unknown · · 615 lines

(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๙.๓๒ นาฬิกา)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เรียน ท่านสมาชิกครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิก ได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ โดยผมจะให้ปรึกษาหารือตามลำดับรายชื่อและเวลาที่ยื่น โดยใช้เวลาท่านละ ๒ นาที ท่านแรกผมขอเชิญ คุณทศพร ทองศิริ ตามด้วยคุณวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ เชิญครับ🔗

นายทศพร ทองศิริ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายทศพร ทองศิริ ผู้แทนราษฎรของชาวราษฎร์บูรณะ ทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล วันนี้จะขอหารือกับท่านประธานในเรื่องน้ำท่วมขังในเขตพื้นที่ ๒ ประเด็นดังนี้🔗

ประเด็นแรก ในช่วงปิดสมัยประชุมผมลงพื้นที่รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้อง ประชาชน เรื่องน้ำท่วมขังในเขตทุ่งครุ ขอสไลด์ (Slide) ประกอบด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายทศพร ทองศิริ กรุงเทพมหานคร

ซึ่งมีอยู่หลายจุด ซึ่งในซอยประชาอุทิศ ๘๔/๓ ซอยประชาอุทิศ ๗๕ แยก ๙ ซอยประชาอุทิศ ๗๖ แยก ๑ และซอยประชาอุทิศ ๔/๑ ซอยประชาอุทิศ ๖๙ แยก ๑๑ ซอยประชาอุทิศ ๓๓ แยก ๑๖ และซอยประชาอุทิศ ๙๐/๒ ซึ่งทั้งหมดเป็นที่ดินเอกชนที่ไม่มีการยกให้เป็นสาธารณะ ส่งผลให้งบหลวงไม่สามารถเข้าไป บูรณะหรือซ่อมแซมได้ แต่ผมอยากให้มองความเป็นจริงอย่างนี้ครับท่านประธานว่า ในตรอก ซอก ซอยเหล่านี้มีประชาชนที่อยู่อาศัยเป็นจำนวนมาก บางคนไม่รู้ด้วยซ้ำครับว่าจะมีปัญหา เหล่านี้ตอนที่เอาเงินก้อนสุดท้ายของชีวิตมาซื้อบ้าน บางคนเป็นผู้ได้รับมรดกตกทอด จากรุ่นสู่รุ่นก็ต้องทนกันต่อไปครับ ทนกับความเน่าเสียของน้ำท่วมขังในทุกปี ลูกหลาน ภายในบ้านต้องผจญกับสัตว์เลื้อยคลาน ไม่ว่าจะเป็นงู เป็นตะขาบที่หนีน้ำในช่วงหน้าฝน มันใช่แล้วหรือครับ ท่านลองคิดดูว่าถ้าเป็นเราจะทำอย่างไร ใจเขาใจเรานะครับ เราต้องเลิกอ้าง เรื่องสิทธิในที่ดินเอกชนกันเสียที กทม. เองควรจะมีทางออกให้แก่ราษฎรแบบบูรณาการได้แล้ว🔗

ประเด็นที่ ๒ ล่าสุดครับ เมื่อ ๒ วันก่อนเกิดเหตุน้ำท่วมในเขตราษฎร์บูรณะ ถนนเส้นในเขตธนบุรีและเขตบางคอแหลม ซึ่งเป็นเขตที่อยู่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งผมเชื่อว่าปัญหาเหล่านี้ในกรุงเทพฯ ตอนนี้มีอยู่เกือบทุกเขต จึงอยากฝากท่านประธาน ผ่านไปยังท่านผู้ว่าและสำนักการระบายน้ำในเรื่อง การทบทวนมาตรการในการป้องกัน น้ำท่วมประจำปีว่าดีเพียงพอแล้วหรือยังให้ด้วยนะครับ เพราะไม่ใช่เพิ่งจะท่วมนะครับ แต่ท่วมเกือบทุกปี ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณวรศิษฎ์ ตามด้วยคุณจิรทัศ ไกรเดชา เชิญครับ คุณวรศิษฎ์ยังไม่สะดวก ถ้าอย่างนั้นเชิญคุณจิรทัศ🔗

นายจิรทัศ ไกรเดชา พระนครศรีอยุธยา

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายจิรทัศ ไกรเดชา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย ผมจะนำความเดือดร้อนของพี่น้องชาวพระนครศรีอยุธยามาหารือกับ ท่านประธานผ่านไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมชลประทาน กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ สืบเนื่องด้วยจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้เกิดอุทกภัยใหญ่ พ่อแม่พี่น้อง ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้รับความเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส โดยเฉพาะพื้นที่ท้ายน้ำ พื้นที่รับน้ำ ได้แก่ อำเภอลาดบัวหลวง อำเภอบางซ้าย อำเภอเสนา อำเภอผักไห่ และอำเภอ บางบาลที่ท่านประธานได้ลงพื้นที่ไปดู ตอนนี้พี่น้องประชาชนใช้ชีวิตโดยยากลำบาก ต้องมาอยู่บนถนน แล้วก็เอาเรือมาจอด ต้องเดินทางไปถึงบ้าน ถนนได้รับความเสียหาย บ้านเรือน พืชผลการเกษตร ชาวไร่ชาวนา วัด สถานที่ราชการ จึงอยากให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมชลประทานเร่งระบายน้ำจากทุ่งต่าง ๆ ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งตอนนี้พ่อแม่พี่น้องได้ออกมาเรียกร้องให้ทางกรมชลประทาน โครงการต่าง ๆ ที่รับผิดชอบ ในการระบายน้ำลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ลงสู่แม่น้ำท่าจีนเพื่อผันออกสู่ทะเล เพราะตอนนี้ พี่น้องชาวพระนครศรีอยุธยาได้ทนอยู่กับน้ำท่วมขังมาเป็นเวลาหลายเดือน ก็อยากให้ ท่านประธานหารือไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการเรื่องจัดการน้ำให้เป็นระบบ ถึงเวลา หน้าทำนาน้ำก็ไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูก สร้างความคับแค้นใจให้กับพี่น้องประชาชน ชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมา บนถนนสายหลักของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อย่างเช่น ถนนสายไม้ตรา-ลาดบัวหลวง เลขที่ ๓๐๐๖ ถนนสายเสนา-ผักไห่ เลขที่ ๓๔๕๔ ถนนสายผักไห่-บางบาล ซึ่งน้ำได้ท่วมขัง พี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมา สัญจรด้วยความยากลำบาก ก็อยากให้ท่านประธานหารือ ไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลังจากน้ำลดช่วยซ่อมแซมแก้ไขให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งาน จึงฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ตามด้วยคุณวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ นะครับ🔗

นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขตคลองเตยและเขตวัฒนา พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานคะ เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายนที่ผ่านมาได้เกิดเหตุการณ์ น้ำท่วมฉับพลันจากน้ำทะเลหนุนสูงเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนเป็นจำนวนมาก บริเวณ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งนอกและในแนวคันกั้นน้ำของกรุงเทพมหานคร ซึ่งเกิดตั้งแต่ฝั่งธนบุรี ถึงฝั่งพระนคร รวมไปถึงเขตคลองเตยของดิฉันค่ะ จากเหตุการณ์ในครั้งนี้นะคะท่านประธาน เป็นน้ำท่วมฉับพลันที่ประชาชนไม่ได้รับทราบล่วงหน้ามาก่อนเลยว่าจะมีน้ำที่มีปริมาณมาก ขนาดนี้ ทำให้ประชาชนไม่สามารถที่จะย้ายสิ่งของขึ้นสู่ที่สูงได้ทัน ก็ได้รับความเสียหาย เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้า ร้านค้าต่าง ๆ ไม่สามารถที่จะเคลื่อนย้ายสิ่งของ ขึ้นสู่ที่สูงได้ทำให้เกิดความเสียหายเป็นจำนวนมาก จริง ๆ ประชาชนที่อยู่ในริมฝั่งแม่น้ำ เจ้าพระยาก็คุ้นเคย คุ้นชินกับการที่จะต้องประสบปัญหากับภาวะน้ำขึ้นน้ำลงเป็นประจำ อยู่แล้ว แต่มวลน้ำไม่เคยเยอะอย่างนี้มาก่อนค่ะท่านประธาน เรามาดูว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วทำไมถึงเกิดเหตุการณ์ผิดพลาดขนาดนี้ เพราะเหตุการณ์น้ำท่วม น้ำทะเลหนุนสูงมันมีมา ตลอดทั้งปีค่ะท่านประธาน ถึงแม้ว่าจะเป็นในส่วนของกรมชลประทานได้ปล่อยน้ำจากเขื่อน มาประมาณ ๒,๖๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งกรุงเทพมหานครก็ได้ทราบการณ์อยู่แล้วว่า จะมีการปล่อยน้ำจากเขื่อนเข้าสู่กรุงเทพมหานคร แล้วกี่วันจะมาถึงกรุงเทพฯ หน่วยงาน รู้ล่วงหน้ามาก่อนเป็นเดือนนะคะท่านประธาน รู้ว่าน้ำทะเลหนุนสูงที่สุดในรอบปีในครั้งนี้ ทำไมหน่วยงานไม่ประสานกันระหว่างกรุงเทพมหานครและกรมชลประทาน ให้ปล่อยน้ำ จากเขื่อนชะลอไปอีกสัก ๒-๓ วันได้หรือไม่เพื่อไม่ให้กระทบกับพี่น้องประชาชนค่ะ ท่านประธาน กรุงเทพมหานครรู้ล่วงหน้า แล้วก็ควรจะสั่งการให้กับผู้อำนวยการเขต ทุก ๆ เขตที่มีพื้นที่ติดกับริมแม่น้ำเจ้าพระยา แจ้งให้ประชาชนได้รับทราบ ประชาสัมพันธ์เพื่อให้เคลื่อนย้ายสิ่งของ เพื่อไม่ให้กระทบกับ สิ่งเหล่านี้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเตรียมกระสอบทราย แล้วก็เครื่องสูบน้ำไว้ให้ดีค่ะ ดิฉันจึงขอเรียนท่านประธานให้หน่วยงานได้บูรณาการร่วมกันด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณวรศิษฎ์ ตามด้วยท่านสมคิด เชื้อคง นะครับ🔗

นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สตูล

ท่านประธานที่เคารพ ผม วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย เรื่องที่ผมอยากจะหารือ กับท่านประธานก็คือเรื่องของสะพานอันดามันเกตเวย์ (Gateway) ครับท่านประธาน หรือว่า ชื่อเดิมที่ทุกคนรู้จักกันในชื่อของสะพานสตูล-เปอร์ลิสครับ จริง ๆ เรื่องนี้เคยมีมติ ครม. ออกมา ๒ ครั้งด้วยกัน ครั้งแรกก็คือปี ๒๕๖๐ ที่จังหวัดสงขลา ครั้งที่ ๒ ปี ๒๕๖๑ ที่จังหวัด ชุมพร ซึ่ง มติ ครม. เดิมก็บอกไว้ว่าให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปดูแลความเป็นไปได้ รวมถึง การพูดคุยกับประเทศมาเลเซีย ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาผมได้ติดตามครับ กระทรวง คมนาคมเองพร้อมที่จะเดินหน้าออกงบประมาณในการศึกษา แต่ก็ต้องรอความเห็นจากทาง ประเทศมาเลเซียเสียก่อน ซึ่งเป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศและสภาพัฒน์ที่จะต้อง เข้าไปพูดคุย จากการที่สอบถามเขาไปนี้ ก็ได้คำตอบมาว่า ก็จะรอให้เปิดประเทศเสียก่อน แล้วจะเข้าไปพูดคุยกับประเทศมาเลเซีย ซึ่งผมคิดว่าเราไม่ควรรอครับ นี่เราก็รอมา ๒ ปีกว่าแล้ว เราควรที่จะทำอะไรสักอย่างหนึ่ง เพราะเสียดายเวลาครับ ล่าสุดผมกับท่าน ส.ส. พิบูลย์ รัชกิจประการ ท่าน ผอ. แขวงทางหลวง และท่านประธานหอการค้าจังหวัดสตูลก็ได้เข้าไป หารือกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัด และต้องกราบขอบพระคุณท่านผู้ว่านะครับที่ได้ให้ความ กรุณาแล้วก็สนับสนุนพวกเราในเรื่องนี้เป็นอย่างดี เรามีข้อสรุปกันครับว่า เราจะส่งหนังสือ ประสานงานไปยังรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย เพื่อหารือในเรื่องของหลักการเบื้องต้นนะครับ และถ้าเราเห็นตรงกันก็จะได้มีการส่งเรื่องนี้ไปยังกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อที่จะเจรจา ในระดับประเทศต่อไป ผมก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงการต่างประเทศ อยากจะให้มีการเร่งรัดการประสานงานกับทางประเทศมาเลเซีย เพื่อหน่วยงานอื่นก็จะได้ เดินงานไปข้างหน้ากันได้อย่างเต็มที่ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสมคิด ตามด้วยคุณยงยุทธ สุวรรณบุตร เชิญครับ🔗

นายสมคิด เชื้อคง อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายสมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดอุบลราชธานี ขอเรียนท่านประธานว่าสัปดาห์นี้ แล้วก็เริ่มต่อไปจนถึงต้นเดือนธันวาคมนั้น ข้าวหอมมะลิแถว ๆ บ้านผม อำเภอเดชอุดม อำเภอน้ำยืน อำเภอนาจะหลวย แถว ๆ นี้กำลังจะออก ปัญหาก็คือว่าราคาอ้างอิงที่กระทรวง พาณิชย์แจ้งไว้ว่า ๘.๔๐ บาท แต่วันนี้พี่น้องประชาชนเริ่มขาย ขายได้แค่ ๗ บาทกว่า ๆ ก็ฝากกระทรวงพาณิชย์แจ้งไปยังพาณิชย์จังหวัดช่วยไปตรวจสอบโรงสีและแหล่งรับซื้อข้าว ข้าวราคาถูกอยู่แล้วก็ยังถูกลดลงไปอีก เพราะฉะนั้นเรื่องนี้พี่น้องประชาชนเดือดร้อนอย่างมาก🔗

อีกเรื่องหนึ่งก็คือฝากไปยังกระทรวงการคลัง เมื่อวานนี้ชดเชยเดือนตุลาคม ที่เกี่ยวข้าว เป็นข้าวเหนียวบ้าง ข้าวขาวบ้างนี้ จ่ายไปประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ครอบครัว เป็นเงิน ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท แต่ที่สำคัญคือภายในเดือนนี้กับเดือนหน้า ข้าวภาคอีสาน จำนวนมากจะออก เกือบ ๓ ล้านครอบครัว รีบจ่ายเงินชดเชย ราคาก็ถูกอยู่แล้ว แต่แหล่งเงิน ฝากกระทรวงการคลังรีบด่วนที่จะต้องจ่ายเงิน เพราะราคาถูกก็ขาดทุนอยู่แล้ว เงินชดเชยได้ช้า ก็ยิ่งจะแย่ไปอีก เพราะฉะนั้นฝากไปยังกระทรวงการคลังเร่งรัดเรื่องหาเงินมาจ่าย🔗

อีกเรื่องครับ เรื่องพี่น้องประชาชนหมู่ที่บ้านวังเสือ ถนนหมู่ที่บ้านวังเสือ ไปบ้านอีสานเศรษฐกิจ ระยะทางประมาณ ๒.๕ กิโลเมตร ก่อสร้างมานานแล้วชำรุด ก็เกินศักยภาพของ อบต. ฝากไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกรุณาไปดู แล้วก็ช่วยจัด งบประมาณไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ตำบลไพบูลย์ อำเภอน้ำขุ่น🔗

เรื่องสุดท้ายครับ ถนน อบ. ๕๐๘๑ สายบ้านทุ่งเกษมไปบ้านกะแอก จากสี่แยก บ้านนาเรืองนั้นชำรุดมากนะครับ ก็ฝากทางกรมทางหลวงชนบทไปซ่อมแซม รวมทั้งแจ้งไปยัง สถานีตำรวจ สำนักงานตำรวจภูธร เพื่อกวดขันรถบรรทุกวิ่งเกินน้ำหนักครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณยงยุทธ ตามด้วยคุณประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ นะครับ🔗

นายยงยุทธ สุวรรณบุตร สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตปรึกษาหารือท่านประธาน ๑ เรื่องครับ เรื่องภาระหนี้สิน ของครูครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ภาระหนี้สินของครูและบุคลากรทางการศึกษา มีแหล่งหนี้สินอยู่ ๕ แหล่งด้วยกันท่านประธานครับ แหล่งที่ ๑ หนี้สินจากสหกรณ์ ออมทรัพย์ครู จำกัด แหล่งที่ ๒ หนี้สินจากธนาคารออมสิน แหล่งที่ ๓ จากธนาคารกรุงไทย แหล่งที่ ๔ หนี้สินจากธนาคารอาคารสงเคราะห์ แหล่งที่ ๕ หนี้สินจากสถาบันการเงินอื่น ๆ ท่านประธานครับ สรุปว่าหนี้สินของครูทั้งหมดทั้งประเทศมีอยู่ประมาณสุทธิ ๑.๔ ล้านล้านบาท ตามที่พวกเราได้ทราบกัน สรุปได้ว่ามีข้าราชการครูเป็นหนี้ประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนครูทั้งหมด เฉลี่ยครู ๑ คน เป็นหนี้ประมาณ ๓ ล้านบาท เมื่อแบ่งประเภทหนี้ ของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เกิดจากการกู้เงินจากสถาบันนอกระบบ มี ๓ ลักษณะ คือหนี้ปกติ หนี้ใกล้วิกฤติ หนี้ขั้นวิกฤติ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเห็นด้วย กับแนวคิดโครงการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากร สหกรณ์ออมทรัพย์ครูสมุทรปราการ จำกัด และได้ทำการถอดบทเรียน เพื่อเป็นตัวอย่างในการแก้ไขปัญหาและข้อเสนอแนะ ที่มีประโยชน์ต่อสมาชิกอย่างมาก คือการที่สมาชิกสามารถโอนหุ้น ตัดหนี้ได้ แต่ติดที่ พ.ร.บ. สหกรณ์ ปี ๒๕๔๒ และแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๔๒ ระบุไว้ว่าในการชำระหุ้นสมาชิก จะนำค่าหุ้นหักลบกลบหนี้กับสหกรณ์ไม่ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าวันนี้มีการแก้ไข มาตรานี้ให้สมาชิกที่มีอายุ ๖๐ ปีขึ้นไปสามารถนำค่าหุ้นมาหักลบกลบหนี้ได้ เช่น สมาชิก มีหุ้นอยู่ ๕๐๐,๐๐๐ บาท มีหนี้อยู่ ๓๐๐,๐๐ บาท สมาชิกคนนั้นก็สามารถเอาหุ้นมาหักลบ กลบหนี้ได้ จะได้ไม่เป็นหนี้ตลอด ท่านประธานครับขออีกนิดครับ เมื่อปัจจุบันสมาชิก สหกรณ์บางรายที่เกษียณที่ได้รับเงินออมโดยการถือหุ้นในสหกรณ์ออมทรัพย์มีจำนวนมาก มีความประสงค์ที่จะถอนหุ้นคืนบางส่วนเพื่อนำไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน จึงขออนุญาต ท่านประธานช่วยสนับสนุนเรื่องนี้ด้วยครับ ในฐานะท่านประธานก็เป็นครู เห็นใจครู ทั่วประเทศเถอะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านประเสริฐพงษ์ ตามด้วยท่านสุรชาติ ศรีบุศกร นะครับ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตพรรค อนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล ขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนชาวเกาะยาว จังหวัดพังงา ที่ผู้รับเหมาทิ้งงานก่อสร้างสะพานไป ซึ่งสัญญา แล้วเสร็จไปตั้งแต่วันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ผู้ว่าจ้างก็คือกรมโยธาธิการและผังเมือง งบประมาณ ๓๐ กว่าล้านบาท ฝากติดตามว่ามีการยกเลิกสัญญาแล้วจ้างใหม่หรือยัง คนเกาะลำบากมากครับ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองกับผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา คงไม่ได้เดินทางแบบชาวบ้านทุกวัน คงไม่รู้นะครับว่าช่วงลมมรสุมหรือน้ำขึ้นสูงนี่ใช้ท่าเรือ ไม่ได้เลย🔗

เรื่องที่ ๒ โครงการก่อสร้างท่าเรือมารีนา อ่าวกุ้ง ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ที่กรมเจ้าท่าเตรียมงบภาษีประชาชนไปขุดลอกร่องน้ำเทียม ร่องน้ำปลอม ๆ เพื่อเอื้อกลุ่มประโยชน์กลุ่มทุน พื้นที่เป็นพื้นที่ป่าชายเลนนะครับ กรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งกับตำรวจ และผู้ใหญ่บ้านไปแจ้งความจับกุมคนตัดไม้ทำลายป่า มีการโต้แย้ง อีไอเอ (EIA) จากประชาชนและนักวิชาการไปแล้ว โดยแปลภาพถ่ายทางอากาศแล้วนะครับ มีทั้งต้นไม้ ต้นลำแพน ๒๐๐ ปี มีตอไม้ที่ถูกขุด มีความเห็นของผู้อาวุโสในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ก็ไม่สนใจนะครับ ปากคำของผู้อาวุโสที่ไปให้ก็ไม่ยอมว่าเป็นส่วนหนึ่งของการพิจารณา ฝากรองผู้ว่าวิกรม จากที่ฝาก สผ. สำนักนโยบายและแผน กรมทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งต้องยึดหลักอย่าให้กรมเจ้าท่าทำผิดกฎหมายครับ🔗

เรื่องที่ ๓ การอบรมเปลี่ยนผ่านบัตรมัคคุเทศก์หรือไกด์นะครับ ซึ่งต่อไป จะเปลี่ยนเป็นใบอนุญาตเป็นบัตรทั่วไป บัตรภูมิภาค บัตรท้องถิ่น ซึ่งไกด์ก็คือกลุ่มแรงงาน ช่วงโควิด (COVID) ก็ตกงานครับ ขาดรายได้เป็นปี ตอนนี้จะให้อบรมเพิ่ม ก็ปรากฏว่าไปผลัก ภาระค่าใช้จ่ายในการอบรมให้กับเขาอีก ฝากให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ช่วยดูแลประชาชนกลุ่มนี้ด้วย อย่าเอาใจแต่กลุ่มทุน อย่าเอาใจแต่กลุ่มโรงแรมผู้ประกอบการ นะครับ ฝากความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนทั้ง ๓ เรื่องไว้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุรชาติ ตามด้วยท่านวัน อยู่บำรุง นะครับ🔗

นายสุรชาติ ศรีบุศกร พิจิตร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรชาติ ศรีบุศกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิจิตร เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือท่านประธานสภาผ่านไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งบูรณาการร่วมกัน เพื่อแก้ไขปัญหาราคาข้าวเปลือก ข้าวนาปี นาปรังตกต่ำครับ ขอภาพด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายสุรชาติ ศรีบุศกร พิจิตร

เนื่องจากเกษตรกรในจังหวัดพิจิตรและ ทั้งประเทศกำลังอยู่ระหว่างการเก็บเกี่ยวผลผลิตข้าวฤดูนาปี ปีการผลิตปี ๒๕๖๔/๒๕๖๕ เกษตรกรในจังหวัดพิจิตรและจังหวัดใกล้เคียง คือจังหวัดนครสวรรค์ นำข้าวเกี่ยวสดไปขาย ก็หาผู้ซื้อไม่ค่อยได้ครับท่านประธาน โดยเฉพาะราคาข้าวหอมมะลินั้นอยู่ที่เกวียนละ ประมาณ ๘,๐๐๐ บาท ข้าวเจ้าเกวียนละประมาณ ๖,๐๐๐ บาท ทำให้เกิดปัญหาขาดทุน ถึงแม้รัฐบาลจะมีเงินชดเชยส่วนต่างโครงการประกันรายได้ข้าว และโครงการจ่ายเงินเยียวยา ให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท จำกัดไม่เกิน ๒๐ ไร่ ต่อครัวเรือน หรือไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาทแล้วนั้น แต่เกษตรกรยังแบกรับต้นทุนการผลิตที่ยังสูงอยู่ครับท่านประธาน โดยเฉพาะราคาปุ๋ยเคมีที่ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากแม่ปุ๋ย เช่น ยูเรีย (Urea) ฟอสเฟต (Phosphate) และโพแเทสเซียม (Potassium) ต้องนำเข้าจากต่างประเทศเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ และมีแนวโน้มจะปรับราคาสูงขึ้นอีก กระผมจึงอยากขอให้รัฐบาลเร่งส่งเสริมให้เกิด อุตสาหกรรมผลิตปุ๋ยโพแทสเซียม (Potassium) ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมใหม่ เพื่อเป็นการสร้าง ดุลยภาพทางด้านปัจจัยการผลิต ทางด้านการเกษตรของประเทศ เพื่อลดต้นทุนในการ เพาะปลูก และเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร คาดว่าราคาปุ๋ยโพแทสเซียม (Potassium) จะมี ราคาลดลงประมาณร้อยละ ๑๕-๒๐ เมื่อมีการผลิตได้ในประเทศไทย ถือว่าเป็นการลดมูลค่า การนำเข้า และเพิ่มมูลค่าการส่งออกเป็นการสร้างรายได้ให้กับประเทศอีกทางหนึ่ง จึงนำเรียนผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรมาด้วยความเคารพครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวัน ตามด้วยท่านปรีดา บุญเพลิงครับ🔗

นายวัน อยู่บำรุง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม วัน อยู่บำรุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตบางบอน เขตหนองแขม พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือท่านประธานถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๓ เรื่อง🔗

เรื่องที่ ๑ ผมได้ร้องเรียนจากคุณพิเชษฐ ภิรมย์สุข หรือประธานอาร์ต ประธานชุมชนหมู่ที่ ๑ บนดอน เขตหนองแขม ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการติดตั้ง แสงสว่างให้กับชุมชน เนื่องจากไม่มีหลอดไฟฟ้าแสงสว่างเลย ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งชุมชนแห่งนี้ ตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ จนถึงปัจจุบัน อีกทั้งประธานชุมชนแห่งนี้ได้เคยประสานงานกับทาง เจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธา เขตหนองแขมมาแล้วหลายครั้ง จนเปลี่ยนผู้อำนวยการเขตหนองแขม มาแล้วหลายคนก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข จึงฝากท่านประธานแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนด้วย🔗

เรื่องที่ ๒ ถนนหลังวัดบางบอน เขตบางบอน ซอยเอกชัย ๑๑๙ ซึ่งเป็น ทางลัดที่สำคัญ เชื่อมต่อถนนเอกชัยกับถนนพระราม ๒ มุ่งหน้าสู่ถนนพรหมราษฎร์ และสามารถออกสู่ถนนพระราม ๒ ซอย ๘๒ และถนนพระราม ๒ ซอย ๑๐๐ ได้ ปัจจุบัน เนื่องจากฝนตกหนัก รถเล็กและรถใหญ่ใช้วิ่งสัญจรเป็นจำนวนมาก ทำให้ถนนชำรุด ทรุดโทรม ผุพัง เป็นหลุมเป็นบ่อ อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรีบเร่งมาดำเนินการปรับปรุง ซ่อมแซมเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน และบังเอิญเรื่องนี้ ผมได้โทรประสานไปยังเขตบางบอนเมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ต่อมาวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ฝ่ายโยธา เขตบางบอนมาซ่อมแซมเรียบร้อยแล้ว ขอขอบคุณท่านทวีพร โชตินุชิต ผอ. เขตบางบอนคนใหม่มา ณ ที่นี้ด้วย ท่านย้ายมาใหม่ ไฟแรง ใจถึง พึ่งได้จริง ๆ🔗

เรื่องสุดท้าย ทุกวันนี้เวลาผมเลื่อนฟีด (Feed) ข่าวบนหน้าเฟซบุ๊ก (Facebook) จะเห็นได้ว่ามีการเชิญชวนให้เล่นพนันออนไลน์ (Online) ไม่ว่าจะเป็นเว็บ (Web) พนันฟุตบอล เว็บ (Web) พนันไพ่บาคารา เว็บ (Web) พนันสลอตแมชชีน (Slot Machine) ตลอดจนหวยใต้ดินของไทย หวยประเทศลาว หวยฮานอย และพวก หลอกลวงเงินกู้นอกระบบ เกลื่อนกลาดเต็มหน้าเฟซบุ๊ก (Facebook) ไปหมด อยากให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการขั้นเด็ดขาดกับเว็บ (Web) พนันพวกนี้ เพื่อพี่น้องประชาชน ชาวไทยจะได้ไม่ต้องหมดเนื้อหมดตัวเป็นผีพนัน สร้างความเดือดร้อนให้กับครอบครัว และสังคมต่อไป ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านปรีดา ตามด้วยนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม นะครับ🔗

นายปรีดา บุญเพลิง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายปรีดา บุญเพลิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ เรื่องการกำหนดมาตรฐานตำแหน่งและมาตรฐานวิทยฐานะของ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกสายงาน ตามหนังสือเวียนจากสำนักงาน ก.ค.ศ. ลงวันที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๔ ผมขอตั้งข้อสังเกตว่ายังมีบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา ๓๘ ค. (๒) ที่เรามิได้กำหนดไว้ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่เรียกชื่อเป็นอย่างอื่น ตามที่ ก.ค.ศ. กำหนด ซึ่งการกำหนดตำแหน่ง การให้ได้รับเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง กลับไป ใช้กฎหมายของข้าราชการพลเรือนสามัญมาบังคับใช้กับบุคลากรทางการศึกษาเหล่านี้ ทำให้ เกิดความเหลื่อมล้ำและไม่เป็นธรรมกับข้าราชการเหล่านี้ ทั้งที่เขาเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเหมือนกัน และเป็นฝ่ายสนับสนุน คุณภาพการศึกษาให้สูงขึ้น ส่วนมากปฏิบัติหน้าที่ราชการที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ทุกเขตพื้นที่การศึกษา และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดทุกจังหวัด ดังนั้นผมขอเรียน ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้โปรดพิจารณาบุคลากร ทางการศึกษาเหล่านี้ โดยให้กำหนดมาตรฐานตำแหน่ง อัตราเงินเดือนและวิทยฐานะ ให้เท่าเทียมกับบุคลากรทางการศึกษาอื่น ตามมาตรา ๓๘ ค. (๑) คือศึกษานิเทศก์ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาเหล่านี้ถูกกำหนดขึ้นตาม พ.ร.บ. ระเบียบ ข้าราชการครู พ.ศ. ๒๕๒๓ ก.ค. เดิม และ พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ก.ค.ศ. รวมเวลา ๔๑ ปีที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม เกิดความ เหลื่อมล้ำกันมายาวนาน ขอให้ท่านได้ให้ความเป็นธรรมกับข้าราชการเหล่านี้ด้วย และจะได้ มีขวัญกำลังใจมากขึ้น ได้ช่วยส่งเสริมสนับสนุนการศึกษาให้มีประสิทธิภาพซึ่งจะส่งผลต่อการ พัฒนาคุณภาพการศึกษาของชาติโดยรวมต่อไป ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญครูมานิตย์ครับ ตามด้วยนางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ เชิญครับ🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม พรรคเพื่อไทย ผู้แทนเมืองสุรินทร์ ดินแดนที่ชาวนากำลังทุกข์ระทม ๒ นาทีจากนี้ไปผมจะคุยแต่เรื่องข้าว ฝากไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านประธานครับ ปีนี้เป็นปีที่ชาวนาพี่น้องประชาชน คนไทยเราโดยเฉพาะชาวนาในจังหวัดสุรินทร์ และผมเชื่อแน่ว่าในภาคอีสานหรือภาพรวม ของประเทศนั้น ทุกข์ทรมานมากที่สุด นอกจากเราเจอปัญหากับโควิด (COVID) แล้ว ปัญหา ราคาข้าวไม่มีราคา ปัญหาปุ๋ยราคาแพง ปัญหารถเกี่ยวราคาแพง แต่ชาวนาไม่มีอะไรดีขึ้นมา ผมก็เลยอยากจะมากราบเรียนกับท่านประธานว่า วันนี้ถึงแม้ว่ารัฐบาลจะให้เงินประกัน ส่วนต่างไปแล้ว แต่อีกหลายครอบครัวเขาไม่ได้รับ และวันนี้เงินประกันทำท่าจะมีปัญหา เพราะเงินไม่เพียงพอ รัฐบาลต้องใช้เงินเป็นแสนล้านบาท มีเงินอยู่หมื่นกว่าล้านบาท ก็คงจะหาเงินกู้เหมือนเดิม ผมก็เลยอยากจะฝากบอกท่านประธานว่า วันนี้ทำอย่างไร กระเตื้องที่ลานรับซื้อข้าวให้มันมีราคาหน่อย เพราะชาวนาเขาต้องการได้เงินอย่างเร่งด่วน นำไปใช้ในชีวิตประจำวันของเขา เขาลำบากมาก เขาต้องใช้จ่าย ลูกเขาต้องไปโรงเรียน ร้านรับซื้อก็ไม่รับซื้อวันนี้ เพราะว่าเขาซื้อมาไม่รู้จะเอาไปขายที่ไหน เงินโอดี (OD) เงินกู้ ธนาคารก็ไม่ปล่อย ก็ฝากเป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องแก้ และสิ่งที่สำคัญวันนี้ต้องมาปรับปรุง เรื่องพันธุ์ข้าว เอาแต่ข้อจำกัดว่าชาวนาไทย ข้าวหอมมะลิไร่ละ ๓๖๐ กิโลกรัม ทำไมไม่หา พันธุ์ข้าวดี ๆ ไม่หาวิธีการปรับโครงสร้างในการปลูกให้ได้ไร่ละ ๑,๐๐๐ กิโลกรัม เพื่อที่จะทำ ไปจำหน่ายโดยอาศัยปริมาณ ถึงแม้ว่าราคาไม่มากแต่ถ้าปริมาณมากชาวนาก็อยู่ได้ ผมก็อยากจะฝากให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กลับไปทบทวน และหาวิธีช่วย อย่างเร่งด่วนให้กับชาวนาครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณจอมขวัญ ตามด้วยคุณวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ นะครับ🔗

นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ สมุทรสาคร

กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสาคร เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ขอนำปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ชาวจังหวัดสมุทรสาครมาหารือต่อท่านประธานสภา เนื่องจากการเร่งระบายน้ำของจังหวัด พื้นที่ตอนบนลงสู่แม่น้ำท่าจีน ประกอบกับอิทธิพลของน้ำทะเลหนุนสูง ทำให้จังหวัด สมุทรสาครซึ่งเป็นพื้นที่ปลายน้ำได้รับผลกระทบ ทำให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่บ้านเรือน ชุมชน และพื้นที่การเกษตรของประชาชน โดยทางจังหวัดและโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา ภาษีเจริญ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษานครปฐม โครงการชลประทานสมุทรสาคร รวมทั้ง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้บรรเทาความเดือดร้อนโดยการตั้งคันดิน ตั้งแนวกระสอบ ทรายเพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ดิฉันจึงขอเสนอให้มีการแก้ไขปัญหาในระยะยาวเพื่อป้องกัน ปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในปีหน้าและปีต่อ ๆ ไป มีข้อเสนอ ๒ ประเด็นนะคะ🔗

ข้อ ๑ การแก้ปัญหาน้ำท่วมหมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๔ ตำบลคลองตัน อำเภอบ้านแพ้ว ขอให้กรมชลประทานก่อสร้างประตูระบายน้ำคลองตัน ๒ สร้างอาคารบังคับน้ำ คลองยายลำเจียก และสร้างเขื่อนคอนกรีตบริเวณประตูระบายน้ำคลองต้นพลับ🔗

ข้อ ๒ การแก้ปัญหาเขื่อนคลองอ้อมน้อยพังเสียหาย ขอให้กรมโยธาธิการ ปรับปรุงเขื่อนคอนกรีตระยะทางยาว ๗,๓๓๐ เมตร บริเวณหมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๔ หมู่ที่ ๖ หมู่ที่ ๗ ตำบลอ้อมน้อย อำเภอกระทุ่มแบน ซึ่งเขื่อนเดิมมันมีการทรุด พัง เสียหาย แล้วก็เนื่องจากว่า เป็นเขื่อนที่ใช้งานมานานถึง ๒๐-๓๐ ปีแล้ว ปล่อยทิ้งไว้ก็จะเกิดความเสียหายต่อชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนได้ นอกจากข้อเสนอให้สร้างประตูระบายน้ำ แล้วก็สร้าง เขื่อนแล้ว ดิฉันขอให้ดูแลในเรื่องของการเยียวยาชดเชยความเสียหายให้คุ้มค่ากับ ความเสียหายจริงด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ ครับ ตามด้วยท่านสาคร เกี่ยวข้อง นะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ได้รับการประสานจากท่านนายก ท่านรองนายก ท่านสมาชิกสภาเทศบาลตำบลเจดีย์หลวง อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะท่าน ส.ท. แจ๊ค ท่านสมาชิกเทศบาล ได้นำดู ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ซึ่งเกิดจากการก่อสร้างขยายถนนจากอำเภอแม่สรวย ไปถึงอำเภอเวียงป่าเป้าอย่างที่เห็นว่า การก่อสร้างขยายถนนดังกล่าวนั้นระดับถนนได้สูงกว่า บ้านของพี่น้องประชาชนที่อยู่ทั้ง ๒ ข้างทาง เวลาฝนตกหนักจะทำให้น้ำเอ่อท่วมถนนซอย ถนนในหมู่ที่บ้าน แล้วก็ทำให้ทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนได้รับเสียหายทุกครั้งที่ฝนตกครับ นอกจากนั้นเมื่อฝนตกดังกล่าวน้ำได้เอ่อล้นผ่านถนน ๔ เลนด้วย ก็ทำให้เกิดอุบัติเหตุทุกครั้ง เมื่อมีฝนตกอย่างที่เห็นภาพนะครับ สาเหตุเนื่องจากการก่อสร้างถนนทำทางระบายน้ำ ข้างทางไม่เหมาะสม ก็ได้ประสานงานในหน่วยงานพื้นที่ก็คือแขวงการทางที่ ๑ เชียงราย ผมได้นำเรียนปัญหาเบื้องต้นไว้แล้ว วันนี้ก็อยากให้สภาแห่งนี้ได้ทำหนังสือไปที่กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดได้แก้ไขโดยด่วนครับ เพราะว่าอุบัติเหตุ แล้วก็พี่น้องประชาชนได้รับความเสียหายมาโดยตลอดครับ เมื่อเวลาฝนตกทุกครั้งครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณสาคร แล้วตามด้วยคุณมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ เชิญครับ🔗

นายสาคร เกี่ยวข้อง กระบี่

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ อยากกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวงแผ่นดินและกระทรวงคมนาคม เรื่องขอให้ปรับเปลี่ยน รูปแบบการแก้ไขปัญหาจราจรช่วงแยกปลาลังถึงอำเภอเหนือคลอง บริเวณแยกตลาดเก่า ขอให้ปรับเปลี่ยนจากสะพานลอยข้ามแยก หรือว่าโอเวอร์พาส (Overpass) เป็นอุโมงค์ ทางลอด ท่านประธานครับ จังหวัดกระบี่เป็นจังหวัดท่องเที่ยวต้องการภูมิทัศน์ที่สวยงาม แล้วก็ต้องการประตูเมืองที่ไม่มีการบดบังทัศนียภาพวิถีชีวิตชุมชนดั้งเดิม การเอา สะพานลอยข้ามแยกไปวางตรงหน้าประตูเมืองเป็นการลด บดบัง และเป็นการทำลาย วิถีชีวิต ทำลายทัศนียภาพเป็นอย่างมาก เป็นแนวคิดที่ไม่สอดคล้องกับการท่องเที่ยว จังหวัดกระบี่เป็นจังหวัดที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นลำดับ ๔ ของประเทศ มีรายได้ ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๕๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นช่วงที่ก่อนเกิดสถานการณ์โควิด (COVID) ท่านประธานครับ อีกไม่กี่วันท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ได้ไปจัดประชุม ครม. ที่จังหวัดกระบี่ อยากให้ท่านนายกรัฐมนตรี อยากกราบเรียนไปยังคณะรัฐมนตรีทั้งคณะ ได้ลงไปสดับตรับฟังถึงความเดือดร้อนของพี่น้อง ขอให้ปรับเปลี่ยนโครงการนี้เป็นอุโมงค์ทางลอด เพื่ออนุรักษ์วิถีชีวิตชุมชน วัฒนธรรม ดั้งเดิมที่สืบมา ไม่ทำลายเอกลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความรุ่งเรือง ความเจริญของเมืองเก่า ของความเป็นอดีต ซึ่งเป็นพื้นที่การค้าบ่งบอกถึงการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และไม่ทำลาย วิถีชีวิตชุมชน ให้วิถีชีวิตชุมชนเหล่านี้ให้ดำเนินต่อไป ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญ คุณมงคลกิตติ์ ตามด้วย พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา คุณมงคลกิตติ์ยังมาไม่ทันนะครับ ถ้าอย่างนั้นไป พันตำรวจโท ฐนภัทร แล้วตามด้วยคุณสมหญิง บัวบุตร🔗

พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา จันทบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดจันทบุรี พรรคพลังประชารัฐ อำเภอเมืองและอำเภอแหลมสิงห์ กระผมขอหารือ และรายงานความคืบหน้าที่สำคัญในการจัดการความขัดแย้งปัญหาที่ดินกรณีสนามยิงปืน ทุ่งฟ้าผ่า ระหว่างกรมธนารักษ์กับราษฎรกว่า ๑,๒๐๐ ครัวเรือน ที่ได้เคยหารือต่อ ท่านประธานไปแล้ว ท่านประธานครับ ตั้งแต่วันที่ ๖ พฤษภาคม ๒๕๖๔ กรมธนารักษ์ ร่วมกับประชาชนทำการรังวัดแปลงที่ดินเพื่อจัดทำแผนที่ทางกายภาพในที่ดินโดยละเอียด ทุกแปลงตามคำแนะนำเสนอแนะของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งผม และนักศึกษาสถาบันพระปกเกล้า รุ่น ๔ ส. ๑๑ ได้ยื่นเรื่องและขอให้ทางคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาตินั้นเป็นคนกลางเข้ามาไกล่เกลี่ยข้อพิพากษา ซึ่งกรมธนารักษ์ ได้ดำเนินการโดยจัดสรรงบประมาณในการดำเนินการจนแล้วเสร็จไปแล้ว ซึ่งขั้นตอนต่อไป ผมขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการใน ๒ เรื่องด่วน ด้วยกันก็คือ🔗

๑. ขอให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมที่ดินเร่งออกโฉนดที่ดินให้กับประชาชน ในแปลงทุ่งฟ้าผ่า ที่มีเอกสารสิทธิทั้งโฉนดตราจอง ส.ค.๑ น.ส.๓ หรือเอกสารหลักฐานอื่น เพื่อนำไปขอออกโฉนดที่ดิน โดยกรมธนารักษ์อย่าได้คัดค้าน โดยให้กรมที่ดินดำเนินการ ไปตามขั้นตอน🔗

๒. ขอให้กระทรวงการคลัง โดยกรมธนารักษ์ระงับหนังสือที่ให้ประชาชน ทำการเช่าที่ดินของตัวเองในที่พิพาทภายในวันที่ ๓๑ ธันวาคมนี้ โดยขอให้ชะลอเวลา ดังกล่าวไว้ก่อนจนกว่าการดำเนินการของกรมที่ดินในการออกโฉนดที่ดินในแปลงทุ่งฟ้าผ่า จะแล้วเสร็จครับ🔗

และสุดท้ายนี้ขอเรียนว่าประชาชนในแปลงทุ่งฟ้าผ่าทุกราย ๑,๒๐๐ รายนั้น ต้องการกรรมสิทธิ์เป็นโฉนดที่ดินเท่านั้นครับ และหวังเป็นที่สุดว่าปัญหาที่เกิดขึ้นมากว่า ๑๐๐ ปีนั้นจะสำเร็จเสร็จสิ้นในรัฐบาลชุดนี้ โดยมีท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป เชิญคุณสมหญิง ตามด้วยท่านอภิชา เลิศพชรกมล นะครับ🔗

นางสมหญิง บัวบุตร อำนาจเจริญ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสมหญิง บัวบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอำนาจเจริญ ท่านประธาน ที่เคารพคะ ดิฉันขอนำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้อง ประชาชนชาวนา อยากฝากเรียนท่านนายกรัฐมนตรี ไปที่ไหนท่านก็โดนด่าทุกที่เลย ถ้าทำ โครงการนี้รับซื้อข้าวเปลือกจากพี่น้องประชาชนในกิโลกรัมละ ๑๕ บาท พี่น้องประชาชน จะสรรเสริญท่านนายกรัฐมนตรีมากเลยนะคะ โดยเฉพาะช่วงนี้พี่น้องประชาชนจากปัญหา โควิด (COVID) เศรษฐกิจแล้ว พี่น้องประชาชนมีหนี้สินพอกพูนจากการดูแลตัวเอง แล้วก็การ ที่ไม่ได้ทำงาน ปัญหาพี่น้องประชาชนสามารถมีรายได้ปีละหนึ่งครั้งโดยการขายข้าว แต่พี่น้องขายข้าวในราคาที่ถูกหรือต่ำมาก มันเป็นปัญหาให้พี่น้องประชาชน และที่สำคัญ ที่สุดสินค้าทุกรายการขึ้นเป็นรายวัน โดยเฉพาะน้ำมัน ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันที่กินได้ น้ำมันพืช น้ำมันที่จะมาเกี่ยวข้าวก็เพิ่มราคามากมาย ท่านประธานก็เป็นคนอีสาน ฝากท่าน นายกรัฐมนตรี เพราะท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าท่านสั่งได้ทุกกระทรวง ขอให้ระดมมันสมอง ทุกหน่วยงาน ทุกองค์กรเข้ามาช่วยเหลือ งบประมาณจากกระทรวงอื่น ๆ ที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะ กระทรวงกลาโหม กระทรวงคมนาคมถนนทำเยอะแล้ว นำเงินส่วนนี้ไปซื้อข้าว ให้พี่น้องประชาชนได้ขายข้าวในกิโลกรัมละ ๑๕ บาทค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณค่ะ🔗

– ๙/๑🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณอภิชา ตามด้วยธนกร ไชยกุล ครับ🔗

นายอภิชา เลิศพชรกมล นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อภิชา เลิศพชรกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา เขต ๙ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องอยากจะฝาก ท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นหัวหน้ารัฐบาลในการทำให้ราคาสินค้าของ พี่น้องเกษตรกรมีราคาที่สูงขึ้น ท่านประธานครับ เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วนะครับว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร ทำไร่ ทำนา เลี้ยงสัตว์ ซึ่งเป็นการ ประกอบอาชีพที่ทำมาตั้งแต่บรรพบุรุษมาแล้ว ซึ่งจะเปลี่ยนอาชีพก็คงจะยากนะครับ ทั้งนี้ ทั้งนั้นอยากจะกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า การที่จะทำให้ราคาสินค้าของพี่น้อง เกษตรกรมีราคาที่สูงขึ้นนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของมันสำปะหลัง ปาล์ม อ้อย หรือว่าข้าว การที่จะทำให้ราคาสูงขึ้นนั้นอยากจะให้ทางนายกรัฐมนตรีได้มีความกล้าที่จะนำสินค้าพวกนี้ มาเป็นพืชพลังงาน มันสำปะหลังนั้นสามารถทำเป็นพลังงานทดแทนได้ ปาล์มหรือว่าอ้อย ซึ่งจะช่วยพี่น้องเกษตรกรให้มีราคาที่สูงขึ้น น้ำที่เสียจากโรงงานก็สามารถทำเป็นไบโอแก๊ส (Biogas) ซึ่งทำเป็นแก๊สเอ็นจีวี (Gas NGV) ส่วนอ้อยก็สามารถที่จะทำเป็นชานอ้อย ก็นำเป็น พลังงานได้ ดังนั้นจึงอยากจะฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลว่าการที่จะแก้ปัญหาสินค้า ทางการเกษตรซึ่งตกต่ำมาโดยตลอดนะครับ ก็อยากจะมีการปรับเปลี่ยน กล้าที่จะเอาพืช พลังงานพวกนี้ไปใช้ให้กับพี่น้องสามารถที่จะทำให้ราคาได้สูงขึ้นได้ อยากจะกราบเรียน ท่านประธานไปยังรัฐบาลครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณธนกร ตามด้วยคุณวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ครับ🔗

นายธนกร ไชยกุล ยโสธร

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายธนกร ไชยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร เขต ๓ อำเภอเลิงนกทา อำเภอกุดชุม อำเภอไทยเจริญ พรรคเพื่อไทย วันนี้กระผมมีข้อหารือ ท่านประธาน ๑ เรื่อง ผ่านไปถึงท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีนะครับ🔗

ผมขออนุญาตกราบเรียนเรื่องที่เป็นปัญหาอย่างยิ่งที่ประชาชนเดือดร้อนมาก ก็คือเรื่องราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาข้าวเปลือก ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ ที่น่าเป็นห่วง ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านว่า ในฤดูทำนาปี ๒๕๖๔ ราคาข้าวเปลือก หอมมะลิที่กำลังเก็บเกี่ยวในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งถือว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของผลผลิตจะออก ในเดือนพฤศจิกายน ราคาข้าวเปลือกหอมมะลิจะอยู่ที่กิโลกรัมละประมาณ ๖-๗ บาท ในขณะที่ต้นทุนเกี่ยวข้าวต่อไร่ ๗๐๐-๘๐๐ บาท ราคาปุ๋ยยูเรีย (Urea) ที่ผ่านมากระสอบละ ๑,๐๐๐ บาท ต้นทุนต่าง ๆ ในการผลิตข้าวหอมมะลินับเป็นหลักหมื่นต่อตัน เพราะฉะนั้น อยากจะให้ทางรัฐบาลได้ช่วยเหลือเกษตรกร ผมเองมีข้อมูลกราบเรียนท่านประธานว่า ในปี ๒๕๖๔ ผลผลิตข้าวหอมมะลิทั้งประเทศเราจะอยู่ที่ประมาณ ๑๐ ล้านตัน ข้าวเจ้าปทุม ๑ ประมาณ ๑.๒ ล้านตัน ข้าวเจ้าอื่น ๆ ประมาณ ๘.๙ ล้านตัน ข้าวเหนียว ๖.๒ ล้านตัน เพราะฉะนั้นผลผลิตในปีนี้ได้ออกผลผลิตมาอย่างมากมายเมื่อเปรียบเทียบกับปี ๒๕๖๓ ซึ่งในภาพรวมปี ๒๕๖๔ นั้นผลผลิตคาดว่าประมาณ ๒๖ ล้านตัน ปี ๒๕๖๓ อยู่ที่ ๒๔ ล้านตัน ดังนั้นในสถานะปัจจุบันประชาชนซึ่งเดือดร้อนในเรื่องของราคาพืชผลการเกษตรอยู่แล้ว ผมอยากจะให้รัฐบาลได้มองถึงว่าการแก้ปัญหาเกษตรกรนั้นไม่ใช่เพียงราคาพืชผลที่สูงขึ้น แต่ รวมหมายทั้งพันธุ์ข้าวปลูก ราคาต้นทุนการผลิต ราคาน้ำมัน ราคาปุ๋ย ราคายาปราบศัตรูพืช ค่าเช่าพื้นที่ที่ดิน ค่าเก็บเกี่ยวต่าง ๆ ต้องช่วยเหลือประชาชน เกษตรกรอย่างครบถ้วน มากกว่านี้ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ตามด้วยคุณจรัส คุ้มไข่น้ำ🔗

นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับผมขอหารือเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง สืบเนื่องจากน้ำท่วมปีนี้ค่อนข้างจะรุนแรง โดยเฉพาะลุ่มน้ำลำเชียงไกร ทำให้พืชผล ทางการเกษตรเสียหาย ถนน ไม่ว่าจะเป็นถนนทางหลวงชนบท ทางหลวงแผ่นดิน หรือถนนที่ อยู่ในการดูแลของท้องถิ่นเสียหาย ผมขออนุญาตยกตัวอย่างครับท่านประธาน อย่างเช่น ที่บ้านกุดน้ำใสซึ่งลำน้ำลำเชียงไกรไหลผ่าน ทางกรมชลประทานได้สร้างฝายน้ำล้นแล้ว ก็ก่อสร้างสะพานคนเดินข้าม ขนาดกว้าง ๑.๖๐ เมตร ยาวประมาณ ๕๐ เมตร แต่เนื่องจาก พื้นที่ดังกล่าวเป็นดินเค็มทำให้เสาสะพานชำรุด ประกอบกับปีนี้น้ำไหลเชี่ยวทำให้สะพาน ชำรุดไม่สามารถสัญจรไปมาได้ครับ ผมได้โทรถามทางชลประทาน บอกว่าชลประทาน ไม่สามารถเข้าไปซ่อมแซมได้เนื่องจากว่าได้ให้ท้องถิ่นดูแล แต่ท้องถิ่นก็ไม่สามารถดูแลได้ เนื่องจากว่างบประมาณไม่เพียงพอ อีกตัวอย่างครับท่านประธาน สะพานข้ามลำห้วย ลำเชียงไกรที่บ้านเขื่อน ตำบลหนองบัวละคร อำเภอด่านขุนทด ยาวประมาณ ๑๗ เมตร กว้าง ๔ เมตร สร้างตั้งแต่ยุค รพช. ถนนเส้นนี้เชื่อมไปอำเภอโนนไทย แต่เนื่องจากว่า ลำเชียงไกรน้ำปีนี้รุนแรงมากทำให้คอสะพานถูกตัดขาด พี่น้องไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ท้องถิ่นก็ไม่มีงบประมาณดูแล ผมขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นได้จัดงบประมาณ จากส่วนกลางไปซ่อมแซมสะพานทั้ง ๒ แห่งครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ คุณจรัส คุ้มไข่น้ำ ตามด้วยท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ ครับ🔗

นายจรัส คุ้มไข่น้ำ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจรัส คุ้มไข่น้ำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๖ พรรคก้าวไกล ขออนุญาต หารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนสัก ๑ เรื่องครับท่านประธาน🔗

สืบเนื่องจากกระผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวชุมชน เมืองพัทยา ตำบลนาเกลือ อำเภอบางละมุง ปัญหาเรื่องการเวนคืนที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ตามโครงการการก่อสร้างถนนหมายเลข ข. ๕ ที่เชื่อมต่อระหว่างถนนพัทยาสาย ๓ ช่วงที่ ๒ และถนนหมายเลข ข. ๔ ที่เชื่อมต่อซอยนาเกลือ ๑๓ ซึ่งเป็นโครงการการพัฒนาผังเมือง ของเมืองพัทยา ขณะนี้อยู่ในช่วงดำเนินการทำการศึกษาและทำประชาพิจารณ์ จึงทำให้ พี่น้องประชาชนจำนวนมากกว่า ๑๘๕ หลังคาเรือนได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมากครับ ท่านประธาน ดังนั้นกระผมจึงขออนุญาตฝากท่านประธานผ่านไปยังเมืองพัทยา ได้โปรดพิจารณาศึกษา ทบทวน และออกแบบรูปแบบวิธีการแก้ไขปัญหาในรูปแบบใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบกับพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณบัญญัติ ตามด้วยคุณบุญแก้ว สมวงศ์ นะครับ🔗

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผม ขอหารือต่อท่านประธานถึงรัฐบาล ๓ เรื่อง ด้วยกันนะครับ🔗

เรื่องที่ ๑ กระผมในนามตัวแทนชาวจังหวัดระยองและชาวภาคตะวันออก รวมกันทั้ง ๘ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี จังหวัดตราด จังหวัดชลบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดสระแก้ว จังหวัดปราจีนบุรี และจังหวัดนครนายก ขอขอบคุณ รัฐบาลที่ได้จัดเยียวยาวันหยุดให้ภาคตะวันออกเช่นเดียวกับที่ภาคอื่น ๆ ได้รับไปแล้ว โดยกำหนดเป็นวันที่ ๒๘ ธันวาคม ซึ่งเป็นวันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชนะครับ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชมีความสำคัญต่อประเทศไทยเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากพระองค์ ทรงกอบกู้เอกราชชาติไทยที่กรุงศรีอยุธยาถูกประเทศพม่ายึดครองไปเป็นเวลา ๗ เดือน ซึ่งจังหวัดในภาคตะวันออกทุก ๆ จังหวัดนั้นก็มีหลักหมุดของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ที่ท่านได้มาตั้งทัพและรวบรวมไพร่พลนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ พี่น้องชาวไทยทุกภาคของประเทศไทย ได้เรียกร้องมาว่า ภาคตะวันออกได้รับวันหยุดเป็นวันสมเด็จพระเจ้าตากเป็นมหาราช ภาคอื่น ๆ ของประเทศไทย ที่มีแผนที่ในประเทศไทยอยู่เป็นแผนที่โลกปัจจุบันนี้ก็เพราะสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จึงเรียกร้องให้วันสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชเป็นวันหยุดราชการของประเทศไทย🔗

เรื่องที่ ๓ ขอให้กระทรวงวัฒนธรรม โดยกรมศิลปากรได้เร่งบูรณปฏิสังขรณ์ เจดีย์อนุสรณ์สถานพระเจ้าตากสินมหาราช วัดราชบัลลังก์ประดิษฐาวรารามหรือวัดทะเลน้อย หมู่ที่ ๖ ตำบลทางเกวียน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เนื่องจากเป็นที่รวมพลของสมเด็จ พระเจ้าตากสินมหาราชที่เตรียมไพร่พลไปสู้รบเพื่อกอบกู้ชาติไทย ซึ่งปัจจุบันชำรุดทรุดโทรม เป็นอันมาก ถ้าบูรณปฏิสังขรณ์เสร็จแล้วจะเป็นหลักหมุดทางประวัติศาสตร์ให้อนุชน ได้ศึกษา และกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมด้วยครับท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญคุณบุญแก้ว ตามด้วยคุณนริศ ขำนุรักษ์ นะครับ🔗

นายบุญแก้ว สมวงศ์ ยโสธร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบุญแก้ว สมวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย วันนี้ ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะกระทรวงพาณิชย์ สืบเนื่องมาจากผมได้ออกพื้นที่ไปในเขตพื้นที่เลือกตั้งทั้ง ๕ อำเภอ มีอำเภอไทยเจริญ อำเภอป่าติ้ว อำเภอคำเขื่อนแก้ว อำเภอมหาชนะชัย อำเภอค้อวัง ผมได้รับร้องเรียนจาก พี่น้องประชาชนชาวเกษตรกร สืบเนื่องมาจากราคาข้าวตกต่ำ ซึ่งตอนนี้ข้าวหอมมะลิ ที่จังหวัดยโสธรเหลือกิโลกรัมละ ๗-๘ บาท ซึ่งต่างจากสมัยท่านนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ได้เป็นรัฐบาล ราคาข้าวอยู่ ๒๐ บาท ซึ่งผมก็อยากฝากท่านประธานผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ตอนนี้ของแพงหมดทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ย เป็นมาม่า เป็นปลากระป๋อง เป็นน้ำปลา ขายข้าว ๒ กิโลกรัมยังไม่ได้ปลากระป๋องกระป๋องหนึ่งเลยครับ อยากฝาก ท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ถ้าแก้ปัญหาราคาข้าว แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ก็ให้พรรคเพื่อไทยมาแก้นะครับ เพราะว่า เขาพร้อมที่จะดูแลแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่งนะครับท่านประธาน ผมได้รับร้องเรียนจากอดีตประธานสภา อบต. คำไผ่ นายสวรรค์ ศรีมันตะ เนื่องจากถนนสายอำเภอไทยเจริญไปตำบลคำไผ่ได้ชำรุด เสียหายเป็นอย่างมาก ก็อยากฝากหน่วยงานที่รับผิดชอบ เนื่องจากถนนสายนี้ได้รับ ถ่ายโอนจากกรมทางหลวงชนบท ก็ขอฝากไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นด้วยครับ ให้นำงบประมาณจัดสรรให้กับพี่น้องประชาชนครับ ขอขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนริศตามด้วยท่านศรีเรศ โกฎคำลือ เชิญครับ🔗

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ขอหารือ🔗

เรื่องแรก ขอให้ประธานได้มีหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทย เพื่อเร่งรัดติดตาม การทำงานของจังหวัดพัทลุง ในเรื่องการขอใช้ที่ดินที่มีความเหมาะสมในการทำสนามบิน จังหวัดพัทลุง ซึ่งผลของการศึกษาความเป็นไปได้นั้นพบความเหมาะสมแล้วนะครับ แต่ว่าการดำเนินการหาที่ดินยังไม่คืบหน้า ทั้ง ๆ ที่สนามบินพัทลุงจะเป็นการสร้างเศรษฐกิจ การสร้างเมืองจังหวัดพัทลุงไว้สำหรับอนาคต🔗

เรื่องที่ ๒ ขอให้กระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงได้ดำเนินการจัดทำ โครงการโครงข่ายย่านชุมชน บริเวณถนนจากชุมชนตะโหมดถึงชุมชนแม่ขรี โดยถนน ดังกล่าวมีความยาวประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ผ่านชุมชนมากมายหลายชุมชน ถ้ามีถนน โครงข่ายดังกล่าวจะทำให้ชุมชนดังกล่าวถนนมีไหล่ทางสามารถจัดระเบียบบ้านเรือน ร้านค้า สามารถลดอุบัติเหตุ และเป็นชุมชนเพื่อการท่องเที่ยวได้ เหมือนกับที่กระผมเคยหารือ แล้วกรมทางหลวงชนบทได้ดำเนินการมาแล้วที่ถนนบ้านพูด-นาบอน ที่ถนนคลองหัวช้าง- ควนนุ้ย ที่ถนนดอนทราย-หัวเตย ที่ถนนบ้านควนเพ็ง ที่ถนนบ้านน้ำตก และชุมแสง🔗

เรื่องสุดท้าย ขอให้ท่านประธานได้มีหนังสือถึงกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา ให้จัดทำสนามกีฬาให้กับเทศบาลตำบลหารเทา เพราะตำบลหารเทามี ๑๑ หมู่บ้าน มีประชากรมากกว่า ๑๐,๐๐๐ คน เพื่อที่จะได้ใช้ออกกำลังกาย เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ใช้ ในการแข่งขันกีฬา และใช้ในกิจกรรมอื่น ๆ ทั้งนี้เทศบาลหารเทาไม่มีงบประมาณเพียงพอ สำหรับการจัดทำสนามกีฬาดังกล่าว จึงขอการสนับสนุนจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพราะสิ่งนี้เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับพี่น้องประชาชน กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณศรีเรศ ตามด้วยคุณเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ เชิญครับ🔗

นายศรีเรศ โกฎคำลือ เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายศรีเรศ โกฎคำลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๙ พรรคเพื่อไทย วันนี้จะขอหารือท่านประธาน ได้รับหนังสือร้องเรียนจากราษฎรอำเภอ ดอยเต่า ใน ๔ ตำบล มีตำบลโปงทุ่ง ตำบลดอยเต่า ตำบลมืดกา ตำบลท่าเดื่อ และได้รับ ปัญหาจากน้ำล้นเขื่อนแม่หาดเป็นเขื่อนดิน หรืออ่างเก็บน้ำ เกิดอุทกภัยน้ำท่วมบ้านเรือน มีผลกระทบถึงที่ดินทำกิน พืชไร่ แล้วก็ถึงฤดูแล้งน้ำไม่พอใช้ คือมันมีอ่างหนึ่งเป็นอ่างแม่ตูบ ซึ่งอ่างแม่หาดที่ว่านี้น้ำล้นรับน้ำได้ประมาณ ๑,๘๐๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร แต่อีกอ่างหนึ่งคือ แม่ตูบรับน้ำได้อยู่ ๓๙ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ตั้งแต่เขื่อนมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๑ น้ำที่อยู่ในเขื่อน ประมาณ ๒๑ ล้านลูกบาศก์เมตรเท่านั้น ยังเหลืออีกเยอะที่น้ำจะเต็มจะล้น เพราะว่า ทางเขื่อนแม่หาด รางน้ำ ทางน้ำที่ผันไปคือไม่ได้ระดับหรือไม่ได้แบบ น้ำจะไม่พอ ล้น พอล้นปุ๊บมันก็มีผลกระทบข้างเคียง คนเอาไปใช้ที่เขื่อนแม่ตูบเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ ๑๒,๐๐๐ ไร่ เขามีความเดือดร้อนถ้าไม่ผันน้ำ คือเดิมเป็นของ รพช. ตอนนี้เป็น ความรับผิดชอบของชลประทานที่ ๑ ของเชียงใหม่ อย่างไรผมขอฝากเอกสารผ่าน ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณเพชรภูมิ ตามด้วยคุณสุเทพ อู่อ้น เชิญครับ🔗

นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ กำแพงเพชร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกำแพงเพชร เขต ๒ วันนี้ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวลานกระบือ ขอภาพด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ กำแพงเพชร

บริเวณทางหลวงชนบทที่ กพ. ๔๐๒๒ กม. ที่ ๒+๘๐๐ บ้านปรือกระเทียม หมู่ที่ ๑๓ ตำบลหนองหลวง อำเภอลานกระบือ จังหวัดกำแพงเพชร เส้นนี้จะมีเส้นน้ำทั้งหมด ๒ เส้นเป็นเส้นคู่ขนานกัน เส้นแรก จะมีประตู ซึ่งมีลักษณะที่ต่ำกว่า น้ำเส้นนี้จะไปที่บึงช้าง จันทิมา ช่องลม เทศบาลลานกระบือ ในช่วง หน้าน้ำในทุก ๆ ปี น้ำจะไปท่วมในเทศบาลลานกระบือตลอด ส่วนเส้นที่ ๒ ที่มีปัญหาตามที่ ผมบอกนะครับ เส้นนี้จะมีลักษณะที่สูงกว่า น้ำเส้นนี้จะไปที่หนองหลวง ตำบลลานกระบือ และบึงทับแรต เนื่องจากว่ามีความสูงกว่าทำให้น้ำจะลงไปเฉพาะเส้นแรก ถ้าน้ำจะมา เส้นที่ ๒ ได้ต้องมีการปิดประตู พอปิดประตู เนื่องจากมีความสูงมากทำให้ต้องปิด แทบจะหมดเลย ทำให้น้ำท่วมบริเวณรอบข้าง จึงฝากท่านประธานผ่านไปยังทางหลวงชนบท ให้เร่งแก้ไข อาจจะต้องนำท่อไปวางเพิ่มเพื่อที่ว่าจะได้ระบายน้ำไปให้ประชาชนได้ใช้น้ำ มากขึ้น เข้าถึงแหล่งต้นทุนน้ำมากขึ้น🔗

ส่วนเรื่องที่ ๒ มีผู้ใช้น้ำที่ฝายกั้นแม่น้ำปิง วังยาง ฝากมาว่าในขณะนี้มี ความชำรุด เริ่มรั่ว เกรงว่าถ้าปล่อยแบบนี้ต่อไปฝายอาจจะแตกได้ ทำให้เกิดผลกระทบต่อ พ่อแม่พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในเขตบึงสามัคคี จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดพิจิตร จังหวัดนครสวรรค์🔗

เรื่องที่ ๓ คือเรื่องของตำบลท่าไม้-วังควง ครับ ตำบลท่าไม้-วังควง เป็นพื้นที่สูง ไม่มีระบบคลองชลประทานที่ดี น้ำท่วม น้ำแล้งทุกปี อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยัง กรมชลประทานให้เร่งลงดูพื้นที่ในการแก้ไขปัญหาในเรื่องของน้ำให้ชาวบ้านได้เข้าถึงแหล่ง ต้นทุนน้ำมากยิ่งขึ้น กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปคุณสุเทพ ตามด้วยท่านอดิพงษ์ ฐิติพิทยา เชิญครับ🔗

นายสุเทพ อู่อ้น แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เครือข่าย แรงงาน มีเรื่องหารือไปยังท่านนายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับเรื่องปัญหาของกระทรวงแรงงาน อยากให้ท่านรัฐมนตรีสั่งการในการแก้ไขปัญหานายจ้างไม่ยอมจ่ายค่าชดเชย หนีหายไปยัง ประเทศต้นทาง โดยการปรับปรุงกฎหมายคุ้มครองแรงงานให้ทันสมัยกับสถานการณ์ปัจจุบัน เร่งรัดดำเนินการจัดตั้งกองทุนความเสี่ยง พัฒนาปรับปรุงกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและค่าชดเชย จริงจังในการติดตามคดีกับนายจ้าง ที่หนีหายไป และรีบดำเนินการติดตามนำเงินงบประมาณของการกู้ไปเพื่อการพัฒนาแรงงาน ที่ตกงาน เพื่อรองรับการกลับมาเปิดประเทศ ซึ่งจากการบูรณาการควรจะร่วมกับหน่วยงาน โดยเฉพาะอาชีวศึกษาซึ่งมีความพร้อมในการพัฒนาบุคลากร🔗

เรื่องที่ ๒ ท่านนายกรัฐมนตรีต้องเร่งรัดออกคำสั่งแก้ไขปัญหาเรื่อง แรงงานข้ามชาติ หลังจากที่มีการเปิดประเทศ ๑ พฤศจิกายน จะเห็นได้ว่ายิ่งจับยิ่งเจอ นั่นหมายความว่ามีขบวนการที่ทำการนำเข้าที่ผิดกฎหมายและฟื้นฟู โดยเฉพาะหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องถ้าไม่มีการรับสินบาทสินบนแล้วจะนำเข้ามาได้อย่างไร ประเด็นเหล่านี้หอการค้า ก็แจ้งให้ทราบชัดเจนว่าต้องการใช้แรงงาน จำนวน ๕๐๐,๐๐๐ กว่าคน ดังนั้นเองแผนที่จะมี การเปิดประเทศควรมีการดำเนินการเรื่องนี้ล่วงหน้า ไม่ใช่มาเปิดประเทศแล้วการดำเนินการ ยังไม่มีความคืบหน้า ต้องมารอการทำเอ็มโอยู (MOU) ก็ทำให้เกิดการขาดแรงงานอย่างเห็นได้ ชัดเจน ดังนั้นเรื่องเหล่านี้ท่านเองต้องมีคำสั่งเร่งด่วน🔗

เรื่องสุดท้าย นายกรัฐมนตรีที่บอกกับชาวนาไว้ว่า ในปี ๒๕๕๙ ว่าชาวนาจะรวย วันนี้ชาวนาจนทั่วหน้า ขอให้ท่านพิจารณาลาออกเถอะครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณอดิพงษ์ ตามด้วยคุณมนพร เจริญศรี เชิญครับ🔗

นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา บุรีรัมย์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ เขตเลือกตั้งที่ ๕ อำเภอกระสัง อำเภอพลับพลาชัย อำเภอห้วยราช และตำบลไพศาลของอำเภอประโคนชัย พรรคภูมิใจไทย กระผมขออนุญาตปรึกษาหารือเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน ใน ๒ ประเด็นดังต่อไปนี้🔗

ประเด็นที่ ๑ ปัญหาราคาข้าวตกต่ำ ปัจจุบันนี้ชาวนาไทยกำลังประสบปัญหา ราคาข้าวตกต่ำมากที่สุดในรอบ ๑๐ ปี ในขณะที่ราคาอาหารทั่วโลกมีราคาสูงขึ้น ราคาข้าว ปีนี้เริ่มตกต่ำมาตั้งแต่เดือนตุลาคม มีผลมาจากการส่งออกข้าวน้อยลง การบริโภค ภายในประเทศลดลง โรงสีข้าวซื้อข้าวจากชาวนาน้อยลง และคุณภาพของข้าวที่มีปัญหา สืบเนื่องจากพายุทำให้น้ำท่วมในที่นาในหลาย ๆ พื้นที่ ทำให้ราคาข้าวที่ชาวนาขายได้ถูกลง อีกทั้งยังมีปัญหาความชื้นในข้าว ซึ่งปีนี้มีความชื้นสูงถึง ๒๕-๓๕ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งราคาข้าว ล่าสุดอยู่ที่กิโลกรัมละ ๕.๘๐ บาท ราคาพอ ๆ กับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ๑ ห่อเลยครับ แต่ที่แย่ ไปกว่านั้นราคาปุ๋ย ราคาน้ำมันแพงขึ้นครับ ราคาปุ๋ยเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วเกือบ ๒๐๐ บาท ต้นทุนในการขนส่งและเก็บเกี่ยวผลผลิตเพิ่มมากขึ้น และราคาที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด ราคากลางขณะนี้จะต้องชดเชยได้เท่านี้ มันไม่ตรงกับความเป็นจริงครับ จึงขอนำเรียนไปยัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดช่วยเหลือ เกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนด้วยครับ🔗

๒. เรื่องเงินชดเชยเกษตรกรที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม สืบเนื่องจาก เรื่องราคาข้าวตกต่ำนั้น เนื่องจากชาวนานั้นถูกน้ำท่วม น้ำท่วมนาเสียหายจำนวนมาก ผลกระทบจากดีเปรสชันเตี้ยนหมู่และพายุโซนร้อนคมปาซุที่พัดเข้าสู่ประเทศไทย ส่งผลให้ พื้นที่เกษตรกรได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมาก จึงอยากเร่งเยียวยาช่วยเหลือชดเชย ให้แก่เกษตรกรที่ได้รับความเสียหายด้วยครับ ซึ่งจะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกรอีกทางหนึ่ง ที่ราคาข้าวตกต่ำ จึงขอนำเรียนไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโปรดช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับความเดือดร้อนด้วยครับ ขอกราบ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านมนพร เจริญศรี ตามด้วยท่านวัชรพล โตมรศักดิ์ นะครับ🔗

นางมนพร เจริญศรี นครพนม

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ จากมติ ครม. ที่เห็นชอบให้มีมาตรการช่วยเหลือบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา ในช่วงที่มี การแพร่ระบาดไวรัสโควิด (Virus COVID) ของกระทรวงศึกษาธิการในขั้นพื้นฐาน รวมถึง หน่วยงานที่สังกัดอาชีวศึกษาทั้ง ปวช. ปวส. ให้ได้รับเงินคนละ ๒,๐๐๐ บาทต่อคนนั้น ขณะนี้โรงเรียน ตชด. คอนราดเฮงเค็ล อำเภอโพนสวรรค์ ยังไม่ได้รับเงินช่วยเหลือแต่อย่างใด แล้วเทอมนี้เป็นเทอมแรกของการเริ่มต้นปีงบประมาณ ๒๕๖๕ แล้ว ดิฉันฝากเรื่องนี้ไปให้ทาง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้หาทางแก้ไขค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของพี่น้องราษฎรตำบลนาทรายไปถึงตำบลรามราช เดือดร้อนเรื่องของไฟฟ้าส่องสว่าง ปรากฏว่าเส้นทางนี้เป็นเส้นทางสัญจรของพี่น้อง อำเภอเมือง แล้วก็อำเภอท่าอุเทน ดิฉันอยากจะฝากไปถึงกรมทางหลวงชนบทได้จัดหา ไฟส่องสว่างให้เพิ่มจุดที่มันมืดแล้วก็อันตรายค่ะ🔗

เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องที่เกษตรกรผู้เลี้ยงหมูที่จังหวัดนครพนมเจอโรคระบาด ปรากฏว่าโรคระบาดนั้นเราเรียกว่าโรคเพิร์ส (PRRS) เป็นเหตุให้หมูล้มตายจำนวนมาก รวมทั้งหมูพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ แล้วก็หมูขุน อาการของโรคนี้ได้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนทำให้ เกษตรกรตั้งตัวไม่ทันและรักษาได้เองนะคะ ขณะนี้ปศุสัตว์ได้มีการจ่ายเงินชดเชยไป บางส่วนแล้ว ๗๕ เปอร์เซ็นต์จากราคา แต่มีเกษตรกรที่บ้านเสาเล้า อำเภอโพนสวรรค์ แล้วก็เกษตรกรตำบลอาจสามารถยังไม่ได้รับเงินชดเชยแต่อย่างใด ท่านประธานคะ ขณะที่ เกษตรกรพี่น้องชาวไร่ชาวนาลำบาก ราคาข้าวตกต่ำ น้ำมันแพง ปุ๋ยแพง สินค้าขึ้นราคาทุกวัน ก็อยากจะฝากถึงกระทรวงพาณิชย์ แล้วก็กรมการค้าภายในได้ควบคุมราคาสินค้าอุปโภค บริโภคให้พี่น้องประชาชนอยู่ได้ ข้อสำคัญคือรัฐบาลต้องมีความจริงใจในการที่จะแก้ไขปัญหา ต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณวัชรพลครับ🔗

นายวัชรพล โตมรศักดิ์ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วัชรพล โตมรศักดิ์ โคราช ชาติพัฒนา ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๑ เรื่อง เพื่อกราบเรียนท่านประธานเร่งด่วนส่งต่อไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา และท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ🔗

สืบเนื่องจากปัญหาอุกทกภัยน้ำท่วมที่เกิดขึ้นในจังหวัดนครราชสีมาและ ทั้งประเทศ ท่านประธานทราบไหมครับ หลังจากวันที่ ๒๐ ตุลาคม ได้มีเหตุการณ์น้ำท่วม เกิดขึ้นในตัวเมืองนครราชสีมา แต่สำคัญไปกว่านั้นและเป็นยุทธศาสตร์หลักก็คือเหตุการณ์ เกิดขึ้นในการท่วมที่โรงพยาบาลมหาราช จังหวัดนครราชสีมา โรงพยาบาลมหาราชเป็น โรงพยาบาลขนาดใหญ่ที่สุดของประเทศไทย เริ่มก่อตั้งมาตั้งแต่วันที่ ๒๘ กันยายน ๒๔๕๒ อายุ ๑๑๒ ปี มีพื้นที่ทั้งหมด ๑๓๕ ไร่เศษ ฝั่งหนึ่งของโรงพยาบาลมีพื้นที่ติดลำตะคอง ซึ่งเป็นคลองสายหลักซึ่งผ่าเมือง ปัจจุบันนี้ได้เกิดปัญหาอย่างยิ่งครับ ท่านประธานครับ โรงพยาบาลมหาราชยังมีเตียงผู้ป่วยถึง ๑,๖๐๐ เตียง มีผู้ป่วยนอกรักษาวันละ ๓,๕๐๐ กว่าคน ปัญหาที่เกิดน้ำท่วมของโรงพยาบาลมหาราชก็สืบเนื่องจากคลองน้ำลำตะคองเอ่อล้น และท่วมเข้ามา แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาหลักและสามารถดำเนินการได้ก็คือพนังกั้นน้ำ หรือกำแพงกั้นน้ำของโรงพยาบาลซึ่งมีอายุเก่าแก่ได้เกิดพัง ชำรุด และบางจุดมีรูรั่ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งใกล้กับอาคารศูนย์มะเร็ง ๑ และศูนย์มะเร็ง ๒ ซึ่งติดลำตะคอง จึงทำให้ เกิดปัญหาครับ หลังจากนั้นเมื่อวันที่ ๒๕ ทางผู้ว่าราชการจังหวัด โรงพยาบาลมหาราช และสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดได้มีการเรียกประชุมด่วนเพื่อหามาตรการ ในการแก้ไข เพราะที่ผ่านมาพอเกิดปัญหาทีก็ต้องอพยพคนไข้ และสำคัญไปกว่านั้นก็คือ คนป่วยที่จะไปรักษาก็ไปไม่ได้ จึงกราบเรียนท่านประธานครับ ทำหนังสือถึงท่านนายกรัฐมนตรี ขณะนี้จังหวัดนครราชสีมาได้ขณะนี้จังหวัดนครราชสีมาได้มีกระบวนการในการแก้ไขแล้ว ก็คือการก่อสร้างพนังกั้นน้ำและกำแพงกันน้ำ ความยาว ๑,๓๐๐ เมตร จึงกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรีครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านมงคลกิตติ์มาไม่ทันใช่ไหมครับ ท่านมีอะไรไหม เชิญครับ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตพรรค อนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล อยากจะสอบถามท่านประธานไปยังท่านชวน หลีกภัย เกี่ยวกับกรณีเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ที่พรรคก้าวไกล พรรคเสรีรวมไทย และพรรคประชาชาติ ได้ยื่นหนังสือโดยมีรายชื่อ ส.ส. ๑ ใน ๑๐ ซึ่งเราประสานงานให้ท่านเลขานุการท่านประธานชวน ไปรับที่ห้องแถลงข่าว ซึ่งก็คือคุณสมบูรณ์ก็ไปรับเอกสารหนังสือ ซึ่งเรายื่นเพื่อให้ ท่านประธานส่งหนังสือไปยังศาลรัฐธรรมนูญ กรณีต้องด้วยมาตรา ๘๒ และกฎหมาย รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๗๐ แต่ปรากฏว่าหลังจากที่เราแถลงข่าวเสร็จ ท่านสมบูรณ์ก็ได้นำ ข้าราชการซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาระดับฝ่ายกฎหมายออกมาแถลงข่าวตอบโต้การยื่นเอกสาร ของเราว่ายื่นผิดช่องทาง ซึ่งทำให้สร้างความเข้าใจผิดให้กับสื่อมวลชนและพี่น้องประชาชน ซึ่งในอดีตที่ผ่านมาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ใช้สิทธิรูปแบบเดียวกันนี้ผ่านกับท่านชวน หลีกภัย ก็คือยื่นให้วินิจฉัยท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งไม่ได้เป็น ส.ส. เช่นเดียวกันครับ รัฐมนตรี ที่เรายื่นก็ไม่ได้เป็น ส.ส. คือคุณนิพนธ์ บุญญามณี พฤติกรรมวันนั้นทำให้เราเห็นว่าท่านใช้ ถ้อยคำบางอย่างที่ไม่เหมาะสม เช่น กล่าวหาว่าเราใช้ช่องทางผิด อันที่ ๒ ท่านบอกว่า ท่านรับโดยมารยาท ผมก็ต้องสอบถามท่านประธานไปยังท่านประธานชวนอีกครั้งหนึ่งว่า ตกลงแล้วท่านรับเอกสารของเราแล้วหรือไม่นะครับ ซึ่งก็หวังว่าท่านประธานชวน หลีกภัย จะได้ทำหน้าที่ของท่าน แม้ว่ารัฐมนตรีจะสังกัดพรรคของท่านชวน หลีกภัย ซึ่งวันนั้นเราก็ เดินหนีนะครับ เพราะเรารับไม่ได้กับพฤติกรรมของคุณสมบูรณ์ที่ผมเคยเคารพนะครับ และขอว่าอย่าไปตำหนิคุณสมบูรณ์เลย ทราบว่าข้าราชการเองก็ออกหน้าออกตา แล้วก็ ยอมรับสารภาพด้วยซ้ำว่าให้ความเห็นข้อกฎหมายผิด อย่างไรก็ตามอยากได้คำตอบครับว่า รับเอกสารของเราแล้วหรือไม่อย่างไรครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมได้รับแจ้ง จากเจ้าหน้าที่กลุ่มงานประสานงานการเมืองว่า ได้กำลังทำเรื่องเสนอเพื่อให้ท่านประธาน ลงนามเพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญแล้วนะครับ ฉะนั้นก็ขอให้ท่านสบายใจได้🔗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๕๘ คน
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีท่านสมาชิกลงชื่อมาประชุม ๓๓๖ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเปิด การประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี🔗

ระเบียบวาระที่ ๓ เรื่องรับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว🔗

๔.๑ ร่างพระราชบัญญัติคุ้มพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว🔗

จากการประชุมคราวที่แล้ว ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่องพระราชบัญญัติคุ้มครอง พยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในวาระที่ ๒ โดยเริ่มต้นด้วยชื่อร่าง คำปรารภ และเรียงตามลำดับมาตราจนถึงมาตรา ๖ ประธานของที่ประชุมในขณะนั้นคือท่านสุชาติ ตันเจริญ ได้สั่งปิดการอภิปรายและให้ปิดการประชุม เพื่อมาลงมติมาตรา ๖ ต่อในวันนี้ ดังนั้น ผมขอดำเนินการต่อเลยนะครับ ขอเชิญคณะกรรมาธิการเข้าประจำที่🔗

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เนื่องจาก มาตรานี้คณะกรรมาธิการมีการแก้ไขนะครับ รอกรรมาธิการเข้าประจำที่ก่อนนะครับ เชิญครับ ช่วงนี้ต้องขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกแล้วก็กำลังประชุมอยู่ห้องกรรมาธิการ ขอให้เข้าสู่ห้องประชุม เพราะว่าพอกรรมาธิการเข้านั่งประจำที่เรียบร้อยแล้ว ก็จะมีการ ตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ🔗

(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกห้องประชุม และที่กำลังดำเนินการประชุมกรรมาธิการแต่ละคณะอยู่ ขอให้เข้าสู่ห้องประชุมใหญ่เพื่อที่จะได้มีการลงมตินะครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านอรรถกรมีอะไร หรือไม่ครับ ทางวิป (Whip) ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมและที่กำลังประชุม กรรมาธิการอยู่ในห้องกรรมาธิการนะครับ ขอเชิญท่านเข้าสู่ห้องประชุมใหญ่นะครับ เพื่อจะได้มีการลงมติในร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งตกค้างมาจากการประชุมสัปดาห์ที่แล้ว สภาเราจะเริ่มพิจารณาจากมาตรา ๖ ไปนะครับ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แล้วก็จะเริ่ม พิจารณาเรียงตามลำดับมาตรา สัปดาห์ที่แล้วได้พิจารณามาถึงมาตรา ๖ แล้วก็มีการ ปิดประชุมไป ฉะนั้นวันนี้เราก็จะพิจารณาจากมาตรา ๖ ไปนะครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ ข้างนอกและกำลังประชุมกรรมาธิการอยู่ได้เข้าห้องประชุมใหญ่ เพื่อที่จะได้มีการลงมติ🔗

ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้เรากำลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยาน ในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เราจะเริ่มต้นจากมาตรา ๖ นะครับ เนื่องจากมาตรานี้ คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข ดังนั้นผมจะขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไข ของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ก่อนลงมติผมจะขอตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนนะครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีสมาชิกท่านใด ที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตนบ้างมีไหมครับ ถ้ามีก็ขอเชิญนะครับ ถ้าไม่มีผมขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้ได้มีท่านสมาชิกเข้าร่วมประชุม ๒๗๑ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ🔗

ต่อไปขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ คือให้คงไว้ตามร่างเดิมโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญท่านสมาชิก ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ เชิญครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ ผม อัครเดช ๔๗๘ เห็นด้วยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เห็นด้วย ๔๗๘ นะครับ🔗

นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ๐๔๑ เห็นด้วยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๐๔๑ เห็นด้วย มีท่านสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนมีไหมครับ🔗

นายการุณ โหสกุล กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ ๐๑๘ เห็นด้วย🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๐๑๘ เห็นด้วย ถ้าใช้สิทธิลงคะแนนกันทุกท่านแล้ว ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผลนะครับ🔗

จำนวน ผู้ลงมติ ๒๙๑ ท่าน เห็นด้วย ๒๘๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง เห็นด้วย ๒๘๘ บวก ๓ ก็เป็น ๒๙๑ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการแก้ไขของ คณะกรรมาธิการ🔗

ขอเชิญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรดำเนินการอ่านมาตราต่อไปครับ🔗

นางพรพิศ เพชรเจริญ เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๗ มีการ แก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มาตรา ๗ มีการแก้ไข แล้วก็มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น ขอเชิญกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น ได้อภิปราย เชิญครับ เชิญท่านวิรัช ท่านวิรัชเป็นกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น ถ้าจะ อภิปราย เชิญครับ🔗

นายวิรัช พันธุมะผล กรรมาธิการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการ ผมขอเสนอแก้ไขมาตรานี้ แต่ว่าเพื่อไม่ไห้เสียเวลา ผมขอถอนครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวิรัช ไม่ติดใจ แต่เนื่องจากว่ามาตรานี้มีการแก้ไข มีท่านสมาชิกติดใจที่จะขออภิปราย ท่านดิสทัต คำประกอบ สงวนความเห็นเชิญครับ🔗

นายดิสทัต คำประกอบ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายดิสทัต คำประกอบ ในฐานะกรรมาธิการผู้สงวนความเห็น ต้องกราบ ขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสผมได้ชี้แจงต่อกรณีที่กระผมได้สงวนความเห็น ไว้ในชั้นกรรมาธิการ กล่าวคือในร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มาตรา ๗ แก้ไขมาตรา ๑๐ วรรคสอง ที่ผมได้สงวนความเห็นไว้ ก็คือมีข้อความ ดังต่อไปนี้ที่สงวนความเห็นไว้ ในวรรคสองนี้ที่ผมสงวนไว้ก็คือ ในกรณีตามวรรคหนึ่ง (๓) ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคุ้มครองพยาน ซึ่งได้รับอนุมัติเป็นหนังสือจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมยื่นคำขอฝ่ายเดียวต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เพื่อมี คำสั่งอนุมัติให้กรมการปกครองดำเนินการเปลี่ยนแปลงข้อมูลหลักฐานการทะเบียนราษฎร ก็คือผมได้สงวนความเห็นไว้ตรงคำว่าอนุมัติ ต่อท้ายคำว่าเพื่อมีคำสั่ง ทีนี้เหตุผลของกระผม ในชั้นพิจารณากรรมาธิการก็คือว่า เพื่อเน้นย้ำให้คำสั่งของท่านอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญานั้น เกิดความชัดเจนในทางปฏิบัติ ก็คือสั่งให้กรมการปกครองโดยการเปลี่ยนแปลงทางหลักฐาน ทางการทะเบียนราษฎร แต่เนื่องด้วยแนวทางปฏิบัติของศาลนั้นจะไม่มีการใช้ถ้อยคำ โดยเฉพาะคำว่าอนุมัติต่อท้ายคำสั่งใด ๆ เพราะอาจจะทำให้มีผลบังคับตามกฎหมายนั้น ไม่ชัดเจน กล่าวคือกรมการปกครองอาจจะต้องใช้ดุลยพินิจซ้ำอีกครั้งหรือไม่ในการที่จะ ปฏิบัติตามคำสั่งนั้น เพราะว่าอนุมัติถ้าพ่วงกับคำสั่งเป็นแต่เพียงแค่การเห็นชอบครับ ประเด็นก็เลยกลายเป็นว่า ในเหตุผลนี้เองก็เลยทำให้กระผมนั้น จึงต้องเห็นว่าการเพิ่มคำว่าอนุมัตินั้นอาจจะเป็นการทำให้ การบังคับของคำสั่งของท่านอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญานั้นเกิดความไม่ชัดเจน จึงขอถอนคำ ว่าอนุมัติ และเห็นชอบตามร่างของคณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ก็ขอกราบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปว่าท่าน ไม่ติดใจนะครับ🔗

นายดิสทัต คำประกอบ นครสวรรค์

ไม่ติดใจครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรรมาธิการ ยังไม่ต้องชี้แจงนะครับ เพราะว่าคุณดิสทัตก็ถอนคำสงวนไปแล้ว ท่านคารมสงวนใช่ไหมครับ เชิญครับ🔗

นายคารม พลพรกลาง กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดร้อยเอ็ด ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ต่อกรณีในมาตรา ๗ ที่แก้ไขมาตรา ๑๐ คือผมเป็นคนที่ เพิ่มคำว่า ในกรณีตามวรรคหนึ่ง คือต้องเรียนอย่างนี้ครับว่า ในกระบวนการของกฎหมาย คุ้มครองพยานที่จะมีการลบชื่อหรือเพิ่มชื่อเข้าไปในภายหลัง เขาเรียกว่าเปลี่ยนแปลงทาง ทะเบียนราษฎร ในฐานะที่เป็นนักกฎหมายคนหนึ่งที่พอจะเข้าใจเห็นแตกต่างก็มองว่า กระบวนการทั้งหมดที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคุ้มครองพยานซึ่งได้รับอนุมัติเป็น หนังสือจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในการยื่นคำขอฝ่ายเดียวต่ออธิบดีผู้พิพากษา ศาลอาญา เพื่อมีคำสั่งให้กรมการปกครองดำเนินการเปลี่ยนแปลงข้อมูลหลักฐานทาง ทะเบียนราษฎร ในร่างของกรรมาธิการที่สุดท้ายคือจะไม่มีคำว่า โดยให้ถือว่า กระบวนการ ทั้งหมดที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิกไปว่าดำเนินการอย่างไร ไม่มีคำว่า ให้ถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำโดยชอบ ที่ผมต้องสงวนไว้และเป็นกรรมาธิการ เสียงข้างน้อย เนื่องจากว่าในหลาย ๆ กรณีในประมวลกฎหมายอาญา ในกฎหมาย สารบัญญัติ เช่น คำว่าประมาท คือการกระทำโดยปราศจากความระมัดระวังซึ่งบุคคล ในภาวะเช่นนั้นจะต้องมีตามวิสัยและพฤติการณ์ เขาก็จะอธิบายคำว่าประมาท ในกรณี ของคำว่าเจตนา ตามมาตรา ๕๙ ประมวลกฎหมายอาญา เขาก็จะอธิบายคำว่าเจตนา ทั้งประสงค์ต่อผลและย่อมเล็งเห็นผลไว้ ผมเลยเข้าใจว่าแม้ว่าคำสั่งศาลจะชอบอยู่แล้ว แต่การเขียนตอกย้ำไว้มันอาจจะเป็นสร้อยนิดหนึ่ง แต่ผมถือว่าจะทำให้เกิดความชัดเจน ทำให้ดูสละสลวย หลายกรณีถึงเป็นการกระทำโดยชอบอยู่แล้วโดยหลักกฎหมายธรรมชาติ ก็ควรจะเขียนไว้ให้บอกว่า กระบวนการที่พนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคุ้มครอง พยานที่ดำเนินการไปจนศาลได้มีคำสั่งให้มีการเปลี่ยนแปลงทางทะเบียนราษฎรชอบ โดยคำพิพากษาของศาลอยู่แล้ว แต่การเขียนไว้เพิ่มเติมไม่เสียหาย ผมจึงมีความเห็น แตกต่างจากกรรมาธิการเสียงข้างมาก เพราะฉะนั้นจึงเห็นว่าควรจะมีคำพูดนี้ไว้ แต่เพื่อให้สภาเราได้ใช้เวลาที่คุ้มค่ากับประโยชน์ในการออกกฎหมายฉบับนี้ เพื่อบังคับ ในการปราบปรามคนที่กระทำผิด แล้วก็ให้มีพยานหลักฐานในการพิสูจน์ความผิดของบุคคล ที่กระทำผิดให้ปราศจากข้อสงสัย และไม่เสียเวลาสภามาก และเป็นคนที่เห็นต่างแต่คุยรู้เรื่อง จึงขออนุญาตถอนครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ยังมีท่านสมาชิกติดใจที่ขออภิปรายอยู่ ๓ ท่าน คือท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ และ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง เชิญ พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เชิญครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ในมาตรานี้เป็นมาตรา ๗ ยกเลิกมาตรา ๑๐ ของพระราชบัญญัติเดิม โดยในประเด็นของวรรคสองที่จะขออภิปรายใน ๓ ประเด็นนะครับท่านประธาน🔗

ประเด็นแรก คือการใช้ดุลยพินิจของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่จะอนุมัติ🔗

ประเด็นที่ ๒ คือความสะอาด ความบริสุทธิ์ของฐานข้อมูลของบุคคลใหม่ ที่ถูกเปลี่ยนแปลงนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๓ คือระเบียบของกระทรวงยุติธรรมที่กำหนดในการควบคุมดูแล ความปลอดภัยให้กับตัวพยานหรือบุคคลที่จะถูกคุ้มครองนะครับ🔗

ทั้ง ๓ ประเด็นนี้เป็นคำถามที่ผมอยากจะเรียนให้ท่านประธานได้ทราบว่า🔗

ประเด็นแรก ก็คือเรื่องของการใช้ดุลยพินิจ การใช้ดุลยพินิจนั้นเจ้าพนักงาน เจ้าหน้าที่จะได้รับการอนุมัติจากท่านประธาน น่าจะเป็นรัฐมนตรีนะครับ ตรงนี้ละครับ เป็นหัวใจอันหนึ่งที่จะถามว่าท่านใช้ดุลยพินิจตามลำพังหรือไม่ สมมติว่าผมเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ผมบอกว่าเด็กคนนี้ให้ไปทำเรื่องมาคุ้มครองพยาน แต่ผ่าน กระบวนการหรือการกลั่นกรองของคณะกรรมการหรือไม่ที่จะพิจารณา อันนี้คือประเด็น ถ้าท่านใช้ดุลยพินิจเฉพาะตัว หรือดุลยพินิจที่เกิดขึ้นจากตัวอำนาจของท่านรัฐมนตรี ที่มีหน้าที่ตามกฎหมายนี้ ท่านก็สามารถจะทำอะไรก็ได้ นี่คือคำถามครับท่านประธาน ฝากไปถึงท่านประธานคณะกรรมาธิการด้วยว่า อำนาจนี้เป็นดุลยพินิจลำพังใช่หรือไม่นะครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน ประเด็นของการเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลง ฐานข้อมูลนั้นมันมี ๒ ประเด็นด้วยกันในประเด็นย่อย ด้วยการยกเลิกข้อมูลเดิมแล้วทำใหม่ ใช่หรือไม่นะครับ คือเป็นบุคคล ก แล้วไปฆ่าทะเบียน ก ทิ้งเลย แล้วขึ้นเป็นทะเบียน นายเอ หรือไม่ใช่ หรือเป็นการเขาเรียกว่าค้างของเก่าทิ้งไว้ นาย ก ก็ยังมีอยู่ นายเอ ก็มีใหม่ นี่คือประเด็นครับ เพราะว่าการสืบค้นของฝั่งตรงข้ามหรือคู่กรณีมักจะเข้าสืบค้นในฐานข้อมูล ได้เช่นเดียวกัน ถ้ายังมีนาย ก ค้างอยู่ แต่นายเอเป็นคนใหม่ ผมว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี แต่เป็น คำถามว่าทางกระทรวงจะกำหนดระเบียบหรือข้อบังคับดังกล่าวอย่างไร เพื่อคุ้มครองเพื่อให้ จะต้องมี เพราะในฐานข้อมูลนั้นจะต้องมีรหัสเลขบ้านที่ปรากฏนะครับ ถ้าสามารถสืบค้น ย้อนหลังได้มันเป็นภัยต่อพยานเท็จ แล้วก็การสร้างประวัติของพยานที่ถูกคุ้มครอง ต้องสร้าง ประวัติอย่างไรถึงจะดูเรียบร้อย ดูสะอาด ดูบริสุทธิ์นะครับ🔗

ประการสุดท้ายครับท่าน ช่วงเวลาที่คุ้มครองนั้นหลังจากที่เปลี่ยนแปลง ไปแล้วในระเบียบหรือประกาศของท่านรัฐมนตรีนั้น มีการคุ้มครองหลังจากเปลี่ยนข้อมูล ในฐานทะเบียนราษฎรแล้วอย่างไร เช่น มีบ้านให้อยู่ มีที่ให้ซุกหัวนอน มีแหล่งที่ให้หลบซ่อน ระยะสั้น ๆ และมีที่ทำมาหากิน หรือมีการศึกษาใหม่ให้กับเด็กหรือเยาวชนที่ถูกคุ้มครอง นี่คือสาระที่เป็นประเด็นที่ ๒ ช่วยตอบด้วยครับ🔗

ส่วนในประเด็นสุดท้ายที่ผมถามคือ ระเบียบที่กระทรวงยุติธรรมกำหนดนั้น เป็นระเบียบอย่างไร เพราะว่าในนี้เขียนไว้ในวรรคสี่ว่าให้เป็นไปตามระเบียบที่กระทรวง ยุติธรรมกำหนดและคำนึงถึง คำนึงถึงอะไรครับ การดำรงชีวิตตามปกติของพยาน แสดงว่า การดำรงชีวิตตามปกติของพยานคือ พยานสามารถไปทำมาหากิน เดินทางได้นะครับ เป็นบุคคลที่เรียกว่านายเออย่างสมบูรณ์โดยมิได้ถูกคุกคามจากฝั่งตรงข้าม หรือศัตรู หรือคู่อริ หรือคนที่พยานได้ไปให้อย่างไร ในระเบียบนี้จึงขอทราบเหตุผล🔗

ทั้ง ๓ ประเด็นครับ ท่านประธานครับ มันเป็นกฎหมายที่ดี ผมเห็นด้วยที่จะ คุ้มครองพยานและความผิดที่เกิดขึ้นในการแก้กฎหมายครั้งนี้ทั้งฉบับ แต่การดำเนินการ ของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมดังที่ผมสรุปไปแล้วว่า ถ้าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมเป็นนักการเมือง ท่านมีพรรคพวก มีผู้คน ท่านให้เข้าสู่กระบวนการคุ้มครองพยานด้วยการเป็นพยานสำคัญ สักคดีหนึ่ง เพื่อเปลี่ยนแปลงประวัติทำได้หรือไม่ท่านประธานครับ นี่คือหัวใจอันหนึ่ง ที่ผมอยากรู้ว่าดุลยพินิจดังกล่าวนั้น เป็นดุลยพินิจที่จบที่ท่านรัฐมนตรีเพียงผู้เดียว หรือมีการ จัดเก็บข้อมูลดังกล่าวอย่างเป็นทางลับเฉพาะ ให้กับทางราชการโดยมีระดับขั้นตอนของการ เปิดเผยข้อมูลความลับดังกล่าวที่เป็นส่วนสำคัญ ที่จะเปิดต่อหน่วยงานของรัฐบางหน่วยได้ และสรุปอันสุดท้ายท่านประธาน การคุ้มครองพยานเป็นกฎหมายที่ดี โดยเฉพาะในอนาคต ข้างหน้ามันมิใช่มีคดีแค่นี้ เพราะมันจะมีคดีอีกหลากหลายคดีที่จะเกิดขึ้นใหม่ ในโลกของเสมือน ในโลกของเทคโนโลยี ในโลกของภาวะของการเปลี่ยนแปลง และยิ่งคดีสำคัญ ๆ ที่เกิดขึ้น ในทางการเมืองนั้น ผมกราบเรียนได้ว่าขอให้มีการงดเว้นครับ ถ้าจะออกกฎหมายเกี่ยวกับ เรื่องการเมือง เกี่ยวกับเรื่องการสืบพยานเพื่อทำลายล้างทางการเมือง ขอให้งดเว้นในการ คุ้มครองพยานดังกล่าวนี้โดยสิ้นเชิง เพราะอันนั้นเป็นการปกป้องประชาชนคนไทย ทุกคนครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านชวลิตครับ🔗

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ นครพนม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย มาตรา ๗ มีการแก้ไข มาตรา ๑๐ (๓) มีสาระสรุปว่า ให้ผู้พิพากษาศาลอาญามีคำสั่งให้ กรมการปกครองดำเนินการเปลี่ยนแปลงข้อมูลหลักฐานการทะเบียนราษฎรได้ โดยอ้างว่า เพื่อเป็นการคุ้มครองพยาน ซึ่งกระผมเห็นว่าการแก้ไขดังกล่าวน่าจะมีผลกระทบกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือศาลยุติธรรมและกระทรวงมหาดไทยจะกระทำการที่ผิดกฎหมาย เสียเอง และที่สำคัญสภาผู้แทนราษฎรของเราจะผ่านกฎหมายให้ศาลยุติธรรม และกระทรวงมหาดไทยไปกระทำการที่ผิดกฎหมายเสียเองอย่างนั้น กระผมเห็นว่า เป็นการดำเนินการที่ไม่ถูกต้อง ท่านประธานที่เคารพ กระผมขออนุญาตอ่านข้อความ ที่คณะกรรมาธิการได้เพิ่มขึ้น มีข้อความว่า ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคุ้มครองพยาน ซึ่งได้รับอนุมัติเป็นหนังสือจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ยื่นคำขอฝ่ายเดียว ต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เพื่อมีคำสั่งอนุมัติให้กรมการปกครองดำเนินการเปลี่ยนแปลง ข้อมูลหลักฐานการทะเบียนราษฎร ตามร่างที่มีการแก้ไขดังกล่าวกระผมมีข้อสังเกตดังนี้ครับ ท่านประธานครับ🔗

ประเด็นแรก การบัญญัติให้ผู้พิพากษาศาลอาญามีคำสั่งให้กรมการปกครอง ดำเนินการเปลี่ยนแปลงข้อมูลหลักฐานการทะเบียนราษฎร ประเด็นนี้เห็นชัดเจนว่า ผู้พิพากษาศาลอาญาได้กระทำการผิดกฎหมายเสียเอง ในการสั่งให้เปลี่ยนแปลงข้อมูล หลักฐานการทะเบียนราษฎร ผิดทั้งทางอาญา กฎหมายการทะเบียนราษฎร ในส่วนของ กรมการปกครอง หากกระทำการเปลี่ยนแปลงข้อมูลหลักฐานการทะเบียนราษฎรไปจาก ความเป็นจริง ก็มีความผิดทั้งทางอาญาและกฎหมายการทะเบียนราษฎร รวมไปถึงกฎหมาย บัตรประจำตัวประชาชน ท่านประธานที่เคารพ กระผมเป็นอดีตข้าราชการกรมการปกครอง โดยเฉพาะเคยอยู่กองการทะเบียนที่วังไชยา นางเลิ้ง ถึง ๔ ปี เป็นนายอำเภอหลายอำเภอ รับผิดชอบงานทะเบียนราษฎรในอำเภอนั้น ๆ ถึงแม้จะมีกฎหมายออกมาสั่ง กระผมก็คิดว่า ไม่ปฏิบัติแน่นอน เพราะเท่ากับเอามือไปซุกหีบ ในขณะเดียวกันได้สอบถามพรรคพวก ทั้งในส่วนกลางและเพื่อนนายอำเภอต่างไม่เห็นด้วยกับร่างในมาตรา ๗ นี้ นอกจากนี้ การแก้ไขรายการในทะเบียนราษฎรให้ผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง ก่อให้เกิดผลกระทบ ในวงกว้างอีกหลายประการครับท่านประธาน🔗

ประการแรก ผลกระทบต่อการกำหนดเลขประจำตัวประชาชน ๑๓ หลัก เลขประจำตัวประชาชน ๑๓ หลัก เกิดขึ้นในปี ๒๕๒๕ ในสมัยรัฐบาล พลเอก เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นยุคเริ่มต้นงานทะเบียนยุคใหม่ เกิดโครงการการจัดทำ เลขประจำตัวประชาชน หลักการสำคัญก็คือ การกำหนดให้ประชาชนทุกคนมีเลขประจำตัว ประชาชน ๑๓ หลัก เพื่อใช้เป็นดัชนีในการจัดเก็บข้อมูลบุคคลตามกฎหมายทะเบียนราษฎร ในระบบคอมพิวเตอร์ คนละ ๑ เลขไม่ซ้ำกัน ใช้เลขเดียวตั้งแต่เกิดจนตาย ไม่มีการนำกลับมา ใช้ใหม่ หลักฐานทางทะเบียนสามารถระบุตัวบุคคลเป็นพยานได้ เช่น ชื่อตัว ชื่อสกุล การเปลี่ยนเลขประจำตัวประชาชนจึงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องตามหลักการของระบบงาน การทะเบียนราษฎร การเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล มีระเบียบรองรับ แต่การเปลี่ยนภาพถ่าย ใบหน้า ลายพิมพ์นิ้วมือ หัวแม่มือซ้ายขวาไม่สามารถกระทำได้ เท่ากับการสวมตัวบุคคล ทำบัตรประจำตัวประชาชนมีความผิดตามกฎหมายตาม พ.ร.บ. บัตรประจำตัวประชาชน การเปลี่ยนเลข ๑๓ หลักทางเทคนิคจะกระทำไม่ได้ เพราะเลขประจำตัวประชาชน ๑๓ หลัก ถูกกำหนดให้เป็นไพรมารีคีย์ (Primary key) ในการจัดเก็บข้อมูลประชาชนในระบบข้อมูล ทะเบียนประวัติราษฎร ผลกระทบต่อมาครับท่านประธาน ในการจัดทำบัตรประจำตัว ประชาชน กรณีนี้กรมการปกครองจะถูกบังคับ โดยคำสั่งของศาลให้กระทำผิดกฎหมาย พ.ร.บ. บัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ. ๒๕๒๖ เสียเอง ทั้งนี้กฎหมายบัตรประจำตัวประชาชน มีบทลงโทษเจ้าหน้าที่ไว้ด้วย หากกระทำการฝ่าฝืนการตรวจสอบข้อมูลที่ถูกต้อง ท่านประธานที่เคารพครับ ดังที่กระผมได้ประสานเป็นการภายในกับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ หลายท่าน เขาให้ข้อคิดเห็นดังนี้ครับท่านประธาน ข้อ ๑ ไม่ควรมีกฎหมายใดมากำหนดให้มี การนำข้อมูลที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงเข้าสู่ระบบฐานข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎร ข้อ ๒ หาก พ.ร.บ. ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ จะทำให้ระบบงานทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชนถูกลดความ น่าเชื่อถือ ลดความถูกต้องของข้อมูล ลดระดับความปลอดภัยของระบบงานทะเบียนราษฎร และบัตรประจำตัวประชาชนลง จนไม่ได้รับความเชื่อถืออีกต่อไป ประเด็นนี้เป็นประเด็นที่ น่าจะเป็นห่วงมาก ท่านประธานที่เคารพ กระผมได้ลองสอบถามน้อง ๆ นายอำเภอ น้อง ๆ เจ้าหน้าที่ในส่วนกลาง ล้วนต้องการให้คณะกรรมาธิการนำกลับไปแก้ไข อย่าให้ผู้พิพากษา ศาลอาญาและกรมการปกครองต้องเดือดร้อน🔗

ประการสำคัญครับท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรของเราถ้าจะผ่าน กฎหมายฉบับนี้ไปบังคับใช้ให้มีการกระทำผิดกฎหมายเสียเอง น่าจะเป็นการเสียสถาบัน อย่างยิ่ง กระผมจึงขอให้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ร่วมกันพิจารณาประเด็นที่กระผม ทักท้วงอยู่อย่างรอบคอบ และถ้าคณะกรรมาธิการเห็นพ้องก็ควรรับร่างกฎหมายฉบับนี้ ไปแก้ไขใหม่ ให้ตรากฎหมายให้เป็นไปด้วยความชอบธรรม ที่สำคัญให้สภาผู้แทนราษฎร ของเราได้รับความเชื่อมั่นในการตรากฎหมายที่ถูกต้องยุติธรรม ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่าน พันตำรวจเอก ทวี เชิญครับ🔗

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ ในร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองพยาน มาตรา ๗ เพื่อแก้ไข มาตรา ๑๐ ในวรรคสอง ผมมีความไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งที่สภาผู้แทนราษฎรของเรากำลังบัญญัติกฎหมาย ที่ให้ไป กระทำผิดกฎหมาย แล้วกฎหมายฉบับที่สำคัญก็คือเรากำลังจะนำข้อมูลเท็จ ข้อมูลโกหก ข้อมูลไม่เป็นความจริงเข้าไปสู่ระบบข้อมูลทะเบียนราษฎร ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ จนมี พ.ร.บ. ทะเบียนราษฎร เมื่อปี ๒๔๙๙ คือ ๗๖ ปีที่ผ่านมา และทะเบียนราษฎรของ ประเทศไทยเป็นสิ่งที่บริการประชาชน เป็นสมบัติของประชาชนทั้ง ๖๖ ล้านคน ที่จะต้องนำ ข้อมูลส่วนตัวเข้าไปอยู่ในทะเบียนราษฎร จำนวน ๖๖ ล้านคนจะมี ๔๔ บ้าน คือ บ้านหรือ ครอบครัวนะครับ ๒๔ บ้านอยู่ในนั้น การที่เราต้องการจะคุ้มครองพยาน ผมยังเชื่อว่า กรรมาธิการที่อยู่ข้างบนก็คงจะมีความรู้เรื่องคุ้มครองพยาน แต่ผมเองเป็นผู้ปฏิบัติในการ คุ้มครองพยาน จึงทราบดีว่าการที่เรามีความจำเป็นต้องคุ้มครองพยาน แต่เรากำลังทำลาย ระบบที่ถือว่าเป็นระบบของคนทุกคน สิ่งหนึ่งที่บอกว่ากระทำผิดกฎหมายที่ท่านชวลิต ได้พูดถึง ก็คือใน พ.ร.บ. ทะเบียนราษฎรจะมีอยู่ว่า ถ้าผู้ใดนำข้อมูลที่เป็นเท็จที่ไม่ถูกต้อง เข้าไปจะมีโทษจำคุกตั้งแต่ ๖ เดือนถึง ๑๐ ปี ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้พิพากษา หรือถ้าเป็น บัตรประชาชนก็มีอัตราโทษตั้งแต่ ๓ ปีถึง ๑๕ ปี คือการสวมบัตรประชาชนเพราะเราถือว่า เป็นเรื่องสำคัญ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่สำคัญก็คือเรากำลังจะไปเปลี่ยนซอฟต์แวร์ (Software) ที่มีการใช้ร่วมกัน ไม่เฉพาะทะเบียนราษฎรนะครับ ผมทราบว่าปัจจุบันมีหน่วย สถานทูตในต่างประเทศก็ต้องใช้ข้อมูลนี้ถึง ๙๘ สถานทูต แล้วก็มีหน่วยที่ได้รับบริการต้องใช้ ข้อมูลทะเบียนราษฎรทั้งหมดในประเทศ ไม่ว่าธนาคารอีก ๑๒๘ หน่วย ดังนั้นการที่จะ กำหนดในมาตรา ๒ เพื่อการคุ้มครองพยาน แล้วไปกำหนดให้ศาล ไปสั่งให้กรมการปกครอง เปลี่ยนข้อมูลทะเบียนราษฎร ผมถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง และที่สำคัญอย่างยิ่ง เรามีวิธีเขียนที่ดีกว่านี้ และสามารถคุ้มครองพยานได้ดีกว่านี้ ผมจึงเสนอขอให้ตัดมาตรา ๑๐ คือ มาตรา ๗ ที่ไปแก้มาตรา ๑๐ วรรคสอง ถ้าหากจะไม่ตัดก็ขอให้กรรมาธิการลอง เอากลับไปพิจารณาทบทวน ถ้าท่านไม่กลับไปพิจารณาทบทวน แล้วปล่อยให้ข้อมูลนี้ออก ความภูมิใจของคน ความภูมิใจที่ต้องใช้ ถ้าเราจะเปรียบเหมือนปลา เรามีปลา ๖๖ ล้านตัว เจ้าหน้าที่รัฐกำลังจะเอาปลาเน่า ๑ ตัวใส่เข้าไป จะทำให้ ๖๖ ล้านตัวนี้เป็นข้อมูลเท็จหมด สิ่งที่เป็นบริสุทธิ์ สิ่งที่เป็นบริการของประชาชน เป็นสิ่งเดียวที่คนบนดอย คนใต้สุด และคนทุกคนมีความภูมิใจว่าข้อมูลอันนี้มีความยุติธรรม ถ้าเราแก้ไขไม่ได้นะครับ ผมอยากจะเสนอในวรรคสองนี้ ในกรณีตามวรรคหนึ่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ของ สำนักคุ้มครองพยาน ซึ่งได้รับอนุมัติเป็นหนังสือจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจัดทำ เอกสารหรือหลักฐานขึ้นเพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองพยาน และให้ถือว่าการกระทำนั้นชอบ ด้วยกฎหมาย ความหมายของที่ผมเขียนนี้ก็อยู่ในพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ ในมาตรา ๒๗ คือการจะจัดคนให้แฝงตัวสะกดรอย จะทำหลักฐานปลอมอะไรก็เป็นเรื่อง ของคุณจะไปทำ ทำไมคุณจะไปทำร้ายประชาชนอีก ๖๖ ล้านคน ซึ่งเขามีสิ่งเดียวที่จะได้รับ ความยุติธรรม คือสิทธิการเป็นทะเบียน แล้วคนทั้ง ๖๖ ล้านคน ต้องไปอยู่ในที่นี้หมด ดังนั้นผมจึงไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง และผมถือว่าถ้าสภาแห่งนี้ให้ผ่านมาตรานี้ไป ท่านจะทำร้ายคนไทยทั้งหมด คนของ กรมการปกครอง และทำร้ายคนในกระบวนการยุติธรรม เพราะเราถือว่าในการสอบสวน ข้อมูลที่อยู่ทะเบียนราษฎรเป็นข้อมูลที่ถูกต้องครับ ผมขอให้กรรมาธิการช่วยโปรดพิจารณา ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ กรรมาธิการมีอะไรจะตอบชี้แจงไหมครับ เชิญครับ🔗

นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ กรรมาธิการ ด้วยความเคารพในความเห็น ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ กระผมขออนุญาตชี้แจงในข้อรายละเอียดแทน คณะกรรมาธิการตามที่ได้รับมอบหมายจากท่านประธานคณะกรรมาธิการดังต่อไปนี้ครับ🔗

ในประเด็นเรื่องของการคุ้มครองพยาน กราบเรียนว่ามาตรการที่เรากำลังพูด ถึงอยู่นี้เป็นมาตรการพิเศษในการคุ้มครองพยานที่ไม่สามารถจะคุ้มครองพยานด้วยวิธีอื่น เพราะว่าพยานจะมีความหวาดกลัวในการที่จะให้ถ้อยคำเป็นพยานต่อศาลหรือพนักงาน สอบสวน ซึ่งกรอบในเรื่องของมาตรการพิเศษในการคุ้มครองพยานในกรณีพิเศษนี้ ถ้ามีความจำเป็นจริง ๆ ซึ่งเป็นกรณีที่เกิดขึ้นน้อยมากนะครับ พยานอาจจะไม่สามารถ ที่จะอยู่ในชื่อเดิม ที่อยู่เดิม อาจจะต้องมีกระบวนการในการที่จะไปเปลี่ยน ทั้งฐานที่อยู่ ทั้งชื่อ อัตลักษณ์บุคคลเพื่อจะมีชีวิตใหม่ เพื่อจะหลุดพ้นจากการติดตามจากองค์กร อาชญากรรม หรือกรณีของผู้ที่ข่มขู่พยาน ในลักษณะอย่างนี้ผมกราบเรียนว่ามาตรการ ในลักษณะนี้เป็นมาตรการสากล ไม่ใช่มาตรการที่ทางคณะกรรมาธิการหรือทางรัฐบาลไทย คิดขึ้นเอง🔗

ประการที่ ๒ กรณีที่เป็นมาตรการพิเศษในการเปลี่ยนรายชื่อ ซึ่งท่านสมาชิก ได้กรุณาสอบถามว่า ถ้าจะต้องดำเนินการจะต้องดำเนินการอย่างไร ความจริงกฎหมายนี้ ไม่ได้เปลี่ยนจากกฎหมายเดิมที่มีอยู่ เพียงแต่ว่ามาตรการในการดำเนินการแต่เดิมมันมี ข้อจำกัด เนื่องจากว่าในระบบเดิมเราเขียนในลักษณะการประสานงานไม่ได้ให้อำนาจในการ ทำงาน เมื่อเราเขียนในระบบการประสานงานเป็นลักษณะอย่างนี้ จึงทำให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ มีข้อกังวลใจที่ไม่สามารถที่จะดำเนินการตามกฎหมายได้ กราบเรียนว่าการกำหนด ในแนวทางที่จะให้มีการเปลี่ยนชื่อหรือเปลี่ยนลักษณะของบุคคลเป็นไปตามหลักการทั่วไปว่า ถ้าหากว่ามีกฎหมายกำหนดให้อำนาจ กฎหมายที่ออกในภายหลังและเป็นกฎหมายเฉพาะ ก็จะเป็นกฎหมายที่ยกเว้นกฎหมายที่มีใช้อยู่ในปัจจุบัน เพราะฉะนั้นในกรอบนี้ผมกราบเรียน ว่าไม่ได้เป็นการผิดหลักทางนิติวิธีเพียงประการใด ขึ้นอยู่กับว่าท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ จะมีความเห็นว่า การดำเนินการในส่วนนี้มีความจำเป็นมากน้อยเพียงใด แต่กราบเรียนว่า ในการดำเนินคดี ไม่ว่าจะเป็นองค์กรอาชญากรรมในเรื่องยาเสพติดที่มันมีความลึกมาก ความผิดในหลาย ๆ ด้าน พยานจำนวนมากที่อยู่ในองค์กรอาชญากรรมเหล่านั้น จะมีความกังวลใจที่จะไม่สามารถให้ถ้อยคำและเป็นประโยชน์ เพราะฉะนั้นมันเป็นการ ชั่งน้ำหนักของการที่จะดำเนินการกับผู้ที่เป็นต้นตอ ที่เป็นคนที่เป็นตัวการหลักในการที่จะ ดำเนินคดีกับคนเหล่านั้น กฎหมายในหลายประเทศเปิดช่องนี้ไว้ครับว่าสามารถที่จะมีการ ดำเนินการและให้การคุ้มครอง ซึ่งการคุ้มครองนี้ ความคุ้มครองทั่วไปที่เป็นลักษณะการ คุ้มครองให้ความปลอดภัย เป็นการคุ้มครองที่ไม่เพียงพอนะครับ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาต กราบเรียนว่าในหลาย ๆ ประเทศมีในเรื่องนี้อยู่🔗

สำหรับประเด็นที่ท่านได้กรุณาสอบถามว่า ถ้าหากว่าเราต้องชั่งน้ำหนักกัน ระหว่างความสมบูรณ์ของทะเบียนกับความจำเป็นที่จะต้องจัดการกับตัวการอาชญากรรม ในระดับสูง ผมเข้าใจว่าตรงนี้เราไม่ได้เปลี่ยนระบบทั้งหมด และในระบบก็จะมีกระบวนการ ในการที่จะป้องกันไม่ให้มีการสืบข้อมูลไปสำหรับอัตลักษณะใหม่ที่ได้ให้กับบุคคลที่เข้ามาอยู่ ในระบบนี้🔗

ประเด็นของเรื่องการที่จะมีการดำเนินการ ผมกราบเรียนว่าเป็นไปตามระบบ ราชการ กระบวนการขั้นตอนในลักษณะอย่างนี้เริ่มต้นที่ทางกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ซึ่งมีสำนักคุ้มครองพยานเป็นหลักในการดำเนินการ ซึ่งก็เข้าข่ายขั้นตอนในลักษณะลับที่สุด ที่จะเสนอผ่านกลไกในทางบังคับบัญชาไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แต่ว่าเหตุผลในกระบวนการที่จะต้องอนุมัติอนุญาตตามกรอบของท่านรัฐมนตรีก็จะเป็นไป ตามกฎหมายฉบับนี้ ว่าจะต้องมีความจำเป็นอย่างยิ่ง แล้วก็ไม่สามารถดำเนินการในทางอื่นได้ ซึ่งก็จะได้มีการออกระเบียบกำหนดมาตรการต่าง ๆ เหล่านั้นไว้🔗

ในอีกส่วนหนึ่งผมกราบเรียนว่า ในกรอบของเรื่องการใช้ดุลยพินิจก็ไม่มีการใช้ ดุลยพินิจไปทางอื่น ก็จะต้องมีกระบวนการในการเสนอเรื่องขึ้นมา ซึ่งในชั้นนี้ก็จะเป็น ลักษณะชั้นความลับที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ เพราะว่าถ้าหากว่าเราเปิดเผยว่ากระบวนการนี้ ดำเนินการอย่างไร ก็จะเป็นประเด็นที่ทำให้เกิดการสืบค้นจากฝ่ายที่ต้องการจะสืบค้นพยาน🔗

ในประเด็นสำคัญผมคิดว่า ประเด็นจึงอยู่ในกรอบที่เพียงแต่ว่า สิ่งที่เราเสนอ อยู่นี้เป็นสิ่งที่ท่านสามารถทำได้ตามกฎหมายทั่วไปหรือไม่ คำตอบก็คือทำไม่ได้ เพราะฉะนั้น การที่ออกกฎหมายเป็นลักษณะเป็นข้อยกเว้น เป็นกฎหมายที่กำหนดเฉพาะ และชั่งน้ำหนัก แล้วมันมีความจำเป็นจริง ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะทำให้การคุ้มครองพยาน ในลักษณะนี้สามารถที่จะเกิดขึ้นเป็นลักษณะเป็นจริงครับ การเสนอครั้งนี้จึงไม่ได้ เป็นการเปลี่ยนแปลงหลักการทางนิติวิธี และสามารถดำเนินการได้ เพราะเป็นลักษณะ กฎหมายที่ยกเว้นกฎหมายทั่วไป ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรรมาธิการ จะชี้แจงต่อ เชิญครับ🔗

นายคารม พลพรกลาง กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผม นายคารม พลพรกลาง ในฐานะกรรมาธิการ จะขออนุญาตเพิ่มเติมจากท่านกรรมาธิการ ท่านอาจารย์วิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ขออนุญาต ที่เอ่ยนาม ในประเด็นที่เพื่อนสมาชิกสงสัยว่า ดุลยพินิจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม จะใช้ดุลยพินิจในการกลั่นแกล้งบุคคลที่เป็นพยาน หรือว่าทำให้เอากระบวนการนี้ ไปดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งทางการเมืองหรือไม่ เรียนเบื้องต้นก่อนครับว่า กระบวนการ ร่างกฎหมายที่เป็นการจำกัดสิทธิ รัฐธรรมนูญเขาเขียนไว้คือ มาตรา ๒๖ ถ้าจะทำกฎหมาย ออกมาเพื่อให้มันชอบ มันก็ต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎร สภาผู้แทนราษฎรเป็นตัวแทน ปวงชนชาวไทย เพราะฉะนั้นการออกกฎหมายจึงเป็นการดำเนินการที่ชอบถูกนิติวิธีอย่างที่ ท่านกรรมาธิการท่านก่อนได้พูดไป ผมอยากจะเรียนสักเล็กน้อยว่า ข้อกังวลเกี่ยวกับอำนาจ หน้าที่ในการอนุญาตให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๑๐ ในวรรคสอง ท่านสงสัยว่า ดุลยพินิจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมที่จะอนุญาตเบื้องต้น ต้องเรียนอย่างนี้ครับว่า สุดท้ายแล้วดุลยพินิจนี้จะไปจบที่อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา อันนั้นคือกระบวนการทางกฎหมาย เราต้องยอมรับครับว่า เรามีสถาบันคือศาล ถ้าเราไม่เชื่อมั่นศาลเราไม่รู้จะไปเชื่อมั่นใคร เมื่อระบบให้ศาลเป็นคนชี้ว่าควรจะอนุมัติตามที่รัฐมนตรีดำเนินการขึ้นมาหรือไม่อย่างไร ผมเชื่อว่าศาลยุติธรรมเป็นกลางและเป็นธรรม เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็ชี้แจงและเคารพ ในความเห็นต่าง แต่อยากจะชี้แจงว่าศาลยุติธรรมเราต้องเชื่อถือได้ เพราะนี่คือระบบของประเทศ🔗

ประเด็นต่อมา ผมเชื่อครับว่าสักวันหนึ่งท่านสมาชิกที่สอบถามและกังวล อาจจะไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เมื่อท่านเห็นกระบวนการการกระทำ ความผิด ซึ่งเป็นมาตรการพิเศษ เป็นเรื่องร้ายแรง เช่น กระบวนการค้ามนุษย์ กระบวนการ ค้ายาเสพติดในระดับสากล หรืออื่น ๆ ที่มันร้ายแรง ผมจึงเรียนว่าเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องจำเป็น ที่จะต้องคุ้มครองสาธารณะ ผมเชื่อว่าไม่มีรัฐมนตรียุติธรรมคนไหนจะมาทำให้ผิดกฎหมาย เพราะเหตุว่ารัฐมนตรียุติธรรมมาจากประชาชน การทำที่ไม่ชอบและขัดต่อประโยชน์ สาธารณะและประชาชนจับตาอยู่ไม่กล้าทำ ผมจึงเรียนว่าตัวแทนประชาชนจึงเหมาะสม ในการที่จะนำเสนอขึ้นไป แล้วให้ฝ่ายยุติธรรมเห็นชอบหรืออนุมัติตาม จึงขออนุญาต กราบเรียนไปยังสมาชิก เราต้องเคารพคนที่มาจากประชาชน ถ้าเราไม่เคารพคนมาจากประชาชน นิ้วที่เราชี้ไปก็กลับมาที่เรา ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ มาตรานี้ถึงแม้ว่าผู้สงวนความเห็นจะไม่ติดใจ แต่เนื่องจากมาตรานี้ คณะกรรมาธิการมีการแก้ไข ดังนั้นผมจะขอถามมติที่ประชุมครับว่าจะเห็นด้วย ท่านชวลิต ยังมีติดใจอะไรหรือไม่ครับ เชิญครับ🔗

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ นครพนม

กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย กระผมยังมีความสงสัยอยู่ใน ๒ ประเด็น🔗

ประเด็นแรก ในส่วนที่เกี่ยวกับศาล ได้มีการเชิญศาลมาให้ความเห็นต่อ คณะกรรมาธิการ แล้วศาลท่านมีข้อคิดเห็นหรือมีข้อสังเกตต่อประเด็นนี้อย่างไรหรือไม่🔗

ประเด็นที่ ๒ กระผมก็ยังติดใจเสียง หมายถึงว่าในกรณีที่ท่านกรรมาธิการ บอกว่ามีคดีในทำนองนี้เพียงเล็กน้อย กระผมจึงเห็นว่ามีวิธีอื่นอีกมากมายในการคุ้มครอง พยาน สิ่งที่มีเล็กน้อยนี้จะทำลายระบบส่วนใหญ่ไม่น่าจะถูกต้อง และที่ผมจำเป็นจะต้อง ขึ้นมาพูดนี้ก็เพราะน้อง ๆ ในกระทรวงมหาดไทยขอมาเยอะแยะไปหมดเลยในเรื่องนี้ แสดงว่าเขาไม่สบายใจอย่างยิ่งที่จะไปทำและให้ระบบของเขาเสียหาย ลดความน่าเชื่อถือ ปกติแล้วถ้าเรื่องพอผ่าน ๆ ไปได้ก็คงไม่มีประเด็นอะไร แต่เมื่อมีเสียงเรียกร้องมามากมายจริง ๆ กระผมในฐานะที่เป็นศิษย์เก่าของกระทรวงมหาดไทยก็จำเป็นที่จะต้องออกมาให้ข้อคิดเห็น ข้อทักท้วงในอันที่จะทำให้คณะกรรมาธิการได้หาทางออกที่ดีกว่านี้หรือไม่ ที่จะให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ทั้งศาล ทั้งกระทรวงมหาดไทยได้เกิดความสบายใจที่จะทำเรื่องนี้ในอนาคตต่อไป ขอขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านทวีครับ ถ้าสมมติว่าเนื้อหาสาระยังเป็นเรื่องเดิมอยู่ผมก็อยากจะให้พูดครั้งเดียวก็พอนะครับ เพราะว่า เมื่อความเห็นแตกต่างกันเราก็ต้องวัดกันด้วยการโหวต ท่านจะพูดประเด็นเดิมผมขออนุญาต จะไม่อนุญาตนะครับ🔗

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

คนละประเด็นครับ เพิ่มเติมนิดเดียวครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สั้น ๆ นะครับ🔗

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ สิ่งที่กรรมาธิการได้ตอบมันคนละสิ่งที่ผมพูดถึง คือการเปลี่ยนชื่อตัว ชื่อสกุล เงินแค่ ๕๐ บาทก็เปลี่ยนได้ในทะเบียนราษฎร แต่กรณีนี้คือท่านกำลังเอาข้อมูลเท็จ ไปใส่ในระบบทะเบียนราษฎร ซึ่งซอฟต์แวร์ (Software) ต้องแก้หมด ผมคิดว่าราคา หลายพันล้าน ผมอยากจะให้ปรับข้อความตอนท้ายนิดเดียว เพียงแต่คุณจะทำกุญแจอย่างไรก็ได้ ที่ไม่ให้มีคนตรวจ แต่ท่านชี้แจงผมทราบดี ผมก็ยังรู้เลยว่ามีพยานอันไหนที่เสียชีวิต เพราะเปลี่ยนชื่อ ไปตรวจชื่อหลักฐานทางทะเบียนราษฎร ในต่างประเทศก็ไม่มีใครทำครับ แต่หลักการที่จะเปลี่ยนแปลงข้อมูลของพยานนั้นมีอยู่ แต่ถ้าไปทำลายระบบของคนไทย ทั้งประเทศนี่ ผมยืนยันว่าไม่มีครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านเกรียงศักดิ์เชิญครับ🔗

นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๗ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตเรียนท่านประธานว่าการแก้ไขมาตรา ๗ เกี่ยวกับมาตรา ๑๐ (๑) ผมขอเข้าประเด็นในเรื่องการย้ายที่อยู่ หรือจัดหาที่พักอันเหมาะสม ในการคุ้มครองพยาน ท่านประธาน ท่านสมาชิกทุกท่านได้ยินข่าวครึกโครมว่า การจัดหาที่อยู่ ที่พักอันเหมาะสม ในกรณีเซฟเฮ้าส์ (Safe house) สามารถคุ้มครองพยานและผู้ถูกกล่าวหาได้หรือไม่ เป็นเรื่อง ที่น่าห่วงใยมากในการให้ความยุติธรรม ผมอยากฝากไปยังท่านกรรมาธิการทุกท่านว่าให้พิจารณาเรื่องนี้ คำว่า เซฟเฮาส์ (Safe house) หรือว่าที่พักอันเหมาะสม ให้พยานและผู้ถูกกล่าวหาสามารถที่จะคุ้มครองให้ทั้งชีวิต และทรัพย์สินของเขาได้จริงหรือไม่ ในกรณีตัวอย่างที่เป็นข่าวทางสื่อเราเห็นชัดเจนนะครับว่า ไม่สามารถคุ้มครองแม้กระทั่งชีวิตของเขาได้ ก็ฝากไว้สั้น ๆ ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านกรรมาธิการมีอะไรจะตอบชี้แจง เชิญท่านประธานครับ🔗

นายวีระกร คำประกอบ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธาน ที่เคารพ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ขอกราบเรียนท่านว่าในประเด็นนี้ ที่ท่านเป็นห่วงกังวล กรรมาธิการก็เป็นห่วงเหมือนท่าน แล้วก็พยายามหาช่องทางที่มันจะ เป็นไปได้เพื่ออำนวยความยุติธรรมให้เกิดขึ้น ถ้าหากว่าพยานจำเป็นที่จะต้องขึ้นให้การ เพื่อปรักปรำระดับชาติ หรือระดับโลก ผู้ที่ทำความผิด เช่น องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเขาสามารถที่จะตรวจได้ว่าคนนี้ย้ายไปอยู่ที่ไหน ตามกันจนเจอ แล้วในที่สุดอาจจะทำให้เกิด การเสียชีวิตได้ พูดง่าย ๆ ว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้มีมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ ใช้การประสานงานกัน แต่ว่าไม่เคยเลยแม้แต่ครั้งเดียวที่จะได้เอามาใช้ ส่วนหนึ่งก็อาจจะเป็นเพราะว่าทางกรมการปกครอง ไม่กล้าที่จะใช้ด้วย เพราะว่าไม่มีอะไรรองรับในเรื่องของการเปลี่ยนแปลงการทะเบียนราษฎร ดังนั้นกรรมาธิการจึงพยายามหาช่องทางว่าถ้าจะทำก็ต้องทำเพื่อให้ทางพี่น้องชาวกรมการ ปกครองเขาไม่ได้รับความเดือดร้อนครับ คือจะต้องมีอะไรที่จะแบ็กอัป (Backup) เขา หรือมีอะไรที่จะคอยแก้ไขไม่ให้เขาถูกกล่าวหาว่าเป็นการกระทำความผิดได้ โดยการให้มีการ ยื่นคำร้องฝ่ายเดียวจากสำนักงานคุ้มครองพยาน ได้รับหนังสืออนุมัติจากท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมยื่นคำขอฝ่ายเดียวต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา จะเห็นได้ว่า เราก็พยายามหาช่องทางออกว่าจะทำอย่างไรให้การคุ้มครองพยาน ซึ่งต้องเรียนกับท่านว่า ต้องเกิดขึ้นด้วยความจำเป็นอย่างยิ่งยวดนะครับ ไม่ใช่ว่าซี้ซั้วอยู่ ๆ ก็จะเกิดเรื่องอย่างนี้ ขึ้นเรื่อย ๆ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ มาถึงปีนี้ไม่เคยมีการกระทำแม้แต่เคส (Case) เดียว นะครับ กฎหมายฉบับเดิมก็สามารถที่จะทำได้ แต่ไม่มีการขอให้มีการกระทำเลยนะครับ เพราะฉะนั้นอยากจะเรียนท่านว่ามันต้องเป็นความจำเป็นอย่างยิ่งยวด ในต่างประเทศ ท่านก็คงทราบว่าเขาย้ายรัฐ ย้ายอะไร แต่ในที่สุดก็ต้องลบอัตลักษณ์จากประวัติเดิมทั้งหมดเลย ไม่เช่นนั้นพยานก็อยู่ในอาการที่เรียกว่ามีอันตรายที่สูงมาก ก็อยากจะเรียนท่านว่า คงจะไม่ได้เกิดขึ้นประจำทุกปี นี่ตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ ถึงปี ๒๕๖๔ ก็ร่วมเกือบ ๒๐ ปี ไม่เคยมี การขอเคส (Case) อย่างนี้มาแม้แต่เคส (Case) เดียวนะครับ เพียงแต่ว่ากฎหมายถ้าเขียน แล้วต้องให้ทำได้ แต่จะต้องทำให้เกิดความปลอดภัยกับผู้ปฏิบัติด้วย ไม่ใช่ว่าให้ผู้ปฏิบัติ ทำผิดกฎหมายโดยไม่มีอะไรที่ซัปพอร์ต (Support) เขา หรือว่าแบ็กอัป (Backup) เขา ก็ต้องกราบเรียนท่านว่า กรรมาธิการพยายามอย่างยิ่งแล้วครับที่จะมองเห็นประเด็นนี้ว่า ทำ อย่างไรช่องทางออกมันจะเป็นช่องทางไหนได้ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน พิเชษฐ์ครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรา ๗ นี้หลายท่านได้ให้ความเห็นไป การคุ้มครองพยาน อย่างที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้ให้คำอธิบายว่าต้องสำคัญอย่างยิ่งยวด สำคัญ อย่างยิ่งยวดวิธีการอื่นไม่มีหรือครับ คือมันเหมือนทำลายอธิปไตยส่วนบุคคล หรือทำลาย อธิปไตยของประเทศเลยนะ ที่ท่านไปเปลี่ยนเลข ๑๓ หลัก มันจะกี่เคส (Case) ครับ ถ้ามันมีสักเคส (Case) ๒ เคส (Case) คนไทยตั้ง ๖๐ กว่าล้านคน แล้วอาชญากรรมระดับโลก ปัญหาระดับโลกนี่นะครับ ถ้าหากว่าประเทศไทยไปเกี่ยวข้อง วิธีการนี้ท่านคิดว่ามันเป็นวิธีการที่ปลอดภัยที่สุดหรือไม่ ท่านเปลี่ยนบัตรประชาชน ท่านเปลี่ยนอัตลักษณ์ของบุคคล เสร็จแล้วมันสามารถคุ้มครอง ชีวิตเขาได้จริงหรือไม่ แต่ความเสียหายนี่คือหลักการของประเทศมันเสียหาย คือกฎหมาย ที่ท่านว่า ที่ท่านร่างขึ้นมาวันนี้ท่านคิดว่ามันคงไม่เกิด แต่ว่าถ้าเกิดจะมีการทุจริตคอร์รัปชัน หรือมีการแอบบังโดยเงียบ ๆ นี่มันก็ทำได้ ผมคิดว่าไม่อยากให้มีหลักการนี้ในประเทศไทย ในกฎหมายนี้ พวกเราก็ไม่ค่อยเห็นด้วยนะครับ คืออะไรก็ตามที่มันเกิดขึ้น ที่ท่านว่าเป็น ยิ่งยวดนี่นะครับ เคส (Case) พิเศษ ผมคิดว่าวิธีการอื่นมีเยอะมาก การคุ้มครองนี่นะครับ เหมือนไข่ในหินเลยครับ แต่ถ้ามันสำคัญจริง ๆ ระดับบิน ลาเดน อย่างนี้นะครับ อย่างไรก็เจอ อย่างนั้นคือมันเป็นเรื่องระดับโลก อย่างไรก็หาเจอ ดังนั้นผมคิดว่าเรามาเปลี่ยนหลักการ ของประเทศ โดยเปลี่ยนเลข ๑๓ หลัก นี่ผมคิดว่าผมไม่เห็นด้วย ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านกรรมาธิการ จะตอบชี้แจงหรือไม่ครับ เชิญครับ🔗

นางภัทธมน เพ็งส้ม กรรมาธิการ

ขออนุญาตท่านประธานสภา ดิฉัน ภัทธมน เพ็งส้ม ในฐานะกรรมาธิการ ขออธิบายรวม ๆ แล้วกันนะคะ เพราะว่าตาม พ.ร.บ. คุ้มครองพยาน การคุ้มครองพยานกับการใช้มาตรการเป็นการร้องขอของตัวพยานเอง ซึ่งหลักการแล้วเจ้าหน้าที่ไม่สามารถไปบังคับให้พยานมาขอมาตรการพิเศษนี้ได้ เป็นเรื่อง ของที่ตัวพยานเอง หรือประชาชนคนนั้นเขาต้องการคุ้มครองชีวิตเขาเองจึงร้องขอ จึงเกิด กระบวนการนี้ขึ้น ถ้าท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคิดว่าการที่ประชาชนที่เขาอยู่ใน เหตุการณ์และเขาต้องปกป้องชีวิตเขา ครอบครัวเขา หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเขา เพื่อให้อยู่ใน ความปลอดภัยเป็นเรื่องทำลายหลักการของประเทศ ก็ขออนุญาตที่จะอยากจะเปลี่ยนแปลง ความคิดท่านสักนิดหนึ่งว่า ถ้าเกิดประชาชนที่เขาเดือดร้อน ที่เขาต้องมาอยู่ในวงเวียนของ อาชญากรรม ซึ่งเขาไม่สามารถปกป้องตัวเองได้ ปกป้องครอบครัวเขาได้ ชีวิตเขาได้ ลูกเขาได้ ท่านกรรมาธิการจะใช้วิธีการใดไปดำเนินการ เพื่อให้เขาได้รับความปลอดภัย อันนั้น เรื่องหนึ่งนะคะประเด็นแรกที่อยากจะสอดคล้องว่า มันไม่ได้แก้หลักการของประเทศ เพราะว่าเป็นการแก้ไขเฉพาะตัวพยาน หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือเขาร้องขอ อย่างสมมติ สามีเป็นพยาน เขาก็ต้องร้องขอเพื่อให้ภรรยาเขาไปด้วย ลูกเขาไปด้วย มันไม่ได้มีการ เปลี่ยนแปลงหลักการของประเทศ เพราะว่าหลักการของคน ๖๐ กว่าล้านคน ก็ยังมี เลขประจำตัวประชาชนของเขาเอง ไม่มีใครไปเปลี่ยนแปลงได้ และอีกอย่างหนึ่งข้อมูลของ การเปลี่ยนแปลง หลักเกณฑ์ในระเบียบวิธีการของกรมการปกครองเอง ก็จะแยกเฉพาะ ออกมาเป็นส่วนหนึ่งในเรื่องของการคุ้มครองพยานเท่านั้น อยากให้ท่านมองแค่ว่ามันเป็น เรื่องเฉพาะตัว ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงหลักการของประชาชนทั้งประเทศ มันก็จะเข้าใจว่า เรื่องการคุ้มครองพยานเป็นเรื่องของการที่เรารักษาความมั่นคงของชาติ รักษาความมั่นคง ของชีวิตและทรัพย์สินของบุคคลผู้เป็นพยานและครอบครัว ขอบคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ยังมีท่าน ส.ส. ติดใจอีกท่านนะครับ ท่านสะถิระ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานครับ ผมขอต่อเนื่อง ตรงนี้ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสะถิระ รอสักครู่นะครับ เชิญท่านพิเชษฐ์ครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ มันเป็นเรื่องของ ส่วนบุคคลก็ยิ่งไม่ได้ มันเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาล หากว่าคนคนนั้นเขามีบ่วงกรรมอยู่ กับมาเฟีย (Mafia) อยู่กับวงจรอุบาทว์ทั้งหลาย ผมคิดว่ารัฐบาลมีหน้าที่คุ้มครองได้ หลายรูปแบบ ร้องขอสิครับ นี่หน่วยงานนะครับ ท่านรัฐมนตรีที่มีอำนาจขอให้เปลี่ยนบัตร ประชาชนเขานี่ก็รัฐมนตรียุติธรรม ถ้าท่านจะทำการเปลี่ยนบัตรประชาชนให้เขาไปหา ศาลอาญาและกรมการปกครอง ผมว่าท่านบริหารจัดการให้เขาปลอดภัยได้ดีกว่าการเปลี่ยน บัตรประชาชนนะครับ ผมคิดว่าถ้ามันเกิดตรงนี้นะครับ เคส (Case) อื่น รายอื่น เรื่องอื่น ๆ มันก็จะตามมา บัตรประชาชนของประเทศมันติดตัวอยู่ตลอดเวลา ผมไม่อยากจะให้มีเงื่อนไขนี้พิเศษขึ้นมา ถ้าเกิดเป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรมนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคุ้มครองพยานทั้งครอบครัวไม่ได้ รัฐบาลไทย ก็ไม่ต้องอยู่หรอกครับ ผมคิดว่ามันเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรี ไม่ใช่ว่าจะมาปัดรับความผิดชอบ เปลี่ยนบัตรประชาชนให้เขา สบายแล้ว จบแล้ว คุณคิดว่ามันจะปลอดภัยหรือครับ ดังนั้น วิธีการอื่นที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมจะดำเนินการมีมากมายมหาศาล ท่านสามารถ อนุมัติเงินช่วยเหลือ หรืออนุมัติความปลอดภัยหลาย ๆ เรื่องให้เขาได้ แต่ไม่ใช่มาเปลี่ยน ตัวเลข ๑๓ หลัก ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านสะถิระ เผือกประพันธุ์ ครับ🔗

นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขตสัตหีบ พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ เพียง ๓ นาที เกี่ยวกับตั้งข้อสังเกตเพื่อเป็น แนวทางปฏิบัติผ่านทางท่านประธาน ผ่านไปยังท่านกรรมาธิการครับ ในเรื่องของอย่างที่เรา ทราบนะครับว่า กฎหมายการคุ้มครองพยานในคดีอาญาเกิดขึ้นจากการคุ้มครองพยาน ในอนุสัญญาแห่งสหประชาชาติ ต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ เมื่อปี ๒๕๔๓ แล้วเรานำมาใช้ ปี ๒๕๔๖ แล้วท่านกรรมาธิการก็แจ้งว่ายังไม่มีคดีใดเลย แต่ที่สหรัฐอเมริกานี้มีทั้งหมดเกือบ ๖,๑๐๐ กว่าคดีแล้ว ถามว่าสิ่งที่สำคัญคือผมเห็นด้วยครับกับร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยาน ในคดีอาญาของเรา แต่ทีนี้แนวทางปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการย้ายที่อยู่ อย่างที่ สหรัฐอเมริกาเขามีการกำหนดด้วยว่าต้องย้ายสิ่งของเครื่องใช้ ที่เป็นของใช้ส่วนตัว ของพยานด้วย คือสิ่งที่พยานกลัว บางทีไม่ใช่พยานอย่างเดียวครับ มีผู้สืบสันดาน บุพการี หรือบุคคลใกล้ชิด อันนี้คือเป็นเรื่องของคดีอาญาที่มีความมั่นคงในร่างกายและชีวิต ความปลอดภัยของพยานจริง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความมั่นคง ยาเสพติด หรือแม้กระทั่ง เรื่องเพศ สิ่งเหล่านี้คือเกี่ยวข้องกับผู้มีอิทธิพลทั้งร่างกายและจิตใจของตัวพยาน และบุคคล ใกล้ชิดครับ และอีกอย่างหนึ่งครับ การจ่ายค่าเลี้ยงชีพใน (๓) นี้ ผมมองว่าตัวพยานเอง ค่าใช้จ่ายก็จะไม่เทียบเท่ากันนะครับ ถ้าจ่ายค่าแรงขั้นต่ำอย่างเดียวนี้มันก็ไม่ไหวนะครับ ส่วนอีกข้อหนึ่งก็คือในเรื่องของการดำเนินการให้ครอบคลุมเจ้าหน้าที่คุ้มครองพยาน ความปลอดภัยในระยะเวลาที่จำเป็น เริ่มคุ้มครองเลยหรือไม่จากวันที่ขึ้นศาลหรือขึ้นกับอัยการ อันนี้คือสิ่งสำคัญนะครับ แล้วเมื่อจบคดีแล้ว เราจะทำอย่างไร ความปลอดภัยในพยาน และผู้สืบสันดานเราจะทำอย่างไร ทราบหรือไม่ครับว่าที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศเยอรมัน หรือประเทศออสเตรีย เขาใช้วิธีการยึดทรัพย์ของผู้ต้องคดีอาญามาใช้ในการพิจารณา ความคดีอาญาคุ้มครองพยานในคดีนี้ครับ อย่างไรก็กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่าน กรรมาธิการด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ถึงแม้ว่าคณะกรรมาธิการที่สงวนความเห็นจะไม่ติดใจแล้วก็ตามนะครับ แต่เนื่องจากว่ามาตรานี้มีการแก้ไข ดังนั้นผมจะต้องขอถามมติจากที่ประชุมครับว่าจะเห็นด้วย กับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ🔗

(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมนะครับ แล้วก็ขอเชิญท่านสมาชิกที่กำลัง ประชุมกรรมาธิการอยู่ได้เข้าห้องประชุมใหญ่ก่อนนะครับ เพื่อจะได้มีการลงมติ ก่อนลงมติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุม ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่ม แสดงตนนะครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิก ท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตนบ้าง ถ้ามี ยังไม่ได้แสดงตนก็เชิญครับ🔗

นายอนันต์ ผลอำนวย กำแพงเพชร

ท่านประธานครับ ๔๕๗ อนันต์ ผลอำนวย แสดงตนครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

แสดงตนนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้แสดงตน เชิญครับ ถ้าท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตนกันหมดแล้ว ผมขอปิดการแสดงตนครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุมในขณะนี้ ๒๔๑ ท่าน เป็นอันว่าผู้เข้าร่วมประชุมครบองค์ประชุมนะครับ🔗

ต่อไปขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการโปรด กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ คือให้คงไว้ตามร่างเดิมโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย และท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญท่านสมาชิก ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ มีท่านผู้ใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิมีไหมครับ ถ้าใช้สิทธิกันหมดแล้วขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๙๕ ท่าน เห็นด้วย ๒๔๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๔๙ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ🔗

เชิญท่าน เลขาธิการดำเนินการอ่านมาตราต่อไปครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๘ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๙ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑๐ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น🔗

นายวิรัช พันธุมะผล กรรมาธิการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิรัช พันธุมะผล กรรมาธิการ ในฐานะกรรมาธิการ ผมขอแก้ไขสงวนสิทธิที่จะแก้ไขใน มาตรา ๑๐ โดยเพิ่มวรรคสุดท้ายเพิ่มว่า ในการปฏิบัติหน้าที่ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แสดง บัตรประจำตัวทุกครั้ง สาเหตุที่ผมต้องให้แสดงบัตรเพราะว่าตามมาตรา ๑๓/๑ เป็นการ ให้อำนาจอย่างมากเลย เช่น ผมอ่านให้ฟังนะครับ เพื่อประโยชน์ในการคุ้มครอง ความปลอดภัยของพยานให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจตรวจค้นบุคคลหรือยานพาหนะ ที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าจะก่อเกิดอันตรายหรือคุกคามพยาน รวมถึงมีอำนาจในการยึดอายัด สิ่งของทรัพย์สินที่อาจก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัยกับพยาน ซึ่งเขียนไว้ให้อำนาจอย่าง มากมาย แต่ว่าเจ้าพนักงานของกระทรวงยุติธรรมไม่เหมือนกับตำรวจ โดยปกติจะไม่ได้แต่ง เครื่องแบบในการทำงาน เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นจะต้องให้มีการแสดงบัตรประชาชน บัตรประจำตัวเจ้าพนักงานทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยของผู้อื่นที่จะอ้างว่าเป็นเจ้าพนักงาน ตามกฎหมายนี้ด้วยเหตุผลนี้ผมจึงขอเพิ่มวรรคอีกวรรคหนึ่งว่า ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แสดงบัตรประจำตัวทุกครั้งครับ ผมอยากให้ท่าน ส.ส. ช่วยกันเห็นชอบ ตามผม เพราะว่ามันจะเป็นประโยชน์เป็นการคุ้มครองประชาชนทั่วไป ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ กรุณาอย่าได้ออกห่างไกลห้องประชุมนะครับ เพราะว่าก็จะมี การลงมตินะครับ ท่านกรรมาธิการมีอะไรตอบชี้แจงไหมครับ เชิญครับ🔗

นางศิรสา ไชยหมาน กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านค่ะ นางศิรสา ไชยหมาน ผู้แทนสำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกา กรรมาธิการ ในประเด็นเรื่องที่ท่านกรรมาธิการ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านวิรัช พันธุมะผล ขอเพิ่มเกี่ยวกับการแสดงบัตรประจำตัวของพนักงานเจ้าหน้าที่ค่ะ สืบเนื่องจากว่ากรณีในร่างมาตรา ๑๐ ที่มีการเพิ่มเติม มาตรา ๑๓/๑ เป็นการกำหนดให้ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจในการที่จะเข้าไปตรวจค้นตัวบุคคลหรือยานพาหนะ ทั้งนี้ก็เพื่อ เป็นการคุ้มครองความปลอดภัยของพยาน ซึ่งจากข้อเท็จจริงที่ทางผู้แทนสำนักงานคุ้มครอง พยานชี้แจงในการประชุมว่า ถ้าหากว่าจะต้องไปรับพยาน ณ ที่แห่งหนึ่งและเกิดมีเหตุที่เชื่อ ว่าพยานนั้นจะไม่ได้รับความคุ้มครอง ตรงนี้ก็กำหนดให้พยาน คือพนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจ ที่จะเข้าไปได้ทันทีทันใด ในกรณีการแสดงบัตรตัวพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ได้มีการติดบัตร แต่ไม่ สามารถที่จะใส่เสื้อที่แสดงสัญลักษณ์ได้ เนื่องจากว่าอาจจะทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยทั้งตัว พยานที่อยู่ในความไม่ปลอดภัย แล้วก็รวมถึงการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ในประเด็นนี้ คณะกรรมาธิการก็พิจารณาแล้ว เห็นว่าจึงอาจจะไม่จำเป็นที่จะต้องเพิ่มเติมในวรรคนี้ตามที่ ท่านกรรมาธิการได้เสนอเพิ่ม กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวิรัช ยังคงติดใจไหมครับ🔗

นายวิรัช พันธุมะผล กรรมาธิการ

ผมไม่ติดใจครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เมื่อท่านวิรัช ไม่ติดใจ ท่านกรรมาธิการก็ชี้แจงไปแล้ว ท่านสมาชิกครับ มาตรานี้ไม่มีการแก้ไขนะครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านมาตราต่อไปครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๑๑ ไม่มีการแก้ไข🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มาตรา ๑๑ ไม่มีการแก้ไข ก็ถือว่าจบการพิจารณาเรียงตามลำดับมาตราแล้ว ต่อไปเป็นการพิจารณา ทั้งร่าง เป็นการสรุปอีกครั้งหนึ่ง ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๒ มีท่านสมาชิกท่านใดจะขอแก้ไข ถ้อยคำหรือไม่ครับ คือถ้อยคำนะครับ ไม่ได้อภิปรายเนื้อหาอย่างอื่นอีกแล้ว มีท่านสมาชิก ท่านใดมีความประสงค์จะขอแก้ไขถ้อยคำหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีก็ถือว่าจบการพิจารณา ในวาระที่ ๒ นะครับ🔗

ต่อไปเป็นการพิจารณาในวาระที่ ๓ ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบ ด้วยกับร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่ ก่อนลงมติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ🔗

(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญท่าน สมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิก ท่านใดที่ยังไม่ได้แสดงตนมีไหมครับ ถ้ามีก็เชิญครับ ถ้าไม่มีผมขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่ แสดงผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุมในขณะนี้ ๒๔๕ ท่าน เป็นอันว่าผู้เข้าร่วมประชุม ครบองค์ประชุมนะครับ🔗

ต่อไป ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ท่านผู้ใดเห็นชอบโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สมาชิกท่านใด ยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน มีไหมครับ ถ้ามีก็เชิญครับ🔗

นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานครับ สะถิระ ๔๐๑ เห็นด้วยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าลงคะแนน กันหมดแล้ว ผมขอปิดการลงคะแนนครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๘๙ ท่าน เห็นด้วย ๒๗๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๙ ท่าน งดออกเสียง ๓ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบด้วยกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้🔗

ท่านประธาน อยากขอขอบคุณ เชิญครับ🔗

นายวีระกร คำประกอบ ประธานคณะกรรมาธิการ

ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม นายวีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ ต้องขอกราบขอบพระคุณ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทั้งหลายที่ได้กรุณาผ่านรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของ สภาผู้แทนราษฎรเป็นที่เรียบร้อย ผมหวังว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้จะเกิดประโยชน์กับ พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่จะมาเป็นพยานในคดีที่สำคัญ ๆ ในคดีที่เป็นอันตราย อย่างยิ่งยวด โดยการใช้มาตรการพิเศษตามที่เราได้เสนอผ่านไปแล้ว กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ขอบคุณกรรมาธิการทุกท่านนะครับ เชิญครับ ต่อไป🔗

๔.๒ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว🔗

ผมขอเชิญ คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่นะครับ🔗

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ การพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นการพิจารณาในวาระ ๒ ซึ่งจะพิจารณาเริ่มต้น ตั้งแต่ชื่อร่าง คำปรารภ แล้วเรียงตามลำดับมาตราจนจบร่าง สำหรับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีการสงวนความเห็นของคณะกรรมาธิการ แต่ไม่มีผู้เสนอคำแปรญัตติ ดังนั้นผมจะให้ กรรมาธิการที่สงวนความเห็นไว้ได้อภิปรายก่อน ส่วนสมาชิกที่ไม่ได้สงวนคำแปรญัตติไว้ จะอภิปรายได้เฉพาะถ้อยคำ หรือข้อความที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมเท่านั้น เมื่อคณะกรรมาธิการ ได้ตอบชี้แจงจนจบแล้วจะเป็นการลงมติในมาตรานั้น ๆ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๑ ในการนี้ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุมตาม ข้อบังคับ ข้อ ๑๐๔ วรรคสอง ขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุมนะครับ ๑. นางขัตติยา รัตนดิลก ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนากระบวนการยุติธรรม สำนักงาน กิจการยุติธรรม กระทรวงยุติธรรม ๒. นางเธียรทอง ประสานพานิช ผู้อำนวยการกลุ่มการ พัฒนาระบบคุ้มครอง กองคุ้มครองเด็กและเยาวชน กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรรมาธิการเข้าประจำที่ ผู้ร่วมชี้แจงประจำที่ แล้วนะครับ ต่อไปขอเชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการได้แถลงครับ เชิญครับ🔗

นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ กระผมใคร่ขอเสนอ รายงานต่อที่ประชุมแห่งนี้🔗

ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๓ ครั้งที่ ๑๘ วันพุธที่ ๘ กันยายน ๒๕๖๔ และครั้งที่ ๒๐ วันพุธที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๔ ได้ลงมติรับหลักการแห่งร่าง พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณาโดยกำหนด การแปรญัตติภายใน ๗ วัน ครบกำหนดวันยื่นคำแปรญัตติ วันพุธที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๖๔ โดยไม่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรยื่นคำแปรญัตติ คณะกรรมาธิการได้มีการประชุม จำนวน ๔ ครั้ง สรุปได้ดังนี้ ๑. คณะกรรมาธิการเห็นว่าเกณฑ์อายุเด็กซึ่งไม่ต้องรับโทษแม้ได้ กระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด ในการพิจารณาเพื่อใช้วิธีการสำหรับเด็กควร กำหนดไว้ที่อายุ ๑๒ ปี เพื่อให้มีความสอดคล้องกับการพัฒนาของเด็ก โดยคำนึงถึง ผลกระโยชน์สูงสุดของเด็กเป็นสำคัญ ๒. คณะกรรมาธิการได้มีข้อสังเกตว่าสิ่งสำคัญที่สุด ในกระบวนการยุติธรรมทางอาญาของเด็ก คือการฟื้นฟูจิตใจเด็กที่กระทำความผิดและการ ป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีกระบวนการเร่งพัฒนา พนักงานเจ้าหน้าที่ ทั้งด้านการเพิ่มจำนวนและด้านการพัฒนาความรู้เกี่ยวกับวิธีการสำหรับ เด็กและประมวลกฎหมายอาญา และกระบวนการฟื้นฟูจิตใจเด็กที่กระทำความผิดอย่าง เร่งด่วน รวมถึงควรนำภาคประชาสังคม ชุมชน และครอบครัวมาร่วมในกระบวนการดังกล่าวด้วย บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาเสร็จแล้ว จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดนำเสนอ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษรเพื่อพิจารณาต่อไปครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญเลขาธิการดำเนินการต่อเลยครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คำปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข แต่มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น ท่านกรรมาธิการที่สงวนความเห็นยังคง ติดใจไหมครับ เชิญครับ🔗

นายวิรัช พันธุมะผล กรรมาธิการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วิรัช พันธุมะผล กรรมาธิการ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมาธิการ ผมเสนออย่างนี้ครับ เพราะว่าชีวิตผมอยู่กับกฎหมาย แต่ผม ไม่เคยได้เห็นราชกิจจานุเบกษาเลย ตัวจริงของราชกิจจานุเบกษาผมท้าได้เลยว่า สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านไม่เคยเห็นตัวจริงครับ ในนี้มีใครเห็นบ้างละครับ เห็นแต่ที่ ต่อมาพิมพ์ขายกว่าจะได้ก็อีก ๓ เดือน อย่างเช่น ตอนนี้ประมวลกฎหมายอาญายาเสพติด โปรดเกล้าฯ แล้ว แต่ว่าเราก็ยังไม่เห็นราชกิจจานุเบกษา เพราะว่าเมื่อไรจะลงราชกิจจานุเบกษา เราก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าเขาประกาศราชกิจจานุเบกษาแล้วนะ แต่เราหาไม่ได้ กฎหมายอาญา มาตรา ๒ บอกว่า บุคคลจะต้องรับโทษอาญาต่อเมื่อกระทำการที่กฎหมายกำหนดเป็น ความผิดและกำหนดโทษไว้ และศาลฎีกาท่านก็ตัดสินว่า เมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษา แล้วให้ถือว่าประชาชนรู้ นี่ละครับ คือมันเป็นมาตั้งแต่สมบูรณาญาสิทธิราชย์ตั้งแต่โบราณ แล้วครับ ประชาชนอยู่ใต้เบี้ยตลอดเวลา เมื่อประกาศราชกิจจานุเบกษา ราชกิจจานุเบกษา อยู่ที่ไหนไม่มีใครรู้ แต่เมื่อไรกว่าจะรู้อีก ๓ เดือนข้างหน้ากว่าเขาจะพิมพ์ขาย แล้วประชาชน ทำผิดก็บอกว่าต้องรับโทษทางอาญา อย่างนี้ละครับ ผมเป็นนักกฎหมายมา ๕๐ ปี แต่ว่าผมก็ ยังติดขัดตัวนี้นะครับ เพราะฉะนั้นตราบใดที่ผมยังเป็น ส.ส. อยู่ ถ้าผมได้เป็นกรรมาธิการ หรือได้เป็น ส.ส. ผมก็จะพูดว่าขอให้ประกาศในสารสนเทศอินเทอร์เน็ต (Internet) ของสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อคุ้มครองประชาชนให้รู้กฎหมาย สามารถ รู้กฎหมายได้โดยเข้าไปในเว็บไซต์ (Website) เราก็เปิดได้ นี่คือเหตุผลครับ จะว่าผมดื้อก็ไม่รู้ ผมก็ดื้อเหมือนกันนะครับ ผมก็เสนอเกือบทุกกรรมาธิการ ที่ผมเป็นกรรมาธิการผมก็บอกว่า ขอเพิ่มตัวนี้ได้ไหม เพื่อประโยชน์ของประชาชน ผมไม่ได้หวังอะไรหรอกครับ ขอให้ได้สิ่งที่ผม อยากทำเพื่อประชาชน ถ้าท่านสมาชิกเห็นด้วยกับผมก็จะเป็นพระคุณครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านดอกเตอร์มหานิยม เชิญครับ🔗

นายนิยม เวชกามา กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ รองประธานคณะกรรมาธิการ ความจริงผมก็เห็นด้วยกับท่านวิรัช กฎหมายหลายฉบับมีการร่างขึ้นมา ท่านวิรัชก็เสนอ ทุกครั้งว่าให้ประกาศในหลักเกณฑ์ คือปกติก็มีอยู่แล้วประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นปกติ ผมไปพิจารณาดูแล้วว่าถ้าจะให้มีประกาศในสารสนเทศทางอินเทอร์เน็ต (Internet) ของสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ประชาชนได้ประโยชน์ เพราะระบบไอที (IT) ทุกวันนี้มันไปไกล ฉะนั้นถ้าหากว่าจะมีการเพิ่มเข้ามาอีก ไม่ได้เป็นเรื่องเสียหาย ผมจึงสนับสนุนท่านวิรัชว่าเป็นความคิดที่ดีน่าจะใส่ไว้เมื่อมีประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว จะลงไปในอินเทอร์เน็ต (Internet) ทีเดียวให้ประชาชนทั้งประเทศรับรู้ผมเห็นว่าเป็นเรื่องดี ไม่มีเสียหาย มีแต่ได้กับได้ของประชาชน เพราะฉะนั้นจึงนำเสนอในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ด้วยความเคารพครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กรรมาธิการ จะตอบชี้แจงไหม เชิญท่านประธานคณะกรรมาธิการครับ🔗

นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ในฐานะกรรมาธิการ อยากเรียนผ่านท่านประธานไปยังท่านสมาชิก โดยเฉพาะกรรมาธิการทั้ง ๒ ท่าน ท่านวิรัช และท่านนิยม เวชกามา ความจริงในกรรมาธิการทั้ง ๒ ท่าน ได้แสดงความปรารถนาดี ในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการประกาศในราชกิจจานุเบกษาของกฎหมาย เพื่อต้องการที่จะให้มี การเผยแพร่ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบเป็นการทั่วไป ซึ่งเราเข้าใจดีนะครับ แต่เนื่องจากในมาตรา ๒ เป็นมาตราที่เกี่ยวข้องกับบทบัญญัติในการกำหนดวันบังคับใช้ พระราชบัญญัติเท่านั้น ไม่ได้เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดวิธีการในการเผยแพร่ให้กับ ประชาชนทราบ ท่านประธานจะเห็นได้ว่า ในมาตรานี้ในกฎหมายทั้งหลายจะเป็น การกำหนดวันในการบังคับใช้กฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นเขียนในลักษณะการบังคับใช้ให้มีผล บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาก็ดี ในเรื่องการกำหนดวัน อย่างเช่น เมื่อพ้นกำหนด ๓๐ วัน ๖๐ วัน ๙๐ วัน ๑๘๐ วัน อะไรต่าง ๆ หรืออาจจะเป็นเรื่องของการ กำหนดวันบังคับใช้ที่กำหนดเอาไว้ชัดเจน อย่างเช่น พระราชบัญญัติงบประมาณ ผมจึงอยาก กราบเรียนว่าการกำหนดเขียนเพิ่มเติมไปในบทบัญญัติมาตรานี้จะไม่สอดคล้องกับใน รัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๑ ซึ่งรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๑ ได้กำหนดไว้ว่าเมื่อพระราชบัญญัติ ได้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ ดังนั้นถ้าหากว่าเติมถ้อยคำ ตรงนี้ลงไปอาจจะกลายไปเป็นเงื่อนไข แล้วก็ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๑ วรรคสอง🔗

ประการที่ ๒ ผมคิดว่าในการที่จะเผยแพร่พระราชบัญญัติทั้งหลายให้กับ พี่น้องประชาชน เรามีกฎหมายที่บังคับใช้แล้ว ก็คือพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำ ร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๖๒ ในมาตรา ๑๐ ได้กำหนด ถึงแนวทางในการที่จะประชาสัมพันธ์หรือเผยแพร่ให้กับพี่น้องประชาชนทราบ โดยวิธีการ ไม่ว่าจะเป็นประกาศในการเผยแพร่ในระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ของหน่วยงานของรัฐ หรือระบบหรือวิธีการอื่นใด ที่ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้โดยสะดวก ตรงนี้คือสิ่งหนึ่ง ที่หน่วยงานไม่ว่าจะเป็นสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีก็ดี หรือว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ดี สามารถจะใช้มาตรา ๑๐ ของพระราชบัญญัติฉบับนี้ไปดำเนินการเผยแพร่ให้กับพี่น้อง ประชาชนได้ ซึ่งมันจะมีถ้อยคำในกฎหมายกว้างขวางกว่าที่ท่านกรรมาธิการทั้ง ๒ ท่าน ได้เสนอเข้ามา อย่างไรก็ตามขอเรียนว่าการเพิ่มเติมของกรรมาธิการผู้สงวน อาจจะทำให้มี ปัญหาในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย แล้วก็ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญด้วย อย่างไรก็ตามนะครับ เพื่อแสดงเจตจำนงของกรรมาธิการผู้สงวน ทางคณะกรรมาธิการเราได้ เขียนเป็นข้อสังเกตในข้อ ๒ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงไปปฏิบัติในการเผยแพร่ ให้กับพี่น้องประชาชนอย่างครบถ้วนแล้วครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ถามกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นครับว่า ท่านยังคงติดใจไหมครับ ถ้าไม่ติดใจจะได้ผ่านไป มาตราอื่น ถ้าติดใจก็จะได้โหวตครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านกรรมาธิการไม่ติดใจแล้วนะครับ ขอบคุณครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านมาตราต่อไปครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๓ ไม่มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มาตรา ๓ ไม่มีการแก้ไข แต่มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น เชิญกรรมาธิการที่ยังคงติดใจได้อภิปรายครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทอง ในฐานะกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นครับ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๓ ที่มีการแก้ไข เพิ่มเติมข้อความในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๓ นั้น ผมได้ขอสงวนความเห็นไว้ อยู่ ๒ วรรคด้วยกันครับ แต่ผมอยากจะนำเรียนสภาแห่งนี้ก่อนว่า ในชั้นรับหลักการของ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาฉบับนี้นั้น เริ่มมาจากกรณีของ การรับหลักการว่าเราจะมีการแก้ไขเฉพาะกรณีการเพิ่มเกณฑ์อายุเด็ก ซึ่งไม่ต้องรับโทษ แม้ได้กระทำการอันกฎหมายบัญญัติว่าเป็นความผิด โดยข้อความที่บอกว่าจากอายุไม่เกิน ๑๐ ปี เป็นอายุไม่เกิน ๑๒ ปีเท่านั้น นี่คือสิ่งที่เรารับหลักการมาและผมทราบและตระหนักดี ในสิ่งที่ผมรับหลักการครับ แต่อย่างไรก็ตามท่านประธานครับ ในข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ นั้น ในข้อ ๒๕ วรรคสาม ได้บอกว่าการแปรญัตติเพิ่มมาตรา ขึ้นใหม่หรือตัดทอน หรือแก้ไขมาตราเดิมต้องไม่ขัดกับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัตินั้น ผมเข้าใจและตระหนักดีถึงประเด็นตรงนี้ครับ เพียงแต่ว่ากรณีของการแก้ไขเพิ่มเติมข้อความ ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๓ นั้น ร่างที่มาจาก ครม. ไม่ได้มีการแก้ไขข้อความ ในวรรคสอง ผมจึงอาศัยข้อบังคับ ข้อ ๑๒๕ ขอเพิ่มข้อความในวรรคสองเข้าไปด้วยครับ นั่นคือเหตุผลหรือหลักการประการที่ ๑ ที่อยากจะนำเรียนให้สภาแห่งนี้ทราบครับ🔗

ในประการที่ ๒ เป็นเรื่องของเชิงเนื้อหาครับท่านประธาน ผมขออนุญาต ที่จะแก้ไขข้อความ จากข้อความที่บอกว่า เด็กอายุไม่เกิน ๑๒ ปี กระทำการอันกฎหมาย บัญญัติว่าเป็นความผิด เด็กนั้นไม่ต้องรับโทษ ขอเปลี่ยนเป็นเด็กอายุไม่เกิน ๑๓ ปี กระทำการอันกฎหมายบัญญัติว่าเป็นความผิด เด็กนั้นไม่ต้องรับโทษ พูดกันง่าย ๆ ก็คือ เปลี่ยนอายุจาก ๑๒ ปี เป็น ๑๓ ปีครับ เหตุผลที่ผมอยากจะนำเรียนประกอบความเห็น ในประการที่ ๒ ของผมมีอยู่ทั้งหมด ๓ เหตุผลย่อยด้วยกัน🔗

เหตุผลประการที่ ๑ ครับท่านประธาน การที่กำหนดอายุเกณฑ์ ๑๒ ปีนั้น ผมได้ซักถามในกรรมาธิการหลายครั้ง ว่าท่านใช้เกณฑ์พัฒนาการเด็กของนักจิตวิทยา นักพัฒนาการ หลักการระหว่างประเทศแบบใดในการกำหนด เพราะว่าสิ่งที่ผมได้รับข้อมูลน ไม่ว่าจะเป็นเอกสารของกรมสุขภาพจิตที่ได้มีการแบ่งพัฒนาการไว้ในปี ๒๕๔๗ ไม่ว่าจะเป็น งานศึกษาวิจัยของศาสตราจารย์นายแพทย์พนม เกตุมาน ซึ่งเป็นอดีตนายกราชวิทยาลัย จิตแพทย์แห่งประเทศไทย ผมไม่พูดถึงเด็กเล็กนะครับ ไม่พูดถึงผู้ใหญ่ แต่เอาเฉพาะกรณีของ วัยรุ่น ทั้ง ๒ รายงานพูดชัดเจนครับว่ากรณีของวัยรุ่นนั้นแบ่งออกเป็น ๓ ช่วงอายุด้วยกัน วัยรุ่นตอนต้นนั้นคือ ๑๐-๑๓ ปี ส่วนวัยรุ่นตอนกลางก็เป็น ๑๔-๑๖ ปี และวัยรุ่นตอนปลายนั้น ก็เป็น ๑๗-๑๙ ปี และยังลงรายละเอียดอีกครับว่าสิ่งที่กำหนด ๑๐-๑๓ ปีนั้น เพราะเขายังมี ความเป็นเด็ก เขามีความเปลี่ยนแปลงทางร่างกายเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น ยังไม่มีฮอร์โมน (Hormone) เพศ ยังไม่มีความรู้สึกรับผิดชอบชั่วดี ในขณะที่เหตุผลที่ท่านใช้ในร่างของ กรรมาธิการที่รับหลักการนั้น ท่านอ้างว่าการจบประถมศึกษาปีที่ ๖ เป็นเงื่อนไขสำคัญ ซึ่งพวกเราลองทบทวนกับตัวเองดูครับว่า วันที่เพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้จบการศึกษา ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ นั้นท่านอายุเท่าไร เป็น ๑๒ ปีกี่วัน เป็น ๑๒ ปี กี่เดือน ฉะนั้นกรณีของ ๑๒ ปีนั้นไม่ใช่เหตุผลที่ฟังขึ้น นั่นเป็นเหตุผลย่อยข้อที่ ๑🔗

เหตุผลย่อยข้อที่ ๒ ในประการที่ ๒ ก็คือในกรณีที่ท่านบอกว่าจะต้อง ทำตามหลักการระหว่างประเทศที่เรียกว่า เจเนอรัล คอมเมนต์ (General comment) ฉบับที่ ๑๐ ที่ออกตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ตลอดจนข้อแนะนำที่ถูกตั้งคำถามจาก ยูพีอาร์ : ยูนิเวอร์เซล พีริโอดิก รีวิว (UPR : Universal Periodic Review) ซึ่งวันนี้ เวลานี้ ประเทศไทยกำลังรายงานกลไกแห่งคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ฉบับใหม่อยู่ ท่านบอกว่าเขาบอกว่าให้คุณแก้เป็น ๑๒ ปี ผมก็ไปดูมาหมดแล้วครับ ปรากฏว่า ยูพีอาร์ (UPR) เขาบอกว่าประเทศสโลวีเนียบอก แอต ทู แอต ลีสต์ (At to at least) ๑๒ ปี ผมแปลเป็นไทยนะครับ นั่นหมายความว่าขั้นต่ำคือ ๑๒ ปี ประเทศออสเตรเลียที่ถูกอ้างอิง ใช้กับหลักเกณฑ์เดียวกันเลยครับ แล้วบอกว่า อิน ไลน์ วิท เดอะ เรกคอมเมนเดชัน บาย เดอะ คอมมิตที ออน เดอะ ไรต์ ออฟ เดอะ ไชลด์ส (In line with the recommendations by the committee on the right of the Child’s) พูดง่าย ๆ ก็คือให้เป็นไปตามกลไก ระหว่างประเทศที่ออกตามอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก วันนี้เรามีข้อแนะนำ ฉบับที่ ๒๔ เรียกว่า เจเนอรัล คอมเมนต์ (General comment) ฉบับที่ ๒๔ บอกให้ขยายอายุไปถึง ๑๔ ปีท่านว่าวันนี้ท่านจะรอดจากเวที ยูพีอาร์ (UPR) ไหม ไม่ใช่ว่าวันนี้บอก ๑๒ ปี แก้สภาเสร็จไปทั้งหมดนะครับ พรุ่งนี้คณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติบอกไทย ต้องขยับเป็น ๑๔ ปี ท่านจะเอาหน้าสภาแห่งนี้ไปตอบเขาอย่างไรครับ เดี๋ยวท่านก็ต้องแก้อีก นั่นเป็นเหตุผลย่อยประการที่ ๒ ในประการที่ ๒ ใหญ่ครับ🔗

เหตุผลย่อยประการที่ ๓ ในประการที่ ๒ ใหญ่ ก็คือว่าทั้งหมดทั้งมวลครับ เราต้องปักธงว่าเราอยากเห็นเด็กในประเทศไทยเติบโตไปเป็นอย่างไร เราไม่สามารถจะมา ท่องจำแล้วพูดประโยคว่า เดอะ เบสต์ อินเทอเรสต์ ออฟ เดอะ ไชลด์ส (The Best interest of the Child’s) หรือประโยชน์สูงสุดของเด็ก ไม่อาจพูดแบบนี้อีก ถ้าท่านไม่เอาสายตา ในการมองว่าเด็กทุกคนก็คือเด็ก ฉะนั้นการขยายอายุอีกเพียงปีเดียว แล้วทำให้เขาได้รับ การเยียวยา ทำให้เขาได้รับการดูแล ทำให้เขาได้รับการฟื้นฟู มองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทุกคนอาจจะ ผิดพลาดได้ แล้วแก้ไขจะไม่เป็นประโยชน์ต่อเด็กมากกว่านี้หรือครับ นั่นคือเหตุผลย่อย ประการที่ ๓ ในประการที่ ๒ ใหญ่ ซึ่งผมขออนุญาตที่จะปรับแก้อายุ ๑๒ ปีเป็น ๑๓ ปีครับ🔗

ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ ก็คือการขอแก้ไขเพิ่มเติมข้อความ ในมาตรา ๗๓ วรรคสอง มาตรา ๗๓ วรรคสอง บอกว่าให้พนักงานสอบสวนส่งตัวเด็ก ตามวรรคหนึ่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก เพื่อดำเนินการ ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น ในฉบับเดิมเขาเขียนแต่เพียงมาตรการในการคุ้มครองสวัสดิภาพ ไม่ได้พูดถึงมาตรการอื่นใด ผมบอกว่าในกฎหมายฉบับนั้นมันมีทั้งคำว่า สงเคราะห์ และมันมี ทั้งคำว่า คุ้มครองสวัสดิภาพ ทำไมเราถึงไม่ควรจะใช้คำรวมที่มันครอบคลุมทุก ๆ มิติ ในการดูแลเด็ก ก็คือการใช้คำว่า ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการนั้นดำเนินการ คุ้มครองเด็กเพื่อให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น ซึ่งเป็นคำที่ครอบคลุมกว่าครับ อย่างไรก็ตามครับ ทั้งหมดทั้งมวลที่ผมพูดมาทั้งหมดมีท่านผู้อาวุโสในกรรมาธิการบอกกับผมว่า ในวัยหนุ่มสาวคนเราอาจจะยอมดื้อรั้นให้นานที่สุดเพื่อที่อยากจะเห็นความเปลี่ยนแปลง แต่ ณ วันนี้หลักการที่เรารับมาได้ชั้นวาระ ๑ นั้นกำหนดอายุไว้แต่เพียง ๑๒ ปี ผมไม่อาจทำ หน้าที่ได้เกินไปกว่านั้นครับ วันนี้อาจแก้ไม่ได้ แต่ผมเชื่อมั่นว่าการปรับแก้อายุจาก ๑๒ ปี เป็นมากกว่า ๑๒ ปี จะเกิดขึ้นในรุ่นเราอย่างแน่นอน ผมไม่สามารถที่จะเดินหน้าต่อได้ ผมขอ ถอนและไม่ติดใจต่อคำสงวนที่ผมได้อภิปรายมาทั้งหมด และพูดในสภาแห่งนี้ครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านดอกเตอร์มหานิยม เวชกามา เชิญครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมได้สงวนเพื่อที่จะแปรญัตติไว้กับคุณวัฒนา เตียงกูล ซึ่งวันนี้ทนายวัฒนาติดไปว่าความ ที่ศาล ผมจึงกราบเรียนชี้แจงแทนคุณวัฒนาซึ่งมีแนวคิดเหมือนกัน🔗

อันดับแรก ผมแปรญัตติและสงวนไว้ตามที่สภาแห่งนี้รับหลักการในวาระแรก อย่างชัดเจน ไม่ได้แปลกแตกต่าง เพียงแต่ขอปรับกระบวนข้อความซึ่งอาจจะแตกต่างบ้าง เล็กน้อย เนื่องจากก็ยังอยู่ ๑๐-๑๒ อยู่ดี ผมจึงขอแปรญัตติและปรับข้อความบางข้อความ ให้กระชับยิ่งขึ้น ส่วนเหตุผลเดี๋ยวผมอ่านแล้วผมจะชี้แจงทีหลัง คือในมาตรา ๓ ผมกับทนายวัฒนา ขอสงวนความเห็นว่า โดยให้แก้ไขเพิ่มเติมข้อความในมาตรา ๓ เป็นดังนี้🔗

มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในวรรคหนึ่งของมาตรา ๗๓ แห่งประมวลกฎหมาย อาญาที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ฉบับที่ ๒๑ พ.ศ. ๒๕๕๑ และให้ใช้ข้อความต่อไปนี้แทน🔗

มาตรา ๗๓ เด็กอายุยังไม่เกินสิบสองปี กระทำการอันกฎหมายบัญญัติ เป็นความผิด เด็กนั้นไม่ต้องรับโทษ หากเด็กนั้นมีอายุเกินสิบปีแต่ไม่เกินสิบสองปี เมื่อศาล เห็นว่าเด็กนั้นเป็นผู้กระทำความผิดให้ศาลมีอำนาจดำเนินการดังต่อไปนี้🔗

๑. ว่ากล่าวตักเตือนเด็ก บิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้มีอำนาจดูแลเด็ก แล้วปล่อยตัวเด็กนั้นไป🔗

๒. ส่งตัวเด็กนั้นให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก เพื่อดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น ทั้งนี้ให้เจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่ดำเนินการดังกล่าว รายงานผลการดำเนินการให้ศาลทราบตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่ศาลกำหนด🔗

กรณีเด็กอายุยังไม่เกินสิบปีกระทำการอันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิด ให้พนักงานสอบสวนส่งตัวเด็กให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก เพื่อดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการนั้น คือไม่มีข้อความใดให้ลงโทษนะ เพียงแต่ว่าเพื่อให้ เด็กที่ทำความผิดได้เกิดจิตสำนึกเท่านั้น คือปัจจุบัน ทุก ๆ วันบังเอิญผู้ใหญ่เห็นว่าเด็กเป็นตัวเล็ก ไม่มีความผิด ไม่กระทำความผิด โดยเฉพาะในถิ่นกำเนิดบ้านผม กิจกรรมค้ายาบ้าใช้เด็กเป็น เครื่องมือ นี่คือผมต้องบอกว่า เมื่อใช้เด็กเป็นเครื่องมือผมอยากจะตักเตือนผู้ปกครอง บิดามารดาว่าต้องรับทราบการกระทำของเด็กด้วยนะ อย่าให้คนเอาเด็กไปใช้เป็นเครื่องมือ ในการกระทำความผิด เพราะฉะนั้นผมจึงต้องบอกต้องกล่าวต้องบันทึกข้อความนี้เพิ่มเข้า ในกฎหมายข้อนี้เพื่อจะไม่ให้ผู้ใหญ่เอาเด็ก ซึ่งวันนี้เด็ก ป.๕ ป.๖ เป็นเครื่องมือของผู้ใหญ่ ในการกระทำความผิด โดยเฉพาะค้ายาเสพติด เพราะฉะนั้นผมจึงเพิ่มข้อความนี้ ลงในกฎหมายฉบับนี้ ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านกรรมาธิการ จะชี้แจงเชิญครับ🔗

นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ในฐานะกรรมาธิการ สำหรับ คำแปรญัตติและการสงวนคำแปรญัตติของท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ผมจะขออนุญาตให้ผู้แทน ของกระทรวงยุติธรรมและทางกระทรวง พม. ได้ชี้แจงในประเด็นนี้ ผมขออนุญาตชี้แจงกรณี ที่ท่านกรรมาธิการนิยม เวชกามา และท่านวัฒนา เตียงกูล ได้ขอสงวนเอาไว้ โดยการเพิ่มเติม บทบัญญัติในมาตรา ๗๓ โดยเฉพาะเด็กที่อายุไม่เกิน ๑๐ ปี ให้เข้าสู่กระบวนการทางศาล ผมอยากจะกราบเรียนเบื้องต้นว่าในประมวลกฎหมายอาญาฉบับปัจจุบันได้มีการกำหนดอายุ ของเด็กที่จะไม่ต้องรับโทษในทางอาญาไว้ ๒ มาตรา ก็คือในมาตรา ๗๓ และมาตรา ๗๔ โดยในมาตรา ๗๓ ปัจจุบันได้กำหนดเด็กที่อายุไม่เกิน ๑๐ ปี กระทำความผิด เมื่อเด็ก ได้กระทำความผิด ในวรรคสองของมาตรา ๗๓ ได้กำหนดให้พนักงานสอบสวนส่งตัวเด็ก ตามวรรคหนึ่ง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก ก็คือ พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก ปี ๒๕๔๖ เพื่อดำเนินการในการฟื้นฟูเยียวยาและในเรื่องสวัสดิภาพของ เด็ก สำหรับในมาตรา ๗๔ เป็นเรื่องของการกำหนดอายุเด็กตั้งแต่ ๑๐ ปี แต่ไม่เกิน ๑๕ ปี โดยมีกระบวนการในเรื่องของศาลเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นการตักเตือน การวางเงื่อนไข การวาง ข้อกำหนดทั้งหลาย ในวัตถุประสงค์ของประมวลกฎหมายอาญาในมาตรา ๗๓ และมาตรา ๗๔ จึงได้เห็นความแตกต่างที่ชัดเจน มาตรา ๗๓ ไม่ต้องการให้เด็กเข้ามาสู่ กระบวนการทางศาล ให้ไปดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก ส่วนมาตรา ๗๔ ก็ไปเข้าสู่กระบวนการทางศาล ทีนี้เมื่อร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้นำเสนอในการเพิ่มอายุ ของเด็กจาก ๑๐ ปี เป็น ๑๒ ปี ในมาตรา ๗๓ ก็หมายความว่าในการนำเสนอร่าง พระราชบัญญัติฉบับนี้โดยไม่มีการแก้ไขในวรรคสอง ก็หมายความว่าเมื่อเพิ่มอายุเด็ก จาก ๑๐ ปี เป็น ๑๒ ปี ในวัตถุประสงค์หรือหลักการของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ที่ไม่มีการ แก้ไขในวรรคสอง ก็หมายความว่าจะต้องนำอายุเด็กที่เพิ่มเติม ๑๒ ปี ไปอยู่ในกระบวนการ คุ้มครองเด็กตามวรรคสองด้วย ซึ่งก็ถือว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่เป็นหลักการที่ไม่ต้องการให้เด็กเข้ามา สู่ในกระบวนการทางศาลโดยไม่จำเป็น ซึ่งมันเป็นหลักการสำคัญของการเสนอร่าง พระราชบัญญัติฉบับนี้🔗

ประการที่ ๒ อยากจะเรียนว่านอกจากหลักการตามประมวลกฎหมาย อาญาแล้ว ในส่วนของอนุสัญญาสิทธิเด็กของสหประชาชาติที่ไทยได้ให้สัตยาบันไว้ มีพันธกรณีที่จะต้องปฏิบัติตามโดยเฉพาะในข้อ ๔๐ ข้อใหญ่ แล้วก็ข้อย่อยที่ ๓ (ข) เขาบอกไว้ว่า เมื่อเห็นว่ามีการเหมาะสมแล้วเป็นที่พึงปรารถนาที่จะกำหนดให้ใช้มาตรการ สำหรับเด็กเหล่านั้น โดยไม่ต้องอาศัยกระบวนการทางตุลาการ ทั้งนี้โดยมีเงื่อนไขว่า สิทธิมนุษยชนและการคุ้มครองตามกฎหมายนั้นจะได้รับการเคารพอย่างเต็มที่ ดังนั้น ถ้าเราดูในเรื่องของอนุสัญญาสิทธิเด็กที่ไทยได้ให้สัตยาบันไว้ จึงเป็นสิ่งที่มองเห็นได้ว่า สิ่งที่ไทยได้ให้สัตยาบันไว้ ควรได้รับการปฏิบัติ อะไรที่สามารถจะทำให้เด็กนั้นไม่ไปสู่ กระบวนการยุติธรรมได้ก็จะเป็นสิ่งที่ดี ดังนั้นคณะกรรมาธิการจึงเห็นว่าแม้เพิ่มเด็กจาก ๑๐ ปี เป็น ๑๒ ปี ก็ควรจะอยู่ในกระบวนการคุ้มครองเด็กตามมาตรา ๗๓ ขอกราบ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ขอถามท่านกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น ท่านณัฐวุฒิไม่ติดใจแล้ว ท่านนิยม เชิญครับ🔗

นายนิยม เวชกามา กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมขอกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ผมเองไม่ได้ติดใจ แต่ว่าที่สงวนความเห็นมาก็เพื่อแสดงให้เห็นว่าที่ผมติดใจตรงแรก ๆ สงวนไว้เพื่อให้เห็นว่า เด็กกระทำความผิดต้องการว่ากล่าวตักเตือนเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาเป็นอย่างอื่น เห็นด้วย กับท่านประธานพูด แต่ที่ผมเสนอเพื่อให้เห็นว่าผู้ปกครองก็ดี เด็กก็ดีกระทำความผิดแล้ว ควรจะถูกว่ากล่าวตักเตือน เพราะเดี๋ยวนี้ผู้ใหญ่ใช้เด็กเป็นเครื่องมือในการกระทำความผิด โดยเฉพาะให้เด็กไปขายยาบ้าที่บ้านผม ผมจึงรับไม่ได้ แต่ในเมื่อท่านประธานเพื่อให้เข้า ในเงื่อนไขของกฎต่าง ๆ ที่กล่าวถึงผมก็ขอถอนครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ในเมื่อมาตรา ๓ ไม่มีการแก้ไข กรรมาธิการขอสงวนความเห็นก็ไม่ติดใจแล้ว ก็ถือว่าผ่าน เชิญท่านเลขาธิการอ่านมาตราต่อไปครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

มาตรา ๔ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มาตรา ๔ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น เชิญกรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็น เชิญท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัด อ่างทอง ในฐานะกรรมาธิการผู้ขอสงวนความเห็นครับ ท่านประธานครับ ในมาตรา ๔ ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมข้อความในมาตรา ๗๔ แห่งประมวลกฎหมายอาญานั้น ผมเรียน ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกเป็นเบื้องต้นสั้น ๆ ก่อนครับว่า คณะรัฐมนตรีได้ส่งร่างนี้มา บนพื้นฐานที่มีการแก้ไขอยู่เพียง ๒ จุดเท่านั้น จุดแรก ก็คือการเปลี่ยนอายุจากกรณีของ ๑๐-๑๕ เป็น ๑๒-๑๕ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อความในมาตรา ๗๓ ซึ่งเมื่อสักครู่เราได้มีมติ ผ่านไปแล้วเรียบร้อย ส่วนกรณีที่ ๒ เป็นข้อสังเกตและเป็นประเด็นที่ผมเองก็เพิ่งรับทราบว่า ทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาท่านบอกว่า มาตรา ๗๔ เดิมนั้น การเรียงวรรคตอน ทำให้อ่านแล้วไม่เข้าใจ โดยเฉพาะการมีวรรคสองอยู่ในวงเล็บต่าง ๆ แล้วท่านก็ขอแก้ไขปรับ เพิ่มเติมข้อความสลับที่ของวงเล็บหรือวรรคต่าง ๆ ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าอ่านแล้วจะมีความเข้าใจ มากขึ้นกว่าเดิม ทั้งในเชิงความเข้าใจจากตัวอักษรหรือในการปฏิบัติจริงหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามครับ สำหรับกรณีที่ผมขอสงวนความเห็นไว้มีอยู่ทั้งหมด ๖ จุดใหญ่ ๆ ด้วยกัน จุดที่ ๑ ก็คือการขอเพิ่มข้อความเข้าไปในวรรคแรกของมาตรา ๗๔ ในกรณีแต่เดิม นั้นใช้คำว่า ให้ศาลมีอำนาจที่จะดำเนินการ คำถามประการสำคัญที่สุดก็คือว่าศาลที่นี้ หมายถึงศาลเยาวชนและครอบครัว ซึ่งน่ามีความเข้าใจในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคดีเยาวชน และครอบครัว เราไม่ปฏิเสธตรงนั้นครับ แต่การดำเนินการของศาลนั้นจะไม่สามารถบรรลุผล ได้เลยครับ ถ้าไม่มีอยู่บนพื้นฐานที่เรียกว่าการสืบเสาะและพินิจ หรือรายงานการสืบเสาะ และพินิจที่จะมีข้อเท็จจริงต่าง ๆ มาประกอบการพิจารณา ผมขอเพิ่มข้อความคำว่า ต้องพิจารณาจากรายงานการสืบเสาะและพินิจก่อนที่จะให้ศาลมีอำนาจที่จะดำเนินการ ถามว่าในทางปฏิบัติมีอยู่หรือไม่ครับ มีอยู่ครับ ทั้งในชั้นพนักงานสอบสวน ทั้งในชั้นพนักงาน อัยการ ทั้งในชั้นศาล แต่รายงานการสืบเสาะและพินิจนั้นถ้าถูกเขียนระบุอยู่ในกฎหมาย ผมเชื่อมั่นว่าจะทำให้ข้อเท็จจริงอย่างรอบด้านถูกนำเสนอ จะทำให้กระบวนคดีพิจารณา ต่าง ๆ นั้นศาลต้องอ่านรายงานอย่างละเอียดมากยิ่งขึ้น จะทำให้คู่ความที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่า จะเป็นฝ่ายของผู้เสียหาย หรือเด็กที่ต้องหาว่ากระทำความผิดนั้น รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นหรือสิ่งที่ ตนเองทำนั้นมีมูลเหตุหรือมีปัจจัยมาจากสิ่งใด ฉะนั้นรายงานการสืบเสาะและพินิจจึงเป็น กระดุมเม็ดแรกที่สำคัญที่สุดที่จะนำไปสู่วงเล็บอื่น ๆ ผมขอเพิ่มข้อความคำว่า ต้องให้ศาล พิจารณาจากรายงานการสืบเสาะและพินิจก่อนที่จะมีการดำเนินการ นั่นเป็นประเด็นที่ ๑🔗

ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน กรณีของ (๑) ดั้งเดิมเลย และปัจจุบันก็ไม่ได้ มีการแก้ไข ก็คือบอกว่า ให้ศาลว่ากล่าวตักเตือนแล้วปล่อยตัวเด็กนั้นไป ส่วนหากศาล เห็นสมควรจะมีการพิจารณาเรียกผู้ปกครองเด็กมาว่ากล่าวตักเตือนด้วยหรือไม่ก็สุดแล้วแต่ ผมคิดว่าสิ่งที่เป็นคำถามสำคัญที่สุดก็คือคำว่า ว่ากล่าวตักเตือนนั้นหมายความว่าอย่างไร ผู้พิพากษาท่านเรียกมา ไม่ว่าจะเป็นผู้พิพากษาตัวจริง หรือผู้พิพากษาสมทบ แล้วบอกว่า อ้ายหนูอย่าไปทำเช่นนี้อีกหรือ แล้วก็ไม่จำเป็นต้องเรียกคนที่อยู่แวดล้อมตัวเด็กเข้ามา ผมคิดว่าในท้ายที่สุดถ้าเป็นเช่นนั้นเด็กกลับไปก็ไม่อาจที่จะมีการแก้ไขพฤติกรรมต่าง ๆ ได้ ฉะนั้นเปลี่ยนได้ไหมครับ เปลี่ยนจากคำว่า ว่ากล่าวตักเตือน เป็นคำว่า ให้คำปรึกษา แนะนำกับเด็ก ในภาษาอังกฤษเราใช้คำนี้เรียกว่า เคาน์เซลลิง (Counselling) เคาน์เซลลิง (Counselling) จะเริ่มจากการสร้างความไว้วางใจ ไม่ได้สร้างจากความสัมพันธ์ ไม่ได้เรียก มาแล้วถามว่าหนูชื่ออะไร อายุเท่าไร พ่อแม่อยู่ที่ไหน แต่ต้องเริ่มจากการที่บอกว่ามีเรื่อง อะไรที่อยากเล่าให้พี่ไหม มีบางอย่างที่พี่คิดว่าอาจจะเป็นประโยชน์ในการให้ความช่วยเหลือหนู เริ่มจากการสร้างความไว้วางใจ ปรัชญามันต่างกันเลยนะครับ จริง ๆ มีอีกคำหนึ่งอยู่ใน พ.ร.บ. ศาลเยาวชน คือคำว่า อบรมสั่งสอน ผมไม่ได้พูดถึง แล้วในขณะเดียวกันการแก้ปัญหา โดยการพูดเฉพาะกับตัวเด็กไม่ได้แก้ปัญหาหรือสภาพแวดล้อม อีโคโลจิคอล (Ecological) นิเวศวิทยารอบตัวเด็ก ผมเขียนตำราเล่มนี้เองครับ สอนอยู่ที่ มสธ. เป็นหนึ่งในวิชาที่ผมต้อง สอนนโยบายและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับครอบครัว ฉะนั้นสิ่งที่ต้องทำก็คือการต้องทำงานกับ บิดา มารดา หรือผู้ปกครองเด็กนั้นด้วยก่อนจะปล่อยตัวเด็กนั้นไป นั่นคือประเด็นที่ ๒ ที่ผม เพิ่มเติมข้อความคำว่า ให้คำปรึกษา เข้าไปครับ🔗

ประเด็นที่ ๓ ครับท่านประธาน ก็คือประเด็นที่พูดถึงเรื่องของการย้าย ข้อความในวรรคสองตามร่างของคณะกรรมาธิการกลับขึ้นมาเป็น (๒) เพราะวรรคสอง ที่ถูกเขียนอยู่ในร่างที่กรรมาธิการพิจารณานั้นไปต่อท้าย (๓) กรรมาธิการท่านหนึ่งถาม ในที่ประชุมเลยนะครับ พอมาต่อท้าย (๓) นี่หมายถึงว่า (๓) มีอีก ๔ วรรคใช่หรือไม่ ขนาดท่าน เป็น ส.ส. อาวุโสอยู่ในสภามาดั้งเดิม ผมอ่านผมก็เข้าใจแบบนั้น เพราะข้อความในวรรค ต่อท้ายจาก (๓) บอกว่ากรณีที่มอบตัวตาม (๒) ศาลจะดำเนินการต่าง ๆ ทำไมท่านถึงไม่ย้าย ตรงนี้ขึ้นไปไว้เสียต่อท้าย (๑) ก็ให้ต่อท้าย (๒) เสียก็ให้จบความน่าจะชัดเจนกว่า แล้วในขณะเดียวกันผมขอเพิ่มเติมข้อความเข้าไปว่าในกรณีที่ศาลมอบตัวแก่ บิดา มารดา ผู้ปกครองต่าง ๆ ศาลอาจแต่งตั้งพนักงานคุมประพฤติ นี่เป็นคำเดิม แต่อาจแต่งตั้งพนักงาน เจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก เพื่อเข้าไปมีส่วนร่วมในการคุมประพฤติก็ได้ พ.ร.บ. คุ้มครองเด็กปี ๒๕๔๖ ใช้มาปีนี้เป็นปีที่ ๑๘ มีพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วย การคุ้มครองเด็กที่ผ่านการอบรม ๒,๐๐๐ กว่าคน ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดเป็นพนักงาน เจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็น พนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก ทำไมเราถึงไม่มีประโยคเชื่อมไปว่า กรณีที่เด็กกลับไปอยู่ที่บ้านหลังจากที่ศาลมีอำนาจในการสั่งถึงไม่ดึงเขาเข้ามามีส่วนร่วม ในการแก้ไขฟื้นฟูเด็ก ศาลก็จะมีช่องทางในการดำเนินการที่มากยิ่งขึ้น นั่นเป็นประเด็นที่ ๓🔗

ประเด็นที่ ๔ เป็นประเด็นสั้น ๆ ครับ ในเมื่อมันมีข้อความต่อท้าย (๓) อีกวรรคหนึ่งเชื่อมโยงถึง (๒) ผมก็ขอขยับข้อความที่เรียกว่า (๓) มาเป็น (๔) เพื่ออ่านให้มัน จบสมบูรณ์ไปในตัวเรียงตามลำดับเวลาที่ควรจะทำได้ใช่ไหม🔗

ประเด็นที่ ๕ เป็นประเด็นที่ผมไม่ได้แตะในเชิงเนื้อหารายละเอียดครับ แต่ขอ มีการแก้ไขคำ ซึ่งส่วนใหญ่นั้นก็สอดรับกับร่างของกรรมาธิการ สิ่งที่ผมเสนอคือเปลี่ยนจาก คำว่า โรงเรียน เป็น สถานศึกษา กรรมาธิการท่านเปลี่ยนครับ สิ่งที่ผมเสนอก็คือมีการเพิ่ม คำว่า สถานแนะนำทางจิต กรรมาธิการท่านเพิ่มให้เพื่อให้สอดคล้องกับ พ.ร.บ. ศาลเยาวชน และครอบครัวปี ๒๕๕๓ แต่สิ่งที่ผมคิดว่าจำเป็นต้องเพิ่มเข้าไปก็คือศูนย์ฝึกอบรม หรือสถานพินิจต่าง ๆ นั้นวันนี้ทางปฏิบัติไม่ได้มีเฉพาะของภาครัฐอย่างเดียวนะครับ แล้วในทางกฎหมาย พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและครอบครัว ๒๕๕๓ มีมาตรา ๕๕ ที่บอกว่า ให้อำนาจกระทรวงยุติธรรมไปออกกฎกระทรวงในการตั้ง พูดกันภาษาบ้าน ๆ สถานพินิจ เอกชน ซึ่งมีตัวอย่างนำร่องที่เป็นของภาครัฐ แต่เอาต์ซอร์ซ (Outsource) ผู้บริหารเอกชน มาบริหารก็คือบ้านกาญจนาภิเษกซึ่งผมเชื่อว่าเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่ใส่ใจปัญหาสังคม ท่านรู้จักดี ผมขอเพิ่มข้อความเข้าไปว่าสถานที่ฝึกอบรมนั้นต้องเป็นทั้งส่วนราชการ หรือเอกชนด้วย เอกชนคือคำที่ผมเพิ่มเข้าไปเป็นประการที่ ๕ เยอะครับท่านประธาน ขออีกนิดเดียวครับ🔗

ประการที่ ๖ ครับ ผมขออนุญาตเพิ่มข้อความตอนท้ายในมาตรา ๗๔ ทั้งหมด เป็นว่า การดำเนินการตามมาตรานี้ ศาลอาจรับฟังรายงานหรือความเห็นของแพทย์ จิตแพทย์ นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ หรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วย การคุ้มครองเด็ก เพื่อประกอบการพิจารณาและมีคำสั่งด้วยก็ได้ ถามว่าในทางปฏิบัติปัจจุบัน มีอยู่หรือไม่ครับ มีครับ แต่เมื่อเทียบจำนวนคดีนั้นเป็นสัดส่วนที่น้อยมาก ผมเคยมีส่วนในการ แก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๔ เมื่อประมาณปี ๒๕๕๐ และเมื่อมีการแก้ไข ผมเอง เป็นคนแรกที่โดนผู้พิพากษาศาลอาญาเชิญเข้าไปพบ ในกรณีของเด็กชายอายุ ๑๓ ปี ไปละเมิดทางเพศเด็กอายุ ๕ ขวบ ศาลท่านบอกว่าถ้าไม่ได้รายงานของคุณณัฐวุฒิที่ให้เด็ก ไปพบจิตแพทย์ประเมินว่าเด็กอายุ ๑๓ ปีคนนี้เกิดขึ้นมาบนพื้นฐานอย่างไร ระดับสติปัญญา เท่าใด เรียนอยู่ในโรงเรียน นักเรียนมี ๒๐ คน น้องตอบว่าสอบได้ที่ ๒๑ เพราะอะไร ศาลจะ ไม่รู้เลยว่าจริง ๆ รายงานนี้มีเด็กที่ต้องได้รับการคุ้มครอง ๒ คน ฉะนั้นหากจะนำไปสู่ การคุ้มครองประโยชน์ของเด็กจริง ๆ การเพิ่มเติมข้อความในตอนท้ายแต่เพียงว่า ศาลอาจ รับฟังรายงานความเห็นของแพทย์ จิตแพทย์ นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ หรือพนักงาน เจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็กเพื่อประกอบการพิจารณาและ มีคำสั่งด้วยก็ได้ มันก็น่าจะตอบโจทย์ที่เรากำลังจะแก้ปัญหาพฤติกรรมของเด็กที่ท่านมองว่า มากยิ่งขึ้นมิใช่หรือ ทั้งหมดทั้งมวลคือ ๖ ประเด็น ที่ผมขอสงวนความเห็นและมาตรานี้ ผมยืนยันติดใจขอให้มีการลงมติในสภาแห่งนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ กรรมาธิการขอสงวนความเห็นใช่ไหมครับ ว่าที่เรือตรี ธนวรรธน์ เชิญครับ🔗

ว่าที่เรือตรี ธนวรรธน์ สุวรรณปาล กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม ว่าที่เรือตรี ธนวรรธน์ สุวรรณปาล กรรมาธิการครับ ได้ขอสงวนความเห็น ในมาตรา ๔ นี้ร่วมกับท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ไว้ ในประเด็นที่ท่านณัฐวุฒิได้กล่าวไปแล้วจะไม่ขอ อภิปรายซ้ำ แต่จะขอเพิ่มเติมในรายละเอียดในความเห็นใน (๑) การให้คำปรึกษาแนะนำกับ เด็ก บิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือบุคคลที่เด็กนั้นอาศัยอยู่แล้วปล่อยตัวเด็กนั้นไป ประเด็นนี้ มีความสำคัญในการเลือกใช้คำ ระหว่างคำเดิมที่ระบุว่า ว่ากล่าวตักเตือน และขอให้ เปลี่ยนเป็น การให้คำปรึกษาแนะนำกับเด็ก เพราะประเด็นนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง ในการทำงานกับเด็กนะครับ ในกระบวนการยุติธรรม เพื่อแสดงให้เห็นถึงมีความเห็นอกเห็นใจ มีเอ็มพาธี (Empathy) ของศาลต่อเด็ก แสดงถึงความเชื่อมั่นว่าเด็กนั้นสามารถที่จะพัฒนาได้ ในฐานะที่ผมทำงานเป็นครูครับ ได้ทำระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่จะต้องคอยปรับ พฤติกรรม หรือแก้ไขปัญหาพฤติกรรมของผู้เรียนอยู่ตลอดเวลา หลายครั้งที่ห้องปกครอง เรียกนักเรียนมาตักเตือน หรือบางครั้งเรียกผู้ปกครองมาตักเตือนด้วย แต่ก็ยังไม่สามารถที่จะ แก้ไขปัญหานั้นได้ เนื่องจากส่วนใหญ่ผู้ปกครองที่นักเรียนพฤติกรรมมีปัญหามักจะไม่รู้วิธีการ ในการเลี้ยงดู ในการอบรม หรือในการพูดคุยกับเด็ก จึงทำให้สภาพแวดล้อมของเด็กนั้นเป็น เหมือนเดิม พฤติกรรมจึงไม่เปลี่ยนแปลง อีกทั้งจากสถิติในอายุ ๑๒-๑๕ ปีนี้ เด็กนักเรียน ยังอยู่ในการศึกษาภาคบังคับก็จริงในช่วงอายุนี้ แต่เด็กที่ก่ออาชญากรรมที่กระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญาคือเด็กที่หลุดออกนอกระบบ ดังนั้นจะไม่มีโรงเรียน หรือครู ที่จะคอยช่วยดูแล ดังนั้นเป็นสิ่งสำคัญครับ ที่ศาลจะต้องให้เครื่องมือกับผู้ปกครองได้ร่วมกัน หาแนวทางในการดูแลพฤติกรรมอบรมสั่งสอนให้กับเด็ก ถ้าหากว่าเราไม่สามารถเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมในครอบครัวและสภาพแวดล้อมชุมชน ที่เด็กอยู่ได้แล้วเราก็ไม่สามารถที่จะสร้างเขาได้ เนื่องจากอายุ ๑๒-๑๕ ปี เป็นช่วงวัยที่กำลัง พัฒนาระบบควบคุมการตัดสินใจ พัฒนาจริยธรรมเหตุและผลในของตนเอง ดังนั้น กระบวนการช่วงอายุนี้มีความสำคัญที่จะเรียนรู้ว่าอะไรผิดถูกด้วยเหตุผลของตนเอง ดังนั้น จึงเสนอให้ศาลจะต้องให้คำปรึกษาแนะนำในกระบวนการนี้🔗

ส่วนประเด็นอื่น ๆ ก็เช่นเดียวกับท่านณัฐวุฒิที่ได้อภิปรายไปแล้ว โดยเฉพาะ ในวรรคสุดท้ายที่จะต้องรับฟังความเห็นของแพทย์ จิตแพทย์ นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ เนื่องจากจะต้องมีสหวิชาชีพที่เข้ามาและจะทำให้กระบวนการตรงนี้มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น เพราะว่าคำเหล่านี้มีผลต่อการดำเนินการและวิธีคิดของศาล และคนในสังคม อาชญากรไม่ได้ หล่นมาจากบนฟ้า แต่ผุดขึ้นมาจากเนื้อนาดินสังคม ตรงนี้จะเป็นหลักสำคัญครับว่า ศาลจะชี้นำและสร้างสังคมอย่างไร ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการจะตอบชี้แจงหรือไม่ครับ เชิญท่านประธานนิดหนึ่งครับ🔗

นางสาวศิริพร เอี่ยมธงชัย กรรมาธิการ

ขออนุญาตค่ะ กราบเรียน ท่านประธาน ศิริพร เอี่ยมธงชัย กฤษฎีกา ในฐานะกรรมาธิการค่ะ ขออนุญาตชี้แจง จากข้อสงวนของท่านกรรมาธิการทั้ง ๒ ท่านนะคะ ในกรรมาธิการเราได้มีการพิจารณาแล้ว ขอเรียนชี้แจงอย่างนี้มี ๒ เรื่องใหญ่ ๆ คือในเรื่องของรูปแบบการเขียน แล้วก็ในส่วนของเนื้อหา ในรูปแบบการเขียนมาตรา ๗๔ ของเดิมจะมีอยู่ ๕ อนุมาตรา ซึ่งถ้าสรุปใจความแล้วเป็นการ ให้อำนาจศาลดำเนินการมาตรการต่าง ๆ ในการป้องปรามเด็กในการกระทำความผิด ซึ่ง ๕ อนุมาตรานี้จะสกัดออกมาได้เพียงแค่ ๓ มาตรการ ก็คือ ๑. ตักเตือนเด็ก ๒. คือเรียกพ่อแม่ ผู้ปกครอง หรือผู้ที่เด็กอาศัยอยู่นี้มอบตัวเด็กนั้นให้กับคนเหล่านั้นแล้วก็วางข้อกำหนด เพื่ออบรมเด็กไม่ให้กระทำความผิดอีก และมาตรการที่ ๓ ก็คือหากไม่มีบิดา มารดา หรือไม่มีผู้อาศัยอยู่ด้วยก็ส่งให้ไปสถานอบรม เพื่ออบรมเด็กไม่ให้กระทำความผิดอีก จึงมีแค่ ๓ มาตรการ โดยที่อนุมาตรา ๓ และอนุมาตรา ๔ เป็นเงื่อนไขของอนุมาตรา ๒ คือมาตรการที่ว่าด้วยการวางข้อกำหนดให้บิดา มารดาดูแลเด็ก เพราะฉะนั้นถ้าหาก เขียนอย่างนี้จะทำให้การอ้างอิงบทบัญญัติคลาดเคลื่อนไปจากมาตรการที่แท้จริงที่กฎหมาย มุ่งจะกำหนดค่ะ กฤษฎีกาก็เลยแก้ออกมาเป็นว่าให้เหลือเพียงแค่ ๓ อนุมาตรา มันมี ๓ มาตรการ ก็คือเขียนตามมาตรการ (๑) ก็จะเป็นเรื่องตักเตือน (๒) ก็เป็นเรื่องส่งมอบ ให้บิดา มารดา หรือผู้อยู่อาศัยเพื่อวางข้อกำหนดให้ดูแลเด็ก (๓) คือส่งไปสถานอบรม ส่วน (๓) กับ (๔) ก็ย้ายมาเป็นวรรคสองกับวรรคสาม เพราะมันเป็นเงื่อนไขของ (๒) ในกรณีที่ไม่มีพ่อแม่ หรือในกรณีพ่อแม่ไม่สามารถดูแลได้ หรือในกรณีที่ผู้อยู่อาศัยไม่สามารถดูแลเด็กได้ ก็ให้ส่งไป ดำเนินการอย่างอื่น ทั้งหมดทั้งปวงเป็นการทำให้การอ้างอิงบทบัญญัติมีความชัดเจนยิ่งขึ้น แล้วก็ไม่เกิดความสับสน เพราะว่าต่อไปนี้การวางแนวทางการเขียนของกฤษฎีกา การกำหนด อนุมาตราต่าง ๆ จะไม่ให้มีวรรคอยู่ในอนุมาตราแล้ว เมื่อไม่มีวรรคอยู่ในอนุมาตราแล้วก็จะ ไม่เกิดความสับสนว่าวรรคที่ต่อ ๆ มาจากอนุมาตรานั้นเป็นวรรคใหม่หรือเป็นวรรคของ อนุมาตรานั้น เพราะว่าเมื่อไม่มีวรรคในอนุมาตรามันก็จะเป็นวรรคใหม่ไปเรื่อย ๆ อยู่แล้ว อันนี้เรื่องแนวทางการเขียน ส่วนในเรื่องของเนื้อหานั้นกรรมาธิการได้พิจารณาข้อสงวนของ ท่านกรรมาธิการทั้ง ๒ ท่านแล้วนะคะ มองว่าในหลักการของประมวลกฎหมายอาญาเป็น เรื่องการกำหนดความผิดและโทษ เพราะฉะนั้นในมาตรา ๗๔ เป็นมาตรการในเชิงลงโทษเด็ก เพราะฉะนั้นมาตรการนี้จึงให้อำนาจศาลในการดูแลและป้องปรามเด็กไม่ให้กระทำความผิดอีก เพราะฉะนั้นไม่ใช่ลักษณะของการที่ช่วยเหลือฟื้นฟูเด็ก นั่นจะเป็นอีกมาตรการที่แยกต่างหาก ออกมา เพราะฉะนั้นในการเขียนทั้งหลายทั้งปวงจึงให้ดุลยพินิจศาลในการกำหนดมาตรการ ในเชิงลงโทษหรือป้องปรามในการกระทำความผิดของเด็กตามที่เห็นสมควรตามแต่ละกรณี ซึ่งมีตั้งแต่เบาที่สุดไปถึงหนักที่สุด เพราะฉะนั้นการจะต้องให้มีระบบการสืบเสาะ หรือการให้ รับฟังความคิดเห็นอันนั้นเป็นดุลยพินิจศาลที่สามารถดำเนินการได้แล้ว โดยไม่ต้องเขียน ให้มันเป็นกฎหมายที่แข็งตัวเข้าไปในบทบัญญัติ ประกอบกับเรื่องการตักเตือนนั้น มันเป็นมาตรการป้องปรามค่ะ ซึ่งตักเตือนมันมีความหมายว่าพูดให้รู้ตัวกระทำความผิด และไม่ควรกระทำความผิดอีก ซึ่งก็สามารถที่จะให้คำปรึกษาแนะนำไปได้ในตัวอยู่แล้ว🔗

ส่วนที่กำหนดเพิ่มเรื่องการสืบเสาะดุลยพินิจนั้น เท่าที่ฟังท่านผู้แทนชี้แจง ในห้องกรรมาธิการนี้ มันจะเป็นกระบวนการที่เมื่อไปสู่ศาลแล้ว ศาลต้องสั่งให้มีการสืบเสาะ เพราะฉะนั้นถ้ารอศาลสั่งให้มีการสืบเสาะแล้วรอการไปสืบเสาะกระบวนการก็จะยิ่งล่าช้า ออกไป ทำให้เด็กอยู่ในกระบวนการยุติธรรมที่นานมากขึ้นโดยไม่จำเป็น และเป็น กระบวนการที่ศาลสามารถดำเนินการได้โดยไม่ต้องเขียนวางเงื่อนไขให้ศาลเข้มงวดเกินไป🔗

ส่วนเรื่องของวรรคสามที่เพิ่มเรื่องการตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย ว่าด้วยคุ้มครองเด็ก (๓) เป็นการกำหนดมาตรการคุมประพฤติตามมาตรา ๕๖ ซึ่งอยู่ใน อำนาจหน้าที่ของพนักงานคุมประพฤติ ซึ่งตามกฎหมายคุมประพฤติสามารถแต่งตั้งใครก็ได้ ให้เป็นเจ้าพนักงานคุมประพฤติโดยที่ไม่ต้องเขียนกำหนดไว้ในนี้สามารถอยู่ในความหมาย ของคำว่าพนักงานอื่นใดได้ เพราะฉะนั้นโดยเบ็ดเสร็จแล้วเท่าที่เสนอแก้ไขมาในบทบัญญัติ ปัจจุบันสามารถดำเนินการได้อยู่แล้วโดยไม่มีข้อขัดข้อง กรรมาธิการก็เลยยังคงใช้เนื้อหาเดิม โดยเสนอแก้ไขถ้อยคำตามที่กรรมาธิการเสนอใน (๓) คือเรื่องของสถานศึกษาและสถาน แนะนำทางจิตอันนี้แก้ไขตาม เนื่องจากเป็นคำที่เกิดขึ้นใหม่และสอดคล้องกับพระราชบัญญัติ ศาลเยาวชนและครอบครัว ขอบคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ยังมีท่านสมาชิกที่สนใจอยากจะร่วมอภิปรายนะครับ เชิญท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เชิญครับ🔗

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตกรุงเทพมหานคร เขตธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล ผมจะขอร่วมสอบถามและอภิปรายในการแก้ไข ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งก็ได้แก้ไขใน ป. อาญา มาตรา ๗๔ ซึ่งก็ เกี่ยวกับการรับโทษของเด็ก ซึ่งก็เพิ่มเติมอายุมาเป็น ๑๒ ปี แต่ยังไม่เกิน ๑๕ ปี ผมจะเรียนถามกรรมาธิการใน (๓) ที่กรรมาธิการได้แก้ไขโดยข้อความที่ว่า ส่งตัวเด็กนั้นไปยัง แล้วตัดคำว่า โรงเรียน ออก เปลี่ยนเป็นสถานศึกษา อันนี้ผมไม่ติดใจครับ หรือสถานฝึก และอบรม และท่านก็ได้เพิ่มเติมข้อความว่า หรือสถานแนะนำทางจิต ตรงนี้ผมอยากทราบ ว่าสถานแนะนำทางจิตมันหมายความว่าอะไรครับ ก็คืออยากให้ทางกรรมาธิการได้ช่วยแถลง ข้อสงสัยนี้ของผมด้วยนะครับ แล้วผมยังเห็นว่าในร่างรายงานของกรรมาธิการอย่างที่ ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ซึ่งเป็นกรรมาธิการส่วนน้อยได้อภิปรายเห็นแย้งไป อันนี้ผมเห็นด้วย อย่างยิ่งใน (๑) ที่เปลี่ยนจากคำว่า ว่ากล่าวตักเตือน ให้ใช้คำว่า ให้คำปรึกษาแนะนำกับเด็ก ผมมองว่าอันนี้เป็นสิ่งที่ระบบกฎหมายไทยโดยรวมควรจะต้องมาคิดในเรื่องนี้กันด้วยนะครับว่า มันไม่ใช่การลงโทษอย่างเดียว อาญาส่วนหนึ่ง แต่ทั้งระบบราชทัณฑ์ ทั้งระบบกฎหมายเรา ควรจะให้โอกาสกับบุคคลที่เขาอาจจะได้รับโทษไปแล้วหรือมุ่งเน้นในการที่ให้เขากลับมาสู่ สังคม อย่างในต่างประเทศเขาก็พยายามในเรื่องนี้กันนะครับในสมัยใหม่ เพราะว่า หลาย ๆ ประเทศมีอัตราการกลับเข้าเรือนจำหรือกระทำผิดซ้ำสูงมาก เขาก็พยายามในการที่ จะเปลี่ยนแปลงคนนั้น แล้วผมว่าการว่ากล่าวตักเตือนไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาอะไร แต่การให้ คำปรึกษาเยาวชนเด็ก ๆ คนนั้นที่กระทำผิด แต่ไม่ได้รับโทษ หรือบิดา มารดา ผู้ปกครอง น่าจะเป็นการให้คำปรึกษาน่าจะเหมาะกว่าครับ ท่านประธานครับ เพื่อไม่ให้เสียเวลามาก อย่างไรผมฝากกรรมาธิการตอบคำถามผมด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านกรรมาธิการจะชี้แจงไหมครับ ท่านณัฐวุฒิจะถามต่อหรือจะตอบ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

จะตอบครับท่าน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

ขอบคุณครับท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการครับ นาน ๆ จะเป็นผู้ชี้แจงครับท่านประธาน ขออนุญาต ชี้แจงเพื่อนสมาชิกท่าน ส.ส. เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร จากเขตธนบุรี บางกอกใหญ่ คลองสาน ที่มีการตั้งคำถามแล้วก็สอบถามในประเด็นเรื่องที่คณะกรรมาธิการได้มีการเพิ่มเติมข้อความ เข้าไปในมาตรา ๔ แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๗๔ (๓) ต้องเรียนท่านแบบนี้ครับว่าใน (๓) ที่เรามี การเพิ่มเติมนั้นเรามีการปรับอยู่ทั้งหมด ๓ จุดด้วยกันครับ จุดแรกก็คือเป็นการเปลี่ยนคำว่า โรงเรียน เป็นสถานศึกษา อันนี้นั้นเพื่อให้สอดคล้องกับเรื่อง ของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติที่มีอยู่และในกรณีของร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ที่รัฐสภาได้พิจารณารับหลักการไปเมื่อวานนั้นก็มีการใช้คำว่า สถานศึกษา เช่นเดียวกัน เพราะเรามองว่าปัจจุบันนั้นมีโรงเรียน มีระบบอื่น ๆ มีสถานที่อื่นที่สามารถจัดการศึกษาและ รองรับประเด็นความเป็นสถานศึกษาที่สอดคล้องกับกฎหมาย และสอดคล้องกับความเป็น จริงในปัจจุบันได้ครับ🔗

ประการที่ ๒ เป็นกรณีการเพิ่มเติมข้อความในตอนท้ายที่มีคำว่า แต่อย่าให้ เกินกว่าวันที่เด็กนั้นจะมีอายุครบ ๑๘ ปี เป็น แต่ไม่ให้เกิน ก็ตรงไปตรงมาครับ เป็นการแก้ไข ข้อความที่สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ไม่ต้องมีการแปลความว่า คำว่า อย่า นั้นหมายถึงอย่างไร คำว่า ไม่ให้เกิน ก็คือไม่ให้เกินวันที่เด็กมีอายุครบ ๑๘ ปี อันนี้ก็ตรงไปตรงมาชัดเจนในคำตอบ โดยภาษาในตัวอยู่แล้วครับ🔗

แต่ประการที่ ๓ ที่ท่านสมาชิกได้ตั้งคำถามถึงสถานแนะนำทางจิต ผมเรียน ประวัติศาสตร์แบบนี้ ในร่าง พ.ร.บ. การแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ฉบับนี้นั้น ในครั้งก่อนหน้านี้เกิดขึ้นในปี ๒๕๕๑ ทีนี้เมื่อครั้งที่เกิดขึ้นในปี ๒๕๕๑ นั้นยังไม่มีคำว่า สถานแนะนำทางจิต แต่ประการใด คำนี้เกิดขึ้นครั้งแรกในพระราชบัญญัติศาลเยาวชน และครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว ฉบับปี ๒๕๕๓ ที่ได้มีการยกร่าง มี การแก้ไขเพิ่มเติมใหม่ คำนี้เกิดขึ้นบนพื้นฐานที่มองว่าวันนี้การแก้ไขปัญหาเด็กอาจจะไม่ สามารถอยู่ในระบบของศูนย์ฝึกอบรมสถานพินิจที่อาจจะมีเงื่อนไขในการดูแลเป็นการเฉพาะ มีเด็กบางกลุ่มอาจจะไม่สามารถอยู่ในระบบโรงเรียนที่เขาดูแลเด็กเป็นการทั่วไป แต่เด็กที่ อาจจะสุ่มเสี่ยงหรือมีพฤติกรรมที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดนั้นอาจจะมีสภาวะทางจิต เช่น ระดับสติปัญญาที่ต่ำกว่าเกณฑ์ ระบบการดูแลต้องแบบหนึ่ง อาจจะมีปัญหาในเชิง พฤติกรรม ซึ่งในทางจิตวิทยาเราเรียกกลุ่มนี้ว่า คอนดักต์ ดิสออร์เดอร์ (Conduct Disorder) ซึ่งผมเรียนท่านที่เคารพนะครับ ประสบการณ์ที่ผมเคยมีการให้ความช่วยเหลือเด็กที่ถูก ละเมิดสิทธิมา ๑๘ ปีเต็ม เป็นหลายพันเคสนั้น กลุ่มที่มีปัญหาภาวะทางสุขภาพจิต หรือ ปัญหาเชิงพฤติกรรมที่เรียกว่า คอนดักต์ ดิสออร์เดอร์ (Conduct Disorder) เป็นกลุ่มที่หนักที่สุด อาจจะมีเรื่องสภาวะหรือโรคทางจิตเวช ซึ่งเมื่อได้มีการรับการรักษาแล้ว มีการแอดมิต (Admit) มีการรักษาโดยระบบอื่น ๆ แล้ว ไม่จำเป็นต้องอยู่ในโรงพยาบาล แต่ยังต้องอยู่ใน สถานดูแลเป็นการเฉพาะอยู่ ฉะนั้นคำนี้เราจึงนำคำในมาตราที่อยู่ใน พ.ร.บ. ศาลเยาวชน และครอบครัว ซึ่งมีประวัติศาสตร์การแก้ไขมาใส่ให้ครบถ้วนสมบูรณ์ในการแก้ไขประมวล กฎหมายอาญาฉบับนี้ คือการเพิ่มคำว่า สถานแนะนำทางจิต เข้าไป ซึ่งกรรมาธิการ ทุกท่านในที่ประชุมที่มีการพิจารณาทั้ง ๓๙ ท่าน เห็นตรงกันในประเด็นนี้ครับ ส่วนประเด็น ที่ท่านสนับสนุนผม ผมคงไม่สามารถที่จะชี้แจงเพิ่มเติมได้ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่มี ท่านสมาชิกท่านใดอภิปราย กรรมาธิการมีท่านใดจะชี้แจงเพิ่มเติมไหมครับ มาตรานี้ กรรมาธิการมีการแก้ไข มีท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ท่านยังติดใจอยู่ใช่ไหมครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ยังติดใจอยู่ครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ดังนั้น ก็ต้องถาม ๒ ทีนะครับ ครั้งแรกถามว่าจะให้ยอมแก้ไขไหม แล้วจะแก้ไขตามใคร เชิญท่าน สมาชิกเข้ามาลงมติครับ🔗

(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน สมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้ามาแสดงตนเพื่อลงมตินะครับ เนื่องจากมาตรา ๔ คณะกรรมาธิการได้แก้ไขจากร่างเดิม และมีผู้สงวนความเห็นคือมีกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ที่ไม่เห็นด้วยต้องการแก้ไขจากที่คณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ได้แก้ไข ดังนั้น ผมจะถาม เป็น ๒ ครั้ง ครั้งแรกจะต้องถามว่า จะให้แก้ไขหรือจะคงไว้ตามร่างเดิม ถ้ามติของที่ประชุม บอกว่า แก้ไข ก็จะแก้ไขตามกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ หรือจะแก้ไขตามความเห็นของ ผู้ขอสงวน ขอเชิญท่านสมาชิกแสดงตนใช้บัตรลงคะแนนกดแสดงตนได้ครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

แสดงตน ครบทุกคนท่านแล้วนะครับ ปิดการแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมครับ มีท่านสมาชิก อยู่ในห้องประชุม ๒๖๖ ท่าน เกินกึ่งหนึ่ง ครบเป็นองค์ประชุมนะครับ🔗

ต่อไป ผมจะถามมตินะครับ ท่านสมาชิกท่านใดเห็นควรให้มีการแก้ไขในมาตรา ๔ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านสมาชิกท่านใดเห็นว่าไม่ต้องแก้ไขคงไว้ตามร่างเดิมโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียงก็กดให้ด้วยครับ เชิญลงคะแนนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ลงคะแนน ครบทุกท่านไหมครับ ไม่มีท่านใดที่บัตรมีปัญหานะครับ ถ้าครบทุกท่านแล้วขอปิด การลงคะแนนครับ ผลการลงคะแนนนะครับ มติที่ประชุมเห็นด้วย ๓๐๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มีนะครับ งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนน ๒ ท่านครับ มติที่ประชุมในมาตรา ๔ เห็นว่า ต้องมีการแก้ไข🔗

จะแก้ไข ตามกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ หรือจะแก้ไขตามผู้ขอสงวนความเห็นนะครับ ขอตรวจสอบ องค์ประชุมอีกครั้งครับ ตามข้อบังคับ เชิญท่านแสดงตนครับ เชิญครับ กดปุ่มแสดงตน ได้ครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

แสดงตน ครบแล้วนะครับ ขอปิดการแสดงตนนะครับ มีท่านสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๒๕๙ ท่าน เกินกึ่งหนึ่ง ครบองค์ประชุมครับ🔗

ต่อไป ผมจะถามมตินะครับ ท่านสมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากที่แก้ไขมา โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อยที่ขอสงวนความเห็น โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียงก็กดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ปิดการลงคะแนนนะครับ มีท่านสมาชิกเห็นด้วย ๒๗๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓๒ ท่าน งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน ดังนั้น มติของที่ประชุมเห็นด้วยกับการแก้ไข ของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากนะครับ🔗

จบการพิจารณาเรียงตามลำดับมาตราแล้วนะครับ ทีนี้ก็จะต้องให้ท่านดูอีกครั้งหนึ่งว่าท่าน จะมีถ้อยคำ ช่องไฟ เว้นวรรค หรือคำว่า และ หรืออะไรที่ดูแล้วมันไม่ถูกต้องเรียกว่าเป็นการ สรุปร่างทั้งร่างอีกครั้งหนึ่งตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๒ นะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดต้องการ จะแก้ไขถ้อยคำที่ผิดพลาดไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มี ก็ถือว่าเป็นการจบการพิจารณาในวาระ ๒ ที่พิจารณาเรียงตามลำดับมาตราเรียบร้อยแล้ว🔗

ต่อไป เป็นการพิจารณาในวาระ ๓ ครับ จะขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นชอบด้วยกับร่าง พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่นะครับ🔗

(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีท่าน สมาชิกอยู่นอกห้องประชุมไหมครับ ถ้ามีเชิญนะครับ ต้องตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ ต้องแสดงตนก่อนครับ เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน เชิญใช้สิทธิแสดงตนได้เลยนะครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ปิดการแสดงตน ขอทราบจำนวนสมาชิกที่แสดงตนด้วยครับ มีท่านสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๒๗๖ ท่าน ครบเป็นองค์ประชุมนะครับ🔗

ต่อไป ผมจะถามมติจากที่ประชุม ท่านสมาชิกท่านใด เห็นชอบโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านสมาชิก ท่านใดไม่เห็นชอบโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ให้ด้วย เชิญลงคะแนนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีท่าน สมาชิกท่านใดยังไม่ลงคะแนนมีไหม ถ้าลงครบแล้วขอปิดการลงคะแนน มติของ ที่ประชุม มีท่านสมาชิกเห็นด้วย ๓๑๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒ ท่าน งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน มติของที่ประชุมเห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗

เนื่องจาก คณะกรรมาธิการได้มีข้อสังเกตไว้ในรายงาน ซึ่งต้องส่ง ถ้าท่านเห็นด้วยจะได้ส่งให้รัฐบาล เพื่อแจ้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป ดังนั้นต้องขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วย กับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการหรือไม่ ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมตามข้อบังคับ🔗

(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน ใช้สิทธิแสดงตน เชิญกดปุ่มแสดงตนได้ครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

แสดงตน ครบแล้วนะครับ ปิดการแสดงตนครับ มีท่านสมาชิกอยู่ห้องประชุม ๒๖๕ ท่าน ครบเป็น องค์ประชุมนะครับ🔗

ต่อไป ผมจะถามมติจากที่ประชุม ท่านสมาชิกท่านใด เห็นด้วย กับข้อสังเกตโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย สมาชิกท่านใดที่ไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียงก็กดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนได้ครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครบแล้ว ปิดการลงคะแนน มติของที่ประชุมมีท่านสมาชิกเห็นด้วย ๓๑๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี ดังนั้น ที่ประชุมมีมติเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... .🔗

เรียบร้อย นะครับ ขอบคุณท่านประธานและคณะกรรมาธิการ ขอบคุณครับ🔗

ต่อไปเป็นการพิจารณาเรื่องด่วนที่ ๑ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ ฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)🔗

เชิญคณะรัฐมนตรีเข้าห้องประชุมได้ครับ ผมได้อนุญาตผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้ามาร่วมชี้แจง มีท่านชัยรัตน์ วงศ์วีรธร ผู้พิพากษาศาลชั้นต้น ประจำสำนักประธานศาล ฎีกา มีท่านวรกร โอภาสนันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายกระบวนการยุติธรรมทางแพ่ง กองกฎหมายกระบวนการยุติธรรม สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เชิญเข้ามาห้องประชุม เพื่อร่วมชี้แจงครับ เชิญตัวแทนของคณะรัฐมนตรีด้วยครับ🔗

(ผู้แทนจากสำนักงานศาลยุติธรรมเข้าชี้แจงต่อที่ประชุม)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ตามที่ คณะรัฐมนตรีได้เสนอ🔗

ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... พร้อมทั้งได้เสนอรายงานการรับฟังความคิดเห็นผู้ที่เกี่ยวข้องและรายงาน การวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการตรากฎหมายมาเพื่อประกอบการพิจารณา นะครับ ดังนั้น ขอเชิญท่านรองวิษณุได้แถลงหลักการและเหตุผล ถ้าพร้อมเชิญได้เลยครับ🔗

ศาสตราจารย์กิตติคุณวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ คณะรัฐมนตรีขอเสนอร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่าย ตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อกรุณารับไว้พิจารณา ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ สำนักงานศาลยุติธรรมเป็นเจ้าของเรื่อง เช่นเดียวกับ ร่างพระราชบัญญัติที่จะเสนอต่อท้ายอีก ๓ ฉบับ รวมเป็น ๔ ฉบับ ซึ่งถือว่าเป็นชุดเดียวกัน ที่ว่าชุดเดียวกันนั้นก็คือว่ามีหลักการและเหตุผลทำนองเดียวกัน ความจริงในชุดนี้ไม่ได้มีแค่ ๔ ฉบับ ที่นำเสนอมายังท่านประธานในวันนี้ ยังจะต้องมีฉบับอื่น แต่ยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ ซึ่งก็คงจะทยอยเสนอมาในโอกาสต่อไป สำหรับร่างพระราชบัญญัติฉบับแรก คือ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นั้น หลักการที่สำคัญก็คือเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ ศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งเป็นฉบับเดิม และที่ว่าเป็นฉบับเดิมนั้นก็เพราะครั้งนั้น ได้บัญญัติขึ้นเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยที่ใช้บังคับอยู่ในเวลานั้น แต่บัดนี้รัฐธรรมนูญได้เปลี่ยนแปลงไป ตัวพระราชบัญญัติที่เคยเขียนไว้สอดคล้องกับ รัฐธรรมนูญฉบับเดิม ก็กลายเป็นว่าไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมให้สอดคล้องกัน โดยเฉพาะก็คือในเรื่องการกำหนดเหตุ แห่งการพ้นจากตำแหน่งของข้าราชการตุลาการ ซึ่งก็เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมความในมาตรา ๓๒ นั่นเอง เหตุผลก็จะเป็นอย่างที่ได้กราบเรียนท่านประธานแล้วว่า เดิมทีนั้นพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ ได้บัญญัติขึ้นสอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ฉบับ พ.ศ. ๒๕๔๐ และแม้ต่อมาจะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นรัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. ๒๕๕๐ พระราชบัญญัติฉบับนั้นก็ยังคงสอดคล้องกันอยู่ แต่พอมาประกาศใช้รัฐธรรมนูญฉบับ พ.ศ. ๒๕๖๐ ก็ได้กำหนดเหตุแห่งการพ้นจากตำแหน่งของข้าราชการตุลาการเอาไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือได้มีการแก้ไขข้อความในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเสียใหม่เป็นว่า พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งและทรงให้ผู้พิพากษาและตุลาการพ้นจากตำแหน่ง ซึ่งความนี้หมายความว่าจะต้องมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ โดยเฉพาะคือการให้พ้น จากตำแหน่ง แต่รัฐธรรมนูญมาเพิ่มความต่อไปว่า เว้นแต่เป็นกรณีที่ผู้พิพากษาหรือตุลาการ พ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุแห่งความตาย เพราะเหตุแห่งการเกษียณอายุราชการ เพราะเหตุ แห่งการพ้นหรือครบวาระ และเพราะเหตุแห่งการพ้นจากตำแหน่งเพราะโทษทางวินัย นั่นก็คือการปลดออก ไล่ออก ให้ออก ๔ เหตุนี้ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงทราบ โดยไม่ต้องมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่งอีก เมื่อรัฐธรรมนูญได้ บัญญัติหลักและข้อยกเว้นไว้เช่นนี้ โดยเฉพาะก็คือข้อยกเว้น ๔ ประการที่ให้เปลี่ยนมาเป็น เรื่องของการกราบบังคมทูลเพื่อทรงทราบก็จำเป็นต้องแก้ไขพระราชบัญญัติที่รองรับอยู่ให้ สอดคล้องกัน จึงเป็นที่มาของการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับแรกในวันนี้ เพื่อให้สอดคล้อง กับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสมาชิกอภิปรายในขั้นรับหลักการในวาระที่ ๑ มีชื่ออยู่ ๒ ท่านนะครับ ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม กับท่านเบญจา แสงจันทร์ เชิญท่านณัฐวุฒิก่อนครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะมีส่วนในการอภิปรายขั้นรับหลักการ ของร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ด้วยประเด็นที่เป็นข้อสังเกต แล้วก็ประเด็นที่จะสอบถามทางผู้ชี้แจงอยู่หลายประการด้วยกัน🔗

ประการที่ ๑ ท่านประธานครับ ดังที่ผู้ชี้แจงได้นำเรียนว่าการแก้ไข รอบนี้นั้นเป็นการแก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับข้อความในมาตรา ๑๙๐ รัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทยครับ แต่อย่าลืมว่าเราคุ้นชินกับการที่บอกว่ารัฐธรรมนูญ ฉบับปี ๒๕๖๐ นั้น มีผลมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ แล้ว นั่นหมายถึงว่านับจากวันนั้นถึงวันนี้นะครับ นี่เดือนพฤศจิกายน เข้าปลายปี ๒๕๖๔ แล้ว แต่เพราะเหตุใดครับท่านอาจจะพูดมาบ้าง แต่เพราะเหตุใดว่า การยกร่างแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมและกฎหมายอื่น ที่เกี่ยวข้องอีก ๓ ฉบับ ซึ่งผมอ่านในเชิงรายละเอียดแล้วนะครับมาตราที่แก้ไขเอาเข้าจริง ๆ ก็มีเพียงมาตราเดียวเกือบทุกฉบับถึงเพิ่งถูกนำเสนอแล้วถูกพิจารณาในปัจจุบัน ท่านอาจจะ อ้างว่าต้องมีกระบวนการยกร่าง มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นต่าง ๆ แต่ผมดูทั้งหมด ทั้งมวลในร่าง พ.ร.บ. บางฉบับ ก็มีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นไม่มีเลย แต่มีผู้เข้าไปดู ๒๐ กว่าคน ต่าง ๆ เป็นต้น ฉะนั้นนั่นมิใช่ประเด็นที่อาจจะอ้างถึงได้ ในขณะเดียวกันครับ ท่านบอกเองว่าอาจจะจำเป็นต้องมีการแก้ไขกฎหมายที่ตามมาอีกหลายฉบับ ผมยกตัวอย่าง เช่น ในกรณีของศาลนั้น ศาลนั้นหมายถึงศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลทหาร และแน่นอน ไม่รวมถึงศาลรัฐธรรมนูญ ดึงออกไปก่อน ฉะนั้นวันนี้เราแก้ไขที่เกี่ยวข้องกับศาลยุติธรรม ตกลงในกระบวนการแก้ไขที่เกี่ยวข้องกับศาลทหารต้องมีหรือไม่ แล้วในขณะเดียวกัน ที่ชัดเจนที่สุดครับ ก็คือกรณีของศาลปกครองนั้นอยู่ในขั้นตอนแบบไหนอย่างไร นั่นเป็น ประเด็นที่ ๑ ที่ผมอยากจะเรียนสอบถามท่านผู้ชี้แจงครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ถึงแม้หลักการจะบอกว่าเป็นเรื่องของ การพูดถึงการพ้นจากตำแหน่งครับ แต่ผมคิดว่าเราต้องดูรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ เชื่อมโยง ไปถึงกรณีของรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๘ และแน่นอนครับว่าเวลาที่เราพูดถึงกระบวนการ ได้มาซึ่งผู้พิพากษา มีงานวิจัยเยอะแยะไปหมดครับ เช่น งานวิจัยของท่านพิชัยศักดิ์ หรยางกูร นี่ก็เกิดขึ้นมาแล้วนะครับว่า ระบบกระบวนการได้มาซึ่งผู้พิพากษาในต่างประเทศ และในประเทศไทยควรจะเป็นอย่างไร มีงานวิจัยที่พูดถึงการมีส่วนร่วมของประชาชน ในการพิจารณาพิพากษาคดี ซึ่งหมายถึงว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนนั้นอาจจะมีตั้งแต่ ขั้นตอนของการคัดเลือกผู้พิพากษา ขั้นตอนการมีส่วนร่วมในการพิจารณาพิพากษาคดี และขั้นตอนการพ้นจากตำแหน่งของ ผู้พิพากษาด้วย ซึ่งงานวิจัยฉบับนี้มีท่านผู้พิพากษาท่านหนึ่งเป็นหนึ่งในผู้วิจัยด้วยซ้ำ แต่สิ่งเหล่านี้ท่านไม่ได้พูดถึงเลยครับว่า จริง ๆ แล้ววันนี้สิ่งที่ประชาชนตั้งคำถามและเป็นข้อ สนใจก็คือว่า การพ้นจากตำแหน่งนั้นเป็นปลายทางครับ แต่การเข้าสู่ตำแหน่งของ ผู้พิพากษาในปัจจุบันนั้นเป็นอย่างไร ประชาชนไม่เข้าใจว่าทำไมกระบวนการคัดเลือก ผู้พิพากษาถึงต้องมีสนามใหญ่ สนามเล็ก และสนามจิ๋ว ประชาชนไม่เข้าใจว่าสัดส่วนของ การสอบผู้พิพากษาในสนามใหญ่นั้นมีอัตราที่น้อยมาก คนสอบกันเยอะแต่คนเข้าถึงเป็น ผู้พิพากษา นามสกุลบัวประทุมไม่มีทางได้สอบเป็นครับ ประชาชนไม่เข้าใจว่าสนามเล็ก ที่อาจจะเพิ่มเติมกรณีของการจบปริญญาโทต่าง ๆ นั้นทำไมก็น้อย แต่ประชาชนเข้าใจ โดยวิญญูชนครับว่าสนามจิ๋วที่รับเฉพาะกรณีที่จบต่างประเทศ ๒ ใบบวกเนติบัณฑิตนั้น เขามีนามสกุลอย่างไร เขาถึงเข้าเป็นผู้พิพากษาในอัตราส่วนที่สูงที่สุด ศาลยุติธรรม มีความจำเป็นถึงผู้พิพากษากลุ่มนี้มากขนาดนั้นหรือครับ นั่นเป็นประการที่ ๒ ที่เกี่ยวข้องครับ🔗

ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๘ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วรรคสองครับ บอกว่าผู้พิพากษาและตุลาการย่อมมีอิสระในการพิจารณาคดีให้เป็นไปโดย รวดเร็วเป็นธรรมและปราศจากอคติทั้งปวง วันนี้สิ่งที่พวกเราเห็นจากการพ้นจากตำแหน่ง คือการเห็นพระบรมราชโองการว่ามีผู้พิพากษาพ้นจากตำแหน่งกี่คน ทีมงานผมไปค้นเอกสาร ที่จะประกอบการอภิปรายเมื่อวานมีแต่พระบรมราชโองการที่พูดถึงการพ้นจากตำแหน่ง แต่เราไม่เห็นรายละเอียด ในกรณีของตำรวจชัดเจนครับ บอกพ้นจากตำแหน่งเพราะผิดวินัย ร้ายแรงเท่าไร มีกระบวนการทำผิดคดีอาญาเท่าไร ความสง่างามของสถาบันคือการบอกกับ พี่น้องประชาชนว่า ท่านมีผู้พิพากษาที่ทุจริตหรือประพฤติมิชอบ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง บิดเบือนต่อการใช้กฎหมายไปละเมิดสิทธิและเสรีภาพของประชาชน สั่งคดีที่บอกว่าคดี มีอัตราโทษสูงถึงไม่ยอมให้ประกัน ซึ่งไม่เคยมีคำนี้อยู่ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญาอยู่กี่คน ท่านมีหลักประกันว่า ต่อไปนี้การพ้นจากตำแหน่งจะมีเหตุผลประกอบ ที่ไม่จำเป็นต้องอยู่ในพระบรมราชโองการ แต่เป็นเรื่องที่ศาลต้องแถลงให้ประชาชนรับทราบ หรือไม่ครับ🔗

ด้วยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวล ๓ ประการที่ผมได้นำเรียนต่อท่านประธานครับ กรณีการแก้ไขในเชิงเทคนิคหรือการแก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญมิใช่เป็นประเด็นที่ พวกผมเห็นแตกต่างออกไป เรายินดีและต้องทำตามรัฐธรรมนูญครับ แต่หัวใจของ การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม คือทำให้ขั้นตอนการได้มาซึ่งผู้พิพากษา ขั้นตอน กระบวนการพิจารณา ขั้นตอนการพ้นจากตำแหน่งนั้นประชาชนเขารู้สึกว่า นั่นคือความ เป็นธรรมหรือความยุติธรรมจริง ๆ นี่ต่างหากที่จะทำให้สภาแห่งนี้ควรพิจารณาว่าจะรับ หรือไม่รับหลักการของร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน สมาชิกท่านต่อไปครับ ท่านเบญจา แสงจันทร์ เชิญครับ🔗

นางสาวเบญจา แสงจันทร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ดิฉัน เบญจา แสงจันทร์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อของพรรคก้าวไกลค่ะ จากที่ คณะรัฐมนตรีได้มีมติให้เสนอร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยมีเหตุผลความจำเป็นและใจความสำคัญ กำหนดไว้ว่า จากนี้วุฒิสภาจะไม่มีอำนาจในการถอดถอนผู้พิพากษาออกจากตำแหน่ง อีกต่อไป เนื่องจากในมาตรา ๑๙๐ แห่งรัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ไม่ได้มีให้อำนาจวุฒิสภาไว้ แต่ได้บัญญัติให้เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ในการแต่งตั้งผู้พิพากษาให้พ้นจาก ตำแหน่ง สิ่งที่ดิฉันอยากจะเสนอในการอภิปรายตามสาระสำคัญของร่างก็คือว่า ในมาตรา ๑๙๐ แห่งรัฐธรรมนูญยังมีบัญญัติเอาไว้ว่า ถ้าเป็นการพ้นจากราชการเพราะถูกลงโทษก็ยัง สามารถทำได้ค่ะ แต่ถึงแม้การให้พ้นออกจากราชการจากการลงโทษจะกระทำได้ก็ตามนะคะ แต่ว่าเราต้องยอมรับปัญหาร่วมกันก่อนค่ะท่านประธานว่า การตรวจสอบสถาบันตุลาการ และข้าราชการตุลาการของไทยนั้น ค่อนข้างเป็นไปได้ยากอย่างมากค่ะ เนื่องจากระบบ โครงสร้างที่มันถูกออกแบบมาทำให้ศาล รวมไปถึงผู้พิพากษาและข้าราชการตุลาการ หลุดลอยออกไปจากคนในสังคม และมีการบริหารงานที่ไม่มีความสัมพันธ์ใด ๆ กับประชาชนเลย การทำงานของข้าราชการและตุลาการนอกจากจะไม่ยึดโยงกับประชาชนแล้ว ยังไม่ยึดโยง กับหลักการและการตรวจสอบ และไม่สามารถเปิดให้ตรวจสอบได้ด้วยค่ะ โดยมีข้อกล่าวหา สำคัญในการปิดปาก นั่นก็คือการละเมิดอำนาจศาล การหมิ่นศาลและหมิ่นประมาทศาล เช่น กรณีของเยาวชนคนหนุ่มสาวที่ถูกกฎหมายเป็นเครื่องมือในการปิดกั้น การวิพากษ์วิจารณ์ และการตรวจสอบ เช่นนี้แล้วจะมีอะไรที่เป็นเครื่องประกันให้กับคนในสังคมได้ว่า ศาลและบุคลากรของศาลที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมจะเป็นองค์กรที่ตรวจสอบ และเป็นหน่วยงานที่โปร่งใส เนื่องจากหลาย ๆ ครั้งที่เราพบว่าคำพิพากษา หรือคำวินิจฉัย ของศาลดูเหมือนว่าจะไม่สอดคล้องกับหลักกฎหมายและเจตนารมณ์ของกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นกรณีที่ศาลเคยกลายเป็นกลไกของคณะรัฐประหาร ผู้ก่อการรัฐประหาร และ รับรองการยึดอำนาจไปจากประชาชนของคณะรัฐประหาร หรือแม้แต่การที่ศาลไม่อนุญาต ให้ประกันตัวผู้ชุมนุมโดยไม่มีเหตุอันควร โดยเฉพาะผู้ที่ถูกกล่าวหาตามมาตรา ๑๑๒ ซึ่งพวกเขาถูกปฏิบัติราวกับว่าเป็นผู้กระทำความผิดไปเสียแล้ว ทั้ง ๆ ที่พวกเขาควรถูกถือว่า ยังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำตัดสินถึงที่สุดแล้วใช่ไหมคะ แต่ว่าผู้พิพากษาหรือศาล กลับไม่ได้ถูกตรวจสอบหรือไม่ถูกลงโทษใด ๆ ในกรณีนี้เลย ด้วยเหตุนี้มันจึงไปสร้าง ความไม่เชื่อมั่น แล้วก็ทำให้ผู้คนสูญสิ้นความศรัทธาต่อกระบวนการยุติธรรมมากขึ้นด้วยค่ะ ดังนั้นสิ่งที่ดิฉันได้อภิปรายมาทั้งหมดนี้ เพื่อชี้แจงว่ากระบวนการการลงโทษข้าราชการตุลา การยังมีปัญหาอยู่ค่ะ ดังนั้นควรมีประชาชน หรือตัวแทนของประชาชนสามารถเข้าไป ตรวจสอบการทำความผิดของข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมได้ด้วย และตัวแทนของประชาชนที่ดิฉันได้กล่าวมาก็คือ สภาผู้แทนราษฎร นี่ล่ะค่ะในการที่จะเข้าไป ตรวจสอบการทำงานและการทำหน้าที่ของผู้พิพากษาว่าการตัดสินต่าง ๆ การตัดสินคดี ตามตัวบทกฎหมายเป็นไปโดยถูกต้องหรือไม่🔗

ท้ายนี้ ดิฉันขอใช้สิทธิในการพูดถึงสิทธิในฐานะผู้แทนราษฎร พูดถึงการ ทำงานของข้าราชการตุลาการในกระบวนการยุติธรรม พูดถึงสิทธิในการประกันตัว ซึ่งเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานเท่านั้นค่ะ ที่ได้รับการรับรองไว้ในรัฐธรรมนูญทุกฉบับ และถูกรับรองไว้ในกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิมนุษยชน เป็นกติการะหว่าง ประเทศว่าด้วยสิทธิทางการเมืองและสิทธิพลเมืองที่รัฐไทยเองเป็นภาคี ดิฉันขอพูดถึงสิทธิ ที่ประชาชนและเยาวชนคนหนุ่มสาวจะได้รับการพิจารณาคดีอย่างยุติธรรม สิทธิที่จะได้รับ การพิจารณาว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว และพูดถึงสิทธิ ที่ผู้ต้องขังทางการเมืองทุกคนจะได้รับการมีเวลาและมีปัจจัยที่จะเอื้อต่อการเตรียมการ ในการที่จะสู้คดี ดังนั้นการปล่อยตัวผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกฟ้องคดี จึงเป็นหลักการและเป็น บรรทัดฐานที่ศาลเองไม่อาจปฏิเสธได้ค่ะ ดิฉันขอทวงคืนสิทธิในการประกันตัว สิทธิในการ ปล่อยตัวชั่วคราวให้กับคุณอานนท์ นำภา ให้กับคุณพริษฐ์ ชีวารักษ์ ให้กับคุณจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ให้กับคุณภาณุพงศ์ จาดนอก ให้กับคุณเบนจา อะปัญ และนักกิจกรรมทุกคน ที่เป็นนักกิจกรรมกลุ่มทะลุฟ้าและผู้ต้องขังทางการเมืองทุกคนด้วยค่ะ เพื่อคืนความยุติธรรม ให้กับพวกเขา และแสดงให้เห็นว่ากระบวนการยุติธรรมเป็นกระบวนการที่ยุติธรรมจริง ๆ แล้วก็ไม่ได้ถูกแทรกแซงทั้งทางตรงและทางอ้อมจากองค์กรใด เพื่อเป็นกลไกที่จะคุ้มครอง สิทธิ เสรีภาพ ให้กับประชาชนได้ด้วย ดังนั้นในวาระรับหลักการดิฉันจึงเห็นว่าการตรวจสอบ การทำงานของข้าราชการฝ่ายตุลาการและการยุติธรรมจะต้องมีประชาชนหรือตัวแทนของ ประชาชนสามารถเข้าไปตรวจสอบการกระทำความผิดของข้าราชการฝ่ายตุลาการ ศาลยุติธรรมได้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๒ ท่าน ท่านนิติพล ผิวเหมาะ กับท่านธีรัจชัย พันธุมาศ เชิญท่านนิติพลก่อนครับ🔗

นายนิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ขออนุญาตเข้ามาอภิปรายในเนื้อหา สำคัญเกี่ยวกับการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในเนื้อหาใจความหลักเพื่อแก้ไขให้ตรงกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ผมไม่มีข้อข้องกังวลใจอะไร เลย แต่ว่าสิ่งสำคัญที่ผมอยากจะขยายความในประเด็นอื่น ๆ ต่อไปด้วย นั่นก็คือเกียรติยศ ของการเป็นผู้พิพากษา เกียรติยศสูงสุดของพิธีการ นั่นคือการที่ได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จากองค์พระมหากษัตริย์แต่งตั้งให้เป็นผู้พิพากษา เกียรติยศสูงสุดของการมีอาชีพเป็น ผู้พิพากษา นั่นคือการให้ความยุติธรรมกับคดีครับ เกียรติยศเหล่านี้ส่งอะไรต่อมาด้วยครับ เกียรติยศเหล่านี้ส่งต่อมาให้กับท่านผู้พิพากษาทำให้มีความอภิสิทธิ์ชนที่มากกว่าคนทั่วไป แต่อภิสิทธิ์คนนี้ไม่ได้เหนือไปกว่าคนเดินดินธรรมดาครับ ในประเทศไทยนี้จะมีกี่อาชีพครับ ที่จะมีอภิสิทธิ์ชนแบบนี้ หนึ่งในนั้นคืออาชีพผู้พิพากษา หนึ่งในนั้นคืออาชีพนักการเมือง ผมยกตัวอย่างให้เห็นชัด ๆ แบบนี้ เพื่อนของผมคนหนึ่งครับท่านประธานก่อนที่จะสอบเป็น ผู้ช่วยผู้พิพากษาได้ เพื่อน ๆ เรียกว่าตู่ วันรุ่งขึ้นสอบเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษาได้แล้ว เรียกว่าท่านตู่ วันดีคืนดีประพฤติผิดถูกปลดออกจากราชการ จากที่เรียกว่าท่านตู่กลายเป็นเรียกว่าไอ้ตู่แล้ว นี่คือเกียรติยศที่มากับอภิสิทธิ์ชนในความเป็นผู้พิพากษาครับ ย้อนกลับไปครับ อยากจะดึง ให้กับท่านผู้พิพากษาหลาย ๆ ท่านย้อนกลับไปดูอดีตก่อนที่ท่านจะเป็นผู้พิพากษา ผมตัดเรื่อง ที่ว่าความยากดีมีจน ความไม่เท่าเทียมกัน ความไม่พร้อมกันของแต่ละครอบครัว ไม่ว่าจะ ร่ำรวย อะไรต่าง ๆ ผมตัดตรงนี้ออกไปเลยนะครับ ผู้พิพากษาทุกท่านผ่านเส้นทางเดียวกันมา ไม่ว่าท่านจะมาจากสนามใหญ่ จบตรีกฎหมาย จบเนติบัณฑิตไทย เป็นทนายความหรือนิติกร มา ๒ ปี หรือท่านจะเป็นผู้พิพากษาจากการสอบผ่านสนามเล็ก จบตรีกฎหมาย จบโท ในประเทศไทย จบเนติบัณฑิตไทย เป็นทนายความหรือว่านิติกรมา ๑ ปี หรือแม้กระทั่ง ท่านจะเป็นผู้ช่วยผู้พิพากษาจากการสอบสนามจิ๋ว หลักเกณฑ์เดียวกันครับ จบตรีกฎหมาย จบเนติบัณฑิตไทย เป็นทนายความ และจบกฎหมายจากต่างประเทศ หลักสูตร ๒ ปี ถ้าท่าน ไปเรียนอังกฤษท่านก็เรียน ๒ ใบ ถ้าท่านไปเรียนเยอรมันท่านก็เรียน ๑ ใบ ในหลักสูตร ๒ ปี สิ่งที่ผมจะพยามทำให้เห็นว่าองค์กรตุลาการมีผู้พิพากษาที่มีความหลากหลายมากครับ เรามี ผู้พิพากษาที่ปากกัดตีนถีบ เรามีผู้พิพากษาที่มีความเชี่ยวชำนาญในการทำงาน ได้รับความรู้ จากการร่ำเรียนในประเทศไทย เรามีผู้พิพากษาที่มีประสบการณ์ได้ไปใช้ชีวิตอยู่ต่างประเทศ นี่คือบุคลากรที่มีคุณภาพ มีประสบการณ์ มีมุมมองที่แตกต่างจากอาชีพอื่น ๆ มากมาย นี่คือบุคคลคุณภาพของตุลาการไทย มาถึงตรงนี้แล้วผมอยากจะแสดงให้เห็นถึงความเหมือน ของคนที่มีอาชีพผู้พิพากษาและนักการเมือง เรามีความเหมือนที่เหมือนกันอยู่อย่างหนึ่งครับ ความเหมือนนั้นคือตอนนี้นักการเมืองและผู้พิพากษาเราอยู่ในจุดต่ำสุดของอาชีพครับ เราอยู่ใน จุดต่ำสุดของอาชีพแล้ว แต่นี่คือโอกาสที่เราจะสร้างความศรัทธาให้กับอาชีพของพวกเรา กลับคืนมาครับ วันนี้นักการเมืองหลายท่าน ไม่ว่าจะเป็น ส.ส. จะเป็น ส.ว. จะเป็นรัฐมนตรีก็ตามที สิ่งหนึ่ง ผ่านมาหลายปีแล้วแต่เหมือนเพิ่งผ่านมาเมื่อวานตั้งแต่สมัยที่ผมยังเป็นนักเรียนกฎหมาย ที่คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อาจารย์ของผมท่านหนึ่ง วันนี้เป็นนักการเมือง เต็มตัวเป็นรัฐมนตรี สิ่งที่ผมจำได้ขึ้นใจท่านไม่เคยสอนแม้แต่คำเดียว วินาทีเดียว ที่บอกว่า เรียนให้จบไปเป็นนักการเมือง ไปเป็นผู้พิพากษา แล้วไปร่ำไปรวยกับอาชีพนักการเมือง กับอาชีพผู้พิพากษา สิ่งนั้นท่านไม่เคยสอนออกมาจากปากของท่านครับ แล้วอย่างไรต่อครับ วันนี้ผมอยากจะมาเรียกร้องให้กับเพื่อน กับพี่ กับน้องผู้พิพากษาของผมครับ ท่านจำได้ไหม วันที่เรานั่งอ่านหนังสือกันที่หอกลาง ตอนเย็นมานั่งอยู่บันไดหน้าหอกลางทบทวนฎีกากัน แลกเปลี่ยนพูดถึงความฝัน พูดถึงอนาคตของเรา ท่านจำได้ไหมครับ ตอนที่เราเรียน เนติบัณฑิตเราต้องไปซื้อตำราคำบรรยายในปีก่อน ๆ แล้วเอามานั่งฉีกแต่ละวิชามารวมกัน เพื่อที่จะได้อ่านจบในคำบรรยายของปีที่ผ่านมาแล้วจะได้ทันมีเวลาได้มานั่งอ่านคำบรรยาย ของในปีปัจจุบัน เพื่อนที่เป็นผู้พิพากษาครับ จำได้ไหมวันที่เราไปเรียนต่างประเทศ เราต่อสู้ เราอดอยาก เราลำบาก เราฝ่าฟันกันมาขนาดไหน ท่านลืมความฝัน ท่านลืมอุดมการณ์ของ ท่านไปหรือยังครับ วันนี้ครับ ผมอยากให้เพื่อนผู้พิพากษา อยากให้พี่ อยากให้น้องที่เป็น ผู้พิพากษาหลับตาแล้วปล่อยวางเครื่องพันธนาการทุกอย่างของท่าน ปล่อยวางลงครับ แล้วเริ่มต้นสร้างศรัทธาของอาชีพผู้พิพากษาได้ตั้งแต่ตอนนี้ครับ ปล่อยเพื่อนเรา ปล่อยเพื่อนเรา ปล่อยเพื่อนเรา ขอบคุณครับ🔗

(นายคารม พลพรกลาง ได้ยืนและยกมือขึ้น)
นายคารม พลพรกลาง แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตประท้วง ท่านประธานครับ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดร้อยเอ็ด ประท้วงท่านประธานตามข้อ ๙ (๓) ควบคุมการประชุม และประท้วง ผู้ที่อภิปรายในข้อ ๖๙ วรรคสอง การกล่าวว่านักการเมืองตกต่ำ อันนี้ดูถูกตนเองก็ดูถูกไป ไม่มีสิทธิจะมาดูถูกคนอื่น ประเด็นแรก🔗

ประเด็นที่ ๒ ความเข้าใจที่บอกว่าตุลาการตกต่ำเป็นความเข้าใจของเขาเอง ไม่มีสิทธิมากล่าวหาตุลาการที่อยู่นอกห้องประชุมนี้ได้ ประธานต้องให้ผู้ที่อภิปรายถอน ทั้ง ๒ คำพูดครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่ต้อง ถอนแล้วครับ เพราะว่าท่านก็ชี้แจงแทนแล้ว ไม่เป็นอะไรครับ เป็นการแสดงความเห็น ท่านชี้แจงตอบโต้ไปแล้ว เชิญต่อครับ ท่านธีรัจชัยครับ🔗

นายธีรัจชัย พันธุมาศ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตอภิปรายในกรณีของพระราชบัญญัติระเบียบราชการฝ่าย ตุลาการศาลยุติธรรม กฎหมายฉบับนี้ก็คือเป็นการแก้ให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ผมได้ดูกฎหมายหลายฉบับที่ทางฝ่ายรัฐบาลนั้นได้ส่งมาแก้ในสภาผู้แทนราษฎร ส่วนใหญ่ ก็เป็นการเสนอกฎหมายลักษณะนี้ หมายถึงว่าแก้ให้เป็นตามกฎหมายอื่น นั่นคือกฎหมาย ค่อนข้างไปในเชิงของเทคนิคทางกฎหมาย แต่กฎหมายที่มีผลกระทบกับประชาชน จำนวนมาก เช่น พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และพระราชบัญญัติอื่น ๆ ที่เกิดขึ้น ที่มีผล พ.ร.บ. ตำรวจต่าง ๆ พวกนี้มักจะไปเข้ากฎหมายปฏิรูปประเทศ นั่นคือกฎหมายที่มี ส.ว. จำนวน ๒๕๐ คน มาหนุนอย่างไรรัฐบาลก็ทำได้ และโครงสร้างต่าง ๆ ก็เป็นโครงสร้าง ของอำนาจนิยม คือรวมศูนย์อำนาจ รัฐราชการรวมศูนย์แบบเดิมไม่เคยจะเปลี่ยนแปลง ประเทศได้เลยเป็นการรวบอำนาจเข้าสู่ส่วนกลางของประเทศ เรื่องนี้ผมฝากท่าน รองนายกรัฐมนตรีว่าควรจะปล่อยกฎหมายที่สำคัญเข้าสู่กระบวนการปกติในการที่จะเป็น การแก้ไขกฎหมาย แบบใช้ฟาสต์แทรกต์ (Fast tract) ใช้ระบบเอาเปรียบ ใช้ระบบแต่งตั้ง เข้ามาแล้วมารวบอำนาจ แล้วไปบังคับใช้กฎหมายโดยที่ประเทศไม่ได้ก้าวหน้าไปเลย ถอยหลังทั้งหมด🔗

ในส่วนของระเบียบราชการตุลาการศาลยุติธรรม ผมไม่ค่อยได้เห็นแย้ง ในกรณีของการให้อำนาจพระมหากษัตริย์ทรงให้พ้นจากตำแหน่ง เรื่องนั้นเป็นสิ่งที่เห็นพ้อง ในกรณีของผล เพราะจะต้องมีประมุขในการที่จะให้พ้นได้เป็นกรณีหนึ่งในอีกหลายกรณี แต่สิ่งที่อยากจะเรียน ก็คือว่าอำนาจที่แท้จริงของอำนาจตุลาการเป็นหนึ่งในสามอำนาจ นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ ซึ่งเป็นอำนาจอธิปไตยของประเทศ อำนาจตุลาการเป็นอำนาจ ที่ไม่เคยตรวจสอบถ่วงดุลกับอำนาจอื่นเลยนะครับ เป็นอำนาจสิทธิเด็ดขาด ตกลงกันเอง ตรวจสอบกันเอง ดูแลกันเอง ไม่ว่าการเกิด การสอบเข้า การดำรงอยู่ วิธีพิจารณาต่าง ๆ การจากไป การพ้นตำแหน่งไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับประชาชนเลย ทำไมทางรัฐบาลไม่เคยคิด ที่จะปล่อยอำนาจตรงนี้ ล็อกมาตั้งแต่รัฐธรรมนูญห้ามตรวจสอบศาล องค์กรอิสระ รัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ ขึ้นมา สิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดความเป็นธรรมได้อย่างไร สิ่งเหล่านี้ ทำไมถึงไม่แก้ ไม่มีกฎหมายห้ามนะครับว่า การพ้นจากตำแหน่งจะพ้น เพราะสภา ผู้แทนราษฎรให้พ้น มีมติให้พ้น หรือรัฐสภาให้พ้น ไม่มีกฎหมายห้ามนะครับ เมื่อไม่ห้าม ถามว่าทำไมไม่แก้แบบนี้ขึ้นมาบ้างครับ ทำไมต้องไปฟิกซ์ (Fix) อย่างเดียวบอกว่า ต้องพ้นในกรอบที่ไม่เกี่ยวกับประชาชน อำนาจประชาชนไม่สามารถตรวจสอบ อำนาจตุลาการได้เลยใช่ไหม ปี ๒๔๗๕ เป็นต้นมา เรายังไม่เคยมีอำนาจ ส.ส. ไปตรวจสอบ ตุลาการเลยนะครับ ดุลยพินิจตามมาตรา ๒๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย เขาบอกว่าในคดีอาญาให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยไม่มีความผิดและก่อนมี คำพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้กระทำผิดจะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนผู้กระทำ ความผิดมิได้ กรณีรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙ อันนี้มันเป็นเพียงตัวอักษรเท่านั้น มันไม่ได้เกิดขึ้น จริงในการบังคับใช้กฎหมายอย่างแท้จริงที่เกิดขึ้น เรายังมีคนจำนวนไม่น้อย ไม่ว่า ๑. สถานะยากจน ไม่มีเงินปล่อยตัวชั่วคราว หลักเกณฑ์ของอำนาจตุลาการ ก็คือจะต้องเป็น ญาติที่เกี่ยวข้อง จะต้องเป็นคนที่มีความเกี่ยวข้องทางใดทางหนึ่งจึงจะไปปล่อยตัวชั่วคราวได้ หลักเกณฑ์เหล่านั้นเป็นหลักการที่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือครับ ชอบด้วยสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ เขาไม่ได้ประกันตัว นั่นคือคนที่จน คนจนไม่มีญาติเป็นคนใหญ่คนโตจะเอาหลัก ของความเป็นส่วนตัวมาประกันตัวก็ไม่ได้ คนจนไม่ใช่คนรวยจะสามารถประกันได้หรือ นี่คือ การปิดกั้นไม่ให้คนได้รับปล่อยตัวชั่วคราวการปฏิบัติเหมือนกันกับคนที่ถูกจับผิดถูกขัง มันก็เสร็จแล้วนี่คือที่หนึ่ง อันที่ ๒ คือเรื่องของทัศนคติและอุดมการณ์ทางการเมือง องค์กรไหนบ้างครับ ที่ไปตรวจสอบทัศนคติและอุดมการณ์ทางการเมืองของคนที่มีอำนาจ ดุลยพินิจที่จะทำให้ตามมาตรา ๒๙ นี้เกิดขึ้น ถามว่าเราไม่มีนะครับ จะไปองค์กรตรวจสอบ ภายใน ผมเชื่อว่าไม่มีการตรวจสอบ อุดมคติกับอุดมการณ์ทางการเมือง อุดมการณ์ ทางการเมือง อนุรักษ์นิยมเราเคารพว่าทุกคนก็มีในส่วนนั้นได้ อำนาจนิยม อุดมการณ์ ประชาธิปไตยก็มีได้ทุกคนแต่ละคนมี แต่การเอาอุดมการณ์มาเกี่ยวข้องกัน ปฏิบัติตนให้ ความเป็นธรรมไม่ควรมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เรื่องนี้เราไม่เคยพูดกันอย่างจริงจัง สิ่งที่แก้ไขได้ อย่างดีที่สุด ก็คือเรามาให้อำนาจในการพ้นจากตำแหน่งของตุลาการ ให้สภามีอำนาจที่จะ ตรวจสอบ และถ้าเกิดมีความผิดหรือมีการใช้ดุลยพินิจที่ไม่ชอบธรรม มันจะทำให้เกิดการ ระมัดระวังในการใช้ดุลยพินิจและจะให้ความเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น อำนาจเหล่านี้ยังไม่เคยเกิด ผมพูดตรงนี้ก็คือว่าทำไมเราไม่ทำละครับ เราตัดอำนาจ ๓ อำนาจนี้ออกไป ผมไม่ได้พูดเรื่อง ของแต่ละเคส (Case) แต่ละกรณีนะครับ แต่ผมพูดเรื่องหลักการว่าถึงเวลาแล้วหรือยังว่า ในร่างพระราชบัญญัตินี้เราจะเพิ่มไปอีกสักอนุหนึ่ง ก็คือการพ้นจากตำแหน่ง เนื่องจาก สภาผู้แทนราษฎรซึ่งมาจากประชาชนมีมติให้พ้นจากตำแหน่ง นั่นคือจะต้องผ่าน กระบวนการที่ได้ดูถึงความผิดปกติ มันจะทำให้เกิดความระมัดระวัง อำนาจที่ปราศจาก การตรวจสอบก็มักจะก่อให้เกิดอำนาจที่ใช้ดุลยพินิจตามอำเภอใจได้ สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องที่ ระมัดระวัง และเราจำเป็นที่จะต้องสร้างหลักนี้ให้กับประเทศนี้ วางรากฐานให้ประชาชน ทุกคนได้รับความยุติธรรมตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙ คือในคดีอาญาให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่า ผู้ต้องหา หรือจำเลยไม่มีความผิด และก่อนมีคำพิพากษาอันถึงที่สุดแสดงว่าบุคคลใดได้ กระทำผิดจะปฏิบัติต่อบุคคลนั้นเสมือนผู้กระทำผิดมิได้ เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่อย่างกรณีที่ผม กล่าวขึ้น และมีหลายกรณียังถูกขังอยู่ขณะนี้ ผมขอให้ความเป็นธรรมกับผู้ต้องขังที่ยังไม่ถูก ตัดสินได้ถูกปล่อยตัวด้วยครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป อีก ๒ ท่านครับ ท่านสงวน พงษ์มณี กับท่านนิรมิต สุจารี เชิญท่านสงวนครับ🔗

นายสงวน พงษ์มณี ลำพูน

ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน วันนี้ลุกขึ้นมาพูด เพราะว่าท่านรองวิษณุซึ่งผมนับถือมาก มานั่งฟัง มาเป็นคนเสนอกฎหมาย ท่านครับ เรื่องนี้แม้มีมาตราเดียว แต่มันมีประเด็นที่ต้อง พูดกันมาก ผมจะพูดแต่ละประเด็นสั้น ๆ ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านอาจารย์ของ ผมว่า ผมดีใจนะครับที่ ครม. ได้หยิบยกสารบัญญัติที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแล้วอ้างว่า เราเสนอกฎหมายเพื่อพลวัตตามนั้น ดีใจมากท่านครับ ทำไมพูดประโยคนี้ ไม่ใช่กระแนะ กระแหนนะครับ ดีใจว่ามันจะได้เริ่มต้นพูดถึงสิ่งที่เราไม่ได้ทำตามรัฐธรรมนูญ ในสารบัญญัติ ที่เขียนไว้ แล้วหลายอย่าง มีบางอย่างถ้าพูดขึ้นมาแล้วต้องตั้งคำถาม ไม่จำเป็นต้องตอบ ที่นี่ก็ได้ ผมอยากจะไปถามท่านตรง ๆ ว่าทำอย่างนี้ได้ด้วยหรือ ผมจะพูดประเด็นตั้งแต่ ปี ๒๕๔๐ มานะครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ซึ่งผมไปร่างอยู่ ปี ๒๕๕๐ และปี ๒๕๖๐ ซึ่งเกี่ยวข้องกับที่ท่านอ้างว่าต้องทำตามมาตรา ๑๙๐ ท่านครับ ในชั้นรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เราชัดเจนในมาตราสุดท้ายว่า มาตรา ๓๓๖ หากใช้รัฐธรรมนูญครบ ๕ ปี เขียนไว้อย่างนี้ ให้องค์กร ป.ป.ช. ศาลรัฐธรรมนูญ และ กกต. เสนอแก้กฎหมาย ผมจำได้ว่าอาจารย์ท่าน ที่เป็น ผมไม่อยากจะเอ่ยชื่อท่าน ท่านเป็นเลขานุการยกร่างนะครับ ท่านถามว่าทุกคนเห็น หรือไม่ว่าเราตั้งองค์กรใหม่ขึ้นมามากมายในการตรวจสอบ เป็นองค์กรใหม่ทั้งนั้น ไม่เคยมีใน ประเทศ เมื่อใช้ไป ๕ ปี ฝ่ายยกร่างเชื่อว่าจะเกิดเขตอำนาจของแต่ละองค์กรจะล้ำกันไปล้ำกันมา ท่านเชื่อหรือไม่ครับ ไม่เพียงแต่ไม่เสนอแก้ไข ยังกระทำการหลายอย่าง ๓ องค์กรนั้นผมไม่ต้อง พูดถึงพฤติกรรม ทำให้เกิดการยึดอำนาจขึ้นมาหลายอัน ไม่ได้หมายถึง ๓ องค์กรนั้นทำนะครับ แต่ว่าโดยการละเลยในการที่จะแก้รัฐธรรมนูญนี้มีผลทำให้เกิดเขตอำนาจต่าง ๆ มันซ้อนกัน ถูกกล่าวหาว่าฝ่ายบริหารเข้าไปรุกล้ำฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายตุลาการอย่างนี้เป็นต้น เกิดการยึด อำนาจ นี่เป็นครั้งแรกที่ผมคิดหนักว่าทำไมเป็นอย่างนั้น เขียนแล้วไม่ปฏิบัติ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ท่านสมัครเข้ามาผมไปอ่านบันทึกประชุมของ ครม. ท่านประธานก็คงอยู่ในนั้นด้วย ท่านครับ ท่านสมัครบอกว่าเกี่ยวกับเรื่องหมวดการใช้เงินงบประมาณกำหนดให้ ๑ ปีหลังจาก ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ จำเป็นต้องร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับวินัยการเงินการคลัง ท่านไม่ได้ทำ ท่านถูกปลดไปก่อน ท่านสมชายก็ไม่ต้องพูดถึง ใช้เวลาสั้น ท่านอภิสิทธิ์ ต้องขออนุญาต เอ่ยชื่อท่าน ในครั้งนั้นผมจำได้ว่าคนที่พูดในที่ประชุมคือท่านกรณ์ ท่านกรณ์บอกว่า จำเป็นต้องร่างพระราชบัญญัติเกี่ยวกับวินัยการเงินการคลัง แต่ก็ไม่ได้ทำในปี ๒๕๕๐ พอมา ปี ๒๕๖๐ มันมีหลายเรื่องเหลือเกินที่อยากจะพูดถึง รัฐธรรมนูญประกาศใช้วันที่ ๖ เมษายน ก่อนประกาศใช้ ๓ วัน มีคำสั่ง ม. ๔๔ ของนายกรัฐมนตรีคำสั่งนั้นเป็นคำสั่งที่ ๑๙/๖๐ ออกก่อน ๓ วัน คือการปฏิรูปการศึกษาภูมิภาค แต่พอกฎหมายเพิ่งผ่านสภาไปไม่กี่วัน ไปเมื่อวานนี้เอง เป็นการจัดทำกฎหมายเกี่ยวกับการศึกษาชาติ กลับไม่ได้ยกเลิกคำสั่ง ๓ คำสั่ง แล้วยังมีในมาตรา ๘ มาตรา ๙ ที่เขียนไว้ผมคงต้องแปรญัตติ ทำไมไม่ยกเลิก ทั้ง ๆ ที่ รัฐธรรมนูญเขียนว่า คำสั่ง ม. ๔๔ ถ้าจะยกเลิกหรือแก้ไขต้องทำเป็นพระราชบัญญัติ ก็นี่เรา ก็ร่างพระราชบัญญัติ เมื่อไม่ได้ยกเลิก ไปพูดถึงเรื่องการกระจายอำนาจได้อย่างไร เพราะคำสั่งที่ ๑๙ มันคาไว้อยู่ คำสั่งที่ ๗ ยกเลิกไปโดยคำสั่งที่ ๑๗ คำสั่งที่ ๗ นี่ยึดองค์กร ของกระทรวงศึกษาธิการชั่วคราว คำสั่งที่ ๑๗ ยึดถาวร คำสั่งที่ ๑๙ จัดการองค์กรใหม่ วันนี้ถ้าร่างกฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาจะไปปฏิบัติอย่างไร เพราะคำสั่งที่ ๑๙ ยังอยู่ นี่คือ การไม่ทำตามรัฐธรรมนูญ🔗

เรื่องสุดท้ายท่านประธานครับ ผมจะกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านวิษณุว่า ความเป็นรัฏฐาธิปัตย์ของผู้ยึดอำนาจสูญสิ้นไปตั้งแต่วันประกาศใช้รัฐธรรมนูญใช่หรือไม่ คำตอบก็คือใช่ เพราะเรามีประมุขของรัฐแล้วตามมาตรา ๒ ของหมวด ๑ ท่านประธานครับ เดือนเมษายนประกาศใช้รัฐธรรมนูญ เดือนพฤษภาคม ผมคิดว่าท่านรองนายกรัฐมนตรีลอง ไปอ่านดูหน่อยหนึ่ง มีคำสั่งที่ ๔๔ ซึ่งออกได้ตามรัฐธรรมนูญ เป็นคำสั่งแก้ไขกฎหมายใน ปี ๒๕๕๑ ของท่านสุรยุทธ์ ท่านครับ คำสั่ง ม. ๔๔ ใช้อำนาจแทนศาลได้เข้าใจครับ ทำได้ ใช้อำนาจแทนฝ่ายบริหารจะเลื่อนยศ ปลด ย้ายใครก็ได้ เราเห็นด้วย เพราะว่าเป็นอำนาจ รัฏฐาธิปัตย์ แต่ใช้อำนาจแทนนิติบัญญัติ คุณจะตรากฎหมายอะไรก็ได้ จะแก้กฎหมายอะไร ก็ได้เมื่อมีมาตรา ๒ ในหมวดทั่วไปว่าเรามีประมุขเป็นองค์พระมหากษัตริย์แล้ว คุณต้อง ดำเนินตามมาตรา ๘๑ แต่ทำไมไม่ทำ เมื่อไม่ทำการแก้กฎหมายแบบไม่ผ่านมาตรา ๘๑ แล้วมาประกาศใช้มันจะเป็นคำถามต่อไปเมื่อพวกท่านหมดอำนาจนะครับ ว่าประกาศใช้ อย่างนี้ แล้วข้อยกเว้นของกฎหมายเอาทหารไปเป็นรองผู้ว่าฝ่ายความมั่นคงทั่วประเทศ แล้วไม่กี่วันนี้ ปี ๒๕๖๓ มาแก้เรื่องเทียบเคียงอะไรครับ เทียบเคียงยศในเหล่าทัพให้เทียบเท่า อธิบดี แล้วลองดูรัฐธรรมนูญฉบับนี้สิครับ ทุกองค์กร คนที่จะมีสิทธิเข้าไปสมัครเป็นเจ้าหน้าที่ หรือเป็นหัวหน้าหน่วยงาน หรือเป็นคณะกรรมการขององค์กรตามรัฐธรรมนูญทั้งหลาย ทั้งองค์กรอิสระด้วยมีตำแหน่งนี้ทั้งหมด นี่แสดงว่าต่อไปภายหน้าทหารก็จะมาเป็นองค์กร ตามรัฐธรรมนูญทั้งหมด และรองผู้ว่าทหารจะสไลด์ (Slide) ขึ้นเป็นผู้ว่าไหม เพราะวันนี้ ไม่ใช่มาจากกรมปกครองอย่างเดียว มาจากทุกกรมของมหาดไทย ผมพูดประเด็นนี้ มันเกี่ยวกับกฎหมายฉบับนี้ไหมครับ มันเกี่ยวเพราะว่ากฎหมายฉบับนี้เขียนขึ้นเพื่อพลวัต ตามรัฐธรรมนูญ ผมยืนยันว่าผู้ยึดอำนาจหมดสถานะการเป็นรัฏฐาธิปัตย์ตั้งแต่วันประกาศใช้ รัฐธรรมนูญ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน นิรมิตครับ🔗

นายนิรมิต สุจารี ร้อยเอ็ด

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายนิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... กระผมใคร่ขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธานว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นการแก้ไข กฎหมายการพ้นจากตำแหน่งของข้าราชการการยุติธรรมก็คือตุลาการ ท่านประธานที่เคารพ ครับ เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นร่างพระราชบัญญัติที่กล่าวถึงอำนาจอธิปไตย ของบ้านเมืองของเรา อำนาจอธิปไตยประกอบไปด้วย อำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร และอำนาจตุลาการ อำนาจตุลาการ การเข้าสู่อำนาจ การตรวจสอบ และการพ้นจากอำนาจ อำนาจตุลาการเป็น อำนาจที่มีส่วนได้ส่วนเสียกับพี่น้องประชาชนกันทั่วประเทศ เพราะฉะนั้นผมอยากจะ กราบเรียนว่า ถึงแม้ว่ารัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ บัญญัติว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร ไทยบัญญัติให้พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งและให้ผู้พิพากษาและตุลาการพ้นจากตำแหน่ง ในกรณี ที่พ้นจากตำแหน่งด้วยความตาย ด้วยเกษียณอายุตามวาระ และพ้นจากราชการเพราะถูก ลงโทษ กระผมยังมีความเห็นว่าการที่คณะรัฐมนตรีได้เสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้ามา ควรที่จะยึดโยงกับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเจ้าของอำนาจอธิปไตย ให้อำนาจอธิปไตย คือฝั่งประชาชนสามารถที่จะควบคุมตรวจสอบได้ โดยผ่านสภาผู้แทนราษฎร ถึงแม้ว่าจะเป็น การกำหนดให้ความชัดเจนให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ และคุ้มครองหลักประกันความเป็น อิสระในการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีก็ตาม แต่เป็นการยึดโยงกับประชาชนในการที่จะทำ ให้กระบวนการอำนาจศาลหรืออำนาจตุลาการ การเข้าสู่อำนาจ การตรวจสอบ การถอดถอน จะยึดโยงกับประชาชนในการปกครองในระบอบประชาธิปไตยและระบบรัฐสภา ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้เสนอเข้ามาเพื่อที่จะให้มีการปรับปรุง แก้ไขการพ้นจากตำแหน่งของข้าราชการตุลาการในมาตรา ๓๒ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการตุลาการ พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ผมเห็นด้วย ในการที่จะมีการแก้ไข แต่อยากจะขอให้ทางคณะรัฐมนตรีได้เพิ่มเติมอำนาจของ สภาผู้แทนราษฎรในการที่จะมีอำนาจในการควบคุมตรวจสอบ ในการถอดถอนตุลาการตาม ร่างพระราชบัญญัติฉบับที่เสนอเข้ามาในสภา แต่เบื้องต้นนี้กระผมเห็นด้วยในการที่จะรับ หลักการในชั้นวาระที่ ๑ ขอกราบขอบคุณท่านประธานที่เคารพครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน อมรัตน์ เชิญครับ🔗

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากจังหวัด นครปฐม ท่านประธานคะ ในวาระรับหลักการ ร่างแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติระเบียบ ข้าราชการพลเรือน ศาลยุติธรรม เพื่อกำหนดเหตุแห่งการพ้นจากตำแหน่งข้าราชการ ตุลาการ ในวาระรับหลักการนี้ดิฉันขอร่วมอภิปรายด้วยมีความคิดเห็นในเรื่องอำนาจอธิปไตย เริ่มจากอำนาจอธิปไตยของปวงชนชาวไทย ซึ่งประกอบไปด้วยอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจ บริหาร แล้วก็อำนาจตุลาการ ท่านประธานคะ เราจะเห็นได้ว่าอำนาจนิติบัญญัติอย่างพวกเรา ที่นั่งในสภาแห่งนี้ เรามีความยึดโยงจากการเลือกตั้งของประชาชน เราต้องไปเสนอนโยบาย ขายนโยบาย เพื่อจะได้รับเสียง ได้รับความไว้วางใจ อำนาจบริหารก็ยึดโยงกับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการเข้าหรือการพ้นจากตำแหน่งทั้งสิ้น มีการถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ ครม. ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ถูกอภิปรายไม่ไว้วางใจได้ แต่อำนาจตุลาการค่ะท่านประธาน เหมือนกับที่ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลาย ๆ ท่านได้พูดไปแล้ว อำนาจตุลาการเป็นอำนาจเดียว ใน ๓ อำนาจอธิปไตยนี้ที่ไม่ได้มีความยึดโยงกับประชาชนใด ๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นขาเข้า จนกระทั่งถึงขาออก ขาเข้ามีปัญหาถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่ามีการสอบเข้าในสนามเล็ก ในสนามย่อย การจบปริญญาจากต่างประเทศ ๒ ใบ ก็สามารถจะทำให้มาสอบแข่งขันในสนามเล็ก และมี เปอร์เซ็นต์โอกาสในการที่จะได้สำเร็จได้เป็นผู้พิพากษาได้ง่ายกว่าการสอบสนามใหญ่ ที่มีคู่แข่งขันมากมาย เปอร์เซ็นต์ที่เข้ามาก็ได้น้อยกว่า อย่างที่มีผลการสำรวจไปแล้วนะคะ ท่านประธานคะ อำนาจของวงการตุลาการนี้นอกจากจะไม่ยึดโยงกับประชาชนแล้ว ดิฉัน มีความเห็นว่าการทำงานภายใต้พระปรมาภิไธยนานวันเข้าก็ยิ่งทำให้ศาลกลายเป็นสิ่ง ศักดิ์สิทธิ์ขึ้นไปทุกที ๆ ทั้ง ๆ ที่เป็นเพียงการทำงานภายใต้พระปรมาภิไธยเท่านั้น ถ้าตุลาการ ได้ทำความผิด ตุลาการก็ต้องเป็นคนรับความผิดนั้นเอง ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับพระองค์ท่าน สิ่งที่ยืนยันอย่างเป็นรูปธรรมที่ดิฉันเห็นได้ชัดและใคร ๆ ก็ได้เห็น การยืนยันถึงการสถาปนา ให้กลายเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขึ้นไปทุกที ๆ แทนการเป็นข้าราชการของประชาชน แทนการที่จะ เป็นกันเอง ดิฉันยังเรียกร้องความเป็นกันเอง ความใกล้ชิดและความรู้สึกเป็นที่พึ่งหวังในเรื่อง การเรียกความยุติธรรมในประเด็นต่าง ๆ ที่เป็นรูปธรรมค่ะท่านประธาน ดิฉันเห็นได้จาก กฎหมายเรื่องละเมิดอำนาจศาลที่เราจะเห็นได้ชัดว่า ในประเทศไทยนี้มีการใช้กฎหมายเรื่อง ละเมิดอำนาจศาลแตกต่างไปจากนานาอารยประเทศ ในนานาอารยประเทศมีกฎหมายนี้ เช่นเดียวกันนะคะท่านประธาน ข้อหาละเมิดอำนาจศาลก็มีกันทั้งสิ้น แต่เขาจะใช้ในกรณีที่ การกระทำนั้นไปขัดขวางกระบวนการพิจารณาคดีเท่านั้น ท่านประธานคะ การกระทำ ที่ไปขัดขวางกระบวนการพิจารณาคดีต่างหากคือ การละเมิดอำนาจศาลในประเทศที่เป็น นานาอารยประเทศ แต่ของประเทศไทยเรามีความแตกต่างค่ะท่านประธาน เรามีการตีความ อย่างกว้าง ไม่มีขอบเขต และมีการใช้ข้อหาละเมิดอำนาจศาลนี้มาลิดรอนจำกัดเสรีภาพ ของประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของภาษีอากร และท่านผู้พิพากษาหรือตุลาการก็เป็นข้าราชการ หน่วยหนึ่งเท่านั้นเอง ดิฉันจะขอยกตัวอย่าง การตีความข้อหาละเมิดอำนาจศาลที่เป็นการ จำกัดเสรีภาพของประชาชน อย่างเช่น กรณีบางกรณีที่สิ่งนั้นไม่ได้เกิดในห้องพิจารณาคดี เช่น มีการส่งยาเสพติด มีการส่งสินบาทสินบนในโรงรถที่อยู่ในบริเวณศาลก็เคยมีการถูก ตัดสินมาแล้วว่าเป็นการละเมิดอำนาจศาล ทั้ง ๆ ที่การกระทำสิ่งนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไร ในห้องพิจารณาคดีเลย ไม่ได้ถือว่าเป็นความผิดอะไรเลย การพกอาวุธเข้าไปในศาล เท่านั้นเองก็โดนข้อหาละเมิดอำนาจศาลแล้ว หรือการประพฤติตนไม่เรียบร้อยในเขตรั้วของศาล แต่ว่านอกอาคาร ก็ถูกตีความแล้วก็ใช้กฎหมายละเมิดอำนาจศาลนี้มาพิจารณาความผิด ดิฉันขอเรียกร้องให้การพิจารณาความผิดข้อหานี้ ใช้อย่างระมัดระวังรอบคอบ และใช้แบบ ที่ในนานาอารยประเทศเขาทำกัน คดีจำนวนมากนะคะท่านประธาน แม้แต่คดีโปรยกระดาษ ที่บันไดหน้าศาลอาญา ดิฉันอยู่ในเหตุการณ์ค่ะในกระดาษแผ่นนั้น ไม่ได้มีข้อความอะไรเลย ที่เป็นการหมิ่นเกียรติยศหรือเกียรติภูมิของศาล คุณเบนจา อะปัญ ได้โปรยกระดาษ ขนาดเอ ๔ (A4) เท่านั้นที่บันไดหน้าศาล แต่โดนลงโทษด้วยอัตราโทษสูงสุดคือสั่งจำคุก ๖ เดือน ซึ่งเป็นโทษจำที่สูงสุดที่กฎหมายมาตรานี้กำหนดได้ ซึ่งมันไม่สมเหตุสมผล เพราะว่า การกระทำนั้นมันไม่ได้ไปทำให้กระบวนการพิจารณาคดีในห้องพิจารณาคดีต้องสะดุดลง หรือเป็นการขัดขวาง หรือส่งเสียงรบกวน ไม่ได้มีเหตุให้เข้าข้อหาละเมิดอำนาจศาลแบบที่ ในนานาอารยประเทศเขาตีความกันค่ะ ข้อนี้ดิฉันเห็นว่าการใช้กฎหมายมาตรานี้ไปเรื่อย ๆ ยิ่งจะกีดกันให้สถาบันตุลาการห่างเหินจากประชาชนออกไปทุกที ๆ และสถาปนาตัวเองให้ เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากขึ้น ๆ ทุกที โดยที่ไม่ได้มีความยึดโยงจากประชาชนทั้งขาเข้าและขาออก ก็ห่างเหินแล้วนะคะท่านประธาน แต่การยิ่งใช้อำนาจเช่นนี้ดิฉันก็จึงขอเรียกร้องอยากให้ กระบวนการยุติธรรมไทยมีความใกล้ชิด และมีสำนึกในการทำงานเพื่อประชาชน ไม่ได้ ทำงานภายใต้พระปรมาภิไธย และใช้อำนาจมากดทับเสรีภาพของประชาชนในประเด็น ต่าง ๆ ที่ไม่มีความจำเป็น ดิฉันก็ขอฝากท่านประธานถึงกระบวนการตุลาการและถึง ท่านประธานศาลฎีกาด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านเกียรติครับ เชิญครับ🔗

นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์นะครับ ก็ขอร่วม อภิปรายในวาระ ๑ ในเรื่องของการรับหลักการของร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ ฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมอยากจะสะท้อนปัญหาซึ่งผมรับมาจาก ชาวบ้านโดยตรง ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมและที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน ของศาล เพื่อเป็นประโยชน์ในการที่ให้กรรมาธิการนำไปพิจารณาสักนิดหนึ่งว่า ในสิ่งที่กำลัง ปรับปรุงกันตรงนี้มีส่วนไหนที่จะเป็นประโยชน์กับกรณีที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศไทยวันนี้ ท่านประธานครับ ในประเทศไทยมีกรณีพิพาทของที่ดินทำกินประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าคดี ตอนนี้ทั่วประเทศ แล้วพิพาทจากไหนครับ ไม่ใช่พิพาทระหว่างรัฐกับประชาชนนะครับ พิพาทเกิดขึ้นระหว่างหน่วยงานรัฐกันเอง มีข้อมูลที่ไม่ตรงกัน กรณีที่ผมพูดถึงเป็นเหตุที่ทำให้ รัฐบาลเองต้องหาหนทางแก้ไขโดยการตั้งสำนักงานคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติใช่ไหมครับ เพื่อพยายามทำวันแมป (One map) ขึ้นมาใช่ไหมครับ มันเป็นตัวชี้ให้เห็นชัดเจนนะครับ ปี ๒๕๔๓ สมัยท่านประธานชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ได้ให้มีการสำรวจร่วม ถึงมี แนวเขตปี ๒๕๔๓ ผู้ตรวจการแผ่นดินได้ลงพื้นหลายพื้นที่ครับ เช่น กรณีทับลาน ลงพื้นที่ไป แล้วก็ได้นำเสนอครับ ตามกฎหมายที่กำกับดูแลการทำงานของผู้ตรวจการแผ่นดินไปยัง รัฐบาลแล้ว ซึ่งมีผลผูกพันนะครับ ในการดำเนินการนั้นก็มีการสำรวจร่วมกันระหว่าง หน่วยงานทุกหน่วยงานที่ขัดแย้งกันอยู่นี่นะครับ ขณะนี้อยู่ในระหว่างการดำเนินการ วันแมป (One map) กำลังมีการดำเนินการทั่วประเทศ แต่ระหว่างที่มีการดำเนินการกัน ท่านประธานครับ ประชาชนที่อยู่ในเขตพื้นที่ขัดแย้งของหน่วยงานรัฐโดนดำเนินคดีร่วม ๒๐,๐๐๐ คดี ใน ๑๐ ปีที่ผ่านมาปีละ ๒,๐๐๐ คดี คำถามมีอยู่ว่าลักษณะคดีที่เกิดขึ้น ท่านประธานครับ มันน่าสงสารมาก ชาวบ้านไม่รู้เรื่องเลยครับ ไปถึงก็โดนข้อกล่าวหา คดีอาญา บุกรุก ตัดไม้ ทำลายป่า-ก่นสร้าง ทำลายทรัพยากรของชาติ ผิดอาญาครับ ในขณะ ที่พอมีหมายจากศาลมาชาวบ้านเองไม่มีทนาย ไม่มีความรู้ ไม่มีข้อมูลว่าหน่วยงานรัฐ หน่วยใดบ้างพิพาทกันอยู่ แต่รู้ทั้งรู้ว่าตัวเองอยู่ในพื้นที่ที่จัดสรรโดย ส.ป.ก. มีหมุดอยู่ที่ หน้าบ้านเลยครับ แต่โดนฟ้องครับท่านประธาน แล้วคดีไปถึงศาลครับ ทีนี้ผมแปลกใจ นิดหนึ่งครับ ที่ต้องตั้งคำถามตรงนี้ว่าการทำอย่างนี้มันผิดในแง่ของผู้พิพากษาไหม ผู้พิพากษาเห็นเฉพาะคำกล่าวหาของเจ้าหน้าที่รัฐนะครับ ไม่มีหลักฐานแม้แต่นิดเดียวว่า บุคคลที่เขาถูกกล่าวหาไปตัดไม้ตอนไหน ไปเผาป่า ถางป่าตอนไหน ไปบุกรุกตอนไหน เขาอยู่ อย่างเปิดเผยครับ ในพื้นที่ที่เขาคิดว่าเขามีสิทธิ เพราะมีหมุดของอีกหน่วยงานหนึ่งของรัฐ อยู่ในพื้นที่ แต่พอไปถึงศาลครับท่านประธาน นี่คือประเด็นที่ผมอยากจะหยิบยกขึ้นมา สะท้อนให้เห็นเลยนะครับ เพราะเมื่อเช้าผมเพิ่งได้รับข้อร้องเรียนอีก ๒-๓ คดีเลยนะครับ ส่งมาถึงผมที่สภาให้ช่วยทีเถอะ เพราะเขาไม่มีหนทางอะไรแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ พอไปถึงศาลทุกคนที่อยู่ในศาลบอกเขา เกลี้ยกล่อมเขาให้รับสารภาพเถอะจะได้รับโทษ อย่างมากคือรอลงอาญา และเสียค่าปรับไร่ละ ๖๐,๐๐๐-๗๐,๐๐๐ บาท ชาวบ้านไม่รู้เรื่องเลย ไม่มีข้อมูลใด ๆ เลย เขาก็นึกว่าถ้าเขารับสารภาพมันจะจบ มีนะครับ มีคนที่อยู่ในพื้นที่ ส.ป.ก. รับสารภาพไปแล้วคดีนี้อยู่ที่โคราชนะครับ เสร็จแล้วเกิดอะไรขึ้น ท่านประธาน ทราบไหมครับ นึกว่าจบครับ อัยการอุทธรณ์ไม่รับการรอลงอาญา จะเอาเขาติดคุกให้ได้เลยครับ เรื่องอย่างนี้ครับ ผมก็ต้องตั้งคำถามว่าจะทำอย่างไรกันดี คำถามมันก็มีอยู่ว่าในเรื่องของ กระบวนการที่บอกว่าผู้พิพากษาต้องมีความผิดมีฐานใดบ้าง ตั้งคำถามอย่างนี้เลยนะครับ ผู้พิพากษาควรรู้ไหมครับว่าผู้ตรวจการแผ่นดินไปสอบพื้นที่นั้นแล้ว ผมว่าควรนะครับ เพราะเป็นข่าวทั่วประเทศเลย แล้วถ้ารู้อยู่แล้วทำไมยังเอาผิดเขาอีก ผู้พิพากษาต้องรู้ไหมครับว่า เขาไม่มีทนาย เขาไม่มีเงินประกัน เขาถูกกล่าวหา ถ้ารู้อยู่แล้วทำไมไม่ให้ความช่วยเหลือให้ เกิดความเป็นธรรม ผู้พิพากษาต้องรู้ไหมครับว่าการพิสูจน์ความผิดทางอาญาต้องมีความ ชัดเจนมาก ๆ นะครับ เช่น ถ้าหลักฐานมีเพียงแค่คำกล่าวหาของเจ้าหน้าที่รัฐ หน่วยงานหนึ่ง เท่านั้นเพียงพอแล้วหรือครับ ถ้าไม่พอทำไมรับคดีไว้พิจารณาแล้วพิพากษา ได้ละครับ ตรงนี้ผมติดใจว่าทำไมมันเป็นอย่างนั้น ผมอยากฝากท่านประธานไปยังท่าน รองนายกรัฐมนตรี ผมดีใจท่านมาเอง แล้วท่านมารับฟังปัญหาเองในเรื่องที่กำลังเกิดขึ้น ทั่วประเทศ ณ วันนี้ ๒๐,๐๐๐ คดี ที่โคราช วังน้ำเขียว อำเภอเดียว ๓๕๒ คดี ถูกพิพากษา ไปแล้วส่วนหนึ่งในศาลชั้นต้น อีกส่วนหนึ่งกำลังดำเนินคดีในพื้นที่ที่ชัดเจนว่า เป็นพื้นที่พิพาท และมีการสำรวจร่วมแล้ว แล้วถ้าเกิดประกาศ วันแมป (One map) แนวเขตปี ๒๕๔๓ คดีเหล่านี้ไม่มีเลยนะครับท่านประธาน ผมฝากท่านรองจริง ๆ ในกรณีเช่นนี้ พิพาทระหว่าง หน่วยงานรัฐ ท่านทำเรื่องไปถึงประธานศาลฎีกาได้ไหมครับ หรือศาลแขวง หรือศาลจังหวัด ทุกจังหวัดที่มีกรณีเช่นนี้ บอกให้จำหน่ายคดีไปก่อน จนกว่าสำรวจร่วมเสร็จ เสร็จแล้วมา พิสูจน์ว่าเป็นพื้นที่ของใคร เดินไปบอกชาวบ้านพอครับ ไม่ต้องไปจับเขา เดินไปบอกเขาบอกว่า ณ วันนี้มันเป็นพื้นที่ของอุทยานแล้วนะ ณ วันนี้เป็นของ ส.ป.ก. นะ แล้วถ้าท่านจะอยู่ต่อ ท่านต้องทำอย่างไร ชาวบ้านไม่อยากโดนคดีอาญาโดนขู่จับขังคุกหรอกครับ ณ วันนี้ ท่านประธาน ผมคิดว่าพฤติกรรมที่เกิดขึ้นที่ผมเห็นมันเข้าข่ายมากกว่า มาตรา ๑๕๗ มันเป็น การปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบและละเว้นโดยไม่ชอบ และเข้าข่ายมาตรา ๒๐๐ ด้วยนะครับ ก็คือใช้ความผิดทางอาญาข่มขู่ชาวบ้าน เรื่องนี้ต้องหยุดครับท่านประธาน เพราะในระเบียบ ของอัยการเองก็ชัดเจนนะครับว่าการไปดำเนินคดีลักษณะนี้กับประชาชนไม่เกิดประโยชน์ สาธารณะเลย ไม่เกิดประโยชน์กับประเทศไทยเลย ก็อยากฟังจริง ๆ ครับว่าท่านรอง นายกรัฐมนตรีท่านจะอำนวยความยุติธรรมในเรื่องนี้ได้อย่างไร แล้วก็ฝากประเด็นนี้ไปกับ กรรมาธิการในการที่นำไปใช้ในการพิจารณาในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านศุภชัยครับ🔗

นายศุภชัย ใจสมุทร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมดูหลักการและเหตุผลในการเสนอร่างพระราชบัญญัตินี้มา และได้ฟัง เพื่อนสมาชิกจำนวนหลายท่านก็ได้มีการอภิปราย ผมเห็นว่าการอภิปรายนี้อาจจะมีการขยาย เพิ่มเติมจากหลักการที่ทางรัฐบาลประสงค์ที่จะให้มีการแก้ไข ซึ่งผมคิดว่าก็คงเป็นเรื่อง ความตั้งใจที่จะนำเสนอสิ่งที่ดี ๆ ให้กับศาลยุติธรรมได้นำไปพิจารณา แต่สิ่งหนึ่งซึ่งผมกลับมี มุมมองอีกมุมหนึ่งก็คือว่า ผมคิดว่าวันนี้ประเทศของเรา เราก็ใช้หลักซึ่งเหมือนกันกับสากล ก็คือเรื่องของการถ่วงดุลและคานอำนาจ และผมคิดว่าวันนี้ประเทศไทยของเรา อำนาจ อธิปไตยของเรา เราก็ยังมีการถ่วงดุลและมีการคานอำนาจซึ่งกันและกัน อย่างมีเหตุมีผล และผมคิดว่าสิ่งที่เรากำลังพูดกันอยู่นี้ โดยในฐานะที่อำนาจอธิปไตย ๑ ใน ๓ อำนาจ ที่เรา กำลังพูดถึงอำนาจอีกอำนาจหนึ่งคืออำนาจศาล วันนี้กระบวนการนิติบัญญัติเราก็ทำหน้าที่ ของเราในฐานะที่จะต้องพิจารณาถึงกฎหมายของอำนาจอีกอำนาจหนึ่ง คืออำนาจตุลาการ และผมคิดว่าสิ่งนี้เป็นสิ่งที่ผมว่าประเทศไทยเรามีในขณะที่หลายประเทศไม่มี สิ่งที่ผมจะเรียนต่อท่านประธานก็คือว่า ทุกครั้งที่เราเห็นคำพิพากษา เราเห็นหมายศาล เราจะเห็นว่าจะมีถ้อยคำว่า โดยพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ เหตุผลเพราะ ตามประวัติศาสตร์ถ้าเราได้ติดตามศึกษามา เราก็รู้ว่าประวัติศาสตร์ชาติไทยของเรา ตั้งแต่เริ่มต้นมาถ้านับจากสุโขทัยจนกระทั่งถึงปัจจุบัน เราก็ทราบดีว่าอำนาจพิจารณา พิพากษาคดีเป็นพระราชอำนาจหรือเป็นอำนาจของพระมหากษัตริย์มาตั้งแต่เริ่มแรก และวันนี้จนถึงปัจจุบันนี้ประเทศไทยในปัจจุบัน ตัวปัจเจกบุคคลของความเป็นผู้พิพากษา ก็ไม่มีอำนาจที่จะตัดสินคดีใคร แต่เป็นการพิพากษาคดีในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นเมื่อสิ่งที่ท่านเสนอร่างพระราชบัญญัตินี้มาเพื่อจะแต่งตั้ง เพื่อจะถอดถอน และนำความกราบบังคมทูลในกรณีที่จะต้องถอดถอนผู้พิพากษา ผมก็คิดว่าหลักการนี้ เหมาะสมแล้วที่จะต้องคงไว้และดำรงไว้ และผมคิดว่านี่คือความเป็นประเทศไทยที่ประเทศอื่น อาจจะไม่มีเหมือนเรา คือการที่เรามีพระมหากษัตริย์อยู่ และผมคิดว่าวันนี้ในรัฐธรรมนูญ ที่เขียนไว้ในมาตรา ๕ ก็ดีหรืออำนาจต่าง ๆ ในหมวดพระมหากษัตริย์ เราก็พบว่า จริง ๆ พระมหากษัตริย์ท่านก็ทรงมีพระราชอำนาจในอำนาจอธิปไตยทั้ง ๓ อยู่อย่างชัดเจน สิ่งที่อยากจะขอกราบเรียนต่อท่านประธานก็คือว่า จนถึงวันนี้ในฐานะที่ผมจบกฎหมายมา และทำวิชาชีพความเป็นนักกฎหมายมาทั้งชีวิต แม้กระทั่งวันนี้จะเปลี่ยนจากการทำหน้าที่ ในศาล ในเรื่องของคดีความมาเป็นฝ่ายออกกฎหมายหรือนิติบัญญัติ ผมก็รู้ว่าสถาบันศาล ยังเป็นที่พึ่งแหล่งสุดท้ายของประชาชนได้เสมอ ความเป็นอิสระและความเป็นกลางของศาล ยังมีอยู่ ผมว่าข้อบกพร่องข้อด้อยของปัจเจกบุคคลในศาลก็ไม่ต่างกับความเป็นปัจเจกบุคคล ในสภาแห่งนี้ที่มีคนดีและไม่ดี และคนปนกันอยู่บ้าง แต่ความเป็นส่วนใหญ่ของสถาบันศาล ที่เป็นสถาบันที่ดียังคงมีอยู่ไม่มีความเปลี่ยนแปลงไปเลยนับตั้งแต่มีการก่อตั้งศาลขึ้นมา ผมว่าเรื่องสำคัญที่สุดในความเป็นอิสระและความเป็นกลางของศาลประเทศไทยหรือสถาบัน ตุลาการของประเทศไทย คือในฐานะที่เป็นองค์กร ผมก็คิดว่าองค์กรศาลยังเป็นที่พึ่ง ยังมีความเป็นอิสระและความเป็นกลาง หรือแม้กระทั่งปัจเจกบุคคลคนที่เป็นผู้พิพากษา ก็ยังเป็นที่น่าเชื่อถือ น่าเคารพในการปฏิบัติหน้าที่ เราอย่าเอาข้อยกเว้นบางประการ เข้ามาเป็นหลัก และผมคิดว่าวันนี้เราจะต้องช่วยกันประคับประคองแล้วครับ อำนาจถึงแม้ว่า อาจจะไม่ยึดโยงกับประชาชนโดยตรง แต่ก็มิได้หมายความว่าสถาบันศาลจะเป็น สถาบันที่ไม่น่าเป็นที่ไว้วางใจ ไม่น่าเป็นที่เชื่อถือ หรือไม่น่าที่จะเป็นที่เคารพ ซึ่งผมก็ยืนยันว่า ก็ไม่ต่างกับสถาบันของเราคือสภาผู้แทนราษฎรหรือสภานิติบัญญัติแห่งนี้ ผมคิดว่า ในเรื่องสำคัญที่สุดในเรื่องของเราก็คือว่า เราจะต้องทำอย่างไรที่จะร่วมกัน ประชาชนนี่ละครับ ร่วมกันปกป้องสถาบันศาล ให้สถาบันศาลได้มีโอกาสในการปฏิบัติหน้าที่ ในการให้ความเป็นกลาง อย่างมีอิสระในการทำหน้าที่ ซึ่งผมคิดว่านี่คือหน้าที่ของพวกเราทุกคนที่เป็นประชาชนหรือ ในสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเราเป็นตัวแทนของประชาชน ผมว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องหลัก และผมคิดว่า เราจะปล่อยปละละเลย จะว่ากล่าวสถาบันอื่นไปในลักษณะเสียหายที่ไม่ใช่เป็นการที่จะ ปฏิบัติหน้าที่หรือการให้คำแนะนำที่ดี ผมว่าสภาแห่งนี้ก็ไม่พึงจะทำ และผมคิดว่าเรื่องสำคัญ ที่สุดที่อยากจะขอกราบเรียนต่อท่านประธานก็คือว่า การที่ศาลจะทำหน้าที่โดยปราศจาก อคติและมีความยุติธรรม นั่นคือความหมายที่แท้จริงที่เราประสงค์ที่อยากให้มี ว่าการพิพากษานั้นเป็นการพิพากษาในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ และผมคิดว่า เรื่องนี้ละครับที่พี่น้องประชาชนทุกคน สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ และแม้กระทั่งสถาบัน ศาลเองก็จะต้องสำเหนียกและต้องร่วมกันในการที่จะประคับประคองให้สิ่งที่ผมได้ กราบเรียนมาข้างต้นยังเกิดขึ้นได้จริง และยังดำรงอยู่นับจากวันนี้และตลอดไปครับ ท่านประธาน จึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าผมเห็นด้วยตามที่ เสนอมาในพระราชบัญญัตินี้ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีกท่าน นะครับ ท่านรังสิมันต์ โรม เชิญครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก็ขออภิปรายในส่วนของการเสนอ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรมนะครับ เท่าที่ดูใน รายละเอียดครับท่านประธาน ต้องบอกว่าร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวไม่มีประชาชน อยู่ในนี้เลยแม้แต่น้อย ที่ผ่านมาเราต้องยอมรับครับว่าความรู้สึกของพี่น้องประชาชนที่มีต่อศาลนั้น เป็นความรู้สึกที่น่าเป็นห่วงครับ เพราะเราเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมน้อยลงเรื่อย ๆ ท่านอาจจะบอกว่าที่ผ่านมาในการพิจารณาคดีต่าง ๆ มันอาจจะมีไม่กี่คดีหรอกที่มันมีปัญหา มันอาจจะมีไม่กี่คดีหรอกที่มีการปฏิบัติการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ก็ต้องยอมรับครับว่า ในความไม่กี่คดีที่ท่านรู้สึกมันคือความรู้สึกที่พี่น้องประชาชนรู้สึกว่าถ้าศาลสามารถบิดเบือน กฎหมาย ถ้าศาลสามารถใช้กฎหมายไปในทางที่ไม่เป็นธรรมต่อพี่น้องประชาชนได้แม้เพียง คนหนึ่ง มันก็อาจจะเกิดขึ้นกับคนอีกจำนวนมากได้ เรื่องเหล่านี้สะท้อนจากอะไร ตั้งแต่เรามี ความท้าทายของวิกฤติทางการเมืองในช่วงเวลาที่ผ่านมา ที่มีคนออกมาชุมนุมทางการเมือง จำนวนมหาศาล ปรากฏว่ามีการบังคับใช้กฎหมายอย่างกว้างขวางต่อผู้ชุมนุม โดยเฉพาะแกน นำที่ออกมาชุมนุม ปัจจุบันหลายคนไม่ได้รับการประกันตัว ยังคงใช้ชีวิตอยู่ในเรือนจำหลาย สิบวัน คนเหล่านี้ถ้าเราไปดูประวัติ เราจะพบว่าคนเหล่านี้ทันทีที่มีหมายเรียกเขาจะไป รายงานตัวที่สถานีตำรวจแทบจะทันทีตามกำหนดของวัน เวลาที่ตำรวจกำหนด พวกเขา ให้ความร่วมมือกับกระบวนการยุติธรรมมาโดยตลอดครับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ สิ่งที่เกิดขึ้นคือคนเหล่านี้เมื่อไปอยู่ในชั้นศาลก็ปรากฏว่าไม่ได้รับการประกันตัว หลายครั้ง ศาลอ้างว่าเป็นคดีความมั่นคงมีอัตราโทษร้ายแรง หลายครั้งศาลอ้างว่าเกรงว่าจะหลบหนี หลายครั้งศาลอ้างว่าเดี๋ยวจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ผมถามว่าคนที่มีประวัติในการ ไปรายงานตัวคดีตลอดเขาจะหลบหนีทำไมล่ะครับ เขาจะเข้าไปหาซังเตทำไม เราควรจะนับ ด้วยซ้ำว่าคนเหล่านี้เขามีเครดิตในกระบวนการยุติธรรมขนาดนี้ ศาลก็ควรจะให้ประกันตัว เราพูดกันมาโดยตลอดครับว่าสิทธิของผู้ต้องหา สิทธิของจำเลย เขายังเป็นผู้บริสุทธิ์ มาโดยตลอดจนกว่าจะมีคำพิพากษาแต่การที่ต้องต่อสู้ในเรือนจำแบบที่กำลังเกิดขึ้น กับอานนท์ กับเพนกวิน กับไมค์เหล่านี้มันเป็นธรรมหรือครับ เราพูดกันโดยตลอดครับ เรากังวลว่าสภานี้เดี๋ยวจะไปแทรกแซงศาลเรากำหนดในข้อบังคับ เรากำหนดในรัฐธรรมนูญ ว่าห้ามผู้แทนเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับคดี แต่สิ่งที่เรากำลังทำอยู่ในวันนี้เรากำลังดึงศาลให้รับผิดชอบ ต่อประชาชน และนี่คือความสำคัญที่เราจำเป็นต้องมีกฎหมายที่ทำให้การทำหน้าที่ ของผู้พิพากษามันมีความยุติธรรม พวกเขาทันทีที่ใช้กฎหมายแบบบิดเบือน ไม่ให้ประกันตัว โดยไม่มีสาเหตุ เรียกค่าประกันตัวที่แพงจนไม่สมแก่ฐานานุรูป แก่ความเป็นจริง พวกเขา ควรจะรู้สึกละอายเมื่อต้องมองประชาชน ผมจึงผิดหวังครับท่านประธานที่การแก้ไขกฎหมาย ที่สำคัญแบบนี้เราถึงไม่เห็นความก้าวหน้าอะไรเลยของการพัฒนากระบวนการยุติธรรม ตอนผมเรียนหนังสือครับท่านประธาน ผมจบนิติศาสตร์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สถาบันเดียวกับผู้เสนอ ผมก็ได้ติดตามหนังสือของท่านหลายฉบับ ได้อ่านตามคอลัมน์ข่าว ต่าง ๆ ผมไม่นึกเลยว่าเรากลับไม่มีพัฒนาการทางกระบวนการยุติธรรมเลยทั้ง ๆ ที่เรามีคนที่ ได้ชื่อว่าเป็นปรมาจารย์ทางนิติศาสตร์มีอำนาจทั้งนานและมากขนาดนี้ เรากลับไม่เห็น อะไรเลย เรากลับเห็นกระบวนการต่าง ๆ ที่มันถอยหลังลงคลอง อย่างกรณีการบังคับใช้ มาตรา ๑๑๒ ๑๐ กว่าปีที่แล้วเราก็มีการพูดถึงครับว่าจะแก้ ว่าจะยกเลิก แต่สุดท้าย ท่านหยุดไม่ได้หรอกครับ วันนี้มันก็กลับมาอีก พร้อม ๆ กันกับการที่บทบาทของมาตรา ๑๑๒ ได้เปลือยกระบวนการยุติธรรมที่ให้สังคมทั้งสังคมนี้ได้เห็นแล้วว่า กระบวนการยุติธรรม ของเรามันไม่เป็นของประชาชนอย่างไร ที่ผ่านมาเราพูดมาโดยตลอดว่าอำนาจอธิปไตย เป็นของประชาชน แต่เรากลับไม่เห็นบทบาทของศาลในการทำหน้าที่นี้แม้แต่น้อย ในวันที่ ประชาชนออกมาชุมนุมเรียกร้องเสรีภาพ ในวันที่ประชาชนออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย ในวันที่ประชาชนเขาออกมาพูดถึงอำนาจที่เป็นของเขา สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรครับ เราเห็น กระบวนการยุติธรรมจับเขาไปขังอยู่ในเรือนจำ วันนี้อำนาจอธิปไตยที่เป็นของประชาชน ถูกขังอยู่ในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร โลกคู่ขนานถัดมาคืออะไร ทันทีที่มีการรัฐประหาร อำนาจอธิปไตยไม่เป็นของประชาชนอีกต่อไป เราไม่เห็นบทบาทของผู้พิพากษา ของศาล ของนักกฎหมายที่จะทำหน้าที่แม้เพียงเสี้ยวเดียวในการปกป้องสิทธิเสรีภาพอธิปไตยที่เป็น ของประชาชน ผมพูดด้วยความรู้สึกละอาย ละอายที่ได้เป็นรุ่นน้องของบรรดารุ่นพี่ที่กำลัง รับใช้อำนาจเผด็จการ และผมอยากจะเตือนสติครับท่านประธาน อยากจะเตือนถึงรุ่นพี่ ทุกคนว่าเลิกเถอะ เลิกเถอะในการที่จะรับใช้อำนาจเถื่อนที่ไม่เป็นของประชาชน จงจดจำ วันแรกที่ท่านเข้ามาเรียนนิติศาสตร์และทำหน้าที่ของท่านให้ถูกต้องอย่างซื่อตรง ต่อประชาชนเสียที ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน รองนายกรัฐมนตรี ท่านวิษณุชี้แจงได้ครับ เชิญครับ🔗

ศาสตราจารย์กิตติคุณวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ รัฐบาลขออนุญาตชี้แจงท่านผู้ที่ได้ตั้งประเด็น หรือสอบถาม หรืออภิปรายแสดงความคิดเห็นทั้ง ๑๐ ท่านในภาพรวมนะครับ สิ่งที่ได้มารบกวนเวลาสภา และท่านประธานในวันนี้ เป็นเรื่องของการแก้ไขกฎหมายของศาลยุติธรรมในส่วนที่เกี่ยวกับ การให้พ้นจากตำแหน่ง ไม่ได้เกี่ยวกับการแต่งตั้งด้วยซ้ำไป และในส่วนของการให้พ้นจาก ตำแหน่งนั้นก็เป็นเฉพาะในส่วนที่ยึดโยงกับการใช้อำนาจขององค์พระประมุข นั่นก็คือการ แก้ไขให้สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ความจริงมาตรา ๑๙๐ ในรัฐธรรมนูญนั้น ยังมีฝาแฝดอยู่อีกมาตราหนึ่ง คือมาตรา ๑๘๐ แต่มาตรา ๑๘๐ นั้นเป็นเรื่องของการแต่งตั้ง และการให้พ้นจากตำแหน่งของข้าราชการพลเรือนและข้าราชการทหาร ข้าราชการพลเรือน ที่มีตำแหน่งตั้งแต่อธิบดีหรือเทียบเท่าขึ้นไป แล้วก็ข้าราชการทหารยศนายพลขึ้นไป มาตรา ๑๘๐ จึงเป็นมาตราฝาแฝดของมาตรา ๑๙๐ มาตรา ๑๙๐ เป็นเรื่องของผู้พิพากษา และตุลาการ แต่ข้อความทั้ง ๒ มาตรานี้จะตรงกัน กล่าวคือพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้ง แล้วก็โปรดเกล้าฯ ให้พลเรือนก็ดี ตำรวจก็ดี ทหารก็ดี ผู้พิพากษาก็ดี ตุลาการก็ดี พ้นจากตำแหน่ง คำว่า โปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่งนั้นหมายความว่า เป็นการที่มีพระบรมราชานุญาต ส่วนข้อยกเว้นที่ได้เขียนใส่ไว้ในมาตรา ๑๘๐ และมาตรา ๑๙๐ ก็คือ ข้อยกเว้นที่ไม่ต้อง มีพระบรมราชานุญาต แต่ให้กราบบังคมทูลเพื่อทรงทราบเท่านั้นว่า บัดนี้ ได้มีความ เปลี่ยนแปลงในตัวบุคคลเกิดขึ้น โดยใช้เหตุแห่งความตาย ใช้เหตุแห่งการเกษียณอายุราชการ ใช้เหตุแห่งการครบวาระ แล้วก็ใช้เหตุแห่งการต้องโทษทางวินัย เป็นการไล่ออก ให้ออก ปลดออก ๔ เหตุนี้ให้กราบบังคมทูลเพื่อทรงทราบ ประเด็นในวันนี้จึงเป็นเรื่องนี้เท่านั้น แต่ในส่วนที่ท่านสมาชิกที่เคารพได้มีการอภิปรายพาดพิงไปถึงเรื่องอื่น ไม่ว่าจะโดยตรง หรือโดยอ้อมก็ตาม เช่น การเข้าสู่ตำแหน่ง หรือการที่ควรจะให้ประชาชนหรือผู้แทน ปวงชนเข้ามามีบทบาทเกี่ยวข้องในการเข้าสู่ตำแหน่ง หรือในการพ้นจากตำแหน่งนั้น เป็นอีกประเด็นหนึ่ง ซึ่งสำนักงานศาลยุติธรรมก็ดี รัฐบาลก็ดีไม่ได้เสนอขอแก้ไขเข้ามาในวันนี้ แล้วว่ากันไปอันที่จริงบางเรื่องไม่ได้อยู่ในตัวพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ ศาลยุติธรรมด้วยซ้ำไป แต่แม้กระนั้นก็เป็นการอภิปรายที่ควรแก่การรับฟัง และผมเชื่อว่า วันนี้สำนักงานศาลยุติธรรม ตลอดจนประชาชนก็ได้รับทราบ ได้ยิน ได้ฟังคำอภิปรายของท่านแล้ว แล้วก็คงจะนำไปใช้ประกอบการพิจารณาในโอกาสต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อมีประเด็นที่เกี่ยวพันกับเรื่องที่ท่านได้พูดถึงนี้วกกลับเข้ามา ท่านประธานที่เคารพ ที่ท่านสมาชิกบางท่านได้สอบถามว่า วันนี้ชุดของกฎหมายที่กระผมกราบเรียนว่าเสนอ เข้ามา ๔ ฉบับนั้น แล้วก็ยังจะมีอีกที่จะทยอยตามมานั้น วันนี้กฎหมายเหล่านั้นไปอยู่ที่ ตรงไหน และทำไมถึงยังไม่ได้แก้ไขเสียให้มันสอดคล้องกัน ก็กราบเรียนว่าถ้าว่าถึงในส่วนที่ เกี่ยวกับศาลปกครอง ปรากฏว่าได้มีการแก้ไขแบบเดียวกับที่เสนอมาในวันนี้ไปเรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่เมื่อปี ๒๕๖๑ ในส่วนของศาลปกครองก็เลยไม่ต้องมีการแก้ไขเข้ามาในเวลานี้อีก แต่ในส่วนของศาลอื่น ก็อาจจะมีการขอแก้ไขตามเข้ามาในโอกาสต่อไป รวมทั้งในส่วนที่ เกี่ยวกับข้าราชการพลเรือน ข้าราชการตำรวจ ข้าราชการทหาร ข้าราชการอัยการ ก็จะต้อง มีการแก้ไขให้สอดคล้องกับมาตรา ๑๘๐ หรือมาตรา ๑๙๐ ซึ่งเป็นฝาแฝดทั้งคู่นี้ ซึ่งก็จะ ทยอยตามมาในโอกาสต่อไป ขณะนี้ได้ทำเสร็จแล้วบ้าง อยู่ระหว่างรับฟังความเห็นบ้าง แล้วก็บางฉบับไม่ได้เป็นการแก้ไขเฉพาะประเด็นที่เกี่ยวกับมาตรา ๑๘๐ หรือมาตรา ๑๙๐ แต่ได้พ่วงเอาประเด็นอื่นเข้ามาด้วย ประเด็นอื่นเหล่านั้นจึงต้องไปรับฟังความคิดเห็น ที่หลากหลาย และอาจจะใช้เวลา จึงไม่เหมือนกับ ๔ ฉบับในชุดเดียวกันที่เสนอมาในวันนี้ ที่มุ่งตรงไปที่บทบัญญัติที่เกี่ยวพันกับมาตรา ๑๙๐ หรือการทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่งเพียงประเด็นเดียว ก็เลยอาจจะเสร็จได้เร็วแล้วมาได้ก่อนฉบับอื่น ในขณะนี้ ท่านประธานครับ ได้มีการอภิปรายถึงเรื่องประเด็นที่ว่าของเดิมเคยให้วุฒิสภามีอำนาจ ถอดถอนผู้พิพากษาหรือตุลาการ แต่ของใหม่ไม่มี วันนี้ก็ต้องมาตัดเอาส่วนนั้นออกไป ซึ่งก็จะปรากฏอยู่ในร่างแก้ไขในวันนี้ ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าแม่บทคือรัฐธรรมนูญไม่ได้เขียน ในส่วนเหล่านี้เอาไว้ ถ้าหากว่าจะไปเขียนเพิ่มเติมไว้ในกฎหมายลูก หรือกฎหมายระเบียบ ข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ก็อาจจะไม่ตรงกับที่อยู่ในรัฐธรรมนูญ แล้วก็อาจจะเป็น ประเด็นให้เกิดการโต้แย้งคัดค้านกันได้มากมาย จึงขออนุญาตที่จะฝากประเด็นเหล่านี้ไปยัง คณะกรรมาธิการ ถ้าหากว่าท่านได้รับหลักการที่จะมีการยกขึ้นพิจารณากันในชั้น กรรมาธิการต่อไป บางประเด็นที่ท่านอภิปรายอาจจะไม่ได้เกี่ยวพันอย่างที่ได้กราบเรียน เช่น ประเด็นของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเกียรติ แต่ผมก็ได้จดประเด็นเหล่านี้เอาไว้แล้ว แล้วก็จะไปแจ้งหรือเสนอต่อคณะกรรมการที่เกี่ยวข้อง และขณะนี้ที่จริงเขาก็กำลังดำเนินการ ปรับปรุงบางเรื่องอยู่ อาจจะรับเอาข้อสังเกตของท่านไปดำเนินการพร้อมกันไปด้วยเลย ก็ขอบพระคุณในคำแนะนำดังกล่าว แล้วก็ต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิกศุภชัย ใจสมุทร ที่ได้กรุณาอธิบายยกเหตุผลสนับสนุนหลักการที่ว่าการที่ผู้พิพากษาหรือตุลาการตัดสินคดีใน พระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์นั้นมีหลักการและมีความเป็นมาอย่างไร ที่จริงเรื่องอย่างนี้ ไม่ใช่ปรากฏเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้นครับท่านประธาน ในประเทศอื่น เช่นประเทศ อังกฤษ ซึ่งเขาก็ถือว่าผู้พิพากษาหรือตุลาการเป็นผู้ทำการในพระปรมาภิไธย ขณะเดียวกัน แม้แต่อัยการฟ้องคดีอาญาก็ถือเสมือนหนึ่งเป็นการฟ้องในพระปรมาภิไธยด้วยซ้ำไป ฉะนั้นเราจะเห็นคดีของศาลอังกฤษที่เป็นคดีอาญาเมื่อเวลาเอ่ยถึงพนักงานอัยการผู้เป็นโจทก์ เขาก็จะใช้คำว่าเร็กซ์ (Rex) หรือเรจินา (Regina) ซึ่งหมายถึงในพระปรมาภิไธย พระมหากษัตริย์ ในสหรัฐอเมริกาซึ่งไม่ได้มีพระมหากษัตริย์ มีแต่ประมุขซึ่งเป็น ประธานาธิบดี และเขาไม่อนุญาตให้ประชาชนฟ้องคดีอาญาในฐานะโจทก์ อัยการเท่านั้น ที่ฟ้องได้ เขาก็ไม่สามารถที่จะเอาประธานาธิบดีมาเป็นโจทก์ คือเพรสซิเดนต์ (President) เป็นโจทก์ แล้วก็คนนั้น คนนี้ คนโน้นเป็นจำเลย แต่เขาก็ได้ใช้ชื่อมลรัฐเป็นโจทก์ เราจึงเห็น คดีอาญาในสหรัฐอเมริกาที่ปรากฏว่ารัฐมิชิแกน หรือรัฐนิวยอร์ก หรือรัฐเท็กซัสเป็นโจทก์ ฟ้องคนนั้นคนนี้เป็นจำเลย ซึ่งก็เทียบเคียงมากับหลักเรื่องทำการในพระปรมาภิไธย ในประเทศที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขนั่นเอง เพียงแต่เปลี่ยนจากเดอะคิง (The King) เดอะคราวน์ (The Crown) เร็กซ์ (Rex) หรือเรจินา (Regina) ไปเป็นเดอะสเตต (The State) คือมลรัฐแทน ทั้งหมดมันมีประวัติของมันเองในแต่ละประเทศที่อาจจะอ้างอิง เทียบเคียงกันได้ยาก ในประเทศไทยเรานั้นยังไม่ได้ไปถึงขนาดที่อัยการฟ้องใน พระปรมาภิไธย แต่ศาลจะตัดสินคดีในพระปรมาภิไธย ซึ่งก็มีความหมายพิเศษอย่างหนึ่ง ไม่ได้หมายความว่าศาลลงมาเป็นพระมหากษัตริย์เสียเอง ก็ขอขอบพระคุณท่านศุภชัยที่ได้ กรุณาอธิบายและได้ให้ความรู้ในส่วนนี้ ข้อสังเกตอื่น ๆ นั้นรัฐบาลจะขอรับไปพิจารณา ถ้าเรื่องใดอยู่ในอำนาจของรัฐบาลก็จะไปดำเนินการเอง เรื่องใดเป็นเรื่องที่เกี่ยวพันกับ สถาบันตุลาการ ท่านผู้แทนสำนักงานศาลยุติธรรมก็มาอยู่ในที่นี้ และสำนักงานศาลยุติธรรม ก็ได้รับฟังการถ่ายทอดออกอากาศการอภิปรายในวันนี้อยู่แล้ว เชื่อว่าก็คงจะรับไปพิจารณา ดำเนินการตามความเหมาะสมต่อไปเช่นกัน กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เป็นการ จบการอภิปรายนะครับ ขั้นตอนต่อไปคือการขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่าง พระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่ครับ🔗

(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน สมาชิกเข้ามาในห้องประชุมเพื่อจะตรวจสอบองค์ประชุมก่อนและลงมตินะครับ ท่านสมาชิก ที่อยู่นอกห้องประชุมเชิญเข้ามาแสดงตนนะครับ ท่านสมาชิกเข้ามาห้องประชุมเรียบร้อยแล้ว ก็กดแสดงตนได้โดยใช้บัตรลงคะแนน เชิญใช้สิทธิแสดงตนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

แสดงตน ครบแล้วนะครับ ปิดการแสดงตนครับ มีท่านสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๒๔๕ ท่าน เกินจาก ๒๓๘ ท่าน เกินกึ่งหนึ่งครับ🔗

ต่อไป ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ ฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่นะครับ ท่านสมาชิกท่านใดเห็นควร รับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านสมาชิกท่านใดเห็นควร ไม่รับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียงก็กดงดออกเสียงให้ด้วยครับ เชิญใช้สิทธิ ลงคะแนนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ลงคะแนน ครบไหมครับ🔗

นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ๐๔๑ เห็นด้วยครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๐๔๑ เห็นด้วยนะครับ มีอีกไหมครับ ถ้าไม่มีปิดการลงคะแนนนะครับ ปิดการลงคะแนนครับ มติของที่ประชุม เห็นด้วย ๒๙๔ ท่าน บวก ๑ ท่าน เป็น ๒๙๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ท่าน มติที่ประชุมเห็นชอบในการรับหลักการ ในวาระที่ ๑ นะครับ🔗

ต่อไป จะให้เสนอกรรมาธิการครับ จะใช้กรรมาธิการเต็มสภา หรือจะตั้งวิสามัญ หรือจะใช้สามัญ เชิญท่านสมาชิกเสนอครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ฉะเชิงเทรา ขอเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. จำนวน ทั้งหมด ๒๕ ท่านครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอผู้รับรองครับ มีผู้รับรองครบนะครับ มีท่านสมาชิกเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญจำนวน ๒๕ ท่าน มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

นายสุชาติ ตันเจริญ (รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง : ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา ๒๕ ท่านเพื่อพิจารณา รัฐบาลจะตั้งกี่ท่านครับ เชิญครับ ไม่เกินหนึ่งในสี่นะครับ🔗

ศาสตราจารย์กิตติคุณวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธาน ที่เคารพครับ คณะรัฐมนตรีขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี ในคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ๕ คน ประกอบด้วย ๑. นายชัยรัตน์ วงศ์วีรธร ๒. นายวรกร โอภาสนันท์ ๓. นางพรพิมล สัมฤทธิ์ผ่อง ๔. นายสราวุธ เบญจกุล และ ๕. นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

รัฐบาล เสนอตั้ง ๕ ท่าน เพราะฉะนั้นจะเหลือกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคการเมืองเพียง ๒๐ ท่าน ขอเริ่มจากพรรคเพื่อไทย ๖ ท่านก่อนครับ เชิญเสนอได้เลยครับ พรรคเพื่อไทยครับ🔗

นางมนพร เจริญศรี นครพนม

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๖ ท่าน ดังนี้ค่ะ ๑. ศาสตราจารย์พิเศษ ชัยเกษม นิติสิริ ๒. นายอดิศร เพียงเกษ ๓. นายสงวน พงษ์มณี ๔. นายนิรมิต สุจารี ๕. นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ๖. นายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ ขอผู้รับรองค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ มีผู้รับรองครบครับ ต่อไปพรรคพลังประชารัฐ ๕ ท่าน เชิญเสนอครับ🔗

นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตคลองเตย และเขตวัฒนา พรรคพลังประชารัฐค่ะ ในสัดส่วนของกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ในสัดส่วนพรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๕ ท่านด้วยกัน ๑. นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ๒. นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ๓. นายทศพล เพ็งส้ม ๔. นางสาวศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ ๕. พันตำรวจเอก ศิพร โกวิท ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรอง ครบครับ ต่อไปสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน เชิญเสนอครับ🔗

นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ฉะเชิงเทรา

กระผม นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ในสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน ดังนี้ครับ ๑. นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ๒. นายวิรัช พันธุมะผล ๓. นายบุญดำรง ประเสริฐโสภา ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรอง ครบครับ ต่อไปสัดส่วนพรรคก้าวไกล ๒ ท่านครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ ศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ในสัดส่วนของพรรคก้าวไกล ๒ ท่านครับ ๑. นายนิติพล ผิวเหมาะ ๒. นายภูภาร สมาทา ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผู้รับรองครบครับ ต่อไปของพรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่านครับ เชิญเสนอครับ🔗

นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญร่าง พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ในสัดส่วน ของพรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่าน ดังนี้ครับ ๑. นายสุทัศน์ เงินหมื่น ๒. นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรอง ครบนะครับ สัดส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ เชิญครับ🔗

นายเสมอกัน เที่ยงธรรม สุพรรณบุรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี จากพรรคชาติไทยพัฒนา ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาขอเสนอ นายกัมพล พวงงาม ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรองครบครับ🔗

นายเสมอกัน เที่ยงธรรม สุพรรณบุรี

ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เหลือของ พรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่านครับ เชิญครับ🔗

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทยครับ พรรคเสรีรวมไทยขอเสนอกรรมาธิการ ๑ ท่าน ในสัดส่วน พรรคเสรีรวมไทยขอเสนอ พลตำรวจโท ชัยวัฒน์ ฉันทวรลักษณ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรองครบ นะครับ ครบ ๒๕ ท่านแล้วครับ ท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อเพื่อจะทบทวนอีกทีหนึ่งนะครับ🔗

นางวัชราภรณ์ รัตนโกเศศ จันทรเจริญ ที่ปรึกษาด้านกฎหมาย ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๒๕ ท่าน ๑. นายชัยรัตน์ วงศ์วีรธร ๒. นายวรกร โอภาสนันท์ ๓. นางพรพิมล สัมฤทธิ์ผ่อง ๔. นายสราวุธ เบญจกุล ๕. นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ๖. ศาสตราจารย์พิเศษชัยเกษม นิติสิริ ๗. นายอดิศร เพียงเกษ ๘. นายสงวน พงษ์มณี ๙. นายนิรมิต สุจารี ๑๐. นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ๑๑. นายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ ๑๒. นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ๑๓. นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ๑๔. นายทศพล เพ็งส้ม ๑๕. นางสาวศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ ๑๖. พันตำรวจเอก ศิพร โกวิท ๑๗. นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ๑๘. นายวิรัช พันธุมะผล ๑๙. นายบุญดำรง ประเสริฐโสภา ๒๐. นายนิติพล ผิวเหมาะ ๒๑. นายภูภาร สมาทา ๒๒. นายสุทัศน์ เงินหมื่น ๒๓. นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ๒๔. นายกัมพล พวงงาม และ ๒๕. พลตำรวจโท ชัยวัฒน์ ฉันทวรลักษณ์🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ยืนยันนะครับ ๒๕ ท่านถูกต้องนะครับ ไม่มีเปลี่ยนแปลงแล้วนะครับ กำหนดระยะเวลาแปรญัตติกี่วันครับ เชิญเสนอครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเสนอระยะเวลาแปรญัตติ ๗ วันครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรองนะครับ มีท่านสมาชิกเสนอแปรญัตติตามข้อบังคับ ข้อ ๑๒๕ คือภายใน ๗ วัน ไม่มีท่านสมาชิกท่านใดเห็น เป็นอย่างอื่นใช่หรือไม่ครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มี ถือว่ามติที่ประชุมให้แปรญัตติตามข้อบังคับภายใน ๗ วันนะครับ จบนะครับเรื่องด่วนที่ ๑🔗

ต่อไปเรื่องด่วนที่ ๒ ร่างพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัว และ วิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)🔗

ซึ่งคณะรัฐมนตรี ได้เสนอมาพร้อมกับรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการตรากฎหมาย เชิญท่าน รัฐมนตรีเสนอหลักการและเหตุผลครับ🔗

ศาสตราจารย์กิตติคุณวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ คณะรัฐมนตรีขอเสนอร่างพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามข้อเสนอของสำนักงาน ศาลยุติธรรม ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นฉบับที่ ๒ ในชุดเดียวกัน ซึ่งมีทั้งสิ้น ๔ ฉบับ โดยมีหลักการและเหตุผลทำนองเดียวกับฉบับแรกที่สภาได้รับหลักการไปแล้วเมื่อสักครู่นี้ กล่าวโดยสรุปก็คือร่างพระราชบัญญัติในส่วนของศาลเยาวชนและครอบครัวที่เสนอฉบับนี้ มีหลักการเป็นเรื่องของการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๓ เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์เกี่ยวกับ การพ้นจากตำแหน่งของผู้พิพากษาสมทบในศาลเยาวชนและครอบครัว ให้สอดคล้องกับบทบัญญัติในมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เหตุผลก็คือ เมื่อมาตรา ๑๙๐ ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปจากรัฐธรรมนูญฉบับก่อนหน้านี้ กฎหมายที่เคยออกไว้และอนุวัตตามรัฐธรรมนูญก่อนหน้านี้ก็ไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบัน บัดนี้เป็นโอกาสที่จะแก้ไขให้สอดคล้องกับมาตรา ๑๙๐ ในรัฐธรรมนูญ ฉบับปัจจุบันซึ่งก็เป็นไปในหลักการทำนองเดียวกันกับกฎหมายฉบับแรกเมื่อสักครู่นั่นเอง กล่าวคือพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งและทรงให้ผู้พิพากษาและผู้พิพากษาสมทบ ในศาลเยาวชนและครอบครัวพ้นจากตำแหน่ง แต่ถ้าหากว่าเป็นการพ้นจากตำแหน่ง เพราะความตาย พ้นจากตำแหน่งเพราะการเกษียณอายุ พ้นจากตำแหน่งเพราะการ ครบวาระ และพ้นจากตำแหน่งเพราะเป็นการต้องโทษทางวินัยคือการไล่ออก ให้ออก ปลดออก ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงทราบเท่านั้นไม่ต้องทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจากตำแหน่งซ้ำอีก จึงนำเสนอมาเพื่อสภากรุณารับไว้พิจารณาด้วยครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน สมาชิกอภิปรายในวาระที่ ๑ ขั้นรับหลักการ เชิญท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม เชิญครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายขั้นรับหลักการร่างพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัว และวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ได้มีการยื่นเข้ามาแก้ไข เพิ่มเติมในวันนี้ทั้งหมดอยู่ ๓ เรื่องใหญ่ ๆ ด้วยกันครับ🔗

ในเรื่องที่ ๑ ผมอยากจะเรียนแบบนี้ก่อนครับ ท่านประธาน พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและครอบครัว ฉบับที่ใช้อยู่ในปัจจุบันนั้นเข้าใจว่าเป็นฉบับในปี ๒๕๕๓ ที่ผมเริ่ม จากคำว่าเข้าใจ เพราะผมมีโอกาสเข้าไปเกี่ยวข้องกับการเป็นผู้สังเกตการณ์ในคดีที่เด็ก ๆ และเยาวชนถูกกล่าวหาหรือถูกดำเนินคดีที่เกี่ยวข้องกับคดีการชุมนุม คดีทางการเมือง เยอะแยะไปหมดเลยครับ ผมอยากจะเล่าให้ท่านประธานฟัง ให้พี่น้องประชาชนได้ยิน กันทั่วถึงว่า วันนี้เวลาที่ไปในสถานีตำรวจต่าง ๆ ท่านผู้ชี้แจงทราบหรือไม่ ศาลทราบ หรือไม่ครับว่าต้นทางของกระบวนการยุติธรรมซึ่งทราบกันดีว่าในคดีเด็กและเยาวชน เข้าไปเกี่ยวข้องนั้นจะต้องมีสหวิชาชีพร่วมในการจับกุม ร่วมในการสอบปากคำ ร่วมในการ รับแจ้งความและร่วมในการพิจารณาคดีต่าง ๆ หลายสถานีตำรวจยังไปหยิบ พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและครอบครัว ปี ๒๕๓๔ เอามาให้ผมดู นี่คือความเป็นจริงที่เกิดขึ้น แสดงให้เห็น ว่า ๑๓ ปีที่ผ่านมา พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและครอบครัวถ้านับจากปี ๒๕๕๓ บวกลบนิดหน่อย ไม่ได้ถูกทำให้เข้าใจอย่างกว้างขวางมากมายอย่างเพียงพอ พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและครอบครัว ที่แปลงกับการที่เรียกว่ากระบวนการยุติธรรมเชิงสมานฉันท์ เรสทอร์เรทีฟ จัสทิซ (Restorative Justice) ไม่ได้ถูกนำมาใช้ที่เกิดขึ้นจริง พ.ร.บ. ศาลเยาวชนและครอบครัว ที่เรียกว่าการเบี่ยงเด็กออกจากกระบวนการยุติธรรม ให้มีคณะทำงานสหวิชาชีพประจำ จังหวัด ท่านทราบไหมครับว่าคนที่ไปร่วมประชุมคณะอนุกรรมการสหวิชาชีพหลาย ๆ จังหวัด ซึ่งทุกจังหวัดมี บอกกับผมเลยว่าข้อมูลที่ถูกนำมาวางบนโต๊ะไม่ใช่ข้อเท็จจริง ความเป็นจริง ถ้าพูดกันให้สั้นคือไม่ใช่ข้อจริงที่เกิดขึ้นจากการประเมินปัญหาของเด็กและเยาวชนที่มากพอ ฉะนั้นกล่าวโดยสรุปให้เห็นว่า พ.ร.บ. ศาลเยาวชนที่มีอยู่จนถึงปัจจุบันท่านตอบ มีกระบวนการทบทวน มีกระบวนการศึกษา มีกระบวนการที่เพราะเหตุใดมันถึงยังใช้บังคับ ไม่ครบถ้วน ท่านตอบมาตราเดียวก็ได้ครับ ในมาตรา ๕๕ ของ พ.ร.บ. ศาลเยาวชน ที่บอกว่ากระทรวงยุติธรรมต้องไปออกกฎกระทรวงเพื่อการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรม หรือสถานพินิจภาคเอกชน วันนี้ทำไมกระทรวงยุติธรรมถึงยังไม่มีการออกกฎกระทรวง ดังกล่าว นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ ที่ผมคิดว่าถามให้ชัดครับ ถ้าวันนี้แก้ไปก็แบบเดียวกับ มาตรา ๕๕ ไม่มีการไปออกกฎกระทรวง ไม่มีความคืบหน้าแล้วจะแก้ไปทำไม นั่นเป็น ประเด็นที่ ๑ ครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ในศาลเยาวชนและครอบครัวนั้นมีผู้พิพากษา อยู่ ๒ รูปแบบ ท่านผู้ชี้แจงได้กรุณาอธิบายแล้ว ก็คือผู้พิพากษาตัวจริง แต่ท่านอย่าเอา ผู้พิพากษาตัวจริงที่ตำแหน่งยังอยู่ในศาลเยาวชนไปสั่งคดีอื่น ท่านเซิร์ช (Search) ข่าว ย้อนกลับไป ๔-๕ เดือนที่กลับมานี่ครับ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนกลางไปสั่งไม่ให้ ประกันตัวในคดีการชุมนุมในศาลจังหวัดหนึ่ง คนเขาวิพากษ์วิจารณ์ อันนี้ผมใช้คำที่สุภาพ ที่สุดกันทั้งประเทศว่า ท่านไม่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องเด็กหรือเยาวชนหรือ เพราะตำแหน่ง ท่านยังคาอยู่ แต่ท่านไปสั่งคดี ไม่ใช่ผมไม่รู้ระเบียบราชการนะครับ เวลาที่จะโอนผู้พิพากษา เวลาที่ไปให้ปฏิบัติหน้าที่ต่าง ๆ ผมเข้าใจทั้งหมดครับ แต่ท่านอย่าทำให้เกิดกระบวนการ ที่ประชาชนเขารู้สึกว่าเขาไม่ได้รับความเป็นธรรม ผู้พิพากษาสมทบเป็นกระบวนการ ที่ตามมา ผมเองเคยไปนั่งมีส่วนร่วมในการคัดเลือกพิจารณาผู้พิพากษาสมทบ ซึ่งมี กระบวนการส่งมาในระดับจังหวัดเข้ามาส่วนกลาง ผมก็ไปนั่งอยู่ส่วนกลางดูประวัติกันหมด ว่าใครเป็นใคร ด้วยความเคารพ ศาลเยาวชนและครอบครัวบางจังหวัดมีคนนามสกุลเดียวกัน ๓ คน เป็นผู้พิพากษาสมทบ ถ้าจะบอกว่า ๓ คนนี้มีความรู้ความสามารถทั้งหมด ทำงานเรื่อง เด็กและเยาวชนเอาอะไรมาเป็นตัวชี้วัด เจ้าของร้านเสริมสวยก็เป็นผู้พิพากษาสมทบได้ด้วย อาจจะเป็นเพราะเขามีลูก แต่สมัยนั้นผมไม่มีลูก ยังไม่แต่งงาน แต่ท่านกล้าท้าหรือไม่ว่า ผมไม่เข้าใจเรื่องเด็กและเยาวชน ฉะนั้นการแต่งงานการมีลูกไม่ใช่ตัวตอบว่าท่านจะเข้าใจ ปัญหาเด็กและเยาวชน ไม่ควรจะมีประโยคแบบนี้จากผู้พิพากษาสมทบ ไม่ควรจะมี ชื่อ นามสกุลผู้พิพากษาสมทบเป็นผู้บริจาคตู้เย็นในศาลเยาวชนและครอบครัว เพราะท่านตั้ง งบประมาณขอไม่เยอะครับต่อปี ไม่ควรจะมีรายชื่อผู้พิพากษาศาลเยาวชนที่เป็นผู้พิพากษา สมทบในสถานพินิจต่าง ๆ ที่เป็นผู้บริจาคโน่น นี่ นั่น ท่านลองไปดูครับมีทุกจังหวัด มันไม่ตอบโจทย์ว่าตกลงตำแหน่งนี้ท่านได้แต่ใดมา นั่นเป็นประเด็นที่ ๒ ครับ🔗

ประเด็นที่ ๓ ท่านประธานครับ ก็คือประเด็นเรื่องการพ้นจากตำแหน่งนี่ครับ ท่านย้อนกลับไปดูข่าวเถอะครับ เวลามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเขาไม่ได้บอกผู้พิพากษาสมทบนะครับ เขาบอกผู้พิพากษา ฉะนั้นคนเหล่านี้หลายครั้งอาจจะเข้าไปเกี่ยวข้องในการทำผิดต่อ กฎหมาย อาจจะมีโปรไฟล์ (Profile) ที่นำไปสู่การขึ้นสู่ตำแหน่งที่สูงขึ้นในองค์กรอิสระ หลายคนมาจากผู้พิพากษาสมทบ ซึ่งผมไม่เข้าใจ ผมทำงานเรื่องเด็กและเยาวชนมาเกือบ ๒๐ ปี ไม่เคยรู้จักผู้พิพากษาสมทบท่านนี้เลย แต่วันดีคืนดีก็พบประวัติของท่านที่เป็น ผู้พิพากษาสมทบถูกเลือกไปนั่งเป็นตำแหน่งในคณะกรรมการในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ด้วยเหตุแหล่านี้นั่นคือบันไดที่ไต่เต้า ฉะนั้นเหตุทั้งหมดทั้งมวลที่ผมพูดถึงกระบวนการ พ้นจากตำแหน่งต้องสัมพันธ์กับกระบวนการเข้าสู่ตำแหน่ง กระบวนการพ้นจากตำแหน่งต้อง สัมพันธ์กับกระบวนการที่ถูกตรวจสอบถ่วงดุลโดยประชาชนว่า คนที่ทำหน้าที่แบบนี้ และไปตัดสินชีวิตเด็กและเยาวชน ซึ่งถ้าคุณพูดผิดประโยคเดียว จากเด็กและเยาวชนที่จะถูก ฟื้นฟูอาจจะกลายเป็นอาชญากรที่มาฆ่าเรา และเมื่อมีกระบวนการในการพิจารณาในคดี เหล่านั้นประชาชนควรจะต้องมีส่วนร่วมในการพ้นจากตำแหน่งของผู้พิพากษาสมทบในศาล เยาวชน ซึ่งไม่มีอยู่ในคำชี้แจงในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอเชิญ ท่านรองนายกรัฐมนตรี หรือผู้ชี้แจงประสงค์จะชี้แจงเชิญครับ🔗

นายชัยรัตน์ วงศ์วีรธร ผู้พิพากษาศาลชั้นต้น

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผม ชัยรัตน์ วงศ์วีรธร เป็นผู้แทนจาก สำนักงานศาลยุติธรรม จะขออนุญาตชี้แจงในประเด็นเรื่องผู้พิพากษาในศาลเยาวชน และครอบครัว ซึ่งมี ๒ ประเภท ได้แก่ ผู้พิพากษาตัวจริง กับผู้พิพากษาสมทบ ในประเด็นที่มี ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอภิปรายเกี่ยวกับการสั่งประกันของผู้พิพากษาที่เป็นผู้บริหาร ในศาลเยาวชนและครอบครัว ในเบื้องต้นผมเข้าใจว่าน่าจะเป็นกรณีที่ท่านย้ายไปดำรง ตำแหน่งที่อื่น แต่ยังไม่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง ในส่วนของศาลยุติธรรมเองมีคำสั่งให้ช่วยทำงานชั่วคราวในตำแหน่งที่ย้ายไปดำรง ตำแหน่งใหม่ ในระหว่างที่รอพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ เพราะฉะนั้นการสั่งประกัน ย่อมเป็นการสั่งโดยมีอำนาจและหน้าที่ของท่านผู้สั่งประกันอย่างแน่นอนนะครับ🔗

สำหรับในประเด็นเรื่องผู้พิพากษาสมทบ ที่ท่านมีข้อกังวลใจว่าเป็นบุคคล ในศาลเดียวกัน แต่เป็นบุคคลที่มีนามสกุลเดียวกัน หรือเป็นผู้ที่มีอุปการคุณแก่ศาล หรือเป็นผู้ที่ยังไม่มีครอบครัว แต่ไม่สามารถเข้ามาเป็นผู้พิพากษาสมทบได้ สำนักงานศาล ยุติธรรมขอรับเป็นข้อกังวลและข้อสังเกตเพื่อนำไปพิจารณาในส่วนที่จะสามารถปรับปรุงการ คัดเลือก การสรรหาผู้พิพากษาสมทบเพื่อให้ได้บุคลากรที่เหมาะสมกับการดำรงตำแหน่งนี้ ต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่มี ท่านสมาชิกท่านใดต้องการอภิปรายซักถามแล้วนะครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มี ก็ปิดการอภิปรายเพื่อจะลงมติว่าที่ประชุมจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ หรือไม่นะครับ ก่อนลงมติก็ต้องตรวจสอบองค์ประชุมตามข้อบังคับ🔗

(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่าน สมาชิกครับ เชิญเข้ามาในห้องประชุมนะครับ จะมีกฎหมายที่ติดกันอีก เพราะฉะนั้นขอให้มา แสดงตนต่อเนื่องกันนะครับ เชิญเข้ามาห้องประชุมเพื่อแสดงตนนะครับ เชิญท่านสมาชิก ที่อยู่ในห้องประชุมเชิญกดปุ่มแสดงตนตามข้อบังคับก่อนลงมติ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ ผม อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ๔๗๘ แสดงตนครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ครับ แสดงตนครบทุกท่านไหมครับ เชิญนะครับท่านที่เดินเข้ามาเชิญกดปุ่มแสดงตนได้ครับ ถ้าแสดงตนครบทุกท่านแล้วก็ขอเปิดการแสดงตนนะครับ มีท่านสมาชิกแสดงตนอยู่ในห้อง ประชุม ๒๕๒ ท่าน ถือว่าครบเป็นองค์ประชุมนะครับ🔗

ต่อไป ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติศาลเยาวชน และครอบครัวเยาวชนและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่ ท่านสมาชิกท่านใดเห็นควรรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ถ้าท่านสมาชิกท่านใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการก็กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย นะครับ งดออกเสียงก็กด ให้ด้วยครับ งดออกเสียง นะครับ เชิญกดลงคะแนนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ๐๔๑ เห็นด้วยครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

๐๔๑ เห็นด้วยครับ ลงคะแนนครบทุกท่านไหมครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ท่านประธานครับ ผม อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ๔๗๘ เห็นด้วยครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีอีกไหมครับ ใครที่บัตรมีปัญหาก็ปิดการลงคะแนนแล้วนะครับ ปิดการลงคะแนนครับ มีท่านสมาชิกเห็นด้วย ๓๐๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี นะครับ งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มีครับ มติที่ประชุมเห็นด้วยกับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้🔗

ต่อไป ขอเสนอกรรมาธิการครับ เชิญท่านอรรถกรครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ต้องขออนุญาตนำเรียนท่านประธาน และที่ประชุมนะครับ ผมมองว่าเนื่องจากเนื้อหาของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นเนื้อหา เกี่ยวกับหลักเกณฑ์ของการพ้นจากตำแหน่งต่าง ๆ ของศาลต่าง ๆ นะครับ ซึ่งมันก็คล้ายคลึง กับร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ซึ่งสภาผู้แทนราษฎร ของเราเพิ่งได้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญไปชุดหนึ่ง จึงขอเรียนเสนอให้ใช้กรรมาธิการชุดที่แล้ว พิจารณาร่วมกัน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้รับรอง ครบนะครับ ท่านสมาชิกเสนอให้ใช้กรรมาธิการชุดเดียวกับเรื่องด่วนที่ ๑ นะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มีก็ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้ตั้งกรรมาธิการชุดเดียวกันมาศึกษาในเรื่องด่วนที่ ๒ นี้ นะครับ กำหนดระยะเวลาแปรญัตติครับ🔗

นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๒ กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐค่ะ ดิฉันขอเสนอระยะเวลาแปรญัตติ ๗ วัน ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีท่าน สมาชิกเสนอให้แปรญัตติตามข้อบังคับ ๗ วันนะครับ ไม่มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็น อย่างอื่นนะครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมให้แปรญัตติภายใน ๗ วัน ก็เป็นการจบเรื่องด่วนที่ ๒ นะครับ🔗

ต่อไปเรื่องด่วนที่ ๓ ครับ ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธี พิจารณาคดีแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)🔗

เรื่องนี้ คณะรัฐมนตรีได้เสนอร่าง พร้อมทั้งผลรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการตรา กฎหมายมาประกอบการพิจารณาด้วยแล้วนะครับ ขอเชิญท่านรองนายกรัฐมนตรีแถลง หลักการและเหตุผลครับ🔗

ศาสตราจารย์กิตติคุณวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี

ท่านประธาน ที่เคารพ คณะรัฐมนตรีขอเสนอร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณา คดีแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงาน และวิธีพิจารณาคดีแรงงาน ฉบับ พ.ศ. ๒๕๒๒ ร่างฉบับนี้เป็นฉบับที่ ๓ ในจำนวน ๔ ฉบับ ที่เสนอมาในชุดเดียวกัน คือมีหลักการและเหตุผลทำนองเดียวกัน เหมือนกันกับ ๒ ฉบับ ที่สภาได้รับหลักการไปแล้วเมื่อสักครู่ เพียงแต่ว่าฉบับที่ ๓ นี้เป็นเรื่องของศาลอีกชนิดหนึ่ง คือศาลแรงงาน ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ฉบับที่ ๒ ฉบับที่ ๓ คือ ฉบับนี้และฉบับที่ ๔ ที่จะ เสนอต่อไปข้างหน้านี้จะเป็นส่วนที่เกี่ยวกับผู้พิพากษาสมทบ ซึ่งเป็นผู้พิพากษาอีกชนิดหนึ่ง ที่มีอยู่ในศาลพิเศษเหล่านี้ อาจจะมีผู้สงสัยสอบถามว่า แล้วตัวผู้พิพากษาแท้ ๆ ในศาลเหล่านี้ คือ ในศาลแรงงานก็ดี ในศาลทรัพย์สินทางปัญญาก็ดี หรือในศาลเยาวชนและครอบครัวก็ดี การพ้นจากตำแหน่งจะใช้หลักเกณฑ์ใด คำตอบก็คือ ผู้พิพากษาเหล่านั้นที่เป็นผู้พิพากษาแท้ ๆ ท่านก็คือผู้พิพากษาหรือข้าราชการศาลยุติธรรม จึงใช้ร่างพระราชบัญญัติฉบับแรก ที่ได้รับหลักการไปแล้ว แต่ว่าเฉพาะผู้พิพากษาสมทบ ซึ่งมีอยู่ในศาลพิเศษเหล่านี้ ไม่ใช่ผู้พิพากษาแท้ ๆ จึงจำเป็นต้องมีกฎหมายแยกออกมารองรับต่างหาก เมื่อสักครู่ที่ผ่านไปนั้น จึงเป็นกรณีผู้พิพากษาสมทบในศาลเยาวชนและครอบครัว บัดนี้ เป็นกรณีของ ผู้พิพากษาสมทบในศาลแรงงาน ซึ่งหลักการก็คือ เป็นการแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ทำนองเดียวกัน ในส่วนของผู้พิพากษาสมทบ และเหตุผลก็เป็น เหตุผลเดียวกันครับท่านประธาน คือเมื่อมาตรา ๑๙๐ ของรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน เปลี่ยนแปลงไป ก็จำเป็นต้องแก้ไขกฎหมายที่อนุวัติตามนั้นในส่วนของศาลแรงงาน ให้สอดคล้องกันด้วย จึงดำเนินการตามวิธีการและหลักเกณฑ์อย่างเดียวกัน ดังที่ได้ กราบเรียนมาใน ๒ ฉบับก่อนหน้านี้ครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกที่เคารพครับ เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่มีสมาชิกประสงค์จะอภิปรายนะครับ เพราะฉะนั้น ก็ต้องขออนุญาตที่ประชุม เพื่อขอพิจารณารับหลักการหรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิก เข้ามานะครับ🔗

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอตรวจสอบองค์ประชุม สมาชิกกรุณากดบัตรแสดงตน ก่อนที่จะขอมติที่ประชุมครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวเราจะมีการอภิปราย ขอเชิญเข้ามา ท่านที่มาแล้วกรุณากดบัตรแสดงตนครับ สมาชิกพร้อมนะครับ ปิดการแสดงตน จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตนขณะนี้ ๒๔๗ ท่านครบองค์ประชุมครับ🔗

ขอถามมติที่ประชุมว่า จะเห็นควรรับหลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่ ผู้ใดเห็นควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นควรรับหลักการกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกพร้อม ปิดการลงมติครับ ผลการลงมติ จำนวนผู้ลงมติ ๒๙๓ ท่าน เห็นด้วย ๒๙๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่านครับ มติที่ประชุมรับหลักการ ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗

ต่อไปเชิญเสนอกรรมาธิการ ครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรานะครับ ต้องเรียนท่านประธานว่า เนื้อหา ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็มีความคล้ายคลึงกันกับร่างพระราชบัญญัติในเรื่องด่วนที่ ๑ นะครับ ดังนั้นผมจึงขอเรียนเสนอให้ใช้กรรมาธิการวิสามัญชุดเดียวกันพิจารณาครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง สมาชิก มีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าไม่มีก็เห็นชอบตามเสนอ นะครับ ใช้กรรมาธิการชุดเดียวกัน เสนอแปรญัตติเชิญนะครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเสนอระยะเวลาแปรญัตติ ๗ วันครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

แปรญัตติ ๗ วันนะครับ สมาชิกไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ที่ประชุมมีมติให้แปรญัตติใน ๗ วันนะครับ ก็จบกระบวนการ พิจารณาในขั้นนี้ครับ🔗

ต่อไปจะเป็นเรื่องด่วนที่ ๔🔗

เรื่องด่วนที่ ๔ ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้า ระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)🔗

โดยคณะรัฐมนตรีได้เสนอ ร่างฉบับนี้มายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาตามมาตรา ๑๓๓ (๑) ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย นอกจากนี้คณะรัฐมนตรียังได้นำเสนอรายงานการรับฟังความคิดเห็น ของผู้เกี่ยวข้องและรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการตรากฎหมาย มาประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายตามมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญแล้ว รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ จึงขออนุญาตให้บุคคล ต่อไปนี้เข้ามามีส่วนร่วมชี้แจงนะครับ นายสิริสิทธิ์ อนันตสมบูรณ์ นายวรกร โอภาสนันท์ มีอยู่แล้วนะครับ ต่อไปขอเชิญท่านรัฐมนตรีเสนอหลักการและเหตุผลครับ🔗

ศาสตราจารย์กิตติคุณวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ คณะรัฐมนตรีขอเสนอร่างพระราชบัญญัติจัดตั้ง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศและวิธีพิจารณาคดีทรัพย์สินทางปัญญา และการค้าระหว่างประเทศ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อกรุณา รับไว้พิจารณา ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้สำนักงานศาลยุติธรรมเป็นเจ้าของและเสนอมา ให้คณะรัฐมนตรีดำเนินการให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และเป็นร่างพระราชบัญญัติฉบับหนึ่ง ในจำนวนชุดเดียวกัน ๔ ฉบับ และฉบับนี้ก็จะเป็นฉบับสุดท้ายในชุดนี้ ซึ่งเป็นการแก้ไข เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ทำนองเดียวกับ ๓ ฉบับ ที่ได้ผ่านไปแล้วเมื่อสักครู่นี้เอง ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศนั้นเป็นศาลยุติธรรมชนิดหนึ่ง และได้มีมานานแล้ว ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๓๙ ในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่าง ประเทศนั้น มีผู้พิพากษาอยู่ ๒ ประเภท คือ ผู้พิพากษาแท้ ๆ โดยอาชีพ และผู้พิพากษา สมทบ การพ้นจากตำแหน่งของผู้พิพากษาแท้ ๆ โดยอาชีพนั้นก็ใช้หลักเกณฑ์เดียวกับ ข้าราชการศาลยุติธรรมตามร่างพระราชบัญญัติฉบับแรกที่เสนอมาในวันนี้ แต่ในส่วนของ ผู้พิพากษาสมทบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศนั้นไปอนุโลม ใช้กฎหมายอื่นไม่ได้ เพราะเป็นกรณีที่กำหนดเอาไว้โดยเฉพาะในพระราชบัญญัติจัดตั้งศาล ทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศ เพราะฉะนั้นเมื่อจะต้องแก้ไขในส่วนของ ผู้พิพากษาสมทบในศาลนี้ว่า การพ้นจากตำแหน่งจะต้องดำเนินการเพื่อกราบบังคมทูล อย่างไร จึงจำเป็นต้องแยกมาบัญญัติต่างหาก ดังที่ได้เสนอมายังสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ หลักการของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จึงเป็นเรื่องของการแก้ไขหลักเกณฑ์ในการพ้นจาก ตำแหน่งว่า ผู้พิพากษาสมทบในศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศนั้น ถ้าหากว่าเป็นกรณีพ้นจากตำแหน่งโดยทั่วไปก็จะต้องทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจาก ตำแหน่ง แต่ถ้าเป็นการพ้นจากตำแหน่งด้วยความตาย ด้วยเหตุแห่งการเกษียณอายุ ด้วยเหตุ แห่งการครบวาระ หรือด้วยเหตุแห่งการต้องโทษทางวินัย ปลดออก ไล่ออก ให้ออก ให้นำ ความกราบบังคมทูลเพื่อทรงทราบเท่านั้น ไม่ต้องทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พ้นจาก ตำแหน่ง ทั้งนี้ เพื่อจะได้มีผลโดยทันทีตามกรณีนั้น ๆ ทั้งหมดนี้เป็นหลักการแห่ง ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ส่วนเหตุผลก็คือให้สอดคล้องกับบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๙๐ ทำนองเดียวกับ ๓ ฉบับก่อนหน้านี้นั่นเอง จึงขออนุญาตกราบเรียนเสนอมาครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่มีท่านสมาชิกประสงค์ จะอภิปรายนะครับ ก็จะต้องขอมติที่ประชุมจะเห็นควรรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้หรือไม่ ขอเชิญสมาชิกเข้ามาอีกนะครับ แสดงตนเพื่อตรวจสอบตามข้อบังคับครับ🔗

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกที่เข้ามาแล้ว กดบัตรเพื่อแสดงตนนะครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกพร้อมนะครับ ถ้าพร้อมปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตนในขณะนี้ ๒๔๗ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗

ขอถามมติที่ประชุมว่าจะ เห็นควรรับหลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่ ผู้ใดเห็นควรรับหลักการกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกพร้อมนะครับ ปิดการลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๙๘ ท่าน เห็นด้วย ๒๙๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ เสียง ไม่ลงคะแนนเสียง ๕ เสียง มติที่ประชุมรับหลักการร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ครับ🔗

กรรมาธิการครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ผมขอเสนอให้ใช้กรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาชุดที่เป็นชุดพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ในเรื่องด่วนเรื่องที่ ๑ ให้พิจารณาเรื่องนี้ไปด้วยครับ ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกไม่เห็น เป็นอย่างอื่นนะครับ เห็นชอบตามที่เสนอนะครับ แปรญัตติ🔗

นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันขอเสนอระยะเวลาแปรญัตติ ๗ วัน ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเสนอแปรญัตติ ๗ วัน ตามข้อบังคับ สมาชิกเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าไม่มีถือว่าเห็นชอบ ในการแปรญัตติ ๗ วันนะครับ จบกระบวนการพิจารณาในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ🔗

ต่อไปเรื่องด่วนที่ ๕ ร่างพระราชบัญญัติยกเลิกกฎหมายบางฉบับที่หมด ความจำเป็นหรือซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่น พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)🔗

โดยคณะรัฐมนตรีได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวนี้มายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาตามมาตรา ๑๓๓ (๑) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย นอกจากนี้คณะรัฐมนตรียังได้เสนอรายงาน การรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้อง และรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้น จากการตรากฎหมายมาเพื่อประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายตาม มาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญแล้ว รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดให้สมาชิกทุกท่าน แล้วครับ ต่อไปขออนุญาตให้บุคคลเข้ามาร่วมชี้แจง นางกาญจนาภรณ์ อินทปันตี เลิศลอย ขอมาท่านเดียวครับ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีเสนอหลักการและเหตุผลครับ🔗

(ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเข้าชี้แจงต่อที่ประชุม)
ศาสตราจารย์กิตติคุณวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ คณะรัฐมนตรีขอเสนอร่างพระราชบัญญัติยกเลิก กฎหมายบางฉบับที่หมดความจำเป็นหรือซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่น พ.ศ. .... มายัง สภาผู้แทนราษฎรเพื่อกรุณารับไว้พิจารณา หลักการของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็คือเป็นการขอยกเลิกกฎหมายบางฉบับทั้งฉบับ ซึ่งหมดความจำเป็นหรือซ้ำซ้อนกับ กฎหมายอื่นที่มีอยู่แล้ว เป็นการเพิ่มเติมจากที่ได้เคยออกกฎหมายทำนองนี้มาแล้ว ๒ ครั้ง คือเมื่อปี ๒๕๕๘ ครั้งหนึ่ง และเมื่อปี ๒๕๖๐ อีกครั้งหนึ่ง ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ว่าความจำเป็นในการที่จะต้องยกเลิกกฎหมายที่มีอยู่แต่เดิมนั้นเป็นสิ่งที่เป็นที่ประจักษ์ มาโดยตลอด ในสภาแห่งนี้ก็ได้มีการอภิปรายถึงกฎหมายหลายฉบับที่เก่าแก่ ล้าสมัยบ้าง น่าจะขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญบ้าง ซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่นที่มีอยู่แล้วบ้างหรือไม่ เคยมีการนำกฎหมายนั้นมาใช้ ทำให้เกิดปัญหา ยุ่งยากในการตีความบ้างและบางครั้งประชาชนโดยทั่วไป เข้าใจว่ากฎหมายบางฉบับยกเลิก ไปแล้ว แต่ปรากฏว่าจู่ ๆ วันหนึ่งเจ้าหน้าที่ก็ได้ไปหยิบยกเอากฎหมายฉบับหนึ่งขึ้นมา และปรับบทลงโทษแก่ผู้ฝ่าฝืนกฎหมายนั้น ครั้นที่จะอ้างว่าไม่รู้ว่ามีกฎหมายก็ไม่สามารถ จะอ้างได้ แต่ความเก่าแก่ของกฎหมายนั้นมันมีอยู่นานจริง ๆ ด้วยเหตุนี้รัฐบาลจึงได้มีการตั้ง คณะกรรมการขึ้น คนโดยทั่วไปอาจจะเรียกว่ากรรมการปฏิรูปกฎหมาย แต่ชื่อเป็นทางการ ก็คือคณะกรรมการพัฒนากฎหมาย แล้วก็มีอยู่นานแล้วก่อนหน้าที่รัฐบาลนี้จะเข้ามาด้วยซ้ำไป คณะกรรมการชุดนี้ได้ดำเนินการที่จะปรับปรุงแก้ไข หรือยกเลิกกฎหมายเก่าแก่ ล้าสมัย กฎหมายที่ซ้ำซ้อนมาโดยตลอดครับ เพียงแต่ว่ากว่าจะสำเร็จออกมาได้สักฉบับหนึ่งว่า ควรจะต้องยกเลิกนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะเหตุว่าจะใช้อารมณ์หรือความรู้สึกไม่ได้ จำเป็นต้องมีการศึกษาวิจัย จำเป็นต้องมีการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน จำเป็นต้อง สอบถามผู้ปฏิบัติหรือผู้ใช้กฎหมายว่า กฎหมายนั้นล้าสมัยจริงหรือไม่ กฎหมายนั้นซ้ำซ้อน จริงหรือไม่ เพราะฉะนั้นบางครั้งก็เป็นเรื่องที่โต้แย้งกันอยู่ระหว่างส่วนราชการต่าง ๆ ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าควรจะยกเลิกได้ อีกฝ่ายหนึ่งเห็นว่าควรจะต้องเก็บเอาไว้เพราะยังมีที่ให้ใช้อยู่ ดังนี้เป็นปัญหามาโดยตลอดครับ แต่เมื่อใดก็ตามที่ได้ข้อยุติแล้วว่า ควรจะต้องยกเลิก กฎหมายบางฉบับทั้งฉบับเสีย ครั้นจะออกเป็นกฎหมายทีละฉบับ คือฉบับหนึ่งเพื่อเลิก อีกฉบับหนึ่งนั้น ก็อาจจะเป็นการล่าช้าเสียเวลา และโดยเทคนิคทางกฎหมายไม่จำเป็น ต้องทำอย่างนั้น เราสามารถที่จะออกกฎหมายฉบับเดียว เพื่อยกเลิกกฎหมายหลายฉบับ ตามบัญชีแนบท้ายในเวลาเดียวกันได้ เรื่องนี้จึงได้เคยดำเนินการมาแล้วเมื่อปี ๒๕๕๘ ครั้งหนึ่ง ปี ๒๕๖๐ อีกครั้งหนึ่ง แต่ละครั้งก็ยกเลิกกฎหมายไปทีละหลายฉบับ บัดนี้ ขอเสนอ ร่างพระราชบัญญัติทำนองเดียวกันนี้มาเพื่อยกเลิกกฎหมาย ๗ ฉบับตามบัญชีแนบท้าย ซึ่งได้สำรวจ คัดเลือกและเลือกสรรมาแล้วว่าเป็นกฎหมายที่ล้าสมัยไม่จำเป็นต้องมีอยู่ต่อไปจริง ๆ หรือซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่น สามารถเลือกใช้กฎหมายอื่นได้แล้วจริง ๆ ปรากฏบัญชีตามที่ แนบท้ายมานี้ ๗ ฉบับ กฎหมายบางฉบับใน ๗ ฉบับดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นเพราะตั้งแต่เหตุการณ์ ก่อนสงครามโลก ครั้งที่ ๒ วันนี้เหตุการณ์นั้นสิ้นสุดหรือผ่านพ้นไป ก็ไม่สมควรที่จะมี กฎหมายนั้นอยู่ กฎหมายบางฉบับออกมาในระหว่างสงครามโลก ครั้งที่ ๒ เพื่อแก้ปัญหา ในขณะนั้น บัดนี้สงครามโลกสิ้นสุดไปแล้วกฎหมายยังอยู่และไม่เคยมีการนำมาใช้อีกเลย ก็สมควรจะพิจารณายกเลิกเสีย กฎหมายบางฉบับให้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อดำเนินการ แต่ปรากฏว่าได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นแล้วจริง แต่นับมาจนถึงเวลานี้เกือบ ๓๐-๔๐ ปีแล้ว คณะกรรมการนั้นไม่เคยเรียกประชุมเลยแม้แต่ครั้งเดียว สิ่งเหล่านี้เป็นเหตุผลที่สมควร จะต้องยกเลิกกฎหมายดังกล่าวนั้นเสียทั้งสิ้น รวมทั้งกฎหมายบางฉบับที่อาจจะดูแล้วมีอายุ เพียง ๑๐ กว่าปีนี้เอง ยังทันสมัยอยู่ แต่ปรากฏว่าในจังหวะเวลาเดียวกันนั้นได้มีการออก กฎหมายอื่น ชื่ออื่น แต่ใจความคล้ายคลึงกันและถ้ามีเรื่องเกิดขึ้นก็สามารถใช้กฎหมายอื่น นั้นได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ก็สมควรยกเลิกกฎหมายที่มีอยู่และไปซ้ำซ้อนนั้นเสีย ซึ่งก็เป็นไปตาม หลักในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ นั่นเองที่ว่า รัฐพึงจะมีกฎหมายใช้บังคับเพียงเท่าที่จำเป็น ท่านประธานครับ รัฐบาลยอมรับว่าท่านสมาชิกอาจจะพิจารณาและเห็นว่ามันยังมีกฎหมาย อีกหลายฉบับที่คล้าย ๆ กันน่าจะต้องยกเลิกเสียด้วย ซึ่งรัฐบาลก็ยินดีที่จะรับฟังและรับไปดำเนินการให้คณะกรรมการพัฒนากฎหมาย หรือ คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายนั้นพิจารณาดำเนินการเพื่อจะทำเป็นบัญชีเสนอมา แล้วยกเลิก เสียคราวเดียวกันในโอกาสต่อไปอีก ซึ่งเรื่องนี้ก็คงจะต้องใช้เวลาในการที่จะรับฟังความเห็น เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ ผู้เกี่ยวข้อง และความเห็นว่าสอดคล้องต้องกันหรือไม่ประการใด แน่ใจ หรือไม่ว่ามันซ้ำซ้อนหรือล้าสมัย ไม่จำเป็นต้องมีอีกต่อไป ส่วนเหตุผลนั้นก็คงจะเป็นอย่างที่ ได้กราบเรียนท่านประธานมาว่า เป็นความจำเป็นที่จะต้องยกเลิกกฎหมายที่บัดนี้ ไม่จำเป็นต้องมีอยู่ต่อไป หรือซ้ำซ้อนกันเสีย เพื่อไม่ให้มีกฎหมายมากเกินสมควร และจะทำ ให้เกิดความยุ่งยากแก่ประชาชนและเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติ จึงขออนุญาตกราบเรียนมาดังนี้ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่าน รองนายกรัฐมนตรีครับ ท่านสมาชิกอภิปราย ๒ ท่านที่ส่งชื่อมา ท่านแรก พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ท่านต่อไปคุณณัฐวุฒิ บัวประทุม ขอเชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอมีส่วนร่วมในการพิจารณารับหลักการร่างพระราชบัญญัติยกเลิกกฎหมายบางฉบับที่หมด ความจำเป็นหรือซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่น พ.ศ. .... ที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้นำเสนอไป เมื่อสักครู่ โดยหลักการนะครับท่านประธาน ชัดเจนคือไม่มีความจำเป็น หลักการที่ ๒ คือ ไม่มีการบังคับใช้ในสภาวะปัจจุบัน หลักการที่ ๓ คือมีความซ้ำซ้อน ท่านพูดไปแล้ว ผมอยาก กราบเรียนครับท่านประธาน แต่ความท้าทายของกฎหมายกับเศรษฐกิจของประเทศนั้นยังมี อีกหลายมิติ โดยภาวะของการยกเลิกกฎหมายนี้ สิ่งสำคัญคือ รัฐบาลต้องกลับไปทำกฎหมาย หลักเกณฑ์การจัดทำกฎหมายและประเมินผลสัมฤทธิ์ พ.ศ. ๒๕๖๒ ให้ครบถ้วนครับ อันแรก คือมาตรา ๓๔ ที่มีอายุของระยะเวลาของการประเมินผลสัมฤทธิ์ในกฎหมายทุกฉบับ แม้กระทั่งกฎที่เขียนอยู่ในพระราชกำหนดต่าง ๆ ก็ต้องประเมินผล นี่คือสิ่งแรกที่ผมคิดว่า รัฐบาลควรกลับไปอ่านและทำให้ครบถ้วนก่อน ถ้าทำครบถ้วนแล้วผมว่ากฎหมายที่ท่านว่าจะ ยกเลิกเป็นพวง ๆ อย่างนี้ควรจะยกเลิกได้ เพราะว่ามี ๗๐,๐๐๐ กว่าฉบับ ทีดีอาร์ไอ (TDRI) พูดไว้ภายใต้โครงการของเรกกูลาทอรี กิโยตีน (Regulatory Guillotine) ซึ่งเป็นโครงการ ที่มีการวิจัยและพบว่าความมีสัดส่วนหรือความที่ทำให้บ้านเมืองเสียหายจากการมีกฎหมาย ที่เกิดขึ้นของประเทศเรา โดยเฉพาะกระบวนงานที่ค้างอยู่ ๑๐,๐๐๐ กว่ากระบวนงาน และกระบวนงานที่ไม่ควรจะมีเลยใน ๑๖ กระทรวง ๔๗ กรม ควรจะโละทิ้ง ฉะนั้นอันนี้ รัฐบาลก็รู้อยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญคือเป็นการทำให้เกิดต้นทุนทางเศรษฐกิจมากมาย โดยเฉพาะ กฎหมายที่เกี่ยวกับการอนุญาต ยุคเปลี่ยนไปครับท่านประธาน ขณะนี้ความท้าทายใหม่ ที่เกิดขึ้นครับท่านประธาน ฝากไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีด้วยว่าดิสรัปชัน (Disruption) ก็มีเกิดขึ้นอยู่แล้ว สังคมสูงวัย เอจจิง โซซายตี (Ageing society) กำลังเข้ามาถึง เราทุกคน กำลังย่างเข้าสู่วัยนั้น การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ไคลเมตเชนจ์ (Climate change) ที่ท่านนายกก็กำลังไปรับออเดอร์ (Order) มาอีก ๓๐ ปี ว่าจะไม่มีการทำลายโลก ก็เกิดขึ้นครับ กฎหมายก็ต้องตามมาครับ ความขัดแย้งของภูมิศาสตร์ที่เกิดขึ้น จีโอพอลลูชัน (Geo pollution) แล้วก็สนธิสัญญาระหว่างประเทศ แม้กระทั่งความคิดที่เห็นแก่ตัว ซึ่งพูดง่าย ๆ ว่าพรุ่งนี้ฝ่ายค้านก็จะยื่นญัตติ ซึ่งเป็นเรื่องของ พฤติกรรมหรือแนวโน้มของการใช้สิทธิเกินส่วน พรุ่งนี้ก็จะมีเรื่องของการที่พูดถึงการที่ รัฐบาลใช้กฎหมายที่ล้นเกินและขัดต่อหลักนิติธรรม ท่านประธานครับ นี่คือสิ่งหนึ่งที่เราต้อง คำนึงถึงของการยกเลิกกฎหมาย ๗ ฉบับนี้จิ๊บจ๊อยครับ นิดหน่อย พ.ศ. มันบอกครับ ท่านประธาน ยังมีกฎหมายที่ยังเห็นเป็นรูปธรรมของตัวเลข พ.ร.บ. การพนัน ๒๔๗๓ แก้ไขครั้งสุดท้าย ๒๔๗๘ ๘๖ ปี แล้วยังมีกฎหมายอื่น ๆ และที่ผมจะขอพูดสำคัญที่สุดคือการ ประเมินผล โดยประเมินผลสัมฤทธิ์ เช่น พระราชกำหนดการบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ที่ใช้บังคับในภาวะวิกฤติที่ผ่านมาแบบผิดเพี้ยน ลองส่งไป ให้ประชาชนดูสิครับว่าอำนาจตามมาตรา ๙ ข้อบังคับต่าง ๆ ที่กำหนดออกจากมาตรา ๙ มันถูก มันสมควรต่อภาวะหรือสภาวการณ์ปัจจุบันที่ใช้หรือไม่ นั่นคือสิ่งหนึ่งที่ผมอยากฝาก ไปเลยครับท่านประธานว่าเราควรจะเคร่งครัดต่อการใช้กฎหมายที่รัฐธรรมนูญตามมาตรา ๗๗ กำหนดให้ทำนะครับ สิ่งสำคัญคือรัฐบาลต้องเข้าใจในบริบทของการเปลี่ยนแปลง ผมยังบอก เลยว่าความท้าท้ายใหม่ ๆ มันไม่ใช่แค่ ๖-๗ ประเด็นที่ผมพูดไป มันเป็นพาราดาม (Paradigm) ใหม่ของคนที่เรียกว่าพลเมืองโลกเกิดขึ้นครับ เด็กรุ่นใหม่เรียนรู้วิธีการ เด็กรุ่น ใหม่เข้าใจถึงองค์ความรู้ ยิ่งเฉพาะเรื่องกฎหมาย เป็นหัวใจที่เขารับรู้ได้ว่าเขาจะได้รับความ เป็นธรรมอะไร กฎหมายบางฉบับต้องถูกกำจัดทิ้ง ท่านสามารถเอามาเป็นพวงเลยครับ ผมอยากใช้นิยามตอนนี้ว่าท่านยกร่างกฎหมายสิครับว่า พ.ร.บ. กฎหมายที่ไม่ได้ใช้บังคับ ภายใน ๕ ปี ทุกฉบับในศาลยกให้หมดเลย อะไรที่มาปรากฏถึงการใช้บังคับโดยเฉพาะ หลักเกณฑ์ข้อ ๒ ที่ว่า สภาพบังคับทางกฎหมายไม่เกิดขึ้นในภาวะปัจจุบันแล้วควรจะยกทิ้ง สำรวจที่ศาลได้ครับ ศาลจะบอกเลยว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่มีใช้มา ๑๐ ปีแล้ว ถอดเลยครับ โดยสภาพมัน นี่คือสิ่งที่ต้องทำครับท่านประธาน ฝากท่านประธานนำเรียนไปยังท่านรอง นายกรัฐมนตรีด้วยว่าอะไรที่ควรทำก็ขอให้ทำ และอะไรที่ทำให้เด็กรุ่นใหม่สามารถก้าวข้าม วิกฤติของประเทศได้ช่วยทำด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปเชิญคุณณัฐวุฒิครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัด อ่างทองครับ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายในขั้นรับหลักการของร่างพระราชบัญญัติ ยกเลิกกฎหมายบางฉบับที่หมดความจำเป็นหรือซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่น พ.ศ. .... ด้วยเหตุผลและสิ่งที่เตรียมมาหลายประการด้วยกันครับ แต่อย่างไรก็ตามผมต้องออกตัว แล้วก็ยอมรับว่าคำชี้แจงของท่านผู้ชี้แจง โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาจารย์ของผม ท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุ เครืองาม นั้นหลายประเด็นมีความชัดเจนครับ ผมจะไม่พูดซ้ำ ในประเด็นที่ผมคิดว่าได้ความชัดเจนจากท่านอาจารย์ของผมไปแล้วครับ เพียงแต่ผมขอ อนุญาตว่าวันนี้ไหน ๆ ท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุท่านมาด้วยตัวเองครับ ผมตั้งคำถาม อย่างแรกเลยครับว่า ในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้หลักการที่จะให้สภาแห่งนี้พิจารณาก็คือบอกว่า มีการยกเลิกกฎหมายบางฉบับที่หมดความจำเป็นหรือซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่นเป็นการ เพิ่มเติม นั่นหมายถึงว่าก่อนหน้านี้ก็มีมาแล้ว นั่นหมายถึงว่าในอนาคตอาจจะมีอีก นั่นหมายถึงว่าปัจจุบันกำลังให้พิจารณา เขียนแบบนี้ ครับถูกต้อง เพราะว่าสิ่งที่สภาแห่งนี้เจอมาโดยตลอดใน ๒ ปีที่ผ่านมานะครับ คือ ฝ่ายกฎหมายของรัฐบาลมักจะเขียนหลักการที่ผูกมัดสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ว่า ท่านไม่อาจดำเนินการที่ไปขัดกับหลักการที่ควรจะเป็นได้ ผมยกตัวอย่างเช่น การแก้ไข เพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๓ มาตรา ๗๔ เมื่อเช้านี้ครับ หลักการนั้นเขียนมา เลยครับ บอกว่าต้องมีการแก้ไขเพิ่มเติมปรับเกณฑ์อายุความรับผิดทางอาญาจาก ๑๐ ปี ไม่เกิน ๑๕ ปี เป็น ๑๒ ปีเท่านั้น จาก ๑๐ ปี เป็น ๑๒ ปีเท่านั้น ไม่ว่าผมจะโน้มน้าว ด้วยเหตุผล ไม่ว่าผมจะแสดงหลักฐานพัฒนาการเด็กต่าง ๆ อย่างไร ปรากฏว่ากรรมาธิการ ไม่สามารถแปรหรือแก้ไขเกินกว่าหลักการที่รับมาได้ ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๑๒๕ บอกการแปรญัตติเพิ่มมาตราขึ้นใหม่ หรือตัดทอนแก้ไขมาตราเดิม ต้องไม่ขัดกับ หลักการแห่งพระราชบัญญัติฉบับนั้น นี่คือสิ่งที่อยากจะฝากท่านไปดูในกฎหมายหลาย ๆ ฉบับ ที่มาสภาแห่งนี้ แล้วเอาเชือกมัดแขน มัดขา มัดมือพันธนาการว่าสภาแห่งนี้ปิดปากตัวแทน ของประชาชนในการทำหน้าที่ แต่พอท่านเขียนมาแบบนี้ครับ ผมก็ต้องขออนุญาตตีความว่า การบอกว่ายกเลิกกฎหมายบางฉบับที่หมดความจำเป็น นั่นหมายถึงว่าบัญชี ท้ายพระราชบัญญัติที่ท่านเสนอมาทั้งหมด ๗ ฉบับ ผมอาจจะเห็นว่าบางฉบับจำเป็นอยู่ก็ได้ นั่นหมายถึงว่าถ้าผมเห็นว่ามีฉบับอื่น ๆ อีกนะ ยกตัวอย่างเช่นที่ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ท่านพูดเมื่อสักครู่ ผมก็อาจจะขอเพิ่มเข้าไปเป็นฉบับที่ ๘ หรือฉบับที่ ๙ ก็ได้ ตกลงดุลยภาพ หรือสมดุลในการเขียนหลักการ หรือการผูกมัดให้สภาพิจารณานั้น สมดุลเป็นอย่างไร นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ ในเชิงของหลักการและรายละเอียดที่ผมอยากจะ สอบถามถึงครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ในบัญชีท้ายพระราชบัญญัติฉบับนี้ มีกฎหมายอยู่ ๒ ฉบับ ที่ผมเองอาจจะพอเกี่ยวข้อง หรือมีความรับรู้อยู่บ้าง ก็คือ พระราชบัญญัติจัดการฝึกและอบรมเด็กบางจำพวก พ.ศ. ๒๔๗๙ ซึ่งเกิดขึ้นก่อนสงครามโลก ครั้งที่๒ กับ พ.ร.บ. จัดการฝึกอบรมเด็กบางจำพวก ฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๐๑ ที่บอกว่า เกี่ยวข้องอยู่บ้าง เพราะว่าพอไปอ่านบันทึกวิเคราะห์สรุปรายงานสรุปผลการรับฟัง ความคิดเห็นการสัมมนาต่าง ๆ ท่านให้เหตุผลหลายอย่างว่าปัจจุบันมีกฎหมายใด ๆ ผมไม่ติดใจนะครับ แต่มีอยู่เหตุผลหนึ่ง ท่านบอกว่าที่ต้องยกเลิกกฎหมาย ๒ ฉบับนี้ เพราะมีพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก ปี ๒๕๔๖ ผมไม่เห็นว่าข้ออ้างนี้เป็นข้ออ้างที่ฟังขึ้น เกี่ยวกันตรงใด กลุ่มเป้าหมายในการคุ้มครองเด็กตาม พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก ปี ๒๕๔๖ กับ กลุ่มเป้าหมายที่อยู่ใน พ.ร.บ. ฝึกและอบรมเด็กบางจำพวก คนละกลุ่มกันเลยครับ ในขณะที่ พ.ร.บ. คุ้มครองเด็กปี ๒๕๔๖ ไปยกเลิกประกาศคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๑๓๒ และฉบับที่ ๒๙๔ นั่นก็จบแล้วครับ ฉะนั้นถึงแม้ผมเห็นชอบในหลักการว่ากฎหมาย ๒ ฉบับนี้มีเหตุจำเป็นที่ควร จะต้องยกเลิก มันมีกฎหมายใหม่แล้วนะ มี พ.ร.บ. ศาลเยาวชนที่มาเสริมต่าง ๆ แต่รายละเอียดที่ท่านแนบมาว่ามันไปเกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก ปี ๒๕๔๖ ผมอ่าน อย่างไรก็ไม่เข้าใจ ก็ไม่เห็นว่ามันเป็นข้ออ้างตรงใด ในขณะเดียวกันวันนี้เรามีกฎหมาย คุ้มครองเด็ก หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคำว่า เด็ก ล้นเกินนะครับ ผมอยากให้ท่านประธาน ได้เห็นอย่างนี้นะครับ บุคคลย่อมพ้นจากผู้เยาว์และบรรลุนิติภาวะเมื่อยี่สิบปีบริบูรณ์ตาม กฎหมายแพ่ง เด็ก หมายถึงอายุต่ำกว่า ๑๕ ปี เยาวชนคือ ๑๕ ปีไม่เกิน ๑๘ ปี ตาม พ.ร.บ. ศาลเยาวชน เด็กคือบุคคลอายุไม่เกิน ๑๘ ปีตามกฎหมายคุ้มครองเด็ก วัยรุ่นคือ คนอายุเกิน ๑๐ ปี แต่ไม่เกิน ๒๐ ปีตาม พ.ร.บ. ป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น เยาวชนคือบุคคลตั้งแต่แรกเกิดจนอายุไม่เกิน ๒๕ ปีตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมและพัฒนาเด็ก และเยาวชนแห่งชาติ เด็กปฐมวัยคือตั้งแต่ก่อนเกิดจนไม่เกิน ๖ ปี ตาม พ.ร.บ. การพัฒนา เด็กปฐมวัย ถ้าท่านมีเวลาให้กับผม ผมจะลากไปอีกสัก ๒๐ ฉบับ ที่มีการเขียนหรือพูดถึง ประเด็นเรื่องของเด็กและเยาวชน อาจารย์ของท่านนะครับ ซึ่งผมก็ไม่ได้เคารพท่านมากนะครับ ถึงแม้จะคุ้นเคยกับท่าน ก็เคารพอีกแบบหนึ่ง ท่านอาจารย์จรัญ ภักดีธนากุล ถึงบอกว่า จริง ๆ แล้วนี้มันมีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องเด็ก รวมกฎหมายลำดับรองด้วยทั้งหมด ๔๓๐ ฉบับ ทำไมท่านไม่ใช้เกณฑ์เดียวกันกับประมวลกฎหมายภาษีอากร ก็คือการรวบรวมกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องกับเด็กทั้งหมด ยกเป็นประมวลกฎหมายเด็กและเยาวชนได้หรือไม่ นั่นเป็น ประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากจะตั้งข้อสังเกต และเป็นการพัฒนาประเด็นเรื่องการคุ้มครองเด็ก ในระยะยาวครับ🔗

ส่วนประเด็นที่ ๓ ท่านประธานครับ ก็คือเป็นประเด็นในเชิงรายละเอียดนะครับ เช่น กรณีของพระราชบัญญัติส่งเสริมกิจการไฟฟ้า พ.ศ. ๒๔๘๔ จริง ๆ มันมีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กับการผลิตไฟฟ้าใด ๆ ต่าง ๆ นะครับ ตรงนี้ต้องดูองค์ประกอบให้ครบวงจรครับ วันนี้ท่านทราบ หรือไม่ครับในประเทศไทยมี ๑ อำเภอที่ไม่สามารถใช้ไฟฟ้าตรงนี้ได้ ต้องไปใช้ไฟฟ้าในกิจการ ของทหาร คือที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ที่พี่น้องประชาชนร้องเรียนกันหลายครั้งว่า มาตรฐานไฟฟ้ามันไม่เท่ากับพื้นที่อื่น ๆ ในขณะที่ต้นทุนและราคาสูงกว่า ทั้งหมดทั้งมวลครับ ผมอยากจะสรุปแต่เพียงว่าการยกเลิกกฎหมายที่มีความจำเป็นนั้น จำเป็นครับ แต่ก็ต้องสอดรับ กับการยกเลิกกฎหมายอื่นอีก และในขณะเดียวกันก็ต้องพัฒนาดูสิว่าเราจะรวบรวมกฎหมาย ให้น้อยลง แต่เพิ่มประสิทธิภาพของการบังคับใช้ที่ครอบคลุมได้อย่างไร ส่วนตัวของพรรคก้าวไกล เราพร้อมที่จะรับหลักการ พ.ร.บ. ยกเลิกกฎหมายบางฉบับที่หมดความจำเป็นหรือซ้ำซ้อนกับ กฎหมายอื่น ดังที่ผมได้นำเรียนเหตุผลมาทั้งหมด ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป ท่าน ดอกเตอร์พิสิฐ ลี้อาธรรม ครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เรื่องของกฎหมายนี้ครับ ทุกวันนี้ต้องยอมรับครับว่าโลกกำลังเปลี่ยนแปลง แล้วกฎหมายก็เป็นอุปสรรคต่อการทำงานในหลาย ๆ ด้านนะครับ เราจะเห็นตัวอย่าง การทำงานของสภาเรานะครับ กฎหมายแต่ละฉบับกว่าจะผ่านนี้ใช้เวลากันมากมาย แล้วก็จะแก้ ในแต่ละเรื่อง แต่ละข้อนี้ก็ใช้เวลามากนะครับ แต่ว่าโลกหมุนเร็วมากครับ แล้วหลายประเทศ ก็มีความพยายามในการแก้ไขเรื่องนี้ ตัวอย่างเช่น ใน ๑๐ กว่าปีมานี้นะครับ เกาหลีได้มี วิธีการในการยกเลิกกฎหมายไปกว่าครึ่งที่เขาเคยมีอยู่ แล้วก็นี่เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้เกาหลี เป็นประเทศที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว เพราะว่ากฎหมายไม่ได้เป็นอุปสรรคนะครับ ทีนี้ในส่วนของบ้านเราเท่าที่ผมสังเกตดูนี้ กฎหมายแต่ละฉบับจะออกก็ยาก เมื่อออกแล้วนี้ก็อยู่คงกะพันครับ ก็คือไม่มีเวลาสิ้นสุด กระผมจำได้ครับว่าสมัยที่ทำงาน อยู่ที่ธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ร.บ. ธนาคารแห่งประเทศไทยตราขึ้นเมื่อปี ๒๔๘๕ นะครับ แล้วก็หลาย ๆ เรื่องในกฎหมายฉบับนั้นก็ล้าสมัย การทำงานของธนาคารแห่งประเทศไทย ก็ไม่ตรงกับสิ่งที่ปรากฏในกฎหมายปี ๒๔๘๕ แต่ก็ต้องทำหน้าที่กันไป ก็เพิ่งมาได้แก้ไขเมื่อตอน ปี ๒๕๕๐ ปี ๒๕๕๑ อันนี้คือตัวอย่างของความยากลำบากของประเทศไทยในการเสนอ แล้วก็ แก้กฎหมาย เพราะฉะนั้นถ้าประเทศไทยจะต้องมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดด การแก้กฎหมาย ก็ต้องเป็นเป้าหมายหนึ่งนะครับ ซึ่งมีการพูดกันถึงเรื่องของเรกกูลาทอรี กิโยตีน (Regulatory Guillotine) คือการหั่นกฎหมายทิ้งอย่างรวดเร็วนะครับ ซึ่งก็พูดกันมาหลายปีก็ไม่เห็นผลสำเร็จ ก็ต้องขอบคุณทางรัฐบาล ท่านรองนายกรัฐมนตรีวิษณุ ขออภัยที่เอ่ยนาม ที่นำเสนอกฎหมาย ฉบับนี้ขึ้นมา แต่ถึงอย่างนั้นก็ตามครับ ผมยังรู้สึกว่าที่ท่านเสนอมานี้ยังน้อยเกินไป คือยังไม่ค่อยเป็นประโยชน์เท่าที่ควร กฎหมาย ๗ ฉบับที่ท่านเสนอมานี้ จริง ๆ แล้วไม่ได้เป็น อุปสรรคอะไรเลยเพราะว่าเป็นของเก่า ทุกวันนี้เรามีสิ่งที่ต้องแก้ไขปรับปรุงนี้จำนวนมาก ด้วยกัน ในเรื่องของกฎหมายที่มีการแก้ไข ผมมีตัวอย่างครับ ในตอนปี ๒๕๔๒ สมัยที่ ท่านประธานเป็นนายกรัฐมนตรี ครั้งที่ ๒ เราได้มีการตรา พ.ร.บ. ทุนรัฐวิสาหกิจนะครับ ใน พ.ร.บ. ทุนรัฐวิสาหกิจ มาตรา ๒๘ ให้อำนาจ ครม. ในการยุบเลิกกฎหมาย ก็จะมีนักกฎหมายถามว่า มติ ครม. จะยกเลิกกฎหมายได้อย่างไร อันนี้เป็นเคล็ดว่า กฎหมาย พ.ร.บ. ทุนมีศักดิ์เป็นกฎหมายยกเลิกกฎหมายอื่น แต่มีเงื่อนไขว่าให้ ครม. ตราพระราชกฤษฎีกาออกมา ซึ่งในการนำเสนอสภาก็มีการถกเถียงกันมากมายในบรรดา หมู่นักกฎหมาย ผมเองในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนั้นก็ต้องลำบากกับเรื่องนี้ มากครับ แล้วก็มีนักกฎหมายบางท่านพยายามจะยัดเยียดให้ พ.ร.บ. ทุนฉบับนี้จะต้องมีการ ลิสต์ (List) รายชื่อรัฐวิสาหกิจร่วม ๑๐๐ แห่งว่าต้องยุบเลิกเขาหมด ซึ่งนั่นถ้าผมไปยอมเขา ท่านคงนึกภาพออกว่าสหภาพรัฐวิสาหกิจก็คงต้องมาเล่นงานผมแน่นอน ซึ่งสุดท้ายกฎหมาย นี้ก็ผ่านสภาโดยที่ไม่จำเป็นต้องไประบุชื่อกฎหมายแต่ให้อำนาจ ครม. ไปกำหนดกันเอง โดยมีมาตรา ๒๘ ให้ยกเลิกกฎหมายอื่นทั้งหมดได้ ผมจึงขออนุญาตที่จะใช้โอกาสนี้ ในการที่จะเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลว่าอยากจะให้ท่านได้มีการนำเสนอ กฎหมายใหม่ เพราะกฎหมายที่เสนอมานี้ผมคิดว่าน้อยเกินไป ให้ท่านมีอำนาจที่จะยกเลิก กฎหมายทุกฉบับ โดยอาจจะต้องมีการออกมาเป็นหมวดหมู่ว่าหมวดหมู่ใด เช่น หมวดหมู่ กฎหมายที่มีอายุเกินกว่า ๕๐ ปี ให้ท่านสามารถตราเป็นพระราชกฤษฎีกาเป็นต้น เพื่อจะให้ มีความรวดเร็ว ซึ่งสิ่งนี้จะเป็นวิธีการหนึ่งที่จะทำให้ประเทศไทยของเราสามารถแก้กฎหมาย แล้วก็พัฒนาประเทศได้อย่างก้าวกระโดดครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป ท่านนิยม เวชกามา🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ที่ผมต้องพูดไม่ใช่ไม่เห็นด้วยนะครับ เห็นด้วยอย่างยิ่งที่ถึงเวลาต้องยกเลิก กฎหมาย แต่วันนี้พอดีท่านผู้มีอำนาจสูงสุดในการยกเลิกกฎหมาย ท่านศาสตราจารย์ ดอกเตอร์วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ผมฝากท่านเลยครับ ยกเลิกวันนี้มี ๗ ฉบับ ทำไมต้อง ๗ ฉบับ ผมอยากให้ยกเลิกมากกว่านี้ท่านประธาน ฝากถึงท่านรองนายกรัฐมนตรี วิษณุด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกฎหมาย ๗ ฉบับ ผมอ่านดูแล้วสาระมันเกิดขึ้นตั้งแต่ผมยัง ไม่เกิดก็มี แล้วก็ยังมีกฎหมายหลายฉบับท่านประธานที่มันค้างอยู่ ผมจึงฝากท่านรอง นายกรัฐมนตรี ท่านศาสตราจารย์ดอกเตอร์วิษณุ เครืองาม ว่าคณะกรรมการพัฒนา กฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาขอให้ทบทวนหลาย ๆ เรื่องที่เป็นกฎหมาย โบราณคร่ำครึเอาไว้ทำไม ที่ผมต้องพูดวันนี้เพราะต้องการแสดงให้เห็นว่ากฎหมายท่านไปกำหนด เลยว่า ถ้า ๑๐ ปี ๒๐ ปีเอามาทบทวน บางฉบับไม่จำเป็นหรอกครับท่านรองนายกรัฐมนตรี ก็ยังต้องใช้มันอีก ๓๐ ปีก็ได้ แต่ว่าผมอยากฝากให้ทบทวนตั้งแต่ ๑๐ ปีขึ้นไป เพราะการออก กฎหมายบางฉบับมันไม่มีประโยชน์แล้ว ที่ผมต้องพูดวันนี้จำเป็นต้องพูดอย่างยิ่ง ๗ ฉบับ ไม่พอ ท่านต้องกลับไปดูใหม่ มีพระราชกฤษฎีกาหลายฉบับซึ่งเป็นปัญหาของบ้านของเมือง ผมไม่พูดถึงจังหวัดอื่น พระราชกฤษฎีกาหนองหารบ้านผมสกลนคร ปีนั้นมีพระราชกฤษฎีกา พร้อมกัน ๒ ฉบับขัดแย้งอยู่ในตัวมันเอง พระราชกฤษฎีกาหนองหาร ๒๔๘๔ วันนี้ผมไม่รู้ว่า กี่ปีแล้ว แค่ผมเกิด ๒๔๙๔ นี้ก็จำไม่ได้แล้วอะไรเป็นอะไร แต่ที่ต้องฝากท่าน รองนายกรัฐมนตรีวันนี้คือพระราชกฤษฎีกา วันนี้ที่ผมเสนอให้ท่านไปทบทวนแล้วเอามา ยกเลิก คือหมายความว่ามันมีเนื้อหาอยู่ฉบับหนึ่ง มันมี ๒ ฉบับ พระราชกฤษฎีกาหนองหาร ฉบับหนึ่งเขียนไว้แล้วสร้างปัญหาให้แก่ผู้ปฏิบัติ นอกจากสร้างปัญหาแล้วผมกลัวว่า ถ้าพระราชกฤษฎีกาหนองหาร พ.ศ. ๒๔๘๔ ที่ยังอยู่ หนองหารบ้านผมจะไม่เหลือ ทำไม ยังว่าอย่างนั้น พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้เขียนไว้ค่อนข้างคลุมเครือ หมายความว่า คำว่าเขตหนองหาร คือเขตบริเวณน้ำท่วมถึง ใช่ ในสมัยเมื่อ ๘๐ ปีก่อน มันใช่อยู่ เพราะมัน ไม่มีเขื่อน ไม่มีชลประทาน ไม่มีเหมือนทุกวันนี้ เวลาน้ำหลากมามันก็ท่วมไปหมด ท้องไร่ท้องนา คนไม่เหลือ วันนี้มันมีเขื่อน มีประตูน้ำ ผมจึงบอกว่าเป็นห่วงเมื่อเขาจะเปิดน้ำ ปิดน้ำ หนองหารผมคงไม่เหลือแน่ ลูกหลานผมเกิดมาทีหลังจะไม่รู้จักว่าบริเวณหนองหาร เท่าไร หนองหารมีเขตพื้นที่ ๕๕,๐๐๐ กว่าไร่ เพราะเรื่องนี้มันมีตัวอย่าง คือ หนองสนม บ้านผมก็มีเขตบริเวณเป็นที่รองรับน้ำมาจากภูพานเหมือนกัน แต่เพราะความเป็นหนองสนม วันนี้เหลืออยู่เดินข้ามก็ได้ครับ เพราะคนเอาไปทำที่จัดสรรหมด ออกโฉนดทับหมด ใครมี อำนาจขึ้นมาก็ออกโฉนดทับ วันนี้เหลืออยู่น่าจะไม่เกินไร่ ผมจึงฝากท่านรองนายกรัฐมนตรี วิษณุว่า ผมเกรงว่าพระราชกฤษฎีกาหนองหาร พ.ศ. ๒๔๘๔ มันจะไปเหมือนกับหนองสนม ผมเป็นห่วงหนองสนม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ เสด็จลงไปที่จังหวัด สกลนครต้องไปสร้างระบบจัดการน้ำ วันนี้ระบบมันอยู่ไม่ได้ มันไม่มีน้ำ พื้นที่มันแคบเข้ามา อันนี้คือตัวอย่างที่ผมฝากท่านว่าแล้วพระราชกฤษฎีกาหนองหาร พ.ศ. ๒๔๘๔ คงไม่แตกต่างกัน วันนั้น พ.ศ. ๒๔๘๔ คือเขตบริเวณน้ำท่วมถึงตามพระราชกฤษฎีกา พอมันมีตัวเขื่อน มีประตูน้ำ น้ำท่วมไม่ถึงหนองหารจะไม่เหลือ ที่ผมบอกอย่างนี้ หมายความว่า ในฝั่งตัวเมือง ตัวเทศบาลสกลนครรุกไปกับหนองหารจนจะถึงดอนสวรรค์ อยู่แล้ว ออกโฉนดได้หมด ในขณะเดียวกันฝั่งอีกฟากหนึ่งซึ่งเป็นพื้นที่ของชาวบ้านทำมาหากิน แตะก็ไม่ได้ เขตหนองหารทั้งนั้น อันนี้คือผลกระทบจากพระราชกฤษฎีกา พ.ศ. ๒๔๘๔ ท่าน ไปดูครับ บริเวณวัดต่าง ๆ เป็นเขตหนองหาร ผมเลยสงสัยว่าวัดดังกล่าวที่ว่า ออกโฉนดก็ไม่ได้ ทำอะไรก็ไม่ได้ เพราะเป็นเครื่องยืนยันว่ากฎหมายมันเก่า มันคร่ำครึ เป็นผลกระทบให้คนทำมาหากินวัดวาอารามกระทบหมด วันนี้น้ำท่วมไม่ถึง แต่ว่าคือ เขตหนองหารเป็นพระราชกฤษฎีกาหนองหาร พ.ศ. ๒๔๘๔ วัดหลายวัดมีปัญหาหมด ออกโฉนดไม่ได้ สร้างโบสถ์เสร็จแล้วฝังลูกนิมิตไม่ได้ เพราะเป็นเขตหนองหาร เผื่อจะสร้าง โบสถ์ได้หลังหนึ่ง ราคา ๔-๕ ล้านบาทก็ตาม ออกไปแผ่ไปขอบิณฑบาตเงินทองเพื่อจะได้ วันนี้ความเจ็บปวดของพุทธศาสนิกชน ผมฝากท่านนายกรัฐมนตรีกลับไปดูแลเรื่องนี้ อย่างจริงจัง หนองหารผมนอกจากจะไม่เหลือในส่วนนั้น ที่ชาวบ้านทำมาหากินจริง ๆ กลับไม่ได้รับการดูแล แต่ที่พวกออกโฉนดออกแล้วออกอีก โดยเฉพาะภาคราชการ แขวงการทางอะไรต่าง ๆ อยู่ในเขตหนองหารทั้งนั้น ออกได้โฉนด ทำมาหากินได้ ผมจึงบอกว่า พระราชกฤษฎีกาหนองหาร พ.ศ. ๒๔๘๔ เป็นอุปสรรคที่จะทำให้หนองหารหมดหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งคือประชาชนที่ทำมาหากินจะถูกบุกเข้าไปหมดแล้วในส่วนนั้น เพราะฉะนั้น ความแน่นอนตรงนี้ให้ท่านไปยกเลิกเถอะ แล้วไปออกพระราชบัญญัติหรือทำประการใด ก็ตาม ออกใหม่ให้มันเขตแดนที่ชัดเจนเป็นพระราชบัญญัติหนองหารก็ได้ เพียงแต่ว่าอย่าให้มี พระราชกฤษฎีกาหนองหาร พ.ศ. ๒๔๘๔ ตัวนี้ ซึ่งเป็นอุปสรรคใหญ่ ผมจึงฝากไว้ว่าวันนี้ ถ้ายังมีพระราชกฤษฎีกาตัวนี้อยู่ หนองหารผมจะไม่เหลือ ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรองนายกจะชี้แจง อะไรไหมครับ เชิญเลยครับ🔗

ศาสตราจารย์กิตติคุณวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี

เดี๋ยวใน รายละเอียดผมจะขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยชี้แจงนะครับ แต่ขออนุญาตใช้เวลาท่านประธาน เบื้องต้นนิดเดียวเท่านั้นว่า ขอบพระคุณมากครับสำหรับคำอภิปรายของท่านสมาชิก ทั้ง ๔ ท่านซึ่งเป็นประโยชน์มากทีเดียว ผมคิดว่าสิ่งที่ผมคิดเอาไว้ในใจก่อนหน้านี้ก็คือว่า เชื่อว่าวันนี้คงจะมีตัวอย่างพระราชบัญญัติบางฉบับหลุดออกมาว่า นอกจาก ๗-๘ ฉบับนี้แล้ว มันยังมีเรื่องที่ควรจะต้องยกเลิกอีก ซึ่งก็เป็นไปตามที่ผมได้คาดคิดเอาไว้เวลามันน้อยก็ได้ ตัวอย่างมาแค่นี้ ในโอกาสต่อไปผมว่าท่านยังสามารถที่จะตั้งกระทู้ถามหรือไปเสนอในวาระ ที่มีการเสนอรายงานการปฏิรูปประเทศ หรือแม้แต่โดยเหตุวิธีอย่างอื่นที่จะแจ้งไปให้รัฐบาล หรือองค์กรที่เกี่ยวข้องได้รับทราบเพื่อจะได้นำไปพิจารณาในการปรับปรุง ยกเลิกต่อไป ท่านประธานครับ ปัญหาเรื่องการยกเลิกกฎหมายมันจะมีสิ่งที่ขัดแย้งกันอยู่ระหว่าง คำ ๒ คำเสมอ ผมเชื่อว่าเป็นมาตั้งแต่ไหนแต่ไร สมัยท่านประธานเป็นรัฐบาลอยู่ ๒ ครั้ง ก็เผชิญกับปัญหานี้ คือ ๑. จะยกเลิกมันทั้งฉบับ หรือว่าจะเพียงแค่แก้ไข ๒ คำนี้มันมี ความแตกต่างกันมาก สิ่งที่เสนอมาในวันนี้เป็นการยกเลิกทั้งฉบับ แล้วก็หืดขึ้นคอครับกว่าจะ มาได้ข้อยุติว่า ๗-๘ ฉบับนี้ควรจะยกเลิก เพราะว่าในที่สุดมันก็จะมีคนเห็นแตกต่าง ซึ่งก็เป็นธรรมดา อย่างเมื่อสักครู่นี้ท่านณัฐวุฒิท่านก็บอกว่า กฎหมายบางฉบับที่อยู่ในบัญชี ท่านเห็นว่าไม่ควรจะยกเลิกทั้งฉบับด้วยซ้ำไปน่าจะยังมีที่ใช้อยู่ เช่น กฎหมายจัดการฝึก และอบรมเด็ก อย่างนี้เป็นต้น ปัญหาอย่างนี้มันจะเกิดเสมอครับ เพราะว่าส่วนราชการที่เป็น เจ้าของกฎหมายเองก็เถอะ เขาก็อยากที่จะเก็บกฎหมายนี้ไว้ และถ้าหากเห็นว่ามันไม่ดีเขาก็ จะยอมเพียงแค่ว่าให้แก้ไขมาตรานั้นนี้โน้น แต่เรื่องจะให้เลิกทั้งฉบับเขาไม่ยอม เรื่องนี้จึงเป็น เรื่องที่ต้องทำความเข้าใจกันนานและต้องอาศัยปัจจัยหลายอย่างประกอบกัน ความจริง ถ้าตัดใจได้ว่าจะให้ยกเลิกทั้งฉบับมันมีวิธีการของมันเยอะแยะอย่างที่ท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม พูดก็เป็นวิธีหนึ่ง ออกพระราชบัญญัติมายกเลิกโดยให้คณะรัฐมนตรีไปออกเป็น พระราชกฤษฎีกาทีหลังก็ทำได้โดยสมัยนี้ความเสี่ยงมันลดน้อยลงกว่าสมัยที่ท่านเป็นประธาน คณะกรรมาธิการพิจารณากฎหมายทุนรัฐวิสาหกิจเยอะเลยครับ แต่นี่ล่ะที่จะให้ได้รับ ความเห็นชอบออกมาว่าจะเอาอย่างไรกันแน่ระหว่างยกเลิกหรือว่าแก้ไขเพิ่มเติมนั้น มันเป็น เรื่องที่ยังก้ำกึ่งกันอยู่ ท่านประธานที่เคารพครับ หลายท่านพูดถึงคำว่า เรกกูลาทอรี กิโยตีน (Regulatory Guillotine) คำศัพท์นี้มันเกิดขึ้นในต่างประเทศวันนี้เข้ามาฮิต (Hit) ในประเทศไทย ความหมายก็คือกฎหมายบางฉบับสามารถทำเหมือนกับเอามาขึ้นเขียง แล้วก็สับทีเดียวไป พร้อมกัน ๑๐๐ ฉบับ ๒๐๐ ฉบับ ไม่ต้องมาแก้หรือเลิกทีละฉบับ เรื่องนี้มันใช้กันอยู่ ในต่างประเทศ เช่น เกาหลีใต้ เป็นต้น ซึ่งต้องอาศัยความกล้าหาญ อาศัยความชัดเจน และอาศัยการยอมรับของประชาชน มันถึงจะทำอย่างนั้นได้ ในประเทศไทยเรามีกรรมการ ที่ทำหน้าที่นี้อยู่คือ พิจารณาเลือกว่าจะเอากฎหมายใดมาเข้าเครื่องกิโยตีน (Guillotine) อยู่ แต่มันก็ยังไม่ได้ข้อยุติเด็ดขาด แต่ผมว่าจากวันนี้ไปอะไรต่ออะไรมันจะเร็วขึ้น ๗-๘ ฉบับนี้ ต่อไปนี้เราจะเห็นฉบับที่ ๙ ๑๐ ๑๑ เพิ่มได้ง่ายขึ้น ทั้งนี้มันก็เป็นไปอย่างที่ท่านสุพิศาล ได้พูดว่า เรามีพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำกฎหมาย ซึ่งในนั้นกำหนดไว้แล้วครับว่า ๓ ปี ๕ ปี ต้องทบทวนกันทีหนึ่งว่ากฎหมายใดล้าสมัยรัฐบาลจะต้องยกเลิก ตรงนี้ไม่ใช่อาศัย ความกล้าของรัฐบาลแล้ว แต่เป็นเรื่องที่มีพระราชบัญญัติมาบังคับว่ารัฐบาลจะต้องทำ อะไรแล้ว ซึ่งกฎหมายนี้ยังมีอายุไม่ถึง ๕ ปี จากวันนี้ไปมันก็จะต้องมีการพิจารณาเพื่อจะ ทบทวนการมีอายุขัยของกฎหมายหลายฉบับ บางฉบับที่ท่านสมาชิกได้กล่าวถึง อย่างเช่น ที่ท่านนิยมได้กล่าวถึงนั้นลำพังเป็นแค่ พระราชกฤษฎีกาถ้าคิดจะเลิกจริง ๆ มันไม่ยุ่งยาก เพราะพระราชกฤษฎีกามันเลิกด้วย พระราชกฤษฎีกาได้ไม่ต้องเดือดร้อนมาสภานี้ด้วยซ้ำไป เพราะฉะนั้นก็จะต้องไปดูกันอีกทีหนึ่งว่า จะทำอย่างไร รายละเอียดบางอย่างของกฎหมายกับหลักเกณฑ์การจัดทำกฎหมาย ซึ่งกฤษฎีกาเป็นผู้รักษาการดูแลอยู่นั้น ผมอยากขออนุญาตท่านประธานให้ทางเจ้าหน้าที่ได้ ช่วยกรุณาชี้แจงเพิ่มเติมนิดหนึ่งนะครับ ซึ่งตรงนี้ต้องอาศัยความร่วมมือและความเข้าใจ ของสภาด้วย เพื่อจะให้สิ่งเหล่านี้บรรลุผลในอนาคตต่อไป ขอประทานอนุญาตครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ขอเชิญ คุณกาญจนาภรณ์ครับ🔗

นางกาญจนาภรณ์ อินทปันตี เลิศลอย ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

กราบเรียนท่านประธานสภา แล้วก็ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านนะคะ ดิฉัน นางกาญจนาภรณ์ อินทปันตี เลิศลอย เป็นผู้ชี้แจงจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาค่ะ จะขออนุญาตชี้แจง เพิ่มเติมในรายละเอียด ๓ ประเด็นนะคะ🔗

ประเด็นที่ ๑ ก็คือในเรื่องของการประเมินผลสัมฤทธิ์ตามมาตรา ๓๔ ของพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของ กฎหมาย ปี ๒๕๖๒ นะคะ การประเมินผลสัมฤทธิ์ตามมาตรา ๓๔ เป็นการดำเนินการที่ไม่ได้ ทำเฉพาะในตัวของตัวมาตรการตามพระราชบัญญัติอย่างเดียวเท่านั้น แต่ว่าจะเป็นการ ประเมินผลสัมฤทธิ์ควบคู่กันทั้งในตัวกลไกตามพระราชบัญญัติ แล้วก็กลไกที่กำหนดอยู่ตาม กฎหมายลูกทุกระดับที่ออกตามพระราชบัญญัตินั้น ๆ เพื่อให้มาตรการแต่ละมาตรการ สัมฤทธิผลด้วยนะคะ เพราะฉะนั้นในการประเมินผลสัมฤทธิ์ก็จะประเมินควบคู่กันไป ทั้งในตัว พ.ร.บ. แล้วก็ลูกบทต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง นอกจากนี้ในตัวแนวทางการประเมินผล สัมฤทธิ์ที่คณะกรรมการพัฒนาการกฎหมายได้ออกมาตามตัวพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การ จัดทำร่างกฎหมาย ในข้อ ๘ ก็ยังได้กำหนดรองรับไว้ด้วยว่า หากว่าหน่วยงานไหนเห็นว่ามีกฎ ฉบับใดที่มีความจำเป็น เป็นพิเศษที่จะต้องประเมินผลสัมฤทธิ์เป็นการเฉพาะก็สามารถที่จะ ประเมินผลสัมฤทธิ์เฉพาะกฎฉบับนั้นแยกออกจาก พ.ร.บ. ได้ แต่ถ้าไม่อย่างนั้นก็สามารถ ที่จะประเมินผลสัมฤทธิ์ควบคู่กันไปได้ อันนี้เป็นประเด็นที่ ๑ ในเรื่องของประเมินผลสัมฤทธิ์ ตามมาตรา ๓๔ นะคะ🔗

สำหรับประเด็นที่ ๒ ในเรื่องของพระราชบัญญัติจัดการฝึกและอบรมเด็ก บางจำพวก ในส่วนของตัวกฎหมายฉบับนี้กลไกหลัก ๆ ของตัวกฎหมายจะมีการเชื่อมโยงกับ กฎหมายลักษณะอาญา แล้วก็พระราชบัญญัติประถมศึกษา ซึ่งเป็นกลไกในการที่จะส่งเด็ก ที่มีปัญหาในการที่อาจจะเข้าไปที่โรงเรียนดัดสันดานนะคะ ซึ่งทั้งกฎหมายลักษณะอาญา แล้วก็พระราชบัญญัติประถมศึกษาได้ยกเลิกไปหมดแล้วกลไกนี้จึงไม่มีอยู่ ส่วนที่มีการพูดถึงว่า มีพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กและกฎหมายฉบับอื่น ๆ ในภายหลังที่เกิดขึ้นตามมาเข้ามา เกี่ยวข้อง ก็คือเข้ามาเสริมในเรื่องของการคุ้มครองเด็ก แล้วก็ในเรื่องของการแก้ไขความประพฤติ ของเด็ก แล้วก็การส่งเสริมให้เด็กสามารถที่จะปรับตัวเข้ากับสังคม แล้วก็สภาพแวดล้อมได้ ซึ่งกฎหมายเหล่านี้ได้มีการเอามาพิจารณาแล้ว แล้วก็เห็นว่าสามารถที่จะใช้ตัวพระราชบัญญัติ คุ้มครองเด็ก ใช้กลไกตามพระราชบัญญัติศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาเยาวชน และครอบครัว แล้วก็รวมถึงพระราชบัญญัติการบริหารการแก้ไขบำบัดฟื้นฟูเด็กและเยาวชน ที่กระทำผิด พ.ศ. ๒๕๖๑ ตัวนี้สามารถที่จะใช้แล้วก็ครอบคลุมแทนได้นะคะ🔗

ประเด็นที่ ๓ จะเป็นประเด็นในเรื่องของกฎหมายที่เสนอมาที่มีเพียง ๗ ฉบับ ต้องการที่จะให้มีกฎหมายฉบับอื่น อย่างเช่นกฎหมายที่อาจจะไม่มีการใช้บังคับมากำหนด ระยะเวลาหนึ่ง อันนี้ขอเรียนว่าในเกณฑ์เรื่องของการที่ไม่ได้ใช้บังคับกฎหมายมาระยะเวลาหนึ่ง เป็นเพียงองค์ประกอบหนึ่งเท่านั้นนะคะ ถ้าจะยกตัวอย่างให้เห็นภาพก็อาจจะยกตัวอย่าง ในเรื่องของกฎหมายที่ออกตามพันธกรณีต่าง ๆ จะเห็นได้ว่าอย่างเช่น พระราชบัญญัติบังคับ การให้เป็นไปตามอนุสัญญากรุงเจนีวาเกี่ยวกับการปฏิบัติต่อเชลยศึก เราจะเห็นได้ว่าปัจจุบันนี้ เราไม่ได้มีเชลยศึก แต่ถ้าถามว่ากฎหมายฉบับนี้ไม่มีการใช้บังคับไหม ปัจจุบันไม่มีการใช้บังคับ แต่ถ้าถามว่าพอไม่มีการใช้บังคับแล้วจำเป็นที่ยังจะต้องมีกฎหมายฉบับนี้อยู่ไหม ก็ตอบว่า ยังจำเป็นต้องมี เนื่องจากว่าสิ่งนี้เป็นพันธกรณีที่มีอยู่ตามพันธกรณีระหว่างประเทศ เป็นเรื่องของสิทธิมนุษยชนอย่างหนึ่งด้วย เพราะฉะนั้นการที่กฎหมายไม่ใช้บังคับตาม กาลเวลาก็เป็นองค์ประกอบหนึ่งเท่านั้นในการที่เอามาช่วยดู นอกจากนั้นยังจะต้องดูในเรื่อง ของความจำเป็นในการมีกฎหมาย แล้วก็ความซ้ำซ้อนกับกฎหมายฉบับอื่นด้วยในการที่จะเสนอ ยกเลิก ส่วนในประเด็นที่ท่านเสนอว่าให้มีการทบทวนกฎหมาย ที่ล้าสมัยแล้วก็โบราณ อันนี้ ก็จะขอรับกลับไปนำเรียนคณะกรรมการพัฒนากฎหมายค่ะ ประเด็นชี้แจงเพิ่มเติมมีเท่านี้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ สมาชิกครับ ก็ไม่มีผู้คัดค้านกฎหมายฉบับนี้นะครับ แต่ว่าต้องขอมติที่ประชุมว่าจะรับ หลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่ ขอเชิญสมาชิกเข้ามานะครับ คุณจุลพันธ์ เชิญเลยครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกพรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ครับ ก็ต่อด้วยพระราชบัญญัติ เรื่องของการยกเลิกกฎหมายบางฉบับที่หมดความจำเป็น มีเพื่อนสมาชิกอภิปรายหลายท่าน พอสมควร แล้วก็พูดถึงกระบวนการในการยกเลิกกฎหมาย แล้วก็ทุกคนเสียงตรงกันว่า กฎหมายไทยมันมีเยอะมากมีเป็นพันฉบับ และมีหลายฉบับที่มันหมดความจำเป็น หมดความเหมาะสมกับยุคสมัยไปแล้ว ทุกคนทราบดี พรรคเพื่อไทยเองต้องเรียนอย่างนี้ครับ แม้แต่พรรคผมก็มีคณะทำงานชุดหนึ่งที่ไปศึกษาเรื่องพระราชบัญญัติต่าง ๆ เพื่อที่จะดูว่า มีกฎหมายฉบับใดที่มันหมดความจำเป็นไปแล้ว และมีความเหมาะสมที่จะต้องมาปรับแก้ หรือยกเลิกนะครับ ผมอยากจะรับทราบ จริง ๆ คงจะเป็นการยากที่จะให้ท่านตอบในวันนี้ แต่ว่าถ้าจะขอเป็นเอกสารที่จะส่งให้กับทางสภาผู้แทนราษฎรและอาจจะส่งถึงผมได้จะเป็น พระคุณอย่างยิ่ง คือ เราอยากจะรู้ว่าในมุมมองของรัฐบาลเองในคณะทำงานของท่าน นอกจาก ๗ ฉบับนี้มีฉบับไหนอยู่ในเรดาร์ (Radar) อีกบ้างที่เตรียมที่จะพิจารณาเพื่อที่จะ ยกเลิกในวาระถัด ๆ ไปนะครับ เราจะได้รู้ว่าในมุมมองของท่านและของพรรคเพื่อไทยหรือว่า ของเพื่อนสมาชิกต่าง ๆ มีความตรง เหมือนหรือใกล้เคียงกันอย่างไรก็ขอเป็นเอกสารครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอเชิญพวกเราเข้ามา🔗

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สิ่งที่คุณจุลพันธ์เสนอ จะส่งหนังสือถึงสภาผู้แทน แล้วผมจะส่งต่อไปให้ ขอเชิญสมาชิกที่เข้ามาแสดงตน กดบัตร🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกพร้อมนะครับ ปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตนในขณะนี้ ๒๕๓ ท่าน ครบองค์ประชุม🔗

จะขอถามมติที่ประชุมว่า จะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติยกเลิกกฎหมายบางฉบับที่หมดความจำเป็น หรือซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่น พ.ศ. .... หรือไม่ ผู้ใดเห็นควรรับหลักการกรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ ๒๑๖ เห็นด้วยครับ🔗

– ๘๗/๑🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกพร้อมนะครับ ปิดการลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๐๗ บวก ๑ เป็น ๓๐๘ ท่าน เห็นด้วย ๓๐๕ บวก ๑ เป็น ๓๐๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๒ ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี มติที่ประชุม เห็นด้วย รับหลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ🔗

ต่อไปเสนอกรรมาธิการครับ🔗

นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐค่ะ ดิฉันขอเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติยกเลิกกฎหมายบางฉบับที่หมดความจำเป็นหรือซ้ำซ้อนกับ กฎหมายอื่น พ.ศ. .... จำนวนทั้งสิ้น ๒๕ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เสนอ ๒๕ ท่าน มีผู้รับรอง นะครับ มีสมาชิกเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ที่ประชุมเห็นชอบ กรรมาธิการวิสามัญ ๒๕ ท่านครับ สัดส่วนก็จะเป็นของคณะรัฐมนตรี ๕ ท่าน ของกรรมาธิการแต่ละพรรคการเมือง ๒๐ ท่าน ขอเชิญคณะรัฐมนตรีเสนอครับ🔗

ศาสตราจารย์กิตติคุณวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ คณะรัฐมนตรีขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี ๕ คน ดังนี้ ๑. นางพงษ์สวาท กายอรุณสุทธิ์ ๒. นางกาญจนาภรณ์ อินทปันตี เลิศลอย ๓. นายวิเชียร ชวลิต ๔. นายศุภชัย ใจสมุทร และ ๕. นางสาวกวินนาถ ตาคีย์ ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปพรรคเพื่อไทย ๖ ท่านครับ🔗

นางมนพร เจริญศรี นครพนม

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ขอเสนอ รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติยกเลิกกฎหมายบางฉบับ ที่หมดความจำเป็นหรือซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่น พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๖ ท่าน ดังนี้ ๑. นายไพจิต ศรีวรขาน ๒. นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ๓. นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ๔. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ๕. นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ๖. นายกฤช เอื้อวงศ์ ขอผู้รับรองค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถูกต้องครับ ต่อไป พรรคพลังประชารัฐ ๕ ท่านครับ🔗

นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติยกเลิกกฎหมายบางฉบับที่หมดความจำเป็นหรือซ้ำซ้อนกับ กฎหมายอื่น พ.ศ. .... สัดส่วนพรรคพลังประชารัฐ จำนวนทั้งสิ้น ๕ ท่าน ดังรายนามต่อไปนี้ ๑. นายสิระ เจนจาคะ ๒. นายสมศักดิ์ คุณเงิน ๓. นายดิสทัต คำประกอบ ๔. เภสัชกรหญิง นพวรรณ หัวใจมั่น และ ๕. นางภัทธมน เพ็งส้ม ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่านครับ🔗

นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ยกเลิกกฎหมายบางฉบับที่หมดความจำเป็นหรือซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่น พ.ศ. .... ในโควตา พรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน ดังนี้ ๑. นายคารม พลพรกลาง ๒. นายมารุต มัสยวาณิช ๓. นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถูกต้องครับ พรรคก้าวไกล ๒ ท่านครับ🔗

นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน จันทบุรี

เรียนท่านประธานที่เคารพ ญาณธิชา บัวเผื่อน ผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคก้าวไกล ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติยกเลิกกฎหมายบางฉบับที่หมด ความจำเป็นหรือซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่น พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคก้าวไกล จำนวน ๒ คน ๑. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ๒. นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่านครับ🔗

นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ตรัง

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายนามกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่าน ดังต่อไปนี้ ๑. นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ ๒. นายประเสริฐ ดำสุด ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ🔗

นายเสมอกัน เที่ยงธรรม สุพรรณบุรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอ นายจุลพันธ์ โนนศรีชัย ขอผู้รับรองด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

(สมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่านครับ🔗

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีไทย ขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่านขอเสนอ นายธาดา วุฒิกรป์ธาดา ขอรับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ยกเลิกกฎหมายบางฉบับที่หมดความจำเป็นหรือซ้ำซ้อนกับกฎหมายอื่น พ.ศ. .... จำนวน ๒๕ ท่าน ๑. นางพงษ์สวาท กายอรุณสุทธิ์ ๒. นางกาญจนาภรณ์ อินทปันตี เลิศลอย ๓. นายวิเชียร ชวลิต ๔. นายศุภชัย ใจสมุทร ๕. นางสาวกวินนาถ ตาคีย์ ๖. นายไพจิต ศรีวรขาน ๗. นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ๘. นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ๙. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ๑๐. นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ๑๑. นายกฤช เอื้อวงศ์ ๑๒. นายสิระ เจนจาคะ ๑๓. นายสมศักดิ์ คุณเงิน ๑๔. นายดิสทัต คำประกอบ ๑๕. นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น ๑๖. นางภัทธมน เพ็งส้ม ๑๗. นายคารม พลพรกลาง ๑๘. นายมารุต มัสยวาณิช ๑๙. นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ๒๐. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ๒๑. นางสาวธิษะณา ชุณหะวัณ ๒๒. นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ ๒๓. นายประเสริฐ ดำสุด ๒๔. นายจุลพันธ์ โนนศรีชัย และ ๒๕. นายธาดา วุฒิกรป์ธาดา🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าไม่มีแก้ไข ก็เป็นไปตาม ที่ฝ่ายเลขาธิการได้อ่านนะครับ แปรญัตติครับ🔗

นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันขอเสนอระยะเวลาแปรญัตติทั้งสิ้น ๗ วัน ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองนะครับ แปรญัตติ ตามข้อบังคับ ๗ วัน ไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่นครับ ก็จบกระบวนการพิจารณาของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ🔗

ต่อไปเรื่องด่วนที่ ๖ พิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ จราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗

ด้วยประธานวุฒิสภาได้มี หนังสือแจ้งว่า ในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑๐ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันจันทร์ที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๔ ที่ประชุมได้พิจารณาและลงมติให้แก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติ จราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จึงขอส่งร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมาเพื่อดำเนินการ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๓๗ (๓) คือถ้าสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบด้วย กับการแก้ไขของวุฒิสภาก็จบนะครับ ได้ถือว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ความเห็นชอบ ของรัฐสภา แต่ถ้าสภาผู้แทนราษฎรไม่เห็นชอบด้วย ต้องดำเนินการก็คือการให้สภาตั้งบุคคล ซึ่งเป็นหรือมิได้เป็นสมาชิกแห่งสภานั้น ๆ มีจำนวนเท่ากันตามที่สภาผู้แทนราษฎรกำหนด ประกอบเป็นกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ให้รายงาน และเสนอร่างพระราชบัญญัตินี้ที่ได้ไปพิจารณาร่วมกันนั้นต่อสภาทั้งสอง ถ้าสภาทั้งสองเห็นชอบให้ดำเนินการตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๘๑ คือดำเนินการส่งไป ดำเนินการตามกฎหมายนะครับ แต่ถ้าสภาใดสภาหนึ่งไม่เห็นชอบด้วย ไม่ว่าอีกสภาหนึ่ง จะพิจารณาร่างฉบับนี้แล้วหรือไม่ ให้ยับยั้งร่างพระราชบัญญัตินั้นไว้ก่อนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๓๗ (๓) อันนี้ก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลคงไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรนะครับ เป็นเรื่องของเรา ที่จะมีความเห็น ขอเชิญท่านสมาชิกจะมีความเห็นอย่างไร ขอเชิญนะครับ มีผู้ส่งชื่ออภิปราย คือท่านนิกร จำนง ขอเชิญท่านนิกรครับ🔗

นายนิกร จำนง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทยพัฒนา ขออภิปรายให้ความเห็น กรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานครับ จากการที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ จราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอรบกวนท่านนิกร นิดครับ ท่านสมาชิกอย่าเพิ่งกลับไปไหนนะครับ เพราะจะต้องลงมติครับ เชิญท่านนิกร ต่อครับ🔗

นายนิกร จำนง แบบบัญชีรายชื่อ

แล้วเสนอต่อวุฒิสภานะครับ ผมอยู่ใน คณะกรรมาธิการด้วย เราได้พิจารณากันคราวนั้น ถ้าท่านจำได้เสียงเป็นเอกฉันท์ จากสภาแห่งนี้นะครับ เป็นการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติตั้งแต่ปี ๒๕๒๒ แก้ไขเป็นการปฏิรูป กันเลยนะครับ ส่งไปยังวุฒิสภาให้พิจารณานะครับ แต่ปรากฏว่าท่านประธานที่เคารพครับ ทางวุฒิสภาเองได้แก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมากเกินไป และไม่ได้ ปรึกษาหารือกับสภาของเราแต่อย่างใด ที่จริงก็น่าจะปรึกษากันบ้างนะครับ แล้วเมื่อ พิจารณารายละเอียดในการแก้ไขแต่ละประเด็นแล้วพบว่า จะสร้างความเดือดร้อนให้เกิดกับ ประชาชนโดยทั่วไปเป็นอย่างมากในหลายกรณี จึงเห็นว่าพวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนไม่สมควรที่ยินยอมให้ความเห็นชอบกับการแก้ไข ร่างพระราชบัญญัติของวุฒิสภาครั้งนี้ที่ส่งมาให้ผ่านไปได้ การแก้ไขที่ผมได้กล่าวถึง ท่านประธานที่เคารพครับ เรามีทั้งหมด ๔๑ มาตรา ถูกแก้ไขโดยการตัดออกไป ๑๑ แห่ง และเพิ่มเติมขึ้นมาถึง ๒๓ แห่ง จึงเห็นได้ว่ามีการดำเนินการที่มากมายเกินไปโดยไม่ประสาน ความเห็นใด ๆ กับสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นต้นร่างไปแต่อย่างใดเลย ประเด็นในการแก้ไข หลายมาตรานั้น ท่านประธานที่เคารพครับ แม้อาจจะเป็นการกระทำที่ดูเหมือนจะทำให้ดีขึ้น ก็ตาม แต่เป็นการแก้ไขที่ไม่เข้าใจบริบทของปัญหาอย่างลึกซึ้งแต่อย่างใด จึงสร้างปัญหาขึ้น จากการแก้ไขได้หลายกรณี ไม่ว่าเป็นการแก้ไขลักษณะความผิด การเปลี่ยนแปลงบทลงโทษ การเปลี่ยนแปลงถ้อยคำที่พาไปสู่ความเดือดร้อนของประชาชนอย่างกว้างขวางอย่างแน่นอน ผมเรียนว่าผมเองอยู่กับความปลอดภัยทางถนนมา ๒๐ ปีแล้ว ท่านประธานครับ ประเด็นต่าง ๆ ตอนที่เราได้มีการออกกฎหมายมีการแก้ไขในชั้นกรรมาธิการของเรา เราได้พิจารณากัน อย่างรอบคอบ เชิญนักวิชาการมา เชิญตัวแทนองค์การอนามัยโลกมา เชิญผู้เกี่ยวข้อง ทั้งหลายมาพิจารณาแล้วอย่างรอบคอบแล้ว มีการปรับปรุงแก้ไข มีหลายประเด็นก็คิดว่า การเปลี่ยนแปลงสำคัญจะนำไปสู่บาปบริสุทธิ์ครั้งใหญ่ถ้าจะไป มีการเปลี่ยนแปลงหลายส่วน แต่ผมจะเสนอเพียงส่วนเดียว เรื่องการเปลี่ยนแปลง เรื่องถ้อยคำ แค่คำ ๒-๓ คำเท่านั้น ท่านประธานครับ คือในมาตรา ๗ ที่มีการแก้ไขปรับปรุง ในมาตรา ๗ ที่มีการยกเลิก มาตรา ๑๒๓ แล้วมาใช้ใหม่ ที่บอกถึง (๑) ผู้โดยสาร ข้อ ก มีการแก้ไขคือที่เขียนเอาไว้ เขียนไว้ว่าร่างที่เราส่งไป คนโดยสารที่นั่งแถวหน้าและแถวตอนอื่นต้องรัดร่างกายด้วยเข็มขัด นิรภัยไว้ที่นั่งตลอดเวลาในขณะโดยสารหมายถึงตอนหน้าเว้นแต่คนโดยสารที่นั่งแถวอื่น นอกจากตอนหน้า ไม่จำเป็นต้องรัดไว้กับที่นั่ง ในกรณีที่อยู่ในเขตชุมชน ท่านประธานครับ เหมือนกับว่าเราอยู่ในเทศบาลและความเร็วประมาณ ๒๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง แล้วเราก็ต้อง รัดเข็มขัดในที่นั่งอื่นตลอด ข้างหน้ารัดอยู่แล้ว ตรงนี้มีการกำหนดว่าถ้าอยู่ในเขตชุมชน ข้างหลังนี่ไม่ต้องนะครับ ตรงนี้ยังไม่สำคัญ แต่ประเด็นที่สำคัญท่านประธานครับ (ข) ตรงนี้ เป็นหลักเกณฑ์ใหม่เป็นมาตรการใหม่ที่เรามีการประกาศใช้เป็นครั้งแรก ซึ่งผมได้เคย อภิปรายไว้คราวที่แล้วว่า ห่วงประชาชนคนไทยว่าจะเดือดร้อนเป็นอย่างมาก นั่นคือที่นั่งเด็ก ท่านประธานครับ เรากำหนดไว้อย่างนี้ครับ ผู้โดยสารที่เป็นเด็กอายุไม่เกิน ๖ ปีจะต้องให้นั่ง ในที่นั่งพิเศษ สำหรับเด็กหรือมีวิธีการป้องกันอันตรายจากอุบัติเหตุ และผู้โดยสารที่มี ความสูงไม่เกิน ๑๓๕ เซนติเมตร ต้องรัดร่างกายด้วยเข็มขัดนิรภัยกับที่นั่งหรือมีวิธีการ ป้องกันอันตรายในกรณีเกิดอุบัติเหตุไม่ว่านั่งแถวตอนใด ๆ คือเด็กเล็ก ๆ ถ้าลงนั่งถ้าเรา บังคับให้คาดเข็มขัด สายเข็มขัดสายขวางจะรัดตรงคอพอดี และถ้าเกิดรถชนคอจะหัก ซึ่งรัดไม่ได้ ก็มีการกำหนดเขียนไว้ว่าเป็นที่นั่งพิเศษ ปรากฏว่าทางวุฒิสภาไปแก้ใส่คำเข้าไป ตัดคำว่าพิเศษออก ใส่คำว่า นิรภัยเข้าไป พอใส่คำว่า นิรภัย เกิดอะไรขึ้นท่านประธานครับ เกิดปัญหาขึ้นว่าคำว่านิรภัยมันเป็นคำที่อยู่ในของกระทรวงอุตสาหกรรม มันเป็นคำว่า นิรภัย เป็นไปตามบทบัญญัติของสหประชาชาติ เรกกูเลชัน นัมเบอร์ ๔๔ (Regulation Number 44) หมายความว่าต้องมีลักษณะการรัด ต้องมีลักษณะทนแรงกระแทก แล้วราคา ท่านประธานครับ ถ้าเป็นไปตามมาตรฐานนี้ขณะนี้ประมาณ ๑๓,๐๐๐ บาท ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้ว ถ้าไม่ติดตั้งลักษณะแบบนี้ อาจจะโดยท่านไม่ทราบก็ได้ท่านไปเขียนคำนี้ไว้ที่เราเขียนเป็น พิเศษถือว่าดีแล้ว เพราะว่าสามารถจะใช้อย่างอื่นที่ว่าย่อมลงมาหน่อย ถูกลงมาหน่อย หรืออะไรพวกนี้ ประชาชนจะไม่เดือดร้อนเพราะถ้าบังคับไปความผิดมาก ดังนั้น ตรงนี้ที่ท่าน แก้ด้วยความปรารถนาดี แต่มันนำไปสู่ปัญหามาก ผมเคยเรียนท่านประธานไว้คราวที่แล้วว่า เรื่องที่นั่งของเด็กตรงนี้ เราเองเป็นกังวลกับประชาชนมาก เราศึกษาจากประเทศที่เพิ่งใช้ ก็คือฟิลิปปินส์ เราขอข้อมูลมาจากองค์การอนามัยโลก ฟิลิปปินส์เองได้มีเรกคอมเมนเดชัน (Recommendation) ตอนใช้ไว้ว่า ให้ระมัดระวังกับประเทศที่กำลังพัฒนาแบบเรา ก็คือว่า มันจะแพง ประชาชนจะรับไม่ไหว พอประชาชนรับไม่ไหวก็เสนออย่างนี้ว่าให้รัฐบาลดูแลคือ ตัดคอสต์ (Cost) ค่าภาษีทั้งหมด แล้วก็ให้มีการดำเนินการให้มีการผลิตในประเทศ และนอกจากนั้นก็ให้มีการเช่าสมมุติว่าใช้แล้วพอเด็กโตก็เอาไปให้เช่ากันต่อ หรือว่าให้ใช้กัน ต่อไปในโรงเรียน เป็นการลดความเดือดร้อนของประชาชน ฟิลิปปินส์เองก็ยากลำบากตอนนี้ ดังนั้นการแก้ไขตรงนี้จะนำไปสู่ความเดือดร้อนของประชาชน คือจะไม่มีความสามารถ พอที่จะซื้อหามาได้ แล้วก็ยังมีลักษณะที่ว่ามีขายในลาซาด้า (Lazada) ตอนนี้นะครับ ท่านประธาน ราคาประมาณ ๓๐๐ กว่าบาท คือหนุนเด็กขึ้นมานิดหนึ่ง แล้วก็ตรงนี้ ผู้บัญชาการตำรวจสามารถกำหนดได้ แล้วก็พอยกเด็กขึ้นมาซึ่งในประเทศโปแลนด์ใช้ได้ พอยกขึ้นมาแล้วไม่กี่เซนติเมตรสายก็จะพาด แล้วก็รัดได้ คือไม่พาดคอ ท่านประธานครับ ผมสรุปอย่างนี้ครับว่า ผมได้มีโอกาสเป็นตัวแทนรัฐสภาคนเดียวของโลกที่ไปเสนอเรื่อง แผนโลกทางด้านเด๊กเคด (Decade) หน้าที่มีการประกาศเมื่อวันที่ ๒๘ ซึ่งท่านประธาน ได้กรุณาให้ใช้สภาแห่งนี้เพราะเป็นสภาเดียวที่มีการเสนอเรื่องนี้ ผมได้ไปอภิปรายขอเวลา ๑ นาทีครับท่านประธานว่าให้ไม่มีกฎหมายออก ตอนนี้เราออกกฎหมายเรื่องเด็กแล้ว แล้วก็มีการพัฒนา แต่ถ้าหากว่าเป็นแบบนี้การบังคับใช้จะไม่เกิดขึ้น ดังนั้นผมขอเสนอว่า ให้เราไม่เห็นชอบนะครับ ก็คือไม่เห็นชอบกับร่างนี้และตั้งกรรมาธิการร่วมและไปปรับปรุงกัน ในชั้นโน้นครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ มีท่านสมาชิก ๒ ท่านอยากแสดงความเห็น พยายามรวบรัดนะครับ อนุญาต แล้วก็วาระนี้จะเป็นวาระสุดท้าย สำหรับวันนี้ครับ เราจะได้กลับไปดูน้ำท่วมบ้าน ท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร แล้วก็คุณนพพล เหลืองทองนารา ขอเชิญครับ🔗

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตกรุงเทพมหานครที่กำลัง น้ำท่วมอยู่นะครับ ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกลครับ ผมขออภิปรายไม่เห็นด้วยกับ ร่างของวุฒิสภาที่กรรมาธิการฝั่งวุฒิสภาได้แก้มานะครับ ผมเห็นว่าการแก้ในหลาย ๆ อย่าง คือเป็นการแก้เล็กน้อย แก้ว่าสักแต่จะแก้ แก้แบบไม่รู้ว่างหรือเปล่านะครับท่านประธาน ด้วยความเคารพจริง ๆ อย่างในมาตรา ๙ ที่แก้ไขข้อความในมาตรา ๑๓๔ เรื่องใจความหลักก็คือห้ามมิให้ผู้ใด แข่งรถโดยไม่ได้รับใบอนุญาต ซึ่งในวรรคหนึ่งทางฝั่งพวกเราที่ได้ผ่านร่างกันไปก็คือได้ให้ อำนาจกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งในความคิดเห็นผมจริง ๆ แล้วการให้อำนาจในการป้องกัน ปราบปรามและจับความผิดฐานพยายามในการรวมกลุ่มมั่วสุม คือเป็นการป้องกันก่อนที่ จะมีการแข่งรถ ของเราได้กำหนดไว้ครับที่ผ่านจากสภาเรา คือ ๕ คันขึ้นไป ก็คือสมมุติว่า มีรถมอเตอร์ไซค์จอดอยู่ข้างทาง ๕ คันขึ้นไปก็คือ ๖ คัน เจ้าหน้าที่ตำรวจถ้าดูทรงแล้วว่า มีการดัดแปลงแต่งท่ออะไรต่าง ๆ นานา หรือว่าเคยมีเหตุก่อนหน้าว่าตรงนี้เป็นที่แข่งรถ ก็สามารถแสดงตัวเข้าจับคนกลุ่มนั้นได้ ก็คือในฐานพยายามแข่งรถแล้ว ซึ่งทาง ส.ว. เอง ไปอย่างไรมาอย่างไร ไม่รู้ว่าท่านไปอยู่ไหนมานะครับ น่าจะอยู่บ้านอย่างเดียว แล้วก็มาสภา หรือเปล่า มาปรับเหลือ ๒ คันเฉยเลยท่านประธาน จาก ๕ คัน คือแกไม่เคยออกไปดูข้างนอก หรือครับว่าบางทีวินมอเตอร์ไซค์ ผมถามจริง ๆ ท่านประธาน ๒ คัน พนักงานขับแกร็บ (Grab) เขาจอดรถตรงสี่แยกถามทางกัน ตำรวจแสดงตัวเข้ามาจับได้แล้วนะครับ นี่มันอะไร มันเป็นการให้อำนาจเจ้าหน้าตำรวจมากเกินไปหรือเปล่า ผมเข้าใจครับถ้าท่านมาชี้แจง ก็จะบอกว่าเขาใส่ชุดแกร็บ (Grab) เขาไม่แข่ง แต่สุดท้ายอัยการสอบเจตนาต่าง ๆ มันในชั้นสอบสวน มันในชั้นศาล สุดท้ายเราจะให้อำนาจกฎหมายในการลิดรอนสิทธิ ประชาชนมากขนาดนี้เลยหรือครับ ๒ คันขึ้นไป คือ ๒ คันก็โดนแล้ว นี่ก็คือจอดถามทางกัน ไม่ได้ต่อไปประเทศไทยทุกคนก็ใช้แต่ กูเกิล (Google) ใช่ไหมครับท่านประธาน ซึ่งตรงนี้ ผมมองว่าเป็นการลิดรอนสิทธิประชาชนมากเกินไป ผมก็เข้าใจนะครับว่าท่าน ส.ว. หลาย ๆ ท่าน ก็เกษียณอายุมาแทนที่จะอยู่บ้านเลี้ยงลูกก็สละเวลามาเพื่ออยากพัฒนาประเทศชาติ แต่อันนี้คือหลักฐานที่ชัดเจนนะครับว่า การที่วุฒิสภาไม่ได้มาจากการเลือกตั้งมันทำให้ ไม่เข้าใจประชาชน ทำให้ไม่เข้าใจเลยว่าประชาชนจริง ๆ เขารู้สึกอย่างไร ไม่มีความยึดโยง กับประชาชนเลย ยึดโยงกับอะไรก็ไม่รู้นะครับ ซึ่งผมมองว่าผมก็อยากฝากท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเท่าพิภพพยายาม หลีกเลี่ยงอย่าไปพาดพิงอะไรมากนะครับ เอาวิจารณ์กันในเนื้อหากฎหมายครับ🔗

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ได้ครับ คือผมอยากเห็นว่า การที่กฎหมายเราใส่ไปว่า ๕ คน ผมว่าเพียงพอแล้ว แล้วก็เป็นการให้อำนาจเจ้าหน้าที่ดีแล้ว แล้วก็ในหลาย ๆ มาตราถ้าอ่านดูแล้วเป็นการแก้ไขเล็กน้อย ผมยืนยันตรงนี้ว่ากรรมาธิการ ของสภาผู้แทนราษฎรเราได้ทำหน้าที่เต็มที่แล้ว และดี เหมาะสม สมบูรณ์แล้ว และสภา ของเราที่ทุกคนมาจากการเลือกตั้งได้ยืนยันให้ผ่านไปแล้ว และวันนี้ผมก็ขอฝากท่านประธาน ไปยังเพื่อนสมาชิกผู้แทนราษฎรทุกท่านให้ยืนยันตามร่างเดิมโดยไม่รับการแก้ไข ของวุฒิสมาชิกครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ รักษาเวลา คุณนพพล เหลืองทองนารา เชิญครับ🔗

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นพพล เหลืองทองนารา พรรคเพื่อไทย จังหวัดพิษณุโลก คนพรหมพิรามครับ ผมเองไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขของวุฒิสภาในเรื่องของ พ.ร.บ. จราจรทางบก ซึ่งผมเอง ก็เป็นหนึ่งในคณะกรรมาธิการวิสามัญในการพิจารณาเรื่องของ พ.ร.บ. จราจรทางบกฉบับนี้ ที่เป็นในส่วนของสภาผู้แทนราษฎร ในแต่ละมาตราที่ผ่านไป เราใช้เวลากันนานมาก ในการพิจารณา แต่ว่าพอไปถึงวุฒิสภาแล้วได้มีการปรับแก้ไข ซึ่งหลายมาตราผมเองดูแล้ว ไม่ทราบว่าได้รับคำแนะนำจากที่ปรึกษาท่านไหนหรือเปล่าไม่ทราบในการประชุม ของวุฒิสภาที่มีการแก้ไข ผมเองจะขอพูดในส่วนของมาตรา ๑๐ คือในส่วน การเพิ่มเติมของมาตรา ๑๓๔/๒ นะครับ ในส่วนของการปรับแต่งมาตรา ๑๓๔/๒ ผู้ใดรับดำเนินการดัดแปลงหรือปรับแต่งรถให้มีสภาพไม่ถูกต้องตามมาตรา ๖ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๑๐ ทวิ ไม่ว่าจะมีสินจ้างหรือไม่มีก็ตามนะครับ ให้ถือว่าเป็นการฝ่าฝืน ตามมาตรา ๖ ซึ่งในข้อนี้จะก่อให้เกิดความเดือดร้อนของผู้ประกอบการร้านที่ปรับแต่งรถ เพราะว่าแค่มีการ ปรับแต่งก็ถือว่าผิด ทั้ง ๆ ที่ในจุดประสงค์ถ้าอ่านไปมุ่งเน้นในการที่จะแข่งขันนะครับ ในการ แข่งขันที่เป็นการใช้ทางสัญจรของผู้อื่นด้วย มิได้เป็นการปรับแต่งไปใช้แข่งขันในสนามแข่ง ขัน ซึ่งตรงนี้ผมถือว่าเป็นการจำกัดสิทธิ แล้วก็เป็นการทำให้ผู้ประกอบการนั้นเดือดร้อน นอกจากว่าเวลามีปัญหาแล้วถ้ามีตำรวจได้ไปดำเนินการผู้ประกอบการจะต้องไปพิสูจน์ให้ได้ ว่าตัวเองนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องกับการปรับแต่งรถเพื่อไปทำการแข่งขัน ทำให้ผู้ประกอบการเขา จะต้องเสียเวลาไปพิสูจน์ ถ้าสมมติว่าเขาได้ดำเนินการปรับแต่งรถไป ๑๐๐ คัน แต่ผลปรากฏ ว่ามีอยู่ครึ่งหนึ่ง ๕๐ คัน โดนตำรวจจับในมาตรานี้ที่ได้มีการแก้ไข เป็นอันว่าผู้ประกอบการ รายนั้นเขาก็ไม่ต้องทำมาหากิน จะต้องไปเสียเวลากับการพิสูจน์ แล้วในการปรับแต่งรถ ผมเองอยากจะนำเรียนว่า บางครั้งการปรับแต่งรถมันเป็นการปรับแต่งที่เกิดจากความชอบ เกิดจากรสนิยมของตัวเอง แล้วก็อีกอย่างหนึ่งการปรับแต่งรถในบางครั้งขึ้นอยู่กับภูมิประเทศ อย่างในทางภาคเหนือ หรือว่าในถิ่นทุรกันดารซึ่งถนนยังไม่ดี แล้วก็ไม่มีมาตรฐาน แล้วเขา ปรับแต่งไปถือว่าร้านที่ให้การปรับแต่งมีความผิด ซึ่งมันหาบริบทของในส่วนที่เป็นความจริง ไม่ได้เลย เพราะว่าถ้าเขาอยู่ในภูมิประเทศอย่างนั้น ถ้าขืนเขายังใช้รถปกติอย่างที่พวกเรา ๆ ที่สัญจรอยู่ในสภาพภูมิประเทศที่เรียบร้อย เขาใช้ไม่ได้ เขาก็ต้องมีการปรับแต่งรถ หรือไม่ก็ ในอีกส่วนหนึ่งผมเองยังแปลกใจตอนช่วงที่ผมยังขับขี่มอเตอร์ไซค์อยู่ มีผู้ขับขี่บิ๊กไบค์ (Big bike) บางคนผมก็สังเกตเห็นว่าทำไมไฟหน้ารถเขามีมากกว่า ๑ ดวง ผมก็พยายาม ค้นหาว่ามันเป็นรุ่นไหน แต่ผลปรากฏว่าไม่ใช่ เขาปรับแต่งเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการจราจร ยกตัวอย่าง อย่างที่ผมประสบอุบัติเหตุมาในค่ำคืนนั้นที่ผมโดนรถตัดหน้า น้องผู้หญิงคนนี้ ผมก็สอบถามแล้วน้องเห็นหรือเปล่าว่าพี่ติดไฟแดงอยู่ บอกเห็น เห็นผม แล้วก็รถอีกคันหนึ่ง เป็นมอเตอร์ไซค์ติดไฟแดงอยู่ ๒ คัน แต่น้องเขาบอกว่าเขาไม่รู้ว่าเป็นรถบิ๊กไบค์ (Big bike) คันหนึ่ง หรือว่าเป็นรถแม่บ้านอีกคันหนึ่ง ซึ่งบอกตามตรงนะครับ จุดที่เกิดเหตุคือถัดจากไฟ แดงไปประมาณ ๒๐๐ เมตร ซึ่งการขับขี่บิ๊กไบค์ (Big bike) เวลาออกตัว ซึ่งตอนนั้นก็เวลา ๕ ทุ่ม ผมก็ยอมรับนะครับ ถ้าเราบิดเต็มที่ใช้เวลาไม่กี่วินาทีก็จะถึงจุดตรงที่ผมเกิดอุบัติเหตุ แล้ว ทีนี้น้องเขาบอกว่าเขาแยกไม่ออกว่ารถ ๒ คันนี้ มันเป็นรถอะไร เพราะฉะนั้นการ ปรับแต่งลักษณะนี้ของผู้ขับขี่รถบิ๊กไบค์ (Big bike) บางท่านผมถือว่ามีประโยชน์ด้วยซ้ำ ในการปรับแต่งตรงนี้ แต่ถ้ากรณีนี้แล้วผู้ใดสนับสนุนให้เกิดการปรับแต่งรถมีความผิดนะครับ แบบนี้ผมว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง แล้วก็เป็นสิ่งที่ทางวุฒิสภาท่านอาจจะไม่มีประสบการณ์ หรือท่านอาจจะคิดในแง่ไหนผมก็ไม่ทราบได้ แต่ว่าทั้งหลายทั้งสิ้นแล้วผมเองก็อยากจะบอก ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในการปรับแก้ของวุฒิสภาในครั้งนี้มีหลายมาตรา ที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง แล้วก็พวกเราทุกคนที่เป็นกรรมาธิการวิสามัญตอนที่ พิจารณาเรื่องนี้ของสภาผู้แทนราษฎร พวกเราใช้ประสบการณ์ เราสอบถาม เราทำทุกวิถีทาง เพื่อให้มีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน เพราะว่าในอัตราในตัวเลข ที่เป็นสถิติก็ชี้ให้เห็นว่าอุบัติเหตุ ทั้งอุบัติเหตุที่เสียชีวิต และไม่เสียชีวิตมีจำนวนมาก ปีหนึ่ง ๒๐,๐๐๐ กว่าราย ซึ่งถือว่าเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกใบนี้เลยนะครับ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ ท่านรัฐมนตรีนิกร จำนง ท่านมีความรู้และท่านมีสถิติทุกอย่าง ผมเองก็ต้องขอชื่นชมในสิ่งที่ท่านพยายามติดตามและพยายามที่จะก่อให้เกิดความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนน เพราะฉะนั้นแล้วผมเองก็อยากจะขอเชิญชวนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่ทางวุฒิสภานั้นได้แก้ไขนะครับ ในพระราชบัญญัติ พ.ร.บ. จราจรทางบก ฉบับนี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ขออีกท่านนะครับ ท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ครับ เชิญเลยครับ🔗

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมไม่ได้มีส่วนร่วมในการยกร่างกฎหมายฉบับนี้จากสภาผู้แทนราษฎร แต่ผมได้เข้าไป แสดงความคิดเห็นหลายครั้ง ในฐานะผู้มีส่วนได้เสียต่อสังคมไทย เนื่องจากสมัยวัยรุ่นเป็น สายแว้นมาก่อน โตขึ้นมาก็ขยับขึ้นมาเป็นสายซิ่ง ขับในสนามแข่ง ทั้งแบบครอส คันทรี (Cross country) และแบบทางเรียบ ผ่านประสบการณ์มาหลากหลาย ทั้งการดัดแปลงรถ ตามประสาวัยรุ่น ฮอร์โมนมันเยอะ ก็ต้องทำท่อ ก็ต้องดัดแปลง ปรับโช๊ค (Shock) สารพัด ที่จะทำ วันที่เข้าไปเสนอความเห็นในเรื่องนี้นะครับ ใช้ประสบการณ์จริง ขอบพระคุณ ท่านนิกร จำนง ที่ท่านได้กรุณาอธิบาย ซึ่งผมไม่ได้ติดใจครับว่าสมาชิกวุฒิสภาท่านจะแก้ไข แบบไหนอย่างไร เป็นสิทธิของท่าน ก็อาจจะมีมุมมองที่หลากหลาย ซึ่งมุมมองของวุฒิสมาชิก ก็อาจจะมองแบบผู้ใหญ่ที่นั่งรถคันเดียวกันครับ ถ้านั่งไปกับท่านวุฒิสมาชิกท่านหนึ่ง ผมขับรถเร็ว แกก็คงจะว่าผม ว่าขับรถเร็วทำไม อันตราย เดี๋ยวตายหรอก แต่ถ้าผม ผมก็จะบอกว่า ผมมีภารกิจจะต้องทำอีกเยอะก็ขับเร็วหน่อย จะได้ไปถึงที่หมาย วิธีคิดมันก็ต่างกันอย่างนี้ล่ะครับ ท่านประธานครับ คนแก่ก็ไม่รู้จะไปเมื่อไรก็กลัวตาย คนหนุ่มก็แว้น มันไม่กลัวตายครับ เพราะฉะนั้นมันก็แล้วแต่ว่าใครจะนั่งอยู่ในรถคันนี้ ผมจึงขอใช้เวลาเล็กน้อยเพื่อแสดง ความคิดเห็นที่ท่านวุฒิสมาชิกได้กรุณาแก้ไขมานี้นะครับว่ามันตรงกับความเป็นจริงของ สังคมไทยหรือไม่ ในมาตรา ๗ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านแก้คำนี้ ซึ่งผมนี้ถกเถียงอยู่ในที่ ประชุมเยอะ เพราะผมเคยใช้บริการของเบบี้ ซีต (Baby Seat) ภาษาฝรั่งนะครับ ก็คือ มีเด็กตัวเล็ก ๆ ต้องเอาเก้าอี้มานั่งนี้นะครับ นั่นคือฝรั่งเขาครับ ราคาตั้งแต่ ๑๕,๐๐๐ บาท มี มอก. แบบฝรั่ง ถ้าเป็นสหภาพยุโรปก็มีแบบอียู (EU) แต่ที่คณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานดูมาตรา ๗ นะครับ เขาเขียนว่าต้องจัดให้ที่นั่งพิเศษ ท่านวุฒิสมาชิกไปแก้เป็น คำว่า นิรภัย นิรภัยมันต้องไปตีความต่อนะครับท่านประธาน เช่น มีแอร์แบ็ก (Airbag) หรือไม่ สายเบลต์ (Belt) ที่มันรัดเด็กนี้ มันจะทำให้คอขาดหรือไม่ แรงกระแทกของแอร์แบ็ก (Airbag) ที่กระแทกใส่มานั้นมันต้องเป็นอย่างไร มันต้องไปทดสอบอะไรวุ่นวายมากมายเลย นะครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมไม่เห็นด้วยครับที่ท่านวุฒิสมาชิกไปแก้คำว่านิรภัยใส่ไป ทุกวันนี้ซ้อน ๔ ซ้อน ๓ แทบจะขี่คอกันก็เยอะแยะมากมายครับ รถพิกอัป (Pickup) นั่งซ้อน ๓ นั่งกระบะท้ายกันก็เต็มเมืองครับ เรายอมรับสภาพความเป็นจริงของสังคมไทย มาตรา ๗ ที่ท่านไปแก้เติมคำว่านิรภัยจะเกิดความยุ่งยากในทางปฏิบัติ แล้วจะไม่มีผู้ปฏิบัติ คนจะซื้อ เบบี้ ซีต (Baby Seat) ก็จะไม่ซื้อครับ เพราะจะมีราคา ๑๕,๐๐๐ บาทขึ้นไป เพราะมีมาตรฐาน รองรับ แต่ถ้าเกิดเป็นคำว่านิรภัย ตัดออกไปแล้วใช้คำว่าที่นั่งพิเศษสำหรับเด็กนี้นะครับ อย่างน้อย เมืองไทยมันก็ขายตั้งแต่ ๒,๐๐๐-๔,๐๐๐ บาท เป็นการป้องปรามเพื่อลดอุบัติเหตุได้ทางหนึ่ง กับสังคมประเทศไทยที่กำลังพัฒนาครับท่านประธานครับ🔗

ในมาตราต่อมา ที่มีการแก้ไขก็คือมาตรา ๙ เพื่อนสมาชิกอธิบายว่า การแข่งขันมอเตอร์ไซค์นี้นะครับ พร้อมหรือยังลูกพี่ แว้นหรือยัง มันไม่มาประกบกัน ๒ คัน หรอกครับท่านประธานครับ มันเป็นการเลือกปฏิบัติของพนักงานจราจรหรือผู้บังคับใช้ กฎหมายฉบับนี้ก็คือเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือไม่ เรารู้ได้อย่างไรล่ะครับ ที่เขามาจอดคู่กันนี้ ท่านประธาน เขาว่าเขาจะแว้นไปนี้ เรารู้ได้อย่างไร แต่ถ้าตำรวจบอกว่าดูท่าทางแล้วท่อเอ็งท่อรีด ขออภัยครับท่านประธานครับ ใช้ศัพท์ชาวบ้านหน่อย ท่อรีด ปรับโช๊คมา ปาดเบาะ ไฟท้าย แทบไม่มี ยางเส้นอย่างกับเส้นหมี่ อย่างนี้เขาอาจจะเอารถลูกมาขี่ก็ได้ แล้วก็ไปจับเขาได้ เพราะฉะนั้นพฤติกรรมการแข่งรถนี้ท่านประธานครับ เขาต้องเรียกว่าแข่งกันเป็นหมู่คณะ สายแว้น สายหมอบ สายซิ่ง สายกางเต็นท์ สายทัวริ่ง (Touring) เขารู้จักกันดี แต่ท่านไปแก้จาก ๕ เป็น ๒ นี้ท่านประธานครับ ผมว่ามีปัญหาทางความคิด แบบผู้ใหญ่มองเด็ก และไม่เห็นสภาพ ความเป็นจริง ซึ่งผมไม่ได้ว่าท่านวุฒิสมาชิกจะผิดนะครับ ท่านอาจจะคิดในมุมมองของผู้ใหญ่ ที่เป็นห่วงเด็ก ก็มีโอกาสเป็นไปได้ครับ เพราะฉะนั้นผมไม่เห็นด้วยในมาตรานี้นะครับ จริง ๆ ผมอยากจะให้เพิ่มไปตั้งแต่ ๕-๑๐ คันเสียด้วยซ้ำ เพราะเดี๋ยวนี้เขานัดกันไม่เคยต่ำกว่า ๕-๑๐ คันท่านประธานครับ เขาเรียกสายซิ่งนี้นะครับ เวลาเขาลงเว็บ (Web) กัน เขาไปกันที ๑๐-๒๐ คัน แล้วเขาไปวัดกัน โปรยผ้าปุ๊บ วิ่งปร๊าด อย่างนั้นล่ะครับเขาเรียกว่าแข่งรถในทาง ท่านประธานที่เคารพครับ พอมาดูมาตรา ๑๐ ที่ท่านวุฒิสมาชิกได้กรุณาแก้ไขและกลับไปยังสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ผมไม่เข้าใจว่า ท่านจะไปแก้คำพวกนี้เพื่ออะไร หรือท่านอาจจะบอกไปวุฒิสภาแล้วเดี๋ยวไม่แก้เลย เดี๋ยวจะ หาว่าไม่ทำงานหรือเปล่า ซึ่งผมก็ไม่อาจคิดเช่นนั้นนะครับ แต่ผมอยากจะให้ท่านประธานดู มาตรา ๑๐ ครับ ที่ไปแก้ความในมาตรา ๑๓๔/๒ ผู้ใดรับดำเนินการ ไปเติมคำว่า ดัดแปลงหรือ นี่ครับ คำว่า ดัดแปลงหรือ กับของที่สภาผู้แทนราษฎรทำไปนะครับก็คือ ผู้ใดรับดำเนินการ ปรับแต่งรถ ภาษาไทยมันก็ชัดอยู่แล้วปรับแต่งรถ ไปจูนนมหนู ให้นมมันใหญ่ขึ้น รถน้ำมัน เข้าไปได้มากขึ้น เติมออโต้ลูป (Auto loop) ให้มันเจ๋งขึ้น ลดท่อลงมา รีดอากาศ ติดเทอร์โบ (Turbo) มันชัดเจนอยู่แล้วว่ามันคือการปรับแต่งรถ แล้วท่านก็ไปเปลี่ยน เป็นคำว่าดัดแปลง ดัดแปลงคืออะไรครับ ถ้าเกิดรถผมเบรกไม่ดี ผมไปเปลี่ยนเบรกให้มันหนาขึ้น ดัดแปลงในทางที่ดี ผมผิดหรือไม่ครับ เห็นหรือไม่ครับ คำนิยามของกฎหมายไทยนี้ ถ้าเกิดท่านตีความกันเช่นนี้ ก็มีปัญหา กราบเรียนท่านวุฒิสมาชิกนะครับว่าท่านทราบหรือไม่ครับ ผมในฐานะนักซิ่งเก่านี้ ผมบอกเลยคำว่าดัดแปลงกับปรับแต่งนี้คนละเรื่องเลยนะครับ🔗

ต่อมาท่านประธานที่เคารพครับ ไปดูความในมาตรา ๑๔ (๑) เดิมเขียนว่า คำสั่งห้ามใช้รถ วุฒิสมาชิกไปเติมคำว่า การ ก ไก่ สระอา ร เรือ เพื่ออะไรครับ ไม่มีก็ไม่ได้เสียหาย มีก็ดี แต่ท่านไปเสียเวลาทำไมในมาตรานี้ คำสั่งห้ามการใช้รถ กับเดิมคำสั่งห้ามใช้รถ ไปเติมทำไม ให้มันเสียเวลาเปลืองค่าแอร์ คอนดิชัน (Air Condition) ท่านประธานที่เคารพครับ แล้วก็แก้ไปจนถึงความในมาตรา ๑๕ ไปเติมคำว่า การ หมดเลยนะครับ และ ที่ ซึ่ง จึง ใช่ การ โน้น นี้ นั้น เพื่ออะไร ผมต้องการวุฒิสมาชิกที่แก้ แบบนี้ในเมืองนอกเขาทำ เมืองไทยเรา ค่อย ๆ แบบนี้ แล้วแก้แบบนั้นแบบนี้ อย่างนี้ท่านอย่าไปทำครับ เสียของ ท่านประธาน ที่เคารพ ในมาตรา ๑๘ ท่านประธานดูนะครับ ไปแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๑๕๑ ต้องระวางโทษปรับ ของเดิมนะครับเขาเขียนว่า ตั้งแต่ ๕๐๐-๒,๐๐๐ บาท วุฒิสมาชิกก็กรุณาไปตัดคำว่า ตั้งแต่ ๕๐๐ บาทออกไป แต่ไปบอกว่าไม่เกิน ๒,๐๐๐ บาท หมายความว่าปรับ ๒๐ บาทก็ได้ ถูกหรือไม่ครับ แล้วใช้สังคมดุลยพินิจท่านประธานครับ เพื่อนผมไปโรงพักถ้าจ่ากอง หรือเสมียนเวรอารมณ์ดีก็ปรับตามอารมณ์ของพนักงานได้ เจ้าหน้าที่ได้ เพราะไม่ได้เขียน ขั้นต่ำไว้อย่างไรครับ เพราะฉะนั้นก็เกิดสังคมดุลยพินิจอย่างไรครับ บอกว่าไม่มีคำว่า ๕๐๐ บาทแล้ว ปรับ ๒๐๐ บาท แต่ขอจริง ๑๐๐ บาทที่เหลือใส่กระเป๋าทำได้หรือไม่ครับ ได้ แล้วท่านไปแก้ทำไมล่ะครับ มันก็เขียนชัดเจนแล้วว่าต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ ๕๐๐-๒,๐๐๐ บาท ก็ชัดเจนอยู่แล้ว คือขั้นต่ำมี ๕๐๐ บาท🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ไปดูมาตราต่อไปที่ผมไม่เห็นด้วยที่มีการแก้ไขนะครับ ซึ่งถ้าเกิดบางอันท่านแก้ไขมาเป็นประโยชน์ อย่างนี้สภาผู้แทนราษฎรโอเค (OK) ครับ ท่านประธานดูมาตรา ๒๕ ครับ ไปแก้ไขในมาตรา ๑๕๖/๑ เขียนอย่างนี้ครับ เขียนว่า หรือเครื่องหมายแสดงคำสั่งระงับการใช้รถชั่วคราว ชั่วคราวก็เข้าใจอยู่แล้วว่าไม่ได้ค้างคืน เดี๋ยวกลับบ้าน เพราะฉะนั้นท่านจะไปเติมคำว่าเป็นการชั่วคราวทำไม อันนี้ท่านประธานครับ มันเติมเพื่ออะไร ให้เกิดการตีความในกฎหมายเพิ่มเติมหรือครับ ประกาศใช้ไปตกลง ให้ใช้รถ เป็นการชั่วคราว แต่ถ้าไม่มีคำว่าเป็นการ การใช้รถชั่วคราวก็เหมือนกัน🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ในมาตรา ๒๖ ก็มีการแก้ไขโดยสมาชิกวุฒิสภา แล้วก็ส่งกลับมาสภาเรานะครับ ท่านดูนะครับไปแก้ความในมาตรา ๑๕๗ จากมาตรา ๒๖ ไปแก้ มาตรา ๑๕๗ เขียนอย่างนี้ครับ เหมือนเมื่อสักครู่นี้เลยครับ ต้องระวางโทษปรับ จากเดิม ตั้งแต่ ๑,๐๐๐ บาท ไปจนถึง ๔,๐๐๐ บาท ท่านก็กรุณาไปแก้ถ้อยคำ ซึ่งไม่แก้ก็ไม่มีใครว่า เพราะนัยภาษาเหมือนกันทุกอย่าง ไปแก้ว่าต้องระวางโทษปรับไม่เกิน ๔,๐๐๐ บาท หมายความว่าปรับ ๑๐๐ บาทก็ได้ ๒๗๕ บาทก็ได้ ท่านสมาชิกวุฒิสภาครับ เวลาอภิปราย รายมาตรานี้ ผมขอความกรุณาคุณพ่อ คุณแม่ คุณปู่ คุณย่าผมที่นั่งเป็นวุฒิสมาชิกนะครับ ได้ช่วยกรุณาดูถ้อยคำภาษาพวกนี้หน่อยครับว่า ในทางปฏิบัตินี้มันทำได้หรือไม่อย่างไร🔗

ท่านประธานครับ ผมใช้เวลาเกินนิดหน่อยเนื่องจากมันเป็นรายมาตราที่ต้อง อภิปรายว่าทำไมเราจึงรับการแก้ไขจากวุฒิสมาชิกไม่ได้ ท่านประธานไปดูต่อในมาตรา ๓๔ ครับ มาตรา ๓๔ ไปแก้ไขในมาตรา ๑๖๐ เบญจ ภาษากฎหมายนะครับ และท่านไปดูครับ ในกรณีที่มีการกระทำ วุฒิสมาชิกเติมคำว่ากระทำการอันเป็น การอันเป็นครับ ของเดิมเขียน อย่างนี้ครับว่า กรณีที่มีการกระทำความผิด แค่นี้ก็ชัดจริง ๆ แล้วพ่อคุณเอ๊ย ไปแก้เพิ่มทำไม การอันเป็น นี่ภาษาไทยมันเวิ่นเว้อ วืบวาบ อะไรก็ไม่รู้ท่านประธานครับ แล้วมาใช้ ในกฎหมายแล้วไปบังคับใช้กับประชาชน ผมจึงไม่เห็นด้วยเลยครับ นอกจากนั้นท่านประธาน ดู (๑) มาตรา ๑๖๐ เบญจ หากผู้กระทำเดิมมีความผิด แต่ไปตัดคำว่าความผิดออกไป หากผู้กระทำมีอายุต่ำกว่า ๒๐ ปี กระทำอะไรล่ะครับ ถ้าเขาไม่ได้กระทำความผิดตีความได้ ไหมครับ ท่านไปตัดคำว่าความผิด ความผิดคือคุณทำแล้วคุณต้องรับโทษ ถ้าเป็นเด็กต่ำกว่า อายุ ๑๔-๑๕ ทำผิดแต่ไม่ต้องรับโทษ เด็กต่ำกว่า ๗ ปี ไม่ต้องรับโทษไม่ต้องมีความผิด ก็คุณไม่เขียนคำว่าความผิด แล้วไปตัดทำไม มีแล้วมันเหนื่อยตรงไหนครับ ไปตัดคำว่า ความผิด ออก ก็เลยไม่รู้เลยว่าตกลงหากผู้กระทำมีอายุต่ำกว่า ๒๐ ปีทำอะไร ผิดหรือเปล่า หรือไม่ได้ผิดขี่มอเตอร์ไซค์ยกล้อโชว์ก็เรื่องของเขาแต่รำคาญสายตาคน เขาหงายหลังมา เขาก็ตายของเขา เขาเจ็บของเขา แล้วเขาทำความผิดไหม ผิด เป็นที่น่าหวาดเดียวอาจจะ แถไปโดนรถฝั่งตรงข้าม มันอาจจะไปโดนร้านข้างทางคนนั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่มีโอกาสตายได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านไปดูมาตราสุดท้ายมาตรา ๓๔ อันนี้ครับ แต่ว่าไปแก้ หลายวงเล็บ (๒) หากผู้กระทำมีอายุตั้งแต่ ๑๘ ปีขึ้นไป ก็ไปตัดคำว่าความผิดอีก คือผมไม่เข้าใจว่าไปตัดทำไมคำว่าความผิดมันชัดเจนอยู่ในกฎหมายครับ ถ้าบอกแค่อายุอย่างเดียว เขาไม่ได้ทำความผิดต้องใช้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ไหม🔗

ต่อมา ท่านประธานครับ มาตราที่มีการแก้ไขสุดท้ายครับ ในมาตรา ๔๐ มันเป็นการประกาศบังคับใช้นะครับว่า การแก้ไขเพิ่มเติมตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ ให้ดำเนินการแล้วเสร็จ เดิมสภาผู้แทนเขียนว่าใช้ ๑๒๐ วัน ท่านไปลดเวลาลงเหลือ ๙๐ วัน คือ ๓ เดือน คำถามก็คือการลดเวลาลงเป็นการปิดโอกาสให้กับพี่น้องประชาชนที่เขาได้ทำ ความเข้าใจกับกฎหมายในระยะเวลา ๓ เดือนที่วุฒิสมาชิกเขียนไหม ถ้าเป็น ๑๒๐ วัน มันมี โอกาสมากกว่านั้นไหม การเข้าถึงของพี่น้องประชาชนที่จะรู้กฎหมายซึ่งท่านบอกว่าประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ประกาศในเว็บไซต์ (Website) แล้ว ลงแปะที่โน่นแปะที่นี่ แต่เอา เข้าจริง ๆ เวลา ๙๐ วัน ไม่สามารถเพียงพอท่านประธานครับ และท่านไปบีบรัดเวลาให้มัน กระชั้นทำไมเนื่องจากเป็นกฎหมายที่บังคับใช้คนทั้งประเทศ และยานพาหนะ ๑๐ ๒๐ ๓๐ ล้านคัน ท่านประธานครับ มอเตอร์ไซค์ขายปีละเกือบล้าน รถเก๋งขายกัน ๗๐๐,๐๐๐- ๘๐๐,๐๐๐ คัน มีคนรุ่นใหม่ขี่มอเตอร์ไซค์มากขึ้น มีคนรุ่นใหม่ใช้รถที่มีความเร็วสูงมาก ขึ้นอยู่เสมอ ๆ ท่านเปิดโอกาสให้เขาหน่อยได้ไหมครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านจิรายุสรุปได้ครับ🔗

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ผมจึงคิดว่าท่านจะแก้มาที่ ๑๖๐ วัน จาก ๑๒๐ ท่านลดลงมาเหลือ ๙๐ วัน เป็นการปิดโอกาสให้กับพี่น้องประชาชน ผมจึงนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังสมาชิกวุฒิสภา ผมเคารพท่านนะครับในฐานะ ผู้ทรงคุณวุฒิ แต่บางเรื่องท่านก็มองแล้วผ่าน ๆ ไปบ้างเพราะมันไปแก้แบบ และ ที่ ซึ่ง จึง ใช่ จึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับว่า ผมไม่มีความเห็น ที่จะต้องรับการแก้ไขจากวุฒิสภาในสภานี้ครับ จึงขอเรียกร้องให้เพื่อนสมาชิกได้โปรดตั้ง คณะกรรมาธิการใหม่อีกครั้งและแก้ไขอย่างชัดเจนและตอบเหตุผลต่าง ๆ ให้กับสมาชิก วุฒิสภาได้ ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกที่มีความประสงค์ อภิปรายกรุณาส่งชื่อมานะครับ ต่อไป พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา ครับ ส่วนใหญ่ เกือบทั้งหมดก็มีความเห็นไม่เห็นด้วยที่ไม่เห็นชอบที่แก้ไข แต่ว่าท่านที่มีความประสงค์ จะอภิปรายที่เห็นชอบกับการอภิปรายก็ส่งชื่อมาได้นะครับ ขอเชิญ พันตำรวจโท ฐนภัทร🔗

พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา จันทบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด จันทบุรี พรรคพลังประชารัฐ กระผมไม่เห็นด้วยจากการที่วุฒิสภาลงมติให้มีการแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบ ไปแล้ว แต่วุฒิสมาชิกมีมติแก้ไขเพิ่มเติมดังรายละเอียดที่เพื่อน ๆ สมาชิกได้นำเรียนไป ในหลายประเด็นนะครับ ซึ่งกระผมขออนุญาตที่จะกล่าวถึง ประเด็นในเรื่องของอัตราโทษ ที่มีการแก้ซึ่งหลาย ๆ ท่าน ก็มีความไม่เห็นด้วยในประเด็นอื่น ๆ แต่ส่วนที่ผมอยากจะนำเรียนท่านประธานผ่านไปยัง สมาชิกวุฒิสภาก็คือในเรื่องของการที่แก้ไขอัตราโทษ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของอัตราโทษ ในมาตรา ๑๕๑ ที่บอกว่าต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ ๕๐๐ บาท ถึง ๒,๐๐๐ กว่าบาท อันนี้คือ คณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรได้มีการปรับแก้ไว้แล้ว ซึ่งเห็นว่ามีความเหมาะสม ถึงแม้ว่าในมาตรา ๒๖ ก็เช่นเดียวกันว่าสภาของวุฒิสมาชิกได้ให้มีการยกเลิก แล้วก็เปลี่ยน ระวางโทษในมาตรา ๑๕๗ คือต้องระวางโทษแก้ไขโทษของสภาผู้แทนราษฎรที่โดย คณะกรรมาธิการได้ปรับแก้ไว้ คือปรับตั้งแต่ ๑,๐๐๐ บาท ถึงไม่เกิน ๔,๐๐๐ บาท ซึ่งกระผมนั้น มีความไม่เห็นด้วย เพราะอะไรครับ ท่านประธานครับ เนื่องจากว่าประเด็นนี้เป็นเรื่องของ การใช้ดุลยพินิจของพนักงานสอบสวนในการที่จะปรับโทษ ปรับน้อยก็ได้ แต่ในส่วนเหตุผล ที่คณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรได้ดำเนินการร่างไว้นั้น เป็นเรื่องของการที่จะให้เกิด ความสงบเรียบร้อย ดูถึงเจตนาของผู้กระทำความผิดว่า เมื่อมีการกระทำความผิดแล้วนั้น โทษนั้นควรที่จะหนัก เพื่อให้เกิดความหลาบจำ ถึงแม้ว่าโทษที่ทำการปรับไปแล้วนั้น มีอัตราโทษขั้นต่ำ และอัตราโทษสูงสุดไว้ แต่ในสิ่งที่วุฒิสมาชิกปรับแก้นั้นทำให้ความสูญเสีย หรือความเสียหายของบุคคลที่ ๓ หรือผู้ที่เกิดความเสียหายนั้นได้รับความเสียหายอย่างมาก บางทีมันเปรียบไม่ได้กับการที่กระทำความผิดแล้วโทษปรับนั้นน้อยลงมากเกินไป ท่านประธานครับ ซึ่งกระผมขอกล่าวว่าโทษที่กำหนดนั้นที่ทางกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้กำหนดไว้นั้น ถือว่าเป็นโทษพิเศษที่กำหนดเพื่อให้เกิดความหลาบจำ โดยเฉพาะในเรื่อง ของการกระทำความผิดซ้ำ ซึ่งจริง ๆ แล้วที่วุฒิสมาชิกได้แก้ไขไปดูเผิน ๆ เหมือนว่าจะเป็น เรื่องที่ดี ดูแลประชาชนในภาวะเศรษฐกิจไม่ดีอย่างนี้ คือปรับต่ำหน่อย แต่จริง ๆ แล้ว หารู้ไม่ว่าเป็นเรื่องที่การเพิ่มภาระหรือสิ่งที่เป็นโทษหนักให้กับผู้ที่ได้รับการกระทำความผิด ของผู้ที่กระทำความผิดครับ ท่านประธานครับ เหตุผลและความจำเป็นดังกล่าว ซึ่งเป็นเรื่อง ของการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อให้การให้บังคับใช้ กฎหมายและระเบียบการจราจรทางบกเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กระผมจึงเห็นด้วยว่าการ ใช้กฎหมายอย่างมีประสิทธิภาพนั้นจำเป็นที่จะต้องให้ผู้กระทำความผิดนั้นมีความหลาบจำ ถ้าไปมองถึงภาวะเศรษฐกิจอย่างเดียว หรือไปดูถึงความเดือดร้อน ผมว่ามันเปรียบเทียบ ไม่ได้กับโทษซึ่งเคยบัญญัติไว้ในหลายสิบปีที่ผ่านมา ท่านประธานครับ ดังนั้น กระผม จึงไม่เห็นด้วย แล้วก็ไม่เห็นชอบในการที่วุฒิสมาชิกได้ส่งร่างดังกล่าวมา อยากจะให้ตั้ง กรรมาธิการร่วมทั้ง ๒ สภาตามรัฐธรรมนูญเพื่อไปพิจารณาโดยละเอียดถึงผลกระทบข้อดี ข้อเสียต่าง ๆ มาพูดคุยกันอีกครั้งนะครับ ให้คำนึงถึงความสงบเรียบร้อยที่จะก่อให้เกิดกับ บุคคลที่ถูกกระทำความผิด อย่านึกถึงเพียงแค่ผู้กระทำความผิดเท่านั้น กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ รักษา เวลา สมาชิกมีอะไรเพิ่มเติมไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าไม่มีก็ต้องขอมติ ที่ประชุมว่าจะเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภาหรือไม่ ขอเชิญสมาชิกเข้ามานะครับ🔗

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกกรุณาเข้ามา แล้วก็ กดบัตรแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

กระบวนการก็จะถามมติว่า เห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภาหรือไม่ ถ้าไม่เห็นชอบด้วยก็ต้องตั้งตัวแทน ของเราเป็นกรรมาธิการร่วมนะครับ โดยเรากำหนดเองครับว่าจำนวนจะเป็นเท่าไร แล้วก็ตั้ง ฝ่ายละเท่ากันไปพิจารณาครับ ท่านสมาชิกพร้อมไหมครับ พร้อมก็ปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตนขณะนี้ ๒๖๙ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗

ต่อไปขอถามมติว่า ผู้ใดเห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภากดปุ่ม เห็นด้วย ฟังให้ดีนะครับ ผู้ใดไม่เห็นชอบด้วยกับการแก้ไขเพิ่มเติมของวุฒิสภากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควร งดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ทำความเข้าใจกับคำถามให้ดีนะครับ ผู้ใดเห็นชอบด้วยกับ การแก้ไขก็กดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นชอบด้วยกับการแก้ไขของวุฒิสภากดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ลงมติครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกพร้อมนะครับ ปิดการลงมติครับ ผลการลงมติจำนวนผู้ลงมติ ๒๙๔ ท่าน เห็นด้วย ไม่มี ไม่เห็นด้วย ๒๙๑ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน มติที่ประชุม ไม่เห็นด้วยกับการแก้ไข ของวุฒิสภาครับ🔗

ต่อไปเมื่อไม่เห็นด้วยก็ต้องตั้ง ตัวแทนขึ้นมาเป็นกรรมาธิการร่วมนะครับ เชิญเสนอจำนวนครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอตั้งกรรมาธิการร่วมจำนวน ๒๐ คนครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเสนอตั้งกรรมาธิการร่วม ๒๐ คนนะครับ ผู้รับรองถูกต้องนะครับ สมาชิกไม่เห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปก็จะเสนอ ตั้งกรรมาธิการร่วม ๒๐ คนนะครับ ผู้รับรองถูกต้องนะครับ สมาชิกไม่เห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ ต่อไปก็จะเป็นสัดส่วนของสมาชิกวุฒิสภา ๑๐ คน เป็นสัดส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๑๐ คน สัดส่วนก็จะเป็นอย่างนี้ครับ พรรคเพื่อไทย ๓ คน พรรคพลังประชารัฐ ๓ คน พรรค ภูมิใจไทย ๑ คน พรรคก้าวไกล ๑ คน พรรคประชาธิปัตย์ ๑ คน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ คน ขอเชิญเลยครับ พรรคเพื่อไทยครับ🔗

นางมนพร เจริญศรี นครพนม

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการร่วมกันพิจารณากรณีวุฒิสภาแก้ไขเพิ่มเติมร่างพระราชบัญญัติจราจร ทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๓ ท่าน ดังนี้ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ๒. นายนพ ชีวานันท์ ๓. นายนพพล เหลืองทองนารา ขอผู้รับรองค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไป พรรคพลังประชารัฐ ๓ คนครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอกรรมาธิการร่วม ๓ ท่านนะครับ ในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ๑. นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ๒. นายจักรพันธ์ พรนิมิตร ๓. พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองด้วยครับ ถูกต้อง ต่อไปพรรคภูมิใจไทย ๑ ท่านครับ🔗

นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการร่วมรัฐสภากรณีการแก้ไขเพิ่มเติม ร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในโควตาพรรคภูมิใจไทย ๑ ท่านครับ ท่าน ส.ส. เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปพรรคก้าวไกล ๑ ท่านครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในประเด็น ที่มีการตั้งกรรมาธิการร่วมรัฐสภาในสัดส่วนของพรรคก้าวไกล ๑ คนครับ คือ นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ พรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่านครับ🔗

นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๒ จังหวัด สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการร่วมในสัดส่วนของ พรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่าน คือ ๑. นายสาคร เกี่ยวข้อง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ผู้รับรองนะครับ ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ🔗

นายเสมอกัน เที่ยงธรรม สุพรรณบุรี

ท่านประธานที่เคารพ กระผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาขอเสนอ นายนิกร จำนง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ผู้รับรองนะครับ ถูกต้องครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อกรรมาธิการร่วมครับ🔗

นายศิโรจน์ แพทย์พันธุ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๑๐ ท่าน ๑. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ๒. นายนพ ชีวานันท์ ๓. นายนพพล เหลืองทองนารา ๔. นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ๕. นายจักรพันธ์ พรนิมิตร ๖. พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา ๗. พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ๘. นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ๙. นายสาคร เกี่ยวข้อง และ ๑๐. นายนิกร จำนง🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครบถ้วนไม่มีแก้ไข ก็ครบถ้วนถูกต้องนะครับ วันนี้เราได้พิจารณาเรื่องด่วนได้ทั้งหมด ๖ เรื่อง ก็ต้องขอขอบคุณ สมาชิก ขอบคุณเจ้าหน้าที่ ขอบคุณล่ามภาษามือ ขอบคุณทุกฝ่ายที่มีส่วนร่วมในการทำให้ การประชุมเป็นไปโดยเรียบร้อยนะครับ ขอปิดประชุมครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๑๗.๔๐ นาฬิกา