รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๓
ครั้งที่ ๒๖ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพฤหัสบดีที่ ๒๗ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๖๕
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
_____________
ก่อนเข้าสู่ ระเบียบวาระการประชุม ผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ โดยผมจะให้ปรึกษาหารือตามลำดับ รายชื่อและเวลาที่ยื่น โดยใช้เวลาท่านละ ๒ นาที ท่านแรกขอเชิญท่านสงวน พงษ์มณี ตามด้วยท่านนริศ ขำนุรักษ์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน วันนี้ชาวบ้านฝากปัญหามาให้ผมนำเรียนท่านประธานไปยัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงมหาดไทย ชาวบ้านลำพูนต้องการขอความกรุณา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ว่าให้สิทธิเราปลูกข้าวหอมมะลิบ้าง เพราะเวลาปลูกข้าว หอมมะลิในจังหวัดลำพูนนี่ราชการเรียกข้าวหอมจำรัส ราคาถูกกว่ากันตั้งเยอะ ปีนี้ก็ต้อง ขอว่าท่านจะมีนโยบายอย่างไรต่อเรื่องนี้🔗
เรื่องที่ ๒ นี้กระทรวงมหาดไทยที่ดูแลเรื่องกรมที่ดิน อยากจะขอทราบว่า โครงการบอกดิน ๒ ที่ปีที่แล้วสำนักงานตั้งอยู่เชียงใหม่ ลำพูนเขต ๑ ไม่ได้โอกาสเลย มาปีนี้ย้ายสำนักงานไปที่จังหวัดลำปาง ไม่ทราบว่าจะพอมีโอกาสบ้างไหม จึงฝากท่าน ส่งข้อมูลเหล่านี้ไปให้กระทรวงทั้ง ๒ กระทรวงด้วย ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปเชิญ ท่านนริศ ตามด้วยท่านศักดินัย นุ่มหนู เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือท่านประธาน ดังต่อไปนี้🔗
ผมได้รับแจ้งจากเทศบาลตำบลชะรัด อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุงว่า ประชาชนในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนอันเนื่องมาจากไม่มีไฟฟ้าใช้ จึงขอให้ท่านประธาน ได้กรุณามีหนังสือถึงการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเพื่อขยายไฟฟ้าจากหมู่ที่ ๔ ไปหมู่ที่ ๙ ในตำบลชะรัด จากหมู่ที่ ๑ ไปหมู่ที่ ๗ จากหมู่ที่ ๑ ไปหมู่ที่ ๙ และจากหมู่ที่ ๑ ไปหมู่ที่ ๓ เพราะการไม่มีไฟฟ้าในปัจจุบันเป็นความทุกข์ร้อนอย่างแสนสาหัส และระยะทางที่จะขยาย ก็ไม่ยาวมาก ประกอบกับมีบ้านเรือน มีร้านค้าและแปลงการเกษตรอีกมากมาย ที่สำคัญ เทศบาลตำบลชะรัดกำลังพัฒนาไปสู่เมืองเก่าในทางประวัติศาสตร์ และเป็นเมืองท่องเที่ยว ในอนาคต🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้สร้างสนามกีฬาให้กับ อบต. หานโพธิ์ อำเภอเขาชัยสน อบต. ชัยบุรี อำเภอเมือง เทศบาลตำบลร่มเมือง อำเภอศรีนครินทร์ อบต. เกาะเต่า อำเภอป่าพะยอม และ อบต. พนมวังก์ อำเภอควนขนุน เพราะจังหวัดพัทลุงเป็นจังหวัดที่มีคนเล่นกีฬากันเป็นจำนวนมาก เงินงบประมาณไม่เพียงพอ ท้องถิ่นไม่มีศักยภาพมากพอ และท้องถิ่นสามารถที่จะใช้สนามกีฬาดังกล่าวเป็นสนามกีฬา เพื่อการแข่งขันและทำกิจกรรมอื่นได้🔗
ข้อที่ ๓ ขอให้กระทรวงคมนาคมจัดทำโครงการโครงข่ายพัฒนาย่านชุมชน ที่พื้นที่บ้านทะเลเหมียง ตำบลหารเทา และบ้านป่าบาก ตำบลวังใหม่ ของอำเภอป่าบอน เพราะพื้นที่ดังกล่าวมีบ้านเรือน มีร้านค้า เป็นการจัดระเบียบร้านค้า และเป็นการจัดระเบียบ การจราจรให้พื้นที่ดังกล่าวให้เกิดความสวยงาม กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศักดินัย ตามด้วยคุณเพชรดาว โต๊ะมีนา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๒๔ มกราคมที่ผ่านมา ผมได้ร่วมประชุมปรึกษาหารือกับทางองค์การบริหาร ส่วนตำบลบางปิด ซึ่งนำโดยคุณสุชาติ จิตมุ่งมโนธรรม นายกองค์การบริหารส่วนตำบล พร้อมคณะผู้บริหารท้องถิ่น ได้มีการนำเสนอปัญหาและความต้องการในหลายเรื่อง ซึ่งก็มี ๓ เรื่องหลัก ๆ ที่อยากให้หน่วยงานได้เข้ามาเร่งดำเนินการช่วยเหลือแก้ไข🔗
ในเรื่องแรกครับ ก็ขอให้มีการสร้างอ่างเก็บน้ำวังตาสังข์ เนื่องจากว่า ตำบลบางปิด แล้วก็ทางอำเภอแหลมงอบเองก็ขาดแหล่งน้ำหลักในการที่จะไว้ใช้ เพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภคของพี่น้องชาวอำเภอแหลมงอบ ซึ่งโครงการนี้จะมี ความสำคัญในอนาคตที่จะรองรับในเรื่องของแหล่งน้ำที่จะป้องกันการขาดแคลนน้ำ น้ำไม่มี ไม่พอใช้ให้กับทางตำบลบางปิด และชาวอำเภอแหลมงอบครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน ก็คือเรื่องของปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งตำบลบางปิดพื้นที่โดยส่วนใหญ่นั้นเป็นพื้นที่ติดชายทะเล ตั้งแต่หมู่ ๑ ถึงหมู่ ๕ ปัญหาการถูกกัดเซาะนี้จึงเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นโดยเสมอ ทำให้พื้นที่ของพี่น้องประชาชนนั้น ก็ถูกทำลายเสียหายไปด้วย โดยเฉพาะหมู่ ๔ บ้านบางกระดาน ก็อยากให้หน่วยงานของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เข้าไปวางแผนงานโครงการในการแก้ไข เรื่องนี้ด้วย🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องฝายกั้นน้ำของหมู่ ๘ บ้านพรงสน ซึ่งสร้างเมื่อปี ๒๕๑๘ เพื่อที่จะเก็บกักน้ำใช้เพื่อการเกษตรและป้องกันการรุกล้ำของน้ำเค็ม ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มี การชำรุดแตกร้าว ก็อยากที่จะให้หน่วยงานของกรมชลประทานนั้นได้วางแผนงบประมาณ เข้าไปซ่อมบำรุงเพื่อให้ฝายกั้นน้ำของหมู่ ๘ บ้านพรงสนนั้น ได้กลับมามีศักยภาพในการใช้ งานได้อย่างเป็นปกติ เพื่อให้มีแหล่งน้ำและป้องกันการรุกล้ำของน้ำเค็มเข้าไปในพื้นที่ ใน ๓ เรื่องนี้ก็ขอให้หน่วยงานชลประทานได้เข้าไปดูแลด้วยครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณเพชรดาว ตามด้วยท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคภูมิใจไทย ประเด็นวันนี้เป็นเรื่องถนนหนทางที่ประชาชนขอให้หารือในสภา ผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคม ใน ๔ จุดของจังหวัดปัตตานีขอสไลด์ (Slide) ด้วยค่ะ🔗
จุดแรกเป็นจุดกลับรถ ใต้สะพานเส้นทาง ๔๑๘ ช่วงอำเภอแม่ลาน เส้นทางนี้มีการสัญจรหนาแน่นประมาณ ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ คันต่อวัน เป็นรถบรรทุกและรถขนส่ง แต่ทางลอดจุดกลับรถมีความสูง ๓.๕ เมตร ไม่เพียงพอที่รถขนาดใหญ่จะลอดผ่านได้ ต้องใช้เส้นทางอ้อมระยะไกล จึงขอให้ มีการปรับปรุงหรือก่อสร้างสะพานและทางลอด เพื่อกลับรถให้มีความสูงเพียงพอที่จะรองรับ รถขนาดใหญ่ได้🔗
จุดที่ ๒ ขอให้สร้างทางคู่ขนานช่วงแยกไฟแดง บานา-มัสยิดกรือเซะ-บ้านดี และปาลัส อำเภอเมืองปัตตานี เนื่องจากเส้นทางนี้เป็นที่ตั้งของ ๓ ตำบล คือบานา ตันหยงลุโละ และบาราโหม เป็นเส้นทางหลักชุมชนหนาแน่น มีโรงเรียนตั้งอยู่ มีทางแยก และจุดกลับรถที่ไม่เอื้อต่อการสัญจร เกิดอุบัติเหตุประมาณ ๑-๒ ครั้งต่อเดือน จึงขอให้ มีทางคู่ขนานเพื่อให้รถสวนทางกันได้🔗
จุดที่ ๓ สะพานข้ามแม่น้ำสายบุรีเป็นเส้นทางจากตำบลตะบิ้งเข้าสู่เทศบาล ตำบลตะลุบัน มีความหนาแน่นมากขึ้น จึงทำให้การสัญจรข้ามสะพานเชื่อมไม่สะดวก ขอให้มีการสร้างสะพานคู่ขนาน ในส่วนสะพานเดิมที่สร้างมาหลายสิบปีนั้น ขอให้อนุรักษ์ และปรับปรุงเพื่อเป็นแหล่งท่องเที่ยว🔗
สุดท้ายค่ะ สะพานข้ามแยกตะลุโบะ อำเภอเมืองปัตตานี เป็นมหากาพย์ร่วม ๒๐ ปี ที่สะพานสร้างไม่ตรงตามแบบสร้างความเดือดร้อนที่ต้องใช้ทางสัญจรช่วงใต้สะพาน แบบ ๒ ช่องจราจรที่แคบมากเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เมื่อ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๓ ต้องขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้มาปัตตานีและเห็น สภาพจริง ได้อนุมัติให้สำรวจและออกแบบเพื่อแก้ไขรูปแบบสะพานขณะนี้เกือบจะแล้วเสร็จ จะมีการประชุมชุมชนโดยรอบเพื่อเลือกรูปแบบของสะพานในอีก ๒-๓ เดือนข้างหน้านี้ ขอให้มีการตั้งงบประมาณเพื่อการก่อสร้างต่อไป ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุรวิทย์ ตามด้วยท่านรณเทพ อนุวัฒน์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผมได้รับคำร้องจากพี่น้องประชาชนชาวอำเภอแก้งคร้อ อำเภอคอนสวรรค์ และอำเภอเมือง ชัยภูมิ จังหวัดชัยภูมิ จำนวนมาก ขอให้กรมทางหลวงปรับปรุงทางหลวงแผ่นดิน สาย ๒๐๑ ซึ่งเป็นถนนสายหลักจากภาคกลางเข้าสู่หลายจังหวัดในภาคอีสาน ผ่านจังหวัดชัยภูมิ ซึ่งปัจจุบันชำรุดมาก จากช่วงอำเภอเมืองชัยภูมิถึงอำเภอแก้งคร้อ ระยะทาง ๔๕ กิโลเมตร โดยขอให้ซ่อมผิวถนน ซ่อมแซมถนนที่ชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อมากเพราะขาดการบำรุงรักษา มานานพอสมควร เพื่อให้การเดินทางสะดวกปลอดภัยจะช่วยแก้ปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนได้🔗
๒. กระผมได้รับคำร้องจากนักเรียน นักศึกษา ครูอาจารย์ วิทยาลัยการอาชีพ แก้งคร้อ ขอให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สนับสนุนงบประมาณก่อสร้าง อาคารบ้านพักครูอาจารย์เป็นอาคาร ๑๔ ยูนิต และสนับสนุนงบประมาณก่อสร้างหอพัก นักศึกษา เพราะนักศึกษาส่วนใหญ่มาจากหลายอำเภอในจังหวัดชัยภูมิ และบางส่วนมาจาก จังหวัดขอนแก่น วิทยาลัยการอาชีพแก้งคร้อปัจจุบันถือว่ามีภาพพจน์ที่ดีเป็นความหวัง และเป้าหมายของลูกหลานเยาวชนในอำเภอแก้งคร้อและอำเภอใกล้เคียง ปัจจุบันมีนักศึกษา ๑,๖๐๐ คน มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปี ขอฝากข้อร้องเรียนความต้องการในพื้นที่ขอให้ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา อนุมัติการเปลี่ยนชื่อจาก วิทยาลัยการอาชีพ แก้งคร้อ เป็น วิทยาลัยเทคนิคแก้งคร้อ เพื่อรองรับการขยายตัวสู่การศึกษาระดับปริญญาตรี ปริญญาโทและปริญญาเอกต่อไป ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านรณเทพ ตามด้วยนางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายรณเทพ อนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ ผมมีเรื่องหารือท่านประธานสภาผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เกี่ยวกับปัญหา น้ำท่วมขังในหน้าฝนบนถนนทางหลวง หมายเลข ๓๒๘๔ ช่วงกิโลเมตรที่ ๗ และกิโลเมตรที่ ๘ ตำบลหมอนนาง อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี ซึ่งบริเวณดังกล่าวนั้นเป็นชุมชน ที่เรียกว่าชุมชนบ้านตลาดทุ่งเหียง ซึ่งมีร้านค้า ห้องแถวอยู่ ๒ ข้างทางเป็นจำนวนมาก ซึ่งปัญหาดังกล่าวนั้นเป็นผลมาจากน้ำในท่อระบายน้ำทั้ง ๒ ข้างทางไม่มีช่องทางระบาย ออกไปจากบริเวณดังกล่าว กระผมจึงขอกราบเรียนฝากท่านประธานสภาผ่านไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้โปรดจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างขยายท่อระบายน้ำ ทั้ง ๒ ฝั่งถนนไปยังสี่แยกประตูทางเข้าวัดทุ่งเหียงที่กิโลเมตรที่ ๗ ทั้ง ๒ ฝั่ง โดยทางฝั่ง ทิศเหนือให้ขยายจากเดิมไปเชื่อมกับท่อระบายน้ำที่มีอยู่เดิมตรงทางแยกตรงข้ามทางเข้า วัดทุ่งเหียง และทางฝั่งทิศใต้ให้ขยายท่อระบายน้ำไปยังทางแยกทางเข้าวัดทุ่งเหียง โดยทางเทศบาลตำบลหมอนนาง พร้อมที่จะวางท่อระบายน้ำไปยังแหล่งน้ำของเทศบาล ตำบลหมอนนาง เพื่อเป็นการแก้ปัญหาดังกล่าวด้วย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณวรรณวรี ตามด้วยท่านปรีดา บุญเพลิง ครับ🔗
เรียนประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตยานนาวา บางคอแหลม กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกลค่ะ ขอคลิป (Clip) ด้วยนะคะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านปรีดา ตามด้วยท่านอับดุลอายี สาแม็ง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายปรีดา บุญเพลิง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคครูไทย เพื่อประชาชน ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอยู่ ๒ ประเด็น คือ🔗
ประเด็นแรก ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากคณะครูพี่น้องสังกัดโรงเรียน เอกชนทั่วประเทศว่า รัฐไม่เคยดูแลเรื่องสวัสดิการ สวัสดิภาพ ความก้าวหน้า ความมั่นคง ในอาชีพเลย ด้วยวิญญาณของความเป็นครู ทุกคนมุ่งมั่นตั้งใจสอนนักเรียน ซึ่งล้วนแล้วแต่ เป็นนักเรียนที่มีคุณภาพ มีความพร้อมในทุก ๆ ด้าน เป็นบุคลากรที่ดี มีคุณภาพของประเทศ ผมขอให้นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญครูโรงเรียน เอกชน คือครูเอกชนต้องได้รับสวัสดิการเท่ากับครูรัฐบาล🔗
ประเด็นที่ ๒ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องครูสังกัด กทม. มีความเดือดร้อนจำนวนมาก จากกรณีข้าราชการครูสังกัด กทม. ไม่ได้รับสิทธิเบิกค่าเช่าบ้าน เหมือนกับข้าราชการอื่น ๆ เช่น ทหาร ตำรวจ เรียนจบแล้วเข้ารับราชการ รัฐจัดที่พักอาศัย ให้อยู่ฟรีทุกคน ทั้งที่ข้าราชการครูสังกัด กทม. ส่วนมากมีภูมิลำเนาจากต่างจังหวัด จำเป็นต้องเช่าที่พักอาศัยอยู่เอง ค่าครองชีพสูง เงินเดือนแต่ละเดือนไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย ผมขอยกตัวอย่างเช่น บรรจุครั้งแรกปริญญาตรี ๑๕,๘๐๐ บาท ค่าเช่าบ้าน ๓,๐๐๐ บาท เหลือเงินอยู่ ๑๒,๘๐๐ บาท ค่าอาหาร ๓ มื้อ มื้อละ ๑๐๐ บาท ๓๐ วัน รวม ๙,๐๐๐ บาท เหลือเงินอยู่ ๓,๘๐๐ บาท ค่าน้ำ ค่าไฟ เดือนละ ๘๐๐ บาท คงเหลือ ๓,๐๐๐ บาท ค่ารถเมล์ ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมันรถและค่าแต่งตัวอื่น ๆ นี้ ๓,๐๐๐ บาท รายได้ไม่เพียงพอ กับรายจ่าย เพราะฉะนั้นเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติงาน ผมจึงอยากจะให้ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงมาดูแลแก้ไขปัญหาให้กับ ข้าราชการครูสังกัด กทม. โดยด่วน ผม นายปรีดา บุญเพลิง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน จะติดตามและตามติดให้รัฐบาลแก้ไขปัญหานี้จนกว่าจะแล้วเสร็จ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอับดุลอายี ตามด้วยคุณสุเนตตา แซ่โก๊ะ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๓ อำเภอกรงปินัง อำเภอบันนังสะตา อำเภอธารโตและอำเภอเบตง เพื่อให้มันเป็นไปตามที่รัฐบาลได้กำหนดว่า อำเภอเบตงเป็นเมืองท่องเที่ยว ณ วันนี้ก็ยังมีปัญหาในเรื่องของสนามบินเบตงไม่สามารถ ที่จะเปิดใช้บริการได้ เนื่องจากว่าสายการบินยังไม่สรุปในเรื่องของการที่จะบิน เพราะว่า จำนวนผู้โดยสารไม่เพียงพอต่อการบิน ซึ่งไม่เกิดความคุ้มค่า ฉะนั้นผมจึงขอเสนอว่า ให้ท่านประธานได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงคมนาคม กระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ได้ สร้างถนนการท่องเที่ยวเพิ่มเติม ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่จะให้นักท่องเที่ยวสามารถท่องเที่ยว เขตอำเภอเบตงและอำเภอใกล้เคียง อย่างเช่นว่า ผมเสนอให้เป็นถนนรอบขอบอ่างที่เขื่อน บางลาง เพื่อที่จะให้เพิ่มการท่องเที่ยว ซึ่งห่างจากสนามบินเบตงประมาณ ๗๐ กิโลเมตร ถนนเส้นนี้ซึ่งแยกจากถนนสาย ๔๑๐ ออกไป แล้วก็วนรอบขอบอ่างแล้วก็มีสะพานอยู่ ๒ ลูก และไปจรดถนน ๔๑๐ อีกครั้งหนึ่ง ระยะทางประมาณ ๕ กิโลเมตร ก็อยากจะให้ ท่านประธานได้นำเสนอและประสานไปยังหน่วยงาน เพื่อให้เพิ่มแหล่งท่องเที่ยว และจะได้เกิดความยั่งยืนและมั่นคง ให้การท่องเที่ยวในเขตของอำเภอเบตง อำเภอธารโต ของจังหวัดยะลามันเป็นไปตามนโยบายที่รัฐบาลได้กำหนดว่าเป็นเมืองหลักของการท่องเที่ยว ขอขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณสุเนตตา ตามด้วยท่านเทียบจุฑา ขาวขำ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสุเนตตา แซ่โก๊ะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมพลัง ประชาชาติไทย ดิฉันมีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานผ่านไปยังสภาพัฒน์ สำนักงบประมาณ และสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง การขอให้ส่งเสริมโครงการ ยูทูที (U2T) มหาวิทยาลัยสู่ตำบล สร้างรากแก้วให้ประเทศ ท่านประธานคะ ดิฉันเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าหลายท่านคงรู้จักโครงการ ยูทูที (U2T) กันพอสมควรแล้ว ดิฉันขอเล่าย้อนหลังไปนิดค่ะว่า โครงการ ยูทูที (U2T) คืออะไร โครงการ ยูทูที (U2T) มหาวิทยาลัยสู่ตำบล เป็นโครงการที่มีจุดเริ่มต้นจากวิกฤติ โควิด (COVID) ที่ส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจในประเทศเป็นอย่างมาก มีการว่างงานเพิ่มสูงขึ้น รัฐบาลและกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม จึงได้คิดโครงการ จ้างงาน ซึ่งก็คือโครงการ ยูทูที (U2T) จ้างงานจำนวน ๖๐,๐๐๐ อัตราค่ะ จากเดิมคิดแค่ จ้างงาน แต่ด้วยการนำของท่านรัฐมนตรี อว. ท่านเอนก เหล่าธรรมทัศน์ และปลัดกระทรวง ท่านสิริฤกษ์ ทรงศิวิไล และทีมงาน เห็นว่าแค่จ้างงานอย่างเดียวคงไม่ตอบโจทย์ระยะยาว แต่เราต้องมองให้ไกลกว่านั้น กระทรวง อว. มีของดีอยู่เยอะ คลังความรู้นวัตกรรมที่จะนำไป ช่วยยกระดับความเป็นอยู่ของพี่น้อง โดยให้มหาวิทยาลัยในสังกัดกระทรวงเข้ามาเป็น พี่เลี้ยงโครงการ ยูทูที (U2T) ปีแรกทำไปทั้งหมด ๓,๐๐๐ ตำบล ก่อให้เกิดเงินหมุนเวียน การจ้างงานมากกว่า ๗๐๐ ล้านบาท เกิดโครงการใหม่จำนวนกว่า ๒๐,๐๐๐ โครงการ แต่ว่าท่านประธานคะ โครงการนี้จบไปแล้วค่ะ จบไปเมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ดิฉันทราบมาว่า ทางกระทรวง อว. ทำเรื่องเสนอสำหรับโครงการที่ ๒ โดยจะขยายไปให้ครอบคลุมทุกตำบล ทั่วประเทศ ดิฉันจึงขอเรียนปรึกษาหารือท่านประธานผ่านไปยังสำนักงบประมาณ สภาพัฒน์ แล้วก็สำนักนายกรัฐมนตรีว่าอย่าหยุดเพียงเท่านี้ค่ะ ขอให้ช่วยพิจารณาส่งเสริม โครงการ ยูทูที (U2T) ให้มีต่อไป เพราะโครงการนี้ไปไกลเกินกว่าการจ้างงานแล้ว โครงการนี้ ยกระดับเศรษฐกิจ ช่วยในการจัดทำบิ๊ก ดาต้า (Big Data) พัฒนาเรื่องครีเอทีฟ อีโคโนมี (Creative Economy) เศรษฐกิจสร้างสรรค์ พัฒนาแหล่งท่องเที่ยว แหล่งโบราณคดี ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ เชิญคุณเทียบจุฑา ตามด้วยท่านพิบูลย์ รัชกิจประการ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันขอนำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือกับท่านประธาน ดังนี้ค่ะ🔗
ดิฉันได้ร่วมประชุมหารือกับสมาชิกสภาเทศบาลและนายกเทศบาล ตำบลโนนทอง คือท่านชัยยา ภูมิเขต ทราบว่าตลิ่งลำห้วยโป่ง เมื่อฤดูฝนที่ผ่านมาฝนตกหนัก แล้วก็กัดเซาะตลิ่งพัง รุกล้ำไปถึงบ้านพักที่อยู่อาศัย สร้างความเดือดร้อนความเสียหาย แก่พี่น้องที่ทำการเกษตร บ้านท่าโปงทอง บ้านกุดเซือม บ้านเชียงดี ตำบลโนนทอง อำเภอนายูง ฝากท่านประธานไปยังสำนักงานโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย เพื่อก่อสร้างกำแพงกั้นป้องกันตลิ่งพังในลำห้วยนี้ด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ดิฉันขอฝากท่านประธานไปยังกรมชลประทาน ขอให้ขุดลอก ดงห้วยเดื่อ บ้านกุดเซือม และลำห้วยสามขา บ้านวังเลา และหนองโสมหลง บ้านเชียง ตำบลโนนทอง ลำห้วยขณะนี้ตื้นเขินมาก เพื่อขอให้ขุดลอกเก็บกักน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้งนี้ค่ะ เพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน🔗
เรื่องที่ ๓ นี้สำคัญค่ะท่านประธาน ดิฉันได้หารือกับท่านประธานมาตั้งแต่ วันที่ ๗ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ เกี่ยวกับเรื่องการขอติดตั้งสัญญาณไฟจราจร สามแยก บ้านดงไร่ ถนนทางหลวง ๒๐๒๑ อุดรธานี-หนองคาย ซึ่งจะเป็นทางแยกเชื่อมไปทางอำเภอ บ้านผือ น้ำโสม นายูง และเชื่อมไปทางจังหวัดหนองคาย หนองบัวลำภูนะคะ ในเส้นทางนี้ ทราบว่ากรมทางหลวงได้ก่อสร้างถนนทางหลวงหมายเลข ๒ อุดรธานี-สระใคร เป็นตอน ๆ เป็นระยะ ๑๕ กิโลเมตร แล้วจากป้ายประชาสัมพันธ์ ดิฉันก็อยากจะทราบว่าทางแยก บ้านดงไร่ ซึ่งเป็นถนนยุทธศาสตร์ในการท่องเที่ยว ก็ได้รับการร้องเรียนมามากอยากจะฝาก ท่านประธานไปยังกรมทางหลวงว่า พิจารณาติดตั้งสัญญาณไฟจราจรบ้านดงไร่ แยกบ้านผือ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน ขณะนี้รถบรรทุกเยอะ เพราะเปิดโรงงานอ้อย รับซื้ออ้อยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพิบูลย์ รัชกิจประการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย เขต ๑ จังหวัดสตูล ผมขอหารือเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนในอำเภอควนโดน และอำเภอเมืองสตูล เนื่องมาจากผลกระทบของฝายน้ำดุสน ผมพร้อมด้วยนายอำเภอควนโดน กำนันตำบล ควนโดน ผู้ใหญ่บ้านในเขตที่ตั้งฝายดุสน นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับผลกระทบ ได้ลงพื้นที่บริเวณฝายดุสน เพื่อดูปัญหาและรับฟังรายงานจากผู้ที่เกี่ยวข้อง และดูสภาพ ของฝายดุสน ซึ่งฝายดุสน ตำบลควนโดน อำเภอควนโดน ได้รับการก่อสร้างตั้งแต่ปี ๒๕๐๐ และใช้งานมากว่า ๖๐ ปีแล้วไม่ได้มีการปรับปรุงขยายความกว้าง ความลึก และปรับปรุง ประตูระบายน้ำให้มีความทันสมัยและสามารถควบคุมระบบการจัดการน้ำได้ เมื่อถึงฤดูฝน ตกหนักต่อเนื่องก็จะทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมเพราะระบายน้ำไม่ทัน พอถึงฤดูแล้งก็ไม่สามารถ กักเก็บน้ำให้พอกับความต้องการของการเกษตรและการอุปโภคบริโภค เนื่องมาจากบริเวณ กักน้ำเหนือฝายดุสนมีสภาพตื้นเขิน ทำให้การกักเก็บน้ำไม่พอต่อความต้องการของ ประชาชน ผมจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมชลประทาน กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมช่วยแก้ปัญหาดังนี้ ขุดขยายให้มีหน้าตัดคลองสัมพันธ์กับปริมาณน้ำที่ไหล ขยายพื้นที่เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำการกักเก็บน้ำเหนือฝาย ก่อสร้างประตูระบายน้ำให้ทันสมัย และมีประสิทธิภาพ ติดตามโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองช้าง ตำบลทุ่งนุ้ย อำเภอควนกาหลง และติดตามโครงการแก้มลิงที่ตำบลบ้านควนและอำเภอเมือง🔗
เรื่องที่ ๒ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวตันหยงโป เรื่องความต้องการ ใช้น้ำประปา ตำบลตันหยงโปเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของจังหวัดสตูลจะมีนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศเข้ามาท่องเที่ยวที่สันหลังมังกร มีชายหาดที่สวยงาม มีอาหาร ซีฟู้ด (Seafood) ที่สดและสะอาด ปริมาณน้ำประปาไม่พอต่อการอุปโภคและบริโภค ผมจึงขอให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าเป็นการประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดสตูล กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่ง เข้ามาแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนชาวตันหยงโปด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวันชัย ตามด้วยท่านรุ่งโรจน์ ทองศรี เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายวันชัย เจริญนนทสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนนทบุรี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือกับท่านประธาน ผ่านไปยังกระทรวงคมนาคมและทางหลวง ชนบท จังหวัดนนทบุรี เรื่องเกี่ยวกับถนนสะพานข้ามแยกบางบัวทอง ถนน ๓๒๑๕ จากเทศบาลเมืองบางบัวทองข้ามถนนวงแหวนกาญจนาภิเษก ไปยังเทศบาลเมืองใหม่ บางบัวทอง ช่วยติดตั้งป้ายจราจรในช่องบอกทางขึ้นลง แบ่งช่องการเดินรถ ติดตั้งสัญญาณ ไฟจราจรข้ามแยกสะพาน และปิดช่วงคอสะพานขึ้นลงเพื่อไม่ให้รถจักรยานยนต์กลับรถ บริเวณคอสะพานเพื่อความปลอดภัยกับผู้ใช้รถใช้ถนนข้ามแยก ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงมาช่วยแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ฟุตพาท (Footpath) ทางเท้า ได้มีการตั้งร้านค้าบนฟุตพาท (Footpath) ทางเท้าแบบถาวร บริเวณริมทางถนนพหลโยธินขาเข้ากรุงเทพมหานคร หลักกิโลเมตรที่ ๖๕-๖๔ หน้าบริเวณตลาดวังน้อย อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้ร้องเรียนผ่านท่านประธานไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ยังมิได้ดำเนินการใด ๆ จึงอยากฝากเรียน ผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รีบดำเนินการแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชน เป็นการเร่งด่วนด้วยครับ ขอบคุณท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณรุ่งโรจน์ และตามด้วยท่านมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ครับ รุ่งโรจน์ ทองศรี ยังมาไม่ทัน เชิญท่านมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ก่อน และตามด้วยท่านพรรณสิริ กุลนาถศิริ เชิญครับ🔗
เรื่องที่ ๑ อยากกราบเรียนไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่า กทม. ให้เร่งแก้ไขปัญหาชุมชนพหลโยธิน ซอย ๔๕ กว่า ๒๘๐ หลังคาเรือน กว่าพันชีวิต หลังมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ขาดไฟฟ้าส่องสว่างบริเวณทางเดิน ขยะในชุมชน มีจำนวนมากไม่มีใครมาเก็บ ขยะค่อนข้างเยอะ มีกลิ่นเน่าเหม็น พี่น้องประชาชนเดือดร้อน แล้วก็ใช้ชีวิตอย่างทรุดโทรมเป็นอย่างมาก ต้องได้รับการฟื้นฟูสร้างใหม่ และแก้ไขโดยด่วน🔗
เรื่องที่ ๒ คือเรียนไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ให้เข้าไปตรวจสอบแก้ไขเพิ่มเติมเงินชดเชยค่าทุบบ้านเก่าในโครงการปล่อยกู้ สร้างบ้านมั่นคงของชุมชนริมคลองเปรมประชากรในเขตพื้นที่หลักสี่ จตุจักร มีการสร้างบ้าน ไม่ตรงแบบ มีการลดสเปก (Spec) และสร้างล่าช้าเอาเปรียบประชาชน ทำให้ประชาชน ต้องเสียค่าเช่าบ้านแรมปีก่อนเข้าอยู่ได้ เก็บดอกเบี้ยแพง ซึ่งโครงการดังกล่าวเป็นโครงการ ที่ดี สร้างบ้านให้พี่น้องประชาชนอยู่ แต่ควรสร้างบ้านให้พี่น้องประชาชนอยู่ฟรี ไม่ควรเพิ่ม ภาระผ่อนบ้านให้เขาถึง ๒๐ ปีกว่า เดือนละ ๒,๗๐๐ บาทต่อเดือน ทั้ง ๆ ที่บ้านเก่าก็ทุบ ของเขาทิ้งไป ชดเชยส่วนน้อยยังต้องเป็นภาระให้กับพวกเขาในการที่จะต้องผ่อนบ้าน โดยที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ ณ ปัจจุบันรายได้พวกเขาก็ไม่มี เพราะนายกรัฐมนตรีบริหารประเทศ เศรษฐกิจค่อนข้างแย่มาก🔗
เรื่องที่ ๓ ฝากแจ้งไปยังนายกรัฐมนตรีให้กำกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้เข้าปราบปรามกระบวนการค้ายาเสพติด ตู้ม้า ตู้สล็อต (Slot) บ่อนวิ่งในเขตพื้นที่หลักสี่ จตุจักร ซึ่งมีเจ้าหน้าที่ตำรวจและอดีตนักการเมืองพื้นที่มอมเมาประชาชนเก็บส่วย🔗
เรื่องที่ ๔ ฝากไปยังกระทรวงอุตสาหกรรม ให้ผู้ใกล้ชิดเลิกเก็บส่วยเร่งแก้ไข โรงงานต่าง ๆ ที่ปล่อยน้ำเสียลงคลองเปรมประชากรผ่านเข้ามาในพื้นที่เขตหลักสี่ จตุจักร เพราะน้ำเน่าเหม็นเป็นอย่างมาก ดำเหม็น ส่งผลกระทบต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชนอย่างมาก ควรเร่งแก้ไขโดยเร่งด่วน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณพรรณสิริ ตามด้วยคุณอาภรณ์ สาราคำ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน พรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคพลังประชารัฐ ขอนำเรียนปัญหาความเดือดร้อนของโรงเรียนและโรงพยาบาล ไปยังกระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงสาธารณสุข ๒ เรื่อง ตามลำดับดังนี้🔗
เรื่องที่ ๑ โรงเรียนวัดคูหาสุวรรณมีปัญหาด้านอาคารเรียน ซึ่งเป็น อาคารที่มีอายุมากกว่า ๔๐ ปี ใช้การเรียนการสอนในส่วนของอนุบาลปีที่ ๑ ถึงปีที่ ๓ และชั้นประถมศึกษา ๓ อาคารนี้ชำรุดทรุดโทรมมาก โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสุโขทัย ได้ประเมินว่ามีความเสี่ยงต่อชีวิตของนักเรียนและคุณครู การนี้โรงเรียนได้ย้ายไปใช้สถานที่ ชั่วคราวซึ่งอยู่ห่างไกล แล้วชุมชนท้องถิ่นได้ช่วยกันในเรื่องของการซ่อมหลังคา ระบบน้ำ แล้วก็ไฟฟ้า ในการนี้คุณวันทนีย์ อิสระไพจิตร ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาได้แจ้ง ความเดือดร้อนมายังดิฉัน เพื่อนำเรียนไปยังกระทรวงศึกษาธิการให้ช่วยดำเนินการรื้อถอน และสร้างอาคารทดแทนให้กับนักเรียนโดยเร็วค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ โรงพยาบาลสุโขทัย ซึ่งเป็นโรงพยาบาลทั่วไปขนาด ๓๒๐ เตียง ล่าสุดให้บริการกับผู้ป่วยในถึง ๓๘,๗๘๕ ราย และให้บริการภายนอกถึง ๓๕๖,๗๑๔ ราย ในการนี้บุคลากรทางการแพทย์ พยาบาลได้ช่วยเหลือตัวเอง ในแต่ละปีก็ทอดกฐินผ้าป่า เพื่อนำเงินมาช่วยในเรื่องของอุปกรณ์การแพทย์ แล้วก็ในเรื่องของอาคารรับรองผู้ป่วย แต่ก็เกินกำลัง มีปัญหาในเรื่องของอาคารที่พักของแพทย์ พยาบาล ซึ่งขณะนี้มีจำนวนถึง ๘๕๑ คน อาคารที่ไม่พอดังกล่าวทำให้การปฏิบัติงานมีความไม่คล่องตัว ดังนั้นจึงขอแจ้ง ไปยังกระทรวงสาธารณสุข เพื่อได้ช่วยในเรื่องของการสร้างอาคารที่พักของแพทย์ พยาบาล โดยเร็วด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณอาภรณ์ ตามด้วยคุณภานุ ศรีบุศยกาญจน์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอาภรณ์ สาราคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๔ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธาน ไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านอนุพงษ์ เผ่าจินดา เรื่อง ขอเอกสารสิทธิให้กับพี่น้อง ท่านประธานคะ ดิฉันได้รับการ ร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนบ้านเชียงงาม ตำบลหนองหาน อำเภอหนองหาน จังหวัด อุดรธานี ถึงความเดือดร้อนกังวลในเรื่องเอกสารสิทธิ ที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยไม่มี เอกสารสิทธิใด ๆ ทั้งที่อยู่มาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายายนับเวลาเป็นร้อย ๆ ปีค่ะท่านประธาน ประชาชนเกิดความกังวลในการดำเนินชีวิตประจำวันเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ยังไม่มีเอกสารสิทธิ ที่จะสร้างความมั่นคงในชีวิต ท่านประธานคะ ดิฉันได้ลงพื้นที่ในเขตอำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ได้พบกับปัญหาและได้พบกับครอบครัวที่เดือดร้อนประมาณ ๔๐๐-๕๐๐ ครอบครัว เขามีเพียงใบ ภ.บ.ท. ๕ เท่านั้นเองค่ะท่านประธาน ที่เขาได้เสียภาษี ดอกหญ้าหรือบางแห่งก็เป็นที่ทำเลเลี้ยงสัตว์ เป็นที่หัวไร่ปลายนา ซึ่งเป็นที่ ส.ป.ก. ปัจจุบัน ก็เป็นอยู่อาศัย เป็นชุมชนหมู่บ้านและได้การพัฒนาพอสมควร แต่ที่ดินดังกล่าวทุกครอบครัว ยังไม่มีเอกสารสิทธิ หรือเป็นโฉนด หรือเป็นตราครุฑแดงเพื่อเป็นหลักประกันความมั่นคง ในชีวิตครอบครัวค่ะ ดิฉันจึงขอฝากท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีโปรดสั่งการให้ท่านอธิบดี กรมที่ดินได้ดำเนินการจัดการออกสำรวจ ออกเอกสารสิทธิให้กับพี่น้องประชาชนชาว อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานีอย่างเร่งด่วนด้วยค่ะ ขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านภาณุ ตามด้วยท่านมานพ คีรีภูวดล เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ภานุ ศรีบุศยกาญจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผมมีเรื่องอยากจะหารือผ่านท่านประธานสภาไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องด้วยกัน ๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรก เป็นความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสของพี่น้องประชาชนในเขต เลือกตั้ง เกี่ยวกับการย้ายท่อประปาที่กีดขวางการก่อสร้างท่อระบายน้ำสร้างผลกระทบ ให้กับพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ตำบลบึงขุนทะเล มะขามเตี้ยและพื้นที่ในเขตเทศบาล บริเวณชุมชนบึงขุนทะเลอย่างแสนสาหัส การหยุดจ่ายน้ำประปาตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม จนถึงปัจจุบัน ทำให้พี่น้องประชาชนนั้นเดือดร้อนและลำบาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหยุด ในวันเสาร์และวันอาทิตย์ทำให้ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนกว่า ๓๐,๐๐๐ คน ทำให้ พี่น้องประชาชนนั้นตั้งหน้าตั้งตาและคอยว่า โครงการดังกล่าวจะสำเร็จเมื่อไร อยากขอให้ การประปาส่วนภูมิภาคจังหวัดสุราษฎร์ธานี อย่าหยุดน้ำในวันเสาร์และวันอาทิตย์ เพราะสร้างความลำบากให้กับพี่น้องประชาชนอย่างมากมาย และที่สำคัญครับหากหยุดน้ำ ก็ต้องเป็นเวลาและชัดเจนอย่างเช่น หยุด ๒ วัน ไม่ใช่หยุด ๕ วัน อย่างเช่น บอกพี่น้อง ประชาชนว่าน้ำประปาจะมาภายใน ๑ ทุ่ม มาอีกทีก็เที่ยงคืน ตีหนึ่ง สร้างความลำบาก อย่างมากมาย และที่สำคัญครับเวลาน้ำประปามาก็จะเป็นโคลนแดง ซึ่งไม่สามารถที่จะใช้ อุปโภคและบริโภคได้ครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ก็ขอติดตามการหารือของกระผมในครั้งที่แล้ว เกี่ยวกับการ ปรับปรุงสะพานลอยบริเวณหน้าโรงพยาบาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งสะพานลอยบริเวณ ดังกล่าว น่าจะเป็นสะพานลอยสาธารณะแห่งแรกของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ก็อยากจะ ขอปรับปรุงให้มีบันไดเลื่อนและลิฟต์ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายให้กับพี่น้องประชาชน ผู้พิการ ผู้สูงอายุได้มาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล ซึ่งกระผมทราบมาว่า สะพานลอยดังกล่าวนั้นอยู่ภายใต้การดูแลของท่านนายกประเสริฐ บุญประสพ เทศบาลนคร สุราษฎร์ธานีคนปัจจุบัน ก็ขอให้ท่านช่วยเร่งและดำเนินการโดยเร่งด่วนหากยังไม่มี งบประมาณครับ ขอให้ตีเส้นการจราจรทางม้าลายให้อย่างชัดเจนและเพิ่มแสงสว่างให้กับ พี่น้องประชาชนจะได้ไม่ต้องเกิดเหตุการณ์ซ้ำอย่าง กทม. ที่เกิดเหตุการณ์น่าสลดใจขึ้นครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านมานพ ตามด้วย นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ผมขอหารือท่านประธานกรณีพี่น้องชาวบ้านไม่มีไฟฟ้าใช้ ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ในพื้นที่ จังหวัดลำพูนครับท่านประธาน ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายสุลักษณ์ ปุ๊ดแค ตัวแทน เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม จังหวัดลำพูน และนายยุทธเดช ขนาดกำจาย นายก อบต. ตำบลทากาศ ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ครับ🔗
อำเภอแม่ทา ตำบลทาแม่ลอบ มีบ้านห้วยฮ่อมนอก หมู่ ๕ บ้านห้วยฮ่อม ในหมู่ ๖ บ้านห้วยเฮียะ หมู่ ๓ บ้านขุนกอง หมู่ ๗ ตำบลทากาศ บ้านผาด่าน หมู่ ๑๐ บ้านปงผาง หมู่ ๑๔ บ้านแม่สะแง๊ะ หมู่ ๑๕ อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน บ้านป่าแป๋ ตำบลป่าพลู หรือดอนจ๊ะโก หมู่ ๗ จึงขอเรียนท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทยที่ดูแลกำกับเรื่องของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และดูแลพี่น้องประชาชน ให้เร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาเรื่องของชุมชนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้ในพื้นที่จังหวัดลำพูนที่ผมได้ นำเรียนท่านประธานไป ท่านประธานครับ เครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม จังหวัดลำพูนมีทั้งหมด ๕ อำเภอ มีอำเภอลี้ อำเภอทุ่งหัวช้าง อำเภอบ้านโฮ่ง อำเภอแม่ทา เป็นพื้นที่ที่พี่น้องประชาชนดูแลรักษาป่าเป็นอย่างดีสามารถพิสูจน์ได้ในพื้นที่ แล้วก็ภาพถ่าย ทางอากาศ การตอบแทนหรือการให้พี่น้องประชาชนได้เข้าถึงบริการสาธารณะ โดยเฉพาะ ไฟฟ้าควรจะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนครับ เพราะเป็นสิทธิและเป็นหน้าที่ที่รัฐจะต้องให้ พี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนายกองตรี อาญาสิทธิ์ ตามด้วยนางสาวสกุณา สาระนันท์ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐครับ วันนี้ผม ขออนุญาตจะนำปัญหาของพี่น้องประชาชน มาเพื่อที่จะได้หารือกับท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานฝ่ายบริหารที่เกี่ยวข้องใน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ก็เรื่องของปุ๋ยเคมีราคาแพง เนื่องจากกระผมได้ออกไปเยี่ยม พี่น้องประชาชนในพื้นที่ก็ได้รับคำบอกเล่าว่า ปัญหาของพี่น้องเกษตรกรตอนนี้ก็คือ เรื่องของปุ๋ยเคมีที่ใช้ในการเกษตรมีราคาแพง แล้วก็สูงขึ้นอย่างเป็นประวัติการ ทำให้ราคา ผลผลิตในขณะนี้ อย่างเช่น ปาล์ม หรือว่ายางพาราค่อนข้างจะดีขึ้น แต่ว่าปัญหาที่สำคัญ ก็คือต้นทุนการผลิตที่เกี่ยวข้องกับเรื่องปุ๋ย จึงจะขออนุญาตหารือไปยังฝ่ายบริหาร เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ ได้ควบคุมกำกับดูแลตามอำนาจหน้าที่ แล้วก็อยากจะให้กระทรวงที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม กระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รวมทั้ง สถาบันการศึกษาต่าง ๆ ได้พิจารณาให้วิจัยและค้นหาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ เพื่อลดต้นทุน ด้านการเกษตร ด้านปุ๋ยให้แก่พี่น้องประชาชน🔗
ส่วนเรื่องที่ ๒ ก็เป็นเรื่องการชุดตรวจ เอทีเค (ATK) ของนักเรียนต่าง ๆ ตอนนี้ก็มีปัญหาโรงเรียนจะเปิดแล้ว แต่ว่ายังไม่มีชุดตรวจ ก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้พิจารณาดำเนินการตามพระราชกำหนดเงินกู้โควิด (COVID) ฉบับที่ ๒ ที่สภาแห่งนี้ ได้อนุมัติไปแล้วจัดให้มีเพียงพอ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณสกุณา ตามด้วยท่านพยม พรหมเพชร🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สกุณา สาระนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันขอนำเรียนความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เพื่อหารือต่อท่านประธาน ๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรก ดิฉันได้ข้อร้องเรียนจากนายทุย ก้อนทอง ซึ่งเป็นประชาชนในพื้นที่ ตำบลคูสะคาม อำเภอวานรนิวาส ว่าชาวบ้านไม่ได้รับประโยชน์จากอ่างเก็บน้ำห้วยซวง เท่าที่ควร ซึ่งอ่างเก็บน้ำห้วยซวงเป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลางมีความจุที่ ๖ ล้านลูกบาศก์เมตร ได้สร้างขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๑ แต่ปัจจุบันคลองส่งน้ำมีการชำรุดเสียหาย บางช่วง เกิดรอยแตกหัก บางช่วงมีการสะสมตะกอนเป็นเนินสูง ทำให้ไม่สามารถส่งน้ำไปยัง ปลายคลองได้ ด้วยปัญหาดังกล่าวดิฉันจึงขอส่งข้อร้องเรียนผ่านท่านประธานไปยัง กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยเร่งดำเนินการสำรวจเพื่อซ่อมแซม คลองส่งน้ำ และช่วยเร่งดำเนินการสำรวจเพื่อปรับปรุงระบบบริหารการจัดการน้ำ เพื่อประโยชน์สูงสุดที่ควรจะเกิดขึ้นกับประชาชนค่ะ🔗
ข้อร้องเรียนที่ ๒ ดิฉันได้รับข้อร้องเรียนจากชาวบ้านโคกก่อง ตำบลคูสะคาม ในเรื่องปัญหาของอุบัติเหตุ ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยครั้งบนถนนหมายเลข ๒๒๒๙ ซึ่งบริเวณดังกล่าว เป็นโค้งหักศอก ไม่มีสัญญาณไฟ แล้วก็สัญญาณอื่น ๆ ที่ชัดเจน ทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น บ่อยครั้ง ดิฉันจึงขอนำเรียนปัญหานี้ผ่านท่านประธานไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบลงสำรวจพื้นที่ และหาแนวทางแก้ไขต่อไป🔗
และขอเพิ่มประเด็นสุดท้าย ซึ่งท่านสมคิด เชื้อคง ส.ส. จังหวัดอุบลราชธานี อำเภอเดชอุดม อำเภอทุ่งศรีอุดม ได้กำชับให้ดิฉันร้องเรียนปัญหาการรับเงินชดเชยกรณี การระบาดของโรคลัมปี สกิน (Lumpy skin) ที่มีพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับความเสียหายจาก ทั่วประเทศยังไม่ได้รับเงินชดเชย จึงขอร้องเรียนไปยังผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้โปรดเร่งรัด ขั้นตอนการเบิกจ่ายให้กับเกษตรกรทั่วประเทศด้วย ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปคุณพยม ตามด้วยนางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพอย่างสูง ตลอดจนถึงสมาชิกผู้มีเกียรติที่เคารพ กระผม พยม พรหมเพชร สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้นำเรื่องราว มาหารือเพื่อขวัญกำลังใจแก่ข้าราชการ โดยเฉพาะขอความเป็นธรรมให้กับนายจำรัส สวนจันทร์ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานศรีสะเกษ สังกัดกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ด้วยนายจำรัส สวนจันทร์ ตำแหน่งผู้อำนวยการโครงการ ชลประทานศรีสะเกษ สังกัดกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ถูกคำสั่ง คสช. ที่ ๓๕/๒๕๖๐ เมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๐ ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะสอบสวน จากสำนักงาน ป.ป.ช. แล้วเสร็จ บัดนี้ สำนักงาน ป.ป.ช. ได้สอบสวนเสร็จเรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ ๒๙ มีนาคม ๒๕๖๔ หรือ ๑๐ เดือนที่ผ่านมา ปรากฏว่านายจำรัส สวนจันทร์ ไม่ได้กระทำความผิดต่อหน้าที่ กรมบัญชีกลางแจ้งว่าไม่ได้ก่อให้เกิดความเสียหาย ต่อทางราชการ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็แจ้งว่า ไม่ได้ผิดวินัยแต่ประการใด แต่กรมชลประทานยังไม่ได้บรรจุเข้าดำรงตำแหน่งเดิม ซึ่งกรมชลประทาน และ ป.ป.ท. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคืนตำแหน่งของนายจำรัส สวนจันทร์ ทั้ง ๆ ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติแล้วไม่มีความผิดทางอาญาและทุจริตแต่ประการใด ทราบว่าขณะนี้เรื่องอยู่ที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีครับ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจแก่ข้าราชการ ในขณะที่มี การสอบสวนทุกกระบวนการแล้ว ไม่มีความผิดก็ขอให้คืนตำแหน่งหน้าที่ให้กับนายจำรัส สวนจันทร์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ให้มีขวัญกำลังใจและเป็นตัวอย่างกับข้าราชการทั่วไปครับ ขอขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณนภาพร ตามด้วยท่านอดิพงษ์ ฐิติพิทยา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทย และผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เนื่องจากว่ามีชาวบ้านร้องเรียนมาที่ดิฉันว่า ในหมู่บ้านเศรษฐกิจ หมู่บ้านพุทธมณฑล ๗ หมู่บ้านพุทธมณฑล ๘ ในเขตบางแค ได้รับความเดือดร้อนมีน้ำท่วมขังตลอดทั้งปี เหตุเนื่องจากว่า หมู่บ้านที่มาสร้างใหม่หลาย ๆ หมู่บ้านสร้างล้อมเป็นไข่แดง แล้วทับลำราง น้ำสาธารณะเดิมไป คำถามก็คือว่า เราจะมองว่าเป็นเอกชนกับเอกชนหรือไม่ ไม่ใช่นะคะ กรุงเทพมหานครนอกจากท่านเป็นผู้กำกับดูแลที่จะออกใบอนุญาตให้หมู่บ้านเหล่านั้น สร้างแล้ว ท่านได้ทำตามกฎหมายอย่างถูกต้องไหม กำกับดูแลถูกต้องเพียงพอไหม แล้วในเมื่อ น้ำมันท่วมขังหมู่บ้าน ชุมชนชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนท่านไปวางท่อให้เขาได้ไหม เพื่อไม่ให้เขาเกิดความเดือดร้อนน้ำท่วมขังแบบนั้นตลอดทั้งปี จริง ๆ แล้วจะว่าไปมันไม่ใช่แค่ กรุงเทพมหานคร เรื่องนี้เป็นปัญหาระดับชาติ ในหลาย ๆ ปีที่เรามีน้ำท่วมขังใหญ่ตลอดที่ผ่านมา ของประเทศเราในหลาย ๆ จังหวัดมักจะเกิดการเติบโตของชุมชนหมู่บ้านสร้างทับลำรางน้ำ จริง ๆ อยากให้แก้ไขแบบบูรณาการให้ทางกระทรวงมหาดไทย รับดูแลเลยว่าจุดตรงไหนบ้าง ที่เป็นจุดปัญหาที่ทำให้ทางระบายน้ำมันถูกตัดขาดไปอย่างที่ควรจะเป็น เพื่อที่จะป้องกัน บรรเทาสาธารณภัยเรื่องน้ำท่วมในปัจจุบันและวางแผนในอนาคต เพื่อไม่ให้เกิดการท่วม ซ้ำซากแก่ประเทศเราอีก นอกจากนั้นเราจะได้ไม่เกิดปัญหาว่า เราจะต้องมาเยียวยาปัญหา น้ำท่วมแบบซ้ำซาก ขอให้ท่านวางเป็นแผนระดับนโยบายเลยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญคุณอดิพงษ์ ตามด้วยท่านนพพล เหลืองทองนารา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ เขตเลือกที่ ๕ อำเภอกระสัง อำเภอพลับพลาชัย อำเภอห้วยราช และตำบลไพศาลของอำเภอประโคนชัย พรรคภูมิใจไทย กระผมขออนุญาตปรึกษาหารือเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน ใน ๒ ประเด็นดังต่อไปนี้ครับ🔗
๑. ปัญหาเรื่องขยะมูลฝอย ด้วยได้รับแจ้งจากนายอภิชาติ เรืองจินดาวลัย นายกเทศมนตรีตำบลกระสัง อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ ว่าปัจจุบันนี้ชาวอำเภอกระสัง กำลังประสบปัญหาความเดือดร้อนจากขยะมูลฝอยสะสมเป็นจำนวนมาก เฉพาะในเขต เทศบาลตำบลกระสังเองมีขยะมูลฝอยเกิดขึ้น ประมาณวันละ ๖.๒ ตัน ขยะแฝง จากบุคคลภายนอกที่นำมาทิ้งเป็นจำนวนมาก ซึ่งการกำจัดขยะทุกวันนี้ทำแบบเทกอง กลางแจ้ง ไม่ถูกสุขลักษณะ หากเทศบาลตำบลกระสังมีความต้องการที่จะก่อสร้างโรงกำจัดขยะ แบบครบวงจร มีระบบคัดแยกขยะที่ไม่สามารถเผาหรือฝังกลบได้ มีสถานีขนถ่าย ขยะมูลฝอยไปยังศูนย์กำจัดขยะในจังหวัด แต่เทศบาลตำบลกระสังมีงบประมาณไม่เพียงพอ จึงอยากจะขอดำเนินการก่อสร้างโรงงานกำจัดขยะแบบครบวงจรได้ เนื่องจากการก่อสร้าง โรงงานกำจัดขยะใช้งบประมาณค่อนข้างสูง จึงขอนำเรียนไปยังกรมควบคุมมลพิษ กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้โปรดให้ความช่วยเหลือ ให้การสนับสนุนงบประมาณในการแก้ไขปัญหาด้วยครับ🔗
๒. ปัญหาความเดือดร้อนจากสถานการณ์ภัยแล้ง ในเขตเลือกตั้งที่ ๕ จังหวัดบุรีรัมย์ มี ๒๕ ตำบล ๓๓๑ หมู่บ้าน เกือบทุกหมู่บ้านประสบปัญหาภัยแล้งสะสม เป็นจำนวนมาก แม้เพิ่งจะผ่านหน้าฝนมา ฝนก็ตกน้อยมากครับ ฝนก็ทิ้งช่วง ในเขตแหล่งน้ำ มีน้ำไม่เพียงพอต่อการอุปโภคบริโภคได้ตลอดทั้งปี จึงขอความอนุเคราะห์ไปยัง กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำรวจพื้นที่ที่ได้รับ ความเดือดร้อน เพื่อขุดเจาะน้ำบาดาลในแต่ละหมู่บ้าน เพื่อแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชน ในยามหน้าแล้งด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณด้วยครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนพพล คนพรหมพิราม ตามด้วยท่านสรชัด สุจิตต์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นพพล เหลืองทองนารา พรรคเพื่อไทย จังหวัดพิษณุโลก คนพรหมพิรามครับ ท่านครับวันนี้ผมคงจะไม่มาเรื่องน้ำแล้วครับ งดเว้น ๑ สัปดาห์ วันนี้ ผมเองจะมาขอท่านประธานได้ช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ เพราะว่าตั้งแต่มีปัญหา เรื่องโควิด (COVID) มา ๒ ปี พ่อแม่พี่น้องที่เป็นเกษตรกรที่เลี้ยงโค กระบือ ก็ประสบภาวะ ปัญหาหลาย ๆ อย่าง เพราะว่าเนื่องจากการส่งออกโค กระบือ ไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ส่งออกไม่ได้ เพราะฉะนั้นพี่น้องก็เลยจะต้องแบกรับต้นทุน เพราะฉะนั้นจึงอยากจะขอให้ รัฐบาลได้ช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องที่เลี้ยงโค กระบือ เพราะว่าปัจจุบันนี้สิ่งที่เกษตรกร ต้องการที่อยากจะให้รัฐบาลช่วยมากที่สุด🔗
ประเด็นแรกคือ การอนุมัติการโยกย้ายนั้นจะต้องให้ท่านอธิบดีกรมปศุสัตว์ เป็นคนโยกย้ายเพียงผู้เดียว เพราะฉะนั้นกว่าที่จะได้ใบโยกย้ายมาต้องรอกัน ๑๕ วัน เป็นอย่างน้อย ๓ สัปดาห์ เดือนหนึ่ง ซึ่งมันเป็นการรอคอยที่เสียเวลา และนอกจากนั้นแล้ว ในขั้นต่อมาจะต้องมีการปลดล็อกอีก นั่นหมายความว่าสมมุติว่าวัว ควายที่พิษณุโลก จะไปขายที่เชียงใหม่ ก็ต้องรอที่เชียงใหม่ปลดล็อกก่อน แม้ว่าจะมีใบโยกย้ายของท่านอธิบดี มาแล้วก็ตาม เพราะฉะนั้นจึงอยากจะขอให้รัฐบาลได้ช่วยในส่วนตรงนี้ให้รวดเร็วยิ่งขึ้น🔗
ลำดับต่อมาก็คือว่า ในเรื่องของ ธ.ก.ส. ก็อยากให้รัฐบาลได้ช่วยเหลือ เกษตรกรผู้เลี้ยงสัตว์ โดยการให้ทุนเพิ่ม แล้วก็หนี้เดิมที่เป็นอยู่ก็ขอให้มีการพักชำระหนี้ ไว้ก่อน เพราะปัจจุบันไม่ว่าจะเป็นต้นทุนเรื่องอาหารสัตว์ ข้าวโพดเคยซื้อให้วัว ควาย กิโลกรัมละ ๓ บาท ก็กลายเป็น ๕ บาท หญ้าแพงโกล่าจากงานละ ๗๐๐ ก็เป็นพันหนึ่ง ที่หญ้ามันแพงไม่ใช่เพราะอะไร เพราะว่าน้ำมัน รัฐบาลไม่สามารถจะดูแลได้ก็ต้อง เสียค่าน้ำมันเพิ่ม ปุ๋ยที่ผู้ปลูกหญ้าจะต้องเลี้ยงหญ้าให้มีความงอกงาม เพราะฉะนั้นตรงนี้ ก็อยากจะให้รัฐบาลได้เร่งช่วยผู้เลี้ยงสัตว์ เลี้ยงโค กระบือ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสรชัด ตามด้วยค่ะนางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสรชัด สุจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ในวันนี้ผมมีเรื่องที่จะหารือต่อสภาผู้แทนราษฎร ถึงท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในวันนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือ ปัญหาเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการดูแลปกป้อง ป่าไม้อันสำคัญ ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่พวกเราจะต้องช่วยกันในการหวงแหน เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่านอกจากดูแลป่าแล้ว ยังต้องดูแลทั้งสัตว์ป่าต่าง ๆ แล้วปัญหาที่สำคัญ ก็คือเรื่องของการจุดไฟเผาป่า ซึ่งเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่านี้ทำหน้าที่ในการดูแลความอุดม สมบูรณ์ และระบบนิเวศของทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะป่าไม้นั้นมีความสำคัญ ในการสร้างความชุ่มชื้นทั้งอากาศบริสุทธิ์ และก่อให้เกิดน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค แล้วก็ข้อที่สำคัญคือ น้ำกิจกรรมทางเศรษฐกิจของพวกเราทั้งหลายก็ต้องได้จากป่าต้นน้ำ จึงเป็นแหล่งสำคัญ รวมถึงเรื่องของการท่องเที่ยว ซึ่งในปัจจุบันนี้เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าปฏิบัติ หน้าที่ด้วยความยากลำบาก แล้วก็ในช่วงปี ๒๕๖๒-๒๕๖๔ มีเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าเสียชีวิตถึง ๕๑ นาย บาดเจ็บสาหัสถึง ๓๔ นาย แล้วก็มีบาดเจ็บไม่ต่ำกว่า ๑๔๐ นาย ในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ งบประมาณที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า และการดูแลป่านี้ลดลงถึงเกือบ ครึ่งหนึ่ง จากที่เคยได้รับถึง ๑๖,๐๐๐ กว่าล้านในปี ๒๕๖๔ เหลือแค่เพียง ๘,๕๐๐ กว่าล้าน ในปี ๒๕๖๕ ซึ่งส่งผลกระทบให้กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชนั้น จะต้องเลิกจ้าง เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าถึง ๑,๗๐๐ กว่านาย คิดเป็น ๓๓ เปอร์เซ็นต์ของเจ้าหน้าที่ที่มีอยู่ นอกจากนี้เจ้าหน้าที่บางส่วนยังจะต้องรับภาระในการที่ยอมลดเงินเดือนจาก ๑๐,๐๐๐ บาท เหลือเพียงแค่ ๗,๕๐๐ บาท การที่เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าถูกเลิกจ้างและปรับลดเงินเดือนนี้ ทำให้บุคลากรต่าง ๆ ขาดหายไป และบางส่วนเกิดความเดือดร้อนในการดำรงชีพ ขวัญกำลังใจของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าซึ่งขาดการดูแล ทำให้พื้นที่ในการคุ้มครองนั้นลดลง จึงขอร้องเรียนไปยังสำนักงบประมาณ ช่วยจัดงบประมาณให้เพียงพอในการดูแล เพื่อขวัญกำลังใจด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณญาณธิชา ตามด้วยท่านวุฒิพงษ์ นามบุตร เชิญครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคก้าวไกล ท่านประธานคะ ดิฉันมีเรื่องที่จะขอหารือถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ที่ได้รับผลกระทบจากการที่รัฐบาลจะถ่ายโอนภารกิจการทำ จีเอพี (GAP) ออกไปให้เอกชนทำ จีเอพี (GAP) คือการปฏิบัติการทางการเกษตรที่ดีในการผลิตพืช เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดี มีคุณภาพ มีมาตรฐาน ปลอดภัยทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค ก่อนหน้านี้รัฐบาลเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย ในการตรวจใบรับรอง จีเอพี (GAP) ให้ แต่ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา เกษตรกร ที่มีที่ดิน ๕๐ ไร่ จะต้องเริ่มออกค่าใช้จ่ายเอง เนื่องจากมีมติ ครม. ตั้งแต่เมื่อวันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ให้ถ่ายโอนภารกิจนี้ออกไปให้เอกชนทำ เนื่องจากภาครัฐต้องการลดค่าใช้จ่ายของรัฐบาล ที่ผ่านมาก็ผ่อนผันมาหลายปี จนเมื่อปีที่แล้ว ตั้งแต่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ ก็เริ่มถ่ายโอนภารกิจนี้ออกไปให้เอกชนทำ เกษตรกรที่มีที่ดินเกิน ๕๐ ไร่จะต้องจ่ายเองและในปีนี้ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๕ นี้ เกษตรกรที่มีที่ดินเกิน ๒๐ ไร่ก็ต้อง จ่ายเองเหมือนกัน ลดหลั่นกันไปเป็นขั้น ๆ สุดท้ายวันที่ ๑ ตุลาคมปี ๒๕๖๘ เกษตรกรทุกคน หากจะต้องขอทำ จีเอพี (GAP) ก็ต้องจ่ายเองทั้งหมด เป็นภาระกับเกษตรกรมาก เพราะว่า ค่าใช้จ่ายสูง จากของเซนทรัล แล็บ (Central Lab) ค่าใช้จ่าย ๒๐ ไร่ ไม่เกิน ๓๐ ไร่ จะเริ่มต้นที่ ๑๒,๕๐๐ บาท ๓๑ ไร่ ไม่เกิน ๕๐ ไร่ จะอยู่ที่ ๑๖,๕๐๐ บาท ถือเป็นค่าใช้จ่าย ที่สูงมากนะคะ และนอกจากจะได้รับผลกระทบกับเกษตรกรแล้ว มันจะได้รับผลกระทบ เป็นห่วงโซ่ไปเรื่อย ๆ ผู้ประกอบการส่งออกก็จะได้รับผลกระทบเช่นเดียวกัน เพราะว่าหาก ไม่มี จีเอพี (GAP) ก็จะส่งออกไม่ได้ ถ้าหากว่าเกษตรกรไม่ทำล้งก็ต้องทำให้กับเกษตรกร ออกเงินให้ก่อนและมาเก็บเงินทีหลัง โดยเฉพาะในปีนี้มีปัญหาหลายเรื่อง จีนปิดด่านจำกัด การนำเข้าผลไม้เนื่องจากสถานการณ์โควิด (COVID) ค่าตู้ระวางเรือที่สูงขึ้น การขาดแคลน ตู้คอนเทนเนอร์ (Container) ต่าง ๆ ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมากเดือดร้อนไปหมดนะคะ จึงขอให้เลื่อนภารกิจการถ่ายโอนนี้ออกไปก่อน ก็แจ้งไปยังกรมวิชาการเกษตร กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวุฒิพงษ์ ตามด้วยท่านมนพร เจริญศรี ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ขอหารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๒ เรื่อง ท่านประธานครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับการร้องเรียน จากท่าน ดอกเตอร์บุญธรรม กล้าหาญ ผู้อำนวยการโรงเรียนเขื่องในพิทยาคารและคณะครู ทั้งโรงเรียนว่า บ้านพักครูที่โรงเรียนแห่งนี้ชำรุดทรุดโทรมเสียหายแทบใช้การไม่ได้หลายหลัง แล้ว ทั้ง ๆ ที่โรงเรียนแห่งนี้เป็นโรงเรียนได้รับรางวัลมากมาย เป็นโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษ มีนักเรียนเกือบ ๓,๐๐๐ คน มีครูเกือบ ๒๐๐ คน เพราะฉะนั้นจึงอยากฝากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องก็คือ สพฐ. ซึ่งสังกัดกระทรวงศึกษาธิการได้เร่งจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้าง แฟลตพักครูอย่างที่เห็น ๓ ชั้น ๘ ยูนิต (Unit) เพื่อประโยชน์ให้กับบุคลากรทางด้าน การศึกษาของโรงเรียนเขื่องในพิทยาคาร และวันจันทร์นี้ผมจะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม คณะกรรมการสถานศึกษาในฐานะที่ผมเป็นประธานคณะกรรมการสถานศึกษา เพื่อจะขออนุมัติ แบบเร่งด่วนเพื่อที่จะให้ทันงบเล่มขาวคาดแดง งบประมาณปี ๒๕๖๖ จึงฝากท่านประธาน ไปยัง สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากผู้นำท้องที่ท้องถิ่นหลาย ๆ ท่านมาหาผม ที่สำนักงานเมื่อประมาณ ๔-๕ วันที่แล้ว คณะผู้นำก็คือทางผู้ใหญ่บ้านคฌาธิป บุญพา และผู้ใหญ่บ้าน บัณฑิต ศุภลักษณ์ รวมทั้งผู้นำ อบต. ท้องที่ท้องถิ่นและ สจ. อาร์ต ในรูปว่า ถนนในพื้นที่บ้านหนองเค็ม ตำบลเตยถึงบ้านดอนก่อ ตำบลยางสักกระโพหลุ่ม อำเภอ ม่วงสามสิบ ชำรุดทรุดโทรมเสียหายมาก งบ อบต. ไม่เพียงพอ งบ อบจ. ก็ไม่เข้าเกณฑ์ ในการก่อสร้างถนนเส้นนี้ที่จะยาว ๒.๕ กิโลเมตร และกว้าง ๕ เมตร จึงอยากให้กรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ได้จัดสรรงบประมาณงบอุดหนุนมาให้ อบต. เตย อบต. ยางสักกระโพหลุ่ม อำเภอม่วงสามสิบ จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อบรรเทา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานอย่างสูงยิ่งครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านมนพร ตามด้วยนางสาวกุลวลี นพอมรบดี ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องที่จะหารือ ต่อท่านประธาน ๒ เรื่องค่ะ🔗
เรื่องแรกดิฉันได้รับคำร้องจากพี่น้อง ประชาชนบ้านแก้วปัดโป่ง หมู่ ๙ ตำบลไชยบุรี อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนมว่า ขณะนี้มีชาวบ้านที่ขยายครัวเรือนออกไปอยู่ตามสวนตามไร่ แล้วก็ตามบริเวณนอกบ้าน ที่ขยายเขตออกไปเป็นจำนวนมาก ประมาณ ๑๕-๒๐ ครัวเรือน แต่ทางการไฟฟ้าไม่ได้ มีขยายต้นเสาไฟหรือว่าขยายสายไฟออกไปให้พี่น้องประชาชน ท่านประธานเห็นไหมคะว่า เสาไฟ ๑ ต้น จะมีหม้อแปลงถึง ๘ หม้อแปลง นั่นหมายถึงว่าพี่น้องประชาชนยังมีการชำระ ค่าไฟ เพียงแค่วันนี้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ไปเพิ่มจุดเสาไฟออกไปอีกประมาณ ๔-๕ ต้น แล้วก็ดึงสายไฟออกไป ก็จะสามารถแก้ไขปัญหาพี่น้องประชาชนบ้านแก้วปัดโป่งได้ ดิฉันฝากเรื่องนี้ไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้กำชับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จังหวัดนครพนม ให้ไปแก้ไขให้พี่น้องชาวบ้านแก้วปัดโป่งโดยเร่งด่วนค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานคะ ในสถานการณ์ของโรคระบาดไวรัสโควิด (COVID) ดิฉันอยากจะให้ทางกระทรวงการคลังได้ยืดเวลาการชำระภาษีที่ดิน สิ่งก่อสร้างที่ดิน โรงเรือนและสิ่งก่อสร้างออกไปอีก จากที่รัฐบาลเคยมีการผ่อนผันให้ชำระเพียงแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ปรากฏว่าในวันนี้สถานการณ์เศรษฐกิจยังไม่ได้ฟื้นตัว เพราะว่าโควิด (COVID) ยังอยู่กับเราไปอีกนาน แต่รัฐบาลควรจะมีช่องทางในการที่จะจัดเก็บภาษี และรายได้ให้กับรัฐบาลเอง ไม่ควรจะปัดภาระเหล่านี้ไปให้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะ พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดนครพนมของดิฉัน ในบริเวณชายแดนยังไม่มีการเปิดพรมแดน ธุรกิจวันนี้ซบเซา มีแต่รายจ่ายแต่ไม่มีรายได้ ถ้ามีการเปิดพรมแดนและพี่น้องประชาชน พอจะอยู่ได้ก็สามารถที่จะมีรายได้ โดยเฉพาะภาษีที่ดินและสิ่งก่อสร้างไม่ใช่เพียงแค่นักธุรกิจ แต่เดือดร้อนไปทั่วทั้งแผ่นดิน ดิฉันขอฝากท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การคลัง คิดและทบทวนใหม่ค่ะ อย่ามารีดเลือดกับปูเลยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญคุณกุลวลี ตามด้วยท่านรุ่งโรจน์ ทองศรี🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน กุลวลี นพอมรบดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันมีเรื่องขอหารือท่านประธาน ดังนี้🔗
เรื่องแรก ดิฉันได้รับการประสานงานจากท่านนายกสุวิทย์ จินดาเจี่ย ท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองกลางนา อำเภอเมืองราชบุรี ถึงความเดือดร้อน ของพี่น้องที่อาศัยอยู่ริมคลองระบายน้ำบางสองร้อย พิกัดตั้งแต่หลังโรงเรียนวัดบางกระ ถึงปากคลองระบายน้ำ ที่น้ำจะไหลลงสู่แม่น้ำแม่กลองความยาวประมาณ ๗๐๐ เมตร สืบเนื่องจากที่ผ่านมาได้มีโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งของกรมชลประทาน และกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งทำเพียงฝั่งเดียวคือ ฝั่งโรงเรียนและฝั่งวัดบางกระ จึงทำให้น้ำที่ระบายออกทางคลองระบายน้ำบางสองร้อย กัดเซาะตลิ่งฝั่งบ้านเรือนของพี่น้อง อย่างรุนแรง ซึ่งมีโอกาสที่ตลิ่งจะพังและก่อให้เกิดอันตรายได้ ดิฉันจึงขอหารือท่านประธาน ผ่านไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้โปรดดำเนินการก่อสร้างกำแพง กันตลิ่งพังเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับการประสานงานจากท่านนายกประยง พิมเพราะ ท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลคูบัว อำเภอเมืองราชบุรี ถึงความเดือดร้อนของพี่น้อง หมู่ ๑๑ หมู่ ๑๔ หมู่ ๑๕ ตำบลคูบัว ประสบปัญหาน้ำอุปโภคบริโภคไม่เพียงพอต่อ ความต้องการและไม่ได้คุณภาพ เนื่องจากระบบการผลิตน้ำประปามีสภาพค่อนข้างเก่า และมีการขยายตัวของชุมชน ดิฉันจึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทย ได้โปรดเข้าดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้พี่น้องด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๓ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากท่านนายกสมนึก มุยเจริญ ท่านนายก องค์การบริหารส่วนตำบลเขาแร้ง อำเภอเมืองราชบุรี สืบเนื่องจากพี่น้องในพื้นที่ มีอาชีพทำด้านการเกษตร ปลูกข้าว เลี้ยงสัตว์ ซึ่งถือว่าระบบส่งน้ำของกรมชลประทาน มีความสำคัญมาก ดิฉันจึงขอให้โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาท่ามะกา กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้โปรดเข้าดำเนินการสำรวจและจัดสรรงบประมาณ ในการซ่อมแซมและปรับปรุงคันคูคอนกรีตและประตูน้ำ ในพื้นที่ของตำบลเขาแร้งด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านรุ่งโรจน์ ท่านสุดท้าย เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายรุ่งโรจน์ ทองศรี ผู้แทนเซราะกราว ผู้แทนบ้านเฮา จังหวัดบุรีรัมย์ จุงกะแมว บองปะโอน กรุบ กรุบ คะเนียนะบาท ขอนำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องมาสู่การแก้ไขครับ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องแหล่งน้ำอำเภอละหานทราย โนนแดง บ้านกรวด เป็นแหล่งต้นน้ำของจังหวัดบุรีรัมย์ อ่างลำปะเทีย อ่างลำจังหัน เขื่อนลำนางรอง อ่างห้วยเมฆา อ่างห้วยตาเขียว ขอขุดลอกคลองและคลองส่งน้ำ เช่น จากอ่างลำปะเทีย หนองแวง ตาจง ยายแย้มไปตาเป๊ก เพราะตื้นเขินและมีแต่ผักตบชวา ขอขุดลอกแหล่งน้ำ ทุกหมู่บ้าน เช่น หนองปลาอีด กรมปศุสัตว์ เงินเยียวยาเรื่องหมูตายและลัมปี สกิน (Lumpy skin) ในวัวนานมากแล้วครับ ประปาภูมิภาคขอทำประปาขนาดใหญ่ที่เขื่อนลำนางรอง เพื่อพี่น้องโนนดินแดง ละหานทรายและปะคำ กรมโยธาธิการจัดภูมิทัศน์หนองรำพึง สวนสุขภาพเฉลิมพระเกียรติตาเป๊ก ผึ้งร้อยรัง ผาทราย ผาตารุ่ง แหล่งหินตัดและเขตแดนที่ ๒๗ และ ๒๘ ด้วยครับ ขอขอบคุณกระทรวงคมนาคม ท่านรัฐมนตรีศักดิ์สยาม ถนน ๔ เลน ได้แล้วครับ ๔ เลน สายละหานทราย-บ้านกรวด ละหานทราย-โนนดินแดง ตาเป๊ก ตาโก โนนดินแดงบ้านป่าไม้สหกรณ์ หน้า อบต. ลำนางรอง หน้าเทศบาล หนองตะครอง แสลงโทนไปเมือง ประโคนชัยไปบ้านกรวดอยู่ในลิสต์ (List) แผนปี ๒๕๖๖ และขอให้เร่งทำ อีไอเอ (EIA) สายปะคำ-โนนแดง ตรงประสาทหนองบัวด้วยครับ และขอถนน ๔ เลนสายบ้านกรวด ไปสายตะกูด้วยครับ สำหรับช่องตะโกในเขตมรดกโลก ที่เป็นคอขวด เชื่อมภาคอีสานตอนล่างกับภาคตะวันออก พูดครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๑๒ เอกสาร หลักฐานมาอยู่ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมดแล้ว และกรมทางตั้งงบ อีไอเอ (EIA) ไว้คอยแล้ว ๙๐ ล้านบาท กราบขอกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม และคณะกรรมการมรดกโลกด้วยครับ ขอทำ อีไอเอ (EIA) และขอคำตอบ ด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณมาก ๆ ครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกเราทั้ง ๓๐ ท่าน ได้นำเอาปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือ และสะท้อนให้กับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับทราบ ทางสภาเราก็จะได้ดำเนินการในการส่งปัญหา ที่พวกท่านนำมาหารือนี้ไปสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบโดยเร่งด่วนต่อไป🔗
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีท่านสมาชิกมาลงชื่อมาประชุม จำนวน ๒๙๔ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเปิดการประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระที่ ๑ เรื่องกระทู้ถาม ผมมีเรื่องที่จะเรียนให้ท่านสมาชิกได้รับทราบ เรื่องที่จะแจ้งไม่ได้ปรากฏใน ระเบียบวาระ🔗
เรื่องแรกคือ เรื่องรับทราบประกาศของคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง🔗
ตามที่ได้มีพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๖ แทนตำแหน่งที่ว่างนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๐ และมาตรา ๑๒๗ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ จึงประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๖ แทนตำแหน่งที่ว่าง จำนวน ๑ คน คือนางสาวสุภาภรณ์ กำเนิดผล สังกัด พรรคประชาธิปัตย์ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบครับ🔗
เรื่องที่ ๒ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปฏิญาณตนในที่ประชุมก่อนเข้ารับหน้าที่ตามมาตรา ๑๑๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย คุณสุภาภรณ์พร้อมนะครับ🔗
ด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๑๑๕ กำหนดให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรต้องปฏิญาณตนในที่ประชุมแห่งสภาที่ตนเป็นสมาชิก ก่อนเข้ารับหน้าที่ ขอเชิญนางสาวสุภาภรณ์ กำเนิดผล กรุณายืนขึ้นเพื่อกล่าวคำปฏิญาณตน โดยผมจะเป็นผู้กล่าวนำ และโปรดระบุชื่อท่านด้วยในตอนต้น คุณสุภาภรณ์พร้อมกล่าว ตามประธานนะครับ🔗
“ข้าพเจ้า ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศ และประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ทุกประการ” ขอเชิญนั่ง และขอแสดงความยินดีด้วย🔗
ท่านประธานครับ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ท่านประธาน เมื่อสักครู่น่าจะไม่ถูกต้อง เพื่อนสมาชิกไม่ได้ขานชื่อครับ ประธานน่าจะเร็วไปนิดหนึ่ง อย่าให้เหมือนท่านนายกรัฐมนตรี เลยครับ พอปฏิญาณผิดแล้วจะมีปัญหาทีหลังครับ🔗
ขอบคุณครับ เมื่อสักครู่ผมก็ไม่ได้ฟัง เจ้าหน้าที่ก็ไม่รีบบอกผม ผมนึกว่าคุณสุภาภรณ์ได้เอ่ยชื่อตัวเองแล้ว เอาใหม่ครับ ผิดแก้ใหม่ได้ไม่เป็นไร คุณสุภาภรณ์หลังจากคำว่า ข้าพเจ้าแล้วเอ่ยชื่อตัวเอง ที่ผมไม่เอ่ยชื่อผมเพราะเดี๋ยวกลัวคุณสุภาภรณ์เอ่ยตามผม🔗
ได้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
“ข้าพเจ้า นางสาวสุภาภรณ์ กำเนิดผล ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติ หน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้ และปฏิบัติตามซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”🔗
ขอบคุณครับ เชิญนั่งครับ🔗
ขอบพระคุณค่ะ🔗
ก็ขอ แสดงความยินดีกับคุณสุภาภรณ์ที่สามารถเอาชนะเลือกตั้ง เข้ามาทำหน้าที่แทนพี่น้อง ประชาชนชาวจังหวัดสงขลา เขต ๖ ได้ ดังนั้น จึงขอแจ้งท่านสมาชิกได้ทราบว่าปัจจุบัน ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่และปฏิบัติหน้าที่ได้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพวกเรามีทั้งหมด ๔๗๕ ท่าน องค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง คือเท่ากับ ๒๓๘ ท่าน จึงขอแจ้งให้ที่ประชุม ได้รับทราบ🔗
ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่จะมีการถามตอบกระทู้ตามระเบียบวาระกระทู้ถาม ผมขอเรียนให้ที่ประชุมทราบว่า สำหรับการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะ ได้ดำเนินการอยู่ที่ห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ บริเวณชั้น ๑ ควบคู่กันไปกับการพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจา และกระทู้ถามทั่วไป ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป🔗
๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗
๑.๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจากระทู้แรกเป็นของท่านจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตอนนี้ ท่านรัฐมนตรีก็พร้อมตอบแล้ว ขอเชิญท่านจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ถามได้เลย เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๓ สันกำแพง แม่ออน ดอยสะเก็ด ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่กรุณา บรรจุกระทู้ถามสดด้วยวาจาของผมเพื่อเข้าสู่วาระการถามกระทู้ ในวันนี้ผมมีคำถามมาถึง ท่านรัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในเรื่องของความมั่นคงโดยรวมทางสิ่งแวดล้อมของประเทศไทย ซึ่งจะส่งผลกระทบมาเป็น ลูกโซ่มาสู่ปัญหาเศรษฐกิจ มาสู่ปัญหาความเป็นอยู่ของพ่อแม่พี่น้องทั้งทางตรงและทางอ้อม ปัญหาสิ่งแวดล้อมและปัญหามลพิษต่าง ๆ ถือว่าเป็นปัญหาที่ประเทศไทยเผชิญมา แบบจะกลับก็ไม่ได้จะไปก็ไม่ถึง กล่าวคือเราไม่สามารถย้อนกลับไปวันที่เรามีทรัพยากร เพียงพอต่อทุกคนได้ ไม่สามารถย้อนกลับไปวันที่อากาศจะตรงตามฤดูกาลที่วางไว้ ไม่สามารถย้อนกลับไปยังการทำอุตสาหกรรมหนัก หรืออุตสาหกรรมแบบเก่า ๆ ได้ ในขณะเดียวกันการเดินต่อก็เต็มไปด้วยทางเดินที่ขลุกขลัก ซึ่งผมขอเรียกมันว่าความทุกข์ ทั้ง ๓ ประการ ทุกข์ทรมานมาก ประเด็นที่ ๑ เราต้องทนอยู่กับภัยพิบัติที่รุนแรงขึ้นในทุกวัน ทุกวินาที ต้องทนอยู่กับความสับสนกับฤดูกาลที่ผันแปร หรือที่เราเรียกว่าไคลเมตเชนจ์ (Climate change) ต้องทนทุกข์กับทรัพยากรที่ร่อยหรอลงเรื่อย ๆ ที่กลายเป็นโดมิโน เอฟเฟกต์ (Domino effect) ไปสู่ทุกประเด็นในวงกว้าง ดังนั้น การปกป้องและการดูแล ไม่ให้สิ่งแวดล้อมต้องแย่ลงกว่านี้คือ หน้าที่ของทุกรัฐบาลที่ดีที่พึงกระทำทั่วโลก โดยปัญหา สิ่งแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อคนไทยเรื้อรัง และรุนแรงมาอย่างต่อเนื่องยาวนานจะ ไม่กล่าวถึงเลยเป็นไปไม่ได้ก็คือ เรื่องปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก หากพูดถึงปัญหาฝุ่นควัน ผมมั่นใจว่าทางท่านก็จะทราบถึงสาเหตุหลักว่ามันเกิดจากอะไร เราประชุม เราถอด ชุดความรู้ ถอดชุดความคิดมากมายหลายรอบ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการเผากลางแจ้ง เผาการเกษตร ด้านการขนส่ง การผลิตไฟฟ้าถ่านหิน การก่อสร้างต่าง ๆ การปล่อยก๊าซจาก โรงอุตสาหกรรมต่าง ๆ แต่ยังมีปัญหาอีกอันหนึ่งที่เราหลุดไปไม่ได้และเราไม่ค่อยได้แตะก็คือปัญหาหมอกควัน ข้ามพรมแดน วันนี้ผมอยากจะมาถามหาถึงความจริงใจในการจะแก้ไขปัญหานี้ เพราะที่ผ่านมา เราแทบจะไม่เห็นอะไรที่เป็นรูปธรรมหรือแน่นอนหรือแน่ชัดเลยว่า รัฐบาลต้องการจะแก้ไข ปัญหานี้อย่างจริงจัง ราวกับว่ารัฐบาลตั้งใจปล่อยปละละเลยปล่อยให้พวกเราอยู่กับปัญหา ฝุ่นควันขนาดเล็กนี้ไปเรื่อย ๆ หรือเพราะมันไปขัดผลประโยชน์กับกลุ่มทุนใดกลุ่มหนึ่ง ที่สนับสนุนท่านอยู่หรือไม่ ซึ่งทางออกในการแก้ไขปัญหานี้คือการแก้ไขปัญหาทางการทูต หรือด้านการต่างประเทศ เราได้ไปร่วมบนเวทีนานาชาติทางสิ่งแวดล้อมมาหลายวาระ หลายเวทีมาก ประเทศไทยสามารถที่จะยกระดับในการพูดคุยแลกเปลี่ยนหาทางออก ปัญหาหมอกควันข้ามพรมแดนได้ แต่ไม่รู้ว่าทางรัฐบาลได้ทำ ได้เจรจา ได้หารือถึงปัญหา ประเด็นนี้หรือไม่อย่างไร ไม่ว่ายกตัวอย่าง การประชุมรัฐภาคีกรอบ อนุสัญญาสหประชาชาติ ว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สมัยที่ ๒๖ หรือ คอป ๒๖ (COP26) ที่เมืองกลาสโกว์ ประเทศสกอตแลนด์ที่จบลงเมื่อวันที่ ๑๓ พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งมีเป้าหมายที่จะรักษา อุณหภูมิของโลกไม่ให้เพิ่มเกิน ๒ องศาเซลเซียส และให้ตั้งเป้าไว้อยู่ที่ ๑.๕ องศาเซลเซียส นอกจากนี้ยังมีการพูดถึงความร่วมมือระหว่างประเทศต่าง ๆ การเพิ่มการปลูกต้นไม้ การลด การปล่อยก๊าซมีเทน (Methane) การลดการใช้ถ่านหินและมาตรการทางการเงินต่าง ๆ อีกทั้งยังมีเรื่องของปารีส อะกรีเมนต์ (Paris Agreement) ที่ตั้งเป้าระยะยาวและคล้ายคลึง กับการประชุมคอป ๒๖ (COP26) และประเทศไทยก็ได้เข้าร่วมและได้ลงสัตยาบันเป็นภาคี ตกลงปารีสเมื่อ ๒๑ กันยายน ๒๕๕๙ รวมไปถึงการประชุมสุดยอดผู้นำ แผนงาน ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ๖ ประเทศ หรือ จีเอ็มเอส (GMS) ภายใต้ หัวข้อหลัก จีเอ็มเอส (GMS) พลิกฟื้นความแข็งแกร่ง เพื่อเผชิญหน้ากับความท้าทาย ด้านทศวรรษใหม่ซึ่งโฟกัส (Focus) เรื่องสิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน การประชุมนานาชาติ และข้อตกลงทั้งหมดคือกุญแจ คือทางออกที่จะนำทางเดินไปสู่การแก้ไขปัญหาบรรเทา ต่าง ๆ โดยเฉพาะหมอกควันข้ามแดน ซึ่งประเทศไทยไม่ได้เห็นหรือไม่ได้คว้าโอกาสนี้ไว้ ใช่หรือไม่ กลับมาถึงต้นตอการเกิดฝุ่นในประเทศ ความตั้งใจในการแก้ปัญหาของท่าน และรัฐบาลของท่านอยู่ที่ไหนครับ ไม่ว่าจะเป็นการตัดงบในด้านการสิ่งแวดล้อม เท่าที่ผ่านมา เห็นแต่การแก้ไขปัญหาแบบผักชีโรยหน้า ไม่มีแผนระยะยาวที่จับต้องได้ให้เราเห็น หรือไว้วางใจได้เลยปัญหาสิ่งแวดล้อมจะเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบรุนแรง ในอีกไม่กี่ปี ข้างหน้าไปยังลูกหลานเราจะปล่อยให้ปัญหานี้ส่งต่อไปยังรุ่นต่อไปจริง ๆ หรือครับ เราควร จะหยุดวัฏจักรความโหดร้ายนี้ไว้ที่ตรงนี้ใช่หรือไม่ จากที่กล่าวมาทั้งหมดก็จะขอเข้าสู่ประเด็น คำถามที่ ๑ ว่าแผนการแก้ไขปัญหาฝุ่นในระยะยาวของท่าน หลักเกณฑ์ ยุทธศาสตร์ แผนปฏิบัติการ มาตรการ นโยบายที่แน่ชัดคืออะไร ทำไมรัฐไม่ดำเนินการจัดการทั้งหมอกควัน ข้ามแดน หมอกควันที่เกิดในประเทศในแผ่นดิน โดยใช้นโยบายต่าง ๆ สร้างความร่วมมือ ยกระดับต่าง ๆ เพื่อไปสู่การแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมนี้ ปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก สร้างความทุกข์ทรมานให้กับคนทุกวัย พ่ออุ้ย แม่อุ้ย มีปัญหาทางสายตา ทางผิวหนัง ลูกเด็ก เล็กแดงไปโรงเรียนไม่ได้ เลือดกำเดาไหล นี่เป็นปัญหาที่ให้เป็นภาพว่ามันกระเทือน มันยิ่งกว่า ปัญหาโควิด-๑๙ (COVID-19) เช่นกัน ดังนั้นครับผมขอทราบความจริงใจและแนวทาง ของท่านในการแก้ไขปัญหาครั้งนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีวราวุธตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ก่อนที่ผมจะตอบกระทู้ ของท่าน ส.ส.จักรพล ขออภัยที่เอ่ยนาม ขออนุญาตฝากท่านประธานไปยังฝ่ายจัดการ ประชุม เพราะว่าหลายครั้งที่ผมได้รับการประสานงานมา ยกตัวอย่างเช่นวันนี้ นอกจากกระทู้สดที่ผมเพิ่งทราบเมื่อเช้านี้แล้ว ผมก็ยังมีกระทู้เฉพาะอีกเช่นกัน คราวนี้ พวกเราทราบกันดีว่า เวลามีกระทู้เฉพาะกับกระทู้สดนี่มันเริ่มเวลาพร้อมกัน ผมเองนี่เช้านี้ มีกระทู้เฉพาะอีก ๒ กระทู้ แต่พอทราบว่ามีกระทู้สดของท่าน ส.ส. เข้ามานี่ผมทราบดีว่า เวลามีกระทู้สดเข้ามานั้นจะเป็นประเด็นที่ค่อนข้างจะเร่งด่วน แล้วก็ถ้าหากว่าไม่ถามแล้ว ทางท่าน ส.ส. ก็จะเสียโควตาในการถามไป ดังนั้นผมก็จะให้ความสำคัญในการตอบกระทู้สด แต่ว่าอยากจะขอฝากทางผู้จัด รับเรียบเรียงกระทู้ว่าถ้าหากเจอกระทู้สดกับกระทู้เฉพาะ ด้วยกันนี่ขอความกรุณาจัดคิวให้รัฐมนตรีนิดหนึ่ง เพราะว่าเวลาวิ่งไปวิ่งมานั้นนี่บางครั้งมันจะตอบไม่ทัน แล้วผมเองนั้นก็อยากจะตอบ ทุกกระทู้ เราไม่เคยอยากจะหลีกเลี่ยงหนีกระทู้ แต่ว่าเวลาชนกันหรือว่าการจัดตารางนั้นนี่ ก็ขออนุญาตท่านประธานผ่านไปยังผู้ที่จัดกระทู้ว่า ขอเวลาให้รัฐมนตรีได้เดินทางระหว่าง ห้องต่อห้อง เพราะว่าเดินทางไปเร็ว ๆ ผมไม่อยากขึ้นบนเวทีแล้วก็มายืนหอบอยู่บนเวที ตอบกระทู้ ท่านประธานครับ🔗
ขออนุญาตตอบกระทู้ของท่าน ส.ส.จักรพล ตั้งสุทธิธรรม ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗
ประเด็นแรก ที่ท่าน ส.ส. ได้สอบถามเกี่ยวกับเรื่องความจริงใจและบทบาท ของประเทศไทยในการที่จะแก้ไขปัญหาทรานส์บาวดารี เฮซ (Transboundary Haze) หรือว่าหมอกควันข้ามแดน รวมไปถึงปัญหาพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นั้น ต้องเรียนว่าเบื้องต้น ท่านนายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้น เราทำงานมาอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด รายละเอียด และความสำเร็จในแต่ละขั้น อาจจะเรียกว่าความสำเร็จยังไม่ได้ แต่ว่าความก้าวหน้าในการ ทำงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในแต่ละครั้งท่านประธานครับ เราสามารถยืนยันได้ด้วยหลักฐานเป็นที่แท้จริง ต้องเรียนว่าประเด็นเรื่องทรานส์บาวดารี เฮซ พอลลูชัน (Transboundary Haze Pollution) หรือว่าหมอกควันข้ามแดนนั้น เป็นประเด็น ที่ละเอียดอ่อน ท่านประธานครับ การที่จะควบคุมปริมาณหมอกควันข้ามแดน พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นั้น มันจะมีอยู่ ๒ ปัจจัย ปัจจัยแรกก็คือปัจจัยที่เราควบคุมได้ อย่างเช่น จุดความร้อน ในประเทศ การใช้ควบคุมมาตรฐานควันดำ หรือว่าดูแลขั้นตอนการผลิตในประเทศ สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราควบคุมได้ ทีนี้มันก็จะมีอีกปัจจัยหนึ่งที่เราควบคุมไม่ได้ก็คืออากาศที่พัดพาเอา พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) จากประเทศเพื่อนบ้านไม่ว่าจะเป็นทางทิศตะวันตกหรือทางทิศทาง ตะวันออกเข้ามาในประเทศไทย ในขั้นตอนของการทำงาน คงจะไม่ต้องไปถึงคอป ๒๖ (COP26) เพราะว่าปัญหาสำคัญของประเทศไทยก็อยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้านทางทิศตะวันตก และทางทิศตะวันออกนั่นเอง เราก็ย่อกลับลงมาถึงที่อาเซียน (ASEAN) ในการประชุม รัฐมนตรีสิ่งแวดล้อมอาเซียนในแต่ละครั้ง ต้องเรียนว่าก็จะมีการถกเถียงกันโดยตลอด ประเทศไทยของเราจะโดยพิษสงของหมอกควันข้ามแดนนั้นอยู่ ๒ ช่วงด้วยกัน ช่วงต้นปี จะมาจากทางเหนือ ผมเชื่อว่าท่าน ส.ส. คงทราบดีครับท่านประธานครับ ส่วนตอนปลายปี ตอนช่วงประมาณเดือนกันยายนก็จะมาจากทางใต้ ในการที่จะประสานงานแต่ละประเทศนั้น ขั้นตอนที่ได้ตกลงกันไว้กันก็คือว่าทางเลขาธิการอาเซียน (ASEAN) หรืออาเซียน ซีเครทาเรียต (ASEAN Secretariat) จะเป็นผู้ที่ประสานงานไปยังรัฐมนตรี หรือว่ารัฐบาลของแต่ละ ประเทศ ซึ่งในความเป็นจริง เช่นกันเวลาเราร้องเรียนไปยังแต่ละประเทศนั้น ทางรัฐบาลก็จะ รับเรื่อง แล้วก็ไปกำชับ เหมือนกับที่หลายครั้ง บางครั้งนั้นหมอกควันที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เราไปรบกวนประเทศเพื่อนบ้าน อันนั้นเราก็จะได้รับการขอร้อง ร้องขอมาจากทางอาเซียน ซีเครทาเรียต (ASEAN Secretariat) หรือเลขาธิการอาเซียน (ASEAN) แต่ว่าในช่วงหลัง มานี้ต้องเรียนว่าด้วยมาตรการของประเทศไทยที่เข้มงวดขึ้น สังเกตได้จากว่าปี ๒๕๖๓ มาปี ๒๕๖๔ นั้น ปริมาณจุดความร้อนที่เกิดขึ้นในประเทศไทยที่มีการเผาไหม้ในที่โล่งแจ้ง ต่าง ๆ เหล่านั้น ปี ๒๕๖๓ มาปี ๒๕๖๔ นั้น ลดไปถึง ๕๒ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบเยียร์ ออน เยียร์ (Year on Year) แสดงว่าสิ่งที่เราได้ทำไปไม่ว่าจะเป็นโครงการชิงเก็บ ลดเผา ไม่ว่าจะเป็นการควบคุม เรียกว่ามีการตรวจตราให้เข้มงวดมากขึ้นในพื้นที่ป่านั้นประสบ ความสำเร็จ แต่การที่พัดพามาจากต่างประเทศเข้ามาในพื้นที่ประเทศไทยนั้น ต้องเรียนว่า เราจะไปก้าวก่ายกิจกรรมของประเทศเพื่อนบ้านนั้นก็คงก็ใช่ที่ เราก็คงไม่สามารถทำได้ แต่ต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกครับว่า เราไม่เคยผักชีโรยหน้า เรามีแต่ปลูก ผักกันทั้งแปลงเลย ปลูกทั้งสวน แล้วก็ทำให้พี่น้องประชาชนคนไทยนั้นมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ยกตัวอย่างเช่น ในวันนี้หรือแม้แต่เมื่อวานนี้คุณภาพอากาศในประเทศไทย ถ้าดูจากเรดาร์ (Radar) ทั่วประเทศนั้นก็ยังอยู่ในโซน (Zone) สีเขียว หรือแม้แต่จะเป็นสีน้ำเงิน ท่านนายกรัฐมนตรี และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเอง เราให้ความสำคัญ เป็นอย่างยิ่ง ปัญหาเรื่อง พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ในประเทศไทยทางภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคใต้นั้น จะมีจุดกำเนิดแตกต่างกันไป ภาคกลางจะเกิดจากการก่อสร้าง จะเกิดจากการเผาไหม้ในที่โล่งแจ้งของภาคการเกษตร แต่ว่าภาคเหนือหรือภาคอีสาน ก็จะเป็นการเผาไหม้ในพื้นที่ป่า ลักลอบเผาป่าบ้าง รวมไปถึงการมีทรานส์บาวดารี (Transboundary) เข้ามาจากทางทิศตะวันตกและทางทิศตะวันออก หรือแม้แต่ภาคใต้ ของเราที่ผมได้กล่าวไปเบื้องต้น โดนทรานส์บาวดารี (Transboundary) จากทางเพื่อนบ้าน จากทางใต้ของเราขึ้นมา ดังนั้นต้องขออนุญาตเรียนท่านประธานครับว่า แนวทางการทำงาน ของประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หรือทุก ๆ กระทรวงที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงเกษตร กระทรวงคมนาคม กระทรวง อุตสาหกรรม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงการต่างประเทศนั้น เราทำงานกันอย่าง เรียกว่าตลอดเวลา เพื่อที่จะดูแลคุณภาพชีวิต แล้วก็ผลงาน ความคืบหน้าของการทำงาน ของพวกเรานั้น ผมมั่นใจว่าสามารถเห็นประจักษ์ได้ตามที่ปรากฏในสื่อ แต่เป็นที่น่าเสียดาย บางครั้งเวลาอากาศเราดี สื่อก็จะไม่ลง แต่ว่าพอมี พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) พุ่งขึ้นมา ก็จะเป็นประเด็นในข่าว แต่ว่าจริง ๆ แล้วถ้านับแต่ละปี ๆ นั้น คุณภาพอากาศของ ประเทศไทยนั้นยังอยู่ในเกณฑ์ที่ใช้ได้อยู่ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญถาม คำถามครั้งที่ ๒ ครับ ท่านจักรพลครับ🔗
กราบขอบพระคุณในคำชี้แจง ของท่านรัฐมนตรีครับ แต่ว่าในขณะที่ตัวผม เป็นผู้แทนจังหวัดเชียงใหม่ของภาคเหนือ แล้วก็พูดถึงภาพรวมในประเทศ ยกตัวอย่าง ในส่วนของภาคเหนือที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงก็คือ ในปัญหาของทุก ๆ ปีมันก็ยังเผชิญกันมาอยู่หรือการนำเข้าค่าหมอกควันก็น่าจะสูงขึ้นแล้ว ค่า พีเอ็ม (PM) เพราะว่าเดี๋ยวก็จะมาจากทั้งทางของแม่สายและแม่สอด ในส่วนของอาหาร เลี้ยงสัตว์ ถ้าลงเชิงลึกก็เดี๋ยวขอเข้าพบท่านรัฐมนตรีก็ได้ครับว่า ปัญหาต่อเนื่องมันเป็น อย่างไร แล้วก็การที่ผมไปพบปะคนในพื้นที่จริง ๆ นี้ว่าเขาเดือดร้อน แล้วบางทีเขายังทราบถึง สาเหตุ อาจจะเป็นประโยชน์กับทางเราในการบริหารประเทศ🔗
เข้าสู่ประเด็นที่ ๒ ก็คือตั้งแต่ที่ประเทศไทยและผมได้ติดตามมา เป็นผู้แทนมา ๓ ปี ก็จะติดตามในปัญหาเรื่องของฝุ่นควันมาตลอด ที่ผ่านมามีพรรคการเมือง องค์กรต่าง ๆ รวมถึงภาคเอกชน ได้พยายามยื่นฝ่ายนิติบัญญัติหรือการแก้ไขปัญหาด้านกฎหมายก็คือ พ.ร.บ. อากาศสะอาด เข้าสู่รัฐสภา แต่เป็นที่น่าเสียใจยิ่งครับ จากการที่ติดตาม และผลักดันมาตลอด เราถูกตีตกทั้งหมดเลยในปีที่แล้ว มีการร้องเรียนและมายื่นเอกสาร กับผมมากมาย อย่างเช่น ล่าสุดเมื่อก่อนมานี่ครับ สภาลมหายใจภาคเหนือ ๘ จังหวัด กลุ่มนาแปลงใหญ่ทั้ง ๘ จังหวัด ได้มายื่นเอกสารและข้อร้องเรียนที่จะส่งต่อไปยัง ท่านประธานไปสู่ยังท่านรัฐมนตรี ซึ่งในขณะเดียวกันทางผมและพรรคเพื่อไทย ไม่เคยนิ่งนอนใจในปัญหานี้ ไม่เคยหยุดหย่อน และติดตามปัญหาที่เกิดขึ้นมาตลอด ผมได้มี การเสนอในสภาผู้แทนราษฎร ให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทาง การป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก พีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) จนนำไปสู่การตั้ง คณะกรรมาธิการดังกล่าว รวมถึงยังมีคณะอนุที่อยู่ในอนุของกรรมการที่ดิน เรามีการศึกษา ถอดชุดความคิดมากันอย่างมากมายส่งเข้าเล่มต่อรัฐสภา ท้ายสุดก็เป็นแค่หนังสือหนา ๆ ที่มาตั้งสูง ๆ ไว้ บ่ายวันนี้ทางพรรคเพื่อไทยก็ทราบถึงว่าจะมีการตีตกอีกหรือไม่ที่มายื่น ทั้งในส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตที่เอ่ยถึงพรรคการเมือง รวมถึงภาคประชาชน ที่มายื่นสะสมรายชื่อได้ถึง ๑๔,๐๐๐ รายชื่อ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา วันนี้ทางพรรคเพื่อไทย ก็เลยจะมีการทำการรีดไขมันใน พ.ร.บ. ทั้งหมดที่ถูกอ้างว่าเป็น พ.ร.บ. การเงินจนถูกตีตกไป บ่ายวันนี้ก็คือ จะขอยื่นต่อรัฐสภา ต่อท่านประธานแล้วก็ฝากไปยังท่านรัฐมนตรีด้วย ถึงแม้ว่าในอดีตนายกรัฐมนตรีจะปัดตกร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับอากาศสะอาดไปแล้วถึง ๒ ร่าง ก็คือร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการเพื่ออากาศสะอาด พ.ศ. .... ที่เสนอโดย ภาคประชาชนจำนวน ๑๒,๐๐๐ รายชื่อ ฉบับที่ ๒ ร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาดเพื่อประชาชน พ.ศ. .... ที่เสนอโดยพรรคภูมิใจไทย อย่างล่าสุดครับ ร่างพระราชบัญญัติอากาศ เพื่อประชาชน พ.ศ. .... ที่เสนอโดยพรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ซึ่งอาจจะถูก ปัดตกเพราะถูกมองว่าเป็น พ.ร.บ. ทางการเงินอีกเช่นกัน ที่เข้าข่ายเป็นลักษณะ พระราชบัญญัติเกี่ยวกับการเงินจากความเห็นของสภาผู้แทนราษฎร ท่านครับ รัฐบาล มักจะใช้ข้ออ้างเดิม ๆ ว่า พ.ร.บ. อากาศสะอาดเป็น พ.ร.บ. การเงิน และนำไปสู่การปัดตก ในที่สุด ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. การเงินหรือไม่ ผมเข้าใจในหลักการ ในเกณฑ์ของ ครม. ในการที่จะอนุมัติ แต่รัฐควรจะเห็นผลประโยชน์ของประชาชนมาก่อน หรือไม่ ที่ผ่านมาทุก พ.ร.บ. ทุกกฎหมายที่ยื่นโดยภาคประชาชน ไม่เคยได้ถูกกลับมา พิจารณาในสภา แล้วถูกตีตกไปบ่อยครั้ง อย่างนี้มันแสดงให้เห็นว่ารัฐไม่ได้ใส่ใจกับสุขภาพ ของประชาชนแม้แต่น้อย แต่กลับปล่อยปละละเลย บ่อนทำลายสุขภาพของประชาชน ทางอ้อม ตอนนี้ผมจึงพบแล้วครับว่าการกระทำของรัฐบาลต่างหากกลับกลายเป็นมะเร็งร้าย ที่คอยกัดกินปอดของประชาชนในทุก ๆ วัน🔗
ท่านจักรพลครับ ถามกระทู้เลย แล้วก็ท่านเข้าสู่ประเด็นที่จะถาม รัฐมนตรีจะได้ตอบครับ🔗
ได้ครับ ดังนั้นจึงขอนำเข้าสู่คำถาม ข้อที่ ๒ ด้วยการแบกความหวัง แบกอากาศสะอาด แบกปอดของคนไทย อยากจะทราบว่า พวกเราจะต้องทำอย่างไรครับที่ทำให้ พ.ร.บ. อากาศสะอาดถึงจะผ่าน การที่ประชาชน ต้องการอากาศบริสุทธิ์ซึ่งเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานเป็นเรื่องยากมากขนาดนั้นหรือครับ ท่านซื้อ ลมหายใจที่สะอาดและบริสุทธิ์ให้กับประชาชนคนไทยไม่ได้ แต่ท่านกลับซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ มาเสริมความแข็งแกร่งของกองทัพได้ ในฐานะที่ผมเป็นผู้แทนราษฎรที่ชื่อท็อป เหมือนกับท่านครับ อยากจะทราบว่าเราจะต้องมีโพรเซส (Process) มีการดำเนินการ หรือขั้นตอนอย่างไรที่ประชาชนคนไทยจะได้รับอากาศสะอาดกลับมาอีกครั้ง ขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม รัฐมนตรีท็อป ขออนุญาต ตอบกระทู้ของท่าน ส.ส. ท็อป ต้องเรียนว่าต้องขอบคุณท่าน ส.ส. ที่ให้ความสำคัญกับเรื่อง พ.ร.บ. อากาศสะอาด เพราะว่าผมเองในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมนั้น ดีใจที่วันนี้หลายฝ่าย รวมถึงทั้งพรรคการเมืองและภาคเอกชนนั้น ที่ให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่อง พ.ร.บ. อากาศสะอาด แต่ว่าต้องขออนุญาตชี้แจงว่า สิ่งที่ท่าน ส.ส. กังวลว่าเป้าหมายหรือว่าแนวทางของรัฐบาล ผมเชื่อว่าคงไม่มีรัฐบาลไหนที่จะตั้งเป้า ขึ้นมา เพื่อที่อยากจะให้พี่น้องประชาชนสูดเอาอากาศหายใจที่สกปรกหรือว่าไม่ดูแล ความเป็นอยู่ของประชาชน ต้องขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่าน ส.ส. ว่าในขณะนี้เรามี พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. ๒๕๓๕ อยู่หลายปัจจัย หลายเรื่อง อันนี้ ที่ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่มา ไม่ว่าจะเป็นกรมควบคุมมลพิษ และหน่วยงานใน กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเอง ทางเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงมาว่า มีบางประเด็นใน พ.ร.บ. อากาศสะอาดที่ทั้งภาคเอกชนพี่น้อง ประชาชนเอง แล้วก็ทางพรรคการเมืองได้เสนอเข้ามานั้นมีบางประเด็นที่เราจะใส่เข้าไป อยู่ใน พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ปี ๒๕๓๕ เพิ่มเติมเข้าไป แต่แน่นอน ครับท่านประธาน การที่จะมี พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ปี ๒๕๓๕ เมื่อเทียบกับคำว่า พ.ร.บ. อากาศสะอาดเพื่อประชาชนฟังดูแล้วมันชื่นใจไม่เท่ากัน อันนี้ผม ในฐานะที่เป็น ส.ส. เองก็เข้าใจ ดังนั้นในขณะนี้ก็ขออนุญาตเรียนว่าในประเด็นของ อากาศสะอาดเพื่อประชาชน มันจะมีอยู่ ๒ ร่างที่เสนอโดยประชาชนเข้ามา ซึ่งทั้ง ๒ ร่าง ๑ ร่าง นั้นอยู่ในขั้นตอนที่ทางระหว่างรับฟังความคิดเห็นของสำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร แล้วก็อีกร่างหนึ่งเนื่องจากว่ามีเอกสารยังไม่ครบก็อยู่ในขั้นตอนที่ขอให้ ทางพี่น้องที่เสนอชื่อเข้ามานั้น รวบรวมเอกสารให้ครบเข้ามาต้องเรียนว่าท่านนายกรัฐมนตรี ท่านให้ความสำคัญเกี่ยวกับเรื่องคุณภาพอากาศ ไม่ว่าจะเป็นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) และขั้นตอนต่าง ๆ ที่จะลดแล้วก็ควบคุมเป็นอย่างยิ่ง อากาศนั้นเป็นสิทธิของพี่น้องประชาชน ทุกคน แล้วก็ พ.ร.บ. อากาศสะอาดเป็นสิ่งที่สำคัญ ประเทศไทยของเราปัจจุบันนั้นมีกฎหมาย มากเหลือเกิน ถึงขนาดว่ารัฐบาลต้องตั้งคณะกรรมการเขาเรียกว่าเรกูลาทอรี กิลโลทิน (Regulatory Guillotine) ขึ้นมาที่กฎหมายบางอันไม่จำเป็นเราก็จะตัดทิ้งออกไป วันนี้เรา กำลังดูว่า พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ปี ๒๕๓๕ เมื่อเทียบกับ พ.ร.บ. อากาศสะอาดที่มีหลายฝ่ายเสนอเข้ามานั้นมีความคล้ายคลึง มีตรงไหนที่สามารถใช้ด้วยกัน ได้บ้าง หรือว่าท้ายที่สุดเราจะต้องมีพ.ร.บ. อากาศสะอาด ต้องเรียนว่าเราไม่ได้ตั้งเป้าว่า เราจะตีตก เพราะว่าเป็นของพรรคนั้นของพรรคนี้ แต่ว่าเราดูถึงความเป็นไปได้ในการทำงาน และที่สำคัญในวันพรุ่งนี้ทางสำนักงาน สสส. ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเองก็จะจัดเวทีสัมมนาในการเชิญทุก ๆ ฝ่ายที่เสนอ ร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด เพราะว่าปัจจุบันที่ผมทราบนั้นมีการเสนอมาจากพรรคการเมือง มีจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๒ ฉบับมีจากประชาชนอีก ๒ ฉบับ ดังนั้นในวันพรุ่งนี้ ทางหน่วยงานเราก็จะมานั่งประชุมกัน แล้วก็ดูว่าประเด็นใดที่เราสามารถผนวกกันได้ หรือว่า ท้ายที่สุดแล้วเราจะสามารถเสนอประเด็นเรื่อง พ.ร.บ. อากาศสะอาดเข้าที่ประชุมสภาได้ ก็ขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่าน ส.ส.ว่าจะเป็นมิติใดก็แล้วแต่ ถ้าเพื่อผลประโยชน์ของ พี่น้องประชาชนแล้ว รัฐบาลโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเราจะ ดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อผ่านกฎหมายต่าง ๆ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน กราบขอบพระคุณครับ🔗
ท่านจักรพล มีคำถามอีกไหมครับ เชิญครับ🔗
ขอบคุณสำหรับคำชี้แจงของท่าน รัฐมนตรีครับ ในวันพรุ่งนี้การสัมมนาของ สสส. ผมก็ได้รับเกียรติได้เข้าไปชี้แจงในส่วนของ พ.ร.บ. ที่ทางพรรคเพื่อไทยจะส่งไปด้วย แล้วในส่วนของ พ.ร.บ. สิ่งแวดล้อมอยากจะมี ประเด็นว่า อันนั้นมันคืออัมเบรลลา (Umbrella) ใหญ่ที่มันดูแลไม่ครบในส่วนของบูลเล็ต พอยต์ (Bullet point) ที่เป็นเพน พอยต์ (Pain point) ของเราในปัจจุบันก็อยากจะขอ ความพิจารณาว่า ท่านสามารถบรรจุในการประชุม ครม. ในส่วนของการเจาะประเด็นว่า เป็น พ.ร.บ. อากาศสะอาด เป็นการเจาะจงไปเลยว่ามันจะทำงานได้ง่าย แล้วก็น่าจะเร็ว และเป็นผลประโยชน์ กราบขอบพระคุณครับ🔗
เข้าสู่ในช่วงคำถามสุดท้าย ก็คืออยากจะถามเรื่องของการป้องกันดูแล สิ่งแวดล้อมของไทยในภาพรวม หากมองย้อนมาดูการปกป้องและดูแลสิ่งแวดล้อมของไทย เร็ว ๆ นี้ทุกคนคงได้ยินข่าวกันว่า มีการเลิกจ้างเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า จำนวน ๑,๗๓๑ คน หลังจากถูกตัดงบปี ๒๕๖๕ บางส่วนก็ยอมลดเงินเดือนตัวเองลง ๒๕ เปอร์เซ็นต์ เหลือเงินเดือนเพียง ๗,๕๐๐ บาท เนื่องจากการปรับลดงบประมาณ ของ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ เหลือเพียง ๘,๕๓๔ ล้านบาท จากเดิมปี ๒๕๖๔ ได้งบประมาณ ๑๖,๑๔๓ ล้านบาท ซึ่งถือว่าลดลงไป ๔๗ เปอร์เซ็นต์ นี่ก็สะท้อนถึงความใส่ใจหรือความตั้งใจจริงในการที่จะดูแลสิ่งแวดล้อม หรือไม่ ประกอบการจัดเก็บเงินรายได้อุทยานแห่งชาติที่น้อยลงอย่างมีนัยสำคัญ ยิ่งไปกว่านั้นงบประมาณของกรมอุทยานแห่งชาติก็ถูกตัดลงทุก ๆ ปี อย่างไรก็ตามครับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ยื่นหนังสือขอใช้งบกลางและได้รับอนุมัติ ไปแล้วด้วยวงเงิน ๒,๕๐๐ ล้านบาท ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่พอจะอุ้มชูได้นิดหนึ่ง และยิ่งวานนี้มีข่าวที่ได้ทำลายความหลากหลายทางชีวภาพทางทะเลครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้น คือน้ำมันรั่ว ๔๐๐,๐๐๐ ลิตร รั่วใต้ทะเลตะวันออก ที่รั่วจริง ๕๐,๐๐๐ ลิตร ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ ภาครัฐจากกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึง ภาคเอกชนก็ได้ช่วยกันในการร่วมมือป้องกัน แล้วก็แก้ไขดูแลทรัพยากรธรรมชาติดังกล่าว แต่ทั้งนี้มีสารขจัดคราบน้ำมันซึ่งออกฤทธิ์สามารถทำให้น้ำมันบางส่วนละลายลงน้ำ แม้ไม่มีส่วนใดตกตะกอน แต่น้ำมันที่ละลายจะส่งผลให้น้ำมีสารปิโตรเลียมที่มีส่วนประกอบ ของไฮโดรคาร์บอน (Hydrocarbon) สูงขึ้น โดยเฉพาะน้ำที่อยู่ใกล้บริเวณผิวน้ำจะส่งผล กระทบต่อระบบนิเวศทั้งหมด รวมถึงที่อาศัยอยู่ในผิวน้ำด้วย อย่างไรก็ตามจากตัวอย่างที่ ยกขึ้นมาทั้ง ๒ หัวข้อ ผมจึงมีความกังวลใจอย่างยิ่งที่จะสอบถามทางท่านรัฐมนตรีผ่าน ท่านประธาน🔗
คำถามที่ ๓ ท่านมีมาตรการอย่างไรในการที่จะเยียวยาทั้ง ๒ กรณีไม่ว่า จะเป็นผู้พิทักษ์ป่าที่ไม่ได้เงินเดือนก่อนหน้านั้นอย่างไร เพราะรายได้เขาหายไปเกือบ ๑,๕๐๐ บาท และความหลากหลายของระบบนิเวศที่ได้รับผลกระทบจากน้ำมันรั่วเมื่อวานนี้ โดยในกรณีของผู้พิทักษ์ป่าท่านมีนโยบายระยะยาวอย่างไร ถ้าหลังจากจบระยะเวลาจ้างงาน ๗ เดือน เงินเดือนจะลดลง ๗,๕๐๐ บาทเหมือนเดิมหรือไม่ และมีแนวคิดที่จะเพิ่มรายได้ หรือสร้างแรงบันดาลใจหรือใช้ทุนกองทุนต่าง ๆ ใด ๆ ที่ไม่ต้องไปตัดเงินเขาในการทำงาน นอกจากนี้ในกรณีของน้ำมันรั่ว ท่านมีมาตรการจัดการอย่างไรกับบริษัทน้ำมันนั้น และการดูแลความหลากหลายทางระบบนิเวศในพื้นที่ดังกล่าว เพราะว่าคนในพื้นที่นั้น รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวน่าจะได้รับผลกระทบอย่างยิ่งยวด และรวมถึงอนาคตของประเทศชาติ ขึ้นอยู่กับการดูแลและปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ หากท่านละเลยปัญหาเหล่านี้เท่ากับว่า ท่านละเลยผู้พิทักษ์ป่าที่เป็นรั้วของชาติ ท่านละเลยปัญหาสิ่งแวดล้อมที่จะส่งต่อถึงมือ คนรุ่นหลังต่อไป ดังนั้นขอทราบถึงแนวทางและการจัดการปัญหาทางสิ่งแวดล้อมในภาพรวม แล้วก็ใน ๒ กรณีที่ได้กล่าวขึ้น เพราะว่าสิ่งนี้จะเป็นสิ่งที่ทอดทิ้งไปไม่ได้ แล้วก็บุคคลเหล่านั้น ก็เป็นคนที่มีประโยชน์และดูแลสิ่งแวดล้อมที่ทำให้เราอยู่ต่อไปได้ ขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ต้องขอบคุณท่าน ส.ส. ท่านถามคำถามได้ทั้งบกและทางทะเลเลย🔗
ก็ขออนุญาตตอบทางบกก่อนแล้วกัน ต้องขอบคุณท่าน ส.ส. ที่มี ความเป็นห่วงเป็นใยเพราะว่าประเด็นเรื่องนี้เมื่อสักครู่ท่าน ส.ส. สรชัด สุจิตต์ ขออภัย ที่เอ่ยนามจากพรรคชาติไทยพัฒนาก็ได้ตั้งข้อหารือ เพราะว่าประเด็นนี้ทางท่านหัวหน้า พรรคชาติไทยพัฒนา ท่านกัญจนา ศิลปอาชา เองก็ให้ความสำคัญแล้วก็ตามจี้น้องชาย มาตั้งแต่วันที่รู้ว่างบประมาณส่วนนี้โดนตัดไป ต้องเรียนว่าในงบปี ๒๕๖๕ ทางกรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดนตัดงบประมาณไปในส่วนที่จะจ้างเหมาพนักงานผู้พิทักษ์ป่า เป็นเงิน ๔๓๑ ล้านบาท เมื่อทางกระทรวงได้รับทราบประเด็นนี้ ผมเองก็ได้ประสานงาน กับทางสำนักงบประมาณในการที่จะของบกลาง ซึ่งในขณะนี้เองเดี๋ยววันอังคารที่จะถึงนี้ ในการประชุมคณะรัฐมนตรี ผมเองได้เซ็นเอกสารขอเสนอผ่านท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ขออนุมัติงบประมาณ ซึ่งเราได้งบประมาณมา ๒๕๑ ล้านบาท ถามว่าทำไมไม่ได้ ๔๓๑ ล้านบาท เหมือนอย่างที่เราโดนตัดไป ก็เพราะว่า สำนักงบประมาณนั้นให้งบประมาณมาในการที่จะจัดจ้างตั้งแต่เดือนมีนาคมไปจนถึง เดือนกันยายนที่จะถึงนี้ เป็นที่น่าเสียดายที่ผมเองไม่สามารถที่จะขอตกเบิกย้อนหลังกลับไป จนถึงวันที่ ๑ ตุลาคม ปี ๒๕๖๔ ได้ แต่อย่างน้อยเจ้าหน้าที่ ๓,๙๙๙ ราย ที่โดนเลิกจ้างไปนั้น เริ่มวันที่ ๑ มีนาคม ๒๕๖๕ ไปจนถึง ๓๐ กันยายน จะได้รับการว่าจ้างเข้ามาหมด ทีนี้เมื่อสักครู่ท่าน ส.ส. ถามว่าแล้วระยะยาวจะแก้อย่างไร ต้องเรียนว่าปัญหาของเจ้าหน้าที่ พิทักษ์ป่ามันเริ่มมาจากว่า เมื่อก่อนเรามีเหมือนว่าเป็นลูกจ้างชั่วคราว ก็มีความพยายามที่จะ บรรจุเข้าเป็นพนักงานราชการ ทีนี้เมื่อก่อนการที่จะบรรจุเป็นพนักงานราชการได้ก็จะเป็น สัญญา ๔ ปี ซึ่งถ้าทำอย่างนั้นได้เราก็ไม่ต้องมากังวลกับงบประมาณปีต่อปี เพราะว่าผมเอง ก็เข้าใจดีเหมือนท่าน ส.ส. และอีกหลาย ๆ ท่านว่า การเป็นเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่านั้น ต้องทำด้วยใจ ต้องทำด้วยกำลังกาย กำลังใจเป็นอย่างยิ่ง การที่จะต้องมานั่งปวดหัว มานั่งกังวลว่า ปีนี้ฉันจะได้ต่อสัญญาหรือไม่ ปีนี้ฉันจะมีเงินหรือไม่ เป็นสิ่งที่บั่นทอนจิตใจ เป็นอย่างยิ่ง ก็เป็นสิ่งที่ในขณะนี้ทางกระทรวงก็กำลังพยายาม แล้วก็เมื่อสักครู่ ท่าน ส.ส. เองก็ขอฝากข้อสังเกตผ่านไปยังท่านผู้อำนวยการสำนักงบประมาณว่า ในเมื่อเรายังไม่สามารถบรรจุพวกเขาเหล่านั้นเป็นพนักงานราชการได้ เพราะการที่จะบรรจุ เป็นพนักงานราชการนั้นเราจะต้องมีอัตรากำลังจาก ก.พ. มาเสียก่อน ซึ่งประเด็นนี้ถ้าฝากท่าน ส.ส. หรือหลาย ๆ ท่านช่วยกัน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมก็จะขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าผมเองต่อสู้กันมาตลอด ๒ ปี แต่ว่าด้วย ข้อจำกัด ทั้งเรื่องงบประมาณ แล้วก็อัตรากำลังนั้น ทำให้เราจะต้องจ้างเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า ซึ่งจริง ๆ เราไม่ได้มีอยู่เพียงแค่ ๔,๐๐๐ นาย เรามีอยู่ทั้งหมดประมาณ ๒๔,๐๐๐ นาย พอโดนตัด ๔,๐๐๐ นี้ไปก็ยังเหลืออีก ๒๐,๐๐๐ แต่วันนี้พอเริ่มจากวันอังคารที่จะถึงนี้ เราก็จะสามารถจัดจ้างเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่านั้นกลับขึ้นไปเป็น ๒๔,๐๐๐ นายได้เหมือนเดิม ต้องขอขอบคุณท่าน ส.ส. ที่มีความเป็นห่วงเป็นใย และผมเองก็คอยติดตามเรื่องงบประมาณ มาโดยตลอด แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าแต่ละปี ๆ จากนี้ไปจะไม่โดนตัดงบประมาณเช่นนี้อีก เพราะว่าตั้งแต่ไหนแต่ไรมาเราก็ไม่เคยโดนตัดงบประมาณในส่วนของผู้พิทักษ์ป่าเลย เพิ่งมาแจ็กพ็อต (Jackpot) เอาปี ๒๕๖๕ นี่เองจะด้วยเหตุผลกลใดก็แล้วแต่ตอบไม่ได้ เหมือนกัน แต่ว่าในขณะนี้เราก็ได้งบประมาณกลับมาแล้ว ก็ขอฝากเป็นข้อมูลให้กับ ท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิก🔗
ในส่วนของประเด็นเรื่องคราบน้ำมันที่ท่านสมาชิกมีความเป็นห่วง เมื่อวานนี้ ผมเองได้ให้ทางอธิบดีกรมควบคุมมลพิษ และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ลงไปในพื้นที่ และทราบว่าวันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมก็ได้ลงพื้นที่ไปดู สถานที่ว่า โรงน้ำมันหรือว่าแต่ละจุดนั้นเกิดเหตุขึ้นเช่นไร ต้องเรียนว่า ผมเห็นด้วยกับ ท่าน ส.ส. ท่านประธานที่การใช้สารดีสเพอร์ชัน (Dispersion) ทำให้คราบน้ำมันนั้นแตกตัว แล้วก็จับตัวเป็นก้อนเล็ก ๆ และกระจายไปในทะเลนั้น ในระยะสั้นเราจะสามารถกำจัดไม่ให้ เห็นได้ แต่ในระยะยาวซึ่งเป็นสิ่งที่ผมได้กำชับทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็เจ้าหน้าที่ ที่อยู่ในพื้นที่ว่าต้องดูระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาวด้วยว่าเศษน้ำมันเหล่านั้นในระยะยาวแล้ว จะส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศอย่างไร จะกระทบต่อห่วงโซ่อาหารของปลาอย่างไร หรือแม้แต่การเจริญเติบโตของปะการังที่อยู่ในพื้นที่ต่าง ๆ นั้น เมื่อมีคราบน้ำมันไปมันจะ กระทบต่อปะการังอย่างไร ซึ่งผลกระทบเหล่านี้เราอาจจะยังไม่เห็นได้ภายใน ๓ วัน ๗ วัน แต่ต้องคอยมอนิเตอร์ (Monitor) กันในระยะ ๖ เดือน ๑ ปี หรือ ๒ ปีจากนี้ และบริษัท ที่เป็นต้นเรื่องก็จะต้องมีความรับผิดชอบ แล้วก็รับผิดชอบในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว ทีนี้จะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ได้อย่างไร อันนี้ก็เป็นประเด็นที่ผมได้ขออนุญาตฝาก เมื่อเช้านี้ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม แล้วก็คงต้องฝากทาง กระทรวงคมนาคมด้วยเช่นกันในการกวดขัน แล้วก็เข้มงวดในสิ่งที่มีสิ่งก่อสร้างรุกล้ำ ไปในทะเล แล้วก็การประกอบกิจการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม เพราะว่าเวลาเกิด ปัญหาขึ้นมา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้น เราเป็นผู้รับปัญหาเหล่านี้ แล้วก็จะนำมาแก้ แต่ก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกครับ ท่านประธานครับ ที่ท่านมี ความเป็นห่วง แล้วก็ขอยืนยันถึงความจริงใจแล้วก็แนวทางที่ยั่งยืนในการแก้ปัญหา เพราะว่าทุกครั้งที่เกิดปัญหานั้นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เราจะเป็น หน่วยงานแรกที่เข้าไปถึงแล้วก็หาจุดต้นตอ แล้วจะหาว่าจะแก้อย่างไรปัญหาระยะสั้น ระยะกลาง แล้วก็ระยะยาวครับท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ท่านสมาชิกครับก็ถือว่า จบการถามตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจาของท่าน ส.ส. จักรพล ตั้งสุทธิธรรม🔗
ท่านประธานครับ รบกวนขอใช้สิทธิ เวลาอันน้อยนิดที่เหลือ ๑ นาที ๑๘ วินาที นิดเดียวครับท่านประธาน🔗
คือคำถาม ท่านถามครบ ๓ ครั้งแล้ว🔗
วันนี้ต้องกราบขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธาน ผม จักรพล ตั้งสุทธิธรรม มีความยินดีที่จะทำงานร่วมกับท่าน แล้วก็ขอให้กำลังใจทุกคน ทุกหน่วยงานที่เผชิญ แล้วก็ตั้งใจทำงานมาตลอดก็ขอให้ปัญหานี้ หมดไปเพราะว่าผมและทุก ๆ คนครับก็แบก เราก็ทำเพื่อลูกเพื่อหลานเพื่อครอบครัวของเรา เพื่อประเทศชาติ ก็ขอเป็นกำลังใจให้และยินดีอย่างยิ่งที่จะทำงานจนผ่านพ้นเรื่องนี้ไปได้ครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านวราวุธ ศิลปอาชา ที่กรุณาให้เกียรติมาตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจาของพวกเรา แต่ผมขออนุญาตชี้แจงก่อนที่จะไปกระทู้ต่อไป🔗
ขออนุญาตชี้แจงข้อสังเกตที่ท่านรัฐมนตรีวราวุธได้เสนอและทักท้วงมา เกี่ยวกับการจัดกระทู้ ผมเองทุกเช้าวันพฤหัสบดีผมเป็นประธานในการประชุมคัดกรอง กระทู้ถามสดด้วยวาจา ร่วมกับเจ้าหน้าที่ในการจัดคิวกระทู้ มันเป็นความยากลำบากมาก พอสมควร เพราะว่าในทุกเช้าวันพฤหัสบดีเราจะมีกระทู้อยู่ ๓ ประเภท ประเภทแรก คือกระทู้ถามสดด้วยวาจาวันละ ๓ กระทู้ แล้วก็กระทู้ถามทั่วไปอีกวันละ ๓ กระทู้ และยังมี กระทู้ถามแยกเฉพาะอีก ซึ่งแยกไปประชุมที่ห้องกระทู้แยกเฉพาะอีก ๖-๗ กระทู้ต่อวัน ฉะนั้นมันก็เป็นความยากลำบากในการที่จัดคิวระหว่างผู้ถามกับท่านรัฐมนตรีผู้ตอบ บางทีกระทู้หรือปัญหามาพร้อม ๆ กันต่อกระทรวงเดียวกันอย่างนี้ก็ต้องพยายามแยก พยายามจัดคิวให้ดีที่สุด ที่ทำอยู่ทุกวันนี้เจ้าหน้าที่ก็พยายามประสานทั้งท่านรัฐมนตรี ประสานทั้งตัวท่าน ส.ส. ก็พยายามทำดีที่สุดแล้วมันก็จำเป็นเพราะว่ามันห้วงเวลาเดียวกัน มันเป็นข้อบังคับที่เขียนกำกับเอาไว้ เราไปทำเป็นอย่างอื่นไม่ได้ แต่ถ้าสมมุติว่ามันตรงกัน เราจะไปเลื่อนมันก็ไม่ค่อยเหมาะ เพราะฉะนั้นก็เลยต้องสับคิวให้มันใกล้เคียงกันต้องขออภัย ถ้าหากว่าไม่สะดวก แต่ว่าเราก็พยายามทำให้ดีที่สุดแล้ว🔗
ต่อไปเป็นระเบียบวาระที่ ๑.๑.๒ กระทู้ถามสดด้วยวาจาของท่าน ส.ส. สุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา ถาม ท่านนายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่แจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคือ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นผู้ตอบ กระทู้ถามแทน ตอนนี้ท่านรัฐมนตรีก็เตรียมพร้อมที่จะตอบแล้ว ผมขอเชิญท่าน ส.ส. สุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา ได้ถามเลย เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน สุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตภาษีเจริญ ตลิ่งชัน ๔ แขวง กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน และต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ได้มาตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจาที่ดิฉันได้ตั้งเรื่อง ขึ้นไป ซึ่งก่อนหน้านี้ได้มีเจ้าหน้าที่มาแจ้งว่า จะมีการเลื่อนจึงทำให้สับสนเล็กน้อยว่า ตกลงได้บรรจุหรือไม่ แต่ตอนนี้ก็ได้บรรจุ ดิฉันจึงอยากจะขอขอบคุณในการที่ท่านให้ความใส่ใจ ในครั้งนี้🔗
ท่านประธานคะ ดิฉันก่อนอื่นต้องขอกล่าวแสดงความเสียใจกับครอบครัว ของทางแพทย์หญิง วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือคุณหมอกระต่าย โดยเฉพาะกับคุณพ่อ คุณแม่และครอบครัวที่ต้องสูญเสียบุคคลที่เป็นที่รัก และทรงคุณค่าอย่างยิ่งทางวงการแพทย์ และทางสังคม ดิฉันเข้าใจดีในฐานะหัวอกของคนที่เป็นแม่ ในการที่จะสูญเสียบุตร อันเป็นที่รักเป็นอย่างยิ่ง และดิฉันก็ไม่เคยคิดที่จะนำเหตุการณ์ขึ้นมาเป็นการฉวยโอกาส เพื่อสร้างกระแสทางการเมือง หรือหาผลประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้น แต่ดิฉันกลับมองในทาง ตรงข้ามว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ต้องถอดบทเรียนเพื่อให้เป็นกระแสแก้ไขความบกพร่อง ทั้งระบบของความปลอดภัยทางการจราจรของประเทศไทยเรา ไม่ว่าจะเป็นคนไทย หรือผู้ใช้รถใช้ถนนทั้งหมด ดิฉันจึงต้องขออนุญาตกับทางครอบครัวของคุณหมอกระต่าย เพื่อให้เหตุการณ์นี้ได้เป็นคุณูปการ เป็นบุญเป็นกุศลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจังค่ะ ท่านประธานคะ จากเหตุการณ์แพทย์หญิง วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือหมอกระต่าย ประสบอุบัติเหตุ ถูกรถบิ๊กไบก์ (Bigbike) ชน ขณะกำลังข้ามทางม้าลายบริเวณถนนพญาไท หน้าโรงพยาบาลสถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์ กรุงเทพมหานคร บาดเจ็บสาหัส ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของการขับขี่รถที่ไม่เคารพ กฎจราจร และการใช้อภิสิทธิ์ต่าง ๆ ของผู้ที่อำนาจหรือผู้ที่ถือกฎหมายนั่นเอง แต่เรื่องของ คดีหรือองค์กรต่าง ๆ นั้นดิฉันจะไม่ขอก้าวล่วงหรือเอ่ยถึงคงต้องปล่อยให้เป็นไปตาม กฎหมายบ้านเมือง และการพิจารณาขององค์กรต่าง ๆ แต่สิ่งที่ดิฉันอยากจะพูดวันนี้คือหมอกระต่ายต้องไม่ตายฟรี ต้องไม่เป็นคดีไฟไหม้ฟาง และชีวิตหมอกระต่ายต้องแลกด้วยความปลอดภัยทางการจราจรบนท้องถนน ท่านประธานคะ ดิฉันเชื่อว่าการถามกระทู้ของดิฉันในวันนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงไม่มากก็น้อย ดิฉันจึงอยากให้ รัฐบาลใช้โอกาสนี้รณรงค์ปลูกจิตสำนึกให้พี่น้องประชาชนคนไทยและผู้ที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องของการมีวินัยทางการจราจรเพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียอีก เพราะชีวิตที่เสียไปนั้น ไม่ว่าจะเป็นใครก็ล้วนแล้วแต่มีความหมายต่อครอบครัว ต่อสังคม ต่อวิชาชีพ ดิฉันจึงอยากจะ เรียนถามท่านรัฐมนตรีเป็นคำถามแรกว่า รัฐบาลมีแนวทางอย่างไรที่จะทำให้คนไทยมีวินัย จราจร เคารพกฎจราจรและปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เป็นคำถามแรกค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ จากกระทู้ ที่ถามนี้ผมก็อยากจะเรียนว่า รัฐบาลหรือกระผมก็เห็นตรงกับผู้ที่ได้เสนอญัตติ🔗
ในเรื่องแรกก่อน ก็ต้องกล่าว ไม่ใช่เพียงแต่ว่าเราที่อยู่ในรัฐสภาแห่งนี้ เท่านั้นที่เสียใจ ผมว่าสังคมไทยทั้งสังคมเสียใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้นทุกคน และผมเข้าใจว่า นานาชาติถ้าเขารู้เรื่องเขาก็คงเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เป็นเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่มาก เป็นการสูญเสียที่ยิ่งใหญ่มาก ซึ่งไม่สามารถจะหาอะไรมาทดแทนชดเชย หรือสามารถที่จะมา บรรเทาได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเลยเกิดกับครอบครัว กับบุคลากรที่ทรงคุณค่า ของประเทศ เพราะฉะนั้นทุกคนเสียใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้นแน่นอน แล้วผมก็เห็นด้วย กับท่านอีกว่าอย่างไรก็ต้องถอดบทเรียนเป็นปฐมก่อน แล้วท่านก็บอกว่าก่อให้เกิด การเปลี่ยนแปลง แล้วท่านก็พูดได้ดีอีกว่าทั้งหมดนี้จะต้องไปสร้างให้เกิดคล้าย ๆ กับ วัฒนธรรมการใช้รถใช้ถนน ให้คนมีวินัย มีจิตสำนึก ปฏิบัติตามกฎหมาย ถูกต้องหมด ที่ท่านพูดมาถูกต้องหมด และผมก็จะเรียนให้ทราบ แต่มีอันหนึ่งผมอยากเรียนว่า เพื่อสร้างให้สังคมนี้ได้มีแนวคิดหรือมีกรอบความคิดหรือทัศนคติไปในแง่บวก ผมก็เรียน ยืนยันได้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้จะต้องไม่มีการใช้อภิสิทธิ์ใด ๆ ทั้งสิ้น และผมมาตอบแทน ท่านนายกรัฐมนตรีก็คงจะต้องเรียนอย่างนั้นว่า ไม่มีการใช้ ถ้ามีการทำอะไรก็แล้วแต่ ที่ไม่ชอบมาพากลทั้งสิ้น คนที่มีอำนาจหน้าที่นั้นคงจะไม่ปล่อยวางหรือปล่อยให้เกิดขึ้น อยากให้สังคมทราบว่าจะต้องทำไปตามกฎหมาย แม้ว่าการทำจะไม่ได้บรรเทาสิ่งที่เกิดขึ้น ได้เลย ผมคิดว่าเพียงแต่ทำให้คนที่ทำต้องได้รับโทษตามกฎหมาย ถามว่ารัฐบาล มีการดำเนินการอย่างไรในเรื่องนี้ ก็อยากเรียนว่ากลไกในเรื่องของการใช้รถใช้ถนน และความปลอดภัยทางถนนนี้มีการดำเนินการมานานแล้ว แล้วก็อยากจะเรียนว่า ในคำถาม ข้อแรกนี้ ให้รัฐสภาแห่งนี้กับประชาชนได้ทราบว่า การที่จะทำให้เกิดความปลอดภัยบนถนน กับผู้ใช้รถใช้ถนนทั้งสิ้นมันจะมี ๒ ส่วนใหญ่ ๆ ส่วนที่ ๑ ก็คือคนใช้รถใช้ถนน ตัวเขาเอง ต้องมีวัฒนธรรมการใช้รถใช้ถนนที่ดี หมายความว่าต้องปฏิบัติตามกฎหมายจะต้องมีมารยาท ในการใช้รถใช้ถนนด้วย แล้วก็จะต้องทำทุกอย่างเพื่อให้เกิดความปลอดภัย อันนี้ผมไม่รู้จะ เรียกว่าอะไร แต่อยู่ฝั่งคนใช้รถใช้ถนน อีกส่วนหนึ่งก็คือการบังคับใช้กฎหมายทั้ง ๒ ส่วนนี้มีการดำเนินการมาโดยตลอด โดยศูนย์ความปลอดภัยทางถนน แล้วได้มีความพยายาม ที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ ได้มีการประมวลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด แล้วก็เอามาว่าจะแก้ มาตรการ จะแก้กฎหมายอย่างไร พยายามทำมาตลอดแต่อย่างที่ผมเรียนแล้วว่า การแก้กฎหมายก็จะไปแก้ในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งถ้าให้อธิบายง่าย ๆ การบังคับใช้กฎหมายก็คือ แสดงว่ายังมีคนพยายามจะทำผิดอยู่ เช่น ยังพยายามที่จะขับรถเร็ว พยายามที่จะดื่มสุราแล้วก็ขับรถ เป็นต้น ก็ยังมีอยู่ เพราะฉะนั้นถ้ามีความสำเร็จ ถ้าตรวจจับได้หมดทุกครั้งทุกหนที่เกิดขึ้น ก็สำเร็จเพียงกึ่งเดียว ครึ่งเดียว สิ่งที่น่าจะประสบผลสำเร็จสูงสุดนั้น จะต้องไปทำให้คนใช้รถใช้ถนนทั้งประเทศ ได้มีวัฒนธรรมในการใช้รถใช้ถนนปฏิบัติตามกฎหมาย มีระเบียบวินัย ทุก ๆ อย่างให้เกิดขึ้น มันจึงจะเหลือเฉพาะอุบัติเหตุที่เป็นอุบัติเหตุจริง ๆ ไม่ใช่เกิดจากประมาทเลินเล่อ หรือความจงใจที่จะทำให้เกิดขึ้น อันนี้ผมเรียนท่านได้กล่าวในสิ่งดีมาแล้วว่า การสูญเสีย คุณหมอกระต่ายจะต้องทำให้สังคมเราดีขึ้น ในเรื่องของความปลอดภัยทางถนน กระผมก็เห็นด้วยทุก ๆ อย่างในเรื่องนี้ แล้วก็อยากจะเรียนว่า ในเรื่องนี้มันมี ความละเอียดอ่อนมากมาย เพราะฉะนั้นสังคมนี้ท่านได้เรียนแล้วดีว่าเราต้องหาโอกาสนี้ เราต้องถอดบทเรียนแล้วเอาไปสอนประชาชน ผมยกตัวอย่าง ถ้าพูดถึงการขับรถเร็ว คนก็นึกถึงว่าขับรถเร็วอย่างเดียวแล้วก็จะไม่มีอุบัติเหตุ กฎหมายก็มีอีก ใกล้ทางร่วม ทางแยกต้องลดความเร็ว ความเร็วที่ชนอาจจะไม่เกิน สมมุติ แต่ว่าถ้าเขาขับไปเข้าไปในพื้นที่ ที่คับขัน เช่น ทางร่วมทางแยก ทางม้าลาย เขาไม่เบาลง ทันทีที่เขาเห็น โอกาสที่เขาเห็น เขาจะเบรกทันแทบไม่มีเลย นี่เป็นเรื่องของวินัยในเรื่องของการใช้รถใช้ถนน ในเรื่องของ กฎหมายก็มีกำหนดไว้ เพราะฉะนั้นผมเรียนว่าทั้งหมดที่ผ่านมามีความพยายามทำ บังคับใช้กฎหมายทั้งสิ้น ก็ยังมีข้อที่เราอยากทำให้ดีกว่านี้ ผมขอยกตัวอย่างเลยก็แล้วกัน คนที่ขับรถเร็ว ดื่มสุราขับ จริง ๆ ถ้ามีคนบาดเจ็บ โทษติดคุก ถ้ามีคนเสียชีวิตติดคุก เพราะฉะนั้นการทำคดีคณะกรรมการความปลอดภัยทางถนนยังไม่ค่อยเห็นด้วยในเรื่องนี้ว่า ออกไปเป็นการกระทำโดยที่ไม่ติดคุก ต้องทำให้ชัดเลย เพื่อบังคับใช้กฎหมายให้มีผลจริง สังคมส่วนหนึ่งคนก็จะตระหนักว่าไม่อยากทำ ผมยกตัวอย่าง ข้าราชการบางส่วนก็จะต้อง ไม่ประมาท เพราะเขารู้ดีว่าถ้าเขาจะติดคุกชีวิตเขาจบ ครอบครัวเขาจบ มันก็จะลดได้ นี่ผมยกตัวอย่างเพียงอย่างหนึ่งของการพยายามที่จะแก้ เพราะฉะนั้นอยู่ที่ตรงไหน กฎหมาย มันหนักแรงอยู่แล้ว อยู่ที่ทำคดีอย่างไรจะให้ออกมาเป็นว่าเขาติดคุกเป็นตัวอย่าง ทำอย่างไร จะให้คนที่ได้ใบขับขี่มีวินัยอย่างที่ท่านพูดเมื่อสักครู่นี้ทั้งหมด อันนี้เป็นสิ่งที่เราพยายามแก้ กันอยู่โดยตลอด ผมขอเรียนว่าสังคมของโลกนี้ที่ใดมีความปลอดภัย แม้แต่เรื่องอาชญากรรม มีความปลอดภัยในเรื่องของการใช้รถใช้ถนน ไม่ใช่กฎหมายอย่างเดียว คนในประเทศนั้น เขามีวัฒนธรรมการใช้รถใช้ถนนอย่างยิ่ง ประกอบกับอีกเรื่องหนึ่งประเทศไทย กายภาพ ของถนนบ้านเรามันมีความเสี่ยงที่จะเกิดได้ เรามีทางร่วมทางแยกเยอะ เราอาจจะมี ทางม้าลายไม่พอเพียง มีโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุได้สูงมากกลางคืน และบ้านเมืองเรา ก็พยายามทำอยู่ เราพยายามทำไม่ให้ถนนมันตัดกัน เราพยายามทำตามทางข้าม เราพยายามจะทำหลาย ๆ อย่างตามงบประมาณที่มีค่อย ๆ ทำไป แต่ถามว่าพอเพียงไหม ก็ยังไม่พอเพียง ผมก็เรียนว่า สรุปแล้วรัฐบาลมีแนวทางดำเนินการทั้งสิ้น พยายามที่จะแก้ กฎหมายเพิ่มมาตรการต่าง ๆ แต่สิ่งที่อยากจะเรียนสังคมให้ตระหนักก็คือว่า สังคมทั้งสังคม ต้องมีวัฒนธรรมการใช้รถใช้ถนน การจับอย่างเดียวจะช่วยได้ส่วนเดียวเท่านั้น เรามีแยก เท่าไร ผมไม่ต้องยกก็ได้ ในเขตกรุงเทพมหานคร ๕๐ เขต ๘๘ โรงพัก ท่านเอาเจ้าหน้าที่ จราจรมาคอยจับไม่ครบหรอกครับทุกทางม้าลายมันเป็นไปไม่ได้ ท่านใช้เทคโนโลยีช่วยก็มี เงินทยอยทำไป แต่ผมคิดว่าบทเรียนครั้งนี้ถ้าถอดมาสังคมต้องช่วยกัน ก็เรียนขั้นต้นแค่นี้ครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคำถามที่ ๒ ครับ🔗
ดิฉัน สุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตภาษีเจริญ ตลิ่งชัน ๔ แขวง กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ได้มาตอบคำถามในข้อที่ ๑ ซึ่งยังเป็น แนวทางที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ดิฉันเข้าใจว่าเหตุการณ์นี้อาจจะไม่ใช่เป็นครั้งแรก แต่ว่าการถอดบทเรียนจากครั้งนี้ขอให้เกิดขึ้นจริง ๆ เถอะค่ะ เราจะได้มีความชัดเจน ไม่ใช่เฉพาะใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นจิตสำนึกที่จะต้องสร้างให้เกิดขึ้นตั้งแต่เด็ก ๆ ในชั้นอนุบาลจนถึงการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดี เราต้องให้เด็กช่วยกันเตือนคุณพ่อ คุณแม่ ถึงมาตรการต่าง ๆ ในความปลอดภัยแล้วค่ะในยุคสมัยนี้ ท่านประธานคะ จากสถิติ ของศูนย์วิชาการเพื่อความปลอดภัยทางถนนหรือ ศวปถ. ซึ่งรายงานว่าในแต่ละปีนั้น มีคนไทยจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบจากการสูญเสีย จากการใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะ การข้ามถนน เราจะพบว่าในพื้นที่ร้อยละ ๖-๘ หรือเฉลี่ย ๘๐๐-๑,๐๐๐ ราย ในแต่ละปี ที่ต้องประสบปัญหาทั้งเสียชีวิตและบาดเจ็บ พิการ สร้างภาระให้กับครอบครัว และการ ดำเนินชีวิตในการไปต่อของแต่ละบุคคล แต่ละครอบครัวเป็นอย่างมาก และเหตุที่เกิดนั้น ๑ ใน ๓ พบว่าเป็นพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร ปีหนึ่งเฉลี่ย ๙๐๐ กว่ารายหรือเราถือว่า วันหนึ่ง ต้องมี ๒ รายที่ต้องประสบอุบัติเหตุอย่างแน่นอน ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะบอกว่า ทุกครั้งที่มีความสูญเสียเกิดขึ้น และสังคมสนใจนั้น ผู้นำและหน่วยงานต่าง ๆ ก็จะทำงานกัน อย่างเข้มข้นระยะหนึ่งค่ะ แล้วก็ขาดการแก้ไขที่จริงจัง หลายครั้งการสูญเสียต่าง ๆ นั้น ก็ถูกสรุปว่า เป็นความประมาทเลินเล่อของผู้ใช้รถหรือผู้ที่ประสบอุบัติเหตุ เป็นการขาด จิตสำนึกหรือสรุปสั้น ๆ ว่า มันเป็นปัญหาของโครงสร้างระบบความปลอดภัยของบ้านเรา เพราะฉะนั้นสิ่งที่ดิฉันจะถามต่อไปว่า ทางรัฐบาลนั้นมีมาตรการอย่างไรในการป้องกัน และลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาทเช่นนี้โดยการจัดทำนั้นควรจะเกิด การจัดการอย่างเป็นระบบ เป็นรูปธรรมอย่างเต็มรูปแบบเป็นคำถามที่ ๒ ค่ะ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติอีกครั้ง ผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า สิ่งที่ท่านถามมาก็ตรงและเป็นความเป็นจริง และแนวคิดของท่านก็ถูกต้อง ผมเรียนชื่นชมผู้ถามว่าเราต้องถอดบทเรียนอย่างที่ท่าน ได้เกริ่นในคำถามที่ ๒ นี้เพื่อสร้างจิตสำนึกตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่เด็กนี้มี ๒ สถาน ตัวเขาเองก็จะ เกิดมา แล้วก็จะอยู่ในบริบทของการใช้รถใช้ถนนที่ถูกที่ต้องที่ควร นอกจากนั้นท่านก็บอกว่า เขาอาจจะไปทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในครอบครัว อันนี้ก็มีการพยายามทำอยู่ใน คณะกรรมการความปลอดภัยทางถนน ก็ถือว่าปัญหาเรื่องนี้มีการพยายามที่จะเอาเรื่องนี้ เข้าไปอยู่ในหลักสูตรของการเรียนหนังสือที่อยู่ในระหว่างดำเนินการ เพราะในคณะกรรมการ ก็มีกระทรวงศึกษาธิการเขาไปอยู่ด้วยที่จะพยายามทำให้เกิดขึ้น เรื่องของการสูญเสียก็เป็น อย่างที่ว่านี้ กรุงเทพมหานครก็จะเป็นพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นมาก มีการใช้รถใช้ถนน มากอย่างที่ทุกคนเห็นอยู่แล้ว เราจะมีปัญหาเรื่องของอุบัติเหตุสูง ก็เนื่องมาจาก ๒ เรื่องด้วยกัน คือมีคนใช้รถใช้ถนนมาก เรามีทางร่วมทางแยกมาก แล้วผู้ที่ใช้รถใช้ถนนส่วนใหญ่ก็มักจะไม่ปฏิบัติตามกฎจราจร ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งก็คือไม่มีวินัย ไม่มีวัฒนธรรมในการใช้รถใช้ถนน เมื่อท่านถามว่า รัฐบาลจะมีแนวทางอย่างไร กระผมก็เรียนย้ำอีกทีว่า ๑ เรื่องที่สามารถเรียนท่าน ได้เลย รัฐบาลนี้ถือว่าอุบัติภัยทางถนนเป็นวาระสำคัญ นโยบายของรัฐบาลนี้โดยท่าน นายกรัฐมนตรี ได้กำหนดให้มีการดำเนินการเรื่องของอุบัติเหตุทางถนนไม่ใช่เฉพาะช่วง เทศกาลสำคัญ แต่ให้ทำตลอดปี นโยบายเรื่องแรก ทำอย่างไรทำตามมาตรการที่มีอยู่ ทั้งการที่จะสร้างให้คนมีวินัยกับบังคับใช้กฎหมาย แล้วทำอย่างไร ทำลงไปในพื้นที่ ใครมีส่วนเกี่ยวข้องบ้าง ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต้องมีส่วนในการดำเนินการในเรื่องนี้ทั้งสิ้น อันนี้ผมเรียนว่ามีอยู่แล้วในการดำเนินการ แต่ขอย้อนกลับไปว่า ถ้าสังคมเรานึกว่าเราจะต้อง จับให้ได้แล้วลงโทษให้ได้ ผมเรียนย้ำเราทำได้ส่วนเดียวเท่านั้น เพราะยังมีคนอีกหลายส่วน ที่เขาทำแล้วเราไปจับไม่ได้ อาจจะช่วงใดเวลาหนึ่งเขาขับรถเร็ว เขาขับรถผิดกฎจราจร ที่ไม่น่าทำ แต่มันไม่เกิดอุบัติเหตุแต่เขาทำ เราก็ไม่ได้จับ วัฒนธรรมของคนใช้รถใช้ถนน มันก็จะเพี้ยนไปอย่างนี้ตลอด แล้ววันหนึ่งเขาก็ทำให้เกิดอุบัติเหตุและมีการสูญเสีย มีคนตาย เพราะฉะนั้นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งสังคมนี้ต้องทำ เป็นโอกาสเดียวเป็นโอกาสที่ดีที่สุด ที่ท่านผู้ถามกระทู้ได้เรียนเสนอแนะสังคมแล้วว่า จะต้องใช้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ความสูญเสีย ที่ยิ่งใหญ่ที่เกิดขึ้นกับครอบครัวคุณหมอกระต่ายมาทำให้สังคมเราเปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้น ผมเรียนย้ำว่า รัฐบาลมีการทำ แต่ถ้าสังคมไม่ทำ ผมอาจจะเรียนท่านได้ว่าไม่มีทางสำเร็จ ท่านคิดว่ารัฐบาลจะออกกฎหมายอย่างไร เอาตำรวจไปจับกี่คน กี่ที่ กี่ทางม้าลาย จึงจะทำให้ คนพวกนี้ไม่ทำผิดกฎจราจร จะขับรถโดยมีวินัยเป็นไปไม่ได้ ผมเรียนว่าสังคมใดจะดี คนในสังคมนั้นต้องดี โดยรวมจะมีคนฝ่าฝืน นั่นล่ะค่อยไปจัดการคนฝ่าฝืน แต่ถ้าคนในสังคม ใช้รถใช้ถนนอย่างที่เป็น ผมว่าโอกาสยากแต่ก็ไม่ย่อท้อที่จะทำ เรามีโครงการที่จะต้องมี ความปลอดภัยทางถนนตลอดปีทุกพื้นที่จะลดด่านลงบ้าง เราจะโหมในช่วงเทศกาล ในช่วงอื่นลดด่านลงบ้าง แต่มาตรการก็พยายามเข้มข้นในการที่จะบังคับใช้กฎหมาย แต่เรียนนะครับ ใช้คน ใช้เครื่องมือไปคอยจับ จะไม่ช่วยในเรื่องนี้ ต้องทำให้คนในสังคม ตระหนัก ท่านได้เสนอสิ่งที่มีคุณค่ามาตั้งแต่เริ่มคำถาม ข้อ ๒ ท่านบอกท่านจะทำให้เยาวชน อันนั้นละครับคือสิ่งที่เริ่มต้น หรืออาจจะพูดได้ว่าท่านพยายามจะไปเปลี่ยนแปลงคนที่โตแล้ว โดยให้เด็กไปช่วยสอน ก็เป็นหัวใจเหมือนกันเพราะคนพวกนี้ในการถอดบทเรียนครั้งนี้ จะต้องทำอย่างไรให้คนตระหนักว่า เขาใช้รถใช้ถนนแบบนี้ไม่ได้ เขาเคยรู้ไหมว่าความเร็ว ที่เขาขับไป ๗๐ กิโลเมตรไม่เกินกฎหมาย แต่ถ้ามีคนโผล่มาเขาเบรกไม่ทัน แน่นอนอันนี้ เป็นสิ่งที่เขาต้องตระหนัก ในกฎหมายเขียนไว้เขาต้องชะลอ โทษแค่ปรับ แต่ถ้ามีคน ถึงแก่ชีวิตต้องติดคุก ผมก็หวังเป็นอย่างยิ่งตอนนี้ว่าใช้กฎหมายที่มีให้ศักดิ์สิทธิ์ที่สุด แล้วสร้าง กระแสให้คนรู้ว่าสิ่งที่ท่านทำนี่ผิดกฎหมาย ท่านขับรถเร็วผิดแล้ว ท่านดื่มสุราขับรถผิดแล้ว และโทษติดคุก ขอให้เขาตระหนักก่อนแล้วเขาต้องพยายามที่จะใช้รถใช้ถนนที่ดี ในช่วงนี้ ก็อาจจะต้องหามาตรการทำให้คนที่ขับรถทั้งหมดได้มีความรู้ในเรื่องนี้อย่างแท้จริง มันจึงจะ สร้างความปลอดภัยได้ ผมตอบสรุปข้อนี้ว่ารัฐบาลมีหมด เราพยายามจะปรับมาตรการ หน่วยงานที่ประชุมกันพยายามจะกลับไปแก้กฎหมายตัวเอง ท่านก็จะเห็นหลายอัน มีการตัดแต้มตัดอะไร แต่ว่ามันเป็นการบังคับใช้กฎหมาย จะให้คนดี แต่ผมอยากบอกว่า จะทำให้คนดีจะต้องมีมาตรการอย่างอื่นที่ท่านได้กรุณาเรียนแล้วว่า ไปสอนเด็กไหม ไปทำให้สังคมตระหนักไหม อันนี้ผมชอบในสิ่งนี้ ที่มันจะทำให้สังคมส่วนรวม โดยพื้นดี จะเหลือแต่คนที่ต้องบังคับใช้กฎหมายเท่านั้นที่เราจะต้องไปคอยจับ อย่างนี้ มันถึงจะลดได้ ก็รับว่าในเรื่องนี้ต้องถอดบทเรียนตามที่ท่านได้เสนอแนวคิดมา แล้วต้องละเอียด ทำอย่างไรที่ต้องไปทำให้คนพวกนี้ดีขึ้น คือใช้รถใช้ถนนตามกฎจราจร มีวินัย มีวัฒนธรรมการใช้รถใช้ถนนที่ดี ก็เรียนว่ารัฐบาลมีแนวทางที่ทำ แล้วก็คงจะถือโอกาส อันยิ่งใหญ่นี้ทำให้เกิดขึ้นในสังคมเรา🔗
ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ท่าน ส.ส. มีอะไรจะถามเพิ่มเติมไหมครับ เชิญครับ🔗
ดิฉัน สุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตภาษีเจริญ ตลิ่งชัน ๔ แขวง กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันได้ฟังท่านรัฐมนตรีได้พูดมา ๒ คำถาม ที่ดิฉัน ได้ตอบไป ดิฉันเชื่อข่าวว่าพี่น้องประชาชนคนไทยของเราที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย เป็นผู้ที่มีวินัย และเป็นผู้ที่พร้อมจะให้ความร่วมมือในการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น อย่างแน่นอน ดิฉันยกตัวอย่าง จากเหตุการณ์วิกฤติของการแพร่ระบาดของโควิด (COVID) ที่ผ่านมา หลายประเทศในโลกใบนี้มีการต่อต้านการฉีดวัคซีน แต่คนไทยไม่มีค่ะ ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ดิฉันก็เชื่อว่า การถอดบทเรียนครั้งนี้ จะสร้างความเปลี่ยนแปลง และดิฉันไม่ห่วงพี่น้องประชาชนค่ะว่า จะไม่ให้ความร่วมมือ และไม่มีวินัยในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ แต่สิ่งที่ดิฉันอยากจะบอกว่า ท่านที่อยู่ข้างบน ท่านผู้มีอำนาจทั้งหลาย ซึ่งตัวท่านเองนั่นล่ะต้องเป็นต้นแบบ ต้องเป็นต้นฉบับในการ ใช้รถใช้ถนน ท่านจะต้องไม่ใช้อำนาจที่ท่านมีอยู่ในมือในการเดินรถเดินถนน ดิฉันไม่อยาก ก้าวล่วง แต่สิ่งนี้ไม่พูดไม่ได้ค่ะ บางครั้งรถเกิดการติดขัดอย่างมากมาย เกิดอุบัติเหตุ อย่างมากมายนั้นส่วนหนึ่งเกิดมาจากพวกท่าน เพราะฉะนั้นการใช้รถใช้ถนน ดิฉันอยากจะ บอกว่าขอให้ท่านเป็นต้นแบบให้กับพี่น้องประชาชนเสียก่อน ในการใช้รถใช้ถนนอย่างมีวินัย และปลอดภัย🔗
ท่านประธานคะ ดิฉันยังมีเวลาอยู่นะคะ ดิฉันขอเข้าสู่คำถามที่ ๓ นะคะว่า จากการใช้รถใช้ถนนที่มีปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยเฉพาะความบกพร่องของระบบนั้น โครงสร้างความปลอดภัยทางการจราจรของบ้านเรานั้น รวมถึงเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของการอบรมผู้ใช้รถใช้ถนน การใช้ทางม้าลาย กฎหมายหลักสูตรต่าง ๆ ที่เราจะออก ใบอนุญาตให้กับผู้ขับขี่ ดิฉันจึงอยากเพิ่มเติมตรงนี้ว่า การอบรมการให้ใบอนุญาต การขับขี่นั้น เราควรจะลงรายละเอียดในแต่ละประเภทของรถที่จะได้รับให้เข้มข้น ให้มากขึ้น โดยเฉพาะรถที่มี ซีซี (CC) มาก ๆ อย่างรถบิ๊กไบก์ (Big bike) ว่าการได้มาของรถ การได้ใบอนุญาตในการขับขี่และการควบคุมความเร็วนั้น ต้องบรรจุอยู่ในหลักสูตร ก่อนให้ใบอนุญาตในการขับขี่ และเข้มข้นในการตรวจสอบ ตลอดจนการใช้รถใช้ถนนนั้น หลักสูตรพิเศษที่ควรจะใส่ไว้ในการสอบใบอนุญาตขับขี่ ก็คือการแชร์ค่ะ การแชร์ ผิวถนน การแชร์ทางเดินเท้าให้กับพี่น้องประชาชนที่ใช้ทางเดินเท้าให้มากให้มีจิตสำนึก เหมือนกับคนไทยที่อยู่ประเทศไทย แล้วเราเดินทางไปต่างประเทศหลายท่านเคารพระเบียบ วินัยระบบการจราจรของต่างประเทศอย่างเคร่งครัด แต่ทำไมเมื่อกลับมาประเทศไทยแล้ว ท่านจึงไม่เคารพและใช้สิทธิอย่างนั้นที่ท่านอยู่ในต่างประเทศ ดิฉันจึงอยากจะถามคำถามที่ ๓ ว่า กรมการขนส่งทางบกมีเกณฑ์ในการอนุมัติใบอนุญาต ขับขี่ที่รัดกุมพอหรือยัง จะมีการประเมินและทบทวนเกณฑ์การให้ใบอนุญาตใบขับขี่หรือไม่ เพราะอุบัติเหตุจำนวนมากนั้นเกิดจากความไม่แม่นยำ และไม่เคารพกฎกติกามารยาท บนท้องถนนค่ะ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านอารัมภบทคือเรื่องโควิด (COVID) ก็อยากจะเรียนเป็นข้อมูลให้รัฐสภาแห่งนี้ทราบ เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่คณะกรรมการ ความปลอดภัยทางถนน ซึ่งทำงานร่วมกับทางองค์การสหประชาชาติ เราประชุมร่วมกัน คำถามนี้ก็เป็นคำถามที่สงสัยว่า ประเทศไทยเราอัตราการตายจากถนนสูงระดับต้นของโลก เฉลี่ยวันธรรมดา ๕๐ เทศกาลอาจจะ ๖๐ ทั้งหมดเขาบอกว่า มากกว่าสูญเสียจากโรคอื่น ๆ สรุปคนไทยกลัวโรค แต่ไม่กลัวอุบัติเหตุทางถนน อันนี้เป็นเรื่องจริงจากการประชุมว่า ทำไมคนไทยไม่ตระหนักเรื่องอุบัติเหตุทางถนนเลย ก็เป็นสิ่งที่เราไปใช้เป็นข้อมูลที่จะหาทาง แก้ปัญหาให้ได้เรื่องหนึ่ง🔗
ในเรื่องนี้ท่านพูดถึงเรื่องประเด็นของทำอย่างไรจะให้เกิดความปลอดภัย ทางถนนอย่างแท้จริง ท่านพูดมาประเด็นหนึ่งเรื่องของการใช้รถใช้ถนนที่กล่าวอ้างถึง ผู้ที่เป็นผู้ใหญ่ต้องทำตามกฎหมาย ถูกต้อง ทำผิดไม่ได้ แต่มีข้อยกเว้นเหมือนกันหรือไม่ ถ้ามีเหตุจำเป็นอันควร ผมขอยกตัวอย่างวันนี้เป็นต้น กระผมได้รับบัญชาให้มาตอบ กระผมทราบว่าที่เขาลังเลกันว่าจะทำ เขาเหลืออย่างเดียวผมจะมาทันไหม เพราะท่านรอง อนุทินท่านก็ติดงาน ท่านก็ขอเลื่อนจากวาระที่ ๒ เป็นวาระที่ ๓ ผมมานี่ใช้รถนำ รถนำตามกฎหมายไหม รถนำตามกฎหมาย แต่เขาพยายามที่จะอำนวยความสะดวก ให้เร็วที่สุดให้มาตอบท่านได้ ผมก็ไม่ได้อยากใช้ เมื่อมีเหตุจำเป็นอันควรก็ทำ แต่ทำให้เกิด ตามกฎหมายเท่านั้น ผมจะไม่ให้รถนำทำอะไรที่นอกกฎหมายหรือไม่มีมารยาท ก็เรียนท่าน คงตอบได้ว่าผมทำตามกฎหมาย แล้วก็พยายามที่จะไม่สร้างอะไรที่มันเป็นอภิสิทธิ์ เหนือกฎหมายกับสังคมนี้ แต่บางทีมันก็จำเป็น อย่างน้อยผมก็มาตอบท่านทันไม่ได้ขอเลื่อน🔗
ต่อไปในเรื่องสำคัญ ก็อยากจะเรียนชมท่านอีกว่า ท่านก็คิดได้ตรง กับที่คณะกรรมการเขาพยายามทำกันอยู่ ปัญหาว่าคนที่ได้ใบขับขี่มา เขาสามารถขับขี่ให้เกิด ความปลอดภัยบนท้องถนนได้ไหม เป็นคำถามที่ตั้งกันอยู่ แล้วพยายามที่จะแก้ว่าที่ท่าน ทำอยู่เดิม ท่านสอบ ๕๐ ข้อ มันทำให้คนขับรถดีหรือ เขาจอดชิดทางเท้า คำตอบของ พวกเราพูดกันในเชิงให้เห็นภาพว่า คนพวกนี้ทำให้รถไปข้างหน้า ข้างหลังได้เท่านั้น แต่ไม่ได้ มีจิตวิญญาณที่ท่านเรียก ไม่มีวัฒนธรรมการใช้รถใช้ถนน ไม่มีวินัยการใช้รถใช้ถนนที่ดีเลย มันต้องเรียนรู้อีกมาก การที่ได้ใบขับขี่เป็นสิ่งที่เราพยายามสรุปในที่ประชุมของ คณะกรรมการความปลอดภัยทางถนนให้กระทรวงที่เกี่ยวข้องแก้ในเรื่องของการ ได้ใบขับขี่มา ต้องแก้ ท่านจะอบรมยาวอย่างไรก็ได้ แต่คนใช้รถใช้ถนนสิ่งนี้ต้องเข้าไปอยู่ ในตัวเขา พยายามแก้อยู่ในขณะนี้ ในเรื่องนี้พยายามแก้มาก แล้วก็ตรงอย่างที่ท่านว่า ผมก็ยกตัวอย่างว่า ทำไมต่างประเทศทำได้ ทางองค์การสหประชาชาติที่ประชุมด้วย เขาบอกคนต่างประเทศที่อยู่ต่างประเทศขับรถดี แต่พอมาอยู่เมืองไทยขับรถเหมือนคนไทย เขาสรุปว่ากฎหมายบ้านเรา มาตรการบ้านเรา ไม่ทำให้คนสามารถจะขับรถดีมีวินัย มีวัฒนธรรมที่ดีได้สรุป คณะกรรมการความปลอดภัยทางถนนถึงพยายามแก้ในเรื่องนี้ แต่ยังไม่ได้อย่างใจครับ ทำคดีก็เป็นประมาท ขับรถเร็วมันก็จงใจแล้ว ไม่ประมาท ขับรถดื่มสุรามันก็จงใจแล้วต้องติดคุกอย่างเดียว เป็นข้าราชการเป็นใครก็ต้องติดคุก อุบัติเหตุมันจะหายไปเยอะ แต่ก็ยังเป็นความประมาทเลินเล่ออะไรอยู่อย่างทุกวันนี้ เราพยายามที่จะแก้ ขอให้แก้การสอบใบขับขี่นี่ต้องแก้ ก็อยู่ในระหว่างดำเนินการอยู่ ในขณะนี้ว่าจะทำอย่างไร ใบขับขี่ที่ออกมาจึงจะศักดิ์สิทธิ์ว่า เขานี่เป็นคนที่สามารถทำให้เกิด ความปลอดภัยทางถนนได้ เรียนว่าทำอยู่ ผมเรียนท่านว่าตรงวัฒนธรรมที่ว่านี้ เกี่ยวหมดจะใช้ผิวถนนอย่างไร ผิวจราจรอย่างไร ของเขามีอยู่ทั้งหมดอยู่แล้วว่า เราพยายาม จะทำอยู่ในขณะนี้ แต่เรียนย้ำว่าบ้านเมืองเราเวลามีอะไรก็มักจะพูดว่า ก็ทำไปแค่ ชั่วครู่ชั่วยาม ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าคนไทยทุกคนทั้งหมดจะตระหนัก ในขณะนี้ไม่ต้องรู้อะไร ก็ขับรถให้อยู่ในระเบียบวินัยในกฎจราจร เขามีอยู่แล้วทางร่วมทางแยก อย่างที่ท่านพูด ผมอ่านกฎหมายมา เขาก็บอกชัดเจนว่า ทางคับขันต้องเบารถ วิ่งเข้าไปสู่ทางม้าลาย แล้วไม่ได้เบารถเลย แล้วจะให้ใครไปนั่งจับมันถึงจะได้ มันต้องสร้างให้เขาเป็นให้ได้ เราคงไม่ย่อท้อที่จะทำ คงจะเป็นโอกาสอันดีที่เราจะต้องรณรงค์เรื่องนี้ให้คนเห็นว่า ที่ท่านทำ ไปให้รถวิ่งไปข้างหน้า หรือถอยหลังได้นี่ไม่ใช่การขับรถที่ดี ท่านจะต้องมีจิตวิญญาณ มีวินัย มีวัฒนธรรมในการใช้รถจึงจะแก้ปัญหาได้ ทุกคน ใครที่ทำให้เกิดโอกาสมันก็จะเกิดโอกาส ที่เกิดกับคนใดคนหนึ่งได้ เช่น เกิดกับครอบครัวคุณหมอกระต่าย เป็นต้น มันก็จะเกิด เพราะฉะนั้นทุกคนต้องช่วยกัน รัฐบาลมีความตั้งใจเต็มที่ กระผมเองฟังท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติแล้ว กระผมอยากจะเรียนเชิญเวลาประชุมเรื่องคณะกรรมการปลอดภัยทางถนน ท่านก็ลองไปนั่งฟังเขาดู เผื่อท่านจะช่วยผลักดันให้เขาแก้กฎหมายเข้ามาในรัฐสภาแห่งนี้ ได้ว่าถ้าคนทำผิดอย่างนี้ไม่ได้นะ ต้องติดคุกนะ ไม่มีทาง เป็นต้น แล้วถ้าเขาทำอย่างนี้ ต้องเป็นอย่างนี้ เราอยากแก้หมด ใบขับขี่เราก็อยากแก้ เราอยากให้เรียนตั้งแต่เด็กมา ผมไม่อยากให้สอบใบขับขี่ ๕๐ ข้อ แล้วก็ไปจอดที่ฟุตพาท (Footpath) แล้วคือผ่าน ไม่ใช่ ต้องมีหลักสูตรอะไรสักอย่างหนึ่งที่ทำ พยายามจะผลักดันอยู่ในขณะนี้คำตอบว่า สรุปตรงนี้ว่าเราถอดบทเรียนมาโดยตลอด อุบัติเหตุมีอะไรบ้าง คณะกรรมการทั้งหมด พยายามที่จะหาทางแก้มาตรการ แก้กฎหมายอยู่ อาจจะไม่ค่อยได้อย่างใจคณะกรรมการนัก แต่ก็พยายามที่จะทำอยู่ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าโอกาสครั้งนี้คงจะผลักดันให้ส่วนเกี่ยวข้อง ได้ตระหนักแล้วก็พยายามแก้กฎหมาย แก้มาตรการทำให้เกิดความปลอดภัยให้ได้ในพื้นที่ ประเทศเรา ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน🔗
เชิญ ท่านสุภาภรณ์ครับ กระทู้นี้ใช้เวลาเกินมาพอสมควรแล้ว🔗
ดิฉันจะขอฝากนิดเดียวค่ะ ท่านประธาน เพราะว่าเวลาในส่วนของดิฉันยังพอมีเหลืออยู่นะคะ🔗
คือเวลานี่ หมายถึงว่ารวมทั้งหมดนี่คือรวมไม่เกิน ๓๐ นาที🔗
ไม่ได้ถามค่ะท่านประธาน จะขอฝากนิดเดียวเพื่อให้เกิดประโยชน์ค่ะ🔗
เชิญครับ🔗
ดิฉันต้องขอขอบคุณ ทางท่านประธานที่ให้โอกาสดิฉันได้ฝากนะคะ แล้วก็ต้องขอขอบคุณทางท่านรัฐมนตรีค่ะ ที่ท่านได้มาตอบคำถาม และหวังว่าคำถามที่ดิฉันถามไปนั้นจะเป็นประโยชน์อย่างใหญ่หลวง แล้วดิฉันยินดีให้ความร่วมมือกับท่านนะคะ ที่ท่านได้กล่าวมาเมื่อสักครู่นี้ค่ะ ดิฉัน อยากจะบอกว่าจุดที่จะเริ่มต้นได้นั้น ดิฉันอยากให้เริ่มต้นจากข้าราชการ ซึ่งในประเทศไทยนั้น มีอยู่มากกว่า ๒ ล้านคนที่จะเป็นต้นแบบที่ดีให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อให้เกิดการสร้างระบบ แห่งความปลอดภัยค่ะ เกิดเซฟ ซิสเท็ม (Safe system) ที่เป็นหลักประกันให้กับสังคม มากกว่าการสั่งการแบบเดิม ๆ และสุดท้ายดิฉันอยากจะย้ำว่า หมอกระต่ายต้องไม่ตายฟรี คดีต้องไม่เป็นไฟไหม้ฟาง และชีวิตหมอกระต่ายต้องแลกด้วยความปลอดภัยทางการจราจร กราบขอบพระคุณค่ะ ท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ก็ถือว่าจบการถามตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจาของท่าน ส.ส. สุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา ขอชี้แจงนิดหนึ่งครับว่า เวลาในการใช้ถามตอบกระทู้ทั้งฝ่ายถาม ฝ่ายตอบ ใช้เวลาให้จบ ภายใน ๓๐ นาที ถัวเฉลี่ยกันได้ระหว่างผู้ถามกับผู้ตอบ ไม่ได้ว่าฝ่ายถามหรือฝ่ายตอบจะใช้ เวลาคนละ ๑๕ นาทีเป๊ะเลยคงไม่ใช่ แต่เมื่อสักครู่นี้ท่านรัฐมนตรีตอบเลยเวลาไปถึง ๘ นาที แต่ว่าผมเห็นว่าเป็นการตอบที่มีประโยชน์ มีความสำคัญ ก็เลยปล่อยให้ทางท่าน รัฐมนตรีได้ชี้แจง ให้ท่านผู้ถามได้เข้าใจ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่กรุณาให้เกียรติกับทางสภาของพวกเรา🔗
ต่อไปเป็นกระทู้ถามสดด้วยวาจาที่ ๑.๑.๓ ของท่าน ส.ส. ศุภชัย ใจสมุทร ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข🔗
ขณะนี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข คือ ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ได้มาพร้อมตอบแล้ว เชิญท่านศุภชัย ใจสมุทร ถามครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย กระผมได้รับมอบหมายจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคภูมิใจไทยทุกคน ให้เป็นตัวแทน ในการมาตั้งกระทู้ถามสดต่อท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านประธานที่เคารพครับ จากการที่คณะกรรมการควบคุมยาเสพติดได้มีการเสนอ ร่างประกาศกำหนดชื่อยาเสพติดให้โทษประเภท ๕ เข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด หรือคณะกรรมการ ป.ป.ส. โดยมีสาระสำคัญคือ ไม่มีกำหนดให้ กัญชาเป็นยาเสพติดให้โทษ แต่ยังคงกำหนดให้สารสกัดจากทุกส่วนของพืชกัญชา กัญชง ที่มีปริมาณสารทีเอชซี (THC) เกินกว่า ๐.๒ เปอร์เซ็นต์ของน้ำหนักเป็นยาเสพติด และคณะกรรมการ ป.ป.ส. ก็ได้มีมติเห็นชอบกับประกาศฉบับนี้ซึ่งจะส่งผลให้พืชกัญชา กัญชงไม่เป็นยาเสพติดอีกต่อไป จากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ได้รับความสนใจจากประชาชน ทั่วไปอย่างมาก ได้รับความชื่นชมจากประชาชนที่เฝ้ารอจะใช้ประโยชน์จากพืชกัญชา กัญชง เพื่อรักษาผู้ป่วย ดูแลสุขภาพตัวเอง และเป็นโอกาสในการสร้างอาชีพใหม่อย่างถูกต้อง ตามกฎหมาย ในขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่าได้รับการวิพากษ์วิจารณ์และความห่วงใยจาก ประชาชน รวมถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐว่า จะมีการนำกัญชา กัญชงไปใช้ในทางผิดกฎหมาย หรือไม่ เกรงจะเกิดผลกระทบทางสังคม ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือเหตุผลอันจำเป็น ที่ผมจึงต้องตั้งกระทู้ถามท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะที่ท่านเป็นผู้มีอำนาจตามกฎหมายลงนามในประกาศฉบับดังกล่าวนั้น ซึ่งมีสาระสำคัญ ที่สุดก็คือ การปลดกัญชาออกจากยาเสพติดให้โทษประเภท ๕ ท่านประธานครับ เพื่อให้การตอบกระทู้ของท่านรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้ดำเนินการไปโดยไม่สะดุด ผมจึงขออนุญาตต่อท่านประธานว่า ผมจะตั้งคำถาม ๓ คำถามของผมไปทีเดียว แล้วหลังจากนั้นให้ท่านรัฐมนตรีได้ตอบเลย ผมมีคำถามที่ถามท่านรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ดังนี้🔗
คำถามแรกคือ ๑. เหตุผลของการปลดกัญชาออกจากการเป็นยาเสพติด ให้โทษประเภท ๕ คืออะไร หลังจากที่มีประกาศมีผลบังคับใช้แล้ว ประชาชนจะนำ กัญชา กัญชงไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างไร การรักษาอาการป่วยของตนเอง การดูแลสุขภาพของตนเอง จะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะไม่ถูกจับกุมดำเนินคดีเช่นที่ผ่านมา และประชาชนที่จะปลูก ผลิตสินค้าที่มีส่วนผสมของกัญชา กัญชง จะสามารถทำได้หรือไม่ จะต้องปฏิบัติอย่างไรเมื่อกัญชา กัญชง ไม่ใช่ยาเสพติดแล้ว🔗
คำถามข้อที่ ๒ ก็คือการมีเงื่อนไขให้ประกาศกำหนดชื่อยาเสพติดให้โทษ ประเภท ๕ ฉบับนี้ จะมีผลบังคับใช้หลังจากประกาศแล้ว ๑๒๐ วัน เหตุใดจึงต้องมีเงื่อนไข ดังกล่าว จะสามารถให้มีผลบังคับใช้ให้เร็วขึ้นได้หรือไม่ หรือจะมีเหตุใดที่ทำให้มีการขยาย เวลาออกไปหรือไม่🔗
๓. ข้อมูลทางวิชาการระบุว่ากัญชา กัญชงมีประโยชน์มาก แต่ก็มีส่วน ที่เป็นโทษเช่นเดียวกัน รัฐบาลมีมาตรการที่จะควบคุมการใช้กัญชาในทางที่เป็นโทษ ต่อประชาชนและเยาวชนเพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบเป็นปัญหาสังคม และมีมาตรการป้องกัน การลักลอบนำเข้า ส่งออกกัญชา กัญชง ที่มีการนำเข้าไปใช้ในทางที่เป็นโทษอย่างไร ตามที่นักวิชาการและเจ้าหน้าที่ของรัฐบางหน่วย เช่น ป.ป.ส. มีความห่วงใยอย่างไรบ้าง🔗
จึงขอเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุข ขอให้ท่านตอบทั้ง ๓ คำถามเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ และเข้าใจภาพรวม ของการเปลี่ยนแปลงอันเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ครั้งนี้ของประเทศ คือการปลดกัญชา ออกจากบัญชียาเสพติด และแนวทางที่ประชาชนจะสามารถไปปฏิบัติได้อย่างชัดเจน จึงขออนุญาตถามท่านตามคำถามทั้ง ๓ คำถามนี้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญรัฐมนตรี ตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอนุทิน ชาญวีรกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุข ขออนุญาตมาตอบคำถามซึ่งทางท่านผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติจาก พรรคภูมิใจไทย ท่านศุภชัย ใจสมุทร ได้ถามทั้ง ๓ ข้อเป็นกระทู้ถามสดสำหรับวันนี้ วันนี้ต้อง ขออนุญาตใช้เวลาตอบทั้ง ๓ คำถามแล้วก็จะพยายามให้จบก่อนเวลาที่ได้กำหนดไว้🔗
สำหรับคำถามแรก ที่ท่านถามว่าเหตุผลของการปลดกัญชาออกจากการเป็น ยาเสพติดให้โทษประเภท ๕ คืออะไรบ้าง หลังจากมีผลบังคับใช้แล้วประชาชนจะต้องทำ อย่างไร จะมีการจับกุมดำเนินคดีโดยเจ้าหน้าที่บ้านเมืองหรือไม่ และสามารถที่จะเสริมสร้าง รายได้ให้กับตัวพวกเขาเองอย่างไร ขออนุญาตตอบกระทู้ของท่านสมาชิกดังนี้คำตอบก็คือ มีเหตุผลและมีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องทำการปลดปล่อยคำว่า กัญชาเป็น ยาเสพติดให้โทษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเภทที่ ๕ ตามที่ระบุไว้ในบัญชีรายชื่อยาเสพติด ทั้งนี้ไม่มีเหตุผลอื่น นอกจากเป็นการตอบสนองต่อความต้องการของพี่น้องประชาชน ซึ่งรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้รับทราบความต้องการของพี่น้องประชาชน ในเรื่องของกัญชาเป็นอย่างดี ท่านจึงได้บรรจุไว้เป็นนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลชุดนี้ และได้มี การแถลง ณ สภาแห่งนี้เมื่อปี ๒๕๖๒ นโยบายเร่งด่วนเรื่องกัญชา กัญชง อยู่ในข้อ ๔ จากทั้งหมด ๑๒ ข้อ ซึ่งกำหนดให้การให้ความช่วยเหลือเกษตรกรและพัฒนานวัตกรรม ซึ่งเป็นนโยบายในการต่อยอดภูมิปัญญาและความรู้ของปราชญ์ชาวบ้านในการสร้าง นวัตกรรมผลิตภัณฑ์เกษตรแปรรูป รวมทั้งเร่งศึกษาวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการใช้ กัญชา กัญชง และพืชสมุนไพรในทางการแพทย์ เพื่อการอุตสาหกรรมทางการแพทย์ และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ และการสร้างรายได้ให้กับพี่น้อง ประชาชน โดยรัฐจะกำหนดกลไกการดำเนินงานที่รัดกุม ไม่ให้เกิดผลเสียและไม่ให้เกิด ผลกระทบทางสังคมตามเจตนารมณ์ของการผลักดันนโยบายกัญชาเสรีทางการแพทย์🔗
ในเรื่องของการดำเนินคดีนั้น นี่คือเหตุผลที่เราจะต้องเร่งมีการออก พระราชบัญญัติกัญชงและกัญชา เพื่อให้เกิดความชัดเจนและสามารถนำไปปฏิบัติได้ เพราะว่าปัจจุบันนี้มีการตีความอยู่ ๒ ประเภท ๒ จำพวก ผู้ที่เป็นผู้ออกกฎหมายก็จะ ตีความว่า ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๖๔ มีผลบังคับใช้แล้ว ถือเป็นกฎหมาย มีศักดิ์และสิทธิเหนือกว่าประกาศใด ๆ ฉบับอื่น ๆ ผู้ที่ใช้กฎหมายก็ยังบอกว่า มันคล้าย ๆ กับว่ามันมีบทเฉพาะกาลอยู่ เพราะว่าประกาศของกระทรวงสาธารณสุข ที่ยังใช้อยู่ในปัจจุบันคือ ยส. ๕ ยังระบุ มีคำว่า กัญชา อยู่ แต่จากการประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ส. เมื่อวานซืนนี้ทุกท่านคงได้ทราบจากข่าวแล้วว่า คณะกรรมการ ป.ป.ส. มีมติเห็นชอบ ร่างของกระทวงสาธารณสุขฉบับใหม่ ซึ่งไม่มีคำว่า กัญชา อีกต่อไป เพราะฉะนั้นถ้ามี การตีความว่า ประกาศกระทรวงสาธารณสุข ยส. ๕ นี้ มีความสอดคล้องกับเจตนารมณ์ ประมวลกฎหมายอาญาเสพติดฉบับที่มีผลบังคับใช้ในปัจจุบันคือ ฉบับปี ๒๕๖๔ ก็จะตีความ ว่ากัญชาเป็นเสรีแล้ว แต่ถ้ายังมีความกังวลว่ายังไม่มีการระบุที่ชัดเจนว่าจะทำการควบคุม อย่างไร เจ้าหน้าที่ของรัฐก็ต้องใช้ดุลยพินิจ แต่ก็อาจจะเกิดข้อสงสัย ข้อกังขาหรือนำไปสู่ การเรียกร้องหาความยุติธรรมจากพี่น้องประชาชนว่า จะมีการใช้อำนาจการจับกุม การควบคุมนอกเหนือจากที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติประมวลกฎหมายยาเสพติด ปี ๒๕๖๔ หรือไม่ แต่ว่าอย่างไรก็ตามก็จะแก้ปัญหานี้โดยการนำเสนอร่างพระราชบัญญัติ กัญชง กัญชา ซึ่งทางพรรคภูมิใจไทยได้ร่วมกับพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากทุกพรรค ต้องขอกราบขอบพระคุณพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากทุกพรรคการเมือง ไม่ว่าจะเป็น ฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านที่หลายท่านได้ร่วมลงนามให้มีการเสนอ พ.ร.บ. กัญชง กัญชานี้ และได้ทำการยื่นต่อท่านประธานรัฐสภา ท่านชวน หลีกภัย ไปแล้ว เมื่อบ่ายวานนี้ครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องของประมวลกฎหมายอาญาเสพติด มีผลบังคับใช้ไปแล้วเมื่อ วันที่ ๙ ธันวาคมปีที่แล้ว ซึ่งยกเลิก พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ ฉบับปี ๒๕๒๒ รวมถึงฉบับ แก้ไขเพิ่มเติม ทั้งนี้ตามมาตรา ๒๙ (๕) แห่งประมวลกฎหมายอาญายาเสพติด บัญญัติให้ ยาเสพติดให้โทษประเภท ๕ หมายถึงยาเสพติดให้โทษที่มิได้เข้าอยู่ในประเภท ๑ ถึง ประเภท ๔ เช่น พืชฝิ่น โดยไม่มีการกำหนดพืชกัญชาเป็นยาเสพติดประเภท ๑ อีกต่อไป อย่างไรก็ตามเพื่อให้มีการนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ทั้งแผนไทย แผนปัจจุบัน และส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนได้ใช้กัญญาเพื่อดูแลรักษาสุขภาพตนเอง สร้างรายได้ มีการคุ้มครองผู้บริโภคและผู้ป่วยให้ได้รับยาที่มีประสิทธิภาพ มีความปลอดภัยต่อสุขภาพ สามารถเข้าถึงการใช้กัญชาทางการแพทย์ทุกแผนได้ ไม่ว่าจะเป็นแผนไทยหรือแผนปัจจุบัน เราสามารถนำภูมิปัญญาและความรู้ทางการแพทย์แผนไทย เพื่อดูแลสุขภาพตนเองได้ อย่างเป็นองค์รวมลดภาระความแออัดในสถานพยาบาล ลดปัญหาการใช้กัญชาแบบใต้ดิน ผิดกฎหมายนอกจากนี้ยังเป็นการลดการพึ่งพาการนำเข้ายากัญชาจากต่างประเทศ และจะ มีการสนับสนุนให้เกิดการศึกษาวิจัยเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ พัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ ต่าง ๆ ได้อีกมากมาย เช่น เป็นสมุนไพร เป็นอาหารเสริม เป็นเครื่องสำอาง เป็นผลิตภัณฑ์ สุขภาพต่าง ๆ และจะมีการเปิดโอกาสให้มีการผลิตกัญชงในทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมอื่น ๆ เช่น เส้นใย สิ่งทอ วัสดุก่อสร้าง เครื่องแต่งกาย ซึ่งที่ผ่านมาขอกราบเรียนให้ท่านประธาน และพี่น้องสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ตลอดจนประชาชนทุกท่านได้ทราบว่า เรามีการตื่นตัวในการ ใช้ประโยชน์จากพืชกัญชา กัญชงเป็นอย่างมากครับ มูลค่าทางเศรษฐกิจเป็นจำนวน หลายหมื่นล้านบาท มีการขออนุญาตในการนำส่วนประกอบของพืชกัญชง กัญชา มาเป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้า ผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างมากมาย ซึ่งจะเป็นประโยชน์ ในการที่จะเสริมสร้างรายได้ให้กับทั้งประชาชนทั่วไป พี่น้องเกษตรกร ผู้ประกอบการ และผู้บริโภคที่จะได้มีทางเลือกในการดูแลรักษาสุขภาพตัวเองได้อย่างมากขึ้น ทั้งหมด ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้ รัฐบาลฟังเสียงจากพี่น้องประชาชน ฟังเสียงจากสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นตัวแทนของปวงชนชาวไทย จึงได้กำหนดมาเป็นนโยบาย ของรัฐบาลและเร่งดำเนินการปฏิบัติ จนถึงวันนี้ถึงแม้ว่าจะเป็นนโยบายเร่งด่วน เราก็ดำเนิน นโยบายทุกอย่างด้วยความระมัดระวัง ใช้เวลา ๒ ปีกว่า ๆ จนเราสามารถที่จะปลดคำว่า กัญชา ออกจากการเป็นยาเสพติดได้ และมีการนำเสนอพระราชบัญญัติพืชกัญชง กัญชา เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรและรัฐสภา ได้กรุณาพิจารณาสร้างคุณประโยชน์ให้กับ พี่น้องประชาชนของพวกเราต่อไป🔗
คำถามที่ ๒ ที่ท่านศุภชัยได้ถามคือ การมีเงื่อนไขให้ประกาศกำหนดชื่อ ยาเสพติดให้โทษประเภท ๕ จะมีผลบังคับใช้หลังจากประกาศแล้ว ๑๒๐ วัน เหตุใด จึงต้องมีเงื่อนไขดังกล่าว ผมได้ตอบไปแล้วว่า เราต้องการจะสร้างกลไกควบคุม การใช้กัญชา กัญชงในทางที่เป็นโทษ เพราะว่าเราไม่ต้องการให้มีการตีความครับ ผู้ใช้กฎหมายก็ยังสามารถที่จะตีความโดยอ้างสิ่งที่คล้ายกับบทเฉพาะกาล ผู้ที่เป็นประชาชน ทั่วไปก็บอกว่า ในเมื่อปลดแล้วทำไมไม่ให้เขาใช้เลย เพื่อให้เกิดความชัดเจนในที่ประชุม คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. ท่านประธานในที่ประชุม ก็ได้กรุณาให้แนวทางว่า เร่งออกกฎหมายเสีย ใช้เวลาอีก ๑๒๐ วัน กฎหมายนี้ได้รับ การสนับสนุนอย่างล้นหลามจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประมวลกฎหมาย พ.ร.บ. ยาเสพติด ปี พ.ศ. ๒๕๖๔ พวกเราลงคะแนนถึง ๔๖๗ คะแนนต่อ ๐ เพราะฉะนั้น เราก็มั่นใจว่า นี่คือสิ่งที่พวกเราในฐานะผู้แทนของปวงชนชาวไทยจะได้ทำประโยชน์ ให้กับพี่น้องประชาชน แล้วก็มีความมั่นใจว่ากฎหมายพระราชบัญญัติกัญชง กัญชา ก็จะได้รับการสนับสนุนจากพี่น้องสมาชิกรัฐสภาให้เกิดประโยชน์สูงสุด และนำมามีผลบังคับใช้ โดยเร็วที่สุด เพื่อประโยชน์สูงสุดจะได้บังเกิดแก่พี่น้องประชาชนในทุกภาคส่วนต่อไป ผมก็ขออนุญาตกราบขอความร่วมมือ ความสนับสนุนจากสมาชิกรัฐสภาทั้ง ๒ สภา ผู้ทรงเกียรติทุกท่านด้วย เพื่อประโยชน์ของประชาชนเท่านั้นครับ🔗
คำถามสุดท้าย ที่เป็นกระทู้จากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของ พรรคภูมิใจไทย ท่านได้ตั้งกระทู้ว่าข้อมูลทางวิชาการระบุว่า กัญชา กัญชงมีประโยชน์มาก แต่ส่วนที่เป็นโทษก็มีเช่นกัน รัฐบาลมีมาตรการที่จะควบคุมการใช้กัญชาในทางที่เป็นโทษ ต่อประชาชนและเยาวชน เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบเป็นปัญหาสังคมต่อไปอย่างไร แน่นอนครับ รัฐบาล หรือแม้กระทั่งตัวผมเองซึ่งเป็นผู้ผลักดันนำเสนอนโยบายกัญชง กัญชานี้ ไม่ได้ มีความคิดแม้แต่นิดเดียวที่จะทำให้พืชกัญชง กัญชาถูกใช้ในเชิงที่เป็นโทษ เป็นปัญหา ต่อสังคม เรานำแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์ และเราจะต้องกำจัดที่สิ่งที่เป็นโทษ ควบคุมไม่ให้เกิดขึ้น มาตรการต่าง ๆ ก็จะระบุอยู่ในร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง ที่เพิ่งได้นำเสนอต่อ ท่านประธานรัฐสภาไปเมื่อวานนี้เป็นการเฉพาะเลยว่า จะให้ควบคุมทั้งพืชกัญชา กัญชง ให้อยู่ในแนวพืชสมุนไพร เป็นพืชที่ถูกนำมาใช้สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ สาระสำคัญ มีอยู่ ๕-๖ ข้อ ผมจะสรุปเร็ว ๆ ก็คือส่งเสริมให้เป็นพืชทางเศรษฐกิจวิจัย พัฒนา ปลูกเพื่อดูแลสุขภาพตนเอง ปลูกเพื่อการปรุงยาของแพทย์แผนไทย แพทย์แผนปัจจุบัน กำหนดมาตรการกำกับดูแลการผลิต นำเข้า ส่งออก การจำหน่าย ทั้งในรูปแบบของการ จดแจ้งและการขออนุญาต กำกับให้มีการใช้ในบุคคลกลุ่มเสี่ยง บุคคลอายุน้อยกว่า ๒๐ ปี อาจจะยังเข้าไม่ถึง สตรีมีครรภ์ สตรีให้นมบุตร หรือผู้ที่มีโรคประจำตัวต่าง ๆ ที่อาจจะเกิด อาการแพ้ต่อการใช้สารสกัดจากกัญชาหรือพืชกัญชา กัญชง และกำหนดแนวทางการใช้ กัญชาให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ให้เป็นไปตามข้อตกลงที่รัฐบาลได้มีไว้กับองค์กร ระหว่างประเทศ สนธิสัญญาต่าง ๆ อนุสัญญาต่าง ๆ เราจะอยู่ในเฟรม (Frame) ในกรอบ ที่เราสามารถนำมาใช้ได้ แล้วได้มีการระบุไว้ในเงื่อนไขที่เราได้มีพันธกรณีไว้กับทางองค์การ นานาชาติต่าง ๆ และเมื่อมีการนำกัญชา กัญชงไปใช้ในผลิตภัณฑ์สมุนไพร ยา อาหาร เครื่องสำอาง วัตถุอันตราย ก็ให้ดำเนินการตามกฎหมายที่ควบคุม นอกเหนือจากนี้ ก็ยังคงเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย ก็ไม่ควรจะต้องมีความกังวลใด ๆ ทั้งสิ้น ผมคิดว่าผมยังเหลือ เวลาอยู่นิดหนึ่งก็ใกล้จบแล้ว สิ่งที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานและพี่น้องสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ ก็ได้นำข้อมูลโดยคร่าว ๆ ว่าเราจะใช้ประโยชน์จากพืชกัญชง กัญชา จากสารสกัดของมัน จากผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ออกมาจากพืชกัญชงกัญชา ในทางที่เป็น ประโยชน์ต่อสุขภาพ ต่อเศรษฐกิจ ต่อการทำมาหากิน ต่อปากท้องของพี่น้องประชาชน ชาวไทยเท่านั้น สร้างโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างมากมาย เป็นพืชเกษตรกรรมทางเลือกอีก ๑ ชนิดสำหรับพี่น้องประชาชนชาวไทย ปลูกง่ายครับ ปลูกง่าย ปลูกเร็ว ออกผลผลิตได้เร็ว และสามารถนำมาแปรรูปเสริมสร้างรายได้ได้เร็ว ขออนุญาตจบการตอบกระทู้เพื่อให้เกิด ความมั่นใจแก่พี่น้องประชาชน🔗
สิ่งที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานและพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติในวันนี้ เป็นสิ่งที่จะปรากฏอยู่ในนโยบายกัญชง กัญชาของรัฐบาล และใน พระราชบัญญัติควบคุมกัญชง กัญชา ที่ได้นำเสนอไปขออนุญาตเอ่ยนาม ผู้ที่สนับสนุนให้มี การใช้สารสกัดจากกัญชาเพื่อการแพทย์และสุขภาพ ท่านยืนยง โอภากุล หรือแอ๊ด คาราบาว ท่านได้แต่งเพลงเอาไว้ แล้วสามารถเข้าใจการใช้กัญชาทั้งระบบครับ ช่วงหนึ่งท่านพูดเลยว่า ราก ต้น ใบ ดอกกัญชา นำมาทำเป็นยา เป็นสมุนไพร นี่เรื่องของยา ถ้าเรื่องของชาวบ้าน ปรุงรสแกงเนื้อ แกงไก่ แทนผงชูรสเจริญอาหาร ถ้าเรื่องของแพทย์ หากมีโรคภัยไข้เจ็บ กัญชายังรักษาจนหายขาด ถ้าเรื่องของประเทศ กัญชาถูกจารึกในประวัติศาสตร์ว่าไทยแลนด์ (Thailand) เป็นชาติที่ใช้กัญชาอย่างเข้าใจ ถ้าเรื่องของคนสนับสนุนนโยบายกัญชาเสรี ท่านกล่าวว่าสายเหนียวต้องหนู กันภัย ส่วนสายอนามัยต้องหนู กัญชาครับ ผมจะทำให้ นโยบายกัญชง กัญชา เป็นประโยชน์ต่อประเทศไทย ต่อประชาชนคนไทยเท่านั้นครับ ส่วนที่เป็นโทษผมจะทำลายให้สิ้นซาก แล้วประเทศไทยของเราก็จะได้มีสุขภาพ สุขภาวะที่ดี และจะเป็นประเทศที่ใช้พืชกัญชง กัญชา นำพาเศรษฐกิจให้มั่นคงแข็งแกร่ง เจริญรุ่งเรือง ต่อไป เป็นอีกหนึ่งทางเลือก ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานสภา และพี่น้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่าน ขอบพระคุณผู้ที่ตั้งกระทู้ถามในวันนี้ซึ่งให้โอกาส ผมได้มีโอกาสได้ชี้แจงให้เกิดความเข้าใจให้มากยิ่งแก่พี่น้องประชาชน และแก่ผู้ที่มี ส่วนเกี่ยวข้องทุกท่านครับ ขอกราบขอบพระคุณอีกครั้งครับ สวัสดีครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าจบการถามตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจาของท่าน ส.ส. ศุภชัย ใจสมุทร ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงว่าการกระทรวงสาธารณสุข ต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ฯพณฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ที่ให้เกียรติกับ สภาผู้แทนราษฎรของพวกเราครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ต่อไประเบียบวาระที่ ๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗
๑.๒.๑ กระทู้ถามที่ ๔๖๐ เรื่อง การบริหารจัดการปัญหาเขตพื้นที่ กรมประมงในเขตหนองหาร ตามพระราชกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๔๘๔ (นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ คือ ท่านประภัตร โพธสุธน เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ตอนนี้ ท่านประภัตร โพธสุธน พร้อมตอบแล้ว เชิญท่านอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย ถามได้เลย🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ขอยื่นกระทู้เรียนถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งมอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประภัตร โพธสุธน มาชี้แจง ขอตั้งกระทู้ถามรายละเอียดดังต่อไปนี้🔗
ในอดีตหนองหารเป็นแหล่งน้ำธรรมชาติ ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของภาคอีสาน ไม่มีประตูระบายน้ำกั้น มีพื้นที่ลักษณะน้ำท่วมขังเป็นบริเวณกว้างในช่วงฤดูฝน เมื่อถึง ฤดูแล้งน้ำลดลงจนเกือบแห้งเหลือเพียงบางส่วนที่เป็นลุ่มต่ำ ชายขอบของหนองหารบางส่วน กลายเป็นท้องนาและทุ่งหญ้า มีที่ดอนเป็นเกาะหลายแห่ง แต่ละแห่งมีต้นไม้ใหญ่อยู่ ขึ้นเป็นจำนวนมาก เป็นแหล่งรวมของนกหลากหลายชนิด มีลำน้ำพุง จากเทือกเขาภูพาน เป็นลำน้ำหลัก รวมทั้งลำน้ำสาขาลำห้วยอีก ๒๑ ห้วย ที่ไหลลงสู่หนองหาร ทำให้หนองหาร มีน้ำหมุนเวียนสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้แก่ตัวธรรมชาติ และเป็นแหล่งกำเนิดของเผ่าพันธุ์ ปลานานาชนิด จากการขึ้นมาไข่ของปลาแม่น้ำโขง นอกจากนี้ระบบนิเวศธรรมชาติ ของหนองหารยังเอื้อประโยชน์ต่อการดำรงชีพของชุมชนต่าง ๆ ที่อยู่โดยรอบ จึงมีพี่น้อง ประชาชนมาอาศัยอยู่หลายหมื่นครัวเรือน ในปี ๒๔๗๗ ทางรัฐก็ได้มีการประกาศขึ้นทะเบียน พื้นที่หนองหารเป็นที่สาธารณะ เนื้อที่ประมาณ ๖๐,๐๐๐ ไร่ โดยระบุขอบเขตคร่าว ๆ ว่า จดขอบหนองทั้ง ๔ ด้าน ระบุความกว้าง ความยาวเป็นเส้น ทิศเหนือระยะ ๒๓๗ เส้น ทิศตะวันออกระยะ ๒๓๗ เส้น ทิศใต้ระยะ ๑๖๒ เส้น ทิศตะวันตก ๒๕๐ เส้น ซึ่งเป็นพื้นที่คร่าว ๆ วัดประมาณการ ถ้าเราคำนวณตามหลักคณิตศาสตร์ในปัจจุบันจะได้ พื้นที่ประมาณ ๔๐,๐๐๐ กว่าไร่ ซึ่งคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง จนเจ้าหน้าที่ของทางกรมประมงเองก็ไม่กล้าชี้แนวเขต ที่ชัดเจน สิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดปัญหา ในเมื่อปี ๒๔๘๔ ทางกรมประมงได้มีพระราชกฤษฎีกา กำหนดเขตพื้นที่หวงห้ามในเขตอำเภอเมืองสกลนคร หนองหาร มีเนื้อที่ ๑๑๙,๗๓๒ ไร่ โดยกำหนดให้เป็นสถานที่บำรุงพันธุ์สัตว์น้ำของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งพระราชกฤษฎีกา ฉบับนี้ประกาศทับลงไปในพื้นที่ที่ไม่มีความชัดเจนของพิกัดพื้นที่ที่มีความกว้าง ความยาว ทับลงไปในพื้นที่ทำกินที่พี่น้องประชาชนได้ครอบครองทำมาหากินมาตั้งแต่โบราณ และทำให้ราษฎรเสียสิทธิในการที่จะออกเอกสารสิทธิมาเป็นระยะเวลานาน ตั้งแต่ช่วง ปี ๒๔๘๔ จนถึงปัจจุบันนี้ เป็นสิ่งที่สร้างปัญหาและข้อขัดแย้งกรณีพิพาท พี่น้องประชาชน ได้ร้องเรียนปัญหาดังกล่าวมาถึงทางจังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นตัวแทนของทาง กระทรวงมหาดไทย ในปี ๒๕๔๐ ทางจังหวัดสกลนครกับกรมที่ดินก็ได้มีการปรึกษาหารือ กันว่าจะแก้ไขปัญหาและชี้แนวเขตที่ชัดเจนของหนองหารอย่างไร จึงได้มีการสำรวจ รังวัดปักหลักหมุดแนวเขตหนองหารเป็นหัวพญานาค ตามรูปที่กระผมได้ส่งมาให้ มันจะเป็นหลักเขตหนองหาร ซึ่งหนังสือสำคัญที่หลวง ฉบับเลขที่ ๐๖๒๓ ที่ทาง จังหวัดสกลนครร่วมกับสำนักงานที่ดินจังหวัดสกลนคร สำรวจรังวัดชี้แนวเขตที่เป็นจริง ของหนองหาร เมื่อวัดออกมาได้แล้วหนองหารเองจะมีเนื้อที่ประมาณ ๗๗,๐๑๖ ไร่ ตัวเลขนี้ จะมีส่วนต่างผิดไปจากที่พระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหวงห้ามพื้นที่อำเภอเมืองหนองหาร ปี ๒๔๘๔ ที่กำหนดไว้ ๑๑๙,๗๓๒ ไร่ ส่วนต่างคือ ๔๓,๐๐๐ กว่าไร่ เป็นพื้นที่ที่เป็นปัญหาว่า ทางกรมประมง และทางกรมที่ดินจะบริหารจัดการออกเอกสารสิทธิให้คนที่ครอบครองมา ตามสิทธิของการออกกฎหมายที่ดินตรงนี้ ทางกรมที่ดินจะแก้ปัญหาในส่วนนี้อย่างไร จากความคลาดเคลื่อนดังที่กระผมได้กราบเรียนมาว่า การประกาศพระราชกฤษฎีกาไม่มี การกำหนดแนวที่ชัดเจน และไม่สามารถที่จะชี้รายละเอียดที่ชัดเจนว่า แนวเขตของ หนองหารเป็นเช่นไร ปัจจุบันนี้หนองหารมีความเสื่อมโทรม เปลี่ยนแปลงไปทั้งระบบนิเวศ และด้านคุณภาพของน้ำดิบ ตลอดจนการควบคุมระดับของน้ำที่ตอนนี้หนองหาร มีประตูกั้นน้ำ ๒ ประตู ประตูแรกคือ ประตูแววพยัคฆ์คัน ที่สร้างเมื่อปี ๒๔๘๔ เป็นการกั้น หนองหารไว้ ทำให้หนองน้ำธรรมชาติที่เป็นระบบเปิดแต่เดิมกลายเป็นระบบปิด กั้นน้ำที่จะให้สามารถหล่อเลี้ยง และกั้นพื้นที่ให้คลุมพื้นที่ของทางกรมประมงที่กำหนดไว้ ในขณะเดียวกันในปีใดที่มีน้ำน้อยก็จะไม่มีปัญหา แต่ในปีใดที่มีดีเพรสชัน (Depression) หรือว่ามรสุมเข้ามา ประตูกั้นตัวนี้จะเป็นส่วนหนึ่งซึ่งก่อให้เกิดปัญหาน้ำท่วมในหนองหาร ทำให้พี่น้องที่อยู่โดยรอบได้รับผลกระทบ เพราะว่าน้ำที่เคยไหลลงในช่วงหน้าแล้ง เป็นทุ่งหญ้าเขียวขจี ต้องถูกกั้นไว้ให้มีระดับน้ำในหนองหารที่ระดับ ๑๕๖ เมตร ณ ระดับ ท้องทะเลกลาง ต่อมาในปี ๒๕๓๖ ทางกรมประมงก็ได้มีการพิจารณาว่า เขื่อนกั้นน้ำเดิมที่มีอยู่ไม่สามารถ ที่จะระบายน้ำออกสู่ลำน้ำโขงได้ทัน ทำให้เกิดน้ำท่วมขึ้นมา จึงมีการสร้างประตูน้ำสุรัสวดี ขึ้นมาอีก ๑ แห่ง และกั้นน้ำให้มีระดับสูงขึ้นมาอีก ๑ เมตร ในระดับที่ ๑๕๗ เมตร ที่ระดับ น้ำทะเลกลาง ทำให้ระดับน้ำในหนองหารเพิ่มมากขึ้นท่วมเข้าไปในที่ไร่ ที่นา ที่ทำกิน ของพ่อแม่พี่น้องประชาชน สร้างปัญหาให้กับพี่น้องที่อยู่โดยรอบ จากการสำรวจของ ทางอำเภอเมืองสกลนคร มีการสำรวจออกหนังสือที่หลวงแปลงที่ ๑ คือ พระราชกฤษฎีกา กำหนดเขตหวงห้ามเขตอำเภอเมืองหนองหาร ปี พ.ศ. ๒๔๘๔ ที่กำหนดพื้นที่ไว้ ๑๑๙,๗๓๒ ไร่นั้น เมื่อมีการสำรวจรังวัดเมื่อปี ๒๕๔๐ จังหวัดสกลนครร่วมกับกรมที่ดิน จะสำรวจพื้นที่ที่เป็นพื้นที่หนองหารจริง ๆ เหลืออยู่ประมาณ ๗๖,๓๑๗ ไร่ และในส่วนพื้นที่ ดังกล่าวนี้มีประชาชนเข้าไปทำประโยชน์อยู่ ๑๐๘ ราย แยกเป็นหลักฐานที่มีเอกสารที่ดิน ๓๐ ราย และไม่มีหลักฐานที่ดิน ๙๘ ราย ส่วนในเขตพื้นที่พระราชกฤษฎีกาหวงห้ามที่ดิน พ.ศ. ๒๔๘๔ สำนักงานที่ดินจังหวัดสกลนครได้สำรวจล่าสุดพบว่า มีการออกเอกสารสิทธิ ที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินอยู่ในเขตแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกาประมาณ ๓๐,๐๐๐ แปลง นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แล้วก็เป็นปัญหาว่าเอกสารสิทธิที่ออก ตรงนี้ยังชะลอการที่จะอนุมัติอยู่ เพราะว่าทางกรมประมงยังแย้งสิทธิอ้างเขตในพื้นที่ ครอบครองสิทธิทำกินที่อยู่อาศัย ทั้งชุมชน ทั้งวัด ทั้งโรงเรียน สถานที่ราชการ ยังอยู่ ในเขตพระราชกฤษฎีกา เขตหวงห้ามพื้นที่อำเภอเมืองหนองหาร ปี พ.ศ. ๒๔๘๔ และปัญหา ดังกล่าวนี้ก็เป็นปัญหาที่เรื้อรังยืดเยื้อกันมาเป็นเวลานาน ทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อน ประกอบกับสภาพปัญหาปัจจุบัน ตอนนี้มีความเสื่อมโทรมจนของรัฐบาลได้มีการทำ แผนพัฒนาหนองหารในระยะเวลา ๑๐ ปี จากปี พ.ศ. ๒๕๖๓-๒๕๗๒ ตั้งงบประมาณ ในระยะ ๑๐ ปีที่จะพัฒนาบูรณาการแก้ไขปัญหาของหนองหาร เป็นจำนวนงบประมาณ ถึง ๗,๔๔๒ ล้านบาท การดำเนินการของหน่วยงานที่จะมาดำเนินการตรงนี้ก็จะประสบ ปัญหา เพราะว่าทางกรมประมงเองยังไม่ชี้ชัดแนวเขตที่ชัดเจน หรือว่ายอมรับแนวเขต ที่ทางจังหวัดสกลนครและกรมที่ดินได้ออกหนังสือสำคัญที่หลวง ๐๖๒๓ ๐๖๒๔ ว่าเป็นแนวที่เป็นหนองหารอย่างแท้จริง ทำให้ความไม่เข้าใจกันและขาดการประสานงาน ของหน่วยงานราชการทั้งสอง ไม่สามารถที่จะขับเคลื่อนเดินหน้าได้ ถึงแม้ว่าจะมีโครงการ ที่เป็นประโยชน์ในการที่จะรักษาสภาพแวดล้อม หรือว่าแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับสิ่งที่จะสร้าง ความอุดมสมบูรณ์และเป็นการเสริมสร้างประโยชน์ให้แก่พี่น้องที่อยู่รอบ ๆ หนองหาร ของเรา รวมทั้งปัญหาอีกประการหนึ่งซึ่งเกิดขึ้นจากการที่กรมชลประทานได้สร้างประตูกั้น ลำน้ำพุง ซึ่งเป็นแม่น้ำหลักที่จะลงสู่หนองหาร กั้นน้ำที่จะไหลลงส่งออกไปทางลำคลองช้างเผือก ที่จะไหลลัดหนองหารออกไปทางอำเภอนาแก โดยไม่ผ่านหนองหาร โครงการนี้ถือว่า เป็นอันตรายต่อสภาพแวดล้อมของหนองหารอย่างยิ่ง น้ำที่ไหลลงจากแม่น้ำพุงจะเป็นน้ำ ที่จะสร้างกระแสหมุนเวียน ทำให้น้ำในหนองหารมีความสะอาด มีความบริสุทธิ์จากตะกอน หรือว่ามลภาวะเป็นพิษต่าง ๆ ที่ชุมชนโดยรอบของหนองหารได้ปล่อยลงมา บางแห่งอาจจะ มีการบำบัด บางแห่งอาจจะไม่มีการบำบัดก็ก่อให้เกิดปัญหาขึ้นมาว่า ต่อไปหนองหาร อาจจะเป็นบ่อน้ำโสโครกที่ใหญ่ที่สุดในโลก ถ้าหากว่าทางกรมประมงยังเพิกเฉย ไม่ดำเนินการมาบริหารจัดการและมาแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาที่ทำกิน ของพ่อแม่พี่น้อง ปัญหาสภาพแวดล้อมเกี่ยวกับความอุดมสมบูรณ์ของพันธุ์สัตว์น้ำ หรือว่า ปัญหาเกี่ยวกับระบบนิเวศที่น้ำในหนองหารจะต้องเอามาใช้เป็นน้ำประปาให้คนสกลนคร ได้ดื่มกิน แต่ในขณะเดียวกันน้ำเน่าน้ำเสียที่ลงสู่หนองหาร ตอนนี้ก็ยังไหลลงมาอยู่ในหลายจุด🔗
ท่านอภิชาติครับ ผมว่าท่านลงในคำถามได้แล้ว เพราะใช้เวลาอภิปรายมาเกือบ ๑๕ นาทีแล้วท่านถามก่อนเลย ถ้ามีอะไรข้องใจก็ค่อยถามอีกที🔗
ท่านประธานด้วยความเคารพครับ เผอิญว่าได้รับแจ้งจากทางท่านรัฐมนตรีว่า ให้กระผมพยายามชี้แจงรายละเอียดทั้งหมด ภาพรวมให้ทราบในครั้งเดียว ท่านจะได้รับทราบข้อมูลและรับทราบประเด็นที่ว่าเป็นปัญหา ของหนองหาร และท่านจะได้เสนอแนวทางในการที่จะดำเนินการ🔗
คือผมว่า ควรจะถาม เอาไว้ให้ท่านรัฐมนตรีตอบบ้าง ท่านพูดเสียหมด รัฐมนตรีจะไม่มีอะไรตอบ เชิญครับ🔗
ครับ ดังนั้นปัญหาเรื้อรังที่ยืดเยื้อ ติดต่อกันมาเป็นเวลานานของหนองหาร ไม่ว่าเรื่องแนวเขตในการใช้พื้นที่ การถือครองพื้นที่ ปัญหาสภาพสิ่งแวดล้อม ความเสื่อมโทรมของระบบนิเวศ คุณภาพน้ำ และระดับ การกักเก็บน้ำ และความอุดมสมบูรณ์ของสัตว์น้ำที่ลดลง รวมทั้งผลกระทบของแผนพัฒนา หนองหารในระยะ ๑๐ ปีที่ทางรัฐบาลจะดำเนินการมาพัฒนาหนองหารนี้ จึงมีความจำเป็น เร่งด่วน ที่ทางกรมประมงจะต้องมีนโยบายที่ชัดเจนในการที่จะดำเนินการพัฒนาหนองหาร ของเราแต่ละด้านให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยเหตุผลดังกล่าว กระผมจึงขอเรียนถาม ท่านรัฐมนตรีดังนี้ครับ🔗
กรมประมงมีนโยบายในการแก้ไขปัญหาความไม่ชัดเจนในการชี้แนวเขต หนองหารตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตหวงห้าม เขตอำเภอเมืองสกลนคร พ.ศ. ๒๔๘๔ และแก้ไขปัญหาการประกาศพระราชบัญญัติกำหนดเขตหวงห้าม เขตที่ดิน อำเภอเมือง สกลนครทับซ้อนลงไปในพื้นที่ของประชาชน ซึ่งตั้งรกรากทำมาหากินมาก่อนประกาศ พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้อย่างไร ขอทราบรายละเอียดด้วยครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผมต้องขอบคุณท่าน ส.ส. อภิชาติ ตีรสวัสดิชัย เป็นอย่างมาก วันเสาร์ที่ผ่านมานี้ ผมก็ได้เรียนเชิญท่านและผู้แทนราษฎรของสกลนคร แต่ท่านติดภารกิจมีดอกเตอร์นิยม ได้ไปพบกันที่บึงหนองหารนี้ งานนี้เป็นงานใหญ่ที่ผมไปดูมาก็คือ งานการอนุรักษ์ควาย จัดเป็นครั้งแรกที่สกลนคร แล้วก็ไปชมดูปัญหาที่หนองหาร ซึ่งท่านอภิชาตได้เล่าทั้งหมดเลย ผมคิดว่าผมไม่ต้องไปบรรยายแล้ว เพราะตัวเลขและปีวันที่ท่านพูดมานั้นเป็นปัญหาจริง ๆ ตอนประกาศครั้งแรกปี ๒๔๗๗ ทางราชการประกาศเป็นที่สาธารณะก็โดยประมาณเอา ๖๐,๐๐๐ ไร่ ก็มีพระราชกฤษฎีกาออกมาในปี ๒๔๘๔ อย่างที่ท่านพูด ประกาศมากว้าง ยาว เท่าไร และครอบคลุมไปอีกเป็น ๑๑๙,๐๐๐ ไร่ ถูกต้อง ตรงนี้ที่ทำให้เกิดปัญหา การประกาศ ครั้งนั้นก็มีพระราชกฤษฎีกาออกมาอีกฉบับหนึ่งปี ๒๔๘๕ เพื่อให้เวนคืนที่ดินในเขต ที่ประกาศ ปี ๒๔๘๔ แต่ท้ายประกาศเขียนว่า ให้มีข้อบังคับใช้ภายใน ๕ ปี พอภายใน ๕ ปี แล้วไม่มีค่าเวนคืนให้ ไม่ได้ดำเนินการอะไรให้ ก็เท่ากับข้อพระราชกฤษฎีกา ปี ๒๔๘๕ ที่ครอบคลุม ๑๑๙,๐๐๐ ไร่ก็ใช้การไม่ได้ หมดสภาพไป ก็เกิดมีการออกเอกสารสิทธิ ในเขตนอกเหนือจากปี ๒๔๗๗ ประมาณ ๓๐,๐๐๐ กว่าไร่ที่ท่านพูด กรมที่ดิน กับฝ่ายปกครองก็ได้ออกเอกสารสิทธิเป็นโฉนดในพื้นที่ต่าง ๆ ประมาณ ๘,๒๐๐ ราย จากการพิสูจน์สิทธิต่าง ๆ ถูกต้อง ก็หมายความตอนนี้ที่ออกไปแล้ว ๘,๒๐๐ ราย ก็อยู่ในขั้นที่เรียกว่าถูกต้อง คราวนี้มันก็เกิดปัญหาตามมาอีกว่า หลังจากนั้นแล้วก็แน่นอนครับ เราก็มีการเข้าไปบุกรุกในเขตที่น้ำท่วมไม่ถึง และที่กันเอาไว้ไปครอบครองกันมากมาย ก็ไปติดขัด พ.ร.ฎ. นี่ล่ะที่ท่านพูดปี ๒๔๘๔ ผมตอบสั้น ๆ เลยในเรื่องที่ท่านถามว่า เมื่อไรจะทำให้พี่น้องอยู่ทำกินได้เอกสารสิทธิ ผมตอบอย่างนี้ ๑. ต้องตอบว่า น่าเห็นใจกรมประมงมีงบประมาณน้อยมาก ท่านถามว่าปีหนึ่งได้เท่าไร ทำอะไรบ้าง ที่บึงหนองหาร อย่างที่ท่านตอบเองนั่นละครับ ถูก ดูแลเขต ดูแลบำรุงพันธุ์สัตว์ ปล่อยปลา แล้วก็ตักตะกอนที่ในบึงและวัชพืช ปีหนึ่งท่านเห็นไหมครับ บึงท่าน ๖๐,๐๐๐-๗๐,๐๐๐ ไร่ กรมประมงได้เงินไปปีละ ๑๒ ล้านเองจะไปทำอะไรก็ไม่ได้ คราวนี้เราหวนกลับมาพูด เรื่องปัญหาที่ดิน ที่ท่านอยากให้พี่น้องเกษตรกรที่อยู่ในรอบบึงได้รับสิทธิ ผมเห็นด้วย เพราะเขาครอบครองมามากมายยาวนาน คราวนี้ตามกฎหมายที่ดินถ้าท่านปกครองก่อน พิสูจน์สิทธิกันได้ก่อนปีที่พระราชกฤษฎีกาออกคือปี ๒๔๘๔ ราชการก็ถือว่าเป็นสิทธิ ของท่าน คราวนี้มันก็มีปัญหาอีก เพราะตอนนี้ที่ดินตามที่กรมประมงชี้แจงให้ฟังมันเหลื่อมไป เหลื่อมมา ครั้งแรกก็เหมือนพญานาค ครั้งหลังมันก็หายไป เอาอย่างนี้ครับ ผมตอบให้ พี่น้องประชาชนที่อยู่ฟังทางโน้นว่า ด้วยความห่วงใยของท่าน ส.ส. อภิชาติ ท่านอยากให้ได้ เอกสารสิทธิ ท่านบอกให้ยกเลิกได้ไหม ได้ครับ ผมตอบชัดเจนครับ ได้ คราวนี้จะยกเลิกได้ก็ต่อเมื่อวันนี้เราได้ให้เงิน ๑.๒ ล้าน ให้กรมประมงบวกมหาดไทย ไปใช้ระบบดาวเทียมไปวัดให้ชัดเจน ใช้เวลาไม่เกิน ๑ ปี จะได้ชัดเจนว่าที่ใครอยู่ตรงไหน ๆ ของเก่า ของใหม่อย่างไร ในงบตัวนี้พอ พอได้หลักฐานชัดเจนแล้ว ทุกคนยอมรับ ก็จะยกเลิก พ.ร.ฎ. ๒๔๘๔ ก็จะออกประกาศใหม่ตามที่มีหลักฐานที่ประชาชนอยู่จริง ใครครองเมื่อไร อย่างไร เหมือนกับพิสูจน์สิทธินี่ครับ คิดว่าตรงนี้คงจะถูกใจท่านแน่นอน ท่านตอบ พี่น้องประชาชนได้ ขอเวลาสำรวจชัดเจนเลยครับ ในนี้ระบุไว้ ๑ ปีครับต่อจากนี้ไป เพราะสำรวจไปแล้วเมื่อปี ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา เนื้อที่ยังอยู่ครบ ๗๗,๐๐๐ ไร่ คราวนี้ นอกเหนือจาก ๗๗,๐๐๐ ไร่ จะได้มาพูดกันว่า ออกเอกสารสิทธิต้องยกเลิก พ.ร.ฎ. ปี ๒๔๘๔ ดังนั้นขอตอบยืนยันว่ายกเลิกได้ครับ ขอขอบพระคุณครับท่าน🔗
เชิญ ท่านอภิชาติ ถามคำถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗
ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ท่านได้มีความห่วงใยและเดินทางออกไปแวะ เยี่ยมเยียนสกลนครบ่อยครั้ง ในปีที่แล้วท่านก็แวะไปร่วม ๓-๔ ครั้ง ในช่วงที่พี่น้องประชาชน มีปัญหา ไม่ว่าช่วงโรคระบาด ไม่ว่าเรื่องการบริหารจัดการแผนพัฒนาหนองหาร ดังนั้น ก็ขอถือโอกาสนี้ฝากขอบพระคุณแทนพี่น้องชาวสกลนคร ในหัวข้อที่ ๒ ต้องขอทราบข้อมูล รายละเอียดที่ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในส่วนของกรมประมงที่จะพัฒนาดูแล หนองหารในพื้นที่ที่ตอนนี้เป็นส่วนต่างในระหว่าง พ.ร.ก. กำหนดเขตหวงห้าม ปี ๒๔๘๔ กับหนังสือสำคัญที่หลวง ๐๖๒๓ ว่าในส่วนอีก ๔๐,๐๐๐ กว่าไร่ตรงนี้ ทางกรมประมง มีแผนที่จะยกเลิก พ.ร.ก. ปี ๒๔๘๔ และออกแนวกำหนดพระราชกฤษฎีกาฉบับใหม่ แต่การบริหารจัดการในพื้นที่หนองหารที่เป็นน้ำก็ยังต้องอาศัยการบริหารจัดการทาง กรมประมงที่จะดูแล และประสานงานกับหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าการที่จะขออนุญาต กำจัดวัชพืชหรือว่ากำจัดระบบน้ำเสียที่จะเกิดขึ้น รวมทั้งการที่จะปล่อยน้ำจากแม่น้ำพุง ที่จะมาเสริมสร้างกระแสความหมุนเวียนในหนองหารไม่ให้เน่าเสียตรงนี้ ก็อยากจะทราบ นโยบายของทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกรมประมงด้วยครับว่า จะบริหารจัดการ หนองหารให้มีความอุดมสมบูรณ์ มีสภาพแวดล้อมที่ดีกลับมาอย่างไร เมื่อไร ขอบพระคุณ มากครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอบคุณท่านอภิชาติ ท่านทราบดีอยู่แล้วว่ารัฐบาลนั้นให้ความสำคัญ บึงหนองหาร วันนี้ได้มีการแบ่งงานออกไปพัฒนาบึงหนองหาร มีกรมชลประทาน กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมประมง กรมพัฒนาที่ดิน หลายกรมด้วยกันที่เข้าไป ที่ท่านบอกว่าตั้งงบไว้ ๗,๔๐๐ กว่าล้านนั้น เราใช้งบตัวนั้น คราวนี้การบูรณาการทำตรงนี้ มันแยกกรมหมดเลยครับ งบใครงบมัน กรมประมงอย่างที่ผมเรียนให้ทราบ มีหน้าที่ ที่จะไปตัดวัชพืชปีหนึ่ง ๑๒ ล้าน ปีที่ผ่านมาได้ ๒ ล้าน ผมก็ไม่อยากจะเอ่ยว่าได้ ๒ ล้าน เพราะมันไปทำอะไรไม่ได้ คราวนี้หน้าที่ท่านอยากจะขุดหรือลอก เอาอย่างนี้ครับผมจะให้ผู้อำนวยการวรพงษ์ ซึ่งดูแลตรงนี้ไปพบท่านอภิชาติว่า ท่านต้องการให้ทำอะไรบ้าง แล้วผมจะอนุมัติให้ว่า ถ้าอันนี้เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ประชาชนเดือดร้อน น้ำเสียผมไปเห็นแล้วครับ สาหร่าย ตะไคร่ ถ้าทำกินได้ตรงนี้รวยเลย มันมากเหลือเกินจนเป็นน้ำเน่า ผมเห็นด้วยเลย หลังจากนี้ ผมจะให้ ผอ. วรพงษ์ ไปพบท่านวันเสาร์-อาทิตย์นี้ ตามที่ผมเห็นมา แล้วก็ตามที่ท่านต้องการ จะได้บูรณาการพร้อมกัน ผมจะได้บอกกรมชลประทานของผม กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมของพวกเราทั้งหมด จะได้ทำงานพร้อม ๆ กันครับ ขอขอบพระคุณครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ท่านอภิชาติยังมีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ อภิปรายมาเยอะแล้ว🔗
ก็ต้องกราบขอบพระคุณในเจตนาดี ของท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประภัตร โพธสุธน ที่มีความห่วงใย และอย่างน้อยในเมื่อท่านได้มีความเห็นว่าถึงเวลาแล้วที่ทางกรมประมง จะเป็นหัวเรือในการที่จะแก้ไขปัญหาของหนองหารที่สะสมมาเป็นเวลา ๘๐ กว่าปี ไม่ว่าปัญหาเรื่องที่ทำกิน ไม่ว่าเรื่องสภาพสิ่งแวดล้อม และการพัฒนาบูรณาการหนองหาร ที่จะเป็นแหล่งอาหารที่อุดมสมบูรณ์ ตลอดจนบูรณาการตามสภาพบ้านเมืองที่เปลี่ยนไป ไม่ว่าตัวเมืองที่ขยายขึ้น ประชากรอยู่จำนวนมากขึ้น และเป็นการขยายตัวที่จะรองรับ ความเจริญที่จะเกิดขึ้นจากภาวะเศรษฐกิจหลังโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่จะชะลอลงไป ในปลาย ๆ ปีนี้ ดังนั้นชาวสกลนครก็คงตั้งความหวังไว้ว่า ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และทางกรมประมงเองจะเร่งรีบดำเนินการในการที่จะเสริมสร้างความมั่นใจแก้ไขปัญหา เรื่องเอกสารสิทธิที่ทำกิน หรือว่ามีการกำหนดนโยบายที่ชัดเจนว่า พื้นที่ที่เป็นส่วนเหลื่อมล้ำ จากพระราชกำหนด พ.ศ. ๒๔๘๔ กับหนังสือสำคัญที่หลวงในส่วนนั้น จะมีนโยบาย ให้ชาวบ้านทำอย่างไร ใครที่มีเอกสารสิทธิครอบครองก็ออกโฉนดไป ใครที่มีพื้นที่ ครอบครองไว้ แต่ไม่มีเอกสารสิทธิทางส่วนราชการจะกำหนดแนวนโยบายอย่างไร จะเป็น ส.ป.ก. หรือว่าเป็นธนารักษ์ออกไปดำเนินการ ก็ขอให้ทางกรมประมงและทาง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้กำหนดแนวทางให้ชัดเจน และเน้นอย่างยิ่งเกี่ยวกับการดูแล สภาพระบบนิเวศ สภาพสิ่งแวดล้อม ที่ตอนนี้หนองหานมีความกังวลว่า กลัวจะกลายเป็น แหล่งน้ำเน่า น้ำโสโครกที่ใหญ่ที่สุดของทางภาคอีสานในส่วนนี้ ถ้าหากท่านได้ดำเนินการ แก้ไขปัญหาในส่วนนี้ก็จะเป็นพระคุณต่อพี่น้องชาวสกลนครอย่างยิ่งครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าจบการถามตอบกระทู้ เรื่อง การบริหารจัดการปัญหาเขตพื้นที่ กรมประมงในเขตหนองหารตามพระราชกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๔๘๔ ของท่าน ส.ส.อภิชาติ ตีรสวัสดิชัย ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน🔗
ต่อไปจะเป็นระเบียบวาระที่ ๑.๒.๒ กระทู้ถามที่ ๔๖๒ เรื่อง ผลกระทบ และความเดือดร้อนของประชาชนจากพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ. ๒๔๕๖ (นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถาม เรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจาก ในวันนี้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ติดภารกิจสำคัญไม่สามารถมาตอบ กระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปก่อน🔗
ระเบียบวาระที่ ๑.๒.๓ กระทู้ถามที่ ๔๖๖ เรื่อง การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำญวน ตำบลร่มเย็น อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา (นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามนายกรัฐมนตรี🔗
ด้วย สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสือแจ้งว่า ตามที่นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทนนั้น ในการนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประภัตร โพธสุธน เป็นผู้ตอบกระทู้ถามดังกล่าวแทน ท่านประภัตรก็รับเหมาต่อ ตอนนี้พร้อมแล้ว เชิญท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ถามครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้รอคำตอบมานานหลายปี เรื่องของการก่อสร้างอ่างน้ำญวน ตำบลร่มเย็น อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา เรื่องการก่อสร้างอ่างน้ำญวนนั้นเป็นมหากาพย์ ซึ่งรอระยะเวลามานานมาก จนกระทั่งคนที่ขอโครงการนี้เป็นโครงการพระราชดำริ เมื่อปี ๒๕๔๔ ขณะนั้นนายต่วน ใจสุข กำนันตำบลร่มเย็น ซึ่งตอนหลังมาเป็น สจ. อยู่ ๒-๓ สมัย สุดท้ายรอโครงการนี้ไม่ไหว เดือนที่แล้วท่านก็จากไป โครงการอ่างเก็บน้ำนั้น ผมบอกว่าการสร้างอ่างน้ำญวน จะแก้ปัญหาให้พี่น้องอำเภอเชียงคำ ทั้งน้ำท่วมและฝนแล้ง ฤดูแล้งที่ผ่านมานั้น โครงการ ประปาในอำเภอเชียงคำขาดแคลนน้ำเป็นอย่างยิ่ง ฤดูน้ำหน้าฝน น้ำท่วมมากมาย ผมเอง ในปี ๒๕๔๔ ก็ได้รับเลือกให้เป็น ส.ส. จังหวัดพะเยา คงพร้อมกับท่านประธานนั่นละครับ ผมก็ติดตามโครงการนี้ไปกับนายช่างชลประทาน ผมเป็นคนถือไม้สต๊าฟ (Staff) คนส่องกล้องก็คือ นายช่างดวงฤทธิ์ สิทธิ์อาตม์หาญ เจ้าหน้าที่ชลประทาน ในขณะนั้น รอแล้วรออีก เพราะอะไรครับ ปัญหาเกิดขึ้น เนื่องจากว่าการจะสร้างในลุ่มน้ำชั้น ๑ เอ (1A) นั้น ต้องทำศึกษาสิ่งแวดล้อม หรือ อีไอเอ (EIA) แต่แปลกครับ อ่างน้ำญวนนั้นต้องศึกษา อีไอเอ (EIA) ถึง ๒ ครั้ง ๒ หน สุดท้ายผ่านมาแล้วเมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๔๖ ศึกษา อีไอเอ (EIA) ผ่าน ปัญหาก็ติดมาอีก มาติดอยู่ที่ได้มีคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญพิจารณา ประเมินผลแล้ว ประเมินผลสำเร็จวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๖๔ ใช้เวลาประเมินผล ๘ ปี ถ้าเป็นเด็กที่เกิดก็อยู่ ป. ๒ แล้วครับกว่าจะประเมินผลเสร็จ วันนี้ทราบว่าการศึกษา อีไอเอ (EIA) นั้นผ่านแล้ว เรื่องการสร้างอ่างเก็บน้ำนั้น ผมต้องบอกประธานไปถึงรัฐมนตรี ท่านก็ควรจะมีการแก้ไข เพราะน้ำกับป่าอยู่ด้วยกัน ไม่มีน้ำไหนที่โผล่ออกมากลางทุ่งนา แล้วเอาไปสร้างอ่างเก็บน้ำ ป่ากับน้ำเป็นของคู่กัน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ไม่ว่ารัฐบาล จะมีเงินให้ หรือกรมชลประทานจะมีเงินให้ก็สร้างยากลำบากเหลือเกินติดขัดในข้อกฎหมาย ก็ไม่โทษใครครับ โทษสภาผู้แทนราษฎรเรานี่ละครับ ที่ไปร่างกฎหมายจนทำให้การก่อสร้าง ยากเย็นแสนเข็ญเหลือเกิน ผ่านมา ๒๐ กว่าปีกว่าจะมีการศึกษา อีไอเอ (EIA) ผ่าน คงจะมีโครงการแบบนี้เกิดขึ้นทั่วแผ่นดินไทย ที่เป็นปัญหาในการก่อสร้าง ผมเชื่อว่า บ้านท่านประธานก็เหมือนกัน ของเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเหมือนกันครับ ติดนั่นติดนี่ถ้าเราไม่แก้ไขไม่แก้กฎหมาย บางเรื่องบางอย่างนี่จะให้มันง่ายขึ้น สะดวกขึ้น ก็ขอให้จบที่ผู้ว่าราชการจังหวัดไหนจังหวัดหนึ่ง หรือแค่อธิบดีก็พอ อันนี้ก็ต้องไปเข้า ครม. ต้องเข้าสภาสารพัดเรื่องสารพัดราว มันทำให้การพัฒนาไม่ไปไหน ถ้าประเทศ ๆ หนึ่งจะทำ อ่างเก็บน้ำต้องใช้เวลา ๓๐-๔๐ ปีนี่เราจะไปพัฒนาทันประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างไรครับ เข้าใจอยู่ เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่อย่างลำน้ำญวนนี้ครับ ต้องไปดูแล้วว่าข้างบนนี้ไม่มีป่าอะไร อีกแล้ว ข้างบนก็คือหมู่บ้านที่พี่น้องชาวเขาอยู่ ๕-๖ หมู่บ้าน แล้วก็อยู่กันมาเป็น ร้อยปี อันนี้คือปัญหาในการจะของบประมาณสร้างอ่างต่าง ๆ มันเลยเกิดปัญหาซับซ้อน ใช้เวลายาวก็เกิดความเสียหาย ดังนั้นผมจะถามท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีท่านมาตอบ วันนี้คนเชียงคำรอฟังท่านอยู่ คนภูซางรอฟังอยู่ว่า ขั้นตอนวันนี้ทราบว่า อีไอเอ (EIA) ผ่านแล้วนี้ ในการออกแบบเห็นว่าลดขนาดของสันอ่างลง เพื่อลดปริมาณน้ำจาก ๓๖ ล้านลูกบาศก์ลงเหลือ ๓๐ ล้านนั้น มันจะใช้เวลาในการออกแบบอีกนานแค่ไหน ถึงจะสำเร็จ และสามารถจะนำมาประกาศประกวดราคาจัดซื้อจัดจ้าง ประกาศสร้างได้นี่ ผมอยากถามท่านรัฐมนตรีประเด็นนี้ครับ ข้อที่ ๑ ครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมชื่นชม ท่าน ส.ส. วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ซึ่งมีความตั้งใจช่วยเหลือกันมาตลอด ไม่ว่าจะเป็น เรื่องหมูวันนี้มาเรื่องทำกินของพี่น้อง นี่ล่ะครับความเป็นห่วงเป็นใยของผู้แทนราษฎร จริง ๆ ผมขอทำความเข้าใจอย่างนี้ครับ ที่ท่านบรรยายมานี่ทุกคนเข้าใจแล้วว่า กว่าจะได้ อนุมัติในการก่อสร้างมันยากเหลือเกิน เพราะที่ดินแปลงนี้ที่ขอทำอ่างนี้มีความใหญ่ประมาณ ๑,๑๖๓ ไร่ พื้นที่จะทำอ่างในเขตร่มเย็น อำเภอเชียงคำ คราวนี้ที่ ๑,๑๖๓ ไร่ ไปอยู่ในเขต ป่าสงวนเสีย ๑,๐๓๔ ไร่ อยู่ในเขตอุทยาน ๑๒๗ ไร่ และอยู่นอกเขต ๒ ไร่ ตรงนี้ล่ะครับ มันก็อย่างที่ท่านพูด ต้องโทษพวกเรา มันติดกฎหมายเรื่องสิ่งแวดล้อม ทำกันไม่สำเร็จ พอยุคนี้ไป ยุคใหม่มาก็ยกกันขึ้นมาอีก ยกขึ้นมาก็ทำไม่จบ จึงใช้เวลายาวนาน มาจบเอาเดือนกันยายน เดือนกันยายนที่ผ่านมานี้ปี ๒๕๖๔ อีไอเอ (EIA) นี้ผ่าน อย่างที่ท่านพูดว่า ๘ ปี ถูกต้อง แล้วก็มาผ่านเสร็จเรียบร้อยแล้ว การเตรียมความพร้อม ขอชี้แจงดังนี้ ให้พี่น้องชาวเชียงคำ พะเยาได้ยินเลย ตอนนี้เราพร้อมแล้ว ปีนี้เราเตรียม ความพร้อมคือออกแบบ เมื่อออกแบบก็ไปสำรวจเขตต่าง ๆ ไปดูหมุดความแข็งของพื้นดิน ที่จะทำงานในครั้งนี้ พอเสร็จแล้วต้องนำเข้า กนช. จังหวัด เสร็จแล้วจึงนำมาเข้า ครม. อนุมัติปีนี้แน่นอน พออนุมัติปีนี้ก็จะจัดตั้งงบประมาณได้ ปีนี้เราจัดปี ๒๕๖๖ เสร็จแล้ว แน่นอนก็ต้องไปจัดเข้าปี ๒๕๖๗ เพราะปีนี้ทั้งปีต้องออกแบบให้เสร็จ งบประมาณทั้งสิ้น ที่ใช้ ๒,๗๐๐ ล้านบาท รวมทั้งค่าเวนคืน ค่าอ่าง และการดำเนินการก็จะเริ่มปี ๒๕๖๗ ไปเสร็จเอาปี ๒๕๗๑ ครับ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับประโยชน์ อย่างที่ท่านพูด เหลือ ๓๐ ล้าน ก็จะบริการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าไร่ ผู้ที่จะได้รับประโยชน์โดยประมาณ ๖-๗ ตำบลนี้ ประมาณอีก ๘,๐๐๐ ครัวเรือน อันนี้ตอบให้ท่านทราบว่าความพร้อมมีแล้ว ขอเวลาในการออกแบบ ขออนุมัติอย่างที่ผม เล่าไปแล้ว กนช. แล้วเข้า ครม. ตั้งงบประมาณ ก็จะเริ่มตั้งงบประมาณได้ปี ๒๕๖๗ ก็เริ่มดำเนินการได้ครับ ในวงเงิน ๒,๗๐๐ ล้านบาทครับ🔗
ขอบคุณ รัฐมนตรีครับ ท่านวิสุทธิ์มีอะไรจะถามเพิ่มเติมไหมครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ก็ต้องขอบคุณ ที่รัฐมนตรีได้ให้ข้อมูลบางประการ แต่ผมยังมีเรื่องที่ต้องถามรัฐมนตรีต่อไปคือการส่งน้ำไปใน พื้นที่ต่าง ๆ ในการสร้างอ่างเก็บน้ำ ถ้าไม่มีระบบในการส่งน้ำมันก็จะไม่มีประโยชน์ ซึ่งระยะหลัง ๆ การสร้างอ่างเก็บน้ำ ถ้ามีระบบส่งน้ำ ระบบท่อไปยังตำบลต่าง ๆ ถ้าเป็น ระบบเปิดนั้นน้ำจะเสียหายจากการระเหย หรือซึมลงดินไปเยอะมาก แต่ถ้าเป็น ระบบท่อ ผมอยากให้เป็นระบบท่อเพื่อจะให้ไปถึงตำบลต่าง ๆ ที่ชาวบ้านต้องการ ผมถึงถาม ท่านว่ามีกี่ตำบลที่จะได้รับประโยชน์จากโครงการนี้ มีการสำรวจออกแบบหรือยัง ตำบลฝายกวาง ตำบลเวียง ตำบลทุ่งผาสุก ตำบลเชียงบาน อ่างทอง ตำบลหย่วน แถบนี้เจดีย์คำร่มเย็นจะได้ผลประโยชน์ครบไหม และทราบมาว่า ๒๐,๐๐๐ กว่าไร่ ในระบบ ชลประทานนี้น่าจะถึงอำเภอภูซางบางตำบล และทราบว่าฤดูแล้งจะได้ ๘,๐๐๐ ไร่ มันจะส่งไปทั่วถึงไหม ถ้าหากการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ แต่ระบบยังเป็นระบบส่งแบบเดิม ผมไม่เห็นด้วยขอให้เป็นระบบท่อจะได้ควบคุมการใช้น้ำไปทำประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ถ้าทำได้จริงอย่างท่านว่าอีก ๒ ปี ฝันของคนเชียงคำจะเป็นจริง พี่น้องเกษตรกรของผม ซึ่งมีความขยันขันแข็งอยู่แล้ว จะได้มีกำลังใจในการทำการเกษตรอย่างเต็มที่🔗
เรื่องอีกเรื่องหนึ่ง ที่ต้องเป็นห่วงและต้องฝากท่านไปว่า คนข้างล่างได้รับ อานิสงส์จากการสร้างอ่างน้ำญวนเรียบร้อย ตามที่เป็นความต้องการของพี่น้องประชาชน แต่ผมก็เป็นห่วงพี่น้องของผม ไม่ว่าบ้านน้ำญวนพัฒนา บ้านปางถ้ำ หลายหมู่บ้านที่ได้รับ ผลกระทบนั้น ก็อยากให้ท่านได้ชดเชยให้ความเป็นธรรมพี่น้องทั้งหลายที่ได้เสียสละที่ดิน เข้าร่วมโครงการ หรือได้รับการเวนคืน ขอให้ได้รับความเป็นธรรมเรื่องการชดเชยอย่างเต็มที่ เป็นห่วงเพราะว่าเหตุการณ์พวกนี้มันเกิดขึ้นหลายครั้งหลายหน จะเห็นมีการชุมนุมประท้วง หลายปีว่าหลังจากสร้างแล้วไม่ได้รับเงินชดเชย น้ำท่วมที่ทำกินของพี่น้องราษฎรไปแล้ว แต่ไม่ได้รับเงินชดเชยสร้างความลำบาก ความทะเลาะเบาะแว้ง สุดท้ายเป็นปัญหาที่ต้อง เดินทางมาทำเนียบรัฐบาล ผมอยากให้ท่านได้วางระบบทั้ง ๒ อย่างนี้ ในการชดเชย ก็ไม่อยากให้ใครต้องเดือดร้อน ในเมื่อเขาเสียสละที่ทำกินให้มีการสร้างอ่างเก็บน้ำนั้น ก็อยากจะให้รัฐบาลได้จัดงบประมาณชดเชยเขาอย่างเต็มที่ และเป็นธรรม ทุกฝ่ายจะได้มี ความสุข ครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายดี ผมทราบจากพี่น้องอำเภอเชียงคำเมื่อวานนี้ บอกว่า วันนี้มีคนตั้งหน้าตั้งตารอฟังคำตอบจากรัฐบาลในครั้งนี้หลายพันคน และพี่น้อง ชาวอำเภอภูซางก็รอดู ทีวี (TV) ในเรื่องนี้นะครับท่านรัฐมนตรี ต้องขอบคุณที่ท่านมาตอบ อย่างชัดเจน ท่านช่วยรับปากด้วยครับว่าจะสร้างในปีไหนแน่ ระบบเป็นระบบท่อน้ำ ส่งไปถึงทุกตำบลตามที่ต้องการหรือไม่ครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีช่วยประภัตรได้รับมอบหมายมาตอบแทนรัฐมนตรีว่าการ เชิญตอบชี้แจงครับ🔗
ขอบคุณท่านครับท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านวิสุทธิ์ครับ เอาอย่างนี้ดีกว่า ผมไปหาท่านเลย ไปในพื้นที่ผมก็จะเอา ผอ. ที่คุม ผอ. เสริมชัย เซียวศิริถาวร เขาเป็น เจ้าของโครงการนี้ ไปถามประชาชนเลย เพราะเขากำลังออกแบบ ท่านจะได้บอกขออย่างนี้ ได้ไหม อย่างนี้ได้ไหม วงเงินเรามีอยู่แล้ว ๒,๗๐๐ ค่าเวนคืนเรามีครบ การเวนคืนได้จะต้อง เกิดความยุติธรรม มีประชาคม แต่อย่าเอาเปรียบรัฐบาล ต้องบอกพี่น้องก่อนว่า เงินของท่าน ที่ท่านจะรับกลับไปนี่เวนคืนเราตั้งให้เสร็จแล้ว ไม่ใช่พอถึงเวลาจะขึ้นราคาอีกแล้ว ค่าต้นไม้ อย่างนี้ไม่ได้ อันนี้เราต้องพูดกันด้วยความเป็นธรรม มีเงินเวนคืนให้ทุกคนที่เราใช้ประโยชน์ ระบบท่อผมเห็นด้วยเลย เพราะการใช้ระบบท่อการรั่วไหลเสียหายมันน้อย แต่ว่ามันอาจจะ ใช้งบประมาณแพงนิดหนึ่ง ผมว่าระบบคลองก็ดี แต่มันไม่ได้ดาดเลยนี่ ไม่เกิดประโยชน์ พัง ผมไปกับท่าน ปิดสมัยประชุมแล้วไปด้วยกัน อีกเดือนเดียวดีไหมครับ ไปเยี่ยมท่านพะเยา ไปกับผู้อำนวยการเลย ขอขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธานครับ ขออนุญาต นิดหนึ่งครับ ต้องกราบขอบคุณที่ท่านรัฐมนตรีจะไปพื้นที่เชียงคำกับผม คนเชียงคำ ก็คงจะดีใจที่ท่านจะไปในครั้งนี้ แล้วก็จะพาไปดูจุดที่ต้องการให้น้ำไปสู่ตำบลใดบ้าง ผมว่าเป็นความพึงพอใจของพี่น้องประชาชนที่รอโครงการนี้มานานมากครับ ขอบพระคุณ อย่างสูงครับ🔗
จบกระทู้ถามของท่านวิสุทธิ์ ต่อไปกระทู้ถามทั่วไป🔗
ต่อไปวาระที่ ๑.๒.๔ กระทู้ถามที่ ๔๖๗ เรื่อง การตั้งผู้แทนพิเศษของรัฐบาล เพื่อแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ (นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม ท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่าน พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้ตอบ🔗
ท่านรัฐมนตรี ก็อยู่ใช่ไหมครับ เชิญผู้ตั้งกระทู้ครับ เชิญท่านกมลศักดิ์🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ นราธิวาส ประกอบด้วย อำเภอบาเจาะ อำเภอยี่งอ อำเภอรือเสาะ และอำเภอศรีสาคร พรรคประชาชาติ ก่อนอื่น ต้องขอบคุณท่านประธานที่ได้บรรจุระเบียบวาระการตั้งกระทู้ ที่ผมได้ยื่นต่อสภาแห่งนี้ เพราะว่ากระทู้นี้ผมและพรรคประชาชาติเรามองเห็นว่า เป็นกระทู้ที่มีประเด็นคำถาม ที่ต้องการความกระจ่างกับฝ่ายบริหารในประเด็นใหญ่ก็คือ การแก้ปัญหาสามจังหวัด ชายแดนภาคใต้ และผมพร้อมกับพรรคประชาชาติขอทำหน้าที่ในฐานะที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ ตรวจสอบการทำงาน การบริหารงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตั้งผู้แทนพิเศษเพื่อขับเคลื่อน การแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ ผมจะตั้งคำถาม ๓ คำถาม แล้วก็ ให้ท่านรัฐมนตรีตอบทีละคำถาม ด้วยความเคารพท่านรัฐมนตรีครับ คำถามแต่ละคำถาม ผมอยากให้ท่านตอบตรงตามที่ได้ถาม เพราะว่ามันเป็นประเด็นปัญหาผมเชื่อว่า หลาย ๆ ท่านที่อยู่ในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องการคำตอบเพื่อความกระจ่างใน การบริหารงานการแก้ปัญหาของท่าน ท่านประธานที่เคารพ ปัญหาสามจังหวัดชายแดน ภาคใต้ ท่านประธานอยู่ในสภาแห่งนี้มานานคงได้ยินการถก การอภิปรายการแก้ปัญหา สามจังหวัดชายแดนภาคใต้มาโดยตลอด แม้แต่สภาชุดนี้ผมเอง และพรรคประชาชาติเราก็ได้ มีการนำเสนอ สะท้อนปัญหาของการแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่เรื่อยมา คำ ๆ หนึ่งที่เกี่ยวข้องกับกระทู้ที่ผมจะถามท่านรัฐมนตรีผมเองเชื่อว่าหลาย ๆ ท่านอาจจะ ยังไม่ทราบว่าการแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้นี้ที่มีตลอดระยะเวลาเป็นเวลานาน ตอนนี้โครงสร้างของการแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีอยู่คณะหนึ่ง หลายท่าน อาจจะไม่เคยได้ยิน ก่อนหน้านี้อาจจะเคยได้ยินสภาความมั่นคงแห่งชาติ สำนักงาน คณะกรรมการ คปต. คปต. ส่วนหน้า กอ.รมน. กอ.รมน. ส่วนหน้า หรือแม้กระทั่ง ศอ.บต. นั่นคือหน่วยงานหลัก หน่วยงานปกติ และหน่วยงานพิเศษที่มีอยู่ก่อนแล้วในการแก้ปัญหา สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ เราสิ้นงบประมาณในการแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ หลายแสนล้านบาท แล้วก็พยายามเดินตามยุทธศาสตร์แห่งชาติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๓ แต่ปรากฏว่าตอนนี้มันมีคำ ๆ หนึ่ง คณะ ๆ หนึ่งก็คือคณะผู้แทนพิเศษเพื่อแก้ปัญหา สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ คณะนี้ไม่ใช่เพิ่งมี แต่เพิ่งมีการแต่งตั้งล่าสุดในครั้งที่ ๔ เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม โดยคำสั่งของนายกรัฐมนตรี มีการแต่งตั้งคณะผู้แทนพิเศษของรัฐบาล ในการแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นครั้งที่ ๔ ท่านประธานครับ คณะผู้แทนพิเศษ นี้จริง ๆ แล้วมันเป็นผลพวงของการตั้งเมื่อสมัยหลังจากที่นายกรัฐมนตรีมีการปฏิวัติ รัฐประหารเมื่อปี ๒๕๕๗ เมื่อวันที่ ๖ กันยายน ๒๕๕๙ ได้มีคำสั่ง คสช. ที่ ๕๗/๒๕๕๙ เรื่อง การปรับปรุงการบริหารเพื่อแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงเป็นที่มาที่มีการตั้งคณะผู้แทนพิเศษขึ้นในครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๙ โดยมีหน้าที่ในการ ประสานงานกับหน่วยงานที่มีอยู่ รวมตลอดถึงเสนอแนะแนวทางกำกับดูแลหน่วยงาน ราชการที่รับผิดชอบการแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีงบประมาณต่างหากครับ ท่านประธาน เดิมทีครั้งแรกที่ตั้งขึ้นมามีจำนวน ๑๐ กว่าคน ครั้งที่ ๒ ตั้งขึ้นมาก็ลดจำนวน บุคลากรลงจาก ๑๐ กว่าคน เหลือ ๙ คนลดมาเรื่อย ๆ ครั้งที่ ๔ นี้เนื่องจากคำสั่ง คสช. ยังไม่มีการยกเลิก ปรากฏว่ามีการแต่งตั้งขึ้นมาใหม่ ใช้งบประมาณของแผ่นดินทุกปี ผมไปตรวจสอบตัวเลขปรากฏว่า คณะผู้แทนพิเศษนี้มีงบประมาณในการจ่ายค่าตอบแทน ปีหนึ่ง ๑๐ กว่าล้านบาท ผู้แทนพิเศษแต่ละคนมีค่าตอบแทนของที่ปรึกษา ๘ ล้านกว่าบาท โดยเฉพาะในปีล่าสุด🔗
ประเด็นคำถามคำถามแรก ที่ผมจะถามท่านรัฐมนตรีที่มาตอบแทน ท่านนายกรัฐมนตรีก็คือว่า ก่อนหน้านี้ผมได้ยินหลาย ๆ หน่วยงานบางครั้งเขาก็บ่นว่า คณะผู้แทนพิเศษไปปัดแข้งปัดขาหน่วยงานในพื้นที่ หรือบางครั้งก็ได้ยินเสียงที่เขาพูดว่า ผู้แทนพิเศษตั้งขึ้นมาบางคนไม่เคยลงพื้นที่เลย ผมจึงเกรงว่าผู้แทนพิเศษที่ตั้งขึ้นมาใหม่ ในครั้งที่ ๔ นี้จะไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ใด ๆ แถมยังเป็นการเพิ่มโครงสร้างในการแก้ปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เพิ่มขึ้นอีก ผมมองว่าการแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ โครงสร้างยิ่งเยอะ การบังคับบัญชายิ่งมาก การไม่บูรณาการหน่วยงานให้เป็นหนึ่ง มันจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์แถมสิ้นงบประมาณเสียอีก ดังนั้นคำถามแรกที่ผมอยาก เรียนถามท่านรัฐมนตรีก็คือว่า ผู้แทนพิเศษที่ตั้งมาตั้งแต่ ๖ ตุลาคม ๒๕๕๙ นี้จนถึงปัจจุบัน เป็นชุดที่ ๔ แล้ว ท่านช่วยตอบผมแล้วก็พี่น้องที่รอรับฟังอยู่ทางบ้านว่า ในอดีตที่ผ่านมาผู้แทน พิเศษมีบทบาทหรือผลงานที่เป็นรูปธรรมอย่างไร และชุดปัจจุบันนี้ท่านมีแนวทาง ที่แตกต่างกับในอดีตอย่างไรบ้างครับ คำถามแรกครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับมอบหมายจากท่านนายกตอบชี้แจงครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงกลาโหม ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้มาตอบกระทู้ถามในเรื่องนี้ครับ ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้กรุณาสอบถาม เรื่องของการแต่งตั้งผู้แทนพิเศษและอำนาจหน้าที่ และผลการดำเนินการที่ผ่านมาและต่อไป จะดำเนินการอย่างไร🔗
ก่อนอื่นขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านสมาชิกว่า ในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น รัฐบาลให้ความสำคัญ กับการพัฒนาความเป็นอยู่และเศรษฐกิจในพื้นที่ ควบคู่ไปกับการดูแลความสงบเรียบร้อย เรื่องของความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนให้ดีที่สุด ที่สำคัญคือมุ่งเน้น การบูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหา ซึ่งในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น มีทั้งส่วนของแผนงานโครงการที่เป็นงบ หรือแผนงานของ แต่ละหน่วยงานในพื้นที่ รวมทั้งแผนงานบูรณาการ มีความจำเป็นที่จะต้องมีการเพิ่ม ประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนงานทุกภาคส่วนให้ไปสู่เป้าหมาย หรือยุทธศาสตร์ที่กำหนดไว้ ไปสู่ประสิทธิภาพ และประสิทธิผลในการดำเนินงาน ทั้งในภาพของมิติด้านความมั่นคง และมิติด้านเศรษฐกิจการพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ขออนุญาตเรียนว่าในส่วนของคณะผู้แทนพิเศษที่ตั้งขึ้นมาที่ผ่านมานั้น ก็ได้ทำหน้าที่ ในการที่จะไปขับเคลื่อนการดำเนินการในทุกภาคส่วน ทั้งในส่วนของภาครัฐเอง หรือเอกชน หรือภาคประชาสังคมที่ทำงานอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีการบูรณาการ การดำเนินการ ตามแผนงานโครงการ วิธีการทำงานก็มีการประสานงานการประชุม แล้วก็การเสนอ แนวทางการดำเนินการไปสู่ของคณะกรรมการ คปต. ที่ท่านได้กล่าว และกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรี ถ้ามีความเกี่ยวข้องกับกระทรวงใด หรือมีความต้องการ ที่จะให้กระทรวงใดได้ลงไปแก้ไขปัญหาให้ขับเคลื่อนเพิ่มเติม ก็จะเป็นการสั่งการในระดับ นโยบายลงไป แต่การดำเนินการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ผ่านมานั้น ก็สามารถ ที่จะดำเนินการได้เป็นไปตามเป้าหมาย และตัวชี้วัดของแผนงานโครงการในการดำเนินการ ทั้งมิติด้านความมั่นคง ทั้งมิติของด้านพัฒนาก็มีความพัฒนาก้าวหน้ายิ่งขึ้นตามที่ ท่านประธาน แล้วก็ท่านสมาชิกได้รับทราบไปบางส่วนแล้ว ทีนี้จากการดำเนินการของ ผู้แทนพิเศษที่ผ่านมานั้น ก็ขออนุญาตเรียนว่า ในการขับเคลื่อนการดำเนินงานนั้น ก็มีผลเป็นรูปธรรมหลาย ๆ ด้าน ผมขออนุญาตที่จะยกตัวอย่างในงาน ๒ ด้าน เรื่องแรกก็คือ ด้านการพัฒนาและการศึกษา ผู้แทนพิเศษได้ลงไปประสานงานขับเคลื่อนในโครงการ ตำบลมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน ที่จะขจัดความยากจน และพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มุ่งเน้นในเรื่องของ การแก้ปัญหาความยากจนทั้ง ๕ มิติ ซึ่งจากการประเมินนั้นการดำเนินการในเรื่องของ จปฐ. นั้นก็มีตัวเลขที่ดีขึ้นมาตามลำดับ ในเรื่องของการประสานงานกับหน่วยที่เกี่ยวข้อง ในการขับเคลื่อนงานแผนงาน ทั้งเรื่องของการเสริมสร้าง เรื่องของเศรษฐกิจกำหนดให้ การดำเนินการนั้นให้เกิดความรวดเร็ว มีการแก้ไขปัญหาความขัดข้องเข้าไปในเรื่องของ การประสานงาน ในเรื่องของการส่งเสริมการค้าชายแดน การท่องเที่ยวในพื้นที่ และการบริการเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้เกิดกับพี่น้องประชาชน เรื่องของการขับเคลื่อน เรื่องของการศึกษาและมีเรื่องของการพัฒนาโรงเรียนประจำโดยไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อจะเปิด โอกาสทางการศึกษาให้นักเรียน โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางนั้นได้มีการศึกษาและไปสู่รายได้ ที่มากขึ้นและมีการขับเคลื่อนการศึกษาสายอาชีพ โดยมีการสร้างงานให้กับนักเรียนที่จบ การศึกษาให้มีงานรองรับ การขับเคลื่อนอัตลักษณ์ชุมชนต่าง ๆ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เรื่องของชุมชนศรัทธา กำปงตักวา ผู้นำชุมชนก็มีส่วนร่วมในการดำเนินงาน ในการสร้าง ความรัก ความผูกพันกันอย่างได้ผล ในเรื่องของงานความร่วมมือ ในเรื่องของความมั่นคง ปลอดภัยในพื้นที่ ผู้แทนพิเศษก็เข้าไปประสานงานกับภาคประชาสังคมก็มีส่วนร่วม ในการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สนับสนุนในเรื่องของการสร้างแวดล้อมที่เกื้อกูล ต่อการพูดคุยเพื่อสันติสุข เรื่องของความมั่นคงปลอดภัยนั้นก็ได้ดำเนินการขับเคลื่อนสภาสันติสุข ให้มีความเข้มแข็งมากขึ้น สร้างความรักความสามัคคี ตลอดจนที่จะสร้างความร่วมมือในหมู่ ประชาชนให้มีความรู้ มีความเข้าใจในการที่จะดูแลความปลอดภัยให้กับสมาชิกในชุมชน มากขึ้น🔗
สำหรับท่านผู้มีเกียรติที่ได้ถามว่า มีการปรับเปลี่ยนครั้งล่าสุดนั้นด้วยเหตุผล อย่างไร และดำเนินการอย่างไรผมขออนุญาตกราบเรียนว่าที่ผ่านมานั้นในการดำเนินการ จะเป็นการดำเนินการโดยลงไปขับเคลื่อน แต่ว่าในปัจจุบันนี้ยังมียุทธศาสตร์ในการแก้ปัญหา จังหวัดชายแดนภาคใต้ และมีการมุ่งเน้นแผนงาน งานโครงการ มุ่งเน้นผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้น ในการดำเนินการนั้นพิจารณาแล้วเห็นว่า เพื่อให้การดำเนินการของผู้แทนพิเศษนั้น มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงได้ปรับการดำเนินการเป็นในรูปแบบของคณะกรรมการ ซึ่งคณะกรรมการนี้จะประกอบด้วยผู้ที่มีความรู้ ความสามารถ และมีผู้ที่เคยทำงาน มีประสบการณ์การทำงานในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในด้านต่าง ๆ ๕-๖ ด้าน จะมีหน้าที่ ในการที่จะลงไปขับเคลื่อนด้วย แล้วก็ให้ข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็นประสานงาน เสนอข้อคิดเห็นต่อคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้คือ คปต. ที่ท่านได้กล่าว ที่สำคัญคือว่าการดำเนินการนั้นจะไปดูในแผนงาน งานโครงการตาม แผนปฏิบัติการ และยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่สภาความมั่นคง แห่งชาติกำหนด แผนงานโครงการใดที่มีจุดเน้นที่มีเป้าหมายที่นำไปสู่ผลสัมฤทธิ์ตามแผนงาน นั้น คณะผู้แทนพิเศษนั้นจะนำมาขับเคลื่อนเป็นราย ๆ โดยลำดับความเร่งด่วน และมุ่งเน้น ผลตัวผลสำเร็จตามตัวเป้าหมาย ตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ ทั้งนี้เพื่อที่จะให้การดำเนินการแก้ไข ปัญหานั้น เป็นรูปธรรมและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งทั้งหมดนี้การดำเนินการก็นำไปสู่ ความมั่นคง ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนและสามารถที่จะนำสันติสุข กลับมาคืนพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้อย่างยั่งยืนตลอดไป คำตอบที่ ๑ ขออนุญาตตอบ ท่านสมาชิกเท่านี้ครับ🔗
เชิญคำถามที่ ๒ ครับ🔗
ผมฟังท่านรัฐมนตรีชี้แจงกับประเด็น คำถามแรก ในส่วนของผลงานที่เป็นรูปธรรมแล้ว ผมว่าที่ท่านได้ตอบคำถามเป็นเรื่อง ของการปฏิบัติงานของหน่วยปกติ หรือกลไกปกติที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ เพียงแต่ว่าบทบาท สำคัญของผู้แทนพิเศษ โดยเฉพาะในเรื่องของการศึกษา ผมยังไม่เห็นผลงานที่ชัดเจน เพราะตัวเลขการศึกษาของพี่น้องสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็ยังต่ำอยู่ท้ายสุดของประเทศ ส่วนที่ท่านบอกว่า มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ตั้งแต่มีผู้แทนพิเศษมาตั้งแต่ ปี ๒๕๕๙ จนถึงครั้งที่ ๔ นี้ในปี ๒๕๖๕ คน ๓ จังหวัดชายแดนก็ยังจนอยู่ เพราะฉะนั้น ผลงานที่เป็นรูปธรรม ผมเรียนตรง ๆ ครับ ท่านรัฐมนตรีว่าผมยังไม่เห็นชัดเจนที่เป็นรูปธรรม จริง ๆ โดยเฉพาะในส่วนของงบประมาณด้านการศึกษา การศึกษาในสามจังหวัด ชายแดนใต้นี้ไม่เหมือนพื้นที่อื่น สามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีการศึกษาสามัญ การศึกษาของโรงเรียนเอกชน การศึกษาของสถาบันปอเนาะ การศึกษาของโรงเรียน จริยธรรมอิสลามการศึกษาประจำมัสยิด หรือที่รู้จักในนาม ตาดีกา มีหน่วยงานคือ สำนักงาน พื้นที่การศึกษาเอกชนเป็นผู้ดูแลรับผิดชอบ ผมตรวจสอบข้อมูลติดตามการทำงาน งบประมาณที่ทางฝ่ายบริหารบอกว่า จะแก้ปัญหาการศึกษาเหมือนที่ท่านได้อภิปราย ตอบคำถามเมื่อสักครู่ ท่านทราบไหมครับ โรงเรียนจริยธรรมอิสลามการศึกษาผมและ พรรคประชาชาติเราเรียกร้องมาตลอด อาหารกลางวันวันเสาร์ วันอาทิตย์ ทำไมท่านไม่แก้ กฎหมายเพื่อให้พี่น้องลูกหลานที่นั่นได้รับประทานอาหารกลางวัน โดยได้รับการสนับสนุน จากรัฐบาล ทุกวันนี้เขาก็ต้องเรี่ยไรเงิน พ่อแม่ต้องบริจาคเงินหาเลี้ยงอาหารกลางวัน ด้วยตนเอง พูดมาหลายครั้ง ผมก็อยากเห็นทางผู้แทนพิเศษขยับเรื่องนี้ให้เป็นรูปธรรม สำนักงานการศึกษาเอกชนท่านทราบไหมครับ ในแต่ละอำเภอโดยเฉพาะนราธิวาสมี ๑๓ อำเภอ สำนักงานการศึกษาเอกชนได้รับงบประมาณปีหนึ่งไม่ถึงแสนบาท เป็นงบดำเนินงาน แล้วจะไปดูแลลูกหลานพี่น้องในพื้นที่ได้อย่างไร ก็หวังว่าผู้แทนพิเศษ จะจับประเด็นเรื่องเหล่านี้ ที่ท่านบอกว่าท่านจะดูเรื่องการศึกษาหลังจากนี้ไป ในปีงบประมาณถัดไปเราอยากเห็นทางฝ่ายผู้แทนพิเศษเสนอแนะไปยังรัฐบาลหรือหน่วยงาน ที่รับผิดชอบ ให้เพิ่มงบประมาณ จริงใจกับเรื่องเหล่านี้สักทีเถอะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมทราบว่าผมถามได้เป็นคำถามสุดท้าย เป็นคำถามที่ ๒ ผมเรียนอย่างนี้การศึกษาคือหนทางในระยะยาวที่จะแก้ปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องให้พี่น้องในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้มีโอกาสได้รับการศึกษาตามวิถีชีวิตของเขา ท่านไม่ต้องไประแวงว่า สถาบันปอเนาะจะเป็นที่บ่มเพาะในการก่อการร้ายหรืออะไร ก็แล้วแต่ หรือว่าโรงเรียนตาดีกาจะเป็นที่อบรมจริยธรรมเพื่อให้ต่อต้านอำนาจรัฐ ทุกอย่าง มันขึ้นอยู่กับความจริงใจของฝ่ายบริหาร สำคัญที่สุดตอนนี้การแก้ปัญหา ผมเห็นผู้แทนพิเศษ ที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง โดยมีท่านเป็นประธาน จะมีอยู่ฝ่ายความมั่นคง แล้วก็มันจะ เกี่ยวข้อง เกี่ยวเนื่องกับกระบวนการสันติภาพ กระบวนการพูดคุยเจรจาเพื่อสันติภาพที่ พลเอก วัลลภ รักเสนาะ เป็นหัวหน้าคณะพูดคุยของฝั่งไทย ขออนุญาตที่ต้องเอ่ยนาม ทางรัฐบาลกำลังชื่นชมกับตัวเลขของเหตุการณ์ความไม่สงบลดลง เป็นตัวชี้วัดตาม ยุทธศาสตร์ชาติของรัฐธรรมนูญ แต่ปรากฏว่าในปี ๒๕๖๓ ลดลงจริงครับ ปี ๒๕๖๔ ปรากฏว่า เพิ่มขึ้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ทุกครั้งที่มีการปิดล้อมตรวจค้น ในปี ๒๕๖๔ มีเหตุการณ์ปิดล้อม ปะทะกับผู้ก่อความไม่สงบ ๑๑ เหตุการณ์ มีการเสียชีวิตทุกครั้ง ๒๒ ศพ เหตุการณ์อาจจะ ลดลงจริงแต่ต้นเหตุของปัญหาเงื่อนไขของการก่อเกิดปัญหานั้นคือจิตใจ ยังไม่ได้รับแก้ไข เท่าที่ควร แล้วมันก็จะลามไปเป็นปัญหาใหม่ในอนาคตที่ผมและพรรคประชาชาติเรา เป็นห่วง ท่านประธานที่เคารพ ผมอยากเรียนให้ท่านรัฐมนตรีทราบว่า การบังคับใช้กฎหมายพิเศษ ไม่ว่ากฎอัยการศึก หรือ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เราเรียกร้องให้ทางฝ่ายบริหารทบทวน ยกเลิก ท่านไม่ยกเลิกไม่ว่ากัน ถ้าหากเห็นว่ากฎหมายนี้เป็นเครื่องมือในการแก้ปัญหา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ผมเคยอภิปรายทุกครั้งว่า กฎหมายพิเศษมันเป็นดาบสองคมที่จะก่อให้เกิดเงื่อนไขในพื้นที่ อย่างไม่จบสิ้น ผมมีคลิป (Clip) ตัวอย่างล่าสุด ผมอยากเปิดให้ท่านประธานผ่านไปยัง รัฐมนตรีท่านช่วยดูว่า ปฏิบัติการใช้เอากฎหมายพิเศษ เหตุการณ์ลดลงจริง แต่ผลกระทบ ด้านจิตใจของพี่น้องประชาชนกับกฎหมายพิเศษไม่ได้ลดลงตามเลย เหตุการณ์ที่ผม จะเปิดคลิป (Clip) ให้ดูนี้จริง ๆ มันมีมาโดยตลอด แต่คนอื่นไม่กล้าถ่าย เป็นเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นที่บ้านบองอ ตำบลตันหยง อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส มีหน่วยทหารหน่วยหนึ่ง เข้าใช้อำนาจกฎอัยการศึก🔗
นี่ ไปขอค้นหาผู้ต้องสงสัย ในพื้นที่ ในรอบอาทิตย์หนึ่งไป ๓ รอบ ในบ้านนี้มีเด็กเล็ก แล้วก็มีแม่เป็นผู้ป่วยติดเตียง อยู่ในบ้าน ท่านดูครับ กิริยาวาจาของหน่วยงานเจ้าหน้าที่ที่ไปค้น พร้อมอาวุธครบมือ เขาทนไม่ไหวเพราะก่อนหน้านี้ไปมา ๒-๓ ครั้งแล้วก็ยังไปอีก เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้น ในพื้นที่มาโดยตลอดครับ เพียงแต่ว่าก่อนหน้านี้ไม่มีใครกล้าถ่ายคลิป (Clip) อันนี้คือ ผมยกตัวอย่างให้ท่านรัฐมนตรีได้รับทราบว่า สำคัญที่สุดคือด้านจิตใจ การบังคับใช้กฎหมาย พิเศษ ไม่ว่าจะเป็นกฎอัยการศึก หรือ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน จะต้องไม่เป็นดาบสองคม ทำให้เงื่อนไข หรือต้นเหตุของปัญหามันคงมีอยู่ในพื้นที่โดยไม่จบสิ้น ท่านประธานครับ ผมก็เลยอยากเรียน คำถามไปยังผู้แทนพิเศษว่า ขณะนี้รัฐบาลมีคณะพูดคุยกระบวนการเพื่อสันติภาพ ในการแก้ไขปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านรัฐมนตรีในฐานะที่อยู่หัวโต๊ะของผู้แทน พิเศษ ท่านมีมาตรการในการที่จะลดเงื่อนไขต้นเหตุของปัญหาจริง ๆ กับการบังคับใช้ กฎหมายพิเศษ พร้อมกับท่านมีข้อเสนอแนะของกระบวนการพูดคุยเพื่อสันติภาพอย่างไร ท่านช่วยชี้แจงให้ผมและพรรคประชาชาติ รวมตลอดถึงพี่น้องที่อยู่ในพื้นที่ได้รับทราบ แล้วก็ได้สบายใจหน่อยเถอะครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรี พลเอก ชัยชาญ ตอบครั้งที่ ๒ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ก่อนอื่น ต้องเรียนว่า เรื่องของการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น รัฐบาลถือว่าเป็นเรื่อง ที่มีความสำคัญอย่างยิ่งที่จะพัฒนาด้านการศึกษา เรื่องของส่งเสริมการดำเนินงาน ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิดหรือตาดีกาที่ท่านสมาชิกท่านได้กล่าว ในการดำเนินการนั้น คณะผู้แทนพิเศษก็มีเป้าหมายที่จะขับเคลื่อนการดำเนินงานตรงนี้ให้เป็นรูปธรรม เพื่อที่จะ ลดความเหลื่อมล้ำในเรื่องของการศึกษาทุกคน ทุกช่วงวัย มีโอกาสสามารถเข้าถึงการศึกษา ได้อย่างทั่วถึง ได้รับการพัฒนา สร้างการเรียนรู้ที่เหมาะสมสอดคล้องวิถีชีวิตตามหลักศาสนา ในพื้นที่ เพิ่มพูนทักษะที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต มีอาชีพที่มั่นคง และอยู่ร่วมกันได้ภายใต้ สังคมพหุวัฒนธรรมอย่างยั่งยืนต่อไป🔗
สำหรับในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย ก็ต้องกราบเรียนท่านประธาน ไปยังสมาชิกว่า ตรงนี้ได้เน้นย้ำในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ ให้เจ้าหน้าที่จะต้อง ดำเนินการตามมาตรการที่กำหนดไว้อย่างเคร่งครัด ต้องโปร่งใสในการดำเนินการ ต้องมี มาตรการใช้การเจรจาเป็นหลักจากเบาไปหาหนัก และมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนในพื้นที่ ความรับรู้ของผู้นำศาสนา ผู้นำชุมชนในพื้นที่ และต้องใช้ความอดทนอดกลั้นระมัดระวัง ที่จะไม่ให้เกิดความสูญเสีย ทุกครั้งที่มีความสูญเสียจะฝ่ายใดก็ตามนั้น รัฐบาลหรือเจ้าหน้าที่ ดำเนินการก็ไม่อยากที่จะให้การดำเนินการนั้นให้เกิดขึ้น อย่างไรก็ตามเมื่อมีการบังคับใช้ กฎหมาย และผู้ที่ก่อเหตุได้มีการต่อสู้นั้นก็เลยทำให้มีเหตุการณ์เกิด จริง ๆ แล้วเจ้าหน้าที่ ก็พยายามที่จะใช้การเจรจาเป็นหลัก ในการที่จะให้ออกมามอบตัวและเข้าสู่กระบวนการ ยุติธรรม🔗
ในส่วนของคลิป (Clip) ที่ท่านสมาชิกได้เปิดให้ดูนั้น ก็เรียนว่าผู้บังคับบัญชา ท่านนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ก็ได้เน้นย้ำไปที่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ด้านความมั่นคง โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ใน กอ.รมน. ภาค ๔ ส่วนหน้า ให้การบังคับใช้กฎหมาย อย่างเป็นธรรมไม่เลือกปฏิบัติ สำคัญก็คือว่าภายใต้กรอบกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชน อย่างเคร่งครัด เพื่อที่จะไม่ให้เกิดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน แล้วก็เปิดโอกาสให้ผู้นำ ชุมชนและภาคส่วนต่าง ๆ เข้ามาร่วมในการรับทราบการปฏิบัติทุกขั้นตอนในพื้นที่ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนั้นก็มีเจ้าหน้าที่ แล้วก็มีผู้นำชุมชนนั้นก็อยู่ในการดำเนินการด้วย ต้องขอเรียนว่ากรณีดังกล่าวนั้น เนื่องจากว่าทางเจ้าหน้าที่ได้รับข่าวสารแจ้งว่ามีผู้ก่อเหตุ รุนแรงระดับปฏิบัติการ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตาม ป.วิ.อาญา ของศาลจังหวัดนราธิวาส แล้วก็เป็น ผู้ที่มีคดีเหตุความรุนแรงในพื้นที่หลาย ๆ คดี เจ้าหน้าที่ก็ใช้ความระมัดระวังและดำเนินการ ด้วยความละมุนละม่อม ซึ่งทราบว่าทางเจ้าหน้าที่เองก็ได้มีการชี้แจงหน่วยในพื้นที่แล้วว่า ในขั้นตอนการดำเนินการก็ขออนุญาตเรียนว่า ตรงนั้นก็ไม่ใช่เป็นการปิดล้อมตรวจค้นอะไร เพียงแต่ว่าเข้าไปตรวจสอบเพื่อที่จะทำให้ประชาชนในพื้นที่นั้นและประชาชนโดยรอบ มีความปลอดภัยเช่นเดียวกัน แล้วก็การดำเนินการนั้นก็ได้มีการส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปพบปะ พัฒนาสัมพันธ์กับชุมชนมาอย่างต่อเนื่อง ต้องเรียนว่าในข้อเสนอแนะของท่านสมาชิกนั้น ก็จะเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่นั้นได้ปฏิบัติตามมาตรการต่าง ๆ ที่ผมได้กราบเรียนไปแล้ว ข้างต้น🔗
ในส่วนของการพูดคุยเพื่อสันติสุข ขออนุญาตเรียนว่ากรอบแนวทางนโยบาย ในการดำเนินการล่าสุดนั้น ก็คงจะรับทราบว่าได้มีการหารือกันทั้ง ๒ ฝ่าย แล้วก็เห็นชอบ ในหลักการเห็นพ้องต้องกันทั้ง ๒ ฝ่ายที่จะตกลงในเรื่องของแนวทางในการดำเนินการต่อไป ที่จะพูดคุยกัน ประเด็นหลัก ๆ ก็คือเรื่องของการลดความรุนแรงในพื้นที่ เรื่องการ ปรึกษาหารือกับประชาชนในพื้นที่ และการแสวงหาทางออกทางการเมือง เป้าหมายก็คือว่า อยากจะให้เกิดความสงบสุขในพื้นที่ และประชาชนก็ใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข การเข้ามา มีส่วนร่วมของภาคประชาชน รวมทั้งเล็งไปที่รากเหง้าของปัญหาเพื่อจะแก้ไขได้ถูกต้อง ตรงนี้ก็เป็นแนวทางในการดำเนินการจากการพูดคุยสันติสุข และนำไปสู่การดำเนินการของ หน่วยต่าง ๆ ที่ปฏิบัติการในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
เป็นการ จบกระทู้ถามทั่วไปทุกฉบับแล้ว🔗
ระเบียบวาระที่ ๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ซึ่งดำเนินการในห้องถามแยก เฉพาะ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
ต่อไปก็จะเป็นวาระกระทู้ถาม ซึ่งที่ห้องประชุมใหญ่ก็จะมีกระทู้ถามสดด้วยวาจา ห้องนี้ก็จะเป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะ กระทู้ทั้งหมดนี้จะมีการถ่ายทอดทางสถานีโทรทัศน์หลังจากที่การประชุมวันนี้จบแล้ว ในตอนเย็นหรือตอนค่ำ เพราะฉะนั้นเพื่อประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ผมก็เลยถือโอกาส ก่อนจะเริ่มการถามกระทู้แรกก็ถือโอกาสเรียนว่า กระทู้ถามเป็นเรื่องที่สมาชิกซักถาม นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีเกี่ยวกับงานในตำแหน่งหน้าที่ ซึ่งในปัจจุบันข้อบังคับก็จะกำหนด ไว้ให้มีกระทู้ถาม ๓ ประเภท พี่น้องประชาชนก็เคยแปลกใจถามเรื่องนี้อยู่ก็เลยถือโอกาส เรียนว่าในข้อบังคับปัจจุบันนี้จะมีกระทู้ถามอยู่ ๓ ประเภท คือกระทู้ถามแรก กระทู้ถามสด ด้วยวาจา อันนี้ก็เป็นเรื่องใหม่ ซึ่งคำถามที่ถามสดด้วยวาจานั้นจะเป็นคำถามสด ๆ ที่รัฐมนตรีไม่รู้ล่วงหน้า จะถามในตอนเช้ารัฐมนตรีก็อาจจะรู้ในตอนสาย กระทู้ถามประเภท ที่ ๒ คือถามทั่วไป อันนี้ก็มีมานานแล้ว กระทู้ถามประเภทที่ ๓ คือกระทู้ถามแยกเฉพาะ ในห้องนี้ ซึ่งอันนี้ก็เป็นเรื่องใหม่ซึ่งกำหนดให้มีขึ้นเพื่อให้สมาชิกได้ถามเป็นเรื่องเฉพาะเรื่อง เฉพาะพื้นที่ เฉพาะบุคคล หรือสมาชิกต้องการให้ตอบในห้องกระทู้ถามแยก อันนี้ก็ทำให้ กระทู้ถามแยกนั้นจะมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพื้นที่เล็ก ๆ หรือในพื้นที่เป็นเรื่องเกี่ยวกับปัญหา เฉพาะสถานที่ เฉพาะพื้นที่ เฉพาะเรื่อง ถ้าไปถามนโยบายส่วนใหญ่ก็จะไปกระทู้ถาม ในห้องใหญ่ อันนี้ก็เป็นลักษณะที่อยากถือโอกาสเรียนให้พี่น้องประชาชนซึ่งติดตาม และสอบถามเรื่องนี้มาได้เข้าใจครับ🔗
สำหรับวันนี้กระทู้ถามแยกเฉพาะมีอยู่ ๖ กระทู้ แต่ว่ามีรัฐมนตรีขอเลื่อนไป ๓ กระทู้ เพราะฉะนั้นเราจะมีกระทู้ถามอยู่ ๓ กระทู้ ๓ กระทู้ดังกล่าวนั้นก็ต้องสลับกัน เพราะว่ารัฐมนตรีบางท่านต้องไปตอบในห้องประชุมใหญ่ ก็เลยต้องขออนุญาตสมาชิกว่า เลยต้องเลื่อนกระทู้ถามอันดับหลังขึ้นมาก่อนเพื่อรัฐมนตรีสามารถมาตอบได้ แล้วก็สละเวลา เข้าใจว่าบางตอนอาจจะต้องพักเพื่อรอรัฐมนตรีที่ตอบกระทู้ถามในห้องประชุมใหญ่มาตอบ ที่นี่ วันนี้ขออนุญาตว่ากระทู้ถามแยกเฉพาะที่ขอขึ้นมาก่อนก็คือ🔗
กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๔๖ เรื่อง การเพิ่มเบี้ยยังชีพผู้พิการ การสร้างอาชีพ และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการในชุมชน (นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์🔗
ซึ่งบัดนี้คุณสะถิระ และท่านรัฐมนตรีได้มาแล้ว และรัฐมนตรีได้ขออนุญาตให้นางพัชรมณฑ์ ปิติปัญญากุล มาให้ข้อมูลได้ครับอนุญาตครับ กระทู้ถามแยกเฉพาะให้เวลาไว้กระทู้ละไม่เกิน ๒๐ นาที สภาก็เลยแบ่งว่า ถ้าอย่างนั้นก็แบ่งผู้ถาม ๑๐ นาที ผู้ตอบ ๑๐ นาที และถามได้ ๒ ครั้ง จะถามครั้งที่ ๓ ได้ต้องประธานอนุญาต อันนี้เป็นไปตามข้อบังคับ เพราะฉะนั้นก็เลย ถือโอกาสเรียนว่าต้องบริหารเวลาเผื่อไว้ด้วยทั้งผู้ถามและผู้ตอบว่า ถ้ามีประเด็นที่รู้ว่าจะต้อง ถามคำถามที่ ๒ เพราะฉะนั้นครั้งแรกก็ต้องกันเวลาไว้เผื่อคำถามที่ ๒ ด้วย ขอเชิญ คุณสะถิระเริ่มเลยครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตสัตหีบ จังหวัดชลบุรีครับ ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ให้ผมมีโอกาสได้ตั้งกระทู้ถามแยกเฉพาะ ต่อท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในเรื่องของพี่น้องประชาชนคนไทยอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางครับท่านประธาน ซึ่งปัจจุบันในวิกฤตการณ์โควิด (COVID) นี้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในสภาวะปกติก็ว่าลำบากแล้ว แต่กลุ่มเปราะบางเหล่านี้มีใครบ้าง ยกตัวอย่างเช่น ผู้พิการทางสายตา ผู้พิการทาง การเคลื่อนไหว ผู้พิการทางสมอง รวมถึงผู้ดูแลและครอบครัวของผู้พิการเหล่านี้กำลังประสบ ปัญหาในวิกฤตโควิด (COVID) ซึ่งผมได้นำเกริ่นไปตอนแรกแล้วว่าประชาชนปกติก็ว่าลำบากแล้ว แต่ผู้พิการเหล่านี้ผมคิดว่าน่าจะลำบากยิ่งกว่าครับท่านประธาน แล้วมีมาตรการ การช่วยเหลือผู้พิการทั้งการเคลื่อนไหวทางสายตาและทางสมอง ก็คือการเพิ่มเบี้ยยังชีพ ของผู้พิการจาก ๘๐๐ เป็น ๑,๐๐๐ บาทครับท่านประธาน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันมีเงื่อนไขครับ ท่านประธาน เงื่อนไขที่ว่ามีอะไรบ้าง ๑. ผู้พิการต้องมีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ๒. ผู้พิการ ต้องอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี แต่ท่านประธานเชื่อไหมครับว่าจำนวนผู้พิการทั้งประเทศปัจจุบัน มี ๑,๒๒๙,๐๙๗ คน เมื่อหักลบสำหรับ ๒ เงื่อนไขแล้วก็อยู่อีก ๔๐๐,๐๐๐ กว่าผู้พิการ ผู้พิการประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ กว่าคนที่ยังไม่ได้รับเพิ่มเบี้ยยังชีพจาก ๘๐๐ บาท เป็น ๑,๐๐๐ บาท งบประมาณ ๒๐๐ บาท กับผู้พิการที่ยังไม่ได้รับ ๔๐๐,๐๐๐ คน ประมาณ ๑๐๐ ล้านบาท ผมว่าทางรัฐบาลสามารถจัดสรรให้กับผู้พิการเหล่านี้ได้ ถามว่าเพราะอะไรครับ นี่คือสิ่งที่ ผู้พิการได้รับจาก ๘๐๐ บาท เป็น ๑,๐๐๐ บาท ไม่เยอะครับ ๑,๐๐๐ บาท ซื้อแพมเพิร์ส (Pampers) ได้ ๒ ห่อ แพมเพิร์ส (Pampers) ห่อหนึ่งมีประมาณ ๒๐ ชิ้น ใช้ไม่ถึง ๑ เดือน สิ่งนี้เองที่ผมจะนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ว่า คำถามแรก ท่านมีแนวทางอย่างไรกับการเพิ่มเบี้ยยังชีพ ให้ผู้พิการทั้งประเทศแบบไม่มีเงื่อนไข และสวัสดิการสำหรับผู้ดูแลผู้พิการ ซึ่งผู้ดูแลผู้พิการนั้น เมื่อผู้พิการอยู่บ้านก็ต้องมีผู้ดูแล ๑ คน มีสวัสดิการอะไรให้เขาบ้าง แล้วที่สำคัญอีกเรื่องหนึ่ง ท่านประธานครับ มีผู้พิการจำนวนหนึ่งยังไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพราะไม่มีบัตรประชาชน อันนี้คือสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง ผมฝากนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังทางรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ สำหรับคำถามแรกครับ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอขอบพระคุณ ท่าน ส.ส. สะถิระที่ให้ความสนใจเรื่องของผู้ยากไร้พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้พิการ คำถามของท่านก็อยากจะกราบเรียนอย่างนี้ว่า วันนี้รัฐบาลอยากที่จะให้เงินเบี้ยยังชีพ คนพิการถ้วนหน้าแล้วก็เพิ่มตามที่ท่านขอ แต่ว่าปัญหามันอยู่ที่ฐานะการคลังของประเทศ ภายใต้วิกฤติที่มีข้อจำกัดอย่างยิ่ง สิ่งที่อยากจะกราบเรียนก็คือมาพูดถึงตัวเลขกันว่า ทำไมต้องเป็นบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพราะว่าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้นบอกได้ว่าใครจน ใครมีรายได้เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ใครมีรายได้ต่ำกว่า ๑๐๐,๐๐๐ บาท ดังนั้นบัดนี้ก็จะบอกว่า เงินที่มีอยู่จำกัดนั้นจะไปให้กับผู้ที่ยากจนที่สุด รายได้น้อยที่สุด ในขณะเดียวกันวันนี้บอกว่า คนพิการนั้น ผมก็เห็นด้วยว่าจะพิการอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี หรือเกิน ๑๘ ปี พิการแล้วก็ไม่มี รายได้แล้วก็ขาดการดูแลเยอะแยะไปหมด แต่ปัญหาที่อยากจะกราบเรียนก็คือว่า วันนี้เรื่องของ สวัสดิการสังคมเป็นเรื่องที่ประเทศไทยต้องเดินหน้า แต่ต้องให้มีความพร้อมเท่าเทียม แล้วก็ทั่วถึง วันนี้ถ้านำความต้องการที่ประชาชนเสนอผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมา ทั้งเด็กถ้วนหน้าที่ต่ำกว่า ๖ ปี เด็กถ้วนหน้า คนพิการ แล้วก็ผู้สูงอายุ ถ้าทำตามปรารถนา ที่เราอยากจะให้เป็นซึ่งเราอยากให้ประชาชนมีความสุขทุกคนจะต้องใช้เงินเพิ่มไม่ต่ำกว่า ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ในขณะที่ข้อจำกัดเรื่องของการเก็บภาษีในโควิด (COVID) ที่ผ่านมา ปีครึ่งคนไทยธุรกิจหยุดทำธุรกรรมเยอะมาก ฉะนั้นภาษีก็ลดลงไปหายลงไปเยอะ ฉะนั้น เมื่อพูดถึงภาษีที่หายไปเยอะกับความต้องการที่ต้องดูแลคนยากไร้ขึ้นมาจากติดลบ ๕๐๐,๐๐๐-๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท กับที่ต้องการเพิ่ม ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็จะเป็นเงิน ๑ ล้านล้านบาท ซึ่งประมาณ ๑ ใน ๓ ของงบประมาณที่จะต้องจัด เพราะฉะนั้นตรงนี้ รัฐบาลคงทำแบบค่อยเป็นค่อยไปดูแลคนที่ยากจนลำบากที่สุดก่อนถึงจะไปทั่วหน้าได้ครับ ก็ขอกราบเรียนด้วยความเคารพครับ🔗
ท่านสะถิระถามคำถามที่ ๒ เลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ก่อนผม จะถามคำถามที่ ๒ ผมขออนุญาตนำเรียนสักครู่หนึ่งเกี่ยวกับเรื่องของผมมองอย่างนี้ครับ ผมมองว่าผู้พิการก็คือผู้พิการ ไม่ควรมีในเรื่องของฐานะปานกลาง รายได้น้อยปานกลาง รายได้สูง ผมก็มองว่าในการจัดเก็บภาษีเรายังมีภาษีอีกหลายอย่าง ยกตัวอย่างภาษีบาป หรือภาษีจากบุหรี่ เหล้า ซึ่งสามารถจัดสรรมาให้กับพี่น้องผู้พิการ หรือกลุ่มเปราะบางได้ เช่นกัน ตรงนี้กระผมนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ด้วย ส่วนคำถามที่ ๒ เป็นคำถามที่ด้วยตัวผมเอง ผมเริ่มทำงานด้านสังคมมาในเรื่องของผู้พิการ ผู้ยากไร้ และผู้ด้อยโอกาสในพื้นที่มาตั้งแต่ เป็นเยาวชน ก็เลยพบปัญหาหลาย ๆ อย่าง ยกตัวอย่างเช่น เรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับ ผู้พิการคือเรื่องแรกเลย เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องของผู้พิการที่ยังไม่ได้เป็นผู้พิการแต่สภาวะสังคม อาจจะเป็นผู้พิการก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น ผู้พิการที่มีสายตาบอดข้างเดียว แต่เราก็ยังไม่ถือว่า เป็นผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียงที่ไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เลยประมาณ ๑ ปี ๒ ปี หรือ ๓ ปี ก็ยังไม่ถือเป็นผู้พิการ หรือแม้กระทั่งผู้ที่มีภาวะร่างกายนิ้วขาด ๒ ข้าง นิ้วขาด ๓ นิ้ว นิ้วขาด ๔ นิ้วก็ยังไม่ถือเป็นผู้พิการ ตรงนี้ผมอยากจะเป็นประเด็น ๒ ประเด็นที่จะถามคำถามต่อไป ท่านประธานครับ🔗
ประเด็นแรก ก็คือในเรื่องของมาตรฐานที่เกี่ยวกับสิ่งอำนวยความสะดวก ของผู้พิการ ไม่ว่าจะเป็นที่ห้างสรรพสินค้า ที่โรงเรียน สถานศึกษา ที่วัด ที่ธนาคาร ผมยกตัวอย่างครับ ผมไปประชุมเพลิงครับท่านประธาน ผมไปมาเป็น ๑,๐๐๐ ศพ ๒,๐๐๐ ศพ แล้วครับ ผมไม่เคยเห็นผู้พิการคนไหนได้ขึ้นไปวางดอกไม้จันทน์ที่เมรุเลย นี่ผมการันตี ผมไม่เคยเห็นผู้พิการคนไหนมีโอกาสได้ไปวาง ญาติเขาเสียเขาไม่เคยได้ไปวางดอกไม้จันทน์ ที่เมรุ ถามว่าไม่ใช่หน้าที่ที่พุทธสถานมีหน้าที่ที่จะต้องสร้าง แต่เรารัฐบาล หรือว่ากระทรวง ที่เกี่ยวข้อง กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก็ดี หรือกระทรวง วัฒนธรรมก็ดี ที่จะต้องร่วมมือกันให้สิ่งอำนวยความสะดวกเหล่านี้ซึ่งเป็นภาวะจิตใจของ ผู้พิการในการแสดงความเสียใจต่อครอบครัวหรือเพื่อนฝูง อันนี้คือเป็นตัวอย่างแรกที่ว่า ในเรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็นทางลาด เป็นลิฟต์ทางจอดรถ แล้วสำคัญ อีกอย่างหนึ่งก็คือมาตรฐาน ก่อสร้างผมเห็นล่าสุดเลยครับท่านประธานตัวที่เป็นเส้นปรุ สีเหลืองที่ก่อสร้างให้สำหรับผู้พิการทางสายตาสร้างแนวตรงไปเลยครับ แต่มีเสาไฟฟ้าบังอยู่ ทีนี้ทำอย่างไรครับ แนวปรุหลบไปด้านซ้าย ตรงไปด้านขวา แล้วก็กลับไปที่เดิม ผมถามว่า ผู้พิการทางสายตา ถ้าไม่ดีเดินชนเสาแน่นอน ตรงนี้ผมฝากท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ควรมีหน้าที่ ตรวจสอบ ตรวจสอบมาตรฐาน ไม่ว่าจะเป็นลิฟต์ทางเดินของผู้พิการทางสายตา หรือแม้กระทั่งครูผู้สอนผู้พิการทางสมองสิ่งเหล่านี้คือมาตรฐานที่เราจะทำให้ผู้พิการของเรา มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น แล้วมีสภาพเหมือนคนปกติและมีความมั่นใจในการดำรงชีวิตต่อไปครับ ท่านประธาน คำถามนี้ผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าท่านมีนโยบายอย่างไรเกี่ยวกับ เรื่องมาตรฐาน🔗
ส่วนประเด็นที่ ๒ เลยท่านประธาน เกี่ยวกับเรื่องของผู้พิการที่พฤติกรรม ร่างกายดูแล้วเหมือนผู้พิการแต่กลับไม่ใช่ผู้พิการ ท่านมีนโยบายจะเปลี่ยนนโยบายหรือว่า ข้อบังคับกฎกระทรวงนี้อย่างไร โดยเฉพาะเรื่องตาข้างเดียว ผู้ป่วยติดเตียงจะมีโอกาสมีสิทธิ เหมือนผู้พิการหรือไม่ อย่างไร อันนี้ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กระผม จุติ ไกรฤกษ์ ฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอตอบท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ เรื่องภาษีบาป เรื่องภาษีที่ขึ้น ผมก็เป็นนักเศรษฐศาสตร์ที่ไปหาความรู้จาก อาจารย์เศรษฐศาสตร์ทั้งหลายว่าวันนี้ภาษีบาปเก็บมากขึ้นพอสมควร ถ้าจะต้องไปใช้สิ่งที่ ดูแลสวัสดิการวันนี้ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีบริโภค ๗ เปอร์เซ็นต์ ถ้าจะเพิ่ม เพิ่มได้ขนาดไหน แล้วประชาชนส่วนใหญ่จะยอมหรือไม่ เช่น มีการคำนวณว่าวันนี้สบู่จะราคาประมาณเท่าไร ก็ตาม ถ้าเสียภาษีเพื่อดูแลสวัสดิการสังคมแล้ว ถ้าสบู่จะต้องเพิ่มขึ้นแพงขึ้นก้อนละ ๖ บาท ยาสีฟันแพงขึ้นหลอดละ ๙ บาท ประชาชนรับได้หรือไม่ หรือไปใช้การปฏิรูปการออม ให้มีการออมตั้งแต่วัยทำงานก็จะช่วยลดภาระตรงนี้ได้มากอย่างประเทศในยุโรป ส่วนเรื่อง ของมาตรฐานที่ท่านคำนึงถึงกระทรวงก็ไม่ได้ละเลย วันนี้เราได้ทำมาตรฐานขึ้นมาคือ มาตรฐานของสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับคนพิการ ซึ่งเดิมทีมีทางลาด ที่จอดรถ ห้องน้ำ ป้ายสัญลักษณ์ แล้วก็บริการข้อมูล วันนี้ก็ต้องบอกว่าโดยฉาบฉวยผิวเผินมีกันครบ แต่ถามว่า จริง ๆ แล้วมันใช้ได้จริงหรือเปล่า ขณะนี้ก็มีการประเมินครับท่านประธาน เพราะว่าอำนาจ ตามกฎหมายกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ไม่มีอำนาจครับ แต่ใช้อำนาจซอฟต์ พาวเวอร์ (Soft Power) ในการประเมินครับ ประเมินว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ สถานที่มีการจัดลำดับว่ายูสเซอร์ เฟรนด์ลี (User friendly) คือเป็นมิตรกับคนพิการ มากน้อยขนาดไหน วันนี้มาตรฐานที่จะทำ ๕ มาตรฐานเราเป็น ๗ มาตรฐาน คือมาตรฐาน อุปกรณ์พร้อมใช้ไหม อย่างเช่นสนามบินมีอุปกรณ์รถเข็น แต่ถามว่ามีรถเข็นแล้วมีผู้บริการ ด้วยหรือเปล่า เพราะบางทีคนพิการเดินทางคนเดียวไม่สามารถเดินทางได้ ถ้าเกิดไม่มีคน บริการอย่างนี้เป็นต้น ประการต่อมาคือที่ท่านพูดถึงสถานที่ที่จะไป หน่วยงานภาครัฐ องค์กรภาคเอกชน รวมถึงร้านอาหารด้วย แล้วก็สถานที่ท่องเที่ยว สวนสาธารณะ ขนส่งสาธารณะ ศาสนสถาน สถาบันการศึกษา ห้างสรรพสินค้า สถานีบริการน้ำมัน โรงแรม เราใช้วิธีประเมินครับ ประเมินว่าระดับ ๑ ดาวมีอะไรบ้างจนถึงระดับ ๗ ดาว ถ้าเกิดใคร มีครบ ๗ ดาวก็ถือว่าเป็นผู้ที่ให้ความสำคัญกับคนพิการอย่างเต็มที่ ก็กราบเรียนว่านี่คือสิ่งที่ เราพยายามทำอยู่ แล้วเราก็พยายามทำทางโซเชียล (Social) ด้วย กับภาคประชาชนว่า ให้ประกวดป้ายให้ช่วยกันแจ้งมา เช่นจัดหาที่จอดรถคนพิการในห้างสรรพสินค้า คนดีไปแย่ง ที่จอดรถ แล้วคนพิการไม่ได้จอดอย่างนี้เป็นต้น ก็ต้องเอามาประเมิน พูดง่าย ๆ คือเอามาขึ้น ให้เห็น เพราะว่าอำนาจทางกฎหมายเราไม่มี เราก็ต้องไปทำตรงนี้ นอกจากนั้นแล้ว สิ่งที่อยากจะกราบเรียนก็คือว่า วันนี้เราเข้าไปดูถึงขนาดว่าวัด แน่นอนวัดสร้างมาแล้ว หลายสิบปี หลายร้อยปีมาตรฐานเหล่านี้ไม่มี แต่ว่าหลายวัดก็ประยุกต์ด้วยการมีที่ลาด แล้วก็มีโต๊ะ แล้วให้คนพิการไปทอดผ้าที่โต๊ะแล้วพระก็เดินมารับไม่ต้องขึ้นบันได วันนี้ทำกันเยอะเพราะว่าผู้สูงอายุมีเยอะมากก็ขึ้นบันไดไม่ไหวเหมือนกัน เพราะฉะนั้นคงต้อง ประยุกต์ในส่วนนี้ แต่ในขณะเดียวกันวันนี้เรากำลังเน้นเรื่องของภาครัฐแล้วก็อาคาร ที่ใช้สาธารณะ เช่น สถานีขนส่งรถ รถไฟ แล้วก็สนามบิน แม้กระทั่งสนามบินที่ว่าดี ๆ คือ กราบเรียนว่ามีความยากตรงที่ว่ากรอบวิธีคิดของคนที่ให้บริการเขาไม่พิการแต่คนพิการ ต้องพิการ เช่น สมมุติท่านประธานไปที่สนามบินนานาชาติไปถึงก็บอกเขามีรถเข็นให้ แต่รถเข็นอยู่ข้างใน คนพิการลงจากแท็กซี่แล้วอย่างไรครับ คลานไป ๓๐ เมตร การคลาน นี่ก็ไม่ใช่ไปเอารถ ถึงบอกว่าต้องมีการประเมินว่ามีรถให้แล้ว มีคนบริการให้หรือไม่ แล้วก็ มีการแจ้งล่วงหน้าหรือไม่ การแจ้งล่วงหน้าเวลาจองตั๋วส่วนใหญ่ก็จะใช้ได้ แต่อาจจะมีปัญหา คือสถานีรถไฟไม่ได้มีทุกแห่ง แล้วสถานีขนส่งก็มีหลัก ๆ ไม่ได้มีทุกป้าย ก็ต้องประสานงาน กับ อบต. ด้วย กับเทศบาลด้วยในการปรับปรุงสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ทั้งหมดจะออกมาในระบบ การประเมิน และเมื่อระบบการประเมินแล้วนำเสนอสภาผู้แทนราษฎรแล้วผมว่านั่นละ จะเป็นเครื่องกดดันให้ทุกหน่วยงานที่ยังมีจุดอ่อนอยู่ได้ปรับปรุงปิดจุดอ่อนของตนเอง เพื่อให้เข้มแข็งขึ้น แล้ววันนี้สิ่งที่เราได้ทำก็คือเรื่องของวัน สต็อป เซอร์วิซ (One Stop Service) คือคนพิการเวลาจะไปขึ้นทะเบียนคนพิการต้องไปหาแพทย์ ไม่มีบัตรประชาชน ต้องไปที่อำเภอก่อน ไปให้แพทย์ตรวจกลับมาก่อนแล้วไปกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ไปขอขึ้นทะเบียนอีกอย่างน้อย ๔ เที่ยวกว่าจะได้บัตร วันนี้ก็เลย ทำว่าวัน สต็อป เซอร์วิซ (One Stop Service) บูรณาการกับกระทรวงมหาดไทยคืออำเภอ หรือว่าเทศบาล บูรณาการกับกระทรวงสาธารณสุขซึ่งต้องให้แพทย์มาตรวจถึงที่ แล้วก็บูรณาการ กับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ก็ไปหาอาสาสมัครไปหาคนพิการอยู่แล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือว่า คนมาล้น เพราะคนก็อยากสะดวก วัน สต็อป เซอร์วิซ (One Stop Service) แล้วแพทย์ มีน้อย ผมไปมา ๓-๔ แห่ง ปรากฏว่าแพทย์ตรวจไม่ทัน แพทย์แทบไม่ได้รับประทานข้าวเลย ตั้งแต่เช้าถึงหกโมง บางทีถึง ๒ ทุ่ม แพทย์ก็เสียสละไม่ได้รับประทานข้าว ก็สงสารคนพิการ อยากจะตรวจให้ครบ แต่ตรงนี้ก็เกิดผลดีมาก เพราะกระทรวงมหาดไทยก็ทำบัตรประชาชนให้ รับรองให้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รับรองให้กระทรวง สาธารณสุขคุณหมอตรวจสอบให้ ก็ค่อย ๆ ทยอยทำไปอย่างนี้ แต่ว่าหลายแห่งก็ยังไม่มี ความพร้อม เพราะว่าต้องพร้อมทั้ง ๓ อัน คืออำเภอ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็เป็นเรื่องของความร่วมมือเฉพาะพื้นที่ไม่ได้เป็น ทุกพื้นที่ แล้วสมาชิกท่านใดติดต่อมาเราก็พยายามไปดูแลบริการทุกพื้นที่โดยที่ไม่มีสี ไม่มีพรรค ท่าน ส.ส. อยากจะลอง วัน สต็อป เซอร์วิซ (One Stop Service) เราก็พร้อมจะ ทดสอบ แต่ว่าต้องเตรียมการเป็นเดือน ไม่ใช่ปุบปับไป เพราะว่าให้ประชาชนมีความสะดวก ไปก็ต้องมีอาหาร มีน้ำ มีพัดลมให้เขา แล้วสิ่งสำคัญเราคิดแบบคนพิการไปคนหนึ่งญาติจะ ๓-๕ คนไปด้วย ฉะนั้นญาติก็มีเยอะพอสมควร เพราะฉะนั้นก็กราบเรียนว่าตรงนี้เป็นสิ่งที่ บริการใหม่ ๆ นอกจากนั้นแล้วเราดูอาชีพครับว่าอาชีพคนพิการหรือคนที่ดูแลแคร์กิฟเวอร์ (Caregiver) สามารถมีอาชีพอื่นได้หรือไม่ วันนี้ก็พยายามเชิงรุกว่าฝึกอาชีพของผู้ดูแล ผู้สูงอายุ ผู้ดูแลคนพิการให้มากขึ้น ฝึกใช้เทคโนโลยีให้เป็น เครื่องมือให้ทันสมัย ฝึกอาชีพ ที่เขาสามารถมีอาชีพที่ประกอบอาชีพได้ อายุเท่าไรก็ตามฐานความรู้ความสามารถจุดแข็ง ต่างกัน อาชีพสามารถมี ๑๐๘ อาชีพเลย ก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ว่านี่คือสิ่งที่เราพยายามทำในเชิงรุกเพื่อดูแลสวัสดิการคนพิการครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณ คุณสะถิระ มีเวลานิดจะฝากอะไรเชิญครับ อนุญาตครับ🔗
กราบขอบคุณท่านประธานที่ให้ผม มีโอกาสได้ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์อีกครั้งหนึ่ง ไม่ใช่คำถาม แต่ก็อยากจะนำเรียนอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือประเด็นของผู้พิการที่จะเป็นหูหนวกข้างเดียว หรือแม้กระทั่งตาบอดข้างเดียว หรือแม้กระทั่งนิ้วขาด ตรงนี้ฝากให้พิจารณาด้วยว่าถ้ามีแนวโน้มที่สามารถเป็นผู้พิการได้ ตรงนี้ เขาจะสามารถได้สิทธิของผู้พิการด้วยเรื่องนี้เรื่องหนึ่ง🔗
ส่วนเรื่องของวัน สต็อป เซอร์วิซ (One Stop Service) กราบขอบพระคุณ อีกครั้งหนึ่ง ทางสัตหีบพร้อม เดี๋ยวผมจะกลับไปทางผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วก็รวมถึงอำเภอ ทุกอำเภอในจังหวัดชลบุรีจะมีทั้งหมด ๑๑ อำเภอ แต่ละอำเภอสัตหีบผมรับรองว่า เดี๋ยวจะเตรียมการเพื่อที่จะให้ทางรัฐมนตรีถ้ามีโอกาสและถ้าไปเยี่ยมอำเภอสัตหีบผม เพราะมีผู้พิการหลายท่านเลยที่ยังไม่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ไม่มีบัตรประชาชน ต้องกราบขอบพระคุณทางท่านประธาน แล้วก็ทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนา สังคมและความมั่นคงของมนุษย์เป็นอย่างสูงครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพผมเหลืออีกแค่ครึ่งนาที ขอรับข้อสังเกตไป แล้วก็อยากจะกราบเรียนว่าวันนี้มีระเบียบที่ต้องแก้ไขเยอะมาก เช่น การพิจารณาต้องเป็น ดุลยพินิจของแพทย์ว่าใครพิการ ไม่พิการระดับไหน เราไม่ใช่แพทย์จะไปต่อสู้เขา ก็ลำบาก แต่ให้ข้อมูล อันที่ ๒ คือแม้กระทั่งเรื่องของผ้าอ้อมสำเร็จรูปแพมเพิร์ส (Pampers) ซึ่งเป็นต้นทุนที่เยอะมาก แล้วกระทรวงซื้อไม่ได้ เพราะระเบียบกรมบัญชีกลางไม่ให้ วันนี้ขอรับบริจาคอย่างเดียว แม้กระทั่งอุปกรณ์คนพิการกระทรวงดูแลคนพิการทั้งประเทศ แต่เวลาขออุปกรณ์ต้องไปกระทรวงสาธารณสุข ก็มีความยากลำบากในการทำงานเหมือนกัน แต่เราไม่ท้อ เพราะว่าเราทำด้วยใจ แล้วก็พยายามจะกำจัดอุปสรรคทั้งหลาย ระเบียบ ทั้งหลายให้ลดลงน้อยที่สุดครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต้องขอบคุณท่านสะถิระ และท่านรัฐมนตรีจุติก็บริหารเวลาได้ดีขอชื่นชมครับ ขอบคุณมากครับ🔗
กระทู้ในลำดับถัดไปเป็นของนายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง โครงการขุดลอก และอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำ แต่เนื่องจากว่ารัฐมนตรีกำลังตอบกระทู้สดอยู่ทางคุณหมอ ทราบแล้วใช่ไหมครับ ก็คงต้องขอรอให้ท่านเสร็จ เพราะฉะนั้นช่วงนี้มีเวลาก็ขอพักก่อน พักไปจนกว่ารัฐมนตรีจะตอบกระทู้ถามเสร็จแล้วก็มาตอบที่นี่ครับ🔗
พักประชุมเวลา ๑๑.๐๖ นาฬิกา🔗
เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๑.๒๒ นาฬิกา🔗
ต่อไปจะเป็นกระทู้ถาม แยกเฉพาะที่ ๓๓๘ เรื่อง โครงการขุดลอกและอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำหนองเดียง พร้อมระบบ กระจายน้ำ ตำบลเวียงเหนือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ของนายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗
ก็ฟังรัฐมนตรีตอบกระทู้ ถามสดอยู่เมื่อสักครู่นี้ กระทู้ถามแยกเฉพาะนี้ท่านผู้ถามและผู้ตอบมีความสัดทัดอยู่แล้ว ผมจะไม่เสียเวลา แต่เรียนว่าเรามีเวลา ๒๐ นาที ก็เลยแบ่งให้ฝ่ายละ ๑๐ นาที แล้วถามได้ ๒ ครั้ง ถามครั้งที่ ๓ ได้ต้องประธานอนุญาต คุณหมอเป็นผู้เชี่ยวชาญอยู่แล้ว ขอเชิญคุณหมอครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพกระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สภาสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน ท่านชวน หลีกภัย ที่ได้ให้โอกาส ผมได้ถามกระทู้ เรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านวราวุธ ศิลปอาชา เรื่อง โครงการขุดลอกและอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำหนองเดียง พร้อมระบบกระจายน้ำตำบลเวียงเหนือ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ กราบเรียน ท่านประธาน เนื่องจากอำเภอกันทรลักษ์เป็นอำเภอใหญ่มีประชากรประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ คน มีทั้งหมด ๒๐ ตำบล ในพื้นที่ที่ผมได้ตั้งกระทู้ถามคือพื้นที่ของตำบล เวียงเหนือ ซึ่งมีหนองน้ำขนาดใหญ่ขนาด ๔๒๗ ไร่ ชื่อว่าหนองเดียง ซึ่งตรงนี้เป็นแหล่ง ที่ห่างจากชุมชนและเลี้ยงชุมชนในเขตของตำบลเวียงเหนือทั้งหมด ๔-๕ หมู่บ้าน แล้วก็ขยายต่อไปยังตำบลใกล้เคียง นอกจากที่มีแหล่งน้ำชื่อตำบลหนองเดียงแล้วข้างล่าง ชื่อคล้าย ๆ กันครับท่านประธาน ท่านรัฐมนตรี คือหนองเดียงน้อย ซึ่งห่างจากหนองเดียง ประมาณ ๒.๓ กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ ๑,๒๐๐ ไร่ แต่บางครั้งก็อาจจะเป็น ๑,๑๐๐ ไร่ ซึ่งอยู่ในเขตของตำบลเมืองมีพื้นที่ตรงนี้ดูแลไร่นาสำหรับเสิร์ฟ (Serve) น้ำพอสมควรทีเดียว ในหนองเดียงและหนองเดียงน้อยมีความเชื่อมโยงกัน ถ้ามองขึ้นไปข้างบนอีกจุดหนึ่ง🔗
ขออนุญาตไปสไลด์ (Slide) แรก คือหนองสะเตอะห่างกับหนองเดียงมีเนื้อที่ ๒๖๑ ไร่ จริง ๆ เกือบ ๔๐๐ ไร่ และหนองสะเตอะ คืออำเภอสังเม็ก เรามีคลองลึกที่ห้วยขะยุง คลองห้วยขะยุงไหลมาจากทางเทือกเขาพนมดงรัก ลงมาที่หนองเดียงคลองยาวถึง ๑๘๘ กิโลเมตร ถัดจากหนองสะเตอะมาเป็นภาพที่ ๒ ก็คือหนองเดียง ขออนุญาตสไลด์ (Slide) ครับ และภาพที่ ๓ คือหนองเดียงน้อย ซึ่งนี่คือรูปที่เห็น ผมขออนุญาตไปที่ภาพหนองจริง ๆ ครับ หนองสะเตอะเป็นหนองที่มีการขุดลอก เมื่อ ๑๐ กว่าปีที่แล้ว แล้วบางส่วนไม่ได้มีการขุดลอก ตื้นเขิน ตรงนั้นผมไปดูพื้นที่มาแล้ว ทางพี่น้องประชาชนในเขตของตำบลสังเม็กก็อยากให้มีการพัฒนา ซึ่งอยู่เหนือจาก หนองเดียงไปอีกนิดหนึ่ง ภาพที่ ๒ อันนี้คือหนองเดียง หนองเดียงนี้คือลำคลองตื้นเขิน ๔๒๗ ไร่ มีการขุดลอกไปบางส่วน แล้วข้างล่างสามารถพัฒนาได้ ภาพที่ ๓ อันนี้เป็นหนองเดียงน้อย ซึ่งมีผักตบ มีพื้นที่ประมาณ ๑,๑๐๐ ไร่ ทั้ง ๓ หนองนี้เป็นแหล่งน้ำที่พี่น้องประชาชนได้อาศัย ในช่วงฤดูแล้งเขาจะทำนาได้เฉพาะใกล้เคียงเป็นนาปรัง แต่ถ้าเรามีการขุดลอกหรือเรียกว่า ทางกรมทรัพยากรน้ำเขามีโครงการที่พัฒนาอนุรักษ์ฟื้นฟูและมีการพัฒนาเป็นอ่างพวง ซึ่งผมก็เห็นดีอย่างยิ่งเลยครับ เพราะว่านั่นคือทั้ง ๓ หนองสามารถเชื่อมโยงเป็นการ ต่อเนื่องกันในการเติมน้ำในการทำให้น้ำตรงไหนขาด ฝนตกตรงไหน แล้วก็สามารถพัฒนา แล้วก็มีการพัฒนาใช้ระบบเทคโนโลยีมาช่วย เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ เป็นต้น ดังนั้นถ้าสามารถพัฒนาทั้ง ๓ หนองได้ตรงนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะระบบกระจายน้ำ เพราะว่าที่ไปนี่ชาวบ้านบริเวณใกล้ ๆ ถึงจะได้ใช้น้ำ แล้วที่ไปดู หนองเดิม ๆ ทั้งหมดทั่วประเทศที่ผมเห็นเขาจะสร้างแค่เป็นบ็อกซ์ คัลเวิร์ท (Box culvert) คือกั้นน้ำได้ในระดับหนึ่งพอถึงจุดหนึ่งน้ำก็จะไหลออกไป เพราะฉะนั้นพอถึงหน้าแล้ง น้ำจะไม่มี ถ้าเป็นไปได้พัฒนาเป็นประตูระบายน้ำปรับให้เป็นจุดที่สามารถเชื่อมโยง และสามารถกระจายน้ำไปยังพี่น้องประชาชนที่ทำเกษตรทั้ง ๓ ตำบลนี้ ซึ่งจะมีเนื้อที่ รวม ๆ แล้วน่าจะได้ถึงเกือบแสนไร่ จึงขออนุญาตถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งท่านได้ดูแลพี่น้องเป็นอย่างดี ทางพวกเราภาคภูมิใจ ท่านมีนโยบายสนับสนุนโครงการขุดลอกอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำหนองเดียงพร้อมระบบกระจาย น้ำตำบลเวียงเหนือ หนองเดียงน้อย ตำบลสังเม็ก และหนองสะเตอะ ถ้าทำเป็นอ่างพวง ได้หรือไม่ ถ้ามีจะทำให้มีการพัฒนาแล้วส่งเสริมอาชีพรวมทั้งจะมีการสร้างรายได้ให้พี่น้อง ประชาชน ข้อที่ ๒ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถ้าจะมีนโยบายตรงนี้ จะเริ่มสำรวจออกแบบและดำเนินการได้ช่วงไหน เวลาไหน ซึ่งพี่น้องประชาชนก็เฝ้ารอ แล้วก็ถามผมมาตลอด โดยเฉพาะพี่น้องกำนัน ผู้ใหญ่บ้านทั้งหมดได้เซ็นหนังสือ ได้ถาม ได้ทำเรื่องถึงกระทรวงแล้วก็เป็นที่พึ่งที่หวัง เพราะกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมได้มีผลงานส่วนของภาคอีสานมาก ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน ขอกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับ🔗
ขอเชิญรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขออภัยที่มาล่าช้า เพราะติดกระทู้ถามสด ขออนุญาตตอบกระทู้ของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัด ศรีสะเกษ พี่หมอจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ขออภัยที่เอ่ยนาม เราก็มีความคุ้นเคยกันดี แล้วก็ต้อง ขอบคุณที่ถามตั้งกระทู้นี้ขึ้นมา ต้องเรียนท่านประธานครับว่าสิ่งที่ท่าน ส.ส. ได้ยกตัวอย่าง ขึ้นมาแล้วก็มีความเดือดร้อนของพี่น้องมานั้นเป็นตัวอย่างที่ดีในการที่จะสะท้อนให้เห็นว่า ข้อจำกัดของกรมทรัพยากรน้ำด้วยมติของคณะกรรมการกระจายอำนาจครับ ท่านประธาน เพราะว่าหนองเดียง หนองเดียงน้อย และหนองสะเตอะนั้น อย่างหนองเดียงน้อยมีความจุ อยู่ที่ประมาณก่อนหน้านี้บางหนองมีความจุอยู่ไม่ถึง ๒ ล้านลูกบาศก์เมตร ทีนี้คณะกรรมการ กระจายอำนาจกำหนดออกมาครับท่านประธานบอกว่า แหล่งน้ำที่มีความจุต่ำกว่า ๒ ล้านลูกบาศก์เมตร จะโดนถ่ายโอนไปอยู่เป็นความรับผิดชอบของท้องถิ่นทั้งหมด ทีนี้บางหนองมีขนาดล้านกว่าคิวท่านประธาน มันเกินความสามารถของ อบต. หรือเทศบาล ก็ไม่สามารถทำได้ แล้วก็จะต้องหาวิธีทำอย่างไรเพื่อที่ให้กรมทรัพยากรน้ำเข้าไปทำ ซึ่งเป็นประเด็นที่ผมได้พยายามพูดคุยกับหลายฝ่ายมา ๒ ปีเต็ม ๆ แต่ว่าจนกระทั่งวันนี้ ผมก็คุยกับทางกรมทรัพยากรน้ำว่าในเมื่อเราทำอย่างนั้นไม่ได้เราทำอ่างพวงเลย ก็แล้วกัน อย่างวันนี้ต้องขอเรียนท่าน ส.ส. ผ่านท่านประธานครับว่าสิ่งที่ท่าน ส.ส. เสนอมาทั้งหนองสะเตอะ หนองเดียง และหนองเดียงน้อยนั้น ทางกรมทรัพยากรน้ำได้พูดคุย หารือกันแล้วเรามีแนวคิดที่จะทำให้เป็นอ่างพวงเชื่อมทั้ง ๓ อ่างด้วยกัน โดยที่ทางหนองเดียงน้อย ที่อยู่ทางตอนล่างสุด มีพื้นที่ประมาณ ๖๐๐ ไร่บวกลบ ถ้าขุดลอกเรียบร้อยแล้วก็สามารถ สร้างคันดินขึ้นมา เรามีแนวทางที่จะขุดลอกความลึกเฉลี่ยประมาณ ๓.๕ เมตร แล้วก็สร้าง คันดินโดยรอบกว้างประมาณ ๖ เมตร แล้วก็ยาว ๖๐๐ เมตร สูง ๑.๕ เมตรขึ้นไปอีก ถ้าหากว่าทำอย่างนี้ได้เราจะสามารถกักเก็บน้ำได้ประมาณ ๓.๓ ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ ๓.๓ ล้านคิว นอกจากนั้นเราก็จะมีระบบกระจายน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ตามที่ ท่าน ส.ส. ได้ตั้งข้อสังเกตมาเมื่อสักครู่ ในส่วนของหนองเดียงน้อยนี้ทางกรมทรัพยากรน้ำ ได้จัดตั้งในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ต้องขออภัยที่ทำในปี ๒๕๖๖ ไม่ทัน เพราะว่าขณะนี้ ท่าน ส.ส. คงทราบดีว่าเราได้ส่งแผนการทุก ๆ อย่างนั้นต้องมีทั้งไทย วอเตอร์ แพลน (Thai Water Plan) เข้าสู่กระบวนการเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นเราจะนำเข้าสู่ปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ด้วยวงเงินประมาณ ๑๘๔ ล้านบาทครับท่านประธาน🔗
ต่อมาในส่วนของหนองเดียงตะวันตก หรือว่าหนองเดียง เรามีแนวทาง ที่จะขุดตะกอนดินขึ้นมาพื้นที่ประมาณเกือบ ๔๐๐ ไร่ ความลึกก็จะเฉลี่ย ๓.๕ เมตรเช่นกัน แล้วก็จะมีการสร้างคันดินโดยรอบ ซึ่งหนองเดียงตะวันตกนี้จะสามารถกักเก็บน้ำ ถ้าหากว่า เราขุดลอกแล้วเราก็ทำคันดินขึ้นมาแล้วจะกักเก็บน้ำได้อีกประมาณ ๒.๒ ล้านลูกบาศก์เมตร ประเด็นนี้เราจะขออนุญาตเนื่องจากใช้วงเงินงบประมาณเยอะ เราจะดำเนินการ ในปีงบประมาณ ๒๕๖๘ ใช้เงินงบประมาณประมาณ ๑๓๙ ล้านบาท แล้วก็ในหนองสุดท้าย หรือหนองสะเตอะที่อยู่ตอนบนสุดก็จะมีการขุดลอกตะกอนดินอีกเช่นกันประมาณ ๓๐๐ กว่าไร่ แล้วก็มีการสร้างคันดิน เมื่อทำเสร็จแล้วนั้นเราคาดว่าจะกักเก็บน้ำได้ประมาณ ๑.๖ ล้านลูกบาศก์เมตรครับท่านประธาน แล้วก็ในส่วนของตรงนี้เรากะว่าจะบรรจุอยู่ใน งบประมาณปี ๒๕๖๘ ด้วยเช่นกันใช้งบประมาณประมาณ ๑๑๗ ล้านบาท การที่เราจะนำน้ำ จากห้วยขะยุงทดน้ำเพื่อให้มันสูงขึ้นมาแล้วเข้าไปยังหนองเดียงน้อย แล้วก็ส่งต่อไปยัง หนองเดียงและหนองสะเตอะได้นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่เราจะต้องมีการสร้างเป็นอาคารควบคุม น้ำขึ้นมา ซึ่งเราจะมีโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำพร้อมระบบส่งน้ำที่ห้วยขะยุง แล้วก็สร้าง เป็นอาคารบังคับน้ำขึ้นมานั้นจะใช้งบประมาณอีกประมาณ ๕๕ ล้านบาท ซึ่งอันนี้เราจะ บรรจุอยู่ในงบประมาณปี ๒๕๖๗ ท่านประธาน ซึ่งถ้าหากอาคารบังคับน้ำแล้วก็โครงการของ ห้วยขะยุงสำเร็จขึ้นมา เราก็จะสามารถทดน้ำจากห้วยขะยุงมาเข้าที่หนองเดียงน้อย แล้วก็จะมีระบบท่อส่งจากหนองเดียงน้อยไปหนองเดียง ซึ่งแต่ละหนองนั้นจะอยู่ห่างกัน ประมาณ ๓-๕ กิโลเมตร ถ้าผมจำไม่ผิดจากตัวเลขต้องขออภัยถ้าหากว่าคลาดเคลื่อน แต่ว่าทั้ง ๓ อ่างนี้เมื่อรวมกันทั้งหมดแล้วท่านประธานเราจะมีความจุรวมกันทั้งหมดประมาณ ๘.๔ ล้านลูกบาศก์เมตร หรือ ๘.๕ ล้านลูกบาศก์เมตร ทั้ง ๓ หนองด้วยกัน ใช้งบประมาณ เบ็ดเสร็จทั้งสิ้นเกือบ ๕๐๐ ล้านบาท ๔๙๖ ล้านบาท แล้วก็พี่น้องประชาชนนับหมื่นนับแสนไร่ ตามที่ท่าน ส.ส. ได้กล่าวไป เมื่อสักครู่ได้ตั้งข้อสังเกตไว้ ต้องขออนุญาตเรียนเพิ่มเติมว่า นอกจากทางกรมทรัพยากรน้ำแล้ว ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เราก็ยังได้มีการทำงานในพื้นที่จังหวัดศรีสะเกษไปตาม ปีงบประมาณปี ๒๕๖๕ เราเจาะไปแล้วทั้งหมดอีก ๑๔ แห่ง เป็นโครงการพัฒนาน้ำบาดาล เพื่อการเกษตรด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ๗ แห่ง แล้วก็เป็นโครงการพัฒนาน้ำบาดาล เพื่อความมั่นคงระดับชุมชนอีก ๗ แห่ง พี่น้องประชาชนหลายร้อยไร่แล้วก็ได้น้ำ อย่างเช่น ๗ โครงการพลังงานแสงอาทิตย์นั้นมีปริมาณน้ำประมาณ ๒๓๐,๐๐๐ คิวต่อปี ส่วนน้ำบาดาล เพื่อความมั่นคงของชุมชนก็อีก ๖๐๐,๐๐๐ กว่าคิวต่อปี ดังนั้นนอกจากน้ำเพื่อการเกษตร โดยใช้น้ำบนดินแล้วในจังหวัดศรีสะเกษเองทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเราก็ได้เข้าไป สนับสนุนการทำงานของพี่น้องประชาชน แล้วก็ดูแลความเดือดร้อนโดยใช้น้ำบาดาลขึ้นมา อีกหลายแสนคิวต่อปีเช่นกันครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ🔗
คำถามที่ ๒ ผมขออภัย ด้วยครับ บังเอิญว่าไม่ได้ประกาศชื่อท่านอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ท่านภาดลท่านมาให้ข้อมูล อยู่ด้วยครับ เชิญคุณหมอครับ🔗
กราบขอบคุณท่านประธาน กราบขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็ตรงกับใจผม แล้วก็ตรงกับพี่น้องประชาชน เพราะรัฐมนตรีท่านตอบท่านทราบโดยเฉพาะว่าห้วยขะยุง ช่วงที่ฝนตกจริง ๆ น้ำจากเทือกเขาพนมดงรัก จากตำบลเสาธงชัยจะไหลลงมาเรื่อย ๆ สุดท้ายมันจะแบ่งน้ำมาลงที่อำเภอกันทรลักษ์ตรงส่วนปลายแล้วจะลงไปน้ำบางครั้ง บางปีท่วม ผมกับทีมงานท่าน ส.ส. ธีระ ก็ดี หรือทางทีมงานต้องเอาเรือท้องแบนไปช่วยดู เพราะฉะนั้นถ้าเราสามารถมีการทดน้ำเข้ามาเก็บจะช่วยการแก้ปัญหาเรื่องน้ำท่วมในช่วงที่ น้ำหลากได้อย่างดียิ่งเลย ซึ่งจะเป็นประโยชน์กับห้วยขะยุง แล้วก็มีคลองเดียงซึ่งจะไหล เข้ามาอีก นอกจากนั้นพี่น้องประชาชนยังบอกว่าในห้วยขะยุงแต่ละที่ก็มีการตื้นเขิน ไม่ได้รับการขุดลอก ก็นำเรียนฝากท่านรัฐมนตรีด้วยว่าถ้าเป็นไปได้ตรงนี้จะเป็นประโยชน์ อย่างมาก แล้วก็เห็นด้วยอย่างยิ่งในเรื่องของกระจายอำนาจ ซึ่งผมเองเป็นผู้ยื่นญัตติ ในเรื่องของการแก้ไขปัญหาจนท่านประธานตั้งกรรมาธิการเรื่องของการถ่ายโอน เรื่องของแหล่งน้ำที่มีขนาด ๒ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งขณะนี้อยู่ในช่วงของอนุกรรมาธิการ แบ่งเป็น ๓ อนุ และคณะใหญ่ได้คุยกันว่ากระจายอำนาจจะลดลงเหลือ ๑ ล้านลูกบาศก์เมตร แล้วก็มีการซ่อมอ่าง ฝาย ซึ่งทางไปอนุสาวรีย์ก็ไม่สามารถเข้าไปได้ เพราะว่า อปท. ไม่มีเงิน ตรงนี้ทราบดีว่าท่านรัฐมนตรีท่านเข้าใจแล้วก็จะได้เกิดประโยชน์ตรงนี้🔗
อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของน้ำบาดาล ผมเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการ แก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม ก็ได้เคยเรียนเชิญทางน้ำบาดาลมาพูดถึงเรื่องการใช้ การเสนอโครงการที่มีขนาดเล็ก ขนาดกลาง ขนาดใหญ่ และมีการตั้งหอถังน้ำสามารถ มาเลี้ยงได้ตั้งแต่ที่ท่านประธานบอกว่ามี ๗ แห่ง ๒.๓ แสนของน้ำเพื่อความมั่นคง และอีก ๗ แห่ง ก็ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างมากคนที่ได้ดีใจสาธุเลย แต่ว่าเรื่องนี้คนเสนอกันเยอะ แล้วก็ผ่านอนุของจังหวัดส่งไป ถ้าเป็นไปได้สามารถเพิ่มงบประมาณให้กับความต้องการที่เขา เข้าคิวให้กับพี่น้อง โดยเฉพาะสำนักงบประมาณหรือผู้ที่ตั้งให้เข้าใจน้ำคือชีวิต จริง ๆ ถ้าไม่ได้น้ำ เขาอยู่ไม่ได้ โดยเฉพาะขณะนี้โควิด (COVID) ก็สามารถเสนอได้แล้วโครงการอนุแต่ละจังหวัด ส่งไปถ้าพิจารณาเพิ่มขึ้นอีก เพราะเขาแจ้งว่าจะเพิ่มแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งมันไม่เพียงพอ ในการที่เขาเข้าคิวไว้ ก็ฝากว่าถ้าสามารถทำทั้ง ๒ โครงการนี้ได้จะเป็นประโยชน์ ส่วนหนองที่ผมเป็นเลเวล (Level) ไว้ทั้ง ๓ อันจริง ๆ หนองเดียงน้อยมีเนื้อที่ถึง ๑,๑๐๐ ไร่ แต่ว่าบางครั้งมันก็ตื้นเขิน บางครั้งในการบริหารจัดการอาจจะเหลือ ๖๐๐-๗๐๐ ไร่ แต่ถ้าเกิดพัฒนาทั้ง ๓ หนองเดียงนี้ ๔๒๗ ไร่ หนองสะเตอะก็ประมาณ ๓๐๐ ไร่ ก็สามารถ พัฒนา ซึ่งถ้าทำเป็นอ่างพวงได้เติมน้ำมีระบบกระจายน้ำที่ดีจะเป็นสวรรค์เลย เขาทำนาได้ปีละ ๒ ครั้งแน่นอน ตอนนี้ที่ทำนาได้ปีละครั้งเฉพาะติดอ่าง ติดหนองเท่านั้นเองที่ผมขับรถไปดูได้ นิดหน่อย แต่ถ้าทำได้พี่น้องประชาชนจะเป็นประโยชน์ แล้วก็สามารถแก้ปัญหาได้จริง ๆ เพราะฉะนั้นก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธาน ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีจริง ๆ ว่า ถ้าเป็นไปได้งบท่านชี้แจงแล้วว่าปีนี้คงจะได้รับการสำรวจออกแบบทั้งหมด แล้วก็จะเริ่ม ดำเนินการจริง ๆ ปี ๒๕๖๖ ไม่ทัน ก็เป็นปี ๒๕๖๗ ถ้าเป็นปี ๒๕๖๗ ได้ในส่วนใหญ่ ก็จะเป็นการดี เพราะว่าหนองเดียงทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้านเขาเฝ้ามองอย่างดีเลย ส่วนจะเป็น ปี ๒๕๖๘ ก็ไม่ไปอะไร แต่ถ้าเกิดได้ปี ๒๕๖๗ ได้สัก ๒ เป็นอย่างดีก็ต้องขอขอบพระคุณ แล้วขอบคุณแทนพี่น้องประชาชนชาวอำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ และขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีที่ดูแลเอาใจใส่พี่น้องเป็นอย่างดียิ่ง ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
รัฐมนตรีจะตอบก็ได้ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน ต้องกราบขอบพระคุณท่านสมาชิก ท่านประธาน งบประมาณในส่วนของห้วยขะยุงที่เราจะทำอาคารบังคับน้ำก็ทราบว่าประมาณสัก ๕ กิโลเมตรก่อนที่จะถึงจุดที่เราดูเอาไว้ปัจจุบันมีฝายทดน้ำของทางกรมชลประทานอยู่ เป็นฝ่ายคอนกรีตเสริมเหล็ก คาดว่าการที่เรามีอาคารบังคับน้ำเพิ่มเข้ามาในห้วยขะยุงนั้น จะสามารถบรรเทาปัญหาเรื่องน้ำท่วมในพื้นที่ของพี่น้องได้ในช่วงที่น้ำหลากเข้ามา🔗
ในประเด็นเรื่องของน้ำบาดาลครับท่านประธานต้องเรียนว่า งบประมาณ ในแต่ละปีของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลนั้นก็ค่อนข้างจำกัด ถ้าหากเราทำได้ผมเองก็อยากจะ เจาะให้มันทุกหมู่บ้าน ดังนั้นก็คงต้องขอฝากท่านประธานไปยังท่าน ส.ส. ด้วยเช่นกันว่า เวลาเราแปรญัตติหรือว่าเวลาทำงานเรื่องงบประมาณ ก็ขอให้สนับสนุนงบประมาณให้กับ กรมทรัพยากรน้ำบาดาลด้วย เพราะว่าที่ผ่านมามีงบเท่าไรเราก็เจาะตามงบประมาณที่เรามี ปัจจุบันเรามีเครื่องจักรที่สามารถขุดเจาะลงไปได้ถึงเกือบ ๑ กิโลเมตร ๑,๐๐๐ เมตร ดังนั้นพี่น้องประชาชนเดือดร้อนตรงไหน เราจะสามารถเจาะใช้เวลาเพียงไม่กี่วันในการที่จะเจาะ แล้วก็แก้ปัญหาได้ทันท่วงที เพียงแต่ขึ้นอยู่กับงบประมาณที่เราได้รับจัดสรรมายังที่กรม เท่านั้น ตอนนี้เราก็เจาะกันจนพรุนไปหมดแล้ว ถ้าหากว่ามีงบประมาณเข้ามาอีกเราก็จะ แก้ไขหาให้กับพี่น้องประชาชนได้อีก แล้วถ้าหากมีประเด็นใดเพิ่มเติมก็ขอให้ท่าน ส.ส. สามารถประสานงานไม่ว่าจะเป็นกรมทรัพยากรน้ำ แล้วก็กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ แล้วผมก็จะกำชับการดำเนินการอย่างเต็มที่ครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณ คุณหมอครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีด้วยครับ ทุกฝ่ายบริหารเวลาได้ดีครับ ต่อไปจะเป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะ กระทู้ถามต่อไปท่านรัฐมนตรีต้องอยู่ต่อ🔗
กระทู้ถามลำดับที่ ๓ คือกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๕๓ เรื่อง แนวทางการป้องกันการเกิดปัญหาอากาศเป็นพิษจาก หมอกควัน ซึ่งเกิดจากไฟป่าอย่างยั่งยืนขอเชิญท่านสมาชิกนพพล เหลืองทองนารา🔗
ท่านนพพลมีประสบการณ์ มาแล้วกระทู้ถามแยกเฉพาะนี้ถามได้ ๒ ครั้ง เวลาไม่เกิน ๑๐ นาที เรามีเวลากระทู้ละ ๒๐ นาที ก็เลยแบ่งให้ท่านสมาชิก ๑๐ นาที ท่านรัฐมนตรี ๑๐ นาที ถามได้ ๒ ครั้ง คำถามที่ ๓ จะถามได้ ต้องประธานอนุญาต ขอเชิญท่านนพพลครับ ผมขออนุญาตให้มีผู้มาให้ข้อมูล ท่านพันธ์ศักดิ์ ถิรมงคล ผู้อำนวยการกองจัดการคุณภาพอากาศและเสียง เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ เรียนท่านรัฐมนตรี กระผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ ท่านครับสืบเนื่องจากที่ผมได้ยื่นกระทู้ถามแยกเฉพาะ ในเรื่องของแนวทางการป้องกันการเกิดปัญหาอากาศเป็นพิษจากหมอกควัน ซึ่งเกิดจาก ไฟป่าอย่างยั่งยืน ซึ่งในปัจจุบันทุกท่านเองก็ได้ทราบกันดีว่าปัญหาเกี่ยวกับไฟป่า โดยเฉพาะ ไฟป่านั้นทำให้เกิดอนุภาพเล็ก ๆ ซึ่งเรารู้จักกันในนามของพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ ผมก็ได้ยินท่านรัฐมนตรีตอบกระทู้ในห้องประชุมสภา ซึ่งผมเองก็คงจะใช้เวลาที่จะขอเรียนถาม ท่านรัฐมนตรีคงไม่มาก เพราะว่าท่านรัฐมนตรีท่านก็ได้ตอบไปเป็นส่วนใหญ่ของเพื่อนสมาชิก ไปแล้ว ซึ่งในส่วนของผมที่จะขอเรียนถามท่านรัฐมนตรีก็คือว่า ในปัญหาเรื่องไฟป่าปัญหา ส่วนใหญ่มันก็เกิดจาก ๑. การทำไร่ การหาของป่า การล่าสัตว์ ทีนี้ปัญหาที่ผมเองได้รับทราบ มาก็คือว่าการประชาสัมพันธ์ที่ทางกระทรวง ทางหน่วยงานราชการจะประชาสัมพันธ์ให้กับ พี่น้องชาชนได้รับทราบถึงผลกระทบว่า ถ้าคุณทำอย่างนี้แล้วจะมีผลกระทบอย่างไรบ้าง ในปัญหาเรื่องไฟป่า คือกระทรวงของท่านรัฐมนตรีผมเองรักมาก แล้วก็พยายามติดตาม มาตลอด เมื่อก่อนนี้ก็เคยเห็นมีในงบของประชาสัมพันธ์ โดยเฉพาะในส่วนของทางภาคเหนือ ตอนบน แต่ว่าอยู่ ๆ งบตรงนี้มันหายไป แล้วไม่รู้ผมคิดเองหรือเปล่า แต่ว่าผมเองก็ได้ทั้ง ประสบการณ์ตรงแล้วก็ทั้งเพื่อนฝูง คือมันมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป ในพิษณุโลก ในอุตรดิตถ์ เอาอย่างในอุตรดิตถ์ก่อน เอาภาคเหนือตอนบน ในอุตรดิตถ์แล้วก็ในลำปาง ส่วนใหญ่จะเป็นการเผาเพื่อผักหวาน เพื่อหาไข่มดแดงมากที่สุดเลยตามที่ผมได้ข้อมูล จากทางเจ้าหน้าที่ด้วยอะไรด้วย ยกเว้นเชียงใหม่ นอกนั้นจะเป็นการจุดไฟเพื่อล่าสัตว์ มีที่เชียงใหม่จะแตกต่างจากเขาก็คือว่าเป็นลักษณะเหมือนทางชาวบ้าน โดยเฉพาะพวก ชาวเขาทั้งหลายเหมือนจะประชดทางกระทรวง คือนั่นหมายความว่าเหมือนกับละเลยเขา ไม่ประชาสัมพันธ์ ซึ่งจริง ๆ ตอนแรกพอผมได้ข้อมูลนี้มา ผมก็มีความรู้สึกแปลกใจเหมือนกันว่า ถ้าอย่างนี้การประชดก็แสดงว่าเขาคงจะต้องรู้ว่าพิษภัยของหมอกควันมันอันตรายอย่างไร แต่ว่าทำไมเขาก็ยังจะเผาอีก ในเรื่องของการหาผักหวาน การล่าสัตว์ การอะไรนี่ ในเขตเชียงใหม่ไม่ค่อยจะมีเท่าไร เพราะฉะนั้นผมเองก็อยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่า ในส่วนของงบประชาสัมพันธ์ที่มันหายไปที่จะทำความเข้าใจให้พี่น้องได้เข้าใจ โอเค (OK) ถ้าเราไม่คิดถึงว่าลักษณะของการประชด ผมอยากจะทราบถึงสาเหตุของการหายไปของ งบประมาณทั้งปัจจุบันและอนาคต ท่านรัฐมนตรีจะมีแนวทางในเรื่องของการดูแล เรื่องการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนได้รับรู้ถึงพิษภัย แล้วก็ทำอย่างไรถึงจะให้เขาได้ ตระหนักได้ช่วยกันในการที่รักษาไม่ก่อให้เกิดมลพิษ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอเชิญรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขออนุญาตตอบกระทู้ ของท่านสมาชิก ท่านนพพล เหลืองทองนารา ขออภัยที่เอ่ยนาม จากพิษณุโลก ประเด็น เรื่องปัญหาอากาศเป็นพิษจากหมอกควันและการดูแลเรื่องไฟป่า ต้องเรียนว่าประเด็น เรื่องการประชาสัมพันธ์อันนี้ต้องขออนุญาตไปดูรายละเอียดเพิ่มเติม แต่ว่าเท่าที่ทราบว่า ภารกิจของการดับไฟป่านั้นในช่วง ๔-๕ ปีที่ผ่านมาจริง ๆ แล้วน่าจะเป็นเกือบนับสิบปี ที่ผ่านมาแล้วก็ว่าได้ ได้ถูกถ่ายโอนจากกรมป่าไม้ให้ไปอยู่ยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ทั้ง อบต. และเทศบาลต่าง ๆ นั้นจะต้องตั้งงบในการที่จะป้องกันไฟป่าขึ้นมา ทีนี้ปัญหา ก็คือว่าที่ผ่านมาบาง อบต. บางเทศบาลนั้นยังไม่มีความพร้อมในการที่จะรับ ทีนี้ผมไม่แน่ใจว่า ในส่วนที่ถ่ายโอนภารกิจหน้าที่เรื่องดับไฟป่าไปอยู่ที่ท้องถิ่นนั้นรวมไปถึงงบประชาสัมพันธ์ หรือไม่ อันนี้ต้องขออนุญาตกลับไปทำการบ้านก่อน แต่นี่คือข้อมูลที่ผมได้รับทราบมา ทีนี้เรื่องการประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบถึงเรื่องฝุ่นละอองนั้น ในแต่ละปี ยกตัวอย่างเช่นในปี ๒๕๖๕ ในขณะนี้ทางกรมควบคุมมลพิษเราได้มีมาตรการออกมาทั้งหมด ๙ ด้านด้วยกัน ก็คือเรียกว่า ๑ สื่อสาร ๕ ป้องกัน แล้วก็ ๓ เผชิญเหตุ การสื่อสารนั้น เป็นตามที่ท่านสมาชิกได้กล่าวเมื่อสักครู่ครับท่านประธาน ก็คือการให้พี่น้องได้เข้าใจถึงพิษ แล้วก็ปัญหาที่จะเกิดขึ้น รวมไปถึงการสื่อสารถึงข้อมูลสภาพอากาศที่จะเกิดขึ้นว่า สภาพอากาศแบบนี้ขออนุญาตอย่าเพิ่งเผา ขออนุญาตว่าละเว้นก่อนช่วง ๓ วัน ๕ วันนี้ แต่บางช่วงครับท่านประธานไม่ได้แปลว่าเราไม่ให้เผาเลย จะมีบางช่วงที่เราอนุญาตให้เผาได้ ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศด้วยเช่นกัน ในการทำอันนี้เรามีการใช้แอปพลิเคชัน (Application) ชื่อเบิร์นเช็ค (Burn check) ขึ้นมา ซึ่งขณะนี้เรียกว่าเกษตรกรและพี่น้องประชาชนค่อย ๆ ทยอยเข้ามาเริ่มใช้บริการของแอปพลิเคชัน (Application) อันนี้ นั่นคือในส่วนของสื่อสาร ๕ ป้องกัน เรามีแนวทางอย่างไรบ้าง ประเด็นแรกก็คือ เราขอให้ทุกจังหวัดนั้นทำแผน แก้ไฟป่าหมอกควันแล้วก็บรรจุเรื่องแผนฝุ่นละอองในแผนป้องกันภัยของแต่ละจังหวัด ในส่วนที่ ๒ โดยกรมอุทยานและกรมป่าไม้เองนั้นเราได้มีการขยายการบริหารจัดการ เชื้อเพลิงโดยใช้โครงการชิงเก็บรถเผา คือเก็บวัตถุทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นเศษไม้ กิ่งไม้ ใบไม้ หญ้าแห้ง ที่เราทำเมื่อปีที่แล้วเราเก็บได้เกือบประมาณ ๒,๕๐๐ ตันครับท่านประธาน แล้วก็ครอบคลุมพื้นที่ทั้งพื้นที่ป่าพื้นที่เกษตร แล้วก็พื้นที่ชุมชน แล้วเชื้อเพลิงเหล่านั้นเมื่อเก็บ มาได้แล้วเรามีภาคเอกชนไม่ว่าจะเป็น เอสซีจี (SCG) และบริษัทเอกชนต่าง ๆ ยินดีที่จะรับซื้อ ประเด็นที่ ๓ ครับท่านประธาน ๑ ใน ๕ ป้องกัน ก็คือการเร่งรัดโครงการปลูกป่าเพื่อฟื้นฟู ป่าต้นน้ำ ป่าชายเลน แล้วก็ป้องกันไฟป่าภายใต้การประสานงานของศูนย์อำนวยการใหญ่ จิตอาสาพระราชทาน ข้อที่ ๔ ก็คือการสร้างเครือข่ายอันนี้สำคัญที่สุดเลย ก็คือการที่พี่น้อง ประชาชนในแต่ละหมู่บ้าน ในแต่ละตำบลนั้นเหมือนเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่ของ กรมป่าไม้ ของกรมอุทยาน ในการที่จะดูว่ามีคนไหนที่มีความสุ่มเสี่ยงที่จะเข้าไปแล้วก็ทำ กิจกรรมที่จะก่อให้เกิดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมของเราได้ แล้วส่วนสุดท้ายก็คือสนับสนุน ให้ใช้พลังงานสะอาดเพื่อลดปัญหาฝุ่นละอองพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) แล้ว ๓ เผชิญเหตุ เรื่องแรกก็คือ การเข้มงวด อันนี้น่าจะยังไม่เกี่ยวกับในพื้นที่เกษตรกรรม แต่ว่าเป็น การตรวจวัดควันดำให้มีความเข้มข้นมากขึ้น ดูแลเรื่องภาคผลิตของภาคโรงงาน ส่วนที่ ๒ จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมไฟป่าในพื้นที่ป่าธรรมชาติ ซึ่งอันนี้เราจะใช้ เจ้าหน้าที่ป่าไม้ในการเพิ่มการเฝ้าระวังและเพิ่มความเข้มข้นของการเดินตรวจลาดตะเวน แล้วประเด็นสุดท้ายก็คือว่า การประสานงานกับต่างประเทศเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดทรานบาวเดรี (Transboundary) หรือว่าการที่มีหมอกควันข้ามแดนเข้ามา อันนี้ก็เป็นแนวทางที่จะป้องกัน เรื่องฝุ่นละอองแล้วก็มลพิษที่จะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนได้ ซึ่งพิษณุโลกเองก็มีพื้นที่เกษตร อยู่เยอะ ตอนนี้เราก็ได้ประสานงานไม่ว่าจากทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้วก็เจ้าหน้าที่ ป่าไม้ของเราในการเข้มงวดกวดขันครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอเชิญสมาชิกถามได้ อีกครั้งครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผมใคร่ขอถามคำถามที่ ๒ ในสิ่งที่ท่านรัฐมนตรีตอบมาเมื่อสักครู่นี้ ก็อยู่ในคำถาม ที่ผมจะถามในคำถามที่ ๒ ผมอยากจะถามเรื่องผลสัมฤทธิ์นโยบายที่ได้เริ่มในสมัยของ ท่านรัฐมนตรีที่ว่าการเก็บเศษใบไม้ทั้งหลายเอามาขาย ซึ่งผมคิดว่าวัตถุประสงค์สิ่งที่ ท่านรัฐมนตรีได้ออกนโยบายนี้มาก็คือจะช่วยป้องกันในเรื่องของการเกิดไฟป่า เพราะว่า เศษไม้อะไรทั้งหลาย ใบไม้ทั้งหลายมันก็เป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ทีนี้ท่านครับท่านทำมาเป็นปีที่ ๒ ในปีนี้ถ้าฟังจากที่ท่านบอก ท่านครับ ท่านได้ประเมินหรือยังครับว่าโครงการนี้ที่ ท่านรัฐมนตรีได้ริเริ่มมันมีผลสัมฤทธิ์แค่ไหน จริง ๆ แล้ว ๒,๕๐๐ ตัน ถ้าในความรู้สึกผม ขออนุญาตนำเรียนตรงไปตรงมาก็คือว่า ๒,๕๐๐ ตันกับใบไม้แห้งกับอะไรนี่มันเป็นปริมาณ ที่มหาศาลมากพอสมควร ฉะนั้นผมเองก็คิดว่าจะต้องมีประชาชนจำนวนไม่น้อยทีเดียวที่นำ เศษใบไม้เหล่านี้มาขายให้ท่านมาขายให้ทางราชการ ผมถึงอยากจะทราบว่าพอท่านดำเนิน โครงการมาแล้วปีนี้เป็นปีที่ ๒ ในปีแรกท่านสรุปผลแล้วเป็นอย่างไรบ้าง ผมอยากทราบผลว่า มันได้ผลอย่างไร คุ้มค่ากับงบประมาณที่เสียไปหรือไม่ แล้วสิ่งที่ท่านบอกว่ามี เอสซีจี (SCG) มีอะไรมารับซื้อต่อเพื่อไปทำเชื้อเพลิงมันได้เม็ดเงินตอบกลับมาประมาณสักเท่าไร เพราะมี กระแสเสียงว่ามันจะคุ้มกันไหม เพราะว่ามีการโจษขานกันอยู่เหมือนกัน ซึ่งผมเองก็ไม่ทราบว่า จริง ๆ แล้วคุ้มหรือไม่คุ้ม เพราะว่าตรงนี้ผมก็เพียงแค่เห็น แต่ว่าด้วยความที่เวลาไม่มาก ในการที่จะหาข้อมูล ก็เลยต้องขอนำเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าสรุปแล้วโครงการนี้ซึ่งถือว่า เป็นโครงการใหม่ ซึ่งจริงแล้วเมื่อก่อนส่วนใหญ่ก็จะมีแต่เป็นประเภทแนวกันไฟที่กว้าง ๑๒ เมตร แล้วก็ยาวตามแนวเขตไฟป่าซึ่งตรงนั้นก็ได้ผลดีพอสมควรเลยละครับ เพราะว่ามีช่วงห่างระหว่างรอยต่อของป่าซึ่งทำให้ไฟถ้ามันจะลามเข้ามาในเขตป่ามันก็ยากขึ้น เพราะว่ามันเป็นที่โล่งเตียนถึง ๑๒ เมตร ถ้ามันไม่มีลมแรง ๆ โอกาสที่ไฟมันจะลามเข้ามา มันก็น้อยลง แต่นโยบายใหม่ของท่านซึ่งการเก็บเศษใบไม้มาขายให้ทางราชการ ผมก็เลยอยากจะทราบว่ามันเป็นอย่างไรบ้าง กราบขอบพระคุณครับท่าน🔗
ขอเชิญรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้องขออนุญาตเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกครับว่าโครงการชิงเก็บลดเผาในปี ๒๕๖๔ ปีที่แล้ว ที่เกิดขึ้นนั้นที่ผมได้กล่าวว่าเราเก็บเชื้อเพลิงไปได้กว่า ๒,๕๐๐ ตัน เรียนว่าในเรื่องของ เม็ดเงินที่ต้องเรียนว่าไม่ได้ขายให้กับราชการท่านประธาน แต่ขายให้กับบริษัทเอกชนเขารับ ซื้อโดยตรงอย่าง เอสซีจี (SCG) หรือว่าอย่างบริษัทอีกหลาย ๆ บริษัทที่เป็นเอกชน เขาบอกว่ามีเท่าไรเขารับซื้อหมด เพราะว่าเศษใบไม้หญ้าแห้งเหล่านี้ล้วนแล้วแต่สามารถ นำไปทำเป็นเชื้อเพลิง อาร์ดีเอฟ (RDF) บ้าง บางคนเอาไปทำเป็นวัสดุอย่างเช่นเป็นภาชนะ บางบริษัทที่ผมเคยเห็นนั้นเอาเศษใบไม้หญ้าแห้งเหล่านี้ไปปั่น แล้วก็ไปเผาแล้วก็อัดก้อน ออกมาจนกลายเป็นเรียกว่า ถ่านหุงต้ม แล้วก็ออกขายได้ ทีนี้ในเรื่องของเม็ดเงิน ต้องขออนุญาตเรียนว่า ผมยังไม่มีข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องว่างบประมาณได้เท่าไร แต่ว่าความสำเร็จของโครงการนี้บวกกับการทำงานอย่างหนักหน่วงของอีกหลาย ๆ หน่วยงานไม่ใช่เฉพาะโครงการนี้อย่างเดียว แต่ทำให้จุดความร้อนในภาคเหนือของ ประเทศไทยเทียบเยียร์ ออน เยียร์ (Year on Year) ระหว่างปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ นั้นหายไป ถึง ๖๑ เปอร์เซ็นต์ ถ้าเทียบทั่วประเทศ ปี ๒๕๖๓ มาปี ๒๕๖๔ เมื่อสักครู่ที่ผมได้ตอบ กระทู้ถามสดไปด้วยเช่นกันว่า เทียบทั่วประเทศปี ๒๕๖๓ กับปี ๒๕๖๔ นั้นจุดความร้อนเรา หายไปถึง ๕๒ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นการเก็บเชื้อเพลิงเหล่านี้ก็ได้ผล ณ ระดับหนึ่ง ต้องเรียนว่า ณ ระดับหนึ่ง แต่ว่าข้อจำกัดของการขนเชื้อเพลิงเหล่านี้ คือการที่ราคาของเชื้อเพลิงแต่ละ กิโลที่บริษัทรับซื้อหรือภาคเอกชนรับซื้อมันเพียงแค่ไม่กี่บาท สิ่งที่เป็นปัญหาก็คือว่าค่าขนส่ง มันกินหมด อย่างเช่นกว่าจะขนจากในป่าออกมาถึงริมถนน แล้วจากริมถนนกว่าจะเดินทาง ไปจนถึงที่โรงงานไม่ว่าจะเป็นโรงงานบริษัทใดก็แล้วแต่มันจะกินที่ค่าขนส่งตรงนี้จึงเป็นที่มาที่ว่า ผมกำลังหารือกับทางทั้งกรมป่าไม้และกรมอุทยานในการที่หารือความเป็นไปได้ว่าจะขอ งบประมาณในการที่จะสนับสนุนหรือซับซิไดซ์ (Subsidize) เกี่ยวกับเรื่องค่าขนส่งในการ ที่จะขนส่งเชื้อเพลิงเหล่านี้ไปยังบริษัทต่าง ๆ เพื่อที่ว่าพี่น้องประชาชนนั้นจะสามารถขายได้ ง่ายขึ้น โดยไม่ต้องไปกังวลเกี่ยวกับค่าขนส่ง และบริษัทต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะสามารถรับซื้อ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ เชื้อเพลิงต่าง ๆ ที่เก็บมาได้จากในป่านั้นให้ได้มากขึ้น อันนี้ก็เป็นแนวทาง ที่กำลังทำอยู่ ส่วนเรื่องเม็ดเงินที่ท่านสมาชิกสงสัยนั้นต้องขออนุญาตเป็นการบ้าน แล้วเดี๋ยว จะขอให้ทางเจ้าหน้าที่ได้รวบรวมตัวเลข แล้วก็ส่งต่อให้กับทางท่านสมาชิกต่อไปครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านนพพล และขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ จบกระทู้ถาม🔗
กระทู้ถามต่อไป ๓ กระทู้ที่ท่านรัฐมนตรีขอเลื่อน คือกระทู้ถามที่ ๑.๓.๒ เรื่อง การแก้ไขปัญหาและการป้องกันกรณีที่พี่น้องประชาชนโดนฉ้อโกงจากการซื้อของ ผ่านสื่อออนไลน์ (Online) ของสมาชิก สะถิระ เผือกประพันธุ์ ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม รัฐมนตรีขอเลื่อนเนื่องจากได้ลาป่วยท่านติดเชื้อไม่สามารถ ตอบกระทู้ถามได้ ขอเลื่อนไปเป็นวันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕🔗
กระทู้ถามที่ ๑.๓.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๕๒ ของ พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เรื่อง ผลสัมฤทธิ์ของโครงการ ๔๗ โครงการในโมเดล (Model) เศรษฐกิจ บีซีจี (BCG) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม รัฐมนตรี ได้แจ้งตอบว่า เนื่องจากติดภารกิจสำคัญไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ ขอเลื่อนการตอบ กระทู้ถามออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ครับ🔗
กระทู้ถามที่ ๓๕๔ ของคุณนพพล เหลืองทองนารา ถาม เรื่อง มาตรการ ทางกฎหมายต่อผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการผลิตนำเข้า หรือจำหน่ายเครื่องสำอางที่มี ส่วนผสมของพลาสติกไมโครบีดส์ (Microbeads) อย่างเป็นรูปธรรม ถาม นายกรัฐมนตรีครับ นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ตอบ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุข นายสาธิต ปิตุเตชะ เป็นผู้ตอบ รัฐมนตรีได้แจ้งว่าขอเลื่อนเนื่องจากมีภารกิจ เร่งด่วนในการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำมันดิบใต้ทะเลบริเวณทุ่นผูกเรือน้ำลึกรั่วไหล ณ บริเวณนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง ไม่สามารถมาตอบ กระทู้ถามได้ ขอเลื่อนไปตอบกระทู้ถามในวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ คือสัปดาห์หน้า ก็เลยแจ้งที่ประชุมได้รับทราบครับ ก็จบการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะในวันนี้ครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ก่อนที่จะ เข้าสู่ระเบียบวาระที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุมเพื่อรับทราบในระเบียบวาระที่ ๒ ผมขออนุญาตที่ประชุมเลื่อนระเบียบวาระดังต่อไปนี้ขึ้นมาก่อน มีระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ต่อจากนั้นก็เป็นระเบียบวาระที่ ๗.๗ เรื่องตั้งกรรมาธิการแทน ตำแหน่งที่ว่าง และระเบียบวาระที่ ๗.๘ เรื่องการขอขยายระยะเวลาของคณะกรรมาธิการ ซึ่งทั้ง ๒ วาระยังไม่ได้บรรจุระเบียบวาระ หลังจากนั้นก็ขอนำระเบียบวาระที่ ๗.๖ เรื่อง ตั้งกรรมการข้าราชการรัฐสภา หรือ ก.ร. เนื่องจากเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นที่จะต้องให้ ที่ประชุมพิจารณาให้แล้วเสร็จ ภายในกรอบระยะเวลาตามกฎหมาย จึงจำเป็นต้องเลื่อน เรื่องตั้งกรรมการ ก.ร. ขึ้นมาก่อน แต่เนื่องจากตามข้อบังคับต้องให้พิจารณาตามระเบียบวาระ ดังนั้นต้องขออนุญาตที่ประชุมมีท่านสมาชิกท่านใดขัดข้องไหมครับ มีในระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม จากนั้นก็เป็นเรื่องตั้งกรรมาธิการซ่อมและขอขยายระยะเวลา แล้วหลังจากนั้นก็ตั้งกรรมการ ก.ร. เอาตามนี้นะครับ🔗
ไม่มี ท่านผู้ใดเห็นเป็นอย่างอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมอนุมัติตามที่เสนอ ขอดำเนินการต่อไป🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม🔗
เป็นการรับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๓ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) รวม ๒ ครั้ง ได้แก่ ครั้งที่ ๓ (เป็นพิเศษ) วันพุธที่ ๙ และวันพฤหัสบดีที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๖๔ และครั้งที่ ๔ (เป็นพิเศษ) ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๐ มิถุนายน ๒๕๖๔ ซึ่งทั้งหมดได้วางให้ท่านสมาชิกได้ตรวจดูแล้ว ก่อนที่จะเสนอ ให้สภารับรอง มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นว่าต้องแก้ไขบางส่วนบางคำที่ไม่ถูกต้องไหมครับ ทั้ง ๒ ครั้งเลยนะครับ🔗
ถ้าไม่มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุม สภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๒ ครั้ง ตามที่เสนอมา🔗
ระเบียบวาระที่ ๗.๗ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิด สถานบันเทิงแบบครบวงจร หรือเอ็นเทอร์เทนเมนต์ คอมเพลกซ์ (Entertainment Complex) การจัดเก็บรายได้และภาษีจากธุรกิจคาสิโน (Casino) ถูกกฎหมาย และมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาบ่อนการพนันผิดกฎหมาย การแพร่ระบาด ของตู้เกมพนันไฟฟ้าและการพนันออนไลน์ (Online) เพราะมีท่านสมาชิกลาออก เรื่องนี้ ท่านประธานกรรมาธิการได้มีหนังสือขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เพราะว่า นายสิระ เจนจาคะ ได้ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ แต่เนื่องจากเป็นสัดส่วน ของพรรคพลังประชารัฐ ขอเชิญสมาชิกพรรคพลังประชารัฐเสนอชื่อกรรมาธิการ และขอผู้รับรองด้วยนะครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐจากฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอตั้ง ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง แทนกรรมาธิการวิสามัญที่ว่างลงครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ท่านสมาชิกเสนอท่านจองชัย มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มีถือว่าที่ประชุมอนุมัติให้ท่าน ร้อยเอก จองชัย แทนตำแหน่งที่ว่างลง🔗
ต่อไปเป็นเรื่องการตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เรื่องนี้ยังไม่ได้บรรจุ ระเบียบวาระ คือตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงิน และตลาดเงิน แทนตำแหน่งที่ว่างลง เพราะว่าสมาชิกสภาพของท่านสันติ กีระนันทน์ สิ้นสุดลง ซึ่งเรื่องนี้ประธานกรรมาธิการได้มีหนังสือแจ้งว่าขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่ง ที่ว่าง เนื่องจากสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของนายสันติ กีระนันทน์ สิ้นสุดลง เพราะลาออก ตำแหน่งที่ว่างเป็นของพรรคพลังประชารัฐเสนอครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอตั้งนายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล แทนกรรมาธิการที่ว่างลง ขอผู้รับรอง ด้วยครับ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้อง มีท่านสมาชิกเสนอตั้งนายสุรพร แทนตำแหน่งที่ว่างลง มีท่านสมาชิกท่านใดเห็น เป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมให้นายสุรพรแทนตำแหน่งที่ว่างในกรรมาธิการดังกล่าว🔗
ระเบียบวาระที่ ๗.๘ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการบริหาร จัดการปาล์มน้ำมันอย่างเป็นระบบ ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าว ออกไปอีก ๙๐ วันนับตั้งแต่วันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ เรื่องนี้ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านวีระกร ได้ทำหนังสือมาขอขยายเวลาการพิจารณาออกไปอีก ๙๐ วันนับตั้งแต่วันที่ ๖ กุมภาพันธ์ มีท่านสมาชิกท่านใดขัดข้องไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการขยายเวลาการพิจารณาศึกษาออกไปตามที่ ร้องขอ🔗
ต่อไปเป็นการขยายเวลาพิจารณาของคณะกรรมาธิการอีก ๒ คณะ ยังไม่ได้อยู่ในระเบียบวาระ ๒ คณะนี้ คณะแรกคือคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา แผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และแนวทางการบริหารจัดการปัญหาหนี้สินครู และบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ ขอขยายระยะเวลาพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าว ออกไปอีก ๖๐ วันนับตั้งแต่วันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๕ เรื่องนี้ท่านประธานคณะกรรมาธิการ คือท่านปรีดา ได้มีหนังสือขอขยายเวลาออกไป ๖๐ วันนับตั้งแต่วันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๕ มีท่านสมาชิกท่านใดขัดข้องไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการขยายเวลาออกไปตามที่ร้องขอ🔗
อีกคณะหนึ่งครับ เป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการจัด ระเบียบสายไฟฟ้า สายสื่อสาร และการบริหารจัดการไฟฟ้าส่องสว่างอย่างทั่วถึงทั้งประเทศ ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วันนับตั้งแต่ วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ เรื่องนี้ท่านประธานคณะกรรมาธิการ คือท่านภิญโญ นิโรจน์ ได้ทำหนังสือมาขอขยายออกไป ๙๐ วันนับตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ มีท่านสมาชิก ท่านใดขัดข้องไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการขยายเวลาการพิจารณาศึกษาออกไปตามที่ ร้องขอ🔗
ต่อไปตามที่ขออนุญาตที่ประชุมให้เราเอาระเบียบวาระที่ ๗.๖ ขึ้นมา ๗.๖ เรื่อง เลือกตั้งผู้ทรงคุณวุฒิฝ่ายสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเป็นกรรมการข้าราชการรัฐสภา แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๓ ตำแหน่ง ตามมาตรา ๑๖ ของพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ รัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๔🔗
เรื่องนี้ เนื่องจากมีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิฝ่ายสภาผู้แทนราษฎรในคณะกรรมการข้าราชการรัฐสภา ได้พ้นจากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๑๕ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๔ มีทั้งหมด ๓ ท่าน ได้แก่ท่านแรก พลเรือเอก ประเสริฐบุญทรง ท่านที่ ๒ พลตำรวจเอก วรพงษ์ ชิวปรีชา ท่านที่ ๓ นางสาวศศิธร ศรีสุจริต จึงทำให้ตำแหน่งทั้ง ๓ ตำแหน่งว่างลง ในมาตรา ๑๖ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวกำหนดให้สภาผู้แทนราษฎร ต้องดำเนินการเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา ๑๔ ขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่างภายใน ๔๕ วันนับตั้งแต่วันที่ตำแหน่งว่างลง ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเลื่อนระเบียบวาระนี้ขึ้นมา🔗
ต่อมาสภาผู้แทนราษฎรได้มีหนังสือแจ้งให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เสนอรายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการข้าราชการรัฐสภาแทนตำแหน่งที่ว่าง จำนวน ๓ ตำแหน่ง บัดนี้มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอชื่อผู้ทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการข้าราชการ รัฐสภา จำนวน ๙ คน ท่านสมาชิกเสนอมาทั้งหมด ๙ คน มี ๑. ท่านจีรพงศ์ วัฒนะรัตน์ ๒. พลตำรวจเอก ปัญญา มาเม่น ๓. พลตำรวจเอก วรพงษ์ ชิวปรีชา ๔. พลตำรวจโท ไพฑูรย์ ชูชัยยะ ๕. ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ ๖. นางสาวสุภาสินี ขมะสุนทร ๗. นายจำนงค์ สวมประคำ ๘. นายสุชาติ โรจน์ทองคำ ๙. นายวีรวิทย์ วิวัฒนวานิช เนื่องจากประกาศรัฐสภา เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเลือกทรงคุณวุฒิเป็นกรรมการ ข้าราชการฝ่ายรัฐสภา ข้อ ๖ ได้กำหนดให้นำข้อบังคับว่าด้วยการเลือกคณะกรรมาธิการ สามัญ มาใช้บังคับแก่การเลือกตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิโดยอนุโลม ดังนั้น ในการออกเสียง ลงคะแนนเลือกตั้งกรรมการข้าราชการรัฐสภา จึงต้องนำข้อบังคับ ข้อ ๙๑ วรรคท้าย มาบังคับใช้โดยอนุโลม โดยในการออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งกรรมการข้าราชการรัฐสภา หรือ ก.ร. ถ้ามีการเสนอชื่อกรรมการเท่ากับจำนวนกรรมการทั้งหมด ให้ถือว่าผู้ถูกเสนอชื่อนั้น เป็นผู้ได้รับเลือก แต่ถ้ามีการเสนอชื่อมากกว่าจำนวนกรรมการทั้งหมดให้ออกเสียงลงคะแนน เป็นการลับ ทั้งนี้เมื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอชื่อผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน ๙ ท่าน ซึ่งเป็นจำนวนที่มากกว่าตำแหน่งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ว่างลง การออกเสียงจึงต้องใช้ วิธีการออกเสียงลงคะแนนลับ ในการออกเสียงลงคะแนนลับ ผมจะนำวิธีการออกเสียง ลงคะแนนลับตามข้อบังคับ ข้อ ๘๔ (๒) มาบังคับใช้โดยอนุโลม กล่าวคือจะใช้บัตรออกเสียง ลงคะแนน โดยให้สมาชิกเขียนเครื่องหมายกากบาทลงในช่องทำเครื่องหมายตามประเด็น ที่จะออกเสียง🔗
สำหรับวิธีการปฏิบัติในการออกเสียงลงคะแนนลับ จะดำเนินการดังนี้ ๑. ประธานจะเชิญสมาชิกเป็นกรรมการผู้ตรวจนับคะแนนทั้งหมดจำนวน ๖ ท่าน เพื่อทำหน้าที่ควบคุมการหย่อนบัตรลงคะแนนและตรวจนับคะแนน ๒. กรรมการ จะต้องตรวจนับซองลงคะแนนก่อนที่จะแจกซองบัตรลงคะแนนให้กับสมาชิกท่านละ ๑ ซอง และเมื่อสมาชิกได้ลงคะแนนเสร็จแล้ว กรรมการจะตรวจนับซองลงคะแนนอีกครั้งหนึ่ง เพื่อความถูกต้องและโปร่งใสในการลงคะแนน ๓. ในซองจะมีบัตรลงคะแนนที่มีรายชื่อ ผู้ทรงคุณวุฒิที่สมาชิกได้เสนอชื่อไว้ทั้งหมด จำนวน ๙ ท่าน ๔. ในการออกเสียงลงคะแนนนั้น ให้สมาชิกเขียนเครื่องหมายกากบาทในช่องสี่เหลี่ยม หน้ารายชื่อผู้ทรงคุณวุฒิที่สมาชิก ประสงค์จะเลือกจำนวนไม่เกิน ๓ คนเท่านั้น หากเกินกว่านี้จะถือว่าเป็นบัตรเสีย ไม่สามารถ นำมานับเป็นคะแนนเสียงได้ ๓ คนเท่านั้น ถ้าเกินเป็นบัตรเสีย ๕. เมื่อสมาชิกลงคะแนน เสร็จแล้ว ให้สมาชิกนำบัตรลงคะแนนใส่ซองไว้ตามเดิม ผมจะให้เลขาธิการเรียกชื่อสมาชิก ตามหมายเลขประจำตัวสมาชิก เมื่อเลขาธิการเรียกชื่อสมาชิกท่านใดให้สมาชิกท่านนั้น นำซองลงคะแนนมาใส่กล่องรับคะแนนที่จัดเตรียมไว้ให้ด้านหน้าเพื่อที่คณะกรรมการ ตรวจนับคะแนน จะได้ตรวจนับบัตรออกเสียงลงคะแนน ๖. เมื่อสมาชิกได้ลงคะแนน เสร็จแล้ว และประธานได้สั่งปิดการนับคะแนน สมาชิกจะใช้สิทธิลงคะแนนอีกไม่ได้ ตามประกาศรัฐสภาข้อ ๖ ประกอบข้อบังคับ ข้อ ๘๖ ๗. เมื่อกรรมการได้ตรวจนับคะแนน เสร็จเรียบร้อยแล้ว จะเสนอผลการลงคะแนนให้ประธานประกาศมติต่อที่ประชุมให้ทราบ ทันที และประธานจะสั่งให้เจ้าหน้าที่ทำลายบัตรออกเสียงลงคะแนนตามประกาศรัฐสภา ข้อ ๖ ประกอบข้อบังคับ ข้อ ๘๗ จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินการตาม ๗ ข้อที่เสนอมา ก่อนที่จะดำเนินการเพื่อให้สมาชิก ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน คงต้องตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ🔗
เชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้ามาห้องประชุม เพื่อเช็กองค์ประชุมแสดงตนด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ๐๓๙. แสดงตนครับ🔗
ท่านประธานครับ ๐๙๕. แสดงตนครับ🔗
ครับ ๒ ท่านครับ🔗
ท่านประธานครับ ๔๑๒. แสดงตนครับ🔗
ท่านที่ ๓ ครับ ขอเรียนเชิญท่านสมาชิกที่จะมาเป็นกรรมการตรวจนับคะแนน ขอรบกวนท่านมาเป็น กรรมการด้วยนะครับมี ๖ ท่าน ท่านแรก ท่านเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ พรรคพลังประชารัฐ ท่านที่ ๒ ท่านกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ พรรคภูมิใจไทย ท่านที่ ๓ ท่านธีรภัทร พริ้งศุลกะ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านที่ ๔ ท่านศรัณย์ ทิมสุวรรณ พรรคเพื่อไทย ท่านที่ ๕ ท่านปดิพัทธ์ สันติภาดา พรรคก้าวไกล ท่านที่ ๖ ท่านธนภร โสมทองแดง พรรคเสรีรวมไทย ขอเชิญ ทั้ง ๖ ท่าน กรุณามาเป็นกรรมการตรวจนับคะแนนหน่อยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สมาชิกหมายเลข ๑๒๓. ณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี ขอแสดงตนครับ🔗
ท่านสมาชิกพร้อมก็กดปุ่มแสดงตนได้ มีท่านสมาชิกแสดงตนโดยไมโครโฟนมี ๐๓๙. ๐๙๕. ๔๑๒. ๑๒๓. ทั้งหมดอีก ๔ ท่าน เจ้าหน้าที่บวกอีก ๔ ครบทุกท่านไหมครับ เชิญท่านสมาชิก ที่เดินเข้ามากดปุ่มแสดงตนด้วยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ สาคร เกี่ยวข้อง ๔๐๘.🔗
๔๐๘. อีก ๑ ท่าน เป็น ๕ ท่าน ที่แสดงตนผ่านไมโครโฟนครับ🔗
ท่านประธานครับ ๑๐๒. แสดงตนครับ🔗
เป็น ๖ นะครับ🔗
ท่านประธานครับ ๑๐๑. ชูศักดิ์ แอกทอง แสดงตนครับ🔗
๑๐๑. เป็น ๗ คือท่านแสดงตนผ่านไมโครโฟน บัตรท่านใช้ไม่ได้นะครับ ถึงแสดงตนผ่านไมโครโฟน🔗
๑๑๘. ครับ🔗
๑๑๘. แสดงตนใช่ไหมครับ🔗
แสดงตนครับ🔗
บัตรท่าน ใช้ไม่ได้นะครับ🔗
อ๋อ กดไปแล้วครับ🔗
สมาชิก กดปุ่มแสดงตนครบทุกท่านแล้ว ขอปิดการแสดงตน มีจำนวนสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุม ๓๒๖ บวกอีก ๘ เป็น ๓๓๔ ครบเป็นองค์ประชุม🔗
ผมขอ ดำเนินการต่อ เจ้าหน้าที่ตรวจนับคะแนน ๖ ท่านพร้อมแล้ว เชิญเจ้าหน้าที่แจกซอง ลงคะแนนได้ครับ ท่านตรวจนับซองลงคะแนนให้ครบก่อน ถ้านับซองครบแล้วก็แจกซอง ลงคะแนนเลยนะครับ🔗
ท่านเลขาธิการท่านดู เมื่อท่านสมาชิกได้ซองคะแนนในการลงคะแนนครบทุกท่านแล้ว ท่านก็เริ่มดำเนินการขานรายชื่อ เชิญท่านสมาชิกตามหมายเลขประจำตัว ท่านดูความเรียบร้อยด้วย ถ้าสมาชิกได้รับเรียบร้อยทุกท่าน ท่านดำเนินการต่อได้เลยครับ🔗
๑. นายกนก ลิ้มตระกูล ๒. ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ๓. นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ๔. นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ๕. นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ๖. นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล ๗. นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ๘. นายกฤติเดช สันติวชิระกุล ๙. นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ๑๐. นายกฤษณ์ แก้วอยู่ ๑๑. นางสาวกวินนาถ ตาคีย์🔗
เจ้าหน้าที่ รีบแจกบัตรข้างหลังนะครับ ช้า ๆ นิดหนึ่งก็ได้ครับ มีท่านสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้ บัตรลงคะแนน ชูมือขึ้นครับ ก็ได้กันทุกคนแล้วนี่ ข้างหลังได้บัตรลงคะแนนทุกท่าน หรือยังครับ ใครยังไม่ได้ ยกมือขึ้นครับ เจ้าหน้าที่จะได้เดินไปส่งให้ น่าจะพร้อม เจ้าหน้าที่ อ่านต่อเลย🔗
๑๒. นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ๑๓. นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี ๑๔. นางกันตวรรณ ตันเถียร ๑๕. นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ๑๖. นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ๑๗. นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ๑๘. นายการุณ โหสกุล ๑๙. นายกิตติ สมทรัพย์ ๒๐. นายกิตติกร โล่ห์สุนทร ๒๑. นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ๒๒. นางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี ๒๓. นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ๒๕. นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ๒๖. นายกูเฮง ยาวอหะซัน ๒๗. นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ๒๘. นายเกษม ศุภรานนท์ ๒๙. นายเกษม อุประ ๓๐. นายเกษมสันต์ มีทิพย์ ๓๑. นายเกียรติ สิทธีอมร ๓๒. นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ๓๓. นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร ๓๔. ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ๓๕. นายโกศล ปัทมะ ๓๗. นายขจิตร ชัยนิคม ๓๘. นายขวัญเลิศ พานิชมาท ๓๙. นายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์ ๔๐. นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ๔๑. นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล ๔๒. นายคมเดช ไชยศิวามงคล ๔๓. นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ๔๔. นายคารม พลพรกลาง ๔๕. นายคำพอง เทพาคำ ๔๖. นายคุณากร ปรีชาชนะชัย ๔๗. นายจตุพร เจริญเชื้อ ๔๘. นายจรัส คุ้มไข่น้ำ ๔๙. นายจรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์ ๕๐. ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง ๕๑. นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ๕๒. นายจักรกฤษณ์ ทองศรี ๕๓. นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น ๕๔. นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม ๕๕. นายจักรพันธ์ พรนิมิตร ๕๖. นายจักรัตน์ พั้วช่วย ๕๗. นางสาวจุฑาฑัตต เหล่าธรรมทัศน์ ๕๘. นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ๕๙. นายจารึก ศรีอ่อน ๖๑. นางสาวจิตรภัสร์ ตั๊น กฤดากร ๖๒. นายจิรทัศ ไกรเดชา ๖๓. นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ๖๔. นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ ๖๕. นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์🔗
ท่านประธานครับ อุบลศักดิ์ครับ ผมขออนุญาตฝากไปลงคะแนนได้ไหมครับ🔗
ไม่ได้ครับ🔗
ผมลงลำบากครับ🔗
ให้เจ้าหน้าที่ ฝากก็ต้องฝากกับเจ้าหน้าที่ อนุญาตเฉพาะท่านอุบลศักดิ์ เพราะท่านอุบลศักดิ์เดิน ไม่สะดวกครับ🔗
ขอบคุณมากครับ🔗
๖๖. นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ๖๗. นางสาวจิราพร สินธุไพร ๖๘. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ๖๙. นายจีรเดช ศรีวิราช ๗๐. นางจุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ ๗๑. นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ๗๒. นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์ ๗๓. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ๗๔. นายจุลพันธ์ โนนศรีชัย ๗๕. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ๗๗. นางเจริญ เรี่ยวแรง ๗๘. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ ๘๐. นายฉลาด ขามช่วง ๘๑. นางสาวชนก จันทาทอง ๘๒. นายชยุต ภุมมะกาญจนะ ๘๓. นายชลน่าน ศรีแก้ว ๘๔. นายชวน หลีกภัย ๘๕. พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ๘๖. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ๘๗. นายชัชวาลล์ คงอุดม ๘๘. นายสวาป เผ่าประทาน ๘๙. นายชัยชนะ เดชเดโช ๙๐. นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ๙๑. นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ๙๒. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ๙๓. นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ ๙๔. นายชาญวิทย์ วิภูศิริ ๙๕. นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ๙๗. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ๙๙. นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ๑๐๐. นายชูศักดิ์ คีรีมาศทอง🔗
๑๐๑. นายชูศักดิ์ แอกทอง ๑๐๒. นายเชิงชาย ชาลีรินทร์ ๑๐๓. นายเชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์ ๑๐๔. นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี ๑๐๕. นายโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ๑๐๖. นายไชยวัฒนา ติณรัตน์ ๑๐๗. นายไชยา พรหมา ๑๐๘. นายซูการ์โน มะทา ๑๐๙. นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน ๑๑๐. พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา ๑๑๑. นายฐานิสร์ เทียนทอง ๑๑๒. นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ ๑๑๓. นายฐิตินันท์ แสงนาค ๑๑๔. นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ ๑๑๕. นางสาวณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ๑๑๖. นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ๑๑๗. นายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์ ๑๑๘. นายยุทธนา โพธสุธน ๑๑๙. นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ๑๒๐. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ๑๒๑. นายณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ ๑๒๒. นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ๑๒๓. นายณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี ๑๒๔. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ๑๒๕. นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ๑๒๖. นายดล เหตระกูล ๑๒๗. นายดะนัย มะหิพันธ์ ๑๒๘. นายดำรงค์ พิเดช ๑๒๙. นายเดชอิศม์ ขาวทอง ๑๓๐. นางสาวตรีนุช เทียนทอง ๑๓๑. นายตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล ๑๓๒. นายไตรเทพ งามกมล ๑๓๓. นายไตรรงค์ ติธรรม ๑๓๔. นางสาวสุภาพร กำเนิดผล ๑๓๕. นางบุญญาพร นาตะธนภัทร ๑๓๖. พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ๑๓๗. นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ๑๓๘. นายทวีศักดิ์ ทักษิณ ๑๓๙. นายทศพร ทองศิริ ๑๔๐. นายทองแดง เบ็ญจะปัก ๑๔๒. นางสาวทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ๑๔๔. นายทายาท เกียรติชูศักดิ์ ๑๔๕. นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ๑๔๖. นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ๑๔๗. นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ๑๔๘. นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ๑๔๙. นางเทียบจุฑา ขาวขำ ๑๕๑. นายธนกร ไชยกุล ๑๕๒. นางสาวธนภร โสมทองแดง ๑๕๓. นายธนยศ ทิมสุวรรณ ๑๕๔. นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์ ๑๕๕. นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ๑๕๖. นายมานพ คีรีภูวดล ๑๕๗. นายธรรมนัส พรหมเผ่า ๑๕๘. นายธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ ๑๖๐. นายธัญญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ๑๖๑. นายธารา ปิตุเตชะ ๑๖๒. นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ ๑๖๓. นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ๑๖๔. นายธีระ ไตรสรณกุล ๑๖๕. นายธีระ วงศ์สมุทร ๑๖๖. นายธีรัจชัย พันธุมาศ ๑๖๗. นายนพ ชีวานันท์ ๑๖๘. นายนพคุณ รัฐผไท ๑๖๙. นายนพดล แก้วสุพัฒน์ ๑๗๐. นายนพดล มาตรศรี ๑๗๑. นายนพพล เหลืองทองนารา ๑๗๒. นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา ๑๗๓. นายนริศ ขำนุรักษ์ ๑๗๔. นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ ๑๗๕. นายสมศักดิ์ คุณเงิน ๑๗๖. นายนัทธี ถิ่นสาคู ๑๗๗. นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร ๑๗๘. นายนิกร จำนง ๑๗๙. นายนิคม บุญวิเศษ ๑๘๐. นายนิติพล ผิวเหมาะ ๑๘๑. นายนิพันธ์ ศิริธร ๑๘๒. นายนิยม ช่างพินิจ ๑๘๓. นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล ๑๘๔. นายนิยม เวชกามา ๑๘๕. นายนิรมิต สุจารี ๑๘๖. นายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ ๑๘๘. นายนิโรธ สุนทรเลขา ๑๘๙. นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย ๑๙๐. นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ๑๙๑. นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ๑๙๒. นายบัลลังก์ อรรณนพพร ๑๙๓. นายบุญแก้ว สมวงศ์ ๑๙๔. นายบุญฐิณ ประทุมลี ๑๙๕. นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ๑๙๖. นางบุญรื่น ศรีธเรศ ๑๙๗. นายบุญลือ ประเสริฐโสภา ๑๙๘. นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ๑๙๙. นางสาวเบญจา แสงจันทร์ ๒๐๐. นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร🔗
๒๐๑. นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ๒๐๒. นายปฐมพงศ์ สูญจันทร์ ๒๐๓. นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ๒๐๔. นายประกอบ รัตนพันธ์ ๒๐๕. นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ๒๐๖. นายประทวน สุทธิอำนวยเดช ๒๐๗. นายประภัตร โพธสุ ๒๐๘. นายประภูศักดิ์ จินตะเวช ๒๐๙. นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ๒๑๐. นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ ๒๑๑. นายประสิทธิ์ มะหะหมัด ๒๑๒. นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย ๒๑๓. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ๒๑๔. นายประเสริฐ บุญเรือง ๒๑๕. ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ๒๑๖. นายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ ๒๑๗. นายปริญญา ฤกษ์หร่าย ๒๑๘. นายปรีดา บุญเพลิง ๒๑๙. นายปัญญา จีนาคำ ๒๒๒. นายปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ ๒๒๓. นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ๒๒๔. นางผ่องศรี แซ่จึง ๒๒๕. นายไผ่ ลิกค์ ๒๒๗. นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ ๒๒๘. นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ๒๒๙. นายพยม พรหมเพชร ๒๓๐. นายพรชัย อำนวยทรัพย์ ๒๓๑. ผู้ช่วยศาสตราจารย์พรชัย อินทร์สุข ๒๓๒. นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ๒๓๓. นางสาวพรพิมล ธรรมสาร ๒๓๔. นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล ๒๓๕. นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ ๒๓๗. นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ ๒๓๘. นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ๒๓๙. นายพัฒนา สัพโส ๒๔๐. นายพาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์ ๒๔๑. นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ๒๔๒. นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ ๒๔๓. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ๒๔๔. นายพิเชษฐ สถิรชวาล ๒๔๕. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ๒๔๖. นายพิบูลย์ รัชกิจประการ ๒๔๗. นางสาวพิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ ๒๔๘. นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ๒๔๙. นายพิษณุ พลธี ๒๕๐. นายพีรเดช คำสมุทร ๒๕๑. นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ๒๕๒. นายพีระเพชร ศิริกุล ๒๕๓. นายต่อศักดิ์ อัศวเหม ๒๕๔. นายเพชร เอกกำลังกุล ๒๕๕. นางสุเนตตา แซ่โก๊ะ ๒๕๖. นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา ๒๕๗. นายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล ๒๕๘. นายไพจิต ศรีวรขาน ๒๕๙. นายไพบูลย์ นิติตะวัน ๒๖๐. นายไพโรจน์ โล่สุนทร ๒๖๑. นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ ๒๖๒. นายภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ ๒๖๓. นายภราดร ปริศนานันทกุล ๒๖๔. นางสาวภริม พูลเจริญ ๒๖๕. นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ๒๖๖. นายภาควัต ศรีสุรพล ๒๖๗. นางสาวภาดาห์ วรกานนท์ ๒๖๘. นายภานุ ศรีบุศยกาญจน์ ๒๖๙. นายภาสกร เงินเจริญกุล ๒๗๐. นายภิญโญ นิโรจน์ ๒๗๑. นายภูดิท อินสุวรรณ์ ๒๗๓. นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ ๒๗๔. ร้อยตำรวจตรี มณฑล โพธิ์คาย ๒๗๕. นายมณเฑียร สงฆ์ประชา ๒๗๖. นายมนตรี ตั้งเจริญถาวร ๒๗๗. นายมนตรี ปาน้อยนนท์ ๒๗๘. นางมนพร เจริญศรี ๒๗๙. นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ ๒๘๐. นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ๒๘๑.นายมานพ ศรีผึ้ง ๒๘๒. นายมานะ โลหะวณิชย์ ๒๘๓.นายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ ๒๘๔. นายมานัส อ่อนอ้าย ๒๘๕. นางมารศรี ขจรเรืองโรจน์ ๒๘๖. นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ๒๘๗. นางมุกดา พงษ์สมบัติ ๒๘๘. พลตำรวจเอก ยงยุทธ เทพจำนงค์ ๒๘๙. นายยงยุทธ สุวรรณบุตร ๒๙๐. นายยรรยงก์ ถนอมพิชัยธำรง ๒๙๑. นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน ๒๙๒. นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ๒๙๔. รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ ๒๙๕. นายรณเทพ อนุวัฒน์ ๒๙๖. นายระวี มาศฉมาดล ๒๙๗. นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ๒๙๘. นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์ ๒๙๙. นายรังสิกร ทิมาตฤกะ ๓๐๐. นายรังสิมันต์ โรม🔗
๓๐๑. นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ๓๐๒. นายรัฐกิตติ์ ผาลีพัฒน์ ๓๐๓. นายรุ่งโรจน์ ทองศรี ๓๐๔. นายเรวัต วิศรุตเวช ๓๐๕. นางสาวละออง ติยะไพรัช ๓๐๖. นางลินดา เชิดชัย ๓๐๗. นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ๓๐๘. นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ ๓๐๙. นางสาววทันยา วงษ์โอภาสี ๓๑๐. นายวรภพ วิริยะโรจน์ ๓๑๑. นางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน ๓๑๒. นางสาววรรณวิภา ไม้สน ๓๑๓. นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ๓๑๔. นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ๓๑๕.นายวราวุธ ศิลปอาชา ๓๑๖. นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ๓๙๐.นายสมศักดิ์ พันธ์เกษม๓๙๑. นางสมหญิง บัวบุตร ๓๙๒. นายสมัคร ป้องวงษ์ ๓๙๓. นายสยาม หัตถสงเคราะห์ ๓๙๔. นายสรชัด สุจิตต์ ๓๙๕. นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ๓๙๖. นายสรอรรถ กลิ่นประทุม ๓๙๗. นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร ๓๙๘. นายสราวุธ อ่อนละมัย ๓๙๙. นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ๔๐๐. นายสฤษดิ์ บุตรเนียร🔗
๔๐๑. นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ๔๐๒. นายสัญญา นิลสุพรรณ ๔๐๓. นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ๔๐๔. นายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล ๔๐๕. นายสันติ พร้อมพัฒน์ ๔๐๖. นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ๔๐๗. นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ๔๐๘. นายสาคร เกี่ยวข้อง ๔๐๙. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ๔๑๐. นายสาธิต ปิตุเตชะ ๔๑๑. นายสาธิต อุ๋ยตระกูล ๔๑๒. นายสายัณห์ ยุติธรรม ๔๑๔. นายสิงหภณ ดีนาง ๔๑๕. พันโท สินธพ แก้วพิจิตร ๔๑๖. นายสินิตย์ เลิศไกร ๔๑๘. นางสิรินทร รามสูต ๔๑๙. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ๔๒๐. นายสุชาติ ชมกลิ่น ๔๒๑. นายสุชาติ ตันเจริญ ๔๒๒. นายสุชาติ ภิญโญ ๔๒๓. นายสุชาติ อุสาหะ ๔๒๔. นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ๔๒๕. นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ๔๒๖. นายสุทา ประทีป ณ ถลาง ๔๒๗. นายสุทิน คลังแสง ๔๒๘. นายสุเทพ อู่อ้น ๔๒๙. นายสุพล จุลใส ๔๓๐. นายชวน ชูจันทร์ ๔๓๑. พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ๔๓๒. นายสุภดิช อากาศฤกษ์ ๔๓๓. นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา ๔๓๕. นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ๔๓๖. นายสุรชาติ ศรีบุศกร ๔๓๗. นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ๔๓๘. นายสุรทิน พิจารณ์ ๔๓๙. นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล ๔๔๐. รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ๔๔๑. นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ๔๔๒. นายสุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์ ๔๔๓. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ๔๔๔. นายสุรศักดิ์ อนรรฆพันธ์ ๔๔๕. นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ๔๔๖. นายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ ๔๔๗. พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ๔๔๘. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ๔๔๙. นายเสมอกัน เที่ยงธรรม ๔๕๐. พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ๔๕๑. นายโสภณ ซารัมย์ ๔๕๒. นายองค์การ ชัยบุตร ๔๕๓. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ ๔๕๔. นายองอาจ วงษ์ประยูร ๔๕๕. นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา ๔๕๖. นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ๔๕๗. นายอนันต์ ผลอำนวย ๔๕๘. นายอนันต์ ศรีพันธุ์ ๔๕๙. นายอนาวิล รัตนสถาพร ๔๖๐. นายอนุชา น้อยวงศ์ ๔๖๑. นายอนุชา นาคาศัย ๔๖๒. นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ๔๖๓. นายอนุทิน ชาญวีรกูล ๔๖๔. นายอนุมัติ ซูสารอ ๔๖๕. นายอนุรักษ์ จุรีมาศ ๔๖๗. นางอนุรักษ์ บุญศล ๔๖๘. นายอนุสรณ์ ปั้นทอง ๔๖๙. นางสาวอนุสรี ทับสุวรรณ ๔๗๐. นายอภิชัย เตชะอุบล ๔๗๑. นายอภิชา เลิศพชรกมล ๔๗๒. นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย ๔๗๓. นายอภิชาติ ศิริสุนทร ๔๗๔. นายสุทัศน์ เงินหมื่น ๔๗๕. นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ๔๗๖. นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ๔๗๗. ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี ๔๗๘. นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ๔๗๙. นายอัครวัฒน์ อัศวเหม ๔๘๐. นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ ๔๘๑. นายอันวาร์ สาและ ๔๘๒. นายอับดุลบาซิม อาบู ๔๘๓. นายอับดุลอายี สาแม็ง ๔๘๔. นายอัศวิน วิภูศิริ ๔๘๕. นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ๔๘๖. นางอาภรณ์ สาราคำ ๔๘๗. นายอารี ไกรนรา ๔๘๘. นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ๔๘๙. นายอำนาจ วิลาวัลย์ ๔๙๐. นายอำไพ กองมณี ๔๙๒. นายจักรพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ ๔๙๓. นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ๔๙๔. นายเอกการ ซื่อทรงธรรม ๔๙๕. นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ ๔๙๖. นายเอกธนัช อินทร์รอด ๔๙๗. นายเอกภพ เพียรพิเศษ ๔๙๘. นายเอกราช ช่างเหลา ๔๙๙. นายเอี่ยม ทองใจสด ๕๐๐. นายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย🔗
มีท่านสมาชิกท่านใดที่มีซองลงคะแนนยังไม่ได้มาหย่อนใส่หีบมีไหมครับ ถ้าไม่มี เชิญกรรมการเริ่มนับคะแนนครับ🔗
ไม่มี ท่านสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้ลงคะแนนนะครับ ผมจะปิดการลงคะแนน ปิดการนับคะแนน ด้วยครับ เชิญกรรมการดำเนินการต่อเลยครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาต นิดหนึ่งครับ ผม คารม พลพรกลาง แบบบัญชีรายชื่อ ร้อยเอ็ด เนื่องจากการเลือกตั้ง ที่ปรึกษาของข้าราชการรัฐสภาเป็นเรื่องสำคัญนะครับ อยากจะให้ท่านประธานอธิบาย ระหว่างนี้จะต้องทำอย่างไร แล้วไปจบอย่างไร ให้ทางผู้ชมได้เข้าใจด้วยครับ🔗
เนื่องจาก ขณะนี้เราอยู่ในระหว่างเลือกกรรมการข้าราชการรัฐสภา ซึ่งมีตำแหน่งว่างอยู่ ๓ ตำแหน่ง แต่ผู้สมัครประสงค์ที่จะเป็นทั้งหมด ๙ ตำแหน่ง ดังนั้นจึงต้องให้ที่ประชุม โดยสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๕๐๐ ท่าน เป็นผู้เลือกโดยการลงคะแนนนะครับ ซึ่งขั้นตอน เราก็ผ่านไปจนถึงรอการนับคะแนนว่า พวกเราได้ลงคะแนนกันครบ ผลการลงคะแนน จะเป็นอย่างไร หลังจากนั้นเดี๋ยวผมก็จะประกาศคะแนนทั้ง ๙ ท่าน แล้วเอาคะแนนที่สูงสุด ๓ ท่านมาเป็น หลังจากนั้นก็ต้องทำลายบัตรลงคะแนนตามข้อบังคับ ท่านต้องการทราบ อะไรครับ🔗
พอดีเนื่องจากว่า ตามบัตร ที่ลงคะแนนเป็นการกา แล้วปกติถ้าการที่จะนับคะแนนโดยมีกรรมการตรวจบัตรคะแนน ต้องมีกระดาน แต่คราวนี้ขั้นตอนนี้เราจะนับอย่างไร อยากจะให้ท่านประธานอธิบายว่า รวมเสร็จแจ้ง อันนี้ผมเข้าใจที่ท่านประธานเรียนให้ทราบแล้ว แต่ว่าการนับอย่างไร คือผ่านกรรมการถูกไหมครับ ท่านประธานครับ🔗
ถูกต้องครับ กรรมการทั้ง ๖ ท่านเป็นผู้รับผิดชอบ จะรวมคะแนน แล้วจะส่งผลการลงมติของสมาชิก มาให้ผมทราบเพื่อจะประกาศ ระหว่างนี้เราก็รอการรวมคะแนนอยู่ คือกรรมการมาจาก พรรคการเมืองต่าง ๆ ๖ พรรค เพราะฉะนั้นยุติธรรมแน่นอนเพราะทุกคนก็คงจะช่วยกันดู การนับให้ถูกต้อง แล้วก็จะส่งผลมา🔗
ขอบคุณท่านประธานมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอปรึกษาท่านกรรมการประสานงานทั้ง ๒ ฝ่าย วันนี้เรามีเรื่องรับทราบที่สำคัญ ก็คือมีเรื่อง รับทราบอยู่ ต่อไปเป็นเรื่องรับทราบการรายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งท่านพร้อม จะอภิปรายซักถามหรือไม่ อย่างไร จะให้รับทราบภายในอาทิตย์นี้หรือจะอาทิตย์หน้า เพราะข้าราชการของคณะกรรมการการเลือกตั้งมารอชี้แจงอยู่ เขาจะได้ทราบจะได้เตรียมตัวถูก ท่านลองปรึกษากันดู เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมสอบถาม ท่านประธาน ผมเพียงแต่สงสัยวิธีการนับคะแนนเท่านั้นเองครับ เพราะโดยปกติที่ผ่านมา ถ้ามีการลงคะแนนในลักษณะเช่นนี้ เมื่อมีกรรมการจากแต่ละพรรคไปนับจำนวนของซอง ที่ลงคะแนนแล้ว ในการนับคะแนนโดยปกติจะมีการนับในลักษณะที่เป็นการเปิดเผย ก็คือมีแผ่นบอร์ด (Board) เพื่อที่จะใช้กาคะแนนของผู้ที่ได้รับเลือกตั้งในแต่ละหมายเลข ซึ่งจะทำให้เพื่อนสมาชิกสามารถจะตรวจสอบได้ ผมเพียงแต่สอบถามท่านประธานว่า ขั้นตอนขณะนี้หมายความว่า อยู่ในขั้นตอนตรวจสอบบัตรที่ลงคะแนน ยังไม่ได้นับคะแนน ถูกไหมครับ เพราะถ้านับคะแนนจะต้องมีการเปิดเผยถูกไหมครับ🔗
เหมือนกับที่ผมได้เรียนให้ทราบแล้วว่า ตัวแทนพรรคการเมืองทั้ง ๖ พรรค ๖ ท่าน จะดำเนินการกันเองโดยการลงคะแนน ในระหว่าง ๖ ท่านก็จะมีการอ่านผลคะแนน แต่ละท่านลงอย่างไร แล้วก็จะบวก คิดว่าคงจะยุติธรรมครับ คงไม่มีอะไรที่จะผิดพลาด แต่ถึงอย่างไรก็ตามผมได้สอบถามท่านเลขาธิการ ท่านบอกว่าทุกครั้งการลง ก.ร. ก็ใช้วิธีการ อย่างนี้ ไม่ได้มีกระดาน🔗
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ อีกครั้ง ผมเพียงแต่สอบเท่านั้นเอง เพราะผมเกรงว่าถ้าเกิดมติออกมาแล้วจะมีใครทักท้วงว่า กรณีดังกล่าวดำเนินการไม่โปร่งใสสภาจะเสียหายได้ เนื่องจากว่าเราเป็นตัวอย่างของ สถาบันนิติบัญญัติ เพราะฉะนั้นการดำเนินการต่าง ๆ ก็ควรจะชัดเจน โปร่งใส แล้วก็ป้องกันการครหานินทาจากฝ่ายใดก็แล้วแต่🔗
ผมเข้าใจ เจตนาดีของท่านสาทิตย์🔗
คือผมไม่ได้คิดว่าไม่เชื่อ ในคณะกรรมการ ก็เชื่อ แต่ว่าถ้าเกิดเรามีวิธีการดำเนินการที่โปร่งใสกว่าที่กระทำอยู่ ก็จะเป็นการป้องกันข้อครหานินทาต่าง ๆ ได้ ผมเรียนเสนอไว้เท่านั้นเองครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ เข้าใจในเจตนาดีของท่านสาทิตย์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ ใน ๒ กรณีเดี๋ยวจะปนกัน🔗
ประเด็นแรกก่อน ประเด็นที่ท่านประธานได้สอบถามที่ประชุมว่า เราจะเดินกันต่อหรือไม่อย่างไรในเรื่องรับทราบ เช่น เรื่องรายงานของ กกต. เป็นต้น ต้องเรียนว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านเราประชุมวิป (Whip) กันเมื่อวันพุธเช้า แล้วก็ยืนยันกับ ท่านประธานครับ เราพร้อมทำหน้าที่ ก็ขอให้เดินต่อในเรื่องรับทราบ น่าจะสัก ๓-๔ เรื่อง จนกระทั่งค่ำ ๆ เราก็น่าจะจบกันได้ครับ🔗
ในประเด็นที่ ๒ เรียนต่อท่านประธานครับ กระบวนการเสนอชื่อผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นกรรมการข้าราชการรัฐสภา ก.ร. ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับ ในอนาคตถ้าจะเป็น ประโยชน์มากขึ้น ควรจะมีกระบวนการในเรื่องของการทำสรุปในเรื่องของประวัติ คุณประโยชน์ที่เคยทำให้กับประเทศชาติ หรืออะไรต่าง ๆ มาให้กับสมาชิกด้วย เราเลือกกันเราเห็นแต่ชื่อ หลายท่านก็ไม่ได้รู้จักมักคุ้นกัน มันจะเลือกโดยอาศัย ความสนิทสนมส่วนตัว หรืออาศัยอะไรผมก็ยังเดาทางไม่ถูก ถ้าจะให้เป็นประโยชน์จริง ๆ เอาให้รู้เลยครับว่า ๑. ท่านมาประวัติท่านเป็นอย่างไร ๒. ท่านจะทำอะไรให้กับข้าราชการ รัฐสภา ให้ท่านสรุปมาคนละสักครึ่งย่อหน้าก็พอครับ มันจะได้เป็นประโยชน์ พวกเรา จะได้เลือกกันได้ง่ายขึ้น แล้วมันอาจจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องข้าราชการสภาที่ชีวิตเขา ขึ้นอยู่กับคณะกรรมการชุดนี้ ก็ฝากท่านประธานครับ🔗
ครับ ประการแรก คำแนะนำของท่านสาทิตย์เป็นเรื่องที่ดีครับ แต่เนื่องจากครั้งนี้เราก็ได้ให้เกียรติ คณะกรรมการทั้ง ๖ ท่าน โดยการเตรียมการของฝ่ายเลขาธิการสภา ก็ได้เตรียมการ วิธีการนับคะแนนตามที่ได้กราบเรียนให้ทราบแล้ว เพราะว่าทั้ง ๖ ท่านก็มีทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล แต่คราวต่อไปก็ฝากฝ่ายเลขาธิการดำเนินการตามที่ท่านสาทิตย์ได้เสนอไว้ ก็จะเป็นการดี🔗
ส่วนของท่านจุลพันธ์ ที่มีข้อเสนอแนะมาให้ทำประวัติ ให้ทำสรุปมาว่า ผู้ที่ประสงค์อยากจะเป็น ก.ร. พูดสั้น ๆ ก.ร. ควรจะมีประวัติ มีจุดมุ่งหมาย มีนโยบาย หน่อยว่าเมื่อมาเป็นแล้วจะทำประโยชน์อะไรให้แก่รัฐสภาบ้างก็จะดี ฝากท่านฝ่ายเลขาธิการ ได้รับไปพิจารณาดำเนินการให้ด้วย🔗
ส่วนสาเหตุที่ผมถามว่าจะไปถึงไหน เพราะว่าผมไม่เห็นรายชื่อว่า จะมีผู้ซักถามหรืออภิปรายหรือไม่ ก็เลยต้องถามไว้ล่วงหน้าก่อน จะได้เตรียมการถูก ถ้าท่านส่งรายชื่อมา ผมก็รู้ว่าท่านจะได้เดินต่อกันไปถึงไหน จะได้ให้เจ้าหน้าที่ที่มา เตรียมชี้แจงเขาจะได้ไม่เสียเวลา ให้เขารอต่อ ขอบคุณทั้ง ๒ ฝ่ายครับ ทั้งท่านจุลพันธ์ ทั้งท่านสาทิตย์ ขอบคุณที่ท่านได้เสนอแนะมา ขอบคุณมากครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ🔗
เชิญครับ🔗
ผมขออนุญาตหารือท่านประธาน นิดหนึ่งครับ ท่านประธานครับ ผม นายสุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ แบบบัญชีรายชื่อครับ ท่านประธานครับ หลังจากที่นับคะแนนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็มาถึง การรายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ปรากฏว่าสมาชิกในห้องประชุมรู้สึกว่าจะมีน้อย ถ้าหากเปลี่ยนไปเป็นสัปดาห์หน้าก็จะเป็นพระคุณต่อพรรคการเมืองต่าง ๆ ซึ่งอยู่ใน ห้องประชุม กราบเรียนหารือต่อท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ก่อนเรา จะลงคะแนนเลือก ก.ร. ก็ยังครบองค์อยู่นะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ประเสริฐ บุญเรือง พรรคเพื่อไทย จังหวัดกาฬสินธุ์ จริง ๆ แล้วรายงานของคณะกรรมการ การเลือกตั้ง พวกผม ๓-๔ คนก็รอมา ๒ สัปดาห์แล้ว ถ้าไม่หนักหนาสาหัสเหลือคนเดียว ๒ คน ผมก็จะพูดอยู่ เพราะว่าผมได้เตรียมตัวไว้แล้วครับท่านประธาน🔗
ท่านสุรทิน เราก็คงดำเนินการไปเรื่อย ๆ นะครับ🔗
ท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณ ก็ไม่เป็นที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ที่จะรอสอบถามทาง กกต. หรือคณะกรรมการการเลือกตั้ง ก็เป็นประโยชน์ต่อพรรคการเมืองครับท่านประธาน ต่อบ้านเมือง ก็ไม่เป็นไรครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ🔗
ครับ🔗
ผม เกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ คือ🔗
เรื่องที่ ๑ ตอนนี้สมาชิกและพี่น้องประชาชนกำลังรอฟังผลการนับคะแนน ผู้ทรงคุณวุฒิกรรมการข้าราชการรัฐสภา🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องการชี้แจงของ กกต. ซึ่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกพรรคการเมืองกำลังรออภิปรายเกี่ยวกับคณะกรรมการการเลือกตั้งที่จะมาชี้แจงอยู่ครับ🔗
เสร็จแล้วครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ผลจากที่ประชุมที่ท่านสมาชิกได้ลงมติเลือกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ฝ่ายสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเป็นกรรมการข้าราชการรัฐสภาแทนตำแหน่งที่ว่างลง ๓ ตำแหน่ง มีผลคะแนนดังต่อไปนี้ ท่านแรก ท่านจีรพงศ์ วัฒนะรัตน์ ที่ประชุมลงมติเลือกด้วยคะแนน ๗๓ คะแนน ท่านที่ ๒ พลตำรวจเอก ปัญญา มาเม่น ได้คะแนน ๒๘๐ คะแนน ท่านที่ ๓ พลตำรวจเอก วรพงษ์ ชิวปรีชา ๒๑๗ คะแนน ท่านที่ ๔ พลตำรวจโท ไพฑูรย์ ชูชัยยะ ๕๓ คะแนน ท่านที่ ๕ ศาสตราจารย์สมคิด เลิศไพฑูรย์ ได้ ๖๙ คะแนน ท่านที่ ๖ นางสาวสุภาสินี ขมะสุนทร ได้ ๙๔ คะแนน ท่านที่ ๗ นายจำนงค์ สวมประคำ ได้ ๑๑ คะแนน ท่านที่ ๘ นายสุชาติ โรจน์ทองคำ ได้ ๗๔ คะแนน ท่านที่ ๙ นายวีรวิทย์ วิวัฒนวานิช ได้ ๑๘๑ คะแนน ดังนั้น เราก็จะเอาผู้ได้คะแนนสูงสุดทั้ง ๓ ท่าน ท่านแรก ที่ได้สูงสุดคือ พลตำรวจเอก ปัญญา มาเม่น ที่ได้ ๒๘๐ คะแนน ท่านที่ ๒ คือ พลตำรวจเอก วรพงษ์ ชิวปรีชา ได้ ๒๑๗ คะแนน ท่านที่ ๓ คือนายวีรวิทย์ วิวัฒนวานิช ได้ ๑๘๑ คะแนน ทั้ง ๓ ท่านได้คะแนนสูงสุดเป็น ๓ อันดับแรก เป็นผู้ได้รับเลือกเป็นกรรมการข้าราชการ รัฐสภา เรียบร้อยนะครับ ทั้ง ๓ ท่าน มี พลตำรวจเอก ปัญญา มาเม่น ท่าน พลตำรวจเอก วรพงษ์ ชิวปรีชา และท่านวีรวิทย์ วิวัฒนวานิช ขอบคุณกรรมการทั้ง ๖ ท่าน ที่ท่านได้ ให้เกียรติสละเวลามาเป็นกรรมการตรวจนับคะแนน เจ้าหน้าที่ต้องทำลายบัตรออกเสียง ลงคะแนนตามประกาศของรัฐสภาประกอบกับข้อบังคับ ข้อ ๘๗ ด้วย🔗
ต่อไปเป็นระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม🔗
๒.๑ รับทราบการพิจารณาของวุฒิสภา🔗
ด้วยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่า ที่ประชุมวุฒิสภา ได้พิจารณาเรื่องต่าง ๆ ดังนี้🔗
๑. ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๔ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันอังคารที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๔ ที่ประชุมได้พิจารณารับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๓ ศาลรัฐธรรมนูญ ตามมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๒🔗
๒. ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๕ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๕ ที่ประชุมวุฒิสภาได้ลงมติให้ขยายเวลาการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขยายออกไป เป็นกรณีพิเศษ อีก ๓๐ วันนับตั้งแต่วันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๕ จึงแจ้งให้ที่ประชุม ได้รับทราบทั้ง ๒ เรื่อง🔗
ระเบียบวาระที่ ๒.๒ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการ การเลือกตั้ง ประจำปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๖๒🔗
สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้เสนอรายงานผลการปฏิบัติงาน คณะกรรมการการเลือกตั้งประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ ต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ตามมาตรา ๒๒ (๘) แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการ เลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งรายละเอียดของรายงานเจ้าหน้าที่ได้เตรียมให้ท่านสมาชิก ได้อ่านแล้ว ได้รับทราบแล้ว จึงให้มารับทราบในที่ประชุมอีกครั้งหนึ่ง เชิญเจ้าหน้าที่จาก คณะกรรมการการเลือกตั้งที่เข้ามาชี้แจง มีท่านแสวง บุญมี รองเลขาธิการ ท่านกิตติพงษ์ บริบูรณ์ รองเลขาธิการร้อยตำรวจเอก ชนินทร์ น้อยเล็ก เป็นรองเลขาธิการ นางสาวสุรณี ผลทวี ผู้อำนวยการ สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง นายสาโรช ไพเราะ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ เชิญทั้ง ๕ ท่านเข้ามาเลยครับ🔗
เชิญ ท่านสมาชิกได้ซักถามครับ มีท่านวิรัตน์ วรศสิริน ก่อนครับ เชิญครับ🔗
กราบขอบพระคุณท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายวิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทยครับ วันนี้ก็เป็นโอกาสที่ดีที่ได้รับทราบ รายงานของท่านคณะกรรมการการเลือกตั้ง กกต. ประจำปี ๒๕๖๒ ก็เป็นปีที่มีการเลือกตั้ง ทั่วไปที่มีปัญหาอย่างมาก ผมคิดว่าท่านก็คงไม่ปฏิเสธว่ามีเสียงตำหนิติเตียนท่านมาก มากกว่าคำชมเชย มากเหลือเกิน มีข้อครหามากมายว่าการเลือกตั้งเป็นไปโดยไม่บริสุทธิ์ ยุติธรรม เป็นที่เคลือบแคลงสงสัยและมีข้อผิดพลาดอย่างมากมาย ท่านประธานครับ ตั้งแต่ผมเกิดมาเลือกตั้งกี่ครั้งก็ปิดหีบ ๑๕.๐๐ นาฬิกาทั้งนั้น ทั้งก็แปลกใจ ทั้งก็สงสัย ท่านเปลี่ยนเป็น ๑๗.๐๐ นาฬิกาทำไม ท่านประธานบ้านผมอยู่ในหมู่บ้าน หมู่บ้านก็ใหญ่ พอสมควรหลายร้อยหลังคาเรือน เลือกตั้งทุกครั้งหน่วยเลือกตั้งก็จะอยู่ในหมู่บ้านนั่นละ แต่มาครั้งนี้เลือกตั้งปี ๒๕๖๒ หน่วยเลือกตั้งมาอยู่นอกอยู่บ้าน มันอยู่ในซอกเล็ก ๆ ท่านประธาน ปิดหน่วยไม่มีใครไปดูการนับคะแนนหรอกครับ หกโมงเย็นแล้วมืด ๆ เงียบ ๆ จะไปทำอะไรกัน ก็ทำกันตามสบายท่านประธานไม่มีใครเห็นหรอกครับ แต่อย่างไรก็ตาม ผมอ่านในรายงานท่านแล้ว ท่านก็ยอมรับแล้วว่าความผิดพลาดในเรื่องนี้เรื่องที่เลื่อนเวลา ปิดหีบท่านก็ยอมรับแล้วว่า เป็นความผิดพลาด ผมอ่านจากรายงานแล้วนะครับ ท่านประธานครับ สำหรับคณะกรรมการการเลือกตั้งนั้น สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องพูดถึงก็คือ ที่มาครับท่านประธาน เนื่องจากก่อนการจัดการเลือกตั้งปี ๒๕๖๒ เราอยู่ในระบอบทหาร คณะกรรมการการเลือกตั้ง ๗ ท่าน ก็มาจากการเสนอชื่อของ สนช. ซึ่ง สนช. ก็มาจาก คสช. คสช. ตั้ง สนช. สนช. ตั้ง กกต. กกต. เลือกตั้งได้หัวหน้า คสช. กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีต่อ ท่านประธานครับ พัวพันกันเป็นลูกโซ่ ลูกโซ่นะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ การเลือกตั้งปี ๒๕๖๒ ก็ไม่ต่างจากเพียงแค่พิธีกรรมที่จะประทับรับรองความชอบธรรมให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีต่อเท่านั้น ผมไปไหนมาไหนคนนั้น ก็บอกไม่ได้เลือก พลเอก ประยุทธ์ คนนี้ก็บอกไม่ได้เลือก พลเอก ประยุทธ์ แต่สุดท้าย พลเอก ประยุทธ์ ก็กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ดี ด้วยสูตรคำนวณพิสดาร ประชาชน บอกว่า สูตรพิสดาร แต่ท่านบอกว่าสูตรตามรัฐธรรมนูญเป๊ะ มาตรา ๙๑ เป๊ะ คำนวณเป๊ะ บวกด้วย ส.ว. ๒๕๐ คน ได้ พลเอก ประยุทธ์เป็นนายกฯ ต่อ ท่านประธานครับ กระผม มีข้อสังเกตข้อสงสัยอยู่ ๒-๓ ประการ จากการที่อ่านรายงานเล่มนี้ท่านประธาน🔗
ประการแรก อยู่ในส่วนที่ ๒ หน้า ๕๒ ข้อ ๑.๖.๔ สถิติเรื่องคัดค้าน และสำนวนการเลือกตั้ง ผมคิดว่าจำนวนเรื่องคัดค้านในตารางที่ ๕ ข้อมูลในส่วนนี้ยังหยาบ เกินไป ผมอยากจะเห็นการแยกประเภทมากกว่านี้ว่า เรื่องคัดค้าน เรื่องร้องเรียนต่าง ๆ มีอะไรบ้าง และผลการวินิจฉัยเป็นประการใด ท่านคณะกรรมการทั้ง ๗ ท่าน และแต่ละท่าน มีมติอย่างใดใช่ไหมครับ มติชี้ถูก ชี้ผิด ผมคิดว่าควรจะต้องเปิดเผยให้ประชาชนได้ทราบ เสียงข้างมาก ข้างน้อยเท่าไร ใครมีมติอย่างไรประชาชนควรจะได้รับรู้ครับ ท่านประธานครับ ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมไม่เห็นในรายงาน ก็คือคำร้องของพรรคเสรีรวมไทยก่อนการเลือกตั้ง ที่ขอให้ กกต. วินิจฉัยด้วยเหตุว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นหัวหน้าคณะปฏิวัติ มีพฤติกรรมที่เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย แต่ได้รับการเสนอชื่อเป็น นายกรัฐมนตรีในบัญชีของพรรคพลังประชารัฐ พรรคเสรีรวมไทยได้ยื่นเรื่องขอให้ทาง กกต. ยุบพรรคพลังประชารัฐ โดยขอให้เทียบเคียง กับกรณีของพรรคไทยรักษาชาติ แต่เรื่องนี้สุดท้าย ท่าน กกต. ท่านก็ได้วินิจฉัยยกคำร้อง ไปแล้ว ก็ไม่เป็นไรครับ เข้าใจดี เพียงแต่สงสัยว่าคำวินิจฉัยทำไมไม่ได้ปรากฏอยู่ในรายงาน เล่มนี้เท่านั้นเอง ท่านประธานครับ ยังมีเรื่องร้องเรียนอีกเรื่องที่ไม่เคยเห็นว่ามีการวินิจฉัย ไปแล้วหรือไม่ อย่างไร เช่น เรื่องการตั้งชื่อพรรคพลังประชารัฐที่พ้องกับโครงการของรัฐ หรือโครงการประชารัฐ ทำให้ประชาชนเข้าใจได้ว่า มีความเกี่ยวพันกันกับโครงการของรัฐ ระเบียบ กกต. ว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๓ การจัดตั้งพรรคการเมือง ของพรรคการเมืองต้องไม่มีคำหรือข้อความดังต่อไปนี้ ๑. ชื่อกระทรวง กรม หน่วยงานรัฐ เป็นต้น ๒. ชื่อที่ก่อให้เกิดความสำคัญผิดว่าเป็นของรัฐบาล ท่านประธานครับ ท่านรองเลขาธิการ กกต. ชื่อพลังประชารัฐ และโครงการประชารัฐทำให้ประชาชนสำคัญผิด หรือไม่ครับ แน่นอน สำคัญผิดแน่นอน ท่านประธานระเบียบที่ห้ามตั้งชื่อพรรคเหมือนกับ หรือคล้ายกับหน่วยงานรัฐ หรือโครงการรัฐมีมาตั้งแต่อดีตแล้วครับ มีมานานมากแล้ว ทำไม่ได้ เขาห้าม แล้วก็ไม่มีใครเขาทำหรอกครับ แต่ว่าที่ทำได้ก็เพราะว่าช่วงออกระเบียบ ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. ๒๕๖๐ เกิดช่องว่าง ก็เลยไปจดทะเบียนตอนนั้นใช่หรือไม่ มีนกรู้และนกไม่รู้เลยไปจดทะเบียนได้ในตอนนั้น ก็ไม่ทราบว่าใช่หรือไม่ จดปี ๒๕๖๑ แต่ระเบียบออกปี ๒๕๖๓ ก็เป็นไปโดยประการละฉะนี้🔗
อีกประการหนึ่ง ท่านประธานครับ เรื่องทุจริตการเลือกตั้ง กกต. มีผลการจัดการกับเรื่องทุจริตการเลือกตั้ง โดยถือได้ว่าต่ำมาก อาจจะสูงเกินไปด้วยซ้ำไป อาจจะต้องใช้คำว่า ไม่มีเลย ไม่ใช่ต่ำอย่างเดียวแต่ไม่มีเลย ในขณะนี้ประชาชนทั่วไปเขารับรู้ กันโดยทั่วไปว่า มีการซื้อสิทธิขายเสียงกันไปทั่ว แต่ กกต. ไม่สามารถจับการทุจริตได้ เป็นเรื่องเป็นราวเป็นชิ้นเป็นอันแม้แต่ครั้งเดียว จะมีผลงานสักชิ้นท่านประธาน ใบส้มที่เชียงใหม่ เขต ๘ ใส่ซอง ๒,๐๐๐ บาท ให้พระ ศาลก็พิพากษายกครับ เสียหาย ต่องบประมาณแผ่นดินต้องจัดเลือกตั้งใหม่ เปรียบเทียบกับลำปางที่มีทั้งพยานหลักฐาน ซื้อขายเสียงชัดเจน คนเดินโพย ซื้อเสียงเอาเงินมาให้ เงิน ๒ คนนะ ฝากให้แม่ด้วย กาเบอร์ ๑ นะ ให้เงินเสร็จ พูดเสร็จ เดินออกไปยังหันมาชูนิ้ว เบอร์ ๑ นะ อย่างนี้ กกต. ให้ใบเหลืองครับท่านประธาน ใบเหลืองหมายความว่าอะไร คลุมเครือไม่ชัดเจน ใช่หรือไม่ครับท่าน กกต. หรือว่าจะต้องจับให้ได้ว่า ผู้สมัครเดินมาแจกเงินเอง ถึงจะชัดเจน อย่างนั้นหรือครับ ไม่อยากจะพูดว่าสิ้นเปลืองงบประมาณ แต่เสียดายภาษีประชาชน ฝากถึง คณะกรรมการทั้ง ๗ ท่านด้วย🔗
ท่านประธานครับ เรื่องกลไกผู้ตรวจการเลือกตั้ง ท่านประธานผมขอเกินเวลา อีกนิดหน่อยก็เป็นปัญหา กลไกที่สูญเปล่าใช้งบประมาณดำเนินการถึง ๕๐๐ ล้านบาท แต่ไม่มีผลงานที่เป็นชิ้นเป็นอัน เป็นเรื่องเป็นราวสักเรื่องเดียว ท่านประธานครับ ท่านเสรีพิศุทธ์ เชิญมาถามในกรรมาธิการ ป.ป.ช. ว่ามีการซื้อขายเสียงกันเต็มไปหมดท่านไม่เห็นหรือ ท่านประธานทราบไหมครับ ผู้ตรวจการเลือกตั้งของ กกต. ตอบว่าอย่างไร ท่านประธาน พูดแล้วจะขำ ตอบว่าก็ท่านเห็นนี่ แต่ผมไม่เห็น ท่านรองเลขาธิการท่านคิดว่าอย่างไร ท่านตอบว่า ท่านเห็นแต่ผมไม่เห็น ท่านประธานครับ ผมว่าผู้ตรวจการเลือกตั้งได้ทำงาน คุ้มค่ากับเงินภาษีประชาชนหรือไม่ครับ ที่จริงคำถามนี้ผมควรจะถามไปยัง กกต. ทั้ง ๗ ท่าน มากกว่า คณะกรรมการ กกต. ทำงานคุ้มค่ากับเงินภาษีประชาชนหรือไม่🔗
สุดท้ายครับท่านประธานเลยเวลามาเยอะแล้ว กระผมขอกราบขอบพระคุณ รายงานเสนอต่อสภาและขอย้ำว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นองค์ประกอบสำคัญ ในกลไกตามระบอบประชาธิปไตยของไทย สมควรอย่างยิ่งที่ท่านจะมีบทบาทในการ จัดการเลือกตั้งให้บริสุทธิ์ ยุติธรรม เพื่อส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขให้ยั่งยืนสถาพรอย่างแท้จริงต่อไป กราบขอบพระคุณ ท่านคณะกรรมการและขอบพระคุณทุกท่าน และขอบพระคุณท่านประธานด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญ ท่านต่อไปครับ ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แล้วก็อีกท่านหนึ่ง พลตำรวจตรี สุพิศาล หลังจาก ท่านสาทิตย์ เชิญท่านสาทิตย์ก่อนครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมรอคอยที่จะพูด อภิปรายในส่วนรายงานของกรรมการการเลือกตั้งมาหลายสัปดาห์แล้วครับ ผมเป็นคนหนึ่ง ที่เคยฝากความหวังไว้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตั้งแต่ครั้งที่เรามีการปฏิรูปการเมือง โดยรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ผมเป็นคนหนึ่งที่ยกมือให้รัฐธรรมนูญฉบับนั้นผ่านรัฐสภา และผมก็เป็นคนหนึ่งที่ยกมือให้พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการ การเลือกตั้งผ่านรัฐสภา เราออกแบบกรรมการการเลือกตั้งมา โดยตั้งใจให้มีหน้าที่ ๓ อย่าง อยู่ในองค์กรเดียวกัน ทั้งจัดการการเลือกตั้ง ควบคุมดูแลการเลือกตั้งให้เกิดความสุจริต เที่ยงธรรม และมีอำนาจเชิงกึ่งตุลาการในการที่วินิจฉัยการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งต่าง ๆ ซึ่งอำนาจนั้นยังคงอยู่กับ กกต. และนับวันจะขยายมากขึ้น ด้วยการมีคณะกรรมการ การเลือกตั้งประจำจังหวัด แต่นับตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ จนกระทั่งมาถึงปัจจุบัน ผมเรียน ท่านประธานอย่างตรงไปตรงมาว่า ความรู้สึกที่ตั้งความหวังเอาไว้นั้นมันห่างไกล มากขึ้นทุกวัน ผมมีความรู้สึกว่าคณะกรรมการการเลือกตั้งชุดที่ทำงานในช่วงหลัง ๆ นั้น แตกต่างกับคณะกรรมการการเลือกตั้งในชุดแรก ๆ ในหลากหลายประเด็นด้วยกัน เรื่องใหญ่ที่สุดที่เราตั้งความหวังไว้กับกรรมการการเลือกตั้ง คือการรักษาการเลือกตั้ง ให้สุจริตเที่ยงธรรม ทั้งการเลือกตั้งระดับชาติ ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. ส.ว. การเลือกตั้งระดับ ท้องถิ่น ตั้งแต่ อบจ. เทศบาล ไปจนกระทั่งถึง อบต. แต่ผมเรียนท่านประธานเลยครับว่า ในหลายปีที่ผ่านมากรรมการการเลือกตั้ง ไม่สามารถที่จะดูแลการเลือกตั้งให้เกิดความสุจริต เที่ยงธรรมได้ และมีหลายกรณีที่เป็นกรณีที่เป็นข้อครหาว่า กรรมการการเลือกตั้ง ยังคงมีประสิทธิภาพในการดำเนินการจัดการเลือกตั้งให้สุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่ อย่างไร ผมเรียนถามท่านประธานโดยยกตัวอย่าง ๒ กรณีครับ เรามีการเลือกตั้งสมาชิกองค์การ บริหารส่วนจังหวัด และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดในเดือนธันวาคม ปี ๒๕๖๓ ผ่านมา ๑ ปีเศษแล้วครับ ที่จังหวัดตรังมีกรณีของการจับการซื้อสิทธิขายเสียงได้ ๒ กรณี กรณีแรก เกิดขึ้นที่ตำบลควนปริง อำเภอเมือง จังหวัดตรัง โดยข่าวนี้ไปลงบอกว่า ตำรวจ จับหัวคะแนนซื้อเสียงได้คาหนังคาเขาหน้าหน่วยเลือกตั้ง พร้อมของกลางและรับสารภาพ เป็นหัวคะแนนซื้อเสียงให้ผู้สมัครสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดรายหนึ่ง แล้วก็สังกัด ทีม ๆ หนึ่ง ซึ่งในข่าวที่ลงดังกล่าวนั้นได้มีการเผยแพร่ด้วยว่า กรณีเข้าไปจับดังกล่าวนี้มีคลิป (Clip) ประกอบชัดเจน ตั้งแต่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ กกต. ไปล้อมรถของผู้ต้องหาจับได้ ที่สำคัญคือผู้ต้องหารับสารภาพ ขณะนี้ผ่านไป ๑ ปีเศษแล้วครับ ยังไม่มีการลงโทษ ดำเนินการใด ๆ เลย ในข่าวบอกว่า ผิดมาตรา ๖๕/๑ ของพระราชบัญญัติการเลือกตั้ง กรณีที่ ๒ เป็นกรณีที่จังหวัดตรังเช่นเดียวกัน จับในวันเดียวกันคือวันเลือกตั้ง ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๓ เป็นการจับอดีตผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่งที่หมู่ที่ ๔ บ้านหนองดุก ตำบลท่าสะบ้า อำเภอวังวิเศษ จังหวัดตรัง เจ้าหน้าที่เข้าไปจับกุม ค้นตามร่างกายในกระเป๋าพบของกลาง เป็นเงินสด ๑,๒๐๐ บาท ที่เหลือจากการแจกชาวบ้านเพื่อซื้อเสียง พร้อมสายรัดเงิน มัดละ ๑๐,๐๐๐ บาท บัญชีรายชื่อ จากการสอบสวนเบื้องต้นบุคคลดังกล่าวให้การ รับสารภาพ ว่าตัวเองเป็นหัวคะแนนให้ผู้สมัครคนดังกล่าวจริงในราคาหัวละ ๓๐๐ บาท มีโพยรายชื่อจำนวน ๔๐ คน และบอกด้วยว่ารับเงินมาทั้งหมด ๒๐,๐๐๐ บาท จ่ายไปแล้ว ๓๐ คน คงเหลือเงินอีกจำนวนเท่าไร ทั้ง ๒ กรณีดังกล่าวนี้ผ่านมา ๑ ปีเศษครับ มีแต่ข่าวล่ำลือออกมาว่า กกต. ตรังให้ใบแดงไปแล้ว ส่งมา กกต. กลาง แต่เงียบครับ กลับกลายเป็นเรื่องวิพากษ์วิจารณ์ว่า มีการวิ่งเต้น มีเรื่องของผู้มีอิทธิพลเข้าไปเกี่ยวข้อง และมีเรื่องของการเรียกรับผลประโยชน์ เรื่องนี้ผมไม่ทราบข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร แต่ กกต. มีหน้าที่ต้องสร้างความโปร่งใส ให้การเลือกตั้งสุจริตและเที่ยงธรรม แต่กรณี ๒ กรณี ดังกล่าวนี้ จนกระทั่งถึงบัดนี้ปีเศษแล้วยังเงียบครับ ที่สำคัญที่จังหวัดตรังมีร้ายแรงยิ่งกว่านั้นท่านประธานครับ เป็นกรณีของการเลือกตั้งสมาชิก องค์การบริหารส่วนจังหวัด ในเดือนธันวาคม ปี ๒๕๖๓ เช่นเดียวกัน คือมีกรณีของผู้สมัคร ส.อบจ. คนหนึ่งในเขตอำเภอเมือง ได้ไปร้องเรียนผู้สมัครคู่แข่ง เรื่องของการทำผิดกฎหมาย เลือกตั้งปรากฏว่าเอกสารคำร้องที่ร้องเรียนหลุดออกมา โดยมีคนสนิทของคนที่ถูกร้อง ได้นำเอาสำนวนที่มีคนไปร้องเรียน ซึ่งหลุดมาจาก กกต. ไปพบกับผู้ร้อง และทำการข่มขู่ว่า จะต้องยกเลิกเรื่องที่ร้องเรียน และเรื่องดังกล่าวนี้ที่มีการถ่ายคลิป (Clip) ไว้ด้วยและส่งคลิป (Clip) ดังกล่าวนี้ให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผมก็สงสัยว่าเหตุการณ์ผ่านมา ๑ ปีเศษเเล้ว ถ้าเราจะทำให้การเลือกตั้งที่สุจริตเที่ยงธรรม กรณีเช่นนี้ตัดสินได้ไม่ยากครับ ดำเนินการได้ ไม่ยากครับ แต่เกิดอะไรขึ้นในกระบวนการจัดการของ กกต. นี่เป็นประเด็นที่ผมยกตัวอย่าง เท่านั้นครับ🔗
ประเด็นถัดมาก็คือว่า ในช่วงระยะเวลา ๑ ปีเศษที่ผ่านมานี้ เราผ่าน การเลือกตั้งท้องถิ่นตั้งแต่ อบจ. มาถึงเทศบาล มาถึง อบต. เพื่อนสมาชิกจากซีก พรรคพลังประชารัฐเมื่อสักครู่นี้ ประทานโทษที่เอ่ยนามคือ ท่านวีระกร ก็ฝากบอกผมว่า มันเป็นไปได้อย่างไรที่ยิ่งมีการเลือกตั้ง การซื้อสิทธิขายเสียงยิ่งรุนแรงยิ่งหนักข้อขึ้น การป้องปรามโดย กกต. กลับไปดูในเว็บไซต์ (Website) ของ กกต. การป้องปรามที่ออกมา บอกว่า การซื้อสิทธิขายเสียงมันผิดกฎหมายอย่างไร ท่านแทบไม่เคยเอ่ยถึงเลยครับ ในโพสต์ (Post) ๔๐-๕๐ โพสต์ (Post) ที่อยู่ในโซเชียล (Social) หน้าเว็บไซต์ (Website) ของทาง กกต. กลับกลายเป็นเรื่องอื่นทั้งสิ้นเลยที่ไม่ใช่เป็นเรื่องป้องปราม เมื่อเทียบกับ กรรมการการเลือกตั้งในยุคแรก ๆ ตั้งแต่ประทานโทษ ท่านสวัสดิ์ โชติพานิช ยุคก่อนหน้านั้น ออกมาป้องปราม และเน้นเรื่องประเด็นการซื้อสิทธิขายเสียง เป็นประเด็นหนึ่งเรื่องใหญ่ที่สุด ที่กรรมการการเลือกตั้งจุดดังกล่าวนั้นเป็นเรื่องหลัก เพราะการมี กกต. นั้นมาจาก ความต้องการปฏิรูปการเมืองให้การเลือกตั้งนั้นสุจริต เที่ยงธรรม จากเดิมที่ไม่มีองค์กร มากำกับดูแลการเลือกตั้ง ผมคิดว่าบทบาทของ กกต. เป็นบทบาทที่น่าที่จะต้องมีการตอบ คำถามสังคมและมีการทบทวน อย่าลืมว่า กกต. .ได้งบประมาณจากรัฐปีละอย่างน้อย ๓,๐๐๐ ล้านบาท แต่การที่ กกต. ไม่ป้องปราม ไม่ดำเนินการ แล้วก็ไม่ทำการเลือกตั้ง ให้สุจริตเที่ยงธรรมอย่างแท้จริง มันกลายเป็นเรื่องที่ทำให้หลายคนมีความรู้สึกว่าเหมือนเอื้อ ให้เกิดการทุจริตซื้อสิทธิขายเสียง และการทุจริตการเลือกตั้งที่รุนแรงมากขึ้น ในทางหนึ่ง มันคือการทำลายประชาธิปไตย ผมไม่อยากเห็นประชาชนที่มีความรู้สึกผิดหวังกับการทำ หน้าที่และลุกขึ้นมาบอกว่าเงิน ๓,๐๐๐ ล้านบาทนี้เขาเสียดาย แล้วก็เสนอให้ยุบ กกต. เพราะฉะนั้นผมคิดว่าประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ กกต. ต้องทำทุกอย่างให้โปร่งใส เรื่องที่ผมเรียน ท่านประธานไปนี้เป็นเพียงตัวอย่างบางตัวอย่างเท่านั้น ที่ผ่านมาแล้วถึง ๑ ปีเศษ แต่ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น ยังมีประเด็นเรื่องของความไม่โปร่งใสต่าง ๆ ที่มีการ วิพากษ์วิจารณ์กันอีกมากครับ ไว้ในโอกาสต่อไปที่มีโอกาสเราคงได้พูดคุยกันครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาลครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออภิปรายรับทราบรายงานการปฏิบัติงานของ กกต. ผมเริ่มที่หน้านี้เลยท่าน รายงาน งบประมาณ งบประมาณปีที่แล้ว ปี ๒๕๖๑ ท่านใช้ค่าใช้จ่ายไป ๒,๓๓๘ ล้านบาทเศษ แต่ปี ๒๕๖๒ ที่ให้ตรวจรายงานนี้คือ ๕,๘๔๗ ล้านบาทเศษ ผมรู้ครับเกิดมาจากไหนครับ เพราะช่วงปี ๒๕๖๑ ยังไม่มีการเลือกตั้ง เลือกตั้งใช้เงินไป ๓,๐๖๓ ล้านบาทเศษ แล้วก็เลือก วุฒิสมาชิกอีก ๔๖๘ ล้านบาท ทีนี้ประเด็นสำคัญครับทุกท่านครับ กลับมาที่หน้ารายงาน ของท่าน รายงานของ กกต. ผมบอกได้เลยว่าปัญหาที่เกิดขึ้น คือส่วนที่ ๓ ปัญหาอุปสรรค ในการปฏิบัติงาน ท่านเขียนชัดเจนเลยครับว่าได้การปฏิบัติงานนั้น ไม่ว่าเรื่องของการที่เป็น ปัญหาอุปสรรคในเรื่องของกระบวนการที่สำคัญ ท่านประธานครับ สำคัญมาก ๆ เลยครับ ท่านบอกว่า เรื่องของโครงสร้างที่พบจากรัฐธรรมนูญและพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญที่เลือกตั้ง ส.ว. ต่างไปจากเดิมมากครับ มันแน่นอนครับคำตอบมันชัดแล้ว ผลพวงมันไล่มาถึงปัจจุบันว่า ส.ว. คือคำตอบชัดเจนว่าเป็นการสืบทอดอำนาจ ชัดครับ แนวคิดและเจตนาผิดเพี้ยนไปจากของเดิม อันนี้ชัดเจนครับคำตอบ ขอบคุณที่ตอบ ไว้ในที่นี้ด้วย🔗
ประเด็นที่ ๒ ในหน้า ๑๐๐ ความเชื่อมั่นและความพึงพอใจของประชาชน ที่เกิดขึ้น ไม่พอใจแน่ครับ เพราะว่ามันมองเห็นชัด ๆ ครับ การมีส่วนร่วมก็ขาด การยอมรับ ขาดการมีส่วนร่วมทางการเมือง ขาดความรู้ความเข้าใจในตัวบทกฎหมาย ที่บรรจุอยู่ นั่นชัดเจนครับ แนวทางแก้ไขก็คือ เราเองสภาเรานี่จะมีการเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รัฐบาลบอกว่า เมษายนจะเลือกตั้ง ส.ส. วิโรจน์ ของผม คนดีในสภาต้องลงทุนครับ ลงทุนเพื่อเป็นบุคคลที่ไปให้ประชาชนในกรุงเทพฯ เลือกครับ เพราะทุนที่อยู่ในสังคมที่นี่มันสูง และเป็นคนเดียวที่จะแก้ปัญหากรุงเทพฯ ได้อย่างเด็ดขาด ท่านประธานครับ นี่คือเตรียมหรือยังครับ การเลือกตั้งนี้มันจะต้องโปร่งใสกลับไปสู่ การเลือกตั้งตามความต้องการของประชาชน ดีกว่าเลือกตั้งตามที่รัฐธรรมนูญขีดเส้น ให้ท่านทำ คำตอบบอก ท่านเลขาธิการไปไหนครับ ท่านเลขาธิการขยับเข้าบัญชี ส.ว. ครับท่าน เห็นไหมครับ คำตอบครับ แน่นอนตอนนี้ยังหาไม่ได้เลยครับ ในหน้า ๑๐๖ การจัดการเลือกตั้งทั่วไป พบอุปสรรคปัญหา ข้อบกพร่องเยอะแยะ ตั้งแต่ที่จัดการสัมมนา เพื่อถอดบทเรียนกันแล้ว ไปถึงไหนครับการจัดทำ นี่คือคำถามแรก คณะกรรมการขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์ สร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ผลักดันกระบวนการแนวทางอย่างไร เดี๋ยวตอบผมได้ไหมครับว่าไปถึงไหน เพราะท่านเขียนไว้ตอนท้ายของรายงานในเอกสาร หน้านี้ สิ่งสำคัญท่านครับ กปน. คือกรรมการประจำหน่วยที่ท่านบอกว่า พบข้อบกพร่อง เยอะแยะไปหมด ผมบอกเลยครับนี่คือตัวจักรสำคัญที่ทำให้คะแนนผิดเพี้ยน ในการเลือกตั้งคราวที่แล้ว จากรัฐธรรมนูญก็ใช่ที่อยู่แล้วครับ จาก พ.ร.ป. ก็ใช่ที่อยู่แล้ว ก็ทำให้เกิดการผิดเพี้ยนไปหมด และที่สำคัญการเลือกตั้งคราวหน้าท่านประธานครับ คราวที่แล้ว ๓๕๐ แบ่งเขตก็ยังโยกอำเภอ โยกตำบล ผิดกันไปหมดผิดเพี้ยน คราวนี้ผมไม่รู้ว่า ๔๐๐ เขต ท่านจะกำหนดทิศทางอย่างไร โปร่งใสหน่อยครับ ให้ประชาชนมีส่วนร่วม ในการโยกอำเภอในเขตพื้นที่เขาหน่อย ๔๐๐ เขาจะได้รู้ว่าใครจะเป็น ส.ส. ที่น้ำดีครับ ในกรุงเทพมหานครเหมือนกันครับ ๕๐ เขต กรุงเทพมหานครเตรียมหรือยังครับ ส.ส. วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผมนี่กำลังลงพื้นที่ครับ กำลังจะลาออกเพื่อไปลงเลือกตั้ง นั่นคือสิ่งที่ ทำไมเราถึงช่วยกัน เพื่อให้สังคมของการเลือกตั้งนี้ดี เราก็ต้องส่งคนดีท่านประธานครับ ใคร ๆ ก็รู้ครับ ส.ส. วิโรจน์นี้คนดีแน่นอนครับท่านประธาน🔗
และประเด็นสุดท้าย คำตอบครับตอบให้ผมแน่นอนครับ คำตอบครับอย่าโยน ไปโยนมาครับ รัฐบาล ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีบอกได้ว่า เดือนเมษายนเป็นอะไรครับ เป็นคำมั่นแล้วนะครับว่าเดือนเมษายน ๒๕๖๕ จะมีการเลือกผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งท่านแต่งตั้งให้รับตำแหน่งมา ๕ ปี ตอนนี้ขอเป็นการเลือกตั้ง กกต. พร้อมขนาดไหนครับ ท่านประธาน ตอบผมด้วยว่า ๓๐ เมษายน คือวันสุดท้ายของเดือนเมษายนจะเกิด การเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครตามที่นายกรัฐมนตรีประกาศไว้หรือไม่ ท่านมี ความพร้อมในเรื่องของกระบวนการ ๕๐ เขต ไม่ว่าการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ๕๐ ส.ก. ที่เตรียมไว้ของผู้สมัคร พรรคผมพร้อมอยู่แล้วครับเตรียมครับ ตอนนี้ลุยมา ๑ ปีครับ เพราะฉะนั้นเราต้องส่งคนดี ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจะต้องเป็นคนดีครับ เราจึงคัดสรรผู้ว่าเข้าไป เพื่อให้เกิดตัวเลือกที่มากขึ้น ท่าน ส.ส. วิโรจน์เป็นคนดีครับ ใคร ๆ ก็รู้ครับท่านอภิปรายดี ท่านชน ชนครับ เพื่อให้กรุงเทพมหานครถูกเปลี่ยนไปครับ เห็นไหมครับหาผู้ว่าที่แบบนี้ยากมากเลย กราบเรียนท่านประธานครับ ต้องตอบผมครับว่า เดือนเมษายนจะเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือไม่ และเราจะได้คนดีสู่สภา กทม. อีกหรือเปล่า นั่นคือประเด็นปัญหาที่ผมจะถาม🔗
สุดท้ายจริง ๆ ครับท่านประธาน ในการตั้งงบประมาณขณะนี้ ผมไม่รู้ว่าเรื่องงบประมาณของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร หรือการเลือกตั้งต่อไป เตรียมงบประมาณคำขอสู่รัฐบาลหรือยัง ช่วยตอบผมด้วยท่านที่อยู่บนสภา ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ต่อไปท่านสุรทิน พิจารณ์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ ได้ดูรายงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งมันก็คล้าย ๆ กันทุก ๆ ปีมา เล่มสวยงาม สีน้ำเงิน ท่านประธานครับ จากการที่ดูเนื้อหาก็เหมือนกับท่านผู้ทรงเกียรติที่อภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้ อาจจะมีปัญหาบ้างงบประมาณที่ใช้ไป ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ล้านแต่ละปี อันนี้คืองบประมาณ แผ่นดิน ท่านประธานครับ🔗
เรื่องแรก คืออยากจะกราบเรียนว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง เจ้าหน้าที่ กกต. ที่อยู่ด้วยกัน ผมในฐานะหัวหน้าพรรคซึ่งอาจจะอยู่ใกล้ชิด ไปส่งงานส่งการทุกอย่าง ไปรับการอบรม ถือว่าในยุคนี้ที่มีท่านแสวง รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ทำให้ส่วนหนึ่งก็คือความใกล้ชิดระหว่างพรรคการเมืองกับเจ้าหน้าที่รู้สึกว่าดูดีขึ้น แต่ก่อนอาจจะตึงเครียด ช่องว่างระหว่างพรรคการเมือง กกต. สูงมาก แต่ทุกวันนี้ ขยับเข้า ต้องชื่นชม แล้วก็เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายชื่นชม ขอชื่นชมว่า หลังจากที่มารักษาการ เลขาธิการพรรค มันดูดีไปทุกอย่าง อีกอย่างหนึ่งครับก็คือกองทุนพัฒนาพรรคการเมือง ทุกวันนี้ส่วนหนึ่งก็คือ พรรคการเมืองได้รับการอุดหนุนจากกองทุนพัฒนาพรรคการเมือง ก็รู้จักมักคุ้นกัน แต่ก่อนลำบากมากการที่ใช้กองทุนลำบากมาก ก็มีการฟ้องร้องกัน ส่งเงินคืน แต่ปัจจุบันก็เป็นไปตามข้อกฎหมายที่ทางสภาเราออกให้ทาง กกต. ปฏิบัติ ถือว่าสมบูรณ์ แต่สิ่งที่อยากฝากกราบเรียนท่านประธานผ่านไปที่ผู้ส่งเสริมก็คือภาครัฐบาลว่า ควรจะส่งเสริมพรรคการเมืองให้มากกว่านี้ ปากรัฐบาลไปประเทศไหน แล้วก็อ้างว่า เป็นประชาธิปไตย แต่ว่าการส่งเสริมยังน้อยอยู่ ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะอะไร เพราะว่าเงินที่กองทุนพัฒนาการเมืองที่ส่งเสริมพรรคการเมืองบางพรรคน้อยมากครับ บางพรรคอาจจะซื้อส้มตำแบ่งกันกินก็หมดแล้ว ๓-๔ ปีได้พรรคละ ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ ก็ยังมี ทุกวันนี้พรรคได้ ๗,๐๐๐-๘,๐๐๐ ก็ยังมี มันไม่พอ ท่านประธานครับ ฝากตัวนี้ไปที่รัฐบาล ก็น่าเห็นใจ ทาง กกต. หรือคณะกรรมการการเลือกตั้ง เพราะเนื่องจากว่าต้องแบ่งเงิน เหล่านั้นให้กับพรรคการเมือง พรรคมันเยอะขึ้น แต่ว่าเราอยู่ในระบอบประชาธิปไตย เราไม่ซื้ออาวุธสักเล็กน้อยสัก ๒-๓ เปอร์เซ็นต์ เอามาพัฒนาพรรคการเมืองจะได้ไหม ไม่ใช่ว่า ทุกปีต้องไปดันซื้อให้กับ ๓ เหล่าทัพอยู่ เงินเป็นหลายหมื่นล้าน แต่ว่าเอามาพัฒนา พรรคการเมืองแค่จิ๊บจ๊อย เงินที่พัฒนาของ กกต. คือ ๓,๐๐๐ ล้านต่อปี ก็มีหลายอย่าง ที่ต้องใช้ ทั้งอาคาร ทั้งอบรม แต่พัฒนาพรรคการเมืองจริง ๆ มันน้อยนิดมาก เหมือนที่ผม กราบเรียน ต้องฝากท่านประธานไปที่รัฐบาล🔗
อีกประเด็นหนึ่ง คือการปรับ การปรับก็เป็นไปตามข้อกฎหมายเข้าใจได้ อยากฝากไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้งว่า การปรับพรรคการเมืองบางทีมันก็เป็นผลลบ ท่านประธานครับ คือพรรคการเมืองมันเดินไม่ได้ การคิดระหว่างกรรมการการเลือกตั้ง กับพรรคการเมืองอาจคิดคนละแบบลักษณะหนึ่ง ก็ฝากกราบเรียนท่านประธานว่า คนที่มาเป็นกรรมการสาขาพรรคการเมืองมาจากชาวบ้านแท้ ๆ มาจากพ่อใหญ่สี พ่อใหญ่มี พ่อใหญ่มา ที่ทำนามาทำพรรคการเมือง ไม่ได้เตรียมพร้อม แต่ว่ากฎหมายที่เราออกให้ กรรมการการเลือกตั้งที่ปฏิบัติจะต้องเอาคนเหล่านี้มาเป็นคณะกรรมการสาขา พรรคการเมือง มันเป็นความจำเป็น ยิ่งทุกวันนี้พรรคเยอะเกือบ ๑๐๐ พรรคต้องไปแย่ง พี่น้องประชาชนมันก็เลยเกิดปัญหา เพราะฉะนั้นฝากไปที่คณะกรรมการว่า ถ้าใช้หลัก รัฐศาสตร์เข้ามาปรับปรุงบ้างก็จะดี อย่าเน้นไปที่การปรับเป็นนิติศาสตร์ตลอดไป คนเรามันบอกมันสอนกันได้ ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือกราบเรียนว่าโดยข้อเท็จจริงแล้ว สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทำงานหนัก บางครั้งบางคราวการตอบแทนจากแผ่นดิน อาจจะไม่ทั่วถึง🔗
อีกอย่างหนึ่งท่านประธานที่เคารพครับ อยากฝากไปที่คณะกรรมการ การเลือกตั้งทั้ง ๗ ท่าน ที่ได้มาจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติของเรา การเข้าไปหา คณะกรรมการการเลือกตั้ง ๗ ท่าน บางคนยากมาก ผมอยากจะฝากท่านประธาน ไปที่คณะกรรมการการเลือกตั้งว่า ต้องทำตัวหลวม ๆ หน่อย บางทีผู้แทนอยากจะคุยด้วย อยากปรึกษาหารือเพื่อการพัฒนาบ้านเมือง การพัฒนาพรรคการเมือง การพัฒนาระบอบ ประชาธิปไตยเราจะทำอย่างไรอยากจะรู้ด้วย แต่ปรากฏว่ามันเข้าไม่ได้เลย ยอมรับว่า บางคนก่อนที่จะมาเป็นคณะกรรมการการเลือกตั้ง ๗ ท่านเป็นเพื่อนกัน เป็นอธิบดีเพื่อนกัน แต่ก่อนเอาม็อบ (Mob) ไปล้อมกรมตลอด ปรากฏว่าพอมาเป็นมันเข้ายากมาก ผมว่าบางครั้งบางคราวมันก็ตึงเกินไป อยากจะฝากไปถึงเรื่องนี้🔗
และอีกเรื่องหนึ่ง ที่ท่านผู้ทรงเกียรติจากพรรคประชาธิปัตย์ได้ถาม เรื่องการเลือกตั้งว่า เดี๋ยวนี้บางครั้งบางคราวการเลือกตั้งมันมีการซื้อเสียงที่ได้ยินมาเยอะมาก เยอะกว่าแต่ก่อนมากจริง ๆ แต่ว่ามันจับไม่ได้ ทำไมถึงจับไม่ได้ อันนี้เป็นคำถามของสังคม สังคมต้องถาม กกต. หรือบางทีจับคาหนังคาเขา จับได้จริง ๆ แต่คดีไม่คืบหน้า อันนี้ฝากไปที่ คณะกรรมการการเลือกตั้งครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปคุณประเสริฐ บุญเรือง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ บุญเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด กาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย วันนี้ต้องขอขอบคุณคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ได้มารายงานให้สภาได้ทราบ เรื่องผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมาในปี ๒๕๖๒ ซึ่งรูปเล่ม มีความสวยงาม ข้อมูลก็อย่างเต็มที่ ท่านประธานที่เคารพครับ ในปี ๒๕๖๒ เรามีการเลือกตั้ง ขึ้นมาครั้งหนึ่ง ก็คือการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเกิดขึ้นในวันที่ ๒๔ มีนาคม ปี ๒๕๖๒ และได้ประกาศผลการรับรองการเลือกตั้งเรียบร้อย จากปี ๒๕๖๒ ถึงปัจจุบัน เกือบ ๓ ปีเศษ ๆ แต่สิ่งที่ตามมาที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ถูกตั้งข้อสังเกตในการปฏิบัติ หน้าที่ไว้อย่างมากมาย ไม่ว่า ๑. การนับคะแนนบัญชีรายชื่อ ๒. การคิดอัตราสัดส่วน ๓. บัตรเขย่ง ๔. แบ่งเขตเลือกตั้งไม่เหมาะสม มีการกล่าวถึงเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียง อย่างไม่เกรงใจคณะกรรมการการเลือกตั้ง โจ่งแจ้งโจ่งครึ่ม จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน ท่านประธานครับ ผมเข้าใจ และในกรณีการให้อามิสสินจ้างที่เป็นตัวเงิน เข้าใจว่ามันยากที่จะหาหลักฐานได้ ทั้งจากผู้ให้และผู้รับ ซึ่งเปรียบเหมือนขโมยที่จะลักสิ่งของอะไรต่าง ๆ นี่คือสิ่งที่มันเกิดขึ้น ในสังคมที่ความเป็นจริง ผมเข้าใจว่าที่ผ่านมา กกต. คงจะมีหลักฐานที่สามารถตัดสินใจ ให้ใบเหลือง ใบแดง ใบส้มซึ่งมีน้อยมากในยุค ๆ นี้ที่ กกต. ได้ดำเนินการ ส่วนใหญ่ที่ กกต. นำหลักฐานแล้วตัดสินให้ใบเหลือง ใบแดง ใบส้มนั้น ก็คือเรื่องเกี่ยวกับสัญญาจะให้ จูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้สิทธิลงคะแนนให้ตนเอง ใส่ร้ายป้ายสี มีหลักฐานอันเป็นเท็จ กล่าวเท็จต่อคู่ต่อสู้ ซึ่งเป็นหลักฐานที่ กกต. เอาผิดได้ เป็นส่วนใหญ่ที่ดำเนินการมา ในปีที่ผ่าน ๆ มาในปี ๒๕๖๒ ผมเลยตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรื่องว่าเมื่อใดรัฐบาลจะจัดให้มีการเลือกตั้งท้องถิ่นเกิดขึ้น รัฐบาลก็ดำเนินการตามกรอบ ที่ได้ให้สัญญากับสภาผู้แทนราษฎรว่าให้จัดการเลือกตั้งปี ๒๕๖๓ ไม่ว่าเป็นองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด เทศบาลตำบล เทศบาลเมือง หรือนคร จนมาถึงองค์การบริหารส่วนตำบล แต่สิ่งที่ยังไม่ทำ ๕-๖ ปี ก็คือการเลือกตั้งกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา ซึ่งเป็นรูปแบบ การเลือกตั้งท้องถิ่นพิเศษ เลือกตั้งมาแล้ว ๓-๔ อย่าง ผลไม่ต่างกันครับ ผลปรากฏว่า ท่านประธานก็คงจะได้ยินเหมือนผมได้ยินมา คือ ๑. การซื้อสิทธิขายเสียง ก็ยังเหมือนเดิม แถมหนักขึ้นกว่าเดิม จนมีวลีที่ฮิต (Hit) ติดปากมาทุกยุคทุกสมัย เช่น เงินไม่มีหนีไปนา เงินไม่มากาไม่เป็น เลือกตั้งไปคูหา ถ้าเงินไม่มา หาคูหาไม่เจอ มันเป็นแค็ปชัน (Caption) ที่ทำให้องค์กรก็คือ กกต. เสียหายมาก ผมคนหนึ่งที่ไม่เชื่อเหมือนอย่างที่ท่านประธาน ไม่เคยเชื่อว่า เงินไม่สามารถที่จะเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จได้ทั้งหมด เพราะดูจากการเลือกตั้ง ที่ผ่าน ๆ มาตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ และการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นที่ผ่าน ๆ มา คนที่คิดว่าเงินซื้อเสียง แล้วประสบผลสำเร็จ โดนพี่น้องประชาชนลงโทษอย่างมากมาย และเป็นตัวชี้วัดว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมา ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์นั้น เป็นผู้ได้รับเลือกตั้งที่เข้ามาใหม่ ถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์อย่างมาก ท่านประธานที่เคารพ ในใจจริง ๆ ผมอยากเสนอแนะแนวทาง ลดปัญหา ลดการร้องเรียนที่เกิดขึ้นโดยให้ กกต. เน้นย้ำ ซึ่ง กกต. ก็ได้ปฏิบัติอยู่แล้ว เรื่องการกำหนดกรอบ แนวทาง ผิดข้อห้าม ผิดระเบียบอะไรต่าง ๆ คิดเป็นกำหนดออกไป ๑๑ ข้อที่ท่านเข้าไป แล้วกรอบการดำเนินการ ๙ ข้อที่ท่านได้กำหนดไว้นั้น ถามว่า ชัดเจนไหม ชัดเจน แต่ว่าการประชาสัมพันธ์หรือการดำเนินการอาจจะไม่ครอบคลุม จนทำให้เกิดปัญหาการร้องเรียนเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างเช่น การติดตั้งป้าย ป้ายติดกัน ๑.๒๒ เมตร ๒.๔๔ เมตร หรือบอกว่า กกต. กำหนดให้ ๑.๒๒ เมตร ๒.๔๔ เมตร ถ้าเอาไป ติดกันถือว่าเป็นแผ่นเดียวกันได้หรือไม่ อย่างนี้ก็ยังร้องเรียนกัน ที่นี่ที่มันเกิดขึ้น เรื่องใส่ร้ายป้ายสีผู้สมัครฝ่ายตรงข้าม แล้วก็การรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งเสนอนโยบาย เกินความเป็นจริงความผิดชุดนี้ผมเสนอแนะ กกต. บอกว่า ให้ร้องเรียนได้ไม่เกิน ๑๖.๓๐ นาฬิกาก่อนวันเลือกตั้ง เพราะเป็นมโนสาเร่ เป็นเรื่องที่เล็ก ๆ น้อย ๆ จบด้วย ลักษณะก็คือจะเอามาร้องเรียนกันก็เป็นลักษณะนี้ ๑๖.๐๐ นาฬิกา ถ้าคุณไม่ร้อง ก็ถือว่าจบกระบวนการ แต่ว่าเรื่องที่สำคัญที่สุด เรื่องเม็ดเงิน เรื่องการแจกเงินแจกทองครับ ท่านประธานชวนย้ำนักย้ำหนาบอกว่า คนที่ขึ้นมาแล้วไม่มีความบริสุทธิ์ยุติธรรม อะไรต่าง ๆ ที่ท่านก็ว่ามาการแจกเงินต้องดูว่า เขาจะร้องเรียนก็ต้องรอคืนหมาหอนก่อน รอคืนหมาหอน รอหน้าหน่วย ๒-๓ วันถ้ายังไม่จบ กำหนดให้เลยบอกว่าหลังเลือกตั้ง ๓ วัน ถ้าคุณไม่ร้องเรียนก็คือจบ ไม่ใช่บอกว่าไปเป็นแล้ว กกต. ก็รับรองแล้วปีหนึ่ง บาง อปท. อย่างเทศบาลเมืองบัวขาวเลือกตั้งไป ๗-๘ เดือนแล้วยังมาร้องกันอีก คนทำงาน ใจมันไม่สู้ดีแล้ว นี่มันทำให้เกิดเหตุการณ์ ถ้าการตัดสินใจชั่ววูบ เดี๋ยวจะฆ่ากันตายก็เพราะ เรื่องลักษณะนี้ ก็เลยฝากคณะกรรมการการเลือกตั้ง แต่สิ่งที่เป็นปัญหาแท้ ๆ ในสิ่งที่ผ่านมา ที่มันเกิดขึ้น เรื่องการแบ่งเขตเลือกตั้ง อีกไม่กี่เดือน ปีเศษ ๆ นี้ ถ้าอยู่ได้จริง ๆ ก็ให้ปีเศษ ถ้าอยู่ไม่ได้อาจจะเป็นวันที่ ๒๐ วันที่ ๓๐ หรือเดือนหน้า ๒ เดือน ๓ เดือน ต่อไปนี้อาจจะมี การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกิดขึ้น ผมขอฝากคณะกรรมการการเลือกตั้งบอกว่า อย่าให้ได้ยิน อย่าให้เขาได้ร่ำลือกันบอกว่า พรรคการเมืองบางพรรค หรือเขตบางเขต แบ่งเขตพื้นที่อะไรเป็นของตัวเอง บอกว่าคิดว่าตัวเองจะได้คะแนนมากกว่านี้ เอามาในส่วนนี้ โดยไม่ได้คิดอัตราสัดส่วน ผมเชื่อมั่นว่า กกต. คงจะไม่สามารถชี้นำได้ เพราะว่า กกต. ถือว่าเป็นองค์กรอิสระ ไม่มีผู้ใดชี้นำ เป็นบุคลากรที่มีศักดิ์ศรี รักองค์กร มีความเที่ยงธรรม ผมเชื่ออย่างนั้น นี่คือสิ่งที่ขอกับ กกต. จริง ๆ ครับ ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพครับ🔗
ต่อไปคุณคารม พลพรกลาง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดร้อยเอ็ด ต้องขออนุญาตกราบขอบพระคุณท่านประธาน เป็นครั้งแรกที่ได้อภิปราย ในปี ๒๕๖๕ แล้วก็เป็นครั้งแรกที่ผมได้อภิปรายรายงานผลการดำเนินงานของคณะกรรมการ การเลือกตั้ง ท่านประธานครับ สิ่งที่เรากลัวก็คือ กลัวรัฐประหาร กลัวการยึดอำนาจ กลัวว่านักการเมืองเข้ามาสู่ระบบด้วยการซื้อเสียง หัวใจที่สำคัญคือพรรคการเมืองครับ ผมเพิ่งเป็น ส.ส. สมัยแรกก็จริง ผมอยู่กับพรรคการเมืองมา ๒๐ ปีครับ ท่านประธาน อยู่มานานจนถือว่าเป็นคนที่สร้างสถาบันเป็นพรรคการเมืองได้ ถ้าพรรคการเมืองไม่สำคัญ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๙๗ ไม่เขียนไว้หรอกครับ ใน (๓) ว่าคนที่จะสมัคร ส.ส. ต้องเป็นสมาชิก พรรคการเมือง อันนี้สำคัญครับแล้วเป็นเหตุผลที่นำไปอภิปรายต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งมีท่านแสวง บุญมี เข้ามารับฟังการพูด การอภิปรายของ ส.ส. ผมจะอภิปรายอยู่ใน เรื่องของการพัฒนาพรรคการเมืองของกองทุนพัฒนาพรรคการเมือง ผมจะเรียนอย่างนี้ว่า คณะกรรมการการเลือกตั้ง เขียนยุทธศาสตร์ในเล่มนี้เป็นการย้อนไปถึงปี ๒๕๕๖ ถ้าจำไม่ผิด แต่ว่าขณะนี้มันปี ๒๕๖๕ ผมอยากจะกราบเรียนไปยังผู้ชี้แจงครับ ประกอบรายงานฉบับนี้ว่า ท่านไม่ได้ให้ความสำคัญกับตัวของพรรคการเมือง มันจึงเป็นที่ลำบากครับ พรรคการเมือง คนน้อยมากครับที่จะรู้ว่าพรรคการเมืองใด ๆ มีนโยบายอย่างไร ส่วนใหญ่ที่จะรู้นี่ รู้จากตัวพรรคการเมือง ซึ่งอาจจะผ่านหัวหน้าพรรค เลขาธิการพรรค และสมาชิกพรรค พรรคประชาธิปัตย์ของท่านประธานก็รู้จากประเพณีที่อยู่มานาน ขออนุญาตที่เอ่ยนาม พรรคการเมืองที่พัฒนาบางท้องที่ ขออนุญาตเอ่ย พรรคชาติไทยพัฒนาที่เขาพัฒนา สุพรรณบุรี ก็รู้จากคนที่รับรู้ ท่านแสวงครับ พรรคที่เขามีนโยบายดี ๆ เรื่องบำนาญก็ดี เขาพัฒนาเรื่องพืชเศรษฐกิจอย่างใดอย่างหนึ่งก็ดี ไม่เคยมีที่ กกต. จะอธิบายความ ให้ประชาชนทราบท่านประธาน เพราะฉะนั้นเวลาที่ให้เขาสมัครเป็นสมาชิกพรรค เขาจึงอืดอาด เขาจึงยากลำบากใจที่จะจ่ายเงินค่าสมาชิก ทั้งที่เป็นเรื่องเล็กน้อย เพราะเหตุ อะไรรู้ไหมครับท่านประธาน ท่านไปดูเลยครับในหน้า ๘๑-๘๔ ผมอ่านละเอียดครับ ท่านแสวงครับ ขออนุญาตที่จะเอ่ยชื่อท่าน เพราะท่านก็มารักษาการ ที่เป็นโครงการ ที่ท่านใช้เงินตั้ง ๕๓,๓๗๔,๐๘๐ บาท ในนี้มีแต่เขียนการพัฒนายุทธศาสตร์ พัฒนาบุคลากร พัฒนาเรื่องบัญชี ผมเรียนถามตรง ๆ ครับ ประชาชนที่อยู่บ้านผม สุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ที่อยู่จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ เขาจะรู้ได้อย่างไรครับว่าพรรคการเมือง ไหนดีอย่างไร เด่นอย่างไร ทำไมท่านไม่มีการออกพื้นที่ บอกเลยครับจะไปกลัวอะไรครับ ก็ท่านมีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญอยู่แล้ว ที่จะอธิบายถึงว่าพรรคการเมืองแต่ละพรรค เด่นเรื่องอะไร เวลาเขาเลือกเขาจะได้เลือกถูก ประชาธิปัตย์เด่นเรื่องส่งเสริมประชาธิปไตย พรรคบางพรรคเด่นเรื่องพัฒนาท้องที่ พรรคบางพรรคเน้นเรื่องบำนาญ ทำไม กกต. ทำไม่ได้ละครับ เพราะฉะนั้นเวลามาเลือกนี่การที่จะเป็นประชาธิปไตยที่ดี และไม่ให้คน มาด่าได้ทหารไม่มายึดอำนาจ มีอยู่ ๒ อย่างครับท่านประธาน ๑. ตัวพรรคการเมือง ต้องไม่ใช่ของคนใดคนหนึ่ง ต้องเป็นของมหาชน มหาชนเกิดจากไหนท่านอ่านดูสิครับ ตามคณะกรรมการการเลือกตั้ง ตามกฎหมายการเลือกตั้งของท่าน มันต้องเป็นที่คนส่วนใหญ่ เขารวมมา เพื่อมีจุดมุ่งหมายเพื่ออยากให้พรรคนั้นอยู่ ๒. ส.ส. ที่เข้ามานี่ต้องเข้ามา ด้วยความสามารถ ด้วยคุณูปการ หรือคุณความดีที่ทำอยู่ ไม่ใช่อาศัยใบบุญของพรรคเท่านั้น แล้วก็ไม่ทำอะไรเลย คนเสียหายคือใครครับ คือประชาชนครับ แต่ กกต. เหนียมอาย อะไรครับ ใช้เงินไปตั้ง ๕๓ ล้านบาท งบก็เยอะ ผมพูดเฉพาะตรงนี้ก็พอครับ ถ้าสื่อสาร กันดี ๆ พูดถึงว่าพรรคการเมืองนี้ ทีเวลาจ่ายภาษียังให้ประชาชนเขาเอาเงินใส่ในรหัส ของพรรคการเมือง คือสนับสนุนพรรคการเมืองผ่านได้เลยครับ แต่ กกต. มีหน้าที่ ทำไมไม่อธิบายความ ทำไมไม่ออกพื้นที่ ในนี้ท่านเขียนชัดเลย มีแต่พัฒนาบุคลากร พรรคการเมืองเขาพัฒนาเขาได้ครับ อันนี้คือ หัวใจสำคัญครับ ไม่อย่างนั้นก็อย่าเขียนรัฐธรรมนูญ ให้ ส.ส. สังกัดพรรคการเมือง เอกสิทธิ์ ในสภานี้ใหญ่ที่สุดแล้วครับ พอขัดมติพรรค พรรคการเมือง เอ่ยชื่อพรรค มันไม่ให้พูดแล้วครับ ขอโทษทีครับ ถอนครับ พูดไม่ได้หรอกครับ ผมไม่ได้มีอารมณ์ร่วม และไม่ใช่เรื่องส่วนตัว นี่คือเรื่องหลักกฎหมายท่านประธาน ท่านประธานเป็นนักกฎหมาย แต่ที่ผมพูดนี้ พูดเรื่อง อะไรรู้ไหมครับ พูดเรื่อง กกต. มีหน้าที่ต้องบอกเลยครับว่า พรรคการเมืองสำคัญ พรรคการเมืองแต่ละพรรคมีนโยบายที่ดี ประชาชนสนใจนโยบายไหน สินค้าชนิดใด เหมาะกับเขา ก็ให้เขาเลือก ประกอบกับมาดูตัวคนในร้านค้า หรือ ส.ส. หรือผู้บริหาร เขาชอบอีก เขายิ่งเลือกง่าย ถ้าเป็นลักษณะอย่างนี้ ที่ท่านกังวลเรื่องซื้อเสียง ไม่มีหรอกครับ ไม่มีหรอกครับ ไม่ต้องซื้อเสียงหรอกครับ เอาความสามารถของ ส.ส. กับนโยบาย พรรคการเมือง ประเทศนี้ก็ไปได้ แล้วทหารไม่ต้องปฏิวัติ ไม่ต้องมามีกลิ่นปฏิวัติหรอกครับ ทหารเขาก็ไม่ต้องการมาปฏิวัติ แต่ถ้าพรรคการเมืองที่มัน ขออภัยครับ มีนโยบายที่มัน แผลง ๆ มันผิด มันทำได้ครับ กฎหมายเขาเขียน สุดท้ายจริง ๆ จึงจะเรียนว่า ประชาธิปไตย มันต้องสร้างเกิดจากความคิดของคนส่วนมาก พรรคการเมืองเป็นเรื่องที่สำคัญ ท่านจะ อย่างไรก็แล้วแต่ครับ ถ้าพรรคการเมืองดี แต่ ส.ส. ก็ไม่ได้ทำงาน มันก็ไม่ใช่ มันจึงต้อง ประกอบด้วยกัน ๒ อย่าง เพราะฉะนั้นผมจึงเรียนว่าหน้าที่ของ กกต. ในการพัฒนา ที่จะมีเล่มต่อไป กรุณาให้ความสนใจกับการพัฒนาพรรคการเมืองให้ดีกว่านี้ครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปคุณเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๗ พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องจากว่าเป็นที่ทราบกันดีว่าการเลือกตั้งเราจะต้องมี องค์ประกอบที่สำคัญคือพรรคการเมือง ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือผู้สมัครองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ที่สำคัญการเลือกตั้งจะต้องยึดโยงกับพี่น้องประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง และผู้ที่จะมาเป็นผู้ดำเนินการในการจัดการเลือกตั้ง หรือเราเข้าใจกันแบบว่ามีกรรมการ นั่นก็คือคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งวันนี้คณะกรรมการการเลือกตั้งนำทีมโดย ท่านแสวง บุญมี รักษาการเลขาธิการกรรมการการเลือกตั้ง ท่านสุรณี ผลทวี ผู้อำนวยการ สถาบันพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้ง นำทีมมาให้ความกระจ่างกับพี่น้องสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรและพี่น้องคนไทยทั้งประเทศว่า ท่านได้จัดการเลือกตั้งครั้งที่ผ่าน ๆ มา และสำคัญในการจัดการเลือกตั้งครั้งต่อไป ซึ่งจะต้องดำเนินการทั้งใช้งบประมาณ ใช้กระบวนการจัดการเลือกตั้ง ทั้งบุคลากร และวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ผมขอเรียนถาม ทางท่าน กกต. ซึ่งได้มาชี้แจงในวันนี้ว่าการแบ่งเขตเลือกตั้งท่านได้เตรียม ผมเคยได้ยินว่า ท่านพร้อมทุกนาที ท่านมีกระบวนการจัดการเรียบร้อย เช่น การแบ่งเขตเลือกตั้ง ๔๐๐ เขต ผมก็อยากถามว่า ตอนนี้ท่านได้จัดการเลือกตั้งแต่ละเขตจำนวนประชากร ที่ได้ยินคร่าว ๆ ว่า ๑๖๐,๐๐๐ ต่อประชากร ๑ เขต ตอนนี้แต่ละจังหวัด แต่ละเขตเลือกตั้ง ได้ดำเนินการไปถึงไหนเสร็จเรียบร้อยหรือยัง🔗
ประเด็นที่ ๒ การบริหารจัดการในการเลือกตั้งครั้งต่อไป เป็นที่ทราบกันดีว่า รัฐธรรมนูญที่ได้รับการโปรดเกล้าฯ ไปที่อยู่ในสภาตอนนี้ว่า จะใช้บัตรเลือกตั้ง ๒ ใบ ซึ่งแน่นอนจะต้องมีการใช้งบประมาณในการจัดการบริหารในการเลือกตั้ง ขณะเดียวกัน ท่านต้องมาจัดการเรื่องที่ว่าบัตร ๒ ใบ บัตรพรรคการเมืองหรือหัวหน้าพรรค แล้วก็ บัตรผู้สมัครจะใช้เบอร์เดียวกันหรือไม่ อย่างไร ถ้าใช้คนละเบอร์ท่านก็ต้องจัดการ งบประมาณในอีกรูปแบบหนึ่ง อันนี้ก็ฝากท่านว่า ท่านจะบริหารจัดการอย่างไรก็อยากรับฟัง คำชี้แจงว่า หลักการที่ท่านจะนำมาใช้สามารถเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ หรือเกิดความสุจริตโปร่งใสได้หรือไม่🔗
ข้อที่ ๓ ในการใช้งบประมาณมันก็เป็นสิ่งจำเป็น ผมเข้าใจว่าทำทุกอย่าง เราก็ต้องใช้งบประมาณในการจัดการเลือกตั้ง แต่ว่าการเลือกตั้งการใช้งบประมาณ จะต้องมีส่วนของ กกต. กลาง กกต. จังหวัด ซึ่งจะต้องมีการบริหารจัดการงบประมาณ ไปตามท้องถิ่นไปตามจังหวัดนั้น ๆ ตรงนี้ท่านได้คำนวณในการจัดการเลือกตั้งไว้ให้เหมาะสม ให้มีประสิทธิภาพ ให้สุจริตโปร่งใสมากน้อยเพียงใด ผมก็อยากทราบเรื่องการจัดการของท่าน🔗
อีกเรื่องหนึ่ง การใช้การเลือกตั้งผมได้ยินว่า กกต. ก็ยึดตามกฎหมาย รัฐธรรมนูญ แม้แต่พรรคเพื่อไทยเองก็ได้บอกว่าทำให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ คือให้มีการจัดการทำไพรมารี โหวต (Primary vote) ผมก็อยากถามว่าการทำไพรมารี โหวต (Primary vote) โดยบริบทของสังคมไทย บริบทของการเลือกตั้งในประเทศไทย ซึ่งพี่น้อง ผมอยู่ต่างจังหวัดทั้งนั้นเป็นส่วนมาก ก็อาจจะไม่เข้าใจเหมือนอยู่ในสหรัฐอเมริกา แล้วปัญหานี้ ทาง กกต. ได้เตรียมในการที่จะจัดการแก้ไขปัญหา หรือว่าท่านมีแนวทาง ทางออกในการ จัดทำไพรมารี โหวต (Primary vote) ถ้าคณะกรรมการ อนุกรรมการพิจารณารัฐธรรมนูญ จะต้องไม่ทำไพรมารี โหวต (Primary vote) มันจะไปย้อนแย้งไปขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ทำได้หรือไม่ได้อย่างไร อันนี้ก็เป็นข้อเรียนถามที่อยากให้ท่าน กกต. ได้ชี้แจงให้พี่น้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือว่าพี่น้องประชาชนซึ่งอาจจะไม่เข้าใจในสิ่งที่จะเกิดขึ้น คือการทำไพรมารี โหวต (Primary vote)🔗
ส่วนประเด็นสุดท้าย การที่เราจัดการเลือกตั้งหลายท่านก็บอกว่าคณะกรรมการ การเลือกตั้งจัดการเลือกตั้งอาจจะทำไปโดยไม่โปร่งใส หรือว่าทำไปโดยมีผู้มีอำนาจครอบงำ อันนี้ผมเชื่อโดยสุจริตว่าทุกท่านที่มานี้ได้ทำหน้าที่ของท่านอย่างเต็มที่ แต่ก็อยากฝากว่า การเลือกตั้งครั้งต่อไปซึ่งจะมี ๔๐๐ เขต บัตรเลือกตั้ง ๒ ใบก็อยากให้การเลือกตั้งเป็นไป โดยสุจริตโปร่งใส เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ เป็นไปตามความต้องการของ พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ขอให้พี่น้องประชาชน ทุกคนได้รับความเป็นธรรม ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ผมเรียน ให้ที่ประชุมทราบว่ามีผู้อภิปรายอีก ๔ ท่าน แล้วผมจะขออนุญาตที่ประชุมว่า เมื่อครบ ๔ ท่านนี้แล้ว ขอให้ กกต. ได้ชี้แจง และเรียนเพิ่มเติมว่ามีหน่วยงานที่มาชี้แจงอยู่พร้อมอีก ๔ หน่วยงาน แล้วท่านก็รออยู่ เราก็อยู่เพื่อรับฟังคำชี้แจงด้วยครับ ขอเชิญท่านต่อไปครับ คุณจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ต่อรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ปี ๒๕๖๒ ก็ต้องเรียนอย่างนี้ครับ ในเบื้องต้นเลยผมด้วยความเคารพ ท่านเกิดมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ นี่ก็ ๒๐ กว่าปีแล้ว สถานะของ กกต. ต่อสายตาของประชาชน มีขึ้นมีลง แต่ผมเชื่อว่าตั้งแต่การเลือกตั้งครั้งล่าสุดเป็นต้นมาจนกระทั่งมาถึงวันนี้ ถ้าไปทำโพล (Poll) สำรวจความชี้วัดจากพี่น้องประชาชนจริง ๆ โพล (Poll) จริง ๆ นี่ ผมเชื่อว่าหลายคนตั้งข้อสงสัยกับกระบวนการทำงานของ กกต. มาหลายปีแล้ว ท่านประธาน ตัวชี้วัดอย่างหนึ่งที่ง่ายที่สุดท่านไปดูตำแหน่งเลขาธิการ การแต่งตั้งเลขาธิการใหม่ การสรรหา ใหม่ของท่าน เปิดสรรหามาไม่มีคนสมัคร เงินเดือน ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท หาคนมาสมัคร ไม่ได้ มันชี้อะไรบางอย่างว่า วันนี้การเข้าไปอยู่ในองค์กรโดยเฉพาะตำแหน่งสำคัญ เช่น เลขาธิการมันเผือกร้อน บุคลากรคนที่อยู่ข้างนอกคนนอกเขาไม่กล้าเข้า เขาสงสัยว่า เข้าไปแล้วมันจะเป็นอย่างไร เพราะว่าที่ผ่านผมเห็นเลขาธิการบางท่านออกมาแถลงข่าวที่ อินเทอร์เน็ต (Internet) ลุกเป็นไฟ เพราะว่ามีแต่ข้อท้วงติง มีแต่ข้อสงสัยที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นอันนี้มันเป็นเรื่องที่ท่านจะต้องสร้างความมั่นใจขององค์กรของท่านให้เกิดขึ้น กับพี่น้องประชาชน เพราะว่าการที่จะเป็นองค์กรอิสระหรืออย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าจะไม่มี ความผูกพันโดยการบังคับบัญชาจากภาครัฐ หรือจากสภาผู้แทนราษฎร หรือจากหน่วยงาน ใด ๆ แต่ความเชื่อมโยงต่อพี่น้องประชาชนอย่างไรก็ต้องมีอยู่ มันฉีกไม่ออกจาก พี่น้องประชาชน เพราะการเป็นองค์กรอิสระทำงานเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ และประชาชน เพราะฉะนั้นตรงนี้เป็นหน้าที่ของท่านและเป็นภารกิจของท่านในการที่จะ เสริมสร้างความมั่นใจกลับคืนมา ที่น่าเป็นห่วงอีกอย่างหนึ่งก็คือ การเลือกตั้งหลายครั้งที่ผ่านมา รวมถึงการเลือกตั้งซ่อมที่เกิดขึ้นล่าสุดที่ภาคใต้ มีการออกมาพูดถึงเรื่องของการใช้เงิน เป็นตัวชี้วัดในการเลือกตั้งกันอย่างชัดเจน ที่หลักสี่กำลังจะมีการเลือกตั้งสุดสัปดาห์นี้ ที่หลักสี่ แล้วก็ที่จตุจักร ๓ แขวง ในเขต ๙ ของ กทม. ก็มีข่าวหนาหูมาก พวกผมอยู่ ได้ยินครับ เราลงไปอยู่ในพื้นที่ เราลงไปเดินเรารู้เลยว่ามันมีสถานการณ์ไม่ปกติ แต่มันเป็นที่ น่าห่วงมากว่า เหตุการณ์เหล่านี้ประชาชนทั้งประเทศรู้หมด ประชาชนทั้งประเทศได้ยิน ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เห็น คนเดียวที่ไม่เห็นในประเทศไทยก็คือ กกต. ทำไมมันถึงเป็น เช่นนั้นได้ อันนี้เป็นเหตุการณ์ที่เป็นตัวชี้วัดว่ากระบวนการทำงานของท่านมันยังมีปัญหา ผมต้องเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยังผู้มาชี้แจงว่า เราอยากจะเห็น กกต. ที่สุจริตเป็นกลาง แล้วก็ทำงานได้ประสิทธิผลจริง ๆ ใครผิดรับโทษ ใครผิดออกจากการแข่งขันการเลือกตั้ง อันนี้เรายินดี แต่เราไม่อยากจะเห็นการทำงานที่มีการเลือกปฏิบัติ มีฝักมีฝ่าย แล้วก็มี เรื่องของการปฏิบัติภารกิจไม่สมบูรณ์อย่างที่ผ่านมาในบางครั้งไม่ได้หมายถึงบุคคลท่านใด หรือว่าหมายถึงยุคใด สมัยใด อันนี้ท่านพิจารณาได้เอง แต่คราวนี้เมื่อท่านมีโอกาสมาแล้ว ผมก็จะสอบถามท่านในเรื่องของอนาคตบ้าง เรามาดู ถึงรายงานในอดีต แต่ผมอยากจะอภิปรายถึงเรื่องในอนาคตอันใกล้นี้ ท่านประธานครับ ผมเข้าใจครับ ผมจะไม่ถามท่านในเรื่องของข้อกฎหมายซึ่งมันอยู่ใน พ.ร.บ. ประกอบ เรื่องของการเลือกตั้ง เรื่องของคณะกรรมการอะไรต่าง ๆ เพราะว่าอันนั้นมันขึ้นอยู่กับ กฎหมาย ถ้าไปถามความเห็นในเรื่องกฎหมายท่านตอบไม่ได้ ท่านก็ตอบตามตัวหนังสือ หรืออะไรที่มันยังไม่ออกซึ่งมันเป็นเรื่องของ พ.ร.บ. ซึ่งสภามีหน้าที่ในการกำหนด เราก็จะดำเนินการให้ครับ เพื่อให้มันเป็นกลไก แล้วก็เป็นเครื่องมือที่ท่านจะนำไปใช้ในการ ทำงานได้ แต่อย่างไรก็ตามมันมีคำถามที่ถามกันมากในสังคม วันนี้เป็นที่ชัดเจนครับว่า รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ได้รับการแก้ไขแล้วในมาตราที่มีเกี่ยวเนื่องกับการเลือกตั้ง นั่นก็คือ บัตร ๒ ใบ ๔๐๐ เขต แล้วก็ ๑๐๐ บัญชีรายชื่อ อันนี้เป็นที่รับทราบกัน โดยที่ตัวรัฐธรรมนูญ ฉบับแก้ไขผ่านรัฐสภา ได้รับการลงนามพระปรมาภิไธยจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นที่เรียบร้อย เพราะฉะนั้นการเข้าสู่การเลือกตั้งในครั้งถัดไป อย่างไรก็ตามต้องเป็น กติกาใหม่นี้ แต่ ณ ขณะนี้ร่างพระราชบัญญัติประกอบยังอยู่ในกระบวนการทำงาน ของรัฐสภา มันยังไม่จบ แต่สถานการณ์มันไม่มีความแน่นอนครับ ผมไม่ได้หมายว่า จะเกิดอะไรขึ้น แต่กรณีที่เหตุการณ์ทางการเมืองนำพาไปแล้วเกิดการเปลี่ยนยุบสภาขึ้นมา กะทันหัน มาตรการรองรับของ กกต. คืออะไร เพราะอันนี้เป็นหน้าที่สำคัญของท่าน ท่านจะไปนั่งคิดว่ามันคงไม่เกิดหรอก ไม่ได้ครับ เพราะว่าเราจะให้เกิดสุญญากาศ ทางการเมืองไม่ได้ อย่างไรมันต้องเดินหน้าต่อได้ มันต้องมีช่องทางออกให้กับสังคม ในกรณีนั้นท่านจะทำอย่างไร ท่านจะทำเรื่องไปยัง ครม. ให้เขาออกพระราชกำหนด เพื่อให้อำนาจท่านในการที่จะมากำหนดกติกาตามที่รัฐธรรมนูญได้รับการแก้ไขมาหรือไม่ อย่างไร อันนี้อยากจะฟังคำชี้แจงที่ชัดเจน เพราะว่าเราอยากจะได้รู้ว่าท่านมีความพร้อม หรือไม่เพียงใด เหตุการณ์เช่นนี้สถานการณ์ปัจจุบันก็เรียนท่านตรง ๆ ว่าดูแล้วจากเหตุการณ์ การเมืองปัจจุบันมีแนวโน้มเกิดสูง เพราะว่าร่างพระราชบัญญัติประกอบจะเข้ารัฐสภา มาพิจารณาก็น่าจะภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ มีการตั้งกรรมาธิการกว่าจะเข้ามาอีกที จบจริง ๆ ก็กลางปี เพราะฉะนั้นสถานการณ์เดือน ๒ เดือนข้างหน้าไม่มีความแน่นอน ก็อยากจะถามผ่านท่านประธานไปยังทางผู้มาชี้แจงว่า ในกรณีเช่นว่านี้ท่านมีทางออกเช่นไร ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณคำพอง เทพาคำ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คำพอง เทพาคำ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานที่เคารพครับ รายงานฉบับนี้เป็นฉบับแรกที่ กกต. ชุดที่ตั้งจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ซึ่ง กกต. ชุดก่อน หน้านี้ท่านประธาน ถือว่าไม่เคยจัดการเลือกตั้งหรือแม้จัดการเลือกตั้งก็ไม่ประสบผลสำเร็จ การเลือกตั้ง ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๗ ถือว่าเป็นความล้มเหลวของการจัดการเลือกตั้งที่ใช้ กกต. พอมาถึง กกต. ที่ตั้งขึ้นตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ท่านประธาน ทุกอย่างเปลี่ยนหมด กกต. ก็ชุดใหม่ ระเบียบข้อบังคับ กฎหมายใหม่หมด พอปฏิบัติจริง ๆ ก็อย่างที่เห็นครับ มะงุมมะงาหราเราไม่รู้เลยว่าแม้แต่การเตรียมการ ตั้งแต่การเตรียมงาน การประชาสัมพันธ์ การทำความเข้าใจกับประชาชน ประชาชนเลือกเขาก็เลือกตั้ง เขาใช้สิทธิเขาถือว่า เป็นผู้มีอำนาจแต่พอเลือกไปแล้วก็ไม่รู้ว่าใครจะมาเป็นผู้แทนราษฎร นอกเหนือจากสิ่งที่ ผู้แทนราษฎรในเขต การเชิญชวนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง การรณรงค์สิทธิเสรีภาพเงียบฉิบ มิหนำซ้ำ กกต. ยังเป็น ส่วนหนึ่งของแม่น้ำ ๕ สายที่ร่วมกับเครือข่าย คสช. ผู้ทรงรัฏฐาธิปัตย์ และมีผู้นำบางคน เตรียมที่จะสืบทอดอำนาจจากการก่อรัฐประหาร ปี ๒๕๕๗ เชื่อได้อย่างไรว่าการจัด การเลือกตั้งจะบริสุทธิ์ ยุติธรรม โปร่งใส ไม่มีสัญญาณใด ๆ จากการเตรียมการที่จะ ผมว่าไปตามรายงานฉบับนี้นะครับ การเลือกตั้ง ปี ๒๕๖๒ กกต. ก็ใหม่ กฎหมายก็ใหม่ พรรคการเมืองก็ใหม่ มีใหม่ด้วย หรือแม้แต่พรรคการเมืองเก่าก็ต้องปรับตัวใหม่ เข้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง ซึ่งสภาวการณ์ก็ไม่แตกต่างกันครับ ระหว่างพรรคการเมืองเก่า กับพรรคการเมืองใหม่ที่เข้าสู่กระบวนการการเลือกตั้ง การตีความกฎหมายก็อยู่บน สมมุติฐาน ก็เข้าใจว่ารัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ว่าอย่างไร ในส่วนผมก็เข้าใจ เชื่อได้ว่า ถามว่าใครเชื่อได้ว่า เชื่อใคร เชื่อกฎหมาย เชื่อหลักพฤติกรรม เชื่อหลักฐาน หรือว่าเป็น ความเชื่อของผู้วินิจฉัยกฎหมาย หรือพยานหลักฐานอะไร ถึงเชื่อได้ว่าการกระทำใด ๆ ผิดกฎหมาย ผิด พ.ร.บ. การเลือกตั้ง ผิดระเบียบ กกต. หรือแม้แต่หนักกว่านั้น ที่จริงแล้วท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องพรรคการเมือง ถ้า กกต. มองถึงว่าหลักสำคัญ คืออะไรก็จะมีบทบาทสำคัญในการร่วมกันกับประชาคม นักการเมืองในการที่จะสร้างสรรค์ พรรคการเมือง🔗
๑. หลัก ก็คือเป็นที่รองรับปัญหาความต้องการของพี่น้องประชาชน ผมคิดว่า พรรคการเมืองไม่ว่าจะเก่าหรือใหม่ อายุนานเท่าไร เป็นสถาบันการเมืองหรือเป็นพรรค เฉพาะกิจ อย่างน้อย ๆ ก็ต้องบอกว่า เป็นที่รองรับปัญหาความคิด ความอ่านของคน อุดมการณ์ เป้าหมาย🔗
๒. ก็เป็นเรื่องรวมคน ความคิด คนที่มีความคิด มีเป้าหมายตรงกัน ก็มารวมกันที่พรรคการเมือง เวทีการเมือง พรรคการเมืองก็เป็นเวทีการเมืองครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ก็คือเป็นที่ทำนโยบายครับ ท่านประธานครับ เป็นที่ทำนโยบาย การที่จะเข้าสู่อำนาจรัฐผ่านช่องทางบริหาร นิติบัญญัติ โดยการเลือกตั้งผ่านมือของ พี่น้องประชาชน อำนาจจะต้องเป็นอำนาจที่เป็นของประชาชนมอบให้🔗
อันนี้เป็นบทบาทของพรรคการเมือง เป็นเวทีสรรหานักการเมือง ผมเข้าใจว่า พรรคทุกพรรคมีเวที พรรคการเมืองเป็นเวทีของการสรรหานักการเมือง ส่วนวิธีการ กระบวนการอะไรต่าง ๆ ก็แล้วแต่คนที่มารวมกันว่า เขาจะสรรหาอย่างไร บางพรรค ก็บอกว่าเอาเป็นคนที่มีประสบการณ์ทางการเมืองมาแล้วอย่างโชกโชน บางพรรคก็บอก เอาคนรุ่นใหม่อะไรประมาณนี้ ก็แล้วแต่เป็นเวทีของการสรรหา ซึ่งเป็นเวทีของการสรรหา นักการเมือง ซึ่งผมคิดว่าบทบาท กกต. ที่จะเอื้ออำนวยการสร้างพรรคการเมืองให้กับ ประชาชนในประเทศเสรีประชาธิปไตยอย่างประเทศไทย ท่านประธาน ในรายงานนี้ผมอ่าน ไม่เจอว่า บทบาทของ กกต. ในการที่จะไปสนับสนุนไปเอื้ออำนวยในการที่จะให้ประชาคม นักการเมืองหรือว่าประชาชนตั้งพรรคการเมืองในช่วงของการเลือกตั้ง และนับจากนี้ไป เราจะเข้าสู่กระบวนการ การเลือกตั้งผู้แทนราษฎรในไม่ช้านี้อย่างที่หลายท่านได้กราบเรียน ท่านประธานไปแล้ว ที่ผ่านมาผมก็อยากจะให้ทาง กกต. ได้ชี้แจงว่าที่ผ่านมาเราเห็นบทบาท ของ กกต. เอาเป็นเอาตายกับพรรคการเมืองกับนักการเมือง แต่สุดท้ายพรรคการเมือง นักการเมืองเหล่านั้นก็พิสูจน์ไม่ได้ว่าเขาไปทำอะไรให้ระบบการเมืองเสียหายหรือเปล่า และการตัดสินใจ การวินิจฉัยก็ไม่สามารถที่จะนำกลับคืนมาได้ บทบาทของนักการเมือง ในการขับเคลื่อนการเมืองตามหลักการที่ได้กล่าวถึง อยากจะเรียนทาง กกต. ว่า ถ้าดูแล้ว แม้จะทำสุดทางความเสียหายก็จะไม่เสียหายเท่ากับพวกนักก่อรัฐประหารที่กระทำต่อ ประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง และหลายยุคหลายสมัย ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธาน ผมจะพยายามให้อยู่ในกรอบเวลา เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องเรียนว่า ๒-๓ ปีมานี้ตั้งแต่เป็นผู้แทนราษฎรมารายงานที่เข้ามาสภาของเราส่วนใหญ่ก็เป็นรายงาน ประเภทนิยายดิสนีย์ (Disney) โลกสวยวิ่งวนกันอยู่แต่คำสวย ๆ คำหล่อ ๆ แล้วก็เอาคำ สวย ๆ หล่อ ๆ มาจับสลับกันไปกันมาอยู่อย่างนั้น ไม่มีสาระเท่าไร แล้วก็จับต้องอะไรไม่ได้ แต่รายงานฉบับนี้ผมยอมรับว่า หลังจากอ่านแล้วเป็นรายงานประจำปีของหน่วยงานราชการ ที่ดีที่สุดเท่าที่ผมเคยอ่านมา ผมไม่ได้ประชด พูดจริง ๆ ว่าเป็นรายงานที่ดีจริง ๆ มีการถอด บทเรียน มีการพูดถึงงานวิจัยที่ใช้ข้อเท็จจริงจากความเป็นจริงที่เกิดขึ้นจริง ๆ มาทำ ปัญหาที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้ง ปี ๒๕๖๒ ทั้ง ส.ส. ทั้ง ส.ว. ท่านชี้แจงได้อย่างตรงไปตรงมา เห็นภาพ แล้วก็เห็นถึงวิธีแก้ปัญหา ข้อเสนอแนะก็ถูกต้องตามเป้าครับ อันนี้ผมขอชื่นชม เจ้าหน้าที่ที่ทำรายงานจริง ๆ ผมยกตัวอย่างสั้น ๆ ยกตัวอย่างท่านสรุปว่า ผลกระทบจาก ปัญหาในการจัดการเลือกตั้งที่ผ่านมา คนที่ได้รับผลกระทบคือประเทศชาติและประชาชน โดยตรง อีกตัวอย่างหนึ่ง ท่านบอกว่าเราควรจะแก้กฎหมายให้ ส.ว. เชื่อมโยงกับประชาชน และจะเกิดการยอมรับจากประชาชน อีกตัวอย่างซึ่งอันนี้ผมประทับใจ ท่านบอกว่า การวิเคราะห์ปัญหาคือความล้มเหลวของการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. มันมาจากการถูกอำนาจอื่น แทรกแซงการจัดการเลือกตั้ง ทำให้ไม่มีอิสระ ใช่ครับ ตั้งแต่เปลี่ยนคนบริหาร กกต. ก็ไม่มีอิสระ เขาให้เป็นองค์กรอิสระแต่ไม่ใช่อิสระจากประชาชน ไม่ใช่อิสระจากการตอบ คำตอบ ไม่ใช่อิสระจากการตรวจสอบมันกลายเป็น กกต. สื่อสารได้ล้มเหลวสุด ๆ จำวันที่ ๒๔ มีนาคมได้ไหมครับ คืนนั้นเอาข้อมูลดิบไปให้สื่อมวลชนเขา สื่อมวลชนเขาก็เอาไปแถลง เขาก็ไปทำข่าวกัน แล้วเขาก็คำนวณ ส.ส. ปาร์ตี้ ลิสต์ (Party list) ควบคู่ไปด้วย อีกวันหนึ่ง มาบอกว่า ที่เขาคำนวณผิดสูตรมันไม่ใช่แบบนี้ แล้วทำไมไม่บอกเขาตั้งแต่วันที่ ๒๔ ท่านนอนเร็ว หรือติดละครหลังข่าว ท่านก็อยู่ท่านก็แถลงอยู่แล้ว ทำไมไม่ยอมบอกเขา ไม่เตือนเขาสูตรนั้น มันผิดหรือกลัวเขาจะคำนวณถูก แล้วก็ถ้าเป็นไปได้วันหลังเอาล่ามมาด้วย นักข่าวต่างชาติ เวลาเขาถาม เขาจะได้อะไรมากกว่า คำว่า ไทย แลงเกวจ พลีส (Thai language please) เขาบินมาไกล เห็นใจเขาหน่อย แล้วอย่างนี้ผลมันก็ออกมาเป็นอย่างที่เราเห็น สรุปคือมัน ล้มเหลวจริง ๆ การเลือกตั้ง ๒๕๖๒ ล้มเหลวจริง ๆ การสื่อสารก็ล้มเหลว ความรับผิดชอบ ไม่มี ความล้มเหลวที่เกิดขึ้นมันเกิดจากไหน มันเกิดจากฝ่ายบริหารล้วน ๆ นโยบาย ระเบียบ อยากจะออกอะไรก็ออก ใช้จริงได้บ้าง ไม่ได้บ้าง ออกกะทันหันบ้าง ไม่ได้อบรมบ้าง อะไรบ้าง มั่วซั่วไปหมด คือมองจากดาวอังคารยังรู้เลยครับว่า มันมีนัยแอบแฝง เพราะว่า ทั้ง ๗ ท่านก็มาจาก คสช. แต่งตั้งเข้ามา ท่านไม่ได้เข้ามานั่งตำแหน่งกรรมการ กกต. แน่ ๆ เพราะว่าท่านไม่ได้ทำหน้าที่ กกต. ท่านน่าจะเข้ามานั่งตำแหน่งคนที่สนับสนุนการสืบทอด อำนาจให้ คสช. มากกว่า ผลลัพธ์จากการเลือกตั้งปี ๒๕๖๒ การสืบทอดอำนาจสำเร็จลุล่วง ไปด้วยดี แต่การทำหน้าที่ กกต. ล้มเหลวเห็นทำอย่างเดียวครับ คือหน้าที่ของ กกต. มันควรจะต้องทำการเลือกตั้งให้มันสุจริต เที่ยงธรรมไม่ใช่ล้มเหลว อีกอย่างหนึ่งที่ผมเสียใจ มากที่ทำไมท่านไม่มาวันนี้ ผมก็งงว่ากฎหมายมันก็ไม่ได้ห้ามท่านแสดงสปิริต (Spirit) ออกมา รับหน้า รับความล้มเหลวแทนลูกน้องตัวเอง การจัดการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นประชาชนเขาลงชื่อ ๘๐๐,๐๐๐-๙๐๐,๐๐๐ คน ขับไล่พวกท่านมันไม่มีกฎหมายว่า ห้ามท่านเข้ารัฐสภา มารายงาน ทำไมไม่มา ปัญหามันเกิดจากพวกท่านทั้ง ๗ ไม่ใช่สโนว์ ไวต์ (Snow white) เหล่านี้เลย แล้วเงินเดือน เงินประจำตำแหน่ง ๓๐๐,๐๐๐ กว่าบาท รถประจำตำแหน่ง มีคนขับ มีรถนำขบวน ค่าทางด่วน บ้านพัก ค่าอินเทอร์เน็ต (Internet) สารพัดไม่ต้องจ่าย อะไรสักบาท เงินภาษีทั้งนั้น ไม่กล้าเผชิญหน้ากับผลการกระทำของตัวเอง ผมไม่รู้ว่า พรุ่งนี้เช้าท่านจะเดินเข้าสำนักงานแล้วสบตากับเจ้าหน้าที่ของท่านด้วยสีหน้าแบบไหน ก็กล้า ๆ หน่อย จำได้ไหมครับหลังวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒ เดือนเข้าให้แล้วยังไม่รู้เลยว่า คำนวณใช้สูตรอะไร กกต. จัดการเลือกตั้งโดยที่ยังไม่รู้วิธีคำนวณ ส.ส. กรรมการไม่รู้กติกา วอต (What) ขอประทานโทษเจ้าหน้าที่แปลภาษามือ ผมเซนเซอร์ (Sensor) ตัวเอง คือมันประเทศไหน เขาทำกันแบบนี้ เอาคน ๗ คนมาใช้งบประมาณไป ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท จัดการเลือกตั้ง ทั้งประเทศโดยที่ยังไม่รู้ว่าคำนวณอย่างไร หมดเงินไปหลายพันล้านแล้วค่อยจะนึกขึ้นได้ว่า ไปถามศาลรัฐธรรมนูญดีกว่าว่าทำอย่างไร แล้วก่อนหน้านั้นทำไมไม่ไปถาม เอาเวลาไปดูงาน ต่างประเทศ พรรคประชาชนปฏิรูป อันนี้ผมเอ่ยได้ถูกยุบไปแล้ว ได้รับคะแนนการเลือกตั้ง ๔๕,๐๐๐ คะแนน แล้วก็คะแนนพึงมีมันคือ ๗๑,๐๐๐ เท่ากับว่าพรรคประชาชนปฏิรูปจะได้ ส.ส. ๐.๖ ๐.๗ คือถึงรักแร้แล้วแต่ยังไม่เต็มตัวตามรัฐธรรมนูญกฎหมายเขาก็บอกอยู่ว่า ถ้าไม่ถึง พึงมีก็ไม่ได้ แต่ กกต. บอกว่าได้ ๑ คนคำถามคืออย่างนี้ครับ ท่านประธาน คำถามคือ ถ้าพรรคประชาชนปฏิรูปได้คะแนนเลือกตั้ง ๔๕,๐๐๐ คะแนน ได้ ส.ส. ๑ คน ขออนุญาต ท่านมิ่งขวัญ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ได้คะแนน ๔๕๐,๐๐๐ คะแนน จะได้ ส.ส. กี่คนครับ เด็ก ป. ๔ ที่ไหน ก็ตอบได้ว่า ๑๐ คน แต่ผิดครับ คณะกรรมการ กกต. บอกได้ ๖ คน เที่ยงธรรม เที่ยงตรง สุจริต อย่าอุตริไปสอนวิชาเลขลูก ผมขอร้อง ให้ครูเขาสอนดีแล้ว🔗
อีกความรับผิดชอบหนึ่งของ กกต. ครับ คือกองทุนพัฒนาพรรคการเมือง เขามีไว้ทำไม เขามีไว้ให้ท่านสนับสนุนพรรคการเมือง เพราะหน้าที่ท่านคือต้องสนับสนุน พรรคการเมือง ทำให้พรรคการเมืองมันเกิดขึ้นง่าย ๆ ไม่มีปัญหา ไม่มีอุปสรรคอะไร มาขวางเขา ยิ่งพรรคการเมืองมันเยอะ ตัวเลือกมันก็เยอะการแข่งขันสูง ประชาชน ก็ได้ประโยชน์ มันก็ง่าย ๆ แค่นั้น เพราะฉะนั้นท่านจำเป็นต้องเป็นหน่วยงานที่เป็นขั้ว ตรงข้าม เป็นศัตรูกับการยุบพรรค ไม่ใช่เสนอชื่อให้เขายุบ แล้วก็ทำให้พรรคการเมือง มันเกิดง่ายกว่านี้หน่อย ทุกวันนี้มันยากมากจริง ๆ ท่านต้องต่อต้านกฎหมาย ที่มันทำให้เกิดการยุบพรรคการเมืองด้วย ทำงานวิจัย ทำเสนอแนะอะไรส่งมาบ้าง ถ้าคณะกรรมการ ๗ คนที่มาจาก คสช. แต่งตั้งมานี้ ผมก็ไม่รู้จะมายืนพูดเรื่องนี้ให้ท่านฟัง ทำไม ผมพูดกับกำแพง กำแพงมันยังจะมีโอกาสฟังผมมากกว่า คือดูจากประวัติ แต่ละท่าน บางท่านเคยเป็นที่ปรึกษาอดีตประธานศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งตอนนี้มาเป็น องคมนตรีแล้ว ท่านนุรักษ์ มาประณีต ตัวท็อป (Top) เลย ยุบพรรคมา ๓๐ กว่าพรรคแล้ว แล้วก็มาเป็น กกต. ต่อ แล้วจริง ๆ ท่านจะใส่เกียรติประวัติของท่านนี้ ท่านก็บอกว่า ท่านประธานครับ ผมขออีกนิดเดียวครับ ท่านเป็นที่ปรึกษาตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก็พอ ไม่ต้องใส่ชื่อมาหรอก ไม่ต้องบอกว่าตัวเองเป็นเด็กใครหรอก มันไม่มีประโยชน์ แต่ผม ก็ต้องให้ความเป็นธรรม กกต. ครับถึงมันจะล้มเหลวในการเลือกตั้ง แต่มันก็ไม่ได้ล้มเหลว ไปเสียทุกอย่างจริง ๆ อันที่ประสบความสำเร็จก็มี เพราะว่าถึงแม้ปี ๒๕๖๒ การเลือกตั้ง มันโดนด่าทั้งประเทศจริง ๆ แต่การจัดสัมมนาของท่านประสบความสำเร็จมากถึง ๘๒ งาน ซึ่งมันมากกว่าปี ๒๕๖๑ ๒ เท่าเลยใช้งบประมาณไป ๒๐๐ กว่าล้าน ทั้ง ๆ ที่มีการจัด การเลือกตั้งทั้ง ส.ว. ส.ส. แต่ยังจัดสัมมนาได้ถึง ๘๒ งาน จัดอบรมหลักสูตรลูกเสือ ไม่รู้เกี่ยว อะไรกับการเลือกตั้ง ไม่แปลกใจเลยครับทำไมมีตู้แช่ไวน์อยู่ในสำนักงาน กกต. ก็ปีหนึ่ง ทำงานตัวเป็นเกลียวขนาดนี้ คงไม่มีเวลาไปนั่งดื่มคนเดียวผมเข้าใจ ไหน ๆ พูดถึงตู้แช่ไวน์แล้ว สรุปว่าเอาเป็นน้ำผลไม้ เอาอย่างนั้นนะ ผมจะได้ทำความเข้าใจให้ตรงกันอย่างนั้น ด้วยความเคารพครับ เป็นไปได้อย่าไปจัดตารางงานให้ท่านคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ผมพูดถึงเมื่อสักครู่นี้ ไปนั่งในงานสัมมนาที่มันเป็นงานสัมมนาเกี่ยวกับเสริมสร้างวัฒนธรรม องค์กร ปลูกจิตสำนึกคุณธรรม จริยธรรมองค์กรอะไรอย่างนี้ ผมคิดว่าท่านอื่นน่าจะ เหมาะสมกว่า ก่อนที่จะสรุป ผมก็อยากให้กำลังใจครับว่าบุคลากรที่ทำงานผมคิดว่า ท่านทำรายงานเล่มนี้ได้ดีจริง ๆ แล้วก็ท่านวิเคราะห์ได้ตรงจริง ๆ วิเคราะห์ได้มากกว่า ที่ผมเตรียมไว้ก่อนที่ผมจะอ่านรายงานเล่มนี้ด้วยซ้ำ แล้วก็อยากเห็นรายงานที่สร้างสรรค์ แบบนี้จากหน่วยงานอื่นด้วย อีกคนไม่ชมไม่ได้ครับ ท่านว่าที่ ส.ว. รอแค่ถวายสัตย์ อดีตเลขาธิการที่เพิ่งลาออกไปไม่นาน อันนี้ต้องชมหลังจากเป็นมิดฟิลด์ (Midfield) คอยสนับสนุนการสืบทอดอำนาจให้คุณประยุทธ์ วันนี้ก็อยากขยับขึ้นเป็นกองหน้า จะไปยกมือโหวตให้คุณประยุทธ์เองเลย มาเป็น ส.ว. สุดยอดนะครับ จัดการเลือกตั้ง ส.ว. เองกับมือ🔗
คุณจิรัฏฐ์พยายาม หลีกเลี่ยงอย่าไปเสียดสีครับ พูดเลยครับ ประเด็นดีแล้วครับ🔗
ได้ครับท่านประธาน ผมก็แค่บอกว่า จะจัดการเลือกตั้ง ส.ว. เองกับมือ จัดการเลือกตั้งเสร็จปุ๊บก็มีรายชื่อตัวเองไปอยู่ในบัญชี รายชื่อสำรอง ส.ว. คืออันนี้ใช้ มาตรา ๔๔ หลังการเลือกตั้งด้วยนะครับ อันนี้ผมยอมรับว่า สุดยอดจริง ๆ ส่วนคณะกรรมการทั้ง ๗ ผมเข้าใจว่าท่านจำเป็นจะต้องรู้ว่าหน้าที่ในการ ตรวจสอบถ่วงดุลที่ผมกำลังทำอยู่นี้มันเป็นหน้าที่ที่ถูกต้องตามกระบวนการประชาธิปไตย ท่านก็คงจะไม่โกรธเคืองผมหรอกเพราะท่านเป็นหน่วยงานจัดการเลือกตั้ง แล้วก็อยากจะ ถามคำถามทิ้งท้ายไว้ครับ ให้ท่านถามกับตัวเองก็ได้ในเมื่อท่านไม่มา ท่านทำได้อย่างไรครับ หลังจากที่ได้กระทำหรือว่าคำพูดที่ได้พูดออกไปในการเลือกตั้งปี ๒๕๖๒ ซึ่งมันได้ทำลาย หลักการ และกระบวนการประชาธิปไตยในช่วงเวลาที่ประชาชนโหยหามาตลอด ๕ ปี แล้วก็ยังไปนั่งเป็นประธาน ไปนั่งเป็นวิทยากรบรรยายในงานสัมมนาต่าง ๆ นานาที่พูดถึง ความดีงามของหลักการประชาธิปไตย พูดถึงความสุจริตเที่ยงธรรมในการเลือกตั้ง ไปพูดถึง ผลประโยชน์ของประชาชน โดยที่สบตากับเขาอย่างมั่นอกมั่นใจอย่างที่ผมเห็นในภาพ ที่ปรากฏในรายงานฉบับนี้ ท่านทำได้อย่างไรครับ ผมอยากรู้จริง ๆ ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณรังสิมา รอดรัศมี ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวรังสิมา รอดรัศมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสมุทรสงคราม เรื่องรับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ ดิฉันก็รอว่าเมื่อไรคณะกรรมการการเลือกตั้งจะเข้ามา ชี้แจงในสภา ดิฉันก็จองทุกปีแล้วก็พูดทุกปีก็ไม่เห็น กกต. พัฒนาหรือปรับปรุงอะไรที่ดีขึ้น กว่าเดิม มีแต่แย่ลงกว่าเดิม เหตุผลดิฉันอยากจะให้ทาง กกต. ชุดปัจจุบันหรือว่าอนาคต ให้ย้อนกลับไปดู กกต. ชุดแรก ตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ถึงปี ๒๕๔๔ โดยมีท่านธีรศักดิ์ กรรณสูต ท่านยุวรัตน์ กมลเวชช ท่านโคทม อารียา ท่านสวัสดิ์ โชติพานิช ท่านวิสุทธิ์ โพธิแท่น อันนี้ดิฉันว่าท่านเป็นคนที่ทำงานอย่างตรงไปตรงมา ดิฉันโดน ๑๖ ข้อหา ตอนสมัย ที่จะลงสมัครปี ๒๕๔๔ แต่ดิฉันมั่นใจว่า เราเลือกตั้งด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม ดิฉันไม่เคย มีการซื้อเสียง ดิฉันคิดว่าดิฉันสู้ได้ แล้วดิฉันก็สู้มาโดยมาเป็น ส.ส. ถึง ๕ สมัย โดยไม่มี การซื้อเสียง แต่บ้านเมืองปัจจุบันที่มันเป็นอย่างนี้ดิฉันโทษ กกต. นะคะ ที่โทษ กกต. เพราะว่า กกต. ทำงานแบบ คือทำงานรูทีน (Routine) ไม่พัฒนาในการทำหน้าที่ของ พวกท่านเลย พูดทุกปีกลับมาก็เหมือนกันทุกปี เป็นงานรูทีน (Routine) เลย ดิฉันก็จะ ยกตัวอย่างเช่น การทำงานช้า จากการเลือกตั้งที่ผ่าน ๆ มา เลือก อบต. มีการเลือกตั้งใหม่ เพราะว่าท่านตรวจสอบคุณสมบัติของผู้สมัคร พอเขาได้รับการเลือกตั้ง หลังจากเลือกตั้ง เสร็จท่านบอกคุณสมบัติเขาไหมครับ อย่างเช่น เคยถูกจับคดียาเสพติด เคยถูกจับคดี การพนัน ได้รับเลือกตั้งแล้วก็ไม่สามารถที่จะรับรองได้ ต้องจัดเลือกตั้งใหม่ อันนี้ทำไม ท่านไม่ดูคุณสมบัติก่อนที่เขาจะมีการเลือกตั้งตัดสิทธิเขาไปก่อน ไม่ใช่รอเขาได้แล้วคุณก็มา ตัดสิทธิ แล้วคุณก็มาให้มีการเลือกตั้งใหม่ สูญเสียงบประมาณแผ่นดิน ประชาชนก็ต้องมา เลือกตั้งใหม่มันเสียความรู้สึก มันเสียเวลา เขาอยู่ยันไหน ยิ่งบางจังหวัดเวลามีเลือกตั้ง เขาต้องไปจากต่างจังหวัดเพื่อที่จะไปเลือก อย่างเช่น อยู่กรุงเทพฯ ก็ต้องกลับไปภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ แล้วก็ต้องให้เขาลงไปเลือกอีก อย่างนี้มันไม่ถูก🔗
แล้วก็อีกประการหนึ่ง คือการทำงานของท่านมันไม่ทันสมัย เพราะว่า การซื้อเสียงดิฉันก็พูดทุกปีว่า หมามันยังรู้เลยว่ามันมีการซื้อเสียง แต่ กกต. ไม่รู้มันตลกไหม ประเทศไทย เพราะว่าอะไรรู้ไหมคะ การซื้อเสียงปัจจุบันนี้มันมีการพัฒนาไปเยอะแยะแล้ว ไม่ต้องมาเดินซื้อก็ได้มันเงินโอนเข้าบัญชีก็ได้แล้ว มีการเล่นการพนัน มีการตั้งโต๊ะ นักพนัน เชียร์คนไหนคนนั้นก็จะได้รับชัยชนะ แล้วเวลาประชาชนร้องไปที่ กกต. กกต. บอกว่า การซื้อเสียงมันไม่ใช่หน้าที่ของ กกต. กกต. มีหน้าที่จัดการเลือกตั้งไม่ได้มีหน้าที่มาจับ คนทำผิดการเลือกตั้ง ดิฉันก็เลยงง อยากจะถามท่านว่า อันนี้มันเป็นหน้าที่ของท่านหรือไม่ เพราะว่าการเลือกตั้งทุกครั้งที่ผ่านมา มันแย่ลงทุกปี ๆ ตั้งแต่ดิฉันมาลงสมัคร ส.ส. ปี ๒๕๓๙ จนปัจจุบันปี ๒๕๖๕ แล้ว ดิฉันว่ามันถอยหลังลงไปทุกปี ๆ มันไม่พัฒนาขึ้นให้มันเด็ดขาด แล้วมันมีการวิ่งเต้นได้ ที่ดิฉันกล้าพูดตรงนี้ เพราะว่าดิฉันได้คุยกับนักการเมืองว่า ทำไมท่าน ซื้อเสียงแล้ว ทำไมท่านไม่กลัวเลยว่าจะโดนใบแดง เขาบอกว่า ไม่ต้องกลัวซื้อไปก่อน ให้มันได้มาก่อน พอได้มาแล้วค่อยไปซื้อ กกต. อีกทีหนึ่ง เพราะว่าถ้าเราไม่ซื้อให้ได้ก่อน เราไม่มีสิทธิได้เลย แต่ถ้าเราได้ขึ้นมาแล้ว เราได้แน่นอน แล้วเราก็มาวิ่งเต้น อันนี้ดิฉัน อยากจะให้ภาพอันนี้มันหมดไปว่า การซื้อเสียงเข้ามาแล้วสามารถที่จะวิ่งเต้น กกต. ได้ แล้วก็มีคนสั่งได้อีกจะให้ใบอะไรก็แล้วแต่ จะให้จากเหลืองเป็นขาว จากให้แดงเป็นเหลือง สั่งได้อีก อย่างนี้ท่านจะมาเป็นทำไม กกต. ไม่ต้องมีหรอกค่ะ ยกเลิกไปเลย ปีงบประมาณหนึ่ง ๓,๐๐๐-๕,๐๐๐ ล้าน ที่ดูในรายงานที่ท่านเสนอมามันใช้ไม่คุ้มค่ากับภาษีของพี่น้อง ประชาชน ประชาชนทั้งประเทศรู้หมดว่า มีการเลือกตั้งอะไรก็แล้วแต่ มีการซื้อเสียงกัน มากมาย หัวหนึ่งเดี๋ยวนี้เป็นหมื่น ๆ แล้วไม่ใช่ ๑๐๐-๒๐๐ เหมือนสมัยก่อน เพราะฉะนั้น ต่อไปคนดีไม่มีเงิน ไม่มีสิทธิมาเป็นสมาชิก ไม่ว่าจะเป็น อบต. อบจ. ส.ส. แต่ ส.ว. ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง แต่พูดไว้ในอนาคตว่า เผื่อมีการเลือกตั้งไม่ว่าอะไรซื้อหมด แต่ กกต. บอกว่า ไม่มีซื้อ ดิฉันว่าท่านอย่าพูดคำนี้ ดิฉันเถียงทุกครั้งที่บอกไม่มี ไม่มี ไม่มี แต่ว่าเวลา คืนหมาหอน หมาเห่ากันทั้งตำบล เห่าทุกวัด ทุกบ้าน แต่ท่านไม่ได้ยินหรอก ท่านไม่ได้ยิน ได้อย่างไร เพราะท่านไม่ได้อยู่ในชุมชน ท่านอยู่แต่ที่บ้าน ท่านฟังรอบนอกบ้างสิคะว่า เรื่องจริงปัจจุบันนี้มันเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นการเลือกตั้งต่อไปดิฉันอยากจะให้ทุกท่าน ทำงานเชิงรุก แล้วก็ประชาสัมพันธ์ให้มาก ๆ เรื่องการซื้อสิทธิขายเสียง แล้วก็ให้ประชาชนเห็น ความสำคัญของการเลือกตั้ง ให้เลือกคนดีเข้ามาพัฒนาบ้านเมือง แต่ท่านเห็นไหมคะ ปัจจุบัน คดีของนักการเมือง ไม่ว่าจะเป็นท้องถิ่นหรือระดับชาติมีการเลือกตั้งใหม่ เลือกตั้งใหม่ โดนคดีโน่น โดนคดีนี่ ดิฉันยกตัวอย่างที่สมุทรสงคราม เห็นไหมคะ อบจ. ที่สมุทรสงคราม นายกดิฉัน เสนอ นี่ติดคุกไปแล้ว นี่จะติดอีกแล้ว ดิฉันสู้กับการทุจริต เหตุที่ทุจริตเพราะว่าเขาลงทุน เข้ามา การเลือกตั้งมีการซื้อเสียงเข้ามา เขาต้องมาโกงแน่นอน ลงทุนอะไรไม่เอากำไร ไม่จริงค่ะ ค้าขายยังเอากำไรเลย แล้วเลือกตั้งเข้ามาใช้เงินเป็น ๑๐-๒๐ ล้าน ได้เงินเดือน ปีละเท่าไร ท่านลองคำนวณดูสิคะแสนกว่าบาท ปีละล้านกว่าบาท ๔ ปี ให้ ๖ ล้านเลย รวมแล้วประมาณ ๖ ล้าน แต่ซื้อเสียง ๔๐-๕๐ ล้าน แล้วถ้าไม่โกงจะเข้าไปเป็นทำไม เพราะฉะนั้นบ้านเมืองฝากไว้ในมือของท่าน ท่านต้องเด็ดขาด ต้องทำงานเชิงรุก ต้องพัฒนา ตัวเอง ต้องเข้มแข็งด้วย ไม่ใช่ว่าใครมาวิ่งเต้นก็ได้ ใช้เงินอุด กกต. ก็ผิดเพี้ยนไปแล้วอย่างนี้ ดิฉันไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นดิฉันจะจองกฐินทุกปีของ กกต. จะอภิปรายทุกปีจนกว่า ท่านจะพัฒนาค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญ ท่านผู้ชี้แจงครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่าน กระผม นายแสวง บุญมี รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกที่ได้มีการตั้งข้อสังเกต ข้อสงสัย รวมทั้งข้อเสนอแนะ เพื่อให้การทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งเป็นไปตามที่ทุกฝ่าย มุ่งหวังไว้🔗
ก่อนจะตอบคำถาม ผมขอเรียนในภาพรวมเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ที่ได้ฟัง ท่านสมาชิกวันนี้ก็เห็นร่วมกันว่า เราต้องการการเมืองที่ดี การเมืองที่ดีก็เกิดจากการเลือกตั้ง ที่ดี การเลือกตั้งที่ดีก็จะมาจากผู้เล่น ผู้เลือกและกรรมการ ถ้าทั้ง ๓ ส่วนดีก็น่าจะเป็นไป อย่างที่เรามุ่งหวังไว้ นี่คือองค์ประกอบของการเลือกตั้งที่ดี และยังมีส่วนหนึ่งก็คือเวลา ในการบริหารจัดการเลือกตั้งก็จะมีอยู่ ๒ แท่งที่จะทำให้การเลือกตั้งที่ดี🔗
ส่วนแรก ก็คือเรื่องของการบริหารจัดการการเลือกตั้ง ก็คือการอำนวย ความสะดวกให้ประชาชนได้มาออกเสียงลงคะแนน การเลือกตั้งที่ผ่านมา กกต. ทำให้ การเลือกตั้งเป็นของประชาชนครับ ในการเลือกตั้งแต่ละครั้งมี กปน. ประมาณ ๑ ล้านคน รวมทั้งเจ้าหน้าที่ด้วย ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม การบริหารจัดการการเลือกตั้ง ในหน่วยเลือกตั้ง เรารับประกันว่าประชาชนลงคะแนนอย่างไรก็จะได้อย่างนั้น ผมยืนยัน ตรงนี้ครับ อาจจะมีข้อผิดพลาดคลาดเคลื่อนในระหว่างการนับคะแนนอยู่บ้าง เราก็สามารถ ตรวจสอบได้ทุกราย🔗
ส่วนที่ ๒ ที่ทำจะทำให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยความสุจริตและเที่ยงธรรม ก็คือองค์ประกอบของคุณภาพของคนเลือกตั้ง อันนี้ที่ได้ฟังวันนี้คือสบายใจ คือเห็นร่วมกันว่า การเลือกตั้งควรจะต้องเป็นไปด้วยความสุจริตและเที่ยงธรรม แต่ตรงนี้ไม่ใช่ กกต. ฝ่ายเดียว ถึงจะทำได้ อันนี้ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย เพราะเรื่องพวกนี้เกิดนอกหน่วย เกิดก่อน วันเลือกตั้ง ผลจากการดำเนินการค่อยไปลงคะแนน พออยู่ในหน่วยเลือกตั้งเราควบคุมได้ แต่นอกหน่วยนี่ละครับคือประเด็นหลัก แต่ว่ามันคงจะดีขึ้นถ้าจะฟังจากท่านสมาชิก และข้อเสนอแนะต่าง ๆ ผมก็ได้นำเรียนเบื้องต้นในภาพรวมเกี่ยวกับการเลือกตั้งไว้ตรงนี้🔗
ในส่วนของข้อสังเกตและข้อซักถามของสมาชิก ในเรื่องท่านวิรัตน์ที่ถามว่า กรณีเรื่องที่ไม่อยู่ในรายงานฉบับปี ๒๕๖๒ พอดีทั้ง ๒ เรื่องจะเสร็จในรายงานปี ๒๕๖๓ ซึ่งทางสำนักงานก็คงจะได้นำเสนอเป็นรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี ในรายงานปีถัดไป🔗
ส่วนการแต่งตั้ง การจัดตั้งพรรคการเมือง หรือการดำเนินการเกี่ยวกับการตั้ง ชื่อพรรคผมยืนยันว่า ทางสำนักงานจัดตั้งชื่อพรรคตามข้อกฎหมาย แล้วก็ได้ปฏิบัติงานกับ ทุกพรรคอย่างเป็นมาตรฐานเดียวกัน เราอยู่กับพรรคผมดูแลเรื่องพรรคโดยตรง ผมคิดว่า ทางสำนักงาน เรื่องเดียวกันปฏิบัติกับพรรคเหมือนกัน ทางสำนักงานก็ขอยืนยันไว้ตรงนี้ว่า เราสนับสนุนพรรคการเมือง ให้พรรคการเมืองมีความเข้มแข็ง เบื้องต้นพื้นฐานก็คือ การสนับสนุนพรรคการเมืองให้เข้มแข็งตามกฎหมาย ส่วนพรรคการเมืองจะเข้มแข็ง ทางการเมือง เราแยกให้เป็นเรื่องกิจการของพรรคการเมือง ที่ท่านสมาชิกท่านหนึ่ง ได้กล่าวว่า คณะกรรมการการเลือกตั้งหรือสำนักงานควรจะออกไปชี้แจงว่าพรรคไหน มีนโยบายดีอย่างไร ตรงนั้นคงจะเกินความพอดีที่เราวางตัวเองตามกฎหมายไว้ เพราะว่า ก็จะเป็นเหมือนว่าขนาดไหนพอดี แล้วไปบอกว่าพรรคการเมืองไหนดี เราจึงมุ่งเน้นที่จะทำให้ พรรคการเมืองมีความเข้มแข็งทางกฎหมาย คือดำเนินกิจการทางการเมืองได้ถูกต้อง ไม่ถูกปรับ การรับเงินไปก็ไม่ถูกเรียกคืน ส่วนพรรคการเมืองจะได้ดีตามกฎหมายอย่างไร อยู่ที่พรรคการเมืองที่จะไปชี้แจงกับประชาชน ประชาชนได้เห็น ได้รู้ แล้วก็นิยมชมชอบ พรรคการเมืองโดยจะแสดงออกเมื่อเวลาเลือกตั้ง ตรงนี้เราก็วางตัวตนของเราไว้อยู่ที่ตรงนี้ครับ🔗
มาถึงเรื่องการซื้อสิทธิขายเสียง ซึ่งเป็นที่พูดกันอยู่ทั่วไปในสังคมเวลาที่มี การเลือกตั้ง ประเด็นนี้สำนักงานก็อยู่ในความเป็นจริง เราไม่เคยบอกว่าเราไม่รับรู้เรื่อง การซื้อสิทธิขายเสียง อย่างที่ผมได้นำกราบเรียนว่า ถ้าทั้ง ๓ ฝ่ายร่วมมือกันเรื่องพวกนี้ ก็คงจะเบาบางลง แต่ถ้ายังดำรงกันอยู่อย่างนี้ คนแรกที่จะรู้ว่ามีการซื้อสิทธิขายเสียงก็คือ ผู้สมัครกับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สำนักงานก็ได้ตระหนักดี ได้สืบเสาะเจาะหา พยายามจะหา วิธีการที่จะไปถึงหรือจับกุมให้ได้ แต่ถ้าจับกุมไม่ได้สำนักงานก็จะมีวิธีในการป้องกัน ป้องปราม เราจะเน้นวิธีป้องกันและป้องปราม โดยมีชุดต่าง ๆ อยู่ในพื้นที่ตลอด ก็คงจะได้ผลในระดับหนึ่ง แต่ว่าเรื่องที่พูดก็ยังมีอยู่ ก็แสดงว่าปัญหานี้คงยังดำรงอยู่ ซึ่งก็คงจะเป็นการบ้านหรือโจทย์ที่เราจะต้องนำไปแก้ไข แล้วต้องขอความร่วมมือกับทุกฝ่าย ที่จะทำให้การซื้อสิทธิขายเสียงลดลง ซึ่งจะทำให้การเมืองหรือการเลือกตั้งของเราได้ดียิ่งขึ้น🔗
ในส่วนเรื่องของการตรวจสอบคุณสมบัติ ก็ต้องยอมรับว่าเรื่องคุณสมบัติ ทั้งกฎหมาย ส.ส. และกฎหมายท้องถิ่น ได้กำหนดมาตรฐานของผู้ที่จะสมัครรับเลือกตั้ง ไว้สูงมาก มีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ๒๖ วงเล็บ เราต้องส่งไปตรวจ แต่ละวงเล็บ ต้องส่งไปตรวจที่หน่วยงานเพราะข้อมูลกับเราไม่มี จริง ๆ ก็ได้ประสานกันว่าให้ตรวจเสร็จ ภายใน ๑ วัน ๒-๓ วัน แต่บางหน่วยงานก็ด้วยปริมาณงานที่มีมาก มีผู้สมัครมาก ยกตัวอย่าง การเลือกตั้งท้องถิ่น อบต. ครั้งที่แล้ว มีผู้สมัครทั่วประเทศ ๑๕๐,๐๐๐ คน ถือว่าในการ ตรวจสอบในระยะสั้น ๆ บางคุณสมบัติเป็นเรื่องเฉพาะตัวของผู้สมัครคนนั้นไม่มีข้อมูล ในหน่วยงาน ท่านจึงต้องรับรองตัวเอง บางครั้งจึงมาทราบภายหลังเมื่อรับการเลือกตั้งแล้ว เพราะว่าถ้าผู้สมัครปิดบังข้อมูล เราไม่สามารถตรวจสอบได้ครับ เพราะบางข้อมูล ไม่อยู่ในข้อมูลของรัฐ บางลักษณะต้องห้าม จึงเกิดว่าเมื่อเลือกตั้งไปแล้วจึงมาพบทีหลัง ก็จะมีกฎหมายจึงลงโทษคนพวกนี้ว่า ทั้งที่เขารู้ว่าตัวเองไม่มีสิทธิมาสมัครนี่ก็คือประเด็น อยากจะเรียนชี้แจง🔗
ในส่วนของข้อมูลการเลือกตั้งที่จังหวัดตรัง ในการเลือกตั้ง อบจ. มี ๑๔ สำนวน สำนักงานได้พิจารณาจบแล้ว มี ๒ เรื่องที่จะส่งให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาต่อไป ก็จะกราบเรียนภาพรวมเบื้องต้นเป็นอย่างนี้ ในนามของสำนักงานและคณะกรรมการ การเลือกตั้ง กระผมและคณะพร้อมที่จะน้อมรับข้อเสนอแนะข้อสงสัย แล้วก็วิธีการทำงาน ที่จะทำให้การเลือกตั้งของเราดีขึ้น ให้เป็นที่คาดหวังของประชาชน และมีการเมืองที่ดี การบริหารบ้านเมืองดี กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรักษาการ เลขาธิการครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมนิดเดียวครับ ผม คารม พลพรกลาง ครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดร้อยเอ็ด ผมขออนุญาตเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการ การเลือกตั้ง รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ผมได้รับ คำถามมาก ผมอยู่จังหวัดร้อยเอ็ด มีข่าวว่าเนื่องจากจังหวัดร้อยเอ็ดคาดว่าจะเพิ่ม ส.ส. ได้อีก ๑ ท่าน จึงมีข่าวพูดถึงว่า การแบ่งเขตเลือกตั้งไปอำเภอนั้นรวมอำเภอนี้ เรียนถาม ท่านประธานไปเพื่ออย่างน้อย ๆ ก็คลายสงสัย แล้วหลายคนเขาก็งง ๆ อยู่ จริง ๆ ผมก็ทราบ ดีว่ากฎหมายนี้ยังไม่สำเร็จ แต่ข่าวเหมือนออกมาจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง อย่างจังหวัดร้อยเอ็ด ผ่าอำเภอสุวรรณภูมิ ไปรวมอำเภอเกษตรวิสัย เอาอำเภอนั้นไปรวม อำเภอนี้ เพราะฉะนั้นผมอยากจะเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้ชี้แจงว่า ข้อเท็จจริง มันยังไม่สรุปอะไร อย่างไร ตอบเพื่อให้เข้าใจระดับหนึ่งครับ ขอสอบถามครับ🔗
ท่านเลขาครับ ก็คง ไม่เกี่ยวกับเรื่องรายงาน แต่ว่าถ้าตอบได้ก็ยินดีครับ เชิญครับ🔗
กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ จะตอบรวมไปเรื่องที่มีท่านสมาชิกถามถึงกรณีว่า การเลือกตั้งแบบใหม่ตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีผลใช้บังคับแล้ว แล้วกฎหมายก็อยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นของรัฐสภา ในส่วนของ สำนักงานผมขอกราบเรียนรวม ๆ จริง ๆ สำนักงานมีความพร้อม ไม่ว่าจะเลือกตั้งวันไหน เรามีความพร้อม เราสดับตรับฟัง พร้อมในทางการบริหาร และพร้อมทั้งเรื่องของกฎหมาย อย่างกรณีเรื่องการเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญแบบ ๔๐๐ เขต และบัตร ๒ ใบ ทางสำนักงาน ได้มีการเตรียมความพร้อมไว้ แต่ว่าขณะนี้เมื่อยังไม่มีกฎหมาย ก็มีเพียงแต่ข้อมูล จะแจ้งจังหวัดให้ดำเนินการหาข้อมูลไว้ แต่ ณ ขณะนี้ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ ไม่มี การแบ่งเขตใด ๆ ทั้งสิ้นครับ ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอบพระคุณ ท่านรักษาการเลขาธิการ กกต. ที่กรุณาตอบเรื่องเลือกตั้ง อบจ. ที่ตรัง เพราะมันรอมา ๑ ปี เศษจริง ๆ แม้ว่าคำตอบท่านอาจจะไม่กระจ่างนัก แต่ทราบว่าดำเนินการอยู่แล้ว ทีนี้ประเด็นที่ผมสงสัย อันนี้ฝากท่านก็แล้วกัน ท่านอาจจะไม่ตอบ คือในกฎหมาย พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ถ้ามีการกระทำความผิด ตามมาตรา ๖๕ (๑) พูดง่าย ๆ ก็คือซื้อสิทธิขายเสียง อย่างกรณีที่ตรัง ๒ กรณีนั้นชัดเจนมาก เพราะว่าจับผู้ต้องหาได้พร้อมหลักฐานทั้งหมด รับสารภาพ มีทั้งภาพ มีทั้งคลิปวิดีโอ (Clip video) ประกอบชัดเจนมาก ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง มันจะพันไปถึง มาตรา ๑๒๖ ซึ่งถือว่าการกระทำความผิดตามมาตรา ๖๕ (๑) เป็นความผิด มูลฐานของพระราชบัญญัติเรื่องของฟอกเงินด้วย ก็คือหมายความว่าสามารถที่จะสอบ ขยายผลไปถึงเรื่องที่มาของเงินว่า เงินที่มาซื้อเสียงดังกล่าวมาจากที่ไหน อย่างไร จากภาพ ข่าวมันชัดเจนเลยว่า รับเงินมาจำนวนเท่านั้น ผมก็ไม่ทราบว่าจะมีการดำเนินการต่อหรือไม่ แต่ว่าถ้ากรณีที่ชัดเจนว่า มาตรา ๖๕ (๑) ซื้อสิทธิขายเสียง ขยายผลไปสู่เรื่องของกฎหมาย ฟอกเงินแล้ว ผมเชื่อว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่จะสร้างความเป็นมาตรฐานในเรื่องความสุจริต เที่ยงธรรม ของการเลือกตั้งได้ดีครับ เพราะในช่วงหลังนี้ผมเรียนท่านรักษาการเลขาธิการ กกต. ว่า มีการพูดถึงทุนที่มาจากทุนสีเทาทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นทุนบ่อนพนัน ทุนบ่อนพนันออนไลน์ (Online) เข้ามาสู่การเมืองมากขึ้น ซึ่ง กกต. เองก็ควรที่จะตระหนักเรื่องนี้แล้วก็ติดตาม ด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ก็นอกรายงาน แต่ว่าเป็นคำถามที่ท่านเลขาธิการจะตอบนอกเวทีก็ได้ สมาชิกครับ เราก็จบมีเรื่องเดียว ที่ท่านเลขาธิการไม่ได้ตอบ แต่ว่าผมฟังอยู่ตั้งแต่ต้น กรณีที่คุณวิรัตน์ วรศสิริน ได้ถาม เรื่องเวลาที่เลื่อนเวลาเลือกตั้งบ่ายสามเป็นห้าโมงเย็น ผมเรียนในฐานะที่เกี่ยวข้องอยู่ด้วยว่า เรื่องนี้ฝ่ายประจำเขาไม่ได้คิด ฝ่ายการเมืองไปเสนอ ก็เรียนเพื่อทราบว่าฝ่ายการเมือง ผมเป็นหนึ่งในคนที่ไปเสนอ เนื่องจากว่าเห็นว่าการเลือกตั้งมันไม่ได้มีทุกปีมีประจำ การได้มีสิทธิ ใช้สิทธิในเวลาสั้น ๆ มันมีประเทศไทยนี่ละที่ให้สิทธิในเวลาที่สั้นที่สุดประเทศหนึ่ง ได้ไปค้น เปรียบเทียบกันดูแล้วก็เห็นว่าควรขยาย เพราะฉะนั้นพวกเราฝ่ายการเมืองก็เลยไปเสนอว่า น่าจะขยายเวลาไป ก็เลยเรียนท่านวิรัตน์ได้รับทราบความจริงทางฝ่ายประจำเขาไม่ได้เป็น คนคิดเรื่องนี้ครับ🔗
ขออนุญาตครับ ท่านประธานครับ สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ🔗
เชิญเลยครับ🔗
ท่านรักษาการ ท่านไม่ได้ตอบคำถามผมครับ รัฐบาลให้คำมั่นว่าจะมีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เดือนเมษายน ๒๕๖๕ ท่านยังไม่ตอบเลยว่า ท่านเตรียมงบประมาณ วางแผนงบประมาณ การใช้เงิน แล้วก็การแบ่งเขตพื้นที่ในกรุงเทพมหานครเพื่อ ส.ก. ๕๐ ท่าน ที่กำลัง ลงลุยพื้นที่กันอยู่ในพรรคผมนี่ครับ โดยพรรคผมได้ส่ง ส.ส. วิโรจน์ ลักขณาอดิศร คนดี ของสภาเรานี่ครับ เป็นทุนแรกเลย เพื่อสร้างบ้านเมืองที่ดี ท่านยังไม่ตอบให้เรียบร้อยเลยว่า จะเลือก ไม่เลือกหรือจะเช็งยาวไปอีก เพราะว่ารัฐบาลบอกว่ารอ กกต. บอกว่าพร้อมเมื่อไร ก็จะทำ กกต. ไม่พร้อมก็ไม่ทำอย่างนั้นหรือครับ หรือ กกต. หมดความสามารถแล้ว ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ตอบก็ได้ไม่ตอบก็ได้ครับ เป็นเรื่องฝ่ายบริหาร เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ขออนุญาต ตอบปัญหาเรื่องการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้ง กทม. เนื่องด้วยได้มีการประกาศ จำนวนประชากร เมื่อวันที่ ๗ ของกระทรวงมหาดไทย ทางสำนักงานต้องแบ่งเขตใหม่ ซึ่งจะดำเนินการให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพราะว่าตามกฎหมายต้องนำประชากรปีสุดท้าย ก่อนปีเลือกตั้ง สำนักงานจะทำให้เสร็จโดยเร็ว ส่วนอำนาจในการให้มีเลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่งเหลือ ๒ แบบ คือรูปแบบพิเศษ ก็คือของ กทม. และเมืองพัทยานี่ครับ เป็นอำนาจของ ครม. ทางสำนักงานก็จะได้ประสานไปทาง ครม. ต่อไปครับ🔗
ขอบคุณท่านรองเลขาธิการ รักษาการเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้งและคณะทุกท่านที่กรุณาให้เกียรติมารายงาน เรื่องนี้ ขอบคุณท่านสมาชิกที่รักษาเวลาครับ จบรับทราบรายงานของการปฏิบัติงานของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๒ ครับ ขอบคุณมากครับ🔗
๒.๓ รายงานของธนาคารเพื่อการส่งออกนำเข้าแห่งประเทศไทย เนื่องจาก ผู้ชี้แจงแจ้งว่าอยู่ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Coronaviruses 2019) เพื่อความปลอดภัยจึงขอเลื่อนไป🔗
๒.๔ รับทราบรายงานการตรวจสอบสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ประจำปี งบประมาณ ๒๕๖๒🔗
เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน ๒๕๖๔ รับทราบรายงาน การตรวจสอบสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ประจำปี ๒๕๖๒ ตามที่กระทรวงการคลัง เสนอ และเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อรับทราบตามมาตรา ๗๔ แห่งพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๑ รายละเอียดของรายงาน เจ้าหน้าที่ได้มอบให้สมาชิกไปแล้ว บัดนี้ผู้ชี้แจงได้มาพร้อมแล้วครับ ขอเชิญบุคคลดังต่อไปนี้ ๑. นางอัญชลี ศรีอำไพ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบบัญชี ๒. นางสาวสุดท้าย ชัยจันทึก ผู้อำนวยการกองตรวจสอบภาครัฐ ๓. นางสาวพัทธนันท์ ตันทัตสวัสดิ์ นักบัญชีชำนาญการ ๔. นางสาวฐิติมา พราวศรี นักบัญชีชำนาญการ ๔ ท่าน เชิญครับ🔗
เดี๋ยวพวกเราที่มี ความประสงค์จะสอบถาม ส่งชื่อมา บัดนี้ได้ส่งชื่อมา ๓ ท่านแล้ว ผมขอเชิญท่านวิรัตน์ วรศสิริน เชิญครับ ท่านวิรัตน์ยังไม่พร้อม ขอเชิญ พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล รายงานฉบับนี้เป็นรายงานการตรวจสอบสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๒ โดยกรมบัญชีกลาง คือกรมบัญชีกลางเป็นคนตรวจ ไม่ใช่สำนักงานเป็นผู้ตรวจ โดยกรมบัญชีกลางยึดหลัก ๓ หลักใหญ่ ๆ ครับ คือการตรวจไฟแนนเชียล ออดิต (Financial Audit) การตรวจคอมไพลอันซ์ ออดิต (Compliance Audit) นักการตรวจ ที่เรียกว่าเพอร์ฟอร์แมนซ์ ออดิต (Performance Audit) คือผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพ สิ่งสำคัญคือต้องไปดูอำนาจหน้าที่ของ สตง. สตง. มีผู้ว่าในรัฐธรรมนูญ ท่านประธานครับ และในรัฐธรรมนูญก็ยังบอกด้วยว่า เป็นองค์กรอิสระ และมีอำนาจในการตรวจสอบ งบประมาณการเงิน สิ่งสำคัญคือผมอ่านรายงานในนี้แล้ว ท่านถูกกรมบัญชีกลาง สับเสียเละเลยครับ สับหลายหน้าเลยครับ แล้วก็โดยเฉพาะหน้าสำคัญ ๆ ที่บอกว่า ในหน่วยงานของท่านตั้งแต่เรื่องของการตรวจสอบการเงิน ในเรื่องการเงิน ในหน้าเอกสาร หน้า ๒๑ ถ้าใครอ่านก็จะเห็นเลยครับ การบันทึกบัญชีไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน ไม่ตรง ตามประเภทของรายการบัญชี การควบคุมยังไม่เหมาะสม ไม่เพียงพอ ไม่มีระบบการรับ ตรวจสอบ แล้วก็เรื่องของคอมไพลอันซ์ (Compliance) เรื่องการปฏิบัติตามกฎหมายครับ ส่งเงินยืมไม่ครบถ้วน ไม่ระบุวัน ไม่มีความสัมพันธ์ในการเดินทางจริง การฝึกอบรม ไม่ครบถ้วน ไม่เป็นไปตามที่ระเบียบและตามสิทธิที่เบิก ส่วนเรื่องของการประเมินผล การดำเนินงานนั้นบอกเลยครับว่า การเบิกจ่ายไม่เป็นไปตามมติของคณะรัฐมนตรี ที่กำหนด ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย บลา บลา บลา (Blah Blah Blah) ไม่ครบเยอะเลยครับ ผมไม่รู้ว่าเป็นคู่กัดกับกรมบัญชีกลางหรือครับถึงซัดทั้ง ๓ ด้านในออดิต (Audit) แล้วท่านจะ ไปตรวจใครครับ กรมบัญชีกลางลงดาบเต็มพิกัดเลยในการตรวจสอบสำนักงานท่าน สิ่งที่ผมเห็นมีอันเดียวครับ เรื่องการใช้งบประมาณ เรื่องค่าเช่า ค่าเช่าในหน้า ๕๒ เป็นค่าเช่า ที่ ๕๙ ล้านบาทเศษจากปีที่แล้ว เป็น ๑๐ ล้านบาทเศษ เพิ่ม ๓๘ ล้านบาทเศษ ผมเลย ตามไปดูที่หมายเหตุ ๒๕ คือหมายเหตุ ๒๕ เป็นค่าเช่าที่ดิน ๒๘ ล้านบาทเศษ ค่าเช่ารถยนต์ ๓๑ ล้านบาทเศษในปีแรก รวมแล้วก็ ๕๙ แต่เศษมันไม่ตรงครับ ท่านเอาเศษมาบวก กันสิครับ เศษอันแรกคือ ๖๙๔,๐๐๕.๓๔ บาท เศษอันที่ ๒ ก็คือที่อยู่ในรายการตาราง ๒๕ นั้น เมื่อรวมกันแล้วคือ ๙๔๕,๘๘๑ บาท ทำไมมันไม่ตรงกันครับ สตง. ทำตัวเลขเพี้ยน ให้กรมบัญชีกลางลงดาบอีกหรือครับ สิ่งสำคัญท่านประธานครับ ผมอยากถามเรื่อง สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินครับ ท่านมีอำนาจตรวจเงินแผ่นดินตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ นี่ครับตรวจผลสัมฤทธิ์ใน มาตรา ๒๔๒ แล้วก็ มาตรา ๒๔๕ ที่เป็นหัวใจสำคัญเพื่อประโยชน์ หรือการยับยั้งความเสียหายที่เกิดขึ้นแก่งานคลังของรัฐ ให้ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน เสนอผลการตรวจสอบการกระทำที่ไม่เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยในงานการคลัง และอาจ ก่อความเสียหายกับการเงินการคลังของรัฐอย่างร้ายแรงต่อกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน มีไหมครับผู้ตรวจการ เจอไหมครับ รอบปีที่ผ่านมา ผมอยู่สภา ๓ ปี เจอครับ เจอเพราะอะไรครับ เพราะรัฐธรรมนูญให้อำนาจสำนักงานท่านเอง ยื่นคำของบประมาณภายใต้รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๑๔๑ วรรคสอง ท่านขอตรง ต่อกรรมาธิการวิสามัญงบประมาณได้ ท่านเคยขอไหมครับ แล้วถ้าท่านเคยขอท่านอาจจะ ไม่ได้เข้าดำเนินการตาม พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง ที่เขียนไว้ครับว่า รัฐจะต้องจัดสรร งบประมาณให้หน่วยซึ่งท่านเป็นหน่วยงานอิสระ ท่านทำหรือเปล่าครับ หรือท่านตรวจ พบไหมครับว่า พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ ไม่ว่าจะเป็น มาตรา ๑๙ (๔) มาตรา ๒๘ วรรคสอง ซึ่งรัฐบาลใช้ควบคุมหน่วยงานอย่างท่านที่เป็นองค์กรอิสระ มาบังคับใช้ เวลาท่านบอกงบประมาณไม่เพียงพอให้เสนอโดยตรงกับกรรมาธิการ แต่รัฐบาลอ้อมไปให้สำนักงบประมาณให้ความเห็นก่อน ผิดครับ ต้องให้ความเห็นที่ไหนครับ ที่ประชุมของกรรมาธิการสำนักงบประมาณ ไม่ใช่เลี้ยวไปให้กรมบัญชีกลางที่รัฐบาล ตั้งมาแล้วตั้งเป็นมติว่า อนุมัติได้ นี่กฎหมายที่เขียนอยู่ พ.ร.บ. วิธีงบประมาณ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังก็มีระบุไว้ชัดเจน โดยเฉพาะ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังท่านไปดู มาตรา ๒๓ รัฐบาลต้องให้เพียงพอ ให้สภาจัดงบประมาณ ให้สภา บลา บลา บลา (Blah Blah Blah) ถึงองค์กรอิสระของท่านด้วย กับการปฏิบัติหน้าที่โดยอิสระของท่านเอง โดยวรรคสองบอกว่า ให้ยื่นคำขอแปรญัตติต่อกรรมาธิการวิสามัญโดยตรง แต่เขียนไว้ว่า ให้สำนักงบประมาณเสนอความเห็น แต่ทุกวันนี้มันไม่ใช่ครับ นี่คือผิด ผิดทั้งกฎหมาย ผิดทั้งรัฐธรรมนูญ ท่านเคยตรวจสอบไหมครับสำนักงบประมาณว่าท่านทำไมถึงไม่ได้เงิน ที่กฎหมายเขียนไว้ใน มาตรา ๑๔๑ วรรคสอง ว่าท่านสามารถขอได้โดยตรงจากกรรมาธิการ ช่วยตอบผมด้วย ขอบคุณครับ🔗
ท่านต่อไปคุณพิสิฐ ลี้อาธรรม ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในวันนี้เราพิจารณางบของ สตง. โดยมีกรมบัญชีกลางเป็นผู้นำเสนอ แต่จริง ๆ แล้วผมอยากจะให้มี สตง. นั่งอยู่ด้วย ผมเข้าใจว่าท่านคงไม่สามารถมาได้ เพราะว่า จริง ๆ แล้วมีอีกวาระหนึ่ง วาระที่ ๒.๖ ที่ควรจะอยู่เพื่อชี้แจงเรื่องของนโยบาย แต่ว่าเข้าใจว่า คงจะเลื่อนไป เพราะฉะนั้นครั้งหน้าน่าจะมีการเชิญ สตง. มาพร้อมกับผู้ตรวจสอบ อย่างน้อยเราจะได้มีการพูดจากันในเรื่องของ สตง. เพื่อท่านจะได้รับไปปฏิบัติ จริง ๆ แล้ว เท่าที่ดูจากผลงานของ สตง. ในรอบปี ๒๕๖๒ ที่ผ่านไปก็ค่อนข้างที่จะน่าจะประทับใจ มีการตรวจสอบงบต่าง ๆ จำนวนมากด้วยกัน แล้วก็มีเป้าหมายที่กำหนดไว้ แล้วก็บรรลุ ถึง ๘๐-๙๐ เปอร์เซ็นต์ โดยรวมแล้วผมไม่ห่วงในเรื่องของการทำงานของ สตง. ในส่วนนี้ แต่ที่ผมห่วงก็คือเรื่องของวินัยการคลัง ที่อยากจะให้กรมบัญชีกลางกับ สตง. ได้เป็น แบบอย่างในการใช้เงินแผ่นดิน ซึ่งกระผมเองได้ดูแล้วมีหลายเรื่องที่น่าเป็นห่วงครับ🔗
เรื่องแรกเลยก็คือ เรื่องของ สตง. ที่มีการตั้งงบในการก่อสร้างตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ ปี ๒๕๕๑ ปี ๒๕๕๒ ปี ๒๕๕๓ ปี ๒๕๕๔ ได้เงินไปทั้งหมด ๔๐๐ กว่าล้านบาท เป็นเงิน หลายก้อนด้วยกัน ทั้งก่อสร้างอาคารที่ใช้สำหรับฝึกอบรมที่สัตหีบ แล้วก็อาคารสำนักงานใหญ่ และยังมีแห่งที่ ๒ อีก ปรากฏว่าเงินเหล่านี้เบิกจากกรมบัญชีกลางไปแล้ว ไปฝากไว้กับแบงก์ ไม่ได้มีการไปก่อสร้างจริงเกิดขึ้น เพราะเกิดปัญหาเรื่องที่ดิน แสดงถึงความไม่รอบคอบ ของการจัดทำโครงการ นั่นก็ประการหนึ่ง แต่ในเรื่องของการเงินครับ ถ้ากรมบัญชีกลาง เห็นว่าเงินนั้นเบิกไปแล้วและไม่ได้ใช้ก็ควรต้องเรียกคืน ไม่ใช่ปล่อยให้ สตง. เอาไปฝากแบงก์ ฝากแบงก์เป็นจำนวน ๔๐๐-๕๐๐ ล้านบาท และดอกเบี้ยก็ต่ำมาก เราก็ทราบดีต่ำกว่าเงินกู้ ที่กระทรวงการคลังต้องไปกู้ เสียดอกเบี้ยจากการออกพันธบัตร กรมบัญชีกลางในฐานะ ผู้ตรวจสอบ ผมอยากจะเห็นท่านเข้มแข็งดูแลเรื่องนี้ให้ดีว่า เงินแผ่นดินนี้เมื่อเบิก ไปแล้วและไม่ได้ใช้ต้องส่งคืนทันที ไม่ใช่ไปแช่ไว้ที่แบงก์เป็นเวลาร่วม ๑๐ ปี อันนี้คือ ประการที่ ๑ และปรากฏว่าดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นมา ท่านกลับยอมให้เขาผลักเข้าไป ในกองทุนที่ใช้ภายในของหน่วยงานนี้แทนที่จะเรียกคืนอีกเหมือนกัน ผมอยากเห็น กรมบัญชีกลางเข้มแข็งในเรื่องนี้ครับ หน่วยราชการไหนเบิกเงินหลวงไปแล้ว และไม่ได้ใช้ เพราะความล่าช้า กลับกลายเป็นว่ามีดอกเบี้ยเกิดขึ้น ท่านยอมให้เขาเอาดอกเบี้ยไปเก็บไว้ เพื่อไปใช้ของเขาอีก ตามหลักท่านควรต้องเรียกคืน ปรากฏว่าหน่วยงานนี้แทนที่จะรักษา วินัยการคลังส่งเงินแผ่นดินกลับเข้าสู่ระบบ กลับกั๊กเงินไว้มีเงินสดที่อยู่ในมือตอนนี้ เป็นจำนวน ๒ กอง กองที่ ๑ คือเงินของสำนักงานประมาณ ๑,๓๐๐ ล้านบาท กองที่ ๒ คือเงินที่อยู่ในกองทุนที่เขาตั้งขึ้นมาเพื่อใช้ภายในอีก ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท กลายเป็นว่า เงินกองทุนนี้ผมไม่แน่ใจว่าเป็นกองทุนหมุนเวียนที่ท่านดูแลอยู่หรือเปล่า แต่เป็นกองทุน ภายในของ สตง. มีเงิน ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท มากกว่าเงินสดที่เขาถืออยู่ของหน่วยงาน เสียอีก ผมอยากเห็นกรมบัญชีกลางมีการดูแลเรื่องนี้เป็นแบบอย่างครับ คือเขาต้องเรียกเงิน เหล่านี้คืนคลังให้หมดและถ้า สตง. ต้องการจะก่อสร้างอาคารก็ดี ต้องการจะใช้เงินก็ดี ก็ของบประมาณแผ่นดินประจำปีได้อยู่แล้ว อันนี้ไม่ควรจะทำตัวเป็นแบบอย่างให้หน่วยงาน อื่นเขาดู เพราะว่า สตง. ต้องไปตรวจสอบหน่วยงานอื่น และถ้าหน่วยงานอื่นทำแบบนี้ สตง. จะกล้าคอมเมนต์ (Comment) จะกล้าวิพากษ์วิจารณ์เขาหรือครับ ในเมื่อตัวเอง มีความล่าช้าเกิดขึ้นในการก่อสร้าง มีการเอาเงินไปกองไว้ มีการเอาดอกเบี้ยที่ได้ไปฝากไว้ เพื่อใช้เอง และเงินที่กองไว้ก็มีการพอกพูนมากขึ้น ๆ ประเด็นนี้ก็อยากจะขอฝากท่าน ในฐานะกรมบัญชีกลาง ท่านเห็นเงินที่ออกไปอยู่ชัด ๆ ถ้าเป็นผู้ตรวจสอบคนอื่นเขาอาจจะ เกรงใจ แต่ผู้ตรวจสอบอย่างกรมบัญชีกลางผมเชื่อว่าท่านน่าจะมีข้อมูลชัดเจนครับว่า โครงการก่อสร้างทั้งหลายทั้งปวงที่เขาล่าช้านี้ไม่ควรจะให้เขาเก็บเงินไว้ นอกเหนือจาก การก่อสร้างต่าง ๆ ที่กระผมเรียนไปแล้ว การเบิกจ่ายภายในเขาเองก็ยังมีเงินเหลือจ่าย ขนาดเหลือจ่ายจากการที่มีการผูกพันหรือไม่ผูกพันก็ตาม ยังมีกว่า ๑๐๐ ล้านบาท และท่าน ยอมให้เขาเก็บเข้ากองทุนอีก ทั้ง ๆ ที่เงินเหล่านี้เป็นเงินงบประจำ เพราะว่าเขาไม่สามารถ รับสมัครพนักงานได้ทันตามที่กำหนด ปกติงบประจำควรจะต้องคืนคลัง ไม่ควรจะยอมให้เขา เก็บเอาไว้อย่างที่ปรากฏกับ สตง. เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีเลยครับที่เป็นอย่างนี้🔗
ประการสุดท้าย ท่านประธานครับ คือเรื่องค่าธรรมเนียม อันนี้ผมแปลกใจมาก เพราะว่าเท่าที่ดูจากเอกสารที่ท่านส่งมา กฎหมายของ สตง. เขียนไว้ชัดว่าไม่ให้ สตง. เรียกเก็บ ค่าธรรมเนียมในการตรวจสอบหน่วยงานของรัฐต่าง ๆ กลายเป็นว่า สตง. ก็ไปหากฤษฎีกา ให้กฤษฎีกาตีความให้ แล้วก็บอกให้ตรวจสอบได้ ทั้งที่วุฒิสภามีการตั้งคณะทำงานมาดูเรื่องนี้ แล้วก็มีการบันทึกไว้ชัดเจนตามที่ท่านได้แสดงอยู่ในเอกสาร หน้า ๑๕๙ ว่า สตง. ไม่มีสิทธิ ที่จะเก็บค่าธรรมเนียม เพราะว่าตอนที่ออกกฎหมายฉบับนี้เขาก็ตั้งใจที่จะให้ สตง. ไม่มีปัญหาคอนฟลิกต์ ออฟ อินเทอเรสต์ (Conflict of interest) ไม่มีปัญหาในเรื่องของ ความขัดแย้งของผลประโยชน์ แต่กฤษฎีกากลับไปร่วมมือตีความว่าให้เก็บได้ อันนี้ผมก็แปลกใจ มากครับที่หน่วยงานแบบกฤษฎีกาทำอย่างนี้ครับ ก็ขออนุญาตกราบเรียนครับ ขอบพระคุณ มากครับ🔗
ขอบคุณนะครับ รักษา เวลา คุณอัญชลีจะชี้แจง เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และสมาชิกสภาผู้แทนผู้ทรงเกียรติ ที่เคารพ ดิฉัน นางอัญชลี ศรีอำไพ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบบัญชี กรมบัญชีกลาง ขออนุญาตอย่างนี้ค่ะว่า🔗
ประเด็นแรก ในเรื่องของการตรวจสอบก็ต้องขอกราบเรียนว่า การตรวจสอบนั้น ทางกรมบัญชีกลางได้ตรวจสอบตามมาตรฐานของ สตง. ซึ่งมีอยู่ ๓ ประเด็น คือตรวจ เรื่องของรายงานการเงิน ตรวจการปฏิบัติตามกฎระเบียบ แล้วก็ตรวจการดำเนินงาน ซึ่งการทำงานของบัญชีกลางก็เป็นไปตามมาตรฐานที่ สตง. กำหนดเพราะเนื่องจากว่า พระราชบัญญัติการตรวจเงินแผ่นดิน ก็ได้กำหนดให้กรมบัญชีกลางนั้นดำเนินการตรวจสอบ ตามมาตรฐานที่ สตง. กำหนดนะคะ🔗
สำหรับในเรื่องของการตั้งงบประมาณนั้น ต้องกราบเรียนอย่างนี้ว่า กรมบัญชีกลางไม่ได้เกี่ยวข้อง ซึ่งการดำเนินงานทั้งหมด สตง. นั้นได้ปฏิบัติตาม พ.ร.บ. สตง. ซึ่งกำหนดไว้ให้ผ่านกระบวนการของตัวคณะกรรมการ แล้วก็ส่งต่อเข้าไปถึง ครม. นะคะ🔗
สำหรับของท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้นะคะว่า ในเรื่องของ สตง. ก็ตาม ในเรื่องของการก่อสร้างอาคารต่าง ๆ ที่ได้รับเงินงบประมาณไปแล้ว แล้วก็ยังไม่ได้ดำเนินการก่อสร้าง เนื่องจากว่าเงินที่ได้รับนั้นเป็นเงินอุดหนุนทั่วไป ในการตรวจสอบตั้งแต่ที่เกิดเรื่องขึ้นมาตลอดปี ๒๕๖๑ จนถึงปัจจุบันนั้นเราก็ได้มีการติดตาม ทวงถาม แต่ประเด็นของเงินของ สตง. ตามกฎหมายของ สตง. ในมาตรา ๗๑ บอกว่า เงินของ สตง. นั้นยกเว้นไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน ดังนั้นเงินทั้งหมดหลังจาก ที่ สตง. มีการใช้จ่ายแล้ว มีเงินเหลือก็ไม่สามารถจะส่งเป็นรายได้แผ่นดินได้ และในแต่ละปี ถ้าหากว่ามีเงินงบประมาณเหลือ ในกฎหมายของ สตง. เองก็กำหนดว่า จะต้องโอนเงิน เหลือจ่ายนั้นเข้าสู่กองทุน ดิฉันในฐานะผู้สอบบัญชีก็ได้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ที่เกี่ยวข้องของ สตง. นะคะ🔗
ส่วนในประเด็นที่หากว่าตรวจสอบแล้วพบข้อผิดพลาดนั้น เนื่องจากว่า ในการทำบัญชีต้องขออนุญาตกราบเรียนว่า ในระยะแรกนั้นมีการเปลี่ยนเจ้าหน้าที่บ่อย ทำให้เกิดการบันทึกบัญชีผิดพลาด แต่ในปัจจุบันนั้น สตง. ก็ได้พัฒนา แล้วก็ปรับปรุงแก้ไข ข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้นเมื่อปี ๒๕๖๒ เรียบร้อยแล้ว แล้วก็ไม่มีปัญหาในเรื่องของการบันทึก ข้อมูลผิดพลาด ก็พยายามที่เวลาเราทำงานเราไปตรวจ เราก็คุยกันกับท่านผู้ว่า ท่านผู้ว่า ก็รับฟัง มีปัญหาอะไรก็คุยกัน แล้วก็พยายามปรับปรุงแก้ไขการทำงานนั้นให้ดีขึ้น แต่เรื่องเงินนั้นก็คงต้องเรียนว่าเป็นไปตามที่กฎหมายของ สตง. กำหนดค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณนะครับ ท่านสมาชิกก็ได้สอบถามตามที่ประสงค์แล้ว แล้วก็ได้ชี้แจงแล้วเรื่องนี้มีผู้ติดใจที่จะสอบถาม ๒ ท่านก็จบการสอบถาม🔗
ท่านประธานครับ ยังไม่ได้ตอบผม สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ที่ตัวเลขค่าเช่าครับ🔗
เชิญครับ🔗
ผมผิดหรือท่านถูก แค่นั้นเองครับ🔗
เชิญเลยครับ🔗
ท่านดูเอกสาร ก็ได้ครับหน้า ๕๒ ที่เขียนว่า ค่าเช่า ในหมายเหตุที่ ๒๑ ๕๙ ล้านบาทเศษ ในปี ๒๕๖๒ แล้วท่านมาดูหมายเหตุที่ ๒๕ ที่ท่านจำหน่ายค่าเช่ามี ๒ รายการ เป็นค่าเช่าที่ดินกับค่าเช่ารถ ในปีแรก ปีแรก ๒๘.๓ ล้านบาทของค่าเช่าที่ดิน ส่วนค่าเช่ารถปีแรกคือ ๓๑.๕ ล้านบาท เศษนี่มันไม่ตรงกัน ผมผิดหรือท่านถูกครับ แค่นั้นครับ🔗
คุณอัญชลีจะให้เจ้าหน้าที่ ที่ดูแลเรื่องนี้เฉพาะชี้แจงก็ได้นะครับ ใครที่ดูตัวเลขอยู่ในหน้า ๕๒ ที่ท่านสมาชิกได้สอบถาม เชิญครับ🔗
กราบเรียน สมาชิกนะคะ ฐิติมา พราวศรี จากกรมบัญชีกลาง ตัวเลขที่หน้า ๕๒ ที่ ๕๙.๓๓ ล้านบาทเศษ แล้วก็หมายเหตุที่ ๒๕ ที่ ๒ ยอดรวมกัน ที่ไม่เท่ากันเนื่องจากว่าค่าเช่าตรงนี้ในหน้า ๕๒ จะรวมค่าเช่าอื่นนอกเหนือจากค่าเช่าที่ดิน แล้วก็ค่าเช่ารถยนต์ค่ะ ซึ่งในหมายเหตุที่ ๒๕ เราต้องเปิดในเรื่องของสัญญาเช่าดำเนินงาน ในส่วนที่เป็นสัญญาเช่าหลายปีค่ะ ภาระผูกพัน หลายปี ก็เลยแสดงเฉพาะส่วนที่เป็นค่าเช่าที่ดิน แล้วก็ค่าเช่ารถยนต์พร้อมคนขับค่ะ ขอบคุณมากค่ะ🔗
ขอบคุณครับ เชิญ ท่านพิสิฐครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ที่กระผมต้องขอให้กรมบัญชีกลางมีความเข้มแข็งในเรื่องนี้ก็คือ ผมคิดว่า ในการตรวจสอบ ท่านไม่ควรจะดูแต่เฉพาะกฎหมายอย่างเดียว จริงอยู่ สตง. เป็นองค์กร อิสระ แล้วก็ได้รับการคุ้มครองที่ว่า ได้รับเงินอุดหนุน แต่เมื่อเงินอุดหนุนออกไปแล้ว มันกลายเป็นว่าเป็นเงินที่ไม่ได้เอาไปใช้ตามวัตถุประสงค์อย่างแท้จริง แล้วท่านเอง ก็เป็นคนเขียนในนี้ว่า มันเป็นการทำผิดตามกฎหมายของ สตง. มาตรา ๘๕ วรรคสอง ของกฎหมายของ สตง. เอง ที่ท่านก็แจ้งให้ สตง. ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ และเงินเหล่านี้ก็กองอยู่ พูดง่าย ๆ ก็คือว่า เป็นไปตามระเบียบการคลังที่ว่านี้ก็จริง แต่ถ้าระเบียบมันไม่ถูกต้อง คือพูดง่าย ๆ ระเบียบมันมีผลออกมาแล้ว มันกลายเป็นสิ่งที่ ทำให้ระบบการคลังเราเสียหายอย่างนี้ ผมก็คิดว่าท่านชอบก็จะต้องเขียนคอมเมนต์ (Comment) ได้ในฐานะที่จะตรวจสอบ ท่านก็อาจจะเขียนคอมเมนต์ (Comment) ได้ครับ เพื่อที่จะให้ผู้ที่ปฏิบัติโดยเฉพาะสำนักงบประมาณ ที่จะมีการตั้งงบในปีต่อไปได้ระมัดระวัง ในเรื่องนี้ว่าเขามีเงินกองอยู่เป็นจำนวนหลายพันล้าน เป็นเงินสดอยู่ และโครงการต่าง ๆ ที่ก่อสร้าง ขอไปก็ไม่ได้ก่อสร้าง เขาจะได้มีการดำเนินการ แต่ถ้าท่านไม่เขียนผู้อื่น เขาก็จะไม่ทราบ กว่าจะทราบกว่าจะได้ข้อมูลพวกนี้ผมต้องนั่งอ่านอยู่เป็นเวลาหลายชั่วโมง ซึ่งก็คงไม่มีใครทำ ไม่มีใครบ้าแบบผม เพราะฉะนั้นก็อยากจะฝากท่านว่า ให้ท่าน ต้องเอาเรื่องนี้เป็นตัวอย่างในการตรวจสอบ เพื่อที่ สตง. จะได้ทำแบบนี้กับหน่วยงานอื่นด้วย ถ้าหากเขาเจอว่า มีการเอาเงินไปกองไว้และกลายเป็นว่าเรารีวอร์ด (Reward) เราให้ ประโยชน์กับคนที่ทำงานล่าช้า ยิ่งล่าช้าเท่าไรยิ่งมีเงินเหลือที่จะฝากแบงก์ได้ดอกเบี้ยอีก เอาไปใช้เองได้อีกมันไม่ถูกครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขออนุญาตท่านทวี สอดส่อง ขออนุญาตข้อสังเกตเล็กน้อย เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธาน คือผมฝากเป็นข้อสังเกตแล้วกันครับ คือสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ท่านจะมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะท่านต้องตรวจ หน่วยรับงบประมาณและในรัฐธรรมนูญก็กำหนดว่า หน่วยรับงบประมาณจะต้องนำเงินไปใช้ อย่างถูกต้องตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง ซึ่งท่านได้ตรวจสอบในปี ๒๕๖๒ อยู่ ๗๒,๓๔๒ หน่วยรับงบประมาณ อันนี้ก็ถือว่าเป็นงานหนักของ สตง. ประเด็นที่ผม อยากให้ท่านได้คิด แล้วก็อยากให้ได้มีส่วนร่วมกันคิด คือ สตง. ไปตรวจผู้อื่น แต่ว่าเราได้ จัดระบบถ่วงดุลก็คือให้กรมบัญชีกลางได้ตรวจสอบ สตง. ซึ่งผลการตรวจสอบของ กรมบัญชีกลาง โดยเฉพาะในปี ๒๕๖๒ กรมบัญชีกลางได้มีความเห็นพบความผิดพลาด บกพร่องของ สตง. ทั้งด้านการเงิน ด้านผลการปฏิบัติงาน ด้านผลการใช้งบประมาณ เช่น การบันทึกบัญชีไม่ถูกต้อง ไม่ครบถ้วน ไม่ตรงตามประเภทบัญชี การควบคุมภายใน ไม่เหมาะสม การปฏิบัติบางอย่างไม่เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ และผลของการ เบิกจ่ายต่ำกว่าเป้า ทั้งผู้ตรวจสอบให้ข้อเสนอของ สตง. ให้ปรับปรุง🔗
ประเด็นที่ผมอยากจะเรียนก็คือว่า อันนี้เป็นสิ่งที่ยืนยันว่ามีความสำคัญ ในทุกองค์กรต้องมีการตรวจสอบ กรมบัญชีกลาง สตง. ตรวจสอบ กรมบัญชีกลาง ดูงบประมาณเยอะ ดูหน่วยเยอะ สตง. ตรวจสอบกรมบัญชีกลาง ผมนึกว่ายังจะรบกัน เพราะท่านไม่รับรองงบการเงินของกรมบัญชีกลาง แล้วก็งบการเงินไม่ถูกต้อง ซึ่งยังคาราคาซัง อยู่ถึงทุกวันนี้ สรุปแล้วหน่วยงานที่มีหน้าที่สำคัญของประเทศที่ไปตรวจสอบคนอื่นก็คือ สตง. และกรมบัญชีกลาง ผลการตรวจสอบไม่ถูกต้องหมด อันนี้ก็เป็นสิ่งที่อยากจะฝากเพราะว่า การที่จะไปว่ากล่าวคนอื่น การที่จะไปดำเนินการคนอื่น เราน่าจะต้องทำตัวเองให้ถูกต้อง ดังนั้นสิ่งที่ผมเป็นห่วงอย่างยิ่งก็คือ สตง. ได้ตรวจสอบหลายหน่วย รวมทั้งองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ถ้าผมจำไม่ผิด สตง. เคยตรวจสอบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น ท่านไปตรวจสอบบุญบั้งไฟ ภาคใต้ ท่านบอกว่า ไม่ใช่วัฒนธรรมท้องถิ่น แล้วไปเรียกเขา คืนเงิน ท่านไม่เคยเข้าใจเลยว่า สังคมมันมีมูฟเมนต์ (Movement) ทั้งที่คนอีสาน หรือคนในภาคอื่น ๆ ไปอยู่ ลักษณะเช่นนี้เป็นต้น คือผมไม่มีอะไรที่จะไปตำหนิท่านนะครับ ท่านคงทำงานหนัก แต่สิ่งนี้เป็นสิ่งที่อยากจะฝากไว้ คือสิ่งที่บ้านเมืองเรามีดัชนีความทุจริต คอร์รัปชันลดต่ำลง ๆ อยู่เรื่อย แล้วผมก็ฝากความหวังไว้กับ สตง. กับกรมบัญชีกลาง แต่หน่วยงานทั้งสองที่ไปตรวจสอบคนอื่นกลับไม่ถูกต้อง อันนี้จึงฝากเป็นข้อสังเกตไว้ ไม่ได้พูดตำหนิ แต่พูดเพื่อเราจะมาร่วมกันทำบ้านเมืองเราให้ดีขึ้นครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ รักษา เวลาไว้ครับ ขออนุญาตแถมอีกท่าน ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมนั่งฟังท่านผู้อภิปรายตั้งแต่ท่านแรกมาจนถึงท่านสุดท้ายนี้ ผมคิดว่า รายงานฉบับนี้เป็นสิ่งที่ดีมาก เพราะว่าเราได้ตรวจสอบองค์กรที่ตรวจเงินของแผ่นดิน เช่น โครงการสวัสดิการคนจน โครงการประชารัฐ โครงการคนละครึ่ง อะไรพวกนี้มีปัญหา ทั้งนั้นเลย ขอให้กำลังใจกรมบัญชีกลางว่า การตรวจสอบซึ่งกันและกันถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมาก ขอให้กำลังใจท่าน แล้วก็สิ่งไหนที่มันผิดก็ขอให้ท่านบอกว่า ผิด สิ่งไหนที่มันดีก็บอกว่า ดี วันนี้โอกาสที่เราจะตรวจสอบรัฐบาล ตรวจสอบความเป็นไปได้เรื่องของการคอร์รัปชันนี้ ยากมาก ขอให้กำลังใจกรมบัญชีกลาง ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณท่านพิเชษฐ์ รักษาเวลา คุณอัญชลีมีอะไรจะชี้แจง ไม่ชี้แจงก็ได้ เพราะว่าเป็นเรื่องข้อสังเกต ขอบพระคุณ ทางหน่วยงานที่มาชี้แจง ขอบคุณท่านสมาชิกที่รักษาเวลา เพราะหน่วยงานอื่นก็รอคอยอยู่ ตกลงว่าเราก็ถือว่ารับทราบรายงานของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๒ ครับ ขอบคุณมากครับ🔗
วาระต่อไป ๒. รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๓ ของสถาบันพระปกเกล้า🔗
สถาบันพระปกเกล้า ได้เสนอรายงานประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ของสถาบันต่อสภาผู้แทนราษฎร ตามมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติสถาบันพระปกเกล้า พ.ศ. ๒๕๔๑ รายละเอียดปรากฏตามเอกสาร ที่ได้มอบสมาชิกไปหลายสัปดาห์แล้วครับ ในการชี้แจงครั้งนี้ได้ขออนุญาตให้บุคคล ๑๐ คน เลยนะครับ ๑. ท่านศาสตราจารย์วุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบัน ๒. ท่านวิทวัส ชัยภาคภูมิ รองเลขาธิการ ๓. รองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์อรทัย ก๊กผล รองเลขาธิการ ๔. ดอกเตอร์ถวิลวดี บุรีกุล ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนา ๕. นายศุภณัฐ เพิ่มพูนวิวัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล ๖. นางสาวสุพรรณี งามวุฒิกุล ผู้อำนวยการ สำนักงานเลขาธิการ ๗. นางกาญจนา ศรีปัดถา ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จ พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ๘. นายณัฐพงศ์ รอดมี ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมการเมือง ภาคพลเมือง ๙. ดอกเตอร์สติธร ธนานิธิโชติ ผู้อำนวยการสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย ๑๐. นางสาวธีรพรรณ ใจมั่น ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิชาการรัฐสภา ท่านเลขาธิการ สถาบันพระปกเกล้าขออนุญาตมาพิเศษว่าก่อนพวกเราสอบถาม ท่านขออนุญาตสรุปชี้แจง สั้น ๆ ก่อน🔗
ขอเชิญเลยครับ อนุญาต🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายวุฒิสาร ตันไชย เลขาธิการสถาบัน พระปกเกล้า ขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ ในการกราบเรียนถึงรายงานประจำปีภารกิจของ สถาบันพระปกเกล้า ประจำปี ๒๕๖๓ ซึ่งผมขออนุญาตที่จะชี้แจงสั้น ๆ ครับว่า สถาบัน มีวิสัยทัศน์ที่จะเป็นสถาบันวิชาการชั้นนำด้านการพัฒนาประชาธิปไตย ธรรมาภิบาล สันติวิธี เพื่อประโยชน์ส่วนรวม โดยมีพันธกิจทั้งสิ้น ๗ พันธกิจด้วยกัน🔗
พันธกิจแรก เป็นพันธกิจเรื่องของการศึกษาวิจัย🔗
พันธกิจที่ ๒ เป็นพันธกิจที่ว่าด้วยเรื่องของการศึกษาอบรม ให้ความรู้🔗
พันธกิจที่ ๓ เป็นพันธกิจว่าด้วยเรื่องการส่งเสริมงานวิชาการของรัฐสภา🔗
พันธกิจที่ ๔ เป็นการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจให้กับพลเมือง🔗
พันธกิจที่ ๕ เป็นเรื่องของการสร้างความร่วมมือขององค์กรทั้งใน และต่างประเทศ🔗
พันธกิจที่ ๖ เป็นการส่งเสริมพัฒนาพิพิธภัณฑ์และการให้ความรู้ เป็นแหล่ง เรียนรู้พระปกเกล้าศึกษา และ🔗
พันธกิจที่ ๗ เป็นการบริหารกองทุน🔗
ในปีงบประมาณ ๒๕๖๓ สถาบันพระปกเกล้าได้รับงบประมาณทั้งสิ้น ๓๙๐,๖๕๔,๙๓๐ บาท ด้วยมีการแบ่งจัดสรรในงบประมาณตามพันธกิจ ๗ พันธกิจ ตามตัวเลข ซึ่งปรากฏอยู่ในเอกสารหน้า ๓๙🔗
หากพิจารณาถึงยุทธศาสตร์ของสถาบัน ซึ่งเรากำหนดยุทธศาสตร์ไว้ ๖ ยุทธศาสตร์ด้วยกัน ซึ่งเป็นแผน ๕ ปีนั้น ก็จะปรากฏโครงการ ๘๙ โครงการ ตามเอกสาร ในหน้า ๔๑ ครับ ในปี ๒๕๖๓ สถาบันได้รับผลกระทบจากภาวะการแพร่ระบาดของโรค โควิด-๑๙ (COVID-19) ทำให้เราต้องมีการปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการจัดการเรียนการสอน การวิจัย แต่ก็เป็นส่วนที่ดีครับ ที่ทำให้สถาบัน มีแรงผลักดันมากขึ้นในการที่จะเปลี่ยนสถาบันเป็นองค์กรที่เป็นองค์กรดิจิทัล (Digital) มากขึ้น รายละเอียดของการทำงานของสถาบันที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบจากการ แพร่ระบาดของโควิด (COVID) นั้นปรากฏอยู่ในเอกสารรายงาน หน้า ๔๘ ถึงหน้า ๕๐ ครับ สถาบันได้รับโอกาสและมีผลงานที่ได้รับการยอมรับจากในระดับประเทศอยู่หลายโครงการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการส่งเสริมการเสมอภาค ความเสมอภาคระหว่างหญิง-ชาย การเลือก ปฏิบัติระหว่างเพศ ได้รับรางวัลช่อสะอาด ได้รับรางวัลห้องสมุดดีเด่น🔗
ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า ในด้านยุทธศาสตร์แรก คือยุทธศาสตร์ ด้านการพัฒนาความรู้นั้น สถาบันได้จัดการเรียนการสอน จัดงานวิจัยครับ มีทั้งหมด ๕๕ เรื่อง ซึ่งปรากฏรายละเอียดและมีซัมมารี (Summary) อยู่ในเอกสารรายงาน หน้า ๕๔-๖๗ ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านสมาชิกครับว่า หากท่านสนใจในเอกสารใด ท่านสามารถสแกนคิวอาร์โคด (Scan QR code) ในเล่มนั้นได้แล้วก็จะปรากฏขึ้น🔗
พันธกิจที่ ๒ คือเรื่องการพัฒนาผู้นำ เราได้มีการผลิตหนังสือที่เกี่ยวข้อง กับผู้นำแล้วก็จัดการศึกษาอบรม ซึ่งเน้นในเรื่องของการที่จะทำให้ผู้เข้ารับการอบรมนั้น เกิดการเปลี่ยนแปลงในหลักการ ๓ หลักการ คือการมีความรู้ เรื่องของการมีจิตสาธารณะ ต่อสาธารณะ และสุดท้ายคือการที่จะเคารพในคุณสมบัติของความซื่อตรง โครงการทั้งหมด ที่ปรากฏอยู่ อยู่ในหน้า ๖๘-๗๙ ครับ🔗
ยุทธศาสตร์ที่ ๓ เป็นยุทธศาสตร์การสร้างความเป็นพลเมือง ซึ่งสถาบันได้ให้ ความสำคัญมาโดยตลอด แม้ว่าไม่ได้รับงบประมาณในเรื่องของการพัฒนาศูนย์การเมือง ภาคพลเมืองใน ๕๖ จังหวัด แต่ภารกิจของเราก็ทำทั้งในระดับของโรงเรียน ในระดับ ของเยาวชน แล้วก็ในระดับของศูนย์การเมืองใน ๕๖ จังหวัด รายละเอียดปรากฏอยู่ในหน้า ๘๐ ถึงหน้า ๙๒🔗
ด้านงานที่ ๔ เป็นงานส่งเสริมงานวิชาการของรัฐสภา ซึ่งเราได้ทำการ วิเคราะห์กฎหมาย จัดสื่อแล้วก็ระบบสนับสนุนงานวิชาการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจัด ตลาดนัดวิชาการ เพื่อให้ท่านสมาชิกได้มีโอกาสเข้าไปรับรู้ถึงเรื่องใหม่ ๆ รายละเอียดทั้งหมด ปรากฏอยู่ตั้งแต่หน้า ๙๓ ถึงหน้า ๑๑๑ ครับ🔗
ยุทธศาสตร์ที่ ๕ คือ ด้านพิพิธภัณฑ์ เราได้จัดนิทรรศการพิพิธภัณฑ์ เสมือนจริง แล้วก็ขณะนี้เราได้ดำเนินการเสร็จแล้ว คือศูนย์การเรียนรู้ประชาธิปไตย ซึ่งจะรอการเปิดอย่างเป็นทางการในเร็ว ๆ นี้ครับ เมื่อหมดภาวะโควิด (COVID) รายละเอียด ทั้งหมดก็ปรากฏอยู่ในเอกสารครับ🔗
ด้านสุดท้ายคือในด้านการพัฒนาองค์กร สถาบันได้สร้างความร่วมมือ กับหน่วยงานในต่างประเทศเป็นจำนวนมาก แล้วก็มีกิจกรรมร่วมกันแม้ว่าจะมีภาวะ ของการแพร่ระบาดก็ตาม แต่ว่าสถาบันก็ใช้วิธีการในการที่จะใช้ระบบออนไลน์ (Online) รวมไปถึงเรื่องของการพัฒนาบุคลากรภายในของสถาบันเอง รายละเอียดทั้งหมดปรากฏ อยู่ในหน้า ๑๓๕ ถึงหน้า ๑๕๑ ครับ🔗
ในส่วนของการตรวจสอบโดยคณะกรรมการ ในการตรวจสอบของ คณะกรรมการออดิต (Audit) ก็จะพบว่าสถาบันได้รับคะแนนประเมินอยู่ที่ ๙๙.๑๙ โดยที่กรรมการออดิต (Audit) นั้นได้กำหนดตัวชี้วัดไว้ทั้งสิ้น ๑๙ ตัวชี้วัด เอกสารปรากฏ ตั้งแต่หน้า ๑๕๓ สถาบันได้ดำเนินการตามข้อคิดเห็นที่ได้รับความเห็น และข้อเสนอแนะ จากรัฐสภา ทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา รายละเอียดปรากฏอยู่ในหน้า ๑๖๐ ถึงหน้า ๑๖๕ ครับ และ🔗
ประการสุดท้าย สถาบันก็ได้ดำเนินการตรวจสอบสถานะทางการเงิน และบัญชี ซึ่งในการตรวจสอบบัญชีของ สตง. ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใด ๆ ในการดำเนินงานของ สถาบัน🔗
ในโอกาสนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกว่า นี่เป็นภารกิจที่สถาบันดำเนินการในปีงบประมาณ ๒๕๖๓ และยินดีที่จะรับคำแนะนำ เพื่อพัฒนาให้สถาบันทำหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ต่อไป กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ รายงานรายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่สมาชิกได้ไปแล้ว ต่อไปนี้อนุญาตให้สมาชิก ที่มีความประสงค์จะสอบถามได้ถาม ท่านแรกคุณณัฐวุฒิ บัวประทุม หลังจากนั้นจะเป็น ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ขอเชิญคุณณัฐวุฒิครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ท่านประธานครับปีนี้เป็นปีที่ ๓ ที่ผมได้มีโอกาสร่วมอภิปราย และให้ความเห็นต่อรายงานประจำปีของสถาบันพระปกเกล้า แน่นอนครับนี่เป็นฉบับ ประจำปี ๒๕๖๓ ซึ่งคำว่า ประจำปี ๒๕๖๓ ณ ปีนี้มีความสำคัญยิ่ง เนื่องจากว่า จะเป็นปีสิ้นสุดแผนยุทธศาสตร์สถาบันพระปกเกล้า ฉบับที่ ๕ ตั้งแต่ปีงบประมาณ ปี ๒๕๕๙-๒๕๖๓ มันคงต้องมีการทบทวนกันเรื่องของวิสัยทัศน์ เรื่องของพันธกิจ หรือเรื่องของประเด็นการทำงานหรือตัวชี้วัดต่าง ๆ ว่า ในปีงบประมาณ ปี ๒๕๖๔ และปีถัด ๆ นั้น จะเป็นอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งคำถามที่ผมเคยถามมาทุกปีว่า ความหมายของคำว่า ประชาธิปไตยของสถาบันพระปกเกล้า ท่านเติมเข้าไปได้หรือไม่ หรือย้ำให้เราเห็นว่า ประชาธิปไตยนั้น คือประชาธิปไตยสากล มิใช่ประชาธิปไตยแบบไทย ๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้น ตลอดการรัฐประหารและการสืบทอดอำนาจที่ผ่านมา แต่ผมจะไม่ถามซ้ำในประเด็นนี้ครับ เพียงแต่เห็นว่าเมื่อครบแผนยุทธศาสตร์ ฉบับที่ ๕ เท่ากับว่าวันนี้ก็น่าจะอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ ฉบับที่ ๖ ที่อาจจะต้องมีการแก้ไขหรือปรับปรุง ความชัดเจนของคำว่า ประชาธิปไตย ประเด็นที่ผมจะเรียนสอบถามและตั้งข้อสังเกต มีทั้งหมดอยู่ ๕ ประเด็นย่อยด้วยกันครับ🔗
ในประการที่ ๑ ขอบพระคุณท่านอาจารย์วุฒิสารท่านอาจารย์เป็นที่ปรึกษา ของภรรยาผมตอนเรียนคณะสังคมสงเคราะห์ ทราบมาว่าอาจารย์ไปถามท่านอื่นว่าภรรยาผม เป็นลูกศิษย์ท่านตอนใด ก็มาขออนุญาตประธานสภาเพื่อจะบอกท่าน ณ วันนี้ ในประเด็นที่ ๑ ก็คือเรื่องของงานที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์โควิด (COVID) แน่นอนครับ วันนี้ท่านบอกว่า รูปแบบการเรียนการสอนของท่านปรับมาเป็นลักษณะผสมผสานที่เรียกว่าไฮบริด เลิร์นนิง (Hybrid learning) ผมไม่ห่วงกังวลเรื่องเนื้อหาสาระเลยครับ แต่ผมห่วงกังวลเรื่องวิธีการ จัดการเรื่องงบประมาณ แล้วก็เรื่องการประเมินผลสัมฤทธิ์ พวกผมเองไม่ได้เรียนหลักสูตร กับท่าน แต่ก็แอบเห็นว่าเวลาท่านสอนออนไลน์ (Online) นั้น เพื่อนสมาชิก ส.ส. ที่กระตือรือร้น เขาเปิดดูอะไร ฟังอะไร ได้รับความรู้จากท่านอย่างไร แต่เมื่อรูปแบบ การเรียนการสอนมาเปลี่ยนครับ เป็นให้ไฮบริด เลิร์นนิง (Hybrid learning) ตกลงมันส่งผล กระทบต่องบประมาณของท่านมากน้อยขนาดไหน มันส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการ มากน้อยขนาดไหน มันส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพหรือการประเมินผลสัมฤทธิ์ของ ผู้เข้าเรียนหลักสูตรมากน้อยขนาดไหน ซึ่งประเด็นทั้ง ๓ ย่อยนั้นยังไม่ได้ถูกเขียนอยู่ใน รายงานฉบับนี้ที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการวางแผนรองรับสถานการณ์แบบนี้ในอนาคต นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ ครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ผมเองได้รับจดหมายจากท่าน ผอ. ธีรพรรณ ใจมั่น เกือบทุกเดือน เป็นเอกสารใส่ซองในฐานะที่ท่านสนับสนุนงานวิชาการสภา ท่านก็ส่ง เป็นแฟกต์ชีต (Fact-sheet) บอกว่าตรงนี้นะ สามารถเข้าไปในเสิร์ช (Search) ดูต่อได้ ติดต่อเจ้าหน้าที่คนใดอย่างไร แต่ผมเป็น ส.ส. ต่างจังหวัดบ้านนอกครับ เป็นคนรุ่นเก่า ผมก็ย้ำมาโดยตลอดว่าการสนับสนุนงานกิจการของสภานั้น ท่านผลิตงานวิจัย รูปเล่มเยอะแยะไปหมดเลยครับ แต่ผมได้รับน้อยมาก ผมเองเป็นคนไม่กี่คนที่เวลา อยากจะได้เอกสารใด ๆ ต้องขับรถไปที่ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ เพื่อไปที่ร้านหนังสือของท่าน ที่อยู่ชั้น ผมเรียกไม่ถูกว่าเป็นชั้นใต้ดินหรือชั้น ๑ มันลำบากสำหรับคนที่อยากจะ อ่านตัวหนังสือที่เป็นเล่ม แต่ไม่ค่อยได้รับการสนับสนุน ผมไม่ได้ขอส่วนตัว แต่เป็นไปได้ หรือไม่ที่เอกสารวิชาการ งานวิจัยต่าง ๆ ที่ถูกผลิตจากท่านในลักษณะรูปเล่มจะถึงมือ ต่อสมาชิกสภาเพื่อการนำไปใช้ที่มากยิ่งขึ้น เฉกเช่นเดียวกับประเด็นเรื่องของการวิเคราะห์ สาระสำคัญของกฎหมายต่าง ๆ ที่ในรายงานฉบับนี้บอกว่าในปี ๒๕๖๓ ท่านมีการวิเคราะห์ สาระสำคัญของกฎหมายที่เข้าสู่สภาทั้งหมด ๗ ฉบับด้วยกัน ด้วยความเคารพ ฉบับ กสทช. ผมได้ แต่ฉบับหนึ่งที่อยากจะยกตัวอย่างแล้วคาบเกี่ยวกับรายงานฉบับนี้ก็คือ กรณีของ การวิเคราะห์การแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาที่เกี่ยวข้องกับการทำแท้ง หรือการยุติ การตั้งครรภ์ ท่านทราบไหมครับว่าการวิเคราะห์ของท่านมาถึงในขณะที่กรรมาธิการกำลัง พิจารณาในวาระ ๒ แล้ว พูดง่าย ๆ ก็คือไม่ทันในการพิจารณาในวาระ ๑ โชคดีเพื่อนผม ดอกเตอร์กรรภิรมย์ โกมลารชุน ที่อยู่ ม. ธุรกิจบัณฑิตย์ เขาศึกษาเรื่องนี้มาโดยตรง ก็ช่วยท่านในการทำงาน ผมเองก็เคยถูกทาบทามจากท่านให้ทำการวิเคราะห์ พ.ร.บ. วิชาชีพ สังคมสงเคราะห์ แต่ผมเองไม่ได้ทำให้เมื่อหลายปีที่ผ่านมา ประเด็นของผมก็คือว่า อะไรคือจุดที่ท่านจะใช้ในการเลือก แล้ววิเคราะห์ว่ากฎหมายใดที่ท่านจะวิเคราะห์ ให้สภาแห่งนี้ ซึ่งในส่วนตัวเอกสารของท่านดีมาก ผมเองอยากจะได้ทุกฉบับ อยากจะได้ ทุกการวิเคราะห์แต่มันได้ไม่ครบ มันได้ไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ที่จะนำไปสู่การประกอบ การพิจารณา นั่นเป็นประเด็นที่ ๒ ครับ🔗
ประเด็นที่ ๓ ท่านประธานครับ ที่ผมเองได้มีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วม กับสถาบันพระปกเกล้า ก็ต้องขอบพระคุณท่านอาจารย์ ดอกเตอร์ถวิลวดี บุรีกุล ก็คือหลักสูตรที่เรียกว่า ธรรมาภิบาลกับการส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศสำหรับ ผู้บริหารหรือ จีจีอี (GGE) ใส่วงเล็บไว้ก่อนว่าเป็น (หลักสูตรทดลอง) หลักสูตรทดลองนี้ เข้าใจว่าได้มีการดำเนินการในปี ๒๕๖๓ แต่ยังไม่ได้ถูกเขียนในรายงาน เพราะมีการเรียน การสอนกันจริงในปี ๒๕๖๔ นี่เป็นหลักสูตรที่ผมคิดว่า เป็นนวัตกรรมหรือเป็นทางเลือกใหม่ เพราะความเข้าใจของสมาชิกสภามิใช่แต่เพียงเรื่องของการดูกฎหมาย เรื่องของการดูงาน ท้องถิ่น แต่ต้องเข้าใจคอนเซ็ปต์ (Concept) ความเสมอภาค ความเท่าเทียมระหว่างชาย และหญิงที่เป็นจุดอ่อน จุดบกพร่องที่พวกเราอาจจะยังไม่เข้าใจ เราไม่สามารถทำการ วิเคราะห์งบประมาณได้เลย ถ้าเราไม่เข้าใจเรื่อง จีอาร์บี (GRB) เจนเดอร์ เรสพอนสีฟ บัดเจตติง (Gender Responsive Budgeting) เราไม่สามารถวิเคราะห์หรือแก้กฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับผ้าอนามัยสตรี ถ้าเราไม่เข้าใจว่ากันเสียเงินปีต่อปีถึง ๘๐,๐๐๐ บาท ของผู้หญิงต่อหนึ่งคนนั้น มันมีผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของครอบครัวของเขาอย่างไร ซึ่งสิ่งเหล่านี้อยู่ในหลักสูตรนี้ครับ แต่ท่านประธานทราบไหมครับ มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมัครไปเรียนอยู่แค่ ๔ คน เสียดายครับ อยากให้ท่านผลักดันประชาสัมพันธ์ให้ ส.ส. ได้มีโอกาสเข้าถึงหลักสูตรแบบนี้ นอกเหนือจากข้าราชการที่ทราบมาว่ามีผู้สนใจสมัคร เข้าเรียนเป็นจำนวนมาก นั่นเป็นประเด็นที่ ๓ ครับ🔗
ผมขออนุญาตไปเร็ว ๆ ในประการที่ ๔ และประการที่ ๕ ควบรวมกันไปครับ ก็คือประเด็นเรื่องของหลักสูตรต่าง ๆ นั้น ผมเองไม่ค่อยได้เห็นว่าท่านมีการติดตามหรือไม่ ว่าหลักสูตรที่อบรมกันไปแล้วนั้น ได้รับผลสัมฤทธิ์อย่างไร ในระยะกลางหรือระยะยาว ระยะสั้นแน่นอนครับ ท่านเขียนคอมเมนต์ (Comment) มาให้ผมเขียนกลับไปว่า หลักสูตร ผู้ช่วย ส.ส. หลักสูตรผู้เชี่ยวชาญ ส.ส. นั้นเป็นอย่างไร แต่ผมเองอยากเข้าใจว่างบประมาณ ที่เราลงทุนไปนั้นก่อให้เกิดประโยชน์จริง ๆ แล้วหลักเกณฑ์เดียวกันนี้ก็ควรจะต้องเป็น หลักเกณฑ์เดียวกันกับการให้รางวัลกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีธรรมาภิบาลต่าง ๆ ที่เป็นประเด็นที่ ๕ ที่ผมคิดว่าท่านทำได้ดี แต่อยากให้เห็นกระบวนการติดตามที่ต่อเนื่อง มิเช่นนั้นมันกลายเป็นว่า ท้องถิ่นพัฒนาก็จะขึ้นอยู่กับผู้บริหารท้องถิ่นที่อาจจะเปลี่ยนตลอด แต่เราไม่อยากจะเห็นอย่างนั้น ทั้งหมดทั้งมวลคือประเด็นที่ผมขออนุญาตตั้งข้อสังเกต กับรายงานประจำปี ๒๕๖๓ ของสถาบันพระปกเกล้า ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมก่อนที่จะอภิปรายให้ความเห็นหรือ เสนอแนะต่อสถาบัน ก็ขอชมเชยสถาบันว่าได้ทำรายงานรูปเล่มที่ผมถืออยู่ในมือและอ่าน มีความสวยงาม กะทัดรัด แล้วก็มีรายละเอียด แล้วก็โครงการต่าง ๆ ที่ให้ความกระจ่าง กับสมาชิกได้เป็นอย่างดีครับท่านประธาน นั่นเป็นประการที่ ๑🔗
แต่อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะอภิปรายเข้ารายละเอียด ผมอยากจะทบทวน พระราชบัญญัติสถาบันพระปกเกล้า ปี ๒๕๔๑ เพื่อเตือนความจำนิดหนึ่งว่าโดยวัตถุประสงค์ แล้วผมว่าส่วนใหญ่ ๑๐ ข้อ ที่เขียนไว้จะลงด้วยคำว่า เพื่อพัฒนาประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของวิจัยและสนับสนุนการวิจัยเพื่อพัฒนาประชาธิปไตย ศึกษาวิเคราะห์ทางวิชาการ ต่าง ๆ เพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาประชาธิปไตย อันนี้คือประเด็นที่ผมยกขึ้นมา หรือเผยแพร่และสนับสนุนการเผยแพร่ประชาธิปไตยตามรัฐธรรมนูญ เป็นต้น ที่พูดอย่างนี้ เพื่อให้เห็นถึงการเชื่อมโยงในประการต่อมากับยุทธศาสตร์ที่สถาบันได้วางไว้ ๖ ยุทธศาสตร์ แล้วก็มีวิสัยทัศน์ที่เชื่อมโยง โดยเฉพาะเป็นสถาบันชั้นนำด้านพัฒนาประชาธิปไตย อันนี้ตรงกับ วัตถุประสงค์และไปเติมคำว่า ธรรมาภิบาลและสันติวิธี อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เกื้อหนุนให้เกิด การมีธรรมาภิบาลและสันติวิธีที่มีกระบวนการประชาธิปไตย แต่อย่างไรก็ตามผมมาดูสำนัก ที่ไปตอบโจทย์ตรงนี้ ผมสนใจสำนักนวัตกรรมเพื่อประชาธิปไตย สนใจวิทยาลัยพัฒนา การปกครองท้องถิ่น สำนักบริการวิชาการ และสำนักวิจัยและพัฒนา อันนี้อาจจะเป็น หลักรองผมคิดว่าอันนี้ต้องทำให้ชัด แล้วก็ไปดูในยุทธศาสตร์เพื่อเชื่อมโยงกับกลไก ของสำนักต่าง ๆ ที่วางไว้ ๖ ยุทธศาสตร์ ประเด็นของผมก็คือว่า ในรายงานมันก็อธิบาย ผลงานของยุทธศาสตร์ แต่ผมอยากให้มีผลงานของสำนักสักนิดหนึ่งว่า ไปตอบเรื่อง ประชาธิปไตยตามวัตถุประสงค์มากน้อยแค่ไหน อาจจะเป็นกิจกรรมหรือโครงการ อันนี้ไม่แน่ใจว่าจะอยู่ในเอกสาร แต่พยายามอ่านก็ยังไม่พบเห็น🔗
ในประการต่อมา ผมดูผลงานผมจะยกตัวอย่างบางยุทธศาสตร์ที่ส่วนใหญ่ ก็ทำได้ดี ยุทธศาสตร์ที่ ๑ ก็คือการพัฒนาองค์ความรู้เพื่อการพัฒนาประชาธิปไตย ธรรมาภิบาลและสันติวิธี อันนี้ล่ะมีปัญหานิดหน่อยว่าตรง ๆ ที่จะตอบผมคิดว่า อาจจะต้องเชื่อมโยง เพราะว่าโครงการที่ใส่เข้าไปในอันนี้มาจากวิจัยหรือรายงานส่วนใหญ่ ผมยกตัวอย่างเช่น ประชานิยมในประเทศไทย ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์ที่พรรคการเมืองใช้หาเสียง หรือแม้กระทั่งโครงการผู้หญิงกับการเลือกตั้ง เป็นต้น แต่ว่าการเชื่อมโยงตรงนี้เพื่อไปบอก ตามวัตถุประสงค์ ผมคิดว่าอาจจะต้องทำหรือไม่อย่างไรเป็นคำถาม🔗
ในยุทธศาสตร์ที่ ๒ ผมเชื่อมได้ ๒ เรื่อง คือการพัฒนาผู้นำให้เป็นผู้นำ ทางความคิด แล้วก็ทำงานเพื่อเผยแพร่ประชาธิปไตย ธรรมาภิบาล สันติวิธี แล้วก็มาสู่ หลักสูตรที่ปรากฏอยู่ในพันธกิจที่ ๒ ไม่ว่าจะเป็นหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูง หลักสูตร ประกาศนียบัตร หรือหลักสูตรสัมฤทธิบัตร วุฒิบัตร เป็นต้น ผมคิดว่าสถาบันก็ทำหลักสูตรนี้ ได้ดี เพียงแต่ว่าผู้เรียนขอเน้นว่า ผู้เรียนที่เข้าตามหลักสูตรในหลายรุ่นหลายพันคน ผมอยากให้ สถาบันได้ประเมินผลของผู้เรียนว่า ได้นำไปใช้ประโยชน์อย่างไร อยากให้แสดงไว้ในผลงาน ก็จะเป็นการดี เพราะว่าเราจะได้ตอบโจทย์ได้ว่าผู้เรียนได้นำความรู้ไปใช้มากน้อยแค่ไหน อันนี้ก็เป็นประเด็นที่ผมอยากจะให้ทำในรายงาน เพื่อจะทำให้การพัฒนาประชาธิปไตย บางเรื่องที่ได้เรียนมาใช้ในชีวิตประจำวันหรือไปเผยแพร่ต่อองค์กรของตนเองหรือต่อชุมชน ท้องถิ่น🔗
ในประเด็นต่อมา ผมดีใจที่มียุทธศาสตร์การพัฒนาและสร้างความเป็น พลเมือง ซึ่งต่อเนื่องกันมาหลายปีแล้วที่ไปทำกับโรงเรียนพลเมือง เป็นต้น หรือสร้าง ศูนย์ประชาธิปไตยในสถาบันการศึกษา อันนี้ก็เห็นด้วย แต่อย่างไรก็ตามอยากให้ประเมิน สักนิดหนึ่งปีที่แล้วผมก็พูดไว้ในรายงาน🔗
ในประเด็นต่อมาสำนักที่เกี่ยวกับยุทธศาสตร์ที่ ๔ การส่งเสริมงานวิชาการ ของรัฐสภา อันนี้ต้องขอบคุณสถาบันที่ช่วยรัฐสภา แต่ว่ามีหลักสูตรอบรมไม่ว่าจะเป็น บุคลากรของรัฐสภา หรือแม้กระทั่งหลักสูตรผู้ช่วย ส.ส. หลักสูตรผู้ชำนาญการ อันนี้ดี แต่ประเด็นมันอยู่ที่ว่าองค์ความรู้ของผู้อบรมจะทำอย่างไร ผมอยากให้ใส่เรื่องประชาธิปไตย ให้ใส่เรื่องของความเป็นเรื่องธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นแกนหลักของสถาบันไว้ด้วย นอกจาก การอบรมตามหน้าที่ของคนที่อบรมแล้ว นี่คือประเด็นต่อมา🔗
ในประเด็นสุดท้าย ผมคิดว่าการที่จะต้องเสริมสร้างความรู้ในเรื่องของ ประชาธิปไตยเป็นประเด็นสำคัญของสถาบัน เพราะฉะนั้นประชาธิปไตยที่น่าจะลงสู่ กลุ่มองค์กรชุมชนผมยังไม่เห็น ก็อยากจะเสนอแนะว่าประชาธิปไตยจากฐานราก เกี่ยวกับ ท้องถิ่นท่านทำได้ดีแล้ว แต่ว่าในหลักสูตรต่าง ๆ อยากให้เพิ่มความเป็นประชาธิปไตย เข้าไปให้เป็นแกน ผมไม่แน่ใจว่าแกนของพระปกเกล้าก็คือแกนตาม พ.ร.บ. ที่พัฒนา ประชาธิปไตย อันนี้ต้องตอบโจทย์ให้ชัด แล้วก็คิดว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งที่ทำให้สถาบัน ได้วางรากฐานต่อประชาธิปไตยฐานรากบ้าง ทั้งหมดนี้ผมคิดว่าการติดตามประเมิน ในหลักสูตรอบรมที่ผมพูดไปส่วนหนึ่งอยากให้ใส่ในรายงาน เรื่องของผู้ช่วย ส.ส. ที่เติมเข้าไป ในความรู้ของบุคลากรรัฐสภา แล้วก็เติมแกนของประชาธิปไตยในหลักสูตรต่าง ๆ แล้วก็รณรงค์เรื่องเหล่านี้ให้เด่นชัดมากขึ้น ขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาส แล้วก็ขอชมเชย สถาบัน แล้วก็ให้กำลังใจสถาบันด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ขอสลับ หน่อย ท่านสมคิด เชื้อคง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อสักครู่ได้ฟังรายงาน ของท่านอาจารย์จากสถาบันพระปกเกล้า ซึ่งความจริงผมก็ตามงานของท่านมาตลอด แล้วก็ขอขอบพระคุณที่อยู่ที่บ้านก็ได้อ่านหนังสือของพระปกเกล้า โดยไม่ต้องมาเรียน เพราะว่าท่านส่งผมถึงบ้านทุกเดือน แล้วก็บางเล่มต้องขอขอบพระคุณ อย่างกรณี เรื่องประชาธิปไตยรอบโลก อะไรต่าง ๆ หลายเรื่องที่ส่งเข้าไป ซึ่งผมเองก็ถือโอกาส ไม่ต้องซื้อหนังสือเลย ก็เรียนอย่างนี้ว่า เห็นเล่มที่ท่านนำเสนอแล้ว มันสวยแต่มันแพง บางทีทำต้นทุนก็สูง เอาต้นทุนต่ำกว่านี้ก็ได้มันอ่านได้อยู่ แต่ว่ามันสวยดีพิมพ์สี่สีอย่างนี้ เรื่องที่ผมเห็นที่ท่านได้ทำงานก็คือเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ซึ่งเวลาน้อยก็คงไม่ต้องพูดเยอะ ยุทธศาสตร์ที่ ๑ ที่ท่านเขียนก็ชอบเรื่องว่าผู้หญิงกับการเลือกตั้ง ซึ่งโดยทั่วไปแล้วผู้หญิงไทย โดยเฉพาะคนบ้านนอกบ้านนาแบบผมจะไม่ค่อยแสดงออกความคิดเห็นทางการเมือง เวลานี้ มันเป็นปัญหาอะไรก็ไม่รู้ อาจจะเป็นปัญหามาจากวัฒนธรรม อาจจะเป็นปัญหามาจาก เรื่องอื่น ๆ ซึ่งผมอยากให้พระปกเกล้าลองลงไปดูได้ละเอียดลึก ๆ สิว่า ทำไมผู้หญิง กับการเมืองถึงเข้ามามีส่วนร่วมไม่เยอะ โดยเฉพาะทางชนบท ทั้ง ๆ ที่ชนบทบ้านผมก็เจริญ อย่าลืมว่าคุณป้าผมซื้อน้ำยาปรับผ้านุ่มแล้ว ไม่ได้ล้าหลัง แต่ว่าในทางการเมืองยังถดถอยอยู่ เราสถาบันที่เหมือนทางการเมืองเราจะไปดูคนเหล่านี้ หรือไม่ให้ความรู้อย่างไร เมื่อสักครู่ ท่านบอกว่า ท่านก็ไปตามโรงเรียน ไปตามอื่นซึ่งก็ถูกแล้ว แต่ว่าเงื่อนไขต่าง ๆ มันอาจจะ ไม่เหมือนกันในแต่ละแห่ง🔗
อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือเรื่องที่ผมได้ดูแล้วว่าท่านสำรวจข้อมูล แผนที่ความขัดแย้ง ที่เกิดขึ้นเรื่องหนึ่งก็คือว่า ท่านหามูลเหตุของความขัดแย้ง หาความสำคัญของปัญหา ซึ่งรายละเอียดมันอาจจะเยอะ แต่สิ่งหนึ่งที่แบ่งความขัดแย้งเป็น ๔ มิตินี้ผมเอง ก็อยากจะบอกว่า ความขัดแย้งหนึ่งที่ท่านบอกความขัดแย้งทางการเมือง แน่นอน การเมือง มันเป็นเรื่องของความขัดแย้งทางความคิดไม่เป็นอะไร มันเป็นเรื่องปกติต่างคนต่างคิด แต่วันนี้ความขัดแย้งทางการเมืองที่ผ่านมา มันอาจจะไม่ใช่ความขัดแย้งทางการเมือง มันเป็นความขัดแย้งทางความรู้สึกด้วย เหมือนผมชอบหลวงพ่อองค์หนึ่ง อีกคนชอบหลวงพ่อ องค์หนึ่งก็ทะเลาะกัน ทำอย่างไรที่บ้านเมืองนี้มันจะไม่ต้องทะเลาะกัน ทั้ง ๆ ที่เราชอบ หลวงพ่อคนละองค์ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ หลายรายงานก็พยายามที่จะทำเรื่องนี้ พระปกเกล้าทำลองลงรายละเอียดดูว่า ในระยะยาวเรามีแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างไร นำเสนอได้ เพราะผมเชื่อว่าทางคณะครูอาจารย์ท่าน ครูบาอาจารย์ทั้งหลาย ถ้าผมอ่าน ผลงานวิจัยแล้วก็เก่ง เพราะฉะนั้นความขัดแย้งทางการเมืองเป็นความขัดแย้งปกติ เราต้อง มองก่อน บางเรื่อง บางสถาบัน สถาบันที่เป็นปัญหาทางการเมือง หรือสถาบันการศึกษา หรือแนวคิดของคนที่อยู่ในสถาบันนั่นละ เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างปัญหาความขัดแย้ง ทางการเมืองด้วย เพราะฉะนั้นเรื่องนี้สถาบันต้องระมัดระวังในการแสดงความคิดเห็น แม้กระทั่งผมก็พันไปถึงองค์กรอิสระ องค์กรอิสระอาจจะไม่ขึ้นตรงกับใครก็จริง แต่คนที่อยู่ในองค์กรอิสระถ้าพูดออกมาชี้นำ แล้วพูดออกมาเข้าข้างใดข้างหนึ่ง นั่นคือ ความขัดแย้งทางการเมืองที่เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว หรือท่านจะรู้ไม่รู้ไม่ทราบ เพราะฉะนั้น ผมก็หวังว่า สถาบันพระปกเกล้าก็คงเป็นสถาบันหนึ่งที่เราจะลดปัญหาความขัดแย้ง ทางการเมืองลงได้โดยวิธีการอะไรผมไม่ทราบ เพราะผมจะวานเป็นหน้าที่ของท่านมาทำ ผมว่าเรื่องงบประมาณก็คงไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับท่าน เพราะว่าเราก็อยู่ในสภานี้🔗
อีกเรื่องหนึ่ง ความขัดแย้งที่ท่านออกมาก็คือ การใช้ทรัพยากรธรรมชาติ เรื่องนี้เรื่องใหญ่ ถ้ามีเวลาพูดก็คงต้องยาว เพราะอะไรครับ วันนี้เมืองไทย สังคมไทย มันจะเหมือนกันหรือเปล่าไม่รู้ มันมือใครยาวสาวได้สาวเอา ใครที่เข้มแข็ง แหล่งทรัพยากรธรรมชาติ แถวบ้านผม เขตเลือกตั้งผมมันบ้านนอกบ้านนา อำเภอน้ำยืน อำเภอน้ำขุ่น อำเภอทุ่งศรีอุดม ทรัพยากรธรรมชาติก็ไม่ได้มีอะไรมาก แต่ถามว่าเยอะไหม เยอะ อย่างการระเบิดหิน อย่างการทำท่าทราย เหล่านี้เป็นทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งเราเอง เสียโอกาสหลายเรื่อง คนยากคนจนเสียโอกาส โดยไม่ได้รับการแชร์เรื่องพวกนี้ออกมา มันเป็นความเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในประเทศไทยแทบทุกแห่งอาจจะเป็นเคส (Case) ของท่าน ศึกษาลองมาดูว่า ทำอย่างไรความเหลื่อมล้ำเหล่านี้จะลดลงไม่ให้เกิดความขัดแย้ง เรื่องการใช้ ทรัพยากรธรรมชาติ วันนี้บ้านผมก็แย่งน้ำกันพอหน้าแล้ง การแก้ปัญหารัฐบาลก็คล้าย ๆ กัน ไปขุดลอกขุดคลอง มันไม่ใช่การแก้ปัญหามันเป็นการที่นิด ๆ หน่อย ๆ เรื่องใหญ่ยังไม่ได้รับ การแก้ไข ก็สร้างความขัดแย้งได้ ซึ่งท่านอาจจะไปใส่ในรายละเอียด ผมไม่มีคำถามท่าน มีแต่ความคิดของผมที่บอกว่า สถาบันพระปกเกล้าถ้าจะเป็นหลักจริง ๆ นี่ผมก็เชื่อ อาจารย์นะว่า อย่างน้อย ๆ ความเชื่อมั่นของสังคมต้องมีก่อน ถ้าสถาบันออกอะไรมา เขาไม่เชื่อ อุ๊ย พระปกเกล้าหรือ เพราะฉะนั้นปัญหาเรื่องความขัดแย้งต่าง ๆ ไม่ว่าทางการเมือง ไม่ว่าทางเศรษฐกิจ ทางสังคม อยากให้สถาบันระมัดระวังความคิดเห็น เพราะมันละเอียดอ่อน ไม่อย่างนั้นทางพระปกเกล้าออกอะไรไป นั่นแน่ ๆ เข้าข้างนี้อีกแล้ว เข้าข้างนี้อีกแล้ว ซึ่งอยากให้ระมัดระวัง ซึ่งมันอาจจะไม่ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ก็ไม่เป็นไร เพราะแต่ละคนแนวคิดไม่เหมือนกัน แล้วเราก็ต้องเคารพแนวคิดของครูบาอาจารย์ เหล่านั้นด้วย🔗
อีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะฝากไปว่า ความขัดแย้งทางเศรษฐกิจ ผมเองเห็น ท่านเขียนแล้วก็ไม่ได้ลงรายละเอียด เพียงแต่ว่าเป็นกว้าง ๆ ผมอาจจะไม่เน้นใส่ใจ เพราะว่าเรื่องเศรษฐกิจ ผมเองก็ไม่ทราบว่ามันอยู่กับใคร เพราะทุกวันนี้เศรษฐกิจไทยไม่รู้ อยู่กับใคร ไม่รู้ใครผูกขาด รู้แต่ว่าเวลามันมีปัญหาแล้วรัฐบาลแก้ไม่ได้ มันไม่รู้อยู่กับใคร ท่านลองหามาดูสิว่า หมูแพงมันอยู่กับใคร ท่านลองหามาสิว่า ข้าวถูกนี่ใครจัดการ เหล่านี้ คือปัญหาหมด เพราะฉะนั้นผมว่าสถาบันที่เป็นกลางที่สุดคือของท่าน ลองไปทำการวิจัยดู ลองไปทำอะไรดู ให้กำลังใจอาจารย์ทุกท่าน ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ธรรมดาทุกปีก็ต้องต่อว่าท่าน ปีนี้ขอไม่ต่อว่าก็แล้วกัน เพราะว่าท่านประธาน เป็นประธานสภาของสถาบันพระปกเกล้า คือว่าสถาบันพระปกเกล้านี่ เมื่อสักครู่ ท่านบอกว่าได้งบ ๓๐๐ กว่าล้านบาท งบ ๓๐๐ กว่าล้านบาทนี่ เมื่อเทียบกับไทย พีบีเอส (ThaiPBS) ซึ่งก็เป็นทีวี (TV) เสรีใช้งบอยู่ ๒,๙๐๐ ล้านบาท พ.ศ. ๒๕๖๓ ผมคิดว่าประโยชน์ และความหลากหลายที่เราได้รับมันต่างกันเยอะ ไทยพีบีเอส (ThaiPBS) นี่ทีวี (TV) ในประเทศไทยมีเยอะมาก แล้วก็ตลาดวิชา ตลาดความรู้ทางอินเทอร์เน็ต (Internet) ทางโซเชียล (Social) ก็เยอะ ที่เราเสียเงินไปเกือบ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ต่อปี เพราะฉะนั้น สถาบันพระปกเกล้าคือ การพัฒนาคน ท่านพัฒนาคนในหลายรูปแบบ แต่ว่ายังไม่ครอบคลุม ท่านประธานชวน ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน วันนี้ ส.ส. โควตาพรรคที่จะไปเรียนกับสถาบัน พระปกเกล้านี่แย่งกัน มีมา ๒ คน แล้วก็ใครจะไปเรียนก็แย่งกัน อยากจะให้ว่า ส.ส. แต่ละรุ่น แต่ละสมัย บางคนก็มาใหม่ บางคนก็เป็น ส.ส. เก่าส่วนมากแล้วก็อยากจะเรียน ดังนั้นอยากจะให้ท่านประธานได้กำหนดว่า ส.ส. ที่เข้ามาได้รับเลือกตั้งแรกหรือครั้งที่ ๒ ที่ยังไม่มีโอกาสได้เข้าเรียน อยากให้เขามีโอกาสได้เรียน เรียนเต็มที่เลยครับ เพราะเขาจะได้ เรียนรู้และมีประสบการณ์ในการพัฒนาตนเอง ผมเรียนมาตั้งกี่ปีแล้ว รุ่น ๑ รุ่น ๒ สมัยปี ๒๕๔๓ ปี ๒๕๔๔ แล้ว ดังนั้นก็อยากจะขอว่าให้สิทธิแก่ ส.ส. ที่เขาอยากจะเรียน แล้วก็ผู้ช่วย ส.ส. ผู้ช่วยดำเนินการมีอยู่ ๘ คน ทั้ง ๘ คน จะต้องรับรู้เรื่องประชาธิปไตย เรื่องการทำงานในสภาผู้แทนราษฎร เรื่องความรู้รอบตัวทั้งหลาย ก็อยากให้เขาได้พัฒนา ตนเอง ผู้ช่วย ส.ส. ผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการอีก ๘ ท่าน อยากให้มีสิทธิที่จะได้เรียนมากขึ้น วันนี้ก็แย่งกันเรียน ก็ไม่มีโอกาสก็รอไป บางทีก็ไม่มีโอกาสเลย อันนี้อยากจะให้ท่านประธาน ได้ดูว่างบ ๓๐๐ ล้านบาทนี่ถ้ามันจะมากขึ้นเพื่อองค์ความรู้ งานวิจัยต่าง ๆ แล้วก็พัฒนาคนนี่ ผมว่ามันน้อยไป ก็อยากจะให้ท่านได้ดูแลงบประมาณปีต่อ ๆ ไปให้มากขึ้น แล้วก็วิสัยทัศน์ ของท่านครับ สถาบันวิชาการชั้นนำด้านการพัฒนาประชาธิปไตย ธรรมาภิบาล และสันติวิธี เพื่อประโยชน์ส่วนรวม ก็อยากจะให้ท่านได้พยายามเข้าใกล้วิสัยทัศน์ให้มากขึ้น ๆ เพราะว่า ประเทศเราจำเป็นจะต้องพัฒนาคนให้เข้าใจประชาธิปไตยแบบบ้านเรา จะเอาอย่างไร ก็ออกแบบมา แล้วก็ให้เข้าถึงเป้าหมายที่เราต้องการ ไม่ใช่ว่าประชาธิปไตยเหมือนยุโรป มันจะประสบผลสำเร็จ วันนี้จีนคอมมิวนิสต์อยู่ร่วมกับทุนนิยม อันนี้คือความสำเร็จ ที่ผลในการพัฒนามา ๓๐ ปีนี้ ทำให้การอยู่ร่วมกันระหว่างคอมมิวนิสต์กับประชาธิปไตย กับตลาดทุนอยู่ด้วยกัน ดังนั้นรูปแบบของประเทศไทยผมคิดว่าก็เป็นเอกลักษณ์ของประเทศไทยที่ผมอยู่ ในการเมืองมานาน สุดท้ายนี้มันก็เป็นรูปแบบของประเทศไทยจริง ๆ แต่ว่าไม่อยากจะให้มี ความขัดแย้งที่มันรุนแรง อยากให้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ไปได้ แล้วก็ประชาชน มีความสุข ก็ฝากท่านประธานว่าเรื่องงบประมาณ ไม่ต้องพูดถึง สจ. ไม่ต้องพูดถึงนายก อบต. เทศบาล แล้วก็สมาชิก ผมอยากจะแนะนำทางสถาบันว่า ถ้ามีการเรียนออนไลน์ (Online) หรือระบบซูม (Zoom) เปิดหลักสูตรที่เสรีทางโซเชียล (Social) แล้วก็ให้เขาเข้ามา ศึกษา โดยที่เข้ามาลงทะเบียนแล้วก็เรียนให้ครบชั่วโมงว่า หลักสูตรอะไรบ้าง ให้เขาสมัคร เข้ามาทางโซเชียล (Social) อันนี้จะเป็นการพัฒนาคนได้ทีเดียวจำนวนมาก ท่านอาจจะมี บล็อกเชน (Blockchain) ของท่าน คือระบบของท่านที่มันใหญ่แล้วก็สามารถที่จะพัฒนา ผู้นำองค์กร เสร็จแล้วก็ไปสู่พี่น้องประชาชน อันนี้อยากจะให้ท่านได้ให้ความรู้ทีละมาก ๆ ให้มันทั้งประเทศ ทั้งองค์กร สมมุติกำนัน ผู้ใหญ่ กำนัน ผู้ใหญ่บ้านเปลี่ยนอยู่เรื่อย เลือกตั้ง มาก็เปลี่ยน เปลี่ยนเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้นหลักสูตรของเราถ้าเกิดว่าสามารถที่จะอบรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เรื่องประชาธิปไตย เรื่ององค์ความรู้ต่าง ๆ ได้ทีเดียว ๗๐,๐๐๐ คนนี้ มันก็จะเป็น อานิสงส์ แล้วก็เป็นการเรียนรู้ที่รวดเร็วก็ฝากท่าน ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณหมอเพชรดาว โต๊ะมีนา ครับ🔗
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคภูมิใจไทยค่ะ ดิฉันขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสดิฉันได้ร่วมอภิปรายรายงาน ประจำปี ๒๕๖๓ ของสถาบันพระปกเกล้านะคะ ดิฉันขออนุญาตพูดใน ๒ สถานะค่ะ ในฐานะที่เคยเป็นศิษย์เก่าของสถาบันพระปกเกล้า ก่อนที่จะมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร🔗
ในฐานะแรก ดิฉันได้เรียน ๒ หลักสูตรของสถาบันพระปกเกล้าคือ หลักสูตร เสริมสร้างสังคมสันติสุข รุ่นที่ ๒ และหลักสูตรผู้นำการเมืองยุคใหม่ รุ่นที่ ๖ ต้องบอกเลยค่ะ ว่าการสมัครเข้าไปเรียน ตอนนั้นไม่ได้เป็น ส.ส. นี้ ไม่ได้ง่ายเลยนะคะ นอกเหนือจาก คุณสมบัติ นอกจากความตั้งใจ แล้วก็การคัดสรรนักศึกษาที่จะเข้าเรียนของสถาบัน พระปกเกล้านี้ต้องบอกว่า ค่อนข้างมีคุณภาพค่ะ แล้วกว่าจะจบหลักสูตรมา ถ้าคุณไม่เรียน ครบตามชั่วโมงที่ได้กำหนดไว้ก็ไม่สามารถที่จะรับประกาศนียบัตร ต้องเรียนกับรุ่นน้องอีก อันนี้ก็ขอชื่นชมนะคะ ถ้าเปรียบเทียบกับหลักสูตรอื่น ๆ ที่เคยเรียน มักจะมีการเซ็นชื่อ โดยที่ไม่เข้าเรียนอะไรต่าง ๆ นานา และจากหลักสูตรเสริมสร้างสังคมสันติสุข ในของรุ่นดิฉัน ได้ทำเรื่องของสันติธานี เชื่อมโยงกับงานที่ดิฉันทำในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรด้วยค่ะ แล้วก็มีรุ่นน้องค่ะ หลักสูตร ๔ ส. ๑๒ ซึ่งเป็นหลักสูตรที่กำลังศึกษาอยู่ ปัจจุบันนี้ก็ได้ไปเยี่ยม ที่จังหวัดปัตตานี แล้วก็จะต่อยอดจากที่รุ่นพี่เรียนเรื่องสันติธานีว่า จะทำอะไรได้บ้าง อันนี้เป็นเรื่องดีมากเลยค่ะ แล้วก็เรื่องสันติธานีดิฉันยังได้มีโอกาสนำเรื่องราวของจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ที่ผ่านหลักสูตรของพระปกเกล้าไปนำเสนอในฐานะสมาชิกสหภาพรัฐสภา ที่ต่างประเทศด้วย อันนี้ขอชื่นชมค่ะ🔗
เรื่องของหลักสูตรอีกหลักสูตรหนึ่งคือ ๔ ส. ใต้ค่ะ อาจจะไม่ได้จาก งบประมาณโดยตรงของสถาบันพระปกเกล้า แต่เป็นหลักสูตรที่ดีมากที่มันเชื่อมโยงกับ หลักสูตรใหญ่ของ ๔ ส. เช่นกัน อยากจะให้ทางสถาบันพระปกเกล้า หางบประมาณเพิ่มเติม เพราะตอนนี้ทราบว่าได้หยุดไปแล้ว อันนี้มีความสำคัญกับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ค่อนข้างเยอะค่ะ🔗
ประเด็นถัดมา ในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเหมือนที่ท่านสมาชิก หลายท่านได้พูดไปว่า ได้รับเอกสาร ได้รับหนังสือซึ่งมีประโยชน์มากค่ะ แต่ดิฉันก็เน้นย้ำว่า ถ้ามีการร้องขอหนังสือที่น่าสนใจสำหรับสมาชิกแต่ละท่าน เพราะแต่ละท่านอาจจะ มีความสนใจไม่เหมือนกัน ไม่ต้องส่งไปให้ทุกท่านค่ะ เพราะว่าเป็นการสิ้นเปลือง แล้วบางท่านก็ไม่ได้สนใจในหัวข้อหรือหนังสือที่เราส่งไปทั้งหมด🔗
อีกประการหนึ่ง หลายท่านพูดถึงเรื่องผู้หญิงไทยกับการเลือกตั้ง โอกาส สู่ความเสมอภาค อันนี้เป็นเรื่องดีแล้วก็เป็นข้อมูลสำหรับดิฉันด้วยว่า ดิฉันได้รับเชิญจาก สถานทูตออสเตรเลียให้มีการพูดคุยในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้หญิงมุสลิม ในสภา ดิฉันก็จะมีข้อมูลตรงนี้สำหรับดิฉันเป็นอย่างดี🔗
ถัดไปมีเรื่องของพีซ เซอร์เวย์ (Peace Survey) เป็นการศึกษาวิจัย เพื่อสำรวจพรมแดนความรู้และนำไปสู่การปฏิบัติ อันนี้เป็นเรื่องดีมากที่ทำกับหลากหลาย หน่วยงาน หลากหลายสถาบันในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพราะยังยืนยันสะท้อนให้เห็นว่า ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ยังเชื่อในแนวทางสันติวิธี แต่ก็ยังไม่เห็นความก้าวหน้าของรัฐ สักเท่าไรนักนะคะ🔗
ประเด็นถัดมา เรื่องของงานวิชาการ ดิฉันได้มีการขอการบริการทางวิชาการ เพื่อดำเนินการวิจัยตามการร้องขอหรือควิก รีเสิร์ช (Quick research) ซึ่งใช้เวลาเพียง ๒-๓ เดือนในหัวข้อความท้าทายขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการจัดการภาวะภัยพิบัติ โรคระบาดไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) แล้วก็ดิฉันได้รับผลงานวิจัยนี้อย่างรวดเร็วและทันใช้ ในสถานการณ์ช่วงโควิด (COVID) นี้ด้วย ก็ต้องขอขอบคุณค่ะ🔗
ส่วนเรื่องหลักสูตรการอบรมสำหรับบุคลากรในวงการรัฐสภา หลักสูตร ผู้ช่วยผู้ชำนาญการ ผู้เชี่ยวชาญ อันนี้ตามที่หลายท่านได้พูดถึงว่าเป็นหลักสูตรที่ดีมาก ผู้ช่วยผู้ชำนาญการ ผู้เชี่ยวชาญของดิฉันผ่านหลักสูตรนี้อย่าลืมว่า เขามาจากปัตตานี แล้วช่วงนั้นยังไม่มีโควิด (COVID) แล้วเขาได้มีโอกาสมาอบรมที่สถาบันพระปกเกล้า เป็นการพูดคุยปากต่อปากจนถึงทุกวันนั้น และสุดท้ายได้รับประกาศนียบัตรจากมือ ท่านประธานสภาคือ ท่านชวน หลีกภัย เป็นที่สร้างความภาคภูมิใจ แล้วก็ประโยชน์ ที่เขาได้จากการอบรมของสถาบันพระปกเกล้า เป็นเรื่องดีมากช่วยงานดิฉันได้มากทีเดียวค่ะ🔗
ประเด็นถัดมาเรื่องช่องทางการสื่อสาร ดิฉันพยายามดูว่าดิฉันรู้จักสถาบัน พระปกเกล้า นอกเหนือจากที่เคยเป็นศิษย์เก่านั้นจากไหนบ้าง จากรายการทีวีเดอะคีย์ค่ะ ไขการเมือง อันนี้เป็นรายการที่ดีมากนะคะ แต่พอไปดูเรื่องของเฟซบุ๊ก (Facebook) วิทยุ มุ่งสู่ประชาธิปไตยกับสถาบันพระปกเกล้า อันนี้แทบจะไม่ได้ติดตามเลย แล้วก็เรื่องของ เคพีไอ ลิงก์ (KPI link) ค่ะ มีลิงก์ (Link) กับสมาชิกรัฐสภา แต่ดิฉันมีคำถามว่า มีสมาชิก รัฐสภาเข้าถึงมากน้อยแค่ไหน มีการประเมินหรือเปล่า ดิฉันเสียดายค่ะ เป็นงานวิชาการดี ๆ ของสถาบันพระปกเกล้า🔗
อีกประเด็นหนึ่ง เรื่องของการจัดสัมมนา ดิฉันอ่านในนี้ในหน้า ๑๐๗ เรื่องบทบาทของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับการทำงานภายใต้วิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับ เอ็นดีไอ (NDI) พอดีดิฉันเป็นสมาชิกที่ปรึกษาด้านสุขภาพ ของสหภาพรัฐสภา ต้องขอบคุณท่านประธานชวน หลีกภัย ที่ได้คัดเลือกดิฉันให้เป็นหนึ่ง ในที่ปรึกษาแค่ ๘ คนในทั้งหมดของสมาชิกสหภาพรัฐสภาทั้งหมดนี้นะคะ ปรากฏว่าเขาได้มี การสัมภาษณ์ดิฉันในการทำงานในช่วงโควิด (COVID) ดิฉันยังเสียดายเลยค่ะว่า น่าจะมีการ เชื่อมโยงค่ะ ไอพียู (IPU) ที่อยู่ในสภากับงานของสถาบันพระปกเกล้า อะไรที่มันเกี่ยวข้องกัน น่าจะมีการประสานเชื่อมโยงเชื่อมต่อ เพื่อให้ได้ข้อมูลได้ประสิทธิภาพมากขึ้นนะคะ🔗
ประเด็นสุดท้าย ดิฉันเห็นมีโครงการปลูกฝังเยาวชนชายแดนใต้ เป็นกลุ่ม ประธานนักเรียนในโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาจังหวัดยะลา ๖๓ คน ๒๒ โรงเรียนค่ะ ดิฉันทราบค่ะว่าเป็นโครงการที่ดี แต่คำถามค่ะ การติดตาม การขยายผลมีมากน้อยแค่ไหน และถ้าจะนำไปสู่วิสัยทัศน์สถาบันวิชาการชั้นนำด้านการพัฒนาประชาธิปไตย ธรรมาภิบาล และสันติวิธีเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ดิฉันคิดว่าการปลูกฝังเรื่องเหล่านี้ให้กับเยาวชน สถาบัน พระปกเกล้ายังทำได้น้อยค่ะ อย่างอื่นดิฉันขอให้กำลังใจและชื่นชมค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณคุณหมอครับ เหลืออีก ๒ ท่าน แล้วสถาบันก็จะชี้แจง หลังจากนั้นเราก็จะมีเรื่องเพื่อทราบ อีกเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องสุดท้าย คือเรื่องของการปฏิบัติงานของศาลปกครอง และสำนักงานศาลปกครอง ซึ่งเจ้าหน้าที่มารออยู่แล้ว ต่อไปขอเชิญ พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ เป็นงานรียูเนียน (Reunion) ของศิษย์เก่าพระปกเกล้าหลาย ๆ ท่าน ผมก็ไม่อ้างหรอกครับ พูดตรง ๆ เลยครับว่า เป็นศิษย์เก่า แต่ไม่ได้เรียนเรื่องการเมือง แต่เป็นการเรียน ในเรื่องเศรษฐศาสตร์สาธารณะ เสียสตางค์ครับ ตอนช่วงผมรู้จักท่านอาจารย์วุฒิสาร ท่านยังถามผมว่าไปสมัคร ส.ส. หรือ พรรคอะไรหรือ พรรคอนาคตใหม่ ลำดับเท่าไร บัญชีครับ ๓๑ ครับ ท่านก็โอ้อย่างนี้ แต่พอผลออกมาท่านก็ตกใจเหมือนกันบอกว่า เพราะฉะนั้นการประเมินของพระปกเกล้าผมยังไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร แต่ในรายงานฉบับนี้ ผมเข้ามาในเนื้อหาก็เป็นการรียูเนียน (Reunion) ผมได้ความรู้ที่พูดในสภาทุกวันนี้ ท่านประธานครับ นี่ละครับที่สอนผม เพราะในห้องเรียน ผมถามทุกท่านที่เข้ามาสอน ไม่มีคนไหนหลุดมือผมไปได้หรอกครับ งบประมาณ ๔๐๐ กว่าล้านบาททุกปี แต่ปีนี้ท่าน ใช้จ่ายไป ๓๐๐ กว่าล้านบาท ลดลงจากปีที่แล้ว ๕๐๐ กว่าล้านบาท ๕๙๙ ล้านบาท ก็ดีครับ ใช้งบประหยัด สงสัยว่าจะได้งบน้อย แต่ถือว่าดีครับ ผมเข้าไปที่หน้าที่ ๑๖๐ ท่านประธาน การดำเนินงานตามข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะของสมาชิกรัฐสภามีอยู่ ๔ ด้านด้วยกัน ด้านการศึกษาวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ ด้านการจัดการศึกษาอบรม ด้านการมีส่วนร่วม ให้บริการวิชาการแก่สมาชิก และด้านการส่งเสริมความเป็นพลเมือง ผมมีอยู่ ๒ ประเด็น อยู่ในนี้ที่สนใจที่เป็นรายงาน🔗
ประเด็นแรก คือประเด็นของด้านการศึกษาอบรม ท่านดูประเด็นที่ ๓ การจัดการศึกษาอบรมในค่ายทหาร ค่ายทหารครับ ผมไม่รู้ว่าท่านไปบอกทหารหรือยังครับ ว่าเลิกยุ่งการเมืองได้แล้ว การเมืองเป็นเรื่องของประชาชน ทหารอยู่กับความมั่นคง ผมไม่รู้ว่า ท่านไปบอกหรือเปล่า เพราะสถาบันที่ไปหารือกับทหารในหลักสูตรทหารนั้น โดยเฉพาะ ทหารใหม่ให้เข้าใจระบบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นพระประมุข แล้วมี นักการเมือง ทหารถูกเสี้ยมสอนอย่างไรหรือเปล่า ท่านไปค้นหาประเด็นนี้เลยว่า การขัดเกลา ในค่ายทหาร ศึกษาเลยครับทำไมถึงมีทัศนคติแบบนั้น ผมก็อยากรู้🔗
ส่วนประเด็นที่ ๒ ที่อยู่ในเรื่องของประเด็นการให้บริการวิชาการแก่ คณะกรรมาธิการและสมาชิก ในด้านการส่งเสริมและการให้บริการวิชาการแก่สมาชิก อันนี้ผมเป็นผู้รับบริการ เกือบทุกเดือนครับ แฮร์คัต อาร์ทิเคิล (Haircut article) ผมชอบ มากเลยสั้น กระชับ เปิดทุกอันอ่านทุกแผ่น พอเปิดซองมาแล้วผมรีบนั่งอ่านเลยครับ หลังจากกลับถึงบ้านปั๊บ เห็นเลยครับแล้วแถมมีหนังสือมา ๑ เล่ม ตอนนี้ผมต้องไปซื้อเชลฟ์ (Shelf) หนังสือใหม่ เฉพาะสถาบันพระปกเกล้าอย่างเดียวเลย แล้วผมอ่านที่นี่ อ่านแล้วขีด อ่านแล้วขีด ขอบคุณท่านอาจารย์ทุกท่านที่อยู่บน เพราะท่านเป็นผู้ทรงคุณวุฒิทุกคน โดยเฉพาะการให้ความรู้ทางด้านวิชาการ และผมก็อยากให้เป็นไปตามนั้น🔗
อันสุดท้าย ในเรื่องของประเด็นที่ผมอ่านเจอ โดยเฉพาะเรื่องของงาน ที่ต้องทำ เรื่องการพัฒนา ประเด็นเรื่องการพัฒนา ประเมินศูนย์พัฒนาภาคพลเมือง ซึ่งเป็นประเด็นสุดท้ายของด้านการส่งเสริมการพัฒนาพลเมือง เรื่องนี้เป็นหัวใจสำคัญ และผมเห็นในประเด็นที่สำคัญทั้งหมด มันจะเป็นเนื้อหาที่ผมกำลังจะตามต่อไป เพราะว่า ท่านตอบทุกประเด็นของสมาชิกรัฐสภา คราวหน้าที่ผมนั่งรอพูดอยู่นี่ทุกคนต้องอยู่ในหน้านี้ ทุกคำถาม ทุกคำตอบที่ท่านจะตอบว่า ท่านไปดำเนินการอย่างไรบ้าง โดยเฉพาะสิ่งที่ผมจะถามท่านในคำถามสุดท้ายครับ ท่านประธานครับ ท่านจะต้อง ดำเนินการในเรื่องของปีหน้าในแผนงานปฏิบัติที่เราเรียกว่า แผนขับเคลื่อนกิจกรรมปฏิรูป ที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อประชาชนอย่างมีนัยสำคัญ บิกร็อก (Big rock) ครับ ผมไม่เห็นมีใครพูดเรื่องบิกร็อก (Big rock) แต่มันไม่อยู่ในรายงานนี้ แต่มันเป็นอนาคต แต่กำลังทำอยู่ ร้อยกว่าล้านครับ ท่านบอกว่าใช้งบประมาณ เงินนอกงบประมาณ เงินรายได้ บีอาร์ ๐๐ (BR 00) บีอาร์ ๐๑๐๒ เอ็กซ์ ๑-๒๓ (X 1-23) ผมไม่ทราบว่า ท่านข้างบนนั้น ท่านอาจารย์รู้หรือเปล่าว่านี่คือรหัสอะไร บิกร็อก (Big rock) ครับ มีโครงการตั้งแต่ บีอาร์ ๐๑๐๒ (BR 0102) เอ็กซ์ ๑ (X 1) เอ็กซ์ ๑๑ (X 11) ไล่ไปเรื่อย เช่น โครงการเยาวชนสร้างสรรค์ นวัตกรรมท้องถิ่น ๑.๙ ล้าน แล้วก็โครงการสุดท้ายคือ เอ็กซ์ ๒๓ (X 23) โครงการนวัตกรรมชุมชน เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็ง และลด ความเหลื่อมล้ำเพื่อบรรลุเป้าหมายพัฒนายั่งยืนในช่วงโควิด (COVID) ที่กำลังดำเนินการอยู่ ปีหน้าต้องมีมาตอบ ต้องอยู่ในเล่มนี้ผมจะรออ่านถ้ายังไม่ปิดสภา ผมว่าจะเป็นผลงาน อันเป็นเลิศของบรรดาท่านอาจารย์ทั้งหลาย เพราะผมเห็นเนื้อหาและโครงการในนั้นแล้ว ถ้าขับเคลื่อนไปตามบิกร็อก (Big rock) ที่อยู่ในเอกสารที่รัฐบาลมุ่งมั่น เชื่อไหมครับ ท่านอาจารย์ครับ ท่านทำวิจัยเลยครับ ๕,๙๐๐ กว่าล้านในบิกร็อก (Big rock) บางแห่ง ไม่ได้ใช้งบประมาณ บางแห่งไปเอาเงินจากมูลนิธิ บางแห่งไปเอาจากที่อื่น ผมยังไม่รู้ว่า บางแห่งไม่มีงบประมาณ ผมว่าแผนขับเคลื่อนนี่จะสัมฤทธิ์ผล ไม่สัมฤทธิ์ผลผมฝากด้วยครับ ท่านอาจารย์ครับ ไปทำวิจัยดู ๕,๙๐๐ กว่าล้านในทุกด้าน ๑๓ ด้านของรัฐบาลที่จะ ขับเคลื่อนเพื่ออะไร เพื่อให้รัฐบาลมีโพรเจกต์ (Project) ที่สวยงามที่สมบูรณ์ แต่ผมว่า ให้คะแนนแค่ เอฟ (F) ครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสุดท้าย พันตำรวจ ทวี สอดส่อง ขอรายงานข้อมูลเพิ่มนิดเดียว หลังจากนั้นก็จะมีอีก ๒ วาระ ซึ่งผู้ชี้แจงมารออยู่แล้วทั้ง ๒ วาระ ขอเชิญท่านทวีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ผมขอมีส่วนแลกเปลี่ยนรายงานของสถาบันพระปกเกล้า ปี ๒๕๖๓ ผมได้ฟังรายชื่อจากท่านประธานได้อ่านผู้มาชี้แจง สิ่งหนึ่งก็คืออยากให้ทุกท่านภูมิใจว่า ความเชื่อมั่นส่วนหนึ่งก็เชื่อมั่นใจตัวผู้มาชี้แจงมาว่า ยังเป็นภาพมีความเป็นประชาธิปไตย มากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ อาจจะไม่ใช่ประชาธิปไตยเต็มใบ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมอยากจะมาแลกเปลี่ยนก็คือ เนื่องจากรายงานฉบับนี้อาจจะมีภาพที่เห็น กับภาพความเป็นจริงของสังคม ก็เลยเป็นห่วงสถาบันพระปกเกล้าว่า ท่านต้องทำงานหนัก คือสถาบันได้ยกวิสัยทัศน์ คือเป็นสถาบันชั้นนำในการพัฒนาประชาธิปไตย ท่านประธาน ที่เคารพ ทราบไหมครับว่าถ้าเราดูรายงานในประเทศก็จะมีรายงานสถานะประชาธิปไตย ของเราถ้ารายงานของวีเด็ม (VDEM) คือองค์กรที่มีการตรวจสอบ เราก็อยู่ในกลุ่มประเทศ ที่เป็นเผด็จการแบบปิด เราไปเทียบเคียงอยู่ใน ๓๐ กลุ่มสุดท้ายคือรวันดา แคเมอรูน ที่อยู่ภายใต้กึ่งเผด็จการแบบเบ็ดเสร็จหรือพม่าล่าสุด อันนี้คือภาพที่ถูกมองมา ดังนั้นการที่สถาบันพระปกเกล้า กล้าหาญที่จะไปพัฒนาประชาธิปไตย ผมถือว่าท่านมี ความกล้าในความท้าทายภาพพจน์ประชาธิปไตยของสภา ท่านประธานเราอาจจะต้องมองกัน บางทีถูกมองในเงามืดของความเป็นประชาธิปไตยจากผู้ที่มอง ผู้ที่ผมไปสัมผัส ซึ่งอันนี้ ทุกอย่างไม่มีสว่างหมด อย่างน้อยก็มีตัวบุคคลหลายคนที่มีความเข้มแข็ง มีความกล้าหาญ ที่จะยืนบนความถูกต้อง ผมชื่นชมหลายท่านรวมทั้งท่านประธานอยู่ด้วย ดังนั้นผมจึงมี ความสงสัยว่าวิสัยทัศน์ที่ท่านตั้งไว้จะไปพัฒนาประชาธิปไตย ผมอ่านในรายงานกิจกรรม พวกนี้มันใช่หรือไม่🔗
อีกข้อหนึ่งก็คือ ท่านต้องการให้มีธรรมาภิบาล ท้าทายมาก วันนี้ดัชนี การคอร์รัปชัน ของเราจาก ๑๘๐ ประเทศ เมื่อปีที่แล้วท่านนายกฯ หรือหลายคนมาชี้แจง ในตอนอภิปรายก็บอกว่า เราอยู่ในที่ ๑๐๔ จาก ๑๘๐ ประเทศ คะแนน ๓๖ จาก ๑๐๐ ก็ดีใจ ก็บอกว่าทุกหน่วยก็เอางบประมาณที่ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้าน จะไปแก้ปัญหาการคอร์รัปชัน เมื่อเร็ว ๆ นี้ออกมาแล้ว ดัชนีคอร์รัปชันของเราจากที่ ๑๐๔ วิ่งไปที่ ๑๑๐ คะแนนก็ต่ำมาอีก ๑ คะแนน แต่ที่ลงไปเยอะจาก ๑๘๐ อันนี้คือถามว่าการไปสร้างธรรมาภิบาลของสถาบัน พระปกเกล้า ถ้าท่านกล้าหาญตั้งวิสัยทัศน์ขนาดนี้ ความล้มเหลวของสังคมไทย สถาบัน พระปกเกล้าอาจจะต้องเข้ามามีส่วนร่วมไหม ผมยังมองว่าอยากจะเพิ่มวิสัยทัศน์ ถ้าสถาบัน พระปกเกล้าสามารถทำได้ คือสถาบันพระปกเกล้ามองว่ายืนอยู่กับฝ่ายนิติบัญญัติ อยู่กับรัฐสภา เพราะอย่างน้อยที่สุดท่านประธานรัฐสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎรปัจจุบัน ก็ไปเป็นประธาน เราจะถึงเวลาหรือยังที่จะทำกฎหมายให้เป็นกฎหมายที่มีหลักนิติธรรม ถ้ากฎหมายยังเป็นสมบัติส่วนตัวของคนกลุ่มหนึ่ง แล้วเมื่อคนอีกกลุ่มหนึ่งเข้าไปทำตาม กฎหมายบังคับใช้กฎหมายคนกลุ่มนั้นจะไม่มีสิทธิได้ต่อสู้เลย เพราะกฎหมายจำนวนมาก เป็นกฎหมายที่เราตั้งเป็นรูปคณะกรรมการ เราเขียนกฎหมายหลักการดีเลย แล้วส่งให้ไปอยู่ ในอุ้งมือของคณะกรรมการ เราไปกวักมือเรียกเขามา เรียกคนต่าง ๆ มา แล้วคณะกรรมการ ต่าง ๆ พอเข้าไปทำแล้วท่านประธานก็จะรู้ว่า บางครั้งเมื่อลายลักษณ์อักษรออกมาอย่างนี้ ก็จำเป็นต้องบังคับใช้กฎหมาย ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ไม่ใช่กฎหมายออกในยุค สภาผู้แทนราษฎร กฎหมายออกในยุคของ พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ บูโด สุไหงปาดี ที่ ๒๖๐,๐๐๐ ไร่ ปรากฏว่าได้มีการพิสูจน์มาแล้วว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์เป็นการประกาศว่า ป่ารุกคน ไม่ใช่คนรุกป่าสมัยท่านประธานเป็นนายกรัฐมนตรีก็บอกให้มีมติ ครม. ไปพิสูจน์ ถ้าราษฎรอยู่ก่อนก็ให้ราษฎรไป ถ้าอยู่ก่อนกฎหมายก็ให้เป็นเอกสารสิทธิ วันดีคืนดีพอพิสูจน์ เสร็จ แม่ทัพภาค ๔ หน่วยงานต่าง ๆ ไปส่งประกาศว่า ราษฎรกลุ่มนี้ประมาณ ๑๗,๐๐๐ ไร่ อยู่ก่อนอุทยาน แต่รัฐบาลกลัวว่าจะไปกระทบที่อื่น ก็ไปประกาศ พ.ร.บ. อุทยาน ระบุว่าคนที่อยู่ในเขตอุทยานทั้งหมดเป็นผู้บุกรุก แทนที่เขาจะมาพิสูจน์ว่า เขาจะได้ป่า แต่มีความเมตตาเขาหน่อยบอกว่ามาแสดงตัวใน ๒๒๐ วัน แล้วจะจัดให้คุณเป็นผู้อาศัย สัก ๒๐ ปี กฎหมายลักษณะอย่างนี้ผมถือว่าเป็นกฎหมายละเมิดสิทธิมนุษยชน เพราะทั้งที่ รัฐเองไปแจกที่โรงแรมในจังหวัดปัตตานีเลยว่า ป่ารุกคุณ ป่ารุกประชาชน อย่างนี้เป็นต้น ผมจึงอยากให้สถาบันพระปกเกล้าท่านลองปรับมาสิว่า เดินมาที่กฎหมายก่อนให้กฎหมาย มีความเป็นธรรม แล้วสุดท้ายครับ ขอสักนิดหนึ่ง ท่านบอกสันติวิธี อันนี้สำคัญมากเลยครับ ข้อมูลทางสังคม มีความซับซ้อน คุณหมอเพชรดาวได้บอกพีซ เซอร์เวย์ (Peace Survey) ท่านลองไปดูสิครับ เกือบ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ประชาชนบอกเหตุการณ์ภาคใต้ยังรุนแรงพีซ เซอร์เวย์ (Peace Survey) สุดท้ายและยังเหมือนเดิม มีเพียง ๒๕ เปอร์เซ็นต์มีความรู้สึกดี แต่พอทางกลาโหม มาชี้แจงดี ๆ อันนี้หมด จนกระทั่งดีจนนราธิวาสยากจนที่สุด ตอนนี้ปัตตานีมายากจนที่สุด ๒ จังหวัดเป็นอย่างนี้หมด เพราะเขาคิดความมั่นคงของมนุษย์มีความสำคัญน้อยกว่า ความมั่นคงของเจ้าหน้าที่รัฐครับ ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗
ท่านเลขาธิการ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ก่อนอื่นผมต้อง กราบขอบพระคุณท่านผู้อภิปรายทั้ง ๗ ท่านที่กรุณาให้ข้อคิดเห็น แล้วก็ข้อเสนอแนะ ในการทำงานที่เป็นประโยชน์กับสถาบัน แล้วก็สถาบันก็รับที่จะนำไปปรับปรุงเพิ่มเติม แล้วก็ในปีหน้าการรายงานผลก็จะนำมาซึ่งสิ่งที่ท่านได้คอมเมนต์ (Comment)🔗
อย่างไรก็ตาม ผมสรุปอย่างนี้ครับว่า ประเด็นแรกเลยสถาบันรับเรื่อง การนำเสนอในรายงานประจำปีที่จะให้แสดงถึงผลลัพธ์ทางยุทธศาสตร์ที่ชัดเจนขึ้น มากกว่า เรื่องของการพูดเฉพาะว่าเราได้ทำอะไรไป กับการประเมินติดตามผลของผู้เข้ารับการศึกษา อบรมที่จะเกิดประโยชน์ในระยะปานกลาง หรือระยะยาวครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ในเรื่องของระบบการทำงานของสถาบัน โดยเฉพาะระบบ การทำงานที่เชื่อมโยงกับการสนับสนุนงานของรัฐสภา ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า ขออนุญาตรับความเห็นของคุณหมอเพชรดาว ขออภัยที่เอ่ยนามนะครับ คือขณะนี้ เราได้เปลี่ยนวิถีการในการที่จะเผยแพร่เอกสารครับ ท่านใดอยากที่จะได้เอกสารเป็นเล่ม ขอไปเราจัดส่งให้ครับ แต่ว่าเราไม่ได้ทำไปให้กับทุกท่านทั้งหมด แต่ว่าท่านใดที่ต้องการ ก็สามารถรีเควสต์ (Request) ได้ หรือจะสแกน (Scan) ด้วย ปัจจุบันนี้ตอนนี้เราจะทำเป็น อี-บุ๊ก (e-Book) มากขึ้นด้วยครับ ก็คือใช้คิวอาร์ โคด (QR Code) แล้วก็ยิงก็จะอ่านได้เลย เพราะฉะนั้นในแง่การเผยแพร่เราก็ตั้งใจว่าจะทำต่อไปครับ แล้วก็จะทำให้เข้มข้นขึ้น แล้วก็อินพุต (Input) ในเคพีไอ ลิงก์ (KPI link) ก็อยากที่ทราบครับว่า เราอาจจะทำลงทุน ไม่เยอะเหมือนกัน แต่ว่าการใช้ประโยชน์ก็อาจจะมีมากบ้าง น้อยบ้าง ตามความถนัด ของแต่ละท่านที่เป็นสมาชิกรัฐสภา🔗
ในประเด็นเรื่องของการอบรม แล้วก็การขยายโอกาสให้กับทุกท่าน ผมขออนุญาตกราบเรียนครับว่า ในหลักสูตรที่เปิดโอกาสให้กับท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกวุฒิสภานั้นเราเปิดหมด แต่ว่าในโครงการหลักที่เป็น ปปร. นั้นก็มีการกำหนด สัดส่วน ด้วยเหตุผลที่ว่าเราต้องการให้เกิดองค์ประกอบที่มีความสอดคล้องกันในหลายมิติ เพื่อจะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนในระบบของการจัดการเรียนการสอน🔗
ส่วนเรื่องของผู้เชี่ยวชาญ ผู้ชำนาญการ สถาบันขณะนี้ได้ขยายเปิดไปถึง ที่ปรึกษาและเลขานุการของคณะกรรมาธิการด้วย หากมีคำสั่งที่ถูกต้อง แล้วก็ไม่ได้มีโควตา เราเปิดโอกาสให้เสนอมากี่คนเรารับอบรมให้หมดครับ ในปีแรก ๆ หลังการเลือกตั้งเราตั้ง งบประมาณไว้เพียง ๒ รุ่น แต่ว่าเราต้องจัดไปทั้งหมด ๘ รุ่น เพราะว่าเป็นความต้องการ เพราะฉะนั้นเราก็เปิดเต็มที่ครับไม่มีโควตาใด ๆ อาจจะมีคนที่ไม่ได้เรียนบ้าง ก็คือกรณีที่มี การเปลี่ยนแปลงครับ เช่น คำสั่งของสภานั้นมีการเปลี่ยนแปลงแล้วก็จะไม่ได้เรียน🔗
ส่วนประเด็นที่เป็นการทำงานในเรื่องขององค์ความรู้ ในเรื่องของการใส่ เรื่องความรู้ เรื่องประชาธิปไตย เรื่องธรรมาภิบาลนั้น เราให้ความสำคัญมากครับ แล้วเรา ก็ดำเนินการอยู่ การเผยแพร่ความรู้ในส่วนของประชาชนนั้น ผมกราบเรียนว่าในส่วนหนึ่ง เรามีระบบ อี-เลิร์นนิง (e-Learning) ที่สามารถให้ประชาชนเข้ามาเรียนได้ อย่างน้อยขณะนี้ มี ๓ หลักสูตร คือการเตรียมการสำหรับการเป็นนักการเมือง การเตรียมการสำหรับการเป็น นักการเมืองท้องถิ่น แล้วก็การสร้างสำนึกหรือการวัดคุณสมบัติของการเป็นพลเมือง ขณะนี้มีคนเข้าเรียนที่ผ่านการอบรมนี้ด้วยตัวเอง แล้วก็สอบผ่านแล้ว กว่า ๕,๐๐๐ คน ที่เราขยายไป🔗
ส่วนเรื่องการอบรมในค่ายทหารนั้น เป็นเรื่องหนึ่งที่ถูกกำหนดในครั้งที่แล้ว ที่มีหลายท่านให้ข้อสังเกต แล้วเรื่องนี้ก็จะเชื่อมโยงกับประเด็นที่ท่านสุพิศาล ขออภัย ที่เอ่ยนามท่าน พูดถึงเรื่องของบิกร็อก (Big rock) ครับ เพราะว่าในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ นั้น สถาบันรับผิดชอบตรงกับเรื่องของบิกร็อก (Big rock) อยู่ ๒ เรื่อง คือเรื่องการเผยแพร่ ความรู้ประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กับเรื่องของการจัดทำ กระบวนการจัดทำรัฐธรรมนูญครับ ขณะนี้สถาบันได้รับงบประมาณปี ๒๕๖๕ มาแล้ว แต่ว่าเราเริ่มไปตั้งแต่ปีงบประมาณปี ๒๕๖๔ ซึ่งจะปรากฏในรายงานประจำปีคราวหน้า ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า ตัวอย่างง่าย ๆ เช่น หนังสือที่ทุกท่านได้รับเรื่องของรัฐธรรมนูญ รอบโลก อันนี้ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่เราทำเปลี่ยนเรื่องเคพีไอ เยียร์บุ๊ก (KPI Yearbook) ในเรื่องของการปฏิรูปเพื่อจะตอบโจทย์ แล้วก็เราได้รับงบประมาณไม่มากนัก แต่ว่า เราก็พยายามจะใช้เนื้องานของเราที่สอดคล้องอยู่แล้วนี้ปรับปรุงไป ก็ขออนุญาตว่า ในส่วนของบิกร็อก (Big rock) เอง สถาบันก็รับ แต่ในส่วนของที่จะบอกว่าให้ไปประเมิน เรื่องของบิกร็อก (Big rock) ทั้งหมดนี้ อันนี้ผมเข้าใจว่าโดยหลักการแล้วขณะนี้หน่วยงาน ที่ทำการประเมินก็คงจะเป็นสภาพัฒน์🔗
ส่วนสุดท้ายครับ ในเรื่องของประเด็นใหม่ที่หลายท่าน แล้วก็ท่านณัฐวุฒิ กรุณาให้ความเห็นคือเรื่องของเจนเดอร์ (Gender) ผมเรียนว่าประเด็นนี้ก็เป็นประเด็นที่เรา ให้ความสำคัญ จริง ๆ เราให้ความสำคัญในระบบ เอสดีจี (SDGs) เลย แต่เรื่องเจนเดอร์ (Gender) ต้องเรียนว่าสถาบันพระปกเกล้าทำงานวิจัย แล้วก็ศึกษาเรื่องนี้โดยอาจารย์ ดอกเตอร์ถวิลวดี เรื่อง จีอาร์บี (GRB) จนได้รับการยอมรับของ ยูเอ็นดีพี (UNDP) แล้วก็ได้เสนอ ครม. และผ่านกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่ง ครม. ก็มีมติให้เรื่องของ จีอาร์บี (GRB) นั้นเป็นประเด็นที่ให้หน่วยงานต่าง ๆ ให้ความสำคัญครับ🔗
ส่วนหลักสูตรที่ท่านณัฐวุฒิ ขออภัยเอ่ยนามท่าน เข้าไปเรียนในเรื่องของ ธรรมาภิบาลระหว่างความเสมอภาคหญิงชายนั้น เป็นหลักสูตรนำร่องที่เราทดลอง สร้างหลักสูตรนี้ขึ้นร่วมกับกระทรวง พม. ครับ หากกระทรวง พม. เห็นชอบแล้วก็ จะดำเนินการต่อ สถาบันก็จะดำเนินการในหลักสูตรถัดไป🔗
ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่า ประเด็นที่ทุกท่านได้กรุณาให้ความเห็นมาทั้ง ๗ ท่าน ผมในนามของสถาบันต้องขอขอบพระคุณ แล้วขอน้อมรับความคิดเห็นทั้งหมด และจะนำไปปรับปรุง แล้วก็จะยินดีที่จะรับคำแนะนำจากท่านสมาชิกทุกท่าน โดยยัง ไม่จำเป็นต้องเฉพาะวาระของการรายงานประจำปี ท่านสามารถที่จะแจ้งความต้องการ ของท่านผ่านกลไกที่มีความเชื่อมโยงกับท่านอยู่แล้วได้ทุกช่องทาง และสถาบันพยายาม จะปรับปรุงให้ดีที่สุดตลอดเวลาครับ ก็ขออนุญาตกราบขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณท่านเลขาธิการ ขอบคุณเพื่อนสมาชิก ในฐานะเป็นประธานสถาบันโดยตำแหน่ง ประเด็นที่เพื่อน ๆ ได้ปรารภบางเรื่อง เช่น การประเมินผู้ที่อบรมแล้ว ผมก็ได้เสนอแบบเดียวกับที่ท่านเสนอ บอกท่านเลขาธิการว่า เราได้ใช้งบประมาณแผ่นดิน ข้าราชการ ปีหนึ่งก็งบประมาณ เป็นจำนวนมากพอสมควร หลังจากอบรมไปแล้วคนที่อบรมมีความรู้มากขึ้น ผลเป็นอย่างไร เก่งขึ้นกว่าเดิมไหม เปลี่ยนพฤติกรรมไหม รวมทั้งคนที่มาเรียนหลักสูตรสถาบันก็ได้กำหนด เป็นนโยบายว่า ถ้าเขากู้เงิน กยศ. มีงานทำ แต่ไม่คืนเงินเขาไม่ให้รับ เพราะเราต้องการคนดี และมีความรู้พร้อมกันไปด้วย เพราะฉะนั้นหลายเรื่องที่สมาชิกได้ปรารภกับผมเป็นส่วนตัว ก็ได้นำไปเสนอท่านเลขาธิการ แล้วทุกโครงการทุกหลักสูตรในชั่วโมงแรกที่อบรม ผมก็บอก เลขาธิการว่า ขอให้จัดชั่วโมงพิเศษและท่านบรรยายเอง ย้ำเรื่องบ้านเมืองสุจริต รวมทั้งผู้ช่วย ส.ส. ของเรา และที่ปรึกษาที่ไปอบรมด้วย ผมก็ขอให้ท่านเลขาธิการย้ำเรื่องนี้เพื่อจะได้ ช่วยท่านสมาชิกที่ทำงานในการปฏิบัติงานได้ถูกต้อง อันนี้ก็ถือโอกาสเรียนให้ทราบ เป็นส่วนตัวเป็นพิเศษต่างหากจากที่เลขาธิการรายงาน ผมขอขอบคุณท่านเลขาธิการกับคณะ ทุกท่าน ถือว่าเราได้รับทราบรายงานของสถาบันพระปกเกล้า🔗
ระเบียบวาระ ๒.๖ รับทราบประกาศคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เรื่องนโยบายการตรวจเงินแผ่นดินประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕ ได้ขอเลื่อนเนื่องจาก มีภารกิจสำคัญ🔗
ระเบียบวาระ ๒.๗ รับทราบรายงานการปฏิบัติงานของศาลปกครอง และสำนักงานศาลปกครอง ประจำปี ๒๕๖๓🔗
โดยศาลปกครองได้เสนอ รายงานการปฏิบัติงานของศาลปกครองและสำนักงานศาลปกครอง ประจำปี ๒๕๖๓ ต่อสภาผู้แทนราษฎรตามมาตรา ๙๓ ประกอบมาตรา ๙๐ แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง ๒๕๔๒ รายละเอียดปรากฏตามรายงานที่ได้จัดให้ สมาชิกแล้ว มีผู้ที่ขอชี้แจงเป็นผู้ที่จะมาชี้แจง รายชื่อดังต่อไปนี้ ๑. นางสมฤดี ธัญญสิริ เลขาธิการสำนักงานศาลปกครอง ๒. นายประพัฒน์ ตันสุวรรณนนท์ รองเลขาธิการ ๓. นางสาวกลิ่นแก้ว นพวงศ์ ณ อยุธยา ที่ปรึกษาสำนักงาน ๔. นายจำนง ถาวรสิทธิ์ ๕. นางจิตผ่อง ๖.นายเจตน์ เป็นที่ปรึกษาของศาลทั้ง ๔ ท่านครับ ขอเชิญทั้ง ๖ ท่าน เข้ามาครับ🔗
สมาชิกท่านผู้ใด มีความประสงค์จะสอบถามเชิญนะครับ ยังไม่ได้ส่งชื่อมาเลยครับ เปิดโอกาสให้ท่านสมาชิก ได้สอบถาม🔗
ถ้าสมาชิกไม่ติดใจสำหรับ วาระนี้ ก็ถือว่าเรารับทราบรายงานของศาลปกครองนะครับ ขอบพระคุณเจ้าหน้าที่ครับ🔗
ระเบียบวาระ ๒.๘ รับทราบรายงานกิจการประจำปี งบดุล บัญชีกำไร และขาดทุนของบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย สำหรับงวดตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๓ ถึงวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๖๓ (วันยุบเลิกบรรษัท)🔗
โดยเลขาธิการ คณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๖๔ รับทราบ รายงานกิจการประจำปี งบดุล บัญชีกำไรและขาดทุนของบรรษัทตลาดรองสินเชื่อ ที่อยู่อาศัย สำหรับงวดตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๓ ถึงวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๖๓ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ และให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบตามมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติกำหนดบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย พ.ศ. ๒๕๔๐ รายละเอียด ปรากฏตามเอกสารที่ได้มอบให้สมาชิกไปแล้ว ในการนี้ก็จะมีท่านผู้มาชี้แจง ๓ ท่าน ๑. นายกรพล ชินพัฒน์ อดีตผู้รักษาการผู้จัดการบริษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย ๒. นายปียุษ เตชะตระการธรรรม ผู้อำนวยการฝ่ายสนับสนุนบริหารตลาดรองสินเชื่อ ที่อยู่อาศัย ๓. นายสิทธานต์ วงศ์ปุณณวัฒน์ ผู้เชี่ยวชาญ ขอเชิญ ๓ ท่านได้เลยครับ🔗
ท่านสมาชิกครับที่มี ความประสงค์จะสอบถามขอเชิญ ท่านแรกท่านพิสิฐขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้ววาระนี้เป็นเรื่องของการดูงบของตลาดบรรษัทตลาดรองสินเชื่อ ที่อยู่อาศัย ซึ่งก็ถือว่าเป็นหน่วยงานที่ยุบเลิกไปแล้ว โดยมีการออกกฎหมายยุบเลิกหน่วยงานนี้ แต่ก็คงจะไม่มีประโยชน์อะไรมากที่จะไปพูดถึงเรื่องเก่า เพียงแต่ว่ากระผมเอง ก็อยากจะขอตั้งเป็นข้อสังเกตไว้ในบันทึกครับว่า เรื่องของตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย จริง ๆ แล้วเป็นหน่วยงานที่น่าจะเป็นประโยชน์ ผมเองก็แปลกใจที่รัฐบาลยุบเลิกหน่วยงานนี้ แทนที่จะให้หน่วยงานนี้ เป็นงานที่จะช่วยดูแลเศรษฐกิจของประเทศต่อไปในอนาคต เพราะเราจะไม่ทราบหรอกครับว่า วันดีคืนดีอาจจะเกิดวิกฤติในเรื่องของสินเชื่อที่อยู่อาศัย แล้วก็บรรษัทในลักษณะนี้ก็อาจจะเป็นประโยชน์ได้ แล้วก็ขณะเดียวกันก็จะเป็นองค์กร ที่จะช่วยพัฒนาตลาดทุนด้วย ที่จะช่วยให้เรื่องของสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่ธนาคารต่าง ๆ ให้กู้ไป มีสภาพคล่องเกิดขึ้น ก็คือสามารถที่จะมาแปลงสินทรัพย์ให้เป็นหลักทรัพย์ เพราะฉะนั้นผมจึงขออนุญาตตั้งเป็นข้อสังเกตครับว่า ถึงแม้งานนี้จะจบไปแล้ว เลิกไปแล้ว ก็จริง แต่ก็อยากที่จะให้เรามีการดูแลว่า เรื่องของระบบ เรื่องของงานลักษณะนี้จะต้อง มีการส่งเสริมให้เกิดขึ้น ทุกวันนี้อาจจะไปซ่อนหรือไปเก็บไว้ที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ แต่ผมก็ไม่แน่ใจว่าธนาคารอาคารสงเคราะห์จะทำงานด้านนี้โดยตรงสักแค่ไหน เพราะว่า มันมีความขัดแย้งของการทำงานกันอยู่ เพราะธนาคารอาคารสงเคราะห์เป็นฝ่ายให้กู้ กับผู้ซื้อบ้าน แต่งานนี้เป็นงานที่เอาสินเชื่อที่ให้กู้ไปแล้วเข้ามาแปลงเป็นหลักทรัพย์ แล้วก็เอามาทำให้ตลาดทุนมีสินค้าประเภทนี้เกิดขึ้น จริง ๆ ก็ขอสรุปอีกทีครับว่า อยากจะให้ มีการดูแลกันต่อ เพียงแต่ว่าอาจจะต้องให้ระดับของนโยบายหรือของกระทรวงการคลัง ได้ดำเนินการต่อครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
เชิญเลยครับ ชี้แจง เชิญครับ🔗
ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกครับ ผม กรพล ชินพัฒน์ ขออนุญาตกราบเรียนท่านพิสิฐว่า ดำริของท่านพิสิฐได้รับการดำเนินการต่อ โดยทางกระทรวงการคลังได้มีบันทึกจาก สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ให้ธนาคารอาคารสงเคราะห์พิจารณาการนำเอาเครื่องมือ ของการแปลงสินทรัพย์เป็นหลักทรัพย์หรือซีเคียวริไทเซชัน (Securitization) มาศึกษา และพัฒนาต่อยอด เพื่อแก้ปัญหาเรื่องของมิกซ์ แมตชิง (Mix matching) ต่อ ดังนั้นสิ่งที่ ท่านพิสิฐมีความเป็นห่วง และแสดงความตั้งใจอยากให้งานนี้ได้มีการดำเนินการต่อไป ก็ได้รับการปฏิบัติครับ แล้วธนาคารอาคารสงเคราะห์ก็ได้ประกาศจัดตั้งหน่วยงานชื่อว่า ฝ่ายธุรกรรมตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ นี้ เป็นต้นไป ก็เป็นรูปธรรมที่ผมขออนุญาตกราบเรียนชี้แจงท่านครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
สมาชิกยังมีอะไร จะสอบถามไหมครับ🔗
ถ้าไม่มีก็ขอบคุณผู้ชี้แจง ทุกท่านนะครับ ขอบคุณมากครับ เราถือว่าได้รับทราบรายงานบัญชี กำไรและขาดทุน ของบรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย สำหรับงวดตั้งแต่วันที่ ๑ มกราคม ๒๕๖๓ ถึงวันที่ ๒๓ กันยายน ๒๕๖๓ เรียบร้อยแล้วก็จบในวาระที่ ๒.๘ เพื่อทราบครับ วันนี้ได้พิจารณา ใช้เวลาพอสมควรครับ ผมขอขอบพระคุณสมาชิกทุกท่านครับ ขอจบวาระในวันนี้ ขอปิดประชุมครับ สวัสดีครับ🔗