unknown · · 507 lines

(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๙.๓๑ นาฬิกา)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ตามข้อบังคับ ก็ต้องเปิดการปรึกษาหารือก่อนที่จะเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมมีรายชื่อทั้ง ๓๐ ท่าน ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ๑๕ พรรคร่วมรัฐบาล ๑๕ โดยอนุญาตให้ท่านปรึกษาหารือได้ ท่านละ ๒ นาที พยายามควบคุมเวลาด้วย ขอเชิญท่านแรกท่านประกอบ รัตนพันธ์ ของพรรคประชาธิปัตย์ เชิญครับ🔗

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมขอความเมตตาท่านประธานเพื่อปรึกษาหารือให้ท่านประธาน ส่งเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๒ เรื่องด้วยกัน🔗

เรื่องแรก ขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้จัดสรรงบประมาณ เพื่อที่จะปรับปรุงถนนเส้นสายใหญ่น ้าตกโยง ซึ่งเป็นถนนที่พี่น้องประชาชน นักท่องเที่ยว ใช้กันเยอะมากครับ แต่ว่าจราจรแออัดแล้วก็ไม่มีความปลอดภัย เพื่อที่จะให้ทางกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นได้จัดสรรงบประมาณไปให้เทศบาลตำบลถ ้าใหญ่ในการขยายถนน จาก ๖ เมตร เป็น ๘ เมตร แล้วก็ก่อสร้างระบบไฟแสงสว่าง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับ ผู้ใช้ถนน นักท่องเที่ยว ท่านประธานครับ งบประมาณประมาณ ๕๐ ล้านบาท ขณะนี้ เทศบาลตำบลถ ้าใหญ่ได้ออกแบบเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ว่าขาดงบประมาณ เพราะฉะนั้นขอความอนุเคราะห์จากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้อนุมัติด้วย🔗

เรื่องที่ ๒ ได้รับคำร้องเรียนจากพี่น้องบ้านน ้านิ่ง หมู่ที่ ๕ ตำบลบ้านลำนาว อำเภอบางขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช ว่ามีครอบครัวของหมู่บ้านน ้านิ่ง หมู่ที่ ๕ ขาดแคลน น ้าดื่มน ้าใช้ น ้าสำหรับบริโภคอุปโภคประมาณ ๔๐ ครัวเรือน หมู่บ้านมีบ้านเรือนทั้งหมด ๑๕๐ ครัวเรือน ๑๐๐ ครัวเรือน ได้ใช้น ้าจากฝายบ้านลำเพ็ง แต่ว่าอีกประมาณ ๔๐ ครัวเรือนนั้นไม่ได้ใช้น ้าเลยครับ ขณะนี้มีปัญหามาก ระบบประปาได้เดินไปถึงหมด ทุกบ้านแล้ว เพียงแต่ว่าน ้าไปไม่ถึง เพราะฉะนั้นก็ขอความอนุเคราะห์กรมทรัพยากร น ้าบาดาลได้กรุณาช่วยสำรวจและขุดเจาะบ่อบาดาล เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก้ปัญหา เรื่องน ้ากินน ้าใช้ให้กับพี่น้องด้วยครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านมานะ โลหะวณิชย์ เชิญครับ🔗

นายมานะ โลหะวณิชย์ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายมานะ โลหะวณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมก็ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานทั้ง ๓ เรื่อง🔗

เรื่องแรก พี่น้องประชาชนชาวอำเภอหนองบัวแดง ชัยภูมิ ได้รับเรื่อง ร้องเรียนเกี่ยวกับการสัญจรไปมาในถนนทางหลวง ๒๑๕๙ ซึ่งสภาพถนนไม่มีไหล่ทางทั้งสองข้าง ส่วนใหญ่ จำนวนรถที่สัญจรไปมาไม่น้อยกว่า ๓,๐๐๐ คันต่อวัน และประกอบกับในช่วง ฤดูฝน ช่วงกิโลเมตรที่ ๒๗+๔๐๐ ถึงกิโลเมตรที่ ๒๗+๘๐๐ ก็มีการทรุดของตัวถนน เกือบครึ่งเลน ก็ทำให้การสัญจรไปมาก็ค่อนข้างที่จะลำบากและในช่วงค ่าคืนก็ไม่มีสัญญาณ ไฟที่จะบ่งบอกว่ามีผิวการจราจรที่ชำรุดในช่วงนั้น จึงขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่รับผิดชอบได้เร่งดำเนินการแก้ไข🔗

เรื่องที่ ๒ อยากทราบความคืบหน้าเกี่ยวกับวิทยาลัยการอาชีพของ อำเภอหนองบัวแดง ซึ่งเป็นความหวังของพี่น้องชาวอำเภอหนองบัวแดงที่อยากจะให้ บุตรหลานเข้ามาเรียนวิชาชีพในพื้นที่ของตนเอง🔗

สุดท้ายครับ เกี่ยวกับเรื่องเอกสารสิทธิที่ทำกิน ซึ่งชัยภูมิก็ถือว่าเป็นหนึ่ง ในจังหวัดที่กรมที่ดินได้ดำเนินการเกี่ยวกับการสำรวจออกเอกสารสิทธิ พี่น้องชาวเทศบาล ตำบลหนองบัวแดง และเทศบาลหลวงศิริก็ได้ทำเรื่องขอให้ ส.ป.ก. ได้ยกเลิก ส.ป.ก. เพื่อได้ ออกเอกสารสิทธิให้กับพี่น้องประชาชนของเทศบาลหนองบัวแดงและเทศบาลหลวงศิริครับ ขอกราบขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านจุลพันธ์ โนนศรีชัย🔗

นายจุลพันธ์ โนนศรีชัย แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม จุลพันธ์ โนนศรีชัย จากพรรคชาติไทยพัฒนา แบบบัญชีรายชื่อ สืบเนื่องเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ผมได้ปรึกษาท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องสภาล่ม แล้วผมก็ยังไม่ได้รับคำตอบ และหลังจากนั้น ก็มีการล่มตลอดอีก ๒-๓ ครั้ง ซึ่งจริง ๆ แล้ว ส.ส. เราในสภาแห่งนี้ควรต้องรับผิดชอบทุกคน มันไม่ต้องเกี่ยงว่าเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล เพราะฉะนั้นทุกคนต้องมีส่วนร่วมในการ รับผิดชอบ จะให้ประชาชนเราประณามเราอยู่ตลอดเวลาอย่างนี้ไม่ได้ คืออย่างน้อยเวลาคุณ สมัครงานเขายังเขียนบอกว่า คุณสามารถทำงานได้เต็มเวลาหรือไม่ เพราะฉะนั้นมันเป็น หน้าที่ของ ส.ส. ถ้าอยู่ในสภาเมื่อไรคุณต้องเสียบบัตร และอีกอย่างหนึ่งการประชุม กรรมาธิการ ส.ส. ทุกคนมีกรรมาธิการและในระหว่างเรียกประชุมนี่🔗

๑. จะไม่ได้ยินเสียงออดเลย เพราะฉะนั้นผมก็เคยขอว่าควรจะติดออดในห้อง กรรมาธิการทุกห้องและจับเวลาให้เป็นเวลามาตรฐานสำหรับการเดินของ ส.ส. จากห้อง ที่ไกลสุดของกรรมาธิการ เช่น ๑๐ นาทีนี้เราก็พูดไปเลย ๑๐ นาที เพราะฉะนั้นจะไม่มีใครว่า ประธานว่าท่านถ่วงเวลาหรือไม่เป็นกลาง🔗

๒. ในเรื่องการประชุมพรรคซึ่งบางครั้งมีบางพรรคประชุมนอกสภา ในเวลา ที่มีการประชุมสภา ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่ามันน่าจะเป็นความผิด เพราะฉะนั้นควรแก้ระเบียบ ตรงนี้ด้วย🔗

๓. ก็คือ ส.ส. ที่อยู่ในสภาแล้วแต่ไม่แสดงตน เราก็เห็นยืนโทนโท่อยู่ แต่ไม่แสดงตน ความหมายคืออะไรครับ คือไม่ทำงาน เพราะฉะนั้นคุณจะรับเงินเดือน ไปทำไมครับ ผมไม่เข้าใจครับ ขอขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เรื่อง องค์ประชุมสภาซึ่งเกี่ยวข้องกับผมและท่านประธานโดยตรง มันไม่ใช่อำนาจหน้าที่ ของผู้ทำหน้าที่ประธาน มันอยู่ที่ความรับผิดชอบของท่านแต่ละคน ซึ่งที่ผ่านมาการประชุม หรือการลงชื่อ หรือการเช็กองค์ประชุม การเข้ามาแสดงตน ถ้าท่านสมาชิกไม่ได้ทำผิด ข้อบังคับ ไม่ได้ทำผิดอะไร ประธานไม่มีอำนาจหรอกครับ อยู่ที่พวกท่านเอง ตราบใดที่ท่าน สมาชิกไม่ได้ทำผิดข้อบังคับ ผมก็ไม่ได้มีอำนาจอะไรจะไปบังคับ🔗

ส่วนเรื่องการประชุมที่ท่านเสนอแนะมาว่า เวลามีประชุมพรรคนอกสถานที่บ้าง มีการประชุมกรรมาธิการบ้าง ซึ่งตรงนี้ทุกครั้งมันต้องอยู่ที่แต่ละพรรคการเมืองที่มีกรรมการ ประสานงาน ท่านสังเกตไหมครับ ผมเองเวลาใกล้จะลงมติประมาณสักครึ่งชั่วโมง ผมก็จะเตือนให้ท่านกรรมการประสานงานช่วยตามสมาชิกของพรรคที่ตนเองรับผิดชอบอยู่ แจ้งให้ทราบก่อน ๑๕ นาทีถึงครึ่งชั่วโมงด้วยซ ้าไป เพราะฉะนั้นตรงนี้มันก็อยู่ที่ พวกท่านล่ะครับ มันไม่ได้อยู่ที่ประธานแล้ว ส่วนเรื่องการติดออด การอะไรต่อมิอะไร งบเราก็ถูกตัดไปเยอะ ก็จะให้ทางฝ่ายเลขาธิการได้พิจารณาดูว่าจะทำอย่างไร ที่จะช่วยมี สัญญาณเตือนให้ท่านก่อนการลงมติ เชิญท่านต่อไปครับ ท่านพรเพ็ญ จากชัยภูมิครับ🔗

นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานด้วยเรื่องงบประมาณการศึกษา โรงเรียนพระปริยัติธรรม จากการรายงานของกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางด้านการศึกษา ๑/๒๕๖๔ มีเด็กยากจน แล้วก็ยากจนพิเศษรวมประมาณ ๑.๙ ล้าน ซึ่งถือว่าเป็นสัดส่วน ที่สูงมาก เทียบกับเด็กทั้งหมดในช่วงวัยเรียน การศึกษาภาคบังคับ ดังนั้นการได้บวชเรียน ในโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา จึงถือว่าเป็นโอกาสทางการศึกษา อีกทั้ง ยังเป็นแหล่งกล่อมเกลาจิตใจ ฝึกฝนอาชีพและความรู้ ความสามารถ จนกระทั่งสามเณร หลายรูปได้ดิบได้ดีทั้งทางโลกและทางธรรม ในขณะนี้มีโรงเรียนพระปริยัติธรรม สามัญศึกษา อยู่ถึง ๔๐๘ แห่ง มีนักเรียน ๓๔,๖๓๔ รูป ท่านคะ สามเณร ๙๘ เปอร์เซ็นต์ เป็นเด็กยากจน ด้อยโอกาส ส่วนใหญ่ผู้ปกครองไม่มีปัจจัยที่จะส่งลูกหลานมาเรียน และนับเป็นส่วนน้อย ที่ตั้งใจมาบวชเรียนเอง เรามีพระราชบัญญัติการศึกษาพระปริยัติธรรม พ.ศ. ๒๕๖๒ เกือบ ๓ ปีแล้วค่ะ แต่การดำเนินการจัดสรรงบประมาณของรัฐ เพื่อใช้ในการศึกษายังไม่มี ความคืบหน้า โดยเฉพาะเงินเดือนครูผู้สอนและผู้สนับสนุนการศึกษา ขอให้สำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติเร่งรัดการออกระเบียบ ข้อบังคับ หรือประกาศต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับ การศึกษาพระปริยัติธรรม เพื่อรองรับการจัดการการศึกษาโดยเร่งด่วนนะคะ โปรดเห็นใจด้วย ขอบคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านสัณหพจน์ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง นครศรีธรรมราช

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สัณหพจน์ สุขศรีเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราชแบบแบ่งเขต อำเภอปากพนัง หัวไทร เชียรใหญ่ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมขออนุญาตหารือท่านประธาน ในเรื่องของการกัดเซาะชายฝั่งของพื้นที่และ การแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งตั้งแต่อำเภอหัวไทรจนถึงอำเภอปากพนัง ณ วันนี้ อำเภอหัวไทรมีพื้นที่ติดชายฝั่งทะเล ๒๕ กิโลเมตร เป็นพื้นที่ที่โดนกัดเซาะชายฝั่งไปแล้ว ๑๘ กิโลเมตร แก้ไขปัญหาไปแล้ว ๙ กิโลเมตร ยังเหลืออีก ๙ กิโลเมตร ซึ่งวันที่ ๒๒ ตามภาพ ผมได้เชิญรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ดู เจ้าท่า ไปตรวจสอบความเป็นจริง ณ วันนั้นครับ หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๖ หมู่ที่ ๙ ของตำบลหน้าสตน ตำบลเกาะเพชร อำเภอหัวไทร และตำบลแหลมตะลุมพุก อำเภอปากพนัง ไปดูพื้นที่จริง กับการกัดเซาะชายฝั่งที่กินพื้นที่เข้ามาปีหนึ่งเกือบ ๑๐ เมตร ทำให้บ้านเรือนพี่น้องประชาชน ชายฝั่งได้รับความเดือดร้อน ผลไม้อย่างมะพร้าว ชายฝั่งก็พังมาตามภาพ จึงมีการจัดสรร งบประมาณจากกรมเจ้าท่า โดยท่านรัฐมนตรีให้ที่ตำบลหน้าสตนไป ๓๕๐ ล้านบาท ตำบลเกาะเพชร ไป ๒๐๐ ล้านบาท แต่ ณ วันนี้กรมทรัพยากรทางทะเล โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กำลังจะดึงเพื่อจะไปใช้ไม้ไผ่ปักแทน ซึ่งในพื้นที่ดังกล่าวจากตารางที่เราได้เห็นเปรียบเทียบมา ในพื้นที่จากอำเภอหัวไทรจนถึงปากพนัง ไม่มีเลยครับที่จะปักไม้ไผ่ได้เพราะเป็นพื้นที่ทราย เพราะฉะนั้นต้องดำเนินการต่อด้วยหินกันคลื่นตรงนี้ เพราะฉะนั้นงบประมาณตรงนี้อยากให้ ประชุมร่วมกันระหว่าง ๒ กระทรวง เพื่ออนุมัติแบบตามงบประมาณที่ได้จัดสรรไว้ และให้มี ระบบแสงสว่างเสริมไปด้วยหลังจากมีการตั้งคันหินเสร็จ เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ตั้งแต่หัวไทรจนถึงปากพนังครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านณัฐชาครับ🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล จากชาวบางขุนเทียน ขออนุญาตหารือกับท่านประธาน ทั้งหมด ๔ เรื่องด้วยกันครับ เรื่องแรกขอฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์นำภาพขึ้นด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

นี่คือภาพความทุกข์ร้อน ของพี่น้องประชาชน ในการเคหะเอื้ออาทร ๓ ซึ่งเป็นโครงการภายใต้การดูแลของ การเคหะแห่งชาติ นี่คือความเสี่ยงที่พี่น้องประชาชนต้องทนทุกข์อยู่ในโครงการ รวมราว ๆ กว่า ๓๐๐ โครงการ ตอนนี้อยากจะให้การเคหะแห่งชาติตอบให้ชัดครับว่า จะไปซ่อมให้เขา เมื่อไร แล้วผู้ที่อยู่อาศัยโครงการนี้จะต้องเผชิญกับความเสี่ยงนี้อีกนานแค่ไหน ท่านประธานครับ เดิน ๆ ไปท้องพื้นที่เป็นปูนเป็นก้อน ๆ หล่นลง ตอนนี้โชคดีครับที่ยังไม่หล่นลงโดนหัว และเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง แต่ตอนนี้เสี่ยงภัยมากครับ ขอให้การเคหะแห่งชาติ กระทรวง พม. เข้าไปเร่งรัดครับ ไม่ต้องมอบหมายผ่านผู้ช่วยรัฐมนตรี รัฐมนตรีลงไปเลยครับ อนุมัติ งบประมาณ แล้วก็ตอบให้ชัดว่ามาตรฐานการก่อสร้างอย่างไร และขอให้ตรวจสอบใหม่ ทั้งโครงการว่าจ้างงานไปได้อย่างไร ใช้งานไปไม่เท่าไรเดินไปพี่น้องประชาชนต้องเสี่ยงภัย กับการที่จะต้องหลบหิน ปูน ทราย🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องเขื่อนคลองสนามชัยของบางกระดี่ หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๘ หมู่ที่ ๙ ขอให้กรุงเทพมหานครได้อนุมัติการสร้างเพื่อให้บรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เวลาน ้าขึ้น🔗

เรื่องที่ ๓ สะพานลอยบริเวณถนนสะแกงาม ซึ่งเป็นแหล่งชุมชน แล้วก็ ถนนบางขุนเทียนชายทะเล บริเวณหน้าสวนสาธารณะแห่งใหม่ เพราะพี่น้องประชาชนไปใช้ สวนสาธารณะแล้ว แต่ถนนมีรถวิ่งสวนไปสวนมาที่ทำความเร็วครับ ตรงนั้นลงสะพานพอดี อยากให้กรุงเทพมหานครทำสะพานลอยข้ามให้กับพี่น้องประชาชนที่มาใช้สวนสาธารณะ🔗

เรื่องสุดท้ายครับท่านประธาน เรื่องนี้พูดกันในหลาย ๆ ภาคส่วน โครงการ ผอ. เขตเดินดิน ที่เป็นโครงการของผู้ว่าอัศวิน ขวัญเมือง ที่เป็นการหาเสียงล่วงหน้าอยู่ อย่างชัดเจน ตอนนี้เดือดร้อนไปหมดทั้งพี่น้องประชาชนและเจ้าหน้าที่เขตมองผิวเผินอาจจะ ได้ประโยชน์ แต่ว่าวันนี้ทั้งงบประมาณ แล้วก็ทั้งกำลังพลที่ใช้เกินอำนาจขอบเขต เพื่อหาเสียงล่วงหน้าครับท่านประธาน ฝากจัดการเรื่องนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ครับ🔗

นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ระนอง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระนอง พรรคภูมิใจไทย ก่อนที่ผมจะขอหารือ กระผมขอกราบขอบพระคุณท่านประธานสภา ท่านชวน หลีกภัย และท่านรองประธานสภาทั้ง ๒ ท่าน ท่านสุชาติ ตันเจริญ ท่านศุภชัย โพธิ์สุ รวมถึง ท่านเพื่อน ๆ สมาชิกผู้ทรงเกียรติทุก ๆ ท่านที่เป็นห่วงและให้กำลังใจพวกผม คือตอนนี้กระผมและเพื่อน ๆ สมาชิกของพรรคภูมิใจไทยที่ติดเชื้อโควิด (COVID) วันนี้ ได้กลับมาปฏิบัติหน้าที่เรียบร้อยแล้วนะครับ ต้องกราบขอบพระคุณทุกท่านเป็นอย่างสูงครับ🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผมขออนุญาตหารือต่อ ท่านประธานสภาเรื่องเกี่ยวกับฝายคลองบางริ้น ที่ตำบลบางริ้น อำเภอเมือง จังหวัดระนอง ซึ่งฝายนี้ได้มีการซ่อมแซมโดยที่มีสำนักงานทรัพยากรน ้าภาค ๑๐ ได้ขออนุญาตเข้าบำรุง ซ่อมแซมฝายนี้ และมีผู้รับจ้างเรียบร้อยแล้ว แต่ผู้รับจ้างได้ทิ้งงานไปทำให้ฝายนี้ไม่ได้มีการ ดูแล แก้ไข และซ่อมแซม ตลอดจนเมื่อวันที่ ๒ ธันวาคม ฝายนี้ก็ได้พังทลายและทรุดตัวลง ในส่วนนี้กระผมและผู้นำท้องที่ท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านนายกยงยุทธ ควรศิริ นายกเทศมนตรีเมืองบางริ้นและท่าน ส.จ. วรานนท์ เกลื่อนสิน สมาชิกองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดระนอง ตลอดจนกำนัน ผู้ใหญ่บ้านได้เป็นห่วงเป็นใยในส่วนนี้ เพราะว่าฝายนี้ เป็นฝายที่สำคัญ สามารถที่จะกักเก็บน ้าบริโภคและอุปโภคให้กับพี่น้องประชาชนใช้ในยาม ภัยแล้ง แต่วันนี้น ้าตรงนี้ได้ไหลลงสู่ริมคลองไม่สามารถที่จะกักเก็บน ้าได้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมได้รับเรื่องของท่านกำนันมาโนช สรศิลป์ ท่านกำนันตำบลบางริ้น ท่านก็ได้ มีการประชุมหารือกับชาวบ้านว่า ในส่วนนี้ควรจะมีการปิดกั้นน ้าชั่วคราวเพื่อบรรเทา ความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ทรัพยากรน ้า ภาค ๑๐ รับเรื่องไว้ แต่แล้วก็มีหนังสือฉบับหนึ่งมาถึงว่าให้ท้องถิ่น เข้าดำเนินการเองครับท่านประธาน ผมจึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ในส่วนนี้ ควรที่จะต้องให้หน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงที่เขามาขออนุญาตดำเนินการซ่อมแซม ให้กลับมาดูแลแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วนก่อน ไม่ใช่ให้กับท้องถิ่นนั้น ๆ กลับมาหางบประมาณและดูแลซ่อมแซมเอง จึงขอฝากท่านประธานไปถึงสำนักงานทรัพยากรน ้า ภาค ๑๐ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านรัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา ให้รีบดำเนินการแก้ไขช่วยพี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วนในส่วนนี้ด้วย เพราะว่า ท่านเป็นผู้ต้องรับผิดชอบในส่วนนี้โดยตรงครับ ขอกราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านละออง ติยะไพรัช ครับ🔗

นางสาวละออง ติยะไพรัช เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ดิฉันได้รับข้อร้องเรียน จากนายนิมิตร ป๊อกแจ้ ประชาชน หมู่ที่ ๓ บ้านแม่คำน ้าลัด ตำบลจันจว้า จังหวัดเชียงราย ได้ร้องเรียนเรื่องตอนฤดูน ้าหลากนะคะท่านประธาน น ้าจะกัดเซาะตลิ่งบริเวณท้ายหมู่บ้าน บริเวณทางไปสู่ศาล ซึ่งทางเทศบาลตำบลจันจว้าได้มาดูแล้ว แต่ว่ามันเกินศักยภาพ ของทางเทศบาลตำบลจันจว้า ทางเทศบาลตำบลจันจว้าก็ได้หารือไปทางกรมเจ้าท่าแล้ว วันนี้ดิฉันได้ขอมาหารือท่านประธานอีกครั้งหนึ่งว่ามันเป็นความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชน ซึ่งการประสานงานจะได้รับความล่าช้ามาก ดิฉันก็เลยต้องมายื่นเอกสารให้ท่าน ผ่านไปทางกรมเจ้าท่าอีกครั้งหนึ่ง ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันได้รับประสานจากท่านวิสาร เตชะธีราวัฒน์ วันนี้เป็นวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ เป็นวันคล้ายวันสถาปนากองอาสารักษาดินแดน ครบรอบ ๖๘ ปี ทางสหพันธ์ปลัดอำเภอแห่งประเทศไทย ซึ่งได้รับแจ้งปัญหาความเดือดร้อน ของพี่น้อง อส. ก็คือว่าตอนนี้ได้ถูกตัดเบี้ยเลี้ยงสนาม และเบี้ยเลี้ยงประจำวันจาก ๑๕ วัน ลดเหลือเป็น ๑๐ วัน ซึ่งถ้าไม่เห็นภาพของ อส. ดิฉันจะคร่าว ๆ เวลาลูกเห็บตก พายุ น ้าท่วม เราก็จะเห็น อส. เดินตามท่านปลัด ท่านนายอำเภอ ไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนด้วย ความเข้มแข็ง ดิฉันเห็นและเป็นภาพที่เขามีความเสียสละจริง ๆ วันนี้เงินที่เขาได้รับน้อยนิด อยู่แล้ว ขอผ่านท่านประธานไปทางกระทรวงว่า ขออย่าได้ตัดเลยจาก ๑๕ วัน เหลือ ๑๐ วัน มันน้อยนิดมากค่ะท่านประธาน ขอบคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านกรณิศครับ🔗

นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตคลองเตย และวัฒนา พรรคพลังประชารัฐค่ะ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันได้ขอมาหารือท่านประธานเกี่ยวกับการ ขึ้นค่าเช่าอาคารพาณิชย์ของการท่าเรือแห่งประเทศไทย🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา กรุงเทพมหานคร

การขึ้นค่าเช่าอาคาร พาณิชย์นี้อยู่บริเวณรอบ ๆ ตลาดคลองเตยค่ะ แต่ไม่เกี่ยวกับตลาดนะคะ เพราะว่าตลาด ได้รับสัมปทานจากการท่าเรือแห่งประเทศไทย แต่อาคารพาณิชย์ทั้งหมดนี้จ่ายค่าเช่ากับ การท่าเรือโดยตรงค่ะ ท่านประธานคะ ในช่วงภาวะวิกฤติที่ผ่านมาเราประสบปัญหาในเรื่องของ โควิด-๑๙ (COVID-19) ระยะเวลา ๒ ปีที่ผ่านมา พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบจาก โควิด-๑๙ (COVID-19) ทั้งสิ้น ณ เวลานี้การท่าเรือแห่งประเทศไทยได้มาปรับขึ้นค่าเช่า โดยการติดประกาศเมื่อวันที่ ๓๑ ธันวาคม ที่บริเวณโดยรอบตลาด บางที่ท่านประธานดูจาก ภาพนะคะ จะแบ่งเป็นโซน (Zone) สี เริ่มจากสีแดง สีน ้าเงิน สีเหลือง ซึ่งบริเวณนี้แล้วแต่ ทำเล ทำเลบางทำเลท่านทราบไหมคะ ขึ้นถึง ๓๐๐ เปอร์เซ็นต์ บางที่ขึ้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ จากภาวะวิกฤตินี้ท่านประธานคิดว่าสมควรกับการที่จะมาขึ้นค่าเช่าประชาชนหรือไม่ หน่วยงานของการท่าเรือแห่งประเทศไทยเป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ ในขณะที่รัฐบาลออก มาตรการต่าง ๆ มาช่วยพี่น้องประชาชนเพื่อแบ่งเบาภาระในการที่ประสบปัญหาในเรื่องของ โควิด (COVID) ที่ผ่านมา หน่วยงานรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ไม่ว่า ไฟฟ้า ประปา ก็เช่นเดียวกัน ทำการลดราคาค่าใช้จ่ายให้กับพี่น้องประชาชน แต่การท่าเรือกลับมาปรับขึ้นราคา ๒-๓ เท่าตัว ในภาวะวิกฤติแบบนี้ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ก็ขอท่านประธานผ่านไป ยังท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ช่วยบอกบอร์ด (Board) การท่าเรือแห่งประเทศไทยที่อนุมัติโครงการนี้ด้วยนะคะว่า ยังไม่ถึงเวลาที่ท่านจะปรับขึ้น ขนาดนี้ แล้วที่สำคัญการขึ้นราคา ๒๐๐-๓๐๐ เปอร์เซ็นต์แบบ แบบนี้พี่น้องประชาชนได้รับ ผลกระทบมาก ถ้าท่านจะปรับขึ้นสัก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันเชื่อว่าพี่น้องน่าจะรับได้ ก็ฝาก ท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมด้วยนะคะ ว่าอย่าได้สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนเลยนะคะ เห็นใจเถอะค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านบุญฐิณ ประทุมลี ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายบุญฐิณ ประทุมลี มุกดาหาร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบุญฐิณ ประทุมลี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรคเพื่อไทย เขต ๒ วันนี้ผมมีเรื่องหารือกับท่านประธานอยู่ ๑ เรื่อง เกี่ยวกับความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชน ชาวตำบลกกแดง อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร เนื่องจากการใช้ ถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อระหว่างบ้านคำแฮดน้อยกับบ้านหนองลำดวน ซึ่งเป็นถนนหมายเลข มห.ถ หมายเลข ๑ ของ อบจ. มุกดาหาร เป็นระยะทาง ๙ กิโลเมตร ที่ยังเป็นถนนลูกรังอยู่ ประมาณ ๕,๐๐๐ เมตร แต่ได้รับการประสานงานจากนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด มุกดาหารว่าได้ดำเนินการจัดสรรปีนี้ เซ็นสัญญาเรียบร้อยแล้วได้แค่ ๙๒๕ เมตร ยังเหลือเป็น ลูกรังอีก ๔ กิโลเมตร ส่วนที่เป็นถนนลาดยางที่ได้งบจากส่วนต่าง ๆ มาช่วยทั้งงบรองนายก สายทหารบ้าง พอทำเสร็จก็ชำรุดอีก หน้าฝนก็จะเป็นหลุมเป็นบ่อ พี่น้องก็ดำนาประชดด้วย ฉะนั้นจึงอยากจะฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็คือกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ของบอุดหนุนเฉพาะกิจในส่วนนี้ ในการจัดสรรให้กับความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่จะได้เดินทางสะดวก จึงขอขอบคุณมา ณ โอกาสนี้ครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านสมศักดิ์ คุณเงิน🔗

นายสมศักดิ์ คุณเงิน ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สมศักดิ์ คุณเงิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น พรรคเศรษฐกิจไทย ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขอหารือเรื่องความเดือดร้อนเกี่ยวกับบุคคลวิกลจริต ผู้ป่วยจิตเวช🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายสมศักดิ์ คุณเงิน ขอนแก่น

อันสืบเนื่องมาจากการใช้สารเสพติดมา เป็นระยะเวลานาน และก่อเกิดเหตุร้ายในพื้นที่หมู่บ้าน ตำบลในจังหวัดขอนแก่น ท่านประธานที่เคารพครับ พฤติกรรมที่เกิดขึ้นมีความคลุ้มคลั่ง ทุบทำลายสิ่งของ อาละวาด ใช้อาวุธไล่ทำร้ายบุคคล ทำร้ายบุคคลในครอบครัว พกพาอาวุธไปในหมู่บ้าน วางเพลิงเผาป่า เผาบ้านของตัวเอง จนเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อทั้งทรัพย์สินและบุคคล บุคคลดังกล่าวนี้ ทั้งหมดในจังหวัดขอนแก่นมีอยู่จำนวน ๒,๗๒๖ คน ซึ่งเป็นข้อมูลจากตำรวจภูธรขอนแก่น แบ่งเป็นทั้งประเภทสีแดง ประเภทสีเหลือง ประเภทสีเขียว ท่านประธานที่เคารพ จังหวัดขอนแก่นมี ๒๖ อำเภอ ๑๙๘ ตำบล มีผู้ป่วยจิตเวชมีอาการทางจิต ๒,๗๒๖ คน เฉลี่ย ตำบลละ ๑๔ คน ในพื้นที่เลือกตั้งของผม อำเภอมัญจาคีรี ๒๗๒ คน อำเภอหนองเรือ ๑๑๔ คน อำเภอบ้านฝาง ๑๐๘ คน ท่านประธานครับ ปัญหาจึงมีอยู่ว่าพฤติการณ์ดังกล่าว ได้ก่อให้เกิดปัญหาความเสียหาย เราแก้ไขไม่จบสิ้นสักที เพราะฉะนั้นวงจรที่เกิดขึ้น เมื่อตำรวจได้รับแจ้งก็ไปที่เกิดเหตุ ระงับเหตุ ไปร่วมกับผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ส่งต่อไป เยียวยารักษาโรงพยาบาล ส่งไปที่โรงพยาบาลธัญลักษณ์ก็ดี จิตเวชก็ดี ส่งกลับคืนพื้นที่ ในที่สุดกลับมาเป็นผู้ป่วยอีก เพราะยาบ้าระบาดในพื้นที่จำนวนมาก วงจรดังกล่าวนี้ เกิดระบาดอย่างต่อเนื่อง ท่านประธานครับ กระผมจึงใคร่ขอหารือและเสนอแนะครับ กองบัญชาการตำรวจภูธร ภาค ๔ ได้ทำโครงการนาคาพิทักษ์ รักษ์ประชา แต่ว่าลำพัง หน่วยงานเดียวไม่สามารถที่จะดำเนินการครบวงจรได้ ท่านประธานครับ ผมจึงใคร่ขอฝาก ท่านประธานกรุณาเป็นนโยบายในระดับชาติที่ให้สำนักงาน ป.ป.ส. สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้บูรณาการอย่างครบ วงจร ต้นน ้า กลางน ้า และปลายน ้า เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนต่อไป กราบขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านซูการ์โนครับ🔗

นายซูการ์โน มะทา ยะลา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ผมขอหารือปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่อยู่ ๒ เรื่อง🔗

เรื่องแรกเป็นปัญหาน ้ากัดเซาะตลิ่งพัง ซึ่งผมก็ได้รับการร้องเรียนมาจาก นายดอรอฮะ วาอีบาสู อดีตกำนันตำบลอาซ่อง นายกองค์การบริหารตำบลอาซ่อง ว่าพี่น้อง ประชาชนหมู่ที่ ๑ บ้านกาเม็ง หมู่ที่ ๕ บ้านกำปงบาโง ตำบลอาซ่อง อำเภอรามัน จังหวัดยะลานั้น มีปัญหาน ้าในแม่น ้าสายบุรีกัดเซาะตลิ่งพังเสียหาย ทำให้ได้รับ ความเดือดร้อนจากถนนที่ใช้งานอยู่ก็เสียหายชำรุด ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมโยธาธิการและผังเมืองของกระทรวงมหาดไทยเร่งรีบดำเนินการแก้ปัญหา เรื่องนี้ ผมร้องเรียนมา ๓ ครั้งแล้ว พี่น้องในหมู่บ้าน หมู่ที่ ๓ บ้านพรุ ตำบลท่าธง อำเภอรามัน จังหวัดยะลา ก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน🔗

ปัญหาที่ ๒ คือปัญหาขอแสงสว่างใช้ในครัวเรือน เนื่องจากผมได้รับ การร้องเรียนว่าที่บ้านไม้แก่น หมู่ที่ ๒ พี่น้องประชาชนอีกหลายหลังคาเรือนยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ในครัวเรือน ซึ่งเรื่องนี้ก็ได้ประสานกับการไฟฟ้าจังหวัดยะลาให้เร่งดำเนินการ ก็อยากฝาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือการไฟฟ้าฝ่ายผลิต กระทรวงมหาดไทย เร่งสนับสนุนงบประมาณไปยัง การไฟฟ้าจังหวัดยะลา เพื่อขยายเขตไฟฟ้าให้พี่น้องประชาชนได้มีไฟฟ้าใช้อย่างทั่วถึง ตามสโลแกน (Slogan) ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไปครับ ท่านรุ่งโรจน์ ทองศรี ครับ🔗

นายรุ่งโรจน์ ทองศรี บุรีรัมย์

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายรุ่งโรจน์ ทองศรี ผู้แทนเซราะกราวจากจังหวัดบุรีรัมย์ จุงเรือบซรูลเยยตาแมเออวบองปะโอน กรุบ กรุบ คะเนียนะบาท แซมซายกรุบนากรุบเดย สวัสดีพี่น้องบ้านเฮา🔗

เรื่องที่ ๑ ขอขอบคุณท่านรองอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ที่ปลดล็อกกัญชาออกจากยาเสพติด เพื่อใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ และสมุนไพร ผู้ป่วยฟอกไตฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย เงินขวัญกำลังใจพี่น้อง อสม. นักรบด่านหน้า ตกเบิกตั้งแต่เดือนตุลาคมถึงมีนาคม ๖ เดือน เดือนละ ๕๐๐ บาท🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องหมูตาย และลัมปี สกิน (Lumpy Skin Disease) ในวัว เงินเยียวยางวดแรกจะโอนเข้าบัญชีเกษตรกรภายใน ๑๕ กุมภาพันธ์นี้ครับ ขอขอบคุณ กรมปศุสัตว์ และขอให้เร่งที่เหลือด้วยครับ พี่น้องคอยอยู่🔗

เรื่องที่ ๓ ละหานทราย โนนดินแดง บ้านกรวด เป็นแหล่งต้นน ้าของ จังหวัดบุรีรัมย์ ขอให้กรมชลประทานเร่งขุดลอกห้วยหนองคลองบึงที่ตื้นเขิน และแหล่งน ้า ประจำหมู่บ้านด้วยครับ🔗

ท่านประธานครับ จังหวัดบุรีรัมย์เรามีอำเภอโนนดินแดงเป็นศูนย์กลาง ทางด้านโลจิสติกส์ (Logistics) อำเภอละหานทราย เป็นศูนย์กลางของจังหวัดบุรีรัมย์ตอนใต้ อำเภอบ้านกรวดเป็นศูนย์กลางการค้าชายแดนระหว่างประเทศกัมพูชา อำเภอเฉลิมพระเกียรติ ปราสาทหินพนมรุ้ง แหล่งอารยธรรมขอมโบราณ อำเภอปะคำ โนนสุวรรณ ละหานทราย บ้านกรวด โนนดินแดง แหล่งผลไม้นานาชนิด และทุเรียนน ้าแร่ภูเขาไฟ ของดีจังหวัดบุรีรัมย์🔗

เรื่องสุดท้ายครับ ช่องตะโก บนทางหลวงหมายเลข ๓๔๘ เป็นคอขวดอยู่ในเขต มรดกโลก ผมพูดเรื่องนี้เป็นครั้งที่ ๑๓ แล้วครับ กราบขอกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม และคณะกรรมการมรดกโลก ช่วยอนุมัติการขอทำอีไอเอ (EIA) ด้วยครับ ชาวบ้าน เดือดร้อนมาก ๆ ผมกราบขอจริง ๆ ครับ ขอกราบขอบพระคุณด้วยความเคารพครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรุ่งโรจน์ พยายามหลีกเลี่ยงภาษาต่างด้าว เพราะว่าคนจดเลกเชอร์ (Lecture) จดชวเลขเขาจดไม่ถูก ท่านสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ต่อไปครับ🔗

นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ประกอบด้วยอำเภอกันทรารมย์ อำเภอโนนคูณ อำเภอน ้าเกลี้ยง ท่านประธานครับ ผมเคยหารือ เกี่ยวกับเรื่องไฟฟ้าการเกษตรของอำเภอโนนคูณเมื่อ ๓ เดือนที่แล้ว ซึ่งยังไม่ได้ดำเนินการ คือไฟฟ้าเพื่อการเกษตรนั้นชาวบ้านเขาต้องการมาก เขาเดือดร้อน ผมถึงได้มาหารือในสภา แต่ก็ต้องขอขอบคุณการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอกันทรารมย์ ที่ได้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน แต่ที่อำเภอโนนคูณ และอำเภอน ้าเกลี้ยงยังไม่ดำเนินการให้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับการร้องเรียนจาก นายสมพงศ์ จันทร์เพชร นายกองค์การ บริหารส่วนตำบลเขิน อำเภอน ้าเกลี้ยง และนายสามารถ นนทศรี นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลตองปิด อำเภอน ้าเกลี้ยง จังหวัดศรีสะเกษ และนายกรีฑา เครือคุณ นายกองค์การ บริหารส่วนตำบลโนนค้อ อำเภอโนนคูณ จังหวัดศรีสะเกษ เรื่องขอขยายเขตไฟฟ้า เพื่อการเกษตรภายในตำบลเขิน ตำบลตองปิด อำเภอน ้าเกลี้ยง และตำบลโนนค้อ อำเภอโนนคูณ จังหวัดศรีสะเกษ ท่านประธานครับ ชาวบ้านตำบลเขิน ตำบลตองปิด และตำบลโนนค้อได้ออกไปทำไร่ ทำนา ทำการเกษตรผสมผสานเป็นจำนวนมาก บางครัวเรือนได้ออกไปอยู่ตามท้องไร่ท้องนา เพราะหมู่บ้านแออัดจึงออกไปทำสวนปลูกผัก เพื่อช่วยลดปัจจัยการผลิต เป็นการพัฒนาเศรษฐกิจพอเพียงของครัวเรือนเพื่อก่อให้เกิดความ ยั่งยืนในการพัฒนาชนบทที่พี่น้องชาวตำบลเขิน ตำบลตองปิด อำเภอน ้าเกลี้ยง และตำบลโนนค้อ อำเภอโนนคูณ จังหวัดศรีสะเกษ จึงอยากได้ไฟฟ้าเพื่อการเกษตร เพราะระยะนี้ค่าครองชีพสูง พี่น้องประชาชนจะต้องออกไปทำไร่ ทำสวน ทำนา ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทยให้ดำเนินการให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ เพราะว่า ประชาชนเขาเดือดร้อนจริง ๆ ครับ ขอขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป กำนันหิดครับ เชิญครับ ท่านประเสริฐ บุญเรือง🔗

นายประเสริฐ บุญเรือง กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ บุญเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวักาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย ขอปรึกษาหารือกับท่านประธานผ่านไปยังการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาค เรื่องขอรับการสนับสนุนไฟฟ้าขยายเขตเพื่อที่อยู่อาศัยและเพื่อการเกษตร ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด ๓ เรื่อง คือ🔗

๑. ได้รับการร้องขอจากท่านนายกประเคน เถาว์ชาลี นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลนาโก อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอขยายเขตไฟฟ้าเส้นบ้านนาโก ตำบลนาโกไปบ้านแจนแลน ตำบลแจนแลน ช่วงบ้านนายเฉลิมศรี ทวีกาจ ถึงบ้าน นายลำพอง เหลื่อมศรี และศาลเจ้าปู่ ถึงบ้านนายเรียบ บุษบง ช่วงบ้าน นายไกรศรี ทองศิริ ถึงบ้าน นายอุทัย แสนพวง กับ🔗

๒. ได้รับการร้องขอจากท่านนายกสุมิตร กุลอาจศรี นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลสมสะอาด อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ขอขยายเขตไฟฟ้าจากช่วงบ้าน สมสะอาดไปถึงบ้านหนองบัวทอง ตำบลสมสะอาด อำเภอกุฉินารายณ์🔗

๓. ได้รับการร้องขอจากท่านนายกสมัคร บุษดี นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลหนองผือ อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ เรื่อง ขอขยายเขตไฟฟ้าจากบ้านหนองผือ บ้านโพนนาดี และบ้านโพนนาดีไปภูถ ้าพระ ทั้ง ๓ เรื่องโดยหลักการและเหตุผลพี่น้องราษฎร มีความต้องการใช้ไฟฟ้า เพราะว่าได้ย้ายบ้านเรือนออกไปในพื้นที่บริเวณดังกล่าว และถูกต้อง ตามหลักเกณฑ์ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่ได้กำหนดไว้แล้วครับ กราบขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านทศพร ทองศิริ พรรคก้าวไกลครับ🔗

นายทศพร ทองศิริ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายทศพร ทองศิริ ผู้แทนราษฎรชาวราษฎร์บูรณะ ทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล วันนี้จะขอหารือเกี่ยวกับทางม้าลายในพื้นที่เขตราษฎร์บูรณะดังนี้ครับ🔗

จุดที่ ๑ บริเวณถนนราษฎร์บูรณะเส้นในตั้งแต่ธนาคารกสิกรไทย สำนักงาน ใหญ่ช่วงซอย ๓๒ ๓๒/๒ และ ๓๔ นั้นทางม้าลายทั้ง ๒ แห่งไม่มีสัญญาณไฟจราจรเพื่อให้ ประชาชนกดก่อนข้าม ทำให้ประชาชนต้องหาจังหวะในการข้ามถนนกันเอง อีกทั้งเกาะกลาง ถนนมีขนาดที่แคบมาก สามารถยืนพร้อมกันได้เต็มที่ไม่เกิน ๕ คน ส่งผลให้คนที่ยืนด้านล่าง มีความสุ่มเสี่ยงที่จะถูกรถเฉี่ยวชน นี่ไม่ต้องนับถึงคนที่ใช้รถจักรยานในการมาซื้อของ ล้อหน้า และล้อหลังอยู่กันคนละฝั่งถนน อันนี้อันตรายครับ ในย่านนี้ต้องแจ้งครับว่าเป็นแหล่งที่มี ประชาชนอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ทั้งยังเป็นที่ตั้งของชุมชน และเป็นที่ที่สถานประกอบการ ต่าง ๆ ตั้งอยู่ บ่อยครั้งครับที่มักเกิดอุบัติเหตุแก่ประชาชนที่สัญจรไปมาด้วยการเดินข้ามถนน🔗

จุดที่ ๒ บริเวณถนนสุขสวัสดิ์ช่วงซอย ๓๗ ขาออก เป็นถนนเส้นหลักครับ ฝั่งละ ๔ เลน จำนวน ๒ ฝั่ง พบว่าทางม้าลายมีไฟแจ้งเตือนกระพริบเพื่อให้ลดความเร็ว แต่ในสถานการณ์ความเป็นจริงต้องอธิบายเพิ่มครับว่า ทางม้าลายดังกล่าวอยู่ในช่วงทางโค้ง ซึ่งมีความเสี่ยงในการวัดดวงของประชาชนผู้ใช้ถนน เป็นอย่างมาก รถที่วิ่งมาด้วยความเร็วในเลนขวาอาจจะมองไม่เห็นคนข้ามถนนที่เป็นคนชรา หรือเป็นเด็กนักเรียนที่เดินช้าได้ทัน ผมจึงอยากฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในการเข้าดำเนินการช่วยติดตั้งสัญญาณไฟจราจรเพื่อให้ประชาชนได้กด เพื่อหยุด รถทั้ง ๒ ฝั่ง ทั้งนี้เพื่อเป็นการป้องปรามอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นจากเหตุไม่คาดฝันในอนาคต ได้ด้วย ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านนพดล แก้วสุพัฒน์ ครับ🔗

นายนพดล แก้วสุพัฒน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผม นพดล แก้วสุพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท ขอหารือท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๓ เรื่องดังนี้🔗

เรื่องแรก ขอให้จัดงบอุดหนุนให้กับคณะกรรมการสภาวัฒนธรรมจังหวัด ทุกระดับ ทุกจังหวัด เพื่อเป็นค่าเบี้ยประชุมและค่าใช้จ่ายในการบริหารงานเกี่ยวกับงาน วัฒนธรรมเพื่อประโยชน์ต่อไป ขอให้กระทรวงวัฒนธรรมพิจารณาดำเนินการด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอให้นำเงินที่เหลือจากการใช้จ่าย หรือใช้ไม่ทันขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้รับในส่วนของเงินอุดหนุนเฉพาะกิจมานับเป็นรายได้โดยไม่ต้องคืน ส่วนกลาง เพราะว่าการจัดสรรงบประมาณในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเราจัดสรร ตาม พ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจจะไปขัดกับวิธีการงบประมาณ ในปัจจุบัน เนื่องจากทำให้รายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เหลือแล้วคืนถูกตัดหายไป ทำให้ขาดรายได้ที่กำหนดไว้ ขอให้กระทรวงการคลังช่วยพิจารณาดำเนินการด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ขอให้หาวิธีชดเชยรายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จัดเก็บ ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนับตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ นี้ต่อไป เพราะว่ากระทรวงการคลัง ไปกำหนดให้เก็บเต็ม ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งสมัยก่อนนี้เก็บ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ชดเชยให้ ส่วนที่ขาดหาย แต่เมื่อเก็บเต็มร้อยจะทำให้รายได้ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในส่วนที่ เก็บไม่ได้เลยอีก ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์นั้นหายไป จะหาวิธีนำเงินมาชดเชยนี้อย่างไร เพราะว่า ทุกครั้งที่ชดเชยก็ชดเชยอยู่ประมาณ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งตรงนี้ขอให้ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง และรัฐบาลช่วยหาแนวทางเพื่อให้ท้องถิ่นสามารถ มีงบบริหารกับพี่น้องประชาชนต่อไป ขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ครับ🔗

นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ประจวบคีรีขันธ์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่องความเดือดร้อนของคนประจวบคีรีขันธ์นำเรียน ท่านประธานผ่านไปหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้🔗

๑. ได้รับแจ้งจากนายนาวิน มูลมงคล อดีตนายกองค์การบริหารส่วนตำบล หินเหล็กไฟ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ว่ามีผู้ใช้รถใช้ถนนจำนวนมาก และเกิด อุบัติเหตุเฉี่ยวชนประจำบนทางหลวงสี่แยกบายพาส (Bypass) หัวหิน ไปหนองตะเภาจนถึง แยกหนองพลับ ซึ่งเส้นนี้เป็นเส้นทางที่ผ่านหลายตำบล จึงอยากให้กรมทางหลวงขยายถนน ให้ใหญ่ขึ้นหรือเป็นสี่เลนเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว🔗

๒. ได้รับแจ้งจากนายสมควร คีรีนิล นายกองค์การบริหารส่วนตำบล สามกระทาย อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ว่าเกิดอุบัติเหตุรถเฉี่ยวชนตรงถนน ทางหลวงสี่แยกบ้านสำโหรง อยากให้ปรับปรุงสี่แยกนี้ให้ใหญ่ขึ้นมีทางลอดให้เหมือนแยก หนองหมู อำเภอกุยบุรี จึงฝากเรียนทางกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ช่วยดำเนินการ แก้ปัญหาให้ชาวบ้านด้วยครับ🔗

๓. ขอให้การรถไฟช่วยขยายทางลอดรถไฟ หมู่ที่ ๒ ตำบลสามกระทายอำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้กว้างและสูงขึ้น เพื่อให้รถเกี่ยวข้าว รถไถนา ได้ข้ามลอดได้ เพราะปัจจุบันมีปัญหารถจะข้ามทางรถไฟออกไปอีกฝั่งไม่ได้ จึงแจ้งกระทรวงคมนาคม โดยการรถไฟแห่งประเทศไทยช่วยดำเนินการแก้ไขความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านด้วย🔗

๔. ผมได้รับแจ้งจากนายสมชาย ปี่แก้ว นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองวาฬ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ว่าประตูเขื่อนเขาต้นหอก บ้านด่านสิงขรเกิดอาการรั่วชำรุดเก็บน ้า ไม่อยู่ครับ ซึ่งเป็นปัญหาอยากให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทานเข้าแก้ไข เพราะว่ามีเขื่อนก็ต้องมีน ้าที่จัดเก็บ ก็เรียนท่านประธานครับ ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านนายแพทย์ระวี มาศฉมาดล ครับ🔗

นายระวี มาศฉมาดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์ระวี มาศฉมาดล ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ กระผม ขอหารือผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรี และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในประเด็นความเหลื่อมล ้าในกระทรวงสาธารณสุข ผมได้รับเรื่องราวร้องทุกข์จากลูกจ้าง ชั่วคราว รายวัน รายคาบ รายเดือน และพนักงานสาธารณสุขจาก ๕๖ สายงานที่เป็น สายงานสนับสนุน ไม่ใช่สายงานหลักในประเด็นความเหลื่อมล ้า เขาอยู่อย่างลูกเมียน้อย ไม่ได้รับการช่วยเหลือ ไม่ได้รับการเหลียวแลตลอดมาตั้งแต่โควิด (COVID) เริ่มระบาดจนถึง ปัจจุบันนี้ ในสนามรบกับโควิด (COVID) เขาต้องเสี่ยง เขาต้องทุ่มเท ต้องเสียสละ ต้องอยู่ แนวหน้าเฉกเช่นเดียวกับสายงานอื่น ๆ แต่ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เขาได้เห็นสายงานอื่นได้รับ การเลื่อนขั้น เลื่อนเงินเดือนและปรับเป็นข้าราชการ เขาต้องคอยปรบมือแสดงความยินดี กับความสำเร็จของเพื่อนร่วมงาน แต่น ้าตาตกในมาโดยตลอด สวัสดิการเขามีน้อยเมื่อเทียบ กับเพื่อนข้าราชการ ความก้าวหน้าด้านวิชาชีพไม่มี หรือมีน้อยมาก จำนวนมากครับ ที่อายุราชการ ๒๕ ปี แต่เงินเดือนเพียง ๑๑,๐๐๐ บาทต่อเดือน เขาขอเรียกร้อง ๓ ข้อครับ🔗

ข้อที่ ๑ ขอให้ปรับลูกจ้างชั่วคราวของ ๕๖ สายงานทุกประเภท ทั้งรายคาบ รายวัน รายเดือนไปเป็นพนักงานสาธารณสุข🔗

ข้อที่ ๒ ขอปรับพนักงานสาธารณสุขของ ๕๖ สายงานไปเป็นลูกจ้างประจำ🔗

ข้อที่ ๓ ขอปรับลูกจ้างประจำของ ๕๖ สายงานบางส่วนที่เหมาะสม ที่มีความพร้อมที่จบปริญญาตรีแล้ว แม้จะไม่ตรงสายงานไปเป็นข้าราชการ ผมจึงขอให้ ผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข มองเห็นบรรดาลูกจ้างเหล่านี้อยู่ในสายตาด้วยครับ ขอขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านอภิชาติ ศิริสุนทร ครับ🔗

นายอภิชาติ ศิริสุนทร แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธาน เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อภิชาติ ศิริสุนทร ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้มีเรื่องหารือท่านประธาน ๓ เรื่องครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายสุรักษ์ จุตาทิศ ว่าถนนหมายเลข ๒๐๐๙ และถนนหลวงหมายเลข ๒๒๖๘ อำเภอท่าคันโท อำเภอหนองกุงศรี อำเภอห้วยเม็ก จังหวัดกาฬสินธุ์ ถนนทั้ง ๒ สายนี้เป็นถนนสายหลักสำหรับพี่น้องประชาชนสัญจรไปมา และขนสินค้าทางการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นอ้อย มันสำปะหลัง ยางพารา สภาพถนนตอนนี้ มีความคับแคบ เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ดังนั้นจึงนำเรียนท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวงคมนาคม เพื่อขออนุมัติงบประมาณขยายถนนให้เป็น ๔ ช่องทางจราจร🔗

เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายสุรักษ์ จุตาทิศ และนางภริดา คำเรืองศรี นายกเทศบาลตำบลดงมูล นางสาวจิตรา คำพรมมา สมาชิกสภา เทศบาลตำบลดงมูลว่าพี่น้องบ้านภูฮัง หมู่ที่ ๓ หมู่ที่ ๕ หมู่ที่ ๘ หมู่ที่ ๑๔ รวม ๔ หมู่บ้าน ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องน ้าอุปโภค บริโภค ในช่วงฤดูแล้งน ้าที่จะผลิตน ้าประปาได้เหือดแห้ง เหือดหาย ดังนั้นทางเทศบาลได้ทำหนังสือถึง ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรน ้า ภาค ๔ ตามหนังสือ ที่ กส. ๗๑๔๐๗/๗๑ ลงวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๔ ฝากท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ช่วยเร่งติดตามแก้ไขปัญหาให้พี่น้องด้วยครับ🔗

เรื่องสุดท้าย ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นางชุลีพร ผานาค พี่น้องตำบล บ้านแท่น อำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ ว่า สิบเอก ชุ่มเย็น ผานาค ได้เสียชีวิตจากการ ปฏิบัติราชการใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๒ แต่ ณ บัดนี้ยังไม่ได้รับเงิน สวัสดิการที่ครบถ้วนทำให้ครอบครัวเดือดร้อนเป็นอย่างมากจึงขอผ่านท่านประธาน ไปยังกระทรวงกลาโหม เพื่อติดตามเรื่องนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านอัครเดช ส.ส. ราชบุรี เชิญครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องร้องเรียนของพี่น้อง ประชาชนมากราบเรียนท่านประธานเพื่อประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนชาวอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ๓ เรื่องครับ ท่านประธานครับ🔗

เรื่องแรก ไฟส่องสว่างบนถนนแสงชูโตและถนนทรงพล ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓๒๓ ชำรุดเสียหายดับหลายจุด เนื่องจากสายไฟเก่าทำให้ระบบไฟฟ้าช๊อต เสียหาย ซึ่งปัญหาดังกล่าวได้รับการแจ้งมาจากแขวงทางหลวงจังหวัดราชบุรี จึงขอให้ทาง กระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงได้พิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวให้กับพี่น้อง ประชาชนเพื่อลดอุบัติเหตุในยามค ่าคืนด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องที่อาศัยอยู่ริมทางรถไฟในเขต เทศบาลเมืองท่าผาว่า ถนนเลียบทางรถไฟในเขตเทศบาลเมืองท่าผาที่หมู่ที่ ๑๖ หมู่ที่ ๑๗ หมู่ที่ ๑๘ และหมู่ที่ ๑ ตำบลท่าผาชำรุดเสียหายเป็นหลุมเป็นบ่อ น ้าท่วมขัง พี่น้องประชาชน ในบริเวณดังกล่าวสัญจรด้วยความยากลำบาก จึงขอให้กระทรวงมหาดไทยโดยเทศบาล เมืองท่าผาได้พิจารณาดำเนินการแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชน เนื่องจากทางการรถไฟ แห่งประเทศไทยได้เคยมาหารือในที่ประชุมอนุกรรมาธิการรัฐวิสาหกิจแล้ว พร้อมที่จะ อนุญาตให้ทางท้องถิ่น โดยเทศบาลเมืองท่าผาดำเนินการสร้างถนนให้กับพี่น้องประชาชนได้ครับ ท่านประธานครับ🔗

เรื่องที่ ๓ น ้าประปาหมู่บ้านในหลายหมู่บ้าน ในหลายตำบลของอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรีขาดแคลนไม่เพียงพอในการใช้อุปโภคบริโภค บางแห่งบ่อน ้าบาดาลเก่า ใช้มานานทำให้น ้าบาดาลไหลไม่เพียงพอ บางแห่งยังไม่มีระบบน ้าบาดาล จึงขอให้กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมทรัพยากรน ้าบาดาลได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกสำรวจ และเจาะบ่อบาดาลให้กับพี่น้องชาวอำเภอบ้านโป่งในทุกตำบลที่เกิดความขาดแคลน ที่ประสบปัญหาน ้าอุปโภคบริโภคไม่เพียงพอ จึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ๓ เรื่องครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส. พะเยา เชิญครับ🔗

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ พะเยา

ท่านประธานที่เคารพครับ ขอหารือ ขอให้ท่านประธานได้ทำหนังสือเร่งด่วนถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อีกกระทรวงหนึ่งก็คือกระทรวงมหาดไทยซึ่งเกี่ยวข้องกัน ปัญหาเกิดขึ้นเมื่อปี ๒๕๕๖ เราได้ให้เปิดเป็นด่านถาวรที่บ้านฮวก อำเภอภูซาง เราได้ให้เงินกู้แก่ประเทศเพื่อนบ้านในการ สร้างถนนลาดยาง เราได้ให้เงินกู้ในการสร้างอาคารสถานที่ของประเทศเพื่อนบ้าน หลายปี มานี้ประเทศเพื่อนบ้านได้เงินกู้จากเราไปเขาสร้างจนสำเร็จเรียบร้อย ได้อาคารสำนักงาน ใหญ่โตเป็นสง่าราศีเหมาะสม แต่กลับเป็นประเทศไทยเราตรงบริเวณบ้านฮวก ติดการศึกษาสิ่งแวดล้อมของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็ยังไม่ได้สร้าง จนป่านนี้ ฝั่งโน้นกู้เงินเราแต่สร้างเรียบร้อยเหมาะสม แต่ของเราเองข้าราชการอยู่ฝั่งนี้ ของประเทศไทยอยู่กระต๊อบเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นการจะสร้างอะไรถ้าติดปัญหาพวกนี้ ต้องเร่งรัดนะครับท่าน ไม่อย่างนั้นก็อับอายเขานะครับท่าน🔗

แล้วอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือเรื่องถนนที่บ้านฮวกจะตัดเรื่องเมืองไปที่บ้านนาหนุน หรือที่ไหนก็ต้องรีบศึกษาและรีบทำ ถ้าไม่อย่างนั้นก็จะติดปัญหา ๙ ปี ๑๐ ปี ไม่ขยับไปไหน เพราะการทำงานอย่างนี้ผมว่ามันเสียหายต่อการพัฒนาประเทศชาติบ้านเมือง🔗

อีกเรื่องหนึ่งของกระทรวงมหาดไทยก็เคยพูดตรงนี้หลายครั้ง เรื่องสำนักงาน ที่ดินของอำเภอภูซาง จังหวัดพะเยา ถามหลายครั้งหลายหนไปถึงกระทรวงมหาดไทยว่า อำเภอภูซางเป็นอำเภอมานานมาก แต่ไม่มีสำนักงานที่ดินต้องไปอาศัยใช้ของอำเภอเชียงคำ ซึ่งอำเภอเชียงคำก็มี ๑๐ ตำบล ประชากรเกินแสน แล้วอำเภอภูซางก็มีตั้ง ๕ ตำบล คนไปไม่ได้ รับการบริการเพราะว่าคนเยอะ เจ้าหน้าที่ก็มีน้อย ก็อยากให้ท่านตามว่าปีนี้อย่างไรก็ขอได้ สร้างสำนักงานที่ดินให้กับอำเภอภูซาง เพื่อความสะดวกของพี่น้องประชาชนของคนอำเภอภูซาง จะได้ไปใช้ในการทำนิติกรรมสัญญาต่าง ๆ อย่างเรียบร้อยครับ ขอบพระคุณท่านอย่างสูงครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไปครับ ท่านวชิราภรณ์ กาญจนะ ส.ส. สุราษฎร์ธานีครับ🔗

นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ดิฉันขออนุญาตหารือท่านประธานด้วยกัน ๒ เรื่องค่ะ🔗

เรื่องแรก ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากประธานคณะกรรมการพัฒนาสตรี จังหวัดสุราษฎร์ธานีและสมาชิกกลุ่มสตรี ในเรื่องค่าตอบแทนหรือสวัสดิการที่รัฐควรจัดสรร ให้แก่สมาชิกกลุ่มสตรีทั่วประเทศค่ะ ดิฉันขออนุญาตยกตัวอย่างในช่วงโควิด (COVID) หรือเหตุการณ์น ้าท่วมที่ผ่านมา เวลาที่ดิฉันลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือชาวบ้านก็จะมีพี่ ๆ กลุ่มสตรีเหล่านี้มาร่วมด้วยเสมอ แต่ละคนทำงานด้วยความตั้งใจและเสียสละ แต่รัฐไม่เคยมีค่าตอบแทนใด ๆ เลย และเป็นที่น่าเห็นใจเวลามีการประชุมก็ไม่เคยได้รับ เบี้ยประชุม บางคนเดินทางมาไกลจากต่างอำเภอก็ไม่เคยมีค่าเดินทาง หรือบางคนเดินทาง มาจากเกาะสมุยก็ไม่เคยมีค่าที่พัก ดิฉันจึงอยากฝากท่านประธาน ไปยังกระทรวงมหาดไทย หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เข้ามาดูแลในเรื่องนี้ด้วย🔗

เรื่องต่อมาดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากชาวบ้านถึงถนนทางหลวงหมายเลข ๔๑ ตำบลเขานิพันธ์ อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ว่ามักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง พอได้รับเรื่องดิฉันได้ลงพื้นที่ร่วมกับนายอำเภอเวียงสระ แล้วก็วิศวกรประจำแขวงทางหลวงที่ ๓ เพื่อตรวจสอบจุดดังกล่าว แล้วก็เห็นควรว่าให้มีการก่อสร้างทางคู่ขนานบริเวณจุดเช็กอิน (Check-in) ไปจนถึงบริเวณหน้าวัดเขานิพันธ์ ระยะทางประมาณ ๔ กิโลเมตร แต่ก็ได้รับทราบ มาว่ากรมทางหลวงได้มีการบรรจุแผนงานนี้ไว้ในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ไว้แล้วจำนวน งบประมาณ ๘๐ ล้านบาท แต่อย่างไรก็ตามดิฉันอยากฝากท่านประธานไปยังกรมทางหลวง ให้เร่งเข้ามาพิจารณาในเรื่องนี้ด้วย กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ ท่านต่อไปท่านบัลลังก์ อรรณนพพร🔗

นายบัลลังก์ อรรณนพพร ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายบัลลังก์ อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอนแก่น เขต ๔ พรรคเพื่อไทย ประกอบไปด้วยอำเภอบ้านไผ่ อำเภอบ้านแฮด และอำเภอพระยืน วันนี้มีเรื่อง หารือกับท่านประธาน เรื่องความทุกข์ระทมของชาวนาไทย วันนี้ตัวกระผมจะเป็นตัวแทน พี่น้องชาวนาประเทศไทย ในการที่จะหารือเรื่องราคาข้าวที่ตกต ่า ท่านประธานที่เคารพ ตอนนี้ราคาข้าวนาปี ข้าว กข ๖ ตอนนี้อยู่เกวียนละ ๙,๕๐๐-๑๐,๐๐๐ บาท แล้วในเดือน หน้า ท่านประธานที่เคารพ ข้าวนาปรัง ก็จะออกมาอีก นาปรังตอนนี้อยู่ที่เกวียนละ ๔,๕๐๐-๕,๐๐๐ บาท ซึ่งต่อไปนี้อยากให้ทางกระทรวงพาณิชย์ได้ช่วยออกมาตรการ ช่วยเหลือชาวนาด้วยความจริงใจ โดยเฉพาะสวนทางกับต้นทุนการผลิต ตอนนี้ปุ๋ย ๔๖-๐-๐ หรือปุ๋ยยูเรีย ราคาอยู่ที่กระสอบละ ๑,๐๐๐ เศษ ๆ น ้ามันดีเซลอยู่ที่ ๓๑.๙๗ บาท ซึ่งเป็น ต้นทุนที่สูงขึ้น ไม่ใช่ว่าแต่ทำนาแล้วจะหาเงินใช้หนี้ ใช้เฉพาะในการทำนาก็ขาดทุนแล้ว แล้วอีกอย่างหนึ่งท่านประธานครับ เรื่องเศรษฐกิจค่าครองชีพ โดยเฉพาะไข่ตอนนี้ก็แผงละ ๑๒๐ บาท น ้ามันพืชจากขวดละ ๓๗ บาท ขึ้นมาเป็น ๖๒ บาท ก๊าซหุงต้มจาก ๓๔๐ ขึ้นเป็น ๓๖๐ บาท โดยเฉพาะหมูที่จังหวัดขอนแก่นตอนนี้ก็ยังกิโลกรัมละ ๒๔๐ บาท ตามที่ ฟังข่าวว่า ทางกระทรวงพาณิชย์ได้แก้ไขปัญหาเรื่องราคาหมูได้ อยากให้ไปดูที่จังหวัด ขอนแก่นด้วย เพราะว่าตอนนี้ชาวจังหวัดขอนแก่นก็ยังบริโภคหมูราคาแพง ก็ขอฝาก ท่านประธาน ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ให้มีความจริงใจในการแก้ปัญหาดังกล่าว ด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านกรวีร์🔗

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จาก จังหวัดอ่างทอง มีเรื่องสะท้อนปัญหาแล้วก็หารือกับท่านประธานหลายเรื่อง ผมได้รับ คำร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในจังหวัดอ่างทองถึงปัญหาสินค้าอุปโภคบริโภค ราคาแพง ทำให้ค่าครองชีพนั้นสูงขึ้น ต้องขอบคุณทางรัฐบาล ที่ได้มีโครงการคนละครึ่งเฟส ๔ (Phase4) ออกมาตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ แต่วันนี้วันที่ ๑๐ เรากำลังจะเริ่มให้ขึ้นทะเบียน สำหรับคนที่ยังไม่เคยได้รับสิทธิอีก ๑ ล้านสิทธิ คนที่ได้รับสิทธิไปตั้งแต่วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ จนถึงวันนี้หมดแล้วครับ ๑,๒๐๐ บาท ดังนั้นอยากจะสะท้อนไปถึงรัฐบาลว่าจะสามารถเพิ่ม จาก ๑,๒๐๐ บาท เป็น ๑,๕๐๐ บาท เหมือนที่เคยให้ได้หรือไม่🔗

เรื่องที่ ๒ ครับ เรื่องของวัคซีนในเด็กนักเรียนอายุ ๕-๑๑ ปี ตอนนี้ต้อง ขอบคุณทางกระทรวงสาธารณสุขที่ได้มีวัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer) ฝาสีส้มมาเร่งฉีดให้กับ นักเรียนที่เปิดเทอม แต่อยากจะสะท้อนปัญหาว่ายกตัวอย่างในจังหวัดอ่างทองมีเด็กนักเรียน ที่อยู่ในกลุ่มถึง ๑๘,๐๐๐ คน แต่วัคซีนที่ได้รับการจัดสรรไป ได้รับไปเพียงแค่ ๑,๑๑๐ โดส ซึ่งไม่เพียงพอต่อปริมาณของนักเรียน ก็อยากที่จะฝากถึงกระทรวงสาธารณสุขให้เร่งรัด ในการกระจายวัคซีน ตอนที่นักเรียนกำลังเปิดเทอม เพื่อที่จะลดความเสี่ยงกับกลุ่มนักเรียนที่ จะติดโควิด (COVID)🔗

– ๑๓/๑🔗

เรื่องต่อไป เป็นเรื่องของน ้าทำนา ผมได้รับเสียงสะท้อนจากพี่น้องชาวนา จำนวนมากว่าในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา อ่างทองประสบกับปัญหาน ้าท่วมครับ ผ่านมา เพียงแค่ ๓ เดือน ตอนนี้ชลประทานกำลังไปทำความเข้าใจกับชาวบ้านว่าน ้ามีจำกัด อยากที่ จะให้ลดปริมาณในการทำนาปรัง ถ้าหากว่าปริมาณน ้าต้นทุนพอมีจากน ้าท่วมในช่วง ๒-๓ เดือนที่ผ่านมา เที่ยวนี้ก็อยากจะวิงวอนไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า อยากที่จะให้ปล่อยน ้าให้กับพี่น้องประชาชนได้ทำนา🔗

เรื่องสุดท้าย ผมติดตามมาเป็นครั้งที่ ๓ ก็คือเรื่องของเยียวยาน ้าท่วม ที่รัฐบาล ได้อนุมัติโครงการเยียวยาพี่น้องที่ทำนาไร่ละ ๑,๓๔๐ บาท ทำสวนไร่ละ ๑,๙๘๐ บาท จนถึง วันนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะโอนเงินจ่ายเงินให้กับชาวนา เกษตรกรเมื่อไร ฝากติดตาม และทวงถามรัฐบาลด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไปครับ ท่านทองแดงครับ เชิญครับ🔗

นายทองแดง เบ็ญจะปัก สมุทรสาคร

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ กระผม ทองแดง เบ็ญจะปัก สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ เมืองสมุทรสาคร พรรคก้าวไกล วันนี้มีเรื่องมาปรึกษาหารือท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกัน🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายทองแดง เบ็ญจะปัก สมุทรสาคร

เรื่องที่ ๑ ปัญหาเรื่องถนนและร่อง ระบายน ้าริมไหล่ถนน เนื่องจากทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓๔๒๓ ถนนจิตมณีสหกรณ์ มีการปรับปรุงขยายเส้นทาง และร่องระบายน ้าริมไหล่ถนนตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๖๒ แล้วเสร็จ ปลายปี ๒๕๖๓ พบว่าบางจุดมีร่องระบายน ้าริมไหล่ถนนได้รับการปรับปรุงแก้ไขไม่เรียบร้อย ทำให้เกิดปัญหาน ้าท่วมขัง เกิดปัญหาทางจราจรและเป็นอันตรายต่อประชาชนผู้สัญจรไปมา จึงเรียนมายังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยลงไปแก้ไขปรับปรุงเป็นการเร่งด่วนด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ สะพานมหาชัย หรือสะพานวัดเจษ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๑ ณ ปัจจุบันนี้ ๕๐ ปีผ่านมาแล้ว สะพานเกิดการชำรุดเสียหายตัวสะพานและตอม่อสะพานทำให้มีความเสี่ยง ต่อการเกิดอุบัติเหตุแก่ประชาชนผู้สัญจรไปมา ซึ่งเป็นสะพานหลักในการสัญจรไปมาเป็น จำนวนมาก ทำให้เกิดปัญหารถติดทั้งในช่วงเวลาเร่งด่วนและในช่วงเวลาปกติ จึงขอ ความร่วมมือไปยังกรมโยธาธิการและผังเมืองและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดสร้างสะพาน แห่งใหม่อย่างเร่งด่วน เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของจังหวัดสมุทรสาคร เพื่อแก้ไขปัญหา การจราจรติดขัดให้แก่ประชาชนชาวสมุทรสาคร ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมืองสมุทรสาคร พรรคก้าวไกล จึงเรียนมายัง ท่านประธานสภาผ่านไปยังกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเร่งด่วน ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านสายัณห์ ยุติธรรม เชิญครับ🔗

นายสายัณห์ ยุติธรรม นครศรีธรรมราช

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม สายัณห์ ยุติธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมขอปรึกษาหารือไปที่กระทรวงอุดมศึกษา วิจัยและนวัตกรรมครับ สืบเนื่องมา เมื่อปี ๒๕๓๕ รัฐบาลได้อนุมัติให้สร้างมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งเป็นสร้อยพระนามของ สมเด็จเจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ ณ วันนั้นถึงวันนี้ประมาณ ๓๐ ปีแล้ว แล้วในที่ดิน ที่ก่อสร้างคือที่ดินที่สงวนเลี้ยงสัตว์ ทุ่งบ้านไผ่ ทุ่งบ่อนิง และทุ่งหาดทรายขาว เนื้อที่ประมาณ ๑๓,๐๐๐ ไร่ ท่านประธานครับ มีประชาชนอาศัยอยู่ที่นั่นประมาณ ๕๐๐ ครัว ก็ย้ายไปอยู่ ทางทิศตะวันตก ชื่อว่าชุมชนมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ครับ และจัดสรรให้ครัวละ ๕ ไร่ มีถนน ไฟฟ้า ประปา โรงเรียน อนามัย ปัญหามันเกิดขึ้นอย่างนี้ท่านประธานครับ เมื่อทางที่ดิน มอบที่ให้ ส.ป.ก. ครับ ส.ป.ก. ก็ไปจัดสรรให้กับพี่น้องประชาชน บังเอิญจัดสรรที่ดินผิด จัดไปถูกของเอกชนที่มีกรรมสิทธิ์ ประชาชนก็ฟ้องจนศาลฎีกาตัดสินว่าที่ดินเป็นของ เอกชนจริง ประชาชนในกลุ่มนี้ประมาณ ๒๖ ราย ณ วันนี้ไม่มีที่อยู่อาศัย เนื่องจากถูกบังคับ คดีไม่มีที่ซุกหัวนอนครับ ท่านประธานครับ ในขณะที่เจ้าหน้าที่มหาวิทยาลัย อธิการบดี อยู่บนหอคอยงาช้างครับ ผมอยากเรียนให้ถึงกระทรวงมหาดไทยครับ ให้กรมที่ดินไปจัดสรร ที่ดินใหม่ครับ ๙,๐๐๐ ไร่ ณ วันนี้ครอบครองอยู่ประมาณ ๑๐,๐๐๐ ไร่ ท่านประธานครับ อยากให้ กรมที่ดินไปจัดสรร ไปรังวัดใหม่ แล้วคืนที่ดินส่วนที่เกินไปจัดสรรให้พี่น้องประชาชน ต่อไปครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านนภาพร เพ็ชร์จินดา เชิญครับ🔗

นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ดิฉันขออนุญาตที่จะปรึกษาหารือท่านประธาน เนื่องจากว่าปัจจุบันนี้เราก็ ทราบดีว่ามีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Gang call center) ได้หลอกลวงประชาชนเรื่องมีพัสดุ ผิดกฎหมายเพื่อหลอกให้โอนเงิน สร้างความหวาดกลัวให้กับเหยื่อผู้เสียหายหลงเชื่อแล้วก็ โอนเงินไป จริง ๆ แล้วดิฉันคิดว่ามันเป็นปัญหาระดับชาติที่หลาย ๆ กลุ่มคนเจอ สด ๆ ร้อน ๆ ดิฉันเองเจอเมื่อวาน โทรเข้ามาที่มือถือดิฉัน ๓ ครั้งเชียว ที่บอกว่ามีพัสดุตีกลับ สัปดาห์ก่อนมีทีมงานดิฉันนั่งกันอยู่ ๗ คน วงประชุมอยู่ โทรไล่เลยค่ะ ดิฉันงงมากเลยว่า แก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Gang call center) นี้เขามีเบอร์ของคนจำนวนมากได้อย่างไร โทรไล่ ดิฉันเชื่อว่าหลาย ๆ คนเจอปัญหานี้ จริง ๆ แล้วกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ควรจะเป็นเจ้าภาพในการแก้ไขปัญหานี้ ปัญหานี้มันมีมาเป็นปี ๆ แล้ว แต่ก็ยังไม่สามารถ ที่จะแก้ไขปัญหาประชาชนได้รับความเดือดร้อนนี้ได้ กระทรวงดีอีเอส (DES) ควรจะเป็น เจ้าภาพ ในการที่จะให้ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ปปง. แล้วก็ดีเอสไอ (DSI) หรือว่า กองปราบปรามเข้ามาทำงานแบบบูรณาการ ปัญหาหนึ่งที่ชาวบ้านเจอกันเยอะ ก็คือว่า ไปแจ้งความที่โรงพักท้องถิ่นใกล้บ้านตัวเอง แต่ตำรวจในพื้นที่ปฏิเสธบอกว่าไม่ได้อยู่ในการ ดูแลและรับผิดชอบ ก็บอกว่าต้องให้ไปกองปราบปรามบ้าง ให้ไปที่ดีเอสไอ (DSI) บ้าง ซึ่งจริง ๆแล้ว ควรจะมีเจ้าภาพในการที่จะจัดการแก้ปัญหาเพื่อให้ชาวบ้านได้รับความสะดวก ตอนนั้นถ้าเราทำเราจะเห็นเลยว่าจำนวนผู้เสียหายมันมากมายแค่ไหน ดิฉันเชื่อว่า มันมากมายแต่ปัจจุบันเราเห็นว่ามันดูเหมือนจะไม่มาก เพราะว่าเขาไม่สะดวกในการที่จะไป ดำเนินการแจ้งความที่ส่วนกลาง ดังนั้นพอเราเห็นจำนวนผู้เสียหายมากขนาดนั้นมันถึงเวลา หรือยังที่กระทรวงดีอีเอส (DES) จะต้องทำอะไรสักอย่าง เพิ่มโทษทางกฎหมายให้ผู้กระทำ ความผิดมิจฉาชีพมารับโทษในประเทศไทย แล้วก็ให้เพิ่มโทษให้ดูรุนแรงมากขึ้นเพื่อที่จะ ป้องปรามไม่ให้ปัญหานี้เกิดขึ้นแก่ประชาชนคนไทย กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านอดิพงษ์ครับ🔗

นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา บุรีรัมย์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ เขตเลือกตั้งที่ ๕ อำเภอกระสัง อำเภอพลับพลาชัย อำเภอห้วยราช และตำบลไพศาลของอำเภอประโคนชัย พรรคภูมิใจไทย กระผมขออนุญาตปรึกษาหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ใน ๒ ประเด็นดังต่อไปนี้🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา บุรีรัมย์

๑. ปัญหาด้านเส้นทางการคมนาคม ทางหลวงชนบท หมายเลข บร. ๔๐๓๒ เป็นถนนเชื่อมระหว่างอำเภอกระสัง อำเภอห้วยราช ไปยังอำเภอสตึก มีประชาชนสัญจรเป็นจำนวนมาก และปัจจุบันมีสภาพชำรุดทรุดโทรม ไม่ได้รับการซ่อมแซมบำรุงปรับปรุงมาเป็นเวลานาน ถนนเส้นนี้เป็นเส้นทางที่พี่น้อง ชาวอำเภอกระสัง ชาวจังหวัดสุรินทร์สามารถเดินทางไปยังสนามบินอำเภอสตึกได้ โดยไม่ต้องผ่านอำเภอเมืองบุรีรัมย์ อำเภอบ้านด่าน ทำให้ประหยัดเวลาในการเดินทางครับ จึงขอนำเรียนไปยังกรมทางหลวงชนบทและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรดให้ความช่วยเหลือ ทำการปรับปรุงซ่อมแซมถนนเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุดท้าย ท่าน ร้อยเอก จองชัย เชิญครับ🔗

ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี วันนี้ ผมมีเรื่องหารือกับท่านประธาน ๑ เรื่อง ในเรื่องวิกฤติราคาพลังงานครับ พี่น้องประชาชน ชาวจังหวัดชลบุรีบ้านผม ซึ่งถือว่าเป็นเมืองอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจที่สำคัญเดือดร้อน อย่างมากครับ และผมคิดว่าพี่น้องในจังหวัดอื่นในประเทศก็เช่นกัน จึงขอให้กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลังพิจารณาลดภาษีน ้ามันสรรพสามิตทั้งดีเซลและกลุ่มเบนซินและขอให้ กระทรวงพลังงานลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุนน ้ามันเชื้อเพลิง ต้องยอมรับว่าประเทศไทย ขณะนี้กำลังเผชิญวิกฤติหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นโควิด (COVID) การแข่งขันการค้า การลงทุน เรื่องความมั่นคงในภูมิภาค โดยเฉพาะปัญหาสำคัญที่ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ในหลายเรื่อง และเป็นชนวนระเบิดมาหลายยุคก็คือ วิกฤติปัญหาราคาพลังงานครับ ซึ่งควรได้รับการแก้ไข อย่างเร่งด่วนเพื่อลดความเดือดร้อนในเรื่องค่าครองชีพของพี่น้องประชาชน ผมเห็นว่าการ แก้ไขวิกฤติราคาน ้ามันในช่วงนี้จำเป็นต้องเข้าใจถึงปัญหาโครงสร้างของราคาน ้ามัน ซึ่งผมขอ เสนอให้รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังต้องควรลดภาษีน ้ามันสรรพสามิตทั้งดีเซลและกลุ่ม เบนซิน จากอัตราปัจจุบันที่จัดเก็บอยู่ โดยขอให้ศึกษาตัวเลขที่เหมาะสมอีกครั้งหนึ่ง ถึงแม้ว่า ภาษีน ้ามันนั้นจะสร้างรายได้ให้กับประเทศอย่างมากก็ตาม แต่การยอมลดการจัดเก็บภาษี ตรงนี้จะสามารถช่วยเหลือค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศได้ไม่ต่าง จากการออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่ดีมากอื่น ๆ เช่น คนละครึ่งหรือเที่ยวด้วยกัน ซึ่งอานิสงส์จากการลดภาษีน ้ามันประโยชน์นั้นอาจเข้าถึงพ่อแม่พี่น้องประชาชนเป็นวงกว้าง กว่าด้วยครับ ทุกวันนี้รายได้จากการจัดเก็บภาษีมีหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นภาษีบุคคลธรรมดา ภาษีนิติบุคคล ภาษีศุลกากร ถ้ายืนยันที่จะเก็บภาษีน ้ามันในแบบที่เป็นอยู่ สิ่งที่ตามมาก็คือ เงินเฟ้อเยอะขึ้น คนมีกำลังซื้อน้อยลง รายได้จากกิจการการค้าของประชาชนก็ลดน้อยลง การเก็บภาษีประเภทนี้จะทำให้ธุรกิจที่เริ่มฟื้นตัวทรุดจมลงอีกครั้ง สิ่งที่ตามมาก็คือสรรพากร ก็จะเก็บรายได้ได้น้อยลงเช่นกัน การยอมที่จะลดภาษีสรรพสามิตเก็บจากน ้ามันนั้นจะส่งผลดี ต่อภาครัฐและส่งผลดีกับพี่น้องประชาชน จึงขอเรียกร้องให้กระทรวงพลังงานลดการเก็บเงิน เข้ากองทุนน ้ามันเชื้อเพลิงด้วยครับ เพราะเงินจำนวนนี้อยู่ในโครงสร้างของราคาน ้ามัน กระทรวงพลังงานต้องปรับปรุงโครงสร้างราคาก๊าซหุงต้มและน ้ามันใหม่ รวมถึงทบทวน พิจารณาถึงราคาตลาดประเทศที่เราไปอ้างอิงมาว่าเหมาะสมหรือไม่ หรือทำให้ต้นทุนสูง เกินไป ซึ่งเรื่องดังกล่าวนี้ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งจึงขอเสนอให้รัฐนำไปพิจารณาเพื่อแก้ไขวิกฤติ ราคาพลังงานในประเทศครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เป็นการจบ การปรึกษาหารือของ ๓๐ ท่านแล้ว🔗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๔๗ คน
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขณะนี้ มีท่านสมาชิกมาลงชื่อเข้าประชุม ๒๘๔ ท่าน เกินกึ่งหนึ่งคือเกิน ๒๓๗ ถือว่าเป็นองค์ประชุมแล้ว ต่อไปผมจะเข้าสู่ระเบียบวาระปกติ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗

๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา วันนี้มี ๓ ฉบับ🔗

ฉบับแรกกระทู้ถามสดด้วยวาจา (นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗

ซึ่งท่าน รัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยอธิรัฐมาเป็นผู้ตอบแทน เชิญท่านสัมฤทธิ์ตั้งกระทู้ เชิญครับ🔗

นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐ กระผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงที่ได้บรรจุกระทู้ถามสดด้วยวาจา ให้กับผมในวันนี้ แล้วก็ต้องขอขอบพระคุณท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ที่ได้เดินทางมาตอบกระทู้ ของกระผมในวันนี้เช่นเดียวกัน🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ก่อนที่กระผมจะได้ดำเนินการตามขั้นตอนกระทู้ กระผมขออนุญาตท่านประธานได้เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนได้กล่าวขอบคุณรัฐบาล ซึ่งนำโดยท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขอบคุณกระทรวงคมนาคมครับ ในเรื่องการพัฒนา ระบบขนส่งอย่างบูรณาการ โดยเฉพาะการพัฒนาปรับปรุงการจราจรให้เพียงพอต่อความ ต้องการของพี่น้องประชาชนทั้งในปัจจุบันและอนาคต จะเห็นว่าในปัจจุบันมีการก่อสร้าง พัฒนาทางหลวงแผ่นดินเยอะแยะมากมายทั่วประเทศครับ ผมจะยกตัวอย่าง ในเส้นทางทางหลวงหมายเลข ๒๐๕ ถนนสุรนารายณ์ ซึ่งเป็นประตูสู่อีสาน เป็นเส้นทางที่รอรับการพัฒนามาหลายสิบปีครับ รัฐบาลชุดที่ผ่าน ๆ มาก็ได้มีการสำรวจ ตรวจสอบกันเกือบทุกปีแต่ก็ไม่มีการพัฒนาสักที ในรัฐบาลชุดนี้ก็ได้ดำเนินการก่อสร้างแล้ว ผมต้องขอขอบคุณมา ณ ที่นี้ ท่านประธานครับ เส้นทางนี้ผมจะขอยกตัวอย่าง เป็นเส้นทาง ที่มีความสำคัญ เป็นเส้นทางที่เชื่อมต่อระหว่างภาคกลางกับภาคอีสาน เชื่อมต่อระหว่าง จังหวัดลพบุรีกับจังหวัดชัยภูมิ และสามารถเดินทางต่อไปยังจังหวัดอื่น ๆ ในภาคอีสานได้ เป็นเส้นทางที่รองรับการขนส่งพืชผลทางการเกษตร รองรับการท่องเที่ยว และแบ่งเบา การจราจรจากถนนมิตรภาพ ประตูสู่อีสาน ซึ่งได้ดำเนินการก่อสร้างอยู่ครับ แต่ผมจะ นำเรียนท่านประธานว่าปัจจุบันเส้นทางนี้มีความหนาแน่น การจราจรค่อนข้างติดขัด โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว หรือเทศกาลท่องเที่ยวดอกกระเจียวของ อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ การจราจรจะหนาแน่นมากครับ ซึ่งกรมทางหลวงได้ ดำเนินการก่อสร้างอยู่ แต่สิ่งที่ผมจะนำมาซึ่งการสอบถามรัฐมนตรีก็คือ ในการก่อสร้าง เส้นทางทั่วประเทศนั้น มีการดำเนินการเป็นช่วงตอน ซึ่งในแต่ละช่วงตอนก็จะมีผู้รับจ้าง แตกต่างกันไป แต่สิ่งที่ปรากฏให้เห็นคือการให้สัญญาณแจ้งเตือนการก่อสร้างในแต่ละ ช่วงตอนมีความแตกต่างกันครับ ในบางช่วงตอนมีการให้สัญญาณแจ้งเตือนการก่อสร้าง ค่อนข้างชัดเจนครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องป้ายการแจ้งเตือนการก่อสร้าง อุปกรณ์จราจร ไฟกระพริบต่าง ๆ แต่ในขณะเดียวกันในบางช่วงตอนก็แทบจะมองไม่เห็นป้ายแจ้งเตือน การก่อสร้างเลย ซึ่งผมกังวลว่าจะเป็นสาเหตุที่นำไปสู่อุบัติเหตุ สร้างความสูญเสียให้กับ พี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนได้ ผมจึงจะขออนุญาตสอบถามท่านรัฐมนตรีผ่าน ท่านประธานด้วยความเคารพว่า กรมทางหลวงมีระเบียบหลักเกณฑ์ในการกำหนดการให้ สัญญาณแจ้งเตือนการก่อสร้างเพื่อป้องกันอุบัติเหตุให้กับพี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนน หรือไม่ อย่างไร เป็นคำถามแรกครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีช่วยอธิรัฐตอบครับ🔗

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคมนาคม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม วันนี้ผมได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้มาตอบกระทู้ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก่อนอื่นก็ต้องขอบคุณท่าน ส.ส.สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิที่ท่านได้มีความเป็นห่วง ผู้ใช้ท้องถนน ไม่ว่าจะเป็นในจังหวัดลพบุรี ชัยภูมิ นครราชสีมา ในส่วนเส้นทางที่ท่านได้กล่าวถึง ก็คือเส้นทางหมายเลข ๒๐๕ ก็เหมือนอย่างที่ท่านได้บอกครับว่าถือว่าเป็นเส้นทางหลัก อีกทางหนึ่งที่จะช่วยแบ่งเบาภาระของถนนมิตรภาพ ทางหลวงหมายเลข ๒ ที่เราเรียกกัน ระยะทางของทางหลวงหมายเลข ๒๐๕ มีระยะทางทั้งหมด ๒๓๑ กิโลเมตร ข้อมูลเบื้องต้น ก็คือทางกระทรวงคมนาคมได้มีการพัฒนาให้เป็น ๔ ช่องจราจรแล้ว ๑๒๒ กิโลเมตร อยู่ในระหว่างดำเนินการ ๕๓ กิโลเมตร และยังเหลือที่เป็น ๒ ช่องจราจร ๕๖ กิโลเมตร🔗

ต่อคำถามข้อแรก ก็คือสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ถามเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ในการ ที่ผู้รับจ้างไปดำเนินการอยู่ผมก็เข้าใจว่า น่าจะเป็นในช่วง ๕๓ กิโลเมตร ที่กำลังดำเนินการอยู่ ซึ่งปัจจุบันอยู่ในช่วงอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ไปยังอำเภอพระทองคำ จังหวัดนครราชสีมา ปัจจุบันนี้ได้กำลังดำเนินการอยู่ใน ๓ โครงการ แบ่งเป็น ๓ ช่วง ช่วงแรกก็คืออำเภอหนองบัวโคก ถึงอำเภอพระทองคำ ระยะทางประมาณ ๑๖.๗ กิโลเมตร ช่วงที่ ๒ ก็คือช่วงอำเภอเทพสถิต ถึงอำเภอบำเหน็จณรงค์ ตอนบ้านช่องสำราญถึงบ้านคำปิง ในตอนที่ ๑ ระยะทางประมาณ ๒๒.๗ และในตอนที่ ๒ ๑๓.๗ กิโลเมตร รวมเป็นทั้งหมดประมาณ ๕๓ กิโลเมตร ที่ทาง กรมทางหลวงได้ดำเนินการก่อสร้าง ต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าทางกรมทางหลวงเราได้มีนโยบายชัดเจนให้ผู้รับจ้างไม่ว่าบริษัท ไหนก็ตามว่า ในการก่อสร้างใด ๆ ก็แล้วแต่เรายึดพี่น้องประชาชนเป็นตัวตั้ง ฉะนั้น การก่อสร้างต้องส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนให้น้อยที่สุด เรื่องการติดป้าย ติดสัญญาณ เตือนต่าง ๆ เราได้กำชับผู้รับจ้างให้ทำในทุกโครงการในทุกที่ แล้วก็เหมือนอย่างที่ท่าน ส.ส. ท่านได้บอกมาว่า บางโครงการ บางตอนก็ได้มีการเตือนอย่างดี แต่บางครั้งบางจุดก็อาจจะ หลุดรอดไป ทางกระทรวงคมนาคมก็กราบขออภัยและขอรับข้อมูลตรงนี้ ท่านก็สามารถแจ้ง ข้อมูลมาได้เลยว่าตรงไหนมันอาจจะเป็นจุดที่ตกสำรวจไป เป็นจุดที่ทางผู้รับจ้างอาจจะ หลงลืมไป ฉะนั้นถ้าท่านให้ข้อมูลมาทางกรมทางหลวงโดยกระทรวงคมนาคมก็จะไปกำชับ ในจุดนี้ ขออนุญาตตอบคำถามข้อแรกครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านถามครั้งที่ ๒ ได้ครับ🔗

นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ชัยภูมิ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ชัยภูมิ เขต ๓ พลังประชารัฐ ผมต้องขอขอบคุณท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ได้ตอบคำถามในข้อแรกได้ชัดเจน และผมเชื่อว่าน่าจะเป็นคำตอบที่พี่น้องประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนมีความพึงพอใจ ผมก็จะขอฝากตามประเด็นที่เมื่อสักครู่ ในประเด็นที่บางจุด บางช่วงตอนที่ผู้รับจ้างยัง ไม่แจ้งเตือนให้เรียบร้อยครบถ้วน ก็ฝากทางท่านรัฐมนตรีได้กำชับในประเด็นนี้🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ จากการที่กระผม ได้ติดตามตรวจสอบการจัดสรร งบประมาณของกระทรวงคมนาคม ของกรมทางหลวง ก็ได้ทราบว่าการจัดทำงบประมาณ ในการก่อสร้างเส้นทางแต่ละเส้นทางจะมีการกำหนดไว้เป็นงบประมาณผูกพัน ผมยกตัวอย่างเช่น เส้นทางหมายเลข ๒๐๕ ในหลาย ๆ ช่วงตอนที่ท่านรัฐมนตรีได้กรุณา กล่าวเมื่อสักครู่ จะเห็นได้ว่าได้มีการจัดสรรงบประมาณผูกพัน ๓ ปี อย่างเช่น เส้นทางบ้าน ช่องสำราญ-ห้วยยายจิ๋ว และห้วยยายจิ๋ว-คำปิง ระหว่างอำเภอเทพสถิตกับอำเภอบำเหน็จ ณรงค์ เชื่อมต่อจากอำเภอลำสนธิของภาคกลาง จะได้รับการจัดสรรงบประมาณช่วงตอนละ ๖๘๐ ล้านบาท ซึ่งได้จัดสรรแบ่งเป็น ๓ ปี แต่ในปัจจุบันมีการก่อสร้างดำเนินการแล้ว และมี ความคืบหน้าไปค่อนข้างมาก และพี่น้องประชาชนคาดว่าคงใช้ระยะเวลาไม่นานเส้นทาง ก็น่าจะก่อสร้างแล้วเสร็จสมบูรณ์ แต่พี่น้องประชาชนก็สงสัยว่าการจัดตั้งงบประมาณเป็น งบประมาณผูกพัน ๓ ปี แต่การก่อสร้างไม่น่าจะถึง ๓ ปี ในประเด็นนี้จะขอสอบถาม ท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานด้วยความเคารพว่า การจัดสรรงบประมาณผูกพัน ๓ ปีเช่นนี้ ไม่ทราบว่าจะทำให้การก่อสร้างเส้นทางดังกล่าวต้องใช้ระยะเวลา ๓ ปีด้วยหรือไม่ เป็นความห่วงใยจากพี่น้องประชาชนได้ถามมา เป็นคำถามที่ ๒ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ต่อคำถามที่ ๒ ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้สอบถามก็คือ ช่วงที่กำลังก่อสร้างอยู่ในช่วงอำเภอเทพสถิตถึงอำเภอบำเหน็จณรงค์ ตอนบ้านช่องสำราญ ถึงบ้านคำปิง ซึ่งแบ่งเป็น ๒ ช่วง ๒ โครงการ อย่างที่ท่านสมาชิกได้กล่าวไว้ ต้องกราบเรียน ว่าทั้ง ๒ โครงการนี้ได้รับจัดสรรไปเมื่อปี ๒๕๖๔ และเป็นงบผูกพัน ๓ ปีเหมือนอย่างที่ท่าน ได้กล่าวไว้ แต่จากการที่ผมได้สอบถามทางผู้รับจ้างและโดยกรมทางหลวงทราบว่าระยะเวลา การก่อสร้างน่าจะเสร็จภายในปลายปี ๒๕๖๖ ได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ หลาย ๆ อย่างในบ้านเมือง เช่น ถ้าเป็นในอดีตก็สถานการณ์โควิด (COVID) ที่มีผลต่อแคมป์ (Camp) คนงานอะไรต่าง ๆ ตรงนี้ก็จะมาเป็นตัวกำหนด แต่ผมเชื่อว่าด้วยสถานการณ์ตอนนี้ เราก็ถือว่าอยู่ในสถานการณ์ที่ปกติทุกอย่างของการทำงาน ไซต์ (Site) งานในสถานที่ต่าง ๆ สามารถดำเนินการคืบหน้าได้ แล้วการคืบหน้าก็ยังอยู่ในแผนที่ทางกรมทางหลวงได้ให้ กรอบไว้ ฉะนั้นผมก็คาดว่าภายในปลายปี ๒๕๖๖ ก็น่าจะสามารถสร้างได้แล้วเสร็จใน ๒ ช่วง ตรงนี้ที่ท่าน ส.ส. ได้เป็นห่วงครับ ตอบคำถามข้อที่ ๒ ครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่าน สัมฤทธิ์มีอะไรถามครั้งที่ ๓ อีกไหมครับ ได้ครับ มีเวลาเหลืออีก ๘ นาที🔗

นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ชัยภูมิ

กราบขอบพระคุณท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ชัยภูมิ เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ เช่นเดิมครับ ผมต้องกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมที่ตอบคำถามได้ชัดเจน ผมก็ยังเชื่อว่าพี่น้องประชาชนน่าจะพึงพอใจ ในคำตอบของท่านเป็นอย่างยิ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ ตามที่ผมได้กล่าวในเบื้องต้น ที่ผมได้ขอบคุณรัฐบาล ขอบคุณกระทรวงคมนาคม ในเรื่องการพัฒนาระบบขนส่ง โดยเฉพาะ ในเรื่องการจัดการจราจรให้เพียงพอ รองรับผู้ใช้รถใช้ถนนทั้งในปัจจุบัน และอนาคต แต่จากที่ผม ได้นำเรียนเรื่องการจัดสรรงบประมาณ การพัฒนาจะเป็นการพัฒนาเป็นช่วงตอน ช่วงตอน ซึ่งการพัฒนาเช่นนี้ก็อาจจะให้มีปัญหาเกิดขึ้นบางช่วงตอนที่ยังไม่ได้รับการพัฒนา ผมก็ยก ประเด็นทางหลวงหมายเลข ๒๐๕ เช่นเดิม ซึ่งผมเองกับท่าน ส.ส.เชิงชาย ชาลีรินทร์ ได้รับ การแจ้งข้อมูลในกึ่งร้องเรียนมามากพอสมควรว่า ยังมีช่วงตอนบางช่วงตอนที่ยังไม่มีวี่แวว การพัฒนา ก็คือช่วงตอนบ้านคำปิง อำเภอบำเหน็จณรงค์ถึงบ้านหนองบัวโคก อำเภอจัตุรัส ระยะทางประมาณ ๑๘ กิโลเมตร ซึ่งพี่น้องประชาชนก็เกรงว่าหากพัฒนาช่วงตอน ต่าง ๆ แล้วช่วงตอนนี้ไม่มีการพัฒนา หรือยังไม่มีแผนงานที่ชัดเจน ก็อาจจะทำให้มีลักษณะ เป็นคอขวดจะสร้างปัญหาในการสัญจรไปมาอย่างยิ่ง และผมได้ลงไปตรวจสอบกับท่าน ส.ส. เชิงชาย ชาลีรินทร์ ก็พบว่าเส้นทางนี้ ช่วงตอนนี้ ความกว้างของถนนค่อนข้างแคบ ไม่มี ไหล่ถนนให้หลบเลี่ยงกัน แล้วก็มีพี่น้องประชาชนสร้างบ้านเรือนอาศัยอยู่ค่อนข้างหนาแน่น แล้วก็ยังมีโรงงานต่าง ๆ มากมาย ไม่ว่าจะเป็นโรงงานแป้งมันสำปะหลัง โรงงานน ้าตาล หรือว่าโรงงานเหมืองแร่ ซึ่งก็มีความกังวลจากพี่น้องประชาชนว่าจะมีการดำเนินการเมื่อไร หรือไม่ อย่างไร ผมก็จะขออนุญาตสอบถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นคำถามสุดท้ายว่า ในช่วงตอนที่ผมได้กล่าวไป ก็คือช่วงตอนบ้านคำปิง อำเภอบำเหน็จ ณรงค์ ถึงบ้านหนองบัวโคก อำเภอจัตุรัส ได้มีแผนงานที่จะดำเนินการขยายช่องทางจราจร หรือไม่ เมื่อไร อย่างไร เพื่อให้ทางหลวงหมายเลข ๒๐๕ เป็นเส้นทางที่สมบูรณ์รองรับ การสัญจรไปมาของพี่น้องประชาชนระหว่างภาคกลางกับภาคอีสาน แล้วก็จะแบ่งเบา การจราจรจากถนนมิตรภาพได้เป็นอย่างดี เป็นคำถามสุดท้ายครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ รัฐมนตรีอธิรัฐครับ🔗

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ต่อการจัดแผนงบประมาณของกระทรวงคมนาคม ก็ต้อง กราบเรียนครับว่า ทางหลวงหมายเลข ๒๐๕ ระยะทางกว่า ๒๓๑ กิโลเมตร ทางกระทรวง คงไม่สามารถจัดสรรงบทั้งเส้นภายในปีเดียว ฉะนั้นเลยต้องแบ่งเป็นช่วงตอน ช่วงตอน เพื่อกระจายไปให้ทุกจังหวัดในประเทศไทย ในส่วนที่ท่าน ส.ส. ได้ถามมาก็คือช่วง กม. ๑๖๖ ช่วงคำปิง หนองบัวโคก ตำบลบ้านเพชร อำเภอบำเหน็จณรงค์ ถึงตำบลหนองบัวโคก อำเภอจัตุรัส ต้องกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า ทางกระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงเอง เราให้ความสำคัญ แล้วก็จัดอยู่ในแผนมาตลอด แล้วในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ทางกระทรวง คมนาคม โดยกรมทางหลวงก็ได้ยื่นขอรับสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงบประมาณ ตอนนี้ ก็อยู่ในแผนขั้นตอนดำเนินการที่เราต้องทำเรื่องไปขอทางสำนักงบประมาณ ถ้าผ่าน สำนักงบประมาณแล้วก็ต้องเข้ามาที่สภาเรา ผ่าน ส.ส. แล้วก็ผ่าน ส.ว. อันนั้นก็เป็น ตามลำดับขั้นตอน ถ้าได้รับจัดสรรทั้งหมดแล้ว ผมก็จะประสานให้ทางกรมทางหลวง ได้เร่งดำเนินการ เพราะเขาทราบเป็นอย่างดีว่าจุดที่ท่านได้กล่าวมาก็ยังเป็นจุดที่เกิดอุบัติเหตุ บ่อยครั้ง มีพี่น้องประชาชนใช้ถนนจำนวนมาก นอกจากเรื่องถนนที่เราทำเพิ่มในตรงนั้น ก็ยังมีเรื่องของความปลอดภัยเช่นเดียวกัน ในงบประมาณปี ๒๕๖๖ ก็คือช่วงโรงเรียนบ้าน เขาดินพิทยารักษ์ ตรง กม. ๑๖๖ ก็จะมีการทั้งตีเส้นทำป้ายเตือน ทำทางม้าลายเพิ่มเติม ก็ต้องกราบเรียนว่ารัฐบาลภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา และกระทรวงคมนาคม ท่านได้ให้ความห่วงใยพี่น้องผู้ใช้ถนนทั้งประเทศทุกจังหวัดอย่าง เท่าเทียมกัน และโดยกระทรวงคมนาคมก็จะพยายามพัฒนาให้พี่น้องประชาชนได้รับความ สะดวกสบายในการใช้ถนนอย่างดีที่สุดครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ จบกระทู้ถามสดด้วยวาจาของท่านสัมฤทธิ์แล้ว🔗

ต่อไปเป็นกระทู้ถามสดด้วยวาจา กระทู้ถามที่ ๑๗๖ ส. (นายพัฒนา สัพโส เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗

เชิญ ท่านพัฒนาครับ🔗

นายพัฒนา สัพโส สกลนคร

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม พัฒนา สัพโส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นผมต้อง ขอขอบคุณพรรคเพื่อไทย แล้วก็เพื่อนสมาชิกของพรรคเพื่อไทยที่ยังคงกระทู้สด ของผมอีกสัปดาห์ ถึงข้อบังคับผมมีสิทธิในการที่จะถามกระทู้สด แต่ว่าเรื่องสำคัญ ในพรรคเพื่อไทยก็มีเยอะ อย่างที่ผมกราบเรียนท่านประธานเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว วันนี้ผมดีใจ ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ขออนุญาตเอ่ยนามท่านอนุพงษ์ เผ่าจินดา ท่านได้มาตอบ ท่านประธานก็ไม่ต้องฝากท่านอธิรัฐสอนมวยอีก เพราะว่าวันนี้ท่านมาแล้ว เข้าประเด็นแล้วกัน ในรอบเดือนกว่า ๆ ที่ผ่านมาพี่น้องท้องถิ่นได้มีการจัดสอบคัดเลือกสรรหาบุคลากรของท้องถิ่น ซึ่งพี่น้องประชาชนไม่ว่าจะเป็นข้าราชการท้องถิ่น ข้าราชการการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนี่ละครับ ที่นั่งข้าง ๆ ผม โดยเฉพาะท่านอาจารย์วิทยา ท่านมานะ จากชัยภูมิ และหลาย ๆ ท่าน วันนี้ท่านประธานทราบไหมครับว่า พี่น้องข้าราชการท้องถิ่น ที่จังหวัดเชียงใหม่นี่เขานั่งดูถ่ายทอดสด ไม่ใช่ถ่ายทอดฟุตบอลนะครับ ถ่ายทอดสดกระทู้ถามสด เรื่องสอบข้าราชการท้องถิ่น ผมเองโดยปกติก็ไม่ค่อยได้พูดในสภา แต่วันนี้มีคนรู้จักผมเยอะ เชิญไปเป็นวิทยากรบ้าง เมื่อวานก็โทรมาครับ ที่จังหวัดอ่างทองบอกช่วยไปเป็นวิทยากรให้กับ กลุ่มข้าราชการท้องถิ่นในเรื่องบริหารงานบุคคล ผมเองก็ไม่มีความรู้มากมายหรอกครับ ที่ทราบ เรื่องนี้ก็เพราะดูข่าว ผมเชื่อว่าสมาชิกในห้องนี้ก็รู้เรื่องครับ ดูข่าว แต่ท่านรัฐมนตรีทำไมปล่อย ให้เรื่องนี้มันล่วงเลยมาถึงขนาดนี้ หรือท่านไม่ทราบ นี่เป็นประเด็น เป็นประเด็นคำถามในวันนี้ ที่ผมจะต้องตั้งกระทู้ถามสด ผมจะอภิปรายในรายละเอียดให้กับท่านประธานและเพื่อนสมาชิก ที่มามีกลุ่มข้าราชการไปร้องเรียนศาลปกครองเกือบจะทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นศาลปกครอง เชียงใหม่ พิษณุโลก โคราช และกรรมาธิการของท้องถิ่น ซึ่งเป็นตัวแทนของสภาแห่งนี้ กรรมาธิการสามัญ ซึ่งมีท่านประธานซูการ์โน มะทา ท่านก็มีบัญชาบอกว่าพัฒนาต้องดำเนินการ เรื่องนี้ เพราะว่าผมต้องการให้ท่านรัฐมนตรีได้ไปเห็นวันที่เขามาร้อง น ้าตาของเขา เมื่อวานมานี่ก็ไม่มีคำตอบ ผมก็เพิ่งประชุมกรรมาธิการเมื่อวานนี้ เดินออกจากห้องประชุม ทั้งน ้าตาประเด็นที่ผมจะตั้งคำถามมันมี ๓ ประเด็นครับ ประเด็นง่าย ๆ ไม่ใช่ประเด็นทางการ เมืองอะไรหรอก ถ้าท่านรัฐมนตรีมาตั้งแต่ครั้งที่แล้วมันก็จบไปแล้ว แล้วมันก็จะแก้ปัญหาอะไร หลาย ๆ อย่างได้ดีผมเชื่อว่าสมาชิกที่นั่งอยู่ในห้องนี้ ทุกคนได้ยินหมดล่ะครับ ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐-๖๐๐,๐๐๐ เดี๋ยวท่านค่อยชี้แจงว่า ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ ท่าน ไม่ได้ยิน ผมมีหลักฐานเยอะ วันนี้ไม่เป็นไรผมตั้งกระทู้ถามตรงนี้ ตอนนี้กรรมาธิการ กำลังศึกษาเรื่องนี้โดยละเอียด แต่ว่าสิ่งที่เร่งด่วนที่ผมเชิญท่านมาวันนี้ ไม่ใช่ผมเชิญนะ ท่านประธานเชิญ กราบขออภัยครับ ผมถามกระทู้ตรงนี้ เพื่อเป็นกระทู้ที่สร้างสรรค์ ผมถาม ท่านตอบปฏิบัติ ประโยชน์เกิดกับผู้ร้อง นั่นคือสิ่งที่ผมต้องการ กระทู้ถามสด ถ้าถามแบบ สร้างสรรค์ แล้วก็ปฏิบัติได้ มันเกิดประโยชน์กับผู้ที่ได้รับความเสียหาย ผมกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ว่า หลักจัดการระเบียบการปกครองในโลกใบนี้ มันมีอยู่ ๓ หลัก รวมอำนาจ แบ่งอำนาจ และกระจายอำนาจ แต่ประเทศเราเดี๋ยวนี้นะครับท่านประธาน ผมว่ามันเป็น ๒ แบบ แบบแรกไม่ต้องพูดถึงรวมอำนาจ แน่นอนอยู่แล้ว แบบที่ ๒ ก็พอมีบ้าง คือแบ่งอำนาจ โดยผมจะยกตัวอย่างคำสั่ง คสช. ๘/๖๐ นี้ละครับ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง บริหารงานบุคคลท้องถิ่น คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ๘/๖๐ การขับเคลื่อน ปฏิรูปการบริหารงานส่วนบุคคลท้องถิ่น เรื่องนี้เลิศหรูนะครับท่านประธาน ปฏิรูป ใช้คำว่า ปฏิรูปเลย เพื่อยกเลิกอะไร ระบบอุปถัมภ์ ที่เดิมนี้ พระราชบัญญัติบริหารงานบุคคลปี ๒๕๔๒ นี้ ให้อำนาจกับผู้บริหารท้องถิ่น เพื่อยกเลิกระบบคุณธรรม นั่นคือเจตนาคำสั่ง คสช. ๘/๖๐ แต่ท่านประธาน มีแต่อีก แต่ไม่รวมความถึงกรุงเทพมหานคร มันมีพิเศษอะไรกรุงเทพมหานครนี้ มันถึงจะต้องแยกออกไปจาก อปท. รวมหมดเรื่อง อบต. เทศบาล อบจ. ให้ใช้คำสั่ง ๘/๖๐ แต่พอกรุงเทพมหานครไม่รวมความถึง พิเศษที่สุดเลย พระราชบัญญัติเดิมนี้ของท้องถิ่นเรานี้ ไม่ว่ายุคสมัยไหน ตั้งแต่ท่านประธานเป็นรัฐมนตรี เป็นรุ่นพี่ของท่านอนุพงษ์นี้ละ ท่านก็ใช้ แบบนี้มาตลอด นี่คือสิ่งที่ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าสิ่งที่มันเกิดขึ้น มันเกิดขึ้นจาก คำสั่ง ๘/๖๐ อันนี้ ที่รวมเอาอำนาจตรงนี้ให้ส่วนกลาง ก็คือ ก กลางนั่นละครับ ภาษาบ้าน ๆ เรา ภาษาที่เรียกกัน ก กลาง ก็มีคณะกรรมการ ท่านไม่ต้องตอบผมนะว่า ก กลางนี้ก็เชิญ ตัวแทนปลัด เชิญตัวแทนนายกมาเป็นคณะกรรมการกลาง มันคนละประเด็น ท่านไม่ต้อง ตอบว่าอย่างนี้ว่ามีตัวแทนแล้ว สรุปก็คือรวมความว่าเรารวมอำนาจล่ะครับ🔗

มันมาเข้าประเด็นตรงนี้ครับ คำถามแรก ท่านฟังให้ดี ท่านรัฐมนตรีตอบ ตรงประเด็นด้วย ท่านไม่ต้องตอบว่าท่านเป็นฝ่ายกำหนดนโยบาย ไม่ใช่ผู้ปฏิบัติ ท่านอย่าตอบ นะครับเรื่องนี้ ท่านรับรู้ทุกเรื่อง เรื่องนี้มันรู้มาตั้งเดือนกว่า ๆ แล้ว ท่านแก้ไขได้ ท่านไม่ต้อง รีบบรรจุแต่งตั้ง แต่ทำไมท่านดำเนินการโดยไม่ต้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนี้ต้องตั้งกระทู้ ถามสดเลย มันมีในข่าวนี้ ท่านต้องปฏิบัติแล้ว ท่านฟังให้ดี คำถามแรก ท่านมีวิธีการ ให้ผู้ร้องตรวจสอบความถูกต้องของผลคะแนนสอบอย่างไร ทวนรอบที่ ๒ ท่านมีวิธีการให้ ผู้ร้องตรวจสอบความถูกต้องของผลคะแนนสอบอย่างไรที่เขาไปร้องนี้ เขาบอกคะแนน มันไม่ถูกต้อง ทราบว่าให้ผู้ร้องตรวจสอบกระดาษคำถามและกระดาษคำตอบ แต่ในสถานที่เก็บ ต่างกัน คนละชั้น วันที่เขาไปตรวจ และต่างเวลากันด้วย กระดาษคำตอบกับเฉลยเขานี้ ท้ายสุด กระดาษคำถามก็ไม่ใช่ชุดที่ผู้ร้องได้ทำในห้องสอบหนักไปใหญ่เลยครับทีนี้ นี่เป็นคำถามผม ท่านตอบก่อนคำถามที่ ๑ นะครับ ท่านมีวิธีการอย่างไรให้ผู้ร้องตรวจสอบความถูกต้อง ของผลคะแนนสอบ แต่ตอนนี้มีคนไปตรวจแล้วเขาบอกคำถามมันไม่ใช่ชุดที่เขาสอบ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ใช้เวลาไป ๑๐ นาที ท่านเหลืออีกแค่ ๕ นาที การตั้งกระทู้ต้องตรงประเด็น ชัดเจน ไม่เป็นการอภิปราย ท่านรัฐมนตรี พลเอก อนุพงษ์ เชิญตอบครับ🔗

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผมขอเรียนตอบกระทู้ อย่างไรก็ตามมีการกล่าวถึงการตั้งกระทู้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมขออนุญาตเรียนชี้แจง สักเล็กน้อยเพื่อความเข้าใจของสังคมในส่วนรวม🔗

ประเด็นแรก เรื่องของผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่ประธานสภาในขณะนั้นได้ให้แนวคิด ปฏิบัตินั้น กระผมขอน้อมรับ ท่านได้บอกว่าถ้าจะมอบให้ผู้ใดขอให้เขาพร้อมมาตอบ อันนี้ เป็นแนวทางที่จะไปปฏิบัติ อย่างไรก็ตามผมก็อยากจะเรียนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นมาให้ทราบ และมันเกิดขึ้นแล้ว ว่าในวันนั้นมีกำหนดการงานสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องไปปฏิบัติ ในการปฏิบัติในวันนั้นได้มีกำหนดการล่วงหน้าเรียบร้อยแล้ว ผู้ที่เข้าไปร่วมนั้นแม้กระทั่ง ประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ไปด้วย ท่านหัวหน้าพรรคฝ่ายค้านก็ไปด้วยที่ผมเห็น ในเวลา ๗ โมงเช้าก็ได้เข้าไปตรวจเอทีเค (ATK) แล้วก็เข้าไปรอในสถานที่ที่ให้รอ ในการที่ เข้าไปนั้นไม่มีเครื่องมือสื่อสารและไม่มีผู้ติดตามเข้าไป กระผมทราบทีหลังว่ามีกระทู้ น่าจะ เป็นประมาณ ๙ โมงเศษ หรือ ๑๐ โมงนี่ละครับ ทางกระทรวงก็ทราบ ทางกระทรวงก็แจ้ง อัตโนมัติ เพราะว่าไม่สามารถติดต่อผมได้ ไม่สามารถติดต่อได้เลย เขาก็ติดตามอัตโนมัติไปยังรอง ก็เป็นประเด็นที่น่าจะเรียนให้ทราบว่าการที่จะไปให้รัฐมนตรีช่วย ปกติการที่จะมอบ ก็มักจะดูรัฐมนตรีช่วยเกี่ยวข้องไหม หรือมีประสบการณ์เรื่องนั้นไหม บังเอิญรองที่จะ เกี่ยวกับท้องถิ่นก็จะเป็นท่านรัฐมนตรีช่วยนิพนธ์ สำนักงานท่านรัฐมนตรีช่วยก็รับ ในขณะนั้น ผมไม่ทราบเรื่องทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นจะบอกว่ามอบแล้วไม่ได้ดูใครนี่ กระผมคงต้องไปหาวิธี ที่จะต้องแก้ไขตรงนี้ว่า ถ้ามันเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ในวันเดียวกันอย่างนี้อีกจะแก้อย่างไร เขาก็มอบไป บังเอิญรัฐมนตรีช่วยก็ต้องเดินทาง ๑๐ โมงครึ่ง กระผมมีกำหนดที่จะต้องเข้า ในพิธี ๑๐ โมงตรง การจะมาตอบ ๑๐ โมงครึ่งอย่างไรก็ไม่ทัน ซ ้าร้ายคือไม่รู้ ไม่ทราบ เป็นข้อที่อยากเรียน แล้วก็อยากเรียนด้วยว่าทุกครั้งที่กระทรวงมหาดไทยได้รับกระทู้ พยายามจะตอบทุกกระทู้ ไม่โดยผมก็รัฐมนตรีช่วยทั้ง ๒ ท่านนี่จะตอบ ไม่ค่อยได้ บิดพลิ้วและไม่ค่อยจะเลื่อน ก็เรียนเป็นข้อมูลว่าเราเห็นความสำคัญของการที่จะมาคอยดูแล ฝ่ายบริหารโดยสภากระผมเรียนเป็นข้อมูลให้ทราบ กลับมาเรื่องของการสอบ จริง ๆ เรียกว่า การสรรหาตำแหน่งสายงานผู้บริหารของ อปท. ไม่ใช่การสอบบรรจุ เพราะบรรจุอยู่แล้ว แล้วก็สรรหาเพื่อจะไปอยู่ในตำแหน่งสายบริหารหรืออำนวยการขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ท่านบอกว่าทราบหรือไม่ ทราบ ผมอธิบายง่าย ๆ ว่าทราบแน่ ๆ ว่ามี ในเรื่องของไปร้องศาลปกครอง แล้วถ้าเพิ่งทราบว่ากรรมาธิการก็โดนตั้งกระทู้ถาม ตั้งกระทู้ถามก็มาตอบ แต่ศาลปกครองนี่น่าสนใจ กระผมคงไม่สามารถไปก้าวล่วงได้ว่าศาล จะตัดสินออกมาว่าการสอบนั้นชอบหรือไม่ชอบอย่างไร คำถามแรกฟังแล้วก็ไม่มีอะไร เพราะท่านพูดว่าเขาร้องว่าน่าจะเป็นการสอบ เพราะไม่ได้บอกประเด็นมาว่าเรื่องอะไร แต่บอกว่าผู้ที่มาสอบเขามีปัญหาและเขาไปร้องศาลปกครอง แล้วเขาอยากจะดูได้อย่างไร หลักง่าย ๆ ของการดูนี่ดูได้แน่นอน ดูได้ทั้งข้อสอบ ดูได้หมดเลยทุกอย่าง แต่ต้องหลังจาก ประกาศขึ้นบัญชีเรียบร้อยแล้ว เมื่อผลออกมาหมดแล้ว ไม่เช่นนั้นพอสอบภาคความรู้ความสามารถแล้วไม่ผ่าน แล้วจะขอดูเลยมันมีผลต่อการสอบ ต่อไป เพราะฉะนั้นในประกาศเขาก็บอกว่ามีช่องทางดูได้ และคณะอนุกรรมการที่ดำเนินการ จะดำเนินการประกาศแนวทางในการดำเนินการในวันที่ประกาศขึ้นบัญชีผู้ที่ผ่านการสรรหา มีช่องทางที่จะทำได้ ดูได้ ข้อสอบของตนเองดูได้หมดทุกอย่าง สามารถดูได้หมดไม่ใช่ดูไม่ได้ แล้วก็เมื่อพูดไปตอนนี้เมื่อมีการกล่าวไปถึงว่ามีการร้องศาลปกครอง มีการร้องศาลปกครอง อยู่ทั้งสิ้นในการสรรหาครั้งนี้ ๑๐ แห่งด้วยกัน ตั้งแต่ศาลปกครองกลาง พิษณุโลก นครศรีธรรมราช ระยอง เชียงใหม่ สงขลา สุพรรณบุรี อุดรธานี นครสวรรค์ นครราชสีมา ในขณะนี้ความคืบหน้าได้ส่งคำชี้แจงไปแล้ว มีพิษณุโลก สงขลา สุพรรณบุรี อุดรธานี นครสวรรค์ ไต่สวนไปแล้วมีศาลปกครองกลาง นครศรีธรรมราช ระยอง เชียงใหม่ และที่ สำคัญจังหวัดนครราชสีมาไต่สวนเสร็จเรียบร้อยแล้ว และพิพากษาเมื่อวันที่ ๔ กุมภาพันธ์ ยกฟ้อง ก็อยากจะเรียนเป็นนิดหนึ่งว่าการดำเนินการนั้นจะมีคณะกรรมการตามกฎหมาย ดำเนินการ ที่สำคัญที่อยากจะเรียนว่าในประกาศ ในระเบียบก็สามารถที่จะให้สถานศึกษา อุดมศึกษาของรัฐมาดำเนินการได้ ในครั้งนี้ในการดำเนินการทั้งหมดก็เป็นมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์เป็นผู้ดำเนินการทั้งสิ้น ทำอะไรบ้าง ตั้งแต่ออกข้อสอบ คัดเลือกข้อสอบ ตรวจกระดาษ พิมพ์ข้อสอบ ผลิตข้อสอบ คุมสอบ ทั้งสิ้นเลยเป็นเรื่องของมหาวิทยาลัย เกษตรศาสตร์ ก็อยากจะเรียนว่าในการดำเนินการนั้นมีขั้นตอนรัดกุมมาก ยืดยาวมากเลย ก็ขอให้มั่นใจได้ว่าด้วยกฎหมาย ด้วยความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย โดยคณะกรรมการขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น ก. กลาง อันนี้ จะเป็นอนุกรรมการสรรหา หรือมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่ทำนั้นก็พยายามที่จะทำให้ ทุกอย่างเป็นไปโดยความบริสุทธิ์ผุดผ่องทั้งสิ้น ในการดำเนินการผมก็ไม่สามารถพูดได้จะมี คนร้องไม่ร้อง แต่สิ่งสำคัญก็ต้องหาข้อยุติ ถ้ามาร้องผม ผมก็จะดำเนินการดังที่ท่านว่านิ่งอยู่ ได้อย่างไร กระผมไม่ได้รับการร้องมาที่ผม เขาไปร้องศาลปกครอง ศาลปกครองก็ดำเนินการ ทั้งสิ้น ขณะนี้สรุปแล้วก็คือว่าผมก็เชื่อมั่นว่าผู้ที่ดำเนินการทั้งหมดคือ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ทำไปด้วยความโปร่งใส ผู้ที่ร้องก็ร้องได้ ก็ต้องมีการชี้แจงกัน ถ้าผลออกมาว่าทำแล้วปรากฏว่าเป็นข้อบกพร่อง ผู้ที่ดำเนินการในครั้งนี้ตามที่ได้จัดซื้อจัดจ้าง ไป คือมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ก็ต้องรับผิดชอบ ถ้าเป็นความผิดในขั้นมีการทุจริต ก็ดำเนินการตามกฎหมาย กระผมก็เห็นว่าคงจะต้องทำเช่นนั้น ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่กว่านั้น ก็จะต้องดำเนินการตามกฎหมาย ถ้าเป็นข้าราชการก็จะต้องโดนแม้กระทั่งไม่ใช่เพียงวินัย จะต้องโดนอาญาด้วย เพราะในเรื่องนี้กำหนดไว้แน่ชัด ผมขอยกตัวอย่างว่าในการที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ดำเนินการนี่ ในการที่ดำเนินการก็มีข้อกำหนดเลยว่า เช่น ต้องเป็นเรื่องลับที่สุด พูดง่าย ๆ ต้องเก็บตัวทุกอย่าง เอาวิทยุสื่อสาร โทรศัพท์ไปก็ไม่ได้ ถ้าไปยุ่งเกี่ยวก็เห็นชัดมีความผิดทั้งวินัย แล้วก็จะต้องดำเนินคดีทางกฎหมาย ในการที่จัดจ้าง ให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นผู้ดำเนินการ ก็อยากจะเรียนสมาชิกผู้ทรงเกียรติกับ ประชาชนผู้ที่เข้าสอบถ้าไม่ได้รับความเป็นธรรมท่านทำได้ ท่านมาหาท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติ ก็ได้ ไปที่กระทรวงมหาดไทยก็ได้ ท่านร้องศาลปกครองก็ได้ ดูได้ข้อสอบ ไม่ใช่ดูไม่ได้ ก็เรียน โดยสรุปครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านถามได้อีก ๑ ครั้งครับ🔗

นายพัฒนา สัพโส สกลนคร

ขอบคุณมากครับท่านประธาน คำถามที่ ๒ ท่านประธาน เมื่อสักครู่ก็ไม่ค่อยผิดคลาดที่ท่านรัฐมนตรีตอบก็ดูดี แต่ว่าประเด็นที่ผมถาม ผู้ร้องตรวจสอบความถูกต้องของผลคะแนนสอบอย่างไรนี่ก็ไม่ค่อยชัดเจน แต่ว่าผมจะถาม คำถามที่ ๒ ขณะนี้มีผู้ร้องบางคนได้ตรวจสอบผลคะแนนแล้วพบว่าเกิดข้อผิดพลาดในผลของ คะแนนของผู้ร้อง ท่านจะดำเนินการอย่างไร ทราบว่าขณะนี้มีการประกาศผลคะแนนสอบ และให้ผู้ที่รับการประกาศว่าผ่านการสอบได้เลือกสถานที่จะบรรจุแต่งตั้งแล้ว เขาไปตรวจแล้ว พบว่าผิดพลาด ท่านจะดำเนินการอย่างไร นี่คือคำถามที่ ๒ ครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านรัฐมนตรี พลเอก อนุพงษ์ครับ🔗

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

อย่างที่ กระผมเรียนแล้วว่าในขั้นของการที่จะเข้าไปตรวจสอบนี่มีข้อว่าจะต้องให้การประกาศขึ้น พอสอบเสร็จแล้วไม่ได้ประกาศผ่าน พอสอบว่าใครที่ได้ก็จะขึ้นบัญชีไว้เพื่อรอบรรจุ และการ บรรจุก็จะดำเนินการเมื่อวันไปรายงานตัวก็จะมีการบรรจุ อย่างไรก็ตามเมื่ออันนี้มันเกิด ทีหลัง กระผมไม่มีข้อขัดข้องว่าถ้าไปตรวจแล้วเจอ ถ้าเจอในขณะนี้เท่าที่ผมมีข้อมูล ในขณะนี้ไม่ได้มีร้องขึ้นมาถึงผมว่าเขาไม่ได้ มีแต่ไปร้องศาลปกครองเท่านั้น ที่ผมมีข้อมูล ขณะนี้ แล้วศาลปกครองก็ได้ตัดสินไปแล้ว อย่างไรก็ตามเพื่อให้จบตรงนี้ ถ้ามันมีที่ว่านี้ กระผม จะไปสอบถามก่อน ถ้าผมสอบถามยังไม่มี ท่านเอาให้ผมว่าใครที่ว่านี้ กระผมก็จะไปให้ตั้ง กรรมการเข้าไปดูแล สรุปแล้วตอบว่าต้องดูแลให้เขา ถ้าเขาไม่ได้รับความเป็นธรรม ถ้าเกิดจากการดำเนินการ การสอบ หรือเจ้าหน้าที่ยุ่งกับการสอบ ทำให้เขาไม่ได้รับความ เป็นธรรมทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการให้คะแนนหรืออะไรก็แล้วแต่ ท่านดำเนินการได้ เลยครับ ท่านสามารถที่จะเอาให้ผมก็ได้ กระทรวงมหาดไทยก็จะไปดำเนินการในเรื่องนี้ บังเอิญขออนุญาตผมก็ตอบเร็ว จริง ๆ แล้วเขามีการประกาศหมดว่าให้ติดต่อเว็บไซต์ (Website) อะไรอย่างไรหมด เขามีรายละเอียดหมดในการประกาศของคณะกรรมการ สรรหาที่จะไปดำเนินการ ขอเรียนว่ามีหมดทุกช่องทาง เขากำหนดหมดว่าจะไปติดต่อที่ไหน อย่างไร ในการที่จะไปขอดูข้อสอบทั้งหมด แล้วก็เทียบกับเฉลยอะไรได้หมดทุกอย่าง ดูคะแนนได้ด้วย ดูข้อสอบได้ด้วย ตอนนี้มาติดอยู่ที่ท่านพูดว่าถ้าเขาไม่ได้รับความเป็นธรรม ถ้าไม่ได้รับความเป็นธรรมในขณะนี้ส่งอย่างไรก็ได้ให้กระทรวงมหาดไทยทราบ ผมจะไปดูให้ แต่ที่ฟ้องศาลปกครองแล้วก็ให้ศาลปกครองเป็นผู้วินิจฉัย ถ้าออกมาเป็นว่าเขาไม่ได้รับ ความเป็นธรรมมันก็มีช่องไป ใครจะต้องรับผิดชอบ ใครจะต้องรับโทษ ก็ต้องตอบอย่างนั้น สรุปเมื่อสักครู่นี้ผมไม่ได้บอก แต่ว่ามี เขาประกาศว่าจะไปติดต่ออย่างไร พอดีผมหาไม่เจอ เว็บไซต์ (Website) อะไรทั้งหมด มีหมดว่าจะไปขอดูได้อย่างไร ดูได้ ผมคงตอบโดยสรุป เท่านั้นครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ จบนะครับ🔗

นายพัฒนา สัพโส สกลนคร

ยังครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

หมด ๒ ครั้งแค่นั้น ได้แค่ ๒ ครั้ง🔗

นายพัฒนา สัพโส สกลนคร

เป็น ๓ ครับ เวลาผมยังเหลืออยู่ ขอท่านประธานด้วยนะครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเข้าใจ กันก่อนครับ ถามได้แค่ ๒ ครั้ง แล้วก็ไม่มีเวลา เพียงแต่ว่าถามได้ ๒ ครั้ง นอกจากท่านจะ ฝากอะไรต่อไปประธานจะอนุญาต ท่านมีประเด็นอะไร ซึ่งต้องขออนุญาตผมก่อน เพราะว่า ท่านมีสิทธิแค่ ๒ ครั้ง🔗

นายพัฒนา สัพโส สกลนคร

ไม่ได้ยินท่านประธานเลย ประทานโทษครับ เสียงไมโครโฟน ไม่ดังเลย ถ้าอย่างนั้นผม🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

คืออย่างนี้ เดี๋ยวทำความเข้าใจกันก่อน คือกระทู้ถามทั่วไปถามได้ ๒ ครั้ง ไม่มีการกำหนดเวลา ท่านจะ ถามครั้งที่ ๓ เนื่องจากประเด็นยังติดค้างอยู่มีประเด็นที่ยังไม่หมด แต่ต้องขอประธานก่อน ถ้าประธานอนุญาตก็ได้ครับ ท่านยังมีอะไรติดค้างอยู่ใช่ไหมครับ ที่จะถามต่อ🔗

นายพัฒนา สัพโส สกลนคร

ผมขออนุญาตประธานครับ พอดีมีประเด็น ติดค้างก็เลยจะขออนุญาตท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาสั้น ๆ เชิญครับ🔗

นายพัฒนา สัพโส สกลนคร

ขอบคุณมากครับท่านประธาน ประเด็น ที่ผมจะฝากท่านประธาน หากมีการบรรจุแต่งตั้งแล้วหลังพบว่ามีความผิดพลาดในผลของ คะแนนของผู้ร้องอีกหลายกรณีท่านจะดำเนินการอย่างไร แล้วเยียวยาอย่างไร อันนี้ คือประเด็นเลยหัวใจหลัก ท่านจะเยียวยาอย่างไร ผมฝากท่านประธานอีกนิดเดียว คือท่านรัฐมนตรีอาจจะไม่เข้าใจที่ไปที่มาตั้งแต่แรกว่า สิ่งที่เขาไปร้องศาลปกครอง กระดาษ คำถามมันมีอยู่ ๓ ชุด เอ บี ซี (A B C) แต่เป็นคำถามอันเดียวกัน แต่สลับข้อ ผลปรากฏว่า คะแนนที่เฉลยออกมา แล้วก็ตรวจกระดาษคำตอบของผู้ที่เข้าสอบแข่งขัน คะแนนชุดเอ (A) มันโด่งไปเลย มันสูง ตรงนั้นเป็นข้อสังเกตของผู้ร้องที่เขาไปร้องศาลปกครอง แล้วเขาก็ไป ตรวจกระดาษคำถามแต่ละชุดที่ผู้ร้องบางท่านที่ผมบอกว่า เขาได้ไปดูกระดาษคำตอบเขา และกระดาษคำถามซึ่งมันอยู่คนละชั้น แต่ปรากฏว่ามันมีผู้ร้องบางท่านเมื่อวานท่านประธาน เขาบอกว่าทำไมข้อ ๑ มันไม่เหมือนที่เขาทำในห้องสอบ อันนี้ละมันคือประเด็น บางชุด มันไม่เหมือนที่เขาทำในห้องสอบ ตรงนี้ผมฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีด้วย เจตนาบริสุทธิ์ใจ เพียงเพื่อที่จะให้ทางท่านรัฐมนตรีเอาใจใส่เพิ่มขึ้นอีกนิดหนึ่ง ลงไป ตรวจสอบเพื่อที่มันจะไม่เสียหายไปมากกว่านี้ นั่นคือเจตนาหลักของตัวแทนพี่น้องประชาชน ที่มาจากการเลือกตั้ง ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก่อนอื่น ผมขออภัยท่านพัฒนา ผมเบลอครับ นึกว่าเป็นกระทู้ถามทั่วไป อันนี้เป็นกระทู้ถามสดอยู่ ท่านก็มีเวลาถูกของท่านฝ่ายละ ๑๕ นาที ต้องขออภัยครับ เข้าใจผิดครับ นึกว่ากระทู้ถามทั่วไป🔗

นายพัฒนา สัพโส สกลนคร

ไม่เป็นไรครับท่านประธาน ผมเข้าใจ เพราะว่าท่านก็สอนมวยเขาไปแล้ว ทีนี้ท่านก็ผิดพลาดก็ไม่เป็นไรนะครับท่านประธาน คือประเด็นมันอยู่ที่ตรงนี้ละครับท่านประธานผมก็ไม่มีอะไรมาก เพราะว่าข้อสอบ ๓ ชุด เอ บี ซี (A B C) ท่านรัฐมนตรี ฝากผ่านท่านประธานไปว่า ผมอยากให้เอาทั้ง ๓ ชุดที่เป็น กระดาษคำถามเอามาวางเลยในชั้นเดียวกันแล้วก็ให้เขาดู มันจะยากอะไรมันไม่ใช่เรื่องยาก เลย ท่านประธานทราบไหมครับว่า เมื่อวานมหาวิทยาลัยบูรพา มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่เป็นคู่สัญญากับกรม เราเชิญมาตัวการหลักเลย มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ไม่มาครับท่านประธานมันเกิดอะไรขึ้นทำไมไม่มา มันเป็นอะไร ถึงไม่มา กระดาษคำถามมันยากขนาดนั้นเลยหรือครับ นี่คือสิ่งที่ผู้ร้องเมื่อวานเขาเดินออก จากห้องประชุมกรรมาธิการร้องห่มร้องไห้ มันเกิดขึ้นได้อย่างไรครับท่านประธาน บ้านนี้ เมืองนี้ ยุคนี้บอกว่าจะปฏิรูปคำสั่ง คสช. บอกจะปฏิรูป นั่นคือสิ่งที่ผมเองอยากฝาก ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีให้ช่วยกันแก้ปัญหาท่านรัฐมนตรี สงสารเขาเถอะ พรรคเพื่อไทยที่ผมบอกว่าจะทำ พ.ร.บ. บริหารงานบุคคล อาจารย์ชูศักดิ์กับท่านจาตุรนต์ ครับ ตอนนี้ทำเรื่องท้องถิ่นบอกว่าอย่าไปทำเลยพัฒนา ผมบอกอะไรครับ ผมมีความตั้งใจ เขาบอกก็สภาล่มรายวันอย่างนี้มันจะทำได้อย่างไร ตอนนี้ลามไปถึง ครม. แล้วครับ ท่านประธาน ล่มเหมือนกันครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นท่านยังมีเวลาท่านรัฐมนตรีฝาก หน่อยครับ ยังมีเวลาเหลืออีกไม่นาน แต่ว่ายังมีเวลาที่จะแก้ปัญหา มอบจาก ก. กลางลงไป จังหวัดเลยท่านรัฐมนตรี ผมแนะนำไม่ใช่สอน ท่านเอาไปตรงนั้นจบปัญหา และที่ผมพูดหลัก ระเบียบการจัดการปกครองมันก็จะเป็นกระจายอำนาจ อย่างน้อยก็เป็นตัวแทนของ ส่วนกลางที่ไปอยู่ในจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ทรงคุณวุฒิต่าง ๆ อย่างน้อยให้เขามีส่วนร่วมมันจะเกิด อะไรขึ้นไม่เป็นไรอยู่ในพื้นที่เขา อยู่ในท้องถิ่นเขา อยู่ในจังหวัดเขา มันจะเป็นอภิปรายไปแล้ว นะครับท่านประธาน ผมว่าผมใช้เวลาของสภานี้พอแล้ว ผมเลยสะดุดท่านประธานข้อที่ ๓ ผมเตรียมมาไม่เป็นไรครับท่านประธาน ผมไม่ถือโกรธท่านประธาน เพราะว่าผมเป็น สมาชิกสภาผู้แทนตัวน้อย ๆ จากพรรคเพื่อไทย ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

กระผม ขอเรียนตอบ ย้อนไปในเอกสารที่ผมรวบรวมได้ ณ ขณะนี้ เขาบอกว่าผู้ที่เข้าสอบดูได้จาก เว็บไซต์ (Website) เขาไม่ได้มีรายละเอียดเว็บไซต์ (Website) มาให้ผม แล้วก็สามารถที่จะ เข้าดูคำตอบพร้อมเฉลยข้อสอบด้วยตนเองได้ ตั้งแต่ ๑๗ มกราคมถึงวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ อย่างไรก็ตามผมจะไปเน้นให้ทางคณะกรรมการสอบก็คือว่ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้กระจายช่องทางไปให้ทราบ อย่างไรก็ตามกลับมาเรื่องเดิมย ้าว่า กระผมก็ยัง เห็นความสำคัญของผู้ที่ถ้าเขาไม่ได้รับความเป็นธรรม ขณะนี้เขาใช้ช่อง ช่องนี้ไปได้รับรองว่า ไปได้ ก็อย่างสุดก็มีศาลปกครอง ถ้าศาลปกครองแห่งแรกออกมายกฟ้อง เพราะเอาข้อสอบ มาตรวจดูแล้วยกฟ้อง ถ้ามีศาลปกครองที่ใดบอกว่าผิด กระผมได้เรียนแล้วว่า ผู้ดำเนินการ สรรหาต้องรับผิดชอบ เมื่อสอบไปแล้วจะเป็นทุจริตผิดพลาดต้องรับผิดชอบ นั่นคือบ้านเมือง เดินได้ ผมได้เปิดช่องไว้อีกว่า ถ้าอย่างไรให้ผมทราบก็ได้บุคคลคนนั้นเอามา กระผมก็จะให้ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ขออนุญาตย้อนไปนิดหนึ่งจะสับสนการที่ทาง คสช. เขาให้ ก. กลางเป็น ผู้รับผิดชอบในการสอบอะไรทั้งสิ้น เพราะมันมีการทุจริตกันมากเหลือเกินในขณะนั้น จังหวัดกาฬสินธุ์ มหาสารคาม มหาสารคามถ้าผมจำไม่ผิดยกจังหวัดเลยครับ เป็นหลายสิบมาก แม่ฮ่องสอน อุดรธานี เป็นต้น มากมาย เขาถึงให้สอบรวมไม่ได้รวมอำนาจ ไม่ใช่ยังเป็น กระจายอำนาจอยู่ คนที่ทำไม่ใช่รัฐบาล คณะกรรมการ ก.ถ. ถ้าเป็นสอบบรรจุใหม่ กสถ. ถ้าเป็นบรรจุ ก. กลางดำเนินการโดยมีอนุสรรหาดำเนินการ จ้างมหาวิทยาลัยดำเนินการ กระผมได้เรียนย้อนไปว่าขอให้เชื่อมั่นในระบบประเทศเรา เหมือนกับให้เชื่อมั่นรัฐสภาแห่งนี้ แล้วก็ต้องพูดแต่ความจริง พยายามแก้ไขอยู่บนปัญหาของความจริง ถ้าบ้านเมืองไม่ได้ หมายความว่าทุกอย่างมันเดินไม่ได้ อย่างน้อยสุด ท่านก็มีศาลปกครองอยู่ศาลปกครองไม่ใช่ พิพากษาให้การสอบครั้งนี้ไม่ชอบเป็นไปได้ กระผมก็ไม่ได้บอกว่า ก็ผมไม่ทราบว่าเกิดที่ใด ที่หนึ่ง ผมขอย้อนไปข้อสอบที่ออกนั้น เป็น ๓ ชุดเหมือนกัน แต่สลับข้อกันถูกต้อง เรื่องนี้มี การสอบ ผมขอเรียนนิดหนึ่ง กระผมก็ไม่ได้เข้าไปอยู่ข้างใน เพราะผมไม่ได้อยู่ในกระบวนการ สอบสรรหาทั้งสิ้นจริง ๆ แล้ว กระทรวงมหาดไทยกำกับ แต่เราไม่ได้ไปกำกับละเอียดถึงนี้ ผม ไม่ได้มีอำนาจหน้าที่ที่ไปกำกับขนาดนี้ อยู่ในฐานะ อยู่ใน ก. ได้ กระผมเรียนว่าเมื่อมีข้อสอบ ๓ ชุดเขาตรวจด้วยอะไร เขาตรวจด้วย เอไอ (AI) หลายคนก็บอกวา เอไอ (AI) ผิดเขาไป ตรวจดูแล้วมันไม่ผิด มันออกมาถูกต้อง เขาก็สุ่มมา ในพื้นที่ยกตัวอย่างว่าการสอบตำแหน่ง หัวหน้าฝ่ายนักบริหารสวัสดิการสังคม ระดับต้น ผู้ที่ได้หมายเลขลงท้าย ๐๐๔ ๐๐๗ ๐๐๘ ๐๐๙ ๐๑๐ ๐๑๗ ๐๑๙ ๐๒๕ ๐๒๖ ๐๒๗ สรุปทั้งหมด ดูผลแล้ว ไม่มีการที่ออกเป็นลักษณะ เป็นอนุกรม เป็นซีรีส์ (Series) ที่จะไป ๔ แล้วไป ๗ มันไม่มี ถ้าเราตรวจด้วยคนอาจจะมี แต่เขาตรวจด้วย เอไอ (AI) แล้วก็มือตรวจมีการตรวจสอบก่อนว่าเมื่อข้อสอบเข้าไปมันตรวจ ตรงชุดทุกอย่าง สรุปตอนนี้โดนกล่าวหา ๒ อย่าง ๑. คือคณะกรรมการ คือมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และอันที่ ๒ คือระบบเอไอ (AI) กระผม ก็คงต้องขอเรียนว่าในการดำเนินการเขาใช้การตรวจอย่างนี้ โดยคณะกรรมการของ มหาวิทยาลัยตรวจอย่างนี้ ถ้ามีข้อผิดพลาดร้องได้ กระผมไม่ได้ปิด ร้องศาลปกครองก็ได้ ร้องมาที่กระทรวงมหาดไทยก็จะมีการสอบสวนดำเนินการ แต่ไม่ใช่อยู่ดี ๆ ผมไปขอดู ไม่ได้ ให้มีเรื่องมีราวมาบุคคลที่ว่านี้ไม่ต้องร้องไห้ มาหาผม ร้องศาลปกครอง นี่คือช่องทางที่ ประเทศชาติมี เราก็จะได้แก้ได้ว่าใครผิด ใครถูก ชอบหรือไม่ชอบ ผมคงตอบอย่างนั้น กระผม ก็รอว่าจะถามอะไร แต่ไม่มีตั้งแต่ต้น ผมเตรียมมาหมดแล้วครับว่าประเด็นอะไรบ้าง ประเด็นนี้ ก็เรื่องหนึ่งที่บอกตรวจข้อสอบแล้วคาดว่ามันคงจะเป็นชุด ๆ หนึ่งหรือชุดอะไรได้เป็นชุดเดียว กระผมก็เตรียมมาแต่ท่านไม่ได้ถาม ท่านถามข้อหนึ่งผมก็ตอบข้อหนึ่ง ท่านทบทวนดู ผมไม่ได้ตอบนอก ถ้าท่านถามว่าเรื่องของออกข้อสอบเป็นอย่างไรตรวจข้อสอบเป็นอย่างไร ปรนัยเป็นอย่างไร ผมจะตอบหมด มันก็ยากลำบากเหมือนกัน และพอลงท้าย ท่านคง ไม่ทราบ ผมก็ไม่อยากจะบอก ผมนั่งจดอยู่ว่าจะถามอะไร ผมก็จะตอบอันนั้น ไม่อย่างนั้น มันจะตอบไม่ตรงที่ถาม ผมคงเรียนด้วยความเคารพเรียนว่าท่านเป็นผู้แทนราษฎร เขาเดือดร้อนมา ได้ เรามีช่องทางที่จะทำได้ทั้งสิ้นเลย แล้วถ้าออกมาท่านก็คงไม่ต้องกังวล เรื่องการเยียวยานั้นมันก็คงต้องมีมาว่า ถ้าเขาไม่ต้องการทำจะทำอย่างไร มันต้องมีหนทาง ทำได้ ก็เรียนโดยรวมอย่างนั้นครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็เป็น การจบกระทู้ถามสดของท่านพัฒนา ต่อไปเป็นกระทู้ถามสดด้วยวาจาของท่านกิตติกร โล่ห์สุนทร🔗

๑.๑.๓ กระทู้ถามสดด้วยวาจา (นายกิตติกร โล่ห์สุนทร เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน🔗

เชิญ ผู้ตั้งกระทู้ ท่านกิตติกรครับ🔗

นายกิตติกร โล่ห์สุนทร ลำปาง

กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายกิตติกร โล่ห์สุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมเป็นตัวแทนของพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนเรื่องของแพง โดยเฉพาะเรื่อง เชื้อเพลิง น ้ามันราคาแพง วันนี้ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานที่มาตอบ กระทู้สดให้กับพวกเรารับทราบกัน วันนี้เราก็จะมาถามเรื่องวิกฤติน ้ามันราคาแพงและ แนวทางแก้ไขที่ทางภาครัฐได้เตรียมการไว้ให้กับพวกเรา ผมขอย้อนหลังไปนิดหนึ่งว่า ประเทศไทยเองเคยประสบปัญหาน ้ามันราคาแพงมาก่อนในอดีตหลายครั้งหลายครา ไม่ใช่แค่ครั้งนี้ครั้งแรก แล้วก็ทุกครั้งที่ผ่านมารัฐบาลเองก็หามาตรการต่าง ๆ มาแก้ไข แล้วก็ผ่านไปได้ กระท่อนกระแท่นบ้างแต่ก็ยังไม่ถึงกับแย่🔗

ขอย้อนไปนิดหนึ่งว่ามาตรการที่ภาครัฐเคยใช้มามีอยู่หลายมาตรการ ในอดีตเลย ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมาเราเคยคิดถึงของทดแทนที่ราคาถูกกว่าน ้ามัน ตอนนั้นเองเราก็เป็น การนำเสนอผลิตผลทางการเกษตรที่สามารถนำมาผสมในตัวน ้ามันเบนซินและน ้ามันดีเซล เราได้มีการพัฒนา หลาย ๆ ประเทศก็มีการพัฒนา ช่วงนั้นราคาน ้ามันแพงมาก เราพัฒนาได้ เป็นเอทานอล (Ethanol) มาผสมในน ้ามันเบนซิน แล้วก็ได้บี ๑๐๐ (B100) มาผสมในน ้ามันดีเซล อันนั้นก็เป็นจุดหนึ่งที่รัฐบาลเคยทำมาในอดีต ตอนนั้นเราคือเอาของถูกมาผสมเพื่อดึงราคา ให้ลดลง ต่อมาเราเห็นว่าราคาน ้ามันมันมีการผันผวน เราก็มีการจัดตั้งกองทุนน ้ามันขึ้นมา เพื่อที่จะให้กองทุนน ้ามันเป็นตัวรักษาระดับราคาให้มันอยู่ในสภาพที่ไม่เคลื่อนไหว อย่างรุนแรง ซึ่งที่ผ่านมาก่อนที่เราจะมีวิกฤติน ้ามันราคาแพงครั้งนี้ในไตรมาส ๔ ปีที่แล้วนี้ ราคาน ้ามันค่อนข้างลงมาเยอะ เงินเข้ากองทุนน ้ามันของเรานี้ต้องเรียกว่าเต็มกองทุน มีพระราชบัญญัติกองทุนระบุไว้ว่ากองทุนน ้ามันสามารถมีเงินเข้ากองทุนได้เต็มมากสุด คือ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งตอนนั้นเองกองทุนเราก็มีเงินเข้ามาเต็มกองทุนพร้อมที่จะเอาเป็น เครื่องมืออีกอันหนึ่งให้รัฐบาลได้มาช่วยบริหาร🔗

อีกมาตรการหนึ่งที่เราใช้กันมา ก็คือมาตรการทางด้านการเงิน มาตรการ ทางด้านภาษี ทางภาครัฐเองเคยมีการลดภาษีสรรพสามิต ไม่ใช่ครั้งเดียว ก็มีหลายครั้ง ที่ลดภาษีสรรพสามิต ก็สามารถช่วยตรึงราคาน ้ามันได้ ในเรื่องมาตรการทางด้านภาษีเอง ผมก็ขอนำเสนอว่าจริง ๆ แล้วมันไม่ใช่มีมาตรการแค่ว่าลดภาษีสรรพสามิต มันยังมีมาตรการ อื่นที่รัฐบาลสามารถนำมาคิดได้ ยกตัวอย่างเช่น เครดิตภาษี หรือว่าหักลดหย่อนได้มากขึ้น อันนี้จริง ๆ ถ้าเกิดรัฐบาลไม่อยากจะลดภาษีสรรพสามิต ณ ปัจจุบัน เพราะเป็นการใช้งาน ปัจจุบัน ถ้าเป็นการหักลดหย่อนให้มากขึ้น ให้ผู้ประกอบการเขาได้หักลดหย่อนมันคือการใช้ งานอนาคตของรัฐบาล ซึ่งอันนี้ก็เป็นอันหนึ่งที่ผมก็เสนอไปว่ารัฐบาลก็ควรจะลองเอามา พิจารณาว่าเป็นทางเลือกต่าง ๆ ของรัฐบาลที่สามารถทำได้ คราวนี้มาถึงคำถามว่า จากที่ผ่านมาเราเอาของถูกมาผสม แต่ตอนนี้เอทานอลก็มีราคาแพง บี ๑๐๐ (B100) ก็มีราคาแพง เราเอาของแพงมาผสมทำไม ทำไมท่านไม่ปรับตรงนี้ เพราะว่าหลักการที่เริ่มต้น มาจริง ๆ มันคือการเอาของถูกมาผสมเพื่อจะให้ราคามันถูกลง ตอนนี้ทุกคนทราบว่า มันราคาแพง ทำไมท่านไม่ปรับเปลี่ยนตรงนี้แต่เนิ่น ๆ🔗

คำถามต่อไปก็คือว่า กองทุนน ้ามันที่มีอยู่เต็ม ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านบริหาร อย่างไร จนถึงตอนนี้กองทุนน ้ามันติดลบแล้ว ที่ได้ข่าวมาก็คือ ครม. มีมติให้กับทางกองทุน น ้ามันได้กู้เงินเพื่อมาเสริมสภาพคล่อง แต่เท่าที่ผมติดตามข่าวเข้าใจว่ายังไม่ได้ไฟนอล จ(Final) แหล่งเงินกู้ ก็คือเหมือนกับว่าติดต่อไปทางแบงก์ก็ยังไม่ได้มีการรับการอนุมัติ ซึ่งใน🔗

ด น ้ เ อ ง ก็เคยมีคำถามว่ารัฐบาลมีงบกลาง ทำไมรัฐบาลไม่เอางบกลางมาให้กองทุน ทำไมต้องให้ กองทุนมีภาระดอกเบี้ยเพิ่มอีก เพราะว่าภาระที่เพิ่มก็จะส่งผลต่อมาให้กับพวกเรา เป็นคำถามว่าทำไมท่านบริหารงานกองทุนจนติดลบ🔗

ส่วนอีกอันหนึ่งที่เป็นคำถามยอดฮิต (Hit) ที่ท่านเองก็คงเผชิญกับม็อบ (Mob) รถบรรทุกมาแล้ว เขาก็ถามตรง ๆ เลยว่าทำไมท่านไม่ใช้มาตรการทางด้านภาษี ทำไมท่านไม่ลดภาษีสรรพสามิต ท่านจะลดไหม ถ้าท่านจะลด ท่านจะลดได้เมื่อไร รอบแรก ขอเป็นคำถาม ๓ อันนี้ก่อนครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ ประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานครับ สผ ๓๑/๒๕๖๕ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) รภัสสา ๒๗/๒🔗

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงาน

เรียนท่านประธานผ่านไปยังสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ท่านกิตติกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง และท่านก็เป็นประธานกรรมาธิการการพลังงาน ก็ทำงานร่วมกันมาโดยตลอด ก็ต้องขอบคุณมากที่ได้เชิญให้มาตอบข้อซักถามในประเด็น ที่เป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจ ก่อนอื่นผมขอเท้าความสั้น ๆ ว่าในประเด็นเดียวกัน นี้เมื่อสักประมาณปลาย ๆ เดือนพฤศจิกายน ต้น ๆ ธันวาคม ผมเองได้มีโอกาสได้มาตอบ กระทู้สดเช่นเดียวกัน สถานการณ์น ้ามันในเวลานั้นเองมันก็สูง และเราพยายามจะควบคุมให้ อยู่ในเกณฑ์ที่อยู่ในระดับที่ไม่สูงเกินกว่านโยบายที่ตรึงราคาไว้ที่ ๓๐ บาท โดยเฉพาะน ้ามัน ดีเซลหมุนเร็ว ซึ่งวันนั้นเองก็ได้อธิบาย แต่เหตุการณ์ต้องเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน จากวันนั้นที่ผมได้มาตอบคำถามจนถึงวันนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว เปลี่ยนไป จนเรียกว่ามันน่าจะเข้าสู่สถานการณ์ที่ล่อแหลมแล้วก็เกือบจะเป็นวิกฤติอยู่แล้ว ซึ่งตรงนี้ เราต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะว่าอุปสงค์ของความต้องการน ้ามันเติบโตอย่างรวดเร็วจาก การฟื้นตัวเศรษฐกิจ แล้วก็มีความตึงเครียดในการเมืองระหว่างประเทศ อากาศหนาวเย็น ก็เข้ามาพร้อมเพรียงกัน ผมให้ข้อมูลว่าการผลิตของทางโอเปก พลัส (OPEC+) ก็ไม่ยอมขึ้น ขึ้นแค่ ๔๐๐,๐๐๐ บาร์เรลต่อวัน ในขณะที่พึงจะควรกลับไปผลิตในอัตราที่เท่ากับก่อนกรณีแพร่ระบาดของโควิด (COVID) มันก็จะเป็นเหตุตรงนี้ที่เกิดว่าจำเป็น วันนี้ประเทศมหาอำนาจทั้งหลายก็พูดคุยกัน ล่าสุด ถ้าท่านติดตามข่าวประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาก็ได้โทรศัพท์ไปพูดคุยกับทางผู้นำของโอเปก (OPEC) ให้พิจารณาที่จะทบทวนกำลังการผลิตให้สูงขึ้น ตรงนี้จะเป็นการลดการตึงตัวแตะ ระดับหนึ่ง ข้อมูลที่ปรากฏในช่วงเดือนตั้งแต่ธันวาคมจนถึงวันนี้ วันที่ ๙ เอาน ้ามันดิบก่อน แล้วกัน ขึ้นมา ๔ บาทต่อลิตร น ้ามันดีเซลขึ้นมาเกือบ ๖ บาทต่อลิตร เบนซินขึ้นมา ๕ บาท อันนี้เป็นเหตุที่จำเป็นจะต้องเข้ามาเพิ่มเติมและมีมาตรการเพิ่มเติม เพราะมาตรการที่ผมได้ เรียนไปและได้รับฟังและประสานข้อแนะนำจากทางกรรมาธิการพลังงานมาโดยตลอดก็คือ อยากจะเห็นมาตรการระยะสั้น ซึ่งข้อแนะนำเหล่านี้เราก็พยายามทำเต็มที่ มาตรการระยะ สั้นที่ผ่านมาเราก็มองถึง ๓๑ มีนาคม วันนี้สิ่งที่ได้ทำไปแล้ว ก็คือตรึงไม่ให้เกิน ๓๐ บาท สำหรับดีเซล ซึ่งถือว่าเป็นน ้ามันของประชาชน ตอนนี้กองทุนก็ช่วยอยู่ ๓.๗๙ บาท แล้วเงิน ไหลออกอยู่ ๗,๐๐๐ ล้านบาทต่อเดือนกองทุน และก่อนหน้านี้เรายังมีเรื่องของแอลพีจี (LPG) ซึ่งพี่น้องประชาชนก๊าซหุงต้มก็เป็นพี่น้องประชาชนที่เราต้องดูแลอีกด้วย เราตรึงไว้ที่ ๓๑๘ บาทต่อถัง ๑๕ กิโลกรัม อันนี้ตั้งแต่ช่วงโควิด (COVID) แล้ว ก็เพื่อที่จะให้ช่วงวิกฤติ จากการแพร่ระบาดให้ผ่านพ้นไป โดยขณะที่พี่น้องประชาชน พ่อค้าแม่ค้าที่ใช้ก๊าซหุงต้มก็ยังได้ ในราคาที่ไม่สูงมากนัก แล้วก็เป็นราคาที่ต ่ากว่าราคาตลาดมาก เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนทาง เศรษฐกิจต่อไปได้ ตรงนี้ก็ใช้เป็นจำนวนเงิน ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านติดต่อกัน เมื่อเราใช้เงิน ขนาดนี้แบบนี้ไปจนกระทั่งถึงวันนี้กองทุนน ้ามันก็ติดลบอยู่เกือบ ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ประมาณสัก ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท ในส่วนของอื่น ๆ ก็พยายามต่อที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ แนะนำในเรื่องของน ้ามันชีวภาพ ซึ่งเดิมในอดีตเรามองว่าเป็นสินค้ามาจากสินค้าเกษตร ส่งเสริมเกษตรกร และผมเองก็ไปอ่านนโยบายของทุกพรรคการเมือง ทุกพรรคการเมือง ก็ให้การสนับสนุนที่จะใช้น ้ามันชีวภาพให้เป็นส่วนผสมของน ้ามันเชื้อเพลิงและภาคเกษตรกร เขาก็รับนโยบายตรงนี้ไป ก็มีการทำเรื่องนี้กันอยู่มากจะไปตัดเป็นศูนย์เลยมันก็กระทบ มันเป็นความอ่อนไหวทางฝั่งของพลังงานดูเหมือนจะได้ประโยชน์ แต่ทางฝั่งเกษตรกรก็จะได้รับ ผลกระทบ ตรงนี้ละเอียดอ่อนเราระมัดระวัง ถ้าท่านติดตาม เราค่อย ๆ ทำเป็นขั้นเป็นตอน ดูจังหวะสถานการณ์ว่าจากเมื่อก่อนเป็นบี ๑๐ (B10) ก็ลดเหลือเป็นบี ๗ (B7) วันนี้ก็เหลือ สผ ๓๑/๒๕๖๕ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) ธนัชญา ๒๘/๒ บี ๕ (B5) คำว่า ๕ หรือ ๗ หรือ ๑๐ ก็คือสัดส่วนผสมของน ้ามันชีวภาพที่ใส่เข้าไปในน ้ามันดีเซล ตรงนี้ก็ลงมาตามลำดับ ถามว่าทำไมไม่ลงพรวดพราด ถ้าลงพรวดพราดราคาก็จะมีผลต่อ เกษตรกรที่ปลูกปาล์มน ้ามัน เราก็จับตาดูที่ราคา ราคาลงมาถึง ๕ ได้ ณ เวลานั้นราคาน ้ามัน ปาล์มดิบสูงถึง ๑๑ บาท พอเราลงมาถึงบี ๕ (B5) ก็ประเมินแล้วว่ามันควรจะอยู่ ในระดับราคาที่ไม่กระทบกับผู้ประกอบการมากจนเกินไปหรือเกษตรกรมากจนเกินไป ก็กระทบนะครับ แต่ผมก็ต้องขอบคุณคณะกรรมการ คณะกรรมาธิการปาล์มเพื่อความยั่งยืน คณะกรรมการปาล์มนโยบายแห่งชาติก็ได้ให้ความร่วมมือว่าขอเป็นระยะเวลาสั้น ๆ ดูสถานการณ์กันก็ถึง ๓๑ มีนาคมเช่นเดียวกัน ก็ได้ลงมาถึงบี ๕ (B5) ก็ลดภาระให้กับ ประชาชนผู้ใช้น ้ามันดีเซลหมุนเร็วได้อีกระดับหนึ่ง ในขณะเดียวกันก็ยังรักษารายได้ของเกษตรกรที่ปลูกปาล์มน ้ามันซึ่งก็เป็นกลุ่มคนที่ผมเชื่อว่า ท่านสมาชิกผู้แทนราษฎรทุกท่านก็ให้การสนับสนุนอยู่ขณะนี้ ยังพอไปได้ แต่ราคาลงมาอันนี้ ก็ต้องเข้าใจ พวกเราก็ต้องเข้าใจ เกษตรกรวันนี้เขาก็รับทราบเรื่องนี้ แล้วก็ให้ความร่วมมือ ในระดับหนึ่ง วันนี้ราคาปาล์มน ้ามันก็ลดลงจริง ๆ ในส่วนนั้นก็ยังไม่พอ ก็ต้องขอบคุณ ท่านกรรมาธิการมีข้อเสนอแนะดี ๆ เราก็ตรงกันในเรื่องของลดสัดส่วนของกองทุนอนุรักษ์ พลังงาน เคยเก็บกันอยู่ ๐.๒๕ บาทต่อลิตร ๐.๑๐ บาทต่อลิตรลดเข้ามาแล้ว วันนี้เกือบจะ ไม่เหลือแล้ว เหลือครึ่งสตางค์ ไม่เก็บ เรียกว่าไม่เก็บให้มันติดปลายนวมไว้สักนิดเดียว เราทำ กันได้ดีพอสมควรในช่วงเดือนธันวาคม ช่วงเดือนธันวาคม เราคุมอยู่ประมาณสัก ๒๘ บาท กว่า ไม่เกิน ๒๙ บาท และคิดว่าราคาอย่างนี้ต่อให้ราคาน ้ามันลงเราก็ไม่ได้ลดเงินช่วยเหลือ แต่ว่าอย่างที่ผมกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังสมาชิกสภาผู้แทน แต่ว่ามันขึ้น ขึ้นอย่างรวดเร็วเหลือเกิน ๔ บาท ๕ บาท มันก็จำเป็นจะต้องปล่อยให้มันถึงจุดหนึ่ง แล้วก็ ยังตรึงไว้ที่ ๓๐ บาทอยู่ดีเม็ดเงินที่ยังจะไหลออกจากกองทุนน ้ามันก็ยังต้องไหลออกเรื่อย ๆ เคยมีถึง ๓๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เกือบ ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ช่วยแอลพีจี (LPG) ไปแล้ว ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อพี่น้องประชาชนในยามยากตลอดระยะเวลา ๒ ปี เงินที่เหลือ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทไหลออกเดือนละ ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ ล้านบาท ที่เหลืออย่างไรก็ติดลบ เพราะเริ่มกันมาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนแล้ว ติดลบถึงวันนี้ก็ ๔๕,๐๐๐ ล้านแล้ว แต่ทาง คณะกรรมการพลังงานแห่งชาติ ก็ได้อนุมัติให้กองทุนได้กู้ยืมขึ้นมา ๒๐,๐๐๐ ล้าน แล้วก็ อาจจะมีออปชัน (Option) ให้ไปได้ถึง ๓๐,๐๐๐ ล้าน ขณะนี้อยู่ในกระบวนการที่กู้เงินอยู่ ก็ต้องเรียนวันนี้เงินกู้เรายังไม่จำเป็นต้องเบิก เพราะเงินที่เราชดเชยให้กับผู้ค้ามาตรา ๗ ยังพอเป็นเวิร์กกิง แคปพิทัล (Working Capital) เป็นเงินทุนหมุนเวียนให้เราก่อน เพราะว่า ยังต้องมีการตรวจสอบข้อมูลความถูกต้องก็ยังไม่ได้จ่ายทันที ก็ใช้เงินเหล่านี้หมุนเวียนไป แต่ตามกำหนดเวลาที่เราเตรียมการไว้ก็น่าจะทันการณ์ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรที่จะมีเงินไหล เข้ามาในส่วนนี้ และท่านถามว่าทำไมต้อง ๓๐ บาท ผมก็ไปย้อนดูของทุกท่านก็ ๓๐ บาท ในอดีตที่ผ่านก็ไปย้อนดูต่อว่าแล้ว ๓๐ บาทมันดีไหม สำหรับดีเซลหมุนเร็ว และราคาน ้ามัน บ้านเราแพงที่สุดจริงไหม มันโหดร้ายกับประชาชนมากจริงไหม เมื่อเทียบกับประเทศ ในอาเซียน ๑๐ ประเทศ ตัดประเทศที่มีลักษณะของเป็นประเทศที่มีแหล่งพลังงานของตัวเอง จนสามารถส่งออกได้อย่างไม่อั้น อย่างมาเลเซียหรือบรูไนออกไปก็จะเหลือ ๘ ประเทศ ราคาพลังงานหรือราคาขายปลีกหน้าสถานีบริการของคนไทย เราไม่แพง เราอยู่ในอันดับที่ ถ้าถือว่าคนที่แพงกว่าน่าจะเป็นสิงคโปร์ เราอยู่ในอันดับ ๖ อันดับ ๗ ของ ๘ ประเทศ ก็หมายความว่าในยามที่เกิดเหตุการณ์กึ่งวิกฤติแบบนี้ ระดับราคาที่เราตั้งและเราตรึงก็ยังทำ ให้รักษาเสถียรภาพของเศรษฐกิจได้ระดับหนึ่ง ในขณะเดียวกันยังรักษาความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศได้ ไม่ได้ด้อยไปกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ที่มีลักษณะของการพึ่งพา พลังงาน ตรงนี้เองก็อยากจะเรียนชี้แจงกับทางท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติและประชาชนที่อยู่ ทางบ้านว่า สิ่งที่รัฐบาลได้คำนึงและทำ ได้ทำอย่างดีที่สุดที่จะรักษาเสถียรภาพให้ทุกอย่างมันเดินไปได้ และรักษาความมั่นคงของประเทศ ในเรื่องของส่วนผสมของน ้ามันก็พยายาม ผมเข้าใจ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ โดยเฉพาะท่านกิตติกรท่านทำงานหนัก ท่านให้ข้อเสนอแนะมา หลายเรื่องมันอาจจะไม่ทันใจ ข้อเสนอที่ท่านให้ผมมีข้อแนะนำเหลือบี ๕ (B5) มาตั้งแต่ เข้าใจว่ามกราคมด้วยซ ้าไป พฤศจิกายน มกราคม อะไรแถว ๆ นั้นถ้าผมจำไม่ผิด ก็พยายาม เต็มที่พูดคุยกับผู้ที่เกี่ยวข้องด้วยความระมัดระวังว่าจะไม่ให้ไปกระทบเพราะมันเป็นประเด็น อ่อนไหว แต่ในที่สุดเราก็ได้รับความร่วมมือ ๕ กุมภาพันธ์เป็นต้นไป เหลือบี ๕ (B5) ตามที่ ข้อเสนอแนะของทางกรรมาธิการที่ได้ส่ง และเห็นตรงกันที่พึงจะทำ ส่วนในเรื่องของว่าทำไม ไม่ลดภาษีสรรพสามิต ไม่ทำอย่างนั้น ไม่ทำอย่างนี้ ผมคิดว่าเอาหลักเสียก่อน เอาหลักในที่ว่า เราจะตรึงราคากันที่เท่าไร เมื่อสักครู่ที่ผมอธิบายไปแล้ว ทุกรัฐบาลที่ผ่านมาถ้าวันนั้น ผมได้มีการอธิบายท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ที่ตั้งกระทู้เมื่อเดือนธันวาคม ขออนุญาตเอ่ยนาม คุณครูมานิตย์ ผมก็บอกแล้วว่าราคานี้เป็นราคาที่ทุกรัฐบาลที่ผ่านมาก็แบบนี้ โครงสร้างราคา ก็แบบนี้เช่นเดียวกัน แต่เราลงไปดูลึกให้เห็นว่ามันมีที่มาจริง ๆ ผมใช้เวลานาน ก็ขอสั้น ๆ ตรงนี้ก่อน ก็ต้องขอบคุณข้อเสนอแนะของท่านรับไปพิจารณา และสั้น ๆ ก็คือว่า ภายใน ๓๑ มีนาคม จะครบกำหนด ระหว่างนี้เราเริ่มพิจารณามาตรการใหม่ ๆ ที่จะดูแลพี่น้อง ประชาชนใน ๒-๓ มิติอย่างที่ผมได้เรียนไป เพราะฉะนั้นแล้วข้อเสนอแนะจากกรรมาธิการ ถ้าท่าน มีอะไรส่งเข้ามาได้ แล้วทุกข้อที่ท่านเสนอแนะ เราอ่าน เราฟังและเราไปพิจารณาครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านกิตติกรครับ ถามครั้งที่ ๒🔗

นายกิตติกร โล่ห์สุนทร ลำปาง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายกิตติกร โล่ห์สุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่รับข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากกรรมาธิการ ไปร่วมพิจารณาและออกมาตรการมาช่วยบรรเทาภาระต่าง ๆ ท่านรัฐมนตรีก็ใช้เวลาจนหมด จริง ๆ ผมแบ่งคำถามเป็น ๓ ช่วง เพื่อที่ท่านรัฐมนตรีจะได้ตอบง่าย ๆ แต่ว่าท่านใช้เวลา จนเกือบหมด ผมคงต้องรวบคำถามที่ ๒ และ ๓ ไว้ด้วยกัน เพราะถ้าผมไม่รวบผมอาจจะไม่มี โอกาสได้ถามอีกครั้งหนึ่ง🔗

อย่างแรกเลย คือพวกเราทุกคนก็เข้าใจว่าผลิตผลทางการเกษตร มีความจำเป็นที่เราจะต้องช่วยดูแลเขา ทำไมทางภาครัฐเองไม่มองหาทางเลือกที่ดีกว่า ยกตัวอย่างเอทานอล (Ethanol) จริง ๆ มันสามารถทำให้เป็นสารฆ่าเชื้อ เป็นแอลกอฮอล์ ฆ่าเชื้อได้ เป็นวัสดุทางการแพทย์ได้ หรือจริง ๆ แล้วอีกอันหนึ่งที่เป็นตลาดใหญ่มาก ก็คือ ตลาดสุรา ทำไมรัฐบาลไม่มองจุดนี้ ทำไมเอาของที่มีราคาแพงมาเผาทิ้ง ทำไมไม่มองไปทาง อุปกรณ์ทางการแพทย์ เอาไปทำสุรา ส่วนของบี ๑๐๐ (B100) เองก็ตาม บี ๑๐๐ (B100) เอง จริง ๆ พอผมได้เข้าไปพูดคุยกับคณะกรรมการปาล์มน ้ามันแห่งชาติ ผมก็ได้รู้ว่าจริง ๆ มันมี ทางเลือกทางออกเยอะ มันมีโพรดักต์ (Product) ให้เลือกที่จะสนับสนุนได้อีกหลาย โพรดักต์ ( Product) ไม่ว่าจะเป็นผงซักล้างแบบออร์แกนิก (Organic) ที่ย่อยสลายได้ หรือจะเอามาทำเป็นน ้ามันหม้อแปลง หรือจะเอามาเป็นอุปกรณ์หล่อลื่น หรือแม้กระทั่ง เจล (Gel) ปลูกต้นไม้ที่เราอิมพอร์ต (Import) มาจากต่างประเทศกัน หรือแม้แต่ไฮดรอลิก ออยล์ (Hydraulic Oil) ที่สามารถดีเกรดาเบิล (Degradable) ได้ คือสามารถย่อยสลายได้ คือมันมีโพรดักต์ (Product) ให้เลือกที่จะส่งเสริมผลิตภัณฑ์ปาล์มน ้ามันได้อีกเยอะ เท่าที่ ผมดูมันไม่ง่าย เพราะว่าต้องมีอุตสาหกรรมต่อเนื่อง ต้องมีการวางแผนเพื่อส่งเสริม แต่อันนี้ เป็นหน้าที่ภาครัฐที่จะต้องทำ การที่จะเอาของดีมาเผาทิ้งมันไม่คุ้ม เอาของดีไปทำต่อยอด ให้มีมูลค่าเพิ่มน่าจะคุ้มกว่า ก็ฝากท่านรัฐมนตรีไปนำเสนอใน ครม. ว่า ไม่น่าจะเอามาเผากับ น ้ามัน เอาไปทำให้ดีมีมูลค่ามากกว่า ทุกคนก็จะมีความสุขกันได้ราคาที่ดีขึ้น คำถามหนึ่งที่ผมเองก็ถูกถามมา ท่านเองก็คงถูกถามกันตลอดเลย คือเรื่องราคาหน้าโรงกลั่น ทำไมต้องอิงสิงคโปร์โรงกลั่นอยู่เมืองไทย คนใช้ก็เมืองไทย ทำไมไปถึงไปอิงราคาสิงคโปร์ ท่านคงตอบมาเยอะ ผมก็ตอบมาเยอะ ผมไม่ได้ไม่เห็นด้วย เพราะว่าหลักการที่ทางกระทรวง มาชี้แจง ผมก็เห็นด้วย ผมก็ช่วยท่านตอบ ผมก็ช่วยท่านชี้แจง จริง ๆ ผมกะให้โอกาสนี้ให้ท่าน มีโอกาสได้ชี้แจงออกสื่อ เรื่องราคาหน้าโรงกลั่นว่าที่มาที่ไป ทำไมมันต้องเป็น แต่ก็เนื่องจากว่าเวลามันเหลือน้อยเดี๋ยวอย่างไรก็ทำถ้าเวลาผมเหลือ เดี๋ยวผมก็โยนให้ท่าน หมดละครับ ก็คือเรื่องราคาหน้าโรงกลั่นถ้าท่านมีโอกาสได้ตอบมันก็จะดี ช่วย ๆ กันตอบ ผมก็ช่วยท่านไปหลายรอบ ทุกเวทีผมก็พยายามอธิบาย แต่มีอันหนึ่งที่ผมยังสงสัยอยู่ในเรื่อง ราคาหน้าโรงกลั่น ในโครงสร้างราคามันมีราคาหน้าโรงกลั่นบวกภาษี บวกเงินเข้ากองทุน บวกค่าการตลาด บวกแวต (VAT) บวกอะไรจนมาเป็นราคาขายปลีก ผมสงสัยว่าอันนี้คือ ราคาหน้าโรงกลั่นที่เราถูกควบคุมมาเป็นราคาขายปลีก แต่ราคาที่โรงกลั่นขายจริง ๆ ให้กับ ผู้ประกอบการผมเข้าใจว่ามันไม่ใช่ราคาตัวเดียวกัน ส่วนต่างตรงนี้มันมากน้อยแค่ไหน ทิศทางมันเป็นเฟเวอร์ (Favor) ใคร ถ้าวันนี้ท่านไม่ได้ตอบ หรืออย่างไร ถ้าท่านจะกรุณา ส่งข้อมูลมาให้ทางกรรมาธิการ ผมก็จะขอขอบคุณท่านเป็นอย่างยิ่ง เราก็อยากจะเห็นว่า ตัวกำหนดราคาหน้าโรงกลั่นที่เรากำหนดมันเป็นตัวแทนที่ดีหรือยัง ถ้าเรามีตัวเลขตรงนี้ ให้เห็นเราก็จะตอบได้ว่าเราเลือกมา เราทำมาดีแล้ว🔗

ต่อไปก็คงต้องพูดในภาพรวมอื่น ๆ ก่อน ก่อนที่จะเหลือเวลาให้ท่านรัฐมนตรี ได้ตอบที่เหลือ เรื่องแอลพีจี (LPG) เอ็นจีวี (NGV) ค่าไฟ เอาค่าไฟก่อนแล้ว ค่าไฟนี่ทาง กรรมาธิการเองก็ได้ยินแว่ว ๆ มาว่าจะมี กกพ. เอง ทางเรกกูเลเทอร์ (Regulator) จะมีการปรับขึ้นเอฟที (FT) ในเร็ววัน ก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็คงต้องฝากท่านรัฐมนตรีว่าถ้ามีวิธี ไหนที่จะพอดึงได้ก็ดึงให้หน่อย เพราะว่าอย่างที่เราทราบกันมา คือช่วงนี้มันช่วงวิกฤติ ของแพงกันหมด ทุกอย่างแพง ถ้าของสาธารณูปโภคมันแพงขึ้นไปอีกมันก็จะยิ่งซ ้าเติม แล้วมันจะส่งผลกระทบให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ ภาวะเงินเฟ้อมันจะส่งผลต่อเศรษฐกิจอีกหลาย ประการ เพราะฉะนั้นเรื่องสาธารณูปโภคคงต้องฝากให้ท่านรัฐมนตรีลองหาทางดูว่าจะตรึง ค่าไฟได้อย่างไร แอลพีจี (LPG) เมื่อสักครู่นี้ท่านก็ตอบแล้วว่าท่านพยายามตรึงอยู่ อันหนึ่งที่ ผมก็เข้าใจว่า แอลพีจี (LPG) มันเป็นของที่ใช้กันทุกครัวเรือน ก็คงต้องฝากท่านว่าอย่างไรก็คง ต้องตรึง แต่ก็มีข่าวแว่ว ๆ มาอีกว่าท่านจะขึ้นอีก ๑๕ บาท ภายในเร็ว ๆ นี้ ผมได้ข่าวมา ก็ไม่รู้ จริงแท้อย่างไร ก็ขอฝากท่านรัฐมนตรีกับท่าน ครม. ถ้ามีโอกาสตรึงได้ก็ตรึงให้พวกเราเถอะ แล้วก็เชื่อมั่นว่าวิกฤติการณ์น ้ามันจริง ๆ มันเป็นฤดูกาล มันก็จะจบภายใน ๑-๒ เดือน ข้างหน้าพอมันเริ่มหมดหน้าหนาวทุกอย่างก็จะดีขึ้น ก็ขอให้รัฐบาลหาอะไรมาสู้อีกหน่อย งบกลางท่านก็มีเยอะแยะ ท่านใช้งบกลางไปในหลายโครงการได้ การที่จะเอางบกลาง มาช่วยเหลือภาคพลังงานก็ไม่ได้แปลก ก็ทำได้เหมือนกัน🔗

อีกอันหนึ่งคือเรื่องเอ็นจีวี (NGV) เอ็นจีวี (NGV) ทางกระทรวงเองก็ออก มาตรการช่วยเหลือมาแล้ว ออกมาตรึงราคาขายปลีกอยู่ที่ ๑๕.๕๙ บาทต่อกิโลกรัม แต่ท่าน รู้ไหมครับ มันมีจุดข้อบกพร่อง เมื่อวานนี้จริง ๆ แล้วทางกรรมาธิการการพลังงานเพิ่งได้รับ ข้อร้องเรียน มันมีผู้ประกอบการอยู่ส่วนหนึ่ง เขาเรียกตัวเขาเองว่าเป็นเอ็กไพพ์ (Ex-Pipe) คือเขาเป็นผู้ให้บริการตามแนวท่อ เขาเซ็นสัญญากับผู้ขาย ซื้อมาตามมูลค่าความร้อน ขณะเดียวกันท่านไปกำหนดราคาขายปลีกที่ ๑๕.๕๙ บาท แต่ท่านทราบไหมครับว่าราคา ตามสัญญาเดือนกุมภาพันธ์เขาต้องซื้อมาที่ราคา ๒๐.๔๙ บาท หรืออย่างไร ถ้าผมจำไม่ผิด เขารับของมา ๒๐ บาทกว่า แต่เขาถูกท่านบังคับให้ขาย ๑๕ บาท เขาจะไปอยู่ได้อย่างไร อันนี้คงต้องฝากท่านว่า ท่านตรึงราคาขายปลีกให้ ต้องขอขอบคุณที่รัฐบาลให้ความสนใจ แต่ราคาขายส่งให้กับบางคน ท่านไม่ตรึง แล้วท่านไม่ช่วยเขา เขาลำบากครับ ก็คงต้องฝาก ท่านรัฐมนตรีช่วยดูแล เหลืออีก ๓ นาทีกว่า คงขอให้ท่านรัฐมนตรีได้มีโอกาสตอบก่อนแล้ว กันครับ แล้วในภายภาคหน้าก็ต้องขอขอบคุณ ที่ทุกครั้งที่ทางกรรมาธิการเชิญไป ทางกระทรวง ท่านรัฐมนตรีก็ให้ความร่วมมือส่งผู้ชี้แจงมาให้กับพวกเรามาโดยตลอด ขอขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีสุพัฒนพงษ์ตอบให้กระชับเข้าประเด็นเลย🔗

นายสุพัฒน์พงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงาน

ขอบพระคุณครับ เอากระชับเข้าประเด็นภายในประมาณสัก ๔ นาที🔗

เรื่องที่ ๑ ก็คือเรื่องของอนาคตของน ้ามันชีวภาพ ในเรื่องของอุตสาหกรรม ทางด้านเอทานอล (Ethanol) แล้วก็โอลีโอเคมีคัล (Oleochemical) ซึ่งใช้น ้ามันปาล์ม เป็นวัตถุดิบ ตรงนี้ส่งเสริมอยู่แล้วก็ให้เป็นข้อมูล โรงงานไบโอพลาสติก (Bioplastic) ซึ่งจะใช้ น ้าตาล ซึ่งเป็นต้นทางของเอทานอล (Ethanol) ตัดสินใจจากต่างประเทศมาลงทุน ในเมืองไทย ประเทศไทยเราน่าจะเป็นศูนย์กลางผลิตไบโอพลาสติก (Bioplastic) ใหญ่ที่สุด ของโลกในเร็ววันนี้ อันนี้ก็ให้ความมั่นใจได้ แล้วก็โอลีโอเคมีคอล (Oleochemical) ก็เหมือนกัน วันนี้ก็มีการพิจารณาดูสิว่าจะเพิ่มสัดส่วนหรือทำน ้ามันปาล์มของเกษตรกรเรานี้ ให้เป็นน ้ามันเครื่องบิน เรียกว่า ไบโอเจ็ท (BIO-JET) แต่ใช้เวลาสักนิดหนึ่งใช้เทคโนโลยี และท่านให้มั่นใจว่ามันมีข้อกำหนดอยู่แล้วใน พ.ร.บ. กองทุนน ้ามันเชื้อเพลิง ซึ่งกำหนดว่า จะยกเลิกหรือหยุดการสนับสนุนเรื่องของน ้ามันเชื้อเพลิงชีวภาพ ภายใน ๕ ปีสูงสุด ก็คือ ภายในปีหน้าแล้วก็ต่อได้อีก ๒ ปี แล้วก็ ๒ ปี อย่างไรมันมีวันที่สิ้นสุดของเขา ซึ่งจำเป็น จะต้องไปพัฒนา เพื่อต่อยอดให้ได้ประโยชน์สูงสุดและเป็นประโยชน์กับเกษตรกรต่อไป🔗

ในเรื่องของโครงสร้างภาษี เรื่องของโครงสร้างราคาน ้ามันต่าง ๆ นี้ก็ต้องเรียน ตรง ๆ ว่า มันเป็นกลไกตลาดเสรีมาตั้งแต่ปี ๒๕๓๔ ตัวเลขที่เราเห็นของกระทรวงพลังงาน ที่ประกาศไปเป็นราคาแนะนำ เป็นราคาที่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น สคบ. กรมการค้าภายใน ไปดูว่าสถานีบริการต่าง ๆ มีการแข่งขันกันได้อย่างทั่วถึงแล้วก็เป็นธรรม แค่ไหน ส่วนทำไมต้องใช้เอ็กรีไฟเนอรี (Ex-Refinery) ไปลิงก์ (Link) กับราคาสิงคโปร์ มันเอาง่าย ๆ ตรง ๆ ก็คือว่า ถ้าไม่ลิงก์ (Link) กับสิงคโปร์สมมุติว่าเราไม่มีโรงกลั่นขึ้นมาเราก็ ต้องนำเข้า นำเข้าราคาที่เขาใช้กันก็คือราคาตลาดสิงคโปร์ที่ใช้กันอยู่ทุกประเทศในอาเซียน (ASEAN) เพราะว่าเขาเป็นตลาดกลาง ตลาดที่มีการซื้อขายก็เหมือนตลาดหลักทรัพย์ หรือในกรณีข้าวเราก็เช่น ในอดีตตลาดกำนันทรง ตลาดอะไรที่เป็นราคาอ้างอิง ตรงนี้มันก็เป็น มาตรฐานที่ใช้กันอยู่ ส่วนราคาจริง ราคามากน้อยแค่ไหนผมเชื่อ เราเองมีการทบทวนไล่ดูราคา มีที่ปรึกษา มีส่วนร่วมของภาคประชาชนต่าง ๆ มาช่วยกันดู ที่ผ่านมาในรัฐบาลชุดนี้ ก็สามารถที่กำหนดสูตร กำหนดอะไรสามารถลดราคาลงไปได้ ๐.๕๐ บาทต่อลิตรที่ผ่านมา🔗

ในส่วนอื่น ๆ นี้ผมเรียนได้เลย ทางท่านกรรมาธิการการพลังงานสามารถเรียก ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงเพิ่มเติมได้🔗

ในส่วนของแอลพีจี (LPG) นี้เองในภาคครัวเรือนเราให้ความสนใจและคงต้อง ดูแลอย่างใกล้ชิด แต่ในส่วนอื่น ๆ นี้อาจจะมีความจำเป็นต้องพิจารณาข่าวที่ออกไปก็ไม่ได้ เกี่ยวกับครัวเรือน คงจะเป็นเรื่องอุตสาหกรรมอื่น ๆ หรือคนที่ไม่ได้ใช้หรือใช้จำนวนมาก ๆ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวกับภาคครัวเรือน ในตรงนี้เรากำลังพิจารณาดูว่าจะมีการปรับปรุงอย่างไร ให้ไม่ให้เกิดว่ามีช่องว่างที่จะไปใช้ประโยชน์จากส่วนนี้ได้🔗

ในเรื่องของค่าไฟฟ้าก็พิจารณาอย่างเข้มข้น มติ กพช. คณะกรรมการพลังงาน แห่งชาติ ซึ่งมีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธานได้สั่งการแล้วให้ไปพิจารณาในระยะสั้น ในการที่จะลดการนำเข้าแอลเอ็นจี (LNG) ซึ่งมีราคาแพง โดยใช้การผลิตวิธีอื่น ๆ ไม่ว่าจะ เป็นเรื่องของการขยายการต่ออายุของโรงไฟฟ้าถ่านหิน ซึ่งอาจจะกระทบสิ่งแวดล้อมมาก แต่ขนาดไม่ใหญ่มาก ก็ให้ต่ออายุไปอีก ๑ ปี แล้วก็ให้ไปรับซื้อไฟฟ้าจากชีวมวลมากขึ้น ในราคาที่ร่วมมือกัน ภาคเอกชนกับภาครัฐให้ในราคาที่เหมาะสมแล้วก็คอมเพททิทีฟ (Competitive) เป็นประโยชน์กับประชาชนในการดูแลเรื่องราคา🔗

ในเรื่องอื่น ๆ นั้นที่ข้อเสนอแนะนำมา เดี๋ยวผมก็รับไปพิจารณาทุกครั้ง ซึ่งต้องขอบคุณ สุดท้ายแล้วก็ต้องขอบคุณจริง ๆ ว่าทางกรรมาธิการการพลังงาน โดยเฉพาะท่านประธาน ท่านกิตติกรก็ได้ปฏิบัติหน้าที่ทำงานร่วมกันแล้วก็ลงในรายละเอียด เพื่อประโยชน์ของประชาชน เพื่อการดำเนินงานอันเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจในภาพรวม ของประเทศครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เป็นการจบ กระทู้ถามสดทั้ง ๓ ฉบับแล้ว🔗

ระเบียบวาระที่ ๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗

๑.๒.๑ กระทู้ถามที่ ๔๐๙ เรื่อง การส่งเสริมการเรียนอาชีวศึกษาในประเทศไทย (นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ซึ่งเรื่องนี้ ท่านได้มอบให้กระทรวงศึกษาธิการ โดยมีท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คุณหญิงกัลยา มาเป็นผู้ตอบ เชิญท่านองอาจตั้งกระทู้ครับ🔗

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้ตั้งกระทู้ถาม เรื่อง การส่งเสริม การเรียนอาชีวศึกษาในประเทศไทยนั้น เพราะผมเล็งเห็นความสำคัญว่าการเรียนทางด้าน อาชีวศึกษานั้นเป็นพื้นฐานสำคัญ เป็นกำลังบุคลากรที่สำคัญในการช่วยกันพัฒนาประเทศไทย ของเรา ในจังหวะเวลาที่ประเทศต้องการการเปลี่ยนแปลงอย่างมาก ความต้องการของ แรงงาน ซึ่งมีความเชี่ยวชาญบนพื้นฐานของการศึกษาทางด้านอาชีวศึกษานั้น ล้วนแล้วแต่ เป็นเรื่องที่มีความจำเป็น และเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ เพราะในขณะที่บ้านเมืองของเรา เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากนั้น การเรียนทางด้านอาชีวศึกษาเพื่อให้ตอบสนองต่อ ความต้องการตลาดแรงงาน จึงเป็นเรื่องที่ผู้บริหารประเทศ คงไม่เฉพาะกระทรวงศึกษาธิการ เท่านั้น คงจะต้องไปเกี่ยวข้องกับกระทรวงแรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งควรจะบูรณาการ ร่วมกันในการวางแผนที่จะทำให้ตลาดแรงงานของเรา ซึ่งต้องการผู้ใช้งานแรงงานที่มีฝีมือ จำนวนมากนั้น สามารถปรากฏเป็นจริงได้ แต่แน่นอนที่สุดครับ หน่วยงานที่สำคัญหน่วยงาน หนึ่งก็คือหน่วยงานที่จะต้องผลิตบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญทางด้านแรงงานการใช้ฝีมือ ซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการของในตลาดแรงงาน ทั้งในและนอกประเทศอยู่ในขณะนี้ นั่นก็คือ กระทรวงศึกษาธิการ เพราะฉะนั้นวันนี้ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงศึกษาธิการมาตอบในเรื่องนี้ ก็เป็นเรื่องที่เหมาะสม เพื่อที่เราจะได้ทราบข้อมูล ร่วมกันว่ารัฐบาลมีการส่งเสริมการเรียนอาชีวศึกษาในประเทศไทยอย่างไร เพื่อให้ตอบสนอง ต่อความต้องการของตลาดแรงงาน จึงขอตั้งกระทู้ถามไปยังท่านรัฐมนตรีผู้มาตอบแทน ท่านนายกรัฐมนตรีครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการตอบครับ🔗

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพค่ะ วันนี้ได้มีโอกาสมาตอบคำถามของท่าน ส.ส. องอาจ คล้ามไพบูลย์ เกี่ยวกับเรื่องการสนับสนุนของกระทรวงศึกษาธิการ ในด้านการเรียน การสอนอาชีวศึกษา เพื่อตอบสนองต่อตลาดแรงงาน ขอบคุณมากเป็นพิเศษ เพราะว่า เห็นวิสัยทัศน์ของท่านองอาจแล้ว เป็นความน่ายินดีว่าสภาผู้แทนราษฎรให้ความสำคัญ กับเรื่องนี้ แล้วก็ที่สำคัญกว่านั้นนะคะท่านประธาน ทำให้ทางกระทรวงศึกษาธิการ หรือทางรัฐบาล จะได้มีโอกาสเล่าสู่กันฟังว่าเราทำอะไรมาบ้าง ตั้งแต่เมื่อไรอย่างไร เพื่อให้สอดคล้องกับ การเปลี่ยนแปลงอย่างที่ท่านองอาจได้กรุณาเกริ่นนำมานั้นถูกต้องแล้วค่ะ ท่านนายกรัฐมนตรี ได้ให้รัฐมนตรี แล้วก็มอบให้ดิฉันมาตอบกระทู้นี้แทนท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก่อนอื่นอยากจะกราบเรียนว่าการสร้างบุคลากรให้สอดคล้องกับ ตลาดแรงงานคงไม่ใช่เรื่องง่าย ตามที่มีคำกล่าวของจีน เขาบอกว่าปลูกต้นไม้ใช้เวลา ๑๐ ปี ปลูกคนใช้เวลาร้อยปี เพราะฉะนั้นทางกระทรวงศึกษาธิการโดยทุก ๆ รัฐบาลไม่ได้ นิ่งนอนใจที่จะพัฒนาบุคลากรให้สอดคล้องและทันการเปลี่ยนแปลงของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และกำลังจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วในอนาคต แนวทางในการพัฒนาบุคลากรรัฐบาลทุกรัฐบาลก็ได้สนับสนุนพัฒนาบุคลากรทางอาชีวศึกษา แต่โดยเฉพาะตั้งแต่รัฐบาลนี้เข้ามาบริหารประเทศ ดิฉันก็ทราบนโยบายของรัฐบาล อย่างชัดเจนว่าจะสนับสนุนผู้ที่เรียนอาชีวะเพื่อเป็นแรงงานสำคัญของประเทศ โดยเฉพาะ เรามีอีอีซี (EEC) ด้วย เพราะฉะนั้นการที่จะผลิตคนเข้าสู่ตลาดแรงงานมหาศาลอย่างนี้ ในอนาคตจำเป็นที่จะต้องพัฒนาบุคลากรของเรา ซึ่งดิฉันขออนุญาตให้ขึ้นชาร์ต (Chart)🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ในเบื้องต้นว่ากระทรวงศึกษาธิการมีใคร ทำอะไร ที่ไหน วิทยาลัย แค่ไหน อย่างไร ก็จำนวนก็ได้ ขึ้นแล้วนะคะ ของรัฐบาลมี ๔๓๑ แห่ง ของเอกชน ๔๓๙ แห่ง รวมแล้ว ๘๐๐ กว่าแห่ง แล้วแยกรายละเอียดให้ทราบ ซึ่งปกติเราก็จะไม่มีโอกาส แต่ว่าเพราะคุณองอาจทำให้เราได้มาคุย กันเรื่องนี้ในรายละเอียดต่อไป ๑-๕ ก็เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่าคนที่เรียนอาชีวะก็จะเรียน ความรู้แล้วก็ลงมือทำปฏิบัติในสาขาที่เขาถนัดอย่างแน่นอน แต่ความเข้มข้นก็จะมีมากขึ้นว่า เรียนแล้วต้องสามารถมีสมรรถนะในการทำงาน แล้วก็ภาคเอกชนก็มีความสำคัญ ต่อการศึกษาของอาชีวะอย่างยิ่งยวด ก็ให้ความร่วมมือกับทางกระทรวงศึกษาธิการ ให้นักเรียนของเราได้ไปฝึกงานในโรงงานในสถานที่ประกอบการของเอกชน หน่วยราชการ และรัฐวิสาหกิจเข้มข้นขึ้น แม้ว่าหลักสูตรเราจะเปลี่ยนจากหลักสูตรที่เน้นสาระมาเป็น สมรรถนะก็ตาม แต่อาชีวศึกษาได้ทำล่วงหน้ามาก่อนแล้วเราจึงได้เปรียบว่าเราเรียนรู้แล้ว ต้องลงมือทำได้ เพราะฉะนั้นก็เป็นสมรรถนะที่เด็กทุกคนมีอยู่ แต่ตอนนี้เข้มข้นขึ้น มากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับตลาดแรงงาน บริษัท ห้างร้านต่าง ๆ ก็ให้ความร่วมมือ ให้บุคลากรมา ช่วยเราสอน หรือให้เงินสนับสนุนให้อุปกรณ์ในหลาย ๆ รูปแบบ แล้วก็สามารถที่จะนำไป ลดหย่อนภาษีได้ซึ่งรัฐบาลก็มีกฎหมายที่จะให้ทุกคนที่ช่วยกันศึกษาลดหย่อนภาษีได้ก็มี ความเข้มข้นมากขึ้น ๑-๕ ขอให้แช่ไว้ก็ได้นะคะ เพราะจะได้อธิบายว่า ๑-๕ นั้นก็เป็นเรื่องที่ ปฏิบัติแต่เข้มข้นมากขึ้นทั้งหลักสูตร ทั้งการปฏิบัติ และความร่วมมือเป็นทวิภาคีมากขึ้น เรื่อย ๆ จึงทำให้การผลิตบุคลากรออกไปสู่ตลาดแรงงานสอดคล้องมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วก็ เนื่องจากวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีเจริญก้าวหน้า แน่นอนที่สุดเราจะเป็นที่จะต้องให้วิทยาลัย ต่าง ๆ มีความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรมเพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว อันนั้น ก็เป็นส่วนที่เราปฏิบัติแล้วก็เข้มข้นขึ้น จาก ๘๗๗ แห่งเราก็ผลิตผู้สำเร็จการศึกษา แต่ละปี ประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ คน พอหรือยังอาจจะตอบไม่ได้ทันที เพราะว่านักศึกษาของเราสำเร็จ การศึกษาส่วนหนึ่งหรือประมาณครึ่งหนึ่งก็จะเข้าสู่แรงงาน อีกครึ่งหนึ่งก็ไปเรียนต่อ ก็เป็น ส่วนที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ทั้ง ๆ ที่รัฐบาลก็สนับสนุนส่งเสริมให้เรียนอาชีวะมากขึ้น เพราะว่า อาชีวะมีความสำคัญตามที่ท่านองอาจได้กล่าวมากทีเดียว แต่เรายังไม่มีบุคลากรหรือทัศนคติ ของผู้ปกครองยังไม่ได้ส่งนักเรียนมาเรียนอาชีวะมากเท่าที่ควร🔗

ส่วนข้อที่ ๖ ประชาชนหรือคนทั่วไปอาจจะไม่เคยทราบว่าอาชีวะของเรา นอกจากตามวิชาชีพที่ถนัดแล้วยังมีวิทยาลัยอาชีวะฐานวิทยาศาสตร์ เกิดจากความร่วมมือ ของนักคิด นักวิทยาศาสตร์ นักเทคโนโลยี เมื่อปี ๒๕๕๑ ที่มองเห็นว่าในอนาคตนี้เราจำเป็นจะต้องมีบุคลากรทางด้านอาชีวศึกษา ที่มีความรู้ความสามารถที่จะผลิตนวัตกรรมได้ มีความเจริญก้าวหน้าจึงมีวิทยาลัย ๕ แห่ง ด้วยกัน ฐานวิทยาศาสตร์ก็เป็นวิสัยทัศน์ของท่านเหล่านั้น ซึ่งดิฉันขอขอบคุณไว้ ณ โอกาสนี้ ถ้าไม่มีวิทยาลัยเหล่านี้เราก็ไม่สามารถที่จะเดินหน้าได้เหมือนกับที่เราเดินหน้าอยู่ในปัจจุบัน ส่วนวิทยาลัยอาชีวศึกษาฐานวิทยาศาสตร์นี้มีความสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว มากทีเดียว เพราะเราเตรียมคนที่พร้อมที่มีความรู้ความสามารถและความสนใจในด้าน วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเพื่อเข้าสู่ตลาดแรงงาน และยิ่งกว่านั้นก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับ อีกส่วนหนึ่งที่ไม่ได้เขียนอยู่ในนี้ก็คือระบบโคเซ็น (Kosen) ของญี่ปุ่น ที่เราจะก็เตรียมคน ที่เราเรียกว่าวิศวกรโรงงาน หรือวิศวกรสังคม โคเซ็น (Kosen) เป็นระบบของญี่ปุ่นที่จะผลิต คนเข้าสู่โรงงานอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นมาเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๕๐ ปี เราได้ส่งนักเรียนของ เราที่เรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณ์ไปร่วมเรียนโคเซ็น (Kosen) ที่ญี่ปุ่นตั้งแต่ปี ๒๕๖๑ แล้วจากความสัมพันธ์ตรงนั้นทำให้เราได้พัฒนาโครงการโคเซ็น (Kosen) ซึ่งต่อเนื่องจาก ๖๐ โคเซ็น (Kosen) ของประเทศไทย มาเป็นโคเซ็น (Kosen) ที่ ๖๑ และ ๖๒ ในประเทศไทย เป็นการสร้างโรงเรียนระบบโคเซ็น (Kosen) ของญี่ปุ่นนอกประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก นับรวม เป็น ๖๑, ๖๒ แห่งแรกก็ตั้งที่ลาดกระบัง แห่งที่ ๒ ก็ตั้งที่ธนบุรี นักเรียนเหล่านี้ก็จะเรียน ที่มุ่งเน้นไปเพื่อเข้าสู่ตลาดแรงงาน เฉกเช่นเดียวกับญี่ปุ่นที่ทำมาตลอด ๕๐-๖๐ ปีที่ผ่านมา อันนี้ก็เป็นการเตรียมการบุคลากรที่ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในสังคม ดิสรัปชัน (Disruption) เพราะฉะนั้นโคเซ็น (Kosen) ก็จะผลิตนักเรียนปีนี้เป็นปีที่ ๓ อีก ๒ ปีก็จะมีเด็กที่มีความรู้ความสามารถเฉกเช่นนักเรียนของญี่ปุ่นที่เขามีโรงงานมากมาย แล้วเขาก็มาตั้งที่อีอีซี (EEC) เพราะฉะนั้นจึงเป็นเรื่องที่เราได้เตรียมการไว้ก่อนแล้วที่จะผลิต ผู้ที่มีความรู้ความสามารถอีก ๒ ปีก็จะสำเร็จการศึกษาที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงาน เมื่อมีโคเซ็น (Kosen) แล้ววิทยาลัยเทคโนโลยีฐานวิทย์จึงได้ใช้ระบบของโคเซ็น (Kosen) มาสอน ในวิทยาลัยฐานวิทย์เพื่อเป็นโครงการอาชีวะพรีเมียม (Premium) เพราะว่านักเรียนของฐาน วิทยาศาสตร์นี้สามารถที่จะใช้ระบบของโคเซ็น (Kosen) มาช่วยสอนในโรงเรียนได้ อยากจะ กราบเรียนอย่างนี้นะคะว่าระบบนี้น่าสนใจก็คือว่าเด็กพวกนี้เรียนเก่ง แต่ว่าบุคคลที่จะเข้าสู่ โรงเรียนโคเซ็น (Kosen) ได้จะต้องมีจิตสาธารณะสูง เพราะเขาต้องการให้เด็กเหล่านี้ จบมาแล้วช่วยสังคม เขาเรียกปริญญาหรือประกาศนียบัตรเขาว่าโซเชียล ดอกเตอร์ (Social Doctor) คือเรียนจบ ม.๓ แล้วเรียนอีก ๕ ปี เหมือนอาชีวะ แต่ไม่มี ปวช. ปวส. เรียนรวดเดียว ๕ ปีไปจนจบ ก็จะได้โซเชียล ดอกเตอร์ (Social Doctor) ที่มีคุณสมบัติดี เป็นเลิศ ในอุตสาหกรรม อันนี้ก็เป็นการเตรียมตัวของอาชีวศึกษาที่ได้ทำมาก่อนหน้านั้นแล้ว จากนี้ไปเราต้องเผชิญกับจำนวนคนที่พร้อมที่จะเข้าสู่ตลาดแรงงาน ยกตัวอย่างอีอีซี (EEC) ก็จะมีโรงงานจากญี่ปุ่น จากจีนมาลงทุนมาตั้งโรงงานในประเทศไทย เราจึงมีโครงการระยะสั้น ร่วมกับจีนเพื่อที่จะผลิตคนที่พูดภาษาจีนได้ มีความรู้ความสามารถในเครื่องจักร วิธีการ โรงงานของจีนที่วิทยาลัยฐานวิทย์ที่ชลบุรี เพื่อที่จะให้คนสามารถที่จะเข้าสู่แรงงานของจีน และญี่ปุ่นได้อย่างเหมาะสม อันนี้ก็เป็นเบื้องต้น แต่อย่างไรก็ตามรัฐบาลได้มีนโยบายที่จะสร้าง หอพักให้กับอาชีวศึกษาเริ่มจากปีนี้เป็นต้นไป เพื่อให้นักเรียนที่เรียนอาชีวะสามารถที่จะ เรียนฟรีอยู่ฟรีตลอด ๒๔ ชั่วโมง และมีที่พัก ขณะนี้มีเป็นเพียงบางส่วนเท่านั้นเอง อันนี้ก็เป็นนโยบายที่เรากำลังเริ่มและเริ่มแล้ว ในปี ๒๕๖๔ เป็นต้นไป แล้วนอกจากนั้นรัฐบาลเห็นความสำคัญมากกว่านั้น ก็ตั้งกองทุน ความเสมอภาคขึ้นมาเพื่อช่วยคนยากจนที่เรียนดี สามารถเข้าสู่ตลาดแรงงานโดยมาเรียน อาชีวะ เป็นต้น และเน้นให้เด็กอาชีวะ ปวช. และ ปวส. ที่รับทุนมาเรียนอาชีวะให้มากขึ้น โดยให้เงินเดือนเดือนละ ๖,๕๐๐ บาท สำหรับ ปวช. แล้วก็ให้กับ ปวส. เดือนละ ๗,๕๐๐ บาท ขณะนี้มีคนที่ได้รับทุนแล้ว ๙๐,๐๐๐ กว่าคน บุคคลเหล่านี้ยากจน แต่ว่าต้องเรียนดี ก็เป็นแนวทางที่ทางรัฐบาลหลาย ๆ รัฐบาลต่อเนื่องอย่างที่เล่าให้ฟังแล้วว่าเราได้เตรียมคน ในทุก ๆ ระยะ แล้วก็ที่เฉพาะหน้านี้ก็มีให้เด็กมาเรียนมากขึ้น มีที่อยู่ให้ มีอาหารให้ ต้องกราบเรียนว่าอย่างนี้นะคะท่านประธาน คนที่เรียนอาชีวะระหว่างเรียนมีรายได้ จบแล้ว มีงานทำ ปัญหาคนตกงานเมื่อ ๒ ปีที่ผ่านมาจบปริญญาแล้วตกงานเป็นแสน ๆ คน อาชีวะ ไม่ตกงานค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านองอาจถามครั้งสุดท้ายครับ เชิญครับ🔗

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จากการที่ได้ฟังท่านรัฐมนตรีให้ข้อมูลเกี่ยวกับ การส่งเสริมการเรียนอาชีวศึกษาในประเทศไทยนั้นก็เห็นได้ว่าภาครัฐได้ดำเนินการไป พอสมควร แล้วก็คงมีจุดมุ่งหมายตรงกันกับที่ผมได้ตั้งกระทู้ถามก็คือ เราอยากจะเห็น การสร้างบุคลากรทางด้านอาชีวศึกษาซึ่งเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงานนั้นเพิ่มมากขึ้น ให้ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน โดยเฉพาะตลาดแรงงานซึ่งเป็นการใช้ฝีมือ ระดับสูงซึ่งกำลังเป็นความต้องการของตลาดมากยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ อย่างไรก็ดีครับท่านประธานครับ มีข้อมูลของทางราชการได้ออกมาบอกว่า ขณะนี้ตลาดแรงงานมีความต้องการช่างฝีมือ ชั้นดีกว่า ๕๐,๐๐๐ คน แต่ปรากฏว่ามีบุคลากร หรือบุคคลที่สนใจที่จะเข้าไปสมัครทำงาน ในตำแหน่งต่าง ๆ ค่อนข้างน้อยมาก ตรงนี้ก็คงจะมาจากหลายสาเหตุด้วยกัน อันนั้นก็ขึ้นอยู่กับ ผู้ที่สนใจจะเข้าไปทำงานหรือไม่ อย่างไร แต่อย่างไรก็ดีผมคิดว่าสาเหตุส่วนหนึ่งก็อาจจะ มาจากการที่การเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงานนั้น เป็นไปอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งบางที ภาครัฐก็อาจจะตามไม่ทันในหลาย ๆ ส่วน สิ่งที่ผมอยากจะฝากไว้ขณะนี้ก่อนที่จะถามคำถาม ต่อไปก็คือว่า ผมคิดว่าภาครัฐซึ่งคงจะต้องบูรณาการร่วมกันทั้งกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงแรงงาน และกระทรวงอุตสาหกรรมก็คงจะต้องบูรณาการร่วมกันในการที่จะมี เป้าหมาย กำหนดทิศทางให้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นให้ทันกับความเปลี่ยนแปลงของ ตลาดแรงงาน โดยเฉพาะตลาดแรงงานช่างฝีมือชั้นดี ซึ่งผมเชื่อว่าจะมีความต้องการมากขึ้น เรื่อย ๆ ตรงนี้ เพราะจากข้อมูลที่ผมบอกเมื่อสักครู่นี้ตลาดแรงงานฝีมือชั้นดีมีความต้องการ แรงงานประมาณ ๕๐,๐๐๐ คน แต่มีคนไปสมัครน้อยมาก เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เป็นข้อมูล ส่วนหนึ่งที่อยากจะฝากท่านรัฐมนตรีไปปรึกษาหารือร่วมกันกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย🔗

คำถามข้อที่ ๒ ที่ผมอยากจะสอบถามก็คือว่า ขณะนี้ประเทศไทยเรา ก็เริ่มฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศซาอุดีอาระเบีย ซึ่งก็ต้องถือว่าในอดีตพี่น้อง ผู้ใช้แรงงานของไทยเรา หรือพี่น้องประชาชนคนไทยเราจำนวนมาก ซึ่งไปใช้แรงงานอยู่ใน ซาอุดีอาระเบีย ซึ่งในอดีตที่ผ่านมา ๓๐-๔๐ ปีก่อนนั้น เวลาเราไปใช้แรงงานที่ซาอุดีอาระเบียนั้น ส่วนมากก็จะเป็นแรงงานทั่วไป แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนแปลงมาถึงปีนี้ พ.ศ. นี้นั้น ตลาดแรงงานในตะวันออกกลางโดยเฉพาะในซาอุดีอาระเบียก็มีการเปลี่ยนแปลงไปมาก เป็นตลาดแรงงานที่มีความต้องการผู้ใช้แรงงานที่มีฝีมือชั้นดีเพิ่มมากขึ้น เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผม อยากจะฝากเป็นข้อคิดแล้วก็อาจจะเป็นคำถามไปด้วยในตัวก็คือว่า ภาครัฐได้มีการเริ่มต้น ผมคิดว่าเริ่มต้นเพราะว่าเราเพิ่งเริ่มที่จะฟื้นฟูความสัมพันธ์กับซาอุดีอาระเบียให้มาสู่สภาวะ ปกติมากยิ่งขึ้น ก็อยากจะฝากภาครัฐ ฝากรัฐบาลว่าควรจะต้องเริ่มที่จะบูรณาการในการ คิดหาวิธีการ มีเป้าหมายร่วมกันในการที่จะเพิ่มบุคลากรผู้ใช้แรงงานชั้นดี เป็นแรงงานที่มี ฝีมือเพิ่มมากขึ้น เพื่อรองรับตลาดแรงงานในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะในซาอุดีอาระเบีย ที่จะมีเพิ่มมากขึ้น ก็ทั้งขอฝากและก็ขอสอบถามว่าได้พยายามมีการดำเนินการในเรื่องนี้ หรือไม่อย่างไรครับท่านประธาน ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการครับ🔗

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ อีกครั้งหนึ่งนะคะ ขอขอบคุณคุณองอาจมากเลยค่ะที่ได้กล่าวถึง ฝีมือแรงงานที่มีคุณภาพ แล้วก็ความสัมพันธ์ระหว่างกระทรวงศึกษาธิการกับแรงงาน ซึ่งก็อยากจะกราบเรียนว่า เราได้ร่วมกันทำงาน เด็กของเราที่จบอาชีวะแล้วก็จะไปเพิ่มทักษะ ที่ทางกระทรวงแรงงาน สำนักงานพัฒนาแรงงานอัปสกิล (Upskill) รีสกิล (Reskill) อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าอาจจะยังไม่เพียงพอ เพื่อให้มีมาตรฐานสมรรถนะที่โลกยอมรับ แล้วถ้าเมื่อได้ สมรรถนะแล้วจะไปทำงานที่ไหนก็ได้ แล้วก็จะได้เงินเดือนเพิ่มขึ้น ต้องขอบคุณมากค่ะ เราทำงานร่วมกันตามที่ท่านได้เสนอแนะแล้ว และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราเปิด ความสัมพันธ์กับซาอุดีอาระเบียก็ต้องขอชื่นชมนะคะ หลาย ๆ รัฐบาลที่ร่วมกันทำต่อเนื่องมา จนกระทั่งเรามีความสัมพันธ์กับซาอุดิอาระเบียอีกครั้งหนึ่ง เราก็จะมีผู้ที่มีความสามารถที่มี มาตรฐานสากลได้รับสมรรถนะมาตรฐานการทำงานทั้งช่างฝีมือแรงงานอะไรต่าง ๆ แล้วนอกจากนั้น แรงงานที่มีอยู่ในปัจจุบันก็จะไปสมัครเรียนหลักสูตรระยะสั้นกับสำนักงาน พัฒนาฝีมือแรงงานเรียกว่าอัปสกิล (Upskill) รีสกิล (Reskill) และนิวสกิล (New Skill) เพื่อให้ได้มาตรฐานตามที่ท่านองอาจอยากจะเห็น ซึ่งสิ่งนี้ก็ทำอยู่อย่างต่อเนื่อง จริงอยู่ เราอาจจะเพิ่งเริ่ม แต่ว่าเราก็จะรีบทำงาน แล้วก็ถ้ามีรายได้มีโอกาสที่จะไปทำงาน ต่างประเทศแรงงานของเราก็จะให้ความสนใจมากขึ้นค่ะ🔗

ส่วนอีกสาขาหนึ่งที่เป็นสาขาที่น่าสนใจ แน่นอนที่สุดทั้งโคเซ็น (Kosen) และวิทยาลัยอาชีวะฐานวิทยาศาสตร์ เราก็เน้นคนไปที่แรงงานที่ต้องการคือเอสเคิร์ฟ (S-Curve) ๑๐ อุตสาหกรรม อันนั้นก็เป็นเรื่องที่ทุกคนทราบดีอยู่แล้ว แต่ว่าขณะนี้ระบบราง ก็เข้ามามีบทบาทมากขึ้น แล้วก็เชื่อว่าในอนาคตก็จะมีบทบาทมากยิ่งขึ้นในการขนส่งต่าง ๆ ดิฉันเองเมื่อครั้งที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีก็ได้ตั้งสถาบัน เทคโนโลยีระบบรางร่วมกับกระทรวงคมนาคม และขณะนี้ก็ยังได้ผลิตนักเทคโนโลยี เพื่อจะรองรับเทคโนโลยีที่จะเข้ามา แล้วก็ผลิตนักวิศวกรที่จะสามารถทำงานทางด้าน ระบบรางได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่พระนครศรีอยุธยา ประเทศจีนได้ให้การสนับสนุนยกเอา ระบบรางมาอยู่ที่พระนครศรีอยุธยาให้เด็กของเราได้เรียนได้สัมผัสจริง ๆ แล้วก็เฉพาะทางที่ ตลาดต้องการ อันนั้นเราก็ได้พิจารณาแล้วก็ทำอย่างต่อเนื่อง ก็ต้องขอบคุณมาก ขอบคุณ ท่านประธานที่ให้ดิฉันได้มีโอกาสได้ขอบคุณการพัฒนาฝีมือแรงงานที่สอดคล้องกับ ตลาดแรงงานผ่านอาชีวศึกษาและกระทรวงแรงงาน สำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานให้ได้ มาตรฐานสากลค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์โดยมอบให้ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าเป็นการจบการถามกระทู้ทั่วไปที่ ๑.๒.๑ เรื่อง การส่งเสริมการเรียนอาชีวศึกษา ในประเทศไทยของท่านองอาจ คล้ามไพบูลย์ ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ที่กรุณาให้เกียรติสภาของพวกเรา🔗

ต่อไปจะเป็นกระทู้ถามทั่วไป🔗

๑.๒.๒ กระทู้ถามที่ ๔๑๘ เรื่อง ขอทราบผลสัมฤทธิ์และตัวชี้วัดตลอดการ ดำเนินการต่าง ๆ ของระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ๔ ภาค (พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ด้วยสำนัก เลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ รองนายกรัฐมนตรี นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ขณะนี้ ท่านรัฐมนตรีก็พร้อม เชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ได้ถามเลยครับ เชิญครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ กราบเรียนครับ เพื่อให้เป็นไปตามหลักการของการถามกระทู้ผมจะอ่าน กระทู้ให้ครบก่อน ไม่อภิปรายครับ อ่านกระทู้ให้ครบก่อน แล้วถึงจะแสดงเหตุผลของคำถาม สักเล็กน้อย ขออนุญาตมีสไลด์ (Slide) นะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กระทู้ของผม เป็นเรื่องขอทราบผลสัมฤทธิ์และตัวชี้วัดตลอดการดำเนินการต่าง ๆ ของระเบียงเศรษฐกิจ พิเศษ ๔ ภาค เมื่อวันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๔ สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ คณะกรรมการ นโยบายพัฒนาเศรษฐกิจ กพศ. โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้มีการนำเสนอและมีมติ เห็นชอบกรอบการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ โดยกำหนดเป็น ๔ พื้นที่ ระเบียงเศรษฐกิจ พิเศษ อันได้แก่🔗

๑. ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคเหนือ ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ ลำพูน และลำปาง เพื่อเป็นฐานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศ เป็นแหล่งผลิตสินค้าบริการ ที่ต่อยอดจากนวัตกรรมล้านนา ผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น รวมทั้งนวัตกรรมและเทคโนโลยี สมัยใหม่🔗

๒. ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ ขอนแก่น นครราชสีมา อุดรธานี หนองคาย เพื่อพัฒนาเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมชีวภาพแห่งใหม่ เชื่อมโยงภาคเกษตรและอุตสาหกรรมชีวภาพด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ตลอดห่วงโซ่การผลิต🔗

๓. ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคกลางตะวันตก ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา นครปฐม สุพรรณบุรี และกาญจนบุรี เพื่อพัฒนาให้เป็นฐานเศรษฐกิจชั้นนำภาคกลาง และตะวันตกในอุตสาหกรรมเกษตรและท่องเที่ยว และอุตสาหกรรมไฮเทค (High-Tech) ที่ได้มาตรฐานระดับสากลเชื่อมโยงการกลับกันกับกรุงเทพมหานครพื้นที่โดยรอบ และเขตพัฒนา เศรษฐกิจอีอีซี (EEC)🔗

๔. ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ ได้แก่ ชุมพร ระนอง สุราษฎร์ธานี และ นครศรีธรรมราช เพื่อพัฒนาเป็นศูนย์กลางพัฒนาภาคใต้ ในการเชื่อมโยงการค้า และโลจิสติกส์ (Logistics) กับพื้นที่เศรษฐกิจหลักของประเทศในภูมิภาคฝั่งทะเลอันดามัน และทั้ง ๔ ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษอยู่ในเขตพิเศษ ๑๖ จังหวัด เพื่อกระจายความเจริญ สู่ภูมิภาคและยกระดับรายได้คุณภาพชีวิตประชาชน จัดระเบียบความมั่นคงชายแดน เพื่อสามารถในการแข่งขันการค้าดังกล่าว จึงเรียนถามว่า ๑. กลไกการขับเคลื่อน ระเบียงเศรษฐกิจ ๔ ภาคข้างต้นมีลักษณะเป็นอย่างไร และมีผู้ใดหรือคณะใด หรือหน่วยรับ งบประมาณใดเป็นผู้รับผิดชอบ โดยทำหน้าที่เป็นกลไกบริหารระดับพื้นที่ เพื่อขับเคลื่อน งบประมาณที่จะใช้ในการบริหารจัดการระเบียงเศรษฐกิจ ๔ ภาคดังกล่าว และนำ เงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีใด มาใช้ในการบริหารจัดการ ขอทราบรายละเอียด ด้วยเหตุผลดังนี้ครับท่านประธานครับ นั่นคือคำถามแรก คือการถามครั้งแรก แต่เหตุผล ของผมก็คืออย่างนี้ครับท่านประธาน เหตุที่ต้องถามอย่างนี้ เพราะสืบเนื่องมาจากรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ วรรคสอง ก็บอกเลยว่า รัฐพึงจัดให้มี การประเมินผลสัมฤทธิ์ และมาตรา ๑๐ ของ พ.ร.บ. วินัย (๔) บอกเลยว่า คำชี้แจงเกี่ยวกับ งบประมาณรายจ่ายที่ตั้งคำขอ ซึ่งรวมถึงการแสดงผลสัมฤทธิ์และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ รวมทั้งการนำเสนอร่างพระราชบัญญัติงบประมาณทุกปีงบประมาณจะต้องมีตัวชี้วัดครับ ท่านประธานครับ นั่นคือเหตุผลของคำถามนี้ที่ถึงต้องถาม และในเหตุผลนี้ ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ เราเคยมีภาคที่เราเรียกว่าก่อนมาเป็นภาคครับท่าน ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ เป็นภาพของที่เราเคยเรียกว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษ ๑๐ จังหวัด ที่มาของ ๔ ภาค ผมไม่ได้ อภิปราย ผมบอกว่ามันเป็นคำถามอยู่ในคำถามการถามครั้งแรก เพราะว่า ในการถามครั้งแรกปรากฏว่า ๑๐ จังหวัดนั้นมันมีปัญหาของการใช้งบประมาณ และการจัดการบริหารของรัฐบาลตลอดที่ผ่านมา จนกระทั่งกลายเป็นเขยิบไปอีกว่า เขตเศรษฐกิจทั้ง ๑๐ จังหวัดนั้นคืออะไรบ้าง ผมไม่ต้องบอกนะครับ ๑๐ จังหวัดนั้นมันก็คือ อยู่ในนี้ละครับ เพราะมันขยับเข้ามาอยู่ในนี้ ซอยอยู่ใน ๔ ภาค และในกรอบการลงทุนนั้น พบว่า สำคัญครับ ถัดไปครับท่านประธาน สิ่งที่สำคัญคือผมเป็นกรรมาธิการความมั่นคง การค้าชายแดน สำคัญมากเลยครับท่านประธาน เดือดร้อนมาก เป็นคำถามจากการไปศึกษา ดูงานชายแดน ในปัจจุบันนี้เหตุผลที่ต้องมาถามคำถามเพราะว่าอะไร เปิดด่านหนองคาย เปิดไม่จริงครับ ทุกวันนี้รัฐบาลมีมติให้เปิดหนองคายก็ยังไม่จริง ไม่ได้เกิดครับ เศรษฐกิจ ไม่เกิดขึ้นเลยครับ นั่นคือเป็นคำถามว่า ๑๐ จังหวัด แล้วก็เปลี่ยนมาเป็น ๔ แห่ง คือ ๔ ภาค ซึ่งจากมูลค่าทางเศรษฐกิจของการค้า ๒๕,๘๔๑ ล้าน ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปครับ มันเป็น สาระสำคัญของผู้คนที่อยู่ชายแดน และผมรับคำร้องเรียนเพื่อมาตั้งกระทู้วันนี้ครับ ท่านประธาน บ้านท่านก็มีครับ ติด ๆ กัน เดือดร้อนมากครับ เปิดครับ นี่คือคำว่าเศรษฐกิจ พิเศษ มันจะแค่สร้างอินฟราสตรักเจอร์ (Infrastructure) อย่างเดียวครับ ท่านดูครับ ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปเลยครับ แม้กระทั่งตัวเลขาธิการ สศช. ท่านยังยอมรับเลยครับว่า เขตเศรษฐกิจพิเศษเดินหน้าไม่ได้แล้ว ๑๐ จังหวัดที่เป็นเขตเศรษฐกิจเมื่อผ่านมา ๓-๔ ปี นั่นคือเป็นคำถามที่ตั้ง ผมไม่ได้บอกเป็นอภิปรายเป็นคำถาม ว่าทำไมมันถึงซ้อนปัญหา ขึ้นมาอีก จากการลงพื้นที่ไปแล้วที่ต้องบอกในสไลด์ (Slide) ของผมมีเนื้อหามาจากอากู ชัดเจนครับ ๘,๖๕๘ ล้าน การผลักดันพัฒนาเขตเศรษฐกิจทำมาแล้ว ๗ ปี ซึ่งยอมรับว่า การดำเนินการมีปัญหาในพื้นที่ เช่น เรื่องของการบุกรุกที่ดิน เป็นต้น นี่เป็นคำถามหมดเลย ครับ บางเขตไม่มีผู้เข้ามาประมูล การดำเนินการ เลขาธิการ สศช. ก็กล่าวด้วยว่า ล่าสุด ครม. ได้มอบหมายให้ สศช. ไปศึกษา ศึกษาแล้วก็คงออกมาเป็นแบบนี้ละครับ เดิมผมเข้า งบประมาณครับท่านประธาน ก็มีคำถามครับ ในคำถามของคำถาม แผนบูรณาการ ๑๐ จังหวัดภาคเศรษฐกิจพิเศษก็ล้มไปแล้วครับ เหลือแต่อินฟรา (Infra) ขณะนี้รัฐบาล นำอินฟรา(Infra) มารวมใหม่ อินฟรา (Infra) ก็คือการลงทุนพื้นฐานของรัฐบาล ไม่ว่า คมนาคม ไม่ว่าไฟฟ้า ไม่ว่าอะไรต่าง ๆ มาใส่ใน ๔ ภาคนี้ ผมก็เป็นคำถามที่ถามท่านไปแล้วว่า ท่านจะใช้กลไกอะไรขับเคลื่อน มีลักษณะอย่างไร แล้วใคร คณะใด กลุ่มใดเป็นผู้เข้ามา รับผิดชอบ ใช้งบประมาณที่ไหน แล้วใครทำหน้าที่ทั้ง ๔ ภาค แล้วจะนำเงินรายจ่าย งบประมาณมาบริหารจัดการอย่างไรที่ได้ถามไปแล้ว นี่เป็นคำถามแรกครับท่านประธาน เป็นการถามครั้งแรกครับ ผมมีอีก ๒ ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรองนายกรัฐมนตรีผู้รับมอบอำนาจตอบครับ🔗

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงาน

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรี ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้มาชี้แจงตอบกระทู้ถามครั้งนี้ของท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ก็เข้าใจว่าน่าจะเป็นประเด็นของเรื่องกลไก ขับเคลื่อนระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ ๔ ภาค ตามท่านได้ยื่นกระทู้ถามขึ้นมา ก็อยากจะเรียนว่า วัตถุประสงค์ก็คงชัดเจนอย่างที่ท่านได้กล่าวว่าทำเพื่ออะไร ก็มุ่งเน้นเรื่องของการกระจาย ความเจริญสู่ภูมิภาค กระตุ้นรายได้ สร้างอาชีพ สร้างโอกาสต่าง ๆ เพิ่มการจ้างงาน เพียงแต่ว่า วิธีการเพื่อไม่ให้เกิดการซ ้าซ้อนในแต่ละจังหวัดซึ่งอยู่ในเขตใกล้เคียงกัน จึงจัดออกมาเป็น รูปแบบของกลุ่มจังหวัด หรือว่าเป็นระเบียงเศรษฐกิจพิเศษก็ทำทั้ง ๔ ภาคด้วยกัน ก็อย่างที่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กล่าว มีภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันตก แล้วก็มีภาคใต้ วัตถุประสงค์ก็อย่างที่ผมได้กล่าว ก็มีคณะกรรมการขับเคลื่อน พูดถึงการขับเคลื่อนจะมีคณะกรรมการนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษที่เรียกว่า กพศ. ท่านก็ กล่าวถึง เดี๋ยวผมลงรายละเอียดอีกนิดหนึ่ง ท่านถามต่อว่าแล้วกลไกมันทำอย่างไร คณะกรรมการจะทำเองหรืออย่างไร คณะกรรมการก็มีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีผม มีหน่วยงานภาครัฐ เอกชนต่าง ๆ ร่วมเป็นกรรมการ แล้วก็มีสภาพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติเป็น เลขานุการในการขับเคลื่อน ตรงนี้เองเพื่อให้เกิดการบูรณาการ การทำงานก็เป็น ๒ ระดับ ในส่วนของกรรมการเองก็มีอนุกรรมการอยู่ ๓ ชุด เป็นอนุกรรมการที่กำหนดสิทธิประโยชน์ กำหนดพื้นที่ว่าจะมาอยู่ในเขตระเบียงเศรษฐกิจนี้จะได้ประโยชน์อะไรบ้าง จะมีการอำนวย ความสะดวกอะไรบ้าง ซึ่งมีท่านปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน คณะกรรมการที่ ๒ ก็เป็นเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งตรงนี้ก็ชัดเจน จะพัฒนาเศรษฐกิจในระบบของระเบียง เศรษฐกิจอย่างนี้ต้องมีความเชื่อมโยง มีปลัดคมนาคมเป็นประธานในเรื่องของการตลาด ประชาสัมพันธ์ มีอุตสาหกรรม แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือในพื้นที่ คนในพื้นที่ในเศรษฐกิจพิเศษต้อง มีการจัดคณะทำงานบริหารจัดการขับเคลื่อนระเบียงเศรษฐกิจในระดับพื้นที่ มีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน ประสานการขับเคลื่อนให้เป็นไปตามนโยบายและวัตถุประสงค์ แล้วก็รายงาน กันขึ้นมา ตรงนี้เองจะมีกลไกอย่างที่ผมได้เรียน ก็เรียนตรง ๆ ว่าพอลงถึงพื้นที่แล้วกติกาไม่ได้ บอกว่าให้เฉพาะผู้ว่าราชการจังหวัดไปดำเนินการ โดยสังเขปก็คือมันเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วน ได้มีโอกาสในการที่จะหารือ แล้วก็ให้เกิดการยอมรับสนับสนุนว่าจะดำเนินการตามเป้าหมาย ที่ได้กำหนดไว้หรือไม่ ตรงนี้เองทางสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเขาก็ไปจัด มีการพิจารณาลงไปในพื้นที่ พูดคุยขับเคลื่อน จนได้ข้อมูลในระดับหนึ่งที่ว่าจะวางกรอบ เศรษฐกิจว่าเป็น ๔ ภาค แล้วก็ ๑๖ จังหวัดอย่างที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้สรุปมา ก่อนหน้านั้น ส่วนอนุกรรมการก็ดำเนินการ ขณะนี้ยังอยู่ในขั้นดำเนินการอยู่ กำหนดพื้นที่ ๑๖ จังหวัด ๔ ภาค แล้วก็มีการพูดคุยสอบถามความคิดเห็นทุก ๆ ฝ่าย ให้ประชาชน มีส่วนร่วม ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดนั้น ๆ ก็สามารถที่จะเข้าไปร่วมได้ ไปกำหนดอนาคต ไปกำหนดโอกาส ไปกำหนดประเด็นปัญหา ต่าง ๆ เพื่อให้กลุ่มจังหวัดเหล่านี้ ๑๖ จังหวัดใน ๔ ภาค ได้มีโอกาสทำในสิ่งที่ทำให้เกิดความเจริญเข้าสู่จังหวัดและภูมิภาค ตรงนี้เองเปิดโอกาส ขนาดนั้น แล้วก็รับฟังมาโดยตลอด การประชุมที่ท่านกล่าวมานี้เริ่มพฤษภาคม เรากำหนดไว้ เป็นกลุ่มจังหวัด หลังจากนั้นก็พูดคุยกันมาจนถึงแม้กระทั่งล่าสุดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ก็ยังหารือกันที่จะเอาลงในรายละเอียดให้ได้ คณะอนุกรรมการก็วางกรอบและพิจารณากัน ในเรื่องของงบประมาณก็อย่างที่ผมอยากเรียนท่านประธานผ่านไปทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติว่า ในช่วงแรกก็เป็นการประสานงานไปพูดคุยลงพื้นที่ก็ใช้งบประมาณไม่เยอะ อันนี้ก็พอที่จะจัดสรรลงมาได้ แต่ถ้าเป็นงบลงทุนตรงนี้เองเมื่อมีอินนิชิเอทีฟ (Initiative) อะไรออกมาจากอนุกรรมการ ซึ่งวันนี้ยังอยู่ในขั้นตอนของการกำหนดว่าจะมีกิจกรรมอะไร ที่จะส่งเสริมซึ่งจะต้องเป็นที่ยอมรับ ยังอยู่ในระดับของการพิจารณาอยู่ ตรงนี้ก็ว่าด้วย งบจังหวัด งบกลุ่มจังหวัด หรือในที่สุดถ้าจะต้องเป็นงบของรัฐบาลในเรื่องของส่วนกลางใด ๆ ก็จะส่งขึ้นมา ซึ่งแน่นอนเป็นอย่างที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าก็ต้องดำเนินการ ตามรัฐธรรมนูญ โครงการต่าง ๆ ต้องมีตัวชี้วัดผลสัมฤทธิ์ต่าง ๆ ขึ้นมา อันนี้ทำแน่นอน แต่ก็ยังอยากจะกราบเรียนว่า วันนี้ถ้าเชื่อในวัตถุประสงค์นี้ ถ้าเรามีความเชื่อมั่น ในวัตถุประสงค์นี้ แล้วผมเชื่อว่ามันจะเป็นประโยชน์ถ้าเราได้ติดตามถึงโครงสร้างพื้นฐานของ ประเทศไทยที่รัฐบาลได้ทำตลอดระยะเวลา ๗ ปี มันได้กระจายตัวไปสู่ท้องถิ่น มีความ สะดวกมากขึ้น มันเป็นการสร้างโอกาสไม่กระจุกตัวกับกรุงเทพฯ และปริมณฑลอีกต่อไป แล้วทุกจังหวัดวันนี้สภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้าเขาให้ความสำคัญกับจังหวัดของตัวเอง มากขึ้น เขาทำงานร่วมกันมากขึ้น เขาเห็นโอกาสมากขึ้น เพราะสิ่งอำนวยความสะดวก หลาย ๆ เรื่องได้มาถึงได้มาเยือนบ้านเขา ผมเองได้มีโอกาสดูแลในจังหวัดอีสานตอนบน ก็พบว่ามีการพัฒนาถนนหนทางการเชื่อมโยงในกลุ่มจังหวัดต่าง ๆ อีสานตอนบนจะเป็น ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษด้วย หรือจังหวัดใกล้เคียงก็ดีขึ้นมาก เป็นโอกาสและทุกคน มีความเชื่อ มีความเชื่อมั่นว่ามีโอกาสที่จะพัฒนาท้องถิ่นของตัวเองให้ดีขึ้น ให้ได้รับโอกาส มากขึ้น ให้มีการกระจายตัวมากขึ้น ตรงนี้ก็เหลือแต่เพียงท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ถ้าท่านได้ร่วมมือกันได้มีส่วนร่วม ได้นำความคิดอย่างนี้ไปขยายผลไป ต่อเนื่องให้เกิดขึ้นได้ผมเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับทุก ๆ จังหวัด แล้วจะเป็นประโยชน์มาก ขึ้นโดยนำร่องด้วย ๑๖ จังหวัด และ ๔ ภาค เพราะเป็นการบูรณาการทำงานร่วมกัน อย่างใกล้ชิดไม่ซ ้าซ้อน เสริมซึ่งกันและกันแล้วก็จะเกิดสิ่งที่ดีขึ้นมา ในขั้นต้นผมชี้แจงตรงนี้ ก่อนครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ครับ เรียนทำความเข้าใจกันนิดหนึ่ง กระทู้ถามทั่วไป ถามได้ ๒ ครั้ง ไม่ใช่ ๓ ครั้ง แต่ถ้าในกรณีประเด็นที่ว่าท่านยังติดใจในประเด็นตอบกันยัง ไม่เคลียร์ (Clear) มีความประสงค์ที่จะถามเป็นคำถามที่ ๓ ท่านต้องขออนุญาตท่านประธาน ถ้าประธานอนุญาตท่านค่อยถามได้ หรือท่านจะรวมถามในครั้งนี้ครั้งเดียวก็ได้ เชิญครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานครับ สุพิศาล ภักดีนฤนาถ บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เข้าใจเลยครับ เพราะว่า ผมเวลาตั้งกระทู้ไปผมจะตั้งเป็น ๓ การถาม แต่ในการถามนั้นมันจะมีหลายคำถามผมก็เลย ขมวดการถามใน ๒ ครั้ง ครั้งที่ ๒ ครั้งที่ ๓ เป็นครั้งที่ ๒ คือการถามครั้งนี้เลยครับ ผมเข้าใจครับ อันนี้ผมเข้าใจกฎกติกาให้ดี สิ่งที่ผมจะถามเป็นคำถามทั้ง ๒ การถามครั้งที่ ๒ เป็นคำถาม เมื่อสักครู่ท่านบอกว่าท่านดูแลระเบียงเขตเศรษฐกิจตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ มีขอนแก่น นครราชสีมา อุดรธานี หนองคาย นครพนม ด้วยใช่ไหมครับ ของท่านประธานด้วยใกล้ ๆ เคียง เพราะว่าใกล้เคียงได้ครับ เพราะมันเช็งได้ครับ ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนครับว่า พ.ร.บ. อีอีซี (EEC) มันโยงได้ครับ มันแค่ทำอินฟรา (infra) เชื่อมติ๊ดเดียวก็สามารถเชื่อม ไปยังนครพนมได้ครับ เพราะว่ามันเป็นเส้นทาง กฎหมายมันเขียนเพื่ออำนวยความสะดวก แต่สิ่งสำคัญคืออย่างนี้ครับ มันเป็นคำถามไปเข้าที่ประชุมซูม (Zoom) กันมาครับ หนองคาย เปิดด่านไม่ได้ มีแต่โลจิสติกส์ (Logistics) เท่านั้นเอง เปิดจริง ๆ ครับ นี่คือคำถามจาก ชาวบ้านเพื่อเป็นคำถามถัดไป เพราะว่าคำถามถัดไปผมจะมีเรื่องของมูลค่าทางเศรษฐกิจ ที่เขาเสียหาย และเป็นเรื่องของเศรษฐกิจเชื่อมโยงกับห่วงโซ่ของมูลค่าที่มันเกิดขึ้น ในภาคอีสานที่ท่านดูแล ผมพูดถึง ๔ ภาค แต่ผมตัวอย่างภาคอีสาน ประเด็นก็คือในการที่จะ ถามต่อไปผมตั้งคำถามไว้ก่อนเลยและผมขอให้เหตุผลนิดเดียวทั้ง ๒ การถามของผม คือในกรอบการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจ ๔ ภาค จำเป็นต้องมีการรับฟังความคิดเห็นภาคส่วนต่าง ๆ ตลอดจนสิทธิประโยชน์ที่ควรได้รับ รัฐบาลได้กำหนดหลักเกณฑ์การพิจารณา นี่คือคำถามหลัก จัดทำระเบียงเศรษฐกิจดังกล่าวอย่างไร ท่านก็อธิบายบางส่วนมาแล้ว เพื่อให้เกิดมูลค่า นี่คือ ประเด็นคำตอบครับ เพื่อให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจและสามารถที่จะสร้างเครือข่ายกิจกรรม ของเศรษฐกิจเชื่อมโยงที่เกิดห่วงโซ่ครับ ห่วงโซ่เศรษฐกิจที่คุ้มค่าต่อการลงทุนของภาครัฐ คุ้มค่าต่อการลงทุนของภาครัฐคืองบประมาณครับ ทำไมผมถึงพูดงบประมาณ เพราะผม เข้างบประมาณ ๓ ปี ท่านเชื่อไหมครับ แผนบูรณาการเป็นแผนลิเนียร์ (Linear) ผมเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านรองด้วยครับ ลิเนียร์ โพรเจกต์ (Linear Project) ครับ ลิเนียร์ โพรเจกต์ (Linear Project) ก็คือหมายความว่ามันเป็นห้อยพวง ๆ เอามาปะ ๆ แตะ ความทันสมัย มันต้องเป็นเอ็กซ์โพเนนเชียล โพรเจกต์ (Exponential Project) ครับ คือ โพรเจกต์ (Project) นี้ มันต้องทับด้วยงบประมาณแล้วซ้อนกันเป็นงบเดียวมันบิดไปได้ ๓-๔ โพรเจกต์ (Project) ได้ มันถึงจะคุ้มค่าการใช้เงินของงบประมาณที่ขอ เพราะฉะนั้นในการของบประมาณที่จะขอเป็น แผนบูรณาการควรจะนำเสนอเป็นเอ็กซ์โพเนนเชียล โพรเจกต์ (Exponential Project) เพื่อบิดให้มันได้หลาย อย่าไปเพียงให้เป็น ๑,๐๐๐ บาท แล้วก็ได้ทรัพย์สินมาอันเดียว แต่มันต้องบิดไป ๑,๐๐๐ บาท มันต้องผ่าน ๓ กรมอย่างต ่า เกิดการหมุนของเงิน ๓ รอบให้ได้ นี่คือสิ่งที่ผมอยากให้รัฐบาลใช้งบประมาณเป็นแบบนี้ครับ ผมจึงถามว่าห่วงโซ่มูลค่าทางเศรษฐกิจ ที่คุ้มค่าต่อการลงทุนรัฐบาล ขอทราบรายละเอียดครับ นั่นคือการถามในข้อ ๒ ที่ผมถาม ในการถามครั้งที่ ๒ ส่วนข้อ ๓ ขอทราบผลสัมฤทธิ์และตัวชี้วัดที่รัฐบาลกำหนด ตลอดจน การดำเนินการต่าง ๆ ซึ่งประกอบด้วยแผนงาน โครงการและกิจกรรมในการดำเนินการ เพื่อตอบสนองความต้องการ ความต้องการของประชาชนครับ ของชาวบ้านที่อยู่หมู่บ้านของ ท่านประธานเลยครับ ในภูมิภาค อันนี้ผมถามชัด ๆ เลยครับว่า แล้วสามารถสอดคล้องกับ ยุทธศาสตร์ชาติได้อย่างไร อันนี้คงตอบได้อยู่แล้วครับ โดยแสดงให้เห็นศักยภาพของแต่ละ พื้นที่เชื่อมโยงไปยังจังหวัดอื่น ๆ ด้วย ผมไม่ได้มองถึงแค่ภูมิภาคเหมือนจังหวัดอื่น ๆ ที่ผมพูด ถึงนครพนมของท่าน จากหนองคายต้องเป็นนครพนมด้วยอย่างนี้ครับ มันต้องไปให้ได้ อย่างไร นี่คือคำถามอย่างไร เพราะในประเด็นตรงนี้มันเป็นเรื่องของการค้าชายแดน การ อุบัติของเศรษฐกิจที่จบลงจากคำถามที่การถามครั้งที่ ๒ ของผม มันเกิดคำถามซ้อนขึ้นมา ในเหตุผลด้วยความสำนึกผิดของ ส.ส. ด้วยความรับผิดชอบเลยต้องตั้งคำถามในการตั้งกระทู้ เพื่อถามรัฐบาล โดยเฉพาะ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีว่าเร่งเศรษฐกิจเถอะครับ เพราะเศรษฐกิจ ไม่สามารถที่จะทำให้ประชาชนอยู่ดีกินดีได้ขณะนี้เลย ท่านหมุนเงินลงข้างล่างให้มากที่สุด อย่างที่ผมอธิบายครับว่าการทำโปรเจกต์ (Project) จากรัฐบาลคือเอ็กซ์โพเนนเชียล (Exponential) โครงการทดทวี เพราะมันจะทำให้เป็นมิติใหม่ที่จะทำให้เศรษฐกิจและ คำถามการถามครั้งที่ ๒ ของผมมีแค่นี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงาน

ก็สอดคล้องกัน เรียนท่านประธานสภา เรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ พลตำรวจตรี สุพิศาล สอดคล้องกันเลยครับ โครงการนี้เราคงมิได้ทำแบบลิเนียร์ (Linear) อย่างที่ท่านได้กล่าวมา เป็นโครงการที่ไม่ได้เฉพาะเจาะจง เป็นจังหวัด จังหวัด จังหวัด มันจึง เป็นเหตุว่าทำไมถึงต้องเป็นระเบียงเพื่อไม่ให้เกิดการซ ้าซ้อน เพื่อให้เกิดการทำงานร่วมกัน มีการหารือร่วมกัน สิ่งที่ดีที่สุด เป็นประโยชน์สูงสุดในภาพรวมของกลุ่มจังหวัด บทบาทของ แต่ละจังหวัดจะทำอะไร อย่างไร แบบไหน แล้วก็เสริมซึ่งกันและกัน ซึ่งแน่นอนต้องมีการ รับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย อย่างที่ท่านได้กล่าวมา เพราะอยู่ในวัตถุประสงค์ ของเกณฑ์คัดเลือก พิจารณาว่าประชาชนทุกภาคส่วน ภาคประชาชน ภาคเอกชนต่าง ๆ ในพื้นที่ต้องยอมรับและให้การสนับสนุน ผมยกตัวอย่าง ก็ต้องขอประทานโทษว่า ไม่มีจังหวัดนครพนมแต่เกี่ยวข้องอยู่แล้วก็คงโยงกลับไปถึง ระเบียงเศรษฐกิจ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ขอนแก่น นครราชสีมา อุดรธานี หนองคาย กำหนดจากการหารือ จากการพูดคุย รวมทั้งเอกชนที่เกี่ยวข้อง ที่เป็นผู้ชำนาญและอยู่ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ สภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า ภาคประชาชน หน่วยงานของรัฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมเชื่อว่าอย่างนั้น ก็คงมีส่วน คงเป็นหน้าที่คงเข้าไปร่วม มีการกำหนดเลย น่าสนใจ แล้วเรา มีศักยภาพตรงนี้ในเรื่องของฐานอุตสาหกรรมชีวภาพเชื่อมโยงเกษตรกับอุตสาหกรรมด้วย เทคโนโลยี และเป็นไปตามห่วงโซ่การผลิตเอ็มทูเอ็ม (M2M) เอ็นทูเอ็น (N2N) เมื่อสักครู่นี้ เองผมเองได้ตอบคำถามกระทู้สดในเรื่องของน ้ามันชีวภาพรวมอยู่ด้วย ซึ่งในนี้ก็จะเกี่ยวข้อง กับน ้ามันชีวภาพอยู่ด้วยว่ามันมีการผลิตเอทานอล (Ethanol) จากการเกษตร แล้วถ้ามาเป็น การใช้น ้ามันเชื้อเพลิงเพียงอย่างเดียวก็ได้ประโยชน์ระดับหนึ่งในเรื่องของสิ่งแวดล้อม ในเรื่อง ของการช่วยเหลือภาคเกษตรแต่สิ่งที่กำลังทำกันอยู่และเขาเล็งเห็น ๔ จังหวัดนี้ว่ามีศักยภาพ และตกลงกันแล้วว่าเราจะมาทำเรื่องพวกนี้กัน มีการต่อยอดอุตสาหกรรมชีวภาพด้วย เทคโนโลยีเพิ่มจากผลิตภัณฑ์เกษตร อ้อย มันสำปะหลัง และเกิดอาหารแห่งอนาคต โปรตีน เนื้อสัตว์จากพืช โปรตีนแมลง การแปรรูปส่วนผสมในยาและอาหาร ซึ่งอ้อยและมันสำปะหลัง มีปลูกมาก แต่ยังไม่ได้แวลู แอดเดด (Value Added) เพิ่มเติม ตรงนี้เองก็เป็นแนวทาง กำหนด แล้วใครทำ ก็เป็นเรื่องของเอกชนได้พูดคุยอย่างที่ผมเรียน ทุกภาคส่วนเข้ามาประชุม กัน เอกชนผู้สนใจ ผู้ประกอบการ ผู้นำในจังหวัด สภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า หน่วยงาน ของรัฐก็ตัดสินใจว่าเอาตรงนี้ละทำงานด้วยกัน ๔ จังหวัดนี้ มีศักยภาพและเชื่อมโยงกันให้ดี ในส่วนของรัฐบาลเอง คณะกรรมการชุดนี้ผมได้เรียนแล้ว มี ๓ อนุกรรมการ เราจะเป็นหน่วย สนับสนุนให้มันเกิดตรงนี้ ให้กระบวนการที่ภาคเอกชนร่วมมือกับจังหวัด กลุ่มจังหวัดเหล่านี้ ให้เกิดโครงการเหล่านี้ให้เป็นจริง เป็นรูปธรรม จึงมีอนุกรรมการ ๓ หน่วยด้วยกัน อันประกอบด้วย ผมย ้าอีกครั้งหนึ่ง ก็คือเรื่องของการส่งเสริมการลงทุน การส่งเสริมนวัตกรรม ให้มันเกิดในส่วนที่เรามีอยู่ในส่วนของรัฐ หรือในส่วนที่ ๒ ก็คือในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน ต่าง ๆ โครงสร้างพื้นฐานที่จะทำให้การกระจายตัวได้ไปอย่างมีต้นทุนที่สามารถแข่งขันได้ เราทำได้แต่ต้องแข่งขันได้ด้วย ในส่วนนี้ก็จะมีอนุกรรมการในส่วนนี้ แล้วก็จะมีเรื่องของ การประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูล หาสิ่งสนับสนุนต่าง ๆ หน่วยงานการตรวจสอบคุณภาพต่าง ๆ ก็จะมาพิจารณาร่วมมือ เป็นความพยายาม ก็ต้องเรียนอีกครั้งหนึ่ง ท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ถ้ามีโอกาสเข้าไปมีส่วนร่วมในส่วนนี้ ผมคิดว่า เป็นคุณประโยชน์ ความสามารถของท่านทุก ๆ คน ความรู้ในท้องถิ่น ท่านให้ความคิดเห็นที่ดีได้ ท่านจะมีโอกาสพัฒนาท้องถิ่นของท่านได้ ถ้ารวมกันเป็นกลุ่มจังหวัดทำงานด้วยกันไปเลย ก็จะยิ่งดีใหญ่ เรามีการหารือกันอยู่ตลอด วันนี้ก็ยังทำรับฟังความคิดเห็นให้มันแน่ตกผลึกกัน ให้ชัดเจนว่าเดินไปได้ แข่งขันได้ เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย แล้วรัฐบาลจะต้องช่วยอะไรใน ๓ ด้านนี้บ้าง ตรงนี้ยังมาไม่ถึง แต่ถ้ามันจะต้องมาถึงแล้วมันจะต้องกลายเป็นงบประมาณ ตัวชี้วัดต่าง ๆ ผลสัมฤทธิ์จะต้องมีเกิดขึ้นแน่นอน เป็นไปตามมาตรฐานตามที่ท่านได้กล่าวมา แต่อย่างไรก็ตามเป้าหมายใหญ่เลยที่คณะกรรมการชุดใหญ่ได้มองในภาพรวมก่อนก็คือว่า ต้องการเห็นผลิตภัณฑ์มวลรวมของพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษทั้ง ๔ แห่ง มีการขยายตัวไม่ น้อยกว่าร้อยละ ๕ ต่อปี เป็นช่วงระยะเวลา ๕ ปี มูลค่าการลงทุนรวม ๆ กันแล้วอย่างน้อย ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้คือเป้าหมายที่เราได้กำหนดเป็นกรอบภาพรวมไว้ แต่ส่วน กิจกรรมจริง ๆ กำลังตกผลึกกันอยู่ ต้องให้แน่ใจ ต้องให้รอบคอบ ต้องให้เป็นที่ยอมรับกับ ทุกฝ่าย ประชาชนทุกภาคส่วน แล้วมีเอกชนที่พร้อมจะมาลงทุน พร้อมที่จะมาร่วมสร้าง ร่วมพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจต้นแบบต่อจากอีอีซี (EEC) อีก ๔ กลุ่ม หรือ ๑๖ จังหวัด ตรงนี้ เองผมเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ มันสร้างการมีส่วนร่วม สิ่งที่คัดกรองมาทั้งหมดจะเป็นสิ่งที่มี โอกาสสำเร็จมากกว่าที่รัฐบาลส่วนกลางไปคิดเอง ไปเหมารวมเอง ไม่ใช่ แต่รัฐบาลชุดนี้ให้ ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมกับการทำการบ้านในความเหมาะสม ศักยภาพของแต่ละ จังหวัดแล้วผนึกรวมกัน ดูสิว่าถ้า ๔ จังหวัดนี้รวมกันเป็นน ้าหนึ่งใจเดียวกันได้ โอกาสดี ๆ ที่ จะเกิดขึ้นเป็นเอ็กซ์โพเนนเชียล (Exponential) อย่างที่ท่านอยากเห็น ไม่ใช่เป็นลิเนียร์ (Linear) จังหวัดใคร จังหวัดมัน ไม่ใช่ จะเกิดขึ้น แล้วทุกท่านก็จะมีส่วนร่วมทำสิ่งเหล่านี้ ให้เกิดขึ้นกับประเทศไทยในอนาคตต่อไป ขอบคุณครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล เชิญครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตติดใจ อีกนิดเดียวครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อนุญาตครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอสไลด์ (Slide) สุดท้ายด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่พอดีท่านประธานคนเก่า ไม่ใช่คำถามครับ แต่ประชาชนฝากมาครับ สิ่งที่ ฯพณฯ รองนายกรัฐมนตรีได้ตอบคำถามกระทู้ผมใน ๓ ข้อ ก็ชัดเจนครับท่านประธาน แต่เมื่อสักครู่ ท่านรองศุภชัยนั่งอยู่ผมก็คิดถึงเรื่องนี้ครับท่านประธาน ว่าความต้องการของคนปัจจุบันนี้ ในภาคการเกษตรที่ต้องการมากที่สุดขณะนี้ กัญชาเสรีครับ เกษตรกัญชาเสรีท่านต้องไปปรับ ได้แล้วครับว่า นี่คือห่วงโซ่ใหม่ที่จะทำให้คนที่กำลังฟู กำลังปลูก กำลังหาที่ปลูก กำลังใช้ ความชำนาญ กำลังใช้พวกนี้ นั่นคือความต้องการของประชาชนครับ ถ้าท่านตอบผมเท่านี้ว่า รัฐบาลจะเอาอะไรกับกัญชาสากล หรือกัญชาเสรี แล้วกัญชงที่จะออกมาให้ชัดเจนประชาชน จะได้อุ่นใจมาก ๆ ว่าภาคที่ท่านดูแลมันต้องปลูกทั้งภาคเลยครับ เพราะมันเป็นทำเลเก่า ของการปลูก แล้วมันเป็นดินที่ดี แล้วมันทำให้เป็นสินค้าส่งออกที่มีแวลู (Value) ระดับประเทศสู่อินเตอร์เนชันแนล (International) ได้ ผมยังคิดว่าถ้ารัฐบาลเน้นในเรื่องของมูลค่าทางเศรษฐกิจตัวนี้จะพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้ภาค อีสานทั้งภาค ยกเว้นยางที่มันหมดไปแล้วครับ ยางอีสานนี้หมดเวลาไปแล้วครับ พืชพันธุ์ ที่อยู่ในอีสานหลายพืชพันธุ์ก็หมดไปแล้ว นี่คือคำถามที่ผมถามว่าความต้องการประชาชน ขณะนี้ท่านช่วยตอบหน่อยว่าท่านจะแก้ไขปัญหาตรงนี้เอาเข้าไปสู่เอ็กซ์โพเนนเชียล โพรเจ็กต์ (Exponential Project) ของผมได้อย่างไรครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรองนายกรัฐมนตรี🔗

นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พลังงาน

ก็คงไม่ตอบเป็นเฉพาะกัญชาหรือกัญชงอย่างเดียว ผมได้ย ้าแล้วว่า กิจกรรม ในเรื่องของการเพิ่มมูลค่า โดยเฉพาะสินค้าเกษตรของเรา หรือแม้กระทั่งพืชสมุนไพรต่าง ๆ ต้องมุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่า แต่สิ่งที่สำคัญก็คือต้องมีภาคเอกชนที่มีเทคโนโลยี มีความพร้อม ที่จะพัฒนาให้มันเกิดมูลค่าที่สูงขึ้น ก็ย ้าอีกเหมือนกัน จังหวัดในระเบียงเศรษฐกิจภาคอีสาน ก็มีเรื่องของการพัฒนาไปสู่การทำยาด้วย แล้วก็ยังมีเรื่องของการทำไปสู่ไบโอพลาสติก (Bio plastic) หรือการลดโลกร้อนต่าง ๆ สิ่งเหล่านี้ทันทีที่เขาเห็นโอกาสเอกชนแล้วก็ได้ หารือกับทุกภาคส่วนในแต่ละพื้นที่ที่เหมาะสมก็จะยกระดับขึ้นมาว่าเขาจะตัดสินใจทำ มันต้องได้รับการสนับสนุนอะไรบ้าง ถ้าจะต้องแก้กฎหมาย ต้องปรับปรุงกฎหมายให้ชัดเจน แล้วก็เป็นกฎหมายที่ไม่ขัดต่อกฎหมายของสากล ผมคิดว่ารัฐบาลไม่มีประเด็น และผมก็เชื่อ ว่าท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติก็คงให้การสนับสนุนหากการแก้กฎหมายนั้นจำเป็นจะต้อง ได้รับมติเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรหรือทั้งรัฐสภา ตรงนี้ก็ให้ความมั่นใจได้ว่านั่นคือ ความมุ่งมั่นเดียวกันที่จะให้เกิดสิ่งเหล่านี้ ประเทศไทยเราคงไม่หยุดอยู่กับปัจจุบันที่จะทำ สินค้าแบบเดิม ๆ เราจะต้องพัฒนาอาศัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เกิดขึ้น เพิ่มมูลค่าสูงสุด ให้ได้เท่าที่จะทำได้ รัฐบาลจะเป็นหน่วยงานที่ช่วยสนับสนุน แต่เราต้องหา ดึงดูด เชื้อเชิญผู้ที่ มีเทคโนโลยี ผู้ที่มีตลาด สินค้าราคาสูงเหล่านี้ มันไม่ใช่เพียงแค่ปลูกอย่างเดียว มันจำเป็น จะต้องมีคนนำมาแปรรูป และการแปรรูปนั้นบางครั้งต้องอาศัยเทคโนโลยี บางครั้งต้องอาศัย ตลาดจำเพาะของเขา ตรงนี้เองเราพยายามอย่างเต็มที่ถ้าท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ได้ติดตามนโยบายของท่านนายกรัฐมนตรี จะมีการส่งเสริม มีการดึงดูดให้ผู้มีความสามารถ นักลงทุนที่อยากจะลงทุนในอุตสาหกรรมใหม่ ๆ เข้ามาในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นยานยนต์ไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของดิจิทัลเทคโนโลยีต่าง ๆ แม้กระทั่ง ผู้มีความสามารถ ผู้ที่เก่งและอยากจะมาพำนักอาศัยที่อยู่ในประเทศไทย หรือผู้ที่มีรายได้สูง ก็เข้ามาอยู่ในประเทศไทย คนเหล่านี้ อุตสาหกรรมเหล่านี้นี่ละคือกลุ่มคนที่จะมาช่วย เราร่วมกันพัฒนาให้ประเทศไทยเป็นไปตามอย่างที่ท่านได้กล่าวมา เป็นเอ็กซ์โพเนนเชียล (Exponential) ก็ต้องขอบคุณ ข้อเสนอเหล่านี้ ข้อแนะนำตรงนี้ก็รับไปพิจารณาแล้วก็จะ ปรับปรุงให้มันดีขึ้น เป็นไปตามวัตถุประสงค์เป้าหมายที่ผมเชื่อว่าทุกคนในที่นี้ก็อยากจะ เห็นว่าให้มันเกิดขึ้น ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ กระทู้นี้ ได้ใช้เวลาไปเกินครึ่งชั่วโมง เวลาเป็นของมีค่าและเป็นประโยชน์กับพวกเรา จบวาระ กระทู้ถาม ก่อนที่จะไปตามระเบียบวาระต่อไป ผมเรียนว่าในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะนั้น ท่านรองประธานได้ทำหน้าที่เป็นประธาน กระทู้ถามแยกเฉพาะอยู่ในระหว่างนี้ครับ🔗

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้มอบหมาย นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ทำหน้าที่ประธานในห้องประชุมกระทู้ถามแยกเฉพาะ)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ที่ประชุมครับ ขณะนี้ทางห้องประชุมใหญ่ก็ได้มีการเปิดประชุมเข้าสู่ระเบียบวาระการถามตอบกระทู้แล้ว เป็นระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ห้องของพวกเราก็จะเป็น ๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ สำหรับกระทู้ถามแยกเฉพาะผมขออนุญาตชี้แจงทำความเข้าใจเพิ่มเติมไว้นิดหนึ่งว่า การถามตอบกระทู้แยกเฉพาะนี้มีกำหนดเวลาทั้งหมด ๒๐ นาที ผู้ถาม ๑๐ นาที ผู้ตอบ ๑๐ นาที ถามตอบได้ ๒ ครั้ง ถ้ามีความจำเป็นจะถามครั้งที่ ๓ ต้องได้รับอนุญาตจากประธาน ต่อไปนี้เป็นระเบียบวาระที่🔗

๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗

๑.๓.๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๓๕๘ เรื่อง ความไม่สะดวกในการชำระ ค่าปรับจราจรของท่าน ส.ส. เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ด้วยสำนัก เลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว มีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีคือ ท่านอนุชา นาคาศัย ให้เป็น ผู้ตอบกระทู้ถามเรื่องนี้แทน ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถาม แยกเฉพาะ คือ พันตำรวจเอก ศราวุธ จิตต์ระเบียบ รองผู้บังคับการตำรวจจราจร สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ ต่อไปเชิญ ท่าน ส.ส. เท่าพิภพ ได้ถาม เพราะตอนนี้รัฐมนตรีพร้อมแล้ว เชิญครับ🔗

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล วันนี้ต้องขอบคุณที่ทางรัฐบาลได้ส่งท่านอนุชา มาตอบ เริ่มเรื่องมาจากความเดือดร้อนของประชาชน และเป็นความสงสัยของผมเองด้วย เพราะผมก็โดนปรับบ้าง ขี่มอเตอร์ไซค์อะไรอย่างนี้ ลั่นบ้าง คือหลาย ๆ ครั้งอย่างประชาชน ในเขตคลองสานบางครั้งจอดรถตรงถนนเจริญรัฐ มันก็มีวันคู่วันคี่หรือบางครั้งทีมงานผมเอง ด้วยซ ้าโดนล็อคล้อบ่อยมาก บางครั้งผมก็ตกใจว่าเขาก็บอกว่าให้ไปจ่ายที่จราจรกลางเลย ผมก็เอ๊ะอย่างไร หรือว่าบางครั้งผมขี่ไปตรงแยกบางหว้า ตรงบีทีเอสอย่างนี้แล้วผมไปกับ แฟนผม แล้วเขาไม่ใส่หมวกกันน็อคแล้วผมโดนเรียก เขาก็บอกว่าให้ไปจ่ายที่หน้างานก็ได้ หรือว่าถ้าอย่างนั้นก็ไปจ่ายที่ สน. เขาก็อายัดรถไว้ คือผมก็ไม่แน่ใจว่าระเบียบปฏิบัติ มันเป็นอย่างไรกันแน่ เพราะว่าจากการสอบถามหลายท่านมันก็มีการปฏิบัติที่แตกต่างกัน ในหลายประการจริง ๆ บางครั้งผมก็ไม่แน่ใจว่าวิธีการใดมันจะดีที่สุดแล้วมันโปร่งใสที่สุด วิธีการพวกนี้ในบางครั้งที่มันไม่เหมือนเดิมมันทำให้ตำรวจหรือทางผู้ที่เกี่ยวข้องเรื่องจราจร มีภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อหน้าประชาชน ทำให้ประชาชนไม่เชื่อมั่นและบางครั้งมาตรการต่าง ๆ อาจจะทำให้ประชาชนเสียเวลาเกินความจำเป็น🔗

คำถามแรกผมอยากถามว่าระเบียบปฏิบัติทางกฎหมายในการชำระค่าปรับ จราจรต้องจ่าย ณ สถานที่ใด กับหน่วยงานใดบ้าง ขอทราบรายละเอียดครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านเท่าพิภพ จากที่ท่าน ได้ตั้งคำถามในกระทู้ถามเรื่องของการชำระค่าปรับนั้นจะไปชำระที่ไหนได้หรือไม่ อย่างไร แต่ก่อนอื่นผมกราบเรียนว่าในส่วนของการล็อคล้อหรือการออกใบสั่งนั้นก็คงเป็น การดำเนินการด้วยวิธีเดียวกันทั้งหมด ก็เป็นไปตามประกาศของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เป็นเรื่องที่วิธีการและสถานที่ในการชำระค่าปรับตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ พ.ศ. ๒๕๖๓ ดังนี้ ก็คือ🔗

๑. ชำระได้ที่สถานีตำรวจที่ออกใบสั่ง โดยชำระตามกำหนดในใบสั่งหรือ ตามที่พนักงานสอบสวนเปรียบเทียบ🔗

๒. ชำระค่าปรับที่สถานีตำรวจอื่นนอกจาก ข้อ ๑ ได้ทั่วราชอาณาจักร🔗

๓. ชำระค่าปรับโดยการส่งธนาณัติ ตั๋วแลกเงินของธนาคารตามจำนวนที่ระบุ ทางไปรษณีย์ไปสู่ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมสำเนา🔗

๔. ชำระค่าปรับโดยวิธีธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ บัตรเครดิตหรือวิธีการอื่น ตามที่ระบุไว้ในใบสั่ง ณ สถานที่ดังต่อไปนี้ ธนาคาร เครื่องรับจ่ายเงินอัตโนมัติเอทีเอ็ม (ATM) หน่วย บริการรับชำระเงินต่าง ๆ สถานที่หรือวิธีการอื่นใดที่สามารถเข้าถึงการธุรกรรม ทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านเท่าพิภพ คำถามที่ ๒ ครับ🔗

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ก็ขอบคุณสำหรับคำถามแรก ก็เป็นระเบียบที่ดี ซึ่งจริง ๆ อันนี้ก็หมายความว่า คือประชาชน แต่เดี๋ยวนี้มาก็คือไม่มีจ่ายหน้างานใช่ไหมครับ ไม่มีจ่ายที่ตรงจับอันนี้ก็น่าจะ เป็นอย่างนั้นถ้าผมเข้าใจผิดอย่างไรก็ขออภัย เพราะว่าในระเบียบมาก็มีที่ สน.ในพื้นที่ที่ออก ใบสั่ง และ สน. อื่นใช่ไหมครับ ก็ไม่เป็นอะไรครับ อันนี้ก็น่าจะชัดเจนตรงนี้ว่าไปปรับที่โน่น จริง ๆ แล้วคำถามแรกผมอยากให้ตอบเคลียร์ (Clear) คำถามต่อไปเรื่องแบบว่ามันมีสิทธิ ในการอายัดรถไว้อะไรอย่างนี้หรือเปล่าครับ จะได้เคลียร์ (Clear) ประชาชนจะได้มีข้ออ้าง ในการปกป้องสิทธิว่าท่าน ส.ส. เท่าพิภพเขาเคยถามแล้ว แล้วท่านรัฐมนตรีเขาเคยตอบไว้ว่า อย่างนี้🔗

ในคำถามที่ ๒ ผมก็มองว่าในความคิดผม ผมก็รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้โลกมันเปลี่ยนไป ทุกคนใช้ชีวิตในมือถือ ท่านประธานเคยลืมมือถือไว้ ๑ วันไหมครับ ชีวิตนี้ยากลำบากมาก หรือว่าผมเองเคยมือถือจอแตกไปแล้วใช้รุ่นหายาก หาลำบากด้วย หาเปลี่ยนยากมากครับ ท่านประธาน ๓ วันนี้ชีวิตจะทุกข์ระทม จะตกนรกนะครับท่านประธานผมก็เลยคิดว่า ถ้าอย่างนี้มันดีกว่าไหม ถ้าเราจะพัฒนาอำนวยความสะดวกประชาชนที่เขาอยากเสียค่าปรับ ให้รัฐอยู่แล้ว แล้วก็ให้มันผ่านมือถือระบบอิเล็กทรอนิกส์ให้มันง่ายขึ้นผมอยากจะถามว่า รัฐบาลมีมาตรการในการลดขั้นตอน อำนวยความสะดวกให้ประชาชนอย่างไรบ้าง เช่น การจ่ายค่าปรับโดยใช้แอปพลิเคชั่น (Application) และที่กระทำผิดไปเลยเพื่อให้เงินมันเข้า ธนาคารจะได้ไม่ต้องผ่านมือใคร ลดการคอร์รัปชันเพื่อความโปร่งใสให้กับทางตำรวจเอง ด้วยครับ อันนี้ก็อยากเห็นเป็นแบบวิสัยทัศน์ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ จากที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กล่าวถึงว่าโลกยุคปัจจุบันนั้นเป็นโลกของ ยุคดิจิทัล การทำธุรกรรมต่าง ๆ นั้นก็อยู่บนโทรศัพท์มือถือ เรามีหลากหลายแอปพลิเคชั่น (Application) ในการที่จะได้อำนวยความสะดวกแม้กระทั่งการค้าขายหรือการติดต่อราชการ ซึ่งปัจจุบันในเรื่องของการปฏิรูปประเทศหรือแผนปฏิรูปประเทศตามยุทธศาสตร์ชาตินั้น ก็มีการนำสู่การเป็นรัฐบาลยุคใหม่คือยุคดิจิทัลซึ่งได้ทำไปหลายขั้นตอนแล้ว🔗

ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้นก็ได้ดำเนินการจัดทำใบสั่งที่เป็น รูปแบบที่สามารถดำเนินการชำระทางดิจิทัล แต่ผมเชื่อว่าตามที่ท่านได้ให้ข้อสังเกตหรือ ข้อสงสัยอาจจะเป็นที่ไม่ทราบถึงพี่น้องประชาชนโดยทั่วไป ก็คงต้องฝากทางสำนักงานตำรวจ แห่งชาติเพื่อที่จะไปทำการประชาสัมพันธ์ให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบถึงความ สะดวกสบายในการที่จะได้ชำระค่าปรับโดยที่ไม่ใช่มายืนปรับกันอย่างที่ท่านบอกตามถนน หรือต้องเดินทางไปในสถานที่อีกไกลอย่างนั้น ผมคิดว่าคงจะเป็นเรื่องที่ดี ก็ฝากสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติด้วยโดยเฉพาะสำนักงานตำรวจจราจรกลาง ซึ่งตรงนี้ผมอยากกราบเรียนว่า ใบสั่งมีใบสั่งแบบถูกติดรถก็จะมีการแสกนไว้ด้านบนเพื่อให้ท่านสามารถได้จ่ายผ่านทาง แอปพลิเคชั่น (Application) ได้ ตรงนี้เป็นต้น จะสั่งจ่ายผ่านแอปพลิเคชั่น (Application) ของธนาคารใดก็ได้ แต่ตอนนี้ก็ยังเป็นของธนาคารกรุงไทยอยู่ที่เป็นต้นแบบมีใบสั่งอีกชนิด หนึ่งก็คือใบสั่งจราจรสำหรับทางไปรษณีย์ ก็จะมีผ่านระบบพีดีเอ็ม (PDM) ซึ่งจึงได้ประสาน กับทางหน่วยงานของธนาคารแล้วก็ผู้ที่ออกใบสั่งนั้นจำเป็นที่จะต้องนำรายละเอียดของใบสั่ง นั้นเข้าสู่ระบบส่วนกลางเพื่อเชื่อมโยงไปถึงธนาคารภายใน ๒ วันเพื่อให้พี่น้องประชาชน ได้ชำระค่าปรับทางอิเล็กทรอนิกส์ได้โดยสะดวก ก็จะมีใบสั่งอีกชนิดหนึ่งที่เป็นใบสั่งรุ่นใหม่ ก็คือใบสั่งทางอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งตรงนี้ก็ยังไม่ได้ดำเนินการใช้ก็เป็นอีทิกเก็ต (E-ticket) ที่จะ ดำเนินการต่อไปในอนาคต ซึ่งก็จะได้สร้างความสะดวกให้กับพี่น้องประชาชน แต่เหนืออื่นใด อย่างที่ท่านทราบ แม้กระทั่งตัวผมก็ยังไม่ค่อยทราบรายละเอียดตรงนี้เฉกเช่นเดียวกับท่าน ก็คงฝากสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการประชาสัมพันธ์ให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบตรงนี้ ด้วย ต้องกราบขอบคุณทุกท่านในความห่วงใย ความหวังดีต่อพี่น้องประชาชนในการที่จะ อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนตามที่ท่านได้เสนอมาครับ ขอบคุณครับ ขอบคุณท่าน ประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ท่านเท่าพิภพจะมีอะไรเพิ่มเติม เชิญครับ🔗

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

เรื่องอายัดรถอะไรอย่างนี้ ช่วยตอบหน่อยครับว่า การไปเสียค่าปรับมาก่อนแล้วยึดรถไว้ที่นี่อะไรอย่างนี้ครับ อันนี้คือ คำถามนี้ได้หรือไม่ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านผู้สนับสนุน ข้อมูลอย่าไปคุยกันเอง ท่านต้องให้ข้อมูลกับทางท่านรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีจะเป็นผู้ตอบ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ในส่วนของ ข้อกฎหมายข้อนี้ ถ้าเราพูดกันถึงตามกฎหมายนี้ก็ไม่ได้มีอำนาจที่จะยึดอายัดรถตาม พ.ร.บ. จราจร ไม่มีในสิ่งนั้น แต่ในสิ่งหนึ่งที่เป็นการปฏิบัติตามข้อปฏิบัติหรือตามคำสั่งของพนักงาน เจ้าหน้าที่ในการที่ปฏิบัติอยู่ตลอดก็คือ การที่จอดรถในสถานที่ผิดก็มีการล็อคล้อ เพื่อที่จะให้ ท่านนั้นได้ไปเสียค่าปรับแล้วก็มาดำเนินการถอด เพราะฉะนั้นการเสียค่าปรับก็เป็นรูปแบบ ธรรมดา การล็อคล้อปัจจุบันก็ยังไม่ได้ถือว่าเป็นการยึดและอายัดรถไว้ กราบเรียนท่านด้วย ความเคารพครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวถ้ามี ข้อมูลส่วนไหนที่ยังไม่ชัดเจน ท่านเท่าพิภพก็ขอคุยกับท่านรัฐมนตรีเพิ่มเติมอีกครั้งหนึ่งก็ได้ ต้องขอขอบคุณรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านอนุชา นาคาศัย ที่ให้เกียรติกับ กระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเรา ขอขอบคุณครับ ที่ประชุมครับก็ถือว่าเราจบ การถามตอบกระทู้ระเบียบวาระที่ ๑.๓.๑ กระทู้ที่ ๓๕๘ เรื่อง ความไม่สะดวกในการชำระ ค่าปรับจราจรของท่าน ส.ส. เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร🔗

๑.๓.๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๓๕๙ เรื่อง การกำหนดผังเมืองบึงแก่งใหญ่ จังหวัดพิษณุโลก (นายปดิพัทธ์ สันติภาดา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย🔗

ด้วยสำนักงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือแจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ติดภารกิจราชการสำคัญ จึงมอบหมายรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย คือ ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน🔗

ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาต ให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือนางสาวจริยาพร จิตใจมั่น ผู้อำนวยการสำนักผังประเทศและผังภาค กรมโยธาธิการและ ผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ตอนนี้พร้อมทุกฝ่ายแล้ว เชิญท่าน ส.ส. ปดิพัทธ์ สันติภาดา ถามได้เลย เชิญครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา พิษณุโลก

เรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านรัฐมนตรีขอบคุณที่ให้เกียรติมาตอบกระทู้ในวันนี้ ผม ส.ส. ปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานครับ กระทู้แรกนี้ จะเป็นเรื่องของบึงแก่งใหญ่ จังหวัดพิษณุโลก บึงแก่งใหญ่ จังหวัดพิษณุโลกเป็นพื้นที่ ขนาดใหญ่ที่รองรับหน่วยงานจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม ไม่ว่าจะเป็น โรงพยาบาลพุทธชินราชแห่งใหม่ แล้วก็มีหน่วยงานราชการเข้าไปใช้พื้นที่ร่วมกันกว่า ๑๐ หน่วยงาน ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าบึง เพราะฉะนั้นมันไม่ได้เป็นพื้นที่ที่พร้อมสำหรับการจะมี หน่วยงานไปเยอะขนาดนี้ แต่ว่ามีความจำเป็นที่จะต้องย้ายหน่วยงาน แล้วก็ขยายการทำงาน เพิ่มเติมของทุกที่ แต่มันดำเนินการมายาวนานมากแล้วครับ มันก็เลยมีการเข้าไปจับจองและ จัดสรรพื้นที่ก่อน โดยเป็นส่วนของการจัดรูปที่ดิน ทีนี้มันก็มีการเข้าไปทำแต่ว่าเป็นลักษณะ ของต่างคนต่างทำ หน่วยงานไหนเข้าไปก่อนก็ทำก่อน หน่วยงานไหนเข้าไปทีหลังหรือบาง หน่วยงานก็ยังไม่ได้เข้าไป มันก็เลยทำให้เกิดสภาพนี้ครับก็คือว่ามันทำไม่เสร็จสักที ตลอดทั้ง บึงนี้เส้นทางคมนาคมเป็นแบบนี้ครับท่านรัฐมนตรีครับ อันนี้คือเส้นทางที่ข้าราชการจะต้อง เข้าไปทำงานในสำนักสิ่งแวดล้อมและสำนักงานประชาชนที่ราบสูง ต้องจอดรถข้างนอก แล้วก็เดินเท้าเข้าไป อันนี้ยังไม่ต้องห่วงเลยว่าพี่น้องประชาชนที่ใช้บริการจะเป็นอย่างไร นี่คือสภาพจริงเลย อีกภาพหนึ่งครับ อันนี้เป็นภาพที่มันมีการกำหนดผังมาแล้ว แต่พอเปลี่ยน ผู้ว่าราชการจังหวัดทีหนึ่งก็เปลี่ยน ไม่มีการเอามาทำอย่างต่อเนื่อง ทำให้เจอว่าผังที่ทางจังหวัด มีกับสภาพจริงไม่เหมือนกัน เพราะว่าหน่วยงานต่าง ๆ นี้เขาก็ต้องไปแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าคือ ตัดถนนของตัวเองก่อนหรือไปหางบประมาณอื่น ๆมาทำก่อน ก็เลยทำให้การเชื่อมโยง ถ้าเรา จะเปรียบแบบให้เป็นเส้นเลือดใหญ่ เส้นเลือดฝอย ตัวเส้นเลือดใหญ่ก็ไม่เสร็จสักทีหนึ่ง เส้นเลือดฝอยก็พันกันยุ่งเหยิง มันเลยกลายเป็นว่าตอนนี้เส้นทางคมนาคมจึงมีปัญหาเพราะ ต่างคนต่างทำ พี่น้องเกษตรกรที่ต้องใช้น ้าที่อยู่รอบ ๆ แล้วก็ต้องใช้รถในการเข้ามาทำ การเกษตรก็ใช้ไม่ได้ เอกชนที่มีพื้นที่ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ก็ไม่รู้ว่าหน่วยงานราชการ จะทำเสร็จเมื่อไร แล้ววิกฤตการณ์มันเพิ่มขึ้นก็คือว่าโรงพยาบาลพุทธชินราชแห่งใหม่นี้ กลายเป็นโรงพยาบาลสนามของสถานการณ์โควิด (COVID) ทำให้เรารู้ว่าการจะเอาผู้ป่วย เข้ามาที่นี่ครับลำบากมากเลยเพราะถนนไม่ดี เรื่องนี้คาราคาซังมากเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว แล้วก็ยังไม่มีเจ้าภาพที่ชัดเจน ประเด็นเป็นอย่างนี้ครับท่านรัฐมนตรีก็คือพอเจ้าภาพไม่ชัดเจน งบประมาณมันก็ไม่เต็มที่ แล้วก็ไม่มีความรับผิดชอบอย่างชัดเจน จากการประชุมล่าสุดของ คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน การมีส่วนร่วมของประชาชน ผมกับ กรรมาธิการก็ไปตรวจสอบเรื่องนี้ ก็มีความคิดเห็นว่าควรจะต้องให้เทศบาลท่าทอง เป็นผู้รับผิดชอบ แต่เทศบาลท่าทองไม่มีศักยภาพทำได้หรอกครับ พื้นที่ใหญ่ขนาดนี้ โครงการมหาศาลขนาดนี้ แล้วมันเกี่ยวข้องกับการต้องได้รับความร่วมมือทั้งหมดเลย ของหน่วยงานราชการซึ่งต่างคนก็ต่างไปจับจองพื้นที่กันจนเละเทะไปหมด🔗

คำถามข้อที่ ๑ เลยครับก็คือหน่วยงานใดหรือใครจะต้องมีหน้าที่รับผิดชอบ ในการจัดการผังนี้ให้สำเร็จและงบประมาณในการจัดการสาธารณูปโภค ซึ่งประกอบไปด้วย ถนน ไฟส่องสว่าง ระบบการระบายน ้า การกำจัดขยะทั้งหมด ใครจะต้องเป็นคนรับผิดชอบ อันนี้ต่อให้ไม่ใช่ศูนย์ราชการแห่งใหม่ แต่ว่ามีหน่วยงานราชการ ๑๕ หน่วยงานอยู่ในที่นี้ โรงเรียนประจำจังหวัด ๑ ที่ โรงพยาบาลประจำจังหวัด ๑ ที่ ศูนย์วิทยาศาสตร์ แต่กลับไม่มี การจัดการเลย ผมคิดว่าเรื่องนี้ทางกระทรวงมหาดไทยจำเป็นต้องหาเจ้าภาพหน่วยงานใด ดีครับที่จะมาเป็นเจ้าภาพทำเรื่องนี้ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มาตอบกระทู้ถามของท่าน สมาชิกผู้ทรงเกียรติ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านปดิพัทธ์ สันติภาดา ท่านเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล จังหวัดพิษณุโลก ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า จากข้อซักถามความห่วงใยกรณีที่มีการย้ายและการเปิดโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม โรงพยาบาลพุทธชินราช ศูนย์เด็กเล็ก หน่วยงานราชการต่าง ๆ จะเข้ามาบริเวณของ บึงแก่งใหญ่ จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งได้มีการแก้ไขปัญหาเรื่องการผังเมืองทางเข้าออก ทางสาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่ไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเหมาะแก่การตั้งหน่วยงาน ราชการในพื้นที่จนถึงขั้นว่าพี่น้องประชาชนทั้งหลายไม่สะดวกสบาย ผมเรียนว่าจากการ ตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าวที่ท่านกรุณาเป็นข้อห่วงใยในการถามกระทู้นี้ เป็นที่ดินที่อยู่ในเขต การจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตพื้นที่ดินในท้องที่ตำบล บ้านกลาง ตำบลพลายชุมพล ตำบลบ้านคลอง ตำบลวัดจันทร์ ตำบลท่าทอง และตำบล ท่าโพธิ์ อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลกให้เป็นเขตโครงการจัดรูปที่ดินในปี พ.ศ. ๒๕๒๔ มีพื้นที่ประมาณ ๕๐,๐๐๐ ไร่ ซึ่งอยู่ในภายใต้การดูแลรับผิดชอบของกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตามพระราชบัญญัติการจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมผมเรียน ท่านประธาน ความจริงความกังวลห่วงใยในเรื่องนี้เป็นเรื่องที่อยู่ในความรับผิดชอบของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยตรง เพราะเป็นคนที่ดำเนินการในการจัดรูปที่ดิน เพื่อเกษตรกรรม พื้นที่ดังกล่าวผมเรียนท่านประธานว่าหน่วยงานทั้งหลายที่เข้าไปใช้พื้นที่ เป็นการขอใช้พื้นที่ตามโครงการจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยใช้พื้นที่ประมาณ ๖๘๗ ไร่ มี ๑๑ หน่วยงานด้วยกัน ซึ่งขอใช้ตั้งแต่ปี ๒๕๓๗ ๒๕๔๒-๒๕๔๙ มีหลายหน่วยงานด้วยกัน ประมาณ ๑๑ หน่วยงานตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้เอ่ยมาทั้งหมด ก็เป็นเวลาที่ ใช้ก่อนที่จะมีกฎหมายเกี่ยวกับการจัดทำผังเมืองที่ท่านให้ความกรุณาถามมาที่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีมอบหมายให้ผมมาตอบ ถ้าพูดถึงเรื่องของ การจัดทำผังเมืองที่ท่านกรุณาได้ถามก็เป็นกรมโยธาธิการและผังเมืองแล้วครับ มีหน้าที่ ในการรับผิดชอบการวางและการจัดทำผังเมืองในบริเวณบึงแก่งใหญ่ตามที่ท่านถาม ทั้งหมดละครับ มีหน้าที่ในการจัดทำผังเมือง แต่ว่าเราได้จัดทำผังเมืองในปี ๒๕๕๓ ก็เป็นปีที่ มีการใช้ประโยชน์ในที่ดินไปแล้วตามความรับผิดชอบของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ การจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ก็เป็นไปตามกฎกระทรวงให้ใช้บังคับผังเมืองรวมพิษณุโลก ปี ๒๕๕๓ แล้วก็เป็นไปตามกฎกระทรวงที่ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดพิษณุโลก ปี ๒๕๔๕ และฉบับที่ ๒ ปี ๒๕๕๘ การวางผังเมือง ๒ ฉบับได้กำหนดพื้นที่บริเวณบึงแก่งใหญ่ให้มี ความสอดคล้องกับการจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมโดยกำหนดให้มีการใช้ประโยชน์ที่ดิน ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม สำหรับการขอยืมใช้พื้นที่หน่วยงาน ดังกล่าวเป็นไปตามมาก่อนที่มีการประกาศตามที่ผมเรียนเบื้องต้นคือเราเอาเรื่องที่มีอยู่แล้ว มาดำเนินการจัดทำผังเมือง จัดรูปต้องสอดคล้องกันเพราะว่ามีหน่วยงานราชการทั้งหลาย เข้าไปใช้แล้ว ก็เป็นเรื่องของคณะกรรมการของการจัดรูปที่ดินดำเนินการให้ความเห็นชอบ ในเบื้องต้นก่อน🔗

ส่วนเรื่องของงบประมาณ ผมขออนุญาตท่านประธานว่าผมก็เห็นใจ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าถนนที่อยู่ในพื้นที่การจัดรูปที่ดินนี้หลายส่วนก็เป็นปัญหาอุปสรรค จริง ๆ ตามที่เห็น ก็เป็นความห่วงใยของคนที่เป็นผู้แทนราษฎรประกอบด้วยโครงสร้าง พื้นฐาน ขอเรียนว่าในส่วนของงบประมาณในการสาธารณูปโภคในพื้นที่บึงแก่งใหญ่ อยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลตำบลท่าทองและกรมทาง หลวงชนบทซึ่งไปใช้พื้นที่เหล่านี้ รวมถึงหน่วยงานต่าง ๆ ที่ใช้ทั้งหมด เรื่องการงานก่อสร้าง ทางเข้าออก ถนนภายในพื้นที่ดำเนินการโดยองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก กรมทางหลวงชนบท มีการทำเรื่องเส้นทาง ในขณะนี้ได้มีการกำหนดเส้นทางกันอยู่ แต่ว่า การกำหนดเส้นทางอย่างไรต้องไปสอดคล้องกับการจัดรูปที่ดิน ซึ่งเจ้าของพื้นที่นี้เขาจะ กำหนดแนวว่าจะทำตรงไหน อะไร อย่างไร ซึ่งในขณะนี้ทราบว่าในโครงสร้างพื้นฐานที่เป็น ส่วนที่เป็นประเด็นนี้ กรมทางหลวงชนบทเสนอของบประมาณไว้แล้วในปี ๒๕๖๖ ๑๘.๕ ล้านบาท ในความยาวประมาณ ๑.๕ กิโลเมตร ก็อยู่ในระหว่างการดำเนินการ ส่วนงานก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่บอกเป็นปัญหาอุปสรรคทั้งหลาย เช่น ระบบ ไฟฟ้า ระบบระบายน ้าระบบประปาอื่น ๆ หน่วยงานที่ขอยืมใช้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นเทศบาล ตำบลท่าทองก็จะต้องเป็นคนรับผิดชอบ งานของโยธาธิการก็จะเป็นเรื่องของการจัดวาง ผังเท่านั้น กำหนดกรอบแนวทางในการที่จะให้หน่วยงานราชการทั้งหลายดำเนินการไปตาม รูปแบบและการที่กำหนดเรื่องประโยชน์ของการใช้ที่ดิน นั่นก็ในส่วนคำถามข้อที่ ๑ ขออนุญาตตอบเรียนเท่านี้ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านปดิพัทธ์มีอะไรถามเพิ่มเติม เชิญครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา พิษณุโลก

เรียนท่านประธานครับ ขอบคุณ สำหรับคำตอบ ทีนี้ผมคิดว่าท่านรัฐมนตรีตอบก็คงเห็นความวุ่นวาย เพราะว่ามันจัดรูป เพื่อการเกษตรแต่เกษตรกรไม่ได้ใช้ ตรงนี้มันเป็นหน่วยงานราชการใช้ แล้วก็เป็นโรงพยาบาล มาใช้ เกษตรกรตัวจริงใช้งานไม่ได้ เพราะว่ามันไปเปลี่ยนทางน ้าเขาหมดไปเปลี่ยน ทางเข้าออกนาเขาหมด ผมก็เลยคิดว่ามันน่าจะผิดพลาด หมายถึงว่ากระบวนการตั้งแต่ ปี ๒๕๕๓ จนถึงตอนนี้ทิศทางมันผิดหรือเปล่า แล้วตอนที่ก่อนจะมีกฎหมายไปจัดเขานี้ทุกคน ก็ไปจองไว้แล้วครับ ตอนนี้ไล่ไม่ออกแล้ว ทีนี้มันก็เลยคาราคาซังอย่างนี้ครับ แล้วก็เทศบาล ท่าทองไม่มีกำลังหรอกครับ แค่ลำพังเขาจะดูแลพื้นที่ของเขาเองก็ยากแล้วครับ ตอนนี้ เขาต้องมาบริการหน่วยงานราชการอีก เพราะว่าถ้าเขาต้องมาทำพวกนี้ จริง ๆ ไม่เกี่ยวข้อง กับประชาชนในพื้นที่เขาเลย มันเป็นหน่วยงานราชการ มันเป็นโรงพยาบาลของจังหวัด มันเป็นโรงเรียนประจำจังหวัด ผมก็เลยคิดว่าตรงนี้มันน่าจะต้องมีบทบาทเพิ่มเติมของทาง ผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งถ้าบอกว่ากรมโยธาธิการและผังเมืองทำแค่จัดผังเมืองคือมันก็จัดไป เรื่อย ๆ ครับ จัดไปทีหนึ่งก็ต้องมาเปลี่ยนทีเพราะว่าสุดท้ายก็ไปตัดถนนเพิ่มอีกแล้วเข้าใจไหม ครับ คือจัดผังอย่างไรก็ไม่เสร็จเพราะว่าจัดไปก็ไม่ได้ทำ ไม่มีเงิน แล้วก็อันนี้เงินที่ได้แค่ ๑๘.๕ ล้านบาท ๑.๕ กิโลเมตรไม่พอหรอกครับท่าน เพราะว่าเราต้องการถนนที่ดีพอสำหรับ รถโรงเรียน รถบัส เราต้องการถนนที่ดีพอสำหรับคนจะมาดูงานที่ศูนย์วิทยาศาสตร์ เราต้องการ ที่ถนนที่ดีพอสำหรับรถพยาบาลที่เคลื่อนย้ายผู้ป่วยมาครับ ถ้าถนนมีแค่นี้รับรองว่ามันก็เป็น แค่ถนนเข้าไปทำงานของราชการเท่านั้นเอง ผมว่าอันนี้ผมต้องขอความเมตตาท่านรัฐมนตรี จริง ๆ ถ้าท่านไม่ได้สั่งกำชับมันก็จะมีการโยนไปโยนมาแบบนี้เหมือนเดิม อันนี้หน้าที่ท่าน นั่นหน้าที่ท่าน แล้วพอเปลี่ยนผู้บริหารเลือกตั้งใหม่เข้ามาเสร็จ ผู้ว่าราชการจังหวัดย้ายมีการ เปลี่ยนแปลง โครงการก็ไม่ต่อเนื่อง อันนั้นเป็นเรื่องระยะยาว ผมต้องขอฝากท่านรัฐมนตรี ด้วยว่าถ้ากำกับให้หนักแน่น ชาวพิษณุโลกจะได้รู้สักทีหนึ่งว่าตกลงแล้วเรื่องนี้จะจบอย่างไร🔗

มีเรื่องเร่งด่วนครับเป็นคำถามข้อที่ ๒ ก็คือว่าตอนที่มันยังไม่เรียบร้อยมันมี หน่วยงานที่เดือดร้อนพิเศษก็คือศูนย์เด็กเล็ก ที่นี่มีศูนย์การศึกษาพิเศษด้วยที่เป็นเด็กพิการ ซ ้าซ้อนที่ต้องมาใช้บริการ ท่านลองคิดสภาพครับ ผู้ปกครองส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยมีเงินแล้วด้วย จะต้องพาเด็กพิการซ ้าซ้อนซึ่งต้องมาเรียนมาพักอาศัยและเป็นโรงเรียนประจำอยู่ในที่นี้ เจอสภาพแบบนี้เข้าไปครับ เขาดูแลเด็กก็ยากอยู่แล้วกลายเป็นว่าตอนนี้ต้องจัดการเรื่องขยะ ที่ลอยไปลอยมาเวลาเกิดน ้าท่วม ต้องมาจัดการเรื่องน ้าท่วมขังก่อให้เกิดปัญหายุงลาย เกิด สารพัดปัญหาเลย แล้วก็ศูนย์เด็กเล็กของท่าทองเองก็ยากแต่ว่าง่ายกว่าศูนย์การศึกษาพิเศษ นิดหนึ่งเพราะว่ามันอยู่ใกล้ถนนใหญ่ ทีนี้ปัญหานี้ระยะสั้นจะแก้อย่างไรดี เพราะว่า อย่างที่บอก คือถ้ามันเป็นหน่วยงานราชการอย่างเดียวผมคงไม่ค่อยเดือดร้อนมาก แต่พอมัน เป็นหน่วยงานที่ต้องบริการประชาชน โรงเรียน โรงพยาบาล แล้วก็ศูนย์การศึกษาพิเศษเรื่อง นี้ระยะสั้นจะเอาอย่างไร เพราะว่าทั้งโพรเจ็กต์ (Project) ผมว่าอีกนานกว่าจะเสร็จ แต่เรื่องระยะสั้นนี้เขาใช้ชีวิตทุกวันยากลำบากเหลือเกิน ท่านรัฐมนตรีครับผมขอคำตอบ เรื่องนี้ด้วยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ทรงศักดิ์ ทองศรี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมขออนุญาตนิดเดียวครับว่าความจริงส่วนราชการที่เขาขอใช้จริง ๆ ประมาณ ๖๐๐ กว่าไร่ ซึ่งจริง ๆ ที่ดินที่จัดเป็นที่ดินเพื่อการเกษตรที่จัดทั้งหมดประมาณ ๕๐,๐๐๐ ไร่ ประชาชน ก็ยังใช้ประโยชน์ในเรื่องของการเกษตรอยู่ เพียงแต่ว่าในส่วนที่ท่านได้มาถามกระทู้นี้เป็น ส่วนงานซึ่งมีการจัดที่ดินให้กับหน่วยงานของรัฐ ๑๑ หน่วยงานด้วยกัน อันนี้ผมเห็นใจท่าน เพราะว่าโครงสร้างพื้นฐานที่เห็นทั้งหมดบางทีก็เป็นเรื่องที่เป็นประเด็นเหมือนกัน ความจริง การใช้งบประมาณมันมีงบประมาณของฟังก์ชัน (Function) ของหน่วยงานของแต่ละ หน่วยงานเอง จังหวัดเองก็สามารถบูรณาการกันได้ เพียงแต่ว่าหน่วยงานทั้งหลายทั้งปวง ก็ต้องดำเนินการคำขอ ทำคำขอกันและอะไรที่เป็นเรื่องที่มีความสำคัญความจำเป็นก็ ดำเนินการไปเรื่องงบประมาณทั้งหลายเราก็ไล่ตามดู จริง ๆ แล้วผมเห็นงานทั้งหมดที่ดูในรูป นี้จริง ๆ พอถึงปัญหาเรื่องของศูนย์เด็กที่ท่านมีความกังวลห่วงใยในคำถามข้อที่ ๒ นี้ องค์การ บริหารส่วนจังหวัด เขาก็ดำเนินการไปแล้วเป็นถนนคอนกรีตให้ความเรียบร้อยแต่ว่ามันจะ ครอบคลุมไปทั้งหมดในพื้นที่ที่ส่วนราชการใช้ ผมก็เรียนว่าก็เป็นความกังวลเป็นความห่วงใย แต่ว่าก็ฝากท่านไปแล้วกันว่าขอเร่งรัดให้หน่วยงานทั้งหลายช่วยเร่งรัดเสนอโครงการ บางที ผู้แทนราษฎรไปเห็น ทำไมถึงไม่ได้ทำแต่ต้องยอมรับความจริงว่าวันนี้การจัดทำงบประมาณ ทั้งหลายต้องให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการตามคำขอแล้วก็ตามความต้องการของพี่น้อง ประชาชนและอยู่ในห้วงเวลาของการจัดทำงบประมาณด้วยแล้วงบประมาณจริง ๆ แล้ว มันก็มีไปอยู่พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นงบของหน่วยงานฟังก์ชัน (Function) แม้กระทั่ง กระทรวงมหาดไทยเองวันนี้ก็จะมีงบของเศรษฐกิจฐานรากไปครั้งที่ ๑ ครั้งที่ ๒ อบจ. เอง ก็มีงบตัวเอง ถ้ามันเกินงบตัวเองก็สามารถใช้เงินอุดหนุนได้ หรือ อบต. ท่าทองก็เหมือนกัน เกินขีดความสามารถก็สามารถของบประมาณอุดหนุนมาที่กระทรวงมหาดไทยได้แต่ขอให้มี คำขอมา แล้วก็ขอให้ดำเนินการตามแผนงานโครงการที่กำหนดไว้ในห้วงเวลาของเวลา ที่กำหนดในการทำงบประมาณด้วย ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ท่านปดิพัทธ์ ยังมีอะไรข้องใจไหมครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา พิษณุโลก

เยอะเลยครับ แต่ก็ขอบคุณ ทีนี้คำถามที่ ๓ กลุ่มที่เป็นศูนย์เด็กเล็กท่านบอก อบจ. ทำไปแล้วแต่ว่ามันทำแต่ถนนอย่างไร ครับ มันไม่ได้จัดการ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวท่านปดิพัทธ์ ถามจะถามได้ ๒ ครั้ง แต่ถ้าจะถามครั้งที่ ๓ ต้องได้รับอนุญาตจากประธานเอาเป็นว่า ผมอนุญาตท่าน ท่านถามรวมกันให้จบจะได้ให้ท่านรัฐมนตรีตอบ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา พิษณุโลก

ขอบคุณครับ พอไปคิดถึงแต่เรื่อง ถนนก็เลยทำแต่ถนน ก็เลยไม่ได้ทำเรื่องน ้า เลยไม่ได้ทำเรื่องไฟ สุดท้ายมันก็เป็นทาง ที่ใช้ไม่ได้อยู่ดี เพราะว่าสุดท้ายน ้าก็ท่วมศูนย์เด็กเล็ก อันนี้ก็เลยเป็นปัญหาว่าพอเหมือน ที่ท่านบอกครับคือหน่วยงานมีหน้าที่ขอตามที่แต่ละคนขอได้ในปีงบประมาณ มันก็เลย ไม่เสร็จสักทีหนึ่ง เพราะว่ามันไปทำในส่วนเล็ก ๆ ไปหมดเลย งบมันเป็นเบี้ยหัวแตก แล้วพอจะใช้งบฟังก์ชัน (Function) หรือว่างบของจังหวัด มันก็ไม่มีหัวโต๊ะเพราะสุดท้าย ก็โยนให้กับเทศบาลท่าทอง ผมก็เลยคิดว่าเรื่องนี้สำนักงานจังหวัดพิษณุโลกหรือยุทธศาสตร์ จังหวัดต้องเข้ามาจัดแล้วครับ เพราะว่าไม่อย่างนั้นความต่อเนื่องมันจะไม่มี แล้วก็แก้ปัญหา ระยะยาวไม่ได้ แล้วตอนนี้ผมก็อยากเรียนท่านรัฐมนตรีเลยว่าขอฝากเรื่องนี้ด้วยเพราะว่า ศูนย์นี้มันไม่ได้ใช้งานแค่คนพิษณุโลก แต่เป็นศูนย์ของภาคเหนือตอนล่าง เพราะฉะนั้นคนที่ ได้ประโยชน์จากการที่มีศูนย์นี้เสร็จสมบูรณ์มันมากมายมหาศาลเลยแล้วก็ในพื้นที่ภาคกลาง เด็ก ๆ ก็สามารถมาใช้งานศูนย์วิทยาศาสตร์มาอะไรกันได้ด้วย แต่อย่างที่บอกว่าถ้ามันเป็น อบจ. เทศบาลท่าทองหรือว่าหน่วยงานต่าง ๆ ต่างคนต่างขอครับ สุดท้ายผังจะมั่วเหมือนเดิม เพราะว่าทุกคนทำได้แค่ส่วนที่ตัวเองรับผิดชอบข้างหน้าแต่ว่าเส้นใหญ่ไม่เสร็จ ไม่มีใครทำน ้า ไม่มีใครทำไฟ ทำแต่ถนนกัน สุดท้ายก็ปะผุกันอย่างนี้ครับ เพราะฉะนั้นท่านพูดถูกครับ ก็คือ ๕๐,๐๐๐ ไร่นี้เกษตรกรใช้ส่วนใหญ่แล้ว แต่ว่าอันนี้มันเป็นพื้นที่ที่ยังมีเกษตรกรต้องใช้งาน อยู่แล้วปรากฏว่าจากผังที่ไม่เรียบร้อยแบบนี้เกษตรกรใช้งานพื้นที่เขาไม่ได้ ระบบน ้าเปลี่ยน หมด ทางเข้าทางออกเปลี่ยนแปลงหมดแล้วก็ไม่มีการเข้าไปสำรวจช่วยเหลือเพราะหน้าที่ ของหน่วยงานก็คือว่ามีหน้าที่สร้างสำนักงานของตัวเองตามพื้นที่ที่ได้รับการจัดรูป แต่ไม่มี ใครไปคิดถึงพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากการจัดรูปที่ดิน อันนี้ผมเรียนตรงไปตรงมา เลยเพราะเรื่องที่บอกว่าไม่มีเจ้าภาพนั่นเอง คำถามก็คือว่าเหมือนศูนย์เด็กเล็ก ก็คือพี่น้อง เกษตรกรที่จะต้องเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์แล้วก็ใช้ทางสัญจรในเส้นทางต่าง ๆของเขานี้ ตอนนี้ เจอว่ามีปัญหาว่าสัญจรไม่ได้ จะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างไรดี ผมถามท่าน เพราะว่าผมนึกว่า อันนี้มันเป็นผังที่กรมโยธาธิการและผังเมืองต้องจัดการ แต่ว่าถ้ามันเป็นความรับผิดชอบของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมก็คิดว่าเขาคงไม่มาจัดการเพราะว่ามันเป็นปัญหาด้านผังเมือง อันนี้ผมฝากท่านด้วยว่าจะแก้ไขปัญหาเรื่องนี้กันอย่างไรดี อันนี้คำถามสุดท้ายแล้วครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธาน ผมเข้าใจความห่วงใยของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่าความจริงพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ สาธารณะอยู่แล้ว เรื่องการเข้าออกไม่มีใครห้ามหรอกครับ แต่ว่าผมเข้าใจว่าเส้นทาง คมนาคมอาจจะไม่สะดวก ถ้าจะดูในรูปก็เป็นเรื่องที่เป็นความกังวลความห่วงใย ถ้าประชาชน จะใช้คงไม่สะดวกแน่ แต่ว่าผมเรียนเบื้องต้นว่าไม่ได้ห้าม เป็นที่สาธารณะในการใช้ประโยชน์ แต่ว่าผมจะรับเรื่องทั้งหมดแล้วกัน เพราะว่าเรื่องนี้ต้องไปบูรณาการกันจริง ๆ ที่เรียน เบื้องต้นว่าความจริงมันมีงบประมาณตั้งหลายส่วน จังหวัดเองก็มีงบจังหวัดกลุ่มจังหวัด มีงบ ของท้องถิ่นเอง อบต. เทศบาล แล้วก็หน่วยงานฟังก์ชัน (Function) ต่าง ๆ มันต้องทำคำขอ ออกมาตามห้วงเวลาที่กำหนดแล้วก็จัดลำดับความสำคัญด้วยอะไรที่มันก่อนหลังไม่ใช่ว่า สิ่งที่บอกว่านั่นคือแหล่งน ้าสำคัญไปทำถนน ถนนไม่สำคัญไปทำเรื่องอย่างอื่นอย่างนี้เป็นต้น อย่างนี้ มันก็ไม่สมประโยชน์กับพี่น้องประชาชน อันนี้ผมขออนุญาตท่านประธานว่าขอรับเรื่อง ท่านสมาชิกหรืออย่างไรผมจะให้เบอร์โทรศัพท์ท่านไว้ มีอะไรท่านก็โทรกริ๊งกร๊างได้ และในอนาคตอาจจะมีโอกาสลงไปพื้นที่ดูเพื่อหาแนวทางในการแก้ไขแบบเชิงบูรณาการ ต่อไป ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ก็ถือว่าจบกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๕๙ เรื่อง การกำหนดผังเมือง🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ผมมีอีก ๓๐ วินาที ขอสุดท้ายได้ไหมครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

จบแล้วครับ เดี๋ยวท่านยังมีอีกกระทู้หนึ่งที่จะถามท่านรัฐมนตรีทรงศักดิ์อยู่🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา พิษณุโลก

ขอประโยคเดียวท่านประธาน ก็คือสาธารณะเข้าไปใช้ได้แต่ต้องปีนเข้าครับ เพราะว่าหน่วยงานเขากั้นรั้วไว้แล้วหรือว่า ทำคันดินไว้แล้ว คือมันกลายเป็นว่าเข้าไม่ได้หรอกครับของจริง จบแล้วครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

โอเค ก็ถือว่าจบกระทู้ที่ ๓๕๙ เรื่อง การกำหนดผังเมืองบึงแก่งใหญ่ จังหวัดพิษณุโลก ของท่าน ส.ส. ปดิพัทธ์ สันติภาดา ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีทรงศักดิ์ ทองศรี ที่กรุณาให้เกียรติห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเราครับ🔗

๑.๓.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๓๖๐ เรื่อง ประสิทธิภาพและการมีส่วนร่วม ของประชาชนกรณีการวางผังเมืองเก่าของจังหวัดพิษณุโลก ของท่าน ส.ส. ปดิพัทธ์ สันติภาดา ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗

ด้วยสำนักงาน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือแจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ติดภารกิจราชการสำคัญจึงมอบหมายรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย คือท่านทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน🔗

ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาต ให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือ นางสาวศิริกุล เลี้ยงอนันต์ ผู้อำนวยการสำนักผังเมืองรวม กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ตอนนี้พร้อมแล้วนะครับ เชิญท่าน ส.ส. ปดิพัทธ์ สันติภาดา ได้ถามเลย เชิญครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา พิษณุโลก

เรียนท่านประธานครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคก้าวไกล ขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีผมขอถามต่อเนื่องเลยอันนี้เป็นเรื่องในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกเช่นเดียวกัน คือในปี ๒๕๕๒ สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ เริ่มดำเนินการศึกษากำหนดขอบเขตพื้นที่เมืองเก่าพิษณุโลก ปี ๒๕๕๒ เพราะว่าที่จังหวัด พิษณุโลกมีสถานที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอยู่ เพราะฉะนั้นถูกจัดให้เป็น กลุ่มเมืองเก่า กลุ่มที่ ๑ ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ที่มีความชัดเจน เช่น มีชุมชน มีวัด มีวัง มีศิลปวัฒนธรรม ทีนี้เรื่องราวมันก็ไม่เป็นไปอย่างนั้น ตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ มานี้เพราะว่าเมืองเก่า พิษณุโลกนี้ครับ มีสิ่งที่ไม่เหมือนกับจังหวัดสุโขทัยอยู่ คือมันเป็นเขตกำแพงเมืองที่อยู่ใต้ดิน เราไม่ปรากฏเห็นกำแพงที่อยู่บนดิน แต่เป็นกำแพงใต้ดิน เรามีกำแพงบนดินแค่บางส่วน เท่านั้นเอง ถ้าท่านรัฐมนตรีดูในรูปนี้มันปรากฏอยู่ใจกลางเมืองพิษณุโลกเลยก็คือกำแพงเมือง ที่อยู่ใต้ดินนี้มันกินพื้นที่จำนวนมหาศาลเลยของคนหลายพันครอบครัว🔗

ประเด็นปัญหาเป็นอย่างนี้ครับ พอมันไม่มีคอนเซนซัส (Consensus) คือไม่มี ฉันทามติของคนพิษณุโลกว่าจะเอา ก็เลยมีการต่อต้านคัดค้านกันมาเรื่อย ๆ จนมาปี ๒๕๖๒ ในการประชุมกรรมการอนุรักษ์และพัฒนากรุงรัตนโกสินทร์และเมืองเก่าที่ท่านประวิตร เป็นประธาน ก็ได้มีมติเห็นชอบประกาศ วันที่ ๑๓ กันยายน ให้ประกาศพื้นที่เมืองเก่า พิษณุโลก ทีนี้มันก็เลยเกิดความกังวลมาก เพราะว่าเนื่องจากเมืองเก่าพิษณุโลกไม่ใช่เมืองเก่า แบบภูเก็ต ไม่ใช่เมืองเก่าแบบสุโขทัย มันไม่มีอาคารเก่าแล้วเพราะเกิดไฟไหม้ใหญ่ ไปหมดแล้วในหลายสิบปีก่อน แล้วก็กำแพงเมืองแทบจะมองไม่เห็นเลย มันเป็นเมืองครับ มันเป็นเมืองไปแล้ว มีความเจริญมากมาย มีอาคารทรงโมเดิร์น มีบ้านเรือน มีโฉนดที่ดินของ พี่น้องเต็มไปหมดเลย ทีนี้พอไปประกาศเมืองเก่าอย่างนี้ครับ มันก็เลยเกิดความกังวลครับว่า การกำหนดเมืองเก่าแบบนี้มันเหมาะสมกับจะบริบทปัจจุบันของจังหวัดพิษณุโลกหรือเปล่า แล้วมันก่อให้เกิดความขัดแย้งในการเข้าไปใช้ที่ดินหรือการเวนคืนที่ดินมันจะทำอย่างไร ที่ทำให้มันมีประโยชน์กับชาวพิษณุโลกจริง ๆ คือกังวลกันอย่างนี้ครับท่านรัฐมนตรี ก็คือว่า ในเมื่อเมืองมันไม่เก่า แต่ไปประกาศให้เก่ามันก็เลยกังวลว่าแล้วการซื้อขายที่ดินจะทำได้ไหม การขึ้นตึกอาคารสูงทำได้หรือเปล่า การเปลี่ยนสีอาคารจะทำได้ไหม จะต้องมีกรมศิลปากร เข้าไปจัดการหรือเปล่า เพราะเมืองมันไม่เก่าครับ เราไม่เห็นอะไรที่อยู่ แน่นอนครับมีวัด ที่สวยงาม มีพระราชวังจันทน์ที่ต้องอนุรักษ์แน่ ๆ แต่ว่าพื้นที่จำนวนมากเป็นบ้านเรือน แล้วก็ร้านค้าของพี่น้องประชาชน ห้างสรรพสินค้า ก็เลยเกิดความกังวลมากว่าการประกาศ โดยที่ไม่มีความเหมาะสมกับบริบทหรือว่าทิศทางในการพัฒนาจังหวัดมันจะทำให้เกิด ประโยชน์ต่อชาวพิษณุโลกจริง ๆ หรือเปล่า อันนี้เป็นคำถามข้อที่ ๑ ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการให้มาตอบกระทู้ถามท่านสมาชิก เหมือนเดิมท่านปดิพัทธ์ สันติภาดา ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคก้าวไกล จังหวัดพิษณุโลก ผมเรียน ท่านประธานนิดเดียว คำถามนี้คล้าย ๆ กันพอดี ท่านอาจจะมีความเข้าใจว่าอะไรที่เป็น เรื่องของผังเมือง มันจะเกี่ยวข้องกับกรมโยธาธิการและผังเมือง และเกี่ยวข้องกับ กระทรวงมหาดไทย พอดีพื้นที่ของจังหวัดพิษณุโลกดังกล่าวเป็นเขตเมืองเก่ามีการอนุรักษ์ พัฒนาพื้นที่เมืองเก่าไว้ แล้วก็การดำเนินการมันอยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นคนกำหนดทิศทางในการที่จะดำเนินการเรื่องของ การจัดทำผังเมือง หมายความว่าผังเมืองทั้งหมดที่จะต้องดำเนินการไปให้มันสอดคล้องกับ อะไรทั้งหลาย มันก็ต้องมาจากการดำเนินการภายใต้ความเห็นของสำนักงานธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม นโยบายและแผนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นสำคัญ เราจะไปทำก้าวล่วงเกินกว่ากรอบแนวทางที่ดำเนินการให้นั้นไม่ได้เลยยิ่งเป็นเรื่องพื้นที่ อนุรักษ์ซึ่งมีคณะกรรมการต่าง ๆ ประกอบด้วย ท่านรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มีปลัดกระทรวงมหาดไทย มีกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งทั้งหมดมันต้องสอดคล้องกับ แนวทางที่มีการหารือร่วมกันถึงจะมากำหนดเป็นผังเมืองในการกำหนดทิศทางของการ พัฒนาดังกล่าวนี้ได้ อันนี้ผมเรียนในเบื้องต้นก่อนท่านประธาน เพราะว่าพอดีผมมาตอบงาน เรื่องของผังเมือง ท่านจะถามเรื่องผังเมืองแต่ว่าพอดีผังเมืองมันไปตรงกับงานที่ต้องไป สอดคล้องกับหน่วยงานอื่น ถามว่าจะทำอย่างไร ผมก็ต้องเรียนตรง ๆ ว่าผังเมืองก็มีที่ทำให้ สอดคล้องกับแนวทางที่คณะกรรมการดังกล่าวกำหนดทิศทางมาให้เราให้มากที่สุดตามมติ ครม. ด้วย ไม่ใช่ว่าทำจนไม่มีกฎหมายรองรับ อันนี้ผมเรียนเบื้องต้นก่อนเพราะว่าจะทำอะไร อย่างไร ก็ต้องเป็นไปตามนั้น ส่วนว่ามันจะเป็นประโยชน์กับประชาชนหรือไม่ อย่างไร ก็เป็น เรื่องของแนวทางที่กรมโยธาธิการและผังเมืองอาจจะมีแนวทางในเรื่องของการปรับปรุง แผนการทำผังเมืองซึ่งจะมีเรื่องของการรับฟังเสียงพี่น้องประชาชน มีการให้ประชาชน ทั้งหลายนำมาแสดงความคิดเห็นว่าจะเป็นอย่างไร แต่อย่างไรก็แล้วแต่ก็ต้องสอดคล้องกับ บริบทเรื่องของกรอบแนวทางการอนุรักษ์พัฒนาเมืองเก่า ซึ่งมีคณะกรรมการชุดหนึ่งกำหนด ทิศทางมา เราก็เพียงแต่ดำเนินการให้สอดคล้องเท่านั้นเอง ในเบื้องต้นขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานเพียงเท่านี้ก่อน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่าน ส.ส. ปดิพัทธ์ เชิญครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา พิษณุโลก

เรียนท่านประธานครับ ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีสำหรับคำตอบ ผมทราบดีว่ามันเป็นงานของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และเกี่ยวข้องกับเรื่องของกรมศิลปากรด้วย ทีนี้ท่านประธานครับมันก็ ตะหงิด ๆ อย่างนี้ ก็คือประกาศตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ นี้ ศึกษาแล้วทำไม่ได้สักที ส่วนประกาศ เรียบร้อยแล้วปี ๒๕๖๒ นี่ปี ๒๕๖๕ เราลองไปเดินถามพี่น้องประชาชน นี่ผมเดินเท้า ถามหมดทั้งขอบเขตนี้เลย ไม่มีใครรู้เรื่องว่าจะทำอะไรกันท่านประธาน อันนี้คำถามข้อ ๓ เลยแล้วกัน ก็คือว่าพี่น้องประชาชนเขาก็ไม่รู้ผลกระทบ ผลประโยชน์เขาก็ไม่ทราบ ทั้งที่เป็น บ้านของเขาเองนี้ ใครจะโดนเวนคืนไม่เวนคืน มันมีความขัดแย้งเต็มไปหมดเลยตอนนี้ เพราะว่าตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ จนถึงวันนี้ยังไม่มีใครรู้เลยว่าใครจะดำเนินการอะไร ผู้ว่าราชการ จังหวัดท่านก่อนในปี ๒๕๖๒ ก็คือท่านพิพัฒน์นี้ก็ได้ตั้งกรรมการขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อจะทำงาน ไม่มีประชาชนไปเกี่ยวเลยครับ คือมันเป็นการตัดสินใจของภาครัฐกันเองกับคนที่ไม่ได้เป็น บ้านของเขาด้วยนะ เพราะว่าเดี๋ยวท่านก็ย้ายไปแล้ว แต่มาตัดสินใจบ้านพวกเรานี้ว่า เราจะต้องอยู่กันอย่างไร กรรมการที่ตั้งขึ้นมาไม่มีส่วนร่วมของประชาชนเลยครับ แล้วก็เป็น การประชุมที่เราก็ไม่รู้ว่าประชุมกันไปกี่รอบ เมื่อไร อย่างไร เรื่องนี้เป็นปัญหานะครับท่านประธาน เพราะว่าถึงขั้นว่ามีแนวทางแล้ว มีมติ ครม. แล้ว แต่ประชาชนในพื้นที่กลับไม่รับทราบ ไม่รับรู้ แล้วก็ไม่ปรากฏอยู่ในทิศทางการพัฒนาเมืองหรือแผนของผู้ว่าราชการจังหวัดเลย คือผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกนี้ท่านก็ดี แต่ว่าท่านมาอยู่รอเกษียณ มาอยู่ตอนอายุ ๕๙-๖๐ ปี ไม่มีใครมาคิดถึงเรื่องยาว ๆกันแล้วครับว่าจะจัดการเมืองพิษณุโลกอย่างไร และต่อให้ไม่ใช่ หน้าที่ของกระทรวงมหาดไทย แต่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานกรรมการชุดนี้ในการจัดพื้นที่ ในการสร้างกระบวนการการมีส่วนร่วม ซึ่งผลปรากฏ ก็คือไม่มีกระบวนการนี้เกิดขึ้นเลย ท่านประธานครับ ผมก็เลยอยากจะขอถามรัฐมนตรีครับว่า เอาอย่างไรดี คือก็ต้องขอเบอร์โทรท่านอีกแล้วครับ เพราะว่าถ้าผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ทำนี้ก็ จะไม่มีใครทำ แล้วสุดท้ายงบประมาณที่จังหวัดพิษณุโลกควรจะได้โดยเฉพาะเทศบาลนคร คือเงินนี้มันต้องเข้าไปสู่เทศบาลนคร แล้วก็ปรับปรุงภูมิทัศน์ ปรับปรุงถนน ปรับปรุงสายไฟ ปรับปรุงไฟส่องสว่าง เทศบาลนครก็ไม่รู้จะได้เงินเมื่อไรแล้วถ้าได้เงินมาแล้วจะสอดคล้องกับ แผนของกรรมการเมืองเก่าหรือเปล่า ท่านประวิตรที่ประชุมไปตอนปี ๒๕๖๒ นอกจาก ประกาศตูมว่าจังหวัดพิษณุโลกเป็นเมืองเก่าแล้วยังไม่เคยทำอย่างอื่นเลยมันก็เลยเกิดเป็น ความคาราคาซังคำถามข้อที่แล้วเป็นคาราคาซังของเกษตรกรและหน่วยงานราชการ อันนี้ครับ บ้านผมอยู่กลางนี้เลย ผมเกิดตรงนี้เลย ไปถามดูเพราะทุกคนตอนนี้กังวลหมดว่าจะสร้างอะไรได้ หรือไม่ได้ จะโอนที่ดิน คำถามนี้ก็ง่ายมากครับส่วนใหญ่ก็จะบอกว่าโอนได้ ขายได้ตามปกติ แต่มันไม่มีแผนอย่างไรครับ คนก็เลยกังวลว่าจะทำมาหากินกันอย่างไร จะอยู่อย่างไรกันต่อ เพราะฉะนั้นถ้าอันนี้ไม่ใช่ถาม แต่ว่าต้องฝากท่านรัฐมนตรีด้วยว่าถ้าผู้ว่าราชการจังหวัด กับกรรมการที่ตั้งขึ้นมาไม่ได้เอาจริงเอาจังในการพัฒนา ในการสร้างการมีส่วนร่วมของ ประชาชน พื้นที่นี้จะเป็นพื้นที่ของความขัดแย้ง ประชาชนไม่ยอมให้ใช้พื้นที่หรอกครับ ประชาชนไม่ยอมให้เมืองพิษณุโลกพัฒนาไปในทิศทางที่เขาไม่ต้องการ ผมกังวลเหลือเกินว่า อันนี้น่าจะมีความขัดแย้งเยอะเลยครับท่านรัฐมนตรี อันนี้ผมฝากท่านช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ ด้วยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรี มีอะไรจะตอบไหมครับ เชิญครับ🔗

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธาน ครับ ความจริงอย่างที่ผมพูดเสมอว่าก็เห็นใจท่านครับ แต่ว่าความจริงเรื่องของแผนในเรื่อง ของการพัฒนาตามผังเมืองนี้คงไม่ได้เป็นความลับอะไร ผมว่าเราสามารถตรวจสอบติดตาม ดูได้ในจังหวัดก็มีโยธาธิการจังหวัด ในจังหวัดเองก็ต้องมีดูได้ ไม่มีงานอะไรที่หน่วยงาน ราชการที่ทำแล้วมันเกี่ยวข้องกับหลาย ๆ กระทรวง คืองานบูรณาการกันและเป็นงาน ความลับนี้ ผมเรียนยืนยันแล้วว่าไม่มี เพียงแต่ว่าต้องขออนุญาตท่านได้ไปติดตามตรวจสอบดู เพื่อสื่อสารทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนว่าอะไรที่ทำได้ อะไรที่ทำไม่ได้ครับ แต่ว่าเรื่อง การจัดทำผังเมืองเองก็เหมือนเดิมคือว่าระยะหนึ่งก็จะมีการเปลี่ยนแปลงแต่ว่า การเปลี่ยนแปลงในพื้นที่อย่างนี้มันมีข้อจำกัดในเรื่องของเกี่ยวกับเมืองเก่า ต้องมีคณะกรรมการ อีกชุดหนึ่งเขาให้ความเห็นมาให้กับกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งเป็นคนทำผังเมืองไป กำหนดทิศทางให้สอดคล้องกัน แต่ว่าการจะแก้ไขเปลี่ยนแปลงอะไร อย่างไรก็แล้วแต่ มันก็ต้องมีการมีส่วนร่วมของภาคพี่น้องประชาชน อันนี้ผมก็ตอบก็มีการย ้าอยู่เสมอในโอกาส ที่มีการให้นโยบายของผู้ว่าราชการจังหวัดว่า งานของกรมโยธาธิการและผังเมืองเรื่องการทำ ผังเมือง ต้องพยายามเน้นการมีส่วนร่วมจริง ๆ ต้องเชิญผู้มีส่วนได้เสียจริง ๆ ต้องฟังเสียง พี่น้องประชาชนจริง ๆ ว่าเขาต้องการอะไร อย่างไร แบบไหน อย่างไร เพื่อเรากำหนดทิศทาง ของการจัดทำผังเมืองให้สอดคล้องกับความต้องการและเป็นทิศทางของความเจริญจริง ๆ ในการที่ทำ เพราะหน่วยงานราชการหลายหน่วยจะทำอะไรก็ต้องอิงผังเมืองอิงทิศทาง ของกรอบในการดำเนินการตามเรื่องการพัฒนา ถ้าเป็นเรื่องของข้อกังวลเรื่องของ งบประมาณกลัวว่าจะไม่ได้รับ ผมเรียนท่านเลยว่าการจัดทำของงบประมาณทุกหน่วยงาน เขาก็จะต้องมีการตรวจว่างบประมาณที่ขอมานี้มันสอดคล้องกับบริบทของผังเมืองแต่ละ พื้นที่หรือไม่ คือทิศทางมันต้องมีแน่นอน ถ้าเขาให้มาแสดงว่าสามารถดำเนินการได้ ถ้าเขาไม่ให้มาผมเรียนยืนยันว่าดำเนินการไม่ได้อยู่แล้วแล้วเขาก็ไม่ให้เลย เพราะว่ามันขัด ต่อผังเมืองหรือบริบทเรื่องของการอนุรักษ์พื้นที่เมืองเก่าอะไร อย่างไรแบบนี้ก็จะให้ไม่ได้เลย แต่อย่างไรก็แล้วแต่ผมขอเรียนยืนยันว่าตรงนี้เดี๋ยววันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์นี้กระทรวงมหาดไทย ก็จะมีการมอบนโยบายให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ผมก็จะเขียนความกังวลใจของ ท่านให้กับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อท่านได้ย ้านโยบายให้กับท่าน ผู้ว่าราชการจังหวัดให้ดำเนินการให้สอดคล้องแล้วก็เป็นไปตามความต้องการของพี่น้อง ประชาชนมากที่สุดครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ถือว่า จบการถามตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๓๖๐ เรื่อง ประสิทธิภาพและการมีส่วนร่วมของ ประชาชนกรณีการวางผังเมืองเก่าของจังหวัดพิษณุโลก ของท่าน ส.ส. ปดิพัทธ์ สันติภาดา ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี ที่กรุณาให้เกียรติกับห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของ พวกเราครับ กราบขอบคุณครับ🔗

ต่อไประเบียบวาระการประชุม ๑.๓.๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๖๒ เรื่อง การเพิกถอนเอกสารสิทธิของกรมที่ดิน (นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗

ด้วย สำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยติดภารกิจราชการสำคัญ จึงมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย คือ ท่านนิพนธ์ บุญญามณี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือนายอรรถพล อาบสุวรรณ ผู้อำนวยการส่วนเพิกถอน กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย ขณะนี้พร้อมทั้งผู้ถาม ผู้ตอบแล้ว เชิญท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ได้ถามครับ เชิญครับ🔗

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอถามกระทู้ถาม แยกในเรื่องการเพิกถอนหนังสือรับรองการทำประโยชน์หรือ น.ส. ๓ ก. เรื่องนี้เป็นเรื่องของ ชาวบ้านบ้านทุ่งไพร หมู่ที่ ๕ ตำบลวังวน อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ได้มีการร้องเรียนให้มี การตรวจสอบการออกหนังสือรับรองการทำประโยชน์หรือ น.ส. ๓ ก. จำนวน ๑๑ ฉบับ ว่า ออกโดยชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ป่าชายเลนที่ชาวบ้าน ร่วมกันปลูกป่าอนุรักษ์มาตลอด จนกระทั่งมีนายทุนเข้ามาทำลายพื้นที่ป่าชายเลนเพื่อปลูก ปาล์มน ้ามัน แล้วก็ขับไล่ชาวบ้านออกจากพื้นที่ โดยอ้างหลักฐานการครอบครองที่ดิน น.ส. ๓ ก. ปรากฏว่ามีชาวบ้านที่ถูกฟ้องขับไล่แพ้คดีต้องออกจากพื้นที่ดังกล่าว และปัจจุบันชาวบ้าน ที่ถูกไล่ออกไปนั้นมีสถานะความเป็นอยู่ที่ยากลำบากมาก บางคนถึงขั้นเป็นวิกลจริต เมื่อปี ๒๕๕๘ ชาวบ้านร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดตรัง ร้องเรียน กอ.รมน. ตรัง ให้ตรวจสอบพื้นที่ จนกระทั่งเรื่องราวเข้าไปสู่อนุกรรมการ กบร. ของจังหวัดตรังเมื่อวันที่ ๒ พฤษภาคม ปี ๒๕๖๐ ปรากฏว่าอนุกรรมการ กบร. ตรัง มีมติว่าเอกสารสิทธิทั้งนั้นหมด น.ส. ๓ ก. ออกโดยไม่ชอบ ด้วยกฎหมาย แล้วก็ส่งเรื่องให้กรมที่ดินพิจารณาเพิกถอนหรือแก้ไขเอกสารสิทธิตามมาตรา ๖๑ ของประมวลกฎหมายที่ดิน ประเด็นที่ผมถามวันนี้เป็นประเด็นการดำเนินการของกรมที่ดินครับ กรมที่ดินมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อตรวจสอบเรื่องดังกล่าว ซึ่งตามหนังสือที่ผมมีอยู่ในมือ เป็นหนังสือของสำนักงานที่ดินจังหวัดตรัง สาขากันตัง ลงวันที่ ๑๙ ตุลาคม ปี ๒๕๖๓ ส่งรายงานการสอบสวนของกรรมการสอบสวนถึงผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง ในหนังสือ ฉบับดังกล่าวนี้ได้อ้างถึงหนังสือที่ส่งถึงอธิบดีกรมที่ดินว่า เรื่องที่ดิน ๑๑ แปลงดังกล่าว กรมที่ดินมีการตั้งกรรมการสอบสวนครั้งแรก เมื่อ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๖๐ ผลการสอบสวนนี้ ก็ปรากฏว่ามี ๘ ฉบับ ใน ๑๑ ฉบับนี้ออก น.ส. ๓ ก. โดยไม่ชอบ นอกจากนั้นได้มีการตั้ง คณะกรรมการเพิ่มเติม เพราะกรมที่ดินให้มีการสอบสวนเพิ่มเติมในวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๒ ให้มีการดำเนินการสอบสวนเพิ่มเติมอีก จะเห็นได้เลยครับว่าตั้งแต่ชาวบ้านร้องมาคือ น.ส. ๓ ก. นี้ ออกมาประมาณปี ๒๕๓๓ ชาวบ้านถูกฟ้องขับไล่ออกจากที่ในปี ๒๕๕๑ แล้วก็มีการไปร้อง หน่วยงานต่าง ๆ มีทั้งดีเอสไอ (DSI) มีทั้ง ป.ป.ท. ซึ่งทุกหน่วยงานชี้หมดเลยว่า เป็นการออก เอกสารสิทธิโดยไม่ชอบ แต่สำคัญที่สุดคือเอกสารของกรมที่ดินครับ เมื่อมีการตั้งกรรมการ ๒ ครั้งนี้ ปรากฏว่ามี ๘ แปลงใน ๑๑ แปลง ชี้ครบหมดถูกต้องเลยว่า เป็นการออก น.ส. ๓ ก โดย ไม่ถูกต้อง นี่เป็นรายงานกรรมการสอบสวนของกรมที่ดินเอง เช่น ที่แปลงหนึ่งบอกว่าเอา ส.ค. ๑ ของแปลงอื่นบินมาออก น.ส. ๓ ก. มีการขยายหรือบวมขึ้น ซึ่งผมชี้ให้ท่านประธาน เห็นว่าปัญหานี้มันเยอะกว่าที่คิดเยอะ ส.ค. ๑ ทั้งหมด ๑๑ ฉบับ มีเนื้อที่รวม ๕๑ ไร่ ๑ งาน ๗๔ ตารางวา ไปออก น.ส. ๓ ก. ๑๑ ฉบับ กลายเป็นเนื้อที่ ๖๐๘ ไร่ ๒ งาน ปรากฏว่า ๘ แปลงนี้ นับตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ จนกระทั่งถึงปัจจุบันผ่านมา ๑ ปีเศษ กรมที่ดินไม่ได้ดำเนินการเพิกถอน ชาวบ้านเขาสงสัยว่าตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ ที่ร้องกันมา มีกรรมการชุดแรกเมื่อปี ๒๕๖๐ ให้สอบเพิ่มเติมปี ๒๕๖๒ สอบจบทุกอย่างปี ๒๕๖๓ ทำไมไม่เพิกถอนเสียที เมื่อไม่เพิกถอน ความเสียหายเกิดขึ้นก็คือว่า นายทุนที่ไปปลูกปาล์มสามารถเก็บเกี่ยวผลปาล์ม เวลาปาล์ม ราคาดี ๘ บาท ๙ บาท ๑๐ บาท ๖๐๐ กว่าไร่ครับท่านประธาน เขาก็ได้ผลประโยชน์ มหาศาลมากหลายล้านบาทต่อครั้งที่มีการเก็บปาล์ม ก็เลยสงสัยว่าเรื่องนี้มีคนได้ประโยชน์ หรือไม่ มีเจตนาถ่วงรั้งที่จะไม่ยกเลิกที่ดินแปลงดังกล่าวทั้ง ๑๑ แปลงหรือไม่ ข้อสงสัยก็มี อีกครับว่า ทำไมสอบว่าผิดแค่ ๘ และอีก ๓ แปลงทำไมไม่สอบ เพราะชาวบ้านเขารู้กันว่า ใน ๑๑ แปลงนี้ออกในที่ปัจจุบันทั้งหมด ๕ แปลง แล้วที่บวมขึ้น ส่วนอีก ๖ แปลงบินมาจาก ที่อื่น อันนี้เป็นไปตามรายงานสอบสวนท่านรัฐมนตรีครับ เพราะฉะนั้นข้อสงสัยของผม ประการที่ ๑ ก็คือว่าเกิดอะไรขึ้นกับกรมที่ดิน ทำไมที่ที่มีการสอบชัดเจนโดยทุกหน่วยงาน ป.ป.ท. ดีเอสไอ (DSI) กบร. กรรมการสอบสวนกรมที่ดินเองกลับมีการถ่วงรั้งไม่เพิกถอน เอกสารสิทธิที่ดินทั้ง ๑๑ แปลงนี้ แล้วปล่อยให้นายทุนได้รับประโยชน์ ในขณะที่ชาวบ้าน ซึ่งถูกฟ้องร้องขับไล่ออกจากที่ต้องวิกลจริต สูญเสียที่อยู่ที่นาทั้งหลาย แม้แต่กระทั่งในที่ ตรงนี้ครับ ติดเขตห้ามล่าสัตว์ป่า เขตห้ามล่าไปชี้ด้วยว่าที่เอกสารสิทธิดังกล่าวออกในเขต ห้ามล่า นี่เป็นข้อสงสัยประการที่ ๑ ที่ผมเรียนถามรัฐมนตรีว่า ทำไมไม่เพิกถอนเสียทีครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ขออนุญาตที่จะได้ตอบข้อซักถามกระทู้ถามแยกเฉพาะของท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง ต่อกรณีการออกเอกสารสิทธิในพื้นที่ตำบลวังวน อำเภอกันตัง จังหวัดตรัง ซึ่งรายละเอียดท่านสาทิตย์ได้กราบเรียนท่านประธานเป็นเบื้องต้นแล้ว ผมก็ได้เรียกเจ้าหน้าที่เอาเอกสารมาดู ข้อเท็จจริงก็คือว่า กรมที่ดินได้มีการตั้งกรรมการ สอบสวนชุดแรก ๘ แปลง จาก ๑๑ แปลง ใน ๘ แปลงดังกล่าวเริ่มตั้งแต่ที่ท่านได้เรียนแล้ว ว่า กรมที่ดินได้มีหนังสือมอบหมายให้รองอธิบดีดูแลเรื่องนี้ตั้งแต่ ๑๖ พฤษภาคม ปี ๒๕๖๐ แล้วก็ได้ตั้งกรรมการสอบสวนตามมาตรา ๖๑ แล้วก็ใน ๘ แปลง ที่ดิน ๔๒๙ ไร่ ๗๔ ตารางวา ครั้งนั้นตั้งกรรมการแล้วปรากฏว่า น.ส. ๓ ได้ออกคลาดเคลื่อนเนื่องจาก ส.ค. ๑ เป็นหลักฐานเดิมของ น.ส. ๓ ก. ดังกล่าวแจ้งข้างเคียงบางด้านจรดป่าเปล่าว่าง และป่าเลน ซึ่งเป็นการนำนอกหลักฐาน ส.ค. ๑ มารวมเป็น น.ส. ๓ ก. โดยไม่ชอบด้วยระเบียบและ กฎหมาย ซึ่งในประเด็นนี้เบื้องต้นได้ข้อยุติดังกล่าว ต่อมาก็ได้มีการแจ้งจังหวัดตรังให้ทราบ ถึงรายงานผลการสอบดังกล่าว แล้วก็เป็นตามที่ท่านได้เรียนแล้ว แต่ว่าเมื่อส่งมาถึงกรมที่ดิน ล่าสุดปรากฏว่ากรมที่ดินได้พิจารณาว่าการสอบสวนยังไม่ดำเนินการให้ถูกต้องครบถ้วน จึงได้กำหนดประเด็นให้กรรมการสอบสวนไปเพิ่มเติมตำแหน่งที่แท้จริงของ ส.ค. ๑ ว่าที่ใช้เป็นหลักฐานในการออก น.ส. ๓ ก. คือมีข้อสงสัยในเรื่องเขตปกครองว่า ให้ไปตรวจสอบ ให้ชัดเจนว่า เขตปกครองของตำบลวังวนจากหมู่ ๒ แยกเป็นหมู่ ๕ หรือไม่ แล้วก็ จากหมู่ ๔ แยกไปเป็นหมู่ ๓ หรือไม่ คือใน ส.ค. ขณะนั้นอาจจะเป็นหมู่เดียวกัน แล้วต่อมา มีการแบ่งแยกหมู่บ้านก็จะไปสอบเสียให้ชัดเจนในประเด็นนี้ นี่คือสิ่งที่รองอธิบดีปฏิบัติหน้าที่ ราชการแทนอธิบดี ท่านรองเปลี่ยน แก้วฤทธิ์ ได้สั่ง คือสั่งเมื่อวันที่ ๒๖ มกราคมที่ผ่านมานี้เอง ผมก็จะได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้เร่งรัดว่า เมื่อสอบได้ความจริงอย่างไรก็ต้องเร่งรัดในการสอบ เพราะว่าข้อมูลเบื้องต้นมันยุติแล้วว่าออกโดยไม่ชอบ เพียงแต่มีการสงสัยในเรื่องเขตปกครองว่า ที่บอกว่า ส.ค. บินนั้นมันมีลักษณะว่ามาจากการแบ่งหมู่บ้านใหม่หรือไม่อย่างไร ที่มันออกมา คนละหมู่กัน แต่ว่ามันอยู่ในตำบลเดียวกัน เพราะฉะนั้นอันนี้ก็เพื่อที่จะให้มีความชัดเจนว่า มันเกิดจากกรณีใดกันแน่ ซึ่งผมได้สั่งแล้วจะเร่งรัดให้ดำเนินการตามที่รองอธิบดีสั่งให้เร็วที่สุด ซึ่งทางนี้ก็เรียนกับผมว่าภายใน ๒ สัปดาห์นี้จะเร่งรัดในการที่จะตั้งกรรมการดำเนินการ ตามข้อสังเกตของท่านรองอธิบดีที่สังเกตเรื่องว่า เขตปกครอง แล้วก็หากว่ามีการเพิกถอน ดังกล่าว ผมก็คิดว่าสิ่งหนึ่งที่ต้องดำเนินการต่อไปก็คือเจ้าหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ หากว่า เจ้าหน้าที่กระทำความผิด ผมก็กำชับไปแล้วว่าให้ดำเนินการเด็ดขาดกับเจ้าหน้าที่ที่ได้ ดำเนินการในเรื่องดังกล่าว ก็ได้ให้รับผิดชอบตาม วิ.ปกครองต่อไป ซึ่งก็ต้องถือว่าผู้ที่ซื้อมา จากการขายทอดตลาด ปัจจุบันคนที่ครอบครองอยู่ ซื้อมาจากการขายทอดตลาด เพราะฉะนั้นหากมีความเสียหายกรมที่ดินก็ต้องรับผิดชอบ ทีนี้ผมเข้าใจว่าเจตนาของ ท่านรองอธิบดี ท่านก็คงมุ่งที่จะตรวจสอบเสียให้รอบคอบในฐานะที่ว่ามันเกิดขึ้นจาก เพราะสาเหตุอะไร ถ้ามีข้อยุติแล้วหากว่าเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำความผิด กรมที่ดิน ก็จะดำเนินการตามกฎหมายต่อไปครับ ท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านสาทิตย์ถามคำถามที่ ๒ ครับ🔗

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ ท่านรัฐมนตรีที่ตอบ คือผมเห็นว่ากระบวนการที่มันล่าช้ามันคือความอยุติธรรม ท่านจะเห็นคำสั่งอธิบดีกรมที่ดินครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๖๐ เรารอบคอบผ่านมาถึง ๔ ปีเศษ แล้ว ๔ ปีเศษนี้ผลประโยชน์ที่เสียหายเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน เกิดขึ้นกับประเทศชาติ บ้านเมือง เพราะมีคนที่ได้เอกสารสิทธิโดยไม่ชอบ แต่ได้ประโยชน์โดยไม่ชอบด้วย เพราะฉะนั้นผมคิดว่าในหนังสือที่กรมที่ดินตั้งกรรมการสอบเอง ได้เปิดโอกาสให้คนที่ ครอบครองกรรมสิทธิ์อยู่โต้แย้งแล้ว แล้วคำสรุปของคณะกรรมการก็บอกแล้วว่า ที่ดินทั้ง ๘ แปลงดังกล่าวนี้ผู้ที่คัดค้านไม่สามารถนำสืบได้ว่า ประเด็นหลักฐานที่ดินที่ไม่ตรงตาม ตำแหน่ง น.ส. ๓ ก. จริง ๆ แล้วเขาก็ไม่สามารถนำสืบได้คือเหมือนยอมรับ เพราะฉะนั้น ตัวผู้ที่ครอบครองอยู่ก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ ทุกอย่างจบแล้ว ผมไม่เห็นว่าจะมีประเด็น ตามตำแหน่งปกครอง หรืออะไรแต่อย่างใดเลยครับ จาก ส.ค. ๑ ๕๒ ไร่ ออกมาเป็น ๖๐๐ ไร่ นี่มันชัดเจนท่านครับ และปัจจุบันที่แปลงนี้ก็ยังเก็บเกี่ยวผลประโยชน์อยู่ทุกวัน เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าภายใน ๒ สัปดาห์นี้มันต้องจบครับ เพราะถ้ามันไม่จบผมคิดว่าประเด็นนี้มันเสียหายมาก แล้วก็ต้องมีกระบวนการที่จะต้องเดินหน้าต่อโดยชาวบ้านในพื้นที่รวมตัวกันในขณะนี้ เพื่อที่จะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งที่เป็นการเรียกร้องต่อรัฐบาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะว่าเรื่องนี้เขาเห็นว่ามันเป็นความอยุติธรรมของชาวบ้าน เพราะฉะนั้นผมเรียน ท่านรัฐมนตรีท่านบอกว่าภายใน ๒ สัปดาห์นี้ ผมหวังว่า ๒ สัปดาห์นี้จะจบด้วยการเพิกถอน ก็จำต้องมีคำถามต่อไปว่าแล้วอีก ๓ แปลงที่เหลือจะทำอย่างไร เพราะ ส.ค. ๑ ๕๒ ไร่ มาเป็น ๖๐๐ ไร่ มันผิดอยู่แล้ว🔗

คำถามสุดท้ายท่านประธานครับที่จะต้องถามก็คือว่า ชาวบ้านที่ถูกฟ้องขับไล่ ออกจากที่ ๑๑ ราย ขณะนี้บางคนไม่มีที่อยู่ ต้องไปอยู่ในที่ดินเพื่อน และบางคนวิกลจริต ไปแล้ว แล้วก็มีความยากจนทั้ง ๑๑ คน ถ้ามีการเพิกถอนเอกสารสิทธินี้ กรมที่ดินหรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะเยียวยาชดเชยชาวบ้านเหล่านี้ได้อย่างไรด้วย เพราะเรื่องนี้จะเป็น เรื่องใหญ่มากท่านประธานครับ ที่เขาครอง ส.ค. ๑ อยู่ชัด ๆ และบางคนที่ถูกไล่ใน ๑๑ คนนี้ อยู่ ส.ค. ๑ อีกแปลงหนึ่ง แต่โดนแปลงที่เอาไปออกขยายคือบวมขึ้นไป และไปทับที่เพื่อน คนนี้ถูกไล่ไปด้วยครับ แล้วก็ยากจนมากท่านรัฐมนตรีครับ ท่านประธานครับ อันนี้คือสิ่งที่จะ ถามว่า กรมที่ดินจะชดเชยเยียวยาเขาหรือไม่อย่างไรด้วยครับ ผมอยากทราบความชัดเจน แล้วก็ท่านกรุณายืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า เรื่องนี้จะจบลงภายในเดือนไหนของปีนี้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ขออนุญาตตอบคำถามในประเด็นที่ ๒ ก็คือว่ากรณีอีก ๓ แปลง ซึ่ง ๓ แปลงนี้มันแยกออกมา จากกรณี ๘ แปลง ซึ่งที่จริงตัวเลขอาจจะไม่ตรงกันอยู่นิดเดียว แต่ว่าไม่ใช่สาระสำคัญ ส.ค. ๑ ๑๑ แปลง เนื้อที่รวม ๑๐๒ ไร่ แต่ว่าไปออกเป็น ๖๐๘ ไร่ ถูกต้อง แต่ว่าเดิมเป็น ๑๐๒ ไร่ ๑ งาน ๗๔ ตารางวา แต่ว่าทั้งหมดไม่ใช่สาระสำคัญ สาระสำคัญก็คือว่าไปเอาเอกสาร น.ส. ๓ ไปออกเกินไม่ว่า แล้วมาจากที่อื่นหรือไม่ อย่างไร อันนี้ต้องพิสูจน์ให้ชัดเจนก่อนที่จะ เพิกถอน เพราะว่าอย่างไรเมื่อเพิกถอนก็กรมที่ดินต้องรับผิดชอบในการที่ได้ออกเอกสาร ไปดังกล่าวข้างต้น ส่วนอีก ๓ แปลง ในขณะนี้ก็ให้ตั้งกรรมการแล้วครับ ให้ตั้งกรรมการ ตามมาตรา ๖๑ เพื่อที่จะได้ดำเนินการเพิกถอนที่ดินนี้ต่อไป ซึ่งกรมที่ดินได้สั่งสอบตำแหน่ง ของ น.ส. ๓ ก. ทั้ง ๓ แปลงดังกล่าวว่าออกไม่ตรงตามตำแหน่งของ ส.ค. ๑ ซึ่งจะต้องระบุ ตำแหน่งที่ถูกต้องของ ส.ค. ๑ ว่าอยู่บริเวณใดจึงจะได้พิจารณามีคำสั่งตามมาตรา ๖๑ ของ ประมวลกฎหมายที่ดินต่อไป อันนี้ใน ๓ แปลงนี้ก็จะเร่งรัด ผมรับกับท่านสาทิตย์ว่าจะ พยายามดำเนินการให้เร็วที่สุดว่า กรณีอย่างนี้ได้เรียกมากำชับแล้วว่าจะต้องเร่งรัด ดูแลเรื่อง นี้ให้ดีที่สุด รวมถึงเรื่องอื่น ๆ ที่ปรากฏในสื่อมวลชนอยู่ในขณะนี้ เช่น จังหวัดกระบี่ในขณะนี้ ก็ได้ข้อสรุปแล้ว ที่ไปออกโฉนดที่ดินในเกาะ ซึ่งเบื้องต้นสรุปแล้ว ผมจะเร่งรัดให้เร็วที่สุดจะ ไม่ปล่อยให้คาราคาซังไว้เหมือนในอดีตที่ผ่านมา ออกไปเมื่อปี ๒๕๖๔ เพิ่งออกไปตอน ปลายปี ในขณะนี้กรรมการก็ได้ไปสรุปเบื้องต้นแล้ว ผมเร่งรัดกำชับเรื่องนี้ เพราะฉะนั้น เรื่องที่จังหวัดตรังเพิ่งมาปรากฏ ผมไม่ทราบข่าวมาก่อน แต่ว่าเมื่อทราบข่าวแล้วรับกับ ท่านสาทิตย์ว่าจะเร่งรัดดำเนินการกำชับเรื่องนี้ โดยจะกำชับอธิบดีให้เร่งรัดในการที่จะให้ยุติ แล้วก็เพิกถอนตามที่คณะกรรมการได้สอบสวนไว้เรียบร้อยแล้ว ขออนุญาตเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่าจะดำเนินการตามกฎหมาย ตามระเบียบอย่างเคร่งครัดครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอบคุณ ท่านรัฐมนตรี ท่านสาทิตย์คงไม่มีอะไรเพิ่มเติมแล้ว เชิญครับสั้น ๆ🔗

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ขอบพระคุณท่านประธาน ผมสั้น ๆ เท่านั้นเองว่า ๘ แปลงนั้นผมหวังความยุติธรรมที่จะเกิดขึ้น คือผมกลัวอย่างเดียวครับ กรมที่ดินถนัดตั้งกรรมการมาก สอบไปสอบมาจะหมดวาระสภานี้เสียก่อน กลัวว่ารัฐบาล ก็จะไปเสียก่อน เพราะฉะนั้นท่านดำเนินการเรื่องนี้เพื่อความยุติธรรมด้วย แล้วก็ ดูแลเรื่องเยียวยาชาวบ้านด้วย ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

บอกว่า รัฐบาลจะไป สภาก็ไปด้วยกันนั่นละครับ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทยท่านนิพนธ์ บุญญามณี ที่ได้ให้เกียรติห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเรา ก็ถือว่าจบการถามกระทู้ถามเฉพาะที่ ๓๖๒ เรื่อง การเพิกถอนเอกสารสิทธิของกรมที่ดิน ของท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ขอบคุณครับ🔗

ต่อไปเป็นกระทู้ที่ ๑.๓.๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๖๔ เรื่อง การปรับปรุง สะพานข้ามลำห้วยส้มป่อย ตำบลนาด่าน อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู (นายณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗

ด้วย สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรี พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ติดภารกิจราชการสำคัญ จึงมอบหมายให้รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านนิพนธ์ บุญญามณี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะคือนายเจต เสียงลือชา ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน กองพัฒนาและส่งเสริมการบริหารงาน ท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย วันนี้กระทรวงมหาดไทย ยกกระทรวงมาที่สภาทั้งหมดเลย เพราะห้องประชุมใหญ่ก็เป็นรัฐมนตรีว่าการ ห้องประชุมแยกเฉพาะก็เป็นรัฐมนตรีช่วย ๒ ท่าน ก็ต้องขอขอบคุณ เชิญท่าน ส.ส. ณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี เชิญครับ ถามได้เลยครับ🔗

นายณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี หนองบัวลำภู

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชาวบ้านเลือกมา จังหวัดหนองบัวลำภู เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ที่ได้บรรจุกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๖๔ ของกระผมเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมในวันนี้ ก็ต้องขอขอบคุณท่านนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ได้ให้ความเมตตากรุณามาตอบกระทู้ที่ถามถึง ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในจังหวัดหนองบัวลำภู เรื่อง การปรับปรุงสะพาน ข้ามลำห้วยส้มป่อย ตำบลนาด่าน อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ เนื่องด้วยกระผมได้รับเรื่องร้องทุกข์ร้องเรียนจาก พี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก ในพื้นที่ตำบลนาด่าน ตำบลนาดี อำเภอสุวรรณคูหา และตำบลเก่ากลอย อำเภอนากลาง ว่าประสบปัญหาในการคมนาคมสัญจรข้ามสะพาน ลำห้วยส้มป่อย ซึ่งอยู่บนถนนเชื่อมระหว่างหมู่บ้านทุ่งสว่างไปยังหมู่บ้านกุดฮู-ชมภูทอง ตำบลนาด่าน อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู โดยสะพานดังกล่าวเป็นสะพานไม้เก่า มีความยาวประมาณ ๒๕ เมตร ซึ่งใช้งานมาตั้งแต่สมัยผมจำความได้ก็เกือบจะ ๒๐ ปีแล้วครับ ก็จะเป็นสะพานไม้ผุพังเหมือนเดิม ก็อยากให้ท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีลองนึกสภาพดูสะพาน ไม้ที่ใช้งานมา ๑๐-๒๐ ปีแล้วครับว่าจะสาหัสขนาดไหน ชำรุดขนาดไหน🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี หนองบัวลำภู

ซึ่งสภาพที่ท่านประธานเห็นอยู่ครับ ก็เป็นสภาพพอใช้ เพราะว่าพี่น้องประชาชนก็ได้ร่วมแรงร่วมใจกันออกเงินกันซื้อไม้ ซื้อตะปู ซื้อวัสดุอุปกรณ์ไปซ่อมแซมบางส่วนพอได้รถเล็ก ๆ รถมอเตอร์ไซค์ รถจักรยานยนต์ข้าม บรรเทาทุกข์ไปก่อนครับ แต่การร่วมแรงร่วมใจของพี่น้องประชาชนนั้นก็ไม่สามารถที่จะ แก้ไขปัญหา ไม่สามารถที่จะบรรเทาทุกข์ในระยะยาวได้ครับ คงบรรเทาทุกข์เป็นรายวัน รายสัปดาห์ไปแค่นั้นเอง ซึ่งในเรื่องนี้ท่านประธานที่เคารพครับ พี่น้องประชาชนผู้นำชุมชน ผู้นำท้องที่ก็ได้เคยร่วมกันกับหน่วยงานทางเทศบาลตำบลนาด่านในพื้นที่ ได้ร่วมกันลงพื้นที่ แล้วก็ปรึกษาหารือกันในการผลักดันการแก้ไขปัญหา แต่ปรากฏว่าทางหน่วยงานเทศบาล ตำบลนาด่านครับ แก้ไขปัญหาได้ไม่เป็นการมั่นคงถาวรครับ เนื่องจากติดขัดทางด้าน งบประมาณจึงแก้ไขปัญหาเป็นการเฉพาะคราว โดยการก่อสร้างตอม่อ เสาสะพานปูน แล้วก็ปูด้วยไม้ไปแต่เพียงบางส่วน ไม่สามารถที่จะก่อสร้างเป็นสะพานที่มีความมั่นคงถาวร ที่จะบรรเทาทุกข์ให้กับพี่น้องประชาชนดังกล่าวได้ตลอดไปครับ🔗

กระผมจึงอยากจะขอถามไปยังทางกระทรวงมหาดไทยผ่านท่านประธาน ไปยังท่านรัฐมนตรีว่า ทางกระทรวงมหาดไทยมีนโยบาย มีแผนที่จะส่งเสริมสนับสนุน การแก้ไขปัญหาก่อสร้าง หรือก่อสร้างสะพานข้ามลำห้วยส้มป่อยดังกล่าวให้เป็นสะพาน คอนกรีตที่มีความมั่นคงถาวร ที่มีมาตรฐานที่จะแก้ไขบรรเทาทุกข์ให้กับพี่น้องประชาชน ตลอดไปได้หรือไม่ อย่างไรครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ขออนุญาตที่จะตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะของท่านณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลำภู ในประเด็นที่ท่านมีความห่วงใยในเรื่อง ความปลอดภัยในการเดินทางของพี่น้องประชาชน กรณีที่สะพานข้ามลำห้วยส้มป่อย ตำบลนาด่าน อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งตามสภาพที่เห็นก็ถือว่าเป็นสภาพ ที่สะพานก็ชำรุดจริง แล้วก็อยู่ในสภาพที่อาจจะก่อให้เกิดอันตรายในการสัญจรไปมาได้ เพราะฉะนั้นก็ถือโอกาสนี้ขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แต่ว่ากระทรวงมหาดไทย ยืนยันอย่างนี้ว่า หน้าที่ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุขนี้เป็นหน้าที่หลักของกระทรวงมหาดไทย อยู่แล้ว แล้วก็การอำนวยความเป็นธรรมก็ดี หรือว่าการพัฒนาการบริหารส่วนภูมิภาค หรือท้องที่กระทรวงมหาดไทยก็ดูแล รวมถึงการกำกับ การสนับสนุน การส่งเสริมองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นให้ปฏิบัติหน้าที่ตามภารกิจ ซึ่งในเรื่องดังกล่าวก็เรียนกับท่านว่า กระทรวงมหาดไทยได้ติดตามเรื่องนี้ กรณีสะพานข้ามลำห้วยซึ่งอยู่ในหมู่ที่ ๘ ของนาด่าน แล้วก็เป็นความรับผิดชอบของเทศบาลตำบลนาด่าน ได้ทราบปัญหาความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนที่ใช้ในการสัญจร แต่ว่าสะพานไม้ดังกล่าวเบื้องต้นเทศบาลนาด่าน ได้มีแผน ในการที่จะขอใช้งบประมาณในการซ่อมดำเนินการสร้างสะพานตัวนี้ โดยขอให้สภาเทศบาล ตำบลนาด่านพิจารณาอนุมัติงบจ่ายขาดเงินสะสมตามโครงการนี้ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ได้อนุมัติ เบื้องต้นให้ไปซ่อมสะพานแห่งนี้ เมื่อวันที่ ๒๔ ตุลาคม ปี ๒๕๖๔ ที่ผ่านมานี้เอง ขณะนี้ โครงการดังกล่าวกำลังรอการยืนยันของวิศวกรเรื่องแบบ ถ้าหากว่าได้ดำเนินการแล้วก็จะ ดำเนินการในการซ่อมแซมสะพานแห่งนี้เป็นเบื้องต้นก่อน แล้วก็ส่วนโครงการสร้างสะพาน คอนกรีตสะพานใหม่นั้น เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งว่าในเบื้องต้นงบประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ที่เทศบาลมีอยู่และขออนุมัติจ่ายขาดเงินสะสมก็ซ่อมบำรุงไปก่อน ส่วนสะพานใหม่ยังไม่ได้ บรรจุอยู่ในแผนการพัฒนาของเทศบาล อันนี้ได้ตรวจสอบแล้ว ผมเองเมื่อทราบการตั้งกระทู้ ของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็ประสานกับกรม แล้วก็ให้ประสานกับท้องถิ่นจังหวัด ให้ประสานไปยังเทศบาลตำบลนาด่านไปดูว่า มีแผนหรือยังถ้าไม่มีแผนก็ให้ปรับแผนการ พัฒนา ซึ่งเมื่อปรับแผนแล้วก็จะสามารถเอาโครงการในแผนนั้นมาตั้งของบประมาณ แต่เรียนในเบื้องต้นว่าปี ๒๕๖๖ ซึ่งกำลังทำอยู่ในขณะนี้ปี ๒๕๖๕ นี้ไม่ทันแน่นอนแล้ว ปัจจุบัน ก็มีทางเดียวว่าจะไปของบประมาณให้บรรจุอยู่ในแผน เมื่อบรรจุอยู่ในแผนแล้วก็เอา มาเข้าของบประมาณในปีต่อไปกรมก็จะได้ประสานให้ในการที่จะขอดำเนินการเป็นงบ สนับสนุนเฉพาะกิจก็จะได้ดำเนินการต่อไปตามที่ท่านประสงค์ แต่เบื้องต้นมีงบอยู่ ๕๐๐,๐๐๐ บาท ในการที่จะซ่อมบำรุงเบื้องต้นก่อน ขออนุญาตเรียนท่านประธานด้วยความ เคารพครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านณัฐวุฒิ มีอะไรจะสอบถามเพิ่มเติมไหมครับ เชิญครับ🔗

นายณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี หนองบัวลำภู

ขอบคุณครับท่านประธาน ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ที่ได้ตอบคำถามให้พี่น้องประชาชนผู้ซึ่งเดือดร้อนได้ทราบข้อมูล แล้วก็ได้ทราบแนวทางปฏิบัติในการที่จะดำเนินชีวิต รวมถึงความปลอดภัยด้วยครับ ก็ต้อง ขอขอบคุณทางท่านรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งที่ท่านได้ทั้งตอบคำถาม แล้วก็ได้มอบนโยบาย จะกล่าว ว่าแบบนั้นเลยก็ได้ อีกอย่างหนึ่งครับถ้าหากท่านรัฐมนตรีจะให้ความเมตตาติดตามเรื่องนี้ เป็นการเฉพาะ ก็จะถือว่าเป็นบุญเป็นกุศลให้กับพี่น้องประชาชนใน ๓ ตำบลดังกล่าวด้วย🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ อีกหนึ่งคำถามครับ เป็นคำถามเกี่ยวเนื่องเดียวกัน นั่นก็คือว่าเนื่องจากถนนสายบ้านทุ่งสว่าง-กุดฮู-ชมภูทอง นั่นละครับ ถนนที่เป็นถนนเส้น เดียวกันกับสะพานดังกล่าว เป็นถนนที่มีความยาวอยู่ประมาณ ๔ กิโลเมตร และมีพี่น้อง ประชาชนทั้ง ๓ ตำบลใช้สัญจรไปมาเกือบ ๑๐,๐๐๐ ชีวิต แล้วก็เป็นถนนที่มีความสำคัญอีก นั่นก็คือว่าเป็นถนนที่ลำเลียงผลิตผลทางการเกษตร มีพี่น้องเกษตรกรซึ่งใช้ประโยชน์จาก ถนนเส้นนี้ไม่ต ่ากว่า ๒,๐๐๐ กว่าครัวเรือนในการลำเลียงผลิตผลทางการเกษตรออกสู่ ท้องตลาดครับ กระผมจึงอยากจะถามทางกระทรวงมหาดไทยผ่านท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่า ทางกระทรวงมหาดไทยมีแผน มีนโยบายที่จะช่วยผลักดัน ส่งเสริมสนับสนุน ให้ถนนเส้นดังกล่าวนี้ เป็นถนนคอนกรีต เป็นถนนลาดยางแอสฟัลติก (Asphaltic) หรือเป็น ถนนที่มีคุณภาพมากกว่าถนนลูกรัง ซึ่งเป็นถนนโบราณอยู่ครับ เพราะว่าเกิดปัญหาอย่างมาก เวลาฤดูฝน พี่น้องประชาชนไม่สามารถที่จะใช้สัญจรไปมาได้ แล้วก็ต้องใช้ถนนเลี่ยงตำบล ซึ่งมีระยะทางไกลมาก แล้วก็ปัจจุบันนี้ค่าน ้ามันก็แพงมากขึ้นด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ขออนุญาตตอบคำถามในประเด็นที่ ๒ ที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านณัฐวุฒิ ได้สอบถาม ต่อเนื่องจากสะพานดังกล่าวก็คือมีถนนทางเข้าอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวด้วย ถนนสายบ้านทุ่งสว่างถึงบ้านกุดฮู แล้วก็ถึงบ้านชมภูทอง ตำบลนาด่าน หมู่ที่ ๘ ในขณะนี้ ได้ประสานงานไปในพื้นที่เบื้องต้นเทศบาลนาด่านก็จะใช้งบประมาณในวงเงิน ๒๕๐,๐๐๐ บาท ในการที่จะนำหินคลุกมาปรับปรุงสายนี้ก่อน ก็ได้ประสานเบื้องต้นแล้วก็ทราบว่าตอนนี้ ขณะนี้ถึงเมื่อวานก็อยู่ในขั้นที่กำหนดราคากลางของหินคลุกอยู่ แต่ว่าวงเงิน ๒๕๐,๐๐๐ บาท ก็พร้อมที่จะนำมาซ่อมเพื่อให้ถนนสายนี้ได้ใช้ได้ก่อน แล้วในปัจจุบันที่ท่านได้ถามว่า มีโครงการที่จะก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กสายบ้านทุ่งสว่าง-บ้านกุดฮู ถึงบ้านชมภูทอง หรือไม่ อย่างไร ขออนุญาตเรียนว่า ในโครงการดังกล่าวยังไม่ยังไม่ได้บรรจุอยู่ในแผนพัฒนา ของเทศบาลนาด่าน ซึ่งเท่าที่ไปตรวจติดตามงบประมาณของเทศบาลนาด่านก็ถือว่ามีน้อยมาก แต่ว่าก็แปลกใจเหมือนกันว่าตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ถึงงบประมาณปี ๒๕๖๖ เทศบาลนาด่านไม่ได้ขอ งบอุดหนุนเฉพาะกิจมาที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นแต่อย่างใด ผมก็เลยมอบหมายให้ ทางเจ้าหน้าที่ได้ไปติดต่อและไปประสานงานกับท่านท้องถิ่นจังหวัดว่ามันเกิดอะไรขึ้น ถ้าหากว่า ๓ ปีแล้วไม่ของบประมาณมา เป็นไปได้ไหมไปปรับแผนเอาเรื่องนี้ เอาเรื่องถนน คอนกรีตแล้วก็สะพานคอนกรีต คือไม่ทำแต่เฉพาะสะพานทำถนนที่เหลืออยู่เสียด้วย แล้วขอ มาที่กรมส่งเสริมในงบอุดหนุนเฉพาะกิจ แต่ว่าอย่างเร็วก็เรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า มันต้องเป็นปี ๒๕๖๗ ครับท่านครับ เพราะว่าปี ๒๕๖๖ คำขอในขณะนี้ระดับจังหวัดมันเสร็จ สิ้นไปแล้ว แต่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่เบื้องต้นมีงบซ่อมบำรุง เอาหินคลุกลงไปก่อน ซึ่งใน รายละเอียดมีงบซ่อมสะพาน ๕๐๐,๐๐๐ งบซ่อมถนนหินคลุก ๒๕๐,๐๐๐ แล้วหลังจากนั้น มาก็จะเอาเข้าแผน แล้วก็คิดว่าผมก็ได้กำชับทางกรมไปแล้วว่าลองประสานงานภายใน เพราะว่าเป็นอำนาจของท้องถิ่นเราจะไปบังคับไม่ได้ ก็ขอให้ประสานว่าให้โครงการดังกล่าว ถูกบรรจุอยู่ในแผน แล้วขอมาที่จังหวัด จังหวัดก็จะได้ส่งมาที่กรมต่อไป ขออนุญาตที่จะ กราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า สำหรับนาด่านผมเชื่อว่ามีโอกาส เพราะว่า ๓ ปี ที่ผ่านมาทางเทศบาลไม่ได้รับโครงการเงินอุดหนุน ๓ ปีมาแล้ว ซึ่งอาจจะเป็นช่วงรอเปลี่ยน ผ่านผู้บริหารหรืออะไรก็แล้วแต่ เป็นเรื่องภายในที่เทศบาลซึ่งเขามีความอิสระ ความคล่องตัว หรือว่าผู้บริหารท้องถิ่นมีอำนาจอิสระอยู่แล้ว แต่ว่ากรมก็จะใช้การประสานในการที่จะ แก้ปัญหานี้ให้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถือว่า ได้คำตอบที่ชัดเจน ท่าน ส.ส. ก็ลงไปประสานงานกับทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะว่าปกติถ้าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่มีการสำรวจ ไม่มีการออกแบบ ไม่มีการ นำเข้าแผน ก็ไม่อาจที่จะผลักดันงบประมาณลงไปได้ก็ไปดำเนินการประสานงาน ท้องถิ่น บางที่ในช่วงนั้นมันเป็นช่วงที่อยู่ฟรี ส่วนมากก็ไม่กระตือรือร้น ไม่ทำอะไรเลย ๓-๔ ปี ผมพอเข้าใจ ก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านนิพนธ์ บุญญามณี ที่กรุณาให้เกียรติกับห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเรา ก็ถือว่าเป็นการจบ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๖๔ เรื่อง การปรับปรุงสะพานข้ามลำน ้าห้วยส้มป่อย ตำบลนาด่าน อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู ของท่าน ส.ส. ณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี ขอขอบคุณครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑.๓.๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๖๕ เรื่อง การปรับปรุงพื้นที่ บนทางหลวงหมายเลข ๒๑๐ ถนนอุดรธานี-เมืองเลย บริเวณหน้าโรงเรียนคำแสนวิทยาสรรค์ และโรงเรียนบ้านกกค้อกกโพธิ์ ตำบลนากลาง อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู (นายณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗

ด้วย สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ได้มีหนังสือแจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม คือท่านรัฐมนตรีอธิรัฐ รัตนเศรษฐ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาต ให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะคือ นายพงศธร เหลืองเพิ่มพูล วิศวกรโยธาชำนาญการพิเศษ สำนักอำนวยความปลอดภัย กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ตอนนี้พร้อมแล้วรัฐมนตรีก็พร้อม🔗

ขอเชิญ ท่าน ส.ส. ณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี ได้ถามเลย เชิญครับ🔗

นายณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี หนองบัวลำภู

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชาวบ้านเลือกมา จังหวัดหนองบัวลำภู เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานอีกครั้งหนึ่งที่ได้บรรจุ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๖๕ เข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ และต้องขอบคุณท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ที่เมตตา กรุณามาตอบกระทู้ถามของกระผมถึงปัญหาความเดือดร้อนในพื้นที่ของพี่น้องประชาชน จังหวัดหนองบัวลำภู เรื่อง การปรับปรุงพื้นที่บนทางหลวงหมายเลข ๒๑๐ ถนนอุดรธานี-เมืองเลย บริเวณหน้าโรงเรียนคำแสนวิทยาสรรค์และโรงเรียนบ้านกกค้อกกโพธิ์ ตำบลนากลาง อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภูครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมจะขออนุญาต นำเรียนข้อมูลไปยังทางกระทรวงเพื่อท่านรัฐมนตรีจะได้พิจารณาในการตอบ ท่านประธานครับ ถนนหมายเลข ๒๑๐ อุดรธานี-เมืองเลย เป็นถนนเส้นหลัก ๔ เลน ที่มีความสำคัญอย่างมาก ต่อพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนในพื้นที่กลุ่มจังหวัดอีสานตอนบน จังหวัดเลย จังหวัดหนองบัวลำภู จังหวัดอุดรธานี จังหวัดขอนแก่น จังหวัดหนองคาย เพราะว่าถนนเส้น ดังกล่าวนี้จะเป็นถนนตัดผ่าน ๓ จังหวัดจึงมีปริมาณรถที่พี่น้องประชาชนใช้สัญจรมากเฉลี่ยถึง ๑๒,๐๐๐ คันต่อวัน โดยเฉพาะรถบรรทุก รถบรรทุกอ้อย รถบรรทุกหิน รถบรรทุกรถพ่วง รถสิบ ล้อรถเหล่านี้จะเยอะมากครับ เพราะพื้นที่อำเภอนากลางซึ่งเป็นบ้านเกิดของกระผมครับ มีโรงงาน อุตสาหกรรมอยู่หลายโรงงาน ไม่ว่าจะเป็นโรงงานอ้อย โรงงานน ้าตาล โรงโม่หินอยู่เยอะแยะ มากมายครับ และในจำนวนปริมาณการใช้รถใช้ถนนบนถนนเส้นนี้ที่เยอะแยะมากมายถึง ๑๒,๐๐๐ คันต่อวันนี้ละครับท่านประธานครับ ก็ย่อมนำมาซึ่งอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง บนทางหลวงหมายเลข ๒๑๐ และเกิดจุดเสี่ยงขึ้นหลายจุดบนถนนหมายเลข ๒๑๐ หนึ่งในนั้น ก็คือบริเวณหน้าโรงเรียนคำแสนวิทยาสรรค์และโรงเรียนบ้านกกค้อกกโพธิ์ ซึ่งเป็นโรงเรียน ที่มีขนาดใหญ่เป็นโรงเรียนมัธยมและโรงเรียนประถมที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอำเภอนากลาง มีนักเรียนและบุคลากรทางการศึกษารวมกันทั้ง ๒ โรงเรียนมากถึง ๓,๔๒๑ ชีวิต ฉะนั้นแล้วครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในปริมาณนักเรียนและปริมาณบุคลากรทางการศึกษาที่เยอะแยะ มากมายขนาดนี้ การคมนาคมโดยสารรับส่งลูกหลาน นักเรียนของผู้ปกครอง หรือการโดยสาร ของรถโดยสารสาธารณะ รถโดยสารประจำทางประจำหมู่บ้าน ก็ย่อมมีเยอะแยะมากมาย และการที่มีรถโดยสารเยอะแยะมากมายแบบนี้ครับ บางครั้งก็จำเป็นที่จะต้องจอดโผล่เข้ามา ในถนนทางหลวงหมายเลข ๒๑๐ ซึ่งมักจะเกิดปัญหา เกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครั้ง อย่างในวันที่ กระผมได้ไปเก็บข้อมูลเองนี่ครับ เก็บข้อมูลกับทางท่าน ผอ. วิทวัส โรงเรียนบ้านกกค้อกกโพธิ์ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ก็เกิดอุบัติเหตุรถจากต่างจังหวัดมาชนรถผู้ปกครอง ชนท้าย สด ๆ เลยครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นี่ละครับจึงเป็นที่มาที่ไปของการตั้งกระทู้ถามในวันนี้ เนื่องจากหัวอกของคนเป็นพ่อเป็นแม่ ผู้ปกครองของพี่น้องประชาชนในอำเภอนากลาง ที่เป็น ห่วงเป็นใยบุตรหลานว่าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นกับลูกหลานเหมือนในอดีตที่ผ่านมา ถ้าหากเป็นไป ได้ก็ไม่อยากให้มันมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นหรอกครับ แม้ว่ากรมทางหลวงเองจะได้ดำเนินการ ก่อสร้างสะพานลอย และก่อสร้างลานจอดรถแล้วก็ปรับปรุงภูมิทัศน์ไปแล้วบางส่วน แต่ก็ไม่เพียงพอกับปริมาณการจราจร ปริมาณรถรับส่งนักเรียน แล้วก็รถที่ใช้บนถนนบนทางหลวง หมายเลข ๒๑๐ ได้อย่างเพียงพอ กระผมจึงอยากจะขอถามไปยังทางกระทรวงคมนาคมผ่าน ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่า ทางกระทรวงคมนาคมมีแผน มีนโยบายที่จะก่อสร้าง สะพานลอยหรือขยายลานจอดรถบริเวณหน้าโรงเรียนคำแสนวิทยาสรรค์ โรงเรียนบ้านกกค้อกกโพธิ์ หรือทำจุดกลับรถหรืออุโมงค์กลับรถ หรือดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อความปลอดภัย ของบุตรหลานนักเรียนและพี่น้องประชาชนหรือไม่ อย่างไรครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ผมได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้มาตอบกระทู้ของ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณแล้วก็ขอชื่นชมท่านณัฐวุฒิที่ท่านได้มีความ เป็นห่วงพี่น้องประชาชน ครู ผู้ปกครอง นักเรียนที่ต้องใช้ถนนเส้น ๒๑๐ ก็ต้องกราบเรียน อย่างนี้ว่าจากข้อมูลที่ท่านได้ให้มาหลายอย่างก็เป็นข้อมูลที่ผมก็ได้สอบถามไปทางพื้นที่ สอบถามทางกรมทางหลวงก็ค่อนข้างตรงกัน เพราะว่า ณ จุดบริเวณตรงนั้นเป็นจุดที่มี โรงเรียนใหญ่ ๒ โรง อยู่ ๒ ฝั่งตรงข้ามกัน ก็คือโรงเรียนคำแสนวิทยาสรรค์ แล้วก็โรงเรียน บ้านกกค้อกกโพธิ์ ซึ่งพอเวลาที่โรงเรียนเลิกพร้อม ๆ กันก็จะทำให้มีผู้ปกครอง นักเรียน จำนวนมากที่ต้องมาใช้ แล้วก็ทำให้มีการลามมากินพื้นที่มาถึงบริเวณทางหลวงหมายเลข ๒๑๐ ซึ่งเป็นต้นเหตุในการเกิดอุบัติเหตุหลาย ๆ ครั้งได้ครับ ก็ต้องกราบเรียนว่าทางกระทรวง คมนาคม เราก็ได้รับทราบปัญหาแล้วก็ไม่ได้นิ่งนอนใจกับปัญหาดังกล่าวที่ผ่านมา แล้วเหมือนอย่างที่ท่านณัฐวุฒิท่านได้บอกแล้วว่าที่ผ่านมากระทรวงคมนาคมเราก็ได้ ดำเนินการไม่ว่าจะเป็นเรื่องสะพานลอย หรือจะเป็นเรื่องทำพื้นที่จอดรถสำหรับรับส่ง นักเรียนทั้ง ๒ ข้าง ตรงนี้ได้ดำเนินการไปเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่อย่างไรก็ดีในการที่จะแก้ไข ปัญหาจริง ๆ ตรงนี้โดยกรมทางหลวงเอง เราก็ได้เตรียมแผนงานไว้ก็คือหลัก ๆ โดยกรมทางหลวง จะก่อสร้างขยายพื้นผิวจราจร จากเดิมตรงนั้นเป็น ๔ ช่องจราจรให้เป็น ๖ ช่องจราจร ระยะทาง ๑.๑๒๘ กิโลเมตร โดย ๔ ช่องจราจรยังเป็นทางหลัก ส่วนที่เพิ่มมาอีก ๒ ช่อง จราจรตรงนี้จะเป็นทางคู่ขนานเป็นไหล่ทางหรือบางท่านก็อาจจะเรียกว่าโลคัล โรด (Local Road) เอง ซึ่ง ๒ ช่องที่เพิ่มมาตรงนี้ที่จะช่วยแบ่งเบาในการรับส่งของรถผู้ปกครอง นักเรียน ต่าง ๆ หรือรถท้องถิ่น ส่วน ๔ ช่องจราจรหลักตรงนั้นก็ยังเป็นช่องที่สำหรับรถทั่วไป รถที่ต้อง วิ่งข้ามจังหวัดซึ่งตรงนั้นจะใช้ความเร็ว ตรงนี้ก็ผมเชื่อว่าก็จะช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุลงได้ ตรงนี้ก็อยู่ในแผนซึ่งทางกรมทางหลวงก็จะขอรับจัดสรรงบประมาณในปี ๒๕๖๖ ก็คือ ปีงบประมาณหน้า ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนที่ทำเรื่องขอไปยังสำนักงบประมาณ ก็ยังไม่ทราบ เหมือนกันว่าจะผ่านสำนักงบประมาณไหม พอผ่านสำนักงบประมาณแล้ว โพรเซส (Process) ต่อไปก็ต้องมาผ่านสภาของเราไม่ว่าจะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา กรรมาธิการ ต่าง ๆ ถ้าผ่านหมดแล้วอย่างไรผมก็จะกำชับให้ทางกรมทางหลวงให้รีบดำเนินการแก้ไข ผมก็ขออนุญาตตอบคำถามเบื้องต้นครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านณัฐวุฒิ ยังมีข้อข้องใจอะไรอีกไหมครับ เชิญครับ🔗

นายณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี หนองบัวลำภู

ขอบคุณท่านประธาน แล้วก็ ขอขอบคุณทางท่านรัฐมนตรีครับ ที่ได้ตอบคำถามซึ่งต้องบอกว่าเป็นเรื่องทุกข์ใจของพ่อแม่ พี่น้องผู้ปกครองเพราะว่าก็เกรงว่าจะเกิดอุบัติเหตุกับบุตรหลานตัวเอง🔗

อีกประเด็นคำถามหนึ่งครับท่านรัฐมนตรี ที่ผมอยากจะนำเรียนสอบถามไป อีกครับก็คือว่า เนื่องจากโรงเรียนคำแสนวิทยาสรรค์ครับ เป็นโรงเรียนมัธยมจึงมีนักเรียนจำนวน มากใช้รถจักรยานยนต์ในการสัญจรเดินทางมาโรงเรียน แล้วก็ในฝั่งของโรงเรียนบ้านกกค้อกกโพธิ์ ซึ่งเป็นโรงเรียนประถมก็มีพี่น้องผู้ปกครองในเขตเทศบาลตำบลนากลาง ก็ใช้รถจักรยานยนต์ ในการมาส่งลูกหลาน นักเรียนที่อยู่ในชั้นประถมก็มากมายพอสมควร จึงทำให้บางครั้งต้องใช้ รถจักรยานยนต์ขับยูเทิร์น (U-Turn) ไปออกถนนทางหลวงใหญ่หมายเลข ๒๑๐ และเกิดอุบัติเหตุ ขึ้นหลายครั้ง กระผมจึงอยากจะถามไปยังทางกระทรวงคมนาคมว่า ทางกระทรวงคมนาคมนี้ มีแผนที่จะเพิ่มช่องทางรถจักรยานยนต์หรือรถจักรยานบริเวณหน้าโรงเรียนคำแสนวิทยาสรรค์ จากป้อมตำรวจยาวไปตลอดแนวจนเกือบถึงปั๊มน ้ามัน ปตท. หรือไม่ อย่างไรครับ แล้วก็ขอ อนุญาตถามคำถามให้พี่น้องประชาชนได้ชื่นใจว่า ทั้งหมดทั้งมวลนี้ถ้าหากเป็นไปได้โครงการ จะได้ดำเนินการก่อสร้างสำเร็จเมื่อประมาณช่วงไหนครับ ในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ก็ต่อด้วยคำถามความเป็นห่วงถึงน้อง ๆ นักเรียนที่ใช้รถจักรยานและ รถจักรยานยนต์ ในส่วนนี้เองก็จะย้อนกลับไปที่คำตอบข้อแรก ที่ทางกรมทางหลวงได้บอกไว้ ก็คือการขยายพื้นที่จาก ๔ ช่องจราจรเพิ่มเป็น ๖ ช่องจราจร และตรง ๒ ช่องจราจรที่เป็น โลคัล โรด (Local Road) ที่จะให้มอเตอร์ไซค์น้อง ๆ นักเรียน รถจักรยานยนต์ รถรับส่ง วิ่งในตรงนี้ก็จะลดอุบัติเหตุ ช่วยความปลอดภัยได้ อันนี้ก็ประเด็นแรกว่าถ้าตรงนี้เป็นไป ตามแผนที่กรมทางหลวงดำเนินการก็คือ เราจะขอจัดสรรงบประมาณปี ๒๕๖๖ ถ้าเราได้รับ การจัดสรรคาดว่าตรงนี้ที่สอบถามเบื้องต้นระยะการทำไม่นานหรอกครับ ก็คาดว่าถ้าได้ ปี ๒๕๖๖ ใช้ระยะเวลาจากได้การอนุมัติก็ไม่เกิน ๑ ปีก็น่าจะแล้วเสร็จ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้อง ขึ้นอยู่ที่ว่าขั้นตอนงบประมาณ ท่านณัฐวุฒิท่านก็คงจะทราบว่าต้องผ่านทั้งสำนักงบประมาณ กรรมาธิการ ทั้ง ส.ส. และ ส.ว. ถ้าตรงนี้เห็นพ้องต้องกันหมด ตรงนี้ผมก็เชื่อว่าโครงการนี้ ก็เกิด แต่อย่างไรก็ตามครับโดยกระทรวงคมนาคมก็จะพยายามผลักดันอย่างเต็มที่ เพราะเรา ก็ทราบถึงความเดือดร้อน แล้วก็ทราบถึงความไม่ปลอดภัยในพื้นที่ที่เกิดกับน้อง ๆ นักเรียน เยาวชนทุก ๆ คน🔗

แล้วก็ในประเด็นเรื่องจุดกลับรถ เดี๋ยวผมขออนุญาตให้ข้อมูลเพิ่มเติม ผมก็ได้ สอบถามไปยังกรมทางหลวงว่า ของเดิมเรื่องจุดกลับรถระยะห่างจากโรงเรียนทั้ง ๒ ฝั่งอยู่ที่ ประมาณ ๑.๕๐ กิโลเมตร ซึ่งก็อาจจะไกล ตอนนี้เรากำลังทำ เรียกว่าสอบถามความคิดเห็น อย่างรอบด้าน เพราะเราต้องคำนึงถึงเรื่องความปลอดภัยเป็นหลัก ในการที่เราจะเปิด จุดกลับรถเพิ่มนั่นหมายความว่า ถนนเส้นนี้เป็นถนนเส้นหลัก แล้วมีรถวิ่งมาเร็วตลอดเวลา ในการเปิดเพิ่มจุดหนึ่งเปอร์เซ็นต์ที่จะเกิดอุบัติเหตุเพิ่มก็มีได้มาก ตรงนี้เราก็พยายามรวบรวม กำลังศึกษาพิจารณาอยู่ครับว่า อาจจะเปิดเพิ่มอีกจุดหนึ่งได้ไหมที่อาจจะอยู่ระยะทางไปอีก แค่จาก ๕๐๐ เมตร จากหน้าโรงเรียนทั้ง ๒ ฝั่งซึ่งเป็นระยะที่ออกมาจากโรงเรียน แล้วมีระยะ พอให้รถสามารถเบี่ยงเข้าไปกลับรถได้โดยให้เกิดอุบัติเหตุน้อยที่สุด อันนี้ก็กำลังดำเนินการ🔗

แล้วในส่วนของที่จอดรถเมื่อสักครู่ก็ได้ข้อมูลมาว่า ถ้างบประมาณปี ๒๕๖๕ ก็คืองบประมาณที่เรากำลังใช้อยู่ในปีนี้ ในส่วนของกรมทางหลวงก็จะดำเนินการของบเหลือจ่าย ในการสร้างที่จอดรถเพิ่มเติมให้กับรถโดยสาร รถจักรยานยนต์ อันนี้ก็จะเป็นงบเหลือจ่ายปี ๒๕๖๕ อันนี้ก็คาดว่าใช้เวลาดำเนินการไม่นานครับ ตรงนี้ก็น่าจะรวดเร็ว แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือโครงการจาก ๔ ช่องจราจรเป็น ๖ ช่องจราจร ที่กรมทางหลวงคิดว่าน่าจะตอบโจทย์ อุบัติเหตุต่าง ๆ ความหนาแน่น ความแออัดตรงนี้ อย่างไรรัฐบาลก็พยายามจะผลักดัน อย่างเต็มที่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภา ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ต้อง ขอขอบคุณรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านรัฐมนตรีอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ที่กรุณาให้เกียรติ ห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเรา ก็ถือว่าจบการถามตอบกระทู้แยกเฉพาะที่ ๓๖๕ เรื่อง การปรับปรุงพื้นที่บนทางหลวงหมายเลข ๒๑๐ ถนนอุดรธานี-เมืองเลย บริเวณหน้า โรงเรียนคำแสนวิทยาสรรค์ และโรงเรียนบ้านกกค้อกกโพธิ์ ตำบลนากลาง อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภู ของท่าน ส.ส. ณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี ขอกราบขอบพระคุณครับ สำหรับวันนี้ถือว่าจบการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมขอปิดการประชุมครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก่อนที่จะไปตามระเบียบวาระ ต่อไปถ้าสมาชิกไม่ขัดข้องผมขออนุญาตนำวาระที่ไม่เป็นปัญหาขึ้นมาพิจารณาก่อนตามปกติ คือระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม เรื่องการขอขยายระยะเวลาการพิจารณา ตามระเบียบวาระที่ ๗.๕ ที่ยังไม่ได้บรรจุระเบียบวาระอีก ๑ คณะ เรื่อง ตั้งกรรมาธิการ แทนตำแหน่งที่ว่างที่ยังไม่ได้บรรจุระเบียบวาระ ๑ คณะ ในกรณีที่พรรคการเมืองมีความพร้อม เสนอบุคคลแล้ว🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกไม่ขัดข้องนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม มีรายงานการประชุมที่ให้ รับรองวันนี้ ๔ ครั้ง คือ ครั้งที่ ๕ วันพุธที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๔ ครั้งที่ ๖ วันพฤหัสบดีที่ ๑๗ มิถุนายน ๒๕๖๔ ครั้งที่ ๗ วันพุธที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๔ ครั้งที่ ๘ วันพฤหัสบดีที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ซึ่งได้วางให้สมาชิกโดยทั่วแล้ว🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าสมาชิกไม่มีความเห็น เป็นอย่างอื่นถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๔ ครั้งครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๗.๕ คณะกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร ได้มีหนังสือ ขอขยายระยะเวลาการพิจารณา เรื่อง ร้องเรียนจริยธรรม นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด ๒๐๑๙ (COVID 2019) ทำให้การพิจารณาเรื่องร้องเรียนยังไม่แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาจึงขอขยายระยะเวลา พิจารณาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๓๐ วัน นับแต่วันที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ เป็นต้นไป ตามข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และกรรมาธิการ พ.ศ. ๒๕๖๓ ข้อ ๒๗ ขออนุมัติให้ขยายเวลา🔗

เรื่องต่อไปคือเรื่องการขยายเวลาพิจารณาของคณะกรรมาธิการ เรื่องนี้ ท่าน พลตำรวจเอก ยงยุทธ เทพจำนง ประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา ปัญหายาเสพติด แนวทางการจัดตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติด การป้องกันและแก้ไขปัญหา ยาเสพติดอย่างเป็นระบบ ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๑๒๐ วัน นับแต่วันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ เป็นการขอขยายเวลาครั้งที่ ๗ เพื่อประโยชน์ ในการทำงานของกรรมาธิการ ถ้าสมาชิกไม่ขัดข้องก็อนุญาตไปตามที่กรรมาธิการได้ขอขยายเวลา🔗

ต่อไปเป็นเรื่องที่กรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการต่างประเทศ โดย นายศราวุธ เพชรพนมพร ประธานกรรมาธิการได้มีหนังสือแจ้งว่า ตำแหน่งกรรมาธิการว่าง ลง ๑ ตำแหน่ง เนื่องจาก นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ จึงเป็นอันพ้นจากการเป็นกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) ตำแหน่งที่ว่างนี้ เป็นสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ขอเชิญเสนอชื่อกรรมาธิการแทนครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอตั้ง คุณต่อศักดิ์ อัศวเหม แทนในตำแหน่งที่ว่างลงครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ก็ขออนุญาตให้มีการตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างครับ มีตำแหน่งที่ว่าง แต่ว่าพรรคการเมือง ยังไม่พร้อม ก็เลยขอผ่านไปก่อน🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม🔗

๒.๑ รับทราบการพิจารณาของวุฒิสภา โดยสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ได้แจ้งว่าที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณาเรื่องต่าง ๆ ดังนี้🔗

๑. ในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๘ เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๔ มกราคม ๒๕๖๕ ที่ประชุมได้พิจารณาและลงมติอนุมัติพระราชกำหนด จำนวน ๒ ฉบับ คือ🔗

(๑) พระราชกำหนดพิกัดอัตราศุลกากร (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๖๔🔗

(๒) พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการ ใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ พ.ศ. ๒๕๖๔🔗

๒. ในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๙ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) วันอังคารที่ ๒๕ มกราคม ๒๕๖๕ ที่ประชุมได้พิจารณารับทราบรายงาน จำนวน ๒ เรื่อง คือ ๑. รายงานประจำปี ๒๕๖๒ และรายงานประจำปี ๒๕๖๓ ของสำนักงานพัฒนา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ๒. รายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้าน สิทธิมนุษยชนของประเทศไทยปี ๒๕๖๓🔗

๓. ในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๒๑ สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง เมื่อวันอังคารที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ที่ประชุมรับทราบรายงาน จำนวน ๔ เรื่อง🔗

๑. รายงานประจำปี ๒๕๖๓ สถาบันพระปกเกล้า🔗

๒. รายงานกิจการประจำปีงบดุลบัญชีกำไรและขาดทุนของ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๓🔗

๓. รายงานประจำปี ๒๕๖๓ กองทุนการออมแห่งชาติ🔗

๔. รายงานกิจการประจำปีงบดุลและบัญชีกำไร ขาดทุน ของ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๑ สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ และสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๓🔗

แจ้งที่ประชุมรับทราบ ขอแก้ไขนิดเดียว ในเรื่องแรกเกี่ยวกับพระราชกำหนด แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. ๒๕๕๕ แล้วก็ พ.ศ. ๒๕๖๔ อันนี้ก็เป็นร่างเดิม🔗

ระเบียบวาระที่ ๒.๒ รับทราบประกาศคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เรื่อง นโยบายการตรวจเงินแผ่นดินประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๕🔗

ผมขออนุญาตเรียน ท่านสมาชิกว่าวันนี้เราบรรจุเรื่องเพื่อทราบของหน่วยงานที่มารายงานต่อสภา ไว้ทั้งหมด ๑๐ เรื่อง มีขอเลื่อนไป ๓ เรื่อง เพราะฉะนั้นมีอยู่ ๗ เรื่องหวังว่าจบในวันนี้ ขอความร่วมมือกับท่านสมาชิกดังที่เราได้คุยกันเมื่อวานแล้วว่าทุกฝ่ายต้องร่วมมือเพื่อให้งาน เพื่อทราบเหล่านี้ได้ผ่านไปได้ ซึ่งเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานที่ชี้แจงนั้นได้มาพร้อมอยู่แล้วครับ เพราะฉะนั้นพวกเราก็ช่วยกรุณาได้ใช้เวลาที่เหมาะสม ขอเชิญเจ้าหน้าที่ที่ขอร่วมชี้แจง ในวาระนี้ คือ พลเอก ชนะทัพ อินทามะระ ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน คุณประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน นายธีรยุทธ วัฒนะธรรมศิริ ผู้อำนวยการสำนักนโยบาย และแผนยุทธศาสตร์ นางสุรางค์รัก เนติธีรัตน์ นักวิชาการตรวจเงินแผ่นดินชำนาญการ เผื่อสมาชิกจะสอบถาม🔗

(ผู้แทนสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเข้าชี้แจงต่อที่ประชุม)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีสมาชิกเข้าชื่อแล้วขออภิปราย ๔ ท่าน ท่านที่มีความประสงค์จะอภิปรายกรุณาส่งชื่อมา แล้วก็ขอความกรุณาเรื่องเวลา ต่อไป ก็จะเป็นผู้มีชื่อที่ขออภิปราย ๔ ท่านแรก คุณวิรัตน์ วรศสิริน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ขอเชิญท่านวิรัตน์ วรศสิริน ครับ🔗

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบขอบพระคุณท่านประธาน ที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทยครับ ก่อนอื่นอาจจะเกินเวลาเพียงเล็กน้อย ต้องกราบขอความกรุณาจากท่านประธานไว้ล่วงหน้า คณะกรรมการ สตง. นี้ ในหน้า ๒ ข้อ ๑.๒ การยกระดับการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะการเป็นองค์กรตรวจเงินแผ่นดินที่มีบทบาท🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านวิรัตน์ครับ ขออภัย ด้วยครับ มีสมาชิกจะขอ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

พอดีผมยกมือ อยู่นานแล้วครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตหารือ ท่านประธานนิดเดียวเกี่ยวกับเรื่องการใช้ห้องประชุมของสัปปายะสถานของเราครับ ผม ส.ส. ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้แทนราษฎร อดีตอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกลครับ คือเนื่องจากว่า ตอนนี้การใช้ห้องประชุมของคณะกรรมาธิการของเรามีการหมุนเวียนกันใช้ แล้วก็บางห้อง ก็ใช้ไม่พอ แต่ปรากฏว่ายังมีห้องกรรมาธิการวิสามัญศึกษาคลองไทยไม่ยอมย้ายออก ซึ่งรายงานก็ตกไปแล้ว ปรากฏว่าตอน ๑๑.๓๐ นาฬิกา ผมไปเดินดูมีคนเข้าไปเปิดไฟ แล้วก็ ใช้แอร์ ผมคิดว่าผมต้องฝากเรื่องนี้ว่าควรจะต้องเอาคืนมาแล้วก็ปลดต่าง ๆ ในห้องประชุม นั้นด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ผมจะให้ เจ้าหน้าที่ไปดูให้ครับ เชิญท่านวิรัตน์ครับ เชิญต่อ🔗

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณครับ ขอรีเซต (Reset) เวลาใหม่ หน้า ๒ ข้อ ๑.๒ การยกระดับการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะการเป็นองค์กร การตรวจเงินแผ่นดินที่มีบทบาทในการให้คำปรึกษาแนะนำและตรวจรับเกี่ยวกับ การปฏิบัติให้ถูกต้องตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๑ พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง พ.ศ. ๒๕๖๑ หรือในเรื่องที่อยู่ในอำนาจ กรรมการตรวจสอบของผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน รวมทั้งการให้คำแนะนำแก่หน่วยงานรัฐ ในการแก้ไขข้อบกพร่องให้คำปรึกษาแนะนำเพื่อให้หน่วยงานของรัฐนำไปเป็นแนวทาง ในการปฏิบัติ ท่านประธานที่เคารพครับ สืบเนื่องจากกองทุนประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานราก และสังคมได้นำรายงานปี ๒๕๖๒ และปี ๒๕๖๓ มารายงานในสภาให้รับทราบที่ผ่านมานั้น ท่านประธานครับ ในวันนั้นมีสมาชิกหลายท่านก็แสดงความเห็นในส่วนของรายงานผู้สอบ บัญชีที่ว่ามีเกณฑ์แสดงความเห็นอย่างมีเงื่อนไขในท้ายรายงานของ สตง. ไว้ว่า ตามหมาย เหตุประกอบงบการเงิน ข้อ ๙ ค่าใช้จ่ายการอุดหนุนสำหรับปีสิ้นสุด ๓๐ กันยายน ๒๕๖๒ จำนวนเงิน ๙๓,๑๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท อันนี้ปีเดียวหลายปีคงหลายแสนล้านบาท เป็นค่าใช้จ่ายที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จากสำนักงาน สตง. เนื่องจากไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับผู้ผ่านหลักเกณฑ์ มีสิทธิได้รับบัตรและข้อมูลการใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ค่าใช้จ่ายจากการอุดหนุน ดังกล่าวมีผลกระทบต่อการแสดงการดำเนินงาน สำหรับสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน จึงไม่สามารถสรุปได้ว่าจำเป็นต้องปรับปรุงแผนดำเนินงาน ผลงานและกำไรสะสมต้นงวด สำหรับปีงบประมาณ ๒๕๖๓ หรือไม่ เพียงใด ท่านประธานครับ ทั้งหมดนี้แปลง่าย ๆ ว่า สตง. เข้าดูฐานข้อมูลไม่ได้ จึงตรวจสอบความถูกต้องไม่ได้ จึงรับรองไม่ได้ จึงมีความเห็น อย่างนั้นไว้ตามนั้นใช่หรือไม่ครับ ถามว่าถ้ากองทุนต่าง ๆ สารพัดโครงการที่แจกเงินผ่านบัตร ต่าง ๆ เช่น บัตรคนจนจริง ช้อปใช้ ยิ่งใช้ ยิ่งได้ คนละครึ่ง เที่ยวด้วยกัน กินด้วยกัน ต่อไป ก็คงจะรวยด้วยกัน ก็ไม่ทราบว่าโครงการนี้มีหรือยัง รวยด้วยกัน ทั้งหมดนี้ต้องลงทะเบียน ผ่านแพลตฟอร์ม (Platform) ทางอิเล็กทรอนิกส์ครับท่านประธาน ก็ไม่ใช่ว่ามี ๑๐๐ บาท ๒๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาท แต่มีเป็น ๑๐ ล้านราย ๒๐ ล้านราย ๓๐ ล้านราย ในนั้นมีผีลงทะเบียนกี่รายใครรู้บ้าง จะถูกต้อง ไม่ถูกต้อง ใครรู้บ้าง ระบบฐานข้อมูลรู้ครับ แต่ว่าคนไม่รู้ ถามว่าถ้าคนต้องการรู้ทำได้หรือไม่ กราบเรียนครับท่านประธานครับ ทำได้ครับ ระบบฐานข้อมูลที่ทำตามคำสั่งของมนุษย์สามารถแยกแยะให้ตรวจสอบได้ จะแยกแยะเป็น รายชื่อ รายจังหวัด รายอำเภอ ตำบล หมู่บ้าน บ้านไหนเท่าไรได้หมด รู้หมด คุณได้ ผมได้ ก็รู้ บ้านนั้นผีได้ บ้านนี้ผมได้ ก็รู้ ชาวบ้านตรวจสอบกันเองได้หมดครับท่านประธาน แต่รัฐบาลไม่ทำ โกง ไม่โกง ไม่ทราบครับ ผมไม่ทราบ มี ไม่มี ก็ไม่รู้ครับ ถ้าต้องการรู้ระบบ ต้องเปิดเผย โปร่งใส ต้องเป็นข้อมูลสาธารณะให้ประชาชนทั่วไปได้ตรวจสอบกันเองได้ ทุกโครงการรวมกันจำนวนคงมากกว่า ๖๐-๗๐ ล้านรายเป็นอย่างน้อย ผมว่าท่าน สตง. คตง. ก็คงตรวจไม่ไหวละครับ จึงขอกราบเรียนท่านประธานไปยัง คตง. กฎหมายให้อำนาจ ท่านสามารถให้คำแนะนำไปยังหน่วยรับตรวจได้ พวกโครงการเหล่านี้ควรจะต้องให้จัดทำ เว็บไซต์ (Website) เครื่องมือทางอิเล็กทรอนิกส์ให้บุคคลทั่วไปสามารถเข้าไปตรวจสอบ รายละเอียดต่าง ๆ ของผู้ที่ได้รับสิทธิ อันจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการคลังของประเทศ ในอนาคต เพราะเงินที่นำมาแจกกันนี้แจกมาตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งนั้นโน่นแล้วนะครับท่าน ประธาน นี่แจกมาจนปัจจุบันทั้งหมดนี่เป็นเงินกู้ทั้งนั้น นี่กู้กันจนถังแตกไปแล้วเงินหมดก็กู้ กู้มาก็แจก หมุนเวียนเป็นลูกโซ่อยู่อย่างนี้ เสียหายต่อระบบการคลังของประเทศเป็นอย่างยิ่งใน ระยะยาวท่านประธาน ท่านประธานครับ พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง มาตรา ๘ คณะรัฐมนตรีต้องไม่บริหารราชการแผ่นดินโดยมุ่งสร้างความนิยมทางการเมือง ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและประชาชนในระยะยาว ท่านประธานครับ โครงการประชารัฐกับพรรคพลังประชารัฐมีความเกี่ยวพันกันหรือไม่ มุ่งสร้างความนิยมทางการเมืองหรือไม่ กราบเรียนถามท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้เกี่ยวข้อง ผู้มีอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ ด้วยครับ กรณีอย่างนี้ช่วยวินิจฉัยด้วย ท่านประธานครับ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน ๒๕๖๑ ให้อำนาจหน้าที่ คตง. สตง. กรณีพบว่าไม่ชอบด้วยกฎหมายให้แจ้งองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้องเข้าไปตรวจสอบได้ โดย คตง. เป็นเจ้าภาพ และองค์กรอิสระต่าง ๆ ต้องให้ความร่วมมือบัญญัติไว้ในมาตรา ๖ และมาตรา ๗ ครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอ่านครับ มาตรา ๖ ในการปฏิบัติหน้าที่ ผมอ่านเฉพาะที่ เกี่ยวข้อง กรณีผู้ว่าการเห็นว่าผู้กระทำการอันไม่ชอบด้วยกฎหมายแต่อยู่ในหน้าที่และอำนาจ ขององค์กรอิสระ กรณีอย่างเช่น ป.ป.ช. ให้คณะกรรมการมีหนังสือแจ้งไปยังองค์กรอิสระ ที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการโดยไม่ชักช้า และเพื่อประโยชน์ในการดำเนินการให้ประธาน กรรมการ คตง. มีอำนาจเชิญประธานองค์กรอิสระมาร่วมประชุมได้ ปรึกษาหารือหาแนวทาง ร่วมกัน เช่น ขอเชิญ กกต. มาถามว่าตั้งชื่อพรรคกับชื่อองค์การรัฐเหมือนกันได้หรือไม่ เป็นธรรมต่อการเลือกตั้งหรือไม่ เป็นธรรมต่อพรรคอื่นหรือไม่ ท่านประธานครับ ขออนุญาต ต่อ ในมาตรา ๗ ในกรณีที่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าการใช้จ่ายเงินแผ่นดินมีพฤติการณ์ อันเป็นการทุจริตต่อหน้าที่ จงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมาย เช่น กรณีพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลัง ห้ามใช้เงินมุ่งสร้างความนิยม ตรงนี้เข้าไหม ผิดไหมท่านประธานครับ ก็ในเมื่อหมดเวลาผมก็จะขอสรุปเพื่อไม่รบกวนเวลา มาก ในมาตรา ๑๐ ผมข้ามไปเลย มาตรา ๑๐ การตรวจเงินแผ่นดินต้องกระทำด้วยความ สุจริต รอบคอบ โปร่งใส เที่ยงธรรม กล้าหาญ ปราศจากอคติและเป็นไปตามหลัก ธรรมาภิบาล เรียนท่านประธานที่เคารพ ผมขอจบตรงคำว่าที่ว่าความกล้าหาญธรรมาภิบาล ตรงนี้ครับ จึงฝากท่านประธานไปยังสำนักงาน คตง. ด้วยว่าเพื่อกรุณาบรรจุเป็นนโยบายให้ หน่วยรับตรวจในครั้งต่อไปต้องเปิดเผยข้อมูลให้เป็นข้อมูลสาธารณะเพื่อประโยชน์ต่อความ มั่นคงทางการคลังของประเทศในระยะยาว กราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ครับ🔗

ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะอภิปรายเรื่องนโยบายการตรวจเงินแผ่นดินประจำปี งบประมาณ ๒๕๖๕ ของคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินครับท่านประธาน ผมมี ๓ ประเด็น🔗

ประเด็นที่ ๑ ท่านประธานในข้อที่ ๑ ว่าด้วยทิศทางและเป้าหมายของการ ตรวจเงินแผ่นดิน ที่บอกว่าการตรวจเงินแผ่นดินต้องเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล มาตรฐาน ทางจริยธรรม หลักเกณฑ์และมาตรฐานเกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดินที่เกิดผลสัมฤทธิ์ ผมคิดว่าตรงนี้เป็นจุดที่ดีมากของ สตง. ที่เพิ่มคำว่า ผลสัมฤทธิ์ นั่นหมายถึงว่า สตง. กำลัง สนใจถึงผลของการใช้งบประมาณ ไม่ใช่แค่แต่เพียงกระบวนการใช้งบประมาณเท่านั้น ซึ่งก็ขออนุญาตชื่นชม สตง. ในส่วนนี้ แต่ผมอยากจะขออนุญาตขยายความตรงนี้ต่อไปว่า ผลสัมฤทธิ์นี้ขอให้เป็นผลสัมฤทธิ์ต่อประชาชน ไม่ใช่ผลสัมฤทธิ์ต่อส่วนราชการ เพราะเป้าหมายสุดท้ายของการใช้งบประมาณก็คือผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองผมคิดว่าคำถามใหญ่ที่ สตง. จะต้องถามเป็นประจำกับส่วนราชการ ก็คือว่าประชาชนได้ประโยชน์อะไรจากการใช้งบประมาณนี้ นั่นหมายความว่าคำถามนี้ จะบีบให้สำนักงบประมาณจะต้องมีเคพีไอ (KPI) ที่จะตอบโจทย์ ยกตัวอย่างเช่น ใช้งบประมาณเพื่อการเกษตรต้องถามว่าเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นเดือนละกี่บาท อย่างยั่งยืน หรือไม่ และคำถามที่ ๒ จำนวนเกษตรกรที่มีรายได้เพิ่มขึ้นนั้นมีจำนวนเท่าไร ผมคิดว่า คำถาม ๒ คำถามนี้เป็นรูปธรรมของเคพีไอ (KPI) ที่ สตง. จะต้องใช้ในการถามกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ เป็นต้น และที่สำคัญคนที่ได้นั้นอยู่ที่ตำบลไหน อำเภออะไร และจังหวัด อะไร เป็นต้น ตัวอย่างที่ผมยกนี้สะท้อนให้เห็นว่า การบริหารราชการของเรานั้นส่วนราชการ ทำงานเสร็จครับท่านประธาน แต่ผลของการทำงานไม่ได้เกิดผลสำเร็จที่เกิดประโยชน์ กับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นนโยบายการตรวจเงินแผ่นดินจะต้องมีเคพีไอ (KPI) ที่ประชาชนได้รับผลประโยชน์จริง และวัดได้จริง ในข้อ ๑.๑.๓ การใช้เงินตามแผนงาน หรือโครงการยุทธศาสตร์ชาติ โดยเฉพาะแผนงานยุทธศาสตร์ส่งเสริมการพัฒนาจังหวัด และกลุ่มจังหวัดบูรณาการ ผมคิดว่าสำนักงบประมาณกำลังจับเรื่องที่สำคัญมาก แล้วก็เป็น หัวใจของการเปลี่ยนแปลงของประเทศ แต่ปัญหาที่ผมอยากให้ สตง. ลงไปในรายละเอียด เพิ่มขึ้นก็คือว่า ๑. โครงการดังกล่าวนั้นตอบโจทย์ปัญหาของประชาชนจริงหรือไม่ ทุกจังหวัดมีงบบูรณาการจังหวัดหมดครับท่านประธาน แต่งบประมาณเหล่านั้นไม่ได้ ตอบโจทย์ปัญหาที่แท้จริงของประชาชน ยกตัวอย่างเช่นความยากจนของเกษตรกร เราใช้ งบประมาณของการบูรณาการจังหวัดมากว่า ๑๐ ปีแล้ว เพื่อแก้ไขความยากจนของ พี่น้องเกษตรกร แต่วันนี้เกษตรกรยังคงยากจนอยู่ครับ ท่านประธานครับ คำถามก็คือว่า อะไรเกิดขึ้นกับการใช้งบประมาณแก้ไขความยากจนของพี่น้องเกษตรกรครับท่านประธาน นี่คือสิ่งที่ สตง. จะต้องช่วยในการหาคำตอบนี้🔗

ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน เจ้าหน้าที่ของรัฐมีความรู้จริงหรือไม่ และมีวิธีการที่จะแก้ไขปัญหาของประชาชนจริงหรือไม่ เช่นมีวิธีการจะแก้ไขความยากจน ของเกษตรกรจริงหรือ มีวิธีการที่จะทำให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นจริงหรือ หรือในอีก ด้านหนึ่งเช่น คุณภาพของนักเรียน ครูที่สอนอยู่ในโรงเรียน มีวิธีการสอนที่จะทำให้นักเรียน คิดวิเคราะห์เป็นจริงหรือ ถ้าไม่มีงบประมาณกี่ล้านบาทใส่ลงไปก็ไม่เกิดผลสำเร็จครับ ท่านประธานครับ สิ่งนี้กระทรวงศึกษาธิการหรือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่มีวัน ที่จะตอบความจริงนี้ สตง. เท่านั้นละครับที่จะตอบโจทย์อันนี้ให้กับเรา เพราะฉะนั้น สตง. จะต้องสะท้อนผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นนี้ให้กับรัฐบาล ให้กับกระทรวง ให้กับสำนักงบประมาณ เพื่อได้ทราบว่าการใช้งบประมาณนั้นเกิดผลสัมฤทธิ์อะไรบ้างที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ของประเทศ ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน ข้อ ๑.๓ ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการ นำผลงานด้านการวิจัยและนวัตกรรมมาใช้ ผมคิดว่าดีมากครับ สตง. ในเรื่องนี้ แต่ผมอยาก ให้ท่านขยาย การวิจัยและนวัตกรรมนี้ไม่ใช่เฉพาะเรื่องการตรวจเงินและการใช้เงิน แต่ต้อง ไปถึงการแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนฐานราก วันนี้เรามี กองทุนวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรมที่เรียกว่ากองทุน ววน. ของกระทรวงอุดมศึกษา หรือ อว. ใช้งบประมาณปีละกว่า ๑๐,๐๐๐ ล้านครับท่านประธาน คำถามก็คือว่า ผลงานวิจัย และนวัตกรรมนี้ตอบโจทย์ประชาชนจริงหรือ เช่น ความยากจน รายได้ หนี้สิน ความเหลื่อมล ้า และคุณภาพทางการศึกษา ตอบแค่ไหนครับ กระทรวง อว. โดยกองทุน ววน. ใช้เงินไปปีละ หมื่นล้านตอบโจทย์ ๕ เรื่องนี้แค่ไหนครับ เพราะฉะนั้น สตง. จะต้องเข้าไปทำ เพอร์ฟอร์แมนซ์ ออดิต (Performance audit) ของกระทรวง อว. ผมขออนุญาต เสนอเลย เพื่อที่จะผลักดันให้เกิดการจัดสรรทุนของกองทุน ววน. ที่ตอบโจทย์ความต้องการ ของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนที่เป็นฐานรากของประเทศและวัดผล สำเร็จที่เกิดขึ้นให้ได้ครับท่านประธาน🔗

ประการสุดท้ายครับท่านประธาน ผมขออนุญาตเสนอด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้ กับ สตง. ว่าในนโยบายการตรวจเงินแผ่นดินนั้น ผมขอเสนอให้ท่านเพิ่ม ๓ เรื่องครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ขอ สตง. ตรวจเพื่อปรับระบบบริหารราชการให้ตอบโจทย์ปัญหา และความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนครับ ไม่ใช่ท่านตรวจเพอร์ฟอร์แมนซ์ (Performance) ว่าเกิดอะไรขึ้นแค่นั้น แต่จะต้องมุ่งไปสู่การปรับระบบราชการ การปฏิรูป ระบบราชการให้ตอบโจทย์พี่น้องประชาชนครับท่านประธาน🔗

เรื่องที่ ๒ ผมขอเสนอให้ สตง. ตรวจเพื่อที่จะปรับระบบงบประมาณ และการใช้งบประมาณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบทบาทของสำนักงบประมาณและกรมบัญชีกลาง ให้โปร่งใส มีประสิทธิภาพ และเกิดผลสำเร็จต่อการเปลี่ยนแปลงประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมครับท่านประธาน🔗

เรื่องที่ ๓ ผมขอเสนอให้ สตง. ตรวจเพื่อปรับวิธีการทำงานของกระทรวง และส่วนราชการให้ปฏิบัติหน้าที่ที่เน้นการวัดผลสำเร็จที่เกิดกับประชาชน เช่น มีรายได้ เกิดขึ้นเท่าไรของเกษตรกร หนี้สินของเกษตรกรลดลงเท่าไร มีน ้าเพื่อการเกษตรมากขึ้น เท่าไร เกษตรกรขายผลผลิตได้ในราคาสูงขึ้นเท่าไร เป็นต้น ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองครับ ท่านประธาน นี่คือสิ่งที่ผมอยากเห็น สตง. เป็นกุญแจของการปฏิรูประบบราชการ เพื่อให้ การใช้งบประมาณของกระทรวงและส่วนราชการเกิดผลสำเร็จกับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นครับท่านประธาน ผมจึงขออนุญาตฝากความหวังของการปฏิรูประบบราชการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระบบงบประมาณ และระบบการเบิกจ่ายและการใช้งบประมาณไว้กับ สตง. ให้ตอบโจทย์ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน นี่คือนโยบายของ สตง. ที่ควรจะทำ และขออนุญาตฝากความหวังกับท่านผู้ว่า สตง. ประจักษ์ บุญยัง ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กราบขอบคุณครับ วันนี้ได้มาพบอดีตเพื่อนที่เป็นประธานตรวจเงินแผ่นดิน ผมเคยเรียนที่เดียวกันครับ เลข ๕๕๖๕ แต่ตัวประธานเลข ๕๗ กว่า สิ่งสำคัญคืออย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ ผมจะมาขอบคุณในรายงาน ท่านเชื่อไหมครับ รายงานของตรวจเงินแผ่นดิน ปี ๒๕๖๓ เป็นรายงานที่ดีมากเลย ผมกราบเรียนเลยครับท่านประธาน รายงาน การปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๖๓ แต่ไม่ใช่ในรายงานนี้ เพราะในรายงานนี้ผมจะพูดถึงเรื่อง ผลสัมฤทธิ์ของการตรวจเงินแผ่นดินมี ๖ ด้านด้วยกัน ซึ่งเน้นในเรื่องของการเป็นไปตาม นโยบาย แล้วก็เน้นเรื่องของการคลัง ผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพ เน้นในเรื่องของหน่วยรับ มีวินัยการเงินการคลัง เน้นเรื่องทุกภาคส่วนมีความรู้ ความเข้าใจ และตระหนัก แล้วก็เป็น องค์กรที่ยอมรับ ผมยอมรับตรงนี้เลยครับ อันที่ ๕ และอันที่ ๖ ก็คือระบบบริหารจัดการ ภายในดีมากครับ ดีมากจนกระทั่งกระทรวงการคลังน็อก (Knock) ไปครับ ท่านจำได้ไหมครับ คราวที่แล้วกรมบัญชีกลางถูกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินแหกตัวเลขไปขนาดไหน ผมจะ แหกต่ออีกครับท่านประธานครับ ผมขอบคุณมาก แต่หลายคนไม่ได้อ่านนะครับท่านประธาน ถ้าท่านไปอ่านรายงานตรวจเงินแผ่นดินปี ๒๕๖๓ นี่ครับตารางที่ ๔ สรุปมูลค่าความเสียหาย เป็นตัวเงินที่พบในการตรวจสอบในปีงบประมาณ ๒๕๖๓ จำแนกประเภทตามหน่วยงาน และลักษณะของหน่วยงานที่ตรวจสอบ ท่านเชื่อไหมครับ ท่านตรวจมาก หลายหน่วยงาน ครับ โดยเฉพาะท่านใช้ลักษณะตรวจคือการปฏิบัติตามกฎหมาย การจัดเก็บรายได้ การจัดจ้าง ข้อเท็จจริงกรณีพิเศษเชิงป้องกัน ผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพในการดำเนินการ รู้ไหมครับว่าใครที่ทำความเสียหายมากที่สุด กระทรวงการคลังครับ นี่ครับ ตัวเลขชัดเจนเลย ครับ ภาพรวมของกระทรวงการคลัง ๖,๓๒๐.๓๒ ล้าน ถึงว่ากรมบัญชีกลางอัดกลับสำนักงาน ตรวจเงินแผ่นดินคราวที่แล้วเต็ม ๆ ครับ นี่ผมไม่ลงรายละเอียด ที่จริงรายงานข้อนี้ผมจะ ขอบคุณมาก ๆ เลยว่า ท่านเขียนคอมเมนต์ (Comment) ไว้ในนี้ ๑,๐๐๐ กว่าหน่วยครับ ดีมากครับ แต่คราวนี้มาในนโยบายใหม่ของท่านครับ ท่านประธานครับ นโยบายนี้ที่ผมเห็นคือ สิ่งที่อยู่ในนโยบายที่ท่านต้องทำเรื่องการรักษาวินัยการเงินการคลังครับ ท่านรู้ไหมครับว่า หน่วยงานของท่านเป็นหน่วยงานอิสระ ผมถามท่านตรง ๆ เลยว่าท่านเคยใช้อำนาจที่จะขอ งบประมาณที่ไม่พอเพียงตามมาตรา ๑๔๑ วรรคสองกับกรรมาธิการวิสามัญงบประมาณ ประจำปีไหมครับ ใช้ตรง ๆ นะครับ ไม่ใช่ไปอ้อมไปให้รัฐบาล รัฐบาลจะอ้างพระราชบัญญัติ วิธีงบประมาณในมาตรา ๒๘ มาตรา ๓๘ ที่บอกว่าเขามีหน้าที่จะไปดูก่อน ไม่มีครับ กฎหมาย เขียนไว้ ท่านไปตรวจเงินแผ่นดิน ท่านไปดู ให้ยื่นต่อกรรมาธิการโดยตรง ห้ามอ้อม ท่านไป ตรวจดูครับ ๒-๓ ครั้งของปีงบประมาณ ไปเลี้ยวที่รัฐบาลผิดวินัยการเงินการคลังหรือเปล่า ถัดมาเร็ว ๆ นี้ครับท่านประธานครับ เมื่อคราวที่แล้วกรมบัญชีกลางมานำเสนอข้อมูล ผมพบ ตัวเลขชัดครับ จดไปเลยครับว่ามีการเบิกจ่ายงบประมาณต ่ากว่าประมาณการ ซึ่งมาตรา ๕๕ ของ พ.ร.บ. วินัย วรรคสองเขียนไว้เลยครับว่า ถ้ามีการเบิกจ่ายประมาณกากระทรวงการคลัง ต้องพิจารณาปรับลดวงเงินที่กู้ตามวรรคหนึ่ง ลงตามความจำเป็นและเหมาะสม และบอกด้วยว่า ๖๒ รัฐเองต้องอะไรครับ รักษาวินัยการเงินการคลัง แต่ปรากฏว่าข้อเท็จจริง ท่านประธานครับ งบรายจ่ายที่งบประมาณการคือ ๓.๒๘ ล้านล้านบาทเศษ แต่เบิกจ่ายจริง คือ ๓.๐๑ ล้านเศษ ๆ ตัวเลขมันละเอียดลงไปครับ นี่คือน้อยกว่า น้อยกว่าก็ต้องลดครับ ลดงบดุล เปล่าครับ แต่ไปกู้เพิ่ม เบิกเกินอีกจากยอดสุทธิ ซึ่งขอกู้เกินดุลไว้ ๖๐๘,๐๐๐ กว่าล้าน บาท ไปกู้เพิ่มอีก สรุปว่าผิด พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังหรือเปล่า ไปตรวจดูนะครับ🔗

สุดท้ายครับท่านประธาน ผมมีเวลาอีก ๑ นาที นี่ครับกำลังจะเข้าถัดไป ท่านประธาน ผมใช้เวลา ๑ นาทีพูดตรงนี้เลย ท่านดูนะครับ การรายงานของ กระทรวงการคลัง มาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติ ๕๐๐,๐๐๐ ล้าน ท่านประธานครับ ๕๐๐,๐๐๐ ล้าน ผมบอกผิดตรงไหน มาตรา ๕ (๒) มาตรา ๕ (๒) เขียนเนื้อความเลยครับว่า เพื่อช่วยเหลือเยียวยาหรือชดเชยให้แก่ประชาชนทุกสาขาอาชีพ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านรู้ไหมครับรายงานถัดไปที่จะเข้านี้ทุกสาขาอาชีพหรือเปล่า เปล่าครับ ท่านตรวจดู รายงานนี้ที่กำลังอยู่ในคิวต่อไป แผนที่ ๒ กรอบวงเงิน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ใช้ไป ในการอนุมัติ คือ ๑๒๕,๗๙๔.๓๑ ล้าน แล้วเบิกจ่ายจริง ๆ คือต ่ากว่าอีก คือ ๑๐๕,๗๔๕.๔๒ ล้าน ต ่ากว่าอีก ต ่ากว่าเท่าไร สรุปว่ากรอบให้ ๓๐๐,๐๐๐ ล้าน ใช้ ๔๑ เปอร์เซ็นต์ นี่หรือรัฐบาล ไม่ได้ทุกสาขาอาชีพด้วย กฎหมายบอกให้ใช้ทุกสาขาอาชีพ ท่านไปตรวจดูว่า ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ทำไมไม่คิดถึงเรื่องประชาชนที่จะต้องเยียวยา มันควรจะหมดไป ในรายงานถัดไปนี้ครับ เดี๋ยวผมจะไปฉีกต่อในรายละเอียด ท่านไปตรวจดูเลยครับว่านี่คือประเด็นปัญหาของการ ผิดวินัยการเงินการคลังครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ครับ🔗

นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดกระบี่ ท่านประธานคะ ดิฉันกำลังพูดวันนี้เพื่อให้กำลังใจ สตง. ในการทำงาน ดิฉันเข้าใจว่าจากสภาพปัจจุบันงบประมาณที่เพิ่มขึ้น ๒ เท่า ทั้งงบประมาณแผ่นดิน และงบประมาณเงินกู้ สตง. ทำงานหนักมากในการตรวจทุกอย่างให้เป็นไปตามขั้นตอน อย่างที่ต้องการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้ปัญหาการคอร์รัปชัน ทั้งนโยบายงบประมาณ การโกงกินในทุก ๆ ระบบ ก็ทำให้ สตง. ทำงานหนักมากค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันจะขอ อนุญาตสนับสนุนการพูดของท่านอาจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน พรรคของดิฉันนี่ละค่ะ พรรคประชาธิปัตย์ว่าดิฉันอยากจะแนะนำ อยากจะขอร้องให้ สตง. เน้นการวัดผล ประสิทธิภาพของการใช้เงินมากกว่าขั้นตอนของการทำบัญชี หมายความว่าถ้าเราซื้อ กาแฟมา ๑ แก้ว เราต้องเห็นว่าในกาแฟนั้นมีกาแฟจริง ไม่ใช่แค่เห็นแก้วและบอกว่า ในน ้านั้นมีกาแฟจริง วิธีการนี้มันสร้างปัญหากับการใช้งบประมาณแผ่นดินเป็นจำนวนมาก ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตยกตัวอย่างสัก ๓ ประการ ผ่านท่านประจักษ์ ซึ่งดิฉันมีความ เชื่อมั่นในท่านมากนะคะ เช่น เรือหลวงแผ่นดิน จังหวัดกระบี่มีเรือหลวงแผ่นดินที่เหลือใช้ อยู่หลายลำ มาจากกองทัพเรือค่ะ มีส่วน ๆ หนึ่งหลายลำชื่อเกล็ดแก้ว ได้รับการอนุมัติมา และนายชวน ภูเก้าล้วน บริจาคเงินมา ๑๐ ล้านบาท เพื่อจะนำเรือลำนี้ลงทะเลเป็นปะการัง เทียม เนื่องจากว่างบประมาณแผ่นดินพวกนี้ทำได้ยากมากเพราะว่าวัดผลไม่ได้ ก็เลยเกิด อุปสรรคมากมายไปหมดทำให้การทำงานนี้ลำบากมาก ในที่สุดเอกชน คุณชวน ภูเก้าล้วน ก็บริจาคเงิน วันนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวมหาศาลนะคะ ชาวบ้านได้มีประโยชน์จากการ เป็นแหล่งอาหารปลาเล็ก ๆ อยู่เต็มไปหมด ท่องเที่ยวดำน ้าได้ ในขณะเดียวกันมีเรือ อีกลำหนึ่งชื่อเรือลันตา ก็ย้ายมาอยู่จังหวัดกระบี่เหมือนกัน วางไว้บนดินเพื่อการทำเป็น ห้องประชุม มีการใช้งบนี้เกือบ ๒๕๐ ล้านท่านประธานคะ มีการให้งบประมาณให้แล้วให้อีก ให้เกือบ ๑๐ ครั้ง มีไฟไหม้ในเรือลำนั้น มีการซ่อมแซมอย่างมหาศาล ทุกวันนี้เรือลำนี้ ยังตากแดดอยู่เลยค่ะ ดิฉันถึงอยากจะให้ท่านผู้ว่าการลองดูสิคะว่าวิธีการวัดผลนี้มันวัดกัน อย่างไร ดูจากวิธีการใช้บิล (Bill) หรือดูว่าผลประสิทธิภาพในการวัดมันคืออย่างไร🔗

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานคะ เรื่องที่ดูง่ายแต่ว่ายาก พอช. ค่ะ สถาบันพัฒนา องค์กรชุมชน เงินของสภาองค์กรชุมชนที่จะจ่ายลงตรงที่ชาวบ้าน ดิฉันเคยไปเป็น กรรมาธิการงบประมาณแล้วดิฉันมีข้อเสนอมาถึงการตัดงบประมาณของ พอช. เนื่องจากว่า มีการคอมเพลน (Complain) หรือวิจารณ์ว่ามีความไม่โปร่งใส แต่ดิฉันเชื่อว่าเงินของ พอช. นี้มันส่งตรงไปถึงคนที่เปราะบางที่สุดในสังคม ในบ้านพอเพียง ในบ้านมั่นคง และการ ให้เงินก้อนนี้ให้กับ พอช. ซึ่งเป็นโครงการที่สร้างในสมัยประชาธิปัตย์ถูกตัดงบตลอดเวลา เนื่องจากว่า สตง. รายงานมาว่าเงินก้อนนี้มันไม่ค่อยสะอาดเนื่องจากว่าประชาชนเป็นคน ตรวจสอบงบเอง เงินก้อนนี้ส่งตรงถึงประชาชนก็เลยมีปัญหาเรื่องการทำบัญชี ประชาชน ไม่ได้มีความรู้มากมายในเรื่องของบิล (Bill) ก็ถูกตัดงบประมาณตลอดเวลา ซึ่ง ๒ ปีที่ผ่านมา ท่านประจักษ์ได้ดูแล ท่านประธานคะดิฉันขอพูดขอบพระคุณไปถึงประชาชนด้วยว่า ท่านรับปากว่า พอช. อย่าตัดงบเขาเลยเพราะเงินมันแค่ไม่กี่สิบล้าน ขอให้ชาวบ้าน ได้เดินหน้าซ่อมบ้านมีความสุขมากขึ้น และดิฉันก็ย ้าอีกว่าขอให้ สตง. เพิ่มคนไปตรวจสอบ ระบบนี้ให้มันแข็งแรงขึ้นอีก ถึงต้องของบประมาณในการจ้างคน สตง. ไปทำกิจการต่าง ๆ ซึ่งลดความเหลื่อมล ้าของประชาชน หัดทำบัญชีเพื่อให้โครงการต่าง ๆ เป็นไปได้ เพราะว่า โครงการพวกนี้งบไม่กี่หมื่นบาท สภาองค์กรชุมชนไม่อยากจะจ่าย แต่สุดท้ายก็ทำทุกอย่าง ให้มันง่าย แต่ประชาชนไม่ได้อะไรเลย สุดท้ายแล้วเขาทำได้ ดิฉันถึงยังยืนยันว่าขอให้ท่าน คสตง. ทำสิ่งนี้ต่อไปนะคะ สิ่งใด ๆ ถึงแม้ว่ายากแต่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่าละเลยค่ะ ส่ง🔗

น เข้าไปตรวจ ทำให้ดีขึ้นและโปร่งใสมากขึ้น ดิฉันอยากเห็นจังหวัดกระบี่ ท่านประธานคะ ลองบอกถึง สตง. ว่าจังหวัดดิฉัน กระบี่เมืองน่าอยู่ ผู้คนน่ารักนะคะ จะดีมากเลยถ้าเกิด สตง. ใช้จังหวัดกระบี่เป็นจังหวัดนำร่องตรวจสอบความโปร่งใสของ สตง. ที่ทำได้🔗

อีกเรื่องท่านประธานคะ ดิฉันสงสัยของเอทีเค (ATK) เอทีเค (ATK) ราคา แพงมากท่านประธานคะ ๒๐๐ บาท ๒๕๐ บาท เมื่อก่อนนี้ วันนี้มันราคา ๔๐ บาท ๕๐ บาท สตง. ยังเบิกได้ที่ ๒๐๐ บาทอยู่หรือเปล่าคะ หรือที่ ๔๐ บาท หรือถ้าสมมติว่าวันนี้รัฐบาล อนุญาตให้เบิกเอทีเค (ATK) ในราคา ๒๐๐ บาท ในขณะที่ราคาจริง ๆ มัน ๔๐ บาท มันน่าจะเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องนะคะ เพราะว่าวันนี้ชาวบ้านลำบากกันมาก มันไม่ควรจะมี ช่องว่างแบบนี้ ขอให้ สตง. ช่วยตรวจสอบสิ่งนี้ด้วย อย่าให้ดูแค่บิล (Bill) ดูกระบวนการ สผ ๓๑/๒๕๖๕ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) รภัสสา ๕๕/๒ ดูวิธีการ และวัดผลตรงที่ประโยชน์ของประชาชน ดิฉันขอเป็นกำลังใจให้ สตง. เสมอ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป ท่านดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม ครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ สตง. ถือเป็นหน่วยงานอิสระ ถือเป็นองค์กรตรวจสอบที่ได้รับการรองรับ ในรัฐธรรมนูญ แล้วก็ในหลักการบริหารก็ถือเป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญ เพราะว่าจะเป็น หลักประกันให้ระบบการคลัง ระบบการบริหารราชการแผ่นดินมีความชัดเจน มีความโปร่งใส ตามที่ท่านได้ระบุในเอกสารที่ท่านส่งมาให้พวกเราดู ประกาศที่ท่านได้ประกาศไป เพราะท่านจะต้องการตรวจเงินให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล มาตรฐานจริยธรรม และหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ก็เป็นไปตามกฎหมาย อันนี้ผมเห็นด้วยครับ แล้วก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่า ท่านจะได้ทำหน้าที่นี้เป็นอย่างดี และงานที่ท่านทำที่ระบุต่อไปในหน้า ๒ ๖ ข้อ เหล่านี้ผมยัง เป็นห่วงว่าท่านอาจจะเขียนแบบไม่ค่อยให้ความสำคัญกับงาน ก็คือว่าเขียนเหมือนกับที่ทุกปี เคยเขียน แต่ผมอยากจะให้ท่านเน้น ๒ เรื่องด้วยกันในปี ๒๕๖๕ นี้🔗

เรื่องที่ ๑ ก็คือหัวข้อ ๑.๑.๒ เรื่องของการใช้จ่ายเงินกู้เพื่อเยียวยาเกี่ยวกับ โควิด (COVID) ซึ่งจะมีเงินอยู่ ๓ ก้อนหลัก ๆ ด้วยกัน ก้อนที่ ๑ ก็คือเงินที่อยู่ในงบประมาณ แผ่นดินประจำปี ๒๕๖๔ ซึ่งมีเงินอยู่ในงบกลางที่ได้มีการเอาไปใช้จ่ายเพื่อการแก้หรือเยียวยา เรื่องโควิด (COVID) นั่นก้อนที่ ๑ ก้อนที่ ๒ ก็คือเงินที่อยู่ในพระราชกำหนด ซึ่งท่านเขียนอยู่ในที่นี้เงินจำนวน ๑ ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นเงินกู้ เงินกู้นี้เป็นสิ่งที่พวกเราในสภาแห่งนี้เมื่อตอนที่เอาเข้ามาพิจารณาเมื่อปีที่แล้ว ก็มีความเป็นห่วงครับว่าไม่ได้แสดงรายละเอียด ไม่เหมือนกับการเสนองบประมาณแผ่นดิน ประจำปี ซึ่งจะต้องมีการแสดงรายละเอียดแล้วก็มีวิธีการตรวจสอบก่อนที่จะเอาไปใช้จ่าย แต่ในกรณีของเงินกู้ กระดาษไม่กี่แผ่นไม่มีรายละเอียดเลย แล้วก็มีรายงานกลับเข้ามา ซึ่งประเดี๋ยวจะอยู่ในวาระที่จะถึงนี้วาระ ๒.๖ ผมจะไม่กล่าวรายละเอียดเรื่องนี้ แต่จะฝาก ท่านว่าในการตรวจสอบปีนี้ท่านควรจะต้องเน้นหนักในเรื่องนี้ว่าเงินกู้ ๑ ล้านล้านบาท ได้มีการใช้จ่ายตามวัตถุประสงค์ตามหลักธรรมาภิบาลแล้วก็ถูกต้องหรือไม่ เพราะว่าไม่มีการ แสดงรายละเอียดมาก่อน ให้สภาได้ตรวจสอบนี่ก็เป็นเรื่องหนึ่ง ขณะเดียวกันก็มีประเด็น ของงบประมาณปี ๒๕๖๔ และปี ๒๕๖๕ เรื่องของงบเกี่ยวกับพัฒนาจังหวัดซึ่งอยู่ใน งบประมาณแผ่นดิน อันนี้กระผมเองก็เคยอภิปรายในสภาตอนที่ดูเรื่องของงบจังหวัด ว่าการบริหารจัดการเป็นไปตามวัตถุประสงค์หรือไม่ เพราะว่าผู้ว่าท่านมีความตั้งใจ ที่จะทำงานช่วยเหลือประชาชนจริงหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดบางจังหวัดที่ผมดู ลักษณะของการจัดสรรงบประมาณไม่น่าจะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง ก็ฝาก ท่านด้วย ทีนี้เมื่อสักครู่นี้ผมพูดถึงเรื่องงบโควิด (COVID) ว่ามี ๓ ก้อน ก้อนหนึ่งอยู่ใน งบประมาณ ก้อนที่ ๒ อยู่ใน พ.ร.บ. เงินกู้ จะมีก้อนหนึ่งก็คือที่อยู่ในพระราชกำหนดที่ให้ แบงก์ชาติปล่อยกู้ซอฟต์โลน (Soft Loan) ให้กับแบงก์พาณิชย์ ประเด็นก็คือว่าเมื่อมี ความเสียหาย แบงก์พาณิชย์สามารถที่จะขอให้กระทรวงการคลังชดเชยได้ ประเด็นของผม ก็คือว่าการตรวจสอบความเสียหายนี้ท่านจะต้องดูแลให้ดีว่าเสียหายจริงหรือไม่ นั่นก็ ประการหนึ่ง แต่อีกประการหนึ่งที่ผมเคยทักไว้ในที่ประชุมแห่งนี้มาแล้วก็คือเรื่องคอนฟลิกต์ ออฟ อินเทอร์เรสต์ (Conflict of Interest) เรื่องความขัดแย้งของผลประโยชน์ เพราะ ผู้บริหารของกระทรวงการคลังที่ทำหน้าที่ในการอนุมัติการช่วยเหลือแบงก์พาณิชย์ เป็นผู้บริหารธนาคารพาณิชย์เองด้วย เป็นกรรมการธนาคารด้วย อันนี้ที่ผมคิดว่า ท่านคงต้องลงดาบให้ดีว่ามันมีความถูกต้องไหมตามหลักจริยธรรมและคุณธรรม นี่ก็ประการหนึ่ง ในหัวข้อของเรื่องเกี่ยวกับงานที่ท่านทำทั้ง ๖ หัวข้อ มีหัวข้อที่ ๑.๑.๖ เนื่องจากเงินกู้ ท่านบอกว่าท่านจะดูแลการบริหารหนี้สาธารณะและการเงินการคลัง ของประเทศ หน่วยรับตรวจก็คือกระทรวงการคลัง ผมเองได้อภิปรายไปสัปดาห์ที่แล้วครับ ผมตั้งข้อสังเกตว่ากระทรวงการคลังใช้อำนาจเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด กระทรวงการคลัง มีอำนาจตามกฎหมายในการกู้เงินตาม พ.ร.บ.หนี้สาธารณะ มาตรา ๒๑ โดยกู้เงินได้ไม่เกิน ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของวงเงินงบประมาณรายจ่ายบวก ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของชำระเงินต้น ซึ่งกระผมคำนวณแล้ว ปี ๒๕๖๔ ที่ผ่านไปกระทรวงการคลังควรจะมีเพดานหนี้ที่กู้ได้ไม่เกิน ๗๑๒,๐๐๐ ล้าน แต่ปรากฏว่ารายงานที่กระทรวงการคลังทำมามีการกู้ถึง ๗๓๔,๐๐๐ ล้าน พูดง่าย ๆ ก็คือว่ากระทรวงการคลังละเมิด พ.ร.บ. หนี้สาธารณะมาตรา ๒๑ กู้เกินไป ๒๐,๐๐๐ กว่าล้าน ฝากท่านตรวจสอบด้วยครับ และช่วยดูแลการผิดวินัยการคลังว่าอย่าให้ เป็นเยี่ยงอย่างต่อไป🔗

ประการสุดท้ายครับท่านประธาน คือประเด็นเกี่ยวกับ สตง. เองที่ผม อภิปรายไปเมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้ว กระทรวงการคลังได้มีการตรวจสอบงบของ สตง. ซึ่งรายละเอียดผมได้กล่าวไปแล้ว แต่ขออนุญาตเท้าความเล็กน้อยครับ ผมมีความรู้สึกว่า สตง. ควรจะทำแบบอย่างครับ ถึงแม้ท่านจะมีอำนาจตามกฎหมายที่จะเก็บเงินงบประมาณ ที่อุดหนุนมาให้ก็จริง ท่านสามารถที่จะเอาเงินไปฝากแบงก์ได้ตามกฎหมายก็จริง เพราะอยู่ในสิ่งที่กฎหมายยอมให้ แต่ท่านก็ควรจะทำเป็นแบบอย่างครับว่าเงินที่ท่านเบิก มาจากคลังร่วม ๕๐๐ ล้านบาท จะไปสร้างอาคารธรรมาภิบาล จะไปสร้างอาคารสำนักงานใหญ่ และอาคารอื่น ๆ แล้วไม่ได้ สร้าง เพราะมีปัญหาเรื่องที่ดิน แล้วท่านก็ไปฝากแบงก์กินดอกเบี้ย มันไม่ถูกครับ เพราะว่า ท่านไปตรวจหน่วยงานอื่น ถ้าเขาทำอย่างนี้ท่านก็ต้องทักท้วงเขา นั่นก็ประการหนึ่ง อีกประการหนึ่งงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่ท่านใช้ไม่หมด แต่ละปี ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ท่านไม่ได้บรรจุข้าราชการตามที่กำหนดไว้ มีเงินเหลืออยู่ถึง ๑๐๐ กว่าล้าน ท่านก็ เอาไปเก็บเข้ากองทุนพัฒนากองนี้ของท่านเอง แล้วก็กินดอกเบี้ยอันนี้ก็ไม่ถูกครับ เพราะเวลานี้กระทรวงการคลังมีปัญหาเรื่องของหนี้สิน ต้องมีการยกเพดานขึ้นมา เพราะฉะนั้นผมอยากจะให้ท่านทำเป็นแบบอย่างแก้ไขปัญหานี้เสีย อย่าปล่อยให้เป็นสิ่งที่ ประชาชนหรือหน่วยราชการต่าง ๆ จะย้อนกลับมาท่าน ว่าท่านเองก็ทำอย่างนี้ ก็ขออนุญาต กราบเรียนครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ครับ🔗

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ผมขอมีส่วนร่วมที่จะฝากเป็นข้อสังเกตเกี่ยวกับการประกาศของ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เรื่องนโยบายการตรวจเงินแผ่นดิน ปี ๒๕๖๕🔗

ประการแรกเอาในหัวข้อก่อน มันมีหัวข้อที่ผู้มาชี้แจง ในหัวข้อที่ ๑.๑.๖ ที่ในการให้ความสำคัญการตรวจสอบการบริหารหนี้สาธารณะ และสถานะเงินการคลัง ของประกาศ อันนี้มีสมาชิกได้พูดไปแล้ว แต่สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนก็คือว่าในครั้งนี้ปัญหา เรื่องการกู้เพื่อเป็นหนี้สาธารณะค่อนข้างมาก แล้วก็มีจำนวนสูงมาก วันนี้หนี้สาธารณะเรา ๙ ล้านล้าน เฉลี่ยแล้วรัฐบาลจะกู้เดือนละ ๑๒๐,๐๐๐ ล้านทุกเดือน ทีนี้เมื่อท่านเข้าไปทำ หน้าที่ตรงนี้เวลามาชี้แจงก็จะไม่ค่อยมีการวิเคราะห์ วิเคราะห์ว่าการไปกู้หนี้สาธารณะ คือเวลาใช้หนี้เราจะเห็นว่าถ้าหนี้ของรัฐจะใช้ดอกเบี้ย สมมติใช้ปีที่แล้ว ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้าน แต่เป็นดอกเบี้ยเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้าน เงินต้นไม่ถึง ๑๐๐,๐๐๐ ล้าน แล้วถ้ามันเป็นลักษณะ อย่างนี้ต่อไปผมคิดว่าประเทศอาจจะล้มละลายได้ เพราะรายได้เราแทบไม่มีเลย แล้วก็จะกู้ ตลอด แล้วเดือนหนึ่ง ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้าน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้าน คราวนี้พอมีการตรวจสอบ ปรากฏว่าเราพอเข้ามาในสภา สภาก็จะไม่ค่อยได้วิเคราะห์ ในฐานะที่ สตง. มีหัวข้อตรงนี้ ผมจึงอยากลองให้ท่านไปช่วยวิเคราะห์ เพราะเท่าที่ผมตรวจสอบก็คือจะไปกู้ภายในประเทศ ภายในประเทศก็ไปกู้เกี่ยวกับพวกสถาบันการเงินที่จะแปลงร่างเป็นประกันต่าง ๆ บ้าง พอกู้มาส่วนใหญ่ดอกเบี้ยจะสูง แล้วเงินที่สถาบันการเงินไปใช้ให้กู้ก็เงินฝากของประชาชน ที่ดอกเบี้ยก็น้อยมาก สลึงเดียว แล้วก็เอาเงินไป และปรากฏว่าเมื่อสถาบันการเงินไปให้รัฐกู้ เอสเอ็มอี (SMEs) เราก็แทบไม่มีโอกาสได้พัฒนา อันนี้อยากจะให้ท่านช่วยวิเคราะห์เพราะ ท่านมีเครื่องมือเยอะ🔗

อีกข้อหนึ่งที่ท่านเสนอมาก็คือมันจะมีข้อ ๓.๑.๑ ที่ท่านจะช่วยเหลือ ให้ความเห็นในการปฏิบัติงานบัญชีเพื่อให้เป็นแนวทางเดียวกัน ผมอยากจะให้ สตง. เอาข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญของปีนี้ไปเรื่องงบประมาณ เพราะเราจะมี ข้อสังเกตกับ สตง. เยอะมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าท่านจะส่งเสริมอยากจะให้ท่านมีบทบาท ในการส่งเสริมผลักดันให้หน่วยรับงบประมาณที่มารายงานงบการเงินให้เกิดความโปร่งใส เพราะจำนวนมากประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นงบการเงินไม่ถูกต้อง ซึ่งงบการเงินไม่ถูกต้อง มันแสดงถึงความไม่โปร่งใส แล้วทำอย่างไรท่านจะต้องผลักดันให้หน่วยงานที่รับการตรวจสอบไปเผยแพร่งบการเงิน เพื่อให้ประชาชนได้รับ ท่านผู้ว่าก็เคยรับปากไว้หลายครั้ง พอตอนหลัง ๆ ข้อมูลกลับถูกปิดบัง ท่านผู้ว่า ก็ฝากไว้หน่อย เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะว่าถ้าสังคมไม่สามารถตรวจสอบได้ มันเป็นเงินของประชาชน🔗

อีกประการหนึ่ง ที่อยากจะขอคือปริมาณงานท่านเยอะมาก ท่านตรวจงาน ทั้งกองทุน ทั้งเงินนอกงบ ในส่วนต่าง ๆ พวกนี้ผมเองก็อยากให้กำลังใจ เพราะว่าวันนี้ทุกคน ก็จะไม่มีที่พึ่งสำหรับจะตรวจสอบทางรัฐบาล เราก็หวังพึ่ง สตง. และที่สำคัญที่สุด ก็คือ ในรายงานของสภาที่ศึกษาเรื่องงบประมาณก็บอกว่า สตง. ลองไปดูว่าทำไมท่านไม่ตรวจสอบ งบกลาง ปรากฏว่างบกลางจะไล่ดูบัญชีงบการเงินก็ไม่ได้ แล้วเงินจำนวนนี้ค่อนข้างเยอะมาก ท่านลองดูสิว่าถ้าท่านไม่ได้ตรวจสอบกับงบกลางโดยตรงไปผูกกับหน่วยงานไหนก็ช่วยไป ตรวจสอบตรงนั้น เพราะจำนวนมากอีกหลายหน่วยงานก็เอางบเป็นงบรายจ่ายอื่นก็จ่ายเป็น งบลับ แล้วพอเข้ามาในการชี้แจงทางหน่วยของสภาก็จะมีการตรวจสอบยาก เราก็หวังข้อมูล จาก สตง. ขอให้ท่านช่วยรวบรวมข้อมูลตรงนี้ด้วยครับ ท้ายที่สุดก็ขอให้กำลังใจทาง สตง. ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ อีก ๒ ท่าน แล้วก็ จากนั้นจะให้ผู้ชี้แจงได้ชี้แจง คุณอมรัตน์ แล้วก็รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ ขอเชิญ คุณอมรัตน์ครับ🔗

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากนครปฐมค่ะ ในโอกาสที่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินได้เข้ามาในสภาวันนี้เพื่อมาชี้แจงนโยบายของ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ดิฉันขอถือโอกาสนี้ขอกล่าวแสดง ความชื่นชมในการทำงานในผลงานของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินที่ผ่านมา ดิฉันทราบว่า ท่านมีภารกิจที่หนักหนาหนักหน่วงมากในการตรวจเงินแผ่นดินและตรวจสอบการใช้ งบประมาณของรัฐบาลค่ะ แล้วก็ได้เห็นผลงานของท่าน โดยเฉพาะในรายงานการตรวจสอบ การใช้เงินของกองทุนประชารัฐสวัสดิการ ซึ่งดิฉันก็ได้ขึ้นอภิปรายด้วย จากการให้ความเห็น ในงบการเงินปีที่แล้วว่าไม่ขอแสดงความเห็น ดิฉันทราบดีว่าหน่วยงานสำนักงาน ตรวจเงินแผ่นดินจะต้องทำงานอย่างหนักท่ามกลางสถานการณ์ที่มีแรงกดดันเป็นอย่างมาก ในรัฐบาลชุดปัจจุบันนี้ แต่ท่านก็ยังสามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ไม่ทราบว่า มีอะไรที่จะให้ทางผู้แทนราษฎรอย่างพวกเราได้ช่วยเหลือในแง่ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงบประมาณ หรือในแง่กำลังพลที่อาจจะมีไม่เพียงพอ หรือว่ายังขาดแคลนเมื่อเทียบกับปริมาณงาน ที่มีมากมายนะคะ🔗

นอกจากนั้นดิฉันก็ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกท่านที่ทำงานที่สำนักงาน ตรวจเงินแผ่นดินก็ขอให้ท่านได้ทำงานตรวจสอบถ่วงดุลการใช้เงินของรัฐบาลจำนวนมหาศาล แล้วก็ขอให้เป็นที่พึ่งในการรักษาผลประโยชน์ของแผ่นดินให้กับประชาชน เพราะปัจจุบันนี้ ก็มีหน่วยงานที่เป็นองค์กรอิสระ น่าจะเป็นองค์กรอิสระหน่วยงานเดียวแล้วกระมังที่ดิฉันเป็น ผู้แทนราษฎรมา ๓ ปีแล้ว ยังไม่เคยลุกขึ้นยืนเพื่อกล่าวชื่นชมแล้วก็ให้กำลังใจหน่วยงานอิสระ ไหนเลยนะคะ มีแต่เป็นการติ วิพากษ์วิจารณ์ มีแต่สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินหน่วยงานเดียว อันนี้เท่านั้นที่ดิฉันอดไม่ได้จริง ๆ ที่จะต้องใช้เวลาของสภาแห่งนี้เพื่อกล่าวแสดงความชื่นชม และให้กำลังใจจากใจจริง ขอให้ท่านได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งเหมือนที่เคยตลอดไปนะคะ ให้เป็นที่พึ่งของพี่น้องประชาชน เพื่อช่วยในการตรวจสอบงบประมาณมหาศาลของรัฐบาล และเป็นที่พึ่งของ ส.ส. ฝ่ายค้านด้วยค่ะ ในการทำตัวเลขในการทำรายงานการตรวจสอบ งบการเงินอย่างสุจริต โปร่งใสและเที่ยงธรรมเหมือนที่เคยเป็นตลอดมา ขอบคุณมากค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณคุณอมรัตน์ครับ รักษาเวลา ต่อไปรองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ ขอเชิญครับ🔗

รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ นครศรีธรรมราช

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนครศรีธรรมราช เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตที่จะมาตั้งข้อสังเกต แล้วก็ขอชื่นชมคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินที่ได้ออก นโยบายการตรวจเงินแผ่นดินประจำปี ๒๕๖๕ ก็เหมือนกับท่านสมาชิกที่ผ่าน ๆ มาว่าภารกิจ ของคณะกรรมการหรือองค์กรนี้ยิ่งใหญ่ เป็นองค์กรที่พยายามจะดูประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ของการใช้เงินในการขับเคลื่อนประเทศให้เดินไปข้างหน้า ภารกิจมีมากมายต้องตรวจ เกือบทุกหน่วยที่เป็นหน่วยงานที่เอางบประมาณไปจากรัฐสภาตรงนี้ เหมือนกับท่านทำแทน รัฐสภา อุปมาเหมือนกับท่านทำแทนเรื่องการใช้เงินแทนประชาชน เพราะฉะนั้นความยุ่งยาก ความสลับซับซ้อน ความยากลำบากในการทำภารกิจในการตรวจเงินให้มีประสิทธิภาพและมี ประสิทธิผลนั้นถือว่าถ้าทางศาสนาท่านก็ได้ทำบุญ ถ้าในการบริหารรัฐกิจท่านก็คือเป็นกลไก ในการทำงานเพื่อที่จะให้เงินที่เป็นภาษีอากรของพี่น้องประชาชนมีประสิทธิภาพ ผมให้กำลังใจ แต่อย่างไรก็ตามผมให้ข้อสังเกตนิดหนึ่งต่อประกาศของคณะกรรมการนโยบาย อ่านนะครับ ทิศทางและเป้าหมายของการตรวจเงินแผ่นดินที่อยู่ในประกาศมีอยู่ ๖ หน้านี้ ไปดูว่าทิศทางตั้งแต่ข้อ ๑.๑ ข้อ ๑.๒ ข้อ ๑.๓ ข้อ ๑.๔ ข้อ ๑.๕ ทิศทางอันนี้ผมมองว่าอันนี้ เป็นเพียงทิศทางครับ ทิศทางอันนี้ก็คือทิศทางที่ท่านกำลังจะยกระดับมาตรฐาน หรือความ เป็นมืออาชีพของ สตง. หรือคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน หรือสำนักงานนี้ให้เป็นที่ยอมรับ ว่าท่านทำงานได้มาตรฐาน อ่านข้อ ๑.๑ จนถึงข้อ ๑.๕ แล้วถือว่าทิศทางในการทำงาน ปี ๒๕๖๕ และปี ๒๕๖๕ ก็เป็นปีสำคัญ เพราะเป็นปีสุดท้ายของแผนระยะยาวคือตั้งแต่ แผนของปี ๒๕๖๑ จนถึงปี ๒๕๖๕ ซึ่งในบทสรุปที่ท่านเขียนไว้เป็นปีที่ทำงานหนัก เป็นปีที่ ทำงานจะต้องมีความละเอียดรอบคอบ ท่านกำลังยกระดับมาตรฐาน ท่านกำลังบอกว่าเราทำ ข้อ ๑.๑ จนถึงข้อ ๑.๕ แล้วฝีมือให้คนอื่นชื่นชอบ ท่านครับ ผมมีข้อสังเกตว่า ถ้าอย่างนั้น แล้วเป้าหมายมันคืออะไร ผมกำลังมองอย่างนี้ว่าเป้าหมายของคณะกรรมการตรวจเงิน แผ่นดินก็คือเป้าหมายของการตรวจเงินเพื่อที่จะให้หน่วยงานที่เอาเงินนั้นไปขับเคลื่อน ปรัชญาของประเทศ ไปขับเคลื่อนอุดมการณ์ของประเทศ ไปขับเคลื่อนแผนปฏิรูปประเทศ ไปขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของประเทศ ที่รัฐบาลได้ประกาศไว้ ในรัฐธรรมนูญก็มีบทบัญญัติ สิ่งเหล่านี้ เพราะฉะนั้นเป้าหมายในการตรวจผมคิดว่ามันไม่ใช่เพียงแต่ยกระดับหน่วยงาน ของท่านว่าตรวจฝีมือ ตรวจดี ตรวจมาตรฐาน ตรวจเยี่ยม แต่เป้าหมายในการตรวจอันนั้น หน่วยงานทุกหน่วยจะต้องมีเคพีไอ (KPI) หน่วยงานทุกหน่วยที่ขอเงินไปใช้หรือมารับเงินไป จากสภาแห่งนี้จะต้องทำงานให้บรรลุเคพีไอ (KPI) ให้บรรลุเป้าหมาย ให้ไปขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์ของชาติครับ ไม่เช่นนั้นผมกำลังคิดว่าเราก็ตรวจไป ตรวจไปแบบนั้น ๆ ส่วนมัน จะบรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ชาติหรือเป้าหมายของชาติอย่างไรก็ช่างมันเถอะ อันนี้พูด ภาษาง่าย ๆ ท่านประธานที่เคารพ ผมกำลังตั้งข้อสังเกตต่อคณะกรรมการว่าเป้าหมาย ในการตรวจจึงเป็นเรื่องใหญ่ว่าเราจะต้องไปขับเคลื่อนอย่างไร เช่น ยุทธศาสตร์หรือการ ปฏิรูปประเทศทางด้านการเมืองเขาบอกว่าส่งเสริมความรู้ทางการเมืองและระบอบ ประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อันนี้ถ้าท่านไปตรวจในโรงเรียน ประถมศึกษา ถ้าท่านไปตรวจในมหาวิทยาลัย ถ้าจะไปตรวจในหน่วยงานต่าง ๆ ที่เอาเงินไปใช้ เพื่อขับเคลื่อนเคพีไอ (KPI) ตรงนี้ทางด้านการเมืองท่านควรจะมีประเด็นอะไร รวมไปจนถึง ทางด้านการศึกษา รวมไปจนถึงทางด้านเศรษฐกิจ ด้านกฎหมาย ด้านยุติธรรม ด้านสังคม สิ่งเหล่านี้ครับท่านประธานที่เคารพ อันนี้ผมคิดว่าเป็นเป้าหมายสูงสุด -------------------------- เพราะฉะนั้นเป้าหมายสูงสุดในการตรวจเงิน มันต้องตรวจไปจนถึงในเคพีไอ (KPI) หรือ การขับเคลื่อน หรือกิจกรรมที่แต่ละหน่วยงานขอเสนอใช้งบประมาณเหล่านั้นเขาใช้เงินกัน เป็นอย่างไรบ้าง แน่นอนสิ่งที่ผมกำลังขอตรงนี้อาจจะลึกหรือหนักไป เอาไม่ทัน ทำไม่หมด เพราะ สตง. มีทรัพยากรจำกัด มีงบประมาณจำกัด มีเวลาจำกัด มีวันเท่านี้ ๓๖๕ วัน และมันเป็นวันหยุดวันเสาร์ วันอาทิตย์เสียด้วยซ ้าคงทำไม่ทัน ถ้าลึกถึงอย่างนั้น แต่ก็จำเป็น นะท่าน เพราะวันนี้ผมคิดว่าเป้าหมายปลายทางของประเทศของเรามันไม่ได้ถูกตรวจสอบ อย่างละเอียดรอบคอบจากหน่วยงานที่ตรวจสอบ อันนี้ผมตั้งข้อสังเกตไว้ตรงนี้ ผมจึงอยาก ให้ท่านกำหนดคำว่า เป้าหมายในการตรวจเงิน ไม่ใช่เฉพาะยกระดับหน่วยงานเราให้เป็น ที่ยอมรับ แต่จะต้องไปตรวจถึงประสิทธิผล เป้าหมายปลายทางของหน่วยงานทั้งหมดที่เรา ไปตรวจว่าคุณหรือองค์กรของท่านได้ขับเคลื่อนเป้าหมายของประเทศ วิชัน (Vision) ของประเทศ จะชื่ออะไรก็แล้วแต่ที่อยู่ในกฎหมายต่าง ๆ ผมคิดว่าตรงนี้น่าจะตั้งข้อสังเกต และอ่อนไปสักนิดถ้าดูในเอกสารชิ้นนี้ ผมจึงขออนุญาตตั้งข้อสังเกตไว้เพียงเท่านี้ และอย่างไร ก็ตามให้กำลังใจกับหน่วยงานที่ทำงานแบบนี้ มันก็ต้องเจอกับปัญหาอุปสรรคมากมาย แต่การตั้งข้อสังเกตของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรถือว่าอยากจะตั้งข้อสังเกตเพื่อให้หน่วยงาน ของท่านช่วยทำงานแทนประเทศชาตินี้ว่าเม็ดเงินที่ถูกออกไปใช้ในการทำบริการสาธารณะ หรือทำกิจกรรมต่าง ๆ ของรัฐนั้นจะเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ ต่อพี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ขอเชิญ ท่านประธาน เชิญเลยครับ🔗

พลเอก ชนะทัพ อินทามระ ประธานกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ วันนี้ผม พลเอก ชนะทัพ อินทามระ ประธาน กรรมการตรวจเงินแผ่นดิน และนายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน พร้อมคณะ มารับทราบข้อเสนอแนะและคำแนะนำจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งที่ทุกท่านได้ให้ไว้ นับว่าเป็นประโยชน์และมีคุณค่าเป็นอย่างยิ่งที่ผมและท่านผู้ว่าจะนำไปเสนอแนะต่อ คณะกรรมการเพื่อดำเนินการให้เป็นรูปธรรมตามที่เป็นไปตามวัตถุประสงค์เท่าที่กฎหมาย กำหนดไว้ สิ่งต่าง ๆ ที่ดำเนินการนั้นเรียนให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบว่า ทางคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน และสำนักงานการตรวจเงิน แผ่นดินนั้น มุ่งมั่นที่จะทำงานในการตรวจเงินแผ่นดินทุกบาททุกสตางค์ให้เกิดประโยชน์ อย่างสูงสุดกับพี่น้องประชาชน และเกิดประโยชน์กับประเทศชาติอย่างแท้จริง รายละเอียด ต่าง ๆ นั้นที่เกี่ยวกับการตรวจเงินแผ่นดินของผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินผมขอให้ทางผู้ว่าการ ตรวจเงินแผ่นดินได้เรียนให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มเติมต่อไปครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านผู้ว่าครับ🔗

นายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านครับ กระผม นายประจักษ์ บุญยัง ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน ต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ที่ได้ให้คำแนะนำในการชื่นชมในการปฏิบัติงานของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ผมขออนุญาตที่จะชี้แจงในประเด็นต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้สอบถาม หรือให้ข้อสังเกตไว้โดยสังเขปดังนี้ กรณีที่ท่านวิรัตน์ได้พูดถึงเรื่องการตรวจสอบงบการเงิน ของกองทุนประชารัฐ ในกรณีที่ สตง. ในปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ นี้ยังไม่สามารถที่จะตรวจสอบ ในรายการการใช้จ่ายต่าง ๆ ได้ ตอนนี้เราได้มีการพูดคุยทำความเข้าใจกับทาง กระทรวงการคลังที่รับผิดชอบในส่วนนี้ว่าถึงแม้ว่าในข้อมูลต่าง ๆ จะเป็นข้อมูลส่วนบุคคล แต่ว่าในฐานะผู้ตรวจสอบต้องสามารถตรวจสอบได้ ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากทาง กระทรวงการคลังให้เราสามารถตรวจสอบในรายละเอียดของการใช้จ่ายเงินกองทุนประชารัฐ ได้แล้ว สำหรับในกรณีที่ผู้ตรวจสอบได้ดำเนินการ ส่วนประเด็นเรื่องของความร่วมมือในการ ที่จะส่งข้อมูลต่าง ๆ ให้กับหน่วยงานอื่น ๆ ตามมาตรา ๖ มาตรา ๗ ทางคณะกรรมการ ตรวจเงินแผ่นดินได้มีการประชุมหารือกันระหว่างองค์กรอิสระด้วยกันในการทำหน้าที่ ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ช. กกต. ผู้ตรวจการแผ่นดิน หรือกรรมการสิทธิในการที่จะส่งต่อข้อมูลตาม อำนาจหน้าที่ ที่ไม่ว่าจะหน่วยงานอิสระใดได้รับมาถ้าอยู่ในอำนาจหน้าที่ของหน่วยงาน อื่นแล้วก็จะมีการส่งต่อข้อมูลเพื่อให้สามารถดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจต่อไป🔗

ส่วนในเรื่องของมาตรา ๗ เป็นเรื่องของการทุจริต อันนี้เป็นไปตามขั้นตอน ของกฎหมายอยู่แล้ว กรณีที่ สตง. ตรวจพบแล้วมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าทุจริตเราก็จะส่ง ป.ป.ช. เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ต่อไป🔗

ส่วนประเด็นที่ฝากถึงเรื่องของการที่จะให้ดูถึงเรื่องของการดำเนินการ ตามพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังให้เคร่งครัดนั้นทางสำนักงานจะรับไปดำเนินการ🔗

ส่วนที่ ๒ ที่ท่านกนก วงษ์ตระหง่าน ได้พูดถึงในทิศทางที่อยากจะให้ สตง. เน้นในเรื่องพวกเพอร์ฟอร์แมนซ์ ออดิต (Performance Audit) ในเรื่องการตรวจสอบ ผลสัมฤทธิ์ที่เกิดกับประชาชน ที่ประชาชนได้รับจากการใช้จ่ายงบประมาณ อันนี้ก็เป็น ทิศทางที่ทางคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินทางสำนักงานจะได้มีการนำไปขยายผล เพราะปัจจุบันนี้ตามนโยบายปี ๒๕๖๕ ก็ให้ความสำคัญในเรื่องการตรวจเพอร์ฟอร์แมนซ์ ออดิต (Performance Audit) มากขึ้น หลังจากที่เราได้บริหารจัดการเรื่องการตรวจ เรื่องไฟแนนเชียล ออดิต (Financial Audit) ให้สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ แล้วในปี ๒๕๖๕ จะเห็นผลในการตรวจสอบเรื่องเพอร์ฟอร์แมนซ์ ออดิต (Performance Audit) มากขึ้นเป็นลำดับ🔗

ส่วนประเด็นต่าง ๆ ที่ท่านได้กรุณาให้คำแนะนำ ซึ่งจะเชื่อมโยงหมายถึงว่า ประชาชนได้ประโยชน์อะไรจากการใช้จ่ายเงิน ทาง สตง. ก็รับที่จะไปดำเนินการเพื่อที่จะ ให้เห็นผลสัมฤทธิ์ของการใช้จ่ายเงิน รวมไปถึงกรณีที่ท่านเพิ่มเติมให้ทาง สตง. ตรวจสอบ ในเรื่องการปรับระบบทั้งงบประมาณ เรื่องการบริหารราชการ หรือหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้ ดำเนินการเพื่อประโยชน์ของประชาชน อันนี้ถึงแม้จะเป็นภารกิจที่หนัก แต่ว่าทางสำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดินก็จะรับไปเพื่อพิจารณาดำเนินในส่วนที่จะเริ่มดำเนินการได้เบื้องต้น เพื่อที่จะเป็นแนวทางในการทำงานและขยายผลต่อไป🔗

สำหรับประเด็นเรื่องของที่ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ได้พูดถึงผลสัมฤทธิ์ ในเรื่องของการดำเนินการ ต้องขอขอบคุณที่ชื่นชมในปฏิบัติการของ สตง. เรื่องของวินัยการเงิน การคลัง ในส่วนของเงินกู้ ซึ่งท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านได้ฝากไว้ ทางสำนักงานก็ให้ความสำคัญ คณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินก็ได้เขียนนโยบายที่จะให้ ความสำคัญกับเรื่องนี้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ผลการดำเนินงานคงจะได้นำมาเสนอให้กับทาง สภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบอีกครั้งในตอนที่เป็นรายงานผลการปฏิบัติงานของสำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดิน🔗

ประเด็นของท่านพิมพ์รพีที่พูดถึงเสนอแนะให้เราตรวจในเรื่องของเพอร์ฟอร์แมนซ์ ออดิต (Performance Audit) อย่างที่ท่านกนกได้พูดถึงอันนี้ก็อยู่ในทิศทางที่เราจะ ดำเนินการ🔗

สำหรับเรื่องที่ไปลงลึกในจังหวัดของกระบี่เรื่องเรือหลวงลันตา อันนี้ก็ขอรับไปดูว่า ในส่วนที่มีการใช้จ่ายงบประมาณไป ๒๐๐ กว่าล้านบาท และมีการซ่อมแซม แต่ว่ายังไม่ได้ ใช้ประโยชน์มันเกิดอะไรขึ้น จะสามารถบริหารจัดการได้อย่างไร🔗

ส่วนในเรื่องของ พอช. ตรงนี้ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่ดำเนินการแล้วจะเกิดประโยชน์ กับประชาชน เพราะฉะนั้นทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินก็จะดำเนินการ🔗

สำหรับเอทีเค (ATK) เราได้ตรวจสอบเป็นระยะ ๆ ในช่วงของการดำเนินการ ตั้งแต่ต้น เพราะว่าเอทีเค (ATK) ก็เหมือนคล้าย ๆ กับหน้ากากที่ระยะแรก ๆ จะมี ความต้องการค่อนข้างสูงและซัปพลาย (Supply) ค่อนข้างน้อยมันทำให้ราคาสูง แต่ตอนนี้ ปัจจุบันนี้หน่วยงานใดก็ตามที่มีการจัดซื้อจัดหาในช่วงเวลาที่ระยะต่อมานี้ราคาจะถูกลง อันนี้เราให้ความสำคัญในเรื่องนี้ตั้งแต่ตอนต้นอยู่แล้ว🔗

สำหรับประเด็นในเรื่องของงบพัฒนาจังหวัด จริง ๆ แล้วนี้เราตรวจสอบ มาเป็นระยะ ๆ ในเรื่องของแผนบูรณาการงบจังหวัด ทั้งกลุ่มจังหวัด ทั้งจังหวัด ก็ได้มีรายงาน การตรวจสอบหลายครั้งที่แสดงให้เห็นถึงว่าบางโครงการได้ดำเนินการแล้วไม่เกิดประโยชน์ต่อ ประชาชนตามวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ เราก็ได้มีการเสนอแนะให้ทางหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะท่านผู้ว่าราชการจังหวัด หลายเรื่องก็เป็นเรื่องที่ทาง สตง. เอง ร่วมกับทาง ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ร่วมกันแก้ไขปัญหา🔗

สำหรับประเด็นที่ท่านดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม ได้พูดถึงในเรื่องของการ ตรวจสอบการใช้จ่ายเงิน ในส่วนเงินกู้ส่วนอื่น ๆ เราได้วางนโยบายในการตรวจสอบแล้ว ในส่วนของงบประมาณ ในส่วนของงบกลางเราได้มีการให้ความสำคัญในส่วนที่เอามาใช้ ในการแก้ปัญหาเรื่องช่วงสถานการณ์โควิด (COVID) แต่สำหรับเงินเพื่อรักษาสภาพคล่อง ที่แบงก์ชาติ อันนี้ยังไม่ได้กำหนดไว้เป็นแผนในการตรวจสอบก็จะรับเรื่องนี้ไปตรวจสอบ🔗

สำหรับประเด็นที่เป็นปัญหาของ สตง. เองเรื่องของงบ ต้องเรียนข้อเท็จจริง ว่าในตอนต้นที่ทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ของบประมาณในการก่อสร้างสำนักงาน รวมไปถึงสถาบันธรรมาภิบาลซึ่งเป็นเรื่องของการฝึกอบรมก็มีปัญหาในเรื่องของสถานที่ ในการก่อสร้างทั้ง ๒ ส่วน ทำให้เรายังไม่สามารถก่อสร้างได้ แต่ปัจจุบันนี้งบทั้ง ๒ ส่วนนี้ ได้นำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติให้มาก่อสร้างสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่ที่ทาง สวนจตุจักร รวมถึงศูนย์ในการพัฒนาอบรมรวมอยู่ด้วยในที่เดียวกันตรงนี้ก็สามารถ ดำเนินการไปแล้วตั้งแต่ปลายปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ เพราะฉะนั้นเงินตรงส่วนนี้ก็ได้มีการใช้จ่าย เรียบร้อยแล้ว🔗

ส่วนในส่วนของกองทุนหลังจากที่มีเงินเหลือจากการใช้จ่ายเงิน และในตัว กฎหมายบอกให้เอามาอยู่ในกองทุนอันนั้นก็จะมีจำนวนมาก ตรงนี้ต้องเรียนว่าทาง สำนักงบประมาณให้ความสำคัญกับเงินที่เป็นเงินของกองทุน เป็นเงินทุนหมุนเวียน ในการจัดสรรงบประมาณในแต่ละปีในกรอบวงเงินที่ทางสำนักงานขอไปทางสำนัก งบประมาณจะเอาตัวเงินกองทุนมาพิจารณาด้วย ซึ่งในแต่ละปีทางสำนักงบประมาณให้เรา ใช้เงินจากกองทุนอยู่ประมาณ ๓๐๐-๔๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะให้เป็นภาระงบประมาณ ในภาพรวมน้อยลง อันนี้ก็จะในระยะอีกไม่นานประมาณไม่เกิน ๕ ปี ในเงินกองทุนนี้ก็อาจจะ ไม่เหลือเลย เพราะว่าได้มีการค่อย ๆ ใช้งบประมาณในส่วนนี้ดำเนินการในกิจกรรมที่สอดรับ กับกองทุนแล้ว อันนี้ก็จะเป็นส่วนที่ค่อย ๆ นำเอาส่วนที่เป็นงบประมาณที่เหลือถึงแม้ กฎหมายบอกให้เอามาอยู่ในกองทุน แต่ว่าในส่วนของปีต่อไปก็จะเอาส่วนนี้มาใช้ในกิจกรรม ในส่วนที่เราของบประมาณ อันนี้ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่เราได้แก้ปัญหาไปแล้วบางส่วน🔗

สำหรับในส่วนอื่น ๆ ที่ท่านอมรัตน์ ท่านรงค์ ท่านอื่น ๆ ที่ได้ให้กำลังใจ แล้วก็ฝากข้อคิดในการดำเนินการ โดยเฉพาะท่านทวี สอดส่อง ได้พูดถึงเรื่องของการที่จะให้เรา วิเคราะห์หนี้สาธารณะ อันนี้เมื่อเราได้ตรวจสอบแล้วเราก็จะดำเนินการเพื่อให้ได้ผล การตรวจสอบที่ในเชิงลึกต่อไป ก็ต้องขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ที่ให้คำแนะนำแล้วก็เป็นกำลังใจในการทำหน้าที่ของ สตง. ต่อไป ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านผู้ว่า สมาชิก ยังมีอะไรติดใจไหมครับ ขอสั้น ๆ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณครับ กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมจะขอให้ท่านผู้ว่าได้ช่วยตอบประเด็นเกี่ยวกับเรื่องของที่ผมเรียนว่า กระทรวงการคลังกู้เงินเกินอำนาจตามมาตรา ๒๑ ของ พ.ร.บ. หนี้ด้วยฝากท่านไปตรวจสอบ ด้วยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านดอกเตอร์กนก เชิญครับ🔗

ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตขอบคุณ ท่านผู้ว่าแล้วก็ท่านประธานคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดินที่รับข้อเสนอ ผมก็เลยอยากจะ ขออนุญาตเสนอเพิ่มเติมนิดหนึ่งครับ เมื่อท่านไปทำเพอร์ฟอร์แมนซ์ ออดิต (Performance Audit) ของการใช้งบประมาณในระดับกระทรวงหรือหน่วยงานแล้วผมอยากเห็นวาระ ประจำปีที่มี สตง. สำนักงบประมาณ และกรมบัญชีกลางนั่งประชุมกันปีละ ๑ ครั้ง แล้ว สตง. ก็นำผลของการตรวจอันนี้ไปบอกกับสำนักงบประมาณว่าที่ท่านให้งบประมาณไปเรื่องการแก้จน มันไม่สำเร็จนะ ท่านให้งบประมาณทางด้านการวิจัยมันไม่ตอบโจทย์พี่น้องประชาชนนะ ผมว่าสิ่งเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ แล้วก็กรมบัญชีกลางที่ท่านมีระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างแบบนี้ ในทางปฏิบัติจริงมันทำไม่ได้ และผมคิดว่าถ้าวาระของสำนักงบประมาณ สตง. แล้วกรมบัญชีกลาง พบกันเช่นนี้ ถ้ามีนายกรัฐมนตรีนั่งเป็นประธานด้วยผมคิดว่าการปฏิรูประบบราชการก็จะเร็ว ขึ้นมากก็ขออนุญาตฝาก สตง. โดยเฉพาะท่านผู้ว่าประจักษ์ที่มีความตั้งใจที่จะทำเรื่องนี้ แล้วก็เห็นด้วยกับเรื่องนี้ก็ขออนุญาตฝากท่านเพิ่มเติม ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกยังมีอะไรติดใจ สอบถามไหมครับ ถ้าไม่มีแล้ว ผมขอขอบคุณคณะท่านประธานและท่านผู้ว่าที่มาชี้แจงครับ ถือว่าเรารับทราบประกาศคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน เรื่อง นโยบายการตรวจเงิน แผ่นดินประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ครับ ขอบคุณมากครับ วาระต่อไป🔗

๒.๓ รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๒ กองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติ วาระนี้ ได้ขอเลื่อนไปนะครับ ขอเลื่อนตอบไปชี้แจงวันที่ ๒๔ ครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ ด้วยความเคารพท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานครับ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ด้วยความเคารพท่านประธานจริง ๆ แต่การรับฟังรายงานที่มารายงานต่อที่ประชุม จำเป็นต้องมีองค์ประชุมครับ องค์ประชุมจะต้องอย่างน้อยก็ครึ่งหนึ่ง เพราะฉะนั้น ผมขออนุญาตท่านประธานตรวจสอบองค์ประชุม ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านพิเชษฐ์ให้ตรวจสอบ องค์ประชุม เพราะฉะนั้นพวกเราที่อยู่ข้างนอกก็กรุณาเข้ามา🔗

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกที่อยู่ห้องไหนก็ตาม กรุณาเข้ามา ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ขอให้ตรวจสอบองค์ประชุมครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ก็ด้วยความเคารพต่อท่านประธาน และด้วยความเคารพต่อเพื่อนสมาชิกที่มีข้อสงสัย ผมก็สงสัยเหมือนกันครับ ผมขออนุญาต เสนอญัตติให้นับองค์ประชุมโดยการขานชื่อครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้อง ตัวแทน ผู้ควบคุมเสียงทั้ง ๒ ฝ่ายไม่คุยกันหน่อยหรือครับ วาระวันนี้เป็นวาระเพื่อรับทราบรายงาน ของหน่วยงาน สมาชิกไม่ต้องลงมติเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบ แต่ว่าเป็นสิทธิของพวกเราที่จะ ตรวจสอบองค์ประชุม ทั้ง ๒ ฝ่ายยืนยันนะครับ ถ้าท่านยืนยันก็ไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงได้ ก็ต้องนับองค์ประชุมโดยวิธีขานชื่อ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ขออนุญาตท่านประธาน ในเมื่อ มี ๒ ญัตติ ท่านประธานมันน่าจะโหวตว่าจะเห็นด้วยกับการนับองค์แบบเสียบบัตร กับการนับองค์แบบขานชื่อครับ มันต้องโหวตก่อนท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ได้ครับ สมาชิกเข้ามานะครับ มีการเสนอให้นับองค์ประชุม อีกฝ่ายหนึ่งมีการเสนอให้นับองค์ประชุมโดยการขานชื่อ ก็เป็นข้อเสนออย่างเดียวกัน แต่วิธีการนั้นต่างกัน ผมก็จะขอมติที่ประชุมว่าจะเห็นให้ควร นับองค์ประชุมด้วยวิธีใด ขอเชิญสมาชิกเข้ามาครับ🔗

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเลยครับ🔗

นายนิโรธ สุนทรเลขา นครสวรรค์

ท่านประธานครับ ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิโรธ ผมขอกราบเรียนหารือท่านประธานนิดนะครับว่า การขอนับองค์ในวาระแบบนี้มันเหมาะสมหรือไม่ ประการที่ ๑🔗

ประการที่ ๒ การขอนับองค์ประชุมถือเป็นญัตติหรือไม่ เพราะว่าการนับ องค์ประชุมผมว่ามันไม่ได้เป็นญัตติ ทบทวนคำหารือท่านใหม่ ข้อที่ ๑ คือว่าการหารือขอนับ องค์ประชุมในลักษณะนี้หรือยื่นญัตติในวาระแบบนี้มันเหมาะสมสมควรหรือไม่ ขอให้ ท่านประธานได้กรุณาใช้ดุลยพินิจพิจารณา ถ้าเป็นการขอนับองค์ประชุมเพื่อป่วนสภาผมว่า เป็นการทำลายความมั่นคงของสภา ผิดรัฐธรรมนูญและผิดกฎหมายอาญา มาตรา ๑๕๗ ด้วย🔗

(นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ประธานครับ ผมประท้วงผู้อภิปราย🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พูดทีละคนนะครับ🔗

นายนิโรธ สุนทรเลขา นครสวรรค์

เอาแบบมีมารยาทหน่อยในสภา อย่าจริยธรรมตกต ่าให้มันมากนัก🔗

ประการที่ ๒ การขอนับองค์ประชุมถือเป็นการเสนอญัตติหรือครับ ขอให้ท่าน กรุณาใช้ดุลยพินิจพิจารณา🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เราก็ปฏิบัติมาอย่างนี้ เพราะว่าจะไปเอาว่าเหมาะสมหรือไม่ก็ไม่ได้ ก็ถือว่าเป็นสิทธิของสมาชิกที่จะตรวจสอบ องค์ประชุม เพราะฉะนั้นเมื่อมีการเสนอให้ตรวจสอบองค์ประชุมประธานก็มีหน้าที่ ต้องตรวจสอบครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อสักครู่ถูกพาดพิง ผมอยากจะให้ท่านประธานวิป (Whip) ท่านนิโรธได้ถอนคำพูดว่า การนับองค์ประชุมนี้ผิดรัฐธรรมนูญ ผิดทางอาญาด้วย ท่านเป็นประธานวิป (Whip) ท่านไม่เข้าใจหรือ ประเพณีของสภาผู้แทนราษฎรเป็นถึงประธานวิป (Whip) รัฐบาล ท่านไม่เข้าใจหรือครับ ขอให้ท่านถอนคำพูดนะครับ ท่านประธานครับ ช่วยวินิจฉัยด้วยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่ต้องถอนครับ เพราะไม่ได้เป็นการกล่าวหาใคร เป็นความเห็นของผู้นั้นโดยเฉพาะ ซึ่งถูกผิดก็เป็น อีกเรื่องหนึ่งครับ🔗

นายไพบูลย์ นิติตะวัน แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกกรุณา เข้ามา เชิญเลยครับ🔗

นายไพบูลย์ นิติตะวัน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ อยากจะ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานครับว่า กรณีการเสนอขอนับองค์ประชุมนั้นที่จริงมันเขียน ได้ว่า กระทำได้เฉพาะตามข้อบังคับ ข้อ ๗๘ ในกรณีที่ท่านประธานจะเรียกให้มีการออกเสียง ลงมติ ก็จะต้องให้แสดงตนและตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติ ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๘ ดังนั้น เรื่องนี้ไม่ได้เขียนว่าให้อยู่ดี ๆ เสนอขึ้นได้🔗

อีกประการหนึ่งครับท่านประธาน ขออนุญาตกราบเรียนว่า ถ้าจะอ้างว่า เป็นการเสนอญัตติ ในเรื่องของการเสนอญัตติโดยที่ไม่ต้องเสนอล่วงหน้านั้น ตามข้อบังคับ การประชุมข้อ ๕๔ ไม่มีเขียนไว้ครับว่า เสนอญัตติเพื่อจะนับองค์ประชุม ดังนั้นผมเห็นว่า การเสนอนับองค์ประชุมนี้เป็นการกระทำที่ไม่มีข้อบังคับการประชุมรองรับ ผมเห็นว่า เป็นการไม่ถูกต้อง ก็ขออนุญาตที่ให้ท่านประธานกรุณาวินิจฉัยด้วยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ด้วยความเคารพ ต่อความเห็นทุกคน กระบวนการในการประชุมสภานั้นการตรวจสอบองค์ประชุมก็เป็นสิทธิ ของสมาชิก เพราะฉะนั้นเมื่อมีการตรวจสอบองค์ประชุมก็ต้องอนุญาตให้มีการตรวจสอบ ครับ ส่วนความเหมาะสมหรือไม่ทุกคนโดยสามัญสำนึกก็รู้ว่าควรหรือไม่ควร แต่เมื่อเป็นสิทธิ ก็ต้องยอมให้สิทธิ เพราะฉะนั้นกระบวนการก็ต้องว่าไปตามกฎเกณฑ์กติกาของการประชุม🔗

นายไพบูลย์ นิติตะวัน แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเลยครับ🔗

นายไพบูลย์ นิติตะวัน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานได้กรุณาวินิจฉัยเมื่อสักครู่นี้ว่าเป็นสิทธิ ผมก็ใคร่จะขอหารือท่านประธานครับ ปกติมันจะเขียนไว้อยู่ในข้อบังคับครับ เราไม่เขียนเราก็จะไปดำเนินการไม่ได้ ผมดูเท่าไรมันก็ไม่มีในข้อบังคับว่าเป็นสิทธิของสมาชิก จะเสนอนับองค์ประชุม ท่านประธานครับ แต่ที่แน่ ๆ มาตราเมื่อสักครู่นี้ที่ผมได้เรียนไปแล้ว ว่าการนับองค์ประชุมจะเกิดขึ้นได้นั้นก็มี ๒ ครั้ง ครั้งแรกการลงนามอยู่หน้าห้องก็ให้เป็น องค์ประชุม แล้วครั้งที่ ๒ ก็เขียนไว้ในข้อบังคับ ข้อ ๗๘ ก็ชัดเจนอยู่แล้วครับ จะตรวจสอบได้ ก็ต่อเมื่อก่อนที่จะมีการลงมติ ดังนั้นการที่ท่านประธานได้กรุณาวินิจฉัยไปว่าเป็นสิทธิของ สมาชิกนั้น ผมเห็นว่าไม่ถูกต้องครับท่านประธาน ผมต้องขออนุญาตทักท้วง เพราะว่า ผมเข้าใจครับท่านประธาน เว้นแต่ท่านประธานจะบอกว่าท่านประธานใช้อำนาจ ของประธานในการวินิจฉัย ซึ่งแม้นไม่อยู่ในข้อบังคับก็ตาม ผมก็จะยอมรับครับ แต่ว่า ท่านประธานต้องบอกว่าไม่อยู่ในข้อบังคับก่อน ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ เชิญเลยครับ🔗

นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม เทอดพงษ์ ไชยนันทน์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า ท่านประธานจะใช้โหวตนับองค์ประชุมอย่างนี้ วิธีโหวตว่าจะใช้วิธีการหนึ่งวิธีการใดนั้น ก่อนจะโหวต ก่อนจะลงมติตามข้อ ๗๘ นั้น ท่านประธานต้องนับองค์ประชุมก่อน เพราะข้อ ๗๘ กำหนดว่าจะต้องนับองค์ประชุมก่อน ในขณะที่เขากำลังขอนับองค์ประชุม แต่ว่า ในข้อ ๓๒ ท่านประธานสามารถจะใช้วิธีโดยวิธีหนึ่งวิธีใดของท่านประธานได้ ท่านดูข้อ ๓๒ เป็นอำนาจประธาน เพราะฉะนั้นท่านประธานต้องนับองค์ประชุมก่อนก่อนจะลงมติครับ ซึ่งมันก็จะสับสนกันไปยกใหญ่ ผมขอให้ท่านประธานใช้ข้อ ๓๒ ท่านประธานใช้อำนาจ ได้เลยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

กระบวนการที่ดำเนิน ขณะนี้ก็คือกระบวนการที่ท่านเทอดพงษ์พูดครับ คือต้องนับองค์ประชุมก่อน เมื่อองค์ประชุม ครบแล้วถึงจะไปขอมติว่าจะให้ตรวจสอบองค์ประชุมด้วยวิธีการกดบัตรหรือขานชื่อ กระบวนการที่ท่านเสนอนั้นถูกต้องแล้วครับ แล้วก็กำลังดำเนินการขณะนี้ก็คือกำลังนับ องค์ประชุมด้วยวิธีขอให้พวกเราได้กดบัตร เพราะฉะนั้นสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุมกรุณา กดบัตร เพราะว่าถ้าท่านไม่กดบัตรปรากฏชื่อไปมันก็เสียหายกับพวกเราเองนะครับ🔗

นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ชลบุรี

ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเลยครับ🔗

นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ชลบุรี

ผม นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ๓๙๕ ขอแสดงตนครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอเรียกอีกครั้งหนึ่ง🔗

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอให้เวลา ติดตามดูตัวเลข อยู่ครับ ได้ ๒๐๐ กว่าแล้ว ใครที่อยู่ในห้องกดบัตรนะครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายศาสตรา ศรีปาน สงขลา

ท่านประธานครับ ผม นายศาสตรา ศรีปาน ๓๕๙ แสดงตนครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เจ้าหน้าที่บันทึก ไว้ด้วยครับ ใครที่แสดงตนโดยการประกาศไปแล้ว อย่าไปกดบัตรเพิ่มไม่อย่างนั้น จะเสีย จะมีปัญหากับท่านเองครับ ตรงไปตรงมา🔗

นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ กรุงเทพมหานคร

ผม นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ๐๑๒ แสดงตนนะครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ว่าอย่างไร เจ้าหน้าที่ช่วย บันทึกไว้ด้วยครับ องค์ประชุม ๒๓๗ นะครับ ขณะนี้ก็มีอยู่ประมาณ ๒๐๐ กว่าท่านครับ🔗

นายนิโรธ สุนทรเลขา นครสวรรค์

ท่านประธานครับ ขออนุญาต🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ เชิญเลยครับ🔗

นายนิโรธ สุนทรเลขา นครสวรรค์

ขอบพระคุณครับ ผม นิโรธ เมื่อสักครู่ ที่ได้หารือท่านประธานว่า ประเด็นที่ ๑ การขอเสนอนับองค์ประชุมมันเป็นญัตติหรือไม่🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จบแล้วครับ คุณนิโรธครับ ผมชี้แจงไปแล้วครับว่าเป็นสิทธิของสมาชิกตรวจสอบองค์ประชุม🔗

นายนิโรธ สุนทรเลขา นครสวรรค์

เป็นสิทธิก็ไม่จำเป็นที่จะต้องว่า ซ้ายหรือขวา ว่าจะแบบว่ากดบัตรหรือว่านับองค์ก็อยู่ที่ท่านประธานนะครับตรงนี้ครับ มันไม่ได้เป็นญัตตินี่ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ประธานต้อง รับผิดชอบครับ ท่านนิโรธครับ ประเด็นอะไรที่จบแล้วก็จบครับ เราดำเนินการต่อไป การตัดสินใจของประธานก็ต้องยึดข้อบังคับ มันไม่สามารถที่จะไปเอาใจฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ ต้องยึดแล้วก็เตรียมขอร้องพวกเราว่าเรามีสิทธิที่จะกดบัตรแสดงตนหรือไม่แสดงตนก็จริง แต่ว่าโดยหน้าที่ของเราที่ผมเรียนว่าประชาชนเลือกเราเข้ามาทำงาน เพราะฉะนั้นเราต้อง ร่วมกันในการทำงาน สภาก็อยู่อีก ๒-๓ สัปดาห์เท่านั้นเองครับ ก็จะปิดสมัยประชุม เพราะฉะนั้นมันมีทางไหนที่เราจะร่วมกันทำงานในวันนี้เราวางระเบียบวาระเจ้าหน้าที่ หน่วยงานเขาก็มารอเราอยู่นะครับ เมื่อสักครู่นี้เรื่องก็จบไป ๑ เรื่องครับ ก็ตัวเลขก็ขึ้นมา เรื่อย ๆ🔗

นายระวี มาศฉมาดล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ กระผม ขออนุญาตหารือหน่อยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเลยครับ🔗

นายระวี มาศฉมาดล แบบบัญชีรายชื่อ

ผม นายแพทย์ระวี มาศฉมาดล พรรคพลังธรรมใหม่ เมื่อสักครู่ท่านประธานก็บอกแล้วว่าวาระที่เรากำลังทำกันอยู่นี้ เป็นวาระรับทราบรายงาน แม้ว่ามันอาจจะสำคัญน้อยกว่า พ.ร.บ. ต่าง ๆ แต่ว่าหน่วยงาน ต่าง ๆ ก็รอตัวแทนต่าง ๆ ก็มา ผมก็เลยอยากจะปรึกษาท่านประธานว่า ผมขอเสนอผู้เสนอ ญัตติที่ให้นับองค์ประชุม ทั้ง ๒ ฝ่ายว่า ขอให้คำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศ ขอให้คำนึง ชื่อเสียงของสภา อยู่ดี ๆ อยู่ในช่วงการรับทราบรายงานเราก็จะมานับองค์ประชุม แล้วก็ ถ้าองค์ประชุมล่มต้องคิดว่าวันหนึ่งงบประมาณของสภาเราหลายล้านบาท ผมก็เลยอยากจะ เสนอว่าขอร้องให้ทั้ง ๒ ฝ่ายถอนญัตติออกไปแล้วก็เข้าสู่วาระการรับทราบรายงานต่อครับ ขอขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ไม่พูดมากกว่านี้ครับ เพราะได้พูดไปแล้ว ตัวเลขก็ขึ้นมาโดยลำดับครับ ขอเวลาหน่อย เพื่องานที่ประชาชน เขาเลือกให้เรามาทำ ขอเวลาสมาชิกหน่อยครับ🔗

นายสายัณห์ ยุติธรรม นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม สายัณห์ ยุติธรรม นครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ผมก็เห็นด้วยกับ ท่านนายแพทย์ระวีตามข้อบังคับ ข้อ ๓๒ ประธานมีอำนาจปรึกษาหารือที่ประชุมในปัญหา ใด ๆ หรือกำหนดวิธีการตรวจสอบหรือพักการประชุมครับ ผมว่า ณ ตอนนี้กำลัง ปรึกษาหารือไม่ได้เป็นเรื่องสำคัญอะไรมาก เพียงแต่ว่าฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลก็มาเล่นแง่ ทางการเมืองซึ่งประชาชนเบื่อครับ ผมอยากให้ทั้ง ๒ ฝ่ายถอนญัตตินี้ แล้วก็พิจารณาต่อครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ เชิญสมาชิก เข้ามา🔗

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ครับ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรีครับ ขออนุญาตเรียนถามท่านประธานเพื่อ เป็นบรรทัดฐาน ขณะนี้มีผู้เสนอ ๒ ฝ่ายด้วยกัน ฝ่ายหนึ่งให้นับองค์ประชุม โดยวิธี กดบัตร อีกฝ่ายหนึ่งเสนอให้โดยการขานชื่อ ทีนี้ท่านประธานวินิจฉัยว่าให้เสียบบัตรเพื่อนับ องค์ประชุมก่อน ดังนั้นผมสรุปอย่างนี้ได้ไหมครับว่า ในอนาคตการนับองค์ประชุมด้วยการขานชื่อจะไม่มีทาง เป็นไปได้เลยครับ เพราะท่านประธานจะเสนอให้เสียบบัตรเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมก่อน มันก็เปรียบเสมือนการนับองค์ประชุมด้วยวิธีเสียบบัตรโดยปริยาย ถ้าอย่างนี้ท่านประธาน ลองพิจารณาอีกสักครั้งเถอะครับท่านประธาน เพื่อเป็นบรรทัดฐานในการทำงานของสภา ต่อไปในอนาคต ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านณัฐวุฒิ ขอบคุณมากครับ ทบทวนอีกครั้งนะครับ คุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้เสนอให้ตรวจสอบ องค์ประชุม ทางฝ่ายรัฐบาลก็เสนอให้ตรวจสอบองค์ประชุมโดยการขานชื่อ ประเด็น ตรงกันว่าขอให้ตรวจสอบองค์ประชุม แต่วิธีตรวจสอบองค์ประชุมนั้นจะเป็นวิธีใดก็ต้อง แล้วแต่พวกเรา จึงต้องขอให้ที่ประชุมลงมติว่าจะให้ตรวจสอบองค์ประชุมด้วยวิธีกดบัตร หรือวิธีขานชื่อ เพราะฉะนั้นในเบื้องต้นก็เลยต้องลงมติก่อนว่าจะให้ลงมติด้วยวิธีไหน ดังนั้น ก่อนจะลงมติก็ต้องตรวจสอบองค์ประชุม ถ้าองค์ประชุมครบก็ขอมติได้ ถ้าองค์ประชุม ไม่ครบก็สามารถขอมติได้ อันนี้เป็นไปตามเกณฑ์กติกาของการประชุมสภานะครับ เพียงแต่ว่าที่เราไม่มีปัญหาเพราะเราไม่ใช้สิทธิบางอย่างฟุ่มเฟือยเกินไป มันก็ทำให้เรา สามารถทำงานไปได้ แต่ว่าเมื่อสมาชิกมีสิทธิที่จะเสนอประธานไม่สามารถที่จะไป เปลี่ยนแปลงเพราะได้ขอร้องแล้วว่าถ้า ๒ ฝ่ายคุยกันหาข้อยุติ แต่ว่าก็ได้รับคำตอบมาว่าไม่มี การเจรจาเพื่อหาข้อยุติ ผมก็ขอบคุณท่านสมาชิกที่พยายามร่วมกันต้องการทำงาน ผมเข้าใจดี ผมให้เวลาเพราะว่าขณะนี้ตัวเลขมันขึ้นมาก็ใกล้เคียงกับองค์ประชุม ถ้ามันครบ องค์ประชุมอาจจะเป็นเพราะสมาชิกวางใจวันนี้ไม่ต้องมีมติ เพราะเป็นการแจ้งเพื่อทราบ ของหน่วยงาน แล้วก็ได้วางเอาไว้ ๑๐ เรื่อง อย่างที่ผมเรียนแล้วว่า ขอเลื่อนไป ๓ เรื่อง ก็มีเรื่องผ่านไป ๑ เรื่อง อีกเรื่องที่เหลือผู้ที่เป็นหน่วยงานเขาก็มารออยู่ เคยเตือนพวกเรา ว่าอกเขาอกเรา เวลามีค่า เขามารอเราอยู่แล้วก็ไปไม่ถึงก็ต้องกลับไป มาใหม่สัปดาห์อื่น แล้วก็ ไม่ถึงอีกก็รอเสียเวลามาก เพราะฉะนั้นวันนี้ก็ไปได้ด้วยดี แต่เป็นสิทธิของสมาชิกที่เขาเสนอ นับองค์ประชุม ด้วยเจตนาอะไรก็สมาชิกพอเข้าใจ เพราะฉะนั้นเราก็ทำให้เป็นไปตาม ข้อบังคับ เพื่อไม่ถูกตำหนิ ถ้าผมไม่นับองค์ประชุมผมก็ถูกตำหนิว่าเขาเสนอแล้วทำไม ประธานหลีกเลี่ยง เพราะฉะนั้นนี่ต้องเข้าใจก็พวกเราได้ช่วยกันครับ สมาชิกที่อยู่ในห้อง ผมแนะนำว่ากดบัตร เพื่อเราจะได้มีองค์ประชุม เราไปใช้สิทธิอะไรพร ่าเพรื่อเกินไป ก็เสียหายต่อภาพพจน์ของสภาเรา เชิญเลยครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานครับ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะวิป (Whip) ฝ่ายค้าน ท่านประธานครับ เวลาล่วงเลยมา ๒๐ นาทีแล้ว ตัวเลขก็ไม่ได้ขึ้นอย่างที่ท่านประธานได้เรียนสักเท่าไร ก็ยังแตะอยู่ประมาณ ๒๒๐ มันไม่ไปไหนแล้วครับ ท่านประธานครับ ต้องเรียนด้วยความเคารพ ท่านประธานให้ข้อคิดกับพวกเราหลายข้อ ในเรื่องการนับองค์ประชุมพวกผมเข้าใจครับ และท่านประธานก็พยายามจะชี้ด้วยการใช้คำพูด ผมเรียนด้วยความเคารพ บางครั้ง พรรคฝ่ายค้านพวกผมเสียหาย เพราะนี่คือกลไกในการตรวจสอบการทำงานของฝ่ายรัฐบาล ของฝ่ายค้าน เราต้องการให้รัฐบาลมีเสถียรภาพเพื่อที่จะสามารถเดินหน้าตามกลไกของ รัฐสภาได้ นี่เป็นวิธีการตามระบอบประชาธิปไตย พวกผมก็ไม่ใช่เป็นพรรคแรกที่ทำครับ เมื่อก่อนเรียนด้วยความเคารพ ตอนผมเป็นรัฐบาล พรรคที่อยู่ฝ่ายค้านก็ทำกระบวนการนี้ พวกผมก็ก้มหน้าก้มตาทำงานในฐานะที่เป็นรัฐบาลในวันนั้น ผมไม่มีกระบวนการที่รุนแรง แบบสมัยก่อนด้วยซ ้าที่ขว้างปาข้าวของ ไปลากเก้าอี้ พวกผมไม่ทำด้วยซ ้า อันนี้ด้วยความ เคารพ แต่อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ เวลามันล่วงเลยมาองค์ประชุมดูการลงมติเมื่อวานก็ได้ครับ พรรคร่วมฝ่ายค้านเราให้ความร่วมมือถึงดันกฎหมายผ่านจากการพิจารณาได้หลายฉบับ ดูการลงมติแต่ละครั้งถ้าพวกผมไม่ร่วมด้วยกฎหมายเหล่านั้นก็ผ่านไม่ได้ วันนี้เป็นหน้าที่ของ เสียงข้างมาก วันนี้ผมต้องยืนยันว่าเป็นหน้าที่ของเสียงข้างมากที่จะสามารถรักษาองค์ประชุม ของสภาผู้แทนราษฎรได้ พวกผมไม่มีความประสงค์จะให้สภาล่ม อยากให้ท่านมาทำงานให้ ครบ แล้วเราจะได้เดินหน้าทำงานต่อในเรื่องของการรับทราบรายงานต่าง ๆ ที่กำลังบรรจุ ระเบียบวาระอยู่ ขอท่านประธานขานคะแนนเถอะครับนานมากแล้วครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมเรียนว่าขณะนี้มีสมาชิก ที่กดบัตรไปประมาณ ๒๒๕ คน ผมขอเวลานิดเดียว ถ้าสมมติว่ามันไม่ครบผมก็ต้องปิด แต่ผมไม่อยากให้งานของเราล้มเหลว ผมยึดประโยชน์ของพี่น้องประชาชนเป็นที่ตั้ง เพราะฉะนั้นงานอะไรที่จะเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองส่วนรวมก็ต้องช่วยกันครับ🔗

นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานคะ ศิริวรรณ ปราศจากศัตรู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญ🔗

นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานคะเมื่อสักครู่ นี้ตามที่ท่านเทอดพงษ์ได้เรียนท่านตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในข้อ ๓๒ ประธานมีอำนาจกำหนดวิธีการตรวจสอบองค์ประชุมค่ะ ประธานสามารถที่จะนับประชุม แบบขานชื่อใช้ได้เลยค่ะ ไม่ต้องตรวจสอบอีกครั้งแล้วค่ะ ท่านใช้ดุลพินิจของท่านได้ค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ มันมีการเสนอ ๒ ฝ่าย คุณศิริวรรณครับ มีการเสนอ ๒ ฝ่าย🔗

นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่ใช่ค่ะ เสนอ ๒ ฝ่าย แต่ท่านสามารถบอกได้ว่าท่านจะเอาแบบขานชื่อค่ะ ตามข้อบังคับเลยค่ะท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ได้วินิจฉัยไปแล้ว เรียบร้อยนะครับ ก็จะขอมติเพื่อที่จะตัดสินใจว่าจะลงมตินับองค์ประชุมด้วยวิธีใด รอองค์ประชุม ส่วนที่ท่านจุลพันธ์บอกว่าเวลามันเลยมาแล้ว ผมขออนุญาตว่าผมจะใช้ความ พยายามเผื่อพวกเราที่เข้ามา ซึ่งตัวเลขก็ขึ้นมาเรื่อย ๆ ขณะนี้เป็นตัวเลขประมาณ ๒๒๕ ก็ยังขาดอีกประมาณเล็กน้อย เพราะองค์ประชุมจริง ๆ คือ ๒๓๗🔗

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

ท่านประธานครับ ผม ชาดา ไทยเศรษฐ์🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณชาดา เชิญครับ🔗

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

ผมเรียนท่านประธานที่เคารพว่า ท่านประธานได้วินิจฉัยไปแล้ว และในความเห็นผมก็ถือว่าเป็นสิทธิของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่จะเสนอนับองค์ประชุม อันนี้เป็นสิทธิความชอบธรรม แต่ผมอยากจะขอท่านประธาน อย่างเดียวครับว่า จากนี้ไปครบองค์ประชุมหรือไม่ ใครเสียบบัตร ไม่เสียบบัตร ใครมาประชุม ไม่มาประชุมท่านเอาลงให้สื่อมวลชนเลยครับ ผมว่าดีครับจะได้ชัวร์ (Sure) ว่าใครอยู่ คือในความเห็นผมพรรคร่วมรัฐบาลก็ต้องไปเอาทีมมาให้ครบ ไม่เป็นไรในเมื่อคุณทำไม่ได้ ถ้านับองค์ประชุมก็ไม่ว่ากัน แต่ให้ก็ให้พี่น้องประชาชนเป็นผู้ตัดสินเลย โดยให้ท่านประธาน ส่งให้สื่อมวลชนเลยว่าใครบ้าง ใครบ้าง ใครบ้าง ผมว่าแฟร์ (Fair) ดีครับด้วยความเคารพครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณคุณชาดา ปกติข้อมูลนี้ไม่ได้เป็นความลับ สมาชิกสามารถไปขอได้ ขอทีละคน คุณสาทิตย์ครับ🔗

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ บังเอิญมีเพื่อนสมาชิก เมื่อสักครู่ก็พาดพิงถึงฝ่ายค้านในอดีตสมัยที่ท่านเป็นรัฐบาลว่าก็มีการนับองค์ประชุม เช่นเดียวกัน ผมก็คิดว่าสิ่งที่ท่านพูดมานี้อาจจะเสียหาย เหมือนกับว่าฝ่ายค้านในอดีต ก็ใช้วิธีการนับองค์ประชุม ผมก็เรียนท่านประธานครับว่าผมเองก็เคยเป็นฝ่ายค้านมา แต่ฝ่ายค้านในอดีต อย่างเช่นพรรคประชาธิปัตย์หรือพรรคอื่นกันเช่นเดียวกัน เราจะ นับองค์ประชุมต่อเมื่อเป็นเรื่องวาระสำคัญที่ฝ่ายค้านซึ่งมีเสียงข้างน้อยจะแสดงความเห็น ที่ไม่เห็นด้วยต่อเนื่องนั้น แล้วถ้าเจอฝังรัฐบาลซึ่งไม่รับฟังความเห็นของฝ่ายค้านเลย กระทำเสมือนเป็นเผด็จการรัฐสภา ฝ่ายค้านก็จะใช้มาตรการเช่นนั้น แต่จะไม่ทำพร ่าเพรื่อครับ ไม่ใช่ทำทุกเรื่อง หรือจ้องหาจังหวะที่จะทำเพื่อให้สภาล่มแล้วก็จะได้เกิดความเสียหาย กับสภา ฝ่ายค้านในยุคนั้นก็จะเห็นถึงความสำคัญของสภาว่าเรามีหลายเรื่องที่เป็นเรื่องของ ประชาชนครับ ส่วนเรื่องที่เรียกว่ามีการทำให้เสียหาย ความจริงบรรยากาศในสภาตอนนั้น ท่านประธานก็อยู่ พวกเราหลายคนก็อยู่ว่าเราก็จะรู้กันทีเดียวเลยว่า การใช้เสียงข้างมากในลักษณะที่เป็นเสียงข้างมากลากไป แล้วเป็นลักษณะของการไม่ฟัง เสียงข้างน้อยแม้กระทั่งประชาชนข้างนอกก็รู้สึกเช่นนั้นครับ เพราะฉะนั้นกระผมก็คิดว่า เราก็ควรที่จะให้ข้อเท็จจริงกับสภานี้ ส่วนเรื่องกรณีนับองค์ประชุม ท่านประธานครับ ผมเข้าใจดีว่าอันนี้เป็นหนึ่งในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๒๐ ที่พูดถึงจำนวนของ องค์ประชุมสภาว่าต้องเกินกึ่งหนึ่ง ส่วนเรื่องการกำหนดวิธีการนับก็เป็นเรื่องของสภา แต่ อยากจะเรียนให้ทราบว่ามาตรการฝ่ายค้านในอดีตจะคำนึงถึงเรื่องที่สำคัญและเป็นประโยชน์ ต่อบ้านเมืองแต่จะไม่ทำพร ่าเพรื่อครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ผมเป็นผู้นำฝ่ายค้าน ๓ สมัย พอจะรู้ดีว่าการใช้สิทธิดังกล่าวนี้เป็นกรณีที่รัฐบาลกลั่นแกล้ง ขอเล่าให้ พวกเราฟัง เช่น เขาไม่ให้พูด มีการเสนอปิดอภิปราย ยกมือก็ไม่ให้พูด สมัยนี้ดี ไม่มีเลย และสมัยนี้เป็นสมัยที่เราได้อภิปรายทั่วถึงทุกคน ทุกคน ซึ่งไม่เคยปรากฏอย่างนี้มาก่อน เพราะเราถือว่าสภาเป็นที่พูด แต่ว่าการที่ประท้วงหรือการนับองค์ประชุมนั้นก็มีครับ สมัยก่อนก็มี ในกรณีที่เห็นว่ารัฐบาลไปกลั่นแกล้งเขา เขายกมือไม่ให้พูด มีคนเสนอ ปิดอภิปราย ไม่ใช่ลักษณะอย่างปัจจุบัน ผมทราบดีเรื่องพวกนี้ แล้วก็เวลานับ เช่นให้ นับองค์ประชุมผมเป็นผู้นำฝ่ายค้านผมก็นั่งในห้องประชุม เพราะองค์ประชุมสมัยนั้นเขานับ ตัวคน แต่ปัจจุบันเขาเอากดบัตร อันนี้คือข้อแตกต่างที่ทำให้บางท่านอยู่ในห้องประชุม บางครั้งห้องประชุมนี้ครบ แต่เนื่องจากสมาชิกบางท่านไม่กดบัตร องค์ประชุมก็เลยไม่ครบ ทั้งที่ความจริงแล้วองค์ประชุมครบถ้านับตัวบุคคล อันนี้คือข้อเท็จจริง สมาชิกครับให้เวลา พอสมควรแล้วครับ🔗

นายนิโรธ สุนทรเลขา นครสวรรค์

ท่านประธานครับ ผมขอนิดเดียวครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมไม่ให้ใครพูดแล้วครับ บัดนี้ได้เวลาพอสมควรแล้วผมขอให้ปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้ที่กดบัตรแสดงตน ๒๒๗ ไม่ครบองค์ประชุม🔗

ขอปิดประชุมครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๑๕.๐๓ นาฬิกา