รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๓
ครั้งที่ ๒๘ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพฤหัสบดีที่ ๓ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๕
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
----------------------------------
ท่านสมาชิกครับ ได้รับรายชื่อที่ประสงค์จะขอปรึกษาหารือทั้ง ๓๐ ท่านเรียบร้อยแล้ว ทางฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาล ๑๕ ท่าน ร่วมฝ่ายค้าน ๑๕ ท่าน ดังนั้นก่อนจะเข้าสู่ระเบียบวาระ การประชุมปกติ ผมจะเรียนเชิญท่านได้ขึ้นอภิปรายปรึกษาหารือได้ครับ โดยเริ่มจาก ท่านแรก ท่านนิยม เวชกามา และท่านศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ เชิญท่านนิยมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอนำเอาความประสงค์ความต้องการของพี่น้องจากอำเภอ โคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร ฝากมาถึงท่านวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้เปิดแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ที่ถ ้าผาด่าง บ้านห้วยหีบ ตำบลตองโขบ อำเภอโคกศรีสุพรรณ ซึ่งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติภูผายล เป็นแหล่ง ท่องเที่ยวที่สวยงามตระการตาและเป็นถ ้าประวัติศาสตร์ที่เคยเป็นที่พักอาศัยของนายเตียง ศิริขันธ์ แกนนำเสรีไทยและผู้มีความคิดต่างความคิด ซึ่งนำโดยจิตร ภูมิศักดิ์🔗
ข้อที่ ๒ พระอาจารย์รัตขิตจิตโต พระเกจิจากภาคเหนือมาเล่าให้ฟังว่า ท่านไปปฏิบัติศาสนกิจที่ประเทศอินเดีย เมื่อท่านครบกำหนดจะเดินทางกลับมาได้มีการ ตรวจร่างกายหาโควิด-๑๙ (COVID-19) ด้วยเครื่องมือทันสมัยที่อินเดียไม่มีอาการอะไรแล้วก็ ขึ้นเครื่องบิน ปรากฏว่าพอลงเครื่องที่ดอนเมืองก็ไปตรวจเอทีเค (ATK) บอกว่าเป็นบวก พบเชื้อ จึงให้กักตัวที่โรงแรมแห่งหนึ่งเป็นเวลา ๓ วัน โดยจ่ายเงินส่วนตัว เป็นจำนวนเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท ในระหว่างนั้นไม่มีอาการผิดปกติอะไร จึงถูกส่งไป แต่ว่าก็ถูกส่งโรงพยาบาล อีก ๒ วัน วันละ ๒,๕๐๐ บาท ไม่มีอาการอะไร แต่เมื่อไปตรวจอีกครั้งไม่พบเชื้อ จึงถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าเงินดังกล่าวใครรับผิดชอบ เพราะท่านจ่ายไปแล้วถ้าสอบถามใครก็ไม่ได้คืน นี่คือเป็นประเด็น ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗
ท่านศิลัมพา เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลเมืองไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องที่จะขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่องนะคะ🔗
เรื่องแรก คือกรณีรถชนคนเสียชีวิตที่ทางม้าลาย ไม่ใช่แค่กรณีคุณหมอ กระต่ายเท่านั้นที่ผ่านมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ว่ากรณีแบบนี้เกิดขึ้นเกือบทุกวันแล้วก็เกิดขึ้น บ่อยมาก สาเหตุหลักคือการไม่เคารพกฎจราจรของผู้ขับขี่ยานพาหนะ ทั้งฝ่าไฟแดง ขับเร็ว เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และที่สำคัญคือตำรวจไม่มีอำนาจบังคับใช้กฎหมายตามที่ควรจะเป็น ไม่ว่าจะเป็นการห้ามยึด ใบขับขี่และใบสั่งก็ไม่มีความศักดิ์สิทธิ์มากพอที่จะทำให้ผู้ขับขี่รถยนต์เกรงกลัวการกระทำผิด ดังที่เห็นตามสื่อโซเชียล (Social) ต่าง ๆ ว่ามีคนโพสต์ (Post) ว่าไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าปรับ ใบสั่ง เพราะว่าไม่มีบทลงโทษอะไรเลย ตามที่มีการพูดคุยระหว่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กับกรมการขนส่งทางบก เรื่องการหักคะแนนผู้ขับขี่หรือการไม่ให้ต่อทะเบียนรถยนต์ พูดมานานแล้วค่ะ แต่ว่าปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้าเลย ดิฉันอยากจะขอให้ท่านประธาน ประสานไปยังกรมการขนส่งทางบกและสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้รีบดำเนินการเรื่องนี้ เป็นเรื่องด่วนค่ะ🔗
ส่วนเรื่องที่ ๒ ขอชื่นชมกรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ที่ได้มีการจำแนกที่ดิน เพื่อออกเอกสารสิทธิตามโครงการบอกดิน ซึ่งปีนี้เป็นโครงการระยะที่ ๓ แล้ว โครงการนี้เป็น โครงการที่ดีมากค่ะ ที่มีพี่น้องประชาชนที่ครอบครองที่ดินแต่ว่ายังไม่มีเอกสารสิทธิอีกมาก จึงอยากขอฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลให้เพิ่มงบประมาณสำหรับโครงการดี ๆ แบบนี้ เพื่อสร้างหลักประกันชีวิตให้กับประชาชนและลดความเหลื่อมล ้าของสังคม ขอบคุณค่ะ🔗
อีก ๒ ท่านครับ ท่านสมมุติกับท่านจุลพันธ์ เชิญท่านสมมุติ เบ็ญจลักษณ์🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ สมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ปัตตานี จากการที่ได้ทำเวทีประชาคม ในพื้นที่เขต ๔ ปัตตานี และในสำนักงาน ส.ส. อยากจะให้ท่านนายกฯ และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องช่วยกรณีปัญหาในอำเภอทุ่งยางแดง🔗
เรื่องแรกก็คือประชาชนมีปัญหาเรื่องขาดแคลนน ้าใช้บริโภค และทำการเกษตร สิ่งที่อยากได้ก็คือบ่อน ้าตื้นในทุกพื้นที่ของอำเภอทุ่งยางแดง ให้มีการสร้าง ฝายกั้นน ้าในพื้นที่ตำบลพิเทน ตำบลปากู🔗
ข้อที่ ๒ คือในพื้นที่อำเภอทุ่งยางแดงยังไม่มีธนาคารเพื่ออำนวยความสะดวก ในการทำธุรกรรม มีแต่สาขาย่อยและให้บริการสัปดาห์ละ ๓ วัน เมื่อเทียบกับความเจริญ ของอำเภอทุ่งยางแดงจะต้องเข้าเมืองปัตตานีหรือยะลา เพราะธนาคารที่มีอยู่ไม่สามารถ ทำธุรกรรมได้ครอบคลุมทุกเรื่องทำให้เกิดความล่าช้า🔗
ประการที่ ๓ คือปัญหาเรื่องการออกเอกสารสิทธิที่มีความล่าช้า🔗
ประการที่ ๔ ในเรื่องแนวเขตที่ไม่ชัดเจนระหว่างอำเภอ เช่น หมู่ ๗ บ้านตือ เบาะ ตำบลพิเทนกับบ้านเจาะบาแน ตำบลลุโบะยิไร บ้านโต๊ะชูด ตำบลพิเทนกับ อำเภอกะพ้อ เมื่อเกิดปัญหาประชาชนจะไม่ได้รับความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ก็ปัด ความรับผิดชอบ🔗
สุดท้ายก็คือปัญหาการว่างงานของเยาวชน ต้องการอาชีพที่สามารถสร้าง รายได้ให้กับตนเองและครอบครัว ซึ่งที่ผ่านมามีปัญหามากเพราะว่าไปต่างประเทศก็ไม่ได้ ไปต่างจังหวัดก็ลำบากโดยเฉพาะในช่วงโควิด (COVID) จึงอยากจะฝากท่านประธานผ่านให้ ท่านนายกฯ และขอให้คำ ๆ นี้ เพื่อเป็นสิ่งที่เป็นกำลังใจก็คือ ผู้ใดช่วยเหลือผู้กำลังลำบาก พระเจ้าจะทรงช่วยเหลือเขา ขอบคุณมากครับ🔗
เชิญ ท่านจุลพันธ์ โนนศรีชัย ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม จุลพันธ์ โนนศรีชัย จากชาติไทยพัฒนาแบบบัญชีรายชื่อ กระผมอยากจะเรียน ปรึกษาหารือไปถึงท่านประธานโดยตรงเกี่ยวกับเรื่องสภาล่ม ซึ่งเราทุกคนเป็น ส.ส. ในสภาแห่งนี้ เราต้องรับผิดชอบร่วมกัน เพราะว่าเวลาสภาล่มทีทุกคน ส.ส. ไม่ว่าจะขาด หรือไม่ขาดก็โดนสังคมประณามว่าเรากินภาษีแต่ว่าเราไม่ทำหน้าที่ สาเหตุหนึ่งที่สภาล่มก็คือ การประชุมกรรมาธิการ ผมเห็นสมควรว่าควรจะติดออดในห้องประชุมกรรมาธิการทุกห้อง แล้วก็สามารถที่จะจับเวลาห้องที่ไกลที่สุดและคนที่เดินช้าที่สุดเป็นเวลากี่นาที แล้วเอาเป็น เวลามาตรฐานเลยครับ สามารถจะเรียกประชุมได้ทันที และ🔗
อีกเรื่องหนึ่งก็คือ ส.ส. ที่มาประชุมแล้วแต่ไม่แสดงตน ผมว่าดูแล้วมันตลก เพราะเราทำหน้าที่ ส.ส. ถ้าคุณไม่เห็นด้วยคุณก็ไม่ต้องลงคะแนน แต่คุณต้องแสดงตนว่าคุณมา เพราะฉะนั้นมันน่าจะเปลี่ยนระเบียบตรงนี้หน่อยว่า คืออย่าเล่นการเมืองมากเกินไป ในสภาเพราะว่าเราต้องรับผิดชอบ เราไม่ได้รับผิดชอบเรื่องรัฐบาล เรารับผิดชอบกับ ประชาชนนะครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ และท่านสวาป เผ่าประทาน ท่านณัฐพลก่อนครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วนจากกลุ่มเปราะบาง กลุ่มชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ ผมขอหารือผ่านในฐานะ ท่านประธานเป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ขอหารือผ่านท่านประธานในประเด็นที่ได้รับ การร้องเรียนจากพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ปัญหาการบังคับใช้กฎหมายกับพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ในพื้นที่วิถีชีวิตดั้งเดิม ผ่านตรงไปยังผู้บริหารฝ่ายบริหารนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่บริหารทุกหน่วยงานโดยตรงครับ สืบเนื่องจาก วันที่ ๑๒ มกราคมที่ผ่านมานี้ครับ กรณีเจ้าหน้าที่ป่าไม้กับหน่วยสวาท (SWAT) จะเห็นได้จากในรูป🔗
หน่วยสวาท (SWAT) ไปบุกค้น ในยามวิกาลชุมชนวิสาหกิจท่องเที่ยวม่อนแจ่ม จังหวัดเชียงใหม่ ๖ วัน ไม่ถึง ๑ อาทิตย์ ก็บุกจับกุม ที่บ้านพญาพิภักดิ์ หมู่ ๓ ตำบลยางฮอม อำเภอขุนตาล จังหวัดเชียงราย ท่านประธานครับ วิถีชีวิต ในวิกฤตินี้ปัจจัย ๔ ในการดำรงชีวิต ไม่ควรที่จะใช้กฎหมายที่เป็นกฎหมายลูกควรที่จะส่งเสริม และคุ้มครองพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์อย่างไร ในรัฐธรรมนูญก็มีอยู่แล้ว หน่วยสวาท (SWAT) ไม่ใช่มาใช้ในยามที่วิกาลและเห็นประชาชนเป็นอาชญากร การส่งเสริมและคุ้มครองพี่น้อง กลุ่มชาติพันธุ์ไม่ควรใช้หน่วยสวาท (SWAT) มาส่งเสริมและคุ้มครอง ขอฝากเรียน ท่านประธานไปยังฝ่ายบริหารนายกรัฐมนตรีให้ช่วยแก้ไขโดยออก พ.ร.บ. ส่งเสริม และคุ้มครองพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์โดยด่วนครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗
ท่านสวาปครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสวาป เผ่าประทาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทยจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ กระผมได้รับการร้องเรียนจาก พระครูวินัยธร เสรี อฺตฺตสาโร เจ้าอาวาสวัดเขาบ้านกลาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ว่าขณะนี้ตลิ่งแนวเขตที่ดินด้านหลังและด้านข้างของวัดซึ่งติดกับลำคลองทับสะแกได้ถูก น ้ากัดเซาะต่อเนื่องมาหลายปี จนเกิดความเสียหายหลายจุด ที่ผ่านมาทางวัดต้องเฝ้าระวัง และใช้เงินบริจาคของวัดดูแลแก้ปัญหากันเอง หากปล่อยไว้เช่นนี้เกรงจะมีความเสียหายมาก ยิ่งขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ คลองทับสะแกถือว่าเป็นแหล่งน ้าสำหรับตำบลทับสะแก อำเภอทับสะแก และเป็นคลองสายหลักที่ระบายน ้าจากแนวเขาตะนาวศรี ข้ามถนน เพชรเกษม ผ่านวัดเขาบ้านกลาง คดเคี้ยวผ่านพื้นที่ทำการเกษตรสวนมะพร้าวก่อนลงสู่ทะเล อ่าวไทย หลายจุดเริ่มตื้นเขิน มีสวะ มีวัชพืช ทำให้ลำคลองเปลี่ยนทิศทาง ขาดงบประมาณ ในการบำรุงรักษาและขุดลอกร่องน ้านานกว่า ๒๐ ปี เมื่อฝนตกหนักต่อเนื่องจึงมีน ้าระบายลง สู่ทะเลได้ช้า เกิดน ้าท่วมพื้นที่การเกษตรและที่อยู่อาศัย ต้องปิดการจราจรลงสู่ ๑๔ จังหวัด ภาคใต้เกือบทุกปีดังที่ปรากฏในข่าว กระผมจึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่รับผิดชอบให้ทำการพิจารณาศึกษาสำรวจ เพื่อขุดลอกและพัฒนาคลองทับสะแกต่อไป ขอขอบคุณครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านครูมานิตย์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม พรรคเพื่อไทย ผู้แทนจากเมืองสุรินทร์ วันนี้วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ผมหารือไว้ ๒ ข้อที่จะต้องบันทึกไว้🔗
เรื่องแรกก็คือว่าเรื่องโรคลัมปี สกิน (Lumpy skin disease) วันนี้พี่น้อง เกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ ที่จังหวัดสุรินทร์ทั้งจังหวัดยังไม่ได้รับเงินค่าชดเชย และเขาก็ เดือดร้อนกันมาก เขารอแล้วรออีก ก็ฝากไปยังกรมปศุสัตว์ ฝากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้เร่งด่วน จัดเงินเพื่อไปชดเชยให้กับพี่น้องผู้เลี้ยงโค กระบือ🔗
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานก็คงจะทราบว่าวันนี้สินค้าแพงทั้งแผ่นดิน ตั้งแต่มี โรคหมูเอเอฟเอส (AFS) เข้ามา แล้วก็มีขบวนการกักตุนหมู ทำให้สินค้าส่วนอื่นขึ้นไปหมด ทั้งประเทศ พี่น้องเดือดร้อน ยกเว้นสินค้าทางการเกษตร ก็คือข้าวเปลือกที่ชาวนาผลิตขึ้นมาที่ไม่มีราคา แต่ถ้าเป็นสินค้า จากอุตสาหกรรมไปแพงหมด แพงแม้กระทั่งว่าสินค้าของรัฐบาล ผมย ้านะครับ สินค้า ของรัฐบาล นั่นก็คือสลากกินแบ่งของรัฐบาลหรือลอตเตอรี่ ด้านหน้าเขียนว่า ๘๐ บาท แต่ขายกันในตลาด ๑๑๐ บาท ๑๒๐ บาท ทำให้มองชัดว่าการบริหารงานนั้นมือไม่ถึง ก็ฝากกรมการค้าภายในมาดูเรื่องของสินค้าของพี่น้องประชาชนที่พี่น้องเขาเดือดร้อน แล้วก็ฝากกระทรวงการคลัง โดยเฉพาะกองสลากให้มาดูแลในเรื่องของสลากกินแบ่งรัฐบาล ที่มันแพงเกินเหตุ แล้วก็ฝากเรื่องสินค้าของเกษตรกร นั่นก็คือข้าวเปลือก วันนี้ยังมีอยู่มากในตลาด แต่ไม่มีราคา ทำให้เขาต้องลำบากมาก แล้วก็ย ้าเตือนอีกทีว่าเงินชดเชยของโรคลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease) เร่งด่วนหน่อย วันนี้พวกผมทั้งจังหวัด สุรินทร์มีอยู่ ๑๗ อำเภอ เดือดร้อนกันทั้ง ๑๗ อำเภอ เพราะยังไม่มีใครได้รับเงินสักบาทหนึ่งครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านอนุชา น้อยวงศ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม อนุชา น้อยวงศ์ จากเขต ๓ จังหวัดพิษณุโลก อำเภอวังทอง อำเภอเนินมะปราง ขอหารือท่านประธานถึงความทุกข์ยากของพี่น้อง ประชาชนชาวตำบลวังนกแอ่น ซึ่งมีทั้งสิ้น ๒๐ หมู่บ้าน พี่น้องประชาชนในตำบลนี้ส่วนใหญ่ มีที่ดินอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติทุ่งแสลงหลวงและป่าสงวนแห่งชาติ และบางหมู่บ้าน อยู่ในที่ดินซึ่งเป็นเขต ส.ป.ก. มีอุปสรรคมากมายในการก่อสร้างถนน การขุดลอกแหล่งน ้า ซึ่งต้องขออนุญาตจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องใช้เวลานานมาก กระผมขอสรุปความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ดังนี้🔗
บ้านซำนกเหลือง หมู่ที่ ๑๔ ต้องการขุดลอกแหล่งน ้าประจำหมู่บ้าน🔗
บ้านไผ่ใหญ่ หมู่ที่ ๑๐ ต้องการฝายน ้าล้นที่ชื่อฝายจำลอง และต้องการเจาะ ประปาประจำหมู่บ้าน ขอความอนุเคราะห์จากกรมทรัพยากรน ้า ภาค ๙ และกรมทรัพยากร น ้าบาดาลเป็นผู้รับผิดชอบ🔗
บ้านแก่งจูงนาง หมู่ที่ ๑๗ ต้องการขุดลอกคลองห้วยปลาสร้อย ปรับปรุง สะพานซึ่งอยู่ในความดูแลของกรมทรัพยากรน ้า ภาค ๙🔗
บ้านตอเรือ หมู่ที่ ๓ ต้องการขุดลอกแหล่งน ้าประจำหมู่บ้าน ซึ่งอยู่ในความดูแล ของกรมชลประทาน🔗
บ้านห้วยเดื่อ หมู่ที่ ๑๒ ต้องการปรับปรุงถนนซึ่งอยู่ในความดูแลของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก🔗
บ้านวังดินสอ หมู่ที่ ๑ ต้องการขุดลอกคลองห้วยซึ้งถึงคลองน ้าเข็ก ซึ่งองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกได้ดำเนินการบ้างแล้ว ส่วนที่เหลือขอให้ กรมทรัพยากรน ้า ภาค ๙ ช่วยดำเนินการ🔗
บ้านวังนกแอ่น หมู่ที่ ๒ ต้องการถนนรอบหมู่บ้าน ขอให้องค์การบริหาร ส่วนจังหวัดพิษณุโลกเข้าไปดำเนินการ🔗
บ้านวังกระบาก หมู่ที่ ๑๙ ต้องการขุดเจาะบ่อน ้าบาดาล ต้องการให้ กรมทรัพยากรน ้าบาดาลเข้าไปดำเนินการ🔗
บ้านบ่อ หมู่ที่ ๓ ต้องการตลาดชุมชนข้างถนนสาย ๑๒ พิษณุโลก-หล่มสัก ขอให้ขยายบล็อกถนนสาย ๑๒ เนื่องจากไม่สามารถระบายน ้าได้ อยู่ในความดูแลของ กรมทางหลวง และ🔗
บ้านห้วยไผ่ หมู่ที่ ๘ ต้องการขุดลอกคลองห้วยไผ่ ประมาณ ๕ ไร่ และขอปรับเกรดถนน รวมทั้งการสร้างถนนเชื่อมต่อระหว่างตำบลไปยังตำบลแก่งโสภา ขอให้ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลกรับเป็นเจ้าภาพดำเนินการด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูง🔗
ท่านต่อไป ท่านบัลลังก์ อรรณนพพร ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบัลลังก์ อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย เขต ๑๐ ประกอบไปด้วยอำเภอบ้านไผ่ บ้านแฮด และอำเภอพระยืน วันนี้มีเรื่องหารือท่านประธาน ด้วยกันดังนี้ ได้รับการร้องเรียนจากท่านนายกสุรพงษ์ วงษ์ชาลี นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลเมืองเพีย ว่าชาวบ้านละว้า หมู่ ๕ หมู่ ๖ หมู่ ๑๐ และหมู่ ๑๔ ได้รับ ความเดือดร้อนเรื่องน ้าประปาที่ใช้ในการอุปโภคบริโภคไม่พอใช้ เนื่องจากเป็นชุมชนที่ใหญ่ และมีจำนวนประชากรเพิ่มมากขึ้น ทำให้ความต้องการของการใช้น ้ามากขึ้น ยิ่งหน้าแล้ง ยิ่งเดือดร้อนหนัก จึงขอความอนุเคราะห์การประปาภูมิภาค เขต ๖ จังหวัดขอนแก่น ขยายเขตประปาให้กับพี่น้องในพื้นที่ดังกล่าวอย่างเร่งด่วนด้วย เรื่องนี้เคยส่งหนังสือขอความ อนุเคราะห์ไปยังการประปาภูมิภาค เขต ๖ ขอนแก่นแล้ว เมื่อวันที่ ๒๐ เมษายน ๒๕๖๔ ขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบจัดสรรงบประมาณลงไปให้กับการประปาภูมิภาค เขต ๖ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากนางทองพูน สาตื้อ เลขานุการนายก องค์การบริหารส่วนตำบลหินตั้ง อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น เรื่องความเดือดร้อนของ ชาวบ้าน ถนนชำรุดเสียหายมี ๒ เส้น ดังนี้ คือถนนเชื่อมระหว่างบ้านนาโน ตำบลหินตั้ง อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ถึงบ้านหินฮาว ตำบลขามป้อม อำเภอเปือยน้อย จังหวัดขอนแก่น ระยะทาง ๕,๓๐๐ เมตร ปัจจุบันเป็นถนนดิน ชาวบ้านอยากได้เป็น ถนนลาดยาง🔗
อีกเส้นหนึ่งเชื่อมระหว่างบ้านหินลาด ตำบลหินตั้ง อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ถึงบ้านกุดเชือก ตำบลบ้านลาน อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ระยะทาง ๔,๐๐๐ เมตร ปัจจุบันเป็นถนนลาดยางแต่พังเสียหายมาก ชาวบ้านสัญจรไปมาลำบาก อยากให้ หน่วยงานที่รับผิดชอบได้จัดสรรงบประมาณ โดยเฉพาะองค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องโดยเร่งด่วน กราบขอบพระคุณครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านสุเนตตา แซ่โก๊ะ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสุเนตตา แซ่โก๊ะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมพลังประชาชาติไทย ดิฉันมีเรื่องขอปรึกษาหารือท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เรื่อง ขอให้ส่งเสริมการศึกษา วิจัยทางด้านสังคมศาสตร์ ท่านประธานคะ เมื่อพูดถึงกระทรวง อว. แล้วหลายคนคงมีภาพว่า กระทรวงนี้เน้นแต่เรื่องวิทยาศาสตร์ นวัตกรรมและสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ แต่ความจริงแล้ว กระทรวง อว. มีมากกว่านั้นค่ะ กระทรวง อว. ภายใต้การนำของท่านรัฐมนตรีเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ได้จัดตั้งสำนักวิทยสถาน ด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์ แห่งประเทศไทย หรือชื่อย่อว่า ธัชชาขึ้น โดยธัชชาจะทำหน้าที่ขับเคลื่อนการวิจัยและพัฒนา บุคลากรด้านสังคมศาสตร์ มนุษยศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์ของประเทศ อันจะนำไปสู่ การพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านการเชื่อมโยงประเทศเข้ากับภูมิภาคและโลก ดิฉันได้ติดตามผลงาน ของธัชชาค่ะ ที่จังหวัดน่าน ธัชชาทำงานร่วมกับคนน่านผลักดันน่าน ซึ่งมีความเข้มแข็ง ด้านศิลปวัฒนธรรมอยู่แล้วนั้น มาต่อยอดขึ้นจากเดิมให้ไปสู่น่านเมืองสร้างสรรค์ หรือครีเอทีฟซิตี (Creative City) นำเอาศิลปวัฒนธรรมของน่านมาเป็นจุดเด่นและยังรักษาอารยธรรมและ สุนทรียภาพไว้ได้จนน่านกลายเป็นจังหวัดที่ใคร ๆ หลายคนก็อยากไปเยือน และยังมี ที่จังหวัดลพบุรีที่สถาบันสุวรรณภูมิศึกษา สำนักธัชชาได้ศึกษาเรื่องลูกปัด เทคโนโลยีการผลิต ลูกปัดหินจากแหล่งโบราณอันเป็นสิ่งบ่งชี้ให้เห็นถึงความเจริญรุ่งเรืองในอดีต ท่านประธานคะ การวิจัยและค้นคว้านำไปสู่การต่อยอดด้านต่าง ๆ ผลลัพธ์ที่ได้คุ้มค่าและสร้างความ ภาคภูมิใจให้คนในพื้นที่ และเมื่อทุกภาคส่วนประสานร่วมมือกันก็จะกลายเป็นศูนย์กลาง การเรียนรู้และพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรม ดิฉันจึงขอปรึกษาหารือ ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวง อว. ว่าขอให้ส่งเสริมสำนักธัชชาต่อไป ประเทศของเรา มีอายุมายาวนานหลายร้อยปี ทุกพื้นที่ ทุกจังหวัด ยังคงมีเรื่องราวอีกมากมายที่รอ การศึกษาวิจัยอยู่ค่ะ ขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗
ท่านต่อไป ท่านศรัณย์ ทิมสุวรรณ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย วันนี้มีเรื่องหารือกับท่านประธาน ๓ เรื่องครับ ๒ เรื่องแรกเป็นเรื่องเกี่ยวกับขอการสนับสนุนโครงการเขื่อนป้องกันตลิ่ง ริมแม่น ้าเลย เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากท่านบันเลิง พากระจ่าง นายก อบต. ผาบิ้ง และท่านไพบูลย์ เขมะประสิทธิ์ นายกเทศบาลวังสะพุง ซึ่ง ๒ บริเวณนี้เป็นพื้นที่ที่มีบริเวณ ชุมชนที่ใกล้กับริมแม่น ้าเลย ซึ่งแม่น ้าเลยไหลผ่าน เพราะฉะนั้นทุกครั้งที่ฤดูไหนมีน ้ามาก ไม่เฉพาะฤดูฝนครับท่านประธาน ทุกครั้งที่มีน ้ามากจะเกิดเหตุการณ์ตลิ่งพังแทบจะตลอด ซึ่งมันทำให้เกิดอันตรายต่อพ่อแม่พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ริมแม่น ้า ตอนแรก ครับพื้นที่ยาว ๑๐-๒๐ เมตร เริ่มโดนกัดเซาะเข้าไปเรื่อย ๆ ตอนนี้เหลือไม่กี่เมตรจะถึงบ้าน ของพ่อแม่พี่น้องประชาชนแล้ว จึงอยากฝากไปทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมเจ้าท่า ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงมหาดไทย หรือกระทรวง คมนาคมเอง เนื่องจากตลิ่งเป็นพื้นที่ที่ความรับผิดชอบอยู่ในหลายกรม หลายกระทรวงมาก จึงอยากจะฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเข้าไปดูแลแก้ปัญหาให้กับพ่อแม่พี่น้อง ประชาชนด้วย เพราะว่ามันเริ่มอันตรายมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วเป็นโครงการที่ใช้เวลานานมาก ในการที่จะทำ แล้วก็ทำให้สำเร็จ🔗
เรื่องสุดท้ายครับ เป็นเรื่องจากท่านอดิศักดิ์ สมาน นายก อบต. ห้วยส้ม อำเภอภูกระดึง ท่านติดต่อประสานงานมาว่าต้องการที่จะให้ช่วยเข้าไปติดตั้งสัญญาณไฟ จราจรบริเวณสี่แยกบ้านซำบ่าง ถนนมะลิวัลย์ ถนนหมายเลข ๒๐๑ เนื่องจากเป็นบริเวณ ที่เกิดเหตุรถชนและเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวหรือประชาชนในพื้นที่เอง เนื่องจากบริเวณนั้น ค่อนข้างจะเป็นทางยาวและขับรถกันเร็ว เพราะฉะนั้นอยากขอให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ ช่วยเข้าไปติดตั้งสัญญาณจราจร เพื่ออำนวยความสะดวกและ ความปลอดภัยให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านศาสตรา ศรีปาน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ ผม ศาสตรา ศรีปาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดสงขลา หาดใหญ่ คลองแห คลองอู่ตะเภา พรรคพลังประชารัฐ วันนี้มีเรื่องมาหารือกับ ท่านประธานทั้งสิ้น ๒ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ ก็เป็นปัญหาน ้าท่วมซ ้าซาก ที่ถนนกาญจนวานิช อำเภอหาดใหญ่ แยกสำโรง ๕ แยกน ้ากระจาย น ้าน้อย คลองหวะ บริเวณนี้ครับ สายนี้ท่วมทุกปีครับ เป็นเรื่องปัญหาของน ้าท่วมซ ้าซากที่ชาวบ้านต้องประสบ ปัญหานี้ทุก ๆ ปีเลย ทีนี้ถนนเส้นนี้มีความสำคัญกับพี่น้องชาวสงขลามากครับ เพราะว่า ถนนเส้นนี้เราใช้ในการสัญจรเป็นถนนเส้นหลัก เป็นเส้นเลือดใหญ่เส้นหนึ่งเลย ของจังหวัดสงขลาครับ ทีนี้แบบต่าง ๆ เสร็จแล้ว จึงอยากให้กระทรวงคมนาคมจัดสรร งบประมาณ เพื่อที่จะแก้ไขปัญหานี้ให้กับพี่น้องประชาชนต่อไปครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมเคยหารือในสภาแห่งนี้ เมื่อวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ เกี่ยวกับเรื่องการปลดล็อกสัตว์พื้นบ้าน สัตว์เศรษฐกิจเพื่อการแข่งขันครับ วัวชน นกกรงหัวจุก ไก่ชน ซึ่งมีเงินหมุนเวียนในระบบประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี เงินก็กระจายไปตาม ครัวเรือนต่าง ๆ นี่คือสัตว์เศรษฐกิจ ซึ่งชาวบ้านก็ทำเป็นอาชีพเสริมอาชีพหลัก นก ๔๐,๐๐๐ บาท ต่อตัว นี่ถูกกฎหมายแล้วส่งไปเวียดนาม รายได้เหล่านี้ทำให้ชาวบ้านไม่ต้องพึ่งเงินเยียวยา จากทางภาครัฐเพียงอย่างเดียว จากการหารือวันก่อนก็ได้ตอบกลับมาแล้วว่าเดี๋ยวจะมี การประชุมในวันพรุ่งนี้ก็คือวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ เพราะว่าวันนี้จังหวัดสงขลา ผู้ติดเชื้อน้อยลง ก็ต้องขอชื่นชมผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ท่านเจษฎา จิตรัตน์ ด้วย ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ แล้วก็คาดว่าจะปลดล็อกโดยเร็ววันนี้ให้กับพี่น้องกลุ่มผู้เลี้ยงสมาคมต่าง ๆ ของจังหวัดสงขลา ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญ ท่านทวีศักดิ์ ทักษิณ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ทวีศักดิ์ ทักษิณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ผม ขอหารือและติดตามแทนพี่น้องประชาชนกลุ่มผู้เลี้ยงโค กระบือที่ประสบปัญหาตั้งแต่ เดือนมีนาคมปีที่แล้ว แล้วก็มาพีก (Peak) ช่วงของเดือนพฤษภาคมและตุลาคมที่ผ่านมา อันนี้ในสภาตรงนี้มีทั้งมีการกระทู้ ทั้งหารือและติดตามหลาย ๆ ทางของพี่น้องประชาชน จนถึง ณ วันนี้ การเยียวยายังไม่เกิดขึ้น ค่าเยียวยา ค่าใช้จ่ายในช่วงที่ตั้งแต่ประกาศเป็น โรคภัยพิบัติหรือโรคระบาดนั้น บางคอก บางเจ้านั้นเลี้ยงวัวเป็นร้อยตัว ต้องเสียเงินค่าอาหาร ค่าอะไรอีก เพราะมันไม่สามารถเคลื่อนย้ายหรือขายได้🔗
เรื่องล่าสุดเมื่อ ๑๔ ตุลาคม ทีมงานของพวกผมเอง ส.ส. พรรคก้าวไกล ลงพื้นที่ที่อำเภอนาเชือก ซึ่งเป็นตลาดนัดที่พี่น้องประชาชนได้ติดต่อประสานงานไปว่าเมื่อไร จะสามารถเปิดตลาดได้ วันนั้นมีทั้งอธิบดีกรมปศุสัตว์ไปร่วมประชุมด้วย แล้วก็มีการให้คำมั่น สัญญากับพี่น้องประชาชนว่า จะสามารถจ่ายเงินเยียวยาได้ก่อนสิ้นปีที่ผ่านมา จนถึงวันนี้ เรื่องนี้เงียบ และล่าสุดครับ การประชุมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่อำเภอบรบือ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา พี่น้องประชาชนก็ฝากถามไปอีก คำถามตอบจากปศุสัตว์อำเภอครับ เป็นคำตอบว่า ยังไม่มีวัน ยังไม่มีวันคืออย่างไรครับ คือไม่มีวันกำหนดหรืออย่างไร เพราะวันนี้เมื่อสักครู่นี้ อาจารย์มานิตย์ก็ถามมาแล้วครั้งหนึ่ง แสดงว่าเรื่องนี้ตอนนี้ไม่ใช่เดือดร้อนเฉพาะพี่น้อง ประชาชน เดือดร้อนถึงผู้แทนราษฎร เดือดร้อนถึงพี่น้องข้าราชการผู้รับผิดชอบเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องออกมาตอบ ต้องออกมาชี้แจงว่าเมื่อไร พี่น้องประชาชนกลุ่มนี้จะได้รับการเยียวยา ฝากท่านประธานถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ครับ ได้ออกมาชี้แจงเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดกระบี่ ดิฉันจะขอหารือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ใน ๒ ประเด็นค่ะ🔗
ประเด็นแรก ดิฉันได้รับ การร้องเรียนจากนิคมที่คลองท่อมเหนือ ร้องเรียนจากนายชูศักดิ์ ราตรี ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๖ บ้านเขาไฟไหม้ ผ่านนายเฉลิมวัฒน์ อินจันทร์ แล้วก็วิชัย ทองขาว ที่เป็นผู้ประสานงานว่า นิคมคลองท่อมเหนือค่ะ ประกาศเขตนิคมตั้งแต่ปี ๒๕๑๙ และถูกทับซ้อนด้วยการประกาศ สปก. เมื่อ ๒๕๓๗ ทุกวันนี้ชาวบ้านไม่มีความมั่นคงในชีวิต เพราะว่าไม่สามารถออกเอกสาร สิทธิได้ ไม่สามารถขอเลขที่บ้านได้ ค่าไฟฟ้าก็แพง ไม่สามารถแบ่งแยกที่ดินให้ชาวบ้านได้นะคะ จึงหารือขอให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และ ส.ป.ก. ได้เร่งประสานให้ ส.ป.ก. มาแล้วค่ะ เพียงแต่ว่าขอให้ทางนโยบายชัดเจนจากส่วนบนมา เพื่อจะให้ชาวบ้านมีความสุขมากขึ้น🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องวัคซีนลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease) ลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease) แพร่จากอีสานมาถึงทางใต้แล้วนะคะ แล้วคนใต้ก็ยังรับรู้เรื่องนี้ไม่มากนักค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันได้ประสานถึงอธิบดีกรมปศุสัตว์ ท่านก็ส่งวัคซีนมาให้ แต่ก็ไม่ค่อย เพียงพอ เพราะว่ามีจำนวนมากขึ้น ทุกวันนี้ดิฉันได้รับการประสานจากกำนันทัศน์ พลคลองยวน กับผู้ใหญ่บ้านมณฑา ที่สินปุน ทุกคนก็ลงพื้นที่ในการฉีดลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease) แต่ว่ายามันก็ไม่พอ ท่านประธานคะ แล้ววัวตัวหนึ่งเป็นหมื่นกว่าบาท แล้วก็เป็นอาชีพ ปศุสัตว์ที่เพิ่งเริ่มในภาคใต้ มันสามารถสร้างรายได้ให้ประชาชน แล้วก็มีการกระจายรายได้ ได้อย่างเป็นธรรม ดิฉันเสนอให้ช่วยส่งวัคซีนมาเพิ่มเติมขึ้น ทั้งตัววัคซีนและตัวยาสมุนไพร ถ้าเป็นไปได้นะคะ แล้วก็ขอให้ตั้งกองทุนยารักษาสัตว์ เช่น ๑ หมู่บ้านเอาเงินมาวางสัก ๑๐,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ บาท แล้วก็สามารถซื้อยามาปันกันได้ เพราะว่ายา ๑ ขวดนี้อาจจะใช้ฉีด สัตว์หลาย ๆ ตัวได้ เพื่อสร้างองค์ความรู้ แล้วก็ขอให้กรมปศุสัตว์เพิ่มสัตวแพทย์ สัตวบาล ปศุสัตว์ลงพื้นที่ให้หนักขึ้น เพื่อเยียวยาให้ประชาชนมีความกินดีอยู่ดีขึ้นมาก ขอบคุณมากค่ะ ท่านประธานค่ะ🔗
ท่านพิเชษฐ์ พร้อมไหมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้จะพูดถึงเรื่องน ้า ฝายกั้นน ้าห้วยแดนเมือง ตำบลยางฮอม อ่างเก็บน ้า ห้วยภูแกง ตำบลบุญเรือง อ่างเก็บน ้าห้วยบง ตำบลบุญเรือง อ่างเก็บน ้านางปุก ตำบลบุญเรือง โครงการเหล่านี้ได้ขอทางกรมชลประทานสำรวจออกแบบมานานแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับ คำตอบจากกรมชลประทาน ก็อยากจะให้ทางกรมชลประทานได้ช่วยตอบหนังสือไปที่ท้องถิ่น ด้วยว่าจะดำเนินการเมื่อไร จะออกสำรวจเมื่อไร และงบประมาณจะตั้งได้ปี พ.ศ. ไหน🔗
อีกเรื่องหนึ่ง เรื่องการสูบน ้าโขงขึ้นมาใช้ในพื้นที่อำเภอเวียงแก่นในพื้นที่ อำเภอเชียงของ ในพื้นที่อำเภอเชียงแสนก็สูบน ้าด้วยไฟฟ้า วันนี้กรมชลประทานได้สำรวจ ออกแบบ ผมอยากจะให้ทางกรมชลประทานได้บรรจุเข้าไว้เป็นการพัฒนาจังหวัดเชียงราย โดยที่การสูบน ้าโขงขึ้นมาใช้นั้นเป็นไพลอตโพรเจกต์ (Pilot Project) อยากจะให้ รีบดำเนินการเพื่อเป็นตัวอย่างสำหรับลุ่มน ้าโขงในภาคอีสานต่อไป ก็ฝากทาง กรมชลประทานช่วยดูการสูบน ้าด้วยแสงอาทิตย์ ขอบคุณครับ🔗
ท่านต่อไปครับ ท่านสุรชาติ ศรีบุศกร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรชาติ ศรีบุศกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิจิตร เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือท่านประธานสภาผ่านไปยังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ขอภาพด้วยครับ ซึ่งก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๑๔ และมีอายุการใช้งานมากถึง ๕๑ ปีปัจจุบันสภาพอาคาร มีลักษณะวัสดุเสื่อมสภาพหลังคารั่ว มีน ้าซึม ประตูหน้าต่างผุและปิดไม่สนิท โครงสร้าง ถูกปลวกกัดกินผุกร่อน จนพื้นเอียงไม่ได้ระดับ เรียกได้ว่าทรุดตั้งแต่ฐานรากยันหลังคา ทั้งหมดนี้คือเหตุผลความจำเป็นที่ต้องการขอรื้อถอนเพื่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ เพื่อทดแทน และแม้ปัจจุบันอาคารหลังนี้ยังสามารถใช้การได้ แต่ก็สร้างความไม่ปลอดภัย ให้กับคณะครูและนักเรียน ปัจจุบันจำนวนบุคลากรทางการศึกษาในโรงเรียนแห่งนี้มีจำนวน ๑๓๖ ท่าน จำนวนนักเรียน ๒,๑๗๗ คน และหากย้อนหลังไปตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๖๔ จำนวนนักเรียนมีเพิ่มมากขึ้นตามลำดับ ทางโรงเรียนจึงใคร่ขอรับการสนับสนุนงบประมาณ ในการสร้างอาคารเรียนเพื่อรองรับการขยายตัวของนักเรียนที่เพิ่มมากขึ้น โดยขอให้ มีการสร้างอาคารเรียนเพิ่มเติมจากเดิม เป็นอาคารเรียนแบบ ๓๑๘ ล/๕๕-ก ในวงเงิน งบประมาณ ๒๒,๕๗๖,๐๐๐ บาท ทั้งนี้เพื่อตอบสนองต่อการจัดการเรียนรู้เพิ่มศักยภาพ โดยตรงให้กับนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษา กระผมจึงใคร่ขอความอนุเคราะห์ ท่านประธานสภาผ่านไปยังสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัด กระทรวงศึกษาธิการ ได้โปรดอนุมัติงบประมาณด้วยครับ จึงเรียนมาด้วยความเคารพครับ ท่านประธานครับ🔗
ต่อไป ท่านจิรทัศ ไกรเดชา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายจิรทัศ ไกรเดชา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย ผมมีปัญหามาหารือกับท่านประธานผ่านไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงการคลัง ตามที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้เกิด อุทกภัยเมื่อปีที่แล้ว สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะเป็นบ้านเรือน พื้นที่การเกษตร ซึ่งจนบัดนี้เงินเยียวยาของพี่น้องประชาชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งน ้าท่วมเกือบจะทั้งจังหวัด โดยในพื้นที่ของกระผมในอำเภอลาดบัวหลวง อำเภอบางซ้าย อำเภอเสนา อำเภอผักไห่ และอำเภอบางบาลยังไม่ได้รับเงินเยียวยา ทำให้พี่น้องประชาชน ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก บางคนบ้านเสียหายยังไม่มีเงินที่จะซ่อมแซม ต้องกางเต็นท์อยู่ บางคนพืชผลการเกษตรเสียหายยังไม่มีเงินลงทุน ก็อยากหารือกับ ท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการจ่ายเงินชดเชยและเยียวยาให้กับ พี่น้องประชาชน ซึ่งบัดนี้ตำบลในอำเภอบางซ้ายได้มีปัญหาระหว่างช่าง อบต. กับชาวบ้าน เรื่องเงินเยียวยา ซึ่งช่างบอกว่าการเยียวยาชาวบ้านได้รายงานเท็จ ก็อยากให้มีการตรวจสอบ เรื่องดังกล่าวเพื่อให้ชาวบ้านได้รับความเป็นธรรมด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับเรื่องร้องเรียน จากพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมาบนถนนสายบางบาล-ผักไห่ หมายเลขถนน ๓๔๑๒ ซึ่งเป็น ถนน ๒ เลนจราจร แต่อุบัติเหตุซึ่งเกิดบ่อยบริเวณสี่แยกมิยาซาวาหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า แยกวัดกอไผ่ บริเวณดังกล่าวเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งมาก สร้างความเดือดร้อนให้กับ พี่น้องประชาชนจึงอยากให้บริเวณดังกล่าวติดตั้งไฟจราจร ไฟเขียว ไฟแดง เพื่อป้องกัน การเกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการบาดเจ็บหรือการเสียชีวิตของพี่น้องประชาชนบริเวณ ดังกล่าว ก็อยากหารือกับท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ได้เร่งติดตั้งไฟจราจรบริเวณดังกล่าว ขอขอบคุณครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านต่อศักดิ์ อัศวเหม ครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายต่อศักดิ์ อัศวเหม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดสมุทรปราการ เรื่องที่ผมนำมาหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในวันนี้ คือเรื่องโครงการการเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวบริเวณ ๒ ฝั่งแม่น ้าเจ้าพระยา พื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ หรือผมขอเรียกว่าโครงการกระเช้าลอยฟ้า ปี ๒๕๕๕ องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ โดยท่านอดีตนายกชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ได้เริ่ม ศึกษาโครงการ โดยจ้างผู้เชี่ยวชาญศึกษาออกแบบ รวมทั้งจัดทำรายงานผลกระทบ สิ่งแวดล้อมและได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรืออีไอเอ (EIA) ในปี ๒๕๕๗🔗
โดยมีหน่วยงานสำคัญที่ เกี่ยวข้อง ๔ หน่วยงาน คือ ๑. องค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ เจ้าของงบประมาณ ๒. เทศบาลนครสมุทรปราการ เจ้าของพื้นที่ฝั่งตะวันออก ๓. กรมธนารักษ์ เจ้าของที่ดิน ๔. กองทัพเรือ ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่ดินฝั่งตะวันตก ในปี ๒๕๕๘ ผมต้องขอขอบคุณเทศบาลนคร สมุทรปราการและกองทัพเรือ โดยท่านผู้บัญชาการทหารเรือในขณะนั้นได้เห็นชอบ ในการอนุญาตให้ใช้พื้นที่ทั้ง ๒ ฝั่ง เพื่อเป็นที่ตั้งจุดขึ้นลงกระเช้าลอยฟ้า และได้มีการวางศิลาฤกษ์ ณ จุดที่ระบุว่ามีความเหมาะสมในการเป็นจุดขึ้นลง ตามที่ระบุไว้ในรายงานการศึกษา โครงการกระเช้าลอยฟ้านี้เป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายการเดินทางสาธารณะ ในจังหวัดสมุทรปราการ ทั้งที่มีอยู่แล้วและที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต อาทิเช่น รถไฟฟ้าสายสีเขียวฝั่งอำเภอเมือง รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ฝั่งพระประแดง พระสมุทรเจดีย์ แทรมป์ (Tramp) เชื่อมต่อสายสีเขียว สู่สถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ รถไฟฟ้าโมโนเรล (Monorail) เชื่อมต่อรถไฟฟ้า สายสีเขียวสู่สนามบินสุวรรณภูมิ เป็นที่น่าเสียดายในปี ๒๕๖๓ กองทัพเรือในปัจจุบัน ได้ยกเลิกความเห็นชอบในการอนุญาตให้ใช้ที่ดินบริเวณป้อมนาคราชเป็นจุดขึ้น-ลง รถกระเช้าฝั่งตะวันตกของแม่น ้า ในฐานะที่ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นคนสมุทรปราการใคร่ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกองทัพเรือให้ทบทวนการอนุญาต การใช้ที่ดินเพื่อเป็นจุดขึ้น-ลงกระเช้าลอยฟ้าดังที่ได้เคยอนุญาตไว้แล้ว เพื่อประโยชน์ของ พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดสมุทรปราการ และเป็นแลนด์มาร์ก (Landmark) ในการท่องเที่ยวของประเทศไทยต่อไป ขอบคุณครับ🔗
ท่านผู้ทำหน้าที่ เลขาธิการดูด้วยนะครับ สัญญาณตะกี้นี้เป็นฟอร์ซ อะลาม (Force Alarm) เกิดจากอะไร เป็นสาเหตุอะไรบกพร่อง ต่อไปท่านธนภร โสมทองแดง ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวธนภร โสมทองแดง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันได้รับ ร้องเรียนจากพี่น้องชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด (COVID) ตั้งแต่ระลอกแรกจนถึงปัจจุบัน พี่น้องได้รับผลกระทบอย่างกว้างขวาง ประกอบด้วยภาคอุตสาหกรรม ภาคเกษตรกรรม พี่น้องอาชีพอิสระ ครูบาอาจารย์ สถานศึกษา เด็กเล็ก เด็กโต พี่น้องได้รับความเดือดร้อนเรื่องค่าใช้จ่ายชุดตรวจเอทีเค (ATK) ประเด็นดังกล่าวนี้ดิฉันเคยได้ตั้งกระทู้ถามสด ท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๖ กันยายน ที่ผ่านมานั้น ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบรัฐมนตรีสาธิตมาตอบแทน ในวันดังกล่าวนั้น ท่านรัฐมนตรีสาธิตรับปากกลางสภาแห่งนี้ว่า สำหรับภาคอุตสาหกรรมนั้นค่าใช้จ่ายได้มี บันทึกข้อตกลงเรียบร้อยแล้ว สำหรับพี่น้องประชาชนทั่วไปสามารถไปเบิกชุดตรวจเอทีเค (ATK) ได้ที่ รพ.สต. รวมทั้งค่าตรวจอาร์ที-พีซีอาร์ (RT-PCR) สามารถนำใบเสร็จไปเบิกได้ แต่ไม่บอกว่าเบิกได้ที่ไหน ดิฉันได้นำเรื่องนี้ไปบอกพี่น้องชาวบ้านว่าท่านรัฐมนตรีรับปากแล้ว ดำเนินการได้เลย ปรากฏว่าขอโทษนะคะผ่านมาหลายเดือนแล้วยังไม่สามารถเบิกจ่ายอะไร ได้เลย เพราะไม่ผ่านหลักเกณฑ์ ท่านประธานที่เคารพ ถ้ารัฐบาลมีความจริงใจกับประชาชน ทำไมต้องมีเงื่อนไขและมีหลักเกณฑ์ รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการตรวจภูมิ ถ้าไปตรวจโรงพยาบาล เอกชนเสีย ๑,๕๐๐ บาท ไปตรวจโรงพยาบาลรัฐบาลเสีย ๗๐๐ กว่าบาท ทำไมต้องให้พี่น้อง ประชาชนแบกรับภาระ ภาษีของพี่น้องประชาชนไปไหน ทำไมรัฐบาลไม่นำมาเยียวยา ประชาชน นี่ยังไม่รวมถึงวัคซีนของเด็กต ่ากว่า ๑๐ ขวบนะคะ รัฐบาลบอกว่าจะดำเนินการ จัดซื้อภายในเดือนนี้แต่ขั้นตอนถึงไหนแล้ว ดิฉันจึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีให้กำชับรัฐมนตรีสาธิตที่รับปากในสภาแห่งนี้ว่าจะปฏิบัติ แล้วก็รับปากว่า จะดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ดิฉันได้นำความภาคภูมิใจ เพราะดิฉันเชื่อมั่นในรัฐมนตรีว่าพูดแล้วว่าต้องปฏิบัติได้ไปบอกพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ของดิฉัน ปรากฏว่าท่านประธานคะ นายกรัฐมนตรีให้พี่น้องประชาชนเลี้ยงไก่ ๒ ตัว แต่ดิฉัน ได้รับโควตาพิเศษจากท่านสาธิต ท่านสาธิตให้ดิฉันเลี้ยงแกะ ทุกวันนี้ดิฉันเข้าพื้นที่ไม่ได้เลยค่ะ เพราะว่าชาวบ้านจะบอกว่าเด็กเลี้ยงแกะมาแล้ว ดิฉันฝากท่านประธานไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีให้กำชับเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน🔗
ประเด็นสุดท้าย ที่มีคนร้องเรียนมาอย่างกว้างขวาง สืบเนื่องจากท่าน ส.ส. พรรคเพื่อไทยได้กล่าวไปแล้วเมื่อสักครู่นั้น เรื่องเงินเยียวยาของพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อน จากน ้าท่วม ตอนนี้น ้าก็แห้งแล้วน ้าไปหมดแล้ว หลักเกณฑ์เงื่อนไขก็ผ่านแล้ว แต่ทำไมเงิน ยังไม่ถึงประชาชน ขอบพระคุณค่ะ🔗
เกินเวลาไป ท่านจีรเดช ศรีวิราช เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจีรเดช ศรีวิราช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา เขต ๓ ขออนุญาตหารือ ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เนื่องจาก ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องเกษตรกรกลุ่มผู้ใช้น ้าอำเภอปง จังหวัดพะเยา ถึงปัญหา ความล่าช้าของโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน ้าแม่เมาะ อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ท่านประธานครับ โครงการนี้มีความสำคัญเป็นอย่างมากหากสำเร็จสามารถเก็บน ้าได้ถึง ๔,๕๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร เกษตรกรได้รับประโยชน์กว่า ๑,๒๕๐ ครัวเรือน ช่วยเหลือพื้นที่ ทางการเกษตรได้ถึง ๖,๕๐๐ ไร่ เป็นโครงการที่โปรดเกล้าฯ มาตั้งแต่ปี ๒๕๓๙ นับถึงวันนี้ผ่านมา ๒๖ ปีก็ยังไม่ไปถึงไหน🔗
ทางกรมชลประทานก็เตรียมความพร้อม รวมทั้งได้รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมไปแล้ว ซึ่งสามารถดำเนินการได้ทันที หากได้รับอนุญาต ให้ใช้พื้นที่จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เมื่อปีที่ผ่านมากรมอุทยานแห่งชาติ ได้มีหนังสือให้ทบทวนโครงการนี้ เนื้อหาใจความคือต้องการให้ขยับลงมา ซึ่งกรมชลประทานได้ให้ความเห็นว่า หากย้ายจุดก่อสร้างลงมาก็จะทำให้เก็บน ้าได้น้อยมาก จะไม่เกิดประโยชน์เท่าที่ควร ดังนั้นขอฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้โปรดเห็นแก่ประโยชน์ของพี่น้องประชาชน อย่าให้ หน่วยงานของท่านกลายเป็นปัญหาต่อการพัฒนาประเทศเลยครับ ผมนั่งฟังเพื่อนสมาชิก นำปัญหาเข้าสภาครั้งใด ส่วนใหญ่มักมาจากหน่วยงานของท่านทั้งนั้น ไม่ว่าจะขอใช้พื้นที่ สร้างถนนหนทาง อ่างเก็บน ้า ตั้งเสาไฟฟ้า ที่ทำมาหากิน ที่อยู่อาศัยของพี่น้องชาวบ้าน รวมทั้งการก่อสร้างสาธารณูปโภคต่าง ๆ ค้างคากันเป็นปี ๆ ผมไม่แปลกใจว่าทำไมการพัฒนา ประเทศถึงได้ล่าช้า อันที่จริงกระทรวงนี้หากทำให้ดีมีวิสัยทัศน์ ปรับเปลี่ยนความคิดให้ทัน กับโลกบ้าง ก็จะสามารถสร้างประโยชน์ให้กับประเทศชาติได้อย่างมากมายมหาศาล หันไปมองประเทศจีนดูสิครับ ที่ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติของเขาในทุกด้าน อย่างคุ้มค่า เพียงไม่กี่ปีขณะนี้ก้าวกระโดดเป็นผู้นำโลกไปแล้ว ขอบคุณครับ🔗
ท่านประเสริฐ บุญเรือง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ บุญเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย กระผมได้รับเรื่องร้องเรียนทางวาจา จากท่านนายกแล่ม นายกเทศมนตรีเมืองบัวขาว ท่าน สจ. กุหลาบ พิศวงศ์ ในพื้นที่การดูแล ถนนสายสมเด็จ-ห้วยผึ้ง-กุฉินารายณ์ ไปโรงงานน ้าตาลและท่านนายกพิศณุ งาดี สจ. ภูมินทร์ ภูมิเขตร สท. ชาญชัย โชติรื่น ในพื้นที่ถนนสายนามน สามขา นาขาม บัวขาว ไปโรงงานน ้าตาล🔗
เรื่อง ปัญหาอุบัติเหตุเนื่องจากอ้อย ตกหล่นเรี่ยราดตามถนนในพื้นที่ถนนสายต่าง ๆ ในการขนส่ง และทุกปีผมต้องได้มา ปรึกษาหารือกับท่านประธานทุกปีเช่นกัน เพราะความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ที่ใช้ถนนสัญจรไปมา ท่านประธานนึกออกไหม ถ้าเป็นถนน ๒ เลน รูปแบบลักษณะในภาพ ถ้ามีการขนส่งอ้อยเกิดขึ้นรถที่ตามหลังกว่าจะแซงได้มีปัญหาเกิดขึ้นมากมาย แล้วเวลา การขนส่งเข้าไปอ้อยตกหล่นเข้าไปตอนกลางคืน ๑ ศพเดือนที่แล้วมาเป็นผู้อำนวยการ โรงเรียน อนาคตสดใส ขับรถชนกองอ้อยที่ตกจากการขนส่งไปโรงงานตอนกลางคืน ทุกสัปดาห์มีปัญหาอุบัติเหตุเกิดขึ้นตลอด ท่านประธานครับ ถ้าดูตามภาพอย่างที่ผมได้ นำเสนอให้ท่านประธานเช่นนี้ทุกปีพี่น้องต้องกล ้ากลืนฝืนทนจากความเห็นแก่ตัวของรถขนอ้อย เข้าโรงงาน สมาคมชาวไร่อ้อยที่ไม่กำชับใส่ใจในระบบขนส่ง เรื่องเหล่านี้กรมการขนส่งทางบก ตำรวจ กรมการปกครอง โรงงานและสมาคมชาวไร่อ้อยต้องปรึกษาหารือ หามาตรการ ที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้ลุล่วงให้จงได้ ปีนี้หนักกว่าเดิมเกิดขึ้นบ่อยมาก ขนาดผมไม่พูดเรื่อง ของน ้าหนัก ฉะนั้นทุกหน่วยงานทุกองค์กรหรือโรงงานและสมาคมอย่าให้ความเห็นแก่ตัว อยู่เหนือคุณธรรม ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพครับ กระผม นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ ๒๓ เขตจอมทอง ธนบุรี ในนามพรรคภูมิใจไทย ขออนุญาต หารือท่านประธาน เรื่องลุ้นเลิก ไม่เลิก บีอาร์ที (BRT) ๑๒ ปีมีแต่ขาดทุนและเกิดอุบัติเหตุ เนื่องจากโครงการไปต่อไม่ไหวก็คงต้องถึงเวลาปิดฉากสำหรับรถสายด่วนพิเศษบีอาร์ที (BRT) สายช่องนนทรี-ราชพฤกษ์ รวมระยะเส้นทาง๑๕.๙ กิโลเมตร สายแรกของประเทศไทย ซึ่งใช้เงินงบประมาณลงทุนไป ๒,๐๐๐ ล้านบาทเนื่องจากเรื่องนี้ผมเคยหารือท่านประธาน ไปเมื่อสมัยปี ๒๕๖๒ แล้วครั้งหนึ่ง หลังเปิดบริการไปแล้วทุกวันนี้ก็ยังเกิดปัญหาไม่รู้จัก หยุดหย่อน โดยเฉพาะเมื่อโครงการ ไม่ด่วนสมชื่อ จากกายภาพถนนไม่เอื้อต่อการเดินรถ ถึงแม้กันเลน (Lane) พิเศษให้บีอาร์ที (BRT) วิ่งโดยเฉพาะก็ยังต้องติดสัญญาณไฟจราจรเหมือนกับรถทั่วไป และขณะเดียวกันเลน (Lane) ก็ยังมีรถประชาชนวิ่งตามปกติ ก็อาจจะทำให้รถไม่ด่วนสมชื่อ และที่สำคัญเมื่อวานนี้ วันที่ ๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ปรากฏว่าได้เกิดอุบัติเหตุมีรถคันหนึ่งวิ่งเสยข้ามเลน (Lane) ไปยังเลน (Lane) ของบีอาร์ที (BRT) ทำให้การจราจรติดเป็นกิโล ๆ สันนิษฐานว่าคงจะ ไม่คุ้นเคยเส้นทางของถนนพระราม ๓ ที่มีขอบกั้นของบีอาร์ที (BRT) มองไม่เห็น เนื่องจาก ของเดิมเคยทาสีสมัยโครงการทำใหม่ ๆ มีทาสีจุดโดดเด่น แต่ปัจจุบันสีมันไม่มีไปแล้ว สีมันกลมกลืนกับถนน เพราะฉะนั้นก็เหมือนกับคนถ้าไม่คุ้นเคยทางก็ไม่ทราบว่ามีเลน (Lane) ขอบกั้น เพราะฉะนั้นจึงขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือกรุงเทพมหานครช่วยนำสีมาทากั้นขอบถนนบีอาร์ที (BRT) เพื่อความปลอดภัยของ คนใช้รถใช้ถนนต่อไป เพราะผมก็ยังไม่ทราบว่าโครงการนี้จะมีต่อไปอีกนานเท่าไร ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไป ท่านเบญจา แสงจันทร์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน เบญจา แสงจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ดิฉันมีประเด็นที่จะขอหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังต่อไปนี้ค่ะ🔗
เนื่องจากเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมาดิฉันได้รับร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ชาวตำบลบ้านฉาง อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านไลฟ์ อิน เดอะ การ์เด้น หมู่บ้านสินทวี ๒ โรบินสัน สถานีตำรวจบ้านฉาง และที่ว่าการอำเภอบ้านฉาง ตลอดจน พี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในชุมชนเนินกระปรอก ร้องเรียนผ่านมาทางคุณกฤช ศิลปชัย ตัวแทนคณะทำงานจังหวัดระยองของพรรคก้าวไกล ซึ่งได้ร้องเรียนถึงความกังวลว่า🔗
ได้รับผลกระทบจากการที่ โครงการก่อสร้างถนนของกรมทางหลวงได้ส่งผลกระทบในการปิดยูเทิร์น (U-turn) กลับรถ บริเวณหน้าร้านค้าไทวัสดุ สาขาบ้านฉาง ซึ่งเป็นผลมาจากการดำเนินโครงการก่อสร้างถนน ของกรมทางหลวง และจากการปิดยูเทิร์น (U-turn) ทำให้พี่น้องประชาชนต้องไปกลับรถ ณ จุดกลับรถที่ห่างออกไปหลายกิโลเมตรเพื่อที่จะเดินทางไปทำงานในต่างพื้นที่และเดินทาง กลับบ้าน เหตุการณ์นี้สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนมากกว่า ๖๐๐ ครัวเรือนค่ะ พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบหลายพันคนในบริเวณใกล้เคียงด้วย และผู้คนอีกมากมายที่ ต้องใช้ถนนหนทางเส้นนี้ในการสัญจร ขณะนี้พี่น้องประชาชนได้ทำป้ายขึ้นมาเพื่อที่จะ คัดค้านการปิดจุดกลับรถหน้าร้านค้าไทวัสดุ เพื่อเรียกร้องในการให้เปิดจุดกลับรถดังกล่าว ให้กลับมาใช้ได้ดังเดิมค่ะ ดิฉันจึงอยากเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการพิจารณาและแก้ไขปัญหาที่อาจเกิดขึ้นตามมา ที่เป็นข้อห่วงและกังวลของ พี่น้องประชาชน เพื่อให้มีการเกิดการป้องกันและลดผลกระทบความเดือดร้อนให้กับพี่น้อง ประชาชนที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตโดยเร็วด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ท่านต่อไป ร้อยตำรวจตรี มณฑล โพธิ์คาย ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ร้อยตำรวจตรี มณฑล โพธิ์คาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคภูมิใจไทย ขอหารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เพื่อจะได้มา ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงและเป็นการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนต่อไป ขอหารือเรื่องไฟ ส่องสว่างทางเดิน ๒ จุด🔗
ท่านประธานครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องชาวชุมชนริมคลองเจ็ดขนัดว่า ไฟส่องสว่างทางเดิน ที่ริมคลองพระโขนง ของชุมชนริมคลองเจ็ดขนัด จำนวน ๕ ดวง ได้ดับมืดสนิทมาเป็น เวลานานแล้ว ได้เคยร้องเรียนไปที่สำนักงานเขตหลายครั้ง จนกระทั่งล่าสุดผู้อำนวยการ สำนักงานเขตสวนหลวงก็ได้ลงพื้นที่มาดูสถานที่จริง แต่แล้วปัญหานี้ก็ไม่ได้รับการแก้ไข🔗
จุดที่ ๒ ไฟส่องสว่างทางเดินที่ซอยศรีนครินทร์ ๓๒ ชุมชนดารุ้ลอามีน หรือ ใกล้ ๆ มัสยิดดารุ้ลอามีน ไฟส่องสว่างในซอยและหน้าปากซอยได้ดับมืดสนิท กลัวจะเกิด อันตรายกับลูกหลานและพี่น้องประชาชนในยามค ่าคืนที่สัญจรไปมา จึงฝากถึง กรุงเทพมหานครและการไฟฟ้านครหลวงให้ช่วยดำเนินการแก้ไขให้แสงสว่างกับพี่น้องประชาชน เพราะที่ผ่านมาการทำงานของกรุงเทพมหานครและการไฟฟ้านครหลวงได้บริการกับ พี่น้องประชาชนด้วยดีตลอดมา แต่ระยะหลังมีการบริการที่ล่าช้า ไม่ทราบว่าติดขัดปัญหาอะไร เพราะฉะนั้นจึงฝากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครให้ช่วยประสานสำนักงานเขตสวนหลวง ให้ช่วยดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนต่อไป ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไป ท่านมนพร เจริญศรี เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือ ๒ เรื่อง นอกจากหารือแล้วดิฉันได้มาติดตามทวงถามเรื่องของ การจ่ายเงินชดเชยเยียวยาโรคอหิวาต์ในหมูค่ะ🔗
หลังจากที่ดิฉันได้หารือไปเมื่อ ๒ อาทิตย์ที่แล้ว ๒ วันต่อมาท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประภัตร โพธสุธน ได้เดินทางไปจังหวัดนครพนมเพื่อไปมอบเงินในการชดเชยให้แก่เกษตรกรผู้เลี้ยงหมู ปรากฏว่า ที่ท่านเดินทางไปจริง ๆ แล้วไปมอบเพียงแค่ป้ายค่ะท่านคะ การมอบป้ายในวันนั้นท่านก็เชิญ หัวหน้าส่วนราชการพี่น้องประชาชนเกษตรกรผู้เสียหายทั้งในเรื่องของโรคลัมปี สกิน (Lumpy skin disease) ในวัว แล้วก็หมูเป็นจำนวนเงินหลายล้านบาท แต่เป็นเพียง การมอบป้ายจริง ๆ ค่ะ หลังจากนั้นต่อมาอีก ๒ อาทิตย์จนกระทั่งวันนี้เงินยังไม่เข้าบัญชี พี่น้องเกษตรกรแต่อย่างใด ดิฉันได้รับคำร้องจากนายวัฒนา มะสุใส พี่น้องประชาชน บ้านเสาเล้า ตำบลโพนสวรรค์ อำเภอโพนสวรรค์ ว่าวันนี้เขาเดือดร้อนอย่างหนักหลังจาก ที่เขาเสียหายนะคะ ขอสไลด์ (Slide) รูปหมูด้วยค่ะ🔗
หลังจากที่เขาเสียหายจากที่หมูนับร้อย ๆ ตัวถูกฝังกลบในสวนยางของพวกเขา แล้วรัฐบาลก็บอกว่าจะชดเชย ๓๐ วัน ๖๐ วัน นี่คือ สิ่งที่รัฐบาลไม่เคยบอกความจริงให้พวกเขาเหล่านั้น ถ้าบอกความจริงปุ๊บว่าจะได้เงิน ประมาณ ๕-๖ เดือน เขาก็จะได้วางแผนชีวิตของตัวเองว่า เขาควรจะหาลูกหมูมาเลี้ยง เพื่อที่จะรอรับเงินของรัฐบาลต่อไป ท่านประธานที่เคารพคะ จากสิ่งเหล่านี้ดิฉันอยากจะ ทวงถามเป็นครั้งที่ ๓ ว่า รัฐบาลอย่าเป็นเพียงแค่สัญญาลมปาก ในที่สุดพี่น้องเกษตรกร ยังไม่ได้รับเงินชดเชยเหล่านี้ เดิมทีดิฉันเข้าใจว่าเพียงแต่จังหวัดนครพนมค่ะ แต่พอสมาชิก หลายท่านจากจังหวัดสุรินทร์นะคะ ท่านครูมานิตย์หรืออีกหลายจังหวัดก็ยังไม่ได้รับเงิน เหล่านี้ อย่าเป็นแค่รัฐมนตรีแล้วไปยกป้ายมอบเงินเลยค่ะ ตอนนี้พี่น้องชาวจังหวัดนครพนม รอคอยเงินชดเชยโรคลัมปี สกิน (Lumpy skin disease) และโรคอหิวาต์ในหมู ขอบคุณค่ะ🔗
ท่านต่อไป พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ มีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จุดกลับรถถนนสายจะนะ-เทพา บริเวณหมู่ที่ ๑ ตำบลสะกอม อำเภอเทพา จังหวัดสงขลา มีระยะทางไปกลับประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ทำให้ประชาชนบางส่วนขับรถย้อนสวนทาง จราจรและเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ปัญหาดังกล่าวส่งผลกระทบต่อประชาชนในหมู่ที่ ๑ ตำบลสะกอม อำเภอเทพา และหมู่ที่ ๔ ตำบลสะกอม อำเภอจะนะ รวมประมาณ ๓,๐๐๐ คน ซึ่งใช้เส้นทางดังกล่าวเป็นประจำ และไม่รวมถึงนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางไป หาดสะกอมซึ่งมีรีสอร์ต (Resort) อยู่จำนวน ๔ แห่ง ดังนั้นจึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน โดยก่อสร้างทางกลับรถแบบยกระดับหรือสร้าง ทางแบบลอดใต้พื้นถนนเพื่อลดปัญหาการขับรถย้อนสวนทางจราจรและลดอุบัติเหตุครับ ขอขอบคุณครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครปฐม เขต ๓ อำเภอบางเลน ดอนตูม และพุทธมณฑล พรรคก้าวไกลค่ะ วันนี้ดิฉัน มีเรื่องอยากจะขอหารือกับท่านประธาน ๑ เรื่องนะคะ ดิฉันได้รับแจ้งจากคุณสาโรจน์ จุ้ยเจริญ ตัวแทนพรรคก้าวไกล ประจำจังหวัดนครปฐม เขต ๓ เรื่องความเดือดร้อนจากการใช้รถ ใช้ถนนของประชาชนในอำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม ถนนดังกล่าวคือถนนทางหลวงชนบท นฐ. ๔๐๔๒ หรือโครงการถนนไร้ฝุ่นจากงบประมาณไทยเข้มแข็งปี พ.ศ. ๒๕๕๒ ค่ะ🔗
ซึ่งปัจจุบันถนนชำรุดผุพัง ไร้การดูแลค่ะ ถนนเส้นนี้อยู่บริเวณเลียบคลองชลประทานระหว่าง หมู่ ๕ ตำบลดอนพุทรา อำเภอดอนตูม จังหวัดนครปฐม ยาวไปจนถึงทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓๒๙๖ ระยะทาง ประมาณ ๔ กิโลเมตร ดิฉันเคยหารือผ่านสภาไป ๒ ครั้ง ในเดือนมกราคม ๒๕๖๔ และเดือน กันยายน ๒๕๖๔ แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขแต่อย่างใด ชาวบ้านที่ใช้เส้นทางนี้สัญจรแจ้งว่า มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยครั้ง เพราะนอกจากถนนจะชำรุดแล้ว ยังไม่มีไฟส่องสว่างด้วยค่ะ ในเวลากลางคืนจึงเกิดอุบัติเหตุเป็นประจำ รถยนต์ที่วิ่งมาบางคันหักหลบผิวจราจรที่ชำรุด จนตกข้างทาง ดิฉันเห็นมีการแก้ไขเบื้องต้นโดยการนำแผ่นป้ายเตือนผิวทางชำรุด แล้วนำ แบริเออร์ (Barrier) สีส้มมาตั้งไว้ แต่ก็ยังไม่สามารถช่วยได้ ล่าสุดคืนวันที่ ๒๔ มกราคม ที่ผ่านมา เพจ (Page) มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม จุดดอนตูม แจ้งว่ามีประชาชน ขี่รถจักรยานยนต์ตกลงไปยังจุดที่ถนนชำรุด ทั้ง ๆ ที่มีแบริเออร์ (Barrier) วางไว้แล้ว ปัญหา ถนนเส้นนี้เกิดขึ้นมานานนับปี ชาวบ้านเดือดร้อนเป็นอย่างมาก จึงอยากขอฝากท่านประธาน ผ่านไปยังกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ให้เร่งจัดการปัญหาดังกล่าว เพื่อความ ปลอดภัยของพี่น้องประชาชนที่ใช้รถ ใช้ถนน ขอบคุณค่ะ🔗
ท่านต่อไป ท่านนริศ ขำนุรักษ์ ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือ ท่านประธาน🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้กระทรวงคมนาคมจัดทำโครงการพัฒนาย่านชุมชนจาก บ้านปลักปลอม ตำบลแม่ขรี ไปยังบ้านทุ่งโพธิ์ ตำบลตะโหมด เพราะชุมชนดังกล่าวเป็น ชุมชนมีผู้คนร้านค้าอยู่จำนวนมาก เป็นการจัดระเบียบบ้านเมืองแล้ว จะเป็นการจัดระเบียบ การจราจรด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จัดทำโครงการก่อสร้าง สนามกีฬาให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีความต้องการที่จะมีสนามกีฬากันเกือบทุก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะจังหวัดพัทลุงเป็นจังหวัดที่มีคนเล่นกีฬาเป็นจำนวนมาก แต่ว่าขาดสนามที่ได้มาตรฐาน ผมได้รับแจ้งจาก อบต. ถึงความต้องการขอสนามกีฬาที่เป็น มาตรฐาน และสามารถใช้ทำกิจกรรมอื่นด้วย นอกจากการแข่งขันกีฬาและออกกำลังกาย แล้ว เช่น อบต. ลำปำ อำเภอเมือง เทศบาลตำบลโคกม่วง อำเภอเขาชัยสน อบต. เขาปู่ อำเภอศรีบรรพต เทศบาลตำบลพนางตุง อำเภอควนขนุน และเทศบาลตำบลนาโหนด อำเภอเมือง🔗
เรื่องที่ ๓ ผมได้รับแจ้งจากเทศบาลป่าบอนว่า ขอให้กระผมเรียนกับ ท่านประธานขอให้กระทรวงมหาดไทยช่วยแก้ปัญหาเรื่องที่ทิ้งขยะ เรื่องขยะขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเก็บค่าขยะได้น้อยจากพี่น้องประชาชน แต่ว่าค่าทิ้งขยะราคา แพงมาก แล้วขณะนี้เป็นภาระของทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งขาดทุนอยู่ทุกองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ผมคิดว่าปัญหาขยะเป็นปัญหาใหญ่ที่กระทรวงมหาดไทยจะต้องคิด แล้วก็แก้ปัญหาให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเอง ไม่มีศักยภาพที่เพียงพอในการแก้ปัญหาครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านรังสรรค์ มณีรัตน์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน พรรคเพื่อไทย ผมได้รับ เรื่องร้องเรียนจากท่านจันพร ท่านภานุพันธ์ สมาชิก อบต. นาทราย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ว่าพวกท่านอยู่ที่ชุมชนวัดพระพุทธบาทห้วยส้ม ตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย ตั้งแต่ปี ๒๕๑๔ มาจนถึงปัจจุบัน เมื่อก่อนพวกท่านอพยพมาตามรอยบุญของครูบาเจ้า ชัยยะวงศาพัฒนา มาอยู่ที่นี่ ได้เกือบ ๕๐ ปี แต่ตอนนี้ยังไม่มีเอกสารสิทธิ ที่ดินที่พวกเขาอยู่ตอนนี้อยู่ในเขตป่า ดังนั้นจึงขอท่านประธานผ่านถึงท่านนายกรัฐมนตรีให้ช่วยจัดสรรออกเอกสารสิทธิที่ดิน เพราะว่ามีราษฎรอาศัยอยู่ที่นี่ถึง ๒,๗๑๓ ครัวเรือน จำนวนคนประมาณ ๑๒,๐๐๐ กว่าคน จึงฝากท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรีด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านนายกชัยวัฒน์ ประเสริฐ ให้ติดตาม เรื่องการก่อสร้างอ่างเก็บน ้าห้วยปางค่า และอ่างเก็บน ้าห้วยตั๊บแต้ หมู่ที่ ๑๒ ตำบลบ้านโฮ่ง อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน เพราะว่าได้ดำเนินการยื่นเรื่องถึง กรมชลประทานมาหลายปีแล้วแต่ก็ไม่มีความคืบหน้า ซึ่งถ้าหากก่อสร้างอ่างเก็บน ้า ทั้ง ๒ อ่างนี้ได้ พี่น้องเกษตรกรอำเภอบ้านโฮ่งกว่า ๖๐๐ ไร่ ที่ทำสวนลำไยก็ดี มะม่วงก็ดี จะได้รับประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง จึงขอให้ท่านประธานผ่านถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน ดำเนินการก่อสร้างโดยด่วนครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านสุดท้ายครับ ท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอนาทวี สะบ้าย้อย สำนักแต้ว สำนักขามของอำเภอสะเดา พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ วันนี้ประเทศไทยเรามีวิกฤติเรื่องพลังงาน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องท่อส่งน ้ามันแตกรั่วที่จังหวัดระยอง รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงานหายไปไหนครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ราคาน ้ามันทุกประเภทแสนแพง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน หายไปไหนครับ เมื่อวันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๓ ๑ ปีที่ผ่านมาครับท่านประธาน น ้ามันดีเซล ลิตรละ ๒๐ บาท น ้ามันเบนซินลิตรละ ๒๖ บาท คนไทยทั้งประเทศดีใจมากครับ คนไทย ได้ใช้น ้ามันถูกแสนถูก เพราะฉะนั้นวันนี้ ๑ ปีผ่านไปครับท่านประธาน ราคาขยับ ๑๐ ครั้ง วันนี้วันที่ ๓ กุมภาพันธ์ ราคาดีเซลที่ประเทศมาเลเซียใกล้ ๆ บ้านผมที่นาทวี ๑๗ บาท น ้ามันดีเซลที่ประเทศไทยที่บ้านผมเหมือนกันครับ ปตท. หน้าปั๊ม ๓๐ บาท ต่างกัน ๑๓ บาท นี่คือโลกเดียวกันครับท่านประธาน วันนี้กระทรวงพลังงานต้องไปแก้ระบบภาษี ไปแก้ระบบ ต่าง ๆ ทั้งหมดครับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานอยู่ที่ไหนครับ วันนี้ประเทศไทยเรามี แหล่งพลังงานดิบทั้งหมด แหล่งขุดบนบก ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสานและแหล่งขุดอยู่ที่ อ่าวไทยครับท่านประธาน วันนี้เรานำเข้าน ้ามันดิบและน ้ามันสำเร็จรูปเข้ามา ในราชอาณาจักร สิ่งที่เราขาดก็คือการจัดการทรัพยากรธรรมชาติ วันนี้พี่น้องประชาชน มาที่บ้านผม มาทำไมครับท่านประธาน มาแจ้งความบุคคลสูญหายครับ แจ้งใครครับ แจ้งความรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานของประเทศไทย ภายใน ๔๘ ชั่วโมง ถ้าท่าน ไม่ออกมาแก้ปัญหา ๒ เรื่องนี้ เขาจะไปแจ้งความ ผมบอกไม่ต้องครับ ไม่ต้อง ผมอภิปราย ในสภา ท่านจะมาแก้ไขให้ ขอบคุณมากครับ🔗
เป็นการ จบข้อหารือของสมาชิกทั้ง ๓๐ ท่านแล้วนะครับ🔗
ขณะนี้ มีท่านสมาชิกมาลงชื่อเข้าประชุม ๒๖๓ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมที่จะดำเนินการการ ประชุมตามระเบียบวาระต่อไป🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา มี ๓ ฉบับ ขอเริ่มจากฉบับแรก🔗
๑.๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา กระทู้ถามที่ ๑๗๒ ส. (นางสาวเบญจา แสงจันทร์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ซึ่ง นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้ตอบ เชิญผู้ตั้งกระทู้ถามสด ท่านเบญจาครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน เบญจา แสงจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลค่ะ ท่านประธานคะ จากเหตุการณ์น ้ามันรั่วไหลที่จุดขนถ่ายน ้ามันบริเวณทุ่นผูกเรือกลางทะเล มาบตาพุด จังหวัดระยอง ของบริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟนิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือเอสพีอาร์ซี (SPRC) เมื่อคืนวันที่ ๒๕ มกราคมที่ผ่านมา เหตุการณ์นี้นับว่าเป็นภัยพิบัติทางทะเลครั้งใหญ่ เป็นเหตุการณ์ภัยพิบัติอีกครั้งหนึ่งของคนจังหวัดระยอง ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกค่ะ และแน่นอน นี่คงไม่ใช่ครั้งสุดท้ายอีกเช่นกัน ท่านประธานทราบไหมคะ นี่เหมือนเป็นฝันร้ายที่กำลัง กลับมาเยือนชาวระยองอีกครั้งหนึ่ง ชาวบ้านเพิ่งพ้นจากการผวาจากเหตุการณ์น ้ามัน จำนวนมหาศาลรั่วกลางทะเล เมื่อปี ๒๕๕๖ ครั้งนั้นนอกจากจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจกับเมืองท่องเที่ยวชายฝั่งทะเล ตะวันออกอย่างมากมายมหาศาลแล้ว ยังส่งผลกระทบร้ายแรงแบบประเมินมูลค่าไม่ได้ สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชน วิถีชีวิตชาวประมง สภาพแวดล้อมทางทะเล เศรษฐกิจ การท่องเที่ยว ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลและบนบก ทำลายแหล่งท่องเที่ยว สำคัญ แหล่งเพาะพันธุ์และอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น ้า รวมไปถึงป่าชายเลน ระบบนิเวศและห่วงโซ่ อาหารทั้งหมดอีกด้วยค่ะ ซึ่งวิกฤติในครั้งนั้นไม่ได้จบลงทันทีหลังควบคุมสถานการณ์ได้ แต่ความเป็นจริงแล้วมันกลับส่งผลกระทบระยะยาว ซึ่งกินระยะเวลายาวนานมาจนถึง ทุกวันนี้ค่ะ ท่านประธานคะ สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ดิฉันต้องยืนยันว่าเหมือน เคราะห์ซ ้ากรรมซัด ซ ้าแล้วซ ้าเล่ากับชาวเมืองระยอง เพราะการท่องเที่ยวของระยองซึ่งเริ่ม ผ่อนคลายจากการล็อกดาวน์ (Lockdown) จากเหตุการณ์ทหารอียิปต์ จนส่งผลกระทบมา จนถึงเรื่องของบ่อนระยอง แล้วทำให้คนระยองต้องกักตัวต่อเนื่องในช่วงของโควิด (COVID) ที่แพร่ระบาดหนัก แล้วพอเริ่มผ่อนคลายกำลังเข้าสู่ช่วงไฮ ซีซัน (High Season) กำลังจะ กลับมาสู่เหตุการณ์ปกติที่เต็มไปด้วยนักท่องเที่ยว ทั้งบริเวณชายหาดระยองและเกาะเสม็ด แต่ก็กลับเจอกับเหตุการณ์น ้ามันรั่วซ ้าแล้วซ ้าเล่าซ ้าเติมเข้าไปอีกครั้งหนึ่ง ทำให้ยอด นักท่องเที่ยวของเกาะเสม็ดและชายหาดในเมืองระยองที่คาดการณ์ว่าจะดีขึ้นก็กลับเงียบ เหงาและที่พักก็ถูกยกเลิกการจองเกือบทั้งหมดทันทีค่ะ ท่านประธานคะ เหตุการณ์นี้ ส่งผลกระทบต่อรายได้ของประชาชนในพื้นที่จังหวัดระยองอย่างมากมายมหาศาลค่ะ ตั้งแต่ ชาวประมงที่ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ตามปกติและต้องสูญเสียอาชีพ สูญเสียเครื่องมือ อุปกรณ์ทำประมงที่โดนน ้ามันเสียหายไม่สามารถนำกลับมาใช้ได้อีก ผู้ค้าอาหารทะเล ทั้งรายใหญ่และรายย่อย รวมไปถึงผู้ค้าริมหาดได้รับผลกระทบทันทีจากการยกเลิกออร์เดอร์ (Order) การสั่งซื้ออาหารทะเล เนื่องจากความไม่มั่นใจในการบริโภคอาหารทะเล ผู้ประกอบการร้านค้าร้านอาหารและห่วงโซ่สายพาน การท่องเที่ยวทั้งระบบที่เกี่ยวข้อง ก็ได้รับผลกระทบอย่างมากมายมหาศาล ท่านประธานคะ นอกจากการกระทบกับ พี่น้องประชาชนแล้ว เศรษฐกิจการท่องเที่ยว รวมไปถึงผลกระทบต่อการจัดสรรงบประมาณ ที่ต้องใช้ไปเพื่อการจัดการควบคุมสถานการณ์ จัดการคราบน ้ามัน ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ระบบนิเวศหลังจากนี้ รวมไปถึงงบประมาณของรัฐที่ต้องดำเนินการในทางกฎหมายเพื่อ เรียกร้องให้บริษัทเอกชนอย่างเอสพีอาร์ซี (SPRC) เป็นผู้รับผิดชอบชดเชยค่าเสียหาย ทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมอีกมากมายมหาศาลด้วยเช่นกันค่ะ จากเหตุการณ์ภัยพิบัติ ที่ส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงจากที่ดิฉันได้กล่าวมาทั้งหมดนี้นะคะ เราไม่ได้เรียนรู้แล้วก็ไม่ได้ ถอดบทเรียนจากหายนะครั้งก่อนเลยแม้แต่น้อยค่ะ นับตั้งแต่ปี ๒๕๑๖ เป็นต้นมานะคะ ระยองเกิดเหตุการณ์น ้ามันรั่วไม่น้อยกว่า ๒๖ ครั้ง แต่ท่านประธานทราบไหมคะ จนถึงวันนี้ กว่า ๗ วันผ่านไปแล้ว การจัดการข้อมูลของรัฐและบริษัทเอกชนกลับไม่มีความชัดเจน และนี่ เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจอย่างมากที่ในวันแรกมีการประเมินปริมาณน ้ามันดิบรั่วไหลออกมา ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ ลิตร ต่อมาในช่วงเช้าของวันที่ ๒๖ มกราคม วันที่ ๒ มีการคำนวณ ปริมาณน ้ามันดิบที่รั่วไหลออกมา เปลี่ยนตัวเลขเป็น ๑๖,๐๐๐ ลิตร และหลังจากส่งทีม นักประดาน ้าลงไปสำรวจ มีการประเมินใหม่เหลือตัวเลขน ้ามันอยู่แค่ ๕๐,๐๐๐ ลิตร ซึ่งรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมก็ได้ระบุว่า การประเมินที่เกิดขึ้นมาจากเอสพีอาร์ซี (SPRC) ท่านประธานคะ ทั้งที่การประเมินคราบน ้ามันมันประเมินได้ด้วยหลักการ ทางวิทยาศาสตร์อยู่แล้วค่ะ และหน่วยงานรัฐเองก็สามารถที่จะประเมินได้จากการตรวจสอบ เอกสารนำเข้าของบริษัทน ้ามันที่บริษัทเอกชนจดแจ้งกับกรมศุลกากร แต่มันสามารถนำมา หักลบกับปริมาณน ้ามันที่เหลืออยู่ในเรือได้ค่ะ แต่นี่เป็นที่น่าเสียดายเป็นอย่างยิ่งค่ะ ท่านประธานคะ ที่นอกจากท่านรัฐมนตรีเองหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง และหน่วยงานรัฐไม่ทำแล้วนะคะ ท่านยังปล่อยเรือที่เป็นของกลางกลับประเทศโดยไม่อายัด ไว้ตรวจสอบใด ๆ เลย ด้วยเหตุผลที่ว่าเขามีภารกิจจำเป็นต้องเดินทางกลับต่างประเทศและ ขอเดินทางกลับบ้านก่อน อีกเรื่องที่ดิฉันอดแปลกใจไม่ได้ก็คือ การที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ที่วันนี้ท่านเดินทางมาตอบกระทู้นี้ด้วยตัวท่านเอง ในวันนั้น ในฐานะที่ท่านเป็นตัวแทนรัฐบาล ท่านควรจะปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชน แต่ท่านกลับออกมายืนยันแทนบริษัทเอกชนว่า พบน ้ามันรั่วไหลเป็นแผ่นฟิล์มบาง ๆ บนผิวน ้า ประมาณ ๒๐,๐๐๐ ลิตร หลังจากดูทิศทางการไหลของกระแสน ้าแล้วก็วางใจได้ว่ามันจะ ไม่พัดเข้าฝั่ง นี่เป็นคำตอบของท่านในวันนั้น ส่วนท่านรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะตัวแทนรัฐบาล ผู้ที่ต้องทำหน้าที่ปกป้องผลประโยชน์ของพี่น้องประชนเช่นกัน แต่ท่านออกมายืนยันแทนนายทุนว่าขอยืนยันว่าการรั่วไหลของน ้ามันดิบในครั้งนี้ ไม่กระทบ กับการท่องเที่ยวและชายหาดแม่รำพึงอย่างแน่นอน นั่นคือคำตอบของท่านในวันนั้น จนถึง ตอนนี้ท่านเห็นความเสียหายและหายนะที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน แล้วท่านจะรับผิดชอบ ต่อคำพูดนั้นอย่างไร นี่จึงนำมาสู่คำถามที่ ๑ ที่ดิฉันอยากจะขอฝากท่านประธานผ่านไปยัง รัฐมนตรีที่มาชี้แจง อันที่จริงแล้วคำถามต่าง ๆ ที่ดิฉันเตรียมประเด็นมาในวันนี้ดิฉันตั้งใจจะ ถามไปที่ท่านนายกรัฐมนตรี เพราะว่าท่านกำกับดูแลหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายกระทรวง และท่านสามารถตอบในข้อความคิดเห็นได้ในทุกกระทรวง แต่ว่าก็ต้องฝากท่านประธาน ถามไปยังรัฐมนตรีที่มาชี้แจงวันนี้ว่า ท่านจะสามารถตอบข้อมูลตรงนี้ได้หรือไม่ ก็คือดิฉัน อยากจะขอข้อมูลและตัวเลข คำถามแรกก็คือตัวเลขที่ชัดเจนเกี่ยวกับสาเหตุของการรั่วไหล ของน ้ามันในครั้งนี้ ซึ่งรายละเอียดมันจะอยู่ในคำถามนี้ว่า ท่านทราบหรือยังว่าเรือบรรทุก น ้ามันที่บรรทุกน ้ามันเข้ามาแล้วรั่วไหลกลางทะเล เป็นเรือบรรทุกน ้ามันสัญชาติอะไร และบรรทุกน ้ามันมาจำนวนทั้งหมดเท่าไร ซึ่งเรื่องนี้ค่ะท่านประธานมันจะทำให้เราประเมิน ได้เบื้องต้นว่า การรั่วไหลออกมาจากทุ่นกลางทะเล มีปริมาณเท่าไรกันแน่ แล้วก็ในคำถาม เดียวกันก็คือว่าจุดที่เกิดรอยรั่วบริเวณท่อที่เกิดเหตุ เป็นท่อที่บริษัทเอกชนผู้รับผิดชอบ เป็นผู้ที่บำรุงรักษาหรือไม่ แล้วหน่วยงานใดของรัฐเป็นคนที่เข้ามาตรวจสอบอายุการใช้งาน ของท่อนี้และรับผิดชอบดูแลเรื่องความปลอดภัยตามมาตรฐานของการจัดทำรายงานอีไอเอ (EIA) ที่บริษัทเอกชนทำไว้ด้วยนะคะ เพราะว่าที่ผ่านมาข้อมูลที่ออกมามันค่อนข้างสับสน และสร้างความไม่ชัดเจนให้กับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมากค่ะ ทำให้สังคมตั้งข้อสงสัยว่า ภาครัฐเองร่วมมือกับนายทุนเพื่อเอื้อผลประโยชน์ให้ความช่วยเหลือให้กับกลุ่มทุนน ้ามันยักษ์ ใหญ่ข้ามชาติหรือไม่ ปกปิดข้อมูลน ้ามันรั่วไหลที่รั่วไหลออกมาแล้วใช้ความพยายามในการ ปรับลดตัวเลขให้น้อยลง เพื่อหลีกเลี่ยงลดภาระความรับผิดชอบของบริษัทเอกชนใหญ่รายนี้ ให้น้อยลงหรือไม่ อยากให้รัฐมนตรีผู้มาชี้แจงบอกข้อมูลข้อเท็จจริงต่อพี่น้องประชาชน และสภาแห่งนี้ด้วย ในฐานะที่ดิฉันติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด ดิฉันก็พอจะเดาคำตอบได้ แต่อยากให้ท่านตอบให้ชัดเจน ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตอบครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ ของท่านสมาชิก ท่านเบญจา แสงจันทร์ ขออภัยที่เอ่ยนาม ประเด็นเกี่ยวกับเรื่องน ้ามันรั่ว เมื่อวันพุธที่ผ่านมา ต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่า ขอบคุณที่มีความ เป็นห่วงเป็นใย แล้วก็มีข้อกังขาอยู่หลายประเด็น ซึ่งผมเองก็ได้ให้สัมภาษณ์แล้วก็ได้ไปตรวจ พื้นที่มาด้วยตัวเอง สิ่งที่ท่านสมาชิกได้พูดมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความเสียหายต่อระบบนิเวศ ความเสียหายกับทรัพยากรธรรมชาติที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้พยายาม ช่วง ๔-๕ ปีที่ผ่านมาดูแลอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงโควิด (COVID) ที่ปิดไป อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า เกาะเสม็ดได้ปิดไปให้ฟื้นฟูได้มาเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องธุรกิจการประมง และแน่นอนครับธุรกิจทางท่องเที่ยวที่ท่านสมาชิกได้พูดถึง สิ่งที่ท่าน พูดมาทั้งหมด ผมเองอยากจะให้บริษัทได้ฟังว่า ที่ทุกคนพยายามดูแลรักษามาตลอดช่วง ๓-๔ ปีที่ผ่านมานั้น ช่วงเวลาประมาณ ๓ ชั่วโมงกว่า ๆ ของคืนวันอังคารมา คาบเกี่ยวเช้าตรู่วันพุธ เวลาประมาณ ๔ ทุ่มจนถึงประมาณเที่ยงคืนครึ่ง ของวันที่ ๒๖ มกราคมที่ผ่านมานั้น ได้ก่อให้เกิดความเสียหายมากแค่ไหน ต้องเรียนว่ารายได้ ทั้งหลายทั้งปวงที่เกิดขึ้นที่เสียหายไป ไม่ว่าจะเป็นรายได้จากการท่องเที่ยว หรือการเยียวยา พี่น้องชาวประมงทั้งหลาย รวมไปถึงสรรพกำลังของหน่วยงานต่าง ๆ ของภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของทหารเรือ รวมไปถึงพี่น้องประชาชนที่มา ช่วยงานจะต้องมีค่าใช้จ่ายให้กับเขา ไม่ว่าจะเป็นเบี้ยเลี้ยงประจำวันเอย อะไรเอยต่าง ๆ เหล่านั้น ผมได้พูดไปแล้วว่า ทุกบาททุกสตางค์นั้นจะต้องมีการเยียวยา แล้วก็จะต้องมีการ ชดใช้จากบริษัทดังกล่าว ต้องเรียนว่าการรั่วมาถึงขณะนี้ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาผมได้ลง พื้นที่ไปดู ปริมาณน ้ามันเบื้องต้นที่ท่านสมาชิกได้กล่าว บอกว่า ๔๐๐,๐๐๐ ลิตร เสร็จแล้ว ก็เปลี่ยนมาเป็น ๑๖๐,๐๐๐ เสร็จแล้วลงมาเหลือ ๕๐,๐๐๐ ตกลงมันอย่างไรกันแน่จะเอา ตัวเลขจากไหน น ้ามันรั่วจากเรือแล้วจะเป็นอย่างไร เรือสัญชาติไหนบ้าง บนเรือมีน ้ามันอยู่ เท่าไร จากข้อมูลที่ได้กล่าวมานั้น ที่ไปเช็ก (Check) เมื่อสักครู่ก็คือว่าเรือเขาไม่ได้ต่อท่อ อยู่กับทุ่นน ้ามันอันนี้ น ้ามันนั้นรั่วออกมาจากท่ออ่อน คือจากชายฝั่งจะมีท่อแข็งเป็นท่อเหล็ก ยื่นออกมาในทะเลประมาณ ๒๐ กิโลเมตร แล้วจากก้นทะเลท่อเหล็กก็จะมีท่ออ่อนเชื่อมต่อ มายังทุ่นด้านบน ซึ่งเวลาเรือต้องการจะขนถ่ายน ้ามันก็จะต่อผ่านทุ่นนี้ แต่จากรายงาน ทราบมาว่าในช่วงเวลาดังกล่าวนั้นเรือไม่ได้ต่อท่อไม่ได้มีการขนถ่ายน ้ามันในช่วงเวลานั้น ดังนั้นน ้ามันที่รั่วออกมา จุดที่รั่วอยู่ห่างจากพื้นทะเลขึ้นมาประมาณ ๑ เมตร รอยรั่วใหญ่ ขนาดไหนต้องขออภัยยังไม่มีข้อมูลว่าใหญ่ขนาดไหนทำให้ตอบไม่ได้ ดังนั้นการที่จะเช็ก (Check) ในสต็อก (Stock) ของเรือว่าเรือมีน ้ามันมาเท่าไรเอย รั่วไปเท่าไรเอย คงจะยัง ไม่สามารถตอบได้เพราะว่าเรือนั้นไม่ได้มีการขนถ่ายน ้ามัน น ้ามันเป็นการรั่วออกมาจาก ชายฝั่งจากบริษัทด้วยกันเอง และด้วยปริมาณที่เกิดขึ้นจะ ๔๐๐,๐๐๐ ลิตร จะ ๑๖๐,๐๐๐ ลิตร หรือจะ ๕๐,๐๐๐ ลิตร มันรั่วตอนประมาณเที่ยงคืน ผมเชื่อว่า ท่านสมาชิก ท่านประธานคงจะนึกภาพออกว่าเวลาน ้ามันขึ้นมาตอนกลางคืนมืดตึ๊ดตื๋อ กลางทะเลนี้ เราจะเห็นน ้ามันลอยแพอยู่บนผิวหน้าทะเลมันก็เป็นเรื่องยาก ดังนั้นจากการ ประเมินเบื้องต้นที่บริษัทให้ข้อมูลมา คือ ทางรัฐครับท่านประธานครับ ก็ต้องอาศัยข้อมูลจาก ทางบริษัทว่าน ้ามันเขามีอยู่เท่าไร แล้วรั่วออกมาเท่าไร ครั้นจะไปบอกว่าบริษัทโกหก ผมเชื่อว่าทางหน่วยงานราชการเองก็ยังไม่มีข้อมูลอื่นที่จะไปซัพพอร์ต (Support) ได้ว่า จริง ๆ แล้วที่เห็นอยู่มันรั่วอยู่เท่าไร จนกระทั่งมาตอนเช้าได้มาเห็นการที่มีแผ่นฟิล์ม (Film) น ้ามันลอยอยู่ และต้องเรียนว่าที่ท่านสมาชิกบอกว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่รักษาผลประโยชน์ของประชาชน เพราะมาบอกว่า เป็นแผ่นฟิล์ม (Film) บาง ๆ ก็มันบางจริง ๆ ครับท่านประธาน มันเป็นเขาเรียกว่าเป็น ไลต์ครูดออยล์ (Light crude oil) ไม่ใช่เป็นเฮฟวีครูดออยล์ (Heavy crude oil) เหมือน อย่างตอนปี ๒๕๕๖ ที่เกิดขึ้นที่อ่าวพร้าว ตอนนั้นมันเป็นน ้ามันหนา ๆ เลย รอบนี้มันเป็น ไลต์ครูดออยล์ (Light crude oil) ฉะนั้นเป็นแผ่นฟิล์ม (Film) ที่บาง แต่ข้อเสียของมันก็คือ ว่ามันจะควบคุมได้ยากกว่า และผมคิดว่าในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือต้องไม่สร้างความตระหนกตกใจ และให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับสาธารณชน ถ้าหากผมออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ตายแล้วแหล่ง ท่องเที่ยวพังแน่นอน ทรัพยากรพังแน่นอน ประมงตายทำงานไม่ได้ไปอีก ๕ ปี ปะการังพังเจ๊ง กันหมดแน่นอน สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ถ้าพูดไปเขาก็เรียกว่ามันจะโอเวอร์ (Over) เกินไป เพราะว่าในขณะนี้ที่ได้ไปดูมาปะการังใต้ทะเลยังอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์เหมือนเดิม ปริมาณ สารพิษที่อยู่ในน ้ามีการตรวจกันอยู่ทุก ๆ ระยะ แม้แต่เมื่อเช้านี้ เมื่อวานนี้ทางทหารเรือ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง แล้วก็ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษก็ได้ไปตรวจในพื้นทะเล ว่ามีคราบน ้ามันอยู่ใต้ทะเลหรือไม่อย่างไร แต่ต้องเรียนว่าคราบน ้ามันเหล่านี้ ท่านประธาน ครับ จากการที่เราใช้สารดิสเพอร์แซนต์ (Dispersant) ฉีดลงไปทำให้มันแตกตัวลงมาเป็น ในระดับโมเลกุล คราบน ้ามันเหล่านี้พอแตกตัวลงมาเป็นขนาดที่พีพีเอ็ม (PPM) หรือขนาดเล็ก จนขนาดตามองไม่เห็นนั้น มันก็จะเอื้อให้จุลินทรีย์ทั้งหลายที่อยู่ในทะเลสามารถกัดกินก้อน น ้ามันเหล่านี้ ซึ่งเป็นสารไฮโดรคาร์บอน (Hydrocarbon) ตัวดิสเพอร์แซนต์ (Dispersant) เองก็เป็นสารไฮโดรคาร์บอน (Hydrocarbon) เช่นกันที่จะสามารถจับควบน ้ามัน แล้วก็จับควบกับน ้าจนทำให้จุลินทรีย์ทั้งหลายสามารถกัดกินได้ ใช้เวลาประมาณ ๒-๓ เดือน ในการที่น ้ามันเหล่านี้จะถูกสารจุลินทรีย์ในทะเลนั้นกัดกินจนหมดไป ดังนั้น ต้องเรียนว่า ที่ออกมาพูดทั้งหมด แล้วก็ที่ทำมาทั้งหมดนั้นท่านประธานครับ รัฐไม่ได้ออกมา ปกป้องบริษัท เราออกมาทำงานเพื่อที่ว่าจะทำอย่างไรเพื่อให้ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากน ้ามัน ที่รั่วจะประมาณ ๕๐,๐๐๐ ลิตรนั้นจะสามารถปกป้องได้มากน้อยแค่ไหน สารดิสเพอร์แซนต์ (Dispersant) ที่ทำไปที่ใช้ไป ใช้ไปหลายหมื่นลิตรประมาณ ๖๐,๐๐๐-๗๐,๐๐๐ ลิตร โดยตามหลักแล้วไม่ควรจะใช้เยอะขนาดนี้ แต่ว่าเบื้องต้นจากการที่น ้ามันมันรั่วตอนเที่ยงคืน ครับท่านประธาน การที่จะสังเกตด้วยตาเปล่าว่าน ้ามันลอยอยู่ตรงไหนบ้างเป็นสิ่งที่ยาก ดังนั้นบริษัทกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงจำเป็นต้องฉีดดิสเพอร์แซนต์ (Dispersant) ไปใน วงกว้าง เรียกว่าบางทีต้องหลับหูหลับตาฉีดไปเพื่อกะเอาไว้ก่อนว่าน ้ามันนั้นจากกระจายไป ที่ไหนบ้าง สิ่งที่ผมได้ดำเนินการมาตั้งแรกมาจนถึงวันนี้ต้องขอเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านสมาชิกว่าผมหวงครับ หวงที่สุดทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมประเทศไทย ใครมา ทำอะไรให้กับทะเล ทำให้กับพี่น้องประชาชนต้องเดือดร้อน ผมไม่ยอมแน่นอน ดังนั้นการที่ จะบอกว่า รัฐบาลออกมาปกป้องบริษัทหรืออะไรต่าง ๆ เหล่านั้น ขอยืนยันผ่านท่านประธาน ผ่านไปท่านสมาชิกครับว่าไม่มีทางเกิดขึ้นแน่นอน ไม่ใช่ในขณะที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชื่อวราวุธ ศิลปอาชา การทำงานตลอดเวลาที่ผ่านมา หลายท่านจะเห็นแล้วว่า ผมรักผมหวงผืนป่า ผมรักษาผืนทะเลของประเทศไทย ขนาดไหน และการที่มีน ้ามันรั่วในขณะนี้ ต้องเรียนว่ามาถึงเช้าวันนี้ผ่านมาก็ประมาณ ๑ อาทิตย์แล้ว แต่เมื่อวันอาทิตย์ที่ผมได้ไปดูที่สถานที่เกิดเหตุนั้นน ้ามันมองไม่เห็นแล้วด้วยตา เปล่าจากภาพมุมสูง ผมขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปดูนั้นจะมองไม่เห็นแล้ว เพราะน ้ามันทั้งหลาย ได้ถูกกระจาย แล้วก็แตกตัวเป็นขนาดพีพีเอ็ม (PPM) ลงไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นในขณะนี้ บนหาด ไม่ว่าจะเป็นหาดแม่รำพึง หรืออ่าวพร้าว บนเกาะเสม็ดเองต้องเรียนว่าเราสามารถ ป้องกันไม่ให้คราบน ้ามันทั้งหลายเหล่านั้นไปขึ้นหาด หรือว่าที่ขึ้นแล้วเราก็มีการซับคราบ น ้ามันแล้วก็ดูดออกไปกำจัด แล้วก็ป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกโดยการมีไม่ให้เกิดทั้งบูม (Boom) แล้วก็มีบูม (Boom) ป้องกันคราบน ้ามันในหลาย ๆ จุดยังอยู่ในพื้นที่ ก็ขออนุญาตฝากเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่า ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้เราไม่ใช่ไม่เรียนรู้ สารดิสเพอร์แซนต์ (Dispersant) ที่เราใช้ในวันนี้เมื่อเทียบกับตอนปี ๒๕๕๖ เป็นเจนเนอเรชัน (Generation) ที่ ๓ แล้วที่ศักยภาพในการที่จะทำให้ตัวน ้ามันแตกสลายลง แล้วก็สามารถทำให้จุลินทรีย์ มากัดกินได้นั้นมีศักยภาพมากขึ้นเป็นฟูดเกรด (Food Grade) ที่ไม่เป็นอันตราย กับสิ่งแวดล้อม แล้วก็ไม่เป็นอันตรายกับมนุษย์ทั่วไป ดังนั้นในเบื้องต้นก็ขออนุญาตฝาก ท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกครับว่า ทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้รัฐบาลได้ทำตาม ทุกมาตรการ ส่วนในการป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุเช่นนี้ขึ้นได้ก็คงต้องขอฝากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องไป เพราะว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเองเรามีหน้าที่ มาคอยป้องกัน แล้วก็แก้ปัญหาเมื่อเวลาเกิดแล้ว ผมเองได้ตั้งข้อสังเกตฝากทาง ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปยังโรงงานต่าง ๆ ที่ประกอบกิจการ เช่นนี้ว่าวงรอบในการดูแลอุปกรณ์ของคุณนั้นเพียงพอแล้วหรือยัง คุณมีการตรวจซ่อมบำรุง ตามเงื่อนเวลาที่คุณได้กำหนดแล้วหรือไม่ ถ้าหากว่าตรวจแล้ว แล้วก็ยังรั่วอีกแปลว่า เงื่อนเวลาที่คุณกำหนดเอาไว้มันยาวเกินไปควรจะต้องมารีไวซ์ (Revise) หรือไม่ อย่าทำเป็น พวกเสียน้อยเสียยากเสียมากเสียง่าย เพิ่มงบประมาณอีกเล็กน้อยในการที่จะมาตรวจซ่อมบำรุง แล้วก็ป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาเหล่านี้ เพราะเวลามันเกิดปัญหามาแล้วเม็ดเงินที่จะต้องเอามา ใช้ในการเยียวยาพี่น้องประชาชนและแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมนั้นมันมากมายมหาศาล แต่ขอยืนยันว่าในนามของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและรัฐบาลนั้น และทุก ๆ หน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นกรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมควบคุมมลพิษ และกองทัพเรือนั้นเราจะดำเนินการทางกฎหมาย แล้วก็ฟ้องร้องเอาเงิน ทุกบาททุกสตางค์ที่เราใช้ไปในงบประมาณครั้งนี้คืนมาจากบริษัทที่เป็นผู้ก่อปัญหาขึ้นครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ผู้ตั้ง กระทู้ถามสดถามได้ ๓ ครั้ง ฝ่ายละ ๑๕ นาที เวลาที่ใช้กับเวลาที่เหลือจะอยู่มุมด้านล่าง ท่านเห็นไหมครับ ท่านสังเกตด้วยนะครับ เชิญต่อครับ🔗
ขอบคุณค่ะท่านประธาน ดิฉัน เบญจา แสงจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก็ต้องบอก ว่าถือว่าไม่ผิดคาดอย่างมากนักสำหรับคำตอบที่ท่านตอบมา สำหรับที่ท่านบอกว่า ท่านก็มีความกังวลใจอย่างมากว่า ไม่อยากสร้างเหตุการณ์หรือสร้างคำพูดอะไรออกไปที่ทำให้ ประชาชนตื่นตระหนกแล้วตื่นตกใจในเวลานั้น แต่ก็ต้องบอกว่าพอท่านไม่พูดข้อเท็จจริง มันก็เลยทำให้ไม่สามารถประเมินสถานการณ์ได้ แล้วก็ทำให้เตรียมการรับมือได้ไม่เต็มที่นัก ก็ต้องบอกว่าดิฉันฟังท่านมา ท่านก็พูดถึงรักน ้า รักปลา รักทะเล รักป่า แต่ไม่มีคำไหนเลยที่ท่านพูดถึงประชาชน ไม่มี คำไหนเลยที่ท่านบอกว่า ท่านรักประชาชนและตั้งใจจะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนจริง ๆ🔗
คำถามที่ ๒ ดิฉันอยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีค่ะว่า การประกาศเขตภัยพิบัติของท่านในตอนนี้ครอบคลุมกี่อำเภอแล้ว และครอบคลุมผู้เดือดร้อน พี่น้องประชาชนทั้งหมดครบหรือไม่ ภาครัฐได้มีแผนการดำเนินการในการเยียวยาเบื้องต้น ให้กับพี่น้องหรือไม่ และมีการจัดเตรียมงบประมาณในส่วนใดเพื่อดำเนินการช่วยเหลือ เยียวยาพี่น้องประชาชนผู้ที่ประสบภัยพิบัติจากกรณีฉุกเฉินนี้ และผู้ที่เสียรายได้ มีผู้ที่สูญเสีย รายได้ในทันทีเกิดขึ้นจริง ๆ นะคะในวันนี้ ก็ต้องบอกแบบนี้ค่ะว่าท่านควรประกาศเขต ภัยพิบัติให้ครอบคลุมพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณหาดแหลมรุ่งเรือง แหลมเจริญ หาดหินขาว หาดแม่รำพึง ชายหาดใกล้เคียง เพราะว่าพี่น้องชาวประมง รถรับจ้างสาธารณะ แม่ค้าขายอาหาร นักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการร้านค้า รีสอร์ต (Resort) และโรงแรม บริเวณ ชายหาดและในจังหวัดระยอง ทุกคนพวกเขาล้วนได้รับผลกระทบจากการเกิดเหตุน ้ามันรั่ว ที่มาบตาพุดในครั้งนี้ ซึ่งถือว่าเป็นภัยพิบัติครั้งร้ายแรงด้วยกันทั้งนั้นนะคะ ก็ต้องฝากคำถาม ถึงท่านรัฐมนตรีค่ะว่าท่านประกาศภัยพิบัติครอบคลุมหรือไม่ แล้วช่วยตอบคำถามนี้ด้วยค่ะ ว่าถ้าไม่ครอบคลุมท่านจะประกาศเขตภัยพิบัติเพิ่มหรือไม่ เพื่อช่วยเหลือเยียวยา พี่น้องประชาชนโดยทันทีค่ะ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีวราวุธครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา ก่อนอื่นคงต้อง ขอทำความเข้าใจกับท่านสมาชิกก่อนว่า ที่ท่านบอกว่ารัฐมนตรีไม่ได้พูดข้อเท็จจริง ก็ขอถามนิดหนึ่งเถอะว่า ผมไม่ได้พูดข้อเท็จจริงตรงไหน ที่จะพูดให้มันคะนองปากบอกว่า รัฐมนตรีไม่พูดข้อเท็จจริงทั้งหมดทำให้คนเข้าใจผิดนั้น มันก็เป็นข้อมูลที่มาจากสถานการณ์ ที่เกิดขึ้นนะครับท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นจากทางจังหวัด จากทางหน่วยงาน แล้วทางบริษัท ถ้าหากว่าเอาข้อมูลทั้งหมดที่มีอยู่แล้วมาพูดแล้วบอกว่าไม่ได้พูดข้อเท็จจริง ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจ เหมือนกันว่า ข้อเท็จจริงที่ท่านสมาชิกต้องการนั้นเป็นข้อเท็จจริงแบบไหน ข้อเท็จจริงที่แต่ง ขึ้นมาเอง หรือว่าข้อเท็จจริงที่ฟังแล้วมันจะสะใจ หรือแม้แต่ที่จะบอกว่าไม่เคยพูดคำว่า รักประชาชนท่านประธานครับ ต้องเรียนท่านสมาชิกว่า ท่านเข้าใจผิดหรือเปล่า การที่ผมรักป่า การที่ผมรักทะเลที่ดูแลธรรมชาตินั้นคงไม่ได้ปล่อยให้ดูแลเพื่อใครคนใดคน หนึ่ง แต่ก็เพื่อพี่น้องประชาชนคนไทยทั้ง ๖๗ ล้านคน ถ้าอย่างไรอาจจะต้องฝาก ท่านประธานไปยังท่านสมาชิกว่า การดูแลรักษาธรรมชาติ รักษาทรัพยากรธรรมชาตินั้น ท้ายที่สุดแล้วมันทำเพื่อมนุษย์ เพราะว่าถ้าไม่มีทรัพยากรต่าง ๆ เหล่านี้ มนุษย์เอง นั่นละที่จะเป็นผู้ได้รับผลกระทบ🔗
ส่วนการประกาศเขตภัยพิบัติ โดยที่ทางจังหวัดระยอง โดยผู้ว่าราชการจังหวัด ประกาศเขตภัยพิบัติไป ในขณะนี้ก็ต้องเรียนตรง ๆ ครับว่า ผมก็เพิ่งทราบกระทู้ถามสด เมื่อเช้าตอนประมาณ ๙ โมงครึ่ง แต่จากการที่ได้ทราบมาท่านผู้ว่าราชการจังหวัดได้ประกาศ ในพื้นที่ดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นหาดแม่รำพึง หรือบริเวณใกล้เคียงทั้งหมดนั้นให้เป็นเขตภัยพิบัติ ส่วนถ้าหากว่ากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะสามารถประกาศเขตภัยพิบัติเอง ผมก็คงจะประกาศเขตอุทยานของผมให้เป็นเขตภัยพิบัติด้วยเช่นกัน ส่วนแผน การเยียวยานั้นเท่าที่ได้ทราบเบื้องต้นก็คือว่าพี่น้องชาวประมงทั้งหมดที่ได้รับเรื่องผลกระทบ จากการที่ไม่สามารถทำประกอบอาชีพการประมงได้จนถึงสิ้นเดือนนี้ ทางจังหวัด ก็จะมีแผนการเยียวยา ซึ่งค่าเยียวยาทั้งหมดเหล่านี้ ถ้าหากท่านใดมีข้อสงสัยก็จะยืนยันได้ว่า ท้ายที่สุดแล้วจะไปฟ้องร้องเอากับทางบริษัท คือทางรัฐบาลก็จะต้องออกไปก่อนเพื่อเยียวยา พี่น้องประชาชน และในขณะเดียวกันทางบริษัทถึงขณะนี้ก็จะมีการเยียวยาพี่น้องประชาชน เบื้องต้นไปด้วย ขอยืนยันว่าเขตภัยพิบัติที่ทางจังหวัดประกาศไป ณ ขณะนี้ผมเองยังไม่ได้รับ รายงานว่าประกาศไปแค่ไหน แต่จากเมื่อวันอาทิตย์ที่ไปตรวจมา พี่น้องประชาชนทุกฝ่าย ก็มีความพึงพอใจ ณ ระดับหนึ่ง ย ้าว่า ณ ระดับหนึ่ง ไม่ได้ว่าพอใจทั้งหมด ขออนุญาตฝาก ข้อมูลท่านประธานไปยังท่านสมาชิกเบื้องต้นก่อน ส่วนรายละเอียดจะประสานกับทาง กระทรวงมหาดไทยให้กับทางท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกในเรื่องต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านเบญจา มีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ ครั้งที่ ๓ ได้ครับ เชิญครับ🔗
ขอบคุณค่ะท่านประธาน ดิฉัน เบญจา แสงจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก็อย่างที่ ท่านรัฐมนตรีได้ตอบนะคะท่านประธาน ก็ค่อนข้างชัดเจนนะคะว่าสิ่งที่ท่านได้ตอบมา เป็นข้อเท็จจริงที่พูดอย่างตรงไปตรงมาหรือไม่นะคะ ดิฉันก็ต้องบอกแบบนี้ก่อนว่าเมื่อท่าน ตอบแบบนี้นะคะ อย่างที่ดิฉันบอกไปตั้งแต่แรกค่ะท่านประธานว่าการตั้งคำถามครั้งนี้ ดิฉัน ต้องการที่จะตั้งคำถามไปที่นายกรัฐมนตรีให้มาตอบ เพราะว่าท่านกำกับดูแลกระทรวง หลายกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับผลกระทบภัยพิบัติน ้ามันรั่วในครั้งนี้ แต่ว่าวันนี้ท่านไม่มา แล้วท่านก็ส่งตัวแทนมาตอบ ก็อาจจะไม่ได้คำตอบที่ถูกต้องชัดเจนเท่าไรนัก เพราะฉะนั้น วันนี้เมื่อท่านรัฐมนตรีไม่ทราบนะคะท่านประธาน ก็อาจจะอยากฝากท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีค่ะว่าให้รีบรับรายงานจากทางจังหวัดโดยด่วนนะคะ เพราะว่าพี่น้องประชาชน ได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสมากนะคะในตอนนี้ เพื่อไม่ให้เสียเวลานะคะ ดิฉัน อยากจะถามคำถามสุดท้าย ฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าในครั้งนี้เรามีบทเรียนมา ตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ เป็นต้นมา ในการใช้สารเคมีโปรยลงไปบนคราบน ้ามัน เพื่อให้น ้ามันแตกตัว ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ท่านพูดไปแล้วนะคะว่ามีการใช้สารเคมีในการโปรย เพื่อกำจัด ขจัดคราบ น ้ามัน แล้วก็กดให้จมลงไปใต้ทะเล ดิฉันขอคำตอบที่ชัดเจนค่ะว่า ใช้สารเคมีไปจำนวนเท่าไร และสารเคมีเหล่านี้จะกลายเป็นสารปนเปื้อนที่ตกค้างอยู่ในทะเล แล้วส่งผลกระทบต่อ จำนวนสัตว์น ้าในระยะยาวหรือไม่ และมีโอกาสที่จะพัฒนาไปสู่สารก่อมะเร็งได้หรือไม่ เมื่อสารเคมีก่อตัวสะสมอยู่ในสิ่งแวดล้อมนะคะ รวมถึงระบบนิเวศด้วย มันจะส่งผลกระทบ ต่อสัตว์น ้า ปะการัง แพลงก์ตอน (Plankton) ซึ่งเป็นห่วงโซ่อาหารแรกของห่วงโซ่อาหาร ทั้งหมด เพราะฉะนั้นห่วงโซ่อาหารในทะเลทั้งหมด จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง ไม่ว่าจะ ต่อทั้งระบบนิเวศ ต่อสิ่งแวดล้อม และกระทบต่อพี่น้องประชาชน รวมถึงอาชีพประมง ท่านรัฐมนตรีจะชดเชยและเยียวยาพวกเขาอย่างไรในระยะยาว ต้องบอกว่าไม่ใช่แค่ควบคุม สถานการณ์ได้ แต่หลังจากนี้ผลที่เกิดตามมาระยะยาวนี้จะต้องชดเชยและเยียวยาให้กับ พวกเขาอย่างเป็นธรรมด้วย และขอฝากท่านประธานค่ะ ถามท่านรัฐมนตรีให้ด้วยว่าท่านจะมี แผนฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรทางทะเล รวมไปถึงพืชและสัตว์ทะเล ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิต ที่อยู่ในทะเล และรวมถึงชายฝั่งที่สูญเสีย แล้วไม่มีทางฟื้นฟูกลับคืนมาได้เหมือนเดิม ท่านมี มาตรการในการที่จะรองรับ ไม่ให้เกิดเหตุการณ์หายนะต่อมนุษย์และสัตว์ในครั้งนี้ รวมถึง สิ่งมีชีวิตทุกอย่างและทรัพยากรธรรมชาติที่ท่านกำกับดูแลนี้ค่ะ เป็นกระทรวงที่ท่านกำกับ ดูแลเช่นนี้นะคะ ในอนาคตนี้ท่านจะมีแผนรับมือเรื่องนี้อย่างไรค่ะท่านประธาน🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับ ขออนุญาตเรียนท่านประธานครับ เบื้องต้นสารที่เราใช้ในครั้งนี้ เป็นสารดิสเพอร์แซนต์ (Dispersants) ที่มีเซอร์เฟกเทนต์ (Surfactant) รวมอยู่ด้วย สารตัวนี้ มันจะมีองค์ประกอบคล้าย ๆ กับตัวไลต์ครูดออยล์ (Light Crude Oil) ที่หลุดออกมา คือเป็นไฮโดรคาร์บอน (Hydrocarbon) คล้าย ๆ กัน สารตัวนี้มันจะมีคุณสมบัติพิเศษคือมันจะมีหัวกับหางครับท่านประธานครับ ส่วนหัวของมันนี้ จะเป็นไฮโดรฟิลิก (Hydrophilic) คือมันจะสามารถรวมตัวกับน ้าได้ ในส่วนหาง มันจะเป็น ไฮโดรโฟบิก (Hydrophobic) มันจะสามารถรวมกับน ้ามันได้ เมื่อสารตัวนี้เข้าไปควบรวมกับ น ้ามัน มันจะทำให้น ้ามันทั้งหมดนั้นแตกตัวลงมาเป็นขนาดพีพีเอ็ม (PPM) หรือว่าพาร์ต เพอร์ มิลเลียน (Part Per Million) ที่ตาเปล่ามองไม่เห็น พอแตกตัวลงเสร็จแล้ว สิ่งที่จะ เกิดขึ้นก็คือว่าจุลินทรีย์และแบคทีเรียที่อยู่ในทะเลที่ผมได้กล่าวไปเบื้องต้นว่า จะกัดกินสาร ก้อนน ้ามันที่แตกตัวเป็นพีพีเอ็ม (PPM) มีทั้งดิสเพอร์แซนต์ (Dispersants) เซอร์เฟกเทนต์ (Surfactant) บวกกับโมเลกุลของน ้ามัน ใช้เวลาประมาณ ๑-๒ เดือนในการกัดกิน แล้วก็จะ ย่อยสลายหายไป บวกกับมวลน ้าที่อยู่ในทะเล ที่จะสามารถไดลูต (Dilute) แล้วก็ทำให้ ความเข้มข้นของพีพีเอ็ม (PPM) เหล่านี้ หรือว่าสารเหล่านี้เจือจางลงไป แต่ว่าในระยะยาว สารเหล่านี้จะเป็นคาร์ซิโนเจนนิก (Carcinogenic) หรือว่าเป็นสารก่อให้เกิดมะเร็งหรือไม่ อันนี้ผมต้องขออนุญาตรับเป็นการบ้านไปสอบถามทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ว่าที่สอบถาม ได้มาก็คือว่าดิสเพอร์แซนต์ (Dispersant) ที่เราใช้ขณะนี้เป็นรุ่นที่ ๓ แล้ว เป็นฟูดเกรด (Food Grade) ที่ไม่ต่างอะไรกับเหมือนน ้ายาล้างจานบ้านเราที่สามารถใช้ล้างจาน พอใช้ ล้างจานเสร็จ พี่น้องประชาชนก็ใช้จานเหล่านั้นมากินอาหารได้ ดังนั้นก็เชื่อมั่นว่าสารที่ใช้ ในครั้งนี้มีความปลอดภัย ณ ระดับหนึ่ง ซึ่งในเบื้องต้น สารตัวนี้ได้ใช้ไปทั้งหมด ๘๕,๐๐๐ ลิตร ถามว่าทำไมน ้ามันรั่วแค่ประมาณ ๕๐,๐๐๐ ใช้ถึง ๘๕,๐๐๐ ก็ต้องขออนุญาตเรียนว่า ตอนแรกที่น ้ามันมันรั่วตอนกลางคืนมันมองไม่เห็น ก็ต้องใช้สารจำนวนมากฉีดดักเอาไว้ก่อน คาดว่าน ้าจะพัดพาไปทางไหนก็ฉีดดักเอาไว้ พอเช้าพระอาทิตย์ขึ้นขึ้นมาเราสามารถมองเห็นสภาพทะเลได้เราก็จะเรียกว่าใช้สารดิสเพอร์แซนต์ (Dispersant) ตัวนี้ฉีดไปในแผ่นน ้ามันที่เรียกว่าแม่นยำมากขึ้น ในส่วนของแผนฟื้นฟู ต้องเรียนว่า ปะการังแล้วก็ชีวิตใต้ทะเลทั้งหลายที่เราเฝ้าฟื้นฟูมา ไม่ว่าจะเป็นอย่างเช่นที่ หาดมาหยาที่จังหวัดกระบี่นั้นเราใช้เวลานับสิบปี ในขณะนี้หาดมาหยาก็ยังไม่ฟื้นคืน แต่ว่าถ้าหากว่าเกิดเหตุเช่นนี้อีกแผนฟื้นฟูเราก็คือว่า เราจะต้องใช้นักประดาน ้าลงไป ถ้าหากว่า มีปะการังใดที่โดนคราบน ้ามันเกาะเอย อะไรเอย เราก็จะต้องไปทำความสะอาด แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้น ในขณะนี้ยังไม่ได้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นขึ้น ดังนั้นการฟื้นฟูที่ดีที่สุดก็คือการที่เราได้จำกัด จำนวนนักท่องเที่ยวในการที่จะเข้าไปในแต่ละพื้นที่ ธรรมชาตินั้นมีความทรงพลังเป็นอย่างยิ่งครับ หากให้เวลาเขาเขาจะสามารถฟื้นฟูได้ด้วยตัวเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งธรรมชาติใต้ทะเล เป็นธรรมชาติระบบนิเวศที่มีความอ่อนไหวและมีความเปราะบางมาก ปะการังโดน น ้ามันเกาะเพียงแค่ ๒๔ ชั่วโมง หรือ ๔๘ ชั่วโมงนั้นก็จะตายแล้ว เกิดอาการฟอกขาว แล้วก็ตาย ดังนั้นเวลาเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ทางกรมอุทยานแม้แต่เช้านี้เองผมก็ให้คอยเฝ้าดูอยู่ ที่หาดพร้าวและบริเวณอุทยานแห่งชาติในบริเวณของจังหวัดระยองที่เกี่ยวข้องทั้งชายหาด ทั้งต่าง ๆ ว่ามีคราบน ้ามันขึ้นมาหรือไม่ เราก็ให้หน่วยนักประดาน ้าคอยดูที่ใต้ทะเลว่า สภาพของใต้ทะเลในขณะนี้ปะการังเป็นอย่างไร แล้วก็สัตว์น ้าเป็นอย่างไร ส่วนในระยะยาว สัตว์น ้าเหล่านี้จะมีธาตุโลหะหนัก อย่างเช่น แบเรียม (Barium) หรือว่าโครเมียม (Chromium) สะสมอยู่มากน้อยเพียงใดอยู่ในขณะนี้นั้น ผลกระทบทางระบบนิเวศใช้เวลาเพียง ๓ วัน ๕ วันคงจะตอบยังไม่ได้ แต่ว่าต้องดูว่า ๓ เดือนจากนี้ไป ๖ เดือนจากนี้ไปมีความ ตกค้าง มีผลกระทบต่อระบบห่วงโซ่อาหารแค่ไหน แล้วเราจะสามารถประเมินความเสียหายได้ ส่วนการที่จะเยียวยาพี่น้องประชาชนต้องเรียนท่านประธานว่า ผมก็จะได้ประสานไปยังทาง กระทรวงมหาดไทย แล้วก็ดูแลถึงความเดือดร้อน แล้วก็การที่พี่น้องชาวประมงไม่สามารถ ทำประมงได้ในช่วง ๑ เดือนจากนี้ รวมทั้งการท่องเที่ยวที่เสียหายไปก็จะรับเป็นการบ้าน ไปประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านเบญจา เชิญครับ🔗
สั้น ๆ ค่ะท่านประธาน เพราะว่ามีเวลาเหลืออยู่นิดเดียว ขอบคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน เบญจา แสงจันทร์ ผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล จากเหตุการณ์นี้ฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่า การฟื้นฟูและเยียวยาครั้งนี้ต้องใช้เวลายาวนานมาก แล้วก็อย่างที่บอกไปว่าใช้เวลา ๓ เดือน ๗ เดือนในการเยียวยาไม่ครอบคลุมแน่ ๆ เพราะว่าหลังจากนี้สัตว์น ้าคงจะเรียกว่าสูญหายไป แล้วก็ไม่สามารถที่จะกลับมาทำประมงได้อีกก็เป็นไปได้นะคะ🔗
สุดท้ายนี้ ก็เป็นคำฝากที่ฝากจากพี่น้องประชาชนมาถึงท่านประธานด้วย แล้วก็ฝากถึงท่านรัฐมนตรีผู้มาชี้แจงนะคะ ก่อนจะทิ้งท้ายดิฉันก็อยากจะพูดถึงว่าประเด็น เรื่องโมเดล (Model) ธุรกิจของอุตสาหกรรมปิโตรเคมีแบบนี้มันเป็นธุรกิจที่มันไม่เหมาะกับ โลกอนาคตแล้ว แล้วก็ไม่อยากให้รัฐบาลขายฝันกับนายทุนในลักษณะของการเอาธุรกิจ แบบนี้มาลงทุน ในขณะที่ท่านนายกรัฐมนตรีเองก็ไปยืนโกหกคำโตในเวทีระดับโลกอย่างเวที คอป ๒๖ (COP26) ว่าจะเปลี่ยนแปลงแผนพลังงานชาติ แล้วก็หยุดหันไปพึ่งพิงพลังงานจาก ฟอสซิล (Fossil) แล้วก็หันมาพึ่งพิงพลังงานทางเลือกแทน เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่ฝาก ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีให้พิจารณาเรื่องนี้ด้วยว่า เราควรที่จะหันมาใช้พลังงาน ทางเลือกที่บริสุทธิ์ แล้วก็พลังงานสะอาดหรือไม่🔗
ฝากท่านประธานสุดท้ายสั้น ๆ จริง ๆ ก็คือว่าวันนี้พี่น้องประชาชนได้ฝากปู ให้ดิฉันมาด้วยนะคะ ก็เป็นปูที่มาจากจังหวัดระยอง แล้วตอนนี้อาหารทะเลที่ระยอง ขายไม่ได้ ดิฉันก็เลยได้ปูทะเลที่ชาวประมง แล้วก็แม่ค้าริมหาดฝากมาให้ท่านประธาน แล้วก็ ฝากมาให้ท่านรัฐมนตรีด้วย อยากให้ท่านได้ทานค่ะ แล้วก็อยากให้ท่านได้โพสต์ (Post) ลงโซเชียล (Social) ด้วยนะคะ แล้วบอกไปยังพี่น้องประชาชนทั่วประเทศว่า อาหารระยอง ยังปลอดภัยอยู่หรือไม่ แล้วทานแล้วส่งผลกระทบต่อชีวิตของมนุษย์อย่างไรบ้าง ก็ฝาก ท่านประธานตรงนี้ค่ะ เดี๋ยวดิฉันจะเอาปูตรงนี้ไปฝากท่านนะคะ ขอบคุณค่ะ🔗
พอสมควร แล้วครับ นอกประเด็นไปไกลแล้วครับ พอสมควรครับ ท่านรัฐมนตรีเชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ ถ้าจะไปเรื่องโกลบอล วอร์มมิง (Global Warming) หรือว่าไคลแมต เชนจ์ (Climate Change) หรือว่าพลังงานทางเลือกคงไปกันอีกยาว เพราะว่าต้องเรียนว่าแผนพลังงานหรือสิ่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีไปพูดเวทีคอป ๒๖ (COP26) ที่เมืองกลาสโกว์ เมื่อวันที่ ๑ กับ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ นั้นเป็นการแสดงเจตจำนง ท่าน ไม่ได้ไปโกหก ท่านไปบอกว่าประเทศไทยเรากำลังจะก้าวเข้าสู่สถานะคาร์บอน นิวแทรลิตี (Carbon Neutrality) หรือความเป็นกลางทางคาร์บอน ปี ๒๐๕๐ แล้วก็ก้าวเข้าสู่สถานะ เนตซีโร่ จีเอชจี (Net Zero GHG) หรือการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์นั้นภายใน ปี ๒๐๖๕ การที่จะทำอย่างนั้นได้มันมีขั้นตอน มันมีแนวทางในการทำงาน ซึ่งอย่างที่ ท่านประธานบอก ถ้าหากว่าอธิบายก็จะก้าวไปไกลกันใหญ่ แต่ว่าถ้าหากจะเป็นประเด็นเรื่อง นี้ก็สามารถมาตอบกระทู้ได้อีกครั้งหนึ่งในอนาคต ถ้าหากว่าท่านสมาชิกตั้งกระทู้ถาม ส่วน เรื่องปูก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิก ก็ขอฝากว่าอย่าลืมน ้าจิ้ม ผมชอบน ้าจิ้มด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
เป็นการ จบกระทู้ถามสดของท่านเบญจา ท่านรัฐมนตรีมีอะไรครับ🔗
ผมขอหารือ ท่านประธานนิดหนึ่งครับ ท่านประธานครับ ผม สาธิต ปิตุเตชะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง เขต ๑ พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เกิดกรณีคราบน ้ามันรั่ว เพราะฉะนั้น ผมเข้าใจระเบียบข้อบังคับดีว่าในช่วงถามกระทู้ โดยเฉพาะกระทู้ถามสดเป็นกรณีถามตอบ ระหว่างท่านเพื่อนสมาชิกกับท่านรัฐมนตรี แต่ว่าถ้าท่านประธานจะอนุญาตเพื่อที่จะให้ข้อมูล ในพื้นที่ได้มีความครบถ้วนรอบด้าน ผมอยากจะขอเวลาท่านประธานสักเล็กน้อยในการที่จะ ชี้แจงกับประชาชนครับ🔗
คงไม่ได้ หรอกครับ เพราะอยู่ในระเบียบวาระกระทู้อยู่🔗
อันนี้ ก็แล้วแต่ท่านประธานครับ ผมทราบระเบียบข้อบังคับดีครับ แต่ถ้าท่านประธานอนุญาตก็จะ เป็นประโยชน์🔗
คงไม่ได้ครับ🔗
ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไป กระทู้ถามสดของท่านพัฒนา สัพโส ในวาระที่ ๑.๑.๒ ถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการ นิพนธ์ บุญญามณี เป็นผู้ตอบแทน แต่ท่านนิพนธ์ได้มีหนังสือแจ้งมาว่าติดภารกิจ ขอเลื่อนการตอบกระทู้ถาม ท่านพัฒนา สัพโส ถ้าท่านยังต้องการจะยื่นก็ยื่นในคราวต่อไป ท่านมีอะไรจะฝากไหมครับ ผมเป็นสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้ง ผมเข้าใจปัญหาของท้องถิ่น พรรคเพื่อไทยเอง ให้ความสำคัญ ถ้าภาษาบ้าน ๆ เราก็คือแซงคิวละครับกระทู้ผมในพรรคเพื่อไทย แต่นี่อะไร ท่านประธาน มีตั้ง ๓ คนในกระทรวงมหาดไทย ท่านไม่ว่างถึงกับมาตอบไม่ได้ เมื่อเช้า ท่านประธานก็เรียกผมเข้าไปในห้องครับ ก็แจ้งไปยังกระทรวงมหาดไทย ผมเสียดายโอกาส แทนพี่น้องท้องถิ่น ซึ่งคำถามผมเป็นกระทู้ถามที่ผมว่าสร้างสรรค์ ถ้าผมถามรัฐมนตรีตอบ นั่นมันจะเป็นสัญญาในสภาแห่งนี้ว่า เราจะแก้ปัญหากับผู้ที่ร้องเรื่องจัดสอบท้องถิ่นครับ ไม่มี อะไรมาก ผมไม่ได้ปิดบัง วันนี้เสียดายจริง ๆ ท่านประธาน โดยปกติผมก็ไม่ค่อยเป็นคนที่จะ อภิปรายอะไรมากมายในสภา ถ้าไม่ใช่เป็นเรื่องที่สำคัญขนาดนี้ ผมเป็นกรรมาธิการท้องถิ่น กรรมาธิการสามัญ เขามาร้องที่กรรมาธิการ ร้องที่ศาลปกครอง เพียงหวังเพื่อให้สภาแห่งนี้ ผมเป็นตัวแทนของสภา เป็นกรรมาธิการช่วยเขา แต่ในเมื่อท่านรัฐมนตรีที่ไม่เคยเลือกตั้งเขา ไม่ให้ความสำคัญไม่เป็นไรครับวันนี้ แต่พรรคเพื่อไทยเรายืนยันเรื่องนี้ ตอนนี้กำลังดำเนินการ ครับท่านอาจารย์ชูศักดิ์ ฝ่ายกฎหมาย กำลังทำร่าง พ.ร.บ. การบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น เป็นเรื่องสำคัญมาก เรื่องนี้ต้องดำเนินการ คณะกรรมการกลาง คำสั่ง คสช. ๘/๒๕๖๐ สร้างปัญหาหลายอย่างเลย บอกว่าจะปฏิรูป แต่ปฏิรูปท่านถามสมาชิกสิครับท่านประธาน วันนี้มันเกิดอะไรขึ้น สอบท้องถิ่นที่ผ่านมาในรอบ ๒-๓ เดือนมันเกิดอะไรขึ้น ฉาวโฉ่ทั่วบ้าน ทั่วเมืองท่านประธาน ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐-๖๐๐,๐๐๐ มันเป็นคำถามที่ผมอยากจะถาม แล้วก็เป็นคำถามที่ฝ่ายบริหารจะได้ไปดำเนินการแก้ไข เดี๋ยวผมจะยื่นในคราวต่อไปครับ ท่านประธาน ก็ไม่อยากรบกวนเวลาของสภา ในเมื่อรัฐมนตรีไม่ให้ราคากับสภาแห่งนี้ ไม่ให้ ราคากับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
เนื่องจาก กระทู้ถามสดมันเป็นกระทู้ถามสดจริง ๆ ปัจจุบันทันด่วน ซึ่งเราก็เพิ่งแจ้งไปตอนเช้า แต่ผม เห็นด้วยกับท่านพัฒนา เพราะกระทรวงมหาดไทยก็มีรัฐมนตรีช่วยอีก ๒ ท่าน ความจริงแล้ว ฝากท่านอธิรัฐซึ่งเป็นรัฐมนตรีช่วยก็ตาม ลงไปประชุม ครม. ก็ฝากเรียนท่านนายกรัฐมนตรี หน่อย ไปสอนมวยท่านรัฐมนตรีหน่อย บอกว่าเวลาจะมอบใครเจรจากันหน่อยว่า เขาว่าง ไม่ว่าง ไม่ใช่อยู่ ๆ ก็มอบไปอย่างเดียว แล้วก็คนที่รับมอบบอกว่าไม่ว่าง คือจะมอบนี่ต้องมอบ คนที่ว่าง ไม่ใช่เอาคำกล่าวอ้างมาว่า ผมมอบไปแล้วแต่เขาไม่ว่าง เพราะว่ากระทู้ถามสด มันเพิ่งเป็นเรื่องที่เพิ่งคุยกันไม่ถึงชั่วโมงที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นก็ต้องรู้แล้วครับใครว่าง ใครไม่ว่าง ดังนั้นฝากท่านไปด้วยบอกว่า ท่านประธานสุชาติสอนมวยมาหน่อยในฐานะที่เป็น รัฐมนตรีเก่าว่าจะมอบใครก็ให้มอบคนที่ว่างมาตอบจะได้ไม่เสียเวลาสภา ไม่เสียโอกาสในการ ตั้งกระทู้ถามของสมาชิกซึ่งเป็นเรื่องปัจจุบันทันด่วน เป็นเรื่องสนใจประชาชน เป็นเรื่อง ผลประโยชน์ประเทศชาติทั้งนั้น ขอบคุณท่านพัฒนาก็ตั้งไปในอาทิตย์ต่อไป🔗
กระทู้ถามที่ ๑๗๔ ส. กระทู้ถามสดด้วยวาจา (นายวัชรพล โตมรศักดิ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
เชิญครับ ท่านวัชรพลครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วัชรพล โตมรศักดิ์ โคราช ชาติพัฒนา ก่อนอื่นผมต้องขออนุญาตได้ กราบขอบคุณท่านประธานสภาเป็นอย่างสูงครับที่กรุณาบรรจุกระทู้ถามสดด้วยวาจาของ กระผม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งผมต้องขอขอบคุณไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ ที่กรุณาได้มอบหมายท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ได้มาเป็นผู้ตอบกระทู้ในวันนี้ และผมก็ต้องขอบคุณท่านเช่นกัน เพราะว่าท่านรัฐมนตรีช่วย นั้นเป็นคนโคราช เพราะปัญหาที่ผมจะถามนั้นจะเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในจังหวัดนครราชสีมา นอกจากการที่ขอบคุณท่านประธานและท่านรัฐมนตรีแล้วผมอยากจะขอบคุณเพื่อนสมาชิก พรรคร่วมรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นพรรคพลังท้องถิ่นไท พรรครักษ์ผืนป่าประเทศไทย พรรครวมประชาชาติไทย พรรคเศรษฐกิจใหม่ และทุกพรรคที่กรุณาได้มอบหมายเวลาให้ผม สิ่งที่ผมจะถามกระทู้ในวันนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่เร่งด่วนและมีความสำคัญ และมีความสนใจต่อ พี่น้องชาวโคราชเป็นอย่างยิ่ง เพราะเหตุการณ์นี้ถ้าผมไม่ได้มาพูดในวันนี้ ขณะนี้ท่านประธานทราบหรือไม่ครับว่า การก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงและรถไฟทางคู่ ซึ่งเป็นอภิมหาโพรเจกต์ (Project) ที่เกิดขึ้น ในยุคของ คสช. ต่อเนื่องมาจนถึงรัฐบาลในยุคนี้นั้น ได้ดำเนินการเซ็นสัญญาและก่อสร้างแล้ว เพราะสิ่งที่ผมจะพูดนี้คือผลกระทบที่พี่น้องประชาชนชาวโคราชและพี่น้องในเขตตำบลบ้านใหม่ และตำบลโคกกรวดได้พยายามเรียกร้องมาเป็นระยะเวลาเกือบ ๕ ปีเต็ม ท่านประธานครับ โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงได้กำเนิดเกิดขึ้นในปี ๒๕๕๗ โดยดำริของรัฐบาล ในยุค คสช. เพื่อจะเชื่อมประเทศไทยในทุกภูมิภาค แบ่งออกเป็น ๔ สายทาง จากกรุงเทพฯ ไปภาคเหนือ จากกรุงเทพฯ ไปภาคใต้ จากกรุงเทพฯ ไปภาคตะวันออก และสำคัญที่สุดก็คือ กรุงเทพฯ ไปภาคอีสาน จากกรุงเทพฯ ไปหนองคาย แต่รัฐบาลได้ดำเนินการในการก่อสร้าง ในระยะเร่งด่วนระยะที่ ๑ ซึ่งถือว่าเป็นเส้นทางประวัติศาสตร์ที่เสด็จพ่อ ร. ๕ ได้สร้างการ รถไฟเอาไว้ให้กับประเทศไทย จากกรุงเทพฯ ไปโคราช ท่านประธานครับ โครงการรถไฟ ความเร็วสูงได้ดำเนินการก่อสร้างในปี ๒๕๖๑ เป็นระยะทางทั้งสิ้น ๒๕๐.๗๗ กิโลเมตร โดยใช้วงเงินงบประมาณทั้งสิ้น ๑๗๙,๔๑๒ ล้านโครงการเป็นความร่วมมือระหว่างไทย-จีนครับ แต่ประเทศไทยเป็นคนออกทุนให้ทั้งหมดโดยดำเนินการโดยคนไทยไปทำงานเรื่องโยธา แต่ส่วนประเทศจีนในการดำเนินการออกแบบรายละเอียดและการก่อสร้างทั้งหมด ในการ ก่อสร้างครั้งนี้แบ่งออกเป็น ๑๔ สัญญา มีการดำเนินการไปแล้ว ๗ สัญญา และกำลังทยอย เซ็นสัญญา สิ่งที่ผมอยากจะเรียนท่านประธานก็คือว่า โครงการนี้มีประโยชน์อย่างใหญ่หลวง กับพี่น้องชาวอีสาน ชาวโคราช เพราะว่าจะทำให้การเดินทางจากกรุงเทพฯ ร่นระยะเวลาเหลือ เพียงชั่วโมงครึ่ง เพราะความเร็วของรถไฟนั้น ๒๕๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง จากสถานีกลางบางซื่อมี ๖ สถานีจนถึงสถานีนครราชสีมา และนอกเหนือจากนั้นครับ ยังมีการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ซึ่งจากมาบกะเบาไปจิระ มีระยะทางทั้งสิ้น ๑๓๒ กิโลเมตร รัฐบาลได้ดำเนินการในการ เซ็นสัญญาในระยะที่ ๑ และระยะที่ ๓ ติดขัดอยู่สัญญาระยะที่ ๒ ก็คือจากคลองขนานจิตร ไปสู่จิระ ระยะทาง ๖๙ กิโลเมตร ด้วยเหตุผลของรถไฟในช่วงสัญญาที่ ๒ ได้มีปัญหา ในการผ่าเมืองโคราช ที่ผมกราบเรียนทั้งหมดเหล่านี้ครับ เพื่อที่จะกราบเรียนท่านประธานว่า ปัญหาที่ผมจะหยิบยกขึ้นมาก็คือปัญหาในเรื่องรถไฟความเร็วสูงในสัญญาที่ ๓-๕ จาก ตำบลโคกกรวดไปนครราชสีมา ซึ่งมีระยะทางทั้งสิ้น ๑๒.๓๘ กิโลเมตร เป็นทางคันดิน ๗.๘๕ เป็นทางยกระดับ ๔.๕๓๐ กิโลเมตร ทำไมผมถึงบอกว่าตรงนี้มีปัญหาครับ ท่านประธานนับย้อนหลังไปเมื่อวันที่ ๓๑ สิงหาคม ปี ๒๕๖๐ รถไฟความเร็วสูงได้มี การดำเนินการไปพูดคุยกับพี่น้องชาวโคราช คนโคราชได้มีการไปร้องทุกข์ ร้องเรียนต่อ ท่านนายกรัฐมนตรีท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถึงปัญหาที่จะตามมากับการออกแบบ รถไฟสายนี้ เดิมท่านประธานทราบหรือไม่ครับว่ารถไฟผ่าเมืองโคราชที่เป็นรถไฟทางคู่จาก โคกกรวดไปที่สถานีนครราชสีมาผ่าเมืองแนบไปกับพื้น แล้วมีรั้วกั้นสูง ๓ เมตร ยาวตลอด เส้นทาง ท่านนายกรัฐมนตรีได้ประกาศลั่นที่บึงหัวทะเล จังหวัดนครราชสีมา ว่าจะมี การดำเนินการแก้ไขให้ แต่สุดท้ายในวันนี้ครับท่านประธาน มีการแก้ไขจริง ก็คือช่วง ในเขตเทศบาลนคร มีการยกระดับเป็นเสาตอม่อจากโรงแรมสีมาธานีไปสู่สถานีนครราชสีมา ระยะทาง ๔.๕๓๐ กิโลเมตร แต่ติดอยู่ช่วงหนึ่งครับ ก็คือช่วง ๗.๘๕๐ กิโลเมตร จากตำบลโคกกรวด ไปสู่ตัวสถานีไปเชื่อมต่อกับเทศบาลนครนครราชสีมา พี่น้องประชาชนชาวโคราชได้รวมตัว กันพยายามที่จะทำหนังสือร้องเรียนให้กับหน่วยงานต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่นที่ท่านประธาน เห็นได้ยื่นหนังสือให้กับท่านอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ยื่นหนังสือให้กับผู้ว่าการรถไฟ คือท่านนิรุฒ มณีพันธ์ ได้ยื่นหนังสือให้กับท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ และนอกเหนือจากนั้นครับ ยังได้ไปยื่น หนังสือให้กับกรรมาธิการการคมนาคมของวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จนสุดท้าย เรื่องต่าง ๆ นั้นกลายเป็นประเด็นหลักที่พี่น้องชาวโคราชได้ลุกขึ้นมา ท่านผู้ว่าวิเชียร จันทรโณทัย ท่านดีมากครับ ในวันที่ ๕ มกราคม ท่านได้เชิญพี่น้องประชาชนซึ่งเป็นตัวแทน จากคนตำบลบ้านใหม่ ตำบลโคกกรวด และพี่น้องในเขตเทศบาล รวมไปถึงตัวแทนของการ รถไฟ รวมไปถึงตัวแทนของรถไฟความเร็วสูงและรถไฟทางคู่มาหารือกัน มีข้อสรุปเดียวที่ พวกเราคิดเห็นร่วมกันก็คือว่า อยากที่จะเห็นการก่อสร้างรถไฟสัญญา ๓-๕ ระยะทาง ๗,๐๐๗.๘๕๐ กิโลเมตร จากโคกกรวดไปเชื่อมต่อกับเทศบาลนคร ได้ยกระดับเป็นแบบตอม่อ นี่คือสิ่งหนึ่งที่ผมได้นำเป็นกระทู้ถามสดในวันนี้ครับท่านประธานครับ เพราะไม่มีที่ไหนในโลก นี้ การก่อสร้างในเขตเมือง การก่อสร้างในเขตชุมชน มีการยกระดับโดยทำเป็นคันดินสูง ๕ เมตร ยาว ๗ กิโลเมตรกว่า มีรั้ว มียูเทิร์น (U-turn) เกือกม้า คนที่เคยสัญจรไปมาเกิด ปัญหากันอย่างมากมาย จนกระทั่งพี่น้องประชาชนต้องลุกขึ้นมาถาม แต่ผมก็ขอชื่นชมไปยัง ท่านผู้ว่าการรถไฟครับ ท่านนิรุฒ ที่ท่านพยายามที่จะออกไปแก้ปัญหาไปพบกับผู้นำ พี่น้องประชาชน ๔-๕ ครั้ง มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะแก้ไขไปในทางอื่น ถึงแม้ท่านจะ พยายามเพิ่มระดับความสูงของช่องลอดของรถยนต์จาก ๒.๕๐ เมตร เป็น ๕ เมตร ก็ทำให้ คันดินนั้นสูงขึ้นอีก มันเป็นไปไม่ได้เลยครับ ที่จะไปทำยูเทิร์น (U-turn) เกือกม้า ๔ อัน แล้วให้พี่น้องประชาชนต้องวนอ้อมไปไกลเป็นกิโลกว้างประมาณ ๘๐ เมตร เงินงบประมาณ แต่ละที่นั้นหลายร้อยล้านบาท ในประเด็นคำถามแรกที่ผมอยากจะถามท่านประธานผ่านไป ถึงท่านรัฐมนตรีครับ พี่น้องประชาชนได้เรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการก่อสร้าง จากคันดินที่สูง ๕ เมตร ระยะทาง ๗,๘๕๐ เมตร ให้เป็นตอม่อ ทำไมครับ จึงไม่พยายามที่จะ ดำเนินการในการที่จะแก้ไขแบบเพราะอะไรทั้ง ๆ ที่มีเหตุผลเดียวเท่านั้นในการที่จะแก้ไข จึงขออนุญาตได้กราบเรียนเป็นประเด็นแรกท่านประธานครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีช่วยอธิรัฐครับ ได้รับมอบหมายให้มาตอบ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ผมได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้มาตอบกระทู้ของ ท่าน ส.ส. วัชรพล ผู้ทรงเกียรติ ก่อนอื่นเลยก็ต้องขอชื่นชม ท่านก็ถือว่าเป็น ส.ส. โคราช ผมก็เป็นหนึ่งใน ส.ส. โคราช ซึ่งเราก็ทราบปัญหานี้ดีที่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ในอำเภอเมือง โคราช หลาย ๆ เขต หลาย ๆ ตำบล ซึ่งก็ได้มาร้องเรียนเรื่องการสร้างทางรถไฟในชุมชน เมืองโคราช ต้องขอกราบเรียนสถานะเบื้องต้น ณ ตอนนี้ว่า ปัจจุบันกระทรวงคมนาคม ก็ได้ติดตามเรื่องนี้อย่างละเอียดใกล้ชิดเหมือนอย่างที่ท่าน ส.ส. วัชรพลบอกครับว่า เราได้ให้ทาง ผู้ว่าการรถไฟ การรถไฟเองเข้าไปพูดคุยเพื่อที่สำรวจความต้องการ ไปออกแบบร่วมกับ พี่น้องประชาชน ต้องเรียนว่า ณ ปัจจุบันการรถไฟอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลเพื่อศึกษา แนวทางในการดำเนินการ ตอนนี้ยังไม่ได้มีการฟันธงหรือสรุปเป็นอย่างใดอย่างหนึ่ง และอย่างที่ท่าน ส.ส. วัชรพล ท่านได้แนะนำก็คือความต้องการของพี่น้องประชาชน ก็คือ อยากให้เปลี่ยนจากที่เป็นแนวคันดิน เปลี่ยนเป็นทางยกระดับเป็นเสาตอม่อ ก็ต้องกราบเรียน ครับว่า อันนี้ก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางที่ทางการไฟฟ้าก็กำลังรวบรวมข้อมูล แล้วก็พยายามศึกษา แต่เนื่องจากแนวทางนี้ก็จะมีข้อจำกัดอยู่หนึ่งนิดครับเนื่องด้วยว่ามันอาจจะต้องมีการปรับ แบบ แล้วก็มีการเพิ่มงบประมาณถึง ๖,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็เพิ่มระยะเวลาก่อสร้างถึง ๒๒ เดือน แต่อย่างไรก็ตามผมก็ได้ศึกษาปรึกษากับทางการรถไฟ ก็ต้องกราบเรียนว่า เมื่อสักครู่ก็ได้คุยกับทางผู้ว่าการรถไฟ ซึ่งตัวท่านผู้ว่านิรุฒเองก็จะลงไปในพื้นที่ โดยผมก็ เน้นย ้าว่าให้ดำเนินการให้ถูกต้อง แล้วก็อยากให้เป็นไปตามความต้องการของพี่น้อง ประชาชนให้มากที่สุด ก็ต้องกราบเรียนว่าตอนนี้ยังอยู่ในระหว่างที่เรายังปรับแบบ ยังอยู่ที่ ระหว่างแก้ไขได้ ซึ่งเดี๋ยวทางผู้ว่าการรถไฟเองท่านก็บอกว่าท่านจะลงไปพื้นที่อีกครั้งหนึ่ง เร็ว ๆ นี้ เพื่อหาข้อสรุปแล้วทำรวบรวมข้อมูลทั้งหมดส่งมายังกระทรวงคมนาคม ขออนุญาต ตอบคำถามแรกครับ🔗
เชิญ ท่านถามอีกครั้งครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีเป็นอย่างสูงที่ท่านกรุณาได้ให้ความหวังกับพี่น้องชาวโคราช ในประเด็นคำถามที่ ๒ ก่อนที่ผมจะถามครับท่านประธาน มีอยู่สิ่งหนึ่งที่ก่อนหน้านี้ การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการเซ็นสัญญาใน ๓-๔ แต่มันเป็นเรื่องแปลก สัญญาที่ ๓-๔ ก็คือลำตะคอง-สีคิ้ว และกุดจิก-โคกกรวด ในสัญญาที่ ๓-๔ มีสัญญาแทรกคือ ๒-๑ ก็คือ สีคิ้ว-กุดจิก ระยะทาง ๓๗.๔๕ กิโลเมตร แต่ทำไมยกระดับได้ ๒๓.๓๓ กิโลเมตร ท่านประธาน ดูครับ ยกระดับเป็นตอม่อได้ กับมีทางคันดินเพียง ๑๔.๑๒ กิโลเมตร อย่างนี้ถ้าผ่านเมือง ผมเห็นด้วย แต่ในประเด็นที่บางช่วงในจำนวน ๒๓.๓๓ กิโลเมตรนั้น อยู่ในทุ่งนา อยู่ในที่ ที่ไม่ควรจะเป็นไปได้ แต่กลับยกเป็นตอม่อได้ แต่ในช่วงโคกกรวดที่จะไปสู่บ้านใหม่ และไป เชื่อมต่อกับเทศบาล ซึ่งเป็นแหล่งชุมชน ท่านรัฐมนตรีดูสิครับ นี่คือโครงการที่ก่อสร้าง ในขณะนี้ในสัญญา ๓-๔ ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่ได้ยกระดับอย่างนี้ แต่กลับมีการยกตอม่อผ่านทุ่งนา นี่คือประเด็นที่ผมอยากให้ท่านเห็น🔗
อันที่ ๒ ถ้าเหตุการณ์ครั้งนี้เราไม่มีการยกระดับโดยใช้เสาตอม่อ สิ่งที่จะ ตามมาผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับคนตำบลบ้านใหม่ ท่านประธานครับ วันนี้ตำบลบ้านใหม่ โคกกรวด เรามีมอเตอร์เวย์ (Motorway) ขนานด้านข้าง ในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมาได้เกิด น ้าท่วม ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเกิดเลยในตำบลบ้านใหม่ มีประชากร ๔๐,๐๐๐ กว่าคน ตำบลโคกกรวดอีก ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ คน มีบ้านจัดสรร มีโรงเรียน และในตำบลบ้านใหม่แห่งนี้ ยังมีแหล่งผลิตน ้าประปาขนาดใหญ่ที่บ้านมะขามเฒ่าที่จะต้องใช้น ้าให้กับคนในเทศบาล ๖๐-๗๐ เปอร์เซ็นต์ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่มันกำลังจะตามมา แม้กระทั่งถ้าเรายกระดับ ด้วยตอม่อ ข้างล่างเรายังสามารถทำเป็นโลคัลโรด (Local road) ที่จะวางท่อระบายน ้า ป้องกันน ้าท่วม และรถที่จะวิ่งข้ามฝั่งก็จะได้ ปัญหาที่จะตามมาสุดท้ายก็คือ ท่านกำลังจะทำ ให้คนตำบลบ้านใหม่และโคกกรวด ซึ่งเป็นเขตชุมชนเมืองกลายเป็นเมืองอกแตก🔗
คำถามที่ ๒ ครับท่านประธาน ทำไมการก่อสร้างในสัญญาที่ ๓-๔ ลำตะคอง-สีคิ้ว และกุดจิก-โคกกรวด ท่านจึงมีการดำเนินการในการแก้ไขเพื่อเป็นยกระดับแบบตอม่อได้🔗
ในประเด็นคำถามต่อไปครับ ในการก่อสร้างคันดินสูง ๕ เมตร ยาวหลาย กิโลเมตร ท่านเคยได้ดำเนินการทำผลกระทบอีไอเอ (EIA) ท่านทำที่ไหน ทำกับใคร ทำเมื่อไร เพราะทุกครั้งที่มีการประชุมพี่น้องประชาชนทุกคนได้คัดค้านตลอดเวลาว่าเขารับไม่ได้ กับการก่อสร้างในรูปแบบของคันดิน มันเป็นเมือง มันเป็นชุมชนเมืองมันจะมีผลกระทบ และจะใช้งบประมาณในจำนวนมหาศาลมาแก้ไข ผมอยากจะฟังคำตอบครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
เชิญรัฐมนตรีช่วยอธิรัฐครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่าน ส.ส. วัชรพล ต่อประเด็นเรื่องการทำอีไอเอ (EIA) อันนี้ผมก็ได้ สอบถามไปทางการรถไฟแห่งประเทศไทยเหมือนกัน ข้อเป็นห่วงของท่านหลาย ๆ ข้อ ผมก็เป็นห่วงเช่นกันครับ คำตอบที่ผมได้มาจากทางการรถไฟแห่งประเทศไทยว่าการทำอีไอเอ (EIA) การทำสำรวจความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมทำไปเมื่อปี ๒๕๖๐ ซึ่งผมก็ติงไปเหมือนกันว่า ตอนนั้นผมเชื่อว่าประชาชนพี่น้องหลายคนในพื้นที่อาจจะได้รับ ข้อมูลข่าวสารไม่ครบด้าน ไม่ครบทั้งหมดผลกระทบต่าง ๆ ซึ่งตรงนี้ล่ะครับที่ผมก็ได้ย ้าไป ทางการรถไฟว่าท่านต้องลงไปรับฟังความคิดเห็นในพื้นที่อีกครั้งหนึ่ง ท่านต้องลงไปทำใหม่ ผมก็ต้องขอยืนยันกับท่าน ส.ส. ผมในฐานะลูกหลานชาวโคราชผมก็เข้าใจความได้ตรงนี้ดี ผมก็จะพยายามช่วยพี่น้องต่อสู้เพื่อให้ได้ในสิ่งที่ชุมชนเราต้องการมากที่สุด ก็ยังยืนยัน ว่าทางกระทรวงคมนาคมก็ได้มอบหมายให้ทำการรถไฟแห่งประเทศไทยตอนนี้ให้ไปศึกษา ปรับแบบปรับอะไรมาทั้งหมด ซึ่ง ณ วันนี้ทางกระทรวงยังไม่ได้ข้อสรุปมา ทั้งหมดตอนนี้ ข้อมูลอยู่ที่การรถไฟแห่งประเทศไทยกำลังรวบรวมข้อมูลจากการลงพื้นที่ไปในช่วง หลายเดือนที่ผ่านมาแล้วเดี๋ยวเร็ว ๆ นี้ท่านผู้ว่าการรถไฟก็จะลงไปเพื่อทำการสรุปอีกครั้งหนึ่ง แต่ก็ยืนยันว่าเราก็จะพยายามปรับแบบให้ได้ตามความต้องการพี่น้องประชาชน ก็คือ การยกระดับทำเป็นเสาตอม่อในช่วงที่ท่านต้องการ ก็คือช่วงโคกกรวด ระยะทางประมาณ ๗.๘๕ กิโลเมตรก็ขออนุญาตตอบคำถามครับ🔗
ผมขออนุญาตได้กราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ ผมกราบขอบพระคุณท่านอย่างสูงเลยครับ สิ่งที่ผม มาพูดเป็นตัวแทนของประชาชนไม่ได้มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องใด ๆ เรามองถึงอนาคต ของเมืองเหมือนที่ทุกคนที่ได้เรียกร้อง ทุกคนที่ออกมาเรียกร้องนั้นเขาไม่ได้คิดถึงตัวเขาครับ แต่เขาคิดถึงลูกหลาน ถ้าเมื่อไรที่เราดำเนินการก่อสร้างในรูปแบบของตอม่อ ในรูปแบบของ คันดินสูง ๕ เมตร ก็จะเกิดปัญหา ท่านประธานครับ ผมได้นำเส้นทางจากโคกกรวดไปถึง ตำบลบ้านใหม่ที่จะดำเนินการก่อสร้างในขณะนี้ ผมไม่ทราบว่าทางการรถไฟแห่งประเทศไทย จะรีบดำเนินการแก้ไขทันหรือไม่ เห็นไหมครับบ้านจัดสรรพี่น้องประชาชนเขาใช้เส้นทาง ข้างเป็นโลคัลโรด (Local Road) ซึ่งมีชุมชนบ้านเมืองหนาแน่น ถ้าเมื่อไรที่มีการดำเนินการ ในการก่อสร้างเป็นคันดินสูง แล้วยังมีรั้วกั้นอีกสูง ๓ เมตรยาวตลอด จะเป็นการผ่าเมืองออก จากกันและจะสิ้นงบประมาณจำนวนมหาศาล🔗
สุดท้ายที่ผมจะเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ขณะนี้พี่น้อง ชาวโคราชและผมเชื่อมั่นว่าพี่น้องชาวตำบลบ้านใหม่ โคกกรวด พี่น้องในเขตเทศบาล ผมได้บอกกับทุกท่านว่าวันนี้ผมจะมาทำหน้าที่เพื่อเขา ทุกคนคงอยากจะทราบคำตอบ ในคำถามที่ ๓ ที่ผมจะถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ การดำเนินการ ที่ชาวโคราชฝากมาถามก็คิดว่า ท่านจะดำเนินการแก้ไขจากรูปแบบคันดินเป็นแบบตอม่อ เพื่อเป็นการที่จะทำให้จังหวัดนครราชสีมาของเราไม่เป็นเมืองอกแตกได้หรือไม่ครับ กราบขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธาน ก็ขออนุญาตสรุปตอบคำถามข้อที่ ๓ ผมก็ต้องกราบเรียนเบื้องต้นว่า ผมคงยังไม่สามารถตอบฟันธงในที่นี้ได้ว่า การเปลี่ยนแปลงหรือการแก้แบบจะออกมาเป็น รูปแบบไหน ๑. ต้องขึ้นอยู่กับผลการศึกษาของการรถไฟแห่งประเทศไทยที่ไปรวบรวม ข้อมูลแล้วก็เสนอมายังกระทรวง แล้วก็อีกประเด็นหนึ่งผมก็ไม่ได้กำกับดูแลในเรื่อง ทางการรถไฟแห่งประเทศไทย แต่อย่างไรก็ดีตรงไหนที่เป็นประโยชน์ เป็นความต้องการของ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ด้วยหนึ่งแรงที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็จะพยายาม ช่วยผลักดันให้อย่างเต็มที่ครับผม ขอบคุณครับ🔗
เป็นการจบ ในวาระกระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗
ต่อไประเบียบวาระ ๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗
๑.๒.๑ กระทู้ถามที่ ๔๖๒ เรื่อง ผลกระทบและความเดือดร้อนของ ประชาชนจากพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน ้าไทย พ.ศ. ๒๔๕๖ (นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งท่านได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคมอธิรัฐมาเป็นผู้ตอบ เชิญคุณหมอประสงค์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทยจากนครพนมครับ ท่านประธานครับ ผมขอตั้งกระทู้ถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมดังต่อไปนี้ ตามที่พระราชบัญญัติการเดินเรือ ในน่านน ้าไทย พ.ศ. ๒๔๕๖ ได้กำหนดห้ามมิให้ผู้ใดปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งปลูกสร้างอื่นใด ล่วงล ้าเข้าไปในเหนือน ้า ในน ้า และใต้น ้าของแม่น ้าลำคลอง บึง อ่างเก็บน ้า ทะเลสาบ ซึ่งเป็นทาง สัญจรของประชาชนหรือประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งกำหนดดังกล่าวได้ส่งผลกระทบ และสร้างความเดือดร้อนต่อประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณริมฝั่งน ้าเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะ ประชาชนผู้อาศัยอยู่ริมแม่น ้าโขงและห้วยต่าง ๆ ที่มาสู่แม่น ้าโขง ประชาชนส่วนใหญ่นี้ ได้อาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว ประกอบอาชีพประมงจากรุ่นสู่รุ่นมาตลอดก่อนที่จะมี การประกาศใช้พระราชบัญญัติดังกล่าว อาจทำให้ประชาชนได้มีการทำกระชังปลา ซึ่งล้วน แต่เป็นสิ่งปลูกสร้างที่มีความจำเป็นในการดำรงชีพ ล่วงล ้าตามการกำหนดเกณฑ์ที่กำหนดไว้ ในพระราชบัญญัตินี้ ส่งผลให้ต้องเสียค่าตอบแทนให้กับภาครัฐทุกปีแต่เนื่องจากประชาชน ดังกล่าวส่วนใหญ่เป็นผู้หาเช้ากินค ่า มีฐานะยากจนจึงนับเป็นการเพิ่มภาระหนักในเรื่อง การใช้จ่าย และหากฝ่าฝืนไม่จ่ายค่าตอบแทนดังกล่าวก็ต้องระวางโทษหนัก ชาวบ้านรายหนึ่ง ท่านประธาน เป็นประมงพื้นบ้านทำกระชังปลาถูกจับ ศาลได้ตัดสินปรับ ๑,๔๙๐,๔๐๐ บาท การปรับนี้เขาละเอียดมาก เขาวัดเป็นตารางวา ตารางเมตรต่อวัน ประชาชนหาเช้ากินค ่า ในบริเวณของจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่นครพนม ท่านประธานที่เคารพครับ ตามพระราชบัญญัติกฎหมายมีผลกระทบถึง การเดินเรือ แต่การทำประมงชายฝั่งเป็นการดำเนินการของกลุ่มทุนขนาดใหญ่นั้น ก็ไม่เป็นผลเท่าไร เพราะเขามีงบประมาณ มีทุนมาก แต่การกระทำประมงน ้าจืด ในการทำ ประมงเพื่อยังชีพและทำมาหากินเลี้ยงชีพหาเลี้ยงครอบครัว เป็นการประมงตามวิถีชีวิต ไม่มีผลต่อการเดินเรือหรือเส้นทางสัญจรของประชาชนแต่อย่างใด กระผมจึงขอเรียนถาม กระทรวงคมนาคมผ่านท่านประธานโดยกรมเจ้าท่าว่า🔗
ข้อที่ ๑ กระทรวงคมนาคมมีนโยบายที่จะให้ความช่วยเหลือและบรรเทา ความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นจากกรณีข้างต้นให้กับประชาชนผู้อาศัยบริเวณฝั่งน ้าได้หรือไม่ อย่างไรครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีช่วยอธิรัฐครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ขออนุญาตตอบกระทู้ของท่านประสงค์ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ วันนี้ ผมก็ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณ ที่ท่านสมาชิกก็เป็นห่วงผู้ทำการประมง ผู้ที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับริมแม่น ้าต่าง ๆ แต่ก่อนอื่นผม ต้องขออนุญาตเท้าความกราบเรียนอย่างนี้ ด้วยกฎหมายปลูกสิ่งก่อสร้างอาคารบริเวณลำน ้า ถ้าตรงไหนปลูกสร้างมาตั้งแต่ก่อนปี ๒๕๑๕ ตรงนี้สามารถไปขึ้นทะเบียน แล้วจะไม่ถือว่า เป็นสิ่งที่รุกล ้าลำน ้า แต่ถ้าตรงไหนที่ก่อสร้างหลังปี ๒๕๑๕ ตรงนี้ก็สามารถมาขอใบอนุญาตได้ ผมขออนุญาตย้อนไปที่ปี ๒๕๖๐ ได้มีคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๓๒/๒๕๖๐ เรื่องการบรรเทาความเสียหายให้แก่ประชาชนในกรณีปลูกสร้างอาคารหรือสิ่งอื่นใดล่วงล ้าลำน ้า ตั้งแต่วันที่ ๔ กรกฎาคม ถึง ๑ กันยายน ๒๕๖๐ ซึ่งตรงนี้เองคำสั่ง คสช. ได้เปิดให้พี่น้อง ประชาชนที่มีสิ่งปลูกสร้างรุกล ้าลำน ้ามาขออนุญาตให้ถูกต้อง ซึ่งในปีนั้นเองก็มีมา ขออนุญาตต่อกรมเจ้าท่า เรื่องสิ่งล่วงล ้าลำน ้าถึง ๘๖,๐๐๐ กว่ารายการ ซึ่งกรมเจ้าท่า ก็ได้อนุญาตไปทั้งหมด ๕๐,๐๐๐ กว่ารายการ โดยเฉพาะพื้นที่ในจังหวัดนครพนม ที่ท่านกล่าวถึงก็มีมาขออนุญาตต่อกรมเจ้าท่า ๒๔๔ ราย ซึ่งกรมเจ้าท่าก็ได้อนุญาตทั้งหมด ต้องกราบเรียนอย่างนี้ว่า ในส่วนที่มาขออนุญาตตรงนี้จะไม่ต้องเสียค่าตอบแทนรายปี ต้องยืนยันกับท่านอีกครั้งหนึ่งครับไม่ว่าจะเป็นกระชังปลา ท่าจอดเทียบเรือ หรือท่าเทียบ เรือประมงสิ่งล่วงลำน ้าทุกประเภทที่มาขออนุญาตกับกรมเจ้าท่า ตรงนี้ไม่มีต้องเสีย ค่าตอบแทนรายปี ผมก็ไม่ทราบว่าข้อมูลที่ว่าใครที่ต้องไปเสียค่าตอบแทนรายปีตรงนี้ ผมก็ต้องขอเป็นข้อมูลไว้ด้วยครับ เพราะไม่แน่ใจว่าเป็นการเรียกเก็บนอกระบบหรือเปล่า หรือในอีกกรณีหนึ่งถ้าท่านไม่ได้มาขออนุญาตนั่นหมายความว่าเป็นสิ่งล่วงล ้าลำน ้า ที่ผิดกฎหมาย ตรงนี้ก็จะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย มันจะมีอยู่ใน ๒ กรณี ๒ ลักษณะ ต้องกราบเรียนว่ากรมเจ้าท่าเราพยายามช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เราทราบว่าหลายคน ที่ทำประมงอยู่มีภาระค่าใช้จ่ายสูง ฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นการยกเว้นค่าตอบแทนรายปี หรือเป็น ลดหย่อนค่าตอบแทน ถ้าสิ่งที่เป็นบ้านพัก ท่าเทียบเรือที่ใช้ขนถ่ายสินค้า ตรงนี้ทางรัฐก็จะ เก็บแค่ตารางเมตรละ ๕ บาท ตรงนี้เราก็ได้มีปรับลดไป ก็ขออนุญาตตอบชี้แจงท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติในคำถามแรกครับ🔗
เชิญ นายแพทย์ประสงค์ครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ถ้าพูดถึงเรื่องกฎหมายกระผมอยากจะกราบเรียนว่า การใช้กฎหมาย ที่ใช้มาโดยไม่ได้คำนึงถึงผู้เสียหายหรือผู้ที่ยากไร้ เป็นการใช้กฎหมายที่รู้สึกว่าจะไม่มี ความเป็นธรรม เหตุที่เกิดที่จังหวัดนครพนมหรือใกล้เคียงนั้น เกิดเพราะการใช้กฎหมายนี้ล่ะ เพราะเหตุผลว่าที่จังหวัดนครพนมมีการทำกระชังปลา โดยทั้งประชาชนทั่วไปที่เป็นการ ประมงพื้นบ้าน กับกระชังปลาที่เกิดจากนายทุนใหญ่ ซึ่งเขามีทุนมาก การกระทำที่ชาวบ้าน นั้นกระทำเพื่อหาเลี้ยงชีพเท่านั้น แต่จากการขออนุญาตรู้สึกจะมีปัญหามีมากมาย การเช่า การเสียค่าเช่าก็แพง ชาวบ้านซึ่งเป็นผู้ยากจนไม่สามรถที่จะทนอันนี้ได้ ก็ต้องไปเข้าเลี้ยงปลา ที่มาจากนายทุนใหญ่ การเลี้ยงปลาจากนายทุนใหญ่เขาก็มีปลามาให้ เป็นปลาที่ทำหมันแล้ว ขยายพันธุ์ไม่ได้ก็ต้องทำกับเขา เขาไม่สามารถที่จะต่อสู้ทำเพื่อบ้านเขาได้เลย ทั้ง ๆ ที่ การประมงเหล่านั้นส่วนใหญ่ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นเรื่องที่หาเช้ากินค ่าเลี้ยงเฉพาะครอบครัว เท่านั้น เพราะฉะนั้นจึงฝากท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่า พูดถึงการใช้กฎหมายนั้น ขอฝากว่าขอให้ใช้ด้วยความมีธรรมาภิบาลด้วย คือไม่ใช่ใช้แต่กฎหมายอย่างเดียวโดย ไม่นึกถึงระบบการปกครองหรือทางหลักรัฐศาสตร์เลย บ้านเมืองก็เดือดร้อน ประชาชน ผู้ทุกข์ยากก็เดือดร้อน ถ้าใช้กฎหมายที่มีความเป็นธรรม มีธรรมาภิบาลแล้ว ชาวบ้าน คงไม่เดือดร้อนอย่างนี้ กระผมจึงกราบเรียนฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่า ช่วยฝากเรื่องนี้ด้วยว่า สำหรับผู้หาเช้ากินค ่าที่เป็นประมงพื้นบ้านนั้นขอได้ช่วยเรื่องนี้ให้แก้ไข ให้ถูกต้องใกล้เคียงกับความเป็นจริงมีธรรมาภิบาลด้วย เพราะการใช้กฎหมายแต่อย่างเดียว นั้นบางทีก็พลาดพลั้ง เพราะเจ้าหน้าที่ของรัฐบางทีก็นึกถึงกฎหมาย กระผมยกตัวอย่าง เหตุเกิดที่จังหวัดนครนายก กฎหมายประมง ก็มีลูกเขาไปขออนุญาตที่จะทำการประมง กระชังเลี้ยงปลานี่ละครับ ๗๒ ราย แต่ปรากฏว่าถูกจับถูกปรับหมด เขาไม่ยอม ประชาชน ฟ้องศาลปกครอง ศาลปกครองเมื่อดูแล้วก็มาตัดสินว่าให้ยกเรื่องเหล่านี้ไป คือพูดง่าย ๆ ประชาชนไม่มีความผิด ที่ไม่มีความผิดเพราะอะไร ไม่ใช่ว่าเขาไม่ผิดกฎหมายครับ แต่การอ่านกฎหมาย การกระทำทางกฎหมายนี้ไม่ได้มองประชาชน มองถึงส่วนตนเป็นใหญ่ คือผลประโยชน์ส่วนตนเท่านั้นเองครับ อันนี้จึงเป็นเรื่องตัวอย่างแห่งหนึ่ง และอีกหลาย ๆ แห่ง แม้กระทั่งที่จังหวัดของผม กระชังปลานั้นขออนุญาตมากเหลือเกิน บางครั้งทำไม่ได้ครับ เจ้าหน้าที่ก็ไปบอกว่า วิว (View) ไม่สวย ให้เลิกเสีย ผมทราบอย่างไรล่ะครับ เพราะกระชังปลานี้เขาต้องไปซื้อ เศษเนื้อเศษอะไรที่ตลาดครับ บางวันตลาดขายไม่ได้ก็ถามว่าทำไมวันนี้ไม่มาซื้อ ปรากฏว่า เขาห้ามเพราะวิว (View) ไม่สวย สิ่งแวดล้อมไม่ดี นี่ละครับเป็นสิ่งที่ผมจะกราบเรียน ท่านประธานที่เคารพว่าการใช้กฎหมายโดยไม่มีธรรมาภิบาล โดยไม่ใช้หลักรัฐศาสตร์ หลักปกครองนั้น เป็นที่เดือดร้อนต่อพี่น้องประชาชนผู้ยากไร้เหลือเกิน กระผมฝากสักนิด ก่อนที่จะถามคำถามว่า ที่หลายแห่ง แม่น ้าเจ้าพระยาก็ตาม แม่น ้าแม่กลอง สิ่งที่ท่องเที่ยว ทั้งหลาย มีการสร้างสิ่งที่ยื่นเข้ามาในแม่น ้า จะเป็นโรงแรมก็ตาม ร้านอาหารก็ตาม บางทีถึง ๕๐๐ เมตรครับ ๑๐๐ เมตรครับ ทำกันได้อย่างไร อนุญาตกันได้อย่างไร มันมีผลเสียหายต่อ แม่น ้าลำคลองเหลือเกิน สิ่งแวดล้อมก็เสีย ถ่ายอุจจาระปัสสาวะลงไป เดินเรือก็ไม่สะดวก นี่ละครับผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคมช่วยอนุเคราะห์ แก้ไขให้คล้าย ๆ กับนายทุนใหญ่ที่ทำมาค้าขายร ่ารวยนั้น ช่วยประชาชนเถอะครับ ประชาชน ชั้นล่างนั้นมีความสำคัญมาก เป็นส่วนใหญ่ของแผ่นดินนะครับ ขอถามว่าแก้ไขอย่างไร ในเมื่อตัวอย่างของแม่น ้าเจ้าพระยามีอย่างนี้ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีอธิรัฐครับ🔗
ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปถึงท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ต่อประเด็นแรกเรื่องกระชังปลา ผมก็ขออนุญาตแนะนำอย่างนี้ก่อนว่า ในจังหวัดนครพนมเองก็มีคนมาขออนุญาตกับเจ้าท่า อย่างถูกต้องตามกฎหมายถึง ๑๘๐ ราย ซึ่งเจ้าท่าเราก็ให้อนุญาตไป แต่ในส่วนที่ไม่ได้ มาขออนุญาตแล้วไปกระทำการผิดกฎหมาย ผมก็เกรงว่าถ้าเจ้าหน้าที่ที่เป็นผู้บังคับใช้ กฎหมายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตัวเจ้าหน้าที่เองก็จะมีความผิด ผมก็เกรงอย่างนั้น ถ้าจะให้ ผมแนะนำก็อยากจะให้ อย่างในรายที่ท่านว่าอาจจะยังไม่ได้อยู่ในระบบ ไม่ได้มาขออนุญาต ให้ถูกต้อง ก็อยากจะให้มาขออนุญาตให้ถูกต้องดีกว่าครับ เพราะว่าถ้าถึงเวลาจะบอกให้ เหมือนละเว้นไม่ดำเนินคดี ตัวเจ้าหน้าที่พนักงานปฏิบัติงานก็จะมีปัญหา ส่วนในเรื่อง สิ่งรุกล ้าลำน ้าในแม่น ้าเจ้าพระยาอะไรต่าง ๆ ต้องกราบเรียนนะครับ ในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมา กรมเจ้าท่าเราได้มีการรื้อถอนไปหลายที่หลายแห่งเลยครับที่ผิดกฎหมาย ไม่ได้ขออนุญาต อย่างถูกต้องตามกฎหมาย หรือขออนุญาตแล้วสร้างไม่ตรงกับแบบ หรือทำให้สิ่งแวดล้อม มีความเสียหาย เราก็ได้ดำเนินการรื้อถอน ก็ต้องกราบเรียนว่ารัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคม เราไม่ได้นิ่งนอนใจกับเรื่องเหล่านี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
เป็นการจบ กระทู้ถามทั่วไปของท่านนายแพทย์ประสงค์🔗
ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีที่ให้คำตอบ ขอขอบคุณมาก🔗
ในข้อต่อไปกระผมขอกราบเรียนเท่านั้น ขอบคุณมากครับที่ทางกระทรวง คมนาคมได้ให้ความสนใจในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ผมขอฝากในเรื่องการปฏิบัติราชการของ ข้าราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงคมนาคม คือกรมเจ้าท่า แล้วก็มีกระทรวงอื่น อีกหลายฝ่ายครับ ในการปฏิบัติราชการบางทีเขามองแต่ประโยชน์ส่วนตน มองแต่ว่าจะได้ เบี้ยทอนบ้างไหม ก็ทำให้พี่น้องประชาชนเดือดร้อน บางครั้งก็เสียหาย กระผมมีตัวอย่าง ที่จะต้องตั้งกระทู้ถามด่วนต่อสภานี้ละครับ ตัวอย่างอย่างไรครับ ตัวอย่างว่าการปฏิบัติ ราชการถ้าคิดถึงประโยชน์ส่วนตน ไม่ได้คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมครับ ผมขอฝากครับ พระปณิธานขององค์สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ที่ท่าน กล่าวว่า ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นที่ ๒ ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นกิจที่ ๑ ลาภ ทรัพย์และเกียรติยศจะตกแก่ตัวท่านเอง ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งอาชีพไว้ให้บริสุทธิ์ ข้าราชการในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งสมัยหนึ่งรัชกาลที่ ๕ พระปิยะมหาราช ท่านมีกำนันผู้ใหญ่บ้านก็เพื่อมาสู่พี่น้องประชาชน ผมฝากอันนี้ละครับ ขอให้ถือประโยชน์ ส่วนตนเป็นที่ ๒ เถอะครับ เอาประโยชน์ประชาชนเป็นที่ ๑ ครับ แล้วท่านก็จะมีโชคลาภ ท่านจะมีความก้าวหน้า เพราะมีธรรมแห่งอาชีพครับ ท่านประธาน ผมฝากอย่างนี้มีเรื่องหนึ่ง ซึ่งผมคิดว่าอนาคตต้องเป็นกระทู้ด่วน ในริมน ้าโขงมันมีเกาะแก่ง🔗
ท่านนายแพทย์ประสงค์ครับ คงต้องตั้งเป็นกระทู้ต่อไป อันนี้จบแล้วละครับ🔗
ท่านประธานครับ ซึ่งย่อ ๆ จะเสียหายเพราะการปฏิบัติของเรา เพราะเราทำให้เกาะแก่งเหล่านั้นจากแผ่นดินงอก กลายเป็นเกาะซึ่งมีอันตรายมาก นี่ก็คือการปฏิบัติราชการครับท่านประธาน ผมขอฝากแค่นี้ ละครับว่า ในการปฏิบัติของข้าราชการไม่ว่าจะเป็นข้าราชการการเมือง ข้าราชการประจำ อะไรก็ตามขอให้ยึดถือสิ่งต่าง ๆ นี้ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
กระทู้ถาม ฉบับต่อไป🔗
๑.๒.๒ กระทู้ถามที่ ๔๖๘ เรื่อง ขอทราบความคืบหน้าโครงการขยายถนน ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๖๔๘ (ทางเลี่ยงเมืองแกลง) และโครงการปรับปรุงขยายถนน ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓ (ถนนสุขุมวิท) ตั้งแต่บริเวณแยกบริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) ตำบลเชิงเนิน อำเภอเมืองระยอง จังหวัดระยอง จนถึงแยกนายายอาม ตำบล นายายอาม อำเภอนายายอาม จังหวัดจันทบุรี (นายบัญญัติ เจตนจันทร์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งท่านได้มอบหมายท่านรัฐมนตรีช่วยอธิรัฐ ท่านอธิรัฐจะอยู่ต่อหรือจะอย่างไรครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานครับ พอดีเนื่องจากว่าผมติดภารกิจช่วงเที่ยงเลยขออนุญาตเลื่อนเป็นสัปดาห์หน้า เดี๋ยวผมจะมาตอบเพิ่มเติม🔗
ท่านมีอีก ๒ ฉบับใช่ไหมครับที่จะขอเลื่อน🔗
ครับ🔗
ของท่าน อัครเดชด้วย🔗
ครับ🔗
สรุปว่า ขอเลื่อนกระทู้ถามวาระที่ ๑.๒.๒ ของท่านนายแพทย์บัญญัติ เจตนาจันทร์ กับ ๑.๒.๔ ของ ท่านอัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ ดังนั้นจะเหลือกระทู้ถามทั่วไปอีกฉบับหนึ่ง🔗
๑.๒.๓ กระทู้ถามที่ ๔๐๕ เรื่อง ความคืบหน้าการพัฒนาเขตพัฒนาพิเศษ ภาคตะวันออก และการแก้ไขปัญหาระบบสาธารณูปโภคของพี่น้องประชาชนในท้องถิ่น (นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
เชิญ ท่านสะถิระ ถามท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านได้มอบหมายท่านรัฐมนตรีสุพัฒนพงษ์ ท่านรองนายกรัฐมนตรีมาตอบแทน เชิญท่านสะถิระครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ก่อนอื่นต้อง กราบขอบพระคุณ แล้วก็ผิดหวังเล็กน้อย ผมนึกว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะมาตอบด้วยตัวท่านเอง แต่ก็ต้องขอบพระคุณที่ท่านได้มอบหมายท่านรองนายกรัฐมนตรีซึ่งดูแลทางด้านเศรษฐกิจ มาตอบในสิ่งที่เป็นโครงการระดับประเทศหรือระดับอาเซียน (ASEAN) ทีนี้เราก็ทราบกันอยู่ แล้วว่าพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งเป็นระยะเวลา ๔ ปี มาแล้ว ความคืบหน้าเป็นอย่างไร เราได้อะไรจากการพัฒนาอีอีซี (EEC) บ้าง ผมขออนุญาต เรียกอีอีซี (EEC) ครับท่านประธาน🔗
เรื่องแรกเลยเราได้มองเพียงแต่ว่าเห็นแต่ตัวเลขการลงทุน รายได้เราได้ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านก็ดี หลักหมื่นล้านก็ดี แต่ทีนี้ความเป็นรูปธรรมที่พี่น้องประชาชนชุมชน ดั้งเดิม ชุมชนที่อยู่ก่อนแล้ว อย่างเช่นอำเภอสัตหีบของผมเขาได้อะไร จังหวัดชลบุรี มี ๑๑ อำเภอ พี่น้องประชาชนที่อยู่ในจังหวัดชลบุรีเขาได้อะไร เม็ดเงินลงทุน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท รายได้ที่คาดหมายว่าจะได้หลักแสนล้าน ตัวเลขเหล่านี้จะไปถึงมือพี่น้องประชาชน ทุกระดับชั้นอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกร พ่อค้า แม่ค้า นักธุรกิจ หรือแม้กระทั่งข้าราชการ ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งที่ผมกังวลตลอด เพราะผมเป็นผู้แทนในพื้นที่ครับ เพราะช่วง การพัฒนาพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก ยกตัวอย่างเช่น ระบบ ขนส่งตอนนี้มีการก่อสร้างทางหลวงเพิ่มเป็น ๘ เลน หรือ ๖ เลน พี่น้องประชาชนที่จะต้อง รองรับไม่ว่าจะเรื่องฝุ่นก็ดี หรือแม้กระทั่งค้าขายบริเวณหน้าปากทางสุขุมวิทก็ดี ค้าขายไม่ได้ เพราะการพัฒนาอีอีซี (EEC) หรือแม้กระทั่งการก่อสร้างที่ยังไม่สัมฤทธิ์ผล สร้างสะพานลอย มาแล้วใช้ไม่ได้ครับท่านประธาน ไหนจะต้องย้ายระบบสายไฟฟ้า ไหนจะต้องย้ายท่อประปา อันนี้คือผลกระทบโดยตรงช่วงระยะเวลาที่อีอีซี (EEC) กำลังพัฒนาครับท่านประธาน แล้วอีกเรื่องหนึ่งฝากไปถึงท่านรองนายกรัฐมนตรีว่าการกระจายรายได้ อันนี้สำคัญที่สุด เราจะทำอย่างไรให้ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือเป็น ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทก็ดี หรือ ๑,๐๐๐ ล้านบาท ก็ดีถึงมือพี่น้องประชาชนทุกระดับชั้น ทั้งนี้ทั้งนั้นครับ เราอยู่ในเมืองอุตสาหกรรม สัตหีบเป็น แอโรโทรโพลิส (Aerotropolis) แน่นอน เรามีนักลงทุน แต่นักลงทุนก็คือธุรกิจที่มีระดับ ร้อยล้าน พันล้าน หมื่นล้าน แต่ประชาชนที่อยู่ดั้งเดิมธุรกิจขนาดเล็ก ขนาดกลาง เขาจะอยู่ อย่างไร รัฐบาลเตรียมความพร้อมให้ความรู้นักลงทุน จะสู้กับนักลงทุนนี้อย่างไร ท่านมี บุคลากรพร้อมที่จะสอนประชาชนกลุ่มนี้ไหม อาชีพเหล่านี้ไหม ธุรกิจนี้ไหมครับ ท่านประธานครับ และอีกสิ่งสำคัญเลยครับ ผลกระทบมีหลายเรื่อง แต่สิ่งที่ผมอยากจะบอก ก็คือระบบสาธารณูปโภค มันเกิดการย้ายถิ่นฐานแน่นอน อีอีซี (EEC) ครับ มีทั้ง อีอีซีไอ (EECi) อีอีซีเอ็มดี (EECmd) อีอีซีเอชดีซี (EEChdc) ผมชอบครับ ผมเข้าใจ แต่ทีนี้เมื่อมีการ ย้ายถิ่นฐาน อีอีซี (EEC) บอกเลยว่าจะต้องมีตำแหน่งรองรับแน่นอน ๔๗๕,๐๐๐ ตำแหน่ง ตัวเลขกลม ๆ ๔๗๕,๐๐๐ ตำแหน่ง มารองรับมากับครอบครัว คูณ ๓ เป็นล้านกว่าคน ผมถามว่า คำถามแรกเลยครับ เมื่อมีการย้ายถิ่นฐานเหล่านี้พี่น้องประชาชนมีการจ้างงาน ทั้งจังหวัดชลบุรี ฉะเชิงเทรา แล้วก็ระยอง พี่น้องประชาชนต้องย้ายกลับย้ายเข้ามาอยู่ที่ เหล่านี้หลักล้านคน ระบบสาธารณูปโภคท่านพร้อมหรือยัง ทุกวันนี้สัตหีบไฟยังตกอยู่เลยครับ บางบ้านไฟยังเข้าไม่ถึง ประปาก็ยังไม่มี ถ้ายิ่งพื้นที่สูงนี่น ้าประปาก็ยังส่งถึงไปไม่ได้ แล้วที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง ก็คือรถไฟฟ้าความเร็วสูงมีครับ แต่สถานีวิ่งข้ามผ่านหัวสัตหีบ บางละมุงไปเลย แต่ถามว่าระบบสาธารณะขนส่งภายใน รถอีวี (EV) โมโนเรล (Monorail) ก็ดี คำถามครับ โครงการพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก รัฐบาลมีแนวทางรองรับการขยายตัวของ จำนวนประชากรในจังหวัดชลบุรีอย่างไร โดยเฉพาะเรื่องไฟฟ้าและประปา รวมถึงการขนส่ง สาธารณะ เรามีรถรางไหม เราจะมีรถเมล์ไหม เราจะมีรถอีวี (EV) ไหม และควบคู่ไปกับ รถสองแถวและรถจักรยานยนต์ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
เชิญ ท่านรองนายกสุพัฒน์พงษ์ตอบชี้แจงครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สุพัฒน์พงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้มาชี้แจงตอบ กระทู้ถามความคืบหน้าการพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก การแก้ไขระบบสาธารณูปโภคของ พี่น้องในท้องถิ่น ต่อข้อกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านสะถิระ เผือกประพันธุ์ ต่อคำถามที่ ๑ ในเรื่องของโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก รัฐบาลมีแนวโน้ม มีแนวทางในการรองรับการขยายตัวประชากรในพื้นที่จังหวัดชลบุรีเพิ่มขึ้นไว้อย่างไร การให้ ระบบสาธารณูปโภค ประปา ไฟฟ้า การขนส่งสาธารณะเป็นอย่างไร ต้องเรียนเท้าความ สักนิดหนึ่งว่า โครงการอีอีซี (EEC) โดยย่อ เป็นการพัฒนาต้นแบบเชิงพื้นที่อย่างสมบูรณ์แบบ ยกระดับทั้งเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อมในเขต ๓ จังหวัด ซึ่งรวมชลบุรีอยู่ด้วย มีชลบุรี ฉะเชิงเทรา ระยอง มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมเป้าหมายพัฒนาเมืองควบคู่ จำเป็นจะต้องมีการขยายเมืองและมีประชากรมากขึ้น จึงจำเป็นจะต้องมีการวางแผนแล้วก็ เตรียมรองรับไว้อย่างเป็นระบบ ผังเมืองก็ให้ความสำคัญกับการพัฒนาควบคู่กับการอนุรักษ์ ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมแบ่งโซนที่ดินอย่างเป็นสัดส่วน มีพื้นที่รองรับอุตสาหกรรม พื้นที่ อยู่อาศัย ปรับพื้นที่เมืองชนบทให้เป็นทันสมัย รักษาผืนป่าเกษตรกรรม ทั้งหมดนี้ก็จะ ครอบคลุมทุกมิติ โดยเชื่อมโยงระบบขนส่งคมนาคมให้ดีที่สุดไร้รอยต่อ เป็นการต่อยอดจาก โครงการพัฒนาพื้นที่ฝั่งทะเลภาคตะวันออกเดิมที่ได้ทำไว้ในส่วนนี้ ซึ่งสำหรับจังหวัดชลบุรีเอง ซึ่งท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติได้พูดถึง อันนี้ต้องเรียนตรง ๆ ว่าทางชลบุรีทางอีอีซี (EEC) เรามีเป้าหมายยกระดับให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงคุณภาพและการศึกษา เป็นศูนย์กลางทางการเงิน การวิจัย พัฒนาอุตสาหกรรม การผลิตสมัยใหม่ เมืองท่าที่ทันสมัย ธุรกิจการบินและโลจิสติกส์ (Logistics) เชื่อมโยง และคำนึงถึงการขยายตัวของประชากร คำนึงถึงว่าประชากรในปัจจุบันนี้ที่จังหวัดชลบุรีมีอยู่ประมาณ ๑ ล้านกว่าคน คาดว่า ในอีกประมาณสัก ๑๐ ปี ตามแผนของอีอีซี (EEC) จะมีเพิ่มขึ้นอย่างน้อยเท่าตัว คือประมาณ ๓ ล้าน ดังนั้นเองในเรื่องของระบบสาธารณูปโภค โดยเฉพาะไฟฟ้าเราได้ประมาณการเพิ่มขึ้น จาก ๔,๐๐๐ กว่าเมกะวัตต์ จะขึ้นเป็นประมาณสัก ๑๒,๐๐๐ เมกะวัตต์ แต่เพื่อให้ เกิดความมั่นใจอย่างที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้เป็นห่วงว่าวันนี้เองยังมีไฟดับอยู่บ้าง ทางสำนักงานอีอีซี (EEC) เองก็ได้กำหนดเป้าหมายว่าให้มีแหล่งการผลิตอยู่ในเขตของอีอีซี (EEC) อย่างน้อย ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางพลังงานในเขตอีอีซี (EEC) และ เพื่อพี่น้องประชาชนจะได้มีความมั่นใจว่าจะมีไฟฟ้าใช้อย่างต่อเนื่อง มีเสถียรภาพ หากมี การย้ายถิ่นฐานกันเข้ามา มีจำนวนประชากรที่สูงขึ้น มีการขยายของอุตสาหกรรมมากขึ้น🔗
ในส่วนของไฟฟ้านี้ก็อย่างที่ผมเรียน ๓๐ เปอร์เซ็นต์นี้เราจะกำหนดให้มี การผลิตอยู่ในเขตของอีอีซี (EEC) และยังคำนึงต่อด้วยว่าสำหรับสังคมเมือง แน่นอนสิ่งที่จะ ตามมาก็คือเรื่องของขยะ เรื่องของขยะก็มีการกำหนดแนวทางว่าในแต่ละจังหวัดเองจำเป็น จะต้องมีการพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานสะอาด และนอกเหนือจากนั้นเองก็มีโรงไฟฟ้าจากขยะ เพิ่มเติมให้อีก ๒ แห่งในจังหวัดชลบุรี คาดว่าจะผลิตไฟฟ้าได้ถึง ๔๐ เมกะวัตต์ ในส่วนนี้ ก็เชื่อได้ว่าก็จะมีไฟฟ้าเพียงพอสำหรับในเขตจังหวัดชลบุรีและอีอีซี (EEC) ในระยะเวลา ๑๕ ปีจากนี้เป็นต้นไป เพราะได้ประเมินการไว้แล้วว่าน่าจะมีการใช้ไฟฟ้าสูงขึ้นถึงเกือบ ๒ เท่า อันนี้โดยสังเขป ส่วนเรื่องของประปานี้เช่นเดียวกัน ประปานี้เราก็เชื่อว่าจะมีการใช้น ้า ในจังหวัดชลบุรีสูงถึง ๗๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งได้มีการเตรียมน ้าดิบจากทุกแหล่ง ทั้งอ่างเก็บน ้าบางพระ หนองค้อ แม่น ้าบางปะกง เชื่อมโยงกับประแส แล้วก็บางปะกง แล้วก็ มีระบบส่งท่อน ้าดิบจากอ่างอื่น ๆ ในเขตทั้งบางปะกง ระยอง แล้วก็ชลบุรี และนอกจาก นั้นเองเป็นที่น่าดีใจ ทางอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีเองก็มีศักยภาพ ตอนนี้เราก็ดูอยู่ว่า มีศักยภาพที่จะมีพื้นที่ที่จะทำแหล่งน ้าบาดาลขนาดใหญ่ อันนี้กำลังอยู่ในการศึกษาอยู่ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจะมีน ้าดิบเพื่อผลิตน ้าประปาได้อย่างเพียงพอ โครงการบูรณาการ ก็เตรียมไว้ใน ๓ ปีจากนี้ ถึงปี ๒๕๖๕ มีถึง ๑๔ โครงการ เตรียมเงินไว้ ๒,๐๐๐ ล้านบาท โดยประมาณ ๑,๙๘๖ โดยจะมีการผลิตน ้าประปาเพิ่มขึ้นถึง ๒ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน แล้วก็ในจังหวัดชลบุรีด้วยนะครับ ในพื้นที่ที่ขยายให้มีมากขึ้น โดยจะยึดโยงกับสาขาหลัก ๆ คือบ้านบึง พนัสนิคม ศรีราชา แหลมฉบัง และพัทยา ซึ่งก็จะเป็นการผลิตประปาขนาดใหญ่ ตรงนี้ก็จะให้ความมั่นใจว่าจะมีในส่วนของประปาเพียงพอ ด้านขนส่งสาธารณะ สนข. ต้อง เรียนก่อนนะครับ โครงการอีอีซี (EEC) เป็นโครงการที่บูรณาการจากหลาย ๆ หน่วยงาน เมื่อสักครู่นี้ที่ผมพูดถึงไฟฟ้าก็เป็นเรื่องของพลังงาน เป็นเรื่องการไฟฟ้าภูมิภาคของ กระทรวงมหาดไทย ในเรื่องของประปาก็เป็นเรื่องของการประปาส่วนภูมิภาค ในเรื่องของ การขนส่ง สนข. เองก็ได้มีการวางแผน ในส่วนของอีอีซี (EEC) โดยเฉพาะในเขตของชลบุรี จะมีการนำร่องโครงการขนส่งสาธารณะศรีราชา ต่อเชื่อมกับสถานีรถไฟฟ้าความเร็วสูง ศรีราชา-ปลวกแดง แล้วก็จะมีรถอีวี บัส (EV Bus) รถไฟฟ้าล้อยาง ซึ่งตรงนี้ก็ได้มีการเริ่มทดลองแล้วในเรื่องของรถไฟฟ้าที่พัทยา แล้วก็มีการศึกษาที่จะทำ รถรางไฟฟ้าจากทางในเมืองพัทยาเพิ่มขึ้นอีกด้วย ส่วนเรื่องกรมทางหลวงอันนี้ก็อย่างที่เรียน การขยายถนนเป็น ๘ ช่องจราจร แต่ก็ต้องเรียนเลยว่าการก่อสร้างมันก็อาจจะมีอุปสรรค อยู่บ้างในช่วงการก่อสร้างอาจจะเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่อยู่ข้างทางอยู่บ้าง ตรงนี้เองเป็นประเด็นที่เดี๋ยวผมรับไปที่ทางท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้พูดถึงในส่วนนี้ และทันทีที่ถนน แล้วก็สิ่งปลูกสร้างเหล่านี้แล้วเสร็จผมเชื่อได้ว่าก็น่าจะเป็นประโยชน์กับทาง จังหวัดชลบุรีและจังหวัดอื่น ๆ ในอีอีซี (EEC) แล้วก็เพื่อให้เกิดการเห็นภาพหลายท่านอาจจะ บอกว่าแผนงานมันยาวเหลือเกิน พูดถึง ๆ ๑๕ ปี ผมเองก็ในการกำหนดเป้าหมายหรือ ตัวชี้วัดของปีงบประมาณ ๒๕๖๕ อันนี้ก็มาให้ข้อมูลกับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ในเรื่องของ การขนส่ง ชลบุรีก็จะมีการก่อสร้างสะพานตรงมาบเอียงเส้น ๓๔๔ หนองปรือก็จะมีการขยาย พื้นที่เพื่อที่จะลดปัญหาการจราจรแออัดที่จะเข้าสู่ท่าเรือแหลมฉบัง และในส่วน สาธารณูปโภค จังหวัดชลบุรีเราจะมีการก่อสร้างสถานีสูบน ้าและวางท่อน ้าดิบ แล้วก็ การก่อสร้างขยายการประปาภูมิภาคสาขาชลบุรี-พนัสนิคม แล้วก็ทางอำเภอเกาะจันทร์เพิ่ม อีก ๑ แห่ง อันนี้ก็คือเป้าหมายในปี ๒๕๖๕ แล้วก็ในส่วนที่สำคัญ ๆ ที่อยากจะเรียนให้ทาง ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าให้เกิดความมั่นใจว่าแผนงานทั้งหมดเป็นแผนงานระยะยาว มองจนถึงปี ๒๕๘๐ คือ ๑๕ ปีจากนี้ โดยประมาณก็คือจะมีประชากรเพิ่มขึ้น ๒ เท่า การบริโภคการใช้ไม่ว่าจะเป็นไฟฟ้า น ้า น ้าประปา และระบบขนส่งทั้งหลาย ก็จะสร้าง อำนวยความสะดวกให้เพียงพอก็จะมีปริมาณเพิ่มขึ้น ๒ เท่าเป็นอย่างน้อยเช่นเดียวกัน ระหว่างที่ดำเนินการก่อสร้างอาจจะมีอุปสรรคอยู่บ้าง ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะของ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในประเด็นผลกระทบที่เกิดกับประชาชนที่ได้รับผลกระทบระหว่างที่ อยู่การก่อสร้างตรงนั้น ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติสามารถส่งขึ้นมาได้หรือ ยื่นไปที่สำนักงานอีอีซี (EEC) ได้ ตรงนี้ผมจะติดตามให้เกิดความมั่นใจว่า พี่น้องประชาชน ที่จะได้รับผลกระทบในสิ่งเหล่านี้จะได้รับการแก้ไขและเยียวยาอย่างทันท่วงทีครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านสะถิระ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี กราบขอบคุณท่านประธานผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ สำหรับการตอบคำถาม ก็เป็นที่น่ายินดีครับว่า ในอนาคตเราก็จะมีไฟฟ้า ประปารองรับให้กับพี่น้องประชาชน ที่ย้ายถิ่นฐานมาอยู่ทั้ง ๓ จังหวัดในอีอีซี (EEC) แต่สิ่งที่ผมกำลังเป็นกังวลก็คือระหว่าง นโยบายกับขั้นตอนปฏิบัติงานมันแตกต่างนะครับ ผมฝากท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรองนายกรัฐมนตรีด้วยว่าข้าราชการบุคลากรทุกคนต้องให้ความสำคัญกับพี่น้อง ประชาชน พี่น้องประชาชนข้างทางไม่ได้รับการเยียวยา สร้างถนน ๓ ปีขายของไม่ได้ ผมเชื่อมั่นว่าเขาขาดรายได้แน่นอน ประสบปัญหาขาดทุน ตรงนี้ฝากท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรองนายกรัฐมนตรีด้วยครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่ง ท่านประธานทราบไหมครับ สัตหีบเป็นอำเภอเดียวในประเทศไทย ที่ไม่ใช้ไฟฟ้าภูมิภาค เป็นกิจการสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ ผมจะไม่บอกว่าคนเป็นอะไร ที่ไหน แต่ผมกำลังจะบอกว่าการพัฒนาศักยภาพ นี่คือจุดเล็ก ๆ ที่รัฐต้องรู้ว่าอำเภอ แต่ละอำเภอ จังหวัดชลบุรีมีหน่วยงานไหนบ้าง เพราะฉะนั้นถ้าท่านจะลงทุนให้ภูมิภาค ท่านก็ต้องเพิ่มศักยภาพให้กิจการไฟฟ้าสัมปทานกองทัพเรือ แต่ถ้าเขาไม่ไหวอันนั้นเราก็ต้อง ไปคุยกันอีกที เพราะทุกวันนี้การเสริมศักยภาพ สายไฟก็ดี หรือแม้กระทั่งสัตหีบ เป็นเมืองท่องเที่ยวด้วยนะครับ ควรไหมจะต้องเอาสายไฟฟ้าลงดิน เรามีชายหาด เรามีทะเล ควรไหมถ้าเราส่งเสริมการท่องเที่ยว ท่านประธานครับ ส่วนเรื่องประปาอย่างที่ผมบอกอนาคตที่มีหลายที่ที่สร้างโรงเก็บน ้าดิบ หรือว่าสร้างแหล่งเก็บน ้าใหม่ แต่ระหว่างนั้นฝากท่านประธานผ่านไปรองนายกรัฐมนตรี ด้วยว่าขั้นตอนระหว่างนั้นสำคัญไม่แพ้กัน สัตหีบเมื่อปี ๒๕๖๒ เคยครับ ประชาชนพี่น้องของผม ชาวบ้านของผมตื่นมารองน ้าตอนตี ๒ รองน ้าตอนตี ๔ อันนี้นำเรียนท่านประธานเลยนะครับ ถ้าอยู่ในภาวะภัยแล้ง🔗
และอีกเรื่องหนึ่ง ท่านประธานครับ อย่างที่ผมบอกที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีบอก ท่านประธานครับ จำนวนพี่น้องประชาชน ประชากรที่ ๓ จังหวัดอีอีซี (EEC) และโดยเฉพาะ จังหวัดชลบุรีเพิ่มขึ้น ๒-๓ เท่าแน่นอน ทีนี้เกิดอะไร และโดยเฉพาะสภาวะโควิด (COVID) เช่นนี้ สถานพยาบาล ความหนาแน่นของจำนวนประชากร สถานพยาบาลที่จะรองรับ พี่น้องประชาชนที่จะมาดูแล ที่จะเข้ามาอยู่ในจังหวัดชลบุรี ท่านพร้อมหรือยังท่านประธานครับ ทุกวันนี้โรงพยาบาลชลบุรี บุคลากรทางการแพทย์ยังไม่พอเลยครับ โรงพยาบาลสัตหีบ กม. ๑๐ พยาบาลยังไม่พอเลยครับ นี่ขอไป ๑๓ อัตรา ๓ ปีแล้วยังไม่ได้ แต่จำนวนประชากรเรา เพิ่มมากขึ้น อันนี้คือแค่บุคลากรทางการแพทย์ ทีนี้สถานพยาบาล ถ้าท่านประธานไปที่ โรงพยาบาลชลบุรี หรือว่าโรงพยาบาลบางละมุง บางครั้งผู้ป่วยต้องเอาเตียงมานอนหน้าลิฟต์ ใช่ครับเรามีอีอีซีเอ็มดี (EECmd) เพื่อรองรับภาพลักษณ์พันธุกรรมหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ท่านอย่าลืมสุขภาพความปลอดภัยในชีวิตของพี่น้องประชาชนที่ได้รับการรักษา ที่เขาจะต้องย้ายมาอยู่นี่หรืออยู่ก่อนแล้ว ท่านเตรียมหรือยัง ท่านขยายหรือยัง ท่านมีบุคลากรพร้อมหรือยัง ประชากรเพิ่มอีก ๔ ล้านคน สมมตินะครับ แพทย์ยังไม่มีเลย พยาบาลยังไม่มีเลย สถานที่รักษายังไม่มีเลย รพ.สต. ท่านจะส่งเสริมเขาไหม ตรงนี้ฝาก ท่านประธานผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีเป็นคำถามด้วยว่า ท่านมีแผนอย่างไรทั้งระยะสั้น ระยะยาว เกี่ยวกับสถานพยาบาลในจังหวัดชลบุรี ขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านรองนายกรัฐมนตรีสุพัฒน์พงษ์ครับ🔗
ขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เป็นคำถามที่ผมถือว่าเป็นคำถามสำคัญต่อ การพัฒนาอีอีซี (EEC) เป็นคำถามที่เกี่ยวข้องกับความหนาแน่นของผู้รับบริการหรือผู้ป่วย ในโรงพยาบาลจังหวัดชลบุรีที่มีมากขึ้น แนวทางต่าง ๆ จะเป็นอย่างไรบ้าง ผมเองก็ไป ตรวจสอบข้อมูลแล้วก็สอดคล้องกัน จังหวัดชลบุรีมีโรงพยาบาลทุกสังกัดรวมกัน ๓๙ แห่ง มีจำนวนเตียง ๑ เตียง ต่อประชากร ๑,๓๕๐ คน ในขณะที่มีแพทย์ ๑ คนต่อประชากรเกือบ ๒,๘๐๐ คน น้อยกว่าค่าเฉลี่ยของเขตสุขภาพที่ ๖ โดยมีโรงพยาบาลชลบุรีเป็นโรงพยาบาลศูนย์ จำนวนเตียง ๘๕๐ เตียง มีบริการผู้ป่วยมากกว่า ๓,๕๐๐ รายต่อวัน อัตราครองเตียงสูงถึง ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ต้องยอมรับครับ ข้อมูลท่านเห็นด้วยครับว่า ถือว่าอยู่ในระดับที่แออัด จึงจำเป็นจะต้องมีการวางแผนแก้ไข ก็สอบถามว่าวางแผนแก้ไขไว้อย่างไร เรื่องนี้เอง กระทรวงสาธารณสุขได้วางแผนการแก้ไขความหนาแน่นของจำนวนของผู้รับบริการ และผู้ป่วยที่เพิ่มขึ้นระยะสั้น ระยะยาว โดยมุ่งเน้นถึงการรักษาฉุกเฉินครบวงจร เนื่องจาก จังหวัดชลบุรีมีอัตราผู้ป่วยและเสียชีวิตสูงมาก เนื่องจากพฤติกรรมของสังคมเมืองและ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้ประชาชนมีการบาดเจ็บ เจ็บป่วยเฉียบพลัน ผู้ป่วยจำเป็นต้อง ได้รับการรักษาอย่างเร่งด่วน จำเป็นจะต้องมีการขนส่งอย่างทันการณ์เพื่อลดความเสี่ยง เรื่องพิการและเสียชีวิต จึงให้ความสำคัญกับระบบการแพทย์ฉุกเฉิน และระบบการส่งต่อของ โรงพยาบาลที่เรียกว่าสมาร์ต อีเมอร์เจนซี แคร์ (Smart Emergency Care) ให้ได้มาตรฐาน มีเครื่องมือที่ทันสมัย ในระยะสั้นสำนักงานอีอีซี (EEC) ได้ร่วมกับทางกระทรวงสาธารณสุข และผลักดันให้โรงพยาบาลชลบุรีได้มีการก่อสร้างอาคารอุบัติเหตุและฉุกเฉิน เป็นอาคาร คอนกรีตเสริมเหล็ก ๑๔ ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยกว่า ๑๕,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ซึ่งก็จะรองรับกับผู้ใช้บริการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพในเบื้องต้น ในระยะยาวจะมี การพัฒนาโครงการแพทย์เครือข่ายทั้งเครือในพื้นที่อีอีซี (EEC) ทั้ง ๓ จังหวัด เพื่อส่งเสริมให้ มีบุคลากรที่เชี่ยวชาญสูงร่วมกันและทำงานเป็นเครือข่าย รวมทั้งใช้ระบบแพทย์ฉุกเฉินไทย ในอีอีซี (EEC) เพื่อยกระดับแพทย์ฉุกเฉินให้เป็นแซนด์บ็อกซ์ (Sand box) ของประเทศ มีหลาย ๆ บทบาท จะมีตั้งแต่เรื่องของการพัฒนาคอลเซนเตอร์ (Call Center) และ เฮลิคอปเตอร์ (Helicopter) ดิสแพตเชอร์ เซนเตอร์ (Dispatcher center) มีการส่งตัว โดยใช้ระบบทางอากาศ มีการส่งตัวจากจุดเกิดเหตุ แม้กระทั่งบนบกและในทะเล และมีการ อภิบาลพัฒนา แต่ที่สำคัญก็คือเรากำหนดให้โรงพยาบาลชลบุรีเป็นศูนย์รับต่อการแพทย์ ฉุกเฉินตามแผนการพัฒนาฉุกเฉินไทยในเขตภาคตะวันออก หรือเขตอีอีซี (EEC) นี่ก็คือ แผนระยะยาว และอีกเช่นกันในเบื้องต้นในตัวชี้วัดของปี ๒๕๖๕ สำหรับศูนย์การแพทย์ ครบวงจร นอกจากเรื่องของการให้งบประมาณในการที่จะก่อสร้างหรือขยายศูนย์ดูแล อุบัติเหตุและฉุกเฉิน ๑๕ ชั้น อย่างที่ผมได้เรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติไป เราก็มีการขยายผล ให้โรงพยาบาลชลบุรีเป็นศูนย์โรคเฉพาะทางครบทุกสาขา และรับส่งต่อไปยัง โรงพยาบาลศิริราชปิยมหาการุณย์ บำราศนราดูร ๒ และศูนย์การแพทย์ศึกษาร่วมกับจุฬา แล้วก็อย่างที่ผมเรียนย ้าว่าจะเน้นเรื่องของการให้บริการแพทย์ฉุกเฉินโดยจะสร้าง ความร่วมมือกับทางโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา ของสภากาชาดไทย จังหวัดชลบุรี ให้เป็นต้นแบบของการพัฒนายกระดับแพทย์ฉุกเฉิน นอกจากนั้นตรงนี้เอง ในเรื่องของการพัฒนาศูนย์บริการสุขภาพนานาชาติ ตรงนี้ก็จะใกล้เคียงของท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ เมืองการบิน จะมีการออกแบบอาคารศูนย์บริการสุขภาพนานาชาติ โดยเจ้าภาพคือโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ จังหวัดชลบุรี และนอกจากนั้นเองก็ยังมี ศูนย์ต้นแบบนวัตกรรมสาธารณสุขอีก ๑ แห่ง เป็นการพัฒนาโรงพยาบาลธรรมศาสตร์ ศูนย์พัทยา จังหวัดชลบุรี ให้เป็นต้นแบบของดิจิทัล ฮอสพิทัล (Digital Hospital) ในการที่ จะเป็นศูนย์การรักษาแพทย์แบบทางไกล ตรงนี้ก็อยากจะเรียนให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่า ทั้งแผนระยะสั้น งบประมาณที่ได้ให้ไปเพื่อที่จะรองรับอุบัติเหตุและฉุกเฉิน ทั้งแผนระยะยาว ที่จะกำหนดให้ชลบุรีเป็นศูนย์การแพทย์ฉุกเฉินต้นแบบ เชื่อมโยงกับโรงพยาบาลขนาดใหญ่ รวมทั้งมีการพัฒนาจุดอื่น ๆ ที่จะเป็นจุดสำคัญที่จะเกิดขึ้นในจังหวัดชลบุรีให้มีศูนย์นวัตกรรม ศูนย์สุขภาพเกิดขึ้น ตรงนี้ก็อยู่ในแผนการ แต่แน่นอนข้อเท็จจริงที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้กล่าวมาว่า วันนี้โรงพยาบาลหรือผู้ป่วยหรือผู้เข้ารับการบริการในโรงพยาบาล ในเขตจังหวัดชลบุรี ถามว่าแออัดไหม จากข้อมูลที่ผมได้ไปตรวจสอบก็ตรงกัน แออัด จึงจำเป็นจะต้องมีการเร่งงบประมาณในปี ๒๕๖๕ ให้มีการขยายอาคารรองรับที่ได้กล่าวมา ที่จังหวัดชลบุรี และถ้าจะต้องติดตามให้มั่นใจได้ว่ามาตรฐานการดูแลจำนวนเตียง จำนวนแพทย์ จำนวนบุคลากรต่อผู้ป่วยจะต้องเข้าสู่มาตรฐานไม่ได้ด้อยไปกว่าเขตสุขภาพที่ ๖ ที่เป็น ค่าเฉลี่ย ก็จะติดตามดูให้อย่างใกล้ชิดเพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าจังหวัดชลบุรีก็จะมีการดูแล ทางสาธารณสุข และผมเชื่อว่ากระทรวงสาธารณสุขก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นพิเศษอยู่แล้ว วันนี้ก็ขอบคุณครับ🔗
ท่านครบ ๒ ครั้งแล้วกระมังครับ🔗
จริง ๆ มีอีกคำถามหนึ่ง แต่ไม่เป็น อะไรครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ อีกคำถามหนึ่งผมเตรียมไว้ในเรื่องของกราบเรียน ท่านประธานฝากไปทางท่านรองนายกรัฐมนตรีด้วยว่าเรื่องสถานศึกษาก็สำคัญ เพราะผม ทราบมาและเจอปัญหาด้วยตัวเองครับ ระดับมัธยมก็ดี ระดับประถมก็ดี หรือแม้กระทั่ง ระดับอุดมศึกษา เพราะตอนนี้จำนวนเยาวชนเราเมื่อมีการย้ายถิ่นฐานก็เช่นกัน โรงเรียน ระดับมัธยม หรือระดับประถม หรือระดับอุดมศึกษา มหาวิทยาลัย ก็อาจจะมีไม่เพียงพอ ในการรองรับ ก็ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีด้วย ก่อนอื่นต้องกราบ ขอบพระคุณที่ให้โรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์เป็นศูนย์การแพทย์นานาชาติ ในอำเภอสัตหีบของผม แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ว่าจะเป็นโครงการอะไรที่เกี่ยวกับด้านสาธารณสุข การให้ความสำคัญกับพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ อันนี้สำคัญไม่แพ้กัน เราจะมองเรื่องของ ภาพลักษณ์อย่างเดียวอันนี้ไม่ได้ เพราะคือชีวิต คือสุขภาพของพี่น้องไทย ต่อให้เป็นสถานที่ไหนก็ดี จรรยาบรรณของโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาลทุกที่ต้องพร้อมรองรับประชาชน อันนี้คือ สิ่งสำคัญที่สุดและสถาบันที่เกี่ยวกับการแพทย์ฉุกเฉิน อันนี้ผมเห็นด้วย เพราะเราจะเป็นเมือง ท่องเที่ยวด้วย เป็นเมืองธุรกิจด้วย อย่างน้อยที่สุดนอกจากประชาชนในพื้นที่แล้ว จะต้องมี ประชากรที่มาทำธุรกิจหรือมาท่องเที่ยวอีกหลายล้านคน ตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญมาก วันนี้ผม ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธาน กับขอบพระคุณท่านรองนายกรัฐมนตรีที่วันนี้ให้โอกาส ผมได้ถามกระทู้แล้วไปมอบให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบว่าชลบุรีเราจะมีอะไร และเรื่องที่สำคัญที่สุดครับท่านประธาน การพัฒนาประเทศที่ดีที่สุดคือพี่น้องประชาชน ได้รับผลกระทบน้อยที่สุดครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านมีอะไร เพิ่มเติมหรือไม่ครับ🔗
ผมต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก็ต้องขอบคุณ สำหรับข้อมูลพื้นที่ ข้อสังเกต ข้อเสนอแนะจากท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจากพื้นที่ ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่ที่ดี เป็นสิ่งที่จะเป็นประโยชน์ให้กับรัฐบาล เป็นประโยชน์ให้กับกระทรวง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เราก็จะรับไปปฏิบัติและไปติดตามว่าผู้ที่รับผิดชอบเขาจะต้อง ดำเนินการ ความสำคัญตรงกันว่าพี่น้องประชาชนหากได้รับผลกระทบ หรือยังได้รับการดูแล อย่างไม่ทั่วถึง ก็มีความจำเป็นจะต้องไปเร่งรัดและดำเนินการให้ทั่วถึงและให้มีผลสัมฤทธิ์ ให้ได้🔗
ในส่วนเรื่องของการศึกษาผมกล่าวสั้น ๆ นิดหนึ่งให้เกิดความมั่นใจว่า ทางสำนักงานอีอีซี (EEC) ร่วมกับหน่วยงานทางการศึกษาของรัฐบาลทุกกระทรวง ทบวง กรม ก็ให้ความสำคัญเรื่องนี้ และให้ความมั่นใจได้ว่าน้อง ๆ นักศึกษารุ่นใหม่ที่อยู่ในเขตของพื้นที่ อีอีซี (EEC) จะได้รับโอกาส ได้รับการศึกษาที่จะเหมาะสมกับการพัฒนาภายใต้นโยบายของ อีอีซี (EEC) และเมื่อจบมาแล้วเขาก็จะมีความรู้ ความสามารถ จบมาแล้วก็จะมีงานทำ จบมาแล้วก็จะได้ทำงานอย่างมีคุณภาพ ตรงนี้ก็คือเป้าหมายที่รัฐบาลตั้งใจไว้ และเราเชื่อว่า คนรุ่นใหม่คืออนาคตของประเทศไทย ก็จะพยายามทำตรงนี้ ให้ความสำคัญในส่วนนี้ ไม่ได้ด้อยไปกว่าเรื่องอื่น ๆ เลย ขอบคุณครับ🔗
เป็นการจบ กระทู้ถามของท่านสะถิระ ส่วนอีก ๒ กระทู้ที่เหลือตามที่ได้แจ้งในที่ประชุมเลื่อนไปถามตอบ ในสัปดาห์ต่อไป เป็นการจบกระทู้ถามทั่วไปแล้ว ทั้ง ๔ ฉบับ🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
ที่ประชุมครับ ต่อไป🔗
ระเบียบวาระที่ ๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ของเรานี่เป็นกระทู้ถาม แยกเฉพาะ ส่วนกระทู้ถามสดด้วยวาจาก็ถามกันในห้องประชุมใหญ่ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมขอเรียนที่ประชุมทราบว่า เพื่อประโยชน์ในการถามและตอบกระทู้ถามของผู้ตั้งกระทู้ถาม และของท่านรัฐมนตรีผมขอสลับลำดับการถามตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะเป็นดังนี้🔗
ลำดับที่ ๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๕๔ ของท่าน ส.ส. นพพล เหลืองทองนารา🔗
ลำดับที่ ๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๕๕ ของท่าน ส.ส. รังสรรค์ มณีรัตน์🔗
ลำดับที่ ๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๕๗ ของท่าน ส.ส. นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์🔗
ลำดับที่ ๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๔๗ ของท่าน ส.ส. สะถิระ เผือกประพันธุ์🔗
ลำดับที่ ๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๕๖ ของ นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช🔗
ลำดับที่ ๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๕๘ ของท่าน ส.ส. เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร🔗
วันนี้ท่านประธานได้บรรจุทั้งหมด ๖ กระทู้ ผู้ตั้งกระทู้ถามไม่ขัดข้องนะครับ🔗
ถ้าไม่ขัดข้อง🔗
ต่อไปเป็นระเบียบวาระที่ ๑.๓.๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๕๔ เรื่อง มาตรการทางกฎหมายต่อผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับการผลิต นำเข้า หรือจำหน่าย เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของพลาสติกไมโครบีดส์อย่างเป็นรูปธรรม (นายนพพล เหลืองทองนารา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วย สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีพิจารณา แล้วมีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ตอบกระทู้ถามเรื่องนี้แทน แต่เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขติดภารกิจ จึงได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงสาธารณสุข คือท่านสาธิต ปิตุเตชะ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือ นางสุภาวดี ธีระวัฒน์สกุล ผู้อำนวยการกองควบคุมเครื่องสำอางและวัตถุอันตราย สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา แต่ได้รับการประสานจากผู้ตั้งกระทู้ถาม คือท่านนพพล เหลืองทองนารา ว่าไม่สามารถเดินทาง มาถามกระทู้ถามดังกล่าวในวันนี้ได้ ดังนั้น จึงเป็นกรณีที่ผู้ตั้งกระทู้ถามไม่อยู่ในที่ประชุม มีผลให้กระทู้ถามเรื่องดังกล่าวตกไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๕ (๑) ผู้ตั้งกระทู้ถาม ไม่อยู่ในที่ประชุมก็ถือว่าตามข้อบังคับ ข้อ ๑๕๕ (๑) ถือว่าตกไป ท่านรัฐมนตรีก็ขออภัย ท่านด้วยที่ทำให้ท่านเดินทางมาเสียเวลา แต่ว่าท่านก็คงจะได้เจอกับพวกเราอยู่ในโอกาส ต่อ ๆ ไป ต้องขอขอบคุณท่าน🔗
ผมขออนุญาตท่านประธานว่ากรณีนี้ผมได้โทรศัพท์หารือกับผู้ตั้งกระทู้ถามแล้วก็ตอบคำถาม บังเอิญท่านผู้ตั้งกระทู้ถามรถเสียมาไม่ได้ก็ไม่ติดใจครับ🔗
เป็นที่น่าเสียดาย อยู่ครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจอยู่ แต่ว่าโอกาสต่อ ๆ ไปก็คงจะมีโอกาสได้ตอบ และชี้แจง ขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ🔗
ต่อไปเป็นกระทู้ถามที่ ๑.๓.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๕๕ นโยบายของ รัฐบาล เรื่อง การจ่ายเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ (นายรังสรรค์ มณีรัตน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์🔗
ไม่ทราบว่า ท่านรัฐมนตรีพร้อมตอบหรือยัง เพราะว่ามันสลับกันไปมาอยู่ระหว่างห้องประชุมใหญ่กับห้อง ประชุมเล็ก ตอนนี้ท่าน ส.ส. รังสรรค์ มณีรัตน์ มาถึงแล้ว เจ้าหน้าที่ช่วยประสานว่า ท่านรัฐมนตรีมาถึงหรือยัง มาถึงแล้ว นี้เป็นกระทู้ถามของท่าน ส.ส. รังสรรค์ มณีรัตน์ แล้วก็ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะคือ นางสาวจารุวรรณ ศรีภักดี ผู้อำนวยการกลุ่มนโยบายและยุทธศาสตร์ กรมกิจการผู้สูงอายุ กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ต่อไปตอนนี้ท่านรัฐมนตรีก็พร้อมแล้ว ขอเชิญท่าน ส.ส. รังสรรค์ มณีรัตน์ ได้ถาม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้อง กราบขอบพระคุณท่านประธานและท่านรัฐมนตรีที่ได้มาตอบกระทู้ถามของผม เพราะว่า เป็นกระทู้ที่เวลาที่ผมออกพื้นที่ไปพบปะพี่น้องประชาชนผู้สูงอายุ ทางพี่น้องประชาชนทุกคน ถามเหมือนกันหมดว่า เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ก่อนวันที่ ๒๔ มีนาคม มีการรณรงค์หาเสียง เลือกตั้งกัน ซึ่งทางพรรคฝ่ายรัฐบาล โดยเฉพาะพรรคที่เป็นแกนนำ ซึ่งท่านรัฐมนตรีก็เป็น สมาชิกพรรคนี้อยู่ เช่น นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ ได้เสนอเบี้ยผู้สูงอายุทุกคนเดือนละ ๑,๐๐๐ บาท เอกสารที่ ๒ เป็นนโยบายของพรรคพลังประชารัฐซึ่งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล เหมือนกัน ก็สนับสนุนเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ๑,๐๐๐ บาท ทุกช่วงอายุคน และเอกสารหมายเลขที่ ๓ ก็เหมือนกัน อันนี้รวมทุกพรรคการเมืองที่หาเสียง โดยเฉพาะฝั่งรัฐบาล อันดับ ๑ อันดับ ๒ เป็นฝั่งรัฐบาล แต่อันดับ ๓ อันดับ ๔ อันดับ ๕ อันดับ ๖ เป็นฝั่งฝ่ายค้านซึ่งไม่สามารถที่จะ เสนอนโยบายให้ดำเนินการทำได้จริง ซึ่งหลังจากมีการหาเสียงเลือกตั้ง มีการสัญญา ซึ่งพี่น้องประชาชนผู้สูงอายุหลาย ๆ คนมีความหวังว่าเมื่อเลือกตั้งไปแล้วได้รัฐบาลใหม่แล้ว หลังจากปฏิวัติเราจะมีชีวิตที่ดีขึ้น ดังนั้นต่อมาเมื่อวันที่ ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ เอกสาร หมายเลข ๔ ท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งตอนนั้น เราประชุมกันอยู่ที่ทีโอที (TOT) โดยหน้าสารบัญ เอกสารหมายเลข ๕ นโยบายเร่งด่วน ๑๒ เรื่อง เรื่องที่ ๒ การปรับปรุงระบบสวัสดิการและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน และหน้า ๓๐ นโยบายเร่งด่วน ๑๒ เรื่อง ข้อที่ ๒ ปรับปรุงระบบสวัสดิการและพัฒนาคุณภาพชีวิต ของประชาชน เอกสารหมายเลข ๖ โดยปรับปรุงระบบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและเบี้ยยังชีพ ของประชาชน อาทิ ผู้สูงอายุและคนพิการ ซึ่งเป็นการแถลงต่อรัฐสภา ซึ่งเป็นสัญญา ประชาคมที่ทางรัฐบาลรับปากว่าจะทำให้พี่น้องประชาชนผู้สูงอายุ ซึ่งผมเข้าใจแน่นอนว่า ฝ่ายภาคการเมืองไม่ว่าพรรคใดจะต้องมีหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ ต้องมีฝ่ายวิเคราะห์ ว่าการที่จะ จัดทำนโยบายอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อมานำเสนอกับพี่น้องประชาชนเพื่อหาเสียงเลือกตั้ง เพื่อเข้ามาเป็นรัฐบาลต้องเป็นนโยบายที่ทำได้จริงและปฏิบัติได้จริง แต่ปรากฏว่าเอกสาร หมายเลข ๗ ผ่านมาเกือบ ๓ ปีผมได้ตั้งข้อหารือกับท่านประธานเมื่อวันที่ ๒๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๔ ผ่านมาเกือบ ๓ ปีท่านประธาน ว่าในส่วนเรื่องเอกสารหมายเลข ๘ กรณี ผู้สูงอายุจังหวัดลำพูนสอบถามถึงนโยบายปรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุตามที่ได้หาเสียงกัน เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ถามว่ารัฐบาล โดยท่านนายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา และคณะรัฐมนตรีที่รับผิดชอบจะดำเนินการปรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุให้คนเฒ่าคนแก่บ้านผม ได้เมื่อไร เพราะว่าตอนนี้โควิด (COVID) เข้ามาหวังพึ่งเงินลูก หวังพึ่งเงินหลานก็ไม่ได้ ลูกหลานตกงาน กลับไปอยู่บ้าน ไปทำเกษตร ไปทำลำไย ทำมะม่วงราคาก็ตกต ่า ไม่มีเงิน มีเพียงสิ่งเดียวที่คนเฒ่าคนแก่พอที่จะหาได้ก็คือเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ซึ่งเมื่อก่อนท่านยิ่งลักษณ์ เป็นนายกรัฐมนตรีประกาศ ๖๐๐ ๗๐๐ ๘๐๐ ๑,๐๐๐ คนเฒ่าคนแก่บ้านผมบอกว่า ป้ายหาเสียงยังใหม่อยู่เลย ดำเนินการได้ทันทีได้เงินเข้ากระเป๋าทันที แต่นี่รอมา ๓ ปีเมื่อไร จะได้รับ ผมถามไปเสร็จมีหนังสือตอบผมมาจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๔ เอกสารหมายเลข ๙ ตอบผมมาว่า กระทรวงการพัฒนาสังคมและความ มั่นคงของมนุษย์ โดยกรมกิจการผู้สูงอายุ แล้วก็มาย่อหน้า เมื่อวิเคราะห์ผลกระทบในเชิง เศรษฐกิจ สังคม รวมถึงภาระงบประมาณของประเทศและประโยชน์สูงสุดที่ผู้สูงอายุจะได้รับ หากมีการปรับเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ โดยผลการประชุมพบว่า หากรัฐบาลปรับเพิ่มอัตรา การจ่ายเบี้ยยังชีพให้ผู้สูงอายุจำเป็นต้องคำนึงถึงงบประมาณและการดำเนินการตามขั้นตอน อย่างเป็นระบบ ซึ่งจะต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก และอาจไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ ปัจจุบัน ซึ่งหมายความว่ารัฐบาลไม่สามารถที่จะหาเงินมาจ่ายตามที่หาเสียงกันได้ ซึ่งพี่น้อง ชาวบ้านผู้สูงอายุผม ทุกวันเขาอ่านข่าวติดตามเขาถามว่า เมื่อไม่มีเงินจ่ายนโยบายที่เอามา หาเสียงคราวที่แล้วหลอกลวงเอาคะแนนเขาหรือเปล่า จูงใจให้เขาเข้าใจผิดในนโยบายของ พรรครัฐบาลที่หาเสียงหรือไม่ ดังนั้นผมจึงมีคำถามถามถึงท่านรัฐมนตรี ว่านโยบายจ่าย เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุทุกคนเดือนละ ๑,๐๐๐ บาท ตามที่พรรครัฐบาลได้หาเสียงกันไว้ จะสามารถดำเนินการจ่ายให้แก่พี่น้องประชาชนผู้สูงอายุได้เมื่อไร กราบขอบคุณครับ🔗
เชิญรัฐมนตรีตอบ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอขอบคุณ ท่าน ส.ส. รังสรรค์ มณีรัตน์ ที่เป็นห่วงใยพี่น้อง แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้สูงอายุจังหวัดลำพูน แล้วก็น่าจะทั้งประเทศ ผมก็เป็นนักการเมืองจากท้องถิ่นเหมือนกับท่าน แล้วก็พื้นเพของ พี่น้องประชาชนฐานะทางเศรษฐกิจสังคมก็ไม่น่าจะแตกต่างกันมากนัก ทางของท่านอาจจะ รวยกว่าบ้านผมด้วยซ ้าไป แต่อยากจะกราบเรียนว่าสิ่งที่ท่านได้นำขึ้นมาโชว์นั้น ไม่ปฏิเสธว่า เป็นเรื่องจริงที่ทุกพรรคการเมืองทั้ง ๖ พรรคได้หาเสียงเอาไว้ ในขณะเดียวกันก็อยากจะ กราบเรียนว่า สิ่งที่ทุกคนทุกพรรคหาเสียงไว้ก็ตั้งใจว่าต้องทำได้จริง ถามว่าทำไมตั้งใจว่า ทำได้จริง เพราะว่าการคาดการณ์ว่าถ้าเศรษฐกิจเป็นไปได้โดยดีเราจะมีเงินจากภาษีรายได้ มาจ่ายให้กับผู้สูงอายุคนละ ๑,๐๐๐ บาท ทุกคน ผมได้เข้ามารับหน้าที่เมื่อปี ๒๕๖๒ กราบเรียนว่า ณ ปัจจุบันนี้งบประมาณรายจ่ายที่ดูแลผู้สูงอายุประมาณ ๗๙,๐๐๐ ล้านบาท คือผู้สูงอายุได้รับเบี้ยยังชีพนี้ ๑๐,๔๐๐,๐๐๐ คน เราก็อยากให้ได้ทุกคน ถ้าเกิดจ่ายให้ ถ้วนหน้าก็จะเป็น ๑๒ ล้านคน ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี แล้วนี่มีข้อแตกต่างอยู่ประมาณ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็กราบเรียนท่านประธานว่า ในจำนวนถ้าเผื่อเงินมีพอจ่ายให้ถ้วนหน้า ทุกคน แล้วถ้าเผื่อเงินมันขาดแคลนก็ต้องดูแลคนที่ยากจนที่สุดก่อน ก็จะมีคนที่มีบำนาญ ก็สามารถดูแลตัวเองได้ ซึ่งบำนาญนั้นอาจจะมากกว่าเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุด้วยซ ้าไป มีฐานะดี แล้วก็มีผู้ที่ไม่ประสงค์จะรับ ทั้งหมดนี้ก็มีประมาณ ๑,๖๐๐,๐๐๐ คน ที่ยังไม่ได้รับถ้วนหน้า ก็อยากจะกราบเรียนว่าอุปสรรคนั้นมีหลายปัจจัยที่ไม่สามารถทำได้ อย่างที่สำนักเลขาธิการ นายกรัฐมนตรีได้ตอบท่าน ส.ส. มาก็คงตอบด้วยความจริงว่ามีปัญหาเรื่องของฐานะทางการคลัง รายรับ รายจ่ายของรัฐบาล ก็ต้องกราบเรียนว่าในวันที่หาเสียงกันนั้นท่านต้องไปดูด้วยว่า เขามีการประมาณการเศรษฐกิจโลกขยายตัวปีละเท่าไร เศรษฐกิจไทยขยายตัวปีละเท่าไร อัตราแลกเปลี่ยน แล้วก็รวมถึงราคาน ้ามันทุกอย่างที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจก็ต้องนำมา พิจารณาด้วย เมื่อไม่สามารถหาเงินมาได้ครบที่จะดูแลถ้วนหน้าแล้วก็ต้องมาดูว่าความเป็นธรรม ที่จะให้ถ้วนหน้ากับคนที่มีบำนาญอยู่แล้ว อย่างข้าราชการมีบำนาญหมื่นกว่าบาทสมควร ที่จะมารับในส่วนนี้ไหม ภาคหนึ่งก็บอกว่าสมควร เพราะว่าผู้สูงอายุนั้นเมื่อเกษียณไปแล้ว ไม่ควรจะแยกแยะว่าเขานั้นเป็นอย่างไรควรจะได้รับเท่าเทียมกัน ผมก็อยากจะกราบเรียนว่า ปัญหาและอุปสรรคที่มีที่ท่านถามในคำถามที่ ๒ คือมีเรื่องของปัญหาเศรษฐกิจโลก แล้วก็ ปัญหาของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไป แล้วก็มีปัญหาเรื่องของการระบาดของโควิดก็ทำให้ การดำเนินงานเป็นไปได้ยากขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็จะไม่ละความพยายามที่จะทำให้ได้ถ้วนหน้า ทุกคน เมื่อโอกาสอำนวยแล้วก็ฐานะการคลังมีฐานะที่แข็งแกร่งมากกว่านี้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านรังสรรค์ คำถามที่ ๒ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ท่านรัฐมนตรีได้ตอบผมทั้ง ๒ คำถามเรียบร้อยแล้ว สรุปก็คือผมก็ต้องกลับไปบอก พี่น้องประชาชนผู้สูงอายุของบ้านผมแล้วก็ทั้งประเทศว่า นโยบายที่หาเสียงกันไว้ ไม่สามารถปฏิบัติได้จริง แล้วก็จะได้ประชาสัมพันธ์ต่อไปครับว่า ยังมีหวังแต่ไม่รู้ว่าจะเมื่อไร ดังนั้นผมก็จะไปบอกพี่น้องผมอย่างนี้ว่ามีหวังอยู่แต่ไม่รู้เมื่อไร นี่เป็นคำสัญญาของ ท่านรัฐมนตรีไว้ตอบผมที่ในห้องกระทู้ว่าอย่างนี้🔗
สุดท้ายผมต้องขอขอบคุณภาพประกอบ ผมเอามาจากกระปุกดอทคอม (Kapook.com) แล้วก็สำนักข่าวไทยรัฐ แล้วก็เวิร์คพอยท์ที่เอามาใช้ในการถามกระทู้ ผมไม่มี อะไรที่จะถามท่านรัฐมนตรีแล้ว เพียงแต่ฝากว่าถ้าจะขึ้นก็ขอให้ขึ้นเร็ว ๆ เพราะว่าสามารถ จ่ายอย่างอื่นได้หลายอย่าง เราเที่ยวด้วยกันอะไรใช้เงินเป็นแสนล้าน สามารถจ่ายได้ แต่พี่น้อง ประชาชนผู้สูงอายุก็รอท่านอยู่เหมือนกันครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีจุติครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ด้วยความเคารพ ท่านรังสรรค์ ผมคิดว่าท่านกับผมปรารถนาสิ่งเดียวกันคืออยากให้ผู้สูงอายุได้รับเบี้ยยังชีพ แต่อยากจะกราบเรียนว่าที่ผมเข้ามาดำรงตำแหน่งนี้ไม่ใช่ทำเรื่องเบี้ยยังชีพอย่างเดียว ปี ๒๕๖๓ ทั้งปีได้เชิญผู้เชี่ยวชาญทุกมหาวิทยาลัย แล้วก็ได้เชิญองค์กรภาคประชาชนทุกคน ที่ทำงานเกี่ยวกับเรื่องผู้สูงอายุมาพัฒนาเรื่องสวัสดิการผู้สูงอายุโดยไม่ได้ใช้เงินเรื่อง ๑,๐๐๐ บาท อย่างเดียว เราทำเรื่องขับเคลื่อนสังคมสูงวัย คนไทยอายุยืน ใน ๔ มิติ เรื่องมิติเศรษฐกิจ การจ้างงาน ขยายอายุการทำงาน มิติสิ่งแวดล้อม สถานที่สำหรับผู้สูงอายุให้เกิด ความปลอดภัย มิติดูแลเรื่องสุขภาพ แล้วก็มิติสังคม ตรงนี้ใช้เวลาปี ๒๕๖๓ ทั้งปี แล้วก็ มาเสร็จเอาตอนกลาง ๆ ปี ๒๕๖๔ ก็คาดว่าจะนำเรื่องนี้มาเสนอเป็น พ.ร.บ. ก็หวังว่า ท่านรังสรรค์จะเป็นผู้หนึ่งที่จะสนับสนุน พ.ร.บ. นี้เมื่อเข้าสภา แล้วก็ผู้สูงอายุนั้น จะได้รับการดูแลดีมากกว่าสวัสดิการ ๑,๐๐๐ บาท นอกจากนั้นแล้วอยากจะกราบเรียนว่า สิ่งที่อยากจะกราบเรียนผู้สูงอายุก็คือว่า วันนี้ไม่ใช่ว่าผู้สูงอายุนั้นได้พึ่งพาเงิน ๑,๐๐๐ บาท แค่นั้น ยังมีเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่ดูแลอีก ๔,๘๐๐,๐๐๐ คน เป็นเงิน ๔,๒๐๐ ล้านบาท ยังมีเงินเรื่องช่วยเหลือเยียวยาผู้สูงอายุ ๓ เดือนที่ผ่านมา ๓,๙๐๐,๐๐๐ คน เงินสงเคราะห์ ในภาวะยากลำบากอีก ๑๐๐,๐๐๐ ราย แล้วก็ซ่อมบ้านผู้สูงอายุทุกปี ปีละ ๑๕,๐๐๐ หลัง ซึ่งชุมชนจะเป็นคนประชุมว่าใครที่จนที่สุดในชุมชนสมควรจะได้บ้านหลังนี้ในการซ่อมแซม ท่านมีข้อมูลก็ส่งมาให้ได้ เงินกู้ยืมทุนประกอบอาชีพของผู้สูงอายุอีก ๑๐๐,๐๐๐ ราย แล้วก็ ยังมีเงินของ สปสช. คือบัตรสุขภาพอีกหัวละ ๓,๗๐๐ บาทต่อคน เป็นมะเร็งก็รักษาฟรีแล้ว ล้างไตวันนี้ก็รักษาฟรีแล้ว แล้วนอกจากนั้นเรายังมีชมรมของผู้สูงอายุทั่วประเทศอีก ๓๓,๐๐๐ แห่ง ซึ่งรวมทั้งบ้านท่านบ้านผมที่ดูแลสุขภาพจิตของผู้สูงอายุด้วย ดังนั้นไม่อยาก ให้เข้าใจผิดว่าผู้สูงอายุนั้นได้รับการดูแลเพียงแค่ ๑,๐๐๐ บาท มันมีอีกหลายมิติ ซึ่งรวมกันแล้วเป็นเงินหลายหมื่นบาทครับ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ🔗
ก็ถือว่า เป็นการจบการถามตอบกระทู้แยกเฉพาะที่ ๓๕๕ เรื่อง นโยบายของรัฐบาล เรื่องการจ่ายเงิน เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ของท่าน ส.ส. รังสรรค์ มณีรัตน์ ผมต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ฯพณฯ จุติ ไกรฤกษ์ ที่กรุณาให้เกียรติห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเรา ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปก็จะเป็นกระทู้ถามที่ ๑.๓.๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๕๗ เรื่อง การก่อสร้างแหล่งน ้าตามแนวเชิงเขาภูแลนคา อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ (นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่ว่าปรากฏว่าในขณะนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมคือท่านวราวุธ ศิลปอาชา กำลังอยู่ระหว่างการตอบ กระทู้ถามสดด้วยวาจาในห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎรอยู่ เพราะว่าเราก็ไม่ทราบล่วงหน้าว่า กระทู้ถามสดด้วยวาจาทุกวันพฤหัสบดีจะถามเรื่องอะไรและรัฐมนตรีคนไหนตอบ เมื่อมันมา บรรจบกันพอดี แต่ว่าโชคดีว่าวันนี้กระทู้หลายกระทู้ถูกเลื่อนฉะนั้นก็คงต้องรอท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะฉะนั้นตรงนี้จากช่วงนี้ไป ผมขอพักการประชุมไว้ก่อนจนกว่าท่านรัฐมนตรีวราวุธจะเสร็จจากห้องประชุมใหญ่และลง มาถึงที่นี่และเราค่อยเปิดประชุมกันต่อไม่น่าจะเกิน ๑๕ นาทีประมาณนี้ ท่านสุรวิทย์ไม่ได้ ไปไหน รอที่นี่ละครับ ถ้าอย่างนั้นขอพักการประชุมก่อนนะครับ🔗
พักประชุมเวลา ๑๑.๔๐ นาฬิกา🔗
เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๑.๕๕ นาฬิกา🔗
เรามี เวลาอยู่นะครับ ให้ท่านรัฐมนตรีได้นั่งพักสักหน่อย ท่านยังไม่หายใจเลยลงมานี้ ท่านหายใจ ก่อน ท่านไม่ได้มาสายหรอกครับ ภารกิจ เราก็ต้องเข้าใจ มันมีกระทู้หลายอย่างอย่างนี้ มันก็ต้องทำใจครับ ไม่ตำหนิกัน ที่ประชุมครับ ต่อไปขอเปิดประชุมต่อเลย เป็นการประชุม กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑.๓.๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๕๗ เรื่อง การก่อสร้างแหล่งน ้า ตามแนวเชิงเขาภูแลนคา อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ (นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม🔗
ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือ นายภาดล ถาวรกฤชรัตน์ อธิบดีกรมทรัพยากรน ้า ฉะนั้นทุกฝ่ายพร้อมแล้ว ก็ขอเชิญท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ได้ถามครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ สมคมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผมขอขอบพระคุณท่านประธานที่กรุณาบรรจุกระทู้ถามแยกเฉพาะฉบับนี้เข้าสู่ การพิจารณาในวันนี้ และขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม พร้อมคณะ ที่ได้กรุณาเข้ามาร่วมในการตอบกระทู้ถามครั้งนี้ ผมขออนุญาต เข้ามาในเรื่องที่เป็นกระทู้ถามครับว่า อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่จะมีการ ถามกระทู้กันในวันนี้นั้น เป็นพื้นที่ที่มีเทือกเขาภูแลนคา เทือกเขาขนาดใหญ่ เทือกเขาสำคัญ ของจังหวัดชัยภูมิ พาดผ่านหลายตำบล เช่น ตำบลหนองขาม ตำบลโคกกุง ตำบลนาหนองทุ่ม แต่พื้นที่ดังกล่าว ซึ่งมีเทือกเขาผ่าน มีน ้าจากภูเขาไหลลง มีอ่างขนาดเล็ก ๆ อยู่บริเวณเชิงเขา กลับมีความแห้งแล้งในช่วงที่พี่น้องเกษตรกรทำไร่ ทำนา ซึ่งก็ถือว่าเป็นปัญหาที่สำคัญครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตำบลหนองขาม มีอ่างหินลับมีด ฝายโปร่งช้าง ฝายหลวง ตำบลโคกกุง มีเขื่อนช่องดุม อ่างโสกน ้าขาว อ่างโป่งช้าง และอ่างตลุกหิน สำหรับตำบลนาหนองทุ่ม มีอ่างโป่งช้างน้อย อ่างท่าขาม อ่างโป่งขาม อ่างห้วยหินเกิ้ง อ่างซับจันทร์แดง อ่างสำนักสงฆ์ภูโค้ง และอ่างห้วยอีง่อง ท่านประธานที่เคารพครับ สำนักทรัพยากรน ้า ภาค ๔ ขอนแก่น ซึ่งให้ ความสนใจและติดตามปัญหาดังกล่าว ทราบปัญหาดี ได้กรุณาเข้าไปสำรวจความเป็นไปได้ ได้พูดคุยกับกระผมหลายครั้งครับ ทำให้ผมมีความมั่นใจว่ากรมทรัพยากรน ้าจะเป็นผู้ที่จะ ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรดังกล่าว จึงขอเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่า ข้อ ๑ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินการโครงการอ่างพวงบริเวณเชิงเขาภูแลนคา ในตำบลนาหนองทุ่ม อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ ไปแล้วอย่างไรบ้าง จะใช้งบประมาณเท่าใด คาดว่าจะสามารถดำเนินในการ ก่อสร้างได้ประมาณปีงบประมาณใด และเพิ่มเติมว่ามีแผนที่จะก่อสร้างอ่างในตำบลอื่น ๆ ดังกล่าวหรือไม่ ขอทราบรายละเอียดครับ🔗
ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขออนุญาตตอบกระทู้ของท่านสมาชิก ท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ขออภัยที่เอ่ยนาม จากพรรคเพื่อไทย จังหวัดชัยภูมิ ต้องเรียนว่า ในพื้นที่ของท่าน ส.ส. เป็นพื้นที่ที่มีอ่างเก็บน ้าตามที่ท่าน ส.ส. ได้กล่าวไป มีอ่างเก็บน ้าขนาดใหญ่ อันนั้นก็คือเขื่อนลำปะทาว มันจะมีอยู่ ๒ เขื่อน ซึ่งผมเชื่อว่าท่าน ส.ส. ทราบดีอยู่แล้ว คือเขื่อนบนกับเขื่อนล่าง ความจุน ้าทั้งหมด ทั้ง ๒ แห่งรวมกันก็ประมาณ ๕๐ กว่าล้านลูกบาศก์เมตร คราวนี้ระหว่างทางนี้ ตามที่เขื่อนลำปะทาวทิ้งน ้าลงมาข้างล่าง แล้วก็มีโรงไฟฟ้าเข้าไปที่อ่างเก็บน ้าโปร่งช้างน้อย ซึ่งต้องเรียนว่าอ่างนี้รู้สึกจะอยู่ในความ รับผิดชอบของกระทรวงพลังงานท่านประธานครับ จากโป่งช้างน้อยไล่ขึ้นมาที่ท่าขาม โป่งขาม ห้วยหินเกิ้ง จันทร์แดง สำนักสงฆ์ ภูโค้ง แล้วก็ห้วยอีง่อง ต่าง ๆ เหล่านี้ต้องเรียนว่าแต่ละแห่งนั้น ล้วนแล้วแต่มีศักยภาพการกักเก็บน ้า แต่ว่าเท่าที่ผมดูจากตัวเลขท่านประธานครับ แต่ละอ่าง จะมีที่โป่งช้างน้อย กับที่ท่าขามที่จะมีศักยภาพในการเก็บน ้าได้เยอะหน่อย คือที่โปร่งช้างน้อยนี้ ประมาณ ๑๕๐,๐๐๐ คิว แล้วก็ที่ท่าขามนี้ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ คิว แต่คราวนี้ที่เหลือนี้ครับ ท่านประธานครับ อย่างเช่น โป่งขาม หรือแม้แต่อย่างที่ซับจันทร์แดงครับท่านประธานครับ ความจุมันอยู่เพียงแค่ ๑๓,๐๐๐ กว่าคิวเท่านั้นเอง รวมทั้งหมด ๗ อ่างที่อยู่เชื่อมกันแล้วนี้ มีความจุเพียงแค่ประมาณ ๗๕๐,๐๐๐ กว่าคิว คราวนี้แต่ละอ่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ถ้าหากว่าเชื่อมกัน ผมได้หารือกับทางท่านอธิบดีกรมทรัพยากรน ้าบาดาลครับท่านประธานครับ การที่จะเชื่อมทั้ง ๗ อ่างเข้าด้วยกันนั้น มันจะเป็นท่อรูปเกือกม้าเลย จะใช้ระยะทางประมาณ เกือบ ๒๐ กิโลเมตร อันนี้ผมเองคงต้องฝากเป็นการบ้านให้กับท่านสมาชิกนิดหนึ่งด้วยว่า ความเป็นไปได้ว่าแต่ละแห่งนั้นไม่แน่ใจว่าท้องถิ่นจะสามารถขยายความจุของอ่างได้มากน้อย แค่ไหน คือเรียนตรง ๆ ว่าผมให้ลองสำรวจดูแล้ว ตอนนี้ผมจะขออนุญาตให้ทางอธิบดี กรมทรัพยากรน ้าบาดาลครับท่านประธานครับ ประสานกับท่าน ส.ส. เกี่ยวกับเรื่องไปสำรวจ เพิ่มเติมว่าศักยภาพการใช้น ้า แล้วก็ความเป็นไปได้ของการทำท่อเชื่อมเป็นอ่างพวงทั้ง ๗ อ่างนั้น มีความคุ้มค่า คุ้มทุนมากน้อยขนาดไหน ถ้าหากว่าเราสามารถขยายพื้นที่เก็บกักน ้าในแต่ละ อ่างได้ ซึ่งเดี๋ยวปี ๒๕๖๕ นี้ผมจะขอให้ไปสำรวจเลยท่านประธานครับ แล้วการออกแบบ ก็น่าจะเป็นในส่วนของปี ๒๕๖๖ ส่วนการทำการศึกษา การทำไออีอี (IEE) เพราะว่ามันเป็น ขนาดเล็ก แต่ว่าต้องมีการศึกษาถึงผลกระทบของสิ่งแวดล้อม ไออีอี (IEE) นี้ยังไม่ถึงขั้นอีไอเอ (EIA) ไออีอี (IEE) ย่อมาจากอินิเชียล เอ็นไวรอนเมนทอล เอ็กแซมมิเนชัน (Initial Environmental Examination) จะไม่มีความเข้มงวดเหมือนอีไอเอ (EIA) ไปศึกษาดู แล้วถ้าหากว่ามีการศึกษาแล้วมีความไปเป็นได้ เชื่อว่าประมาณปี ๒๕๖๘-๒๕๗๐ จะก่อสร้างได้ ทั้งนี้ทั้งนั้น ศักยภาพของพื้นที่นี้ นอกจากอ่างเหล่านั้น ผมได้ดูในแผนที่ครับท่านประธานครับ เทือกเขาภูแลนคาที่ท่านสมาชิกได้พูดถึงนี้ ผมได้ไปดูมาในกูเกิล (Google) นี้ท่านประธาน มันเป็นพื้นที่ที่ว่าอยู่ ๆ นี้เหมือนกับดินมันยุบลงไปทั้งแถบเลยใช่ไหมครับ ฉะนั้นพื้นที่ที่ยุบลง มาแล้ว ยุบลงมาความสูงของภูแลนคานี้คือกี่ร้อยเมตรก็แล้วแต่ จะทำให้พื้นที่ด้านล่างนี้ครับ มันมีศักยภาพการเจาะน ้าบาดาลได้มากขึ้น ซึ่งเท่าที่ทราบมาในขณะนี้ ทางกระทรวงเอง โดยกรมทรัพยากรน ้าบาดาลก็ได้มีการทำโครงการน ้าบาดาลอยู่ ๔-๕ แห่งด้วยกันครับ ท่านประธานครับ เบื้องต้นก็จะมีการทำบาดาลเพื่อการเกษตรด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ อยู่ ๔ แห่ง ใช้ประโยชน์ได้ถึงประมาณ ๒๐๐ กว่าไร่ ปริมาณน ้านี้ประมาณ ๑๒๙,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อปี แล้วก็อีกโครงการหนึ่ง ประมาณ ๓๐๐ ไร่ เป็นการส่งเสริม บาดาลเพื่อเกษตรแปลงใหญ่จำนวนอีก ๑ แห่ง ดังนั้นในพื้นที่ของท่าน ส.ส. อ่างแต่ละอ่าง ก็จะยังมีความซับซ้อนอยู่นิดหนึ่ง เพราะว่าบางอย่างนี้จะอยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงพลังงาน ครับ บางอ่างก็จะอยู่ในความดูแลของกรมชลประทาน แล้วบางอ่างก็จะอยู่ในการดูแลของ กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นก็คือจะเป็นของเทศบาลตำบลนาหนองทุ่มเอย หรือแม้แต่ อบต. เอง อันนี้ก็อาจจะมีความซับซ้อนในการที่จะเชื่อมต่อท่อนี้ข้ามแต่ละหน่วยงาน แต่ละหน่วยงาน แต่ถึงกระนั้นท่านประธาน ขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านสมาชิกว่าเดี๋ยวผมจะขอทางท่านอธิบดีเร่งประสานงาน แล้วก็ดูว่าไปสำรวจแล้ว มีความเป็นไปได้แค่ไหน ถ้าหากว่าสามารถทำได้ ก็อยากให้ท่านประธานเรียนไปทาง ท่านสมาชิกว่าสบายใจได้ไม่ต้องห่วง อะไรที่ทำให้พี่น้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่จังหวัดชัยภูมิเอง เป็นจังหวัดที่ท่วมด้วย แล้งด้วย ไม่ต่างอะไรกับสุพรรณบุรีบ้านผม ฉะนั้นเราเข้าใจดี ก็จะเร่ง ให้ทางกรม เร่งไปศึกษาในปี ๒๕๖๕ นี้เลยครับท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสุรวิทย์มีอะไรเพิ่มเติม ถามเพิ่มเติมอะไรไหมครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ขอกราบขอบพระคุณครับท่านรัฐมนตรี และท่านอธิบดีที่กรุณาที่จะให้การดูแลพื้นที่ดังกล่าว ผมขอเพิ่มเติมเล็กน้อยว่าในส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบต. นาหนองทุ่ม เทศบาลตำบล นาหนองทุ่ม ได้ปรึกษาหารือกัน พร้อมที่จะดำเนินการ และอยากให้ดำเนินการเพียงแต่พื้นที่ ดังกล่าวนั้นก็อาจจะอยู่เกินความสามารถเรื่องงบประมาณของท้องถิ่น ซึ่งท่านสามารถจะ บอกผ่านผม ผมจะพยายามประสาน รวมถึงทางอำเภอแก้งคร้อด้วย พร้อมทุกฝ่ายต้องการ มาก แต่ติดปัญหาเรื่อง เท่าที่ฟังก็เรื่องสิ่งแวดล้อม ซึ่งผมจะถามเป็นข้อที่ ๒ ต่อไปครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในการก่อสร้างอ่างเก็บน ้า ก่อสร้างสิ่งต่าง ๆ บริเวณเชิงเขา จะมีอุปสรรคจากพื้นที่ดำเนินการส่วนใหญ่ จะอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติบ้าง อยู่ใน เขตป่าสงวนแห่งชาติบ้าง ซึ่งความจริงแล้วการก่อสร้างแหล่งน ้าตามแนวเชิงเขา นอกจาก พี่น้องประชาชนจะได้ใช้น ้าเพื่อการเกษตร เพื่อการอุปโภค บริโภค หรือการประมง หรือการท่องเที่ยวแล้ว ยังเป็นการสร้างความอุดมสมบูรณ์ให้กับพื้นที่ป่าในเขตอุทยาน ในเขตป่าสงวนดังกล่าว ซึ่งกราบเรียนว่าในทางปฏิบัติ เวลาขออนุญาตใช้พื้นที่ มักจะมีปัญหา ความล่าช้า บางที ๒ ปี ๓ ปีจนงบประมาณตกไป ก็ไม่ได้รับอนุมัติ ผมคิดว่าเรื่องนี้ ฯพณฯ รัฐมนตรี ซึ่งดูแลด้านนี้อยู่ด้วย ก็จะมีประสบการณ์ ทำอย่างไรโครงการดังกล่าว อ่างพวงในตำบลนาหนองทุ่ม อำเภอแก้งคร้อ จะผ่านพ้นปัญหาดังกล่าวไปได้ อยากทราบว่า มีปัญหาใด วิธีแก้ปัญหาความล่าช้าในการอนุญาตใช้สถานที่ดังกล่าว เคยมีตัวอย่างใดบ้างไหมครับ ที่อนุญาตให้ใช้พื้นที่การจัดทำโครงการที่มีประโยชน์ต่อสาธารณชน ต่อพี่น้องประชาชน ที่ไม่ล่าช้าครับ ขอทราบรายละเอียดและคำแนะนำ ขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา ครับ เข้าใจความรู้สึกของท่าน ส.ส. เลยครับท่านประธาน เวลาอยากจะได้อะไรที่มันช้าเหลือเกิน เบื้องต้นก่อนเลยนี้ มันจะคล้าย ๆ กับที่ผมตอบกระทู้เฉพาะไปเมื่อคราวที่แล้วครับ ท่านประธาน คือจากการที่คณะกรรมการกระจายอำนาจมีมติให้อ่างน ้า หรือแหล่งเก็บน ้า ที่ต ่ากว่า ๒ ล้านลูกบาศก์เมตรนี้ อยู่ภายใต้การดูแลขององค์กรปกครองท้องถิ่นนี้ เมื่อสัปดาห์ ที่แล้วก็เจอสถานการณ์นี้เช่นกันท่านประธานครับ นำเรียนท่าน ส.ส. อันนี้ก็เหมือนกัน คือผมเองเข้าใจเลยแหล่งเก็บน ้าขนาดใหญ่มาก อบต. หรือเทศบาลที่อยู่ต่างจังหวัดนี้ แม้แต่ บ้านผมเองที่สุพรรณบุรีครับท่านประธาน จะให้ทำแหล่งน ้าล้านกว่าคิว มันแทบจะเป็นไป ไม่ได้เลย อันนี้ก็เป็นข้อสังเกตที่ต้องขออนุญาตฝากท่านประธานเป็นข้อมูล แล้วก็ถ้าหาก มีโอกาสนี้คงต้องเรียนหารือกับทางคณะกรรมการกระจายอำนาจว่าเวลาเจอสถานการณ์ อย่างนี้ บางครั้งหน่วยราชการอยากจะเข้าไปทำงานเหลือเกิน แต่ว่าก็ติดที่ว่าเงื่อนไข ๒ ล้านคิวตัวนี้ ไม่สามารถที่จะเข้าไปช่วยได้ แล้วก็หน่วยงานที่อยู่ในท้องถิ่นเอง ไม่ว่าจะเป็น อบต. หรือเทศบาลเอง ก็ไม่สามารถทำได้เช่นกัน นั่นคือประเด็นแรก🔗
ประเด็นต่อมาครับท่านประธานครับ ในส่วนของพื้นที่ที่อ่างทั้ง ๗ แห่งนี้ ทั้งโป่งช้างน้อย ไปจนถึงห้วยอีง่องนั้น ๗ แห่งนี้ เดี๋ยวขออนุญาตท่านประธานผ่านไปยัง ท่าน ส.ส. ว่าจะไปสำรวจก่อนว่าในแนวทางที่จะเดินท่อนี้ตรงไหนอยู่ในเขตป่า ตรงไหน อยู่ในเขตอุทยาน อันนี้ต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่าน ส.ส. ครับว่า ผมเองก็เข้าใจ ในบริบทของในส่วนของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชก่อนว่า การที่จะสร้าง แหล่งน ้าขนาดใหญ่หรือจะขนาดกลาง เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ประโยชน์นั้น สิ่งที่จะทาง อุทยานจะเป็นห่วงก็คือว่ามีการใช้น ้าจากแหล่งน ้าที่อยู่ในเขตอุทยานให้กับพี่น้องประชาชน มากขึ้นนั้น ถ้าใช้อุปโภค บริโภค มันก็โอเคครับท่านประธานครับ ทีนี้บางทีมันไม่ใช่ แค่อุปโภค บริโภคครับท่านประธาน พอน ้าเยอะปุ๊บ คราวนี้เอาแล้ว เดี๋ยวก็ไร่โน้นก็จะมา ไร่นี้ก็จะมา ป่าก็จะหายไปเป็นแถบ ๆ อันนี้ก็เป็นข้อกังวล ผมเชื่อว่าเป็นหนึ่งในข้อกังวล ที่ทางกรมอุทยานกำลังพยายามหาวิธีประสานงาน แล้วก็แก้ไขอยู่แล้ว แต่ว่าถ้าเป็น ในส่วนของพื้นที่ป่า ป่าสงวน อันนี้อาจจะพูดคุยกันง่ายกว่า เพราะว่าตามกฎหมายนั้น สามารถอนุญาต มีความอะลุ่มอล่วยกันมากขึ้น ให้อนุญาตใช้พื้นที่ ทีนี้ในส่วนของที่ผ่านมา เรายังไม่มีการทำอ่างพวงแบบนี้ในพื้นที่ของอุทยาน มีในพื้นที่ของเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ทำเป็นอ่างแหล่งน ้า ขนาด ๑๐๐,๐๐๐ คิว ๑๕๐,๐๐๐ คิวนั้นนี้ แต่ว่าอันนั้นเพื่อเป็น การรักษาสมดุลระบบนิเวศในป่า เพราะว่าอย่างเช่นแถบอ่างฤๅไน หรือทางเขตตะวันออกนั้น สัตว์ป่าออกมาข้างนอกเยอะ เรามีปัญหาเรื่องช้าง เรื่องอะไรที่ผมได้รับกระทู้อยู่เป็นประจำ เราก็เลยไปสร้างแหล่งน ้าไว้เพื่อให้มีความอุดมสมบูรณ์ เพื่อที่สัตว์เหล่านั้นจะได้ไม่ต้อง ออกมารบกวนพี่น้องประชาชนด้านนอก ดังนั้น การก่อสร้างอ่าง มี แต่ว่ามันไม่ใช่ เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน คือเป็นเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนทางอ้อม เพื่อไม่ให้สัตว์ออกมารบกวน แต่เป็นการรักษาระบบนิเวศ แล้วก็รักษาความสมบูรณ์ของ ป่าด้านใน ถ้าจะมีการทำงานของกรมทรัพยากรน ้าที่อยู่ในเขตป่าอนุรักษ์ ก็จะเป็นลักษณะ การสร้างฝายครับท่านประธานครับ ที่อยู่ทางภาคเหนือ เช่น จังหวัดเชียงใหม่ สร้างฝาย ทดน ้าขึ้นมา แล้วก็สูบน ้าจากฝายนี้ขึ้นไปเก็บในแหล่งน ้าขนาดใหญ่ที่ด้านบน สูงไปสักประมาณ ๓๐๐-๔๐๐ เมตร แล้วก็ปล่อยเป็นกราวิตี (Gravity) ลงมา อันก็จะสามารถทำได้ แต่ว่า ในส่วนของพื้นที่ที่ท่าน ส.ส. พูดถึง ที่แก้งคร้อแห่งนี้ ต้องขออนุญาตรับเป็นการบ้านไปดูว่า ในแต่ละพื้นที่ที่ท่อจะพาดผ่านนั้นเป็นพื้นที่ของอุทยานหรือป่าไม้อย่างไร และสามารถหาวิธี เลี่ยงได้อย่างไร เพื่อให้เกิดผลกระทบได้น้อยที่สุดท่านประธานครับ ก็ขอฝากเป็นข้อมูลครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านสุรวิทย์ ยังมีอะไรคาใจ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ที่ได้ให้รายละเอียดต่าง ๆ ก็สบายใจขึ้นมาก เพราะผมทราบดีว่าท่านเป็น ผู้ที่ห่วงใย แล้วก็เป็นผู้ประสาน ผมก็จะขอกราบเรียนว่าผมก็พร้อมที่จะประสานกับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น อบต. เทศบาล ชลประทาน หรือแม้แต่ของทางพลังงาน ซึ่งผม กราบเรียนว่าผมก็เป็นส่วนสำคัญที่ผลักดันอ่างเก็บน ้าลำปะทาวแห่งนี้ด้วย ก็ยินดีที่จะ ประสาน และเชื่อว่าทุกหน่วยงานประสงค์หรือต้องการที่จะให้แหล่งน ้าอ่างพวงแห่งนี้ได้ เกิดขึ้น จะเป็นตัวอย่าง จะเป็นสิ่งที่จะเป็นความภาคภูมิใจและความสบายใจของพี่น้อง ประชาชนอย่างยิ่ง ขอขอบพระคุณ แล้วก็ขอกราบเรียนว่าอย่างไรขอให้ท่านติดตามเรื่องนี้ แล้วก็ดำเนินการเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด ขอบคุณครับ🔗
ท่านรัฐมนตรี เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา เดี๋ยวจะให้ทางกรม โดยท่านอธิบดีเร่งประสานงานกับท่าน ส.ส. อยากให้ท่านสบายใจได้ว่าตั้งแต่ทำงานมา ผมไม่เคยจะแบ่งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล เพราะท้ายที่สุดแล้วพี่น้องประชาชนคนไทยจะได้ ประโยชน์ ดังนั้น ถ้าหากโครงการนี้ไปศึกษาแล้ว แล้วสามารถดำเนินการได้ด้วยความรวดเร็ว อย่างไร ผมจะกำชับให้ทางกรมทรัพยากรน ้าเร่งดำเนินการ เพื่อพี่น้องจะได้หายแล้งกันเสียที ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ที่ประชุมครับ ก็ถือว่าจบการถามตอบกระทู้แยกเฉพาะที่ ๓๕๗ เรื่อง การก่อสร้างแหล่งน ้าตามแนวเชิงเขา ภูแลนคา อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ ของท่าน ส.ส. สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้องขอขอบคุณ ฯพณฯ วราวุธ ศิลปอาชา ที่กรุณาให้เกียรติห้องถามกระทู้แยกเฉพาะของพวกเรา ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปจะเป็นระเบียบวาระที่ ๑.๓.๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๔๗ เรื่อง การพัฒนาการท่องเที่ยวในชุมชน เพื่อดึงดูดและรองรับนักท่องเที่ยวในอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี (นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ติดภารกิจสำคัญ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็น วันพฤหัสบดีที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕🔗
ระเบียบวาระที่ ๑.๓.๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๕๖ เรื่อง การพัฒนา ระบบชลประทานในจังหวัดลพบุรี (นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ คือ ท่านประภัตร โพธสุธน เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจาก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ติดภารกิจ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถาม ออกไปเป็น วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕🔗
ระเบียบวาระที่ ๑.๓.๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๕๘ เรื่อง ความไม่สะดวก ในการชำระค่าปรับจราจร (นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว มีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คือท่านรัฐมนตรีอนุชา นาคาศัย ให้เป็นผู้ตอบกระทู้ถามเรื่องนี้แทน แต่เนื่องจากรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีติดภารกิจ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบ กระทู้ถามออกไปในคราวถัดไป🔗
ท่านที่เคารพครับ สำหรับวันนี้ ก็จบการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมขอขอบคุณทุก ๆ ท่าน และขอปิดการประชุมครับ🔗
ก่อนที่ ที่ประชุมจะเข้าสู่การพิจารณาในระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ผมขอปรึกษาที่ประชุมที่จะขออนุญาตนำเรื่องตั้งซ่อมกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลงมีอยู่ ๔ คณะ ซึ่งอยู่ในระเบียบวาระที่ ๗.๔ ๗.๕ ๗.๗ แล้วก็ยังไม่อยู่ในระเบียบวาระอีก ๑ คณะ ขึ้นมาพิจารณาก่อน ขออนุญาตที่ประชุม มีท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มี จะขออนุญาตตั้งซ่อมกรรมาธิการก่อน🔗
ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ🔗
๗.๔ เป็นการตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการแรงงาน แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะสมาชิกภาพสิ้นสุดลง ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ได้มีหนังสือแจ้งว่า สมาชิกภาพของท่านชุมพล จุลใส ได้สิ้นสุดลงเพราะลาออก ทำให้ ตำแหน่งว่างลงตามมาตรา ๑๐๑ (๖) ประกอบมาตรา ๙๘ (๔) และมาตรา ๙๖ (๒) ของ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ แต่ตำแหน่งที่ว่างลงในกรรมาธิการนั้น เป็นสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ขอเชิญตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอครับ ท่านจะ แต่งตั้งใครครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอกรรมาธิการสามัญการแรงงานในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่านครับ คือคุณสุภาพร กำเนิดผล ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองครบ ๕ คน มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มีก็ถือว่า ที่ประชุมอนุมัติแต่งตั้งให้คุณสุภาพร กำเนิดผล เป็นกรรมาธิการการแรงงานแทนตำแหน่งที่ว่างลง🔗
ต่อไปเป็นตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและ วัฒนธรรม แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง ในเรื่องนี้ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านได้แจ้งมาว่า นายไพบูลย์ นิติตะวัน ได้ลาออก ทำให้กรรมาธิการนั้นว่างลง ๑ ตำแหน่ง เป็นสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐครับ เชิญตัวแทนพรรคพลังประชารัฐเสนอครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอตั้งนายชวน ชูจันทร์ เป็นกรรมาธิการ สามัญในตำแหน่งที่ว่างลงครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ครบนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ก็ถือว่าที่ประชุมอนุมัติให้นายชวน ชูจันทร์ เป็นกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม แทนตำแหน่งที่ว่าง🔗
ต่อไปเป็นการตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก เรื่องนี้ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้แจ้งมา ว่า ท่านชลน่าน ศรีแก้ว ได้ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ ทำให้ตำแหน่งว่าง เป็น สัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ขอเชิญตัวแทนพรรคเพื่อไทยเสนอครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายไชยวัฒนา ติณรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ขอเสนอแต่งตั้งกรรมาธิการกิจการสภาแทนตำแหน่งที่ว่าง เป็น ส.ส. นิยม ช่างพินิจ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีท่าน สมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมอนุมัติให้ท่านนิยม ช่างพินิจ แทนตำแหน่งที่ว่างลงในกรรมาธิการ กิจการสภาผู้แทนราษฎร🔗
ต่อไปอีก ๑ คณะ เป็นการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิด สถานบันเทิงแบบครบวงจร (Entertainment Complex) การจัดเก็บรายได้และภาษีจาก ธุรกิจคาสิโนถูกกฎหมาย และมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาบ่อนการพนันผิด กฎหมาย การแพร่ระบาดของตู้เกมพนันไฟฟ้า และการพนันออนไลน์ ตรงนี้ว่างเพราะ ลาออก ซึ่งท่านประธานคณะกรรมาธิการได้แจ้งมา นายวิชาญ มีนชัยนันท์ ได้ลาออกจาก ตำแหน่งทำให้ตำแหน่งว่าง เป็นสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยครับ เชิญตัวแทนพรรค เพื่อไทยเสนอครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร (Entertainment Complex) การจัดเก็บรายได้และภาษีจากธุรกิจคาสิโนถูกกฎหมาย และมาตรการในการป้องกันและ แก้ไขปัญหาบ่อนการพนันผิดกฎหมาย การแพร่ระบาดของตู้เกมพนันไฟฟ้า และการพนัน ออนไลน์ แทนตำแหน่งที่ว่างลง นายวัน อยู่บำรุง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ครบนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ก็ถือว่าที่ประชุมอนุมัติให้ นายวัน อยู่บำรุง เป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิด สถานบันเทิงแบบครบวงจร เอนเตอร์เทนแมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) การจัดเก็บรายได้และภาษีจากธุรกิจคาสิโนถูกกฎหมาย และมาตรการในการป้องกัน และแก้ไขปัญหาบ่อนการพนันผิดกฎหมาย การแพร่ระบาดของตู้เกมพนันไฟฟ้า และการพนันออนไลน์ แทนตำแหน่งที่ว่างลงนะครับ เป็นการตั้งซ่อมครบทั้ง ๔ คณะแล้ว🔗
ต่อไปเป็นระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุมครับ ในวาระที่ ๒.๑ เป็นเรื่องรับทราบการพิจารณาของวุฒิสภา🔗
ด้วย สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ได้มีหนังสือแจ้งว่าที่ประชุมวุฒิสภา ได้พิจารณาเรื่องต่าง ๆ ดังนี้🔗
ในเรื่องแรกในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๖ (สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่สอง) เมื่อวันจันทร์ที่ ๑๗ มกราคม ๒๕๖๕ ที่ประชุมวุฒิสภาได้ลงมติเห็นชอบด้วยกับ สภาผู้แทนราษฎรในร่างพระราชบัญญัติเครื่องราชอิสริยาภรณ์ จุลจอมเกล้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗
ในเรื่องที่ ๒ เป็นการประชุมวุฒิสภาครั้งที่ ๑๗ (สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่สอง) วันอังคารที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๖๕ ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณารับทราบรายงาน จำนวน ๒ เรื่องครับ คือ เรื่องแรกรายงานประจำปี ๒๕๖๓ ของสำนักงาน คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก และรับทราบเรื่องที่ ๒ คือรายงาน ประจำของทุนประชารัฐ สวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ จึงแจ้งที่ประชุมเพื่อทราบ🔗
ในวาระที่ ๒.๒ เรื่องประธานจะแจ้งที่ประชุม เป็นการรับทราบรายงาน กิจการประจำปีงบดุล บัญชีกำไรและขาดทุนของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า แห่งประเทศไทย สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๓🔗
เรื่องนี้ รายละเอียดได้จัดวางไว้ให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ ขอเชิญผู้แทนที่จะมาชี้แจง มีท่านรักษ์ วรกิจโภคาทร เป็นกรรมการผู้จัดการ ท่านวันเพ็ญ อรรชุนเดชะ เป็นผู้ช่วยกรรมการจัดการ ท่านมีนา ภัทรนาวิก รองผู้อำนวยการฝ่ายบัญชี ท่านณัฐสิทธิ เธียรประสิทธิ์ เป็นผู้ช่วย ผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์องค์กร เชิญครับ🔗
ท่านรักษ์ มีอะไรจะชี้แจงเพิ่มเติมไหมครับ ถ้าไม่มีจะให้ท่านสมาชิกได้ซักถาม มีไหมครับ ผู้เข้ามาชี้แจง มีอะไรชี้แจงเพิ่มเติมไหม ไม่มี ถ้าอย่างนั้นเชิญดอกเตอร์อิสระครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ครับ ท่านประธานครับ จริง ๆ วาระนี้ต้องเข้าตั้งแต่ ๒ สัปดาห์ก่อน แต่ว่าธนาคารขอเลื่อนมาเป็นวันนี้ เดิมทีเดียวผมตั้งใจจะอภิปรายถึง งบการเงินแล้วก็ตัวเลขทางบัญชีของธนาคาร แต่เมื่อเช้านี้ผมมาคิดดูแล้วครับ ผมเปลี่ยนใจ ไม่พูดเรื่องที่ผมเตรียมมาแล้ว แต่พูดเรื่องที่ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญกว่า ซึ่งผมคิดว่า เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) จะเป็นตัวอย่างที่จะเอามาอธิบายเรื่องนี้ได้ดีที่สุด เรื่องสำคัญที่ว่า คือเรื่องความเหลื่อมล ้าในสังคม ดังนั้นฝ่ายโสต สไลด์ (Slide) ที่ผมเตรียมไว้ขออนุญาต ไม่ต้องขึ้น ท่านประธานครับ มีคนบอกว่าโควิด (COVID) ทำให้ความเหลื่อมล ้าที่เขามีอยู่แล้ว ในสังคมมันยิ่งกว้างขึ้น แพร่กระจายไปทุกวงการ รวมทั้งวงการการเงินการธนาคาร วันนี้ผมเลยขอใช้เวลา ๗ นาทีนี้ฉายภาพให้เห็นถึงความเหลื่อมล ้านี้ผ่านเลนส์ (Lens) ของ เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) หรือธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ถามว่า ธนาคารให้ความสำคัญกับความเหลื่อมล ้าไหม ต้องบอกว่าให้ความสำคัญครับ เพราะในหน้าที่ ๒๗ ในส่วนของยุทธศาสตร์ บอกว่าธนาคารมุ่งลดความเหลื่อมล ้าในสังคม แต่ก็เป็นปัญหาที่มีทุกภาคส่วนของประเทศไทย นั่นก็คือเรามักทำสวนทางกับคำพูด ตัวอย่าง อันหนึ่งที่เห็นชัด ๆ เลย ก็คือความเหลื่อมล ้าเรื่องคนครับ ท่านประธานทราบไหมครับว่า ปี ๒๕๖๓ ซึ่งในปีของรายงานฉบับนี้เป็นครั้งแรกในรอบ ๑๔ ปีที่ธนาคารขาดทุน ซึ่งสักครู่ ท่านผู้บริหารก็คงจะอธิบายพวกเราฟังว่ามีเหตุผลอะไร ซึ่งก็อาจจะฟังขึ้นบ้างไม่ขึ้นบ้าง แต่ที่ฟังไม่ขึ้นเลยและรับไม่ได้ นั่นก็คือผู้บริหารที่ทำให้ธนาคารขาดทุนครั้งแรกในรอบ ๑๔ ปี แต่กลับได้รับทั้งเงินเดือน แล้วก็โบนัสเป็นรางวัลเกือบ ๕๐ ล้านบาทครับท่านประธาน ตรงนี้คือความเหลื่อมล ้า ผมอยากตัดภาพไปให้เห็นข่าวเมื่อเช้านี้ครับ ชาวประมงผู้ส่งออก อาหารทะเลระยองนั่งอยู่ริมทะเลสะอึกสะอื้น ร้องไห้ กอดเสากระโดงเรือ พึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ กราบแม่ย่านาง ขอแค่ว่าลูกค้าอย่ายกเลิกออร์เดอร์ (Order) สินค้าเพราะกลัวน ้ามันปนเปื้อน ตัดภาพไปที่มนุษย์เงินเดือนที่ลุ้นแต่ละวันว่าจะถูกให้ออกจากบริษัทไหม จะถูกลดเงินเดือน ไหม กลับมาที่คนกลุ่มหนึ่งที่นั่งในห้องแอร์ (Air condition) ทำธนาคาร กำไรก็ช่าง ขาดทุน ก็ช่าง ไม่เป็นอะไร แต่ได้รางวัล ๕๐ ล้าน ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือเรื่องจริง ที่ไม่อิงนิยาย เรื่องจริงที่เหมือนอยู่โลกคนละใบ ซึ่งเรื่องคนนี้ ๒ ปีที่แล้วตอนที่ธนาคารมาที่สภา ผมเคยพูดไปแล้วว่า เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ใช้คนเยอะเกินไป ตอนนั้นยังคิดว่า เมื่อกลับไปก็จะลดจำนวนคน แต่ไม่ล่ะครับ สวนทางกลับไปเพิ่มคนอีก จนปัจจุบันมี ๘๘๐ กว่าคน คนร่วมพันนี้คิดเป็นเงินเดือนทั้งปีเกือบ ๑,๔๐๐ ล้านบาท หารออกมาแล้วต่อ คนคือคนละเกือบแสน นี่คือความเหลื่อมล ้าครับ คนไทยค่อนประเทศ ผู้ประกอบการ ค่อนประเทศ จะดิ้นรนให้มีชีวิตรอดไปแต่ละวันเปรียบเทียบกับคนกลุ่มนี้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ธนาคารอย่าให้เหตุผลว่าจำเป็นต้องใช้คนเพื่อทำงานครับ ที่สหรัฐอเมริกา มีเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ชื่อเหมือนกันเลย โลโก้ (Logo) คล้าย ๆ กัน วัตถุประสงค์ แบบเดียวกัน แต่ธนาคารเขาบริหารสินทรัพย์ที่ใหญ่กว่าเรา ๕ เท่า แต่ใช้คนเพียงแค่ ๕๑๕ คน ทำไมเขาทำได้ครับ นี่คือความเหลื่อมล ้าแรก เรื่องคน ความเหลื่อมล ้าที่ ๒ คือความเหลื่อมล ้า เรื่องสินเชื่อ ท่านประธานครับ ในรายงานฉบับนี้บอกว่าธนาคารมีเงินให้สินเชื่อคงค้าง ๑๓๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน ๑๐.๙๖ เปอร์เซ็นต์ เป็นสัญญาณที่ดีครับ แต่พอไปดูในรายละเอียดหน้า ๗๓ บอกว่า เงินให้สินเชื่อส่วนใหญ่เป็นสินเชื่อ ๓ กลุ่ม คือ สาธารณูปโภคสินค้าอุตสาหกรรม และโทรคมนาคม เห็นอย่างนี้แล้วเศร้าใจครับว่าทำไม ถึงเลือกสนับสนุนแต่ยักษ์ใหญ่ กลุ่มผู้ประกอบการที่เป็นกระดูกสันหลังของเศรษฐกิจประเทศ นั่นก็คือสินค้าเกษตรกรไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับธนาคารหรือครับ ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นฐานราก ของเศรษฐกิจของประเทศ ถามว่าคนกลุ่มนี้ไม่ใช่เรื่องสำคัญหรือครับ กระทรวงพาณิชย์ เขาอุตส่าห์ไปเปิดด่าน ๔๖ ด้าน จาก ๙๗ ด่านดันยอดส่งออกให้สูงถึง ๑.๘ ล้านล้านบาท ซึ่งในนี้ ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็เป็นสินค้าเกษตร เขาไปทำข้อตกลงอาร์เซป (RCEP) ซึ่งมาตั้งกี่ยุค แล้วไม่สำเร็จ มาสำเร็จยุคนี้ แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ไม่ว่าจะเป็นด่านหรือเป็นข้อตกลง ก็เป็นเพียงแค่เส้นสมมติแบ่งพรมแดนหรือเป็นเพียงแค่กระดาษแผ่นเดียว ลำพังของเหล่านี้ ไม่ทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นครับ เศรษฐกิจจะดีขึ้น นั่นก็คือผู้ประกอบการเขาทำการค้าได้ ซึ่งเขา ต้องการได้รับการสนับสนุนทางด้านเงินทุนแล้วก็บริการประกันจากหน่วยงานที่มีพันธกิจ เรื่องนี้โดยตรง นั่นก็คือมีเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ท่านประธานครับ ผมเข้าใจดีครับว่า ผู้บริหารของธนาคาร ทั้งที่มาวันนี้คือท่านกรรมการผู้จัดการและท่านประธานกรรมการ ก็อาจจะเป็นชุดใหม่ ซึ่งก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรโดยตรงกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในรายงานฉบับนี้ โดยส่วนตัวผมเองผมก็เชื่อมั่นความสามารถของทั้งท่านประธานกรรมการและท่านกรรมการ ผู้จัดการ แต่อย่างไรก็ดีผมได้ฟังที่ท่านแถลงเมื่อช่วงปลายปีที่ผ่านมาถึงผลประกอบการ ของปี ๒๕๖๔ ซึ่งคงจะเข้าสภาปีหน้า ก็ยินดีกับท่านด้วยครับที่ว่าผลประกอบการ เป็นที่น่าพอใจ แล้วก็ชื่นชมกับหลักการของท่านที่ว่าเกิด แก่ เจ็บ ตาย ซึ่งเป็นหลักการที่ถึง แม้ไม่ได้อยู่ในรายงานฉบับนี้ แต่ว่าท่านได้อธิบายให้ฟังว่าจะช่วยคนให้ครบวงจรได้อย่างไร ก็ขอฝากเอาไว้ครับ อีกมาตรการหนึ่งที่ผมเรียกว่าตัด ติด ปิด เปิด ซึ่งก็คือตัดลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น แล้วก็ ติดอาวุธให้กับเอสเอ็มอี (SMEs) นั่นก็คือทุน โดยหาวิธีปิดช่องว่างความเหลื่อมล ้าด้วยการ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหม่ที่มีศักยภาพ เพื่อที่ท่านจะได้เปลี่ยนตัวเองจากหอคอย งาช้างเป็นหอกระจายสินค้า เปลี่ยนตัวเองเป็นไม้ซุงพยุงไม้ซีก เป็นลมใต้ปีกของเอสเอ็มอี (SMEs) ไทย เป็นความหวังของผู้ประกอบการไทยอย่างแท้จริง ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ครับ🔗
ขอบพระคุณท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ธนาคารเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ต้องถือว่าเป็นธนาคารที่ตั้งมาไม่นาน จริง ๆ ก็ตั้งในสมัยของท่านชวน หลีกภัย ในสมัยที่เป็น นายกรัฐมนตรี ครั้งที่ ๑ และเป็นโมเดล (Model) ของการทำงานที่คล้ายกับเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ของนานาประเทศ ก็คือพยายามจะส่งเสริมในเรื่องของการส่งออก และการนำเข้า ตามชื่อที่เป็นอยู่ ซึ่งถ้าดูจากงบดุล ท่านก็จะมีการปล่อยกู้ปี ๒๕๖๓ มีสินทรัพย์ประมาณโดยรวม ๑๔๐,๐๐๐ ๑๔๐,๐๐๐ นี้ ๒๐,๐๐๐ มาจากทุนที่มีอยู่ แล้วก็ ๔๔,๐๐๐ ก็มาจากเงินฝาก อีกประมาณ ๒๐,๐๐๐ ก็มาจากการกู้จากตลาดเงินระยะสั้น แล้วก็อีก ๕๐,๐๐๐ ก็เป็นการกู้ระยะยาวครับ ถ้าเทียบกับเศรษฐกิจไทยซึ่งเราพึ่งพา การส่งออกมาก ก็ยังถือว่าอาจจะไม่ค่อยใหญ่มากนัก ด้วยเงินจำนวนเพียง ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้นโมเดล (Model) ของท่าน จริง ๆ ดอกเตอร์อิสระได้กล่าวถึงอดีตไปพอสมควร แล้ว ผมอยากจะให้ท่านได้ช่วยชี้แจงถึงอนาคตว่าท่านจะนำพาองค์กรนี้ต่อไปอย่างไร เพราะว่ามีการกล่าวกันว่า โมเดลแบงกิง (Model Banking) ที่เป็นอยู่อาจจะมีการ เขาใช้ คำว่า สูญพันธุ์ แต่ผมไม่ค่อยอยากเชื่อเท่าไร ก็อยากจะฟังจากท่านว่าท่านจะปรับเปลี่ยน การทำงานให้เข้ากับยุคสมัยของมีฟินเทค (FinTech) ของการที่มีดิจิทัลเทคโนโลยี (Digital Technology) อย่างไรในสถานการณ์ใหม่ ๆ และยิ่งถ้าเราเจอปัญหาของการเปลี่ยนแปลง ของโครงสร้างเศรษฐกิจอันเนื่องมาจากโลกร้อน เราจะต้องมีเรื่องของคาร์บอนเครดิต (Carbon Credit) เราคงต้องมีการปรับเปลี่ยนการทำงานอย่างไร ลำพังจะไปปล่อยกู้โดยแข่ง กับแบงก์พาณิชย์ที่เขามีการปล่อยสินเชื่อกันอยู่อย่างมากเป็นหลักล้าน ๆ บาท ก็อาจจะ ไม่ค่อยได้เปรียบมากนัก ผมคิดว่าท่านคงต้องมีนวัตกรรมทางการเงินใหม่ ๆ เหมือนกัน ที่จะต้องอยู่ได้ในระยะต่อไป แล้วก็เป็นประโยชน์กับเศรษฐกิจทั้งในเรื่องของการดูแล รายย่อยดูแลสตาร์ตอัป (Startup) ที่จะเกิดขึ้น และแน่นอนก็คือดูแลเรื่องของเศรษฐกิจ ประเทศเพื่อนบ้านซึ่งในอดีตท่านก็มีการปล่อยกู้มาพอสมควร เพราะฉะนั้นผมขออนุญาต ให้ท่านได้ช่วยชี้แจงให้ที่ประชุมได้รับทราบว่า แนวคิดในอนาคตท่านในเรื่องเหล่านี้ จะเป็นอย่างไรโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้วยเงินที่ท่านมีอยู่จำกัดแค่ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็คงจะต้องใช้ให้เป็นประโยชน์และมีโมเดล (Model) ทางการเงินที่ผิดแผกไปจากของ แบงก์พาณิชย์โดยทั่วไปครับ ก็ขออนุญาตกราบเรียนครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมขออภิปรายในเรื่องของรายงานประจำปี ๒๕๖๓ ของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย หรือที่เราเรียกกันย่อ ๆ ว่า เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ท่านประธานครับ ปี ๒๕๖๓ เริ่มเมื่อประมาณเดือนมีนาคม เราได้เกิดการระบาดของโรค โควิด (COVID) แล้วก็ได้เกิดขึ้นที่เมืองอู่ฮั่นประเทศจีน แล้วก็กระทบมาถึงประเทศไทยตั้งแต่ ปี ๒๕๖๓ มา ประเทศเราเองได้ประสบการระบาดของโรคโควิด นับมาจนถึงขณะนี้ก็คือ ถึงระลอกที่ ๕ ระลอกที่ ๑ ก็คือเดือนมีนาคมปี ๒๕๖๓ ระลอกที่ ๒ เมื่อเดือนพฤศจิกายน ปี ๒๕๖๓ ที่เกิดที่ตลาดกุ้ง จังหวัดสมุทรสาคร ปี ๒๕๖๔ ระลอกที่ ๓ เกิดขึ้นที่คลัสเตอร์ (Cluster) ทองหล่อ ระลอกที่ ๔ ประมาณเดือนสิงหาคมเกิดจากแคมป์ (Camp) คนงาน เมื่อปี ๒๕๖๔ แล้วก็ระลอกที่ ๕ เมื่อช่วงปลายปี ๒๕๖๔ ต่อมาจนถึงขณะนี้ปี ๒๕๖๕ และตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด (COVID) วันนี้เพิ่มถึง ๙,๐๐๐ กว่าคน ก็หนักกว่าเดิมอีก คราวนี้ มันก็กระทบ พอมีโควิด (COVID) การส่งออกก็กระทบเพราะว่ามันมีปัญหาในเรื่องของ ระบบโลจิสติกส์ (Logistics) ในการที่จะส่งสินค้าจากประเทศไทยไปต่างประเทศ และขณะเดียวกันเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ก็ดูในเรื่องของการนำเข้าสินค้าจาก ต่างประเทศด้วย ค่าระวางเรือต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการส่งออกหรือนำเข้าก็เพิ่มขึ้นถึง ๔ เท่าตัว ท่านประธานครับ ในรายงานประจำปี ปี ๒๕๖๓ ธนาคารเพื่อการส่งออก และนำเข้าแห่งประเทศไทย ขาดทุนไปทั้งหมด ๑,๓๔๐ ล้านบาท คำถามผมว่าเกิดอะไรขึ้น ในปี ๒๕๖๓ ทำไมธนาคารเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ถึงขาดทุน และมีเอ็นพีแอล (NPL) ร้อยละ ๓.๘๑ สาเหตุเกิดจากอะไร ถ้าบอกว่าเกิดจากโควิด (COVID) ปี ๒๕๖๓ โควิด (COVID) ก็เพิ่งเริ่มต้น ท่านประธานครับในรายงานหน้า ๒๙ ของธนาคารเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) บอกว่ามีพันธกิจที่สำคัญ ก็คือการส่งเสริมและสนับสนุนการส่งออก การนำเข้า และการลงทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ทั้งนี้เพื่อการพัฒนาประเทศ โดยการให้สินเชื่อ ค ้าประกัน รับประกันความเสี่ยง หรือให้บริการที่จำเป็นตามพระราชบัญญัติ ท่านประธาน ครับ รับประกันความเสี่ยง ซึ่งเป็นพันธกิจของธนาคารเอ็กซิม แบงก์ (EXIM Bank) คำถาม ผมว่าท่านได้ทำอะไรบ้างให้กับธุรกิจที่เป็นลูกค้าของธนาคารเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ในการรับประกันความเสี่ยง ท่านประธานครับ ในหน้า ๕๕ บอกว่าค่าเงินบาทผันผวนสูง ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ธนาคารกลางของหลายประเทศต่างดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อน คลายโดยอัดฉีดเม็ดเงินจำนวนมหาศาลเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจในช่วงวิกฤติโควิด (COVID) และการที่สหรัฐอเมริกาได้ขึ้นบัญชีประเทศไทยในฐานะประเทศที่ต้องจับตาเป็นพิเศษว่า อาจจะมีการแทรกแซงค่าเงินบาท อาจเป็นปัจจัยซ ้าเติมให้ค่าเงินบาทมีความผันผวน ตลอดปี ๒๕๖๔ คำถามผมว่าอยากจะให้ทางธนาคารเอ็กซิม แบงก์ (EXIM Bank) ได้อธิบายว่า การที่ค่าเงินบาทเราผันผวนสูง มันเกิดจากเราไปแทรกแซงค่าเงินบาทอย่างไร และทำไม สหรัฐอเมริกาซึ่งเป็นตลาดใหญ่ของประเทศไทยถึงมาจับตาดูว่าประเทศเราเข้าไปแทรกแซง ค่าเงิน ตรงนี้หมายความว่าอย่างไร เพราะมันกระทบต่อความเชื่อมั่นในเรื่องการเงิน ของประเทศ ท่านประธานครับ นอกจากนี้ในเอกสารหน้า ๕๔ บอกว่าแนวโน้มของ การส่งออกในปี ๒๕๖๔ บอกว่าเศรษฐกิจโลกจะกระเตื้องขึ้น โดยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลก ที่หดตัวในร้อยละ ๓.๓ ในปี ๒๕๖๓ จะกลับมาขยายตัวเป็นร้อยละ ๖.๐ ในปี ๒๕๖๔ จากนโยบายการกระตุ้นเศรษฐกิจประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก คำถามผมครับว่าปีนี้หมดปี ๒๕๖๔ แล้ว ที่ท่านคาดการณ์ไว้ว่าเศรษฐกิจโลกจะกลับมา เจริญเติบโต ขยายตัวในร้อยละ ๖.๐ มันเป็นไปตามที่ท่านคาดการณ์ไว้หรือไม่ เพราะว่า ตรงนี้มันจะเกี่ยวข้อง เกี่ยวกับตลาดส่งออกของประเทศไทย ผู้ส่งออกได้รับประโยชน์ ถ้าเศรษฐกิจคาดการณ์ไว้ แต่ว่าขณะเดียวกันก็ปรากฏว่าขณะนี้ผู้ส่งออกของเราก็ประสบ ปัญหาในเรื่องของตลาดการส่งออก และ🔗
อีกคำถามหนึ่งครับท่านประธาน การที่บอกว่าจะมีความร่วมมือทางการค้า ที่จะช่วยให้การส่งออกของประเทศไทยเราดีขึ้น ที่บอกว่ามีหน่วยงานที่เป็นข้อตกลงทาง การค้าที่ใหญ่ที่สุด เรียกว่า อาร์ซีอีพี (RCEP) ที่มีทั้งหมด ๑๕ ประเทศ ซึ่งประเทศใหญ่ ๆ นะครับ จีน ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย ต่าง ๆ และชาติอาเซียน (ASEAN) อีก ๑๐ ประเทศ ถามว่าตรงนี้เราได้ประโยชน์ไหมครับจากความร่วมมืออาร์ซีอีพี (RCEP) ที่จะทำให้ผู้ส่งออก ของเราส่งออกสินค้าได้ง่ายขึ้น แล้วก็ได้จำนวนที่มากขึ้น ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญ ท่านรักษ์จากเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ชี้แจงครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพรักทุกท่าน ต้องกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกทั้ง ๓ ท่าน ที่ทำหน้าที่เหมือนกับเป็น เวก-อัป คอล (Wake-up call) ให้กับเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) เอ็กซิมแบงก์ (EXIN Bank) ถือเป็นสถาบันการเงินเฉพาะกิจที่มีความแข็งแกร่งแห่งหนึ่งของกระทรวงการคลัง เรามีเรตติง (Rating) ในประเทศ ทริปเพิล เอ (Triple A) เรตติง (Rating) ที่เป็นระหว่าง ประเทศหรือว่าเป็นโกลบอล สแตนดาร์ด (Global standard) อยู่ที่ประมาณทริปเพิล บี พลัส (Triple B Plus) ซึ่งภาพนี้เป็นภาพที่เรามีวิธีการในการระดมทุนต่างไปจากพี่ร่วม กระทรวงคนอื่น ก็คือเราต้องทำตัวเองให้แข็งแกร่งเสมอ ซึ่งท่าน ส.ส. อิสระก็ได้กรุณาพูดถึง เรื่องของพอร์ตฟอลิโอ (Portfolio) ของเรา ผมขออนุญาตไปทีละประเด็น ในเรื่องของ ความเหลื่อมล ้า เรามีพอร์ตฟอลิโอ (Portfolio) อยู่ที่ ณ สิ้นปี ๒๕๖๔ เราเติบโตเพิ่มขึ้นสูง ที่สุดในกระทรวง อีก ๑๓ เปอร์เซ็นต์ เรามาจบที่สิ้นปีอยู่ที่ ๑๕๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท เอ็นพีแอล (NPL) ที่ต ่ามาก เมื่อเป็นเอ็นพีแอล (NPL) ของตลาดอยู่ที่ประมาณ ๔ กว่า ๆ ถึง ๕ เปอร์เซ็นต์ เอ็นพีแอล (NPL) ของเอ็กซิม แบงก์ (EXIM Bank) มีอยู่เพียงแค่ ๒.๗๓ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นเอง ก็คือครึ่งหนึ่งของตลาด ที่ต้องเป็นอย่างนั้นก็เป็นเพราะว่าเรามีความตั้งใจ ในการที่จะลงมาจากหอคอยงาช้าง กลับมาเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเดียวของประเทศไทย อีกครั้งหนึ่ง เหมือนกับเมื่อวันนี้ ๒๘ ปีที่แล้ว ในความเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนา มันมีนัยสำคัญอย่างหนึ่งก็คือ ในวันที่สินเชื่อไม่สามารถที่จะระบายตัวได้ในตลาด ในปี ๒๕๖๒ และ ๒๕๖๓ สินเชื่อในตลาดเติบโตเพียงแค่ ๓ เปอร์เซ็นต์ ในปี ๒๕๖๔ เติบโต มาเป็น ๔ เปอร์เซ็นต์ แต่ในทุกสถาบันการเงินเกือบทุกแห่งของรัฐบาลจะเติบโตอยู่ใกล้ ๆ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นคือที่มาว่าเมื่อมีวิกฤติในตลาดการเงิน ธนาคารพาณิชย์จะยกการ์ด (Guard) ค่อนข้างสูงในการที่จะปล่อยสินเชื่อ แต่ในฐานะที่เราเป็นสถาบันการเงินของรัฐ เราต้องเข้าไปช่วย นั่นคือนัยตัวแรก คือการเข้าไปซ่อมอุตสาหกรรมที่เกิดวิกฤติ ในการ ขาดทุนในปี ๒๕๖๓ ก่อนที่ผมจะมาดำรงตำแหน่ง จริง ๆ ในปีนั้นเรากำไรจากโอเพอเรชัน (Operation) อยู่กว่า ๑,๘๐๐ ล้าน แต่ที่ขาดทุนเพราะว่าเราเป็นลูกคนเดียวที่เข้าโกลบอล สแตนดาร์ด (Global standard) หรือที่เราเรียกว่าทีเอฟอาร์เอส ๙ (TFRS 9) เราสำรอง ค่าเผื่อหนี้ที่สงสัยจะสูญอยู่ ๒ ราย รายหนึ่งก็คือเป็นสายการบินขนาดใหญ่ อีกรายหนึ่ง เป็นทุนไทยที่อยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ก็คือประเทศลาว และลูกค้ารายนั้นก็เป็น กระทรวงการคลังลาว ถามว่าทำไมเราถึงต้องให้สินเชื่อกับประเทศเพื่อนบ้าน หรือแม้กระทั่ง ทุนไทยที่อยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน เพราะว่าเราทำตามนโยบายที่เราจะนำเอาสิ่งที่เป็น ซินเนอร์จี (Synergy) ของซีแอลเอ็มวีที (CLMVT) กลับมา วันนี้ทุนไทยที่เติบโตอยู่ ต่างประเทศ หรือที่เราเรียกว่า ไทยแลนด์ ไดเรกต์ อินเวสต์เมนต์ (Thailand direct investment) นี้ เซอร์พาส (Surpass) สิ่งที่เราเรียกว่าฟอร์รีน ไดเรกต์ อินเวสเมนต์ (Foreign Direct Investment) ก็คือเอฟดีไอ (FDI) โมเดล (Model) ธุรกิจนี้คือโมเดล (Model) ที่เรากำลังจะ ขยับให้ประเทศเรากลับไปเป็นเสือตัวที่ ๕ ของอาเซียนอีกครั้งหนึ่ง ภาพนี้เป็นภาพที่ เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ณ ปัจจุบัน จีเอ็นไอ (GNI) หรือว่ากรอส เนชันนอล อินคัม (Gross National Income) ที่เราสามารถคอนทริบิวต์ (Contribute) ได้เราทำได้ดีกว่า มาเลเชียน เอ็กซิม (Malaysian EXIM) เราทำได้ดีกว่าอินโดนีเซียน เอ็กซิม (Indonesian EXIM) แล้วในขณะเดียวกันภาพอนาคตของเราคืออะไร ภาพอนาคตของเราคือการเป็นหนึ่ง เดียวในการที่จะเป็นบีซีจี แบงก์ (BCG Bank) ไบโอ เซอกูลาร์ กรีน (Bio-Circular-Green) วันนี้พอร์ต (Port) ที่เป็นดิเวลอปเมนต์ พอร์ต (Development port) เรามีมากถึง ๗๕ เปอร์เซ็นต์ ใน ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท และปีนี้เราตั้งใจที่จะเติบโตอีก ๑๕ เปอร์เซ็นต์ เราเพื่อที่จะทำอะไรครับ ฐานทุนเรามีอยู่ค่อนข้างเล็ก เรามีฐานทุนอยู่ประมาณ ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งหมายความว่าเราสามารถขยายสินเชื่อได้ประมาณ ๑๑.๖๗ เท่า เราสามารถที่จะไปแตะ ๒๕๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยที่แม่ไม่ต้องเพิ่มทุนให้อีก เพราะฉะนั้นในมุมของการที่เราเป็น ดิเวลลอปเมนต์ แบงก์ (Development Bank) เราก็จะลดการเหลื่อมล ้าทุกครั้ง ที่มีการปล่อยสินเชื่อให้กับทุนไทยที่ข้ามโขง ข้ามอิระวดี สามารถที่จะสร้างซัปพลาย เชน มัลติพลายเออ (Supply chain multiplier) ได้มากกว่า ๒.๕ เท่าเสมอ เพราะฉะนั้น เอสเอ็มอี (SMEs) ตัวเล็ก ๆ วันนี้เรามีแพลตฟอร์ม (Platform) ที่เราเชื่อมกับอาลีบาบา (Alibaba) ปีที่แล้วเราเอาเอสเอ็มอี (SMEs) ไทยตัวเล็ก ๆ มาฝึกในห้องเรียน แล้วก็เอาตัวเอง และผลิตภัณฑ์ของตัวเองเข้าในแพลตฟอร์มอาลีบาบา (Platform Alibaba) ได้กว่า ๕๐๐ ราย จาก ๕,๐๐๐ เหรียญ ค่าแรกเข้าเอ็กซิม (EXIM) แอบซอร์บ (Absorb) ให้หมด ปีนี้ เราตั้งใจที่จะพาคนตัวเล็กเข้าสู่ตลาดแพลตฟอร์มอาลีบาบา (Platform Alibaba) อีกกว่า ๑,๕๐๐ ราย นั่นคือที่มาของการที่เราจะเปลี่ยนคำสาบว่าเรามีพี่น้องเอสเอ็มอี (SMEs) อยู่ ๓ ล้านราย เป็นผู้ส่งออกได้เพียง ๒๕,๐๐๐ ราย คือน้อยกว่า ๑ เปอร์เซ็นต์ เราจะเปลี่ยน โมเดล (Model) เวียดนามมีจำนวนผู้ส่งออกที่เป็นเอสเอ็มอี (SMEs) สูงกว่าเรา ๑๐ เท่า คือมีเกือบ ๓๐๐,๐๐๐ ราย เพราะฉะนั้นถ้าเราจะช่วงชิงความได้เปรียบกลับคืนมา เราต้อง เปลี่ยนวิธีคิดของพี่น้องเอสเอ็มอี (SMEs) ของเรา วันนี้เรามีเอกซ์ปอร์ต สตูดิโอ (Export Studio) เราสามารถที่จะถ่ายภาพ เราสามารถที่จะทำแพกเกจจิง (Packaging) ร่วมกัน กับสถาบันวิจัยของรัฐอีก ๒ แห่ง เราเพิ่งได้รับรางวัลรัฐวิสาหกิจยอดเยี่ยมมาเมื่อวันจันทร์ ที่ผ่านมาในเรื่องของการสร้างการบูรณาการ นั่นคือโมเดล (Model) ใหม่ของภาครัฐอย่าง เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ในการที่จะเป็นเกมเชนเจอร์ (Game changer) คือดึงเอา ศักยภาพของสินค้าไทยที่เป็นที่ต้องการในตลาดโลก เพราะฉะนั้นค่าระวางเรือเมื่อสักครู่ ที่ทางท่าน ส.ส. ยุทธพงศ์ ได้กล่าวไปสักครู่หนึ่ง เราเป็นหนึ่งในแบงก์รัฐแบงก์เดียวที่ช่วย อุตสาหกรรมการต่อเรือของประเทศ วันนี้เรามีพอร์ตฟอลิโอ (Portfolio) อุตสาหกรรมการ ต่อเรือของประเทศอยู่กว่า ๑๕ เปอร์เซ็นต์ ในเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) แล้วเราก็เป็นแบงก์ (Bank) เดียวที่พยายามที่สร้างอินแลนด์ โลจิสติกส์ ซิสเทม (Inland logistics system) เพื่อที่จะให้ผู้ประกอบการสามารถแสวงหาความได้เปรียบในตลาดใหม่อาร์เซป (RCEP) ซึ่งมี ตลาดที่ใหญ่ที่สุดในโลก แล้วก็มีสมาชิกรวมถึงพอปพูเลชัน (Population) กว่า ๒,๒๐๐ ล้านคน อันนี้เราก็กำลังจะมีโปรแกรมกับกระทรวงพาณิชย์คือการจับคู่กู้เงินลุยตลาดอาร์เซป (RCEP) ในวันพุธหน้า นั่นคือที่มาของตัวตนใหม่ ถามว่าการจับคู่กู้เงินก็หมายถึงว่าเราเอาเลฟออฟฟิศ (Leave office) หรือว่าสาขาที่อยู่ต่างประเทศของเอ็กซิม แบงก์ (EXIM Bank) แล้วก็ให้เขา ทำบิสสิเนส แมตชิง แอกทิวิตี (Business matching activity) เมื่อมีผู้ซื้อผู้ขายฝั่งนั้น เราสามารถที่จะทำหน้าที่ในการที่จะให้สแตนด์บาย เครดิต ไลน์ (Standby credit line) ทุกครั้งที่เราทำบิสสิเนส แมตชิง (Business matching) เราสามารถสร้างมูลค่า ในแต่ละแมตช์ (Match) ได้ไม่ต ่ากว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท นั่นคือภาพของเอ็กซิม (EXIM) ใหม่ ที่เรากำลังจะเดินต่อไป เรามี ๒ เลเยอร์ (Layer) คือการทำดิเวลอปเมนต์ แบงก์ (Development Bank) ให้เกิดขึ้นจริงในมุมของอินฟราสตรักเจอร์ (Infrastructure) และทุนไทยที่ไปต่างชาติ กับอีกเลเยอร์ (Layer) หนึ่ง คือเราจะสร้างนักรบพันธุ์ใหม่ที่เป็น เอสเอ็มอี (SMEs) ไทยให้เขามีที่ยืนในเวทีโลก กราบขอบพระคุณครับ🔗
ท่านสมาชิก ยังมีอะไรติดอยู่ไหมครับ เชิญครับ🔗
ขอประทานโทษครับท่านประธาน มิได้ครับท่านประธาน ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ขออนุญาตท่านประธาน🔗
เชิญ ท่านวิรัตน์ครับ🔗
เมื่อสักครู่นี้ต้องการใช้สิทธิ อภิปรายเป็นคนสุดท้าย เพียงแต่ว่าผมกดบัตรแล้วไฟไม่ขึ้น บัตรมีปัญหา นี่แก้แล้ว ก็จะขอ เพียงสั้น ๆ เพื่ออยากจะเรียนสอบถามทาง ธสน. นิดหนึ่งครับท่านประธาน ท่านประธานครับ เมื่อคืนนี้ผมได้ดูทีวี (TV) ก็เห็นผู้ประกอบการขายสุกี้ร้องไห้ว่าไม่มีทุนที่จะสั่งสินค้าเข้า ลูกสาวก็นั่งร้องไห้อยู่ข้าง ๆ สามีก็ป่วย ก็เป็นความชอกช ้าอย่างมากของประชาชนในช่วงสถานการณ์โควิด (COVID) ก็มานึกถึงว่า คนทั่วไปเจอสถานการณ์โควิด (COVID) ธนาคารเองก็เกิดหนี้เสียในเรื่องโควิด (COVID) มากมาย ธนาคารพาณิชย์นะครับ แต่ว่าทางธนาคารเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ก็ถือว่าโชคดี เพราะเป็นธนาคารเฉพาะกิจของรัฐในการสนับสนุนส่งเสริมการนำเข้าและส่งออกทั่วไป ก็ทำให้ธนาคารมีการเติบโตมาอย่างต่อเนื่อง ผมเอาเฉพาะ ๑๐ ปีหลัง ตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ ธนาคารมีสินทรัพย์อยู่ที่ ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท วันนี้สินทรัพย์เกือบ ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท คือมากกว่าเท่าตัว หนี้สินก็เหมือนกันก็เพิ่มขึ้นมาเป็นเท่าตัว บังเอิญเมื่อสักครู่ที่จะสอบถาม คือจะสอบถามถึงว่าปีนี้ขาดทุนถึง ๑,๓๔๐ ล้านบาท และมีผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะ เกิดขึ้น ๓,๒๓๖ ล้านบาท เมื่อสักครู่นี้อยากจะสอบถามว่าเกิดจากสถานการณ์ โควิด (COVID) หรืออย่างไร แต่เมื่อได้ฟังคำชี้แจงก็คาดว่าน่าจะเกี่ยวกับ ๒ โครงการที่ว่า สายการบินทางลาว หรือว่าจะเกิดจากเหตุนั้น อันนี้ก็เป็นข้อสงสัยเฉย ๆ เดี๋ยวก็จะขอ คำชี้แจงจากท่านนิดหนึ่ง🔗
มีเรื่องอัตราส่วนของเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงที่ลดลงมาทุกปี เห็นว่าตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ ที่ ๑๖.๑๕ และลดลงมาปี ๒๕๖๒ เหลือ ๑๕.๔ และเหลือ ๑๓.๕ ในปี ๒๕๖๓ อัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงจะมีปัญหาหรือไม่ในอนาคต อย่างไร อันนี้ก็จะเป็นข้อที่จะสอบถามท่าน ท่านประธานครับ ผมบังเอิญไม่ได้ใช้สิทธิ ในการอภิปราย ก็ขอใช้สิทธิสอบถามเพียงสั้น ๆ ละกัน กราบขอบพระคุณท่านประธาน เป็นอย่างสูงครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านกนกมีอะไรสอบถามเพิ่มเติม เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตสอบถามเพิ่มเติมกับเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ที่เมื่อสักครู่นี้ผมเข้าใจว่าเป็นท่านกรรมการผู้จัดการใหญ่ได้ลุกขึ้นมาอธิบายเกี่ยวกับเรื่อง การส่งเสริมให้เอสเอ็มอี (SMEs) ไปต่างประเทศ แล้วก็ร่วมมือกับการขายออนไลน์ (Online) อย่างเช่นอาลีบาบา (Alibaba) เป็นต้น ผมอยากจะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า วิธีการอันนี้เป็นวิธีการที่น่าชื่นชม แล้วก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี และผมคิดว่าเป็นก้าวใหม่ที่สำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่ท่านได้บอกบอกว่า เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) กำลังปรับ สถานะมาเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนาหรือดิเวลอปเมนต์ แบงก์ (Development Bank) ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ทีนี้เมื่อเป็นเช่นนี้ผมก็ด้วยความเป็นห่วง เพราะว่า โดยธรรมชาติของนักการเงิน การธนาคารก็จะคิดถึงการส่งเสริมในมิติของการเงิน การธนาคารเป็นหลัก เช่นช่วยเชื่อมในการขายที่ท่านพูดถึงเมื่อสักครู่นี้เป็นต้น แต่ผมอยากจะ เรียนกับท่านว่าก่อนที่จะเอสเอ็มอี (SMEs) ไปถึงเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) แล้ว เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) พาไปเจออาลีบาบา (Alibaba) นั้น ส่วนที่ท่านพาไปเจออาลีบา (Alibaba) นั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่ก่อนที่จะมาถึงเอ็กซิม แบงก์ (EXIM Bank) สิครับท่านประธาน ตรงนี้เป็นโจทย์ใหญ่มาก เอสเอ็มอี (SMEs) ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศยังจำเป็นที่จะต้องการ ความช่วยเหลือทางด้านการเงิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้กระแสเงินสดของเอสเอ็มอี (SMEs) ในการขาย ไม่ว่าจะเข้าไปในโมเดิร์น เทรด (Modern trade) หรือการค้าใดก็ตาม เมื่อส่ง สินค้าแล้วไม่ได้เงินทันที เราต้องการระบบแฟกเทอริง (Factoring) อัตราดอกเบี้ยต ่า เพื่อให้กับเกษตรกรที่จะได้รับเงินทันทีเพราะว่าระบบการค้าปกติส่งสินค้าไปกว่าจะได้เงิน ๖๐ วัน เกษตรกรไม่มีเงินพอที่จะถือเงิน ๖๐ วันนี้ไว้ได้ด้วยตัวเอง และเขาจะต้องไปใช้เงินกู้ นอกระบบก็จะเกิดปัญหาพันกันไปอย่างที่ท่านก็คงทราบดีอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นผมอยากเห็น บทบาทของเอ็กซิม แบงก์ (EXIM Bank) ได้เข้ามามีบทบาทในการช่วยทำแฟกเตอริง (Factoring) ให้กับเอสเอ็มอี (SMEs) เกษตรกรที่จะเข้าไปขาย และ🔗
ในประเด็นสุดท้ายครับ ขอความกรุณาท่านกรรมการผู้จัดการช่วยจดด้วย ส.ส. ของเราในสภาแห่งนี้ เราได้ทำงานเกี่ยวกับการส่งเสริมเอสเอ็มอี (SMEs) ในพื้นที่ แล้วก็ ส่งเสริมการขายมากมาย แล้วมีหลายจังหวัดก็กำลังจะส่งออก แล้วเรามีสินค้าที่ดี ๆ อยู่เยอะมาก ท่านกรุณา จดเลย มีจังหวัดดังต่อไปนี้ครับ ๑. จังหวัดสกลนคร ๒. จังหวัดกระบี่ ๓. จังหวัดจันทบุรี ๔. จังหวัดเชียงใหม่ ๕. จังหวัดหนองคาย ๖. จังหวัดสมุทรปราการ ๗. จังหวัดกาฬสินธุ์ ๘. จังหวัดนครราชสีมา ๙. จังหวัดเชียงราย และ ๑๐. จังหวัดพะเยาครับท่านประธานครับ ผมขออนุญาตท่าน ๑๐ จังหวัดนี้ ท่านมาพาเราไปต่างประเทศหน่อยเถอะครับ ท่านช่วย จัดแฟกเทอริง (Factoring) ให้กับเอสเอ็มอี (SMEs) ของเรา ถ้าท่านไม่รู้ท่านมาบอกผมเลย ผมชื่อ กนก วงษ์ตระหง่าน ท่านกรุณาจดเบอร์โทรศัพท์ผม ๐๘๑-๘๔๕-๑๙๙๙ ท่านโทร มาได้ ๒๔ ชั่วโมง เพราะผมมีเกษตรกรเอสเอ็มอี (SMEs) ยืนอยู่ข้างหลังผมหลายพันคน เพราะฉะนั้นเอสเอ็มอี (SMEs) เราต้องการเอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ครับ เอ็กซิมแบงก์ (EXIM Bank) ธนาคารเพื่อการพัฒนาอย่างนี้เป็นบทบาทที่เราภาคภูมิใจครับ ผมขอพิสูจน์ การกระทำของท่านด้วยการทำจริง ถ้าท่านทำได้จริง พวกผมจะยืนอยู่ข้างหลังท่าน ถ้าท่าน ทำได้ไม่จริง เราก็จะบอกว่าอันนี้เป็นคำโฆษณาชวนเชื่อแต่เพียงอย่างเดียวครับท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นด้วยความเคารพจริง ๆ ครับ ส.ส. พวกเราวันนี้ทำงานเพื่อพี่น้องประชาชน ฐานรากและเราเจอปัญหาครับ เรื่องใหญ่ที่สุดก็คือเรื่องแฟกเทอริง (Factoring) ผมยังไม่พูด ถึงเรื่องเงินกู้ ส่วนเรื่องไปต่างประเทศเป็นเรื่องที่ดีครับ แต่ก่อนจะไปนั้นขอแฟกเทอริง (Factoring) ให้มันได้ก่อน เพราะว่าถ้าแฟกเทอริง (Factoring) ไม่ได้ ก็ไปต่างประเทศ ไม่ได้อยู่ดี ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ไม่มีท่านผู้ใดสอบถามอีกแล้ว ท่านผู้จัดการมีอะไรจะตอบชี้แจงไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพรักอีกครั้ง ในประเด็นของท่าน ส.ส. วิรัตน์ ทั้ง ๒ รายนี้ที่ทำให้เราขาดทุน ๑,๓๔๐ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๓ นี้ คือสายการบิน ๑ สายการบิน ก็คือสายการบินแห่งชาติ แล้วก็ทางกระทรวง การเงินของลาว ที่เราต้องมีการปรับลดเครดิตหรือว่าการตั้งสำรองสูงขนาดนั้น ก็เพราะว่าเป็นระบบมาตรฐานของทีเอฟอาร์เอส ๙ (TFRS 9) ที่เราเข้าเป็นคนเดียว ของกระทรวงการคลัง แล้วมันก็ทำให้เราปลอดภัย ถามว่าความปลอดภัยของเอ็กซิม แบงก์ (EXIM Bank) นี้ปลอดภัยขนาดไหน บีไอเอส เรโช (BIS Ratio) ที่เป็นจุดสุดท้ายที่บอกว่า แบงก์ (Bank) สุขภาพดีคือ ๘.๕ เปอร์เซ็นต์ จุดสุดท้ายของของเอ็กซิม แบงก์ ไทยแลนด์ (EXIM Bank Thailand) คือ ๑๒.๕ เปอร์เซ็นต์ เราใส่ค่าความเสี่ยงเพิ่มขึ้นไปถึง ๔ นอตช์ (Notch) เสมอ เพราะฉะนั้น ณ ปัจจุบันนี้ บีไอเอสเรโช (BIS Ratio) เราอยู่ที่ประมาณเกือบ ๆ ๑๕ เปอร์เซ็นต์ หลังจากที่กระทรวงการคลังได้มีมติให้เราเพิ่มทุน นั่นคือที่มาของ ความแข็งแกร่งส่วนตัวในมุมของโครงสร้างฐานทุนของของเอ็กซิม แบงก์ (EXIM Bank)🔗
แล้วก็ในขณะเดียวกันก็ต้องกราบขอบพระคุณท่าน ส.ส. กนก ด้วย ผมเอง ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมาผมเพิ่งลงมาจากแม่ระมาด จังหวัดตาก เราขึ้นไปทำสมาร์ต ฟาร์มเมอร์ (Smart Farmer) ร่วมกันกับ ธ.ก.ส. แล้วก็ วว. เราพาพี่น้องที่เป็นเกษตรอินทรีย์ ตอนนี้ เราบุกตลาดเยอรมัน แล้วเราตั้งใจว่าเราจะไปตลาดสแกนดิเนเวียน (Scandinavian) ด้วยกัน สิ่งที่เราทำคือการบ่มเพาะ ๒ ปีที่ผ่านมาเราบ่มเพาะพี่น้องเอสเอ็มอี (SMEs) ตัวเล็ก ๆ ที่ตั้งใจจะมีที่ยืนในเวทีโลกไปกว่า ๗,๕๐๐ รายแล้ว เราทำคนเดียวไม่ได้ เรามีพี่ใหญ่ อีกคนหนึ่งร่วมกระทรวงก็คือ ธ.ก.ส. หลังจากที่เขาได้รู้วิธีการบริหารจัดการเงินเบื้องต้นจาก ธ.ก.ส. เขาจะมาขึ้นชั้นมัธยมที่เอ็กซิม แบงก์ (EXIM Bank) เช่นเดียวกันกับ ธพว. ก็คือ เอสเอ็มอี ดีเวลอปเมนต์ แบงก์ (SMEs Development Bank) เราเป็นพี่น้องร่วมกระทรวง เมื่อเขาเรียนรู้ในการบริหารวงเงินที่ทำการค้าภายในประเทศ เขาจะเดินข้ามถนนมาที่ซอย อารีย์สัมพันธ์ เพื่อมาที่ตึกเอ็กซิม แบงก์ (EXIM Bank) ในการที่จะเรียนแต่งตัวขึ้นชั้นมัธยม แล้วก็ไปเวทีโลก นั่นคือที่มาของโมเดล (Model) ในการทำการบูรณาการ เรารู้ว่าจุดอ่อน ที่ผ่านมาในอดีต เราสแตนด์ อะโลน (Stand Alone) เราอยู่บนหอคอยงาช้าง แต่วันนี้เรา เข้ามามีความแนบชิดกับพี่น้องร่วมกระทรวงมากขึ้น แล้วเอาความแข็งแกร่งของ เอ็กซิม แบงก์ (EXIM Bank) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการป้องกันความเสี่ยง เมื่อสักครู่นี้ ท่าน ส.ส. ยุทธพงศ์ ได้ถาม ถามว่าการประกันการชำระเงินของเอ็กซิม (EXIM) คืออะไร ถ้าปีเตอร์ซื้อของสมชายมูลค่า ๑ ล้านบาท สมชายเป็นเอสเอ็มอี (SMEs) ตัวเล็ก ๆ ถ้าปีเตอร์เบี้ยวหนี้ สมชายล้มทั้งยืน เอ็กซิม แบงก์ (EXIM Bank) เข้าไปรับประกันความเสี่ยง ในราคาที่ต ่ากว่ามาร์เกตเรต (Market Rate) เพื่อให้สมชายต่อให้ปีเตอร์เบี้ยวเงินก็สามารถ ที่จะมีเงินเคลม (Claim) จากเอ็กซิม แบงก์ (EXIM Bank) ได้ เราทำธุรกรรมการรับประกัน ความเสี่ยงเช่นนี้มา ๒๘ ปี ปีที่ผ่านมาเราจบด้วยวงเงินเทิร์นโอเวอร์ (Turn Over) รับประกัน กว่า ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ดูแลพี่น้องเอสเอ็มอี (SMEs) ในแต่ละปีกว่า ๑๐,๐๐๐ ราย นั่นคือที่มาของการทำทรานแซกชัน (Transaction) ในลักษณะของการป้องกันความเสี่ยง เรานอกเหนือจากการเติมความรู้ เราให้วงเงิน และที่สำคัญที่ต่างไปจากแบงก์ร่วมกระทรวงอื่น ก็คือเราใส่เสื้อเกราะให้กับพี่น้องเอสเอ็มอี (SMEs) ก่อนที่จะข้ามโขง ข้ามอิรวดีครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาต สั้น ๆ นิดเดียวครับ🔗
เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย เกี่ยวกับเรื่องเบี้ยประชุมของคณะกรรมการ ผมก็เพียง จะแสดงความเห็นนิดหนึ่งว่าสภาผู้แทนราษฎรนี้ประชุมกรรมาธิการ ท่านเสรีพิศุทธ์ประชุม กรรมาธิการ ป.ป.ช. ตั้งแต่ ๙ โมง ถึง ๕ โมงเย็นเบี้ยประชุมก็ครั้งละ ๑,๕๐๐ แต่ของทาง คณะกรรมการประชุมต่อเดือน คิดเป็นเดือน ๆ ละ ๑ ครั้ง หรือ ๒ ครั้งเต็มที่ ทั้งปีประชุม ๒๑ ครั้ง เบี้ยประชุมก็เดือนละ ๒๐,๐๐๐-๒๕,๐๐๐ ก็เท่ากับครั้งละ ๑๐,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ บาท ก็ไม่มีอะไรก็เป็นไปตามกฎเกณฑ์ของกระทรวงการคลังที่ตั้งมา เราทราบดี ก็เพียงแค่ จะแจ้งไว้ แล้วก็ขอให้กำลังใจว่าจะได้ทำงานได้อย่างเต็มที่ เพราะว่าเบี้ยประชุมเยอะ กราบขอบพระคุณท่านประธาน กราบขอบพระคุณทุกท่านนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตนิดเดียวครับท่านประธานครับ🔗
เชิญ ท่านกนกครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ ด้วยอำนาจของการถ่ายทอดทีวี (TV) สภาครับท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ที่ผมอภิปรายถามเรื่องของเอ็กซิม แบงก์ (EXIM Bank) ธนาคารเพื่อการพัฒนา ผมได้รับโทรศัพท์จากเอสเอ็มอี (SMEs) จังหวัดนครราชสีมา ทำน ้าส้มคั้นขายแล้วก็เป็นหนี้ แล้วต้องการเงินกู้เพื่อที่จะช่วยแก้แคชโฟลว์ (Cash Flow) อีก ๑๕๐,๐๐๐ บาท ท่านให้ เบอร์โทรศัพท์ ท่านกรรมการผู้จัดการช่วยกรุณาจดด้วย ๐๖๕-๔๙๗๕๘๙๖ ครับ ท่านประธานครับ ขอความกรุณาเอ็กซิม แบงก์ (EXIM Bank) ช่วยกรุณาโทรไปเลยครับ นี่คือเอสเอ็มอี (SMEs) ตัวจริง แล้วก็ติดปัญหาแคชโฟลว์ (Cash Flow) ครับ แล้วก็ขอ ความกรุณาเพื่อนธนาคารร่วมกระทรวงท่าน กรุณารักษาระยะห่างไว้ด้วย เพราะไม่อย่างนั้น เดี๋ยวท่านติดโรค ธ.ก.ส. ที่ต้องมีประโยชน์จากเงินซับซิไดซ์ (Subsidize) ของรัฐบาล แล้วก็ แก้ปัญหาเกษตรกรไม่ได้มีเยอะมาก หนี้สินเกษตรกรอีกหลายแสนล้านที่ ธ.ก.ส. ยังแก้ไม่ได้ ผมเชื่อว่าเอ็กซิม แบงก์ (EXIM Bank) ที่เป็นธนาคารเพื่อการพัฒนาท่านดีอยู่แล้วครับ ท่านทำต่อเถอะครับ ทำด้วยตัวท่านเองครับ แล้วผมจะขออนุญาตดูผลการพิสูจน์ของท่านว่า เอสเอ็มอี (SMEs) ที่โทรมาให้ผมกลางสภาและผมขอท่านกลางสภาจะทำได้จริงหรือเปล่าครับ ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ท่านสมาชิกครับ เมื่อจบการอภิปรายซักถามแล้วถือว่าที่ประชุมก็รับทราบรายงานกิจการ ประจำปีงบดุลบัญชีกำไรและขาดทุนของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๓ แล้ว ขอขอบคุณตัวแทนหน่วยงานที่ได้มาชี้แจง กับที่ประชุมของพวกเรา ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปเป็นระเบียบวาระที่ ๒.๓ รับทราบประกาศคณะกรรมการตรวจเงิน แผ่นดิน เรื่อง นโยบายการตรวจเงินแผ่นดินประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๕🔗
ต่อไปเป็นการพิจารณาระเบียบวาระที่ ๒.๔ รับทราบรายงานการโอน งบประมาณรายจ่ายตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ตามมาตรา ๕๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔🔗
ด้วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๔ รับทราบรายงานการโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตามที่สำนักงบประมาณเสนอ และให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบตามมาตรา ๕๑ แห่งร่างพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ รายละเอียดของรายงานดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิกแล้ว ก็ปรากฏว่ามีท่านสมาชิกมีประเด็นปัญหาติดใจ จะซักถาม ขอเชิญผู้ชี้แจง🔗
ในการนี้ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจง ข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๖๗ ครับ ขอเชิญผู้ที่มีรายชื่อดังต่อไปนี้ เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุม ๑. นางอลิสา ปิ่นประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ๒. นายพยุงศักดิ์ ครเจริญ รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ๓. นางสาวกนกรัตน์ ขุนทอง ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ ๔. นายชุมพล เด็จดวง ที่ปรึกษาสำนักงบประมาณ ๕. นายนิรันดร จอมทอง ผู้อำนวยการกองกฎหมายและระเบียบ🔗
ท่านผู้ชี้แจง เข้าประจำที่เรียบร้อย เชิญนั่งเลยครับ ต่อไปเชิญท่านสมาชิกอภิปราย เริ่มต้นจากท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ตามด้วยท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม เชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาลครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตเข้านำเสนอและตั้งคำถามในรายงานการโอนงบประมาณรายจ่ายตาม พระราชบัญญัติวิธีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๕๑ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ท่านถือเล่มเขียวเปิดตามผมเลยนะครับ อันนี้เป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลัง ท่านเปิด หน้า ๔ เลยครับว่า หน้า ๔ มันมีงบประมาณที่ดูจากเอกสารทั้งหมดหลายหน้า ปรากฏว่า มีเอกสารที่ตั้งคำถามอยู่หลายคำถาม ในเอกสารในบัญชีการโอนเงินงบประมาณซึ่งมีการ โอนเงินที่เป็นเงินทั้งภายในกระทรวงและข้ามกระทรวง ทีนี้เป็นเงินระหว่างรายการใน สงป. ๕๑/๑ ในรายการที่ท่านจ่ายในปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ยอดนี้ ๘๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าผมจำไม่ผิด รายการเงินสำรองจ่าย กรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ปรากฏว่าท่านโอนออกครับ โอนออกจากค่าใช้จ่ายที่เป็นปกติ ๒๐,๘๕๗ ล้านบาทเศษ เอาอย่างนี้เลยครับ ตัวเลข เดี๋ยวอ่านยาวไป ปรากฏว่าท่านรับโอนคืนมากกว่าด้วย รับโอนเพียงคืน ๒,๗๘๐ ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะกระจายลงไปในหน่วยงานอื่น เดี๋ยวผมจะกระจายให้ดูว่ามันไปที่ไหนบ้าง ทีนี้ประเด็นสำคัญในการที่เงินเอาโอนไป โอนภายในกรอบงบประมาณซึ่งเป็นการโอนไปที่ งบกลางเหมือนกันแต่เป็นภาระอื่น ภาระอะไรครับ ภาระโควิด (COVID) พูดง่าย ๆ สั้น ๆ ว่า ไปใช้เพื่อรองรับกรณีเร่งด่วนเยียวยาตามมาตรการของรัฐบาล โควิด (COVID) ก็มีเงินอยู่แล้ว ท่านประธานครับ นี่ครับมาตรา ๘ มาตรา ๑๐ ที่จะเข้ารายงานเล่มนี้ ก็ขอจากสภาไป ๑๐๐,๐๐๐ ล้าน ๕๐๐,๐๐๐ ล้าน ๑ ล้านล้าน ๕๐๐,๐๐๐ ล้าน นี่ก็ขอไปแล้ว และยังจะเอา อันนี้ไปอีกครับ เอาจากงบปกตินี้ไป ช่วยชี้แจงหน่อยครับว่า ทั้งหมดทั้งประเทศโอนออกจากงบประมาณไปแก้โควิด (COVID) เป็นเงินจำนวนเท่าไร กระทรวงการคลังช่วยบอกสภาแห่งนี้ด้วยครับ ผมจะไม่ลงไปลึกทั้งหมด แต่รู้ว่าท่านโอน ต่างภารกิจ อันนี้ไปหน้าแรกครับท่านประธานครับ🔗
ไปที่หน้า ๖ จะมีแผนบูรณาการเหมือนกัน เป็นแผนบูรณาการซึ่งมีการ โอนออก โอนออกไปหมดเลยครับ โดยเฉพาะหน่วยงานที่เรียกว่า ทางหลวงชนบทไป ในโครงการอีอีซี (EEC) ครับ ทีหลังไม่ต้องให้ครับ ๙๐๐,๐๐๐ ถ้าเหลือจ่ายผมไม่ว่ากันครับ ตั้งแล้วตัดเลย อันนี้เหลือจ่ายหมดครับ แต่มีรายการหนึ่งครับของการประปาภูมิภาคครับ ท่านประธาน ๙,๔๐๐,๐๐๐ ยกเลิกย้ายท่อต่าง ๆของสนามบินที่อำเภอศรีราชา ชลบุรีทั้ง ๒ รายการ ทำไมมันไปซ ้าซ้อนหรือมันอย่างไรช่วยชี้แจงด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ถัดไปครับของอีอีซี (EEC) ในหน้า ๑๔ อันนี้ไม่รู้เล่นแร่ แปรธาตุหรือเปล่า เสมอตัวครับ กระทรวงกลาโหมครับ โอนงบเลยครับ งบบุคลาการ ตั้งไว้ครับ แต่โอนออกกับโอนเข้าเท่ากัน ผมว่าคิดเก่งนะครับ กระทรวงกลาโหมไม่ยอมปล่อยเงินให้ คนอื่นเลย โอนออกจากของตัวเองที่อาจจะบอกว่าเหลือจ่ายหรือไม่มีอัตราครอง คนแต่งตั้งไม่ทัน ๕๙,๗๐๐,๐๐๐ เศษ ๆ แต่ก็รับกลับครับ รับกลับไปไหนครับ นั่นไปโอนจากสำนักงานปลัด ไปโอนออกจากกองทัพเรือ แต่ไปไว้ที่ไหนครับ ไปไว้ที่กองบัญชาการกองทัพไทยครับ ช่วยชี้แจงหน่อยว่าทำไมงบประมาณกองทัพไทยไม่ตั้งตั้งแต่แรกบุคลากรรู้ทั้งรู้อยู่ครับ หรือคนพวกนี้เพิ่งเกิดขึ้นมาใหม่ กระทรวงการคลังไม่ได้ตรวจสอบหรืออย่างไรครับ ๕๙,๗๔๕,๑๐๐ บาท บอกว่าบุคลากรไม่เพียงพอ จ่ายเป็นค่าตอบแทนด้านสาธารณสุข กำลังคนด้านสาธารณสุข การแพทย์ การทหารเท่านี้ ๆ นี่อีกอันหนึ่งครับ🔗
ถัดไปครับ หน้า ๔๖ อันนี้เป็นรายการของกระทรวงศึกษาธิการครับ มีกระทรวงศึกษาธิการ บุคลากรครับ กระทรวงศึกษาธิการตั้งไว้ทำไมครับ ตั้งไว้เยอะ ด้วยครับ ตั้งแล้วโอนออกไว้ครับท่านประธาน โอนไปออก ๑,๙๖๘ ล้านเศษ แต่โอนกลับแค่ ๒๙๖ ล้าน แต่ต่างกระทรวง พูดง่าย ๆ เงินหายไปจากไหนที่ส่วนใหญ่ เงินหายไป ๒ รายการครับ ของ สพฐ. เด็กครับ ทั้งหมดรายการที่โอนออกภายในกระทรวง ๒๙๖ ล้านเศษ แล้วก็โอนต่างกระทรวงอีก อันนี้ยกให้คนอื่น ๑,๖๗๒ ล้านเศษ แล้วตั้งมาทำไมครับ สพฐ. ชี้แจงหน่อยครับ ถ้าปีหน้า สพฐ. ทำแบบนี้ตัดอีกครับ แล้วมาอ้างบนนี้บอกว่า สพฐ. มีความ จำเป็น ไปไหนครับรายการ จำเป็นครับไปรายการบรรจุบุคลากรสถานการณ์โควิด (COVID) นี่เห็นไหมโควิด (COVID) โควิด (COVID) มีเงินที่ พ.ร.ก. ๒ พ.ร.ก. ที่ต้องเข้าสภาเร็ว ๆ นี้ ยังตอบไม่ได้เลยครับท่านประธาน เพื่อแก้วิกฤติครับ🔗
สุดท้ายครับ เหลืออีกนิดเดียวครับ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข ๓,๘๓๑,๓๐๐ บาท แล้วก็อีก ๙๐๔ ล้านบาทเศษ ๆ ทั้งหมดคือ ๙๐๘ ล้านบาทครับ กระทรวงสาธารณสุขไปรับมา รับมาในอัตราเยอะมากครับ ล่าสุดเลยครับ สุด ๆ เลยครับ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติกับสำนักงานป้องกันและทุจริตแห่งชาติ🔗
หน้าสุดท้าย ๕๐ กับหน้า ๕๑ ป.ป.ท. รับโอน ทำไมไม่ตั้งงบประมาณไว้ เป็นหน่วยที่รับโอนเหมือนกันครับสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็รับโอนเงินประจำตำแหน่ง ทั้งหมดเป็นเงินกรณีพิเศษ เงินบำเหน็จบำนาญไม่เพียงพอ เตรียมตั้งหรือยังครับ เขาจะมีเงิน เพิ่มวิทยฐานะอีกในปีงบประมาณปีหน้า ตำรวจ สตช. ๒๔๐,๐๐๐ กว่าคนที่รอรับเงินจำนวนนี้ อันนี้คือเป็นคำถามครับท่านประธาน ผมหมดทั้งเล่มแล้วครับ ขอบคุณครับ ช่วยตอบผมด้วย🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะขอบคุณสำนักงบประมาณ ที่ได้จัดทำเอกสารนี้ตามที่ ระบุไว้ในมาตรา ๕๑ ของ พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ ก็คือให้สภาได้รับทราบว่าหลังจากที่ รัฐสภาได้อนุมัติวงเงินงบประมาณของปี ๒๕๖๔ ไปแล้ว โดยมีการดำเนินการอย่างเข้มข้น มีกรรมาธิการงบประมาณมาดูเป็นรายการ ๆ ไป แล้วก็ได้ผ่านออกไปเป็นกฎหมาย แล้วท่าน ก็ได้มีการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ฉบับนั้น แล้วก็กลับมารายงานต่อสภาว่าที่ได้ดำเนินการไป มีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไปจากที่เคยอนุมัติไปบ้าง อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ขออนุญาตขอบคุณไว้ก่อน ในรายงานที่ท่านทำมาหลัก ๆ ก็จะมีอยู่ ๓ ส่วนด้วยกัน เท่าที่ผมเห็น ก็คือมีการเปลี่ยนแปลง รายการของงบกลาง มีเรื่องของงบบูรณาการ แล้วก็มีเรื่องของงบบุคลากร ก็เลยทำให้เกิด ความคิดขึ้นมาว่า จริง ๆ งบประมาณเรื่องใหญ่ก็จะเป็นเรื่องของการทำงานในด้านอื่น ในเรื่องของงบประจำต่าง ๆ ในเรื่องของงบลงทุนต่าง ๆ ส่วนงบกลางก็ดี หรืองบบุคลากรก็ดี ก็เป็นเพียงส่วนหนึ่ง น่าจะไม่ใช่ส่วนใหญ่เสียด้วยซ ้า ก็เลยสงสัยอยู่เหมือนกันครับว่า รายการ ส่วนนั้นไม่มีการเปลี่ยนแปลงรายการเลยหรืออย่างไร อันนี้ก็เป็นอีกคำถามหนึ่งที่ขออนุญาต สอบถาม สำหรับรายการงบกลางนี้ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงรายการถึง ๒๓,๖๓๘ ล้านบาท ก็ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มีจำนวนสูงสุด เทียบกับของบุคลากรที่มีอยู่ ๒,๔๐๐ กว่าล้านบาท หรือของงบบูรณาการที่มีอยู่เพียง ๕๓ ล้าน เพราะฉะนั้นรายการของ ๒๓,๐๐๐ ล้านบาท คือ งบกลางก็น่าจะเป็นรายการที่ผมขออนุญาตอภิปรายในประเด็นนี้ให้ละเอียด ผมเคยอภิปราย ครับท่านประธานว่า ในงบกลางนี้แท้ที่จริงแล้วส่วนใหญ่กว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นงบบุคลากร ภาครัฐ เป็นงบเกี่ยวกับการเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง เรื่องของบำเหน็จ บำนาญ เบี้ยหวัด ค่ารักษาพยาบาลเหล่านี้เป็นต้น ผมเคยนำเสนอว่าน่าจะเอางบกลางส่วนนี้มารวมอยู่ใน งบบุคลากร ไม่ควรจะอยู่ในงบกลาง งบกลางควรจะเป็นงบเกี่ยวกับงานที่เป็นงานฉุกเฉิน งานที่ประเมินได้ยาก เหล่านี้เป็นต้น ก็ขออนุญาตฝากเป็นประเด็นว่าหากท่านมีโอกาสน่าจะ ลองพิจารณาดู เพราะว่าในการโอนงบประมาณครั้งนี้ที่ท่านทำเสนอมาก็ยิ่งชี้ชัดว่า ระหว่าง งบกลางที่เป็นงบบุคลากรกับงบบุคลากรที่ท่านมีการโอนเปลี่ยนแปลงมันมีความไม่นิ่งอยู่ มากมายด้วยกัน เพราะฉะนั้นจริง ๆ ไม่สมควรที่จะแยกเป็น ๒ กอง งบบุคลากรส่วนนี้ควรจะ มารวมอยู่ในงบบุคลากร ก็ฝากท่านช่วยพิจารณาประเด็นนี้เสียใหม่ ทีนี้ในรายงานที่เกี่ยวกับ งบกลางในหน้า ๔ ผมเองก็ยังสงสัย อยากจะให้ท่านอธิบายว่ารายจ่ายเกี่ยวกับการบรรเทา แก้ไขปัญหาเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อโควิด (COVID) ท่านบอกว่า โอนออกไป ๒,๗๘๐ ล้านบาทเศษ แล้วก็แถวที่ ๒ ก็จะมีการบอกว่ามีรายการสำรองฉุกเฉิน หรือจำเป็นมีการโอนเข้าเพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด (COVID) อีก ผมก็มี ความไม่เข้าใจว่าทำไมมีการโอนออกจากรายการเรื่องโควิด (COVID) แล้วก็โอนเข้าเป็นเรื่อง โควิด (COVID) อีก ทำไมต้องมาแยกเป็น ๒ รายการแบบนี้ ซึ่งถ้าเราหักส่วนนี้ออกไปที่เหลือ ๓ รายการที่เป็นตัวรับโอนจากงบฉุกเฉินก็คืองบเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ งบสำรองชดเชยของข้าราชการ แล้วก็งบเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล รวมแล้วเป็นเงินกว่า ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่ง ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้จริง ๆ อย่างที่ผมเรียน ควรจะอยู่รวมกับงบบุคลากรมากกว่าที่จะมาแยกรายการ ก็อยากจะขออนุญาตให้ท่าน ได้ลองชี้แจงว่าเหตุใดงบเหล่านี้ท่านไม่สามารถวางแผนล่วงหน้าได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง งบเกี่ยวกับรักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นถึง ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท อีกด้านหนึ่งน่าเป็นห่วงครับ ที่งบรักษาพยาบาลของข้าราชการมีการก้าวกระโดดอย่างมาก ท่านจะมีนโยบายในการดูแล เรื่องนี้ให้เหมาะสมอย่างไร ที่จะไม่ให้งบเหล่านี้มันเลยเถิดเกินไป มีความเหมาะสม อยู่ตรงไหน อันนี้ก็เป็นคำถามที่จะขอถามเกี่ยวกับเรื่องงบกลาง🔗
ส่วนงบเกี่ยวกับบุคลากรที่สำคัญมีปรากฏอยู่ในหน้า ๘ ที่เป็นตัวรวม มีการ โอนเข้า โอนออกประมาณ ๒,๔๐๐ กว่าล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นของกระทรวงศึกษาธิการ แล้วก็กระทรวงศึกษาธิการเป็นฝ่ายเสียเงิน งบประมาณที่เคยได้รับต้องถูกหักไปให้กับ หน่วยงานอื่น ก็มีคำถามเกี่ยวกับกระทรวงศึกษาธิการว่าเรื่องของการวางแผนการศึกษาก็ดี เรื่องของปัญหาคุณภาพของการศึกษาก็ดี คือเป็นคำถามใหญ่ที่พวกเราต้องการให้มีการ ปรับปรุง แต่ไฉนงบประมาณจึงไม่ได้มีการดูแลใช้จ่ายให้เป็นประโยชน์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในปี ๒๕๖๔ มีข้อชี้แจงว่า กระทรวงศึกษาธิการไม่สามารถบรรจุครูได้ถึง ๑๘,๖๕๐ อัตรา เกือบ ๆ ๒๐,๐๐๐ คน ทั้งที่จริง ๆ ท่านก็บอกเองว่าในช่วงโควิด (COVID) มีปัญหาเรื่องของ การตกงาน ปัญหาเรื่องของเด็กจบใหม่ไม่มีงานทำ แต่ทำไมกระทรวงศึกษาธิการ จึงไม่สามารถที่จะดูแลในเรื่องนี้ เอาคนเป็นครูมาเป็นผู้สอน อันนี้ก็เป็นเรื่องที่อยากจะขอให้ กระทรวงศึกษาธิการถ้าเป็นไปได้ก็คงต้องมีการคุยกันต่อ แต่ว่าเรื่องของบุคลากรเป็นเรื่องที่ น่าจะให้ความสำคัญในการวางแผนมากกว่านี้🔗
สุดท้ายครับท่านประธาน ที่ท่านเสนอมาทั้งหมดมันเป็นเรื่องตัวเลข ทางการเงิน แล้วก็เป็นเรื่องของบุคลากรเป็นหลัก จริง ๆ ท่านน่าจะต้องมีตัวเลขเกี่ยวกับ แผนบุคลากรให้สภาได้เห็นครับ ว่าแต่ละกระทรวงมีบุคลากรเป็นข้าราชการ เป็นลูกจ้าง เป็นลูกจ้างชั่วคราวเท่าไร มีการเพิ่มเท่าไร ลดเท่าไร อันนี้จะเป็นประโยชน์ที่จะทำให้เรา สามารถประเมินได้ว่าการทำงานของระบบงบประมาณกับเรื่องของคนมันไปด้วยกันแค่ไหน ก็ขออนุญาตกราบเรียนครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านยุทธพงศ์ จรัสเสถียร🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ทางสำนักงบประมาณได้มารายงานการโอนงบประมาณตามนัย แห่งมาตรา ๕๑ แห่งพระราชบัญญัติวิธีงบประมาณ ปี ๒๕๖๑ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ท่านประธานครับ มาตรา ๕๑ ของ พ.ร.บ. วิธีงบประมาณ ปี ๒๕๖๑ ได้กำหนดว่า ให้ท่านผู้อำนวยการสำนักงบประมาณให้รายงานการโอนงบประมาณที่เกี่ยวกับงบกลาง แล้วก็งบรายจ่ายบูรณาการ แล้วก็งบประมาณรายจ่ายบุคคลระหว่างหน่วยรับงบประมาณ แล้วก็ต้องเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อรายงานต่อรัฐสภาภายในเวลา ๓๐ วัน นับตั้งแต่ วันสิ้นปีงบประมาณ แสดงให้เห็นท่านประธานว่างบ ๓ รายการเป็นงบที่มีความสำคัญ ก็คือการโอนเปลี่ยนแปลงรายการงบกลาง งบบูรณาการ แล้วก็รายจ่ายบุคคล ท่านประธานครับ การที่สำนักงบประมาณมีการโอนเปลี่ยนแปลงรายการงบกลางซึ่งเป็นรายการใหญ่ ผมจะชี้ ให้ท่านประธานเห็นว่า ดูเหมือนว่าการจัดทำงบประมาณและการบริหารจัดการงบประมาณ มันเกิดปัญหาครับท่านประธานครับ งบประมาณปี ๒๕๖๔ มีการเปลี่ยนแปลงรายการงบ ที่ใช้ในการบรรเทาแก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของ โรคโควิด-๑๙ (COVID-19) ๒,๗๘๐.๙๐ ล้านบาท โอนเปลี่ยนแปลงไปเป็นรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ท่านประธานครับ แสดงให้เห็นว่าอะไรครับ แสดงให้เห็นได้ว่ารายการนี้เป็นรายการ ในงบปกติ งบเยียวยาช่วยเหลือเกี่ยวกับเรื่องโควิด (COVID) มันเหลือครับท่านประธาน เหลือประมาณ ๒,๗๘๐ ล้านบาท แต่ขณะเดียวกันรัฐบาลก็ได้มาออก พ.ร.ก. เงินกู้ฉุกเฉิน จำเป็นเร่งด่วนถึง ๒ ครั้งผ่านสภาแห่งนี้แล้วด้วย ก็คือครั้งแรก ๑ ล้านล้าน ครั้งที่ ๒ อีก ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แสดงให้เห็นว่างบที่อยู่ใน พ.ร.บ. ใช้ไม่หมด แต่กลับมาขอเงินกู้มา ขอต่อสภาแสดงให้เห็นได้ว่าการตั้งงบประมาณมีปัญหา นอกจากนี้ท่านประธานครับ งบกลางรายการใหญ่อีก กรณีรายจ่ายงบกลาง กรณีฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วน ซึ่งตรงนี้ เป็นงบประมาณที่สามารถใช้ในการช่วยเหลือประชาชน แล้วก็มีความคล่องตัวมาก ๒๐,๘๕๗ ล้านบาท ก็มีการโอนมาเป็นรายการงบกลางกรณีเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ วงเงิน ๙,๕๖๔ ล้านบาทเศษ ท่านประธานครับ แสดงให้เห็นได้ว่ารายการสำคัญเรื่องเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ ทำไมถึงตั้งงบขาดไปถึง ๙,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตรงนี้ต้องขอให้ทางท่านรอง ผู้อำนวยการสำนักงบได้ชี้แจงด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีรายการโอนจากงบกลางกรณีฉุกเฉิน จำเป็นเร่งด่วนมาเป็นรายการเงินสำรองสมทบและชดเชยของข้าราชการอีก ๒๙๒.๙๐ ล้านบาท ตรงนี้ก็แสดงให้เห็นว่ารายการนี้เป็นรายการที่สำคัญ แต่ตั้งขาดไปถึง ๒๐๐ กว่าล้านบาท และอีก รายการหนึ่งเป็นรายการใหญ่ ก็คือสมทบงบประมาณรายจ่ายงบกลางเป็นรายการค่าใช้จ่าย ในการรักษาพยาบาลข้าราชการ ลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ จำนวน ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้ครับท่านประธานต้องขอให้ทางสำนักงบประมาณได้ชี้แจงว่า ทำไมงบรายการสำคัญ อย่างนี้ค่ารักษาพยาบาลของพนักงานของรัฐของข้าราชการถึงตั้งขาดไปถึง ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท แสดงให้เห็นได้ว่า การตั้งงบประมาณท่านประธานมีการตั้งงบประมาณที่คลาดเคลื่อน ไปเยอะในปี ๒๕๖๔ ตรงนี้ต้องขอให้ทางสำนักงบประมาณได้ชี้แจง🔗
เรื่องต่อมา เป็นเรื่องเกี่ยวกับรายการโอนงบประมาณรายจ่ายด้านบูรณาการ ท่านประธานครับ การรถไฟแห่งประเทศไทยได้มีการรับโอนค่าเวนคืนที่ดิน และรื้อจ่าย สิ่งปลูกสร้างจังหวัดชลบุรี จำนวน ๑๑,๘๗๐,๐๐๐ บาท ให้เหตุผลบอกว่า เพื่อให้การรถไฟ แห่งประเทศไทยนำไปสมทบเป็นค่าใช้จ่ายในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน เพื่อส่งมอบให้เอกชนคู่สัญญาในเดือนตุลาคม ปี ๒๕๖๔ ตามที่กำหนดในสัญญาร่วมลงทุน ท่านประธานครับ ตรงนี้มันบูรณาการอย่างไรครับ ต้องขอคำอธิบายครับว่าไปโอนค่าที่ดิน สิ่งปลูกสร้างของโครงการรถไฟเชื่อม ๓ สนามบิน มันไปบูรณาการอย่างไร ถึงได้รับโอนตรงนี้มา🔗
หน่วยงานต่อไปครับ ก็คือการประปาส่วนภูมิภาค มีการโอนออกในรายการ บูรณาการท่านประธานคือการวางท่อ ขยายเขตจำหน่ายน ้าตำบลดอนพุด อำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี งบประมาณ ๓๔ ล้านบาท เหตุผลในการโอนงบประมาณออกบอกว่ายกเลิก การดำเนินการเนื่องจากเทศบาลดอนพุดได้ดำเนินการไปแล้ว ตรงนี้มันบูรณาการ กับหน่วยงานไหนอย่างไร แล้วก็ไปตั้งงบประมาณซ ้าซ้อนอย่างนี้ได้อย่างไรครับ ในเมื่อเขา มีงบประมาณแล้วก็ดำเนินการไปแล้ว ยังไปตั้งงบอีก ๓๔ ล้านบาท ตรงนี้ต้องขอคำชี้แจง🔗
เรื่องต่อไป ก็คือของการประปาส่วนภูมิภาคเหมือนกัน ก็คือการวางท่อ จำหน่ายน ้าหมู่บ้านดีดีแลนด์ ตำบลอุทัย อำเภออุทัย จังหวัดอุทัยธานี ๗,๒๕๗,๐๐๐ บาท การดำเนินการเนื่องจากว่าเจ้าของพื้นที่ไม่อนุญาตให้ดำเนินการ ตรงนี้มันอยู่ในหมวดในเรื่อง ของการโอนในเรื่องของการบูรณาการ ต้องขอคำชี้แจงว่าตรงนี้มันบูรณาการอย่างไร มันเป็นเรื่องที่การประปาส่วนภูมิภาค ซึ่งท่านประธานก็ทราบอยู่แล้วว่าเป็นหน่วยงาน ที่มีปัญหาในการตั้งงบประมาณมาก ส่วนใหญ่ตั้งงบประมาณไปแล้วก็ดำเนินการไม่ได้ ก็เป็นเรื่องสำคัญที่ผมเองในฐานะที่เคยเป็นกรรมาธิการงบประมาณและเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็มีข้อห่วงใยว่าทางสำนักงบประมาณได้มีการโอนงบประมาณ รายจ่ายประจำปี ๒๕๖๔ ตามมาตรา ๕๑ แห่ง พ.ร.บ. วิธีงบประมาณปี ๒๕๖๑ ซึ่งจะต้องมี รายการสำคัญต้องขอให้ทางสำนักงบประมาณได้ชี้แจงเพื่อให้ได้รับทราบครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ มีท่านสมาชิกท่านใดที่ประสงค์จะอภิปรายซักถามต่อมีไหมครับ ถ้าไม่มีเชิญ ท่านรองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณได้ชี้แจงครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ดิฉัน นางอลิสา ปิ่นประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ขออนุญาต กราบเรียนรายงานการโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ ตาม พระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ด้วยพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๕๑ ที่เมื่อสักครู่นี้ท่านทั้งหลายได้กราบเรียนไว้ กำหนดให้ผู้อำนวยการ สำนักงบประมาณรายงานการโอนรายจ่ายงบกลางระหว่างรายการที่กำหนดไว้ ในงบประมาณรายจ่ายงบกลาง หรือการโอนงบประมาณรายจ่ายบูรณาการ และงบประมาณ รายจ่ายบุคลากรระหว่างหน่วยรับงบประมาณ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานนะคะ อันนี้เป็นในเรื่องของการเสนอตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ ซึ่งทาง สำนักงบประมาณเราได้เสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่อรายงานต่อสภาภายใน ๓๐ วัน ในการนี้ สำนักงบประมาณจึงได้จัดทำรายงานการโอนตามมาตรา ๕๑ แห่งพระราชบัญญัติวิธีการ งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ ระหว่างวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ ถึง ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๔ สำหรับเมื่อสักครู่นี้ที่ท่านสมาชิกทั้งหลายได้กราบเรียนไว้ ก็ขอกราบขอบพระคุณอย่างยิ่งเลยว่า สำหรับการโอนงบประมาณรายจ่ายงบกลางระหว่าง รายการมีการโอนงบประมาณรายจ่ายงบกลางระหว่างรายการนั้น สำหรับรายการค่าใช้จ่าย ในการบรรเทาแก้ปัญหาและเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบกับโรคระบาดในการติดเชื้อโรค ระบาดนั้น โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) ในวงเงิน ๒,๗๘๐,๙๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อดำเนินการไปสมทบงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน และจำเป็น ด้วยมีเหตุผลเนื่องจากงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่าย หรือ รายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทาแก้ไขปัญหาการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากโรคระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) ได้รับการจัดสรรให้หน่วยงาน หน่วยรับงบประมาณตามกรอบวงเงินแล้วซึ่งครบถ้วน แต่งบประมาณยังมีคงเหลือแจ้งคืน ในห้วงสิ้นปีงบประมาณและไม่มีหน่วยงานอื่นใดที่จะประสงค์ขอรับการจัดสรรอีก อันนี้ก็คือ เป็นเหตุผลนะคะ ดังนั้นเพื่อรองรับภารกิจในกรณีเร่งด่วนและจำเป็นตามนโยบายและมาตรการต่าง ๆ ของรัฐบาลได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการให้ความช่วยเหลือในการบรรเทาความเดือดร้อนของ ประชาชนได้รวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์ จึงมีความจำเป็นต้องขอโอนงบประมาณดังกล่าว สำหรับมีการโอนงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน หรือจำเป็น วงเงินรวม ๒๐,๘๕๗,๓๙๐,๐๐๐ บาท เพื่อไปดำเนินการสมทบงบประมาณ รายจ่ายงบกลางรายการอื่น ๆ จำนวน ๓ รายการ ประกอบด้วย ๑. สมทบงบประมาณ รายจ่ายงบกลาง รายการเงินเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ วงเงิน ๙,๕๖๔,๔๙๐,๐๐๐ บาท ๒. สมทบงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินสำรอง เงินสมทบ และเงินชดเชย ข้าราชการ จำนวน ๒๙๐,๙๐๐,๐๐๐ บาท และ ๓. สมทบงบประมาณรายการ งบกลางรายการ ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลข้าราชการลูกจ้าง และพนักงานของรัฐ วงเงิน ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท ด้วยมีเหตุผลเนื่องจากการเบิกค่าเบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ ๒. เงินสำรองเพื่อไปสมทบ และเงินชดเชยข้าราชการ และ ๓. สำหรับค่าใช้จ่ายในการรักษาข้าราชการ ลูกจ้าง และ พนักงานของรัฐเกินกว่างบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๔ ที่ตั้งรองรับไว้ จึงส่งผลให้ งบประมาณรายจ่าย งบกลางทั้ง ๓ รายการนั้นมีไม่เพียงพอ จึงมีความจำเป็นต้องโอน งบประมาณรายจ่าย งบสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินและจำเป็นไปสมทบทั้ง ๓ รายการ ดังกล่าว เพื่อให้กรมบัญชีกลางมีงบประมาณเพียงพอที่จะเบิกจ่ายจนถึงสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ และไม่ก่อให้เกิดปัญหาภาระต่อเงินคงคลังที่จะต้องตั้งงบประมาณรายจ่ายในปี พ.ศ. ๒๕๖๖ รองรับ สำหรับการโอนเมื่อสักครู่ที่ท่านกราบเรียนไว้นะคะ สำหรับการโอน งบประมาณรายจ่าย แผนงานบูรณาการระหว่างหน่วยรับงบประมาณนั้นมีการโอน งบประมาณรายจ่ายบูรณาการระหว่างหน่วยรับงบประมาณ โดยเป็นรายการโอนออก เมื่อสักครู่ภาพรวมทั้งสิ้น ๕๓,๑๒๗,๑๐๐ บาท และเป็นรายการรับโอน ๕๓,๑๒๗,๑๐๐ บาท จำนวน ๒ แผนงานที่ท่านทั้งหลายกราบเรียนนะคะ ก็จะมีแผนงานบูรณาการเขตพัฒนา พิเศษภาคตะวันออก และแผนงานบูรณาการ การบริหารจัดการทรัพยากรน ้า ซึ่งประกอบด้วย แผนงานบูรณาการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก โดยเป็นรายการโอนออก ๒ หน่วยงาน สาเหตุเนื่องจากมีการโอนงบประมาณที่เหลือจ่ายดำเนินการที่บรรลุวัตถุประสงค์แล้ว ของโครงการ และมีการยกเลิกโครงการ เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงแนวเขตการก่อสร้าง สำหรับรายการรับโอนมี ๑ หน่วยงาน ก็คือการรถไฟแห่งประเทศไทย ๑ โครงการ ๑ รายการ รวมเป็นเงิน ๑๑,๘๗๐,๑๐๐ บาท เนื่องจากมีเหตุผลในการโอนเพื่อนำไปสมทบเป็นค่า สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม ๓ สนามบิน งบลงทุนเป็นรายการเวนคืนที่ดิน และ/หรือย้ายสิ่งปลูกสร้าง🔗
ท่านยุทธพงศ์ มีอะไรจะสอบถามเพิ่มเติมไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อ ไทย ท่านประธานครับ ตามที่ทางสำนักงบประมาณได้ชี้แจงถึงเหตุผลความจำเป็นในการ โอนงบประมาณตามมาตรา ๕๑ ของวิธีการงบประมาณ ปี ๒๕๖๑ โดยเฉพาะในรายการ หมวดงบกลาง ในงบประมาณปี ๒๕๖๔ ผมต้องเรียนท่านประธานครับว่า เป็นปีงบประมาณ ที่มีความสำคัญมากครับท่านประธาน เพราะว่าขณะนี้ในงบปี ๒๕๖๔ ก็เกิดการระบาดของ โรคโควิด (COVID) เข้ามาปีที่ ๒ ถ้าท่านประธานจำได้ว่าปี ๒๕๖๓ เป็นปีแรกที่มีการระบาด ของโควิด (COVID) ท่านประธานครับ ผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทางภาคอีสาน ปี ๒๕๖๓ ที่เกิดการระบาดของโควิด (COVID) ปีแรก รัฐบาลเคยให้เงินเยียวยาช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยและได้รับผลกระทบจากโควิด (COVID) ครอบครัวละ ๕,๐๐๐ บาท เป็นเวลา ๓ เดือน พอปี ๒๕๖๔ โควิด (COVID) หนักกว่าปี ๒๕๖๓ อีก แต่รัฐบาลไม่ได้ช่วยประชาชน เลยครับ ผมก็เคยพูดในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ว่า พี่น้องประชาชนเขาลำบาก โดยเฉพาะทางภาคอีสาน สินค้าก็ราคาแพง ของก็แพง รัฐบาลก็ไม่ได้ช่วย แต่ขณะเดียวกัน ท่านประธานดูสิครับว่าเงินงบประมาณ งบกลางกรณีฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วนเหลือเงินอยู่ตั้ง ๒๐,๘๕๗ ล้านบาท แทนที่ว่าจะเอาไปช่วยประชาชนที่เขาได้รับความเดือดร้อน ได้รับ ผลกระทบจากโควิด (COVID) กลับโอนไปเรื่องค่าเบี้ยหวัด บำนาญ แล้วก็เป็นเรื่อง ค่ารักษาพยาบาล ถามว่าตรงนี้แสดงให้เห็นว่าการตั้งงบประมาณตั้งในหมวดสำคัญ เบี้ยหวัด บำนาญ การรักษาพยาบาลตั้งขาดไปถึง ๒๐,๐๐๐ ล้าน เยอะมากครับท่านประธาน ผมก็ อยากจะเรียนสอบถามทางสำนักงบประมาณ ให้ท่านชี้แจงว่างบกลางกรณีฉุกเฉินจำเป็น เร่งด่วนทำไมท่านไม่เอาไปช่วยประชาชนที่เขาเดือดร้อน ตอนนี้คนที่ได้รับผลกระทบที่วัว เขาเสียชีวิต วัวเขาตายจากโรคลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease) ก็ยังไม่ได้เงิน แล้วที่เขา ประสบภัยแล้งก็ยังไม่ได้เงินช่วยเหลือจากทางรัฐบาล และขณะเดียวกันคนที่เขาเดือดร้อน จากโควิด (COVID) ที่เขารอความช่วยเหลืออยู่ก็ยังไม่ได้รับเงิน แต่ท่านกลับเอาเงินตรงนี้ โอนไปในหมวดอื่น ซึ่งหมวดนี้ถึงแม้ว่าท่านไม่ได้โอนไปทางกรมบัญชีกลางก็ยังใช้เงินสำรอง ไว้ก่อนได้ แล้วก็ค่อยโอนไปคืนให้ในภายหลัง ขอบคุณครับ🔗
ท่านรอง ผอ. มีอะไรจะชี้แจงเพิ่มเติมไหมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน อลิสา ปิ่นประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนัก งบประมาณ ขออนุญาตกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกอย่างสูงเลยนะคะที่ท่านเสนอแนะ แล้วก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านว่าจะขออนุญาตกราบเรียนรับข้อเสนอแนะท่านไปในการ ปรับปรุงพัฒนาในเรื่องระบบงบประมาณต่อไป แต่ขออนุญาตกราบเรียนว่า สำหรับ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ ที่ทางสำนักงบประมาณดำเนินการนั้นเป็นไปตามกฎหมาย พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ แล้วที่เราโอนก็เป็นเรื่องที่จำเป็นตามกฎหมาย ก็ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธาน แล้วก็ท่านสมาชิกทุกท่าน ขออนุญาตกราบเรียนว่าในเรื่องของ บางครั้ง อย่างเช่น เงินค่ารักษาพยาบาลนั้นเราไม่ทราบเลยว่าประมาณการแล้วอนาคตจะมี คนเจ็บป่วยเท่าไร อันนี้ก็ขออนุญาตกราบเรียน แต่พอมาระหว่างปีนั้นพอมีเงินเหลือเราก็ โอนไปสำหรับในเรื่องของกฎหมาย ตามสิทธิตามกฎหมาย ก็ขออนุญาตกราบเรียนค่ะ แล้วขออนุญาตกราบขอบพระคุณท่านมากเลยนะคะว่า จะขออนุญาตรับข้อเสนอแนะ ท่านไปพิจารณา กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ท่านพิสิฐ ขออภัยครับไม่ได้มอง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้สอบถามเรื่องเกี่ยวกับงบบุคลากรในภาพรวมครับว่าในงบกลาง ก็มีงบบุคลากรกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ณ ขณะเดียวกันก็มีงบบุคลากรเป็นก้อนใหญ่อีกก้อนหนึ่ง กว่า ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้ว ๒ งบนี้ก็มีปัญหาเรื่องของความไม่นิ่ง ต้องมีการโอนไปโอนมา จริง ๆ แล้วเรื่องบุคลากรมันน่าจะมีระบบการบริหารจัดการที่ดีกว่านี้ ผมไม่แน่ใจว่างานนี้ ควรจะอยู่กับสำนักงบประมาณหรืออยู่กับทางกรมบัญชีกลาง เพราะว่าสำนักงบประมาณ มีหน้าที่จัดสรรงบประมาณ เพียงแต่ว่าสำนักงบประมาณอาจจะต้องมีการจัดระบบของการ แยกแยะหมวดหมู่ให้มันถูกต้องชัดเจน ณ เวลานี้งบทั้ง ๒ ก้อนมันแยกกันอยู่ งบเกี่ยวกับ เรื่องของรักษาพยาบาลที่ท่านพูดถึงมันควรจะเป็นเรื่องบุคลากร แต่ถ้าท่านแยกท่านก็เอาไป ใส่ในงบกลาง แล้วยิ่งเมื่อสักครู่นี้ท่านรองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณชี้แจงว่า งบรักษาพยาบาลท่านไม่สามารถประมาณการได้ ผมก็ยิ่งเป็นห่วงมากขึ้น ก็เท่ากับว่าไม่มีการ บริหารจัดการเลยครับ ว่าไม่มีใครเหลียวแลดูแลเรื่องนี้ ฟังดูแล้วเหมือนกับว่าเวลามีบิลมา ก็จ่ายตามบิล พอเงินในงบหมดก็ไปตัดเอางบกลางมาใส่ไปเรื่อย ๆ ผมอยากจะเห็นรัฐบาล โดยเฉพาะทั้งกระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณได้มีนโยบายที่ดูแลเรื่องนี้ให้ชัดเจน ว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องใหญ่ เพราะว่ามันจะมีปัญหาต่อระบบงบประมาณเราต่อไปมากขึ้น เมื่อสักครู่กระผมเข้าประชุมกับทางคณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง มีสมาคมเกี่ยวกับ ประกันภัยมาชี้แจงในเรื่องต่าง ๆ เขาก็พูดเรื่องนี้ครับว่าเขาก็เสนอเรื่องของการประกัน สุขภาพให้กับข้าราชการ เพราะเขาเป็นห่วงมากว่าระบบเราจะมีการใช้จ่ายส่วนนี้มากขึ้น ดังเห็นได้จากงบของปี ๒๕๖๔ ที่ท่านโอนไปกว่า ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ แล้วก็ยังไม่มี ความชัดเจนเลยครับจากคำตอบที่ท่านให้มาว่าท่านจะดูแลเรื่องนี้อย่างไรต่อไป ก็ขออนุญาต สอบถามอีกทีครับ🔗
เชิญ ท่านรองผู้อำนวยการจะตอบชี้แจงไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน อลิสา ปิ่นประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณค่ะ ขอ อ น ญำ ต สผ ๒๘/๒๕๖๕ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) ภิรญา ๕๙/๒ กราบเรียนนะคะ ว่าตาม พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ นั้นจะมีในเรื่องของวิธีการ ในเรื่องของมาตรา ๑๔ นั้นได้กำหนดไว้ชัดเจนว่า มาตรา ๑๔ งบประมาณรายจ่ายที่กำหนด ไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี หรือพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่าย เพิ่มเติมจำแนกได้ คือเป็นการจำแนก เช่น ๑. จำแนกเป็นงบกลาง งบประมาณรายจ่าย งบกลาง ข้อ ๔ จะจำแนกแยกเลยนะคะว่าเป็นงบประมาณรายจ่ายบุคลากร อันนี้เป็นไปตาม กฎหมาย ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน แล้วก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ข้อเสนอแนะจะขออนุญาตกราบเรียนแล้วก็รับไปพิจารณาค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล มีอะไรอีกไหมครับ เชิญครับ🔗
ขออนุญาตนิดครับ ท่านประธาน ในส่วนของผมก็เป็นประเด็นครับ โดยเฉพาะที่จะถามทางกระทรวงการคลัง ซึ่งการโอนงบประมาณมันเป็นการตัดตัวผลสัมฤทธิ์ของหน่วย แล้วก็ไม่คำนึงถึงตัวเลข แต่ประเด็นอย่างนี้ครับ พ.ร.บ. วิธีงบประมาณครับท่านประธาน ถ้าผมจำผิดก็นิดหน่อย มาตรา ๔๕ หรือมาตรา ๕๕ วรรคสอง เมื่อการตั้งงบประมาณเกินดุล แล้วปรากฏว่ามี การใช้จ่ายเงินงบประมาณโดยมีรายได้ที่เข้ามาน้อยกว่า ปีนี้เป็นปีที่มีรายได้น้อยกว่าต้องลด ยอดเงินที่เกินดุลออก ถ้าไม่ลดตามสัดส่วนที่เหมาะสมจะผิด พ.ร.บ. งบประมาณ ฉะนั้นการที่มีเงินเหลือจ่ายพวกนี้ รัฐบาลเองต้องเอาไปคิดใหม่ วันนี้ดีมีเวฟ (Waive) ไป ของ กระทรวงการคลัง พ.ร.บ. ปี ๒๕๖๕ ที่เข้าเมื่อสักครู่นี้ อันนี้ผมจะรอ เข้าเมื่อไรมาหาคำตอบ ให้ผมด้วย ว่ารายจ่ายจากรายได้ ๒.๗ ล้านล้านกว่า ได้ ๒.๔ ล้านล้าน ก็เก็บไม่ครบ แล้วปรากฏว่าเงินนี่มันผิดวรรคสอง ทำไมไม่ลดยอดเงินลงมา โดยเฉพาะการกู้ แล้วปรากฏว่า กู้จาก ๖๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เป็น ๗๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไปกู้เพิ่มอีกครับ นี่คือตัวเลข เดี๋ยวบริหารหนี้เข้ามาผมจะขออภิปรายต่อครับ แต่ตอนนี้ผมแค่ฝากกระทรวงการคลังเลยว่า ให้คำนึงถึงเงินงบประมาณของแผ่นดินให้มาก โดยเฉพาะเงินที่จัดเก็บไม่ได้ เมื่อจัดเก็บไม่ได้ ตามเป้าประมาณการมันต้องต ่าลงตาม พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังครับ ท่านประธานครับ ถ้าจำไม่ผิดครับ มาตรา ๔๕ หรือมาตรา ๕๕ วรรคสองครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน🔗
ครับ ท่านพิสิฐครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ท่านรองผู้อำนวยการได้กล่าวถึงมาตรา ๑๔ ซึ่งมาตรา ๑๔ เขียน ระบุแค่ว่า งบประมาณอาจจะจำแนกได้ดังนี้ ๑. คืองบประมาณรายจ่าย งบกลาง แล้วก็ ต่อไป (๔) งบประมาณรายจ่ายบุคลากร อันนี้มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕ มีการระบุ ครับว่า งบกลางได้แก่งบที่ตั้งไว้เพื่อจัดสรรให้แก่หน่วยรัฐ แล้วก็มีเรื่องฉุกเฉิน ไม่ได้บอก เลยว่าให้มีเรื่องของบุคลากรอยู่ มาตรา ๑๗ งบประมาณรายจ่ายบุคลากร ได้แก่งบประมาณ รายจ่ายที่กำหนดจ่ายให้เพื่อการบริหารงานบุคลากรภาครัฐ ตรงนี้ละครับที่ผมคิดว่า ที่ท่านผู้อำนวยการพยายามจะบอกว่ามาตรา ๑๔ มีการบอกเรื่องงบกลาง มีการบอกเรื่อง งบบุคลากร แท้ที่จริงแล้วประเด็นผมก็คือว่างบที่เกี่ยวกับบุคลากรที่ท่านเอาไปใส่ในงบกลาง มันไม่น่าจะถูกต้องตาม พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ ๒๕๖๑ รายจ่ายส่วนนี้ ในงบกลางกว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ควรจะมาอยู่ในสัดส่วนของมาตรา ๑๗ ที่เกี่ยวกับงบรายจ่ายบุคลากร นั่นก็เป็นที่กระผมขออนุญาตยกขึ้นมาครับ🔗
เชิญครับ ท่านรองผู้อำนวยการตอบชี้แจงครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ อลิสา ปิ่นประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ขออนุญาตกราบเรียนที่ประชุมว่า ในเรื่องของการกำหนดในเรื่องของค่ารักษาพยาบาล เราไม่สามารถทราบล่วงหน้าเลยว่าใครจะเจ็บป่วยกี่คน มันเป็นการตั้งงบประมาณ ประมาณการล่วงหน้า ขออนุญาตกราบเรียน และขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า จากที่ท่านสมาชิกได้กราบเรียนไว้จะขออนุญาตรับกลับไป อันไหนที่เราสามารถที่จะพัฒนา ปรับปรุงให้ดีขึ้นเราก็ขออนุญาตกราบเรียนว่าจะรับไป กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ท่านสมาชิก คงไม่มีอะไรสอบถามแล้ว เมื่อจบการอภิปรายซักถามแล้ว ถือว่าที่ประชุมรับทราบรายงาน การโอนงบประมาณรายจ่ายตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๕๑ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ แล้ว ขอขอบคุณผู้แทนของหน่วยงาน ขอบคุณท่านรอง ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณและคณะที่กรุณาให้เกียรติมาชี้แจงที่สภาผู้แทนราษฎร ของพวกเราครับ🔗
ต่อไปจะเป็นการพิจารณาระเบียบวาระที่ ๒.๕🔗
รายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการปราบปราม ยาเสพติด ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๗ เนื่องจากมีเรื่องตามระเบียบวาระที่ ๒.๖ คือ รับทราบ รายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการปราบปรามยาเสพติด ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๘ และเรื่องตามระเบียบวาระที่ ๒.๑๔ คือรับทราบรายงานผลการปฏิบัติงาน ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการปราบปรามยาเสพติดประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๓🔗
ซึ่งเสนอมา จากหน่วยงานเดียวกัน เพียงแต่ต่างรอบปีงบประมาณ ผมเห็นว่าน่าจะนำมาพิจารณา รับทราบไปในคราวเดียวกัน จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มี ผมขอดำเนินการตามนี้นะครับ🔗
ด้วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑๒ ตุลาคม ๒๕๖๔ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการ ปราบปรามยาเสพติด ประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๗ และ พ.ศ. ๒๕๕๘ และมีมติเมื่อวันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๖๕ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการ ปราบปรามยาเสพติดประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอ และให้เสนอ รายงานดังกล่าว พร้อมข้อสังเกตของคณะรัฐมนตรีต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ตามมาตรา ๑๔ วรรคท้าย แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๑๙ รายละเอียดของรายงานดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิก แล้ว ก็มีท่านสมาชิกมีประเด็นปัญหาติดใจที่จะซักถาม🔗
ฉะนั้นในการนี้ผมจึงได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ จึงขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วม ชี้แจงในที่ประชุม ๑. นายมานะ ศิริพิทยาวัฒน์ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ๒. นางสาวจิตติมา อุดมกุศลศรี นิติกรชำนาญการพิเศษ ๓. นายธนาวิช ลิ้มวัฒนา นิติกรชำนาญการ ขอเชิญ ท่านผู้ชี้แจงเข้าประจำที่🔗
ต่อไป ขอเชิญท่านสมาชิกได้อภิปราย ซึ่งขณะนี้มีรายชื่อได้ยื่นความจำนงจะขอร่วมอภิปราย อยู่ทั้งหมด ๕ ท่าน ๑. เชิญท่านอนุรักษ์ บุญศล ๒. ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ๓. พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ๔.ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ๕. ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน เชิญท่านอนุรักษ์ บุญศล ครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพคะ รายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการปราบปรามยาเสพติด ประจำ พ.ศ. ๒๕๕๘ ดิฉันอ่านเข้าไปในหน้าแรก ๆ เลยดิฉันชอบนะคะ ทั้ง ๘ ยุทธศาสตร์ ของบทสรุปผู้บริหาร แต่ดิฉันจะถามท่านประธานผ่านไปถึงรองเลขาธิการ ป.ป.ส. ว่า เหตุการณ์ในปัจจุบันนี้ ทำไมยาเสพติดให้โทษ โดยเฉพาะยาบ้าถึงเกลื่อนเมืองขนาดนี้ ง่าย ๆ เลยค่ะท่านประธานคะ ดิฉันเสพข่าวทางโซเชียล เน็ตเวิร์ก (Social Network) อ่านแล้วก็ สะเทือนอารมณ์อยู่ ไม่ว่าจะเป็นหนุ่มเสพยาบ้าจนหลอน ฆ่าพ่อแท้ ๆ ก่อนพยายามหั่นศพ แล้วก็อีกพาดข่าวหนึ่งค่ะท่านประธานคะ หนุ่มมอญเสพยาบ้าจนหลอน ฆ่าแล้วเผาหนุ่มไทย ทีนี้อันนี้เยอะเลยในหน้าข่าวหน้าสื่อต่าง ๆ นะคะ ลูกชั่วเมายาบ้าฆ่าเปลือยแม่วัย ๘๘ ปีกลางทุ่งนา อ้างโมโหดุด่าเป็นประจำ แล้วก็สุดท้าย ๒-๓ วันมานี้เด็ก ป.๕ ฆ่าคนในครอบครัวจากการที่เสพยาจนหลอน ดิฉันถามว่าตรงนี้ ยุทธศาสตร์ของท่านทั้ง ๘ ข้อครอบที่จะทำให้ประเทศชาติอยู่อย่างสงบหรือยัง ดิฉันเป็น ผู้แทนบ้านนอกค่ะท่านประธานคะ อยู่บ้านนอก พอลงพื้นที่ก็เห็นสภาพจริง เวลาที่ดิฉันลง พื้นที่ทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นไปเยี่ยมผู้ป่วยติดเตียง หรือไปภารกิจงานเพื่อรับใช้พี่น้องประชาชน ดิฉันเห็นคนที่เสพยาบ้าจนหลอน จนเป็นบ้า ถ้าภาษาบ้านดิฉันเรียกว่าเป็นบ้าแล้ว อยู่ตาม หมู่บ้านต่าง ๆ ท่านประธานที่เคารพคะ ๒-๕ คน เป็นอย่างน้อย หรือมากกว่านั้น ทีนี้ดิฉัน อยากให้ท่านประธานผ่านไปถึงท่านรองเลขาธิการ ป.ป.ส. จินตภาพตามดิฉันไป ว่าความโหดร้ายมันจะเกิดขึ้นได้อย่างไร คนที่เป็นบ้าแล้ว ประสาทหลอนแล้ว กลับมา อยู่กับพ่อแม่ ถ้าบังเอิญว่าเด็กหญิง เด็กชาย เรียนออนไลน์ (Online) ต้องอยู่บ้าน เล่นซ่อนแอบ เล่นซ่อนหา เล่นเต้นยาง แล้วพวกที่ ๒-๕ คนที่อยู่ในแต่ละหมู่บ้านนี่ไปเจอจะเกิดอะไรขึ้นคะ หน้าสื่อต่อไปก็คือข่มขืนแล้วฆ่า ฆ่าเด็กหญิงแล้วเปลือย ฆ่าเด็กชาย คนในหมู่บ้านว่าทำไม ถึงฆ่าลูกหลานตัวเอง เพราะคิดว่าเขาจะมาฆ่าตัวเอง นี่คือยาบ้า แล้วในกรมราชทัณฑ์ ท่านประธานที่เคารพคะ เท่าไรคะ ทั้งหมดที่อยู่ในนั้นยาบ้ากี่เปอร์เซ็นต์ ๓๐๐,๐๐๐- ๔๐๐,๐๐๐ คนเลยทีเดียวที่อยู่ในนั้น แล้วผู้ค้าล่ะคะเป็นอย่างไรบ้าง ผู้ค้ามีคติประจำใจค่ะ ท่านประธานคะ เล็ก ๆ ไม่ ใหญ่ ๆ ค้า เดี๋ยวนี้ขนมาเป็นรถสิบล้อกันเลยทีเดียว มีคำถามว่า ป.ป.ส. ดูแลสิ่งเหล่านี้อย่างไร ยังไม่หมดค่ะท่านประธานคะ จินตภาพตามดิฉันต่อ หน่อยนะคะว่าเป็นอย่างไรบ้าง ดิฉันอยากให้ ป.ป.ส. นำนโยบายยุทธศาสตร์ของท่าน ทั้ง ๘ ข้อนี้ไปบังคับใช้กับคนที่เสพจนเป็นบ้าสะเงอะสะงะอยู่ตามหมู่บ้าน น่ากลัวมาก ท่านประธานรู้จักค่ะ คำว่าสะเงอะสะงะ มันน่าสังเวชใจยิ่งนักที่มันจะเกิดระเบิดเวลาอยู่ทุก ขณะจิตในหมู่บ้านของเรา ดิฉันต้องการให้นำคนเหล่านั้นไปบำบัด ป.ป.ส. ซึ่งมีอำนาจเต็ม ในกฎหมายจะร่วมกับหมู่บ้านอย่างไร กระทรวงมหาดไทยอย่างไร นำไปบำบัดจนดีแล้วค่อย เอากลับมาที่บ้าน แม่ของคนที่เสพยาบ้าวิ่งมาหาดิฉันว่า ครู ดิฉันอยากให้เป็นเหมือนสมัย ท่านนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ยาบ้าไม่มีเลย ลูกดิฉันเสพ ทั้งครอบครัวอยู่อย่าง ยากลำบากมาก ข่มตาอย่างไรก็ไม่หลับในตอนกลางคืนกลัวลูกฆ่า นี่คือความเป็นแม่ แต่จะ กล้าฆ่าลูกให้ตายไหม ไม่กล้า นั่นคือความเป็นพ่อเป็นแม่ค่ะ นี่คือการนำไปบำบัดจนหาย ข้อที่ ๑ นำไปบำบัด ข้อที่ ๒ มาตรการอื่น ๆ ที่ภาครัฐโดยเฉพาะ ป.ป.ส. ควรบูรณาการกับ อบต. กับเทศบาลให้ข้าราชการเหล่านั้น ข้าราชการใน อบต. ในเทศบาลไม่อยากนั่งไถ โทรศัพท์ทั้งวันหรอกค่ะท่านประธานคะ นโยบายจากส่วนกลางจะต้องถึงเขา เขาอยากทำงาน เพราะเขาใช้คำว่า ข้าราชการ คำนี้ ทำให้เขาอยากจะรับใช้ประชาชนนะคะ นี่ค่ะ ๒ ทางออก หรือว่าท่านมีนโยบายอื่น ๆ เพื่อการดำเนินชีวิตที่ปลอดภัยของทุกคนในครอบครัว ในหมู่บ้านชนบท หมู่บ้านที่เป็น หมู่บ้านในประเทศไทยมี ๗๕,๐๓๒ หมู่บ้าน ถ้าคนสะเงอะสะงะหลอนจนเป็นบ้า ท่านประธานคะ คูณ ๒ ค่ะ ๑๕๐,๐๐๐ คูณ ๕ ๓๗๐,๐๐๐ คูณ ๑๐ ๗๐๐,๐๐๐ กว่า นั่นคือ ระเบิดระเวลา ท่านประธานคะ ดิฉันจึงถามท่านประธานผ่านไปถึงท่านรองเลขาธิการ ป.ป.ส. เพียงอยากให้ช่วยเหลือเกื้อกูลบ้าน เพียงอยากให้สุขสำราญเรืองรองใส เพียงอยากให้ยาบ้า แค้นแสนอันตราย อันตรธานหายจากประเทศเขตขันฑสีมา ป.ป.ส. วางนโยบาย ให้ตายดับ ช่วยเร่งขับยุทธศาสตร์หมายมาดว่า ประชาชนคนไทยในธารา สุขถ้วนหน้า ๘ ยุทธศาสตร์ชาติปลอดภัย ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสาทิตย์ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในรอบระยะเวลา ประมาณ ๑ ปีที่ผ่านมานี้ผมก็ลุกขึ้นอภิปรายรายงานของคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามยาเสพติดเป็นครั้งที่ ๒ แต่ครั้งนี้ดูเหมือนว่าเรามีรายงานอยู่ ๓ ฉบับ ผมมี ๒ ประเด็นที่อยากจะอภิปราย🔗
เรื่องแรก ก็คืออยากจะตั้งข้อสังเกตต่อรายงานของท่าน ความจริงแล้ว บทบาทหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการป้องกันยาเสพติดหรือ ป.ป.ส. น่าจะเปลี่ยนไป พอสมควร หลังจากที่เรามีพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด ซึ่งลงในราช กิจจานุเบกษาไปเมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ปี ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา เพื่อให้งานต่าง ๆ ด้านยาเสพ ติด ในแง่กฎหมายนั้นมีความเป็นระบบมากขึ้น ป.ป.ส. ก็จะต้องเป็นองค์กรที่เป็นความหวัง ของสังคมไทยที่จะแก้ไขปัญหายาเสพติดในหลากหลายประเด็นด้วยกัน แต่ว่าผมมีข้อสังเกต อย่างแรกต่อรายงานของท่านทั้ง ๓ ปี ในมือผมก็คือปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๘ และปี ๒๕๖๓ ผมมีข้อเสนอแนะว่าความจริงแล้วในกฎหมายตัวใหม่ให้ใช้ประมวลยาเสพติด มาตรา ๕ ก็ได้ระบุว่าคณะรัฐมนตรีจะต้องเสนอรายงานพร้อมข้อสังเกตของคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภา คือทั้งต่อ ส.ส. และต่อ ส.ว. แต่ว่าในรายงานที่ทำมานี้ผมคิดว่า ป.ป.ส. สามารถทำให้ดีกว่านี้ได้ คือในรายงานของท่านทั้ง ๓ ปี มีลักษณะที่คล้ายกันอย่างยิ่ง ๑. ท่านลงกฎหมายไว้ตอนท้าย ซึ่งผมเห็นว่าในรายงานไม่มีความจำเป็นเลยครับ ที่ต้องลงตัวกฎหมาย ป.ป.ส. ไว้ ซึ่งต่อไป อาจจะลงประมวลให้ใช้ยาเสพติด เหตุผลที่ไม่มีความจำเป็นเพราะว่า ขอโทษนะครับ ผมว่า มันเปลืองหน้ากระดาษ แต่สิ่งที่สภาอยากจะรู้อยากจะเห็นก็คือ ๑. สถานการณ์ยาเสพติด อันนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก เพราะนี่คือปัญหาใหญ่ที่คุกคามทุกครอบครัว ทุกหมู่บ้าน ทุกตำบล ทุกจังหวัดในประเทศนี้ ๒. ผลการปฏิบัติตามแผนของท่าน เรื่องนี้เรื่องใหญ่มาก แต่ในรายงานที่เราเขียนกันมา ๒-๓ ปีในมือผมไม่มีผลของการปฏิบัติว่าท่านสามารถที่จะ แก้ไขปัญหาอย่างกรณีฟื้นฟูบำบัดผู้เสพยาไปได้จำนวนกี่ราย สามารถกลับตัวเป็นพลเมืองดี ได้จำนวนเท่าไร ไม่กลับไปสู่การเสพจำนวนเท่าไร ผมว่าเรื่องนี้เรื่องใหญ่กว่า แล้วเป็นข้อมูล สำคัญที่สภาควรจะรับทราบ แต่เราไม่มี ผมก็หวังว่าหลังจากใช้กฎหมายฉบับใหม่ แล้วก็จะมีในลักษณะเช่นนั้น ปัญหาอุปสรรคเช่นเดียวกันที่ท่านเสนอเอาไว้จะคล้ายกัน ทั้งหมด ๓ ปี เหมือนกับรายงานฉบับครั้งที่แล้วที่ผมได้อ่าน ก็คือพูดถึงปัญหาของการเข้าสู่ การเป็นพนักงาน ป.ป.ส. ของท่านเอง ซึ่งปัญหานี้มันควรจะแก้ได้ครับ แต่ว่าเราเขียน ติดต่อกันมาจนกระทั่งฉบับหลังสุดคือปี ๒๕๖๓ ท่านเขียนบอกว่าปัญหานี้ก็ดีขึ้นบ้าง แต่จริง ๆ แล้วสภาไม่ได้ต้องการรับทราบแค่นั้น แต่เรา ต้องการรับทราบว่าในจำนวนเจ้าหน้าที่ที่มีอยู่ได้ปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปตามแผนยุทธศาสตร์ อย่างไร นี่เป็นประเด็นแรก🔗
ประเด็นที่ ๒ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญที่เพื่อนสมาชิกพูดถึงก็คือ ผลจากการ เสพยาเสพติดยาวนานมีคนซึ่งถึงขั้นหลอนเป็นจิตประสาทฝังตัวอยู่ในทุกหมู่บ้านเลยครับ แล้ววันดีวันคืนก็จะระเบิดขึ้นมากลายเป็นคดีสะเทือนขวัญต่าง ๆ คนที่เหนื่อยที่สุดคือกำนัน คือผู้ใหญ่บ้าน คือพ่อแม่ คือผู้ปกครอง และคนที่รับเคราะห์กรรมก็คือคนที่อยู่ที่นั่น อย่างกรณีบ้านผมเคยเกิดกรณีของคนที่หลอน เข้าไปในบ้านของสามีภรรยาคู่หนึ่งแล้วก็ ฆ่าปาดคอ ปัญหาของฝ่ายปกครองก่อนหน้านี้ก็คือว่าไม่รู้จะจัดการอย่างไร จับตัวไปส่ง โรงพยาบาล โรงพยาบาลก็บอกว่าไม่มีที่ไว้ จะไปโรงพักตำรวจก็บอกไม่มีอำนาจจับ แต่ในกฎหมายตัวใหม่นี้ ผมไปอ่านดูในมาตรา ๑๑๓ ต่อเนื่องมาตรา ๑๑๔ เขียนให้เป็น บทบาทของฝ่ายปกครอง ซึ่งแน่นอนครับ รวมถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เขียนถึงตำรวจ เขียนถึง ความสมัครใจของผู้ที่ติดยา ซึ่งถือว่าผู้เสพนั้นเป็นผู้ป่วยด้วย แล้วก็กำหนดให้มีสถานพยาบาล ยาเสพติดเกิดขึ้น ผมคิดว่าอันนี้ละครับที่ไปถูกทางแล้ว แต่ประเด็นที่ผมจะถามท่านก็คือว่า หลังจากกฎหมายฉบับนี้บังคับใช้ ป.ป.ส. คุยกันหรือยัง ว่าต่อจากนี้ไปในทั่วประเทศเราจะมี สถานพยาบาลยาเสพติดเริ่มต้นในปี ๒๕๖๕ กี่ที่ ประกาศไปเลยครับ ให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทุกตำบลรับทราบเลยครับว่า ถ้าคุณเจอบำบัดถึงขนาดจิตหลอนมีปัญหาต่าง ๆ คุณมีอำนาจ หน้าที่อย่างนี้ สามารถที่จะนำตัวไปส่งยังสถานพยาบาลยาเสพติดได้ แล้วผมก็อยากรู้ว่า โดยกฎหมายฉบับนี้ที่ให้กระทรวงสาธารณสุขเป็นองค์กรหลักหนึ่งในการแก้ไขปัญหาเรื่อง เสพยานี้เตรียมเรื่องนี้ไว้หรือยัง เช่น อย่างที่จังหวัดตรังถ้าเกิดกรณีคลุ้มคลั่งขึ้นมา สถานพยาบาลยาเสพติดที่ตรังถือเป็นโรงพยาบาลใหญ่อย่างโรงพยาบาลตรัง ได้มีการ เตรียมการหรือยังว่าที่ตรงนั้นเป็นสถานพยาบาลยาเสพติดแจ้งหรือยัง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เขาจะได้รู้จะได้เอาตัวไป หรือจะต้องไปส่งที่โรงพยาบาลโรคประสาทที่จังหวัดสงขลา เหล่านี้ เป็นต้น ในเวลานี้ทุกคนทำไม่ถูกครับ แล้วปัญหานี้มันคุกคามทุกวันอย่างที่เพื่อนสมาชิก ได้พูดถึง แล้วประเด็นนี้ผมเคยลุกขึ้นพูดถึงมาครั้งหนึ่งแล้วในสภาแห่งนี้ วันนั้นเรายังไม่มี คำตอบกัน แต่กฎหมายประมวลยาเสพติดตรงนี้เขียนไว้ชัด เพราะฉะนั้นการเตรียมการ จากวันนี้ไปจะเป็นเรื่องเร่งด่วนมากครับ ผมอยากรู้ว่า ป.ป.ส. คุยเรื่องนี้กันหรือยัง ถ้ายัง ไม่คุยเรื่องนี้ผมอยากให้ถือเป็นวาระเร่งด่วนของประเทศไทยเลย ไม่เช่นนั้นแล้วเราจะต้อง สูญเสียคนดี ๆ ไปอีกจำนวนมาก อันเกิดจากการเป็นผลตกค้างของคนที่เสพยาจนกระทั่ง หลอนแล้ว นี่เป็นเรื่องใหญ่มาก ผมอยากให้ ป.ป.ส. ลุกขึ้นตอบคำถามนี้กับสภา แล้วก็หวังว่า ในการรายงานครั้งหน้าซึ่งอาจจะเป็นรายงานปี ๒๕๖๔ ก็ดีหรือปี ๒๕๖๕ ก็ดี ท่านจะได้ ปรับปรุงรายงานแล้วเขียนผลของการปฏิบัติต่าง ๆ เหล่านี้เป็นต้น รวมถึงสถานการณ์ ยาเสพติดให้เราได้รับรู้กัน ผมต้องเรียกว่าเอาใจช่วย ป.ป.ส. เพราะว่าเราอยู่ในพื้นที่ เราประสบปัญหาเหล่านี้ทุกวัน เราได้รับเรื่องร้องเรียนเหล่านี้ทุกวัน จนกระทั่งเราเองก็ พยายามที่จะค้นหาคำตอบ วันนี้มันครบถ้วนอยู่ในนี้อยู่แล้วตัวกฎหมายก็เขียนให้อำนาจ ท่านไว้ ก็อยากจะฟังว่าเราได้เตรียมการในเรื่องนี้ไว้อย่างไร อย่ามองข้ามเรื่องนี้อันนี้เป็น เรื่องใหญ่มากแล้วก็อยากเห็นการปฏิบัติที่จริงจังครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ตามด้วยท่าน ศาสตราจารย์โกวิทย์🔗
กราบเรียน ท่านประธานครับ ผม สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เป็นปีที่ ๓ ก็ฝากไปทางท่านเลขา ป.ป.ส. ด้วย ในรายงานทั้ง ๓ ฉบับ ปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๘ ปี ๒๕๕๗ สรุปว่าเกิดปัญหาของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ปัญหาเรื่องการรายงานการปฏิบัติ ส่วนปี ๒๕๕๘ นั้นเป็นปัญหาเรื่องการที่มีสาเหตุการปฏิบัติงานระหว่างเจ้าหน้าที่ร่วมกันระหว่างต่างหน่วย ไม่ไว้วางใจก็คงจะต้องฝึกอบรม ส่วนปีสุดท้ายปี ๒๕๖๐ กับปี ๒๕๖๑ คงเข้ามาแล้ว แต่มี ปี ๒๕๖๓ ที่เข้ามาผมเข้าใจครับว่า กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ให้รายงานเรื่องการป้องกัน และปราบปรามอย่างเดียวเท่านั้นเองของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ในรายงานฉบับนี้ท่านดูว่า ปีที่แล้วผมอภิปรายว่า ๑๐,๐๐๐ กว่าคนเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ที่ได้รับบัตรไปได้ไปพรูพ (Prove) ใหม่หรือยัง แล้วก็เป็นทหารอยู่ ๒,๐๐๐ กว่าคนได้ยกเลิก ไปหรือยัง โดยเฉพาะในรายงานฉบับนี้ ในเอกสารหน้า ๕ ในปี ๒๕๖๓ เกี่ยวกับเรื่องของ การกระทำของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ซึ่งปรากฏว่ามีเพียง ๔ รายเท่านั้นเองที่กระทำโดยทุจริต ก็ไม่ว่ากันเพราะมันมีแค่เป็นรอยปรินิดเดียวของปีที่ผ่านมา ปัญหาอุปสรรคก็คือท่านก็มี การออกมาตรการ ในนี้เขียนสั้น ๆ ว่าออกมาตรการติดตามการรายงานเข้มงวดผ่านเว็บไซต์ (Website) และแอปพลิเคชัน (Application) ผมมาอย่างนี้ครับ ผมเป็นเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ตั้งแต่ปี ๒๕๒๖ ถึงปี ๒๕๓๐ แล้วก็มาเป็นอีกทีหนึ่งตอนเป็นผู้กำกับที่ปทุมวัน คือราวปี ๒๕๔๕-๒๕๔๖ ถือบัตร ป.ป.ส. มาแล้ว สิ่งสำคัญคือผมเคยพูดในตอนวาระที่เป็นกรรมาธิการ วิสามัญประมวลยาเสพติดนี้ครับ ท่านจะต้องกลับไปรีไรต์ (Rewrite) บัตร ป.ป.ส. ทั้งหมด ซึ่งเดิมอำนาจตาม ๗ วงเล็บในมาตรา ๑๔ เดิมมันหมดไปแล้ว ๘ พฤศจิกายนนี้เริ่มใช้ใหม่ ผมก็ยังย ้าเลยว่าตามประมวลใหม่นี้ปี ๒๕๖๔ น่าจะเป็นมาตรา ๖๑ มี ๓ วงเล็บเท่านั้นเอง ที่เกี่ยวข้องกับอำนาจเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ก็เป็นอันหนึ่งที่ท่านจะต้องออกมาปรับปรุง โดยเฉพาะงาน ป.ป.ส. ของผู้ถือบัตร ป.ป.ส. อันแรกคือท่านคงต้องมีแผนขับเคลื่อนการ ปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ทั้งหมด แบ่งออกเป็น ๓ ส่วนคือ ๑. เรื่องของการ ตรวจสอบประวัติและผลงานในอดีตทั้งหมด คือหมื่นกว่าคนนี้ท่านต้องรีไรต์ (Rewrite) ใหม่หมด ว่าเคยมี ไม่มีผลงาน ตัดทิ้งออกไป แล้วเอาเหลือแต่ครีม (Cream) ไว้ กิจกรรมที่ ๒ คือการฝึกอบรมใหม่ทั้งด้านกฎหมายและเครื่องมือพิเศษ เครื่องมือพิเศษ คือกระบวนการ ใหม่ ๆ ในด้านเทคโนโลยีทั้งหมด ภายใต้หลักการธรรมาภิบาล ท่านต้องเข้มงวดมากเลยว่า เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ที่จะรีเฟรช (Refresh) ใหม่ทั้งหมดต้องผ่านระบบเจ้าหน้าที่ภายใต้ธรรมาภิบาล กิจกรรมที่ ๓ คือการติดเครื่องมือ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ทุกคนต้องถูกแทร็ก (Track) ครับ แทร็ก (Track) การทำงาน แทร็ก(Track) ตามบัตร ถ้าทันสมัยหน่อยแจกบัตรปั๊บท่านต้องแทร็ก (Track) ใส่ซิม (Sim) ลงไปเลยครับว่า เขาอยู่ที่ไหน ไปทำงานที่ไหน ถ้าเขาไม่พกบัตรก็อยู่ ที่เดิม ถ้าเขาไปใช้อำนาจบัตรมันจะเคลื่อนไป แทร็ก (Track) บัตรครับ เพื่อให้เกิดการ ตรวจสอบ และให้ส่งรูปถ่าย ส่งผลงาน ส่งรายงานตามที่ท่านบอกให้ผ่านเว็บไซต์ (Website) แอปพลิเคชัน (Application) ขึ้นมา นั่นคือการรายงานแบบเดิม แต่สิ่งสำคัญคือต้องติด อุปกรณ์พิเศษพวกนี้เข้าไป เพื่อคอนโทรล (Control) ครับ คอนโทรล (Control) ให้ค่าเป็นศูนย์ ๔ คนจะได้ไม่ทุจริต นี่คือเครื่องมือครับ ที่ผมอยากฝากบอกเลยว่าการใช้เทคโนโลยีในการ รายงานหรือการแทร็กกิง (Tracking) ขณะโอเปอเรชัน (Operation) เป็นหัวใจสำคัญ นอกจากนั้นแล้วการมอนิเทอริง (Monitoring) คือการควบคุมกระบวนการตรวจสอบและ ติดตามอย่างรอบด้าน ไม่ว่าการใช้งบประมาณที่ขอเบิกไป ไม่ว่าเรื่องการปฏิบัติตามกฎหมาย เขาเรียกว่า ๓ ออดิต (Audit) ออดิต (Audit) แรกคือไฟแนนเชียล ออดิต (Financial Audit) แล้วก็เป็นคอมพลายแอนซ์ ออดิต (Compliance Audit) แล้วก็อันสุดท้ายคือเพอร์ ฟอร์แมนซ์ ออดิต (Performance Audit) คือการติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกคน และสุดท้ายสิ่งที่ท่านจะต้องสร้างเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ให้เกิดขึ้นคือทรัสต์ (Trust) หรือบีลีฟ วิง (Believing) ความเชื่อถือหรือความตระหนักในหน้าที่ ความเป็นศูนย์ของการปฏิบัติ โดยบริสุทธิ์ยุติธรรมแก่ประชาชนนี้คือหัวใจสำคัญของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ผมเชื่อว่าประมวล ยาเสพติดที่ผมมีส่วนร่วมในการเขียนร่างแก้ไข และสงวนคำแปรทุกอันที่ผมได้แก้ และ กรรมาธิการที่เปลี่ยนให้ทุกมาตราผมขอบคุณมากที่ ป.ป.ส. จะเอาไปปฏิบัติอย่างครบถ้วน และคิดว่าปีหน้าครับท่านประธาน หลังจากปีนี้องคาพยพของ ป.ป.ส. ไม่ได้รายงานเอกสาร แผ่นนี้ ไปเตรียม ตั้งแต่งานป้องกันปราบปราม การปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. การบำบัดรักษา การฟื้นฟู ที่ ส.ส. ทุกคนถามครับ ต้องรายงานสภาแห่งนี้ตามกฎหมาย แน่นอนครับ ผมยืนยันว่าสำนักงาน ป.ป.ส. ต้องตั้งคำของบประมาณสูงในปีนี้เพื่อทำเอกสาร ทำเครื่องมือ และยื่นคอนเทนต์ (Content) ที่สะอาดที่สุด สะอาดคือทุกด้าน ทุกมิตินี่ต้องเป็นธรรมโดยยึดหลักธรรมาภิบาล เพื่อให้อะไรครับ ประชาชนอยู่เย็นเป็นสุขไม่ต้องเดือดร้อนต่อการเกิดการแพร่ระบาด หยุดยั้งบุคคลที่จะ แพร่ระบาด เอาไปควบคุม เอาไปบำบัด คนที่ออกมาใหม่วงจรต้องไม่มีเกิดขึ้น แล้วจะต้อง นำเขาคืนสู่สังคมที่ดี โดยเฉพาะผู้เสพครับ ผมเข้าใจครับ ความเดือดร้อนอยู่ที่ผู้เสพ แต่สำนักงาน ป.ป.ส. ซึ่งโยนอำนาจนี้ให้กระทรวงสาธารณสุขแล้วต้องเมิร์จ (Merge) กันครับ บูรณาการแผนนี้ให้เป็นหนึ่งเดียวให้ได้ เพื่ออะไรครับ ความผาสุกจะได้เกิดขึ้นที่ประเทศไทย ทุกชุมชน ทุกหมู่บ้านที่มีสาธารณสุขไป ป.ป.ส. เองต้องเข้าไปกำหนดกดดูว่ายังคงมีผู้ค้า ผู้จำหน่ายที่ปล่อยแล้วก็หายาไปแก้ไขและบำบัดฟื้นฟูคนพวกนี้ให้กลับสู่สังคมไทย เป็นคนไทย ที่ดีของประเทศ ประเทศไทยจะหายไปครับ แล้วเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ก็จะทำงานแบบไม่เกิด ข้อบกพร่องครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญศาสตราจารย์โกวิทย์ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านประธานครับ ผมขอร่วม อภิปรายรายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ซึ่งมี ๓ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๘ และปี ๒๕๖๓ ที่เป็นเล่ม ผมเรียนท่านประธานว่าจริง ๆ เรื่องของการปราบปราม การกระทำความผิดที่เกี่ยวกับคดียาเสพติดทั้งหลายถือว่าเป็นความสำคัญของชาติก็ว่าได้ แล้วยาเสพติดก็เป็นผลร้ายต่อการทำให้สังคมได้มีปัญหาอย่างมากที่กระทบต่อเรื่องต่าง ๆ มากมาย ผมดูคดียาเสพติด ถ้าดูจากเอกสารที่ท่านให้ ปี ๒๕๕๗ คดียาเสพติด ๓๔๗,๐๒๘ คดี อันนั้นจากตัวเลขที่ปรากฏในหน้า ๑๔ ในปี ๒๕๕๘ ตัวเลขคดียาเสพติด ๒๖๔,๙๗๔ ปรากฏ ในหน้า ๖ แต่ว่าในปี ๒๕๖๓ กลับเพิ่มขึ้น ๓๒๔,๕๕๒ ราย คำถามผมง่าย ๆ ก็คือว่าไม่แน่ใจ ว่าเรามีการดำเนินงานในรูปแบบยุทธศาสตร์ที่เขียนไว้มากมาย แต่ว่ามันกลับไปกลับมา คือคดียาเสพติดมีลดและมีเพิ่ม ๓ ปีที่เห็นมันก็มีคำถามมากมายที่จะถามผู้ที่เกี่ยวข้องในการ ปราบปราม มาดูเจ้าหน้าที่ ผมมีตัวเลขตามเอกสารที่ให้เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ทั่วประเทศ ๑๖,๔๐๒ ราย ในจำนวนนี้ปฏิบัติงานจับกุมผู้กระทำความผิด ๗,๓๖๒ แต่ตามกฎหมายยังมี สำนักงานตำรวจแห่งชาติที่มาทำหน้าที่นี้ ตัวเลขผมอยากจะชี้ให้เห็นว่าในปี ๒๕๕๗ สำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ทำหน้าที่เป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ๕,๑๒๓ ราย ปี ๒๕๕๘ ๘,๐๑๒ ราย เพิ่มขึ้น ๓,๐๐๐ กว่าราย อันนี้เรามีเจ้าหน้าที่เพิ่มขึ้นแต่คดีกลับเพิ่มขึ้นเช่นกัน มันไม่สัมพันธ์กัน นะครับท่านประธาน ผมเรียนว่าในปี ๒๕๖๓ ไม่ปรากฏสำนักงานตำรวจที่เกี่ยวข้องกับ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. อันนี้ก็มีปัญหาเพราะว่าในรายงานไม่มีที่เปิดดู แต่ในปีที่ผมอ่านนั้น กลับมี ปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๘ คำถามผมก็คือว่า ก็มีปัญหาอยู่เหมือนกันที่ทางตำรวจเองก็ไปค้น ไปยัดตามข่าวที่เราทราบกัน อันนี้ก็นำมาสู่ปัญหา🔗
ประการต่อมา ก็ขอบคุณว่าทาง ป.ป.ส. ได้ลงโทษคนที่ทำหน้าที่ในการเป็น เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. แล้วกระทำสิ่งที่มันผิดวินัย ผิดทางอาญาเกิดขึ้น มีหลายสาเหตุด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบ แล้วก็เรียกทรัพย์สิน เป็นต้น แล้วก็หน่วงเหนี่ยว กักขัง บังคับข่มขืนให้เกิดความกลัว เป็นต้น อันนี้คือสิ่งที่ ป.ป.ส. ได้สะท้อนจากรายงาน แต่อย่างไร ก็ตามในรายงานก็พูดถึงว่าการที่ต้องตรวจสอบคุณสมบัติ มีการลงโทษทางวินัย หรือให้ออก แล้วก็มีมาตรการกำกับหลายอย่าง อันนี้ก็ขอบคุณ แต่อย่างไรก็ตามสิ่งที่ท่านพูดมันไม่ได้ สัมพันธ์กับสิ่งที่เกิดคดีอย่างที่ผมได้นำเรียนท่านประธานให้ทราบแล้ว ผมไปดูแนวทาง การทำงานว่าในปี ๒๕๕๘ ก็วางยุทธศาสตร์ไว้ ๘ ยุทธศาสตร์ แต่ผมคิดว่าในยุทธศาสตร์ บางเรื่อง ผมยังกังวลว่าในเรื่องนี้เรื่องยาเสพติดมันไม่ใช่ว่าจะฝากไว้กับที่หน่วยงาน ป.ป.ส. อย่างเดียว ผมคิดว่าการทำงานโดยฝ่าย ป.ป.ส. อย่างเดียวอาจจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่สิ่งหนึ่งที่พูดแล้วก็ทำให้เห็นใจนั่นก็คือการขาดการบูรณาการ แต่ท่านก็ขัดแย้งกับ การทำงานแบบมีส่วนร่วม ยุทธศาสตร์ที่สร้างความร่วมมือ ตรงนี้มันไม่ไปด้วยกันกับสิ่งที่ ท่านพูดถึงการขาดการมีส่วนร่วม แต่ยุทธศาสตร์ท่านจะสร้างการมีส่วนร่วม อันนี้ก็เป็น คำถามใหญ่ และผมก็เห็นด้วยว่าการบูรณาการในหลายกลไกหน่วยงานเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อจะทำให้การปราบปรามมีประสิทธิภาพและคุณภาพมากขึ้น🔗
ประการต่อมา ผมคิดว่าที่ท่านพูดเรื่องของการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน ในบางยุทธศาสตร์ผมเห็นด้วย แล้วก็อยากให้ทำอย่างเข้มข้น แต่ผมคิดว่าอาจจะต้องมา อธิบายหรือว่าทำความเข้าใจในเรื่องการสร้างความเข้มแข็งของชุมชนหรือการบูรณาการ อย่างที่ผมพูดแล้วก็คือการทำให้ทุกภาคส่วน อย่างในหมู่บ้านไม่ว่าจะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. หรือตำรวจ หรือเจ้าหน้าที่กลุ่มองค์กรชุมชนต้องผนึกกำลังและมีมาตรการทางสังคม กำหนดการปฏิบัติของชุมชนนั้น ๆ ผมคิดว่าการจูงใจชุมชนต่อการทำให้ปลอดยาเสพติด เป็นเรื่องที่ทำกันมานาน แต่ผมยังไม่เห็นผล เพราะฉะนั้นสิ่งที่ทำในยุทธศาสตร์ บางยุทธศาสตร์ผมเห็นด้วยกับท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ขออนุญาตเอ่ยนามว่า ในรายงาน ในปีต่อไปผมอยากให้ใช้ยุทธศาสตร์วางในการทำรายงาน แล้วก็นำผลของแต่ละยุทธศาสตร์ ให้สภาได้รับทราบว่าท่านได้ทำไปแค่ไหนอย่างไร ให้เกิดผลในทางปฏิบัติมากน้อยเพียงใด อันนั้นคือเป็นข้อเสนอในปีต่อไป ในการทำรายงานตามยุทธศาสตร์ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ตามด้วยท่านคำพอง เทพาคำ🔗
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะอภิปรายรายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการปราบปรามยาเสพติดประจำปี ๒๕๖๓ ครับ ซึ่งเป็นปีล่าสุด มี ๓ ประเด็นครับ ท่านประธาน🔗
ประเด็นที่ ๑ ผมคิดว่ากรอบแนวความคิดของการปฏิบัติงานของ ป.ป.ส. เป็นเรื่องที่สำคัญมาก รายละเอียดนั้นเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายกันไปเยอะแล้ว ถ้าดูโครงของ การรายงานจะเห็นว่ามี ๓ ส่วน ส่วนแรก คือแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหา ยาเสพติด ส่วนที่ ๒ ก็คือผลการดำเนินงานการปราบปรามยาเสพติด หมายถึงปราบปราม แล้วก็จับกุม ส่วนที่ ๓ ปัญหาและอุปสรรค ซึ่งที่ท่านบอกก็มี ๒ เรื่อง คือเรื่องไม่บูรณาการ กับไม่ไว้วางใจกัน นั่นก็หมายความว่าแนวความคิดของ ป.ป.ส. ที่รายงานมานี้ สะท้อน เรื่องของการป้องกัน การปราบปราม และปัญหาอุปสรรคของการทำงานก็คือการไม่บูรณาการกัน แล้วก็การไม่มีความไว้วางใจ ต่อกัน นี่คือพาราไดม์ (Paradigm) นี่คือกระบวนทัศน์ของ ป.ป.ส. ครับ ถ้าจะไม่ผิดผมคง จะกล่าวได้ว่า ป.ป.ส. คือป้องกัน ปราบปรามและไม่ไว้วางใจ รวมทั้งไม่บูรณาการกันครับ ท่านประธานครับ การป้องกันและปราบปรามตรงนี้ผมเข้าใจเหตุผล แต่ผมอยากให้ท่าน เปลี่ยนแนวคิดใหม่เพิ่มเข้าไปก็คือส่งเสริมด้วยความไว้วางใจ คำถามคือทำไมผมจึงพูดเช่นนี้🔗
ขออนุญาตในประเด็นที่ ๒ สถานการณ์ปัจจุบันเกี่ยวกับเรื่องยาเสพติด ในปัจจุบันนี้ได้มีการยกเลิกพืชเสพติดออกจากบัญชียาเสพติดไปแล้ว แล้วก็สภาแห่งนี้ ก็ได้ออกกฎหมายผ่านเรื่องนั้นไปแล้ว ขออนุญาตยกตัวอย่างที่สำคัญก็คือเรื่องของ พืชกระท่อมแล้วก็กัญชา ใน พ.ร.บ. ของพืชกระท่อมและกัญชาซึ่งผ่านสภานี้ไป แต่เมื่อ พ.ร.บ. ผ่านไปแล้ว ใน พ.ร.บ. นั้นไม่สามารถเขียนรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องการปฏิบัติได้ครับ ท่านประธาน แต่การปฏิบัตินั้นที่ ป.ป.ส. จะต้องเป็นผู้รับผิดชอบนั้นยังคงที่จะยึดกรอบ แนวความคิดเดิมของการจัดการกับพืชที่ถูกปลดออกจากบัญชียาเสพติดแล้ว นั่นก็คือ การป้องกัน ปราบปรามและไม่ไว้วางใจครับท่านประธาน ตรงนี้เองเป็นปัญหา เพราะว่า พืชกระท่อมและกัญชานั้นคือพืชเศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเกษตรกร รากหญ้า ประชาชนคนตัวเล็กน้อยที่ปลูกกระท่อม ปลูกกัญชา และสามารถที่จะนำมา หารายได้เลี้ยงชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะเศรษฐกิจโควิด (COVID) ที่ชีวิตยากลำบาก ปัญหาปากท้องที่มีกันทุกวัน ค้าขายอะไรก็ไม่ได้ แต่พอจะมีสิ่งที่พอจะขายได้ เช่น พืชกระท่อมหรือกัญชาก็ปรากฏว่าขายไม่ได้ เพราะ ป.ป.ส. นี่ล่ะครับท่านประธานครับ ด้วยเหตุผลอันนี้เองขั้นตอนการขออนุญาตในเรื่องของกัญชาและกระท่อมซึ่งเป็นพืช เศรษฐกิจที่มีศักยภาพสูงที่ผมได้เรียนไปแล้ว ป.ป.ส. จึงมีขั้นตอนของการอนุญาต ที่สลับซับซ้อน และที่สำคัญคือรวมศูนย์ไว้ที่ ป.ป.ส. ครับท่านประธาน นั่นหมายความว่า ความคิดเดิมคือไม่ไว้ใจใคร ยังคงอยู่ในสมองของ ป.ป.ส. ต้องมาขอ ป.ป.ส. เท่านั้นจึงจะให้ ได้ครับท่านประธานครับ ผมอยากเชิญชวน ป.ป.ส. ที่อยู่ในห้องประชุมนี้ได้กรุณามอง กลับกันไปใหม่ว่า จากความคิดที่เคยป้องกันปราบปรามและไม่ไว้ใจใครเรื่องยาเสพติดนั้น ให้ท่านกลับคิดถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับพี่ประชาชน โดยเฉพาะคนยากคนจนในชนบท ในเรื่องของกระท่อมและกัญชา ว่ามันมีความสำคัญต่อวิถีชีวิตต่ออย่างไร ว่ามันมีความสำคัญ ต่อโอกาสที่จะมีรายได้และมีชีวิตอยู่ต่อไปของเขาอย่างไร สำหรับการควบคุมที่ท่านคิดอยู่นั้น ผมคิดว่าท่านน่าจะต้องทบทวน แล้วก็กลับไปคิดถึงประโยชน์ของพี่น้องประชาชนที่พึงจะได้ ความเสี่ยงที่ท่านเห็นว่าจะเกิดขึ้นผมเชื่อว่าท่านมีวิธีการที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านั้น ด้วยการบริหารจัดการได้ครับท่านประธาน🔗
ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เอง ประเด็นที่ ๓ ท่านประธาน ผมจึงอยากขออนุญาต เสนอ ป.ป.ส. ขอให้ทบทวนแนวคิดเกี่ยวกับเรื่องพืชเสพติดที่ได้รับการยกเลิกไปแล้วตาม กฎหมาย พืชเสพติดที่ได้รับการยกเลิกไปแล้วตามกฎหมายขอให้ท่านทบทวนดังต่อไปนี้🔗
๑. ขอให้กระจายอำนาจการอนุมัติและการเห็นชอบไปที่จังหวัด ไปที่อำเภอครับ ท่านประธาน เพื่อให้มันง่าย เพื่อมันสะดวก เพื่อให้มันรวดเร็ว และที่สำคัญคือเพื่อให้ เกษตรกรและเอสเอ็มอี (SMEs) ตัวเล็กตัวน้อยไม่ต้องไปติดสินบนในการขออนุญาต สิ่งเหล่านี้ขอให้ท่านกรุณาทบทวนเถอะครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ ขอให้ท่านฝึกที่จะไว้วางใจเกษตรกร ฝึกที่จะไว้วางใจเอสเอ็มอี (SMEs) ว่าคนเหล่านี้เขาก็ตระหนักถึงปัญหายาเสพติดเหมือนกับท่าน แต่ในเวลาเดียวกัน คนเหล่านี้เขาต้องดำรงชีวิตอยู่ เขาต้องมีรายได้ เขาต้องมีอาชีพ และพืชกระท่อมและกัญชา เป็นความหวังของเขา เพราะฉะนั้นความไว้วางใจของท่านคือการให้โอกาสกับชีวิตของเกษตรกรและคนตัวเล็กตัว น้อยครับท่านประธาน และ🔗
ข้อเสนอประการที่ ๓ ขอให้ ป.ป.ส. ได้กรุณาเพิ่มมาตรการการส่งเสริม การขยายโอกาสให้กับประชาชนฐานรากที่จะมีรายได้มากขึ้นจากพืชกระท่อมและกัญชา เพื่อให้พี่น้องประชาชนเหล่านั้นจะได้มีโอกาสลืมตาอ้าปากและมีชีวิตที่มั่นคงได้ครับ ท่านประธานครับ พืชกระท่อมและกัญชา วันนี้ด้วยความรู้ที่เป็นวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ทำให้เราสามารถใช้พืชกระท่อมและกัญชาให้เกิดประโยชน์ได้มากมาย ไม่ใช่อย่างที่เราใช้กัน อยู่วันนี้ เราทำได้อีกหลายเรื่องมาก หลาย ๆ ประเทศก็ได้ทำสิ่งเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์ อย่างมากแล้ว มันไม่ใช่ยาเสพติดต่อไปอีกแล้วครับท่านประธาน🔗
เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ขออนุญาตด้วยความเคารพว่า ผมอยากเห็น ป.ป.ส. เป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศด้วยการอนุญาตแล้วก็เปิดโอกาส ให้กับกระท่อมและกัญชา แทนที่จะป้องกันปราบปรามและไม่ไว้วางใจใคร ถ้าเป็นเช่นนี้ ในปีหน้า ผมขออนุญาตที่จะอ่านรายงานบทบาทของ ป.ป.ส. ในเรื่องของการป้องกัน ปราบปราม และส่งเสริมการใช้พืชยาเสพติดที่ถูกปลดออกจากบัญชีแล้วให้เกิดประโยชน์ กับพี่น้องประชาชนครับ ขออนุญาต ป.ป.ส. กรุณารายงานเรื่องนี้ในปีหน้าด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญท่านคำพอง เทพาคำ ครับ ตามด้วยท่านยุทธพงศ์ จรัสเสถียร เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม คำพอง เทพาคำ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ จากรายงานทั้ง ๓ ปี แม้ ๒ ฉบับแรกกับอีกฉบับหนึ่งปี ๒๕๖๓ จะห่างกัน ๗-๘ ปี แต่เนื้อหาสาระท่านประธาน ที่เคารพ น่าตกใจมากก็คือว่า ในรายงานนั้นสถานการณ์ยาเสพติดไม่ได้ลดลงเลย แม้ว่า จะเหวี่ยงก็เหวี่ยงเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้นเอง เราจะเห็นว่าในปี ๒๕๕๗ คดีก็อยู่ที่ ๓๐๐,๐๐๐ ในขณะที่ผู้ต้องหาก็อยู่ที่ ๓๖๐,๐๐๐ ในปี ๒๕๕๘ แม้ว่าคดีจะลดลงเหลือ ๒๖๐,๐๐๐ ก็ไม่ลดลงมากครับ ลดลงไม่กี่คดี ในขณะที่ผู้ต้องหาก็ยังอยู่ที่ ๒๘๐,๐๐๐ พอมาถึงปี ๒๕๖๓ เราก็จะเห็นว่าคดีก็ยังอยู่ที่ ๓๐๐,๐๐๐ ในขณะที่ผู้ต้องหาก็ ๓๐๐,๐๐๐ อันนี้ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่แสนสาหัสมาก นั่นหมายความว่า๘ ยุทธศาสตร์ที่เรากำลัง ขับเคลื่อนกันอยู่นี้ ในฐานะที่ผมเคยทำงานป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดร่วมกับ ป.ป.ส. นานแล้ว ๒๐ กว่าปีแล้ว ผมก็มีความรู้สึกว่าปัญหายาเสพติดมันไม่ได้มีโอกาสที่จะลดลงไป หรือหมดไปจากสังคมไทย หรือไม่ก็ถึงไม่หมดสถานการณ์น่าจะดีกว่านี้ ผมคิดว่าในการ ดำเนินงานของ ป.ป.ส. ที่ปรากฏในรายงานเนื้อหามันก็มีน้อย เมื่อเทียบกับข้อมูลสถานการณ์ และเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่มันเกิดขึ้น อาจจะเป็นเพราะข้อมูลบางอย่าง งานที่ทำบางอย่าง มันไม่สามารถที่จะเปิดเผยหรือรายงานต่อที่ไหนไม่ได้แม้แต่ในสภาผู้แทนราษฎร เข้าใจว่า ในการทำงานตาม ๘ ยุทธศาสตร์นี้ ระดมคนไม่ใช่น้อยนะครับท่านประธาน ในจังหวัดหนึ่ง ศปส. ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน มีหมด มีทุกฝักทุกฝ่าย มีทั้งฝ่ายการศึกษา แพทย์ พยาบาล ครู เจ้าหน้าที่ตำรวจ มีหมดเลย แต่ปรากฏว่าในรายงานเราไม่ได้พูดถึงว่ามันใช้ ระดมสรรพกำลังมากน้อยขนาดไหนในการที่จะทำงานเรื่องนี้ หรือแม้แต่การบูรณาการ บูรณาการนี่ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ราชการ ภาคเอกชน ประชาชน หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งถ้าเราดูในการทำงานของ ป.ป.ส. เราก็จะเห็นว่า เวลาระดมสรรพกำลังเราก็จะเห็นทุกภาคส่วนเข้าไปในที่ประชุม รวมทั้งงบประมาณด้วย งบประมาณไม่พอ ศปส. ก็ไปขอเงินอุดหนุนมาจากท้องถิ่น อีกสิ่งหนึ่งที่คิดว่าในการทำงาน ที่ผ่านมาเราเห็นประสบการณ์เห็นสิ่งที่มันมีประโยชน์ในกระบวนการแก้ไขปัญหาอย่างหนึ่ง ก็คือ จริงอยู่เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. มันมีการออกบัตรให้ แล้วก็จะต้องเป็นผู้ที่ปฏิบัติจริง ๆ แล้วนอกจากเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ซึ่งเราสงวนตำแหน่งไว้ให้เฉพาะคนบางกลุ่ม วิทยากร กระบวนการท้องถิ่น วิทยากรกระบวนการชุมชน เราไม่ได้ดึงเขาเข้ามาในการที่จะทำงาน ร่วมกับ ศปส. จังหวัด🔗
อีกอย่างหนึ่งที่ผมยังมีอะไรคาใจอยู่ในใจก็คือเรื่องของการปราบปราม การหาข่าว การสืบสวนสอบสวน โดยใช้วิธีการที่เรียกว่าล่อซื้อ การล่อซื้อผมพูดหลายครั้งว่า มันสุ่มเสี่ยงต่อการที่จะก่อให้เกิดการมีซัปพลาย (Supply) ดีมานด์ (Demand) ที่เป็นเท็จ เป็นซัปพลาย (Supply) ดีมานด์ (Demand) ที่เราไปสร้างขึ้นโดยไม่มีความจำเป็น และนำไปสู่การที่จะไปตั้งเซฟเฮาส์ (Safe House) ไปตั้งห้องกาแฟ แล้วรีดเอาทรัพย์ ข่าวหลายเรื่องกระจายออกมาแล้วก็เห็นเหตุการณ์หลายครั้ง แล้วก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ ต่อรองกัน ตั้งแต่ ๕๐๐,๐๐๐ จนจบกันที่ ๑๕๐,๐๐๐ แล้วก็เปลี่ยนวิธีการสืบสวนสอบสวนใหม่ เปลี่ยน ทิศทางการสอบสวนใหม่ เป็นจากผู้ค้ารายย่อยหรือผู้ค้ารายใหญ่ก็ดีก็แล้วแต่ จำนวนเงิน ให้ลดจำนวนของกลางลงกลายเป็นผู้เสพ อันนี้ผมคิดว่ามันต้องมีหน่วยงาน ที่ทำงานซ้อนหน่วยงานด้วย ว่าเชิงในทางลับก็ต้องจัดการเจ้าหน้าที่พวกนี้ที่ทุจริตต่อการ ปฏิบัติหน้าที่ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอย่างไร้อุดมการณ์ ไร้ความคิด ซึ่งเมื่อ มีการวิ่งเต้นจบ บางคดีถึงกับเปลี่ยนเป็นการพนันก็มี อันนี้ก็ต้องหาข้อมูลตรงนี้ให้ได้ เรื่องงบประมาณของท้องถิ่นผมคิดว่าก็ไม่น่าขัดข้อง ทางท้องถิ่นเขาก็ยินดีที่จะสนับสนุน เพียงแต่ว่าให้ท้องถิ่นเขาได้มีโอกาสได้ใช้ตามแผนงานเขาด้วย ร่วมกับ ป.ป.ส. ร่วมกับ ศปส. จังหวัด ไม่ว่าจะเป็นเทศบาล อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งผมคิดว่าก็ใช้กระบวนการวิทยากร กระบวนการชุมชนท้องถิ่นนี่ละครับเข้ามาทำแผนงาน ผมคิดว่าเรื่องป้องกันแก้ไขก็น่าจะ ช่วยให้รายงานของ ป.ป.ส. ปี ๒๕๖๔ มีความสมบูรณ์มากขึ้น ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านยุทธพงศ์ จรัสเสถียรครับ ตามด้วยท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับรายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการ ปราบปรามยาเสพติดประจำปี ๒๕๕๗ และปี ๒๕๕๘ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เป็นเจ้าหน้าที่ ซึ่งมีอำนาจตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๑๙ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. มีภารกิจดำเนินงานเกี่ยวกับการปราบปราม และการกระทำความผิดเกี่ยวกับ ยาเสพติดในด้านต่าง ๆ มาตรการที่ ๑ ในเอกสาร ก็คือการสกัดกั้น ปราบปราม จับกุม และหยุดยั้งการแพร่ระบาดของยาเสพติด ผมมีคำถามผ่านท่านประธานไปยังสำนักงาน ป.ป.ส. ว่า มาตรการที่ ๑ ท่านได้ทำแล้วบรรลุไหมครับในการสกัดกั้นปราบปราม และหยุดยั้ง การแพร่ระบาดของยาเสพติด เพราะว่าในรายงานครับท่านประธาน ที่นำมารายงานต่อ สภาผู้แทนราษฎร ปี ๒๕๕๗ และปี ๒๕๕๘ ท่านประธานครับ ผมดูจากผลการดำเนินการ ปราบปรามยาเสพติด มันไม่ได้หยุดยั้ง แล้วก็ไม่ได้สกัดกั้น เพราะอะไรครับท่านประธาน เพราะว่าการแพร่ระบาดของยาเสพติดเพิ่มมากขึ้น การจับกุมแต่ละครั้ง ปริมาณยาเสพติด มากขึ้น ตรงนี้ก็ต้องถามว่าได้บรรลุกับมาตรการที่เป็นภารกิจของหน่วยงานของท่านหรือไม่🔗
มาตรการที่ ๕ บอกว่าเจ้าพนักงานของ ป.ป.ส. มีหน้าที่ในการดำเนินการกับ เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด กรณีนี้ผมก็อยากมีคำถามว่า อย่างเมื่อเร็ว ๆ นี้ เมื่อปีที่แล้วกรณีมีผู้กำกับชื่อดังคนหนึ่งอยู่จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งได้รางวัลนำจับยาเสพติด จำนวนมากเลย ก็เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ไปเกี่ยวข้องกับตรงนี้ ทาง ป.ป.ส. ได้ดำเนินการ ตรวจสอบไหม แล้วก็เรื่องนี้มีการขอเบิกเงินรางวัลนำจับเป็นจำนวนมหาศาลเลย ตรงนี้ก็เป็น ประเด็นที่อยากจะให้ทาง ป.ป.ส. ได้ชี้แจง ท่านประธานครับ ผมไปดูในรายงานหน้า ๑๔ ของปี ๒๕๕๗ ครับท่านประธาน บอกว่ามีรายงานการจับกุมคดียาเสพติดรายสำคัญ กรณี ยกตัวอย่างครับ วันที่ ๑๑ เมษายน ปี ๒๕๕๗ ว่า ป.ป.ส. มีการจับกุมแก๊งค้ายาไอซ์ (Ice) ข้ามชาติ จำนวน ๖ คน จาก ๔ ประเทศพร้อมของกลาง เป็นยาไอซ์ (Ice) ๓.๕๐ กิโลกรัม โดยมีพฤติการณ์ในการสั่งซื้อยาไอซ์ (Ice) มาจากประเทศจีน แล้วก็มีการจับกุมผู้ต้องหา ที่เกี่ยวข้องมาจากอินโดนีเซีย ๓ คน ฟิลิปปินส์ ๑ คน ไนจีเรีย ๑ คน และเป็นชาวไนเจอร์ อีก ๑ คน ตรงนี้ท่านประธานครับ คำถามผม กำลังจะชี้ให้ท่านประธานเห็นว่ากรุงเทพฯ ของเราเหมือนเป็นศูนย์กลางการค้ายาเสพติดเลยครับ มีคนค้ายาเสพติดที่เป็นคน ต่างประเทศเข้ามาค้ายาเสพติดในกรุงเทพฯ ตรงนี้ถามว่าทาง ป.ป.ส. ท่านมีมาตรการในการ ที่จะป้องกันและสกัดกั้นบุคคลเหล่านี้ได้อย่างไรครับที่จะไม่ให้กรุงเทพฯ เป็นศูนย์กลางของ การค้าขายยาเสพติดนานาชาติ ยกตัวอย่างอีกตัวอย่างหนึ่งครับท่านประธาน ๒๖ เมษายน ปี ๒๕๕๗ มีการจับกุมคนค้ายาเสพติด มีกัญชาอัดแท่งน ้าหนัก ๑,๐๐๐ กิโลกรัม อยู่ที่อำเภอ วังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา กัญชาอัดแท่ง ๑,๐๐๐ กิโลกรัม ๑ ตัน ท่านประธานครับ น ้าหนักไม่ใช่น้อย ๆ เลยนะท่านประธาน ถามว่าแล้วเอากัญชาพวกนี้มาจากไหน ในรายงาน ก็ไม่ได้บอก มีแต่บอกว่าจับกุม ถามว่าแล้วลักลอบเอามาอย่างไรก็อยากจะให้ท่านได้ชี้แจง ๒๙ เมษายน ๒๕๕๗ อีกครับท่านประธานครับ จับกุมกัญชาที่บรรจุเป็นหีบห่อด้วยพลาสติก อย่างดี จำนวน ๕ พาเลต (Pallet) พาเลต (Pallet) ละ ๑,๐๐๐ กิโลกรัม ซึ่งจำนวนเที่ยวนี้ ถึง ๕ พาเลต (Pallet) ก็คือ ๕ ตัน พาเลต (Pallet) ละ ๑ ตัน ซึ่งเยอะมากท่านประธาน แล้วถามว่าตรงนี้ท่านได้มีการสืบเสาะของแหล่งที่มาไหมว่ามาอย่างไร เพราะว่าปริมาณมัน เพิ่ม แล้วก็ขณะเดียวกัน ปี ๒๕๕๘ ผมยกตัวอย่างอีกครับท่านประธานครับ ว่าวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ปี ๒๕๕๘ มีการจับกุมยาไอซ์ (Ice) อีก ๒๕ กิโลกรัมของผู้ต้องหาอีก ๖ คน ตรงนี้ ก็อยากจะสอบถามว่าการลักลอบเอาเข้ามาในประเทศไทย ทำไมถึงลักลอบเอายาไอซ์ (Ice) ถึง ๒๕ กิโลกรัม ซึ่งมันเยอะมาก สถิติเมื่อปี ๒๕๕๗ จับกลุ่มก็เพียง ๓.๕ กิโลกรัม แต่ปี ๒๕๕๗ ถึง ๒๓.๕ กิโลกรัม พอปี ๒๕๕๘ เป็นถึง ๒๕ กิโลกรัม ซึ่งเพิ่มขึ้นมาก ท่านประธานครับ ในรายงานยังบอกถึง ปัญหาและอุปสรรค ที่สำคัญบอกว่าการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. เป็นการใช้อำนาจพิเศษ ที่มีบทยกเว้นการใช้อำนาจทั่วไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา การตรวจ จับกุมโดยไม่ต้องมีหมายศาล การใช้อำนาจกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน ตรงนี้ ก็เข้าใจได้ครับท่านประธาน คือถ้าจะไปรอหมายศาลรออะไรต่าง ๆ ก็คงจับกุมไม่ได้ แต่ในรายงานนี้บอกว่า การใช้อำนาจของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. จะต้องมีการรายงาน ให้ผู้บังคับบัญชาก็คือท่านเลขาธิการ ป.ป.ส. ได้ทราบ แต่บอกว่ามีเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. อยู่ทั้งหมด ๙,๐๔๔ ราย แต่การรายงานในการใช้อำนาจพิเศษถึงเลขาธิการ ป.ป.ส. มีการ รายงานที่น้อยมาก ก็อยากจะให้ท่านชี้แจงว่าทำไมเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ไปดำเนินการที่ใช้ อำนาจพิเศษแล้วถึงไม่มีการรายงานท่านเลขาธิการ ป.ป.ส. ซึ่งตรงนี้มันเหมือนดาบสองคม ถ้าการใช้อำนาจพิเศษไปในทางไม่ชอบ ไปในทางที่ไม่ถูกต้องมันก็จะเกิดความเสียหายต่อ ประชาชนครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอนาทวี สะบ้าย้อย สำนักแต้ว สำนักขาม ของอำเภอสะเดา พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ วันนี้ ป.ป.ส. ได้มาชี้แจงเกี่ยวกับรายงานปฏิบัติงานปี ๒๕๖๓ ผมขอดูในปีเดียวนะครับ ท่านประธานครับ วันนี้นอกจากที่ดูรายงานเสร็จผมก็จะพูดข้อเสนอให้กับ ป.ป.ส. เพื่อที่ ป.ป.ส. จะนำไปปฏิบัติ ผมเองพูดในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และพูดในฐานะ โฆษกกรรมาธิการการตำรวจ เพื่อจะเป็นประโยชน์กับ ป.ป.ส. ท่านประธานครับ วันนี้ ผมขอถามว่าทำไมสถานการณ์ยาเสพติดของประเทศรุนแรง ทั้งที่เรามีหน่วยงานของรัฐ มีงบประมาณและมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดจำนวนมาก วันนี้มีข้อสงสัยครับ ท่านประธานว่า ป.ป.ส. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ควบคุมเกี่ยวกับเรื่องของยาเสพติดมีเจ้าหน้าที่ ไปเกี่ยวข้องกับขบวนการยา ไม่ว่าจะเป็นหน่วยปฏิบัติการพี่น้องประชาชนเขารู้กันครับ ท่านประธาน นี่คือเป็นข้อสงสัยที่ ป.ป.ส. ต้องมาอธิบาย ท่านประธานครับ วันนี้รู้กันทั่วครับ ผมเองเป็นกรรมาธิการการตำรวจได้รับการชี้แจงแต่ ป.ป.ส. ไม่พูดความจริง วันนี้มีขบวนการ ปั๊มยาบ้ารอบประเทศไทยครับท่านประธาน วันละ ๓๐ ล้านเม็ด ปั๊มที่ไหนครับ รอบประเทศ เพื่อนบ้าน ปั๊มเสร็จเอาไปไหนครับท่านประธาน ผ่านไปยังภาคเหนือ ภาคกลาง ไปยังพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้บ้านผมครับท่านประธาน จากภาคเหนือ ภาคกลางไปภาคใต้ แล้วมันผ่านไปได้อย่างไรครับท่านประธาน ป.ป.ส. เจ้าหน้าที่ตำรวจมันให้ผ่านไปได้อย่างไร ไปถึงสงขลาบ้านผมระยะทางเกือบ ๒,๐๐๐ กิโลเมตร ป.ป.ส. คุณดูอย่างไร ท่านประธาน ที่เคารพครับ วันนี้ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ รวมทั้ง ๔ อำเภอ ประชากร ๓ ล้านคน ยาบ้า วันละ ๓๐ ล้านเม็ด ปั๊มที่พื้นที่ชายแดนทางภาคเหนือครับ แสดงว่าคนบ้านผมต้องกินยาบ้า คนละ ๑๐ เม็ด ผมเป็น ส.ส. ผมก็ต้องกิน ๑๐ เม็ดครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นวันนี้ ป.ป.ส. พูดความจริงครับ วันนี้วันละ ๓๐ ล้านเม็ด ขบวนการขนยาเสพติดมันขนมาได้อย่างไร การข่าวของตำรวจ ป.ป.ส. ต้องแยกให้ออก ตำรวจ ป.ป.ส. และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ของ กระทรวงยุติธรรม การข่าวทั้งหมดไปอยู่ตรงไหน สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้มันเป็นความเศร้าหมอง วันนี้เขาบอกว่ายาบ้าทั้งหมดส่งออกไปยังต่างประเทศ ประเทศที่ ๓ โกหกครับ ประเทศ มาเลเซียไม่กินยาบ้าครับ ประเทศสิงคโปร์ไม่กินยาบ้าครับ ประเทศอินโดนีเซียไม่กิน ยาบ้าครับ และขบวนการขนยาบ้าทั้งหมดวันนี้โดนจับมากที่สุดที่ด่านชั่วคราวอำเภอจะนะ ที่บ้านป่าชิงครับ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ ป.ป.ส. ต้องพูดความจริงกับสภาแห่งนี้ ขบวนการทั้งหมดวันนี้ยาเสพติดที่เกิดขึ้นท่านประธานครับ จับได้ทั้งหมดปี ๒๕๖๓ ที่มี รายงานทั้งหมด ๓๖๘ ล้านเม็ด นี่คือที่จับได้จริง ๆ ครับ โลกแห่งความเป็นจริงที่จับไม่ได้ครับ ที่จับไม่ได้เท่าไรครับ คูณไปสิครับท่านประธาน วันนี้เองผมเลยบอกว่าสิ่งที่สภาแห่งนี้ต้องพูด ความเป็นจริง สถานที่ที่ต้องการคือสถานที่บำบัด ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เราต้องการที่บำบัดครับ มันขาดแคลน ขาดแคลนงบประมาณ สิ่งที่เศร้าใจมากที่สุดวันนี้ท่าน ประธานครับ มีคน ๆ หนึ่งโทรมาหา ส.ส. ส.ส. ช่วยโทรบอกตำรวจหน่อย ให้มาจับลูก ฉันหน่อย ทำไมครับท่านประธาน ลูกติดยาบ้าครับ เอาไฟแช็คไปเผาขนำครับ เอาไฟแช็ค ไปเผาบ้านครับ ไปขโมยของเขาครับ ถ้าปล่อยลูกชายเขาไว้ชาวบ้านจะฆ่าครับท่านประธาน ผมเองต้องบอกผู้กำกับให้เอาตำรวจไปล็อกตัวไว้ก่อน นี่คือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นคือ ความเลวร้ายที่เกิดขึ้นครับ วันนี้ผมก็เลยบอกว่าขบวนการทั้งหมดยาเสพติดที่เกิดขึ้น ป.ป.ส. ต้องพูดความจริงและต้องร่วมกันแก้ไขปัญหา การปราบปรามอย่างเดียวไม่ใช่ทางแก้ครับ การบำบัด การสร้างงานมวลชน การทำโครงการครูแดร์ (D.A.R.E) ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เดี๋ยวเพื่อนสมาชิกผมจะลุกขึ้นมาพูด วันนี้เพื่อนสมาชิกอีกหลายคนจะลุกขึ้นมาพูดการใช้ งบประมาณอีกหลายพันล้านบาท มันไม่มีประโยชน์หรอกครับ แต่สิ่งที่พี่น้องประชาชนฝาก ส.ส. มาครับท่านประธาน นอกจากการพัฒนาประเทศ การก่อสร้างถนนหนทาง อีกอย่างหนึ่ง ก็คือยาเสพติดครับท่านประธาน วันนี้ผมอภิปรายไป ๒ รอบครับ ผมก็อายท่านประธาน แต่วันนี้ประเด็นเรื่องยาเสพติดมา ผมทนไม่ได้ครับ ต้องลุกขึ้นมาอภิปราย อย่างน้อยพี่น้อง ภาคใต้ผมที่รอวันนี้ ลุกขึ้นมาอภิปรายเรื่องยาเสพติด รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. โดยเฉพาะรองเลขาธิการ วันนี้ต้องอธิบาย ถึงเวลาแล้วครับที่ท่านต้องช่วย พวกผม ต้องช่วยคนไทยให้ปลอดยาเสพติดสักที ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปเป็น คุณละออง ติยะไพรัช ตามด้วย พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ดิฉันได้อ่านรายงานการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. นะคะ ดิฉันเห็นตัวเลข ดิฉัน ไม่มั่นใจว่าอันนี้คือความสำเร็จหรือความล้มเหลวในการทำงาน เพราะคดีมีประมาณเกือบ ๓๐๐,๐๐๐ คดี เรามองว่าถ้า ๓๐๐,๐๐๐ คนนี่คือบุคลากรที่สามารถที่จะพัฒนาประเทศได้ ก็คือจะเป็นสิ่งที่น่าเสียดาย แต่วันนี้ดิฉันอยากจะทราบว่า ป.ป.ส. หรือหน่วยงานของรัฐบาล เองเราได้เคยทำวิจัยไหมว่าในส่วนของ ๓๐๐,๐๐๐ คน เขาเกิดจากปัญหาอะไรเขาถึงมาใช้ ยาเสพติด เขาเกิดปัญหาอะไรที่เขาจะต้องค้ายาเสพติด ซึ่งดิฉันก็ได้อ่าน บางคดีที่ท่านได้ รายงานก็คือว่าคนที่ค้ายาเสพติดเนื่องจากมีหนี้สิน อันนี้ก็คือสิ่งที่ถ้าไม่มีหนี้สินเขาคงจะไม่ค้า ยาเสพติด ดิฉันก็คิดอย่างนี้ วันนี้เราได้ช่วยเขาไหมคะ เราได้ช่วยคนที่ติดยาเสพติดด้วยความ เมตตาเขาหรือเปล่า หรือเรามีคุกไว้ขังกับคนทั้ง ๓๐๐,๐๐๐ คน ซึ่งดิฉันทราบว่าส่วนใหญ่ คนที่อยู่ที่เรือนจำก็คือคนที่ติดยาเสพติด ดิฉันก็มาคิดนะคะว่าเราได้ช่วยอะไรเขาบ้าง ในส่วน ของเด็กหรือเยาวชนที่ติดยาเสพติด แต่ในส่วนที่ดิฉันก็อยู่ในพื้นที่ก็มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โดยเฉพาะตำบลป่าตึง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ดิฉันเคยไปเยี่ยมที่ศูนย์บำบัดยาเสพติด คือเขาช่วยกันเองค่ะ แล้วก็มีส่วนของทหารที่อยู่ตามชายแดนเข้ามาช่วยด้วย แล้วก็ช่วย ในการอบรม ดิฉันมองแล้วก็เห็นว่าถ้าเราทำแบบนี้มันก็สามารถที่จะช่วยเหลือเขาได้ เราสามารถที่จะรู้ปัญหาเขาได้ว่า เขาติดยาเสพติดนี้เขาติดเพราะอะไร และยิ่งท่านได้รายงาน มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๘-๒๕๖๓ ดิฉันไม่เห็นตัวเลขที่มันลดลงเลย ก็คือจะมีจำนวนที่คงที่ แล้วก็ ยาเสพติดที่ท่านได้จับกุมก็มากมายมหาศาล ดิฉันยิ่งได้ฟังท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่นี้ว่า ทั้งมาเลเซีย สิงคโปร์ อินโดนีเซียไม่มีคนกินยาบ้า และยาพวกนี้มันอยู่ที่ไหน ทำไมคนไทย หรือว่าคนที่ใช้แรงงานถึงใช้ยานี้จำนวนมาก เขาเป็นโรคอะไรหรือเปล่า ทำไมเขาไม่มีเงินที่จะ ดูแลครอบครัว แต่ทำไมเขามีเงินที่ใช้กับยาเสพติด ซึ่งดิฉันเองนี้อยากจะให้หน่วยงาน ป.ป.ส. ซึ่งมีจำนวน ๑๖,๐๐๐ คน และมีเจ้าหน้าที่อีก ดิฉันมองว่าถ้าเราช่วยกันในการวิเคราะห์ ปัญหา ปัญหาตรงนี้ประเทศไทยของเราใช้งบประมาณเป็นจำนวนมาก ทั้งในเรื่องของ การจับกุม ในเรื่องของรางวัลกับตำรวจที่ ป.ป.ส. ที่จับได้ คือดิฉันพยายามนะคะว่าจะอ่าน แล้วก็ดูตัวเลขว่างบประมาณที่เราใช้ในเรื่องของการปราบปรามยาเสพติดของ ป.ป.ส. นี้ มีจำนวนเท่าไร เป็นเงินเท่าไร และเงินจำนวนนี้มันเป็นเงินที่สามารถที่จะสร้างแรงงาน สร้างการศึกษาให้กับพี่น้องที่ยากจนหรือคนไม่มีทางออก คนที่เป็นหนี้ คนที่ไม่สามารถที่จะ ใช้ชีวิตปกติได้ มันคงจะเป็นหนทางสุดท้ายที่ดิฉันอ่านนี่นะคะ ที่ไปค้ายาเสพติด เพื่อที่จะ เอาเงินมาดูแลครอบครัว ดูแลลูก แล้วก็ตัวเองนี้ถูกจับไม่เป็นไร อย่างนี้ค่ะ ดิฉันมองด้วย ความเมตตาเป็นอย่างนี้ แต่ในส่วนของการที่เราปราบปราม แล้วก็ทำให้เขาติดคุกนี้นะคะ ท่านประธาน ดิฉันว่าเราต้องช่วยกันนะคะว่าสังคมนี่ตอนนี้งานก็ไม่มีทำ แล้วก็ตกงาน พี่น้อง เกษตรกรส่วนใหญ่ที่ใช้แรงงาน ขายข้าวก็ราคาถูก แล้วลูกก็ต้องเรียนหนังสือ ถึงจะเรียน ออนไลน์ (Online) ตอนนี้ก็คือค่าใช้จ่ายก็เพิ่มมากมาย ดิฉันมีความรู้สึกว่าเราน่าจะช่วยกัน ว่ายาเสพติดเราจะให้มันลดลงจากประเทศไทยได้อย่างไร ทั้งที่เราเป็นเมืองพุทธ เป็นเมืองที่เราไม่ทำบาป เมืองที่ภาษีบาปก็ต้องเอาไปช่วยคนอย่างนี้ ดิฉันอยากจะให้ ท่านประธาน แล้วก็ ป.ป.ส. ลองมาวิเคราะห์ปัญหาทำวิจัยกันจริง ๆ จัง ๆ ว่าเราจะสามารถ ที่จะช่วยพี่น้องประชาชนคนไทยของเราได้อย่างไร แล้วดิฉันก็ไม่สบายใจที่เห็นตัวเลขที่ท่านจับกุมได้เป็น ๓๐๐,๐๐๐ ดิฉันไม่ได้ใช่ผลงาน แต่ดิฉันมองว่าเป็นความล้มเหลวมากกว่า ถ้าเรามีคนติดยาเสพติด เรามีคนขายยาเสพติด เต็มบ้านเต็มเมืองแบบนี้ ท่านบอกว่าถ้าสมมติว่าท่านไม่มีตัวเลขจับกุมมันก็ไม่มีผลงาน มันไม่ใช่ แต่เราเห็นว่าคนในหมู่บ้านเรา คนในประเทศไทยเรายังมีการติดยาเสพติดก็แสดงว่า การทำงานของ ป.ป.ส. เองนี่ก็คือความล้มเหลวค่ะ และท่านประธานคะดิฉันอยากให้รัฐบาล และหน่วยงานทุกที่ช่วยกันในเรื่องของเยาวชน ในเรื่องของอาชีพ ในเรื่องของการดูแลพี่น้อง ประชาชนคนไทยของเราให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี อยู่ดีกินดี ถ้าเป็นแบบนี้ดิฉันเชื่อมั่นว่าคนเรา จะไม่หันไปใช้ยาเสพติดแน่นอนค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ พันตำรวจโท ฐนภัทร ตามด้วยท่านองค์การ ชัยบุตร เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพครับ กระผม พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดจันทบุรี อำเภอเมือง อำเภอแหลมสิงห์ พรรคพลังประชารัฐ ต่อคณะกรรมการ ปราบปรามยาเสพติดหรือว่า ป.ป.ส. ที่รายงานมายังสภาผู้แทนราษฎรนั้น กระผมเห็นว่า แนวโน้มในเรื่องของปัญหาของยาเสพติดนั้นเป็นปัญหาที่จะต้องได้รับการแก้ไขอย่างด่วน ซึ่งในปัจจุบันนี้จะพบว่าเด็ก เยาวชน หรือผู้ใหญ่ก็ตามหันมาเสพยาเสพติดกันมากมาย ซึ่งยาเสพติดนั้นเป็นการบ่อนทำลายคน บ่อนทำลายทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งถือว่าคนนั้น เป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าที่สำคัญที่เราไม่สามารถที่จะปฏิเสธได้ เพราะฉะนั้นเมื่อมนุษย์ ของเรานั้นถูกบ่อนทำลายทั้งร่างกายและจิตใจ ซึ่งยาเสพติดนั้นก็เป็นที่ทราบดีว่าเป็น ยาเสพติดที่ทำให้ร่างกายจิตใจนั้นทรุดโทรม เพราะฉะนั้นสมองที่ถูกทำลายไปจากยาเสพติด นั้นก็จะทำให้คนนั้นไม่มีการพัฒนา ยิ่งปัญหาของยาเสพติดไม่ว่าจะในตรอก ซอก ซอยต่าง ๆ ในชุมชนต่าง ๆ ปัญหามีเยอะแยะครับ ผมออกพบปะพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะ ในชุมชนแออัดต่าง ๆ พ่อแม่ ผู้ปกครองให้ข้อร้องเรียนมาว่าในชุมชนนั้นมีปัญหาเรื่อง ยาเสพติดมากมาย เจ้าหน้าที่ตำรวจก็เข้าไปดูแลอยู่แล้ว ไปตรวจ ไปจับ มันก็ไม่หมดไปครับ ในเรื่องของการจับนั้น ในหลวงรัชกาลที่ ๕ ท่านบอกว่าการจับนั้นเป็นเรื่องที่ดี แต่การที่จะให้ ดีกว่านั้นต้องป้องกันไม่ให้มีคดีเกิดขึ้น ปัญหายาเสพติดนั้นเป็นปัญหาที่ก่อให้เกิดปัญหา อาชญากรรมตามมา ไม่ว่าจะเป็นคดีลักทรัพย์ วิ่งราวทรัพย์ ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์ต่าง ๆ และคดีอาชญากรรมทางเพศ เป็นปัญหาที่ล้วนแล้วแต่ จากการสืบสวนสอบสวนผู้ต้องหา ในแต่ละรายที่กระทำความผิดนั้นเป็นผู้ต้องหาที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เป็นผู้เสพ เป็นผู้ที่ติด หรือแม้กระทั่งเป็นผู้ที่ค้ายาเสพติด เมื่อไม่มีเงินไปซื้อยาเสพติด เมื่อไม่มีเงินไปเสพ ยาเสพติดสิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือคดีอุกฉกรรจ์ต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดตามขึ้นมา ในคดีเมื่อเร็ว ๆ นี้ ผู้ต้องหารับสารภาพว่าก่อนที่จะทำการข่มขืนและฆ่าเขาได้เสพยาเสพติดมา นั่นละครับ การทำให้คดีที่เกิดขึ้นนั้นยาเสพติดถือว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญที่รัฐบาล โดยเฉพาะ ป.ป.ส. ที่มีหน้าที่โดยตรงในการตรวจค้น จับกุม มีกฎหมายพิเศษต่าง ๆ ที่ให้ ป.ป.ส. ไม่ว่าจะเป็น การตรวจค้นที่ไม่ต้องมีหมายก็ตาม การตรวจค้นที่เข้าไปในลักษณะที่พิเศษกว่าการทำงาน ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะฉะนั้นเมื่อ ป.ป.ส. มีเครื่องมือเครื่องไม้ในการที่จะทำงานแล้ว ผลสัมฤทธิ์ของงานผมว่าอยากจะมองเห็นมากกว่านี้เป็นรูปธรรมมีตัวชี้วัดที่ชัดเจน ซึ่งจากการที่ได้อ่านรายงานมานี่ ผลการจับกุมของ ป.ป.ส. ผมว่าน่าที่จะสามารถ ทำให้เพิ่มขึ้นได้อีกในหลายมิติ ไม่ว่าเฉพาะที่ว่าจะเป็นเรื่องของการจับกุมเท่านั้น งบประมาณ ต่าง ๆ ที่ทุ่มเทลงไป ผมให้ความสำคัญถึงกรณีเกี่ยวกับการป้องกัน การป้องกันเป็นการ ป้องกันที่จะไม่ให้ยาเสพติดมันเกิดขึ้นระบาดขึ้น มีโครงการหนึ่งที่ผมอยากจะนำเรียนท่าน ป.ป.ส. เพื่อไปพิจารณาและดำเนินการแก้ไขในจุดที่ผมอยากจะนำเสนอให้กับคณะกรรมการ ป.ป.ส. ทราบ ก็คือว่าโครงการแดร์ (D.A.R.E.) ท่านประธานครับ โครงการแดร์ ดรัก อะบิวส์ รีซิสแทนซ์ เอดดูเคชัน (Drug Abuse Resistance Education) การศึกษา การต่อต้าน การแพร่ระบาดของยาเสพติดในเด็กนักเรียน โครงการนี้เป็นโครงการที่ดีมาก เจ้าหน้าที่ ตำรวจแต่งเครื่องแบบตำรวจเข้าไปตามโรงเรียน ไปสอนหนังสือกับเด็กนักเรียนในแต่ละ โรงเรียน ในกลุ่มที่มีความเสี่ยง กลุ่มที่มีความเสี่ยงคือใคร กลุ่มที่มีความเสี่ยงก็คือเด็กนักเรียน ที่อายุประมาณ ๑๒-๑๓ ปี เรียนระหว่างประถมศึกษาปีที่ ๕ หรือประถมศึกษาปีที่ ๖ ก็ตาม กลุ่มเหล่านี้เป็นกลุ่มที่มีความสุ่มเสี่ยงต่อการที่จะติดยาเสพติด มีความสุ่มเสี่ยงที่จะเข้าไปยุ่ง เกี่ยวกับยาเสพติด เพราะฉะนั้นยาเสพติดให้โทษเป็นยาเสพติดเป็นสารที่ทำให้เกิดการติด ติดแล้วก็มีโทษเขาถึงเรียกว่าเป็นยาเสพติดให้โทษ มันไม่ได้มีคุณประโยชน์อะไร เพราะฉะนั้น เมื่อมีครูแดร์ (D.A.R.E.) เข้าไปสอนเข้าไปให้ความรู้เด็กนักเรียนในการที่จะป้องกัน การติดยาเสพติด เพราะฉะนั้นโครงการนี้เป็นโครงการที่น่าจะสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง ตลอด ๒๐ กว่าปีที่ผ่านมาโครงการแดร์ (D.A.R.E.) ตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ ซึ่งเป็นโครงการของ ตำรวจสหรัฐอเมริกาเข้ามาถ่ายทอดมาให้ความรู้กับครูที่เป็นตำรวจเข้าไปอบรม เพราะฉะนั้น ๒๐ กว่าปีที่ผ่านมาผมว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่มีความสำคัญอย่างมาก ๆ ในเรื่องของ การป้องกัน แต่ปัญหามีอยู่ว่าครูตำรวจแดร์ (D.A.R.E.) ของเราที่มีอยู่ในทั่วประเทศเป็น หมื่นคนไม่ได้รับความสนใจ ไม่ได้รับความสนใจในประเด็นใดบ้าง เช่น ในเรื่องของบำเหน็จ ความดีความชอบ เขาทำงานในอาชีพของเขาอยู่ในหน้าที่ที่เป็นปกติอยู่แล้ว เช่น เป็นสายตรวจ ทำงานในหน้าที่ของเขาอยู่แล้ว เขาก็ไปทำหน้าที่พิเศษในเรื่องของเป็นตำรวจที่จะเข้าไป ในโรงเรียนอีก แต่งบประมาณในการที่จะจูงใจให้เขาในสภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้งบประมาณ ก็เป็นสิ่งที่สำคัญ เบี้ยเลี้ยงต่าง ๆ วันละ ๓๐๐ บาท ๒๐ ปีที่แล้วจนถึงปัจจุบันก็ยัง ๓๐๐ บาทอยู่ ให้เขาหน่อยเถอะครับ การเข้าไปใช้ชีวิตกับนักเรียน มีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ดูแลเขาด้วย บำเหน็จ บำนาญก็ควรที่จะให้เขา ๒ ขั้น ในการที่เขาไปทุ่มเททำงานตรงนี้ขึ้นมา เพราะฉะนั้น การป้องกันและการปราบปรามในเรื่องของการแพร่ระบาดของยาเสพติดนั้นควรทำควบคู่กัน ไป ท่านประธานครับ กราบเรียนมายังท่านประธานผ่านไปยัง ป.ป.ส. เพื่อดำเนินการ พิจารณาฝากให้ความสำคัญในเรื่องของการป้องกันให้มากกว่านี้ กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญท่านองค์การ ตามด้วยท่านศรีนวล บุญลือ🔗
กราบเรียนท่านประธาน กระผม องค์การ ชัยบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จาก จังหวัดมุกดาหาร และภาคอีสานท่านประธาน อันที่จริงแล้วผมก็อยากจะให้กำลังใจ กับเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ทีแรกว่าจะไม่อภิปรายแล้ว เนื่องจากว่าบ้านตัวเองอยู่ติดชายแดน ทางภาคอีสาน เมื่อมาดูในรายงานแล้วยิ่งซ ้าเติมเข้าไปใหญ่ว่าทางผ่านของขบวนการค้ายา ขบวนการต่าง ๆ ล้วนมาจากภาคอีสานทั้งสิ้น จังหวัดที่ติดแถบแม่น ้าโขงทั้งหมด ก็ต้อง อดเป็นห่วงไม่ได้ มันมีสำนวนภาษาไทยเก่า ๆ ท่านประธานบอกว่า ประเทศไทยเรานี้แสนดี หนักหนา ในน ้ามีปลา ในนามีข้าว ใครใคร่ค้าค้า ใครใคร่ค้าช้างค้า ค้าวัวค้า มันก็เลยติดตาม ว่าค้ายาก็ค้า เพราะหาเงินง่ายท่านประธาน ตัวค้ายาเสพติดต่าง ๆ มันเป็นตัวล่อ มันหาเงินง่าย หาได้หาคืนเดียวก็ได้เป็นแสน นี่คือ ตัวหนึ่งที่ผมมองเห็นว่าอีสานบ้านเรามันมี ๓ จุดที่ผมดูในรายงานปี ๒๕๖๓ ๓ จุด ๔ จุด ท่านประธานที่เป็นทางผ่านตั้งแต่เหนือจรดใต้ ถ้าเรารู้แล้วทำไมไม่อุดรู มีวิธีการอุดรูไหม ช่องทางใหม่ก็คือช่องทางออนไลน์ (Online) แค่นั้นท่านประธาน เทคโนโลยีตรงนี้ต้องมาดู ช่วยกันว่าอะไรที่จะสอดส่องเข้าไปในเรื่องเทคโนโลยี ก็เป็นห่วงเพราะว่ามุกดาหารนี่ข่าว ออกมาทีไรก็ ๑๐๐,๐๐๐ เม็ด ๒๐๐,๐๐๐ เม็ด ๓๐๐,๐๐๐ เม็ด เจ้าหน้าที่เขาก็ทำนะครับ ท่านประธาน บ้านท่านประธานก็ใกล้ ๆ บ้านผม ก็ทำ ๆ กันอยู่ก็อยากให้กำลังใจ แต่เมื่อมาดู ในอัตราโครงสร้างกำลังส่วนหนึ่งทำไมเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ต้องไปยืมหน่วยงานอื่นมาด้วย ผมถามหน่อย ไปสังกัดอยู่นั่นอยู่นี่ ประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าท่าน ทำไมไม่ทำเอง ไม่สังกัด ตนเองให้มันเป็นที่ชัดเจน เพราะว่า ๑. คุณทำเรื่องใหญ่ ไม่ได้ทำเรื่องฝากงาน เรื่องยาเสพติด เป็นเรื่องใหญ่ของประเทศ เป็นหน้าเป็นตาของประเทศ ผู้นำต้องชัดในเรื่องนี้ด้วย ไปดูเรื่องนี้ ไม่รู้กี่หน่วยงาน อยู่กับตำรวจก็มี กรมการปกครองก็มี คือทุกหน่วยงานมีหมด สรรพากรก็มี สันติบาลมีหมดครับท่านประธาน เวลาไปจับก็หลาย ๆ ท่านที่ว่ามางานประจำเขาก็มีแล้วมา ติดบัตร ป.ป.ส. ได้แต่งตั้งเป็นพนักงาน ป.ป.ส. ก็มาจากหลาย ๆ ที่ท่านประธาน นโยบาย การสื่อสารแนวทางการปฏิบัติอาจจะไม่ตรงกัน ต้นทางมาอีกอย่างหนึ่ง ปลายทางมาอีกอย่างหนึ่ง การแก้ปัญหาก็เลยไม่ค่อยบูรณาการ ถ้า ป.ป.ส. มีพนักงาน มีเจ้าหน้าที่เป็นคนของสังกัด ตัวเอง การสั่งการจากข้างบนข้างล่างหรือข้างล่างรายงานขึ้นข้างบน ผมว่ามันจะได้เห็น ผลเร็ว ยอดต่าง ๆ น่าจะลดลง เพราะว่าหนึ่งในรายงานนี้เป้าหมายในการปราบปรามเอง ยังไม่ชัดเจน ในเรื่องยุทธศาสตร์ในการปราบปรามว่า ตั้งเป้าแล้วยอดทำไมไม่ลด เพราะว่า ๑. ขบวนการภายในผมว่ามันต้องปรับปรุงแล้วละครับท่านประธาน ฝากไปยังผู้ใหญ่ด้วยว่า ป.ป.ส. คือหน่วยงานหลักในการปราบปราม หน่วยงานอื่นก็คือหน่วยเสริม อย่าให้สับสน บางทีไปตรวจค้นโดนชาวบ้านด่านะท่านประธาน เพราะท่านถือกฎหมายพิเศษ ถือกฎหมาย พิเศษตำรวจภูธรบ้านผมติดบัตร ป.ป.ส. อ้าว คุณทำไมไม่ขอหมายมาค้น ค้นเขาจำหน้า ตำรวจภูธรได้ จำหน้าปลัดได้ นี่มันเป็นปัญหาอย่างนี้ เขาไม่รู้หรอกว่าท่าน ป.ป.ส. ใช้กฎหมายพิเศษไม่ต้องขอหมายค้น ก็บอกว่าชาวบ้านไม่ให้ความร่วมมือ ก็ไม่ให้ ความร่วมมือสิผมไม่รู้ว่าคุณบูรณาการ เป็นตำรวจภูธร เป็นตำรวจจราจรอยู่ดี ๆ ไปติดบัตร ป.ป.ส. ไปจับเขา ทำไมคุณไม่ขอหมายมา ชาวบ้านเขาก็รู้นิดหน่อยในเรื่องกฎหมาย นั่นก็เกิด ปัญหาเลย ท่านประธานฝากนะครับ อยากให้กำลังใจว่า ผมเองมีความเห็นว่าอยากให้ หน่วยงานนี้เป็นหน่วยงานหลัก ไม่ต้องมีบุคลากรส่วนอื่นหรอกครับ ท่านรับสมัครเองเลย เอาคนที่ใจกล้าหน่อย หรือข้าราชการหน่วยอื่น ๆ อยากจะไปอยู่ตรงนี้อยากบู๊ก็ไปเลย ไปสมัครไปย้ายขอย้ายไปเลยมันจะได้ชัดเจน ไม่ต้องไปสังกัดอยู่โน่นอยู่นี่มันยากท่านประธาน เวลาทำงบประมาณก็ลำบากเห็นไหม หลาย ๆ ท่านก็เสนอตัดว่า ท่านไม่มีผลงานจริง ๆ มันงานใหญ่ งานประเทศ แต่ไปดูในรายงานแล้วความสำเร็จผลสัมฤทธิ์มันไม่เห็นผลงาน ผู้แทนก็ต้องว่าอย่างนี้ละครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศรีนวล ตามด้วยท่านประเสริฐ บุญเรือง🔗
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ข้าเจ้า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ตามที่ได้อ่านรายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในงานปราบปรามยาเสพติดประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๗ ก็ผ่านมาได้หลายปี แต่ข้าเจ้าเข้าใจ ในความรู้สึกของ ป.ป.ส. ดีนะเจ้า ข้าเจ้าเกิดมาเป็นคนไทยรู้จักคำว่า รักชาติ รักศาสนา รักพระมหากษัตริย์ แล้วรักประชาชน ดังนั้นเกี่ยวกับยาเสพติดทุกอย่างจะมีทั้งข้อดี และข้อเสีย ในความรู้สึกของข้าเจ้าคืออยากจะยกตัวอย่างให้ ป.ป.ส. ได้รู้หรือว่า ได้รับทราบ คือยาเสพติดทุกอย่างมันก็มีโทษเหมือนกันทั้งหมด ถ้าเป็นบุหรี่ทุกวันนี้ยังปลูกได้ ทั้ง ๆ ที่ปลูกยาสูบแล้วเอามาทำเป็นบุหรี่ แล้วที่หน้าซองบุหรี่มีรูปภาพเป็นสิ่งที่บ่ดี มีภาพอยู่ ว่าการสูบบุหรี่นั้นก่อให้เกิดมะเร็ง การสูบบุหรี่นั้นทำให้ฟันหลอ เป็นสิ่งที่บ่ดี เป็นยาเสพติด แล้วยังถูกกฎหมายได้ แล้วก็มีการเก็บภาษี แล้วมาเปรียบเทียบอย่างกัญชา ข้าเจ้าเป็น ตัวแทนของพี่น้องประชาชนทุกวันนี้นะเจ้า พี่น้องชาวบ้านอยากปลูกกัญชา กัญชาทั้ง ๆ ที่รู้ ว่าเป็นยาเสพติด ถ้าเฮาปลูกแล้วเฮาก็สามารถที่จะคัดแยกเอาต้น เอาใบ เอามาเป็นพืช สมุนไพรรักษาโรคมะเร็งได้ โรคเบาหวาน ความดัน แล้วถ้าเฮาปวดเมื่อยก็ยังเอามาต้มกินได้ ยกตัวอย่างเพื่อนของข้าเจ้าสมัยเป็น ส.จ. ด้วยกัน เป็นโรคมะเร็งในลำไส้ หมอบอกว่า อยู่ได้ไม่นานก็คงจะอยู่กับครอบครัวบ่ได้ ดังนั้นก็เลยไปขออนุญาตปลูกกัญชา ๒ ต้น สลับเปลี่ยนกัน กินกัญชาต้มทุกวัน ๆ ตอนนี้กลับมาเป็นคนดี และกลับมาสุขภาพดีให้กับ ครอบครัวนะเจ้า อันนี้อยากจะเรียนฝากไปยัง ป.ป.ส. อยากให้ ป.ป.ส. นั้นปลดล็อกกัญชา เพื่อที่จะเอามาทำพืชสมุนไพร ถ้าปลูกแล้วก็ขอให้ ป.ป.ส. หรือทางสภาก็จะออกกฎหมาย ควบคุมอยู่นะเจ้า บ่ใช่ว่าปลดล็อกแล้วก็จะบ่ผิด มันก็มีข้อดีและข้อเสียนะเจ้า ข้อดี ของมันนั้นปัจจุบันนี้ข้าเจ้าเป็นตัวแทนประชาชนลงพื้นที่ก็ได้เอากัญชา บางครั้งเอาใบไปให้ พี่น้องประชาชนคนที่ไม่สบายและเป็นติดเตียงก็สามารถต้มกัญชาแล้วก็ลุกมาเดินได้ แล้ววันนั้น ๒ เคส (Case) ด้วยกัน ผ่าหัวเป็นมะเร็งในสมอง ข้าเจ้าก็ได้น ้ามันกัญชาเอาไป ให้กับคนที่เป็นโรคมะเร็ง แล้วหลังจากผ่าตัดที่อำเภอจอมทอง ตอนนี้ฟื้นขึ้นมาสามารถเดิน ไปไหนได้ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ประทับใจ ทั้ง ๆ ที่ที่ผ่านมานี้ข้าเจ้าคนหนึ่งที่บ่เห็นด้วยที่ว่า จะปลดล็อกกัญชามาเป็นพืชสมุนไพรให้กับประชาชนนะเจ้า ดังนั้นเมื่อเห็นผลประโยชน์ ของมันก็อยากจะขอความเมตตาจาก ป.ป.ส. ช่วยปลดล็อกกัญชามาเป็นพืชสมุนไพร เป็นพืช เศรษฐกิจเพื่อนำมารักษาสุขภาพให้กับประชาชน ทั้งต้นทั้งใบเอาให้กับประชาชนเพื่อเอามา รักษาสุขภาพนะเจ้า ส่วนดอกมันนั้นถ้าให้ประชาชนปลูกก็สามารถเอาคืนให้ รพ.สต. หรือกรมแพทย์แผนไทยได้นะเจ้า เขาพร้อมปฏิบัติจะปฏิบัติตามกฎหมายทุกอย่าง แล้วที่ผ่านมานี้ทางกลุ่มวิสาหกิจชุมชนในเขต ๘ เชียงใหม่ได้ยื่นเรื่องขออนุญาตปลูกกัญชา มีจำนวน ๑๗ โรงด้วยกัน โรงหนึ่งก็ใช้งบประมาณไปหลายหมื่นเหมือนกัน แต่ ณ วันนี้ ผ่านเวลาไปแล้ว ๒ ปีกว่า อย. ยังไม่อนุญาตให้ได้ปลูกนะเจ้า ชาวเขาอยู่บ้านนอกคอกนา ก็เคารพกฎหมายที่ท่านตั้งไว้นะเจ้า ถ้าท่านปลดล็อกข้าเจ้าก็จะปลูก แล้วก็จะเอาดอกนี้ คืนให้ รพ.สต. เอาคืนให้กับกรมแพทย์แผนไทย เพื่อเอาไปสกัดน ้ามันรักษาสุขภาพประชาชนต่อไปนะเจ้า วันนี้ข้าเจ้าในนามตัวแทนพี่น้อง ประชาชนที่รอความหวังที่อยากปลูกกัญชาเพื่อเป็นพืชสมุนไพร พืชเศรษฐกิจตัวใหม่ ปัจจุบัน นี้ปลูกลำไยก็ราคาตกต ่า ปลูกข้าวขายก็บ่ดีนะเจ้า ปลูกมะม่วงก็บ่มีที่ขาย ปลูกลำไยส่งออก ก็บ่ได้ ดังนั้นก็ขอความเมตตาจากท่านด้วยนะเจ้า ช่วยปลดล็อกให้พี่น้องประชาชนได้ปลูกพืช เศรษฐกิจตัวใหม่กัญชาเพื่อรักษาประชาชนในโอกาสต่อไปด้วยนะเจ้า ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานและ ป.ป.ส. ณ วันนี้ด้วยนะเจ้า ขอขอบคุณเจ้า🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านประเสริฐ บุญเรือง ตามด้วยท่านคารม พลพรกลาง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ บุญเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย ปีนี้ก็ได้มาคุยรับทราบปัญหาเรื่องรายงาน ของ ป.ป.ส. ที่มารายงานต่อสถานการณ์ปัญหายาเสพติดที่เกิดขึ้นในสภาวการณ์ที่เกิดขึ้น ในปัจจุบันนี้ของประเทศไทย ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ถือว่าปัญหายาเสพติดนี้ก็ถือเป็นวาระแห่งชาติ แต่ว่าถ้ามองไปดูแล้วผมว่าดูเหมือนท่านนายกรัฐมนตรีไม่ค่อยให้ความสนใจในสถานการณ์ ที่เป็นอยู่ในขณะนี้มากนัก ในปี ๒๕๕๗ ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการการป้องกัน ปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร ทราบปัญหาต่าง ๆ ของหน่วยงาน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ไม่ใหญ่ไม่โต แต่รับภาระปัญหาของประเทศถือว่าเป็นปัญหาระดับชาติ ที่มากมายยิ่งใหญ่มหาศาลก็คือปัญหายาเสพติด ท่านประธานที่เคารพครับ จริง ๆ แล้วตั้งแต่ ปี ๒๕๕๗ สถิติผู้ต้องขังอยู่ในเกณฑ์ตัวเลขหลักหมื่นแค่ ๘๖,๐๐๐ กว่าคน แต่ปี ๒๕๖๕ สถิติ ผู้ต้องขังในเรือนจำเกี่ยวกับคดียาเสพติดข้อมูล ณ วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ปี ๒๕๖๕ ทั้งชาย และหญิงมีอยู่ทั้งหมด ๒๒๐,๖๐๓ คน คิดอัตราสัดส่วนของเปอร์เซ็นต์ ๘๒ เปอร์เซ็นต์ นี่คือ คดียาเสพติดล้วน ๆ ท่านประธาน ผมเคยเชิญ ผบ. เรือนจำตอนเป็นประธานเข้ามาคุย ปรึกษาหารือวิธีการแก้ปัญหาเรื่องยาเสพติดจะทำอย่างไร ผบ. คนนั้นที่ดูแลเรือนจำที่ถือว่า เซฟตี โซน (Safety Zone) ที่สุดในประเทศไทยใช้งบประมาณมากมายในการก่อสร้าง ซึ่งปรากฏว่าไปตรวจค้นปรากฏไปเจอโทรศัพท์ที่โทรได้ขึ้นไปถึงดาวเทียมอยู่ ๒ เครื่อง แต่ถามหาไม่ได้เพราะว่าฝังดินไว้ไม่รู้ใครเอาเข้าไป ก็ถามกันว่าใคร ปัญหามันเกิดขึ้น ได้อย่างไร เพราะอัตราสัดส่วนของผู้คุมกับนักโทษต่างกันลิบลับเกินมาตรฐานสากลที่เกิดขึ้น ได้ร่วมกับ ป.ป.ส. ไปคุยกับประเทศเพื่อนบ้าน เลาะตะเข็บแม่น ้าโขง ไปคุยปรึกษาหารือว่า ปัญหายาเสพติดที่ผลิตเข้ามาหลายท่านที่พูดไปแล้วเข้ามาแล้ววิธีการแก้ปัญหาเราจะ ทำอย่างไร ซึ่งปรากฏว่าได้รับคำตอบว่าเขาพร้อมที่จะสนับสนุน แต่ว่าปัจจัยหรือเงินในการ ดูแลเรื่องต่าง ๆ ในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาตะเข็บชายแดนนั้นไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ เพราะว่ามีงบประมาณเพียงน้อยนิด นี่คือสิ่งที่เป็นปัญหาย้อนกลับคืนมาที่ ป.ป.ส. ป.ป.ส. บุคลากรอันน้อยนิดของ ป.ป.ส. หมื่นเศษกว่าตำแหน่ง แล้วก็ส่วนปฏิบัติการก็คือตำรวจ ช่วยปฏิบัติการอีก ๕,๐๐๐ เศษ แต่ ๕,๐๐๐ เศษก็มีคำครหาอีกมากมายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ ยาเสพติดบ้าง ค้ายาเองบ้างเยอะแยะ แล้วก็มีการยอมรับกันเกิดขึ้นว่าต้องมีส่วนเกี่ยวข้อง นั่นคือสิ่งที่มันเกิดขึ้นมาแล้วในประเทศไทย เรื่องอย่างนี้ท่านนายกรัฐมนตรีต้องใส่ใจ เรื่องการแก้ปัญหา เหมือนที่ท่าน ส.ส. หลายท่านได้กล่าวมาแล้วอย่างเช่นขออภัย ท่านณัฏฐ์ชนน ขอเอ่ยชื่อ เผาบ้านตัวเอง ฆ่าพ่อ ฆ่าแม่ ญาติพี่น้อง สร้างความรำคาญแก่ชุมชนต่าง ๆ เห็นกันอยู่ทุกวันตื่นขึ้นมาตี ๔ มาดูข่าวเห็นแต่เรื่องปัญหาฆ่าพ่อ ฆ่าแม่ ยาเสพติด กลับมาดู ช่วงอายุว่า ณ ปัจจุบันนี้ช่วงอายุที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดมีแต่อายุ ๓๐ ขึ้นไป ๔๐, ๕๐ จนถึง ๖๐ ก็มี🔗
- ๘๐/๑ . ถ้าถือว่านี่เป็นพ่อคนแล้วเป็นแม่คนแล้ว นี่คือปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคมไทย เป็นปัญหาคุณภาพ ของคนอย่างแน่นอนปัญหาที่ตามมา และจนถึงปัจจุบันนี้มีการพูดถึงเรื่องปัญหาจนถือว่า เป็นการพูดเล่นมากกว่า มีการพูดเล่นว่าเกิดนักธุรกิจมากมายเกิดขึ้นในหมู่บ้าน มีเภสัชกร ในหมู่บ้านทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เรียน เกิดทุกหย่อมหญ้าทั่วประเทศ เรื่องนี้ขอฝากท่านประธาน ผ่านไปถึงนายกรัฐมนตรี และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้ดำเนินการว่าวิธีการแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาของสังคมถือว่าเป็นอันดับ ๑ จะแก้ไขปัญหาอย่างไร ขอให้นายกรัฐมนตรีใส่ใจ เรื่องแก้ไขปัญหายาเสพติดมากกว่านี้ และฝาก ป.ป.ส. ให้กำลังใจ ป.ป.ส. ในฐานะที่เป็น หน่วยกำกับและดูแล ก็ขอให้ยึดมั่น ถือมั่น ทุกสิ่งทุกอย่าง ทำงานเพื่อผลประโยชน์ของพี่น้อง ประชาชนครับ กราบขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านคารม พลพรกลาง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดร้อยเอ็ด ขออนุญาตที่จะอภิปรายต่อรายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการ ปราบปรามยาเสพติด ต้องเรียนว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องลุกขึ้นมาพูด เพราะผม เชื่อมั่นว่าข้อเท็จจริงที่ปรากฏอยู่ในประเทศเราขณะนี้ สถานการณ์ยาเสพติดเป็นเรื่องที่ น่ากังวลที่สุด แต่ผมจะตั้งคำถามเป็นส่วนใหญ่ แล้วผมก็คงจะไม่มาชื่นชมอะไรท่าน เพราะสถานการณ์ยาเสพติดที่ท่านตั้งไว้ แล้วก็ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ขึ้นมาปี ๒๕๖๔ เฉพาะยาบ้า เพิ่มขึ้นมา ๒๐๐ ล้านเม็ด ผมอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งน่าจะต้องได้ยินการพูดของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรท่านอื่นรวมทั้งผมด้วย ผมจะถามคำถามแรกครับว่า สถานการณ์ ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดมีอยู่ ๒ หน่วยงานใหญ่ คือ ป.ป.ส. แล้วก็ตำรวจ ปราบปรามยาเสพติด ถ้าแก้ปัญหาไม่ได้ ข้าราชการใน ๒ หน่วยงานนี้ปฏิเสธความรับผิดชอบ ไม่ได้ บ้านผมอยู่ที่จังหวัดร้อยเอ็ด อำเภอสุวรรณภูมิ ถนนที่เชื่อมโยงไปถึงชายแดนประเทศ เพื่อนบ้าน ด้านจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งหลายคนก็พูดเอง แล้วก็ในรายงานนี้ก็บอกชัดว่า พื้นที่ชายแดนของจังหวัดอุบล ตรงอำเภอเขมราฐ จังหวัดอำนาจเจริญ อำเภอชานุมาน อันนี้ คือคำถามแรก ผมทราบข่าวจากเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เป็นน ้าดีแล้วรู้จักกัน ท่านผู้ชี้แจงครับ ยาบ้าที่เขาส่งลงภาคกลาง คือเขาใช้ถนนสาย ๒๐๒ แล้วเวลาเขาวาง ท่านประธานครับ เขาจะวางไล่มาเลยยโสธร ข้ามแม่น ้าชี เข้าเขตอำเภอสุวรรณภูมิ บ้านผมวางเป็นจุด ๆ แล้วก็ รับกันเป็นจุด ๆ🔗
คำถามแรก จึงอยากจะเรียนถามว่าไม่ใช่เฉพาะท่านมารายงานแบบนี้ครับ ท่านต้องรายงานถึงว่าวิธีการจับกุมวิธีการป้องกันไม่ให้มันเกิดขึ้น รวมทั้งสืบสวน สอบสวน หาคนที่ได้รับประโยชน์ในละแวกนั้น ที่ผมต้องพูดเพราะเหตุว่า ผมออกพื้นที่ทุกสัปดาห์ ประชาชนที่เป็นคนบ้านผม จังหวัดร้อยเอ็ดหนักมาก อำเภอสุวรรณภูมิหลายหมู่บ้าน เขาพูด จนเขาไม่รู้จะบอกกับใคร ผบ.ตร. มาพูดเมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๔ บอกว่า สถานการณ์ ไม่ดีขึ้นเลย เพราะเหตุว่าไทยไม่ใช่ฐานการผลิต การจับกุมยิ่งจับยิ่งเยอะ ป้องกันไม่ได้ อย่างนี้ ผบ.ตร. ต้องลาออกครับ ไม่ควรมารับเงินเดือน นายกรัฐมนตรีต้องเอา ผบ.ตร. ที่ปราบปราม ยาเสพติด คนเดือดร้อน ให้คนที่ครอบครัวลูกติด ฆ่าพ่อ พ่อติดฆ่าลูก อยู่อย่างนี้ไม่ได้ เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรที่จะต้องชื่นชมท่านจะต้องรับฟัง เพราะเหตุว่าเรื่องที่ร้ายแรงที่สุด นอกจากปัญหาเศรษฐกิจคือเรื่องยาเสพติด ผมจึงอยากจะเรียนถามคำถามที่ ๒ คำถามแรก ผมถามท่านตอบผมครับว่า สาย ๒๐๒ ถนนอรุณประเสริฐ เริ่มจากอำเภอประทายเลี้ยวขวา ผมกลับบ้านขับรถประจำ เส้นนี้คือเส้นลำเลียงมาจากประเทศเพื่อนบ้าน นี่คำถามแรก🔗
คำถามที่ ๒ เบอร์ที่ท่านให้ไว้ ขออภัยท่านประธานครับ ๑๓๘๖ มีข้อมูล ผมเป็นนักกฎหมายและก็ไม่เคยว่าความคดียาเสพติดโชคดีหน่อย ผมช่วยคนผิดไม่ได้ครับ ความรู้สึกมันรับไม่ค่อยได้จึงโชคดี แต่บอกก็ได้ครับว่าเบอร์ ๑๓๘๖ ท่านช่วยได้ขนาดไหน เขาแจ้งไปแล้วสืบเสาะลงไปหาตัวการได้จากเบอร์นี้ที่ท่านเปิดไว้นี้ ที่ท่านเขียนไว้ในรายงาน ฉบับนี้มากน้อยขนาดไหน อันนี้ท่านต้องตอบ เพราะเหตุว่าการแจ้งไปมีผล ๒ อย่าง แจ้งไป กลายเป็นว่า ป.ป.ส. ที่เป็นคนที่ไม่ดีซึ่งมี ก็ย้อนกลับมาเล่นงานเขา อันนี้ลองพูดกว้าง ๆ พูดถึงผลประโยชน์ พูดถึงอุปสรรคปัญหา หรือสิ่งที่เกี่ยวข้องในการที่ชาวบ้านแจ้ง ประชาชน แจ้งไปที่หมายเลขนี้ นี่เป็นคำถามที่ ๒🔗
คำถามต่อไปก็คือว่า พัฒนาการเขาเรียกว่าทางสังคม ทางสื่อสาร ผมมีลูกครับ ผมยังมองไปถึงเยาวชนคนอื่น ๆ เขาเรียกว่าทำยาเสพติดให้มันเข้ามาสู่กลุ่มเด็ก กลุ่มเยาวชน โดยเปลี่ยนแปรรูป ป.ป.ส. มีแผนอย่างไร ป.ป.ส. บอกขาดงบ ขาดคน ไม่ของบมาละครับ นั่งอยู่เฉย ๆ อมปัญหาอมทุกข์อยู่บ้านเมือง ขออภัยท่านประธานครับ ฉิบหายครับ เพราะ ปัญหายาเสพติด คนร ่ารวยเพราะยาเสพติดเชิดหน้าชูตา ป.ป.ส. ต้องยึดทรัพย์สิครับ ข้าราชการเล็ก ๆ น้อย ๆ ชาวบ้านกว่าเขาจะทำมาหากิน ข้าราชการจะมีเงินเดือน ชาวบ้าน เขาทำนา ทำไร่ ทำสวน เลี้ยงสัตว์ กว่าเขาจะรวยได้ แต่พวกยาเสพติดตามที่ผมร ่าเรียนมา พวกยาเสพติดร ่ารวยซื้อทรัพย์สินเงินทอง มันไม่เกินกำลังของข้าราชการไทยที่จะสืบเสาะได้ เว้นแต่มีส่วนเกี่ยวข้อง เว้นแต่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นต้องกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังผู้ชี้แจงและผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ถ้าท่านแก้ปัญหาไม่ได้ทหารในชายแดน มีครับ ท่านบอกอุบลราชธานีติดบ้านผม ร้อยเอ็ดเข้าชายแดนจับสิครับ ทหารเวลานี้ไม่ได้ ออกรบมีทหารไว้ทำไมถ้าไม่ใช้มาป้องกัน🔗
นี่คือคำถามสัก ๓ คำถาม ผมอยากเรียนว่าปัญหาที่จะทำให้ประเทศพัง นอกจากเรื่องอื่น เรื่องยาเสพติดนี่ล่ะครับ ท่านอยู่ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องท่านปฏิเสธ ไม่ได้หรอกครับ ถ้าผลงานเป็นอย่างนี้ท่านล้มเหลวโดยสิ้นเชิง เพราะฉะนั้นในฐานะเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมีหน้าที่บอกถึงความเดือดร้อนเรื่องนี้ของประชาชน จึงขออภิปราย ต่อรายงานของท่านว่า รายงานทุกปีมันต้องคืบหน้า อันนี้ยาบ้าเพิ่ม ๒๐๐ เม็ด ปี ๒๕๖๓-๒๕๖๔ ผมจะชมอะไรท่านได้ครับ ไม่มีมุมที่จะชมท่านได้เลย แต่ก็ให้กำลังใจท่านครับ ในฐานะเป็น ข้าราชการท่านหนึ่ง กราบขอบคุณท่านที่ได้ให้ผมสะท้อนปัญหาของชาวบ้านของบ้านผม ที่อื่น ๆ ด้วย สุวรรณภูมิ ร้อยเอ็ดหนักมากครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณนิคม บุญวิเศษ ตามด้วยท่านชวน ชูจันทร์ แล้วก็ท่านนิยม เวชกามา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค พลังปวงชนไทย กระผมขออภิปรายรายงานของ ป.ป.ส. ซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่ง เรื่องการปราบปรามยาเสพติด ท่านประธานที่เคารพครับ เราฟังรายงานผมเชื่อว่าอย่างไร ก็แก้ไม่ได้ครับ วิธีการแก้มันอยู่ที่ผู้นำประเทศ ถ้าผู้นำประเทศเอาจริงเอาจัง รัฐบาลเอาจริง เอาจัง ประกาศสงครามกับยาเสพติด ผมเชื่อว่า ๑-๒ ปียาเสพติดลดแน่นอน ผมเปรียบเทียบ กับรัฐบาลที่ผ่านมา รัฐบาลสมัยท่านทักษิณ ชินวัตร มีการปราบปรามยาเสพติดประกาศ สงครามเลยครับ กฎหมายแรงมาก จับใครได้มีการลงโทษอย่างสาหัส ลงโทษแรงตามที่ กฎหมายกำหนด ปรากฏว่ายาเสพติดบางจังหวัดมีการประกาศเป็นจังหวัดปลอดยาเสพติด ต่อมามีรัฐบาลทหารมาจากการยึดอำนาจ อำนาจเบ็ดเสร็จเด็ดขาด งบประมาณก็เยอะแยะ มากมาย กู้เยอะมาก แต่แปลกไหมครับว่ายาเสพติดทำไมมันมากขึ้นเรื่อย ๆ ยาเสพติด เต็มบ้านเต็มเมือง ประชาชนเขาสงสัยว่าเจ้าหน้าที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ผู้มีสีมีส่วนเกี่ยวข้อง เห็นไหมครับ นี่คือความจริงหรือไม่ ป.ป.ส. ท่านต้องตอบ ผมไม่แน่ใจว่าท่านกล้าตอบหรือไม่ แต่ในรายงาน เขามีครับ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ก็มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่จำนวนน้อยในรายงานที่ผมได้อ่าน นี่คือต้นเหตุสาเหตุของยาเสพติดมันไม่หมดสักที เพราะมันมีผลประโยชน์มหาศาล มันมีรางวัลการนำจับครับท่านประธานครับ ชาวบ้านสงสัยว่าปล่อยให้มียาบ้าเข้ามาเพื่อให้มี การจับกุม แล้วคิดเป็นจำนวนเงินมูลค่าเท่าไร แล้วได้รางวัลนำจับ ถ้าลักษณะนี้ยาบ้าไม่มี ทางหมดครับ ยาเสพติดไม่หมดแน่นอน เพราะมันอาจจะเป็นการร่วมมือกันก็ได้ชาวบ้าน สงสัยจริง ๆ วิธีการที่จะแก้ไขเราต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการจับกุม ประชาชนมีส่วนร่วม ในการแจ้งเบาะแส และเราต้องมีกฎหมายคุ้มครองป้องกันประชาชนด้วย ทำให้ประชาชน มีความมั่นใจครับ เมื่อแจ้งแล้วประชาชนไม่มีอันตราย เพราะมีกฎหมายคุ้มครองอย่างดี หมายเลขที่ ป.ป.ส. บอกว่าถ้าเห็นเบาะแสสงสัยว่ามีใครค้ายาเสพติด ท่านก็เขียนไว้อย่างดี ๑๓๘๖ ๑๓๘๖ เบอร์นี้ ผมเชื่อว่าประชาชนไม่มีใครรู้หรอกครับ เพราะไม่มีการระชาสัมพันธ์ ไม่มีการติดป้ายบอก ถ้าท่านลองติดป้ายนี้เหมือนป้าย ส.ส. ที่หาเสียงกันตามหมู่บ้าน ตามซอก ตามซอยต่าง ๆ ว่า พบเห็นผู้ค้ายาเสพติดแจ้งเลยครับ ๑๓๘๖ ผมเชื่อว่าประชาชน จะแจ้งกันเยอะ และต้องมีกฎหมายคุ้มครองด้วย ต้องเป็นความลับด้วย ประชาชนต้องมั่นใจ ลำพังเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส จำนวนหมื่นกว่านายไม่สามารถที่จะจับกุมป้องกันได้หมดหรอกครับ มันต้องอาศัยมวลชน อาศัยสังคมร่วมกันทุกภาคส่วน โดยเฉพาะนโยบายของรัฐบาลต้อง ชัดเจน เพื่อให้เจ้าหน้าที่มีความมั่นใจว่าเมื่อมีการปราบปรามจับกุมผู้มีอิทธิพลแล้ว เจ้าหน้าที่ ไม่โดนเล่นงานเสียเอง ผมอยู่ในกรรมาธิการยาเสพติด มีเจ้าหน้าที่มารายงาน บางท่านไม่มี ความมั่นใจครับ ไม่กล้าที่จะจับกุมผู้มีอิทธิพลรายใหญ่ เพราะกลัวตัวเองก็โดนเล่นงานด้วย นี่คือนโยบายของรัฐบาลที่ไม่ชัดเจน ไม่สร้างความเชื่อมั่นให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน และงบประมาณส่วนหนึ่งก็เป็นเรื่องสำคัญว่ารัฐบาลต้องให้ความสำคัญกับเรื่องการ ปราบปรามยาเสพติดให้มากกว่านี้ โดยจะต้องตั้งงบประมาณจำนวนมาก เพราะการตั้ง งบประมาณจำนวนมากสามารถปรามยาเสพติดได้ มันได้มูลค่ามากกว่างบประมาณที่ตั้งลงไป ประชาชน เยาวชนเราไม่โดนยาเสพติดทำลายสมองก็จะมีความเข้มแข็งมีสมองที่ดีช่วยกัน พัฒนาประเทศ ไม่เป็นภาระกับสังคม ปัจจุบันนี้เป็นอย่างไรครับ ยาเสพติดยาบ้าราคาถูก ๓ เม็ดร้อย เพราะต้นทุนมันมาถูกมากครับท่านประธานครับ ถึงจะ ๓ เม็ดร้อย แต่ผู้ค้าผู้ขาย ยังได้กำไรเต็ม ๆ มันจึงเป็นแรงจูงใจให้หลายคนเข้ามาเพื่อทำธุรกิจทางด้านนี้ ส่งยาเสพติด นอกจากตัวเองติดแล้ว ติดแล้วมันเลิกไม่ได้ครับท่านประธาน ก็มีวิธีทางเดียวคือจะต้องเอายา ไปขายต่อเพื่อได้เงินมาซื้อยามาเสพต่อ นี่คือความเศร้าใจของสังคมไทย ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ น่าจะทำได้ครับ น่าจะแก้ไขได้ แต่เราปล่อยเวลามาเนิ่นนาน ผมไม่ทราบว่ามันเกิดอะไรขึ้น มันก็ต้องสงสัยได้ว่าเจ้าหน้าที่มีส่วนเกี่ยวข้องแน่นอน วิธีการคือเราสกัดเส้นทางยาเสพติดได้ ทำไมเราไม่สกัด ทำไมปล่อยให้ยาเสพติดเข้ามาในเมืองได้ นี่คือเป็นคำถามที่ประชาชน เขาสงสัย และเวลาจับกุมแล้วก็มีการปล่อยตัวออกไป ตอนนี้มีการจับกุมผู้เสพ ซึ่งเป็นแพะนี่ ผมบอกเลยเป็นแพะเป็นเหยื่อของยาเสพติด ๓๐๐,๐๐๐ ราย เป็นปัญหาคนล้นคุก แต่รายใหญ่เราจับได้น้อย ทราบว่ามีจับรายใหญ่ได้บ้างครับ มีการยึดทรัพย์ แต่ถ้าเราทำ อย่างจริงจัง โดยให้รัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรีประกาศ เราจะมีการปราบยาเสพติด อย่างเอาจริงเอาจัง ประกาศสงครามเลย ผมเชื่อว่าประกาศไม่เกิน ๑-๒ ปี ยาเสพติด ต้องลดลงแน่นอน เพราะถ้าเอาจริงเอาจังเอากฎหมายแรง ๆ มาเล่นผู้ค้า ส่วนผู้เสพก็ต้อง เป็นผู้ป่วยบำบัดรักษากันไป แล้วก็สร้างมวลชน สร้างสังคมให้มีความเข้มแข็ง ผมเชื่อว่า เราช่วยกันสังคมไทยจะได้อยู่ดีกินดี ประชาชนไม่ต้องมาเสพยา อยากให้รัฐบาล เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ครับ ก็ขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ทุกท่านทำงานด้วยความ เข้มแข็งต่อไปครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณชวน ชูจันทร์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ชวน ชูจันทร์ บัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ กระผมขอกราบเรียนท่านประธาน ในฐานะที่ผมได้ทำงานให้กับสังคมในด้านเศรษฐกิจชุมชนมาหลายปี เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ชุมชนในหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องน ้า เรื่องร้านค้า เรื่องเกษตร ได้พบเห็นปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม ในประเทศของเรา ซึ่งหลายปัญหาที่เราไม่รู้ว่าจะไปจบตรงไหน ผมยกตัวอย่างเรื่องการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เราแก้ปัญหากันมาหลายปี แต่ปัญหาก็มากขึ้น เรื่อย ๆ อยากจะเรียนท่านประธานว่าเมื่อวันที่ ๑ กุมภาพันธ์วันเดียวเรามีคนตายบนท้องถนน ถึง ๖๐ คน และวันนี้มันก็เกิดคำถามว่าเรื่องเหล่านี้มันจะเสร็จสิ้นเมื่อใด สิ่งที่เราตั้งโจทย์ไว้ เราตั้งโจทย์ถูกหรือไม่ เรารณรงค์เรื่องเมาไม่ขับอย่างเดียวมาตลอดหลายปีก็ยังไม่ได้ผล🔗
อีกปัญหาหนึ่งที่เป็นคำถามให้กับผมและเราหลายคน อยากจะเรียน ท่านประธาน ก็คือปัญหาเรื่องความยากจน เราก็ยังถามอยู่เหมือนกันว่า แล้วเราจะแก้ปัญหานี้ ให้สำเร็จได้อย่างไร สิ่งที่เราทำอยู่ทุกวันนี้ถูกหรือไม่ ทีนี้มาถึงปัญหายาเสพติด หลายคนครับ ก็คุยกับผมและถามว่าปัญหายาเสพติดของประเทศไทยมันจะหมดไปหรือไม่ หมดเมื่อไร และต้องใช้วิธีการอย่างไรมันถึงจะหมด วิธีการที่เราทำกันมานี้ไม่น่าจะแก้ปัญหายาเสพติดได้ เราจะทำกันอย่างไร ผมไปทำงานในชุมชนที่จังหวัดกาญจนบุรี มีคนงาน ๒-๓ คนมาทำงาน กับผม เดี๋ยวถึงเวลาเขาก็ต้องออกไปซื้อยา ซึ่งเราพบอยู่ทุกวัน เรื่องยาจะมีตัวละครอยู่หลัก ๆ ก็คือคนผลิต คนขาย คนเสพ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งมีหน้าที่ปราบปราม ความจริงแล้ว สำนักงาน ป.ป.ส. ก็คือเจ้าหน้าที่องค์กรของรัฐองค์กรหนึ่ง ซึ่งมีหน้าที่พิเศษในการไปดูแล ไปปราบปรามยาเสพติด เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. อาจจะไปพบข้อเท็จจริงหลายเรื่อง เพราะหน้าที่ ท่านก็เป็นคนใกล้ชิดกับทั้งคนผลิต คนขาย คนเสพ แต่ละปีท่านไปพบสิ่งใดที่คิดว่าจะเป็น ประโยชน์ก็คงต้องนำมารายงานให้กับรัฐบาล ให้กับสภา เพราะฉะนั้นผมว่าวันนี้เราต้องตั้ง โจทย์กันใหม่ว่าสิ่งที่เราปฏิบัติมาและมันไม่ได้ผลเราควรจะมีวิธีอย่างไรให้มันแก้ปัญหา ของประเทศไทยให้ได้ ถ้าเราตั้งโจทย์ผิดหรือเราไม่สามารถที่จะทำอย่างเดิมต่อไปได้อีกแล้ว และเราก็ไม่คิดแก้ไขผมคิดว่ามันก็จะเป็นปัญหาเรื้อรังอยู่ และทุกคนก็จะถามอยู่ตลอดเวลา ว่าเราจะทำอย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นนี้ วันนี้ผมเลยอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า เรื่องปัญหายาเสพติดเราคงปฏิบัติแบบเดิมแบบเก่า ๆ อีกไม่ได้ เราคงต้องมาช่วยกันคิดว่า เราจะแก้ปัญหานี้อย่างไรในรายละเอียด ต้องขอบคุณทาง ป.ป.ส. เหมือนกันที่ ท่านได้รายงานมา แต่อยากจะเรียนท่านว่า ถ้าท่านไปทำงานแล้วคิดว่ามีปัญหาอะไรที่มัน น่าจะแก้ไขได้จะทำอย่างไรให้ปัญหานี้หมดไปได้ เพราะโจทย์วันนี้ใหญ่ที่สุดก็คือเหมือนกับ เรายอมรับแล้วว่ายาเสพติดต้องอยู่กับเราอีกไปนานเท่านาน เพราะที่ผ่านมายังไม่มีลดลงไปเลย ขอเรียนท่านประธานเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป ท่านนิยม เวชกามา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายในเรื่องเกี่ยวกับยาเสพติด ในเรื่องเกี่ยวกับรายงานของ ป.ป.ส. ท่านรายงานการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการปราบปรามยาเสพติด ประจำปี ๒๕๖๓ ท่านประธานครับ ตามที่ผมดูรายงาน ท่านรายงานตามกฎหมายเก่า ซึ่งท่านจะต้องเป็นภาระหนักขึ้นกว่าเก่าอีก เพราะกฎหมายยาเสพติด พระราชบัญญัติ ฉบับใหม่ให้อำนาจ ป.ป.ส. มีมากมายมหาศาล เรียกว่าจะมีอำนาจล้นฟ้าท่านประธาน ลึกไปถึงขนาดต้องปลูกกัญชา ต้อง ป.ป.ส. มีอำนาจในการตรวจสอบด้วย แต่บุคลากร ของท่านมีนิดเดียว เพราะฉะนั้นในรายงานของท่านมันถึงส่อผลบอกว่า ปี ๒๕๖๓ ท่านรายงานเป๊ะ ๆ ออกมาเลยว่า ยาบ้า ยาไอซ์ (Ice) เฮโรอีน โคเคน (Cocaine) กัญชา ซึ่งเขาจะขีดออกแล้ว กัญชา กระท่อมอะไรนี่ ซึ่งท่านไม่ได้ทำ แต่ว่าอำนาจอย่างอื่นท่านมาก วันนี้ผมต้องกราบเรียนว่าผมเป็นกรรมาธิการ กรรมาธิการศึกษาปัญหายาเสพติด ยังไม่จบ กำลังจะเสร็จแล้วทำรายงานอยู่ เพราะฉะนั้นกรรมาธิการชุดนี้มี ๓๙ คน รายงานใหญ่ของผม กรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหายาเสพติด ขออนุญาตเอ่ยชื่อท่านประธานผม ท่าน พลตำรวจเอก ยงยุทธ เทพจำนงค์ ประธานคณะกรรมาธิการ ผมเป็นหนึ่งในกรรมาธิการ เป็นรองประธานกรรมาธิการ ได้ทำการศึกษาปัญหานี้มากมายมหาศาล จนคิดกันกระทั่งว่า วันหนึ่งยาบ้าพรรคพวกหลายคน ส.ส. ได้อภิปรายไปแล้วว่าเต็มบ้านเต็มเมือง นั่นคือ ความจริง ผมต้องกราบเรียนว่าที่ท่านออกมารายงานผู้ต้องหาคดี คดีมี ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคดี ผู้ต้องหา ๓๐๐,๐๐๐ กว่าราย เป็นเรื่องจริงครับ ผมไม่ปฏิเสธรายงานท่านหรอก แต่ว่า ที่รายงานทั้งหมดแล้วจะทำอย่างไร ในเมื่อรู้กันอยู่เต็มอกว่ายาบ้าวันนี้เต็มบ้านเต็มเมือง แล้วไม่ต้องเกรงใจว่าเจ้าหน้าที่เรานี่ละมีส่วนเกี่ยวข้อง ป.ป.ส. อาจจะจำนวนน้อย แต่ที่มีส่วน เกี่ยวข้องโดยตรงคือตำรวจ ปฏิเสธไม่ได้ ตำรวจมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างมาก จนตำรวจบางคน พรรคพวกผมเป็นระดับผู้กำกับ รองผู้กำกับทั้งหลายบอกทำไม่ได้อย่างอื่นแล้ว ไม่มีปัญญา เพราะตำรวจคลุกคลีอยู่ โดยเฉพาะสายสืบคลุกคลีอยู่กับผู้ขายยาบ้า จนต้องเอายาบ้าที่จับมา ไปขายเอง วันนี้ปฏิเสธไม่ได้ครับ พวกผมนี่กรรมาธิการไปศึกษาจนคิดว่าวันหนึ่งทำไมไม่ผลิต ยาบ้าออกมาให้ชาวบ้านกินเลย เพื่อตัดปัญหาการขายดีมานด์ (Demand) ซัปพลาย (Supply) ที่ว่านี่ โดยทำอาจจะมีปริมาณราคาถูกลง หรือไม่ขายเลย เพื่อแข่งไม่ให้มีพ่อค้า คนกลาง เพราะตราบใดยาบ้ายังซื้อได้เหมือนตลาดนัด ซื้อเหมือนเซเว่น-อีเลฟเว่น (7-Eleven) ไม่มีทางหมดครับ เซเว่น-อีเลฟเว่น (7-Eleven) ยังว่าเดินไป แต่ยาบ้านี่ขับรถมอเตอร์ไซค์ สวนกัน เด็กวัยรุ่นทั้งหลาย ไม่วัยรุ่นก็ตามได้เลยครับ เงินไม่มีเอาไปกินก่อนจ่ายทีหลัง อันนี้ คือประเด็น พวกคณะกรรมาธิการชุดผม ๓๙ คน ได้ศึกษามาแล้วว่าสถานการณ์แบบนี้จึงตั้ง เป็น ๒ อนุ อนุหนึ่งคืออนุเรื่องการปราบปรามไปศึกษาว่าทำอย่างไร อนุหนึ่งคืออนุเรื่องการบำบัดฟื้นฟู ก็เห็นว่าปราบปรามมันไม่ได้ ทำอย่างไรจะเอาพวกที่ติด เอาคนเสพเป็นคนป่วย กฎหมาย ออกให้ท่านแล้วละ ท่านเห็นแล้วกฎหมาย พ.ร.บ. ยาเสพติดฉบับนี้ผ่านในสภานี้แล้ว เพราะฉะนั้นท่านยังเอารายงานเก่ามารายงานนี่ไม่ได้เกิดประโยชน์ ปี ๒๕๖๓ ของเก่า ผมดูแล้วของท่านเล่มนิดเดียว เป็นเรื่องการจับ การปรับ การอะไรของท่าน ผมถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมท่านบอกว่า ป.ป.ง. ท่านดูแลอยู่ ยึดยาบ้า ยึดของกลาง เดิมทีเดียว ๒,๐๐๐ ล้านบาท ปีนี้ได้ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทอะไรของท่าน อันนั้นไม่ใช่สาระ สาระท่านต้องมาคิดว่าทำอย่างไรยาบ้าจะหมดไปจากประเทศไทย ตามรายงานของท่าน ผมดูแล้วมันเป็นรายงานเก่า ๆ ไม่ได้มีประโยชน์ต่อประชาชน ผมให้ท่านทบทวนปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ต่อไป ป.ป.ส. จะทำอย่างไร ผมเสนอเลยนะ รางวัลนำจับยกเลิก ไม่ต้องมี เพราะนี่คือสาเหตุยาบ้าไม่หมดไปจากบ้านจากเมือง เพราะเอายาบ้ามาแล้วไม่รู้วนขายวน อะไรกันเจ้าหน้าที่ เงินมันมีอำนาจท่านประธาน แล้วไม่ใช่อำนาจเงินเล็ก ๆ เงินใหญ่ ไม่มีใคร ปฏิเสธเงินในวงการข้าราชการ หรือวงการไหนก็แล้ว นี่จึงเป็นประเด็นว่า ป.ป.ส. วันนี้ไม่มี กำลังต้องอาศัยตำรวจ แล้วตำรวจก็เป็นตัวจักรในการทำให้ยาบ้าเต็มบ้านเต็มเมือง ผมในฐานะ คนหนึ่งซึ่งศึกษาในเรื่องนี้มีบทสรุปสั้น ๆ เดี๋ยวผมอ่านเพราะเวลาเหลืออยู่นาทีเศษ สรุปสั้น ๆ ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพวกผมศึกษาอยู่นี้ว่า ความรุนแรงของยาเสพติดในประเทศไทย ปรากฏจากจำนวนยาเสพติดที่จับยึดได้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดท่านประธาน ไม่ได้หมายความว่า ปีนี้จับได้ ๑๐,๐๐๐ เม็ด สมมตินะ ปีหน้าได้ ๒๐,๐๐๐ ไม่ใช่ครับ จากหมื่นมาเป็นล้าน นี่คือปัญหา แล้วก็ไม่ได้สิ้นสุดไป จนเกิดคำถามจากชาวบ้านว่า เอ๊ะ ยาที่จับได้มาไปทำลาย หรือเปล่า หรือกลับมาขายอีก เพราะตำรวจที่ทำงานปฏิเสธไม่ได้นะ ตำรวจคือจุดใกล้ ชาวบ้านที่สุด เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราศึกษามาว่าต้องให้ชุมชนเข้ามามีบทบาทในการปราบปราม จัดการเรื่องยาบ้า คือตอนนี้อันดับหนึ่งของประเทศไทยคือยาบ้า ส่วนอย่างอื่นเป็นเรื่องรอง ยาเสพติด ผมจึงกราบเรียนว่าทำอย่างอื่นไม่ได้หรอกครับท่านประธาน ผมบอกว่า ต้องทบทวนตัวเองว่าต่อไปนี้จะทำอะไร ไม่ใช่แค่รายงานมาเป็นปี ๆ เพราะเงินทุ่มเทในการ ปราบปรามยาเสพติดเป็นหมื่นล้านจากเงินให้โดยตรง และจากเงินที่มีหลายกระบวนการ ผมจึงกราบเรียนว่าไม่ได้หรอกครับ ยาบ้าถ้าปล่อยแบบนี้มันไม่สิ้นสุดกันง่าย ๆ ยกเลิกเลยขบวนการยาเสพติดที่ชดเชยเงินทั้งหลายเลิกกัน ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗
ต่อไปคุณวันนิวัติ สมบูรณ์ แล้วก็นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ๒ ท่าน แล้วหลังจากนั้นก็ขอเชิญเจ้าหน้าที่ชี้แจงครับ เชิญคุณวันนิวัติครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วันนิวัติ สมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ขอร่วมอภิปราย ผลการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ในวันนี้ครับ ท่านประธานครับ ในยุค ๆ นี้เราอยู่ใน ยุคที่มี เซเวนอีเลฟเว่น (7-Eleven) อยู่หน้าปากซอย กลางซอยมียาไอซ์ (Ice) ท้ายซอย เจอยาบ้า ท่านประธานครับ ปัญหายาเสพติดหลายท่านได้พูดในวันนี้แล้วก็เป็นสิ่งที่เราทุกคน ต่างรู้กันว่าควรเป็นสิ่งที่ต้องเร่งแก้ไข ตอนนี้ประเทศเราถือว่าอ่อนแอมากครับท่านประธาน เยาวชนติดยา วัยทำงานติดยา ผมฟังหลายท่านพูด แนวโน้มมีผู้สูงอายุติดยาด้วยในวันนี้ ปัญหาอาชญากรรมเกิดขึ้นทุกหย่อมหญ้า จนไม่มีความปลอดภัยทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน ถ้าเราแก้ปัญหายาเสพติดได้อย่างจริงจัง เกิดการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม มีการบูรณาการร่วมกันของทุกส่วน ทั้งฝ่ายปกครอง ทั้ง ป.ป.ส. ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทั้งกระทรวงยุติธรรม ผมคิดว่ามันจะเกิดการแก้ไขที่เป็น ระบบและนำสู่ความสำเร็จได้อย่างแท้จริงครับท่านประธาน รายงานผลการดำเนินงาน ยาบ้าทั้งประเทศในปี ๒๕๖๓ ๓๖๘ ล้านเม็ด ยาไอซ์ (Ice) ๒๗,๖๐๙ กิโลกรัม เฮโรอีน ๑,๘๒๘ กิโลกรัม และโคเคน (Cocaine) ๓๐ กิโลกรัม การทำงานนี้ไม่ได้เกิดขึ้นง่าย ๆ หากคิด จากจำนวนเจ้าหน้าที่ที่มีอยู่อย่างน้อยนิด เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ที่มีอยู่ทั่วประเทศเพียง ๑๖,๔๐๒ ราย จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยครับ ถ้าไม่เกิดการเสียสละการทำงานอย่างหนัก ของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนและเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ขอขอบคุณ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นครับ ท่านประธาน มันจะไม่เกิดการแก้ไขที่เป็นประโยชน์มากกว่านี้ และความสำเร็จจะไม่ไปไกล ได้มากกว่านี้ถ้าผู้นำเราไม่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้ เดือนมิถุนายนปีที่แล้ว ปี ๒๕๖๔ ท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศให้ความสำคัญการปราบปรามยาเสพติด ถือเป็นนโยบายเร่งด่วน เป็นนโยบายแห่งชาติ ผมก็เห็นท่านกู้มามากเหลือเกิน เป็นหมื่น ๆ ล้าน กู้เงินมาเยอะ ทำไมครับ ทำไมไม่นำเงินเหล่านี้ไปช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ ไปช่วยเหลือองค์กร ที่มีส่วนร่วมในการปราบปรามยาเสพติด อย่าง ป.ป.ส. และหน่วยงานอื่น ๆ ถ้าท่านเห็น ความสำคัญในจุดนี้ ผมเชื่อว่าการปราบปรามยาเสพติดในประเทศจะต้องดำเนินไปได้อย่าง สัมฤทธิ์ผลและเป็นรูปธรรม ท่านประธานครับ เราเคยมีอดีตนายกรัฐมนตรีที่เคยปราบปราม ยาเสพติดสำเร็จมาแล้ว ประกาศสงครามกับยาเสพติดตอนนั้นบ้านเราแทบจะไม่เหลือ ยาเสพติดเลย แต่ท่านก็อยู่ประเทศนี้ไม่ได้ ต้องระหกระเหินไปต่างประเทศ แต่นายกรัฐมนตรี ที่อยู่ประเทศไทยตอนนี้ ณ เวลานี้กลับบอกว่าร้อยนายกรัฐมนตรีก็แก้ปัญหาไม่ได้ มันแสดง ถึงความจริงใจ ความเอาจริงเอาจังในการปราบปรามยาเสพติดของผู้นำประเทศในขณะนี้ ท่านประธานครับ บ้านผมอำเภอหนองสองห้องและเขตพื้นที่ที่ต้องดูแลอีก ๓ อำเภอ ทั้งอำเภอชนบท เปือยน้อย โนนศิลา ในจังหวัดขอนแก่น มีหลายครั้งมีหลายคดีบ้านไฟไหม้ครับ บ้านไฟไหม้กว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เกิดจากลูก เกิดจากญาติเป็นผู้กระทำทั้งนั้น ทั้งหมดมาจากการหลอนยาครับ ผลพวงเหล่านี้มาจากยาเสพติด ซึ่งระยะเวลาไม่ใช่น้อย ๆ กว่าจะเกิดเหตุแบบนี้ได้ ผ้าไหมอย่างนี้ครับ โอท็อป (OTOP) ของดีจังหวัดขอนแก่น ขโมยของคุณแม่ของคุณป้าไปขาย เพื่อนำเงินมาซื้อยาเสพติด นี่ยังไม่รวมกับปัญหา อาชญากรรมหลายสิ่งหลายอย่างที่เกิดขึ้นในประเทศ ณ ขณะนี้ ลูกฆ่าพ่อ พ่อฆ่าลูก ในฐานะ ผู้แทนครับท่านประธาน เจ็บปวด ขอเป็นกำลังใจให้ทางเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. แล้วก็หน่วยงาน ที่มีส่วนสำคัญในการร่วมปราบปรามยาเสพติดในวันนี้ แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะเห็นการ ทำงานที่มีความเชื่อมโยงกัน บูรณาการร่วมกันโดยมีผู้นำประเทศให้ความสำคัญ เรื่องนี้ครับ ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป นายแพทย์จาตุรงค์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีษะเกษ พรรคเพื่อไทย วันนี้ต้องขอบคุณท่านประธานที่ได้บรรจุรายงานผลการปฏิบัติงานของ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการปราบปรามยาเสพติดประจำปี ๒๕๖๓ แล้วก็ผนวกย้อนหลัง ปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๘ ซึ่งได้รายงานร่วมเข้ามาด้วย ผมต้องนำเรียนว่าปัญหาเรื่องของ ยาเสพติดที่เราดูกันอยู่ในการสรุปรายงานทั้งหมด มีปัญหาอุปสรรค มีการพัฒนาที่เราคงต้องร่วมกันช่วยกัน โดยเฉพาะสภาผู้แทนราษฎรแก้ไข ผมต้องขอชื่นชม และขอบคุณท่านประธาน ท่านชวน หลีกภัย ที่ได้มีโอกาสให้พวกเราได้เสนอญัตติในการ ป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ซึ่งเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งผมเองเป็นผู้เสนอญัตตินี้ด้วย และอย่างที่ท่านนิยม เวชกามา ได้กล่าว ได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาชุดหนึ่ง มีการทำงานและตั้งอนุกรรมาธิการขึ้นมา ๓ คณะ คืออนุกรรมาธิการป้องกัน ผมเองก็เป็น คณะชุดนี้คือป้องกันและสร้างเสริมภูมิคุ้มกัน โดยเฉพาะภูมิคุ้มกันให้กับเด็กและเยาวชน คณะที่ ๒ ก็คือคณะของการปราบปรามและบังคับใช้กฎหมายที่ชัดเจน และคณะที่ ๓ คือ คณะเรื่องของการบำบัดรักษา และฟื้นฟู และตั้งศูนย์ และสุดท้ายต้องนำเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังคณะ ป.ป.ส. ว่าทางคณะกรรมาธิการได้มีความคิดในเรื่องของการสร้างเสริมในเด็ก ก็คืออีเอฟ (EF) คือเอ็กเซคคูทีฟ (Executive) เอฟฟิเชียลซี (Efficiency) คือภาวะทางสมอง ที่มีการพัฒนาทำให้เด็กเขาอยู่ได้ด้วยสังคมที่ดีขึ้นมาอีกคณะหนึ่ง เพิ่งตั้งในวันนี้ เป็นคณะ อนุกรรมาธิการอีเอฟ (EF) ซึ่งเราคงจะได้ศึกษา ซึ่งตรงนี้สำคัญมาก เพราะนี่คือจุดที่ถ้าเรา สามารถสกัดตรงนี้ได้ ส่วนปลาย คือปราบปราม บำบัดรักษานี้เป็นส่วนปลาย แต่การทำ ตั้งแต่เด็กแรกเกิดให้เขาได้รับการดูแลที่ดี ให้พ่อแม่ผู้ปกครองดูแลเขา เด็กที่เกิดมาเขามีการ เชื่อมั่น แล้วก็มีการได้รับการปลูกฝังจากเด็กที่มีปัญหาก็จะได้แก้ไขปัญหา ซึ่งตรงนี้ เห็นว่า ป.ป.ส. ก็ดำเนินการอยู่ในบางส่วน รายงานในส่วนของการทำงานนั้นผมเข้าใจว่า ป.ป.ส. นี้มีพลัง มีกำลังกาย มีพลังเจ้าหน้าที่อาจจะไม่เพียงพอ จึงต้องอาศัยแนวร่วมทั้งหมด มีอีก ๑๘-๑๙ หน่วยงาน ที่ได้รับงบประมาณทั้งป้องกัน ปราบปราม และบำบัดรักษาในเงิน เท่า ๆ กันใกล้เคียงกัน แล้วก็ที่สำคัญที่เราคุยกันนี้ก็คือเราต้องอาศัยท่านต้องไปลงในเรื่อง ของความร่วมมือคอมมูนิตี เบส (Community Base) ในเรื่องความร่วมมือของชุมชน ถ้าชุมชน โดยเฉพาะจังหวัดไหน อำเภอไหน หรือหน่วยงานไหนที่ลงไปทำเต็มที่เรื่องของ ยาเสพติดก็จะลดลง ตรงนี้ผมต้องนำเรียนเลยว่าการมีส่วนร่วมของชุมชนเรื่องการปลูกฝัง ผมเน้นเรื่องของการป้องกันและสร้างเสริมภูมิคุ้มกันนี้สำคัญที่สุด การป้องกันปราบปรามนั้น เป็นที่ปลายเหตุก็เหมือนเราเฝ้าระวัง แต่จะเฝ้าระวังอย่างไร เราไปดูงานกันที่ชายแดน สามเหลี่ยมทองคำก็ดี ในเรื่องของกลุ่มที่ติดชายแดนต่าง ๆ ซึ่งทราบว่ามีการขนกัน หรือตาม ช่องทางธรรมชาติต่าง ๆ อันนี้ก็ตั้งเฝ้าระวังเฉย ๆ แต่ก็ไม่สามารถที่จะทำงานได้เต็มที่ เพราะนั่นคือส่วนหนึ่งซึ่งบางครั้งก็ต้องอาศัยเทคโนโลยีคือใช้กล้องวงจรปิดมาดูว่ามีการ ขนยาเสพติดไปพักตามเกาะกลางแม่น ้าโขงอะไรต่าง ๆ ซึ่งตรงนี้ก็เห็นใจว่าเทคโนโลยี และเครื่องไม้เครื่องมือทางราชการก็ยังมีไม่เพียงพอ แต่ก็คงจะต้องช่วยกันเสริม เพราะฉะนั้น วันนี้เรื่องของการรายงาน🔗
อีกเรื่องหนึ่งที่น่ากังวลก็คือการขาย การโฆษณา การดำเนินการในโซเชียล มีเดีย (Social Media) รวมทั้งการใช้ระบบขนส่งในเรื่องของการส่งทางบริษัทขนส่ง แล้วมี การส่งยาเสพติด ผมก็ยังอยากให้ทาง ป.ป.ส. ประสานงานกับทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะ ในเรื่องของกระทรวงไอซีที (ICT) ก็ดี ในเรื่องของการขนส่งก็ดีว่าเราต้องจับต้นตอและสกัด เพราะบางครั้งคนที่รับคนที่ปลายทางนี้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ เขาส่งยาไปก็ไปเซ็นรับ ส่งไปปุ๊บแล้วก็ เราก็ไปจับ ก็คือจับได้แต่หางเลข บางครั้งผู้บริสุทธิ์ก็ต้องไปชี้แจง ซึ่งตรงนี้เป็นข่าวอยู่ ตลอดเวลา ซึ่งคงต้องอาศัย ป.ป.ส. เข้ามาช่วย เพราะฉะนั้นก็ต้องนำเรียนว่าการทำงานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญก็ดี การทำงานของ ป.ป.ส. ก็ดี ซึ่งท่านได้มาชี้แจงและได้ส่ง เลขาธิการเข้ามาเป็นคณะในกรรมาธิการด้วย ก็พยายามอยู่ ก็หวังว่าเราคงต้องเรียน โดยเฉพาะยาบ้า ยาเสพติดนี้เป็นสิ่งซึ่งเราต้องการขจัดให้หมดไป แต่ทั้งสิ้นทั้งปวงนี้อยู่ที่ ความร่วมมือ ตั้งแต่การป้องกัน ปลูกฝังเด็กและเยาวชนให้เขารู้สำนึกว่าสิ่งนี้ไม่ดี แล้วก็เขาสามารถได้รับการโอบกอด ได้รับการดูแลจากผู้ใหญ่ ผู้ปกครองว่าเขาได้มีตัวตน ที่แท้จริง เขามีความสำคัญ เขาก็จะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ซึ่งตรงนี้ผมอยากเน้น ให้ ป.ป.ส. เข้าไปช่วยดูด้วยนอกจากปราบปรามแล้วก็บำบัดรักษาต่อไป ก็ต้องนำเรียนว่า เป็นกำลังใจให้กับ ป.ป.ส. ซึ่งเข้าใจว่าคราวหน้าก็คงเป็นรายงานของปี ๒๕๖๔ แล้วก็ ในปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๘ นั้นก็ค่อนข้างที่จะเป็นของเก่าซึ่งมีการบรรยายข้อปัญหา ข้ออุปสรรค ต่าง ๆ ก็นำเรียนว่ามันก็สอดคล้องกันไปเรื่อย ๆ ท้ายที่สุดนี้ก็ขอขอบคุณท่านประธานครับ ขอขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ขอเชิญ เจ้าหน้าที่ชี้แจงครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายมานะ ศิริพิทยาวัฒน์ รองเลขาธิการ ป.ป.ส. ก่อนอื่นต้องขอกราบขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่ได้กรุณา ให้คำแนะนำแล้วก็ให้ข้อเสนอแนะ รวมไปถึงมีข้อสอบถามมากับสำนักงาน ป.ป.ส. เกี่ยวกับรายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ประจำปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๘ แล้วก็ปี ๒๕๖๓ ต้องกราบเรียนว่าปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๘ นี้เป็นฉบับที่ตกค้างเลยมามีข้อพิพาท นิดหนึ่ง ปี ๒๕๖๓ ก็เป็นการรายงานตามปกติที่เราดำเนินการแล้วก็รายงานมา ส่วนปี ๒๕๖๔ ตอนนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการก็จะเร่งดำเนินการมาเช่นเดียวกัน ในรายงานผล การปฏิบัติงานของเจ้าพนักงานที่นำเสนอต่อที่ประชุมในวันนี้ต้องขออนุญาตกราบเรียนว่า อาจจะมองว่าเป็นการรายงานเพียงด้านเดียว เพราะเนื่องจากว่าตรงนี้เป็นการรายงาน ตามกฎหมายที่กำหนดให้สำนักงาน ป.ป.ส. นั้นรายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการปราบปรามยาเสพติดประจำปี ที่ต้องให้รายงานตามกฎหมายนี้ก็มองว่า ในตัวของกฎหมายเองนั้นที่ให้อำนาจเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ซึ่งเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. มีทั้ง เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ของสำนักงาน ป.ป.ส. เอง แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรียกว่า เป็นหน่วยงานภาคีที่มีอำนาจในการบังคับใช้กฎหมาย โดยหลักก็จะเป็นตำรวจ แล้วก็มีทหาร มีเจ้าหน้าที่ หรือของดีเอสไอ (DSI) แล้วก็มีส่วนของกรมการปกครองด้วยที่เข้ามาช่วยในเรื่อง การดำเนินการในเรื่องของการปราบปรามยาเสพติด ซึ่งเจ้าหน้าที่ของ ป.ป.ส. เองนั้นเรียนว่า สำนักงาน ป.ป.ส. มีเจ้าหน้าที่ ข้าราชการอยู่ประมาณ ๑,๐๐๐ เศษ ๆ นั่นเอง หลายท่าน ได้สอบถามว่าในเรื่องของการรายงานยังขาดอยู่ในเรื่องของการป้องกัน การบำบัด ต้องกราบเรียน ว่าตัวรายงานฉบับนี้อย่างที่ผมได้นำกราบเรียนไปแล้วว่าเป็นการรายงานการปฏิบัติหน้าที่ ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. แต่หลังจากนี้ครับ หลังจากที่ประมวลกฎหมายยาเสพติด มีผลบังคับใช้ไปเมื่อวันที่ ๙ ธันวาคมที่ผ่านมา ตามมาตรา ๕ ของประมวลกฎหมายยาเสพติด ได้กำหนดให้มีการจัดทำนโยบายและแผนว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด แล้วก็ ให้สำนักงาน ป.ป.ส. ที่ต้องมีหน้าที่ในการรวบรวม แล้วก็จัดทำรายงานผลการปฏิบัติงาน ทั้ง ๓ ด้าน ทั้งด้านป้องกัน ปราบปราม แล้วก็การบำบัดรักษา เพราะฉะนั้นในปีหน้าที่ ท่านสมาชิกได้เรียนสอบถามมาว่าจะมีการรายงานในเรื่องของการบำบัด การป้องกันก็จะ เป็นรายงานอีก ๑ ฉบับ ก็จะเข้ามาสู่ที่ประชุมของสภาแห่งนี้ครับ ในการดำเนินการของ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ที่เรารวบรวมข้อมูลทั้งหลายมาก็เป็นการใช้อำนาจตามมาตรา ๑๔ ของ พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ต้องเรียนว่าขณะนี้ได้ถูกยกเลิกไปแล้วก็ ตาม แต่ในประมวลกฎหมายยาเสพติดก็ยังมีอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ เหล่านี้ให้ไว้กับเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ที่จะทำหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายต่อไปด้วย เรื่องของยาเสพติดที่ยังคงมี การแพร่ระบาดอยู่ในประเทศไทย แล้วก็เจ้าหน้าที่ปราบปรามก็ใช้อำนาจที่กฎหมายมีให้ ใช้เครื่องมือต่าง ๆ ที่กฎหมายให้ไว้ที่จะเข้าไปดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นการตั้งด่านตรวจ ตั้งจุดสกัด เส้นทางลำเลียง การนำเข้าของพื้นที่นำเข้าตามแนวตะเข็บชายแดนของประเทศ แต่ต้องเรียนว่าในการ ดำเนินการต่าง ๆ ช่องทางธรรมชาติ หรือช่องทางที่นำเข้ามาของยาเสพติดจะมีปัญหา อุปสรรค จะมีอุปสรรคหรือการขัดขวาง หรือว่ากล้องวิดีโอ (Video) อะไรต่าง ๆ ที่เรา พยายามที่จะไปติดตั้งไว้ เพราะว่าเราไม่มีกำลังคนที่จะดูตลอด ๒๔ ชั่วโมง เพราะฉะนั้น เครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ ทางเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ก็พยายามที่จะหาเครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ มาใช้ในการดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นช่องทางการนำเข้าที่เป็นจุดเสี่ยงต่าง ๆ ที่จะไป ดำเนินการ ตรงนี้เราก็อาศัยพนักงาน ป.ป.ส. ที่เป็นเจ้าหน้าที่ทหารที่จะเข้าไปช่วยในการ ดำเนินการ ส่วนเมื่อเข้ามาในเส้นทางลำเลียงในส่วนประเทศไทยแล้ว ในพื้นที่หรือในเส้นทาง ลำเลียงที่เป็นเส้นทางหลัก ในขณะนี้เส้นทางหลักต้องกราบเรียนว่าเรามีกล้องที่จะใช้ในการ ตรวจสอบเส้นทางของผู้ที่ลักลอบลำเลียง แต่อย่างไรก็ตามในส่วนนี้ผู้ที่ลักลอบค้ายาเสพติด เขาก็มีการหลบเลี่ยงเส้นทางที่เราเป็นจุดสกัดจุดตรวจหลัก ซึ่งสำนักงาน ป.ป.ส. เองร่วมกับ ทางตำรวจ ทางกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติดก็พยายามที่จะตั้งจุดตรวจจุดสกัด เพิ่มเติมในเส้นทางเลี่ยงหรือหมู่บ้าน ซึ่งเรียกว่าเป็นหมู่บ้านเลี่ยงในการขนส่งตลอดเวลา อยู่แล้ว มีท่านสมาชิกสอบถามในเรื่องของการบำบัดรักษา ถึงแม้จะไม่อยู่ในนี้ก็ขออนุญาต ตอบด้วยว่า ในการบำบัดรักษานั้นในตัวของกฎหมายที่จะมีการแก้ไขใหม่หรือประมวล กฎหมายยาเสพติดในอนาคต เรามีการจัดตั้งคณะกรรมการบำบัดรักษาและฟื้นฟูสภาพ ทางสังคม ซึ่งก็จะทำให้กระบวนการในการนำผู้เสพ ผู้ติดเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษานั้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น แล้วเราก็จะไม่ถือว่าบุคคลเหล่านั้นเป็นผู้กระทำความผิดหรือเป็น อาชญากร เพราะฉะนั้นในการดำเนินการตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ผมคิดว่าน่าจะมี ประสิทธิภาพแล้วก็ทำให้การแก้ไขปัญหาในส่วนของผู้เสพผู้ติดมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนั้นในเรื่องของการดำเนินการกับคนที่กระทำความผิดเราพยายามที่จะแยกกลุ่มคน ที่กระทำความผิดออกเป็น ๓ กลุ่ม ก็คือกลุ่มของคนเสพที่หลายท่านได้อภิปรายว่ามี ๓๐๐,๐๐๐ อันนี้ไม่ได้อยู่ในเรือนจำ จริง ๆ ไม่ถึง ที่เป็นผู้เสพผู้ติดเราก็จะเข้าสู่กระบวนการ บำบัด นอกจากนั้นก็มีเรื่องของแรงงานของการค้ายาเสพติด แล้วก็ผู้ค้า หรือผู้สั่งการ ในกระบวนการค้ายาเสพติด บุคคลเหล่านี้ก็จะอยู่ในเรือนจำที่เรามีการจับกุม แล้วสิ่งที่เป็น นโยบายของทางรัฐบาลก็คือเรื่องของการดำเนินการกับคนเหล่านี้ที่จะเป็นผู้ค้าหรือนายทุน ผู้สั่งการ โดยใช้มาตรการในการริบทรัพย์สินมาเป็นหลักในการดำเนินการ ซึ่งก็คิดว่าในปีหน้า รายงานเจ้าพนักงานของเราก็จะมีรายงานในส่วนของการปฏิบัติหน้าที่ในเรื่องของการ ขยายผล การทำลายเครือข่ายการค้ายาเสพติดที่จะมานำเสนอกับท่านด้วย🔗
ประเด็นต่อไป ประเด็นที่ท่านสอบถามเรื่องของการบำบัดรักษาที่ควรจะมี ท้องถิ่นเข้ามาดำเนินการ ฉบับนี้ไม่มีอยู่ในนี้แต่ผมขออนุญาตนำเรียนไว้ก่อนเลยว่าในปีหน้า เรื่องของกฎหมายเขาจะเน้นในการดำเนินการโดยการมีส่วนร่วมของประชาชน แล้วก็ท้องถิ่น ซึ่งการบำบัดรักษาก็จะมีการใช้ท้องถิ่น ในส่วนกลางก็จะเป็น กทม. มาดำเนินการ แล้วก็ใช้ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลซึ่งอยู่ในพื้นที่ เรียกได้ว่ากลุ่มเล็กมาช่วยในดำเนินการ ในส่วนนี้ด้วย มีท่านสมาชิกสอบถามว่าเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในขณะนี้ปีที่ผ่านมามีการ รายงานว่ามีอยู่ ๑๖,๐๐๐ เศษ มีทหารอยู่ ๒,๐๐๐ วันนี้ต้องกราบเรียนว่าเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในปีที่ผ่านมาเรามีการยกเลิกการแต่งตั้งเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. บางส่วนที่ทราบว่า ไม่มีการรายงาน ไม่มีการต่อบัตร มีการโยกย้าย อันนั้นก็เพื่อจะรองรับการบังคับใช้ ตามประมวลกฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ เพราะฉะนั้นวันนี้เรามีเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เหลืออยู่ประมาณ ๗,๐๐๐ คนเศษ และมี เจ้าหน้าที่ทหารอยู่ประมาณ ๔๐๐ เศษ และอยู่ในระหว่างที่เราจะดำเนินการในการที่จะ คัดเลือก เลือกสรรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ที่จะมาทำหน้าที่ใหม่ ซึ่งการดำเนินการก็จะต้องมีการ ตรวจสอบ มีการอบรม มีการใส่เครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ ให้กับเจ้าหน้าที่ มีการควบคุม การปฏิบัติงานกับเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ตามที่มีท่านสมาชิกได้อภิปรายแล้วก็ให้คำแนะนำ🔗
เรื่องของการสร้างชุมชนเข้มแข็ง การมีส่วนร่วมของชุมชนในการที่จะเข้ามา ดูแลตัวเอง ก็คิดว่าในส่วนนี้เป็นคำแนะนำที่ทางสำนักงาน ป.ป.ส. จะรับไปเพื่อจะไปประสาน เราประสานงานกับทางกระทรวงสาธารณสุขที่จะดูแลในเรื่องนี้ให้ใกล้ชิดอยู่แล้ว🔗
เรื่องของความร่วมมือระหว่างประเทศในการดำเนินการถามว่า ปัจจุบันนี้ มียาเสพติดที่ส่งออกไปยังต่างประเทศหลายประเทศตามที่เป็นข่าว หลายท่านได้มีการ อภิปรายว่าในส่วนนี้เรามีการดำเนินการหรือมีความร่วมมือกับต่างประเทศในการดำเนินการ นี้อย่างไรบ้าง ต้องขออนุญาตกราบเรียนว่าในความร่วมมือกับต่างประเทศนั้นเราทำทั้ง ในต้นทาง เส้นทางลำเลียง แล้วก็ประเทศปลายทาง ต้นทางก็คือแหล่งผลิต เราสร้าง ความร่วมมือกับประเทศที่เป็นแหล่งผลิตในเมียนมา ต้องขออนุญาตกล่าว ในชุมชนเรียกว่า เป็นพื้นที่ของชนกลุ่มน้อยที่เขามีอิทธิพลในเรื่องของการผลิตยาเสพติด เราก็ไปสร้าง ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ของภาครัฐ ในส่วนของ สปป. ลาว ซึ่งเป็นเส้นทางหลีก หรือเส้นทางเลี่ยง ซึ่งโดยปกตินั้นจากพื้นที่แหล่งผลิตก็จะเข้าสู่พื้นที่ประเทศไทย แต่เนื่องจาก เรามีการสกัดกั้นในพื้นที่ภาคเหนืออย่างเข้มข้น เพราะฉะนั้นมันก็เป็นเรื่องของการหลีกเลี่ยง หรือเรียกว่าทฤษฎีบอลลูน เอฟเฟกต์ (Balloon Effect) เราสะกดไว้ กั้นไว้ตรงไหน เขาก็หนี ไปอีกด้านหนึ่ง เพราะฉะนั้นในเส้นทางลำเลียงที่ผ่านมาก็เป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ก็มีเส้นทางที่เพิ่มขึ้น เราก็สร้างความร่วมมือในเรื่องนี้ นอกจากนั้นเรายังสร้างความร่วมมือ กับปลายทาง ไม่ว่าจะเป็นออสเตรเลีย ไต้หวัน ฮ่องกง สหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะยูเอ็นโอดีซี (UNODC) ซึ่งเข้ามามีบทบาทมากในการสกัดกั้นหรือสร้างความร่วมมือในประเทศไทยที่จะ ให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดในบ้านเรามีประสิทธิภาพมากขึ้น🔗
กรุณาสรุปด้วยครับ🔗
ครับ มีท่านสมาชิกสอบถามเรื่องกัญชา กัญชงนิดหนึ่งครับ ในเรื่องของกัญชา กัญชงตอนนี้ต้องเรียนว่าสำนักงาน ป.ป.ส. นั้นไม่ได้เป็นหน่วยงาน ที่รับผิดชอบในเรื่องของการออกใบอนุญาตเกี่ยวกับกัญชา กัญชง แล้วก็สุดท้ายครับ ท่านประธาน คือในเรื่องของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ที่จะทำหน้าที่ในส่วนนี้ ที่กังวลกันว่า ในเรื่องของการรับเงินรางวัลนำจับและจะนำไปสู่การเวียนยาเสพติด ต้องเรียนว่าในขณะนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเองได้ลดในเรื่องของการจ่ายเงินสินบนรางวัล สูงสุดมี เพดานที่ ๕๐๐,๐๐๐ บาท คนที่ได้รับจริงจะได้รับแค่ครึ่งเดียว เจ้าหน้าที่ได้รับเพียง ๒๕ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นเจ้าหน้าที่จะได้รับสูงสุดแค่นิดเดียว เพราะเงินสินบน จะไปอยู่ที่คนที่แจ้งความนำจับด้วย🔗
สุดท้ายครับ ก็ขออนุญาตขอบพระคุณท่านสมาชิกทุกท่านที่ได้กรุณา นำเสนอข้อมูลต่าง ๆ ให้สำนักงาน ป.ป.ส. นำไปใช้ในการที่จะจัดทำรายงานในปีถัดไป ต้องขอขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรองเลขาธิการ เป็นอันว่าที่ประชุมเราได้รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการ ปราบปรามยาเสพติดประจำปี พ.ศ. ๒๕๕๗ พ.ศ. ๒๕๕๘ และ พ.ศ. ๒๕๖๓ แล้วครับ ขอบพระคุณครับ ในวาระที่ ๒.๖ ก็พิจารณาไปแล้วนะครับ🔗
๒.๗ กับ ๒.๘ นั้นหน่วยงานได้ขอเลื่อน เนื่องจากมีภารกิจด่วน คือกองทุน พัฒนากีฬาแห่งชาติได้ขอเลื่อน🔗
๒.๘ รายงานผู้ตรวจสอบบัญชีและงบการเงิน กองทุนสงเคราะห์เกษตรกร หน่วยงานแจ้งขอเลื่อน เนื่องจากมีภารกิจสำคัญ จึงเหลืออยู่ ๒ เรื่องที่เตรียมไว้วันนี้ที่ได้ ให้เจ้าหน้าที่เตรียมรออยู่ คือ ๒.๙ รับทราบรายงานการรับจ่ายเงินงบประมาณประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ และเรื่องที่ ๒.๑๐ รับทราบรายงานผลการดำเนินการตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ หลังจาก ๒ เรื่องนี้แล้วก็จะ จบครับ🔗
๒.๙ รับทราบรายงานการรับจ่ายเงินงบประมาณประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔🔗
๒.๙ ขอเชิญเจ้าหน้าที่ นางอัญชลี ศรีอำไพ นางสาวณฐากัญ กัจฉมาภรณ์ นางอรพรรณ นาคมหาชลาสินธุ์ นางสาวอทิรา โสตโยม ผู้แทนจากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ มี นางสาวยอดเยาวมาลย์ สุคนธพันธุ์ นางสุเนตรา เล็กอุทัย เผื่อว่าสมาชิกสอบถามจะได้ชี้แจงได้ครับ🔗
ใน ๒.๙ มีสมาชิกได้ขอ อภิปราย ท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ขอเชิญ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นท่านประธานครับ ผมขอขอบคุณกรมบัญชีกลางที่ได้จัดทำเอกสารฉบับนี้ขึ้นมา ซึ่งก็เป็นไปตามกฎหมายวินัยการเงินการคลังที่ให้มีการจัดทำรายงานเพื่อเสนอรัฐสภา เพื่อทราบ สำหรับงบที่เราดูก็คืองบของปี ๒๕๖๔ ซึ่งเป็นงบประมาณที่รัฐบาลโดยท่าน นายกรัฐมนตรีได้นำเสนอต่อสภาเมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม ปี ๒๕๖๓ งบประมาณปี ๒๕๖๔ ก็ได้จบสิ้นลงไปเมื่อตอนเดือนกันยายน ปี ๒๕๖๔ เพราะฉะนั้นข้อมูลต่าง ๆ จึงได้มีปรากฏ ขึ้นมา ข้อมูลเหล่านี้ผมเคยอภิปรายไปว่างบประมาณแผ่นดินควรจะเป็นเครื่องมือของรัฐบาล ในการแก้ไขวิกฤติ และเมื่อตอนไตรมาสที่ ๒ ของปี ๒๕๖๓ ก็เป็นช่วงที่วิกฤติของโควิด (COVID) กำลังปะทุขึ้น แต่ว่าประเทศไทยอาจจะยังไม่รุนแรงเท่าที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ เราก็ได้มีการประกาศใช้พระราชกำหนด ๑ ล้านล้านบาท ไปก่อนหน้านี้โดยมีการใช้เงิน เพื่อดูแลเรื่องโควิด (COVID) โดยตรง ก็เลยกลายเป็นว่างบประมาณ ปี ๒๕๖๔ ซึ่งเข้าสภา แล้วก็มีผลบังคับใช้ในวันที่ ๑ ตุลาคม ปี ๒๕๖๓ ก็ไม่ค่อยได้มีสาระที่จะดูแลในเรื่องของโควิด (COVID) ก็จะเป็นการจัดงบแบบเดิม ๆ เหมือนกับปีก่อน ๆ ผมก็เคยคอมเมนต์ (Comment) ประเด็นนี้ไว้ ซึ่งเมื่อตรวจดูจากเอกสารฉบับนี้แล้วก็เป็นไปตามที่ห่วงตอนนั้นว่า ก็เป็นการใช้ จ่ายแบบเดิม ๆ ซ ้าร้ายไปกว่านั้น ประเด็นที่ผมเป็นห่วงมากก็คือเรื่องของวิกฤติงบประมาณ ซึ่งรัฐบาลก็ปฏิเสธโดยตลอด วิกฤติงบประมาณได้เกิดขึ้น จริง ๆ ก็เกิดมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ก็คือรัฐบาลนี้มีรายได้ตกต ่ากว่าประมาณการที่ตั้งไว้กว่า ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๖๔ นี้ สผ ๒๘/๒๕๖๕ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) ประภาลักษณ์ ๙๑/๓ แต่ในส่วนนี้ในเรื่องของรายได้ก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องมีนโยบาย มีมาตรการในการดูแลต่อไป เพราะว่าหากปล่อยให้รายได้ตกต ่าไปเช่นนี้ทุกปีปีละ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็หมายถึงว่า หนี้ที่เราจะต้องก่อแต่ละปีก็ต้องพอกขึ้นไปเรื่อย ๆ จริง ๆ ตัวเลขที่ท่านเอามารายงาน ในเอกสารฉบับนี้ว่าปี ๒๕๖๔ มีรายได้รับจริงทั้งภาษีอากรและที่ไม่ใช่ภาษีอากร แล้วก็ หักถอนรายได้แผ่นดินก็คือ หักเงินอื่น ๆ ที่จ่ายให้ท้องถิ่นไปแล้ว เหลือที่ ๒.๔๓๗ ล้านล้านบาท ก็ไม่ค่อยตรงกับตัวเลขที่ทางกระทรวงการคลังได้เคยทำเป็นข่าวเสนอไว้ว่าอยู่ที่ ๒.๓๖๙ ล้านล้านบาท แต่ก็ดีครับ คือตัวเลขสูงขึ้น ผมก็อยากจะให้ท่านลองไปตรวจสอบดูว่า เหตุใดตัวเลขที่กระทรวงการคลังประกาศว่ารายได้ของปี ๒๕๖๔ จึงต่างจากที่ท่านนำเสนอ ในเอกสารฉบับนี้ อันนี้ก็คงจะเป็นเรื่องของการที่มีการรายงานให้สมบูรณ์มากขึ้น ผมก็เชื่อว่า ตัวเลขครั้งหน้าก็น่าจะถูกต้อง แต่ว่าเพื่อความรอบคอบช่วยตรวจสอบด้วยนะครับ🔗
ประเด็นที่กระผมจะกล่าวต่อไปก็คือเรื่องของรายจ่าย เมื่อก่อนหน้านี้เราได้ อภิปรายการโอนงบประมาณของสำนักงบประมาณไปแล้ว ผมก็ได้ชี้ประเด็นในเรื่องของ งบกลางกับงบบุคลากรว่างบทั้ง ๒ นี้จริง ๆ มันควรจะอยู่ด้วยกัน โดยเฉพาะงบกลาง ในส่วนของรายจ่ายบุคลากร เช่น ค่ารักษาพยาบาล ค่าเลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง หรือค่าบำเหน็จ บำนาญก็ตาม ตัวเลขของท่านในที่นี้ก็ยืนยันสิ่งที่ผมอยากเห็นก็คือเรื่องของ รายจ่ายเกี่ยวกับบุคลากร ณ เวลานี้มันมีการเพิ่มจำนวนมากขึ้น ซึ่งมันจะต้องมีการบริหาร จัดการ รายจ่ายที่ท่านแสดงอยู่ในนี้มีอยู่แค่ประมาณ ๖๓๐,๐๐๐ ล้านบาทก็จริง แต่ว่า ในงบกลางยังมีงบอีกถึง ๔๘๔,๐๐๐ ล้านบาท ที่ตั้งไว้ก็ยังไม่พอครับ ยังต้องมีการโอนงบเพิ่ม ไปอีก ๒๐,๐๐๐ ล้าน ตามที่สำนักงบประมาณได้รายงานมาเมื่อก่อนหน้านี้ เพราะฉะนั้น เบ็ดเสร็จแล้วงบเกี่ยวกับบุคลากรของรัฐจะมีเกินกว่า ๑.๑ ล้านล้านบาท แล้วก็ สำนักงบประมาณที่มาชี้แจงเองก็ยังบอกย ้าเสียด้วยซ ้าว่า รายจ่ายอย่างเช่น ค่ารักษาพยาบาลประมาณการไม่ได้ ผมก็เป็นห่วงว่าเราจะมีแต่ตัวเลขแล้วก็ไม่มีการบริหาร จัดการ ไม่มีการวางแผน ไม่มีการจัดระบบให้เงินเหล่านี้ได้มีการดูแลบริหารให้เกิดประโยชน์ อย่างเต็มที่ ปล่อยให้การเบิกจ่ายเป็นไปโดยพูดง่าย ๆ ก็คือมีปัญหา ทำให้งบอื่น ๆ ไม่สามารถตั้งได้ ณ เวลานี้กว่า ๑ ใน ๓ ของงบประมาณรายจ่ายเป็นงบเกี่ยวกับบุคลากรแล้ว เพราะฉะนั้นจริง ๆ การรายงานฉบับนี้ผมอยากเห็นท่านวิเคราะห์ในเรื่องนี้ครับ อย่าทำแต่ ตัวเลขเยอะแยะไปหมด ตัวเลขในเอกสารท่านมีในที่นี้เป็นจำนวนมากด้วยกัน แต่การวิเคราะห์ ไม่มีเลยครับ แล้วก็ตัวเลขหลายตัวก็ไม่เอื้อต่อการวิเคราะห์ อย่างที่ผมเรียนว่างบประมาณ มีวิกฤติ ถ้าดูลำพังแค่ตัวเลขเผิน ๆ ก็จะไม่เห็นวิกฤติ แต่อย่างน้อยที่ผมชี้ ๑. รายได้ตกต ่าไป ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๒. คือเรื่องของหนี้ที่พอกขึ้น ในปีที่ผ่านมาหนี้มีการพอกขึ้นไปอีก ๑.๕ ล้านล้านบาท เป็นการพอกที่เดี๋ยวผมจะพูดต่อ แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือว่างบประมาณ รายจ่ายของท่านจะถูกบีบให้ลดลง หลาย ๆ หน่วยงานจะเจอปัญหา และเชื่อว่างบประมาณ ปี ๒๕๖๖ ที่จะเข้าสภาต่อไปจะเจอปัญหาหนัก ทุกหน่วยงานจะต้องโดนสำนักงบประมาณ บีบรัดในเรื่องของการตั้งวงเงินงบประมาณรายจ่าย เพราะฉะนั้นรายงานของท่าน ผมอยากเห็นท่านวิเคราะห์วิกฤติงบประมาณที่จะเกิดขึ้นต่อไปครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ต่อไป พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมต้องวิ่งมาจากตึกหน้าโน้น ผมนึกว่าไม่เข้าวันนี้เสียแล้ว ผมคิดว่าอย่างนี้ท่านประธานครับ จากรายงาน ๒ เล่มนี้ รายงานรับจ่ายเงินงบประมาณประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๔ เจ้าหน้าที่ที่มาชี้แจงจำให้ดีนะครับ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง มาตรา ๕๕ วรรคสอง เขียนว่า เมื่อปรากฏว่าในระหว่างปีงบประมาณรัฐบาลสามารถจัดเก็บรายได้เกินกว่างบประมาณการ เกินกว่า อันนี้ทิ้งไป หรือขีดเส้นใต้ตรงนี้ไว้ หรือการเบิกจ่ายงบประมาณต ่ากว่าประมาณการ ขีดเส้นใต้นะครับ ต ่ากว่าประมาณการ ให้กระทรวงการคลังพิจารณาปรับลดวงเงินที่จะกู้ ตามวรรคหนึ่งลงตามความจำเป็นและเหมาะสม นี่คือ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังครับ ท่านประธานครับ รัฐบาลได้ดำเนินการทำหรือไม่ เพราะอะไรครับ เพราะว่า ดูตัวเลข ท่านประธานครับ เอกสารประกอบ ๒ ครับในเอกสารเล่มหนา ๆ บอกเลยครับว่ามีวงเงินกู้ ที่ประมาณการไว้ในช่องแรก ช่อง ๑ ๖๘๙,๙๖๒ ล้านเศษ ๆ ก็ .๕ ละครับที่ขอไว้ แต่ปรากฏว่า วงเงินกู้ ตามที่วงเงินกู้ประมาณการ เป็น ๖๘๐,๐๐๐ ตัดจุดไป แต่มีที่ต้องจ่ายจริงคือ ๗๐๐,๐๐๐ กว่า ๗๐๐,๐๐๐ ที่ลงทุนจ่ายเงินกู้ ๗๓๔,๗๐๓ ล้านเศษ ๆ เพิ่มมาจากไหนครับ เพิ่มมาจากพันธบัตรครับ เพราะนี่ไปกู้มา ไปกู้มาอีก ๑๒๕,๗๔๐ ล้านเศษ ๆ นี่คือกระดาษ ใบแรกที่ว่าวงเงินกู้ไม่ได้ลดลง เงินกู้คือเงินกู้ขาดดุลครับท่านประธาน ที่รัฐบาลจะต้องลด เมื่อไม่สามารถ เขาเขียนว่าการเบิกจ่ายงบประมาณต ่ากว่าประมาณการ ต ่าครับ กลับไปดู ทำไมถึงต ่าท่านประธานครับ มีเอกสารการเบิกจ่าย เบิกจ่ายที่หน้าไหนครับท่านประธานครับ หลักฐานหน้าที่ ๓ เอกสารประกอบ (๑) ของโทเทิล (Total) ในช่องงบประมาณรายจ่าย หลังโอนเปลี่ยนแปลงช่องแรกคือ ๓,๒๘๕,๙๖๒.๔๗ คือ .๕ แต่จ่ายจริงครับท่านประธานครับ ๓,๐๑๒,๑๔๔.๘ ล้านบาท มัน ๓ ล้าน อยู่แล้ว เห็นไหมครับว่าจ่ายจริงมันต ่ากว่าครับ หลักฐานมันชัดครับท่านประธานครับ ว่ามันต ่ากว่าประมาณการ ทำไมไม่ลดวงเงินกู้ครับ ตอบผมครับ ผิดวินัย พ.ร.บ. การเงินการคลังมาตรา ๕๕ วรรคสอง หรือเปล่า ถ้าผิดบอกว่า ผิดครับ แล้วต้องไปแก้ครับ แต่ไม่มีโทษทางอาญาครับ นี่คือตัวอย่างหนึ่งจะเห็นได้ครับ ตัวเลขที่ผมบอกไป เพราะว่าดูในรัฐบาลขาดดุล ที่ของบประมาณไปก็บอกอยู่แล้ว ๖๐๘,๐๐๐ กว่าล้าน แล้วประมาณการปรากฏว่าเหตุที่ผมบอกว่ามันเกิน ไปดูสิครับ มันมี เอกสารอีกใบครับ ท่านประธานครับ เล่มเล็ก ๆ บาง ๆ ไม่ใช่เล่มหนา เล่มบาง ๆ หน้า ๕ ตารางที่ ๒ ท่านประธาน ถ้าตามผมทัน เจ้าหน้าที่ตามผมให้ทันครับ นี่ครับตัวเลข ท่านประธานครับ ตารางที่ ๒ แสดงรายละเอียดประเภทรายจ่ายตามงบประมาณ มี ๒ ยอด ที่เห็นครับ รายจ่ายตามงบประมาณคือช่องแรก ช่องแรกรวมเลยครับ ประมาณการ ที่ผมพูดไป ๓,๒๘๕,๙๖๒.๔๘ ล้านบาท จ่ายจริง ๓,๐๑๒,๑๔๔.๘๒ ล้านบาท ต่างกันเท่าไรครับ ถ้าเอา ตัวเลขที่จ่ายจริงและกันเหลื่อมปีไว้จะต่างอีก ๒๗๓,๘๑๗.๖๐๖๖ ล้านบาท นี่ล่ะครับที่มันเป็นยอดเห็นว่าจ่ายจริง เพราะจ่ายจริงไปเอากันเหลื่อมปีมาใส่อีก มันถึงเป็น ตัวเลขลบ สำคัญครับท่านประธานครับ นี่คือกฎหมายที่เขียนไว้ใน พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ ซึ่งจะต้องจ่าย ผมยังมีรายจ่ายที่เกี่ยวข้องลงลึกไปอีก แต่เวลาไม่พอครับเพราะเหลืออีก ๓๐ วินาที ผมก็จะขอไปถามในกระทู้ที่ผมจะยื่นในคราวหน้าของการเข้าสภา ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสุพิศาล เป็นคนรักษาเวลาต้องขอบคุณ ขอเชิญคุณอัญชลีชี้แจงครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางอัญชลีศรีอำไพ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบบัญชี ขออนุญาตตอบคำถามท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ก่อนว่าในเรื่องของตัวเลข ในการรายงานตัวเลขที่อยู่ในรายงานการรับจ่ายเงินนี้ เป็นตัวเลขที่เกิดจากรัฐบาลรับเงินรายได้เข้าสู่เงินคงคลังที่ ๑ ส่วนตัวเลขที่มีการประมาณการนั้น เป็นตัวเลขการจัดเก็บ เพราะฉะนั้นจะมีความแตกต่างกันคือส่วนต่างที่ส่วนราชการนั้น ยังไม่ได้นำส่งคลัง สำหรับในเรื่องของบทวิเคราะห์ก็ขออนุญาตรับไป ในครั้งหน้า ก็จะทำ การวิเคราะห์ในส่วนเรื่องงบบุคลากรกับค่ารักษาพยาบาล🔗
สำหรับของท่านสุพิศาลขออนุญาตให้ทางเจ้าหน้าที่ สบน. เป็นผู้ตอบคำถาม ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวยอดเยาวมาลย์ สุคนธพันธุ์ ตำแหน่ง ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านหนี้สาธารณะและเงินคงคลัง สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ขอเรียน ชี้แจงประเด็นซักถามของท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ในเรื่องประเด็นการกู้เงิน เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ วงเงินงบประมาณทั้งสิ้น ๓,๒๘๕,๙๖๒.๔๘ ล้านบาท เป็นวงเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณที่ ๖๐๘,๙๖๒.๔๘ ล้านบาท แต่เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด (COVID) เกิดขึ้นในหลายระลอก อย่างต่อเนื่อง ระบบเศรษฐกิจได้มีการปรับตัวลดลง จึงมีการจัดเก็บรายได้ต ่ากว่า ประมาณการ เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติของพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ ในมาตรา ๔๖ ที่กำหนดให้รัฐบาลต้องรักษาระดับเงินคงคลังที่จำเป็นเพื่อให้มีสภาพคล่อง เพียงพอสำหรับการเบิกจ่าย จึงมีความจำเป็นที่จะต้องกู้เงินเพื่อรองรับกรณีรายจ่ายสูงกว่า รายได้เพิ่มเติม ซึ่งตามมาตรา ๗ มาตรา ๒๐ (๑) และมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบัญญัติ การบริหารหนี้สาธารณะ กำหนดให้กระทรวงการคลังกู้เงินในกรณีรายจ่ายสูงกว่ารายได้ โดยอนุมัติคณะรัฐมนตรี จึงเป็นที่มาของกรอบการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ในกรณีรายจ่ายสูงกว่ารายได้ รวมทั้งสิ้นไม่เกินร้อยละ ๒๐ ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี และร้อยละ ๘๐ ของงบประมาณเพื่อชำระคืนต้นเงินกู้ ซึ่งเท่ากับ ๗๓๖,๓๙๒.๔๙ ล้านบาท ซึ่งเมื่อหักวงเงินกู้ชดเชยเพื่อขาดดุลที่จำนวน ๖๐๘,๙๖๒.๔๘ ล้านบาทแล้ว จะคงเหลือ วงเงินกู้กรณีรายจ่ายสูงกว่ารายได้อยู่ที่จำนวน ๑๒๗,๔๓๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้น ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ ได้มีการดำเนินการกู้เงินทั้งสิ้น จำนวน ๗๓๔,๗๐๓ ล้านบาท ดังตัวเลขที่ท่านท่านได้เห็นในตัวตารางนะคะ ซึ่งประกอบไปด้วยการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ จำนวน ๖๐๘,๙๖๒ ล้านบาท และรายจ่ายสูงกว่ารายได้ จำนวน ๑๒๗,๔๓๐ ล้านบาท ซึ่งมีดิสเคาท์ (Discount) จากการ ออกพันธบัตรที่จำนวน ๑,๖๘๙ ล้านบาท ซึ่งการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ แยกเป็นเครื่องมือก็คือ ตั๋วสัญญาใช้เงิน จำนวน ๒๘๖,๑๘๒ ล้านบาท พันธบัตรรัฐบาล จำนวน ๓๒๘,๘๑๓ ล้านบาท และตั๋วเงินคลัง จำนวน ๑๑๙,๗๐๘ ล้านบาท จึงเรียนมา เพื่อทราบค่ะ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาต สอบถาม🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร บัญชีรายชื่อ จังหวัดร้อยเอ็ด ขออนุญาต สอบถามสัก ๒ ประเด็นสั้น ๆ ในรายงานการรับจ่ายงบประมาณประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ในหน้า ๔ ค่าธรรมเนียมน ้าบาดาลท่านประมาณการไว้ที่ ๖๐๐ ล้านบาท ท่านรับจริง ๖๓๒,๘๘๘,๕๐๐ ล้านบาท สูงกว่างบประมาณ ๓๒,๘๘๘,๕๐๐ ล้านบาท ผมจะเรียน สอบถามดังนี้ครับ คือ ๑. ท่านประมาณการไว้ แต่ท่านเก็บได้กว่าความเป็นจริงสูงไปตั้ง ๓๒ ล้านบาท จะเรียนสอบถามเหมือนที่ท่านอาจารย์พิสิฐ ลี้อาธรรม ได้พูด ขออนุญาต ที่เอ่ยนามท่าน คือท่านต้องวิเคราะห์งบประมาณครับ งบประมาณค่าธรรมเนียมน ้าบาดาล หมายความว่าท่านเรียกเก็บจากคนที่ขุดน ้าบาดาล ขณะนี้หน้าแล้งบ้านผมต้องการน ้าบาดาล เยอะมาก แต่การที่ท่านคาดการณ์ไว้อย่างนี้ ตามรายงานนี้แต่เก็บสูงขึ้นมันบอกถึงอะไรครับ บอกถึงว่าความจำเป็นพื้นฐานท่านไปเก็บเขามาก แทนที่เขาจะได้มีน ้าในการใช้อุปโภค บริโภค ทำเกษตร ทำอาชีพ ท่านต้องตอบผม นี่คือเรื่องแรก🔗
เรื่องที่ ๒ สั้น ๆ ท่านประธานครับ พอดีผมไม่มีความรู้พอที่จะอภิปราย ได้ ๗ นาที ก็สอบถามในประเด็นที่คิดว่าจำเป็นกับประชาชน ในหน้า ๑๗ กรมการท่องเที่ยว แผนงานพื้นฐานการสร้างความสามารถในการแข่งขันท่านประมาณการไว้ ๖๐๐ ล้านเศษ ตามนี้แล้วกัน งบประมาณรายจ่ายก็จัดไว้ ๖๐๐ ล้านเศษ แต่ท่านจ่ายจริง ๔๙๔ ล้าน ต ่ากว่า เป็นจริงจำนวนถึง ๘ ล้านกว่าบาท ผมถามท่านอย่างนี้ครับ ถ้าท่านคาดการณ์ในการแข่งขัน นี่กรมการท่องเที่ยว การท่องเที่ยวคือรายได้หลักยามที่เศรษฐกิจจะฟื้น อันนี้รายงาน ปี ๒๕๖๔ นี่ปี ๒๕๖๕ การวิเคราะห์หลักงบประมาณพอจะมีความรู้อยู่บ้าง การที่ท่าน คาดการณ์และท่านวางไว้ แต่ท่านจ่ายไม่ครบ นั่นแสดงว่าท่านใช้ในการเสริมสร้าง ความสามารถในการแข่งขันไม่เพียงพอแล้วประเทศชาติมันจะไปได้อย่างไร เพราะฉะนั้น ท่านต้องตอบคำถามนี้ว่า เหตุผลในการที่ท่านใช้จ่ายไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์แสดงว่า การวางแผนงบประมาณ ฟิสคอล โพลิซี (Fiscal Policy) ท่านไม่ได้ดีพอ ท่านลองตอบสิครับว่า ในฐานะที่ผมไม่มีความรู้ทางการเงิน ท่านจะตอบผมอย่างไร ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณ🔗
ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ผมจะถาม🔗
ผมขอเรียนว่า กรมบัญชีกลางเขาเป็นผู้รายงานข้อมูลของส่วนราชการเขาไม่ได้เป็นผู้บริหารอย่างที่ท่าน คารมได้พูด เขาไม่ใช่กรมทรัพยากรน ้าบาดาล แต่ว่าอันนี้เป็นข้อสังเกต แต่ว่าถ้าสมมุติว่า คุณอัญชลีกับคณะตอบได้ก็เป็นประโยชน์ครับ แต่ว่าตัวเลขลึก ๆ อันเป็นเรื่องนโยบายนั้น ผมเข้าใจดีว่าอาจจะไม่ใช่เรื่องของกรมบัญชีกลางที่จะตอบได้ แต่ว่าถ้าตอบได้ก็ยินดี เชิญท่านสุพิศาลครับ🔗
ท่านประธานครับ สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ที่คำถามผมไม่ได้ถามอำนาจ ของสำนักหนี้ที่สามารถกู้ได้ตาม พ.ร.บ. หนี้ เมื่อเงินมันไม่พอผมเข้าใจอันนั้นครับ เพราะท่าน ใช้อำนาจของกฎหมายอีกฉบับหนึ่ง แต่กฎหมายที่ถาม ๆ คือ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง มันใหญ่กว่า พ.ร.บ. หนี้นี้ มันเป็นเมน (Main) ที่ถอดมาจากรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๕ วรรคสอง เขียนคำว่า หรือ ท่านเปิดดูก็ได้ครับ ผมลอกมาจาก พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง หรือมีการเบิกจ่าย เงินงบประมาณต ่ากว่าประมาณการ ข้อเท็จจริงมันต ่ากว่าประมาณการครับท่านประธาน ตัวเลขก็บอกอยู่ บนนั้นก็บอกว่าใช่มันต ่ากว่า ตัวเลขแค่บอกว่าต ่ากว่า แล้วเขาบอกว่าต ่ากว่า บอกให้กระทรวงการคลังพิจารณาปรับลดวงเงินที่จะกู้ตามวรรคหนึ่ง วรรคหนึ่งคืออำนาจกู้ ๖๐๐,๐๐๐ กว่าล้าน ทำไมไม่ปรับครับ เป็นหนี้ ท่านรู้ไหมครับว่าเป็นหนี้เท่าไร ท่านเปิดพลิก ไปดูข้างหลังมีหนี้ที่เราต้องชำระ เป็นหนี้ภายในประเทศ ๖๓,๘๒๑ ล้านบาท หนี้ต่างประเทศ ๖๙,๓๑๒ ล้านเศษ นี่คือหนี้เราจะเป็นหนี้แบบนี้ไปเรื่อย ๆ ครับ ๘ ล้านล้าน สะสม หนี้สาธารณะ แล้วสะสมอีกเพิ่มเพดานจาก ๖๐ เขยิบขึ้นไปอีกครับ เพื่อจะกู้หนี้ให้ลูกหลาน ต้องใช้หนี้ไปอีกนานเท่าไร ผมถามว่าท่านผิดวินัยข้อนี้หรือเปล่า ข้อเท็จจริงมันบอกว่าท่าน ใช้เงินประมาณการต ่ากว่ารายจ่ายที่ขอตั้งชัดเจน แล้ววรรคต่อไปบอกให้กระทรวงการคลัง ปรับลด ทำไมไม่ทำ นั่นคือคำถามช่วยตอบด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ครับผม ถ้าตอบได้ ก็ตอบ🔗
ขออนุญาตครับ ผมขออนุญาต ประท้วงท่านประธานครับ🔗
เดี๋ยวให้เขาตอบก่อนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ สำหรับคำถามของท่านสุพิศาลต้องขออนุญาตจริง ๆ นะคะ ต้องขออนุญาตส่งเป็นเอกสาร เพราะเนื่องจากว่าทางทีมดิฉันเป็นฝ่ายบัญชี ขออนุญาตส่งเป็นเอกสารค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
คำถามคุณคารมตอบ ได้ไหมครับ🔗
ก็ขอให้เป็น รายละเอียดให้ชัด ตอบข้อกฎหมายมาด้วยก็ดีครับ ขอส่งตรงมาเลยครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน🔗
คำถามท่านคารม🔗
ขออนุญาตของท่านคารมเช่นเดียวกันนะคะ เนื่องจากกรมบัญชีกลางทำตัวเลขประมวลผล จากระบบจีเอฟเอ็มไอเอส (GFMIS) เปรียบเทียบกับระบบของงบประมาณว่างบประมาณ ตั้งเท่าไร และรายละเอียดการใช้จ่ายเป็นอย่างไร แต่ในรายละเอียดนั้นต้องขออนุญาต ทำหนังสือแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและจัดส่งเอกสารให้กับท่านค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ตกลงอย่างนั้น🔗
นิดเดียวครับท่านประธาน ด้วยความเคารพ ผม คารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จริง ๆ ก็ไม่อยากจะลุกขึ้นพาดอะไรท่านประธาน แต่บังเอิญว่าเป็นการถามของ ส.ส. ที่ไม่มีความรู้ แต่ว่าที่ท่านประธานกรุณาบอกมาก็เข้าใจ แต่ต้องเรียนว่าผู้มารายงานก็ต้องมีอะไรที่จะพอให้ รายละเอียดได้บ้าง แต่ว่าเมื่อท่านประธานได้กรุณาชี้แจง แล้วท่านก็พูดมาอย่างนี้ผมก็เข้าใจครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณมากคารมครับ บางทีหน่วยงานที่ทำเรื่องพวกนี้เขาไม่ใช่ผู้บริหารกรมนั้น ๆ คำถามก็เลยอาจจะยาก เหมือนกัน อกเขาอกเรานะครับเข้าใจกัน ต้องขอบคุณท่านผู้ชี้แจง และสมาชิกที่ติดตาม สอบถาม เป็นอันว่าเราได้รับทราบรายงานของการรับจ่ายเงินงบประมาณ ประจำปี งบประมาณ ปี ๒๕๖๔ แล้วนะครับ ขอบคุณท่านผู้ชี้แจงทุกท่านเลย ต่อไปจะเป็นวาระ สุดท้ายของวันนี้🔗
๒.๑๐ รับทราบรายงานผลการดำเนินการตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติ การบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๔🔗
มีเจ้าหน้าที่ที่พร้อม จะชี้แจง ดังต่อไปนี้ คุณจินดารัตน์ ป่วย คุณถาวร เสรีประยูร นายอัคนิทัต บุญโญ ร้อยตำรวจตรีหญิง จารุณี เล็กดำรงศักดิ์ นางสาวสุธาวรรณ วรรณสุกใส อนุญาตครับ เชิญ🔗
สมาชิกท่านแรก ที่ขออภิปรายท่านพิสิฐ ขอเชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ วาระของวันนี้ ๓ วาระที่ได้ผ่านไป รวมถึงวาระนี้จะเป็นวาระที่ ๓ เกี่ยวโยงกันครับ ตั้งแต่เรื่องที่สำนักงบประมาณมาชี้แจงเรื่องการโอนงบประมาณรายจ่าย แล้วก็เรื่องที่กรมบัญชีกลางเมื่อสักครู่ได้ชี้แจงเรื่องของฐานะการเงินของรัฐบาล ของปี ๒๕๖๔ และวาระนี้ก็เป็นเรื่องของหนี้ เรื่องของการกู้เงินในงบประมาณปี ๒๕๖๔ ที่ผ่านไป ซึ่งอย่างที่ ผมกราบเรียนเมื่อสักครู่ว่า เราควรต้องยอมรับความจริงครับว่าระบบงบประมาณ ระบบ การคลังเราอยู่ในภาวะวิกฤติ ผมไม่ได้ต้องการจะกล่าวหาท่านใด แต่ว่ามันเป็นปัญหาที่เรา ต้องยอมรับเพื่อจะได้มีการแก้ไขกัน วิกฤติของการคลังด้านหนี้ ก็คือเรื่องของตัวเลข หนี้สาธารณะที่กระโดดขึ้นมา เมื่อปลายปี ๒๕๖๒ หนี้สาธารณะเราอยู่ที่ ๖.๙ ล้านล้านบาท คิดเป็น ๔๑ เปอร์เซ็นต์ ปีต่อมาปี ๒๕๖๓ กระโดดมาอีก ๑ ล้านล้านบาท เป็น ๗.๘ ล้านล้านบาท เป็น ๔๙ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) ซึ่งตอนนั้นกระผมเองก็อภิปรายครับว่า หนี้จะต้อง ไปแตะ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ปรากฏว่าสิ้นปี ๒๕๖๔ ก็กระโดดขึ้นไปอีก ๑.๕ ล้านล้านบาท ไปแตะที่ ๕๘.๕ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) อันนี้ก็คือเมื่อ ๔ เดือนที่แล้ว แต่ว่าตัวเลขล่าสุด ของกระทรวงการคลังที่ได้เผยแพร่ในเว็บไซต์ (Website) อยู่ที่ ๕๙.๕๘ เมื่อตอนเดือน พฤศจิกายนปี ๒๕๖๔ ก็คือ ๙.๖๒ ล้านล้านบาท แล้วท่านนายกก็ได้มีการชิงขึ้นเพดานหนี้ ไปก่อน จาก ๖๐ เปอร์เซ็นต์เป็น ๗๐ เปอร์เซ็นต์ อันนี้เราก็ไม่ว่ากันเพราะต้องยอมรับว่า สถานการณ์ปัจจุบันรัฐบาลก็ต้องใช้จ่ายเงิน และรายได้ก็ตกต ่า แต่ประเด็นก็คือเราต้อง ยอมรับครับว่ามันเกิดวิกฤติทางการคลัง ๑. รายได้ตกต ่ากว่าที่ประมาณการไว้มาก ๒. การขาดดุลก็เกิดขึ้นมาก เพราะว่ารายได้ตกต ่า เมื่อมีการขาดดุลมากเป็นหลัก ๑ ล้านล้านบาท ปี ๒๕๖๔ ขาดดุลถึง ๑.๕ ล้านล้านบาท จึงทำให้หนี้กระโดดขึ้นไป ๑.๕ ล้านล้านบาท เป็น ๕๙ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) แล้วก็ที่น่าจับตาดูก็คือว่า รัฐบาลจะมีวิธีการใดในการที่ จะหักเหการขยายตัวของหนี้ หรือของการขาดดุล หรือของปัญหาการคลังที่เกิดขึ้นต่อไป คือ ณ เวลานี้เรายังไม่เห็นวี่แววของการดูแลเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นการยอมรับความจริง ในเรื่องนี้จะเป็นวิธีการหนึ่งที่จะช่วยแก้ปัญหาได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ผมก็อภิปรายหน่วยงานของรัฐบางแห่งที่เป็นองค์กรอิสระ แล้วก็เก็บเงินไว้ เก็บเงินโดยที่ ไม่ได้ไปทำอะไร ไปฝากแบงก์กินดอกเบี้ย ถึงแม้ว่ากฎหมายจะอนุญาตให้เขาทำก็ตามแต่มันก็ ไม่ถูกต้อง เพราะฉะนั้นกระทรวงการคลังถ้ายอมรับว่ามีวิกฤติก็ต้องรีบไปแก้ไขปัญหาเหล่านี้ เงินต่าง ๆ ที่เงินสดที่ไปซุกไว้ตามแบงก์ (Bank) ต่าง ๆ ต้องเรียกคืนมาเพื่อจะได้ช่วยลด ภาระหนี้ ช่วยลดปัญหาเรื่องที่จะต้องไปกู้เงิน อันนี้คือสาระที่ผมอยากจะขออนุญาตพูดเปรย ไว้ในเบื้องต้นเกี่ยวกับรายงานของหนี้ในฉบับนี้ เพราะฉะนั้นตัวเลขหนี้จึงเป็นตัวเลขที่เราต้อง ช่วยกันจับตาดูครับ🔗
มีข้อมูลอีกอันหนึ่งครับที่ผมอยากจะให้ทางผู้เกี่ยวข้องได้ช่วยชี้แจงครับ ตัวเลขหนี้ของปี ๒๕๖๔ เดือนพฤศจิกายนที่รายงานอยู่ที่ ๙.๖๒ ล้านล้านบาท คิดเป็น ๕๙.๕๘ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) แต่ครั้นเมื่อถึงเดือนธันวาคม ปี ๒๕๖๔ หนี้เพิ่มไปอีก ๒๔,๐๐๐ ล้านบาท เป็น ๙.๖๔๔ ล้านล้านบาท กลายเป็นว่าท่านคำนวณออกมาว่าต่อจีดีพี (GDP) เหลือ ๕๙.๕๗ ผมก็แปลกใจครับว่า ในเมื่อหนี้พอกขึ้นอีก ๒๕,๐๐๐ ใน ๑ เดือน ทำไม ต่อจีดีพี (GDP) มันจึงลดลงไป อันนี้ช่วยชี้แจงด้วยนะครับ🔗
อีกประการหนึ่งที่ขออภิปรายเพื่อเป็นเร็กคอร์ด (Record) ไว้ ก็คือว่า ในงบประมาณปี ๒๕๖๔ มีการกู้เงินถึง ๗๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งเป็นการกู้เงินที่มาจาก การที่งบประมาณแผ่นดินตั้งวงเงินไว้ แต่ว่าเมื่อมีรายได้ที่จัดเก็บได้ไม่เป็นไปตามเป้าหมายท่านก็ไปกู้เพิ่มอีกแสนกว่าล้าน ผมลอง คำนวณดูว่าหากยึดตาม พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณฉบับเก่ามีมาตรา ๙ ทวิ ที่กำหนดว่า รัฐบาลพึงหรือห้ามกู้เงินเกิน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของวงเงินรายจ่ายบวก ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ของเงินต้น ผมคำนวณแล้วปรากฏว่าตัวเลขหนี้ที่ท่านก่อขึ้นมาในช่วงปี ๒๕๖๔ มันจะเกิน ดัชนีตัวนี้ แน่นอนครับท่านก็จะอ้างว่าตอนนี้ดัชนีตัวนี้อาจจะไม่เป็นผลแล้ว เพราะว่า เราหันมาใช้ พ.ร.บ. วินัยการคลัง แล้วก็มี พ.ร.บ. หนี้สาธารณะฉบับใหม่ แต่สาระมันก็คือว่า หนี้ที่ท่านก่อ ๗๓๔,๐๐๐ ล้านมันเกินกว่าวงเงินที่เราเคยดำเนินการกันมาตลอดช่วง ๖๐ ปี เศษที่มีการใช้ พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณ โดยเฉพาะมาตรา ๙ ทวิ ที่ได้ยกเลิกไปจากการที่มี การตรา พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณฉบับใหม่ อันนี้ก็เป็นสาระที่อยากจะเน้นว่าปัญหาหนี้ ต้องอย่าดูดาย เพราะว่าการที่ท่านกู้เงินมากขึ้น มากขึ้น มันหมายถึงภาระดอกเบี้ย มันหมายถึงความลำบากที่จะเกิดขึ้นกับชนรุ่นต่อไปที่จะต้องชำระหนี้ในส่วนนี้ และส่วนงาน ต่าง ๆ ก็ไม่มีรายได้ ไม่มีรายจ่ายที่จะมาทำงาน เพราะว่าเอาไปใช้หนี้หมด🔗
อีกประการหนึ่งที่อยากจะขอกล่าวไว้เป็นรายงาน ก็คือนอกเหนือจากที่มีหนี้ ที่มีปรากฏอยู่ในนี้แล้ว จริง ๆ ยังมีหนี้อีกตัวหนึ่งที่มาจากมาตรา ๒๘ ใน พ.ร.บ. วินัยการคลัง คือรัฐบาลมอบหมายให้หน่วยงานต่าง ๆ เช่น ให้ประกันสังคม ให้ ธ.ก.ส. หรือโรงพยาบาล ต่าง ๆ ไปทำงาน แล้วก็ไม่ตั้งงบประมาณชดใช้ให้ อันนี้เป็นหนี้ที่เราต้องคำนึงถึงด้วย🔗
สุดท้ายครับท่านประธานที่ผมอยากจะขอให้ทางผู้ที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงก็คือ หนี้ต่างประเทศ ปีที่ผ่านมาเงินบาทมีการลดค่าลง ท่านช่วยชี้แจงครับว่าการที่ทำเอจจิง (Aging) หนี้เราได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์อย่างไรจากการที่เงินบาทลดค่าจาก ๓๑ บาท เศษ ๆ มาเป็น ๓๘ บาท ในช่วงปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ที่ผ่านไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านไป กู้เงินเอดีบี (ADB) ถึง ๑.๕ พันล้านเหรียญสหรัฐ🔗
แล้วอีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน ท่านทำการวิเคราะห์โครงการต่าง ๆ ที่มี การกู้เงิน ผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์มากกว่าถ้ารายงานฉบับนี้ท่านทำการวิเคราะห์ รัฐวิสาหกิจที่มีปัญหาเรื่องของความไม่สามารถในการชำระหนี้ แต่มาบีบให้กระทรวงการคลัง ต้องกู้เงินให้ โดยอ้างว่าขาดสภาพคล่อง อย่างเช่น ขสมก. หรือการรถไฟแห่งประเทศไทย แล้วก็หน่วยงานอีกหลายหน่วยงาน ท่านควรจะวิเคราะห์หน่วยงานเหล่านั้นมากกว่า วิเคราะห์โครงการ เราจะได้เห็นครับว่าปัญหาหนี้มันเป็นดินพอกหางหมู แล้วก็จำเป็น ที่รัฐบาลต้องหาทางแก้ไขโดยด่วน เพราะว่าหนี้อย่าง ขสมก. ก็เกินกว่า ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ไปแล้ว ก็ขอขอบพระคุณมากครับ🔗
ท่านสมาชิกท่านใด มีความประสงค์จะสอบถามเชิญนะครับ เชิญท่านชี้แจงเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ แล้วก็กราบเรียน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็ขอตอบข้อกังวลของท่านพิสิฐ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านพิสิฐ ที่มีความกังวลในตัวเลขที่ผ่านมาและเป็นห่วงว่าเราจะบริหารจัดการหนี้ได้ยากลำบากขึ้น อันนี้ก็ขอรับคำแนะนำที่ท่านตั้งข้อสังเกต🔗
ขออนุญาตไปที่คำถามข้อแรกที่ท่านถามถึงตัวเลขหนี้สาธารณะต่อจีดีพี (GDP) ในเดือนพฤศจิกายนว่าเป็น ๕๙.๕๘ ในขณะที่เดือนธันวาคมตัวเลขหนี้เพิ่มขึ้น แต่ตัวเลขหนี้ต่อจีดีพี (GDP) เหลือ ๕๙.๕๗ ก็ต้องเรียนท่านอย่างนี้ ก็คือในเดือนธันวาคมเอง ตัวเลขที่เป็นตัวหารคือตัวจีดีพี (GDP) ได้มีการปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น เพิ่มสูงกว่าจำนวนหนี้ ที่ก่อเพิ่มขึ้นในช่วงรอยต่อของธันวาคมมาพฤศจิกายน ก็เลยทำให้ตัวทศนิยมตัวที่ ๒ ปรับตัว ลดลงเล็กน้อยจาก ๕๙.๕๘ เป็น ๕๙.๕๗ อันนี้ก็เรียนเป็นข้อมูล🔗
สำหรับถัดมาที่ท่านกังวลว่าการกู้เงินจะเกินกรอบ โดยเฉพาะตาม พ.ร.บ. งบประมาณ มาตรา ๙ ทวิอันนี้ก็ต้องเรียนการกู้ตาม พ.ร.บ. หนี้ เรากู้ตาม พ.ร.บ. หนี้ มาตรา ๒๐ แล้วก็มาตรา ๒๑ โดยเฉพาะเรื่องกู้ขาดดุลหรือรายจ่ายสูงกว่ารายได้ มาตรา ๒๑ ตัวที่เป็นรายละเอียดของการกำหนดเพดาน จริง ๆ แล้วได้ดำเนินการตาม พ.ร.บ. มาตรา ๙ ทวิ ของ พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่าย โดยใช้กรอบเดียวกันเลย คือร้อยละ ๘๐ ของงบประมาณรายจ่าย ประจำปี บวกร้อยละ ๒๐ ของงบประมาณรายจ่าย เพื่อชำระคืนต้นเงิน เพราะฉะนั้นกรอบที่ใช้ ก็จะใช้กรอบเดียวกันกับ พ.ร.บ. งบประมาณ มาตรา ๙ ทวิ เช่นเดียวกัน ซึ่งก็เป็น การดำเนินการตามกรอบ🔗
ถัดมาในส่วนของการกู้สำหรับหนี้ที่เป็น ควอไซ (Quasi) ที่เป็น พ.ร.บ. วินัย ตามมาตรา ๒๘ ซึ่งอันนี้เราก็ได้มีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอด ซึ่งตรงนี้หนี้ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่จะเป็นหนี้ที่ผ่านการดำเนินนโยบายของรัฐบาลผ่านเอสเอฟไอ (SFIs) ซึ่งทาง สปน. ก็ได้ประสานงานกับทางสำนักงานเศรษฐกิจการคลังในการมอนิเตอร์ (Monitor) แล้วก็บริหารตัวหนี้ที่เป็นไปตามมาตรา ๒๘ ของตัว พ.ร.บ. วินัย🔗
สำหรับเงินกู้เอดีบี (ADB) ที่ผ่านมาก็ต้องเรียนว่าเรามีการกู้เอดีบี (ADB) มา เพื่อรองรับโควิด (COVID) ตามที่ท่านพิสิฐเรียนไว้ แล้วเราก็ได้ดำเนินการทำเพจจิง (Paging) แน่นอนครับ ตอนนี้ตัวค่าเงินเปลี่ยนไป แต่ในแง่การบริหาร เราก็ถือว่าเป็นการล็อกอิน (Login) ความเสี่ยง นั่นเท่ากับว่ามันก็ต้องมี ๒ ด้าน คือถ้าเกิดมันเฟเวอร์ (Favor) เราก็ถือว่าตรงนี้ก็เฮดดิง (Heading) โอเค (OK) ไป ถ้ามันไม่เฟเวอร์ (Favor) ก็เท่ากับ เราล็อกในส่วนที่จะไม่เกิดความเสียหายต่อพอร์ต (Port) หนี้ของรัฐบาล ก็ถือเป็นการซื้อ ความเสี่ยง หรือเป็นการประกันความเสี่ยงไปในตัว🔗
สำหรับข้อแนะนำอันหลังสุดในการวิเคราะห์โครงการของรัฐวิสาหกิจ ที่ไม่มี ความสามารถในการชำระหนี้ จนทำให้ต้องไปกู้สภาพคล่อง อันนี้เรียนเบื้องต้นก่อนว่า ตามมาตรา ๑๗ เผอิญเนื้อหามันเป็นการวิเคราะห์ตัวโครงการ เป็นโครงการลงทุน สำหรับ เรื่องสภาพคล่อง ก็ขอรับไปพิจารณาว่าจะสามารถดำเนินการวิเคราะห์ในส่วนของ รัฐวิสาหกิจที่ไม่มีความสามารถในการชำระหนี้จนก่อให้เกิดตัวเองมีปัญหาสภาพคล่อง ควรจะมีส่วนหนึ่ง เพื่อที่จะไปเป็นเหมือนซัคเจสต์ (Suggest) ในตัวเพเพอร์ (Paper) หรือเปล่า นี่ขอรับไปพิจารณาและรับไปปรึกษา อันนี้เรียนเป็นเบื้องต้นครับ ขอบคุณครับ🔗
ดอกเตอร์พิสิฐครับ เชิญครับ🔗
ต้องขออภัยท่านประธานครับ เพื่อความชัดเจน ผมก็แปลกใจครับ ที่ทางสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะได้ตอบอย่างนี้🔗
ประการที่ ๑ ผมไม่ทราบว่าประเทศไทยมีการทำตัวเลขจีดีพี (GDP) เป็นรายเดือน พอถึงเดือนพฤศจิกายนก็ตัวหนึ่ง ธันวาคมก็ตัวหนึ่งหรือครับ อันนี้ผมยังไม่ค่อย แน่ใจว่าที่ท่านตอบมานี่เป็นเพราะสภาพัฒน์ปรับตัวเลข หรือว่าเป็นเพราะว่าเรามีตัวเลขจีดีพี (GDP) เป็นรายเดือน จริง ๆ แล้วนี่สถานการณ์โควิด (COVID) มันน่าจะทำให้ตัวเลขจีดีพี (GDP) เรานี่ต้องปรับลดลงไปมากกว่าที่จะปรับขึ้น อันนี้สวนทางกับความรู้สึกในระยะที่ผ่านมาว่า จีดีพี (GDP) เราแนวโน้มดีขึ้น หรือลดลง นั่นประการหนึ่ง🔗
ประการที่ ๒ ที่ท่านอ้างว่าการกู้เงิน หากยึดตามมาตรา ๙ ทวิ ของ พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณแต่เดิมนี่ท่านจะอยู่ในกรอบนี่ ผมต้องคำนวณคร่าว ๆ ดูแล้ว ท่านกู้ในปี ๒๕๖๔ ๗๓๔,๐๐๐ ล้านบาท แต่เมื่อผมเอาตัวเลขที่เป็นวงเงินงบประมาณ รายจ่ายของปี ๒๕๖๔ มาคำนวณตามสูตรที่ว่านี้ คือ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ของวงเงินแล้วก็บวก ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของเงินต้น ออกมาน่าจะตัวเลข ๗๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ต ่ากว่าที่วงเงิน ที่ท่านกู้จริง ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท พูดง่าย ๆ ก็คือว่าท่านกู้เกินวงเงินที่เขาอนุญาตไว้ใน มาตรา ๙ ทวิ ของ พ.ร.บ. วิธีการงบประมาณฉบับเดิม ประเด็นคงไม่ได้อยู่ที่ว่าท่านทำผิด ไม่ถูกกฎหมายหรือเปล่า เพราะว่ากฎหมายเปลี่ยนไปแล้ว แต่ประเด็นคือสาระครับว่า หลักการที่ระบบการคลังบ้านเรา ท่านทำผิดระเบียบ ไม่ถูกกฎหมายหรือเปล่า เพราะว่ากฎหมายเปลี่ยนไปแล้ว แต่ประเด็นคือ สาระครับว่าหลักการที่ระบบการคลังบ้านเรามีความน่าเชื่อถือและยึดถือมาตลอดนี้ ก็คือ เราอยู่กรอบของมาตรา ๙ ทวิ มาโดยตลอด แต่วันดีคืนดีท่านดำเนินการที่ไม่สอดคล้อง กับหลักอันนี้ ที่น่าห่วงก็คือถ้าตรงนี้ท่านยังยืนยันว่าท่านอยู่ในกรอบ ผมก็ไม่แน่ใจว่า การสำรวจตัวเลขนี้มันถูกต้องหรือเปล่า ก็ขออนุญาตที่จะตั้งข้อสังเกตไว้ครับ ขอบพระคุณ มากครับ🔗
ครับ ก็ตั้งข้อสังเกตไว้นะครับ ท่านสมาชิกไม่มีสอบถามอะไรเพิ่มเติมก็ถือว่าเรา เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ผมขออนุญาตสอบถามสัก ๑ คำถาม🔗
ได้ครับ เชิญครับ🔗
อยากจะเรียนถาม คือดู ในบัญชี คือสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะได้ชำระหนี้ในปี ๒๕๖๔ นี้ หนี้ ๔๓๐,๘๔๘ ล้านบาทเศษ แต่พอมาดูการชำระหนี้ ปรากฏว่าที่แผนการชำระหนี้ พอชำระหนี้จริงก็คือ ๓๐๑,๕๕๑ แต่พอมาดูในจำนวนก้อนนี้ กลับเป็นการชำระดอกเบี้ยมากกว่าเงินต้น คือ ๓๐๑,๐๐๐ เป็นค่าเงินต้น ๑๑๔,๐๐๐ เศษนี้ แต่เป็นค่าดอกเบี้ย ๑๘๗,๐๐๐ เศษ ก็คือมีดอกเบี้ยมากกว่า เงินต้นเวลาเราชำระ อยากจะเรียนถามว่าดอกเบี้ยนี้เฉลี่ยในกรณีการกู้เงินในส่วนของรัฐบาลนี้ ประมาณเท่าไร และ🔗
ประการที่ ๒ ถ้าการกู้ของรัฐวิสาหกิจดอกเบี้ยเฉลี่ยเท่าไร สิ่งที่น่าเป็นห่วง ก็คือว่า ปรากฏว่าเงินกู้ที่กู้มานี้มันมีดอกเบี้ย แล้วพอไปจัดทำงบประมาณ หน่วยงานเอาเงินกู้ ไปใช้ พอสิ้นปี ๒๕๖๔ นี้ไม่ใช้ตามวงเงิน ตามแผน โดยเฉพาะงบลงทุนนี้ ลงทุนไปเพียง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ แสดงว่าเงินที่เหลืออยู่นี้มันเป็นการเสียโอกาส คือเงินกู้แล้วไม่ได้ใช้ ดอกเบี้ย ยังวิ่ง นอกจากไม่ได้เกิดการสร้างจีดีพี (GDP) แล้ว ยังเป็นการผลักภาระให้ประชาชน ต้องจ่ายดอกเบี้ยมากขึ้น อันนี้ผมฝากข้อสังเกต คำถามก็อยากได้คำตอบว่าอัตราดอกเบี้ยนี้ เท่าไรครับ🔗
ครับ ประเด็นอะไรที่ตอบได้ เชิญนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่าน สมาชิกที่เคารพ สำหรับประเด็นของท่านทวี สอดส่อง ในเกี่ยวกับเรื่องการชำระหนี้ก่อน ที่แบ่งเป็นชำระดอกเบี้ย แล้วก็เงินต้น ก็ต้องเรียนว่าการชำระดอกเบี้ย ดอกเบี้ยมันเหมือน เป็นคอมมิตเมนต์ (Commitment) ที่เราต้องจ่าย เป็นสภาวะบังคับที่เราต้องจ่ายกับเจ้าหนี้ อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นจะเป็นการตั้งจากภาระที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละ ปีงบประมาณ เพราะฉะนั้นในแต่ละปีนี้ ก็จะพบว่ามูลหนี้ที่ก่อให้เกิดดอกเบี้ยของทางรัฐบาล เป็นจำนวนเท่าไร ของรัฐวิสาหกิจเป็นจำนวนเท่าไร ก็มีความจำเป็นที่จะต้องตั้งดอกเบี้ย ตามนั้น สำหรับส่วนที่เป็นเงินต้นนี้ ก็ต้องยอมรับว่าทั้งดอกเบี้ยและเงินต้น มันไปอยู่ในตัว งบประมาณรายจ่ายประจำปี ซึ่งเป็นส่วนที่เป็นตัวงบประจำ ก็จะต้องมีส่วนหนึ่งที่มันก็ต้อง ดูถึงการขยายตัวของการลงทุนด้วย เพราะฉะนั้นภาระหนักก็จะไปอยู่ที่ตรงเงินต้น ซึ่งไม่สามารถตั้งงบชำระเงินต้นได้ครบ แต่อย่างไรก็ดี ตัว พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังเอง ก็ได้กำหนดไว้ว่าอย่างน้อยต้องมีการชำระเงินต้น ตามประกาศของคณะกรรมการ ปีหนึ่ง ไม่ต ่ากว่า ๒.๕-๔ ซึ่งปี ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา สัดส่วนของการชำระคืนต้นเงิน เมื่อเทียบกับหนี้ ที่ครบกำหนด ก็จะอยู่ประมาณร้อยละ ๓ นั่นก็แปลว่าอีก ๙๗ เปอร์เซ็นต์ที่เหลือ ก็จะต้องมี การปรับโครงสร้างหนี้ออกไป สำหรับในส่วนของตรงนี้ มันจะเป็นส่วนที่แยกออกมาจาก งบลงทุนของตัวรัฐวิสาหกิจนั้น ๆ อยู่แล้ว ในส่วนของรัฐวิสาหกิจเองก็จะมีทั้งการกู้เอง แล้วก็ กู้โดยผ่านกระทรวงการคลัง ซึ่งไม่ว่ากู้เองหรือกู้โดยผ่านกระทรวงการคลัง สิ่งที่เรามี ความกังวลแน่ ๆ แล้วก็ได้ดำเนินการเป็นประจำสม ่าเสมอก็คือทุกครั้งที่จะมีการกู้ การกู้จะต้องเป็นไปตามความก้าวหน้าของตัวโครงการ ก็เข้าใจถึงประเด็นข้อกังวลของท่านทวี ว่าจะมีการกู้มาก่อนไหม หรือกู้มาแล้วไม่ได้ไปลงทุนในโครงการซึ่งไม่ก่อให้เกิดผลผลิต หรือก่อให้เกิดประสิทธิภาพต่อระบบเศรษฐกิจ ซึ่งอันนี้ในปัจจุบันการดำเนินการลักษณะ แบบนี้การกู้ก็จะเป็นไปตามความคืบหน้าของตัวโครงการอยู่แล้ว ก็เรียนเบื้องต้น ตามข้อสังเกตของท่านทวีครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ🔗
ท่านประธานครับ นิดเดียวครับ🔗
เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ผมอยากจะขอส่งเป็นเอกสารก็ได้ครับ คือ ประการที่ ๑ เงินกู้ที่รัฐกู้คิดอัตราดอกเบี้ย ประมาณเท่าไร ประเด็นที่ ๒ คือ เงินกู้ที่รัฐวิสาหกิจกู้มีอัตราดอกเบี้ยเท่าไร แล้วประการที่ ๓ คือเราพบว่าท่านปรับโครงสร้างหนี้ค่อนข้างเยอะ ในการปรับโครงสร้างหนี้แต่ละครั้งต้องเสีย อัตราดอกเบี้ย หรือต้องมีค่าใช้จ่ายเท่าไร ให้ตอบเป็นเอกสารก็ได้ครับ🔗
ท่านถาวรรับไปได้นะครับ อย่าลืมส่งมานะครับ สมาชิกยังมีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ🔗
ถ้าไม่มีเราก็รับทราบ รายงานผลการดำเนินการตามมาตรา ๑๗ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ และที่แก้ไขเพิ่มเติม ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๔ แล้วครับ ขอบคุณคณะ ทุกท่านครับ ขอบคุณนะครับ🔗
สมาชิกที่เคารพครับ เราได้นัดหมายเจ้าของหน่วยงานมาเพียงเท่านี้วันนี้ ยังเหลือเรื่องที่อยากจะเรียนให้พวกเราทราบว่าผลจากการที่เราได้พยายามทำงานกันมา จนถึงวันนี้เรื่องเพื่อทราบซึ่งเดิมมีอยู่ประมาณเกือบ ๒๐ เรื่อง วันนี้ก็เหลืออยู่ประมาณสัก ๕-๖ เรื่อง ผมคิดว่าประชุมอีกสักครั้งหนึ่งอาจจะจบได้ แต่ว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นเรื่องผลงาน ของกรรมาธิการซึ่งมีอยู่ ๑๘ เรื่อง ความจริงแล้วเรื่องของกรรมาธิการนั้นเป็นผลงาน ของพวกเรา ใครที่เป็นกรรมาธิการแต่ละชุดนั้นท่านทำงานเหนื่อยมา บางเรื่องก็ทำเป็นปี อภิปรายกันมายาว แต่ว่าจบแล้วเรื่องออกมาค้างเติ่งอยู่ตรงนี้มันก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรจะเป็น อย่างนี้ ก็เลยถึงพยายามว่าเรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วพวกเราควรจะได้พิจารณา ถ้าเห็นว่าเห็นด้วยให้ความเห็นชอบก็จบ แต่ว่าต้องให้ความเห็นชอบ ไม่สามารถที่จะรับทราบ อย่างนี้ได้ องค์ประชุมก็เลยจำเป็นก็เลยขอพวกเราทุกฝ่าย พรุ่งนี้ครับมาดูว่าเราจะได้สัก กี่เรื่อง มันมีอยู่ประมาณ ๑๘ เรื่อง แต่แนะนำว่าใครที่เป็นกรรมาธิการชุดอะไรกรุณาไปดูว่า เรามีอยู่กี่คน ใครเป็นประธานกรรมาธิการและเตรียมตัวมาเพื่อจะได้นำเสนอ แล้วในการ นำเสนอนั้นผมเรียนว่าโดยทั่วไปแล้วกรรมาธิการแต่ละชุดจะอภิปรายกันมาตอนก่อนรับ หลักการยาวเหยียด เพราะฉะนั้นตอนเพื่อทราบก็เพียงแต่ว่าเพื่อว่าเราจะเห็นชอบที่เขา ทำงานมาหรือไม่ เราสามารถจะผ่านไปได้ เพราะมีรายงานของกรรมาธิการจะทยอยมา เรื่อย ๆ ครับ ที่เราขยายไปว่า ขอต่ออีก ๓๐ วัน ๖๐ วัน ๙๐ วันนั้น บัดนี้ก็ทยอยมาเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้น ๑๘ เรื่องที่ค้างอยู่นั้นถ้าไม่จบมันก็จะเพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ ไปตามเวลา ส่วนเรื่อง เพื่อทราบถ้าไม่จบพอสมัยประชุมใหม่หน่วยงานต่าง ๆ ก็จะส่งมาใหม่ครับ อันนี้ก็จึงจำเป็น จะต้องสะสางแต่ละเรื่องให้หมดภายในวาระเวลาที่ควรจะเป็น บังเอิญว่าเราหยุดจากโควิด-๑๙ (COVID-19) เสีย ๒ สัปดาห์ เราหยุดเพื่อให้พวกเราได้ปีใหม่เสีย ๑ สัปดาห์ก็เลยทำให้เรา ขาดช่วงเวลานั้นไป ๓ สัปดาห์ แต่เราก็ชดเชยมาได้พอสมควรถึงจะไม่ครบทั้งหมด ผมต้อง ขอขอบพระคุณเพื่อน ๆ สมาชิกทุกคน วันนี้ก็สมควรเวลาแล้วครับ ขอปิดประชุมครับ🔗