unknown · · 297 lines

(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๙.๓๑ นาฬิกา)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เรียน ท่านสมาชิกครับ ก่อนจะเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิก ได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ โดยผม จะให้ปรึกษาหารือตามลำดับรายชื่อและเวลาที่ยื่น โดยใช้เวลาท่านละ ๒ นาที ก็ขอความกรุณาท่านสมาชิกเราได้เตรียมเนื้อหาสาระให้เหมาะกับเวลาที่ได้รับจัดสรร ๒ นาที ท่านแรกผมขอเชิญท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ตามด้วยท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เชิญ ท่านสุรวิทย์ครับ🔗

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ขอหารือเพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชัยภูมิ ๒ เรื่อง คือ🔗

๑. กระผมได้รับคำร้องจากนางลำไพ อบมา ผู้ใหญ่บ้านบ้านหัวนานคร หมู่ที่ ๑๓ ตำบลบ้านแท่น อำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ ขอให้กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย เร่งรัดตรวจสอบ ออกแบบ จัดสรรงบประมาณก่อสร้างกำแพงคอนกรีต เสริมเหล็กเป็นพนังเลียบฝั่งลำน ้าพรม บริเวณกุดโง้งซึ่งอยู่ตอนล่างท้ายฝายน ้าล้นคนข้ามได้ ซึ่งถูกกระแสน ้ากัดเซาะฝั่ง ดินพังทลายหายไปเป็นบริเวณกว้าง หายไปทั้งต้นไม้ กอไผ่ และถนน ตลอดถึงที่ดินของพี่น้องเกษตรกร เป็นความกว้างประมาณ ๒๕ เมตร ยาว ๕๐๐ เมตร🔗

๒. กระผมได้รับคำร้องจากนายธรรมศาสตร์ คะณาเนปะ นายกองค์การ บริหารส่วนตำบลโนนสะอาด อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ ขอให้จังหวัดชัยภูมิบรรจุ เข้าแผนงบประมาณพัฒนาจังหวัด เพื่อให้โครงการชลประทานชัยภูมิสำรวจออกแบบ ดำเนินการซ่อมแซมสถานีสูบน ้าด้วยไฟฟ้าจากลำน ้าชี พร้อมซ่อมแซมคลองส่งน ้า ดาดคอนกรีตจากสถานีสูบน ้าด้วยไฟฟ้าเข้าสู่พื้นที่การเกษตรในตำบลโนนสะอาด อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ ความยาวประมาณ ๖ กิโลเมตร สถานีสูบน ้าด้วยไฟฟ้า แห่งนี้ได้ก่อสร้างมานานมากกว่า ๓๐ ปี ปัจจุบันมีสภาพชำรุดทรุดโทรมมากจำเป็นต้อง ซ่อมแซมเพื่อให้สามารถใช้งานได้ คาดว่าจะต้องใช้งบประมาณถึง ๑๕ ล้านบาท ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านณัฐวุฒิ ตามด้วยท่านนายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ เชิญท่านณัฐวุฒิครับ🔗

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา วันนี้ ขออนุญาตหารือ ๒ เรื่องเกี่ยวกับสุขภาพอนามัยของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

เรื่องแรก ขณะนี้ผักและผลไม้ จากประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนจีนนำเข้ามาในประเทศเพิ่มขึ้นจำนวนมาก เนื่องจากการขนส่งสะดวกรวดเร็วมากขึ้นผ่านเส้นทางรถไฟความเร็วสูง สปป. ลาว จีน ค่าใช้จ่ายการขนส่งก็ลดลงด้วย ผัก ผลไม้จีนมีขนาดใหญ่ สีสวย ราคาถูก เป็นที่นิยมของผู้ซื้อ และขณะเดียวกันข้อตกลง อาร์เซ็ป (RCEP) ก็มีผลเมื่อวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๕ เมื่อวานคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหา ราคาผลิตผลเกษตรกรรมได้ย ้าต่อท่านรองอธิบดีกรมวิชาการเกษตร ให้ตรวจสอบเรื่องแมลง และในส่วนที่เกี่ยวข้องว่าควรให้เข้มงวดมากขึ้น ในขณะเดียวกันก็ยังเหลือสำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยา หรือ อย. ที่ยังต้องตรวจสอบเกี่ยวกับสารพิษตกค้างในผักและ ผลไม้ เพราะถ้าถึงผู้บริโภคคนไทยแล้วจะเป็นอันตรายอย่างยิ่ง ผมจึงใคร่ขอให้ท่านประธาน ได้โปรดกรุณาทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขให้เร่งตั้งห้องแล็บ (Lab) หรือห้องปฏิบัติการที่ทันสมัยบริเวณจังหวัดหนองคาย เช่นเดียวกับที่ตั้งที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย โดยด่วนด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องการถ่ายโอนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล หรือ รพ.สต. ให้องค์การบริหารส่วนจังหวัดนั้น ยังมีความไม่ลงตัวอยู่หลายประการ เช่น คณะกรรมาธิการ สาธารณสุขวุฒิสภาก็ทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลเกี่ยวกับ คณะกรรมการการกระจายอำนาจให้ยับยั้งการถ่ายโอน ในขณะเดียวกันนายกสมาคม องค์การบริหารจังหวัดแห่งประเทศไทย คือ นายกบุญชู จันทร์สุวรรณ และประธานชมรม รพ.สต. ก็เร่งรัดให้เดินหน้าในการถ่ายโอน ส.ส. บางท่านก็มีความเห็นว่าไม่ควรจะโอนให้ อบจ. อย่างเดียว สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ส่งผลกระทบสร้างความสับสนวุ่นวายในการถ่ายโอน อย่างยิ่ง จึงขอให้ท่านประธานได้โปรดทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรี ให้ชี้แจงแนวทางการแก้ไขเรื่องปัญหาดังกล่าวด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านชูวิทย์ครับ ตามด้วยท่านพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค เชิญท่านชูวิทย์ครับ🔗

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย เขต ๗ วันนี้มีเรื่อง ปรึกษาท่านประธาน ๒-๓ เรื่อง🔗

เรื่องที่ ๑ ฝากถึงท่านนายกฯ ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้เร่งรัดตรวจ เอทีเค (ATK) เชิงรุกให้ประชาชนฟรี สืบเนื่องมาจากการระบาดโควิด โอมิครอน (COVID Omicron) ในขณะนี้ประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นผู้ป่วย เราจะควบคุม การระบาดครั้งนี้ได้อย่างไร รัฐบาลต้องให้ประชาชนที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง สามารถ เข้าตรวจเอทีเค (ATK) ได้ฟรีทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาล รพ.สต. ศูนย์อนามัย ศูนย์การแพทย์ทุกแห่ง เพื่อเป็นการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในยามลำบาก ในยามช่วง เศรษฐกิจไม่ดี สินค้าราคาแพง ค่าแรงถูก ต้องช่วยคัดกรอง เอทีเค (ATK) ให้อย่างรวดเร็ว🔗

เรื่องที่ ๒ ให้ท่านอธิบดีกรมเจ้าท่า ซึ่งช่วงปี ๒๕๖๓ ที่ผ่านมาเกิดน ้าท่วมหนัก ที่อุบลราชธานี ทำให้ตลิ่งบริเวณลำเซบก อำเภอดอนมดแดง บริเวณบ้านกุดกั่ว หมู่ ๓ บ้านดงบัง หมู่ ๕ ตำบลดอนมดแดง ทำให้ตลิ่งพัง จึงอยากจะให้ทางกรมเจ้าท่าได้จัด งบประมาณ เพื่อทำเขื่อนป้องกันตลิ่งให้กับพี่น้องประชาชน🔗

เรื่องที่ ๓ ก็คือฝากถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผ่านอธิบดีกรมที่ดิน ให้ช่วยเร่งรัดออกเอกสารสิทธิที่ดินให้กับชาวบ้านที่ครอบครองปรปักษ์มา ๑๐ ปี แล้วก็ให้ ยกเลิกกฤษฎีกาเขตปฏิรูปที่ดิน ออกเอกสารสิทธิหัวไร่ปลายนาให้กับพี่น้องประชาชน อย่างรวดเร็ว🔗

และเรื่องสุดท้ายก็ฝากถึงท่านอธิบดีกรมปศุสัตว์ได้เร่งในการจ่ายเงินเยียวยา ให้กับพี่น้องประชาชนที่วัวเป็นลัมปี สกิน (Lumpy Skin) ประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ ตัว ทั่วประเทศ และในขณะนี้ต้องขอบคุณท่านอธิบดีกรมปศุสัตว์ที่ได้จัดเงินเยียวยาให้กับจังหวัด อุบลราชธานี ๕ อำเภอ ก็มีอำเภอม่วงสามสิบ อำเภอเหล่าเสือโก้ก อำเภอดอนมดแดง อำเภอกุดข้าวปุ้น อำเภอวารินชำราบ ที่ได้รับแล้วก็ยังเหลืออีกประมาณ ๒๐ อำเภอ และจังหวัดอื่น ๆ ด้วยกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเลยท่านพีระวิทย์🔗

นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทรักธรรม วันนี้กระผมมีเรื่องหารือต่อท่านประธาน จำนวน ๒ เรื่อง ดังนี้ครับ ขอสไลด์ (Slide) ขึ้นด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค แบบบัญชีรายชื่อ

เรื่องที่ ๑ เนื่องจาก กระผมได้รับเรื่องจากพี่น้องเกษตรกรชาวนาในพื้นที่เขตอำเภอบ้านหมอ อำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี หัวอกของพี่น้องชาวนาก็คือ น ้า แต่น ้าที่ไหลมาคลองส่งน ้าต่าง ๆ จากต้นสาย ก็คือคลองชลประทาน ชัยนาท-ป่าสัก ไหลเข้าสู่คลอง ๒๓ อาร์ (R) แล้วก็สู่คลองสาย ๓ สาย ๔ หรือว่าสายต่าง ๆ ปริมาณน ้าแทบจะไม่มีเลยครับ ท่านประธาน พี่น้องเกษตรกรชาวนา ก็ไม่สามารถที่จะทำนาได้ จะต้องใช้วิธีที่จะสูบน ้า จากคลอง ๒๓ อาร์ (R) เข้าสู่คลองสายต่าง ๆ การสูบน ้าเข้าคลองไส้ไก่สายต่าง ๆ นั้น ต้นทุน ก็ต้องมี นั่นก็คือเครื่องสูบน ้าที่พี่น้องประชาชนชาวนาจะต้องรวบรวมแชร์ (Share) เงินกัน เพื่อที่จะไปเช่าเครื่องสูบน ้า อีกทั้งยังจะต้องรับภาระต่าง ๆ ในเรื่องของค่าน ้ามัน ซึ่งในปัจจุบัน เราก็จะเห็นว่าค่าน ้ามันนั้นค่อนข้างที่จะแพง นี่คือหัวอกของพี่น้องชาวนา ถ้าไม่สูบน ้าเข้านา ก็มีสภาพต้นข้าวอย่างที่เห็นที่กำลังจะยืนต้นตาย เพราะฉะนั้นอย่างในภาพที่ผมนำเรียนต่อ ท่านประธาน เนื่องจากว่าน ้าจากคลองใหญ่เข้าสู่คลองเล็กนั้น คลองเล็กมีปริมาณที่สูงกว่า จึงจะต้องใช้วิธีที่สูบน ้าเข้าคลองเพื่อส่งให้กับพี่น้องเกษตรกรชาวนา กระผมจึงขอหารือ ต่อท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ช่วยเร่งแก้ไข ปัญหาตรงนี้ ปล่อยน ้าให้กับพี่น้องชาวนาให้มากขึ้นยิ่งกว่านี้🔗

เรื่องที่ ๒ กระผมขอหารือต่อท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีได้เร่ง ติดตามกระบวนการจ่ายเงินเยียวยาให้กับพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากน ้าท่วม เมื่อปี ๒๕๕๔ ตอนเดือนตุลาคม ซึ่งปัจจุบันนี้จังหวัดสระบุรีในหลาย ๆ อำเภอ ไม่ว่าจะเป็น อำเภอบ้านหมอ หนองโดน ดอนพุด เสาไห้ ยังไม่ได้รับเงินเยียวยาตรงนี้ ก็ขอให้ดำเนินการ เร่งด่วนด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านทศพร ตามด้วยท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เชิญท่านทศพรครับ🔗

นายทศพร ทองศิริ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายทศพร ทองศิริ ผู้แทนราษฎรชาวราษฎร์บูรณะ ทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล วันนี้ผมจะขอหารือถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนกับท่านประธาน จำนวน ๒ เรื่อง ดังนี้🔗

เรื่องแรก ผมได้รับการร้องเรียนจากคุณภิญโญ ที่อาศัยอยู่ในซอยพุทธบูชา ๓๙ ในเขตทุ่งครุว่าระดับของพื้นถนนในปัจจุบันอยู่ต ่ากว่าระดับของท่อระบายน ้า ส่งผลให้เกิด น ้าท่วมขังในช่วงหน้าฝนของทุกปีเป็นระยะเวลาที่ยาวนานกว่า ๑๐ ปี นอกจากนี้ถนน ดังกล่าวยังมีการทรุดตัว ทำให้ประชาชนที่ใช้รถสัญจรไปมานั้นต้องผจญกับปัญหาของ อุบัติเหตุและความเสียหายที่เกิดกับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ตกหลุมอย่างหลีกเลี่ยง ไม่ได้ ในกรณีนี้ผมเข้าใจครับว่าทางสำนักงานเขตเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เข้าให้การช่วยเหลือ โดยการซ่อมแซมถนนในบางจุดให้แล้วก่อนหน้า อาจจะติดในเรื่องงบประมาณที่ไม่สามารถ ปรับปรุงถนนได้ทั้งเส้น อันนี้ผมเข้าใจ แต่ทั้งนี้ก็ยังไม่เพียงพอครับที่จะทำให้ความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนนั้นหายไป🔗

เรื่องที่ ๒ ในซอยพุทธบูชา ๔๐ ไฟทางส่องสว่างมีจำนวนน้อยมาก ไม่เพียงพอ ต่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ทั้ง ๆ ที่ซอยดังกล่าวมีระยะทางยาวรวมกันกว่า ๒ กิโลเมตร นอกจากนี้ยังมีหมู่บ้านที่กำลังสร้างขึ้นใหม่อีกกว่า ๑๐๐ หลังคาเรือน ลำพัง แค่ตอนนี้ยังส่งผลให้เกิดอุบัติเหตุในช่วงกลางคืนบ่อยครั้ง ไม่อยากคิดถึงวันข้างหน้า ท่านประธาน ผมจึงอยากฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร การไฟฟ้าและกรมทางหลวง ในการเข้าดำเนินการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้แก่พี่น้องประชาชน ที่เดือดร้อนมาอย่างยาวนานด้วย ไม่เดือดร้อนจริงไม่แจ้งนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสฤษฏ์พงษ์ ตามด้วยท่านสิรินทร รามสูต🔗

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กระบี่

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย หารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗

เรื่องที่ ๑ สืบเนื่องจากเรือนจำจังหวัดกระบี่ที่ไฟไหม้ ในขณะนี้ขนนักโทษ ออกไปฝากขังที่อื่นเกือบหมดแล้ว ยังเหลือ ๕ คน ๑๐ คน แต่ในขณะนี้ก็มีนักโทษเพิ่มเข้ามา เป็นเกือบ ๑๕๐ คน ปัญหาก็คือว่าชาวจังหวัดกระบี่ก็ต้องการที่จะให้ย้ายราชทัณฑ์ คือ เรือนจำจังหวัดกระบี่ และในขณะนี้ได้ไปดูพื้นที่ ส.ป.ก. ในตำบลกระบี่น้อยที่อำเภอเมือง จังหวัดกระบี่ มีเนื้อที่ประมาณ ๕๐๐ ไร่ แล้วก็เหมาะสมที่จะทำเรือนจำได้ ประมาณสัก ๓๐๐ ไร่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่หารือก็อยากจะให้ท่านประธานได้หารือไปยังกระทรวงยุติธรรมเพื่อที่จะให้ ไปสำรวจและออกแบบ แล้วก็จัดสรรงบประมาณในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ที่จะถึงนี้ เพราะฉะนั้นในเรื่องของการแก้ปัญหาเรือนจำของกระบี่มีความจำเป็นมาก🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องของสนามบินจังหวัดกระบี่ ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับธนารักษ์ ซึ่งเป็น พื้นที่ของธนารักษ์ แล้วก็พี่น้องชาวจังหวัดกระบี่และผู้ประกอบการอุตสาหกรรม ภาคการเกษตรเขาอยากจะให้สนามบินกระบี่มีคาร์โก้ (Cargo) ในเรื่องของการส่งสินค้า เมื่อกรณีเปิดประเทศ ก็เตรียมการเพื่อที่จะให้มีคาร์โก้ (Cargo) ส่งสินค้าภาคการเกษตร และอุตสาหกรรมทางการเกษตร เช่น ไม้ยางแปรรูป กุ้งกุลาดำ เพื่อที่จะส่งให้ไปประเทศจีน แล้วก็สามารถที่จะจัดพื้นที่ให้ ภาคเอกชนเข้าไปเช่าเพื่อการลงทุนในพื้นที่สนามบินจังหวัดกระบี่ได้ต่อไป ก็ขอหารือไปยัง กระทรวงการคลังและกระทรวงคมนาคมต่อไป ขอขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสิรินทร ตามด้วยท่านสาคร เกี่ยวข้อง เชิญท่านสิรินทรครับ🔗

นางสิรินทร รามสูต น่าน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน สิรินทร รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ จังหวัดน่านเป็นจังหวัดที่เป็นเมืองชายแดนและเมืองท่องเที่ยวที่กำลังเติบโต มีการผลักดัน เส้นทางเชื่อมโยงจังหวัดน่านตอนใต้กับจังหวัดอุตรดิตถ์และเชื่อมสู่อีสานเหนือตอนบน ที่รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยได้ให้ความสำคัญค่ะ สะพานข้ามน ้าน่านที่ปากนายนะคะ เคยได้รับ การขออนุมัติงบประมาณในปี ๒๕๔๙ เป็นวงเงิน ๔๕๐ ล้านบาท แต่ก็เกิดการปฏิวัติขึ้น เสียก่อนนะคะ ต่อมาในปี ๒๕๕๒ ได้ใช้งบประมาณไป ๑๕ ล้านบาท ในการศึกษา ความเหมาะสมทางด้านเศรษฐกิจ วิศวกรรมและสิ่งแวดล้อมอีไออาร์อาร์ (EIRR) ซึ่งมี ค่าก่อสร้างอยู่ประมาณ ๘๕๑ ล้านบาท แต่อัตราผลการตอบแทนในการสำรวจครั้งนั้นได้ ๙.๔๑ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งไม่ผ่านเกณฑ์ ต้องได้ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ แต่ปัจจุบันปี ๒๕๖๕ ผ่านมา ๑๓ ปี ดิฉันเชื่อว่าถ้ามีการสำรวจอีไออาร์อาร์ (EIRR) อีกครั้งหนึ่งจะต้องผ่านเกณฑ์มาตรฐาน แน่นอนค่ะ ชาวน่านดีใจมากเมื่อทราบว่ามีการเสนอโครงการนี้อีกครั้งหนึ่งในการสร้าง สะพานปากนายในขั้นรับหลักการ แต่สะพานแห่งนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีการสำรวจ อีไออาร์อาร์ (EIRR) อีกครั้งหนึ่งนะคะ ในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ เราไม่ได้ตั้งงบประมาณไว้ ดิฉันก็อยากจะฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ปี ๒๕๖๖ ขอให้ตั้งงบสำรวจความเป็นไปได้ ของการสร้างสะพานแห่งนี้ ถ้ามีการอนุมัติสร้างสะพานแห่งนี้จะเกิดประโยชน์มากมายกับ จังหวัดน่านและจังหวัดใกล้เคียง อาจจะเป็นแลนด์มาร์ก (Landmark) ของการท่องเที่ยว เหมือนสะพานข้ามทะเลน้อยที่จากจังหวัดพัทลุงไปจังหวัดสงขลา และจะเป็นอเมซิง (Amazing) ของจุดเช็คอิน (Check-in) เลยค่ะ เพราะจะเป็นสะพานที่ยาว ๓.๔ กิโลเมตร เป็นสะพานที่ยาวที่สุดของภาคเหนือตอนบนนะคะ ก็อยากจะฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จัดสรรงบประมาณเพื่อการนี้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสาคร ตามด้วยท่านวัน อยู่บำรุง🔗

นายสาคร เกี่ยวข้อง กระบี่

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ขอกราบเรียนท่านประธาน ไปถึงรัฐมนตรีและผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าทางการเกษตร คือปาล์มตอนนี้ราคาดีมาก ราคา ๙ บาท ๑๐ บาท ๑๑ บาท และอาจจะถึง ๑๒ บาท ก็ขอขอบคุณไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่ได้จัดทำนโยบาย เกษตรผลิต พาณิชย์ตลาด ไม่ให้มีการนำเข้าน ้ามันปาล์ม ส่งเสริมการส่งออก รวมทั้ง จำกัดด่านนำเข้าส่งออก แล้วก็ดำเนินนโยบายการลักลอบที่ถูกต้อง แต่ในขณะที่ราคาน ้ามัน ปาล์มดีมาก ก็ยังมีโรคโคนลำต้นเน่าในปาล์มน ้ามันที่ยังไม่ค่อยมีการศึกษาวิจัยและการ ประชาสัมพันธ์ให้กับพี่น้องเกษตรกรในจังหวัดกระบี่และจังหวัดใกล้เคียง มีโรคโคนลำต้นเน่า ในสวนปาล์มน ้ามันลุกลามจนเป็นที่น่าเป็นห่วง โรคนี้เขาเรียกว่ากาโนเดอร์มา (Ganoderma) อยากจะให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมวิชาการเกษตร หรือว่า วว. หรือว่าหลาย ๆ กระทรวงได้ศึกษาตรวจค้น เพราะว่าจะก่อให้เกิดผลเสียกับ พี่น้องเกษตรกรชาวสวนปาล์มเป็นอย่างมาก ขอให้เจ้าหน้าที่ไปทำความเข้าใจกับพี่น้อง ประชาชน เกษตรกรชาวสวนปาล์ม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสารที่กำจัดโรคนี้ ความรู้ความเข้าใจ คำปรึกษาและทางออกของโรคกาโนเดอร์มา (Ganoderma) ที่เกิดในสวนปาล์มน ้ามัน ที่ลุกลามจนเป็นที่น่าห่วง สังเกตได้ว่าแต่ละแปลง แต่ละแปลง มีต้นปาล์มซึ่งโค่นล้ม จากโรคกาโนเดอร์มา (Ganoderma) โคนลำต้นเน่าหลายร้อยต้นอาจจะเป็นถึงพันต้น หรือไม่กี่สิบต้นในสวนปาล์มขนาดเล็ก ขอกราบเรียนท่านประธานไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวัน อยู่บำรุง ใจถึงพึ่งได้🔗

นายวัน อยู่บำรุง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม วัน อยู่บำรุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร บางบอน หนองแขม พรรคเพื่อไทย หัวหน้าครอบครัว ใจถึงพึ่งได้ ขออนุญาตหารือกับท่านประธานถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ดังนี้🔗

เรื่องที่ ๑ เรื่องไฟแสงสว่างบนถนนเอกชัย ช่วงบริเวณตั้งแต่หน้าโรงเรียน มัธยมวัดสิงห์ เรื่อยมาจนถึงโรงพยาบาลบางปะกอก ๘ หลอดไฟสว่างบางเสาไฟดับ บางเสาให้แสงสว่างน้อย ทำให้มองไม่เห็นช่องทางจราจร ซึ่งก่อให้เกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชน รถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์ รวมถึงคนข้ามถนน เพราะผู้ขับขี่รถยนต์มองไม่เห็น กลางคืนมืดมาก ๆ เป็นช่วง ๆ จึงร้องเรียนมายังท่านประธาน ผ่านไปยังการไฟฟ้านครหลวงช่วยดำเนินการแก้ไข ปรับปรุงให้มีไฟฟ้าแสงสว่างที่สมบูรณ์🔗

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับร้องเรียนจากคุณวิรัช ด้วงชาวนา ประชาชนในเขตบางบอน ถนนบางบอน ๔ ซอย ๘ แขวงบางบอน ว่าในซอยดังกล่าวนี้ไม่มีไฟฟ้าแสงสว่างเลยมีเหตุจี้ปล้น ขโมยบ่อยครั้ง อยากให้หน่วยงานของทางราชการเข้ามาช่วยชาวบ้าน บรรเทาทุกข์ เพราะร้องเรียนไปเรื่องก็เงียบ อีกทั้งถนนหนทางก็ขรุขระ และยังไม่มีไฟแสงสว่างที่เพียงพอ🔗

เรื่องที่ ๓ คุณปิติศิลป์ อดิวิชญ์ธกรชัย ประธานหมู่บ้านชนันธร วินด์มิลล์ และคุณพงษ์กฤษณ์ ผุดผ่อง รองประธาน ถนนเลียบคลองภาษีเจริญฝั่งเหนือ ร้องเรียนผ่าน ผู้ช่วย ส.ส. ของผมว่า ต้องการให้มีไฟสัญญาณเตือนกระพริบ และทางข้ามม้าลาย หน้าหมู่บ้าน เนื่องจากรถยนต์วิ่งกันด้วยความรวดเร็ว จึงอยากได้ทางข้ามม้าลายหรือไฟจราจร ชะลอความเร็ว จึงฝากท่านประธานประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แก้ไขปัญหาให้ พี่น้องประชาชนด้วย🔗

สุดท้ายครับท่านประธาน ชาวบ้านฝากผมมาถามรัฐบาลว่า เมื่อไรจะจัดให้ มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และนายกเมืองพัทยา ชาวบ้านรอนานมากแล้วครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสวาป ตามด้วยท่านพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ เชิญท่านสวาปครับ🔗

นายสวาป เผ่าประทาน แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสวาป เผ่าประทาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทยจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กระผมขอปรึกษาหารือผ่านท่านประธานไปถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะที่กำกับดูแล การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย รัฐวิสาหกิจ กิจการพลังงานไฟฟ้าหลักของประเทศ ในปี พ.ศ. ๒๕๓๙ ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตได้เข้าไปซื้อที่ดินของราษฎรในเขตตำบลนาหูกวาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นที่ดินหลายแปลงติดกัน รวมประมาณ ๔,๑๐๐ ไร่ สำหรับโครงการก่อสร้างไฟฟ้าในขณะนั้น ท่านประธานครับ เวลาผ่านไป ๒๕ ปี การไฟฟ้าฝ่ายผลิตใช้ประโยชน์ที่ดินแปลงนี้ไปเพียง ๕๐๐-๖๐๐ ไร่ ที่เหลือกว่า ๓,๕๐๐ ไร่ ปัจจุบันกลายเป็นป่ารก เป็นที่อยู่ของสุนัขจรจัดหลายร้อยตัวเป็นแหล่งมั่วสุม ขาดการดูแล และบริหารจัดการที่เหมาะสม พื้นที่ ๓,๕๐๐ ไร่ หากประเมินราคาไร่ละ ๖๐๐,๐๐๐ บาท จะมีมูลค่าถึง ๒,๑๐๐ ล้านบาท ที่การไฟฟ้าฝ่ายผลิตใช้งบประมาณซื้อที่ดินมากมาย แล้วปล่อยทิ้งร้างมาแล้วกว่า ๒๕ ปี จะปล่อยไปแบบนี้อีกนานแค่ไหน และถือว่าเป็น ความบกพร่องในการใช้งบประมาณได้หรือไม่🔗

๒. การไฟฟ้าฝ่ายผลิตควรออกแบบในการทำประโยชน์ในที่ดินดังกล่าว เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติและประโยชน์แก่ประชาชนในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะที่กระผมอยู่ในพื้นที่อำเภอทับสะแก จึงจำเป็นต้องเรียนท่านประธานผ่านไปถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่ามีแผนแนวทาง จะดำเนินการอย่างไรกับที่ดินรกร้างทั้ง ๓,๕๐๐ ไร่นี้ครับ ขอขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพรเทพ ตามด้วยท่านภูดิท อินสุวรรณ์ ท่านพรเทพทันไหมครับ ถ้ายังไม่ทัน เชิญท่านภูดิทก่อนเลยนะครับ🔗

นายภูดิท อินสุวรรณ์ พิจิตร

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ภูดิท อินสุวรรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิจิตร เขต ๒ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมมีเรื่อง ปรึกษาหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่อง🔗

เรื่องที่ ๑ แจ้งผ่านไปยังกรมโยธาธิการและผังเมืองช่วยจัดสรรงบประมาณ ในการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น ้าน่าน ในเขตเทศบาลเมืองตะพานหิน องค์การบริหาร ส่วนตำบลไผ่หลวง องค์การบริหารส่วนตำบลงิ้วราย อำเภอตะพานหิน ซึ่งได้ทรุดตัวลงทำให้ สิ่งก่อสร้างสาธารณะและบ้านเรือนราษฎรได้รับความเสียหายหลายแห่ง ส่งผลกระทบ ต่อการดำรงชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน และเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของทาง ราชการและของประชาชน ซึ่งเรื่องนี้ผมได้ปรึกษาหารือกับท่านประธานไปคราวหนึ่ง ที่ตึกทีโอที (TOT) บัดนี้เวลาก็ล่วงเลยมานานแล้วยังไม่ได้รับการแก้ไข ผมจึงนำเรียนปรึกษา ท่านประธานอีกครั้ง ท่านประธานช่วยเร่งรัดหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงต่อ กรมโยธาธิการและผังเมืองได้จัดสรรงบประมาณให้ทันปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ด้วย ถ้านานไปความเสียหายก็จะมากและขยายวงกว้างออกไปอีก🔗

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากท่านนายกเกศรา ศรีบุญ นายกองค์การ บริหารส่วนตำบลวังหลุม ขอไฟสัญญาณจราจรตรงบริเวณสี่แยกวังหลุม ถนนสาย ๑๑๓ ตอนตะพานหิน-เขาทราย ซึ่งบริเวณสี่แยกนี้มีการจราจรคับคั่ง ในชั่วโมงเร่งด่วนรถก็เยอะ และเกิดอุบัติเหตุบ่อย จึงอยากได้สัญญาณไฟจราจรเพื่อควบคุมการจราจรและลด การเกิดอุบัติเหตุครับ ขอนำเรียนท่านประธาน ๒ เรื่องครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านพรเทพครับ🔗

นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ประจวบคีรีขันธ์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ ประจวบคีรีขันธ์ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีปัญหาคนประจวบคีรีขันธ์ เรียนผ่านท่านประธานไปถึงหน่วยงาน ของรัฐอยู่ ๓ เรื่องครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ได้รับแจ้งจากประชาชนที่หมู่ ๑ หมู่ ๙ ตำบลบึงนคร อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เดือดร้อนจากการที่ศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ อำเภอปราณบุรี จะใช้พื้นที่ในราชการ จึงแจ้งให้ประชาชนออกจากพื้นที่ภายใน ๓๐ วัน ประชาชนที่อาศัย อยู่ในพื้นที่นี้ ๓๐-๔๐ ปี ไม่มีที่อยู่ ไม่มีที่ทำกิน จึงขอให้หน่วยงานทหารช่วยทบทวนและ หาทางแก้ไขให้ประชาชนได้อยู่อาศัยในที่เดิมต่อไป เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อน ขอให้ ศูนย์การทหารราบ กองทัพบก หน่วยงานนี้ช่วยพิจารณาครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ได้รับแจ้งจากนายสมชาย ปี่แก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบล คลองวาฬ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ครับว่า สี่แยกหนองหินทางเข้าออกด่านสิงขรมีปัญหา การจราจรหนาแน่นและเกิดอุบัติเหตุครับ ด่านสิงขรเป็นหัวใจของประจวบคีรีขันธ์ เพราะเป็นด่านในอนาคต จำเป็นที่จะต้องได้รับการดูแลตรงนี้ครับ เพราะว่ามีนักท่องเที่ยว เข้ามามาก รวมทั้งประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ใช้ประโยชน์เส้นทางนี้มาก จึงขอให้กรมทางหลวง เข้าปรับปรุงแก้ไขสี่แยกนี้ให้มีแยกใหญ่ ๆ และมีอุโมงค์เหมือนกับสี่แยกยางชุม ตำบลหาดขาม อำเภอกุยบุรี ประจวบคีรีขันธ์ จะเป็นพระคุณยิ่งครับ🔗

ต่อไปเรื่องที่ ๓ ได้รับแจ้งจากนายสังวาลย์ ศรีนวล ชาวบ้านตำบลห้วยทราย เกษตรกรตัวจริงครับ และเกษตรกรในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ว่าเดือดร้อนจากการที่ปุ๋ยสูตร ขึ้นราคาครับ เช่น สูตร ๒๑-๐-๐ เมื่อก่อน ๓๖๐ บาทต่อลูก ลูกละ ๕ กิโลกรัม ขยับขึ้นเป็น ๔๗๕ และปัจจุบันราคา ๗๐๐ บาท ราคาพืชผลก็ไม่ค่อยดีครับ แต่ราคาปุ๋ยแพงมากครับ อันนี้รัฐบาลโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ควรให้ความสำคัญเข้าไปเร่งตรวจดูแลแก้ไข ปัญหาปุ๋ยแพงให้กับเกษตรกรด้วยครับ ถึงหน่วยงานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อพิจารณา ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญนางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา เชิญครับ🔗

นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องมาหารือผ่านท่านประธานไปยังนายกรัฐมนตรีนะคะ ในฐานะที่ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นผู้ที่กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ดิฉันได้รับ เรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านชุมชนวัดหลวง วงศ์สว่าง เขตบางซื่อ กรุงเทพมหานคร มีชาวบ้าน รวมตัวกันร้องเรียนมากว่า ๓๐๐ ท่าน เนื่องจากว่าพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ที่เป็นสมบัติของสำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติที่ให้เอกชนสามารถที่จะมาเช่าได้ ชุมชนนี้อยู่กันมากว่า ๓๐ ปี มีพื้นที่ส่วนกลางของชุมชนอยู่อันน้อยนิดที่ชุมชนจะทำกิจกรรมส่วนกลางได้ ไม่ว่าจะเป็น การรวมกิจกรรมให้ความรู้เรื่องการประกอบอาชีพ หรือต่าง ๆ แต่มา ณ วันนี้สำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติต้องการที่จะให้เอกชนรายใดรายหนึ่งเข้ามาเช่าใช้ ซึ่งมันขัดกับ วัตถุประสงค์ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติในส่วนดูแลกลางศาสนสมบัติว่าจะต้อง ไม่เอื้อให้เอกชนรายใดรายหนึ่งเป็นพิเศษ หรือแสวงหาผลประโยชน์อื่นใด หรือเพื่อ การถ่ายทอดไปยังลูกหลานของผู้เช่ารายนั้น ๆ กลุ่มประชาชนกลุ่มนี้มีความกังวลใจว่า ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติกำลังจะเอาพื้นที่ส่วนกลางอันน้อยนิดให้เอกชน รายใดรายหนึ่งเช่า ดังนั้นชาวชุมชนรวมตัวกันกว่า ๓๐๐ คน ขอความอนุเคราะห์ให้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้เมตตาพิจารณาการเช่าใช้ให้กับเอกชนรายนั้นใหม่ อีกครั้ง ดังนั้นจึงขอกราบเรียนท่านประธานไปยังนายกรัฐมนตรี ถึงแม้ว่าเรื่องมันจะดู เล็กน้อยในสายตาท่านนายกรัฐมนตรี แต่ว่าชาวชุมชนมีความเดือดร้อนจริง ๆ ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ ร้อยเอก จองชัย ตามด้วยท่านนิรมิต สุจารี🔗

ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี วันนี้ ผมมีเรื่องหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗

ในเรื่องที่ ๑ ขอให้รัฐสนับสนุน ส่งเสริม ยกระดับ จัดระบบ เพิ่มขีด ความสามารถและจัดสวัสดิการหรือค่าตอบแทนแก่อาสากู้ชีพ กู้ภัย ทุกจังหวัดครับ ในแต่ละปี ประเทศไทยมีจำนวนอุบัติเหตุเกิดขึ้นมากมาย ภาครัฐเองก็มีงานล้นมือและไม่มีบุคลากร ที่เพียงพอ ซึ่งการแก้ปัญหาที่ต้นเหตุก็คือการที่รัฐต้องสร้างหรือทำหน่วยกู้ภัย หรือหน่วย บรรเทาสาธารณภัยที่มีคุณภาพขึ้นเอง หรือออกแบบถนนหนทางสิ่งปลูกสร้างให้ดีปลอดภัย และการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น รวมไปถึงการมีวินัยของประชาชนด้วยครับ ทุกวันนี้ อาสากู้ภัยจึงเป็นกลุ่มคนที่มาเติมเต็มในส่วนที่รัฐยังทำไม่ดีพอ งานอาสากู้ภัยเป็นงาน ที่เสียสละอย่างยิ่ง เป็นงานที่มีเกียรติและได้สร้างประโยชน์มากมายแก่สังคม แต่อาจจะมี ส่วนน้อยที่มีการแย่งผู้ประสบภัยตามที่เป็นข่าว ซึ่งควรจะได้รับการแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้นครับ ดังนั้นเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นของผู้คนในสังคม เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีขององค์กร และยกระดับมาตรฐานของงานกู้ชีพ กู้ภัย สู่สากล ผมอยากจะฝากไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทา สาธารณภัย และผู้อำนวยการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉิน ให้ร่วมกันทำงานแบบบูรณาการ โดยจัดให้มีการอบรมชุดปฏิบัติการการแพทย์ฉุกเฉินในระดับต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้น จากที่ทำอยู่ ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นชุดเอฟอาร์ (FR) บีแอลเอส (BLS) ไอแอลเอส (ILS) และเอแอลเอส (ALS) ให้มีสมาชิกที่เป็นเอฟอาร์ (FR) อีเอมอาร์ (EMR) อีเอมที (EMT) ในระดับที่เพียงพอ โดยเร่งเพิ่มขีดความสามารถในการปฏิบัติงานของพวกเขา รวมทั้งหาแนวทางจัดให้มี สวัสดิการและค่าตอบแทนแก่บุคคลเหล่านี้ ทั้งนี้ผมอยากให้ยกระดับกลุ่มอาสากู้ภัยให้เป็น องค์กรที่มีกฎหมายรับรอง มีระบบ ระเบียบ มีมาตรฐานในระดับสากล ยกตัวอย่างเช่น ประเทศอังกฤษ รัฐน่าจะนำเอามาเป็นแบบอย่าง ก็คือหน่วยงานเอนเอสเอส (NSS)🔗

เรื่องที่ ๒ ขอให้กระทรวงพาณิชย์ตรึงราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็น ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ ไข่ไก่ น ้ามันพืช น ้าตาลทราย ข้าวสาร รวมถึงจัดหา สินค้าธงฟ้ามาจำหน่าย โดยเพิ่มจุดจำหน่าย และผมต้องขอขอบคุณในช่วงที่ผ่านมาผมได้ไป ร้องเรียนที่พาณิชย์จังหวัดเกี่ยวกับเอทีเค (ATK) ในราคาแพงในการที่คนฉวยโอกาสขึ้นราคา ขอบคุณกระทรวงสาธารณสุขและขอบคุณกระทรวงพาณิชย์ที่จัดให้มีเอทีเค (ATK) คุณภาพ เพื่อสังคมไทย เอทีเค (ATK) ราคา ๓๕ บาท มา ๓ ล้านชิ้นในช่วงที่ผ่านมา ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านนิรมิตครับ ตามด้วยท่านนพดล แก้วสุพัฒน์🔗

นายนิรมิต สุจารี ร้อยเอ็ด

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายนิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ขอนำปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนกราบเรียนต่อท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่รับผิดชอบเกี่ยวข้อง🔗

เรื่องแรก โครงการปรับปรุงพนังลำน ้ายัง หมู่ ๘ ตำบลชุมพร อำเภอเมยวดี จังหวัดร้อยเอ็ด ได้นำปัญหามาร้องเรียนต่อสภาแห่งนี้หลายครั้งแล้วครับ เนื่องจาก ถูกน ้าซัดกัดเซาะที่นาเสียหายเป็นจำนวนระยะประมาณเกือบร้อยเมตร ทำให้เกิด ความเดือดร้อนจึงขอเรียนความเดือดร้อนไปยังกระทรวงมหาดไทย กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้โปรดดำเนินการแก้ไขปัญหาให้แก่ราษฎร ต่อไปครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอไฟฟ้าส่องสว่างทางหลวง หมายเลข ๒๑๑๖ หนองพอก-โพนทอง ช่วงบ้านโคกนาคำ บ้านหนองโนน้อย เกิดอุบัติเหตุรถชนกันตลอด ขอให้ทางกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมได้ดูแลแก้ไขปัญหาพร้อมกับโครงการปรับปรุงอ่างเก็บน ้า บึงห้วยกลอย หมู่ที่ ๓ ตำบลชุมพร อำเภอเมยวดี จังหวัดร้อยเอ็ด ขอให้กรมส่งเสริมการปกครอง ส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย โปรดได้บูรณาการกับทางเทศบาลชุมพร ได้แก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนในเรื่องน ้าให้แก่ประชาชนต่อไป ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนพดล ตามด้วยท่านกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์🔗

นายนพดล แก้วสุพัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นพดล แก้วสุพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท นนทบุรี ขอหารือท่านประธาน ๓ เรื่อง ดังนี้🔗

เรื่องแรก เนื่องจากราคาสินค้าไม่ว่าจะเป็นหมู เป็ด ไก่ และยังมีสินค้าอุปโภค บริโภคอื่นที่ปรับราคาเพิ่มสูงขึ้นอย่างมากมาย เช่น อย่างราคาน ้ามัน แก๊สหุงต้ม ค่าไฟฟ้า รวมไปถึงค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรือโดยสาร เรือสาธารณะ เป็นปัจจัยย่อมทำ ค่าครองชีพสูงขึ้น จึงขอให้พิจารณาลดค่าภาษีมูลค่าเพิ่มจาก ๗ เปอร์เซ็นต์ ลงเหลือ ๕ เปอร์เซ็นต์ เพื่อเป็นการลดต้นทุนราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่สูงขึ้น โดยนำรายได้ นอกงบประมาณที่ทุกส่วนราชการมีอยู่และได้ใช้มาชดเชยเป็นการลดต้นทุนค่าใช้จ่าย และเป็นการลดรายจ่ายของภาคประชาชน เรื่องแรกขอให้กระทรวงการคลังและรัฐบาลดำเนินการ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอให้แก้ระเบียบเพิ่มค่าตอบแทนให้แก่สมาชิกสภาองค์การ บริหารส่วนตำบลและนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ซึ่งปัจจุบันยังมีน้อยและให้นำเงิน จากที่ลดจำนวนสมาชิกลงเหลือหมู่ละ ๑ คน เงินที่เหลือนั้นเอามาเพิ่มเป็นค่าตอบแทน เพื่อความเหมาะสมในการบริหารงานของท้องถิ่นต่อไป โดยให้กระทรวงมหาดไทยและ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นดำเนินการ🔗

เรื่องที่ ๓ ขอให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง เนื่องจากชาวบ้านที่ตำบลเจ้าเจ็ด ตำบลบ้านแถว อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประมาณ ๗๐ กว่าครัวเรือนไม่ได้อยู่ ในเขตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใดเลย จึงไม่ได้รับการช่วยเหลือดูแล และไม่มีสิทธิ เลือกตั้งในเขตพื้นที่นั้น ซึ่งไม่น่าจะตกหล่นไปได้ ขอให้กระทรวงมหาดไทยและ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นช่วยพิจารณาตรวจสอบข้อเท็จจริง ดูแลต่อไป ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านกิตติศักดิ์ ตามด้วยนางสาวภาดาท์ วรกานนท์ เชิญท่านกิตติศักดิ์ครับ🔗

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ขอหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดมหาสารคาม ดังนี้🔗

๑. ปัญหาพนังกั้นน ้าชีเก่า บ้านม่วง-ท่าตูม อำเภอเมือง จังหวัดมหาสารคาม ซึ่งมีการชำรุด เนื่องในอุทกภัยในช่วงเดือนตุลาคม แม่น ้าชีล้นตลิ่ง ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้น บ่อย ๆ ผมได้รับการประสานงานจากพี่น้องกลางดึกว่า มีพนังขาดหลายจุด แล้วก็ได้ลงพื้นที่ และประสานงานกับชาวบ้าน ระดมกำลังกับทางพี่น้องประชาชน ทางชลประทาน จังหวัดมหาสารคาม ทาง ปภ. ทางปลัดจังหวัด ที่จะร่วมมือกันแก้ไขปัญหาพนังกั้นน ้าแห่งนี้ ซึ่งพนังกั้นน ้าแห่งนี้มีความสำคัญมาก เพราะว่าเป็นพนังกั้นน ้าที่ป้องกันน ้าท่วม ในพื้นที่ เขตเมืองมหาสารคาม ซึ่งถ้ามีการชำรุดและพังก็จะทำให้เกิดน ้าท่วมในหลายตำบล ไม่ว่าจะเป็นในเขตเทศบาลเมืองมหาสารคาม ตำบลเกิ้ง ตำบลราษฎร์พัฒนา ตำบลท่าตูม ตำบลเขวา มีความยาว ๒๘.๖๕ กิโลเมตร ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของกรมชลประทาน ได้ปรึกษาชลประทานจังหวัดว่าจะต้องมีการเสริมความแข็งแรงของพนังกั้นน ้าแห่งนี้ ซึ่งระยะทางค่อนข้างยาว ใช้งบประมาณประมาณ ๑๐๐ ล้านบาท จึงขอให้กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์พิจารณาของบเร่งด่วนในปี ๒๕๖๖ ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ มหาสารคาม

และอีกปัญหาหนึ่งครับ ก็คือ ปัญหาทางหลวงท้องถิ่นสายบ้านบุ่งคล้า-บ้านเลิงบ่อ อันนี้ในเขตอำเภอเมืองมหาสารคาม จากในรูป ก็จะเห็นว่าเป็นถนนที่ทรุดโทรม เป็นหลุมเป็นบ่อ ถ้าในเขตของผมเอง ในเขตอำเภอ เมืองนี้ถือว่าเป็นถนนที่เรียกว่าแย่ที่สุดในเขตอำเภอเมืองมหาสารคามเลย ถนนทางหลวงแห่งนี้ เป็นทางหลวงท้องถิ่น สายบ้านบุ่งคล้าจากแยกถนนทางหลวง ๒๓๖๗ เชื่อมบ้านเลิงบ่อ ระยะทาง ๓.๔๓๕ กิโลเมตร เป็นความรับผิดชอบของ อบต. ราษฎร์พัฒนา ซึ่งมีปัญหา เรื่องงบประมาณในการจัดสรร ซึ่งต้องขอสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ของบเร่งด่วนในปี ๒๕๖๖ ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณภาดาท์ครับ ตามด้วยคุณจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์🔗

นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตราชเทวี พญาไท จตุจักร พรรคพลังประชารัฐค่ะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องจะมาหารือท่านประธานค่ะ ปีที่ผ่านมา สถานการณ์โควิด (COVID) หนักหนาสาหัสมากค่ะ จนหลายคนลืมเรื่องปัญหาฝุ่นพิษพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ไปแล้ว แต่ดิฉันเป็นหนึ่งที่ไม่เคยลืมเรื่องนี้เลยค่ะ ปัญหานี้สามารถทำให้พวกเรา ตายได้นะคะ เพียงแต่เป็นการตายผ่อนส่งเท่านั้น ดิฉันขออ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์ (Website) ของร็อกเกต มีเดีย แล็บ (Rocket Media Lab) ที่ระบุว่า เมื่อเดือนธันวาคมปี ๒๕๖๓ และปี ๒๕๖๔ ไม่มีวันใดเลยค่ะที่อากาศของกรุงเทพฯ อยู่ในเกณฑ์สีเขียว และปีที่แล้วทั้งปี คนกรุงเทพฯ ได้มีวันที่อากาศดี หายใจเพียง ๙๐ วันค่ะ และปีที่แล้วกรุงเทพฯ ถูกจัดอยู่ในอันดับที่ ๑๑ ของโลก สำหรับเมืองที่มีมลพิษสูงมาก หากเปรียบเทียบค่าฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ที่ ๒๒ ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร เท่ากับการสูบบุหรี่ ๑ มวน เมื่อปีที่แล้วคนไทยสูบบุหรี่ ไป ๑,๒๖๑ มวนค่ะ นั่นหมายความว่าเรามีคุณภาพอากาศแย่มาก ๆ นะคะ ปี ๒๕๖๓ เทียบกับ ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๓ แย่กว่าปี ๒๕๖๔ เพียง ๙ มวนนะคะ ข้อมูลทั้งหมดนี้ดิฉันพยายาม จะบอกว่าการแก้ปัญหาทั้งหลายที่ผ่านมาของรัฐบาลอาจจะยังไม่ประสบความสำเร็จดีนัก ดิฉันจึงอยากขอเสนอว่า พ.ร.บ. อากาศสะอาด น่าจะเป็นทางออกค่ะ ดิฉันได้ยื่นร่าง พระราชบัญญัติอากาศสะอาดเพื่อประชาชนไปแล้วเมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๔ วันนี้ดิฉัน ขอรอเพียงแค่ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีได้โปรดพิจารณาอนุมัติเข้าสู่สภา เป็นวาระเร่งด่วนค่ะ วันนี้ดิฉันจึงขอฝากท่านประธาน ฝากไปยังท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ได้โปรดอย่าตีตกร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาดเพื่อประชาชนของดิฉันเลยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจิรัฏฐ์ครับ ตามด้วยท่านสุทัศน์ เงินหมื่น🔗

นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ฉะเชิงเทรา

ขอบคุณครับท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ครับ ผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมมีเรื่องปรึกษาหารือ ๒ เรื่องครับ ก็ฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยให้เร่ง ดำเนินการ🔗

เรื่องแรกครับ เรื่องคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนที่บ้านโกรกแก้ว วงพระจันทร์ หนองไม้แก่น อำเภอแปลงยาว แล้วก็อำเภอบางปะกงทั้งอำเภอ ในเรื่องของ กระแสไฟฟ้าไม่เพียงพอครับ ไฟตก ไฟขาด ไฟเกิน เครื่องใช้ไฟฟ้าพังครับ หลอดไฟก็อายุ สั้นมาก ไม่สะดวกต่อการดำรงชีพเลย แล้วก็เป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายให้กับประชาชน โดยไม่จำเป็น ทั้ง ๆ ที่เรามีไฟฟ้าสำรองมากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ในประเทศ แต่ก็ยังมีปัญหา เรื่องไฟตก ไฟเกินอยู่ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการด้วยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ครับ อยากให้ปรับปรุงขยายไหล่ทางถนนคู่ขนานมอเตอร์เวย์ (Motorway) ขาเข้ากรุงเทพฯ-ชลบุรี สายใหม่ครับ ตั้งแต่จุดเชื่อมต่อถนน ๓๑๔ ไปจนถึงจุดกลับรถใต้สะพานข้ามคลองบางวัวครับ เพราะว่ามันชำรุดคับแคบ แล้วผมก็ ปรึกษาหารือไป ๒ รอบแล้ว อยากให้เร่งดำเนินการ เพราะว่านิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์นี้ ตอนนี้เช้า ๆ มันรถติดมากครับ มีโรงงานอุตสาหกรรม ๑๕๓ โรงงาน ซึ่งพนักงานเป็น หมื่นคน แล้วก็มีทางเข้าหลักแค่ทางเดียว ถ้าเป็นไปได้อยากให้ช่วยดูเรื่องของทางกลับรถ บนจุดทางขึ้นทางด่วนบูรพาวิถีด้วยครับ ทางขึ้นทางด่วนเราปรับให้เป็นจุดกลับรถได้ ท่านก็ปรับแล้วในส่วนที่เป็นของกิ่งแก้วกับบางแก้ว แต่ที่เหลือถ้าท่านเปลี่ยนให้มันเป็นกลับ รถได้มันจะช่วยลดทั้งค่าใช้จ่าย ลดทั้งเวลา ลดปัญหาที่มันเกิดขึ้นในตอนเช้าที่รถมันติดมาก บางปะกง บางวัวบ้านผมอย่างกับทองหล่อตอนเช้า ๆ ใช้เวลาเป็น ๑๐ นาที ซอยสั้น ๆ เล็กนิดเดียวครับท่านประธาน อย่างไรฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแล แล้วก็เร่ง ดำเนินการด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุทัศน์ ตามด้วยนางสาวละออง ติยะไพรัช เจ้าหน้าที่ช่วยดูท่านสุทัศน์ด้วย คุณละอองพร้อมไหมครับ ถ้าพร้อมขอคุณละอองก่อน เดี๋ยวท่านสุทัศน์รอคิวต่อไป เผื่อเตรียมความพร้อม🔗

นางสาวละออง ติยะไพรัช เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ดิฉัน ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงไอซีที (ICT) ค่ะ ซึ่งดิฉันได้รับคำร้องเรียนจาก พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอำเภอแม่ฟ้าหลวงและละแวกที่ใกล้เคียงก็คือว่าไม่มีสัญญาณ โทรศัพท์ทำให้การสื่อสารและการเรียนของเด็กมีปัญหา ดิฉันได้รับคำร้องเรียนจาก บ้านสามัคคีเก่าหมู่ที่ ๑๑ และบ้านหมู่ที่ ๑๒ หมู่ที่ ๑๓ ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัด เชียงราย แล้วก็ตำบลสันทรายในบางพื้นที่ ซึ่งดิฉันอยากจะให้ทางกระทรวงไอซีที (ICT) ช่วย เร่งตรวจสอบและช่วยพี่น้องประชาชนที่ขาดโอกาสการเรียนรู้ การสื่อสารอะไรต่าง ๆ ตอนนี้ จะต้องใช้ทางอินเทอร์เน็ต (Internet) ทั้งนั้น ดิฉันไม่สามารถที่จะบอกผ่านกระทรวงไอซีที (ICT) ไปครอบคลุมทุกพื้นที่ อยากให้กระทรวงไอซีที (ICT) ช่วยสำรวจและมีวิธีการที่จะ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนทั้งประเทศเลยนะคะ🔗

อันที่ ๒ เรื่องกระแสไฟฟ้าค่ะท่านประธาน ที่อำเภอแม่ฟ้าหลวง โดยเฉพาะ ที่บ้านป่าซางนาเงิน บ้านผาบือ บ้านสามัคคีใหม่ พี่น้องประชาชนเดือดร้อนนะคะ วันที่ ๑๘ ที่ผ่านมาไฟฟ้าก็ดับทั้งวัน และพี่น้องประชาชนในพื้นที่อำเภอแม่ฟ้าหลวงในเขตพื้นที่นี้ มีอาชีพก็คือการอบกาแฟ อบชา ถ้าไฟฟ้าดับ ๆ ติด ๆ คุณภาพของสินค้าก็จะเสียหาย และดิฉันเองก็ได้หารือท่านประธานไปครั้งหนึ่งในเรื่องเฟส (Phase) ของไฟฟ้าตอนนี้ กระแสไฟฟ้าไม่เพียงพอที่จะอบให้มีอุณหภูมิที่ดี🔗

เรื่องที่ ๓ พี่น้องประชาชนในบ้านแสนใจ หมู่ที่ ๗ บ้านห้วยส้าน หมู่ที่ ๘ บ้านแสนใจพัฒนา หมู่ที่ ๒๒ ตำบลแม่สลองใน อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ร้องเรียน ในเรื่องของถนนสำหรับเดินทางไปติดต่อราชการใน อบต. แม่สลองในและโรงพยาบาล ซึ่งทาง อบต. เขาก็ได้จัดสรรเงินแต่ไม่เพียงพอ ขอให้ท่านประธานผ่านไปทางกระทรวงมหาดไทย โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุทัศน์🔗

นายสุทัศน์ เงินหมื่น แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ สำนักงานที่ดิน จังหวัดอุบลราชธานีสร้างมามากกว่า ๕๐ ปี พี่น้องประชาชนในจังหวัดอุบลราชธานีได้มาใช้ บริการจำนวนมาก แออัดไม่เพียงพอที่จะให้บริการกับพี่น้องประชาชน พนักงานไม่มีบ้านพัก และพี่น้องประชาชนไม่มีที่พักเวลาที่จะมาใช้บริการของสำนักงานที่ดิน ถึงแม้ว่าจะมี การขยายสำนักงานสาขาไปยังอำเภอต่าง ๆ ก็ยังไม่เพียงพอต่อการดูแลพี่น้องประชาชน จึงได้มีการจัดทำโครงการก่อสร้างสำนักงานที่ดินจังหวัดอุบลราชธานีแห่งใหม่ โดยมี คุณพัชรินทร์ สุจริต รักษาการเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดอุบลราชธานี และคณะ เป็นผู้ร่วมแรงร่วมใจ และเสนอโครงการก่อสร้างสำนักงานที่ดินจังหวัดแห่งใหม่ อยู่ที่ตำบลแจระแม อำเภอเมือง จังหวัดอุบลราชธานี โครงการดังกล่าวนั้นได้มีการเสนอ ตั้งแต่วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ แต่ก็มีการล่าช้า เพราะจะต้องมีการโอนที่ดินหรือว่าขอใช้ ที่ดินที่ราชพัสดุของกรมธนารักษ์ ขณะนี้การขอใช้ที่ดินดังกล่าวนั้นยังไม่แล้วเสร็จ จึงทำให้ ไม่สามารถที่จะดำเนินการจัดตั้งงบประมาณเพื่อดำเนินการก่อสร้างได้ ท่านประธานครับ จึงขอความกรุณาท่านประธานดำเนินการส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังต่อไปนี้ครับ🔗

๑. เร่งรัดให้จังหวัดอุบลราชธานีอนุมัติการใช้ที่ดินที่ราชพัสดุ แปลงหมายเลข ๐๕๓๑ บางส่วนเพื่อใช้เป็นการก่อสร้าง🔗

๒. เร่งรัดให้เจ้าหน้าที่กรมที่ดินหรืออธิบดีกรมที่ดิน และขอให้ท่านนิพนธ์ บุญญามณี ซึ่งท่านได้ไปรับทราบปัญหานี้ดำเนินการสั่งการให้กรมที่ดินดำเนินการ จัดงบประมาณเพื่อให้แล้วเสร็จภายในปี ๒๕๖๖ นี้ และถือโอกาสขอบคุณเจ้าพนักงานที่ดิน จังหวัดอุบลราชธานีปัจจุบัน คือท่านมงคล สำราญภูมิ และคณะเจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดิน จังหวัดอุบลราชธานี รวมทั้งท่านสมคิด ธนาภรณ์พาณิชย์กุล ซึ่งเป็นผู้ประสานงานในเรื่องนี้ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ตามด้วยท่านธนกร ไชยกุล เชิญท่านสัมฤทธิ์ครับ🔗

นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐ กระผมขอหารือผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอให้ดำเนินการตามข้อเสนอแนะของ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเพิ่มเติมบทนิยาม คำว่า ป่า ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ ท่านประธานที่เคารพ จากสาเหตุที่พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ ได้มีบทบัญญัติว่า ป่า หมายความว่า ที่ดินที่ยังไม่มีบุคคลได้มาตามกฎหมายที่ดิน เป็นสาเหตุให้คลอง ทางถนนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นถูกตีความเป็นป่าตามกฎหมายฉบับนี้ ทำให้เกิดปัญหา ในการก่อสร้างการพัฒนาพื้นที่ และที่สำคัญการขอรับเงินอุดหนุนเฉพาะกิจจากกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น การขอรับสนับสนุนจากโครงการต่าง ๆ ของรัฐบาล จะต้องแนบ ใบอนุญาตให้ใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้ ซึ่งอยู่ในแบบฟอร์มการขอ ซึ่งเป็นการที่ยากลำบาก อย่างยิ่งในการปฏิบัติ และเรื่องนี้ในปี ๒๕๕๘ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้เคยตอบ ข้อหารือของกระทรวงมหาดไทย และเสนอแนะให้รัฐบาลและกรมป่าไม้ได้เพิ่มเติมบทนิยาม ของคำว่า ป่า ให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง สอดคล้องกับสภาพพื้นที่โดยด่วน กระผม จึงขอให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ดำเนินการ ตามข้อเสนอแนะของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถก่อสร้างพัฒนาพื้นที่ของเขาได้อย่างถูกต้องต่อไป ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านธนกร ตามด้วยท่านโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี ครับ🔗

นายธนกร ไชยกุล ยโสธร

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพอย่างสูง กระผม นายธนกร ไชยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร เขต ๓ อำเภอเลิงนกทา อำเภอกุดชุม อำเภอไทยเจริญ พรรคเพื่อไทย วันนี้กระผมมีข้อหารือ ท่านประธาน ผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ๔ เรื่อง🔗

๑. กระผมได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่สัญจรทางหลวงหมายเลข ๒๑๑๖ จากอำเภอตอนตาล จังหวัดมุกดาหาร ผ่านอำเภอเลิงนกทา ไปจังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งมี รถบรรทุกพืชผลการเกษตร และประชาชนสัญจรเป็นจำนวนมาก ปัจจุบันสภาพถนน เป็น ๒ ช่องจราจร ไหล่ทางคับแคบมักจะเกิดอุบัติเหตุกับประชาชน กับนักเรียน นักศึกษา บ่อย ๆ ประชาชนร้องขอให้มีการขยายไหล่ทาง และติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างในจุดชุมชน หมู่บ้านหนองเลิงคำ บ้านตาลบก บ้านคึมชาด บ้างพรสวรรค์ บ้านคอนสาย บ้านหวาย บ้านโคกวิไล บ้านไทยเจริญ บ้านห้องคลองล่องคำ บ้านห้องแซง บ้านป่าชาด อำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร🔗

๒. ประชาชนร้องขอให้มีการติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างบนเกาะกลางถนน ทางหลวงหมายเลข ๒๑๒ ถนนชยางกูร จุดบ้านห้วยสะแบก บ้านโคกสำราญ บ้านกุดคอก่าน บ้านห้วยกอย บ้านด่าน บ้านกุดแห่ บ้านนาโพธิ์ อำเภอเลิงนกทา🔗

๓. ประชาชนฝากขอบคุณสภาผู้แทนราษฎรที่อนุมัติงบประมาณ ๒๕๖๕ ให้แขวงทางหลวงชนบทจังหวัดยโสธร ติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างจุดบ้านหนองยาง บ้านโคกก่อง บ้านช่องเม็ก บ้านกุดคอก่าน บ้านม่วงกาชัง บ้านแย บ้านสมสะอาด บ้านท่าลาด บ้านสร้างมิ่ง บ้านโนนหาด บ้านกุดขุ่น บ้านกุดเชียงหมี บ้านหนองแก บ้านกลาง บ้านหนองแหน บ้านคำหัวคู บ้านผักกะย่า บ้านดอนจันทร์แดง บ้านโคกใหญ่ บ้านท่าศิลา บ้านโพง บ้านห้องแซง และ🔗

๔. ประชาชนขอบคุณแขวงทางหลวงมุกดาหาร ที่จะติดตั้งไฟสัญญาณจราจร ไฟเขียวไฟแดง แยกเข้าสถานีขนส่งเลิงนกทา งบประมาณ ๒๕๖๕ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญท่านโชติพิพัฒน์ ตามด้วยท่านณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์🔗

นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ ๒๓ เขตจอมทอง ธนบุรี ในนามพรรคภูมิใจไทย เนื่องจาก มีพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้แจ้งผมมาว่า มีคนบ้าหรือคนจรจัดอยู่บริเวณปากซอยในพื้นที่ กลัวว่าคนเดินผ่านไปผ่านมาจะได้รับอันตราย เมื่อแจ้งทางตำรวจก็ใช่เรื่อง คงไม่ใช่หน้าที่ เมื่อแจ้งไปทางเขตก็เงียบเฉย วิถีชีวิตคนเร่ร่อนปัญหาที่ไร้ทางแก้จริงหรือ ภาพคนผม กระเซอะกระเซิง เนื้อตัวมอมแมม แต่งตัวมอซอ บางรายก็ไม่สวมเสื้อผ้า ไม่ใส่รองเท้าเดิน เพ่นพ่าน คุ้ยเขี่ยถังขยะหาของกินเพื่อประทังชีวิตไปวัน ๆ ยามค ่าคืนอาศัยหลับนอน อยู่ใต้สะพานลอย ป้ายรถเมล์หรืออาคารรกร้าง คนเมืองคงจะคุ้นเคยชินตากับคนเร่ร่อน หรือคนจรจัด ใครเห็นก็รังเกียจ เดินหนี กลายเป็นบุคคลอันตรายต่อสังคมรอบข้าง คนไร้บ้านพื้นที่กรุงเทพมหานครไม่เปลี่ยนจากอดีตมาก เพราะว่าไม่ได้รับการสนับสนุน ทางสุขภาพที่ดี เข้าไม่ถึงสวัสดิการไม่เคยได้รับสุขอนามัยขั้นพื้นฐาน ชีวิตเสี่ยงอันตราย มากมาย ไม่มีสิ่งที่จะรับประกันได้เลยว่าพรุ่งนี้พวกเขาจะมีชีวิตต่อหรือมีชีวิตที่ดีขึ้น อย่างไร เพราะระบบการจัดการภาครัฐยังแก้ไขไม่ถูกจุด ที่สำคัญคนไร้บ้านสะท้อนสังคม จากปัญหาประชาชนเข้าถึงสิทธิหลาย ๆ ด้าน ภาครัฐควรต้องดูแลเรื่องสวัสดิการ ควรมี ความจำเป็นขั้นพื้นฐานเพื่อเป็นหลักประกันในคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะเรื่องรายได้เราจะต้อง ช่วยบุคคลเหล่านี้ให้มีรายได้ที่ดี แล้วก็มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น คนเร่ร่อนคนไร้บ้านก็จะลดลง ก็ขอฝากในกรณีคนเร่ร่อนเป็นปัญหาซ ้าซากมาช้านาน แล้วก็เป็นแบบผักชีโรยหน้าทุกยุค ทุกสมัย คงต้องฝากความหวังไปยังท่านประธาน ฝากไปแก้ไขทั้งหน่วยงานทั้งระบบ เพื่อสังคมที่น่าอยู่มากขึ้น ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านณัฐชา ตามด้วยท่านมณฑล โพธิ์คาย🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล จากชาวบางขุนเทียนครับ วันนี้ขออนุญาตหารือ ท่านประธานผ่านไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๓ เรื่องหลัก ๆ ด้วยกัน🔗

เรื่องแรกครับ ถนนบริเวณริมคลองหัวกระบือเป็นถนนที่อยู่ระดับเดียวกับ ระดับน ้าในคลอง เพราะฉะนั้นต้องการที่จะมีเขื่อนกั้นน ้า เพราะว่าตอนนี้พี่น้องประชาชน ประสบอุบัติเหตุ เพราะว่าไม่ทราบว่าอันไหนระดับถนน อันไหนระดับคลอง แล้วก็แสงสว่าง ก็มีไม่เพียงพอครับ เพราะฉะนั้นขอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปช่วยเหลือ แล้วก็จัดสรร งบประมาณในการก่อสร้างโดยด่วน แล้วก็แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเบื้องต้นนี้เพื่อไม่ให้พี่น้อง ประชาชนได้ประสบอุบัติเหตุด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ฝากไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีช่วยดูแลกระทรวงพาณิชย์ กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ว่า ให้องคาพยพของกระทรวงต่าง ๆ หรือกลไกของกระทรวงต่าง ๆ ในการใช้กลไกอำนาจ งบประมาณภาษีจากพี่น้องประชาชน หรือนโยบายต่าง ๆ ของกระทรวงไปหาเสียงล่วงหน้า ไปใช้เฉพาะเจาะจงกับกลุ่มหัวคะแนนกลุ่มตัวเองเท่านั้น สร้างผลกระทบและสร้างความ ลำบากใจให้กับพี่น้องประชาชนครับ ร้องเรียนเข้ามาว่ามีการเลือกปฏิบัติในแนวนโยบาย ของรัฐบาล ซึ่งเป็นงบประมาณภาษีของพี่น้องประชาชนทุกคนที่ไม่ควรเลือกปฏิบัติครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณมณฑล ตามด้วยคุณมนพร เจริญศรี ครับ🔗

ร้อยตำรวจตรี มณฑล โพธิ์คาย กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ร้อยตำรวจตรี มณฑล โพธิ์คาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคภูมิใจไทย ขอหารือต่อท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนถึง หน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อจะได้มีการปรับปรุงแก้ไข และบริการให้กับพี่น้องประชาชนต่อไป🔗

ท่านประธานครับ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ของผมฝากถามเรื่องเอทีเค (ATK) หรือชุดตรวจโควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญอยู่ในขณะนี้ที่พี่น้องประชาชน มีความจำเป็นต้องใช้ เพื่อใช้ตรวจเช็ก (Check) อาการของตัวเองและลูกหลานและบุคคล ในครอบครัว และที่ผ่านมาทางองค์การเภสัชกรรมได้มีการจำหน่ายเอทีเค (ATK) ให้กับ พี่น้องประชาชนในโครงการเอทีเค (ATK) คุณภาพเพื่อสังคมไทย โดยจำหน่ายให้กับ พี่น้องประชาชน ชุดละ ๓๕ บาท ในจำนวน ๓.๕ ล้านชุด แต่เอทีเค (ATK) ที่จำหน่ายให้กับ พี่น้องประชาชนมีจำนวนไม่เพียงพอต่อความต้องการของพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้น พี่น้องประชาชนจึงอยากให้ท่านประธานสภาแจ้งไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบคือ องค์การ เภสัชกรรมของกระทรวงสาธารณสุข เร่งจัดหาชุดเอทีเค (ATK) เพื่อมาบริการให้กับ พี่น้องประชาชนให้เพียงพอต่อความต้องการของพี่น้องประชาชน เพื่อเป็นการสร้าง ความปลอดภัยและเป็นการป้องกันให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านมนพร ตามด้วยนางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ครับ🔗

นางมนพร เจริญศรี นครพนม

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือ ต่อท่านประธาน ๒ เรื่องค่ะ🔗

เรื่องแรก ดิฉันได้รับคำร้องจากพี่น้องประชาชนบ้านรามราช บ้านแพงสะพัง บ้านหนองไฮ และบ้านเนินบ่อทอง ว่าประชาชนต้องการออกเอกสารสิทธิที่ดินทำกิน เพราะว่าในพื้นที่ดังกล่าวเป็นการครอบครองที่ดินมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย ในปลายปีที่แล้ว กรรมาธิการที่ดินและการออกเอกสารสิทธิ สภาผู้แทนราษฎร ได้ออกพื้นที่แล้วก็ไปเก็บ รวบรวมข้อมูลดังกล่าวต่อพี่น้องประชาชน ปรากฏว่าจนกระทั่งขณะนี้เอกสารดังกล่าวได้ถูก ส่งต่อไปที่กรมที่ดิน ผ่านไปถึงกรมที่ดินแล้วก็ที่ดินจังหวัดนครพนม แต่ขณะนี้ยังไม่มี การสำรวจ และในการสำรวจดังกล่าวก็จะต้องมีการออกเอกสารสิทธิในเอกสารสิทธิที่มี การครอบครองคือ ใบ ส.ค.๑ ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ที่ดินที่อำเภอท่าอุเทนมีบุคลากรค่อนข้างน้อย แล้วก็ล่าช้ามาก ดิฉันอยากจะฝากท่านประธานไปถึงอธิบดีกรมที่ดินได้จัดสรรบุคลากร ให้เร่งรัดในการออกเอกสารสิทธิให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลรามราช อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนมต่อไปค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ พี่น้องประชาชนอำเภอโพนสวรรค์ค่ะท่านประธาน ลำบากในการ ที่จะไปทำธุรกิจ ธุรกรรมต่าง ๆ ที่สำนักงานที่ดิน ปรากฏว่าสำนักงานที่ดินอำเภอโพนสวรรค์ มีอาคารสถานที่เดิมอยู่แล้ว แต่ได้มีการเอาเจ้าหน้าที่ ๒-๓ ท่านมารวมที่ที่ดินอำเภอท่าอุเทน พี่น้องอำเภอโพนสวรรค์ต้องมาทำธุรกรรมออกโฉนด หรือว่าสิ่งต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับที่ดิน ที่อำเภอท่าอุเทน ซึ่งต้องใช้เวลาในการเดินทาง แล้วก็ไกล แล้วก็ไม่สะดวกต่อพี่น้อง ประชาชน จึงอยากจะขอให้กรมที่ดินได้จัดสรรอัตรากำลัง บุคลากร แล้วก็เครื่องไม้เครื่องมือ ที่ทันสมัยลงไปให้ที่ดิน ซึ่งมีสำนักงานเดิมอยู่แล้ว เพียงแต่จัดหาบุคลากร เครื่องไม้เครื่องมือ ลงไปเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชนอำเภอโพนสวรรค์ สมกับประโยคที่ว่า บำบัดทุกข์ บำรุงสุขของพี่น้องประชาชนต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณพิมพ์ภัทรา ตามด้วยนางสาวชนก จันทาทอง เชิญครับ🔗

นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล นครศรีธรรมราช

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ วันนี้ดิฉันนำเรียนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ต้องการที่จะให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปพัฒนาพื้นที่ของพรุกงให้เป็นสวนสาธารณะเอนกประสงค์ เพื่อพัฒนาไปสู่เมืองท่องเที่ยวด้านนันทนาการและบันเทิงอย่างยั่งยืนแท้จริงค่ะ โดยพื้นที่ พรุกงค่ะ ประกอบด้วยเนื้อที่กว่า ๑๘๐ ไร่ ซึ่งตั้งอยู่ในส่วนรับผิดชอบของ ๒ พื้นที่ คือ พื้นที่ ของเทศบาลตำบลสิชล ซึ่งท่านนายกสุพล พูลสวัสดิ์ เป็นผู้รับผิดชอบค่ะ แล้วก็อีกส่วนหนึ่ง ตั้งอยู่พื้นที่ขององค์การบริหารส่วนตำบลสิชล ซึ่งทางนายกสุพจน์ พูลสวัสดิ์ เป็นผู้รับผิดชอบค่ะ ซึ่งพื้นที่ทั้ง ๒ พื้นที่เป็นพื้นที่ที่ติดต่อกัน สามารถพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นศูนย์กีฬา และพื้นที่สาธารณประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนค่ะ เมื่อประมาณ ๑ เดือนที่ผ่านมา ทางโยธาธิการและผังเมืองของนครศรีธรรมราชได้ให้ทางวิศวกรลงไปในพื้นที่ ทั้งท่านนายก และกำนันพูลศิลป์ก็ได้พาลงไปสำรวจพื้นที่ด้วยกัน พบว่าพื้นที่ดังกล่าวสามารถพัฒนา ได้หลายแบบด้วยกันค่ะ ไม่ว่าจะสามารถทำเป็นอ่างเก็บน ้า สามารถทำเป็นตัวเขื่อนป้องกัน ไม่ให้น ้าเค็มหนุนเข้ามา และที่สำคัญที่สุดสามารถพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวให้เป็นลู่วิ่ง ให้เป็น ลานกีฬา ให้เป็นพื้นที่ที่สามารถทำกีฬาทางน ้าได้ ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวในปัจจุบัน เพราะว่า พื้นที่ดังกล่าวอยู่ติดบริเวณชายหาด หาดสิชลจะอยู่ด้านฝั่งตะวันออกค่ะท่านประธาน พรุกง จะห่างจากชายหาดอยู่ไม่มากนัก ถ้าเราพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวโดยทางกรมโยธาธิการและผังเมือง และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้พัฒนาทั้งศูนย์กีฬาเป็นสปอร์ต คอมเพล็กซ์ (Sport complex) และพัฒนาสวนสาธารณะได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน จะสามารถพัฒนาพื้นที่พรุกง ดังกล่าวได้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวอีกจุดหนึ่งของนครศรีธรรมราช กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณชนก จันทาทอง ตามด้วยท่านกรุงศรีวิไล🔗

นางสาวชนก จันทาทอง หนองคาย

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวชนก จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๒ จากพรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่หารือด้วยกัน ๓ เรื่อง🔗

เรื่องแรก ประปาหมู่บ้านชำรุดใช้การไม่ได้ ดิฉันได้รับการร้องทุกข์จากท่าน ผู้ใหญ่บ้าน บ้านโนนหนามแท่ง ตำบลชุมช้าง อำเภอโพนพิสัย ว่าประปาหมู่บ้านนั้นเกิดจาก การทำผ้าป่าของพี่น้องประชาชน ใช้การมาแล้วมากกว่า ๓๐ ปี ปัจจุบันชำรุดใช้การไม่ได้ ท่อน ้าตัน ปั๊มน ้าเสีย หากจะต้องซ่อมแซมหรือแก้ไขก็ต้องรวบรวมเงินจากพี่น้องประชาชน อีกครั้งหนึ่ง ดิฉันจึงนำเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้าไปช่วย จัดทำประปาหมู่บ้านให้กับพี่น้องประชาชนบ้านโนนหนามแท่งให้ใหม่ด้วยค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ ลำห้วยตื้นเขิน ดิฉันได้รับการร้องทุกข์จากท่าน ส.จ. วิทยา ศรีหาโทน ว่าลำห้วยเปือย บ้านบูรพา ตำบลอุดมพร อำเภอเฝ้าไร่นั้นมีความตื้นเขิน เป็นโคลนตม พี่น้องประชาชนเกิดความกังวลเป็นอย่างมากว่าใกล้จะถึงหน้าแล้งแล้ว จะไม่มี ลำห้วยเพื่อกักเก็บน ้าไว้ใช้ช่วงหน้าแล้ง ดิฉันจึงนำเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยัง กระทรวงมหาดไทยให้เข้าไปช่วยแก้ไขอย่างเร่งด่วนค่ะ🔗

เรื่องที่ ๓ ถนนเชื่อมระหว่างหมู่บ้านยังคงเป็นลูกรัง ไม่เคยได้รับการดูแล และแก้ไข ดิฉันได้รับการร้องทุกข์จากท่าน ส.จ. ภัณทิรา ถุดปอ ว่าถนนจากบ้านโปร่งสำราญ ไปยังบ้านกุดลึก ตำบลพระบาทนาสิงห์ อำเภอรัตนวาปี ระยะทางประมาณ ๖ กิโลเมตร ยังคงเป็นถนนลูกรัง ไม่เคยได้รับการดูแลและแก้ไข หน้าแล้งฝุ่นตลบ บดบังวิสัยทัศน์ในการ เดินทาง หน้าฝนน ้าเอ่อท่วมถนน พี่น้องประชาชนใช้สัญจรไปโรงพยาบาล ไปที่ว่าการอำเภอ ไปตลาด ยากลำบากมากค่ะ ดิฉันจึงนำเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังกระทรวงมหาดไทย ให้เข้าไปแก้ไขและบรรเทาทุกข์ให้กับพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านกรุงศรีวิไล สุทินเผือก คนสุดท้ายครับ🔗

นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม กรุงศรีวิไล พรรคพลังประชารัฐ เขต ๕ จังหวัดสมุทรปราการ ผมมีเรื่อง ที่อยากกราบเรียนท่านประธาน วันนี้มาชมครับ มาชมข้าราชการประจำ ไม่ใช่มาติมาเตียน คือเรื่องมีอยู่ว่าชาวบ้านตำบลคลองด่าน อำเภอบางบ่อ เขตผมนี่ ๒๐๐ กว่าหลังคาเรือน ที่ไม่มีน ้าประปาใช้มาเป็นเวลานานหลายสิบปีแล้ว ซึ่งน ้าประปาที่ใช้เป็นงบประมาณประปา ที่ผลิตโดยองค์การบริหารส่วนตำบล ประชาชนต้องทนแบกภาระค่าบริการที่ราคาสูงกว่าปกติ ขณะนี้ผมได้ประสานงานไปทางการประปานครหลวงเรียบร้อยแล้ว แล้วก็ได้รับการตอบรับ อย่างดีจากท่านผู้ว่าการประปานครหลวง นายกวี อารีกุล รองผู้ว่าการนครหลวง นายคมกฤช ทินกร ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการประปา นายมานัสน์ ช้างน้อย ผู้จัดการสำนักงานประปา สาขาสมุทรปราการ ดอกเตอร์อาชวัน อิ่มเอิบธรรม หรือว่าดอกเตอร์โอ๋ครับ ท่านประธานครับ สิ่งหนึ่งที่จะกราบเรียนท่านประธานก็คือว่า ผมอยากจะให้ข้าราชการประจำของประเทศเหล่านี้ ได้ดูแลพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึงจริง ๆ ดูด้วยความจริงใจ และรักษาผลประโยชน์ ของประเทศให้ดีที่สุด ซึ่งเราก็มีหน้าที่จะดูแลพี่น้องประชาชน ส.ส. ทุกท่านก็รักประชาชน ทุกคนครับ ผมขอบคุณท่านประธานและพี่น้องประชาชนทั้งประเทศที่อดทนกับเหตุการณ์ ปัจจุบันนี้ เรื่องอะไรต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น พี่น้องคงเข้าใจดี ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ ขอท่านประธานโชคดีและทุกคนโชคดีครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ การนำเอาปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือในที่ประชุมสภา ในแต่ละวันถือว่าเกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนเป็นอย่างยิ่งวันนี้ครบ ๓๐ ท่าน🔗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๐๖ คน
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป ขอเรียนท่านสมาชิกว่า ขณะนี้มีท่านสมาชิกมาลงชื่อมาประชุมแล้ว จำนวน ๒๙๔ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเปิดการประชุม และขอดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระ จะเข้าสู่🔗

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว🔗

๔.๑ รายงานผลการพิจารณาศึกษาการขุดคลองไทย และการพัฒนาพื้นที่ ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้🔗

ซึ่ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่ครับ🔗

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คลองไทยครับ เชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่จะได้รายงานแถลงให้สภาได้รับทราบ นำโดยท่านประธาน กรรมาธิการประธานใหญ่ของเรา ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ผู้อาวุโสในสภา เชิญท่านประธาน กรรมาธิการแถลงเลยนะครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ ประธานนำเสนอรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการขุดคลองไทย และพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ ต่อสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้ก่อนอื่นกระผม และคณะกรรมาธิการ ขอไว้อาลัยให้กับ พลตรี ทรงกลด ทิพย์รัตน์ ประธานกรรมาธิการ วิสามัญที่ได้ล่วงลับไปก่อนที่จะได้นำเสนอรายงานในครั้งนี้ ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัว แล้วก็ผู้ที่เกี่ยวข้อง ซึ่ง พลตรี ทรงกลดนั้นได้ทุ่มเทที่จะทำให้โครงการขุดคลองไทยนั้น สำเร็จลุล่วงอย่างรวดเร็ว แต่ท่านได้จากไปเสียก่อน ผมต้องมาทำหน้าที่แทน🔗

ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่หนึ่ง ครั้งที่ ๑๙ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๓ ได้มีมติตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษา การขุดคลองไทยและการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ มีกำหนดระยะเวลา พิจารณาศึกษาไว้ ๑๒๐ วัน และได้ขยายระยะเวลาเป็นจำนวน ๕ ครั้ง รวมระยะเวลา ในการศึกษาจำนวน ๕๕๕ วัน ตั้งแต่วันที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๓ ถึง ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ซึ่งประกอบไปด้วยคณะกรรมาธิการทั้งหมด ๔๙ ท่าน การศึกษานี้คาดว่าจะเป็นทางเลือก หนึ่งที่จะนำพาประเทศไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน เป็นประเทศที่พัฒนาแล้ว ตามยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี จึงพิจารณาศึกษาอย่างรอบด้านในทุกมิติ เพื่อให้ได้ข้อมูล ที่ครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด คณะกรรมาธิการจึงได้ตั้งอนุกรรมาธิการขึ้น จำนวน ๓ คณะดังนี้ ๑. คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาการขุดคลองไทย ๒. คณะอนุกรรมาธิการพิจารณา ศึกษาพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ใน ๕ จังหวัด และ ๓. คณะอนุกรรมาธิการ พิจารณาศึกษาผลกระทบของสิ่งแวดล้อม ผลกระทบของสังคม ผลกระทบด้านความมั่นคง ผลกระทบด้านการเมือง เพื่อพิจารณาศึกษาและจัดทำข้อสังเกตและข้อเสนอแนะต่อสภา ผู้แทนราษฎรต่อไป ซึ่งมีรายละเอียดพอสังเขป ดังนี้🔗

ผลการพิจารณาศึกษาการขุดคลองไทย จากหลักฐานทางวิชาการปรากฏว่า แนวคิดการขุดคลองไทยเพื่อเชื่อมทะเลอันดามันกับทะเลอ่าวไทยมีมานานแล้ว ซึ่งเป็นมรดก ทางยุทธศาสตร์ชาติที่บรรพบุรุษได้ทิ้งไว้ให้ลูกหลานได้นำไปใช้ประโยชน์ และได้กล่าวว่า คลองไทยเป็นภูมิศาสตร์ที่ดีเหมาะสมที่จะเป็นเส้นทางเศรษฐกิจใหม่ของโลก โดยในการ พิจารณาศึกษาของสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้พบว่า แนวคลองที่เหมาะสมที่สุดคือ แนวทาง เส้น ๙ เอ (9A) ซึ่งวุฒิสภาเมื่อ พ.ศ. ๒๕๔๘ ก็ได้ศึกษามาครั้งหนึ่งแล้วว่าเส้นทางที่เหมาะสม นั้นก็คือเส้นทาง ๙ เอ (9A) ผ่าน ๕ จังหวัด คือ จังหวัดกระบี่ จังหวัดตรังจังหวัดพัทลุง จังหวัดนครศรีธรรมราชและจังหวัดสงขลา ซึ่งสอดคล้องต่อยอดจากการศึกษาของ คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อความเป็นไปได้ในโครงการขุดคลองกระของวุฒิสภาเมื่อปี ๒๕๔๘ การขุดคลองไทยอย่างเดียวไม่สามารถจูงใจให้เกิดการลงทุนขนาดใหญ่ได้ หลายท่านบอกว่าไม่คุ้มทุน แต่ในยุคสมัยนี้การขุดคลองไทยนั้นจะเป็นแพคเกจ (Package) ที่ใหญ่และก็เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษในระดับโลกถึงจะคุ้มทุน และผลตอบแทนซึ่งจะนำพา ประเทศไปสู่ประเทศที่พัฒนาแล้ว จำเป็นจะต้องพัฒนาจังหวัดตามแนวคลองใน ๕ จังหวัด นั้นเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้เพื่อเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนระดับโลก รูปแบบของ คลองและลักษณะคลองมีการศึกษาเสนอหลายรูปแบบ ดังเอกสารที่เราได้นำเสนอต่อ ที่ประชุมแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากคลองไทยนั้นเป็นเรื่องใหญ่ได้มีเอกชน ทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ให้ความสนใจและอาสาที่จะศึกษา ที่ได้แจกไปอันนี้เป็นของ นายสิทธิพร เจริญขจรกุล ได้ศึกษาไว้ ก็แจกให้ท่านประธานแล้ว เล่มนี้ก็คือศูนย์กลาง เศรษฐกิจของโลกยุคใหม่ สมาคมคลองไทย ซึ่งเป็นสมาคมที่ประชาชนได้ก่อตั้งรวมตัว กันขึ้นมาเป็นสมาคม แล้วก็มีเครือข่ายทั่วประเทศ สมาคมคลองไทยเป็นหลักที่จะขับเคลื่อน เพื่อพี่น้องชาวใต้และพี่น้องคนไทยทั้งหมด แล้วก็ของบริษัท คิงส์แลนด์ และของบริษัท เบต้า กรุ๊ป ที่ได้ศึกษาไว้ ดังนั้นผลการพิจารณาศึกษาพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ วางกรอบพัฒนาเพื่อเป็นแนวทางพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เพื่อรองรับเรือ ขนาดใหญ่ที่สุดของโลก การสร้างตึกใหม่ หรือการสร้างถนนใหม่ การสร้างเส้นทางเดินเรือใหม่ จะต้องดูข้อบกพร่องของเส้นทางเดินเรือของโลกที่ผ่าน ๆ มา อย่างเช่นคลองสุเอซ เมื่อมีเรือล่ม ๑ ลำ ทำให้เศรษฐกิจของโลกเสียหายหลายแสนล้านต่อวัน ดังนั้น ถ้าเราจะขุดคลองไทยในประเทศไทยจะต้องเอาปัญหาเหล่านี้มาแก้เพื่อไม่ให้ เกิดเรื่องอย่างนั้นกับคลองไทย ดังนั้น ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เราจะได้ศึกษาอยู่ ๑๕ ยุทธศาสตร์ ที่สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ🔗

ในยุทธศาสตร์ชาติด้านที่ ๒ ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขัน โดยประเด็นที่ได้ศึกษาเป็นการศึกษายุทธศาสตร์ชาติ ในมิติสร้างขีดความสามารถในการ แข่งขันระดับโลก โดยได้กำหนดยุทธศาสตร์ใหม่ในการพัฒนาภาคใต้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ขวานทอง ซึ่งคณะกรรมาธิการได้ตั้งชื่อว่า เขตเศรษฐกิจพิเศษขวานทอง เดอะ โกลเดน แอกซ์ สเปเชียล อิโคนอมิก โซน (The Golden Axe Special Economic Zone) หรือ กาเซ่ (GASEZ) ได้มียุทธศาสตร์ ๑๕ ยุทธศาสตร์ก็คือ🔗

๑. ยุทธศาสตร์ความมั่นคงของชาติ ศาสนาพระมหากษัตริย์🔗

๒. การออกกฎหมายพิเศษรองรับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจขวานทอง เพื่อมุ่งสู่ ความเป็นศูนย์กลางของโลกโดยเฉพาะ🔗

๓. ยุทธศาสตร์การพัฒนาสู่การเป็นศูนย์กลางการแพทย์และดูแลสุขภาพ ระดับโลก เมดิคอล ฮับ ออฟ เดอะ เวิลด์ (Medical Hub of The World)🔗

๔. ยุทธศาสตร์การพัฒนาเขตพิเศษขวานทองให้เป็นศูนย์กลางด้านการค้า การเงินการธนาคารของโลก🔗

๕. ยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมการต่อเรือและการเดินเรือขนาดใหญ่ พาณิชย์นาวีและโลจิสติกส์ (Logistics) ระดับโลก🔗

๖. ยุทธศาสตร์ในการให้สิทธิพิเศษและสวัสดิการที่ดีที่สุดสำหรับผู้ที่ได้รับ ผลกระทบ รวมทั้งการเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชนและสังคม ความมั่นคง มั่งคั่งและ ยั่งยืนของพี่น้องชาวใต้ทั้ง ๕ จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ จะได้รับการเยียวยาดูแลเป็นอันดับแรก และรายได้ต่าง ๆ ก็จะจัดสรรให้พี่น้องได้รับผลกระทบนั้นเป็นอันดับแรก🔗

๗. ศูนย์กลางการศึกษาการวิจัยพัฒนาของโลก🔗

๘. ยุทธศาสตร์ด้านกำลังทหารและพลเรือนเพื่อรักษาผลประโยชน์แห่งชาติ การขุดคลองไทยนั้นสามารถที่จะดูแลด้านความมั่นคงด้วยเงินผลรายได้ของคลองไทย จำนวนมหาศาล สามารถที่จะทำให้ความมั่นคงและกองทัพไทยนั้นแทบจะไม่ต้องพึ่งพา งบประมาณของประเทศ เพราะคลองไทยสามารถสร้างรายได้หลายล้าน ๆ🔗

๘. ยุทธศาสตร์การขุดคลองไทยเชื่อมทะเลอ่าวไทยและอันดามัน จำนวน ๒ คลอง ลึก ๔๐ เมตร กว้าง ๑ กิโลเมตร ห่างกัน ๑๐ กิโลเมตร🔗

๑๐. ยุทธศาสตร์การพัฒนาเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับโลก🔗

๑๑. ยุทธศาสตร์ด้านความมั่นคง มั่งคั่ง เศรษฐกิจสังคมการเมืองและ ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ🔗

๑๒. ยุทธศาสตร์การพัฒนาอุตสาหกรรมใหม่เอสเคิร์ฟ (S-Curve) เทคโนโลยี และนวัตกรรมของโลก🔗

๑๓. ยุทธศาสตร์ด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่าง ยั่งยืนและสร้างสิ่งแวดล้อมใหม่ทดแทนสิ่งแวดล้อมที่สูญเสียไปและจะมีกองทุนเพื่อดูแล สิ่งแวดล้อมใน ๕ จังหวัดและทั้งประเทศ🔗

๑๔. ยุทธศาสตร์การพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์เพื่อรองรับเขตพัฒนา พิเศษขวานทอง อันนี้จำเป็นจะต้องพัฒนาคนไทยเพื่อรองรับความเจริญใน ๕ จังหวัดนี้🔗

๑๕. ยุทธศาสตร์ด้านการค้าและสถานบันเทิงครบวงจรเอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) ในระเบียงเศรษฐกิจขวานทอง จะมีกฎหมาย การบริหารพื้นที่โดยเฉพาะ รวมถึงการบริหารคลองไทย ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญของเขต เศรษฐกิจพิเศษขวานทองที่จะทำให้ประเทศไทยพัฒนาเข้าสู่การเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจ การขนส่งของโลกแห่งใหม่ และทำให้ประเทศไทยมีรายได้จากเขตเศรษฐกิจพิเศษขวานทอง อย่างมหาศาล🔗

ส่วนที่ ๓ ผลพิจารณาศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมสังคมและการเมือง ใน ๕ ด้าน คือถ้ามีการขุดคลองไทยอย่างไรก็ต้องกระทบกับสิ่งแวดล้อม แต่เราสามารถสร้าง สิ่งแวดล้อมใหม่ขึ้นมาทดแทนได้และสามารถที่จะอยู่ร่วมกับเอ็นจีโอ (NGO) หรือผู้ที่ดูแล สิ่งแวดล้อม อย่างเช่นประเทศมาเลเซียได้ทำเขตเศรษฐกิจพิเศษอิสกันดาร์ (Iskandar) ขึ้นมา เรื่องของสิ่งแวดล้อมสูญเสีย แต่เขาก็ทำงานร่วมกับเอ็นจีโอ (NGO) เพื่อที่จะวางแผน การพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนในประเทศมาเลเซีย อันนี้ก็เป็นตัวอย่าง เรื่องของ สิ่งแวดล้อมนั้นทางคณะกรรมาธิการได้พิจารณาอยู่ ๕ ด้าน🔗

๑. ด้านกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งอาจจะเป็นทางบวกและทางลบ จากการ เปลี่ยนแปลงด้านทรัพยากรธรรมชาติ ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง แร่ธาตุและธรณีวิทยา🔗

ประเด็นที่ ๒ ผลกระทบด้านสังคมจากการย้ายถิ่นของชุมชน และการเวนคืน ที่ดิน การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต อาชีพและรูปแบบการประกอบอาชีพใหม่ การไหลบ่าของ วัฒนธรรมต่างชาติที่จะเข้ามา รวมทั้งผลกระทบต่อโบราณสถาน โบราณวัตถุบางพื้นที่ ตลอดจนความวิตกกังวลของพี่น้องประชาชน ทางกรรมาธิการได้ศึกษาไว้รอบด้านแล้ว🔗

ประเด็นที่ ๓ ผลกระทบด้านความมั่นคง พิจารณาศึกษาผลกระทบ การรักษาความมั่นคงภายใน รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ความมั่นคงทางพื้นดิน และอากาศที่เปลี่ยนแปลง🔗

ประเด็นที่ ๔ ผลกระทบด้านการเมือง เป็นการพิจารณาศึกษาด้านการเมือง ภายในประเทศ การเมืองระหว่างประเทศ รวมถึงประเทศเพื่อนบ้านที่เสียผลประโยชน์ ตลอดจนความขัดแย้งระหว่างประเทศมหาอำนาจอื่น ๆ อาจจะมีผลกระทบถึงคลองไทยได้🔗

ประเด็นที่ ๕ กฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาการขุดคลองไทย และการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ อย่างอีอีซี (EEC) เรามีกฎหมายที่บริหารจัดการ อีอีซี (EEC) ดังนั้น คลองไทยเป็นเมกะโพรเจกต์ (Megaproject) ระดับโลกเป็น เมกะโพรเจกต์ (Megaproject) เดียวของประเทศไทยที่ใหญ่ที่สุด แล้วน่าจะเป็นโครงการ ใหม่ที่สุด ใหญ่ที่สุดของโลกที่จะเกิดขึ้น จึงต้องมีกฎหมายโดยเฉพาะ🔗

โดยสรุปแล้วการศึกษาของคณะกรรมาธิการ พบว่าการขุดคลองไทย และการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ จะทำให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจของภาคใต้ และของประเทศไทยได้ อย่างไรก็ตามผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และประชาชนย่อมเกิดขึ้น ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญได้เห็นว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะต้องมีการศึกษา เชิงลึกฟีซิบิลิตี (Feasibility) อย่างจริงจังและเป็นกลาง เพื่อให้ได้ข้อมูลเชิงลึกที่จะเป็น ประโยชน์ในการขุดคลองไทยต่อไป เพื่อให้เกิดประโยชน์กับประเทศชาติให้มากที่สุด ในภาวะที่มีโรคระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) นี้ ถือว่าเป็นโอกาสดีของประเทศไทยที่จะได้ เริ่มต้นสู่มิติใหม่ของประเทศ ขอบคุณครับท่านประธาน เดี๋ยวทางคณะอนุกรรมาธิการ และรองประธานจะได้นำเสนอ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ🔗

พลโท พงศกร รอดชมภู กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พลโท พงศกร รอดชมภู รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สาม ขออนุญาตกราบเรียนถึงแนวคิดและทฤษฎีที่นำมาทำการศึกษาครั้งนี้ ขอกราบเรียนว่าเมื่อเราจะเริ่มดำเนินการอย่างไรก็ตามจะต้องตั้งต้นยืนให้มั่นก่อน ถ้าท่านยืน ไม่มั่นแล้วมันจะแกว่ง ดังนั้นสิ่งที่เราจะนำเสนอในต่อไปนี้เป็น ๒ เรื่องใหญ่ ๆ เรื่องแรกคือ ทฤษฎี เรื่องที่ ๒ คือการศึกษาที่ผ่านมาทั้งหมดเกือบ ๓๐ ปีว่ามีอะไรที่เกิดขึ้นมาเราจะได้ ตั้งตัวกันได้ทฤษฎีก็จะมีอยู่ ๓ เรื่องใหญ่ ๆ ที่จะนำเสนอ ก็คือเรื่องเกี่ยวกับทฤษฎีระบบ ทฤษฎีเกี่ยวกับภูมิรัฐศาสตร์ แล้วก็ทฤษฎีเกม นั่นคือเรื่องที่เราจะนำเสนอ อย่างไรก็ตามเราก็ ยังยึดมั่นอยู่ในเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี แผนความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล เรื่องของ เขตเศรษฐกิจพิเศษ เศรษฐกิจสีน ้าเงินก็คือพาณิชย์นาวีที่ไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เรื่องอาณาเขตทางทะเล กฎหมายทางทะเล นอกจากเรื่องเศรษฐกิจทั้งหมดแล้ว ในเรื่อง กฎหมายแล้วก็จะเป็นเรื่องทางด้านการเมือง สังคม สิ่งแวดล้อม แล้วก็สิ่งที่ปัจจัยทั้งด้าน ส่งเสริมและการแก้ไขเยียวยาผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ขออนุญาตไปเร็ว ๆ ไปเริ่มตรงทฤษฎี ซึ่งอันนี้จะต้องอธิบายค่อนข้างยาวนิดหนึ่ง ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะให้ผู้ที่จะศึกษาต่อในกรณีที่รัฐบาล จะรับไปดำเนินการก็จะต้องตั้งตัวเหมือนกับที่เราพยามจะตั้งตัว ก็คือมองให้กว้าง มองให้ลึก ทฤษฎีแรกที่นำมาใช้ก็คือทฤษฎีระบบ ถ้ามองจากเอกสาร มองจากซ้ายไปขวาตรงกลาง ปกติเวลาจะทำงานจะเริ่มต้นจากการที่เรามีงบประมาณไหม หรือมีเงินลงทุนไหม มีผู้ร่วม ลงทุนไหม มีแผนงานโครงการขนาดไหน นั่นเป็นขั้นที่ ๑ ก็คือตัวด้านปัจจัยนำเข้า หลังจากนั้นก็เข้ามาในเรื่องของกระบวนการดำเนินการ จะมีการสร้างโครงการ มีการ ขุดคลองหรือไม่ขุดคลอง หรือจะทำอะไรก็แล้วแต่ อันที่ ๒ ขั้นที่ ๓ ก็คือผลผลิตออกมาว่า เป็นอย่างไร ซึ่งปกติในการดำเนินการในทุกขั้นตอนจะต้องมีผลกระทบ มีผู้สนับสนุนและผู้คัดค้าน อยู่ตลอดเวลา ดังนั้นในการที่เอาทฤษฎีระบบมาใช้ก็เพื่อจะรู้ว่าตั้งแต่ต้นจนจบนั้นเรามีการ เตรียมการในเรื่องอะไร มีการมองในภาพมหภาคหรือจุลภาคมากแค่ไหน อันนี้จำเป็นอย่างยิ่ง สำหรับผู้บริหารทุกระดับจะต้องนำมาใช้และตรวจสอบ และประชาชนเองก็จะตรวจสอบได้ ด้วยว่าสิ่งที่รัฐบาลทำหรือว่าผู้ลงทุนทำในอนาคตนั้นมันมีผลกระทบหรือไม่มีผลกระทบ อย่างไร ถ้ากระทบตั้งแต่ปัจจัยนำเข้าก็ว่ากันตรงนั้นเลยก็มีการแก้ไขเลย หรือกระทบ ที่กระบวนการดำเนินการก็แก้ไขตรงนั้นเลย หรือกระทบที่ผลผลิตก็ดำเนินการตรงนั้นเลย นี่คือสิ่งที่เรียกว่าข้อมูลย้อนกลับให้มาแก้ไข อย่างไรก็ตามโครงการนี้เป็นโครงการที่เรามอง เฉพาะภาพในประเทศไทย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นไม่จำเป็นจะจำกัดอยู่เพียงแค่นั้น ในกรณีของคลองไทย ท่านพิเชษฐ์ก็ได้กรุณานำเรียนไปแล้วว่าเป็นเรื่องระดับโลก ดังนั้นสิ่งที่เราจะต้องมอง เรื่องแรกเลยก็คือความสัมพันธ์ของมหาอำนาจในระดับโลกว่าจะเป็นอย่างไร ว่ามหาอำนาจ ทางด้านฝั่งตะวันตกและฝั่งตะวันออกเขาคิดอย่างไร แล้วจะมีผลกระทบหรือมาแทรกแซง กิจการภายในเรามากน้อยแค่ไหน นั่นคือภาพระดับโลก ในระดับอาเซียน (ASEAN) เราจะมี การแข่งขันหรือว่ามีการร่วมมือกับประเทศในกลุ่มอาเซียน (ASEAN) อย่างไรให้ได้ประโยชน์ ร่วมกันให้ได้มากที่สุดถึงจะทำโครงการนี้สำเร็จได้ เล็กลงไปอีกในระดับพื้นที่มีอยู่ ๒ เรื่องใหญ่ ๆ ครับ🔗

๑. ตกลงจะทำได้หรือไม่อยู่ที่สายเรือ สายเรือคือลูกค้า คือคนที่เขาจะ ดำเนินการ ถ้าเราขีดเส้นแล้วเราบอกว่าตรงนี้เราชอบ แต่สายเรือเขาไม่ชอบมันก็ไม่เกิด ใช่ไหมครับ ดังนั้นก็จำเป็นจะต้องนำสายเรือเข้ามาคุย แล้วสิ่งที่คู่กันมาก็คือประชาชน ในพื้นที่ว่าจะยอมรับในโครงการนี้มากน้อยแค่ไหน นั่นเป็นสิ่งที่เราต้องตั้งตัวให้ครบ นอกจากนั้นก็เป็นสิ่งที่เราอาจจะนึกไม่ถึง เช่น วิกฤตการณ์ในทะเลจีนใต้ซึ่งอาจจะเกิด หรือเรื่องที่กำลังเกิดอยู่ก็คือ น ้าแข็งขั้วโลกเหนือละลาย เส้นทางอาจจะเปลี่ยนก็ได้ เมื่อเส้นทางเปลี่ยนตรงนี้ก็หมดความหมาย อย่างนี้เป็นต้น นี่เป็นสิ่งที่เราต้องดูทั้งหมด นี่คือทฤษฎีระบบ มีประโยชน์อย่างไรมี ๒ ประการครับ🔗

ประการแรก ในเมื่อจะเริ่มดำเนินการเราจะรู้ตั้งแต่ต้นว่าสิ่งที่มาเป็น องค์ประกอบมีอะไรบ้างและผลสุดท้ายจะต้องเป็นอะไร🔗

อันที่ ๒ ก็คือตัวของการดำเนินการถ้ามีการแก้ไขเราจะรู้ว่าจะเร่งงาน หรือว่าจะลดงาน หรือจะเลิก หรือจะดำเนินการอย่างไร ในปลายสุดท้ายจะเกิดผลกระทบ ทางบวก ทางลบมากน้อยแค่ไหน ทฤษฎีนี้จึงจำเป็นอย่างยิ่งในการที่จะนำไปใช้ในอนาคต ถ้ารัฐบาลจะนำไปใช้🔗

ต่อไปเรื่องที่ ๒ ครับ เรื่องภูมิรัฐศาสตร์ ภูมิรัฐศาสตร์จะมีอยู่ ๓ เรื่องด้วยกัน ก็คือเรื่องเกี่ยวกับทฤษฎีโลกหรือดินแดนหัวใจ ทฤษฎีขอบนอก และทฤษฎีอำนาจทางทะเล เรื่องทฤษฎีใจโลกก็คือ ฮาร์ตแลนด์ เทียรี (Heartland Theory) ฮัลฟอร์ด เจ แมคคินเดอร์ อันนี้เป็นนักยุทธศาสตร์ที่ดังมาก เขาบอกว่าถ้าอยากจะยึดโลกไว้ได้ต้องยึดยูเรเซีย คือเอเชีย กับยุโรปให้ได้ อันนี้คือตรงกลาง ดังนั้นเราจะพบว่ามีการบุกไปทางรัสเซีย ยุโรปตะวันออก ยึดพื้นที่ตรงนั้นอยู่ตลอดเวลาในยุโรป เยอรมันเองก็พยายามจะสร้างถนนหนทางรถไฟเชื่อม รัสเซียก็สร้างทางรถไฟ ทรานส์-ไซบีเรีย อย่างนี้เป็นต้น คือการพยายามจะยึดโลกไว้ ในขณะเดียวกันทฤษฎีขอบโลกก็บอกว่า ถ้าคุณหยุดโลกนี้ไว้ได้เราก็จะยึดขอบโลก ก็คือ ด้านขอบทั้งหมด อันนี้เป็นทฤษฎีของนิโคลัส เจ สปีกแมน เขาก็บอกว่าอันนี้ไม่ต้องคิดเลย ไปดูในช่วงสงครามเย็น เราจะพบว่าแพ็ก (Pack) ต่าง ๆ หรือการจับกลุ่มเป็นพันธมิตรกัน แม้แต่ปัจจุบันนี้ก็ยังมีในการที่จะสู้กับประเทศที่อยู่ในแผ่นดิน เขาจะยึดประเทศที่อยู่ เขาเรียกว่าพันธมิตรกับประเทศที่อยู่ขอบนอกทั้งหมดเพื่อป้องกันเส้นทางออกทะเล แล้วก็จะ มีการพยายามที่จะทะลวงเส้นทางออกทะเลนี้อยู่ตลอดเวลาจากประเทศที่อยู่ใจกลางโลก นี่คือทฤษฎีที่ ๒ ทฤษฎีที่ ๓ คือทฤษฎีอำนาจทางทะเล ซึ่งใช้ในอังกฤษกับสหรัฐในปัจจุบัน นายพลเรือ อัลเฟรด เทเยอร์ มาฮาน บอกไว้ว่าเขาจะยึดแผ่นดินไปอย่างไรก็แล้วแต่ แต่ถ้าเราตัด เส้นทางทางทะเลได้ หรือเรายึดเส้นทางทะเลได้เราจะเป็นมหาอำนาจ ประเทศมหาอำนาจ ปัจจุบันนี้ส่วนใหญ่แล้วจะมีกิจการพาณิชย์นาวี มีอู่เรือขนาดใหญ่กันทั้งนั้น นี่ก็คือสิ่งที่เรา หยิบทฤษฎีนี้มาใช้เพราะเราไม่ต้องการที่จะเป็นมหาอำนาจอะไรมากมายเสียนอกจากที่ว่า เราจะได้ประโยชน์กับประเทศไทยมากที่สุด ก็แนะนำทฤษฎีอำนาจทางทะเลนี้นำไปใช้กัน ทฤษฎีที่ ๓ ก็คือทฤษฎีเกม ทฤษฎีเกมนี้ก็คือเหมือนการเล่นหมากรุกครับ มีผู้แพ้ ผู้ชนะ มีการพูดกันมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ ๑๖ แล้วในการใช้เพื่อที่จะยึดประเทศต่าง ๆ แล้วก็ในสงครามโลก ครั้งที่ ๒ มีการนำมาสร้างเป็นตัวแบบทางคณิตศาสตร์ซึ่งมันเป็นเรื่องที่ ใหญ่โตมาก ที่จะมองว่าโลกนี้มันเปลี่ยนไปอย่างไร ใครจะสู้กันอย่างไร เดิมนี้เขาเรียกว่า ซีโร ซัม เกม (Zero-sum game) ก็คือมีผู้แพ้และผู้ชนะเท่านั้น ผู้ชนะได้หมด แต่อย่างไรก็ตาม ในยุคใหม่หลังปี ๘๐ มาก็มีการคิดว่าเราน่าจะมีทฤษฎีที่ต่างออกไป เราจะได้ยินคำว่าหุ้นส่วน ทางเศรษฐกิจ หุ้นส่วนด้านความมั่นคง นี่เขาเรียกว่าทฤษฎีวิน วิน ซิทูเอชัน (WIN WIN Situation) วิธีการที่ว่าเราจะสร้างพันธมิตรกับใคร เช่น ในอาเซียนเราอาจจะเป็นพันธมิตร กับประเทศในอาเซียนเพื่อจะสร้างกิจการหรือโครงการใด ๆ ก็ตามนี้เป็นต้น เราจะไม่ไป แข่งขันกัน แต่เราจะช่วยเหลือแล้วก็ช่วยส่งเสริมซึ่งกันและกัน นี่คือ วิน วิน (WIN WIN) แล้วก็มีอีกอย่างหนึ่งก็คือเสียเสียทั้งคู่ ก็คือเป็นลอส (Lose) ทั้งคู่ ลอส ลอส (Lose lose) นี่เกิดจากอะไรครับ เกิดจากการที่ว่าทั้ง ๒ ฝ่ายมีทุกอย่างที่เสมอกันแล้วก็กดปุ่ม เช่นสมัยสงครามเย็น ถ้ากดปุ่มนิวเคลียร์เมื่อไรก็เสียทั้งโลกเลย ทุกคนเสียหมด ปัจจุบันนี้ ก็คือสงครามไซเบอร์ (Cyber) ตอนนี้กำลังคานอำนาจกันระหว่างทางตะวันออก ตะวันตก ทำอยู่ใต้ดินซึ่งเราไม่รู้ ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกดพร้อม ๆ กันมันจะล่มสลายทั้งระบบเลย นี่คือเรื่องของลอส ลอส (Lose lose) และวิน วิน (WIN WIN) ในการทำทฤษฎีเกม ซึ่งเราควรจะนำมาใช้ในการที่จะพิจารณาในการที่จะดำเนินการไม่ใช่เราจะเห็นว่า ใครเป็นศัตรูทั้งหมด หรือไม่ใช่เห็นว่าเราจะต้องเป็นคนที่จะต้องเสียเปรียบใครทั้งหมด นี่คือสิ่งที่ควรจะตั้งเป็นทฤษฎีในการดำเนินการต่อไป🔗

ต่อไปก็เป็นเรื่องของภาพที่จะนำมาเสนอทุกท่านในเรื่องของประเทศที่มี การขุดไปแล้ว อย่างประเทศที่ท่านพิเชษฐ์ได้กล่าวไปแล้วเมื่อสักครู่ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ครับ คือคลองสุเอช อียิปต์ ที่มีการเสียหาย เพราะแม้ว่าจะมีการสร้างคลองภายในเป็น ๒ เลน แต่ว่าทางเข้าออกยังเป็นเลนเดียวอยู่ ก็มีเรือไปฝั่งไต้หวันถ้าจำไม่ผิด ถ้าผิดขอภัยด้วย ก็ไปขวางอยู่ ทำให้เสียหายวันละเป็นแสนล้าน นี่เป็นตัวอย่าง คลองต่อไปก็เป็นคลองที่เป็น คลองต้น ๆ ของโลกคือ คลองปานามา ประเทศปานามา เป็นเลนเดียว ซึ่งก็ค่อนข้างแคบ แต่ก็จำเป็น เพราะมันเป็นเส้นทางสำคัญ อีกคลองหนึ่งคือคลองคีลของเยอรมนี อันนี้เป็น คลองเล็กครับ เป็นคลองเดียวเหมือนกัน แต่ให้เห็นว่าเทคโนโลยีในการขุดคลองมันเปลี่ยนไปมาก แล้วก็เป็นสิ่งที่ไม่ได้เป็นของยากเหมือนสมัยก่อนที่บอกว่าต้องใช้ระเบิดปรมาณูในการขุด อันนี้ก็เปลี่ยนไปแล้ว นั่นก็คือทฤษฎีและภาพรวมของที่กล่าวว่าเราควรจะตั้งต้นกันอย่างไร🔗

ต่อไปก็จะเป็นเรื่องของการทบทวนวรรณกรรม หรือทบทวนสิ่งที่ผ่านมา ทั้งหมดประมาณเกือบ ๓๐ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๓๒ จนถึงปี ๒๕๕๙ ผมจะนำเรียนชี้แจงเรียง ตามลำดับ พ.ศ. แต่ไม่พูดถึง พ.ศ. มันจะเสียเวลา เพียงแต่ยกประเด็นมาคร่าว ๆ รายละเอียด ท่านอ่านในหนังสือได้ว่าเริ่มต้นเขาก็เปลี่ยนความคิดจากเดิมที่ว่า เราจะดูเฉพาะคลองกระไหม เปลี่ยนเป็นสายอื่น ๆ เช่น สาย ๕เอ (5A) เป็นต้น อย่างสตูล สงขลา เป็นต้น จะทำอย่างนี้ ได้ไหม ต่อมาปี ๒๕๔๓ กรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรเห็นว่าการขุดคลองไทยมันน่าจะ เสริมสร้างเศรษฐกิจแล้วการพาณิชย์ได้ แล้วก็มีรายได้จากการนำรายได้เข้าประเทศผ่าน ค่าผ่านทาง เฉพาะค่าผ่านทาง ในสมัยนั้นที่ศึกษากันมา การศึกษาต่อมาเป็นเรื่องด้านความ มั่นคง แล้วก็บอกว่าใครจะได้ประโยชน์ เขาก็บอกว่ากองทัพเรือจะได้ประโยชน์ในด้าน การคุ้มครองความปลอดภัยทั้ง ๒ ฝั่งทะเล แล้วก็อาจจะมีเรื่องของด้านการค้าทางทะเล เสริมเข้ามา แล้วก็ลดความตึงเครียดกับประเทศเพื่อนบ้านได้ นั่นก็คือมองในยุคประมาณ ปี ๒๕๔๐ ยังไม่ถึงปี ๒๕๕๐ ต่อมาก็มีการศึกษาด้านโครงสร้างธรณีวิทยาว่าถ้าขุดแล้ว มันเสียหายไหม ก็ปรากฏว่าในพื้นที่ที่จะขุดทั้งหมดส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีทรัพยากรสำคัญ พูดง่าย ๆ ไม่มีทอง ไม่มีเงินอะไรต่าง ๆ ที่จะราคาแพงที่เราควรจะเสียไป เนื่องจาก การขุดคลองนี้ คือแร่หายากในพื้นที่นั้นไม่ค่อยมี การศึกษาเรื่องต่อมาก็คือคลองให้ประโยชน์ ทางด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม ความมั่นคง และเป็นการสร้างรายได้ทางอ้อม ต่อมานี่ก็เป็น ไฮไลต์ (Highlight) ที่สำคัญก็คือปี พ.ศ. ๒๕๔๘ วุฒิสภาได้มีการศึกษาโดยเฉพาะเส้นทาง ๙เอ (9A) ที่เราจะนำมาเป็นต้นแบบในการศึกษาครั้งนี้ควรเป็นคลองคู่ขนานยาว ๑๒๐ กิโลเมตร กว้าง ๓๐๐-๔๐๐ เมตร ลึก ๓๐-๓๕ เมตร ซึ่งต่างจากสิงคโปร์ ซึ่งสิงคโปร์ จะลึกได้สูงสุดแค่ ๒๖ เมตร ไม่เกินนี้ ดังนั้นคลองนี้จะมีความแตกต่างจากสิงคโปร์ งบประมาณสมัยนั้นตั้งไว้ ๖.๕ แสนล้านบาท แล้วก็บอกว่าจะแก้ปัญหาเศรษฐกิจภาคใต้ได้ เสริมสร้างความมั่นคงทางทะเล สร้างอำนาจต่อรองในทางการเมืองระหว่างประเทศ ประหยัดค่าขนส่ง ลดภาวะเรือนกระจก และเป็นแหล่งรายได้ ลดภาวะเรือนกระจกก็คือเมื่อลดเส้นทาง ลดเวลานี่ การสิ้นเปลืองในการใช้น ้ามันนี่ก็จะลดลง ภาวะเรือนกระจกก็จะลดลง คาร์บอนเครดิต (Carbon credit) เราก็จะได้เพิ่มขึ้น แล้วก็ ในการศึกษาต่อมา หลังจากนั้นก็พบว่าการขนส่งทางน ้ามีประสิทธิภาพสูงกว่าคือต้นทุน ถูกกว่าเส้นทางทางบก หรือเส้นทางอื่น ๆ ยิ่งทางอากาศนี่ไม่ต้องพูดถึง แต่ความคึกคักนี่จะเริ่ม ในปี ๒๕๕๓ มีการศึกษาคลองไทยมากขึ้น โดยบอกว่าผลบวกก็คือจะเกิดผลได้ทางเศรษฐกิจ และความมั่นคง ขณะเดียวกันการคัดค้านก็จะบอกว่าการลงทุนมันสูงยากที่จะคุ้มทุน แล้วก็อาจจะมีปัญหาสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงตามมา อันนี้ก็เป็นข้อโต้แย้งกัน🔗

ในเรื่องภูมิรัฐศาสตร์ คลองไทยจะช่วยพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อให้ก้าวทัน ประเทศเพื่อนบ้าน ก็เป็นอีกการศึกษาหนึ่ง ส่วนการคัดค้านที่มีอยู่ในช่วงปี ๒๕๕๓ เป็นต้นมา ก็จะเป็นเรื่องของระยะทางมันสั้นไปไหม ระยะเวลา ๓-๔ ชั่วโมงนี่น้อยไปไหม ค่าผ่านทางนี่ มันน้อยไปไหม แล้วก็ประโยชน์จะตกแก่ต่างชาติเท่านั้นหรือไม่ อย่างไร ส่วนความเห็นของ ประชาชนในพื้นที่กระจายออกไป คือถ้าพื้นที่ต่างกันก็จะคิดไม่เหมือนกัน รายได้ต่างกันก็จะ คิดไม่เหมือนกัน การศึกษาต่างกันก็คิดไม่เหมือนกัน อาชีพต่างกันก็คิดไม่เหมือนกัน ดังนั้น ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจนว่าประชาชนรับหรือไม่รับ เพราะทั้งรับก็มี ไม่รับก็มี ส่วนการศึกษา ในต่างประเทศครับ มาเลเซียพบว่ามีความประหยัดต่อต้นทุน สามารถสร้างความปลอดภัย ร่นระยะทาง เมื่อเทียบกับช่องแคบมะละกา แต่ก็มีข้อกังวลว่าการละลายของน ้าแข็ง ในขั้วโลกเหนือจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเส้นทางเดินเรือได้ ส่วนในจีนก็บอกว่าสามารถ ร่นระยะทางจากจีนไปยุโรป เฉพาะจีนนี่เขาได้ประโยชน์อยู่ข้างเดียวก่อน ระยะทางคือ ๑,๓๐๐ กิโลเมตร ผู้ได้ประโยชน์ไล่มาตั้งแต่ด้านบนเลย ก็คือจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ อาเซียน อินเดีย ยุโรป โดยอาเซียนนี่จะได้ประโยชน์ทั้งในแง่ของคลองไทยและช่องแคบมะละกา ดังที่ กราบเรียนมาว่า ช่องแคบมะละกานี่เขาลึกแค่ ๒๖ เมตร คลองไทยลึกกว่า ดังนั้นจะมี การกระจายเรื่องเกี่ยวกับประเภทเรือนี่จะต่างกัน ก็คือไม่ใช่คู่แข่งกัน🔗

สรุปได้ว่าการศึกษาส่วนใหญ่แม้จะสนับสนุนการขุดคลองไทย แต่ก็มีความ ไม่ลงรอยในด้านความเห็นหลายประการอย่างที่ได้นำเรียนไปแล้ว มีทั้งคัดค้านและ ทั้งสนับสนุน จึงมีความจำเป็นที่จะต้องมีการศึกษาด้านวิศวกรรมอย่างเต็มรูปแบบ เรียกว่า ฟูล ฟีซิบิลิตี สตัดดี (Full feasibility study) และก็ศึกษาด้านเศรษฐกิจและสังคมลึกลงไป ถึงประชาชนทุกหมู่เหล่าในพื้นที่ว่าจะยอมรับโครงการนี้ไหม และโครงการนี้มีข้อเสนออะไร ที่เขาจะรับได้ หรือรับไม่ได้อย่างไร ขอนำเรียนเพิ่มเติมพ้นจากจุดนี้ไปนิดหนึ่ง ก็คือว่า ในการศึกษาเราจะให้ประชาชนเป็นเจ้าของ ซึ่งเดิมนี่เราคิดว่าการศึกษาที่ผ่านมาก็คิดว่า เราจะมีการให้สัมปทานไป แล้วประชาชนก็ต้องได้รับการเยียวยา ซึ่งมันดูจะเล็กไปหน่อย🔗

เรื่องที่ ๒ นอกจากประชาชนแล้ว ก็คือเรื่องของสายเรือครับว่าเขาจะตกลง มาเส้นนี้ไหม ดังนั้นการศึกษารายงานต่อที่ประชุมในครั้งนี้นี่ ไม่ใช่ข้อสรุปว่า สมควรจะขุด หรือไม่ อย่างไร แต่ว่าแนวโน้มว่าส่วนใหญ่แล้วนี่เห็นว่ามันเป็นสิ่งที่จะได้ประโยชน์ แล้วเรา ก็เพียงแต่นำแนวทางของการศึกษาของวุฒิสภามาพิจารณาในเส้น ๙เอ (9A) เท่านั้น ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นเส้นนี้เสมอไปเช่นกัน ดังนั้นจะขอสรุปสั้น ๆ ตรงนี้ว่ายังไม่สามารถที่จะ สรุปได้ว่าเราควรจะสร้างหรือไม่สร้าง หรือเส้นทางไหน ประชาชนจะรับได้หรือไม่ เป็นสิ่งที่ จะต้องฝากไปที่ทางรัฐบาล ถ้าเกิดสมมุติว่าสนใจแล้วก็นำเรื่องนี้ขึ้นมาศึกษาแล้วก็ให้ ความสำคัญและศึกษาลึกลงไปในทุกด้านที่ได้กล่าวมาแล้ว ก็จะทำให้ทุกฝ่ายสมประโยชน์กัน แล้วก็ทราบว่าควรจะทำหรือไม่ทำอย่างไร ดังนั้นการศึกษานั้นจะเป็นข้อสรุปที่ดีว่าเราควรจะ ทำต่อไปหรือไม่ ในการศึกษาของเราในครั้งนี้เป็นเพียงแนวทาง แล้วก็ความตั้งใจของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ณ สภาแห่งนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรรมาธิการ แถลงหมดแล้ว เดี๋ยวฟังท่านสมาชิกอภิปรายก่อน แล้วมีอะไรจะตอบชี้แจงก็ค่อย ยังมีใช่ไหมครับ เชิญครับ ถ้ายังมีเอาสรุปให้สั้นนิดหนึ่ง เดี๋ยวรอท่านสมาชิกแสดงความคิดเห็น อภิปรายแล้ว มีอะไรที่ยังไม่ชัดเจนก็ค่อยตอบชี้แจงเพิ่มเติมอีกทีครับ เชิญครับ🔗

ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุก ๆ ท่าน กระผม ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดสงขลา ประกอบด้วยอำเภอระโนด อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอสิงหนคร แล้วก็ อำเภอสทิงพระ ซึ่งเป็นเขตที่คลองไทยนี้พาดผ่านพอดีที่อำเภอระโนด ลงในเขตอ่าวไทย ผมเองก็ได้ร่วมเป็นกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ แล้วก็ลงพื้นที่ไปสำรวจ ขอแสดงความคิดเห็น จากชาวบ้าน ส่วนมาก ๙๐ เปอร์เซ็นต์เห็นด้วยที่ชาวสงขลาผมเห็นด้วย วันนี้จะมาขอรายงาน สั้น ๆ เพราะรายละเอียดส่วนมากจะอยู่ในคู่มือที่มอบให้ท่านหมดแล้ว ต่อมารายงานในบทที่ ๓ เป็นผลการศึกษาการขุดคลองไทย ๓.๒ ผลการศึกษาเกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่ระเบียง เศรษฐกิจภาคใต้ ๓.๓ เป็นผลการศึกษาเกี่ยวกับการขุดคลองไทยและการพัฒนาพื้นที่ระเบียง ภาคใต้เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม สังคม แล้วก็ความมั่นคงและการเมือง ๓.๔ ผลการศึกษาการพัฒนา การสัมมนารับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ และที่เกี่ยวข้อง ๓.๑ ผลการศึกษาการขุดคลองไทย คลองไทยนี้ ที่เราศึกษา คลองที่ขุดเชื่อมระหว่าง ทะเลอันดามันกับทะเลอ่าวไทย ตามแนว ๙เอ (9A) ซึ่งต่อยอดจากผลการศึกษาของวุฒิสภา เมื่อปี ๒๕๔๘ ซึ่งพื้นที่ครอบคลุมผ่านจังหวัดกระบี่ จังหวัดตรัง จังหวัดพัทลุง จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดสงขลาเป็นเขตบ้านผม การใช้แนวทาง ๙เอ (9A) เป็นเส้นทางการเดินเรือใหม่ของโลกหรือทิศทาง ต่างประเทศเขาเรียกว่าคลองไทยคาแนล (Canal) การศึกษาความเป็นไปได้ การดำเนินขุดคลองไทย เพื่อเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ทางเศรษฐกิจของประเทศไทย ประเทศไทยมีความเหมาะสมทั้งทางภูมิภาค ภูมิรัฐศาสตร์ ภูมิศาสตร์ และการใช้สมุทรานุภาพให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการพัฒนาเศรษฐกิจ ของประเทศ การดำเนินการพัฒนาเส้นทางการเดินเรือใหม่ของโลกทางภาคใต้ของประเทศไทย มีความเหมาะสมที่จะพัฒนาเป็นเส้นทางเดินเรือใหม่ ทั้งในด้านสมุทรานุภาพ และภูมิรัฐศาสตร์ เป็นศูนย์กลางชุมชนของโลก เส้นทางการเดินเรือที่ยิ่งใหญ่ของโลก ประกอบกับความแออัดของ การเดินเรือที่อยู่ในปัจจุบันนี้ อยู่ที่ช่องแคบมะละกา ไม่มีความปลอดภัยในการเดินเรือ ผ่านช่องแคบซุนดาและล็อมบอก จึงเป็นโอกาสของประเทศไทยในการขุดคลองไทย เพื่อจะเป็น เส้นทางเรือใหม่ของโลก และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันเศรษฐกิจของประเทศไทย การศึกษา ความเป็นไปได้ของการขุดคลองไทย เพื่อเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ ศึกษาความคุ้มค่าในการดำเนินการขุดคลองไทย เพื่อเป็นศูนย์กลางพาณิชยนาวีโลก การศึกษาดำเนินการการขุดคลองไทย เพื่อให้เป็นศูนย์การค้าของโลก อุตสาหกรรม แล้วก็การท่องเที่ยว ข้อที่ ๔ การศึกษารูปแบบของการขุดคลองไทย การศึกษาวิเคราะห์ความคุ้มค่า ในการดำเนินการขุดคลองไทยเพื่อเป็นศูนย์กลางของพาณิชยนาวีโลก จากการศึกษา การขุดคลองไทยจะมีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทย ซึ่งเราหลับยาวนาน มาหลายปีจากภาวการณ์ของโควิด (COVID) และสามารถคืนทุน สร้างรายได้มหาศาล นับตั้งแต่เริ่มการก่อสร้าง เช่น เราสามารถเก็บภาษี และเป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพให้คนไทย อย่างมหาศาล ซึ่งก็เป็นการแก้ไขในการตกงานของนักศึกษาที่กำลังจบใหม่ หรือที่จบมาก่อนครับ โครงการขุดคลองไทย เราสามารถดึงดูดเงินทุน และเทคโนโลยีจากทั่วโลกมาอยู่ในประเทศไทย ทำให้เรากลายเป็นศูนย์กลางการเดินเรือของโลก เป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ (Logistics) ศูนย์กลาง กระจายสินค้า ศูนย์กลางการค้า และศูนย์กลางทางการเงิน จะทำให้ประเทศไทยกลายเป็น ประเทศที่มีรายได้สูง สร้างความมั่นคงและยั่งยืนตลอดไป🔗

ข้อที่ ๓ การศึกษาดำเนินการขุดคลองไทย เพื่อเป็นศูนย์กลางการค้าของโลก และเป็นแหล่งอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวระดับโลก คลองไทยจะทำให้เกิดการลงทุนร่วม ทางอุตสาหกรรมในภูมิภาค รายได้ท้องถิ่นจะเกิดขึ้นมามากมายอย่างทันที การว่างงาน จะลดลงและจะเกิดความสงบอีกด้วย เมื่อคนมีงานทำมีกิจกรรมมีงานมีรายได้ ความขัดแย้ง ก็จะน้อยลง คลองไทยจะเป็นเสมือนเครื่องจักรที่ปฏิรูปประเทศทางด้านเศรษฐกิจให้ ก้าวกระโดด จะมีการสร้างงาน สร้างเศรษฐกิจอนาคตให้มั่นคง การสร้างสิ่งแวดล้อมยั่งยืน สังคมและอนาคต พัฒนาเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นจะต้องอาศัยวิศวกรรมและโครงสร้างพื้นฐาน การเจริญเติบโตในอนาคตทางด้านอุตสาหกรรมและการส่งออกของประเทศไทย คลองไทย ของเรานั้นจะสร้างงานให้กับประชาชน ทั้งด้านการก่อสร้าง การดำเนินการเกิดการลงทุน ทางอุตสาหกรรมภูมิภาคและรายได้ของท้องถิ่นก็จะเพิ่มขึ้น รูปแบบในการขุดคลองไทย รูปแบบที่ ๑ คณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการขุดคลองคอดกระ ของวุฒิสภา เมื่อปี ๒๕๔๘ ซึ่งอยู่ในสมุดที่รายงานให้ท่านแล้ว รูปแบบที่ ๒ เราศึกษาของ สมาคมคลองไทย เพื่อการศึกษาและพัฒนาร่วมกับบริษัท แกรนด์ ดรากอน อินเตอร์เนชั่น แนล โฮลดิ้ง จำกัด ศึกษาในปี ๒๕๕๘ รูปแบบที่ ๓ คณะกรรมการเอารูปแบบของ คณะอนุกรรมการยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศของคณะกรรมการความมั่นคง ของรัฐกิจการด้านชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศเมื่อปี ๒๕๖๒ รูปแบบที่ ๕ ของกลุ่มบริษัทในเครือเบสท์ กรุ๊ป บริษัทสุวรรณภูมิซิตี้ จำกัด ปี ๒๕๖๓ ทำการศึกษา รูปแบบที่ ๗ เป็นรูปแบบของสภาวิศวกรรม ศึกษาเมื่อปี ๒๕๖๓ รูปแบบที่ ๘ ของกรมแผนที่ทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย สรุป ผลจากการศึกษาการขุดคลองไทย สรุปได้ดังนี้ ๑. เห็นด้วยกับการขุดคลองไทยทางภาคใต้ของประเทศ อันเป็นการเชื่อมระหว่าง ทะเลอันดามันในมหาสมุทรอินเดียและอ่าวไทยในมหาสมุทรแปซิฟิก ทำให้เกิดการค้า การขายระหว่าง ๒ ทวีปได้สะดวกยิ่งขึ้น ๒. แนวคลองที่เหมาะสมที่สุดจากการศึกษาปรากฏว่า เห็นด้วยกับแนวทางเส้นทาง ๙เอ (9A) ผ่าน ๕ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดกระบี่ จังหวัดตรัง จังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดพัทลุง และจังหวัดสงขลา ๓. การขุดคลองไทยอย่างเดียว ไม่สามารถที่จะเกิดการลงทุนขนาดใหญ่ จำเป็นต้องพัฒนาพื้นที่ที่ประกาศเป็นเขตเศรษฐกิจ พิเศษ ๕ จังหวัด ซึ่งครอบคลุมไปถึงการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และการปกครอง การทหาร ๔. ผลการศึกษาการขุดคลองไทย สำหรับรูปแบบรูปลักษณ์คลองไทยที่จะขุด จากการพิจารณาศึกษาเอกสารที่นำมาเสนอทั้งภาคเอกชน ภาครัฐ มีการเสนอมากมาย จึงขึ้นอยู่การศึกษาเชิงลึกว่าเราจะเอารูปแบบไหน อย่างไร ต่อไป ให้รัฐบาลในการพิจารณา คณะรัฐมนตรีพิจารณา ๕. สำหรับที่ดินจากการขุดคลอง จากการศึกษาจะนำเอาไปเกาะเทียม เพิ่มมูลค่าต่าง ๆ ท่าเรือทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม ด้านการทหาร ความมั่นคง เป็นต้น สามารถนำดินไปถมในทะเลที่กัดเซาะชายฝั่งอันดามันที่เกิดขึ้นมากมายมหาศาล ในปัจจุบัน ผมขอรายงานผลการศึกษาการขุดคลองไทยเพียงเท่านี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ สวัสดีครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญกรรมาธิการสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ทางกรรมาธิการขอมา ๙ ท่านเลย แต่ว่าผมขออนุญาต เป็นบางส่วน เพื่อที่จะให้ท่านสมาชิกได้ร่วมแสดงความเห็น เชิญครับ🔗

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กระบี่ ในฐานะ คณะอนุกรรมการวิสามัญการศึกษาขุดคลองไทย ซึ่งในส่วนตัวผม ผมได้รับมอบหมายให้เป็น ประธานคณะอนุกรรมาธิการในเรื่องของการศึกษาผลกระทบการขุดคลองไทยและการพัฒนา พื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจในส่วนของภาคใต้ในภาพรวม เพื่อที่จะไม่เป็นการเสียเวลา ผมอาจจะ สรุปในหัวข้อสั้น ๆ ใน ๕ เรื่องด้วยกัน วันนี้ก็ที่จริงแล้วมานำเสนอรายงานให้สภาได้รับ การพิจารณา แล้วก็รับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างเพื่อเป็นประโยชน์ในเรื่องของการศึกษา คลองไทย ซึ่งเป็นอภิมหาโพรเจกต์ (Project) และผมเชื่อเหลือเกินว่า ๕๕๕ วัน เราขยาย แล้วขยายอีก แล้วก็เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งส่วนราชการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรปกครองส่วนท้องที่ และผู้นำประชาชนให้เข้ามาให้ข้อมูลนั้น ผมคิดว่ายังไม่เพียงพอ แล้วก็ในผลการศึกษาในส่วนของสภาผู้แทนราษฎรที่หลายพรรคการเมืองที่เราเสนอญัตติ มาสู่สภาจนเป็นที่ยอมรับ แล้วก็สภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นนั้น ผมคิดว่าก็เป็น ประเด็นที่เราเห็นเหมือนกันในตอนต้น เบื้องต้นในคณะกรรมาธิการได้นำเสนอว่าเราจะ ศึกษาต่อยอดอย่างไร ก็เป็นการศึกษาต่อยอดจากการศึกษาของวุฒิสมาชิก ตั้งแต่สมัย ท่านอาจารย์คำนวณ ชโลปถัมภ์ ปี พ.ศ. ๒๕๔๘ ซึ่งมีการศึกษาหลายแนวทางด้วยกัน เช่น ศึกษาในเส้นทาง ๒เอ (2A) เส้นทาง ๓เอ (3A) เส้นทางเชื่อมระหว่างชุมพร-ระนอง เส้นทาง เชื่อมระหว่างสตูล-สงขลา แล้วก็เส้นทางเชื่อม ๕ จังหวัดที่เรียกว่า ๙เอ (9A) ก็มี ๕ จังหวัด ก็คือจังหวัดกระบี่ จังหวัดตรัง จังหวัดพัทลุง จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดสงขลา อันนี้ก็เป็นเส้นทางที่เหมาะสมที่สุด ที่สมัยท่านวุฒิสมาชิกในสมัยนั้นได้ศึกษา เพราะฉะนั้น เราก็นำผลการศึกษาที่คิดว่ายังไม่มีความชัดเจนก็มาศึกษาต่อยอดโดยยึดหลัก ๙เอ (9A) เมื่อสักครู่เพื่อนคณะกรรมาธิการ พลโท พงศกร ท่านก็ได้พูดไปแล้วว่าเราเป็นการศึกษา หลายท่านอาจจะไม่เห็นชอบ แล้วก็หลายท่านก็อาจจะเห็นชอบ เพราะฉะนั้นข้อยุติ ของคณะกรรมาธิการเราไม่ได้ชี้ชัดไปว่าเรามีอำนาจในเรื่องของการที่จะฟันธงว่าให้ขุดคลองไทย ซึ่งหน้าที่ต่อไปนั้นก็เป็นหน้าที่ของเพื่อนสมาชิกในการที่จะให้ข้อสังเกต ข้อแนะนำ เพื่อที่จะให้รัฐบาลเข้าไปดำเนินการต่อไป เบื้องต้นขอสรุปอย่างนี้ว่า ผลกระทบด้าน สิ่งแวดล้อมเราให้ความสำคัญในคนที่เห็นแตกต่าง แล้วก็เกรงกลัวว่าเมื่อขุดคลองไทย ซึ่งเป็นการขุดคลองไทยยาวเชื่อมระหว่างทะเลอันดามันกับอ่าวไทยนั้นมีความยาวประมาณ ๑๒๐ กว่ากิโลเมตร ถึง ๑๓๕ กิโลเมตร เพราะฉะนั้นในเรื่องของสิ่งแวดล้อมต้องเกิดขึ้น แน่นอน เราก็พยายามฟังว่าในการที่เกิดผลกระทบสิ่งแวดล้อมมันจะนำสู่ผลกระทบในเรื่อง ของด้านอื่น ๆ อย่างไรบ้าง ซึ่งตรงนี้แม้กระทั่งผลกระทบในเรื่องของการท่องเที่ยวเราก็รับฟัง เพราะฉะนั้นรายงาน ๔ เล่ม รวมทั้ง ๕ เล่มในภาพรวม ก็เป็นเอกสารที่หนาอยู่พอสมควร แล้วก็มีเนื้อหาที่ค่อนข้างที่จะสมบูรณ์ในระดับหนึ่ง🔗

ในส่วนของสิ่งแวดล้อม ผมคิดว่าในศึกษาเบื้องต้นในภาพรวม ในพื้นฐาน ก็น่าจะฟังมาครบพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องด้านธรณีวิทยา แหล่งแร่ธาตุ การชะล้าง พังทลายของดิน ทรัพยากรป่าไม้ ทรัพยากรการเกษตร การเลี้ยงสัตว์ สัตว์ป่าเพื่อเศรษฐกิจ แล้วก็ทรัพยากรทางทะเลด้วย แล้วก็อุทกวิทยา น ้าผิวดิน น ้าใต้ดิน การไหลของน ้านี่ครับ ซึ่งตรงนี้ก็เป็นเรื่องของสิ่งแวดล้อมในภาพรวม ก็อยากจะให้เพื่อนสมาชิกได้ศึกษาดู แล้วก็ จะได้ตั้งข้อสังเกตในสิ่งที่ผลการศึกษายังไม่ครบถ้วน🔗

เรื่องต่อไป ในเรื่องของด้านสังคม ในเรื่องของการเวนคืนที่ดินก็เป็นสิ่งที่ สำคัญที่อยู่อาศัย ความมั่นใจในส่วนของพี่น้องประชาชนในแนวคลองว่า เมื่อเขาสูญเสียที่ดินนั้น เขาจะได้เวนคืนในสัดส่วนค่าตอบแทนที่ดินมีความเป็นธรรมหรือไม่🔗

ปัญหาในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงในวิถีชีวิตในด้านอาชีพอะไรต่าง ๆ อันนี้ ก็ได้ศึกษาไว้ ด้านการไหลบ่าทางวัฒนธรรมการเคลื่อนย้ายแรงงานที่จะไหลเข้ามา ในบริเวณแนวชายคลอง อันนี้ก็ได้ศึกษาไว้ด้วย🔗

การพิจารณาศึกษาอัตราค่าเวนคืนให้สูงจากราคาที่เป็นธรรมตามกฎหมาย แล้วก็การวางแผนในเรื่องของการศึกษาหลังจากที่โครงการอันนี้เกิดขึ้นนั้น เราจะต้องมีการ วางแผนอย่างไรบ้าง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการพิจารณาการปรับปรุงหลักสูตร เช่น อาชีวะต่าง ๆ ก็ได้เชิญมาให้ข้อแนะนำเช่นกัน ควรพิจารณาศึกษาการวิจัยการเปลี่ยนแปลง ในส่วนของพื้นที่และในส่วนของภาพรวมทั้งประเทศ🔗

ผลกระทบด้านความมั่นคงก็ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่เช่นกัน ซึ่งเราก็จะได้ดูในเรื่อง ของความมั่นคงภายในประเทศ แล้วก็ความมั่นคงระหว่างประเทศ อันนี้ก็เป็นภาพกว้าง ซึ่งเพื่อนสมาชิกก็ดูได้ในรายงานแล้วก็สามารถตั้งข้อสังเกตได้ แล้วก็ให้ข้อเสนอแนะ ข้อแนะนำเพื่อที่จะให้รัฐบาลได้เข้าไปพิจารณาเพื่อที่จะก่อให้เกิดความสมบูรณ์ในโครงการ อันนี้ต่อไป🔗

ผลกระทบด้านการเมืองก็มีมากเช่นกัน เพราะว่าแน่นอนว่าการขุดคลองผ่าน ต้องผ่านองค์การบริหารส่วนตำบล ต้องผ่านจังหวัดทั้ง ๕ จังหวัด เพราะฉะนั้นในเรื่องของ กฎหมายการแบ่งเขต แนวเขตอะไรต่าง ๆ นั้นมันก็จะนำมาซึ่งในเรื่องของการต้องยกร่าง กฎหมายพิเศษขึ้นมาหรือไม่ อย่างไร🔗

สุดท้ายก็คือในเรื่องของกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาการขุดคลอง ไทย แล้วก็พัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ ผมคิดว่ามันเหมือนกับอีอีซี (EEC) อีอีซี (EEC) เราที่เกิดขึ้นได้เราก็มีกฎหมายพิเศษในเรื่องของอีอีซี (EEC) เช่นกัน เพราะฉะนั้น ในเรื่องของโครงการขุดคลองไทย มันก็มีความคิดเห็นที่แตกต่างทั้งในพื้นที่ ๕ จังหวัดก็มีทั้ง เห็นแตกต่าง เห็นด้วย แล้วก็ประเทศเพื่อนบ้านที่พิพากษ์วิจารณ์ว่าจะมีผลกระทบ เพื่อนผม เป็นคนไทยแต่งงานกับคนสิงคโปร์ถ้าในมุมมองของเพื่อนผม ซึ่งเป็นชาวนครศรีธรรมราช และอยู่สิงคโปร์มาร่วม ๑๐ กว่าปีเขาบอกว่า ถ้าประเทศไทยขุดคลองเขาก็เห็นด้วย แต่สามี ของเขา เขายังไม่ค่อยเห็นด้วย อันนี้ครับถือว่าเป็นประเด็นน่าสนใจเป็นอย่างยิ่งแล้วก็ เป็นประเด็นค้างคามาร่วม ๓๐๐ กว่าปีตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช เพราะฉะนั้น ในรุ่นของเราสภานี้ถือว่าเป็นสภาฝ่ายนิติบัญญัติครั้งแรกที่เรานำเรื่องยิ่งใหญ่อย่างนี้เข้าสู่สภา แล้วเรื่องนี้ต้องฝากความหวังไว้กับเพื่อนสมาชิกว่า จะพิจารณาแล้วก็ให้ข้อสังเกตอย่างไร เพื่อที่จะทำให้โครงการนี้เป็นประโยชน์ในภาพรวมของพี่น้องชาวไทย แล้วก็พี่น้องทั้งโลก เพราะฉะนั้นการบริหารความขัดแย้งการบริหารเพื่อที่จะให้ประเทศมหาอำนาจได้มาลงทุน ในโครงการยิ่งใหญ่ในประเทศไทยนั้นไม่ใช่เป็นเรื่องง่าย ก็ต้องใช้ความระมัดระวังแล้วก็เป็น สิ่งจำเป็นที่วันนี้เราจะต้องนำเสนอรายงานมาให้เพื่อนสมาชิกได้ช่วยกันในการพิจารณา ให้ข้อสังเกตต่อไป ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ขอกรรมาธิการอีก ๑ ท่าน เชิญสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ครับ🔗

นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ สมาชิกสภาผู้แทนที่รักทุกท่านครับ กระผม สัณหพจน์ สุขศรีเมือง สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช แบบแบ่งเขต อำเภอปากพนัง หัวไทร เชียรใหญ่ วันนี้จริง ๆ แล้วจากคณะกรรมาธิการศึกษาการขุดคลองไทยและระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ และศึกษาผลกระทบที่เกี่ยวข้องทั้งหมด เราได้ประชุมกันมาทั้งหมด ๕๐๐ กว่าวัน ตั้งแต่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๓ ๒ ปีกว่า วันนี้พี่น้องกองเชียร์ทั้งกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ภาคใต้เอง ก็มารอดูกันเยอะ ก็กราบเรียนท่านประธานว่า ผมจะใช้เวลาให้สั้นแล้วก็สรุป จากเดิมเรา แบ่งเป็นอนุอยู่ ๓ อนุ อนุการขุดคลองไทย แล้วก็อนุระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ แล้วก็อนุศึกษา ผลกระทบ แต่วันนี้เราจะสรุปให้สั้น ตัวผมเองรับหน้าที่ในส่วนของระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ ก็จากรายงานที่จะต้องทำมา ผมขอให้ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ตามไปที่เรื่องของบทเรียน ตัวอย่างเลย เพื่อให้กระชับและประหยัดเวลา ช่วยเปิดไปที่บทเรียนตัวอย่างเลยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง กรรมาธิการ

เรื่องของเซินเจิ้นกับอีสกันดาร์ มาเลเซีย ในส่วนของเศรษฐกิจพิเศษเมืองเซินเจิ้น สาธารณรัฐประชาชนจีน เขตเศรษฐกิจ ของเมืองเซินเจิ้นเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษแห่งแรก และมีขนาดใหญ่ที่สุดของสาธารณรัฐประชาชนจีน มีบทบาทสำคัญอย่างมากในการปฏิรูปเศรษฐกิจของสาธารณรัฐประชาชนจีนจากหมู่บ้าน ชาวประมงที่มีประชากรเพียง ๓๐,๐๐๐ คน และมีพื้นที่ประมาณ ๒,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร สามารถพัฒนามาเป็นเมืองที่ทันสมัย ก้าวหน้า อยู่ในระดับต้น ๆ ของเอเชีย และสร้างรายได้ ให้แก่รัฐบาลกลางกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านหยวนต่อปีผมเชื่อมั่นว่าสมาชิกหลายท่านและ พี่น้องคนไทยเองเคยไปเซินเจิ้นเห็นความเจริญตรงนั้น พลิกวิกฤตเศรษฐกิจของเขาได้ แล้วในส่วนของอีสกันดาร์ ก็เช่นกัน ในสหพันธรัฐมาเลเซียเขตเศรษฐกิจพิเศษอีสกันดาร์เป็น เขตเศรษฐกิจพิเศษ และมีแนวโน้มเติบโตอย่างรวดเร็ว ตั้งอยู่ในรัฐยะโฮร์ทางตอนใต้ของ มาเลเซีย มีพื้นที่กว่า ๒,๒๑๗ ตารางกิโลเมตร รัฐบาลมาเลเซียตั้งเป้าหมายให้เขตเศรษฐกิจ พิเศษแห่งนี้เป็นสะพานเศรษฐกิจเชื่อมโยงกับสิงคโปร์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางการค้าการลงทุน ในภูมิภาคอาเซียน โดยใช้โอกาสจากที่ตั้งที่ติดอยู่กับสิงคโปร์ อีกทั้งเล็งเห็นข้อจำกัด ด้านกายภาพทางสิงคโปร์ก็ไม่สามารถขยายพื้นที่อุตสาหกรรมในประเทศได้มากนัก ประกอบกับ ผู้ประกอบการของสิงคโปร์ที่ต้องเผชิญกับปัญหาค่าแรงงานสูง ต่างวางแผนย้ายฐานการผลิต ไปยังอีสกันดาร์ซึ่งมีค่าแรงต ่ากว่าสิงคโปร์กว่าเท่าตัว ปัจจุบันมีโครงการลงทุนของสิงคโปร์ ในอีสกันดาร์กว่า ๓๐๐ โครงการ มูลค่าการลงทุนไม่ต ่ากว่า ๒,๐๐๐ ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ หากปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นในพื้นที่ภาคใต้คลองไทย ผมเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจของประเทศไทย จะพลิกไปอีกรูปแบบหนึ่ง แต่แน่นอนครับผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดขึ้น กับด้านต่าง ๆ สังคม เศรษฐกิจ การเมือง เกิดขึ้นแน่นอนครับ แต่ ณ วันนี้เรายังไม่เห็นทิศทาง อย่างอื่นนอกจากการส่งออกและการที่เราจะได้รายได้จากการท่องเที่ยวของประเทศไทย แต่ ณ วันนี้เราเจอภาวะโควิด-๑๙ (COVID-19) เราจำเป็นจริง ๆ ที่จะต้องศึกษา ให้เป็นรูปธรรม และผมจะมาในส่วนของสุดท้ายเพื่อให้กระชับในส่วนที่จำเป็นต้องบอกผ่าน ไปถึงรัฐบาลจริง ๆ ครับว่า ในการรายงานของกรรมาธิการทั้งหมด ตรงนี้เรามีข้อเสนอแนะ ฝากไปยังรัฐบาล ฝ่ายบริหารว่า ข้อเสนอแนะของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา การขุดคลองไทยและพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณา โดยเสนอแนะให้รัฐบาลสั่งการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการดังนี้ครับ🔗

๑. การขุดคลองไทย การพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ จะต้องดำเนินการ ด้วยกฎหมายพิเศษขึ้นมา ๑ ฉบับ มีลักษณะแนวทางเดียวกับพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก🔗

๒. ต้องมีการศึกษาขั้นสมบูรณ์ ฟูล ฟีซิบิลิตี สตัดดี (Full feasibility study) อย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อให้ลดผลกระทบในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านสิ่งแวดล้อม และด้านความมั่นคงของประเทศ การศึกษาข้อมูลทั้งด้านธรณีวิทยา ด้านวิศวกรรม ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านความมั่นคง ด้านเศรษฐกิจ ด้านกฎหมาย ด้านสังคม เปรียบเทียบเหมาะสม ในทุกด้าน ทุกมิติ จะสามารถลดความเสี่ยงและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้🔗

๓. รัฐบาลต้องประกาศให้การขุดคลองไทยและการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจ พิเศษภาคใต้เป็นวาระแห่งชาติ เป็นหนึ่งในยุทธศาสตร์ชาติที่จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ ภายในกำหนดระยะเวลา🔗

๔. มีการจัดตั้งคณะกรรมการนโยบายและการขับเคลื่อนการขุดคลองไทย การพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ โดยมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายเป็นรองประธาน รัฐมนตรีทุกกระทรวง เป็นกรรมการมีสำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นกรรมการและ เลขานุการ พร้อมทั้งรัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณหรือหาแหล่งลงทุนเพื่อการศึกษาเชิงลึก ในการดำเนินงานในทุกมิติทั้งภาพรวมและเชิงพื้นที่ ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนในมิติ ทางด้านสังคมและด้านอื่น ๆ อีกด้วย🔗

๕. ประกาศเขตเศรษฐกิจพิเศษขวานทองของภาคใต้เป็นวาระแห่งชาติที่ต้อง รีบดำเนินการอย่างเร่งด่วน🔗

๖. รัฐบาลต้องรีบดำเนินการตั้งงบประมาณเพื่อสำรวจออกแบบและปฏิบัติการ ในพื้นที่จริง🔗

๗. ออกพระราชบัญญัติ รวมไปถึงแก้ไขปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องทั้งหมด หากจำเป็นในการบริหารจัดการ เพื่อนำสู่การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษขวานทองภาคใต้🔗

๘. สร้างความรู้ความเข้าใจ สร้างการรับรู้ให้กับประชาชนในพื้นที่ ๕ จังหวัด คือจังหวัดกระบี่ จังหวัดตรัง จังหวัดพัทลุง จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดสงขลา ประชาชนทั้งประเทศว่ามีผลประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับจากเขตเศรษฐกิจพิเศษขวานทอง อย่างไรบ้าง🔗

๙. จัดให้มีการทำประชาพิจารณ์จากประชาชนทั้งประเทศเพื่อเห็นชอบ ในการดำเนินเขตเศรษฐกิจพิเศษขวานทอง อันนี้เป็นการให้โอกาสท่านรัฐบาลได้มีทางออก ในส่วนฝ่ายบริหาร แต่จริง ๆ แล้ววันนี้สภาผู้แทนราษฎรเองเราทุกคนมาจากประชาชน จริง ๆ ก็สามารถเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนได้แล้วจากการที่จะโหวตรับหรือไม่🔗

๑๐. การศึกษาดูงานเขตเศรษฐกิจพิเศษอีสกันดาร์ สหพันธรัฐมาเลเซีย จึงควรนำและแนวทางการบริหารจัดการเขตเศรษฐกิจพิเศษอีสกันดาร์ สหพันธรัฐมาเลเซีย ซึ่งเป็นประเทศในเอเชีย (Asia) ที่ประสบความสำเร็จในการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษมาเป็น กรอบแนวทางในการศึกษาความเป็นไปได้🔗

ส่วนอื่น ๆ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลากับสภา เดี๋ยวจะเปิดโอกาสให้ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้สอบถาม รายงานที่ทำมาจากการสรุป ๕๐๐ กว่าวัน ๒ ปีกว่าเป็นรายงานเล่มใหญ่ที่ใส่กระเป๋าอยู่หลายครั้งที่เราผ่านการเลื่อนมาแล้ว ๔-๕ ครั้ง ในการเลื่อนการรายงานคลองไทยครับ ก็ฝากไว้พิจารณาด้วยครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ จากนี้ไปผมจะเปิดโอกาสให้ท่านสมาชิกที่สนใจจะร่วมอภิปรายได้ร่วมอภิปรายแสดง ความคิดเห็น มีท่านสมาชิกลงชื่อมาทั้งหมด ๑๒ ท่าน ท่านแรกเชิญท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ตามด้วยท่านศุภชัย ใจสมุทร เชิญครับ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกลครับ ขออภิปรายรายงานฉบับที่ภาษาใต้ต้องบอกว่าเป็นแกงสมรม ผสมบูด ๆ เน่า ๆ ครับ ที่บอกอย่างนี้ต้องแปลเป็นภาษากลางว่า เป็นรายงานฉบับแกงผสม แบบบูด ๆ เน่า ๆ เพราะเต็มไปด้วยการชี้นำโน้มน้าวไปสู่การขุดคลองทำลายธรรมชาติ ทำลายแผ่นดินใต้ ทำลายขวานทองที่ท่านกรรมาธิการพูดเมื่อสักครู่ด้วยซ ้า ขุดผ่านลุ่มน ้าครับ ขุดผ่านอุทยานแห่งชาติ ขุดผ่านชาดหาย ชายทะเล แถมยังมีธงว่าจะต้องตรากฎหมายอัปยศ ต่อไปอีก รายงานบางฉบับบอกว่าคลองไทยจะเป็นสัญลักษณ์การท่องเที่ยว ดึงดูด นักท่องเที่ยวระดับโลก ช่วยหน่อยเถอะครับ ช่วยส่งภาพสวย ๆ ในรายงานของท่านไปให้ ททท. ส่งภาพสวย ๆ ไปให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โพรโมต (Promote) การท่องเที่ยว ประเทศไทยด่วนเลยว่า ต่อไปนี้ประเทศไทยจะขายจุดขายคือคลองไทย และให้นักท่องเที่ยว มาดู วัดกันดูไหมครับว่าสิ่งที่ประเทศไทยกำลังขาย โดยเฉพาะภาคใต้บ้านผม ไม่ว่าจะเป็น หาดทราย ภูเขา น ้าตก น ้าตกร้อน น ้าพุร้อน น ้าเค็มร้อน ฝรั่งจะมาดูอะไรกันแน่ หลายปี ที่ผ่านมามีโควิด (COVID) ทำให้เสียหายรายได้ท่องเที่ยวหายเป็นหลักแสนล้านบาทยังไม่พอ หรือครับ ยังไม่ชัดหรือว่านักท่องเที่ยวอยากมาดูอะไร ที่ผ่านมาโรงไฟฟ้าถ่านหินพยายามจะ ไปทำที่กระบี่ เขียนรายงานสวยหรูครับ ขุดคลองมีระบบการกั้น ถามว่าวันนี้กรมเจ้าท่าไปขุด ลอกคลองที่ปากแม่น ้าตรังที่ใกล้ ๆ เกาะลิบง ฝุ่นไปครอบคลุมหญ้าทะเลเสียหายไปเท่าไรครับ สัตว์ทะเล กุ้ง หอย ปู ปลา ชาวประมงออกไปหาปลา หาปูเคยหาได้ เดี๋ยวนี้หายไปเท่าไร กว่าจะฟื้นกลับมาอีกเท่าไรครับ รายงานของท่านผมอยากให้มี ฟีดแบค (Feedback) จริง ๆ โดยเฉพาะเรื่องการท่องเที่ยว วาดสวยหรูครับ เป็นศูนย์ระดับโลก ศูนย์กลางระดับโลกทุกอย่างเลย ที่แน่ ๆ ครับ ตอนนี้ เป็นศูนย์กลางระดับโลกของ คสช. ที่สืบทอดอำนาจที่ไปไหนก็ไม่มีนานาชาติยอมรับของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผลกระทบสิ่งแวดล้อมเขียนรายงานว่า อาจเกิดปัญหาภาษากฎหมาย บอกเลี่ยงอย่างนี้ไม่ได้ คนเรียนกฎหมายเขารู้ทัน มันไม่อาจเกิด มันเกิดแน่ ๆ ทั้งธรณีวิทยา ทั้งสัตว์ป่า ทั้งหิน ทั้งตะกอน พืชป่า พืชเศรษฐกิจ กระบี่บ้านผมเป็นแนวรอยเลื่อนแผ่นดินไหว คลองมะรุ่ย ไม่ใช่ของสนุกนะครับ รอยเลื่อนแผ่นดินไหวนะครับ พื้นที่ทรัพยากรทางทะเล ท่านมีรายงานไหมครับว่า น ้าทะเลฝั่งอันดามันบ้านผมใน ๒๔ ชั่วโมง น ้าขึ้นลง ๒ ครั้ง ก็ไม่มี ในรายงาน ไม่รู้จริง ไม่รู้เรื่อง ยกทีมไปฟังความเห็นประชาชนด้านเดียว บอกว่าราบรื่นดีหมด แต่เวลาที่ประชาชนเขาจัดเวทีบอกไม่เห็นด้วย ก็ส่งคน ส่งอดีตข้าราชการเก่า ๆ แก่ ๆ เกษียณไป ป่วนเวทีเขา นี่หรือครับ รัฐบาลธรรมาภิบาล นี่หรือครับ สิ่งที่จะพยายามทำ แค่โครงการ อัปยศ สร้างเขื่อนแข็ง สร้างบันไดริมชายหาด ชายหาดไปดูสงขลาสิครับ เสียหายไปเท่าไร แล้วครับ หาดหายไปมีแต่เขื่อน กำแพงกั้นทะเล เด็ก ๆ ไปลงเล่นหาดทรายไม่ได้ แค่นี้ก็ฉิบหาย ไม่พอแล้วหรือครับ ระบบนิเวศทางใต้เป็นระบบนิเวศที่เปราะบาง ไม่ใช่เขียนว่าระบบนิเวศ ทั่วไปเฉย ๆ ท่านเขียนอย่างนั้นไม่ได้ และที่สำคัญไม่เคยมีข้อเรียกร้องของบริษัทเดินเรือ หรือกลุ่มกัปตันเดินเรือ หรือกลุ่มสายเรือเลย ว่าถ้าขุดแล้วฉันมาเดินแน่ ๆ รายงานก็ไม่ตอบ ข้อกังวลไม่ตอบข้อสงสัยของผู้ที่มาให้ความเห็นเลย แล้วก็อย่าไปสร้างหวังลม ๆ แล้ง ๆ ให้กับกลุ่มทุนจีนเลยครับ หรือกลุ่มคนในพื้นที่บางคนที่จ้องที่จะซื้อรถแม็คโครรับจ้างขุด บอกว่ามีงานใหญ่โตจะรองรับจ้างแรงงาน มีรายละเอียดไหมครับ ไม่มี เพ้อฝัน เพ้อเจ้อ คนที่ ไม่เคารพธรรมชาติจะได้รับผลตอบแทนที่เจ็บปวดแน่นอนครับ ถูกสาปแช่งแน่ อยากมีกินมีใช้ ไม่ใช่มาจ้องทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ไปเลี้ยงไก่ ๒ ตัวแบบท่านนายกพูดโน้น การตั้ง กรรมาธิการมาหลายปี หลายครั้ง หลายสมัย หลายชุดของสภาผู้แทนราษฎร เต็มไปด้วย การเคลื่อนไหว เพื่อหลอกลวงทุนจีนใช่หรือไหม ทำไมห้องกรรมาธิการถึงยังใช้อยู่ ถึงยังได้ สิทธิพิเศษ ถึงยังติดโน้นติดนี้ได้ สติกเกอร์ได้ แต่ขณะที่อดีตพรรคของผมติดแค่สติกเกอร์ หน้าห้องก็โดนไล่ โดนรื้อออก นั่นหมายความว่าอย่างไรท่านประธาน ขุดตรงไหน ก็ไม่เหมาะสม แล้วบริษัทเอกชนครับท่านประธาน ในหลายอาทิตย์ที่ผ่านมารายงานจ้องจะเข้า แล้วมีเอกสารวางบนโต๊ะเต็มไปหมด ผมถามว่าบริษัทเอกชนเหล่านั้นใช้เส้นสายอะไรครับ ขออนุญาตท่านประธานหรือไม่มาวางเอกสารเต็มหมด และที่สำคัญท่านประธานครับ สมาคมคลองไทยมี พรรคคลองไทยก็มี แล้วถ้าประชาชนเห็นด้วยทำไมไม่ชนะคะแนนท่วมท้น ในสภาละครับ ไม่ได้เสียงส่วนใหญ่ในสภาครับ พรรคคลองไทยมีนะครับ เอาเลยครับ รอบหน้า ท่านใดที่สนับสนุนเขียนเป็นนโยบายในพรรคไปเลย ให้ประชาชนตัดสินใจว่าเอาแน่ ขุดแน่ จะได้เห็นหน้าเห็นตากันชัด ๆ ว่าใครคนไหนชอบทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ท่านประธานครับ โครงการนี้ก็ไม่มีปัญญาลงทุนอยู่แล้ว ก็ต้องไปเชิญคนอื่นมา บอกว่าค่าเวนคืน ๑๐ เท่า ที่ขี้โม้ครับ และโครงการอื่นละครับ ที่เคยให้ค่าเวนคืนเขามาทวงเขาไหมครับ แล้วบอกร่นระยะทาง หลายร้อยกิโลเมตร จริง ๆ แล้วสายเรือเขาบอกไม่มีนัยอะไรเลย เรือรุ่นใหม่เขาก็ทำเวลาได้ดี ไม่มีเอกสารสายเรือต่างชาติยืนยันเลยว่าขุดแล้วจะมาเที่ยวจอด สายเรือต่างชาติที่จะต้อง กำหนดเส้นทางการเดินเรือโลก คลองไทยไม่จูงใจครับ ไม่มา มาก็มาน้อย จะเอาสิ่งปลูกสร้าง สิ่งประดิษฐ์มาจูงใจสายเรือได้อย่างไรครับ เหมือนที่ผมท้าเมื่อตอนต้น ฐานลูกค้าคือสายเรือ เพราะฉะนั้นขอทราบว่าจำนวนเรือตู้ที่เดินเส้นทางยุโรปกับประเทศในแปซิฟิก และมีกี่เส้นทางในปัจจุบันมีไหมครับ🔗

– ๒๙/๑ เลิกเชื่อนิยายข่าวลือ ข่าวลวง ข่าวมั่ว ข่าวจินตนาการว่าคนค้านคนขุดคลองรับเงินจาก ต่างชาติเสียที หมดยุคแล้วครับ แล้วที่อ้างว่าจ้างแรงงานที่บอกว่าแรงงานประเภทไหนครับ รายละเอียดมีไหมแล้วจะบอกว่าศึกษาลึกต่ออีกทั้ง ๙ แบบ ทั้งที่ค่าผ่านคลองก็ขาดทุน สิ้นเปลืองงบไปเท่าไหร่นี่ศึกษามาไม่รู้กี่ยุคแล้ว มีอดีตเพื่อน ส.ส. ผม ตอนเข้ามาในสภาใหม่ ๆ บอกว่าไม่ต้องตกใจหรอก รายงานการขุดคลองมันจะอยู่คู่สภาไทยไปเรื่อย ๆ เหมือนกับ หลอกคน แล้วก็สิ้นเปลืองงบประมาณโดยใช่เหตุ ผมคิดว่ารายงานฉบับนี้อย่าส่งไปให้รัฐบาล เลยครับ อายเขาเปล่า ๆ ไม่สมควรดำเนินโครงการนี้ครับ ผมไม่รับรายงานนี้แน่นอน แล้วก็ อย่าหวังว่าพระเครื่อง รุ่นที่ ๑ ที่เอามาให้ผมเป็นค่าปิดปาก หรือจะให้ ส.ส. ผ่านรายงานฉบับนี้ ต่อให้มาวาง ๑๐ พระเครื่อง รุ่น ๑ รุ่นไหน รุ่นดี ๆ ผมก็ไม่ผ่านครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศุภชัย ใจสมุทร ตามด้วยท่านวิรัตน์ วรศสิริน🔗

นายศุภชัย ใจสมุทร แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ผมขออนุญาตอภิปรายแสดงความคิดเห็นในสิ่งที่เรากำลังพูดคุยกันอยู่ในขณะนี้ เป็นเรื่องราว ที่เราพูดกันมายาวนานพอสมควรสำหรับประเด็นเรื่องคลองไทย เรื่องนี้ว่ากันตามจริงแล้ว ประเทศไทยเราพูดกันเรื่องการขุดคอคอดกระมาผมว่าเกือบจะ ๗๐-๘๐ ปี แล้วกระมัง ๕๐ ปีเป็นอย่างน้อย แต่วันนี้ต้องยอมรับความจริงว่าประเทศไทยเรามีภูมิประเทศที่น่าสนใจ เพราะฝั่งหนึ่งคือมหาสมุทรอินเดีย อีกฝั่งหนึ่งคือมหาสมุทรแปซิฟิก ทะเลอันดามันกับทะเล อ่าวไทยใกล้นิดเดียว กาลครั้งหนึ่งเมื่อ ๑,๐๐๐ ปีที่แล้วถ้าท่านได้อ่านประวัติศาสตร์ ก็พบว่าเส้นทางเดินเรือที่นักเดินเรือ คือ ปโตเลมีได้เดินทางมา ก็มาแถบนี้ล่ะครับ แล้วก็ข้าม มาจากฝั่งโน้นมาทางฝั่งนี้ แต่อย่างมากก็คือข้ามมาจากทะเลตรัง ข้ามไปแม่น ้าตาปี จากกันตัง ข้ามไปแม่น ้าตาปีแค่นั้นโดยเรือสำเภาเล็ก ๆ ซึ่งมันมีบันทึกกันไว้ในประวัติศาสตร์ แต่สิ่งที่เรา กำลังคุยกันก็คือคุยในยุคปัจจุบัน ซึ่งมันเป็นหัวข้อที่ท้าทายถึงความเหมาะสม ไม่เหมาะสม แต่สิ่งที่ผมอยากจะขออนุญาตเรียนต่อท่านประธาน ก็คือผมอยากให้ข้อมูลบางประการ ที่มันเป็นข้อมูลอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งเป็นข้อมูลที่ภาคราชการของเรากระทรวงคมนาคม สนข. ก็ได้ศึกษา เรื่องพวกนี้อยู่ และขออนุญาตนำเสนอต่อที่ประชุมแห่งนี้เพื่อจะได้มีโอกาสได้ความรู้กันเพิ่มเติม🔗

อันแรกสุด ก็คือที่อยากจะเรียนว่าในขณะที่ท่านได้มีการศึกษาเรื่องคลองไทย ความเป็นจริงแล้ว สนข. ของกระทรวงคมนาคมก็ได้ศึกษาโครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมฝั่ง ทะเลอ่าวไทยไปยังอันดามัน หรือที่เรียกกันว่าโครงการแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ชุมพร-ระนอง ซึ่งตอนนี้ สนข. ได้มีการศึกษาในเรื่องของรูปแบบการพัฒนาและรูปแบบการ ลงทุนโครงการศึกษาเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยผลการศึกษาจะแล้วเสร็จในปีหน้านี้ คือ ๒๕๖๖ แล้วก็จะสามารถเริ่มการพัฒนาโครงการได้ถ้ามันเกิดขึ้นได้ ก็คือในปี ๒๕๖๘ และ จะสามารถเปิดโครงการใช้ได้ในปี ๒๕๗๓ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอาจจะต้องขอเวลา มากเพื่อให้เกิดความสมบูรณ์ในการอภิปราย เพราะฉะนั้นถ้าเลย ๗ นาทีก็ขออนุญาต ท่านอย่างเพิ่งให้ผมหยุดการอภิปรายนะครับ🔗

อันแรกสุดก็คือองค์ประกอบของโครงการแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ชุมพร-ระนอง ประกอบไปด้วยการพัฒนาท่าเรือน ้าลึกทั้ง ๒ แห่งในทั้ง ๒ ฝั่ง คือฝั่งอ่าวไทย และฝั่งอันดามัน มีการนำระบบการบริหารจัดการท่าเรือแบบอัตโนมัติมาใช้เพื่อลดเวลา และเพิ่มประสิทธิภาพในการขนถ่ายสินค้า🔗

๒. ก็คือการเชื่อมต่อท่าเรือทั้ง ๒ แห่งโดยอาศัยมอเตอร์เวย์ (Motorway) รถไฟ และท่อส่งน ้ามัน ซึ่งจะต้องเป็นเส้นทางที่ไม่มีทางชัน ที่ไม่ชันและมีระยะทางที่สั้น เพื่อลดระยะเวลาและค่าใช้จ่ายในการขนส่ง🔗

๓. ก็คือการพัฒนาพื้นที่หลังท่า ได้แก่ ศูนย์กระจายสินค้าคลังน ้ามัน อุตสาหกรรมต่อเนื่อง และการพัฒนาเชิงพาณิชย์ เช่น ก่อสร้างอาคารสำนักงาน อาคารพาณิชย์ และโรงแรม เป็นต้น🔗

ถามว่าโอกาสของการพัฒนาโครงการแลนด์บริดจ์ (Land bridge) เป็นอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ก็พอสรุปได้เป็น ๓ หัว🔗

ข้อหลัก ๆ อันแรกสุดก็คือ ความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์จากตำแหน่ง ภูมิศาสตร์ของประเทศไทยอย่างที่ผมได้เกริ่นตั้งแต่ตอนต้นว่า เราเป็นจุดศูนย์กลาง ของอาเซียน (ASEAN) เป็นประตูในการขนส่งแลกเปลี่ยนสินค้าของภูมิภาคอาเซียน (ASEAN) ไปถึงจีนตอนใต้ และเป็นช่องทางในการแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างทวีปต่าง ๆ ของโลกนี้🔗

๒. ก็คือความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์จากตำแหน่งที่ตั้ง ช่วยลดระยะทาง และลดระยะเวลาการขนส่งจากเดิมทำให้ประหยัดต้นทุนการขนส่ง🔗

๓. ก็คือความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์ของการขนส่งสินค้าและน ้ามัน ในภูมิภาค🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ จากข้อมูลการขนส่งสินค้าและน ้ามันจะพบว่า ปริมาณเรือที่ขนส่งสินค้าและเรือที่ขนส่งน ้ามันในปัจจุบันที่ผ่านช่องแคบมะละกา มีประมาณ ๘๕,๐๐๐ ลำต่อปี ในขณะที่ช่องแคบมะละกาสามารถรองรับได้ ๑๒๒,๐๐๐ ลำต่อปี และใน อีก ๑๐ ปีข้างหน้า ปริมาณเรือทั้งหมดก็จะเพิ่มขึ้นเป็น ๑๒๘,๐๐๐ ลำต่อปี ซึ่งจะเกินความจุ ของช่องแคบมะละกา ซึ่งโครงการแลนด์บริดจ์ (Land bridge) ของเราก็จะเป็นทางเลือก ให้ผู้ประกอบการขนส่งที่หลีกเลี่ยงความแออัดของช่องแคบมะละกาหันมาใช้ตรงนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ประมาณการสินค้าผ่านแลนด์บริดจ์ที่ผมกราบเรียนต่อ ท่านประธานไป คือท่าเรือชุมพรไปท่าเรือระนอง หรือท่าเรือระนองไปท่าเรือชุมพรนี้ จากการศึกษาทางด้านดีมานด์ (Demand) หรือความต้องการพบว่าท่าเรือระนองจะมี ความต้องการการขนส่งสินค้ามากถึง ๒๐.๓๖ ล้าน ทีอียูเอส (TEUs) ในขณะที่ท่าเรือชุมพร จะมีความต้องการการขนส่งสินค้ามากถึง ๑๙.๔๗ ทีอียูเอส (TEUs) เมื่อพิจารณาปริมาณ ความต้องการในการขนส่งตู้สินค้าคอนเทนเนอร์ (Container) ผ่านโครงการแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ชุมพร-ระนอง โดยการเทียบกับท่าเรือชั้นนำของโลกนี้ โครงการแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ที่ผมได้กราบเรียนต่อท่านประธานนี้ก็จะได้เทียบเท่ากับท่าเรือฮ่องกง ซึ่งมีปริมาณสินค้าผ่านท่าเป็นลำดับ ๘ ของโลก นี่คือสิ่งที่ผมกราบเรียนต่อท่านประธาน แน่นอนครับ ถ้าเราพูดถึงท่าเรือแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ของท่าเรือ ๒ ท่า เรื่องแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ผมก็ขออนุญาตว่า สิ่งที่ผมได้ค้นพบว่า สนข. เอง ก็ได้มีการศึกษา เรื่องโครงการของคลองไทยตามแนวที่เรียกว่าแนว ๙เอ (9A) ท่านได้มีการอภิปรายกันไป หลายท่านแล้ว ผมก็ขอได้เรียนย ้าอีกทีว่าจากการศึกษาก็พบว่าแนว ๙เอ (9A) นี้ก็วาง พาดผ่านพื้นที่ ๕ จังหวัดในภาคใต้ ได้แก่ กระบี่ ตรัง แน่นอนครับตรังบ้านผม นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ระยะทาง ๑๓๕ กิโลเมตร เริ่มจากตะวันตกฝั่งอันดามัน พื้นที่ป่าคลองไทยจะอยู่บริเวณเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ซึ่งตอนนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมอนุมัติให้ทำสะพานข้ามไปเกาะลันตาได้แล้ว จะเป็นประโยชน์ในการเดินทาง ท่องเที่ยวได้ แล้วก็ฝั่งปากเมงแถวบ้านผมเลย ที่ปากเมงอำเภอสิเกา จังหวัดตรัง และแนวคลอง จะผ่านบ้านผมหลายอำเภอ คือวังวิเศษ ห้วยยอด รัษฎา และเข้านครศรีธรรมราช เข้าทุ่งสง เข้าชะอวดผ่านเข้าไปพัทลุง เข้าอำเภอป่าพะยอมอำเภอควนขนุน ข้ามทะเลน้อย ซึ่งเป็น พื้นที่ชุ่มน ้า ซึ่งตอนนี้ท่านรัฐมนตรีศักดิ์สยามก็กำลังจะทำสะพานข้ามทะเลน้อยจากพัทลุง ไปสงขลาอยู่ แล้วก็ตัดออกที่อำเภอคลองแดน อำเภอระโนด เป็นการขุดคลอง ๔๐๐ เมตร กว้าง ๔๐๐ เมตร ลึก ๓๐ เมตร รองรับเรือขนาด ๕๐๐,๐๐๐ ตันกรอส ทำให้มีการร่น ระยะทางจากมหาสมุทรอินเดีย อันดามัน เข้าไปอ่าวไทย ก็บอกว่ามันไม่ต้องไปอ้อมแหลมมลายู ช่วยประหยัดเวลา และประหยัด พลังงานได้ ซึ่งตรงนี้เท่าที่ดูแล้วท่านก็คิดว่าเรื่องต่าง ๆ มันน่าจะเป็นเรื่องที่ดี แต่ความจริง สิ่งที่ผมเป็นห่วง และคิดว่าเราจะต้องมีการพิจารณากันให้ดี ก็คือสิ่งที่เรามองกันว่า มันจะมี ผลกระทบอะไรได้บ้าง สิ่งที่กราบเรียนต่อท่านประธานก็คือลักษณะของแลนด์บริดจ์ (Land bridge) กับคลองไทย ถ้าพูดถึงผลกระทบหรือลักษณะของมันที่เกิดขึ้น มันจะมี ผลกระทบอะไรบ้าง สิ่งที่จะกราบเรียนต่อท่านประธานก็คือว่า ลักษณะและเป้าหมายของ โครงการทั้งสองมีความแตกต่างกันชัดเจน เป้าหมายแน่นอนเหมือนกันก็คือ จะเป็นนิว เมน มารีไทม์ ชิปปิง รู้ต (New main maritime shipping routes) หรือเป็นเส้นทางเดินเรือหลัก ของโลกเมื่อเทียบกับเส้นทางปัจจุบัน แต่ว่าคลองไทยท่านขุดคลอง แต่โครงการแลนด์บริดจ์ (Land bridge) เป็นการทำถนน ทำเส้นทางรถไฟ ทำท่อซึ่งเป็นลักษณะเป็นมอเตอร์เวย์ (Motorway) อยู่บนแลนด์ (Land) หรือบนแผ่นดินโดยไม่ต้องขุด ๒. สิ่งที่น่าสนใจก็คือ โครงการนี้มีมูลค่าหรือค่าใช้จ่ายเท่าไร สิ่งที่คลองไทยมีก็คือ จะมีมูลค่าการก่อสร้างอยู่เท่ากับ ๒.๓๓ ล้านล้านบาท ซึ่งจะต้องรวมถึงค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา เพราะเป็นคลองขนาดใหญ่ และต้องมีการขุดลอกร่องน ้า ส่วนแลนด์บริดจ์ (Land bridge) ที่คมนาคมกำลังศึกษาอยู่ ก็คือ จะมีมูลค่าก่อสร้างท่าเรือชุมพร และท่าเรือระนองแห่งใหม่ และทางถนน แล้วก็ ทางรถไฟที่เชื่อมเข้าไป รวมมูลค่าโครงการ ค่าใช้จ่ายแค่ ๒.๔ แสนล้านบาท ถามถึงรายได้ ของโครงการ โครงการคลองไทยจะมีรายได้จากการเก็บค่าผ่านทางจากเรือสินค้า ซึ่งในขณะนี้ ในปัจจุบันที่เป็นเรือผ่านช่องแคบมะละกา ไม่ต้องเสียค่าผ่านทาง ส่วนโครงการแลนด์บริดจ์ (Land bridge) มีรายได้ทางตรงจากการขนส่งที่ท่าเรือและขนส่งต่อเนื่อง แล้วก็มีรายได้ ทางอ้อมจากอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ถามเรื่องสำคัญที่สุดมีสมาชิกหลายท่านได้มีการอภิปรายกัน ก็คือเรื่องผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม โครงการคลองไทยกระทบด้านสิ่งแวดล้อมแน่นอนครับ อำเภอหลายอำเภอในบ้านผมที่จังหวัดตรัง นครศรีธรรมราช ชะอวด ที่พัทลุงต้องมีเรื่อง การเวนคืนที่ดินในพื้นที่ ๕ จังหวัดที่คลองไทยได้พาดผ่านไปประมาณ ๗๐ ตารางกิโลเมตร ผลกระทบในสิ่งแวดล้อมระบบนิเวศวิทยา เช่น ตะกอน โคลน ทรายจากการไหลของ น ้าทะเลจาก ๒ ฝั่ง แล้วก็มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจในพื้นที่ในสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ปากเมงบ้านผม เกาะลันตาก็อาจจะมีผลกระทบ ประมงก็มีผลกระทบ พื้นที่ป่าไม้จากการ ขุดคลองผ่านบริเวณเขา สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราเห็นภาพแล้วนึกออก ส่วนโครงการแลนด์บริดจ์ (Land bridge) ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีเวลาไม่เกินอีก ๓ นาทีข้างหน้าก็จะจบ แล้วครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านศุภชัย สรุปเลย🔗

นายศุภชัย ใจสมุทร แบบบัญชีรายชื่อ

สามารถบริหารจัดการได้ เช่น เส้นทางทางมอเตอร์เวย์ (Motorway) และรถไฟจะมีผลกระทบต่อทรัพยากรป่าไม้อยู่บ้าง จากการเวนคืน แต่สามารถบริหารจัดการได้ เช่น มีการขุดอุโมงค์ลอดเข้าไป แทนที่จะไปรุก ที่ป่าไม้ สิ่งเหล่านี้อาจจะมีผลกระทบ แล้วก็ถามว่าความคุ้มค่าทางโครงการจะเป็นอย่างไรก็ ต้องกราบเรียนท่านประธานครับว่า โครงการคลองไทยหากเก็บค่าผ่านทางอย่างเดียวก็จะ ไม่ก่อให้เกิดการพัฒนากิจกรรมเศรษฐกิจของประเทศ ในขณะที่โครงการแลนด์บริดจ์ (Land bridge) มีรายได้จากการขนส่งที่ท่าเรือ และการขนส่งต่อเนื่องและการพัฒนาพื้นที่หลังท่า ทำให้เกิดรายได้ต่อเนื่องในอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น ภาคบริการ ภาคการเงิน🔗

ท่านประธานที่เคารพ สรุปความทั้งหมดผมขอสรุปอย่างนี้ว่า ทั้ง ๒ โครงการ อาจจะมีความเสี่ยง มีผลกระทบในหลาย ๆ เรื่อง แต่ผมว่าความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้น ถ้าโครงการการศึกษาของ สนข. สำเร็จ และเราเริ่มโครงการโดยการลงทุนโดยปริมาณ ด้วยเงินที่เรารับได้ ด้วยเงินของเราเอง และสามารถที่มีรายได้กลับมา ผมว่าวันนี้ก็ต้อง คิดแล้วครับว่า เราจะเดินหน้าคลองไทยต่อไป หรือทำให้แผ่นดินนั้นยังเป็นแผ่นดิน เหมือนเดิม ไม่ต้องขุด แต่เราทำถนนมอเตอร์เวย์ (Motorway) ทำรางรถไฟ และเดินท่อ น ้ามัน แล้วทุกอย่างก็จะเหมือนเดิม ก็ฝากไว้ให้สมาชิกทุกท่านได้พิจารณาครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านพิเชษฐ์เดี๋ยวค่อยตอบทีหลังดีไหมครับ เดี๋ยวฟังท่านสมาชิกไปอีกสักนิด เชิญท่านวิรัตน์ และตามด้วยท่านสมชาย ฝั่งชลจิตร🔗

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบขอบพระคุณท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายวิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ยืนคอยตั้งนาน แต่ด้วยความรักต่อ ท่านผู้อภิปราย ขอบพระคุณท่านประธาน ผมอาจจะเกินเวลาเล็กน้อยคงไม่ถึง ๔-๕ นาที ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณท่านกรรมาธิการ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวิรัตน์ครับ คืออย่างนี้ ผมจะดูเนื้อหาสาระของผู้อภิปรายด้วย ไม่เป็นไรบางทีเราก็หยวนๆ กันไป ถ้ามี เนื้อหาสาระที่เป็นประโยชน์ผมก็ปล่อยทุก ๆ คน แต่ว่าก็อย่ายาวจนเกินไป เชิญครับ🔗

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณครับ ที่เรียนก็ด้วย ความรักต่อท่านสมาชิกครับไม่มีอะไร กระผมก็ขอขอบพระคุณท่านกรรมาธิการ ผมได้อ่าน รายงานนี้แล้วก็รู้สึกตื่นเต้นไปกับผลการศึกษา อ่านแล้วก็เห็นภาพยิ่งกว่าว่าที่ผู้สมัคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครที่โฆษณาว่าจะเปลี่ยนกรุงเทพฯ แต่รายงานท่านจะเปลี่ยน ประเทศไทยเลยทีเดียว ผมอ่านแล้วตื่นเต้นมาก ในหน้า ๑๐๑ คลองไทยจะกลายเป็นเขต เศรษฐกิจพิเศษระดับโลก ครอบคลุมพื้นที่ ๕ จังหวัด กระบี่ ตรัง สงขลา นครศรีธรรมราช พัทลุง เป็นศูนย์กลางการค้าและเศรษฐกิจใหม่ของโลก ผมเห็นด้วยกับท่านกรรมาธิการ จะขุดเป็น ๒ เส้น มาจากอันดามันเส้นหนึ่ง แล้วก็มาจากอ่าวไทยเส้นหนึ่ง แต่ละเส้นกว้าง ๑ กิโลเมตร ๒ เส้นก็ ๒ กิโลเมตร ไม่ทราบว่ามีเกาะกลางด้วยหรือไม่ ถ้ามีด้วยก็ ๒ กิโลเมตร ครึ่งโดยประมาณนะครับท่านประธาน ยังมีคลองเล็กคู่ขนานไปกับคลองใหญ่อีก ๒ เส้น เส้นละ ๒๐๐ เมตร ๒ เส้น ก็ ๔๐๐ เมตร เพราะฉะนั้นคลองไทยเส้นนี้จะมีความกว้างห่างกัน ของแผ่นดิน ๒ ฝั่งนี้ประมาณ ๓ กิโลเมตร โอ้ ท่านประธานสุดลูกหูลูกตา โน่น อภิมหาโพรเจกต์ (Project) ระดับโลก สุดยอด ท่านกรรมาธิการกำหนดยุทธศาสตร์ ๑๕ ด้าน ผมใคร่จะต้อง ขออนุญาตท่านประธานได้โปรดจินตนาการตามผมไปด้วย จะได้เห็นภาพพร้อม ๆ กับผมไปด้วย ยุทธศาสตร์อันเป็นเลิศ ๑๕ ด้าน เป็นศูนย์กลางทางการแพทย์ เป็นศูนย์กลาง ด้านการค้า การเงิน การธนาคารของโลก เป็นอุตสาหกรรมการต่อเรือ การเดินเรือขนาดใหญ่ พาณิชย์นาวีและโลจิสติกส์ (Logistics) ระดับโลก เป็นศูนย์กลางการศึกษาวิจัยพัฒนา เป็นศูนย์กลางท่องเที่ยวระดับโลก เป็นศูนย์กลางการค้าของโลกครบวงจร สถานบันเทิง ครบวงจร ศูนย์กีฬาระดับโลกนี่ก็น่าจะครบวงจรด้วยเช่นกันถึงแม้ไม่ได้เขียนไว้ ท่านประธานครับ การสร้างคลองไทยนี้จะทำให้เศรษฐกิจดีขนาดนั้นเลยจริงหรือครับท่านประธาน ผมมานั่ง คิด ๆ ดูก็น่าจะจริงท่านประธาน เป็นไปได้ เหมือนถนนมีรถไฟฟ้าผ่านจะเกิดอะไรขึ้น ก็จะเกิดคอนโดมิเนียม ธุรกิจการค้า ชุมชนต่าง ๆ เกิดขึ้นตามมาอีกมากมายเยอะแยะไปหมด เคยมีการศึกษาว่าคลองไทยจะช่วยลดระยะทางได้ราว ๓-๔ วัน ประหยัดค่าใช้จ่ายได้ถึง ๓๐๐,๐๐๐ ดอลลาร์สำหรับเรือที่มีระวางบรรทุก ๑๐๐,๐๐๐ ตัน เพราะฉะนั้นการขุดคลองไทย จะเป็นประโยชน์ต่อโลกและภูมิภาคอย่างแน่นอนท่านประธาน ทุกวันนี้มีเรือผ่านช่องแคบ มะละกามากถึงปีละ ๑๒๒,๐๐๐ กว่าลำ คาดการณ์ได้เลยว่าอนาคตถ้ามีคลองไทย สินค้าจำนวนมากต้องเลือกมาใช้คลองไทยอย่างแน่นอน โดยเฉพาะเรือบรรทุกน ้ามัน ที่จะไปจีน เกาหลี ญี่ปุ่น ฝั่งทะเลอีกฝั่งหนึ่งต้องมาใช้คลองไทยแน่นอน ท่านประธาน ผมเห็นภาพครับหลังการขุดคลองไทยประเทศไทยจะกลายเป็นประเทศที่มีความสำคัญ ประเทศหนึ่งของโลกเลยทีเดียว การค้า การลงทุน นิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ จะเกิดขึ้น ตามมามากมาย ด้วยทำเลภูมิศาสตร์แห่งเดียวของโลกไทยจะเป็นประเทศที่สามารถส่งออกสินค้า ไปได้ทั้ง ๒ ฝั่งทะเล ด้วยต้นทุนค่าขนส่งที่ต ่ากว่าประเทศอื่น ไปทางจีนที่มีประชากร ๑,๔๐๐ ล้านคน ไปทางอินเดียอีก ๑,๔๐๐ แค่ ๒ ประเทศก็ ๒,๘๐๐ ล้านคนไปแล้ว เพราะว่า คลองไทยอยู่กึ่งกลางของทั้ง ๒ ด้าน ทำเลที่สวรรค์ประทานให้ครับท่านประธาน คลองไทยจะกลายเป็นอินเทอร์ พอร์ต (Inter port) เป็นศูนย์กลางขนส่งถ่ายสินค้าทางเรือ แทนที่สิงคโปร์ไปในทันที ท่านประธานครับ ราคาน ้ามันที่แพงถ้าสินค้าจำนวนน้อยจะส่งตรงไป ก็ไม่คุ้ม ก็ส่งมากอง ๆ กันไว้ที่นี้ แล้วทราน ชิปเมนท์ (Tran shipment) ไปอีกทีหนึ่งคุ้ม จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน ในฐานะผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใหญ่ของโลกจะได้รับ ประโยชน์จากการเดินเรือไปยังยุโรป ตะวันออกกลาง คาบสมุทรอินเดีย ประเทศอีกฝั่ง คาบสมุทร ทั้งหมดที่ผมกราบเรียนท่านประธานไปล้วนเป็นข้อดีบางส่วนเท่านั้นเองของการ ที่มีคลองไทย กระผมคิดว่าแล้วข้อเสียละครับท่านประธาน พูดถึงข้อเสียบ้าง ในหน้า ๑๐๗ ผลกระทบด้านความมั่นคง ๑. หากมีการดำเนินการโครงการขุดคลองไทยย่อมต้องมีการขุด แผ่นดินแบ่งแยกพื้นที่ ผมว่าใช้คำว่าแบ่งแยกดินแดนถูกแล้ว แผ่นดินเลยนั่นละครับ ไม่ใช่แค่ พื้นที่นะครับ อ่านต่อท่านประธาน โดยเฉพาะข้อคัดค้านและข้อกังวลจะทำให้เกิดการแยก ประเทศ เช่นเดียวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ประเทศโคลัมเบียจนเกิดการแยกดินแดนเป็น ประเทศปานามา ผมอ่านถึงตรงนี้ก็ต้องมาคิดว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่าถ้าขุดคลองไทยแล้ว ในอนาคตจะเกิดการแบ่งแยกดินแดนได้เหมือนอย่างปานามา ท่านประธานครับ คลองไทยนี้ เชื่อม ๒ ฝั่งมหาสมุทร ทำให้คลองไทยเป็นจุดศูนย์กลางยุทธศาสตร์ทางการค้า และแน่นอน ที่สุดจะเป็นสมรภูมิสำคัญในยุทธศาสตร์การสงครามไปด้วย หลีกเลี่ยงไม่ได้แน่นอนที่สุดครับ ท่านประธาน ท่านประธานครับ หากเกิดสงครามมหาอำนาจขึ้นท่านประธานว่าคู่สงครามเขา จะเข้ายึดคลองไทยหรือไม่ ยึดแน่นอนท่านประธาน อย่างไรก็ต้องยึดไม่มีทางเลือก เพราะจำเป็นต้องส่งกำลังรบผ่านคลองไทยเส้นนี้ คลองไทยจะเป็นยุทธภูมิที่ทุกฝ่ายต้อง เข้ามายึดให้ได้ ยึดเพื่อเป็นเส้นทางส่งกำลังหรือยึดเพื่อโจมตีการส่งกำลังก็ตามทั้ง ๒ กรณี ฟันธงต้องยึดให้ได้ ท่านประธานครับ คลองไทยมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ขนาดนี้ ก็ไม่แปลกที่จีนจะยื่นข้อเสนอให้ใช้เงินลงทุน ๒ ล้านล้าน เนรมิตคลองไทยให้เป็นพื้นที่ เศรษฐกิจตามรายงานการศึกษาของท่านกรรมาธิการเพื่อแลกกับอายุสัมปทาน ท่านประธานครับ ในรายงานนี้ยุทธศาสตร์ทั้งกำลังทหาร พลเรือนเขียนว่าเพื่อรักษาผลประโยชน์แห่งชาติ มีเป้าหมายสำคัญคือกองทัพไทยเข้มแข็งและทันสมัย รองรับภัยคุกคามทุกรูปแบบ ทุกระดับ ท่านเขียนมาอย่างนี้แล้วท่านได้ศึกษาหรือไม่ครับว่า กองทัพต้องใช้งบประมาณเพิ่มอีกปีละเท่าไร เพื่อรองรับภัยคุกคามจากชาติมหาอำนาจหากเกิดขึ้น กองทัพเรือต้องซื้อเรือดำน ้า เพิ่มอีกกี่ลำ ต้องสร้างอู่จอดเรือนอกน่านน ้านั้นอีกกี่จุด ต้องซื้อเรือรบเพื่อปกป้องคลองไทย ในอนาคตอีกกี่ลำ กองทัพอากาศต้องซื้อเครื่องบินเพื่อปกป้องเรือรบนี้อีกกี่ลำ ต้องใช้ งบประมาณต่าง ๆ นานา รวมทั้งกองทัพบกด้วยอีกเท่าไรต่อปี ท่านกรรมาธิการท่านได้ศึกษา มาหรือไม่ ท่านประธานครับ ผมใกล้จะจบแล้ว อย่าว่าแต่คลองไทยเลยครับ แค่ก่อสร้าง รถไฟฟ้าเชื่อม ๓ สนามบิน รัฐบาลนี้ก็อนุมัติอายุสัมปทานรวมพื้นที่ ๒ ฝั่งทางรถไฟ ๕๐ บวก ๔๙ คือ ๙๙ ปี ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นคลองไทยถ้าดำเนินการขุดโดยรัฐบาลนี้ สัมปทาก็คงไม่น้อยกว่ารถไฟฟ้าอย่างแน่นอน รายได้ที่เกิดขึ้นผู้รับสัมปทานก็รับไป ทิ้ง ค่าใช้จ่ายในการปกป้องประเทศจำนวนมหาศาลไว้เป็นภาระภาษีประชาชน ผมจึงใคร่จะ ขอให้ท่านกรรมาธิการได้โปรดนำไปศึกษาถึงผลกระทบด้านความมั่นคงให้รอบด้านกว่านี้ จะดีไหมครับท่านกรรมาธิการ แล้วนำเข้าสภาอีกครั้งเถอะครับ เพื่อความรอบคอบ กราบขอบพระคุณท่านประธาน และกราบขอบพระคุณท่านคณะกรรมาธิการ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสมชาย ฝั่งชลจิตร ตามด้วยศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม🔗

นายสมชาย ฝั่งชลจิตร กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สมชาย ฝั่งชลจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมขออนุญาตท่านประธาน ความจริงผมก็เป็นคณะกรรมาธิการร่วมอยู่ในคณะนี้ด้วย แล้วก็ได้มีข้อสังเกตไว้ในรายงานของคณะกรรมาธิการพอสมควร แต่วันนี้จำเป็นจะต้องมาพูดเพื่อบันทึกเป็นประวัติศาสตร์ว่า ถ้ามันเกิดคลองไทยขึ้นมาจริง ๆ มันจะมีอะไรเกิดขึ้นได้บ้าง และเป็นการตั้งคำถาม คำถามที่ถามแรกก็คือ ถามว่าคลองไทย เป็นความฝันของใคร นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะตั้งคำถามว่าคลองไทยเป็นความฝันของใคร แน่นอนครับ รายงานของคณะกรรมาธิการนี่ได้พิจารณาอย่างละเอียดมาก เขียนรายงาน มาเยอะจนกระทั่งว่าอ่านแทบไม่ทันเลยทีเดียว แต่ว่าก็ขอทำความเห็นว่ารายงานของ คณะกรรมาธิการฉบับนี้ทำให้ผมสมองเวียนกลับไปอดีต นึกถึงหนังละครทีวี เรื่อง บุพเพสันนิวาส ยุคพระนารายณ์มหาราช มาอยู่ในปัจจุบันแล้วกำลังฝันว่าอนาคต มันจะเป็นอย่างไร แน่นอนครับ ผมก็ต้องขอบคุณท่าน พลโท พงศกร รอดชมภู ที่พยายาม นำเสนอทฤษฎี ที่เอาเป็นแนวคิดในการที่จะวางกรอบในการทำคลองไทย แต่ทฤษฎีหนึ่งที่ผม ยังจะต้องถามต่อไปว่า ทฤษฎีเกมนี่วันนี้ประเทศไทย หรือคนไทยมันอยู่ในฐานะแบบไหน หรือว่าทฤษฎีเกม คนไทย ประเทศไทยเป็นแค่ตัวละครในฮังเกอร์เกมส์ ที่พร้อมจะถูกไล่ล่า สิ่งที่มันจะต้องพูดต่อไปว่าแนวคิดแบบนี้ แน่นอนครับ มันเป็นความคิดใหญ่มาก เพราะคลอง ไทยในจินตนาการของคณะกรรมาธิการคณะนี้เปลี่ยนภูมิรัฐศาสตร์ ไม่ใช่ภูมิรัฐศาสตร์ ของไทยอย่างเดียว แต่มันเป็นการเปลี่ยนภูมิรัฐศาสตร์โลกที่ต้องเชื่อมโยงกับกฎหมาย ระหว่างประเทศ และที่สำคัญในขณะที่ผมอ่านรายงานของคณะกรรมาธิการฉบับนี้อยู่ ผมเห็นภาพกองเรือรบของอเมริกา ซึ่งอยู่ในเขตทะเลจีนใต้ แล้วก็จอดรออยู่ที่สิงคโปร์ ขณะเดียวกันเราเห็นกองเรือรบของอินเดียและกองเรือรบยุโรป ป้วนเปี้ยนอยู่แถวมหาสมุทร อินเดีย นี่คือยุทธศาสตร์ที่เมื่อสักครู่นี้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนได้อภิปรายไปแล้วว่า มันกำลัง เปลี่ยนดุลทางการทหารด้วย การต่อสู้ในยุทธภูมิการแข่งขันทางการค้าและการทหาร ถ้าเรา เปลี่ยนยุทธศาสตร์ ภูมิศาสตร์ รัฐศาสตร์ของประเทศไทย โดยคลองไทยนี่แน่นอนครับ เราอยู่ในฐานะที่บทบาทสำคัญ แต่ถามว่าสถานภาพของประเทศไทย พร้อมที่จะรับปัญหา นี้ไหม ทีนี้คำถามต่อมา ผมต้องถามว่าถ้าคลองไทยนี้ขุดสำเร็จ ประเทศจะได้รับผลตอบแทน ทางเศรษฐกิจจริงหรือไม่ ตามที่คณะกรรมาธิการได้ศึกษามา🔗

ข้อ ๒ ความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับสภาพสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องมีอยู่จริง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งแวดล้อมทางบก ทางทะเล และพื้นที่ชายฝั่ง มันมีอยู่จริงแน่นอน ใครจะ รับผิดชอบ จะเอาอะไรมาฟื้นฟูในอนาคตข้างหน้า มีหลักประกันเหล่านี้ไหม🔗

เรื่องที่ ๓ ที่ผมต้องถามว่าผู้คนที่อยู่ภายใต้แนวคลอง และแนวที่คิดกันว่า จะประกาศเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ นับแสนครอบครัวนะ วันนี้แค่คิดจะขุดคลองนี่ความรู้สึก ไม่มั่นคงต่อการดำรงชีพในพื้นที่ที่คลองจะผ่าน ก็เริ่มแล้ว แนวคลองที่บอกว่ากว้าง ๑ กิโลเมตร ๒ คลอง ๒ กิโลเมตร และอยู่ห่างกัน ๑๐ กิโลเมตร แสดงว่า ๑๒ กิโลเมตร คือพื้นที่ที่ต้องถูกเวนคืนโดยเพื่อทำคลอง ผู้คนตรงนั้น ผมเตือนท่านคณะกรรมาธิการ ในที่ประชุมว่าอย่าเขียนคลองบนแผนที่ แต่ให้มองความจริงว่าที่นั่นมีคนอยู่หลายแสนคน ท่านจะเอาเขาไปไว้ไหน นี่คือสิ่งที่ผมเห็น เป็นเรื่องสำคัญ คนที่อยู่ในพื้นที่ที่จะถูกเวนคืนเป็นแนวคลองนับแสนคน หลายหมื่น ครอบครัว คุณเอาเขาไปไหน ขณะเดียวกันนี้คุณบอกว่าต้องเวนคืนที่ดินอีกประมาณล้านไร่ เพื่อทำเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ แล้วจะไปหารายได้จากการให้เช่าหรือสัมปทานจากที่ดิน เหล่านั้น ท่านวางราคาที่ดินชาวบ้านโดยบริษัทที่ปรึกษาให้คำแนะนำแก่ท่าน ในคณะกรรมาธิการว่าเวนคืนไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาทต่อไร่ แต่ขณะเดียวกันท่านกำหนด ราคาขายไว้ หรือราคาให้เช่า ให้สัมปทานในเขตเศรษฐกิจพิเศษไว้ตั้งแต่ไร่ละ ๔,๐๐๐,๐๐๐-๑๕,๐๐๐,๐๐๐ บาท เริ่มจะเอาเปรียบชาวบ้านตั้งแต่วันที่เริ่มคิด นี่คือสิ่งที่มันเป็นคำถามที่ต้องบอก แต่ผมมีประเด็นที่จะต้องขอนำเสนอต่อ ผมมีความเห็น ในรายงานของคณะกรรมาธิการฉบับนี้ ในความเห็นของตัวแทนสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือ แห่งประเทศไทย ซึ่งมีรายงานอยู่ในภาคผนวก ง หน้า ๒๖ และหน้า ๒๗ เขาไม่เห็นด้วย แนวคิดที่จะเปลี่ยนฐานการผลิตในประเทศไทย เพื่อไปตอบสนองเขตอุตสาหกรรมที่คลองไทย เป็นไปไม่ได้ แนวคิดที่จะสร้างความสามารถทางการแข่งขันให้กับเศรษฐกิจเกษตร ของประเทศเราก็เป็นไปไม่ได้ การเดินเรือที่สภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย รายงาน ท่านลองไปอ่านดูว่าไม่คุ้ม นี่คือความฝัน แต่ความฝันนี้จะเป็นจริงหรือไม่ ไม่ทราบ แต่ผมขอให้คำท้วงติงไว้ว่า อย่าเอาแนวคิดการสร้างคลองไทยมาสร้างความแตกแยก ให้คนในภาคใต้ เพราะวันนี้ระหว่างผู้ที่ถูกนำเสนอว่าเห็นควรจะสร้างคลองไทยกับคนที่กำลัง จะรับผลกระทบจากความเดือดร้อนที่แนวคิดนี้เกิดขึ้น กำลังจะตีกัน ถ้าจะทำอะไรก็ต้องทำ ในลักษณะที่มันมีความชอบธรรมที่สุดก็คือเอาข้อเสนอที่มันสมบูรณ์ที่สุด ให้หน่วยงานทำ ข้อเสนอที่สมบูรณ์ที่สุด แล้วส่งไปถึงชาวบ้าน ถ้าจะทำ ท่านต้องทำประชาพิจารณ์ คนใน ๕ จังหวัดนี้ด้วย หรือคนทั้งประเทศ เพราะเรากำลังจะเปลี่ยนยุทธศาสตร์ของประเทศไทย ภายใต้ยุทธศาสตร์แนวคิดเรื่องคลองไทย มันเปลี่ยนภูมิรัฐศาสตร์ของโลก แล้วเรามีดุลแค่ไหน ที่จะต่อรองกับมหาอำนาจทั้งหลาย ซึ่งมีบางมหาอำนาจกำลังขี่หัวเราอยู่ ณ วันนี้ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ครับ ตามด้วย ท่านยุทธพงศ์ จรัสเสถียร🔗

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช วันนี้ผมขอร่วมอภิปราย รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการขุดคลองไทย และการพัฒนาพื้นที่ ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานสภาครับ ผมขอร่วมอภิปราย แล้วขอเรียนท่านประธานว่า ผมเองก็ขอชมเชยในเบื้องต้นว่าได้เห็นรายงาน แล้วก็เห็น รายละเอียดต่าง ๆ ก็ทำให้ทราบหลายเรื่องอย่างที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้พูดแล้ว แต่ผม อยากจะเรียนท่านประธานว่าผมเป็นคนหนึ่งที่เป็นคนภาคใต้ ผมเกิดที่นครศรีธรรมราช อำเภอพรหมคีรี แล้วส่วนหนึ่งนี้ ผมคิดว่าการขุดคลองไทยที่มีพรมแดนตั้งแต่ฝั่งอันดามันไปสู่ ฝั่งทะเลอ่าวไทยนี้ จากรายงานนี้ครอบคลุมพื้นที่ ๕ จังหวัด ผมดูเส้นที่จะขุดแนว ๙เอ (9A) ครอบคลุมใน ๕ จังหวัดอย่างที่กล่าวแล้ว ผมก็ไปบ้านบ่อยก็มีการถาม เพราะฉะนั้นวันนี้อยากเรียนท่านประธานผ่านไปยัง คณะกรรมาธิการว่า ผมขอใช้สิทธิในฐานะที่เป็นคนที่ได้รับความเห็นจากพี่น้องประชาชน ที่บ้านผม ในฐานะที่เขาทำสวน ทำนา ทำไร่ ปลูกพืชเศรษฐกิจต่าง ๆ ที่เขาเป็นอยู่ก็มาตั้งเป็น คำถามผ่านคณะกรรมาธิการสัก ๔-๕ ประเด็นดังต่อไปนี้🔗

ประเด็นที่ ๑ ผมคิดว่าพื้นที่ใน ๕ จังหวัดภาคใต้มีภูมิประเทศที่หลากหลาย มีความแตกต่างกัน ผมเอาเฉพาะกรณีที่คนบ้านผมถามมาสัก ๒-๓ เรื่องก่อนว่า ที่นครศรีธรรมราชประกอบด้วยฝั่งทะเลและฝั่งที่มีโครงการพระราชดำริ โครงการลุ่มน ้า ปากพนัง แล้วทำนาแถบอำเภอเชียรใหญ่ อำเภอหัวไทร แถบนั้นจะเป็นเขตทำนา อีกฝั่งหนึ่ง เป็นภูเขาเป็นเทือกเขาหลวง และผมดูแนวขุดจะผ่านอำเภอทุ่งสง อำเภอติดต่อกับจังหวัดตรัง แถบนี้จะเป็นแถบต้นกำเนิดของแหล่งน ้า แหล่งน ้าที่อุดมสมบูรณ์หล่อเลี้ยงให้พี่น้องประชาชน ทำนา ทำไร่ ทำสวน บ้านผมปลูกยางพารา ปลูกทุเรียน มังคุด ลองกอง พืชหลายชนิดเกิดขึ้น อันนี้ก็คือสิ่งที่เขาเป็นห่วงและเป็นคำถามว่าในแนวนี้วิถีชีวิตเขาดำรงชีวิตได้ด้วยการทำนา ทำสวน สิ่งเหล่านี้ถ้าขุดคลองไทยแล้วผลกระทบต่อการทำอาชีพก็ดี ต่อวิถีชีวิตก็ดีเขาจะอยู่ ที่ไหนก่อน ทางออกให้เขาคืออะไร เขาจะไปทำอาชีพอะไร นี่คือความเป็นห่วงของพี่น้อง บ้านผมและข้างเคียง นี่คือประเด็นที่ ๑ ครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าแหล่งต้นน ้าที่เป็นแหล่งน ้าตกก็ดี บ้านผมมีน ้าตก พรหมโลก บ้านผมมีน ้าตกกะโรม มีน ้าตกอ้ายเขียว มีน ้าตกกรุงชิง และมีน ้าตกอีกหลาย น ้าตก ฝั่งทุ่งสงก็ดี ถามว่าน ้าตกเหล่านี้ยังคงอยู่หรือหายไป ธรรมชาติและระบบนิเวศยังอยู่ หรือไม่ อย่างไร นี่คือความกังวลของพี่น้องประชาชนที่ถามมา🔗

มาในแถบฝั่งสงขลาฝั่งที่ปลูกทำนาข้าว พี่น้องประชาชนแถบนั้นก็ถามผม เช่นเดียวกันว่าทะเลสาบสงขลาที่ต่อเนื่องที่เป็นเขตต่อ ที่จะขุดก็ดี ทะเลน้อยก็ดี ฝั่งพัทลุงก็ดี ระบบนิเวศส่วนนี้ทะเลสาบจะเปลี่ยนไปหรือไม่ ทะเลน้อยจะเปลี่ยนอย่างไรก็ขอคำตอบด้วย การทำนาจะให้เขาทำอะไรต่อไป นั่นคือประเด็นที่ ๓ ที่ผมอยากถามแทนพี่น้องประชาชน ผ่านท่านประธานสภาไปยังกรรมาธิการให้ตอบเพื่อคลายข้อข้องใจของพี่น้องประชาชนด้วย นั่นเป็นประการที่ ๓🔗

ประการที่ ๔ ก็คือว่าแถบนี้ยังมีโบราณสถาน โบราณวัตถุมากมายเป็นที่ เคารพสักการะของพี่น้องประชาชนชาวใต้ ไม่ว่าจะเป็นพระบรมธาตุ ไม่ว่าจะเป็นวัดไอ้ไข่ หรือที่ผมดูผ่านอำเภอสิชลด้วยซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดไอ้ไข่ที่เขาเรียกกันตามภาษาชาวบ้าน ผมถามง่าย ๆ ก็คือว่าสิ่งเหล่านี้จะถูกกระทบมากน้อยแค่ไหนและจะทำอย่างไรถ้าตัดผ่าน แล้วทำให้โบราณสถาน โบราณวัตถุเหล่านี้จะหายไปหรือยังคงอยู่ ก็ฝากท่านประธานผ่านไป ยังกรรมาธิการช่วยตอบในสิ่งที่ผมถาม ทั้งในแง่ของโบราณวัตถุ โบราณสถานในแง่ของการ ทำมาหากิน ทำนา ทำสวน ทำไร่ และในแง่ของแหล่งน ้า ต้นน ้า รวมทั้งแม่น ้าตาปีที่ผ่าน สุราษฎร์ธานีด้วยว่าจะยังคงอยู่หรือจะหายไป ผมคิดว่าทั้งหมดนี้ในรายงานให้คำตอบน้อยต่อพี่น้องประชาชน แต่เป็นเรื่องคำตอบใหญ่ ที่เพื่อนสมาชิกหลายคน อย่างเช่น ท่านสมชาย ฝั่งชลจิตร ซึ่งเป็นคนบ้านเดียวกันได้อภิปราย ไปแล้ว ก็ขออนุญาตเอ่ยนาม ผมไม่ขอพูดซ ้า🔗

แต่อย่างไรก็ตามในประเด็นสุดท้าย ผมคิดว่าเรามี ๒ แนวคิดที่ยังต่อสู้กัน ในทางความคิดเรื่องการพัฒนาชาติบ้านเมือง ความคิดหนึ่งก็เป็นความคิดกระแสหลักที่นำมาสู่ การพัฒนาที่เชิญชวนให้เราหลงว่าระบบเศรษฐกิจทำให้เศรษฐกิจโตถ้าทำตรงนี้ นี่ประเด็นที่ ๑ กับอีกแนวคิดหนึ่ง ก็คือการพัฒนาที่คำนึงถึงความสมดุลของระบบนิเวศและความยั่งยืนของ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมคิดว่า ๒ แนวคิดนี้ต่อสู้กันตลอดเวลา แล้วก็ยังหาคำตอบไม่ได้ ว่าคำตอบไหน แนวคิดไหนถูกต้อง แต่ผมคิดว่าความยั่งยืนของโลกในแง่ของธรรมชาติ และระบบนิเวศนี่ต้องคงอยู่คู่กับสังคมไทย ตรงนี้ท่านจะเอาคืนมาได้อย่างไรในเมื่อมัน สูญหายและสลายไปกับการขุดคลอง ผมดีใจว่ารายงานชุดนี้ยังตั้งข้อสังเกต อันนี้เป็นส่วนที่ดี ในแง่ที่ว่าต้องไปทำการศึกษาความเป็นไปได้อย่างละเอียดตามที่ผมได้ถาม และพี่น้อง ประชาชนชาวนครศรีธรรมราชบ้านผมได้ถามท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการให้ตอบด้วย เพื่อความสบายใจ ผมขอขอบคุณที่ท่านประธานให้โอกาส ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านยุทธพงศ์ แล้วก็ตามด้วยท่านวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์🔗

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา การขุดคลองไทย และการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ วันนี้ได้มารายงานต่อสภา และการขุดคลองไทย ท่านประธาน อย่างที่สมาชิกหลายท่านรวมทั้งท่านกรรมาธิการก็ได้ บอกแล้วว่าเป็นแนวความคิดที่มีมานานแล้ว แต่ว่ามันไม่เกิดขึ้นจริง ผมเองในฐานะที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็อยากจะเห็นว่าคลองไทยที่เราขึ้นมาศึกษาให้มันเกิดขึ้นได้จริง แล้วมันจะได้เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ เพราะว่ามันไม่เพียงเป็นการศึกษาอย่างเดียว ท่านประธานครับ คลองไทยที่บอกว่าระยะทางประมาณ ๑๓๕ กิโลเมตร คือเส้นทางการขุด คลองไทยที่บอกว่าแนวที่ดีที่สุดก็คือแนว ๙เอ (9A) แล้วก็ผ่านหลายจังหวัด เริ่มตั้งแต่ อำเภอสิเกา อำเภอวังวิเศษในจังหวัดตรัง ผ่านจังหวัดกระบี่ ผ่านจังหวัดนครศรีธรรมราช ผ่านจังหวัดพัทลุง แล้วก็มาออกที่อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ซึ่งตรงนี้ทางกรรมาธิการ บอกว่าเป็นแนวเส้นทางที่ดีที่สุดประมาณ ๑๓๕ กิโลเมตร คำถามผมที่อยากจะให้ท่าน กรรมาธิการตอบ ก็คือท่านได้มีการศึกษาไหมครับเรื่องผลกระทบของสิ่งแวดล้อมว่า เอาละ มันจะต้องมีเรื่องของสิ่งแวดล้อม มีเรื่องของสัตว์ทะเล เพราะว่าการขุดคลองมันเป็นการเชื่อม อีกฝั่งหนึ่งก็คือทะเลอันดามันอยู่มหาสมุทรอินเดีย อีกฝั่งหนึ่งก็คืออ่าวไทย อ่าวไทยก็คือเป็น ทะเลย่อยของมหาสมุทรแปซิฟิกอีกทีหนึ่ง ท่านประธานครับ ในฝั่งอันดามันกับอ่าวไทยระดับ น ้ามันไม่เท่ากัน ตรงนี้ทางกรรมาธิการได้มีการศึกษาไหมว่าแล้วท่านจะทำอย่างไร ให้เรือสามารถเดินได้ เพราะว่าความยาวของคลองไทยถึง ๑๓๕ กิโลเมตร แล้วระดับน ้า ใน ๒ ฝั่งไม่เท่ากัน ด้านสิ่งแวดล้อมท่านได้มีการศึกษาไหม ก็อยากจะให้ท่านได้ตอบ🔗

เรื่องที่ ๒ ก็คือผลกระทบด้านความมั่นคง ที่เป็นห่วงกันว่าถ้ามีการขุดคลองไทย แล้วมันจะเป็นการแบ่งแยกประเทศไทย แนวคลองจะแบ่งแยกประเทศไทยไหม ตรงนี้เป็นเรื่อง ของความมั่นคง ท่านได้มีการศึกษาไหมว่าความมั่นคงตรงนี้มันจะไม่เกิดปัญหาในเรื่องความมั่นคงขึ้นมา ทางภาคใต้ เพราะว่าในขณะนี้ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เรา มันก็มีปัญหาเรื่องความมั่นคงอยู่ แล้วก็ตรงนี้จะมีปัญหาเพิ่มขึ้นมาอีกไหม และขณะเดียวกันครับท่านประธาน ก็จะมีการ ขุดคลอง มันก็จะทำให้มันมีการเคลื่อนย้ายของเรือใน ๒ ฝั่งทะเล หรือ ๒ ฝั่งมหาสมุทร ตรงนี้มันจะมีปัญหาที่ตามมาไหมว่าเราจะควบคุมพวกสินค้าผิดกฎหมายอะไรต่าง ๆ ได้อย่างไร เรามีการตรวจตราเรือได้อย่างไรในการเคลื่อนย้าย🔗

เรื่องต่อมาครับท่านประธาน เรื่องปัญหาทางด้านการเมือง ท่านประธานครับ ตรงนี้มันก็เป็นความห่วงใยที่อยากจะให้ท่านกรรมาธิการได้ตอบครับว่า พอมันมีการขุดคลอง มาตรงนี้ มันก็จะเป็นปัญหาว่าความเป็นกลางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ทางการเมือง ระหว่างประเทศของประเทศไทยเราอยู่ตรงไหน เพราะอะไรครับท่านประธานครับ เพราะว่า มันมีทฤษฎีอันหนึ่งครับท่านประธาน ที่ท่านกรรมาธิการได้รายงานต่อสภาบอกว่าทฤษฎี สมุทรานุภาพ หรือซีพาวเวอร์ (Sea Power) คือหลังจากมีการขุดคลองแล้วมันก็จะมีฐานทัพ และท่าเรือ มีเบส แอนด์ ฮาร์เบอร์ (Base and Harbor) ขึ้นซึ่งเป็นที่ส่งกำลังบำรุงสำหรับ เรือรบ ตรงนี้เคยมีการศึกษาไหมครับว่าตรงนี้มันจะมีผลกระทบต่อชาติมหาอำนาจใหญ่ ในโลก ก็คือทางอเมริกากับทางจีน เพราะอะไรครับท่านประธานครับ เพราะว่าวันนี้ประเทศจีน ถูกปิดล้อมโดยอเมริกาในเรื่องของทางออกทะเล ตั้งแต่เขามีฐานทัพตั้งแต่ที่ญี่ปุ่นของอเมริกา มีฐานทัพในเกาหลีใต้ มีฐานทัพในไต้หวัน แล้วก็อเมริกาก็มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเวียดนาม มันก็จะเห็นว่าจีนพยายามที่จะหาทางออกทะเล โดยจะใช้ทางออกทะเลด้านประเทศไทย รถไฟความเร็วสูงที่มาตอนนี้จากจีนก็มาถึงเวียงจันทน์แล้ว แล้วก็ส่วนหนึ่งของประเทศไทย ก็กำลังทำอยู่ ตรงนี้มันก็จะเป็นทางออกทะเลให้กับประเทศจีน แล้วขณะเดียวกันตรงนี้มันก็ จะเป็นการเคลื่อนย้ายในภาวะสงครามของ ๒ ฝั่งทะเลได้ ตรงนี้ได้มีการศึกษาไหมครับว่า มันจะเกิดผลกระทบอย่างไรบ้างกับชาติมหาอำนาจทั้งสอง เพราะว่าเหมือนตรงนี้มันก็จะเป็น อย่างทฤษฎีสมุทรศาสตร์ สมุทรานุภาพที่บอกว่าซีพาวเวอร์ (Sea Power) ประเทศไทย ก็จะเป็นที่เหมือนชาติมหาอำนาจก็จะมากระทบกระทั่งกันโดยใช้คลองไทยเป็นที่สำหรับ เป็นฐานทัพไหม ตรงนี้กรรมาธิการได้มีการศึกษาในเรื่องนี้ไหม🔗

อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องสุดท้ายก็อยากจะเป็นคำถามว่าการขุดคลองไทยจะเอา งบประมาณมาจากที่ไหนมาลงทุน แล้วถ้าจะเป็นแบบการลงทุนโดยที่เรียกว่าพีพีพี (PPP) พับลิก ไพรเวต พาร์ตเนอร์ชิป (Public Private Partnership) จะเอาเงินมาจากไหน แล้วการลงทุนในงบประมาณจำนวนมหาศาลขนาดนี้กี่ปีถึงจะคุ้มทุน เพราะว่าโครงการ คลองไทยผมเองก็อยากจะให้เกิดขึ้นให้มันเป็นความเป็นจริง ก็อยากจะให้กรรมาธิการที่ได้ ใช้เวลาศึกษาถึง ๕๐๐ กว่าวันได้ให้คำตอบด้วย และ🔗

สุดท้ายของคำถามก็คือว่าระหว่างแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ที่เรากล่าวกัน ก็คือมีทางรถไฟกับทางรถยนต์กับคลองไทยท่านได้มีการศึกษาไหมว่าอันไหนมันมีความคุ้มค่า กว่ากัน แล้วอันไหนมันมีโอกาสที่จะเป็นไปได้แล้วก็เกิดประโยชน์มากกว่ากัน เพราะว่า เงินลงทุนคลองไทยใช้เงินลงทุนอย่างมหาศาลมากกว่าแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) อย่างแน่นอน ก็อยากจะให้ท่านได้ตอบถึงความคุ้มค่าแล้วก็ความเป็นไปได้ใน ๒ เรื่องระหว่าง แลนด์บริดจ์ (Land Bridge) กับคลองไทย ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวรศิษฎ์ ตามด้วย พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ครับ🔗

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สตูล

ท่านประธานที่เคารพ ผม วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับเรื่องนี้ ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่เราพูดคุยกันมายาวนานมาก พูดกันตั้งแต่ผมน่าจะยังไม่เกิดด้วยซ ้า ตั้งแต่ แนวการขุดคอคอดกระ ไล่มาจนถึงปัจจุบันเรื่องของการขุดคลองไทย ซึ่งก็คือเส้นทาง ๙เอ (9A) ที่ทางท่านกรรมาธิการได้มีการศึกษากันมา เรื่องนี้ผมมองว่าเป็นเรื่องที่มีความ น่าสนใจมาก เพราะว่าถ้าเราดูตามแผนที่ทางภูมิศาสตร์แล้วประเทศไทยเป็นจุดที่มีศักยภาพ และเป็นจุดที่ได้เปรียบในการเชื่อมเศรษฐกิจระหว่างทางอันดามันและอ่าวไทยเป็นการเชื่อม ระหว่าง ๒ มหาสมุทรครับ ซึ่งเส้นทางอย่างที่ผมบอกว่ามีการพูดถึงมากที่สุด ณ ตอนนี้ก็คือ เส้นทาง ๙เอ (9A) ผ่าน ๕ จังหวัด ระยะทางประมาณ ๑๓๕ กิโลเมตร ผ่านจังหวัด นครศรีธรรมราช จังหวัดตรัง จังหวัดกระบี่ จังหวัดพัทลุง จังหวัดสงขลา คลองที่จะขุดก็กว้าง ประมาณ ๔๐๐ เมตร ลึก ๓๐ เมตร ซึ่งถ้าเราสามารถทำได้มันก็จะลดระยะเวลาในการ เดินทางได้กว่า ๔๘ ชั่วโมง รวมไปถึงประหยัดในเรื่องของเชื้อเพลิงไปได้อีกเยอะพอสมควร ท่านประธานครับ ในช่องแคบมะละกา ถ้าเราดูตามข้อมูลที่ทาง สนข. กระทรวงคมนาคม ได้ศึกษามา ปัจจุบันมีเรือผ่านตรงนี้อยู่ประมาณ ๘๕,๐๐๐ ลำต่อปี ซึ่งช่องแคบช่องนี้สามารถ รับได้อยู่ที่ประมาณ ๑๒๒,๐๐๐ ลำต่อปี แน่นอนครับในอนาคตอีกประมาณสัก ๑๐ ปี ข้างหน้า ปริมาณเรือมันจะโอเวอร์โหลด (Overload) มันจะเยอะเกินกว่าที่จะรับได้ เพราะฉะนั้นนี่เป็น ๒-๓ สาเหตุที่เราจะต้องศึกษาและหาวิธีการวางเส้นทางการขนส่ง เพื่อเป็นทางเลือกในการขนส่งสินค้าโลก ท่านประธานครับ แน่นอนภาพในอุดมคติมันสวยงามมาก เราแค่ขุดคลอง ขุดคลองเสร็จปั๊บเศรษฐกิจเราก็โตแล้วก็ขยายตัว ทำให้ประเทศไทย เราเจริญ ภาพมันง่ายมาก ภาพมันสวยงามมาก แต่ท่านประธานครับในความเป็นจริงแล้ว มันมีอีกหลายเรื่องอีกหลายอย่างที่เราจะต้องนำมาพิจารณาให้ถี่ถ้วนเสียก่อน ผมมี ข้อเป็นห่วงข้อห่วงใยอยู่ประมาณ ๒-๓ เรื่องครับ🔗

ข้อที่ ๑ เรื่องของผลกระทบสิ่งแวดล้อม อย่างที่บอกครับ คลองเราขุดกว้าง ๔๐๐ เมตร ลึก ๓๐ เมตร เป็นระยะทาง ๑๓๕ กิโลเมตร นั่นหมายถึงพื้นที่มหาศาลมาก ๆ เราต้องไปดูด้วยครับว่ามันจะผ่านอะไรบ้าง ผ่านสถานที่สำคัญอะไรบ้าง ผ่านสิ่งแวดล้อม ที่มีความสำคัญอะไรบ้าง ทรัพยากรอะไรที่จะได้รับผลกระทบ อะไรบ้างที่จะหายไป รวมไปถึง ผลกระทบต่ออาชีพ และวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนด้วย อันนี้ก็เป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ ที่เราจะไม่สามารถที่จะมองข้ามมันได้🔗

เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องงบประมาณ อย่างที่ท่านสมาชิกก่อนหน้านี้ได้อภิปรายไป ก็คือมันใช้งบประมาณมหาศาลมาก ตามที่ทาง สนข. กระทรวงคมนาคมเองได้ศึกษามา การขุดคลองไทยใช้งบประมาณอยู่ประมาณ ๒.๓ ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นงบประมาณที่สูงมาก ๆ สำหรับโพรเจกต์ (Project) ๑ โพรเจกต์ (Project) รวมไปถึงนี่เรายังไม่ได้รวมค่าบำรุงรักษา ค่าดูแลในตอนใช้งานอยู่ด้วย แน่นอนครับมันเป็นคลอง เพราะฉะนั้นเวลาเรือวิ่งไปวิ่งมา มันก็ต้องมีตะกอน มันก็ต้องมีดินลงไปทำให้เราต้องขุดลอกอยู่ตลอดเพื่อให้สามารถใช้คลอง ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด🔗

ปัญหาสุดท้ายที่ผมกำลังเป็นห่วงก็คือ เรื่องปัญหาความมั่นคง ปัญหา ความมั่นคงที่ผมกำลังจะบอกนี้ไม่ได้หมายความว่าเราไปขุดคลองแบ่งประเทศเป็น ๒ ฝั่ง แล้วจะบอกว่าประเทศเราจะโดนแยกเป็น ๒ ประเทศ ไม่ใช่นะครับ ถ้าเราไปสังเกตดู มีบางประเทศที่มีคลองลักษณะแบบนี้อยู่ และมักจะโดนประเทศมหาอำนาจเข้าไปแทรกแซง บางที่มีการเข้าไปตั้งฐานทัพ ประเทศมหาอำนาจระดับโลกอันดับ ๑ ๒ ๓ พวกนี้เข้าไปตั้ง เพื่ออ้างว่าจะต้องเข้าไปดูแลกองเรือที่เดินทางผ่านบริเวณนั้น เราต้องมานั่งคิดดูว่าถ้าเรามี ฐานทัพเรือ ฐานทัพอากาศมาตั้งอยู่หน้าบ้านเรา เราจะนอนกันหลับหรือเปล่า นั่นคือประเด็น อีก ๑ เรื่องที่ผมเป็นห่วง ในมุมมองผมมันดีหมดละครับ ถ้าทำแล้วเป็นประโยชน์ต่อพี่น้อง ประชาชน แต่จากที่ผมศึกษาข้อมูลที่ทาง สนข. ได้ศึกษามา กระทรวงคมนาคมศึกษามา มีอยู่ทางเลือกหนึ่งที่ผมมองว่าเป็นทางเลือกที่น่าสนใจมาก และอยากจะให้ทางรัฐบาลรับไป และเอาไปเปรียบเทียบดู ไปศึกษาดูว่ามันมีข้อดีข้อเสียอย่างไร มีความเป็นไปได้อย่างไรบ้าง นั่นก็คือการสร้างแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ซึ่งแนวที่ทางกระทรวงคมนาคมวางไว้ก็คือที่ จังหวัดชุมพรไปจังหวัดระนอง เชื่อมอันดามันกับอ่าวไทย พูดง่าย ๆ ให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานเชื่อม ระหว่าง ๒ จุดทะเล สร้างมอเตอร์เวย์ (Motorway) สร้างระบบราง สร้างท่อขนส่งน ้ามัน เพื่อที่จะขนส่งสินค้าถ่ายจากอันดามันไปอ่าวไทย จากอ่าวไทยไปอันดามัน แทนที่เราจะต้อง ไปอ้อมช่องแคบมะละกาเราก็ไม่ต้องอ้อม เราก็มาถ่ายที่นี่แล้วก็ข้ามไปอีกฝั่งหนึ่งได้ก็สามารถ ลดระยะทาง ลดระยะเวลา ลดการใช้น ้ามันเชื้อเพลิงไปได้มาก ซึ่งตามที่ สนข. กระทรวง คมนาคมได้ศึกษามา งบประมาณที่เราจะต้องใช้ในการสร้างแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) มันอยู่ที่ประมาณ ๒-๔ แสนล้านบาท ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับการขุดคลองแล้วมันต่างกันถึง ประมาณเกือบ ๆ ๑๐ เท่า และที่สำคัญก็คือยังสามารถลดระยะเวลาการขนส่งได้ใกล้เคียงกัน ก็คืออยู่ที่ประมาณ ๔๘ ชั่วโมง นอกจากนั้นไม่ใช่แค่เรื่องของการลดระยะเวลาขนส่ง เรื่องของ การประหยัดเชื้อเพลิง แต่เรายังสามารถพัฒนาพื้นที่หลังท่าได้ แน่นอนครับ เมื่อมีการขนถ่าย สินค้าจะต้องมีธุรกิจส่วนควบตามมาอย่างแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาหาร เรื่องของ ยารักษาโรค เรื่องของพื้นที่ในการเก็บของ พวกนี้ตามมาแน่นอนครับ เพราะฉะนั้น นั่นหมายความว่ามันจะทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นอีกมากมายมหาศาล และที่สำคัญงบประมาณในการก่อสร้างเราอาจจะใช้วิธีการพีพีพี (PPP) ก็ได้ ให้เอกชนเข้ามา ลงทุน รัฐบาลก็แทบจะไม่ต้องใช้เงินในการลงทุน ไม่เป็นภาระในเรื่องของงบประมาณด้วย เพราะฉะนั้นผมมองว่านี่เป็นอีกแนวทางหนึ่งที่น่าสนใจมาก ๆ ถ้าสามารถที่จะตอบโจทย์ ในเรื่องของการลดระยะเวลาการเดินทางได้ สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ แต่มีผลกระทบ สิ่งแวดล้อมน้อยกว่า และมีผลกระทบต่อชีวิตพี่น้องประชาชนน้อยกว่าผมมองว่าเป็นเรื่อง ที่น่าสนใจ ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลด้วยครับ อยากจะให้พิจารณา เรื่องนี้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล แล้วท่านกรรมาธิการขอชี้แจงต่อจากท่านสุพิศาล เชิญครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ผมมาขอร่วมอภิปรายในประเด็นของคณะกรรมาธิการคลองไทยได้นำมาเสนอ คือผมมีแต่ข้อห่วงใยครับท่านประธานครับ เพราะท่านประธานกับผมก็สนิทกันก็คุยกันเรื่องนี้ แต่มีแต่ข้อห่วงใย โดยเฉพาะข้อห่วงใยจากประเด็นของประโยชน์ครับ ประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง กับการเกิดโพรเจกต์ (Project) นี้ กาเส็ซ (GASEZ) ที่เป็นคลองไทย เพราะใน ๒๐ ประโยชน์ ที่จะเกิดขึ้น ผมมองแค่ ๖-๗ ประโยชน์เท่านั้นเองครับท่านประธานครับ แต่ก่อนที่จะไป ๖-๗ ประโยชน์นี้ สิ่งสำคัญคือคณะทำงานได้สรุปในข้อสังเกตอยู่แล้ว โดยเฉพาะสิ่งสำคัญคือ ต้องทำประชาพิจารณ์แน่นอน แล้วก็ที่สำคัญอีกอันหนึ่งคือเรื่องรัฐบาลต้องโอบรับเรื่องนี้ ไปทำ นั่นคือประเด็นสำคัญเป็นจุดเปราะบางครับ และอีกจุดเปราะบางคือ ตัวอินเด็กซ์ (Index) เรื่องความสามารถในการแข่งขันระดับโลกที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า เดอะ โกลบัล คอมเพ็ตทิทีฟเนส อินเด็กซ์ (The Global Competitiveness Index) หรือตัวจีซีไอ (GCI) ซึ่งพัฒนาไปเป็นจีซีไอ (GCI) ๔.๐ ที่มีการคอมแพร์ (Compare) สิ่งสำคัญใน ๔ ตัววัดที่เป็น อินเด็กซ์ (Index) ที่สำคัญท่านประธานครับ ผมมองไปที่ตัวเดียวครับ ตัวที่จะต้องปรับของ ๔.๐ คือเรื่องของการสร้างสิ่งแวดล้อมให้อำนวยความสะดวกในเรื่องของเสถียรภาพเศรษฐกิจ ท่านประธานครับ เป็นไปได้ยากมากเลยครับเสถียรภาพเศรษฐกิจในมหภาคของประเทศไทย ขณะนี้ ผมก็ยืนยันเลยว่าเรายังไม่มีเงินพอ เรายังเป็นหนี้ ๙ ล้านล้าน ที่เรายังเป็นหนี้ สาธารณะอยู่ปีนี้ ปีที่แล้ว ๘ ล้านล้านเศษ ก็คงเป็นประเด็นหนึ่งที่จะต้องกลับไปขบคิด และอีกเรื่องหนึ่งเรื่องของตัวอินเด็กซ์ (Index) เกี่ยวกับเรื่องการตลาด ที่เรียกว่าเป็นมาร์เกต (Market) เป็นเรื่องของตลาดสินค้า ตลาดแรงงาน ตลาดการเงิน และตลาดต่าง ๆ นอกจากนั้นสุดท้ายคือตัวอินเด็กซ์ (Index) ของตัวที่ ๔ ของตัว ๔.๐ ก็คือเรื่องของระบบ นิเวศของนวัตกรรม ผมคงไม่ลงไปลึกครับ เพราะว่านั่นเป็นข้อมูล แต่ในประเด็นสำคัญทั้ง อินเด็กซ์ (Index) ทั้งหมดเราเข้าสู่ตัววัดทั้งหมดได้ยังต้องมีประโยชน์ที่เราคาดว่าจะได้รับ จากวัตถุประสงค์ของการดำเนินการ ข้อห่วงใยเป็นข้อห่วงใยที่สำคัญครับ ใน ๑ ประโยชน์ที่เขียนไว้ในนั้นผมก็อ่านไปที่ข้อ ๑๓ ๑.๖.๑๓ เป็นการเทิดทูนสถาบัน ข้อนี้ ผมชอบมากเลยครับ ที่จริงน่าจะหยิบยกขึ้นมาตั้งแต่สมัยพระนารายณ์เป็นแนวคิดวิสัยทัศน์ ของกษัตริย์ไทย แต่กษัตริย์องค์นี้ก็ถูกยึดอำนาจ ถูกอีกสถาบันหนึ่งมายึดอำนาจไป ผมก็ น่าเสียดายว่าโครงการนี้ไม่รู้จะถูกยึดอำนาจจากรัฐบาลหรือเปล่า ในประเด็นของเรื่อง การประเมินความสามารถครับท่านประธาน แล้วเรื่องการประหยัดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ หรือ คอสต์เซฟวิ่ง (Cost Saving) เป็นเรื่องของผลประโยชน์ที่จะได้รับค่าตอบแทน ๖ แสนล้านล้านต่อ ๑ ปี อันนั้นถือว่าดีครับ แต่สิ่งสำคัญคือคนเสียประโยชน์คือสิงคโปร์ครับ ท่านประธานครับ สิงคโปร์เป็นประเทศที่เสียผลประโยชน์เรื่องนี้ เราจะกลายเป็นศัตรูการค้า ของสิงคโปร์อย่างชัดเจน สิงคโปร์มีผู้ที่ถูกหุ้นใหญ่ในตลาดโลกจำนวนมากมาย และใน เศรษฐกิจของเราจะถูกพวกพ่อค้าทุนใหญ่ของสิงคโปร์จะบีบรัด เอาเชือกมามัดคอ ในเศรษฐกิจบางตัวที่เราเกี่ยวข้องแน่นอนครับ เพราะว่าขัดผลประโยชน์ถึง ๖ แสนล้านล้าน ที่จะเกี่ยวข้อง ผมก็ยืนยันจุดนี้ความมั่นคงจะต้องเตรียมตัวไว้ครับ กาเส็ซ (GASEZ) เอง เป็นหนี้สาธารณะผมก็พูดไว้แล้ว แต่สำคัญคือเราจะใช้หนี้สาธารณะนี้อย่างไร แต่คงไม่สำคัญ เท่ากับในประเด็นของที่เมื่อมีการสร้างคลองแล้วเราจะเวนคืนที่ดินต่าง ๆ ให้ ท่านประธาน ครับ ผมกลัวอย่างเดียวครับขณะนี้ที่ดินต่าง ๆ ถูกพ่อค้าคนรวย ผู้ที่เป็นนอมินี (Nominee) ของผู้มีสตางค์หรือทุนข้ามชาติเข้ามาซื้อทั้งหมด สิ่งสำคัญผมอยากมองให้เห็นว่า ประเด็น ก็คือเจ้าของที่ดินที่จะถูกเวนคืนควรจะมีหุ้นเกี่ยวข้องกับโครงการนี้อย่างตลอดชีพ เป็นมรดก ของเขาตลอดไป ถ้าเขาโดนเวนคืนมิใช่แค่ปันส่วนเงินบางส่วนให้เขาไป เงินที่ให้ไปนั้นคือเงิน แต่สิทธิการที่มีหุ้นของการมีรายได้ตลอดชีวิตของครอบครัวเขาเป็นมรดกตกทอดไป ให้กับคนเจ้าของแผ่นดินนั้น และที่สำคัญให้ไปตรวจดูครับ ที่ดินระหว่างทางที่จะเกิดขึ้นใครจะ ไปเวนคืนซื้อบ้าง ถ้าเวนคืนซื้อต้องตัด เพราะว่านั่นคือประเด็นกว้านซื้อที่ดินทั้งหมดถ้าจะ เกิดขึ้นจริง ๆ โลกร้อนก็คงเป็นประเด็นหนึ่งที่ถูกสาระสำคัญที่คอป (COP) องค์กรระหว่าง ชาติระดับโลกต้องเข้ามาดูแน่ ๆ ในโพรเจกต์ (Project) นี้ เพราะว่าจะลดโลกร้อนอย่างไร ในรายละเอียดไม่ได้บอก แต่ผมบอกว่ามีการลดโลกร้อน แต่สิ่งสำคัญคือจะมีการสร้างเกาะ ครับท่านประธานครับ เอาดินทั้งหมดไปสร้างเกาะ ผมยังไม่รู้ว่า ๕ เกาะอยู่ตรงไหน จะทำเกาะ เหมือนกับดูไบหรือเปล่าครับ ทำเกาะสวย ๆ ๒ ฝั่งอันดามันกับฝั่งอ่าวไทย แล้วแหย่ออกมา ทางปลายแหลมด้านใดด้านหนึ่งแล้วเป็นเกาะสวรรค์ นี่ละครับคือผลประโยชน์ที่เกิดขึ้น ซ ้าซ้อน และประเด็นสำคัญคือใครจะเข้ามาทำ และใครจะถือครองโพรเจกต์ (Project) แบบนี้ มันก็เกิดความแย่งชิงผลประโยชน์ รัฐบาลมองเลยครับ เขยือบตาเหลือกเลยครับ เห็นบอกว่า โอ้โฮ เกาะสวรรค์มาขายได้🔗

สุดท้ายแล้วครับ ความมั่นคงครับท่าน แน่นอนครับ ในประโยชน์ที่จะได้รับ ๑.๖.๑๘ เรื่องความมั่นคง เป็นที่ยอมรับแน่นอนครับว่าจะต้องมีทฤษฎีสมุทรานุภาพที่เข้ามา กองทัพเรือครับ จะกลายเป็นกองทัพที่ยิ่งใหญ่แน่นอน ไปถามกองทัพบกหรือยังครับ เรามีนายกรัฐมนตรีมาจากอดีตกองทัพบก ยอมหรือเปล่าครับ ถ้ายอมให้กองทัพเรือขึ้นมา เป็นใหญ่ อีกหน่อยกบฏแมนฮัตตันจะเกิดขึ้น การยึดอำนาจจากสมุทรานุภาพที่มีเรือดำน ้า มีกองเรือ มีปืนที่เกิดขึ้นจะเกิดขึ้นซ ้าซ้อนอีกเฉกเช่นที่เคยมี การสู้รบกับนานาอารยะประเทศ ที่จะเกิดขึ้นจากการสร้างพลังทางพลานุภาพนี้ กองทัพเรือเองมีการเตรียมตัวพร้อม และที่สำคัญครับท่านประธานขออีกเดียวครับ ว่าถ้าเกิดมีการโพรโมต (Promote) ไปถาม รัฐบาล แต่ผมว่าที่จะถามครับท่านประธาน ถามคนใต้ทั้งแหลมว่าเขารับหรือไม่ ทำครับ ประชาพิจารณ์ทำเป็นอันดับแรกในประเด็นนี้ครับ กฎหมายออกแล้ว นั่นละสิ่งที่สำคัญคือ รัฐบาลต้องเอาไปทำเป็นอันดับแรกครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านกรรมาธิการพิเชษฐ์ชี้แจงครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงราย ก็ต้องขอบพระคุณหลาย ๆ ท่านที่ให้ข้อคิดเห็น คือเรื่องของคลองไทยเป็นการศึกษาเบื้องต้น ๓๐๐ ปีที่เราสนใจแล้วก็อยากจะทำ แต่ด้วยเหตุการณ์ของโลกเปลี่ยนแปลงไปเรื่อย ๆ แต่ละครั้งที่เราจะทำก็มีเหตุหลายเหตุที่ไม่ซ ้ากันเกิดขึ้นมา และเราก็ต้องพับไป พับไป ส.ว. ปี ๒๕๔๘ เขาพยายามที่จะศึกษา ศึกษาเสร็จแล้ว เป็นเล่มเสร็จแล้ว สรุปว่ามันมีอยู่ ๙ แนว แนว ๙เอ (9A) นี่ดีที่สุดที่จะขุดคลอง ๒ เส้น เชื่อมทะเลอันดามันกับอ่าวไทย อันนี้เป็น การศึกษาที่สมบูรณ์ที่สุดที่เคยมีมา แต่ปรากฏว่าถูกบิ๊กบังปฏิวัติรัฐประหาร โครงการนี้ก็พับไป หลายปี วันนี้ ๑๔ ปีผ่านไป ท่านประธานที่เคารพครับ ที่เราศึกษาก็เพื่อสร้างโอกาสให้กับ ประเทศไทย เราจะขุด ไม่ขุดเป็นเรื่องของอนาคต ใน ๔ เล่มนี้ท่านที่อภิปรายมาขอให้อ่าน ผมไม่ได้ตำหนิท่านนะครับ ที่ท่านพูดมาตั้งแต่ท่านแรกมาจนถึงหลาย ๆ ท่านขอให้กลับ ไปอ่าน ดีไม่ดีมันอยู่ในเล่มนี้หมด เราทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลข้อดี ข้อเสีย เพื่อให้คนไทย ได้ตัดสินใจ ท่านประธานครับ คลองไทยเป็นที่สุดท้ายของโลกที่ยังไม่ได้ขุด ไม่ได้พัฒนา เหลือแห่งเดียวในโลกนี้ ช่องแคบต่าง ๆ นี้ ถ้าเราไม่ทำก็ไม่เป็นไรครับ ก็อยู่ต่อไปจนกว่าเราจะ ตายอีกกี่ปี ร้อยปี พันปี โอกาสของคนไทยก็ไม่มี หรือไม่มหาอำนาจอาจจะมายึดแล้วก็ขุดเอง ก็ได้ ซึ่งเราก็ไม่ทราบอนาคต ท่านประธานครับ คลองปานามา คลองสุเอซ คลองคีล คลองคีล นี่อยู่ในประเทศเยอรมันทำรายได้มหาศาล คลองสุเอซในอียิปต์ คลองปานามาประเทศ ปานามา ๓ คลองนี้วันนี้สงครามเกิดขึ้นหลายรอบในรอบร้อยปีนี้ มีการไปยึดคลองไหม วันนี้ ช่องแคบมะละกาเป็นผลประโยชน์ของยุโรป ผลประโยชน์ของอเมริกา วันนี้มีสงครามมีการ มายึดช่องแคบมะละกาหรือยัง มีการมายึดประเทศสิงคโปร์ไหม ไม่มี ทำไม เพราะว่า ผลประโยชน์ของโลกอยู่ที่สิงคโปร์ การเงิน การคลัง การค้า อยู่ที่สิงคโปร์หมด เพราะฉะนั้น ศูนย์กลางการค้าสงครามจะหลีกเลี่ยงผลประโยชน์ของทุก ๆ คน ดังนั้นถ้าเกิดเมืองใหม่ ของโลกเกิดที่ ๕ จังหวัดนี้ สงครามก็ต้องเราหวังว่าผลประโยชน์ของตัวเองก็อยู่ที่นี่ เราไม่ทิ้ง ประเทศไหนไว้ข้างหลัง ในโลกนี้คลองไทยจะเป็นของทุกประเทศที่จะมาลงทุนที่นี่ ไม่ว่า ฝั่งจีน ไม่ว่าฝั่งอเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย อินเดีย ทุกคนสนใจ ทูตฝั่งอเมริกา ทูตฝั่งจีน ส่งตัวแทนเข้ามา ถามว่าเอาจริงหรือ จะขุดจริงหรือ ติดตามตลอด มันจะเกิดประโยชน์ กับโลก ไม่มีขาดทุนครับ สร้างแล้วไม่มีขาดทุน มีคลองไหนขาดทุนบ้างครับ ไม่มี ท่านประธานที่เคารพครับ สนามบินสุวรรณภูมิ ๕๐ ปีกว่าเราจะสร้างสนามบินเสร็จ เป็นสนามบินที่เป็นศูนย์กลางของอาเซียน ถูกขัดขวางทุกวิถีทางกว่าจะเสร็จ ๕๐ ปี วันนี้ คลองไทยไม่แปลกครับ มันเป็นผลประโยชน์ของประเทศเพื่อนบ้านจริง ๆ สิงคโปร์ ช่องแคบ มะละกาลึก ๒๒ เมตร เรือที่ใหญ่ที่สุดในโลกมาไม่ได้ครับ ที่ท่านบอกว่า ๘๔,๐๐๐ ลำนั้น มันเป็นเรือที่ไม่สามารถผ่านทะเลที่ลึก ๒๒ เมตรได้ เรือที่ใหญ่กว่านี้ต้องไปช่องแคมลอมบ็อก ไปช่องแคบซุนดาที่ประเทศอินโดนีเซีย แต่ถ้าขุด คลองไทยเรือทุกชนิดในโลกนี้ผ่านได้หมด ปัญหาเรือล่ม ปัญหาเรือของคลองไม่มี คือการศึกษานี่ศึกษานะครับ ไม่ได้ศึกษาเชิงลึก ศึกษาเบื้องต้น การศึกษาเชิงลึกรัฐบาล จะต้องใช้เงินเป็นหมื่นล้านบาท ศึกษาทุกอณู ไม่ว่าดิน ไม่ว่าน ้า ไม่ว่าอากาศทั้งหลาย นี่เรา ศึกษาเบื้องต้นขอให้เข้าใจ โอกาสที่ประเทศไทยจะมีอย่างนี้ก็ไม่มาก🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอตอบท่านที่ ๑ ที่ท่านว่าไม่เห็นด้วย น ้าทะเลนี่ กรมอุทกศาสตร์กองทัพเรือได้มาชี้แจงในคณะกรรมาธิการ น ้าทะเลไม่ได้แตกต่างกันมาก อย่างที่ทุกคนได้ให้ความเห็น โดยเฉลี่ยแล้วแตกต่างกันแค่ ๒๕ เซนติเมตร ดังนั้นเรื่องน ้า ทะเลแตกต่างกันนี่ขอให้จบว่ามันมีการเก็บข้อมูลของกรมอุทกศาสตร์กองทัพเรือหลายสิบปี ค่าเฉลี่ยคือ ๒๕ เซนติเมตร สายเรือ มีสายเรือ ๒ กลุ่ม สายเรือรักประเทศไทย กับสายเรือรัก สิงคโปร์ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ วันนี้มีการอัดงบประมาณ อัดเงินเข้ามาเพื่อไม่ให้เกิดคลองไทย ผลประโยชน์หลายแสนล้าน หลายล้าน ๆ เอาเศษเงินขว้างมาแถวนี้ก็สามารถที่จะหยุดยั้ง ได้แล้ว เขาเลี้ยงดูผู้มีอำนาจในประเทศไทยแต่ละยุคแต่ละสมัย ดูแล ผมถามว่าผู้มีอำนาจของ ประเทศไทย ณ ปัจจุบันนี้เก็บเงินไว้ที่ไหน เป็นนายกรัฐมนตรีมา ๗ ปีเก็บเงินไว้ที่ไหน วันนี้ ประเทศเพื่อนบ้านถ้าเกิดคลองไทยเขาเดือดร้อนมาก แทบจะสิ้นเนื้อประดาตัว หมดหนทาง เพราะว่าเป็นประเทศเล็ก ๆ ทรัพยากรก็ไม่มี ทำไมประเทศมาเลเซียวันนี้เป็นคู่แข่งของ สิงคโปร์ จีนมาลงทุนมหาศาลเกี่ยวกับการเดินเรือ เกี่ยวกับท่าเรือ เกี่ยวกับสินค้า อีสกันดาร์ (Iskandar) นั้น ๒,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ท่านลองนึกว่า ๒,๐๐๐ ตารางกิโลเมตรใหญ่ไหม ณ วันนี้มาเลเซียใช้เขตเศรษฐกิจพิเศษอิสกันดาร์ (Iskandar) เลี้ยงคนมาเลเซียทั้งประเทศ และจะขยายเป็น ๔,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร เพราะว่าประสบผลสำเร็จ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านบอกว่าใช้แม็คโครขุด มีคนเตรียมซื้อแม็คโคร ท่านครับ รถแม็คโครมันทำไม่ได้หรอกครับ การขุดคลองไทยมันใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยมาก อย่าไปโทษกำนัน ผู้ใหญ่บ้านเลยว่าเขาจะ ไปเตรียมแม็คโครเพื่อจะไปรับจ้างขุด ไม่ใช่ครับ บอกว่าไปหลอกลวงประเทศจีน ไปหางบ อะไรให้จีน เอาเงินจีน จีนให้เราหลอกได้หรือครับ นี่คือความตั้งใจของคนไทยที่พยายาม ผลักดันให้มันเกิดขึ้นเพื่อผลประโยชน์ของประเทศไทย🔗

ท่านประธานครับ มาที่ท่านที่ ๒ ท่านศุภชัย ใจสมุทร ท่านบอกว่างบประมาณ แลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ๒.๔ แสนล้าน คลองไทย ๒.๓ ล้านล้าน ใช่ครับ ไม่ใช่ ๒.๓ ล้านล้าน มากกว่านี้ครับ ถ้าจะทำให้สมบูรณ์แบบ มันเป็น ๑๐ ล้านล้านครับ ถามว่า มีปัญหาไหมเรื่องเงิน ไม่มีปัญหาครับ จากการศึกษาของคณะกรรมาธิการใช้เงินเท่าไร ไม่มีปัญหา ขอให้วางโครงสร้างพื้นฐานแล้วก็กฎหมายที่ดีนักลงทุนทั่วโลกพร้อมที่จะมาลงทุน ด้วยตนเอง ท่านประธานครับ คือผมไม่อยากจะไปโจมตีโครงการโน้นโครงการนี้ แต่ผม อยากจะเรียนว่าที่ชุมพร ระนอง มันมีคลองกระ คลองกระนี้คือส่วนที่แคบที่สุดของประเทศไทย ๘๓ กิโลเมตรครับ ความจริงเราต้องขุดคลองไทยผ่านคลองกระ สมัยก่อนแคบมาก เรือผ่านได้เร็วมาก วันนี้ความคิดใหม่ครับ ทำไมไม่ไปขุดคลองกระที่ชุมพร ระนอง เพราะว่า ๑. มันอยู่ในน่านน ้า พม่าครับ ถึงท่านจะไปทำแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ท่านจะต้องทำท่าเรือน ้าลึกทั้ง ๒ ฝั่ง การทำท่าเรือน ้าลึกคือลึกเท่าไรล่ะครับ ลึก ๑๕ เมตร วันนี้อ่าวไทยยังไม่ลึก ๑๕ เมตรนะครับ ที่อีอีซี (EEC) ลึกไม่ถึง ๑๕ เมตร จะต้องขุดให้ถึง ๑๕ เมตร ถ้าท่านจะทำท่าเรือน ้าลึก ฝั่งชุมพร ฝั่งระนองมันจะต้องลึกถึง ๒๐ เมตร ให้เรือเข้ามาได้ ลึก ๒๐ เมตรเป็นอย่างน้อย แล้วท่านจะต้องขุดไปในทะเลอีก ๔๐ กิโลเมตร ถ้าไม่จริงมาเถียงผม ท่านจะต้องขุดไป ในอ่าวไทย ๔๐ กิโลเมตร ไปอันดามัน ๔๐ กิโลเมตร เพื่อให้เรือเข้ามาได้แต่ว่ามันผ่านน่านน ้า พม่า ไม่ปลอดภัย ศึกษาแล้วว่า คลองกระทำไม่ได้ เพราะผ่านน่านน ้าพม่า และเป็นภูเขา พื้นที่ที่พัฒนาเป็นประโยชน์ทางเศรษฐกิจน้อยมาก มันที่แคบมาก ทำไมแนวคิดถึงมาที่ ๙เอ (9A) เพราะ ๙เอ (9A) เป็นพื้นที่ราบ กว้างใหญ่ ๕ จังหวัด เหมาะที่จะพัฒนาแหล่ง เศรษฐกิจใหม่ของระดับโลก ท่านทราบไหมครับว่า ๕ จังหวัดนี้เทียบเท่ากับเกาะไหหลำ ของจีน ที่เขาจะพัฒนาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษใหม่ของประเทศจีน ทั้งเกาะไหหลำเลย ไม่แปลกที่เราต้องใช้ ๕ จังหวัด แล้วพื้นที่ที่เราจะพัฒนาคือ ๘,๑๐๐ ตารางกิโลเมตร แปลก ไหมครับ ไม่แปลก เพราะมาเลเซียจะพัฒนา ๔,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ไม่เป็นไรครับเราศึกษา ไว้ให้ ฟูลสเกล (Full Scale) นี้เป็นอย่างไร ถ้าคลองไทย เขตเศรษฐกิจพิเศษ ขวานทอง ของไทยเต็มรูปแบบอันนี้เป็นอย่างไรครับ ไม่ใช่ ๒ คลอง มี ๔ คลองครับ แต่ท่านจะขุด กี่คลองก็เรื่องของรัฐบาล แต่ศึกษาไว้ให้ว่า ถ้า ๔ คลองนี้ก็เป็นเมืองที่อันดับ ๑ ของโลก เมืองใหม่ที่สมบูรณ์แบบ คลองที่ให้เรือผ่านกว้าง ๑ กิโลเมตร ลึก ๔๐ เมตร อันนี้คือ การศึกษาที่ฟูลสเกล (Full Scale) ที่สมบูรณ์แบบที่สุด คลองกว้าง ๑ กิโลเมตร ลึก ๔๐ เมตร ห่างกัน ๑๐ กิโลเมตร ทำไมต้องห่าง ๑๐ กิโลเมตร เพราะตรงกลางจะได้เหมือนกรุงเทพฯ จะเป็นแหล่งศูนย์กลางธุรกิจขนาดใหญ่ แล้วมีคลองเล็กอีก ๒ คลอง เชื่อมคู่ขนานไปกับ คลองใหญ่ อันนี้เป็นคนใต้เสนอเข้ามา ท่านจิมมี่ ชวาลา คนใต้เขาเสนอมาว่าเพิ่มเป็น ๔ คลองได้ไหม เพราะว่าเป็นคลองเพื่อการท่องเที่ยว คลองเพื่อเรือประมงจะได้ผ่าน ถ้าคลองใหญ่มันเป็นเรือใหญ่เยอะแยะ คลองเพื่อมารีน่า (Marina) ให้เรือท่องเที่ยวยุโรปเอา เรือมาจอดได้ไหม นี่คือแนวคิด แต่ท่านจะขุดกี่คลองก็เรื่องของรัฐบาล เราทำไว้ให้ดูว่าถ้าทำ แบบนี้มูลค่าทางเศรษฐกิจผลตอบแทนมันมหาศาล คลองนี้ใช้เวลาขุด ๗ ปีครับ เสร็จภายใน ๗ ปี ตั้งแต่ออกแบบ ดำเนินการขุด เมื่อครบ ๗ ปีแล้วปีที่ ๘ มูลค่าเก็บเงินปีที่ ๘ ๓๙ ล้านล้าน นี่คือรายได้จากหลาย ๆ แหล่ง จากอสังหาริมทรัพย์ จากการท่องเที่ยว จากท่าเรือ หลาย ๆ อย่าง ท่านอ่านใน ๔ เล่มนี้ที่เราทำเอาไว้ให้ อยู่ในนี้หมด ขออนุญาตท่านประธาน เพื่อความเข้าใจว่าแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ทำไมไม่เกิด ทำไมแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ยังไม่เกิดในประเทศไทย พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ วันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๓๒ เสือตัวที่ ๕ ของเอเชียท่านชาติชาย ชุณหะวัณ ได้คิดแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ที่ขนอม นครศรีธรรมราชมาที่ตัวเมืองกระบี่ครับ วันนี้ร้างอยู่ครับ ถนนกว้างใหญ่เชื่อมทำ เสร็จแล้วครับ แต่ใช้ไม่ได้ ต่อมาก็ยังมีแนวคิดอีก สมัยท่านทักษิณ ชินวัตร ก็คิดนะครับ แลนด์บริดจ์ (Land Bridge) สตูล-สงขลา แต่ก็ไม่เกิด คือเงิน ๒๔๐,๐๐๐ ล้านนี้ทำไปเถอะครับ ท่านทำไปแต่มาเทียบสเกล (Scale) กับ เมกะโพรเจกต์ (Megaproject) อันนี้ไม่ได้ อีอีซี (EEC) ยังว่าเป็น ๑ ใน ๑๐ ของคลองไทย เล็กมาก คือถ้าท่านทำแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ก็ได้ ก็ดี ให้มีโครงการเยอะ ๆ ในประเทศไทย🔗

ท่านประธานครับ มาที่ท่านที่ ๓ จากเสรีรวมไทย แบ่งแยกดินแดนหรือไม่ อันนี้คือคำถามที่มีมานานแล้วครับ แล้วหลายท่านก็อภิปรายว่ามันเป็นการแบ่งแยกดินแดน หรือไม่ ถ้าเป็นการขุดคลองและแบ่งแยกดินแดน จังหวัดภูเก็ตวันนี้ก็ไม่เหลือแล้ว ถูกแบ่งแยกถูกยึดไปแล้ว คือการขุดคลองจะมีอุโมงค์ ๑๐ กิโลเมตร มี ๑ อุโมงค์ลอดให้รถไฟ ให้รถยนต์ ให้รถบรรทุกลอด ๑๐ กิโลเมตร มีอุโมงค์ ๑ อุโมงค์ แล้วมีสะพานแขวนสำหรับ ที่ลอดอุโมงค์ไม่ได้ ขนาดใหญ่ที่ขนส่งอะไรก็มีสะพานแขวน แล้วก็จะมีระบบรางเชื่อมโยง เรื่องของการตัดแผ่นดินไม่ใช่เหตุผลเรื่องของการแบ่งแยกดินแดน แล้ว ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ กลัวว่า ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้จะแบ่งแยกดินแดน ถ้าแนว ๕เอ (5A) ๕เอ (5A) อยู่ที่จังหวัดสตูล อันนี้อันตรายอาจจะมีเหตุผล แต่ ๙เอ (9A) นี้ก็คิดแล้วว่ามันอยู่ใจกลางของ ประเทศไม่ได้เกี่ยวกับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังนั้นเรื่องจะมาแบ่งแยกดินแดนเหตุผลนี้ ก็เขาก็แก้แล้วที่ ๙เอ (9A) เสร็จแล้ววันนี้ผู้ไม่อยากให้เห็นคลองไทยเกิดขึ้น ตูมตาม ตูมตาม ระเบิดตรงโน้นตรงนี้ ฆ่าคนโน้นคนนี้ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ สร้างสถานการณ์อัดเม็ดเงิน เข้ามาเพื่อให้เกิดความไม่มั่นคงในชายแดนภาคใต้ เพื่อประเทศไทยจะได้มีเหตุผลว่า อันตราย ขุดคลองไม่ได้ แค่เศษเงินครับ เงิน ๑๐,๐๐๐ ล้าน คือเศษเงินที่จะมาขัดขวางคลองไทย ประเทศเพื่อนบ้านครับ คนที่เลี้ยงดูปูเสื่อนักการเมืองไทย ข้าราชการไทย เอาไปใช้ชีวิตที่ สิงคโปร์ เขาวางแผนระยะยาว เขาไม่อยากเห็นคลองไทยเกิดขึ้น วันนี้เขาพร้อมที่จะทุ่มเงิน มหาศาลเพื่อขัดขวางคลองไทย ดังนั้นจะเกิดไม่เกิดเป็นเรื่องของอนาคต เป็นเรื่องของรุ่นลูก รุ่นหลานที่เขาจะตัดสินใจ แต่รุ่นนี้ศึกษาไว้ให้🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านพิเชษฐ์ ให้ถอนคำว่า ประเทศสิงคโปร์ ออกนะครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน กรรมาธิการ

ขออนุญาตถอน ว่าประเทศสิงคโปร์ เอาว่าเป็นประเทศเพื่อนบ้าน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ได้ครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน กรรมาธิการ

ท่านบอกว่ามหาอำนาจ อันนี้รวม ๆ นะครับ มหาอำนาจจะต้องมาชุมนุมกันที่คลองไทย มันจะต้องเป็นสมรภูมิรบ มันจะต้องมาแย่งผลประโยชน์ แล้วก็เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลกที่จะมาห ้าหั่นกันที่นี่ แล้วบอกว่ากองทัพจะต้องเสียงบประมาณมหาศาลที่จะจัดซื้ออาวุธเพื่อปกป้องคลองไทย ถ้ามหาอำนาจจะมารบกันที่นี่ ปกป้องไม่ได้หรอกครับ แต่ด้วยการเมือง ด้วยการทูต ด้วยการสมดุลอำนาจของโลก โลกมหาอำนาจก็อยากจะให้ผลประโยชน์ของเขาไม่รบกวน ดังนั้นเรายกสิงคโปร์มาไว้ที่คลองไทยหมายความว่ามีผลประโยชน์ของประเทศทั่วโลก อยู่ที่คลองไทย อยู่ที่ ๕ จังหวัดนี้ เขตเศรษฐกิจพิเศษเซินเจิ้น ที่เซินเจิ้นนี้ปรากฏว่าทำเลที่ดีที่สุด เป็นที่เช่าของประเทศสหรัฐอเมริกา ผมก็ตกใจว่า อ้าว เขาเป็นคู่แข่งทางการค้า เขาเป็น คู่แข่งทางยุทธศาสตร์การทหาร ทำไมเขาไปเช่าเขตเศรษฐกิจพิเศษเซินเจิ้นเพื่อทำธุรกิจ นี่คือ สิ่งที่เราไม่รู้ ดังนั้นถึงแม้ว่าจะรบราฆ่าฟันกันแต่ผลประโยชน์ทำธุรกิจมันก็อีกเรื่องหนึ่ง ถ้าเกิดคลองไทย วันนี้ช่องแคบมะละกามีรายได้อยู่ ๔ ล้านล้านบาทต่อปี ถ้าคลองไทยเกิดขึ้น รายได้มากกว่านั้น แต่ว่าถ้าเกิด ๔ ล้านล้านบาท เราตัดให้ความมั่นคงเพื่อความมั่นคงของ ประเทศ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี เยอะกว่างบประมาณของกระทรวงกลาโหม ๒ เท่า แล้วไม่ใช่เท่านี้มันจะเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ ดังนั้นอย่ากลัว อย่ากลัวที่ประเทศจะต้องเป็นประเทศ ที่พัฒนาแล้ว อย่ากลัวมหาอำนาจ อย่างไรที่บรรพบุรุษเราให้มาคือเป็นยุทธศาสตร์ที่ดีที่สุด เหลือในโลกแห่งเดียวที่จะต้องขุด ถ้าขุดแล้วเกิดเงินไหลมามหาศาลคนประเทศสิงคโปร์ เขาบอกว่าเขาหลับอยู่ คนสิงคโปร์ ๗-๘ ล้านคนหลับอยู่เงินไหลประเทศเขาทุกวินาที เพราะเรือมันวิ่งผ่าน เขาขาดทุนไหมครับ เขาจะขาดทุนอะไรครับ เรือมันวิ่งผ่านเงินก็ไหล เข้าประเทศทุกวินาที ถ้ามีคลองไทยเรือผ่านไปผ่านมาเงินก็ไหลเข้าประเทศทุกวินาทียิ่งกว่า มีบ่อน ้ามันอีก มีบ่อน ้ามันยังต้องไปขุด ยังต้องหมด ชั่วกัลปาวสานประเทศไทยไม่มีทางหมด เพราะว่าเรือจะผ่านตลอดไปตราบใดที่โลกยังทำการค้ากันอยู่ อย่าคิดว่าเป็นผลประโยชน์ ของประเทศโน้นประเทศนี้ มันเป็นผลประโยชน์ของคนทั้งโลก แล้วประเทศมหาอำนาจ ต้องรักษาผลประโยชน์ของคนทั้งโลกด้วย ดังนั้นอย่าไปกลัวว่าจะเป็นจุดยุทธศาสตร์ ทางสงคราม อีกนิดหนึ่งครับท่านประธาน ที่ว่าคนได้รับผลกระทบ คนเป็นแสนคน แสนครอบครัวได้รับผลกระทบจริงครับ เมื่อเกิดการพัฒนามีได้ต้องมีเสีย แล้วเราจะทดแทน กันอย่างไรละครับ ทำให้คนที่เขาเสียเขามีความสุข ทำให้คนที่เขาเสียเขายิ้มได้ ทำให้คน ที่เขาเสียผลประโยชน์ลืมตาอ้าปากได้แล้วพอใจในความสูญเสียนั้น ๆ ในเล่มนี้ก็มีหมดแล้วว่า เราจะตอบแทนอย่างไร ตอบแทนจนถึงขั้นว่าผมเป็นคนสงขลา ผมมีบัตรประชาชน เป็นคนสงขลา เป็นที่ภาคภูมิใจว่าคนสงขลาที่เสียสละให้คลองไทยผ่านนี้ได้รับผลประโยชน์ ได้รับผลตอบแทนเป็นประชาชนชั้นหนึ่ง มีรายได้ มีผลตอบแทน มีเครดิต มีผลตอบแทนต่อปี มีบ้านใหม่ มีที่ทำกินใหม่ ลูกหลานเรียนฟรี มีอาชีพใหม่ที่คลองไทยดูแลให้ประสบผลสำเร็จ ในอาชีพ มันเป็นนานาชาติครับ ไม่ใช่เวนคืนเพื่อขุดคู ขุดร่องน ้า ขุดคลองตามไร่นา ไม่ใช่ครับ แค่ขุดแล้วให้ประเทศสแกนดิเนเวียมาจอดเรือยอชต์ (Yacht) สำหรับฤดูหนาวของเขา แค่นี้ คนไทยก็เก็บกินสบายแล้วครับ ดังนั้นความห่วงใยทั้งหลายอยู่ใน ๔ เล่มนี้ ท่านจะทำ แลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ท่านก็ทำไปเถอะครับ แต่ว่าการศึกษาคลองไทยมันยังไม่เกิดครับ แลนด์บริดจ์ (Land Bridge) จะเกิดก่อนแน่ คือเป็นโอกาสเดียวที่สภาผู้แทนราษฎรได้เสนอเข้ามา ทุกคนก็เห็นด้วย ผมอยากจะให้มันผ่านไปเพื่อเป็นประวัติศาสตร์ จะขุด ไม่ขุดก็เป็นเรื่อง ของอนาคต แต่ถ้าเราขัดขวาง เราไม่ให้มันผ่านผมก็เสียใจด้วย เพราะผมก็ทำหน้าที่ ให้ทุกท่าน ให้กับประเทศชาติ เดี๋ยวคอยตอบคำถามต่อไปครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ กรรมาธิการครับ🔗

พลโท พงศกร รอดชมภู กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ เพื่อนสมาชิกที่ทรงเกียรติ ผมขออนุญาตกล่าวเรื่องความมั่นคงเล็กน้อยเสริมจากที่ท่าน พิเชษฐ์ได้กล่าวไปแล้ว ก็คือในพื้นที่แห่งนี้เราไม่ควรที่จะให้ใครหรือประเทศมหาอำนาจใด มีอำนาจเหนือพื้นที่เป็นอันขาด ดังนั้นสิ่งที่เราจะต้องทำก็คือให้ประเทศทางฝั่งตะวันออก และฝั่งตะวันตกที่เป็นมหาอำนาจ ยกตัวอย่าง ตะวันออกก็มีจีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้เข้ามา มีส่วนร่วม ทางตะวันตกเป็นยุโรป เป็นตะวันออกกลาง เป็นสหรัฐอเมริกามามีส่วนร่วม ถ้ามามีส่วนร่วม ทั้งคู่ก็อย่างที่ท่านพิเชษฐ์ได้กล่าวไว้มันมีผลประโยชน์ร่วม พอมีผลประโยชน์ร่วมโอกาส เกิดสงครามจะลดลงทันที ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ในสมัยสงครามโลก ครั้งที่ ๒ นอกจาก เรื่องภูมิประเทศที่มันแย่ คนสวิสรบเก่ง แต่สิ่งที่เขามีก็คือทุกคนเอาเงินไปฝากตรงนั้น ดังนั้นไม่มี ประโยชน์ที่จะรบกัน บุกเข้าไปในสวิตเซอร์แลนด์มันจะพังด้วยกันทั้งคู่ นี่คือเรื่องที่ ๑ ที่เรา สามารถจะมั่นใจได้ว่าปัญหาที่จะเกิดการรบกันเนื่องจากว่าเป็นจุดยุทธศาสตร์นี้จะหมดไป อันนี้ก็ขออนุญาตกล่าวพาดพิงถึงท่านสมาชิก ท่านสมชาย ฝั่งชลจิตร ท่านยุทธพงศ์ จรัสเสถียร แล้วก็ พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ในเรื่องความมั่นคง ท่านสมชายได้กล่าวว่าเราได้ยก ภูมิรัฐศาสตร์ของพื้นที่นี้ไประดับโลกเลยมันเป็นเรื่องใหญ่มาก ดังนั้นสิ่งที่ทางกรรมาธิการ ได้พิจารณาไม่ได้มีความต้องการจะให้มันเกิดหรือไม่เกิด แต่เป็นข้อเสนอที่เอาไปพิจารณา แล้วควรจะเป็นเรื่องที่ทางรัฐบาลต้องดูด้านความมั่นคงอย่างรอบด้าน ผมขออนุญาต สรุปง่าย ๆ เลยว่าเราจะสร้างอะไรตรงนี้ เป็นภาพ ภาพที่ ๑ คือเรามีพื้นที่สำหรับทุกฝ่าย มาเจรจาต่อรองแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กันก็คือภาพแบบประเทศสวิตเซอร์แลนด์🔗

ภาพที่ ๒ ท่านพิเชษฐ์กล่าวไปแล้วถึงประชาชน ประชาชนมีหุ้นอยู่ในทุก กิจการในพื้นที่นี้เหมือนดูไบ ประชาชนดูไบไม่ต้องทำงานครับ ทุกบริษัทที่มาลงตรงพื้นที่นั้น เขาจะต้องแบ่งหุ้นให้กับประชาชน🔗

เรื่องที่ ๓ ก็คือระบบการเงิน เหมือนกับฮ่องกงและสิงคโปร์ที่จะมีเงินเข้ามา อย่างเสรี โดยรัฐบาลดูแลไม่ให้มีปัญหาเรื่องของการทุจริต เมื่อมีเงินเข้ามาอย่างเสรี มีการผลิต อย่างเสรี มีเรื่องของการปลอดภาษีอะไรต่าง ๆ มากมายนี้ พื้นที่นี้จะเป็นพื้นที่ที่จะมีบริษัท ต่างชาติมาลงทุนจำนวนมาก โดยเราไม่ต้องชักชวน ไม่ต้องมีอะไรพิเศษ เขาจะมาเอง และเมื่อ มาสิ่งต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในประเทศไทยก็คือเราจะเป็นคนกำหนดยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ ของโลก เราจะเป็นผู้คุมโดยปริยาย เราไม่มีอำนาจที่จะไปต่อรองกับมหาอำนาจหรอกครับ แต่เราจะเป็นผู้กำหนดทิศทางโดยปริยายโดยการร่วมมือกัน ระหว่างเรากับผู้ลงทุน ประเทศ มหาอำนาจต่าง ๆ ที่มาลงทุน🔗

สุดท้ายก็จะมีเรื่องของแหล่งบันเทิง คือเรื่องการพนันเสรีที่สภากำลังจะทำ พิจารณานี่ ก็ลงตรงนั้น เพื่อที่ว่าทุกเม็ดเงิน ทุกกิจกรรมทางเศรษฐกิจในทั่วโลกควรจะมาลง ตรงนี้ แล้วสิ่งนี้จะสร้างเขาเรียกว่าเสถียรภาพด้านความมั่นคงให้กับภูมิภาคนี้ด้วย ใครจะรบกัน หรือใครจะยิงกันนี้ถ้ามีปัญหามาคุยในประเทศไทย เหมือนที่ปัจจุบันไทยพยายามจะเสนอ ให้เราเป็นฟาซิลิเตเตอร์ (Facilitator) ก็คือผู้อำนวยความสะดวกให้กับคู่ขัดแย้งในทะเลจีนใต้ อย่างนี้เป็นต้น ดังนั้น ขออนุญาตกราบเรียนกับท่านสมาชิก เรื่องความกังวลในเรื่อง ความมั่นคง คือเราไม่ต้องพูดถึง ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้หรอกครับ เพราะว่าถ้ามันมีงาน มันจะจบ เพราะว่าใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เขาต้องการอย่างเดียวคืองาน ถ้ามีงาน กระจายตรงนั้นมันคือจบ แต่เรื่องสงครามระหว่างมหาอำนาจทั้ง ๒ ฝ่าย เป็นเรื่องที่เราต้อง พิจารณาอย่างรอบคอบ และผู้ลงทุนควรจะต้องมาจากทุกฝ่ายในพื้นที่ตรงนั้นเราจึงจะ ปลอดภัยครับ สิ่งที่เราอยากจะนำเรียนก็คือว่า เราต้องติดตามครับว่าสิ่งที่เราเสนอไป สมมุติว่าทางสภาผ่าน แล้วไปที่รัฐบาล รัฐบาลจะยึดถือตามแนวนี้ไหม หรือจะเปลี่ยนไป อย่างอื่นซึ่งจะทำให้เกิดความไม่มั่นคง เราจึงควรจะต้องติดตามไป ถ้าเราติดตามให้ ทั้งประชาชนและทั้งผู้ลงทุนต่าง ๆ เป็นไปตามนี้ความมั่นคงก็จะเกิดขึ้น ศักยภาพก็จะเกิดขึ้น ในภูมิภาคนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ กรรมาธิการอีกท่านหนึ่งครับ เชิญครับ🔗

นายนพดล แก้วสุพัฒน์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผม นพดล แก้วสุพัฒน์ สมาชิกแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญขุดคลองไทย และการพัฒนาพื้นที่ระเบียง เศรษฐกิจภาคใต้ จะขอเพิ่มเติมในกรรมาธิการที่ยังไม่ได้พูดถึงก็คือในรายงาน เราไม่ได้พูดถึง เรื่องการขุดคลองไทยอย่างเดียว เราได้มีการศึกษากฎหมายการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้อยู่ในนี้ด้วย จะได้เป็น ตัวอย่างในการที่จะสร้างเขตเศรษฐกิจพิเศษอีกหลาย ๆ แห่งทั้งประเทศ เพราะว่าเรื่องของ การขุดคลองไทย แต่ว่ามีวาระที่ศึกษา ๒ เรื่อง คือเรื่องกฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งจะเป็น เขตเศรษฐกิจพิเศษที่จะมาบริหารพื้นที่ และไปสามารถปรับใช้กับพื้นที่เขตเศรษฐกิจ ของประเทศอีกหลาย ๆ พื้นที่ ถามว่าทำไมต้องศึกษาในเรื่องของเขตเศรษฐกิจพิเศษควบคู่ กับการขุดคลองไทย เพราะว่าเราจะต้องมีกฎหมายพิเศษที่สามารถจะเป็นกฎหมายสากล ในการรองรับการลงทุนของชาวต่างประเทศทั่วโลกที่จะมาลงทุน และจะมาอยู่ร่วมในเขต พื้นที่ ก็จะต้องมีระบบการบริหารการปกครองในพื้นที่นั้นที่จะอยู่ร่วมกันได้ ทั้งด้านกฎหมาย การปกครอง กฎหมายปกครองท้องถิ่น ซึ่งจะต้องมีรูปแบบพิเศษที่จะอยู่ร่วมกันได้ในข้อของ การศึกษาเขตเศรษฐกิจพิเศษตรงนั้น เพราะว่าจะมีทั้งในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน ในเรื่องของ คุณภาพชีวิต ในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ในเรื่องของเศรษฐกิจการเมืองการปกครอง และศิลปวัฒนธรรม ประเพณี การท่องเที่ยว ระเบียบที่จะอยู่ด้วยกัน การศึกษาของ คณะกรรมาธิการวิสามัญเราได้ศึกษาอยู่ในรายงานนั้นแล้ว เพราะว่าจะทำให้เกิดประโยชน์ และมีรูปแบบของการบริหารจัดการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภารกิจ เรื่องของการบริหาร งบประมาณในพื้นที่ที่จะมีรายได้เกิดขึ้นอย่างไร และบุคลากรที่จะบริหารในพื้นที่นั้นของ กฎหมายเขตเศรษฐกิจพิเศษก็อยู่ในรายงาน ก็จะเพิ่มเติมในส่วนนี้ด้วยว่าจะเชื่อมโยงกัน อย่างไร และจะเป็นสากลอย่างไรในการที่จะอยู่ร่วมกัน ก็อาจจะเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ในการที่จะบริหารพื้นที่ตรงนี้อีกส่วนหนึ่ง ก็ฝากเพิ่มเติมในส่วนของกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง ที่อยู่ในตรงนี้ด้วย ขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่มี กรรมาธิการจะขอชี้แจงแล้ว เชิญท่านสมาชิกต่อไปครับที่จะอภิปราย เชิญท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เชิญครับ🔗

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงแล้วผมเป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการของคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ แล้วก็ อยู่ร่วมการประชุม แม้ว่าจะไม่ครบทุกวันที่มีการประชุมมา แต่ว่าก็อยู่เป็นส่วนใหญ่ แล้วก็มีโอกาส ที่จะได้เห็นรายงานแล้วก็ทักท้วงไว้ในหลาย ๆ เรื่องของรายงานชุดที่เสนอต่อสภานี้ แต่ว่าอย่างไรก็ตาม ท่านประธานครับ ผมคิดว่าการที่รายงานชุดนี้เสนอเข้าสู่สภานั้น ก็เป็นเรื่องดีครับ เพราะว่า จะได้หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพูดจากันอย่างเป็นเรื่องเป็นราวในสภาผู้แทนราษฎร ต้องยอมรับว่า เรื่องคลองไทยนี้ ในช่วงระยะเวลาเกือบ ๆ ๑๐ ปีที่ผ่านมานี้ คือประมาณปี ๒๕๕๗ ถึงปัจจุบัน มีการขับเคลื่อน มีการจัดกิจกรรม มีการจัดการสัมมนาต่าง ๆ มากมายครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในภาคใต้ที่จังหวัดตรังบ้านผม บ้านผมอยู่อำเภอห้วยยอดเป็นอำเภอเกิดผมครับ แล้วก็ อำเภอรัษฎาก็ดี อำเภอวังวิเศษก็ดี อำเภอสิเกาก็ดี เป็นเขตเลือกตั้งของผมทั้งสิ้นครับ ซึ่งปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ว่าเป็นอำเภอที่จะต้องมีการขุดคลองตามแนวคิดของเส้นทาง ๙เอ (9A) ที่มีการพูดถึง ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ถึงปัจจุบันเรื่องของคลองไทย ที่ถูกหยิบจับขึ้นมาจัดสัมมนาทั้งหลายนั้น ได้กลายเป็นประเด็นที่สร้างความสนใจ รวมถึง สร้างความเห็นที่ไม่ตรงกันในพื้นที่ในหลาย ๆ พื้นที่ จริงครับ ผมเองติดตามเรื่องนี้อยู่ แล้วก็มี ผู้ที่มาพบที่บ้าน ไปร่วมสัมมนากันหลายครั้ง จนกระทั่งเกิดคำถามขึ้นมาในใจมากมายครับ เพราะฉะนั้นในวันที่มาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมจึงเป็นคนหนึ่งที่มาเป็นคณะกรรมาธิการชุดนี้ เพื่อที่จะไปแสวงหาคำตอบว่านั่นเป็นคำตอบที่สามารถตอบให้ผมได้เข้าใจเรื่องคลองไทยนี้ ได้มากน้อยเพียงใด แต่สิ่งที่ผมเป็นกังวลก็คือว่าเรื่องของคลองไทยในภาคใต้นั้นทำไปทำมา มันกลายเป็นประเด็นการเมืองครับ มีการหยิบยกเรื่องนี้ไปเพื่อที่จะกล่าวหาฝ่ายที่อาจจะเห็น ตรงข้ามว่าไม่สนับสนุนการพัฒนาบ้างอะไรบ้างเกิดขึ้นตลอดเวลาครับ ผมเองก็โดนเหมือนกันครับ แต่ด้วยความที่เป็นคนซึ่งยึดอยู่กับข้อเท็จจริงที่เป็นข้อเท็จจริงที่อ้างอิงได้ก็เลยสนับสนุนให้มี คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ขึ้นมาเพื่อดูผลการศึกษาที่เกิดขึ้นครับ ผมเรียนท่านประธาน เบื้องต้นครับว่า มันมีข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งที่เราพูดกันก็คือว่า เรื่องของคลองไทยบางคนพูด เสมือนกับว่า เราไม่เคยมีการศึกษากันมาก่อนเลยในประวัติศาสตร์ของชาติไทย มีแต่การ พูดกันไปกันมา ความจริงไม่ได้เป็นเช่นนั้น ถ้าย้อนกลับไปดูในสภาผู้แทนราษฎรมีการทำ คณะกรรมาธิการที่มีการศึกษาเรื่องของคลองไทยหรือหยิบจับขึ้นมาอภิปรายกันหลายครั้งมาก ถ้าเรากลับไปดูรายงานของวุฒิสภาที่ทำเอาไว้เมื่อประมาณปี ๒๕๔๗ เขาย้อนกลับไป ให้เห็นเลยครับว่า ในอดีตที่ผ่านมานั้นได้เคยมีการพูดกันถึงเรื่องคลองไทยหลายครั้งมาก ถ้าจับกันเป็นเรื่องเป็นราวก็คือตั้งแต่ประมาณปี ๒๕๒๕ ที่มีกลุ่ม ส.ส. จากพรรคชาติไทย ในขณะนั้นเสนอให้มีการขุดคลองกระที่ระนอง แล้วก็มีการตั้งคณะกรรมการศึกษาโครงการ ขุดคลองกระ แต่สุดท้ายการพิจารณาเรื่องนี้ก็จบไป เพราะว่ามีประเด็นปัญหาความมั่นคง ถัดมาในปี ๒๕๒๙ ได้มีการตั้งเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณาศึกษาเรื่อง โครงการขุดคลองกระครับ ในปีดังกล่าวนั้นถึงขั้นมีการเดินทางไปดูงานที่คลองสุเอซ คลองปานามา ไปดูสถานที่ที่มีส่วนใกล้เคียงกันที่เป็นประเทศต่าง ๆ มากมายครับ แล้วก็มี รายงานเกิดขึ้น ประเด็นที่ผมยกขึ้นมาให้เห็นนี้เพื่อชี้ให้เห็นว่าในอดีตนั้นเคยมีการศึกษากัน มาแล้วหลายครั้ง แต่ทุกครั้งที่มีการศึกษานั้นก็จะจบลงไปไม่มีการเดินต่อจะด้วยเหตุผลกลใด ก็เป็นเรื่องที่จะต้องไปติดตามดูกัน ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เช่นเดียวกันครับ ในปี พ.ศ. ๒๕๓๙ มีญัตติเข้าสู่สภานี้ครับ ประทานโทษ ย้อนกลับไปปี ๒๕๓๕ ปี ๒๕๓๙ ปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๔๔ ปี ๒๕๔๘ ปี ๒๕๕๐ และปี ๒๕๕๔ เรียกได้ว่าเกือบที่จะทุก ๆ สภาผู้แทนราษฎร ก็จะมีการหยิบยกเอาประเด็นเรื่องของการขุดคลองไทยและโครงการขุดคลองกระ ขุดคอคอดกระต่าง ๆ เหล่านี้ขึ้นมามีการอภิปรายกันในสภาผู้แทนราษฎร แต่ว่ารายงานที่สำคัญ ที่สุดที่ผมหยิบขึ้นมาเพื่อจะเปรียบเทียบกับตัวรายงานชุดนี้ก็คือตัวรายงานของ คณะกรรมาธิการเรื่องของการศึกษาเรื่องการขุดคอคอดกระที่จัดตั้งโดยวุฒิสภาในปี ๒๕๔๗ ความจริงถ้าใครย้อนกลับไปดูรายงานชุดนี้กับรายงานชุดของกรรมาธิการชุดปัจจุบันจะมี ความใกล้เคียงกันมากครับ ซึ่งความใกล้เคียงกันเหล่านี้มันชี้ให้เห็นประการหนึ่งว่าแนวคิด ต่าง ๆ เรื่อง ๙ เอ (9A) ที่สืบทอดต่อกันมาจนถึงรายงานชุดนี้นั้นเคยมีการเขียนถึงอยู่แล้ว ความจริงแล้วถ้ารัฐบาลชุดต่อ ๆ มามีการหยิบขึ้นไปศึกษาอย่างเป็นรูปธรรมเรื่องนี้ก็คงเห็น ชัดเจนขึ้น แต่เท่าที่เห็นมีอยู่ ๑ รัฐบาลที่หยิบไปศึกษา คือชุดรัฐบาลของท่าน พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ในปี ๒๕๔๐ ประทานโทษเอ่ยนามถึงท่าน คณะรัฐบาลชุดนั้นมีการศึกษาร่วมกับ สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ใช้เงินนับเป็นพันล้านบาท มีการติดตามไปดูแล เรื่องของคนศึกษาต่าง ๆ ซึ่งมีข้อสงสัยต่าง ๆ อีกหลายเรื่องครับ แต่สุดท้ายของรายงานชุดนั้น ไม่ได้สรุปว่าควรสร้างหรือไม่ กลายเป็นเรื่องสรุปว่าควรมีการศึกษาต่อครับ ผมชี้ให้เห็น ประวัติศาสตร์ตรงนี้ก็เพราะว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ว่าประเด็นวันนี้พอมาถึงเรื่องของ รายงานกรรมาธิการชุดนี้นั้น ผมเป็นคนหนึ่งที่พยายามจะมองหาว่าตัวรายงานชุดนี้ ข้อสรุปที่กรรมาธิการเสนอคืออะไร จริง ๆ ท่านเสนอว่าให้รัฐบาลมีการจัดงบประมาณ เพื่อศึกษาเรื่องความเป็นไปได้ของโครงการขุดคลองไทย ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าเป็นประเด็น ที่สำคัญ เพราะว่าถ้ารัฐบาลชุดใดก็ตามรับเรื่องนี้เป็นนโยบายและเอาไปศึกษา แล้วเป็น การศึกษาทางวิชาการ เราต้องแยกความเชื่อกับข้อเท็จจริงออกจากกัน วันนี้มีการขยาย ความเชื่อไปเยอะ แต่ตัวข้อเท็จจริงที่เกิดจากการศึกษาอย่างเป็นวิชาการนั้นเรายังไม่สามารถ ที่จะหาที่อ้างอิงได้อย่างชัดเจน แม้แต่กระทั่งในรายงานฉบับนี้ ผมอยู่ในกรรมาธิการด้วยครับ หลายเรื่องที่ได้มาที่เราเรียกว่าเป็นข้อมูลขั้นที่ ๒ หรือข้อมูลขั้นที่ ๓ ไม่ใช่เป็นข้อมูล จากการศึกษาจากพื้นที่เบื้องต้นอย่างชัดเจนที่แท้จริง แต่มันมีความเชื่อเกิดขึ้นแล้ว ประเด็น สำคัญที่สุดก็คือต้องทำข้อเท็จจริงให้เกิดขึ้นด้วยการศึกษาอย่างเป็นระบบครับ ผมเรียน ท่านประธานอย่างหนึ่งครับว่า ในภาคใต้เมื่อมีการต่อสู้ทางการเมืองก็มักจะมีคู่ต่อสู้ที่ อยู่ตรงข้ามกับพรรคประชาธิปัตย์ หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นไปบอกว่าพรรคประชาธิปัตย์คัดค้าน ผมเรียนท่านประธานเลยครับว่าเราพรรคประชาธิปัตย์ ผมพูดแทนเพื่อนหลายคนได้ครับ วันนี้หลายคนต้องติดกักตัวไม่ได้มาสภา จะท่านน ้าผึ้งก็ดีอยู่ที่กระบี่ หรือว่าท่านเดชอิศม์ ขาวทอง จากสงขลาซึ่งโทรศัพท์มาหาผม พวกเราเห็นว่าเรื่องนี้รัฐบาลในอนาคตถ้ารับเป็น นโยบายจะต้องมีการศึกษาอย่างเป็นวิชาการเป็นกลาง และคำนึงถึงผลกระทบรอบด้าน อย่างแท้จริง โดยต้องตอบคำถามได้ว่าเมื่อขุดไปแล้วประชาชนได้อะไรด้วย ถ้าผลการศึกษา ออกมาเปรียบเทียบกันแล้ว การลงทุนที่เกิดขึ้นกับความสูญเสียที่จะเกิดขึ้นจากผลกระทบ ต่าง ๆ มันคุ้มค่าก็เดินหน้าทำครับ แต่ถ้าผลการศึกษาออกมาว่าไม่คุ้มค่า เรื่องนี้ก็ต้องจบครับ ไม่ควรที่จะหยิบยกเรื่องนี้นำมาเป็นประเด็นการเมืองเพื่อสร้างความขัดแย้งกันอีกต่อไป🔗

ผมเรียนท่านประธานในตอนท้ายสุดนี้ว่า ภาคใต้กับเรื่องของการพัฒนานั้น มันเป็นเรื่องที่จะต้องมองในภาพใหญ่ ถ้าภาคใต้ยังเดินหน้าด้วยการเป็นภาคที่ทำการเกษตร เป็นหลักและเรามีรายได้หลักอีกด้านหนึ่งจากการท่องเที่ยว การพัฒนาพื้นที่ที่เกิด อุตสาหกรรมหนักก็เป็นเรื่องที่ควรจะหลีกเลี่ยง ในรายงานฉบับนี้หลายเรื่องเขียนถึง การพัฒนาทางด้านอุตสาหกรรมด้วย อันนี้ก็เป็นความกังวล ดังนั้นดีที่สุดของเรื่องนี้ก็คือว่า ขึ้นอยู่กับนโยบายรัฐบาล ถ้ารัฐบาลจะรับไปพิจารณาศึกษาก็ควรที่จะศึกษาอย่างเป็นวิชาการ แล้วจะตอบคำถามเรื่องนี้ได้ แต่ต้องแยกความเชื่อกับข้อเท็จจริงออกจากกันครับ นี่เป็นจุดยืนของพวกเราในพรรคประชาธิปัตย์ที่พูดคุยกันครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เชิญคุณหมอสุรวิทย์ครับ🔗

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผมขอขอบคุณคณะกรรมาธิการที่ทำการศึกษาเรื่องคลองไทย และติดตามดูท่านทุ่มเท ท่านพยายามที่จะติดตามศึกษาในแง่มุมต่าง ๆ หวังว่าจะเป็นข้อมูลสำคัญในการที่จะทำให้ พี่น้องคนไทยก็ดี รัฐบาลไทยก็ดีจะได้ใช้ประกอบการตัดสินใจ การศึกษาเรื่องคลองไทย หรือคอคอดกระมีมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราช นั่นก็แสดงว่าเราให้ความสนใจและมีคนคิดว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญ ศึกษามาโดยตลอดตั้งแต่ผม เป็นผู้แทนราษฎรสมัยแรก พ.ศ. ๒๕๓๕ และเป็นมาตลอดก็มีการศึกษา มีการตั้งเป็นญัตติ ศึกษาในเรื่องดังกล่าวมาโดยตลอด ก็เห็นครั้งนี้แม้แต่ห้องท่านก็จัดเป็นห้องของท่าน เรียกว่า ให้ความสำคัญ มีทีมงาน มีเจ้าหน้าที่ ท่านประธานที่เคารพครับ โครงการคลองไทยเป็นโครงการใหญ่ที่เรียกว่าเป็นโครงการระดับ โลก ไม่ว่าจะเป็นด้านต่าง ๆ ด้านเศรษฐกิจ ด้านการขนส่ง โลจิสติกส์ (Logistics) ด้าน การแรงงาน การศึกษา หรือด้านอื่น ๆ กระผมเห็นว่าการศึกษาในเรื่องดังกล่าวนั้น ถึงแม้ว่า จะมีการศึกษาครั้งนี้ผมเห็นด้วยก็ตาม แต่ก็ยังมีหลายอย่างที่จะต้องศึกษาต่อไป ผมอยาก กราบเรียนว่าที่น่าสนใจมากคือเรื่องโลจิสติกส์ (Logistics) เส้นทางเดินเรือสำคัญของโลก ที่มีอยู่ในปัจจุบันก็ผ่านทางช่องแคบมะละกา เป็นเส้นทางเดินเรือระหว่างเอเชียกับยุโรป ที่สำคัญ ซึ่งปัจจุบันมีปัญหาเรื่องความแออัด เรือผ่านมาก ปกติจะผ่านได้ปีละประมาณ ๑๒๒,๐๐๐ ลำต่อปี แต่จากการศึกษาบอกว่าถ้าความต้องการที่แท้จริงขณะนี้ขึ้นไป ๑๔๐,๐๐๐ แล้ว ดังนั้นเรือที่จะผ่านช่องแคบมะละกาจะต้องรอคิว แถมยังมีปัญหาเรื่อง โจรผู้ร้าย เพราะว่ามีเกาะแก่งเป็นที่หลบซ่อนต่าง ๆ มากมาย ความลึกก็ยังมีปัญหาอยู่ มาในขณะนี้จึงมีคนคิด หลายฝ่ายคิดว่าสิ่งที่จะแก้ปัญหาดังกล่าวได้ก็คือการขุดคลองผ่าน พื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทยเชื่อมระหว่างมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแปซิฟิกในพื้นที่ ภาคใต้ของไทย เรื่องสิ่งแวดล้อมซึ่งเราก็กังวลแต่ฟังท่านคณะกรรมาธิการมาชี้แจงก็บอกว่า ในเรื่องดังกล่าวมีผู้เกี่ยวข้อง ผู้ที่มีประสบการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ให้ความเข้าใจ แต่อย่างไรก็ตามคงต้องศึกษาต่อไปครับ ถึงแม้ว่าระดับน ้า ๒ ฝั่งจะต่างกันเพียง ๒๕ เซนติเมตร แต่คงจะมีหลายอย่างที่จะต้องศึกษาต่อไป🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเห็นด้วยว่าถ้าเรามีการก่อสร้างคลองไทยสิ่งที่ จะได้รับประโยชน์มากที่สุดคือด้านเศรษฐกิจ โดยเฉพาะประเทศไทยซึ่งขณะนี้เราก็รู้ว่า เศรษฐกิจไทยก็ดี เศรษฐกิจโลกก็ดีกำลังมีปัญหา ของประเทศไทยมีปัญหาทุกอาชีพ หนี้สิน ก็มาก อะไรก็มาก แรงงานตกงาน แต่ถ้ามีการก่อสร้างเริ่มต้น เพียงแต่เริ่มก่อสร้างก็จะต้องใช้ แรงงานจำนวนมาก งบประมาณที่มีผู้เสนอจะเข้ามาลงทุน บอกว่าในเรื่องของการขุดคลอง ต้องใช้เงินถึง ๒๘,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ เงินก้อนนี้เข้ามาก็จะต้องมีเรื่องที่ดินที่จะต้องใช้ เรื่องแรงงาน เรื่องอื่น ๆ อาหารการกินต่าง ๆ ๒๘,๐๐๐ ล้านก็คงจะทำให้มีการเรียกว่า เศรษฐกิจของเราก็จะเริ่มมีการฟื้นตัว และยังมีเงินอีกก้อนหนึ่งที่จะต้องลงทุน ก็ทราบว่า คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้เลือกเส้นทาง ๙เอ (9A) มีการพัฒนาพื้นที่ใน ๕ จังหวัดจะต้องใช้เงิน งบประมาณอีกไม่น้อยกว่า ๒๒,๐๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐ สิ่งเหล่านี้ผมเชื่อว่าเพียงแต่ เริ่มบอกว่าเอาจริงละ เงินจะเริ่มสะพัด คนไทยก็จะเริ่มมีความหวังเกิดขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ ไม่ว่าจะเป็นศูนย์กลางของการท่องเที่ยวในภูมิภาค ศูนย์กลางท่องเที่ยวของอาเซียน (ASEAN) ของเอเชีย (Asia) ต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะเป็นเรื่องที่ทำให้เป็นผลที่เกิดจากการขุดคลองไทย แต่สิ่งที่ ห่วงใยคือเรื่องของความมั่นคง แต่ฟังวันนี้แล้วก็ฟังหลาย ๆ ท่านที่ผมพยายาม ที่จะศึกษาเหมือนกัน ความมั่นคงภายใน ความมั่นคงภายนอก ความมั่นคงภายในเท่าที่ผมดู ผมก็เชื่อ ผมไม่ใช่คนภาคใต้ ผมอยู่ภาคอีสาน แต่ว่าก็เชื่อว่าถ้าคลองไทยทำให้เศรษฐกิจไทย ทำให้คนไทยมีงาน มีอาชีพ ประเทศไทยเจริญ สถานการณ์ความมั่นคงภายในก็น่าจะเบาใจ ส่วนความมั่นคงภายนอกจะเป็นประเทศมหาอำนาจต่าง ๆ ที่จะเข้ามาแย่งชิงความได้เปรียบ กันต่าง ๆ ก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลครับ ก็เป็นหน้าที่ของคนไทยที่จะต้องช่วยกัน เป็นหน้าที่ของสื่อมวลชน ของทุกฝ่ายที่จะช่วยกัน ผมก็เชื่อว่าไม่ต้องห่วงหรอกครับเรื่องนั้น ถึงเวลาก็ค่อย ๆ แก้ปัญหากันไป แต่เราต้องเอาประเทศไทยของเราให้ฟื้นขึ้นมาให้ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบเรียนว่าการศึกษาครั้งนี้ก็เป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องศึกษาต่อไป ขอให้เคารพความเห็นของผู้เห็นด้วย เคารพความเห็นของผู้ไม่เห็นด้วย ทำความเข้าใจแล้ว สิ่งสุดท้ายสรุปว่าอันไหนจะดีกว่ากัน ถ้าสิ่งที่คิดว่าเป็นประโยชน์มากกว่าเราก็ตัดสินใจ สร้างคลองไทย ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีอะไรครับ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล เนื่องจากเป็นผมเป็นคนอภิปรายคนแรก และท่านประธาน กรรมาธิการได้ให้เกียรติตอบผมเมื่อสักครู่ เพื่อไม่ให้เกินเลยเวลาและหลงประเด็น ผมขออนุญาตเพิ่มข้อมูลเผื่อว่าท่านประธานกรรมาธิการจะได้ตอบให้ตรงกับข้อมูล อีกนิดเดียวครับท่านประธาน ๒ นาที เนื่องจากว่า🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอให้ท่าน สมาชิกที่อยู่ในลิสต์ (List) อภิปรายจบก่อนได้ไหมครับ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

นิดเดียวท่านประธานครับ เพราะว่าเป็นข้อมูลเรื่องของระดับน ้าทะเลที่ท่านประธานกรรมาธิการชี้แจง ซึ่งไม่ตรงกับ ข้อมูลที่รองเจ้ากรมอุทกศาสตร์ทำการแทนเจ้ากรมอุทกศาสตร์ตอบเป็นหนังสือ ซึ่งมี รายละเอียดบอกชัดเจนว่า ระดับน ้าทะเลฝั่งอันดามันสูงกว่าฝั่งอ่าวไทยมากที่สุดคือ ๑.๔๖ เมตร และช่วงเวลาที่ระดับน ้าทะเลฝั่งอ่าวไทยสูงกว่าน ้าทะเลฝั่งอันดามันมากสุด ๒.๓ เมตร นั่นหมายความว่าข้อมูลที่ท่านประธานชี้แจงมาไม่ถูกต้องครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ท่านสมาชิกครับยังมีท่านสมาชิกอีกหลายท่านประสงค์จะอภิปราย สักครู่นะครับ ขอให้ท่าน สมาชิกอภิปรายเฉพาะรายงาน เพราะว่าจริง ๆ แล้วญัตตินี้ในวาระแรกที่เข้ามาก่อนตั้ง กรรมาธิการเราก็อภิปรายกันมากมาย สาเหตุที่ต้องเรียนบอกท่าน เพราะว่าผมต้อง บริหารเวลาการประชุม เพื่อจะให้วาระต่อไปคณะกรรมาธิการและเจ้าหน้าที่เขารออยู่เขาจะ ได้รู้ว่าจะถึงสักตอนไหน กี่โมง ดังนั้นผมจึงต้องบริหารเวลาการอภิปรายการประชุม ขอให้ ท่านสมาชิกพูดเฉพาะในรายงาน แล้วก็ท่านสมาชิกที่ประสงค์จะอภิปรายขอให้ มาเพิ่มรายชื่อ เดี๋ยวผมจะปิดการรับลงรายชื่อประสงค์อภิปรายแล้ว ท่านพิเชษฐ์ เชิญครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ท่านที่ขึ้นมาบอกว่าข้อมูลนั้น ท่านพูดต่อไปสิครับ ท่านดูข้อสรุปว่าค่าเฉลี่ย จริงครับ บางเวลามันสูงกว่า ๒ เมตร บางเวลามันสูงกว่า ๑ เมตร ท่านดูค่าเฉลี่ยสิครับ แล้วทางกรมอุทกศาสตร์กองทัพเรือเขามาชี้แจงในกรรมาธิการ อยู่ในเล่มนี้ครับ ท่านอ่านสิครับ ท่านอ่านในเล่มนี้มันมีหมด ท่านต้องพูดให้หมดว่าจากที่มันแตกต่างแล้ว ค่าเฉลี่ยมันเท่าไร ท่านยังไม่ต้องตอบ ท่านเปิดดูในรายงานก่อนนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนิยม ต่อไปครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเองต้องขอบคุณคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการขุดคลองไทย และการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ ท่านประธานครับ ผมเป็นผู้แทนสกลนคร จากภาคอีสาน ทำไมผมต้องออกมาพูดด้วย ผมมีเหตุมีผลท่านประธาน ที่พูดกันนี้ที่ท่าน ศึกษามา ท่านบอกว่าคณะกรรมาธิการบอก ๕๕๕ วันนี่ ไม่ใช่เรื่องธรรมดานะ ต้องขอบคุณ ที่ตั้งใจทำงาน แต่ที่ผมออกมาพูดวันนี้ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง จริงอยู่การขุดคลองไทยคราวนี้อยู่ในพื้นที่จังหวัดภาคใต้ ๕ จังหวัด อันนั้นเป็นพื้นที่แผ่นดิน ซึ่งพี่น้องชาวใต้อาจจะเสียจะได้โดยตรง ผมเป็น ส.ส. อีสาน แต่ก็มีส่วนได้เสียในฐานะเป็น คนไทย ท่านประธานครับ เนื่องจากการขุดคลองไทยไม่ใช่เพิ่งมีวันนี้วันวานนะ ขอเอ่ยชื่อท่าน ท่านสาทิตย์ก็พูดไปแล้วในรายละเอียดประวัติศาสตร์ย่อ ๆ และผมเป็นคนหนึ่งที่สนใจอยู่ใน การขุดคลองไทย ตั้งแต่ยุคใช้คำว่า ขุดคลองคอดกระ ในยุคนั้นยุค จอมพล ถนอมเป็น นายกรัฐมนตรี เมื่อปี ๒๕๑๒ ผมเป็นคนหนึ่งที่สนใจว่าการขุดก็มีข่าวมีกระแสออกมาว่า จะขุด ไปศึกษา สุดท้ายมามีปัญหาบอกว่าความมั่นคง ถ้าขุดแล้วมีปัญหาในการแบ่งแยก ดินแดน วันนี้ผมฟังท่านผู้ชี้แจงก็พูดแล้ว อันนั้นยุคโบราณอาจจะมีปัญหา แต่วันนี้มันข้าม ช็อต (Shot) ท่านประธาน ท่านผู้ชี้แจง ท่านกรรมาธิการทั้งหมดบอกว่ามันไม่มีปัญหาหรอก เพราะคลองที่ขุดใหม่ก็แค่ ๔๐๐ เมตรเท่านั้นเอง มันก็เหมือนกับน ้าเจ้าพระยา ๒ เท่าเท่านั้น ปัญหาไม่มีในเรื่องความมั่นคง ผมก็ตั้งใจฟัง ที่ผมต้องพูดวันนี้การขุดคลองไทยวันนี้ ผมดูแล้ว มันน่าจะเป็นเรื่องของเศรษฐกิจของบ้านของเมือง ท่านประธานครับ ต้องย้อนไปดูว่าถ้าคลองนี้ ไม่มีความสำคัญต่อประเทศไทย มหาอำนาจคงไม่พยายามกีดกันไม่ให้ขุดคลองเลยนะ ที่ผมพูด ผมมีหลักฐานที่ต้องบอกกล่าวว่าวันนี้คลองตรงนี้เคยมีประวัติศาสตร์ ผมไปหารือกับท่าน เอ่ยชื่อท่านครับ ท่านอดีตรัฐมนตรีท่านวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เราก็ได้เอาข้อมูลประวัติศาสตร์ มาว่ากัน มันเคยมีสนธิสัญญาระหว่างประเทศสมัยอังกฤษยิ่งใหญ่มาก อังกฤษ-ฝรั่งเศส ยุคสมัย ร. ๕ ได้ทำสนธิสัญญากับประเทศไทยไว้ ผมจึงบอกว่า การขุดคลองไทยถ้าทำสำเร็จ หรือแม้ไม่สำเร็จกรรมาธิการชุดนี้คิดขึ้นมาก็ต้องถือเป็นประวัติศาสตร์ในสภาไทยแห่งนี้ ที่ว่าสนธิสัญญาดังกล่าวเคยมีในประวัติศาสตร์ต้องกลับไปดู อังกฤษซึ่งเป็นประเทศ มหาอำนาจที่ยิ่งใหญ่มากในยุคนั้นกับฝรั่งเศส เคยมีบันทึกบอกว่าถ้าวิธีการขุดคลองตรงนี้ ตอนนั้นอาจจะไม่ใช้คำว่าคลองไทย จะเป็นคลองอะไรก็แล้วแต่ คลองคอดกระก็แล้วแต่ ต้องขอความอนุมัติจากอังกฤษก่อน อันนี้ผมชี้ให้เห็นว่าถ้าคลองตรงนี้ไม่สำคัญมหาอำนาจ ระดับยุคนั้นคงไม่เอ่ยไว้ในสนธิสัญญา ผมจึงเป็นห่วงต่อไปว่าถ้าเราไม่คิดก้าวหน้ากว่านี้ประเทศไทย ซึ่งตกกรอบไปรอบหนึ่งคือการทำรถไฟความเร็วรางคู่ ซึ่งยุคท่านนายกผู้หญิงคนเดียว ของประเทศไทย ท่านยิ่งลักษณ์เคยคิดจะทำแล้วก็ขออนุมัติเงินกู้ วันนั้นบอกทำไม่ได้ต้อง เอาไปทำถนน วันนี้อะไรมันเกิดขึ้นท่านประธาน จากเมืองลาวไปเมืองจีนเขาทำเสร็จแล้ว ประเทศไทยยังไม่ได้ทำสักนิดเดียว อันนี้คือปัญหาต้องย้อนให้เห็นว่าความตกกรอบ ทางเศรษฐกิจของประเทศไทยมันหายไป วันนี้สนามบินที่ยิ่งใหญ่ของจีนที่มาสร้างในเมืองลาว ตรงข้างเชียงของ แต่ก่อนเชียงใหม่ เชียงรายเป็นสนามบินนานาชาติที่ยิ่งใหญ่มาก วันนี้เขา ไม่สนใจแล้ว เมืองจีน เขาสร้างสนามบินที่ยิ่งใหญ่กว่าเรามากก็เพราะเรายังอยู่ในกรอบจนคิด อะไรไม่ได้ ผมจึงกราบเรียนว่านี่ละคือปัญหาที่เรายังอยู่ในมุมหนึ่ง มุมอับ ตกขอบแล้วครับ เศรษฐกิจโลกในไทย ถ้าเราไม่คิดถึงว่าถ้าขุดแล้วเราได้อะไร อย่างไร ผมจึงคิดอีกมุมหนึ่งว่า เราให้คิดไปกว่านั้น อย่าคิดแต่กลัวดินแดน กลัวเสียเศรษฐกิจอะไรมากมายที่ว่านี่ ประเทศมหาอำนาจ เขาไม่อยากให้ทำ ถ้าเราทำเราอาจจะเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกก็ได้ ผมคิดไปมุมโน้น เพราะมันหลายครั้งหลายคราวแล้ว พอทำมา ส.ว. ไปศึกษามาก็ถูกตีกลับ แล้วใครทำให้ เราถูกตีกลับ ผมไม่อยากคิดว่าใครทำอะไร ที่ไหน แต่ว่าเราต้องบ้านเมืองเราไปสู่ขอบ เศรษฐกิจโลกให้ได้ ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่า ถ้าเรายังคิดเสียโน่นเสียนี่ ผมเป็นคน ไทยคนหนึ่งก็เสียดาย เสียดายบ้านเสียดายเมือง ว่าเราจะยืนอยู่ที่แนวหน้าของประเทศ ในระดับโลกได้หรือไม่ ถ้าตราบใดที่เรายังคิดว่าถ้าไปแล้วเรามีแต่เสียหาย แต่เราไม่เคยคิดว่า เราจะได้อะไร ท่านประธานครับ ด้วยเวลาอันสั้น ๆ ผมคงต้องบอกว่าวันนี้ผมเข้าใจแล้วว่า ที่หลายฝ่ายคิดเมื่อ ๕๐-๖๐ ปีก่อนเอาความมั่นคงเป็นหลัก แต่วันนี้ผมฟังกรรมาธิการ มาศึกษาแล้วบอกว่าความมั่นคงมันไม่ไปไหนหรอกครับ ก็ยังเป็นไทยอยู่ ผมจึงบอกว่า ๔ เล่ม ของท่านทำยิ่งใหญ่มาก ผมไม่ได้อ่านจนหมด แต่ว่าเปิดดูก็ให้ความสนใจ ต้องขอบคุณ คณะกรรมาธิการที่ท่านอุตส่าห์ทำขึ้นมา แล้วก็เป็นวิสามัญชุดที่ยิ่งใหญ่มาก ขอบคุณมาก ท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านนายกองตรี อาญาสิทธิ์ เชิญครับ🔗

นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ นครศรีธรรมราช

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมจะ ขออนุญาตที่จะอภิปรายในเรื่องรายงานผลการพิจารณาศึกษาการขุดคลองไทยและพัฒนา พื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ตามที่ทางคณะกรรมาธิการได้ชี้แจง แล้วก็มีเอกสารหนังสือต่าง ๆ ที่ได้แจ้งให้สมาชิกได้รับทราบอยู่แล้วนั้น กระผมเห็นว่าในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นหนึ่งในจังหวัดพื้นที่ซึ่งได้มีการศึกษาเรื่องการ ขุดคลองไทย ก็เห็นว่าในประเด็นต่าง ๆ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติหลายท่านก็ได้อภิปรายไป อย่างมากมายแล้ว ผมก็มีความห่วงใยในเรื่องที่จะได้ขออนุญาตจะเพิ่มเติมในส่วนที่คิดว่า อยากจะให้มีการศึกษา แล้วก็ดำเนินการถ้าหากว่าในอนาคตเราได้ขุดคลองไทยหรือว่าจะได้ ศึกษาเพิ่มเติม ก็คือในเรื่องของประเด็นเกี่ยวกับเรื่องอาชีพ เพราะว่าในพื้นที่จังหวัด นครศรีธรรมราช โดยเฉพาะอำเภอชะอวดก็จะมีพื้นที่ ซึ่งมีพี่น้องประชาชนประกอบอาชีพ ทางด้านเกษตร โดยเฉพาะในพื้นที่ที่อำเภอชะอวดบริเวณที่คลองไทยผ่านก็จะเป็นตำบล ควนหงส์ ตำบลท่าเสม็ด ตำบลเคร็ง แล้วก็มีระบบของป่าพรุ ดังที่เราได้รับทราบคือป่าพรุที่มี ชื่อเสียงของภาคใต้ ป่าพรุควนเคร็ง พี่น้องในพื้นที่ป่าพรุควนเคร็ง แล้วก็บริเวณใกล้เคียง ขณะนี้ยังมีปัญหาเรื่องของที่ดินทำกิน เรื่องอาชีพ บางส่วนก็ทำในที่ซึ่งมีข้อพิพาทในเกี่ยวกับ เรื่องที่ดินกับรัฐ แล้วก็ในเรื่องของการบริหารจัดการน ้า ในส่วนนี้ผมคิดว่าถ้าหากจะได้มี การศึกษาไปพร้อม ๆ กับการศึกษาเรื่องของการขุดคลองไทย โดยให้มีการดูแลเรื่องของ อนาคตที่จะเปลี่ยนสถานที่ประกอบอาชีพก็ดี ในพื้นที่ตั้ง ๑๓๕ กิโลเมตร แล้วก็บริเวณข้าง ๆ ที่มีความกว้างถึง ๔๐๐ เมตร ก็จะเห็นได้ว่าจะต้องสูญเสียพื้นที่เกษตรที่พี่น้องประชาชนได้ ประกอบอาชีพกันอยู่ในขณะนี้ ทั้งเป็นพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ และไม่มีเอกสารสิทธิ ผมก็เลยคิดว่าถ้าหากเราได้ศึกษาไปพร้อม ๆ กับเรื่องของการพัฒนา เรื่องการเตรียมเรื่อง ของคน เรื่องสังคม เรื่องอาชีพ ถ้าหากว่าหลังจากเราจะขุดคลองไทยแล้ว พี่น้องที่ประกอบ อาชีพอยู่จะไปทำอะไรที่ไหน อย่างไร ในวิถีชีวิตของชาวเกษตร ขณะนี้เอกสารสิทธิบางท่าน ไม่มี แล้วพี่น้องก็ยังกังวลว่าถ้าเกิดว่าต่อไปเขามีการขุดคลองไทยจริง ๆ แล้ว คนบ้านหนึ่ง มีเอกสารสิทธิ อีกคนบ้านหนึ่งไม่มีเอกสารสิทธิ จะได้รับการดูแลแก้ไขหรือว่าทดแทนชดเชย เรื่องของสิทธิต่าง ๆ เหล่านี้อย่างไร ก็คิดว่าสิ่งที่น่าจะทำก็คือการไปศึกษาในเรื่องของ การประกอบอาชีพการงาน แล้วก็ให้มีการเตรียมความพร้อมโดยการดูแลเรื่องของเอกสารสิทธิ เรื่องของการประกอบอาชีพที่เป็นพื้นฐานอยู่ แล้วก็ดูแลในเรื่องของแหล่งน ้า แหล่งน ้าจืด ที่จะต้องใช้ในอนาคตหลังจากพื้นที่ ๔๐๐ เมตรออกไปแล้ว ทางด้านหลังข้าง ๆ เราจะ ทำอย่างไรให้คนที่อยู่ในพื้นที่ดั้งเดิมได้มีวิถีชีวิตที่เป็นปกติ แล้วก็ได้รับผลกระทบอย่างน้อย ที่สุด ก็จะขออนุญาตกราบเรียนเพื่อเป็นข้อเสนอแนะในโอกาสที่จะได้ศึกษาเรื่องของ การขุดคลองไทยและการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจในโอกาสต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๒ ท่าน ท่านซูการ์โน มะทา กับท่านนิคม บุญวิเศษ เชิญครับ🔗

นายซูการ์โน มะทา ยะลา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ผมต้องขอบคุณคณะกรรมาธิการ วิสามัญที่ได้ศึกษาเรื่องการขุดคลองไทย เพราะว่าเท่าที่ผมได้อ่านเอกสารที่ท่านได้นำเสนอ ต่อสภาแห่งนี้ผมถือว่าเป็นเอกสารที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นคณะกรรมาธิการ ทำงานมา แล้วก็ใช้เวลาในการศึกษามากกว่า ๒ ปี ฉะนั้นผมคิดว่าเนื้อหาสาระที่ได้อยู่ใน การศึกษาของท่านก็เป็นประโยชน์กับประเทศชาติ เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ผมจึง ขออนุญาตท่านประธานอภิปรายสนับสนุนรายงานฉบับนี้ว่า อย่างน้อยที่สุดประเทศไทย ภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน พี่น้องประชาชนมีปัญหาเรื่องความยากจน มีปัญหาเรื่องปากท้อง มีปัญหาหลาย ๆ มิติ แต่อย่างน้อยคณะกรรมาธิการนี้ก็ยังทำให้เกิดความหวังได้ว่า หากมีการ ขุดคลองไทยแล้วประเทศไทยจะเป็นศูนย์เศรษฐกิจของโลกยุคใหม่ ประเทศไทยหากมีการ ขุดคลองไทยแล้วเราจะมีการจ้างงานที่จำนวนมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้คนรุ่นใหม่ ที่เป็นอนาคตของประเทศที่จบการศึกษามาแล้วว่างงานนับล้าน ๆ คน อย่างน้อยที่สุดข้อมูล เหล่านี้ผมอยากให้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้ผ่านรายงานฉบับนี้ เพื่อให้รัฐบาลได้นำเสนอ ข้อมูลที่คณะกรรมาธิการทั้งหมดได้ศึกษาอย่างละเอียดถี่ถ้วนแล้ว ไปมอบหมายหรือตั้ง งบประมาณให้สถาบันการศึกษาที่มีความเป็นกลางที่มีความเห็นว่า อนาคตของประเทศ ถ้าจะปลดหนี้ที่เป็นหนี้สาธารณะของประเทศ หนี้ครัวเรือนของประเทศแล้วควรจะมีการ ลงทุนเมกะโพรเจกต์ (Megaproject) ขนาดใหญ่ อย่างที่ในรูปเล่มของคลองไทยที่พวกเรา กำลังอภิปรายในวันนี้ สิ่งที่ผมอยากเห็นอย่างมากที่สุดก็คือการเสนอให้รัฐบาลนำไปศึกษา และให้รัฐบาลตั้งงบประมาณเพื่อมอบให้สถาบันการศึกษาไปศึกษาเพิ่มเติม ในข้อสังเกต ในมุมมองความเห็นของเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน และเห็นด้วยว่าสิ่งที่เพื่อน สมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้วนั้นอาจจะมีผลในพื้นที่บ้าง แต่ผมในฐานะที่เป็นคนใต้ ส.ส. ที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนชาวใต้คนหนึ่งก็รู้สึกเริ่มมีความหวังว่าความยากจน จะหมดไปจากพี่น้องคนไทย ถ้าประเทศไทยกล้าลงทุนเมกะโพรเจกต์ (Megaproject) ในพื้นที่ ๑๔ จังหวัดภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้เรามีความเหลื่อมล ้าในเรื่องของ การพัฒนา คนในภาคใต้ได้รับความเหลื่อมล ้าในเรื่องของงบประมาณ ฉะนั้นการเสนอ ผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการเพื่อให้เป็นข้อมูลให้กับรัฐบาลได้ให้สถานศึกษาไปศึกษา เพิ่มเติมในจุดที่เพื่อนสมาชิกในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ได้ตั้งข้อสังเกต ข้อห่วงใยเพิ่มเติม นอกจากที่ท่านคณะกรรมาธิการได้ตั้งข้อสังเกตจากรายงานแล้ว ท่านประธานครับ การขุด คลองไม่ใช่ว่าไม่เคยมี และการขุดคลองเพื่อการคมนาคมนั้นในประเทศไทยเราก็มีการ ขุดคลองมาตั้งแต่อดีตกาล ไม่ว่าจะเป็นการขุดคลองแสนแสบหรือการขุดคลองผดุงกรุงเกษม ซึ่ง ณ วันนี้ก็ได้ใช้ประโยชน์ทั้งด้านเศรษฐกิจ ทั้งด้านคมนาคม ซึ่งในความเห็นในฐานะที่ผม เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่งแล้วก็ติดตามเรื่องราวความเป็นมาที่เป็นตำนานของ การขุดคลอง ไม่ว่าจะเป็นการขุดคลองกระ หรือการขุดคลองไทยที่มีตำนานยาวนานนั้น ธรรมดาครับการทำงานที่เป็นเมกะโพรเจกต์ (Megaproject) ชิ้นสำคัญย่อมมีผู้เห็นด้วย และผู้ไม่เห็นด้วย ผมยกตัวอย่างว่า การก่อสร้างสนามบินที่สนามบินหนองงูเห่า หรือที่เรา รู้จักกันในนามว่าสนามบินสุวรรณภูมิ เราก็มีการศึกษาอย่างละเอียดและมีผลกระทบ อะไรบ้าง ก็มีหลายรัฐบาลพยายามที่จะทำไปแล้วก็ไม่ประสบความสำเร็จ ในที่สุดรัฐบาลที่มา จากการเลือกตั้งของพี่น้องประชาชนได้ตัดสินใจก่อสร้างสนามบินสุวรรณภูมิเป็นสนามบิน นานาชาติ จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ผลที่ได้จากการสร้างสนามบินวันนั้นเรามีรายได้จาก การท่องเที่ยวปีหนึ่งหลาย ๆ ล้าน มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยนับแสนคน สิ่งสำคัญที่สุดผมอยากเห็นโครงการเหล่านี้เกิดเป็นรูปธรรม ผมอยากให้ทางคณะกรรมาธิการ และอยากให้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ช่วยกันผลักดัน อย่างน้อยที่สุดอนาคตของคนรุ่นใหม่ ที่จบการศึกษาแล้วว่างงานนั้นจะได้มีงานทำ และมีความหวังว่าการขุดคลองในประเทศ ต่าง ๆ นั้นประโยชน์ที่เกิดขึ้นก็เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนคนในประเทศนั้น ผมยกตัวอย่าง นิดหนึ่งว่าเพิ่มเติมเพื่อเป็นข้อมูลว่าการขุดคลองสุเอซที่ประเทศอียิปต์ ผมว่าฐานะ ทางเศรษฐกิจของประเทศอียิปต์ก็ไม่ได้แตกต่างไปจากประเทศไทย แต่วันนี้ด้วยการที่เขามี คลองสุเอซ เขามีคลองสุเอซ ๑ ๒ ๓ ทำให้เขามีรายได้ทางเศรษฐกิจของประเทศเขาที่มั่นคง มากขึ้น ผมอยากเห็นประเทศไทยเป็นเสือจริง ๆ ผมไม่อยากเห็นประเทศไทยเป็นคนที่แค่ เพ้อฝัน เพ้อฝันว่าจะทำอย่างโน้นทำอย่างนี้ สุดท้ายก็มีปัญหาอุปสรรคที่เกิดขึ้นแล้วเรา ไม่สามารถทำได้ก็อยากฝากทางคณะกรรมาธิการ และอยากฝากเพื่อนสมาชิก ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ว่า ช่วยกันผ่านรายงานฉบับนี้แล้วก็นำเสนอต่อรัฐบาลเพื่อให้รัฐบาล ที่กล้าลงทุนกล้าตัดสินใจทำโครงการใหญ่ ๆ ซึ่งผมเชื่อว่านักลงทุนอีกจำนวนมากจะมาลงทุน ในประเทศไทย เพื่อประโยชน์ของคนไทยเราต้องสนับสนุนคลองไทยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านนิคม บุญวิเศษ ครับ🔗

นายนิคม บุญวิเศษ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค พลังปวงชนไทย กระผมขออภิปรายรายงานจากคณะกรรมาธิการศึกษาคลองไทย ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณทุกคนที่ร่วมกันศึกษาได้อย่างละเอียด ผมเชื่อว่าหลายท่านที่เป็นคณะกรรมาธิการก็มีความปรารถนาดีกับประเทศไทยเรา เนื่องจาก ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีรายได้น้อย ถ้าเทียบกับต่างประเทศที่อยู่รอบข้างเรา ทั้ง ๆ ที่เรา มีข้อได้เปรียบหลายอย่าง แต่เรามีความที่ขัดแย้งกันทางความคิดครับท่านประธาน แต่ผล จากการศึกษานั้น ผมคิดว่าประโยชน์ที่เกิดขึ้นโดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจการพัฒนา ประเทศ ทำให้พี่น้องที่อยู่ใกล้ ๆ เคียง โดยเฉพาะพี่น้องภาคใต้ รวมทั้งภาคกลาง ภาคอีสาน เมื่อเรามีรายได้ที่ดีประเทศไทยก็สามารถพัฒนา ประชากรมีรายได้ เราก็สามารถสู้กับ ต่างประเทศได้ ประเทศไทยเรามีภูมิประเทศที่สามารถเป็นมหาอำนาจทางการขนส่งสินค้าได้ จุดนี้เป็นจุดแข็งของเรา ผมก็เลยคิดว่าถ้าเราเอาจุดแข็งมาใช้มันจะเกิดประโยชน์ โดยที่รายได้ จะเข้าประเทศมหาศาล แต่ในส่วนที่หลายท่านที่อภิปรายไปในทางที่ไม่เห็นด้วย ผมคิดว่า นั่นเป็นรายละเอียดที่หลายท่านก็มีความเป็นห่วงเป็นใยกับประเทศเราเช่นกัน ก็ไม่ใช่ ความคิดที่ไม่ดีครับ เป็นความคิดที่ดีครับ แต่เราต้องมาศึกษาเพิ่มเติมครับ แต่ผมอยากเห็น คลองไทยเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ เนื่องจากเราได้มีการศึกษากันมายาวนานพอสมควร ผู้ที่ไม่อยากให้เกิดก็คือคนที่เสียประโยชน์ อาจจะเป็นคนที่อยู่ใกล้เคียงประเทศเรานี่ละครับ แต่เราไม่สามารถบอกได้ว่าเป็นใคร เรามองประเทศเราเป็นหลักครับ ทำอย่างไรประเทศไทย จะมีรายได้มหาศาล จากการขนส่งสินค้า ซึ่งเราเป็นข้อได้เปรียบอยู่แล้ว ผมจะยกตัวอย่าง จากการศึกษาของบริษัทเอกชนบริษัทหนึ่ง เพื่อร่วมเป็นข้อมูลในการให้คณะกรรมาธิการ และสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้เพิ่มเติมก็คือ อย่างกรณีสินค้าไทยในปัจจุบันก่อนที่เราจะมีการ ขนส่งสินค้าเราก็จะมีการนำสินค้าบรรจุตู้คอนเทนเนอร์ (Container) ใช่ไหมครับ เสร็จแล้ว ก็ลงเรือเล็กครับ ไปลงที่แหลมฉบังหรือท่าเรือกรุงเทพฯ เสร็จแล้วเราไปไหนครับ ไปส่งยัง ท่าเรือประเทศสิงคโปร์ ต้องขออภัยที่ต้องเอ่ยนาม เพราะว่ามันเป็นเรื่องจริง เสียค่าลาน ฝากตู้ในท่าเรือสิงคโปร์เพื่อรอเรือใหญ่จากยุโรป อเมริกามารับตู้คอนเทนเนอร์ (Container) เหล่านี้ เห็นไหมครับ เสียค่าย้าย ค่ายกขึ้นเรือจำนวนมาก ที่สำคัญคือมันเสียเวลา เห็นไหมครับ สิ่งเหล่านี้ก็เป็นต้นทุนทั้งนั้น และผู้ประกอบการละครับไม่มีทางเลือก จำเป็น จะต้องทำแบบนี้เนื่องจากว่ามันไม่มีทางเลือกแล้ว แต่ถ้าหากเราขุดคลองไทยได้ ประโยชน์ ที่เกิดขึ้นก็คือเรือสินค้าจากหลาย ๆ ประเทศจะลดเวลาในการเดินเรือ ๓-๑๐ วัน ลดค่าใช้จ่ายในเรือ ๑ ลำ มีค่าใช้จ่ายดังนี้ครับ ก็มีค่าเช่าเรือ มีดอกเบี้ย ค่าคนงานบนเรือ ค่าใช้จ่ายบนเรือ ค่าซ่อมบำรุงเรือ ค่าน ้ามันที่ใช้ไป ๑๘,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ ลิตรต่อชั่วโมง ค่าน ้ามันเครื่อง น ้ามันอื่น ๆ เบี้ยประกันภัยเรือ สิ่งเหล่านี้มันก็จะลดลงไปด้วย ขึ้นอยู่กับ ขนาดของเรือครับ เรือเล็ก เรือใหญ่ว่ากันไป และที่สำคัญก็คือลดเวลาในการเดินทาง เวลา มันมีค่า ถ้าเปรียบเทียบก็คือเป็นเงิน ยกตัวอย่างเราเดินทางทำไมเราถึงขึ้นทางด่วนจากแจ้ง วัฒนะไปลงบางนา ทำไมเราไม่วิ่งข้างล่างละครับ มันก็ไปถึงเหมือนกัน แต่ด้วยความที่เรามี เรื่องเร่งด่วนเราคิดว่าการจ่ายค่าทางด่วนเพื่อให้มันเร็วขึ้น มันเป็นประโยชน์มากกว่า เราวิ่งข้างล่างเสียเวลามาก ฉะนั้นผู้ประกอบการเขาคิดเรื่องนี้ได้ครับ เราประหยัดเวลาในการ เดินเรือ ๕ วันเท่ากับประหยัดเงินไป ๑๐ ล้านบาทถึง ๑๕๐ ล้านบาทต่อเที่ยวเห็นไหมครับ ฉะนั้นคลองไทยช่วยชาวโลกโดยการลดการเผาผลาญเชื้อเพลิง อันนี้ส่วนหนึ่งที่มี บริษัทเอกชนเขาได้ศึกษาเอาไว้ ซึ่งมันเป็นผลดีกับสิ่งแวดล้อม เขายังมีการศึกษา ในรายละเอียดขนาดนี้ครับท่านประธาน ผมขอใช้ข้อมูล เพราะว่าอันนี้เป็นข้อมูลทางวิชาการ ลดมลภาวะเป็นพิษจากเรือใหญ่ และคอนเทนเนอร์ (Container) เปรียบเทียบการประหยัด น ้ามันและเวลาเมื่อแล่นผ่านคลองไทย ถ้าเรือขนาด ๑๐๐,๐๐๐ ตัน ๑๐๐,๐๐๐ ตันนี่ใช้น ้ามัน ๑๐๐,๐๐๐ ลิตรต่อวัน ถ้าใช้เวลา ๒ วัน ๒๐๐,๐๐๐ ลิตรต่อเที่ยว เรือขนาด ๒๐๐,๐๐๐ ตัน ใช้น ้ามัน ๒๐๐,๐๐๐ ลิตรต่อวัน ถ้าคูณ ๒ วันเข้าไป ๔๐๐,๐๐๐ ลิตร ต่อเที่ยว แต่ถ้าเป็นเรือขนาดใหญ่ ๔๐๐,๐๐๐ ตัน ท่านประธานครับ ๔๐๐,๐๐๐ ลิตรต่อวัน ใช้เวลาวิ่ง ๖ วันครับ ๒,๔๐๐,๐๐๐ ลิตรต่อเที่ยว ฉะนั้นหากเฉลี่ยเรือวิ่งต่อเที่ยวจะลดการใช้ น ้ามัน ๑,๕๐๐,๐๐๐ ลิตร คูณด้วย ๒๐,๐๐๐ เที่ยว เท่ากับ ๓๐,๐๐๐ ล้านลิตรต่อปี คิดเป็นการผลิตคาร์บอนไดออกไซด์ ๖๗,๕๓๖ ล้านตันต่อปี ฉะนั้นหากมีเรือวิ่งผ่านคลองไทยวันละ ๓๐๐ ลำ เฉลี่ย ๑ ล้านลิตรต่อเที่ยว สามารถลดการเผาผลาญน ้ามันต่อปี ๑๐๙,๕๐๐ ล้านลิตร และน ้ามันดีเซล ๑ ลิตร ก่อให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์เท่ากับ ๒๕๒,๙๔๕ ล้านกิโลกรัม นี่คือ เป็นการช่วยลดมลภาวะเป็นพิษ โดยที่บริษัทเอกชนเขามีการศึกษามาเรียบร้อยแล้วครับ ส่วนทางด้านการลงทุนนั้นไม่ต้องพูดถึงครับ มีบริษัทหลายบริษัทที่เป็นเอกชนที่เขาสนใจที่จะ มาร่วมลงทุน รวมทั้งให้กับพี่น้องประชาชนมีหุ้น แล้วก็พื้นที่ในการพัฒนาบริเวณนั้น ที่ดิน ก็จะขึ้นราคา เป็นประโยชน์กับพี่น้องที่อยู่ในบริเวณภาคใต้ เกิดการสร้างงานสร้างอาชีพทุก อย่าง ฉะนั้นเวลาที่เขาทำเขาจะไม่ทำแบบลักษณะขุดแล้วให้มีการแยกประเทศ ไม่ใช่ครับ ข้างล่างคลองไทยเขาจะทำเป็นเมือง มีการเชื่อมต่อเชื่อมโยงกันครับ ไม่ใช่ตัดแล้วขาดกัน ฉะนั้นความมั่นคงเราต้องดูว่าความมั่นคงของใคร เราต้องมองความมั่นคงของประชาชน การอยู่ดีกินดีเป็นหลักด้วยส่วนหนึ่ง ส่วนเรื่องมลภาวะเป็นพิษ เรื่องสิ่งแวดล้อมก็มีการศึกษา ข้อมูลเรียบร้อยแล้ว ตรงนี้สามารถแก้ได้ครับถ้าเรามีเงินมีรายได้เข้ามา มีการปลูกป่ามีการ ฟื้นฟูป่าขึ้นมาทดแทนได้ ในช่วงเวลา ๗ นาทีนี้ผมก็ขออภิปรายเท่านี้ก่อน ก็ขอสนับสนุน คณะกรรมาธิการชุดนี้เพื่อที่จะให้รัฐบาลพิจารณา ถ้ารัฐบาลชุดนี้ไม่สามารถทำได้หรือทำไม่ทัน ก็รัฐบาลใหม่ก็มาทำครับ ผมคิดว่ามันเป็นประโยชน์ส่วนรวมครับ กราบขอบพระคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๒ ท่าน ท่านคงกฤษ พรรคภูมิใจไทย กับท่านประเดิมชัย พรรคเพื่อไทย เชิญท่านคงกฤษก่อนครับ🔗

นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ระนอง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทยครับ วันนี้ผมขอขอบคุณทางคณะกรรมาธิการวิสามัญที่มีการศึกษาพิจารณาการขุดคลองไทย และการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ ซึ่งวันนี้เป็นการรับทราบรายงานของท่าน ผมนั่งฟัง ทางท่านสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ก็มีการแสดงความคิดเห็นระหว่างการขุดคลองไทยกับการ พัฒนาระบบของแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ซึ่งระบบของแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) เป็นระบบของทางท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งตรงนี้ขออนุญาตว่า ผมต้องขอเพิ่มเติมเอกสารจาก สนข. ก็ขอบคุณทางท่านศุภชัย ใจสมุทร ที่ท่านได้นำเสนอ รายละเอียดของ สนข. ในการเปรียบเทียบระหว่างการขุดคลองไทยและแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ในส่วนของความคุ้มค่าของโครงการ โครงการคลองไทยหากเก็บค่าผ่านทาง อย่างเดียวจะก่อให้เกิดการพัฒนาเศรษฐกิจและกิจกรรมเศรษฐกิจของประเทศ ในส่วนของ โครงการแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) มีรายได้จากการขนส่งที่ท่าเรือและขนส่งต่อเนื่อง และการพัฒนาพื้นที่หลังท่าทำให้เกิดรายได้ต่อเนื่องในอุตสาหกรรมกลุ่มอื่น ๆ เช่น ภาคบริการ ภาคการเงิน เป็นต้น ซึ่งการขุดคลองไทยนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดรายได้ในการพัฒนา เศรษฐกิจเลย ในความเสี่ยง โครงการคลองไทยมีความเสี่ยงทั้งประเด็น การแข่งกับการ ขนส่งผ่านช่องแคบมะละกา ซึ่งท่าเรือทั้งสิงคโปร์และมาเลเซียจะมีการพัฒนา ขีดความสามารถในการพัฒนาต่อเนื่องอยู่แล้ว และวันนี้ทางประเทศสิงคโปร์และประเทศ มาเลเซียก็มีการพัฒนาท่าเรือขนาดใหญ่เพิ่มขึ้น ๒. เรือที่มีโอกาสจะเข้ามาโครงการเป็นเรือ ขนส่งพลังงานและเรือหลัก เพราะไม่ต้องหยุดจอดในขณะที่มีเรือคอนเทนเนอร์ (Container) จะต้องเป็นเรือที่เข้ามาจอด ๓. ต้องมีการพัฒนาด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะท่าเรือทั้ง ๒ ฝั่ง การก่อสร้างท่าเรือและนิคมอุตสาหกรรมค่อนข้างยาก ๔. การเพิ่มขึ้นของเส้นทางการค้าและทางทะเลก็จะทำให้มีการเดินเรือเหนือตอนของรัสเซีย ทำให้ร่นระยะทางได้อย่างมาก และทำให้การขนส่งระหว่างยุโรปและเอเชียตะวันออกเฉียงเหนือ เร็วขึ้น ในส่วนของโครงการแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) มีความเสี่ยงก็คือการดึงดูดสายเรือ ให้เข้ามาใช้ ซึ่งจะต้องมีแรงจูงใจในการเปลี่ยนเส้นทางเรือ เป็นเรือการขนส่งภายใน ทวีปเอเชียให้เข้ามาบริการ ๓. สนับสนุนการขนส่งระหว่างประเทศในทวีปเอเชีย และจะต้องมีการลงทุนในระบบต่าง ๆ และร่นระยะเวลาการขนถ่ายระหว่างท่าเรือ ๓. แนวโน้มของเรืออีสต์เอเชีย (East Asia) จะมีลักษณะการขนส่งสินค้าทางเรือเป็นแบบ พอร์ต ทู พอร์ต (Port to Port) กำหนดเส้นทางชัดเจน โดยเฉพาะเรือขนส่งสินค้าหลัก ของจีนส่วนใหญ่เป็นแบบไดเรกต์ โอเชียน ชิป (Direct Ocean Ship) ซึ่งจะไม่จอดรับสินค้า ท่าเรือใด ๆ ทำให้แนวโน้มที่เรือขนาดใหญ่มีการขนส่งจากจีน-ยุโรปยังคงช่องแคบมะละกา ตามเดิม ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเป็นคนระนองคนหนึ่ง แล้ววันนี้เป็นตัวแทนของพี่น้อง ประชาชนชาวระนอง ดีใจครับที่จังหวัดเล็ก ๆ ของระนองซึ่งมีพื้นที่แค่ ๒,๑๔๑,๒๕๐ ไร่ หรือประมาณ ๓,๒๙๘ ตารางกิโลเมตร เป็นจังหวัดที่โชคดีแล้วครับวันนี้ มีคนพูดถึง แลนด์บริดจ์ (Land Bridge) มีการที่จะทำอย่างไรในครั้งนี้ การพูดถึงแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ท่านนายกรัฐมนตรีท่านเคยลงพื้นที่ตอน ครม. สัญจรในยุคของท่าน วันที่ ๒๐-๒๑ สิงหาคม ปี ๒๕๖๑ ยังไม่มีการเลือกตั้งครับ ตอนนั้นผมเป็นผู้บริหารท้องถิ่น ผมก็ร่วมประชุมกับท่าน นายกรัฐมนตรีด้วย แล้วก็นำปัญหาต่าง ๆ ที่จังหวัดระนองควรที่จะแก้ไขและมีการพัฒนา อย่างไรบ้าง ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็เห็นด้วยในการที่จะพัฒนาท่าเรือ ซึ่งท่านพิเชษฐ์ ก็ได้พูดถึงท่าเทียบเรือเก่าลึก ความเป็นไปได้ยากที่จะขุดคอคอดกระ อันนี้ผมเห็นด้วย เพราะร่องน ้าลึกไม่ถึง ๑๕ เมตรตามที่ท่านว่าไว้ แต่การศึกษาท่าเรือของระนองและชุมพร เราศึกษาท่าเรือใหม่ของระนอง เราศึกษาท่าเรือใหม่ของชุมพร ซึ่งการศึกษานี้ สนข. ได้ลง พื้นที่แล้ว มีการประชุม ๓ ครั้ง เป็นโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง เพื่อการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ตรงนี้ก็ ๑ ครั้ง และมีโครงการศึกษาการจัดการ ทำแผนโลจิสติกส์ (Logistics) ตรงนี้ก็ ๑ ครั้ง ครั้งที่ ๓ เป็นการประชุมการศึกษาจัดทำแผน แม่บทการพัฒนาโครงข่ายทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองและระบบเอ็มอาร์แมพ (MR MAP) หรือเอ็มอาร์ ๘ (MR8) นี่คือเส้นทางหลักที่วันนี้กำลังศึกษาอยู่ระยะทางประมาณ ๙๑ กิโลเมตร เป็นการย่นระยะทางที่สั้นที่สุดตอนนี้ แต่ความคิดเห็นของพี่น้องชาวระนอง เห็นด้วยครับ ตรงนี้ต้องขออนุญาตว่าเห็นด้วยเลย และพี่น้องชาวจังหวัดชุมพรด้วย เพราะตรงนี้เป็นการลดค่าเวนคืนพื้นที่โดยไม่ได้จำเป็นและพัฒนาความเจริญไปสู่พื้นที่ใหม่ ปรับโครงสร้างต่าง ๆ ของพื้นที่จังหวัดระนอง ท่านประธานครับ หลาย ๆ สิ่ง หลาย ๆ อย่าง ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นระบบแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ที่เกิดขึ้นของการขนส่งสินค้าแล้ว ยังเป็นการช่วยการสนับสนุนเรื่องการส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างเมืองฝั่งอันดามันและฝั่ง อ่าวไทย หรือริเวียรา (Riviera) หรือเป็นถนน หรือเป็นแหล่งท่องเที่ยวต่อไปในอนาคต และจะเป็นศูนย์กลางของการขนส่งด้วย ท่านประธานที่เคารพครับ โชคดีของคนระนองอีก ท่านนายกรัฐมนตรีท่านเป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ วันนี้ ท่านได้ปลดล็อกของพื้นที่ป่าชายเลน ซึ่งเป็นพื้นที่แบ่งพื้นที่เช่าเก่า แต่วันนี้ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านได้ขับเคลื่อนเรื่องนี้แล้ว ฉะนั้นแล้ววันนี้การเกิดขึ้นของแลนด์บริดจ์ (Land Bridge) ระหว่างชุมพรและระนองเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน แล้วก็เป็นความจริงที่ว่าการลงทุนมีการ ลงทุนที่น้อยกว่าการขุดคลองไทยครับ วันนี้ผมในฐานะของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัด ระนองก็ขออนุญาตว่าเราดีใจ จากจังหวัดเล็ก ๆ จังหวัดที่ไม่เคยมีอะไร ไม่เคยมีความสำคัญ ในเรื่องเกี่ยวกับการขนส่งสินค้าเลย แต่วันนี้เป็นจุดที่ทำให้นักลงทุนที่จะเข้ามาลงทุนในระบบ ของพีพีพี (PPP) ในส่วนนี้มาลงทุนในภาครัฐและภาคเอกชนด้วย ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานมากที่ได้ให้มีการศึกษาเรื่องนี้เกิดขึ้น และทำให้จังหวัดระนองเป็นที่รู้จักของ คนไทยทั้งประเทศครับ กราบขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านประเดิมชัยครับ🔗

นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดินแดง ห้วยขวาง พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่น ต้องขออนุญาตในการชื่นชมความกล้าหาญของ ๔๙ อรหันต์ ในฐานะที่เป็นกรรมาธิการ ที่ได้ศึกษาเรื่องที่ดี ๆ และมีประโยชน์ต่อประเทศชาติและพี่น้องประชาชนในมุมมองผม ผมจะขออนุญาตนำเรียนท่านประธานว่าทำไมผมถึงพูดอย่างนั้น เรื่องของการที่จะหารายได้ ทดแทนให้กับประเทศชาติ โดยเฉพาะเรื่องของแนวความคิดในการที่จะมีการขุดคลอง ในพื้นที่บริเวณภาคใต้ ผมเคยได้ยินได้ฟังมาตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ จนกระทั่งวันนี้ผมมายืนอยู่ใน เวทีของสภาผู้แทนราษฎร ได้มีโอกาสเห็นข้อมูลของคณะกรรมาธิการซึ่งทำมาเป็นรูปเล่ม อย่างสวยงามและมีข้อมูลที่เพียบพร้อมในทุกด้าน แต่มีบางเรื่องที่ผมจะขออนุญาตนำฝาก กรรมาธิการ วันนี้สภาจะพิจารณาให้ความเห็นชอบกับกรรมาธิการหรือไม่ อย่างไร ฝากท่าน ประธานกรรมาธิการหรือท่านประธานสภาได้พิจารณาให้ได้มีการนำเอกสารฉบับที่สภาแห่งนี้ ได้ศึกษาส่งไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ให้พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศได้มีโอกาสเห็นข้อมูล รายงานฉบับที่กรรมาธิการชุดนี้ได้ศึกษา ซึ่งผมคิดว่าถ้าพี่น้องประชาชนเองได้ศึกษาข้อมูล นอกจากการฟังการอภิปรายในสภาแห่งนี้ หรือการรับรู้ข้อมูลข่าวสารเฉพาะการสื่อสารจาก สื่อสารมวลชนแขนงใดก็ตามแต่ พี่น้องประชาชนจะมีความเข้าใจมากขึ้น🔗

สิ่งที่เป็นประโยชน์ประการแรกท่านประธานครับ วันนี้เรากำลังมองหา สิ่งทดแทนโดยเฉพาะเรื่องของรายได้ ในช่วงที่ผ่านมาเรามีรายได้หลักเรื่องของการท่องเที่ยว เมื่อเกิดวิกฤติโรคระบาดแน่นอนครับว่าเศรษฐกิจของเราหดหาย พี่น้องประชาชนได้รับ ผลกระทบ แต่ถ้าคลองตามแนวทางที่ทางคณะกรรมาธิการได้ศึกษามา และมีการบ่งบอกถึง ตัวเลขที่ชัดเจนว่า รายได้ที่จะนำกลับคืนสู่ประเทศชาติและจะส่งผลดีกับพี่น้องประชาชน มีรายได้ต่อปีเท่าไร จนกระทั่งถึง ๕๐ ปี คุ้มทุนไม่เกิน ๕ ปี สำหรับการลงทุน ซึ่งผมก็เชื่อว่า วันนี้เรื่องของการลงทุนไม่มีปัญหา แต่สิ่งที่ผมอยากจะเรียนถามท่านประธานไปถึง กรรมาธิการเพราะว่าผมพยายามที่จะดู โดยเฉพาะในเรื่องของเอกสารที่ท่านนำเสนอมา ในยุทธศาสตร์ที่ ๖ เรื่องของสิทธิพิเศษสวัสดิการสำหรับประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ ถ้าท่าน จะได้กรุณาให้ข้อมูลที่ชัดเจนว่าในไลน์ (Line) เส้นทางของคลองที่มีการขุดผ่านตามแนวทาง ที่ท่านศึกษาพี่น้องประชาชนที่จะได้รับ นอกจากเขาจะได้รับค่าเวนคืนที่เขาได้รับตาม กฎหมายแล้ว จังหวัดต่าง ๆ ที่คลองจะผ่าน หรือว่าพี่น้องประชาชนในจังหวัดเหล่านั้นเขาจะ ได้สิทธิพิเศษนอกเหนืออะไรขึ้นมาบ้าง ในรายงานฉบับนี้ไม่มีการพูดถึง แต่ผมคิดว่าตรงนี้ มันจะเป็นการสร้างแรงจูงใจให้กับพี่น้องในทุกจังหวัดที่มีการลากแนวคลองผ่านตั้งแต่ จังหวัดตรังไปถึงจังหวัดสงขลาในเส้นทางที่ท่านได้ศึกษามา แต่ความชัดเจนตรงนี้ไม่มี มันก็ อาจจะทำให้ประชาชนเกิดความไขว้เขว เกิดความไม่เข้าใจว่าสิ่งที่เขาจะได้ เพราะว่าเราต้อง ไปอาศัยในพื้นที่ทำมาหากินเขา แต่คลองเส้นนี้มันจะหล่อเลี้ยงพี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศ เพราะว่ามันมีรายรับที่ชัดเจน ถึงแม้ว่าจะเกิดวิกฤติอะไรก็ตามแต่ โรคไหนจะมา ก็ตามแต่ แต่เส้นทางการคมนาคมทางน ้าซึ่งจะทำให้เป็นการประหยัดในเส้นทาง แทนที่ จะต้องวิ่งอ้อมไปทางเส้นทางอื่น การตัดผ่านเส้นทางที่ท่านศึกษาผมคิดว่ามันจะเป็น ประโยชน์อย่างยิ่ง ไม่ใช่เฉพาะในส่วนของประเทศไทยเท่านั้นที่ได้ประโยชน์ แต่ในส่วนของ นานาอารยประเทศที่จะต้องใช้เส้นทางนี้เป็นเส้นทางในการผ่าน ในการขนส่งสินค้าทางเรือ ก็จะได้ประโยชน์ด้วย🔗

ส่วนที่ ๒ ที่ผมขออนุญาตนำเรียนท่านประธานต่อไปก็คือว่า การที่ กรรมาธิการศึกษามาแล้ว แต่เป็นที่น่าเสียใจก็คือว่าในส่วนของการศึกษาของกรรมาธิการ เพียงแต่เป็นเรื่องของการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมแสดงความคิดเห็นหรือว่า มาให้ข้อมูล ไม่ได้มีตัวแทนของรัฐบาลเข้ามาเป็นคณะกรรมาธิการ ฉะนั้นสิ่งที่เรามุ่งหวังในขณะนี้ก็คือว่า รัฐบาลเองก็จะต้องให้ความสำคัญและให้ความสนใจ ไม่ใช่ปล่อยให้สภาซึ่งเป็นตัวแทนของ พี่น้องประชาชนศึกษาไป แต่รัฐบาลไม่รับลูก ไม่ได้พิจารณาถึงความสำคัญในเรื่องที่มันเป็น สิ่งทดแทนที่จะนำมาสู่พี่น้องประชาชนได้ ผมคิดว่าตรงนี้ถ้ารัฐบาลเองไม่สนใจนี้เป็นเรื่องที่ น่าเสียดายและเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ ฉะนั้นก็ขออนุญาตนำเรียนท่านประธานผ่านไปถึงทาง รัฐบาลว่า วันนี้ไม่ว่าผลการพิจารณาของสภาจะให้ความเห็นชอบหรือไม่ ผมคิดว่ารัฐบาลเอง ก็จะต้องนำเรื่องนี้เข้ามาศึกษาในส่วนของรัฐบาล และมีคำตอบให้กับพี่น้องประชาชน โดยนำเอาต้นเรื่องของคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ได้ศึกษามาอย่างดี มีรูปเล่มที่สวยงาม ถึง ๔ เล่ม มีรายละเอียด มีสาระที่ครบถ้วน ไปพิจารณาต่อยอดในการทำให้เกิดความเป็นจริง และมีความเป็นรูปธรรมมากที่สุดในเชิงของเศรษฐกิจที่จะมีรายได้กลับเข้ามาสู่ประเทศ อย่าให้เกิดข้อครหาว่า ถ้าศึกษาเรื่องนี้ทุกครั้ง เรื่องนี้จะต้องมีความจำเป็นต้องพับไป เพราะว่าประเทศเพื่อนบ้านไม่ต้องการที่จะให้มันเกิด เพราะว่ามันนำไปสู่การทำให้ประเทศเขา สูญเสียรายได้ ฉะนั้นประเทศไทยเราอย่าปล่อยโอกาสอันดีอันนี้ของเราให้หลุดลอยไป ขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณท่านกรรมาธิการทุกท่านครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านรองศาสตราจารย์รงค์ ท่านต่อไปนะครับ แล้วก็ท่านสุรเชษฐ์ หลังจากนั้นจะให้ กรรมาธิการตอบนะครับ🔗

รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ นครศรีธรรมราช

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ เขต ๑ ขออนุญาตแสดงความคิดเห็น ต่อรายงานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการขุดคลองไทยและการพัฒนา ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ สภาผู้แทนราษฎร ก่อนอื่นผมขออนุญาตที่จะอภิปรายเพื่อที่จะบอกว่า ผมศึกษาอะไร อ่านอะไรจากเอกสารเล่มนี้ และเอกสารเล่มนี้มีเอกสารที่เป็นภาคผนวกอีก ๓ เล่ม ในภาคผนวก ๓ เล่ม ก็อ่านไม่ละเอียด แต่อ่านในเล่มนี้ละเอียดครับ อ่านละเอียดแล้วพบเห็น อะไรครับ ผมคิดว่าถ้าเราจะเสนอแนะไปยังรัฐบาล รัฐบาลก็จะตั้งคำถามอยู่เหมือนกันว่า อันที่ ๑ ประเด็นศึกษาในหน้าที่ ๘๒-๙๘ มันมีทั้งหมด ๒๓ ประเด็น ตั้งไว้เลย ๑ ๒ ๓ ประเด็น เขียนไว้อย่างชัดเจน พอผลการศึกษาหน้าที่ ๙๙-๑๐๑ งานชิ้นนี้บอกว่าเรามี ยุทธศาสตร์ทั้งหมด ๑๕ เรื่อง หรือ ๑๕ ยุทธศาสตร์ ใน ๑๕ ยุทธศาสตร์นี้ท่านประธานครับ และท่านสมาชิกที่เคารพคงจะเห็นด้วยกับผมว่าเราอ่านแล้วพบว่าในงานชิ้นนี้เรื่องของ การพัฒนา เรื่องของการขุดคลองไทยและพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เราเจออะไร ใน ๑๕ ยุทธศาสตร์เต็มไปหมดเลยครับ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ในเอกสารชิ้นนี้บอกว่าถ้าขุด คลองไทยแล้ว หรือพัฒนาเศรษฐกิจภาคใต้แล้วจะเกิดศูนย์กลางการแพทย์ เมดิคอลฮับ (Medical Hub) แล้วเมดิคอลฮับ (Medical Hub) ก็ไม่ได้บอกเลยว่าสถานการณ์ในภาคใต้ เมดิคอลฮับ (Medical Hub) มันเป็นอยู่อย่างไร เรามีศูนย์แพทย์ขนาดใหญ่อยู่ที่ตรงไหนบ้าง ภาคใต้ตอนบนอยู่ที่มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ภาคใต้ตอนล่างมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์นี่คือ ศูนย์แพทย์ ในดีปเซาท์ (Deep South) คือ ๓ จังหวัด อยู่ที่นราธิวาส มหาวิทยาลัยนราธิวาส ราชนครินทร์ หรือที่อันดามันจะไปเติมตรงไหนก็ไม่เห็น แต่ว่าพยายามจะทึกทักเอาบอกว่า นี่จะต้องมีศูนย์กลางการแพทย์ อันที่ ๒ บอกว่าที่นี่จะต้องเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนา โรค คำถามของผม พยายามจะไปอ่าน แล้วสถานภาพของการเป็นศูนย์กลางการวิจัย และการพัฒนาโรคมันเป็นอยู่อย่างไร แล้วที่นี่ถ้าลงจัดการขุดคลองไทยหรือพัฒนาระเบียง เศรษฐกิจภาคใต้แล้วมันจะเกิดเป็นศูนย์กลางวิจัยหรือศูนย์การพัฒนาโรคไหม ท่านประธานครับ นอกจากนั้นศูนย์ที่ ๓ ศูนย์การท่องเที่ยวโลกและเมืองอัจฉริยะ ศูนย์การท่องเที่ยวโลก วันนี้ยังไม่ต้องทำอะไรเลย ท่านประธานที่เคารพคงเห็นด้วยกับผมว่า คนทั่วโลกรู้ว่าภาคใต้ ของไทยโดยเฉพาะที่คลัสเตอร์ (Cluster) ที่ภูเก็ตมันก็เป็นศูนย์กลางแล้ว มันเป็นเวิลด์ เดสทิเนชัน (World Destination) อยู่แล้ว หรือเป้าหมายปลายทางของ ชาวโลกเข้ามาเที่ยวกันแล้ว แต่คำถามก็คือว่าถ้าเราทำขุดคลองไทยแล้วศูนย์กลางที่มัน เป็นอยู่แล้วมันจะล้มไปไหมด้วยระบบนิเวศ มันจะล้มไปไหมด้วยระบบท่าเรือ อันนี้ก็เป็น ชาล์เลนจ์ (Challenge) เหมือนกัน หรือเมืองอัจฉริยะ อยู่ ๆ ก็บอกว่าเมืองอัจฉริยะ เมืองอัจฉริยะมันจะเกิดขึ้นได้อย่างไรอันนี้ ต่อมาศูนย์กลางอันที่ ๔ ศูนย์กลางการเดินเรือ ถ้าเปิดตรงนี้แล้วจะเป็นได้ไหม มันมีอะไรที่จะเป็น สถานการณ์ปัจจุบันหรือที่เป็น โพเทนเชียล (Potential) ที่มันจะเป็นศูนย์กลางการเดินเรือ หรือสิ่งอะไรที่จะเป็นชาล์เลนจ์ (Challenge) ที่มันจะไม่เป็น ตรงนี้ก็ไม่ได้บอกเหมือนกัน ศูนย์กลางการเงินโลกไปใหญ่เลย นี่ศูนย์กลางการเงินโลก ถ้าทำตรงนี้แล้วที่อำเภอเชียรใหญ่บ้านผมอาจจะเป็นศูนย์กลางที่ตั้ง การเมืองโลกที่ห้วยยอดของบ้าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติที่อภิปรายไปแล้วอาจจะเป็นศูนย์กลาง การเมืองการเงินโลก อย่าลืมว่าสิ่งตรงนี้ที่มีอยู่ ๗ ศูนย์การเงินโลก ศูนย์กลางการค้า หรือ เอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) หรือศูนย์กลางการต่อเรือนี่ มีประมาณ ๗ ศูนย์กลางที่ผมนั่งดูที่จะเกิดขึ้นจากเพเพอร์ (Paper) ชิ้นนี้ ซึ่งอันที่ ๑ รัฐบาล เขาจะบอกว่า เอ๊ะ อยู่ ๆ แล้วไม่เห็นข้อมูลเลยสถานการณ์ปัจจุบันเป็นอย่างไร หรืออะไร ที่จะเป็นปัญหาอุปสรรค ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าตรงนี้มันก็จะเป็นปัญหาชี้ให้เห็นว่า ตัวเพเพอร์ (Paper) ทั้งหมดนี้มันยังเป็นเพเพอร์ (Paper) สำหรับผมมันยังไม่สมบูรณ์ ถึงแม้น ว่ามันจะมีเอกสารภาคผนวกอยู่อีก ๓ เล่มก็ตาม อันนี้มันก็จะนำไปสู่อะไรครับ นำไปสู่ว่า ถ้าเราจะส่งเอกสารชิ้นนี้ไปยังรัฐบาลและรัฐบาลเขาถามว่าและให้เขาทำอะไรต่อ ผมคิดว่า มีอยู่ ๒ ประเด็นครับ รัฐบาลก็จะทำอะไรต่อ ผลการศึกษาของอดีตสภานิติบัญญัติของเรา ที่ผ่าน ๆ มาที่เพื่อนเราเคยอภิปรายกันไว้แล้ว กับชุดนี้ที่เป็นการศึกษาของปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ เหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร อะไรที่เป็นสิ่งที่น่าเชื่อถือ อะไรจะทำอย่างไร งานชิ้นนี้สำหรับผม ผมคิดว่าควรจะเสนอแนะรัฐบาลว่ารัฐบาลควรทำอะไรต่อ ควรทำอะไร ต่อในฐานะที่งานการศึกษาการขุดคลองไทยที่เราบอกกันว่ามีมาเยอะแยะ จริง ๆ แล้วความรู้ ของผมคือมีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ทำอะไรต่อ หรือจะให้นักวิชาการอิสระมาศึกษา ให้สถาบัน วิชาการอิสระมาศึกษา เพราะมันไม่ใช่เป็นโครงการเฉพาะชาวใต้ ไม่ใช่เป็นโครงการเฉพาะ ชาวไทย แต่โครงการขุดคลองไทยหรือขุดคลองคอดกระในภาษาเดิม มันเป็นโกลบัล โพรเจกต์ (Global Project) ซึ่งมันจะต้องให้นักวิชาการอิสระ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ หรือใครที่ไหน มาศึกษาต่อ หรือจะให้รัฐบาลทำอย่างไรในยุทธศาสตร์ชาติที่รัฐบาลประกาศยุทธศาสตร์ชาติ ในเชิงบอกชี้ไปเลยว่า รัฐบาลจะต้องไปทำอะไรกับในยุทธศาสตร์ของท่านที่ท่านเขียนไว้แล้ว โดยเอางานชิ้นนี้มาเบสออน (Base on) งานชิ้นนี้ท่านไปปรับด้วย ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้ควรจะ ทำอย่างยิ่ง หรือสุดท้ายงานชิ้นนี้ควรจะบอกต่อไปด้วยว่ารัฐบาลควรทำอะไรก่อนหลังใน ๑๕ ยุทธศาสตร์ ใน ๗ เซ็นเตอร์ (Center) ที่ท่านเขียนไว้ รัฐบาลควรทำอะไรก่อนหลัง และทำแล้ว ประชาชนจะได้อะไร ทำแล้วเรื่องการบริหารจะเป็นอยู่อย่างไร การบริหารจัดการจึงเป็นงาน ท้าทายอีกอันหนึ่งที่ในงานเพเพอร์ (Paper) นี้ไม่มี มันควรจะมีประเด็นเรื่องการบริหาร จัดการการขุดคลองไทยหรือการบริหารคลองไทยและพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ที่จะ เกิดขึ้นในอนาคตเรื่องการแมเนจเมนต์ (Management) เรื่องการบริหาร เรื่องโกลบัล แมนเนจเมนต์ (Global Management) สิ่งเหล่านี้จะต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่เสียดายไม่มี ส่วนที่ไม่มีผมก็คิดว่าควรเติม แต่ส่วนที่มีแล้วผมคิดว่าขาดอันนี้ก็เป็นสิ่งที่น่าเสียดาย ในการศึกษาชิ้นนี้ ผมจึงขออนุญาตอภิปรายเพื่อเสนอแนะไปยังคณะกรรมาธิการ แล้วก็ได้ ส่งต่อหรือไม่ส่งต่อก็แล้วแต่สภา ขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านสุรเชษฐ์ เชิญครับ🔗

นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก่อนอื่น ผมขอขอบคุณเพื่อนกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการขุดคลองไทย และการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ อีกทั้งคณะทำงานและก็ที่ปรึกษาที่ได้จัดทำ รายงานฉบับนี้ขึ้นมา จุดยืนของผมต่อรายงานฉบับนี้คือจำเป็นต้องมีการศึกษาอย่างจริงจัง และเป็นกลางต่อไป รายงานฉบับนี้ยังไม่ใช่คำตอบสุดท้ายว่าควรทำหรือไม่ควรทำโครงการ ผมสนใจแล้วก็ติดตามโครงการนี้มาตั้งแต่เด็ก ด้วยความหวังอยากจะเห็นประเทศพัฒนา แต่พอยิ่งเรียน ยิ่งทำงานยิ่งมีประสบการณ์กับโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่มากขึ้น ทำให้ผมเข้าใจตรรกที่สำคัญยิ่งสิ่งหนึ่งที่อยากจะมาแชร์ให้เพื่อน ๆ ฟัง สิ่งนั้นคือความ แตกต่างระหว่างคำว่า ควรทำ หรือไม่ควรทำ กับอยากได้ หรือไม่อยากได้ บนพื้นฐานของ งบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัด ๒ สิ่งนี้มีความแตกต่างกันมาก🔗

คำว่า ควรทำหรือไม่ควรทำตอบได้ยากยิ่ง จำเป็นต้องมีการศึกษาอย่างจริงจัง และเป็นกลางก่อน มีการวิเคราะห์ข้อมูลด้านต่าง ๆ ใช้ข้อมูล ใช้แอสซัมชัน (Assumption) ต่าง ๆ มาประกอบเพื่อสุดท้ายฟันธงว่าโครงการควรทำหรือไม่ควรทำ แน่นอนว่าแอสซัมชัน (Assumption) บางอย่างมันไม่เมกเซนส์ (Make Sense) ก็ต้องมาถกเถียงในรายละเอียด ไม่ใช่หลับหูหลับตาอนุมัติไป🔗

ส่วนคำที่ ๒ คือคำว่า อยากได้หรือไม่อยากได้ อันนี้มันเป็นความคิดเห็น ส่วนตัวของแต่ละบุคคล ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า ซับเจกทีฟ โอพีเนียน (Subjective Opinion) ซึ่งไม่ควรนำมาใช้ในการตัดสินใจในการลงทุนเมกะโพรเจกต์ (Megaproject)🔗

ประเด็นคืออย่างนี้ครับ คือการที่รัฐจะตัดสินใจให้ขุดหรือไม่ขุดคลองไทย มันควรอยู่บนพื้นฐานของคำว่า ควรทำหรือไม่ควรทำ ไม่ใช่อยากได้ หรือไม่อยากได้ และ โหวตเอา เพราะเรากำลังพูดถึงการลงทุนด้วยเงินมหาศาล และนี่ไม่ใช่เมกะโพรเจกต์ (Megaproject) นี่ต้องเรียกว่า กิกะโพรเจกต์ (Gigaproject) ด้วยซ ้า คือมันเกินขั้นของ เมกะ (Mega) ไป เป็น กิกะโพรเจกต์ (Giga Project) เพราะฉะนั้นเวลาเราพูดถึงการลงทุน ด้วยเงินมหาศาลบนพื้นฐานของงบประมาณที่มีอยู่อย่างจำกัดมันจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง คำนึงถึงความคุ้มค่าของโครงการ ไม่ใช่วาดฝันอะไรไปเรื่อย มันต้องควอนติไฟ (Quantify) ออกมาว่าเบเนฟิต (Benefit) หรือว่าผลประโยชน์ของโครงการมันเป็นอย่างไร เท่าไร เทียบกับคอสต์ (Cost) หรือว่าต้นทุนของโครงการอะไรต่าง ๆ บวก ลบ คูณ หาร แล้วมันคุ้มหรือไม่ หลัก ๆ ก็มี ๒ แง่ ในแง่ของทางเศรษฐกิจก็คืออีไออาร์อาร์ (EIRR) หรือว่าทางการเงินก็คือ เอฟไออาร์อาร์ (FIRR) อีกทั้งต้องตอบคำถามอีกมากมายในแง่ของวิศวกรรม ผลกระทบ ต่อชุมชน ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงความมั่นคงแห่งรัฐในเชิงภูมิรัฐศาสตร์ท่ามกลาง ความขัดแย้งของขั้วมหาอำนาจของโลก แน่นอนครับมันไม่ง่าย แต่ต้องมีข้อเท็จจริงอย่างครบถ้วน ก่อนการตัดสินใจอย่างมีวุฒิภาวะ เราจึงเห็นเวลาที่รัฐจะลงทุนในโครงการขนาดใหญ่หรือว่า เมกะโพรเจกต์ (Megaproject) เช่น จะสร้างทางด่วนสักเส้นก็จะต้องมีการจ้างที่ปรึกษา เพื่อทำการศึกษาความเหมาะสม หรือว่าฟีซิบิลิตี สตัดดี (Feasibility Study) มีการทำ ออกแบบรายละเอียด หรือว่าดีเทล ดีไซน์ (Detail Design) ทำการศึกษาผลกระทบ สิ่งแวดล้อม หรือว่าเอนวายรอนเมนทอล อิมแพกต์ แอสเซสเมนต์ (Environmental Impact Assessment) อีไอเอ (EIA) หากเป็นโครงการเล็ก ๆ ก็มูลค่าประมาณสัก ๕ เปอร์เซ็นต์ ของโครงการ โครงการขนาดใหญ่ก็ประมาณสัก ๒-๓ เปอร์เซ็นต์ของมูลค่าโครงการ แต่นี่เรากำลังพูดถึงโครงการขนาดใหญ่มาก ๆ ที่ผมใช้คำว่า กิกะโพรเจกต์ (Gigaproject) ก็ต้องตีไว้ต ่า ๆ ๑ เปอร์เซ็นต์ ต ่า ๆ นะครับ แล้วเรากำลังพูดถึงโครงการมูลค่าประมาณสัก ๑ ล้านล้านบาท หรือว่า ๒ ล้านล้านบาท ตีต ่า ๆ ๑ ล้านล้านบาท ๑ เปอร์เซ็นต์ ก็คือ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ผมเทียบสเกล (Scale) ให้ดู เพื่อที่จะบอกว่าด้วยอำนาจนิติบัญญัติ ที่เรามี ด้วยงานกรรมาธิการที่เราทำอยู่ ด้วยการแต่งตั้งคณะที่ปรึกษามาช่วยกันทำงาน แบบไม่มีค่าจ้าง มันเทียบไม่ได้เลยกับอำนาจบริหารในการผลักดันงานสเกล (Scale) แบบนี้ ด้วยอำนาจเงินในการจ้างที่ปรึกษาคณะผู้เชี่ยวชาญมาศึกษาในทางเทคนิค แล้วก็ ลงรายละเอียดอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ ผมเข้าใจข้อจำกัดของอำนาจนิติบัญญัติ แล้วก็อยากจะบอก เพื่อนสมาชิกว่า ไม่ว่าคณะกรรมาธิการชุดนี้จะศึกษาอีกนานแค่ไหนรายงานก็คงไม่สามารถ ตอบโจทย์ว่าควรทำหรือไม่ควรทำ เพราะประเทศเรายังไม่เคยลงทุนในการศึกษาอย่างจริงจัง และเป็นกลาง สิ่งที่มีอยู่ในรายงานฉบับนี้ รวมถึงรายงานอีกหลาย ๆ เล่มที่ถูกพูดถึงในสภาแห่งนี้ รวมถึงที่อ้างอิงอยู่ในเอกสารก็เป็นเพียงแค่การศึกษาเบื้องต้นหรือว่าพรีฟีซิบิลิตี สตัดดี (Pre-feasibility study) หรือเป็นงานวิจัยรายประเด็นยังห่างชั้นกับสิ่งที่ผมเรียกว่า ฟูลฟีซิบิลิตี สตัดดี (Full-feasibility study) มาก นั่นคือสิ่งที่เราควรผลักดันต่อไป ก็คือก่อนจะตัดสินใจว่า ขุด หรือไม่ขุดจะต้องมีการศึกษาอย่างจริงจังและเป็นกลาง รวมถึงยังต้องตอบอีกหลายคำถามที่ รายงานฉบับนี้ยังตอบไม่ได้ ยกตัวอย่างเช่น แนวทางที่เสนอในรายงานฉบับนี้ คือรายงานแนว ๙เอ (9A) ต้องตัดผ่านภูเขาสูง ๓๘๓ เมตร คือสูงมาก ตึกที่สูงที่สุดในประเทศคือตึกมหานคร สูง ๓๑๔ เมตร ท่านคิดดูนะครับ ภูเขาสูงกว่าตึก มหานครจะไปเจาะผ่านอย่างไรครับ แถมจะขุดกว้างเป็นกิโลเมตรนี่ เพราะฉะนั้นแค่คิด ในแง่วิศวกรรมก็มึนแล้วครับว่าจะทำอย่างไร ฉะนั้นจะทำเพียงลากเส้นลงบนแผนที่มันไม่ได้🔗

อีกตัวอย่างหนึ่ง จะคุ้มค่าอย่างไร ผมให้เซนส์ (Sense) ง่าย ๆ ในกรณีของ คลองสุเอซย่นระยะเวลาได้ประมาณ ๘-๑๐ วัน ในคลองปานามาย่นระยะเวลาได้ ๒๒ วัน ส่วนคลองไทยย่นระยะเวลาได้ประมาณ ๒-๓ วัน ฉะนั้นในมุมของคมนาคมมันไม่คุ้มค่า แน่นอนแต่ก็ต้องมาดูในเรื่องแอสซัมป์ชัน (Assumption) ต่าง ๆ ว่าที่เราไปเมกแอสซัมป์ชัน (Make assumption) ว่าจะเกิดการพัฒนาที่ดิน พัฒนาเศรษฐกิจอย่างโน้นอย่างนี้มันอยู่บน พื้นฐานที่มันเป็นไปได้จริงหรือไม่ ใครจะมาลงทุนหรือเป็นเพียงแค่ความฝัน🔗

อีกตัวอย่างหนึ่ง การที่จะเวนคืนที่ดินแปลงยักษ์ตามแนวที่ศึกษาในรายงาน ฉบับนี้ ยาว ๑๓๕ กิโลเมตร กว้าง ๖๐ กิโลเมตร รวมพื้นที่ ๘,๑๐๐ ตารางกิโลเมตร ท่านประธานทราบไหมครับว่า ๘,๑๐๐ ตารางกิโลเมตรใหญ่ขนาดไหนครับ ผมให้เซนส์ (Sense) ง่าย ๆ จังหวัดภูเก็ตมีพื้นที่อยู่ ๕๗๖ ตารางกิโลเมตร นั่นแปลว่าจะเวนคืนพื้นที่ ๑๔ เท่าของเกาะภูเก็ต อย่างที่ผมเรียนในตอนต้น ผมไม่ได้ขัดขวางการพัฒนา แต่ผมไม่ใช่คน ประเภทอยากจะทำ อยากแต่จะทำหรือว่าหาทำโดยไม่คิดให้รอบคอบก่อน เพราะฉะนั้น ผมขอเรียนย ้าว่าการขุดคลองไทย การศึกษาด้วยรายงานฉบับนี้ยังไม่จบ ยังต้องมีการศึกษา อย่างจริงจังและเป็นกลางในระดับที่เรียกว่า ฟูลฟีซิบิลิตี สตัดดี (Full-feasibility study) รายงานฉบับนี้ไม่ใช่คำตอบสุดท้ายว่าควรทำหรือไม่ควรทำโครงการ และไม่ควรมีใครนำไป แอบอ้างด้วยว่า สภาแห่งนี้จะอนุมัติให้ขุดคลองไทย ท่านประธานครับ โดยสรุปผมและ พรรคก้าวไกลเราได้หารือกันแล้ว เนื้อหาในรายงานฉบับนี้มีลักษณะชี้นำมากเกินไป ไม่ได้ตั้งใจจริงที่จะให้มีการศึกษาอย่างจริงจังและเป็นกลาง และอาจทำให้เกิดการนำไปแอบ อ้างได้ว่าสภาแห่งนี้จะเดินหน้าให้ขุดคลองไทย เราจึงขอให้มีการลงมติ แล้ววันนี้ตอนนี้ก็เวลา ยังไม่ถึงบ่ายสามด้วยนะครับ ก็อยากให้มีการลงมติวันนี้ แล้วผมบอกไว้เลยว่ามติของ พรรคก้าวไกลก็คือเราขอไม่รับรายงานฉบับนี้ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านวิสาร กรรมาธิการครับ🔗

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงราย ในฐานะอนุกรรมาธิการพิจารณา ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม สังคม ความมั่นคง การเมืองของคณะกรรมาธิการชุดนี้ ก่อนอื่น ในนามกรรมาธิการผมต้องขอขอบพระคุณทุกท่าน ที่ได้กรุณาแสดงความคิดเห็นซึ่งผมเชื่อว่า เป็นประโยชน์กับทางพี่น้องประชาชนและทางฝ่ายรัฐบาล ตลอดจนถึงสภาแห่งนี้ แต่จะ ขออนุญาตทางเพื่อนสมาชิกที่เพิ่งอภิปรายลงไปเมื่อสักครู่นี้ ผมยังมีความเห็นว่าอยากจะ ขออนุญาตให้ท่านได้ทบทวน เพราะว่าตราบใดที่เรายังเชื่อว่าในโลกนี้เรามีแผ่นดินอยู่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ มีแผ่นน ้าอยู่ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นการขนส่ง การคมนาคม การค้าขาย อีก ๑๐๐ ปี ๒๐๐ ปีข้างหน้ามันก็ต้องพึ่งมาเกี่ยวกับเรื่องมหาสมุทรหรือการเดินเรือ การขุดคลอง ผมอยากเชิญชวนเพื่อนสมาชิกที่เห็นต่างกับพวกเรา ขอความกรุณาลองเปิด ใจกว้าง แล้วก็ลองฟังผมดูว่า เราทำอย่างไรที่จะทำให้ประโยชน์ให้แก่มวลมนุษยชาติ ผมขออนุญาตย้อนประวัติรายละเอียดนิดเดียว ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องความเป็นไปได้หรือเห็นด้วย กับท่านที่คิดว่า เราจะต้องมีการศึกษาต่อ ผมเรียนว่าคลองสุเอซเราสร้างเมื่อปี ๒๔๐๒ ใช้เวลา ๑๐ กว่าปี มาถึงคลองปานามาก็ใช้เวลาหลายสิบปี เพราะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ แต่ประเด็นปัญหานี่ผมอยากจะขออนุญาตว่าในส่วนของผมซึ่งไม่ใช่เป็นวิศวกรหรือว่า การลงทุนต่าง ๆ เราอยากเห็นว่าขณะนี้ในเรื่องคลองปานามาก็ดี คลองสุเอซก็ดี สาเหตุ ก่อนหน้านี้มันก็มาจากประเทศมหาอำนาจ ๒ ประเทศก็คือฝรั่งเศสกับอังกฤษ เพราะว่า ขณะนั้นเขามีการค้าขายไปมาระหว่างโลก แล้วก็ใช้การเดินเรือเป็นหลัก ฝรั่งเศสเป็นคนสร้างคลองสุเอซ ฝรั่งเศสเป็นคนที่ริเริ่มสร้างคลองปานามา ตอนหลังไปไม่ได้ ก็ขายให้อเมริกา อเมริกาก็เลยเข้ามาเป็นคนรับช่วงต่อ แต่สิ่งสำคัญที่อยากจะเชิญชวน เพื่อนสมาชิกให้มาร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์โลกคืออะไรครับ ประเทศไทย คลองไทยที่เรา กำลังคิดกันขณะนี้มันเป็นจุดยุทธศาสตร์จุดสุดท้ายที่ได้เปรียบและดีที่สุดครับ คลองสุเอซ ก็อย่างที่ทราบมันเป็นการเชื่อมระหว่างทะเลแดงเมดิเตอร์เรเนียน เป็นการเชื่อมระหว่าง ประเทศทางฝั่งยุโรป กับทางฝั่งเอเชียกับฝั่งแอฟริกา ส่วนปานามานี่ทุกท่านเห็นดีอยู่แล้ว ผลประโยชน์มหาศาล เชื่อมระหว่างอเมริกาเหนือ อเมริกาใต้ เชื่อมระหว่างแอตแลนติก กับแปซิฟิก ของเราอันนี้มันจะเชื่อมระหว่างแปซิฟิกกับอินเดีย ซึ่งผมคิดว่าขณะนี้เรามี ความคุ้มค่า มีการลงทุน ปัญหาต่าง ๆ การลงทุนระดับกิกะโพรเจกต์ (Gigaproject) ผมเชื่อว่ามันคงจะต้องมีการศึกษาหารือและต้องทำอะไรอีกหลายเรื่อง การทำอะไรก็แล้วแต่ ผมยังมั่นใจว่าเราจะมีผลดี ผลเสีย แต่ถ้าผลดีมีมากกว่าผลเสียเราต้องทำ เรียนว่าเราไม่ได้ มีความมุ่งมั่นเหมือนกับที่หลายท่านได้ตำหนิว่า เราจะเอาจีนหรือเราจะเอาประเทศโน้น ประเทศนี้ แต่อยากจะเรียนให้ท่านประธานกับเพื่อนสมาชิกได้รับทราบว่า ขณะนี้การค้าขาย สังคมระหว่างประเทศ ถ้าประเทศไทยเราไม่ใช้โอกาสนี้ทำ ผมคิดว่าเราจะพลาดโอกาสครับ ทุกวันนี้เอาง่าย ๆ ก็คือว่ามีปัญหาโควิด (COVID) มา ๒-๓ ปี มีปัญหาในการลงทุน ผมมั่นใจ ว่ากรรมาธิการก็ดี เพื่อนสมาชิกก็ดี คงเห็นด้วยว่าขณะนี้มันมีประเทศหลาย ๆ ประเทศพร้อม ที่จะมาลงทุนในเรื่องราวเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นประเทศจีน สหรัฐอเมริกา อังกฤษ หรือแม้กระทั่งทุก ๆ ประเทศที่มีส่วนร่วม แต่สิ่งที่ผมอยากเรียกร้องท่านประธานก็คือ มี ๒ เรื่องครับ🔗

เรื่องแรก ขณะนี้ประเทศไทยเราถ้าไม่ฉวยโอกาสตรงนี้เราจะเสียโอกาส ในเรื่องความเป็นประเทศที่ตกต ่าในสังคมโลก สังคมระหว่างประเทศ เอาง่าย ๆ ก็คือ ท่านประธานเห็นไหมครับว่าประเทศเพื่อนบ้านเราก็คือ สปป. ลาว เขาเพิ่งเปิดรถไฟ ความเร็วสูงไปเมื่อเดือนธันวาคม ซึ่งเป็นวันชาติของเขา แล้วเราก็ไม่ต้องบอกว่าของเราช้า หรือเร็ว แต่สิ่งที่ผมกังวลและเป็นห่วงและอยากเรียนให้เพื่อนสมาชิกได้รับทราบนั่นก็คือว่า นอกจากเขามีรถไฟแล้ว ขณะนี้ผมขออนุญาตเอ่ยไปถึงท่านนิยม เวชกามา ที่ได้กรุณาเอ่ยชื่อผม ผมขออนุญาตชี้แจงว่าสนามบินนานาชาติแห่งใหม่ของ สปป. ลาวที่อยู่ที่แขวงบ่อแก้ว ใหญ่กว่าสนามบินนานาชาติของเราที่เชียงราย แต่ก่อนนี้เรามีความหวังว่าเราจะใช้สนามบิน เชียงใหม่ เชียงราย เป็นจุดกลางที่จะรองรับนักท่องเที่ยว ตอนนี้เขาไม่พึ่งเราแล้วครับ ขณะนี้ มันมีโครงการ วัน เบลต์ วัน โรด (One Belt One Road) ซึ่งเราตกขบวนไปเยอะมาก ขณะนี้ ประเทศที่อยู่ลุ่มแม่น ้าโขงเขาก็ผ่านเราไปเยอะแล้วครับ เขาจะมีการระเบิดเกาะแก่ง ๕๐๐ ตัน เพื่อที่จะเอาเรือขนส่งจากทางประเทศจีนผ่านมาเวียดนาม ผ่านมายัง สปป. ลาว ออกเขมร ออกเวียดนาม ในเรื่องราวเหล่านี้ที่ผมต้องชี้ให้เห็น เพราะว่าถ้าเราไม่คิดจะลงทุนโครงการ เหล่านี้ เราตกขบวนแน่ ๆ อยากเรียนท่านประธานกับเพื่อนสมาชิกว่าเราไม่รู้ว่าสิ่งที่มัน จำเป็นก่อนหลังแค่ไหน อย่างไร แต่ว่ามีสิ่งอันหนึ่งซึ่งเป็นประวัติศาสตร์และผมเองได้ ไปอ่านมาเห็นมาชัดเจนคืออะไรครับ สมัยก่อนอย่างที่ผมเรียนเพื่อนสมาชิกว่าเรามีประเทศ ฝรั่งเศสกับประเทศอังกฤษเป็นเจ้าทะเล ตั้งแต่สมัยในหลวง รัชกาลที่ ๔ ครับ เขาเคยมี ฝรั่งเศสซึ่งขุดคลองสุเอซเสร็จ เฟอร์ดินานด์ เดอ เลสเซปส์ ก็จะมาศึกษาและจะมาขอขุด คลองคอดกระของเราที่เราพูด ๆ กันนี้ครับ แต่ปรากฏว่าท่านก็ไม่ให้ รัชกาลที่ ๕ มีอังกฤษ เข้ามาสำรวจท่านก็กลัวว่ามันจะมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องอาณานิคม สุดท้ายความสำคัญมันอยู่ ตรงนี้ครับ ตอนที่สงครามโลก ครั้งที่ ๒ สมัยในหลวง รัชกาลที่ ๘ ของเรา เราต้องยอมรับว่า ขณะนั้นเราอยู่ฝ่ายพ่ายแพ้ เราถูกสนธิสัญญาฉบับหนึ่งซึ่งอังกฤษถ้าไม่เห็นความสำคัญ ในเรื่องการเดินเรือ หรือว่าการลงทุนในคลองคอดกระหรือคลองไทย เขาจะไม่เขียนใน สนธิสัญญาฉบับนี้ว่า ถ้าจะมีการขุดคลองคอดกระหลังสงครามโลก ครั้งที่ ๒ เขาบอกว่าต้อง ได้รับการยินยอมจากประเทศอังกฤษเสียก่อน อันนี้มีในสนธิสัญญาหลังสงครามโลก ครั้งที่ ๒ เราเพิ่งมาแก้สนธิสัญญาตอนสมัยท่านนายก ปรีดีครับ หลายปีผ่านมาก็ได้มาแก้สนธิสัญญา ๒๔๙๗ ขณะนี้ประเทศไทยเราเป็นอิสระ ถ้าเราจะขุดคลองเราไม่ต้องพึ่งใครครับ อยู่กับรัฐบาลไทย อยู่กับคนไทย อยู่สภาไทย เพราะฉะนั้นผมถึงอยากเรียกร้องว่า ตรงนี้เราเริ่มต้นกันเถอะครับ ตั้งคณะกรรมาธิการ จะผ่านรัฐบาลให้ไปรับ ไปตั้งกรรมาธิการเอาข้อเท็จจริงเรื่องเงินทุน เรื่องความมั่นคง เรื่องอะไรต่าง ๆ ท่านประธานกรรมาธิการกับกรรมาธิการพวกเราได้ชี้แจงแล้ว ข้อดีที่เพื่อน สมาชิกได้แนะนำพวกเราเราก็รับฟังครับ มีหลายเรื่องเกี่ยวกับเรื่องการก่อสร้าง เรื่องวิศวกร เรื่องสิ่งแวดล้อม ผมคิดว่าเราทำได้ แต่ที่ผมอยากจะเชิญชวนท่านประธานกับเพื่อนสมาชิกว่า เรามาช่วยกันสร้างประวัติศาสตร์โลกเถอะครับ ปานามาหลายร้อยปีมาแล้วครับ เกือบ ๒๐๐ แล้ว คลองสุเอซก็เริ่มแล้ว ตอนนี้ของเราดีที่สุดไม่มีที่ไหนแล้วครับ ในภาวะเศรษฐกิจที่เรากำลัง เสียหายเกี่ยวกับเรื่องโควิด (COVID) ก็ดี การท่องเที่ยวก็ดี ถ้ามีโครงการตัวนี้เริ่มเป็นจริงเป็นจัง ผมเชื่อว่าเดี๋ยวนี้วิทยาการสมัยใหม่ ๆ เราสามารถจะขุดคลองได้ในเวลาไม่กี่ปี เงินทุนต่าง ๆ หลั่งไหลมา ผมมั่นใจว่าคลอง ๙เอ (9A) ของคลองไทยจะเป็นประโยชน์กับประเทศไทย อย่างมหาศาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งศักดิ์ศรีที่เราจะเรียกคืนมาจากพี่น้องทั่วโลกครับ เขาจะได้ เห็นว่าเราไม่ได้ไปพึ่งอังกฤษ เราไม่ได้ไปพึ่งฝรั่งเศส จากนี้ไปเราก็ไม่ได้ไปพึ่งจีน เราก็ไม่ได้ ไปพึ่งอเมริกา แต่เรายืนจุดยืนสังคมระหว่างประเทศของเราให้มีศักดิ์ศรี ตรงนี้ครับเราจะได้ ประโยชน์กับโครงการเหล่านี้มหาศาลครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีกรรมาธิการที่จะชี้แจง เชิญนะครับ🔗

นายนพดล แก้วสุพัฒน์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นพดล แก้วสุพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนนทบุรี ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญก็จะขอเพิ่มเติมตอบคำถามหลาย ๆ ท่าน ที่ได้มีการตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมไว้ คิดว่าจากรายงานของคณะกรรมาธิการที่รายงาน ในวันนี้ก็อาจจะมีข้อสังเกตที่อยู่ในเอกสารของท่าน แล้วก็อาจจะยังไม่ได้พูดถึงหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการที่จะต้องไปศึกษาต่อให้เกิดประโยชน์ที่แท้จริง แล้วก็ในเรื่องของ การที่จะให้รัฐบาลตั้งงบประมาณในการที่จะศึกษาอย่างจริงจังในเชิงรายละเอียดต่าง ๆ อีกอย่างหนึ่งในเรื่องของกฎหมายที่จะต้องไปทำใช้ในพื้นที่ ตรงนี้ก็คงจะต้องมีกรอบ โครงสร้างที่จะบริหารในรูปแบบของสากล การพัฒนาในพื้นที่ตรงนี้จากสาเหตุที่มีการ นำเสนอก็ด้วยหลักที่ว่า การคมนาคมจากสมัยก่อนโน้น เราคิดว่าใช้คมนาคมทางน ้าเป็นหลัก มีการขุดคลองคอดกระมา แต่ว่าก็ใช้ในด้านคมนาคมเป็นหลัก เชื่อมระหว่าง ๒ ทะเล แต่ในการศึกษาขุดคลองไทยนี้เราก็ใช้รูปแบบของการศึกษาสมัยที่เป็นปัจจุบันที่จะสามารถ ทำให้เกิดระบบการขนส่ง การคมนาคม และการขนถ่ายสินค้าที่เป็นสากล แล้วก็เป็นระบบ ทั่วโลก ซึ่งผมคิดว่าตรงนี้เองในรายงานเราก็จะไปประชาสัมพันธ์ แล้วก็อาจจะเรียนไปถึงพี่น้อง ประชาชนที่ฟังอยู่ ณ ที่นี้ด้วยว่า ด้วยระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยปัจจุบันเราเองตอนนี้ จากรายได้ที่มีอยู่ไม่พอเพียงในการที่จะพัฒนาประเทศ ก็จะต้องมีหาพื้นที่ที่จะต้องทำให้ เศรษฐกิจนั้นได้มาจากแหล่งอื่น หรือจากการใช้ทรัพยากรในพื้นที่ให้เกิดประโยชน์มากขึ้น นอกจากทางเศรษฐกิจแล้วก็คงจะพูดถึงในเรื่องของความมั่นคงของประเทศ ไม่ใช่เฉพาะ ในพื้นที่ของประเทศอย่างเดียวก็คงจะรวมถึงยุทธศาสตร์ของโลกด้วยในเรื่องของความมั่นคง อีกส่วนหนึ่งผมคิดว่าในพื้นที่เอง ลูกหลานเยาวชนที่จะวางอนาคตของการสร้างโอกาส สร้างรายได้ในการที่จะศึกษา แล้วก็ประกอบอาชีพในพื้นที่เขตเศรษฐกิจตรงนี้ผมคิดว่าก็คง จะเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ทางลูกหลานของเราเองก็จะต้องวางแผนในอนาคตที่จะศึกษาประกอบ อาชีพ ในเขตพื้นที่เศรษฐกิจตรงนี้แบบไหนในการวางแผนชีวิตอนาคตข้างหน้า เป็นรายงาน ที่ทางคณะกรรมาธิการเราได้ศึกษา แต่ก็อาจจะเป็นในเรื่องของการที่จะต้องไปศึกษาให้มี ความละเอียดมากขึ้น โดยรัฐบาลก็คงจะต้องเป็นผู้ที่จะไปศึกษารายละเอียดตรงนั้น ส่วนกรรมาธิการวิสามัญเองก็จะวางกรอบแทบจะครบถ้วน แล้วก็อาจจะนำข้อสังเกตตรงนั้น ไปเพิ่มเติมในการที่จะไปศึกษาต่อ ซึ่งตรงนี้เองผมคิดว่ารายงานตรงนี้จะเป็นประโยชน์ กับประเทศและพี่น้องประชาชนเป็นหลัก ไม่ได้ไปหวังในเรื่องของอย่างอื่น ซึ่งผมคิดว่า ตรงนี้เองเป็นเรื่องที่เศรษฐกิจกับความมั่นคง และอนาคตของประเทศกับการที่จะอยู่กับ สังคมในโลกนี้ด้วยระบบขนส่งทางทะเล ด้วยระบบของการที่จะเป็นศูนย์กลาง การคมนาคม การท่องเที่ยว การค้า การลงทุนต่าง ๆ ในพื้นที่ตรงนี้ก็อยากจะฝากแล้วก็เรียนกับ ท่านสมาชิกให้ทราบเพิ่มเติมว่า รายงานตรงนี้ก็เป็นรายงานที่อาจจะไม่สมบูรณ์ แต่ว่าก็เป็น กรอบที่จะนำไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์มากขึ้น ขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านพิเชษฐ์ครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน กรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานที่เคารพครับ ขอเอ่ยนามท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ที่ท่านได้พูดว่าการศึกษาเรื่องคลองไทยมีมาโดยตลอด แต่ละปี ๆ ปี ๒๕๓๕ ปี ๒๕๓๙ ปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๔๔ ปี ๒๕๔๘ ปี ๒๕๕๔ ใช่ครับ แต่มีคำครหานินทาว่าสภาผู้แทนราษฎร เวลาศึกษาเรื่องคลองไทยปุ๊บมันมักจะฝ่อ ฝ่อตอนท้าย ๆ อาจจะมีของหวานมาให้ เสร็จแล้ว มันก็ฝ่อไป แล้วก็ยุบไป เลิกไป หยุดไปโดยตลอด วันนี้เรามีความตั้งใจว่าเราจะไม่เป็นอย่างนั้น เราจะไม่ยอมให้ใครที่มันมาหยุดยั้งความเจริญของชาติได้ หลายยุคหลายสมัยพยายามศึกษา แต่ต้องถูกขัดขวาง ท่านประธานที่เคารพครับ หลายท่านได้ให้ข้อคิดเห็น ใช่ครับ จริงครับ ด้วยงบประมาณเพียงเล็กน้อย ด้วยภาวะโควิด (COVID) แล้วไม่สามารถไปดูงานต่างประเทศ แล้วไม่สามารถไปศึกษาที่มันมากกว่านี้ บางทีก็ต้องซูม (Zoom) เราได้มาแค่นี้ผมคิดว่าก็เป็น ที่น่าพอใจแล้ว ท่านประธานครับ เป็นการศึกษาเบื้องต้นจริง ๆ อย่างที่หลายท่านได้บอก ถ้า จะทำจริง ๆ ต้องศึกษาเชิงลึก ฟีซิบิลีตี (Feasibility) คือศึกษาให้ครอบคลุมทุกมิติ อันนั้น ต้องตั้งงบประมาณจำนวนมาก ฉะนั้นการที่เรื่องคลองไทย เรื่องเศรษฐกิจพิเศษ ๕ จังหวัด ภาคใต้ได้เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร พี่น้องคนใต้และพี่น้องคนทั้งประเทศก็รู้สึกว่ามีความหวัง ท่านประธานครับ ทะเลไทยทางอันดามัน ๑,๐๐๐ กิโลเมตร ทะเลไทยทางฝั่งอ่าวไทย ๒,๐๐๐ กิโลเมตร รวมแล้ว ๓,๐๐๐ กิโลเมตร วันนี้เรายังใช้การไม่เต็มที่ เรือรบต้องอยู่ทั้ง ๒ ฝั่ง ช่วยกันก็ไม่ได้ แบ่งกำลังเป็น ๒ ฝั่งทะเล แต่ถ้าเราขุดคลองไทย มันก็จะกลายเป็นว่าน ้า ผ่านประเทศ ที่ไหนที่มีน ้าล้อมรอบ น ้าผ่าน ความเจริญมันมี ก็ดูมาเลเซียกับสิงคโปร์ ดูเกาะอังกฤษ เกาะญี่ปุ่น เกาะมาเก๊า เกาะฮ่องกง เกาะภูเก็ตในประเทศไทย ตรงไหนที่มีน ้าล้อมรอบตรงนั้น คือความเจริญ เศรษฐกิจสีน ้าเงิน ทางด้านทะเลนั้นมีนักวิชาการของประเทศไทยศึกษาไว้ว่า มูลค่าถึง ๒๑ ล้านล้านบาท แต่เราไม่ได้หยิบฉวยเอาเศรษฐกิจสีน ้าเงินที่เป็นผลประโยชน์ ของประเทศมาใช้ได้เต็มที่ อยากจะฝากทุกท่านว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ไม่เป็นไร ผมไม่ใช่ คนภาคใต้ ผมไม่ใช่คนนครศรีธรรมราช ไม่มีนาสักแปลง ไม่มีที่ดินสักผืน แต่ทำเพื่อ ประเทศชาติ จะได้บันทึกไว้ว่าสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้ได้ทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ หลายท่านได้เป็นห่วงเป็นใยว่าคนในพื้นที่เขาได้อะไร ในรายงาน ชุดนี้มีร่างพระราชบัญญัติเขตเศรษฐกิจพิเศษขวานทองคลองไทยภาคใต้แนบอยู่ข้างหลัง ท่านลองไปอ่านดูว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ซึ่งแก้ไขให้มันสมบูรณ์ ดีกว่าอีอีซี (EEC) ล้อมาจากอีอีซี (EEC) แต่ว่าเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ ๕ จังหวัด ที่มีคลองพาดผ่านเท่านั้นเอง ใน ๓ จังหวัด อีอีซี (EEC) ใช้เงินอยู่ ๑.๙ ล้านล้านบาท ภายใน ๕ ปี นี้ครบแล้วครับ ๒๕๖๑-๒๕๖๕ ใช้เงินอยู่ ๑.๙ ล้านล้านบาท ท่านลองไปดู ๓ จังหวัดสิครับ วันนี้ไปไม่ถูกครับ หลง เพราะใช้เงินมากมายมหาศาล นั่นคือการลงทุนของรัฐบาล แต่คลองไทยรัฐบาล ไม่สามารถลงทุนด้วยตัวเองได้ เพราะเป็นโครงการขนาดใหญ่ จำเป็นจะต้องมีการลงทุนระหว่าง ประเทศ เราเพียงแต่ว่ามีกฎหมาย มีโครงสร้างพื้นฐานให้เขา แล้วเขาก็มาเลือกลงทุนว่า ประเทศของเขาควรจะมาลงทุนในคลองไทยด้านไหนที่เขาได้ประโยชน์ ท่านประธานครับ ผลตอบแทนที่พี่น้องคนไทยจะได้รับมีในหมวด ๖ กองทุน มาตรา ๖๐ ในร่างพระราชบัญญัติ ในเล่มนี้ มีกองทุน ๑. กองทุนพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษขวานทองภาคใต้ ๒. กองทุน เพื่อความมั่นคงปลอดภัย ๓. กองทุนเพื่อบริหารจัดการน ้า ๔. กองทุนเพื่อรักษาและพัฒนา สิ่งแวดล้อม ๕. กองทุนสวัสดิการของคนไทย เริ่มจากพี่น้องในเขตพิเศษนี้ ๕ จังหวัด จากนั้น ผลประโยชน์ที่ลดลงไปก็คือพี่น้องภาคใต้ ๑๔ จังหวัด จากนั้นก็พี่น้องทั้งประเทศก็ได้ ส่วนแบ่งเป็นหุ้นส่วนที่น้อยลงไปอีก ผู้ที่ได้รับผลประโยชน์สูงสุดก็คือคนใน ๕ จังหวัด ในเขตพิเศษอันนี้ ลองไปดูร่างนี้ว่าการจัดการเขตเศรษฐกิจพิเศษใหม่นั้น ที่เซินเจิ้น พี่น้องประชาชนเขาไม่ได้ต่อต้าน เพราะเขาได้ผลประโยชน์ หมู่บ้านชาวประมงในเซินเจิ้น ที่ถูกเอามาเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษเขามีตึกของหมู่บ้าน เขามีที่ทำการของผู้ใหญ่บ้าน เป็นตึก ๒๐ ชั้น ลูกหลานทำงานในนั้น ทำธุรกิจของหมู่บ้าน นี่คือตัวอย่าง ดังนั้นมิติใหม่ของ การเวนคืน มิติใหม่ของผลประโยชน์ระดับนานาชาติ คนในพื้นที่จะได้ประโยชน์สูงสุด และเป็นสิทธิของเขาในฐานะที่เป็นคนที่เกิดที่นั่น ดังนั้น ๔ เล่มนี้จะผ่านหรือไม่ผ่าน แต่ก็ขอให้เก็บไว้ให้ลูกหลานดู ต้องขอบคุณทุกท่านที่ให้ข้อสังเกต เราเพียงแค่ศึกษาและส่งให้ รัฐบาลได้ตัดสินใจว่าจะศึกษาต่อไปหรือไม่ก็แล้วแต่ท่าน แล้วแต่วิสัยทัศน์ของท่าน เพราะฉะนั้นเราทำหน้าที่ของเราให้พี่น้องประชาชนได้มองเห็นว่า ทางที่ประเทศจะฟื้นจาก โควิด (COVID) ฟื้นจากหนี้สาธารณะที่มากเป็น ๙ ล้านล้านบาท และหนี้ครัวเรือน ๑๔.๓ ล้านล้านบาทนั้นจะจบสิ้นได้อย่างไร จะกลายเป็นประเทศที่ศิวิไลซ์ได้อย่างไร ต้องฝาก ความหวังไว้กับพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง

ท่านสาทิตย์ ใช่ไหมครับ เชิญครับ🔗

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ บังเอิญที่ ท่านประธานกรรมาธิการชี้แจงเมื่อสักครู่ก็พาดพิงถึงที่ผมอภิปรายไว้ว่า ในอดีตมีการศึกษา หรือมีการอภิปรายกันในสภา ผมเกรงว่าจะมีความเข้าใจผิดกันเกิดขึ้น เพราะท่านบอกว่า พอถึงตอนหลังเขาเหมือนมีของหวานมาให้การศึกษาก็เลยฝ่อไป ซึ่งอันนี้ผมถือว่าเป็นการ กล่าวหาที่ออกจะไม่เป็นธรรมกับสภาชุดที่ผ่านมาที่เคยอภิปรายในเรื่องนี้กัน คือผมเรียน ท่านประธานว่าที่เขาอภิปรายกันแต่เดิมตั้งแต่ปี ๒๕๓๘ ปี ๒๕๓๙ เขามีการทำเรื่องส่งไปยัง คณะรัฐมนตรีครับ แล้วในการอภิปรายปี ๒๕๓๙ นำมาซึ่งการที่รัฐบาลชุดต่อมาปี ๒๕๔๐ นั้นได้มอบหมายให้ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ประทานโทษเอ่ยนามท่าน คือท่านเด่น โต๊ะมีนา ไปศึกษาร่วมกับสภาพัฒน์และสภาความมั่นคงแห่งชาติ เพราะฉะนั้น ผมไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องที่จะมีของหวานหรืออะไร ไม่อย่างนั้นแล้วจะเหมือนกับเป็นการไม่ให้ ความเป็นธรรมกับสภาชุดที่ผ่านมาซึ่งเขาก็ทำหน้าที่เต็มที่ เช่นเดียวกันครับ ประเด็นที่บอก ว่าคนไม่เห็นด้วย หมายถึงว่าพูดในทำนองเหมือนกับไม่รับการพัฒนาประเทศชาติต่าง ๆ ผมก็ออกจะมีความเห็นว่า มันก็ไม่เป็นธรรมกับความคิดเห็นในสภานี้ที่อาจจะเห็นไม่ตรงกัน เพราะฉะนั้นสภามันคุยกันด้วยเหตุด้วยผลท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นถือว่าทุกคนต่างทำ หน้าที่อย่างดีที่สุด ส่วนอะไรที่มันเกิดขึ้นในระยะเวลาทำงานนั้น ระยะเวลาก็จะเป็นเครื่อง พิสูจน์เองครับว่าคนที่ทำนั้นมีเจตนาที่ดีหรือไม่ อย่างไรครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอชี้แจง ท่านประเดิมชัยที่เมื่อสักครู่ท่านได้เสนอแนะว่า ควรจะนำข้อมูลของรายงานคณะกรรมาธิการ ให้ประชาชน ตรงนี้ประชาชนสามารถดูข้อมูลได้จากเว็บไซต์ (Website) ของสภาแล้ว เพราะฉะนั้นก็เชิญประชาชนถ้าสนใจเปิดไปที่เวิลด์ไวด์เว็บ พาร์เลียเมนต์ ดอต จีโอ ดอต ทีเอช (www.parliament.go.th) ในนั้นจะมีข้อมูลอยู่ กรรมาธิการวิสามัญก็ได้ทำหน้าที่รายงานผล การพิจารณาการศึกษาตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๔ เรียบร้อยแล้ว และในรายงานนั้นก็ยังมี ข้อสังเกตตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๕ ซึ่งต้องให้สภานั้นลงมติว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับ ข้อสังเกต ถ้าเห็นด้วยจะได้ส่งไปให้รัฐบาลดำเนินการต่อ ดังนั้นต้องขอมติจากที่ประชุม เนื่องจากมีผู้คัดค้านเราใช้ข้อ ๘๘ ไม่ได้ เพราะไม่ได้เห็นเป็นทิศทางเดียวกัน ก็คงจะต้องลงมติ แต่ดูแล้วเอาไว้ลงคราวหน้าละครับ วันนี้พอแล้วครับ ปิดประชุมครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๑๕.๑๓ นาฬิกา