วยเหลือประชาชนจากปัญหา ค่าครองชีพที่แพงขึ้นครับ แต่วันนี้ผมอาจจะไม่ได้พูดถึงประเด็นเรื่องหมูครับ วันนี้ผมอาจจะ พูดถึงประเด็นเรื่องค่าครองชีพของคนในยุคโควิด (COVID) นี้ที่แพงขึ้นจากแอนติเจน (Antigen) คือก่อนอื่นต้องยอมรับก่อนครับว่า ข้อเท็จจริงก็คือมีประชาชนจำนวนมากที่ยัง ต้องทำงานข้างนอกบ้าน หรือพนักงานในร้านค้าในร้านอาหาร ที่มันก็กลายเป็นพวกต้นทุน ของผู้ประกอบการที่จะต้องจัดหาแอนติเจน (Antigen) เข้ามาให้กับพนักงานตรงนี้ ในขณะเดียวกันคนที่ไปทำงานข้างนอกเขาก็อยากจะได้รับความมั่นใจว่าเขาจะไม่พาเชื้อ กลับมาแพร่ระบาดกับคนในครอบครัว แอนติเจน (Antigen) มันเลยกลายเป็นต้นทุน ค่าครองชีพไปแล้วของคนในยุคนี้ วันนี้ผมก็เลยต้องมาเสนอต่อกรรมาธิการชุดนี้ให้ลอง พิจารณาตรงนี้ครับว่า ถ้าทำให้แอนติเจน (Antigen) เป็นสวัสดิการภาครัฐที่ประชาชนเข้าถึงได้ ได้รับอย่างน้อย ๑ ชุดต่อ ๑ คน ๑ สัปดาห์ จริง ๆ แล้วมันเป็นมาตรการที่จะสามารถช่วยลด ค่าครองชีพ และเป็นมาตรการในการควบคุมการแพร่ระบาดและฟื้นฟูเศรษฐกิจได้ไป พร้อม ๆ กัน เรื่องประเด็นนี้ผมอาจจะพูดย้ำอีกครั้งหนึ่ง ผมอยากยกตัวอย่างที่เห็นชัดเจน อย่างประเทศสิงคโปร์หรือประเทศอังกฤษเขาก็แจกแบบนี้มาหลายเดือนแล้ว ซึ่งก็สามารถ ทำให้ค้นพบผู้ติดเชื้อได้เร็ว แยกคนติดเชื้อออกมา ในขณะเดียวกันประชาชนเกิดความเชื่อมั่น คือเศรษฐกิจนี่ผมต้องอธิบายย้ำกับกรรมาธิการ รัฐบาลอีกครั้งหนึ่ง เศรษฐกิจการใช้จ่ายของ ผู้คนมันอยู่ที่ความเชื่อมั่นล้วน ๆ ถ้าประชาชนมีความเชื่อมั่น กล้าจะเดินทางออกมาข้างนอกจับจ่ายใช้สอยเศรษฐกิจมันก็จะ เกิดหมุนครับ เมื่อมีการซื้อของมันก็จะมีการสร้างเป็นรายได้ต่อยอดกลับมา เช่นเดียวกัน ถ้าเกิดว่าเราทำให้แอนติเจน (Antigen) มันเป็นสิ่งที่เข้าถึงง่าย ทุกคนได้ตรวจทุกสัปดาห์ ประชาชนก็จะมีความมั่นใจในการกล้าเดินทางออกมา นโยบายในการรับมือนักท่องเที่ยว ต่าง ๆ มันก็จะเปลี่ยนแปลงไป หมายถึงว่ามันจะสามารถเป็นนโยบายรับนักท่องเที่ยวมันจะ ไม่มีการเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาแบบนี้ เพราะว่าผู้ประกอบการในการที่จะเปิดรับลงทุนทำ โรงแรม ทำร้านอาหารใหม่ ๆ เขาต้องมีการวางแผน เขาต้องการมีการลงทุน ผมไม่อยากเห็น นโยบายของรัฐบาลที่มีการยกเลิกเทสต์ แอนด์ โก (Test and Go) แล้วก็กลับมาเทสต์ แอนด์ โก (Test and Go) เปลี่ยนไปแบบนี้ทุก ๆ เดือน นี่คือสิ่งที่ผู้ประกอบการเขาไม่ต้องการเห็นครับ เขาต้องการวางแผนได้ ดังนั้นการที่เราเปลี่ยนนโยบายการรับมือโควิด (COVID) มาเป็นให้แอนติเจน (Antigen) กับประชาชนทุกคนได้ตรวจเชื้อแทนการรับมือแบบที่ผ่านมา ผมคิดว่าอันนี้จะเป็น การฟื้นฟูเศรษฐกิจได้ดีกว่า🔗
แล้วอีกประเด็นหนึ่งอย่างงบประมาณ จริง ๆ ผมคำนวณมาคร่าว ๆ เร็ว ๆ ก็คือว่าถ้าเราแจกทุกคน ชุดหนึ่ง ๓๕ บาท คนไทย ๖๕ ล้านคน ๑ ชุดต่อสัปดาห์ คือ ๔ ชุด ต่อเดือน งบประมาณที่ใช้มันคือ ๙,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งผมยืนยันครับว่า ๙,๐๐๐ ล้านบาท ต่อเดือนคุ้มค่ามากกับเศรษฐกิจที่จะได้ฟื้นขึ้นมาแน่นอนจากความเชื่อมั่นให้คนกล้าออกมา จับจ่ายใช้สอยตรงนี้ รวมถึงการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เขาเข้ามาเหมือนอย่างปกติ ที่ผ่านมา ในขณะเดียวกันผมก็บอกว่ามันเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครองด้วย วันนี้ ผมก็ต้องอภิปรายเสนอไปว่า จริง ๆ โรงเรียนเอกชนทุกวันนี้เขาก็เริ่มบังคับให้ผู้ปกครองต้อง ตรวจแอนติเจน (Antigen) ทุกสัปดาห์ นี่ก็เป็นภาระของผู้ปกครอง ในขณะเดียวกันโรงเรียน รัฐเองถ้าเกิดว่าทุกคนสามารถตรวจแอนติเจน (Antigen) ทุกสัปดาห์ได้ โรงเรียนรัฐ ทั่วประเทศก็สามารถกลับมาเปิดโรงเรียนได้อีกครั้งหนึ่ง ทั้งครู ทั้งนักเรียน ทั้งผู้ปกครอง ทุกคนตรวจทุกสัปดาห์แล้วก็ส่งผลเข้ามา ผมคิดว่าอันนี้มันเป็นความตั้งใจของผู้ปกครอง ทุกคนอยู่แล้วที่อยากจะส่งลูกกลับมาเรียนที่โรงเรียนหรือออนไซต์ (Onsite) อีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นก็เลยเป็นประเด็นที่ผมอยากจะใช้โอกาสนี้ฝากไปยังกรรมาธิการชุดนี้ว่า การทำให้ แอนติเจน (Antigen) เป็นสวัสดิการภาคประชาชน จริง ๆ แล้วควรจะเป็นแนวทางหนึ่งที่ถูก หยิบยกขึ้นมาให้รัฐบาลได้พิจารณาครับ มันคงน่าจะดีกว่าถ้าเกิดว่าที่ผ่านมาที่รัฐบาลต้อง กลับมาขายให้กับประชาชน ซึ่งสินค้าก็หมดอีก หรือแม้กระทั่งการประเมินความเสี่ยง ซึ่งก็รู้กันอยู่ว่าประเมินไม่ได้จริง แล้วต่อให้จะไปรับตอนนี้สินค้าก็หมด ถ้าเราเปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนวิธีรับมือกับโควิด (COVID) ในการให้แอนติเจน (Antigen) เป็นสวัสดิการ จริง ๆ แล้ว มันคือการที่เราจะอยู่ร่วมกับโควิด (COVID) ได้ดีกว่าที่ผ่านมาครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป เชิญท่านดอกเตอร์อิสระ ตามด้วยนางสาวสกุณา สาระนันท์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานครับ เรื่องปัญหาสินค้าราคาแพง ถามว่าแพง จริงไหม แพงจริงครับ เดือดร้อนจริงไหม เดือดร้อนจริงครับ หลายคนพุ่งเป้าโยนความผิดไป ว่าที่แพงทั้งหมดเป็นเพราะกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นั่นก็เลยเป็นที่มา ที่ผมต้องขอใช้เวลาสภาแห่งนี้อภิปรายให้ทราบถึงข้อเท็จจริง ท่านประธานครับ เมื่อวันก่อน ผมสั่งเกาเหลาลูกชิ้นปลาเจ้าประจำให้เงินไป ๕๐ บาท ผ่านไปสักครู่คนไปซื้อก็กลับมาบอกว่า ไม่พอครับ มาขอเพิ่มอีก ๑๐ บาท พร้อมทั้งแคปเจอร์ (Capture) หน้าจอมาให้ดูว่ามันขึ้น จริง ๆ ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าหลายคนคงสงสัยว่าลูกชิ้นปลาไม่ได้ทำจากเนื้อหมู ไม่ได้ทำจากเนื้อไก่ ปลาก็จับมาฟรี ๆ จากทะเลแล้วเอาอะไรไปแพง เอาอะไรมาขึ้นราคา เนื่องด้วยผมมีเวลาที่จำกัดเพียง ๗ นาที ถ้าจะให้พูดถึงทั้งระบบว่าเพราะอะไรของถึงแพง คงต้องใช้เวลาเป็นวัน ดังนั้นไหน ๆ เมื่อพูดถึงเรื่องลูกชิ้นปลาแล้ว ขอคำนวณให้เห็น ภาพง่าย ๆ ครับว่าของแพงเพราะอะไร ท่านประธานครับ ปฏิเสธไม่ได้ว่าสาเหตุหลักอันหนึ่ง ที่ของแพงเป็นเพราะราคาน้ำมันโลกแพง เป็นเรื่องปกติครับ เมื่อไรก็ตามที่น้ำมันขึ้นราคา ทุกธุรกิจจะถูกปรับราคาขึ้นไปด้วย จะมากจะน้อยก็ลดหลั่นกันไป จากบทวิเคราะห์ของ ธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งบอกว่า ถ้าน้ำมันขึ้นราคาร้อยละ ๒๕ ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงเมื่อปีที่แล้ว จะกระทบต่อ ๕ ธุรกิจหลักเป็นสัดส่วนดังนี้ครับ ที่โชว์ (Show) บนหน้าจอ ทีนี้มาดูว่าแล้วมันเกี่ยวอะไรกับลูกชิ้นปลาของเรา ท่านประธานครับ ต้นทุนของลูกชิ้นปลาหลัก ๆ มาจาก ๒ ส่วน ส่วนแรกคือวัตถุดิบ ส่วนที่ ๒ คือค่าขนส่ง ซึ่งปกติแล้วจะเป็นสัดส่วนอยู่ที่ ๔๐ : ๖๐ ทีนี้ส่วนของวัตถุดิบน้ำมันไปเกี่ยวก็คือค่าน้ำมัน เรือประมง ค่าน้ำมันโรงโม่แป้งที่เอามาผสมเป็นลูกชิ้น ซึ่งจากตารางเมื่อสักครู่นี้ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ กระทบไปที่ ๐.๑๙ ในขณะที่ค่าขนส่ง ซึ่งคิดเป็น ๖๐ เปอร์เซ็นต์ กระทบอยู่ ที่ ๐.๓๒ ผมเอาตัวเลข ๒ ตัวนี้มาบวกกัน แล้วก็หารด้วย ๑๐๐ ก็จะได้ออกมาเท่ากับ ๒๖.๘ ท่านประธาน ๒๖.๘ เปอร์เซ็นต์นี้คืออะไร คืออัตราขั้นต่ำที่ลูกชิ้นปลาจะต้องถูกปรับขึ้น เมื่อน้ำมันขึ้นราคา ดังนั้นก็เลยไม่แปลกที่เมื่อตอนต้นผมโชว์ให้เห็นว่าราคาเกาเหลาจากเดิม ๕๐ บาท เพิ่มขึ้น ๒๖ เปอร์เซ็นต์ ก็เป็น ๖๓ บาท เขาถึงต้องปรับราคาเป็น ๖๐-๗๐ บาท ทีนี้ท่านประธานคงเห็นภาพว่าทำไมน้ำมันแพงแล้วของต้องแพงตาม ทั้ง ๆ ที่ในก๋วยเตี๋ยว ก็มีน้ำมันอยู่นิดเดียวที่กระเทียมเจียว ท่านประธานครับ เดี๋ยวจะหาว่าผมตัวอย่างมา เฉพาะเจาะจงเพียงเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ไม่ได้ยกตัวอย่างให้สะท้อนภาพรวมของเศรษฐกิจ ที่แท้จริง ข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งสหรัฐบอกว่า เมื่อไรก็ตามที่น้ำมันขึ้นราคา สินค้าเกษตร แทบทุกตัวจะขึ้นราคา ที่ปรากฏบนกราฟในหน้าจอตอนนี้เส้นสีเหลืองคือราคาน้ำมัน ท่านประธานจะเห็นว่าเมื่อไรก็ตามที่น้ำมันสูง สินค้าเกษตรทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นข้าวโพด ถั่วเหลือง แป้งสาลีก็ขึ้นสูงตาม เมื่อไรก็ตามที่ราคาน้ำมันโลกลดลง สินค้าเกษตร ทุกอย่างก็ลดลงตาม ธนาคารกลางสหรัฐบอกว่าประเทศที่นำเข้าน้ำมันเป็นหลักจะได้รับ ผลกระทบสูงสุดจากเรื่องนี้ นั่นก็รวมถึงประเทศไทยครับ เพราะเรานำเข้าน้ำมันปีละ ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าคิดเป็นสัดส่วนก็คือเกินครึ่งของน้ำมันที่ใช้ทั้งประเทศ ดังนั้น เมื่อ ๒ ปีที่แล้วน้ำมันดิบเบรนต์ (Brent) ราคาต่ำสุดอยู่ที่ ๑๕ เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ปัจจุบันเท่าไรท่านประธานทราบไหมครับ ๘๘ เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล จาก ๑๕ เหรียญ เป็น ๘๘ เหรียญ ขึ้นกว่า ๕๐๐ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นท่านประธานคงได้รับคำตอบแล้วว่า ทำไมของถึงแพง ผมถึงย้ำชัด ๆ ตรงนี้ว่าของไม่ได้แพงเพราะกระทรวงพาณิชย์ ของไม่ได้แพง เพราะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่แพงเพราะกลไกราคาน้ำมันและปัจจัยอื่น ๆ ที่เหนือ การควบคุม ท่านประธานครับ ผมพูดอย่างนี้ก็ไม่ได้จะปฏิเสธว่ารัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรจะนั่งเฉย ๆ นั่งดูประชาชนเดือดร้อนโดยไม่ต้องช่วยอะไร เราถึงได้เห็นกระทรวงพาณิชย์ นำโดยท่านรองนายกรัฐมนตรี จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ถึงได้ดำเนินโครงการทั้งในเชิงนโยบาย เช่นการตั้งวอร์รูม (War Room) เพื่อควบคุมการฉวยโอกาสกักตุนสินค้าหรือขึ้นราคาสินค้า รวมไปถึงโครงการต่าง ๆ ที่บรรเทาปัญหาเฉพาะหน้า ไม่ว่าจะเป็นการตรึงราคาสินค้าอุปโภค บริโภค โครงการพาณิชย์ลดราคา ๓,๐๐๐ กว่าจุดทั่วประเทศ รวมถึงการจัดรถโมบาย (Mobile) ธงฟ้าขายของราคาประหยัด เมื่อสักครู่มีเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายพาดพิงถึง โครงการนี้ว่า จะไปแทรกแซงกลไกตลาด ก็ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่าผมเองมีโอกาสลงพื้นที่ ซึ่งท่านสมาชิกอาจจะไม่ได้เห็นว่าหลักการของรถโมบาย (Mobile) ธงฟ้าราคาประหยัด คือให้ไปจอดที่ชุมชนที่มีรายได้น้อยและไม่ให้ไปจอดที่ตลาด ชุมชนเหล่านี้ปกติเขาไม่ไปซื้อ หมูที่ตลาดอยู่แล้วครับ🔗
ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หลายท่านพูดกันเรื่องหมูแพง ท่านรัฐมนตรีเฉลิมชัยท่านได้ดำเนินโครงการทั้งระยะสั้น ระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการ ช่วยเหลือในเรื่องของราคานำเข้าอาหารสัตว์ การผลิตข้าวโพดทดแทนการนำเข้า การขยายพันธุ์แม่สุกร รวมไปถึงการยกระดับมาตรฐานฟาร์มเพื่อป้องกันโรคระบาด และล่าสุดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพิ่งเสนอให้ ครม. อนุมัติวงเงินอีก ๕๗๔ ล้านบาท เพื่อเยียวยาแก้ไขปัญหานี้ ท่านประธานครับ ผมว่าเมื่อถึงจุด ๆ นี้ ท่านสมาชิกทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้านคงเห็นตรงกันกับผมว่า ปัญหาเรื่องสินค้าราคาแพงไม่ใช่ ความผิดของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ใช่ความผิดของกระทรวงพาณิชย์ แต่แน่นอน ทั้ง ๒ กระทรวง มีหน้าที่ในการแก้ปัญหานี้ ซึ่งสิ่งต่าง ๆ ที่เหนือการควบคุมแบบนี้ คงไม่สามารถแก้ให้เบ็ดเสร็จภายในชั่วข้ามคืน ดังนั้นผมจึงอยากจะขอฝากแล้วก็ฝังไว้ ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรกที่อยากจะฝากก็คือ อยากจะบอกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าปัญหา ที่เรากำลังเจออยู่ตอนนี้เป็นเพียงเหรียญด้านเดียว เป็นปัญหาที่เกิดจากฝั่งอุปทาน แต่เมื่อเรา เริ่มเปิดประเทศ ความต้องการจะเพิ่มมากขึ้นจากความต้องการจากต่างประเทศ ปรากฏการณ์ ที่จะเกิดขึ้นก็คือสินค้าที่เดิมตอนนี้ก็แพงอยู่แล้วราคาจะทะยานขึ้นไปอีกจากความต้องการ ซื้อของต่างประเทศ นั่นเป็นปัญหาด้านอุปสงค์ ซึ่งเป็นเหรียญอีกด้านหนึ่ง ก็ขอถือโอกาสนี้ ฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าให้เตรียมการในการรับมือสึนามิทางเศรษฐกิจ อย่าให้เป็น เคราะห์ซ้ำกรรมซัดกับประชาชน🔗
สุดท้ายครับที่อยากจะฝังก็คือ อยากจะเน้นย้ำหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เข้มงวดกวดขันกับคนที่กักตุนสินค้ากับคนที่ฉวยโอกาสขึ้นราคา ขอเถอะครับ เชือดลิง ให้คนเลี้ยงไก่ดู โดยเฉพาะกับพวกรายใหญ่ที่ทำนาบนหลังคน ฝังกลบให้สิ้นซากครับพวกนี้ อย่าให้เหลือรอด ก็ขอฝากไว้ ๒ ประเด็นครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เนื่องจากท่านสกุณาขอถอน ฉะนั้นเชิญท่านมานพ คีรีภูวดล แล้วตามด้วย นางสาวจิราพร สินธุไพร🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ผมขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งกรรมาธิการ วิสามัญตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรและ ศึกษาแนวทางช่วยเหลือประชาชนจากปัญหาราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้น ท่านประธานครับ ที่ประชุมแห่งนี้ได้พูดถึงเรื่องของหมูแพง สินค้าแพง แต่ผมจะพูดถึงว่า สินค้าที่ถูกครับ ซึ่งมันจะมาเกี่ยวข้องกับเรื่องที่แพงด้วย ผมพูดถึงเรื่องของพี่น้องเกษตรกร ผู้ปลูกผักในภาคเหนือครับ โดยเฉพาะผักลุ้ยหรือว่าผักกาดขาวปลี ตอนนี้มีปัญหาเรื่อง ราคาตายครับ ไปไม่ได้ครับ ผมอยากให้ฝ่ายสื่อได้เอารูปภาพที่ผมจะนำเสนอในที่ประชุมนี้ ออกมาครับ🔗
นี่พี่น้องเกษตรกรที่อำเภอแม่วาง ที่แม่แจ่ม ที่สะเมิง บอกว่าตอนนี้ขายไม่ได้ ภาพต่อไปเลยแล้วก็บอกว่าขอให้ผู้แทนราษฎร ที่เราเลือกไป ตอนที่ท่านหาเสียงนี้ ท่านบอกว่าจะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร วันนี้มันไม่ได้ พอมันไปไม่ได้ สุดท้ายผมอยากให้ทุกท่านได้ดูคลิปนี้ว่าเกษตรกรแก้ไขปัญหาอย่างไร ชีวิตก็ต้องเดินต่อ เมื่อมันไปไม่ได้ครับ ดูคลิป (Clip) ครับ เชิญฝ่ายสื่อครับ อันนี้ก็ไม่รู้จะทำ อย่างไรครับ เพราะว่าราคา ๑ บาท ในสวน แล้วผมจะอธิบายว่าทำไมเกษตรกรต้องทิ้ง ทั้งหมดเลยราคา ๑ บาท ในสวน แล้วผมจะอธิบายว่าทำไมเกษตรกรต้องทิ้งทั้งหมดเลย อันนี้ทุนที่ลงไป กำลังเป็นหนี้ ธ.ก.ส. หนี้สหกรณ์ หนี้กองทุนหมู่บ้านละล้าน แล้วไม่รู้ว่าจะเอา ทุนที่ไหนไปต่อ ชีวิตเกษตรกรที่ผมบอกว่าผมจะอภิปรายและนำเสนอข้อมูลที่ราคาถูก ซึ่งมันจะเกี่ยวข้องกับเรื่องที่แพง ท่านประธานครับ เรื่องนี้พี่น้องเกษตรกรที่ไม่มีสิทธิในที่ดิน ไม่มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินการจะเข้าถึงแหล่งทุนงบประมาณในการพัฒนาคุณภาพชีวิตก็เป็นเรื่อง ยากอยู่แล้ว ถ้ามาเจอสถานการณ์เรื่องของเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ขนาดนี้นี่ผมคิดว่าพวกเขาเหล่านี้ ไม่มีทางออก นอกจากพี่น้องที่ตกงานในระบบเศรษฐกิจ คนที่ทำงานในโรงงานแล้ว อันนี้คือ พี่น้องเกษตรกรตัวจริง พี่น้องที่อยู่ในกรุงเทพฯ จะซื้อราคาที่แพง แต่ว่าที่มันไปไม่ได้นี่มันมี องค์ประกอบอยู่หลายเรื่องครับ ปัญหาสำคัญก็คือเรื่องของต้นทุนครับ ผักที่ผมมาโชว์นี่ครับ ต้นทุนอยู่ที่ราคากิโลกรัมละ ๓ บาท ไม่ว่าจะเป็นค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าบริหารจัดการ ดูแลตัดหญ้า วัชพืช ค่าปุ๋ย ตอนนี้ทราบไหมครับ ในพื้นที่ในเมืองอยู่ที่ ๑,๒๐๐ บาท ไม่ได้รวมค่าขนส่ง ถ้าขนขึ้นไปที่บนดอยในพื้นที่ห่างไกล ถ้ารวมค่าจ้างอีก มันจะอยู่ที่ประมาณ ๑,๓๐๐-๑,๔๐๐ บาท ในพื้นที่ต่าง ๆ ค่าขนส่งครับ น้ำมันที่ราคาแพงขึ้นเรื่อย ๆ เกษตรกรจะต้องรับในการรับผิดชอบ เต็ม ๆ เลย ตรงนี้จะกว่าขนไปลงในโกดังหรือว่าล้ง ที่ผู้รับซื้ออย่างน้อยที่สุดจากบนดอยลงไป ในเมือง ๑ บาท จากเชียงใหม่ลงมาที่กรุงเทพฯ ที่ตลาดไท สี่มุมเมืองไม่ต่ำกว่า ๑ บาท เพราะฉะนั้นคือราคาตอนนี้ ๑ บาท เกษตรกรเลือกที่จะใช้เครื่องตัดหญ้าตัดทิ้งอย่างนี้เลยครับ ประเด็นที่อยากจะให้กรรมาธิการได้พิจารณาดูในเรื่องนี้ ผมคิดว่าเราจำเป็นจะต้องดูแล เกษตรกรตัวเล็กตัวน้อยเหล่านี้ในการผลิต ซึ่งมันไม่ใช่เป็นการผลิตขนาดใหญ่ครับ เป็นคนตัวเล็กตัวน้อยจริง ๆ ครับ เพราะฉะนั้นคือ ทางออกทางเลือกที่เขาเท่าที่จะมีได้ก็คือการปลูกผักซึ่งเป็นพืชระยะสั้นประมาณ ๔๕ วัน ไม่เกิน ๒ เดือนก็ได้ผลผลิต ระบบต่าง ๆ ที่พวกเขาได้ลงแรงกู้เงินลงทุน ๓,๐๐๐ กับพ่อค้าคนกลาง วันนี้ตลาดทั้งหมดของพี่น้องที่ปลูกผักมันเดินไม่ได้ ขณะที่หมูแพง เพราะฉะนั้นคือพี่น้อง ที่ปลูกผักวันนี้ไม่ต้องคิดหรอกครับจะได้กินต้มกระดูกหมู ไม่ต้องคิดแล้วครับ เพราะว่าผัก ราคาอย่างนี้จะกินอย่างไรก็มองผักแล้วก็ร้องไห้ แล้วก็ยังติดหนี้เรื่องปุ๋ย เรื่องยาอยู่ สิ่งที่ผมอยากจะขอให้กรรมาธิการที่จะเกิดขึ้นในสภาแห่งนี้ ผมอยากให้พิจารณาเรื่องของ ต้นทุนการผลิตด้านการเกษตรของพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะเรื่องของเรื่องปุ๋ย เรื่องยา ถ้าเป็นไปได้ในระยะยาวผมคิดว่าเรื่องระบบขนส่งสำคัญมากครับ วันนี้ต้นทุนในการขนส่ง จากเชียงใหม่มาถึงที่นี่มันขึ้นอยู่กับปริมาณ ถ้าเป็นรถปิกอัพกระบะใส่ได้ประมาณ ๓.๘-๔ ตัน ก็จะอยู่ที่ประมาณ ๑.๕-๑.๘ ถ้าเป็นหกล้อก็จะประมาณที่ ๑ บาท ถ้าเป็นสิบล้อก็จะลดลงมา เราจะมีระบบขนส่งที่รวดเร็ว ที่ทันกับคนที่จะบริโภคในเมืองกับคนที่ปลูกได้กินผักที่สด ๆ ไม่ต้องไปนอนค้างคืนที่กลางทาง ระบบขนส่งเป็นสิ่งจำเป็น และเราอยากจะเห็นระบบ การวางแผนการเชื่อมโยงระบบตลาดกับการผลิตที่มันสมดุลกัน ความฝันของผม ในฐานะลูกหลานเกษตรกรว่า เราอยากจะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แต่ที่เราเลือกปลูกอย่างนี้ เพราะว่ามันไม่มีระบบแผนการผลิตที่ร่วมกันระหว่างต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ การปลูก แต่ละครั้งก็เป็นยถากรรม ทั้งหมดทั้งมวลนี้กรรมาธิการจะต้องสื่อสารกับผู้มีอำนาจคือรัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าภายในว่าปริมาณ ความจำเป็น ความต้องการของแต่ละปี พืชแต่ละตัวเท่าไร และศักยภาพของพื้นที่ อยู่ที่ไหน จะจัดความสัมพันธ์ระหว่างผู้ปลูก ผู้ผลิตกับผู้บริโภคให้มันลงตัวอย่างไรเพื่อไม่ให้ เกิดภาพอย่างที่ผมนำเสนอในที่ประชุมวันนี้ครับ ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ นางสาวจิราพร ตามด้วยท่านคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน จิราพร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพคะ จากข้อเท็จจริงและเอกสารทางราชการที่ทางพรรคเพื่อไทยและพรรคร่วม ฝ่ายค้านได้แถลงต่อพี่น้องประชาชน แล้วก็ที่ปรากฏตามโลกออนไลน์ (Online) ได้ชี้ชัด แล้วว่าโรคระบาดอหิวาต์แอฟริกาในสุกรหรือโรคเอเอสเอฟ (ASF) ระบาดในประเทศไทย ในขณะนี้ สาเหตุหลักเกิดจากการที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความพยายามปกปิดความจริง จนเกิดผลกระทบเป็นวงกว้าง เกษตรกรรายย่อยที่เลี้ยงสุกรได้รับผลกระทบอย่างหนัก ลามมาถึงทำให้เกิดภาวะสุกรขาดตลาด ราคาสุกรปรับตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว จนตอนนี้สินค้า อื่น ๆ ก็ทยอยปรับตัวขึ้นตามไปด้วย ซ้ำเติมพี่น้องประชาชนที่ต้องเผชิญกับภาวะวิกฤติ เศรษฐกิจจากการระบาดของโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งที่ผ่านมาก็แทบลืมตาอ้าปาก ไม่ได้แล้ว ท่านประธานที่เคารพคะ สถานการณ์ราคาสุกรที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าเกิดจากการที่ผู้มีอำนาจพยายามที่จะเอื้อประโยชน์ให้กับบริษัท ยักษ์ใหญ่ที่ผลิตแล้วก็ส่งออกสุกร โดยวิเคราะห์จากพฤติกรรมของกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่พยายามปกปิดข้อเท็จจริงเรื่องการระบาด เพราะว่าจนถึง ปัจจุบันก็ยังไม่ยอมออกประกาศว่ามีการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในประเทศไทย ซึ่งดิฉันเรียนว่ายิ่งเมื่อมาดูวิธีการแก้ปัญหาสุกรขาดตลาดของกระทรวงพาณิชย์แล้วค่ะ ก็ทำให้ยิ่งน่าสงสัยว่า ภายใต้รัฐบาลนี้มีการทำงานระหว่างกระทรวงที่เกี่ยวข้องในการปกป้อง ผลประโยชน์ให้กับเจ้าสัวและบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างเป็นระบบ เพราะว่าพอเกิดสถานการณ์ หมูขาดตลาดรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ก็ทำทีออกประกาศห้ามส่งสุกรมีชีวิตออกนอก ประเทศเป็นระยะเวลา ๓ เดือน ตามประกาศกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ เมื่อวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา อ้างว่าเพื่อแก้ปัญหาหมูที่ไม่เพียงพอต่อการบริโภค ในประเทศ แต่ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันเรียนว่านี่คือละครปาหี่ เพราะประกาศฉบับนี้ห้ามส่งออก เฉพาะหมูมีชีวิต แต่ไม่ได้ห้ามส่งออกเนื้อหมูที่มีการชำแหละแล้ว และผลิตภัณฑ์หมูอื่น ๆ ทำให้แม้มีประกาศนี้ออกมา บริษัทที่ส่งออกหมูชำแหละแล้วหรือจะแบบแช่แข็งหรือจะเป็น รูปแบบอะไรก็ตามก็ยังสามารถส่งออกได้อยู่ ทำให้ก็คือถ้าไม่มีโรคระบาดเกิดขึ้นเสียก่อน เขาก็ยังสามารถส่งออกได้แบบปกติ ดิฉันจึงเรียนว่านี่คือละครปาหี่ที่พรรคการเมืองในรัฐบาล ชุดนี้จับมือกัน พยายามปกป้องผู้ประกอบการรายใหญ่ ปกปิดความจริงเพื่อเปิดทางให้ยัง สามารถส่งออกหมูไปต่างประเทศได้ใช่หรือไม่ แต่สุดท้ายปรากฏว่าพฤติกรรมนี้ก็สร้าง ผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ท่านประธานที่เคารพคะ การที่กระทรวงพาณิชย์ นำเอางบประมาณไปช่วยอุดหนุนสุกรมาขายในราคาถูกให้กับประชาชน ดิฉันคิดว่าอาจจะ เป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเพียงชั่วครั้งชั่วคราว รัฐบาลไม่สามารถอุดหนุนแบบนี้ไป ได้ตลอด เพราะสินค้าอุปโภคบริโภคหลายรายการทยอยปรับตัวสูงขึ้นเรื่อย ๆ ถามว่าที่ผ่านมา รัฐบาลได้ลองไปดูที่ต้นเหตุราคาหมูแพงอย่างจริงจังหรือยัง อย่างจริงจังนะคะ เช่น ต้นทุน การผลิตที่วันนี้ประเทศไทยเองก็นำเข้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ในราคาที่สูง เพราะว่ามีอัตราภาษี ที่ค่อนข้างสูง น้ำมันก็แพงตามที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้นำเรียนไป หากทางหน่วยงาน วางเป้าหมายว่าจะเป็นครัวไทยสู่ครัวโลก หรือจะเป็นโครงการเกษตรผลิตพาณิชย์ตลาด ก็ตามแต่ ต้นทุนราคาต้องแข่งขันได้คุณภาพก็ต้องได้ด้วย ที่สำคัญค่ะ จากข้อมูลของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พบว่า ผู้เลี้ยงสุกรในประเทศไทยกว่า ๙๘ เปอร์เซ็นต์ เป็นรายย่อย ถึงรายกลาง การระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในประเทศไทยทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกร กลุ่มนี้แทบสิ้นเนื้อประดาตัว ล้มหายตายจากไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งเท่ากับว่านอกจากที่รัฐบาล ต้องยอมรับความจริงและเร่งดำเนินการกำจัดเชื้อให้เร็วที่สุด ดิฉันเห็นพ้องกับสมาชิกหลาย ท่านค่ะว่า ต้องรีบช่วยผู้ประกอบการรายเล็ก รายกลางให้สามารถกลับมายืนได้อีกครั้ง ไม่เช่นนั้นผู้ประกอบการเหล่านี้เขาก็จะล้มแล้วล้มเลย ไม่สามารถกลับมาทำอาชีพนี้ได้อีก สุดท้ายบริษัทยักษ์ใหญ่ก็จะผูกขาดธุรกิจค้าสุกรไว้ทั้งหมด ท่านประธานที่เคารพคะ นอกจากนี้ปัญหาสุกรแพงหลายคนสงสัยว่ามีการกักตุนไว้ขายหรือไม่ แล้วรัฐบาลเข้าไปดูแล เรื่องนี้อย่างจริงจังหรือยัง วันก่อนท่านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ชี้เป้าเป็น วิทยาทานให้กับรัฐบาลในคลับเฮาส์ (Clubhouse) ว่าหมูแพงเพราะมีการกักตุน วันนี้สด ๆ ร้อน ๆ ที่จังหวัดสงขลามีรายงานข่าวว่า พบบริษัทแห่งหนึ่งกักตุนเนื้อสุกร ไว้จำนวนกว่า ๒๐๐,๐๐๐ กิโลกรัม นี่เฉพาะแห่งเดียวนะคะ ดิฉันคิดว่าถ้าค้นดูดี ๆ อาจไม่ ต้องรอนำเข้าเนื้อหมูจากต่างประเทศมาเพื่อพยุงราคาในประเทศก็เป็นได้ ท่านประธาน ที่เคารพคะ สถานการณ์นี้ที่เกิดขึ้นทำให้ดิฉันนึกถึง สถานการณ์ในอดีตที่มีการสร้างวาทกรรม กล่าวหาท่านอดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ว่าบริหารประเทศจนเกิดผีอีแพงบ้าง ของแพงทั้งแผ่นดินบ้าง วันนี้ค่ะวาทกรรมนั้นกลับกลายเป็นเหมือนดาบที่คืนสนองตัวพวก ท่านเอง แต่ต่างกันที่ว่าสินค้าที่ขึ้นราคาในวันนี้ ทยอยขึ้นพร้อม ๆ กันหลายรายการ สวนทาง กับราคาตลาดโลก ซึ่งเกิดจากการบริหารที่ผิดพลาดปกปิดความจริงกับประชาชน ต่างจาก สมัยท่านนายกยิ่งลักษณ์ที่ราคาสินค้าบางรายการอาจปรับตัวขึ้นบ้างตามกลไกตลาดโลก แต่ประชาชนมีรายได้ มีเงินในมือที่จะจับจ่ายใช้สอย ในตอนนั้นไม่มีเหตุการณ์ของแพง ค่าแรงต่ำเหมือนรัฐบาลนี้ค่ะ ไม่มีเรื่องการกู้เงินเพื่อชดเชยงบประมาณขาดดุลอย่าง ถล่มทลาย ไม่มีเรื่องการออกกฎหมายเงินกู้เพื่อเอามาแจก ไม่เคยต้องปรับเพดาน หนี้สาธารณะ ที่สำคัญค่ะ ไม่เคยเก็บภาษีต่ำกว่าเป้า มีแต่เพิ่มรายได้ให้กับประชาชน เศรษฐกิจในยุคของท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เติบโตได้ดีแม้หลังเหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ คนมีงาน ทำค่ะ มีรายได้ที่จะจับจ่ายใช้สอย ซื้อหมูซื้อเครื่องอุปโภคบริโภคได้ แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง กับรัฐบาลนี้ ที่สำคัญที่สุด การแก้ไขปัญหาของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าทีม เศรษฐกิจที่ไม่เคยเข้าใจเศรษฐกิจเลย ก็ยังมีการมาพูดมั่ว ๆ แบบไม่เข้าใจว่าสินค้าแพง เพราะเงินเฟ้อ นี่ยิ่งตอกย้ำว่าวิกฤติของแพงที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากสถานการณ์ภาวะเศรษฐกิจ ทั่วไปค่ะ แต่เกิดจากการบริหารจัดการที่ไร้ปัญญา ไร้ความรู้ความสามารถ ไร้วิสัยทัศน์ ไร้ความ รับผิดชอบของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งภาวะแบบนี้ดิฉันคิดว่ามันไม่ใช่ภาวะแพง ทั้งแผ่นดินนะคะ แต่มันคือภาวะพังทั้งแผ่นดินค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านคงกฤษครับ ตามด้วยท่านองค์การ ชัยบุตร🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ท่านได้เสนอญัตติขอให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาปัญหาการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร และศึกษา แนวทางการช่วยเหลือประชาชนจากปัญหาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้น ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่งที่มีการสะท้อนปัญหาจาก พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชนในจังหวัดระนองว่า มีเหตุการณ์ปัญหา เกี่ยวกับสินค้าอุปโภคบริโภคที่แพงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อหมูหรือเนื้อสุกร ซึ่งเรื่องนี้เป็น เรื่องจริงหรือไม่จริง ผมคิดว่าเพื่อน ๆ สมาชิกได้มีการอภิปรายตั้งแต่เริ่มต้นแล้ว ผมขออนุญาตว่าวันนี้มันเรื่องจริง ไม่จริง ผมได้ลงพื้นที่เองเพื่อจะดูว่า การลงพื้นที่ของ ส.ส. ทุก ๆ ท่านเป็นเรื่องจริงหรือไม่จริง แต่เราเป็น ส.ส. เราได้ลงพื้นที่เอง เพื่อที่จะไปรับฟัง ปัญหาของพี่น้องประชาชน ผมลงพื้นที่ที่จังหวัดระนอง ไปพบผู้ประกอบการ ไปพบพ่อแม่ พี่น้องผู้ค้าขาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องที่ค้าหมูสุกร ขออนุญาตครับ มีภาพสไลด์ (Slide) ไหมครับ ขอภาพสไลด์ (Slide) ขึ้นของการลงพื้นที่🔗
ผมได้ลงพื้นที่ในส่วนนี้ มีการพบพี่น้อง ประชาชนว่าได้รับความเดือดร้อนจริงไหม จริงครับ พ่อแม่พี่น้องพูดเสียงเดียวกันว่า วันนี้ราคาหมูแพงขึ้น ไม่สามารถที่จะปรับราคาให้มากขึ้นกว่านี้ หรือปรับราคาสูงขึ้นเพื่อที่จะ จำหน่ายได้ เพราะราคานี้ขึ้นมาจากราคาหน้าฟาร์มจริง ๆ และมีผลกระทบ จริง ๆ ถามว่า มีผลกระทบไหม มีผลกระทบกับผู้ที่นำเนื้อหมูหรือเนื้อสุกรไปแปรรูปเนื้อสัตว์ ไม่ว่าจะเป็น ทำข้าวหมูแดง ข้าวหมูกรอบ หรือทำก๋วยเตี๋ยว ทำลูกชิ้น หรือประกอบลักษณะต่าง ๆ ที่ให้กับผู้บริโภคต่อไป โดยผู้ที่ได้รับผลกระทบจริง ๆ ก็คือผู้ที่บริโภค แต่ผมถามว่า แล้วเราได้ ขึ้นราคาไหม โชคดีของคนระนองครับ พ่อแม่พี่น้องหรือผู้ค้า ผู้ประกอบการบอกไม่ขึ้นครับ พยายามที่จะพยุงราคาตลอด นี่คือสิ่งหนึ่งที่ได้ผลสะท้อนจากพี่น้องประชาชนจริง ๆ ในพื้นที่ และเรื่องหนึ่งที่ผมยังไม่เชื่อว่าหมูในจังหวัดระนองไม่มีแล้วจริงหรือไม่ ผมได้ลงไปที่ฟาร์มหมูเอง เป็นฟาร์มหมูแห่งหนึ่งขออนุญาตไม่เอ่ยนาม ซึ่งเป็นฟาร์มหมูใหญ่ของจังหวัดระนอง ไม่มีหมู เหลือแม้แต่สักตัวจริง ๆ นี่คือเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นที่จังหวัดระนองนี่คือฟาร์มหมูฟาร์มใหญ่ จริง ๆ แล้วระนองมีฟาร์มหมูหลายฟาร์ม มีทั้งฟาร์มของเกษตรกรรายเล็ก ฟาร์มของ เกษตรกร ผู้ประกอบการรายกลาง และผู้ประกอบการรายใหญ่ เป็นต้น ซึ่งวันนี้รายใหญ่ของ ระนองฟาร์มนี้ไม่มีหมูเหลือให้กับพี่น้องผู้บริโภคเลย นี่ก็คือเรื่องจริงเรื่องหนึ่ง ถามว่าเรื่องนี้มี การแก้ไขหรือไม่ มีการแก้ไขครับ ผมก็ได้ลงพื้นที่ไปพบกับพาณิชย์จังหวัดระนองถามว่า นโยบายของพาณิชย์จังหวัดระนองมีแนวทางแก้ไขอย่างไรบ้าง ก็ได้รับการตอบกลับมาว่า มีโครงการพาณิชย์ลดราคาช่วยประชาชน หมูเนื้อแดงกิโลกรัมละ ๑๕๐ บาท แล้วก็จำหน่าย วันละ ๓๐ กิโลกรัม จำนวน ๕ จุด ถามว่าเพียงพอไหม ผมว่าตรงนี้ไม่เพียงพออย่างแน่นอน ใครอยู่พื้นที่ไหนใกล้เคียงก็สามารถที่จะซื้อหมูบริโภคได้ราคาถูก อันนี้คือเรื่องหนึ่งของ กระทรวงพาณิชย์ที่เข้าไปรับการแก้ไข ส่วนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง นั่นคือปศุสัตว์จังหวัดระนอง ตรงนี้ผมก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีขออนุญาต ท่านก็ได้มีมาตรการบอกว่าห้ามมีการส่งหมูออกนอกราชอาณาจักรเป็นเวลา ๓ เดือน ถามว่า ฟาร์มขนาดเล็กโดยส่วนมากแล้วติดโรคอะไร ส่วนใหญ่แล้วก็ได้รับผลตอบกลับมาคือ โรคเพิร์ส (PRRS) ในจังหวัดระนอง อันนี้ผมขออนุญาตว่าส่วนที่ผมได้พบหัวหน้าส่วนราชการ เป็นเรื่องที่ผมไปพบเอง ก็เป็นคำตอบที่ได้ฟังจากหัวหน้าส่วนราชการ ไม่ว่าจะเป็นพาณิชย์ และปศุสัตว์ และมีการตรวจเข้าห้องแล็บ (Lab) ตรงนี้ ถามว่ามีการชดเชยไหม มีการชดเชย ๗๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในนี้ของผู้ประกอบการของจังหวัด ระนองก็มีทั้งหมด ๑๒ ราย ก็ชดเชย ๑,๖๐๐,๐๐๐ บาท แต่ยังไม่ได้รับอนุมัติก็คงต้องฝาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ควบคุมดูปศุสัตว์ขอให้เร่งดำเนินการเบิกจ่ายในตรงนี้ให้ด้วย แล้วก็ยังมีโครงการเกษตร หันมาให้ผู้เลี้ยงหมู และยังมีหลาย ๆ อย่างที่จะให้เป็นการดึงดูดให้กับผู้ประกอบการเลี้ยงหมู ให้กลับมาเลี้ยงหมูได้ในส่วนนี้ ผมถามว่าวันนี้ท่านประธานเราต้องหาทางออกที่ช่วยกัน วันนี้โชคดีมีหน่วยงานที่พร้อมที่จะเข้าไปดูแล นั่นคือหน่วยงานของสหกรณ์และ จังหวัดระนองได้เข้าไปดูแลและรับฟังปัญหา โดยมีท่าน ว่าที่ร้อยตรี กฤษดา ฉิมพลีสวัสดิ์ ท่านประธานสหกรณ์เกษตร และท่านสมพงศ์ หนูพันธ์ ท่านเป็น ส.จ. องค์การบริหารส่วน จังหวัดระนองและเป็น สจ. เขตของอำเภอกระบุรี ในส่วนนี้เป็นการประสานงานของสหกรณ์ จังหวัดระนอง โดยมีการกำกับดูแลของท่านรัฐมนตรี มนัญญา ไทยเศรษฐ์ ท่านบอก ให้สหกรณ์จังหวัดรีบไปดำเนินการแก้ไขเร่งด่วนให้การช่วยเหลือ นั่นคือการให้ไปปรับลด อัตราดอกเบี้ยและขยายระยะเวลาของการชำระหนี้ และยังให้สหกรณ์จังหวัดระนอง ประสานแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำให้กับสหกรณ์และเงินทุนพัฒนาการสหกรณ์ตรงนี้ เป็นต้น ในส่วนนี้ก็ยังประสานงานไปที่ปศุสัตว์จังหวัดในมาตรฐานฟาร์มดูแลให้อย่างดี แล้วก็เกษตร จังหวัดระนองก็ในเรื่องของการส่งเสริมอาชีพในระหว่างพักของการเลี้ยงหมูตรงนี้ให้มีรายได้ เพิ่มขึ้น ในส่วนนี้ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดระนอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งของสหกรณ์ จังหวัดระนองที่ว่า พยายามขอให้มีการจัดสรรพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ หรือผู้ที่จะเลี้ยงหมูให้กลับมา เลี้ยงหมูได้ในส่วนนี้ หรือแม้แต่ปศุสัตว์ก็ขอมีงบประมาณในการที่จะไปพัฒนาโรงฆ่าสัตว์ ซึ่งวันนี้ก็ยังไม่ได้รับการดูแลให้มีมาตรฐานที่ปลอดภัย ก็อยากฝากทางกรมปศุสัตว์ด้วยเข้าไป ดูแลในส่วนนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนนี้ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของจังหวัดระนองที่ได้ มีการแก้ไข ผมเข้าใจความรู้สึกของท่านสมาชิกทุก ๆ ท่านที่เสนอญัตติที่อภิปรายเป็นอย่างดีว่า วันนี้ทุกท่านรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชน ผมลูกพ่อค้า แม่ค้าคนหนึ่งเช่นกันที่เติบโตมา ได้ก็เพราะการค้าขายของผู้ประกอบการในระบบของเอสเอ็มอี (SMEs) ก็คงฝากท่าน ประธานว่า วันนี้ทุก ๆ คนมีปัญหาก็อยากให้ช่วยกันสามัคคี ช่วยกันหาทางช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนทุก ๆ ท่านในการแก้ไขในครั้งนี้ ก็เห็นด้วยกับญัตติในเรื่องนี้ ขอกราบ ขอบคุณท่านประธานมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านองค์การ ตามด้วยท่านนายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน กระผม องค์การ ชัยบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลจากภาคอีสาน ก่อนอื่นต้องบอกว่าเห็นด้วยที่จะตั้งกรรมาธิการวิสามัญกับปัญหาหมูแพง ข้าวของแพง ค่าแรงถูก ผมเองเป็นบัญชีรายชื่อปาร์ตี้ลิสต์ (Party-list) ที่อยู่กับชาวบ้านรายเล็ก รายน้อย ไปไหนมาไหนเขาก็ถามว่าทำไมข้าวของแพงขึ้นทุกวัน ก็ไม่รู้จะตอบอย่างไร เพราะว่า เป็นฝ่ายค้าน ผมก็บอกว่าไปถามนายก ท่านเป็นผู้นำ จากสถานการณ์โควิด (COVID) ที่ผ่านมาซ้ำเติมชาวบ้านยังไม่พอ ก็บวกกับค่าแรงถูก ข้าวของแพง แพงทุกอย่าง มันเริ่ม ตั้งแต่ต้นปี ๒๕๖๔ แล้ว ฤดูทำนาปุ๋ยแพง รัฐบาลไม่แก้อะไรเลย ปุ๋ยกระสอบหนึ่ง ๑๖-๑๖-๑๖ อยู่บ้านผม ๑,๓๕๐ บาท ยังไม่รวมค่าขนส่งนะท่านประธาน หลายคนไม่สั่งปุ๋ยมาขายสงสาร ชาวบ้าน ต่อมาก็มาเจอไข่แพง หมูแพง นี่ท่านดูสิครับ แพงขนาดไหน พวกนี้คือปัจจัยพื้นฐาน ที่ต้องกินทุกวัน ทานทุกวัน ขอภาพต่อไปเลย🔗
เปรียบเทียบเลยค่าแรง ของแพง แซงรายได้ ฉะนั้นแล้วซ้ำเติมพี่น้องเกษตรกรทุกภาคของประเทศ ตั้งแต่รายย่อยผู้หาเช้ากินค่ำ คนที่อยู่คอนโดมิเนียมหามีเงินเดือน พวกมีเงินเดือนก็เดือดร้อนนะ เพราะว่ากระเป๋าเงินมันน้อยลงต้องจ่ายเพิ่มต้องกินทุกวันท่านประธาน ที่บ้านผมข้าวต้มใส่ไข่ ใส่อะไรด้วย ๖๕ บาทแล้ว แสดงว่ามื้อหนึ่งกิน ๓ คาบ ๓ รอบ ต้องมีเงินประมาณ ๒๐๐ กว่าบาท เกือบ ๓๐๐ มันเลยค่าแรงนะท่านประธาน ทุกวันนี้ค่าหมูเท่าไร ท่านประธาน ณ วันนี้ตลาดใกล้ ๆ สภา ผมไปถามเมื่อวานหมูสามชั้น ๒๘๐ เอาสตางค์ที่ไหนมาใช้ เขาจะ ไม่ไหว ผู้บริโภคจะไม่ไหว ไม่เฉพาะแต่ผู้ผลิตหมู ที่ปกปิดกันถ้าจับไม่ได้ไล่ไม่ทันก็ไม่ยอมรับกัน ถ้าผมเก่งกฎหมาย มาตรา ๑๕๗ ใช้ได้หรือเปล่ากับรัฐบาลนี้ ผมไม่เก่งกฎหมาย ฉะนั้นแล้ว คนที่รับผิดชอบก็คือผู้นำรัฐบาล ยกแรกคุณปล้นเขามาอยากมาบริหารประเทศ ยกที่ ๒ คุณก็สร้างกลไกเข้ามา มาแล้วทำอะไรไม่ได้ ๗-๘ ปีทำอะไรอยู่ ท่านรัฐบาลประยุทธ์เข้ามา กลับตาลปัตรหมดท่านประธาน กระบวนการต่าง ๆ กลับตาลปัตรหมดจากผิดเป็นถูก จากถูกเป็นผิด ผิดไปหมดเลย นี่คือปัญหา แล้วท่านก็บ่น ด่า หนี้ครัวเรือน ท่านดูสิ รองจาก เกาหลีใต้ ยังไม่รวมสถาบันการเงินอื่นที่มีปัญหา มันไม่ใช่เฉพาะของแพง พวกนี้ก็มีภาระด้วย เพราะว่าเขาต้องผ่อน ฉะนั้นแล้วรัฐบาล ผมอยากจะพูดแรง ๆ ว่าท่านลาออกไปเถอะ ท่านอย่าอยู่เลย อะไรก็ไม่ดีขึ้น คุณภาพของประชาชนก็ลดลง แข่งขันกับต่างประเทศก็ไม่ได้ พอผักชีแพงก็บอกให้ปลูกผักชีในค่ายทหาร ได้ขายหรือยัง ผมถามหน่อย วันนี้ได้ขายหรือยัง นายกไปไหน เขาอยากเห็นนายกวันนี้ ณ ปัจจุบันนี้เขาอยากเห็นนายกจะแก้ปัญหาอย่างไร กับข้าวของแพง ค่าแรงถูก นายกพูดหน่อยสิ จะไปโทษทำไมแม่ค้า ให้ลดการเห็นแก่ตัว ไม่ใช่ มันต้องแก้ที่โครงสร้าง ท่านกล้าไปแตะรายใหญ่ไหมที่เขากักตุนอาหาร โครงสร้างต้นทุนการผลิต ท่านอย่าสร้างมาหลอก ท่านต้องสร้างตามกติกาตามความเป็นจริงที่เป็นอยู่ว่า ต้นทุน เป็นเท่าไรปัจจุบันนี้ แล้วมากำหนดกันใหม่สิ ท่านก็สร้างโครงสร้างเทียมสิ ไม่ได้ อย่างไรพวกนี้ ก็เอากำไรอยู่วันยังค่ำท่านประธาน คนจะตายก็คือชาวบ้าน คือประชาชน ผมต้องพูด ดัง ๆ อย่างนี้ ท่านนายกจะรู้หรือเปล่า ฝากท่านประธานไปถามด้วย ผมกับท่านประธาน ก็นับถือกัน ผมก็เหมือนลูกหลานท่าน เพราะนั่งเครื่องกลับด้วยกัน ทุกวันเสาร์ ทุกวันอาทิตย์ เหมือนกันที่ผมกล้าพูด เพราะว่าผมได้พูดคุยกับท่านประธานมาหลายรอบแล้ว ฉะนั้นแล้ว ปัญหาต่าง ๆ ที่ท่านประยุทธ์และรัฐนาวาที่อาสามาแก้ไขปัญหา คนจะตายแก้ให้เห็นได้ไหม ให้มันฟื้น นโยบายต่าง ๆ ที่ท่านว่ามาหาเสียงทำได้สักเรื่องไหม ก็ยังไม่เห็นทำ นี่คือมันเจ็บใจ ตรงนี้ พี่น้องฝากผมมาถามมา ท่าน ส.ส. องค์การพูดให้ดัง ๆ หนัก ๆ หน่อย นี่โพยผมก็ไม่ได้ดู พูดไปพูดมา ฉะนั้นแล้วรัฐต้องมีทางออกที่ชัดเจน กล้าแตะรายใหญ่หน่อย รายใหญ่ท่านไม่ พูดถึงเลย น้ำมันก็แพง ค่าแรงก็ถูก ลอตเตอรี่ก็ขึ้น เห็นไหมไม่ลง ประเทศไทยมันไม่รู้เป็น อย่างไรขึ้นแล้วขึ้นเลย แต่กลับกันของเกษตรกร ของชาวบ้านที่เป็นพืชเศรษฐกิจพวก ยางพารา ข้าว มัน ไม่ขึ้น ไม่ขึ้นกี่ปีแล้ว ตั้งแต่รัฐบาลนี้มาลงมาเรื่อย ๆ เลย จนชาวบ้าน เขาจะไม่เหลืออะไรแล้ว ให้มันขึ้นหน่อยสิ อันอื่นขึ้นได้ ๆ ของเกษตรกรไม่ขึ้นสักที พอไม่มีก็แจก ๆ ทำไมมันใช้หนี้ไม่ได้ แจกให้กันตาย แจกทำไม ต้องสร้าง สร้างคนให้มีกำลัง อัปสกิล (Upskill) รีสกิล (Reskill) ภาษาอะไร ผมก็ไม่รู้สกิล (Skill) สกิล (Skill) นี่ปรับสิ ทำสิ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
– ๑๐๖/๑🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านชูวิทย์ ตามด้วยท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ พรรคเพื่อไทย อุบลราชธานี เขต ๗ วันนี้เราได้เสนอ ญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง สุกรมีราคาแพงและสินค้ามีราคาแพง ท่านประธานครับ หมูแพง เกิดจากอะไร จากที่เมื่อปลายปี ๒๕๖๓ ต่อปี ๒๕๖๔ ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายอันหนึ่งก็ไม่รู้ว่า เกิดจากที่ไหน ก็มีปศุสัตว์จังหวัดสั่งไปที่ปศุสัตว์อำเภอให้ไล่จับผู้ประกอบการที่เชือดหมูขาย ในตลาดชนบทว่าจะต้องเชือดหมูจากโรงเชือดที่มาตรฐาน ถ้าไม่ได้เชือดจากโรงเชือด มาตรฐานจะต้องโดนจับ ซึ่งในอดีตเราทำวิถีชีวิตด้วยเศรษฐกิจพอเพียง ทำนา ทำสวน ทำไร่ ปลูกผักสวนครัว เลี้ยงปลา เลี้ยงหมู เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ ครอบครัวก็มีความสุข ไม่มีเงินก็อยู่ได้ แต่ปัจจุบันนี้วิถีชีวิตเปลี่ยนไปครับ คนเลี้ยงหมูขายหมูไม่ได้ครับ วิถีชีวิตชาวบ้านบอกได้เลย ครับว่า ประเทศไทยประเทศนี้เคยเลี้ยงหมูอยู่ใต้ถุนบ้าน แล้วอาหารที่เหลือก็ให้หมูกิน แล้วก็ขายให้พ่อค้าเชือดไปขายตลาด วันนี้วิถีชีวิตนี้หมดแล้วประเทศไทย ไม่มีเหลือครับ ไม่มีเหลือเพราะอะไรครับท่านประธาน เพราะวันนี้กรมปศุสัตว์ไล่จับพ่อค้าเชือดหมูที่ไม่มี โรงเชือดมาตรฐาน แล้วก็จับหมู ๓ ตัว ๓๐,๐๐๐ บาท แล้วก็ไปปรับที่ปศุสัตว์จังหวัด ๒๕,๐๐๐ บาท หมดไปแล้วครับเกือบแสน จะเอาเงินที่ไหนไปสร้างโรงเชือด จะเอาเงินที่ไหน ไปซื้อต่อ สุดท้ายทำอย่างไรครับ ก็ต้องไปซื้อหมูซีพีครับ ต้องไปซื้อหมูเบทาโกรครับ ถามว่า ประเทศไทยมีกี่หมู่บ้าน มีกี่อำเภอ มีกี่จังหวัด วันหนึ่งต้องใช้หมูเท่าไร วันหนึ่งเขาได้กำไร เท่าไร เอาแค่กิโลกรัมละ ๒ บาท วันนี้คนเชือดหมูเป็นลูกไล่ของซีพี ของเบทาโกรหมดแล้ว เมื่อพ่อค้าเชือดหมูไม่ซื้อหมูจากชาวบ้าน ชาวบ้านก็ไม่มีปัญญาที่จะได้ขายหมู จึงเกิดบท บอกว่าหมูกินหมู หมูกินหมูกินอย่างไรท่านประธานครับ วันนี้นาย ก เลี้ยงหมูไว้ ๑๐ ตัว เมื่อถึงเวลาจับคนเชือดก็ไปจับหมูไม่ได้ คนขายก็บอกว่าช่วยไปจับหมูให้ฉันหน่อย คนเชือด ก็บอกว่ารอก่อน ๓ วัน ๕ วัน หมู ๑๐ ตัว คนเลี้ยงเงินหมดครับ ก็ขายหมูตัวที่ ๑๐ ไปซื้อ หัวอาหารให้หมู ๙ ตัวกินผ่านไป ๓ วัน เงินก็หมดก็มาตามคนเชือดหมูอีกบอกไปเอาหมู ให้หน่อย บอกรอหน่อยอีก ๓ วัน ก็ขายหมูตัวที่ ๙ ไปซื้อหัวอาหารมาเลี้ยงหมู ๘ ตัว หมูก็กินหมู หมูก็กินหมู กว่าจะมาจับนี้เหลือหมู ๓ ตัวครับ เขาเรียกว่าหมูกินหมู และสุดท้ายวันนี้เกษตรกรเลี้ยงหมูใต้ถุนบ้านไม่ได้ คนเชือดหมูก็เอาหมูมาเชือดไม่ได้ เพราะใช้กฎหมายของกรมปศุสัตว์ข้อไหนผมไม่ทราบ ตั้งแต่ปี ๒๔๙๐ กว่ามาใช้บังคับในวันนี้ ทำให้วิถีชีวิตชาวบ้าน วิถีชีวิตเกษตรกรต้องสูญสิ้นสลาย ซึ่งวันก่อนท่านประธานครับ จากวิถี ชีวิตชาวบ้านต้องหยุดเลี้ยงหมูแล้ว ท่านเคยได้ยินเพลงในอดีตไหมครับ เมื่อ ๒๕๐๔ เพลงผู้ใหญ่ลีครับ ผู้ใหญ่ลีตีกลองประชุม ชาวบ้านต่างมาชุมนุม มาชุมนุมที่บ้านผู้ใหญ่ลี ต่อไปนี้ผู้ใหญ่ลีจะขอกล่าว ถึงเรื่องราวที่ได้ประชุมมา ทางการเขาสั่งมาว่าให้ชาวนาเลี้ยงเป็ด และสุกร ฝ่ายตาสีหัวคลอนถามว่าสุกรนั้นคืออะไร ผู้ใหญ่ลีลุกขึ้นตอบทันใด สุกรนั้นไซร้ก็คือ หมาน้อยธรรมดา ซึ่งวันนี้วิถีชีวิตเปลี่ยนไปหมดแล้วครับ เมื่อหมูแพงของก็แพงของแพงครับ ของแพงครับ ท่านประธาน แพงที่สุดอยู่ที่ไหน ผมเรียนท่านประธานฝากถึงท่านเลขาสภาผู้แทนว่า วันนี้ ของแพงที่สุดผมคิดว่าอยู่ใต้ถุนสภาผู้แทน วันนี้ไปเดินที่ร้านขายของที่ใต้ถุน สภาผู้แทนราษฎร ผมเข้าใจว่าน้ำตาลกิโลกรัมหนึ่งไม่น่าจะเกิน ๒๐ บาท วันนี้ที่ใต้ถุนสภา ครึ่งกิโลกรัม ๒๕ บาทครับ แป้งครับ ขวดเล็ก ๆ ไม่น่าจะเกิน ๑๐ บาท เขาขาย ๒๐ บาท นมกระป๋อง ๑๔ บาท ปลากระป๋องอยู่บ้านนอกขาย ๑๕ อยู่สภาขาย ๒๐ มาม่า ๑๐ บาท ขาย ๑๓ บาท และของก็แพงทุกอย่าง เมื่อสภาแพงอยู่บ้านนอกไม่ต้องกลัวครับ แพงแน่นอน และเสร็จแล้ววันนี้ปุ๋ยแพงครับ น้ำมันแพง แก๊สแพง วิถีชีวิตชาวบ้านไม่เหลืออะไรแล้วครับ ก็อยากจะฝากท่านประธานครับว่า มาตรการช่วยเหลือท่านสังเกตไหมว่า วัวเป็นโรค ลัมปี สกิน (Lumpy skin disease) ชาวบ้านแห่ไปแจ้งที่ปศุสัตว์ จนปศุสัตว์รับไม่ไหว เพราะเขารู้ว่าทางราชการจะช่วยเขา ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่วันนี้หมูตาย หมูป่วย คนเลี้ยงหมู ไม่กล้าไปแจ้งเพราะช่วยเขาแค่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเขามีหมู ๑๐๐ ตัว ตัวละ ๑๐๐ กิโลกรัม กิโลกรัมละ ๑๐๐ บาท เขาต้องได้เงิน ๑ ล้านบาท แต่ถ้าเขาไปแจ้งเขาได้ ๖๐๐,๐๐๐ บาท วันนี้เขาจึงไม่ไปแจ้งแล้วก็รีบ ๆ ขายหมูออก แล้วก็เอาหมูที่เป็นเชื้อโรคไปให้คนกิน🔗
อันที่ ๒ กระทรวงพาณิชย์อย่าไปแย่งผู้ประกอบการที่ไปรับจ้างเอาหมูจากซีพี เอาหมูจากเบทาโกรจุดเดียวกัน ท่านไปตั้งจุดขาย บอกว่ามีหมูราคาถูก หมูราคาถูก ๑๕๐ บาทต่อกิโลกรัม มีเท่าไรครับ มี ๑๐๐ กิโลกรัม คนก็ไปแย่งกันซื้อ สุดท้ายชาวบ้าน ที่ขาย ๒๐๐ บาท ไม่ได้ขาย เขาจะรอซื้อ ๑๐๐ กิโลกรัมนี่ละ ก็เกิดการแข่งขันแย่งกัน แย่งกันในการที่จะทำให้ราคาที่ไม่ตรงเป้าหมาย และสุดท้ายฝากท่านประธานว่า วัวตายเป็นลัมปี สกิน (Lumpy skin disease) ๑ ปีแล้วครับ เงินชดเชยจะได้เมื่อไรชาวบ้าน ถามมาแล้วตอนนี้วัวกำลังกลับมาเป็นโรคลัมปี สกิน (Lumpy skin disease) อีกรอบแล้ว กำลังเริ่มป่วยอีกแล้วครับ ก็อยากฝากท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เดี๋ยวก็คงจะได้คำตอบจากท่านรัฐมนตรี ต่อไปเชิญท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ตามด้วย ท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมเข้าอภิปรายสนับสนุนการตั้งกรรมาธิการ วิสามัญ เกี่ยวกับราคาสินค้า ค่าครองชีพแพงค่าแรงถูก ที่ทางพรรคก้าวไกลได้เสนอ โดย ส.ส. ปดิพัทธ์ สันติภาดา ท่านประธานครับ หลาย ๆ คนพูดว่าอันโน้นแพง อันนี้แพง ผมว่าผมจะข้ามประเด็นนั้นไปเพื่อไม่ให้ซ้ำ แต่ผมอยากจะอภิปรายว่าการที่ข้าวของแพง และท่านไม่แก้อะไรก็ว่าแย่แล้ว แต่ยิ่งไปกลั่นแกล้งกันอีก ผมว่าแย่กว่าครับ ขอรูปขึ้นมา🔗
อย่างที่เป็นไวรัล (Viral) กัน เมื่อวานที่มีการจับ อันนี้ก็คือนำภาพมาจากเรื่องเล่าเช้านี้ ผมก็ดูเป็นประจำพี่ยุทธกับ น้องไบรท์ ซึ่งผมดูมา ๑๕ ปี ก็ยังเป็นพี่ยุทธกับน้องไบรท์ ก็มีการจับแผงขายที่ตลาด แม่ค้า คนนี้เขาขาย ๔๒ บาท ต่อ ๑๐ ฟองก็ตกฟองละ ๔.๒๐ บาท ก็คือเป็นฟองละ ๔.๒๐ บาท เป็นไข่เบอร์ ๑ วันนี้ท่านประธาน วันนี้ท่านประธานเดี๋ยวหาว่าอภิปรายไม่มีใบเสร็จหลักฐาน ผมมีใบเสร็จมาครับท่านประธาน ตอนเช้าวันนี้ผมไปที่เซเว่น-อีเลฟเว่น (7-eleven) เพชรเกษม ๕/๑ รหัสสาขา ๑๑๐๘๒ ผมไปซื้อมา ในพื้นที่ผมเองเขตบางกอกใหญ่ ผมไปซื้อ มาเบอร์ ๑ เหมือนกันมีอยู่ ๔ ฟองครับ ผมไปซื้อไข่ไก่สดซีพีแพ็ก (Pack) ๔ ฟอง ราคาเท่าไรรู้ไหมครับ ๒๘ บาท ฟองละ ๗ บาท รับไปจากชาวบ้าน ๔.๒๐ บาท แล้วไม่ไปจับ อันนี้ผมมาได้ครับเป็นหลักฐานด้านบนอาจจะมี พานาคอตต้า (Panna Cotta) หน่อยตอนเช้า เพราะว่าผมหิว ยังไม่พอครับท่านประธาน ตอนกลางวันเพื่อความแน่ใจสาขาเดียวหรือเปล่า เซเว่น-อีเลฟเว่น (7-eleven) สาขาเดียว ผมไปเซเว่น-อีเลฟเว่น (7-eleven) ที่บางโพ ๓ รหัส ๐๒๓๐๙ กรมการค้าภายในเหมือนกัน เลยครับ มา ๔ ฟอง ๒๘ บาท กรมการค้าภายในอยู่ไหนครับ กรมการค้าภายใน ทำไมคุณ ไม่ไปจับบ้าง ผมว่าเหตุการณ์อย่างนี้อย่าให้เกิดขึ้นครับ ถ้าไม่ช่วยชาวบ้านแล้ว ทำไมคุณต้อง ไปซ้ำเติมเขา แล้วทำไมไข่นายทุนอย่างนี้ไม่ไปจับเขาบ้าง ประเทศนี้นายทุนอยู่เหนือกฎหมาย หรือครับ คนรวยมีอภิสิทธิ์หรือครับ ทำไมคุณไม่ไปบ้าง คุณต้องไปนะครับ ถ้าคุณไม่ไป ผมจะแจ้งความ มาตรา ๑๕๗ คุณทุกคนทั้งกรม หลักฐานอยู่ทนโท่ ผมว่ากรมการค้าภายใน ตรงข้ามก็มีเซเว่น-อีเลฟเว่น (7-eleven) ต้องไปครับ ผมจะยกตัวอย่างครับท่านประธานว่า ค่าแรงถูกมันมีผลอย่างไร ค่าแรงถูกดูอย่างประเทศเกาหลีใต้ ผมไปดูในเฟซบุ๊ก (Facebook) มา แล้วผมชอบใจมากท่านหนึ่ง น่าจะเป็นแม่บ้านที่อยู่ในเกาหลีใต้หรือทำงานอยู่ที่นั่น เขาบอก ว่าไข่ไก่แผงหนึ่งที่เกาหลี ๓๐ ฟอง ๕,๙๙๐ วอน ตีเป็นเงินไทยตก ๑๖๐ บาท แต่โอเค (OK) ราคาอาจจะแพงกว่าเมืองไทย ส.ส. เท่าพิภพมาพูดอย่างนี้ได้อย่างไร มาดูกันง่าย ๆ ครับว่า วันหนึ่งคนเกาหลี แรงงานขั้นต่ำ ตีขั้นต่ำชั่วโมงละ ๙,๑๖๐ วอนทำงาน ๑ วัน ได้ ๗๓,๐๐๐ วอน ซื้อไข่ได้กี่แผงรู้ไหมครับท่านประธาน ๑๓ แผง ทำงาน ๑ เดือน ขึ้นรถไฟฟ้าได้ ๑,๗๕๐ เที่ยว นี่คือค่าครองชีพ ตัดมาเมืองไทย ผมตีเลยว่าทำงานวันหนึ่งไม่ต้องเอาขั้นต่ำ ๓๐๐ บาท เอา ๔๐๐ บาทไปเลยครับ ซื้อไข่แผงละ ๑๓๕ บาทที่แม่ค้าคนนี้เขาขายได้กี่แผงครับ ท่านประธาน ๓ แผง คือมันจะอยู่กันอย่างไรครับประเทศนี้ คือประเทศเขาเจริญก้าวหน้า แต่ก่อนแร้นแค้นกว่าไทย คุณตาผมไปสงครามไปเป็นหมออยู่สงครามเกาหลี กลับมาบ่น ประเทศยากจน แต่ทำไมตอนนี้เขาไปไกลกว่าเราครับ เพราะมีช่วงหนึ่งครับ แต่ก่อนก็เหมือนเรา มีรัฐบาลทหารสุดท้ายเขาก็ปฏิวัติ ปฏิวัติเหมือนบ้านเราเลย ก๊อปปี้ โมเดล (Model) มาอย่าง เดียวกันจนประมาณแค่ ๓๐ ปีก่อนเขาก็หลุดพ้นจากวงจรได้ ไม่มีการรัฐประหาร จับพวกที่ รัฐประหารมาขึ้นเขียงเข้าคุก ประเทศเจริญกว่าเราครับ ถึงเวลาหรือเปล่าครับประเทศไทย ปัญหารากเหง้าต้นตอมันจริง ๆ ที่ทำไมนายทุน ไม่ถูกจับ ทำไมคนตัวเล็กถูกรังแก ทำไมราคา สินค้าแพงสุดท้ายจะพูดไปก็เหมือนพูดเหมือนอนาคตใหม่ ก้าวไกล มันก็คือเรื่องของ ความไม่เป็นประชาธิปไตยของประเทศไทยนั่นเอง อย่างไรฝากกรมการค้าภายใน ผมดูท่านอยู่ ถ้าพรุ่งนี้ไม่มีข่าวว่าท่านไปจับเซเว่น-อีเลฟเว่น (7-eleven) ทั่วประเทศไทยค้ากำไรเกินควร ขายของแพงมี ๑๓,๐๐๐ แห่งทั่วประเทศไทย ผมจะฟ้องมาตรา ๑๕๗ ทั้งกรมทุกที่ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านณัฏฐ์ชนน ตามด้วยท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย ตำบลสำนักแต้ว ตำบลสำนักขาม ของอำเภอสะเดา พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ วันนี้ประเด็นเรื่องหมูแพงก็เป็นประเด็นหลักที่เราจะ อภิปราย วันนี้สถานการณ์โควิด-๑๙ (COVID-19) กำลังทำลายชีวิตความสุขของ เพื่อนมนุษย์ แต่เชื้อเอเอสเอฟ (ASF) หรือโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรกำลังทำลาย ห่วงโซ่อาหาร เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูและผู้บริโภค หมูหรือว่าสุกรเป็นเนื้อสัตว์ต้องห้าม ในบทบัญญัติของอิสลาม เขาห้ามบริโภค เขาเรียกว่าหะรอม (Haram) เพราะเขาเรียกว่า นะญิส (Najis) หรือว่าสกปรก สิ่งที่ผมอธิบายเขาเรียกว่า มันเป็นเชื้อโรคครับ มันเป็นคำสอน ของบทบัญญัติเมื่อ ๑,๔๐๐ ปี จนปัจจุบันยังเป็นที่นับถือ นี่ก็คือเป็นสาเหตุที่มุสลิมไม่ทานหมู สิ่งที่ผมอธิบายจะอธิบายว่า ๑,๔๐๐ ปีครับยังใช้ได้อยู่ ผมเองเกิดใน ๒ วัฒนธรรมครับท่านประธาน เกิดในพื้นที่ภาคใต้ แม้เราอยู่ต่างศาสนา แม้เรามีข้อห้ามในเรื่องของอาหาร แต่วัฒนธรรมในเรื่องของอาหาร ทางภาคใต้ ผมนับถือศาสนาพุทธครับ ประกอบอาหารด้วยเนื้อหมูเป็นเรื่องปกติ เราอยู่ ร่วมกันโดยไม่มีเรื่องของการแตกแยก แต่วันนี้ในพื้นที่ภาคใต้เป็นพื้นที่ที่บริโภคเนื้อหมู ปริมาณสูง โดยเฉพาะจังหวัดสงขลาซึ่งเป็นจังหวัดบ้านของผมครับ เป็นจังหวัดใหญ่ครับ มีประชากร ณ ขณะนี้ ๑,๔๓๐,๐๐๐ คน และเป็นพื้นที่จังหวัดเป็นศูนย์กลางของเนื้อหมูของ ภาคใต้ และมีโรงงานแช่แข็งมากที่สุดในพื้นที่ และมีด่านส่งออกเนื้อหมูสดและเป็นเนื้อหมูแช่ แข็งมากที่สุด สิ่งที่สำคัญครับท่านประธาน เรามีด่าน ๓ ด่าน ด่านประกอบที่นาทวีที่บ้านผม ด่านที่สะเดา อำเภอสะเดา หรือว่าที่ด่านนอก ด่านปาดังเบซาร์ที่สะเดา ซึ่งเป็นด่านชายแดน ระหว่างประเทศมาเลเซีย สามารถส่งออกเนื้อหมูสดและเนื้อหมูแช่แข็งไปยังประเทศ มาเลเซียและประเทศสิงคโปร์ ท่านประธานครับ เมื่อปีที่แล้วปรากฏว่าในช่วงโควิด (COVID) ระบาด กรมปศุสัตว์ใช้รถไปฉีดโควิด (COVID) แต่บังเอิญที่อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา มีการระบาดของโรคชนิดนี้ครับ แต่หลายคนบอกว่ามันเป็นโรคที่ติดเชื้อจากโค แต่มีการ สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นโรคตัวนี้ ปรากฏว่ามีสุกรตายเป็นพันตัวที่อำเภอสทิงพระ วันนี้พี่น้องเกษตรกรที่สทิงพระยังไม่ได้รับค่าชดเชยครับท่านประธาน ผมเลยขอทวง ค่าชดเชยจากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า วันนี้พี่น้อง ชาวสทิงพระ ซึ่งเป็นพื้นที่เลี้ยงสุกรมากที่สุดในจังหวัดสงขลา ยังไม่ได้ค่าชดเชยในการฆ่าสุกร ในวันนั้น วันนี้ผมก็เลยจะมาพูดให้กับท่านประธาน วันนี้เพื่อนสมาชิกหลายคนพูดถึง อำเภอจะนะ ทุกครั้งที่หลายคนพูดถึงอำเภอจะนะผมจะลุกขึ้นมาทุกครั้ง เพราะเป็นพื้นที่ ที่บ้านเกิดผม ถึงไม่ใช่เป็นเขตเลือกตั้ง วันนี้หลายคนบอกว่าโรงงานที่โดนจับหมู ๒๐๐,๐๐๐ กิโลกรัม คือโรงงานแช่แข็งครับ ผมบอกได้เลยคือโรงงานปิติซีฟูดส์ ซึ่งเป็น โรงงานตั้งอยู่ที่ตำบลบ้านนาครับ ไม่ใช่เป็นโรงงานของนักการเมืองเป็นโรงงานของเอกชน มีหลายคนโทรมาถามผมเป็นโรงงานนักการเมืองหรือเปล่า ไม่ใช่ครับ เป็นโรงงานของเอกชน เจ้าของเป็นผู้ป่วยติดเตียงอยู่ในขณะนี้ครับ โรงงานนี้เป็นโรงงานแช่แข็งปลาในอดีต แต่วันนี้ เป็นโรงงานรับจ้างในการแช่แข็งทุกประเภทครับวันนี้จังหวัดสงขลานำโดยผู้ว่าราชการจังหวัด นำกำลังไปตรวจสอบวันนี้จังหวัดสงขลานำโดยผู้ว่าราชการจังหวัดนำกำลังไปตรวจสอบ ปรากฏว่าเจอหมูแช่แข็งประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ กิโลกรัม เป็นหมูแช่แข็งจากไหนครับ จากต่างจังหวัดครับ เดินทางมาจากต่างจังหวัดประมาณ ๒๐ คันรถมาฝากไว้ที่นี่ โดยมีใบนำส่ง วันนี้มีการสื่อข่าวออกไปเยอะมากครับ โรงงานชนิดนี้เหมือนมีความผิด เจ้าของอายุเกือบ ๘๐ แล้วครับ เป็นผู้ป่วยติดเตียง วันนี้ไม่รู้จะเสียชีวิตไหม ผมก็เลยบอกว่า วันนี้รัฐบาลกำลังดำเนินการตรวจสอบการกระทำความผิด แต่วันนี้บาปกำลังจะเกิดขึ้น กับโรงงานแช่แข็งในจังหวัดสงขลาของผม ขอให้อธิบดีกรมปศุสัตว์ อธิบดีกรมการค้าภายใน รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ท่านอย่าโยนความผิดไปให้กับนักธุรกิจ ท่านอย่าโยนความผิด ให้กับผู้ประกอบการ เพราะท่านกำลังจะรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ให้กับนายกรัฐมนตรี ในวันพรุ่งนี้ สิ่งที่ผมเห็นวันนี้มันเป็นเรื่องที่เลวร้ายที่สุด ข่าวที่ออกวันนี้พี่น้องชาวจะนะตกใจ เนื้อหมู ๒๐๐,๐๐๐ กิโลกรัมอยู่จะนะ และอีกหลายแสนหลายล้านกิโลกรัมอยู่ในพื้นที่จะนะ มันเกิดขึ้นได้อย่างไร และวันนี้ในพื้นที่ทั้งประเทศมันจะมีปริมาณเท่าไร ผมขอความเป็นธรรมให้กับนักธุรกิจที่มี ความสุจริตที่ได้รับใบนำส่ง นำฝากสุจริต รัฐบาลต้องปกป้องเขา อย่าให้หน่วยงานของรัฐ ปรักปรำทำลายเขา ให้เขามีลมหายใจในการทำธุรกิจ คุณอย่าเอาตัวรอดให้เขาได้ทำธุรกิจ ต่อไป ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบพระคุณ ครับ ต่อไปเชิญท่านครูมานิตย์ ตามด้วยท่านนิติพล ผิวเหมาะ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ได้รับมอบหมายจากท่าน นายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้มาเล่าเรื่องปัญหาความลำบากของพี่ น้องประชาชนคนไทยทั้งแผ่นดิน ไม่รู้จะบอกว่าให้ประธานฟัง หรือให้คนที่ชื่อประยุทธ์จันทร์ โอชา ฟัง โดยมอบหมายให้ท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ประธานยุทธศาสตร์การเกษตรของพรรค เพื่อไทยเป็นคนนำเสนอญัตตินี้ ท่านประธานครับ พรรคเพื่อไทยเรามีคณะกรรมการ ยุทธศาสตร์ ๑๓ ยุทธศาสตร์ ซึ่งท่านหัวหน้าได้จัดแล้วให้เห็นปัญหาความสำคัญ ท่านประธานจะสังเกตเห็นว่าเวลามีปัญหาอะไร แต่ละท่านจะนำเสนอมาจากยุทธศาสตร์ ทั้งหมด อันนี้ผมฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล ถ้ารัฐบาลยังทำงานแบบนี้ไม่เป็น เอาท่าน วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ไปก็ได้ เอาใครไปก็ได้ ขอร้องมาเราไปให้ เพราะดูจากการบริหารราชการ แผ่นดินยิ่งอยู่ไปนาน ๆ เข้าเหมือนกับการบริหารไปตามยถากรรม เรื่องวันนี้เรื่องหมู ๆ ไม่ใช่ เรื่องหมา ๆ ผมเชื่อว่าบ้านท่านประธานที่นครพนมพี่น้องก็เดือดร้อนไม่แพ้สุรินทร์ แล้วก็ ไม่แพ้ที่อื่น บังเอิญพรรคเพื่อไทยคอนเซปต์ (Concept) เขาเขียนไว้ชัดเจนว่า หัวใจคือ ประชาชน ปัญหาความทุกข์ยากของแผ่นดิน ปัญหาความทุกข์ยากของประชาชนนั้นเรา ปล่อยละเลยไม่ได้ โดยความสัตย์จริงผมกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็สนิทกัน ไม่อยากพูดคุยเรื่องหมู แต่ว่าบังเอิญท่านโชคร้ายท่านมาเป็นรัฐมนตรีในยุครัฐบาล ที่อย่าว่าใช้คำไม่สุภาพเลยครับ รัฐบาลบาป ท่านเห็นไหมเดี๋ยวบาปเรื่องโน้น เดี๋ยวบาป เรื่องนี้ เดี๋ยวบาปเรื่องนั้น จนผู้นำรัฐบาลแกเดินเล่นจำอวดไปทุกวัน ๆ แกเพิ่งมาทุกข์เมื่อ ๑-๒ วันนี้ละครับ เมื่อวานตอนเย็นว่าจะเอาอย่างไรดีกับชีวิตนี้ ก็ไม่มีเวลามาคิดถึงเรื่องหมู เรื่องหมาอยู่ ผมไม่ค่อยพูดเรื่องหมู เพราะว่าหลายท่านพูดแล้ว แต่ผมพูดนิดเดียวครับ ท่านประธานที่เคารพครับ รัฐมนตรีครับ เรื่องหมูที่จริงถ้ามีวัคซีนมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ตามที่ พรรคเพื่อไทยเสนอไปมันจบไปแล้ว แต่ดูว่ามันมีไอ้โม่งอยู่ ไม่อยากให้แก้ปัญหาให้กับพวก รากหญ้าที่เลี้ยงหมูฟาร์มเล็ก ๆ ถ้ามีวัคซีนวันนั้นก็จบไปแล้ว ถ้ามีวัคซีนถามว่าทำไมจบ ผู้ประกอบการรายใหญ่ก็จะมีการแบ่งทุนไป วันนี้ยอมเจ็บตัวเล็กน้อยเพื่อให้กลุ่มผู้เลี้ยงรายย่อย ให้มันตายไปให้หมดเหลือแต่เราคนเดียว ปัญหามันอยู่ตรงนี้เอง แต่พอวัคซีนคน เห็นไหมครับ กระวีกระวาดหรือมันกำไรมากกว่า อันนั้นมันกำไรน้อยไม่ค่อยได้กัน ผมก็สงสัย อยู่ครับ แต่แน่นอนรัฐบาลชุดนี้รอบทำเนียบ ผมไม่อยากพูดว่ามีอาเสี่ย มีเจ้าทุนใหญ่หรอกครับ แต่ไปดูรายชื่อที่ปรึกษาบางคณะเห็นได้ชัดเจน วันก่อนผมคุยกับตำรวจน่ากลัวมาก ท่านประธานที่เคารพ ตำรวจถามผมว่า ส.ส. ม็อบอะไรต่อไปน่ากลัวที่สุด ผมบอกว่า ม็อบปากท้อง ม็อบคนยากจนจะออกมาทะลัก ผมชอบหนังเรื่องหนึ่งท่านประธาน เรื่องจอมโจรแบกแดด พระเอกมันไปปล้นคนรวยแล้วมันเอามาช่วยคนจน จนกระทั่งว่า วันหนึ่งตำรวจไปจับคนมาล้อมหน้าล้อมหลังไม่ให้จับพระเอก ผมว่าเหตุการณ์นี้ไม่นานหรอกครับ ในประเทศไทย เพราะความเหลื่อมล้ำในยุค ๓-๕ ปีนี้มันมากเกินไป แล้วรัฐบาลมัวแต่ หมกเม็ด มัวแต่ปกปิด อันนี้อย่างเห็นได้ชัด มีคนรวยไม่กี่คนกระจุก ตอนพรรคไทยรักไทย ท่านประธานก็เป็นผู้แทนพรรคเดียวกับผมด้วย ขอประทานโทษ ไม่เสียหายท่านประธาน ท่านเห็นไหมครับ ๔ ปีสร้าง ๔ ปีซ่อม ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส วันนี้ท่านประธานรู้ไหมครับ เพิ่มรายจ่าย ลดรายได้ และไม่ขยายโอกาส แล้วคน มันจะอยู่อย่างไรละครับ วันนี้ก็จนไม่ต้องพูด ข้าวเปลือกราคาถูก สุรินทร์ไม่ต้องถามแล้ว เขาจะเอาขนข้าวมาหน้าทำเนียบแล้วครับ ข้าวเปลือกราคาถูกแต่ข้าวสารราคาแพง มาพูดถึง เรื่องหมู วันนี้มันเดือดร้อนไปหมดท่านรัฐมนตรีประภัตร คนมันเดือดร้อนนะ ท่านรู้ไหม มันเดือดร้อนไปถึงโรงเรียนด้วย โรงเรียนค่าอาหารกลางวัน ๒๑ บาทต่อหัว รัฐบาลขึ้นให้ปีที่ แล้วใจดีเหลือเกินหัวละ ๑ บาท วันนี้ก็เลยต้องมาใช้นโยบายต้มฟักซี่โครงไก่ เพราะว่า มันไม่พอเนื่องจากหมูมันแพง ทุกอย่างแพงหมด แพงจนไม่รู้ว่าจะอธิบายแพงทุกอย่าง แม้กระทั่งซาลาเปายี่ห้อดังผมไม่เอ่ยชื่อ เขายังประกาศขึ้นราคาแล้วเพราะเขาอยู่ไม่ได้ ท่านชี้แจงตอนเช้าให้จุลพันธ์ฟัง ท่านชี้แจง ผมเข้าใจ ผมเข้าใจท่านก็ชื่นชมนายกรัฐมนตรี เขาไม่ปรับท่านออกหรอกครับ ท่านเชื่อผมเถอะเพราะท่านเป็นคนน่ารัก แต่เรื่องเหล่านั้น เป็นการชี้แจงอธิบายความ แต่ความทุกข์ของชาวบ้านจริง ๆ ปัญหาในพื้นที่จริง ๆ มันไม่ได้ เป็นอย่างนั้น ท่านดูที่รัฐบาลสิครับ ทุกคนลุกขึ้นมาอภิปรายเรื่องปัญหาสินค้าราคาแพง เรื่องหมู เรื่องไก่ เพราะหมูแพงตัวเดียวแล้วหัวหน้ารัฐบาลบอกว่าอย่างไร สร้างหมูขึ้นมาใหม่ วาดรูปเอาหรือครับ ผมได้ข่าวที่เขาบอกว่านายกรัฐมนตรีสอบได้ที่ ๑ ผมเพิ่งไปรู้ แกสอบได้ วิชาวาดเขียน ไม่ได้วิชาอื่นหรอกครับที่เขาบอกที่ ๑ ของรุ่น วิชาวาดเขียน แกก็เขียนโน่น เขียนนี่ เขียนนั่นขึ้นมา แกก็เลยได้ที่ ๑ วิชาเดียว ไม่ได้ได้ที่ ๑ เรื่องอื่นทั้งรุ่น🔗
อยู่ในประเด็น🔗
อันนี้ก็ประเด็น ท่านประธาน ผมฝากไป ยังนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีบริหารประเทศ ผมบอกตลอดว่าถ้าประยุทธ์ จันทร์โอชา ลาออกแล้วอยู่บ้านจะไม่พูดถึงประยุทธ์ จันทร์โอชา แต่นี่มาเป็นนายกรัฐมนตรี มาเป็นนายกรัฐมนตรีก็ไม่ว่าอีกมาปล้นเราด้วย พรรคผม ๑๓๖ คน ผู้แทนอันดับ ๑ ในสภา นี่นายแพทย์ชลน่านเป็นผู้นำฝ่ายค้านที่มีผู้แทนมากที่สุดในสภา แต่เราไม่สามารถจะ บริหารประเทศได้ ไม่อย่างนั้นวันนี้เราแก้ปัญหาให้กับชาวบ้าน เราเป็นพรรคเดียวที่ทำให้ ชาวบ้านมีความสุขมาทุกอย่าง ไม่ว่าเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องสังคม น้ำมันก็ไม่แพงขนาดนี้ แก๊สก็ไม่แพงขนาดนี้ หมูก็ไม่แพงขนาดนี้ แต่บังเอิญว่าเราโดนปล้น ก็ฝากประธานปีหน้า ถ้าแลนด์สไลด์ (Landslide) ได้ประธานมาอยู่กับผม ผมให้เป็นประธานเลยครับ ขอบพระคุณ มากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนิติพล ตามด้วยท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นิติพล ผิวเหมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออภิปราย เพื่อสนับสนุนญัตติการตั้งกรรมาธิการวิสามัญของพรรคก้าวไกลในวันนี้ สั้น ๆ ไปแบบนี้ มีเวลา ๗ นาทีครับ ๗ นาทีจากนี้ไปครับ ผมขอฝากให้หลายหน่วยงานเพราะเกี่ยวข้องกับ หลายหน่วยงาน ขอให้ตั้งใจฟังหน่อยแล้วกัน ตั้งใจฟังสิ่งที่ผมจะอภิปรายใน ๗ นาทีนี้ แล้วขอให้ทำงานอย่างจริงจัง อย่าทำตัวเป็นนกครับ บินโฉบไปตรงนั้นที บินโฉบไปตรงนี้ที งานไม่ทำเป็นชิ้นเป็นอัน ผลาญภาษีประชาชนไปวัน ๆ ไล่เรียงไปแบบนี้ครับท่านประธาน ไล่เรียงไปแบบนี้เลยเอาตั้งแต่รัฐบาลยุคนี้สมัยนี้ ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ มีโรคระบาด ในสัตว์ คือโรคอะไรบ้างครับ ไล่มาตั้งแต่กาฬโรคแอฟริกาในม้า อันนี้ก็ระบาดหนัก สร้างความเสียหายให้กับม้าในประเทศไทยเยอะมากครับ แน่นอนละครับคนส่วนใหญ่ คนที่มีม้าพูดง่าย ๆ คนที่ครอบครองม้าก็เป็นคนมีสะตุ้งสตางค์ระดับหนึ่ง ไม่ได้เดือดร้อน เรื่องเงินเรื่องทองกับชาวบ้านเขาหรอกครับ แต่มันเป็นคุณค่าทางใจครับ เขารักม้าเขา เขาอยากจะดูแลม้าเขาให้ดี ๆ ม้าตายไปเยอะแยะครับ ม้าตัวเป็นล้านตายภายใน เวลาสั้น ๆ มีอะไรต่อไปครับ ลัมปี สกิน (Lumpy skin disease ) สด ๆ ร้อน ๆ ปีที่ผ่านมานี้ เลยครับ ลัมปี สกิน (Lumpy skin disease ) แก้ไขปัญหาให้เขาไม่ได้ มีเงินสั่งเอาไปซื้อ วัคซีนที่สามารถซื้อวัคซีนที่ดีที่สุดในโลกได้ ไม่เอา ไปซื้อวัคซีนถูก ๆ ห่วย ๆ มา แล้วมา ปี ๒๕๖๕ เพิ่งสวัสดีปีใหม่กันไม่นานนี้แหละ อหิวาต์แอฟริกาในหมูครับ อาจจะปิดข่าว ไม่ปิดข่าว อย่างไรก็ไม่รู้ไม่ว่ากัน แล้วพอมีปัญหาแบบนี้อย่างไรครับ หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องพอมีปัญหาเรื่องแอฟริกา ในม้า กางปีกเป็นนกบินผับ ผับ ผับ ไปดูสิ ก็พูด ๆ ไป เสร็จปุ๊บ มีปัญหาเรื่องลัมปี สกิน (Lumpy skin disease) กางปีกเป็นนกบินผับ ผับ ผับ เป็นนกกระจิบ นกกระจอกไป แก้ไขปัญหาหมดแล้ว แก้ไขปัญหาหมดแล้ว ไม่ได้เรื่องสักอย่างครับ เจาะลึกเข้าไป ในรายละเอียดนิดหนึ่งครับ ทีนี้ฝากไปถึงหน่วยงานราชการ หลายหน่วยงานนะ ต้องบอก ตามตรงว่ามันหลายหน่วยงาน แต่ว่าหน่วยงานทั้งหมดมีหน้าที่เหมือนกัน ก็คือมีหน้าที่ ในการป้องกัน มีหน้าที่ในการควบคุมโรคระบาดครับ เจาะเรื่องป้องกันครับ ไปดูบริเวณครับ ตะเข็บชายแดนครับ เรามีการป้องกันเข้มงวดระดับไหนครับ เข้มงวดพอไหม ในระหว่าง ตะเข็บชายแดน สัตว์ที่เข้า ๆ ออก ๆ ระหว่างประเทศนี่ครับ ถูกกฎหมายหรือเปล่า ตอนที่เปิด ญัตติ ส.ส. ปดิพัทธ์ก็ได้พูดไปแล้วเกี่ยวกับเรื่องการขนย้ายสัตว์ ปศุสัตว์ต้นทางปศุสัตว์ ปลายทางนี่ก็ต้องเป็นคนที่ออกใบอนุญาตในการเคลื่อนย้าย ทำไมมันมีการทุจริต รู้ไหมครับ มันมีการทุจริตด้วย หมูเขาต้องหักค่าหัวคิว หัวละ ๔๐๐ บาท เพื่อจะออก ใบอนุญาตในการเคลื่อนย้ายสัตว์นี่ ป้องกันก็แย่แล้ว ไปดูควบคุม ควบคุมดีไหม พอมี โรคระบาดเกิดขึ้น ควบคุมดีไหม ถามหาวัคซีนกันยกใหญ่ วัคซีนก็ไม่มี วัคซีนคุณภาพดี ๆ ก็ไม่มี มาตรการควบคุมมีอะไรอีกละ ก็ต้องประกาศโรคสิครับ ทีนี้มีปัญหาก็ต้องประกาศโรค ที่น่าตกใจครับ ประเทศเพื่อนบ้านล้อมรอบเรานี่มีโรคระบาด เขาก็ประกาศ ๆ โรคระบาดนี้ เขาเตรียมตัวกันหมดครับ แต่พอไปดูมันเป็นไข่แดงอยู่ตรงกลางครับ ประเทศไทยเป็นไข่แดง อยู่ตรงกลาง เราไม่มีโรคระบาดกับเขา เป็นไปได้อย่างไร เพราะการป้องกันตรงระหว่าง ประเทศนี้ก็ไม่ดีเลย อภิปรายแบบนี้ครับ เดี๋ยวจะหาว่า ส.ส. นิติพลมาพูดแบบนี้หลักฐานมีไหม ผมไม่มีเหมือน ส.ส. เท่าพิภพหรอกครับ เรื่องแบบนี้ หลักฐานผมหาไม่ได้เลย บอกแบบนี้ มันเหมือนเราซื้อหวยครับ ที่หวยนี้พิมพ์ติดราคาไว้ว่า ๘๐ บาท เอาแบบนี้ ๆ ผมมีเงินอยู่ ๘๐ บาทครับ ผมให้เงิน ๘๐ บาทนี้ไปซื้อหวยให้ผมหน่อย เอาเลข ๑๖๔ จะเป็น ๓ ตัวหน้า ๓ ตัวท้ายก็ได้ ไม่เป็นไร แต่ขอเลข ๑๖๔ ๘๐ บาทครับ ซื้อได้ไหม ไม่ได้หรอกครับ ไปถามที่ไหนครับ ๑๐๐ บาทบ้าง ๑๒๐ บาทบ้าง ๑๔๐ บาทบ้าง แต่ถ้าอยากได้มันก็ต้องซื้อครับ ๑๔๐ บาท เกินราคาทั้งนั้นล่ะครับ มันก็เหมือนกับการที่เราจะขนย้ายหมูครับ ถ้าจะออก ใบเคลื่อนย้ายได้นี้ก็ต้องจ่ายค่าหัวคิวทั้งนั้นล่ะ หลักฐานผมหาไม่ได้หรอกครับ มาสรุป ในเรื่องสุดท้ายครับ วันนี้ครับ วันที่ ๒๐ มกราคม ๒๕๖๕ นอสตราดาต้นครับ วันนี้ผมพยากรณ์ ผมพูดถึงเหตุการณ์ในอนาคตได้เลยว่าเราจะมีโรคระบาดที่เกิดจากสัตว์ในไทยครับ อย่างน้อย ๓ โรคครับ โรคแรกครับ คือไข้หวัดนก โรคที่ ๒ ครับ ยังไม่เคยมีใครพูดถึงเลย บลูทังก์ (Bluetongue) ครับ จะระบาดในแกะ ในแพะ แกะและแพะในประเทศไทยนี้มีอยู่ ประมาณสัก ตีหยาบ ๆ ๑ ล้านตัว ๑ ลำนตัวนี้บริโภคภายในประเทศนี้แค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ อีก ๙๐ เปอร์เซ็นต์นี้เราส่งออก ส่งขาย ส่งขายต่างประเทศ เพราะว่าเป็นสัตว์ที่เราไม่ค่อย นิยมบริโภคในประเทศไทยก็แล้วกัน แบบนี้แกะกับแพะนี้ผมเรียกว่ามันเป็นสัตว์ใต้ดิน มันมีการไม่รู้ละทุจริต การคอร์รัปชัน การอะไรต่าง ๆ เยอะแยะมากมายเต็มไปหมดครับ แล้วแกะกับแพะนี่ก็ส่งขายเวียดนามเหนือ แล้วก็เข้าจีน ระวังให้ดี ถ้าไม่ควบคุม ไม่ป้องกัน ให้ดีนี้ ผมบอกได้เลยว่าบลูทังก์ (Bluetongue) จะระบาดในไทยแน่นอน อีกโรคหนึ่งครับ ปากเท้าเปื่อยในวัวครับ โรคที่ ๓ ปากเท้าเปื่อยในวัว เตรียมตัวไว้เหมือนกัน เตรียมตัวไว้ให้ดี ระบาดในไทยแน่นอน แล้วโรคนี้น่ากลัวด้วย เหตุผลที่น่ากลัว เพราะว่าอะไรครับ มันแทบจะ กระจายไปทั่วหลายพื้นที่ในประเทศไทยเลย ปากเท้าเปื่อยนี่วัวที่มันเข้ามาผิด ๆ กฎหมาย นี่ครับ เข้าจากทางแม่สอดครับ แล้วย้ายไปขุนที่จังหวัดสุโขทัย พอขุนที่จังหวัดสุโขทัยได้ที่ แล้วนี้ ส่งไปเข้าฮาเร็ม (Harem) สัตว์ที่เชียงราย ผมรู้แล้วเป็นของใคร ไปเข้าฮาเร็ม (Harem) สัตว์ที่เชียงรายครับ เสร็จแล้วส่งต่อเข้าพม่า แล้วเข้าจีน ๓ โรคนี้ นอสตราดาต้นพยากรณ์ไว้ วันนี้เลยว่าจะเป็นโรคระบาดที่จะเกิดขึ้นในสัตว์ ถ้าท่านไม่เชื่อผมใครไม่เชื่อผม ผมยอมขายหน้าเลย ให้ท่านไปอมขี้หมูแล้วมาพ่นใส่หน้า ผมเลย ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปเชิญ ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ตามด้วยท่านคำพอง เทพาคำ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ถ้ารัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นรัฐบาล ที่มีคุณภาพมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการประเทศ วันนี้ไม่มีวันนี้หรอกครับ ท่านประธานครับ โรคระบาดในหมูมันเริ่มตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ที่เชียงรายบ้านผม อำเภอแม่สาย อำเภอเชียงแสน อำเภอเชียงของ ผมเลี้ยงหมูป่าอยู่ ๒๐ ตัว ตายเรียบครับ วันนั้นไม่รู้เป็นโรคอะไร ไม่มีใคร บอกผมตายไปแล้วตอนนี้ไม่มีหมู เชียงรายไม่มีหมูแล้ว ไม่มีหมูมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ แล้ว แล้วก็ห้ามย้ายหมูข้ามเขตเพราะอยู่ในเขตโรคระบาด และเชียงรายมีหมูกินได้อย่างไรครับ ทุกวันนี้หมูในเชียงรายก็ยังมีขายอยู่ตลอด ท่านประธานที่เคารพครับ หลายสิ่งหลายอย่างมัน ผิดปกติ ผิดครรลอง ไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย ท่านประธานครับ กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับรู้มีโรคระบาดหมูตั้งแต่วันนั้น ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ แล้ว กำจัดหมู ทั้งหมดในเชียงราย หมดเล้าจนล่มจมจนเจ๊งกันหมด ท่านประธานครับ ถ้าเขาจริงใจ แก้ปัญหาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๖๒ ไม่มีวันนี้หรอกครับ แต่ว่ามันมียักษ์ใหญ่ที่อยู่ในวงการเกษตร เป็นมาเฟียครอบงำการเกษตรของชาติอยู่ ครบวงจร ตั้งแต่อาหารสัตว์ ค้าปลีก ค้าส่ง สินค้าเกษตรไปจนถึงแปรรูปทุกสิ่งทุกอย่างครอบงำทั้งหมด ถ้าเกิดว่าแก้ปัญหาหมูวันนั้น วันนี้เขาคงจะแย่ คณะรัฐบาลชุดนี้ไม่ดูแลคนจน ดูแลแต่เจ้าสัว ดูแลผลประโยชน์ให้กับ พวกพ้อง การกำจัดซาก ในเมื่อมันเป็นไวรัสแอฟริกาชีวิตของมันอยู่ได้นานมาก อยู่ใน ผลิตภัณฑ์ก็ได้ กุนเชียงที่ส่งไปเมืองนอกยังมีเชื้ออหิวาต์นี้เลยเพราะมันอยู่ได้นาน ท่านประธานครับ ทำไมเขาปกปิด ทำไมเขากำจัดได้น้อยมาก เพราะว่าการกำจัดหมูจะต้อง ทำความร้อนจะต้องเผา ฝังนี่ผิดครับ มีคนท้าให้ไปขุดซากหมูที่ฝังอยู่เอาขึ้นมาพิสูจน์ว่า ยังมีไวรัสอยู่หรือไม่ วิธีการผิดครับ คือการปล่อยปละละเลยของรัฐบาลโดยที่ไม่ให้คุณค่า ไม่สนใจ เสร็จแล้วรีบให้ทำลายซากด้วยการเอาไปขาย ด้วยการฆ่า ชำแหละ แล้วเอาไปแช่แข็ง ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ชำแหละแปรรูปให้เร็วที่สุด การส่งออกปี ๒๕๖๓ มันถึง ๓๐๐ เปอร์เซ็นต์ ปกปิดการระบาดของโรคแล้วเร่งส่งออก ปี ๒๕๖๓ มันถึงส่งออกหมู ๓๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่เคยมีครับประเทศไทยส่งออกเพิ่มขึ้น ๓๐๐ เปอร์เซ็นต์ ดีใจกันมาก มันเป็นหมูติดเชื้ออย่างไรครับ เสร็จแล้วก็แปรรูปก็ขายให้คนไทยกินเพราะไม่อยากกำจัดซาก ถ้ากำจัดซากมากเท่าไรรัฐบาลจะต้องจ่ายเงินมากเท่านั้น ท่านประธานครับ มารับสารภาพ เดือนมกราคม ปี ๒๕๖๕ อธิบดีมารับสารภาพเพราะไม่ไหวแล้ว มันลามไปถึงสินค้าอื่น ลามไป ถึงสินค้าอุปโภคบริโภคทุกสิ่งทุกอย่าง ต้องรับสารภาพครับ ณ วันนี้ไตรมาส ๓ ของปี ๒๕๖๔ หนี้ครัวเรือนของประเทศไทยอยู่ที่ ๑๔.๓ ล้านล้านบาท ๘๙ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) จีดีพี (GDP) ประเทศไทย ๑๖ ล้านล้านบาท แต่วันนี้หนี้ ครัวเรือน ๑๔.๓ ล้านล้านบาท ท่านประธานครับ ประเทศจะล่มสลายแล้ว เพราะน้ำผึ้งหยด เดียวที่ท่านปล่อยปละละเลยไม่แก้ปัญหาสินค้าเกษตร เอาใจพวกพ้อง เกรงใจ เพราะเขา ควบคุมตัวเองอยู่ ถ้าเป็นหนังจีน ข้าราชการ นักการเมือง ที่ปล่อยปละละเลยให้เกิด ความเสียหายกับพี่น้องประชาชนที่มีอาชีพเลี้ยงหมูและพี่น้องคนจนทั้งหลายเดือดร้อนกัน ทั้งประเทศ หนังจีนเขาเอาไปตัดหัวหมด ท่านประธานครับ เกือบ ๘ ปีมานี้รัฐบาลนี้ มีความรับผิดชอบ รับผิดใด ๆ บ้าง ไม่เคยมีการรับผิดเรื่องใดทั้งนั้น ถูกทุกอย่าง ๗ ปีมานี้ ยึดอำนาจจากผู้หญิง แล้วสัญญาว่าจะคืนความสุขให้พี่น้องประชาชนคนไทย วันนี้คืนอะไร ให้กับพี่น้องประชาชน คืนความตาย คืนความทุกข์ยาก ยากไร้ทุกชนชั้นทุกเพศทุกวัย ทุกอาชีพ ท่านประธานครับ ประยุทธ์เรียกข้าราชการไปรับทราบข้อมูลทั้งหมดทั้งปวงเข้าใจ แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นกับสินค้าเกษตร กับหมูของประเทศไทย กล้าไหมละครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ผมสงสารท่าน กล้าปลดอธิบดีกรมปศุสัตว์ไหมครับ อธิบดีกรมปศุสัตว์ทำความเสียหายด้วย การปกปิดข้อมูลนี้ นี่คือถ้าเป็นต่างประเทศเขาลาออกแล้ว ท่านรัฐมนตรีช่วยรับผิดชอบ ไหมครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รับผิดชอบไหมครับกับความเสียหาย อันนี้ สุดท้ายเหตุทั้งหลายทั้งปวงอยู่ที่นายกรัฐมนตรี ชื่อ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ยึดอำนาจ มานั้นไร้ความสามารถ ไร้วิสัยทัศน์ ขาดความรู้ในการบริหารประเทศมันถึงเป็นที่มาของ ความหายนะของประเทศในวันนี้ ชาวบ้านบอกว่า เบื่อขี้หน้าสุด ๆ เบื่อขี้หน้าประยุทธ์ จันทร์โอชา สุด ๆ บอกให้เขารีบออกไป รีบลาออกจากตำแหน่งเสีย นี่ชาวบ้านสั่งมา ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านคำพอง ตามด้วยท่านสมคิด เชื้อคง🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม คำพอง เทพาคำ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอบคุณ ท่านประธานที่กรุณาบรรจุเรื่องระเบียบวาระนี้เข้าเพื่อที่จะตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อที่จะ ทำการศึกษา เรื่องของอหิวาต์แอฟริกา ซึ่งก็ถือว่าเป็นความกล้าหาญ ในขณะที่รัฐบาลไม่กล้า ที่จะทำการศึกษาและประกาศออกมาเสียทีหนึ่งว่า โรคอันนี้มันคืออะไร สภาเราก็จะได้รับรู้ เสียทีว่า สุกรเป็นโรคอะไรถึงตายยกเล้ายกฟาร์มมากมายถึงขนาดนี้ เมื่อสภารับรู้ผมคิดว่า ประชาชนทั่วประเทศเกษตรกรก็จะรู้ว่า จริง ๆ แล้วมันตายเพราะอะไร โรคอะไร ท่านประธานครับ รัฐบาลนี้ยืนยันมาตลอดผ่านทางหน่วยงานราชการบอกว่า โรคที่หมูตาย ไม่ใช่อหิวาต์แอฟริกา ก็เหมือนกับว่าไม่ให้ความสนใจหรือเป็นการปกปิดเพื่อที่จะให้โรค ระบาดนี้อยู่ในที่ซึ่งสามารถที่จะเป็นประโยชน์กับหน่วยงานกับใคร เราได้รู้กันแล้วว่าหมูแพง มันเป็นไปตามกลไกตลาดหรือเปล่า หรือว่าเป็นเรื่องบ่งชี้เรื่องของเศรษฐกิจ หรือว่ามันเป็นการจงใจที่จะให้มันแพง ในขณะที่ ค่าแรงยังถูกเท่าเดิม ย้อนไปเมื่อเดือนธันวาคม ผมได้รับหนังสือร้องเรียนจากพี่น้องเกษตรกร ที่เป็นเมืองหลวงของการเลี้ยงสุกรก็คือที่จังหวัดราชบุรี เขาร้องเรียนถึงความเสียหาย ทั้งในรายย่อย รายขนาดกลาง แม้แต่ขนาดใหญ่ แต่ไม่ใช่ทุนใหญ่ เขาร้องเรียนว่าหมูเขาตาย เขาถูกคำสั่งให้ทำลาย พี่น้องเขาก็บอกผมว่า ท่านผู้แทนประมาณเดือนกุมภาพันธ์ เนื้อหมูจะแพง เนื้อสุกรจะแพง แต่ว่ามาเร็วมากท่านประธาน พอหลังปีใหม่เนื้อสุกรก็แพง ทันที ย้อนกลับไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนครับ ผมได้ลงไปหาพี่น้องที่จังหวัดน่าน พี่น้องจังหวัด น่านบอกว่าตอนนี้หมูไม่มีในมือชาวบ้านแม้แต่ตัวเดียว ในช่วงที่หมูมีอยู่ในมือของชาวบ้าน ราคาหมูเป็นอยู่ที่ ๔๐-๖๐ บาท แต่พอไม่มีในมือของชาวบ้าน ไม่มีในมือของเกษตรกร ปรากฏว่าหมูเพิ่มขึ้น ๙๐-๑๐๐ หมูเป็น แต่วันนี้ไม่รู้ว่าเท่าไรแล้ว ย้อนไปต้นปี ๒๕๖๔ พี่น้อง ก็ร้องเรียนอีกว่าให้เขาทำลายหมูไปยกคอกยกเล้า บอกว่าจะจ่ายค่าชดเชยให้เขา จนป่านนี้ ก็ยังไม่ได้รับการชดเชย แล้วก็ไม่ได้บอกด้วยว่า หมูที่ตายนั้นเป็นโรคอะไร ไม่บอก ผลแล็บ (Lab) ด้วย ย้อนไปอีกครับท่านประธาน เราได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องที่ลำพูน ระยะต้น ๆ เลย ตั้งแต่ช่วงประมาณต้นปี ๒๕๖๓ เสียด้วยซ้ำว่า หมูตายที่ลำพูน แต่ก็ไม่ยอม ประกาศสักทีว่ามันเกิดจากอะไร ทั้ง ๆ ที่อาการมันคืออาการในนิยามของเอเอสเอฟ (ASF) ผมไม่หายสงสัยครับ ผมก็ไปดูที่ในพื้นที่ ในรายงานที่รายงานเข้ามาก็ปรากฏว่ามีอยู่ ๕๖ กว่าจังหวัดที่หมูตาย แล้วก็สงสัยว่าทำไมราชบุรีเมืองหลวงนี้ไม่ได้รับรายงานว่ามีหมูตาย พี่น้องราชบุรีก็ถามว่าทำไมไม่มีรายงานของกรมปศุสัตว์ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่า ราชบุรีไม่มีหมูตายเลย ก็ได้รับคำตอบว่าที่ไม่ได้รายงานเพราะว่าเป็นรายใหญ่ เขาก็บอกไม่ใช่ รายใหญ่ ไม่ใช่ทุนใหญ่ เขาเป็นขนาดกลาง แต่ไม่มีรายงาน เพราะการชดเชยนี้มันจะชดเชย ให้เฉพาะรายย่อย ราชบุรีเลยไม่มีปรากฏในรายงาน ทั้ง ๆ ที่หมูเขาตายไป ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ผมเข้าใจว่ารัฐบาลรู้ว่าเป็นเอเอสเอฟ (ASF) แต่ไม่ยอมประกาศ เหตุผลก็คือว่าเพื่อที่ จะปกป้องการส่งออก ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็มีประกาศด้วย ผมไม่รู้ว่าทางกรมปศุสัตว์ นั้นตรวจพบหรือไม่พบ แต่ว่าเขาบอกว่าจะประกาศเรื่อง เอเอสเอฟ (ASF) ไม่ได้ เพราะเรา จะสูญเสียการส่งออกไป ปรากฏว่าที่จริงเรา ส่งออกได้เพียงแค่ ๒๒,๐๐๐ ล้านเท่านั้นเอง คุ้มหรือไม่กับสิ่งที่มันเกิดขึ้น และความเสียหายที่มันเกิดขึ้นขณะนี้กับการปกป้อง ทุนรายใหญ่ในการส่งออกหมูเพียง ๒๒,๐๐๐ ล้าน แล้ววันนี้มันจะลุกลามไปในเศรษฐกิจ ทั้งระบบเลย🔗
อีกประเด็นหนึ่งที่อยากจะฝาก สำหรับการที่คณะกรรมาธิการจะทำการศึกษา ก็คือเกษตรกรรายย่อยในระดับครอบครัว ในระดับครัวเรือน ผมกลับมาจากนครพนม เมื่อวันก่อน พี่น้องที่เป็นเกษตรกรรายย่อยในระดับครัวเรือนต้องทำลายหมูทิ้งตามคำสั่งของ กรมปศุสัตว์ แต่ไม่อยู่ในทะเบียนของกรมปศุสัตว์ เขาก็ไม่รู้ว่าเขาจะได้รับการชดเชยหรือไม่ มีข้อเสนอแนะจากพี่น้องเกษตรกรมาจากราชบุรี เขาบอกว่าในการที่จะฟื้นฟูอาชีพเกษตรกร ในการเลี้ยงหมู วัคซีนต้องเตรียมให้พร้อม เรื่องของการพักหนี้ที่มีอยู่หรือแม้แต่แหล่งทุน ที่เขาควรจะได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล และที่สำคัญคือการข่มขู่เกษตรกร ไม่ว่าจะโดย วิธีการใดก็แล้วแต่ มันไม่ได้ก่อให้เกิดการแก้ไขปัญหาหรือแม้แต่ใช้ผรุสวาทบอกว่า หมูมัน ตายแค่ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ที่จริงมันไม่ใช่ครับ พี่น้องเกษตรกรบอกว่ามันตาย ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ก็สนับสนุนการตั้งกรรมาธิการในการศึกษาครั้งนี้ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ต่อไปเป็นคุณอนุรักษ์ บุญศล ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพคะ หมูเป็นโรคห่าค่ะ คนก็เป็นโรคห่าค่ะ ต้องบอกว่าสถานการณ์ร้าย แล้วก็ร้าย เพิ่มขึ้นอีก วัว ควายอีก ทำไมมันจะต้อง ๓ โรคห่าจะต้องเกิดในเวลาใกล้เคียงกัน ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันเห็นท่านประภัตรมาตั้งแต่ ๙ โมงค่ะ ตอนนี้ทุ่มหนึ่งแล้วค่ะ ดิฉันกล่าวว่าอดทนเพื่อประชาชนค่ะ ความเสียหายจากโรคห่าเกิดขึ้นมากมายมหาศาล หมูตายมาก บ้านดิฉันตายตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๖๔ ท่านประธานคะ ดิฉันนำเรื่องนี้ มาปรึกษาหารือกับท่านประธาน วันนั้นท่านประธานนั่งบัลลังก์ด้วย บางเล้าตาย ๕-๖ ตัว ร้องไห้นะคะ แล้วก็มาบอกกับดิฉันว่าครูมีเงินชดเชยไหม ผมขอแค่ ๗,๐๐๐ บาท เพื่อที่จะ เดินต่อไปในเส้นทางชีวิต บางเล้าตายเป็นร้อย นี่คือดิฉันก็พูดคำเดิมค่ะท่านประธานว่า ควรจะชดเชยให้เกษตรกรรายย่อยเพื่อให้เขาก้าวเดินในวิถีชีวิตที่มีลมหายใจได้ น้ำมันแพง เนื้อหมูแพง ไข่ไก่แพง สินค้าทุกชนิดแย่งกันขึ้นราคา ทีนี้ถ้าน้ำมันแพงอย่างนี้แล้วสินค้า ทุกอย่างขึ้นราคาอย่างนี้ ดิฉันถามแทนประชาชนค่ะว่าจะแก้ปัญหากันอย่างไร น้ำมันแพง ยังไม่พอค่ะท่านประธาน ค่าไฟฟ้าบ้านแพง ไปถามทุกบ้านได้เลย ๒-๓ วันมามีหนังสือจาก สรรพากรมา ภาษีบ้าน ภาษีบ้านปีที่แล้ว บ้านดิฉันเองเสีย ๔,๐๐๐ บาท ปีนี้ ๘,๖๐๐ บาท แล้วพี่น้องประชาชนจะเพิ่มขึ้นขนาดไหน นี่คือยุคสมัยที่อะไรก็แพง ยังมาหมูแพง ไข่แพง ไก่แพง สินค้าเครื่องปรุงแพงอีก สินค้าทุกชนิดพาเหรด (Parade) กันขึ้นราคา พี่น้องประชาชน บอกดิฉันว่า เดี๋ยวจะกินข้าวกับน้ำตากันแล้ว อร่อยไปถึงหัวใจทั้งครอบครัวกันเลยทีเดียวค่ะ🔗
ท่านประธานคะ ดิฉันกลับมาที่ค่าชดเชยเกษตรกรรายย่อย วัว ควาย ลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease ) ยังได้ แล้วให้คนที่เป็นเกษตรกรรายย่อยที่เลี้ยงหมู ก็ควรจะได้ด้วย รัฐบาลต้องช่วยเหลือประชาชนค่ะ ไม่ใช่ปล่อยให้ทุกอย่างแพง แล้วตอบว่า นี่คือกลไกของโลก ประชาชนถามดิฉันมาว่าแล้วกลไกของรัฐบาลจะช่วยเหลือประชาชน อย่างไรบ้าง มีนโยบายอย่างไรบ้างที่จะซับน้ำตาคนยากจน ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันเป็นครูบ้านนอก ตอนที่ดิฉันสอนหนังสืออยู่น้ำมันเบนซินลิตรละ ๒๕ บาท ดิฉันถาม ตัวเองว่าวันนี้จะเติมน้ำมันมอเตอร์ไซค์ไปสอนพิเศษหรือจะไม่สอน เพื่อที่จะนำเงิน ๒๕ บาท ไปซื้อน้ำมันพืชแล้วมาทอดไข่ให้ลูก ๆ กิน วันนี้ก็เช่นเดียวกัน แต่น้ำมันพืชจากปลายปีที่แล้ว กลางปีที่แล้ว กลางปีที่แล้ว ๒๙ บาท ยังมีอยู่ เดี๋ยวนี้ไม่มีสักขวดท่านประธาน เริ่มต้นที่ ๔๕ บาทหมด แล้วก็จนไปถึง ๑๒๐ บาท น้ำมันพืชแล้วแต่ยี่ห้อ แล้วแต่ชนิด แต่ราคาต่ำสุด ๔๕ บาท นี่คือน้ำมัน แล้วครอบครัวหนึ่ง ๆ ที่หาเงินได้วันละ ๓๐๐ บาท ไปซื้อหมู ๒๔๐ บาท เหลือเงินค่าแรง ๖๐ บาท จะอยู่ได้อย่างไร เมื่อของทุกชนิดขึ้นราคาแพงขนาดนี้ ดิฉันถามไปที่ท่านรัฐมนตรีว่า หรือว่านี่เป็นเพราะว่า ยศช้างขุนนางพระ หอคอยงาช้าง มันไม่สามารถที่จะโน้ม หรือสิ่งเหล่านั้นปิดบังความ เดือดร้อนของประชาชนหมด ถึงไม่ได้เห็นว่าเขาเดือดร้อนน้ำตาแทบกระเด็น ถ้าหมู ๒๔๐ บาท หาค่าแรงได้วันละ ๓๐๐ บาท แต่ก่อน ๑๔๐ บาท มีเงินเหลือ ๑๐๐ ให้ลูกไป โรงเรียนได้ ๒ คน แล้วต้องเปลี่ยนกันไปโรงเรียนใช่ไหมคะ วันนี้ค่าแรงไม่ได้ต้องหยุดก่อน ให้คนหนึ่งไปโรงเรียนจะเป็นอย่างนี้ ดิฉันอยู่กับความยากจน ดิฉันอยู่กับพี่น้องประชาชน เป็นอย่างนี้เลยทีเดียว ดังนั้นแล้วท่านประธานที่เคารพคะ เราจะช่วยเหลือประชาชนคนไทย รากหญ้าที่รายได้ ๓๐๐ บาท บ้านดิฉัน ๓๐๐ บาท ยังไม่มีการจ้างงานกันเลย ต้องมาทำงาน ที่กรุงเทพฯ มาทำงานที่โรงงาน กลัวว่าตายจากโควิด-๑๙ (COVID-19) พันธุ์เดลต้า (Delta) แล้วสายพันธุ์ใหม่โอมิครอน (Omicron) แล้วก็ยังไม่กลัวตาย กลัวอดตายมากกว่า กลัวคน ในครอบครัวตาย ของแพงแบบนี้จะประหยัดขนาดไหน แม้นว่าจะประหยัดแค่ไหน น้ำตา ยังไหลใส่สำรับอาหาร ท่านประธานตะ เดือดร้อนกันขนาดนั้นเลยทีเดียว แล้วไม่ได้ว่าแต่ เฉพาะหมูที่เป็นโรคเท่านั้น อื่น ๆ อีกมากมายเลยทีเดียว ให้ช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปนายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ครับ ถ้าไม่พร้อมผมขออนุญาตไป คุณประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดินแดง ห้วยขวาง พรรคเพื่อไทย วันนี้เราได้นำเรื่อง ที่เกิดขึ้นจริงที่กระทบกับวิถีชีวิตของคนไทยทั้งประเทศ โดยเฉพาะในเรื่องของสินค้าที่มีราคา สูงขึ้น วันนี้เรากำลังพูดถึงเรื่องของหมู ซึ่งเป็นอาหารหลักของคนในประเทศไทยโดยส่วนใหญ่ จากสาเหตุการระบาดของโรคติดต่อที่ทำให้หมูหายไปจากระบบเป็นจำนวนมาก ทำให้กระบวนการในการผลิตในการนำเข้าสู่ตลาดที่จะไปถึงผู้บริโภคมีราคาที่สูงขึ้น เป็นอย่างมาก ท่านประธานครับ หลายท่านได้พูดไปแล้วว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อ พี่น้องประชาชนในเรื่องของสถานะทางการเงิน ที่จะต้องแบกรับในการที่จะต้องหาอาหารมา อุปโภคบริโภค มาใช้จ่ายให้มากขึ้น เอาประเด็นในปัญหาเรื่องของหมูกับวิธีการแก้ไขปัญหา ของรัฐบาลที่เราได้ติดตามข้อมูลข่าวสารในขณะนี้ ท่านประธานครับ ผมอยากจะถามหา ความรับผิดชอบจากผู้นำโดยตรงว่า สิ่งที่คุณในฐานะที่เป็นผู้นำของประเทศที่ประชาชน อยู่กันอย่างอดอยากแร้นแค้น หากินด้วยความยากลำบาก ไม่มีเงินที่จะมาซื้ออาหารไป บริโภค เพราะว่ามีราคาที่สูงขึ้นทุกตัวอยู่ในขณะนี้ สิ่งที่เราได้ยินได้ฟังจากปากผู้นำของ ประเทศ กลับกลายเป็นว่าโยนบาปไปให้ มองเหมือนกับว่าของเรานั้นเป็นผู้ร้ายก็คือเรื่องของ น้ำมันที่มีราคาสูงขึ้นในตลาดโลก ท่านประธานครับ ผู้นำประเทศเราคิดได้ขนาดนี้เอง หรือครับ วิธีการในการแก้ไขปัญหาในช่วงแรก อย่างเรื่องหมู ข้าราชการออกมาบอกว่า หมูตายหายไปจากระบบไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ วันดีคืนดีนายกรัฐมนตรีออกมาพูดบอกว่า หมูหายไปจากระบบประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ให้ไปดูสิว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ท่านประธานครับ และเราอย่างนี้ประชาชนจะฟังและเชื่อข้อมูลจากใคร มาตรการที่ชัดเจน ในการที่จะดูแล ในการที่จะประคองให้กับพี่น้องประชาชนอยู่ได้ วันนี้มันไม่ใช่หมูอย่างเดียว ที่ขึ้นราคาอย่างที่ทุกคนพูด สินค้าทุกตัว ราคาอาหารทุกอย่างมันขึ้นไปหมด แต่ในทาง กลับกันยังมีสินค้าบางประเภทหรือว่ามีผลิตผลบางประเภทที่ราคามันลดลงอย่างน่าใจหาย จนกระทั่งทำให้ผู้ผลิตเองเขาก็ไม่สามารถอยู่ได้ ยกตัวอย่างภาคเกษตรที่ปลูกผัก ทางภาคเหนืออย่างนี้เป็นต้น สิ่งที่นายกรัฐมนตรีพูดบอกว่าต้องเห็นใจผู้นำเพราะว่าตอนนี้ มีข้อจำกัด ทั้งในเรื่องของงบประมาณ ทั้งในเรื่องของวินัยทางการเงินการคลัง เมื่อท่านรู้ว่า มีข้อจำกัดทั้งในเรื่องของงบประมาณ ทั้งวินัยทางการเงินการคลัง ผมอยากจะถามกลับไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรีในขณะนี้ว่า แล้วทำไมท่านไม่ไปทบทวนละครับว่า สิ่งที่เราจะจัดลำดับ ความสำคัญในขณะนี้ ในการที่จะดูแล ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับ พี่น้องประชาชน ในปีงบประมาณที่เราได้พิจารณาอนุมัติไป เราทบทวนในโครงการที่มันยัง ไม่มีความจำเป็นได้ไหม เอามาใช้ในการแก้ไขเยียวยาปัญหาความเดือดร้อนให้กับ พี่น้องประชาชนที่ส่งผลกระทบกับพี่น้องประชาชนโดยตรงก่อนได้ไหม มันก็น่าจะได้ ยกตัวอย่างงบประมาณทางด้านโครงสร้างที่เป็นโครงการใหม่ที่ไม่ใช่งบประมาณที่ใช้ เพื่อการจ่ายในโครงการที่เป็นงบผูกพัน หยุดโครงการต่าง ๆ เหล่านั้นแล้วนำมาดูแล เพื่อเยียวยาประชาชน ให้ประชาชนไม่ได้รับผลกระทบจากสิ่งที่เกิดขึ้นในขณะนี้ สิ่งที่เป็น ปัญหาที่เป็นตัวอย่างที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะเรื่องของหมู ในขณะนี้แน่นอนครับว่า มันมีเกษตรกร ผู้เลี้ยงรายย่อย ขนาดกลางและขนาดใหญ่ ฝากถึงท่านนายกรัฐมนตรีไปดูหน่อยครับ เพราะว่าตอนนี้ทุกคนต่างพูดไปในเสียงเดียวกันว่า รัฐบาลนี้ต้องการที่จะฆ่าผู้เลี้ยงรายย่อย และรายกลางให้หายไปจากระบบ และต้องการที่จะสนับสนุนพ่อค้านายทุนรายใหญ่ เพื่อที่จะให้ยึดครองทางด้านเศรษฐกิจในประเทศนี้เมืองนี้ ผมเชื่อว่าท่านประธานก็คงทราบดีว่าในระบบ โดยเฉพาะทางด้านอุตสาหกรรมอาหาร มีนายทุนนักธุรกิจกลุ่มใหญ่อยู่กี่กลุ่มในประเทศนี้เมืองนี้ ฉะนั้นผมคิดว่าสิ่งที่รัฐบาลหรือว่า นายกรัฐมนตรีที่จะต้องทำในขณะนี้ก็คือ เรื่องของการแสดงความรับผิดชอบ ในวันนี้ เราถามว่าเมื่อมีผู้นำหรือว่าคนที่เป็นตัวแทนรัฐบาลมานั่งฟังโดยตลอด ก็ชี้ให้เห็นถึง ความรับผิดชอบได้ดีอยู่แล้วว่า สิ่งที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพูดไป คุณอยากจะพูดอะไร ก็พูดไป อยากจะบ่นอะไรก็บ่นไป พูดง่าย ๆ ว่าตัวฉันจะทำอย่างนี้ใครจะทำอย่างไร ฉะนั้น ก็อยากจะฝากท่านประธานไปถึงนายกรัฐมนตรีว่า สิ่งที่เป็นปัญหาความเดือดร้อนในขณะนี้ ท่านต้องรีบแก้ไข อย่าโยนภาระหรือว่าผลักภาระไปให้กับคนที่ไม่ได้เกี่ยวข้องหรือว่า อย่าพยายามที่จะหาแพะมารับบาปในเรื่องนี้ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ตามด้วยท่านนิคม บุญวิเศษ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย วันนี้เป็นญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกา ในสุกรและศึกษาแนวทางการช่วยเหลือประชาชนจากปัญหาราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่มี การปรับตัวสูงขึ้น ท่านประธานครับ โรคแอฟริกาสไวน์ฟีเวอร์ (African Swine Fever) หรือเอเอสเอฟ (ASF) ซึ่งโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรระบาดมานานแล้วในประเทศไทย แต่เพิ่งจะมีการเปิดเผยขึ้นมาโดยการเปิดเผยของนักวิชาการ เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรและ ส.ส. โดยเฉพาะท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านนี้ ซึ่งสุกร ในประเทศไทยมีถึง ๒๒ ล้านตัว ปัจจุบันเหลือ ๑๐-๑๒ ล้านตัว แม่พันธุ์สุกรมี ๑.๒ ล้านตัว ตอนนี้เหลือประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ตัว ซึ่งประเด็นที่สำคัญที่พวกเราได้อภิปรายกันมา ตลอด ก็คือเรื่องของการปกปิดข้อมูลจากทางภาครัฐ ซึ่งถือว่าส่งผลกระทบอย่างมากมาย ทำไมถึงว่าปกปิดครับ เรามีข้อมูล เรามีหลักฐานที่จะบอกว่ามีการระบาดโรคนี้ หลักฐานที่ ๑ ก็คือประกาศของกรมปศุสัตว์ในวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๑ เรื่อง การกำหนด โรคหรือลักษณะของสัตว์หรือเนื้อสัตว์ที่ไม่เหมาะสม ที่ใช้เป็นอาหารตาม พ.ร.บ. ควบคุมการฆ่าสัตว์ เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๙ ฉบับที่ ๒ แล้วก็มีการประกาศโดยอธิบดีกรมปศุสัตว์ ท่านสรวิศ ธานีโต ซึ่งก็คืออธิบดีกรมปศุสัตว์ในปัจจุบัน ในวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๑ โดยประกาศไม่ให้มีการบริโภคเนื้อสุกรที่มีการระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร หรือเอเอสเอฟ (ASF) ซึ่งประกาศมาตั้งแต่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๑ แล้วถ้าไม่มีการระบาด ไม่มี การติดเชื้อในสุกรจะประกาศฉบับนี้ออกมาได้อย่างไร หลักฐานที่ ๒ คือการที่ทางภาคีคณบดี สัตวแพทย์ ๑๔ สถาบัน ส่งจดหมายถึงอธิบดีกรมปศุสัตว์ วันที่ ๗ ธันวาคม ๒๕๖๔ แล้วก็มา เปิดเผยต่อสื่อในวันที่ ๙ มกราคมที่ผ่านมา หลังจาก ๑ เดือนที่เขาส่งไปแล้ว ปรากกว่าไม่มี ความคืบหน้า ก็มีการมาเปิดเผยกันว่ามีการตรวจพบจากแล็บ (Lab) จากหน่วยงานชันสูตร โรคสัตว์กำแพงแสน คณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งก็มีการตรวจ ที่ชัดเจน รวมทั้งตรวจพบที่คณะสัตวแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย รวมทั้งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งคณบดีทุกท่านใน ๑๔ สถาบันเขากังวล เพราะว่า รัฐบาลนิ่งเฉย รัฐบาลรู้สึกว่าเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ลักษณะที่ว่าอาจจะมีการปกปิดข้อมูล ซึ่งจะส่งผลเสียมหาศาลแล้วก็ยิ่งเวลาช้าไปก็ยิ่งทำให้โรคระบาดมากขึ้น แล้วก็ควบคุมยากขึ้น และทางสัตวแพทย์ถือว่าเป็นวิชาชีพที่มีความยึดมั่นในจริยธรรมวิชาชีพอย่างสูงมาก ผมเป็นแพทย์ เป็นสัตวแพทย์ถือว่ามีเรื่องของจริยธรรมวิชาชีพ เราต้องเคารพในจิตวิญญาณของวิชาชีพ ของเรา เพราะฉะนั้นการปกปิดข้อมูล การที่มีแล็บ (Lab) ที่บ่งชี้ชัดว่ามีการติดเชื้อของ เอเอสเอฟ (ASF) เราก็ไม่สบายใจว่าท่านอธิบดีกรมปศุสัตว์ ท่านมีความคิดอย่างไรที่จะทำให้ การรายงานในโลกนี้เกิดความล่าช้า แล้วก็มีการปกปิดเกิดขึ้นมา🔗
อันที่ ๓ เว็บไซต์ (Website) ของทางไต้หวันก็มีการเผยแพร่ว่า มีการตรวจ พบเชื้อเอเอสเอฟ (ASF) ระบาดจากสุกรแปรรูปที่ส่งจากประเทศไทย ซึ่งอันนี้ก็มีการรายงาน ถึง ๓ ครั้ง ตั้งแต่ ๒๓ ธันวาคม ๒๗ ธันวาคม รวมทั้ง ๑๐ มกราคม ทั้ง ๓ รายงานอย่างเป็น ทางการจากทางไต้หวันก็ยืนยันว่ามีการตรวจพบเชื้อไวรัสเอเอสเอฟ (ASF) จาก ปริมาณหมู จากประเทศไทย ซึ่งอันนี้ก็ถือว่าเป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่ามีการระบาดเกิดขึ้นแล้ว แต่ทาง รัฐบาลปกปิดข้อมูล แล้วก็ไม่ประกาศให้เป็นโรคระบาดในสุกร ซึ่งจากเจ้าของฟาร์มหมู ที่นครปฐมเป็นข้อมูลว่า มีการระบาดในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ มีการส่ง ไปที่แล็บ (Lab) ที่ชัดเจนว่ามีการตรวจพบทั้ง ๓ สเปกซิเมน (Specimen) ที่เกิดที่ตรวจจากสุกรที่ตายไป จำนวน ๕๐๐ ตัว ซึ่งเขาบอกว่าการปกปิดนี้เพราะอะไรเขาสงสัยว่าเป็นการปกปิดข้อมูล เพื่อไม่ให้กระทบกับการส่งออก ซึ่งการส่งออกไปต่างประเทศ ในปี ๒๕๖๓ มีการส่งออกหมู เป็นมูลค่าถึง ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท มีการส่งออก ๒,๓๐๐,๐๐๐ กว่าตัว ซึ่งในปี ๒๕๖๒ มีแค่เกือบ ๗๐๐,๐๐๐ ตัว เพิ่มเป็น ๒,๓๐๐,๐๐๐ กว่าตัวซึ่งประโยชน์ของการที่ไม่รายงาน ไม่ประกาศเป็นโรคระบาด ก็ทำให้เขาสงสัยว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มผู้ค้ารายใหญ่ ไม่กี่ราย ซึ่งแลกกับการล่าช้าในการควบคุม แลกกับความสูญเสียของผู้ค้ารายย่อย รวมทั้งพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการปกปิดข้อมูลในครั้งนี้ ซึ่งการปกปิดข้อมูล แล้วมีการปล่อยให้ระบาด มีการควบคุมล่าช้าก็ทำให้เกิดรายย่อยสูญเสีย มีความเสียหาย ทำให้ธุรกิจของเขาเรียกว่าต้องล้มไปและเงินชดเชยก็ไม่ได้ ส่วนรายใหญ่ได้ประโยชน์ ก็คือจากผู้ที่ได้รับประโยชน์จากราคาสุกรเพิ่มขึ้น ก็นำเรียนท่านประธานว่าผมก็ขอสนับสนุน ให้สภานี้เป็นที่หวังของประชาชนในการตั้งกรรมาธิการวิสามัญการตรวจสอบข้อเท็จจริง ในการเผยแพร่การระบาดของโรคเอเอสเอฟ (ASF) ในสุกรและหาทางในการช่วยเหลือ ประชาชน จากปัญหาราคาสินค้าอุปโภคและบริโภคมีราคาแพง ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนิคม บุญวิเศษ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค พลังปวงชนไท กระผมขออภิปรายญัตติด่วนด้วยวาจา หมูแพง ค่าแรงถูก เพื่อสนับสนุน การตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ สมาชิกหลายท่านได้มีการอภิปราย ผมเชื่อว่าข้อมูลครบถ้วน ในส่วนของผมจะอภิปราย ในส่วนที่สมาชิกไม่ได้อภิปราย สาเหตุหลัก ๆ ที่ของแพง ค่าแรงถูก ทุกอย่างแพงหมดครับ ท่านประธาน ค่าครองชีพสูง ต้นเหตุมันมาจากรัฐบาลที่ไม่ได้มาจากประชาชนโดยแท้จริง การที่เราได้รัฐบาลที่มาจากรัฐประหาร ไม่ได้มาจากประชาชนโดยแท้จริง ตั้งกฎกติกาขึ้นมา รัฐบาลเหล่านี้ก็ไม่ได้ใส่ใจประชาชนมากเท่าที่ควรท่านประธาน ไม่เหมือนกับรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ฉันทามติจากประชาชนที่แท้จริง ผมยกตัวอย่าง ครับ ในยุคของท่านทักษิณชินวัตร ท่านยิ่งลักษณ์ ชินวัตร สินค้าเกษตรที่พี่น้องปลูกข้าว มันสำปะหลัง ยางพาราทุกอย่างราคาดีหมด ค่าครองชีพก็ถูก ค่าแรงก็อยู่ได้ แต่พอมายุคนี้ มีอำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด งบประมาณก็มี เก็บภาษีทุกมิติ กู้เงินมากที่สุด มากกว่าทุกรัฐบาล ที่ผ่านมา ฉะนั้นมีทุกอย่างครบ แต่ไม่สนใจปากท้องพี่น้องประชาชน เนื่องจากว่าท่านไม่ได้มา จากการเลือกตั้ง ไม่ได้มาจากประชาชนอย่างแท้จริง นี่คือต้นเหตุของปัญหา ท่านตั้งรัฐมนตรี ที่ขาดความรู้ความสามารถมาบริหาร โดยเฉพาะตัวนายกรัฐมนตรีเองก็ตามครับ ขาดวิสัยทัศน์ ขาดความรู้ความสามารถ มัวแต่ไปแย่งเก้าอี้กัน ทำอย่างไรฉันจะอยู่ต่อ ให้นานที่สุด แต่พี่น้องประชาชนเดือดร้อนจะเป็นจะตายไม่ได้สนใจครับท่านประธาน ปล่อยปละละเลยให้หมูแพงได้อย่างไร ท่านบอกว่าก็เพราะหมูมีน้อย มันเป็นโรคอหิวาต์ เป็นโรคห่าเอเอสเอฟ (ASF) อะไรก็ว่าไป แต่อย่าลืมว่าโรคเหล่านี้มันมาจากต่างประเทศ มันมีมานานแล้ว ท่านย่อมรู้ดีว่าต่างประเทศเขามีโรคเหล่านี้ ท่านก็ต้องป้องกันสิครับ มันมีวิธีการป้องกันถ้าท่านคิดได้ ถ้าท่านเห็นหัวประชาชน วัคซีนมีไหม มี นอกนั้นยังไม่พอ ยังปล่อยปละละเลยให้มีการกักตุนแช่แข็งเนื้อหมูจำนวนมาก ท่านทำได้อย่างไร จะบอกว่า ท่านไม่รู้ไม่ได้เพราะท่านมีอำนาจ ผมก็เลยคิดว่าสิ่งเหล่านี้มันเป็นประโยชน์ร่วมกันหรือไม่ ประชาชนสงสัยจริง ๆ ท่านประธาน บางท่านก็บอกว่ามันเกิดจากอาหารแพง อาหารแพงมา จากอะไรล่ะครับ อาหารก็คือถั่ว ถั่วเหลือง ข้าวโพด ปลายข้าว รำข้าว ถามว่าสิ่งเหล่านี้ มันแพงได้อย่างไร ก็ไม่มีการส่งเสริมให้ประชาชนทำอย่างไรครับ ถูกไหมครับ ถึงแม้ว่า ส่งเสริมแต่ค่าปุ๋ยมันแพง ยาฆ่าแมลงมันแพง ค่าแรงมันแพง สิ่งเหล่านี้รัฐบาลย่อมรู้ดี นี่คือต้นเหตุ อีกอย่างหนึ่งคือน้ำมันมันแพงครับท่านประธาน น้ำมันขึ้นเอา ๆ ครับ สิ่งที่มัน ควรจะแก้ได้รัฐบาลกลับไม่แก้ รู้อยู่ว่าคือต้นเหตุแห่งปัญหาทำให้ค่าครองชีพมันแพงขึ้น แต่ท่านไม่ทำ ไม่ไปแก้ที่ต้นเหตุ โยนภาระให้กับพี่น้องประชาชน ท่านต้องการให้เกษตรกร ล้มหายตายจากใช่หรือไม่ ต้องการให้นายทุนเป็นผู้ครองอาชีพนี้ใช่หรือไม่ ประโยชน์เอื้อกัน ใช่ไหม ท่านประธานที่เคารพ ฝากไปยังท่านนายกรัฐมนตรีด้วย ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน หน่อยสิครับ ไม่ใช่ว่ากู้มาแจก ๆ อย่างเดียว แต่แจกไม่ทั่วถึงด้วย ท่านควรจะปล่อยเงินกู้ให้ เกษตรกรรายย่อยโดยไม่มีดอกเบี้ย กู้ระยะยาวด้วย นายกบอกว่าก็ผลิตหมูขึ้นมา สร้างหมู ขึ้นมา แต่สร้างอย่างไรล่ะครับ ต้องมีวิธีการ ต้องชดเชยให้เขาด้วยเกษตรกรเหล่านี้ และกฎกติกาต่าง ๆ ที่พยายามสร้างขึ้นมาให้กับพี่น้องเกษตรกรไม่สามารถเลี้ยงหมูได้ ท่านสร้างขึ้นมาทำไม เลี้ยงหมูมันต้องมีกฎกติกาอย่างนั้นอย่างนี้ โรงฆ่าสัตว์ก็ต้องฆ่าแบบนี้ ถามว่าพี่น้องประชาชนจะทำได้หรือครับ พอทำไม่ได้ก็เกิดการเลิกเลี้ยง อาชีพเหล่านี้ก็หายไป แล้วใครได้ประโยชน์ครับ กลุ่มทุนใหญ่ได้ประโยชน์ นี่อย่างไรครับออกกฎหมายกีดกันออกมา ในสภาเราก็เช่นกันครับตอนนี้มีกฎหมายสัตวบาลออกมาแล้ว ใครจะเลี้ยงสัตว์ก็ต้องมี สัตวบาล ทั้ง ๆ ที่บางคนเขาเลี้ยงมาตั้งนานแล้ว มันก็ต้องเลี้ยงตามชั้นส่วนครับท่านประธาน ใครต้องการที่จะส่งออกก็ต้องมีมาตรฐานโรงเรือน โรงเรือนปิด ส่งออกก็ส่งออกไป แต่ชาวบ้านต้องการเลี้ยงเพื่ออะไรครับ กินในครอบครัว ค้าขายเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว รายเล็ก รายน้อย ไม่ใช่เอากติกาแรง ๆ เหล่านี้มาบังคับให้ชาวบ้านซึ่งไม่สามารถทำได้ ช่วยกันคิด ตรงนี้ ผมจึงว่ารัฐบาลต้องรับผิดชอบเต็ม ๆ โดยเฉพาะที่จับได้ที่จังหวัดสงขลามีการกักตุน ๒๑๐,๐๐๐ ตัน แต่ที่อื่นยังมีอีกเยอะแยะมากมายครับ และจะไปโทษเจ้าของโรงแช่แข็งไม่ได้ ต้องโทษหน่วยงานที่รับผิดชอบ ฉะนั้นขอฝากรัฐบาลช่วยแก้ปัญหาให้มันถูกจุดหน่อย สิ่งที่ควรจะแก้ควรจะแก้ครับ ไม่ใช่ไป แก้ตรงที่ไปแย่งเก้าอี้กันแล้วก็ตัวเองอยู่ให้นานที่สุด ผมจึงบอกว่าวิธีแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ไม่ยาก เลยครับ มันต้องแก้ที่ต้นตอ ต้นตอคืออะไรครับ ต้นตออยู่ที่นายกรัฐมนตรี ฉะนั้นถ้าเปลี่ยน นายกรัฐมนตรีได้เรื่องนี้แก้ไม่ยากครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ตามด้วยท่านนิยม เวชกามา ท่านภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ ท่านนพพล เหลืองทองนารา ท่านคมเดช ไชยศิวามงคล เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอสนับสนุนญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร และอีกประเด็นหนึ่งก็คือการศึกษาแนวทางช่วยเหลือประชาชนจากปัญหาราคาสินค้าอุปโภค บริโภคสูงขึ้น มี ๒ ประเด็น ประเด็นตรวจสอบข้อเท็จจริง วันนี้ท่านรัฐมนตรีมาชี้แจงพร้อม กับที่มีข้อกล่าวหา ข้อกล่าวหาหลัก ๆ ที่สังคมท่านรัฐมนตรีตอบแล้วในสภาก็ยังมีข้อมูลที่ไม่ ตรงกับรัฐมนตรี🔗
ข้อกล่าวหาที่ ๑ คือก่อนหน้าที่จะมีเหตุกล่าวหาว่ากระทรวงเกษตร และสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ปกปิดเรื่องโรคนี้มายาวนาน ๒ ปี ทำให้เกิดปัญหาลุกลามมาก คือเป็นห่วงเรื่องการส่งออก เป็นห่วงหน้าตา อันนี้เป็นข้อกล่าวหาที่ ๑ ที่ฟังมา🔗
ข้อกล่าวหาอีกประการหนึ่งก็คือ ผู้เลี้ยงสุกรรายย่อยที่เป็นปัญหาที่ประสบ ปัญหาอหิวาต์แอฟริกา เอเอสเอฟ (ASF) ล้มตายจำนวนมาก ส่วนรายใหญ่ที่ประสบปัญหา เช่นกัน แต่น่าจะเกิดจากความกดดันโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือรัฐบาลเป็นห่วง เรื่องการส่งออกของบริษัทใหญ่ อันนี้คือข้อกล่าวหา🔗
อีกอันหนึ่งคือกรมปศุสัตว์ได้ออกมาอธิบายเหตุผลเรื่องหมูแพงเกิดจากด้าน สุขภาพของหมูในฟาร์ม จำกัดเรื่องการแพร่ระบาดกับเรื่องการพักคอกที่เกิดจากรุ่น การผลิตใหม่ ซึ่งข้อที่มาจากชี้แจงสังคมหรือประชาชนไม่รับ ดังนั้นเพื่อให้เกิดความชัดเจน จึงควรที่จะให้กรรมาธิการได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพราะมีทั้งตัวแทนรัฐบาล ตัวแทน ของฝ่ายค้าน รวมทั้งตัวแทนของนักวิชาการ ซึ่งผมเชื่อว่าความจริงต้องเป็นความจริง🔗
อีกประการหนึ่งก็คือสิ่งที่ผมอยากจะเรียนในที่นี้ก็คือ กรณีที่มีปัญหาเรื่อง สินค้าอุปโภคบริโภคแพง ผมได้ฟังมาอาจจะเหลืออีกสักท่านหนึ่งจะจบ ก็ไม่มีประเด็นที่ผม คิดจะพูด ปัญหาหนึ่งที่เป็นปัญหาใหญ่ของเรื่องนี้ผมอยากจะกราบเรียนว่าน่าจะเป็นปัญหา โครงสร้างของสังคมไทยที่เป็นโครงสร้างทางเศรษฐกิจ เมื่อเศรษฐกิจตกต่ำสุดเราจะเห็นว่า เศรษฐกิจเวลาโตเขาเรียกเป็นรูปเคเชป (K-Shaped) ไม่ทราบว่าโสตเอาภาพขึ้นได้ไหม🔗
ท่านดูเป็นรูปเคเชป (K-Shaped) อันนี้ต้องขอบคุณข้อมูลจากกรุงเทพธุรกิจ ก็คือว่าเวลาการเติบโตก็จะมีคน กลุ่มหนึ่งก็จะโตแบบตัวเค (K) ก็สูงขึ้นเลย ส่วนคนอีกกลุ่มหนึ่งก็คือประชาชน หรือคนส่วนใหญ่ ก็จะเป็นตัวเค (K) ขาลง คือไม่มีสิทธิผงกหัวขึ้นเลย หรือจะมีอาจจะเป็นรูปแอลเชป (L-Shaped) ลงไปอีกสักรูปสิครับ อาจจะมีการโตช้า ๆ แต่แบงก์ชาติบอกว่าไทยโตแบบเคเชป (K-Shaped) ทั้งนี้เพราะอะไรครับ ท่านประธานที่เคารพครับ อยากมีข้อมูลเป็นสักชุดหนึ่งเพื่อให้กรรมาธิการไปศึกษา ท่าน ทราบหรือไม่ว่าก่อนวิกฤติโควิด (COVID) ที่จะมาถึงจุดต่ำสุด หุ้นในตลาดหลักทรัพย์ มีประมาณ ๙๖๙ จุด วันนี้ทะลุมา ๑,๖๖๐ จุด ขณะที่โควิด (COVID) มีวิกฤติ คนในตลาดหุ้น เพิ่มมา ๗๑ เปอร์เซ็นต์ บัญชีซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ก่อนโควิด (COVID) ๑,๘๐๐,๐๐๐ บัญชี วันนี้เพิ่มมา ๕ ล้านบัญชี มูลค่าการค้าขายจากเคยประมาณ ๕๐,๐๐๐ ล้าน วันนี้ ๑๐๐,๐๐๐ ล้าน ต่อวัน และมูลค่าตลาดสูงถึง ๑๙ ล้านล้านมากกว่าจีดีพี (GDP) เราอีก อันนี้ชี้ให้เห็นว่า ขณะที่ประชาชนสังคม ยังเหลื่อมล้ำ ยังทุกข์ทรมานอยู่ แต่ว่ามีคนกลุ่มหนึ่งที่ผมคิดว่า คนที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ อย่างน้อยในบัญชีซื้อขายใหม่๕ ล้านบัญชี อาจจะมีชื่อซ้ำกันบ้าง ก็มากกว่า ๑,๘๐๐,๐๐๐ ก่อนที่ตลาดหลักทรัพย์ คือคนกลุ่มนี้กลับมีหุ้นขึ้นตลอด ไม่มีสิทธิ ตกเลย ท่านรู้ไหมครับว่าวันนี้ผู้ประกอบการรายใหญ่ ผู้ประกอบการส่วนใหญ่นี่เพราะระบบ ของรัฐบาลนี้เป็นระบบที่คือคนรวยมาก่อน ประชาชนไว้ทีหลัง ขณะที่ประชาชนจะทุกข์ยาก เมื่อวานผมได้ติงรัฐมนตรีคลังไปแล้ว ท่านมาขึ้นเอาพิกัดภาษี ท่านก็อ้างว่าอันนี้เป็นสากล ท่านรัฐมนตรีทราบไหมว่าหมูที่ท่านพูดถึงนี่ที่เมืองไทยแพงขึ้นมาจากร้อยกว่าบาท เป็น ๒๐๐ กว่าบาท มีภาษีนำเข้า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วกลุ่มประเทศที่หมูถูกต่ำกว่าเมืองไทย สักเท่าหนึ่ง สักร้อยหนึ่ง คือกลุ่มอียู (EU) ซึ่งเราไม่ได้ไปทำเอฟทีเอ (FTA) เลย รัฐบาล ไม่สนใจความทุกข์ของประชาชน บางครั้งสนใจหน้าตา ความทุกข์ของประชาชนมาทีหลัง เพราะเสียงของคุณคือเสียงที่ไม่มีเสียง ถ้ารัฐบาลแน่จริงก็ควรให้เป็น ๐ ในนาทีวิกฤตินี้ ของแพงก็ต้องยอมให้นำเข้ามา แล้วที่เลวร้ายที่สุดวันนี้ เอสเอ็มอี (SMEs) ขณะที่ของแพง ผมไปเยี่ยมตลาดรามคำแหง พ่อค้า สินค้าแพงทุกอย่าง แต่เอสเอ็มอี (SMEs) แม่ค้าพ่อค้า ไม่สามารถที่จะขึ้นราคาได้เลย เพราะผู้ซื้อไม่มีเงิน คือเอสเอ็มอี (SMEs) ก็ต้องขาดทุน แล้วต้องจนไปด้วย รวมทั้งประชาชนเพื่อว่าเขามีน้ำใจมากกว่ารัฐบาล มากกว่านายก มากกว่าคนเป็น ครม. เขายอมขาดทุนทั้งน้ำตา เพื่อจะเลี้ยงปากท้องของคนอยู่ แต่รัฐบาล ใจดำมาก โดยเฉพาะท่านลองไปดูที่มี ผมไม่ได้พูดค่าน้ำ ค่าไฟนี่ ค่าไฟนี่คนที่รวยก็คือนายทุน ทั้งที่ต้นทุนไฟ ๑.๖๐ บาท ไปขายให้ประชาชน ๘ บาทเพราะอะไรรู้ไหมครับ เพราะท่านเอาให้ เอกชนไปได้รับสัมปทาน แล้วก็ผลักภาระมาให้กับประชาชน และมีหลาย ๆ เรื่อง เวลามันหมด ผมจึงสนับสนุนให้ตั้งกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง และคณะกรรมการที่ศึกษาปัญหาของ แพง บางทีไม่ใช่แค่ปัญหาของแพงมันมีมิติที่ซับซ้อนกว่านั้น คือปัญหารากเหง้าที่เกิดจาก ระบบโครงสร้างของรัฐบาลที่เป็นทุนนิยมสุดโต่งครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนิยม เวชกามา ตามด้วยท่านภณณัฏฐ์🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ เราพูดกันมาเรื่องหมูแพง เรื่องสินค้าแพง ตั้งแต่บ่ายแล้ว วันนี้ก็จะสองทุ่มแล้ว แต่ก็ยังพูด เรื่องนี้อยู่ ซึ่งรัฐบาลเอง ผมยังไม่รู้ว่ารู้สึกรู้สาขนาดไหน แต่ผมเป็นห่วงรัฐมนตรี ประภัตร โพธสุธน ท่านมาตั้งแต่เช้า ตอบทั้งกระทู้ของพรรคเพื่อไทย ที่ท่าน ส.ส.จุลพันธ์ถามไปแล้ว ทีนี้พรรคเพื่อไทยเอง ได้ทุ่มเทในเรื่องแก้ปัญหาหมูแพง หมูตาย หมูเกิดโรค โดยมอบหมายหัวหน้าพรรคพูดแต่ในพรรคแล้วครับ บอกเรื่องนี้ต้อง เอาจริงเอาจัง ท่านชลน่าน ศรีแก้ว นี้ มันถึงมีประเด็นตรงนี้ ท่านอาจจะไม่ถูกใจท่านรัฐมนตรีบ้าง เพราะเช้าถามกระทู้ บ่าย ท่านวิสุทธิ์ ประธานยุทธศาสตร์พรรคด้านการเกษตรก็มาถามญัตติ บอกอะไรกันนักกันหนา แต่มันไม่ใช่ครับ มันเป็นปัญหาใหญ่ที่พี่น้องเดือดร้อนทั้งประเทศ ท่านจะบอกว่าเป็นเรื่องง่าย ๆ ความจริงผมตั้งใจแต่แรกว่าแค่อภิปรายญัตติ แล้วรัฐบาล รับไปดำเนินการ มาคิดว่าผมต้องสนับสนุนญัตติตั้งกรรมาธิการ เพื่อศึกษาปัญหาว่ามันอยู่จุดไหน ที่มันมีปัญหาเกิดขึ้นนี้ ต้องสนับสนุนครับ ถ้าแค่อภิปราย แล้วส่งเรื่องไปให้รัฐบาล รัฐบาล คิดไม่ได้หรอก ผมชอบใจคำพูดของรัฐมนตรีประภัตรอยู่คำหนึ่ง ต้องพูดถึงท่าน เพราะท่าน บอกว่าไปกลัวอะไรการศึกษาของกรรมาธิการ เพราะสภามาช่วยแล้ว นี่คือนักการเมือง ที่มาจากประชาชนอย่างแท้จริง ผมต้องซูฮกให้ท่าน ไม่ใช่ยกยออะไร แต่มันเป็นความจริง ไม่ต้อง กลัวครับ วันนี้แค่พูด รัฐบาลไม่รับไปทำหรอกครับ พูดกันมาจน ๓-๔ ชั่วโมงนี้ ไร้ค่า ดังนั้น ต้องไปศึกษาแล้วส่งไปดำเนินการ เพราะนายกรัฐมนตรีนี้ ผู้นำรัฐบาลไม่ได้คิดเหมือน พี่น้องประชาชน แค่เขาบอกว่าสินค้าแพง ไม่แพงหรอก เงินเฟ้อ แบบนี้ผู้นำพูดได้อย่างไร ชาวบ้านบอกหมูแพง ก็ขึ้นค่าแรงหน่อยสิ ท่านพูดอยู่คำหนึ่ง ผมฟังแล้ว ผู้นำรัฐบาล พูดแบบนี้หรือ ขึ้นค่าแรง ท่านบอกเอาเงินที่ไหน พูดแบบคนไม่ได้มีการศึกษาเลย นายกรัฐมนตรีผู้นำประเทศไทย พูดแบบนี้ไม่ได้เลยนะถ้าเป็นประเทศอื่น แต่ประเทศไทย พูดได้ทุกเรื่อง ท่านประธานครับ ผมเองก็เห็นว่าเราสู้กันมาตั้งแต่ลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease) วันนี้เงินส่วนหนึ่งก็ยังไม่ได้ วันนี้เกิดเหตุเพราะหมูแพง ความรับผิดชอบนี้ กรมปศุสัตว์ปฏิเสธไม่ได้ครับท่านประธาน ปฏิเสธไม่ได้ ต้องรับผิดชอบ อย่าพูดง่าย ๆ ไม่ได้ พรรคเพื่อไทยเรานี้ ต้องยืนยันว่าทุ่มเทจริง ๆ เมื่อเช้ากรรมาธิการ ซึ่งประธานไชยาจาก พรรคเพื่อไทย ต้องเชิญผู้เกี่ยวข้องคือกรมปศุสัตว์ และกรมควบคุมโรคติดต่อมาชี้แจง ในกรรมาธิการ พูดเป็นฉาก ๆ อันนั้นคือวิธีคิดของข้าราชการ แต่ในความเป็นจริงมันไม่ใช่ครับ ท่านประธาน ที่บ้านผมนี้เกิดหมูตายตั้งแต่เดือนมีนาคม เมษายนแล้ว ชาวบ้านเขาลำบาก ขนาดไหนรู้ไหมท่านประธาน หมูตายนี้เจ้าหน้าที่บอกรีบถม รีบกลบ อย่าให้มันแพร่งพราย ออกไป แล้ววันนี้เงินชดเชยไม่รู้จะเอาอย่างไร นี่ต้องฝากท่านรัฐมนตรี ประภัตร ว่าในกรณี ให้เขากลบ เขาถมอะไรนี้ แล้วเขาจะเอาอย่างไรในเรื่องเงินชดเชย เพราะมันไม่มีหลักฐาน เรื่องจริงเป็นอย่างนั้น ที่เป็นปัญหาคือผมไปฟังพี่น้องบ้านผมพูดว่า เจ้าหน้าที่บอกรีบถม รีบกลบ อย่างนั้นถ้าจะเอาเงินชดเชยนี้ต้องถมกลบทั้งคอก ท่านประธาน มีหมูในคอกอยู่ ๑๐๐ ตัว มันยังไม่ตาย สมมติตาย ๒๐ ตัว ต้องถม กลบ แล้วชาวบ้านจะทำอย่างไร เขาก็พยายาม ตายแค่ไหน ถมแค่นั้น กลบแค่นั้น คือเรื่องจริง เพื่อนผมคนหนึ่งเลี้ยงหมูบอกว่าหมูร้อยกิโลกรัม พอตายนี่ ต้องขุดเอง แล้วลากหมูไปเพื่อจะเอาไปถมได้ นี่คือความเจ็บปวดข้อเท็จจริง มันไม่เหมือนกับ ปที่ทางกรมปศุสัตว์มาพูดเป็นฉาก ฉาก ฉาก แล้วอะไรมันเกิดขึ้น ไม่มี ผมถึงบอกว่าถ้าผู้นำ🔗
ร ะ เ ท ศ ยังคิดแค่นี้ชาวบ้านตายหมด เอาเงินไปแจกอย่างเดียวไม่ได้หรอกครับ ท่านรู้ไหมว่าอีสานรายย่อย ซึ่งเลี้ยงหมูอยู่ ๗๗,๐๐๐ ราย เฉพาะอีสานบ้านผมภาคผมนี่คนกลุ่มนี้เลี้ยงเพื่อมีชีวิต เพื่อขายได้ เป็นค่าเรียนลูกหลาน ถ้าเกิดมันตายแบบนี้ เพราะว่าท่านกำหนดว่าตายให้ฝัง แถมบอกว่า ถ้าจะเอาเงินประกัน เงินชดเชยต้องไปจ้างรถมาขุด ชาวบ้านเลี้ยงหมูตายก็ทุกข์ยากลำบาก อยู่แล้ว ยังได้รับคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่บอกต้องไปจ้างรถมาขุดและถมเองถึงจะได้เงิน ความคิดแบบนี้ผมไม่อยากให้เกิดขึ้นเลยในข้าราชการประจำเรา ต้องคิดหาวิธีช่วยชาวบ้าน ไม่ใช่คิดเอาตัวรอดคนเดียว ผมจึงฝากว่ารายใหญ่ผมไม่ห่วง ผมห่วงแต่รายย่อย และต้องฝาก จริง ๆ ว่า ในเมื่อตั้งกรรมาธิการศึกษาแล้ว ผมอยากเห็นรัฐบาลนี้อย่านิ่งเฉย รับไปทำจริง ๆ อย่าฝากให้ท่านประภัตรทำอยู่คนเดียว ใจจะขาดแล้ว ผมดูนั่น ท่านทุ่มเทจริง ๆ ผมเห็นใจ แต่ท่านทำไม่ได้หรอกครับ ถ้านายกที่ชื่อประยุทธ์ยังคิดแบบนี้ ทำไม่ได้ครับ ขอบคุณมาก ท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านภณณัฏฐ์ ตามด้วยท่านนพพล🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ ผู้แทนพี่น้องประชาชนจังหวัดนนทบุรี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตอภิปรายในญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาปัญหา การแพร่ระบาดของอหิวาต์แอฟริกาในสุกร และศึกษาแนวทางการช่วยเหลือประชาชนจาก ปัญหาราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่ปรับตัวสูงขึ้น ก็ถือว่าเป็นโอกาสที่น่าจะยังไม่สายจนเกิน ควรที่ตัวแทนของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในแต่ละพื้นที่ คงต้องนำเสนอปัญหาที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน พูดได้ว่าทั่วทั้งแผ่นดิน ทั่วทุกหัวระแหง ในเรื่องของการใช้ชีวิตทั้งประจำวัน ประจำเดือน ประจำปี เดือดร้อนกันทั้งหมด ที่ผมจะมา อภิปรายตรงนี้ ก็คงไม่พ้นเรื่องที่พี่น้องสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้พูดถึงในวันนี้แล้วก็มีการพูดถึง หน้านี้กระผมในฐานะที่เป็นกรรมาธิการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรมมาก่อน สผ ๒๓/๒๕๖๕ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) ศิริพร ๑๒๕/๒ มีผู้ประกอบการ โดยเฉพาะนายกสมาคมค้าสุกร แล้วก็เลี้ยงสุกรได้มายื่นหนังสือ ในคณะกรรมาธิการ โดยมีท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เป็นประธาน ก็ได้รับทราบถึงข้อมูล หลาย ๆ อย่างจากที่ผู้มาให้คำตอบ โดยเฉพาะผู้แทนจากกรมปศุสัตว์ มีการซักถามจาก ท่านเจ้าของญัตติ คือท่านวิสุทธิ์ที่ได้เสนอญัตตินี้ มีการสอบถามในเรื่องของเชื้ออหิวาต์ เอเอสเอฟ (ASF) ว่ามีหรือยัง ใช่ไหม เกิดหรือยัง เกิดเมื่อไร อากัปกิริยาของตัวแทนจาก กรมปศุสัตว์ที่ตอบ ไม่ได้ตอบด้วยวาจา แต่กริยาที่ท่านแสดงออกนั้น เหมือนกับทราบ มานานแล้ว แต่ไม่สามารถที่จะพูดได้ก็ไม่รู้ว่ามีอะไรไปกดทับอยู่🔗
ในเรื่องของปัญหาสุกรเกิดผลกระทบ ผมมองดูมี ๒ ด้าน ด้านแรกเลย ในขณะนี้ก็คือราคาสุกรแพง ก็คือผลกระทบสำหรับผู้บริโภค แต่อีกส่วนหนึ่งปัญหาที่เกิดขึ้น โดยตรงกับผู้เลี้ยงสุกรรายย่อย ซึ่งเป็นปัญหาที่สาหัสสากรรจ์ ถ้าเราจำตัวเลขที่ท่านรัฐมนตรี ประภัตร โพธสุธน ได้พูด ขออภัยที่ต้องเอ่ยนาม ท่านบอกว่ามีเกษตรกรมีผู้ประกอบการ ที่เลี้ยงสุกรทั้งหมด ๑๙๐,๐๐๐ ราย เป็นเกษตรกรรายย่อย ๑๘๖,๘๐๐ ราย เกษตรกร รายกลาง ๓,๐๐๐ ราย แล้วก็รายใหญ่ ๒๐๐ ราย ถ้าเรามามองดูสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ที่เป็นเกษตรกรรายย่อยมากถึง ๙๘ เปอร์เซ็นต์ ส่วนเกษตรกรรายกลางและรายใหญ่เพียง ๒ เปอร์เซ็นต์ แต่ ๒ เปอร์เซ็นต์นี้ ครอบครอง ดูแลหรือว่าเลี้ยงสุกรเกิน ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ แต่เกษตรกรอีก ๑๘๖,๘๐๐ ราย ๙๘ เปอร์เซ็นต์ ครอบครองสุกรอยู่เพียงไม่ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ตรงนี้เองเกษตรกรที่ประสบ ปัญหามีการแจ้งเตือนจากอาเซียน (ASEAN) ไว้แล้วว่า มีการแพร่ระบาดจากปี ๒๕๖๑ มีการแจ้งเตือนว่ามีติดเอเอสเอฟ (ASF) จากจีนและอาเซียน (ASEAN) พอเดือนเมษายน ๒๕๖๒ ทาง ครม. ของเราก็มีการอนุมัติงบประมาณเพื่อรับมือกับเอเอสเอฟ (ASF) เป็นวาระ แห่งชาติด้วยซ้ำไป เดือนมีนาคม ๒๕๖๓ อนุมัติงบกลางเป็นจำนวนเงินสูงถึง ๕๒๓ ล้านบาท เพื่อป้องกันเอเอสเอฟ (ASF) หมายถึงอะไร หมายถึงว่าน่าจะมีเชื้อตัวนี้เข้ามาอยู่ในประเทศไทยแล้ว แต่ทำไมทางกรมปศุสัตว์ถึงไม่ได้มีการประกาศ ถ้ามีการประกาศการตัดวงจรของเชื้อโรค ก็จะทำได้ ถ้าประกาศแล้วเกษตรกรรายย่อยรายใด ถ้ามีหมูป่วยอาการคล้าย ๆ เอเอสเอฟ (ASF) ก็มีการแจ้งทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะมากำจัดหรือว่าทำลายเพื่อตัดวงจรให้หมดไป บนความโชคดีในความโชคร้าย อหิวาต์แอฟริกาที่ติดในหมู ผู้บริโภคสุกรนั้นถ้าไปทำให้สุก ก็สามารถทานได้ อันนี้คือความโชคดีบนความโชคร้าย แต่ในขณะเดียวกันพี่น้องประชาชน ในครัวเรือนที่ซื้อหมูที่ติดเชื้อไปแช่ตู้เย็นไปทำความสะอาดเหมือนกับเอาเชื้อไปเก็บเอาไว้ ในขณะเดียวกันถ้ามีการไปปฏิสัมพันธ์กับคนภายนอกมีการแพร่กระจายเชื้อไป ตรงนี้เองเป็น การกระจายเชื้อไปสู่พี่น้องประชาชน ด้วยเหตุผลก็คือว่า ถ้าหน่วยงานที่กำกับดูแลของ ภาครัฐถ้าเอาจริงเอาจังกล้าที่จะประกาศไม่ได้ห่วงในเรื่องของการส่งออก ผมก็ไม่แน่ใจ เหมือนกันครับท่านประธานว่าคนที่นั่งข้าง ๆ ท่านนายกเวลาพูดคุยเรื่องนี้ท่านห่วงเรื่องใด ห่วงหมูที่จะส่งออกไปไม่ได้ว่ามันเป็นมูลค่ามหาศาลหรือว่าห่วงพี่น้องเกษตรกรไทย ที่ต้องเลี้ยงหมูจะได้รับผลกระทบ และสุดท้ายก็ไม่พ้นเหมือนเมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา สุดท้ายก็ปิดไว้ไม่มิด ปิดไว้ไม่อยู่ โบราณเขาบอกว่าช้างตายทั้งตัวจะเอาใบบัว ที่ไหนไปปิด แต่ตอนนี้หมูตายเป็นแสน ๆ ตัว ไม่รู้ว่าเอาใบอะไรไปปิดอยู่ ปิดเสียมิดเลยครับ ท่านประธาน ถ้าเกิดแก้ปัญหาในวันที่ ๑๑ มีการประกาศไปก่อนหน้านี้ หายนะในเรื่องของ หมูก็คงไม่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นราคาหมูที่แพงหรือว่าพี่น้องเกษตรกรจะต้องล้มหายตายจาก จากการที่เลี้ยงหมู เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยที่จะต้องให้ตั้งกรรมาธิการเพื่อศึกษา ในคณะกรรมาธิการชุดนี้ เพื่อที่จะแก้ปัญหาเพราะถึงอย่างไรลูกหลานของเกษตรกร ที่ยังเลี้ยงหมูก็ยังพอจะมีกำลัง ถ้าเกิดรัฐบาลจริงจังในการที่จะแก้ไขปัญหา พวกเราเป็น ผู้แทนราษฎรปัญหาของพี่น้องประชาชนคือทุกข์ของพวกเรา ส.ส. แต่ถ้าเกิดการทำงานยัง เป็นในลักษณะนี้ ยังเกรงอกเกรงใจในเรื่องของกลุ่มทุนรับรอง นับ ๑ คงนับไปได้ไม่เท่าไร ก็จะถึงจุดที่หลาย ๆ คนรอ ก็กราบขอบคุณท่านประธานที่ได้มีโอกาสอภิปรายในครั้งนี้ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนพพล เหลืองทองนารา คนพรหมพิราม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายนพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย จังหวัดพิษณุโลก คนพรหมพิรามครับ ท่านครับ ผมเองยอมรับโดยดุษฎี จริง ๆ แล้วก็ยอมรับมานานแล้วในส่วนของนายกรัฐมนตรีท่านนี้ก็คือว่า ท่านเองมีความสามารถที่จะทำให้ความเดือดร้อนกระจายทั่วทั้งแผ่นดินแทบจะทุกเรื่อง ทั้ง ๆ ที่ปัญหาบางอย่างเป็นปัญหาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่ว่าท่านสามารถขยายวงกว้าง ให้มันเป็นปัญหาระดับชาติได้ที่เดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า และในคราวนี้ก็เช่นเดียวกัน ในเรื่องของโรคอหิวาต์แอฟริกาหรือเอเอสเอฟ (ASF) ผมเช่นเดียวกับท่าน ส.ส.นิยม เวชกามา ครับ ก็เห็นใจท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน เป็นอย่างสูง ท่านเองตั้งแต่หมูลอยน้ำ ท่านเองก็ไปดูด้วยตัวเอง เพียงแต่ว่าผลแล็บ (Lab) ที่ท่านได้รับทราบมันไม่ได้เป็นเอเอสเอฟ (ASF) แต่จริง ๆ แล้วลักษณะที่แม้แต่ปศุสัตว์เล็ก ๆ ที่อยู่แถวบ้านผมก็เคยคุยกันเขาบอกว่าไม่น่าจะใช่ ทั้งนั้นทั้งนี้เรื่องราวก็เลยมาถึงขณะนี้ และอีกอย่างหนึ่งที่แสดงให้เห็นก็คือว่า ผมอยากจะบอกพี่น้องประชาชนเลยครับว่า ถ้าสมมติ ว่าการมีสภาผู้แทนราษฎร ไม่มีการหยุดเว้นวรรค หยุดด้วยสาเหตุใด ๆ ก็ตาม พวกเราถ้าเรารู้ ว่าโรคนี้เริ่มระบาดในเมืองจีน และเราก็รู้ผลเสียหาย หมูมี ๕๐๐ ล้านตัว เมืองจีนฆ่าทำลาย ๒๐๐-๓๐๐ ล้านตัว นั่นไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ แล้วครับ ถ้าเป็นพวกเราอยู่ ผู้แทนที่มาจาก พี่น้องประชาชนนี่ พวกเราก็ต้องเร่งแล้วครับ จี้ให้รัฐบาลได้หามาตรการในการที่จะป้องกัน และถ้าเกิดมันหลุดรอดเข้ามาจริง ๆ ต้องรีบดำเนินการวางแผนแล้วว่าจะชดเชยเยียวยา พี่น้องเกษตรกรที่เลี้ยงหมูได้อย่างไร เพราะฉะนั้นผมเองก็อยากจะบอกพี่น้องให้เห็นโดยชัด ว่ากรณีนี้มันแตกต่างจากที่การมีสภาที่มาจากประชาชนโดยตรง เอาละครับเรื่องนั้นว่ากันไป ในอนาคต แต่ว่าวันนี้ผมเองต้องกราบขอบพระคุณท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ เป็นอย่างสูงที่ท่าน ได้นำเสนอญัตติเรื่องนี้เข้าสู่สภา เพื่อให้รัฐบาลนั้นได้ออกมาตรการในการที่จะแก้ไขปัญหาที่ เกิดขึ้น ผมเองในการระบาดของเอเอสเอฟ (ASF) ในครั้งนี้ถามว่ารายใหญ่เสียหายไหม เสียหายครับ รายย่อยก็เสียหายเช่นเดียวกันครับ แต่ว่ารายใหญ่จิตใจโหดร้ายต้องขออนุญาต พูดอย่างนี้ ท่านเอาวิกฤติมาเป็นโอกาสของท่าน โอกาสที่จะทำลายคู่แข่ง คู่แข่งที่เขาปกติ แล้วเขาก็สู้ท่านไม่ได้อยู่แล้วครับ ในอนาคตข้างหน้าคงอีกไม่นานหรอกครับ เขาก็คงจะต้อง ล้มหายตายจากไปโดยธรรมชาติละครับ เพราะเขาไม่มีทุนรอนเหมือนอย่างท่าน แต่ท่านอดใจ รอให้เขาตายวันข้างหน้าไม่ได้หรือ ต้องเร่งให้เขาตายวันตายคืน เอาให้สนิทให้ได้ โหดร้าย เกินไปไหมครับถ้าอย่างนั้น แล้วมิหนำซ้ำรายใหญ่คิดเองไปได้ไม่เท่าไรหรอกครับ มีคนช่วยหรือเปล่า มีรัฐบาลช่วยหรือเปล่า มีใครรู้เห็นเป็นใจกับรัฐบาลด้วยหรือเปล่า เพราะฉะนั้นแล้วผมเองต้องตำหนิรัฐบาลแรง ๆ ว่าท่านปล่อยให้เรื่องราวเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการระบาดก็ดี การไม่มีมาตรการใด ๆ ที่จะช่วยเหลือเยียวยาก็ดีหรือแม้แต่ ถ้ามีการไปสมคบ สมรู้ร่วมคิดกับรายใหญ่เพื่อฆ่าเกษตรกรรายย่อย ๆ ผมเองขอแค่ส่ายหัวแล้วครับ ไม่ขอพูดดีกว่า เพราะพูดแล้วมันก็จะแรงไป เพราะฉะนั้นแล้วผมก็อยากจะเรียกร้อง ให้รัฐบาลว่า ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นมาแล้วในสิ่งที่ประชาชนผู้เลี้ยงหมูรายย่อยที่เขาเกิด ความเสียหายแล้ว ท่านจะทำอย่างไร ท่านจะมีมาตรการใดช่วยเหลือเขา เพราะที่ผ่านมา แม้แต่ในบ้านผม ในพรหมพิราม อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก มีเกษตรกรที่เลี้ยงหมู ต้องฆ่าหมู ฆ่าหมดแล้วครับ เลี้ยง ๑๐ ตัวก็เป็นโรคกันหมดแล้วครับ แล้วทีนี้หมูก็ตายไปแล้ว อะไรแล้ว ท่านต้องคิดถึงเขาให้มาก ๆ ไม่ใช่ว่าไม่มีหลักฐานฉันไม่จ่าย มันไม่ถูกท่าน เพราะจริง ๆ แล้วสาเหตุตรงนี้มันมาจากการหละหลวม การไม่เอาจริงเอาจังแล้วก็เอาใจใส่ ผมเองเสียใจมากจริง ๆ ในทุกเรื่องเลยในเรื่องของการช่วยเหลือเยียวยา ผมถึงพยายามอยาก ที่จะเรียกร้องในครั้งนี้ด้วยว่าถ้าออกมาตรการในการช่วยเหลือผู้เลี้ยงหมูแล้ว ขอให้ท่านได้ รวดเร็วเถอะครับ ในการที่จะช่วยเหลือเขา เหมือนกันอย่างข้าวอย่างปลา อย่างข้าวนี่กว่าจะ ได้ค่าเก็บเกี่ยว รัฐมนตรีพูดตั้งแต่เดือนไหนแล้วว่า เดี๋ยวจะจ่าย จนต้องเร่งต้องรัด ที่จริงถ้าเป็นไปตามกำหนดตามที่ท่านรัฐมนตรีได้บอกไว้ว่าโอเค (OK) จะจ่ายเงินค่าเก็บเกี่ยว ๑๕ ตุลาคม ค่าส่วนต่างของข้าว ๑๕ ตุลาคม แต่ไป ๆ มา ๆ แล้วการจ่ายครั้งแรกจะต้องเข้า สู่คณะรัฐมนตรี ให้รัฐมนตรีอนุมัติก่อน แต่ว่าผลปรากฏว่าพอถึงวันเวลาสัปดาห์สุดท้ายก่อนที่ จะถึง ๑๕ ตุลาคมก็คือ ๑๒ ตุลาคม ท่านยังไม่มีเรื่องนี้เข้าเลย แต่เรื่องของการช่วยเหลือภาคเอกชนท่านมีครบหมด ยกเว้นช่วยเหลือเกษตรกร ผมเห็นแล้ว ปวดใจ เอาไม่เป็นไรรออีกสัปดาห์หนึ่งก็คือ วันอังคารที่ ๑๙ ตุลาคม ผมก็นึกว่าวันนั้นท่าน เองก็คงจะนึกออกแล้วกระมังว่าท่านเคยรับปากเกษตรกรไว้ว่า ๑๕ ตุลาคม ท่านจะจ่ายเงิน ส่วนต่างเป็นงวดแรก แต่แล้วในสัปดาห์นั้นคณะรัฐมนตรีก็ไม่มีการได้พิจารณาเรื่องของการ ให้ความช่วยเหลือในเรื่องของโครงการประกันรายได้ที่เป็นโครงการของท่าน เพราะฉะนั้นแล้ว ผมถือว่าท่านแย่มากในการบริหารงาน ไปเถอะครับท่าน ออกเถอะครับ ให้คนอื่น เขามีความสามารถ ที่เขามีความตั้งใจ แล้วก็เข้าอกเข้าใจพี่น้องประชาชนได้เข้ามาทำงาน แทนท่านเถอะครับ นานมากแล้วถ้านับเป็นวันนี่ใจหายครับ นับเป็นปีก็ห่อเหี่ยวแย่แล้วครับ ท่าน ท่านครับ มาตรการนี้มาตรการในการช่วยเหลือขอให้ท่านพอหลังจากที่มีการศึกษาแล้ว เมื่อส่งผลให้กับทางรัฐบาลขอให้รัฐบาลได้เร่งจัดการในเรื่องนี้โดยด่วน รักษาหน่อยเถอะครับ ชีวิตชาวไร่ ชาวนา ชีวิตคนเลี้ยงหมูแย่ ตอนนี้แทบไม่รู้จะทำอย่างไรกับชีวิตแล้ว ท่านครับ ช่วยเขาหน่อยเถอะ ท่านช่วยเขาได้ขึ้นอยู่ที่ว่าท่านจะตั้งใจช่วยเขาหรือเปล่า กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านคมเดชครับ ตามด้วยท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม และท่านบัญญัติ เจตนจันทร์🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คมเดช ไชยศิวามงคล พรรคเพื่อไทย เขต ๓ จังหวัดกาฬสินธุ์ ผมเคยเป็นที่ปรึกษา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังกับท่านประภัตร ผมรู้ว่าท่านมีน้ำใจแล้วก็ทำงานดีอยู่ และส่วนหนึ่งผมเคยเป็นผู้ร่างกฎหมายเกี่ยวกับสภาการเกษตรแห่งชาติ ท่านประธานครับ ผมจะอภิปรายประเด็นที่มันไม่ซ้ำโดยใช้หลักการการบริหารงาน ตัวอย่างเช่นเกี่ยวกับ เศรษฐกิจกับสังคม การเมือง ความมั่นคง จะชี้ให้เห็นประเด็นต่าง ๆ การบริหารจัดการคน งาน เงิน เวลา ปัญหาที่เกิดขึ้นมันไม่ใช่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือกระทรวงพาณิชย์ อย่างเดียว ผมดูแล้วมันอยู่กับกระทรวงการคลัง กระทรวงพลังงาน กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ เพราะฉะนั้นในเมื่อมันเชื่อมโยงกันในลักษณะนี้คนที่รับผิดชอบ ต้องเป็นนายกรัฐมนตรี ท่านครับ เรียนท่านตรงไปตรงมาเลยว่า อย่างเราติดตาม ผลงานของท่านายกมานานถึง ๗-๘ ปีด้วยกัน เศรษฐกิจเป็นหลักตัวหนึ่ง ซึ่งมันไม่ใช่เป็น ภาวะสงครามต้นทุนเกี่ยวกับความรู้ความสามารถ เรียนตรง ๆ เลยว่า ท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้านเศรษฐกิจมีความรู้ความสามารถต่ำกว่าเกณฑ์มาก ไม่สามารถที่จะบริหาร บ้านเมืองได้ ในด้านสังคมท่านประธานเราจะเห็นเรื่องปัญหาหนี้สิน เรื่องยาเสพติด ปัญหาการเมือง ๒๗๙ มาตรา ๑๖ หมวด ๑ บทเฉพาะกาล ไม่มีเสถียรภาพ เราก็เห็นกันอยู่ ความมั่นคง ท่านอ้างความมั่นคง ท่านถนัดตรงนี้ แต่ใช้ตรงนี้มันไม่เป็นประโยชน์ การใช้เงิน งบประมาณ ตัวอย่างเช่น ท่านจัดเงิน ๑๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซื้อเครื่องบินให้กองทัพอากาศ อย่างนี้ ซึ่งมันไม่ใช่ภาวะที่จำเป็นในการใช้ อันนี้ขอแสดงความคิดเห็นตัวหนึ่ง การบริหาร จัดการคน งาน เงิน เวลา ความสามารถท่านที่ผมชี้ให้เห็นว่ามันต่ำกว่าเกณฑ์ งานบริหาร บ้านเมือง ๘ ปี เงินงบประมาณชี้ให้เห็นตรงนี้ครับ กระทรวงการคลัง หนี้สาธารณะมูลค่า ประมาณ ๙ ล้านล้าน เดี๋ยวนี้หนี้สิน เป็นข้อสรุปจากเดือนสิงหาคมประมาณ ๕๗.๐๑ ของจีดีพี (GDP) ของประเทศ ปี ๒๕๖๕ คาดการณ์ว่าจะก่อหนี้ใหม่อีก ๑.๓๔ ล้านล้าน ถ้าเราย้อนดู ๒-๓ ปีหลังติดลบตลอดเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ท่านกู้เงิน ๑ ล้านล้าน แล้วมากู้เงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้าน และปี ๒๕๖๖ จะต้องกู้เงินอีก เห็นท่าน ซอยย่อย ซอยย่อยหลาย ๆ อย่าง ในการกู้เงิน ตามที่ผมมีโอกาสเป็นกรรมาธิการงบประมาณ ปรากฏว่าต้องชำระดอกเบี้ยเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้าน ส่งเงินต้นประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ เกือบ ๓๐๐,๐๐๐ ล้าน ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้นเลย เป็นภาระ ถ้ารวมแล้วต้องใช้หนี้ประมาณ ๑๐๘ ปีด้วยกัน ท่านครับ การรับผิดชอบตรงนี้ ท่านประภัตร ผมคิดว่าท่านไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาด้วยตัวเองได้ ต้องนั่งหัวโต๊ะ เพราะว่าตัวกระทรวงที่ เกิดขึ้น เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหามันไม่ต่ำกว่า ๓-๔ กระทรวงด้วยกัน คนที่มีความรู้ ความสามารถวิสัยทัศน์เท่านั้นที่จะแก้ไขปัญหาได้ ย้อนหลังไปช่วงปฏิวัติ สภาพปกติ ซึ่งมีกฎหมายแล้วก็มีมาตรา ๔๔ อยู่ในมือยังแก้ไขปัญหาตามปกติไม่ได้เลยครับ และโดยเฉพาะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยิ่งเป็นภาวะที่เกิดขึ้น มันเป็นความล้มเหลวด้านการเงิน ผมยกตัวอย่างเรื่องหมู ย้อนหลังไปมันเป็นวัว ย้อนหลังไปเป็นม้า ย้อนหลังไปเป็นคน โควิด (COVID) แล้วก็โควิด (COVID) แล้วยังผสมผสานกันอยู่อีก ๓ โรค ๔ โรค ท่านตั้งรับ หมดเลย ท่านทำงานเชิงรุกไม่เป็น พื้นฐานตรงนี้ท่านครับ ห้องโสตผมขอคลิปด้วย🔗
สุดท้ายผมจะพูดเรื่องปุ๋ยแพง อยากให้ท่านช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก เพราะว่าช่วงหลังสุดปุ๋ยยูเรีย (Urea) ราคา ๕๐๐-๗๐๐ เดี๋ยวนี้ขึ้น ๑,๓๐๐ ท่านไม่มีแนวทางในการแก้ไขเลย จังหวัดกาฬสินธุ์ ผมชี้ให้เห็นถ้าท่านมีวิสัยมีแนวทางการแก้ไข อยู่จังหวัดกาฬสินธุ์มีข้อมูลส่วนหนึ่ง จากวันที่ ๒๔ ปี ๒๕๖๓ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านทรงพล ใจกริ่ม ได้สนับสนุนให้วิสาหกิจ ชุมชน ได้ขยายตลาดเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเรื่องปุ๋ยประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง ชื่อว่า น้ำหมักขี้ปลา ช่วยลดต้นทุนการผลิตต่าง ๆ ซึ่งได้ผลเป็นอย่างมากท่านไม่ได้แก้ไขอะไร เลยตรงนี้ เพราะฉะนั้นส่วนหนึ่ง ท่านประธานครับ ในโอกาสที่เวลามันน้อย ผมขอสรุปเลยว่า มันจะอยู่กับผู้นำประเทศ ถ้าไม่มีวิสัยทัศน์ ต้นทุนด้านการค้า ด้านการบริหารท่านต่ำกว่า เกณฑ์มาก ก็อยากให้ท่านแก้ไขปัญหาโดยการที่ควรลาออกให้มีรัฐบาลชุดใหม่ หรืออาจจะ ยุบสภาให้ชาวบ้านเขามีการเลือกตั้งใหม่ ซึ่งเขาจะเลือกคนที่มีคุณภาพเข้ามาเป็นตัวแทน ของเขา คำว่า ท่านอยากเป็นนายกกับชาวบ้านอยากให้เป็นนายกมันแตกต่างกันอย่างมาก ครับท่านประธานครับ กราบเรียนในโอกาสนี้ครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอสนับสนุนการเสนอญัตติด่วน เพื่อจะดูเรื่องเกี่ยวกับหมู แล้วก็เรื่อง ของเงินเฟ้อ ของแพง ในประเด็นของแพง ผมอยากจะขอตั้งข้อสังเกตบางประการเพื่อที่จะ ไปปรึกษาหารือในกรรมาธิการวิสามัญจะได้นำข้อมูลนี้ไปพิจารณาด้วย เพราะว่าเท่าที่ฟังมา เกือบทั้งวัน ยังไม่มีประเด็นเหล่านี้ เรื่องของแพงหรือว่าเงินเฟ้อ เวลานี้เป็นปรากฏการณ์ที่ เกิดขึ้นทั่วโลก เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในรอบ ๓๐-๔๐ ปีที่เงินเฟ้อ มันเริ่มที่จะผุดขึ้นมา ผู้ว่าการแบงก์ชาติของสหรัฐได้ยอมรับในการประชุมกับรัฐสภาครั้งสุดท้ายว่า ที่เคย คาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะเป็นเพียงชั่วคราวนั้น เป็นการคาดการณ์ที่ผิด ยอมรับว่าในปีนี้สหรัฐ จะต้องมีการขึ้นดอกเบี้ย เพื่อสู้กับเรื่องเงินเฟ้อ แล้วก็แบงก์ชาติอังกฤษก็ได้มีการขึ้นดอกเบี้ย ไปแล้วเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็พยายามจะบอกว่าเงินเฟ้อเป็นเพียงเรื่องชั่วคราว ณ เวลานี้เป็นสถานการณ์ ที่ผมขอใช้คำภาษาอังกฤษว่าเป็น เพอร์เฟกต์ สตอร์ม (Perfect Storm) ก็คือเป็นพายุอย่าง ค่อนข้างที่จะสมบูรณ์ ก็คือทุกกระแสมันก่อให้เกิดปัญหาทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้าน ของดีมานด์ (Demand) และด้านซัปพลาย (Supply) ด้าน ดีมานด์ (Demand) ก็คือ ด้านอุปสงค์ และด้านซัปพลาย (Supply) ก็คือด้านของการผลิต ทางด้านการผลิต สินค้าทุก ตัวที่เป็นสินค้าโภคภัณฑ์ ไม่ว่าจะเป็นน้ำมัน หรือโลหะ เหล็ก หรือสินค้าเกษตรหลาย ๆ ตัว มีราคาเพิ่มขึ้น สินค้าอุตสาหกรรมหลายตัว เช่น พวกชิป (Chip) ที่เป็นอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ก็ขาดแคลน เรื่องของระบบโลจิสติกส์ (Logistics) การขนส่งก็มีปัญหาคอนเทนเนอร์ (Container) ขาดแคลน เรื่องของการที่มีโควิด (COVID) เกิดขึ้นคนไม่ใช้จ่าย เมื่อคนไม่ใช้ จ่ายในการเดินทาง ในการท่องเที่ยว ก็เอาเงินนี้มาซื้อรถ มาซื้ออุปกรณ์ไฟฟ้าก็ก่อให้เกิด ปัญหาการขาดแคลนขึ้นมา เพราะฉะนั้นทางด้านของอุปสงค์นอกจากความต้องการ หลายอย่างที่มันมีการเพิ่มขึ้นอย่างผิดปกติ ในภาครัฐเองก็มีการเพิ่มรายจ่ายแล้วรายได้ ก็ไม่เข้า เกิดการขาดดุล ก็เป็นอีกกระแสหนึ่งที่ก่อให้เกิดแรงกระตุ้นให้ปัญหาเงินเฟ้อเกิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของการขาดดุลของรัฐบาลเกือบทุกประเทศในโลกก็ว่าได้ สิ่งที่รัฐบาล ต้องทำตอนนี้ก็คือกระแสที่เกิดขึ้นแบงก์ชาติของแต่ละประเทศต้องดำเนินนโยบายเกี่ยวกับ เงินเฟ้อ นี่คือเหตุผลว่าทำไมผมจึงเสนอกฎหมายตั้งแต่เมื่อปีที่แล้วให้แบงก์ชาติมาชี้แจงกับ รัฐสภา วันนี้เราได้เห็นธนาคารอย่างน้อย ๒-๓ แห่ง เช่น ธนาคารเอสเอ็มอี (SMEs) หรือเอ็กซิม (EXIM) ซึ่งวันนี้ไม่มา ต้องมาชี้แจงรัฐสภาทุกปี แต่เรากลับไม่ได้เชิญแบงก์ชาติมาชี้แจง ก็อยากจะให้มีการแก้ไขเรื่องนี้ ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ต้องมีหน้าที่ดูแลอย่าปล่อยปละละเลย ให้คนที่มาฉวยโอกาสขึ้นราคาโดยใช่เหตุ หรือว่ารัฐบาลเองโดยกระทรวงการคลังก็ต้องมี การเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของผลกระทบจากสินค้าที่เกิด ความเสียหาย เช่น เรื่องของหมูที่เราจะได้กล่าวต่อไป เพราะฉะนั้น ณ เวลานี้ก็ขอเรียนว่าเงิน เฟ้อเป็นปัญหาการเงิน เป็นปัญหาที่ทางธนาคารแห่งประเทศไทยจะต้องดูแลรับผิดชอบ โดยตรง เพราะว่าเป็นกระแสโลกที่เริ่มเกิดขึ้นมาในช่วง ๓๐-๔๐ ปีมานี้ ส่วนเรื่องของหมู ผมก็อยากจะขออนุญาตแสดงข้อมูลที่ผมได้ศึกษามา ช่วยขึ้นจอด้วย🔗
เรื่องของหมูเรายอมรับว่าเป็น โรคระบาดเอเอสเอฟ (ASF) ซึ่งระบาดมาเป็นเวลาหลายสิบปีหรือเป็นร้อยปี เรายังไม่ สามารถที่จะมีวัคซีนหรือยารักษาได้ อันนี้เป็นการยืนยันจากคณบดีคณะสัตวแพทย์ของจุฬา แล้วก็ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ท่านอาจารย์ที่ดูแลเรื่องนี้ ท่านอาจารย์สันนิภา คณบดี สัตวแพทย์ของจุฬาฯ ท่านยืนยันว่า ณ เวลานี้วัคซีนที่มีการพูดกันมันยังไม่มีความสามารถ ในการเยียวยาเรื่องของเอเอสเอฟ (ASF) ของหมูได้ แล้วจีนเองก็มีปัญหาเรื่องนี้มาก เพราะว่า มีวัคซีนที่ก่อให้เกิดปัญหาโรคระบาด อันนี้ก็คือเรื่องของวัคซีนและเรื่องยา เพราะฉะนั้นสิ่งที่ รัฐบาลควรทำได้ตอนนี้ก็คือรีบตัดวงจรของโรคตัวนี้ เพราะโรคตัวนี้มีความสามารถในการยืน ยงยืนอยู่ ถ้าเอาเข้ามาแช่แข็งจะอยู่ได้ถึง ๑,๐๐๐ วัน เพราะฉะนั้นเวลาที่มีการเกิดระบาด ขึ้นมาเราต้องรีบจัดการ ในลักษณะเดียวกับที่เรามีปัญหาโควิด (COVID) ก็ต้องมีโซเชียล ดิสแทนซิง (Social Distancing) หรือการแยกกลุ่มออกมา แยกห่างจากการมีโรค เพราะว่าเชื้อของตัวนี้ มันแพร่ไปได้อย่างรวดเร็ว แล้วก็ผ่านทางแมลงที่กัดกินเนื้อหรือว่าผ่านทางฝุ่น ขนส่งมีผลได้ เพราะฉะนั้นหลักของเรื่องนี้ผมเชื่อว่ากลไกของรัฐตอนนี้ไม่มีประสิทธิภาพที่อาศัยสัตวแพทย์ เข้าไปดูแล แต่ว่าทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้มีการทำโปรแกรมขึ้นมาที่เรียกว่า พอดีดี (PODD) โปรแกรมนี้ได้รับรางวัลจากเอ็มไอที (MIT) จากเคมบริดจ์ (Cambridge) เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งผมได้เคยเรียนในที่ประชุมแห่งนี้มาแล้วว่ากระทรวงน่าจะนำเรื่องนี้มาดู โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่เกิดลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease) และขณะนี้มีเรื่องหมู กรมปศุสัตว์น่าจะใช้ พอดีดี (PODD) ของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่มาใช้ เป็นระบบการเตือน ระบบการระมัดระวังภัย เวลาที่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นผู้ที่เกี่ยวข้องก็จะใช้โปรแกรมนี้ในการแจ้ง เตือนเราก็จะสามารถสกัดได้ ระบบนี้แตกต่างจากระบบปัจจุบันที่ว่า ได้อาศัยชุมชนซึ่งเขามีผลประโยชน์โดยตรงกับเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นขออนุญาตที่จะฝากเรียนประเด็นนี้ครับว่า เราต้องเปลี่ยนระบบหรือวิธีคิดใหม่ ในเรื่องนี้ และเรื่องของการแก้ไขปัญหาอย่าไปคิดว่าจะมียาอะไรรักษาได้ แม้กระทั่งยุโรป หรือจีนตอนนี้ก็ไม่มีการยอมรับว่าจะให้มีการฉีดวัคซีนหรือมีการแก้ไขด้วยทางยา มีวิธีเดียว คือต้องฆ่า จัดการกับหมูโดยเร็วที่สุดและไม่ให้มีการแพร่ขยาย แล้วก็เยียวยาผู้ที่ถูกกระทบ อย่างที่ ครม. ได้มีการอนุมัติวงเงิน ๕๗๔ ล้านบาท ให้กับเกษตรกร ๔,๙๔๑ รายไป อันนี้ก็เป็นการเยียวยาขั้นต้น ซึ่งการเยียวยามันก็จะเป็นการตัดวงจร เพราะว่าวงจรหมู ประมาณ ๑๑ เดือน เพราะฉะนั้นถ้าเกิดหมูมีการสกัดไม่ให้มีการแพร่เชื้อก็อีกประมาณปีหนึ่ง เราก็จะสามารถมีหมูกลับมาได้ ก็เป็นประเด็นที่ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนแต่เพียงเท่านี้ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอร่วมอภิปรายสนับสนุนญัตติของเพื่อน สมาชิกที่จะให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณาศึกษาแก้ไข ปัญหาโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรที่ส่งผลกระทบให้ราคาเนื้อสุกรมีราคาแพง ท่านประธาน ที่เคารพครับ โรคอหิวาต์สุกรนั้นหรือโรคเอเอสเอฟ (ASF) เอ (A) คือแอฟริกัน (African) เอส (S) คือสวาย (Swine) ก็คือแปลว่าหมู เอฟ (F) ก็คือฟีเวอร์ (Fever) และต่อด้วยไวรัส เป็นโรคที่มีมาหลายสิบปีแล้ว ซึ่งในปี ๒๕๖๑ ก็พบที่ประเทศจีนและประเทศในอาเซียน (ASEAN) ในประเทศไทยรัฐบาลก็ตื่นตัว จะว่ารัฐบาลไทยปกปิดก็คงไม่ใช่ ครม. อนุมัติแผน รับมือโรคเอเอสเอฟ (ASF) ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ในเดือนมีนาคม ปี ๒๕๖๓ ครม. ก็อนุมัติงบกลาง ถึง ๕๒๓ ล้านบาท ในการป้องกันโรคเอเอสเอฟ (ASF) เดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๖๔ ครม. ก็อนุมัติงบกลางอีก ๒๗๙ ล้านบาทในการป้องกันโรคเอเอสเอฟ (ASF) เดือนมิถุนายน ๒๕๖๔ เป็นต้นมาเริ่มพบว่ามีหมูในฟาร์ม โดยเฉพาะรายเล็กและรายกลางเสียชีวิตจำนวนมาก แต่ว่าในฟาร์มใหญ่ ๆ ที่เลี้ยงด้วยระบบโรงเรือนปิดนี้พบว่าไม่ค่อยตาย ระบบโรงเรือนปิด ยังเป็นความหวังของการเลี้ยงสุกรที่มีมาตรฐาน เพราะฉะนั้นในส่วนที่เกิดความแตกต่าง ระหว่างรายเล็ก รายกลาง และรายใหญ่ทำให้ผมได้คิดคำนึงด้วยความกังวลว่า หรือโอกาสนี้ จะเป็นการสูญพันธุ์ของเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรรายเล็กและรายกลาง แล้วเป็นโอกาสให้ผู้เลี้ยง สุกรรายใหญ่นั้นได้ควบคุมตลาดอย่างสิ้นเชิง จะโดยความบังเอิญหรือไม่บังเอิญ อันนี้ก็แล้วแต่จะคิด แต่ผมคิดว่ารัฐบาลจะปล่อยสถานการณ์เช่นนี้ ให้รายเล็กและรายกลาง ตายออกไปจากเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรไม่ได้ และปัญหาของสุกรหรือหมูนั้นนั้นมันก็ไม่ใช่เรื่อง หมู ๆ แต่มันเป็นเรื่องที่ใหญ่ และผมเชื่อว่าใหญ่กว่ากรมปศุสัตว์ ใหญ่กว่ากระทรวงเกษตร และสหกรณ์ กระทรวงการคลังจะต้องอนุมัติงบประมาณมาช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรที่ได้ สูญเสีย บางเจ้าในภาคตะวันออกโดยเฉพาะชลบุรี แปดริ้ว และจังหวัดใกล้เคียงก็เลี้ยงหมู ไม่ใช่น้อยเลย และเป็นพื้นที่ที่ไม่มีโรคระบาดมาก่อน และจู่ ๆ ตั้งแต่กลางปีที่แล้วก็เริ่มมี หมูตายเป็นจำนวนมาก และในเดือนธันวาคม วันที่ ๗ ภาคีคณบดีสัตวแพทย์ก็ยืนยันว่า พบเอเอสเอฟ (ASF) ในซากสุกร วันที่ ๗ มกราคม ๒๕๖๕ ไต้หวันพบเชื้อเอเอสเอฟ (ASF) ในกุนเชียงของไทย วันที่ ๑๑ มกราคม ที่ผ่านมานี้ ปี ๒๕๖๕ กรมปศุสัตว์ยืนยันพบเอเอสเอฟ (ASF) ที่โรงฆ่านครปฐม เพราะฉะนั้นสถานการณ์ของโรคระบาด ซึ่งไม่แตกต่างจากโควิด (COVID) แล้วทำให้สุกร เสียชีวิตเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ในบางฟาร์มที่ผมรู้จักเหลือแค่ประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นเอง สิ้นเนื้อประดาตัวครับ รายเล็กและรายกลาง เพราะว่าเลี้ยงในระบบเปิด ก็ไม่รู้ว่ารถที่ขนส่งเข้ามาในฟาร์มติดล้อรถมาหรืออย่างไร หรือมากับอาหาร อากาศ น้ำอะไรก็แล้วแต่ เพราะเชื้อตัวนี้อยู่ในดินได้ถึงหลายเดือน อยู่ในเนื้อที่แช่แข็งได้ถึง ๓ ปี เพราะฉะนั้นรายเล็ก รายกลาง รัฐบาลจะต้องรีบเยียวยา ในส่วนที่หมูของเขาได้เสียชีวิตลงไป และเยียวยาย้อนหลังด้วย แล้วก็ทำให้เขาต้องได้เป็นฟาร์มระบบปิด จึงต้องมีเงินในการลงทุน ที่ปลอดดอกเบี้ย หรือดอกเบี้ยที่ต่ำมาก ให้เขาสร้างโรงเรือนปิด มีระบบอีแวป (EVAP) ก็คือมีดูดลมเป็นวันเวย์ (One way) ไฟฟ้านั้นก็ต้องเสียเยอะ ก็จำเป็นจะต้องให้เขามีเงินทุน ในการทำไบโอแก๊ส (Biogas) โดยใช้ขี้หมูแล้วก็ใช้พลาสติกสีดำ และต่อท่อเอาแก๊สมาปั่น กระแสไฟในการที่จะประหยัดค่าไฟฟ้า ถ้าแบบนี้รายเล็กและรายกลางก็พร้อมที่จะฟื้นตัว ขึ้นมาเลี้ยงหมูในระบบฟาร์มปิด แล้วก็ส่งผลผลิตที่เป็นเนื้อหมู หรือเนื้อสุกรคุณภาพ ป้อนสู่ตลาดเนื้อหมูของประเทศไทย ผมอยากจะให้รัฐบาลหยิบวาระเรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ ที่ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงหมู เลี้ยงมาหลายสิบปีแล้ว ไม่เคยเจอปัญหาอย่างนี้ ได้ฟื้นตัวโดยเร็ว ทุกคนขวัญหนีดีฝ่อ ชีช้ำกะหล่ำปลี คือว่าได้เงินทุนมาเยียวยาก็ไม่แน่ว่าจะกล้า เลี้ยงต่อไหม ถ้าไม่มีเงินทุนมาทำฟาร์มระบบปิด แน่นอนเหลือเกินเลี้ยงอีกก็ตายอีก เพราะปัจจุบันไม่มีวัคซีน ไม่มียา เป็นแล้วก็ต้องตาย หมูนั้นตายจริง ๆ แต่คนเลี้ยงหมูตายทั้งเป็น แล้วจะทำอาชีพอื่นก็ปรับเปลี่ยนอาชีพไม่ไหวแล้วเพราะฉะนั้นวิกฤติเช่นนี้อย่าเพิ่งโทษใคร ขอให้ทุกคนร่วมมือกัน แล้วก็เกินกว่าที่แต่ละหน่วยงานจะร่วมมือกันได้ ไม่ว่าจะเป็นท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นส่วนภูมิภาค ผู้ว่าราชการจังหวัด ท้องถิ่น เกษตรกร ทุกคนต้องร่วมมือกัน เพราะ เรารบกับยุคของไวรัส ภาวะไคลเมตเชนจ์ (Climate Change) หรือภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง ไวรัสนั้นเติบโตอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะโรคในคน ไม่ว่าจะโรคในหมูเกิดขึ้นทั้งนั้น ทั้งนี้ทั้งนั้น เพื่อป้อนให้แหล่งโปรตีนที่เป็นเนื้อหมูเข้าสู่ตลาดในประเทศไทยโดยเร็ว เพื่อลดราคาของเนื้อหมูในตลาดให้ลดลงอย่างรวดเร็ว หมูนั้นปฏิสนธิตั้งแต่วันนี้ อีก ๑๑ เดือนถึงจะเป็นหมูหนัก ๑๐๐ กิโลกรัมได้ เพราะฉะนั้นก็ถ้าฟื้นตัววันนี้ อย่างน้อย ๑ ปีถึงจะได้มีความเพียงพอในตลาดของเนื้อสุกรในประเทศไทย ผมขอฝาก กรรมาธิการวิสามัญช่วยนำข้อเสนอแนะ ข้อสังเกตของผมนำไปประกอบการพิจารณา ด้วยนะครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกก็ได้ร่วมอภิปรายแสดงความคิดเห็นกันหลากหลาย ฝ่ายค้าน ๒๔ ท่าน ฝ่ายรัฐบาล ๗ ท่าน รวมแล้ว ๓๑ ท่าน ก่อนที่ท่านเจ้าของญัตติจะอภิปรายสรุป ผมเรียนถามว่า ทางท่านรัฐมนตรีมีอะไรชี้แจงไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกคน ที่อดทนมาถึงจบได้ ถือว่าท่านมีความตั้งใจ และต้องการการดูแลช่วยเหลือพี่น้องประชาชน จริง ๆ เลย พอท่านวิสุทธิ์เริ่ม ปดิพัทธ์ตาม ประทับใจจริง ๆ ผมก็หัวอกเดียวกับท่าน ผมก็ เป็นผู้แทนราษฎร ๔๖ ปีแล้วครับ วันนี้ประทับใจมาก ท่านกล้าพูด ใครอยู่เบื้องหลัง ใครได้ ประโยชน์ อันนี้ล่ะผมอยากเห็น พอปดิพัทธ์พูดบอกต้องตั้งกรรมาธิการ ผมลงไปเลย ท่านเห็นไหมครับ ผมไปบอกฝ่ายรัฐบาลบอกวิป (Whip) เลย งานนี้ต้องตั้งกรรมาธิการเพื่อ ช่วยรัฐบาล ไม่ต้องไปกังวลว่าเขาจะมาพูดอะไร ชีวิตผมผ่านผู้แทนมาทั้งหมด ๑๕ สมัย จังหวะไหนที่เป็นประโยชน์ จังหวะไหนที่เขาตีรวน เรารู้ อย่างวันนี้ท่านเจตนาดีอย่างยิ่ง อยากจะช่วยพี่น้องเกษตรกรที่เสียหาย รายใหญ่ได้ ประโยชน์จริงไหม ใครบ้างที่ทำให้ได้ประโยชน์ และผู้ที่เสียประโยชน์เราจะแก้อย่างไร ทำอย่างไร นี่ละครับเรียกว่าจิตวิญญาณของผู้แทนราษฎร ท่านมาจากการเลือกตั้งท่านต้อง ทำอย่างนี้ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนจริง ๆ ขอชื่นชม ขอบคุณอีกครั้งหนึ่ง ผมได้พูด ไปแล้วว่าการปกปิด ผมไม่มีเจตนาไม่รู้จริง ๆ เมื่อเช้านี้ผมพูดให้ท่านจุลพันธ์และทุกคน ในสภาทราบไปแล้ว ผมจะไม่พูดซ้ำ เราไปพูดกันในกรรมาธิการเลย ท่านเรียกเลย ท่านอยาก รู้อะไรผมจะเป็นกรรมาธิการกับท่านด้วย แล้วทุกคนจะได้ช่วยกัน เห็นใจครับ ท่านไปสัมผัสมา ทุกคนสัมผัสมา ยิ่งท่านนายก รัฐบาลหนักกว่า ท่านก็ต้องการให้พวกเราได้ช่วยเหลือ ท่านต้องการฟัง ที่ท่านมาช่วยกันพูดวันนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อพี่น้องประชาชนและต่อ รัฐบาล ท่านนายกท่านจะได้รู้เสียทีว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง เอาละผมจะไปขอตอบ ๒ เรื่องพอ ทั้งหมดไปว่ากันในกรรมาธิการ เรื่องแรกที่ทุกคนเป็นห่วงอยากเห็นคือการเยียวยาช่วยเหลือ พี่น้องเกษตรกร ผมเห็นกับท่านอย่างยิ่งเลย ลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease) เกิดมา ตั้งแต่เดือนมีนาคม ปี ๒๕๖๔ ผมเป็นคนมาแก้การชดเชยให้กับพี่น้อง เดิมได้ ๖,๐๐๐ บาท อายุ ๖ เดือน แก้เป็น ๑,๓๐๐ บาท มาช่วยกันผลักดัน ๖ เดือน ถึง ๑ ปี ๑๒,๐๐๐ บาท มาได้ ๒๒,๐๐๐ บาท ๑ ปี ถึง ๒ ปี ได้ ๑๖,๐๐๐ บาท ก็กลายเป็น ๒๙,๐๐๐ บาท ๒ ปีขึ้นไป จาก ๒๐,๐๐๐ บาท ก็เป็น ๓๕,๐๐๐ บาท คราวนี้มันมีปัญหา พี่น้องครับ การจะช่วยเหลือ เยียวยาเงินทุกบาททุกสตางค์คือของพวกเรา เป็นภาษีอากรของพวกเรา ฉะนั้นข้าราชการเอง ก็กังวล ถ้าหลักฐานไม่แน่นอนและไม่ละเอียดพอก็ไม่กล้าจ่าย บางจังหวัดต้องกลับไปทำ ถึง ๓ ครั้ง ท่านคงจะจำได้ เพราะเราประกาศภัยทีหลังต้องกลับไปย้อนหลังให้เขาอีก พอเรื่อง ส่งมาที่กรม กรมส่งมาไหนครับ มาสำนักงานปลัด สำนักงานปลัดส่งไปไหนครับ ไปที่กรมบัญชีกลาง กรมบัญชีกลางเสร็จไปสำนักงบประมาณครับ ท่านนึกถึงขั้นตอนก็ปวด หัวแล้ว ทุกคนเช็ก (Check) หมดครับ ทุกคนก็กลัวติดคุก พลาดไปติดคุก เราก็อยากให้ถึง ราษฎรเร็ว ๆ ลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease) ผมสรุปให้ท่านได้จดจำไว้อีกครั้งหนึ่ง ทั้งหมดมีวัวเสียชีวิต ๖๑,๓๙๓ ตัว ในพื้นที่ ๖๓ จังหวัด เราได้จ่ายไปแล้ว ได้จัดส่งทั้งหมด ความช่วยเหลือไป ๔๖ จังหวัด มีเกษตรกร ๔๙,๒๙๓ ราย รวมเป็นเงิน ๑,๑๓๘ ล้านบาท อันนี้ยอดเงินที่เราต้องช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ขณะนี้กรมได้ตรวจเสร็จแล้ว ๓๖ จังหวัด เสร็จแล้วไปไหนครับ ก็ต้องส่งไปที่กระทรวงการคลัง วันนี้ยังติดค้างยังตรวจเอกสารไม่ครบ อยู่ที่กระทรวงการคลังอีก ๓๓ จังหวัด แต่วันเสาร์นี้ได้สำเร็จแล้ว ๑๑ จังหวัด ผมจะไปแจกเองครับ วันเสาร์เราพบกันที่ศรีสะเกษ กาฬสินธุ์ คมเดชไปด้วยกัน ไปนครพนมบ้านท่านรองประธาน ไปอุบลราชธานี แล้วแต่เวลา มีเอื้ออำนวยแค่ไหนผมไปหมด สกลนครก็ไปครับ บ้านท่านดอกเตอร์ท่านไปด้วยกันนะครับ วันนั้นท่านไปกับผมที่อุดรธานี คราวนี้ผมไปเยี่ยมท่านที่บ้าน เลี้ยงข้าวผมด้วย ผมไม่ได้ นิ่งนอนใจ เจ้าหน้าที่ก็ต้องเห็นใจว่าการจะแจกเงินหรือเยียวยาเอกสารเป็นปึก ๆ เลย เจ้าหน้าที่ก็ไม่กี่คนต้องทำเรื่องนี้ ทีนี้กลับมาเรื่องหมู ผมบอกแล้วเมื่อเช้าผมตอบชัดเจน ในรายละเอียด เราอยากรู้ต่อไปนั้นไปเป็นกรรมาธิการร่วมกันสิครับจะได้เปิดไอ้โม่งเสียที ผมอยากเห็นเหมือนกัน ท่านวิสุทธิ์เอาออกมาให้ได้ ท่านปดิพัทธ์ ท่านได้เรียนหนังสือมาท่าน รู้มากกว่าผมแน่นอน ท่านเค้นเลย ใครบ้างที่ไม่มีความรับผิดชอบ ผมอยากได้เจออย่างนี้ ผมก็อายุมาถึงปูนนี้แล้วคงไม่คิดจะหากินกับของพรรค์นี้แน่ ผมก็คงไม่ใช่คนรวย แต่ก็ไม่ใช่จน ชีวิตมา ๔๖ ปีนี้ ผมไม่มีรอยด่างพร้อยเรื่องพรรค์นี้แน่นอน สรุปให้ฟังอีกครั้งหนึ่งเมื่อสักครู่ เยียวยาลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease) คราวนี้เยียวยาสุกรที่เสียชีวิต วันนี้ต้องขอบคุณ อีกครั้งหนึ่ง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี เมื่อเช้าพูดไปครั้งหนึ่ง นี่พูดใหม่ก็ต้องขอบคุณท่าน ท่านอนุมัติงบกลางให้ ทั้งหมดเลยในช่วงนี้ ๑,๑๓๓ ล้านบาท เกษตรกร ๙,๗๙๗ ราย สุกร ๓๐๑,๕๓๓ ตัว ก็เหมือนกันอีกแล้ว จ่ายไปส่วนหนึ่งก็กลับมาไล่กันเรื่องเอกสารอีก เวลานี้ลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease) ไปล้ำหน้าแล้ว เพราะเหลืออีกประมาณ ๑๐ กว่าจังหวัด คราวนี้ก็มาเงินมาแล้ว เงินท่านอนุมัติก่อนแล้วเราก็จะโอนไปให้ที่มีบัญชีนี้ ในอาทิตย์หน้า นี่หมู หมูนี่จ่ายง่ายกว่า พอถูกต้องปั๊บเขาโอนส่งตรงไปที่เจ้าของเลย เขามีบัญชีพร้อม ลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease) ก็เหมือนกัน แต่ต้องผ่านอีกขั้นตอนหนึ่ง ต้องไปจังหวัด แต่หมูไม่ต้องไปเลยครับ ดังนั้นที่พี่น้องท่านสมาชิกทุกคนเป็นห่วง ผมก็เป็นห่วง ผมอยากให้ได้เร็วที่สุด เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายของเขา หรือจะคิดเลี้ยงใหม่ ผมยังมีวิธีการ ซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านสุพัฒนพงษ์ได้พูดว่า ถ้าเราจะเลี้ยงใหม่ท่านมี วิธีการให้ใช้พลังงานที่น้อย ยินดีสนับสนุน อันนี้ก็เป็นข่าวดีสำหรับรายย่อย รายเล็ก ถ้าเราสามารถทำโรงปิดได้ ท่านบอกทำได้ ดังนั้นผมก็ฝากไว้เราไปพูดกันในกรรมาธิการต่อว่า จะทำอย่างไร ขอขอบคุณอีกครั้งหนึ่ง ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้เสียเวลาไปช่วยกัน เดินตลาดมา ไปดูความเดือดร้อนพี่น้องประชาชน ท่านได้ทุ่มเทอย่างจริงใจผมก็ขอ ขอบพระคุณ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานไม่มีอะไรชี้แจง ถ้าไม่มีอะไรก็ไม่เป็นอะไร ต่อไปก็คงจะ เป็นเจ้าของญัตติได้สรุป ผมขอให้เจ้าของญัตติได้สรุปสั้น ๆ หน่อย เพราะว่าท่านสมาชิก อภิปรายกันมาเยอะแล้ว เชิญท่านปดิพัทธ์ก่อนครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา ในฐานะของผู้เสนอญัตติแทนท่านพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค ก้าวไกล ผมขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีด้วยใจจริง แล้วก็ขอบคุณสภาแห่งนี้ ที่ตอนแรกเราก็คิดว่าจะไม่มีการยอมให้ตั้งกรรมาธิการ เพราะคิดว่าเรื่องนี้ใหญ่แล้วก็คงมีคน ต้องรับผิดชอบ แต่ผมว่าจากการที่เรารับฟังกันด้วยเหตุผลก็เห็นว่าถ้าเราไม่ได้ร่วมมือกัน ทั้งองคาพยพ นอกจากจะหาคนรับผิดชอบไม่ได้แล้วยังวางแนวทางไปข้างหน้าไม่ได้ด้วย เพราะฉะนั้นถ้าเราตั้งกรรมาธิการก็จะเป็นเหตุให้เกิดความร่วมมือ แน่นอนมันต้อง มีการตรวจสอบย้อนหลังพอสมควร แต่สิ่งที่ทำให้ตรวจสอบย้อนหลังจะมีประโยชน์ ผมแบ่งออกเป็นอย่างนี้ ถ้าเราสามารถศึกษาในอดีตได้ว่าการระบาดที่เกิดขึ้นตั้งแต่ ปี ๒๕๖๒ ถึงปี ๒๕๖๔ นั้นเป็นอย่างไร จะมีผลทำให้การศึกษาทางระบาดวิทยา การทำ วัคซีน การทำโซนนิง (Zoning) ในการเลี้ยงปศุสัตว์ในอนาคตเราจะสามารถทำได้ดีขึ้น เพราะ ถ้าไม่มีตัวเลขการระบาดเราจะวางแผนในอนาคตไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นอย่างไรก็ต้อง สอบสวนในอดีต อันที่ ๒ ก็คือว่ามีการทำลายทั้งในระบบและนอกระบบ เพราะฉะนั้น การเยียวยาจะต้องไปให้ถึง คนที่ทำลายนอกระบบด้วย คือคนที่ทำลายด้วยความกลัว คนที่ ทำลายโดยการกดขี่ กดราคา ตรงนี้จะทำได้อย่างไร แล้วจะเอาเงินมาจากไหน เรื่องนี้เป็น เรื่องจำเป็น🔗
ประเด็นสุดท้ายก็คือว่าคนที่แสวงหาผลประโยชน์โดยไม่เป็นธรรม เอารัด เอาเปรียบพี่น้องประชาชน ค้ากำไรเกินควร และเจ้าหน้าที่รัฐที่ทำผิดในการปกปิดข้อมูล ผมคิดว่าก็ต้องมีผู้รับผิดชอบ อันนี้คือประเด็นของอดีต ปัจจุบันก็คือเราคงมีเรื่องจำเป็น อย่างเช่นการนำเข้าเนื้อสุกร แต่การนำเข้าเนื้อสุกร ทางสมาคมผู้เลี้ยงสุกรหลายกลุ่มก็เป็น กังวลมาก เพราะว่าเราตั้งกำแพงไว้สูงในการที่จะไม่นำเข้าเนื้อสุกรตลอดมาในอดีต โดยการใช้ประเด็นอย่างเช่นสารเร่งเนื้อแดงเป็นต้น แต่ถ้าเราทะลายข้อจำกัดนี้ เพราะความ จำเป็นเร่งด่วนในการนำเข้าเนื้อสุกร ก็ต้องมากำหนดโควตาให้ชัดเจนว่าจะเข้ามาในปริมาณ เท่าไร อย่างไร ยาวนานแค่ไหน อันนั้นเกี่ยวข้องกับเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ข้อตกลงทางต่างประเทศด้วย แต่เราจะไม่รู้ว่าเราจะต้องนำเข้าเนื้อสุกรเท่าไรจนกว่าเราจะรู้ ว่าเรามีหมูเท่าไร แล้วก็ต้องหาหมูในห้องเย็นให้เจอทั้งหมดด้วยไม่ให้เกิดการโก่งราคา แล้วก็การปกปิดตัวเลขรวมไปถึงข้อเสนอในอนาคต ผมคิดว่าเรื่องวัคซีน ต่อให้ตัวผมเอง ยังไม่มั่นใจเลยว่าเราจะพัฒนาได้ในระยะเวลาอันสั้น แต่ไม่เสียหายที่เราจะส่งเสริม ให้สถาบันการศึกษาและสถาบันวิจัยทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง เพราะว่าในเมื่อเรามีโรคนี้ อยู่ในฟิลด์ (Field) เรามีสถาบันการศึกษาที่มีคุณภาพ เพราะฉะนั้นถ้าเรามีกฎหมาย และมีงบประมาณที่เพียงพอเราอาจจะพลิกวิกฤตินี้ให้เป็นโอกาสในการทำวัคซีนก็ได้ ต่อให้มันยังยากมาก เราก็ต้องการความรอบคอบมาก เพื่อไม่ให้เกิดวัคซีนที่เกิดเป็นการ แพร่เชื้อแล้วก็เป็นวัคซีนเถื่อนเกิดขึ้นในตลาด แล้วก็ในอนาคตนี้ก็ดีใจที่ท่านสุพัฒนพงษ์ มาด้วย เพราะว่าการจะทำฟาร์มในอนาคตแน่นอนต้องเป็นฟาร์มระบบปิด เพราะฉะนั้น การจะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของอุตสาหกรรมสุกรตอนนี้ถ้าเราจะโอบอุ้มให้ผู้เลี้ยงรายย่อยไปได้ ด้วยกัน แน่นอนพวกเขามีงานหนักต้องทำเยอะ เพราะว่าการเลี้ยงแบบวิถีดั้งเดิมนั้น เรียกได้ว่าจบสิ้นแล้ว หมายถึงว่าไม่มีอนาคตที่สดใสรออยู่ แต่ถ้าจะไปได้สินเชื่อแบบไหน การวางแผนธุรกิจร่วมกันแบบไหน จะทำฟีซิบิลิตี สตัดดี (Feasibility study) การจัดเตรียม แหล่งพลังงาน การจัดเตรียมเรื่องของแหล่งพักของเสีย สิ่งแวดล้อม อันนี้เป็นองคาพยพ ทั้งหมดที่เราควรจะต้องถกเถียงกันเพื่อวางมาตรการในอนาคตได้ เพราะฉะนั้น ผมก็เสนอไว้เป็นกรอบในการทำงานของกรรมาธิการ แล้วอยากจะขอบคุณสภาแห่งนี้ และคณะรัฐมนตรีทุกท่านที่กรุณาให้เราได้ตั้งใจทำงานเรื่องนี้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปเชิญ ท่านผู้เสนอญัตติท่านที่ ๒ ท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ เชิญท่านครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา พรรคเพื่อไทย ในฐานะ ผู้เสนอญัตติ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีประภัตร ที่ท่านอดทนนั่งฟังข้อมูลต่าง ๆ ในวันนี้ ก็ถือว่าท่านมีความพยายามจะร่วมกับสภาในการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนที่ ได้รับผลกระทบทุกด้าน ทั้งผู้เลี้ยง ผู้ประกอบการต่าง ๆ ตลอดจนพี่น้องประชาชนที่ต้อง จ่ายเงินเพิ่มขึ้นในการซื้อเนื้อหมูหรืออาหารโปรตีนทั้งหลาย ถ้าจะได้รับความร่วมมือเช่นนี้ ก็ขอในฐานะที่เป็นทางฝ่ายรัฐบาล กรุณาได้ทำหน้าที่กันอย่างตรงไปตรงมาในการเป็น กรรมาธิการ เพื่อประโยชน์สุขของพี่น้องประชาชน สิ่งหนึ่งที่ผมต้องขอเสนอแนะท่านตรงนี้ เลยว่า ถึงเวลาแล้วครับ ป่านนี้ตั้งแต่ลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease) เกิดขึ้น โดยความล่าช้าในการแก้ไขปัญหา ผมเคยบอกว่าลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease) เกิดครั้งแรกที่จังหวัดร้อยเอ็ด ถ้ารู้จักวิธีบริหารจัดการ มันสามารถแก้ไขปัญหาได้อยู่ตรงนั้น ไม่ต้องเสียหายเป็นหมื่นล้าน ติดไปถึงสัตว์ป่า ต้องซื้อวัคซีนอะไรวุ่นวายไปหมด ก็เพราะการบริหารจัดการที่ล่าช้า สิ่งที่ท่านต้องทำ ถึงเวลาที่ผมบอกว่าท่านต้องปฏิรูปกรม ปศุสัตว์อย่างเร่งด่วนแล้ว มันเสียหายมาพอสมควรแล้วท่านครับ เสียหายมาก ๆ มันไม่ได้ เสียหายเฉพาะเงินที่ท่านเอามาเยียวยาเกษตรกรที่หมูตายไป หรือท่านต้องมาซื้อของแพง เอาไปขายถูก ก็เป็นความเสียหายอันหนึ่ง แต่ความเสียหายเกินที่ฝ่ายราชการหรือฝ่าย การเมืองจะรับได้ นั่นก็คือการปกปิดประชาชนทั้งประเทศ ปกปิดไปถึงต่างประเทศว่าไม่มี โรคนี้เกิดขึ้น ทั้ง ๆ ที่มันมีมา ๓ ปีแล้ว ความเชื่อถือต่อนานาประเทศในการส่งออกปศุสัตว์ อย่าลืมนะครับ เราส่งออกหมูปีละ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เราส่งออกไก่แช่แข็งปีละหลายหมื่น ล้านบาท เราส่งออกอาหารสัตว์ไปในเอเชียปีละหลายพันล้าน ความเสียหายเหล่านี้ ต่อรัฐบาลนี้ ต่อประเทศชาติบ้านเมือง ผมว่าเกินที่ใครคนใดคนหนึ่งจะรับผิดชอบได้ เพราะเราไปโกหกเขามา ๓ ปีนี้ ต่อไปเราส่งเนื้อสัตว์ส่งออก ปศุสัตว์ต่าง ๆ นี้ เขาก็จะระแวง สงสัยครับ ผมก็ต้องตำหนิ ไปตรวจเจอกุนเชียงที่ไต้หวัน เขาตรวจถึง ๓ ครั้ง เราก็ยังไม่ยอมรับ โบ้ยไปถึงว่าเป็นหมูของประเทศเพื่อนบ้าน มันศรีธนญชัยชัด ๆ ครับ มันเสียหายเหลือเกิน ผมนี่อับอายมากในฐานะคนไทยนะ แต่วันนี้ยังดีครับ ท่านรัฐมนตรีได้รับฟังแล้วนี้ รีบทำเถอะครับ เอาเดือนนี้ ต้นเดือนหน้าปฏิรูปเลยครับกรมปศุสัตว์ท่าน แก้ไข ผมพร้อมจะ มาช่วยนะ ฝ่ายค้านเป็นห่วงบ้านเมือง เป็นห่วงประเทศชาติครับ ถ้าไม่แก้ไขมันจะลำบาก แล้วตอนนี้ผมฟังมานี้ ผมก็ไม่แน่ใจว่าท่านรับหรือยังว่าเราเป็นโรคอหิวาต์แอฟริกาสุกร เพราะผมเห็นว่าท่านจะเอาเงินไปชดเชย ผมเป็นห่วงท่านท่านรัฐมนตรี ถ้าเราไม่ยอมรับ เราเอาเงินของรัฐบาลไปชดเชยนี้มันจะถูกต้องหรือครับ ท่านรับหรือยังครับ ผมก็ยังงงท่าน อธิบดีไปตรวจอย่างไรเจอตัวอย่างเดียว เสียงเรียกร้องของคนทั้งประเทศพูดเป็นเสียง เดียวกันหมดว่าเป็น ผมไปดูข่าวของกัมพูชาครับ เคยมีสุกรของเรานี่ถูกส่งเข้าไป เขาฝัง เขาบอกว่าเราเป็นโรคอหิวาต์แอฟริกาสุกร ข่าวทั้งทีวี หนังสือพิมพ์ของเวียดนาม ที่ผมก็มีนะท่านรัฐมนตรีถ้าอยากดู เขาก็บอกมีหมูไทยลักลอบเข้าไปนี่เขาฝัง เขาบอกว่า เป็นอหิวาต์แอฟริกาสุกร วันนี้ผมถึงขอถามท่านรัฐมนตรีก่อนที่เราจะไปตั้งกรรมาธิการ และช่วยกันทำงานนี่ ว่าท่านรับหรือยังว่ามีโรคนี้เกิดขึ้น อันนี้ด้วยความห่วงใย ท่านรัฐมนตรีฟังผมอยู่หรือเปล่า ท่านประภัตรครับ ผมถามท่าน เพราะเป็นห่วงท่านอย่างไรครับ ท่านต้องประกาศก่อน ถ้าไม่ประกาศท่านเอาเงินไปจ่ายมันจะผิดระเบียบการใช้เงิน มันใช่จริงหรือเปล่า อันนี้ครับ ลูกผู้ชายกล้าหาญ ผมยินดีทางพรรคผมนี่ครับ ทุ่มเทช่วยท่าน เพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ เพียงแต่อยากทราบว่ามันจริงหรือไม่ เพราะฉะนั้นก็กราบขอบคุณเดี๋ยวท่านตอบผมนิดหนึ่งครับ แต่ขอกราบขอบคุณสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งซีกรัฐบาลและฝ่ายค้าน วันนี้ร่วมมือกันอย่าง เต็มที่เพื่อจะทำงานเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง เพื่อจะทำให้คนไทยได้กินหมูถูกลง จะทำให้โรคที่มันเกิดขึ้นได้รับการแก้ไข ทุกพรรค ทุกคนล้วนแต่มีความมุ่งมาด และปรารถนาดีที่จะแก้ไขเรื่องนี้ให้สำเร็จลุล่วงไปด้วย ผมขอกราบขอบคุณทุกท่าน ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากญัตติเรื่องนี้ท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ได้เสนอมาเพื่อให้สภาพิจารณา ส่งเรื่องให้รัฐบาลรับไปดำเนินการ ส่วนญัตติของท่านพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กับคณะ ได้เสนอมา เพื่อขอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณา แต่ว่าจากที่ได้ฟังการอภิปรายของท่าน สมาชิกซึ่งมีความเห็นไปในแนวทางเดียวกัน คือเห็นชอบตามผู้เสนอญัตติทั้ง ๒ ญัตติและไม่มี ผู้ใดคัดค้าน ดังนั้น ผมจะขออาศัยอำนาจตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ในการขอมติจากที่ประชุมว่า จะส่งญัตติของท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ให้รัฐบาลรับไปพิจารณาดำเนินการ และจัดตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นพิจารณาญัตติของท่านพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กับคณะ จะมีสมาชิก ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มี ท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นผมก็จะถือว่าที่ประชุมลงมติเห็นชอบให้ส่งญัตติให้รัฐบาล และให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ต่อไปขอเชิญท่านสมาชิกกำหนดจำนวนกรรมาธิการครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ขอเสนอตั้งจำนวนคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร และศึกษาแนวทางการช่วยเหลือ ประชาชนจากปัญหาราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้น จำนวน ๒๕ คน ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้อง เสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน ๒๕ คน สัดส่วนของกรรมาธิการของ คณะรัฐมนตรี จำนวน ๕ คน สัดส่วนกรรมาธิการของแต่ละพรรคการเมือง จำนวน ๒๐ คน ขอเชิญคณะรัฐมนตรีเสนอรายชื่อกรรมาธิการครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผมขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาปัญหาแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร และศึกษาแนวทาง ช่วยเหลือประชาชนจากปัญหาราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้นในสัดส่วนของ คณะรัฐมนตรี จำนวน ๕ ท่าน ๑. นายประภัตร โพธสุธน ๒. ร้อยตรี จักรา ยอดมณี ๓. นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ๔. นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ๕. นายพลภัทร คงแก้วขาว ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ดังนั้นสัดส่วนกรรมาธิการของแต่ละพรรคการเมืองจะเป็นดังนี้ พรรคเพื่อไทย จำนวน ๖ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๔ คน พรรคภูมิใจไทย ๓ คน พรรคก้าวไกล จำนวน ๒ คน พรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๒ คน พรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ คน พรรคเสรีรวมไทย จำนวน ๑ คน พรรคประชาชาติ จำนวน ๑ คน ขอเชิญแต่ละพรรคการเมืองเสนอรายชื่อ กรรมาธิการตามสัดส่วน แล้วก็ขอผู้รับรองตามข้อบังคับด้วยนะครับ เชิญพรรคเพื่อไทยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาปัญหาการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร และศึกษาแนวทางช่วยเหลือ ประชาชนจากปัญหาราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้นในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๖ ท่านดังนี้ครับ ๑. นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ๒. นายปลอดประสพ สุรัสวดี ๓. นายสมบัติ ศรีสุรินทร์ ๔. นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ ๕. นายภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ ๖. นายพลวัฒน์ ศรีเรืองสุข ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้อง ต่อไปพรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๔ คน เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเสนอรายชื่อในสัดส่วนพรรคพลังประชารัฐดังนี้ นายวีระกร คำประกอบ นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ นายสุรชาติ ศรีบุศกร ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้อง ต่อไปพรรคภูมิใจไทย จำนวน ๓ คน🔗
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ ผม มณฑล โพธิ์คาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอ รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาปัญหาการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกา ในสุกร เพื่อศึกษาหาแนวทางช่วยเหลือพี่น้องประชาชนจากปัญหาราคาสินค้าอุปโภค และบริโภคปรับตัวสูงขึ้น ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย จำนวน ๓ ท่านดังนี้ ๑. นายพรชัย อำนวยทรัพย์ ๒. นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ๓. นายรัฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติ ขอบพระคุณครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้อง ต่อไปพรรคก้าวไกล ๒ คน🔗
เรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ กระผม พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาปัญหาการแพร่ ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร และศึกษาแนวทางการช่วยเหลือประชาชนจากปัญหา ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้นในสัดส่วนของพรรคก้าวไกล จำนวน ๒ ท่าน ดังนี้ ๑. นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ๒. นายชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้อง ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๒ คนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง ขอเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของ โรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกรและหาแนวทางการแก้ไขในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๒ ท่านครับ ท่านแรก นายเกียรติ สิทธีอมร ๒. นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้อง ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน คือ นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้อง ต่อไปพรรคเสรีรวมไทยครับ จำนวน ๑ ท่าน🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วน พรรคเสรีรวมไทย จำนวน ๑ ท่าน นางปิยะศิริ นาโคศิริ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคประชาชาติ จำนวน ๑ ท่าน🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน จิราพร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาปัญหาการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร และศึกษาแนวทางช่วยเหลือประชาชนจากปัญหาราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้น ในสัดส่วนของพรรคประชาชาติ จำนวน ๑ ท่าน คือนายธนาวิทย์ ไชยานุพงศ์ ขอผู้รับรอง ด้วยค่ะ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้อง ต่อไปท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อกรรมาธิการครับ🔗
รายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาปัญหาการแพร่ระบาดของโรคอหิวาต์แอฟริกาในสุกร และศึกษาแนวทางช่วยเหลือประชาชนจากปัญหาราคาสินค้าอุปโภคบริโภคปรับตัวสูงขึ้น จำนวน ๒๕ คน ๑. นายประภัตร โพธสุธน ๒. ร้อยตรี จักรา ยอดมณี ๓. นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ๔. นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ๕. นายพลภัทร คงแก้วขาว ๖. นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ๗. นายปลอดประสพ สุรัสวดี ๘. นายสมบัติ ศรีสุรินทร์ ๙. นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ ๑๐. นายภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ ๑๑. นายพลวัฒน์ ศรีเรืองสุข ๑๒. นายวีระกร คำประกอบ ๑๓. นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ๑๔. นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ๑๕. นายสุรชาติ ศรีบุศกร ๑๖. นายพรชัย อำนวยทรัพย์ ๑๗. นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ๑๘. นายรัฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติ ๑๙. นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ๒๐. นายชิษณุพงศ์ ตั้งเมธากุล ๒๑. นายเกียรติ สิทธีอมร ๒๒. นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ ๒๓. นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ๒๔. นางปิยะศิริ นาโคศิริ ๒๕. นายธนาวิทย์ ไชยานุพงศ์🔗
ขอเชิญ กำหนดระยะเวลาในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอระยะเวลาพิจารณา ๖๐ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้อง ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าสภาเราได้พิจารณาญัตติด่วนทั้ง ๒ ญัตติ จบเป็นที่เรียบร้อย ผมต้องขอกราบขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่านที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันทำให้ภารกิจของ การประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้สำเร็จลุล่วงมาได้ด้วยดี ผมขอขอบคุณ และขอปิด การประชุมครับ🔗