รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๓
ครั้งที่ ๒๗ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพุธที่ ๒ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๕
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
---------------------
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ขณะนี้เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา ก็จะอนุญาตให้สมาชิกได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ ตามลำดับดังต่อไปนี้ ท่านแรกคุณเกษม อุประ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม เกษม อุประ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขอหารือ ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนี้🔗
เรื่องที่ ๑ ได้รับการร้องเรียนจากนายประสิทธิ์ จันทพันธ์ ราษฎรบ้านนากะทาด ตำบลนาฮี อำเภออากาศอำนวย เกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรกับพวกได้รับความเดือดร้อนจาก โรคระบาดเอเอสเอฟ (ASF) ในสุกร ตั้งแต่กลางปี ๒๕๖๔ แล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ เยียวยาชดเชยจากราชการแต่อย่างใด จึงขอฝากไปยังกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้การช่วยเหลือด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องทุกข์จากประชาชนในอำเภอคำตากล้า อำเภออากาศอำนวย และอำเภอพรรณานิคม เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนจากภาวะ ความแห้งแล้ง ทำให้ขาดน้ำอุปโภคบริโภค และน้ำดิบในการผลิตน้ำประปาไม่เพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบ้านนาถ่อน บ้านนาแต้ บ้านปากโนต สามแยกพัฒนา โนนคนึง สันติสุข และสระแก้วอำเภอคำตากล้า จึงฝากไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนโดยเร่งด่วนให้แก่พี่น้องประชาชนด้วย กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรักษาเวลา ต่อไปคุณชัยชนะ เดชเดโช ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชัยชนะ เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่องจะหารือกับท่านประธานไปถึงกระทรวงมหาดไทย สืบเนื่องผมได้รับหนังสือ ร้องเรียนจากนายสมชาย เกตุชาติ นายกสมาคมสนามกีฬาชนโคนครศรีธรรมราชและสมาคม สนามกีฬาชนไก่จังหวัดนครศรีธรรมราช เนื่องจากว่าได้ว่างเว้นในการจัดแข่งขันมาร่วมเวลา ๒ ปี🔗
แล้วก็ทางสนามแต่ละสนามเอง ก็ได้ปรับปรุง เพื่อรองรับตามมาตรการของคณะกรรมการควบคุมโรคของจังหวัด ผมคิดว่า อยากจะให้ท่านประธานได้ประสานไปยังจังหวัดนครศรีธรรมราชและกระทรวงมหาดไทย เพื่อผ่อนผันให้มีการจัดการแข่งขันขึ้นได้ เนื่องจากว่าพี่น้องนักกีฬาชนโค พี่น้องเกษตรกร ที่เลี้ยงโคชนหรือไก่ชนก็ได้รับผลกระทบอย่างมากและที่สำคัญเจ้าของสนามกีฬาชนโคเอง ก็ได้รับผลกระทบอย่างมาก บางครั้งได้เตรียมการจัดการเปรียบคู่แข่งขันไว้แล้ว แต่ก็ต้อง เลื่อนออกไปตามมาตรการของคณะกรรมการควบคุมโรค ทำให้ได้รับผลกระทบมาตลอด ระยะเวลา ๒ ปี ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นวาระเร่งด่วนและสำคัญที่เราจะต้องเยียวยา และช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรเลี้ยงโคชนและไก่ชน และเจ้าของสนาม ผมคิดว่าเรื่องนี้ อยากฝากให้กับท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรไปถึงกระทรวงมหาดไทย ผ่านไปถึง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อให้มีการผ่อนผันและจัดการแข่งขันให้เกิดขึ้นในเร็วนี้ และมีมาตรการควบคุมที่ปลอดภัย ควบคุมผู้เข้าชมตามปริมาณของคณะกรรมการ ควบคุมโรค ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปคุณอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลจากนครปฐม ท่านประธานคะดิฉันขอหารือไปยัง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะที่ท่านเป็นผู้กำกับ ดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีที่ยังคุกคามประชาชนไม่หยุด ทำอย่างต่อเนื่อง แล้วก็ยังคุกคามไปถึงสื่อมวลชนด้วยนะคะ เมื่อกลางปีที่แล้วในเดือนกรกฎาคม ๖ องค์กร วิชาชีพสื่อมวลชน ได้ไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ขอให้ตรวจสอบ พฤติกรรมการคุกคามสื่อมวลชนของรัฐบาล ที่จะพยายามปิดกั้นการนำเสนอข่าว แล้วก็คุกคามประชาชนด้วยนะคะ เพราะว่าการคุกคามสื่อก็คือการคุกคามเสรีภาพของ ประชาชน อันเป็นการผิดรัฐธรรมนูญ และเป็นการละเมิดปฏิญญาสากลว่าด้วยหลักสิทธิ มนุษยชนที่ไทยได้ลงนามเอาไว้ ท่านประธานคะ จนถึงบัดนี้ก็ยังไม่มีการเลิกพฤติกรรมเช่นนั้น เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคมที่ผ่านมา มีเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปบุกบ้านคุณศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ ผู้สื่อข่าวของช่องวอยซ์ทีวี (Voice TV) หลังจากที่เมื่อปีก่อนได้ไปทำข่าว ในพื้นที่การชุมนุม และโดนยัดเยียดคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉินร้ายแรงมาแล้วนะคะ ครั้งนี้ บุกไปถึงบ้านค่ะ ในบ้านที่มีคุณแม่วัย ๙๐ ปีอยู่ด้วย ไปข่มขู่คนในบ้านว่าคุณศิโรตม์ คล้ามไพบูลย์ เป็นบุคคลเฝ้าระวัง แล้วขอถ่ายรูปคนในบ้าน แต่คนในบ้านปฏิเสธ แล้วยังขู่ด้วยว่าจะมาอีกทุก ๆ เดือน อันนี้คืออะไรคะท่านประธาน ก่อนหน้านี้ดิฉันคิดว่า ที่ทำมาต่อเนื่องการกระทำแบบนี้ ดิฉันก็มีความเห็นใจเจ้าหน้าที่ตำรวจชั้นผู้น้อยที่จะต้องทำ ตามที่นายสั่งในระดับสายบังคับบัญชา การกระทำเช่นนี้ค่ะท่านประธานมันคือวิถีโจร มันไม่ใช่วิถีของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่จะบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้กับประชาชน ทุกวันนี้ ประชาชนเห็นตำรวจมายืนหน้าบ้านก็ตกใจกลัวท่านประธานคะ พ.ร.ก. ฉุกเฉินมีไว้เป็นเพียง ข้ออ้าง เพราะศาลก็ได้ตัดสินมาหลายคดีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นคดีของน้องมายด์ ภัสราวดี ธนกิจวิบูลย์ผล หรือล่าสุดศาลแพ่งธนบุรีก็ได้ตัดสินยกฟ้องคดีฝ่าฝืน พ.ร.ก. ฉุกเฉินไปแล้วนะคะ เพราะฉะนั้นศาลได้มีคำวินิจฉัยที่สร้างบรรทัดฐานให้กับคดีเหล่านี้แล้วค่ะ เป็นการเห็นได้ชัดว่า เป็นการยัดเยียดคดีเพื่อปิดปาก ดิฉันขอให้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านหยุดก่อกรรม ทำเข็ญกับประชาชนในประเทศนี้ค่ะ มันนานเกินพอแล้วนะคะ🔗
เกินเวลาไปมากครับ รักษา เวลาครับ🔗
ดิฉันอยากให้ท่านยุบสภา คืนอำนาจให้กับประชาชน หรือไม่ก็ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีไปค่ะ อย่าอยู่บน เสียงสาปแช่งของประชาชนเลยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ🔗
ต่อไปนางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ รักษาเวลาคุณอมรัตน์เกินเวลาไป เชิญนางสาวฐิติภัสร์ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตบางกะปิ วังทองหลาง พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันมีเรื่องนำเรียนหารือท่านประธาน อยู่ด้วยกัน ๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรก เป็นเรื่องที่ดิฉันได้เคยนำเรียนหารือท่านประธานไปแล้ว เกี่ยวกับ เรื่องของการปรับปรุงสวนพฤกษชาตินะคะ เป็นการปรับปรุงสวนพฤกษชาติที่ทาง กรุงเทพมหานครได้จัดสรรงบประมาณเข้ามาดำเนินการในเรื่องของฝายน้ำล้น แล้วก็ระบบ บำบัดน้ำเสียภายในสวนพฤกษชาติแล้ว แต่ว่าตอนนี้ยังไม่ได้รับงบปรับปรุงในเรื่องของ ทางเดินแล้วก็ลานแอโรบิก (Aerobic) ซึ่งผู้สูงอายุได้ไปใช้บริการค่อนข้างมาก แล้วก็ในช่วง หน้าฝนหรือว่าที่มีความชื้นมากพื้นจะลื่น ทำให้ผู้สูงอายุบางรายลื่นล้ม ก็อยากนำเรียนหารือ ท่านประธานผ่านไปยังทางกรุงเทพมหานครได้จัดสรรงบประมาณในเรื่องของการปรับปรุง พื้นทางเดินภายในสวนพฤกษชาติและลานแอโรบิก (Aerobic) เพื่อให้ผู้สูงอายุได้ใช้ อย่างปลอดภัยนะคะ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องเกี่ยวกับเรื่องของความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ของพี่น้องประชาชน ขอสไลด์ (Slide) ด้วยนะคะ🔗
เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับ ร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่เขตบางกะปิและเขตวังทองหลาง ดิฉันได้ให้คุณอัครพัชร์ โชติเดชาชัยนันต์ ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบในเรื่องของคันชะลอความเร็วบริเวณสวนพฤกษชาติ ซึ่งจะมีผู้สูงอายุเดินข้ามถนนเป็นจำนวนมาก ปรากฏว่าคนใช้รถไม่เห็นทางม้าลาย เพราะว่า สีซีดจาง แล้วก็ไม่ชะลอความเร็วก่อนที่จะถึงทางม้าลาย จึงนำเรียนหารือท่านประธาน ไปยังกรุงเทพมหานคร ได้โปรดพิจารณาทำคันชะลอหรือว่าตีเส้นเพื่อชะลอความเร็วก่อนถึง ทางม้าลายบริเวณซอยนวมินทร์ ๑๐ ส่วนจุดที่ ๒ เป็นซอยรามคำแหง ๓๙ ช่วงแยก ๑ ถึง แยก ๑๑ ซึ่งท่านประธานได้เคยลงพื้นที่ไปบริเวณนั้นนะคะ ตรงชุมชนรุ่งมณีมีประชาชน อยู่ค่อนข้างเยอะ ปรากฏว่าไม่มีทางม้าลายให้พี่น้องประชาชนข้ามถนน จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุ บ่อยครั้ง ก็นำเรียนหารือท่านประธานผ่านไปยังกรุงเทพมหานครด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
คุณฉลาด ขามช่วง ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ฉลาด ขามช่วง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับการประสานงานจากคณะสงฆ์และพี่น้องประชาชนจังหวัดร้อยเอ็ด สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ ๗ กันยายน ๒๕๖๔ ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ดได้มีประชุมคณะกรรมการ เพื่อจัดสร้างพุทธมณฑลจังหวัดร้อยเอ็ด โดยมีพระพรหมวชิรโสภณ ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๑๐ ธรรมยุต เจ้าอาวาสวัดบึงพระลานชัย พระพรหมจริยคุณ จังหวัดร้อยเอ็ด พระราชปริยัติวิมล เจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด ธรรมยุต และพระญาณวิลาศ รองเจ้าคณะจังหวัดร้อยเอ็ด ธรรมยุต พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการทุกหมู่เหล่าได้ร่วมกันประชุมและมีมติให้จังหวัดร้อยเอ็ด มีการจัดตั้งพุทธมณฑลขึ้นที่อ่างธวัชชัย เพื่อที่ประกอบศาสนกิจและที่แสดงธรรมสำหรับ พี่น้องคนไทยทั้งประเทศ ซึ่งอ่างธวัชชัยนั้นห่างตัวเมืองเพียง ๗ กิโลเมตร เนื้อที่ ๑,๘๐๐ ไร่ เหมาะสมสำหรับการก่อสร้างพุทธมณฑล หลังจากมีการประชุมแล้วเรื่องเงียบหายไป ผมจึงได้รับการร้องเรียนมาเพื่อให้ท่านประธานมีหนังสือแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อก่อสร้างพุทธมณฑลจังหวัดร้อยเอ็ดต่อไปครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปคุณเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย วันนี้มีเรื่องปรึกษาหารือกับท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ คือขอไฟแสงสว่างบริเวณถนนสาย ๒๑๕๙ ของทางหลวงชนบท กม. ๒๘+๕๐๐ ถึง ๒๙+๕๐๐ เป็นช่วงที่ทางเลียบเขื่อนป่าสัก ช่วงเย็นมีราษฎรมาพักผ่อน และมาออกกำลังกายมากมาย พอตกตอนเย็นตอนค่ำแล้วประมาณสัก ๑-๒ ทุ่ม คือมันจะ มืดมาก ขอไฟแสงสว่างจากกรมทางหลวงชนบทช่วยมาติดตั้งไฟแสงสว่างให้ด้วย เพราะว่า บางครั้งเกิดเหตุมีการปล้นจี้ขึ้นมาในเขตนี้ ก็ขอความกรุณาทางหลวงชนบทจังหวัดลพบุรีครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอสะพานลอยคนเดินข้ามในทางหลวงหมายเลข ๒๐๕ ช่วง กม. ๕๔+๕๐๐ บ้านม่วงค่อม บ้านถนนโค้ง ตำบลชัยบาดาล อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี โดยการร้องเรียนของท่านนายก อบต. ท่านนพรัตน์ ทองสุข แล้วก็สมาชิก อบต. หลายท่าน ช่วงนี้มีทางถนนเป็น ๔ เลน รถสัญจรไปมามาก แล้วก็มีคนข้ามถนนมาก เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง รถชนตายแล้วไม่ต่ำ ๖-๗ ศพ ในช่วง กม. นี้ ก็อยากจะให้กรมทางหลวง โดยแขวงการทางลพบุรีที่ ๒ ลำนารายณ์ ช่วยดูแลจัดสรรงบประมาณมาให้ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ คือทางหลวงหมายเลข ๒๒๗๕ ช่วง กม. ๔ ถึง กม. ๖ บ้านเกาะลัง เป็นช่วงที่มีรถสัญจรไปมาอย่างมาก แล้วก็เป็นย่านชุมชน ก็ขอขยายถนนเป็น ๔ ช่องจราจร ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมขอหารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวบ้านคล้อ ตำบลดู่ อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ผมได้รับการร้องเรียนจากนายทองแดง โสพัด ผู้ใหญ่บ้านบ้านคล้อ หมู่ ๒ ตำบลดู่ และชาวบ้านคล้อ เรื่องลำห้วยมะลู ชาวบ้านได้รับ ความเดือดร้อนมาก เพราะชาวบ้านส่วนใหญ่ได้อาศัยน้ำจากลำห้วยมะลูทำการปลูกพืชผล ทางการเกษตร แต่ช่วงนี้เป็นช่วงหน้าแล้งทำให้ห้วยมะลูมีน้ำไม่เพียงพอต่อการทำการเกษตร เพราะลำห้วยตื้นเขินกักเก็บน้ำไม่ได้ ผมจึงอยากให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมไปขุดลอกห้วยมะลู ให้ชาวบ้านด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องขอขยายเขตไฟฟ้าเพื่อการเกษตร บ้านคล้อ หมู่ที่ ๒ ตำบลดู่ อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ เนื่องจากชาวบ้านส่วนใหญ่ได้ปลูกพืชผลทางการเกษตร เช่น ปลูกพริก หอม กระเทียมและพืชผลทางการเกษตรอื่น ๆ เพื่อเป็นอาชีพรองหลังจาก การทำนา จึงมีการปลูกพืชดังกล่าวและจำเป็นต้องอาศัยไฟฟ้า เนื่องจากถ้าใช้น้ำมันเชื้อเพลิง ก็ทำให้เพิ่มต้นทุนมากขึ้นในการเพาะปลูก ผมขอฝากท่านประธานผ่านไปยังการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทยด้วยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ระยะนี้หอมแดง จังหวัดศรีสะเกษเริ่มออกสู่ตลาด เป็นจำนวนมาก มีอำเภอกันทรารมย์ อำเภอยางชุมน้อย อำเภอราษีไศลและอำเภอวังหิน ราคาที่รับซื้อตามท้องตลาดวันนี้ราคากิโลละ ๕ บาท แต่ต้นทุนการผลิตสูงมากครับ ราคาปุ๋ย กระสอบละ ๑,๒๐๐ บาท ค่าแรง ค่าไถ ค่าสารเคมี เกษตรกรขายได้กิโลกรัมละ ๕ บาท ขาดทุนครับ ปีที่แล้วราคาหอมระยะนี้กิโลกรัมละ ๑๐-๑๓ บาท ฝากท่านประธานผ่านไปยัง กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ด้วยครับ ขอขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณศรีนวล บุญลือ ครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ข้าเจ้า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย ข้าเจ้าลงพื้นที่ได้รับเรื่องจากประชาชนนะเจ้า เรื่องถนนหมายเลข ๑๒๗๐ กม. ๖๕+๕๐ บ้านทุ่งหญ้า อำเภอแม่แจ่ม ถนนหมายเลข ๑๐ กม. ๒๘+๗๐๐ โครงการหลวง ขุนแปะ อำเภอจอมทอง ถนนแยกทางหลวงชนบทเชียงใหม่ ๔๐๑๖ กม. ๔๑+๑๐ บ้านขุน-แม่วาง อำเภอแม่วาง ถนนหมายเลข ๑๐๘ กม. ๖๗+๙๗๐ ศูนย์พัฒนาโครงการหลวง บ้านห้วยส้ม อำเภอจอมทอง รวมแล้วเป็น ๔ สาย ชำรุดเสียหายมาจากฝนตกหนัก น้ำไหล เซาะถนนเกิดการเสียหาย เป็นถนนสายหลัก ประชาชนใช้สัญจรไปมาทางด้าน การท่องเที่ยวและขนย้ายพืชผักทางด้านการเกษตร สร้างงานสร้างอาชีพให้กับประชาชน นะเจ้า การขอสนับสนุนเพื่อฟื้นฟูสายทางที่เกิดอุบัติเหตุ กรมทางหลวงชนบทได้ดำเนินการ ของบประมาณรอบ ๒ ระหว่างวันที่ ๑๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ ปัจจุบันนี้เอกสารทุกอย่าง ติดขัดอยู่ที่สำนักงบประมาณนะเจ้า ดังนั้นข้าเจ้าในนามตัวแทนของพ่อแม่พี่น้องประชาชน ที่ได้รับความเดือดร้อนจึงขอความเมตตา ขอความอนุเคราะห์มายังท่านประธานประสานงาน ติดตามโครงการไปยังสำนักงบประมาณเร่งอนุมัติงบประมาณแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ในครั้งนี้ด้วย จึงขอกราบขอบพระคุณประธานมา ณ โอกาสนี้ด้วยนะเจ้า กราบขอบพระคุณเจ้า🔗
ครับ คุณศักดินัย นุ่มหนู🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ ผมขอนำความเดือดร้อนของราษฎรจังหวัดตราดมาหารือต่อท่านประธานที่มีความสำคัญ ๑ เรื่องครับ เป็นความเดือดร้อนของราษฎรที่ตำบลด่านชุมพล อำเภอบ่อไร่ ซึ่งยังไม่ได้รับเงิน ค่าทดแทนทรัพย์สินในโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแล้งครับ โครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแล้ง ที่อำเภอบ่อไร่นั้น สร้างเมื่อวันที่ ๔ ธันวาคม ๒๕๓๙ แล้วเสร็จเมื่อปี ๒๕๔๒ ครับ ในเนื้อที่ ๙,๔๐๒ ไร่ มีราษฎรส่วนหนึ่งได้รับเงินทดแทนค่าเวนคืนไปแล้ว แต่มีอีก ๒๘ ราย ที่ร้องเรียน มาที่ผมว่ายังไม่ได้รับเงินทดแทนสินทรัพย์ในโครงการนี้เลย ๒๓ ปีแล้วครับท่านประธาน จนถึงบัดนี้ที่ชาวบ้านเขาเรียกร้องมาโดยตลอดทั้งในระดับพื้นที่ ทั้งในระดับกรม ทั้งในระดับ กระทรวง จนถึงเจ้ากระทรวง จนบัดนี้ก็ยังไม่ได้ข้อยุติที่เป็นธรรมครับ จนกระทั่งผมมาเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ลงไปในพื้นที่แล้วก็ได้พบกับพี่น้องประชาชน ได้มาร้องเรียน ยื่นหนังสือเมื่อวันที่ ๓๐ มกราคมที่ผ่านมานี้ครับ ได้ไปเห็นแล้วก็รู้สึกหดหู่ด้วยความสงสาร พี่น้องประชาชนจำนวนมากที่มานี่หลายคนก็ ๒๓ ปีแล้วครับ ก็แก่เฒ่าไปบ้าง บางรายก็เสียชีวิต ลูกหลานก็มารอคอยว่า ๒๓ ปีนี้ รอคอยด้วยความหวังว่า จะได้รับเงินทดแทนสินทรัพย์ที่สละที่ดินนี้ไป แต่ว่าก็ยังไม่ได้มา พ่อแม่ที่แก่เฒ่าก็อยากที่จะได้มี เงินก้อนหนึ่งให้ลูกหลานนั้นได้ใช้เป็นทุนในการประกอบอาชีพ เป็นทุนรอนในการที่จะดำเนิน ชีวิตต่อไป บางคนก็ร้องไห้ บางคนก็สุขภาพไม่ค่อยดีแล้ว ก็อยากที่จะได้ทำอะไรไว้เป็นมรดก ให้กับลูกหลาน ผมจึงขอวิงวอนต่อท่านประธานสภาไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่กำกับดูแลกรมชลประทานได้ตั้งคณะกรรมการพิจารณาจ่ายเงินทดแทนสินทรัพย์ในโครงการ อ่างเก็บน้ำห้วยแร้งนี้ด้วยครับ เพราะว่ามัน ๒๓ ปีแล้ว อกเขาอกเราครับท่านประธานครับ ขอขอบคุณมากครับ🔗
ครับ พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดจันทบุรี พรรคพลังประชารัฐครับ ท่านประธานครับ กระผมหารือถึงความเดือดร้อน ของพี่น้องชาวจันทบุรีทั้งจังหวัด กล่าวคือขณะนี้พี่น้องชาวจันทบุรีของกระผมมีความวิตกกังวล เป็นอย่างยิ่งต่อข่าวที่บริษัท คิงส์เกต คอนโซลิเดตเต็ด ลิมิเต็ด ซึ่งเป็นบริษัทผู้ถือหุ้นใหญ่ ของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) โดยเผยแพร่ข่าวสารว่าได้รับการอนุมัติ อาชญาบัตรพิเศษใน ๑๒ จังหวัด ซึ่งจังหวัดจันทบุรีของกระผมก็เป็นจังหวัดหนึ่ง ที่อยู่ในแผนแม่บทการทำเหมืองแร่ทองคำด้วยครับ ท่านประธานครับ ผมขอกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่าน ฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรี ว่าคนจันทบุรีนั้น โดยสมาพันธ์คนจันท์ ต้านเหมืองทอง พร้อมภาคีเครือข่ายรวม ๔๔ องค์กรในจังหวัดจันทบุรี ขอประกาศจุดยืน ที่จะปกป้องผืนแผ่นดินของจังหวัดจันทบุรี ดินแดนของพระเจ้าตาก ดินแดนแห่งการกู้ชาติ ซึ่งเป็นดินแดนแห่งความสมบูรณ์ของทรัพยากรธรรมชาติ มีผลประโยชน์จากการ ทำการเกษตรผลไม้ ไม่ว่าจะเป็นทุเรียน มังคุด เงาะ ลองกอง ลำไย ก็ตาม ซึ่งมีมูลค่า นับแสนล้านบาทในแต่ละปี และยังเป็นแหล่งต้นน้ำที่มีความสำคัญ มีอ่างเก็บน้ำ หลายอ่างเก็บน้ำที่ใช้เลี้ยงคนจันทบุรีทั้งจังหวัด และยังส่งไปยังโครงการที่สำคัญของรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นโครงการอีอีซี (EEC) คือโครงการระเบียงเศรษฐกิจในภาคตะวันออก หรือที่เรียกว่า อีสเทิร์น อีโคโนมิค คอร์ริดอร์ (Eastern Economic Corridor) จึงกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยัง ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี ได้โปรดดำเนินการ ไม่ว่าจะวิธีการใดก็ตาม เพื่อให้จังหวัดจันทบุรีของกระผมนั้นถูกถอดถอนออกจาก ๑๒ จังหวัด ในการสำรวจเหมืองแร่ทองคำโดยเร็วที่สุดครับ ซึ่งกระผมและ ส.ส. ในจังหวัดจันทบุรีนั้น รวมทั้งสมาพันธ์คนต้านเหมืองทอง รวมทั้งเครือข่าย ๔๔ องค์กรในจังหวัดจันทบุรี ขอคัดค้าน การทำเหมืองแร่ทองคำในทุกมิติครับ และขอยืนยันว่าชาวจันทบุรีนั้นมีทุเรียนหมอนทองที่ดี อยู่แล้วครับ ไม่ต้องการเหมืองทองคำครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธานครับ🔗
ครับ คุณเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๗ พรรคเพื่อไทย ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ให้ช่วยแก้ไขปัญหาการขุดลอกลำห้วยหลวง ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ จากตำบลอูบมุง กุดหมากไฟ ตำบลโนนหวาย ตำบลหนองอ้อ ตำบลหมากหญ้า อำเภอหนองวัวซอ ตำบลหนองบัวบาน และตำบลน้ำพ่น ไปจนถึงอำเภอกุดจับ อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี เนื่องจากว่าลำห้วยหลวงตื้นเขิน อยากฝากทางกรมชลประทาน ได้ดำเนินการแก้ไขโดยด่วน เนื่องจากว่าลำห้วยหลวงเป็นสายเลือดใหญ่ที่น้ำไหลลงไปยัง เขื่อนห้วยหลวง ซึ่งพี่น้องประชาชน ชาวเทศบาลนครอุดรธานี พี่น้องประชาชนชาวจังหวัด อุดรธานีได้ใช้ในการอุปโภคบริโภค อยากให้ทางกรมชลประทานที่ทุ่งนามน ซึ่งมีวัชพืชมากมาย แล้วก็มีการตื้นเขิน อยากให้ดำเนินการขุดลอกแก้ไขกำจัดวัชพืชเพื่อที่จะเป็นทางน้ำไหล ได้สะดวกในการใช้อุปโภคบริโภค🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น เทศบาลนคร อุดรธานี สภาอุตสาหกรรมจังหวัดอุดรธานี หอการค้าจังหวัดอุดรธานี ชมรมธนาคารจังหวัด อุดรธานี สภาอุตสาหกรรมและการท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี สมาคมอสังหาริมทรัพย์ อุดรธานี สมาคมส่งเสริมพ่อค้าจีนอุดรธานี สมาคมนักธุรกิจไทย-เวียดนามแห่งประเทศไทย สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดอุดรธานี นักอุตสาหกรรมรุ่นใหม่จังหวัดอุดรธานี ที่เราเรียกว่า ยัง เอฟทีไอ (Young FTI) อยากให้ท่าอากาศยานอุดรธานีซึ่งถือว่าเป็นท่าอากาศยาน นานาชาติ ซึ่งมีการปรับปรุงพัฒนามาโดยตลอด อยากทราบว่าตอนนี้เป็นไปตามมาตรฐาน ขององค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ ไอเคโอ (ICAO) แต่ว่ายังจะต้องไปอยู่ในการดูแล ของการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยหรือ ทอท. ฉะนั้นก็อยากฟังคำตอบจากผู้บริหาร โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มีความเป็นไปได้ในการที่จะพัฒนา ท่าอากาศยานอุดรธานีให้เป็นท่าอากาศยานแบบสากลสู่นานาชาติ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณวิรัช พันธุมะผล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๘ บัญญัติว่า บุคคลย่อมมีสิทธิและเสรีภาพ ในชีวิตและร่างกาย การจับและคุมขังจะกระทำมิได้ เว้นแต่มีคำสั่งหรือหมายของศาล หรือเหตุอื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ แต่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๗๘ บัญญัติไว้ว่า พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจจะจับผู้ใดโดยไม่มีหมายจับก็ได้ ในกรณีที่เป็น ความผิดซึ่งหน้า ทีนี้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ แม้แต่พลตำรวจหรือสิบตำรวจตรี ก็เป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ในการอบรมหรือรับคนสมัครเป็นพลตำรวจ โรงเรียน นายสิบนี้ เอาแค่วุฒิ ม. ๖ อายุไม่เกิน ๒๕ ปี ท่านจะเห็น ผมไม่อยากเอ่ยเรื่องเคส (Case) ที่เกิดขึ้น การที่เอาคนที่มีวัยวุฒิ คุณวุฒิ ที่ไม่เหมาะสมมาเป็นพนักงานฝ่ายปกครอง หรือตำรวจ ย่อมมีผลกระทบต่อประชาชนอย่างร้ายแรง ซึ่งน่าจะขัดกับรัฐธรรมนูญ ผมขอยืม แนวนโยบายของท่าน พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ซึ่งตอนท่านดำรงตำแหน่ง ผบ.ตร. ท่านได้แก้ไขโดยรับคนจะเข้าอบรมศึกษาโรงเรียนนายสิบ รับจากคนที่จบนิติศาสตร์บัณฑิต ซึ่งเรียนกฎหมายมาระดับหนึ่ง ซึ่งผมว่าเป็นการหาบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถที่จะดูแล ในการปฏิบัติหน้าที่และดูแลประชาชนได้ดีกว่า ซึ่งใช้เงินเพียงเล็กน้อย ด้วยเหตุผลดังนี้ ผมจึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติว่า ขอให้ยึดถือ นโยบายที่ พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส มาใช้ในการรับสมัครนักเรียนพลตำรวจ จากผู้ที่สำเร็จปริญญานิติศาสตร์บัณฑิต เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์แก่บ้านเมือง จึงฝากกราบเรียน ไปยัง ผบ.ตร. ผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรครับ ขอบพระคุณครับ🔗
คุณนิรมิต สุจารี ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายนิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ขอนำปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเรียนต่อท่านประธานไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ดังต่อไปนี้ครับ🔗
๑. การขุดลอกอ่างเก็บน้ำลำห้วยไผ่ เนื้อที่ประมาณ ๑๕๗ ไร่ ของบ้านคำพระ บ้านคำอุปราช ตำบลสว่าง อำเภอโพนทอง ขาดแคลนน้ำในการอุปโภคบริโภค ตื้นเขิน ไม่สามารถนำมาใช้ทางการเกษตรได้🔗
๒. ขุดลอกหนองใคร่นุ่นน้อย บ้านฉวะ หมู่ ๕ ตำบลหนองพอก อำเภอหนองพอก เนื้อที่ประมาณ ๑๐๐ ไร่ เพื่อใช้ทางการเกษตรและนำมาใช้ในการอุปโภคบริโภค ขุดลอก บึงกุดใหญ่ บ้านสว่าง ตำบลสว่าง อำเภอโพนทอง จังหวัดร้อยเอ็ด🔗
ถึงกระทรวงคมนาคมทางหลวงชนบท ขอสะพานข้ามลำห้วยทราย ระหว่าง บ้านกุดเต่า บ้านบุ่งโง้ง ตำบลกกโพธิ์ อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด ระยะประมาณ ๒๔ เมตร กว้าง ๔ เมตร เพื่อที่จะใช้สัญจรไปมาขนสินค้าทางการเกษตร🔗
๓. ขอขยายถนนกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ทางหลวงหมายเลข ๒๑๑๖ ระหว่างกิโลเมตรที่ ๑๑๐-๑๑๒ เพื่อความสะดวกและความปลอดภัย ขอติดตั้งไฟจราจรและ ทางม้าลายตรงหน้าบริเวณโรงเรียนผาน้ำทิพย์วิทยา ตำบลผาน้ำย้อย อำเภอหนองพอก จนถึงสถานีตำรวจโคกสว่าง และตลาดสดบ้านโคกกลาง ขอกราบขอบคุณท่านประธาน🔗
ต่อไปคุณภูดิท อินสุวรรณ์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ภูดิท อินสุวรรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิจิตร เขต ๒ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้มีเรื่องปรึกษาหารือกับท่านประธาน ๑ เรื่อง เกี่ยวกับเรื่องการก่อสร้างถนนสาย ๑๑ ตอนอินทร์บุรี-วังทอง ช่วงสี่แยกบ้านเขาทราย อำเภอทับคล้อ ซึ่งพี่น้องประชาชนนั้น ได้รับผลกระทบจากการทำจุดกลับรถหรือจุดยูเทิร์น (U-Turn) ซึ่งห่างไกลจากจุดเดิม ๑.๕ กิโลเมตร และไป-กลับตก ๓ กิโลเมตร ซึ่งทำให้พี่น้องประชาชนนั้นได้รับผลกระทบ ๑๒ หมู่บ้าน พี่น้องประชาชนประมาณ ๑,๐๐๐ ครอบครัว นำเรื่องร้องเรียนผมเมื่อวานนี้ ให้ทางกรมทางหลวงหรือกระทรวงคมนาคมทำจุดยูเทิร์น (U-Turn) เพิ่มขึ้นมาอีก ๑ จุด ซึ่งห่างจากจุดเดิมประมาณ ๘๐ เมตร โดยกลับรถที่ใต้สะพาน ซึ่งตรงนี้จะทำให้ลดผลกระทบ กับพี่น้องประชาชนในเขตตำบลท้ายทุ่ง ซึ่งใช้ถนนเส้นนี้ตัดผ่านตรงบริเวณเส้น ๑๑ นี้ ซึ่งทราบว่าถนนเส้นนี้เป็นถนนที่รองรับความเร็ว ๑๒๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง เพื่อทำความเร็ว จากกรุงเทพฯ ถึงจังหวัดเชียงใหม่ ๕๖๑ กิโลเมตร ต้องใช้ความเร็ว ๑๒๐ กิโลเมตร ซึ่งถ้าพี่น้องประชาชนเดินทางแล้วย้อนกลับจะเป็นการสวนทางกัน ก็จะทำให้เกิดอันตราย และพี่น้องประชาชนนั้นก็เชื่อว่าถ้าไปกลับรถไกล ๆ นี่โดยใช้รถจักรยานยนต์อาจจะลำบาก แล้วก็อาจจะทำย้อนศร ซึ่งจะทำให้เกิดอันตรายได้ จึงฝากไปยังท่านอธิบดีกรมทางหลวง และกระทรวงคมนาคมให้ดำเนินการจัดสร้างจุดยูเทิร์น (U-Turn) ใต้สะพานให้ใหม่ ขอบพระคุณครับ🔗
คุณวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ผมได้รับคำร้องทุกข์จากนายสมชาย โคตรสาลี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหนองหว้า นายณรงค์ คีรีวรรณ ผู้ใหญ่บ้านบ้านแดง ตำบลเสียว นายสัมพันธ์ พันธ์แก่น กำนันตำบลพิงพวย นายสุริยัน แจ่มแจ้ง นายกองค์การ บริหารส่วนตำบลสุขสวัสดิ์ นายบุญเทียน สีดาว กำนันตำบลโนนเพ็ก นายทวีศักดิ์ สมศรี ผู้ใหญ่บ้านบ้านคำแมบ ตำบลไพรบึง ว่าขณะนี้เกษตรกรกำลังได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากน้ำในห้วยตื้นเขิน ขาดการบูรณะฟื้นฟูส่งผลให้หน้าฝนน้ำท่วม หน้าแล้งน้ำแห้ง เป็นแบบนี้ทุกปี ทำให้นายกองค์การบริหารส่วนตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้านได้ร้องทุกข์มายังผม ทุกปี ผมก็ได้นำมาหารือ และตั้งกระทู้ถามในสภาแห่งนี้ทุกครั้งที่ได้รับเรื่องเช่นกันครับ แต่กรมชลประทานก็ยังไม่สามารถแก้ปัญหาดังกล่าวนี้ได้ ผมจึงขอเสนอโครงการที่จำเป็น เร่งด่วนในการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนดังต่อไปนี้ ๑. โครงการแก้มลิงห้วยไผ่ ระยะ ๒ พร้อมอาคารประกอบและโครงการขุดลอกหนองทาม ตำบลหนองหว้า อำเภอเบญจลักษณ์ ๒. โครงการระบายน้ำห้วยเสียว ตำบลเสียว อำเภอเบญจลักษณ์ ๓. โครงการระบายน้ำห้วยแฮด ตำบลโนนเพชร อำเภอพยุห์ ๔. โครงการปรับปรุงอาคาร บังคับน้ำห้วยทาบ้านหนองจิก และโครงการขุดลอกซำครุ ตำบลพิงพวย อำเภอศรีรัตนะ ๕. โครงการแก้มลิงร่องน้ำจังเอิน พร้อมอาคารประกอบตำบลสุขสวัสดิ์ อำเภอไพรบึง ๖. โครงการก่อสร้างแก้มลิงห้วยชะลัง พร้อมอาคารประกอบบ้านกระแมด ตำบลไพรบึง อำเภอไพรบึง และในเวลานี้เกษตรกรก็ประสบปัญหาที่ได้รับผลกระทบจากการบริหาร ของรัฐบาล เช่น ราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ ราคาปุ๋ยแพง ปัญหาดังกล่าวนี้ ผมจึงหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลได้โปรดสั่งการไปยังกรมชลประทานได้โปรด ดำเนินการแก้ไข พร้อมทั้งผมได้ส่งเอกสารผ่านท่านประธานไปยังกรมชลประทาน ขอบคุณมากครับ🔗
คุณปดิพัทธ์ สันติภาดา ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ จังหวัดพิษณุโลกเพิ่งจะได้รับสิทธิในการจัดการแข่งขันจักรยานระดับโลก คือ ตูร์เดอฟรองซ์ (Tour De France) เป็นความพยายามของจังหวัดพิษณุโลก เป็นความพยายามของบริษัท ไมซ์ซิตี แล้วก็ทำให้เป็นโอกาสในการขับเคลื่อนจังหวัด พิษณุโลกไปสู่ความเป็นสากล ขับเคลื่อนเศรษฐกิจของจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง ท่านประธานครับ การจัดกีฬาระดับนี้จำเป็นที่ต้องมีการเตรียมการระยะเวลานาน ปี ๒๐๒๒-๒๐๒๔ ผมอยากให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้จัดเตรียมงบประมาณ ที่มากพอ และทรัพยากรต่าง ๆ ในการประสานเพื่อจะทำให้การจัดแข่งขันกีฬาครั้งนี้ สามารถเป็นไปได้อย่างดีที่สุด รวมถึงยังมีสถานการณ์โควิด (COVID) แล้วก็ความไม่สงบ ในประเทศอีกมากมาย เพราะฉะนั้นกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาต้องมาทำงาน กับกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงสาธารณสุข แล้วก็กระทรวงมหาดไทย🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือการที่เราเตรียมพิษณุโลกไปสู่ความเจริญ แต่ปรากฏว่า ยังมีปัญหาอีกมากหมายที่จังหวัดยังไม่สามารถจัดการได้ ตอนนี้เรื่องของการใช้อาคาร ในตัวเมืองพิษณุโลกในการทำเป็นอาคารนกนางแอ่นก็ยังเป็นปัญหาที่คาราคาซัง สร้างความเดือดร้อน มีนกจำนวนมากเข้ามาอาศัยอยู่ แล้วก็มีคนเข้าไปเก็บรังนก เจ้าหน้าที่ ตำรวจเข้าไปจับไม่ได้ เพราะว่าไม่สามารถยึดของกลางได้ จังหวัดพิษณุโลกก็เข้าไปทำอะไร ไม่ได้ เพราะดูยังไม่มีการกระทำผิดที่ชัดเจน นี่คือสภาพแบบศรีธนญชัย ท่านประธานครับ เรื่องนี้เราไม่ได้ขัดขวางธุรกิจนี้เพราะมีมูลค่ามหาศาล แต่การที่ใช้อาคารในตัวเมืองทำแบบนี้ จะทำให้จังหวัดเต็มไปด้วยปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม ความขัดแย้งของเพื่อนบ้าน แล้วตอนนี้ โรคไข้หวัดนกที่ประเทศจีนก็กำลังเกิดการระบาดขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าเราไม่จัดการ เรื่องนกนางแอ่นในตัวเมือง ผมกังวลเหลือเกินว่าจะทำให้พี่น้องประชาชนอยู่ในความอันตราย ต้องแก้ปัญหาตอนนี้แล้วก็ในอนาคตด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอหารือปัญหาน้ำมันดิบของบริษัท เอสพีอาร์ซี รั่วไหลจาก จุดขนถ่ายน้ำมันดิบบริเวณทุ่นผูกเรือน้ำลึก กลางทะเลห่างจากชายฝั่งตำบลมาบตาพุด อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ประมาณ ๒๐ กิโลเมตร เมื่อวันที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา สร้างความเสียหายใหญ่หลวงประมาณค่ามิได้แก่ชาวจังหวัดระยอง ผมจึงขอให้ท่านประธาน ส่งเรื่องให้ท่านนายกรัฐมนตรีเร่งแก้ปัญหาดังนี้ครับ🔗
๑. ขอให้เร่งขจัดคราบน้ำมันที่อยู่บนผิวน้ำทะเลและชายฝั่งออกอย่างรวดเร็ว🔗
๒. ขอให้เร่งตั้งกองทุนให้บริษัทเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการทำความเสียหายนั้น ได้เยียวยาแก่ชาวประมง แก่พ่อค้าแม่ขายชายฝั่งและธุรกิจท่องเที่ยวโดยเร่งด่วน ชาวประมง บอกว่าการเสียหายครั้งนี้ซ้ำสองจากปี ๒๕๕๖ เป็นการอวสานของอาชีพประมงโดยแท้เลย ๑๐ ปีที่ผ่านมายังไม่ฟื้นตัวเลยครับ สัตว์น้ำทะเลยังไม่เข้ามาในพื้นที่ชายฝั่งดังกล่าว🔗
๓. ให้เร่งฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมทะเลซึ่งต้องใช้เวลานับสิบปีด้วยวิธีการทางวิชาการ ใดก็แล้วแต่ เพราะว่าสารเคมีกับน้ำมันดิบนั้นได้ทำให้เกิดตะกอนตกลงไปใต้ท้องทะเล🔗
๔. เร่งฟื้นฟูความเชื่อมั่นผู้บริโภคเพราะคนไม่กล้ากินอาหารทะเล พี่น้อง ชาวประมงก็ขายอาหารทะเลไม่ได้🔗
๕. เรื่องของตั้งกรรมการสรุปข้อเท็จจริงว่าน้ำมันรั่วไหลกี่ลิตรกันแน่ บางแห่งบอกว่า ๔๐๐,๐๐๐ ลิตร บางแห่งก็บอกว่า ๑๖๐,๐๐๐ ลิตร ๖๐,๐๐๐ ลิตร ก็มี ๒๐,๐๐๐ ลิตรก็มี เพราะขึ้นกับปริมาณความเสียหายที่จะต้องชดเชย และ🔗
สุดท้ายก็ขอให้รัฐบาลรับประกันว่าอย่าเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำรอย ประวัติศาสตร์อีก เพราะว่าชาวจังหวัดระยองไม่อยากจะเป็นผู้รับกรรมผลของการกระทำ เช่นนี้อีก กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ จากสถานการณ์โควิด (COVID) ระบาด สร้างความเดือดร้อนให้กับศูนย์เด็กเล็ก ในกรุงเทพมหานครหลาย ๆ แห่งด้วยกันนะคะ สิ่งที่ดิฉันได้รับการร้องเรียนมานั้นก็คือ ค่าอาหารกลางวันสำหรับเด็กเล็กที่ทางครูพี่เลี้ยงจะต้องเป็นผู้ปรุงอาหารไม่เพียงพอ ดิฉันได้รับทราบว่าขณะนี้มีค่าต่อหัว ๒๐ บาท แต่ว่าเนื่องจากมีการต้องจัดส่งไปตามบ้าน ของเด็กเล็กนั้น ก็ทำให้เกิดค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นมา ตอนนี้วิธีแก้ปัญหาของครูพี่เลี้ยงจะต้อง ไปเรี่ยไรหรือว่าขอระดมทุนจากหน่วยงานเอกชนต่าง ๆ ดิฉันเห็นว่าตรงนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ ที่หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง นั่นก็คือกรุงเทพมหานครควรที่จะจัดสรรงบประมาณ เพิ่มเติมลงไปให้ถึงศูนย์เด็กเล็กเหล่านั้น เพื่อที่จะให้ค่าอาหารของเด็กได้เพิ่มขึ้น แล้วก็ได้รับ สารอาหารที่เป็นประโยชน์ด้วยค่ะ🔗
ในเรื่องต่อไป ดิฉันขอให้ทางกรมชลประทานทำงานร่วมกับสำนักการโยธา ของกรุงเทพมหานครสำรวจพื้นที่เลียบคลองมอญ คลองเจ๊ก และคลองลำปลาทิว ในการที่จะจัดทางรถวิ่ง เพราะว่าขณะนี้พี่น้องที่อยู่ตามริมคลองต่าง ๆ นั้นไม่สามารถ ใช้รถยนต์ส่วนตัวได้ เพราะว่าไม่มีถนน เวลาเกิดการเจ็บป่วยก็ทำให้ยากต่อการเดินทาง ไปโรงพยาบาล เมื่อมีผู้สูงอายุก็ทำให้เกิดการเสียชีวิตโดยที่ไม่สมควรอย่างยิ่ง ดิฉันขอให้ หน่วยงานที่ได้กล่าวไปเร่งดำเนินการด้วยนะคะ🔗
ในเรื่องต่อไปค่ะ ดิฉันเคยประสานไว้หลายครั้งแล้ว การสร้างสะพานลอย หน้าหมู่บ้านราชพฤกษ์ ถนนฉลองกรุง ขณะนี้ก็ยังไม่ได้รับการตอบกลับค่ะ พี่น้อง ในพื้นที่ขอให้เร่งดำเนินการด้วยค่ะ ไม่อยากที่จะให้เกิดการสูญเสียชีวิตของพี่น้องประชาชน อีกค่ะ🔗
เรื่องสุดท้าย เอทีเค (ATK) ในขณะนี้ที่ดูเหมือนมีปริมาณเพียงพอ แต่ยังขาดแคลนอยู่ในโรงเรียนขนาดเล็กต่างจังหวัดค่ะ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนมา ขอให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรดสำรวจจัดส่งถึงโรงเรียนที่ยังมีความขาดแคลนอยู่ด้วยค่ะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗
ต่อไปนายปรีดา บุญเพลิง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายปรีดา บุญเพลิง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคครูไทย เพื่อประชาชน ขอหารือท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปยังนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผมได้รับเรื่อง ร้องเรียนจากผู้ปกครองนักเรียนและคุณครูเป็นจำนวนมากว่า กรณีที่กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุข มีมาตรการให้โรงเรียนหยุดทำการเรียนการสอน และให้เรียนออนไลน์ (Online) เป็นระยะเวลายาวนาน เนื่องจากการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด (COVID) เด็กจะสนใจบ้าง ไม่สนใจบ้าง และไม่เข้าเรียนเลยก็มี ตลอดระยะเวลาเกือบ ๒ ปีที่ผ่านมา ทำให้เด็กห่างเหินจากเพื่อน จากโรงเรียน จากคุณครู จนบางคนนึกว่าไม่ต้องเรียนแล้ว เป็นการสร้างภาระให้กับผู้ปกครอง จากปัญหาดังกล่าวส่งผลให้เด็กไม่อยากไปโรงเรียน สถานการณ์เช่นนี้มีความเป็นไปได้สูงมาก และจะสร้างความวิตกกังวลให้กับคุณครู และผู้ปกครองเป็นอย่างมาก ดังนั้นผมจึงอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรดพิจารณาอนุญาตหรือกระจายอำนาจให้โรงเรียน หรือสถานศึกษาทุกแห่งสามารถเปิดเรียนทุกระดับชั้นได้ ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของผู้บริหาร คณะครู คณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ปกครอง เห็นสมควรและไม่สมควรเปิดเรียน การประกาศห้ามเปิดเรียนแบบเหมารวมเช่นนี้ไม่เหมาะสม เพราะแต่ละพื้นที่มีความเสี่ยง แตกต่างกัน ชุมชน ผู้ปกครองรู้ดีที่สุดว่าควรจะเปิดหรือปิดเรียน ควรมอบอำนาจให้ชุมชน ผู้ปกครอง ผู้บริหาร คณะครู คณะกรรมการสถานศึกษาเป็นผู้พิจารณา ก่อนที่ปัญหา เด็กออกกลางคันจะมีมากกว่านี้ ถ้าปล่อยให้เป็นไปอย่างนี้ผมถือว่าเป็นการแก้ไขปัญหา ที่ไม่ตอบโจทย์ที่แท้จริงครับ ขอบคุณครับ🔗
นางสาวละออง ติยะไพรัช ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ดิฉันจะขอหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังว่า ในภาวะเช่นนี้ เราสามารถจะช่วยพี่น้องประชาชนที่ตกงานที่ไม่มีงานทำได้อย่างไร โดยเฉพาะตอนนี้ ดิฉันได้รับข้อร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากพี่น้องประชาชนมากเรื่องที่เขาไม่มีงานทำ เขาก็ไปผ่อนรถกับลีสซิง (Leasing) แต่เขาก็ถูกยึดรถ ยึดรถต่อไปทางบริษัทก็เอาไป ขายทอดตลาด ขายทอดตลาดก็มีส่วนต่าง ส่วนต่างนี่ละค่ะท่านประธาน ที่พี่น้องประชาชน คนที่ค้ำประกัน คนที่ค้ำประกันที่สุดเลยค่ะ ที่มีบ้านมีอะไร ตอนนี้กรมบังคับคดีก็จะไปยึดทรัพย์ ยึดบ้าน พ่อแม่ พี่น้อง ประชาชน ดิฉันอยากจะถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ไปถึงนายกรัฐมนตรีด้วย ผู้บริหารประเทศนี้ด้วยว่า เราจะมีมาตรการอะไรที่ช่วยพี่น้อง ประชาชนตรงนี้ได้บ้าง ตกงานก็ตกงาน ยึดทรัพย์ก็ถูกยึดทรัพย์ มันเป็นเรื่องที่มันน่าอนาถใจ น่าสงสารพี่น้องประชาชนจนน้ำตาจะไหลค่ะท่านประธานว่า ไม่มีจะกินก็ยังจะถูกยึดบ้านอีก แล้วตอนนี้ท่านมีนโยบายที่จะช่วยพี่น้องประชาชนตรงนี้อย่างไรบ้าง และพี่น้องอีกส่วนหนึ่ง ก็คือพี่น้องประชาชนที่เป็นชาวไร่ ชาวนา ราคาข้าวตกต่ำ เป็นหนี้ ธ.ก.ส. ตอนนี้เป็นหนี้กัน เยอะมาก ท่านประธานถ้ามีโอกาสถ้าเราเข้าไปหาพี่น้องประชาชนถามเถอะว่าใครไม่เป็น หนี้บ้าง ไม่มีเลยค่ะท่านประธาน หนี้ส่วนใหญ่ก็หนี้จากการที่เขาทำมาหากิน แล้วรัฐบาล ก็ไม่ได้ดูแลไม่ได้ส่งเสริมและมีการช่วยเหลือ ดิฉันอยากจะขอให้ท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีกระทรวงการคลังด้วยว่ามีมาตรการอะไรช่วยพี่น้องประชาชนบ้างค่ะ🔗
ต่อไป คุณชวน ชูจันทร์ ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชวน ชูจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมบนทางม้าลายในกลางเดือนที่ผ่านมา ผมขอหารือท่านประธาน เพื่อเสนอไปยังผู้ว่า กทม. ดังต่อไปนี้ ควรจะทาสีทางม้าลายใหม่ทั้งหมด บางแห่งนั้น สีเรามองไม่เห็นแล้ว และทางม้าลายต่อไปจะต้องเป็นทางคู่ เวลาเดินจะได้ไม่มาเจอ กลางถนนแล้วไม่รู้ว่าใครจะหลบไปทางไหน🔗
อันที่ ๒ ก็คือทางม้าลายนั้นไฟสัญญาณจะต้องใหญ่และเด่นชัด และควรให้ มีกริ่งมีเสียงด้วยเพื่อจะได้ให้ผู้พิการทางสายตาหรือคนตาบอดนั้นข้ามถนนได้ด้วย หรือที่เรา เรียกกันว่าเป็นทางม้าลายเสมอภาค เรามีตลาดเสมอภาคให้คนที่วีลแชร์ (Wheelchair) ใช้ได้ เราควรจะมีเสียงกริ่งสัญญาณเพื่อให้คนตาบอดใช้ได้ด้วย ป้ายเตือนก่อนที่จะถึง ทางม้าลายต้องทำอาจจะเป็นลูกระนาดหรือไฟให้เห็นชัดเจนว่า อีก ๑๐๐ เมตร อีก ๕๐ เมตรจะมีทางม้าลาย และเพื่อให้การปฏิบัติเป็นไปตามที่กำหนด ในเวลาเร่งด่วน ควรจะมีเจ้าหน้าที่ไปคอยกำกับอยู่ด้วยให้เกิดการปฏิบัติที่ถูกต้อง ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่คนเดินไม่ได้ ถ้าเราช่วยกันทำสิ่งเหล่านี้ให้เกิดขึ้นเป็นรูปธรรม โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นจะต้องไม่เกิดขึ้นอีก และจะเป็นเมืองที่ทุกคนสามารถเดินได้ อย่างปลอดภัย ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ต่อไปนางสาวทัศนีย์ บูรณุปกรณ์🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉัน มีข้อหารือท่านประธานสภา ๒ เรื่องนะคะ🔗
เรื่องที่ ๑ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากนิสิตนักศึกษาที่กู้ยืมเงินจาก กยศ. ว่า พวกเขาได้รับเงินเดือนล่าช้า ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตของพวกเขา จะเป็นไปได้ไหมคะ ถ้าจะฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีกระทรวงการคลังว่า ขอให้เงินเขาตรงเวลาหน่อย เพราะมันส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของพวกเขานะคะ และอีกอย่างหนึ่งเป็นไปได้ไหม ถ้าเงินกู้ยืมจาก กยศ. นี้จะเป็นการปลอดดอกเบี้ย เพื่อเป็นการส่งเสริมให้เข้าถึงระบบ การศึกษาได้ แล้วอีกอย่างหนึ่งขอให้ กยศ. ลดชั่วโมง หรือยกเลิกชั่วโมงที่ต้องออกไปบำเพ็ญ ประโยชน์ เพราะว่าตอนนี้นักศึกษาต้องออกไปหารายได้พิเศษ ก็สืบเนื่องจากพิษเศรษฐกิจ ที่รัฐบาลได้สร้างไว้ และไม่สามารถแก้ไขได้🔗
เรื่องที่ ๒ ดิฉันหารือประธานไปยังรัฐมนตรีว่ากระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พิจารณาลดค่าเทอมในภาคเรียนที่ ๒ ให้กับ ทุกมหาวิทยาลัย นักศึกษาตอนนี้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น จากการเรียนออนไลน์ (Online) มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นค่าอินเทอร์เน็ต (Internet) หรือค่าไฟส่งผลให้กระทบต่อเศรษฐกิจของนักศึกษา ตอนนี้ จึงอยากขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ลดค่าเทอมในภาคเรียนที่ ๑ อย่างน้อยเพื่อไม่ให้มีใครได้หลุดออกจากระบบการศึกษาต่อไป แล้วก็ตอนนี้นักศึกษาส่วนใหญ่กระทบจากที่ราคาสินค้าขึ้น แล้วรัฐบาลไม่สามารถมีมาตรการ อะไรที่จะเยียวยาประชาชนได้เลย ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปคุณคารม พลพรกลาง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัด ร้อยเอ็ด สิบเอ็ดประตูเมืองงาม เรืองนามพระสูงใหญ่ ผ้าไหมสาเกต บุญผะเหวดประพณี มหาเจดีย์ชัยมงคล งามน่ายลบึงพลาญชัย เขตกว้างไกลทุ่งกุลา โลกลือชาข้าวหอมมะลิ ขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง จากการออกพื้นที่ขอภาพเลย🔗
การออกพื้นที่ในอำเภอ สุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ดหลายตำบลในสัปดาห์ที่ผ่านมา คือ ทุ่งศรีเมือง ตำบลบ่อพันขัน แล้วก็อีกหลายตำบล ตำบลหัวโทน ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนที่ต้องการไฟฟ้าเกษตร เพื่อใช้ในการประกอบอาชีพเกษตรกรรมและเลี้ยงสัตว์ เหตุผลที่ชาวบ้านเขาขอเนื่องจากว่า เวลาไปยื่นหรือไปขอเรื่องการขยายเขตไฟฟ้าเกษตรจะมีปัญหาเรื่องจำนวนหลังที่จะขอไฟฟ้า มีปัญหาเรื่องค่าธรรมเนียม แล้วถ้าใกล้ ๆ หมู่บ้านก็ต้องมีปัญหาเรื่องว่าทำไม่ได้ ขอหารือ เป็นเรื่องแรก🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องในเขตทุ่งกุลากว้างไกล อำเภอสุวรรณภูมิต่อกับอำเภอ ท่าตูม จังหวัดสุรินทร์ บ้าน ส.ส. ปกรณ์ มุ่งเจริญพร ซึ่งเป็นถนนระหว่างผ่านพลับพลา ขาดมานานแล้ว ประชาชนในตำบลทุ่งกุลาเวลาสัญจรทำให้เดินไกล แล้วอีกอย่างก็คือ น้ำในทุ่งกุลาบริเวณพลับพลานี้แห้งแล้งทำให้กระบือและโคไม่มีน้ำที่จะใช้กิน ใช้ดื่มด้วย ในการนี้จึงขอหารือไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่อให้จัดงบประมาณมาทำถนน ซึ่งต้อง ขอบคุณท่านผู้ช่วยสมพล พายุพัฒน์ ผู้ใหญ่บ้านอุดร สอนศักดา ที่ให้ข้อมูลมาว่า งบประมาณ ที่จะใช้ในการซ่อมแซมมีเพียงล้านกว่าบาทเท่านั้น จึงขอหารือไปยังกระทรวงมหาดไทย ทั้ง ๒ เรื่องเพื่อให้ทำการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งเมื่อท้องถิ่น เราอยู่ได้ ประชาชนอยู่ได้ ประเทศชาติก็อยู่ได้ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี มาแล้ว เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๔ จังหวัดสงขลา วันนี้ ใคร่ขอหารือท่านประธาน เนื่องจากกระผมได้รับหนังสือร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ในพื้นที่ เมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๕๑ จากนายชลอ กาฬจันโท พร้อมทั้งรายชื่อชาวบ้าน ประมาณ ๒๐๐ กว่าครอบครัว เรื่องที่สำนักงานชลประทานที่ ๑๖ จะดำเนินการการขุดคลอง ขยายคลองศาลาธรรม และคลองไผ่ ความกว้าง ๖๐ เมตร ลึก ๔ เมตร ความยาว ๑๓ กิโลเมตร และ ๑๖ กิโลเมตร โดยพี่น้องประชาชนส่วนมากไม่เห็นด้วยกับโครงการนี้ เพราะผลประโยชน์ที่จะได้รับไม่คุ้มทุน แล้วก็ไม่สามารถแก้ปัญหาภัยแล้งที่อ้างถึง และโครงการนี้ก็ไม่ได้รับการรับฟังความคิดเห็นจากพี่น้องประชาชน จึงสร้างความสับสน วิตกกังวล เพราะจะมีการเวนคืน รื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง บ้านเรือน และชาวบ้านได้รับ ผลกระทบเป็นส่วนมาก จึงได้ร้องเรียนมายังกระผมช่วยประสานท่านประธานผ่านถึง กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จังหวัดสงขลาหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้จัดทำประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน สร้างความกระจ่าง คลายทุกข์วิตกกังวลให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องแท้จริง ครบถ้วนด้วยครับ ท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณ🔗
คุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกลครับ ผมขอปรึกษาหารือท่านประธานในปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเขตคลองสาน จำนวน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก การก่อสร้างกระทรวงมหาดไทยแห่งใหม่ ชาวบ้านร้องเรียนมาว่า มีการก่อสร้างวันเสาร์ วันอาทิตย์ ซึ่งวันอาทิตย์น่าจะผิดกฎหมายถ้าไปสร้างหรือทำงาน วันอาทิตย์ อย่างไรฝากทางกระทรวงมหาดไทยช่วยกวดขันดูแล เพราะว่าเป็นผู้บังคับใช้ กฎหมายเอง แล้วก็สร้างกระทรวงของท่านเองให้เป็นแบบอย่างที่ดีกับประชาชนด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ ในเขตคลองสานเช่นกัน บริเวณซอยเจริญนคร ๑๔ เป็นทางตรง แต่ก่อนก่อนปรับปรุงถนนมีลูกระนาดก็ไม่ค่อยเกิดอุบัติเหตุ แต่ตอนหลังปรับปรุงถนนแล้ว ไม่มีลูกระนาดมีคนโดนชนเสียชีวิตไปหลายรายเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เพราะว่าถนนแคบและ รถค่อนข้างวิ่งเร็วโดยเฉพาะมอเตอร์ไซค์และมีรถจอด บางทีหลบแล้วก็ไม่เห็น อยากให้ กทม. ช่วยของบประมาณในการไปสร้างลูกระนาดเพื่อความปลอดภัยหรือว่าเป็นลูกคลื่นก็ได้🔗
เรื่องต่อมาในเขตบางกอกใหญ่มีการก่อสร้างบริเวณคลองต้นไทร เป็นเขื่อนกั้น ๒ ทาง แต่ตอนนี้มีปัญหาว่าเริ่มแตกร้าวมาเรื่อย ๆ แล้ว ตอนนี้พื้นดินเริ่มแตกร้าวมาถึง ฟุตพาท (Footpath) แล้ว พื้นที่เกิดเหตุก็อยู่บริเวณร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อตุ๋นน้ำแดงห้าดาว ถนนเพชรเกษม อย่างไรฝากเขตบางกอกใหญ่ช่วยกวดขันดูแล เพราะว่ามันชิดกับ ร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อนี้มากและผมกินบ่อยอย่าให้ร้านนี้มันถล่มเลยครับ ผมขอร้องนะครับ และ🔗
เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน จากการที่ผมเคยอภิปรายไปแล้วเรื่องไข่แพง ที่ไปจับไข่ชาวบ้านและไม่จับไข่นายทุน กรมการค้าภายในเขาก็บอกว่า อ๋อ ไข่ที่อยู่ในเซเว่น- อีเลฟเว่นเป็นสินค้าทางเลือก แต่ผมก็งงครับว่าความยุติธรรมหรือความโปร่งใส การกำหนด ว่าเป็นสินค้าทางเลือกนี้คืออะไร เพราะผมไปตลาดก็เห็นไข่ซีพี (CP) ก็ไข่เหมือนกัน โลโก้ (Logo) เหมือนกัน แต่มัน ๔ บาท แต่ทำไมเซเว่น-อีเลฟเว่น (7-Eleven) ๗ บาท ก็ฝากกระทรวงพาณิชย์ดูเรื่องความโปร่งใสและการจัดระเบียบทางนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณสฤษดิ์ บุตรเนียร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ พรรคภูมิใจไทยครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ผมอยากจะติดตามตามที่ท่านกฤษฎากร สุริยวงศ์ นายกองค์การ บริหารส่วนตำบลกบินทร์บุรี ได้ขอให้ติดตามเรื่องที่ผมขอปรึกษาไว้ตั้งแต่วันที่ ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ว่า เรื่องการขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภคของหมู่ที่ ๑๐ บ้านชำโสม และหมู่ที่ ๑๑ บ้านคลองกลางว่าช่วงนี้น้ำประปาก็ขาดแคลน เราขอร้องไปที่การประปา ส่วนภูมิภาคแล้วก็ไม่ได้รับการตอบสนองหรือว่าได้ปฏิบัติใด ๆ เลยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ เขาได้ร้องเรียนเช่นเดียวกัน เรื่องของที่บ้านหนองช้างลง หมู่ที่ ๔ ก็ขาดแคลนน้ำประปา อยากจะขอความกรุณา ท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรดให้ความกรุณากับชาวบ้านด้วยครับ เพราะเนื่องจากทั้งโควิด (COVID) ทั้งโรคภัยไข้เจ็บ แล้วน้ำเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด ในการดำรงชีพครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ผมได้รับคำร้องเรียนมาจากท่านทองหลาง พิลาโท นายกองค์การ บริหารส่วนตำบลย่านรี อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ถึงความเดือดร้อนของพ่อแม่ พี่น้องประชาชนชาวย่านรี เพื่อขอสนับสนุนงบประมาณในการที่จะซ่อมแซมถนนที่เป็น หลุมบ่อ พร้อมทั้งไฟส่องสว่างในถนนเส้นทางของบ้านตรอกปลาไหลถึงบ้านเขากระแต หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๖ หมู่ที่ ๗ หมู่ที่ ๘ หมู่ที่ ๙ และหมู่ที่ ๑๑ ว่าเส้นทางตลอดนั้น เป็นความคับแคบและเป็นหลุมเป็นบ่อ เพราะมีรถบรรทุกพืชผลการเกษตร ตลอดเส้นทางนั้น ก็ยังขาดแสงสว่างทุกหมู่บ้านเลยครับ ซึ่งก่อให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงกราบเรียนมายัง ท่านประธานสภาที่เคารพผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคมได้ช่วยจัดสรรงบประมาณและเพื่อให้ประชาชนได้สัญจรไปมา ขยายไหล่ทางและไฟส่องสว่างเพื่อประโยชน์สุขของประชาชนโดยทั่วถึงกันครับ ขอกราบขอบคุณมากครับ🔗
คุณชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย เขต ๔ ปทุมธานี มีเรื่อง ที่จะกราบเรียนหารือผ่านท่านประธานดังต่อไปนี้ บริเวณถนนวิภาวดีรังสิตขาออก ผมได้รับคำร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่สัญจรผ่าน ในเขตเทศบาลลำสามแก้ว เทศบาล รังสิต มีการขุดอุโมงค์หรือขุดทำงานโยธาของหน่วยงานต่าง ๆ อะไรที่บริเวณหน้าตลาด สี่มุมเมืองทำให้การจราจรติดขัดทั้งเช้าทั้งเย็น ขอให้กรมทางหลวงและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการดำเนินงานในจุดนี้ด้วยครับ เพราะการจราจรติดขัดมาก🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับคำร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลลำสามแก้ว และคูคตว่าท่อระบายน้ำอุดตันและไปติดต่อให้ทางเทศบาลมาดูดโคลนสิ่งปฏิกูลในท่อ แต่ว่าไม่ได้รับการดูแลจากเทศบาล เนื่องจากเทศบาลอ้างว่ารถดูดโคลนเสีย และใช้มานาน ๒๐ ปีแล้ว และการจัดซื้อจัดจ้างประมูลไม่ได้ เพราะว่ากรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ออกกฎระเบียบที่ยุ่งยาก เนื่องจากว่าเกิดการทุจริตคอร์รัปชันในประเด็นนี้เยอะมาก ทำให้กรมส่งเสริมการปกครองออกกฎระเบียบทำให้การประมูลงานมีการร้องเรียนกันมาก และทำให้ชาวบ้านเดือดร้อน เพราะว่าทางเทศบาลไม่สามารถจัดซื้องานครุภัณฑ์ในส่วนนี้ได้ พวกรถดูดโคลน ขอให้กรมส่งเสริมการปกครองดูแลปรับปรุงกฎระเบียบด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ได้รับคำร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลลำสามแก้ว เรื่องการขยายถนนเสมาฟ้าคราม คลองสอง ซึ่งมีโครงการมาจะ ๑๐ ปีแล้ว แต่ว่างบประมาณ ที่กระทรวงคมนาคมจะต้องจัดสรรเพื่อเวนคืนที่ดินล่าช้าเหลือเกิน ยังไม่คืบหน้าไปไหน จึงขอให้กระทรวงคมนาคมดูแลด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
คุณวัชรพล โตมรศักดิ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วัชรพล โตมรศักดิ์ โคราช ชาติพัฒนา ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๑ เรื่อง เพื่อที่จะส่งต่อไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ และท่านอธิบดีกรมท่าอากาศยาน นายปริญญา แสงสุวรรณ ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานขอเป็นตัวแทนพี่น้องชาวจังหวัดนครราชสีมา และพี่น้องในภาคอีสาน เพื่อที่จะกราบขอบคุณไปยังกระทรวงคมนาคม โดยกรมท่าอากาศยาน🔗
ซึ่งหลังจากที่ทางจังหวัด นครราชสีมาเราได้รับทราบข่าวดีว่า สนามบินนครราชสีมาหรือสนามบินป่าหนองเต็ง ซึ่งมีพื้นที่ ๔,๖๒๕ ไร่ มีอาคารผู้โดยสาร ๕,๕๐๐ ตารางเมตร และสำคัญไปกว่านั้นก็คือ สามารถที่จะรองรับโบอิ้ง ๗๓๗ (Boeing 737) ได้พร้อมกันทีเดียว ๔ ลำ ท่านประธาน ทราบไหมครับว่าสนามบินแห่งนี้ได้ถูกก่อสร้างมาตั้งแต่วันที่ ๕ ธันวาคม ๒๕๔๐ อยู่ห่างจาก จังหวัดนครราชสีมา ๒๖ กิโลเมตร และในระยะเวลา ๒๐ กว่าปีที่ผ่านมา มีสายการบินทั้งสิ้น ๗ สายการบิน ๑. สายการบินไทย ๒. แอร์อันดามัน ๓. แอร์เอเชีย ๔. แฮปปี้แอร์ ๕. ไทยรีเจียนัลแอร์ไลน์ ๖. กานต์แอร์ รวมไปถึงนิวเจนแอร์ไลน์ส ที่ผมกราบเรียน ท่านประธานมาทั้งหมดเหล่านี้ครับ ก็คือสนามบินแห่งนี้พยายามที่จะดำเนินการให้ประสบ ความสำเร็จแต่ก็ล้มเหลว เป็นระยะเวลา ๑๐ ปีเต็มที่ปล่อยให้ร้าง มาวันนี้มีหนังสือจาก สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ซึ่งได้พูดถึงเรื่องการจัดสรรเส้นทางการบิน ในประเทศเพิ่มเติมจากบริษัท นกแอร์ (มหาชน) ซึ่งได้มีการดำเนินการในการอนุมัติให้ ๓ เส้นทางสำหรับสนามบินนครราชสีมา ก็คือเชียงใหม่-นครราชสีมา นครราชสีมา-หาดใหญ่ และนครราชสีมา-ภูเก็ต ทั้ง ๓ สายการบินนี้จะประสบความสำเร็จหรือไม่ ผมจึงอยากจะ ขออนุญาตได้กราบเรียนท่านประธานไปถึงกรมท่าอากาศยานครับ ได้กรุณาตั้งคณะทำงาน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในการศึกษาเพื่อที่จะทำให้สนามบินแห่งนี้ได้ประสบความสำเร็จ เพราะพี่น้องชาวโคราชได้มีโพล (Poll) ออกมาว่า ๙๗ เปอร์เซ็นต์ ต้องการให้สนามบิน แห่งนี้ได้กลับมาเปิดใช้ กราบขอบพระคุณครับ🔗
คุณประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดินแดง ห้วยขวาง พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือท่านประธาน ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้กรุงเทพมหานครได้เข้าไปดำเนินการในการขุดลอกลำราง ในส่วนของลำรางปั้นจาด ในพื้นที่เขตห้วยขวาง แล้วก็ในส่วนของลำรางนาซอง ในพื้นที่ เขตดินแดง เพื่อเตรียมการสำหรับการรองรับน้ำที่จะมาในหน้าฝนในฤดูที่จะถึงนี้🔗
๒. ขอให้กรุงเทพมหานครเสนอให้กระทรวงมหาดไทยได้ออกพระราชกฤษฎีกา เวนคืน ขออนุญาตภาพสไลด์ (Slide)🔗
ขออนุญาตให้ออกเป็น พระราชกฤษฎีกาเวนคืนในส่วนของหัวมุมถนนตรงประชาสงเคราะห์ ๑๔ เพื่อที่จะได้แก้ไข ปัญหาการจราจรในถนนประชาสงเคราะห์ ซึ่งเรื่องนี้ผมได้เสนอท่านประธานไปครั้งหนึ่งแล้ว ประมาณ ๑ ปี แต่ในขณะนี้ยังไม่ได้มีการขยับเขยื้อนเลย เวนคืนประมาณ ๒๐ ตารางเมตร จะสามารถแก้ไขปัญหาจราจรในบริเวณแถวนั้นได้อย่างมาก ท่านประธานครับ แปลกมากครับ ผู้นำของประเทศพูดกับสิงสาราสัตว์รู้เรื่องทุกอย่างเลยครับ พูดกับม้า พูดกับวัว พูดกับควาย ล่าสุดก็ไปพูดกับม้าที่ประเทศซาอุดีอาระเบียก็รู้เรื่อง แต่พูดกับคนไทยด้วยกัน ไม่รู้เรื่อง ก็ฝากด้วย🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้กระทรวงมหาดไทยได้เร่งรัดในการที่จะนำเรื่องการเลือกตั้ง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและสมาชิกสภากรุงเทพมหานครได้เข้าสู่การพิจารณาของ คณะรัฐมนตรี เพราะว่าล่าสุดที่นายกฯ ไปตอบที่ประชุมของวุฒิสภา ตอบคลาดเคลื่อน ผิดพลาดหมดเลยครับ กทม. กฎหมายใหม่โดย คสช. ท่านบังคับว่า สก. เลือก ๑ เขต ๑ คน จำนวน ๒๐๐,๐๐๐ ถ้าเกินอีก ๗๕,๐๐๐ คน ถึงจะเลือก ๒ คน ฉะนั้นไม่มีเขตไหนเกิน ๗๕,๐๐๐ คน ฉะนั้นวันที่ กกต. มาตอบสภา กกต. พร้อม รอมติ ครม. เท่านั้นที่จะกำหนด ออกมา ก็ฝากด้วยท่านประธานครับ🔗
ท่านสุดท้าย คุณกันตวรรณ ตันเถียร🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางกันตวรรณ ตันเถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพังงา จากพรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ดิฉันจะติดตามทวงถามปัญหาของพี่น้องประชาชนใน ๓ พื้นที่นะคะ ซึ่งเกิดจาก ความล่าช้าของระบบราชการ🔗
เรื่องแรกก็คือ เรื่องฝายคลองสวนพลู อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ดิฉันเคยปรึกษาไปเมื่อ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๓ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทาน ได้ตั้งงบประมาณเรียบร้อยแล้ว ๑๘ ล้านบาท เพื่อก่อสร้างฝายคลองสวนพลูซึ่งมีการแตกร้าว แต่ปรากฏว่ายังติดปัญหาของกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็ฝากไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยดูแลให้กับพี่น้องประชาชน🔗
เรื่องที่ ๒ ดิฉันเคยติดตามทวงถามในสภาเมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๖๓ เป็นเรื่องของไฟฟ้าของพี่น้องตำบลเกาะพระทอง อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา หมู่บ้านแห่งนี้ มีหมู่ ๒ และหมู่ ๔ ซึ่งยังไม่มีไฟฟ้าใช้🔗
ในภาพคือไฟฟ้าของพี่น้องหมู่ ๑ ตำบลเกาะพระทอง ได้รับงบประมาณ แต่ไม่สามารถก่อสร้างให้แล้วเสร็จในพื้นที่หมู่ ๒ และหมู่ ๔ เนื่องจากติดการขออนุญาตจากป่าชายเลน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ทำให้พี่น้องตำบลเกาะพระทอง หมู่ ๒ และหมู่ ๔ ยังขาดโอกาส ในการเข้าถึงไฟฟ้า🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องท่าเทียบเรือบ้านคลองเหีย ตำบลเกาะยาวใหญ่ ปัญหานี้ ดิฉันได้ปรึกษาเมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๖๔ กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ก่อสร้างเอาไว้ แต่ผู้รับเหมาทิ้งงานทำให้พี่น้องเกาะยาวขาดโอกาส วันนี้ทางนายกเทศบาลเกาะยาวใหญ่ ได้ทำเรื่องไปถึงท่านผู้ว่าราชการจังหวัด คณะกรรมการจังหวัดได้แก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยทำโครงการผ่านโครงการจังหวัด ในโครงการของพัฒนาเสริมสร้างความเข้มแข็ง ของเศรษฐกิจฐานรากประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ดิฉันทราบว่าเรื่องดังกล่าว ได้ผ่านคณะกรรมการจังหวัดแล้ว ก็ส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ ดิฉันขอทวงถามอีกครั้งหนึ่งสำหรับ ๓ โครงการให้กับพี่น้องชาวพังงา ความล่าช้าของระบบราชการทำให้พี่น้องชาวพังงาขาดโอกาส ขอโอกาสให้พี่น้องพังงา ผ่านหน่วยงานทั้ง ๓ กระทรวง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงการคลังค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต้องขอขอบคุณ ท่านสมาชิกที่ส่วนใหญ่ได้รักษาเวลาไว้ได้อย่างดี แล้วก็นำปัญหาที่เป็นปัญหาชาวบ้านจริง ๆ🔗
ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อแล้ว ทั้งหมด ๒๘๘ คน องค์ประชุม ๒๓๘ คน ขณะนี้ครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเปิดประชุมครับ ขออนุญาตไปตามระเบียบวาระ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗
ก่อนที่จะไปถึงระเบียบวาระที่ ๔ ขออนุญาต ทางฝ่ายเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรและทางฝ่ายแพทย์ได้ขอให้ผมเรียนให้ท่านสมาชิกได้ทราบ เพื่อร่วมกัน ในการป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) ซึ่งขณะนี้มีเพื่อน ของเราบางท่านติดเชื้อ ก็ติดตามให้กำลังใจกันอยู่ ขอความร่วมมือสมาชิกดังต่อไปนี้🔗
๑. เข้ารับการตรวจหาเชื้อแบบแอนติเจน (Antigen) หรือเอทีเค (ATK) โดยสามารถรับบริการได้ตั้งแต่เวลา ๐๘.๓๐-๑๒.๐๐ นาฬิกา ที่บริเวณจุดตรวจโซนซี (Zone C) ชั้น ๒🔗
๒. ขอให้ท่านสมาชิกสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่อยู่ในห้องประชุม และนั่งเว้นระยะห่างเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่หรือรับเชื้อ กรณีการสวมหน้ากากนั้น ผมขอเรียนว่าก็ชื่นชมด้วยความจริงใจที่เราทำได้ร้อยทั้งร้อย จะมีปัญหาที่ทางฝ่ายประจำ เขาเตือนก็คือว่าเมื่อเราอยู่ในห้องอาหาร แล้วก็โดยเฉพาะคนที่สูบบุหรี่ ห้องนั้น เป็นห้องแพร่เชื้อเลยละครับ เพราะว่าคนสูบบุหรี่ก็ต้องถอดหน้ากาก ในที่สุดก็มีโอกาส ที่จะติดละอองฝอยไปได้ก็ต้องระมัดระวัง แต่โดยรวมแล้วขณะนี้ทั้งข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และสมาชิก โดยรวมแล้วถือว่ายังไม่มีผู้ใดติดเชื้อจากสภา ทั้งหมดนั้นก็ติดมาจากภายนอก พวกเราระมัดระวัง ผมเรียนไปแล้วว่าเราต้องอยู่กับโรคนี้ให้ได้ หมายถึงว่าถ้าเราจะงดประชุม เราต้องงดตลอดไปเลย เพราะโรคก็คงยังอยู่ เพราะฉะนั้นเราต้องอยู่กับโรคนี้ให้ได้ โดยการที่ระมัดระวังด้วยความเข้มข้น เพื่องานเราจะได้ไปได้ ก็เลยถือโอกาสนี้ เรียนขอความร่วมมือ ที่จริงแล้วทางฝ่ายเลขาธิการขอให้ผมขอร้องพวกเราว่าท่านผู้ที่ ถอดหน้ากากอภิปรายให้มาอภิปรายที่ตู้แท่น แต่ผมเห็นว่าโดยทั่วไปแล้วเราส่วนใหญ่ สะดวกกว่าที่จะอยู่ที่ตู้ตัวเอง แล้วสำคัญก็คือว่ายังไม่มีกรณีที่ติดเชื้อจากพวกเราในนี้ ก็เลยอนุโลมให้เราใช้แท่นในส่วนบริเวณพื้นที่ของท่าน อันนี้ก็เลยถือโอกาสเรียนครับ สัปดาห์นี้เราจะประชุม ๓ วัน ขอความร่วมมือท่านสมาชิก เพราะว่าเราเหลืออยู่เพียง ๓ สัปดาห์ ก็จะหมดสมัยประชุมสามัญนี้ คือวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์🔗
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว🔗
ร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งกรรมาธิการร่วม พิจารณาเสร็จแล้ว🔗
ขอเชิญคณะกรรมาธิการ เข้าประจำที่🔗
แล้วก็อนุญาตให้ผู้ที่มีส่วน ในการชี้แจงปัญหา คือ นายปัญญา จั่นสกุล ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการ พลตำรวจตรี เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการ เรื่องนี้ก็ถือโอกาส ลำดับให้ฟังสั้น ๆ ว่า เป็นกรณีที่วุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แล้วสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของเราไม่เห็นด้วย จึงต้องตั้งกรรมาธิการร่วม เพื่อไปพิจารณา บัดนี้ กรรมาธิการร่วมได้พิจารณาเสร็จเรียบร้อยแล้วครับ ท่านประธาน คณะกรรมาธิการหรือคณะกรรมาธิการจะสรุปให้สมาชิกได้ทราบโดยย่อ ๆ ได้ครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานและท่านสมาชิกที่เคารพ กระผม นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขออนุญาตนำเสนอรายงานผลการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ต่อที่ประชุมดังนี้🔗
ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ครั้งที่ ๔ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เมื่อวันพุธที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ และในคราวการประชุมของวุฒิสภา ครั้งที่ ๕ (สมัยสามัญประจำปีครั้งสอง) วันจันทร์ที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ที่ประชุมของแต่ละสภาได้ มีมติให้ตั้งกรรมาธิการร่วมกันสภาละ ๑๐ คน เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งวุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติม และสภาผู้แทนราษฎรลงมติไม่เห็นชอบด้วย กับการแก้ไขเพิ่มเติมนั้น ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้คณะกรรมาธิการร่วมกัน ได้นำผลการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากร่างกฎหมาย ฉบับนี้ รวมทั้งได้รับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมด้วยการเชิญผู้เกี่ยวข้องให้เข้าร่วมชี้แจง หรือแสดงความคิดเห็น เพื่อนำมาประกอบการพิจารณาของคณะกรรมาธิการร่วมกัน เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗🔗
คณะกรรมาธิการร่วมกันได้มีการประชุมพิจารณา รวมทั้งสิ้น ๖ ครั้ง โดยได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่ผ่านการพิจารณาของวุฒิสภา ซึ่งวุฒิสภาได้มีการแก้ไข รวมทั้งสิ้น ๑๓ มาตรา ผลการพิจารณาของคณะกรรมาธิการร่วมกันมีดังนี้🔗
๑. กรณีวุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติมร่างของสภาผู้แทนราษฎร ในมาตรา ๗ ซึ่งเป็นมาตราที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๑๒๓ คณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาแล้ว มีมติให้แก้ไขบางส่วน ดังนี้🔗
ประการแรก เห็นด้วยกับการแก้ไขของวุฒิสภาในมาตรา ๑๒๓ (๒) (ก) ขณะเดียวกันเห็นควรให้มีการเพิ่มเติมข้อความในมาตรา ๑๒๓ (๒) (ข) ในข้อความ ที่เกี่ยวกับที่นั่งสำหรับเด็กอายุไม่เกิน ๖ ปี จากข้อความเดิมที่วุฒิสภาแก้ไขให้เป็นที่นั่งนิรภัย สำหรับเด็ก กรรมาธิการร่วมกันเห็นควรให้เพิ่มเติมข้อความว่า หรือนั่งในที่นั่งพิเศษ สำหรับเด็ก เพื่อป้องกันอันตราย ซึ่งจะทำให้มีทางเลือกเพิ่มเติม🔗
ประการต่อไปได้มีการเพิ่มเติมข้อความในมาตรา ๑๒๓ วรรคสาม เพื่อให้สอดคล้องกับการแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา ๑๒๓ (๒) (ข)🔗
๒. กรณีวุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติมร่างของสภาผู้แทนราษฎร ในมาตรา ๘ ซึ่งเป็นมาตราที่แก้ไขมาตรา ๑๒๒/๓ คณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบ ตามร่างของวุฒิสภา🔗
๓. กรณีของวุฒิสภาที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมร่างของสภาผู้แทนราษฎร ในมาตรา ๙ ซึ่งเป็นมาตราที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๑๓๔ ในมาตรานี้มีประเด็นสำคัญที่เข้าสู่การพิจารณา ของคณะกรรมาธิการร่วมกัน และคณะกรรมาธิการร่วมกันได้ใช้เวลาพิจารณาในประเด็นนี้ ถึง ๓ ครั้งการประชุม ประเด็นดังกล่าวก็คือลักษณะการรวมกลุ่มหรือมั่วสุมที่จะนำไปสู่ การเป็นความผิดฐานพยายามแข่งรถในทาง จากร่างเดิมที่วุฒิสภาได้ปรับปรุงแก้ไขให้จำนวนรถ ตั้งแต่ ๒ คันขึ้นไป มีลักษณะรวมกลุ่มหรือมั่วสุม ที่ประชุมร่วมกันเห็นควรให้ปรับแก้เป็น รถตั้งแต่ ๕ คันขึ้นไป ด้วยเหตุผลสำคัญที่กรรมาธิการร่วมกันได้พิจารณาอย่างละเอียด รอบคอบแล้ว เห็นว่าเพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชนประการหนึ่ง อีกประการหนึ่ง ได้พิจารณาเทียบเคียงจากบทบัญญัติของประมวลกฎหมายอาญาในเรื่อง ของการรวมกลุ่มมั่วสุม เพื่อกระทำการที่เป็นความผิดต่อกฎหมาย ซึ่งจะนำไปสู่ การกระทำความผิดฐานอั้งยี่หรือซ่องโจร ก็กำหนดจำนวนคนที่จะเข้ารวมกลุ่มหรือมั่วสุม ไว้ที่ ๕ คน ด้วยเหตุผลดังกล่าวที่ประชุมร่วมกันจึงได้ปรับแก้ถ้อยคำจากร่างเดิมของวุฒิสภา เป็นรถตั้งแต่ ๕ คันขึ้นไป🔗
๔. กรณีวุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติมร่างของสภาผู้แทนราษฎร ในมาตรา ๑๐ ซึ่งเป็นมาตราที่แก้ไขมาตรา ๑๓๔/๑ มาตรา ๑๓๔/๒ กรรมาธิการร่วมกันพิจารณาแล้ว เห็นด้วยบางส่วนและให้แก้ไขเพิ่มเติมบางส่วน โดยได้เพิ่มเติมความในมาตรา ๑๓๔/๒ จากเดิม การดัดแปลงหรือปรับแต่งสภาพรถจะเป็นความผิดในตัวเอง กรรมาธิการร่วมกัน เห็นว่าควรที่จะเพิ่มองค์ประกอบของความผิดเข้าไปเป็นว่า หากรถนั้นได้ถูกนำไปใช้ ในทางเดินรถ ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ที่รับดำเนินการดัดแปลงหรือปรับแต่งรถให้มีสภาพไม่ถูกต้อง ตามบทบัญญัติของกฎหมายจะมีความผิดเมื่อรถนั้นได้ถูกนำไปใช้ในทางเดินรถ🔗
๕. กรณีที่วุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติมร่างของสภาผู้แทนราษฎร ในมาตรา ๑๔ ซึ่งเป็นมาตราที่แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๔๓ ทวิ คณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาแล้วมีมติ เห็นชอบตามร่างของวุฒิสภา🔗
๖. กรณีที่วุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติมร่างของสภาผู้แทนราษฎรในมาตรา ๑๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๔๓/๒ กรรมาธิการร่วมกันพิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบตามร่างของ วุฒิสภา🔗
๗. กรณีวุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติมร่างของสภาผู้แทนราษฎรในมาตรา ๑๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๔๕ กรรมาธิการร่วมกันพิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบตามร่างของ วุฒิสภา🔗
๘. กรณีวุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติมร่างของสภาผู้แทนราษฎรในมาตรา ๑๘ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๔๗ มาตรา ๑๔๙ มาตรา ๑๕๑ มาตรา ๑๕๓ มาตรา ๑๕๕ และมาตรา ๑๕๘ คณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบตามร่างของวุฒิสภา🔗
๙. กรณีวุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติมร่างของสภาผู้แทนราษฎรในมาตรา ๒๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๕๖/๑ กรรมาธิการร่วมกันพิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบตามร่างของ วุฒิสภา🔗
๑๐. กรณีวุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติมร่างของสภาผู้แทนราษฎรในมาตรา ๒๖ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๕๗ กรรมาธิการร่วมกันพิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบตามร่างของ วุฒิสภา🔗
๑๑. กรณีวุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติมร่างของสภาผู้แทนราษฎรในมาตรา ๓๐ ซึ่งเป็นมาตราที่ยกเลิกมาตรา ๑๖๐ ทวิ คณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบ ตามร่างของวุฒิสภา🔗
๑๒. กรณีวุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติมร่างของสภาผู้แทนราษฎรในมาตรา ๓๔ ซึ่งเป็นมาตราที่เพิ่มมาตรา ๑๖๐ เบญจ คณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบ ตามร่างของวุฒิสภา🔗
๑๓. กรณีวุฒิสภาได้แก้ไขเพิ่มเติมร่างของสภาผู้แทนราษฎรในมาตรา ๔๐ ซึ่งเป็นบทเฉพาะกาลเกี่ยวกับระยะเวลาในการออกอนุบัญญัติ จากเดิมร่างที่ผ่านการพิจารณา ของสภาผู้แทนราษฎรกำหนดไว้ ๑๒๐ วัน และวุฒิสภาแก้ไขให้เหลือ ๙๐ วัน คณะกรรมาธิการ ร่วมกันพิจารณาแล้วเห็นชอบตามร่างของวุฒิสภา🔗
บัดนี้ คณะกรรมาธิการร่วมกันได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว เสร็จเรียบร้อยแล้ว ปรากฏตามรายงานและร่างพระราชบัญญัติซึ่งได้เสนอต่อที่ประชุมแห่งนี้ และผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ตามรายงานผลการพิจารณาของคณะกรรมาธิการร่วมกัน ได้เสนอต่อที่ประชุมวุฒิสภา เมื่อวันจันทร์ที่ ๓๑ มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งที่ประชุมวุฒิสภา ได้ลงมติเห็นชอบตามร่างของคณะกรรมาธิการร่วมกันไปแล้วครับ กระผมจึงขออนุญาต เสนอร่างรายงานฉบับนี้ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาและโปรดพิจารณา ให้ความเห็นชอบ🔗
อนึ่ง คณะกรรมาธิการร่วมกันมีข้อสังเกตอยู่ท้ายรายงานฉบับนี้ด้วย จึงขอกราบเรียนมายังที่ประชุมผ่านท่านประธาน และขอขอบคุณท่านประธาน ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ถ้าสมาชิก ไม่ติดใจสอบถาม🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาต มีรายละเอียดเพิ่มเติมบางประการที่จะขออนุญาตมอบกรรมาธิการในสัดส่วน ของสภาผู้แทนราษฎรชี้แจงในรายละเอียดเพิ่มเติมครับ🔗
ได้ครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะกรรมาธิการร่วม ก็อยากจะนำเรียนว่าตอนที่ร่างที่มีการแก้ไขเข้ามานี้ เราสภาผู้แทนราษฎรเองนี้ได้แย้ง อย่างมีนัยสำคัญหลายท่าน แล้วก็ไปเป็นคณะกรรมาธิการร่วม และมีการพิจารณากัน อย่างใกล้ชิด และมีการพูดกันด้วยเหตุด้วยผล หลายอย่างที่ทางกรรมาธิการ ฝ่ายสภาผู้แทนราษฎรนี้ก็เห็นตามของทางที่วุฒิสภาแก้มาเพื่อเป็นประโยชน์ แต่มีหลายอย่าง ที่เรายืนยันไว้เพราะว่าเรามีเหตุผลที่ได้อธิบายกันแล้ว ซึ่งเหตุผลดังกล่าวนี้ก็ได้มีการชี้แจง ดังนั้น เพื่อเป็นการรับผิดชอบต่อสภาแห่งนี้ที่เราได้มีการอภิปรายกันไปแล้วก็จะมาชี้แจง ต่อประเด็นต่าง ๆ บ้างบางประเด็นที่สำคัญ🔗
ประเด็นแรก ก็คือว่าส่วนที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากคือในมาตรา ๑๒๓ ในส่วนแรกเองทางวุฒิสมาชิกได้ไปแก้ไขเรื่องผู้โดยสารที่นั่งตอนอื่นต้องรัดเข็มขัดทั้งหมด จากเดิมที่กำหนดว่าเดินรถในเขตชุมชนอาจจะไม่ต้อง แต่ทั้งนี้ต้องเป็นเขตที่หัวหน้า เจ้าพนักงานจราจรประกาศกำหนด หมายความว่าในเขตชุมชนหนาแน่น ถ้าสมมุติว่า มีรถเยอะแล้วก็แค่ผู้โดยสารขึ้นไปแป๊บเดียวอาจจะไปตลาดหรือว่าเป็นชุมชนแบบนี้ อาจจะไม่ต้องก็ตามที่กำหนด แต่ท่านกรรมาธิการทางฝ่ายวุฒิสมาชิกมีความเห็นว่า เราจะถอดเข้าถอดออกเข็มขัดนิรภัยคงไม่ได้ ให้รัดทุกที่นั่ง เพราะว่ามันมีอันตราย อยู่เหมือนกัน จะถูกชนด้านข้างบ้างก็ดี อะไรในเขตชุมชนก็ไม่ปลอดภัย พิจารณากันแล้ว ทางตัวแทนฝ่ายสภาผู้แทนราษฎรก็มีความเห็นว่าเกรงว่าประชาชนจะเดือดร้อน ดังนั้น ข้อนี้เองท่านประธานครับ เราเห็นว่าก็เอาตามท่านวุฒิที่แก้มา แต่เราขอเพิ่มเป็นข้อสังเกต ก็นำเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า ข้อนี้จะส่งไปยังรัฐบาลอย่างมีนัยสำคัญ เป็นข้อสังเกตข้อเดียวที่เพิ่มเติม เรามีข้อสังเกตเก่าอยู่หลายข้อแล้ว แต่ข้อนี้ก็คือเป็นการบอก ยืนยันไปว่าในการบังคับใช้กฎหมายตรงนี้ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติพิจารณาว่า ให้ความเข้าใจ เพราะประชาชนที่อยู่ในเขตชุมชนนี้เขาจะคิดว่าไม่มีอันตรายเขาจะไม่ค่อย รัดเข็มขัดกัน แล้วถ้าหากว่าทางผู้บังคับใช้กฎหมาย คือทางสำนักงานตำรวจจราจร ตำรวจในพื้นที่ไปจับแค่ไม่รัดเข็มขัดตรงนี้ประชาชนจะเดือดร้อน ดังนั้นข้อสังเกตดังกล่าว จะอยู่ในหน้า ๑๐ ก็คือกำหนดว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติควรเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ ประชาชนให้เห็นว่าการรัดเข็มขัดเป็นการทำให้ประชาชนยอมรับในกฎหมายนี้แล้วก็ยืนยันไว้ ว่าเรื่องนี้มันมีผลกระทบ เพราะประชาชนอาจจะไม่รัดเข็มขัดก็ได้ เรื่องนี้ เป็นข้อสังเกตไว้ในการบังคับใช้กฎหมาย ก็เป็นข้อสังเกตเดียวของรายงานนี้🔗
ข้อที่ ๒ ในมาตราเดียวกัน ซึ่งเป็นเรื่องที่ผมได้อภิปรายไว้ยังมีความกังวล อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งประเด็นก็คือว่าเรื่องที่นั่งของเด็กท่านประธานครับ คือที่นั่งของเด็ก ทางท่านวุฒิได้ไปแก้ไขเป็นนิรภัย ทีนี้คำว่า นิรภัย เป็นความปรารถนาดีของทางวุฒิสภา แต่บังเอิญคำว่านิรภัยที่นั่งตรงนี้มันต้องเป็นที่นั่งมาตรฐานตามมาตรฐานยูเอ็น (UN) ซึ่งกำหนดไว้ กระทรวงอุตสาหกรรมก็กำหนดไว้ในมาตรฐานสินค้า เพราะฉะนั้นถ้าไปกำหนด เป็นนิรภัยมันจะกลายเป็นที่นั่งมาตรฐานเต็มรูปขององค์การสหประชาชาติ ซึ่งมีราคาแพงมาก การเปลี่ยนไปตรงนี้จะสร้างปัญหาอีกด้านหนึ่ง ดังนั้นก็ได้มีการพูดคุยกัน เรื่องนี้คุยกัน หลายครั้งอยู่ แล้วก็สุดท้ายได้กลับมาเป็นอย่างนี้ครับ ก็คือว่าในความปรารถนาดี ของทางวุฒิสภาที่ว่าให้เป็นที่นั่งนิรภัยอย่างเต็มรูปหรือมาตรฐานให้คงไว้ แต่เราขอเอากลับมา เอากลับมาตรงนี้ครับ กลับมาว่าในกรณีต้องจัดที่นั่งพิเศษสำหรับเด็ก ให้ยังคงอยู่เขียนเป็นว่าอย่างนี้ครับ ในหน้า ๔ ในรายงานนี้เขียนว่า ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก อัน นี้ตามร่างของวุฒิ แล้วก็เราเพิ่มเติมคำว่า หรือนั่งในที่นั่งพิเศษสำหรับเด็กเพื่อป้องกัน อันตราย หรือมีวิธีการป้องกันอันตรายในกรณีเกิด คือเติมคำนี้เข้าไป แล้วในตรงนี้เอง เพื่อความปลอดภัยของเด็กจะให้ไปทำแบบไหนก็ไม่ได้ ก็เลยกำหนดไว้ต่อไป ในวรรคถัด ๆ ไปว่า ที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก และที่นั่งพิเศษสำหรับเด็กเพื่อป้องกันอันตราย ตาม (๒) (ข) และวิธีป้องกันอันตรายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุตามที่บัญญัติในมาตรานี้ ให้เป็นไปตามที่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติประกาศกำหนด ก็คือให้มีกรอบว่าปลอดภัย ไม่ปลอดภัยอะไรตรงนี้ท่านประธาน ก็นำเรียนว่าในข้อนี้มีการแก้โดยการผสมผสานกับความเห็นของท่านทางวุฒิสภาที่มีการเพิ่ม คำว่า นิรภัย เข้าไปเป็นมาตรฐาน คือมาตรฐานก็ให้มีแบบพิเศษที่ปลอดภัยเขาให้มี หรือวิธีการอื่นใด ไม่อย่างนั้นประชาชนในท้องไร่ท้องนา หรือประชาชนทั่วไปจะมี ความเดือดร้อนจากกฎหมายที่เราออกตรงนี้ ก็นำเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ในส่วนอื่นก็มีมาตราอื่น ก็ขอความกรุณาท่านประธานให้กรรมาธิการที่ไปแก้มาได้อธิบาย ต่อที่ประชุมสักเล็กน้อยท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณท่านกรรมาธิการ ถ้าสมาชิกไม่มีประเด็นสอบถามอะไรเพิ่มเติม ก็จะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบด้วย กับร่างพระราชบัญญัติที่คณะกรรมาธิการร่วมกันได้พิจารณาแล้วหรือไม่ ก็จะให้เวลา ท่านสมาชิก เชิญเข้ามาเลย เชิญครับ ขณะเดียวกันขอเชิญสมาชิกเข้ามาด้วย เพราะว่า มีกรรมาธิการประชุมอยู่ทั้งหมด ๑๑ คณะ ขณะนี้ก็เพื่อจะได้เข้ามาลงมติ เรียนกรรมาธิการ ได้เตรียมตัวเข้ามาด้วย เชิญท่านณัฐวุฒิครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา จากเหตุผลการเสนอร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) ในวันนี้ ผมเชื่อว่า คงจะผ่านสภานี้ไปเพื่อแก้ไขปัญหาสร้างความปลอดภัยให้กับพี่น้องประชาชนในการใช้รถ ใช้ถนน โดยเฉพาะการแข่งขันรถจักรยานยนต์ จากเหตุผลที่เสนอพระราชบัญญัติฉบับนี้ ต้องการจะปรับปรุงมาตรการทางกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับสภาพข้อเท็จจริงในการใช้รถ ใช้ถนนได้อย่างปลอดภัย ให้การป้องกันการกระทำความผิดมีการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ มากขึ้น แล้วกฎหมายฉบับเดิมใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๒ ผมอยากจะขออนุญาต เรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านคณะกรรมาธิการร่วมว่า ในขณะที่มีการพิจารณา พระราชบัญญัติฉบับนี้ปรากฏเหตุการณ์ที่สำคัญขึ้นเหตุการณ์หนึ่ง ก็คืออุบัติเหตุ บนทางม้าลายที่เราต้องสูญเสียคุณหมอคนดีคนเก่งของประเทศไป ขออนุญาตเอ่ยนาม คุณหมอกระต่าย สร้างความเศร้าสลดเสียใจให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ คณะกรรมาธิการได้มีการพิจารณาในเรื่องการให้สิทธิแก่คนเดินถนนที่เกี่ยวข้องกับกฎหมาย ฉบับนี้หรือไม่ โดยเฉพาะการข้ามทางม้าลาย แล้วรวมทั้งการห้ามแซงในระยะ ๓๐ เมตร ลดความเร็วเมื่อใกล้ถึงทางข้าม เหล่านี้ทางคณะกรรมาธิการได้มีการพิจารณาในการปรับปรุง กฎหมายฉบับนี้ให้เป็นประโยชน์และให้ทันสมัยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยหรือไม่ ขออนุญาต สอบถามไปอีกเรื่องหนึ่งครับว่า กฎหมายศาลจราจรได้ดำเนินการไปแล้วอย่างไร เพราะกฎหมายฉบับนี้มีความสำคัญในการปฏิรูปประเทศเช่นเดียวกัน ก็ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการร่วมคณะนี้ด้วย ขอบพระคุณเป็นอย่างสูง🔗
กรรมาธิการจะชี้แจง ก็ได้นะครับ เพราะว่าบางทีไม่ได้อยู่ในเรื่องในประเด็นที่เราจะพิจารณา แต่ว่าเพื่อสบายใจ ก็อนุญาตให้ได้ครับ ต่อไปคุณจิรายุครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานกดสัญญาณเรียกสมาชิกก่อนก็ได้ และเดี๋ยวผมจะได้หารือต่อไปครับ🔗
รบกวนคณะกรรมาธิการ ทั้ง ๑๑ คณะ ขอรบกวนให้มาลงมติก่อนครับ เชิญท่านจิรายุครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผมเป็นรองประธานในคณะกรรมาธิการพิจารณากับสมาชิกวุฒิสภาในคณะนี้ไม่ได้ติดใจอะไร เห็นด้วยทุกประการ เพราะว่าถกเถียงกันอยู่หลายเดือนก็หาข้อยุติ แต่ว่าพระราชบัญญัติ จราจรทางบกฉบับนี้มันสอดรับกับสถานการณ์ปัจจุบันที่อยู่ในระหว่างสังคมให้ความสนใจ เช่น เรื่องของทางม้าลายสีแดง เรื่องของกฎจราจรต่าง ๆ ผมฝากท่านประธาน ผ่านท่านรองประธานวุฒิสภา และท่านสมาชิกรัฐสภาช่วยกันส่งเสียงดัง ๆ ไปยังรัฐบาลว่า ท่านต้องกรุณาทำเป็นวาระแห่งชาติ เมื่อเช้านี้ผมรถเกือบชนกัน เนื่องจากมีพวกส่งอาหาร ท่านประธานครับหลายยี่ห้อเอ่ยไม่หมด ทั้งฟู้ด (Food) ทั้งแกร๊ป (Grab) ทั้งไลน์ (Line) ทั้งสารพัดที่ขับกันแบบไฟแดงไม่เห็น จอดกันไม่เป็น เวลาที่ขึ้นนับถอยหลังก็ทำไม่ได้ จริง ๆ แล้วถ้ารัฐบาลกวดขันเรื่องนี้ ปลายเหตุก็คือบริษัทเหล่านี้ต้องลงโทษ ถ้ามีภาพ ไปปรากฏจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเกิน ๓ ครั้ง ต้องเอามาเพิกถอนใบอนุญาต แล้วก็เลิกให้ขับขี่ส่งอาหารท่านประธานครับ นอกจากนี้ครับรถในสังคมไทยทุกวันนี้ไม่มีน้ำใจ กันเอาเสียเลย จอดรถก็ไม่เป็นระเบียบ ค้าขายกันริมข้างทาง ขายกันตั้งแต่ใบกระท่อม ยันใบกัญชา ริมถนนเต็มไปหมดท่านประธานครับ ๓ เลน เหลือ ๒ เลน บางที่ในช่วงตรุษจีน ที่ผมเดินทางไปหลายจังหวัด โดยเฉพาะจังหวัดใหญ่ ๆ เกาะกลางแทนที่เขาจะจอดชิดซ้าย เขาจอดชิดขวาเกาะกลางกันเยอะ อย่างนี้ถ้ารัฐบาลให้ความสำคัญ เป็นการปฏิวัติวัฒนธรรม ของชาติว่า คนไทยนั้นมีระเบียบวินัย เห็นไฟแดง ไฟเหลืองต้องเตรียมจอด พวกส่งอาหาร ถ้าเกิดมันขับกันลักษณะเช่นนี้ก็อย่าให้เขาขายของในประเทศไทย เพราะฉะนั้นท่านประธาน ที่เคารพครับ หลายมาตราแก้ในสถานการณ์ที่ผ่านมา เช่น เรื่องของเบาะนั่งของเด็ก ผมก็ถกเถียงกันเยอะว่า คนไทยพร้อมแล้วหรือยังที่จะซื้อเบบี้ ซีต (Baby seat) ที่มีราคาสูงในขณะที่สหภาพยุโรปหรือว่าระดับโลกเขารับรอง ระหว่างที่รอเพื่อนสมาชิก ก็เลยขออนุญาตฝากท่านประธานครับ ถ้าฝ่ายนิติบัญญัติของเราทำเรื่องนี้ให้เป็นประโยชน์ เรื่องระเบียบวินัยของการจราจร รณรงค์ตั้งแต่ท่านประธานรัฐสภาอาจจะสนับสนุน ทีวีรัฐสภา วิทยุรัฐสภา กรรมาธิการคมนาคม กรรมาธิการใด ๆ ก็แล้วแต่ที่เกี่ยวข้องกับ การเดินทาง เช่น สาธารณสุขก็ดี จะทำให้บ้านเมืองเราน่าอยู่ครับ ไม่ต้องอะไรหรอกครับ แค่วัดแก้วฟ้าจุฬามณีข้าง ๆ สภานี่ท่านประธานครับ ผมติดไฟแดงทีไรก็ไม่เคยเห็นรถคันใด ที่จะรอจนกระทั่งไฟเขียวแล้วไปครับ ส่วนใหญ่ก็วิ่งไปแล้วก็ยูเทิร์น (U-turn) แล้วก็ออกไป เพราะฉะนั้นถ้าตำรวจกวดขันจับกุมอย่างเป็นวาระแห่งชาติจริง ๆ คนไม่สวมหมวกกันน็อก เดี๋ยวนี้จอดหน้าจราจรก็เฉย ๆ ครับ ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จึงฝากท่านประธานใช้เวลาระหว่าง ที่รอเพื่อนสมาชิกให้เป็นวาระแห่งชาติในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
เห็นด้วยครับ ขอเชิญ ท่านสมาชิก ท่านคารมขออนุญาตเชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัด ร้อยเอ็ด ผมขออนุญาตท่านประธานนิดเดียวครับ ในฐานะที่เป็นกรรมาธิการคมนาคม แล้วก็เห็นถึงความตั้งใจของกรรมาธิการร่วม แต่ว่าเท่าที่ท่านพูดอภิปรายชี้แจง ท่านอาจจะพูดไม่ถึงเรื่องของรถยนต์ที่มีสภาพไม่ถูกต้อง อันนี้ผมอยากกราบเรียนระหว่างนี้ เพื่อเป็นประโยชน์ที่อยู่ในฐานะกรรมาธิการ แล้วก็เดินทางสัญจรด้วยรถยนต์บ่อย คืออย่างนี้ครับท่านประธานครับ เรียนไปยังท่านประธานกรรมาธิการ ท่านกรรมาธิการ🔗
ท่านคารม อนุญาตนะครับ แต่ว่าให้เข้าใจว่าวาระนี้ไม่ใช่วาระรับหลักการ แต่อนุญาตให้แสดงความเห็นได้ครับ🔗
เข้าใจครับท่านประธาน นิดเดียวครับ คือผมบังเอิญเห็นท่านกรรมาธิการไม่ได้พูดในส่วนนี้ก็อยากจะฝากว่า รถยนต์ ที่มีสภาพไม่ถูกต้องอยากจะให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ดี หรือกรมการขนส่งก็ดี กำชับหน่อยครับ เพราะเวลาเดินทางไม่ว่าจะเป็นเรื่องไฟสปอตไลต์ (Spotlight) ที่ส่องสวนมา ผมเดินทางขึ้นลงมาประชุมไปยังจังหวัดร้อยเอ็ดเยอะมาก แล้วรถที่มีสภาพไม่พร้อม เป็นส่วนหนึ่งของการเกิดอุบัติเหตุครับท่านประธาน สั้น ๆ ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ก็รอเพื่อนสมาชิก🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตตอบชี้แจงเล็กน้อยครับ🔗
เชิญครับ พวกเราที่มาแล้ว ก็กดบัตรเพื่อแสดงตน ขอเชิญกดบัตรได้เลยครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธาน ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านครับ ขอบคุณสำหรับข้อสังเกต ของเพื่อนสมาชิก ๓-๔ ท่านที่ขึ้นมาอภิปราย ขออนุญาตถือโอกาสนี้ชี้แจงเล็กน้อย โดยเฉพาะ ท่านสมาชิกที่อภิปรายไปถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคุณหมอกระต่าย กรณีเสียชีวิต ขณะข้ามทางม้าลาย เมื่อวันที่ ๒๑ มกราคมที่ผ่านมา เพื่อสร้างความเข้าใจให้ถูกต้อง กับพี่น้องประชาชนที่ฟังการถ่ายทอดการประชุมของพวกเราในวันนี้ว่า ร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ถูกเสนอโดยคณะรัฐมนตรีมายังสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาตามลำดับ ก่อนที่จะมี เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้น และร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กำหนดหลักการของการแก้ไข พระราชบัญญัติจราจรทางบก ฉบับ ๒๕๒๒ ไว้อยู่ ๘ ประเด็น เพราะฉะนั้นกรรมาธิการ ร่วมกันจึงไม่อาจที่จะไปพิจารณานอกเหนือจากหลักการของกฎหมายฉบับนี้ได้ นั่นคือ ประเด็นที่ ๑ ที่อยากจะขออนุญาตชี้แจงเพื่อสร้างความเข้าใจ🔗
ต่อกรณีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นนั้น ผมเรียนท่านครับว่ากฎหมายจราจร หรือพระราชบัญญัติจราจรทางบก ฉบับ ๒๕๒๒ ที่มีผลใช้บังคับอยู่ในขณะนี้ ครอบคลุม การกระทำความผิดของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์คันเกิดเหตุครบถ้วนแล้ว ไม่ว่าเรื่องการไม่ขับรถ ชิดขอบทางด้านซ้าย ไม่ว่าเรื่องการไม่หยุดให้คนข้ามถนนได้ใช้สิทธิเดินข้ามถนน อย่างปลอดภัยไปก่อน หรือเรื่องการใช้ความเร็วไม่เกินอัตราที่กฎหมายกำหนดในเขตเมือง หรือเขตชุมชน เป็นต้น ปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากการที่ผู้กระทำความผิดไม่เคารพต่อกฎจราจร กระทำการฝ่าฝืนกฎจราจรที่มีอยู่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นจึงเป็นสิ่งที่เกิดจากการบังคับใช้ กฎหมายโดยเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจประการหนึ่ง กับการเคารพและปฏิบัติตามกฎหมายของ ผู้ขับขี่ยวดยานพาหนะอีกประการหนึ่ง ซึ่งในเรื่องนี้ผมเรียนท่านครับว่าคณะกรรมการ ร่วมกันได้ตั้งข้อสังเกตไว้แล้วประการหนึ่งในข้อ ๘.๑ คือในประเด็นที่สำนักงานตำรวจ แห่งชาติควรเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับประชาชนได้เห็นถึงประโยชน์ของกฎหมาย จราจร ซึ่งสามารถนำมาปรับใช้ได้กับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการที่ได้เสนอไว้🔗
สำหรับกรณีอื่น ๆ ที่ท่านได้เสนอมานั้น ผมเรียนท่านครับว่า ถึงแม้จะไม่เกี่ยวข้องกับร่างแก้ไขเพิ่มเติมของกฎหมายฉบับนี้ แต่ประเด็นเรื่องการบังคับใช้ กฎหมายจราจรก็เห็นด้วยกับท่านครับว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นควรที่จะเป็นการจุดประกาย ความคิดให้หน่วยงานของรัฐมีความตื่นตัวในการบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างจริงจัง ขณะเดียวกันก็ต้องเสริมสร้างจิตสำนึกให้เกิดขึ้นกับสังคม โดยเฉพาะผู้ที่ขับขี่ยวดยานพาหนะ ในการที่จะเคารพต่อกฎจราจรซึ่งเป็นกฎแห่งความปลอดภัยครับ ขอขอบคุณครับ🔗
พวกเราที่มาแล้วกรุณา กดบัตร ทุกฝ่ายต้องร่วมกันเพื่อให้กฎหมายที่เป็นประโยชน์ได้ออกไปใช้ครับ ขอเชิญพวกเรา ได้กดบัตร และกรรมาธิการที่ได้ยินเสียง ๑๑ คณะที่ประชุมอยู่ต้องขอร้องว่าตัวร่าง พระราชบัญญัติฉบับนี้ต้องลงมติ ๒ ครั้ง คือเห็นชอบหรือไม่กับกรรมาธิการได้พิจารณาแล้ว และข้อสังเกตครับ ก็ต้องลงมติ ๒ ครั้ง ขอเชิญเข้ามานะครับ ท่านสมาชิกพร้อมหรือไม่ครับ รออีกนิดเดียวครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพคะ ดิฉัน พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานคะ ขอสักครู่เถอะค่ะ พอดีกรรมาธิการกำลังประชุมอยู่ข้างบน กำลังเร่งลงมาค่ะ🔗
ทราบครับ ความจริง ขณะนี้ก็ครบองค์แล้วครับ แต่ว่ารอให้เพื่อนได้มีโอกาสมาแสดงตน🔗
ท่านประธานครับ นิดเดียว ท่านประธานครับ เป็นท่าทีของรัฐสภาเราครับ ต่อคำถามเรื่องศาลหรือวิธีพิจารณาคดีจราจร ผมเรียนว่า สภาของเรานี้เป็นกฎหมายฉบับแรกที่เรายื่นเสนอเป็นร่างตั้งแต่เปิดสภาที่ท่านณัฐวุฒิถาม ก็ปรากฏว่าผมได้ติดตามเป็นกฎหมายที่นายกรัฐมนตรีต้องลงนามเพราะเป็นกฎหมายการเงิน ก็ตามไปจนสุดทางปรากฏว่าทางสำนักนายกแจ้งว่า เรื่องนี้อยู่ที่กระทรวงยุติธรรม คือ พ.ร.บ. ฉบับนี้อยู่ในแผนปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมตามรัฐธรรมนูญอยู่ แล้วผมก็ไปตามต่อ ก็เรียนว่าตามไปที่กระทรวงยุติธรรม กระทรวงยุติธรรมก็ไปตรวจสอบ ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ได้กรุณามีจดหมายมาเมื่อเดือนที่แล้ว🔗
ท่านนิกรสรุปด้วยครับ🔗
คือว่ากฎหมายฉบับนี้กำลังค้างอยู่ แล้วก็ทางกรรมาธิการการคมนาคมกำลังเชิญคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรมมาสอบถาม ก็จะเร่งรัดติดตามอย่างเร่งด่วนครับ กราบเรียนท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณท่านครับ ท่านสมาชิกครับ ถ้าพร้อมแล้วผมขอปิดการแสดงตนครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตครับ มีคณะหนึ่งยังประชุมอยู่ยังไม่ได้ลงมา🔗
ครับ เดี๋ยวผมจะรอ ตอนลงมติครับ แต่ว่าตอนนี้แสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุม มีผู้แสดงตนขณะนี้ ๒๔๙ ท่าน ครบองค์ประชุมแล้วครับ🔗
ต่อไปก็จะขอมติว่า จะเห็นชอบกับคำในกฎหมายเลยนะครับ จะเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติที่กรรมาธิการ ร่วมพิจารณานี้หรือไม่ ถ้าเห็นชอบด้วยกดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นชอบกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใด เห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญสมาชิกลงมติครับ และจะรอครับ🔗
สมาชิกพร้อม ปิดการลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๙๒ ท่าน เห็นด้วย ๒๘๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน มติที่ประชุมเห็นชอบตามที่กรรมาธิการร่วม ได้พิจารณาครับ🔗
ต่อไปมีข้อสังเกต ต้องขออนุญาตที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับข้อสังเกตของกรรมาธิการหรือไม่ ข้อสังเกตนี้ ก็จะไม่มีการอภิปราย ก็จะขอมติโดยตรวจสอบองค์ประชุมก่อนครับ🔗
สมาชิกกรุณาแสดงตนครับ🔗
ปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตนขณะนี้ ๒๕๖ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ก็จะขอถามมติจาก ที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการร่วมหรือไม่ ผู้ใดเห็นด้วยกับ ข้อสังเกตของกรรมาธิการร่วมโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง กรุณาลงมติครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี หมายเลข ๑๒๓ เห็นชอบครับ🔗
ขอปิดการลงมติ จำนวน ผู้ลงมติ ๒๙๘ บวก ๑ ๒๙๙ ท่าน เห็นด้วย ๒๙๖ บวก ๑ ๒๙๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน มติที่ประชุมเห็นด้วยกับข้อสังเกตกรรมาธิการ ก็จบครับ ขอบพระคุณกรรมาธิการครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตเล็กน้อยครับ กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในนามของ คณะกรรมาธิการร่วมในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต้องขอขอบพระคุณท่านประธานและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่กรุณา ให้ความเห็นชอบร่างที่ผ่านการพิจารณาของกรรมาธิการร่วมกันทั้ง ๒ สภา กระบวนการ พิจารณาของฝ่ายนิติบัญญัติสำหรับกฎหมายฉบับนี้ก็ถือว่าครบถ้วนสมบูรณ์ เมื่อวันจันทร์ วุฒิสภาก็ให้ความเห็นชอบแล้ว วันนี้สภาผู้แทนราษฎรก็ได้ให้ความเห็นชอบแล้ว กระผมในนามของกรรมาธิการร่วม ๒ สภา ขอขอบคุณท่านประธานและท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทุกท่านอีกครั้งหนึ่งครับ ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ กฎหมายฉบับนี้ก็จะเข้าสู่มาตรา ๘๑ ของรัฐธรรมนูญ ก็คือประกาศในราชกิจจานุเบกษา ใช้บังคับเป็นกฎหมายต่อไปครับ สมาชิกครับต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องด่วน🔗
๑. ร่างพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิด เกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)🔗
ขอเรียนว่าฉบับนี้ก็ต้องลงมติ โดยเป็นกฎหมายที่ได้เสนอเมื่อครั้งที่แล้ว ในที่ประชุมได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้พร้อมกับร่างของท่านสมาชิก คือของนางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ซึ่งการอภิปรายนั้นยุติไปแล้ว ท่านประธานในขณะนั้น จึงได้ปิดประชุมแล้วก็เลื่อนมาลงมติในครั้งนี้ เพราะฉะนั้นในวันนี้กระบวนการต่อไปก็คือ การลงมติว่ารับหลักการร่างกฎหมายฉบับนี้หรือไม่ ผมขอเชิญท่านสมาชิกเข้ามา🔗
ก่อนลงมติว่า จะรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ ๒ ฉบับนี้หรือไม่ ก็ขอให้ท่านสมาชิกได้กรุณาแสดงตน ตามข้อบังคับเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมครับ🔗
สมาชิกกรุณากดบัตร แสดงตน เพื่อตรวจสอบองค์ประชุม ถ้าพร้อมก็ปิดการแสดงตน มีผู้เข้าประชุมแสดงตน ขณะนี้ ๒๔๔ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ขอถามมติที่ประชุมว่า จะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๒ ฉบับหรือไม่ ผู้ใดเห็นควรรับหลักการกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่รับหลักการกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมหมายเลข ๑๒๓ รับหลักการครับ🔗
ขอปิดการลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๘๖ ท่าน เห็นด้วย ๒๗๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๗ ท่าน มติที่ประชุมเห็นด้วย รับหลักการ🔗
ขอเชิญเสนอกรรมาธิการครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ผมขอเรียนเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศ หรือที่ใช้ความรุนแรง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวนทั้งหมด ๒๕ ท่านครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ขอผู้รับรองนะครับ🔗
ไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ๒๕ ท่าน โดยสัดส่วนกรรมาธิการจะเป็นของคณะรัฐมนตรี ๕ ท่าน สัดส่วนกรรมาธิการ แต่ละพรรคการเมือง ๒๐ ท่าน ขออนุญาต จะเป็นสัดส่วนที่ปรับใหม่พรรคเพื่อไทย ๖ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ ๔ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน พรรคก้าวไกล ๒ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน พรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน พรรคประชาชาติ ๑ ท่านครับ ขอเชิญรัฐมนตรีเสนอครับ🔗
ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี จำนวน ๕ คน ดังนี้ ๑. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ๒. นายชัยวัฒน์ ร่างเล็ก ๓. นางสาวนริศรา แดงไผ่ ๔. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พันตำรวจเอกหญิง ศิพร โกวิท ๕. พันตำรวจโท วิชัย สุวรรณประเสริฐ ขอขอบคุณครับ🔗
ต่อไปพรรคเพื่อไทย ขอเชิญครับ ๖ ท่าน🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย เชียงใหม่ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ ร่างพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศ หรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคเพื่อไทยครับ ๑. นางมุกดา พงษ์สมบัติ ๒. นางสมหญิง บัวบุตร ๓. นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ ๔. นางสิรินทร รามสูต ๕. นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ๖. นายพชร นริพทะพันธุ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง พรรคพลังประชารัฐ ๔ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ฉะเชิงเทรา ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐดังนี้ครับ นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ถูกต้องครับ ต่อไป พรรคภูมิใจไทย ๓ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ พรรคภูมิใจไทยครับ กระผมขอเสนอสัดส่วนของกรรมาธิการวิสามัญพระราชบัญญัติป้องกัน การกระทำความผิดและซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือใช้ความรุนแรงในสัดส่วนของ พรรคภูมิใจไทย ๓ ท่านดังนี้ครับ ๑. นายวชิระ จิระพันธุ์วาณิช ๒. ดอกเตอร์บุญเกียรติ การะเวกพันธุ์ ๓. นางสาวปาตีเมาะ เปาะอิแตดาโอะ ขอผู้รับรองครับ🔗
ต่อไปพรรคก้าวไกล ๒ ท่านครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอเสนอ รายชื่อของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมาตรการป้องกัน การกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. .... ในสัดส่วนของ พรรคก้าวไกล ๑. คุณธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ๒. คุณณัฐวุฒิ บัวประทุม ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่านครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขอเสนอสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์สำหรับร่างพระราชบัญญัติมาตรการป้องกัน การกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. .... ในสัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ๑. นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย และ ๒. นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ขอผู้รับรองค่ะ🔗
ถูกต้องครับ ต่อไป พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอชื่อ นายอนุรักษ์ จุรีมาศ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม พลตำรวจโท วิศณุ ม่วงแพรสี บัญชีรายชื่อ เสรีรวมไทย ขอเสนอชื่อกรรมาธิการ ในสัดส่วนของพรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน นายวีระ สมความคิด ครับ ขอผู้รับรองครับ🔗
ต่อไปพรรคประชาชาติ ๑ ท่านครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ นราธิวาส พรรคประชาชาติ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันกระทำความผิดซ้ำ ในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาชาติ จำนวน ๑ ท่าน คือ นายมูฮัมหมัดรุสดี เชคฮารูณ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องครับ ท่านเลขาธิการเชิญอ่านรายชื่อกรรมาธิการ🔗
รายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ ในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. .... ๑. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ๒. นายชัยวัฒน์ ร่างเล็ก ๓. นางสาวนริศรา แดงไผ่ ๔. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พันตำรวจเอกหญิง ศิพร โกวิท ๕. พันตำรวจโท วิชัย สุวรรณประเสริฐ ๖. นางมุกดา พงษ์สมบัติ ๗. นางสมหญิง บัวบุตร ๘. นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ ๙. นางสิรินทร รามสูต ๑๐. นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ๑๑. นายพชร นริพทะพันธุ์ ๑๒. นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ๑๓. นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ ๑๔. นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ๑๕. พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา ๑๖. นายวชิระ จิระพันธุ์วาณิช ๑๗. นายบุญเกียรติ การะเวกพันธุ์ ๑๘. นางสาวปาตีเมาะ เปาะอีแตดาโอะ ๑๙. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ๒๐. นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ๒๑. นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ๒๒. นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย ๒๓. นายอนุรักษ์ จุรีมาศ ๒๔. นายวีระ สมความคิด ๒๕. นายมูฮัมหมัดรุสดี เชคฮารูณ🔗
ไม่มีเปลี่ยนแปลงแก้ไข ก็เป็นไปตามที่ท่านเลขาธิการได้อ่าน ต่อไปกำหนดเวลาแปรญัตติครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พลังประชารัฐ ฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอระยะเวลาแปรญัตติ ๗ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
๗ วัน ผู้รับรองถูกต้องครับ มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบ แปรญัตติใน ๗ วัน เนื่องจากมีรับหลักการมากกว่า ๑ ฉบับ ซึ่งจะต้องใช้ร่างพระราชบัญญัติ ฉบับใดฉบับหนึ่งเป็นหลักในการพิจารณาเสนอเลยครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอให้ใช้ร่างของคณะรัฐมนตรีเป็นร่างหลัก ในการพิจารณาขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ที่ประชุมไม่มีความเห็น เป็นอย่างอื่น ก็จบนะครับ แต่ขอฝากว่าจะนัดประชุมกรรมาธิการชุดนี้ครั้งแรก ที่ห้องประชุมกรรมาธิการ ๔๐๒ ชั้น ๔ ในวันพรุ่งนี้เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา จบการพิจารณา ในชั้นรับหลักการและตั้งกรรมาธิการของร่างพระราชบัญญัติ ๒ ฉบับนี้🔗
ต่อไป ๓. พิจารณากรณีสภาแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. ....🔗
เรื่องนี้ประธานวุฒิสภา ได้มีหนังสือแจ้งว่า ในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๑ เมื่อวันอังคารที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๔ ที่ประชุมได้พิจารณาและลงมติแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. .... จึงส่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมาเพื่อดำเนินการตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๓๗ (๓) ถ้าสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติม ถือว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้รับความเห็นชอบของรัฐสภาครับ และให้ดำเนินการ ตามมาตรา ๘๑ ก็คือประกาศใช้ต่อไป แต่ถ้าสภาผู้แทนราษฎรไม่เห็นชอบด้วยกับการแก้ไข เพิ่มเติมให้สภาตั้งบุคคลซึ่งเป็นหรือไม่ได้เป็นสมาชิกแห่งสภานั้น มีจำนวนเท่ากันตามที่ สภาผู้แทนราษฎรกำหนด ประกอบเป็นคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ และให้รายงานและเสนอร่างพระราชบัญญัติที่ร่วมกัน พิจารณาแล้วต่อสภาทั้งสอง ถ้าสภาทั้งสองให้ความเห็นชอบก็ให้ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๑ ก็คือประกาศใช้เป็นกฎหมาย แต่ถ้าสภาใดสภาหนึ่งไม่เห็นชอบด้วย ไม่ว่าอีกฝ่ายหนึ่งจะได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้วหรือไม่ ก็ให้ยับยั้ง ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไว้ก่อน เพราะฉะนั้นวันนี้ก็ต้องถามว่า จะเห็นชอบด้วยกับ การแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภาหรือไม่ โดยก่อนลงมติก็มีผู้ขออนุญาตอภิปราย ก็จะอนุญาต ให้ ๒ ท่านที่ส่งชื่อมา หวังว่าจะไม่เสียเวลาเพื่อเราจะได้ลงมติว่าเราจะเห็นชอบหรือไม่ ถ้าเราไม่เห็นชอบเราก็ตั้งกรรมาธิการร่วมเหมือนอย่างกฎหมายจราจรเมื่อสักครู่นี้ ขอเชิญท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน แล้วก็ท่านสงวน พงษ์มณี ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม ซึ่งวุฒิสภาขอแก้ไขนั้น ท่านประธานครับ หลังจากวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๔ เราได้ปลดล็อกพืชกระท่อมออกจากการเป็นยาเสพติด ประเภท ๕ วันนี้พืชกระท่อมก็เหมือนผักผลไม้อื่น ๆ ซึ่งไม่มีกฎหมายใด ๆ ที่ว่าจะเป็น ยาเสพติดได้ ผมอยากจะเรียนถามทางที่ประชุมว่า พืชกระท่อมนั้น ใบกระท่อมนั้น มีโทษอย่างไรครับ วันนี้โทษของใบกระท่อมไม่ชัดเจน เมื่อเอาไปผสมเป็นยาเสพติดอันนั้น ก็เรื่องของยาเสพติด แต่จริง ๆ แล้วพืชกระท่อมมีประโยชน์มหาศาล ทางวุฒิสภาได้แก้ไขนี้ ผมไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของวุฒิสภา วันนี้ในโซเชียล (Social) ในโทรศัพท์กดเมื่อไร ก็เจอว่าการโฆษณาขายใบกระท่อม ขายต้นกระท่อม ผลิตภัณฑ์กระท่อม และวิชาการต่าง ๆ ทางด้านงานวิจัยของกระท่อมอยู่เต็มโซเชียล (Social) ไปหมด วันนี้ทางวุฒิสภาแก้ไขว่า ห้ามขายโดยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์ แล้วก็ขายในสถานที่ต่าง ๆ ตามที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมกำหนด อันนี้ละครับเป็นการล็อก เรียกว่าล็อกไม่ให้พืชกระท่อมนั้น เป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ ฉะนั้นท่านประธานครับ ที่ผมเอามานี้ขออนุญาตแล้ว นี่คือใบกระท่อม ที่หลังจากปลดล็อกแล้ว ๖ เดือน นี่คือผลผลิตหลังจากวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๔ ใบกระท่อมเป็นพืชเศรษฐกิจใหม่ นี่ปลูกมาแค่ ๖ เดือน พี่น้องประชาชนก็ได้ประโยชน์แล้ว เริ่มทำแคปซูล เริ่มทำทีแบ็ก (Tea Bag) ที่สำคัญที่สุดอันนี้ขวดละ ๔๐๐ บาท กระท่อมผง ขวดละ ๔๐๐ บาท ขายในโซเชียล (Social) ครับ ถ้าไม่ขายในโซเชียล (Social) แล้วจะซื้อกันได้อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ของวุฒิสภา จริง ๆ แล้วไม่ต้องมีพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ได้ วันนี้กัญชา กัญชง หลังจากที่ถูกล็อกมานานแล้ว วันนี้กัญชง กัญชาล้ำหน้ากระท่อมไปแล้ว สามารถปลูกได้แล้ว ดังนั้นอยากจะให้ทางสภาผู้แทนราษฎร จริง ๆ แล้วไม่ต้องมี พระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ได้ แต่มีก็ได้ ซึ่งโทษก็ไม่ชัดเจน วุฒิสภาเคยกินใบกระท่อมไหมครับ เคยบริโภคไหมครับ เคยเรียนรู้ไหมครับ เคยศึกษาไหม พี่น้องทางภาคใต้วันนี้เริ่มมีเศรษฐกิจ ที่ดีขึ้นขายส่งไปทั่วประเทศ ข้างถนนเต็มไปหมด อันนี้ก็คือเศรษฐกิจฐานรากที่สามารถ ที่จะทำให้พี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้มีโอกาสใหม่ ๆ ทำนา ๑๐ ไร่ แบ่งมาปลูกพืชกระท่อม ๑ ไร่ ๒๕๐ ต้น แค่นี้ก็มีรายได้ประจำวันแล้ว ดีกว่ายางพารา ดีกว่าทุเรียน ดีกว่ามังคุด ดีกว่าเงาะ ดีกว่าพืชทุกอย่าง เพราะว่าเก็บใบ ทุก ๑๕ วัน เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานว่าอยากจะให้สภาผู้แทนราษฎรไม่รับการแก้ไข ของวุฒิสภา ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณสงวนครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ผมคงมีประเด็นไม่มากที่วุฒิสภาได้กรุณาแก้ไข ก็เห็นเป็น การปริวิตกของทางสมาชิกวุฒิสภาเป็นกังวลกลัวว่าพืชกระท่อมจะกลายมาเป็นสิ่งที่ทำให้ เยาวชนเดือดร้อนกันไปหมด จะสร้างวัฒนธรรมใหม่ขึ้นมาซึ่งไม่ดี ผมคิดว่าที่ผมไม่ค่อยเห็นด้วย ก็คือในมาตรา ๒๕ (๕) ท่านเขียนไว้ชัดท่านบอกว่าอย่างนี้ ขายโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ วันนี้สังคมเราก้าวสู่ระบบอิเล็กทรอนิกส์ไปหมดแล้ว ถ้าเราห้ามตรงนี้มันจะเป็นอุปสรรค มหาศาล ผมคิดว่าเรื่องนี้คงคุยกันได้ถ้ามีการตั้งกรรมาธิการร่วม วันนี้ท่านประธานบอกว่า ทิศทางของกฎหมายมันจะเป็นอย่างไร ท่านครับ ใบกระท่อมไม่ใช่ยาเสพติดไม่พอ แต่มันเป็นยา สารสกัดจากใบกระท่อมออกฤทธิ์แก้ปวดลึกเหมือนมอร์ฟีน (Morphine) แต่ว่ามีคุณภาพดีกว่า จะเป็นทิศทางของเศรษฐกิจถ้าหากว่ารัฐบาลส่งเสริมให้มีการแปรรูป เป็นสารที่มีประโยชน์ มันรักษาโรคได้หลายอย่าง โรคเบาหวานทั่วโลก ๔๐๐-๕๐๐ ล้านคน ที่เป็นเบาหวานอยู่ ตัวนี้มันแก้เบาหวานได้ ผมพูดประโยคเหล่านี้เพื่อบอกว่า กระท่อมเป็นยา ไม่ใช่เป็นพืชอื่น ท่านครับ การเพิ่มเข้ามาในมาตรา ๔๐/๑ ผมค่อนข้างเห็นด้วย แต่ว่าผมแปลกใจ ชั้นกรรมาธิการผมก็ขอว่าในวาระเริ่มแรก ๕ ปีไม่ให้กระท่อมนอก เข้ามาได้ไหม ตอนนั้นก็เอากระทรวงพาณิชย์มาชี้แจงใหญ่โตว่าไม่ได้ เพราะมันไม่ใช่ ยาเสพติดแล้ว จะต้องให้ต่างชาติเอาเข้ามาได้ด้วย ถ้าหากว่าเราปริวิตกในกระบวนการ ที่เกิดขึ้นปัจจุบัน การห้ามเข้า ๕ ปี มันจะสร้างกระบวนการตั้งรับของสังคมไทยต่อพืชนี้ ท่านครับ ต้นกระท่อมทำเฟอร์นิเจอร์ได้ดี ต้นกระท่อมภาคเหนือที่มีปลูกอยู่แล้วสูงเกิน ๑๕ เมตร แล้วเป็นไม้ที่ทำเฟอร์นิเจอร์ได้ดีวันนี้ไทยเราปลูกพืชตระกูลเดี่ยว ลำไยก็ลำไยหมด ลิ้นจี่ก็ลิ้นจี่หมด มะม่วงก็มะม่วงหมด ถ้ามีผสมผสานในสวนลำไยแล้วปลูกขายใบก็ได้ ขายต้น ก็ได้น่าจะเป็นเรื่องดี ผมคิดว่าเรื่องนี้มันสมควรที่จะต้องมีการตั้งกรรมาธิการร่วมกัน แล้วก็น่าจะคุยกันได้ มาตราสุดท้ายก็เขียนชัด ท่านประธานครับ ซึ่งผมก็เป็นห่วงว่ามาตรานี้ ถ้าเขียนไว้กลัวกฎหมายที่ท่านประธานยังไม่บรรจุ คราวที่แล้วบรรจุแล้วก็ไม่ผ่าน คือกฎหมายว่าด้วยการปรับเป็นพินัย ถ้ากฎหมายฉบับนั้นประกาศใช้โทษที่เขียนไว้ในนี้ ที่เป็นค่าปรับก็จะเปลี่ยนเป็นโทษทางพินัย ซึ่งไม่ต้องบันทึกว่าเป็นการมีความผิดเรื่องอาญา แบบถูกค่าปรับก็จะเปลี่ยนแปลงไป เราวางมาตรฐานไว้ถึงขนาดนี้แล้ว เพราะฉะนั้น โทษบางโทษที่เขียนเสมือนว่าใบกระท่อมเป็นยาเสพติดก็น่าจะยกเลิกไปครับ ผมจบแค่นี้ หวังว่าเมื่อตั้งกรรมาธิการร่วมกันแล้วทางสภาของเราไม่เห็นด้วยกับวุฒิสภา เราตั้งกรรมาธิการร่วมกันน่าจะมีข้อตกลงที่ดีได้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
เชิญท่านวีระกรครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ วีระกร คำประกอบ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ บางส่วนที่สภาเราผ่านไปแล้ว บางทีวุฒิสภาท่านก็แก้หยุมหยิมครับ ในกรณีนี้ก็เช่นเดียวกัน หลัก ๆ ที่ดูแล้วน่าเป็นเรื่องที่ แก้เป็นเรื่องเป็นราวอันเดียวก็คือ ห้ามโฆษณาขายในระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งก็แปลก ส่วนเรื่องอื่น ๆ นั้นถ้าท่านประธานมองแล้วก็คงจะเห็นว่ามันแก้หรือไม่แก้ก็เหมือน ๆ กันละครับ ใบกระท่อมไม่รวมน้ำต้มกระท่อม เดี๋ยวก็ตัดน้ำต้มกระท่อมออกอะไรทำนองนี้ครับ ซึ่งเดี๋ยวมันจะมีอีก ๒ ฉบับ ซึ่งทำนองเดียวกันนี้ คือแก้เล็ก ๆ น้อย ๆ และเราก็จะต้องมาตั้ง กรรมาธิการร่วม มาพิจารณาร่วมกัน แทนที่จะออกเป็นกฎหมายไป ในส่วนของใบกระท่อม ท่านประธานก็คงทราบว่าเขาถอนจากการเป็นพืชเสพติดไปแล้ว ไม่ใช่เป็นยาเสพติดแล้ว ไม่มีโทษใด ๆ เลย ความจริงมันดูในลักษณะของการใช้ในทางปฏิบัติแล้วนี้มันน่าจะเป็น ลักษณะของการเป็นยาเสียมากกว่าท่านประธาน แก้เหนื่อยบ้าง แก้อะไรบ้างอย่างนี้ครับ มันก็ไม่เห็นมีความจำเป็นจะต้องมาระวางโทษอะไรกันมากมาย ๕๐,๐๐๐ บาท ถ้าขายให้กับ สตรีมีครรภ์ หรือใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ขายให้สตรีมีครรภ์อย่างนี้ ต้องเจอ ๒ เท่าอย่างนี้ ๑๐๐,๐๐๐ บาท โทษระวางสูงสุด บางทีมันก็แปลก ๆ กฎหมายเรานี้ ก็ฝากท่านไว้ว่าบางที ถ้าหากว่าเป็นอะไรที่วุฒิเขาแก้เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ผ่าน ๆ ไปให้เขาบ้างก็ได้ครับ ผมก็ไม่เคย เห็นนะว่าสภาผู้แทนราษฎรเราจะยอมเขา เวลาเขาแก้มาเราก็จะตั้งกรรมาธิการร่วม ให้มันเสียเวลาไปเสียเฉย ๆ อย่างนั้น บางทีก็เป็นประโยชน์ แต่บางทีก็ไม่เป็นประโยชน์ แล้วก็ทำให้กฎหมายออกไปล่าช้า ก็กราบเรียนฝากท่านประธานสั้น ๆ เพียงเท่านี้ละครับ🔗
ขอบคุณนะครับ คุณเท่าพิภพครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกลครับ ผมขออภิปรายในการที่จะให้สภาของเรา ลงความเห็นยืนตามร่างของ ส.ส. เพราะว่าการแก้มานี้ก็เข้าใจว่าเป็นความเป็นห่วงของ ส.ว. ผมก็ได้มีโอกาสอย่างตัวล่าสุด พ.ร.บ. จราจรก็ได้ทำงานร่วมกับท่าน ก็พอทราบความคิด และหลักคิดของท่านวุฒิสภาอยู่ ก็เข้าใจ แต่ในสาระสำคัญที่แก้มาหลาย ๆ อัน อย่างเช่น ในมาตรา ๒๔ คือตัดไปเลยว่า ห้ามผู้ใดขายใบกระท่อมและน้ำต้มใบกระท่อม คือผมก็มองว่า น้ำต้มใบกระท่อมตามที่ผมเข้าใจ ถ้าเรามีการพูดคุยกันตั้งขึ้นมา เราอาจจะเข้าใจกันมากขึ้น ก็คือท่านมองว่าตัดในส่วนของน้ำต้มกระท่อมไปในหลายส่วนเลย ผมก็ไม่เข้าใจว่า จะตัดทำไม เพราะว่าจริง ๆ แล้วคือการดื่มเป็นน้ำต้มใบกระท่อมมันก็เป็นการแปรรูปใช่ไหมครับ ถ้าเปรียบเทียบกับเราขายข้าวสาร แต่เราห้ามขายข้าวหุงอย่างนี้มันก็ดูแปลก ๆ ไม่ค่อย เมกเซนส์ (Make sense) รวมถึงการที่ในมาตรา ๒๔ เป็นเรื่องของการห้ามขายให้ใคร ท่านวุฒิสมาชิกก็ได้เพิ่มว่าบุคคลใดตามที่รัฐมนตรีไปกำหนดตามกฎกระทรวง ซึ่งก็โอเค (OK) ผมเข้าใจครับว่าเป็นคลาสสิก (Classic) คล้าย ๆ กับพวกกฎหมายเหล้า เบียร์ (Beer) ต่าง ๆ ที่จะมีคณะกรรมการหรือให้รัฐมนตรีไปตั้งเป็นกฎกระทรวง แต่ผมก็มองว่า ต่อไปมันอาจจะกลายเป็นว่าตั้งห้ามขายโน้นขายนี่ จนสุดท้ายเดี๋ยวจะไม่ได้ขายกันเอา และรวมถึงห้ามขายทางอิเล็กทรอนิกส์ครับ เข้าใจดีครับว่าท่านอาจจะกังวลว่าเดี๋ยวจะทำ ตามมาตรา ๒๔ ไม่ได้ ที่บุคคลอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี จะซื้อทางอิเล็กทรอนิกส์อะไรอย่างนี้ แต่ผมเรียนอย่างนี้ครับ ผมเคยพูดไปหลายครั้งแล้วตั้งแต่เรื่องการขายสุราออนไลน์ (Online) ว่าเราห้ามไม่ได้หรอก เพราะว่าห้ามไปก็ยังมีคนขายเถื่อนออนไลน์ (Online) อยู่ดี เอามาขาย ออนไลน์ (Online) และออกให้เป็นกฎระเบียบชัดเจน การยืนยันบุคคลออนไลน์ (Online) หรือว่าเป็นดิจิทัลไอดี (Digital ID) อะไรก็ตามว่าคนที่เข้ามาซื้อยืนยันตัวเอง มีเลขบัตร ประชาชนชัดเจน ก็เหมือนกับพวกโมบายแบงก์กิ้ง (Mobile Banking) ของเราทั่วไป ผมว่ารัฐบาลทำได้และควรจะทำตั้งนานแล้ว ดังนั้นการที่จะหยุดกระแสโลกที่ส่วนใหญ่แล้ว เราซื้อของออนไลน์ (Online) กันแล้วทุกวันนี้ โดยห้ามขายออนไลน์ (Online) คือผมก็ไม่เข้าใจเลยครับว่าท่านแก่กว่าผมก็จริง แต่คือท่านไม่ได้อยู่ในปัจจุบันเหมือนกับผม หรือเปล่าผมก็เลยว่าในจุดนี้ก็เป็นจุดสำคัญที่ผมอยากให้สภาของเรา เพื่อนสมาชิก ส.ส. ลงความเห็น ยืนตามร่างเดิมคือให้ขายออนไลน์ (Online) ได้ ประเด็นหลักสำคัญ ก็มีประมาณนี้ครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗
ขอขอบคุณ รักษาเวลา เพราะเราได้อภิปรายเรื่องนี้กันตอนรับหลักการยาวเหยียด วันนี้ก็มีประเด็นเรื่องของเรา จะเห็นด้วยที่กรรมาธิการแก้ไขหรือไม่ เพราะฉะนั้นเอาประเด็นนั้นนะครับ จะได้ไม่เสียเวลามาก ขออีกท่านหนึ่ง คุณณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย ตำบลสำนักแต้ว สำนักขาม ของอำเภอสะเดา พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้ได้ผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไปเรียบร้อยแล้วครับ เป็นที่พอใจของพี่น้องประชาชน ผมเอง ก็ได้ประกาศไปกับพี่น้องประชาชนไปหลายพื้นที่ครับว่า ใบกระท่อม เป็นพืชชนิดหนึ่งเหมือนกับผักบุ้ง เหมือนเพื่อนสมาชิกบอกเมื่อสักครู่นี้ครับ ใบกระท่อมครับ เป็นพืชท้องถิ่นครับท่านประธานครับ🔗
ณัฏฐ์ชนนครับ พยายามไปประเด็นเรื่องที่วุฒิสภาเขาแก้ เรื่องประโยชน์ เรื่องลักษณะอะไรเราพูดกัน ในชั้นวาระที่ ๑ แล้วครับ เชิญครับ🔗
เป็นพืชท้องถิ่นครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นวันนี้วุฒิสภาตีกฎหมายฉบับนี้กลับมาครับท่านประธาน โดยเฉพาะมาตรา ๒๕ บอกว่าพืชใบกระท่อมไม่สามารถที่จะให้ขายโดยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ หลายคนบอกว่าวันนี้ ใบกระท่อมถูกกฎหมายแล้ว วันนี้วุฒิสมาชิกได้บอกว่าในมาตรา ๒๕ บอกว่าไม่ให้มีการขาย โดยวิธีอิเล็กทรอนิกส์ เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ สิ่งที่พวกเรา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาไปแล้ว พวกผมก็เลยต้องมาอธิบายว่าวันนี้ กฎหมายฉบับนี้เมื่อตีกลับมา เราต้องอธิบายขยายความครับท่านประธานว่า เมื่อผ่านพวกเราไปแล้ว เรามีมติ โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า เราเห็นด้วยว่าใบกระท่อมซึ่งเป็นพืชประจำถิ่นที่เรามีมติว่า เห็นด้วยว่าให้ถูกกฎหมาย เพราะฉะนั้นเมื่อวุฒิสมาชิกตีกลับมา เราต้องวินิจฉัยว่าทำไม คุณไม่เห็นด้วย โดยเฉพาะการขายอิเล็กทรอนิกส์ คุณบอกว่าโดยเฉพาะมาตรา ๒๕ ให้ขาย ในสถานศึกษา หอพัก สวนสาธารณะ ขายโดยเป็นขายเครื่องมือ เพราะฉะนั้นผมก็เลย ต้องอธิบายครับท่านประธาน วันนี้ผมเองในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเลยบอกว่า การที่วุฒิสมาชิกไม่เห็นด้วยกับผู้แทนราษฎร พวกผมก็เลยบอกว่าวันนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้งหมดที่อยู่ ณ ที่นี้ เราต้องวินิจฉัยว่าวันนี้เราต้องเป็นมติของพวกเราว่า มติของเราต้องวินิจฉัย ให้เด็ดขาดว่าใบกระท่อมที่เราลงมติไปครั้งที่แล้วนี้ ต้องชี้ขาดเลยว่าใบกระท่อม ต้องถูกกฎหมาย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป ผมจะขอที่ประชุมว่า เราจะเห็นชอบการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภาหรือไม่ ในช่วงที่รอพวกเรา เข้ามานั้น ผมขออนุญาตให้ท่านศาสตราจารย์กนก เชิญ แต่ขอเชิญพวกเราที่เข้ามาแล้ว กดเพื่อแสดงตน🔗
อาจารย์กนกเชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายเพื่อให้มีการบันทึกไว้ในสภาแห่งนี้ ตอนที่สภา ของเราได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ. พืชกระท่อม ผมได้เป็นกรรมาธิการอยู่ด้วยท่านหนึ่ง ของพรรคประชาธิปัตย์ และในการอภิปรายในชั้นกรรมาธิการ พรรคประชาธิปัตย์ของเรา ได้พูดชัดเจนว่าพืชกระท่อมนี้ไม่ใช่เป็นแต่เพียงเรื่องของการปลดจากการเป็นยาเสพติด เท่านั้น แต่ที่สำคัญคือพืชกระท่อมเป็นพืชที่คนหรือประชาชนทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคใต้ ได้ปลูก ได้ใช้ต่อเนื่องมายาวนาน เพราะฉะนั้นในกรรมาธิการ ของเราจึงเห็นว่าเมื่อพืชกระท่อมได้หลุดจากยาเสพติด ควรจะถือโอกาสนี้เปิดให้กับพี่น้อง ประชาชนคนตัวเล็กตัวน้อย ได้มีโอกาสทำการค้า ทำธุรกิจ ประกอบกิจการ มีอาชีพ สร้างรายได้จากพืชกระท่อมนี้ ซึ่งคนในจังหวัดภาคใต้ จำนวนนับหลายแสนคน นับล้านคน ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเหล่านี้ และเหตุผลที่เราอนุญาตให้มีการโฆษณาทางด้านขายออนไลน์หรือสื่ออิเล็กทรอนิกส์ เพราะว่าวันนี้โครงสร้างระบบธุรกิจได้เปิดให้เอสเอ็มอี (SMEs) คนตัวเล็กตัวน้อยไม่มีทุน ทางด้านการโฆษณาอื่น ๆ สามารถที่จะขายผ่านออนไลน์ (Online) ได้ เพราะฉะนั้น ในมาตรานี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างความเป็นธรรมให้กับระบบเศรษฐกิจ ที่จะเกิดขึ้นจากการค้าในเรื่องของพืชกระท่อม ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองมาตรานี้จึงถือว่า เป็นมาตราที่สำคัญมาก เพราะว่าถ้าให้พืชกระท่อมไม่เป็นยาเสพติด แล้วก็ไม่ให้ขายผ่าน ออนไลน์ (Online) สุดท้ายก็จะมีเฉพาะรายใหญ่เท่านั้นที่จะขายได้ครับท่านประธาน และมันก็จะกลายเป็นว่า พ.ร.บ. นี้เป็น พ.ร.บ. ที่เปิดโอกาสให้กับรายใหญ่คนร่ำคนรวย เท่านั้นที่จะได้ประโยชน์จากกฎหมายในขณะที่คนตัวเล็กตัวน้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในภาคใต้ที่พรรคประชาธิปัตย์ของเราดูแลก็จะเสียหาย แล้วประชาชนในภาคอีสาน ภาคเหนือก็จะเสียหายด้วยเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมจึงขออนุญาต ที่จะยืนยันและให้บันทึกนี้ไปต่อสู้กันในชั้นกรรมาธิการของรัฐสภาร่วมว่าการขายออนไลน์ (Online) เป็นเรื่องจำเป็นและเป็นโอกาสที่เป็นธรรมให้กับเกษตรกรรายย่อยต่อการที่จะใช้ พืชกระท่อมเพื่อที่จะมีชีวิตที่ดีหลังจากโควิด (COVID) นี้ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ท่านสมาชิกที่เข้ามาแล้ว กรุณากดบัตรแสดงตน จะต้องขอมติว่าจะเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภา หรือไม่🔗
ต้องขอรบกวนกรรมาธิการ ที่ประชุม มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ ต้องลงมติครับ สมาชิกที่เข้ามาแล้วกดบัตรด้วยครับ🔗
กฎหมายทุกฉบับมันจะมี ประวัติของการลงมติ เพราะว่าหลักฐานมันจะปรากฏว่าใครลงมติ ใครไม่ลงมติ ใครความเห็น อย่างไรมันปรากฏอยู่ในหลักฐานของสภา ซึ่งคนก็มาตรวจสอบได้ในวันข้างหน้าว่าเรื่องนั้น ๆ เราลงมติว่าอย่างไร เราประชุมหรือไม่ ขอเชิญสมาชิกกดบัตรนะครับ ผมต้องการให้ตัวเลข สูงหน่อย ความจริงองค์ประชุมก็ครบ สมาชิกพร้อมนะครับ ปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้แสดงตนที่เข้าประชุมขณะนี้ ๒๔๓ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ต่อไปจะขอมติจาก ที่ประชุมว่าจะเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภาหรือไม่ ผู้ใดเห็นชอบด้วยกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบด้วยกับการแก้ไขของวุฒิสภากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควร งดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง สมาชิกทำความเข้าใจนะครับ ถ้าเห็นชอบกับวุฒิสภากดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าไม่เห็นชอบด้วยกับวุฒิสภาก็กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สมาชิกหมายเลข ๑๒๓ ณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี ไม่เห็นชอบครับ🔗
ท่านประธานครับ กระผม ดะนัย มหิพันธ์ ๑๒๗ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
ผมปิดการลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๗๙ ท่าน บวก ๒ ผู้ลงมติ ๒๘๑ ท่าน เห็นด้วย ๗ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๗๑ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี มติที่ประชุมไม่เห็นด้วย ขออภัยครับ เมื่อบวกแล้วก็ปรากฏไม่เห็นด้วย ๒๗๑ ท่านบวก ๒ ท่าน ก็เป็น ๒๗๓ ท่าน มติที่ประชุม ไม่เห็นด้วยที่วุฒิสภาแก้ไข🔗
เพราะฉะนั้นกระบวนการ ต่อไปก็ต้องตั้งกรรมาธิการเพื่อเป็นกรรมาธิการร่วมครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ ๑๙๐ ไม่เห็นด้วยครับ ท่านประธานกรุณาบันทึกไว้ให้ด้วยครับ มาลง🔗
ครับผม ไม่นับนะครับ เพราะว่าเลยเวลาไปแล้ว แต่บันทึกไว้ให้ครับ ขอเชิญเสนอกรรมาธิการ เสนอจำนวนก่อน แล้วผมจะเรียนให้ทราบสัดส่วนจะเป็นพรรคใดเท่าไร ขอเชิญเสนอจำนวนก่อนครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอให้ตั้งกรรมาธิการร่วมเพื่อพิจารณา แก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. .... จำนวน ๒๐ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ขอผู้รับรองครับ🔗
ถ้าไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น กรรมาธิการร่วม ๒๐ ท่าน เราเป็นผู้กำหนดจำนวน แล้วก็ของเรา เชิญเสนอได้เลยครับ จำนวนของพรรคเพื่อไทย ๓ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ ๒ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน พรรคก้าวไกล ๑ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน ขอเชิญ พรรคเพื่อไทยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ ส.ส. เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ พืชกระท่อม พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๓ ท่าน ดังนี้ ๑. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ๒. นายสงวน พงษ์มณี ๓. นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ขอผู้รับรองค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปพรรคพลังประชารัฐ ๒ ท่านครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส เขต ๒ พรรคพลังประชารัฐ ผมขอเสนอในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๒ ท่านด้วยกัน คือ ๑. ท่านประสิทธิ์ มะหะหมัด ๒. ท่านสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองครับ พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่านครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ พรรคภูมิใจไทยครับ พรรคภูมิใจไทยขอเสนอคณะกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่านดังนี้ ๑. ท่านศุภชัย ใจสมุทร ๒. ท่านมารุต มัสยวาณิช ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ถูกต้องแล้วครับ ต่อไป พรรคก้าวไกล ๑ ท่านครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผมณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ พืชกระท่อม พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคก้าวไกล ๑ คนครับ เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองครับ ต่อไป พรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่านครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ พืชกระท่อม พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ค่ะ ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์กนก วงษ์ตระหง่าน ขอผู้รับรองค่ะ🔗
ผู้รับรองถูกต้องครับ พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี จากพรรคชาติไทย พัฒนา ในสัดส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอนายสัมพันธ์ แป้นพัฒน์ ขอผู้รับรองด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านกรรมาธิการครับ🔗
รายชื่อคณะกรรมาธิการร่วมกัน เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. .... จำนวน ๑๐ คน ๑. นายสงวน พงษ์มณี ๒. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ๓. นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ๔. นายประสิทธิ์ มะหะหมัด ๕. นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ๖. นายศุภชัย ใจสมุทร ๗. นายมารุต มัสยวาณิช ๘. นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ๙. ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน และ ๑๐. นายสัมพันธ์ แป้นพัฒน์🔗
ถ้าไม่มีการเปลี่ยนแปลง ก็เป็นไปตามที่เลขาธิการได้อ่าน ก็จบการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการ ก็ไปปฏิบัติหน้าที่แทน สภาผู้แทนราษฎรต่อไป🔗
ต่อไปเรื่องด่วนที่ ๔ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ วิชาชีพการสัตวบาล พ.ศ. ....🔗
เรื่องนี้ประธานวุฒิ ได้แจ้งว่า ในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๔ เมื่อวันอังคารที่ ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๔ ที่ประชุม ได้พิจารณาและลงมติให้แก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสัตวบาล พ.ศ. .... จึงส่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมาเพื่อดำเนินการตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. .... มาตรา ๑๓๗ (๓) คือถ้าสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติม ก็ถือว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้รับการเห็นชอบของรัฐสภาแล้ว และให้ดำเนินการไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๑ คือประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป แต่ถ้าสภาผู้แทนราษฎรไม่เห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมก็ให้แต่ละสภาตั้งบุคคล ซึ่งเป็นหรือไม่ได้เป็นสมาชิกแห่งสภานั้น มีจำนวนเท่ากันตามที่สภาผู้แทนราษฎรกำหนด ประกอบเป็นคณะกรรมาธิการร่วมเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ต่อไป เพราะฉะนั้น วันนี้ก็ต้องถามมติที่ประชุมว่าจะเห็นชอบด้วยกับที่วุฒิสภาแก้ไขหรือไม่ เพราะฉะนั้น ผมขออนุญาตว่ามีผู้ขออนุญาตอภิปรายในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ๑ ท่าน ท่านวีระกร คำประกอบ ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พลังประชารัฐ ในฐานะที่เป็นประธานกรรมาธิการพระราชบัญญัติวิชาชีพสัตวบาล พ.ศ. .... ของสภาผู้แทนราษฎรที่ผ่านไปแล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ จะเห็นได้ว่ากฎหมายฉบับนี้ มีการแก้ไขโดยวุฒิสภาเป็นเรื่องเล็กน้อยมากครับ ผมเชื่อว่าเข้าสักครั้งสองครั้งไม่เกิน หรอกครับก็คงจะจบ จะได้ออกมาใช้เพื่อประโยชน์แห่งการวิชาชีพสัตวบาล เพื่อยกระดับ ให้เป็นมาตรฐานและส่งเสริมการส่งออกเรื่องของเนื้อสัตว์ที่เราจะส่งออกไปยังต่างประเทศ ให้เป็นที่ยอมรับของนานาชาติ การแก้ไขของวุฒิสภาถ้าจะว่าไปแล้วมีประเด็นที่สำคัญ เพียงประเด็นเดียวเท่านั้นครับ คือการที่สภาผู้แทนราษฎรเห็นให้เติมคำว่า สัตว์เลี้ยง หมายความว่าสัตว์ที่เลี้ยงเพื่อการบริโภค คือพูดง่าย ๆ ว่ากฎหมายฉบับนี้จะครอบคลุม ในการเลี้ยงเพื่ออุตสาหกรรม แต่จะไม่ครอบคลุมหรือจะไม่มาบังคับสำหรับผู้เลี้ยงรายย่อย หรือเกษตรกรรายย่อย ซึ่งเราเติมเข้าไปเพื่อไม่ให้มีปัญหา จะเห็นได้ว่าความห่วงใย ของเพื่อนสมาชิกในสภา กรรมาธิการเราก็เห็นด้วยครับว่าควรจะแก้ไขโดยเพิ่มเติม ไม่ให้พระราชบัญญัติฉบับนี้ที่จะต้องมีสัตวบาลไปดูแลในการเลี้ยง ไม่ครอบคลุมไปจนถึง ผู้เลี้ยงรายย่อย หรือผู้เลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่เขาเลี้ยงด้วยความชอบ เลี้ยงสุนัข เลี้ยงแมวอะไรอย่างนี้ ไม่ต้องมีสัตวบาลเข้าไปควบคุม จะเห็นได้ว่าเราเพิ่มเข้าไปแค่ตรงนี้ละครับ และวุฒิสมาชิก ก็ไปตัดตรงนี้ออกโดยความไม่เข้าใจว่าทำไมเราถึงต้องเติมเข้าไป ถ้าไม่เติมวันนั้น สภาผู้แทนราษฎรก็คงไม่ผ่าน เพราะว่าจากการที่อภิปรายนี้จะเห็นได้ว่าเพื่อนสมาชิก ไม่อยากที่จะให้ต้องมีความวุ่นวายยุ่งยากไปยังพี่น้องเกษตรกรรายย่อย จะต้องไปจ้าง ให้สัตวบาลมาควบคุมดูแลการเลี้ยงของเขา เพราะฉะนั้นพระราชบัญญัติฉบับนี้เราจึงเน้น ในเรื่องของการเลี้ยงเพื่ออุตสาหกรรม การเลี้ยงเพื่อเศรษฐกิจเรื่องใหญ่ ๆ เพื่อการส่งออก ไปยังต่างประเทศเสียมากกว่า ดังนั้นการเพิ่มเติมของวุฒิสมาชิกในประเด็นนี้ ซึ่งได้มีการโทร มาหาผมหลังจากที่เขาได้ลงมติไปแล้ว พอผมอธิบายเขาก็บอกรู้อย่างนี้เอาคุณวีระกรไปชี้แจง ในที่ประชุมของวุฒิสภาก็ดี หรือในที่ประชุมของกรรมาธิการวุฒิสภาก็ดี จะได้ไม่ต้องแก้ ถ้าไม่แก้ตรงนี้ก็คือจบครับ ก็คือเขาก็เห็นด้วยกับเราทั้งหมด ประเด็นที่เขาแก้เล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งมันพอที่จะชี้แจงกันได้ภายในชั่วโมงเดียวก็จบแล้วครับพระราชบัญญัติฉบับนี้ ในการประชุมร่วม ดังนั้นจึงกราบเรียนท่านประธานว่าไม่ได้เป็นการแก้ที่ยุ่งยากวุ่นวายเลย ถ้าเป็นไปได้ก็ไม่อยากให้ใครอภิปรายเยอะจะได้ลงมติไปเลยครับ เนื่องจากว่าเข้าไปประชุม ร่วมครั้งเดียวครับ ผมว่าจบเลยครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ท่านผู้ใด จะแสดงความเห็น🔗
ถ้าไม่มีผมก็ขอมติ จากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภาหรือไม่ ขอเชิญสมาชิกเข้ามา แสดงตนก่อนครับ🔗
ท่านสมาชิกที่เข้ามาแล้ว กดบัตรแสดงตนนะครับ🔗
สมาชิกพร้อมนะครับ ถ้าพร้อมก็ปิดแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตนขณะนี้ ๒๔๓ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ขอถามมติที่ประชุมว่า ผู้ใดเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภากดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบด้วยกับ การแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ๐๑๘ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
ถ้าพร้อมแล้วก็ปิด การลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๘๕ บวก ๑ ๒๘๖ ท่าน เห็นด้วย ๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๗๘ บวก ๑ เป็น ๒๗๙ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน มติที่ประชุม ไม่เห็นด้วยที่วุฒิสภาแก้ไข🔗
เมื่อไม่เห็นด้วยก็ต้องตั้ง กรรมาธิการร่วมครับ ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอตั้งกรรมาธิการร่วม จำนวน ๒๐ ท่านครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง จำนวน ๒๐ ท่าน ก็จะเป็นสัดส่วนตามที่เรียนไว้ตั้งแต่ต้น พรรคเพื่อไทย ๓ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ ๒ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน พรรคก้าวไกล ๑ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน ขอเชิญเสนอเลย พรรคเพื่อไทย ๓ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสัตวบาล พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๓ ท่าน ดังนี้ค่ะ ๑. นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ๒. นายไพจิต ศรีวรขาน ๓. นายวิม รุ่งวัฒนจินดา ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
ขอผู้รับรองครับ ต่อไป พรรคประชารัฐ ๒ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร นราธิวาส เขต ๒ พรรคพลังประชารัฐ ผมขอเสนอในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๒ ท่าน ท่านวีระกร คำประกอบ ท่านระวี มาศฉมาดล ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย ผมขอเสนอกรรมาธิการพิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพ การสัตวบาล พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน ๑. ท่าน ส.ส. สมบูรณ์ ซารัมย์ ท่านที่ ๒ ส.ส. อดิพงษ์ ฐิติพิทยา ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ต่อไปพรรคก้าวไกลครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการพิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสัตวบาล พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคก้าวไกล ๑ คนครับ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องครับ พรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่าน🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวจิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันขอเสนอชื่อกรรมาธิการพิจารณากรณีวุฒิสภา แก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสัตวบาล พ.ศ. .... ในสัดส่วนของ พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอนายประกอบ รัตนพันธ์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
มีผู้รับรองถูกต้องครับ พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสรชัด สุจิตต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอ คณะกรรมาธิการพิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสัตวบาล พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอ นายพิสิษฐ์ คงสมพรต ขอผู้รับรอง ด้วยครับ🔗
ท่านเลขาธิการ กรุณาอ่านรายชื่อกรรมาธิการครับ🔗
รายชื่อคณะกรรมาธิการร่วมกัน เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติวิชาชีพการสัตวบาล พ.ศ. .... จำนวน ๑๐ คน ๑. นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ๒. นายไพจิต ศรีวรขาน ๓. นายวิม รุ่งวัฒนจินดา ๔. นายวีระกร คำประกอบ ๕. นายระวี มาศฉมาดล ๖. นายสมบูรณ์ ซารัมย์ ๗. นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา ๘. นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ๙. นายประกอบ รัตนพันธ์ และ ๑๐. นายพิสิษฐ์ คงสมพรต🔗
ถ้าไม่มีแก้ไขเปลี่ยนแปลง ก็ไปตามที่ท่านเลขาธิการได้อ่าน กรรมาธิการไปทำหน้าที่แทนสภาผู้แทนราษฎรต่อไปครับ🔗
ต่อไปเรื่องด่วนที่ ๕ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ คุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗
เรื่องนี้ประธานวุฒิสภา ได้มีหนังสือแจ้งว่า ในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๕ เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๕ ที่ประชุมได้พิจารณาลงมติแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จึงส่งร่างพระราชบัญญัติมาเพื่อดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๓๗ (๓) ถ้าสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติม ให้ถือว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้รับความเห็นชอบ ทางรัฐสภาดำเนินการตามมาตรา ๘๑ ก็คือประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป แต่ถ้าสภาผู้แทนราษฎรไม่เห็นชอบด้วยกับการแก้ไข เพิ่มเติม ให้แต่ละสภาตั้งบุคคลซึ่งเป็นหรือไม่ได้เป็นสมาชิกแห่งสภานั้น ๆ มีจำนวนเท่ากัน ตามที่สภาผู้แทนราษฎรกำหนดประกอบเป็นคณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณา วันนี้จึงต้องถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบตามที่กรรมาธิการวุฒิสภาแก้ไขหรือไม่ เนื่องจากมีผู้ขออภิปรายก่อนที่จะลงมติครับ ขออนุญาตคุณณัฐวุฒิ บัวประทุม ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ท่านประธานครับ ในร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ได้ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรไปนั้นมีอยู่ทั้งหมด ๑๑ มาตราด้วยกันครับ ใน ๑๑ มาตรานั้น เมื่อวุฒิสภาได้มีการรับไปพิจารณามีการแก้ไขทั้งในเรื่องของ การเติมข้อความ และในเรื่องของการตัดทอนข้อความ และเพิ่มข้อความเข้าไปใหม่อยู่ แต่เพียง ๒ จุดด้วยกัน แต่ ๒ จุดนี้เป็นประเด็นสำคัญที่ผมคิดว่าเป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน และส่งผลต่อการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองพยานที่หากผ่านไปนั้นก็จะไม่มีผลแตกต่าง กับในอดีต พูดกันง่าย ๆ ก็คือว่าถ้าแก้แบบนี้ไม่ควรจะแก้ตั้งแต่ต้นเสียดีกว่า🔗
ประการที่ ๑ ในมาตรา ๓ ในความหมายของคำว่า พยานนั้น คำว่า พยานนั้น มีความหมายชัดเจนอยู่ในร่าง พ.ร.บ. ดั้งเดิม ตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ อยู่แล้วครับ ในขณะที่ คำสุดท้ายที่วุฒิสภาเพิ่มเติมเข้าไปนั้นคือคำว่า พยานนั้นให้หมายความรวมถึงจำเลย ซึ่งศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษและหลบหนี นี่ก็ไม่ใช่คำใหม่ แต่คำนี้ที่ร่าง พ.ร.บ. ฉบับที่รัฐบาลเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรและพวกเราเห็นตรงกันนั้นก็คือ ไม่มีความจำเป็นต้องมีคำนี้อยู่อีกแล้ว ถามว่าเป็นเพราะประการใด ก็เพราะว่าหลักการ ของการออกกฎหมายครับ มันต้องเป็นหลักการที่บังคับใช้แก่บุคคลโดยทั่วไป และยิ่งบุคคลนั้น จำเป็นต้องมีกฎหมายเพื่อคุ้มครองเป็นการเฉพาะ เช่น ในกรณีของคุ้มครองพยานนั้น ยิ่งต้องบังคับใช้เป็นการทั่วไปยิ่งกว่า ฉะนั้นกรณีของการคุ้มครองพยานนั้นเราจึงพยายาม ที่จะทำให้พยานในความหมายที่รัฐต้องคุ้มครองนั้นเป็นความหมายที่กว้างที่สุดครับ และคำว่ากว้างที่สุดนั้นกรณีของการเพิ่มเติมข้อความที่บอกว่า มิให้รวมถึงจำเลย ซึ่งศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษและหลบหนี จึงเป็นการจำกัดสิทธิ ไม่สอดคล้อง และไม่สมกับเจตนารมณ์ของการคุ้มครองพยาน นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ ที่ผมไม่เห็นด้วย กับการแก้ไขของวุฒิสภาครับ🔗
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ ก็คือกรณีการแก้ไขข้อความในมาตรา ๗ ที่ให้มีการแก้ไขข้อความมาตรา ๑๐ ของร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานแต่เดิม กรณีของมาตรา ๑๐ ในร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองพยานนั้น เป็นเรื่องที่สำคัญยิ่งครับ เขาเรียกว่า มาตรการคุ้มครองพยานตามมาตรการพิเศษ ซึ่งมาตรการพิเศษอย่างหนึ่งนั้นอยู่ใน (๓) ก็คือ การประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการเปลี่ยนชื่อ ชื่อสกุล หลักฐาน ทางทะเบียนราษฎรที่สามารถระบุตัวพยาน รวมถึงการดำเนินการเพื่อกลับคืนสู่สถานะเดิม ปัญหาของมาตรานี้ก็ไม่ใช่คำใหม่เลยครับ แต่ปรากฏว่าตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ เป็นต้นมา เราได้รับ คำยืนยันจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่ามาตรานี้ โดยเฉพาะวงเล็บนี้ไม่เคยมีการใช้มาก่อนถามว่า ที่ไม่เคยมีการใช้มาก่อนเพราะอะไร ก็เพราะว่ากระทรวงมหาดไทยเองในฐานะหน่วยงาน ที่กำกับดูแลบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการทะเบียนราษฎร เขาก็ไม่มั่นใจว่าเขาใช้ อำนาจในทางบริหารได้หรือไม่ ซึ่งการใช้อำนาจในทางบริหารนั้นเป็นคำที่เข้ามา ในขณะที่ร่างเข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎรครับ แต่ปัญหานั้นกระทรวงมหาดไทยก็เลยมี การเสนอในคณะกรรมาธิการวิสามัญที่สภาเราตั้งนี่ครับ บอกว่าเขาขอความชัดเจน เขาขอความมั่นใจ เขาขอว่านี่เป็นข้อยกเว้นเฉพาะกรณีเท่านั้นที่ขอให้เป็นคำสั่งศาลได้หรือไม่ สภาผู้แทนราษฎรเราก็ผ่านวาระที่ ๓ กรณีการแก้ไขมาตรา ๑๐ เป็นวรรคที่ ๒ บอกว่า ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคุ้มครองพยานยื่นคำขอฝ่ายเดียวต่ออธิบดีผู้พิพากษา ศาลอาญา เพื่อดำเนินการขอเปลี่ยนแปลงข้อมูล ก็ปรากฏว่าผมฟังวุฒิสภาพิจารณากัน และวุฒิสภาก็บอกไม่เคยมีมาก่อน กฎหมายฉบับอื่นมีแบบนี้ไหม ผมก็ยืนยันว่ามีอยู่ใน หลายกฎหมายครับ วุฒิสภาก็ถามว่ากรณีจะให้ศาลไปออกคำสั่งใด ๆ มีการถามไปยัง ศาลยุติธรรมหรือไม่ ผมก็ต้องยืนยันว่าในชั้นกรรมาธิการที่พิจารณานั้นผู้แทนศาลยุติธรรม ก็บอกว่าพร้อมที่จะดำเนินการและสามารถดำเนินการได้ แม้กระทั่งจะเป็นคำขอฝ่ายเดียว วุฒิสภาก็ตั้งคำถามว่าแบบนี้กระทรวงมหาดไทย โอเค (OK) หรือไม่กับการเปลี่ยนระบบ ของการคุ้มครองเลขข้อมูลทะเบียนราษฎรสถานะบุคคล พวกผมก็ถามว่า นี่คือความต้องการ ของกระทรวงมหาดไทยและเป็นความมั่นใจของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ที่จะตามมา มิใช่กระทรวงมหาดไทยเท่านั้น แต่ปรากฏว่าวุฒิสมาชิกไปตัดข้อความและเปลี่ยนข้อความว่า ต่อไปนี้ขอให้เป็นงานบริการ เท่านั้น พูดง่าย ๆ ก็คือให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร ใช้ลักษณะเป็นการทำหนังสือประสาน แล้วให้ออกเป็นหลักเกณฑ์และวิธีการตามที่กฎหมาย กำหนด ถ้าพูดแบบนี้กลายเป็นว่าสิ่งที่เราแก้ไขจากสิ่งที่ไม่สามารถทำได้ในปี ๒๕๔๖ กลายเป็นว่าก็ไม่ได้แตกต่างจากเดิม แล้วแบบนี้พวกผมจะมีหลักประกันว่าพยาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคดีสำคัญที่ต้องมีมาตรการในการคุ้มครองเป็นพิเศษ ที่เปลี่ยนสถานะ บุคคล เปลี่ยนเลขประจำตัว ๑๓ หลัก เปลี่ยนอัตลักษณ์เขา ซึ่งเป็นข้อยกเว้นอย่างยิ่งจะได้รับ การคุ้มครองได้อย่างไร ด้วยเหตุผลดังกล่าวทั้ง ๒ ประการครับ ผมคิดว่าเป็นประเด็น ที่เสียดายว่าวุฒิสภามิได้เชิญเราเข้าไปให้ความเห็นในชั้นการพิจารณา ถ้าท่านเชิญเราไป ท่านจะรู้เลยครับว่า ทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นเรื่องที่หน่วยงานราชการที่มาชี้แจงเห็นตรงกัน ฉะนั้นก็จำเป็นครับที่ต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมกลับไปพิจารณาว่าสิ่งเหล่านี้อะไร คือประโยชน์สูงสุดที่พยานทุกคนควรได้รับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปคุณวีระกร คำประกอบ หลังจากนั้นก็จะมีอีก ๒ ท่าน เพื่อได้เตรียมตัว สมาชิกที่ทานอาหารจะได้ตั้งหลัก ได้ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วีระกร คำประกอบ พลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ ในฐานะประธาน กรรมาธิการพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาเสร็จสิ้นไปแล้วและส่งไปให้วุฒิสภา อยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่ากฎหมายฉบับนี้ก็เช่นเดียวกัน ทางท่านวุฒิสภาซึ่งเป็นกรรมาธิการ ก็โทรมาหาผมหลังจากลงมติไปแล้วว่า ถ้ารู้อย่างนี้ให้คุณวีระกรไปชี้แจงในกรรมาธิการ ของวุฒิสภาก็คงจะจบ ไม่มีปัญหา ท่านประธานครับ การแก้ไขของวุฒิสมาชิกมีประเด็น ที่สำคัญที่สุดก็คือ ในมาตรา ๑๐ ในวรรคสาม ซึ่งแก้ไขกลับไปเป็นอย่างเก่าตามร่าง ของรัฐบาลนั่นเอง ในวรรคสามเขียนว่า ในกรณีตามวรรคหนึ่ง (๓) ซึ่งกรรมาธิการของ สภาผู้แทนราษฎรเราได้เพิ่มไปว่า ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคุ้มครองพยาน ซึ่งได้รับอนุมัติเป็นหนังสือจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยื่นคำร้องฝ่ายเดียวต่ออธิบดี ผู้พิพากษาศาลอาญา เพื่อให้มีคำสั่งให้กรมการปกครองดำเนินการเปลี่ยนแปลงข้อมูล หลักฐานการทะเบียนราษฎร ท่านประธานครับ กฎหมายคุ้มครองพยานมีมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ ใช้มาเกือบ ๒๐ ปี ก็เขียนอย่างที่วุฒิสมาชิกแก้กลับไปเป็นอย่างเก่านั่นละครับ ก็คือ ให้กฎหมายว่าด้วยบัตรประจำตัวประชาชน ให้หน่วยงานแก้ไขไปตาม คือพูดง่าย ๆ ว่า เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเราถึงแก้ไปเป็นอย่างที่กระผมกราบเรียนแล้ว ขอเรียนท่านประธาน อีกนิดหนึ่งว่ากฎหมายคุ้มครองพยาน การคุ้มครองพยานมี ๒ แบบ ก็คือตามแบบมาตรฐาน แบบทั่วไปซึ่งมีการคุ้มครองพยานอยู่แล้ว มีเซฟเฮาส์ (Safe house) มีอะไรต่าง ๆ เพื่อดูแล ความปลอดภัยให้กับพยานที่จำเป็นที่จะต้องขึ้นให้การ แต่ว่าในการคุ้มครองเป็นกรณีพิเศษ หรือตามมาตรการพิเศษ ตามมาตรา ๑๐ ที่เขียนไว้เป็นมาตรการเพื่อคุ้มครองพยาน ตามมาตรการพิเศษอย่างหนึ่งอย่างใด คำว่ามาตรการพิเศษ ในกรณีนี้หมายถึงถ้าพยานคนนั้น ต้องมีอันตรายอย่างยิ่งยวดถ้าขึ้นให้การปรักปรำจำเลย ถ้าขึ้นไปปรักปรำจำเลยและจำเลย พวกที่เป็นแก๊ง (Gang) อาชญากรข้ามชาติก็ดีหรือเป็นองค์กรต่าง ๆ ที่เป็นมาเฟีย (Mafia) ใหญ่โต ฆ่าอย่างเดียวครับ ฆ่าไม่ใช่ฆ่าคนเดียวครับ ฆ่ายกครัว ฆ่ายกตระกูล ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องให้การคุ้มครองตามมาตรการพิเศษอย่างที่ผมกราบเรียนแล้ว ในกฎหมายเดิม ที่ออกเมื่อปี ๒๕๔๖ ก็เขียนไว้อย่างที่วุฒิสมาชิกเขาแก้กลับมาเป็นกฎหมายเดิมนี้ละครับ แต่ปรากฏว่ามันทำไม่ได้หรอกครับ การแก้ไขกฎหมายไปเป็นอย่างเก่า ก็คือไม่มีหลักประกันให้กับกรมการปกครองหรือสำนักงานทะเบียนราษฎร ให้เขามี ความมั่นใจว่าสิ่งที่เขาทำไปนั้นไม่ขัดต่อกฎหมาย ท่านประธานครับ การแก้ไข เลขบัตรประจำตัวประชาชน ๑๓ หลัก เป็นการทำผิดกฎหมาย ซึ่งสำนักงานทะเบียนราษฎร กรมการปกครอง เขาไม่ยอมทำเด็ดขาด พูดกันอย่างไรก็ไม่ยอมครับ เมื่อไม่ยอมกฎหมาย ก็เขียนขึ้นมาแล้วปฏิบัติไม่ได้ แล้วเขียนไปทำไม เราจึงได้หารือเป็นการส่วนตัวกัน กับท่านอธิบดีกรมการปกครองว่า จะทำอย่างไรเพื่อให้กฎหมายฉบับนี้สามารถปฏิบัติได้จริง สามารถดำเนินการได้จริง มีการแก้ไขบัตรประจำตัวประชาชนเพื่อเปลี่ยนแปลงข้อมูล ของบุคคลนั้นให้ไปเป็นบุคคลหนึ่ง เช่น อาจจะอยู่จังหวัดยะลา แต่เปลี่ยนแปลงไปเลยครับ เลขบัตรประจำตัวประชาชน ๑๓ หลัก เปลี่ยนชื่อเปลี่ยนแซ่ รวมทั้งบุพการี รวมทั้งภรรยา และบุตร ไปอยู่อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน อย่างนี้เป็นต้นครับ แล้วเปลี่ยนตัวบุคคล เป็นเอกลักษณ์ของบุคคล โดยเฉพาะเลข ๑๓ หลัก เพื่อไม่ให้ติดตามพยานที่จำเป็นที่จะต้อง ขึ้นให้การปรักปรำผู้ร้ายที่มีความรุนแรงอย่างยิ่งยวด กรณีนี้ถ้าเปลี่ยนกลับไปเป็นอย่างเก่า ก็ใช้มาตั้งเกือบ ๒๐ ปีแล้วครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ ไม่เคยมีมาตรการพิเศษนี้ทำได้เลยครับ ไม่สามารถที่จะแก้ไขเลขบัตรประจำตัวประชาชน เปลี่ยนอัตลักษณ์ เปลี่ยนตัวบุคคล ได้เลยครับ เกือบ ๒๐ ปีทำไมเขาทำไม่ได้ วันนี้วุฒิสมาชิกเขาก็แก้กลับไปเป็นอย่างเก่า อย่างที่ผมกราบเรียนแล้วว่าถ้าวุฒิสมาชิกเขาได้รับทราบว่า กรรมาธิการของ สภาผู้แทนราษฎรต้องไปคุยกันนอกรอบ โดยรู้จักกันส่วนตัวเขาถึงยอมคุยว่าต้องให้ กรมการปกครอง ให้เจ้าหน้าที่สำนักการทะเบียนราษฎรมีอะไรพิงฝาสักหน่อยสิครับ ไม่อย่างนั้นพวกผมทำกันไม่ได้หรอกที่จะให้กระทำผิดกฎหมายการทะเบียนราษฎร ไปเปลี่ยนเลข ๑๓ หลักพวกผมก็ติดคุกสิครับ ผมก็ถามว่าแล้วจะให้ทำอย่างไร เพื่อเป็นการให้ท่านมีหลักประกันว่าท่านทำได้อย่างถูก เขาก็พูดไม่อยากจะทำ อย่างไร ก็ไม่อยากทำ ผมบอกว่าหลักประกันนี้ผมขอให้เป็นคำสั่งศาลท่านจะยอมไหม เขาก็บอก ถ้ามีคำสั่งศาลมาผมก็ทำได้สิครับ กรณีนี้จึงแก้ไขมาเป็นอย่างนี้ครับ ต้องมีคำสั่งศาล เพื่อให้เจ้าหน้าที่เขาทำงานได้ไม่เป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย เขาถึงจะยอมทำ เมื่อเราแก้มา เป็นอย่างนี้ปรากฏว่าวุฒิสมาชิกเขาไม่เข้าใจว่าเราแก้ทำไม เขาก็เลยแก้กลับไปเป็นร่างของ รัฐบาลเดิมที่เข้าสภานั่นละครับ ที่แก้นี่คือแก้ตามร่างเดิมเลย ซึ่งร่างเดิมก็คือกฎหมาย แบบเก่าละครับ ซึ่งกรมการปกครองเขาไม่ยอมทำ เพราะฉะนั้น โดยสรุปก็คือขอเวลาประชุม สักครั้งสองครั้งเท่านั้นละครับร่วมกันกับวุฒิสภา เขาก็คงจะยอมแก้ตามที่เราได้แก้ไขไปแล้ว ก็ฝากเพื่อนสมาชิกไม่ต้องอภิปรายเยอะหรอกครับ เพราะเชื่อว่าเราไปประชุมร่วมกันกับ วุฒิสมาชิกเพียงครั้งสองครั้งครับ ก็คงจะจบครับ เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้ได้ออกมาใช้ให้ได้ ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนต่อไป กราบขอบพระคุณครับ🔗
ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ หลังจากนั้นเป็นท่านนิกร จำนง และ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ไม่จำเป็นต้อง ๗ นาที ถ้าประเด็นซ้ำก็ลัดเวลาเพื่อจะได้ลงมติครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมมีอยู่ ๒ ประเด็นครับตามที่วุฒิสภาแก้มา โดยเฉพาะประเด็นในมาตรา ๓ ท่านประธานครับ ที่แก้แล้วก็เพิ่มใช้คำว่า แต่มิให้หมายความรวมถึงจำเลยซึ่งศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุด ให้ลงโทษแล้วหลบหนี เขาก็ยังใช้คำว่า จำเลย ท่านประธานครับ มาตรานี้ถ้าจะเขียนไว้ในนี้ ละเมิดหลักเกณฑ์ครับ ไม่อย่างนั้นต้องแก้หลักเกณฑ์และเหตุผลด้วยครับว่า ต้องใส่มาตรา ๓๔ และมาตรา ๒๙ วรรคสอง มาตรา ๒๙ วรรคสอง ว่าอย่างไรครับ ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า ผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิด ต้องใส่ลงไปในนี้ครับ แล้วมาตรา ๓๔ คือว่าด้วยบุคคลมีสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและพูด มันก็ต้องใส่ไปในหลักเกณฑ์ ถ้าจะใส่มาตรานี้ไว้เพิ่มเติมตามที่วุฒิสภาเติมมา ผมยังไม่เห็นด้วยครับ เพราะวันนี้คือหลักการของกฎหมาย แล้วในมาตรา ๗ ที่ขอแก้ ซึ่งเดิมเป็นการที่สำนักงาน ในวรรคสองของมาตรา ๑๐ ที่แก้หรือตัดเนื้อความว่า เจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่ของสำนักงานคุ้มครองพยาน ซึ่งได้รับอนุญาตเป็นหนังสือ จากรัฐมนตรี จุด จุด จุด แล้วก็ไปเติมข้อความใหม่ โดยให้หน่วยงานรับผิดชอบตามกฎหมาย ว่าด้วยการทะเบียนราษฎรเป็นเนื้อความเดิม และกฎหมายว่าด้วยบัตรประชาชน จุด จุด จุด ที่เพิ่มเติม ผมก็ไม่เห็นด้วย เพราะว่าประเด็นนี้ท่านประธานครับ ทำไมให้หน่วยงาน เป็นคนใช้สิทธินี้ ผมว่าการที่มีหน่วยงานพวกนี้ใครจะควบคุม ประเด็นของมันคือการควบคุม ในเรื่องของการที่จะใช้สิทธิเพื่อกำหนดในการเข้าไปถึงข้อมูลพวกนี้มันจะเป็นประเด็นร้าย ผมอภิปรายไว้ตอนรอบแรกในเรื่องของรัฐมนตรีที่จะใช้ดุลยพินิจ ขณะนี้ผมไม่เห็นด้วย ในการที่แก้แบบนี้ มันเป็นองค์กรซึ่งถูกรัฐบาลควบคุมได้ แล้วประเด็นสำคัญคือรัฐบาล ใครควบคุม กระทรวง กรม ก็สามารถจะออร์เดอร์ ไดเร็กต์ (Order direct) ตรงไปเลย ไม่มีการกลั่นกรอง เพราะนี่มันเป็นข้อมูลพื้นฐานที่เป็นองค์สิทธิของประชาชนโดยทั่วไป ที่จะเข้าถึงข้อมูลพวกนี้ นี่คือประเด็นอันหนึ่งที่ผมไม่เห็นด้วยในการปรับแก้ ผมยังคงถือเอา รัฐมนตรียังเป็นองค์กรที่เข้ารัฐมนตรีก็จะมีคณะทำงานคงมีคณะกลั่นกรอง ผมเชื่ออย่างนั้นว่า รัฐมนตรีคนเดียวคงไม่ใช้ดุลยพินิจขัดแย้งลงไป ผมเห็นว่าควรจะต้องมีกรรมการ หรือคณะกรรมการที่จะพิจารณาเรื่องนี้เป็นหลักเกณฑ์และเป็นวาระสำคัญที่จะเข้าไปถึง ข้อมูลในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงเพื่อคุ้มครองพยาน เพราะผมยังถือว่าการคุ้มครองพยาน โดยการคุ้มครองพยานที่เป็นพยานสำคัญ ๆ โลกมันทันสมัยครับท่านประธาน แล้วมันสามารถเข้าถึงการเปลี่ยนแปลงนั้นได้ ถ้ายังปล่อยให้หน่วยงานที่สามารถเข้าถึงข้อมูล แล้วดำเนินการด้วยตนเองมันก็จะมีเจ้าพนักงานจะต้องรับผิดชอบ สิ่งสำคัญเขียนไว้ ตอนท้ายครับท่านประธาน ดำเนินการตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่หน่วยงานนั้นกำหนด มันคืออะไรครับ เขียนกฎหมายแบบนี้อีกแล้วครับท่านประธาน อนาคตยังไม่รู้เลยว่า จะกำหนดอะไร หลักเกณฑ์ วิธีการที่จะคุ้มครอง แล้วนี่มันเป็นการใช้หลักเกณฑ์ วิธีการ ที่ละเมิดกฎหมาย อย่าง ๒ ตัวกฎหมายที่ผมบอกแล้วยังไม่ใส่ยังไปเขียนเพิ่มเติม ในมาตรา ๓ เดิมที่ผมพูดไปแล้ว ที่พูดถึงเรื่องคำว่า พยาน ความหมายของคำว่าพยาน ในนิยามศัพท์ นั่นก็ไม่ได้ใส่ลงไป เพราะเป็นการละเมิดกฎหมาย เป็นการจำกัดสิทธิ จำกัดสิทธิก็ต้องเขียนไว้ในหลักเกณฑ์ของเหตุผล แต่ไม่มี เมื่อไม่มีก็ไม่สามารถทำได้ เพราะกฎหมายรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ครับว่า ถ้าจะทำต้องออกเป็นกฎหมายและ มีเจตนารมณ์เฉกเช่นนี้ถึงจะออกได้ เช่นเดียวกันครับ อันนี้เหมือนกันหลักเกณฑ์และวิธีการ ดำเนินการนั้น ผมไม่เห็นด้วยเลยว่าอนาคตไร้ร่องรอย ยกมอบให้กับหน่วยงานไปดำเนินการ จะเมก (Make) อะไรก็ได้ ไม่ถูกต้องครับท่านประธาน และผมเห็นควรว่าต้องตั้งกรรมการ ร่วมเพื่อพิจารณาเรื่องนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประทาน🔗
ต่อไปคุณนิกร จำนง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ท่านประธานครับ ต่อกรณีการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ของวุฒิสภา ผมจำเป็นจะต้อง ลงมติไม่เห็นด้วย ก็คือเห็นตามท่านสมาชิกหลายท่านที่ผมพูด แต่ผมมีประเด็น ท่านประธานครับ เราจะเห็นว่าในกฎหมายฉบับนี้มีการแก้แค่ ๒ มาตรา ๒ จุด มีการเพิ่มคำไม่กี่คำ ผมมาอาศัยว่า อนุสนธิจากที่ไปเป็นกรรมาธิการร่วม แล้วมีการพิจารณา เราจะสังเกตเห็นว่าขณะนี้ มา ๔ ฉบับ ที่ทางวุฒิสมาชิกท่านแก้ไข จริง ๆ แล้วเมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมได้พูดในกรรมการ ประสานงานว่าจะต้องประสานงานไปว่าขอไปชี้แจง ถ้าได้ไปชี้แจงก่อน แล้วอย่างกฎหมาย จราจรทางบกถ้าได้เข้าไปชี้แจงแล้ว ก็คงไม่มีปัญหาจะต้องมาพิจารณากันแบบนี้ คงจะเคลียร์ (Clear) กันมาได้ส่วนที่เห็นเหมาะเราก็มาแก้ไข ทีนี้ตอนที่ไปเสนอกฎหมายในวุฒิสภา ท่านประธานครับ ทางสมาชิกวุฒิสภาก็ให้ความเห็นมาเหมือนกันว่าเรื่องแบบนี้น่าจะคุยกันได้ จากข้อสังเกตดังกล่าว ก็ได้ให้ความเห็นไปในการประชุมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาว่า มันมีทางออกอยู่ในเชิงบริหาร ไม่อย่างนั้นเราจะเสียเวลามาก ฉบับที่แล้ว ๒ เดือน ท่านประธานครับ แล้วต่อจากนี้เราต้องเสียคนไปอีก ๑๐ คน ๑๐ คน ทั้ง ๒ สภา แล้วก็ไปพิจารณา กฎหมายจะช้าไปมาก ดังนั้นก็เสนอความเห็นไปว่าถ้าหากว่ากรรมาธิการ ของเราเกี่ยวกับกรณีกฎหมายต่าง ๆ โฮลด์ (Hold) ไว้ก่อนยังต้องอยู่ อย่างชุดที่เราเสนอไป ในคราวนี้ร่วม ก็เอาจากกรรมาธิการชุดเดิมจะได้รู้เรื่องในประเด็นกฎหมายก็โฮลด์ (Hold) ไว้ก่อน ถ้าหากว่าวุฒิสมาชิกท่านพิจารณาขอให้ท่านเชิญมายังกรรมาธิการเดิม ซึ่งตรงนี้ ใช้หลักการบริหารระหว่าง ๒ สภาได้ท่านประธานพรเพชรก็เห็นด้วย แล้วก็ส่งไปชี้แจง ถ้าเป็นอย่างนั้นจุดที่จำเป็นต้องแก้ไขจริง ๆ อดีตกรรมาธิการของเราก็ไป จะได้มารายงาน สภานี้ แล้วก็เห็นชอบตามกันไปถ้าจำเป็นต้องแก้ไข ถ้าไม่จำเป็นก็อย่างที่ท่านได้อภิปรายกัน แล้วก็ไปชี้แจงตรงนั้นเลยจะได้ไม่ต้องแก้ ก็นำเรียนเป็นข้อสังเกตเป็นอนุสนธิจากการไป พิจารณากฎหมายที่วุฒิสภาแก้ไข ท่านประธานครับ เพื่อความรวดเร็วของระบบรัฐสภาของเรา กราบเรียนด้วยความเคารพครับ ท่านประธานครับ🔗
ท่าน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณวุฒิสภาที่ได้ส่งร่างฉบับนี้ กลับคืนมา เนื่องจาก พ.ร.บ. คุ้มครองพยานที่แก้ไขไป ผมเห็นว่าในมาตรา ๗ เดิม แล้วก็ไปอนุญาตในวรรคสอง ที่สามารถให้นำข้อมูลเท็จเข้าไปในระบบทะเบียนราษฎร ที่เกิดมาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๖๐ ที่เก็บฐานข้อมูลของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ เข้าไปอยู่ ในระบบ แล้วก็ได้มีการพัฒนา ผมคิดว่าใช้เงินรวม ๆ กันอาจจะนับหมื่นล้านก็ได้แต่ละปี แล้วข้อมูลที่เก็บวันนี้ได้ไปใช้ทั่วโลก และเป็นที่ยอมรับว่าเป็นสิทธิเสรีภาพของประชาชน คนไทยทุกคน ที่จะมีหนึ่งเดียวที่ยังเป็นความถูกต้องคือข้อมูลของทะเบียนราษฎร ผมเอง ผมเคารพและให้เกียรติอย่างสูงยิ่งกับคนเป็นพยาน ผมไม่อยากให้กรรมาธิการหลายท่าน อาจจะฟังข้อมูล ผมเชื่อว่าท่านคงฟังข้อมูล บอกว่าการใช้เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนสกุล ไม่เคยทำได้เลย ผมเองยังจำได้ มีคดีความไม่สงบในภาคใต้ใช้เวลาเปลี่ยนแค่ ๕๐ บาท คนที่เปลี่ยนตอนนั้นเป็นนายอำเภอ ก็เป็น ส.ว. ท่านขวัญชาติ ที่เป็น ส.ว. อยู่ ประทานโทษ ที่เอ่ยชื่อ ซึ่งการบอกว่าไม่เคยใช้การเปลี่ยนชื่อผมคิดว่าไม่ทราบว่าใครบอกกับกรรมาธิการ ที่สำคัญอย่างยิ่งครับ ผมเองการคุ้มครองพยานเราต้องถือว่ามีความสำคัญ เราจะคุ้มครอง อย่างไร ให้พยานไปเบิกความต่อศาลด้วยความเป็นจริงไม่ถูกสร้างพยานเท็จ ไม่ถูกบิดเบือน และที่สำคัญคือในคดีสำคัญที่มีผลกระทบร้ายแรง พยานจะต้องไม่เสียชีวิต ครอบครัว ของพยานไม่ต้องเสียชีวิต ดังนั้นผมจึงเห็นด้วยกับที่สมาชิกวุฒิสภาส่งเรื่องกลับมา เพราะว่า ถ้าปล่อยให้เป็นอย่างนี้ ๑. ที่ผมเคยทำรวบรวมไว้ระบบซอฟต์แวร์ ของข้อมูลในทะเบียน ราษฎร์ถูกเปลี่ยนหมด เพราะถูกเปลี่ยนโดยข้าราชการเอาข้อมูลเท็จไปใส่ อันที่ ๒ คือสร้างข้อมูลเท็จแล้ว อันที่ ๓ เมื่อข้อมูลเข้าไปสู่ระบบ มันยังมีความผิดทางกฎหมาย คือเช่น พ.ร.บ. ทะเบียนราษฎรมาตรา ๕๐ มีโทษจำคุกตั้งแต่ ๖ เดือน ถึง ๓ ปี หรือ พ.ร.บ. บัตรประชาชน มาตรา ๑๔ ต้อง ๓ ปี ถึง ๑๐ ปีนี้ คือจะเอาข้อมูลนี้ไป แล้วประการสำคัญ เราจะต้อง คุ้มครองพยาน เราก็ทำง่าย ไม่ยากเลยครับท่านประธานครับ เรามีกฎหมายที่เขียนลักษณะ อย่างนี้ ก็คือพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ เราจะมีอยู่มาตรา ๒๗ กรณีจำเป็น เพื่อประโยชน์ เราก็แปลงเป็นเรื่องการคุ้มครองพยานนี้ ก็ให้อำนาจของ จะเป็นอธิบดีก็ได้ อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิ ถ้ากลัวอธิบดีเชื่อใจไม่ได้ ก็ให้รัฐมนตรียุติธรรมก็ได้ จัดทำเอกสาร หรือหลักฐานขึ้นเพื่อในการคุ้มครองพยาน ในกฎหมายสอบสวนคือเพื่อแฝงตัวอยู่ในองค์กร หรือกลุ่ม เพื่อประโยชน์ในการสืบสวน แล้วก็ให้ถือว่าการกระทำนั้นชอบด้วยกฎหมายแค่นี้เอง แล้วกับการที่ท่านให้เปลี่ยน ๑ คน จะต้องไปใช้งบเป็นพัน ๆ ล้านบาท เพราะต้องไปแก้ ระบบหมด เพราะมันโยงไป ๑๓ หลัก โยงไปใช้อยู่ ๕๐ กว่าประเทศ แล้วที่สำคัญก็คือ จะเป็นการประจานประเทศไทย ต่อไปนี้ข้อมูลประเทศไทยเป็นข้อมูลของการโกหก ผมจึงเห็นด้วยกับการตั้งกรรมาธิการขึ้นมา แล้วก็ปรับข้อมูล ผมให้ความสำคัญเรื่องพยาน แต่ผมไม่อยากให้ฟังความไม่รอบด้าน ตำรวจในพื้นที่มีการเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนนามสกุลพยาน มากมายครับ ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗
ท่านนิยม เวชกามา ขออีกท่านหนึ่ง และผมขอเชิญท่านสมาชิกเข้ามา เพื่อเราจะได้ไม่เสียเวลามากในตอนลงมติครับ เชิญท่านนิยมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายในส่วนที่ทาง ส.ว. ส่งแก้กฎหมายคุ้มครองพยานกลับขึ้นมา ในฐานะที่ผมเป็นคนหนึ่งซึ่งเป็นกรรมาธิการชุดนี้ ความจริงกรรมาธิการชุดนี้รอบคอบอย่างยิ่ง ผมเป็นกรรมาธิการที่เข้าประชุมทุกรอบ ไปดูเลยไม่เคยขาด เพราะผมเห็นความสำคัญว่า กฎหมายคุ้มครองพยาน มันเป็นเรื่องที่ต้องคุ้มครอง แล้วกฎหมายฉบับนี้จำเป็นต้องแก้ไข จากปี ๒๕๔๖ มา มาถึงวันนี้มันนาน เพราะพยานถ้าหากไม่ได้รับการคุ้มครอง แล้วใครจะมาเป็นพยานให้ ศาล ถ้าหากพยานอ่อนแอหลุดหมด อันนี้ผมจึงเห็นว่า มีความจำเป็นที่ทาง ส.ว. ท่านส่งกลับมา ท่านแก้ไข ท่านอาจจะมีเวลาในการดูสั้น ๆ ผมเข้าใจว่าทาง ส.ว. ท่านเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ เป็นผู้หลักผู้ใหญ่ เป็นผู้พิพากษา เป็นศาล เป็นอัยการ ตำรวจ ก็แล้วแต่ นั่นคือประเด็น แต่ประเด็นที่ท่านมาดูแล้ว เวลาท่านดูสั้น ๆ ท่านอาจจะเห็นว่าตรงนี้มันไม่เหมาะ แต่ความเป็นจริงก่อนที่จะมาเป็นกฎหมายฉบับนี้ ท่านประธาน พวกผมกรรมาธิการ ได้รอบคอบพอสมควร เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าศาล อัยการ ตำรวจ หลายหน่วยงานที่เข้ามาช่วยกันพิจารณา หลายคนทักท้วงว่า ตรงนี้ต้องแก้ ตรงนี้ไม่แก้ ตรงนี้ต้องทำ เพื่อให้พยานมีชีวิตอยู่ในโลกอย่างปลอดภัย นี่คือประเด็น เพราะฉะนั้นในส่วนที่ท่านแก้มาในคำนิยามของพยาน ตรงนี้ถ้าหากท่าน ไปแก้แบบนี้ ต้องถามท่านประธานในฐานะท่านประธานเป็นนักกฎหมายใหญ่ แล้วใครจะเป็นพยานให้เรา อันนี้จำเป็นต้องแก้จริง ๆ ท่านประธาน คือคนที่เป็นพยาน ไม่จำเป็นต้องบุคคลข้างนอก อาจจะเป็นผู้ต้องหา เป็นจำเลย หรือเป็นผู้ถูกคุมขัง คำนิยาม คำนี้ก็ใช้ได้ทั่วไป ถ้าหากมาแก้ตรงนี้ แล้วกฎหมายตัวอื่นจะเป็นอย่างไร นี่คือผมไม่เห็นด้วย กับทาง ส.ว. ท่านแก้มา ด้วยความเคารพจริง ๆ ท่านประธาน ไม่เห็นด้วยจึงต้องยืนยันว่า กฎหมายตรงนี้ยังใช้คำว่า มิให้หมายถึง ท่านจะตัดออกไปนั้น บอกว่าใส่เข้ามาเพิ่มเข้ามา มันเป็นเรื่องที่พวกเรารับไม่ได้ตรงนั้นครับท่านประธาน🔗
ส่วนอีกอันหนึ่งเนื่องจากท่านมาแก้ในมาตรา ๗ ในมาตรา ๗ ซึ่งในส่วนนี้ ก็ถกกันนานพอสมควรท่านประธาน ต้องถามทางมหาดไทย ต้องถามทางสำนักงานศาล ต้องถามทางกระทรวงยุติธรรมว่า ถ้าหากว่าให้เจ้าหน้าที่ของเราซึ่งเป็นพนักงานของ สำนักงานคุ้มครองพยานต้องได้รับหนังสืออนุมัติอย่างเป็นหนังสือจากรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม เราสงสัยอันนี้ ถ้าตัดออกแล้วท่านประธานเราต้องยื่นขอทางมหาดไทย บอกว่าถ้าหากอธิบดี ถ้าหากศาลไม่อนุมัติเป็นหนังสือลงมา กระทรวงมหาดไทยเอง ซึ่งเป็นผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในข้อมูลเอกสารเหล่านี้จะดำเนินการแก้ไขได้อย่างไร พูดง่าย ๆ ว่า ถ้าไปแก้ไขเอกสารโดยที่ไม่มีสั่งการหรือไม่มีหนังสืออนุมัติจากศาล ซึ่งในนี้เราใช้คำว่าอธิบดี ศาลอุทธรณ์ ก็เพื่อเป็นเครื่องยืนยันว่าเพื่อจะไปแก้ข้อมูลในสำเนาหรือในทะเบียนบัตร ทะเบียนบ้าน ต้องอาศัยคำสั่งของศาล ถ้าหากเขาไม่กล้าทำท่านประธาน หลายท่านยืนยัน ผมเป็นหนึ่งในกรรมาธิการก็ถกกันแล้วยืนยันต้องมาขอคำแนะนำ ขอวิธีการคิดของหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องว่าถ้าไม่แก้ทำเลยได้ไหม มันก็ไม่ได้ไม่มีใครทำ ถ้าไม่แก้ไขจุดนี้แล้วพยานเรา จะอยู่อย่างไร ยิ่งในการเสี่ยงเห็นอยู่แล้วหลายท่านก็บอกว่านี้คือประเด็นเราจะคุ้มครอง พยานเราได้อย่างไร เราจะให้เขาเปิดปากเพื่อให้กระบวนการยุติธรรมมันเกิดขึ้น ท่านประธานครับ ไม่ใช่ว่ามุบมิบ ๆ แล้วเราปล่อยไป แล้วคนที่ต้องโทษเขาไม่ได้รับ ความเป็นธรรมนี้คือประเด็น จึงบอกว่าต้องขออนุญาตจากศาลก่อน เมื่อศาลสั่งการ เป็นประเด็นใดก็เอาคำสั่งนั้นมาแก้ไขเอกสาร โดยเฉพาะเรื่องทะเบียน ซึ่งบางครั้งลบชื่อ ลบรหัสทำไม่ได้หรอกครับ ในกระบวนการถ้าหากไม่มีคำสั่งศาล เราก็ถกไปถึงเจ้าหน้าที่ ที่เกี่ยวข้องว่าวิธีนี้ทำได้ไหม วิธีนี้ทำไม่ได้ หรืออย่างไร มันจึงลงที่ว่าต้องให้พนักงาน ซึ่งเป็นพนักงานคุ้มครองได้รับคำสั่งจากศาลหรืออธิบดีศาลที่ว่านี่มีสั่งการลงมาแล้ว จึงนำสั่งการนั้นไปแก้ไขเอกสารนี้ ผมด้วยความเคารพว่าเป็นประเด็นที่ไม่เห็นด้วยกับที่ ส.ว. ท่านแก้มา ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ก็จบการอภิปรายของท่านสมาชิก ต่อไปก็จะขอมติที่ประชุมว่าจะเห็นชอบด้วยกับ การแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภาหรือไม่ โดยก่อนลงมติก็ขอตรวจองค์ประชุม ในระหว่าง นับองค์ประชุมนี้ผมก็ขอเชิญท่านสมาชิกที่มีความประสงค์อภิปรายเชิญนะครับ🔗
ท่านประธานครับ อภิปรายอีก ๑ ท่านครับ🔗
เชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ จากพรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติที่วุฒิสภามีการแก้ไขเพิ่มเติมร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานครับ วันนี้สภาเราใช้เวลาหลายชั่วโมงในการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติซึ่งมีการแก้ไขมาจากวุฒิสภา ๓ ฉบับรวดเลย ซึ่งผมต้องเรียนอย่างนี้ครับ ถ้ารวบยอดสรุปความมันมีกระบวนการแก้ไขมาจากวุฒิสภา ซึ่งสภาเราพิจารณา ๓ วาระจบแล้ว ทางวุฒิสภาโดยหลักทางประชาธิปไตยมีหน้าที่ในการเป็นเสาค้ำยันครับ เป็นลักษณะของการตรวจสอบว่าจะไม่มีประเด็นใดที่จะหลุดรอดไปเป็นกฎหมายโดยที่มี ข้อบกพร่องที่ร้ายแรง อันนี้เป็นหลักโดยทั่วไป แต่สิ่งที่ทางวุฒิสมาชิกได้แก้ไขมาผมมองว่ามันเป็นกระบวนการทำกฎหมายซึ่งล้ำเกินมายัง สภาผู้แทนราษฎรในบางส่วนด้วยความเคารพ เพราะว่ากฎหมายของสภาผู้แทนราษฎร เรามีหน้าที่ในการออกกฎหมาย วุฒิสภามีหน้าที่ในการกลั่นกรอง แต่ขณะนี้สิ่งที่ส่งมา ในหลายฉบับที่ผ่านมารวมถึงฉบับนี้ด้วย มีลักษณะของการแก้ไขซึ่งเป็นลักษณะของ การทำหน้าที่ในการร่างกฎหมายเพิ่มประเด็นซึ่งนอกเหนือไปจากหลักการและเหตุผล ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรได้รับหลักการไว้ เราถึงมีความจำเป็นตั้งแต่เรื่องของจราจรทางบก เรื่องของสัตวบาล เรื่องของอีกฉบับหนึ่งในช่วงเช้า ถึงได้มีความจำเป็นจะต้องตั้งกรรมาธิการร่วม แล้วก็เป็นการช้าในเรื่องของการที่กฎหมายจะออกบังคับใช้ นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้น เราอาจจะ ต้องมีการทำความเข้าใจกันระหว่างบทบาทหน้าที่ในระหว่างสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ในอนาคต อย่างไรก็ตามในเรื่องของ พ.ร.บ. คุ้มครองพยานซึ่งมีการแก้ไข ผมเห็นประเด็น ซึ่งไม่พูดไม่ได้จริง ๆ ก็คือการแก้ไขในมาตรา ๓ มาตรา ๓ ให้ยกเลิกคำว่า พยาน ในมาตรา ๓ แห่ง พ.ร.บ. คุ้มครองพยานเก่าในปี ๒๕๔๖ แล้วก็ได้เพิ่มคำจำกัดความเพิ่มใหม่ขึ้นมาว่า พยาน หมายถึง บุคคลซึ่งจะมาให้หรือได้ให้ข้อเท็จจริงต่อพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวน คดีอาญา พนักงานผู้มีอำนาจสอบสวนคดีอาญา พนักงานผู้มีอำนาจฟ้องคดีอาญา หรือศาล ในการดำเนินคดีอาญา รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญ ทางวุฒิสภาได้มีการแก้ไขโดยเติมวรรคท้าย คำนั้น ก็คือบอกว่า แต่มิให้หมายความรวมถึงจำเลย ซึ่งศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ลงโทษ และหลบหนี อันนี้มันเป็นการเลือกปฏิบัติ มันเป็นการเขียนกฎหมายโดยอคติจริง ๆ พวกเรา อ่านดูเราอยู่ฝ่ายการเมือง พี่น้องประชาชนรวมถึงสื่อมวลชนฟังประโยคนี้ก็รู้ว่าหมายถึงใคร คิดถึงใครอยู่ในการออกกฎหมาย ซึ่งตรงนี้เป็นการละเมิดหลักการในการออกกฎหมาย เพราะว่าเป็นการจำเพาะเจาะจงลงไปยังบุคคล กฎหมายเวลาจะออกต้องออก โดยเป็นการทั่วไป คือบังคับใช้กับพี่น้องประชาชนทุกคนเท่าเทียมกัน ทั้งที่การเขียนประโยคนี้ เข้าไปในทางกฎหมายแล้วไม่มีประโยชน์ใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะบุคคลถ้าเกิดว่าถูกคดี มีการหลบหนีหรืออะไรก็ตามแต่ กระบวนการทางกฎหมายต่าง ๆ มันมีครอบคลุม ในการดำเนินการอย่างครบถ้วนอยู่แล้ว มันไม่มีความจำเป็นจะต้องมาเขียนในนี้ว่า ห้ามเป็นการคุ้มครองพยานในคดีอาญาเข้าไปในส่วนนี้ ผมจึงต้องเรียนต่อท่านประธานว่า อันนี้เป็นการเขียนกฎหมาย เป็นการแก้ไขกฎหมายที่น่าอาย ผมก็ต้องบอกว่าผมไม่เห็นชอบ กับการแก้ไขของวุฒิสภาในครั้งนี้ครับ🔗
เราทำหน้าที่ของเรา ให้ดีที่สุด แล้วส่งสมาชิกที่มีความรอบรู้ไปให้เหตุผล ต่างฝ่ายต่างก็ทำหน้าที่ให้ความนับถือกัน อย่าไปวิจารณ์ใคร หน้าที่เราทำให้ดีที่สุดครับ ผมขออนุญาตที่ประชุม ขอเชิญอีกครั้งหนึ่ง ขอเชิญสมาชิกที่เข้ามาแล้วกรุณากดบัตร🔗
สมาชิกเข้ามาแล้วกรุณา กดบัตรเพื่อขอมติเป็นเรื่องด่วนสุดท้าย ที่เป็นความจริงที่เราพูดว่าเสียเวลากฎหมาย ๓ ฉบับนี้ไป แต่ว่ามันเป็นกระบวนการในกฎหมายรัฐธรรมนูญก็ต้องว่าไปครับ ขอเชิญสมาชิก เข้ามาแล้วกดบัตรนะครับ สมาชิกพร้อมนะครับ กดบัตรแสดงตน🔗
พร้อมแล้ว ขอปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตนขณะนี้ ๒๕๖ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ขอถามมติที่ประชุมว่า จะเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภาหรือไม่ ผู้ใดเห็นชอบด้วยกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบด้วยกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗
สมาชิกพร้อมนะครับ ปิดการลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๐๕ ท่าน เห็นด้วย ๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๙๖ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน มติที่ประชุมไม่เห็นชอบด้วยที่วุฒิสภา แก้ไขครับ🔗
เชิญครับ เชิญเสนอ กรรมาธิการ เชิญเลยครับจำนวน🔗
๔๑๐ ไม่เห็นด้วย ขออนุญาตลงมติครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขออนุญาตเรียนเสนอจำนวนกรรมาธิการร่วม ทั้งหมด ๒๐ ท่านครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ขอผู้รับรอง กรรมาธิการ อันนี้ตามรัฐธรรมนูญเราเป็นผู้เสนอจำนวน ๒๐ ท่านก็แบ่งกัน ฝ่ายละครึ่งหนึ่ง ก็จะเป็นฝ่ายของสภาผู้แทนราษฎร ๑๐ ท่าน พรรคเพื่อไทย ๓ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ ๒ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่าน พรรคก้าวไกล ๑ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน ขอเชิญแต่ละพรรคการเมือง เสนอเลยนะครับ พรรคเพื่อไทยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการพิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ คุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๓ ท่าน ดังนี้ ๑. นายนิยม เวชกามา ๒. นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ ๓. นายเอกชัย ไชยนุวัติ ขอผู้รับรอง ด้วยค่ะ🔗
ผู้รับรอง ๕ ท่าน ถูกต้อง ต่อไปพรรคพลังประชารัฐ ๒ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม สัณหพจน์ สุขศรีเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด นครศรีธรรมราช ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการร่วมพิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของ พรรคพลังประชารัฐ ๒ ท่านครับ ๑. นายวีระกร คำประกอบ ๒. นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ขอบคุณครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไป พรรคภูมิใจไทย ๒ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทยครับ วันนี้ผมขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญในโควตาพรรคภูมิใจไทยเพื่อร่วมพิจารณากรณีวุฒิสภา แก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๒ ท่านครับ ๑. ท่านวิรัช พันธุมะผล ๒. ท่านคารม พลพรกลาง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ขอผู้รับรอง ต่อไปพรรคก้าวไกล ๑ ท่านครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วุฒินันท์ บุญชู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคก้าวไกล ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ คุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคก้าวไกล ๑ ท่าน ๑. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
เชิญต่อไป พรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุภาพร กำเนิดผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขต ๖ ดิฉันขอเสนอ รายนามกรรมาธิการในสัดส่วนพรรคประชาธิปัตย์ดังต่อไปนี้ นายสุทัศน์ เงินหมื่น ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
ผู้รับรองถูกต้องแล้วครับ ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี จากพรรคชาติไทยพัฒนา ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาขอเสนอนายอภิวัชร บัวพันธ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องแล้วครับ🔗
ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปขอเชิญเลขาธิการ อ่านรายชื่อกรรมาธิการครับ🔗
รายชื่อคณะกรรมาธิการร่วมกัน เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๑๐ คน ๑. นายนิยม เวชกามา ๒. นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ ๓. นายเอกชัย ไชยนุวัติ ๔. นายวีระกร คำประกอบ ๕. นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ๖. นายวิรัช พันธุมะผล ๗. นายคารม พลพรกลาง ๘. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ๙. นายสุทัศน์ เงินหมื่น และ ๑๐. นายอภิวัชร บัวพันธ์🔗
ครับ ถ้าไม่มี การเปลี่ยนแปลงก็เป็นไปตามที่ท่านเลขาธิการได้อ่าน ก็ฝากท่านกรรมาธิการทั้ง ๑๐ ท่าน ไปทำหน้าที่ตามที่สมาชิกห่วงใย จบเรื่องด่วนเรื่องที่ ๕ ต่อไป🔗
ระเบียบวาระที่ ๕ เรื่องที่ค้างพิจารณา🔗
๕.๑ ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
ได้รับแจ้งว่า พระราชบัญญัติฉบับนี้สมาชิกได้เสนอมายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๓๓ (๒) ซึ่งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดให้มี การรับฟังความคิดเห็น และจัดทำสรุปผลการรับฟังแล้วรายงานผลการวิเคราะห์ผลกระทบ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เสร็จแล้วตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ หรือประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการการรับฟังความคิดเห็นและ การวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒ รายละเอียดปรากฏในเอกสาร ที่เจ้าหน้าที่ได้จัดวางให้สมาชิกแล้ว ได้รับแจ้งว่าเนื่องจากท่านอนุทินได้มอบหมายให้ คณะผู้เสนอ คือให้คุณมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช เป็นผู้เสนอแทน ขอเชิญคุณมัลลิกาครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย ได้รับมอบหมายจากท่านอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ ให้เป็นผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานคะ เนื่องจากว่าวันนี้ท่านอนุทินติดภารกิจ ดิฉันและคณะได้ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติคุ้มครอง แรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎร และได้จัดทำบันทึกวิเคราะห์สรุป สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติตามข้อ ๑๑๐ ของข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ โดยมีสาระสำคัญดังต่อไปนี้🔗
๑. เหตุผลและความจำเป็นในการเสนอร่างพระราชบัญญัติ โดยที่ พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน และมีข้อบังคับ บางประการที่ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป สมควรเพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับ การสร้างทางเลือกสำหรับนายจ้างและลูกจ้างในการจ้างแรงงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครอง แรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ เพื่อเป็นการสร้างทางเลือก และเป็นการแก้ไขปัญหาการจราจร ปัญหาการใช้พลังงานและเชื้อเพลิงในอัตราที่สูงเกินไป สำหรับนายจ้างและลูกจ้างในการจ้าง แรงงาน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้🔗
๒. สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ ให้เพิ่มความในมาตรา ๒๓ แห่งร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. ๒๕๔๑ โดยกำหนดให้นายจ้างและลูกจ้าง สามารถตกลงในสัญญาจ้างให้ลูกจ้างสามารถนำงานในทางการที่จ้างหรือที่ได้ตกลงไว้กับ นายจ้างไปทำที่บ้าน หรือ ณ ที่อยู่อาศัยของลูกจ้างได้ เพิ่มเติมมาตรา ๒๓/๑🔗
ท่านประธานคะ จากสถานการณ์ที่เรามีการระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) คำว่า เวิร์ก ฟรอม โฮม (Work from home) เราจะได้ยินกันบ่อยมาก ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐบาลและภาคเอกชน ก่อนหน้านี้ถ้าหลาย ๆ ท่านจำได้ เมื่อตอนที่เรา มีการเลือกตั้งเมื่อ ๒๕๖๒ นโยบายหนึ่งของพรรคภูมิใจไทยคือการให้ทำงานที่บ้าน เพื่อเป็นการลดการจราจรที่ติดขัด โดยเฉพาะเมืองใหญ่ ๆ อย่างเช่น กรุงเทพมหานคร ครั้งนั้นจำได้ว่าหลาย ๆ คน ตอนที่ดิฉันเคยไปพูดที่ลพบุรี คนต่างจังหวัดก็บอกว่า ไม่มีความจำเป็นทำไมต้องไปทำที่บ้าน ไปทำงานที่ทำงานก็สนุกดีอยู่แล้วได้เจอกับเพื่อน ถ้าทำงานที่บ้านจำเจ ก็มองว่านโยบายของพรรคภูมิใจไทยนั้นอาจจะไม่เกิดขึ้น แต่มาวันนี้ ด้วยสถานการณ์หลายสิ่งหลายอย่างมันทำให้เห็นว่า พรรคของเรามองการณ์ไกลนะคะ ท่านประธาน วันนี้คนที่กักตัวถึงแม้ว่าจะไม่ได้ติดก็สามารถที่จะทำงานอยู่ที่บ้านได้ และเมื่อปีใหม่ที่ผ่านมาทางสภาเราเองก็มีนโยบายที่ให้ทำงานอยู่ที่บ้าน ถามว่าผลการทำงาน อาจจะไม่ได้ถึงเต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่สิ่งปัจจัยทางอ้อมที่เราเห็นก็คือ รถก็ติดน้อยลง การมีมลพิษของฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ก็น้อยลง ดังนั้นดิฉันเองมองเห็นว่า การทำงาน อยู่ที่บ้านเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างหนึ่ง ซึ่งพวกเราเป็นผู้ออกกฎหมายควรที่จะมองจุดเล็ก ๆ เรื่องพวกนี้เอามาเติมเต็มทำให้ชีวิตสภาพความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนนั้นดีขึ้น แล้วก็กรุงเทพมหานครเรื่องปัญหาของฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) จะได้ว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว มี ส.ส. ท่านหนึ่งพูดถึงเรื่องนี้ว่ากรุงเทพมหานครไม่มีวันไหนเลยที่ปริมาณฝุ่นของพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) นั้นอยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ดังนั้นดิฉันมองเห็นว่า ไม่ว่าจะเป็น เมืองใหญ่อย่างกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต น่าจะได้รับผลประโยชน์จากการตรา พระราชบัญญัติฉบับนี้ อีกอย่างหนึ่งที่เราจะมองเห็นนะคะ ผลกระทบเกี่ยวกับค่าแรงขั้นต่ำ ด้วยท่านประธาน ซึ่งวันนี้มีหลาย ๆ หน่วยงานมาบอกว่าอยากจะขอขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งถ้าบอกว่ายิ่งเราขึ้นค่าแรงขั้นต่ำมากขึ้นสินค้าเราก็แพงขึ้นไปเรื่อย ๆ โดยเฉพาะวันนี้ หมูแพง น้ำมันแพง เวลารัฐบาลประกาศขึ้นราคาน้ำมัน ขึ้นทุกวันเลยท่านประธาน พอเวลาลด ลดวันเดียว หยุดไปวัน ๒ วันเดี๋ยวขึ้นอีกแล้วนะคะ หลาย ๆ อย่างปัจจัย ณ เวลานี้ ดิฉันมองว่าการที่ได้ทำงานอยู่ที่บ้านอาจจะเป็นการทำให้อารมณ์ของผู้ทำงานนั้นอาจจะดีขึ้น บางคนมีภาระ มีแม่อายุเยอะ มีลูกเล็กที่ต้องดูแลก็ไม่ต้องเสียเวลาในการเดินทาง แล้วก็อยู่บ้านอยู่ในสภาพที่แบบแต่งตัวก็สบาย ๆ นะคะ ท่านประธาน แล้วก็อาจจะมีพ่อแม่ พี่น้อง มีลูก มีหลานนะคะ ทำงานไปก็คุยกันไป เล่นกันไป ก็จะทำให้ระบบของอีคิว (EQ) นั้น ดีไปด้วย ดังนั้นดิฉันมองว่าการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีแต่ข้อดีนะคะ แต่ว่าจากที่ เมื่อสักครู่ที่ท่านประธานได้เอ่ยถึงว่ามีการเสนอความคิดเห็น แต่อาจจะมีการแก้ไขบางคำพูด ของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้บ้าง แต่ว่าโดยรวมดิฉันมองว่าการนำเสนอของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล และคณะ ก็จะถือว่าเป็นประโยชน์แก่สังคมอย่างยิ่งนะคะ ดังนั้นวันนี้ดิฉัน ก็ขอเสนอร่างฉบับนี้พร้อมบันทึกหลักการและเหตุผล แล้วก็บันทึกวิเคราะห์สรุปสาระสำคัญ ของร่างพระราชบัญญัติมาเพื่อได้โปรดนำเสนอสภาผู้แทนราษฎรพิจารณา และหาก สภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบแล้ว ก็ขอได้โปรดนำเสนอวุฒิสภาพิจารณาตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยต่อไป ขอขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอขอบคุณครับ สำหรับร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล กับคณะ เป็นผู้เสนอ ก็ได้มีการนำเสนอแถลงหลักการและเหตุผล เป็นที่เรียบร้อย ต่อไปก็จะเป็นการแสดงความคิดเห็นหรือร่วมอภิปรายโดยท่านสมาชิกที่สนใจ ในร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตอนนี้มีท่านที่สนใจจะอภิปราย เสนอเข้ามาแล้ว ๓ ท่าน ท่านที่ ๑ คือท่านสุเทพ อู่อ้น ท่านที่ ๒ ท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร ท่านที่ ๓ นางสาววรรณวิภา ไม้สน เชิญท่านสุเทพ อู่อ้นครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วน เครือข่ายแรงงาน ขออนุญาตมีส่วนร่วมในการอภิปราย พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานที่เสนอ โดยคุณอนุทิน โดยเนื้อหาที่มีการเพิ่มเติมมาตรา ๒๓/๑ ให้นายจ้างและลูกจ้างสามารถ ตกลงในสัญญาการจ้างให้ลูกจ้างสามารถทำงานในทางการ หรือที่จ้างที่ได้ตกลงกับนายจ้าง ไปทำงานที่บ้าน ณ ที่อยู่อาศัยของลูกจ้างไม่น้อยสัปดาห์ละ ๘ ชั่วโมง ให้นับเวลาดังกล่าว รวมเป็นเวลาทำงานในสัปดาห์ปกติของลูกจ้าง คืออย่างนี้ครับท่านประธานที่เคารพ ผมในฐานะที่เป็นลูกจ้าง เป็นแรงงานที่อยู่ใน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงาน เป็นลูกจ้างมา ๓๐ ปี อยากเรียนให้ทราบว่า พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานที่จะมีการตราเกิดขึ้น ทางหน่วยงานกระทรวง แรงงานบอกว่าเป็นกฎหมายที่เป็นข้อกล่าวหา ซึ่งเหตุผลที่ผมจะพูดต่อไป เพราะว่า ถ้ามีการตราว่าให้สามารถตกลงกันได้ ซึ่งรายละเอียดจากตัวอย่างที่เกิดขึ้น กับการทำงาน เวิร์ก ฟรอม โฮม (Work From Home) ที่ผ่านมา เห็นได้ชัดเจนว่า เวลาทำงาน ตามปกติ กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนดไว้ละ ๘ ชั่วโมง ยกตัวอย่างเช่น ๐๘.๐๐ นาฬิกา ถึง ๑๗.๐๐ นาฬิกา แต่การทำงาน เวิร์ก ฟอรม โฮม (Work From Home) ที่ผ่านมา ไม่สามารถทำงานใน ๘ ชั่วโมงต่อ ๑ วันได้ด้วยเหตุมีการทำงานตลอดเกือบ ๒๔ ชั่วโมง จากการทำงาน เวิร์ก ฟรอม โฮม (Work From Home) ที่ผ่านมา อย่างนี้กฎหมายคุ้มครอง แรงงานจะสามารถคุ้มครองได้หรือไม่ นี่คือเงื่อนไขหนึ่ง ที่ผมเองในฐานะที่เป็นคนทำงานอยู่ อยากจะเรียนให้ท่านประธานรับทราบ และมีประเด็นที่อยากจะเรียนให้ท่านประธานว่า ขณะนี้เกี่ยวกับเรื่องค่าจ้างเมื่อสักครู่มีผู้อภิปราย ผมก็รู้สึกอึดอัด เพราะว่ามุมมองของค่าจ้าง ในปัจจุบันถามว่าทานข้าววันละเท่าไรต่อมื้อ ค่าจ้างรายวันเป็นอย่างไร และรัฐบาลไหน ที่จะควบคุมราคาสินค้าได้ ที่ผ่านมาไม่เคยมี มีแต่เพิ่มขึ้น ๆ ทำให้ค่าจ้างไม่เพียงพอ กับรายจ่ายเห็นได้ชัดเจน แล้วจะมีการมาตรากฎหมายลักษณะอย่างนี้ แล้วเรื่องค่าจ้าง ที่จะจ่ายในเงื่อนไข พ.ร.บ. คุ้มครองที่จะมี ใช้อะไรควบคุม เพราะบอกแล้วว่าเป็นกฎหมาย กล่าวหา นี่คือจุดด้อยที่แรงงานจะถูกกดทับต่อไปในสัญญาจ้างที่จะเกิดขึ้น ถ้ามีเงื่อนไข กฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา ท่านประธานที่เคารพครับ จริง ๆ แล้วค่าจ้างมันควรที่จะมีการล้อ กับสภาพเศรษฐกิจจีดีพี (GDP) ซีพีไอ (CPI) ที่เกิดขึ้นกับค่าใช้จ่าย กฎหมายคุ้มครอง ควรจะมีลักษณะอย่างนี้ที่เกิดขึ้น ซึ่งทางผมเองได้มีการผลักดันเข้าสู่สภาก็ถูกนายกปัดตก กฎหมายเหล่านี้ควรที่จะมีมาตรฐานค่าจ้างที่สามารถขยับไปตามค่าครองชีพ สิ่งหนึ่ง ที่เราอยากจะบอกให้เห็น แล้วที่สำคัญเรื่องของการเตรียม ความพร้อมของการทำงาน จริง ๆ แล้วถามว่า วันนี้ถ้าบอกมีตราในเรื่องกฎหมายนี้ประมาณ ๘ ชั่วโมงทำงาน ซึ่งลูกจ้างเอง ที่ทำงานอยู่จากค่าจ้างที่ผมเรียนให้ทราบไปแล้ว ไม่เพียงพอต้องมีการทำ โอเวอร์ไทม์ (Overtime) เพื่อที่จะมีรายได้เพิ่ม ซึ่งเงื่อนไขเหล่านี้ถ้ามีการจ้างอย่างที่บอกให้เห็น และเห็นได้ว่าจากมาตรการ เวิร์ก ฟรอม โฮม (Work From Home) ทำให้ลูกจ้างมีรายได้ ลดลง ขณะนี้หนี้สินของแรงงานเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนมากกว่า ๑๐ เท่า สิ่งเหล่านี้อยากจะให้ทางสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานหลาย ๆ ท่านช่วยกันดูแล และผลักดันในเรื่องของกฎหมายที่ควรจะเกิดขึ้น และมันมีกฎหมายเหล่านี้อยู่แล้ว เดี๋ยว ส.ส. ท่านต่อไปจะมาพูดถึงว่า งานเหล่านี้มันมีกฎหมายอะไรอยู่บ้างแล้วในการที่จะดูแล สิ่งที่สำคัญต่อไป เรื่องที่จะเกิดขึ้นนั่นก็คือข้อตกลงที่จะเป็นการกดทับเหล่านี้ กฎหมายที่มีอยู่ มันควรจะต้องลดระดับการที่จะให้ดีที่สุด นั่นก็คือให้สิทธิแรงงานในการรวมตัวเป็นสหภาพ แรงงาน ปัจจุบันสหภาพแรงงานในประเทศไทยมีเพียง ๑.๕-๑.๖ เปอร์เซ็นต์ จากคน ๑๐ ล้านในระบบประกันสังคม กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ปัจจุบันไม่รองรับให้มีองค์กรสหภาพ แรงงาน ถ้ามีระบบแรงงานสัมพันธ์ มีสหภาพแรงงานสัมพันธ์จะเห็นได้ว่า กฎหมายที่บอกว่า สามารถตกลงกันได้นั่นก็คือเรื่องของการเจรจาต่อรอง แต่ถ้าไม่มีองค์กรของพี่น้องผู้ใช้ แรงงาน ใครเล่าจะไปนั่งเป็นตัวแทนเจรจาในเรื่องเงื่อนไขเหล่านี้ก็จะถูกกดทับ ผมจึงวิงวอน รัฐบาลทุก ๆ รัฐบาลที่ผ่านมาถึงรัฐบาลขณะนี้และรัฐมนตรี เราเสนอข้อเรียกร้องวันแรงงาน มาตลอด เรื่องของอนุสัญญาไอแอลโอ (ILO) ๘๗๙๘ ว่าด้วยเรื่องของสิทธิการรวมตัว เป็นองค์กรสภาพแรงงาน ว่าด้วยเรื่องของการเจรจาต่อรอง สิ่งเหล่านี้ในประเทศ นานาสากลเขาดำเนินการเกี่ยวกับการยกระดับ การดูแลแรงงาน กฎหมายคุ้มครองแรงงาน ที่ไม่คุ้มครองแรงงานซึ่งตามมาแล้ว ถามไปบังคับใช้หรือไม่ โดยเฉพาะมาตรา ๑๑/๑ ที่บัญญัติว่าการจ้างงานต้องให้เกิดการจ้างที่เกิดเป็นธรรมในค่าจ้าง ในเรื่องของสวัสดิการ แต่วันนี้ถูกแยกออกว่าถ้าเป็นลูกจ้างประจำจะได้รับสวัสดิการ ๑ อย่าง ค่าจ้าง ๑ อย่าง และลูกจ้างซับ คอนแทร็กต์ (Sub Contract) ซึ่งเป็นลูกจ้างที่จะต้องได้รับค่าจ้างที่แตกต่าง และสวัสดิการที่แตกต่าง แล้วตรากฎหมายไว้มาตรา ๑๑/๑ ยังไม่สามารถบังคับใช้ได้ ดังนั้น กระผมถึงบอกว่าการที่จะมาตราในเรื่องกฎหมายที่ว่าเกี่ยวกับเรื่องของการจัดให้มีการทำงาน ที่บ้านซึ่งมีความละเอียดอ่อน ดังนั้นควรที่จะบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ปัจจุบันให้กับแรงงาน ตามบทบาทหน้าที่ของรัฐให้กับลูกจ้างให้เพียงพอดีก่อนจะดีกว่าไหมครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร ตามด้วยนางสาววรรณวิภา ไม้สน ครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขออนุญาตท่านประธานอภิปรายต่อกฎหมายที่ได้ถูกนำเสนอ โดยเพื่อนสมาชิก โดยเมื่อสักครู่นี้ท่านมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ส.ส. จังหวัดลพบุรี ก็ได้แสดงถึง หลักการและเหตุผลไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ ท่านประธานครับ กฎหมายที่เพื่อนสมาชิก ได้ร่วมกันยื่นเสนอต่อสภาในวันนี้ จริง ๆ แล้วถ้าเราลองมาดูในรายละเอียดจะเห็นว่า จะมีรายละเอียดการแก้ไขไม่มากเท่าไรนัก แต่ไม่ใช่ว่าการแก้ไขน้อย ๆ จะไม่ดี เพราะว่า ความตั้งใจของผู้ยื่นหลัก ๆ ก็คือการเปิดโอกาสให้กับทางนายจ้างก็ดี และลูกจ้างสามารถ ตกลงกันได้ครับ ที่จะเปิดโอกาสให้บริษัทหรือว่าเปิดโอกาสให้ลูกจ้างสามารถเวิร์ก ฟรอม โฮม (Work From Home) ที่สามารถทำงานที่บ้านได้ ส่วนตัวแล้วผมเห็นด้วย เพราะว่า ในสถานการณ์ของโรคระบาดแบบนี้ การเปิดโอกาสให้กว้างขึ้น สำหรับทั้งนายจ้าง และลูกจ้างเป็นเรื่องดีเสมอครับ ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างที่ผมนำเรียนไปเนื้อหา ของกฎหมายฉบับนี้ที่ถูกเสนอให้แก้ไขมีไม่เยอะ สำหรับตัวผมแล้วการพิจารณากฎหมาย ผมคำนึงถึงหลักเกณฑ์ที่สำคัญอยู่ ๒ หลักเกณฑ์🔗
ท่านประธานที่เคารพครับหลักเกณฑ์ที่ ๑ ต้องดูครับว่า กฎหมายที่ถูกเสนอ หรือถูกเสนอแก้ไขเพิ่มเติมนั้นเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนหรือไม่ ถ้าไม่เป็นประโยชน์ ก็คงไม่ต้องนำมาพิจารณากัน🔗
หลักเกณฑ์ที่ ๒ ที่ผมยึดถือก็คือว่าเราต้องดูว่ากฎหมายนั้นนอกจาก เกิดประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนแล้ว หน่วยงานที่เขาดูแล เขาสามารถนำไป แล้วสามารถ ใช้ทำงานในกระทรวงในกรมเขาได้หรือไม่ กฎหมายฉบับนี้ผมเห็นว่าทั้ง ๒ อย่างเป็นประโยชน์ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตนิดเดียวนอกจากเรื่องเนื้อหา เรื่องความคิดเห็นแล้ว ผมอยากจะพูดถึง กระบวนการกฎหมายฉบับนี้นิดหนึ่ง ท่านแรกที่ไม่พูดเลยก็ไม่ได้ คือผมต้องขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ท่านสุชาติ ชมกลิ่น เพราะจริง ๆ แล้วตามกระบวนการ ท่านประธานที่เคารพครับ มีการเสนอกฎหมายฉบับนี้เข้าสู่การประชุมวิป (Whip) รัฐบาล น่าจะช่วงประมาณเดือนที่แล้ว ผมก็ได้รับการประสานจากกระทรวงว่ากฎหมายฉบับนี้ กระทรวงไม่เห็นด้วย เนื่องจากติดปัญหาต่าง ๆ ดังนี้ ๑ ๒ ๓ ผมขออนุญาตไม่พูดในที่ประชุมนี้ อย่างไรก็ดีพอที่ประชุมวิป (Whip) ได้ลองลงมาศึกษากฎหมายฉบับนี้ ผมก็ประสานไปทาง ท่านรัฐมนตรีสุชาติ ชมกลิ่น ท่านรัฐมนตรีตอบว่าท่านไม่รู้เรื่องว่ามีกฎหมายฉบับนี้ ท่านก็เลย สั่งการให้คนในกระทรวงได้ตรวจสอบและพิจารณาว่ากฎหมายฉบับนี้มีประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชนหรือไม่ หลังจากนั้นก็ผมก็ได้คำตอบที่น่าพึงพอใจครับว่า ท่านอยากจะให้ สภาผู้แทนราษฎรร่วมกัน เห็นชอบและรับหลักการฉบับนี้และตั้งกรรมาธิการขึ้นมาคณะหนึ่ง เพื่อแก้ไขต่อไป ส่วนอีกท่านหนึ่งผมขออนุญาตนะครับ เป็นพี่ชายที่น่ารัก ขออนุญาต เอ่ยชื่อท่าน ท่านไม่ได้อยู่ในที่ประชุมแห่งนี้ก็คือท่านสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ส.ส. ศรีสะเกษ ท่านก็ประสานงานกับผมมาตลอด เพื่อที่จะพยายามผลักดันให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านสภา และให้ตั้งกรรมาธิการ🔗
สรุปสุดท้ายท้ายสุดผมยังยืนยันว่า ผู้ยื่นและคณะมีความตั้งใจที่ดี ที่จะยื่นกฎหมายฉบับนี้สู่สภาผู้แทนราษฎร และทางกระทรวงก็ยืนยันครับว่าหลักการต่าง ๆ จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนแน่นอนครับ ดังนั้นผมก็ขอเชิญชวนเพื่อนสมาชิก กฎหมายแบบนี้ก็เชิญชวนให้ร่วมกันรับหลักการและตั้งกรรมาธิการครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญคุณวรรณวิภา ตามด้วยท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน วรรณวิภา ไม้สน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วน เครือข่ายแรงงาน ท่านประธานคะ โดยเนื้อหาของร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ที่นำเสนอมานี้ โดยเจตนาแล้วดิฉันมองว่าเป็นเจตนาที่ดีที่จะให้แรงงานทุกที่ที่มีความติดขัด ไม่ว่าจะเรื่องอื่น ๆ สามารถจะทำงานที่บ้านได้โดยถือเป็นวันทำงานปกติ แต่ก็อย่าลืมว่า ทั้งตัวบริบทกฎหมายของ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานก็ได้ระบุไว้แล้วในเรื่องของสัญญาจ้างหรือ สภาพการจ้างเองที่มีนัยและเนื้อหา หมายความว่า เป็นสัญญา ไม่ว่าจะเป็นหนังสือ หรือด้วยวาจาที่ระบุชัดเจน สำหรับกับลูกจ้าง กับนายจ้างที่ระบุไว้ร่วมกัน ก็ถือเป็นสภาพ การจ้างได้ เพราะฉะนั้นดิฉันจึงมองว่าการที่นำข้อความนี้มาบรรจุไว้ใน พ.ร.บ. คุ้มครอง แรงงานเป็นสิ่งที่ทำให้กฎหมายตัวนี้แคบลงไป เพราะว่าเรามีกฎหมายตัวเดิม แม่บทตัวเดิม ที่มันเอื้อและสามารถให้เราไปพูดกันในสภาพการจ้างได้ว่า สามารถตกลงกันได้ ยืดหยุ่น มากกว่านี้ นั่นก็คือหมายความว่าเราไม่จำเป็นต้องระบุไว้ว่า คุณต้องทำงานไม่น้อยกว่า ๘ ชั่วโมงต่อ ๑ สัปดาห์ที่ฟิกซ์ (Fix) ไว้ใน พ.ร.บ. ที่ท่านได้ยื่นมา แต่เราสามารถที่จะไปทำ สภาพการจ้างร่วมกันสำหรับนายจ้างและลูกจ้างให้มันยืดหยุ่นกว่านี้ได้ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราทำงานที่บ้านเกิน ๘ ชั่วโมง หรือว่าในช่วงที่ภาวะงานกำลังเร่ง หรือใกล้สิ้นเดือน ที่เจ้านายเร่งงานมา แล้วการคิดในเรื่องของค่าล่วงเวลาหรือโอที (OT) ที่เกินมา มีมาตรการ คิดแบบไหน ซึ่งถ้าฟิกซ์ (Fix) ไปใน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานตัวนี้ก็ไม่สามารถที่จะระบุได้ว่า เป็นแบบไหน เข้าออกเวลาตอนไหนหรือทำงานเกินเวลาไปเท่าไร🔗
ประการที่ ๒ คือในเรื่องของการคุ้มครองคนที่ทำงานอยู่ที่บ้าน ถ้าเกิดได้รับ อุบัติเหตุจากการทำงาน หรือได้รับการเจ็บป่วยเวลาทำงาน สามารถคุ้มครองตามกฎหมาย พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานด้วยหรือเปล่า เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้จึงเป็นประเด็นที่สำคัญ และน่ากังวลว่าถ้าเราระบุฟิกซ์ (Fix) ไปแบบนี้ ทั้ง ๆ ที่ตัวกฎหมายตัวเดิมเปิดอยู่แล้วว่า ให้คุณสามารถตกลงร่วมกับทั้งนายจ้างและลูกจ้าง สามารถที่จะตกลงเป็นสภาพการจ้างได้เลย ยิ่งถ้าที่บริษัทไหนมีสหภาพแรงงานอยู่ในบริษัทนั้น ก็สามารถที่จะเจรจาต่อรองให้เป็นคุณต่อ ลูกจ้างเพิ่มขึ้นได้อีก ดังนั้นการที่ระบุไปชัดเจนและเป็นแบบโดยตรงแบบนี้จะทำให้ขอบเขต อำนาจในการเจรจาต่อรองของลูกจ้างลดน้อยถอยลงไปหรือไม่ ข้อแรกนะคะ🔗
ประเด็นที่ ๒ ในเมื่อกฎหมายมาตรา ๕ ระบุในเรื่องสัญญาจ้างและ สภาพการจ้างที่ชัดเจนอยู่แล้วว่าสามารถให้ลูกจ้างและนายจ้างทำสัญญาข้อตกลงร่วมกันได้ และโอเพน (Open) เปิดกว้างด้วยว่า สามารถร่วมกันได้ที่ลึกซึ้ง นัยที่สำคัญกว่านี้ว่า คุณสามารถรับงานไปทำที่บ้านเวิร์ก ฟรอม โฮม (Work From Home) ได้แล้ว คุณยังสามารถได้รับการคุ้มครองภายใต้ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานข้อไหน หรืออะไรอย่างไร ก็สามารถระบุรายละเอียดลงลึกไปได้อีกด้วย เพราะฉะนั้นฉันจึงมองว่าประการที่ ๒ คือไม่จำเป็นต้องมาตราไปในพระราชบัญญัติ หรือเพิ่มมาตรา ๒๓/๑ เข้าไปอีกจาก พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานที่มีอยู่เดิม เพราะว่าในตัวเนื้อหา พ.ร.บ. นี้ได้เปิดกว้างให้สามารถ ที่จะทำเป็นสภาพการจ้างได้อีกเช่นเคย แต่ในเรื่องการรับงานไปทำที่บ้านนั้นแน่นอนว่า อาจจะสอดคล้องกับภาวะการทำงานในปัจจุบัน หรือในอนาคตที่เราต้องการลดชั่วโมง การทำงานให้มันลดน้อยถอยลง เนื่องจากมีระบบเอไอ (AI) เข้ามามากขึ้น หรือต้องการ ให้แรงงานมีประสิทธิภาพหรือมียืดหยุ่นในการใช้ชีวิตประจำกับการทำงานได้มากขึ้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่จำเป็นและถ้าอยากแก้ไข พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานจริง ๆ โดยที่ไม่ต้องทำให้ รัฐบาลถูกตัดจีเอสพี (GSP) ไปเพราะเรื่องที่ว่ามาตรฐานแรงงานของเราไม่เป็นสากล และยังถูกละเมิดสิทธิในการรวมตัว ละเมิดสิทธิในการที่จะแสดงออกของคนงานอยู่ ดังนั้น มันมีหลายข้อที่รัฐบาลควรที่จะแก้ไขและปรับปรุงได้ดีกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของชั่วโมง การทำงาน ในเรื่องของการยอมรับการเจรจาต่อรองและการรวมตัว รวมถึงในสภาพการจ้างนี้ ที่สามารถตกลงและพูดคุยกันได้เองระหว่างนายจ้างและลูกจ้างที่เปิดอยู่แล้ว และถ้าอยากจะแก้ไข พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานจริง ๆ อีกไม่นานนี้ก็อยากให้สภาพิจารณาใน พ.ร.บ. คุ้มครอง แรงงานฉบับที่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อแรงงานที่สุด และก้าวหน้าที่สุด สอดคล้องกับสภาวะ ปัจจุบันมากที่สุด ก็คือฉบับ พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานของพรรคก้าวไกล ที่จะมีการนำเสนอ ต่อสภาอันทรงเกียรติไม่นานนี้นะคะ เพราะว่า พ.ร.บ. นี้ได้เคยถูกปัดตกไปครั้งหนึ่งแล้ว โดยนายกรัฐมนตรี แต่จะมีการนำเสนอเข้ามาใหม่อีกครั้ง ซึ่งจะรวมแล้วเป็นรายมาตรา เป็นรายหัวข้อประมาณ ๙ ฉบับด้วยกัน เพราะว่าติดด้วยทั้งเรื่องการเงินและไม่การเงิน ก็อยากให้สภานี้พิจารณา ถ้าเห็นว่าสิ่งเหล่านี้เป็นประโยชน์ต่อลูกจ้าง เป็นสากล และเป็นปัจจุบันที่จะนำให้แรงงานมีชีวิตที่ดีขึ้นจริง ๆ ให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจ ปัจจุบันที่ข้าวของแพง ค่าแรงต่ำ และให้สอดคล้องกับภาวะในอนาคตที่เราจำเป็นที่ต้อง ลดชั่วโมงในการทำงานลง ก็อยากให้สภาพิจารณาในเรื่องนี้มากกว่าที่จะเป็นประโยชน์ ต่อลูกจ้างมากขึ้น ดังนั้นดิฉันและพรรคก้าวไกลจึงยืนยันว่าในการแก้ไข พ.ร.บ. คุ้มครอง แรงงานในข้อนี้ไม่จำเป็นที่จะต้องระบุไว้ในกฎหมายคุ้มครองแรงงาน เพราะมีกฎหมาย ที่เปิดให้นายจ้างและลูกจ้างสามารถที่จะเซ็นสภาพการจ้าง หรือเซ็นสัญญาข้อตกลงร่วมกัน แถมจะเซ็นได้ดีกว่าใน พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานฉบับนี้ด้วยซ้ำ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอร่วมอภิปรายรับหลักการร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคุณมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ได้นำเสนอ หลักการและเหตุผลต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อสักครู่ ท่านประธานที่เคารพครับ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) สังคมเราก็จะเริ่มเห็น การดำเนินชีวิตวิถีใหม่ หรือเรียกว่า นิวนอร์มัล (New normal) นอกจากนิวนอร์มัล (New normal) ที่ปฏิบัติกันในครอบครัว ในเรื่องส่วนตัวแล้ว ในภาคแรงงานหรือ สถานประกอบการนั้นก็มีการให้นำงานกลับไปทำที่บ้าน ทั้งภาคเอกชน ทั้งภาครัฐบาล เห็นกันโดยทั่วไป ดังนั้นกฎหมายฉบับนี้ได้แก้ไข พ.ร.บ. คุ้มครองแรงงานฉบับเก่า ก็เป็นกฎหมายเป็นร่างกฎหมายที่มีความทันสมัยเหมาะสมกับเหตุการณ์เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งในเนื้อหาร่างกฎหมายฉบับนี้นั้นก็มีการแก้ไขเพียงมาตราเดียว คือมาตรา ๒๓/๑ โดยเนื้อหาในร่างนี้ก็คือว่า ให้นายจ้างและลูกจ้างสามารถตกลงกันให้นำงานกลับไปทำที่บ้าน หรือเราเรียกว่า เวิร์ก ฟรอม โฮม (Work From Home) ได้ ๘ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ขึ้นไป ถ้าผมอ่านเนื้อหานี้ แล้วตีความหมายผิดเจตนารมณ์ของผู้ร่างก็อยากที่จะส่งเสริมให้มีการทำงาน ที่บ้าน หรือเวิร์ก ฟรอม โฮม (Work From Home) อย่างน้อยอาทิตย์ละ ๑ วัน เพื่อส่งเสริม กิจกรรมในครอบครัว ดูแลครอบครัวไปด้วย ทำงานไปด้วย ซึ่งเหมาะสมกับรูปแบบของชีวิต วิถีใหม่ แต่ในส่วนตัวผมผมก็มองว่าถ้าหากว่าจะไปในเชิงกฎหมายเชิงส่งเสริมสนับสนุน ให้เกิดสิ่งนี้ขึ้นมา ในองค์กรบางองค์กรที่เป็นภาคเอกชนอาจจะไม่พร้อมที่จะให้ทำ เวิร์ก ฟรอม โฮม (Work From Home) ก็เป็นไปได้ ยกตัวอย่างเช่นงานก่อสร้าง ยกตัวอย่าง งานที่จะต้องใช้เครื่องจักร เครื่องกล แล้วก็เป็นการผลิตชิ้นส่วน วัสดุอุปกรณ์ที่จะต้องมี สิ่งที่เป็นสายพานการผลิตที่จะต้องเนื่องกัน อันนี้ก็อาจจะทำไม่ได้ แต่ถ้าแต่งงานออฟฟิศ สามารถใช้คอมพิวเตอร์ สามารถที่จะใช้งานเอกสาร อันนี้ก็อาจสามารถที่จะทำงาน เวิร์ก ฟรอม โฮม (Work From Home) ได้โดยสะดวก เพราะฉะนั้นในการพิจารณาแก้ไข ในมาตรา ๒๓/๑ นั้น ผมก็อยากจะฝากข้อสังเกตให้ท่านคณะกรรมาธิการวิสามัญ ที่จะพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้ ว่าช่วยปรับโทนให้อ่อนลง แล้วก็ยืดหยุ่นตามสถานการณ์ ของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะภาคเอกชนที่เราเรียกว่านายจ้างและลูกจ้าง ว่านายจ้าง และลูกจ้างสามารถที่จะตกลงร่วมกันในการปฏิบัติงานที่บ้าน หรือเรียกว่า เวิร์ก ฟรอม โฮม (Work From Home) จะกี่วันก็ได้ ยืดหยุ่นว่ากี่วันก็ได้แล้วแต่สภาพงานที่นายจ้างและลูกจ้าง ตกลงร่วมกัน อย่าเพิ่งไปบังคับว่าจะต้องมี ๘ ชั่วโมงขึ้นไปต่อสัปดาห์ ผมคิดว่าจะเหมาะสม กับบริบทของสถานประกอบการมากกว่าที่จะเป็นเชิงบังคับ ซึ่งนายจ้างจะรู้ ลูกจ้างถ้าไม่ตกลง ฝ่ายหนึ่ง ฝ่ายใด ไม่ตกลงก็อย่าเพิ่งไปบังคับกัน แต่ถ้าในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด (COVID) เข้ามาในช่วงใด รัฐบาลโดย ศบค. ประกาศให้ทำงานที่บ้านผมคิดว่าภาคเอกชน ก็จะต้องปฏิบัติตาม ศบค. ซึ่งถือว่าเป็นระเบียบกฎหมายที่ทางราชการบังคับให้ต้องปฏิบัติ เพื่อการควบคุมโรค อันนั้นก็จำเป็นที่จะต้องปรับไปตามบริบทในสิ่งที่ทางรัฐบาลได้ขอร้อง เพื่อประโยชน์ในเรื่องของการควบคุมโรค อันนั้นก็ต้องถือว่าภาคเอกชนนั้นก็จะต้องพยายาม ที่จะเอื้ออำนวยให้ลูกจ้างนำงานกลับไปทำที่บ้านและไม่ถูกถือว่าเป็นวันหยุดที่ไม่ต้องจ่าย ค่าจ้างแต่อย่างใด ในส่วนนี้ผมก็มีประเด็นที่จะฝากให้ท่านคณะกรรมาธิการวิสามัญ ว่าการที่จะให้นำงานกลับไปทำที่บ้านจะต้องมีความยืดหยุ่นมากกว่าการทำงานในที่ทำงาน ยกตัวอย่างอาจจะแบ่ง ๘ ชั่วโมง ออกเป็น ๔ และ ๔ ถ้ากรณีที่การทำงานนั้นไม่จำเป็น จะต้องเชื่อมโยงกับคนที่ทำงานในออฟฟิศ เช่น ให้ไปบริหารจัดการงานสักงานหนึ่งเป็นงาน เอกสารจะทำตอนไหนก็ได้เหมา ๆ เสร็จงานตรงนี้ก็ถือว่า ๑ เวร หรือ ๘ ชั่วโมง อันนี้ ก็ต้องยืดหยุ่นมีกฎหมายเปิดช่องไว้ ไม่ใช่ว่าจะต้องทำ ๘ โมงเช้าถึง ๔ โมงเย็นเสมอไป บางทีอาจจะเป็น ๙ ชั่วโมง ซึ่งภาคเอกชนในกฎหมายแรงงานสามารถทำงาน ๔ แล้วก็พักเที่ยง ๑ ชั่วโมง แล้วก็มาทำงานบ่ายโมงถึง ๕ โมงเย็น ก็นับเป็น ๘ ได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นก็จะเข้ากับ วิถีชีวิตที่อยู่ที่บ้านด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อให้นายจ้างและลูกจ้างได้ประโยชน์สูงสุดจากกฎหมาย ฉบับนี้ แล้วก็อย่าให้ลูกจ้างถือเหตุโดยพลการว่ามีกฎหมายนี้แล้วนายจ้างยังไม่ทันอนุมัติ อนุญาต วันนี้ขี้เกียจไปทำงานก็อ้างว่าจะทำงานที่บ้านก็ไม่ได้ หรือนายจ้างจะใช้งาน ๒๔ ชั่วโมงไปเลย ส่งไลน์ (Line) ไปสั่งงานตลอด ๒๔ ชั่วโมง อย่างนี้ก็ต้องคิด โอที (OT) ให้แก่ลูกจ้างด้วย ก็ขอฝากท่านกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาในรายละเอียดที่ผมฝากข้อสังเกตไว้ เพื่อปรับปรุงกฎหมายฉบับนี้ให้ทันสมัย ให้ทันเหตุการณ์ให้มากที่สุดครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวีระกร คำประกอบ เชิญครับ ท่านวีระกรจะเป็นการอภิปรายท่านสุดท้าย จากนั้นผู้เสนอถ้าประสงค์ก็อภิปรายสรุป แล้วก็จะได้มีการลงมติกัน เชิญท่านวีระกรครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม วีระกร คำประกอบ พรรคพลังประชารัฐ นครสวรรค์ ต่อร่างพระราชบัญญัติ ของคุ้มครองแรงงานของท่านอนุทิน พรรคภูมิใจไทย ที่ได้เสนอในครั้งนี้ แม้ว่าจะเป็น เรื่องที่เหมาะสม แต่ก็เป็นเรื่องที่อาจจะช้าไปสักนิดหนึ่งครับ ด้วยเหตุที่ว่าโควิด (COVID) มันเกิดมาตั้งแต่ปลายปี ๒๕๖๒ กฎหมายฉบับนี้ก็เสนออยู่ในราวธันวาคม ๒๕๖๒ เหมือนกัน จะเห็นได้ว่าได้มีการรับฟังความคิดเห็นในช่วงวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๖๒ ถึงวันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๓ จะเห็นได้ว่ากฎหมายฉบับนี้ได้ออกมาตั้งแต่โควิด (COVID) เพิ่งจะเริ่มครับ มองให้เห็นถึงว่าท่านอนุทินและพรรคภูมิใจไทย มองเห็นการณ์ไกลในตอนนั้นว่าการทำงาน ก็คงจะต้องทำจากบ้านกันแล้ว ไม่สามารถที่จะไปทำงานที่ออฟฟิศกัน หรือเวิร์ก ออน ไซด์ (Work On Site) กันได้ตามปกติ จึงเกิดเป็นกฎหมายฉบับนี้ โดยการมองเห็นการณ์ไกลว่า ต่อไปอาจจะต้องมีการเวิร์ก ฟรอม โฮม (Work From Home) มากขึ้น จึงได้นำเสนอ กฎหมายฉบับนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องชื่นชม กับพรรคภูมิใจไทยที่ตั้งใจแต่บางคนบอก ก็เขาทำกันมาตั้งนานแล้วเวิร์ก ฟรอม โฮม ทำไมเพิ่งจะมาเสนอ ต้องเรียนให้ทราบว่า กฎหมายฉบับนี้ท่านเสนอมาตั้งแต่ธันวาคม ๒๕๖๒ แต่มันเป็นขั้นตอนของกฎหมายกว่า จะมาถึงสภาได้ก็อาจจะมองได้ว่าก็ทำกันเป็นปกติอยู่แล้ว ลูกผมอยู่ที่บ้าน ๒ คน ก็ทำงาน จากบ้านไม่ได้ไปทำงานที่ออฟฟิศแล้ว ก็ทำอย่างนี้มา ๒ ปีแล้ว แต่อยากจะเรียนว่ากฎหมาย ฉบับนี้ไม่ใช่ว่าเขาออกมาไม่ทันสมัยหรืออะไร ดั่งที่หลายท่านอาจจะเข้าใจ แต่มันเกิดจาก ความคิดมองเห็นการณ์ไกลของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเขาได้มองเห็นภาพว่า ต่อไปนี้ต้องเปิดทาง ให้นายจ้างและลูกจ้างได้ตกลงกันในการที่จะทำงานจากบ้านได้ เวิร์ก ฟรอม โฮม (Work From Home) ได้ จึงต้องขอบคุณความคิดของทางพรรคภูมิใจไทยที่มองเห็นการณ์ไกล แล้วก็เสนอกฎหมายฉบับนี้ แม้ว่าในปัจจุบันอาจจะมองว่าความจำเป็นอาจจะหมดไป แล้วก็ตาม แต่อย่างไรก็ตามครับ ก็ต้องขอบคุณครับ แล้วกฎหมายฉบับนี้หลัก ๆ ก็มีอยู่แค่นี้ เองครับ ก็จะมีหลักการเพียงว่าขอให้นายจ้างและลูกจ้างสามารถที่จะทำข้อตกลงกันได้ เพื่อให้เวิร์ก ฟรอม โฮม (Work From Home) ได้ หรือทำงานจากทางบ้านได้ ไม่จำเป็น ต้องมาในยุคโควิด (COVID) นี้ อย่ามาเจอกันเลย ถ้ามาเจอกัน ทำงานรวมกลุ่มกัน เหมือนปกติหรือเวิร์ก ออน ไซด์ (Work On Site) แล้วก็อาจจะเกิดคลัสเตอร์ (Cluster) ให้เกิดเป็นโรคโควิด (COVID) เกิดขึ้นได้ ต้องขอบคุณอีกครั้งสำหรับความหวังดี และมองเห็น การณ์ไกลในช่วงขณะนั้นของพรรคภูมิใจไทย กราบขอบพระคุณครับ🔗
สำหรับ ท่านสมาชิกที่สนใจที่จะอภิปรายก็ได้อภิปรายกันครบ ต่อไปท่านผู้เสนอพระราชบัญญัติ คุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ประสงค์ที่จะอภิปรายสรุปไหมครับ ถ้าไม่อภิปรายสรุป ก็คงจะต้องมีการลงมติกันต่อไป🔗
ขอเชิญท่าน สมาชิกที่อยู่ข้างนอกได้เข้าสู่ห้องประชุม เพื่อที่จะได้มีการลงมติกันว่าเราจะรับร่าง พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นี้หรือไม่ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอก หรือที่กำลังประชุมกรรมาธิการอยู่ ขอให้ท่านรีบเข้าห้องประชุมใหญ่ เพื่อเราจะได้แสดงตน และจากนั้นถ้าครบองค์ประชุมก็จะได้มีการลงมติกันต่อไป ขณะนี้ท่านสมาชิกก็ติดอยู่ห้อง ประชุมกรรมาธิการ ส่วนหนึ่งก็รับประทานอาหารมื้อกลางวันอยู่ ผมให้เวลานิดหนึ่ง เชิญท่านสมาชิกท่านใดที่เข้าสู่ห้องประชุมแล้ว กรุณาได้เสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน ไว้ได้เลยนะครับ กรุณาได้เสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนไว้ได้เลย ความจริงกฎหมายฉบับนี้ เป็นกฎหมายที่มีความสำคัญกับพี่น้องผู้ใช้แรงงานค่อนข้างมาก เมื่อสักครู่นี้ที่ท่านวีระกร ได้แสดงความคิดเห็นว่าอาจจะเสนอช้าหรือเปล่า ไม่ได้ช้า เท่าที่ผมทราบพรรคภูมิใจไทย ตั้งแต่ตอนแถลงนโยบายหาเสียงแล้ว แล้วก็ตั้งรัฐบาลเสร็จก็มีการยื่นเลย เพียงแต่ว่า มันเป็นกฎหมายต้องผ่านกระบวนการ ผ่านขั้นตอนหลายอย่าง อย่างที่ท่านวีระกรได้เล่า ให้พวกเราฟัง ตั้งรัฐบาลเสร็จก็มีการยื่นเลย แต่เพียงแต่ว่ามันเป็นกฎหมาย ต้องผ่านกระบวนการผ่านขั้นตอนหลายอย่างอย่างที่ท่านวีระกรได้เล่าให้พวกเราฟัง เชิญท่านสมาชิกที่เข้ามาถึงแล้วกรุณากดเสียบบัตรแสดงตน ท่านสมาชิกที่เข้ามา ในห้องประชุมแล้วกรุณากดปุ่มแสดงตน มีท่านสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตนบ้าง มีไหมครับ ถ้ามีก็รีบเลย เห็นท่านเกียรติก็กำลังเดินเข้ามา เชิญครับ🔗
ถ้าท่านสมาชิก ใช้สิทธิแสดงตนทุกท่านแล้วผมขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน ๒๔๘ ท่าน เป็นอันว่ามีผู้เข้าร่วมประชุมครบองค์ประชุม🔗
ต่อไป ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ท่านผู้ใดเห็นควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่า ควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญครับ ใช้สิทธิลงคะแนนทุกท่านครับ🔗
มีท่านสมาชิก ท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนมีบ้างไหมครับ ถ้ามีก็เชิญครับ ใช้สิทธิลงคะแนน ถ้าลงคะแนนกันทุกท่านแล้วผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่ ช่วยแสดงผลครับ ท่านสมาชิกครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๙๗ ท่าน เห็นด้วย ๒๖๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓๑ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุม มีมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้🔗
ขอเชิญ เสนอคณะกรรมาธิการครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร บัญชีรายชื่อ พลังประชารัฐ ฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวนทั้งหมด ๒๕ ท่านครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ท่านอรรถกร ได้เสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ มีท่านผู้ใดเสนอเป็นอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มีท่านผู้ใด เสนอเป็นอื่นก็เป็นอันว่าที่ประชุมสภาแห่งนี้เสนอให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน ๒๕ ท่าน เพื่อจะได้พิจารณาต่อไป ต่อไปก็ขอเชิญคณะรัฐมนตรีเสนอรายชื่อ กรรมาธิการในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรีครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนัก นายกรัฐมนตรี ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี จำนวน ๕ ท่าน ดังนี้ ๑. นางสาวกาญจนา พูลแก้ว ๒. นายณรงค์ฤทธิ์ วรรณโส ๓. นางสาวเรวดี ขวัญทองยิ้ม ๔. นายเชิงชาย ชาลีรินทร์ ๕. นายศุภชัย ใจสมุทร ขอบคุณครับ🔗
คณะรัฐมนตรี เสนอกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรีจำนวน ๕ ท่าน ทั้งหมด ๒๕ ท่าน เป็นสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี ๕ ท่าน ก็เป็นสัดส่วนของแต่ละพรรคการเมือง ๒๐ ท่าน สัดส่วนกรรมาธิการของแต่ละพรรคการเมืองจัดสรรกันอย่างนี้ พรรคเพื่อไทย จำนวน ๖ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๔ ท่าน พรรคภูมิใจไทย จำนวน ๓ ท่าน พรรคก้าวไกล จำนวน ๒ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ ท่าน พรรคเสรีรวมไทย จำนวน ๑ ท่าน พรรคประชาชาติ จำนวน ๑ ท่าน ขอเชิญตัวแทนพรรคเพื่อไทยได้เสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรค เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงานในสัดส่วนของ พรรคเพื่อไทย จำนวน ๖ ท่าน ดังนี้ ๑. นายบุญแก้ว สมวงค์ ๒. นายประภูศักดิ์ จินตะเวช ๓. นายชูศักดิ์ แอกทอง ๔. นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ๕. นางนฤมล ธารดำรงค์ ๖. นางสาวอรุณี กาสยานนท์ ขอผู้รับรองค่ะ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้อง ต่อไปเป็นสัดส่วนพรรคพลังประชารัฐ ๔ ท่าน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญ ในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ดังนี้ นายพิเชษฐ สถิรชวาล นายชูศักดิ์ คีรีมาศทอง นายสุทา ประทีป ณ ถลาง และนายสมศักดิ์ คุณเงิน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้อง ต่อไปสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย กระผมขอเสนอกรรมาธิการในโควตาพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน ดังต่อไปนี้ ๑. ท่านอดิพงษ์ ฐิติพิทยา ๒. นายวิรัช พันธุมะผล ๓. นายอรรถยุทธ ลียะวณิช ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้อง ต่อไปเชิญพรรคก้าวไกลครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคก้าวไกล ๒ คนครับ ๑. นายสุเทพ อู่อ้น ๒. นางสาววรรณวิภา ไม้สน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้อง ขอเชิญพรรคประชาธิปัตย์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ครับ กระผม นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่าน คือ ๑. นายสาคร เกี่ยวข้อง ๒. นางสาวสุภาพร กำเนิดผล ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้อง ต่อไปเป็นสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายเสมอธรรม เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอนายกัมพล พวงงาม ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้อง ต่อไปเป็นสัดส่วนพรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน ขอเสนอ พลตำรวจโท ชัยวัฒน์ ฉันทวรลักษณ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้อง ต่อไปเป็นสัดส่วนพรรคประชาชาติครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกูเฮง ยาวอหะซัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ ขอเสนอกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคประชาชาติ ๑ ท่านครับ ท่านมูฮำมัดอารีฟีน จะปะกิยา ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้อง ท่านสมาชิกครับ ต่อไปขอเชิญเลขาธิการอ่านชื่อกรรมาธิการครับ🔗
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๑. นางสาวกาญจนา พูลแก้ว ๒. นายณรงค์ฤทธิ์ วรรณโส ๓. นางสาวเรวดี ขวัญทองยิ้ม ๔. นายเชิงชาย ชาลีรินทร์ ๕. นายศุภชัย ใจสมุทร ๖. นายบุญแก้ว สมวงศ์ ๗. นายประภูศักดิ์ จินตะเวช ๘. นายชูศักดิ์ แอกทอง ๙. นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ๑๐. นางนฤมล ธารดำรงค์ ๑๑. นางสาวอรุณี กาสยานนท์ ๑๒. นายพิเชษฐ สถิรชวาล ๑๓. นายชูศักดิ์ คีรีมาศทอง ๑๔. นายสุทา ประทีป ณ ถลาง ๑๕. นายสมศักดิ์ คุณเงิน ๑๖. นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา ๑๗. นายวิรัช พันธุมะผล ๑๘. นายอรรถยุทธ ลียะวณิช ๑๙. นายสุเทพ อู่อ้น ๒๐. นางสาววรรณวิภา ไม้สน ๒๑. นายสาคร เกี่ยวข้อง ๒๒. นางสาวสุภาพร กำเนิดผล ๒๓. นายกัมพล พวงงาม ๒๔. พลตำรวจโท ชัยวัฒน์ ฉันทวรลักษณ์ ๒๕. นายมูฮำมัดฮารีฟีน จะปะกิยา🔗
ครบทั้ง ๒๕ ท่าน ไม่มีพรรคการเมืองใดเสนอเปลี่ยนแปลงแก้ไข ขอเชิญกำหนดระยะเวลา แปรญัตติครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอระยะเวลาแปรญัตติ ๑๕ วันครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้อง ถือว่ากำหนดระยะเวลาแปรญัตติภายใน ๑๕ วัน ท่านสมาชิกครับ ก็ได้รับแจ้งจากทางเจ้าหน้าที่ว่า ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จะมีการนัดประชุมครั้งแรก ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ สผ. N 408 ชั้น ๔ อาคาร รัฐสภา วันศุกร์ที่ ๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๕ เวลา ๑๐.๐๐ นาฬิกา แจ้งให้ทางผู้ที่ได้รับ การเสนอแต่งตั้งเป็นกรรมาธิการวิสามัญฉบับนี้ได้รับทราบและเข้าร่วมประชุม โดยพร้อมเพรียงกัน🔗
ท่านสมาชิก ต่อไปจะเป็นการพิจารณาระเบียบวาระที่🔗
๕.๒ ร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
ด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๓๓ (๒) ซึ่งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น และจัดทำสรุปผลการรับฟังและรายงานผลการวิเคราะห์ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจาก ร่างพระราชบัญญัติเสร็จแล้ว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ และประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการการรับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น จากร่างพระราชบัญญัติที่เสนอ โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒ รายละเอียดปรากฏในเอกสารที่เจ้าหน้าที่ได้จัดวางไว้ให้ท่านสมาชิกแล้ว ขอเชิญท่านผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้แถลงหลักการและเหตุผล เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดนราธิวาส ประกอบด้วย อำเภอบาเจาะ อำเภอยี่งอ อำเภอรือเสาะ และอำเภอศรีสาคร พรรคประชาชาติ ท่านประธานครับ ผมได้รับมอบหมายจากท่านหัวหน้าพรรคประชาชาติ ก็คือ ท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา กับคณะ ให้เป็นผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต่อสภาแห่งนี้ ซึ่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ทางพรรคประชาชาติ เราได้ยื่นเข้าสู่สภาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๒ นั่นคือหลังจากที่ได้รับการเลือกตั้ง เพราะมองเล็งเห็นถึงความสำคัญของการบังคับใช้กฎหมาย แล้วส่วนหนึ่งก็คือการแก้ไข ในเรื่องของพระธรรมนูญศาลทหารเป็นประเด็นสำคัญของกระบวนการยุติธรรมเพื่อให้ สอดคล้องตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ และนำประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในอดีตมาเป็นตัวขับเคลื่อนไปสู่การแก้ไขปัญหา พระราชบัญญัติพระธรรมนูญศาลทหาร ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอ่านหลักการ เหตุผลความจำเป็นที่ต้องยื่นแก้ไขพระราชบัญญัติฉบับนี้ให้ท่านประธานและเพื่อนสมาชิก ได้รับทราบเพื่อประกอบในการพิจารณาในการลงมติในวาระที่ ๑ ในวันนี้ ด้วยความเคารพ ครับท่านประธาน ผมต้องขออนุญาตเท้าความก่อนว่าประเทศไทยตั้งแต่มีการปกครอง ระบอบประชาธิปไตย ๒๔๗๕ เรามีพระธรรมนูญศาลทหารบัญญัติขึ้นที่เราใช้อยู่ปัจจุบันนี้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๔๙๘ สมัยนั้น จอมพล ป. พิบูลสงคราม เป็นผู้ลงนามสนอง พระบรมราชโองการของพระราชบัญญัติธรรมนูญทหาร ๒๔๙๘ เข้าใจว่าในขณะนั้น ประเทศไทยเข้าสู่ภาวะสงคราม ไม่ว่าจะเป็นสงครามโลก ครั้งที่ ๑ หรือครั้งที่ ๒ จึงจำเป็น ที่จะต้องมีตรากฎหมายพระธรรมนูญศาลทหารขึ้น ท่านประธานครับ นั่นหมายความว่า พระธรรมนูญศาลทหารใช้บังคับมาจนถึงขณะนี้เป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว สถานการณ์ โลกเปลี่ยน หลาย ๆ อย่างของเหตุการณ์บนโลกใบนี้รวมตลอดถึงประเทศไทยเอง ก็มีการเปลี่ยนแปลง ประเทศเราเองกำลังเดินหน้าไปสู่ระบอบประชาธิปไตยหลังจากที่มี การปฏิวัติรัฐประหารอยู่ในอำนาจของ คสช. มาหลายปี บัดนี้เรากำลังเข้าสู่ หมวดการเลือกตั้ง และคงไม่นานก็คือจะมีการเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่ง แต่กระบวนการยุติธรรม ทั้งหลายทั้งปวงก็มีรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้บัญญัติในเรื่องของการปฏิรูปกฎหมาย เราพรรคประชาชาติจึงแลเห็นความจำเป็นโดยเฉพาะในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบกับพระธรรมนูญศาลทหารที่มีอยู่ เพราะว่าเดิมทีโดยหลักการ และเหตุผลก็คือว่า พระธรรมนูญศาลทหารที่ได้บัญญัติของปี พ.ศ. ๒๔๙๘ นี้ ได้กำหนดให้คดี ที่บุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารเป็นผู้กระทำความผิดอยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของ ศาลทหาร โดยไม่คำนึงว่าผู้เสียหายจะเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารหรือไม่ ทำให้ผู้เสียหายจากการกระทำความผิด ซึ่งเป็นบุคคลที่มิได้อยู่ในอำนาจศาลทหาร ต้องเสียสิทธิในกระบวนการยุติธรรมที่จะเป็นโจทก์ฟ้องคดีด้วยตนเอง จึงสมควรกำหนด ให้คดีที่บุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารเป็นผู้กระทำความผิดกับผู้เสียหายที่เป็นบุคคลที่ไม่ได้ อยู่อำนาจศาลทหาร เป็นคดีที่ไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาของศาลทหาร แต่อยู่ในอำนาจของ ศาลพลเรือน จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้น มีทั้งหมด ๔ มาตรา ผมขออนุญาต ลงรายละเอียดในมาตราที่สำคัญที่พรรคประชาชาติเราได้ยื่นขอแก้ไข ก็คือในส่วนของ มาตรา ๑๔ ของพระธรรมนูญศาลทหาร ๒๔๙๘ คือว่ามาตรา ๑๔ เดิมนี้ ได้บัญญัติคดีที่ไม่อยู่ ในอำนาจศาลทหารมีทั้งหมด ๔ วงเล็บ พรรคประชาชาติเราได้ยื่นขอแก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา ๑๔ ก็คือแก้ไขเพิ่มเติมเป็นมาตรา ๑๔ (๑/๑) สาระสำคัญก็คือว่า กำหนดให้คดีที่บุคคลที่อยู่ ในอำนาจศาลทหารเป็นผู้กระทำความผิดกับผู้เสียหายที่เป็นบุคคลที่มิได้อยู่ในอำนาจ ศาลทหาร เป็นคดีที่ไม่อยู่ในเขตอำนาจศาลทหาร มาตรา ๔ เราขอแก้ไขเพิ่มเป็นมาตรา ๖๗ เพราะว่าเดิมพระธรรมนูญศาลทหาร ๒๔๙๘ มีทั้งหมด ๖๖ มาตรา เมื่อแก้ไขมาตรา ๑๔ (๑/๑) แล้ว ก็เลยขอเพิ่มเติมอีกมาตราหนึ่งเพื่อให้สอดคล้องกันเป็นมาตรา ๖๗ มีสาระสำคัญ ก็คือกำหนดให้บรรดาคดีที่บุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารเป็นผู้กระทำความผิดกับผู้เสียหาย เป็นบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในอำนาจศาลทหารซึ่งได้ยื่นฟ้องต่อศาลทหารไว้แล้วก่อนการแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัตินี้ หากการพิจารณาคดียังไม่แล้วเสร็จให้โอนคดีนั้นไปยังศาลพลเรือนที่มีเขตอำนาจ เพื่อพิจารณาพิพากษาต่อไป แต่หากศาลทหารได้พิจารณาเสร็จแล้วและอยู่ระหว่างนัดฟัง คำพิพากษาหรืออยู่ระหว่างอุทธรณ์หรือฎีกาก็ให้ศาลทหารมีอำนาจพิจารณาพิพากษาต่อไป จนกว่าคดีจะถึงที่สุด ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปรายเพิ่มเติมประกอบพระราชบัญญัติ ที่ทางพรรคประชาชาติได้ยื่นเสนอทั้งหมด ๒ มาตราดังนี้ครับ ท่านประธานครับ อย่างที่ผมได้กล่าว ตั้งแต่ต้นถึงเหตุผล หลักการและความจำเป็น ก่อนหน้านี้เวลาทหารกระทำความผิด กับพลเรือน พูดง่าย ๆ ก็คือกับพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะอยู่ส่วนไหนของประเทศนี้ต้องไป ขึ้นศาลทหาร ผู้กระทำความผิดนั้นเป็นทหารต้องไปขึ้นศาลทหารหากกระทำความผิด กับพลเรือน แต่ที่เราขอแก้หากคนกระทำความผิดเป็นทหารกระทำความผิดกับพี่น้อง พลเรือนหรือพี่น้องประชาชนให้ขึ้นศาลพลเรือนคือศาลปกติเหมือนบุคคลทั่วไป ท่านประธานครับ ประเด็นนี้เรามองเห็นถึงความเหลื่อมล้ำในกระบวนการยุติธรรม ข้าราชการอื่นไม่ว่าจะเป็นตำรวจ อัยการหรือข้าราชการอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ทหาร เวลากระทำ ความผิดกฎหมายอาญาลักษณะใดลักษณะหนึ่งก็แล้วแต่ ต้องไปขึ้นศาลพลเรือนหมดเลยครับ แต่ทุกวันนี้บ้านเมืองเราเวลาทหารกระทำผิดเหมือนได้รับอภิสิทธิ์ไม่เหมือนข้าราชการอื่น ๆ อย่างที่ผมเกริ่นตั้งแต่ต้นว่า ตอนนี้มันไม่ใช่ภาวะสงครามแล้ว ถ้าทหารด้วยกันกระทำ ความผิดก็ว่ากันไปเราไม่ว่ากัน แต่หากทหารกระทำความผิดกับพลเรือนสมควรที่จะต้องไม่มี ความเหลื่อมล้ำในเรื่องของกระบวนการยุติธรรม ก็เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๘ ที่รัฐจะต้องจัดระบบการบริหารในกระบวนการยุติธรรมทุกด้านให้มีประสิทธิภาพและต้องให้ ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยสะดวก รวดเร็ว เหตุผลที่ผมยกรัฐธรรมนูญ มาตรา ๖๘ นี้ ทุกวันนี้ในทางปฏิบัติเวลาพี่น้องประชาชนถูกทหารยิงปรากฏว่าแทนที่ทหาร จะต้องไปขึ้นศาลพลเรือนเหมือนคนทั่วไป คดีจะต้องโอนไปยังศาลทหาร อัยการทหาร แล้วอย่างไรครับ ที่ว่าไม่เหมือนกระบวนการยุติธรรมปกติ ปกติแล้วตามกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญา ผู้เสียหายสามารถฟ้องคดีได้ด้วยตนเอง ผู้เสียหายสามารถขอเข้าเป็นโจทก์ ร่วมกับพนักงานอัยการ แต่เมื่อใดที่ผู้เสียหายเป็นพลเรือน ผู้กระทำความผิดเป็นทหาร เวลาไปขึ้นศาลทหารท่านประธานทราบไหมว่า ตามพระธรรมนูญศาลทหารไม่สามารถ ที่จะขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมได้ และไม่สามารถที่จะไปแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีได้ด้วยตนเอง ต้องผ่านอัยการทหาร สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมเรียนท่านประธานฝากไปยังเพื่อนสมาชิกว่า คนที่ได้รับผลกระทบจริง ๆ ความรู้สึกเขาเกิดความรู้สึกว่า ทำไมกระบวนการยุติธรรม ในลักษณะเช่นนี้ผู้กระทำความผิดที่เป็นทหารถึงไม่เหมือนคนอื่นทั่วไป เขามีอภิสิทธิ์อะไร ทำไมกฎหมายไม่ดำเนินการแก้ไขให้มีความเหลื่อมล้ำน้อยลงหรือให้มีความเท่าเทียมกัน เหมือนข้าราชการอื่น ๆ ตำรวจกระทำความผิดไม่มีศาลตำรวจหรอกครับ อัยการกระทำ ความผิดก็ต้องขึ้นศาลพลเรือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบวนการพิจารณาคดีในศาลทหาร ท่านประธานครับ ใช้เวลานานมาก ผมขออนุญาตยกตัวอย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง ในจังหวัดนราธิวาส ท่านประธานอาจจะเคยได้ยินชื่อหรืออาจจะรู้จักท่านอดีต ส.ว. ฟัครุดดีน บอตอ ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนดารุสสาลามตั้งอยู่ที่อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อปี ๒๕๔๙ ท่านดำรงตำแหน่งเป็นวุฒิสมาชิกของจังหวัดนราธิวาส โดยระบบการเลือกตั้ง ไม่ใช่แต่งตั้งเหมือนสมัยนี้ ท่านเป็นปากเป็นเสียงให้กับพี่น้องในพื้นที่ ในขณะนั้น เกิดเหตุการณ์ไม่สงบในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตั้งแต่ ๔ มกราคม ๒๕๔๗ ท่านฟัครุดดีน ในฐานะ ส.ว. เป็นปากเป็นเสียงสะท้อนปัญหาความไม่เป็นธรรมให้กับพี่น้อง ในพื้นที่ในสภาแห่งนี้ ปรากฏว่าวันดีคืนดีท่านประธานครับ พ.ศ. ๒๕๔๙ ผมจำวันเดือน ไม่ชัดเจน แต่ว่าโดยประมาณ ๒๕๔๙ ท่านออกไปทานน้ำชาดื่มน้ำชาที่ตลาดตันหยงมัส อำเภอระแงะ ปรากฏว่าในขณะขับมอเตอร์ไซค์ ถูกลอบยิงบาดเจ็บสาหัส เมื่อปี ๒๕๔๙ ท้ายที่สุดมีการจับผู้กระทำความผิด ผู้ต้องหาในขณะนั้นจำนวน ๑ คน คน ๆ นั้นก็คือ เป็นพลทหารมีมูลเหตุจูงใจใดก็แล้วแต่ แต่ท่านฟัครุดดีนไม่เคยมีศัตรูอย่างอื่น นอกจาก ท่านใช้ปากของท่าน ใช้เสียงของท่าน สะท้อนปัญหาของพี่น้องในสภา ท่านเชื่อไหมครับ ท่านประธานครับ พระธรรมนูญศาลทหารของ ๒๔๙๘ นายทหารที่ถูกจับในฐานะตก เป็นผู้ต้องสงสัยต้องถูกดำเนินคดีไปยังศาลทหาร ซึ่งใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ กฎอัยการศึกจนถึงทุกวันนี้ ในขณะนั้นก็มีประกาศใช้กฎอัยการศึก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน พลทหารคนนั้นก็ถูกดำเนินคดีที่ศาลทหารที่ตั้งอยู่ที่ค่ายอิงคยุทธ จังหวัดปัตตานี ปรากฏว่า คดีนั้น ท่านฟัครุดดีน ในฐานะผู้เสียหาย ซึ่งถือว่าเป็นพลเรือน จะขอเข้าเป็นโจทก์ร่วมไม่ได้ เพราะอะไร เพราะธรรมนูญศาลทหารนี่อย่างไรละครับ เสียสิทธิในการที่จะตั้งทนายความว่า ความเป็นโจทก์ร่วมกับอัยการทหารไม่สามารถทำได้ ทั้ง ๆ ที่เขาคือผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ สาหัส ทุกวันนี้ยังต้องขึ้นรถเข็น ไม่สามารถเดินได้ปกติ โชคดีที่ไม่เสียชีวิต แต่ใช้ชีวิต ไม่เหมือนเช่นปกติ ผ่านมาแล้ว ๑๕ ปี ท่านประธานครับ ๑๕ ปี ท่านประธานฟังคดี มันน่าจะจบไปแล้ว แต่ท่านเชื่อไหมครับ ขึ้นศาลทหาร กระบวนการพิจารณา ด้วยความเคารพครับ ผมกำลังสะท้อนปัญหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริงในศาลทหารทุกวันนี้ คดีของท่านฟัครุดดีน บอตอ ปรากฏว่าพิจารณาคดีในศาลทหารชั้นต้นที่ค่ายอิงคยุทธบริหาร ๗-๘ ปีครับโดยประมาณ ผมจำไม่แน่ชัด ถ้าศาลพลเรือนกี่ปีครับ เดี๋ยวนี้การพิจารณาคดี รวดเร็ว พิจารณาคดีต่อเนื่อง อย่างช้าปีหนึ่งไปศาลชั้นต้น คดีที่มีการจับพี่น้องประชาชน ตั้งข้อหาเกี่ยวกับความมั่นคงในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้พิจารณาคดีไม่เกิน ๑ ปี ศาลอุทธรณ์พิจารณาไม่เกิน ๗-๘ เดือน แต่ปรากฏว่าของท่านฟัครุดดีน บอตอ พิจารณา ในศาลทหารใช้เวลานานมาก สุดท้ายศาลยกฟ้องครับ ผมก็ด้วยความเคารพคำพิพากษา ของศาล แต่ผมกำลังสะท้อนถึงกระบวนการ ที่เหตุผลถึงความจำเป็นทำไมต้องแก้ไข มันเกิดขึ้นข้อเท็จจริงอย่างที่ผมได้ยกตัวอย่าง หลังจากที่ศาลทหารปัตตานีได้ยกฟ้อง คดีที่ท่านฟัครุดดีน ถูกยิง คดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์ของศาลทหาร ท่านประธานทราบไหมครับ ปีนี้ พ.ศ. ๒๕๖๕ เมื่อเดือนที่แล้ว ผม แล้วก็ท่าน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง เลขาธิการ พรรค ส.ส. ของพรรคหลายท่านได้ไปเยี่ยมท่านฟัครุดดีน เขายังร้องขอความเป็นธรรม สิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาเกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้อยู่ เพราะว่าคดียังอยู่ศาลอุทธรณ์ยังไม่ลงมาเลยว่าตัดสินอย่างไร ผลของคดีก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่กระบวนการที่เขาทวงถามทำไมคดีของเขาเวลาขึ้นศาลทหารใช้เวลานานมาก มันเป็นไป ได้อย่างไรในยุคนี้ครับ รัฐธรรมนูญเรากำหนดให้ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ปฏิรูป ในหลาย ๆ เรื่องของกระบวนการยุติธรรม แต่ทำไมเราไม่กล้าไปแตะในเรื่องที่เราเห็นชัดว่า สมควรปฏิรูป อย่างเช่น พระธรรมนูญศาลทหาร มีอีกหลายกรณีครับท่านประธาน ในพื้นที่ จังหวัด ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เวลาพลเรือนประชาชนถูกเจ้าหน้าที่ทำร้าย ลอบยิง เขาถามตลอดครับว่า ถ้าทหารทำผิดต้องขึ้นศาลทหารอีกใช่ไหม ถามผมในฐานะที่เป็น ทนายความมาก่อน ผมก็บอกว่าใช่ เพราะกฎหมายยังเป็นอยู่อย่างนี้ ความรู้สึกของเขา เขาบอกว่าขึ้นศาลพลเรือนไม่ได้หรือแบร์ คำว่า แบร์ก็คือพี่ ผมบอกว่า วันนี้กฎหมาย ยังเป็นอยู่อย่างนี้ มันก็มีคำถามเยอะมาก คำถามที่ ๒ คำถามที่ ๓ ทำไมเป็นแบบนี้ ทำไมเวลาคนอื่นเวลาชาวบ้านถูกดำเนินคดี ทำไมต้องขึ้นศาลพลเรือน มันคำถาม ของชาวบ้านที่มีความรู้สึกเกิดความไม่เป็นธรรมในความรู้สึก มีหลายกรณีครับ พื้นที่บ้านผม มีจำนวนคดีที่ทหารกระทำความผิดแล้วไปขึ้นศาลทหาร มันเกิดข้อคลางแคลงใจ เกิดความรู้สึกเหลื่อมล้ำในกระบวนการยุติธรรม สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือสิ่งที่พรรคประชาชาติ เรามองเห็น พรรคประชาชาติผมเองไม่ได้มีอคติกับทหาร ด้วยความเคารพผมเข้าใจการปฏิบัติ หน้าที่ของทหาร แต่การปฏิบัติหน้าที่หรือกระบวนการยุติธรรมทั้งหลายทั้งปวงที่มีอยู่และ มันก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรมในความรู้สึก มันเป็นความรู้สึกที่เกิดความเหลื่อมล้ำและ ไม่เท่าทันกับรัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐ สมควรที่จะต้องพิจารณาแก้ไขโดยสภาแห่งนี้ ไม่อยากให้ คนในเครื่องแบบตัดสินคนในเครื่องแบบ ผมไม่อยากให้เขาได้ยินคำ ผมอยากทำลาย คำ ๆ หนึ่งที่เขาบอกว่าทหารไม่ต้องรับผิดในหมู่ทหาร หมดไปจากแผ่นดินนี้ สิ่งที่จะช่วยได้ ก็คือช่วยกันสนับสนุนแก้ไขพระธรรมนูญศาลทหารที่พรรคประชาชาติเราได้ยื่นต่อสภาแห่งนี้ การยื่นกฎหมายฉบับนี้ด้วยความเคารพท่านประธาน เพื่อนสมาชิกครับ เรายื่นตั้งแต่ ปี ๒๕๖๒ ไม่ได้ยื่นเพื่อต้องการหาเสียง เพราะเรายื่นตั้งนานแล้วครับ เพียงแต่ว่าสภาแห่งนี้ เพิ่งบรรจุเข้ามาในวาระของวันนี้ ด้วยความตั้งหน้าตั้งตารอที่จะสะท้อนให้เห็นปัญหา ที่เกิดขึ้นจริงใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท้ายนี้ขอวิงวอนเพื่อนสมาชิกขอให้ท่าน ได้ช่วยกรุณาเถอะครับ เมื่อท่านได้ยกมือสนับสนุนกฎหมายฉบับนี้นั่นหมายความถึงว่า ท่านได้ช่วยขจัดความเหลื่อมล้ำ ความไม่เป็นธรรมที่อยู่ในจิตใจของพี่น้อง ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ที่ถูกปกครองบนกฎหมายพิเศษ ทั้งกฎอัยการศึก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ออกไปจากหัวใจเขา ช่วยเขาเถอะครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ท่านผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก็ได้นำเสนอหลักการ และเหตุผลเป็นที่เรียบร้อยนะครับ ต่อไปก็จะเป็นท่านสมาชิกที่มีความประสงค์จะขอร่วม อภิปราย ขณะนี้ยื่นรายชื่อมาแล้ว ๔ ท่านครับ ท่านแรกคือ พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ท่านที่ ๒ ท่านคารม พลพรกลาง ท่านที่ ๓ ท่านรังสิมันต์ โรม ท่านที่ ๔ ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม เชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ขอมีส่วนร่วมในการเสนอระเบียบวาระนี้ของทางประชาชาติโดยท่านวันมูหะมัดนอร์กับคณะ ในการร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... สิ่งที่ผมขออภิปราย ในชั้นรับหลักการมีดังนี้ครับท่านประธาน ในหลักการที่ผมจะอภิปรายมีอยู่ ๕ ประเด็น ด้วยกัน ในสาระสำคัญคือ สิ่งสำคัญคือที่ในร่างกฎหมายนี้จะแก้ด้วย ๔ มาตรา ในมาตรา ๓ แก้ไขมาตรา ๑๔ เพิ่มเติม ๑/๑ และมาตรา ๔ เพิ่มเติมมาตรา ๖๗ ซึ่งเขียนมาใหม่ ดีครับ ผมให้การสนับสนุนในหลักการครับ แต่เหตุผลที่ผมจะต้องอภิปราย สิ่งที่สำคัญคือ ความล่าช้าคืออยุติธรรมครับ ศาลทหารหรือธรรมนูญศาลทหารนี้ก่อให้เกิดความล่าช้า ของความยุติธรรมมามากมายแล้ว จากอดีตครับท่านประธานครับ ปลดความยุติธรรม ในอดีตได้แล้ว เหตุผลที่ ๑ เหตุผลที่ ๒ คือคนไทยมิควรขึ้นศาลทหารโดยเด็ดขาด โดยเฉพาะ คนไทย ไม่ว่าจะเกิดการยึดอำนาจ ไม่ว่าจะเกิดการปฏิวัติ ไม่ว่าจะเกิดด้วยประเด็นใด ๆ สิทธิขั้นพื้นฐานของปวงชนชาวไทยจะต้องขึ้นศาลพลเรือนเท่านั้น และจะด้วยเหตุผลใด ๆ ก็ตาม ถ้าทหารร่วมกระทำผิดกับพลเรือนแล้ว สำคัญคือต้องขึ้นศาลพลเรือน อันนี้ชัดเจนอยู่แล้ว จะไปขึ้นศาลอื่นไม่ได้ ประเด็นที่ ๔ คดีที่ฟ้องยังค้างอยู่ในศาลทหารเดิมในอดีต ตั้งแต่ปีที่เรา พบข้อมูลชัดเจนแน่นอนครับว่า ในปี ๒๕๖๒ ซึ่งมีคำสั่ง คสช. ๙/๒๕๖๒ ที่ยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๓๗/๒๕๕๗ ๓๘/๒๕๕๗ ๕๐/๒๕๕๗ เรื่อง การใช้อำนาจของศาลทหารให้ พลเรือนขึ้น ถูกยกเลิกไป ๒๘๑ คดีที่ล่าช้า อันนี้ก็คือตัวชี้วัดครับ ผลสัมฤทธิ์ที่ชัดเจนครับ ท่านประธานที่บ่งบอกเลยว่าประเด็นที่ ๕ ของผมคือความชัดเจน ทำไมศาลทหารจึงทำให้ เกิดความอยุติธรรม คือความล่าช้าครับท่านประธาน ด้วยเหตุดังนี้ครับ ศาลทหาร ไม่มีอุทธรณ์ ฎีกา นี่คือการตัดสิทธิเสรีภาพของปวงชนชาวไทย อันที่ ๒ ครับท่าน การสืบพยานก็ไม่ใช่วิธีการติดตามเหมือนศาลพลเรือนอย่างต่อเนื่อง อันที่ ๓ คือตุลาการ ศาลทหาร ขาดองค์ความรู้ที่เป็นความรอบรู้ของกฎหมายในศาลยุติธรรมอย่างชัดเจน จึงทำให้กระบวนการและยึดโยงจากอำนาจที่ใช้อำนาจรัฏฐาธิปัตย์ โดยอ้างว่าเป็นอำนาจ โดยชอบด้วยกฎหมายจากการยึดอำนาจ นั่นคือสิ่งที่ทำให้ประเทศไทยแห่งนี้ตกอยู่ในห้วง ของเวลาที่อับจน ห้วงเวลาที่มีแต่ความอยุติธรรม ห้วงเวลาที่ประชาชนคนไทยที่ออกมา ใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญตามสิทธิพื้นฐานที่สหประชาชาติได้ให้ไว้แก่คนทั้งโลก เป็นพื้นฐานก็ยึดเอาไป แล้วใช้อำนาจดังกล่าวนี้ตลอดมา นี่คือเหตุผลที่ผมเห็นว่าเป็นเหตุผลที่ จะสนับสนุนคณะผู้เสนอกฎหมายดังกล่าวนี้ได้เสนอทั้ง ๔ มาตรานี้ และเห็นชอบ เป็นอย่างยิ่งว่าจะต้องผ่านสภาแห่งนี้ด้วยความชอบธรรม เราจะไม่มีการใช้ธรรมนูญ ศาลทหารที่มากดทับพลเรือนอีกต่อไปแล้ว เพราะสิทธิเสรีภาพที่ตราไว้ จะเป็นรัฐธรรมนูญ ฉบับใดก็ตามมันเป็นสิทธิและเสรีภาพขั้นพื้นฐานที่ปวงชนชาวไทยควรจะได้รับสิทธินั้น องค์อำนาจที่อ้างว่าเป็นรัฏฐาธิปัตย์ทุก ๆ สถาบันก็ตาม มิควรก้าวก่ายสิทธิขั้นพื้นฐาน ของพลเรือน ควรยึดโยงให้ศาลพลเรือนเป็นผู้วินิจฉัย นี่คือบทบาทสำคัญของศาลยุติธรรมในสากลที่เขาใช้กัน และเป็นการพิสูจน์ความผิด อย่างยุติธรรม คดีที่เกิดขึ้นมาแล้วทั้งหมดนี้ที่ยังค้างอยู่ในศาลทหารทั้งหมดควรจะถูกยกเลิก โดยพระราชบัญญัตินี้ เรียกคนไทยที่ต้องหาคดีบนศาลทหารกลับมาสู่กระบวนการยุติธรรม เปิดกฎหมายฉบับนี้ให้คนที่หลบหนีไปยังต่างประเทศกลับเข้ามาครับ เพื่อพิสูจน์ความผิด ใน ๓ ศาล เพื่อให้คนไทยได้กลับมาเหยียบแผ่นดินได้อย่างยุติธรรม มิใช่ใช้กฎหมาย ศาลทหารเป็นกฎหมายที่สร้างความอยุติธรรม ซึ่งผมอภิปรายไปแล้วว่ามันเกิดจาก ความล่าช้า สรุป ขาดความรู้ และการสืบพยานนั้นก็ไม่ต่อเนื่อง จึงจำเป็นอย่างยิ่งครับ ที่จะต้องตรากฎหมายนี้เพื่อให้บรรลุผล เกิดผลสัมฤทธิ์ และเป็นการยืนยันว่าประชาชน คนไทยย่อมมีสิทธิและเสรีภาพโดยชอบที่กฎหมายกำหนดไว้ เพื่อจะใช้อำนาจ ตามรัฐธรรมนูญภายใต้ระบบการปกครองแบบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ ทรงเป็นประมุข ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านคารม พลพรกลาง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัด ร้อยเอ็ด ต่อร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เสนอโดย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในขณะนั้น กับคณะ ต้องเรียนว่า มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่พอจะมีความรู้ทางกฎหมายที่จะลุกขึ้นพูดจาอภิปรายในสภา เพื่อสนับสนุนญัตตินี้ ร่างกฎหมายนี้ ผมมีเหตุผลครับ ยอมรับว่าประเทศเราขาดทหารไม่ได้ แต่เราก็ต้องยอมรับเหมือนกันว่า ทหารก็มีความสงสัยในบางมุมบางมิติ สิ่งที่จะทำให้สถาบัน ทหารแข็งแรง แล้วทหารไม่ถูกมองด้วยสายตาที่มีความสงสัย ก็คือกฎหมายฉบับนี้ครับ ต้องเรียนท่านประธานว่าผมเคยว่าความในศาลทหารที่กรุงเทพฯ ในครั้งที่เป็นทนายความ มีข้อจำกัดเยอะครับไม่เหมือนศาลยุติธรรม ไม่เหมือนว่าความต่อหน้าผู้พิพากษาหรือตุลาการ ถามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเรามีความรู้สึกนั้นผิดแปลกไหม ก็ไม่ผิดแปลกครับ เพราะฉะนั้น กฎหมายฉบับนี้จึงเป็นการแก้ที่เป็นการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาจากสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นตัวแทนปวงชนชาวไทย เวลาผมฟังข่าวว่าทหารกระทำผิด ทหารทำร้ายภรรยา เวลาตัดสินมาแล้ว คดีทำร้ายถึงสาหัสรอลงอาญา เมื่อไม่นานนี้ผมดูข่าวแล้วก็เห็นผู้หญิง คนหนึ่งซึ่งเป็นภรรยาทหาร ไปฟังคำพิพากษาแล้วเขาพูดไม่ออกครับ จริง ๆ ญัตตินี้ ร่างกฎหมายนี้ผมไม่ได้เกี่ยวกับว่าจำเพาะภาคใต้ครับ ผมพูดถึงหลักการส่วนใหญ่ว่า ประเทศเราถ้าจะให้ก้าวหน้าทางการยุติธรรมต้องมีการปรับปรุง ต้องให้ทหารที่กระทำผิด ถ้าไม่ได้อยู่ในภาวะศึกสงครามต้องขึ้นศาลพลเรือนครับ เพราะเหตุว่าแม้ว่าจริง ๆ แล้ว ตุลาการธรรมนูญในศาลทหารจะทำการในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ก็ตาม แต่ต้องยอมรับครับ มีคำพูดครับเวลาคนกระทำผิดหนีเข้าค่ายทหาร อยู่ในร่มเงาของทหาร เขาก็สงสัย ยิ่งพิจารณาไปแล้ว เคยไปว่าความมันไม่มีการดำเนินคดีที่สบายใจ เอาเป็นว่า พูดกลาง ๆ ไม่สบายใจเหมือนในศาลยุติธรรม ประเด็นที่แก้ไขคือ ให้บุคคลที่เป็นผู้เสียหาย และผู้ต้องหาหรือจำเลยอยู่ในศาลทหารต้องให้ขึ้นศาลพลเรือน อันนี้ถูกต้องครับ เพราะเหตุว่า ผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา คือบุคคลที่ได้รับความเสียหาย จากการกระทำความผิดฐานใดฐานหนึ่ง วิ.อาญาซึ่งเป็นแม่บทของการพิจารณาคดีทั้งหลาย เขายังให้เป็นโจทก์ร่วมได้เลยครับ โจทก์ร่วมคือผู้เสียหายขอเป็นโจทก์คู่กับอัยการที่เป็น โจทก์หลักในคดีนั้น ๆ เพราะเหตุไฉนล่ะครับในศาลทหารจึงไม่ให้เขาเป็นโจทก์ร่วม เขาจะได้เรียกร้องทางแพ่ง ค่าเสียหายต่าง ๆ ไม่มีอะไรที่จะทำให้ทหารเสียหายเลย ถ้าให้กลับมาอยู่ในศาลพลเรือน หลายครั้งและบ่อยครั้ง คือถ้าเป็นคดีความมั่นคงผมยกเว้นได้ครับ แต่ว่าโดยหลักแล้ว ถ้าเราเอาทุกอย่างออกมาให้มันเป็นความปกติตรวจสอบกันได้ในศาลยุติธรรม ทหารจะมีสง่า เหมือนทหารออกมาเล่นการเมืองในระบอบประชาธิปไตย สง่าครับ ใครก็ยอมรับ พลเอกออกมาลงสมัคร ส.ส. แล้วมาเป็นนายกรัฐมนตรีสง่างามมาก นี่ประเด็นแรก🔗
ประเด็นที่ ๒ คดีที่พิจารณาอยู่ในศาล แล้วก็อยู่ในเงื่อนไขในมาตรา ๖๗ ถ้าจำไม่ผิด ในมาตรา ๖๗ ก็ควรที่จะโอนมายังศาลพลเรือน เพื่อให้ศาลพลเรือนดำเนินคดี ต่อไปจนสุดทาง ต้องเรียนว่าประเทศไทยก็ต้องยอมรับว่ามันมีสิ่งที่ผมไม่แน่ใจว่า จะเหมือนประเทศอื่นหรือไม่ จังหวัดร้อยเอ็ดก็เป็นจังหวัดทหารบก จังหวัดเพชรบุรี ก็เป็นจังหวัดทหารบก รองผู้ว่าก็มีรองผู้ว่าทหาร ถามว่าเรารังเกียจทหารไหม ไม่เคยรังเกียจครับ ประเทศเป็นบ้าน ทหารเป็นรั้ว แต่หลักปฏิบัติในการที่จะเอาคนทุกคน เวลาถูกกล่าวหา ถูกกล่าวหาไม่ได้บอกว่าผิด เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หลักการที่ถูกต้องคือทำในองค์กร ที่เป็นกลางอย่างศาลยุติธรรม ทหารก็ไม่ต้องระแวงไม่ต้องสงสัย ผู้เสียหายเขาก็สบายใจ เพราะฉะนั้นพระธรรมนูญศาลทหารที่เกิดมาตั้งแต่ปี ๒๔๙๘ ถ้าจำไม่ผิดนานมาก ๒๔๙๘ นานจนกฎหมายนี้ยังใช้อยู่ แล้วส่วนใหญ่หลักใหญ่ก็ยังอยู่ ศาลทหารมี ๓ ชั้นครับ ท่านประธาน มีศาลชั้นต้น ศาลทหารกลาง ศาลสูงสุด แต่จริง ๆ แล้วเวลาไปพิจารณาคดี คนที่เป็นตุลาการศาลทหารก็มียศระดับนายพัน สูงสุดพันเอกครับ แล้วพันเอกนี้ก็คือ ขึ้นตรงต่อใครท่านประธานทราบไหมครับ ขึ้นตรงต่อ ผบ.ทบ. ผบ.ทบ. เป็นใคร ก็เป็นคนที่ แต่งตั้งในนามพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ แต่งตั้งตุลาการธรรมนูญในศาลทหาร เหตุนี้เองจึงต้องกราบเรียนไปยังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมไม่มีฝ่ายครับ ผมมีแต่ ความถูกต้องและธำรงไว้ซึ่งหลักการที่มันจะทำให้ประเทศเราไปสู่จุดที่มันเหมาะสม เคารพแล้วก็อยู่กันได้บนเหตุบนผล ผมจึงเห็นว่ากฎหมายนี้เป็นกฎหมายที่สำคัญและจะทำให้ ประเทศเราเข้าใจทหาร ทหารก็ต้องออกมาสู่ที่แจ้ง เมื่อมาสู่ที่แจ้งแล้วก็ตรวจสอบได้ คนจะเคารพ คนจะนับถือ สิ่งเหล่านี้จึงเห็นว่าในชั้นรับหลักการเป็นกฎหมายที่ดีและ เป็นความก้าวหน้าของกฎหมายที่ประเทศไทยจะให้คนยอมรับ เราก็ต้องปรับปรุง เราก็ต้อง ยึดหลักการความถูกต้อง มีเหตุมีผลเขาถึงจะยอมรับ ไม่ใช่สั่งให้เขายอมรับทั้งที่เรา ก็ยังไม่เป็นสากลในเรื่องกฎหมาย จึงขอใช้สิทธิในฐานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมเป็นห่วงคนที่ไม่ใช่ทหารแล้วเขาถูกรอนสิทธิ จึงกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า หลักการเบื้องต้นผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านรังสิมันต์ครับ🔗
เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อจากพรรคก้าวไกล วันนี้ขออภิปรายสนับสนุน หลักการร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหารที่เสนอโดยท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา และคณะ ซึ่งเป็นการแก้ไขบางมาตราของพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหารที่ใช้บังคับอยู่ จนถึงปัจจุบัน ท่านประธานครับ เพื่อเข้าใจถึงความสำคัญของร่างฉบับนี้ก็ต้องเรียน กับท่านประธานว่าร่างฉบับนี้มันมีความสำคัญในแง่ที่ว่าปัญหาของธรรมนูญศาลทหาร ที่ใช้บังคับอยู่ในปัจจุบัน คือการทำให้ศาลทหารเป็นกลไกหนึ่งที่ถูกใช้เพื่อปกป้องทหาร ท่านประธานครับ มาตรา ๔๙ เขียนเอาไว้อย่างชัดเจนว่าถ้าทหารเป็นผู้เสียหาย โจทก์ซึ่งเป็น ประชาชน เป็นพลเรือนหากจะฟ้องต้องมอบให้อัยการทหารเป็นคนดำเนินการ คำถามก็คือว่า เราสามารถจะเชื่อองค์กรของทหารในการสร้างความบริสุทธิ์ยุติธรรมต่อพี่น้องประชาชนได้ จริง ๆ หรือ ท่านประธานครับ ที่ผ่านมาทั้งตัวประสบการณ์ของผมเอง และจากนักวิชาการที่มีการทำ รายงานออกมาอย่างกว้างขวาง ปัญหาของศาลทหารมีหลากหลายกรณี เริ่มจากภาพใหญ่ ที่สุด สิ่งที่เรารับรู้เกี่ยวกับทหารมาโดยตลอด ก็คือว่าไม่ฆ่าน้อง ไม่ฟ้องนาย ไม่ขายเพื่อน นี่คือมอตโต (Motto) ของกองทัพที่มีการใช้และพูดกันอย่างกว้างขวาง คำถามก็คือในวันที่ พลเรือนต้องเอาผิดทหารที่กระทำการอย่างไม่ยุติธรรม หรืออาจจะทำให้เกิดความเสียหาย หรือเสียชีวิตต่อพลเรือนนี่เขาจะไว้วางใจให้ศาลทหารสร้างความบริสุทธิ์ยุติธรรมให้กับ ตัวเขาเองได้อย่างไร🔗
ประการที่ ๒ ท่านประธานทราบไหมครับว่า ตุลาการศาลทหารไม่มี ความจำเป็นที่จะต้องเรียนจบด้านกฎหมายมาก่อน คำถามก็คือว่าในกระบวนการที่เรา เรียกว่า ศาล แล้วคนที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ไม่ต้องเรียนจบกฎหมาย เราจะมั่นใจได้อย่างไร ครับว่าการพิจารณาคดีจะเป็นไปอย่างมาตรฐานที่ศาลต่าง ๆ พึงจะมี ในเมื่อคนที่อยู่ บนบัลลังก์นั้นอาจจะไม่ได้มีความรู้ในด้านกฎหมายอย่างที่ควรจะเป็น🔗
ประการที่ ๓ อัยการศาลทหาร ไม่มีความจำเป็นต้องจบเนติบัณฑิต ฟังถึงตรงนี้ท่านประธานเริ่มรู้สึกไหมครับว่าศาลทหารอาจจะไม่ได้เป็นศาลที่มีมาตรฐาน ที่เท่ากับศาลพลเรือน นี่ยังไม่นับว่าตัวผมเองมีประสบการณ์ในการใช้บริการศาลทหารอยู่ หลายครั้ง ผมก็พบว่าศาลทหารเป็นศาลที่ไม่มีความพร้อมในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นการนัด ที่กระชั้น หรือบางครั้งไปถึงศาลห้องพิจารณาคดีไม่ว่าง หรือบางครั้งที่จะต้องใช้พยาน ซึ่งเป็นทหารชั้นผู้ใหญ่ สุดท้ายทหารชั้นผู้ใหญ่เหล่านี้ก็ไม่เคารพศาลทหารเอง หลายครั้ง เลื่อนกันไปเรื่อย ๆ ทำให้คดีมีความล่าช้าและส่งผลต่อความยุติธรรมที่พลเรือนคนนั้น ควรจะได้รับ นี่ยังไม่นับว่าในความเป็นจริง การสืบพยานในศาลทหารก็ไม่ได้มีการสืบต่อเนื่อง ส่งผลกระทบทำให้ประชาชนต้องรอคอยความยุติธรรมต่อไปเรื่อย ๆ แล้วคำถาม ก็คือว่า กระบวนการศาลทหารมันจะเป็นกระบวนการที่ได้รับความเคารพและเชื่อมั่นได้อย่างไร นี่ผมยังไม่ได้พูดถึงหลักการที่ควรจะเป็น แต่ผมกำลังพูดถึงมาตรฐานความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ในศาลทหารปัจจุบัน ดังนั้นครับท่านประธาน พิจารณาถึงตรงนี้ ถ้าเรายังคงให้พลเรือน ที่ได้รับความเสียหายจากทหาร แล้วต้องมอบให้อัยการทหารเป็นคนดำเนินการ ผมส่วนตัวแล้ว ไม่เชื่อมั่นในกระบวนการแบบนี้เลย ผมกลับคิดว่ากระบวนการแบบนี้ควรที่จะเกิดขึ้น ในศาลพลเรือนมากกว่า ซึ่งถ้าเราไปพิจารณาท่านประธาน มีหลายกรณีที่ยังรอคอย ความยุติธรรมอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเคส (Case) ของ ชัยภูมิ ป่าแส เอาละ เราอาจจะเห็นกันไป แล้วว่ามีการฟ้องร้องกันในทางแพ่ง ซึ่งสุดท้ายศาลอุทธรณ์ยกฟ้อง แต่คดีอาญายังไป ไม่ถึงไหนเลย แล้วกรณีนี้เป็นกรณีที่ทหารเป็นคนกระทำความผิด ซึ่งสุดท้ายก็อาจจะต้องมี การมอบให้กับอัยการทหารเป็นคนดำเนินการ เหตุเกิดปี ๒๕๖๐ ปัจจุบันปี ๒๕๖๕ ยังไม่มี ความคืบหน้าอะไรเลยครับ ท่านประธาน กรณีเสื้อแดง ๕๓ ถ้าผู้เสียหาย ซึ่งอาจจะเป็น คนในครอบครัวเป็นญาติพี่น้องของเขารวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ได้ แล้วเขาต้องการ ฟ้องร้องดำเนินคดีกับคนที่กระทำต่อลูกหลานของเขา ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายต่อชีวิต ต่อร่างกาย หากมีการดำเนินการแบบนั้น เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่าศาลทหารจะปกป้อง พลเรือนมากกว่าปกป้องทหาร หรือคดีในภาคใต้ที่เกิดขึ้นอย่างกว้างขวาง อย่างกรณี อับดุลเลาะ ซึ่งเสียชีวิตภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งสุดท้ายอาจจะต้อง มอบให้กับอัยการทหารเป็นคนดำเนินการต่อไป วันนี้เราก็รอคอยมานานแล้วครับ เรายังไม่ได้รับความยุติธรรมอะไรเลย ท่านประธานครับ เรามักจะพูดกันอยู่ตลอดเวลา ว่าพวกนักการเมืองเป็นพวกที่ชอบช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มองไปทางไหนจะเป็นฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาลก็คงจะช่วยกันตลอดเวลา แต่นี่คือหลักฐานอันชัดเจนว่าเรากำลังทำให้การปกป้องพวกพ้องเป็นสิ่งที่ถูกกฎหมาย แล้วการถูกกฎหมายเหล่านี้เกิดขึ้นเพื่อปกป้องคนที่เป็นทหารเท่านั้น ท่านประธานครับ ผมไม่รู้ในวันข้างหน้า เราอาจจะไม่มีการรัฐประหารแล้วก็ได้ หรือในวันข้างหน้าเราอาจจะ สามารถเอาคนที่กระทำการรัฐประหารมาดำเนินคดีได้ ถ้าเราปล่อยให้ พ.ร.บ. ธรรมนูญ ศาลทหารยังเป็นแบบนี้ วันข้างหน้าคนที่จะพิจารณาว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ว่าหัวหน้าคณะรัฐประหาร จะใครก็แล้วแต่ ก็จะอยู่ภายใต้การพิจารณาของศาลทหาร ซึ่งผมไม่เชื่อจริง ๆ ว่าผู้ที่พยายามกระทำยึดอำนาจไปจากประชาชน เขาจะเป็น คนที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดภายใต้ศาลทหาร ดังนั้นครับท่านประธาน ผมจึงขอสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัตินี้และอยากให้พวกเราได้พิจารณากันต่อ ตั้งเป็นกรรมาธิการแก้ไข ปรับปรุงให้มีคุณภาพมากที่สุด ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านณัฐวุฒิ ตามด้วยท่านอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ท่านประธานครับ จังหวัดอ่างทองเป็นหนึ่งในไม่กี่จังหวัดที่ไม่มีจังหวัดทหารบกประจำอยู่ในพื้นที่ แต่กระนั้นก็ตามครับ ในสิ่งที่ผมเองได้เคยมีส่วนร่วมและทำประเด็นเรื่องของการคุ้มครอง สิทธิของผู้หญิงหรือเด็กที่ตกเป็นผู้เสียหายในคดีความผิดเกี่ยวกับเพศ หลายครั้งผู้กระทำ ความผิดก็เป็นทหาร ซึ่งถูกพิจารณาคดีในศาลทหารเช่นเดียวกัน ที่ผมเริ่มแบบนี้ครับ เสียดายอย่างยิ่งที่ผมมิได้เป็นหนึ่งในผู้ร่วมลงลายมือชื่อในการเสนอร่างพระราชบัญญัติ ธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของท่านอาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา และคณะ แต่สิ่งที่ผมเริ่มแบบนี้ เพราะผมอยากยืนยันในหลักการก่อนครับว่าความจำเป็นในการมี ศาลทหารนั้นยังเป็นสิ่งที่จำเป็นอยู่ ในนานาอารยประเทศไม่ว่าจะเป็นในสหรัฐอเมริกา ไม่ว่าจะเป็นในสหราชอาณาจักร ก็ล้วนมีศาลทหาร ในหลายประเทศใช้กฎหมายที่เรียกว่า รูล ออฟ คอร์ต มาเชียล (Rules of Courts-Martial) ในการกำหนดบทกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ว่า ความเป็นอยู่ของศาลทหาร โครงสร้าง ตลอดจนอำนาจหน้าที่นั้นเป็นอย่างไร ประเทศไทย ก็เช่นเดียวกันครับ เราเริ่มมีศาลทหารครั้งแรกมาตั้งแต่กฎหมายที่เรียกว่าลักษณะขบฎศึก จ.ศ. ๗๙๖ แน่นอนครับ หลายร้อยปีที่ผ่านมา แต่กระนั้นก็ตามเราพบว่ามูลในเหตุของ การก่อกำเนิดของศาลทหารนั้นเริ่มเกิดจากกรณีที่ในสภาวะขณะนั้นเป็นสภาวะที่มีศึก สงคราม เป็นกรณีกับการใช้บังคับกับการธำรงวินัยการควบคุมบังคับบัญชาสำหรับทหาร ด้วยกันเอง แต่นี่เรากำลังให้บริบทของศาลทหารนั้นขยายมณฑลอาณาเขตมากกินอาณาเขต ของพลเรือน เอาเข้าจริง ๆ แล้ว มีรายงานวิจัยบางฉบับสรุปชัดเจนว่าศาลทหารนั้น กำลังสร้างสิทธิสภาพนอกอาณาเขตให้เกิดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งแน่นอนครับ เราบอกว่า เราปลดแอกจากการต้องขึ้นเป็นสิทธิสภาพนอกอาณาเขตมาเป็นร้อยปี แต่สิ่งนี้เป็นสิ่งที่ตกค้าง อยู่ในประเทศไทย นั่นคือสิ่งที่เราจำเป็นต้องทบทวนกันอย่างยิ่ง ผมคิดว่าประเด็นเรื่องของ ศาลทหาร มีหลายประเด็นที่จำเป็นต้องพูดถึงครับ ว่าตกลงแล้วเจตจำนงของการมีศาลทหารกับ การบังคับใช้ในประเทศไทย ณ ขณะนี้นั้นเป็นอย่างไร ศาลทหารมีการแบ่งว่าสถานการณ์ใด เรียกว่าสภาวะปกติ สถานการณ์ใดเรียกว่าสภาวะไม่ปกติ ศาลทหารมีการแบ่งว่าลักษณะคดี ประเภทแบบใด ๆ ที่ไม่สามารถที่ขึ้นอยู่ศาลทหารได้ เช่น กรณีการกระทำความผิดที่ทหารนั้น ยังเป็นเด็กและเยาวชน หรือกรณีที่ศาลทหารเห็นว่าไม่อยู่ในกรอบอำนาจของศาลทหาร แต่สิ่งที่เราพบก็คือว่ามีการพยายามจะขยายอำนาจอยู่ตลอดเวลาครับ เช่น หลังรัฐประหาร เมื่อ ๒๒ พฤษภาคม ปี ๒๕๕๗ นั้น ก็มีคำสั่งที่ ๓๗/๒๕๕๗ ที่มีการออกกฎหมายระเบียบต่าง ๆ ว่าคดีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑๐๘-๑๑๒ มาตรา ๑๑๓-๑๑๘ ต่าง ๆ นั้น ต้องขึ้นอยู่กับศาลทหาร นี่คือสิ่งที่พี่น้องประชาชนที่ออกมาเรียกร้องสิทธิและเสรีภาพ ต้องประสบมาโดยตลอด หลายท่านในที่นี้ก็เป็นผู้ที่ต้องขึ้นศาลทหารด้วยตัวของท่านเอง ซึ่งหลักการนี้ไม่ควรจะดำรงอยู่อีกต่อไป🔗
อีกประการหนึ่งที่ผมจำเป็นต้องพูดถึงครับ เพื่อนสมาชิกท่านหนึ่ง ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม ท่านคารม พลพรกลาง ก็ได้พูดเรื่องนี้ไปบ้าง ท่านประธานครับ ไม่กี่เดือนมานี้ศาลมณฑลทหารบกที่ ๑๕ จังหวัดเพชรบุรี มีการอ่านคำพิพากษาของ ศาลทหารกรณีร้อยตรีคนหนึ่งครับ ไปทำร้ายร่างกายภรรยา ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ทหาร เช่นเดียวกัน ในกรณีแบบนี้จะเห็นได้ว่าความผิดฐานทำร้ายร่างกายเป็นความรุนแรง ในครอบครัว ภรรยาประสบเหตุได้รับอันตรายสาหัส สังคมตระหนักว่าเรื่องแบบนี้จะต้อง คุ้มครองสิทธิของผู้เสียหายเป็นอย่างยิ่งและเป็นสิ่งที่เรารณรงค์มาโดยตลอด แต่ปรากฏว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในเดือนมีนาคม ๒๕๖๐ เกิดขึ้นในขณะที่มีการประกาศกฎอัยการศึก ท่านประธานทราบไหมครับว่าในความรุนแรงที่เกิดขึ้น ซึ่งผู้เสียหายรายนี้ไม่สามารถกลับมา ใช้ชีวิตได้แบบเดิม มีความพิการ ทุพพลภาพ ไม่สามารถกลับปฏิบัติหน้าที่ได้ ศาลทหาร ลงโทษจำคุกทหารคนนั้นแต่เพียงเรื่องการรอลงอาญาไว้ ๒ ปีกับมีเงินค่าปรับอีก ๑๒,๕๐๐ บาท ผมคิดว่าสิ่งแบบนี้ถ้าใครได้ยินข้อเท็จจริงเรื่องนี้ ถ้าใครมีจิตใจที่รักความเป็นธรรม แม้กระทั่ง ทหารที่มีความเป็นสุภาพบุรุษเองผมเชื่อว่าท่านก็รับไม่ได้ นั่นเป็นประเด็นที่ ๒ ครับ🔗
ประเด็นที่ ๓ ท่านประธานครับ ด้วยเหตุดังกล่าวที่ผมนำเรียนในเบื้องต้น ยังไม่นับกรณีอีกมากมายซึ่งส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของสถาบันทหารเอง เช่น กรณีของ ชัยภูมิ ป่าแส ที่ผลัดกันเกา กรณีของผู้เสียหายประสงค์จะร้องทุกข์ก็ต้องผ่านอัยการ ศาลทหาร กรณีของผู้เสียหายที่ประสงค์จะสู้คดีก็ต้องเข้าสู่ระบบของศาลทหาร ท้ายที่สุด มันเกิดความไม่เชื่อมั่นครับ ผมมีเพื่อนหลายคนครับ เป็นนายทหารพระธรรมนูญ เป็นอัยการ ศาลทหาร ผมมั่นใจถึงความเป็นนักกฎหมายของเพื่อนผม แต่ท้ายที่สุดไม่ว่าเขาจะทำหน้าที่ดี แบบใดประการใดก็แล้วแต่ ถ้าไม่มีหลักประกันความเป็นอิสระ ไม่มีหลักประกันว่าพลเรือน จะต้องได้รับการคุ้มครองในสถานะความเป็นพลเรือนในศาลยุติธรรม คำพิพากษาออกมา มันก็ไม่ก่อให้เกิดความมั่นใจในกระบวนการยุติธรรม และสิ่งเหล่านี้จะส่งผลร้ายต่อ การพัฒนากระบวนการยุติธรรมและความมั่นคงในประเทศของเราเอง ฉะนั้นครับ แม้การแก้ไขร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของท่านอาจารย์ วันมูหะมัดนอร์ และคณะ เป็นการแก้เพียงเล็กน้อย แต่สิ่งที่สำคัญคือการถอดสลักเบื้องต้น ครับว่า ต่อไปนี้กรณีที่ผู้เสียหายมิใช่เป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหาร ไม่ว่าจะเป็น ในอนาคตหรือขณะที่พิจารณาคดีอยู่ พวกเขาควรได้รับการคุ้มครองความยุติธรรมในระบบ ศาลยุติธรรม ผมเชื่อมั่นว่าถ้าสภาแห่งนี้ช่วงกันในการรับหลักการและผลักดันการแก้ไข ร่าง พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหารฉบับนี้จะเป็นหมุดหมายที่ดีที่นำไปสู่การปฏิรูปกองทัพ และนำไปสู่การปฏิรูปประเทศอย่างที่หลาย ๆ ท่าน พวกท่านเองก็คาดหวังเช่นเดียวกัน ผมสนับสนุนและเรียกร้องให้สภาแห่งนี้รับหลักการในวาระที่ ๑ ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอาดิลันครับ ตามด้วยท่านซูการ์โน🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ขออนุญาตท่านประธานได้มีโอกาส จะอภิปรายต่อร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดย ท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา กับคณะ เรากำลังพูดถึงกระบวนการที่จะใช้กับทหาร ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดกฎหมาย ทุกสังคม ทุกองค์กรมีทั้งคนดีและคนไม่ดี เรากำลังพูดถึง กฎหมายที่จะใช้กับคนที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิด กรณีที่เป็นทหารกระทำความผิด และผู้เสียหายเป็นประชาชนธรรมดา ในจังหวัดชายแดน ภาคใต้ตลอดระยะเวลา ๑๗ ปีที่ผ่านมามีหลายเหตุการณ์ที่ประชาชนร้องทุกข์กับพนักงาน สอบสวนว่าคนของเขาถูกกระทำโดยเจ้าหน้าที่ทหารไม่ว่าจะเกิดขึ้นในชั้นการบังคับใช้ กฎหมายพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นชั้นเข้าไปปิดล้อม ตรวจค้น จับกุม หรือขณะที่ถูกกักตัวไว้ ตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก และมีความสูญเสียมีการถึงแก่ความตายหรือบาดเจ็บ กรณีเหล่านี้ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาในฐานะที่ผมเองเป็นทนายความและรับรู้ปัญหาเช่นนี้ หลายท่านที่อยู่ในสภาแห่งนี้ก็ได้รับรู้ปัญหาเช่นเดียวกัน แต่เราแก้ไม่ได้เพราะกฎหมาย ที่บัญญัติไว้ยังคงกำหนดไว้ให้ต้องปฏิบัติเช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ทำให้มีความจำเป็นที่จะต้อง พิจารณาร่างที่ผู้เสนอได้เสนอเข้ามาพิจารณาในวันนี้ นับว่าเป็นร่างกฎหมายที่เป็นประโยชน์ เพราะหากกรณีที่เป็นศาลทหารแล้ว เราจะพบปัญหาว่ากระบวนการพิจารณาจะแตกต่าง จากกระบวนการพิจารณาในศาลยุติธรรม ความรวดเร็วต่อเนื่องที่เราบอกว่าต้องรวดเร็ว ต่อเนื่องเพื่อความเป็นธรรมก็จะเกิดปัญหา หลายคดีที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ผ่านการพิจารณาแล้ว และมีคำพิพากษาแล้วก็เกิดข้อครหาการพูดคุยกันว่า เป็นกระบวนการที่ชอบ ถูกต้อง มีความสมเหตุสมผลกับพยานหลักฐาน หรือกับเหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นจริงหรือไม่ อย่างไร และยังมีอีกในปัจจุบันนี้บางเหตุการณ์ บางคดี บางเรื่องที่ยังอยู่ ในระหว่างการพิจารณาไม่ว่าจะเป็น เช่น กรณีของนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ที่ท่าน รังสิมันต์ โรม ได้เอ่ยถึงเมื่อสักครู่นี้ ขอประทานโทษที่ต้องเอ่ยนาม เป็นกรณีที่เป็น การกล่าวหาว่ามีการตายเกิดขึ้นในระหว่างที่มีการกักตัวตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก กรณีอย่างนี้ผู้เสียหายที่เป็นภรรยาหรือครอบครัวไม่สามารถจะเป็นผู้เสียหายได้ ไม่สามารถ จะเป็นโจทก์ร่วมได้ และเกิดความสูญเสียไม่สามารถที่จะอุทธรณ์หรือฎีกาได้ หากว่าผลคดี ออกมายกฟ้องและอัยการไม่มีการอุทธรณ์หรือฎีกา เหล่านี้คือสภาพปัญหาที่เกิดขึ้น ในกฎหมายที่ผมเห็นด้วยว่าเราควรจะต้องหยิบยกกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาพิจารณา กฎหมาย ฉบับนี้ที่เสนอเข้ามานี้ถือว่าสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๖๖ รัฐพึงจัดระบบ การบริหารงานในกระบวนการยุติธรรมทุกด้านให้มีประสิทธิภาพ เป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ และให้ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้โดยสะดวก รวดเร็ว และไม่เสียค่าใช้จ่ายสูง เกินสมควร สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑-๒๕๘๐ ด้านการสร้างโอกาส และความเสมอภาคของสังคม ข้อ ๔.๑ การลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมในทุกมิติ ข้อย่อยที่ ๔.๑.๘ สร้างความเป็นธรรมในการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างทั่วถึง เน้นการสร้างหลักประกันในการเข้าถึงความยุติธรรมอย่างเท่าเทียม การให้หลักประกันสิทธิ ของผู้เสียหายและผู้ถูกกล่าวหาในการได้รับการช่วยเหลือจากรัฐอย่างเสมอภาคและเท่าเทียม นี่คือเหตุจำเป็นที่ผมเห็นว่าสภาแห่งนี้ควรที่จะพิจารณารับหลักการในร่างพระราชบัญญัติ ธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งนำเสนอโดยท่านอาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา พร้อมคณะ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านซูการ์โนครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ผมขออนุญาตอภิปราย สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดย นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา พรรคประชาชาติ และคณะ เป็นผู้เสนอ ตามที่ท่าน ส.ส. กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ได้นำเสนอเบื้องต้น ท่านประธานครับ ในประเด็นในหลักการและเหตุผล ที่ท่านกมลศักดิ์ซึ่งเป็นผู้เสนอเข้าไปนั้น ผมในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนหนึ่ง เห็นด้วยกับในหลักการว่าควรจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมธรรมนูญศาลทหาร ปี พ.ศ. ๒๔๙๘ ด้วยเหตุผลต่าง ๆ เหล่านี้ เพราะว่า ๑. การที่กำหนดคดีให้คดีที่บุคคลที่อยู่ในอำนาจของ ศาลทหารเป็นผู้กระทำความผิดและเสียหาย เป็นบุคคลที่มิได้อยู่ในอำนาจของศาลทหาร เป็นคดีไม่อยู่ในเขตอำนาจศาลทหาร อันนี้ผมคิดว่าปัญหาหลาย ๆ ท่าน ท่านสมาชิก ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ก็ได้อภิปรายไปแล้วว่า ประเด็นการแก้ไขกฎหมายธรรมนูญ ศาลทหารนั้นเพื่อต้องการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมของประเทศ ซึ่งในเหตุผลหนึ่ง ที่คณะรัฐประหารใช้ในการยึดอำนาจทำลายระบอบประชาธิปไตยก็คือ การปฏิรูปการเมือง การปกครอง ซึ่งการปฏิรูปที่สำคัญที่สุดที่มีปัญหากระทบกับพี่น้องประชาชนคือกระบวนการ ยุติธรรม ซึ่งในกระบวนการยุติธรรมนั้น ถ้าเรามองสิ่งที่เกิดขึ้นตามสิทธิและเสรีภาพของ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ตามมาตรา ๖๘ ตามที่ว่ารัฐควรจะจัดระบบการบริหารงาน ในกระบวนการยุติธรรมทุกด้านให้มีประสิทธิภาพ เป็นธรรม และไม่เลือกปฏิบัติให้กับ ประชาชน สิ่งเหล่านี้มิได้เกิดขึ้นเฉพาะในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น ผมพยายาม ขึ้นมาอภิปรายเพื่อชี้ให้เห็นว่า หลักการและเหตุผลที่ทางพรรคประชาชาติมองเห็นว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ไม่ได้เน้นเฉพาะว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเฉพาะในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมเชื่อว่าหลายพื้นที่ของประเทศไทยมีมณฑลศาลทหารอยู่เกือบทั่วไป โดยล่าสุดก็อย่างที่ ท่านณัฐวุฒิได้มาชี้ให้เห็น และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ได้ยึดตรรกะที่เห็นได้ชัดก็คือกรณีของประชาชนถูกกระทำโดยทหารและขาดกระบวนการ ได้รับความเป็นธรรม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทางพรรคประชาชาติและผมก็อยากขอวิงวอน สภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ช่วยกันรับหลักการเพื่อพิจารณาแก้ไขพระราชบัญญัติธรรมนูญ ศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้ เพื่อประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน เราพรรคประชาชาติเราเล็งเห็นถึงความสำคัญว่ากระบวนการยุติธรรม หรือความไม่ยุติธรรมนั้น ไม่ใช่เกิดขึ้นเฉพาะในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น แต่กระบวนการยุติธรรม ความไม่ยุติธรรม ความเหลื่อมล้ำในเรื่องของกระบวนการพิจารณาคดี โดยเฉพาะคดีที่เกิดขึ้น ซึ่งบางคดีเกิดขึ้นจากการกระทำของข้าราชการทหาร ซึ่งผมเองในฐานะที่เป็นนักการเมือง คนหนึ่งก็ไม่ได้มีความเกลียดชังทหารมาจากสายเลือดเท่าไร โดยทั่วไปโดยนิสัยผมก็มีเพื่อน เป็นทหารเยอะ แต่ด้วยความที่เราเป็นนักการเมือง เราเล็งเห็นว่าปัญหาของการเข้าสู่ การพิจารณาของศาล กระบวนการศาลทหาร หรือตาม พ.ร.บ. ธรรมนูญศาลทหารนั้น พี่น้องประชาชนไม่มีโอกาสที่จะได้สิทธิเสรีภาพอย่างเท่าเทียมในการตั้งทนายก็มี หรือแม้กระทั่งการอุทธรณ์ ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ท่าน ส.ส. อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ได้กล่าว และผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่ก็ให้ความสนใจ โดยเฉพาะคดีที่เราเกิดขึ้นในยุคที่ สภาแห่งนี้ได้มีการเลือกตั้งมาก็คือกรณีของนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ก็เป็นที่คลางแคลงใจ ของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะวันนี้ภรรยาก็รู้สึกไม่สบายใจ ในเมื่อกระบวนการในการพิจารณานั้นไม่ให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกระทำ ซึ่งก็ปรากฏชัด และว่ากรณีของอับดุลเลาะ อีซอมูซอ แม้กระทั่งขั้นพิสูจน์ก็เกิดตายระหว่างคุมขังอยู่ใน ค่ายทหาร อยากย้ำให้ทุกท่านได้ทราบนะครับ🔗
ท่านประธานครับ เหตุผลสุดท้ายที่ผมอยากให้เกิดเป็นข้อคิด แต่กรณีนี้ แค่เทียบเคียงกรณีการที่มีทหารไปกระทำกับพี่น้องประชาชน อย่างกรณีที่เกิดขึ้นที่จังหวัด นครราชสีมาหรือโคราช ถ้าหากผู้ต้องหาไม่เสียชีวิตหรือถูกวิสามัญกรณีอย่างนี้ก็ต้องขึ้น กับศาลทหาร ผมถามว่าแล้วที่พวกเราพยายามที่จะแก้ไขปัญหาพระราชบัญญัติธรรมนูญ ศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้ไม่ได้เกี่ยวข้อง บางทีหลายท่านคิดว่าพรรคประชาชาติ เวลาเสนอกฎหมายแล้วมุ่งมองแต่ประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเฉพาะพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ ผมอยากเรียนผ่านท่านประธานถึงท่านผู้ชมที่ติดตามการอภิปรายของ สภาผู้แทนราษฎร พวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในนามของพรรคประชาชาตินั้น เราคือ ตัวแทนของพี่น้องปวงชนชาวไทย ของคนไทยทั้งประเทศ ฉะนั้นปัญหาในการนำเสนอ แม้จะมีมูลเหตุมาจากพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่เราพยายามแก้ปัญหาให้เกิด ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ก็อยากเรียนฝากผ่านท่านประธาน ถึงท่านสมาชิกผู้มีเกียรติทุกท่านว่า ในขั้นรับหลักการผมอยากสนับสนุนให้มีการรับหลักการ และมีการพิจารณาในขั้นตอนต่อไป เพื่อให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนให้มากที่สุดครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ท่านสมาชิกที่ยื่นความจำนงขออภิปรายทั้งหมด ๖ ท่าน ก็ได้อภิปรายกัน ครบทุกท่านแล้ว ต่อไปก็เป็นสิทธิของท่านผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญ ศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จะใช้สิทธิอภิปรายสรุป ก็ได้รับแจ้งว่า พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ขอใช้สิทธิอภิปรายสรุป เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิกโดยเฉพาะทาง ฝ่ายรัฐบาลด้วย ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ที่ได้ลุกขึ้นมาอภิปราย และที่การอภิปราย ทุกคนก็มีความสนับสนุน ท่านประธานที่เคารพครับ คือในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ นี้ เรามีศาล อยู่ ๔ ศาล แต่ถ้าหมวดศาลจริง ๆ มีอยู่ ๓ ศาล คือ ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง และศาลทหาร กรณีที่เป็นศาลทหารนั้นมีอยู่เพียงมาตราเดียวคือ มาตรา ๑๙๙ เขาเขียนว่าศาลทหาร มีอำนาจพิจารณาคดีอาญาที่ผู้กระทำผิดเป็นบุคคลที่อยู่ในอำนาจศาลทหารและคดีอื่น ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ ส่วนการจัดตั้งศาลทหาร วิธีพิจารณาคดี และวิธีดำเนินการของ ศาลทหาร ตลอดจนการแต่งตั้งและการให้ตุลาการศาลทหารพ้นจากตำแหน่งให้เป็นไปตามที่ กฎหมายบัญญัติ มีเพียงมาตราเดียว ท่านประธานที่เคารพ ความจำเป็นที่พรรคประชาชาติ โดยท่านอาจารย์วันมูหะมัดนอร์ มะทา ในขณะนั้นท่านเป็น ส.ส. อยู่ ท่านได้ยื่นขึ้นมา การยื่นขึ้นมานี้ก็ต้องการจะให้กฎหมายเกิดความยุติธรรมกับคนไทยทั้งประเทศ กฎหมายนี้ สามารถใช้บังคับกับคนทุกคน โดยเฉพาะในเรื่องความยุติธรรม ผมถือว่าความยุติธรรม เป็นสิ่งสำคัญที่สุด สิ่งที่พรรคประชาชาติเสนอแก้ก็มีพื้นที่ไว้ให้กับทหารพอสมควร ผมใช้คำว่าพอสมควร หลายคนยังตำหนิผมที่มีส่วนร่างครั้งแรกว่าทำไมแก้แค่นี้ ไม่แก้มากกว่านี้ เพราะสิ่งที่เราเสนอแก้ตอนนั้นมีวิกฤติคดี ๙๙ ศพที่ถูกสังหารกลางเมืองหลวง แล้วก็ศาลไต่สวน มูลฟ้องไปแล้ว ไต่สวนพลิกศพไปแล้ว มีการผลักดันให้คดี ๙๙ ศพ ไปอยู่ที่ศาลทหาร เนื่องจากว่าไม่มีหลักฐานว่าทหารที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดร่วมกับพลเรือน จึงไม่อยู่ ในอำนาจของศาลพลเรือน แล้วก็มีการสอบสวนเปลี่ยนส่งสำนวนไปให้อัยการศาลทหาร แล้วอัยการศาลทหารก็สั่งไม่ฟ้อง วันนี้พี่น้องที่มาเสียชีวิตอยู่กลางเมืองหลวงก็คือถูกอัยการ ศาลทหารจำนวนหนึ่งสั่งไม่ฟ้องไป ท่านประธานที่เคารพครับ เราก็คงไม่ได้แก้กฎหมายฉบับนี้ เพื่อใครคนใดคนหนึ่งหรือเพื่อกลุ่มคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เราเห็นว่าในเรื่องความยุติธรรม ของประเทศเรามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นเราจึงได้มาขอแก้ พ.ร.บ. หลัก ๆ ก็คือ ไปแก้มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๔ เดิมเขาบอกว่า คดีที่ไม่อยู่ในอำนาจศาลทหารมี ๔ ประเภท ก็คือไปขึ้นศาลพลเรือน คือคดีที่ ๑ คือคดีที่บุคคลอยู่ในอำนาจศาลทหารกับบุคคลที่ไม่ได้ อยู่ในอำนาจศาลทหารร่วมกระทำผิด ภาษากฎหมายจะงง ก็คือกรณีที่ทหารกระทำผิด ร่วมกับคนที่เป็นพลเรือนที่ชัดเจนที่เราเคยเห็นก็คือ การสังหารผู้ว่าปรีณะ ผู้ว่าราชการจังหวัด ยโสธรกลางเหมืองหลวง พบว่าทหารมาร่วมกระทำผิดกับประชาชนจึงนำคดีไปสู่ศาล ยุติธรรม อันนี้คือ ๑ ตัวอย่าง คดีที่ ๒ ที่ต้องไปขึ้นศาลพลเรือน คือคดีที่เกี่ยวพันกับคดี ที่อยู่ในอำนาจศาลพลเรือน อาจจะเป็นผู้บงการใช้จ้างวาน แล้วเกี่ยวพันกับมือปืนที่ใช้มือปืน เป็นพลเรือน ยกตัวอย่าง คดีที่ ๔ คดีที่ดำเนินคดีในศาลเยาวชนและศาลครอบครัว ถ้าอยู่ในอำนาจศาลเยาวชนและศาลครอบครัวต้องไปศาลเยาวชนและครอบครัว คดีที่ ๕ คดีที่ศาลทหารเห็นว่าอยู่ในอำนาจศาลทหาร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีส่วนร่วม ในการร่างกับท่านอาจารย์วันมูหะมัดนอร์ ผมถูกตำหนิมาก เขาบอกว่าทำไมคดีที่ทหารทุจริต คอร์รัปชันต้องไปขึ้นกับศาลทุจริตจึงไม่เอามาแก้ไขด้วย หรือที่สำคัญที่สุดคือพี่น้องทหาร ที่ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าที่เป็นทหารเกณฑ์ ทำไมกรณีทหารกระทำผิดต่อทหาร ทำไมไม่เอามาขึ้นศาลพลเรือนที่ทหารเป็นผู้เสียหาย เพราะเขาก็คือคนเป็นพลเมือง ของประเทศที่เกิดทั่วไป แล้วเขาจะได้รับความเป็นธรรมหรือไม่ อันนี้ก็อยากจะกราบเรียน ทางสมาชิกทางฝ่ายรัฐบาลด้วยเห็นท่านโน้ตมาว่าท่านจะไม่รับญัตตินี้ ผมก็ขอความกรุณาครับ ผมเชื่อว่าท่านประธานวิป (Whip) ฝ่ายรัฐบาลลองไปดู ถ้ายังไม่สนิทใจก็ลองย้อนกลับไป ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งสำคัญผมคิดว่าจะมีกี่ศาล จะมีร้อยศาลก็ได้ในความคิดของผม ถ้าศาลนั้นมีหลักประกันของประชาชนว่าจะยุติธรรม กระบวนการของศาลยุติธรรมสิ่งที่เขา ให้ความสำคัญที่สุดมากกว่ากฎหมาย คือกระบวนการการเป็นผู้พิพากษาและตุลาการ เขาต้องรับคนที่ปราดเปรื่อง คนที่ล่วงรู้ โดยเฉพาะกฎหมายจะยุติธรรมหรือไม่มันอยู่ที่ ผู้พิพากษาว่าท่านมีจิตใจสัตย์ซื่อกับความเป็นธรรมหรือไม่ แล้วในเรื่องของความเป็นธรรม ความถูกต้องนั้นย่อมจะต้องไม่มีสิ่งอะไรลบล้าง ความจริงคือ ความจริง แต่ถ้าหากว่าท่านสงสัยในความไม่ถูกต้อง ท่านอย่าประวิงเวลาหรือดื้อรั้น ต้องตัดสินไปอยู่ในสิ่งที่ถูกต้อง ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้เราต้องยอมรับว่า ศาลทหาร ที่มีอยู่ผมไม่ได้ตำหนิ เพราะมันเกิดมาก่อนที่ท่านประธานกับผมจะมายืนในที่นี้ แล้วก็มี การแก้ไขมาถึง ๑๐ ครั้ง และการแก้ไขครั้งนี้ก็มันเป็นเรื่องปกติ ถ้าสังคมมาถึงจุดนี้ การที่ผู้พิพากษามียศเป็นทหาร กับผู้ถูกตัดสินมียศเป็นทหาร อันนี้ความไม่ยอมรับ ความรู้สึก ไม่เป็นธรรมมันก็เกิดขึ้น แล้วสิ่งที่ปรากฏที่เป็นรูปธรรมท่าน ส.ส. กมลศักดิ์ ได้พูดมา เมื่อช่วงวันปีใหม่ ท่านอดีตวุฒิสมาชิก ฟัครุดดีน บอตอ ซึ่งเป็นเจ้าของโรงเรียนดารุสสาลาม ที่เป็นโรงเรียนใหญ่ที่สุดมีนักเรียนมากที่สุด ในจังหวัดนราธิวาส ท่านถูกคนร้ายยิง บังเอิญ ผมเป็นพนักงานสอบสวน แล้วทหารที่ยิง ประทานโทษครับ ก็อยู่นอกพื้นที่ที่เข้าปฏิบัติงาน ในพื้นที่ผมไม่ต้องบอกหน่วย แต่เป็นหน่วยที่มีประสิทธิภาพสูงสุดกับคนที่เป็นสมาชิกรัฐสภา ที่เรายืนอยู่ในที่นี้ ไปถึงสิ่งที่ท่านระบายออกมา ก็คือวันนี้เรื่องไปอยู่ชั้นอุทธรณ์หลายปีแล้ว เหตุเกิดเมื่อปี ๒๕๔๙ ผมขอประทานโทษท่านประธาน ในเรื่องของความยุติธรรม เราต้อง ให้ความยุติธรรมต่อคนทุกคน ปี ๒๕๕๐ คุณครูจูหลิงก็ได้ถูกสังหารจากเหตุการณ์ ความไม่สงบ อีกไม่นานศาลฎีกา ซึ่งเรามี ๓ ศาล ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกาได้ตัดสิน เสร็จไปแล้ว แต่กับคน ๆ หนึ่งถ้าได้ดูในสำนวนพยานหลักฐานชัดเจนเลยครับ มีประจักษ์พยาน ได้ของหมดเลย เพราะผมเป็นผู้ทำสำนวนเอง แต่ผมยังตกใจว่าศาลทหารชั้นต้นยกฟ้อง ผมไม่ว่ากัน วันนี้ผมไม่อยากให้ประเทศไทยเราถูกมองว่าเป็นประเทศที่กฎหมายอาจจะมี ความยุติธรรม แต่กฎหมายที่เกิดขึ้น ไปอยู่ในอุ้งมือ ผมชอบใช้คำว่า อุ้งมือ ไปอยู่ ในคนกลุ่มหนึ่ง และที่สำคัญก็กลายเป็นสมบัติส่วนตัวของคน เพื่อจะค้ำยันในคนกลุ่มนั้น ผมเชื่อว่าพี่น้องทหารทั้งประเทศเห็นด้วยกับความยุติธรรม ทหารทุกคนต้องรัก ความเป็นธรรม การแก้ครั้งนี้ยังมีอีกมากมาย ที่เราไม่ได้ไปแตะคดีทุจริต ซึ่งวันนี้เราต้อง ยอมรับว่า กองทัพถูกมองเป็นแดนสนธยา ไม่สามารถตรวจสอบได้ เนื่องจากว่าถ้ามีทหาร ทุจริตต้องส่งศาลทหาร ไม่ได้ส่งศาลทุจริต เราก็ไม่ได้เอื้อมไปแก้ เพราะเรายังให้เกียรติ เพื่อท่านไปปรับปรุง แต่วันนี้ถ้าอะไรเป็นเรื่องที่ผู้เสียหายที่ถูกลักทรัพย์ ถูกฆ่าคนตาย ถูกข่มขืน ถูกกระทำต่าง ๆ เขาเป็นผู้เสียหายแล้ว เขาขอความยุติธรรม ความเป็นผู้เสียหาย ก็แย่มากในสังคมไทย แต่ขอความยุติธรรม ที่เขาจะมั่นใจว่าเขาถูกพิจารณาโดยศาลยุติธรรม อันนี้จึงเป็นเรื่องที่พรรคประชาชาติกับเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้ร่วมลงนาม แล้วผมคิดว่า พวกเราเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ หน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติก็คือ เรามาอยู่ในสภาเราจะเห็นเรา จะมีไมโครโฟน ๑ ตัว เราจะมีรัฐธรรมนูญวางอยู่ คือเราต้องพูด สิ่งที่เราต้องพูดก็คือเอาความเดือดร้อน ความไม่เป็นธรรมของประชาชนมาพูด วันนี้สิ่งที่ผมพูด สิ่งที่ท่านอาจารย์วันมูหะมัดนอร์ กับพรรคประชาชาติ กับคณะ ที่เสนอมาไม่ใช่เรื่องส่วนตัวเลย เป็นเรื่องที่เราจะทำบ้านเมือง ให้มีหลักนิติธรรม แล้วเราไม่มีความรู้สึกที่รังเกียจทหารเลย และผมเชื่อว่าทหารทั้งประเทศ รู้เหตุผลในการแก้ของพรรคประชาชาติ ทหารก็คงเข้าใจ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมจึงกราบเรียน ก็ขอร้องมายังเพื่อนสมาชิกลองพิจารณาลองรับหลักการในวาระที่ ๑ ไป ถ้าท่านไม่เห็นด้วยอะไร วาระที่ ๒ วาระที่ ๓ พรรคฝ่ายค้านมีจำนวนน้อยกว่าอยู่แล้ว เราจะมาทำบ้านเมืองให้มีความยุติธรรมขึ้น เราจะทำให้คนในสังคมไทยมีสิทธิเสรีภาพ มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ มีความยุติธรรม แล้วก็จะลดความเหลื่อมล้ำในกระบวนการ ยุติธรรมครับ กราบขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ท่านผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก็ได้อภิปรายสรุปเป็นที่เรียบร้อย ท่านรัฐมนตรีอนุชาเชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม อนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้เสนอต่อ ที่ประชุมเพื่อขอรับร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งมี ท่านวันมูหะมัดนอร์ มะทา กับคณะ เป็นผู้เสนอไปพิจารณาก่อนที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร จะพิจารณาลงมติในวาระที่ ๑ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อที่ ๑๑๘ โดยคณะรัฐมนตรีจะขอรับไปพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน ๖๐ วัน จึงกราบเรียน มาเพื่อกรุณาพิจารณาครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีจะขอรับร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กับคณะ เป็นผู้เสนอ ไปพิจารณาก่อนรับหลักการ ข้อบังคับ ข้อ ๑๑๘ กำหนดให้การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่มีผู้เสนอตามมาตรา ๑๓๓ (๒) ของรัฐธรรมนูญ ถ้าคณะรัฐมนตรีขอรับร่างพระราชบัญญัตินั้นไปพิจารณาก่อนที่สภา จะลงมติรับหลักการ ในวาระที่ ๑ เมื่อที่ประชุมอนุมัติก็ให้รอการพิจารณาไว้ก่อน แต่ต้องไม่เกิน ๖๐ วันนับแต่วันที่สภามีมติ ดังนั้นผมจะขอถามมติจากที่ประชุมว่า จะอนุมัติให้คณะรัฐมนตรี รับร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไปพิจารณาก่อนรับหลักการหรือไม่ ก่อนลงมติผมจะขอ ตรวจสอบองค์ประชุมก่อน🔗
ท่านประธานครับ🔗
ครับท่าน🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ นราธิวาส พรรคประชาชาติ ก็เข้าใจ ในข้อบังคับของสภา แต่ว่าผมในฐานะพรรคประชาชาติในฐานะเป็นผู้เสนอญัตติกฎหมาย ฉบับนี้ เราไม่เห็นด้วยที่จะให้เสนอให้ ครม. พิจารณาก่อน อย่างน้อยที่สุดระยะเวลา ที่ท่านตัวแทนของคณะรัฐมนตรีได้เสนอระยะเวลา ๖๐ วันนั้น เราเห็นว่าสภาของเราในสมัยนี้ จะปิดประชุมในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ สรุปแล้วก็คือที่ท่านขอ ๖๐ วัน ทั้งเสนอ ทั้งระยะเวลา เราไม่เห็นด้วย ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านผู้เสนอก็มีสิทธิที่จะมีความเห็นอย่างนั้น แต่ว่าเมื่อคณะรัฐมนตรีได้เสนอขอรับร่าง พระราชบัญญัติฉบับนั้น ๆ ไปพิจารณาก่อนเป็นเวลาไม่เกิน ๖๐ วันก็เป็นสิทธิตามข้อบังคับ ฉะนั้นถ้าความเห็นไม่ตรงกัน เราก็จำเป็นต้องได้ขอมติจากที่ประชุมเป็นแนวปฏิบัติตาม ข้อบังคับอยู่แล้ว ฉะนั้นก็ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอก ได้เข้าสู่ห้องประชุม เพื่อจะได้ ลงมติว่าเราจะเห็นด้วยกับการที่คณะรัฐมนตรีจะขอรับร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ไปพิจารณาก่อนไม่เกิน ๖๐ วันหรือไม่ เชิญนะครับ🔗
เชิญท่านสมาชิก ที่อยู่ข้างนอก หรือที่กำลังประชุมกรรมาธิการอยู่ ขอเชิญท่านได้เข้าสู่ห้องประชุมเพื่อจะได้ ลงมตินะครับ🔗
๔๕๗ ขอแสดงตนครับท่านประธาน🔗
ยังครับ ยังไม่ได้ให้แสดงตนครับตอนนี้ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าสู่ห้องประชุม ถ้าท่านสมาชิก ท่านใดที่เข้าห้องประชุมแล้ว กรุณาได้เสียบบัตรกดปุ่มแสดงตน🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาต ท่านประธานนิดหนึ่งครับ กรณีนี้เป็นกรณีที่หลายครั้งที่ทางฝ่ายรัฐบาลมักจะมาขอสภา ไปศึกษาก่อนที่จะลงมติว่ารับหลักการหรือไม่ โดยร่างที่ ส.ส. เสนอเข้ามา โดยเฉพาะร่างฉบับนี้ คือร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร ยื่นตั้งแต่วันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ก็มาหลายปี แล้ว ๒-๓ ปีแล้ว แต่ทำไมรัฐบาลถึงไม่ศึกษาอะไรเลย มาศึกษาเอาตอนนี้ มันเหมือนกับ การเตะถ่วงร่างของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งร่างนี้เป็นร่างที่สามารถตัดสินใจได้เลย ผมถามว่าสภาแห่งนี้เฉพาะร่างรัฐบาลเท่านั้นหรือครับที่จะสามารถรับหลักการและพิจารณา ในวาระที่ ๒ วาระที่ ๓ ได้เลย ตั้งกรรมาธิการไปศึกษา จะต้องมามีการประวิงเวลา ๖๐ วันนี้ ตลอด เรื่องนี้อยากให้สภาเราทบทวนด้วยนะครับ เพราะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นตัวแทนของประชาชน สามารถเสนอกฎหมายได้ ทำไมต้องมีขั้นตอนแบบนี้ รัฐบาลทำไม ถึงต้องมาใช้เทคนิคทางกฎหมายและทำแบบนี้ด้วย ผมขอให้ท่านประธานได้โปรดวินิจฉัย และให้สมาชิกได้โปรดทบทวนด้วย และผมอยากจะฟ้องไปยังประชาชนว่าสภาแห่งนี้ รัฐบาลตรงนี้จะใช้วิธีการดึงอย่างนี้เท่านั้นหรือครับ🔗
ประธาน วินิจฉัยก็ไม่สามารถจะวินิจฉัยนอกข้อบังคับได้ ฉะนั้นมันก็เป็นสิทธิของแต่ละฝ่ายที่จะใช้สิทธิ ตามรัฐธรรมนูญและใช้สิทธิตามข้อบังคับ ฉะนั้นเราก็ให้ความเคารพซึ่งกันและกัน ก็ขึ้นอยู่กับมติที่ประชุม ขึ้นอยู่กับเสียงข้างมาก เราก็เดาใจท่านสมาชิกไม่ถูกหรอกครับ เกิดท่านสมาชิกเห็นด้วยที่จะให้ตั้งกรรมาธิการ เราก็ต้องได้ตั้งกรรมาธิการ แต่ถ้าท่านสมาชิก ส่วนใหญ่เห็นด้วยว่า ส่งให้ ยอมให้ทางคณะรัฐมนตรีนำไปศึกษาก่อน ก่อนที่จะนำเข้าสู่ การประชุมอีกครั้งหนึ่งไม่เกิน ๖๐ วัน ซึ่งก็ไม่ไกลมากนัก ฉะนั้นท่านสมาชิกเข้าสู่ห้องประชุมแล้ว ผมขอเชิญท่านเสียบบัตรกดปุ่มแสดงตนครับ มีสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้แสดงตนมีไหมครับ ถ้ามีก็ขอเชิญครับ🔗
ถ้าแสดงตน หมดแล้วผมขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่รายงานผลครับ ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้ มีท่านสมาชิกเข้าร่วมประชุมจำนวน ๒๖๕ ท่าน เป็นอันว่ามีผู้เข้าร่วมประชุมครบองค์ประชุม🔗
ต่อไป ผมจะขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ท่านผู้ใดเห็นควรอนุมัติให้รอ การพิจารณาไว้ก่อนคือให้ ครม. รับร่างนี้ไปพิจารณาแล้วก็ส่งเข้ามาใหม่ ท่านผู้ใดเห็นควร อนุมัติโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าไม่ควรอนุมัติโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใด เห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนนครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ๔๕๗ เห็นด้วย🔗
๔๕๗ เห็นด้วย มีท่านสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้ออกเสียงลงคะแนนมีไหมครับ ถ้ามีก็เชิญครับ แต่ถ้าใช้สิทธิลงคะแนนกันหมดแล้วขอปิดการลงคะแนนครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ ผลการลงคะแนน จำนวนผู้ลงมติทั้งหมด ๓๑๓ ท่าน เห็นด้วย ๒๑๓ บวก ๑ เป็น ๒๑๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๙๘ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติ อนุมัติให้คณะรัฐมนตรีรับร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไปพิจารณาก่อนรับหลักการภายใน เวลาไม่เกิน ๖๐ วัน🔗
ก็ถือว่า จบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติธรรมนูญศาลทหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗
ต่อไประเบียบวาระ ๕.๓ ร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗
ด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๓๓ (๒) ซึ่งสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น และจัดทำสรุปผลการรับฟัง และรายงานผลการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจาก ร่างพระราชบัญญัติเสร็จแล้วตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ และประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการการรับฟังความคิดเห็น และการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น จากร่างพระราชบัญญัติที่เสนอโดยท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒ รายละเอียดปรากฏในเอกสารที่เจ้าหน้าที่ได้จัดวางไว้ให้ท่านสมาชิกแล้ว ขอเชิญท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ซึ่งเป็นผู้เสนอ ได้แถลงหลักการและเหตุผล เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ตื่นเต้นที่สุด ที่ผมพูดเลยครับ มากกว่าครั้งไหนเลย เพราะว่าเป็นเวลาที่ผมเฝ้ารอมานาน กว่า ๑,๘๓๘ วัน ตั้งแต่ผมโดนจับเมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๐ และผมรอคอยยื่นร่างนี้มา ตั้งแต่วันที่ ๒๙ พฤษภาคมปี ๒๕๖๓ เป็นเวลากว่า ๖๗๕ วันจนได้พิจารณา ก็ต้องขอบคุณ โดยผมขอแถลงหลักการของร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗
หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ เพื่อกำหนดให้ผู้ประสงค์ผลิตสุราเฉพาะเพื่อการค้าที่ต้องขออนุญาตผลิต และกำหนดกรอบ ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบสามารถกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขออนุญาต ผลิตสุราเพื่อการค้าอย่างเหมาะสมยิ่งขึ้น (แก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา ๑๕๓) เท่านั้น🔗
เหตุผล ที่ผมเสนอมา โดยที่พระราชบัญญัติสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ กำหนดให้บุคคลผู้ประสงค์จะผลิตสุราหรือมีเครื่องกลั่นสำหรับผลิตสุราไว้ในครอบครอง ต้องขออนุญาตต่ออธิบดีและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขตามกฎกระทรวง แต่บทบัญญัติดังกล่าวไม่มีการกำหนดกรอบหน้าหาในการออกกฎกระทรวงไว้ให้เหมาะสม ทำให้กฎกระทรวงที่ออกมาตามบทบัญญัตินั้นมีการกำหนดคุณสมบัติของผู้ขออนุญาตและ เงื่อนไขอื่นที่จำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลเกินแก่สมควร ผู้ประสงค์ผลิตสุราเพื่อการค้า รายเล็กหรือรายย่อยไม่สามารถประกอบอาชีพตามกฎหมายได้ จึงเป็นหลักเกณฑ์วิธีการและ เงื่อนไขที่ไม่คุ้มครองบุคคลให้มีเสรีภาพในการประกอบอาชีพอย่างเหมาะสม สมควร ตามมาตรา ๔๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย สมควรต้องปรับปรุงโดยกำหนด กรอบเนื้อหาของกฎกระทรวงให้เป็นธรรม จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้นครับ🔗
โดยเหตุผลผมขออภิปรายเพิ่มเติมเพื่อโน้มน้าว แล้วก็แสดงเหตุผลให้สภาแห่งนี้ ได้เห็นชอบ ท่านประธานครับ อย่างที่ผมเรียนไปครับว่า ๑,๘๓๘ วัน มันก็เป็นเวลา ที่ยาวนานแล้ว ผมเชื่อว่าวันนี้ก็เป็นวันที่สำคัญมากที่สุดในชีวิตของผม ซึ่งวันนี้ผมก็เชื่อว่า เพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้หลาย ๆ ท่านที่อาสาตากแดดตากฝนลงเลือกตั้ง เพื่อจะมาเป็น ตัวแทนก็เพื่อจะมาทำอะไรที่มันยิ่งใหญ่กว่าตัวเองเพื่อส่วนรวม แล้ววันนี้ก็เป็นโอกาสที่ดี ในวันที่สำคัญที่สุดของชีวิตผมได้เริ่มต้นในวันนี้ได้มาถึง ท่านประธานครับ กฎหมายเดิม ก็อย่างที่ท่านทราบว่า การทำเบียร์ (Beer) ก็ต้องมีการกำหนดไว้ว่า ๑๐ ล้านลิตรต่อปี เป็นกฎกระทรวง โดยมีข้อจำกัดมากมาย จะทำสุราพื้นบ้านก็ต้องมีกำลังการผลิตไม่เกิน ๕ แรงม้า ๗ แรงคน ซึ่งก็ทำให้สุราพื้นบ้านที่เหมือนจะปลดล็อกก็ทำไม่ได้ดีเท่าที่ควร เป็นการไม่ส่งเสริมธุรกิจ โดยถ้าจะทำให้มันดีเลยคุณต้องทำเกือบ ๑๐๐,๐๐๐ ลิตรต่อวัน ซึ่งแย่กว่าเบียร์ (Beer) อีกด้วยซ้ำ ซึ่งผมเองก็เล็งเห็นตรงนี้ แล้วระหว่างที่ร่าง พ.รบ. นี้ ตั้งแต่ตอนยังเป็นพรรคอนาคตใหม่ก็ได้เดินทางไปทั่วประเทศไทย ได้ไปเจอคนอย่างอาจารย์ ศุภฤกษ์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ไม่เสียหาย ที่ทำสุราชุมชนต่อสู้มาตั้งแต่ยุคสมัยท่านนายก ทักษิณ ชินวัตร ไปต้มเหล้าหน้าจวนผู้ว่า หน้าศาลากลางจังหวัดมาแล้ว เพื่อเรียกร้องว่า อยากให้วิถีชีวิตที่เขาทำสุราขาว สุรากลั่นจากข้าวที่น่านสืบทอดมา ๓-๔ รุ่นได้ทำอยู่ต่อไป ท่านประธานเคยสงสัยไหมครับว่าทำไมเกิดมาในชีวิตนี้เราเคยกินเบียร์ (Beer) อยู่ไม่กี่ยี่ห้อ แล้วเบียร์ (Beer) ที่เรากินอยู่นี้ มันดีที่สุดแล้วหรือเปล่า มีวันหนึ่งครับท่านประธานวันที่ผม ได้ตรัสรู้ทางการดื่มสุราหรือเบียร์ (Beer) ของผม ผมก็ได้มีโอกาสหยิบเบียร์ (Beer) ขวดเล็ก ๆ แปลก ๆ ขึ้นมากิน แล้วผมก็รู้สึกว่านี่มันไม่ใช่เบียร์ (Beer) หรือเปล่า เบียร์ (Beer) มันรสชาติ อย่างนี้ได้ด้วยหรือ นับตั้งแต่วันนั้นจนวันที่ผมโดนจับผมก็หลงใหลในเบียร์ (Beer) อย่างมาก จนผมผลิตแล้วผมพยายามทำความฝันเล็ก ๆ ของผมให้เป็นจริงให้ได้ แต่ความฝันของผม แค่จะต้มเบียร์ในประเทศนี้มันยากเหลือเกิน ๑,๘๓๘ วันก่อน ผมรู้เลยครับว่าวันที่ผมโดนจับ ผมต้องทำอย่างไรให้กฎหมายนี้มันผ่าน ผมอยากต้มเบียร์ (Beer) ผมต้องเป็นผู้ออกกฎหมาย ครับ แล้วในประเทศนี้ก็คือต้องมาเป็น ส.ส. ผมก็เลยรู้สึกว่าตั้งแต่วันนั้นผมจะได้แก้กฎหมาย ให้ได้โดยที่ผมจะเป็น ส.ส. แล้ววันนี้ผมก็เข้าใกล้ที่สุดไปทุกวัน ทุกก้าว ตัวกฎหมายไม่มีอะไร มากมายเลยครับท่านประธาน ผมแค่เปลี่ยนว่าผู้ใดที่จะผลิตสุราเพื่อการค้าต้องไปขออนุญาต ก็คือใครจะทำสุราแล้วขายก็ไปขออนุญาต ซึ่งตรงนี้ก็เป็นปกติดั้งเดิมอยู่แล้วครับ ที่เราต้องไปขออนุญาตถ้าเราจะขายสุรา แต่ผมใส่คำว่า การค้า ไปด้วยก็เพื่อยืนยันสิทธิ ของประชาชนไว้ว่า ทุกคนมีสิทธิเสรีภาพ ประชาชนเป็นเจ้าของประเทศ ประชาชน เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตย ที่บอกว่าถ้าคุณทำสุราหรือต้มเบียร์ (Beer) กินที่บ้าน โดยคุณไม่ขายคุณก็รับความเสี่ยงของคุณไปเอง คุณก็มีสิทธิเสรีภาพที่จะทำได้ แต่เมื่อไร ที่คุณขายเท่านั้นละ คุณต้องไปขึ้นทะเบียนขออนุญาตและเสียภาษีให้ถูกต้อง แล้วผมได้กำหนดในวรรคที่สองว่า ห้ามกำหนดคุณสมบัติเกี่ยวกับจำนวนกำลังการผลิต จำนวนคน จำนวนแรงม้าต่าง ๆ เพื่อกำหนดกรอบให้กระทรวงที่ปัจจุบันมีการกำหนด อย่างเบียร์ (Beer) ก็คือถ้าเป็นบรูว์ผับ (Brewpub) หรือขายอยู่กับที่ใส่ขวดไม่ได้ คือ ๑๐๐,๐๐๐ ลิตร ต่อปีเป็นขั้นต่ำ และ ๑๐ ล้านลิตรต่อปีสำหรับโรงเบียร์ (Beer) ขนาดใหญ่ที่ใส่ขวดแล้วขายทั่วประเทศ หรือจะเป็นสุราชุมชนที่ห้ามเกิน ๕ แรงม้า แล้วก็ ๗ แรงคน ถ้า พ.ร.บ. นี้ผ่านก็จะไม่มี ข้อกำหนดตรงนี้ รวมถึงประเภทการผลิตสุราอื่น ๆ ด้วยก็จะไม่มี ดังนั้นชาวบ้านที่อยู่ เชียงรายอย่างที่ผมไปเมืองพาน เขาก็สามารถนำสุราขาวไปบ่มกับไม้ไผ่เกิดเป็นเหล้า ที่มีรสชาติที่กลมกล่อมขึ้นได้ หรือบางวันเราอาจจะมีวิสกี้ของเมืองไทยก็ได้ ซึ่งวันหนึ่ง เมื่อคุณภาพข้อจำกัดเหล่านี้ถูกนำออกไปนี่มันจะเกิดเศรษฐกิจมากมายที่ส่งผลให้คนตัวเล็ก ตัวน้อยได้มีโอกาสลืมตาอ้าปาก ได้มีโอกาสนำผลผลิตทางการเกษตรอย่าง ส.ส. เล็ก เพื่อนผมที่นั่งอยู่ด้านหน้านี้ ส.ส. จันทบุรี ลำไยมากมายราคาตก บางคนหลายครั้งต้องโค่นทิ้ง ต้องเอาไปทิ้ง เราเอามาใส่ขวดครับ เราสามารถนำมาใส่ขวดแล้วเราสามารถเพิ่มมูลค่า เพิ่มอำนาจการต่อรอง เพราะว่าเมื่อคุณทำเหล้าแล้ว คุณไม่จำเป็นต้องขายตอนนั้นเลย ตอนที่ผลผลิตมันราคาตก มันเป็นการเพิ่มอำนาจให้เกษตรกรไทยอย่างมหาศาล นอกจากนี้แล้ว ท่านประธาน จากการที่ผมได้รณรงค์มาก็เข้าใจอยู่ว่าอาจจะมีเพื่อนสมาชิก หรือประชาชน หลายคนอาจจะเห็นค้านในสิ่งนี้ ผมก็ไม่ได้จะเอา ผมเป็นข้างใหญ่ข้างเดียว ผมก็จะศึกษา แล้วผมอยากใช้เวทีนี้อธิบาย ในการรับฟังความคิดเห็นมา กว่า ๒,๒๐๐ ความคิดเห็น เอาที่ไม่เห็นด้วยครับท่านประธาน เพราะคนส่วนใหญ่เห็นด้วย แต่ที่ไม่เห็นด้วยจะมีประเด็น ประมาณว่าไม่เห็นด้วยเพราะตรวจสอบยาก จะปลอดภัยไหม ผมยืนยันตรงนี้ว่า กฎหมาย ที่เรากำลังแก้อยู่ตอนนี้ มันเป็นแค่เรื่องใบอนุญาต กฎหมายเกี่ยวกับคุณภาพสุรา การตรวจสุรานี่ยังต้องทำเหมือนเดิม ตามกฎหมายอื่น หรือขนาดโรงงาน คนถามว่า ถ้าทำแล้วสิ่งแวดล้อมจะเป็นอะไรไหม อย่างเช่น ถ้าไม่ ๕ แรงม้า ถึง ๕๐ แรงม้า หรือเกิน ๕๐ แรงม้า ก็จะไปอยู่ในกฎหมายที่เกี่ยวกับโรงงาน ก็ต้องขอใบ รง. ก็ตามสภาพนั้นไป ซึ่งผมก็มองว่าตรงนี้มีกฎหมายอื่นที่รองรับอยู่แล้ว หลายท่านเป็นห่วงว่าจะมีคนเมาเยอะขึ้น หรือเปล่า ผมให้ตัวเลขทางสถิติไว้ตอนนี้ โรงเบียร์ (Beer) รายย่อยในประเทศไทย ที่ต้องไปทำที่ต่างประเทศได้เหรียญทองกันมามากมาย คนไทยฝีมือดี จริง ๆ แล้วเป็นสัดส่วน เกือบไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์เลยของเบียร์ (Beer) ทั้งหมด การที่มีรายเล็กรายย่อยมานี่มันไม่ได้ ทำให้ปริมาณสุราที่เจ้าใหญ่ ๒ ตระกูลที่ทำอยู่นี่มันไม่ได้มีความแตกต่างหรือทำให้สังคมเรา ดื่มเยอะหรือดื่มน้อยลงไป และการเข้าถึงของวัยรุ่นที่มากขึ้น ผมก็มองว่ามีกฎหมายที่บังคับ ใช้อย่าง พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ที่จริง ๆ ก็ต่อคิวในการแก้ไขในสภาของ ทั้งฝ่ายสนับสนุน พ.ร.บ. และฝ่ายต่อต้าน พ.ร.บ. อยู่แล้ว ซึ่งต่อไปสภาเราก็จะได้ถกเถียงกัน ในข้อนี้ แต่ในวันนี้มันเป็นเรื่องที่ง่าย ๆ ครับท่านประธาน มันเป็นเรื่องของว่าประเทศเรา พร้อมหรือยัง ที่จะทำให้คนตัวเล็ก ๆ ทำได้เหมือนกับคนตัวใหญ่ ๆ สภาแห่งนี้พร้อมจะยืนยันว่า ประชาชนเป็นเจ้าของอำนาจหรือเปล่า สิทธิเสรีภาพความเสมอภาคของประเทศนี้ มีจริงอยู่หรือไม่ แค่เรื่องเบียร์ (Beer) ทำได้หรือเปล่า แค่เรื่องเบียร์ (Beer) มันขอมากไปไหม วันนี้สภาแห่งนี้จะเป็นผู้กำหนดและตอบคำถามประชาชนว่าเราฟังเสียงของประชาชนจริง ๆ ไม่ได้ฟังเสียงกระซิบของนายทุน ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ครับ ท่านเท่าพิภพ ซึ่งเป็นผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ก็ได้เสนอแถลงหลักการและเหตุผลไปแล้ว ต่อไปก็เป็นท่านสมาชิกที่ให้ความสนใจ ที่จะขออภิปราย ขณะนี้มีท่านผู้สนใจเสนอมาแล้ว ๓ ท่าน ๑. ท่านเอกภพ เพียรพิเศษ ๒. ท่านวรภพ วิริยะโรจน์ ๓. ท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ๔. ท่านปดิพัทธ์ สันติภาดา แล้วก็ยังมี ท่านศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ผมขออนุญาตเชิญท่านเอกภพ เพียรพิเศษ ก่อน ตามด้วยท่านศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน เชิญครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธานครับ ผม นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ ผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงรายครับ ในวันนี้จากที่เรา รอคอยกันมานาน พระราชบัญญัติฉบับนี้ก็ได้เข้าสู่สภา ก็ต้องขอบคุณคุณเท่าพิภพ ที่นำเสนอ กฎหมายฉบับนี้เข้ามา ด้วยแพสชัน (Passion) ด้วยความตั้งใจ เป็นกฎหมายที่เปิดโอกาส ทางเศรษฐกิจ เป็นโอกาสค้าขายของคนกลุ่มหนึ่งครับ เป็นโอกาสของกลุ่มคนที่ผม เคยไปสัมผัสมา แล้วผมรู้สึกว่าเขาเป็นกลุ่มที่มีความฝัน เขาเป็นกลุ่มที่มีความฝันเพียงแค่ เล็ก ๆ ครับ เขาฝันเพียงแค่ว่าอยากจะทำเครื่องดื่มออกมาตามจินตนาการของเขา เพื่อให้ได้ บริโภค และเพื่อให้พวกเขาและเพื่อน ๆ ของเขามีความสุข ผมเคยมีโอกาสได้ร่วมกับ กลุ่มคราฟต์เบียร์ (Craft Beer) จังหวัดเชียงรายครับ ทำอะไรที่สนุก ๆ ทำอะไรที่สร้างสรรค์กัน ท่านประธานครับ มีใครเคยได้ยินไหมครับว่ามีเบียร์ (Beer) สับปะรดภูแล ท่านประธาน เคยได้ยินเบียร์ (Beer) ชาเลือดมังกรไหมครับ ผมก็เพิ่งเคยได้ยินหลังจากที่ได้ไปพูดคุย และร่วมงานกับพวกเขาเหล่านั้น นี่คือแค่ความคิดสร้างสรรค์เล็ก ๆ ครับ ท่านประธาน ทราบไหมครับว่าที่เชียงรายนี้เป็นแหล่งปลูกพืชชนิดหนึ่งที่ชื่อว่าฮอปส์ (Hops) ฮอปส์ (Hops) นี้ครับ เป็นพืชชนิดที่ใช้ในการผลิต เป็นองค์ประกอบหลักในการผลิตเบียร์ เราไม่จำเป็นต้องให้คนมาปลูกข้าว ปลูกมัน ปลูกข้าวโพด หรือว่าปลูกยางพารากันทุกคน แต่ละคนก็มีทางของตัวเองครับ ฮอปส์ (Hops) ๑ กรัม มีราคามากมาย และท่านประธานครับ ในตอนที่ผมยังเป็นหมออยู่ ตรวจคนไข้อยู่ที่โรงพยาบาล มีวันหนึ่งผมได้สิ่งตอบแทน จากญาติคนไข้เป็นอะไรรู้ไหมครับ เป็นเหล้าขาว เขาเรียกว่าเหล้าน้ำขาว ที่ทำมาจากข้าวก่ำครับ สีออกขุ่น ๆ แดง ๆ คล้ำ ๆ เป็นเหล้าที่ทำจากใจ จากภูมิปัญญา และจากผลผลิตของชาวบ้าน นี่คือสิ่งที่งดงามครับ ถ้าเราใช้กฎหมายฉบับเดิม จะทำให้ภูมิปัญญาและความงดงามเหล่านี้ และความคิดสร้างสรรค์เหล่านี้หายไป พอพูดเรื่องเกี่ยวกับการผลิตเหล้า ผลิตเบียร์ สังคมคนดีครับ ผมต้องใช้คำว่าสังคมคนดี ก็อาจจะบอกว่าเดี๋ยวก็ทำให้มีการบริโภค มากขึ้นหรอก เดี๋ยวเราทำให้มีคนติดเหล้าติดเบียร์ (Beer) มากขึ้น เดี๋ยวทำให้เยาวชน เข้าถึงได้มากขึ้น ขอโทษครับ อันนี้เป็นกฎหมายการผลิตครับ เรามีกฎหมายที่เกี่ยวกับ การควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่ครับ ซึ่งแน่นอนมันมีปัญหาอยู่กฎหมายฉบับนี้ ที่ไปไล่จับ ที่เขาโพสต์ (Post) โซเชียล มีเดีย (Social Media) นี้ ซึ่งเราก็ต้องพูดกันต่อไป เหมือนที่ท่านเท่าพิภพบอกเมื่อสักครู่นี้ ในเรื่องนี้ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องเปิดโอกาส ความคิดสร้างสรรค์ของสังคม เปิดโอกาสเศรษฐกิจใหม่ให้กับประชาชน เปิดโอกาสให้คนที่มี ความคิดสร้างสรรค์ มีไอเดีย (Idea) ใหม่ ๆ ได้สร้างเศรษฐกิจ สร้างปากท้อง สร้างผลประโยชน์ ทางเศรษฐกิจของพวกเขา ได้ทำตามความฝันของพวกเขา เมื่ออ่านร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ แล้วผมมีข้อสังเกต ๒ ข้อ🔗
ข้อแรกกฎหมายฉบับนี้เป็นการเพิ่มโอกาสให้ผู้ผลิตรายเล็ก แต่ไม่เท่ากับ การเพิ่มการบริโภค เราเพิ่มแค่ผู้ผลิต แต่ผู้บริโภคอย่างไรก็บริโภคเหมือนเดิม เรื่องของเหล้า เบียร์ (Beer) แอลกอฮอล์ ถ้าใครจะมาพูดถึงเรื่องของการบริโภค ก็จะมีเรื่องของสแตนดาร์ด ดริ๊งก์ (Standard Drink) ผู้ชายดื่มได้วันละ ๒ ดริ๊งก์ (Drink) ผู้หญิง ๑ ดริ๊งก์ (Drink) โดยที่ไม่มีอันตราย ตรงนี้มาคุยกันได้ทั้งวันครับ🔗
ข้อ ๒ ครับ ที่เป็นข้อสังเกตของผมคือ จริง ๆ แล้วการปล่อยให้มีรายเล็ก ผลิตเบียร์ (Beer) ผลิตเหล้าออกมาขายนี้ ไม่ได้กระทบต่อผลประโยชน์ของผู้ผลิตรายใหญ่เลย อย่างที่เท่าพิภพบอกเมื่อสักครู่นี้ว่าเพียงแค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ของรายใหญ่เท่านั้น แทบไม่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของเขาที่มหาศาลต่อปีเลย แต่ข้อดีคือจะเพิ่มการแข่งขัน ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ครับ เราจะมีสตาร์ตอัป (Start Up) ที่ผลิตเหล้า เบียร์ (Beer) จากชุมชน แล้วมีโอกาสที่จะทำให้ เขาเติบโตต่อไป หรือแม้กระทั่งรายใหญ่อาจจะมาซื้อผลิตภัณฑ์ของเขาไปพัฒนาต่อก็ได้ แต่มีอย่างหนึ่งที่ผมอยากจะให้กรรมาธิการถ้ามีการตั้งขึ้นที่จะพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้🔗
อันแรกก็คือถ้าจะขายเหมือนในฉบับนี้บอกก็ให้ขออนุญาต แต่การขออนุญาตนั้น ในที่เขียนไว้คือให้ขออนุญาตที่ระดับกระทรวงที่อธิบดี ซึ่งผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ผมไม่เห็นด้วย ผมอยากจะให้แก้ไขว่าให้เป็นขอระดับจังหวัดได้ไหมครับ ขอที่นายก อบจ. ซึ่งมาจาก การเลือกตั้งนี่ละครับ ได้ไหมครับ อันนี้เป็นข้อเสนออันแรก🔗
ข้อเสนอที่ ๒ คือถ้าหากจะให้ผู้ผลิตเหล้าเบียร์ (Beer) ทำชิมกันเอง ทดลองกันเอง เพื่อปกป้องเขาไม่ให้มีใครมาจับอีกให้เป็นจดแจ้งสิครับ จดแจ้งออนไลน์ (Online) ก็ได้ครับ ไม่ต้องเสียเวลามากมาย ไม่ต้องเดินทาง ไม่ต้องใช้เอกสารมากมาย เหมือนที่ พ.ร.บ. กัญชา กัญชงกำลังจะทำ จดแจ้งผ่านออนไลน์ (Online) ถ้าขออนุญาต ก็ขอที่นายก อบจ. ตรงนี้คือการกระจายอำนาจด้วย ตรงนี้คือผลประโยชน์ของทุกคน แล้วก็ป้องกันให้ไม่ต้องโดนการดำเนินคดีด้วยข้อหาต่าง ๆ ผมในฐานะของผู้ที่ร่วม ลงความเห็น แล้วก็ร่วมสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผมก็อยากจะขอให้เพื่อน ๆ สมาชิกช่วยกันให้ความเห็นแล้วก็ช่วยกันผ่านร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศาสตราจารย์กนกครับ ตามด้วยท่านวรภพ วิริยะโรจน์ เชิญครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของคุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร และคณะ ที่เป็นผู้เสนอ ท่านประธานที่เคารพครับ สุราเป็นสินค้าควบคุมและผูกขาดของบริษัททุนใหญ่มาเป็นเวลาช้านานมาก และด้วยกฎหมาย ที่เอื้อต่อการควบคุมและผูกขาดนี้จึงปิดกั้นไม่ให้เกิดสุรา เบียร์ (Beer) หรือสาโท หรือแม้กระทั่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่าง ๆ ที่มีคุณภาพสูง แล้วก็มีรสชาติที่ดีของชาวบ้าน ของเกษตรกร ของวิสาหกิจชุมชน และของเอสเอ็มอี (SMEs) ที่เกิดขึ้นแล้วในวันนี้ครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ประเทศไทย วันนี้มีปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความเหลื่อมล้ำระหว่างเมือง กับชนบท คำถามก็คือว่า เรามีอะไรบ้างที่ชนบทจะแข่งและชนะเมืองได้ ถ้าท่านประธาน คิดให้ดีมันมีน้อยมาก ส่วนใหญ่เมืองจะได้เปรียบทุกอย่าง กฎหมายก็ได้เปรียบครับ เทคโนโลยีก็ได้เปรียบ ทุนก็ได้เปรียบครับ เพราะฉะนั้นการที่จะทำให้ชนบทของเราเติบโต ขึ้นมาได้จะต้องมีสิ่งที่ชนบทสามารถที่จะเอาชนะเมืองได้ครับท่านประธาน ชนบท ที่จะเอาชนะเมืองได้นั้นมีอยู่๓ เรื่องครับท่านประธานที่สำคัญ เรื่องแรกคือมีธรรมชาติ มีภูเขา มีน้ำ มีทะเล มีป่า สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ธรรมชาติให้กับเรา มีน้ำ มีจุลินทรีย์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น อันนี้เป็นความได้เปรียบที่ชนบทมีมากกว่า อันที่ ๒ คือการมีของแท้ครับ ชนบทนั้น มีจุลินทรีย์ มียีสต์ (Yeast) ที่เป็นของแท้ที่ในเมืองไม่มีครับท่านประธานครับ และอันที่ ๓ คือ มีวัฒนธรรมวิถีชีวิตของคนซึ่งเป็นอัตลักษณ์ที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์ชีวิตของคนเหล่านั้น ที่มีคุณค่าอย่างยิ่งครับท่านประธาน สิ่งเหล่านี้มันได้ปรากฏออกมาเป็นเรื่องต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหาร เครื่องดื่ม และการท่องเที่ยวครับท่านประธาน ผมอยากจะขออนุญาต นำเฉพาะประเด็นที่เป็นเครื่องดื่มมาพูดกับท่านประธานในที่ประชุมนี้เท่านั้น ท่านประธานทราบใช่ไหมครับว่า เหล้าสาโท เหล้าขาวต่าง ๆ นั้นมันเกิดจากก้อนแป้ง ที่แม่เป็นคนเก็บรักษาไว้ แล้วก็ส่งให้กับลูกสาวเป็นมรดกที่จะทำเครื่องดื่มให้กับสามีของเขา ในอนาคตที่จะได้ดื่มเหล้าที่ดี แล้วก็ส่งทอดกันมาจากช่วงอายุหนึ่งไปสู่อีกช่วงอายุหนึ่ง ตรงนี้ เป็นวัฒนธรรมที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง แต่ปรากฏว่าชาวบ้านที่ได้รับก้อนแป้งและมาผลิตเหล้า สาโท เหล้าขาวนั้นไม่สามารถที่จะทำได้เพราะกฎหมายที่บังคับอยู่ ทำกินบ้าง อาจจะทำได้ใน พ.ร.บ. ชุมชน แต่ถ้าจะทำเพื่อการดำรงชีวิตทำไม่ได้ครับท่านประธาน เมื่อเป็นเช่นนี้คำถามที่ สำคัญก็คือว่า ร่าง พ.ร.บ. นี้จึงไม่ใช่เป็นการขอความเมตตาจากสภาที่จะให้คน ตัวเล็กตัวน้อย ที่อยู่ในชนบททำเหล้ากินได้ ไม่ใช่ครับ ผมอภิปรายตรงนี้เพื่อจะบอกกับสภา แห่งนี้ว่าเราจะต้องมีร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เพื่อเปิดโอกาสให้กับคนยากคนจน เกษตรกร เอสเอ็มอี (SMEs) ในชนบท มีเครื่องมือที่จะแข่งขันและสามารถผลิตเหล้าที่ดีที่สุดของ ประเทศและดีกว่าของบริษัทใหญ่ ๆ เหล่านี้ด้วยซ้ำไป ท่านประธานทราบไหมครับว่า ที่อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร มีสาโทที่อร่อยมาก ที่อำเภอพาน ที่อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย มีสาโทที่ดีที่สุด ที่จังหวัดตากมีเหล้าขาวที่เด่นเหลือเกิน ที่จังหวัดแพร่ ก็มีเหล้าขาวที่มีประสิทธิภาพ แล้วก็มีรสชาติที่เป็นเลิศไม่แพ้ใครเลย ส.ส. อาวุโสของ พรรคประชาธิปัตย์ของเรา คือท่านเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ เป็นคนที่ดื่มเหล้าพื้นเมืองที่เก่ง ที่สุดในสภาแห่งนี้ ท่านได้ยืนยันกับผมว่าอาจารย์กนก เหล้าเหล่านี้บริษัทใหญ่ไม่มีวันจะสู้ได้ เพราะความสามารถของยีสต์ (Yeast) ที่ทำงานอยู่ในพื้นที่ และแต่ละหมู่บ้านไม่เหมือนกัน เลยครับท่านประธาน ตรงนี้เป็นจุดการท่องเที่ยวที่สำคัญมาก รัฐมนตรีท่องเที่ยวก็อยู่ พรรคเดียวกับท่านประธาน ให้ท่านไปบอกเลยว่าการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงราย การท่องเที่ยวของจังหวัดตาก จังหวัดแพร่ จังหวัดสกลนคร เอาเหล้าพื้นเมืองมาเป็น ตัวดึงครับ คุณจะดื่มเหล้าอันนี้คุณจะต้องไปที่อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย เท่านั้น คุณไปที่อื่น ไม่มีครับ เพราะยีสต์นี้อยู่ที่อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย ท่านประธาน ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้ ผมเชื่อว่าเรื่องนี้จึงไม่ใช่เป็นเรื่องที่จะมาพูดกันว่าให้กฎหมายเปิดโอกาสให้กับเกษตรกร ที่จะทำเรื่องเหล่านี้ได้ แต่ผมอยากเชิญชวนสภาแห่งนี้คิดให้มากกว่านั้น ร่างกฎหมายนี้ เป็นกุญแจสำคัญ ที่จะทำให้ประเทศไทยของเรามีความได้เปรียบในเรื่องของเครื่องดื่ม อาหาร และการท่องเที่ยวครับท่านประธาน เราไปประเทศญี่ปุ่น เราชื่นชมสาเกในหมู่บ้านต่าง ๆ ไม่เหมือนกัน แล้วเขาก็บอกว่าเพราะน้ำแร่ของเขาไม่เหมือนกัน ยีสต์ (Yeast) ของเขา ไม่เหมือนกัน สิ่งเหล่านี้ประเทศไทยมีเช่นเดียวกัน ผมมีรายการยีสต์ (Yeast) เป็นร้อย ๆ รายการที่ไม่เหมือนกันเลยครับท่านประธาน และผมถามว่าทำไมกฎหมายไทยจึงไม่เปิด ให้เราเอาความได้เปรียบทางการแข่งขันมาใช้ให้เกิดประโยชน์ในประเทศไทยของเรา สำหรับ เรื่องความปลอดภัยครับท่านประธาน วันนี้ผมกราบเรียนกับท่านประธานว่าผมทำงานกับ พี่น้องประชาชนทุกภาคส่วนของประเทศ เทคโนโลยีทางด้านการกลั่นของประเทศไทยเรามีดี เกินพอที่จะประกันความปลอดภัยได้อีกแล้ว ที่จะมาบอกว่าถ้าชาวบ้านกลั่นแล้วกิน ถ้าเป็น เอทิลแอลกอฮอล์ (Ethyl Alcohol) แล้วจะเกิดปัญหา วันนี้ไม่มีปัญหาเหล่านี้อีกแล้ว เทคโนโลยีเหล่านี้เป็นที่เรามีกันทั้งหมด และสามารถถ่ายทอดได้อย่างยิ่ง เพราะฉะนั้น พ.ร.บ. ฉบับนี้สำหรับผมจึงเป็น พ.ร.บ. ที่จะเป็นกุญแจของการเปิดประเทศไทยไปสู่มิติของ การแข่งขันใหม่ที่จะลดความเหลื่อมล้ำในสังคมของเรา คือทำให้ชนบทได้เปรียบเมือง เพราะยีสต์ (Yeast) แบบนั้นที่สภานี้ไม่มีเพราะอยู่ในเมือง แต่ยีสต์ (Yeast) นี้จะต้อง อยู่ในชนบท อยู่ในป่าเขาครับท่านประธาน ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองท่านประธานครับ พ.ร.บ. นี้จึงไม่ใช่ พ.ร.บ. เรื่องสุราอย่างเดียว แต่เป็น พ.ร.บ. ที่จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหา ความเหลื่อมล้ำทางสังคมด้วยการทำให้ชนบทของเราแข่งชนะเมืองได้ และตรงนี้ละครับ จะทำให้บ้านเมืองของเรามีความเป็นธรรมมากขึ้น ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปท่านวรภพ ตามด้วยท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ครับ🔗
กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ ผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ร่างกฎหมายฉบับนี้จริง ๆ ตั้งแต่ตอนยังเป็นพรรคอนาคตใหม่เราต้องเรียกกันว่า มันคือ ร่างกฎหมายสุราก้าวหน้า แต่วันนี้ผมอยากจะอภิปรายให้เพื่อนสมาชิกและพี่น้องประชาชนได้เห็นว่า จริง ๆ แล้ว มันไม่ใช่แค่เรื่องของสุราครับ มันคือก้าวแรก มันคือหมุดหมายสำคัญในการทลายทุนผูกขาด ที่เกาะกินประเทศนี้อยู่ครับ คืออุตสาหกรรมสุราเป็นตัวอย่างที่ดีที่สุดที่จะสะท้อน ความเป็นกลุ่มทุนผูกขาดในประเทศไทย คือการผูกขาดอย่างเสรีด้วยกฎหมาย อาศัยอำนาจ รัฐมาใช้ผูกขาดเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนตัวเอง ตัวอย่างที่มันชัดเจนก็คืออย่างในมาตรา ๑๕๓ ที่พวกเราแก้นี้ครับ เป็นมาตราสั้น ๆ มาตราเดียว เพราะว่าในกฎกระทรวงกำหนดไว้ชัดเจน คือการเอื้อให้ต้องเป็นกลุ่มทุนระดับพันล้านเท่านั้นถึงจะสามารถเข้ามาทำอุตสาหกรรมสุรา หรืออุตสาหกรรมเบียร์ (Beer) ได้ ด้วยเงื่อนไขที่บอกว่าเบียร์ต้องผลิตอย่างน้อย ๑๐ ล้านลิตรต่อปี ผมคำนวณให้เห็นภาพง่าย ๆ มันคือเงื่อนไขที่บอกว่าต้องผลิต ๔๓,๐๐๐ ขวดต่อวัน ถ้าเป็นสุราก็คือ ๓๐,๐๐๐ ลิตรต่อวัน หรือถ้าเกิดว่าให้มองเป็นขวดกลม มันก็คือ ๔๒,๐๐๐ ขวดกลมต่อวัน แน่นอนมันคือหลักพันล้าน แต่ในขณะเดียวกันก็อนุญาต ให้มีสุราชุมชนพื้นบ้าน แต่ด้วยเงื่อนไขที่บอกว่าแรงงานห้ามเกิน ๗ คน และเครื่องจักรไม่เกิน ๕ แรงม้า มันเป็นเงื่อนไขที่จริง ๆ มันสะท้อนภาพธุรกิจหลากหลายอุตสาหกรรมในประเทศไทย ได้เป็นอย่างดีครับ มันคือบอกว่าถ้าคุณจะทำขนาดใหญ่ คุณต้องเป็นเจ้าสัวเท่านั้น คุณถึงจะทำธุรกิจขนาดใหญ่ในประเทศไทยได้ แต่ถ้าคุณอยากจะทำธุรกิจ คุณก็ต้องไปทำ ธุรกิจขนาดจิ๋วเท่านั้น ขนาดไซส์ (Size) เล็กเท่านั้นคุณถึงจะทำได้ เพราะจะมีกฎหมาย บางอย่างเป็นเพดานที่ป้องกันไว้ไม่ให้ธุรกิจรายเล็กรายน้อยนี้ได้เติบโตขึ้นมาเป็นขนาดกลาง แล้วไปแข่งขันกับรายใหญ่ได้ นี่เป็นเรื่องปกติที่ทุกธุรกิจในประเทศไทยประสบปัญหาเจออยู่ เพียงแต่ว่ามันไม่มีธุรกิจไหนที่ชัดเจนและเห็นได้อย่างเป็นรูปธรรมผ่านตัวกฎหมายได้เท่ากับ อุตสาหกรรมสุราและอุตสาหกรรมเบียร์ (Beer) นี้แล้ว ดังนั้นผมยืนยันว่ากฎหมายฉบับนี้ มันเลยเป็นก้าวแรก มันคือหมุดหมายสำคัญในฐานะที่พวกเราตั้งแต่เป็นพรรคอนาคตใหม่ ยื่นเข้ามา จนมาเป็นพรรคก้าวไกลวันนี้ว่า มันคือการเปิดศักราชของการทลายทุนผูกขาดครับ มันคือการเอามูลค่าเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมสุรา ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ออกมาจาก เจ้าสัวเพียงแค่ไม่กี่ตระกูล ออกมาให้เป็นโอกาสของคนไทยตัวเล็กตัวน้อย โอกาสของ เกษตรกรไทยในการที่เขาจะได้มีรายได้ที่เพิ่มขึ้น โอกาสทำมาหากิน และแน่นอนครับ มันคือ ตัวเลือกของผู้บริโภค คนไทยทุกคนที่จะได้มีโอกาสเข้าถึง ได้ชิมสุราหรือเบียร์ (Beer) ของคนไทยที่ดีขึ้นกว่านี้ได้จริง ๆ ต้องบอกก่อนว่า ถ้าใครก็ตามที่ได้มีโอกาสเดินทาง ไปหลากหลายพื้นที่ทั่วประเทศครับมันเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก ถ้าเข้าร้านอาหาร ที่เชียงใหม่ก็มีตัวเลือกแค่เสือ สิงห์ ช้าง ไปที่ภูเก็ตก็มีแค่ตัวเลือกเสือ สิงห์ ช้าง จริง ๆ แล้ว ถ้าเกิดใครมีโอกาสไปที่ต่างประเทศจะพบว่าทุก ๆ เมืองท่องเที่ยว ทุก ๆ เมืองดีกว่า เขาจะมี สุราของชุมชนตัวเอง จะมีเบียร์ (Beer) ของตัวเอง ที่เยอรมันมีเบียร์ (Beer) เป็นหลัก ๕,๕๐๐ แบรนด์ (Brand) ที่อังกฤษจริง ๆ ทุกเมืองจะมีโรงเหล้าชุมชนของตัวเอง ไปเมืองไหนต้องไปชิมสุราที่เมืองนั้น นี่คือการส่งเสริมท้องถิ่นอัตลักษณ์ชุมชน และเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวพร้อม ๆ กันผ่านตัวสุราและผ่านเบียร์ (Beer) ชุมชนตรงนี้ ดังนั้นนี่คือสิ่งที่ประเทศไทยพลาดไปในตลอดระยะเวลา ๗๐ ปีที่มีการปล่อยให้มีการผูกขาด อย่างถูกกฎหมายนี้ เช่นเดียวกันถ้าเราไปดูอย่างญี่ปุ่นหรืออย่างเกาหลีอุตสาหกรรมสุรา ไม่ว่าจะเป็นสาเก (Sake) หรือโซจู (Soju) ก็กลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ถูกส่งออกมา วัยรุ่นทุกวันนี้ครับ เข้าร้านเหล้าเขาสั่งโซจู (Soju) ครับ นี่คือโอกาสที่สาโทไทย พลาดไป ทำไมไม่ทำให้อุตสาหกรรมนี้กลับมาแล้วกลายเป็นซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ส่งออกไป ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ มันสร้างรายได้สร้างอาชีพ สร้างเนื้อสร้างตัวให้กับ คนกลุ่มใหม่ ๆ ได้แน่นอน ไม่ว่าจะเป็นเบียร์ (Beer) มังคุด เบียร์ (Beer) กล้วย เบียร์ (Beer) มะม่วง อันนี้ก็เป็นโอกาสที่ประเทศไทยสูญเสียไป ดังนั้นในกฎหมายฉบับนี้อย่างที่ เกริ่นไปแล้วว่ามันเป็นเพียงแค่มาตราเดียวง่าย ๆ สั้น ๆ ว่าห้ามตั้งเงื่อนไขไม่ว่าจะเป็นเงินทุน ไม่ว่าจะเป็นจำนวนคนงาน ไม่ว่าจะเป็นจำนวนแรงม้าที่ถูกจำกัดไว้ให้เพียงเฉพาะเจ้าสัว ไม่กี่ตระกูลเท่านั้น และเปิดช่องให้คนไทยถ้าใครอยากทำก็เป็นได้เพียงแค่รายเล็ก รายน้อยเท่านั้น นี่คือความไม่เป็นธรรมอย่างถูกกฎหมาย ก็ถึงเวลาแล้วครับที่เราจะต้อง มาแก้ไขกัน ก็อยากให้เพื่อนสมาชิกและฝากพี่น้องประชาชนช่วยกันสนับสนุนร่างกฎหมายนี้ ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป เชิญท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ตามด้วยท่านปดิพัทธ์ สันติภาดา🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอเรียนว่าผมไม่เห็นด้วยกับการนำเสนอกฎหมายฉบับนี้ ที่ไม่เห็นด้วย ไม่ใช่เป็นเพราะว่าไม่ต้องการให้มีการเปิดเสรี หรือไม่เห็นด้วยกับการที่จะมีการเปิดโอกาส ในการทำธุรกิจต่าง ๆ ผมไม่เห็นด้วยกับเรื่องของการบริโภคสุราครับ ผมเป็นคนหนึ่ง ที่ได้มีส่วนสนับสนุนท่านประธานชวน หลีกภัย ในสมัยที่ท่านเป็นนายกรัฐมนตรี สมัยที่ ๒ ในการจัดตั้ง สสส. สสส. มีวัตถุประสงค์หนึ่งที่สำคัญก็คือเรื่องของการป้องกันไม่ให้เยาวชน ไม่ให้ประชาชนบริโภคสุรา เพราะว่ามันเกิดปัญหามากมายด้วยกัน ช่วยฉายสไลด์ (Slide) ด้วยนะครับ🔗
การที่เรามีการบริโภคสุรา ก่อให้เกิดปัญหาทางสังคมมากมายด้วยกัน สไลด์ (Slide) ต่อไปเลยครับ เมื่อตอนปีใหม่ และวันเด็ก พรรคประชาธิปัตย์ได้รับหนังสือจากเยาวชนทั่วประเทศกว่า ๓๐๐ ฉบับ เพื่อขอให้พรรคได้ดูแลในเรื่องของการบริโภคสุรา เพราะว่าก่อให้เกิดปัญหาอุบัติเหตุ ปัญหา การสูญเสียชีวิตของคนไทยตาดำ ๆ จำนวนมากด้วยกัน เยาวชนเหล่านี้ขอร้องให้ภาครัฐ รวมไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีได้โปรดกรุณาให้มีการจำกัดการบริโภคสุรา โดยวิธีการต่าง ๆ🔗
สไลด์ (Slide) ต่อไป นี่คือเอกสารต่าง ๆ ที่นำเสนอมาที่พรรคประชาธิปัตย์ ครับทุกวันนี้เรามีปัญหาการสูญเสียชีวิตจากการบริโภคสุราและการขับรถ ทุกวันนี้ การสูญเสียเฉลี่ยแล้ววันละ ๒๑ คน อย่างวันนี้ตัวเลขของโควิด (COVID) เสียชีวิต ๒๒ คน เราก็ตกอกตกใจกันมากมาย เราต้องป้องกันกันมากมาย แต่การที่เราเสียชีวิต จากการบริโภคสุราและขับรถ เกิดอุบัติเหตุกับคนอื่น ๆ คนภายนอกที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ แต่ว่าเดินถนน สิ่งเหล่านี้ที่สังคมเราจะต้องมีการแก้ไข หากมีการดำเนินการตามที่ ร่างกฎหมายฉบับนี้เปิดโอกาสขึ้นมา ผมก็เป็นห่วงว่าจะเดินสวนทางกับสิ่งที่เกิดขึ้น ความสูญเสียของชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนมันนับไม่ได้หรอกครับกับประโยชน์ ที่เราจะได้ อย่างที่ท่านสมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไป🔗
สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ อันนี้คือตัวอย่างหนึ่งของการที่ประชาชนของเรา ดื่มสุราและไปขับรถชนเสาไฟฟ้า สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งครับ ที่เกิดอุบัติเหตุขึ้นมา สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ พวกเราคงไม่ต้องบอกว่าเราจะมีเพื่อน มีญาติไม่น้อยที่มีปัญหานี้ปัญหาของการสูญเสียต่าง ๆ และเป็นปัญหาสังคมที่แก้ยาก ต่อให้เรามีกฎหมายห้ามการต้มกลั่นก็ตาม สิ่งเหล่านี้ก็เกิดอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น จริง ๆ ที่กระผมกราบเรียนประเด็นนี้ผมไม่ได้ต้องการที่จะปกป้องนักผูกขาดรายใหญ่ หรือผู้ที่ประกอบการ ณ เวลานี้ แต่อยากที่จะให้ข้อสังเกตประเด็นนี้ครับ ว่าเราไม่ควรส่งเสริม ให้พวกเราอาศัยเรื่องนี้เป็นทางออก ไม่ว่าจะเป็นทางออกของการดูแลเรื่องเศรษฐกิจ หรือเรื่องของสิทธิเสรีภาพก็ตาม สิ่งเหล่านี้ควรจะมีขอบเขต🔗
สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ อย่าง สสส. ก็พยายามแล้วพยายามอีก ในการที่จะสนับสนุนส่งเสริมให้คนได้ระมัดระวังในเรื่องของการดื่มสุรา เชื่อว่าพวกเรา คงได้เห็นเรื่องนี้ ประเด็นเหล่านี้ แต่แน่นอนครับ เราก็คงจะต้องพูดง่าย ๆ ก็คือว่า แก้ไขปัญหากันต่อไป แต่ถ้าหากมีการเปิดอันนี้ครับ ผมก็เป็นห่วงครับว่า สิ่งที่เรา อยากที่จะให้สังคมไทยมีความสงบสุขก็จะทำได้ยากมากขึ้นจากเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เราได้รู้เห็น ก็ขออนุญาตที่จะตั้งข้อสังเกตในประเด็นนี้เท่านี้ครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านปดิพัทธ์ ตามด้วยท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานครับ เหมือนที่ท่านเท่าพิภพ แล้วก็ท่านวรภพได้อภิปรายก่อนหน้านี้ กฎหมาย ฉบับนี้เรียบง่ายมาก ก็คือปลดล็อกให้การผลิตสุราไม่ใช่การบริโภค ไม่ใช่เรื่องอื่น ๆ เป็นเรื่องของการผลิตทั้งในเรื่องของผลิตสิทธิส่วนบุคคลแล้วก็การผลิตเพื่อการค้านั้นปลดล็อก ออกมาจากกฎหมายที่ล้าหลังและให้ความมั่งคั่งนั้นไปอยู่ที่นายทุนเพียงไม่กี่เจ้าในประเทศนี้ เรื่องนี้จึงไม่ได้เกี่ยวข้องกับศีลธรรมว่าจะดื่มมาก ดื่มน้อย จะดื่มอย่างไรให้ปลอดภัย จะดื่มอย่างไรให้ไม่ทำอันตรายต่อคนอื่น เรื่องนี้ไม่เกี่ยวเลยครับท่านประธาน เรื่องนี้เกี่ยวข้อง กับว่าเราจะอนุญาตให้ประเทศนี้ คนเราสามารถผลิตสุราและสร้างนวัตกรรมและสร้าง เศรษฐกิจด้วยมือของพวกเขาเองได้ไหม หรือเป็นเพียงแค่ลูกจ้างในโรงงานเบียร์ (Beer) ที่อนุญาตเพียงแค่ไม่กี่เจ้า ท่านประธานครับ ผมเองเป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้เป็นผู้ริเริ่มหรือทำให้เกิด พ.ร.บ. ฉบับนี้ แบบเดียวกับที่ท่านเท่าพิภพ แต่ผมเห็นคุณเท่าพิภพถูกจับในฐานะของอาชญากร ท่านประธานครับ ตอนที่คุณเท่าพิภพถูกจับนี้ เจอเข้าไป ๔ ข้อหา ว่ามีภาชนะสำหรับทำสุรา โดยไม่ได้รับใบอนุญาตจากอธิบดี คนเราจะทำสุราในประเทศนี้จะต้องไปขออนุญาตจาก อธิบดีคนเดียวและท่านก็รู้ว่าเงื่อนไขของการอนุมัติ อนุญาตแบบนี้เป็นความมั่งคั่ง ของราชการที่จะเรียกรับผลประโยชน์จากคนที่สยบยอม ท่านประธานครับ ข้อหาที่ ๒ คือทำสุราโดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดี ข้อ ๓ มีไว้เพื่อขายซึ่งสุราที่รู้ว่าต้องมีการปิดแสตมป์ สุรา แต่ไม่ได้ติดแสตมป์สุรา ข้อ ๔ มีไว้เพื่อการครอบครอง ซึ่งสุราที่รู้ว่าต้องปิดแสตมป์สุรา แต่ไม่ได้ติดแสตมป์ ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับมาตรฐานการผลิต ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับ ความปลอดภัย ไม่มีเรื่องอะไรเลย เป็นเรื่องแสตมป์ครับท่าน เป็นเรื่องของการออกใบอนุญาต เรื่องนี้จึงไม่ได้เป็นเรื่องที่ยุติธรรมเลยสำหรับคนที่ต้องการที่จะสร้างนวัตกรรมหรือว่า สร้างสุราและสร้างคราฟต์เบียร์ (Craft beer) ขึ้นมาดื่มด้วยตัวเอง ท่านประธานครับ ผมคนหนึ่งเป็นคนที่มองเห็นเรื่องนี้ แล้วก็คุยกับพี่น้องประชาชนในจังหวัดพิษณุโลก ผมพูดที่นี่ในฐานะของคนที่เป็นแฟนของร้าน อย่างเช่นร้านโกลเด้น ไคท์ เป็นแฟนของร้าน อย่างเช่นร้านซีสเดอะซิพ ผมไปเจอคนพิษณุโลกเป็นเจ้าของร้านคราฟต์เบียร์ (Craft beer) อยู่ที่กรุงเทพฯ นี้คือร้านคราฟต์ อินเตอร์เซ็กต์ ผมเป็นคนที่เข้าไปในตำบลพลายชุมพล ที่พลายชุมพลมีวัดหนึ่งชื่อวัดตาล ที่ว่าเป็นวัดตาลก็คือมีลูกตาลเยอะนั่นเอง และในชุมชน วัดตาลนี้มีซอยหนึ่งชื่อว่าซอยกระแช่ ทั้งซอยทำกระแช่ ถึงขั้นตั้งชื่อซอยว่าเป็นซอยกระแช่ แต่ตอนนี้ไม่เหลือคนที่จะผลิตแล้วครับ ต้องไปแอบผลิตกัน ต้องไปซุ่มกัน แล้วผมถามว่า ทุกวันนี้ขายกันอย่างไร จำหน่ายอย่างไร ต้องมีการจ่ายอะไรให้กับเจ้าหน้าที่บ้าง สรุปก็ต้องมี ค่าใช้จ่ายรายเดือนให้กับเจ้าหน้าที่ที่มาตรวจ ท่านประธานครับ เรื่องนี้ทำให้คุณค่าของท้องถิ่น ทำให้โอกาสในการพัฒนาวิทยาศาสตร์ การทำเบียร์ (Beer) การทำสุรา การทำแอลกอฮอล์ นี่คือเรื่องของปฏิกิริยาเคมี นี่คือเรื่องการเอาวัตถุดิบจากธรรมชาติเอามาผลิตให้มีมูลค่าสูงขึ้น นี่คือเรื่องของศิลปะครับ ว่าเราจะทำอย่างไรให้ของที่มีมูลค่าอยู่แล้วนั้นมีมูลค่าสูงขึ้นแล้ว เป็นความงดงามในรูป รส กลิ่น เสียง นี่คือความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจที่จะทำให้พี่น้อง ประชาชนนั้นภูมิใจว่าของที่เขามีอยู่ที่บ้านนั้นสามารถแปรเปลี่ยนเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจ ได้เป็นร้อยเท่า พันเท่า ในวันที่เราเห็นพี่น้องประชาชนถูกจับ ถูกรีดไถ เราเห็น ร้านคราฟต์เบียร์ (Craft beer) เกิดขึ้นได้อย่างยากลำบาก เราอ่านข่าว ผู้ผลิตคราฟต์เบียร์ (Craft beer) ไทยจะต้องไปผลิตที่ต่างประเทศแล้วก็กลับมาขายในประเทศไทย เพราะประเทศไทยไม่อนุญาตให้เขาผลิตได้ และในวันที่เราดูข่าวเหล่านี้ เราก็นั่งจิบเบียร์ (Beer) อยู่ยี่ห้อเดียวมาเป็นเวลา ๓๐-๔๐ ปี ท่านประธานครับ นี่คือความอยุติธรรม นี่คือความที่กดขี่ความคิดสร้างสรรค์และโอกาสในการเติบโตของพี่น้องประชาชนคนไทย ท่านประธานครับ ผมเป็นแฟนคราฟต์เบียร์ (Craft Beer) แล้วสิ่งที่คราฟต์เบียร์ (Craft Beer) นิยามไว้คืออะไร ถ้าเราอนุญาต ถ้าเราปลดปล่อยล็อกนี้ คราฟต์เบียร์ (Craft Beer) คือการใช้วัตถุดิบที่เป็นธรรมชาติทั้งหมด ห้ามใส่วัตถุดิบสังเคราะห์กลิ่นหรือลดเพื่อลดต้นทุน ถ้าจะใส่ต้องใส่เพื่อให้มีกลิ่นและรสชาติที่ดีขึ้นเท่านั้น ท่านประธานครับ ผมมีความใฝ่ฝัน เหลือเกินว่าพี่น้องประชาชนคนไทยและทั่วโลกจะได้ดื่มไวน์ จะได้ดื่มเบียร์ (Beer) ที่มาจาก มะม่วงของจังหวัดพิษณุโลก ทุกวันนี้จากโควิด (COVID) ขายกันกิโลกรัมละ ๑ บาท ขายกิโลกรัมละ ๒ บาท มะม่วงอกร่องชั้นดีของจังหวัดพิษณุโลกแทบจะเอามาถมที่ กันฟรี ๆ แล้ว ขายกันกิโลกรัมละบาท ๒ บาท ทำไมชาวโลกถึงไม่ได้กินเบียร์ (Beer) ข้าวเหนียวมะม่วงของจังหวัดพิษณุโลกในฐานะของสินค้าชั้นเลิศที่เป็นความภูมิใจ ของคนจังหวัดพิษณุโลก แต่ปล่อยให้มะม่วงนั้นเน่าตาย จนพี่น้องเกษตรกรนั้นไม่มีอนาคตเลย ท่านประธานครับ เบียร์ (Beer) ที่จังหวัดพิษณุโลกก็ยังมีเบียร์ (Beer) สตรอว์เบอร์รี่ด้วย ผมเองไม่ได้เป็นคนที่ชอบกินเบียร์ (Beer) หวาน ผมก็ไม่ได้เป็นแฟนเบียร์ (Beer) ตัวนี้ แต่มีคนหลายคนครับที่ชอบเบียร์ (Beer) ตัวนี้และเขาต้องการกินเบียร์ (Beer) แบบนี้ เพราะเป็นสตรอว์เบอร์รี่ในจังหวัดของพวกเราเอง นี่คือท้องถิ่นนิยมที่จำเป็น มันไม่ได้ เป็นความรักชาติที่คลั่งชาติว่า เราจะไปกู้ชาติหรืออะไรแบบนั้น แต่เป็นการรักบ้านเกิด เป็นการรักคนในชุมชน เป็นการรักวัตถุดิบในท้องถิ่น นี่หรือครับ นี่เรียกว่าประชาธิปไตย ที่กินได้ ไม่ใช่เอาเงินไปให้เขาและบอกว่าเขาจะมีชีวิตที่ดี ไม่ใช่เอาเงินไปหว่านให้ ไม่ใช่เอาบัตรไปให้ แต่บอกให้เขามีโอกาสที่จะเติบโตด้วยตัวของเขาเอง เพราะไม่มีกฎหมาย ล้าหลัง เฮงซวย ไปกดขี่พวกเขาอยู่ ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้เอง กฎหมายฉบับนี้ ผมจึงคิดว่า เราต้องอย่าหลงประเด็น ผมไม่อยากให้สภาแห่งนี้หลงประเด็น นี่ไม่เกี่ยวกับ ความปลอดภัย นี่ไม่เกี่ยวกับวัฒนธรรมการดื่มที่ไม่ดี เรามีเรื่องที่ต้องทำอีกมาก เพื่อให้ประชาชนคนไทยนั้นมีวัฒนธรรมการดื่มที่ดี แต่วัฒนธรรมการดื่มที่ดีไม่สามารถ ที่จะบอกว่า แต่คุณกินได้แต่เบียร์ (Beer) และสุรายี่ห้อนี้เท่านั้น วัฒนธรรมการดื่มที่ดี มาจากการที่พวกเขาภูมิใจด้วย ผมอยากจะดื่มสิ่งที่อยู่ในขวดนั้นด้วยความภูมิใจว่า ผมเป็นคนพิษณุโลก และผมจะรับผิดชอบต่อสังคม รับผิดชอบต่อเงินภาษีอากร รับผิดชอบ ต่อการขับรถของผมเอง เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องพวกนั้น ปล่อยให้การผลิตเป็นเรื่องของเสรี ปล่อยให้เศรษฐกิจนี้ปลดล็อกออกมา และนี่คือโอกาสเติบโตในทุกมิติของวงการธุรกิจ เอสเอ็มอี (SMEs) ของประเทศไทย ผมอยากให้สภาแห่งนี้รับหลักการและสนับสนุนเรื่องนี้ ต่อไป ข้อขัดแย้งอื่น ๆ ไปว่ากันในกรรมาธิการครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ สภาเรากำลัง พิจารณากฎหมายที่มีเพื่อนสมาชิก ซึ่งประทานโทษเอ่ยนามท่านจากพรรคก้าวไกล คือคุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กับคณะ เสนอเอาไว้ เป็นเรื่องของร่างพระราชบัญญัติ ภาษีสรรพสามิต ผมได้อ่านดูสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติที่ท่านได้สรุปเอาไว้ ในเอกสารที่เสนอต่อสภาเรา ก็คือเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมให้การผลิตสุราสามารถกระทำได้ โดยทั่วไป ถ้าหากประสงค์จะผลิตสุราเพื่อการค้า อันเป็นการประกอบอาชีพที่สุจริต ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายว่าด้วยภาษีสรรพสามิต และต้องขออนุญาตตามหลักเกณฑ์ และวิธีการต่าง ๆ ประกอบกับได้ฟังผู้ที่อภิปรายเสนอกฎหมายแล้ว ผมคิดว่าเป็นประเด็น ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งครับ ในเชิงประวัติศาสตร์เรื่องของภาษีสรรพาสามิตที่เกี่ยวข้องกับสุรา และการต้มกลั่นสุรานั้น ความจริงแล้วผมได้สอบถามท่านสมาชิกผู้อาวุโสของ พรรคประชาธิปัตย์ คือท่านเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ ประทานโทษเอ่ยนามท่าน บิดาของท่านคือ ท่านเทียม ไชยนันทน์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งพรรค และเป็น ส.ส. ในสภาเมื่อปี ๒๔๘๙ เคยเสนอกฎหมายทำนองเดียวกันนี้ครับ ที่ต้องการให้มีการเข้าสู่การผลิตสุราทั้งหลาย ของประชาชนรายเล็กรายน้อยได้ แต่จะด้วยเหตุผลกลใดก็ตาม ไม่เคยได้รับความสำเร็จ ในการแก้ไขกฎหมายมา ซึ่งมันก็สะท้อนลักษณะหนึ่งของธุรกิจนี้ในประเทศไทย ประกอบกับว่าผมไปอ่านบทรายงานของธนาคารกรุงศรี ซึ่งทำเอาไว้เมื่อปี ๒๕๖๐ เป็นการพูดถึงตลาดเครื่องดื่มในประเทศนี้ ความจริงตลาดเครื่องดื่มมี ๒ แบบ แบบหนึ่งคือ ไม่มีแอลกอฮอล์และแบบมีแอลกอฮอล์ ทั้ง ๒ ตลาดนี้รวมกันเมื่อย้อนกลับไปสัก ๒-๓ ปี ที่ผ่านมา มูลค่ารวมกันประมาณ ๕.๗ แสนล้านบาท ในเชิงปริมาณที่ไม่มีแอลกอฮอล์ดื่มกัน มากกว่า เช่นพวกน้ำดื่ม พวกน้ำอัดลม เป็นต้น แต่เชิงมูลค่าตลาดแอลกอฮอล์สูงกว่ามาก อยู่ที่ประมาณ ๖๕ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ตลาดที่ไม่ใช่เครื่องดื่มแอลกอฮอล์นั้นมีมูลค่า อยู่ที่ประมาณ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ครับ แต่ปัญหาของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศไทย แต่เดิมนั้นอุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พัฒนามาจากการผลิตสุราพื้นบ้านหรือสุราแช่ ซึ่งยุคเดิมนั้นรัฐผูกขาด ตั้งแต่ปี ๒๔๗๐ จนกระทั่งปี ๒๕๐๒ ก็เริ่มมีนโยบายให้เอกชน ประมูลสิทธิดำเนินกิจการโรงงานที่ผลิตสุราทั้งหลาย จนกระทั่งปี ๒๕๔๓ ยุคนั้น ก็มีการพยายามที่จะปลดล็อกตัวนี้ไป แต่ปัจจุบันนี้ปัญหายังมี ก็คือเขาวิเคราะห์อย่างนี้ครับว่า อุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีผู้ผลิตไม่มากนัก เนื่องจากลักษณะอุตสาหกรรม เครื่องดื่มนั้นต้องลงทุนสูง เรื่องสำคัญคือกฎระเบียบทางการไทย เกี่ยวกับคุณสมบัติ ของผู้มีสิทธิขอรับใบอนุญาตผลิตและขายส่งเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในไทยนั้นเป็นอุปสรรค ในการเข้าสู่อุตสาหกรรมของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) โดยเฉพาะในอุตสาหกรรม การผลิตสุราและเบียร์ (Beer) ซึ่งเฉพาะอุตสาหกรรมเบียร์ (Beer) ตลาดในประเทศ ถูกควบคุมโดยบริษัทรายใหญ่ ๒ ราย ซึ่งในนี้เขาเขียนไว้ในบทรายงานเลย คือบริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เขาพูดถึงตัวยี่ห้อ ของเครื่องดื่มเหล่านั้นด้วย อุตสาหกรรมสุราก็เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นลักษณะเช่นนี้ ก็เลยน่าสนใจว่าเมื่อมีกฎหมายที่เสนอโดยเพื่อนสมาชิกเข้ามา เพื่อที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลง ลักษณะของตลาด ลักษณะแบบนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าพิจารณามาก เพราะจะเป็น ประโยชน์กับผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อยซึ่งก็ต้องยอมรับครับว่าในไทยนั้นมีศักยภาพ ในเรื่องนี้อยู่ค่อนข้างมาก ในขณะที่ตลาดที่เป็นโครงสร้างที่ค่อนข้างผูกขาดมาตั้งแต่ ยุคที่เปิดให้มีการสัมปทานนั้นก็ตกอยู่ในมือของธุรกิจรายใหญ่อย่างที่รายงานฉบับนี้ ได้เขียนเอาไว้จริง แต่กฎหมายฉบับนี้ต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์กันมากแน่ครับ ฝ่ายหนึ่ง ก็อาจจะเห็นว่า เอ๊ะ นี่เป็นการเปิดเสรีและทำให้เกิดปัญหาเรื่องความไม่ปลอดภัยหรือไม่ ความจริงแล้วประเทศไทยเรามีพระราชบัญญัติอีกตัวหนึ่ง ก็คือพระราชบัญญัติควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปี ๒๕๕๑ และมีกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องอีกมากมาย ตลอดจนกระทั่ง มีหน่วยงานองค์กรที่รณรงค์ให้การดื่มทั้งหลายนี้ต้องอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสมด้วย เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องชั่งน้ำหนักกันครับ อุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ นั้นมีทั่วโลก และในลักษณะที่มีอยู่ทั่วโลกนั้นตัวโครงสร้างของอุตสาหกรรมนั้นก็ควรที่จะเป็น โครงสร้างซึ่งเอื้อให้กับผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อยสามารถที่จะเข้าถึงได้ และในทางหนึ่ง มันเป็นการส่งเสริมเรื่องของความหลากหลายของอุตสาหกรรม ซึ่งสามารถจะสร้างมูลค่าได้ ในเชิงเศรษฐกิจและสร้างเศรษฐกิจให้กับชาวบ้านซึ่งเป็นผู้ประกอบการรายเล็ก ๆ ที่สำคัญที่สุด คือในประเทศไทยนั้นมีวัตถุดิบที่สามารถจะผลิตสิ่งเหล่านี้ได้อย่างบริบูรณ์ทั่วถึง ทั้งประเทศครับ เพราะฉะนั้นในเชิงนี้แล้วผมจึงคิดว่าตัวพระราชบัญญัติฉบับนี้ เป็นพระราชบัญญัติที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ถือเป็นพระราชบัญญัติที่มีลักษณะที่ต่อเนื่อง ทางประวัติศาสตร์อย่างหนึ่ง ซึ่งมีการเสนอขึ้นมาในสภาแห่งนี้ โดยส่วนตัวผมนั้นผมสนับสนุน หลักการของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ และอยากให้สภานี้รับหลักการไปเพื่อที่จะไป พิจารณากันในชั้นกรรมาธิการต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่านธีรัจชัย พันธุมาศ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานที่เคารพครับ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๔๐ บัญญัติไว้ว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการประกอบอาชีพการจำกัดเสรีภาพ ตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้ เว้นแต่โดยอาศัยตามบทบัญญัติแห่งกฎหมายตราขึ้นเพื่อรักษา ความมั่นคงหรือเศรษฐกิจการแข่งขันอย่างเป็นธรรมและป้องกันการขจัดการผูกขาด คุ้มครองผู้บริโภค การจัดระเบียบการประกอบอาชีพเท่าที่จำเป็นหรือเพื่อสถานะอย่างอื่น ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญเราบัญญัติไว้ชัดเจน การประกอบอาชีพในเรื่องของ การปรุงสุราหรือเบียร์ (Beer) ก็เป็นอาชีพหนึ่งซึ่งคนไทยทั้งหมดควรจะมีการประกอบได้โดยเสรี แต่ในโครงสร้างกฎหมายของประเทศเรา ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของพระราชบัญญัติสรรพสามิต ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๑๕๓ เขาบอกว่าผู้ใดประสงค์จะผลิตสุราหรือมีเครื่องสำหรับผลิตสุรา ครอบครองให้ยื่นคำขออนุญาตต่ออธิบดี ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไข ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด หลักเกณฑ์ วิธีการที่กำหนดนั้นไม่ได้มีกำหนดในเรื่องของ กำลังผลิต ในเรื่องของทุนจดทะเบียน ในเรื่องของคนงานที่จะใช้ ดังนั้นเมื่ออธิบดีกำหนด หลักเกณฑ์ขึ้นมา นั่นหมายถึงว่ามีการกำหนดให้มีกำลังผลิตที่สูง เช่น ๓๐,๐๐๐ ลิตรต่อวัน ในเรื่องของสุรา ๑๐ ล้านบาท ในเรื่องของกำลังคนผลิตมี ๗ คน มีเครื่องผลิต ๕ แรงม้า คือกำหนดใน ๒ ส่วน ก็คือกำหนดใหญ่สุดคือกลุ่มทุนใหญ่เท่านั้น และขนาดเล็กสุดคือ ขนาดช้างกับมดเท่านั้นเอง แต่ขนาดมนุษย์ธรรมดาที่จะประกอบอาชีพในการผลิตสุรา หรือเหล้าเบียร์นั้นไม่ได้กำหนดไว้ สิ่งเหล่านี้ก็เป็นการเอื้อต่อกลุ่มทุนใหญ่เพียง ๒ ตระกูล ที่ผูกขาดในประเทศไทยในการผลิตสุรา ผมคิดว่ากฎหมายฉบับนี้ที่ท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กับคณะ เสนอขึ้นมานั้นเป็นการที่จะอุดช่องว่างเพื่อเปิดเสรี การที่มีการผลิตสุรา หรือเบียร์ (Beer) เสรี นั่นหมายความว่ามันเป็นเรื่องคนละเรื่องของการป้องกันอุบัติภัย จากกรณีของพิษสุรา ที่จะทำให้เกิดการมอมเมาต่าง ๆ เพราะเป็นคนละกรณีกัน กรณีถ้าเกิด ไม่มีการให้ประชาชนส่วนเล็กส่วนน้อยสามารถที่จะผลิตสุราได้ บริษัทใหญ่ก็มีสุรามาขาย ก็ยังเกิดการเมาสุรา เมาไม่ขับอย่างนั้นอยู่เหมือนกัน ผมคิดว่าตรงนี้เราน่าจะตัดประเด็นนั้น ออกไป กรณีอย่างนี้การผลิตเหล้าเบียร์ (Beer) ต่าง ๆ เราจะทำให้ผลไม้ท้องถิ่น เช่น พุทรา มังคุด ละมุด ลำไย มะเฟือง มะไฟ มะกรูด มะนาว มะพร้าว ส้มโอ ฟัก แฟง แตงโมต่าง ๆ เหล่านี้สามารถมาผลิต ซึ่งเคยเป็นสินค้าเกษตรที่ผลิตแล้วเกิน ผลิตแล้วราคาตกต่ำ มาใส่ในขวดหมักไว้ ยิ่งหมักไว้ยิ่งราคาสูงขึ้น แต่ทำไมเราไม่ส่งเสริมให้ประชาชนละครับ เราส่งเสริมให้นายทุนผูกขาดเพียง ๒ บริษัท ๒ ตระกูลเท่านั้นที่มีสิทธิผูกขาด แล้วก็จะมา บอกว่ากรณีอย่างนี้ห้ามประชาชนทั่วไปผลิต มาออกกฎเกณฑ์แบบนี้กำลังผลิต ๓๐,๐๐๐ ลิตรต่อวันนี้ใครจะไปทำได้ ต้องมีทุนเป็นพันล้านเท่านั้นถึงจะทำได้ และมาให้ เล็กที่สุด ๗ คนไม่เกิน ๕ แรงม้า มันก็เล็กที่สุด มันก็ทำขนาดแข่งขันอะไรไม่ได้ นี่คือออกกฎหมาย ออกกฎระเบียบมาที่เอื้อที่สุด ท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เสนอตรงนี้ ไปทลายทุนผูกขาดทางด้านการผลิตสุราและเป็นการเพิ่มภูมิปัญญาของประชาชนที่จะผลิต ในสุราเฉพาะคราฟต์เบียร์ (Craft Beer) ผมเป็นคนที่ไม่ดื่มเหล้า ไม่ดื่มสุราในส่วนนี้ แต่ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้มันเป็นการทลายเพื่อให้ประชาชนนั้นมีอาชีพ เพื่อสร้างรายได้ กับประเทศไทยเป็นแสน ๆ ล้าน เราเคยส่งข้าวไปส่งที่ต่างประเทศในราคา ๑ เท่า และเขาไป หมักเหล้ามาขายเมืองไทยเป็น ๑๗๐ เท่า เราก็เคยทำมาแล้ว ทำไมประเทศไทย ไม่ผลิตเสียเองละครับ คราฟต์เบียร์ (Craft Beer) บางทีก็แอบผลิตที่ต่างประเทศ แถวลาว แถวอะไรเข้ามาและมาขายในเมืองไทย ทำไมประเทศเราทำไม่ได้ สิ่งเหล่านี้ ผมเห็นด้วยว่าร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นร่างกฎหมายที่ควรจะผ่านออกมา และไปพูด ในรายละเอียดในชั้นคณะกรรมาธิการ เพื่อทลายกลุ่มทุนผูกขาด แต่ผมเชื่อว่าแรงต้าน จะเกิดจากคนกลุ่มหนึ่งซึ่งพยายามเข้ามาแทรกแซงเสียงในสภาแห่งนี้ เพื่อให้ล้มกฎหมาย ฉบับนี้ให้ได้ เพราะนั่นหมายถึงว่ากลุ่มรายได้มหาศาลที่เขาผูกขาดอยู่จะถูกทลายไป โดยความเสรีทางด้านการผลิตสุราและสร้างภูมิปัญญา และสร้างมวลการผลิตที่ไม่ได้ผูกขาด แค่บุคคล แต่กระจายไปคนทั่วประเทศขึ้นมา ท่านประธานที่เคารพครับ การเสนอกฎหมาย ครั้งนี้เป็นเรื่องของช่วยส่งเสริมธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) ส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันอย่างเสรี เท่าเทียมและเป็นธรรม ไม่เป็นการกีดกันทางการค้า เป็นทางเลือกที่หลากหลายให้แก่ ผู้บริโภค เป็นการสร้างอาชีพให้แก่ประชาชนและเกิดรายได้ เป็นการกระจายรายได้ ให้สู่ชุมชน ผู้ประกอบรายย่อยไม่ผูกขาดนายทุนเพียงผู้เดียว สามารถสร้างรายได้ให้กับ ประเทศกระตุ้นเศรษฐกิจได้ หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนดในปัจจุบันนั้น มีลักษณะ เป็นการกีดกันทางการค้าที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้ผลิตรายย่อยที่มีทุนทรัพย์น้อย การเปิดเสรี ช่วยให้ผู้บริโภคได้บริโภคราคาที่ถูกลง ถามว่าสิ่งเหล่านี้ทำไมเราจะไม่ทำครับ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมคิดว่าถ้าเรารับหลักการฉบับนี้และไปปรับปรุง ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรก ที่บางท่าน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติบอกว่าเวลากฎหมายเพื่อทลายทุนผูกขาดนี้เข้ามา จะไม่ผ่านในสภาจะเป็นครั้งแรกที่ผ่านในสภา ผมจึงขอเรียนท่านสมาชิกที่เคารพ ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านได้ช่วยกันรับหลักการกฎหมายฉบับนี้ไปพูดในชั้นกรรมาธิการ และแก้ไขกัน และเชื่อว่าประชาชนนั้นควรจะมีเสรีในการประกอบอาชีพและไม่ถูกกลุ่มทุน ผูกขาดครอบงำการผลิตสุราหรือเบียร์ (Beer) ในประเทศไทยต่อไปครับ🔗
เชิญท่าน ต่อไปครับ ท่านสงวน พงษ์มณี ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายของ ส.ส. ที่ร่างเข้าสภานานแล้ว และเพิ่งได้มาพูดกันในวันนี้ ผมเองฟังมาตั้งแต่ต้น ผมจะเรียนท่านประธานว่าผู้ที่ขึ้นมาพูด ส่วนมากเรียกร้องสิทธิทางการผลิตตามมาตรา ๔๐ ของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ไม่ได้เกี่ยวข้อง กับเรื่องของผลของการดื่มสุราและจะทำให้สังคมมีปัญหา ทำไมผมยกประเด็นนี้ขึ้นมาก่อน ท่านประธานครับ การต่อสู้เพื่อรักษาวิถีการผลิตสุราพื้นบ้านมันก่อนปี ๒๕๔๐ นะครับ ก่อนที่จะมีรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เริ่มมาเข้มข้นหลังรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ แล้วก็ หลังรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๔ ก็มี พ.ร.บ. เกี่ยวกับเรื่องนี้ เรื่องสุราพื้นบ้าน ให้สิทธิในการผลิต ท่านครับ หลังจากปี ๒๕๕๑ เป็นต้นมาแล้ว ถูกรุมสะกำโดย ต้องเรียกว่ากรมสรรพสามิต ทำอย่างไรครับ พนักงานทุกอย่างไล่จับอย่างเดียว เพื่อทำลายการผลิตของชุมชน ท่านประธานครับ วันนี้สังคมเกษตรของเราเป็นผู้ผลิตที่ดี เรามีผลไม้รสหวานมากมายครับ ถ้าหากว่าเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิในการผลิตสุราที่ไม่ต้องยุ่งยากมาก ลำไยนี่ผมว่า ไม่ต้องไปแก้ไขปัญหาอะไรเลย ใช้ยีสต์ (Yeast) ใส่ลงไปในลำไยสามารถจะเป็นบรั่นดีได้เลย ท่านครับ เราทำไม่ได้เพราะอะไรครับ เพราะสุราขาวทั่วประเทศมันเป็นสุราผสม เอาแอลกอฮอล์ผสมเท่านั้นเอง ไม่ใช่สุรากลั่นในเมืองไทย ท่านคิดว่ามูลค่าของสุราขาว ที่เต็มตลาด มันน้อยกว่าสุราแดงหรือครับ สุราสี มันมากกว่า แต่ไม่มีใครพูดถึง มันมีส่วน ทำให้สุราชาวบ้านถูกประณาม ถูกกล่าวโทษ แล้วก็บอกว่าต้องหยุด เขาใช้อะไรครับ ใช้ภาษีครับ ภาษีเสียเท่ากับบริษัทใหญ่ แล้วจะอยู่อย่างไร ทำไมผมพูดประเด็นนี้ ผมจะบอกท่านว่าผมเป็นคนหนึ่งที่ผลิตสุราพื้นบ้านตอนนั้น พวกเราสามารถทำโรงกลั่น ๒ ชั้น ทำได้ดีครับ และเป็นอย่างไรครับ ขึ้นภาษีจนเท่ากับของสุราใหญ่ ขอโทษครับ ไม่กล้า จะเปิดชื่อบริษัท เอากระทั่งว่าเสียภาษีเท่ากัน แล้วต้องถูกเบียดบังเรื่องการตรวจสอบ ตลอดเวลา สุดท้ายผมทำอย่างไรครับ ผมยุติ เอายาสูบมาใส่ในเหล้าหมดเลย เอาต้นสะเดา ใส่เข้าไปเพื่อมาเป็นยาฆ่าหญ้า เป็นยาฆ่าแมลง ท่านครับ เจ็บปวดมากครับ ผมเหลือสุรา ส่วนหนึ่งเก็บปี ๒๕๔๔ ปี ๒๕๕๔ และหลังปี ๒๕๕๔ อย่างน้อยที่สุด ๕ ปี หรือ ๑๐ ปี เอามาเปิดชิมดูตอนนี้รสชาติกลิ่นเหมือนสาเก (Sake) เลย เอาสุราพื้นบ้านกรองด้วยเซรามิก (Ceramic) แล้วเก็บไว้ ถ้าเป็นขวดทึบแสงยิ่งดี ท่านประธานครับ สิ่งนี้มันกำลังถูกทำลายไป เรื่อย ๆ ท่านเชื่อไหมครับถ้าภาษีจะขึ้นเมื่อไรโกดังในลำพูนเต็มหมดเลย ผลิตสุราขาวไปเช่าวางไว้ ไล่จับของชาวบ้านหมด ผมกำลังจะบอกท่านประธานว่ากฎหมายแบบนี้อยากจะฝากไป ทางท่านวิป (Whip) รัฐบาลว่าช่วยรับหลักการได้ไหม เพราะเขียนหลักการกว้าง ๆ ไว้ เราสามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงได้ ถ้าท่านทำตรงนี้ได้การแก้ปัญหาพืชพื้นฐานต่าง ๆ ที่ล้น ตลาดมันจะหายไป ท่านครับ ใกล้ประเทศเรา ประเทศเพื่อนบ้าน หมู่บ้านแต่ละบ้านเขาผลิตสุรา ผลิตเสร็จมีกี่ไหล่ะ เดือนนี้มีกี่ไห กรรมการหมู่บ้านมาเซ็นครับ เซ็นเสร็จแล้วบอกว่า ใน พ.ศ. นั้นที่นี่จะมีสุรา พื้นบ้านประมาณ ๒๐ ไห มาประมูลกันเอา ชาวบ้านก็เก็บไว้ได้ สินค้าต่าง ๆ ก็ไปได้ ผมคิดว่า ชาวบ้านคิดเป็น ทำเป็น แต่อยู่ไม่เป็นแล้วตอนนี้เพราะอะไร เพราะว่ารัฐกดทับเรื่องสิทธิ พื้นฐานเรา กฎหมายฉบับนี้ถ้าเรารับหลักการก็จะมีกระบวนการสร้างเงื่อนไข แล้วก็เขียน ให้มันดีขึ้น แต่ถ้าไม่รับหลักการพรรคการเมืองฤดูนี้เป็นฤดูหาเสียง ผมเชื่อว่าหลายพรรค จะทำเป็นนโยบายเพื่อจะบอกประชาชนว่าเราจะลืมตาอ้าปากด้วยลำแข้งของเราเอง ด้วยสิ่งที่เราผลิตเองแล้วเราทำเอง ท่านครับ ไม่กี่วันนี้ สสส. มาชี้แจงกรรมาธิการคณะผม คาดการณ์อย่างไรครับ คาดการณ์ว่าถ้าสถานการณ์โควิด (COVID) ดีขึ้นจะเก็บภาษีเหล้า บุหรี่ ได้เยอะกว่า นั่นแสดงว่าไม่มีสินค้าของโอทอป (OTOP) ของชาวบ้านแล้วยังมีคนบริโภคสุรา มากขึ้น ถ้าสถานการณ์นี้ดีขึ้น สรุปก็คือทำลายของชาวบ้านไปหมด บริษัทใหญ่ ๆ ขายเต็มที่เลย นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้น ถ้าใครบอกว่ามีสุราพื้นบ้านแล้วคนจะดื่ม คนจะทำให้สังคมเสียหาย คุณเข้าใจผิดแล้ว ไม่มีก็มีคนดื่ม มีคนที่ทำสังคมเสียหาย ผมจะจบการพูดลงที่ว่า ท่านคืนสิทธิ การผลิตให้กับประชาชนเถอะครับ เราเขียนรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๐ บอกว่า เรามีเสรีภาพ ในการประกอบอาชีพ แต่วันนี้สภานี้จงทำให้มันเกิด ถ้ามันไม่เกิดจงกลับไปเป็นนโยบาย ของพรรคการเมือง ผมเชื่อว่าพรรคไหนไม่มีนโยบายนี้คุณมีปัญหาเรื่องคะแนนแน่นอนครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านต่อไป เชิญท่านคุณหมอบัญญัติครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ภาษี สรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งท่าน ส.ส.เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร และคณะ ขอประทานโทษ ที่เอ่ยนาม เป็นผู้เสนอ พร้อมตั้งข้อสังเกตฝากคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะตั้งขึ้น เพื่อพิจารณากฎหมายฉบับนี้ให้ประกาศใช้ให้เป็นคุณให้มากที่สุด ขณะเดียวกันก็ป้องกันโทษ และพิษภัยของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แม้นว่าจะไม่ได้อยู่ในกฎหมายฉบับนี้ก็ตาม แต่ว่ากฎหมายแต่ละฉบับเมื่อออกไปแล้วย่อมสามารถที่จะกระทบทั้งผลในเชิงบวก และเชิงลบต่อการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ทั้งสิ้น🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ การควบคุมการบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หรือเรียกว่าสุราก็ตาม ในประเทศไทยก็มีผู้ที่นิยมบริโภคสุรา เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ คนไหนที่นิยมบริโภคก็จะบริโภคประจำ คนไหนที่ไม่บริโภคก็ไม่บริโภค แต่ก็มีอีกส่วนหนึ่ง ถ้าหากว่ามีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พร้อมให้บริโภคหรืออาจจะถูกรสนิยมก็อาจจะนิยมมากขึ้น เพราะฉะนั้นการร่างกฎหมายฉบับนี้ผมเห็นประโยชน์อย่างยิ่งเลย คือเป็นการเพิ่มนวัตกรรม ในการผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์พื้นบ้านที่หลากหลาย แล้วก็อาจจะถูกรสนิยมผู้บริโภคทั้ง ในและต่างประเทศ เป็นโอกาสที่จะได้เป็นเครื่องจักรในการกระตุ้นเศรษฐกิจในท้องถิ่น ก็เป็นไปได้ เพราะเหตุว่าประเทศไทยของเรามีวัตถุดิบ วัตถุดิบในการผลิตเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ก็คือพวกแป้งและน้ำตาล ปัจจุบันนี้ก็ผลิตจากข้าวเจ้าบ้าง ข้าวเหนียวบ้าง หรือจากผลไม้บ้าง เป็นไวน์ (Wine) เป็นสุรา เป็นเบียร์ (Beer) ต่าง ๆ ซึ่งประเทศไทย อุดมด้วยสินค้าการเกษตรจำพวกแป้งและจำพวกน้ำตาล แล้วก็ผลไม้ เพราะฉะนั้นเชื่อมั่นเหลือเกินว่าสุราพื้นบ้านในอดีตซึ่งปัจจุบันเกือบจะหาไม่ได้แล้ว เมื่อหลายปีก่อนยังมีเหล้าป่าใส่ถุงพลาสติก เกือบจะหาไม่ได้แล้ว เมื่อหลายปีก่อนยังมีเหล้าป่า ใส่ถุงพลาสติก ซื้อขายกันในราคาย่อมเยาในตลาดมืด พบเห็นได้ทั่วไป แต่ระยะหลัง ๆ นี่ อาจจะเนื่องจากการกวดขันของทางเจ้าหน้าที่สรรพสามิตก็ลดน้อยถอยลงไปมากพอสมควร เมื่อไปดูต่างประเทศ ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็มีโอกาสเป็นกรรมาธิการ ในช่วงหลายสมัยที่ผ่านมานี้ก็ไปดูงานต่างประเทศ หรือแม้กระทั่งเป็นตัวแทนรัฐสภา ไปวันชาติของต่างประเทศต่าง ๆ ประเทศต่าง ๆ นี้ก็จะมีสุราพื้นบ้านให้ดื่มให้เป็นที่ระลึก เป็นการชิม ซึ่งประเทศไทยเราดูแล้วไม่ค่อยมีความหลากหลายเรื่องของสุราเลย กี่ปี ๆ ก็มีเหล้าโรง มีเหล้า ๓๐ ดีกรี ๔๐ ดีกรี มีอย่างเมื่อ ๒ วันนี้ไหว้เจ้าก็ต้องซื้อเหล้าโรงมาไหว้เจ้า บางท่านฐานะดีหน่อยก็มีเหล้าสี เห็นก็มีอยู่แค่นั้น เพราะฉะนั้นถ้าหากว่ากฎหมายฉบับนี้ เปิดช่องให้มีนวัตกรรมในการผลิตสุราพื้นบ้าน มีการนำผลิตผล พืช ผลไม้ต่าง ๆ มาประดิษฐ์ มาทำเป็นสุราพื้นบ้าน ดีไม่ดีบางรายการบางประเภทก็จะเติบโตกลายเป็นสินค้าส่งออก หรือแม้กระทั่งขายภายในประเทศ ที่สำคัญที่เห็นประโยชน์ก็คือลดการผูกขาดของ เจ้าใหญ่ ๆ ลง เจ้าใหญ่ ๆ นี้เวลาผลิตสุราไม่ได้ใช้วัตถุดิบดีเท่าไรหรอกนะ ใช้น้ำตาลโมลาส (Molasses) น้ำตาลเหลือ ๆ จากโรงงานน้ำตาลมาผลิตสุรา สู้ข้าวเหนียวชาวบ้านไม่ได้ ข้าวเหนียวชาวบ้านนี่เป็นข้าวแท้ ๆ เอามาผลิตเหล้าป่า เหล้าเถื่อน แต่ว่าสุราที่ผลิตจาก โรงงานใหญ่ ๆ นี่ก็ใช้กากน้ำตาลอะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าได้ผลผลิตทางการเกษตร ที่เหลือใช้ส่งขายไม่ได้ มีผลิตผลเกินที่ตลาดต้องการก็สามารถนำผลิตได้ ลดการผูกขาด ของเจ้าใหญ่ก็จะเกิดสินค้าและเศรษฐกิจชุมชนหมุนเวียน อันนี้คือข้อเด่นเท่าที่ผมมองเห็น ในร่างกฎหมายฉบับนี้ แต่ผมเห็นในร่างกฎหมายที่ท่าน ส.ส. เสนอมานั้นค่อนข้างยุ่งยาก ต้องให้อธิบดีอนุญาต ผมอยากให้ไปศึกษาการอนุญาตของ อย. ปัจจุบันจะผลิตจำพวก เครื่องสำอางก็ดี หรือว่าพวกน้ำยาล้างห้องน้ำ หรือว่าน้ำยาล้างจานอะไรต่าง ๆ เขามี การขออนุมัติทางออนไลน์ (Online) ส่งเอกสารนั้นนี้แล้วก็ต้องมีสาระสำคัญอะไร คีย์ (Key) เข้าไป ไม่กี่วันหรอกก็จะออกมาได้ มีใบอนุญาตจดแจ้ง ซึ่งทางสาธารณสุข เขาก็ใช้ อย. แต่ในกฎหมายฉบับนี้ใช้กระทรวงการคลัง ผมก็ไม่มั่นใจว่ากระทรวงการคลัง ได้พัฒนาไปเช่นเดียวกับกระทรวงสาธารณสุขหรือยัง ให้นำ อย. มาเป็นตัวอย่าง แล้วก็ขออนุมัติทางออนไลน์ (Online) ก็ฝากเป็นข้อสังเกตไว้ว่าอย่าให้มันยากเกินไป ยากเกินไปก็เป็นการกีดกันอย่างหนึ่ง แม้กฎหมายจะเปิดช่องแล้ว ในข้อสังเกตถัดไป ก็คือว่า ถ้ามันง่ายก็อย่าให้ง่ายถึงขนาดไร้การควบคุม ไม่ใช่ก็ผลิตในนี้ ในกฎหมายนี้เขียนว่าผลิต เพื่อการจำหน่ายแต่คนไทยเรามีวินัยพอหรือยัง ผลิตไปก็กินไปด้วยอะไรด้วยก็โรคตับแข็ง มีโรคตั้งเกือบ ๓๐๐ โรค ที่เกี่ยวเนื่องจากสุรา ก็จะเพิ่มทวีมากมายอาจจะไม่คุ้มค่า กับเศรษฐกิจหรือไม่ ก็ต้องเป็นข้อสังเกตที่ฝากไว้ในการร่างกฎหมายนี้ให้กรรมาธิการ ได้พิจารณาด้วยว่าอย่าให้การเปิดกฎหมายนี้เพื่อให้พัฒนาสุราพื้นบ้าน แต่ไปเพิ่มโรค เนื่องจากสุราเรื้อรังทำให้ประชาชนชาวไทยมีสุขภาพที่แย่ลง ก็ขอกราบเรียนท่านประธาน ถึงคณะกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
อีก ๒ ท่าน ท่านสิรินทร รามสูต🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน สิรินทร รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ วันนี้มีร่างพระราชบัญญัติสรรพสามิตเข้าสู่การพิจารณาในสภาแห่งนี้ ดิฉันรู้สึกว่า มันเป็นเรื่องที่ทันเหตุการณ์มากนะคะ เมื่อเสาร์ อาทิตย์ที่ผ่านมาดิฉันได้รับคำร้องเรียน จากผู้ประกอบการสุราพื้นบ้าน ซึ่งได้ส่งเอกสารมานะคะ และดิฉันก็ได้รับการชี้แจง จากเจ้าหน้าที่สรรพสามิตที่จังหวัดน่านนะคะ ซึ่งดิฉันเข้าใจถึงปัญหาของทั้ง ๒ หน่วยงาน เพราะว่าจังหวัดน่านเป็นจังหวัดเล็ก ๆ นะคะ แต่ก็มีการบริโภคสุราเป็นอันดับที่ ๒ ของประเทศ ถามว่าสุราเถื่อนเป็นสิ่งที่ดีไหม คำว่า เถื่อน มันก็ต้องไม่ดีนะคะ แต่ทำอย่างไร ที่จะให้พี่น้องประชาชนเรา ซึ่งทุกวันนี้อาชีพของพี่น้องประชาชนก็เหลือน้อยเต็มทีนะคะ หมูก็เลี้ยงไม่ได้ ขิงก็ไม่มีราคา พืชผลทางด้านการเกษตรอะไรก็ไม่มีราคาทั้งนั้น อาชีพที่พอจะดำรงอยู่ได้ก็รู้สึกว่าจะทำได้ลำบากมากนะคะ เมื่อดิฉันฟังจากพี่น้องประชาชน ก็จะทราบว่าการทำสุราพื้นบ้านนี้ แต่เดิมนั้นในจังหวัดน่านมีการขออนุญาตถึง ๕๙๕ ราย แต่ปัจจุบันปีนี้มีคนมาขออนุญาต ๒๐ ราย และขอเลิกกิจการไป ๓๑ ราย ก็แปลว่า มันทำแทบจะไม่ได้แล้วนะคะ เพราะทำไปก็ไม่มีกำไร แต่สิ่งที่ดิฉันได้พูดคุยกับผู้ประกอบการ ก็ทราบว่า เหล้าขวดหนึ่ง เหล้าสุราพื้นบ้านขวดหนึ่งนี้เขาขายในราคา ๗๐ บาท แต่ภาษี เอาไปแล้ว ๔๐ บาทนะคะ เพราะฉะนั้นต้นทุนอยู่ ๓๐ บาท ๓๐ บาทนี้มันก็แทบจะไม่มีกำไร แต่ทางสรรพสามิตเขาบอกว่าพออยู่ได้ คำว่าพออยู่ได้นี้มันก็แค่อยู่ได้ แต่มันก็จะไม่มี การพัฒนาเลย จะทำแพกเกจจิ้ง (Packaging) ให้สวยก็ทำไม่ได้นะคะ อันนี้เป็นข้อมูล ที่ชาวบ้านให้ดิฉันมานะคะ เป็นเอกสารว่าการเสียภาษีนี้ ต้องเสียตั้ง ๘ ขั้นตอนนะคะ คือคน ๆ เดียวไปขออนุญาต แต่ก็ต้องเสียภาษีตั้ง ๘ ขั้นตอน ดิฉันคิดว่ามันควรน่าจะมี การปรับลดขั้นตอน แล้วก็ทำสุรา ๑๐๐ ขวดกับทำสุรา ๑๐,๐๐๐ ขวดนี้เสียภาษีเท่ากันนะคะ เพราะฉะนั้นการผลิตแบบแมส โพรดักชัน (Mass Production) นี้ ต้นทุนมันก็ต้องต่ำกว่า การผลิตแบบพื้นบ้านที่ผลิตเพียง ๕๐-๖๐ ขวดต่อสัปดาห์นะคะ อันนี้ดิฉันก็อยากจะให้ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาดูว่า กำลังการผลิตของชาวบ้านนี้ผลิตได้น้อยมาก แต่ทำไมต้องเสียภาษีเท่ากับผู้ประกอบการรายใหญ่ที่ภาษี ๔๐ บาทเท่ากันนะคะ จากต้นทุน ๗๐ บาท และดิฉันมีความเห็นว่าสุราพื้นบ้านนี้ ชาวภาคเหนือมันมีสุราเถื่อนอยู่ตลอดเวลา เพราะอะไรคะ เพราะชาวภาคเหนือนี้เขาไม่ทานเหล้าโมลาส (Molasse) ซึ่งเป็นเหล้า จากกากน้ำตาล เขาจะต้องทานเหล้าข้าวเหนียวนะคะ เพราะฉะนั้นไม่ถูกปากชาวบ้าน ชาวบ้านก็ต้องผลิตสุราเถื่อนอยู่ดี และถ้าเขาทำแล้วนี้กำไรไม่มี ขวดหนึ่ง ๗๐ บาท กำไรเหลือพออยู่ได้ เพราะฉะนั้นทำอย่างไรที่จะให้เขาอยู่ได้ เขาก็ทำสุราเถื่อนนะคะ แต่ถ้ารัฐบาลได้คิดหรือว่ามีการพิจารณาให้อย่างรอบคอบ อย่าใช้แต่หลักนิติศาสตร์ อย่างเดียว กฎหมายเข้าไปจับนะคะ ต้องใช้หลักรัฐศาสตร์ด้วย เศรษฐศาสตร์ด้วย ให้เขาอยู่ได้ แล้วก็นวัตกรรม แล้วก็สิ่งที่เราพูดบอกว่าต้องทันกับเหตุการณ์ ทันโลก แต่ทุกวันนี้เราเป็นมนุษย์นะคะ มวลมนุษยชาติต้องอยู่กับสุรา สุรานี้ยังจะไม่หมดจากโลกนี้ไป เราก็จะทำอย่างไรให้พี่น้องประชาชนของเราอยู่กับเหตุการณ์อย่างนี้ได้ รัฐบาลอยู่ได้ พี่น้องประชาชนอยู่ได้ ซึ่งดิฉันทราบว่าเมื่อไม่กี่วันนี้ภาษีสรรพสามิตของเราได้ลดลง ๖.๖ เปอร์เซ็นต์ คือประมาณ ๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท เป็นสาเหตุใดดิฉันไม่ทราบว่า มันจะเกี่ยวข้องกับภาษีสุราหรือเปล่านะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันก็อยากจะฝากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องและรัฐบาลนะคะ ได้ให้ความสำคัญ คือดิฉันว่าของเถื่อนมันไม่ดีแน่นอนนะคะ แต่จะทำอย่างไรให้ร่างพระราชบัญญัติสรรพสามิตนี้อยู่กับพี่น้องประชาชนที่ทำสุราพื้นบ้าน ได้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ท่านนิยม เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งต้องขอบคุณ คุณเท่าพิภพกับคณะที่เสนอเข้ามา ท่านประธานครับ ทำไมผมสนับสนุน ผมไม่ได้ดู ที่กฎหมายนั้นเป็นของฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ผมดูว่ากฎหมายนี้เข้ามาแล้วเป็นประโยชน์ แก่พี่น้องประชาชนหรือไม่ เมื่อเช้านี้กฎหมายแรงงานก็เป็นกฎหมายรัฐบาล ผมโหวตให้เลย ท่านประธาน เพราะประชาชนได้ประโยชน์ กฎหมายฉบับนี้เหมือนกันท่านประธาน ต้องไปดูว่า ประชาชนได้อะไร ความจริงถ้าดูแต่ชื่อว่าร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต ฟังดูแล้ว น่ากลัวท่านประธาน เพราะว่าเรื่องการเสียภาษีประชาชนทุกวันนี้ก็แบกความเจ็บปวดอยู่แล้ว แต่ที่ผมไปดูในเนื้อหาซึ่งผมไม่อยากให้รัฐบาลใจแคบ รับหน่อย เพราะกฎหมายนี้ เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ท่านรัฐบาลต้องไปดูว่าชาวบ้านได้อะไร ถ้าท่านรับไป ก็ให้กรรมาธิการไปปรับแก้ อันไหนที่มันไม่เหมาะไม่ควร ท่านประธานครับ ต้องเข้าใจอย่างนี้ว่า รัฐบาลอย่าไปคิด รัฐบาลนี้ตั้งแต่ยึดอำนาจเข้ามา ไปทำลายวิถีชีวิตของประชาชนมากมาย มหาศาล รัฐบาลอย่าไปมองครับว่าเป็นเหล้า เป็นสุรา จะมาแย่งการขายกับนายทุนใหญ่ ไม่จริงครับ รัฐบาลนี้ต้องไปมองว่าการทำสุราก็ดี การทำสาโทก็ดี ทำข้าวหมากก็ดี นั่นคือ วิถีชีวิตของชาวบ้าน ทำไมผมพูดอย่างนั้นครับ วันนี้ข้าวสาร ข้าวเปลือกกิโลกรัมละ ๕ บาท ถ้าท่านเปิดใจกว้างให้ประชาชนเข้ามาเรื่องวิสาหกิจชุมชนอย่างกว้าง ๆ เลย ความจริง ในสมัยท่านทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีเปิดให้ประชาชนทำสุราชาวบ้านได้ แต่พอต่อมารัฐบาล ปรับแก้ ตั้งกำแพงภาษีขึ้นมา ขายไม่ได้ครับ ชาวบ้านอยู่ไม่ได้ ภาษีตกขวดหนึ่งเป็นร้อย แต่ถ้าท่านเปิดโอกาส ถ้าพระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่านนะ ยอมรับ ท่านประธาน จากข้าว กิโลกรัมละ ๕ บาท จะขึ้นมากิโลกรัมละ ๒๐ บาท เพราะปล่อยเขาทำเหล้าสาโทเอย เหล้าชาวบ้านเอย เหล้าอุเอย บ้านท่านไพจิต เหล้าอุเรณูยุคหนึ่ง ท่านประธานคงได้ยิน ดังคับประเทศ ไหหนึ่ง ๒๐ บาท ต้นทุน ๑๐ บาท ต้นทุน ๓ บาทเท่านั้นเอง ข้าวเปลือก กับข้าวแกลบ อันนี้วิถีชีวิตคนมันเปลี่ยนไป ท่านขจิตรก็บอกว่าบ้านเขาก็ทำเหล้าโท คำว่า เหล้าโท นี้ไม่ได้ไปทำให้คนเมาอะไรนักหนา แต่มันจะทำให้ข้าวเปลือกจากกิโลกรัมละ ๑ บาท เป็น ๒๐ บาท ผมบอกแล้ว เพราะเขาจะทำขาย บ้านผมเรื่องสรรพสามิตเมื่อยุค ๕๐ ปีก่อนเหมือนกับเป็นโจรเลย พอรถวิ่งเข้าไปในหมู่บ้านชาวบ้านตกใจหนีหมด เพราะไปไล่จับกินบี บ้านผมบอก ไม่มีอะไร เป็นเรื่องจริงที่ผมต้องบอก ฉะนั้นรัฐบาล ต้องเปิดกว้างแล้วท่านจะได้ให้ชาวบ้านมีชีวิต ขายข้าวเปลือกได้กิโลกรัมละ ๒๐ บาท ไม่ต้องไปทำอะไรเลย ผมจึงบอกว่าอย่าทำให้วิถีชีวิตของชาวบ้านเปลี่ยนไป มีงานแต่งงานปลูกข้าวอะไรนี่ เขาไม่ต้องดิ้นรนเอาเงินมาซื้อเหล้าอะไรที่มันเป็นของราคาแพง ๆ ตั้งภาษีให้เขาทำได้ทำไป ท่านประธาน อันที่มีมาแล้วเหล้าขาวชาวบ้านที่ต้มกัน เขาก็เอาเงินในส่วนมาจุนเจือชีวิตเขา ผมจึงบอกว่าจากกิโลกรัมละ ๕ บาท ของข้าวเปลือกมันจะขึ้นมา ๒๐ บาท เพราะปล่อยให้ เขามีวิถีชีวิตของชาวบ้านทั่ว ๆ ไป ไม่ต้องไปจำกัดชีวิตเขา บ้านผมยุคหนึ่งท่านประธาน ท่านเคยไปสกลนคร บ้านผมเคยมีไวน์ (Wine) หมากเม่า ที่ขึ้นชื่อลือชาพอสมควร ไม่แพ้ไวน์ (Wine) ฝรั่งเศส วันนี้ไปไม่ได้ท่านประธานเจ๊งระเนระนาด เพราะว่ารัฐบาลไปทำลายวิถีชีวิต เขา ไปตั้งกำแพงภาษีบอกถ้าคุณจะทำไวน์ (Wine) ตัวนี้คุณต้องเสียภาษีให้รัฐ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ อยู่ได้อย่างไรท่านประธาน เผื่อจะเอาชนะไวน์ (Wine) ต่างประเทศ เขาก็เกือบตาย จะมาราคาครึ่ง ๆ ยังไม่ได้ มาตั้งภาษีแบบนี้อยู่ไม่ได้ครับ วันนี้ไวน์ (Wine) หมากเม่าภูพานบ้านผมหายไปหมดแล้ว อันนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าบ้านเมืองรัฐบาลเปิดใจ กว้างรับเสีย รับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ แล้วเอาไปแก้ไขผมก็ไม่ว่า แต่ผมก็ไม่มั่นใจหรอกว่าท่านจะทำ เพราะอันไหนรัฐบาลนี้ อันไหนจะทำวิถีชีวิตของชาวบ้านท่านทำเลย ท่านไม่เกรงใจ ของใครเลยครับ ผมจึงบอกว่าอย่าไปผูกขาดจนพืชเศรษฐกิจ ข้าวอะไรของชาวบ้าน ราคาตกต่ำ จนวันนี้ชาวบ้านซื้อข้าวเปลือกเอาไปบดเพื่อไปเลี้ยงหมูแล้วครับท่านประธาน ผมจึงบอกว่าหมดเวลาแล้วที่จะตั้งกำแพงว่าถ้ากฎหมายของฝ่ายค้านไม่รับ แต่ของรัฐบาล รับหมด ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปอีก ๓ ท่าน ท่านนายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ท่านมานพ คีรีภูวดล และท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชิญท่านอาญาสิทธิ์ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐครับ วันนี้ กระผมขออนุญาตอภิปรายในร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต ซึ่งท่านสมาชิกหลายท่าน ได้อภิปรายกันไปในหลายเรื่องหลายราวแล้ว แต่ผมเห็นว่ายังมีเรื่องที่น่าสนใจ แล้วก็ เป็นประเด็นที่อยากจะได้นำมาเพื่อที่จะนำเสนอต่อสภาแห่งนี้ และเมื่อมีการตั้ง คณะกรรมาธิการก็จะได้นำเอาเรื่องราวที่ผมจะได้นำเสนอ เพื่อจะได้ไปพิจารณาในส่วน ที่เกี่ยวข้องต่อไป ผมขออนุญาตนำภาพที่เป็นสไลด์ (Slide)🔗
ตามจอภาพนี้ อันนี้เป็นต้นตาลโตนด ซึ่งมีอยู่มากในภาคใต้ เนื่องจากว่าตามร่างพระราชบัญญัติภาษี สรรพสามิตก็เป็นอำนาจหน้าที่ของกรมสรรพสามิตในการที่จะจัดเก็บภาษีสุรา แล้วก็ส่วนที่ เป็นสุรา สุรานี้ก็มีสุราแช่ มีส่วนหนึ่งนี่ก็คือทางภาคใต้ก็นิยมจะใช้ต้นตาล ซึ่งเป็น ต้นตาลโตนด เอาน้ำเลี้ยงที่อยู่ในช่อของต้นตาลมาเป็นวัตถุดิบ ซึ่งเมื่อก่อนตั้งแต่นานมาแล้ว ก็จะมีพี่น้องประชาชนก็จะทำน้ำตาลโตนดในลักษณะอย่างนี้ ก็เป็นพวกเดียวกับพวกสุราแช่ เป็นประเภทหนึ่ง แล้วก็ระยะหลัง ๆ ก็จะทำให้ปัญหาของการอนุญาต แล้วก็การจัดเก็บภาษี สรรพสามิตส่วนที่เกี่ยวข้องกับสุราที่ทำจากตาลโตนด หรือทางใต้อาจจะเรียกว่าน้ำตาลเมา หรือน้ำตาลโหนด น้ำตาลหวาก พี่น้องที่ทำสุราอย่างนี้จะต้องมีภูมิความรู้ ต้องมีความสามารถ มีเทคนิคในการที่จะทำ ซึ่งผมเห็นว่ามันสอดคล้องกับเรื่องหลักการและเหตุผลของการเสนอ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยได้กำหนดเพื่อที่จะให้เป็นการส่งเสริมให้ผู้ผลิตรายเล็ก รายน้อย รายย่อยให้สามารถจับเป็นอาชีพได้ตามกฎหมายเป็นหลักเกณฑ์ที่เป็นการคุ้มครอง ให้สิทธิเสรีภาพในการประกอบอาชีพของพี่น้องประชาชน ผมจึงจะขออนุญาตกราบเรียนว่า สิ่งที่ควรจะให้การสนับสนุนและดูแล เราดูแลเรื่องการควบคุมคุณภาพ แต่ว่าในส่วนเรื่องของ การอนุญาต หลักเกณฑ์ วิธีการต่าง ๆ นั้น ก็ขอให้อย่าได้มีเรื่องที่มันยุ่งยากจนมากมาย จนเกินความสามารถของพี่น้องชาวบ้านที่เป็นคนรากหญ้าแท้ ๆ จึงกราบเรียนไว้ เพื่อโปรดพิจารณาต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่าน มานพครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ขออนุญาตมีส่วนร่วมในการอภิปรายสนับสนุน พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดยคุณเท่าพิภพ ท่านประธานครับ ผมมีส่วนร่วมในขบวนการเรื่องการต่อสู้เรื่องของ สุราพื้นบ้าน ใช้ชื่อย่อว่า ครท. เมื่อก่อนเป็นสิบกว่าปีมาแล้วท่านประธาน สิ่งที่ผมเห็น ผมคิดว่ามันมีศักยภาพ ก่อนที่ผมจะลงเรื่องประเด็นเหตุผลที่อยากจะสนับสนุนในแง่ของ ความหลากหลายชีวภาพ ในแง่ของต้นทุนทางวัฒนธรรมและในประเด็นเรื่องของการพัฒนา ต่อยอดในเรื่องของเศรษฐกิจสีเขียวในพื้นที่ ท่านประธานครับ การพูดคุยสนทนาการต่อสู้ ในวันนั้น ผู้นำประชาชนที่ผมเรียกเขาว่า พ่อครู แม่ครู มีความรู้ในเรื่องการทำแป้ง มีความรู้ เรื่องในการกลั่น ในการต้ม ในการหมัก มีความรู้เรื่องสมุนไพรเยอะแยะมากมาย โดยเฉพาะ ในพื้นที่ภาคเหนือ ๘ จังหวัดภาคเหนือมารวมตัวกัน อันนี้เป็นสิ่งที่ผมได้เจอ สิ่งหนึ่งที่ผู้นำ ภูมิปัญญาเหล่านี้ได้พูดคุยและได้สะท้อนบอกว่า เหล้าท้องถิ่น สุราท้องถิ่น เหล้าภูมิปัญญา เหล้าอัตลักษณ์ เหล้าความเป็นตัวตน เหล้าที่มันเป็นคุณค่าของภูมิสังคมนั้น ๆ ถูกทำให้ไร้ คุณค่าโดยการใช้ชื่อว่า เหล้าเถื่อน เหล้าป่า ถูกด้อยค่า ก่อนที่จะมีโรงเหล้าขนาดใหญ่ ของบริษัทขนาดใหญ่ที่มีอยู่ขณะนี้ สิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้นานแล้ว และอยู่ควบคู่ กับพี่น้องประชาชนมาเป็นพัน ๆ ปี อันนี้สิ่งที่เขาสะท้อนมา🔗
อีกประเด็นหนึ่งที่เขาบอกว่า ถ้าอยากจะไม่ให้สังคมไทยมีสุรา มีแอลกอฮอล์ มีเหล้าเลย ก็ไม่ยากอะไรเลย ผู้นำก็เสนอ ๑. ก็ออกกฎหมายห้ามมีแอลกอฮอล์ ห้ามต้มเหล้าเลย แล้วก็ระเบิดโรงงานทั้งหมดทิ้งไปเลยจะได้เท่าเทียมกัน อันนี้เป็นมุมมองของพี่น้องประชาชน ที่ได้เสนอออกมาในการเสวนา ในการพูดคุย แต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่สามารถ จะทำอย่างนั้นได้ ไม่สามารถที่จะยกเลิกได้ ไม่สามารถที่จะระเบิดโรงงานได้ เพราะสังคม วัฒนธรรมทั้งโลกยังเกี่ยวข้องเรื่องนี้ และเศรษฐกิจก็ขับเคลื่อนเรื่องนี้ด้วย เพราะฉะนั้น สิ่งที่เขาสะท้อนและอยากจะเห็นก็คือว่า ทำอย่างไรให้เกิดความเท่าเทียมเป็นธรรม ทำอย่างไรให้เกิดเสรีภาพในการแข่งขันเพื่อพัฒนาคุณภาพของการพัฒนาสุราของประเทศไทย ทุกคนมีสิทธิที่จะแข่งขัน ทุกคนมีสิทธิที่จะใช้ทรัพยากรและองค์ความรู้ที่สะสมมานาน ในการแข่งขัน คนที่ตัดสินใจก็คือผู้บริโภคทั้งในประเทศและต่างประเทศ ท่านประธานครับ เหตุผลที่สำคัญอย่างยิ่งผมคิดว่าก็คือเรื่องของต้นทุนทางทรัพยากรธรรมชาติและ ความหลากหลายทางชีวภาพ หลายท่านก็ได้อภิปรายมาแล้วว่าสังคมไทย โดยเฉพาะภูมิภาค ของประเทศนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพค่อนข้างที่เยอะมาก ถ้าผมจำไม่ผิดก็คือว่าอยู่ในอันดับ ๘ ของโลก เพราะฉะนั้นเวลาเราเดินทางตั้งแต่ภาคใต้ ภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันตก ภาคกลาง ความรู้ในการพัฒนาในการผลิตสุรา แอลกอฮอล์ต่าง ๆ จะเรียกชื่อที่แตกต่างกัน วัตถุดิบที่เอามาใช้ก็แตกต่างกันไม่ใช่เฉพาะ เรื่องข้าวเท่านั้น ถ้าไปเจอพี่น้องชาติพันธุ์ของผมก็คือจะเป็นเรื่องข้าวโพด ข้าวฟ่าง และมีองค์ความรู้ในการหมัก ในการกลั่น ความรู้เหล่านี้ได้ถูกทำลายโดยระบบทุนขนาดใหญ่ ที่กีดกันไม่ให้มีการพัฒนาองค์ความรู้ เพื่อที่จะพัฒนา เพื่อที่จะสืบทอดท่านประธานทราบ หรือไม่ว่าข้าวโพดของพี่น้องลีซูก็ดี พี่น้องม้งก็ดี วิธีทำเหล้าข้าวโพดต้องเลือกข้าวโพดที่ เป็นสายพันธุ์ท้องถิ่นเท่านั้น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีอยู่ทุกวันนี้ทำไม่ได้ ข้าวโพดทุกวันนี้ ที่มันขึ้นตามดอยต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ใช่ข้าวโพดดั้งเดิมที่มาทำสุรา เราสูญเสียต้นทุน ทางความหลากหลายทางชีวภาพ พืชพันธุ์อาหารไปอย่างมากมาย เพราะว่าเรากีดกัน ไม่ให้พี่น้องเหล่านี้ได้ใช้ต้นทุนทรัพยากร🔗
ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน ก็คือเรื่องของภูมิปัญญา อย่างที่ผมได้กล่าวมา เมื่อสักครู่นี้ว่า สังคมไทยเป็นสังคมพหุวัฒนธรรม พหุสังคม อย่างน้อยที่สุดนักวิชาการ ในประเทศนี้ได้สรุปแล้วว่าสังคมไทยมีอย่างน้อย ๕๖ ชาติพันธุ์ ทั้งที่อยู่ในเมือง ทั้งที่อยู่ ที่ดอน ทั้งที่อยู่ที่ภูเขา และทั้งที่อยู่ที่ชายเลน ที่ทะเล ๕๖ ชาติพันธุ์นี้คือความหลากหลาย ในความรู้ในการผลิตสุรา ในการผลิตแอลกอฮอล์ ตามบริบทตามวัฒนธรรม ตามทรัพยากร ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราเจอทุกวันนี้ครับ เรามีองค์ความรู้แค่เพียงบริษัทใหญ่ ๆ เราไม่ภูมิใจเลยนะครับท่านประธาน ผมคิดว่าหลายท่านที่อยู่ในห้องนี้เดินทางไปประเทศต่าง ๆ ก็จะมีของฝาก ก็จะมีของที่ระลึก และภูมิใจว่าไปเมืองนี้มา ผมถามว่าไปประเทศไทย ไปเชียงใหม่ ไปพื้นที่ต่าง ๆ เหล่านี้มีของฝากที่มันเป็นที่ระลึกแบบนี้ไหม ที่จะภูมิใจไหม ทั้ง ๆ ที่พื้นที่มีศักยภาพ ทั้ง ๆ ที่พื้นที่มีองค์ความรู้ ทั้ง ๆ พื้นที่ที่จะต่อยอดในทางเศรษฐกิจได้ แต่ไม่พัฒนาเศรษฐกิจตรงนี้ อันนี้คือปัญหา เพราะฉะนั้นสิ่งสุดท้ายที่ผมอยากจะบอก ท่านประธานก็คือว่า โอกาสครั้งนี้ที่จะแก้กฎหมายเป็นโอกาสที่จะต่อยอด เพื่อที่จะลด ความเหลื่อมล้ำในทางเศรษฐกิจ เพื่อที่จะเพิ่มโอกาสให้พี่น้องประชาชนที่มีต้นทุน ทั้งทรัพยากรความหลากหลายชีวภาพ ต้นทุนทางสังคมและวัฒนธรรมเหล่านี้ครับ ได้ถูกพัฒนาขึ้นมา ผมเชื่อมั่น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ที่มี องค์ความรู้เป็นพัน ๆ ปีนี้ กับการผสมระหว่างนวัตกรรมใหม่ เทคโนโลยีใหม่ ๆ หม้อต้ม ที่เป็นพลาสติกก็ดี หรือไม่ทันสมัย หรืออาจจะเป็นข้อตั้งคำถามในทางวิชาการ ที่ความปลอดภัยก็ดี เรามีนวัตกรรมในโลกนี้เยอะแยะครับท่านประธาน เพียงแต่ว่ากลุ่มทุน ผู้มีอำนาจ และ ส.ส. ในสภาแห่งนี้จะเปิดใจที่จะเปิดรับ จะเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชน ได้เดินด้วยลำแข้งตัวเองหรือเปล่า ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
เชิญท่าน พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิตนั้น ผมเห็นด้วย เป็นอย่างยิ่ง วันนี้ประเทศไทยชอบหลอกตัวเอง เรื่องของคาสิโน (Casino) บอกว่า เราเป็นเมืองพุทธ อบายมุขทั้งหลายไม่ควรจะมี แต่มันก็มีใต้ดินทั้งหมด เรื่องของน้ำเมา วันนี้ ในโลกนี้ทุกประเทศมีเหล้า มีเบียร์ (Beer) มีไวน์ (Wine) ไวน์ (Wine) ดี ๆ อายุ ๑๐๐ ปี เหล้าดี ๆ ที่เก็บไว้เนิ่นนานนั้น ขวดเป็นแสน ๆ สามารถที่จะเก็บไว้เป็นมรดกตกทอดได้ แต่วันนี้ประเทศไทยสูญสิ้นไปหมด ท่านประธานครับ เราไปเมืองจีน เราไปญี่ปุ่น ประเทศเหล่านี้มีรากเหง้าของการพัฒนาประเทศที่ยาวนาน เมืองจีนนั้นทุกมณฑลจะมีเหล้า ประจำมณฑล ในประเทศญี่ปุ่นสาเก (Sake) แต่ละจังหวัดราคาแพง ๆ ทั้งนั้นเป็นภูมิปัญญา ท้องถิ่น เหมาไถ (Moutai) ขวดละเป็นหมื่น ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ประเทศไทยถูกทำลายสูญสิ้นหมด สมัยนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ได้ทำโครงการ ๑ ตำบล ๑ ผลิตภัณฑ์ ส่งเสริมผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น พวกสุราแช่ สาโทท้องถิ่น ๗๗ จังหวัดครับ เหล้าหมัก ยีสต์ (Yeast) หมัก เหล้าหมักข้าว ข้าวโพด แต่ละท้องถิ่นจะไม่เหมือนกัน ภูมิปัญญาของแต่ละท้องถิ่นจะไม่เหมือนกัน ดังนั้น นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่มาประเทศไทย นอกจากจะชื่นชมธรรมชาติแล้ว กลางค่ำกลางคืน ก็พักผ่อน อยากจะชิมเหล้าจังหวัดโน้น ชิมเหล้าจังหวัดนี้ ชิมสาโทที่เอร็ดอร่อยของ แต่ละจังหวัด พี่น้องเผ่าขมุเขามีอุ อุนี้ก็ใช้ไม้ไผ่ยาว ๆ แล้วก็ดูด อันนี้คือความสวยงาม ของวัฒนธรรม ท่านประธานครับ เราทำลายวัฒนธรรมเหล่านี้จนหมดสิ้น เพราะนายทุน ไม่กี่เจ้าผูกขาด ผูกขาดจนร่ำรวย ซื้อได้ทุกอย่างในประเทศนี้ เอาได้ทุกอย่าง วันนี้ ก้าวล่วงไปจนถึงยาสูบ ทำลายล้างหมด เพราะเป็นผู้ผูกขาดน้ำเมาของประเทศไทย เป็นที่น่าเสียดายว่าวันนี้ภูมิปัญญาท้องถิ่น เรื่องของสุราเราสูญสิ้นไปหมดแล้ว ทำไมครับ ผมลงพื้นที่พี่น้องที่เขาทำเหล้ากลั่นอยู่ในครัวเรือน ในครอบครัว เขาบอกว่าไม่ไหวแล้วครับ ไม่ไหวจริง ๆ เพราะขนาดว่าเอาข้าวที่เป็นปลายข้าวเอามาทำ เอามานึ่ง แล้วก็เอามาหมัก วันนี้ก็ยังไม่รอดชีวิต หมายความว่าภาษีมันแพงเหลือเกิน วันนี้รัฐบาลยิ่งถังแตกอย่างนี้ รีดภาษีสุด ๆ เลย เขาบอกเขาอยู่ไม่ได้แล้ว ถ้าจะซื้อเหล้าวันนี้ในหมู่บ้านเราจะไม่มีขายแล้ว ในตำบลเราก็จะไม่มีเหล้าขายแล้ว จะต้องไปซื้อเหล่าที่เซเว่นอีเลฟเว่น (7-Eleven) จะต้องไปซื้อเหล้าที่ร้านค้าที่เขามอบหมายให้มาขาย อันนี้เป็นที่น่าหดหู่ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ อยากจะให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรได้ช่วยกันฟื้นสุราพื้นบ้านขึ้นมา ฟื้นภูมิปัญญาขึ้นมา คือเราอยู่ตรงนี้ โอกาส ที่เราจะทำให้มูลค่าเพิ่มทางการเกษตร ไม่ว่าผลไม้หมัก ไม่ว่าเป็นข้าว ข้าวโพด เราสามารถ ที่จะเพิ่มมูลค่ามันขึ้นมาได้ วันนี้ขายข้าวโพดเป็นอาหารสัตว์ ขายข้าวได้กิโลกรัมละ ๕ บาท ถ้าเอาไปทำเป็นอุข้าวแค่ ๑ กิโลกรัมนี้ขายได้ ๑๐๐ บาท แต่ขายข้าวเปลือกได้แค่ ๕ บาท ดังนั้นตรงนี้คือจุดเริ่มต้นของความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ความมั่นคงของท้องถิ่น ท่านประธาน ที่เคารพครับ ปัญหาอยู่ที่ไหนครับ ปัญหาอยู่ที่กระทรวงการคลังครับ กรมสรรพสามิตปรากฏ ว่ามันอยู่ที่กฎกระทรวงครับ มันไม่ใช่พระราชบัญญัติ กฎกระทรวงนี้สามารถซื้อได้ อำนาจ เงินทำให้กฎกระทรวงนี้เป็นอย่างไรก็ได้ ดังนั้นไปขูดรีดชาวบ้าน ขูดรีดคนจน ๆ ผมถามว่า เหล้า เบียร์ (beer) เลขมันซ้ำกันไหม ก ก ก เลข ๑ ๙ ๙ ๙ อะไรนี่ ผลิตเบียร์ (Beer) ซ้ำกัน เยอะ ๆ ผลิตเหล้าที่มีเลขซ้ำกันเยอะ ๆ ภาษีเก็บได้เต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ไหม ยิ่งรวยก็ยิ่งซื้อครับ ซื้อทุกอย่างเพื่อหลีกเลี่ยง เพื่อกำจัดคนตัวเล็กตัวน้อยในประเทศ ทางด้านการเกษตร จัดการหมูให้หมูแพง ทางด้านน้ำเมาจัดการให้คนตัวเล็กตัวน้อยเหล้าเสรีตายหมด กฎกระทรวงนี้มันเป็นต้นเหตุที่สามารถที่จะกำหนดอย่างไรก็ได้ มันอยู่ที่คนไม่กี่คนที่กำหนด ออกมาเป็นกฎกระทรวง ดังนั้นฝากทางท่านประธานว่า อย่างไรก็ตามอยากจะให้ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ช่วยกันผ่านร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้วมาพิจารณากัน ในสภาผู้แทนราษฎรของเรา เพื่อพี่น้องประชาชนคนยากคนจนจะได้ลืมตาอ้าปากได้ครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
อีก ๓ ท่าน ต่อไป ท่านจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ท่านวีระกร คำประกอบ และท่านพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เชิญท่านจิรัฏฐ์ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ผู้แทนราษฎรฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ในประเทศนี้มีคนที่ผลิตเบียร์ (Beer) ผลิตสุราได้ครับ แต่คนอื่นไม่ได้ แค่นี้ก็แปลกแล้วครับ คิดกันง่าย ๆ ว่าทำไมคนหนึ่งทำได้ อีกคนหนึ่งทำไม่ได้ ความเท่าเทียม ความยุติธรรม อยู่ที่ไหน ผมเลยอยากจะพูดถึงอุปสรรคว่าที่ผ่านมาทำไมการผลิตเบียร์ (Beer) สุราถึงไม่เสรี ผมคิดออกมาได้ทั้งหมด ๓ ประเด็นครับ🔗
ประเด็นแรก คือเรื่องของทัศนคติแบบไทย ๆ ความเป็นคนดีที่ถูกรัฐดึงเอามา เป็นข้ออ้างในการปกป้องทุนใหญ่ ปกป้องเจ้าสัว แล้วก็คัดค้านในการเปิดให้มีการผลิตเสรี ทั้งเบียร์ (Beer) ทั้งเหล้า ทั้งสุรา มาโดยตลอด คำว่า คนดี ในประเทศไทยนี้มันเป็นคำ ที่ลึกลับน่าฉงนครับท่านประธาน ใครก็ตามที่ดื่มเหล้า ดื่มเบียร์ (Beer) หรือสูบบุหรี่ หรือแม้แต่พูดถึงเหล้า เบียร์ (Beer) บุหรี่ในแง่ดี ท่านก็จะถูกเส้น ๆ หนึ่งขีดออก แบ่งแยกว่า ท่านเป็นคนไม่ดีไปแล้วส่วนใครก็ตามที่พูดถึงแนวที่จะปกป้องชีวิตทรัพย์สิน พูดถึง ความห่วงใยสุขภาพคนไทย ถึงแม้ว่ามื้อเย็นท่านอาจจะทานข้าวคู่กับไวน์ (Wine) แดง ไวน์ (Beer) ขาวก็ได้ แต่ท่านก็สามารถยกตัวเองขึ้นมาเป็นคนดีได้ตลอด ท่านประธานครับ ทั้งประเทศนี้รายได้จากภาษีจากเบียร์ (Beer) บุหรี่ มันมหาศาล หารายได้ไม่เป็นก็เพิ่มภาษี เพิ่มภาษี มันเพิ่มง่ายครับ เหล้า เบียร์ (Beer) บุหรี่เพิ่มภาษีง่ายมาก แต่นี่มีโอกาสที่จะทำให้ เราเก็บภาษีได้มากขึ้น ทำไมถึงไม่เอา ท่านทราบไหมครับ เหล้ารวงข้าวมียอดขายอยู่อันดับ ๒ ของโลก เหล้าขาวเป็นเหล้าที่คนจนเป็นคนบริโภคเป็นส่วนใหญ่ ภาษีมหาศาลจากคนจน ที่หล่อเลี้ยงประเทศนี้อยู่ มันมหาศาลขนาดไหน แล้วเจ้าสัวบ้านเราก็รวยจากคนจนทั้งนั้น ทัศนคติแบบนี้ยังถูกย้ำให้เกิดความตระหนักในสังคมอย่างต่อเนื่องครับ แต่ไม่ใช่ประเด็น ที่เกี่ยวกับการผลิตสุราเสรีด้วยซ้ำจริง ๆ แล้ว ยังจำโฆษณาตัวโน้นได้ไหมครับ โด่งดังมากเลย เมื่อไม่นานมานี้ ที่มีภาพเป็นบ้านเก่า ๆ หลังหนึ่ง มีผู้ชายคนหนึ่งหน้าตาร่างกายทรุดโทรม ใส่กางเกงตัวเดียว ไม่ใส่เสื้อ แล้วก็ถือขวดเหล้าอยู่แล้วก็พูดว่า จน เครียด กินเหล้า เป็นโฆษณาจาก สสส. ที่ประสบความสำเร็จครับ อยากให้คนเลิกเหล้า เป็นเรื่องที่ดีครับ ไม่มีใครปฏิเสธ แต่เรามาดูตรรกะของโฆษณานี้อีกครั้งครับ เพราะจนเลยเครียด เพราะว่า เครียดเลยกินเหล้า ถ้าคุณอยากจะแก้ปัญหานี้ คุณก็ต้องไปแก้ที่ต้นเหตุคือความจน ถ้าแก้จนได้คุณก็จะไม่เครียด ถ้าคุณไม่เครียดคุณก็จะไม่กินเหล้า แต่โฆษณาตัวถัดไปครับ กลายเป็นว่าผู้ชายคนเดิมที่อยู่ในบ้านหลังเดิม แต่ว่าใส่เสื้อหน้าตาสดใสขึ้นมาหน่อย พูดว่า เลิกเหล้า เลิกเครียด เลิกจน ผมว่าตรรกะมันแปลก ๆ อยู่ แค่เลิกเหล้าแล้วจะไม่เครียด แล้วหรือครับ แค่เลิกเครียดแล้วก็ไม่จนทันทีเลยหรือครับ ประเด็นนี้มันแปลก ๆ พิสดารมาก แต่มันส่งเสริมทัศนคติให้คนไทย มีความเชื่อเรื่องเหล้า บุหรี่ สุราแบบผิด ๆ อยู่อย่างนี้ ต่อเนื่อง🔗
ท่านประธานครับ ประการที่ ๒ ที่เป็นอุปสรรค คือการปกป้องนายทุน เคยมีประสบการณ์ที่น่านครับ ตัวผมเอง บ้านของน้องสะใภ้ที่ผลิตเหล้าขาวขายในชุมชน แค่ในชุมชน แต่ถูกจับเพราะว่าตรวจแล้วก็เกินไป ๒ ดีกรี (Degree) ดีกรี (Degree) เกิน ทั้ง ๆ ที่เขาผลิตได้แค่ ๔๐ ขวดเอง แค่นี้ก็โดนจับแล้วครับท่านประธาน เอาจริงเอาจังมาก ปรับกันเรียกใต้โต๊ะกันมหาศาล ไหนบอกจะส่งเสริมเกษตร นี่เกษตร เขาบอกว่าเกษตรกร ในบ้านนี้เมืองนี้ไม่มีทางรวย แต่คนที่รวยติดอันดับในประเทศนี้ ส่วนใหญ่ทำเกษตรทั้งนั้น เราจะส่งเสริมอะไรบ้างครับสรุป คำถามคือหวงอะไร หวงอะไรนักผมไม่เข้าใจกับแค่ปล่อยให้ เขาสามารถผลิตได้อย่างเสรี หวงอะไร ทำไมรัฐเลือกจะกระจายผลประโยชน์ที่เจ้าสัวได้รับอยู่ ไม่กี่คนไปให้คนส่วนมากไม่ได้ รัฐไทยจะอยู่ข้างใครกันแน่ ผมอยากรู้จริง ๆ จะเลือกแบบเดิม ที่จะอยู่ข้างม้า อยู่ข้างช้าง ปกป้องหงส์ รักษาผลประโยชน์ให้เสือ หรือว่าจะมาอยู่ ข้างประชาชน ปกป้องผลประโยชน์ให้ประชาชน ถ้าจะเลือกแบบแรกไปทำงานสวนสัตว์ครับ อย่ามาเป็นข้าราชการ อย่ามาบริหารประเทศ ผลประโยชน์จากส่วนแบ่งการตลาดมูลค่า มหาศาลนี้จะถูกทลายออก มันควรจะถูกทลายออกได้เสียที เพื่อที่จะกระจายให้คนส่วนใหญ่ กระจายให้ชุมชนท้องถิ่นให้ได้รับกันทั่วถึง🔗
สุดท้ายครับท่านประธาน เรื่องของเงินใต้โต๊ะ ผมขออนุญาตยกเอาเนื้อร้อง ท่อนฮุกในเพลงแร็ป (Rap) เพลงหนึ่ง ซึ่งเป็นเพลงที่พูดถึงประเด็นที่เกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้า รวมถึงสุรา เบียร์ (Beer) บุหรี่ในประเทศ ขออนุญาตท่านประธาน ผมจะพยายามไม่ใช้คำ ที่มันหยาบคาย มึงไม่ได้ตังค์ใช่ป่ะล่ะ มันเลยผิดกฎหมาย ไอ้ชิบ คนจะค้า คนจะขาย มึงไม่ได้ตังค์ใช่ป่ะล่ะ ถึงจะปรับคนขายแล้วรีบขายเอง มึงต้องได้ตังค์ใช่ป่ะล่ะ ถึงจะถูกกฎหมายแล้วมีสิทธิเอาไปขาย ไม่ทำร้าย มึงต้องได้ตังค์ใช่ป่ะละ ให้นายทุนก่อน ประชาชนเอาไว้ท้าย ๆ ท่านประธานครับ นี่คือหัวใจของอุปสรรคที่ผมว่าอยู่นี้ นี่คือปัญหา ใจกลางความล้มเหลวของสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศนี้ การกระจายผลประโยชน์ที่ไม่เป็นธรรม และผมหวังว่าเพื่อนสมาชิกในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้จะสนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
เชิญท่าน วีระกรครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม วีระกร คำประกอบ พลังประชารัฐ นครสวรรค์ ก่อนอื่นต้องขอชื่นชม กฎหมายดี ๆ จากพรรคก้าวไกล ขอบคุณคุณเท่าพิภพที่เสนอกฎหมายฉบับนี้ ผมแม้ว่าจะอยู่ พรรครัฐบาล และหลายคนของพรรคก้าวไกลก็ด่าข้าราชการ โดยเฉพาะท่านสุดท้าย เมื่อสักครู่นี้ก็ว่าเสียแรงเหมือนกัน แต่ข้อเท็จจริงแล้วผมว่าเรามาคุยกันด้วยเหตุผลดีกว่า เหตุผลที่สำคัญก็คือสิ่งที่คนไทยจะสู้กับใครในโลกนี้ได้ นอกจากเรื่องการท่องเที่ยว งานบริการแล้ว คนไทยเก่งเรื่องการทำของกินครับ ถ้าท่านประธานไปในต่างประเทศ ทุกมุมเมืองอย่างในซานฟรานซิสโกอย่างนี้ ทุกมุมถนนเลย ร้านอาหารไทยทั้งนั้นครับ ก็แล้วทำไมเหล้าสุราจะเป็นเบียร์ (Beer) อุ หรืออะไรก็สุดแท้แต่ท่านจะเรียกกัน น้ำขาว สิ่งเหล่านี้คนไทยทำเก่ง เก่งมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์เลยละครับ นครสวรรค์เดี๋ยวนี้ เขาปราบเหี้ยนเลยครับ ตั้งแต่เรียกว่าเอาจริงเอาจังกันเหลือเกินครับ ลูกแป้งที่เคยทำกัน เป็นวิถีชีวิตของชาวบ้าน ร้านเจ้านั้นทำดีลุงกอบ บางปราบ นี่ขึ้นชื่อชั้นหนึ่งเลยในนครสวรรค์ ใครจะซื้อลูกแป้งต้องไปซื้อของลุงกอบ บางปราบ เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้วครับ หายเหี้ยนเลย ท่านประธานครับ ความจริงแล้วเรื่องการทำสุราและเบียร์ (Beer) เอาว่าผลิตภัณฑ์ แอลกอฮอล์เพื่อบริโภคทั้งสุราและเบียร์ (Beer) เหล้า อุทั้งหลาย ผมว่ารัฐบาลสมควร ที่จะเห็นด้วยกับข้อเสนอของพรรคก้าวไกลเขา เพราะมันเป็นวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชน เอาละ ถ้าท่านต้องการค่าสัมปทานที่จะต้องจ่ายเป็นก้อนให้กับรัฐบาล ผมก็อยากจะให้ รัฐบาล โดยวันนี้ท่านประธานก็คงทราบเหมือนผมละ ก็คือคณะรัฐมนตรีเขาจะรับไป พิจารณาก่อนรับหลักการ ก็ขอฝากไว้เลยครับว่าเมื่อเข้าไปพิจารณาแล้ว ช่วยคิดเลยว่า ของพวกนี้มันควรจะมี ๒ ระดับ ๑. ก็คือส่วนที่ท่านจะบริโภคภายในประเทศ อันนี้ก็เป็นเรื่อง ของธุรกิจที่จะต้องจ่ายค่าสัมปทานให้กับรัฐบาล เพราะเหตุว่ามันเป็นเรื่องที่รัฐบาลเอง ก็ต้องการเงินภาษีสรรพสามิตก้อนใหญ่และเป็นค่าสัมปทานที่ประมูลกันทีรัฐบาลก็รับเป็น หมื่น ๆ ล้านอย่างนี้ ก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ในส่วนของเหล้าสุรา เบียร์ (Beer) อุ น้ำขาวทั้งหลาย ที่พี่น้องประชาชนเขาบริโภคกันก็ดี เขาทำเพื่อการเป็นของฝากก็ดี เป็นสินค้าโอทอป (OTOP) ก็ดี หรือทำเพื่อการส่งออกก็ดี จะต้องพิจารณาให้การสนับสนุนสิครับ รัฐบาล ควรจะสนับสนุน ไม่ใช่ว่ามากีดกันเหมือนในทุกวันนี้ แม้ว่าจะมีพระราชบัญญัติสุรา พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิตเดิม ที่ให้อำนาจในการออกใบอนุญาตโดยมีกฎกระทรวง ซึ่งเหลือเกินครับ หลักการวิธีการนี้หยุมหยิม ทำไม่ได้ละครับ ทำก็โดนจับ ทั้งหลักการ วิธีการ เขียนไว้นะครับ ท่านประธาน จะต้องมีเครื่องมือ เครื่องจักรเท่านั้น แรงม้าอะไร ซึ่งชาวบ้าน ไม่เข้าใจหรอกครับ และการลงทุนก็จะมาก ผมอยากจะให้รัฐบาลมองในแง่กลับกัน เหมือนที่เพื่อน ส.ส. หลายคนได้อภิปรายสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยมองในแง่ว่ารัฐบาลถ้าอยากจะได้ภาษีเพิ่มขึ้น อยากจะได้ สินค้าโอทอป (OTOP) เพิ่มขึ้น และเป็นสินค้าโอทอป (OTOP) ที่พี่น้องประชาชนก็ดี และชาวต่างประเทศก็ดี เขาจะซื้อไปเป็นของฝาก ขายอากรได้เยอะเลยครับ ผมแปลกใจ เหมือนกัน ผมไปบ้านสะเอียบ อำเภอสอง จังหวัดแพร่ เชื่อไหมครับว่าคนสะเอียบ เขาก็ทำเหมือนกัน ปี ๆ หนึ่งเขาจ่ายภาษีสรรพสามิตให้กับสรรพามิตจังหวัดประมาณ ๕๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่น้อย ๆ นี่ขนาดบ้านเดียวตำบลเดียว แต่บังเอิญเป็นตำบล ที่เขาจับกลุ่มกัน พี่น้องประชาชนมีความสามัคคีแล้วก็เป็นพลังที่ยิ่งใหญ่ของชาวสะเอียบ จนทำให้เหมือนกับสรรพสามิตก็ไม่อยากเข้าไปวุ่นวายมาก เขาก็ซื้ออากรปีหนึ่งประมาณ ๕๐๐ ล้านบาท ท่านประธานลองนึกดูสิครับว่า ถ้าทุกชุมชนมีสินค้าโอทอป (OTOP) เป็นลักษณะของเหล้า เบียร์ (Beer) อุ หรือไวน์ที่จะออกไป เรามีตลาดอยู่ทั้งโลกเลย ถามว่า ตลาดนั้นคืออะไร ก็คือร้านอาหารไทยในต่างประเทศครับ เรามีเป็นหมื่น ๆ แห่ง เฉพาะอเมริกานี้ก็จะหมื่นแห่งแล้วครับ ร้านอาหารเหล่านี้สามารถที่จะเอาของเหล่านี้ ที่เป็นสินค้าชุมชนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นสินค้าโอทอป (OTOP) ของชุมชนระดับ ๔ ดาว ๕ ดาว เอาไปขายสิครับ อันนี้ผมอยากจะให้รัฐบาลมองถึงแง่ของการส่งออก เรามีเหมือนเซเว่น อีเลฟเว่น (7-Eleven) ครับ เป็นหมื่น ๆ แห่งทั้งโลก เรามีร้านอาหารไทยเยอะแยะ เอาสิ่งเหล่านี้ไปปล่อยขายสิครับ ท่านประธานคงทราบดีว่าเรามีวัตถุดิบในการหมักในการทำ สุรา เหล้า ไวน์ (Wine) อุ น้ำขาวเยอะแยะหมด จะเป็นข้าวเหนียว ข้าวเจ้า ข้าวสารพัดชนิด ไปจนถึงเรื่องของอ้อย เรื่องของสับปะรด ไปจนถึงเรื่องของน้ำตาลจากต้นตาล บ้านผมก็เรียกว่าไปกินน้ำตาลกัน น้ำตาลเมา ก็เรียกกันง่าย ๆ น้ำตาล หรือทำจากมะพร้าว จาวมะพร้าว ยอดมะพร้าว อะไรพวกนี้ ทำได้เยอะเรามีวัตถุดิบที่หลากหลายมาก อย่าลืมนะครับ ในโลกนี้เราปลูกผลไม้ผมว่ามากที่สุดในโลก เรามีความหลากหลายของผลไม้มากที่จะมาทำ สิ่งเหล่านี้จึงอยากจะฝากให้กับทางรัฐบาล ซึ่งจะนำไปพิจารณาภายใน ๖๐ วัน ผมอยากจะ ให้เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติของพรรคก้าวไกลที่เขาเสนอ ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่มองถึงเงิน ให้กับรัฐบาลด้วย และในขณะเดียวกันก็ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนเกษตรกรผู้ซึ่งผลิตวัตถุดิบ ที่จะมาทำสิ่งเหล่านี้ และจะเกิดประโยชน์กับชุมชนโดยทั่วไปในประเทศครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านพิธา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ สำหรับการอภิปรายในครั้งนี้น่าจะเป็นการอภิปรายที่สั้นที่สุดในชีวิตผมครับ ผมสนับสนุน อภิปราย พ.ร.บ. ฉบับนี้ด้วยข้อเท็จจริงง่าย ๆ ครับท่านประธาน ประเทศไทยกับประเทศ ญี่ปุ่นมีตลาดมูลค่าของสุราเท่ากันครับ ๒๐๐,๐๐๐ ล้าน ทั้งประเทศไทยมีอยู่ ๑๐ ยี่ห้อ ที่ญี่ปุ่นมีอยู่ ๕๐,๐๐๐ ยี่ห้อครับ ขนาดเค้กเท่ากัน มีประเทศหนึ่งมูมมามกินกันแค่ ๑๐ คน อีกประเทศหนึ่งเขากระจายไม่กระจุกกินกัน ๕๐,๐๐๐ คน ถ้าตัวเลขนี้เพื่อนสมาชิก หรือพี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ทางบ้านฟังแล้วไม่ตงิด ๆ ฟังแล้วไม่รู้สึกแปลก แปลกกว่า ที่ท่านจิรัฏฐ์พูดมาเมื่อสักครู่อีก ก็ไม่รู้จะพูดอะไรแล้วครับ แต่ถ้าเกิดจะมีสิ่งหนึ่งสิ่งใด ที่ท่านประธานบอกว่าอย่าใช้เวลาถึง ๗ นาที พูดเอาสั้น ๆ แค่ประโยคเดียวก็มีอยู่แค่นั้น ตลาด ๒ ประเทศ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านใหญ่มหาศาลเท่ากัน ประเทศหนึ่งมีอยู่ ๑๐ ยี่ห้อ อีกประเทศหนึ่งมีอยู่ ๕๐,๐๐๐ ยี่ห้อ ประเทศที่เป็น ๕๐,๐๐๐ ยี่ห้อนั้น ส่งออกมากกว่า ๙๓ เปอร์เซ็นต์ ข้อเท็จจริงมันโกหกกันไม่ได้ สถิติมันโกหกกันไม่ได้ เขาทำขึ้นมา เพื่อที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจของเขา เพื่อที่จะเพิ่มมูลค่าสินค้าทางการเกษตรของเขา อันนี้คือตลกร้ายประเทศไทย และที่ตลกร้ายไปกว่านั้นอีกก็คือถ้าวันนี้เราเลิกประชุมสภา เพื่อน ส.ส. แต่ละพรรคไปกินร้านอาหารญี่ปุ่นที่ทองหล่อ กินเหล้าอาวาโมริ (Awamori) จากโอกินาวะ ขวดละ ๒,๕๐๐ บาทต่อลิตร นำเข้าจากประเทศไทยครับ นำเข้า ๑๐ ปีที่ผ่านมา ๒๐๐,๐๐๐ กว่าตัน มูลค่า ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท สรุปก็คือส่งออกได้ นำเข้าได้ แต่ผลิตในประเทศนี้ไม่ได้ครับ อันนี้คือตลกร้ายยิ่งกว่า ผมคิดว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่ท่านเท่าพิภพ นำเสนอ ถ้าเราปลดล็อกแล้วหาวิธีเล่าเรื่องในเรื่องเหล้า คิดเสียว่าอันนี้คือประวัติศาสตร์ ที่มันดื่มได้ อันนี้คือนโยบายเศรษฐกิจ นโยบายการเกษตร นโยบายการท่องเที่ยว และนโยบายการคลังที่โดนที่สุดในปีนี้มากกว่านโยบายทุกอย่างของรัฐบาล ถ้าปลดล็อก เรื่องแบบนี้ได้มันคือการเปลี่ยนง่าย ๆ เลยครับ เปลี่ยนโภคภัณฑ์ให้กลายเป็นผลิตภัณฑ์ เปลี่ยนจากทำมากได้น้อยให้เป็นทำน้อยได้มาก เปลี่ยนจากเก็บในโกดังที่ราคา มีแต่ลง ไปเก็บในขวดที่ราคามีแต่ขึ้น แล้วหลากหลาย ถ้าเป็นภาคเหนือ เป็นภาคกลาง เป็นภาคอีสานก็จะมีข้าว มีข้าวโพด มีมัน มีข้าวฟ่างที่ภาคอีสาน ถ้าไปที่ภาคกลาง ก็จะมีต้นตาล มีมะพร้าว ถ้าลงไปภาคใต้กับตะวันออกก็จะมีผลไม้มากมายมหาศาล ปลดล็อก แค่ประโยคเดียวเอา ๕ แรงม้ากับแรงงาน ๗ คน ตรงนี้ออกไป ลุกขึ้นทั้งประเทศ ราคาสินค้า เกษตรที่แก้ไขไม่ได้ ลุกขึ้นทั้งประเทศ การเกษตรที่เน่าเสียต้องเอามาถมทิ้งที่หน้าทำเนียบ รัฐบาล ลุกขึ้นทั้งประเทศ นโยบายการท่องเที่ยวก็ไม่ต่างกันกับที่ ส.ส. ในสภาแห่งนี้ เวลาจะไปเที่ยวต้องไปเที่ยวบอร์โดที่ฝรั่งเศสใช่ไหมครับ เราไม่ได้ไปบอร์โดเพราะเรา อยากจะไปบอร์โด เพราะเราอยากจะไปเที่ยวเกี่ยวกับการเกษตรของเขา เกี่ยวกับไวน์ของเขา ไม่ต่างจากที่เราจะต้องไปแอดิเลด ออสเตรเลีย เพื่อที่จะไปทัวร์เพนโฟลด์ (Penfolds) ไม่ต่างกับที่เราต้องไปวากายามะเพื่อที่จะไปดื่มเหล้าบ๊วยของเขา ไม่ต่างกับที่เราไปโอกินาวะ แล้วก็จะไปดูสวนสับปะรดว่าเขาเอาสับปะรดไปทำเป็นบรั่นดีได้อย่างไร คิดง่าย ๆ แค่นี้ครับ ไม่ต้องคิดอะไรมากไปกว่านั้น มันก็กลับกัน ในทางกลับกันว่าถ้าเราเปลี่ยนการท่องเที่ยวของ ประเทศไทย จากเอาจุดหมายปลายทางเป็นที่ตั้งเหนือเรื่องเหล้า แต่เอาเรื่องเหล้า ขึ้นมาตั้งก่อนจุดหมาย คือเอาสตอรี (Story) ขึ้นมาก่อนเดสทิเนชัน (Destination) ไม่ใช่เอา เดสทิเนชัน (Destination) ขึ้นมาก่อนสตอรี (Story) ทั้งหมดทั้งปวงนี้คือเปลี่ยนวิธีคิด มโนทัศน์นโยบายการท่องเที่ยวของประเทศไทยไปเลย ไม่ใช่ว่าผมจะต้องไปเที่ยวที่ลำปาง เพราะอะไรแต่ผมจะต้องไปดื่มเหล้าดาวลอยที่มาจากพี่น้องชาติพันธุ์ที่อยู่ที่ลำปาง เขาทำ กลับกันทันที อย่างที่ท่านวีระกร คำประกอบ พูดในช่วงที่รัฐบาลถังแตก หาฐานภาษี ไม่ได้เหมือนกับว่ารีดเลือดออกจากปูอยู่นี่ จะคิดว่าหาวิธีอย่างไรท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังก็บอกว่าเศรษฐกิจดีแล้วจะได้เก็บภาษีมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นภาษีคริปโต (Crypto) ภาษีอะไรก็แล้วแต่ สะเอียบที่แพร่ ต้องถาม ส.ส. แพร่ คนสะเอียบ ที่สะเอียบนี่ ประชากร ๕,๐๐๐ คนเอง เก็บภาษี ๕๐๐ ล้านบาทต่อปี นี่แค่อำเภออำเภอเดียว แค่เขต ๆ เดียว แค่พื้นที่เล็ก ๆ ประชากรแค่ ๕,๐๐๐ กว่าคน แต่ถ้าปลดล็อกกฎหมายแบบนี้ แล้วลุกพร้อมกันทั้งประเทศ เปลี่ยนจากกระจุกเป็นกระจาย เปลี่ยนจากบนลงล่างเป็นล่างขึ้นบน เปลี่ยนจากข้างนอกเข้ามาข้างในเป็นข้างในเป็นข้างนอก เศรษฐกิจไทยจะไปถึงขนาดไหน การท่องเที่ยวไทยจะไปถึงขนาดไหน รัฐบาลที่ถังแตกหาภาษีใหม่ ๆ ไม่ได้ จะแก้ไขได้ขนาดไหน เพราะฉะนั้นนี่คือเป็นแค่น้ำจิ้มของนโยบายของพรรคก้าวไกล เป็นแค่นโยบายเรือธงที่จะต้อง ทลายทุนผูกขาดของประเทศนี้ออกให้ได้ และนี่คือทางออกเดียว ไม่ใช่ผักชีโรยหน้า ไม่ใช่แค่ มีแอปพลิเคชัน (Application) อยู่แอปพลิเคชัน (Application) หนึ่งมาวางไว้แล้วก็บีบให้จน แล้วก็ขนมาแจก อย่างที่ทำอยู่แล้วก็คิดว่าประเทศไทยจะไปต่อได้ เราต้องทลายทุนผูกขาด เท่านั้น และเราจะเริ่มต้นด้วยการทลายทุนผูกขาดในอุตสาหกรรมแอลกอฮอล์ที่มีมูลค่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่มีคนกินอยู่แค่ ๑๐ คน เปรียบเทียบกับประเทศอื่นที่มีคนกินกัน ไปถึง ๕๐,๐๐๐ คน อันนี้ต่างหากคือทางออกของประเทศไทยจริง ๆ และจะทำให้ประเทศไทย ผ่านพ้นวิกฤติแล้ววิกฤติเล่าได้อย่างที่ประเทศไทยไม่เคยเป็นมาก่อนครับ ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธาน🔗
อีก ๔ ท่าน มีท่านปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ท่านปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม และท่านสมชาย ฝั่งชลจิตร เชิญท่านปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติค่ะ ท่านประธานคะ อาชีพพื้นฐานของประเทศไทยนั่นคือการทำเกษตรกรรมค่ะ โดยเฉพาะข้าว สามารถต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ได้อีกหลากหลายเลยนะคะ แต่อาจจะ เป็นโชคที่ไม่ดีของเกษตรกรไทยที่เมื่อผลิตผลิตผลทางการเกษตรไปแล้วก็ไม่สามารถพัฒนา ผลิตภัณฑ์หรือสร้างมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์ของตนเองได้เลยนะคะ เนื่องจากว่า กฎหมายที่ไม่เอื้ออำนวยขาดการสนับสนุนจากทางรัฐบาลและปัญหาการผูกขาดจากนายทุน รายใหญ่ อย่างเช่น การทำสุราพื้นบ้านหรือสุราชุมชนเป็นต้น ครั้งหนึ่งค่ะท่านประธาน รัฐบาล เผด็จการในยุค จอมพล ป. พิบูลสงคราม ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะคะ ได้ให้สัมปทาน ในการต่อยอดเรื่องผลิตผลทางการเกษตร โดยเฉพาะการผลิตแอลกอฮอล์หรือว่าเหล้านั้น ให้กับเอกชน จนกระทั่งมาในรัฐบาลของท่านทักษิณ ชินวัตร ได้มีการส่งเสริมให้มีการผลิต สุรากลั่นชุมชนและสุราแช่ ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้กับผู้ผลิตรายย่อยสามารถผลิต และจำหน่ายสุราพื้นบ้านสุราพื้นเมืองได้เอง แต่อย่างไรก็ดีนะคะ ตัวบทกฎหมายเอง ก็ยังไม่ได้เอื้ออำนวยให้กับชุมชนที่ผลิตสุราเองเกิดการเจริญเติบโตขึ้นได้เลย ท่านประธานคะ อย่างการจะขออนุญาตผลิตสุราในชุมชนนั้นเครื่องจักรต้องน้อยกว่า ๕ แรงม้า และคนงาน น้อยกว่า ๗ คน ซึ่งมันไม่ได้สอดคล้องกับสภาพของความเป็นจริงเลยค่ะ ทำให้สุราชุมชน ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ วันนี้ดิฉันเองอยากจะบอกว่ามันถึงเวลาแล้วนะคะ ถึงเวลา ที่จะปลดแอกของพี่น้องทั้งประเทศ เพราะการผลิตสุรานั้นท่านอย่าไปเข้าใจนะคะว่า เป็นการส่งเสริมให้มอมเมาประชาชน ดิฉันเองอยากให้มองว่ามันเป็นการส่งเสริมผลิตผล ทางการเกษตร โดยเฉพาะข้าวต่าง ๆ ซึ่งในทุก ๆ ภูมิภาคต่างก็มีซิกเนเจอร์ (Signature) หรือ มีความเฉพาะตัวนะคะ ตัวอย่างค่ะ อย่างในจังหวัดเชียงรายของดิฉันเองมีลิ้นจี่ มีลำไย ที่สามารถนำมากลั่นและต่อยอดเป็นสุรานานาชนิดได้ ซึ่งนอกจากจะทำให้ชุมชนมีรายได้แล้ว ยังเป็นการส่งเสริมภูมิปัญญาของท้องถิ่นได้อีกค่ะ และคำว่าสุราพื้นบ้านหรือเหล้าพื้นบ้าน ไม่ได้มีความหมายเพียงแค่ว่าเป็นการส่งเสริมให้คนดื่ม แต่เป็นการต่อยอดค่ะ ต่อยอด การผลิตด้านการเกษตรที่จะทำให้เกิดการหมักและนำไปสู่การผลิตแอลกอฮอล์ที่มีคุณภาพ ในการนำไปต่อยอดในธุรกิจอื่น ๆ ได้อีก เพราะฉะนั้นนอกจากจะปลดล็อกของการผลิตสุรา ที่หลากหลายแล้ว รัฐบาลควรที่จะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ รับฟังปัญหา ควบคุมคุณภาพ และช่วยสร้างมูลค่าผลิตผลของพี่น้องเกษตรกรและชุมชน ท่านประธานคะ ที่ดิฉันกล่าวมา ข้างต้นนี้ไม่ใช่ว่าเพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรเพียงอย่างเดียว แต่เรายังสามารถได้ประโยชน์ ทั้ง ๒ ฝ่ายค่ะ เพราะรัฐเองก็สามารถเก็บภาษีต่าง ๆ ได้มากขึ้นเช่นกัน แต่ในระยะแรก เราอาจจะงดเว้นการเก็บภาษีที่ซ้ำซ้อนในบางส่วน หรือมีการเก็บในอัตราที่เป็นธรรม ตามกำลังของการผลิต เพื่อให้เกษตรกรหรือผู้ผลิตรายย่อยสามารถลืมตาอ้าปากแข่งขัน กับผู้ผลิตรายใหญ่ที่ผูกขาดได้อยู่ค่ะ ในปัจจุบันมีสุราชุมชนที่ได้รับการจดทะเบียนมากกว่า ๒,๐๐๐ ราย ท่านลองคิดดูนะคะว่าตลาดตรงนี้จะมีมูลค่ามหาศาลมากแค่ไหน กลุ่มทุน ผูกขาดตัดตอนทั้งหลายกับกลุ่มเผด็จการมักจะสมคบกันค่ะ และอยู่คู่กันตราบชั่วฟ้าดินสลาย เพราะฉันนั้นตราบใดที่พี่น้องประชาชนยังไม่ลุกขึ้นมาสู้ หรือเรียกร้องสิทธิในการเป็นพลเมือง เราก็จะถูกกดแบบนี้อยู่ร่ำไปและไม่มีวันที่จะลืมตาอ้าปากได้เสียที วันนี้การผูกขาดตัดตอน ทั้งหลายเกิดขึ้นทุกหย่อมหญ้า จึงทำให้พี่น้องเกษตรกรเป็นเพียงแค่ปัจจัยการผลิตขั้นพื้นฐาน เท่านั้นเอง ท่านประธานคะ ทั้งที่ประเทศไทยมีความหลากหลายด้านการเกษตรมีองค์ความรู้ ที่เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างมากมาย เราควรที่จะสนับสนุนพวกเขา สร้างเรื่องราวให้กับ ผลิตภัณฑ์แบบประเทศที่เขาพัฒนาแล้ว ประเทศที่เขามีสิทธิเสรีภาพ มีความเท่าเทียมกัน เขาได้ทำกันค่ะ เมื่อประเทศไทยถูกผูกขาดตัดตอนโดยกลุ่มทุนใหญ่ จึงทำให้พี่น้องเกษตรกร ทั้งหลายไม่สามารถพัฒนา สร้างตำนาน สร้างเรื่องราว สร้างเรื่องเล่าได้เลย และไม่สามารถ ที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มหรือพัฒนาต่อยอดได้อีกตลอดระยะเวลากว่า ๖๐ ปี วันนี้นะคะ ก็ถึงเวลาแล้วค่ะ ที่เราจะทำการปลดปล่อยครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในสภาแห่งนี้ ดิฉันหวังว่าสมาชิก สภาทุก ๆ ท่านของเราจะได้สนับสนุนสุราพื้นบ้าน ขอบคุณค่ะ🔗
เชิญท่านปกรณ์วุฒิครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ผู้แทนราษฎรระบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานครับ ถ้าจะสรุปร่าง พ.ร.บ. นี้ของ ส.ส. เท่าพิภพที่นำเสนอ ไป ให้สั้น ๆ ผมก็คงบอกว่าร่าง พ.ร.บ. นี้มันคือการยุติการผูกขาดอุตสาหกรรมสุรา ในประเทศไทยและเป็นการเปิดกว้างความฝันของคนทั้งประเทศ ความฝันที่มันไม่ใช่แค่สิ่งที่ จำกัดอยู่ที่สิ่งที่คนรุ่นผมถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เล็กครับว่า โตขึ้นคุณจะต้องเป็นเจ้าคนนายคน คุณจะต้องมีเงินเดือนเยอะ ๆ มีตำแหน่งสูง ๆ เพื่อทำงานเข้าบริษัทใหญ่โต เรียนสูง ๆ เพราะความฝันของมนุษย์มันหลากหลายกว่านั้นมากครับ ความฝันของ ส.ส. เท่าพิภพ เขาอยากทำเบียร์ (Beer) เป็นของตัวเองครับ ความฝันที่ไม่ว่าเราอยู่ในประเทศเสรีที่ไหน ในโลกนี้เราก็ทำได้แทบทั้งนั้นครับ แต่ในประเทศนี้ความฝันของเขาเป็นเรื่องผิดกฎหมายครับ ความฝันของเบียร์ (Beer) ยี่ห้อศิวิไลซ์ที่อยากพาเบียร์คนไทยไปสู่เวทีโลก จนเขาได้เหรียญเงินจากเวทีเวิลด์เบียร์อะวอร์ด ๒๐๒๐ (World Beer Awards 2020) แต่เขาต้องรับรางวัลในฐานะแบรนด์ (Brand) จากประเทศเวียดนาม เพราะความฝันของเขา ไม่ได้รับอนุญาตในประเทศนี้ครับ ที่ตลกร้ายก็คือในช่วงผมวัยรุ่นมันมีสโลแกน (Slogan) หนึ่ง ที่ดังมากในช่วงนั้นคือ คนไทยถ้าตั้งใจทำอะไรก็ไม่แพ้ชาติใดในโลก และสโลแกน (Slogan) นี้ เป็นของสุรายี่ห้อหนึ่งครับ ทีนี้เรามาดูตัวอย่างกันครับว่าในประเทศอื่นเขาปลดล็อกสุราแล้ว มันเกิดอะไรขึ้นบ้าง ผมยกตัวอย่างประเทศเกาหลีใต้ครับ เมื่อเขาปลดล็อกแล้วยอดขาย ของเศรษฐกิจของผู้ผลิตรายย่อยนั้นเป็นอย่างไรบ้างครับ คราฟต์เบียร์ (Craft Beer) เกาหลีใต้ วงการเบียร์ (Beer) หรือว่าวงการสุราเกาหลีใต้ก่อนหน้านี้ก็ถูกผูกขาดโดยนายทุนไม่กี่กลุ่ม เช่นเดียวกับประเทศไทยเหมือนกันครับ🔗
แต่เมื่อปี ๒๐๑๑ มีการยกเลิกกฎหมายเพดานการผลิตจาก ๑ ล้านลิตรต่อปี เหลือแค่ ๑๕๐,๐๐๐ ลิตรต่อปี และในปี ๒๐๑๔ เพดานนี้ก็ลดเหลือแค่ ๕๐,๐๐๐ ลิตรเท่านั้นครับ ประเทศไทยก่อนหน้านี้ ๑๐ ล้านลิตร ของเขาเริ่มต้นที่ ๑ ล้านลิตร และปรากฏว่ายอดขายคราฟต์เบียร์ (Craft Beer) ของเขาทั้งหมดจากปี ๒๐๑๓ ถึงปี ๒๐๒๐ เพิ่มขึ้น ๑๒ เท่า มูลค่าถึง ๑๑๘ พันล้านวอนครับ นอกจากนี้เขาก็ยังแก้กฎหมายอื่นอีกครับ ทั้งเรื่องภาษีอะไรต่าง ๆ ที่เก็บน้อยลงหรือว่า เก็บเป็นการสมเหตุสมผลมากกว่าเดิม ไม่เก็บอะไรที่มันเกินความจำเป็นหรือว่า ไม่สมเหตุสมผล แล้วก็ทำให้การตลาดของผู้ผลิตคราฟต์เบียร์ (Craft Beer) รายย่อยเติบโต อย่างมหาศาลอย่างที่เห็น แต่ท่านประธานครับ อย่างที่รู้ ๆ กันครับว่า ประเทศเกาหลีใต้ เป็นประเทศที่มีอัตราการบริโภคแอลกอฮอล์ค่อนข้างสูง และอัตราการเกิดอุบัติเหตุบนท้อง ถนนที่เกี่ยวเนื่องกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์นี่ติดอันดับโลกค่อนข้างสูงมาก ทีนี้เรามาดูสถิติ เรื่องอุบัติเหตุของเขาในช่วงเกือบ ๑๐ ปีที่มาครับท่านประธาน🔗
ขอสไลด์ (Slide) ถัดไปครับ ปรากฏว่าตั้งแต่ปี ๒๐๑๐-๒๐๑๙ อุบัติเหตุ บนท้องถนนที่เกี่ยวกับการดื่มแอลกอฮอล์ในประเทศเกาหลีใต้มีอัตราที่ลดลงครับ ท่านประธาน เขาปลดล็อกคราฟต์เบียร์ (Craft Beer) จนมีสุรายี่ห้อต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย หลาย ๆ ท่านอาจจะลุกขึ้นมาแล้วก็บอกว่าสิ่งนี้มันจะทำให้คนเมาแล้วขับมากขึ้น มีเหยื่อของการเมาแล้วขับเพิ่มขึ้น แต่ตัวเลขไม่โกหกใครครับท่านประธาน ๒ สิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งที่ สัมพันธ์กันครับ เพราะต่อให้มันเหลือยี่ห้อเดียว คนจะกินเขาก็กินครับ ต่อให้มี ๑๐๐ ยี่ห้อ คนที่ไม่กินเขาก็ไม่กินครับ และการควบคุมความสูญเสียที่เกิดจากอุบัติเหตุบนท้องถนนแบบนี้ มันไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับการผลิตหรือการมีกี่ยี่ห้อครับ มันเกี่ยวเนื่องกับการบังคับใช้กฎหมาย และมาตรการนโยบายด้านอื่น ๆ ถ้าเรายังมีเหตุการณ์ที่คนใหญ่คนโต มียศ เป็นลูกเศรษฐี ขับรถชนคน แล้วมาวัดแอลกอฮอล์วันรุ่งขึ้นได้ ต่อให้เพิ่มเพดานเป็นร้อยล้านลิตร ต่อให้เพิ่มภาษีอีก ๑๐ เท่า เหตุการณ์แบบนี้มันไม่มีทางหมดไปครับท่านประธาน ดังนั้น เรื่องนี้มันไม่เกี่ยวกันครับ ผมขอฝากถึงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในสภาแห่งนี้ทุกท่าน วันนี้คือการยุติการผูกขาด อุตสาหกรรมสุรา ถ้าเราจะพูดถึงตัวเลขอุบัติเหตุหรือตัวเลขยอดขายต่าง ๆ ผมก็อยากรู้ เหมือนกันว่าเรากำลังกลัวอะไรครับ เรากำลังกลัวว่ายอดขายของผู้ผลิตคราฟต์เบียร์ (Craft Beer) เพิ่มขึ้นหรือครับ เรากำลังกลัวยอดอุบัติเหตุเพิ่มหรือเปล่า ถ้าเรากลัวยอด อุบัติเหตุเพิ่มขึ้น เรามาร่วมมือกันในการควบคุมด้วยมาตรการอื่น ๆ ที่ทำให้ไม่ได้เกิดอุบัติเหตุ บนท้องถนนจากการดื่มแอลกอฮอล์ แต่ผมคิดว่าวันนี้เป็นโอกาสที่ดีที่จะพิสูจน์ให้เห็นว่า ผู้แทนราษฎรของเราไม่ได้กลัวการที่ยอดขายของนายทุนจะต้องลดลงครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
เหลืออีก ๒ ท่านสุดท้าย ก็น่าจะปิดอภิปรายและให้ผู้เสนอร่างได้สรุปอีกครั้งหนึ่ง ฝากท่านกรรมการประสานงานช่วยแจ้งท่านสมาชิกด้วยนะครับ คงไม่เกิน ๑๕ นาที จะมีการลงมติแล้วนะครับ เชิญ ๒ ท่าน ท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ก่อน แล้วตามด้วย ท่านสมชายนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช วันนี้ผมขอร่วมอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ผู้เสนอ ซึ่งผมก็เห็นด้วยในการเสนอ พระราชบัญญัตินี้เข้ามา ที่ขออภิปรายสนับสนุนก็เพราะว่าเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมให้การผลิต สุรานี้สามารถทำได้โดยทั่วไป ซึ่งรายละเอียดนั้นเพื่อนสมาชิกหลายท่านได้พูดแล้ว แต่ผมคิดว่าเป็นการคุ้มครองบุคคลให้มีเสรีภาพในการประกอบอาชีพการผลิตสุรา แล้วก็จัด ระเบียบการประกอบอาชีพการผลิตสุราที่เป็นการเปิดโอกาส อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ดีที่เรามาพูดกัน แต่อย่างไรก็ตาม ความคิดในสังคมเราอย่างที่เราทราบมี ๒ แนวคิดใหญ่ที่ต่อสู้กันตลอดก็คือ แนวคิดแบบกระแสหลักหรือกระแสทุน ที่เรามุ่งไปส่งเสริมทุนรายใหญ่อย่างที่เพื่อนสมาชิก ได้ทราบแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ผมมีความเชื่อก็คือว่าการส่งเสริมให้ชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็งนั้น เราจะต้องสนับสนุนเรื่องที่เรากำลังพูดกันในวันนี้ นั่นก็คือการทำให้เกิดสิ่งที่ชาวบ้านหรือว่า ชุมชนท้องถิ่นนั้นสามารถจัดการตนเองได้ และผมคิดว่า พ.ร.บ. นี้เป็นการสนับสนุน การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นส่วนหนึ่ง ทำไมต้องพูดอย่างนี้ท่านประธานครับ เหตุที่ต้องพูด อย่างนี้เพราะว่าสิ่งหนึ่งที่ท้องถิ่นทำก็คือการส่งเสริมอาชีพ แล้วอาชีพหนึ่งที่ทุกภาค ไม่ว่าภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคอีสานมี นั่นก็คือการผลิตสิ่งต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ พืชเศรษฐกิจที่เป็นพืชหลักของแต่ละภาค นั่นคือเอกลักษณ์ที่ประเทศไทยเรามี เมื่อประเทศไทยเรามีสิ่งเหล่านี้ เมื่อนำมาแปรรูป หรือมาเป็นผลิตภัณฑ์ เพราะว่า สิ่งที่ชาวบ้านปลูกหรือชาวบ้านผลิตนั้น สิ่งหนึ่งที่มันก่อให้เกิดรายได้ ก็สิ่งที่เราคิดกันวันนี้ล่ะครับ ท่านประธาน ก็คือการส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น การกระจายรายได้ที่แปรรูปผลไม้ แปรรูป สิ่งต่าง ๆ เพื่อทำให้เกษตรกรอยู่ได้ นั่นคือสิ่งที่ผมคิดว่ามันจะเกิดประโยชน์ ผมอยากจะเรียน ท่านประธานว่า วันหนึ่งผมได้เดินทางไปฝึกอบรมที่เมือง ๆ หนึ่ง เมืองนั้นชื่อว่าเมืองเลเด้ ในประเทศเยอรมัน อยู่ที่รัฐดึสเซิลดอร์ฟ เมืองนี้ผมเข้าไปในตลาดท่านประธานครับ ผมเห็นสิ่งที่เขาส่งเสริมการผลิตสุราพื้นบ้านที่เป็นอัตลักษณ์เมืองของเขา ผลิตไวน์ (Wine) จากผลผลิตจากเกษตรกรนำมาแปรรูปแล้วทำเป็นเอกลักษณ์ นี่คือการส่งเสริมการกระจาย อำนาจสู่ท้องถิ่นที่ทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยในชุมชนท้องถิ่นที่เมืองนี้ได้ดำเนินการแล้ว ก่อให้เกิดเศรษฐกิจชุมชน ผมวกกลับมาประเทศไทย สิ่งหนึ่งที่เราขาดก็คือการส่งเสริม เศรษฐกิจชุมชนอย่างเป็นเรื่องเป็นราว เพราะฉะนั้นวันนี้เป็นโอกาสที่เราจะทำให้การฟื้นฟู ในแง่ของการส่งเสริมให้ท้องถิ่นที่มีหน้าที่เรื่องการส่งเสริมการประกอบอาชีพของชาวบ้าน นั่นเป็นโอกาส ผมคิดว่าเราควรที่จะรับโอกาสนี้ เพราะฉะนั้นวันนี้เป็นวันหนึ่งที่เราคิดให้กับ พี่น้องประชาชนก็ว่าได้ในการเสนอ พ.ร.บ. นี้เข้ามา ท่านประธานครับ ผมคิดว่านี่คือสิ่งที่ ทำให้เกิดอะไรต่ออะไรตามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการท่องเที่ยว การส่งเสริม ให้แต่ละพื้นถิ่น แต่ละภาคมีเอกลักษณ์ของตัวเองอย่างที่ผมยกตัวอย่าง เมืองเลเด้ในเยอรมัน บ้านเมืองเราอาจจะดีกว่าเขาด้วยซ้ำไปในการมีสิ่งที่เป็นทรัพยากร แล้วก็สิ่งที่มีคุณค่า แล้วทำสิ่งที่มีคุณค่าที่อยู่ในชุมชนท้องถิ่นนั้นมาดำเนินการให้เกิดมูลค่าขึ้น เพราะฉะนั้น เศรษฐกิจท้องถิ่นการเกิดรายได้ให้กับท้องถิ่นผมยังคิดไกลไปถึงขั้นที่ว่าทำอย่างไรให้ท้องถิ่น มีรายได้จากสิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้น แล้วสามารถดำเนินการเก็บภาษีที่เกิดกับท้องถิ่นนั้น ๆ นั่นคือ การส่งเสริมให้ท้องถิ่นมีอัตลักษณ์ของตัวเอง มีวิถีชีวิต มีการดำเนินการ มีการจัดการ นำสิ่งที่เรากำลังกล่าวถึงมาเป็นสุราพื้นบ้าน มาเป็นไวน์ (Wine) มาเป็นอะไรที่เกี่ยวข้องกับ การทำให้เกิดมูลค่าขึ้น นี่คือสิ่งสำคัญที่เราพูดกันในวันนี้ เพราะฉะนั้นร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ผมคิดว่าเป็นการช่วยแล้วก็ทำให้ชุมชนได้มีศักยภาพ ได้มีความสามารถ เป็นการส่งเสริมความสามารถในการจัดการตนเองของชาวบ้าน ของชุมชนและท้องถิ่น และผมคิดว่าส่วนหนึ่งถ้าเปิดให้ท้องถิ่นได้มีการสนับสนุนต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างที่เราพูดกัน วันนี้ สิ่งนั้นจะก่อให้เกิดมูลค่าต่อแต่ละท้องถิ่นอย่างมากมาย ผมจึงสนับสนุนและเห็นด้วย กับการเสนอร่าง พ.ร.บ. นี้เข้ามา เรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านต่อไปครับ ท่านสมชาย เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม สมชาย ฝั่งชลจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วนภาคใต้ วันนี้ผมขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต ซึ่งคุณเท่าพิภพ พรรคก้าวไกล ได้นำเสนอต่อสภา ผมมีเรื่องเล่าครับท่านประธาน แต่ไม่ใช่ เรื่องเล่าในแคว้นนอร์ม็องดีหรือว่าจะในเมืองสกอต หรือในญี่ปุ่น หรือเกาหลี แต่ผมมีเรื่องเล่า ในประเทศไทย ท่านประธานเป็นนักการเมือง เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คงติดตามข่าวว่า ในประเทศไทยครั้งหนึ่งไม่นานมานี้มีคุณน้าสาวคนหนึ่งนั่งขายแป้งข้าวหมากอยู่ในตลาด แน่นอนว่าแป้งข้าวหมากนี้เป็นวิถีชีวิตของพี่น้องที่สามารถทำขึ้นมาบริโภคกันได้ แต่วันเวลานั้นคุณน้าสาวเอาน้ำแป้งข้าวหมากตักใส่ถุง ขายถุงละ ๑๐ บาท เจ้าหน้าที่ สรรพสามิตซึ่งเป็นผู้มีหน้าที่ในการตรวจสอบคุ้มครองสุราของนายทุนที่ถูกฎหมาย ไปดำเนินการจับกุมและมีข่าวคราวเรื่องโทษปรับเป็นหมื่นเรื่องเล่านี้มันต่างกับเรื่องเล่า ที่แคว้นนอร์ม็องดีและเรื่องเล่าที่สกอตแลนด์ หลังสุดครับ มันมีเรื่องที่ผมต้องฟังอย่างสลดหดหู่ ก็คือวันที่คุณเท่าพิภพเองนี่ละ ซึ่งมีความรู้ความสามารถในการผลิตคราฟต์เบียร์ (Craft Beer) อาจจะเรียกว่าเบียร์ (Beer) สดก็ได้ ทำขึ้นมาเพื่อที่จะกินเองบริโภคเอง แต่ว่าวันหนึ่งมันทำมากไปหน่อยหนึ่งก็ออกมาขาย ที่เพื่อนบ้านอยากจะลองชิมด้วยว่ารสชาติ มันเป็นอย่างไรบ้าง มันก็เหมือนกับเบียร์ (Beer) ที่เขาขายกันปกติทั่วไป แต่คุณเท่าพิภพ ก็โดนจับเพราะไม่ได้รับอนุญาต นี่คือสิ่งที่มันปรากฏต่อหน้าคนไทยทั้งหลายว่าคนเล็กคนน้อย ทำไมทำเรื่องแบบนี้ไม่ได้ ทั้ง ๆ ที่ภูมิปัญญามันมีความสามารถที่จะผลิตหรือจะทำ เรื่องเหล่านี้ได้ บริโภคเอง ไว้ใช้ในครอบครัวเอง ในอดีตที่ผ่านมาในสมัยที่ผมอายุยังน้อย ๆ ที่บ้านผมกลั่นสุราที่ถูกเรียกกันว่าสุราเถื่อนนี่ละ แต่เป็นสุราพื้นบ้านที่เราใช้น้ำตาลโตนด เป็นวัตถุดิบในการหมัก วันที่ญาติพี่น้องจะบวชลูกชาย พวกเราก็ต้มไว้เพื่อที่จะกินกันในบ้าน วันที่มีงาน ลดค่าใช้จ่ายโดยการทำขึ้นมาเอง แต่หน่วยงานราชการก็มีความเข้มข้น ต่อการใช้กฎหมาย หลังจากที่กลุ่มทุนผูกขาดเขาได้รับสิทธิในการขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในประเทศนี้ แล้วคนไทยทั่วประเทศที่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถูกบังคับว่าต้องไปบริโภค ของเขานะ ถ้าบริโภคของตัวเองทำขึ้นมาเองนี้ไม่ได้ มันผิดกฎหมาย กลุ่ม ๑๐ คน ๑๐ ครอบครัว ที่หัวหน้าพรรคผมพูดถึง วันนี้มีที่ดินในประเทศนี้ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ ไร่ เขาถูกได้รับสิทธิพิเศษ สามารถที่จะร่ำรวยขึ้นเอา ขึ้นเอา ขึ้นเอา แต่ทุกอย่างผู้บริโภคคือประชาชนและถูกบังคับ เครื่องมือที่เขาใช้สำหรับการก้าวสู่ตำแหน่ง ผู้ผูกขาดหรือทุนผูกขาดในประเทศไทย เขาใช้ภาวะตอนไหนละครับ พ.ร.บ. สุราที่ออกมา ครั้งแรกในประเทศนี้ที่พอจำได้ก็คือ ปี ๒๔๙๓ อำนาจเผด็จการ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นี่ก็เริ่มในการที่จะให้โอกาสสำหรับกลุ่มทุนผูกขาด พ.ร.บ. ควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เกิดขึ้นเมื่อปี ๒๕๕๑ รัฐบาลที่มาจากการรัฐประหารในปี ๒๕๔๙ อุ้มรอบ ๑ รอบแล้ว แต่ที่มันสำคัญมากขึ้นก็คือหลังรัฐประหารปี ๒๕๕๗ กฎหมาย ระเบียบ กฎ กระทรวง ภายใต้ อำนาจของรัฐประหารหรือคณะรัฐบาลที่ชื่อว่า คสช. เปิดโอกาสแล้วก็กวาดทุกสิ่งมาอยู่ในตัก หรือบนโต๊ะของกลุ่มทุนผูกขาดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ หลังสุดครับ ในปลายปี ๒๕๖๓ คนหนุ่มคนสาวอยากจะผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไว้กินไว้ใช้และขายด้วยตนเอง พื้นที่ขาย ที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นร้านโชห่วย ไม่ว่าจะเป็นคอนวีเนียนซ์ (Convenience) ไม่ว่าจะซูเปอร์สโตร์ (Super store) เราขายไม่ได้ เราต้องขายทางออนไลน์ (Online) คำสั่ง สำนักนายกรัฐมนตรีในปลายปี ๒๕๖๓ ไม่กี่ปี ๒-๓ ปีมานี้เอง ห้ามคนหนุ่มสาวที่ผลิตไวน์ ผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่มาจากวัตถุดิบในท้องถิ่นของตัวเอง ถูกห้ามขายทางระบบ ออนไลน์ (Online) แล้วให้อำนาจในการให้เจ้าหน้าที่ไปยึดได้ทุกที่ที่พบในแพ็กเกจจิง (Packaging) ที่ส่งไป เพราะฉะนั้นมันมีความจำเป็นครับ ถ้าจะเปิดโอกาสให้คนไทยทั้งประเทศ หรือคนหนุ่มสาวที่อยากจะมีร้านเบียร์ (Beer) ของตัวเอง ผลิตวันละ ๕๐ ลิตร แล้วขายในร้านตัวเองจนหมดแล้วพรุ่งนี้ค่อยผลิตใหม่ นี่คือการเติมศักยภาพทางการผลิต ให้กับประชาชนคนเล็กคนน้อย เปิดช่องทางทางเศรษฐกิจให้เขาเหล่านั้นได้ทำได้ โครงสร้าง กฎหมายฉบับนี้จึงต้องแก้ไขตามที่มีการเสนอครับ จึงมีความจำเป็นว่าเราต้องสนับสนุน กฎหมายฉบับนี้ให้ผ่านสภาเพื่อให้รับหลักการครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
อภิปราย ครบทั้ง ๒๑ ท่านแล้วนะครับ ก็คงจะพอสมควร ดังนั้นให้ผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติ ท่านเท่าพิภพเป็นผู้สรุป เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล อย่างไรก็ขอบคุณผู้อภิปรายทุกท่าน ไม่ว่าจากพรรคผมเอง พรรคก้าวไกลที่ร่วมเสนอร่างมาด้วย รวมถึงพรรคร่วมฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทยหลาย ๆ ท่าน รวมถึงทุกท่านเลยจริง ๆ วันนี้ผมว่าเป็นนิมิตหมายอันดี ของสภาจริง ๆ ที่ทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านเห็นค่อนข้างตรงกันในร่าง พ.ร.บ. แล้วก็ในจุดประสงค์หลักของร่าง พ.ร.บ. นี้ที่จะช่วยปลดล็อกให้คนตัวเล็กตัวน้อยได้มีโอกาส เท่ากับคนตัวใหญ่ในประเทศนี้ แล้วผมก็เชื่อจริง ๆ ว่าในฐานะหลาย ๆ ท่านเป็น ส.ส. เขตก็ได้ แต่รู้สึกเหมือนผมนั่นละครับ ในเขตพื้นที่ท่านก็จะมีทั้งในอดีตหรือปัจจุบัน อย่างในอดีต หลาย ๆ ท่านก็บอกว่า แต่ก่อนนั้นจังหวัดตัวเองลุงนั่นลุงนี่ อย่างท่านวีระกรบอกว่า ลุงกอบ บางปราบ เขาทำเชื้อสุราเป็นรูปแป้งมา ตอนนี้หายไปแล้ว นี่มันก็เป็นการส่งสัญญาณ อะไรบางอย่างว่าการที่เรารอมาขนาดนี้มันได้ทำร้ายหลายครอบครัว มันได้ทำร้ายภูมิปัญญา มันสูญสิ้นและมันจะไม่กลับมา หรือท่านเพื่อนสมาชิกพรรคเพื่อไทยที่บอกว่าตอนนี้ประชาชน โดนเรื่องภาษีอยู่ต่าง ๆ นานามันก็เกิดมาจากการที่เราไม่ได้มาดูแลปัญหาเรื่องนี้อย่างเต็มที่ เป็นเรื่องเป็นราว มันก็เลยเกิดปัญหาอย่างนี้มาคาราคาซัง ผมว่าวันนี้ เป็นนิมิตหมายที่ดีที่เรามาจัดการสะสาง และร่าง พ.ร.บ. สรรพสามิตของผมก็น่าจะเป็น จุดเริ่มต้น🔗
ผมขอสรุปท่านประธาน และได้ตอบข้อซักถามของท่านสมาชิกหลายอย่าง โดยรวมก็ได้สนับสนุนเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจ ผมอยากจะเสริมหลายคนก็บอกว่าเศรษฐกิจ จะดีขึ้นเพราะคนมีธุรกิจเป็นของตัวเองมากขึ้น ก็จริงครับ การสร้างงานที่มากขึ้น ต้องมอง อย่างนี้ครับท่านประธาน คนทำเหล้าไม่ใช่แค่คนทำเหล้า ๒-๓ คนในโรงเหล้าครับ มันคือเกษตรกรที่ปลูกวัตถุดิบ เมื่อคนทำเหล้าทำเสร็จมันเหมือนพีระมิดอีกฝั่งหนึ่งที่ขึ้นไป ก็คือมีคนขนส่ง คนขับรถ ไปจนถึงผู้ค้าปลีก ค้าส่ง ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว จนถึงพนักงานหน้าบาร์ ที่จะได้สร้างงานขึ้นมาอีกจากซัปพลาย เชน (Supply chain) ของการผลิตเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์นี้ ทางสังคมหลายท่านได้พูดไปว่าในพื้นถิ่นโดยเฉพาะภาคเหนือ การทำสุรา ทำเหล้าขาว ในงานพิธีการประจำปี ในงานบุญด้วยซ้ำก็เป็นวิถีชีวิตที่ติดตัวมากับ ทางภาคเหนือมาเป็นเวลานาน เรื่องเกษตรนี่พูดกันเยอะมากครับ ประเทศไทยก็เป็นประเทศที่แปลกครับท่านประธาน เราสนับสนุนเกษตรกรทุกประเทศเลย ยกเว้นประเทศเรา เรากินโซจู (Soju) ที่สนับสนุน เกษตรกรเกาหลี เรากินสาเก (Sake) ที่สนับสนุนเกษตรกรญี่ปุ่น เรากินไวน์ที่สนับสนุน เกษตรกรจากทั่วโลกเลยครับ ฝรั่งเศส ชิลี ออสเตรเลีย ทุกที่ แม้กระทั่งเรากินเบียร์ (Beer) ที่ทำอยู่ในทุกวันนี้ไม่กี่ยี่ห้อเราก็สนับสนุนเกษตรกรเมืองจีน เพราะข้าวบาร์เลย์ส่วนใหญ่ ที่มาทำก็เอามาจากจีนทั้งนั้นครับ เพราะว่าถูกและดัมพ์ (Dump) ตลาด หลายท่าน ผมก็อยากจะเสริมครับ นอกจากข้อดีเหล่านี้แล้ว ยังมีข้อดีเกี่ยวกับเรื่องการศึกษาเรื่อง เทคโนโลยีด้วยซ้ำ การทำสุรามันเป็นฟูดซายน์ (Food science) มันเป็นวิทยาศาสตร์ ทางอาหาร มันเป็นวิทยาศาสตร์การหมัก เหมือน ส.ส. ปดิพัทธ์ได้พูดว่า มันมีเรื่องของยีสต์ (Yeast) การหมักมันเป็นเรื่องของไบโอเคมิคอล (Bio chemicals) คือชีวเคมีต่าง ๆ รวมถึง เรื่องวิศวกรรมด้วย ผมเคยไปงานหนึ่งครับท่านประธาน เป็นงานเกี่ยวกับเครื่องอุปกรณ์ ผลิตเบียร์ (Beer) ผมก็ฟังบรรยายอยู่ ๓ ชั่วโมงของบริษัทผลิตเครื่องเบียร์ยี่ห้อหนึ่งของชาว เยอรมัน พูดมา ๓ ชั่วโมง สุดท้ายเครื่องเขาดีอย่างนี้ เพราะว่าทำให้ประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น ๑ เปอร์เซ็นต์ แต่ ๑ เปอร์เซ็นต์ของเขานี้หมายความว่าเงินเป็นพันล้านครับท่านประธาน เป็นพันล้านลิตรต่อปี เพราะว่าเขาทำทีเป็นล้านลิตร ๑ เปอร์เซ็นต์ครับ สุดท้ายเขาแข่งกัน แค่ปริมาณเปอร์เซ็นต์ ทำอย่างไรให้เครื่องจักรเขาสกัดน้ำตาลออกจากข้าวให้มากที่สุด ทำอย่างไรให้ยีสต์ (Yeast) ของเขามีประสิทธิภาพในการหมักได้รสชาติที่ดีด้วยและ ได้แอลกอฮอล์ที่มากกว่า และเวลาที่ไวกว่า อันนี้ก็เป็นเรื่องของเทคโนโลยี และเรื่องท่องเที่ยวที่หัวหน้าพรรคของผม คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้พูดว่า เราเล่าเรื่อง จากเรื่องเหล้า ก็สังเกตได้ครับว่าวันหนึ่งต่อไปถ้าเราปลดล็อกเรื่องนี้แล้ว เราก็จะสามารถว่า เราไปเที่ยวจังหวัดนี้ เราก็จะกินอาหาร อย่างไปเชียงราย ลาบลู่ที่ ส.ส. กัญจน์พงศ์เคยพาผม ไปกินก็อาจจะเหมาะสมกับเหล้าพื้นถิ่นของเขาก็เป็นได้ ที่จะเข้าไปแล้ว โอ้โห รสชาติเข้ากับ สมุนไพรของเลือดอันนั้น ผมยังจำรสชาติได้ อร่อยครับ หรือว่าเป็นเรื่องของการที่ว่า เราจะสร้างถนนสายย่านค้าเบียร์ (Beer) ในกรุงเทพฯ ก็อาจจะเป็นย่านท่องกลางคืน ที่ดึงรายได้จากนักท่องเที่ยวและปลุกศักยภาพมา ทั้งหมดทั้งมวลนี้ผมมองว่ารัฐบาลรอไม่ได้แล้ว รัฐบาลรอไม่ได้แล้วที่จะผ่านร่างนี้ หรือสภาของเราจะผ่านร่างนี้ในขณะนี้ รัฐบาลไม่สามารถ จะมาอ้างได้ว่าจะเอากลับไป ครม. เพื่อไปศึกษาอีก ๖๐ วัน อย่าอุ้มหายร่าง พ.ร.บ. สุรา ก้าวหน้าครับ เพราะอะไรครับท่านประธาน ตั้งแต่มาเป็น ส.ส. ตั้งแต่วันแรก ๆ ผมได้ปรึกษาหารือเรื่องนี้ไป จริง ๆ แล้วรัฐบาลถ้าอยากทำจริง ๆ แก้กฎกระทรวง กระทรวงการคลังแก้กฎกระทรวง ผมคุยกับท่านอุตตมะแล้ว แต่ตอนนั้นโชคร้ายไปหน่อยครับ โดนเด้งไปเสียก่อน ก็เลยไม่ได้แก้กฎกระทรวง ผมเลยต้องมาทำแบบเป็นร่าง พ.ร.บ. ท่านอาคมก็ถึงตัวยากครับ ผมก็ยังไม่ได้คุย ผมก็เลยรู้สึกว่าตั้งแต่นั้นผมปรึกษาหารือเสร็จ แล้วจำได้ไหมครับ ผมเคยตั้งกระทู้ถามไปแล้วรอบหนึ่ง และยังไม่พอครับ ในกรรมาธิการการ พัฒนาเศรษฐกิจที่ผมอยู่ เคยเรียกสรรพสามิตมาเป็น ๑๐ ครั้ง ผมจำได้ครับ รอบแรก ๆ บอกว่าทางสรรพสามิตเขาศึกษา ทำมาแล้วครับ ตอนนี้ร่างกฎกระทรวงใหม่ทำมาแล้วครับ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ พอมาอีกครั้ง สักครั้งที่ ๔ ครั้งที่ ๕ มาแล้วครับท่าน ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ผมก็มาแล้วครั้งที่ ๑๐ ผมก็ถามอีกรอบ ตอนนี้ ๖๐ เปอร์เซ็นต์แล้วค่ะ อ้าว จาก ๘๐ ลดเหลือ ๖๐ ได้อย่างไร ก็งงเหมือนกันว่าทำไมมันถอยหลัง ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าติดอะไร ในสภานี้ก็อภิปรายกันไปแบบสนับสนุนกันหมด ผมว่ามันเป็นสิ่งที่เซอร์ไพรส์ (Surprise) มาก ของสภาแห่งนี้ว่า ความเห็นของทั้ง ๒ ฝั่งของสภาเห็นไปในทางเดียวกัน อาจจะมีบ้าง ที่หลาย ๆ ท่านบอกว่ากังวลเรื่องสุขภาพ ไม่เป็นไรครับ อย่างท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ที่บอกว่า เป็นห่วงเรื่องสุขภาพ เมาแล้วขับ ผมเข้าใจครับ และจริง ๆ แล้ว พ.ร.บ. ฉบับนี้อาจจะไม่เกี่ยว แต่ผมเองก็สนับสนุนและคุยกับเครือข่ายภาคประชาชนต่าง ๆ และพร้อมร่วมมือในการทำให้ ท้องถนนเราปลอดภัยจากการเมาแล้วขับ และส่งเสริมการที่ อย่างเช่นพวกบาร์เทนเดอร์ (Bar Tender) หรือเบียร์เทนเดอร์ (Beer Tender) ต่าง ๆ จะมีการสอบใบอนุญาต ในการที่จะเสิร์ฟแอลกอฮอล์และรู้ว่าไม่ควรเสิร์ฟให้กับคนที่กินแล้วเมาแล้ว และตรงนี้ยังไม่พอครับท่านประธาน หลังจากกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจผมก็บอกว่าโอเค (OK) ไม่ได้ไม่เป็นไร ตอนนี้ทำอนุกรรมาธิการรอไปก่อน จนอนุกรรมาธิการผมเสร็จครับ อนุกรรมาธิการของผมศึกษาเรื่องการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมสุราครับ ซึ่งตรงนี้ทุกคน ไปดูได้ในเว็บไซต์ (Website) สภาจะมีรายงานผมอยู่ ศึกษาหมดครับ ตั้งแต่เรื่องกำลัง การผลิต จนเรื่องภาษีที่เพื่อนสมาชิกพรรคเพื่อไทยได้บอกว่า ชาวบ้านมีปัญหา และเคยร้องเรียนมาว่าถูกรีดไถจากสรรพสามิต ผมก็เคยดูเรื่องนี้มาตลอด แล้วเราจะจัดการ อันนี้เหมือนไบเบิล (Bible) ของอุตสาหกรรมสุราที่ต่อไปแล้วอันนี้เป็นแค่กระดุมเม็ดแรก ที่เราจะกลัดให้ถูก ก็คือเราปลดล็อกก่อน และต่อไปมันจะมีเรื่องภาษีอีก ซึ่งผมเสนอในตอนนี้ ก็ไม่ผ่านเพราะเป็นร่างการเงิน ว่าเราจะเก็บรายเล็กน้อยกว่ารายใหญ่ได้ไหม เป็นขั้นบันได ได้หรือเปล่า ไวน์ (Wine) ไทยทำไมต้องเก็บแพงเท่าไวน์ (Wine) เมืองนอก ไวน์ (Wine) นี้ เป็นชนชั้นสูงที่แตกต่างจากเหล้าขาวตรงไหน เราควรจะมาทำระบบของภาษีใหม่ไหม ทั้งหมดนี้ผมเชื่อว่ารัฐบาลรับทราบมาตลอดว่าผมทำรายงานฉบับนี้ แล้วผมก็เคยให้ทาง สรรพสามิตหรือใคร เป็นการทั่วไปประชาชนได้ดูหมด และผมไม่เข้าใจเลยครับว่า เราจะรออยู่ใย เราจะรออยู่อย่างนี้ต่อไปได้หรือ ๖๐ วัน มันก็อาจจะหมายถึงว่าภูมิปัญญา หลาย ๆ ที่ที่สูญหาย ๖๐ วันนี้มันก็อาจจะเป็นการซ้ำเติมผู้ประกอบการรายย่อยที่ผลิตแล้ว เขากำลังจะเจ๊ง ยอดฝีมือกี่คนที่ต้องจากไปในยุทธจักรนี้ ใน ๖๐ วันนี้ รัฐบาลจะสูญเสีย รายได้ทั้งที่ตัวเองต้องการรายได้มากในช่วงเวลาของโควิด (COVID) ๖๐ วันนี้ก็มีความหมายครับ พ.ร.บ. นี้คือทางออกของรัฐบาลนี้ด้วยซ้ำ เป็นสิ่งที่เราอยากช่วยรัฐบาลแล้วยืนยันว่า สภาแห่งนี้และพรรคฝ่ายค้านรวมถึงพรรคก้าวไกลเราต้องการเห็นประเทศนี้ดีขึ้น เราก็อยากช่วยรัฐบาลในวิกฤติโควิด (COVID) นี้ ผมก็ฝากเพื่อนสมาชิก ถ้าทาง ครม. เขาจะอุ้มร่างผมหายไป ๖๐ วัน ก็ฝากว่าวันนี้เถอะครับ ก็ให้มันรู้กันไปว่าจะผ่าน ไม่ผ่าน แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะได้โหวตหรือเปล่า เพราะดูก็อาจจะบางตานิดหนึ่ง ไม่รู้ว่าเดินไปข้าง ๆ สภากันหรือเปล่า มีโรงงานอยู่ ก็ไม่แน่ใจ ก็ฝากไว้ตรงนี้ครับว่า หยุดเรียกค่าไถ่ได้แล้ว ยื้อไป ๖๐ วันก็ไม่รู้ว่าไปคุยกับนายทุนหรือเปล่า กลับมาเดี๋ยวก็คว่ำร่างของผมหรือเปล่า เอาวันนี้ให้รู้เถอะครับ อย่าให้ผมรอ ผมรอมานานแล้วครับท่านประธานขอบคุณมากครับ🔗
ผู้เสนอร่าง หรือผู้เสนอญัตติก็ได้ใช้สิทธิสรุปแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือขั้นตอนขอมติจากที่ประชุม ในขั้นรับหลักการในวาระที่ ๑ ท่านรัฐมนตรีมีอะไรครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรี ให้เสนอต่อที่ประชุมเพื่อขอรับร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กับคณะ เป็นผู้เสนอ เพื่อไปพิจารณาก่อนที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎรจะได้พิจารณาลงมติในวาระที่ ๑ เพื่อความละเอียดรอบคอบ ตามข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๑๘ โดยคณะรัฐมนตรีจะขอรับ เพื่อไปพิจารณาภายใน ๖๐ วันนี้ครับ จึงขอกราบเรียนมาเพื่อกรุณาพิจารณาครับ ขอบคุณครับ🔗
เนื่องจาก คณะรัฐมนตรีจะขอรับร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวของท่านเท่าพิภพไปพิจารณา ก่อนรับหลักการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๑๘ ซึ่งจะต้องขออนุมัติหรือขอมติจากที่ประชุม ดังนั้น ก่อนจะลงมติก็คงต้องตรวจสอบองค์ประชุม โดยให้ท่านได้แสดงตนกันก่อน เชิญท่านสมาชิก เข้ามาแสดงตนเพื่อเช็กองค์ประชุมและลงมติต่อไปครับว่าจะอนุมัติส่งให้คณะรัฐมนตรีไป พิจารณาก่อนภายใน ๖๐ วันหรือเปล่า เชิญท่านสมาชิกเข้ามาแสดงตนครับ🔗
เชิญท่านสมาชิกได้กดปุ่มแสดงตนครับ🔗
มีท่าน สมาชิกท่านใดไม่ได้เอาบัตรมาหรือบัตรขัดข้องไหมครับ แสดงตนโดยกดปุ่มแสดงตนไม่ได้ จะแสดงตนผ่านไมโครโฟนก็ได้นะครับ🔗
ธีรภัทร พริ้งศุลกะ ๑๖๒ แสดงตนครับ🔗
มีอีกไหมครับ ท่านสมาชิกอยู่ด้านนอกมีไหมครับ ถ้าแสดงตนครบแล้ว จะปิดนะครับ ปิดการแสดงตน ๒๓๔ ไม่ถึง ๒๓๘ ครับ🔗
ปิดประชุมครับ🔗