unknown · · 602 lines

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมขออนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือ ตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ นะครับ เวลาเป็นของมีค่า ผมก็ได้อ่านชื่อท่านล่วงหน้านะครับ ทุกคน ทราบดีอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าขอความร่วมมือในการใช้เวลา ๒ นาทีนะครับ ทุกท่านเป็นคน มีอนาคต ฝึกฝนการตรงเวลาตั้งแต่เดี๋ยวนี้นะครับ แล้วจะเป็นประโยชน์ในวันข้างหน้า เมื่อท่านเป็นผู้บริหารระดับสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือข้อใดที่สมาชิกเสนอไม่จบ เช่น อ่านเรื่องไม่จบ ไม่ต้องกังวล ส่งมาแล้วทางสภาจะดำเนินการให้ท่านโดยเรียบร้อย เพราะเราให้ความสำคัญกับประเด็นที่ท่านนำเรื่องชาวบ้านมาหารือ ท่านแรกคุณผ่องศรี แซ่จึง ขอเชิญครับ🔗

นางผ่องศรี แซ่จึง ศรีสะเกษ

ท่านประธานสภาที่เคารพ นางผ่องศรี แซ่จึง จังหวัดศรีสะเกษ เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ดิฉันมีเรื่องนำหารือท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวงที่เกี่ยวข้อง ๒ เรื่องนะคะ🔗

เรื่องที่ ๑ เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ผู้ปลูกหอมแดง และเกษตรกร ที่ปลูกอย่างอื่น ท่านประธานคะ ดิฉันไปงานกฐินแล้วพี่น้องออกมาพูดกัน มาบอกด้วยน้ำตา ว่าข้าวราคามันถูกเหลือเกิน ข้าวหอมมะลิ ๘ บาทกว่า มันอยู่ไม่ได้นะคะท่านประธาน แล้ววันนี้หอมก็น้ำท่วม แย่งหอมออกจากน้ำ และน้ำมาเร็วมาก ท่านประธานคะ ทั้งโควิด (COVID) ทั้งวัวป่วย ทั้งหมูป่วย ทั้งน้ำท่วมค่ะท่านประธาน ซ้ำเติมพี่น้องเกษตรกร การเยียวยาดิฉันอยากจะนำเสนอว่าเป็นไปได้ไหมท่านคิดว่า ถ้าการจำนำข้าวที่พรรคไทยรักไทย ทำไปเมื่อก่อนนี้มันไม่ประสบผลสำเร็จในจุดใด ถ้ามันเป็นเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน ท่านควรแก้ตรงนั้น ไม่ใช่รื้อทั้งระบบ เพราะฉะนั้นถ้าประกันรายได้ วันนี้มันก็ไม่ทำให้ พี่เกษตรกรดีขึ้น อยากจะนำเสนอว่าเป็นไปได้ไหมว่า ที่เราจะรื้อระบบการช่วยเหลือพี่น้อง เกษตรกรทุกกลุ่มอาชีพ ทั้งระบบค่ะ ตั้งต้นกันใหม่เลย มานั่งทำเวทีกันดีไหมคะ โดยให้คนที่ เขามีส่วนเกี่ยวข้องที่เป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ที่เราเรียกว่า สเตก โฮลเดอร์ (Stakeholders) ได้เข้ามามีส่วนร่วมในการวางแผน ในการปรึกษาหารือว่า ทำอย่างไร เขาถึงจะอยู่ได้ ขอแค่ให้เขาอยู่รอด วันนี้เขาจะตายแล้วค่ะ หรือท่านอยากให้ปิดตำนาน ข้าวหอมมะลิภาคอีสาน ทำนาได้ครั้งเดียว รอฝนค่ะท่านประธาน เพราะฉะนั้นขอให้ กลับไปทบทวนดูสิคะว่า การช่วยเหลือเขาทั้งระบบไม่ว่าจะเป็นปัจจัยการผลิตเรื่องราคา เรื่องความเสี่ยงต่าง ๆ เป็นไปได้ไหมจับขึ้นมาวางบนโต๊ะ แล้วคุยกันดี ๆ ว่าจะช่วยเขาอย่างไร ไม่ใช่ช่วยเป็นครั้งคราว🔗

เรื่องที่ ๒ ส่งไปแล้วนะคะ เรื่องเยียวยาเด็กปริญญาตรี อาชีวศึกษาที่ตกหล่นอยู่ ๒๓ สถาบัน ๑๓,๕๐๐ คน ท่านรัฐมนตรีกำลังดำเนินการอยู่ ก็กราบขอบพระคุณท่าน ขอให้เร่งเยียวยาด้วย คนอื่นเขาได้หมดแล้วค่ะท่านประธาน ขอบพระคุณมากท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา ครับ🔗

นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคภูมิใจไทย ดิฉันได้รับเรื่องร้องขอความช่วยเหลือจากคนไทย และนักศึกษาไทย ในต่างประเทศที่จะเดินทางกลับประเทศไทย แต่ด้วยเงื่อนไขของ ศบค. มีค่าใช้จ่ายเป็นที่พัก โรงแรมที่เป็นที่กักตัว ถูกที่สุดคือ ๓๐,๐๐๐ บาทต่อคน ถ้าฐานะดีไม่มีปัญหา แต่ที่มีปัญหา คือนักศึกษาไทยในต่างแดน ที่มาจากพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนใหญ่แล้ว ฐานะยากจน พ่อแม่เก็บเงินเพื่อส่งลูกไปเรียน แต่เผอิญจบการศึกษาในช่วงโควิด (COVID) ระบาด นักศึกษาชุดแรกที่กลับมาเดือนสิงหาคม จากประเทศอินโดนีเซีย ประเทศบรูไน ประเทศซูดาน ได้รับความช่วยเหลือค่าโรงแรมจากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดน ภาคใต้มีปัญหาติดขัดบ้างแต่ไม่เป็นไรค่ะ เพราะช่วงแรกยังประสานงานไม่ลงตัว แต่ล่าสุด ดิฉันได้รับเรื่องจากนักศึกษาไทยที่มาจากประเทศปากีสถานเมื่อ ๒๑ กันยายน และได้ส่งต่อ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น ศอ.บต. สมช. กระทรวงการต่างประเทศ กรมบัญชีกลาง ตามทุกช่องทางแล้วค่ะ เกือบ ๒ เดือนจนถึงวันนี้ยังไม่แล้วเสร็จ น้องต้องเลื่อนการเดินทาง เปลี่ยนตั๋วเครื่องบินที่ขึ้นราคาทุกอาทิตย์ จากตุลาคมเป็นวันเสาร์นี้ บินจากอิสลามาบัด มากรุงเทพฯ ได้เลย แต่น้องต้องซื้อตั๋วจากเมืองเปชวาร์ นั่งรถตู้ไปเมืองนี้ประมาณ ๕ ชั่วโมง เพื่อได้ตั๋วราคาที่ถูกกว่า หอพักที่เคยอยู่ก็อยู่ต่อไม่ได้เพราะหมดสภาพนักศึกษา ต้องแอบเข้าไป นอนในห้องของรุ่นน้อง ตอน ๓ ทุ่มก็ต้องหนีไปอยู่ในสวนค่ะ เพราะว่าจะมีการเช็กชื่อ ในหอพัก เงินทางบ้านที่ส่งมาก็ไม่มีเหลือ ต้องทำขนมให้นักศึกษาขายกันเอง ตอนนี้รอเพียง ใบจองโรงแรมเพื่อกรอกไทยแลนด์ พาส (Thailand Pass) วัคซีนครบแล้ว โมเดอร์นา (Moderna) ๒ เข็ม อาร์ที-พีซีอาร์ (RT-PCR) พรุ่งนี้ค่ะ เพื่อเดินทางวันเสาร์ ยังมีเวลาเหลือ เพียงแค่วันนี้และวันพรุ่งนี้เท่านั้น ศอ.บต. สมช. กระทรวงการต่างประเทศ กรมบัญชีกลาง ๒ เดือนกับการทำงานที่ขาดการบูรณาการกันอย่างสิ้นเชิง กับชีวิตของน้อง ๆ ที่รอกลับบ้าน เรียนฝากท่านประธานไปยัง ศบค. ส่วนหน้า ควรดำเนินการอย่างเร่งด่วน อย่าเพียงแต่คำพูดว่า รัฐบาลพาคนไทยกลับบ้านจะไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณดะนัย มะหิพันธ์🔗

นายดะนัย มะหิพันธ์ อำนาจเจริญ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพอย่างสูง กระผม ดะนัย มะหิพันธ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอำนาจเจริญ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗

เรื่องแรกผมได้รับหนังสือจากนางศิธร สาทอง ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ ๙ ตำบลนาป่าแซง อำเภอปทุมราชวงศา จังหวัดอำนาจเจริญ ซึ่งอยู่ในเขตเลือกตั้งของกระผม ได้ร้องเรียนเรื่องความเดือดร้อนภัยแล้งของพี่น้องชาวบ้าน แล้วก็เรื่องนี้เขาได้ส่งหนังสือถึง องค์การบริหารส่วนตำบล และองค์การบริหารส่วนตำบลก็ได้ทำหนังสือถึงกรมชลประทานที่ ๗ แล้ว ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ จนบัดนี้ก็ยังไม่ได้รับการแก้ปัญหา ขณะนี้ภัยแล้งก็กำลังคืบคลานเข้ามา อีกแล้ว เขากลัวว่าสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน ฉะนั้นก็ฝากท่านประธาน ได้ติดตามเรื่องนี้ให้ด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๐๓๔ ช่วงระหว่างอำเภอชานุมานถึงบ้านนาผือ อำเภอเขมราฐ ช่วงนี้เป็นหลุมเป็นบ่อลึกมากครับ เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง โดยเฉพาะรถมอเตอร์ไซค์ และช่วงระหว่างบ้านบุ่งเขียว ตำบลโคกก่ง อำเภอชานุมาน ช่วงนี้เป็นทางโค้งครับ ตอนกลางคืนจะมืดมากครับท่านประธาน แล้วก็เกิด อุบัติเหตุบ่อย ฉะนั้นก็อยากจะฝากทางทางหลวงแผ่นดินได้ช่วยทำไฟฟ้าส่องสว่างให้กับ บริเวณที่มีความมืดด้วยนะครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนายระวี มาศฉมาดล คุณหมอครับ🔗

นายระวี มาศฉมาดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ระวี มาศฉมาดล ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อพรรคพลังธรรมใหม่ วันนี้กระผมจะขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ในเรื่องขอให้ควบคุมราคาน้ำมันดีเซล ๒๕ บาทต่อลิตร เป็นเวลา ๓ เดือน การหารือครั้งนี้ กระผมหารือในนามกลุ่มพรรคเล็ก ๘ พรรค ประกอบด้วย พรรคไทรักธรรม พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคพลังชาติไทย พรรคเพื่อชาติไทย พรรคประชาธรรมไทย พรรคครูไทยเพื่อประชาชน พรรคพลเมืองไทยและพรรคพลังธรรมใหม่ พวกเราทั้ง ๘ คน มีความเห็นว่าในสถานการณ์การระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ผ่านเป็นเวลาหลายปี ทำให้ระบบเศรษฐกิจประเทศถดถอย ประชาชนยากลำบากนะครับ ตกงาน ปิดกิจการ อย่างไม่เคยมีมาก่อน ขณะนี้รัฐบาลกำลังเปิดประเทศ เปิดการท่องเที่ยว ทำให้ระบบ เศรษฐกิจไทยกำลังเริ่มฟื้นตัว ประชาชนจะต้องใช้น้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นในการร่วมกันขับเคลื่อน เศรษฐกิจไทย ดังนั้นเพื่อเป็นการเยียวยาและประคับประคองประชาชนทั่วประเทศ ในการ ลุกขึ้นมายืนใหม่ พวกเราทั้ง ๘ คน จึงขอเสนอรัฐบาล เสนอกระทรวงพลังงานให้ควบคุมราคา น้ำมันดีเซลทั้ง ๓ ชนิด ให้อยู่ที่ไม่เกิน ๒๕ บาทต่อลิตร เป็นเวลา ๓ เดือน โดยการ ๑. ลดภาษีสรรพสามิตของน้ำมันดีเซล ทั้ง ๓ ชนิดลง ลิตรละ ๕ บาท ๒. ใช้เงินกองทุน มาพยุงราคา และถ้าเงินกองทุนหมดก็ใช้วิธีการกู้เงิน ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ล้านบาท มาพยุงราคา ๓. ถ้าเงินกองทุนที่กู้มาหมด ก็ให้ใช้เงินกองทุนอนุรักษ์พลังงานที่เหลืออยู่ มาช่วยพยุงต่อไป เมื่อครบ ๓ เดือนแล้วรัฐบาลจะดำเนินการอย่างไรก็แล้วแต่รัฐบาล ซึ่งใน การลดราคาครั้งนี้ประเทศไทยใช้น้ำมันดีเซลอยู่วันหนึ่งประมาณ ๕๐ ล้านลิตร ๙๐ วัน รัฐบาลก็จะขาดรายได้ไปเพียง ๒๒,๕๐๐ ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งเงินนี้เป็นเงินที่เยียวยา ประชาชนทั้งประเทศครับ ขอขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน🔗

นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน จันทบุรี

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคก้าวไกล ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันจะขอปรึกษาหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน เรื่องปัญหาช้างป่าออกทำลายพืชผลทางการเกษตรของชาวบ้าน และทำร้ายชาวบ้าน จนถึงแก่ความตายในจังหวัดจันทบุรี หากท่านไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่มีปัญหาเรื่องช้างป่าท่านคง จะไม่เข้าใจและท่านคงจะไม่ได้อิน (In) กับปัญหานี้นะคะ ถ้าติดตามข่าวท่านจะเห็นได้ว่า ในช่วงเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา ยังไม่ถึงเดือนด้วยนะคะ มีคนตายจากการถูกช้าง ทำร้ายในจังหวัดจันทบุรีไปแล้ว ๓ ศพนะคะ วันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ชาวบ้านวัย ๒๒ ปี วันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ชาวบ้านวัย ๗๖ ปี วันที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ จนจังหวัดจันทบุรี ได้ออกประกาศเตือนลงวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ว่าช่วงนี้เข้าสู่ฤดูผสมพันธุ์เป็นช่วง หน้าหนาว ให้ชาวบ้านระวังอันตรายจากช้างป่า นอกจากช้างป่าจะทำร้ายพี่น้องประชาชน จนตายแล้ว ยังมีเหตุการณ์รถชนช้างด้วยค่ะ โดยเฉพาะในถนนสาย ๓๑๗ จันทบุรี-สระแก้ว มีรถชนช้างเป็นประจำค่ะ ดิฉันอยากจะให้ถนนเส้นนั้นมีไฟทางติดเพื่อที่จะป้องกันอันตราย และบรรเทาความเดือดร้อนที่รถจะชนช้าง ก็ฝากไปถึงกระทรวงคมนาคม ดิฉันอยากให้ช่วย แก้ไขปัญหา เรียกร้องไปถึงท่านรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมค่ะ ท่านเงียบเหลือเกินกับปัญหานี้ ดิฉันอยากทราบว่าท่านเห็นข่าวบ้างหรือไม่ ท่านเห็น ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนบ้างหรือไม่คะ ท่านอยู่ที่ไหนคะตอนนี้ช่วยออกมาแก้ไข ปัญหาเรื่องช้างป่าให้พี่น้องประชาชนในจังหวัดจันทบุรีด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณศาสตรา ศรีปาน ครับ🔗

นายศาสตรา ศรีปาน สงขลา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิก ทุกท่านครับ ผม ศาสตรา ศรีปาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดสงขลา พรรคพลังประชารัฐ เขตพื้นที่หาดใหญ่ คลองแห คลองอู่ตะเภา วันนี้มีเรื่องมาหารือกับ ท่านประธานทั้งสิ้น ๒ เรื่องครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ผมได้รับการร้องเรียนจากสมาคมมัคคุเทศก์อาชีพ จังหวัดสงขลา ๒ ประเด็น🔗

ประเด็นที่ ๑ คือการต่อใบอนุญาตธุรกิจนำเที่ยวและรถนำเที่ยวครับ ปัจจุบัน ผู้ประกอบการไม่มีรายได้ การต่อใบอนุญาตยังมีกฎข้อบังคับที่ต้องซื้อค่าประกันให้กับ นักท่องเที่ยว ๑๐๐ คน รวมถึงรถที่ต้องใช้ในการท่องเที่ยวต้องจ่ายรายเดือน จ่ายรายปี เช่น จีพีเอส (GPS) ค่าประกันอุบัติเหตุ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่อนปรน หรือช่วยเข้ามา ดูแลเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนตรงนี้ในช่วงโควิด (COVID) ให้กับชาวมัคคุเทศก์ด้วยครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ เวลาบัตรมัคคุเทศก์หมดอายุ การต่อบัตรสามารถต่อก่อน ล่วงหน้าได้ ๑๒๐ วันครับ แต่ถ้าขาดวันเดียวถือว่าสิ้นสภาพเลย ทางมัคคุเทศก์ก็อยากให้ผม มาพูดในสภาแห่งนี้ว่าให้ขาดอายุได้ไม่เกิน ๑ ปีเหมือนใบขับขี่ครับ🔗

ส่วนเรื่องที่ ๒ ผมได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือชาวบ้านที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ชาวบ้านในระดับรากหญ้าจำนวนมาก เขาอยากให้ผมมาบอกหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องผ่านสภาแห่งนี้ให้ปลดล็อกการประกวดแข่งขันไก่ วัวชน นกเขา นกกรงหัวจุก และอื่น ๆ แบบมีการควบคุมนะครับ มีผู้เลี้ยงสัตว์เศรษฐกิจเหล่านี้เป็นจำนวนมากครับ ท่านประธาน เป็นจำนวนหลายล้านคน ผมได้หาข้อมูลเพิ่มนะครับ เงินหมุนเวียนในระบบ ยกตัวอย่าง นกกรงหัวจุก เงินสะพัด ๓ ล้านบาทต่อวัน ถ้าเศรษฐกิจดี ๆ ๕ ล้านบาทต่อวัน ๓๐ ล้านบาทต่อเดือน ๑,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีโดยรวมทั้งประเทศ แล้วก็เงินเหล่านี้จะขยายไป ถึงผู้ประกอบการอาหารนก ตั๊กแตน ไข่มดแดง กล้วย ช่างทำกรง ร้านน้ำชา วันนี้พวกเขา ขาดรายได้ครับ จึงอยากให้นายกรัฐมนตรี ศบค. ผู้ว่าราชการจังหวัดให้ปลดล็อกการประกวด เหล่านี้ให้กับชาวรากหญ้า ทุกคนฉีดวัคซีนแล้วครับ จะได้มีเงินมาเลี้ยงชีพ ไม่ต้องพึ่งเงินของ รัฐบาลอย่างเดียว เปิดให้พวกเขาเถอะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณนิรมิต สุจารี ครับ🔗

นายนิรมิต สุจารี ร้อยเอ็ด

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายนิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ขอนำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเสนอต่อท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคม🔗

เรื่องแรก ขอขยายช่องจราจรเนื่องจากเป็นเขตสถานศึกษาประจำอำเภอ และมีโรงเรียนหนองพอกวิทยาลัย โรงเรียนหนองพอกพัฒนาประชานุสรณ์ ตั้งอยู่บนถนน ทางหลวงสาย ๒๔๑๘ แขวงการทางร้อยเอ็ด ตรงหลักกิโลเมตรที่ ๓๖🔗

เรื่องที่ ๒ ขอขยายถนนช่องจราจร ถนนสาย ทล. ๒๔๑๘ แขวงการทาง จังหวัดร้อยเอ็ด หลัก กม. ที่ ๒๓ ถึง กม. ที่ ๒๔ ตรงสี่แยกกลางอำเภอเมยวดี🔗

เรื่องที่ ๓ ไปถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมปศุสัตว์ ขอให้เปิดตลาดนัด โค กระบือ ในพื้นที่จังหวัดร้อยเอ็ด โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอโพนทอง หนองพอก เมยวดี ประชาชนที่เลี้ยงวัว ควาย ต้องการอยากจะให้มีการเปิดตลาดนัดเหมือนอย่างจังหวัดอื่น ที่ดำเนินการ🔗

เรื่องสุดท้ายขอเรียนไปยังกระทรวงคมนาคม ถนนทางหลวง ๒๐๔๔ แขวงการทางจังหวัดร้อยเอ็ด ขอขยายถนนจาก ๒ ช่องจราจรเป็น ๔ ช่องจราจร พร้อมไฟ ส่องสว่าง เนื่องจากเกิดอุบัติเหตุบ่อย ๆ บริเวณจากบ้านหนองดงไปถึงอำเภอโพนทอง กราบขอบพระคุณท่านประธาน รายละเอียดจะนำกราบเรียนต่อท่านประธานอีกครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ยินดีครับ ต่อไป คุณสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ครับ🔗

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กระบี่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย ขอกราบเรียนหารือท่านประธาน เรื่องที่ ๑ โดยพี่น้องอำเภอเหนือคลองได้ร้องเรียนผมมาว่า ในส่วนของน้ำประปาที่บ้านตลิ่งชัน หาดยาว ขาดแคลนก็อยากขอให้ขยายเขตการประปา ซึ่งจังหวัดกระบี่มีผู้ใช้น้ำประปาทั้งจังหวัด คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ได้ ๒๗ เปอร์เซ็นต์เอง หมายความว่า ๑๐๐ คนมีคนใช้ประปาภูมิภาค ๒๗ คน เพราะฉะนั้นก็ต้องหันไปพึ่งน้ำ บ่อบาดาล น้ำคลอง น้ำธรรมชาติ เพราะฉะนั้นอยากจะให้การประปาภูมิภาคจัดทำโครงสร้าง การประปาในระบบของจังหวัดกระบี่ทั้งจังหวัด ให้เป็นเครือข่ายที่เป็นระบบและเพียงพอ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอหารือในเรื่องของเกษตรกรชาวสวนปาล์ม สวนยาง ในขณะนี้ ปุ๋ยขาดตลาดมาก ราคาแพง หาซื้อไม่ได้ ในขณะที่ปาล์ม ๘ บาทก็จริง แต่น้ำมันพืช ๖๐ บาท ก็ทำให้พี่น้องเกษตรกรชาวสวนปาล์ม สวนยาง เดือดร้อน มีเงินก็หาซื้อปุ๋ยไม่ได้🔗

เรื่องที่ ๓ พี่น้องอำเภออ่าวลึกร้องมาบอกว่าเส้นทางสาย ๔๐๐๙ อ่าวลึก-พระแสง ประมาณ ๑๐ กิโลเมตร ในขณะนี้ถนนแคบก่อให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ก็ขอให้แขวงการทาง จังหวัดพังงา ซึ่งพื้นที่อยู่ในจังหวัดกระบี่ แต่ว่าไปขึ้นตรงต่อแขวงจังหวัดพังงา ขอให้ ทำโครงการขยายเส้นทาง ๒ เลน เป็น ๔ เลน พร้อมกับไฟสว่าง ๒ ข้างทางด้วย ขอกราบขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณสิรินทร รามสูต ครับ🔗

นางสิรินทร รามสูต น่าน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน สิรินทร รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน เรื่องขอขยายเขตไฟฟ้า เพื่อใช้ในครัวเรือน และการเกษตร พี่น้องประชาชนกว่า ๘๑ ราย ในเขตพื้นที่ตำบลริม และตำบลแสนทอง ได้ขอขยายเขตไฟฟ้า ซึ่งเขตพื้นที่นั้นก็ไม่ได้เป็นพื้นที่หวงห้าม มีเอกสารสิทธิถูกต้อง และมีอ่างเก็บน้ำ ๒ แห่ง ถนนสาธารณะเป็นถนนลาดยางแอสฟัลติก (Asphaltic) ตลอดสาย การสัญจรไปมาสะดวก มีสถานที่รับซื้อยางพารา มีอุตสาหกรรมในครัวเรือนต่าง ๆ แต่ยังอยู่ ในเขตพื้นที่ที่ไม่ได้รับการขยายเขตไฟฟ้า ก็อยากจะร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งทาง อบต. ได้ทำหนังสือไปตั้งแต่เดือนมิถุนายน ๒๕๖๓ นี่ปี ๒๕๖๔ จะขึ้นปี ๒๕๖๕ ปัญหายังไม่ได้รับการแก้ไข🔗

เรื่องที่ ๒ คือ ๖ หมู่บ้านใน ๓ ตำบล มีบ้านฮวก บ้านน้ำไคร้ บ้านห้วยม่วง ตำบลแสนทอง บ้านสบขุ่น ตำบลป่าคา บ้านดอยติ้ว ตำบลศรีภูมิ พี่น้องประชาชน กว่า ๓,๕๐๐ คน ๑,๕๐๐ ครอบครัว ได้รับปัญหาจากเรื่องกระแสไฟฟ้าตกมาตลอดระยะ เวลานานนับปี ฝนตกหรือฝนไม่ตกกระแสไฟฟ้าก็ดับ เนื่องจากไฟฟ้าเป็นสายไฟฟ้า แบบเปลือย และเป็นไฟ ๒ เฟส (Phase) การขยายของผู้บริโภคในชุมชน ในครัวเรือน มีมากขึ้นทำให้กระแสไฟฟ้าไม่เพียงพอค่ะ พี่น้องประชาชนได้รับความทุกข์ร้อนเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นข้าวปลาอาหารและเรื่องอื่น ๆ ก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ทำการแก้ไขปัญหา ให้พี่น้องประชาชนด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณพยม พรหมเพชร🔗

นายพยม พรหมเพชร สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกผู้ทางเกียรติที่เคารพทุกท่าน กระผม พยม พรหมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดสงขลา เขต ๓ วันนี้ผมนำเรื่องหารือกับสภาเพื่อผ่านไปยัง ผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะเรื่องฝนตกน้ำท่วมซ้ำซากในเขตของถนนสายกาญจนวนิช จากหาดใหญ่ถึงจังหวัดสงขลา ตรงนี้เป็นเมืองหลักทั้ง ๒ เมือง เชื่อมต่อกันมาตลอด แล้วการจราจรคับคั่งตลอดเวลาตั้งแต่เช้าจนค่ำ แต่เนื่องจากว่าเวลาฝนตกสถานที่ที่น้ำท่วม เป็นประจำก็คือ ตำบลพะวง หมู่ที่ ๕ แยกเกาะยอ ตอนนี้รัฐบาลได้แก้ปัญหาสร้างเป็น สะพานลอยต่างระดับกันค่อนข้างจะเรียบร้อยสมบูรณ์ แต่น้ำยังท่วมเหมือนเดิม สถานที่ ที่ ๒ ที่หนักมากก็คือ บริเวณ กม. ๑๙ เขตเทศบาลตำบลน้ำน้อย พี่น้องประชาชนได้แจ้งผม มาหลายครั้งแล้ว ผมก็หารือในสภาแห่งนี้เป็นประจำครับ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๒ เพื่อแก้ปัญหา ได้ปรึกษาหารือกับแขวงการทางสงขลา ก็ได้รับการแนะนำว่าทำไม่ได้ครับ เนื่องจากว่าถ้าเรา ยกระดับไม่สูง ฝั่งขวานั้นน้ำจะท่วม ถ้าเจาะท่อลอดทางซ้ายมือก็จะไม่มีที่ระบายน้ำ นั่นเป็น การยากลำบาก สิ่งเหล่านี้เกิดมาประมาณ ๒๐ กว่าปีแล้ว สถานที่ที่ ๓ ก็คือที่บริเวณหน้า สวนสาธารณะหาดใหญ่ก็ลักษณะเช่นนี้ วันนั้นท่านนายกรัฐมนตรีมาที่จังหวัดกระบี่ ผมได้ เสนอท่านนายกรัฐมนตรีว่าควรจะทำอย่างไรกับถนนสายนี้ น่าจะเป็นการยกระดับทั้งหมด ได้หรือไม่ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าใช้งบประมาณเท่าไร ผมก็บอกว่าผมไม่ทราบครับ เพียงแต่ว่าน่าจะมีโอกาสทำได้ในอนาคตต่อไป และต่อไปนี้อยากจะให้แขวงการทางได้ช่วย แก้ปัญหาสิ่งที่พี่น้องประชาชนร้องเรียนมาด้วย ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับการแก้ไข ในระดับต่อไป ขอขอบพระคุณครับ สวัสดีครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณคำพอง เทพาคำ🔗

นายคำพอง เทพาคำ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม คำพอง เทพาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล พี่น้องชาวจันทบุรี ที่เป็นชาวประมงชายฝั่งพื้นบ้าน ที่ปากน้ำแขมหนู ตำบลตะกาดเง้า อำเภอท่าใหม่ ต้องการที่ จะให้มีการปรับปรุงท่าเรือเพื่อเทียบเรือประมง รวมทั้งการตั้งกองทุนน้ำมันเพื่อช่วยเหลือ พี่น้องชาวประมง🔗

พี่น้องจากจังหวัดสระบุรีครับ ขอให้มีการเยียวยาทุ่งรับน้ำตำบลบางกุ่ม อำเภอดอนพุด อันนี้ผู้เสียสละควรได้รับการดูแล🔗

จากพี่น้องจังหวัดยโสธรบอกว่าให้ขยายเขตไฟฟ้าเข้าไปในบริเวณช่วงบ้าน หนองแซง บ้านสร้างแต้ บ้านหนองงูเหลือม และนาเจริญ เพื่อใช้ในการเกษตรกรรม🔗

ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่นครับท่านประธาน พี่น้องที่ตำบลวังม่วง ซึ่งมีปัญหา เรื่องขยะ โรงขยะสร้างราคา ๓๒ ล้านบาท ปรากฏว่าใช้ไม่ได้ครับ ตอนนี้ขยะก็กระจัด กระจายที่ตำบลวังม่วง อำเภอเปือยน้อย จังหวัดขอนแก่น🔗

ที่จังหวัดอุดรธานี ที่อำเภอสร้างคอมต้องการให้มีการซ่อมแซมถนนจำนวน ๕ สาย ซึ่งก็ต้องฝากทางกรมทางหลวงและ อบจ. ก็มีบ้านโคกไปหนองไผ่ บ้านดอนจันทร์ ไปหินโฮม บ้านดงผักเทียมไปเชียงดา ดอนเดื่อไปบ้านยอด และโนนสังวาลย์ไปนาหว้า ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนางสาวกวินนาถ ตาคีย์🔗

นางสาวกวินนาถ ตาคีย์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กวินนาถ ตาคีย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังท้องถิ่นไท วันนี้ผม ขออนุญาตหารือกับท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ตำบลห้วยใหญ่ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ๒ เรื่อง🔗

เรื่องแรก นางสาววริษฐา คุ้มวิลัย ประธานหมู่บ้านบาลีน่า ๒ แจ้งว่า ถนนเทศบาล ๑ ซอย ๔ บริเวณหน้าหมู่บ้านบาลีน่า ๒ ชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ ทำให้ในการ ใช้รถใช้ถนนสัญจรไปมาลำบาก โดยเฉพาะในช่วงที่ฝนตกน้ำจะท่วมขังในหลุมบ่อ ก็ทำให้ผู้ที่ ใช้รถใช้ถนนเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งนะครับ โดยที่ทางผู้ร้องได้แจ้งไปทางเทศบาลหลายรอบ แล้วครับ เป็นระยะเวลากว่า ๕ ปี ก็ไม่ได้มีการแก้ไขแต่อย่างใด จึงอยากจะให้ดำเนินการ แก้ไขด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ นายสมยศ นานาประเสริฐ ตัวแทนชาวบ้านหมู่ ๑๑ บ้านมาบฟักทอง แจ้งว่าถนนบริเวณทางเข้าหมู่บ้านโรงน้ำตาลชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ ซึ่งถนนเส้นทางนี้ ยังเป็นถนนลูกรังอยู่นะครับ ในเส้นทางนี้มันไม่มีไฟฟ้า ทำให้ผู้ที่ใช้รถใช้ถนนสัญจรไปมา ลำบาก โดยเฉพาะช่วงฝนตกเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงอยากจะวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการแก้ไขให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณเกษม อุประ ครับ🔗

นายเกษม อุประ สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม เกษม อุประ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขอกราบเรียนหารือ ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และท่านนายกรัฐมนตรี เรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเรื่องราคาข้าวตกต่ำ เนื่องจากการลงพื้นที่ และได้รับการร้องเรียนเสียงโอดครวญจากประชาชนว่า ราคาข้าวตกต่ำ ไม่คุ้มกับต้นทุน ค่าแรงในการเกี่ยวข้าว วันหนึ่งตกวันละ ๔๐๐ บาท คนหนึ่งเกี่ยวข้าวขายกิโลกรัมละ ๕ บาท จะได้ประมาณ ๒๔๐ บาท ไม่คุ้มกับต้นทุนราคารถเกี่ยว ซึ่งแต่เดิมนั้นไร่ละ ๔๐๐ บาท ปัจจุบัน ๖๐๐-๗๐๐ บาท ตามสภาพพื้นที่ เนื่องจากราคาน้ำมันแพงขึ้น ค่าปุ๋ยก็เพิ่มเป็นเท่าตัว จึงไม่คุ้มกับต้นทุน หลังจากที่ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้ปลูกข้าวในสภา ขออนุญาต ที่เอ่ยนามนะครับ มีการประกันราคาข้าวแต่ก็ยังไม่คุ้มต้นทุนอยู่ดีและการจ่ายเงินล่าช้า จึงอยากฝากให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านนายกรัฐมนตรีได้ให้ความสำคัญ เร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน เช็ดน้ำตาให้พี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เกี่ยวกับเรื่องเส้นทาง การสัญจรสายอำเภอคำตากล้า อำเภอบ้านม่วง ซึ่งเป็นเส้นทางลัดและมีรถสัญจร เป็นจำนวนมาก สภาพถนนเสียหาย เดินทางไม่สะดวก ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ ทางหลวงชนบท อันนี้ก็ขอฝากเรียนถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล🔗

นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันขอหารือฝากขอบพระคุณไปทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมชลประทานที่ช่วยดูแลขยายพื้นที่คลองส่งน้ำจาก เขื่อนบางกำปรัด ๑๒ กิโลเมตร ทำให้ประชาชนสามารถได้ใช้น้ำกันอย่างทั่วถึง และขอให้ต่อ โครงการอีก ๑๕ กิโลเมตร ให้ครอบคลุมพื้นที่เขื่อนทั้งหมดค่ะ🔗

อีกเรื่องหนึ่งค่ะ ขอขยายถนนชลประทานคลองส่งน้ำ ฝายคลองน้ำแดง สายโคกกลาง หมู่ ๕ ผู้ใหญ่ตรีรัตน์ หมู่ ๖ พรุเตียว ผู้ใหญ่สมศักดิ์ คงมาก ระยะทางรวมกัน ๖.๕ กิโลเมตร ทำให้ประชาชนมีทางสัญจรที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น🔗

อีกประการท่านประธานคะ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีอีกครั้งที่สามารถ สร้างอ่างเก็บน้ำห้วยน้ำขาวเชื่อมตรงจากจังหวัดกระบี่ตามแนวจังหวัดตรังจนเสร็จสิ้นแล้ว ดิฉันของบประมาณในการขยายท่อส่งน้ำให้มีระยะครอบคลุมพื้นที่ในเทศบาลทรายขาว ทั้งหมดของท่านนายกเทศมนตรีสมรักษ์ และขอให้อนุญาตต่อท่อระยะทางประมาณ ๑๕ กิโลเมตร ไปยังคลองพนพัฒนาของท่านนายกเทศมนตรีณธรรมรักษ์ จงรักษ์ ให้ประชาชนมีความสามารถและมีโอกาสในการใช้น้ำได้มากขึ้นค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนางสาวธนภร โสมทองแดง🔗

นางสาวธนภร โสมทองแดง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวธนภร โสมทองแดง บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยัง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านประธานที่เคารพคะ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วมีการแชร์สถิติการตอบกระทู้ของ ครม. ชุดที่ ๒๕ กระทู้ ๓ ประเภท ถามไป ๘๕๙ กระทู้ ตอบแล้ว ๓๗ กระทู้ โอนไปตอบในราชกิจจานุเบกษาบ้าง ถอนออกบ้าง ในขณะเดียวกัน มีเพจ (Page) ดังเพจ (Page) หนึ่งได้กระแนะกระแหนรัฐบาลชุดที่ผ่านมา ดิฉันต้องขออนุญาตเอ่ยนามในที่นี้นะคะ มีพี่น้องจำนวนมากฝากตั้งข้อสังเกตว่ารัฐบาล ทักษิณบริหารราชการแผ่นดิน ๖ ปี มีกระทู้ถามท่าน ๓๗๘ กระทู้ ท่านตอบเอง ๖ กระทู้ รัฐบาลยิ่งลักษณ์บริหารราชการแผ่นดิน ๒ ปี เจอทั้งภัยน้ำท่วม ปี ๒๕๕๔ เจอทั้งม็อบ (Mob) ต่อต้านการรับจำนำข้าว ถามท่าน ๓๒ กระทู้ ท่านตอบเอง ๒ กระทู้ การตั้งกระทู้สดดิฉันมีประสบการณ์ตรงค่ะ ดิฉันเคยถามท่านนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับ ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องจังหวัดพระศรีอยุธยาและภาคอุตสาหกรรม เรื่องชุดตรวจ เอทีเค (ATK) ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบรัฐมนตรีสาธิตมาตอบ ในวันนั้นดิฉันรู้สึกผิดหวังค่ะ เพราะว่าดิฉันถามไม่ตรงคำตอบท่าน มากไปกว่านั้นท่านสาธิตได้รับปากในสภาแห่งนี้ว่า พี่น้องที่ไปตรวจอาร์ที-พีซีอาร์ (RT-PCR) สามารถนำใบเสร็จมาเบิกได้ ปัจจุบันนี้ยัง ไม่สามารถเบิกได้แม้แต่บาทเดียวนะคะ🔗

กลับมาประเด็นหารือนะคะท่านประธาน มีพี่น้องจำนวนมากฝากดิฉันมา หารือท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นชายชาติทหาร บริหารราชการแผ่นดินยาวกว่า ๗ ปี รวมยุค คสช. ท่านให้ความสำคัญในการตอบปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนบ้างไหม ท่านเคยมาตอบกระทู้ถามสดในสภาบ้างไหม สถิติที่ไอโอ (IO) ของท่านทำไว้ชัดเจนเลยว่า พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มาตอบกระทู้สด ในสภาศูนย์ครั้งค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณสัญญา นิลสุพรรณ ครับ🔗

นายสัญญา นิลสุพรรณ นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพครับ ผม สัญญา นิลสุพรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่นครับท่านประธาน ผมได้รับคำขอบคุณมาที่ผมผ่านไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลในเรื่องข้อหารือที่เคยหารือไว้ในเรื่องกองทุนหมู่บ้านนะครับ ตอนนี้นโยบายต่าง ๆ ที่ท่านได้ผลักดันในเรื่องของการพักหนี้ก็ได้ทำให้ประชาชนได้รับ การเยียวยาในเรื่องความเดือดร้อนนี้ก็ช่วยได้เป็นอย่างมากนะครับ🔗

ในส่วนต่อมาครับท่านประธาน ในเขตพื้นที่ผม ๓ อำเภอ อำเภอบรรพตพิสัย อำเภอเก้าเลี้ยวและอำเภอชุมแสง ติดแม่น้ำนะครับ ในช่วงน้ำหลากที่ผ่านมาก็ได้ประสบกับ ภาวะน้ำท่วม อุทกภัย ในส่วนของตำบลหนองกระเจา ตำบลไผ่สิงห์ ที่ท่านได้เห็นตามภาพ เป็นพื้นที่ที่พี่น้องปลูกข้าวนาปี ปีหนึ่งปลูกได้ครั้งเดียว เพราะว่าเป็นพื้นที่ที่สูง ทำให้พืชผล เกษตรกรรมได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตามต้องขอบคุณทางผู้ว่าราชการ จังหวัดนครสวรรค์ ท่านนายก อบจ. จังหวัดนครสวรรค์และป้องกันภัยนะครับ ที่ท่านได้ กรุณาไปช่วยเหลือทำให้ได้เก็บเกี่ยวกัน แต่สิ่งที่ผมนำเรียนหารือท่านประธานก็คือเรื่องของ การกักเก็บน้ำไว้ครับท่านประธาน พอหน้าน้ำหลากมาแล้ว พอหมดแล้วก็แห้งแล้งเลย ที่นี่คือ แห้งเลย ปลูกได้แต่ข้าวหอมมะลิอย่างเดียว ตรงนี้จะฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่อง ของการก่อสร้างฝายกั้นแม่น้ำยม แม่น้ำน่าน และในเรื่องของการทำแก้มลิง อ่างเก็บน้ำเพื่อจะ กักเก็บน้ำในช่วงน้ำหลากอย่างนี้เอาไว้ ในช่วงหน้าแล้งนี้พี่น้องจะได้มีน้ำใช้นะครับ🔗

ส่วนต่อมาในเรื่องของราคาปุ๋ยและยาที่เป็นต้นทุนการผลิตให้กับพี่น้อง เกษตรกร ผมได้รับทราบจากทางเพื่อนสมาชิกในเรื่องของกรรมาธิการวิสามัญที่พิจารณา เรื่องนี้อยู่ กรรมาธิการสามัญที่ได้พิจารณาเรื่องของการจัดทำปุ๋ยโพแทช (Potash) ปุ๋ยแห่งชาติ แล้วก็ได้รับทราบจากท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลได้มีความสนใจในเรื่องนี้อยู่ ผมก็อยากฝากไว้ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ ถ้าหากขับเคลื่อนได้จะเป็นประโยชน์ กับพี่น้องเกษตรกรเป็นอย่างมากครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณศักดินัย นุ่มหนู🔗

นายศักดินัย นุ่มหนู ตราด

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกล ผมขอนำประเด็น ความเดือดร้อนของพี่น้องชาวตราดมาเสนอต่อท่านประธาน เพื่อให้ได้ส่งเรื่องไปยังกระทรวง คมนาคมได้ดำเนินการใน ๒ เรื่องนี้ครับ🔗

เรื่องแรก ก็ขอให้กรมเจ้าท่าได้ดำเนินการขุดลอกร่องแม่น้ำตราดที่มีความตื้นเขิน โดยเริ่มจากที่สะพานแม่น้ำตราด บ้านท่าเรือจ้างไปจนสุดปลายทางที่บ้านแหลมหิน เพราะว่า แม่น้ำตราดมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพี่น้องชาวตราดที่ใช้ประโยชน์ในการสัญจรทางเรือ ไม่ว่าจะเป็นเรือประมง เรือขนส่งสินค้า เรือเฟอร์รี่ (Ferry) เพื่อการท่องเที่ยวนะครับ แล้วก็ ไม่ได้มีการขุดลอกมานานก็ทำให้เกิดการตื้นเขิน และอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดน้ำท่วมบริเวณบ้านเรือนของราษฎรที่อยู่ ๒ ฝั่งแม่น้ำ ในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมานี้ครับท่านประธาน🔗

ในเรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ ก็ขอให้กรมทางหลวงนะครับ ได้ทำโครงการขยาย ช่องทางจราจรจากอำเภอเมืองสู่อำเภอแหลมงอบนะครับ จาก ๒ ช่องทางจราจรเป็น ๔ ช่องทางจราจร เพราะว่าเนื่องจากว่าถนนเส้นนี้มีการสัญจรเป็นจำนวนมากนะครับ และมี ความคับแคบ มีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบ่อยนะครับ การขยายเส้นทางจราจรนั้นจะเกิดคุณค่าทาง เศรษฐกิจต่อชุมชนต่อท้องถิ่น เพราะว่าถนนเส้นนี้ก็จะเป็นเส้นทางของการท่องเที่ยวด้วย ที่จะพาไปชมวิวทะเลที่แหลมงอบก็ดี ไปสัมผัสสุดแผ่นดินตะวันออก และที่สำคัญ อีกอย่างหนึ่งก็คือว่าไปสู่เกาะช้าง ซึ่งเป็นที่ท่องเที่ยวระดับโลก ซึ่งมีความสำคัญ แล้วก็มีการ ใช้ถนนเส้นนี้เป็นอย่างมาก และที่สำคัญครับ การขยายเป็น ๔ ช่องจราจรนั้นก็จะทำให้ สนับสนุนส่งเสริมเรื่องการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดนี้ด้วยครับ ก็ขอให้ท่านประธานได้ส่ง เรื่องนี้ไปยังกระทรวงคมนาคมด้วยครับ ขอขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปคุณมานัส อ่อนอ้าย ครับ🔗

นายมานัส อ่อนอ้าย พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายมานัส อ่อนอ้าย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก เขต ๕ พรรค พลังประชารัฐ ขอนำปัญหาหารือท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากประชาชนในจังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดใกล้เคียงได้เลี้ยงโค กระบือ ได้เกิด โรคลัมปี สกิน (Lumpy skin) โค กระบือได้ล้มตายเป็นจำนวนมาก ตอนนี้ยังไม่ได้รับการ ช่วยเหลือจากทางภาครัฐ ทำให้ประชาชนประสบปัญหาครอบครัว ปัญหาสังคม ปัญหา เศรษฐกิจตามมา เพราะโคกระบือแต่ละตัวนั้นราคาหลักหมื่นบาทขึ้นไป ทำให้หมดทุนในการ ประกอบอาชีพ จึงเรียนมาขอความเมตตาจากท่านของบประมาณสนับสนุนจากส่วนกลาง ในการเยียวยาช่วยเหลือประชาชนอย่างเร่งด่วน ท่านประธานครับ จะเข้าฤดูหนาวยาวไปถึง ฤดูร้อน ขอเยียวยาโรคลัมปี สกิน (Lumpy skin) ก่อน ไม่ทราบว่าจะมีโรคตัวใหม่เข้ามา ซ้ำเติมเกษตรกรไทยอีกรอบหรือไม่ ขอกราบขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปคุณอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย ครับ🔗

นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ขอนำเสนอปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนผ่านท่านประธานสภา ไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม เพื่อดำเนินการแก้ไขปัญหาจากการใช้ทางหลวงที่มีปัญหา ภายในจังหวัด🔗

เรื่องที่ ๑ ขอให้ทำการศึกษาสำรวจประมาณการออกแบบก่อสร้างทางหลวง เลี่ยงเมือง ทิศตะวันตกของตัวเมืองสกลนคร เนื่องจากบริเวณดังกล่าวนี้ไม่มีเส้นทางลำลอง ที่จะให้รถบรรทุกสินค้าทางด้านการเกษตรของโรงงานที่เกิดใหม่ เช่น โรงงานน้ำตาลทราย โรงงานมัน โรงงานยางพารา ที่ใช้เส้นทางร่วมกันกับรถยนต์ปกติ ทำให้การจราจรคับคั่ง และก่อให้เกิดความชำรุดเสียหายแก่ถนนลำลองในระหว่างตำบล ซึ่งเส้นถนนดังนี้จะต้อง ขยายจากเขตตำบลพังขว้างไปถึงตำบลเชียงเครือ เพื่อเลี่ยงรถบรรทุกเหล่านี้ให้ออกจากจุด สี่แยกบ้านธาตุ ที่จะทำให้การจราจรติดขัด และอาจจะก่อให้เกิดความสูญเสียต่อเศรษฐกิจได้🔗

ในเรื่องที่ ๒ อยากจะให้ทางกรมทางหลวงนะครับ ทำการก่อสร้างปรับปรุง ขยายผิวจราจรถนนทางหลวงสาย ๒๒ สกลนคร-อุดรธานี ซึ่งเป็นถนนผิวจราจร ๔ เลน ให้ขยายเป็น ๘ เลนจราจร เนื่องจากบริเวณจากโรงเรียนธาตุนารายณ์วิทยา จนถึงบ้านห้วยทราย เป็นเส้นทางที่มีรถคับคั่ง วันหนึ่งมีรถที่จะผ่านไปถึง ๒๐,๐๐๐ คัน ก็ต้องขยายผิวจราจร เพื่อที่จะรองรับแก้ไขปัญหาให้แก่ประชาชน🔗

เรื่องที่ ๓ อยากจะให้ทางกรมทางหลวงได้ติดตามเรื่องที่กระผมได้เคย กราบเรียนท่านประธานไปให้ติดตั้งสัญญาณไฟบริเวณสามแยกจุดตัดของทางหลวงชนบท และทางหลวงหมายเลข ๒๒ อยู่บริเวณ ๒ สถานที่ ๑. บ้านพังขว้างใต้ ตำบลพังขว้าง ๒. บ้านหนองศาลา ตำบลฮางโฮง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร เพื่อที่จะแก้ไขปัญหา การจราจร และสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่พี่น้องที่ใช้เส้นทางเหล่านี้ครับ ขอกราบขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปนางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ ครับ🔗

นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๗ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ และอำเภอพระประแดง ตำบลบางจาก จังหวัดสมุทรปราการ ดิฉัน ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพ่อแม่พี่น้องประชาชน คือนายดำรง ทองเกตุ และชาวอำเภอ พระสมุทรเจดีย์ที่กำลังประสบปัญหาความเดือดร้อนจากน้ำทะเลที่มีปริมาณความเค็ม เจือจาง สืบเนื่องมาจากการระบายน้ำเหนือลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ไหลลงสู่อ่าวไทยในเขต พื้นที่อำเภอพระสมุทรเจดีย์ ประกอบกับมรสุมฝนตกหนักไหลลู่ จึงทำให้ความเค็มของ น้ำทะเลเจือจาง ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำเป็นจำนวน ๑,๗๕๔ ราย คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย ๑๔,๖๘๐,๐๐๐ บาท เกษตรกรเหล่านี้ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ เยียวยาจากภาครัฐแต่อย่างใด ดิฉันเองได้ปรึกษาไปยังประมงอำเภอพระสมุทรเจดีย์ ได้รับ แจ้งว่าการที่จะประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติหรือจะช่วยเหลือได้ จังหวัดจะต้องประกาศให้พื้นที่ เป็นพื้นที่ภัยพิบัติ ซึ่งตอนนี้ทางจังหวัดก็ยังไม่ได้ประกาศให้พื้นที่อำเภอพระสมุทรเจดีย์ เป็นพื้นที่ภัยพิบัตินะคะ ดิฉันจึงขอหารือผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรถึงท่านรัฐมนตรี เฉลิมชัย ศรีอ่อน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ช่วยหาทางแก้ปัญหา ความเดือดร้อนให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำในพื้นที่ อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ ดิฉันขอความกรุณาท่านรัฐมนตรีช่วย ดำเนินการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน เพราะพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวเกษตรกรตอนนี้ไม่มีทุนที่จะ มาทำทุนต่อยอดต่อไปแล้ว ดิฉันก็ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานสภาที่ให้โอกาสดิฉัน ได้นำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ครับ🔗

นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขตอำเภอปากช่อง พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ โรงเรียนกลางดงปุณณวิทยา เป็นโรงเรียนที่มีชื่อเสียง แล้วก็ตั้งอยู่ในเขตที่เป็นแหล่งท่องเที่ยวของอำเภอปากช่อง ตลอดทั้งโรงเรียนมัธยม วชิราลงกรณวราราม ชื่อก็ฟังรู้แล้วครับ เป็นชื่อเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน เพราะว่าเป็นชื่อโรงเรียน พระราชทานมาจากวัง ผมเคยหารือท่านประธานในสภาแห่งนี้ ถนน ๒ เส้นที่ผ่านโรงเรียน ชำรุดต้องการให้บำรุงซ่อมแซมถนนดังกล่าว ขณะนี้ได้จัดสรรงบประมาณลงไปก่อสร้าง เสร็จสิ้นแล้วต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานสภาไว้ ณ โอกาสนี้ แต่ท่านประธานครับ ยังมีถนนในเขตอำเภอปากช่องอีกมากมายที่ผ่านสถานการศึกษา ผมฝากท่านประธาน ให้จัดสรรงบประมาณไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชนชาวอำเภอปากช่องด้วย🔗

เรื่องต่อมาครับ ถนนสายบ้านคลองยาง ตำบลหนองสาหร่าย เชื่อมต่อไปยัง เทศบาลตำบลวังไทร และถนนสายทางบ้านหนองจาน ตำบลหนองสาหร่าย เชื่อมต่อไปยัง บ้านหินเพิง บ้านกุดโง้ง จนกระทั่งถึงเขต อบต. คลองม่วง ถนนชำรุดทรุดโทรมมากต้องการ ให้ซ่อมแซมหรือสร้างใหม่ อีกทั้งชาวตำบลวังไทรและชาวตำบลคลองม่วงนั้นได้รับ ความเดือดร้อนมากเวลาฝนตก น้ำป่าได้ไหลท่วมไม่สามารถที่จะข้ามจากหมู่บ้านไปที่อำเภอได้ พี่น้องประชาชนอยากได้สะพาน ทั้งถนนชำรุดและต้องการสะพานนั้น ท่านผู้ว่าราชการ จังหวัด วิเชียร จันทรโณทัย และท่านดอกเตอร์ยลดา หวังศุภกิจโกศล นายก อบจ. นครราชสีมา ได้ให้เจ้าหน้าที่นั้นได้ออกมาสำรวจและออกแบบ ผมขอกราบขอบพระคุณครับ ตลอดทั้งหวังใจว่าอีกไม่นานโครงการก็จะมาถึงพี่น้องประชาชนให้แก้ปัญหาความเดือดร้อน ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณกฤษณ์ แก้วอยู่ ครับ🔗

นายกฤษณ์ แก้วอยู่ เพชรบุรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติ กระผม ทนายกฤษณ์ แก้วอยู่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตนำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนหารือท่านประธาน ๓ เรื่องครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ขอให้กรมเจ้าท่าขุดลอกคลองบางทะลุ ซึ่งเป็นคลองธรรมชาติ อยู่ในเขตตำบลแหลมผักเบี้ย ตำบลหาดเจ้าสำราญ ทางด้านทิศตะวันออกของถนนคัน กันน้ำเค็ม ระยะทางประมาณ ๔ กิโลเมตร คลองดังกล่าวนั้นพี่น้องประชาชนใช้ประโยชน์ ในการทำประมง และเป็นคลองระบายน้ำลงสู่ทะเล ปัจจุบันมีลักษณะตื้นเขิน เนื่องจากมี ดินตะกอนทับถมเป็นจำนวนมาก พี่น้องประชาชนได้รับความลำบากเป็นอย่างมาก จึงขอให้ กรมเจ้าท่าเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอให้การประปาส่วนภูมิภาค เขต ๓ เข้าไปดูแลพี่น้องประชาชน ในเรื่องการไหลของน้ำประปาในเขตตำบลท่าแร้ง หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๓ ตำบลท่าแร้งออก หมู่ที่ ๒ หมู่ที่ ๓ ตำบลบางขุนไทร หมู่ที่ ๙ และตำบลบางครก หมู่ที่ ๑ เนื่องจากกระผมได้รับ การร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวว่า น้ำประปาไหลอ่อนเป็นอย่างมาก และบางเวลาก็ไม่ไหลอยู่เป็นประจำ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ในเรื่องนี้กระผมได้เคยหารือในสภาผู้แทนราษฎรมาแล้วถึง ๓ ครั้ง คือเรื่องขอให้การรถไฟแห่งประเทศไทยก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟรางคู่ในเขตเทศบาล เมืองเพชรบุรี แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีคำตอบให้ชัดเจนว่าจะดำเนินการหรือไม่อย่างไร และหากวันที่รถไฟรางคู่เปิดให้บริการจะแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนในเรื่องของการจราจร ในเรื่องของมลพิษให้กับพี่น้องคนเพชรบุรีได้อย่างไร จึงขอให้การรถไฟแห่งประเทศไทย ให้ความชัดเจนกับพี่น้องชาวเพชรบุรีด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ครับ🔗

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ นราธิวาส

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ นราธิวาส ประกอบด้วยอำเภอบาเจาะ อำเภอยี่งอ อำเภอรือเสาะ และอำเภอศรีสาคร ผมมีประเด็นปรึกษาหาทางออกกับ ท่านประธานอยู่ ๒ เรื่อง🔗

เรื่องแรก ก็คือผมได้รับการร้องเรียนจากอาสาสมัครรักษาดินแดน หรือที่เรา รู้จักกันดีว่า อส. โดยพี่น้อง อส. ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ตอนนี้เขาร้อง มายังผมว่าในเดือนมกราคม ๒๕๖๕ นี้จะมีการตัดเบี้ยเลี้ยงสนามจำนวน ๑,๐๐๐ บาท ผมจึง อยากเรียนปรึกษาหารือท่านประธานให้มีหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทยในฐานะที่เป็นผู้ดูแล รับผิดชอบฝ่ายปกครอง อส. ให้ทบทวนพิจารณาหางบประมาณให้กับ อส. ให้ได้รับเบี้ยเลี้ยง สนามคงเดิม เพราะว่าตอนนี้อาสาสมัครรักษาดินแดนเสี่ยงกับความปลอดภัย ไม่ใช่เฉพาะ เรื่องสถานการณ์ในพื้นที่นะครับ แต่เป็นด่านหน้าที่ทำงานอยู่ตรวจด่านโควิด (COVID) ด้วย เพื่อเป็นการบรรเทาเพิ่มกำลังใจให้กับพี่น้อง อส. เหล่านี้🔗

เรื่องที่ ๒ เราจะมีการเลือกตั้ง อบต. ท้องถิ่น วันที่ ๒๘ พฤศจิกายนนี้ ในพื้นที่ผมตอนนี้มีความสับสนมากครับ ท่านประธานครับ ก็คือว่ามีข่าวออกมาหน่วยงาน ที่กำลังหามาตรการเร่งเอาตัวเลขในการฉีดวัคซีนนี่นะครับ ไปปล่อยข่าวหรือจริงเท็จแค่ไหน มีข่าวกระพือมากเลยครับในพื้นที่ว่าใครไม่ฉีดวัคซีนแล้วนี่นะครับ ไม่มีสิทธิเลือกตั้ง อบต. อันนี้คือความสับสนในพื้นที่ ทั้ง ๆ ที่การเลือกตั้งท้องถิ่นเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญ และ พ.ร.บ. การเลือกตั้งท้องถิ่น ส่วนมาตรการการฉีดวัคซีนก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ต้องไม่กระทบ สิทธิในการเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะมีขึ้นในวันที่ ๒๘ นี้ ผมจึงอยากให้ท่านประธานมีหนังสือถึง กกต. โดยด่วน หรือ กกต. ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเลือกตั้งท้องถิ่นให้กับพี่น้องได้รับทราบ ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณเอกการ ซื่อทรงธรรม ครับ🔗

นายเอกการ ซื่อทรงธรรม แพร่

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเอกการ ซื่อทรงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผม มีเรื่องหารืออยู่ ๑ ประเด็น ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้สัญจรไปมาบนถนนสาย ภูพญาพ่อ-เชิงทอง รหัส ทล. ๔๐๐๑ ถนนเส้นนี้อยู่ในพื้นที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ปัจจุบันถนนเป็นหลุมเป็นบ่อมานานหลายปี ๒ ข้างทางเต็มไปด้วยหญ้ารก รถยนต์สวนกัน ลำบาก ประชาชนต้องลงแรงช่วยกันถางหญ้ากันเอง ถนนเส้นนี้ผมได้ทราบข้อมูลจาก นายสาธุ เกตุแก้ว ผู้อำนวยการทางหลวงชนบท จังหวัดแพร่ เรื่องการได้รับงบประมาณ ก่อสร้างในปี ๒๕๖๔ แต่ทางผู้รับจ้างไม่สามารถเข้ามาดำเนินงานได้ เนื่องจากติดการ ขออนุมัติ การขอขยายเวลาในการขอเข้าพื้นที่เพื่อดำเนินการจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ซึ่งการขออนุมัติจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เกิดความ ล่าช้า ทำให้ผู้สัญจรเกิดความเดือดร้อนและเข้าใจผิดว่า กรมทางหลวงชนบทไม่เข้ามา ปรับปรุงซ่อมแซมใด ๆ ตอนนี้ผมได้รับแจ้งจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช เรื่องการขออนุมัติการขอขยายเวลาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพียงแต่รอหนังสืออย่างเป็นทางการ และยังรวมไปถึงโครงการก่อสร้างสะพานบ้านแม่พร้าว ตำบลสะเอียบ อำเภอสอง ซึ่งได้ทำ การขอรับงบประมาณในปี ๒๕๖๖ ซึ่งปัญหานี้เกิดความเดือดร้อนมานานมาก แต่ติดเพราะ ข้อระเบียบของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืชทำให้เกิดความล่าช้าในเรื่องการ ขอรับงบประมาณโครงการก่อสร้าง ผมจึงอยากฝากให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ช่วยเร่งรัดข้อระเบียบการขออนุมัติ การขอเข้าพื้นที่เพื่อดำเนินการ และข้อระเบียบการอนุญาตให้ทางหลวงชนบทเข้าสำรวจพื้นที่ เพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัย ปัจจุบัน เพื่ออำนวยความสะดวกและร่วมแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพ่อแม่พี่น้อง ประชาชนไปด้วยกัน ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนางสาวทัศนีย์ บูรณุปกรณ์🔗

นางสาวทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ เชียงใหม่

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ขอหารือปัญหาไปยังท่านประธาน ๒ เรื่องดังนี้🔗

เรื่องที่ ๑ ขอหารือท่านประธานสภาไปยังท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะดูแล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เมื่อมีประชาชนที่ไปชุมนุมวันที่ ๑๔ พฤศจิกายนนี้ มีประชาชน ได้รับบาดเจ็บจากกระสุนไม่ทราบฝ่าย จึงอยากให้นายกรัฐมนตรีตรวจสอบว่า กระสุนมันมา จากที่ใด ใครเป็นผู้สั่งการ ท่านนายกรัฐมนตรีคะ กระสุนมันไม่มีขา มันวิ่งเองไม่ได้นะคะ แล้วก็อยากให้นายกรัฐมนตรีออกมารับผิดชอบในฐานะผู้นำประเทศว่า ต่อจากนี้ไปจะไม่มี การทำร้ายผู้เห็นต่างอีก ท่านออกมารับผิดชอบเถอะค่ะ ท่านเป็นผู้นำประเทศ ท่านจะอยู่ อย่างขาดสามัญสำนึกอย่างนี้ไม่ได้ ดิฉันหวังว่าดิฉันคงได้รับคำตอบจากท่านนายกรัฐมนตรี โดยเร็วที่สุดนะคะ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอหารือท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เรื่องผู้บริหารคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ตัดสินใจยุบห้องสมุดคณะสังคมศาสตร์ และมีการย้ายหนังสือออกจากห้องสมุดโดยไม่มีการ สอบถามความคิดเห็นของนักศึกษา คณาจารย์ที่เป็นผู้ใช้ห้องสมุด ในฐานะห้องสมุดเป็น ทรัพยากรที่ใช้ในการเรียนการสอนที่สำคัญ จึงอาจเป็นการกระทำที่อาจไม่ถูกต้อง และเป็น การกระทำที่อาจกึ่งเหมือนเผด็จการ โดยไม่สอบถามความคิดเห็นใด ๆ ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง มันเหมือนกับการไม่เป็นประชาธิปไตย จึงขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ยับยั้งการเลิกใช้ห้องสมุดของคณะสังคมศาสตร์ และเรียก คืนหนังสือที่ย้ายออกจากห้องสมุดทั้งหมดกลับคืนมา ให้ผู้บริหารคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ทำความเข้าใจสอบถามกับนักศึกษา คณาจารย์ในฐานะผู้ใช้เพื่อหา ข้อยุติไม่ให้บานปลายต่อไป ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี🔗

นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขตจอมทอง ธนบุรี พรรคภูมิใจไทย ผมขออนุญาตหารือ ผมได้รับ เรื่องร้องเรียกจากพี่น้องประชาชนว่า ทำไมเสาไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครถึงได้รกรุงรัง เมื่อเปรียบเทียบกับต่างประเทศ เมื่อไรกรุงเทพฯ จะนำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน ผมเชื่อว่าเรื่องนี้ มีพี่น้องประชาชนอยากรู้เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะคนพื้นที่ฝั่งธนบุรี ในต่างประเทศมีบริษัท ลงทุนทำสายสื่อสาร โดยเฉพาะสายไฟฟ้าออปติก (Optic) จากนั้นบริษัทโทรคมนาคม เช่าช่องสัญญาณ ทำให้ไม่ต้องมีสายสื่อสารมาก ต่างกับบ้านเราบริษัทโทรคมนาคมจะมี สายสื่อสารเป็นของตนเองทำให้มีสายสื่อสารเป็นจำนวนมาก ยิ่งไปกว่านั้นเวลาสายเก่า หมดสภาพส่วนมากบริษัทโทรคมนาคมก็จะไม่เอาลงจากเสาไฟนะครับ แถมติดตั้ง สายเส้นใหม่ก็จะทำให้เกิดการรกรุงรังมากขึ้น ทำให้เสียทัศนียภาพและจะก่อเกิดอุบัติเหตุ หรืออันตรายได้ แน่นอนที่สุดครับสิ่งที่เปลี่ยนไปหลังจากเราได้นำสายไฟลงดินนะครับ ๑. ระบบจำหน่ายไฟฟ้าที่มีความมั่นคง สายไฟฟ้าใต้ดินช่วยเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัย ของระบบไฟฟ้า ลดปัญหาไฟฟ้าตก ไฟฟ้าดับจากภัยธรรมชาติ รวมถึงอุบัติภัยต่าง ๆ ๒. สามารถรองรับการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ระบบสายไฟฟ้าใต้ดินที่มีความมั่นคงและมี ประสิทธิภาพมากกว่าระบบสายไฟฟ้าอากาศ จึงสามารถรองรับปริมาณการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น ตามความเติบโตของสังคมเมือง และนับวันการใช้ไฟฟ้ายิ่งมีบทบาทมากกับพวกเรา โดยเฉพาะชาวกรุงเทพมหานครและปริมณฑลช่วยทำให้ทัศนียภาพสวยงาม เพราะฉะนั้น จึงเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยผู้ว่า กฟน. แล้วก็ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพฯ กระทรวงมหาดไทย ช่วยทำให้สมกับคำว่าสร้างสรรค์นวัตกรรม ขับเคลื่อนระบบพลังงาน อัจฉริยะ เพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน🔗

นางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตยานนาวา บางคอแหลม กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ดิฉันได้มีโอกาสลงพื้นที่กับ ส.ส. วิโรจน์ และ ส.ส. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็น ส.ส. ในเขตบางแค เพื่อสอบถามถึงข้อมูล ในศูนย์เด็กเล็กว่ามีประเด็นปัญหาอะไรบ้าง ก็ได้พบปัญหาหลัก ๆ ใหญ่ ๆ อยู่ ๒ ประเด็น🔗

เรื่องแรกก็คือ เรื่องคุณครูประจำศูนย์เด็กเล็กค่ะ ซึ่งกว่าจะเป็นครูในศูนย์ เด็กเล็กได้นั้นจะต้องผ่านไครทีเรีย (Criteria) ๓ อย่าง อย่างน้อยก็คือจบปริญญาตรีขึ้นไป จะต้องผ่านหลักสูตรอบรมการพัฒนาเด็กเล็ก และจะต้องมีความใจเย็น รักเด็ก และเข้าใจใน พัฒนาการของเด็ก ซึ่งถึงแม้จะต้องผ่านคุณสมบัติมากมายนั้น แต่ครูในศูนย์เด็กเล็กก็มี สถานะเป็นเพียงแค่ครูอาสา ได้รับค่าจ้างเป็นรายวัน และตลอดทั้งเดือนได้ค่าจ้างไม่เกิน ๑๕,๐๐๐ บาทต่อเดือนเท่านั้น ครูหลาย ๆ แห่งก็ยังต้องทำหน้าที่มากกว่าการสอนก็คือ เป็นแม่ครัวทำอาหารให้เด็ก ๆ สำหรับเรื่องสวัสดิการก็มีแค่เพียงประกันสังคมอย่างเดียว จึงอยากให้ทางกรุงเทพมหานครพิจารณาปรับตำแหน่งของครูในศูนย์เด็กเล็กจากครูอาสา เป็นลูกจ้างประจำค่ะ🔗

ประเด็นที่ ๒ ก็คือหน่วยงานที่ควรจะมาดูแลในศูนย์เด็กเล็กนี้ สำหรับ เด็กปฐมวัยเป็นเด็กที่มีการพัฒนาการที่สำคัญที่สุดในชีวิตทั้งด้านร่างกาย สมอง การใช้ภาษา การใช้อารมณ์ ทักษะการเข้าสังคมต่าง ๆ จึงควรจะมีการกำหนดหลักสูตรที่เหมาะสม และเข้าใจในพัฒนาการของเด็กเล็ก แต่ว่าตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันศูนย์เด็กเล็กอยู่ภายใต้ การดูแลของฝ่ายพัฒนาชุมชน แล้วแต่ละเดือนก็มีค่าอุดหนุนให้เพียงเดือนละ ๕,๐๐๐ บาท ซึ่งไม่เคยพอ ส่วนใหญ่ก็จะต้องไประดมทุนกับทางผู้ปกครอง หรือว่ามีมูลนิธิเข้ามาช่วย ดิฉันจึงอยากเสนอให้ทางกรุงเทพมหานครพิจารณาย้ายศูนย์เด็กเล็กไปอยู่ในความดูแล ของสำนักการศึกษาของกรุงเทพมหานครโดยตรง ซึ่งจะตรงกับวัตถุประสงค์มากกว่าเพื่อที่จะ ออกแบบหลักสูตรที่เหมาะสม ดูแลสถานที่ สร้างพื้นที่ที่สะอาดและปลอดภัย รวมถึงจัดสรร งบประมาณต่าง ๆ เช่น ค่านม ค่าอาหารให้เด็ก ๆ ได้อย่างตรงเป้าหมาย ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณธีรภัทร พริ้งศุลกะ🔗

นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตหารือเรื่องความเดือดร้อนของราษฎรจำนวน ๑ เรื่องครับ ด้วยในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดผ่านบริเวณ อ่าวไทยและพื้นที่ภาคใต้ทำให้ได้รับผลกระทบ เกิดอุทกภัยน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วม ฉับพลัน ทำให้บ้านเรือนรวมทั้งตัวของราษฎรเองได้รับความเสียหาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในพื้นที่ของจังหวัดสุราษฎร์ธานีซึ่งเป็นพื้นที่ของกระผมครับ ยกตัวอย่างเช่นตำบลปากหมาก อำเภอไชยา ตำบลตะกุกเหนือ อำเภอวิภาวดี และล่าสุดเทศบาลท่าชนะในอำเภอท่าชนะ ซึ่งบ้านเรือนของราษฎรได้รับความเสียหายจากน้ำหลากเหล่านี้ แต่ก็ต้องขอขอบคุณ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ท่านวิชวุทย์ จินโต ได้บูรณาการหน่วยงานทั้งภาครัฐ และองค์กรอาสาสมัครเอกชนที่เขาได้ร่วมกันดำเนินการช่วยเหลือ และดูแลพี่น้องฟื้นฟู กลับมา แต่ปัญหาแบบนี้ก็ยังอาจจะเกิดขึ้นต่อไปได้อีกในปีถัด ๆ ไป กระผมจึงขอให้ทางสภา ได้มีหนังสือถึงหน่วยงานครับ หน่วยงานแรกก็คือกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ขอได้จัดงบประมาณเพื่อดำเนินการจัดซื้ออุปกรณ์ติดตั้งตรวจการ และแจ้งบริเวณพื้นที่ที่มี การเสี่ยงภัยและจัดซื้ออุปกรณ์หนัก เพื่อที่จะช่วยเหลือซ่อมแซมเส้นทางที่ได้รับความเสียหาย🔗

ส่วนหน่วยงานที่ ๒ ก็คือกรมชลประทานครับ ขอให้จัดงบประมาณ ในการสำรวจและออกแบบก่อสร้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างฝายเพื่อใช้ชะลอน้ำ ในยามที่น้ำมากและก่อสร้างแก้มลิงเพื่อใช้เก็บน้ำในบริเวณส่วนเกินนี้ เพื่อใช้ในช่วงหน้าแล้ง ที่ราษฎรมีความต้องการน้ำต่อไป ซึ่งผมเชื่อว่าราษฎรจะขอบพระคุณมากครับ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปคุณภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์🔗

นายภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ นนทบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผมภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ ผู้แทนพี่น้องประชาชนจังหวัดนนทบุรี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตนำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมากราบเรียนท่านประธาน ผ่านสภาถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้ครับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่อาศัย อยู่บริเวณใกล้ลำคลองขุนศรี ซึ่งคลองขุนศรีนั้นบริบทก็เป็นคลองที่อยู่ในแนวตั้งระหว่าง ลำคลองพระยาบันลือและลำคลองพระพิมล มีระยะทางยาวประมาณ ๒๐ กิโลเมตรเศษ ซึ่งในแต่ละปีช่วงที่มีน้ำหลาก โดยเฉพาะปีนี้จะต้องเป็นคลองหลักในการที่จะรับน้ำ จากคลองพระยาบันลือ จากทุ่งเสนา บางบาล ไม้ตรา ลงมาสู่ทุ่งพระพิมลเพื่อที่จะผันน้ำ ลงแม่น้ำท่าจีนและแม่น้ำเจ้าพระยาบางส่วน ในขณะนี้ประสบเหตุคือว่า อยู่ในช่วงที่ว่างเว้น จากผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนะครับ ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือเวลาปล่อยน้ำลงมา ทำให้น้ำเอ่อทั้ง ๒ ฟากฝั่งของลำคลอง ซึ่งลำคลองนั้นจะมีถนนอยู่ ๒ เส้น ก็คือถนน นบ. ทช. ๕๐๓๖ ซึ่งอยู่ในสังกัดของกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม และอีกฟากหนึ่งเป็นถนน ของกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น และลำน้ำนั้นเป็นของกรมชลประทาน กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ เรื่องดังกล่าวก็คืออยากฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาเร่ง ทำเขื่อนกั้นน้ำเป็นการถาวรให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อลดผลกระทบจากการเอ่อล้นของน้ำ ที่จะทำความเสียหายให้กับบ้านเรือนและเรือกสวนไร่นา ซึ่งจะเป็นปัญหาเรื้อรังสำหรับ พี่น้องประชาชนในเขตท้ายน้ำ ฝากท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง ๓ ฝ่าย ร่วมบูรณาการกันเพื่อประโยชน์สูงสุดให้กับพี่น้องประชาชนต่อไป จะได้ไม่ต้องทำงาน เป็นเบี้ยหัวแตก กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่🔗

พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ มีเรื่องหารือท่านประธานฝากไปยังรัฐบาลเกี่ยวกับการเปิดด่าน ๕ จังหวัด ชายแดนภาคใต้นะครับ เราได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด (COVID) มาเกือบ ๒ ปี เมื่อ ๕ เดือนที่แล้วนายกรัฐมนตรีก็ประกาศว่าจะเปิดด่าน เปิดประเทศนะครับ วันที่ ๑ พฤศจิกายนที่แล้วมานายกรัฐมนตรีก็ได้เปิดด่าน แต่ปรากกว่าใน ๙ ด่านของ ๕ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ที่ติดกับประเทศมาเลเซียไม่ได้รับผลกระทบ ไม่ได้รับอานิสงส์จากการ เปิดด่านของนายกรัฐมนตรีเลยครับ ทั้งที่ว่าสถานการณ์ด้านโควิด (COVID) ของประเทศ มาเลเซียก็พอ ๆ กับประเทศไทย ในวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ประเทศไทยติดเชื้อ ๕,๙๔๗ คน เสียชีวิต ๖๒ คน ประเทศมาเลเซียติดเชื้อ ๕,๔๑๓ คน เสียชีวิต ๔๐ คน และวันที่ ๑๗ ที่ผ่านมาประเทศไทยติดเชื้อ ๖,๕๒๔ คน ประเทศมาเลเซีย ๖,๒๘๘ คน ประเทศไทยเสียชีวิต ๕๖ คน ประเทศมาเลเซียเสียชีวิต ๖๘ คน แสดงว่าสถานการณ์ด้านโควิด (COVID) ของประเทศไทยกับประเทศมาเลเซียพอ ๆ กัน ถ้าเราเปิดด่านจะทำให้ประเทศไทย ได้ประโยชน์ดังนี้ คนไทยที่เดินทางไปค้าขายในประเทศมาเลเซีย ซึ่งได้รายได้เข้ามาช่วยเหลือ ครอบครัว ประการที่ ๑ นะครับ🔗

ประการที่ ๒ ทำให้คนมาเลเซียและคนสิงคโปร์จะมีนักท่องเที่ยวเข้ามา ประเทศไทยทำรายได้ให้ประเทศเป็นจำนวนมาก ขอให้ท่านประธานผ่านไปทาง นายกรัฐมนตรีว่าเร่งเปิดด่าน ๕ จังหวัดชายแดนภาคใต้โดยด่วน ขอขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ก็ต้องขอบพระคุณทุกท่านเลยนะครับ ที่พยายามรักษาเวลา ผมเข้าใจว่ามีเพื่อนบางท่าน ที่เสนอไม่จบ หมดเวลาเสียก่อน เช่น ท่านนิรมิต สุจารี ท่านเสนอเรื่องถนน ท่านนิรมิตเสนอ เป็นหนังสือมานะครับ ผมยินดีประสานต่อให้ครับ รวมทั้งท่านอื่นด้วยที่ไม่สามารถจะเสนอ ได้จบ เนื่องจากหมดเวลา ท่านพยายามรักษาเวลา ต้องขอบพระคุณทุกคนครับ🔗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๔๗ คน
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ตรวจสอบผู้มาลงชื่อแล้ว ขณะนี้ทั้งหมด ๓๐๑ คน สมาชิกทั้งหมดที่มีอยู่ปฏิบัติหน้าที่ได้ของสภาผู้แทนราษฎรขณะนี้ ๔๗๕ คน องค์ประชุมกึ่งหนึ่งต้อง ๒๓๘ คน บัดนี้มีผู้มาลงชื่อเกินกึ่งหนึ่งแล้ว ก็ขอเปิดประชุม และดำเนินการไปตามวาระต่อไปนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗

วันนี้มีกระทู้ถามทั้ง ๓ ประเภท ในขณะที่เราดำเนินการกระทู้ในห้องนี้ กระทู้ถามแยกท่านรองศุภชัยจะทำหน้าที่เป็นประธาน ซึ่งจะมีกระทู้ถามแยก ๖ กระทู้ ของเราจะมีกระทู้ถามสด ๓ กระทู้ และกระทู้ถามทั่วไป ๓ กระทู้ ทั้งหมดนั้นจะมีขอเลื่อน ๑ กระทู้ ส่วนกระทู้ถามสดนั้นรัฐมนตรีมาตอบทั้ง ๓ กระทู้ ผมขออนุญาตเรียนว่า ในกระทู้ถามสดนี้พวกเรามีประสบการณ์มา ๒ ปีเศษ เกือบ ๓ ปี ก็เข้าใจดีอยู่แล้วว่า กระทู้ถามสดจะเป็นกระทู้ถามที่ไม่แจ้งล่วงหน้า ต้องเสนอใหม่ในตอนเช้า ๐๘.๐๐ นาฬิกา แล้วก็ไม่เกินครั้งละ ๓ กระทู้ ให้เวลา ๙๐ นาที เราจึงแบ่งเป็นกระทู้ถามสดกระทู้ละ ๓๐ นาที โดยแบ่งเวลาให้ผู้ถาม ๑๕ นาที ท่านรัฐมนตรีตอบ ๑๕ นาที กระทู้ถามสดนั้น ถามได้ ๓ ครั้ง ที่เรียนอย่างนี้เพราะว่าบางทีผู้ถามและผู้ตอบอาจจะลืมไปว่าเขาถามได้ ๓ ครั้ง บางทีลืมนึกไปแล้วก็ไม่ได้กันเวลาไว้ก็จะกินเวลาคนอื่น เวลามีค่าครับ ฉะนั้นเราก็ต้อง พยายามรักษากติกานี้ เพื่อประโยชน์ของพวกเราทุกคน🔗

๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗

ผมขออนุญาตไปกระทู้ถามสด กระทู้แรก กระทู้ถามที่ ๑๕๘ ส. ของท่านนิยม เวชกามา ถาม นายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านอนุชา มาเป็นผู้ตอบนะครับ เกี่ยวกับเรื่องของศาสนา ท่านนิยม เวชกามา เป็นผู้ถาม ขอเชิญท่านได้เลยครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้รับมอบหมายจากพรรคเพื่อไทย และคณะผู้บริหาร ส.ส. ของพรรค ให้มาเป็นผู้แทนถามแทนพระสงฆ์องค์สามเณร และพุทธศาสนิกชนทั้งประเทศเกี่ยวกับ การปลดพระสังฆาธิการทั้ง ๓ รูป คืออย่างนี้ท่านประธานครับ ด้วยปรากฏจากข้อเท็จจริงว่า มหาเถรสมาคมมีมติถอดถอนพระสังฆาธิการระดับเจ้าคณะจังหวัด ๓ จังหวัด โดยมีมติ เมื่อวันที่ ๓๐ กันยายน มหาเถรสมาคมและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติที่มีคำสั่ง ถอดถอน ๑. พระราชปริยัติสุนทร อดีตเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา ๒. พระธรรมรัตนาภรณ์ อดีตเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี วัดเขียนเขต ออกจากตำแหน่ง และ ๓. พระเทพสารเมธี หรือดังทั่วไปแล้วคือ เจ้าคุณบัวศรี วัดประชานิยม เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ธรรมยุต ที่เป็นประเด็นว่าจากการที่ถอดถอนพระดังกล่าว พี่น้องชาวพุทธศาสนิกชนเคลือบแคลงใจ เป็นอย่างยิ่ง เพราะถือว่าเป็นการดำเนินการไม่ถูกขั้นตอน คือมีแต่ตอนลง โดยท่านอ้าง พระราชดำริ แต่ตอนขึ้นไม่เคยพูดถึง ปัญหามันจึงอยู่ที่ว่าการถอดถอนพระสังฆาธิการนั้น ซึ่งเป็นระดับผู้ใหญ่ทั้ง ๓ รูป จะต้องเป็นความผิดเขาเรียกว่า ละเมิดพระจริยาอย่างชัดเจน จึงจะสามารถถอดถอนได้ แต่การถอดถอนคราวนี้เป็นการถอดถอนที่มาแปลกใหม่ จึงเป็นเรื่องที่แคลงใจของพุทธศาสนิกชน พรรคเพื่อไทยจึงต้องมีคำถามนายกรัฐมนตรีว่าการ ถอดถอนครั้งนี้ด้วยเหตุด้วยผลใด เพราะผมถามนายกรัฐมนตรี แล้วท่านมอบให้ท่านรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านอนุชา นาคาศัย ท่านต้องตอบผมตามแนวความคิดของ ท่านนายกรัฐมนตรี เพราะนายกรัฐมนตรีได้แถลงนโยบายอย่างชัดเจนในการเข้ารับตำแหน่ง เป็นครั้งแรกที่สภาทีโอที (TOT) จะคุ้มครองส่งเสริมพระพุทธศาสนา ๓ ข้อด้วยกันท่านบอก ข้อ ๓.๑. ๓.๒ ๓.๓ ผมไม่ลงรายละเอียด เนื่องจากเวลาตามกติกาท่านประธานบอก แต่นั่น เป็นการแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนว่า นายกรัฐมนตรีจะปฏิบัติในการส่งเสริมทำนุบำรุง พระพุทธศาสนา แต่รัฐบาลท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งแต่เป็น คสช. แล้ว พระเจ้า พระสงฆ์ถูกจับ ถูกถอด ไม่ว่าวัดสระเกศ ๕ รูป วัดสามพระยา ๒ รูป และวัดสัมพันธวงศาราม ต้องหนีไปประเทศเยอรมัน นี่คือเป็นประเด็นซึ่งพุทธศาสนิกชนข้องใจที่สุด ไม่เท่านั้นพอมา วันนี้ ท่านประธาน ก็เป็นเหตุการณ์ที่สะเทือนจิตใจชาวพุทธเป็นอย่างยิ่ง โดยการถอดถอน พระทั้ง ๓ รูป ซึ่งเป็นพระผู้ใหญ่ระดับ ชั้นราช ชั้นธรรม และชั้นเทศน์ เป็นมหานิกาย ๒ รูป เป็นพระธรรมยุตรูปหนึ่ง ที่เป็นเรื่องเป็นราวทุกวันนี้ยอมกันไม่ได้ คือจังหวัดกาฬสินธุ์ ท่านเจ้าคุณบัวศรีหรือพระเทพสารเมธี เป็นพระสุปฏิปันโน เป็นพระสายกรรมฐาน เป็นลูกศิษย์สายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ซึ่งเป็นบุคคลยอดเยี่ยมของโลก ณ วันนี้ผมถึง กราบเรียนท่านประธานว่าในเมื่อท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านอนุชามาตอบ ผมก็อยากเห็นคำตอบว่าการตอบของท่าน ท่านตอบในลักษณะดูแลหรือว่าท่านปัดให้มัน พ้นตัว อันนั้นผมก็จะฟังท่านนะครับ ผมจึงกราบเรียนว่าวันนี้ไม่สิ้นสุดเท่านั้นที่จังหวัด กาฬสินธุ์ยังรุกต่อไปเรื่อย ๆ จากที่ครั้งแรกพอมติ มส. ออกมา ท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ผมจะไม่ถามถึงสมบูรณ์แบบ ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ขอใช้เวลาถามในประเด็นที่สงสัยของชาวพุทธ ในเมื่ออีก ๒ องค์ วัดเขียนเขต ปทุมธานีก็ดี ท่านก็ยื่นเรื่องไปที่กรรมาธิการการศาสนา กรรมาธิการกฎหมาย และส่วนหนึ่งของจังหวัดกาฬสินธุ์ยื่นถวายฎีกาไปยังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว แต่วันนี้ ไม่มีอะไรคืบหน้า เพราะฉะนั้นสำนักนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้กำกับดูแล ท่านต้องมีคำตอบให้พี่น้องประชาชน ไม่ใช่ว่าทำไปแล้วเหมือนพระพุทธศาสนาไม่มีคุณค่า แต่เรื่องของจิตใจชาวพุทธบอบช้ำมาก ท่านประธาน ความบอบช้ำนี้มันจึงเกิดขึ้น แบบจังหวัดกาฬสินธุ์ บอกว่าหยุดแล้ว กล่าวหานักการเมือง ๗ คน โดยรายงานของ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดกาฬสินธุ์ ผมเป็นหนึ่งในจำนวนนั้น แล้วก็ ส.ส. จังหวัด กาฬสินธุ์อีก ๓ ท่าน เป็นอดีต ส.ว. เป็นนายกด้วย วันนี้ยังมีคดีค้างอยู่ในระดับการสอบสวน ของตำรวจ ผมจึงบอกว่าถ้าการแก้ปัญหาแบบนี้ไม่สิ้นสุดหรอกครับท่านประธาน แล้วยังท่านพระครูองค์ใหม่ ซึ่งตั้งเป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์องค์ใหม่ วันนี้ยังเข้าจังหวัด กาฬสินธุ์ไม่ได้เพราะประชาชนตั้งป้ายเต็มหมดแล้ว ท่านบอกว่าไม่มีอะไรเคลื่อนไหว แล้วเมื่อวานมี ๒ ป้ายครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

แนะนำให้ถามครับ ท่านดอกเตอร์ครับ แนะนำให้ถามเพราะว่าถามได้ ๓ ครั้งครับ มีเวลาเหลือ ๗ นาทีครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

เดี๋ยวครับ ผมเตรียมไว้ ผมไม่ถามหลายข้อ เพียงแต่ว่าเล่าให้ฟังเป็นเบื้องต้นก่อนแล้วก็จะถามเลยครับ ท่านประธานครับ นี่คือปัญหาว่า ในเมื่อท่านไม่เห็นว่าดำเนินการแก้ปัญหาอย่างไร แล้วมันจะเป็นการทำลาย ทำความแตกแยก ของพระสงฆ์เป็นสังฆเภทหรือไม่ อันนี้เป็นปัญหาต้องถามครับ ก่อนที่จะถามคำถามที่ ๑ ผมจึงกราบเรียนว่า ในเมื่อไม่แก้ปัญหาปล่อยให้เหตุการณ์แบบนี้ ท่านเจ้าคณะองค์ใหม่ก็ยัง เข้าจังหวัดไม่ได้ ยังใช้เจ้าหน้าที่ของรัฐไปข่มขู่พระสงฆ์ วันนี้พระลาออกจากเจ้าคณะอำเภอ และเจ้าคณะตำบลแล้วที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ๔๕ รูปครับ🔗

จึงเป็นคำถามที่ ๑ ว่านายกรัฐมนตรีในฐานะผู้กำกับงานราชการ สำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติทราบหรือไม่ว่าได้เกิดกรณีดังกล่าวมาแล้วข้างต้นนี้ สืบเนื่องมาจาก สาเหตุประการใด หากไม่ทราบ เพราะเหตุใดจึงไม่ทราบ หากทราบแล้วแต่มิได้มีข้อสั่งการ ใด ๆ ที่จะแก้ปัญหา ทำไมจึงเป็นเช่นนั้น นี่เป็นคำถามที่ ๑ ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกที่เคารพทุกท่าน ผม นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี วันนี้ได้มาทำหน้าที่ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้ผมมาตอบกระทู้ถามของท่านนิยม เวชกามา ซึ่งท่านได้ถามเกี่ยวกับเรื่องของ การถอดถอนพระสังฆาธิการ จำนวน ๓ รูปที่เกิดขึ้น แล้วท่านก็เป็นห่วงเป็นใยว่า สิ่งเหล่านี้ ที่เกิดขึ้นนั้นถูกต้องหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นการถอดถอนพระราชปริยัติสุนทร ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดโสธรวรารามวรวิหาร ออกจากตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทรา ๒. ถอดถอน พระธรรมรัตนาภรณ์ (สมศักดิ์ ชุตินธโร) เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต พระอารามหลวง ออกจาก ตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี แล้วก็ถอดถอนพระเทพสารเมธี เจ้าอาวาสวัดประชานิยม ออกจากตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ ผมกราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผ่านท่านประธานว่า ท่านนายกรัฐมนตรีนั้นท่านมีความห่วงใยแล้วก็ได้ทำตามที่ท่าน ให้นโยบายตามที่ท่านบอกไว้โดยตลอดในการส่งเสริมพระพุทธศาสนา ซึ่งท่านได้สั่งการ ผมในหลายเรื่องในการที่จะส่งเสริมพุทธศาสนา แล้วก็มีเรื่องอะไรให้ปฏิบัติเฉกเช่น เราเป็นฆราวาส อย่าคิดว่าเราเป็นพระภิกษุเสียเอง ซึ่งตรงนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญเพราะว่า ศาสนาของเรานั้นเป็นศาสนาที่เป็นเสาหลักของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพุทธศาสนา ที่ท่านและผมและสมาชิกเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่นั้นได้ถือว่าเสานี้เป็นเสาที่สำคัญมาก เป็น ๓ เสาที่ค้ำจุนประเทศเรา ก็คือชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หากเสาใดเสาหนึ่ง เอนเอียง หรือเราในฐานะฆราวาสได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเสาใดเสาหนึ่งในทางวิพากษ์วิจารณ์ หรือในทางที่คิดว่าจะเกิดความแตกแยก ผมอยากกราบเรียนว่าพวกเรา ผมนี้ก็เป็นฆราวาส คนหนึ่ง ท่านนายกรัฐมนตรีก็เป็นฆราวาส พวกเราทุกคนล้วนเป็นฆราวาส ดังนั้นการที่จะเกิด เหตุใด ๆ ในองค์กรของสงฆ์ ซึ่งเป็นเสาหลักของประเทศนั้น ผมเชื่อว่าพระสงฆ์ซึ่งมีมหาเถรสมาคม มีสมเด็จพระสังฆราชที่พวกเราให้ความเชื่อมั่นและศรัทธาว่าองค์กรที่สูงสุดของสงฆ์นั้น คงได้ปฏิบัติหน้าที่ดูแลคุ้มครองพระสงฆ์ในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของพระธรรมคำสั่งสอน ที่ทุกองค์จะต้องมี ไม่ว่าจะเป็นกฎระเบียบ หรือกฎของมหาเถรสมาคม ซึ่งพระทุกรูปจะต้อง ปฏิบัติตาม แล้วไม่ว่าจะเป็นกฎของทางโลกที่เกิดขึ้นแล้วทำให้พระสงฆ์บางรูปที่ต้องมลทิน หรือปาราชิกก็ดี หรือไม่เหมาะสมก็ดี ในการที่จะทำหน้าที่ในฐานะเป็นพระผู้ปกครอง ดังนั้น การแต่งตั้งพระสงฆ์ออกจากการเป็นพระสังฆาธิการ หรือการที่มีตำแหน่งในหน่วยงาน ของพระสงฆ์ เช่น เจ้าคณะจังหวัด ก็เป็นไปตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. ๒๕๐๕ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติสงฆ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๕ และแก้ไขเพิ่มเติมโดย พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๑ ตามมาตรา ๒๐/๑ กับตามมาตรา ๒๐/๒ อย่างแน่นอนร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีอะไรผิดแผกไปจากนี้ ผมยืนยัน ในส่วนของรายละเอียด ที่มีการถอดถอนนั้น ผมเชื่อว่าเราเป็นฆราวาส ในส่วนของรายละเอียดที่มีอยู่ในส่วนของ มหาเถรสมาคมที่พิจารณาในแง่มุมต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น หรือในมูลเหตุต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เราในฐานะ ฆราวาสคงเข้าไปไม่ถึง และไม่ควรที่จะเข้าไปถึงด้วยซ้ำไป และไม่ควรที่จะมาวิพากษ์วิจารณ์ เพื่อให้การปกครองของคณะสงฆ์ ซึ่งเรามีมหาเถรสมาคม หรือสมเด็จพระสังฆราช ที่จะต้องดูแล แล้วก็จะต้องปกครองพุทธศาสนาของเรา เราคือฝ่ายนิติบัญญัติ เรามีหน้าที่ ที่จะพิจารณาถึงกรอบปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตามพระราชบัญญัติ แล้วเรามาแก้ไขในส่วนของ กฎหมายที่เราคิดว่าจะอุปถัมภ์ค้ำชูพุทธศาสนาของเราให้เจริญรุ่งเรือง ผมก็คิดว่าท่านนิยมนั้น ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านปกป้องศาสนาพุทธมาโดยตลอด แต่บางครั้งเราอาจจะเกินเลย ไปนิดหนึ่งในฐานะฆราวาสที่เราจะเข้าไปเพื่อที่จะขุดหาสาเหตุ หรือต้นสายปลายเหตุ ซึ่งผมก็ไม่สามารถที่จะมาบอกได้ มีเพียงแค่ข่าวตามสื่อโซเชียล (Social) ว่าพระรูปนั้น เป็นอย่างนี้ พระรูปนี้เป็นอย่างนั้น ผมก็ไม่ได้ยืนยันว่าจะเป็นอย่างนั้นอย่างนี้จริงหรือไม่ เพราะฉะนั้นข้อวิจารณ์ของสังคม ผมก็อยากกราบวิงวอนไปถึงสังคมด้วยโดยผ่าน ท่านประธานว่า ในฐานะที่เราเป็นฆราวาสนั้น ถ้าหากเราอยู่ในบวรพุทธศาสนาของเรา เราก็ต้องมั่นใจในเสาหลักของเราว่า สิ่งเหล่านั้นที่เกิดขึ้นคงไม่มีเหตุการณ์ที่มีตื้นลึกหนาบาง แล้วมีความไม่ชอบธรรม ผมยืนยันว่าเป็นไปตามพระราชบัญญัติของคณะสงฆ์ และกฎของ มหาเถรสมาคมถูกต้องทุกประการเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ กราบเรียนครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านนิยมคำถามที่ ๒ เชิญครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมตั้งใจฟังท่านรัฐมนตรีอนุชาท่านตอบ ท่านอ้างกฎมหาเถรสมาคม อ้างพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ๒๕๐๕ (แก้ไขเพิ่มเติม) แต่ผมต้องยืนยันว่าเพราะความเป็น กฎหมายต้องเข้าใจอย่างหนึ่งท่านประธานว่า พระกับฆราวาสในการแต่งตั้งของพระ มีพระวินัย มีกฎหมายและมีธรรมเนียมปฏิบัติของพระสงฆ์ เรื่องอายุพรรษา กฎหมายชัดเจน อยู่แล้วว่าที่ท่านอ้างถึง นี่คือความสงสัยของพุทธศาสนิกชน เพราะการพิจารณาต้องให้ มหาเถรสมาคมเข้าสู่กระบวนการอย่างจริงจัง ก่อนจะปลดหรือแต่งตั้ง นี่จึงเป็นปัญหาว่าการปลดพระสงฆ์ผู้ใหญ่ถึง ๓ รูป ไม่มีกระบวนการสอบสวน ไม่มีอธิกรณ์ เพราะในข้อกฎหมายที่ว่า ที่ท่านพูดถึงเป็นเรื่องว่าพระที่ถูกปลดในการปฏิบัติของสงฆ์ ในการปกครองต้องมีความผิดชัดเจน เขาเรียกว่า การละเมิดกิริยาตามข้อ ๕๔ ท่านประธาน ท่านไปดูก็ได้ แต่นี่ไม่มี ไม่มีการสอบสวน ไม่มีการประพฤติ วันนี้ท่านบอกว่า จากวันที่ ๓๐ กันยายน มีมติออกมา แล้ววันที่ ๑๑ ตุลาคม โฆษกของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ออกมาแถลงข่าวบอกว่าไม่สามารถจะให้ข้อเท็จจริงรายละเอียดได้ ให้กลับไปถาม คณะปกครองสงฆ์ หมายถึงเจ้าคณะภาค เจ้าคณะหนใหญ่ หนตะวันออก หนธรรมยุตก็ตาม อันนี้คือเป็นข้อกังวล ข้อสงสัยของชาวพุทธว่าท่านได้ทำถูกต้องหรือยัง ยิ่งโดยจังหวัด กาฬสินธุ์ เอาจากอำเภอสังคม เจ้าคณะอำเภอ พระอายุพรรษาน้อยกลับมาข้ามเขตจังหวัด มาจังหวัดกาฬสินธุ์ จากภาค ๘ มาภาค ๙ พูดถึงกฎหมายก็ผิดแล้ว ในข้อ ๑ ของกฎหมาย ฉบับนี้ชัดเจนว่าต้องอยู่ในเขตจังหวัดนั้น เอาข้อเดียวไม่ต้องพูดถึงข้ออื่น ส่วนพรรษาถูกต้อง ๑๐ พรรษาขึ้นไป ถูก แต่ว่าต้องอยู่ในเขตจังหวัดนั้น และต้องเป็นรองจังหวัด แล้วจังหวัด กาฬสินธุ์เขาก็มีรองจังหวัดอยู่ เป็นถึงขนาดพระเจ้าคุณสามัญ อันนี้คือเป็นปัญหาที่คาใจผม ท่านรัฐมนตรีท่านก็พูดถูกว่าใช้กฎหมายเหมือนกัน เพราะใช้กฎหมายนี่ละถึงเป็นข้อปฏิบัติว่า พระผู้ใหญ่ขนาดนี้ ถ้าพูดถึงจังหวัดก็เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ไม่ได้หมายความว่าต้องเอา นายอำเภอมาเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดครับ ของจังหวัดกาฬสินธุ์เอาจากนายอำเภอมาเป็น ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ผมจึงฝากท่านประธาน ฝากรัฐมนตรีซึ่งกำกับดูแลสำนักงาน พระพุทธศาสนาแห่งชาติว่า ต่อไปชาวพุทธอย่าให้เขาหดหู่ใจ อย่าให้สามเณรมาเป็น เจ้าอาวาส พระก็คือพระ อันนี้จึงเป็นปัญหา ผมไม่ถามทุกข้อหรอก เพราะผมฟัง ท่านรัฐมนตรีอนุชาพูดแล้วท่านก็ตอบได้เท่าที่ตอบ ผมเข้าใจได้ แต่ผมก็ต้องถามว่า ยิ่งไม่พูด เหมือนโฆษกซึ่งเป็นระดับรอง ผอ. สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมาตอบอีก บอกพูดไม่ได้ ติดปัญหา ยิ่งทำให้พระที่ถูกปลดท่านเสียหายครับ เหมือนกับว่าท่านกระทำ ความผิดแล้ว ผมจึงกราบเรียนว่าในข้อสุดท้าย ผมจะให้ชัดขึ้นมานิดหนึ่ง เป็นคำถาม ท่านตอบได้ก็ตอบ แต่ว่าไม่ถามไม่ได้ครับ เพราะกฎหมายคือกฎหมาย ในข้อที่ ๒ ผมถาม ๒ ข้อก็พอครับ ผมไม่ถามถึง ๓ หรอก แต่ว่าผมต้องถามท่านว่า นายกรัฐมนตรีในฐานะ ผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ ปี ๒๕๐๕ แก้ไขเพิ่มเติมจนเป็น ปี ๒๕๓๕ จนเป็น ปี ๒๕๖๑ ท่านทราบหรือไม่ว่า มหาเถรสมาคมมีมติถอดถอนแต่งตั้งพระสังฆาธิการ ระดับเจ้าคณะจังหวัดที่ไม่ชอบด้วยพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ มาตรา ๑๕ ตรี วรรคสอง ท่านไปเปิดดูวรรคสอง ขัดต่อมหาเถรสมาคม กฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๒๔ ปี ๒๕๔๑ ว่าด้วยการแต่งตั้งถอดถอนพระสังฆาธิการ แก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๖๑) ที่ท่าน กล่าวถึงเมื่อสักครู่นี้ในข้อ ๕/๑/๒ ที่ท่านกล่าวถึง การแก้ไขจากปี ๒๕๔๑ มาเป็นปี ๒๕๖๑ แก้ไข ไม่ได้ยกเลิกข้อแรก ๆ เพียงแต่มาเพิ่มใส่ว่า การจะแต่งตั้งเจ้าคณะหนใหญ่ต้องนำเข้า มหาเถรสมาคมทุกเรื่องครับท่านประธาน การแต่งตั้งและถอดถอน แล้วจึงทูลเกล้าฯ ไปถึง สำนักราชเลขาธิการ อันนี้คือข้อกฎหมาย แต่อันนี้มันไม่มีครับ ผมจึงบอกว่าในระเบียบวาระ การประชุมเป็นวาระที่ ๕ เสนอเพื่อทราบ ไม่ใช่เรื่องพิจารณา ผมมีอยู่แค่ ๓๐ รูป ไม่มีถึงอีก ๓ รูปนี้ ๓๐ รูป มันปรากฏทีหลัง ผมถึงแถลงข่าวอยู่เรื่อยว่า มันเป็นการยัดไส้ อันนี้คือประเด็น ส่วนเท็จจริงอย่างไรไม่รู้ แต่มันไม่มีในข้อกฎหมายตัวนี้ ในวาระที่ประชุม แล้วก็พระที่ไปกราบนมัสการถามท่านสมเด็จ ท่านก็ตอบแบบนี้ว่า ท่านไม่ทราบ เพิ่งทราบ เพราะวันนั้นเป็นการประชุมทางซูม (Zoom) ไม่ได้ประชุม ต่อหน้ากัน ไม่มีการสอบถามกัน เพื่อทราบ อันนี้จึงเป็นอันที่ถามต่อไปว่าในข้อ ๕/๑ ของกฎมหาเถรสมาคมฉบับนี้ (๒) ถ้าหากท่านไม่ทราบ เพราะเหตุใดจึงไม่ทราบทั้ง ๆ ที่ กฎมหาเถรสมาคมกำหนดให้รายงานให้นายกรัฐมนตรีต้องรับทราบ และนายกรัฐมนตรี ต้องแสดงความรับผิดชอบอย่างไร ขอฟังคำตอบหน่อยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญรัฐมนตรีครับ🔗

นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนัก นายกรัฐมนตรี ขอตอบกระทู้ถามของท่านนิยม เวชกามา ถึงคำถามที่ว่าท่านนายกรัฐมนตรี ทราบหรือไม่ แล้วแก้ไขหรือไม่ อย่างไร ก็อยากกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่าในกฎของ มหาเถรสมาคม ฉบับที่ ๒๔ (พ.ศ. ๒๕๔๑) ว่าด้วยการแต่งตั้ง ถอดถอนพระสังฆาธิการ แก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ ๑ (พ.ศ. ๒๕๖๓) ข้อ ๕/๑ (๒) ว่าเมื่อดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ให้เลขาธิการมหาเถรสมาคมรายงานท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อทราบต่อไป ซึ่งข้อ ๕/๑ (๒) นั้น การแต่งตั้งเจ้าคณะใหญ่ เจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด และเจ้าอาวาสพระอารามหลวง เมื่อได้ดำเนินการตามกฎมหาเถรสมาคมนี้แล้ว ให้เสนอมหาเถรสมาคมพิจารณาทุกกรณี จากนั้นให้สมเด็จพระสังฆราชในฐานะประธานกรรมการมหาเถรสมาคมเสนอไปยัง ราชเลขานุการในพระองค์ เพื่อนำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท เมื่อมีพระดำริเป็นประการใดให้มหาเถรสมาคมมีมติให้มีบัญชาตั้ง หรือตราตั้งแล้วแต่กรณี ตามพระดำรินั้น แล้วให้เลขาธิการมหาเถรสมาคมรายงานท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อทราบต่อไป เพราะฉะนั้นทุกขั้นตอนที่ได้ดำเนินการก็ดำเนินการตามพระราชบัญญัติของคณะสงฆ์ แล้วก็ตามกฎของมหาเถรสมาคมแล้วทุกประการ ท่านนายกรัฐมนตรีทราบดี แล้วท่าน นายกรัฐมนตรีก็ทราบว่าทุกขั้นตอน ทุกอย่างที่ดำเนินการมานั้นถูกต้องตามพระราชบัญญัติ แล้วก็ถูกต้องตามกฎของมหาเถรสมาคมทุกประการ เพราะฉะนั้นท่านจึงไม่ได้มีดำริอะไร ในการนั้นเพียงแค่ท่านเป็นห่วงเป็นใยในเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น แล้วเราในฐานะฆราวาส หรือในหลายส่วนที่พี่น้องประชาชนยังข้องใจ หรือแคลงใจตามที่ท่านว่า แต่เหนืออื่นใด ผมต้องกราบขอโทษตัวท่านแล้วก็ฝากไปถึงพี่น้องประชาชนด้วยว่า บางครั้งในเรื่องของ พระนั้นเราในฐานะที่อยู่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ หรือตัวท่านนายกรัฐมนตรีเองนั้น ก็ไม่สามารถที่จะก้าวล่วงลงลึกถึงการสอบสวนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าในรูปแบบใดก็ดี ไม่ว่า จะเป็นทางลับ เปิดเผย หรือไม่ อย่างไรก็ดีที่เกิดขึ้นเพราะว่าถ้าเราลงลึกไปแล้วเรานำ สิ่งเหล่านั้นมาพูดในสังคม ผมคิดว่าคงไม่ดีต่อพระสงฆ์ คงไม่ดีต่อพระรูปใดรูปหนึ่ง หรือพระ ที่ได้ถูกปลด หรือถูกถอดถอนออก คงไม่ใช่เป็นเรื่องดีกับพระทุกรูป แล้วก็ไม่ใช่เป็นเรื่องดี ต่อสังคมที่จะทำให้พี่น้องประชาชนนั้นต้องออกมาวิพากษ์วิจารณ์กันต่อว่า ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ ทำไมถึงเป็นอย่างนี้ ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วครับที่ท่านนายกรัฐมนตรีนั้น ท่านไม่ได้พูดอะไร เหมือนกับตัวผม ผมก็พยายามที่จะไม่พูดอะไร เพราะว่าเราในฐานะ ฆราวาสบางครั้งในเรื่องของสงฆ์มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ซึ่งเราควรที่จะระมัดระวัง เป็นอย่างยิ่ง เราในฐานะพุทธมามกะ หรือศาสนาของเรานั้นเป็นเสาหลักค้ำจุนที่ผมต้อง ยืนยันอย่างนี้มาตลอด เราก็ต้องพยายามที่จะค้ำจุน เราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมและท่าน ผมคิดว่าเรามีเจตนาเหมือนกัน ท่านก็พยายามที่จะทำให้ศาสนาของเรานั้นได้บริสุทธิ์ผุดผ่อง แล้วก็เดินไปในแนวทาง ที่พวกเราชาวพุทธนั้นอยากเห็น ทุกท่านรวมตัวผม พี่น้องประชาชนก็คงอยากเห็น เช่นเดียวกัน แล้วก็คงอยากสนับสนุนหรืออุปถัมภ์ค้ำจุนศาสนาของเราให้เจริญรุ่งเรือง ไปสู่รุ่นสู่รุ่น ไปสู่หลานสู่หลาน ไปสู่รุ่นต่อ ๆ ไปตราบนานเท่านานจนสิ้นโลกนี้ ถ้ามันเป็นได้ พวกเราก็คงต้องทำอย่างนั้น ก็กราบเรียนตอบท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ห่วงใยและต้อง ขอบคุณท่านเป็นอย่างสูง ในการที่ท่านนั้นได้เป็นห่วงเป็นใยพระพุทธศาสนาของเราแทน พี่น้องประชาชนที่กำลังวิตกกังวลอยู่นะครับ ท่านก็เป็นหนึ่งในคนที่พยายามที่จะค้ำจุน ศาสนานะครับ ต้องขอบคุณท่านในฐานะที่เป็นตัวแทนของท่านนายกรัฐมนตรี เป็นตัวแทน ของรัฐบาลในครั้งนี้ด้วย ก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรด้วยครับ กราบขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านนิยมหมดเวลาแล้ว แต่จะเผื่อให้เพราะว่าท่านรัฐมนตรีได้ใช้เวลาเหลืออยู่ เชิญครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

ผมไม่ถามท่านประธาน ผมนิดเดียวครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ได้ครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมไม่ถามครับ ผมขอบคุณ ท่านรัฐมนตรี ผมฝากรัฐมนตรีอนุชาว่า ที่ท่านบอกว่าเสาหลักของประเทศไทยคือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ นี่ก็เป็นความภูมิใจผมนะ แต่ก็ต้องฝากท่านไปดูว่าอย่าให้ศาสนา มันถูกลบไปโดยคนอีกกลุ่มหนึ่ง ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านดอกเตอร์ นิยมและท่านรัฐมนตรีตอบกระทู้ถามสดครับ ต่อไป🔗

๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๑๕๙ ส. เรื่อง ปัญหาการโอนเงินประกันรายได้ข้าว (นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้มอบหมายให้ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลัง เป็นผู้ตอบ🔗

ท่านมาแล้วครับ เรียนท่าน ยุทธพงศ์ มีประสบการณ์สูงแล้วนะครับ ไม่ต้องซ้ำอีกครั้งหนึ่งว่าท่านถามได้ ๓ ครั้ง และอยู่ ในเวลา ๑๕ นาที จะมีปัญหาที่พวกเราต้องระวังหน่อยก็คือ กระทู้ถามข้อบังคับบอกว่า ต้องไม่มีลักษณะเป็นการอภิปราย อันนี้ละครับที่ปฏิบัติยาก เพราะว่าส่วนใหญ่เราจะแยก ไม่ออก แต่ว่าเรียนไว้สำหรับผู้มีประสบการณ์นั้นจะเข้าใจเรื่องนี้ดี ขอเชิญท่านยุทธพงศ์ครับ🔗

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมขอถามกระทู้ด้วยวาจาและเพื่อความชัดเจนนะครับ ผมได้เรียนถามกระทู้นี้ ต่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังก็ได้ มอบหมายให้ท่านดอกเตอร์สันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังมาตอบแทน คือคำถามผมท่านประธานครับ ผมจะแบ่งเป็น ๒ เรื่องใหญ่ ๆ ด้วยกัน ๑. ก็คือความล่าช้า ในการจ่ายเงินประกันรายได้ข้าว ปีการผลิต ๒๕๖๔/๒๕๖๕ และ ๒. คือเรื่องเงินกู้เพื่อพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมในพระราชบัญญัติงบประมาณ ปี ๒๕๖๕ จำนวน ๙๑,๗๐๐ ล้านบาท ที่ล่าช้า ท่านประธานครับ ผมได้ขออนุญาตท่านประธานได้ขึ้นภาพประกอบการอภิปราย🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเลยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร มหาสารคาม

๑. ด้วยในขณะนี้เป็นช่วงฤดูกาล เก็บเกี่ยวข้าวนาปี ปีการผลิต ๒๕๖๔/๒๕๖๕ และปีนี้ราคาข้าวหอมมะลิทางภาคอีสาน ราคาตกต่ำอย่างมาก ชาวนาขายข้าวเปลือกหอมมะลิที่เป็นข้าวแห้งได้กิโลกรัมหนึ่ง ประมาณ ๗-๘ บาท ในขณะที่ต้นทุนการผลิตของชาวนาทางภาคอีสานและภาคอื่น ๆ สูงมาก ๑. ปุ๋ยราคาถุงละ ๙๔๐ บาท ๒. น้ำมันดีเซล (Diesel) ราคาลิตรละ ๓๓ บาท ๓. ค่ารถเกี่ยวข้าวไร่หนึ่ง ๖๐๐ บาท ทำให้ชาวนาในภาคอีสานเดือดร้อนอย่างหนัก ต้องรอเงินประกันรายได้ที่รัฐบาลบอกว่าจะชดเชยให้ โดยข้าวเปลือกหอมมะลิกำหนดไว้ ให้ตันละ ๑๕,๐๐๐ บาท ครอบครัวละไม่เกิน ๑๔ ตัน ซึ่งงวดที่ ๑ จำนวน ๑๓,๐๐๐ ล้านบาทนี้ได้โอนไปแล้ว ผ่าน ธ.ก.ส. ไปแล้ว เมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน ปี ๒๕๖๔ แต่ท่านประธานครับ เกษตรกรผู้ปลูกข้าวทั้งประเทศมีประมาณ ๔.๕ ล้านครัวเรือน และเงินประกันรายได้เฉพาะข้าวนะครับ ท่านประธานครับ ประมาณ ทั้งหมด ๘๙,๐๐๐ ล้านบาท สถานการณ์ในขณะนี้ต้องเรียนท่านประธานว่าชาวนากำลัง ยากลำบากมาก อย่างรูปที่เรียนท่านประธานว่าชาวนาตอนนี้ขายข้าวก็ไม่ได้ราคา ขาดทุน อาหารการกินก็แพง นี่เป็นภาพที่ผมได้พูดคุยกับชาวบ้านทางภาคอีสานบอกว่าปีนี้ทำนา ขาดทุนยับเยินเลย เพราะเงินที่ซื้อปัจจัยการผลิตต่าง ๆ ราคาก็สูงมาก และขณะเดียวกัน ก็มีอยู่อันเดียวที่จะมาช่วยได้ ก็คือเงินประกันรายได้ เพราะว่ารัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรี ประยุทธ์นี้มีนโยบายในเรื่องของการประกันราคา คราวนี้อีกปัญหาหนึ่งก็คือว่า ขณะนี้ เนื่องจากสถานการณ์โควิด (COVID) ประชาชนทางภาคอีสานก็ตกงาน เพราะโรงงานต่าง ๆ ร้านอาหาร โรงแรมที่เคยทำงานก็ปิด คนอีสานก็กลับไปอยู่บ้าน ข้าวก็ไม่มีราคา ก็ทำให้ มีความเดือดร้อน ค่าครองชีพก็สูง ผมก็จะเข้าสู่คำถามครับว่า เมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน ธ.ก.ส. ได้ดำเนินการจ่ายเงินงวดที่ ๑ และงวดที่ ๒ จำนวน ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท แต่ยังขาดเงิน อีกประมาณ ๗๖,๐๐๐ ล้านบาท จากกรอบที่กระทรวงพาณิชย์เสนอมาทั้งหมด ๘๙,๐๐๐ ล้านบาท และนอกจากนี้ยังมีเงินสนับสนุนบริหารจัดการก็คือเรื่องค่าเก็บเกี่ยว อีก ๕๔,๐๐๐ ล้านบาท คำถามว่าเมื่อไรกระทรวงการคลังจะจ่ายเงินประกันรายได้ข้าว ในส่วนที่เหลือหลังจากที่จ่ายเงินงวดที่ ๑ ไป จะจ่ายตั้งแต่เมื่อไร และจะไปสิ้นสุด เมื่อไร เพราะชาวนาทางภาคอีสานฝากผมมาว่า ขณะนี้กำลังเดือดร้อนมาก อยากจะให้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้เร่งรัดในการจ่ายเงิน และขณะเดียวกันเงินค่าเก็บเกี่ยว ๕๔,๐๐๐ ล้านบาทที่จะเอาไปช่วยชาวนา เมื่อไรถึงจะได้เงิน ก็อยากจะขอสอบถาม ความชัดเจนครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่าน ส.ส. ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ผู้ทรงเกียรติ จากประเด็นคำถาม กระทู้ถามสดของท่าน ส.ส. ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร นั้นนะครับ ผมก็ต้องขอตอบว่ารัฐบาล โดยเฉพาะคณะรัฐมนตรีมีความตั้งใจที่จะดูแลเกษตรกรของประเทศให้มีความเข้มแข็ง และให้สามารถที่จะดำรงอยู่ได้ เนื่องจากว่าเกษตรกรนั้นถือเป็นกระดูกสันหลังของชาติ จึงขอกราบเรียนว่า เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคมนั้น รัฐบาลโดย ครม. เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๖๔ ที่ผ่านมานี้เอง รัฐบาลได้อนุมัติกรอบวงเงินประกันรายได้จากการขายข้าวให้แก่เกษตรกร ผู้ปลูกข้าวในรอบปี ๒๕๖๔/๒๕๖๕ ในรอบที่ ๑ เป็นเงินจำนวน ๑๓,๒๒๕.๔๔ ล้านบาท จากกรอบวงเงิน ๘๙,๓๐๖.๓๙ ล้านบาท และได้ใช้ธนาคาร ธ.ก.ส. เป็นผู้ดำเนินการ ตามที่ท่าน ส.ส.ยุทธพงศ์นั้นได้ให้ความสนใจในปัญหาของพี่น้องเกษตรกร และปัญหา ในเรื่องของการขายข้าวที่ได้ราคาตกต่ำลงไปบ้างในช่วงนี้ ก็เนื่องจากอย่างที่ท่านก็ทราบว่า มีทั้งเรื่องน้ำท่วม แล้วก็ในช่วงโควิด (COVID) ก็เลยได้มอบให้ ธ.ก.ส. นั้นได้จ่ายเงินไปจำนวน ๒ ครั้ง งวดที่ ๑ วันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ และงวดที่ ๒ ในวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ จำนวนเงิน ๑๓,๒๒๕.๔๔ ล้านบาท ก็ได้จ่ายไปแล้ว และจากคำถามของท่านว่า ส่วนที่เหลือ อีก ๗๖,๐๐๐ ล้านบาทเศษนั้น รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังนั้นคิดเห็นอย่างไร ก็ต้องบอกว่า กระทรวงการคลังในฐานะที่เป็นผู้ที่จะต้องดูแล แล้วก็จัดหาเงินมาให้กับชาวไร่ชาวนานั้น รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังไม่ได้นิ่งนอนใจ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีนั้นก็ได้ให้ความสำคัญ กับรายได้ของพี่น้องเกษตรกรโดยเฉพาะชาวไร่ชาวนา กระทรวงการคลัง จึงได้มีมาตรการ ในการที่จะดูแลเงินก้อนนี้ให้ได้มาที่จะจัดชดเชยจากเงินประกันรายได้ให้กับพี่น้องชาวไร่ ชาวนาอย่างรวดเร็ว แต่ก็ต้องกราบเรียนท่านยุทธพงศ์ว่า การประกันรายได้จากการขายข้าว ของพี่น้องชาวนาและไม่ได้ราคาตามเกณฑ์นั้น รัฐบาลก็จะมีกรอบวงเงินในการชดเชย ตามที่ได้กล่าวไปข้างต้น เพราะฉะนั้นในงวดที่ ๓ งวดที่ ๔ ที่จะเกิดขึ้นนั้นก็จะต้องเป็นงวด เมื่อเกษตรกรได้ขายข้าวออกไปแล้ว แล้วได้ราคาเท่าไรเอามาคำนวณกับราคาที่ทางรัฐ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ประกาศเอาไว้ว่าเท่าไร และขาดเหลืออยู่เท่าไรนั้น จึงนำเงินส่วนต่างตรงนั้นมาคำนวณเป็นเงินเท่าไร และกระทรวงการคลังก็จะจัดหาเงิน ไปชดเชยให้กับชาวไร่ชาวนา ขณะนี้ตามที่ท่านได้ทราบแล้วนะครับว่า ตัวเลขในงวดที่ ๑ และงวดที่ ๒ ได้ขายข้าวไปแล้ว และได้คำนวณออกมาเป็นเงินจำนวน ๑๓,๒๒๕.๔๔ ล้านบาทนั้น รัฐบาลก็ได้เร่งรัดให้จ่าย โดยให้ ธ.ก.ส. ได้จ่ายไป วิธีการจ่ายเพื่อไม่ให้เกิดข้อครหา ทางกระทรวงการคลังได้กำชับให้ ธ.ก.ส. จ่ายโดยโอนเข้าบัญชีของพี่น้องเกษตรกร โดยตรง เพื่อตัดปัญหาด้านอื่น ๆ ที่จะถูกนำมากล่าวอ้าง ก็ได้จัดการไปเรียบร้อยแล้ว และในขณะเดียวกันกระทรวงการคลังก็ยังได้เร่งรัดส่วนราชการต่าง ๆ ที่ได้มาขอเงิน เอาไปเพื่อชดเชย เอาไปเพื่อจ่ายให้กับพี่น้องเกษตรกรและผู้ที่จะใช้เงินต่าง ๆ ได้ขอเงิน ไปแล้ว และโครงการต่าง ๆ เหล่านั้นถ้าล่าช้าก็ให้สรุปโครงการมา และกรอบวงเงินที่เหลือ ก็จะได้นำกลับมาคืนให้กับกระทรวงการคลัง กระทรวงการคลังก็จะจัดเงินที่ยัง กระจัดกระจายอยู่นั้นมาเตรียมไว้สำหรับพี่น้องเกษตรกรในงวดต่อ ๆ ไป เหตุที่ผมต้องพูด อย่างนี้ ก็ต้องกราบเรียนท่าน ส.ส. ว่า การใช้จ่ายเงินตามมาตรา ๒๘ ให้ใช้จ่ายเงินก้อนนี้ได้ ในกรอบวงเงิน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณในปีนั้น ๆ ซึ่งขณะนี้ได้ใช้จ่ายไปแล้ว เป็นส่วนมาก เพราะฉะนั้นก็ยังเหลืออยู่อีกไม่มาก ดังนั้นจึงจะต้องแจ้งให้กับส่วนราชการ ต่าง ๆ ที่ขอเงินก้อนนี้จากในกรอบวงเงิน ๓๐ เปอร์เซ็นต์นั้นเอาไปใช้ แล้วถ้าโครงการไหน ล่าช้าก็ให้ส่งตัวเลขกลับคืนมา เพื่อให้กระทรวงการคลังซึ่งจะต้องปฏิบัติตามมาตรา ๒๘ จะได้รวบรวมเงินจำนวนนี้ซึ่งก็มีจำนวนมากมาย เอามาเพื่อเป็นกรอบวงเงินสำหรับ จ่ายให้กับพี่น้องชาวนาในงวดต่อ ๆ ไป ซึ่งกระทรวงการคลังนั้นมีความกระตือรือร้น มีความตั้งใจเร่งรีบที่จะเตรียมเงินก้อนนี้เอาไว้ชดเชยส่วนต่างรายได้ตรงนี้อย่างไม่ย่อท้อ แล้วก็อย่างรวดเร็ว จึงกราบเรียนท่าน ส.ส. นะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญคุณยุทธพงศ์ คำถามที่ ๒ ครับ🔗

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย คือผมได้เรียนถามท่านดอกเตอร์สันติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังว่า เงินประกันรายได้ที่ท่านจ่ายไป ๑๓,๐๐๐ ล้านบาท ก็คือเก็บเกี่ยวก่อนวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๔ ซึ่งขณะนี้วันนี้เป็นวันที่ ๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ก็ผ่านไปเป็นเวลาเดือนเศษแล้ว ทีนี้เรียนท่านประธานครับว่า ขณะนี้ก็เป็นช่วงเก็บเกี่ยวข้าวนาปี ยิ่งช่วงปลายเดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายน ไปถึงช่วงกลางเดือนธันวาคมนี้ชาวนาก็ยิ่งเก็บเกี่ยวเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ทีนี้ปัญหาที่ผมได้เรียนถามว่า ที่ชาวนาเขาเก็บเกี่ยวแล้ว แล้วเขาก็ไปแจ้งกับทางรัฐบาลว่า ได้เก็บเกี่ยวไปแล้ว และวันนี้ผมในฐานะที่เป็น ส.ส. ทางภาคอีสานก็ต้องมาทวงถามว่า เงินค่าเก็บเกี่ยวเมื่อไรรัฐบาลจะจ่ายให้ เพราะว่าชาวนาขาดทุนมาก เนื่องจากปัจจัย การผลิตราคาสูง บางคนยังไม่มีเงินค่ารถเกี่ยวข้าวที่จะไปจ่ายให้กับเจ้าของรถเกี่ยวเลย และขณะเดียวกันของกินของใช้ก็แพง ก็อยากจะให้ท่านดอกเตอร์สันติ ให้ท่านบอกมาเลยว่า ท่านมีแนวทางอย่างไรว่าชาวนาเขาจะได้เงินชดเชยประกันรายได้เมื่อไร เพราะว่าเหมือนท่าน บอกว่าท่านกำลังจะไปหาเงิน แต่ว่าท่านต้องหาแนวทางในการแก้ปัญหาความเดือดร้อน อย่างเร่งด่วนให้กับประชาชนกับชาวนาภาคอีสานที่เขากำลังเดือดร้อนในขณะนี้ และขณะเดียวกัน ท่านประธานครับ การประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน ที่จังหวัดกระบี่ ท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าได้ให้นโยบายไปว่าจะรื้อนโยบายประกันรายได้ข้าว เพราะเป็นภาระที่จะต้องใช้งบประมาณเยอะ ก็อยากจะเรียนเป็นคำถามว่า🔗

๑. เงินค่าเก็บเกี่ยวจะได้วันไหน เดือนไหน อย่างไร ชาวนาที่เขารออยู่ เขาจะได้ทราบ🔗

๒. เงินค่าชดเชยจากการเก็บเกี่ยวเมื่อไรจะได้ และขณะเดียวกันเงินภัยแล้ง และอุทกภัยเมื่อไรจะได้ ก็อยากจะให้ท่านดอกเตอร์สันติได้ตอบถึงวัน เวลา เพราะว่าชาวนา เขารอด้วยความยากลำบาก ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีตอบ ครั้งที่ ๒ ครับ🔗

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ขอบคุณ ท่านประธานและท่าน ส.ส. ท่านผู้ทรงเกียรติครับ ต้องขอเรียนท่าน ส.ส. ยุทธพงศ์ว่า กระทรวงการคลังนั้น มีมาตรา ๒๘ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังจะต้องปฏิบัติอยู่ พ.ร.บ. วินัย การเงินการคลังกำหนดให้กระทรวงการคลังสามารถที่จะดำเนินการในเรื่องตามที่ท่าน ได้พูดถึงจำนวน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ ซึ่ง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณนั้น คูณกันแล้วก็เท่ากับว่าปัจจุบันมีกรอบวงเงินอยู่ ๙๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ในการที่จะดำเนินการ ช่วยเหลือ ซึ่ง ๙๓๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ เงินส่วนใหญ่ทางกระทรวงการคลังก็ได้บริหารจัดการ ไปให้โครงการต่าง ๆ ที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ซึ่งผมเชื่อว่าท่าน ส.ส. คงทราบว่า เงินเหล่านี้เวลากรอบวงเงินให้กับในส่วนราชการต่าง ๆ ไปแล้ว การใช้จ่ายเงินเหล่านี้ ก็จะไม่รวดเร็ว เพราะฉะนั้นด้วยความรอบคอบ ด้วยความตั้งใจที่จะรีบดูเรื่องเงินเหล่านี้มาให้ ทันแก่พี่น้องเกษตรกรนั้น ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจึงได้สั่งการไปในภาคส่วนต่าง ๆ ที่ใช้เงิน ๓๐ เปอร์เซ็นต์นี้ว่าถ้าส่วนใดที่ยังไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน หรือใช้ยังไม่หมด ให้ปิดโครงการแล้วก็ส่งตัวเลขเหล่านี้คืนกระทรวงการคลัง เพื่อกระทรวงการคลังจะได้มี กรอบวงเงินเผื่อเอาไว้ใน ๗๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทนี้ จะได้มาใช้ได้อย่างต่อเนื่องเป็นงวด ๆ และการที่กระทรวงการคลังจะจ่ายเงินชดเชยออกไปได้นั้น มันก็จะต้องให้ส่วนราชการ ที่ไปประเมินการขายข้าวของพี่น้องชาวนาว่า ในส่วนไหนขายได้จำนวนเท่าไร ต่างจาก ราคาประกันเท่าไร ไปสรุปรวบรวมเป็นตัวเลขทั้งหมดในแต่ละงวด ๆ นั้นส่งมาที่ กระทรวงการคลัง กระทรวงการคลังก็จะจัดเงินไปให้กับพี่น้องเกษตรกรโดยผ่านธนาคาร ธ.ก.ส. ซึ่ง ครม. ก็ได้สั่งการไว้ให้กระทรวงการคลังร่วมกับสำนักงบประมาณ และร่วมกับ ส่วนงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดในการที่จะจัดเตรียมเงินเพื่อให้เพียงพอกับการที่จะจ่ายชดเชย ให้กับพี่น้องชาวนา รัฐบาลมีความตั้งใจ มีความแน่วแน่ในการที่จะดูแลพี่น้องเกษตรกร ที่ขายข้าวแล้วไม่ได้ราคาตามสมควร เพราะว่าเงินเหล่านี้ที่รัฐบาลได้จ่ายออกไปนั้นพี่น้อง ชาวไร่ชาวนาก็จะได้นำไปจับจ่ายใช้สอย ก็จะได้ไปสร้างเสริมเศรษฐกิจฐานราก ซึ่งรัฐบาล เข้าใจนะครับ แล้วก็มีความตั้งใจในการดำเนินการตามที่ท่าน ส.ส. นั้นได้เป็นห่วงเป็นใย ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปท่านยุทธพงศ์มีสิทธิ ถามได้อีกคำถามนะครับ เชิญเลยครับ🔗

นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมฟังจากที่ท่านดอกเตอร์สันติได้ตอบไปแล้วนะครับ สรุปใจความก็คือว่า ชาวนายังไม่รู้อนาคตเลยครับว่าจะได้เงินเมื่อไร เหมือนว่ารัฐบาลประกาศนโยบายไป แต่ไม่มีเงิน และขณะเดียวกันเงินประกันรายได้ข้าวยังขาดอีก ๗๖,๐๐๐ ล้านบาท แล้วยังมี เงินอีกก้อนหนึ่งก็คือ เรื่องค่าบริหารจัดการค่าเก็บเกี่ยวอีก ๕๔,๐๐๐ ล้านบาท ตรงนี้คือสิ่งที่ต้องฝากให้รัฐบาลได้เร่งดำเนินการเอาเงินมาช่วยชาวนาเพราะว่าเป็นนโยบาย สำคัญของรัฐบาล แล้วท่านประกาศไปแล้วท่านจะบอกว่าไม่มีเงินไม่ได้ ท่านประธานครับ ผมขอเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ต่อครับ เป็นคำถามในข้อที่ ๓ ของผม ขอเจ้าหน้าที่ขึ้น เพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ให้ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร มหาสารคาม

ท่านประธานครับ นอกจากนี้ เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ทำให้ประชาชนตกงานแล้วก็กลับไปอยู่ในต่างจังหวัด ขณะเดียวกัน ก็ตกงาน ว่างงานจากการปิดแคมป์ (Camp) คนงาน ปิดร้านอาหาร ปิดตลาด ทีนี้การแก้ปัญหา คนว่างงานในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายปี ๒๕๖๕ ก็คือในเอกสารที่นำมาเรียน ท่านประธาน เป็นคำแถลงที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงต่อสภา เมื่อวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๔ ว่าจะมีการลงทุนโดยใช้เงินกู้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมตามมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ ปี ๒๕๔๘ ที่ท่านรัฐมนตรีสันติ พร้อมพัฒน์ เป็นรองประธานกรรมาธิการงบประมาณ คนที่หนึ่ง ของงบประมาณปี ๒๕๖๕ ซึ่งผมก็ได้ มีโอกาสร่วมทำงานกับท่าน เรียนท่านประธานครับ หน่วยงานที่ได้รับเงินกู้เพื่อพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมประกอบไปด้วย ๑. สำนักนายกรัฐมนตรี ๒.กระทรวงกลาโหม ๓. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ๔. กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ๕. กระทรวงคมนาคม ๖. กระทรวงดีอีเอส (DES) ๗. กระทรวงสาธารณสุข ๘. ส่วนราชการที่ไม่สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี รวมทั้งสิ้น ๑๑ หน่วยรับงบประมาณ ๘ กระทรวง ๑๐๙ โครงการ เป็นเงินงบประมาณทั้งสิ้น ๙๑,๗๐๕ ล้านบาท ซึ่งเงินตรงนี้ เป็นเงินกู้ตาม พ.ร.บ. งบประมาณปี ๒๕๖๕ ที่ได้ผ่านสภาและประกาศใช้เป็นพระราชบัญญัติ งบประมาณปี ๒๕๖๕ แต่ในขณะนี้งบประมาณรายจ่ายปี ๒๕๖๕ ได้ใช้ไปแล้วเป็นเวลา ๑ เดือนครึ่ง ยังไม่เห็น สบน. หรือสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง ดำเนินการใด ๆ ทั้ง ๆ ที่ได้มีมติ ครม. ให้ดำเนินการในเรื่องนี้ไปเมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ปี ๒๕๖๔ ขอสไลด์ (Slide) ถัดไปด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร มหาสารคาม

นี่ครับ คือ เอกสารที่มีลายเซ็น ท่านนายกรัฐมนตรีได้เห็นชอบ และผ่านคณะรัฐมนตรีไปแล้วในเงินกู้ ยอด ๙๑,๗๐๕ ล้านบาท ซึ่งใช้ชื่อว่าเป็นเงินกู้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ตาม พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่าย ปี ๒๕๖๕ คำถามของผมว่าเงินกู้ยอด ๙๑,๗๐๕ ล้านบาท เมื่อไรกระทรวงการคลัง จะดำเนินการ และท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้แถลงเงินยอดนี้นะครับ เงินกู้ ๙๑,๗๐๕ ล้านบาท ต่อสภาไป ซึ่งผมถือว่าตรงนี้ก็ต้องเป็นความน่าเชื่อถือนะครับ เพราะว่ารัฐบาลได้แถลง ต่อสภาไป และขณะเดียวกันต้องเรียนท่านประธานว่าเงินกู้ยอดนี้เป็นเงินกู้เพื่อเป็นงบ ลงทุนล้วน ๆ แล้วก็กระจายไปถึง ๘ กระทรวง โครงการต่าง ๆ ที่ประชาชนที่เขาตกงาน เขาว่างงานอยู่ในต่างจังหวัดก็จะได้มีงานทำ อยากจะขอเป็นคำถามนะครับ ถามความชัดเจน จากท่านรัฐมนตรีสันติ พร้อมพัฒน์ ว่าสิ่งที่นายกรัฐมนตรีได้แถลงต่อสภาไป และมีมติ ครม. เมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ปี ๒๕๖๔ และท่านรัฐมนตรีสันติท่านก็เป็นรองประธาน กรรมาธิการงบประมาณ คนที่หนึ่ง ก็อยากจะขอความชัดเจนว่างบประมาณเงินกู้ ๙๑,๗๐๕ ล้านบาท ซึ่งเป็นเงินกู้เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม ทางกระทรวงการคลัง จะดำเนินการเมื่อไร อย่างไร ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ขอบคุณ ท่านประธาน ท่าน ส.ส. ยุทธพงศ์ผู้ทรงเกียรติครับ ในส่วนของกระทรวงการคลัง โดยเฉพาะ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะหรือ สบน. ที่ท่านได้พูดถึงนั้น ผมในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลัง ซึ่งได้ดำเนินการเรื่องเหล่านี้ในเรื่องที่จะต้องจัดสรรวงเงิน จัดสรรเงิน ให้เพียงพอต่อรัฐบาลที่จะใช้งบประมาณในทุกภาคส่วน จากอดีตที่ผ่านมาท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรทุกท่านคงทราบดีว่า กระทรวงการคลังนั้นไม่เคยมีความบกพร่อง ในเรื่องที่จะบริหารจัดการเงินที่แผ่นดินจะต้องใช้ ที่รัฐบาลจะต้องใช้ตลอดมานะครับ ซึ่งกระทรวงการคลังนั้นเป็นที่น่าเชื่อถือ ไม่ได้เฉพาะของประเทศไทยยังเป็นที่น่าเชื่อถือ ของทุก ๆ ประเทศในโลกนี้ก็คงเรียนยืนยันอย่างนั้น ส่วนการปฏิบัติงานและการทำงาน ของกระทรวงการคลังนั้น โดยเฉพาะ สบน. ก็ต้องเรียนว่า สบน. นอกจากมีหน้าที่ที่จะกู้เงิน แล้วก็จัดสรรเงินในด้านต่าง ๆ มาให้กับรัฐบาลที่จะต้องใช้จ่ายนั้น สบน. มีความเชี่ยวชาญ เป็นอย่างสูงว่าเงินส่วนใดที่จะใช้นั้นเป็นเงินกู้ สบน. ก็จะสรรหาเงินกู้ที่มีดอกเบี้ยต่ำที่สุด เอามาใช้ และ สบน. ยังทราบดีว่าเงินที่กู้มาทุกบาททุกสตางค์นั้นเป็นส่วนที่พี่น้องประชาชน ก็จะต้องรับผิดชอบเงินเหล่านี้ด้วยนะครับ เพราะฉะนั้น สบน. จึงจะไม่กู้เงินมากองไว้เป็น กองใหญ่ ๆ ก็จะบริหารในการกู้เงิน บริหารกระแสเงินให้มีประสิทธิภาพสูงสุด เพราะฉะนั้น เงิน ๙๑,๐๐๐ ล้านบาทนี้ที่รัฐบาลจะนำลงไปใช้ที่จะบูรณาการถึง ๘ หน่วยงาน ๘ กระทรวง อย่างที่ท่านว่านั้น กระทรวงการคลังขอยืนยันว่าเรื่องเงินไม่มีปัญหานะครับ เมื่อไร จะใช้กระทรวงการคลังโดย สบน. นั้นก็สามารถที่จะจัดสรรเงินนั้นมาให้ใช้ได้อย่างทันที ด้วยความรอบคอบและด้วยความประหยัดนะครับ อย่างที่ท่านได้พูดถึงว่าเงินประกันรายได้ ของพี่น้องเกษตรกรนั้นกระทรวงการคลังสามารถที่จะจัดสรรเงินอย่างนี้มาให้ใช้ได้ทันท่วงที และมีเงินหรือไม่ ก็ต้องยืนยันว่ามีแน่นอนนะครับ กระทรวงการคลังไม่เคยบกพร่อง กับกระแสเงินหรือการจัดสรรเงินเหล่านี้เลยแม้แต่ครั้งเดียวนะครับ เพราะฉะนั้นจึง กราบเรียนท่าน ส.ส. ยุทธพงศ์ว่า ท่านสบายใจได้ในเรื่องของการจัดสรรเงินของ กระทรวงการคลัง🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอรัฐมนตรีสรุปนะครับ เวลาของท่านหมดไปแล้วครับ แต่อนุญาตครับ เชิญเลยครับ🔗

นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง

ขอสั้น ๆ ว่า พี่น้องเกษตรกรโดยเฉพาะชาวไร่ชาวนานั้น กระทรวงการคลังยังให้ความสำคัญในเรื่องว่า การที่พี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะชาวไร่ชาวนาที่ขายข้าว ขายพืชผลทางการเกษตรได้ราคา สูงบ้างต่ำบ้างตลอดมาจากอดีตนะครับ กระทรวงการคลังก็ได้เร่งรัดแล้วก็แจ้งไปยังหน่วยงาน ต่าง ๆ ว่าต้องพัฒนาพี่น้องเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง โดยเฉพาะเรื่องของการลดต้นทุน ในการเพาะปลูก ในการเพิ่มเทคโนโลยีในการจัดจำหน่ายพันธุ์ข้าวต่าง ๆ โดยเฉพาะต้องมี การวิจัยในเรื่องของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นข้าวหรือเป็นสินค้าของพี่น้องเกษตรกร ทั้งหลายทั้งปวง เพื่อได้แปรรูปไปใช้เป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ให้มากและโดยเฉพาะการรวมกลุ่ม อย่างเช่น ชาวไร่ชาวนานั้นการรวมกลุ่มเป็นเกษตรแปลงใหญ่เพื่อลดต้นทุนอย่างที่ท่าน ส.ส. ได้พูดไว้ว่า เมื่อไรที่เราสามารถทำเป็นแปลงใหญ่เป็นอุตสาหกรรมในการทำนาได้ เครื่องมือ เครื่องจักร แรงงานต่าง ๆ ก็จะใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าก็จะทำให้เกิดการ ลดต้นทุน โดยเฉพาะการนำเทคโนโลยีมาแปรรูปไม่ว่าจะเป็นข้าว หรือเป็นข้าวเปลือก หรือเป็นอะไร ต่าง ๆ นั้น ถ้าสามารถแปรรูปเพิ่มมูลค่าได้ ก็จะทำให้เพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้ โดยเฉพาะเทคโนโลยีของการจัดจำหน่าย ซึ่งขณะนี้ผมเห็นว่าเรื่องข้าวของเรานั้น เราก็ไปพึ่ง ผู้ส่งออกรายใหญ่เท่านั้น ผมจึงได้แจ้งไปตามหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกระทรวงการคลังนั้น ก็ได้บอกว่ามีเทคโนโลยีในเรื่องของการขาย ตัวแทนจำหน่ายรายย่อยในต่างประเทศนั้น ก็ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องช่วยเหลือเกษตรกรในด้านอื่นด้วย ไม่ใช่เฉพาะการชดเชย อย่างเดียว การชดเชยระยะสั้นกระทรวงการคลังและรัฐบาลเห็นมีความจำเป็นที่ต้อง ช่วยเหลือชาวนาแน่นอน แต่การพัฒนาสร้างความเข้มแข็งให้กับชาวนา เช่น การลดต้นทุน การเพิ่มราคาของผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ชาวนาได้ผลิตแล้ว ช่องทางการจัดจำหน่ายก็ดี สิ่งเหล่านี้รัฐบาลนี้มีความตั้งใจที่จะยกระดับคุณภาพของพี่น้องเกษตรกรของประเทศไทยนั้น ให้มีความเข้มแข็งให้จงได้นะครับ จึงกราบขอบคุณท่าน ส.ส. ยุทธพงศ์ที่เป็นห่วงเป็นใย พี่น้องเกษตรกรทั้งในด้านรายได้และในด้านผลผลิต ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขออภัยท่านสมาชิก ด้วยนะครับ เห็นว่าจะเป็นประโยชน์ก็เลยให้ท่านรัฐมนตรีเกินเวลาไป ๔ นาที ขอขอบคุณ คุณยุทธพงศ์ แล้วก็ท่านรัฐมนตรี ขอบคุณครับ🔗

ต่อไปจะเป็นกระทู้ถามสดด้วยวาจาที่ ๑.๑.๓. ของคุณประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ถามเรื่องการดูแลพื้นที่ผู้ชุมนุมเรียกร้องทางการเมือง ถาม นายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล เป็นผู้ตอบ🔗

รัฐมนตรีอยู่แล้วครับ ขอเชิญท่านประเดิมชัยครับ🔗

นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดินแดง ห้วยขวาง พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องขออนุญาตกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้กรุณาบรรจุ กระทู้สดถามด้วยวาจาของผมต่อเรื่องของการควบคุมดูแล การใช้กฎหมายและการเยียวยา ต่อผู้ที่ใช้สิทธิในการเรียกร้องการชุมนุม ที่ต้องการแสดงออกให้มีการเปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขปัญหาของบ้านเมืองในขณะนี้ ท่านประธานครับ ท่านประธานคงทราบดีว่า จากการที่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ขึ้นมาบริหารประเทศ เป็นผู้นำ เป็นนายกรัฐมนตรี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาจากการเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ จนกระทั่งถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะในช่วงรอบปีที่ผ่านมาจะเห็นว่า มีกลุ่มพี่น้องประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากการบริหารประเทศของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ออกมาแสดง การเรียกร้องในการที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ในการที่จะทำให้ประเทศชาตินั้นดีขึ้น อยู่ตลอดเวลา ทุกครั้งที่พี่น้องประชาชนได้ออกมาชุมนุมเรียกร้อง ไม่ว่าจะเป็นทางการเมือง หรือว่าเรื่องใด ๆ ก็ตามแต่ เป็นการชุมนุมภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญที่เปิดโอกาสให้กับ พี่น้องประชาชนได้มีโอกาสในการที่จะได้แสดงความคิด ความเห็น เพื่อที่จะทำให้ชีวิต ความเป็นอยู่ของเขานั้นดีขึ้น ท่านประธานครับ แต่ทุกครั้งที่มีการชุมนุมเรื่อยมา เราจะเห็นว่า การกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำต่อผู้ชุมนุมนั้น ถ้าพูดถึงหลักมาตรฐานสากล ที่นานาอารยประเทศเขาใช้กัน ท่านประธานคงเห็นภาพและจำภาพเหตุการณ์ต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี ทุกครั้งเราจะเห็นถึงความสูญเสีย ความเสียหายทั้งชีวิต ร่างกายของพี่น้องประชาชน และทรัพย์สินที่ออกมาชุมนุมเรียกร้องที่ต้องการที่จะให้เกิดการเปลี่ยนแปลง หรือว่าแก้ไข ไปในทิศทางที่ดีขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุม ที่สามเหลี่ยมดินแดง ซึ่งอยู่ใกล้บ้านท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุมที่สี่แยกปทุมวัน หรือที่ใด ๆ ก็ตามแต่ ทุกครั้งจะมีเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ออกมาควบคุมการชุมนุมที่ภาพ ปรากฏออกมา ท่านประธานครับ มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจที่เจ้าหน้าที่ของรัฐไปกระทำ กับกลุ่มผู้ชุมนุมเปรียบเสมือนกับบุคคลเหล่านั้นเขาไม่ใช่พี่น้องคนไทยด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการใช้อาวุธที่สร้างความเสียหายจนกระทั่งบาดเจ็บและล้มตาย ซึ่งในขณะนี้ ก็ยังไม่มีหน่วยงานหรือว่าผู้นำประเทศไทยที่ชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกมาพูด หรือว่าแสดงความรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นจากการกระทำของใคร โดยเฉพาะในส่วน ของเจ้าหน้าที่ของรัฐก็ยังไม่มีการแสดงความรับผิดชอบใด ๆ เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ก็มีน้องเยาวชนอายุ ๑๕ ปีเสียชีวิต ที่ถูกยิงที่หน้า สน. ดินแดง ที่ไปชุมนุมเรียกร้อง ทางการเมือง เมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม ผ่านมาสด ๆ ร้อน ๆ ๓ วันที่ผ่านมา ท่านประธานครับ ก็มีผู้ชุมนุมที่ไปเรียกร้องถูกยิงจนกระทั่งได้รับบาดเจ็บ ขออนุญาตขึ้นสไลด์ (Slide) ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานครับ นี่คือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ซึ่งเขาเหล่านั้นไปชุมนุมโดยปราศจากอาวุธ ต้องการ ที่จะไปแสดงความคิดความเห็น ต้องการที่จะให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ที่ไปควบคุมกำกับดูแล กลับกลายเป็นว่า สร้างความเสียหายทั้งชีวิตและร่างกาย และรวมแม้กระทั่งทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ที่ไม่มีส่วนรู้เห็น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในขณะนี้ ฉะนั้นก็ขออนุญาตเรียนถาม ถึงแม้ว่า ตัวนายกรัฐมนตรีไม่มา มอบหมายให้รัฐมนตรีมาตอบแทน ไม่เป็นไรท่านประธานครับ ขออนุญาตถามว่า มาตรการที่รัฐที่จะต้องดูแลกับกลุ่มผู้ที่ชุมนุม หรือว่าไปชุมนุมเรียกร้อง ตามระบอบประชาธิปไตยภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญที่กำหนดในเรื่องสิทธิเสรีภาพให้กับ พี่น้องประชาชน ในขณะนี้ที่สามารถแสดงออกทางความคิดความเห็นได้นั้น เป็นการกระทำ ที่เป็นไปตามมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดไว้หรือไม่ และมาตรฐานที่กฎหมายกำหนดไว้ รัฐมนตรีที่มาตอบท่านคิดว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีหน้าที่ในการไปควบคุมกำกับดูแลจะต้อง กระทำตามมาตรการอย่างไรบ้าง ก็ขออนุญาตเรียนเป็นคำถามที่ ๑ ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ ตอบคำถามครั้งที่ ๑🔗

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับมอบหมายจาก ท่านนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้มาตอบกระทู้ถามในเรื่องนี้ครับ กราบเรียนท่านประธานครับ ก่อนอื่นต้องขออนุญาตที่จะกราบเรียนว่าส่วนของรัฐบาลเอง ก็ตระหนักดีนะครับว่า บุคคลย่อมมีสิทธิเสรีภาพในการที่จะชุมนุมโดยสงบ โดยปราศจาก อาวุธตามกรอบของรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตามในรัฐธรรมนูญยังได้บัญญัติไว้ว่า การจำกัดเสรีภาพจะกระทำมิได้ เว้นแต่ได้โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายที่ตราขึ้นเพื่อรักษา ความมั่นคงของรัฐ ความปลอดภัยสาธารณะ หรือความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดี ของประชาชน หรือเพื่อที่จะคุ้มครองสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น ขออนุญาตกราบเรียน ท่านสมาชิกและท่านประธาน ปัจจุบันนี้ในห้วงสถานการณ์ที่ประเทศไทยของเรา กำลังเผชิญสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ด้วย เพื่อเป็นการป้องกัน การแพร่ระบาดนั้น รัฐบาลก็มีความจำเป็นที่จะต้องออกข้อกำหนดต่าง ๆ ที่จะควบคุม การแพร่ระบาด ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกว่า ท่านนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั้น ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ที่มีความรับผิดชอบในการดูแล ความสงบเรียบร้อย โดยเฉพาะการชุมนุมก็ให้ปฏิบัติโดยอยู่ในกรอบของกฎหมาย ยึดถือ กฎหมาย ให้ระมัดระวังที่จะไม่ให้สถานการณ์ต่าง ๆ นั้นมีความรุนแรง รวมทั้งที่สำคัญก็คือว่า เพื่อไม่ให้มีผลกระทบไปสู่ประชาชนโดยทั่วไป🔗

ต่อประเด็นคำถามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณาถามว่า ในเรื่องของ มาตรการการดูแลผู้ชุมนุมนั้นเจ้าหน้าที่ใช้มาตรการทางกฎหมายหรือไม่ อย่างไร ขออนุญาต กราบเรียนว่า กรณีที่มีผู้ออกมาชุมนุมนั้น ถ้าเป็นผู้ชุมนุมโดยสงบ ท่านสมาชิกก็จะเห็นได้ว่า การดำเนินการนั้นก็เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ในบางชุมนุมหรือบางกิจกรรมนั้นเป็นการ ชุมนุมที่อาจจะกล่าวได้ว่า อาจจะไม่ใช่การชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธ มีการใช้กำลัง ทำร้ายเจ้าหน้าที่ มีการสร้างสถานการณ์ มีการทำลายทรัพย์สินสาธารณะของหน่วยงาน ของรัฐ ในส่วนนี้เจ้าหน้าที่เองก็ได้รับนโยบายในการดำเนินการนั้นต้องมีความอดทน อดกลั้น พยายามที่จะต้องหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า ในการปฏิบัติก็จะต้องดำเนินการตามหลักสากล รวมถึงกฎหมายและแผนการปฏิบัติที่เกี่ยวข้องในการดูแลความปลอดภัยและรักษา ความสงบเรียบร้อยบริเวณพื้นที่ก่อเหตุและพื้นที่โดยรอบ โดยเจ้าหน้าที่นั้นได้ดำเนินการ ตามขั้นตอนของการปฏิบัติในการที่ดูแลกิจกรรม เรื่องของการใช้กำลังก็ตาม เรื่องเครื่องมือ หรืออุปกรณ์ควบคุมฝูงชน ซึ่งตรงนี้ได้กำหนดไว้ในแผนรักษาความสงบการชุมนุมสาธารณะ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และแผนการรักษาความปลอดภัย ความสงบเรียบร้อย และจัดการจราจร การชุมนุมสาธารณะในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจ ตามแนวทางของพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พุทธศักราช ๒๕๕๘ และแผนดูแล การชุมนุมสาธารณะ ๒๕๕๘ ซึ่งตรงนี้ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีมาแล้วนะครับ นอกจากนี้ยังได้นำแนวทางการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ซึ่งกำหนดไว้ในคู่มือการปฏิบัติงาน ตามพระราชบัญญัติชุมนุมสาธารณะมาประยุกต์ใช้อย่างเหมาะสมกับการชุมนุมในแต่ละ เหตุการณ์ เพื่อที่จะดูแลการชุมนุมหรือการคุ้มครองความสะดวกของพี่น้องประชาชนทั่วไป การบริหารจัดการการชุมนุม การสอบสวนดำเนินคดี รวมถึงการใช้กำลังและเครื่องมือ ควบคุมฝูงชน เพื่อให้สามารถที่จะดูแลควบคุมให้มีประสิทธิภาพเป็นไปตามหลักสากล ตลอดจนจะต้องดูแลความสงบเรียบร้อย สุขอนามัย หรือความสะดวกกับผู้เข้าร่วมชุมนุมด้วย และปกป้องดูแลสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชนคนอื่นที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการชุมนุม ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกว่า ในส่วนนี้ท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เน้นย้ำเจ้าหน้าที่ที่จะดูแลความสงบเรียบร้อย ให้ยึดถือกฎหมายที่มีอยู่และตามหลักสากลเป็นหลัก ให้ดำเนินการด้วยความระมัดระวัง เพื่อที่จะไม่ให้มีผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน เรื่องการจราจรก็ตาม เรื่องการทำลาย ทรัพย์สินที่ปรากฏในข่าวอยู่ต่อเนื่อง หรือแม้กระทั่งการดำเนินการทำร้ายเจ้าหน้าที่ประการ ต่าง ๆ ก็จะต้องมีการดำเนินการตามกฎหมายผู้กระทำผิด ที่สำคัญก็คือจะต้องไม่ให้ เหตุการณ์ต่าง ๆ นั้นนำไปสู่ความรุนแรงและทำให้เกิดความเสียหายไม่ว่าจะเป็นชีวิต เรื่องของทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนก็ตาม ในข้อที่ ๑ ขออนุญาตกราบเรียนในขั้นต้นแค่นี้ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ คำถามที่ ๒ ครับ🔗

นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดินแดง ห้วยขวาง พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ จากการตอบของท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล นะครับ ท่านได้กรุณาตอบแทนท่านนายกรัฐมนตรี ท่านได้ตอบอ้างถึงเรื่องของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ที่บัญญัติไว้ในเรื่องของการชุมนุม ซึ่งจะต้องไม่สร้างความเสียหาย หรือความเดือดร้อนให้ กับพี่น้องประชาชน ต่อกรณีนี้ท่านประธานครับ ถ้าเราจะดูถึงเหตุการณ์ข้อเท็จจริง ที่เจ้าหน้าที่ของรัฐได้กระทำต่อผู้ชุมนุม ท่านพูดถึงหลักสากลของการควบคุมการชุมนุม ของผู้ที่ไปเรียกร้องสิทธิตามระบอบประชาธิปไตยที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ท่านกล่าวอ้างถึง พ.ร.บ. ควบคุมโรค ท่านประธานครับ วันนี้ถ้าพี่น้องประชาชนเขาไม่เดือดร้อนต่อความเป็นอยู่ ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ก็คงไม่มีใครที่จะออกไปชุมนุมเรียกร้อง เพื่อที่จะหาคนรับผิดชอบ โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ภาพที่ปรากฏท่านประธาน เอาง่าย ๆ จากหลังสุดวันที่ ๑๔ พฤศจิกายนที่ผ่านมา ท่านประธานขอวิดีโอ (Video) ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานก็คง เห็นนะครับว่าภาพที่เป็นมาตรฐานสากล ถามว่าภาพอย่างนี้เป็นมาตรฐานสากลไหม การควบคุมดูแลจะต้องจากเบาไปหาหนัก มีขั้นตอนวิธีการ จะต้องมีการเจรจากับอาวุธ ยุทโธปกรณ์ หรือว่าเครื่องไม้เครื่องมือที่ใช้ในการควบคุมดูแลผู้ชุมนุม ถามว่าสิ่งนี้ หรือที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของการใช้ความเหมาะสมของการควบคุมผู้ที่ชุมนุมเรียกร้อง ทางการเมือง การใช้อาวุธปืนถึงแม้ว่าจะเป็นกระสุนยาง แต่ภาพที่ปรากฏท่านประธาน ก็คงเห็นนะครับว่า วิธีการที่เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธปืนกระสุนยางในการยิงเข้าใส่ผู้ชุมนุม ที่ไปเรียกร้อง มันไม่ได้เป็นไปตามรูปแบบมาตรฐานสากลเลย รูปแบบมาตรฐานสากล เขาบอกว่า ต้องยิงต่ำกว่าระดับเอวลงไป แต่คนที่ถูกยิงท่านประธานครับ ถูกยิงที่ศีรษะ ถูกยิงที่เหนือขึ้นกว่าเอว ถูกยิงในจุดที่สำคัญ ๆ ทั้งสิ้น มันฟ้องด้วยภาพ การประทับยิง ของเจ้าหน้าที่ เหมือนกับว่าเจ้าหน้าที่เหล่านั้นตั้งใจเจตนา ในการที่จะทำให้เกิด ความเสียหายกับกลุ่มผู้ชุมนุมและเรียกร้อง หรือแม้แต่การใช้อาวุธที่เป็นกระบอง ท่านประธานก็คงเห็นนะครับว่าเจ้าหน้าที่ใช้กระบองวิ่งเข้าไปตีผู้ที่ขี่มอเตอร์ไซค์สวนเข้ามา เจ้าหน้าที่ใช้กระบองขว้างผู้ที่ขับขี่มอเตอร์ไซค์ อย่างนี้หรือครับที่เรียกว่าเป็นการกระทำ ของเจ้าหน้าที่ที่ผ่านการอบรม หรือว่าเป็นไปตามมาตรฐานสากล ถามว่าเมื่อวันที่ ๑๔ ทำไมท่านไม่ใช้รถน้ำในการที่จะสกัดผู้ชุมนุมไม่ให้ขยายวงกว้างออกไป ซึ่งมันน่าจะเบากว่า กับการที่ใช้อาวุธปืนกระสุนยางหรือเปล่า แต่นี่ท่านกลับไม่เลือกใช้ ท่านกลับเลือกใช้อาวุธ ซึ่งในขณะนี้ผ่านไปแล้ว ๔ วัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บจากการชุมนุมในวันที่ ๑๔ ที่ผ่านมา ก็ยังไม่มี เจ้าหน้าที่ของรัฐออกมาแถลงว่าคนที่ได้รับบาดเจ็บเป็นผู้ที่ได้รับบาดเจ็บจากการใช้อาวุธ ชนิดใด ก็ยังไม่มีใครออกมารับผิดชอบ ฉะนั้นตรงนี้ขออนุญาตเรียนเป็นคำถามที่ ๒ นะครับ ท่านจะให้คำตอบอย่างไรว่า สิ่งที่ผมได้ถามไปเมื่อสักครู่มันเป็นมาตรฐานสากลจริงหรือไม่ และรวมทั้งวันนี้เมื่อกฎหมายรัฐธรรมนูญได้กำหนดในเรื่องของการที่จะให้ประชาชนมีเวที ในการที่จะแสดงออกในการชุมนุม ถามว่าทำไมรัฐบาลไม่จัดพื้นที่เพื่อที่จะให้ประชาชน เขาสามารถไปแสดงออกในการที่จะเรียกร้องในความทุกข์ยากหรือว่าความต้องการของเขา ไปถึงผู้นำ ไปถึงรัฐบาลได้ ถามว่าทำไมรัฐบาลไม่ทำ อันนี้คือคำถามที่ ๒ ครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่จะตอบคำถาม ผมขออนุญาตพูดถึงเรื่องของการปฏิบัติตามหลักสากลที่ท่านสมาชิกได้กรุณาถาม ต้องเรียนว่าในเรื่องของหลักสากลนั้น ในการดำเนินการของเจ้าหน้าที่ที่ควบคุมฝูงชนนั้น สหประชาชาติก็ได้กำหนดหลักการสากลไว้หลักๆ ก็คือ ๖ ประการด้วยกันและทางสำนักงาน ตำรวจแห่งชาตินั้นก็ได้มาจัดทำเป็นแผนการปฏิบัติตามที่ผมได้กราบเรียนไปข้างต้นแล้ว หลักก็คือ เรื่องของหลักประสิทธิภาพและความเหมาะสม เรื่องของความจำเป็น เรื่องของ ความได้สัดส่วนและความถูกต้องตามกฎหมาย ความรับผิดชอบ และสุดท้ายก็คือ การห้ามเลือกปฏิบัติโดยอำเภอใจและไม่เป็นธรรม และในการดำเนินการของเจ้าหน้าที่นั้น ก็จะต้องพยายามที่จะต้องหลีกเลี่ยงการใช้กำลัง ถ้ามีความจำเป็นจะต้องใช้กำลัง จะต้อง ดำเนินการให้เกิดผลกระทบต่อผู้ชุมนุมน้อยที่สุด และมีประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย ที่ท่านได้กล่าว เรื่องของการเจรจา เรื่องของการแจ้งเตือน กำหนดระยะเวลาที่จะให้ผู้ชุมนุม ได้ทราบถึงการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ รวมทั้งในการดำเนินการนั้นเจ้าหน้าที่ก็ได้มีการที่จะต้อง ฝึกเรื่องของการควบคุมฝูงชนตามห้วงเวลา ตามหลักการที่ผมได้กล่าวแล้วข้างต้นอย่างเสมอ และต่อเนื่อง🔗

ต้องขออนุญาตกราบเรียนว่า ในส่วนของการดำเนินการ เหตุการณ์ในวันที่ ๑๔ ในแต่ละเหตุการณ์นั้น เนื่องจากว่าการดำเนินการของผู้ที่รับผิดชอบต่อเหตุการณ์นั้น ก็จะต้องใช้วิธีในการที่จะปรับสถานการณ์ให้เหมาะสมกับเหตุการณ์ในแต่ละเหตุการณ์ ในวันที่ ๑๔ คร่าว ๆ ก็คือถือก่อนที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะเคลื่อนขบวนไปยังสถาบันนิติเวช โรงพยาบาลตำรวจนั้น และบริเวณหน้าโรงพยาบาลตำรวจนั้น ช่วงนั้นทางกลุ่มผู้ชุมนุม ก็ได้กรูเข้ามายังเจ้าหน้าที่ แล้วก็มีเหตุเสียงดังคล้ายระเบิดบริเวณแนวตั้งรับของตำรวจ แนวโล่ตำรวจ ก็ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจนั้นก็ต้องถอยร่นเข้าไปในส่วนของโรงพยาบาล ส่วนเรื่องของสาเหตุที่เกิดขึ้นตามที่ท่านสมาชิกได้กล่าวนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้น ได้สั่งการให้กองบัญชาการตำรวจนครบาลได้ดำเนินการที่จะต้องเร่งพิสูจน์ทราบโดยเร่งด่วน ตั้งเจ้าพนักงานสอบสวนในการดำเนินงาน ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนของการรวบรวมหลักฐาน ให้เกิดความกระจ่าง ให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ทั้งฝ่ายผู้ชุมนุมด้วย และฝ่ายเจ้าหน้าที่ ด้วยว่าในการบาดเจ็บของผู้ชุมนุมนั้นเกิดจากอย่างไร แล้วก็จะต้องดำเนินการตาม กระบวนการ ตามกฎหมายต่อไป สำหรับในส่วนของผู้บาดเจ็บนั้น ปัจจุบันก็ได้มาดำเนินคดี แจ้งความร้องทุกข์ต่อผู้กระทำแล้ว ซึ่งตรงนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ พนักงานสอบสวนก็ได้ ดำเนินการรับเป็นคดีแล้วสอบสวนให้โดยเร็วที่สุด ต้องเรียนยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า ในการควบคุมการชุมนุมต่าง ๆ นั้น เจ้าหน้าที่ไม่ได้ใช้อาวุธที่มีความร้ายแรงในการปฏิบัติงาน ควบคุมฝูงชนนะครับ โดยเฉพาะการควบคุมสถานการณ์ความไม่สงบต่าง ๆ ในเรื่องของ การรับฟังความคิดเห็นนั้นผมขออนุญาตกราบเรียนว่า ในการชุมนุมแต่ละการชุมนุมนั้น ทางรัฐบาลทุกหน่วยงานก็ได้รับฟังข้อเสนอของผู้ชุมนุมในส่วนที่จะดำเนินการได้อย่างไรนั้น ก็อยู่ในขั้นตอนของการดำเนินการ ขออนุญาตกราบเรียน🔗

ส่วนเรื่องของพื้นที่ที่จะให้การชุมนุมนั้น ถ้าเป็นการชุมนุมในพื้นที่ที่การชุมนุม โดยสงบนั้นเจ้าหน้าที่ก็จะดูแล ท่านก็จะเห็นว่าในบางเหตุการณ์นั้นการชุมนุมก็ไม่ได้ มีเหตุการณ์อะไรที่เกิดความรุนแรง ทั้งฝ่ายผู้ชุมนุมเอง ฝ่ายเจ้าหน้าที่ที่ควบคุมรักษา ความปลอดภัยดูแลการชุมนุมก็ได้มีการดำเนินการ เว้นเสียแต่ว่าในบางกิจกรรมบางแห่งนั้น ได้มีการก่อความรุนแรง มีการปาระเบิด มีประทัดยักษ์เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ก็ต้องดำเนินการ บังคับใช้กฎหมายตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายที่กำหนดไว้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประเดิมชัยถามได้อีก คำถามครับ เชิญครับ🔗

นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กรุงเทพมหานคร

ขอบคุณท่านประธาน ประเดิมชัย เขต ๕ ดินแดง ห้วยขวาง พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ต่อคำตอบของท่าน รัฐมนตรีชัยชาญที่ได้ตอบในคำถามที่ ๒ เป็นคำถามต่อเนื่องในคำถามที่ ๓ ท่านประธานครับ ถ้าพูดถึงสิทธิของผู้ชุมนุมต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐอำนวย ความสะดวกให้กับกลุ่มผู้ชุมนุมเหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้จะไม่เกิดขึ้น ท่านประธานทราบดีว่า วันที่ ๑๔ เขานัดชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เขาต้องการที่จะไปแสดงออกตรงนั้น แต่เจ้าหน้าที่ของรัฐก็เอาตู้คอนเทนเนอร์ (Container) ไปกีดขวาง ไปจัดตั้งที่บริเวณ ท้องสนามหลวง ถ้าพูดถึงพื้นที่สนามหลวงถ้าเปิดโอกาสให้กลุ่มผู้ชุมนุมไปอยู่ใน ท้องสนามหลวงแล้วเขาได้แสดงความคิดความเห็น เขาก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้อง เคลื่อนย้ายมาที่สี่แยกปทุมวัน เมื่อเขาเคลื่อนย้ายมาสี่แยกปทุมวัน เขาต้องการที่จะไปยื่น หนังสือเรียกร้องผ่านทางสถานทูตเยอรมัน เจ้าหน้าที่ก็ไปตั้งขบวนในการกีดขวางไม่ให้เขาไป ยื่นหนังสือที่สถานทูตเยอรมัน มันถึงเกิดเหตุการณ์ชุลมุนกันขึ้นมา สิ่งที่กล่าวอ้างถึงเสียงดัง ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเกิดขึ้นโดยประทัดยักษ์ หรือว่าเสียงที่เกิดขึ้นจากอะไรก็ตามแต่ ตอนนี้ยังไม่สามารถพิสูจน์ทราบได้ว่าเกิดจากฝ่ายไหน แต่เจ้าหน้าที่ก็นำมาเป็นข้ออ้างในการ ที่จะใช้วิธีการในการที่จะควบคุมกับกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งผมคิดว่าตรงนี้นายกรัฐมนตรีในฐานะ ที่เป็นผู้บริหารประเทศ นายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะที่เป็น ผู้ดูแลกำกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ คงต้องพิจารณาและทบทวนไปดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา โดยเฉพาะผู้บัญชาการเหตุการณ์ที่จะต้องสั่งการและการตัดสินใจในการแก้ไขปัญหา เฉพาะหน้าที่มันเกิดขึ้นว่ามีวุฒิภาวะและเป็นไปตามหลักมาตรฐานสากลอย่างที่ ท่านรัฐมนตรีช่วยได้ตอบหรือไม่🔗

คำถามที่ ๓ ที่อยากจะถามก็คือว่าในทุกเหตุการณ์ที่มีการชุมนุมที่ผมพูดไป เมื่อสักครู่ มีความเสียหายทั้งชีวิต มีความเสียหายทั้งทรัพย์สิน ตอนนี้ทางรัฐบาลเองยังไม่ได้ มีการมาชดใช้ ชดเชยความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างไรเลย ก็อยากจะถามท่านนะครับว่า เมื่อความเสียหายมันเกิดขึ้นแล้วเหตุการณ์หลายเหตุการณ์ หลายช่วงเวลาผ่านมาไม่ว่า จะเป็นที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็นสามเหลี่ยมดินแดง ล่าสุดที่บริเวณ แยกปทุมวัน อาจจะเร็วเกินไปที่ท่านจะสอบว่าจะต้องชดใช้ ชดเชยใคร แต่เหตุการณ์ ก่อนหน้านั้นมันก็ยังไม่มีรัฐบาลหรือว่าคนที่รับผิดชอบไปแสดงความรับผิดชอบในการ ที่จะต้องเยียวยา ชดเชย ชดใช้ต่อกลุ่มผู้เสียหายใด ๆ ทั้งสิ้น ฉะนั้นก็ขออนุญาตเรียน สอบถามว่ากระบวนการในการชดเชย ชดใช้ต่อกลุ่มผู้เสียหายที่ไปชุมนุมโดยปราศจากอาวุธ ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญในปัจจุบันนี้ที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของเจ้าหน้าที่ ของรัฐ ท่านจะเยียวยา หรือว่าชดเชย ชดใช้ให้กับเขาอย่างไร หน่วยงานไหนเป็นผู้รับผิดชอบ และเขาจะได้รับการชดเชย หรือว่าเยียวยาดูแลจากรัฐบาลของท่านตอนไหน อย่างไร และท้ายที่สุดครับท่านประธาน ถ้าจะไม่ให้ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นมาผมว่าดีที่สุด นายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่บริหารประเทศต่อเนื่องตั้งแต่ ปลายปี ๒๕๕๗ จากการรัฐประหารมาจนถึงปี ๒๕๖๔ ในขณะนี้เต็มไปด้วยปัญหา🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คุณประเดิมชัยครับ ถามได้ครับ เลยเวลาไปเยอะแล้วครับ เชิญเลยครับ🔗

นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กรุงเทพมหานคร

ก็ฝากครับว่า ให้ท่านได้ ช่วยพิจารณาเถอะครับ คืนความสุขให้กับประชาชน ท่านจะลาออก ท่านจะยุบสภาอย่างไร ผมคิดว่ามันจะทำให้เหตุการณ์สงบ ก็ถามเป็นคำถามที่ ๓ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ คำถามที่ ๓ ท่านถามประเด็นเรื่องเยียวยา ผมขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ครับว่า ยกตัวอย่างที่เขตดินแดงคือแฟลตดินแดงนะครับ จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงตั้งแต่ หลายเดือนก่อนที่ผ่านมานั้น อาจจะทำให้ทางประชาชนบางส่วนนั้นได้รับผลกระทบ ในเรื่องของทรัพย์สินของบ้านเรือนที่พักอาศัยที่แฟลต ในส่วนนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ได้เข้าไปดำเนินการที่จะเข้าไปพูดคุยทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ซึ่งได้เข้าไป ดำเนินการในพื้นที่นั้นจำนวนถึงกว่า ๗ ครั้ง เพื่อที่จะรับทราบปัญหาแล้วก็ร่วมกันที่จะลด หรือหาทางในการแก้ไข ลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน ในส่วนนี้ก็ได้มี การเยียวยาในการที่เข้าไปซ่อมแซมปรับปรุง ในส่วนที่ทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย จากการปฏิบัติก็ให้อยู่ในสภาพเดิม รวมทั้งก็มีการที่จะสร้างความมั่นใจในการดูแล ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวนะครับ โดยเฉพาะ เรื่องความร่วมมือในการดำเนินการที่จะทำอย่างไรที่จะไม่ให้เกิดเหตุความไม่เรียบร้อย หรือความไม่สงบขึ้นในพื้นที่ ซึ่งตั้งแต่วันที่ ๗ ตุลาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่เองก็ได้มีการปรับ ในการดำเนินการวิธีการในการปฏิบัติงาน ก็ทำให้ไม่ได้มีการชุมนุมที่ส่งผลกระทบต่อ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ตรงนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งในเรื่องของการเยียวยา โดยสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติในการดำเนินการที่ผ่านมา สำหรับผู้ชุมนุมที่ถามว่าจะได้รับการเยียวยา อย่างไรนั้น ในส่วนของผู้ชุมนุมที่ได้รับบาดเจ็บหรือเสียหายนั้น ในทางกฎหมายเราก็สามารถ ที่ใช้สิทธิได้ตามกฎหมายในการดำเนินการเรื่องของคดี หรือเรื่องของสิทธิที่พึงได้รับนะครับ ตรงนี้ก็ขอกราบเรียนว่า ในส่วนนี้ทางรัฐบาลเองก็พยายามที่จะดูแลทั้งพี่น้องประชาชน ทั้งในส่วนผู้รับผลกระทบ รวมทั้งผู้เข้าร่วมการชุมนุมที่ได้รับบาดเจ็บเสียหายด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ขอขอบคุณ ท่านผู้ถามและท่านรัฐมนตรีนะครับ รักษาเวลาไว้ได้ไม่เกินครึ่งชั่วโมงครับ ท่านรัฐมนตรี ก็ตอบไม่ครบ ท่านผู้ถามก็ถามเกินไปประมาณสัก ๒ นาทีเศษนะครับ จบกระทู้ถามสด ด้วยวาจานะครับ ทั้ง ๓ กระทู้ ขอบพระคุณทุกฝ่ายนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗

วันนี้มี ๓ กระทู้ แต่ว่ามีขอเลื่อน ๑ กระทู้ครับ🔗

กระทู้ถาม ที่ ๑.๒.๑ เรื่องความคืบหน้าและการสนับสนุนโครงการ สร้างฝายยางกั้นแม่น้ำเลย เพื่อกักเก็บน้ำของคุณเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ถาม รัฐมนตรี ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประภัตร โพธสุธน เป็นผู้ตอบ ท่านประภัตรได้แจ้งมาว่า เนื่องจากมีภารกิจสำคัญเร่งด่วนไม่สามารถตอบได้ จึงขอเลื่อนไปสัปดาห์หน้า วันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ครับ🔗

กระทู้ถาม ที่ ๑.๒.๒ เรื่อง ขอทราบแนวทางการบริหารจัดการเงินกู้จำนวน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona) เพิ่มเติม (พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีได้ มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เป็นผู้ตอบ🔗

ท่านรัฐมนตรีมาพร้อมแล้วครับ ขอเชิญท่านสุพิศาล กระทู้นี้ถามได้ ๒ ครั้งนะครับ เว้นแต่ว่าไม่จบอยากจะถามเป็นครั้งที่ ๓ อันนั้นต้องขออนุญาตประธานนะครับ ไม่ใช่มีสิทธิโดยทันทีนะครับ ขอเชิญท่านสุพิศาลครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เป็นกระทู้ที่ ๓ ครับ วิ่งรอกจากข้างล่างกระทู้แยกเฉพาะมา ๒ กระทู้ครับ เกือบไม่ทันครับ🔗

ท่านประธานครับ กราบเรียนนะครับว่ากระทู้นี้เป็นกระทู้ที่ต่อเนื่องจากกระทู้ ที่ผมเคยถามท่านนายกรัฐมนตรีไว้แล้วเมื่อคราวที่แล้วนะครับ เรื่องของการใช้เงิน ๑ ล้านล้านบาท ในเรื่องของยุคโควิด (COVID) นะครับ และกระทู้นี้เป็นกระทู้ที่ต่อเนื่อง เป็นกระทู้ที่รัฐบาลเองคงจะต้องตอบนะครับ เพราะว่ามันมีหลายประเด็นเกี่ยวกับ เรื่องงบประมาณที่จะใช้นะครับ คำถามแรกนะครับ ผมคงต้องถามสั้น ๆ ไว้ก่อนนะครับ แต่คำถามที่ ๒ จะมี ๒ คำถามครับท่านประธานครับ🔗

คำถามแรก เมื่อสภาเราผ่านร่างพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลัง เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) เพิ่มเติมนะครับ ในวงเงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทไปแล้วนั้น และบังคับแล้ว เมื่อวันที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๖๔ ในมาตรา ๙ มีเหตุผลระบุถึงสาเหตุที่จะต้องกู้เพิ่มเติมว่า ต้องเตรียมการแก้ไขเศรษฐกิจและสังคมจากการแพร่ระบาด หลังจากวงเงินเดิมที่กู้ไปแล้ว ๑ ล้านล้านบาทลดลง และมีไม่เพียงพอที่จะรับมือการระบาดของโรคโควิด (COVID) ในรอบ ๓ นะครับ ประกอบกับในมาตรา ๕ ครับท่านขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
พลต ำรวจตรี สุพิศำล ภักดีนฤนำถ แบบบัญชีรำยชื่อ

มาตรา ๕ ครับ บอกเลยครับว่าเงินกู้ตามพระราชกำหนดนี้ ผมไม่อ่านทั้งหมดนะครับ แต่ส่วนสำคัญคือ วรรคสอง ท่านประธานครับ (๒) ที่เอาไปใช้ในเงินนี้ครับ สำคัญคือเพื่อช่วยเหลือเยียวยา และชดเชยให้ประชาชนทุกสาขาอาชีพครับ ที่ได้รับผลกระทบการแพร่ระบาดจากเชื้อไวรัส ครั้งนี้และแผนงานโครงการในค่าใช้จ่ายตามวรรคหนึ่ง ต้องเป็นไปตามที่คณะรัฐมนตรี กำหนดอยู่ในท้ายนะครับ ในท้ายนั้น สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ จะมีขีดเส้นไว้เลยครับ🔗

ในข้อ ๒ แผนงานโครงการที่เกี่ยว มีวัตถุประสงค์ครับท่านประธาน ที่ช่วยเหลือเยียวยาประชาชนทุกอาชีพ ทุกสาขาอาชีพนะครับ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ท่านประธานครับ ดูหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ครับท่านประธาน เมื่อวานนี้ครับ หัวกระดาษ คือเขียนไว้เลยครับว่าเงินที่เยียวยานี้หายไปครับท่านประธาน มีการปรับแผนใหม่ ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แผนใหม่ หายไปอีก ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วตอนนี้วงเงินเหลือแค่ ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาทครับ ตัวเลขในหนังสือพิมพ์ฉบับนี้ครับ ทำไมถึงต้องเปลี่ยนแปลงไปครับ นั่นคือสิ่งสำคัญที่ผมอยากให้รู้ครับ จึงเป็นคำถามแรกครับท่านประธาน รัฐบาลจะมีแนวทาง บริหารจัดการและใช้รูปแบบของวิธีการกู้อย่างไรในแต่ละประเภท มีผลบังคับใช้ และวงเงินแต่ละประเภทเท่าใดครับ ตลอดจนวันครบกำหนดชำระเส้นทางการได้รับเงินกู้ และเบิกจ่ายในแผนงานที่กำหนดมีอย่างไร แหล่งเงินกู้นั้นคือที่ใดครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพ กระผม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี ให้เป็นผู้ชี้แจงตอบกระทู้ถาม เรื่องขอทราบแนวทางการบริหารจัดการเงินกู้จำนวน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) เพิ่มเติม กระผมขออนุญาตอบท่านสมาชิกผู้ตั้งกระทู้ดังต่อไปนี้นะครับ ในประเด็นคำถามนั้น ก็มีประเด็นอยู่นิดหนึ่งว่ารูปแบบวิธีการกู้ในแต่ละประเภทนั้นจริง ๆ แล้วในพระราชกำหนด กู้เงินนั้นได้มีอยู่ ๓ แผนงาน ซึ่งผมไม่แน่ใจว่าจะหมายถึงประเภทหรือเปล่า เพราะว่าได้พูดถึงในเรื่องว่ามีผลบังคับใช้ ซึ่งถ้าเป็นแผนงานหรือประเภททั้ง ๓ ประเภทนั้นก็ชัดเจนนะครับว่ามีผลบังคับใช้แล้ว แต่ว่าวงเงินนั้นก็ได้กำหนดกรอบวงเงินไว้ให้ เพียงแต่ว่าถ้าจะถามว่าประเด็นในเรื่องของ วิธีการที่จะให้ได้เงินมาตรงนี้ก็เป็นการกู้เงินแน่นอนนะครับ ก็จะขออนุญาตเรียนว่าในการ ดำเนินการในเรื่องของการกู้เงินตามพระราชกำหนดนี้ในวงเงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ข้อมูล ณ วันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ก็ขออนุญาตชี้แจงเพิ่มรายละเอียดอย่างนี้นะครับว่า ขณะนี้ เราได้มีการกู้เงินไปแล้วในกรอบวงเงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ได้กู้ไปแล้ว ๑๙๔,๑๖๖ ล้านบาท อันนี้ก็เป็นส่วนที่เป็นการกู้เงินตามที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติอนุมัติโครงการต่าง ๆ ที่อยู่ภายใต้ ๓ แผนงานทั้ง ๓ แผนงาน ซึ่งในวงเงินรวมนั้น ๑๙๔,๑๖๖ ล้านบาทนั้น ก็ยังมีวงเงินกู้ คงเหลืออยู่ประมาณ ๓๐๕,๘๓๓ ล้านบาท ทีนี้ถ้าถามว่าแต่ละประเภทนั้นมีอะไรบ้าง ขณะนี้ เรากู้ไปแล้วทั้งหมด ๖ สัญญาด้วยกัน ซึ่งสัญญาที่ ๑ ก็ประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท สัญญาที่ ๒ ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท สัญญาที่ ๓ ๙,๐๐๐ ล้านบาท แล้วสัญญาที่ ๔ ๔๙,๐๐๐ ล้านบาท สัญญาที่ ๕ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท สัญญาที่ ๖ ก็ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท รูปแบบการกู้นั้นก็แตกต่างกันไป มีตั้งแต่ในเรื่องของการออกพันธบัตรของรัฐบาล เรื่องของ การออกตั๋วสัญญาใช้เงินซึ่งก็จะมีระยะเวลาที่สั้นยาวนั้นแตกต่างกันไปตั้งแต่ ๒ ปีไปจนถึง ๔ ปี อายุของสัญญาเงินกู้ต่าง ๆ พวกนี้ ซึ่งวันครบกำหนดในเรื่องของการกู้ที่จะต้องชำระนั้น ก็อยู่ที่ปี ๒๕๖๖ เป็นต้นไป ที่เร็วที่สุดก็ประมาณวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๖๖ ซึ่งแหล่งเงินกู้นั้น ก็เป็นการกู้ทางสถาบันการเงิน ขออนุญาตเรียนเพิ่มเติมว่า ณ วันที่ ๑๕ พฤศจิกายนนั้น คณะรัฐมนตรีก็ได้มีมติอนุมัติแผนงานหรือโครงการภายใต้พระราชกำหนดนั้นจำนวน ๒๕๒,๗๖๙ ล้านบาท แล้วหน่วยงานเจ้าของโครงการที่ได้เสนอโครงการก็ได้มีการเบิกจ่าย ไปแล้ว ๑๔๒,๙๙๓ ล้านบาท🔗

ขออนุญาตแยกว่าถ้าดูตามแผนงานทั้ง ๓ แผนงาน ในกลุ่มที่ ๑ ก็เป็นกลุ่ม เพื่อแก้ปัญหาในเรื่องของโรคระบาด เรื่องของวัคซีน เรื่องของอุปกรณ์ทางการแพทย์ ต่าง ๆ นั้น คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติ จริง ๆ แล้วมีกรอบวงเงินอยู่ที่ ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่า คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติไปแล้ว ๒๐,๖๘๘ ล้านบาท แล้วมีการเบิกจ่ายที่ ๑๑,๐๐๐ ล้านบาท ก็ประมาณ ๕๕ เปอร์เซ็นต์ ของกรอบวงเงินที่อนุมัติ🔗

ส่วนแผนงานที่ ๒ เป็นเรื่องของการช่วยเหลือเยียวยาและชดเชยให้กับ ประชาชนนั้น คณะรัฐมนตรีได้มีการอนุมัติไปแล้ว ๑๔๙,๕๕๙ ล้านบาท ก็มีการเบิกจ่ายไป ๑๒๑,๑๗๓ ล้านบาท หรือประมาณ ๘๑ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะเป็นเรื่องของ การเยียวยาในเรื่องของประชาชนในทุกกลุ่มอาชีพนะครับ🔗

ส่วนแผนงานที่ ๓ นั้นคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติไปแล้ว ๘๒,๕๒๑ ล้านบาท เบิกจ่ายไป ๑๐,๔๓๙ ล้านบาท หรือประมาณ ๑๒.๖ เปอร์เซ็นต์ ในภาพรวมนั้นก็เบิกจ่าย ไปแล้ว ๕๖.๖ เปอร์เซ็นต์ ก็ขออนุญาตเรียนทั้ง ๒ ประเด็นว่า เรื่องของวิธีการกู้ แล้วก็เรื่อง ของการอนุมัติ แล้วก็เบิกจ่ายนะครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ถามได้ครั้งที่ ๒ ครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ขอถามต่อหน่อยนะครับ ในคำถามที่ ๒ และที่ ๓ นั้นผมจะถาม รวมกันไปเลยทีเดียว แต่ก่อนถามนั้นก็ต้องมีรายละเอียดก่อนถามในเนื้อหานะครับ ท่านครับ รัฐบาลได้นำเงิน ๑.๕ ล้านล้านบาท รวมกันแล้ว ๒ ฉบับไปใช้ โดยเฉพาะท่านดูในตาราง ที่ผมถามคำถามแรกแล้วก็ขอย้อนไปคำถามที่ ๑ มันมีตารางก่อนคำถามที่ ๑ ครับ ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

คำถามในนี้ ผมเขียนไว้ว่าที่สำคัญทำอะไรให้แก่ประชาชนทุกสาขาอาชีพที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งเดิมแล้ว ใน ๑ ล้านล้านเดิม บวกกับ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ผู้สื่อข่าวออกข่าวว่าค่าใช้จ่ายงบประมาณ ที่เยียวยานี่ใช้ ๙๑๗,๘๙๓ ล้านบาท ซึ่งแบ่งไปใน ๗ โครงการครับ โครงการที่ปรากฏคือ มาตรการเราไม่ทิ้งกัน มาตรการเยียวยาเกษตรกร มาตรการเยียวยากลุ่มผู้เปราะบาง มาตรการคนละครึ่ง มาตรการเพิ่มกำลังซื้อบัตรสวัสดิการ มาตรการเรารักกัน มาตรการ เราชนะ ท่านครับเชื่อไหมว่า ๕ มาตรการนี้ที่เป็นเหมือนประชารัฐออกอีเวนต์ (Event) แจกเงิน คำตอบรัฐบาลบอกว่าทุกสาขาอาชีพ ผมว่าไม่จริง มี ๒ มาตรการที่ให้กลุ่มเปราะบาง เกษตรกร ท่านครับรัฐบาลตกลงไปหรือเปล่าว่ากฎหมายเขียนว่าทุกสาขาอาชีพ มีครับ หมอนวด พนักงานโรงแรม แรงงานที่ไร้สังกัด โดยเฉพาะที่อยู่ในสาขาท่องเที่ยว พ่อค้า ตามตลาดนัดแผงลอยไม่ได้ครับ นี่ผิดกฎหมายครับท่านประธานครับ เพราะไม่ทุกสาขาอาชีพ นั่นคือสิ่งที่กฎหมายเขียนไว้ผมถึงเป็นคำถาม ที่ตั้งเป็นกระทู้ถามทั่วไป ในคำถามที่ถัดไป เพราะว่า ๕ มาตรการดังกล่าวนี้จะบอกว่าแจกอย่างทั่วถึงทุกสาขาอาชีพ ไม่ทั่วถึงหรอกครับ ไม่เชื่อไปเช็คดู ท่านเอาอาชีพทุกอาชีพในประเทศไทยกางมา แล้วไปหยิบเอาคำร้อง ที่กระทรวงมหาดไทย ศูนย์ดำรงธรรมมาดูก็ได้ครับ หรือที่กระทรวงแรงงานมาดูก็ได้ว่า ใครบ้างไม่ได้เงิน นี่คือสิ่งสำคัญที่ผมรับความเดือดร้อนมาเพื่อถามกระทู้นี้ครับท่านประธาน มันจึงเป็นคำถามที่ไปสู่คำถามที่ ๒ และคำถามที่ ๓ ซึ่งสำคัญมาก ๆ เลย โดยเฉพาะเรื่องของ การที่จะถามว่าผลสัมฤทธิ์ของเงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผลสัมฤทธิ์ครับ เมื่อสักครู่ผมอยู่ห้อง ข้างล่างผมถามเรื่องผลสัมฤทธิ์เหมือนกัน ผลสัมฤทธิ์ของการใช้งบประมาณ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ของรัฐบาล เชิญไปชมดูในวีดิทัศน์ของรัฐสภาได้🔗

ในคำถามที่ ๒ ถามว่าขอทราบผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินงานเงินกู้เพื่อแก้ไข ปัญหาเยียวยาฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของการติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) พ.ศ. ๒๕๖๔ ภายใต้โครงการใด มีมิติของ ตัวชี้วัดเชิงคุณภาพ เชิงปริมาณ เชิงเวลา เชิงความคุ้มค่าของงบประมาณและมูลค่าทาง เศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากแผนฟื้นฟูโดยละเอียด ส่งเป็นเพเพอร์ (Paper) ให้ผมก็ได้ครับ หรือประกาศลงใน เว็บไซต์ (Website) ของกระทรวงการคลังก็ได้ครับ ผมจะเข้าไปอ่าน ก่อนที่จะไปถึงข้อที่ ๓ ที่ผมถามในครั้งที่ ๒ นี้นะครับ เป็นประเด็นของเงิน ๑.๕ ล้านล้านบาท ที่ผมกล่าวไปแล้ว เพราะเงินงบประมาณเป็นหัวใจสำคัญ แล้วเป็นเงินกู้ท่านประธานครับ รัฐบาลขอกู้เงินแบบขาดดุลงบประมาณ ปี ๒๕๖๓ ๔๖๙,๐๐๐ ล้านบาท เชื่อไหมครับว่า ผมอ่านรายงานที่วางบนโต๊ะ ๘๑๑,๐๐๐ ล้านเศษ ๆ ท่านประธานครับ งอกครับ ใช้พระราชบัญญัติบริหารหนี้ ซึ่งรัฐบาลใช้อำนาจถูกต้องครับ ผมไม่ว่าครับ เป็นการ แก้ไขปัญหา นั่นละครับคือผลบวกที่จะเข้ามา ถามว่าเงินกู้เหล่านั้นมาโปะถูกประเด็น หรือเปล่านะครับ🔗

ในคำถามที่ ๓ ท่านประธานครับ เป็นคำถามเกี่ยวกับการกู้เงิน เป็นเงินกู้ รัฐบาล คำถามคือ การกู้เงินของรัฐบาลทั้งรอบแรก รอบสอง รวมเป็น ๑.๕ ล้านล้านบาท ดังกล่าวรัฐบาลได้นำเงินงบประมาณไปจัดซื้อวัคซีนและบริการให้กับประชาชนเป็นเงิน จำนวนเท่าใด กี่เปอร์เซ็นต์ของวงเงินที่ขอกู้ทั้งสิ้น ผมบอกไปแล้วนะครับว่ามันมีบวมไปอีก ได้จัดซื้อวัคซีนยี่ห้อใดเข้ามาบริการประชาชนบ้าง ปัจจุบันนี้ได้ดำเนินการจัดฉีดตามวงเงิน ที่จัดซื้อไปเป็นจำนวนเท่าใด ถือเป็นร้อยละของยอดจำนวนเต็มในการจัดซื้อทั้งหมด มีประชาชนได้รับบริการฉีดแล้วเท่าใดในภาพรวมทั้งประเทศ ขอทราบรายละเอียดครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขออนุญาตได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้มาตอบ คำถามกระทู้ในวันนี้🔗

ต่อประเด็นในเรื่องของคำถามข้อ ๒ นั้น ความครอบคลุมของประชากร ทุกอาชีพ ประชาชนทุกอาชีพนั้น ผมขออนุญาตเรียนย้อนไปนิดหนึ่งว่าในปี ๒๕๖๓ ตาม พ.ร.ก. กู้เงินฉบับที่ ๑ นั้นในโครงการเราไม่ทิ้งกัน ก็ได้ให้การช่วยเหลือไปในเรื่องของเงิน เรียกว่า การโอนเงินให้ ๓ งวด งวดละ ๕,๐๐๐ บาท ก็ ๑๕,๐๐๐ บาทต่อคน ในการระบาด ระลอก ๒ ก็ช่วงตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาเรื่อยมาถึงที่เราออก พ.ร.ก. กู้เงินฉบับที่ ๒ นั้นก็ได้ มีการเยียวยาเพิ่มเติม ๓ งวดเช่นเดียวกัน ๓ งวดเป็นวงเงินทั้งหมด ๗,๕๐๐ บาทต่อคน แต่อย่างไรก็ตามวิธีการนั้นก็คงจะเป็นในลักษณะที่ว่าดูแลทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ที่มี บัตรสวัสดิการ กลุ่มที่มีเป๋าตัง และกลุ่มที่ยังไม่สามารถให้การช่วยเหลือได้ หรือกลุ่มเปราะบาง พวกนี้เราก็ไปลงทะเบียนให้เพื่อให้ได้รับเงินโอนจากรัฐบาล แต่อย่างไรก็ตามเวลาเราพูดถึง วิธีการโอนเงินก็อาจจะมีบางกลุ่มที่ยังไม่ครอบคลุมเพียงพอ ซึ่งก็เป็นมาตรการในช่วงการ ใช้เงิน พ.ร.ก. กู้เงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทในแผนงานที่ ๒ ซึ่งมีทั้งหมด ๒๑ โครงการ กรอบวงเงิน ๑๔๙,๐๐๐ ล้านบาท ประเด็นก็อยู่ที่ว่าความครอบคลุมตรงนี้ก็เริ่มจากในเรื่อง ของนักเรียน และนักศึกษานั้นก็ได้มีการช่วยเหลือไปทั้งหมด ๑๓.๔ ล้านคน ผู้ประกันตน มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๐ นั้นทั้งหมด ๑๒.๙๒ ล้านคน นายจ้างโดยเฉพาะอย่างยิ่ง นายจ้างที่เป็นเอสเอ็มอี (SMEs) นั้นอีก ๑๙๕,๐๐๐ ราย กลุ่มสุดท้ายที่ได้มีการช่วยเหลือก็คือ กลุ่มผู้ขับรถยนต์รับจ้าง รถแท็กซี่ (TAXI) รถจักรยานยนต์ที่มีอายุเกิน ๖๕ ปี ที่มีอายุไม่เกิน ๖๕ ปีนั้นก็ได้มีสิทธิในเรื่องของการลงทะเบียน มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๐ อยู่แล้วนะครับ แต่ว่าในกรณีที่อายุเกินตาม พ.ร.บ. ประกันสังคมนั้นก็ไม่สามารถที่จะดำเนินการได้ แต่เราก็ทำให้ในส่วนของที่อายุเกิน แล้วก็ไม่ได้เป็นสมาชิกในมาตรา ๓๓ มาตรา ๓๙ และมาตรา ๔๐ ก็อีกประมาณ ๑๖,๐๐๐ คน ซึ่งขณะนี้ทางกรมการขนส่งทางบกก็ดำเนินการ อยู่นะครับ ผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษนั้นก็อีก ๑๕.๘๙ ล้านคน ข้อสังเกตก็คือว่าเดิมทีผู้ที่ไม่ได้อยู่ในประกันสังคมนั้น เราก็คิดว่าน่าจะอยู่ ประมาณสัก ๓-๔ ล้านคน แต่ลงทะเบียนกันจริง ๆ นั้นก็มาประมาณทั้งหมด ๑๒ ล้านคน ก็แสดงว่าในส่วนที่ประกอบอาชีพส่วนตัวอะไรต่าง ๆ ก็สามารถที่จะเข้ามาได้ พนักงานนวด หมอนวด ร้านนวดต่าง ๆ ก็สามารถเข้ามาอยู่ในโครงการได้นะครับ อันนั้นก็สามารถบรรเทา ไปได้ นอกจากนี้ก็มีการช่วยเหลือในเรื่องของการบรรเทาค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค ไม่ว่า จะเป็นผู้ใช้ไฟฟ้า ผู้ใช้น้ำ กรณีไฟฟ้านั้นก็ ๑.๔ ล้านราย ใช้น้ำก็ ๖.๑ ล้านราย แต่ในกลุ่มประชาชนที่ให้การ ช่วยเหลือนั้น ถ้าหากเรารวมในเรื่องของมาตรการในเรื่องการกระตุ้นการใช้จ่ายโครงการ คนละครึ่งแล้ว มาตรการของรัฐบาลในขณะนี้ก็ต้องถือว่าเราให้ความช่วยเหลือนั้นมากที่สุด ในประวัติศาสตร์ ประมาณ ๕๑ ล้านคน ก็ถือว่ามีการครอบคลุมได้อย่างทั่วถึง🔗

ในประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของผลสัมฤทธิ์นั้นอยากทราบผลสัมฤทธิ์ ผมก็ขออนุญาตเรียนว่า จริง ๆ แล้วมีการประเมินทั้งในเรื่องของผลผลิต และเรื่องผลสัมฤทธิ์ การประเมินผลสัมฤทธิ์นั้นอาจจะต้องพิจารณาหลังจากที่โครงการแล้วเสร็จ ซึ่งก็มี คณะกรรมการประเมินผล แต่การพูดถึงว่าผลผลิตหรือผลสัมฤทธิ์ในเบื้องต้นนั้น ก็อย่างที่ผม กราบเรียนว่า เมื่อแผนกำหนดไว้ว่าให้มีการช่วยเหลือประชาชนทุกกลุ่มอาชีพ มีการลด ค่าใช้จ่ายในเรื่องของสาธารณูปโภคนั้น เราก็ได้ดำเนินการตามวงเงินที่ผ่านมา ที่ได้ กราบเรียน ส่วนผลที่จะมีผลกระทบต่อส่วนในเรื่องของการกระตุ้นการใช้จ่าย แน่นอนที่สุด เรื่องของการเยียวยาเรื่องเราไม่ทิ้งกันนั้น เมื่อเม็ดเงินอยู่ในกระเป๋าก็ไปบรรเทาภาระ ค่าใช้จ่ายของครัวเรือนได้ ซึ่งก็มีผลต่อในเรื่องของจีดีพี (GDP) เช่นเดียวกัน ซึ่งเราก็จะเห็นว่า ถ้าหากเราแยกในเรื่องของจีดีพี (GDP) ในหมวดการใช้จ่ายบริโภคนั้น แทนที่จะติดลบมาก ก็ติดลบน้อย อันนี้ก็สามารถที่จะต้องให้ทางนักคำนวณนั้นคำนวณออกมาให้ดูได้ครับ ก็ขออนุญาตเรียนว่า ในส่วนการประเมินผลสัมฤทธิ์เมื่อสิ้นโครงการนั้นก็จะมีคณะกรรมการ ประเมิน และมีผู้ที่ทำการประเมินที่เป็นกลาง เราไม่ได้ประเมินเอง🔗

ส่วนประเด็นสุดท้ายที่ได้เรียนถามคือ เรื่องของการจัดซื้อวัคซีนนั้น ก็ขออนุญาตเรียนว่า พ.ร.ก. กู้เงินทั้ง ๒ ก้อนนั้น ใน พ.ร.ก. กู้เงินปี ๒๕๖๓ นั้น วงเงินที่ใช้ ในเรื่องของการจัดหาวัคซีนก็มีทั้งหมด ๑๒,๔๘๙ ล้านบาท ซึ่งก็จัดหาวัคซีนได้ ๔๕.๙ ล้านโดส ส่วน พ.ร.ก. กู้เงินปี ๒๕๖๔ นั้นก็ได้ใช้เงินไป ๑๘,๓๗๒ ล้านบาท ก็จัดหา วัคซีนได้ ๔๒ ล้านโดส ถ้ารวมกันทั้ง ๒ พ.ร.ก. นั้น ทั้งหมดก็ ๘๗.๙ ล้านโดส ส่วนการ แยกประเภทนั้นผมคิดว่าเป็นรายละเอียด เดี๋ยวผมจะขออนุญาตได้เรียนท่านสมาชิก ผู้ตั้งกระทู้ในโอกาสต่อไป แต่อย่างไรก็ตามในเรื่องของการจัดหาวัคซีนก็ยังมีในส่วนที่ปีที่แล้ว มีการใช้งบกลางไป ๑๕,๐๐๐ ล้านบาท จัดหาได้ ๓๔.๑ ล้านโดส ซึ่งรวมเบ็ดเสร็จก็ ๑๒๒ ล้านโดส สำหรับประชาชนที่ได้รับการฉีดวัคซีน ณ วันที่ ๑๕ พฤศจิกายนนั้นก็มีทั้งหมด ๘๕ ล้านโดส แล้วแบ่งเป็นเข็มที่ ๑ ๔๕ ล้านราย ซึ่งก็ประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของประชากร เข็มที่ ๒ นั้นก็ ๓๗ ล้านราย และเข็มที่ ๓ ก็ ๒.๘ ล้านราย อันนี้เป็นข้อมูลที่ดูได้จากของ กรมควบคุมโรค ขออนุญาตกราบเรียนครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็จบกระทู้นะครับ ท่านสุพิศาล ขอบพระคุณมากครับ ท่านมีอะไรติดใจครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอนิดเดียวครับ ท่านประธานครับ ผมไม่เกินเวลาไปมากพอสมควรอยู่แล้วครับ คือประเด็นที่ท่านตอบนี้ ผมติดใจแค่คำถามที่ผมถามเรื่องผลสัมฤทธิ์ครับ รัฐบาลต้องตอบให้ชัดว่าผลสัมฤทธิ์ที่เอาเงิน ไปใช้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ ผมยกตัวอย่างให้ฟังครับ ถ้าผมเป็นรัฐบาล ผมจะตอบว่ารัฐบาล จะเยียวยาประชาชนทุกสาขาอาชีพอย่างทั่วถึง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะตอนนี้ที่ท่านอธิบาย มานี้มันได้แค่ ๗๐ เปอร์เซ็นต์เศษเท่านั้นเองครับ อันนี้คือผลสัมฤทธิ์ที่คณะกรรมการต้องไป ประเมินและจัดทำ และอีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ต้องทำอย่างไร นั่นคือผลสัมฤทธิ์ ผมไม่ได้สอน รัฐบาลนะครับ แต่ผมจะตรวจสอบผลสัมฤทธิ์ของรัฐบาลทุกงบประมาณ แม้กระทั่ง เงินนอกงบประมาณครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็จบกระทู้ถามทั่วไปของ ท่านสุพิศาลครับ ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ต่อไปจะเป็นกระทู้ถามทั่วไป ๑.๒.๓🔗

๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๔๒๐ เรื่อง การแก้ไขปัญหาเด็กถูกทารุณกรรมอย่างเป็น มาตรฐานภายใต้ระบบคุ้มครองเด็ก และความคืบหน้าในการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการ คุ้มครองเด็ก (นายณัฐวุฒิ บัวประทุม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม)🔗

๑.๒.๓ คือกระทู้ถาม เรื่อง การแก้ไขปัญหาเด็กถูกทารุณกรรมอย่างเป็นมาตรฐานภายใต้ระบบคุ้มครองเด็ก และความคืบหน้าในการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก ของคุณณัฐวุฒิ บัวประทุม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รัฐมนตรีมาพร้อมแล้ว ณัฐวุฒิมีประสบการณ์สูง ถามกระทู้เป็นตัวอย่างนะครับ เชิญเลยครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัด อ่างทอง ก่อนอื่นผมต้องขอบพระคุณท่านประธานที่ได้กรุณาบรรจุกระทู้ถามทั่วไปของผม ในวันนี้ และต้องขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ที่ท่านได้กรุณาให้ความสำคัญ ท่านประธานครับ ผมอาจจะเป็นผู้หนึ่งที่อภิปราย มากที่สุดในสภาแห่งนี้ครับ แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมตั้งกระทู้ถาม ฉะนั้นต้องขอความกรุณา ท่านประธานหากมีการตั้งกระทู้ถามใด ๆ ที่ไม่ได้เป็นการตั้งคำถาม แต่เป็นการอภิปราย ไปเสียบ้างก็เพื่อความสมบูรณ์ของคำถามครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเลยครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ผมไม่มั่นใจว่าที่ท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์เลือกที่จะมาตอบ กระทู้ถามของผมในวันนี้ เพราะท่านทราบดีหรือไม่ว่าในวันที่ ๒๐ พฤศจิกายนของทุกปี ถือเป็นวันสิทธิเด็กสากลที่เรียกว่า ยูนิเวอร์ซัล ชิลเดรน เดย์ (Universal children’s day) หรือแม้กระทั่งในวันที่ ๒๕ พฤศจิกายนของทุกปีก็ถือเป็นวันที่เราพูดถึงการรณรงค์ ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิงและเด็กที่เรียกว่า อินเตอร์เนชันนัล เดย์ ฟอร์ เดอะ อิลิมิเนชัน ออฟ ไวโอเลนซ์ อะเกนสต์ วูเมน (International day for the Elimination of Violence against women) ให้ผมคาดคะเนไปในทางที่ดี ผมก็เข้าใจว่าท่านรัฐมนตรีตั้งใจเลือกที่จะมา ตอบในวันนี้เพื่อตอบสนองต่อโจทย์ในวันสำคัญทั้ง ๒ วันดังกล่าว แต่ถ้าผิดพลาดไม่ใช่เป็น ประการนั้นก็ต้องขออภัยไว้ด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง และเด็กนั้นเกิดขึ้นจากสถานการณ์ในประเทศโดมินิกันที่มีการฆ่านักกิจกรรมหญิงถึง ๓ ราย แต่ในขณะที่วันนี้ประเทศไทยกลับยังมีการคุมขังนักกิจกรรมหญิงเยาวชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง คุณรุ้ง ปนัสยา และคุณเบญจา อะปัญ ซึ่งเป็นรุ่นน้องมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ของผม ท่านประธานครับ กระทู้ถามของผมเขียนไว้ตั้งแต่สมัยประชุมที่แล้วครับ แต่เนื่องจากว่า ไม่ทัน และพอมาถึงปัจจุบันนี้สถานการณ์การทารุณกรรมเด็กนั้นก็มีความเปลี่ยนแปลงไป เมื่อวันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๔ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ได้ให้สัมภาษณ์ต่อกรณีของดารานักร้องชื่อดังคนหนึ่งที่มีความใกล้ชิด สัมผัส ดูแลบุตรของเขา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้สัมภาษณ์ว่าส่วนตัวมองเป็นเรื่องพ่อกับลูก เราต้องให้พื้นที่ส่วนตัวกับครอบครัวเขาบ้าง อะไรเหมาะที่จะควรก็เว้นระยะไว้ ทุกคนต้องการพื้นที่ส่วนตัว ผมเชื่อว่าพ่อแม่ลูกเขารักกันดี ก็อยากให้กำลังใจ ผมไม่เอ่ยชื่อดาราท่านนั้นนะครับว่าเป็นบุคคลสาธารณะต้องอดทน ด้วยความเคารพครับ นี่เป็นสิ่งที่ผมผิดหวังอย่างยิ่งกับท่านรัฐมนตรีซึ่งได้กรุณากับผมมา โดยตลอด เพราะถ้าเราหลับตา ไม่คิดว่าดาราคนนี้ชื่ออะไรนะครับ แต่คิดว่าเขาคือพ่อของ เด็กคนหนึ่งที่ล่วงล้ำเข้าไปถึงขนาดที่ในทางภาษาของการคุ้มครองเด็กเรียกว่าเป็นการ ทารุณกรรมแล้ว ตกลงพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กที่ระบุอยู่ใน มาตรา ๔ มีการเขียนนิยาม ความหมายคำว่า ทารุณกรรม คืออะไร คำว่า เลี้ยงดูโดยมิชอบ ซึ่งในภาษาอังกฤษเรียกว่า มัลทรีตเมนต์ (Multreatment) คืออะไร ท่านรัฐมนตรีเข้าใจ มันแค่ไหน ในขณะเดียวกัน ในวันเดียวกันเฟซบุ๊ก (Facebook) กรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์โพสต์ (Post) สาระเรื่องการหยุดละเมิดสิทธิเด็ก โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในสิทธิในเนื้อตัวร่างกาย ซึ่งเราเรียกว่า บาวน์ดารี (Boundary) หรือขอบเขต สิทธิความเป็นส่วนตัว เนื้อหาดีครับ แต่คนเขียนคงไม่ได้เรียนวิชาสังคมสงเคราะห์ เอสดับเบิลยู ๑๐๑ (SW101) เขาโพสต์ (Post) อะไรรู้ไหมครับ โพสต์ (Post) ว่าหลายครั้ง ภาพที่เราเห็น สิ่งที่เป็นอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เราคิดเสมอไป แน่นอนครับ ท่านถูกแค่ส่วนเดียว เพราะสิ่งที่เราเห็น กับสิ่งที่เราเป็นบางครั้ง สิ่งที่เป็นอาจจะเลวร้ายกว่าสิ่งที่เห็นก็ได้ ในทำนองกลับกันครับ เมื่อผมถามถึงประเด็นเรื่องของสถานการณ์การคุ้มครองเด็ก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีของ โควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ผมได้ตั้งคำถามต่อเนื่องจากคุณกุลธิดา รุ่งเรืองเกียรติ ต้องขออภัย ที่เอ่ยนาม ซึ่งท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องการศึกษาเด็กว่าวันนี้ประเทศไทยเรามีข้อมูลหรือไม่ว่า นับจากโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ผ่านมาเรามีเด็กกำพร้า ผมไม่มาลงรายละเอียด กำพร้าแท้ กำพร้าเทียมคืออะไร แต่เรามีเด็กกำพร้าอยู่ทั้งหมดเท่าไร วันแรกท่านให้สัมภาษณ์บอก ทั้งประเทศมีอยู่ ๒๕ คน จาก ๑๕ จังหวัด แล้วกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ ซึ่งมีสำนักงานพัฒนาสังคมอยู่ทุกจังหวัดใช้เวลา ๑ เดือนเต็มถึงตอบคำถามได้ว่า มีเด็กกำพร้าอยู่ ๓๙๖ คน ซึ่งเกิดขึ้นจากกรณีของโควิด-๑๙ (COVID-19) นี่มันสะท้อน ให้เห็นว่ามาตรฐานของระบบการคุ้มครองเด็กอยู่ที่ใด🔗

ผมก็เข้าสู่คำถามประการที่ ๑ ของผมท่านประธานครับ คำถามประการที่ ๑ ของผมนั้นเกิดขึ้นอย่างน้อยที่สุด นับตั้งแต่รายงานการประชุมคณะกรรมการคุ้มครอง เด็กแห่งชาติ ครั้งที่ ๓/๒๕๖๑ แน่นอน ในสมัย พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ มติคณะกรรมการ คุ้มครองเด็กแห่งชาติฉบับนั้นบอกว่า จะต้องใช้แบบฟอร์มการคัดกรองที่เรียกว่ามาตรฐาน การเลี้ยงดูเด็กตามมาตรฐานขั้นต่ำ ๓๒ ข้อ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมด ๗,๐๐๐ กว่าแห่ง ก็ด้วยเหตุนี้ข้อมูลที่มันออกมาถึงเป็นเพียงแค่ส่วนยอดของภูเขาน้ำแข็ง พูดกันง่าย ๆ ผมไม่ลงรายละเอียดบนโต๊ะ ผมมีข้อมูลสถิติอีกเยอะแยะมากมายที่บอกว่า ท่านเข้าไปดูแลเด็กกี่คน แต่ปลายยอดของภูเขาน้ำแข็ง นำไปสู่คำถามที่ผมอยากจะถามว่า วันนี้กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และท่านในฐานะรัฐมนตรี ซึ่งนั่งอยู่ในฐานะประธานคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ ดูแลเด็กทั้งระบบมีนโยบาย ในการแก้ไขปัญหา และพัฒนาคุ้มครองเด็กที่เป็นมาตรฐานด้วย เป็นรูปธรรมในระยะสั้น และระยะยาวที่เราไม่อยากให้ภาพเหตุการณ์มันถูกสะท้อนออกมาในสื่อมวลชนเช่นนี้ อีกอย่างไรครับ นั่นคือคำถามประการที่ ๑🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรี ตอบคำถามที่ ๑ เลยครับ🔗

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายจุติ ไกรฤกษ์ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอขอบคุณ ท่าน ส.ส. ณัฐวุฒิที่ให้ความสนใจ แล้วก็เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านนี้มาโดยตลอด ขอกราบเรียนว่า ที่ผมมาตอบกระทู้ในวันนี้ก็เพราะว่า ท่านประธานได้กรุณาบรรจุวาระกระทู้ให้ตอบในวันนี้ ก็ด้วยเคารพสภาเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าชีวิตนั้นเกิดมาจากสภาผู้แทนราษฎร อยากจะ กราบเรียนว่าทุกวันเป็นวันที่สร้างโอกาสให้กับเด็กและเยาวชน ไม่ต้องรอที่จะเป็น วันครบรอบ ซึ่งวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ นี้ก็จะครบ ๓๒ ปีที่ประเทศไทยนั้นได้ลงนาม อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ๔ ด้าน คือ ๑. เด็กจะมีชีวิตรอด ๒. เด็กจะได้รับการคุ้มครอง ๓. เด็กจะได้รับการพัฒนา ๔. คือเด็กจะได้รับการมีส่วนร่วม ในคำถามของท่านบอกว่า กระทรวง พม. ดูแลเด็กเป็นมาตรฐานอย่างเป็นรูปธรรมอย่างไร ก็อยากจะกราบเรียน ให้ทราบว่าเรานั้นได้ตั้งใจจริง ๆ ว่าเด็กนั้นคืออนาคตที่ทุกคนจะต้องฝากไว้กับประเทศไทย ถ้าเด็กเข้มแข็งอนาคตประเทศก็จะรุ่งเรืองมาก เราได้แบ่งเป็นว่า เราป้องกันปัญหาแล้วก็ ช่วยเหลือ แล้วก็ขับเคลื่อนในเชิงรุก อยากจะกราบเรียนว่าสิ่งที่กระทรวง พม. ได้ทำไป ก็คือว่า ในเชิงรุกที่ว่าเราได้ทำอะไรไปบ้างที่ดูแลเป็นรูปธรรมก็คือ ๑. เราได้ทำงานกับ ๑๓ หน่วยงาน ซึ่งมีสำนักนายกรัฐมนตรีนั้นเป็นประธาน และก็ได้มี การดูแลเด็กโดยที่ว่าเราทำเรื่องของศูนย์บูรณาการกับกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวง สาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวง พม. เอง และก็ภาคเอกชน เราได้พยายามทำ เรื่องของการพัฒนาผู้ดูแลเด็กเล็กจากเดิมที่เขาก็ทำกันมา ๒๐-๓๐ ปี วันนี้โลกมัน เปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก ทักษะเด็ก การเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงทาง สังคม แม้กระทั่งค่านิยมของสังคมก็เปลี่ยนแปลงไป ดังนั้นเราก็ต้องมาปรับเรื่องการดูแล ผู้ดูแลเด็กเล็กในศูนย์เด็กเล็กทั่วประเทศ ๕๑,๘๒๖ แห่ง ขณะนี้เริ่มนำร่องไปแล้วในหลาย จังหวัดนะครับ นอกจากนั้นแล้วเราก็ทำเรื่องของศูนย์ช่วยเหลือสังคมประจำตำบล ซึ่งเดิมนั้น บอกว่าเป็นศูนย์พัฒนาครอบครัว ซึ่งครอบครัวก็ประกอบไปด้วย พ่อ แม่ ลูก ทุกคน ผู้สูงอายุ คนพิการ กลุ่มเปราะบางทั้งหมด ให้ทำงานเป็นทีมเดียวกัน แล้วก็ทำทุกมิติ ไม่ใช่ทำเฉพาะ ครอบครัวเท่านั้น แต่ว่าครอบครัวนั้นก็ได้ทำเพื่อให้ความสำคัญกับเด็กนะครับ นอกจากนั้น แล้วเราได้ทำเรื่องของโรงเรียนพ่อแม่ โรงเรียนผู้ปกครอง วันนี้ท่านจะเห็นได้ว่าสังคมได้ เปลี่ยนไป พ่อแม่นั้นไม่สามารถดูแลเด็กเล็กได้ เพราะว่าต้องไปประกอบอาชีพ แล้วก็เด็กนั้น ขาดการดูแลที่เหมาะสม ก็ทำโรงเรียนพ่อแม่ โรงเรียนผู้ปกครองขึ้นมา ก็พยายามจะทำให้ได้ ครบทุกอำเภอก่อนนะครับ นอกจากนั้นแล้วเราก็จะมีเรื่องของศูนย์เด็กเล็ก กรมสุขภาพจิต ที่อธิบดีกรมสุขภาพจิตนั้นลงมาบัญชาการด้วยตัวเองนะครับ แล้วก็อยากจะให้ท่านณัฐวุฒิ ได้เห็นนะครับความแตกต่างความต่อเนื่อง คือใน ๓๒ ปีที่แล้วเราบอกว่า เรามีเรื่องของ สิทธิเด็ก ถ้าเผื่อท่านณัฐวุฒิจำได้คือปี ๒๕๓๕ ตอนนั้นนายกรัฐมนตรีชื่อ ชวน หลีกภัย ก็มีเรื่องของนมเด็กทั่วประเทศนะครับ แล้วก็มีกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา มาวันนี้ ๓๒ ปีต่อมาเราก็ทำเรื่องของเด็กแรกเกิดที่ได้รับค่านมเด็กเหมือนกันต่อยอดมานะครับ จาก ๑ วัน จนถึงครบ ๖ ปี จะได้รับเงินช่วยเหลือเด็กแรกเกิดเดือนละ ๖๐๐ บาท สำหรับผู้ที่ มีรายได้น้อย นอกจากนั้นแล้วเรื่องของกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา ซึ่งเริ่มตั้งแต่สมัยท่านชวน หลีกภัย เหมือนกัน วันนี้ก็มีต่อยอดมาเรื่องกองทุนความเสมอภาคทางการศึกษาเช่นกัน เพราะเราทราบว่าเด็กที่หลุดจากระบบการศึกษาอย่างเป็นทางการเกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์หลุด เพราะความยากจน ฉะนั้นเรื่องของทุนการศึกษานั้นจำเป็นอย่างยิ่ง นอกจากนั้นแล้ววันนี้ เทคโนโลยีเปลี่ยน พฤติกรรมสังคมเปลี่ยน ก็มีเรื่องต้องสร้างทักษะเด็ก ทักษะเด็กในที่นี้ก็คือ เทคโนโลยีใหม่ ๆ แต่ว่ากระทรวงการพัฒนาสังคมนั้นก็บอกว่า เราจะทำตามพระราชปณิธาน ของพระชนกาธิเบศร คือสร้างคนดีก่อนคนเก่ง ฉะนั้นเราจะให้มีคุณธรรมแล้วก็บวกเทคโนโลยี ขึ้นมา เราพยายามที่จะให้การศึกษาความรู้เรื่อง ๑๐ มิติของความฉลาดของเด็กตั้งแต่ เยาว์วัยก่อน ๓ ขวบด้วยซ้ำไป เน้นหน้าที่มาก่อนสิทธิ แล้วก็วันนี้โลกก็ได้เปลี่ยนแปลงไป ในเรื่องของการพัฒนาเด็กผ่านสื่อต่าง ๆ เราก็ได้เน้นเรื่องของดนตรี กีฬา ศิลปะ ในการ พัฒนาเด็กมากขึ้น เราก็มีภาคเอกชนนั้นได้มาช่วยเหลือ และเป็นหุ้นส่วนในการพัฒนาเด็ก มากขึ้นครับ นอกจากนั้นแล้วอยากจะกราบเรียนว่าที่ท่านพูดถึงว่า เด็กกำพร้าที่กระทรวง ใช้เวลาเป็นเดือนก็เพราะว่าผมไม่ต้องการให้เป็นผักชีโรยหน้า ต้องการตัวเลขของคน เดือดร้อนจริง ๆ ที่ไปตรวจสอบ ๓๙๖ คน ที่พบว่าเป็นเด็กกำพร้านั้น ทุกคนได้รับอุปการะใน มูลนิธิราชประชานุเคราะห์ในพระบรมราชูปถัมภ์หมดคนนะครับ หมดทุกคน เน้น แต่ว่าสิ่งที่ น่ากลัวกว่า ๓๙๖ คน ก็คือว่ากระทรวง พม. ได้ไปพบว่าว่าเด็กที่พ่อแม่ไม่ได้เลี้ยงเอง อยู่กับ คนอื่น หรือปู่ย่าตายายถ้าโชคดีนะครับ มีจำนวนหลายแสนครอบครัว ตรงนี้เป็นสิ่งที่น่ากลัว มากกว่าจึงเป็นที่มาของการที่มีโรงเรียนผู้ปกครอง โรงเรียนพ่อแม่ จึงเป็นที่มาของศูนย์ ช่วยเหลือสังคมประจำตำบลนะครับ เป็นที่มาของการพัฒนาครูดูแลเด็กเล็กให้มากกว่าเป็น พี่เลี้ยงเด็ก แต่ต้องสอนวินัย สอนบ่มเพาะอุปนิสัย ความซื่อสัตย์สุจริตอีกด้วย ฉะนั้น ก็กราบเรียนว่าในระยะสั้นที่ได้ทำอะไรก็พยายามทำให้ครบมิติของการดูแลเด็กในสิทธิเด็ก ทั้ง ๔ ด้านครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านณัฐวุฒิ ถามได้อีกครั้ง เชิญครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธาน และขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมที่ได้ฉายภาพให้เห็นภาพรวม ของระบบการคุ้มครองเด็กครับ ท่านประธานครับ ผมเองเอ่ยชื่นชมท่านประธานมา โดยตลอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี ผมทราบดีถึงบทบาทของท่านในการส่งคุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ ไปประชุมที่กรุงปักกิ่ง ซึ่งมี นัยสำคัญอย่างยิ่ง ผมทราบดีถึงบทบาทของท่านประธานในการให้เดือนพฤศจิกายนของทุกปี เป็นเดือนแห่งการรณรงค์ยุติความรุนแรง นี่คือสิ่งที่ผมต้องขอบพระคุณ และจารึกชื่อ ท่านประธานไว้ในฐานะบุคคลที่มีความสำคัญครับ แต่อย่างไรก็ตามเมื่อฟังจากคำตอบของ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผมยังคลางแคลงใจ อยู่หลายประการครับว่า คำว่าเด็กที่ถูกทารุณกรรมและมาตรฐานการคุ้มครองเด็กของท่าน กับผมนั้นตรงกันหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งครับ สิ่งที่ผมพยายามจะบอกว่าเด็กถูก ทารุณกรรมนั้นครอบคลุมทั้งมิติ เรื่องของการถูกทารุณกรรมทางร่างกาย การถูกทารุณกรรม ทางเพศ การถูกทารุณกรรมทางจิตใจ และการดูแลแบบทอดทิ้งซึ่งไม่ใช่การทิ้งเด็ก นานาอารยะประเทศที่มีความเจริญแล้วนะครับ เด็กกลุ่มที่ถูกช่วยเร็วที่สุดคือเด็กที่ถูกละเลย ทอดทิ้งครับ แต่ประเทศไทยเด็กที่ถูกช่วยมากที่สุดกลับเป็นเด็กที่ต้องเดินไปที่โรงพยาบาล ต้องเดินไปที่สถานีตำรวจ ด้วยความเคารพนะครับ บางเคส (Case) ที่ผมดูแลเด็กถูกทำร้าย ทางเพศต่อเนื่องกันถึง ๑๓ ปีก็มี ด้วยเหตุดังกล่าวครับจึงจำเป็นที่ผมต้องตั้งคำถามย้อนไปใน ข้อที่ ๑ และจะเลยไปถามในข้อที่ ๒ ต่อว่า ตกลงแล้ววันนี้มาตรฐานการคุ้มครองเด็กท่านมี นักสังคมสงเคราะห์ มีพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใต้ระบบคุ้มครองเด็กท่านทราบไหมครับว่า ประเทศไทยมีอัตราส่วนอยู่ที่ ๔ คน ต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน ในขณะที่ประเทศที่ เจริญแล้วไม่ว่าจะเป็นกรณีของประเทศอังกฤษมี ๑๓๗ คน กรณีของประเทศสหรัฐอเมริกา มีถึง ๒๐๗ คน เพราะเขาไม่ต้องการเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปทำงานแบบชุ่ย ๆ เขาต้องการเจ้าหน้าที่ ที่มีมาตรฐานวิชาชีพที่เรียกว่า เคส แมเนเจอร์ (Case manager) หรือผู้จัดการ รายกรณี เขาต้องการเจ้าหน้าที่ที่เข้าใจอย่างน้อยที่สุดแบ่งหยาบ ๆ ถ้ามีเวลาเจ้าหน้าที่ ของท่านน่าจะส่งคู่มือปฏิบัติงาน การคุ้มครองเด็กให้ท่านได้ดู แบ่งหยาบ ๆ ก็คือ ๑. ต้องรู้จัก การคัดกรอง ๒. ต้องรู้จักการส่งเสริมให้พ่อแม่ผู้ปกครองในการทำหน้าที่ให้ถูกต้อง ๓. ต้องรู้จักแมปปิง รีซอร์ซ (Mapping Resource) การส่งต่อกระบวนการช่วยเหลือ แม้กระทั่งการให้คำปรึกษาและกระบวนการทางกฎหมาย และ ๔. คือกระบวนการป้องกัน แบบที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบ ประเด็นของผมเป็นแบบนี้ครับท่านประธาน🔗

ในข้อที่ ๒ ที่ผมต้องการถามท่านก็คือว่า ประเทศไทยเป็นประเทศที่อลหม่าน สับสนที่สุดในเรื่องของการคุ้มครองเด็กครับ ท่านอาจารย์จรัญ ภักดีธนากุล เคยทำงานวิจัย ให้กับหน่วยงานย่อยของท่านขณะนั้นเรียกชื่อย่อว่า สท. หรือปัจจุบันคือกรมกิจการเด็กและ เยาวชนบอกเรามีกฎหมายที่เขียนเรื่องเด็กอยู่ทั้งหมด ๔๓๐ ฉบับ ท่านอาจารย์จรัญ ภักดีธนากุล เสนอว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่จะประมวลเรื่องเด็กทั้งหมดให้เป็นกฎหมายเดียวกัน เป็นมาตรฐานเดียวกัน ไม่ใช่กฎหมายแพ่งระบุอายุ ๒๐ ปี กฎหมายวัยรุ่นระบุอายุ ๑๐-๒๐ ปี กฎหมายส่งเสริมพัฒนาเด็กบอก ๒๕ ปี กฎหมายการพัฒนาเด็กบอก ๖ ขวบ กฎหมาย สมรสเด็กบอก ๑๗ ปี กฎหมายคุ้มครองเด็กบอก ๑๘ ปี นี่ถ้าท่านมีเวลาให้ผมจะเล่าให้ท่าน ฟังอีกสักครึ่งชั่วโมงว่ามีกฎหมายอื่น ๆ ระบุอายุที่แตกต่างอย่างไร แต่ไม่เห็นสิ่งนี้ในแง่ของ การทำความเข้าใจครับ ที่มากไปกว่านั้นอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กที่ท่านตั้งแล้วพูดถึงนั้น ประเทศไทยยังมีข้อสงวนข้อที่ ๒๒ ซึ่งเราถูกตั้งคำถามจากนานาอารยะประเทศว่าถึงเวลา หรือยังที่จะถอนข้อสงวนดังกล่าว ก็คือการดูแลเด็กที่อยู่ในสถานะเป็นเด็กผู้ลี้ภัย ที่ซ้ำร้าย ไปกว่านั้นที่เป็นประเด็นคำถามของผมเกิดขึ้นจากการที่องค์การยูนิเซฟ (UNICEF) ประเทศไทยได้ตั้งคำถามอย่างสำคัญยิ่งนะครับ หลังจากเกิดกรณีของครู ๕ คนที่มีการละเมิด เด็กและมีการซื้อบริการทางเพศเด็กที่จังหวัดมุกดาหาร ท่านทราบไหมครับว่า องค์การยูนิเซฟ (UNICEF) ประเทศไทย ตั้งคำถามว่า ไทยอาจจะเป็น หนึ่งในไม่กี่ประเทศที่มีความล้มเหลว ในการปกป้องคุ้มครองเด็ก กระทรวงการพัฒนาสังคม ตอบว่าทั้งหมดทั้งมวลเป็นเพราะพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็กปี ๒๕๔๖ ยังไม่สมบูรณ์ ผมก็ อ้างอิงจากมติของท่าน ก็คือมติคณะกรรมการคุ้มครองเด็กที่ ๓/๒๕๖๑ สมัย พลเอก อนันตพร กาญจนรัตน์ ความจริงมีก่อนหน้านั้นด้วยนะครับ ตอน ๑ ทศวรรษ พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก บอกจะต้องแก้ พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก ผมก็อ้างอิงว่ามติขณะนั้นบอกว่าต้องเร่งแก้ พ.ร.บ. คุ้มครองเด็กให้เสร็จภายใน ๒๕๖๑ วันนี้ยังไม่เห็น ผมก็อ้างอิงจากข้อมูล มีการเข้าไปดู ในเว็บไซต์ (Website) ของกรมกิจการเด็ก ได้เปิดรับฟังความคิดเห็นของพระราชบัญญัติ คุ้มครองเด็ก ซึ่งเขาถือว่าเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะนำไปสู่การคุ้มครองเด็ก ในช่วงเดือน สิงหาคม ๒๕๖๓ ที่ผ่านมาครับ แต่เราเองก็ยังไม่เห็นความคืบหน้าแต่ประการใด ฉะนั้นด้วยที่ เราทุกคนตระหนักดีและบอกกันดีว่า ไม่มีวินาทีไหนที่เราจะสามารถรอให้เด็กผ่านพ้นไปได้ เราต้องเริ่มดำเนินการตั้งแต่นาทีนี้ ก็ต้องตั้งคำถามกับกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ครับว่า ตกลงแล้วเครื่องมือที่ท่านบอกว่ายังมีข้อจำกัด ทำให้ท่าน ไม่สามารถทำงานในการคุ้มครองเด็กได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องนั้น ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม ท่านจะ ดำเนินการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองเด็ก ท่านจะดำเนินการแก้ไขกฎหมายอื่นที่ เกี่ยวกับการคุ้มครองเด็กแบบเป็นองค์รวม สอดคล้องกับอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก ณ ขณะนี้ มีเนื้อหาสาระคร่าว ๆ ที่ทำให้ประชาชนเห็นว่ามันต่างกับของเดิม เด็กจะเข้าถึงบริการได้จริง ท่านดำเนินการไปถึงไหนเป็นประการใด และการดำเนินการดังกล่าวนั้นจะแล้วเสร็จเมื่อไร นั่นคือคำถามประการที่ ๒ ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ ในฐานะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอตอบคำถาม ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ในประเด็นแรกที่ท่านพูดถึงว่า พนักงานเจ้าที่ที่คุ้มครองเด็ก เรามีอยู่ประมาณ ๑,๑๑๓ คนทั้งหมด และเป็นข้าราชการในสังกัดกระทรวง พม. เอง ที่ควบคุมได้ประมาณแค่ ๒๐๐ ที่เหลือเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่จากกระทรวงอื่นและ ภาคเอกชนรวมกันนะครับ แต่ในขณะนี้ก็แม้กระทั่งช่วงโควิด (COVID) สมัยท่านอธิบดี กรมกิจการเด็กและเยาวชน ท่านที่เพิ่งเกษียณไปก็ได้ทำงานไม่ได้หยุดยั้ง คือเพิ่มจำนวน ผู้ช่วยพนักงานเจ้าหน้าที่ และเรามีบ้านเด็กทุกจังหวัด ในเรื่องของการส่งต่อก็มีเรื่องของ มาตรฐานต่าง ๆ สิ่งที่อยากจะกราบเรียนท่านเพิ่มเติมก็คือว่า ปัญหาความยากจนที่เป็น ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ความยากจนข้ามรุ่นนั้น ก็เรียนท่านว่าแม้กระทั่งเด็กที่อยู่ในพื้นที่สูง ห่างไกล โรงเรียนตระเวนชายแดนทั้งหมด ๒๑๘ แห่ง ๑๖ จังหวัด วันนี้ได้มีการให้โอกาส เข้าไปทำหลักสูตรพิเศษ มีการทำห้องสมุดทางไกลอิเล็กทรอนิกส์กับภาคเอกชนให้กับ โรงเรียนต่าง ๆ นั้น แล้วก็ทางภาคเอกชนมาช่วยพัฒนาอาชีพใหม่ ๆ เช่นอาชีพทาง การเกษตร ถ้าเขาพึงประสงค์ต้องการอาชีพจะเป็นช่าง อาชีพเทคนิคต่าง ๆ และอาชีพ ทางด้านสาธารณสุข หรือสายสามัญอื่น ๆ ที่เขาต้องการ ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าเด็กต่าง ๆ เหล่านี้ ได้รับการดูแล และได้รับการคุ้มครองอย่างเต็มที่ นอกจากนั้นแล้วอยากจะกราบเรียนว่า ในเรื่องของ พ.ร.บ. นั้นก็เรียนว่าความล้มเหลวที่ยูนิเซฟ (UNICEF) เคยพูดว่าประเทศไทยนั้น ล้มเหลว ก็อยากจะบอกว่ายูนิเซฟ (UNICEF) ในขณะเดียวกันก็พูดด้วยว่าประเทศไทยนั้น ได้รับการยกย่องจากนโยบายช่วยแม่วัยเด็ก เด็กแรกเกิดตั้งแต่ ๑ วันจนถึง ๖ ปี โดยการ ให้เงินดูแลเดือนละ ๖๐๐ บาทเป็นค่านม ก็ได้รับการชมเชยจากยูนิเซฟ (UNICEF) อีกเช่นกัน ผมเชื่อว่าก็มีทั้งส่วนดีและส่วนที่บกพร่องนะครับ นอกจากนั้นแล้วอยากจะกราบเรียนว่า ท่านพูดถึงเรื่องมาตรฐาน วันนี้กระทรวงพัฒนาสังคมก็ได้ทำเรื่องของมาตรฐาน ของการดูแล ครอบครัวเกี่ยวกับเด็กเล็กอีกเหมือนกัน เช่น ในอดีตนั้นไม่เคยมีมาตรฐานว่าเรื่องที่เกิดขึ้น ที่ติดตามเกิดขึ้นแล้วมีวันกำหนดชัดเจนหรือไม่ วันนี้ก็ชัดเจนนะครับว่าถ้าเผื่อมีเรื่องความรุนแรงในครอบครัว รุนแรงต่อเด็กเกิดขึ้น จะต้องมี มาตรฐานของกระทรวง พม. ไปดูรับเรื่องร้องทุกข์ภายใน ๒๔ ชั่วโมง สอบสวนข้อเท็จจริงให้ เสร็จภายใน ๗๒ ชั่วโมง แล้วก็ต้องดำเนินคดีให้ได้ภายใน ๓ เดือน แล้วก็ต้องมีการติดตามผล ภายใน ๑ ปี ก่อนที่จะปิดเคส (Case) ฉะนั้นก็กราบเรียนให้ทราบว่ามาตรฐานต่าง ๆ นั้น ได้ทำ ในส่วนของกฎหมายก็ต้องเรียนว่าจริง ๆ แล้วต้องบอกว่าช้ามาก ผมก็เชื่อว่าท่านก็คง ไม่ทันอกทันใจ ผมก็ไม่ทันอกทันใจว่าได้เริ่มแก้กฎหมายนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ แล้วก็ได้เข้า คณะรัฐมนตรีเมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๖๒ ก่อนที่ผมจะมารับตำแหน่งนะครับ และในขณะนั้น คณะรัฐมนตรีก็ได้ตีกลับไปว่ากฎหมายนั้นขอให้มีกฎหมายรองของลูกในการปฏิบัติให้ชัดเจน เสนอมาด้วยจะได้ไม่ตกหล่น ก็ปรากฏว่าใช้เวลา ๒ ปีก็ยังไม่จบ ก็กราบเรียนท่านว่าก็ขอ ความสนับสนุนด้วยว่ากฎหมายนี้จะต้องคืนสภา ผมคาดคั้นไว้ว่าปี ๒๕๖๕ ต้นปีให้ได้ ก็หวังว่าท่านจะให้การสนับสนุน พ.ร.บ. และกฎกระทรวง กฎที่เกี่ยวข้องนี้ด้วย และอยากจะ ฟังความเห็นที่แตกต่างในฐานะที่เป็นผู้เชี่ยวชาญ เป็นผู้ห่วงใยในเรื่องนี้ ให้คำแนะนำกับ กระทรวงด้วย ส่วนเรื่องของเด็กลี้ภัยที่ท่านพูด ข้อ ๒๒ ก็อยู่ระหว่างการทำโรดแมป (Roadmap) ที่จะต้องทำอยู่และเชื่อว่าภายในเดือนกุมภาพันธ์ปี ๒๕๖๕ จะสามารถ ดำเนินการได้ ทั้งหมดนี้ก็เรียนท่านให้ทราบว่า ในฐานะคนที่ทำงานก็มีความอึดอัดพอสมควร เพราะทุกอย่างมันช้า แต่ก็ได้ไปสอบถามแล้วว่าผู้ทรงคุณวุฒิ กฎหมายเฉพาะต่าง ๆ เหล่านี้ ก็มีจำนวนจำกัด แล้วในช่วงโควิด (COVID) ที่ผ่านมาทุกท่านก็เกรงเรื่องของสุขภาพ เรื่องของ การติดต่อโรค ก็ไม่ทราบจะบังคับให้เขามาประชุมให้ต่อเนื่องได้อย่างไร ก็กราบเรียนว่าเป็น เหตุที่สุดวิสัยที่ไม่สามารถจะดำเนินการได้เร็วกว่านี้ แต่ผมหวังว่าเมื่อประเทศเปิดแล้ว แล้วก็ มีความปลอดภัยมากขึ้นก็จะเร่งดำเนินการให้เร็วขึ้นหลายเท่าทวีคูณ เพื่อประโยชน์ของ ประชาชน แล้วก็เพื่อประโยชน์ของเด็กและครอบครัว ถ้าเผื่อสังคมเข้มแข็งผมก็เชื่อว่า ประเทศชาติจะเข้มแข็ง ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

พอแล้วกระมังครับ ท่านณัฐวุฒิ เราใช้เวลามาประมาณเกือบครึ่งชั่วโมงแล้วกระทู้นี้ เชิญครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณครับ นิดเดียวครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ผมคิดว่าหลายประเด็นชัดเจนครับ แล้วก็เป็นเรื่องที่เรามีความตั้งใจตรงกันครับ ฝากท่านสั้น ๆ ๓ เรื่องครับ🔗

ประการที่ ๑ ก็คือขวัญกำลังใจของเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในบ้านพักเด็กและ ครอบครัวในทุกจังหวัด ซึ่งยังไม่ได้รับการบรรจุตำแหน่งเป็นข้าราชการ ส่วนใหญ่อยู่ใน สถานะที่เป็นลูกจ้างที่มีความไม่มั่นคงในอาชีพ🔗

ฝากท่านประการที่ ๒ ก็คือเรื่องของการทำงานกับองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่น มันมีความยากง่ายที่ไม่เหมือนกัน ท่านเองอาจจะต้องมีการสั่งการให้ผู้ใหญ่ได้ กรุณาประสานงานกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ในการทำงานจังหวัด หรือชุมชน คุ้มครองเด็ก🔗

และฝากท่านเป็นประการที่ ๓ ครับว่า วันนี้ท่านเป็นกระทรวงเดียวที่มี นักสังคมสงเคราะห์เยอะที่สุดครับ แต่ปรากฏว่านักสังคมสงเคราะห์ที่อยู่ในกระทรวงของ ท่านจำนวนมากยังไม่ได้รับหรือยังไม่มีค่าวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ ทั้งที่หน่วยงานอื่นที่มี นักสังคมสงเคราะห์กลับได้รับค่าวิชาชีพตรงนี้ครับ หัวใจเราเป็นไปในทิศทางเดียวกันครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณผู้ตั้งกระทู้ และท่านรัฐมนตรีนะครับ วันนี้ก็มาตอบครบถ้วน มีเลื่อนไปกระทู้เดียว ก็ต้องขอบพระคุณ และผมก็เคร่งครัดเวลาหน่อย ก็ขออภัยท่านผู้ตั้งกระทู้ด้วย เพราะเวลาที่เกินคือเวลา เพื่อนเราทั้งหมด เพราะฉะนั้นก็จำเป็นจะต้องพยายามรักษากฎเกณฑ์กติกากันไว้ เพื่อประสิทธิภาพงานมันจะได้ดีขึ้น🔗

๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗

(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่ ประธานในที่ประชุมกระทู้ถามแยกเฉพาะ)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปจะเป็น การเปิดประชุมในระเบียบวาระที่ ๑ นะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗

๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ กระทู้ถามแยกเฉพาะอยากจะเรียนเป็นเบื้องต้นว่า ตามข้อบังคับกระทู้ถามแยกเฉพาะมีกำหนดเวลา ๒๐ นาที ผู้ถาม ถามได้ ๑๐ นาที ผู้ตอบ ก็ตอบได้ ๑๐ นาที แต่ถ้าในกรณีที่คำตอบยังไม่หมดประเด็นก็สามารถที่จะถามครั้งที่ ๓ ได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากประธานนะครับ ฉะนั้นก็แจ้งทั้งท่าน ส.ส. ที่ถาม แล้วก็ท่านรัฐมนตรี ที่ตอบก็อยู่ในกำหนดเวลาตามข้อบังคับนะครับ🔗

ต่อไปผมขอเรียนที่ประชุมทราบว่าเพื่อประโยชน์ในการถามและตอบ กระทู้ถามของผู้ตั้งกระทู้ถามและของท่านรัฐมนตรี ผมขอสลับลำดับการถามตอบกระทู้ถาม แยกเฉพาะเป็นดังนี้นะครับ ลำดับที่ ๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๒๔ ของ พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ลำดับที่ ๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๑๖ ของท่าน ส.ส. อนุรักษ์ บุญศล ลำดับที่ ๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๒๒๑ ของท่าน ส.ส. อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ลำดับที่ ๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๒๕ ของ พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ลำดับที่ ๕ กระทู้ถาม แยกเฉพาะที่ ๓๑๕ ของท่าน ส.ส. อนุรักษ์ บุญศล ลำดับที่ ๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๒๒ ของท่าน ส.ส. อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สลับกันนิดหน่อยเพื่อที่จะให้เกิดความสะดวกต่อการ ตอบของรัฐมนตรี แล้วก็ขอเรียนที่ประชุมทราบว่าวันนี้ล่ามภาษามือเราเดินทางมาไม่ทัน ฉะนั้นการบันทึกเทปนำเอาไปถ่ายทอดก็อาจจะไม่มีล่ามภาษามือให้กับพี่น้องประชาชนที่ชม อยู่ทางบ้านได้ดูนะครับ ขอเรียนที่ประชุมทราบว่าเพื่อประโยชน์ในการถามและตอบ ก็เรียงลำดับตามนี้ คิดว่าท่านผู้ถามกระทู้คงไม่ขัดข้องนะครับ🔗

๑.๓.๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๒๔ เรื่องขอทราบผลดำเนินการโครงการ จัดตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติทั้ง ๑๐ ศูนย์ ของท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ถามท่านนายกรัฐมนตรี🔗

ด้วยสำนัก เลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้วมี บัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมคือ พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้ อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถาม แยกเฉพาะ คือ พลตำรวจตรี อาคม ไตรพยัคฆ์ รองผู้บัญชาการสำนักงานเทคโนโลยี สารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตอนนี้พร้อมแล้วเชิญ พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ได้ถาม เชิญครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กราบขอบคุณครับ ผมมี ๒ กระทู้ในห้องนี้ ระยะเวลา ห่างกัน ๔๐ นาที อีก ๔๐ นาที ผมต้องวิ่งขึ้นไปกระทู้ทั่วไป ถามเงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ก็ไม่เป็นอะไรครับ ก็วิ่งเอา กราบเรียนเพื่อไม่ให้เสียเวลาในเรื่องของกระทู้วันนี้ และกราบ ขอบคุณสภาด้วยที่บรรจุกระทู้ให้ผมเยอะ คงเป็นคิวที่ผมต้องรีบส่งเรื่อง🔗

กระทู้แรกของผมเป็นกระทู้เกี่ยวกับเรื่องของการขอทราบผลการดำเนินการ จัดตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน เนชันนัล ซิงเกิล อีเมอร์เจนซี นัมเบอร์ (National Single Emergency Number) ที่เรียกกันทั่ว ๆ ไปว่า ๑๙๑ ทั้ง ๑๐ ศูนย์ ซึ่งการสอบถามครั้งนี้ เป็นเรื่องของการที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติซึ่งผมเคยรับราชการอยู่ ก็เคยทำงานในหน้าที่นี้ มาพอสมควร ได้รับเงินสนับสนุนจากวงเงิน ๓,๑๔๐ ล้านบาท ในรอบแรกแล้วก็เป็นงบลงทุน ส่วนงบดำเนินการใน ๕ ปี ๔,๒๓๒,๘๘๐,๐๐๐ บาท รวมทั้งสิ้นเป็นเงินทั้งหมด ๗,๓๗๒,๘๘๐,๐๐๐ บาท จากที่ไหนครับท่านประธาน จากกองทุนวิจัยพัฒนากิจการ วิทยุกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ที่เราเรียกว่า กสทช. ซึ่งเป็นเงินที่จะจัดตั้งศูนย์ฉุกเฉินนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ กระทู้นี้ไม่ใช่เป็นกระทู้แรกของเรื่อง ๑๙๑ ปีที่แล้วผมก็ถามกระทู้นี้มาแต่ก็คงตอบในราชกิจจานุเบกษาไปแล้ว เพราะว่าช่วงเวลาไม่ได้ เข้าบรรจุ เพราะว่าช่วงถามเป็นช่วงที่ถามระยะสุดท้ายของเทอม ก็เลยไม่ได้มาตอบ แต่ก็ได้ คำตอบมาส่วนหนึ่งนะครับ แต่ปัญหาของการตั้งศูนย์เป็นการตั้งศูนย์รับแจ้งของ กองบัญชาการที่เกิดขึ้นกำลังปรับเป็นทั้ง ๙ ภาค และของตำรวจนครบาลแล้ว แต่ในการ ดำเนินการในระยะแรกเป็นที่ทราบกันมา หนังสือพิมพ์ สื่อมวลชนก็ลงข่าวกันครึกโครม พอสมควรในเรื่องของการเกิดปัญหาเกี่ยวกับการยกเลิกการประมูลไปหลายครั้ง กราบเรียน ท่านประธานครับ ในภาคของการบริหารจัดการของโครงการทั้ง ๑๐ โครงการ ผมถือว่าสิ่งที่ ต้องทำคือ ๑. ความต้องการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานตำรวจแห่งชาติมี ความต้องการในเรื่องของเทคโนโลยีอย่างไร เดี๋ยวคงมีคำตอบจากทาง สตช. อันที่ ๒ คือเรื่อง ของประชาชน ประชาชนจะได้รับประโยชน์ของศูนย์นี้เฉกเช่นเดียวกับ ไนน์ วัน วัน (Nine One One) ของสหรัฐอเมริกาที่มีอยู่ทั่วมลรัฐอย่างไร หรือความทันสมัยของเทคโนโลยี ที่เข้ามาเพื่อบริการให้กับประชาชน ซึ่งขณะนี้เทคโนโลยีมันก้าวล้ำไปมาก สมัยผมทำ โครงการเขาเรียกว่าโครงการซีกำลัง ๓ ไอ (C3I) ขณะนี้มันเปลี่ยนเป็นโครงการซีกำลัง ๔ ไอ (C4I) ทหารก็เอาไปใช้ครับ เขาเรียกว่า คอมมานด์ (Command) คอนโทรล (Control) คอมมูนิเคชัน (Communication) มันบวกด้วยอีกอันคือซี (C) ตัวที่ ๔ คือคอมพิวเตอร์แล้ว ไอ (I) เดิมมันเป็นอินฟอร์เมชัน (Information) ขณะนี้เป็นอินเทลลิเจนต์ (Intelligent) ซึ่งความล้ำของเทคโนโลยีขณะนี้มันก้าวไปมาก โดยเฉพาะเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับเรื่องของ ฮาร์ดแวร์ (Hardware) และซอฟต์แวร์ (Software) ที่จะเข้ามา ปัญหาของช่วงที่เคยทำจะ เห็นว่ามันมีการใช้เทคโนโลยีทั้ง ๒ อย่างไม่คุ้มค่า ด้วย ๑. เจ้าหน้าที่เองที่ใช้ก็ไม่ทันสมัยพอ สมัยก่อนจะมีรถออกตรวจแล้วมีดาวเทียมกำหนดจุดตำแหน่งได้ ตำรวจก็เอากระดาษฟอยล์ (Foil) ไปปิด คอมพิวเตอร์ที่ตั้งไว้ในรถก็เอาไปเล่นเกมเสีย ไม่รู้เรื่อง ไม่รู้ว่ามันมีประโยชน์อย่างไร ผมก็คิดว่าสำนักงานตำรวจแห่งชาติคงก้าวไปมาก ก็เลยอยากฟังคำตอบว่าปัญหาที่เกิดขึ้นใน คำถามแรกครับท่านประธาน ขอสไลด์ (Slide) ต่อไปเลยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

ไม่ทราบว่าปัจจุบัน โครงการดังกล่าวนี้อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานใด และมีผลการดำเนินการอยู่ใน ระยะใดของแผนงานและกิจกรรมที่รัฐบาลได้อนุมัติไปแล้ว รัฐบาลได้ให้หน่วยงาน หรือคณะกรรมการใดได้ดำเนินการติดตามเร่งรัดผลการปฏิบัติตามโครงการดังกล่าวเพื่อให้ เกิดความคุ้มค่าต่อการใช้งบประมาณที่ลงทุน และดำเนินการไว้อย่างไรบ้าง คำถามแรกครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับมอบหมายจากท่าน นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้มาตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะในวันนี้ ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่กรุณาซักถาม ก็ต้องเรียนว่าท่าน นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมนั้นท่านให้ความสำคัญและตระหนักถึง ในเรื่องของการมีหมายเลขฉุกเฉินแห่งชาติ ทำให้ประชาชนนั้นได้เข้าถึงบริการสาธารณะ ของรัฐ โดยเฉพาะเรื่องของการแจ้งเหตุฉุกเฉิน เรื่องของการตอบสนองต่อการแจ้งเหตุฉุกเฉิน ให้เป็นไปอย่างรวดเร็วตามที่ท่านสมาชิกท่านได้ชี้แจงนะครับ สามารถที่จะช่วยเหลือ ผู้ประสบเหตุฉุกเฉิน หรือระงับเหตุได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันท่วงที ซึ่งจะทำให้เป็นการ ลดความสูญเสียแล้วก็เพิ่มความปลอดภัยในชีวิตร่างกายและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนได้ เป็นอย่างดีนะครับ🔗

สำหรับประเด็นคำถามของท่านสมาชิกในคำถามแรกว่าปัจจุบันโครงการ ดังกล่าวนั้นอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานใด ขออนุญาตเรียนว่าในส่วนนี้รัฐบาล ได้บรรจุโครงการจัดตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติไว้ในแผนบูรณาการเลขหมาย แจ้งเหตุฉุกเฉินเพื่อเหลือเพียงหมายเลขเดียว เพื่อให้ประชาชนได้แจ้งเหตุด่วนเหตุร้าย แจ้งเหตุฉุกเฉินได้ทุกเรื่อง ได้กำหนดไว้ในแผนปฏิรูปด้านการบริหารราชการแผ่นดินด้านที่ ๑ ด้านบริการภาครัฐสะดวกรวดเร็ว ตอบโจทย์ชีวิตประชาชน ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบ ในหลักการเมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๖๑ ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้นได้รับผิดชอบใน โครงการนี้ โดยได้ขอรับการสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนของ กสทช. ตามที่ท่านสมาชิก ได้เรียนให้ทราบ แล้วต่อมาก็ได้มีการปรับปรุงพระราชบัญญัติองค์กรคลื่นความถี่ จัดสรร คลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ โทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๓ เรื่องของการกำหนดเลขหมายฉุกเฉินแห่งชาติ ซึ่งก็ได้มีการประกาศเมื่อ วันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๖๒ ให้หมายเลข ๑๙๑ เป็นหมายเลขฉุกเฉินตามประกาศ กสทช.🔗

สำหรับในประเด็นข้อที่ ๒ ท่านถามว่าแผนการดำเนินการอยู่ในระระยะใด ของแผนงานนั้น ขออนุญาตกราบเรียนว่าในแผนงานในปี ๒๕๖๒ ได้เริ่มจากมีการจ้าง ที่ปรึกษาโครงการเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ เพื่อที่จะทบทวนการออกแบบคุณลักษณะ ราคากลาง อุปกรณ์ซอฟต์แวร์ (Software) ตามที่ท่านสมาชิกท่านได้เรียนก็คือว่าจะ ทำอย่างไรให้มีความเหมาะสมกับเทคโนโลยีในอนาคต มีมาตรฐานสากล แล้วก็จะต้องมี เรื่องของการนำไปสู่การจัดทำร่างทีโออาร์ (TOR) และคุณลักษณะเฉพาะของเทคนิคอุปกรณ์ หรือระบบต่าง ๆ ก็จะมีการจัดตั้งคณะกรรมการจัดทำทีโออาร์ (TOR) โดยสำนักงานตำรวจ แห่งชาติมีการควบคุมการติดตั้ง ทดสอบ ให้คำปรึกษา ประเมินผล ให้ข้อเสนอแนะทั้งใน เรื่องของการดูแลรักษา การซ่อมบำรุง แล้วต่อมาในปี ๒๕๖๓ คณะกรรมการก็ได้จัดทำ ทีโออาร์ (TOR) ดำเนินการในเรื่องของกระบวนการจัดจ้าง ซึ่งได้ดำเนินการมาแล้ว ๒ ครั้ง ครั้งแรกเป็นการประกวดในระบบ อี-บิดดิง (e-Bidding) เมื่อเดือนกรกฎาคมถึงเดือน สิงหาคม ๒๕๖๓ แล้วก็ได้มีการยกเลิกการประกวด เนื่องจากว่าไม่มีผู้ยื่นเสนอราคารายใด ผ่านคุณสมบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด เนื่องจากว่าการดำเนินการนั้นก็จะต้องมีการกำหนดใน เรื่องของอุปกรณ์ซอฟต์แวร์ (Software) หรือสิ่งที่จะต้องมาเป็นเทคโนโลยีที่จะต้องใช้อย่าง มีประสิทธิภาพ ครั้งที่ ๒ ได้ดำเนินการโดยวิธีคัดเลือกเมื่อกันยายน ๒๕๖๓ ไม่มีผู้เสนอราคา ใด ๆ ที่ได้ผ่านการทดสอบระบบสาธิต จึงทำให้สำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้นได้มีการยกเลิก จัดจ้างในครั้งที่ ๒ อีก สำหรับในปัจจุบันนั้นอยู่ในขั้นตอนของการดำเนินการจัดจ้างครั้งที่ ๓ เนื่องจากว่าได้มีการแก้ไขทีโออาร์ (TOR) ให้เป็นปัจจุบันแล้วก็มีการปรับเปลี่ยนในส่วนที่เป็น สาระสำคัญทีโออาร์ (TOR) ให้ไม่อยู่ในฐานเดิม จึงจะต้องทำกระบวนการวิธีการประกวด ราคาอิเล็กทรอนิกส์ อี-บิดดิง (e-Bidding) ใหม่อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งได้ประกาศรับฟังความคิดเห็น มาแล้ว ๒ ครั้ง ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการปรับปรุงแก้ไขร่างทีโออาร์ (TOR) เมื่อแล้วเสร็จก็จะ นำสู่กระบวนการรับฟังในครั้งที่ ๓ ต่อไป🔗

สำหรับข้อที่ ๓ ที่ท่านถามในเรื่องของการติดตามผลการดำเนินโครงการนั้น ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่า ในส่วนของการดำเนินการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการมารับผิดชอบ แล้วก็ได้รายงานความคืบหน้าต่อ คณะกรรมการบริหารกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียงวิทยุ กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ กสทช. ตลอดนะครับ รวมทั้งได้มีการรายงานความคืบหน้า ของโครงการและการติดตามประเมินผลในระบบอีเมนเซอร์ (eMENSCR) ซึ่งเป็นการติดตาม ประเมินผลของชาติ ของสภาพัฒนาการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเป็นประจำใน ทุกไตรมาสมาอย่างต่อเนื่อง ในคำถามที่ ๑ ขออนุญาตกราบเรียนขั้นต้นเท่านี้ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล คำถามที่ ๒ ครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธาน ในคำถามที่ ๒ ขอสไลด์ (Slide) เลยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

ผมถามเป็นคำถาม ครั้งที่ ๒ ตามเงื่อนไข แต่เป็นหลายคำถามทีเดียวกันใน ๒ ข้อเพื่อให้ใช้เวลา ขอสไลด์ (Slide) ก่อนเป็นรูปของหน่วยงานที่คิดว่าจะเป็นอนาคตครับ เขาเรียกว่าศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ขณะนี้มีอยู่แล้ว ภาพนี้เป็นของศูนย์ ๑๙๑ ที่นครบาลมีอยู่แต่คงทำเพื่อให้ มีการขยับขยายเพิ่มขึ้นแล้วมีเจ้าหน้าที่ที่จะต้องประจำเขาก็มีมิติอื่น ๆ ที่จะทำให้ดูสมาร์ต (Smart) แล้วก็ดูทันสมัยเพิ่มขึ้น สิ่งสำคัญคือเทอม ออฟ เรเฟอร์เรนซ์ (Term of reference) ที่เราเรียกว่า ทีโออาร์ (TOR) ที่ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ผมไม่ได้เรียก ท่านรัฐมนตรีนะครับ เพราะท่านต้องมาตอบผมในฐานะนายกรัฐมนตรี แล้วก็ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการเป็นทหารก็คงเข้าใจ สิ่งหนึ่งสาระสำคัญก็คือทีโออาร์ (TOR) ที่ท่านได้มีการแก้ไข ไป ๒ ครั้ง และ ๓ ครั้งที่มีการประกาศ ผมอยากจะให้ครอบคลุมถึงเรื่องของประเด็นที่ เรื่องทีโออาร์ (TOR) มันคงแยกเป็นชิ้น ๆ ครับท่านประธาน เรื่องของทีโออาร์ (TOR) ที่เกี่ยวกับเรื่องคณะที่ปรึกษาที่กำหนดที่แก้ทีโออาร์ (TOR) ใหม่ ซึ่งผมเขียนไว้ในเอกสารขอ รายละเอียดด้วยในเรื่องของข้อเท็จจริงต่าง ๆ ในประเด็นของทีโออาร์ (TOR) นั้น ก็มีเรื่อง ของการจัดซื้อจัดจ้างฮาร์ดแวร์ (Hardware) ซอฟต์แวร์ (Software) ที่ผมกล่าวไปแล้ว โดยเฉพาะการเสร็จหรือองคาพยพมันจะต้องมีโครงการกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการประกอบ โครงสร้างขึ้นมา แต่สิ่งสำคัญผมอยากฝากไปทางรัฐบาลด้วยครับว่า หัวใจสำคัญของมันคือ การทำร่มใหญ่อันนี้คือศูนย์นี้ให้ปกคลุมทั้งประเทศ สิ่งที่จะเป็นร่มใหญ่ที่สุดก็คือการออก พระราชบัญญัติ ๑๙๑ ถ้าออกพระราชบัญญัติ ๑๙๑ ขึ้นมาจะเป็นร่มใหญ่ที่จะให้หลาย หน่วยงานเข้ามาใช้หรือบริโภคศูนย์นี้อย่างครบวงจร มิใช่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะมาดูแล ในเรื่องของความปลอดภัย มันจะดูแลเรื่องของการวิบัติภัย น้ำท่วม เป็นศูนย์คอมมานด์ (Command) ที่ผมบอกว่าซีกำลัง ๔ ไอ (C4I) ซึ่งทหารก็ใช้อยู่นะครับ ท่านคงเข้าใจเรื่อง ประเด็นนี้ แล้วก็เรื่องของซอฟต์แวร์ (Software) ซอฟต์แวร์ (Software) นี้เป็นเรื่องของ เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอนาคตข้างหน้าที่ท่านอาจจะต้องใช้บิกดาตา (Big Data) ที่เข้ามาบริหารจัดการข้อมูล หรือการเอาบอต (Bot) เข้ามาตอบแทนคน หรือเอา เอไอ (AI) ซึ่งอาจจะพัฒนาจากบริษัทห้างร้านที่เข้ามาเพื่อตอบข้อมูลทางดิจิทัล (Digital) ไม่ว่าเป็นคอนเทนต์ (Content) เนื้อหาคดีอาชญากรรม อย่างเช่น ภาพนี้ท่านจะเห็นการ ฮอตสปอต (Hotspot) ขึ้นของอาชญากรรมซึ่งเกิดขึ้นจากการรับแจ้งเหตุทั่วประเทศของ เจ้าหน้าที่สายตรวจ หรือของประชาชนที่ร้องเรียนมาท่านก็สามารถเอาข้อมูลพวกนี้มา คอนดักต์ (Conduct) แทน ทุกสถานีในอดีตจะมีแผนที่อาชญากรรมควรจะเลิกใช้ครับ ใช้ดิจิทัล แมป (Digital Map) ซึ่งเกิดจากการทำฮอตสปอต (Hotspot) ของคดีที่เกิดขึ้นอย่าง หลากหลาย มันจะทำให้เกิดอำนาจและพลังของการทำร่มใหญ่ที่ออกเป็น พ.ร.บ. ๑๙๑ สหรัฐอเมริกามีครับ เป็นคำถามถัดไปครับท่านประธาน คำถามผมนั้นกราบเรียนได้ว่าเป็น ๒ คำถามพ่วงติดในการถามครั้งที่ ๒ ก็คือสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้มีการดำเนินการจัดทำ เอกสารที่กำหนดขอบเขตและรายละเอียดของการจัดหาพัสดุงานจ้าง รวมทั้ง ความรับผิดชอบอื่น ๆ ของผู้ที่เกี่ยวข้อง เทอม ออฟ เรเฟอร์เรนซ์ (Term of reference) ไว้อย่างไรในแต่ละโครงการ ขอให้จัดส่งรายละเอียดในห้องกระทู้แยกเฉพาะ แต่ไม่ได้มาที่นี่ ก็ไม่เป็นอะไรครับ ก็ขอรายละเอียดถ้าจะส่งภายหลัง ชี้แจงให้ทราบด้วยในแต่ละเนื้องาน ในโครงการ ก็มีหลายโครงการแต่เอาย่อ ๆ ได้ครับ🔗

อีกคำถามหนึ่งครับ ที่อยู่ในคำถามที่ ๓ และจากปัญหาที่ท่านนายกรัฐมนตรี ยกเลิกประมูลไปหลายครั้งแล้วจากผู้รับเหมา ผู้เข้าประมูลนั้น ผู้รับผิดชอบที่จะสอบสวน หรือพบว่ามีการทุจริตในโครงการอย่างไร หรือไม่ นั่นคือหัวใจสำคัญครับท่านประธาน เพราะว่าคำถามนี้เป็นคำถามที่ผมอยากจะให้เกิดความบริสุทธิ์ที่สุดในสำนักงานตำรวจ แห่งชาติ ไม่มีเงินทอนคืนทาง สตช. ไม่มีเงินทอนผู้จัดโปรแกรมต่าง ๆ ไม่มีเงินทอน อยากให้ เงิน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ที่เราเคยคิดว่ามันมีเงินทอนเข้าสู่โครงการทั้ง ๗,๐๐๐ ล้านบาทเศษ นี้นะครับ แล้วก็จะทำให้ประชาชนได้รับผลประโยชน์มากที่สุดครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกครับ ก่อนอื่นต้องขอบคุณ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้ให้ข้อเสนอแนะทั้งในเรื่องของ พ.ร.บ. ๑๙๑ และเรื่องของ ซอฟต์แวร์ (Software) ต้องเรียนว่าในเรื่องของการจัดทำทีโออาร์ (TOR) นั้นทางสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติได้ตั้งคณะกรรมการทีโออาร์ (TOR) ขึ้นมา ซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็น กรรมการ ทั้ง กสทช. เรื่องของสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แล้วก็ หน่วยงานที่มีการดำเนินการและเป็นประโยชน์สำคัญในสำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมกัน จัดทำทีโออาร์ (TOR) ที่กราบเรียนไปแล้วว่าได้ดำเนินการมาแล้ว ๒ ครั้ง ขั้นตอนปัจจุบันนี้ ก็อยู่ในขั้นที่ ๓ ก็จะมีการปรับปรุงให้มีความทันสมัย ณ ปัจจุบันให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ในส่วนของทีโออาร์ (TOR) ที่ท่านสมาชิกได้กรุณาต้องการที่จะให้นั้น ขออนุญาตกราบเรียนว่า ปัจจุบันอยู่ในขั้นของการรับฟังความคิดเห็นอีกครั้งหนึ่ง คิดว่าเมื่อดำเนินการเสร็จแล้วก็คง จะนำเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ (Website) ซึ่งท่านสมาชิกก็คงจะดำเนินการหาได้นะครับ ส่วนเรื่องครั้งที่แล้วครั้งที่ ๒ นั้นก็สามารถดาวน์โหลด (Download) ได้ในระบบนะครับ ส่วนเรื่องรายละเอียดของโครงการนั้นขออนุญาตเรียนว่าในโครงการนั้นได้แบ่งเป็น ๒ ระยะ ด้วยกัน ระยะที่ ๑ ก็เป็นการพัฒนาจัดทำระบบงานหลัก ๆ ของศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน จำนวน ๑๒ ระบบงาน เช่น ระบบรับแจ้งเหตุและประสานงานฉุกเฉิน ระบบวิเคราะห์ข้อมูล อัจฉริยะ และระบบปัญญาประดิษฐ์เป็นต้นนะครับ ระยะที่ ๒ ก็จะเป็นการดำเนินงานด้าน ต่าง ๆ เช่น ระบบการบริการระบบศูนย์ข้อมูลกลาง เรื่องของการเช่าระบบวงจรเช่าความเร็วสูง เป็นการดำเนินการภายในระยะเวลา ๕ ปี ในแต่ละระยะนั้นก็จะมีเนื้องานหลัก ๆ อยู่ ๒ ส่วนงาน ขออนุญาตกราบเรียนว่าจะแบ่งเป็นการดำเนินงานตามพื้นที่ ส่วนงานที่ ๑ ในจำนวน ๑๑ จังหวัด และส่วนงานที่ ๒ ก็จะเป็นพื้นที่ที่เหลืออีก ๖๖ จังหวัด สรุปสั้น ๆ ก็คือส่วนงานที่ ๑ ก็จะเป็นเรื่องของการติดตั้งระบบต่าง ๆ ของศูนย์ เรื่อง ณ ศูนย์ข้อมูลกลาง จำนวน ๒ แห่ง และการติดตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติจังหวัดในพื้นที่จังหวัดอีก ๑๑ จังหวัด โดยได้กำหนดแผนงานไว้ว่าจะดำเนินงานให้ภายใน ๑๒ เดือน เดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๖๕ ถึงเดือนมกราคม ปี ๒๕๖๖ ส่วนงานที่ ๒ ก็จะเป็นการติดตั้งศูนย์รับแจ้ง เหตุฉุกเฉินแห่งชาติ ศูนย์รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติจังหวัด ศูนย์แจ้งเหตุของสถานีตำรวจ รวมทั้งเรื่องของหน่วยบริการเหตุฉุกเฉินในพื้นที่ที่เหลืออีก ๖๖ จังหวัด ซึ่งกำหนดแผน การดำเนินการไว้ ๙ เดือน ในห้วงเดือนมกราคม ๒๕๖๖ ถึงเดือนกันยายน ปี ๒๕๖๖ โดยคาดว่าโครงการถ้าเป็นไปตามแผนงานก็จะแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม ปี ๒๕๖๖ แล้วเบื้องต้นในเรื่องของการดำเนินการที่ท่านสมาชิกได้กรุณาให้ข้อเสนอเรื่องอัตรากำลัง เรื่องหน่วยงานที่รับผิดชอบในเบื้องต้นนั้นก็จะใช้บุคลากรเดิมของ ๑๙๑ ซึ่งปัจจุบันนี้ก็มีคลุม ๗๗ จังหวัดอยู่แล้ว นำมาฝึกอบรมพร้อมกับใช้งานระบบใหม่พร้อมกับที่จะดำเนินการใน เรื่องของจัดทำโครงสร้างแนวทางการปฏิบัติงานเพื่อจะรองรับศูนย์ดังกล่าว🔗

ส่วนคำถามพ่วงเมื่อสักครู่อีกอันหนึ่ง ท่านถามถึงเรื่องของมีการพบการทุจริต ในโครงการหรือไม่อย่างไร ก็ขออนุญาตเรียนว่าในโครงการนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้น ก็ได้ดำเนินการปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้อง เรื่องการจัดซื้อจัดจ้าง การบริหาร พัสดุภาครัฐตามขั้นตอนต่าง ๆ ด้วยความโปร่งใส ซึ่งปัจจุบันก็อยู่ระหว่างการปรับปรุงแก้ไข ทีโออาร์ (TOR) เมื่อเสร็จแล้วก็จะเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นในครั้งที่ ๓ ซึ่งจะเป็น การดำเนินการตามกฎหมาย ระเบียบ และมติที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งยังได้เข้าร่วมในโครงการ ข้อตกลงคุณธรรมด้วย โดยองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันประเทศไทยได้ส่งผู้แทนเข้ามา สังเกตการณ์ดำเนินการจัดจ้างของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างต่อเนื่องในทุกขั้นตอน รวมถึงได้มีการประชุมคณะกรรมการจัดทำทีโออาร์ (TOR) และการจัดจ้างอีกด้วย ซึ่งถ้าท่าน สมาชิกมีข้อมูลสิ่งใดที่จะบ่งชี้ถึงความผิดปกติในการปฏิบัติงาน ในเรื่องของการดำเนินการ ในโครงการนี้ ก็ขอให้ท่านได้ยื่นกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือยื่นมาที่ทางสำนักงาน นายกรัฐมนตรีได้นะครับท่านสมาชิก ขอยืนยันว่าท่านนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม ได้มีนโยบายและเน้นย้ำว่าให้ทุกหน่วยงานดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง ให้เป็นไปด้วยความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และสิ่งสำคัญก็คือว่าเมื่อดำเนินการแล้วจะต้องมี ประสิทธิภาพ แล้วก็สามารถดำเนินการได้จริงตามวัตถุประสงค์ ตามกำหนดขอบเขต และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ให้ยึดถือเรื่องของการบริหารจัดการพัสดุภาครัฐอย่าง เคร่งครัดครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ถือว่าจบ การถามตอบกระทู้แยกเฉพาะที่ ๓๒๔ เรื่องขอทราบผลการดำเนินการโครงการจัดจ้างศูนย์ รับแจ้งเหตุฉุกเฉินแห่งชาติทั้ง ๑๐ ศูนย์ ของท่าน ส.ส. พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่กรุณาให้เกียรติกับห้องกระทู้แยกเฉพาะของพวกเรานะครับ ขอบคุณครับ🔗

๑.๓.๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๑๖ เรื่อง การขุดลอกหนองบ่อหลุบ บ้านหนองแสง ตำบลตาลโกน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร (นางอนุรักษ์ บุญศล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม ท่านนายกรัฐมนตรี🔗

ด้วยสำนัก เลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีได้พิจารณาแล้ว มีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้เป็นผู้ตอบกระทู้ถามเรื่องนี้แทน แต่เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยติดภารกิจ ราชการสำคัญ จึงได้มอบหมายให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยคือ ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถาม แทนนะครับ ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะคือ นายเจษ เสียงลือชา ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน กองพัฒนา และส่งเสริมการบริหารงานท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ขณะนี้ทุกท่านทุกฝ่ายพร้อมแล้วนะครับ ขอเชิญท่านอนุรักษ์ บุญศล ได้ถาม เชิญครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๔ พรรคเพื่อไทย กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๑๖ ดิฉันถามเรื่องการขุดลอกหนองบ่อหลุบ บ้านหนองแสง ตำบล ตาลโกน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ท่านประธานที่เคารพคะ เรื่องนี้เหมือนจะเป็น เรื่องเล็ก ๆ แต่เป็นเรื่องใหญ่ของพี่น้องประชาชนกว่า ๕,๐๐๐ ชีวิตเลยที่พึ่งพาน้ำจาก หนองบ่อหลุบ ทั้งหมดรวมแล้วทั้งบ้านหนองแสง บ้านสร้างแป้น บ้านนาเตียง บ้านหนองผือ บ้านหนองดินดำ ตาลโกน หมู่ ๑ รวมทั้งหมด ๕-๖ บ้านนี้ รวม ๑,๒๕๐ ครัวเรือนเลยทีเดียว โดยประมาณนะคะ ต้องอาศัยน้ำตรงนี้ อีสานแล้งค่ะท่านประธาน แล้วก็แล้ง ๗ เดือน ดังนั้น น้ำตรงไหนที่พอจะมีบ้าง ดิฉันก็ร้องขอมาที่ท่านรัฐมนตรีทรงศักดิ์ ทองศรี ว่าช่วยด้วย ช่วยพี่น้องอีสานตำบลตาลโกนด้วย ต้องบอกตรง ๆ อย่างนี้เลยนะคะว่า เวลาแล้ง เดือนเมษายนท่านจะรู้ว่าแล้งจริง ๆ ดิฉันไม่อยากให้วัวควายของพี่น้องตำบลตาลโกน ทั้ง ๔-๕ หมู่บ้านนี้กลับไปกินน้ำประปาที่บ้าน ควรจะกินน้ำตามห้วยหนองคลองบึง ไม่ต้อง ไปแย่งน้ำคนในครอบครัวกินขนาดนั้นเลยทีเดียวนะคะ ท่านประธานคะ บางหมู่บ้านในอีสาน โดยเฉพาะอำเภอสว่างแดนดินของดิฉันนี้ค่ะ เวลาที่ อบต. ขนน้ำไปให้ใส่ตุ่ม ตุ่มบ้านนี้ ยังไม่เต็มเลยถูกลากสายไปบ้านอื่น ตีกันก็มีนะคะ แล้งเดือนเมษายนขนาดนั้นเลยทีเดียว ดิฉันอภิปรายให้พี่น้องประชาชนทั้งประเทศทราบว่า น้ำยังไม่พอเพียงที่อีสาน ดังนั้น จึงมาขอความเมตตาจากท่านรัฐมนตรีทรงศักดิ์ ทองศรี ในวันนี้ค่ะ เรื่องการขุดลอก หนองบ่อหลุบ ดิฉันถามท่านรัฐมนตรีข้อ ๑ เลยนะคะ เพราะท่านทราบอยู่แล้ว เพราะว่า ท่านเป็น ส.ส. อีสานเช่นเดียวกัน ท่านทราบอยู่แล้วว่าความเดือดร้อนของพี่น้องชาวอีสาน ที่ไม่มีน้ำนั้น ที่ไปถ่ายมาให้เห็นที่มีน้ำที่หนองบ่อหลุบยังไม่แล้ง ทั้งหมดมัน ๕๐ ไร่ใช่ไหมคะ มีน้ำจริง ๆ อยู่ประมาณ ๑๐ ไร่เท่านั้น อีก ๔๐ ไร่นั้นตื้นเขินหมดแล้วค่ะ น่าจะได้รับ งบประมาณตั้งแต่ ๑๐ กว่าปีที่แล้ว และถ้าได้ทีละ ๑๐๐,๐๐๐ ๒๐๐,๐๐๐ ก็เหมือนขุดบ่อ เล็ก ๆ ขุดบ่อเล็ก ๆ ไม่มีประโยชน์อันใด วันนี้ทั้งเกือบ ๖,๐๐๐ คน รวม ๑,๒๕๐ ครัวเรือน มีความหวังว่านักบริหารมือหนึ่งของประเทศเช่นเดียวกันกับรัฐมนตรีท่านอื่น ๆ นั้น จะนำพา ความสุขก็คือมีน้ำที่หนองบ่อหลุบโดยการขุดลอกจากท่านรัฐมนตรีทรงศักดิ์ ทองศรี ดิฉันถามข้อ ๑ ค่ะ รัฐบาลจะมีนโยบายขุดลอกหนองบ่อหลุบเพื่อเกษตรกรรมของพี่น้อง ประชาชนทั้ง ๕-๖ หมู่บ้านหรือไม่อย่างไร ขอทราบรายละเอียดค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้เป็นผู้ชี้แจงตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะในเรื่องของการขุดลอกหนองบ่อหลุบ บ้านหนองแสง ตำบลตาลโกน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่านนะครับ ท่านอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดสกลนครของพรรคเพื่อไทย ผมขออนุญาตตอบคำถามข้อที่ ๑ ดังนี้เลยนะครับ กระทรวงมหาดไทยเองมีหน้าที่ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุข อำนวยความเป็นธรรมของสังคม ส่งเสริมและพัฒนาการเมืองการปกครอง การพัฒนาบริหารราชการส่วนภูมิภาค การปกครองท้องที่ รวมถึงการกำกับดูแลสนับสนุนและส่งเสริมให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นในการปฏิบัติตามงานในหน้าที่ ซึ่งถือว่าเป็นไปตามกฎหมาย โดยเฉพาะ องค์กรท้องถิ่นเองก็ถือว่ามีหน้าที่ในการดำเนินการในสิ่งที่อยู่ในพื้นที่และเป็นการกระจาย อำนาจโดยการให้หลักให้ประชาชนในพื้นที่นั้นบริหารตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผมเรียนท่านประธานนะครับว่า ในโครงการต่าง ๆ ถ้าเป็นโครงการเรื่องของแหล่งน้ำ จะต้องเป็นโครงการที่ต้องมีการจัดทำแผนและเป็นไปตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. ๒๕๖๑ กำหนดให้ส่วนราชการของรัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องดำเนินการ โครงการที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรน้ำที่ท่านผู้แทนผู้ทรงเกียรติได้ถามนะครับ จะต้องจัดทำ แผนและบรรจุแผนไว้ และต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัด พิจารณาในเบื้องต้นก่อน เพื่อป้องกันการซ้ำซ้อนในโครงการในระดับพื้นที่ สำหรับ กระทรวงมหาดไทยเองยังมีนโยบายเรื่องการจัดสรรงบประมาณเกี่ยวกับการจัดการ ทรัพยากรน้ำให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในด้านต่าง ๆ ด้วย ไม่ว่าด้านการอุปโภค บริโภค เรื่องการก่อสร้าง การปรับปรุง ด้านการเกษตร การก่อสร้างก็เป็นนโยบาย โดยภาพรวมของกระทรวงอยู่แล้ว ซึ่งทำเป็นปกติในเรื่องของการบำบัดทุกข์บำรุงสุข ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า การขุดลอกหนองบ่อหลุบที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้ถาม อยู่บ้านหนองแสง ตำบลตาลโกน อำเภอสว่างแดนดิน เป็นแหล่งน้ำที่อยู่ในพื้นที่ รับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนตำบลตาลโกน มีพื้นที่โดยภาพรวม ๕๗ ไร่ ๒ งาน ๕๖ ตารางวา ความกว้างประมาณ ๑๔๐ เมตร ยาวประมาณ ๓๐๐ เมตร ลึกประมาณ ๒ เมตร ตั้งอยู่ที่บ้านหนองแสง หมู่ที่ ๙ เป็นโครงการที่ตรงกับตามที่ท่านผู้แทนได้นำเสนอมา เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนทั้ง ๔ หมู่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นบ้านหนองแสง ตำบลตาลโกน บ้านสร้างแป้น ตำบลแวง บ้านนาเวียง บ้านหนองผือ ตำบลตาลเนิ้ง ก็คาดหมายว่า มีประชาชนประมาณสัก ๑,๐๐๐ ครัวเรือนได้รับประโยชน์ ก็เป็นข้อมูลซึ่งถือว่าเป็นหนองน้ำ ขนาดใหญ่พอสมควร แต่ผมเรียนท่านประธานถึงท่านสมาชิกนะครับว่า จากการตรวจสอบ โครงการดังกล่าว เรื่องการพัฒนาขอแหล่งน้ำตรงนี้ ในรอบ ๓ ปีที่ผ่านมา ทาง อบต. ตาลโกน ยังไม่เคยของบประมาณมาที่กระทรวงมหาดไทยเลย ยังไม่เคยขอเลยใน ๓ ปีที่ผ่านมา แต่เรียนท่านประธานว่า ใน ๓ ปีที่ผ่านมาจริง ๆ กระทรวงมหาดไทยเองก็มีการจัดสรร งบประมาณลงไปให้กับจังหวัด โดยเฉพาะในตำบลตาลโกนเอง อบต. ตาลโกน ได้ย้อนหลัง ๓ ปีไปนี้ ๑๙ โครงการด้วยกัน งบประมาณ ๓๓,๔๗๖,๔๐๐ บาท ปี ๒๕๖๓ ได้ไป ๔ โครงการ ๑๔ ล้านบาทเศษ ๆ ปี ๒๕๖๔ ๑๒ โครงการ ๑๒ ล้านบาทเศษ ปี ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา ที่เราใช้ปัจจุบันนี้เป็น ๓ โครงการ ๖,๔๔๑,๐๐๐ บาท ๓ ปีที่ผ่านมา🔗

สำหรับโครงการที่ท่านมีความกังวล มีความห่วงใย เรื่องการขุดลอก หนองบ่อหลุบบ้านหนองแสง ผมเรียนอย่างนี้ครับว่า องค์การบริหารส่วนตำบลตาลโกน ได้บรรจุโครงการดังกล่าวไว้แล้วในแผนพัฒนาท้องถิ่นและคณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำ จังหวัดพิจารณาเห็นชอบแล้ว เพียงแต่ว่าโครงการดังกล่าวนี้ยังไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะว่าอาจจะเรื่องของการขัดข้องเรื่องของงบประมาณ ความจริงแล้วช่องทางในการที่จะ ดำเนินการโครงการนี้ก็มีหลายช่องทางด้วยกัน ก็เป็นโครงการที่อาจจะเป็นไปตามแผน ของ อปท. หรือถ้าว่าเกิดเกินขีดความสามารถก็อาจจะไปขอการสนับสนุนจากองค์การ บริหารส่วนจังหวัดสกลนคร แต่ว่าจริง ๆ แล้วถ้า ๒ ส่วนนี้เกิดความขัดข้องก็จะรบกวนว่า อปท. เองก็ต้องนำโครงการดังกล่าวนี้ไปขอเงินอุดหนุนเฉพาะกิจมาที่กระทรวงมหาดไทย แต่ว่าการขอโครงการนี้ก็ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์แนวทางและเวลาที่กำหนดในแต่ละปี ๆ ต่อไปนะครับ อันนี้เบื้องต้นขออนุญาตชี้แจงว่ากระทรวงมหาดไทยเองก็มีแผนงานโครงการ ในการที่สนับสนุนอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าความต้องการทั้งหลายนี้มันต้องมาจากพื้นที่ โดยเฉพาะ อปท. ต่าง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ที่รับผิดชอบเรื่องการพัฒนาตรงนั้นนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน ส.ส. อนุรักษ์ถามครั้งที่ ๒ เชิญครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงค่ะ อนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นอย่างสูง ที่ได้ตอบคำถามของดิฉันนะคะว่า กระทรวง มหาดไทยบำบัดทุกข์บำรุงสุข ครั้งนี้ก็จะบำรุงสุขของพี่น้องตำบลตาลโกน ตำบลตาลเนิ้ง ได้อย่างมากเลยทีเดียวค่ะท่านประธาน และที่ท่านกรุณาให้รายละเอียดเมื่อสักครู่นี้ว่าต้องทำ โครงการตั้งแต่เริ่มต้น ตั้งแต่ อบต. มาเลย อบต. ได้ทำโครงการแล้ว แต่ไม่ทราบว่า โครงการ จะมีเงินพอหรือไม่ งบประมาณจะพอที่จะขุดลอกหรือไม่ ดิฉันไม่สนใจโครงการอื่นค่ะ เพราะว่าพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๙ ทรงกล่าวไว้ว่า น้ำคือชีวิต แต่น้ำหนองบ่อหลุบหน้าแล้งดิฉันเคยไปดูการปลูกมะเขือเทศปีที่แล้ว เดือนเมษายน ตอนที่มันกำลังจะตายเพราะไม่มีน้ำ น้ำตาของพี่น้องประชาชนมันไหล อาบแก้มเลยนะคะ แม้ว่าดิฉันจะไม่ได้ร้องไห้ไปตามพี่น้องประชาชน แต่น้ำตาก็เต็มหัวใจ เหมือนกันว่านี่คือการขาดแคลนน้ำอย่างมาก ทำให้น้ำตามันไหลอาบหน้าของพี่น้อง ประชาชนเลยทีเดียว ดิฉันเห็นในตอนนั้น ตั้งแต่ปีที่แล้วก็เอามาบรรจุ กว่าจะได้บรรจุนะคะ ท่านประธาน เป็นปีเลยทีเดียว ในสมัยที่แล้วนี้ก็หายไป ดิฉันก็เอาเข้ามาใหม่ ถึงได้บรรจุ กระทู้ถาม ฉะนั้นอย่าให้ความหวังของพี่น้องรางเลือนเลย เพราะว่าหนองบ่อหลุบ น้ำคือลมหายใจที่ไม่เคยท้อ รอบ ๆ บริเวณนั้นปลูกเยอะมาก ถ้าหน้าแล้งไปเห็นนี้นะคะ ดิฉันไปดูด้วยตัวเองทุกครั้ง และไปให้กำลังใจ ให้พลังชีวิตทุกครั้ง นั่นคือน้ำที่หนองบ่อหลุบ เป็นลมหายใจที่ไม่เคยท้อ มีน้ำมีชีวิต พลิกฟื้นชีวิตค่ะท่านประธาน แล้วพี่น้องประชาชน คนรากหญ้านั้นมีชีวิตกับเรือกสวนไร่นา ชาวไร่ชาวนาอยากมีเงินเพิ่มในหน้าแล้ง ต้องการน้ำ ที่หนองบ่อหลุบ อยากมีพลังงานชีวิตที่ไม่เดือดร้อน ไม่ใช่ร้องขออยู่ร่ำไป มันคือความไม่สง่างาม ของชีวิตชาวนา ถ้ามีน้ำสมบูรณ์แล้วก็ให้ได้ ท่านบอกว่ามีหลายช่องทางเลยทีเดียวที่สามารถ ที่จะทำได้ อบต. ทำมานี้มันหลายโครงการ ถ้าสมมุติว่า อบต. มีงบประมาณแค่ ๕๐๐,๐๐๐ บาท มันได้ไม่กี่ไร่หรอกที่ขุดลอก มันไม่พอกับพี่น้องโดยรอบบริเวณนั้น ที่หลายพันไร่ ปีที่แล้วนี้ดิฉันไปขอน้ำจากหนองบ่อหลุบให้ไหลไปที่ลำน้ำยาม เพื่อที่อยู่ ปลายน้ำที่มีมะเขือเทศอีกพันกว่าไร่ที่บ้านสร้างแป้นได้ใช้น้ำ เชื่อไหมคะว่าเขาให้สูบน้ำจาก หนองบ่อหลุบไปลำน้ำยาม พืชอีก ๑,๐๐๐ ไร่ พี่น้องอีกประมาณ ๔-๕ กิโลเมตรได้ใช้น้ำ และทุกคนรอด ทุกคนขายมะเขือเทศได้คนละ ๑๐,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๐ บาท ๓๐,๐๐๐ บาท ๓๕,๐๐๐ บาท ดิฉันบอกว่าได้แล้วส่งลูกเรียนหนังสือนะ เขาจะได้มีวิธีคิดที่ดี อย่าปล่อยให้เกิดซ้ำแล้วซ้ำอีก ก็คือไม่เรียนหนังสือแล้วก็อยู่กับดินกับหญ้าไปตลอดชีวิต ชีวิตเราจะต้องดีขึ้นกว่านี้แน่ ต้องส่งลูกเรียน ทุกคนรับปากดิฉันว่าจะส่งลูกเรียน ดิฉันถึงใช้ ทุกวิถีทาง ที่สูบน้ำจากหนองบ่อหลุบและไปให้อีกบ้านหนึ่ง เชื่อไหมคะว่าขณะที่สายน้ำมัน ไหลไปโดยการสูบน้ำท่อใหญ่ ๆ พี่น้องที่หนองบ่อหลุบมายืนดูน้ำ น้ำตาคลอเต็มไปหมด ไม่ทราบว่าพืชผลของตัวเองที่ปลูก ไม่ว่าจะเป็นถั่วฝักยาว ผัก มะเขือเทศเช่นเดียวกันนั้น จะเหลือรอดถึงตัวเองหรือไม่ แต่ก็ยังมีใจให้เพื่อนไป ดังนั้นวิธีการเรื่องของโครงการดิฉันไม่รู้ ลึกในรายละเอียด จึงมาขอความกรุณาจากท่านรัฐมนตรีว่า จะด้วยวิธีใดบ้าง ชี้มาเลยค่ะ เพราะว่าท่านนั้นเป็นผู้บริหาร ฝ่ายบริหารรัฐมนตรีว่าจะทำด้วยวิธีการใด บ้านดิฉัน หนองบ่อหลุบถึงจะได้ใช้น้ำในหน้าแล้ง ขุดทีได้ใช้ไป ๑๐ ปี ท่านประธานคะ ขุดลอกทีนี้ค่ะ ดิฉันถามนั่นคือคำถามที่ซ่อนอยู่ในคำถามข้อที่ ๒ ขอความเมตตาเลยค่ะ ขอความเมตตา กรุณาเลยว่า น้ำนั้นคือลมหายใจจริง ๆ ดิฉันไปดูทุกครั้ง ทุกครั้งและทุกครั้ง มันสะเทือนใจ ทุกครั้ง ต้นทุนชีวิตของคนเราไม่เหมือนกัน แต่เมื่อเกิดมาเป็นคนในผืนแผ่นดินเดียวกันแล้ว อะไรที่ให้ได้ให้เถอะค่ะ ดิฉันร้องขอ ข้อ ๒ ค่ะ รัฐบาลจะดำเนินการขุดลอกหนองบ่อหลุบ เมื่อใด และหากไม่ขุดลอกจะมีวิธีการใดบ้างที่จะทำให้เกษตรกรได้ใช้น้ำในฤดูแล้ง ขอทราบรายละเอียด ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมเรียนตอบคำถามข้อที่ ๒ นะครับ ความจริงคำถามทั้ง ๒ ข้อนี้ไม่มีการซับซ้อนอะไรเลย ก็เป็นคำถามซึ่งเป็นที่มาของการที่จะได้รับงบประมาณในการที่จะขุดลอกหนองบ่อหลุบ ซึ่งเป็นหนองน้ำที่มีความสำคัญต่อพื้นที่ทั้ง ๔ หมู่บ้าน แล้วก็มีประชาชนได้ประโยชน์ ถึงประมาณ ๑,๐๐๐ ครัวเรือนด้วยกัน ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่า หนองบ่อหลุบนี้ เป็นหนองบ่อใหญ่จริง ๆ ที่อยู่ในพื้นที่ ผมดูจากข้อมูลก็เป็นบ่อหนึ่งที่ใช้ในเรื่องของการผลิต น้ำประปาด้วย และเรื่องของการเกษตร ใช้รวมกันของพี่น้องทั้งหลายนะครับ เพียงแต่ว่า เนื่องจากว่าหนองบ่อหลุบนี้เป็นหนองน้ำที่อยู่ในพื้นที่ของ อปท. องค์การบริหารส่วนตำบล ตาลโกน ซึ่งวันนี้เราต้องยอมรับความจริงว่ารัฐบาลก็มุ่งเน้นเรื่องการกระจายอำนาจที่จะให้ ท้องถิ่นเองต้องบริหารจัดการเอง มีการจัดเก็บภาษี มีรายได้เข้ามาในการบริหารจัดการ และมีการตั้งข้อบัญญัติในการจัดทำงบประมาณในแต่ละปี ๆ ท้องถิ่นเองผมเรียนว่า ถ้าตรงไหนมีความสำคัญก็ต้องจัดลำดับความสำคัญด้วย อย่างเรียนเบื้องต้นว่าจริง ๆ อบต. ตาลโกนในแต่ละปีก็ได้รับงบประมาณมาโดยตลอด เกือบจะทุกปีก็ว่าได้ อย่างที่เรียน เบื้องต้นว่า ๓๐ กว่าล้านใน ๓ ปีย้อนหลังที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นการจัดทำโครงการทั้งหลาย ก็ต้องจัดลำดับความสำคัญ การใช้งบประมาณที่มีอยู่ของตัวเอง เรียนท่านประธานนะครับ เห็นใจท่านผู้แทนราษฎรนะครับว่า อันนี้เป็นความห่วงใย น้ำคือชีวิตของพี่น้องประชาชน อีสาน ถ้าคนอีสานมีน้ำก็มีเงิน มีอาชีพ มีรายได้ เป็นหัวใจสำคัญของพี่น้องชาวอีสานโดยตรง ก็ต้องฝากว่า อปท. ซึ่งเป็นหน่วยงานท้องถิ่นซึ่งเป็นหลักการกระจายอำนาจ ก็ต้องใช้วิธีการ บริหารจัดการงบประมาณของตัวเองที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุดก่อน แต่ว่าถ้าเกิด ไม่เพียงพออย่างไรก็มีวิธีการหางบประมาณ เบื้องต้นก็อาจจะไปขอรับการสนับสนุนจาก องค์การบริหารส่วนจังหวัด โครงการดังกล่าวนี้เมื่อได้ผ่านความเห็นชอบเป็นแผนแล้ว มีผ่านคณะกรรมการเรื่องของทรัพยากรน้ำเรียบร้อยแล้ว เพียงแต่ว่ายังไม่ได้มีงบประมาณมา ถ้าเกิดมันขาดเหลือจริง ๆ ไม่มีงบจริง ๆ ก็ต้องเป็นกระบวนการในการจะต้องไปขออุดหนุน จากกระทรวงมหาดไทยตามเงื่อนไข ตามกรอบในแนวทางที่ต้องทำแต่ละปี ๆ เพื่อเป็นการ แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนในพื้นที่ เนื่องจากโครงการดังกล่าวนี้เป็น โครงการขนาดใหญ่ ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่า กระทรวงมหาดไทยก็มีหนังสือส่งไปที่จังหวัด ขอให้ทาง อปท. ตาลโกนช่วยเร่งทำโครงการขอรับการสนับสนุนงบประมาณมาใน ปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ซึ่งก็มีหนังสือเป็นแนวทางของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกำหนด เป็นหนังสือไว้ ที่ มท ๐๘๑๐.๘/ว ๒๓๗๓ ลงวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๔ เรื่องการเตรียม ความพร้อมสำหรับการจัดทำคำของบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๖ เพื่อจะได้รวบรวม คำขอเสนอสำนักงบประมาณเพื่อพิจารณาจัดสรรงบประมาณอุดหนุนในปี ๒๕๖๖ ต่อไป อันนี้ก็เป็นแนวทางที่ต้องเรียนท่านประธานนะครับว่าเป็นแนวทางที่เราทำมาแต่ละปี ๆ แต่ก็ เรียนครับว่าถ้าเห็นว่าแหล่งน้ำตรงนี้มีความสำคัญก็กรุณาได้จัดทำขอมาที่กระทรวง มหาดไทย ทำหนังสือสั่งการไปและไปตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ด้วย ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ถือว่า จบการถามตอบกระทู้แยกเฉพาะที่ ๓๑๖ เรื่องการขุดลอกหนองบ่อหลุบ บ้านหนองแสง ตำบลตาลโกน อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ของท่าน ส.ส. อนุรักษ์ บุญศล ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี นะครับ ที่กรุณาให้เกียรติห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเรา ต่อไปก็จะเป็นกระทู้ถามที่ ๑.๓.๓🔗

๑.๓.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๒๑ เรื่อง การปรับปรุงและขยายพื้นที่ การให้บริการของการประปาส่วนภูมิภาคในพื้นที่จังหวัดยะลา (นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามท่านนายกรัฐมนตรี🔗

ด้วยสำนัก เลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว มีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้เป็นผู้ตอบกระทู้ถามเรื่องนี้แทน แต่เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยติดภารกิจราชการสำคัญ จึงได้มอบหมายให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยคือ ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะคือ นายธนกร ศิลปะรายะ ผู้อำนวยการสำนักปฏิบัติ ๕ การประปาส่วนภูมิภาค ตอนนี้พร้อมแล้วนะครับ เชิญท่าน ส.ส. อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ถาม เชิญท่านอาดิลันครับ🔗

นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ยะลา

ขอบคุณท่านประธานครับ เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ได้มีโอกาสถามกระทู้ถาม แยกเฉพาะ วันนี้ต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี ที่สละเวลาอันมีค่า มาตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ก่อนอื่นผมขออนุญาตฝ่ายโสตปรับให้มันเป็นแนวทางที่ สามารถจะปรับได้ไหมครับ เพื่อจะได้ให้เห็นภาพของพื้นที่ กระทู้วันนี้ผมสอบถามเกี่ยวกับ การปรับปรุงและขยายพื้นที่การให้บริการของการประปาส่วนภูมิภาคในพื้นที่จังหวัดยะลา เนื่องจากจังหวัดยะลานี้ภาคใต้ที่มีน้ำเหลือเฟือ ผมใช้คำว่า น้ำเหลือเฟือ เหลือล้นด้วยซ้ำไป สายน้ำในจังหวัดยะลาที่ ๒ สายใหญ่ ๆ ก็คือแม่น้ำปัตตานี ซึ่งมีต้นน้ำมาจากเทือกเขา สันกาลาคีรี จากอำเภอเบตง ธารโต บันนังสตา กรงปินัง และกลับไปสู่ปลายทางของจังหวัด ยะลาคืออำเภอเมือง และออกต่อไปถึงจังหวัดปัตตานีออกทะเล อีกสายน้ำหนึ่งก็คือแม่น้ำ สายบุรี ซึ่งมาจากจะแนะ ศรีสาคร รือเสาะ จังหวัดนราธิวาส และเข้าจังหวัดยะลาที่อำเภอ รามัน และไปออกอำเภอสายบุรี ออกสู่ทะเล วันนี้ผมขออนุญาตสอบถามในประเด็น ของแม่น้ำปัตตานี ซึ่งเป็นสายน้ำสำคัญสายน้ำหนึ่งของจังหวัดยะลา และเกี่ยวข้องกับพื้นที่ ที่ประชาชนอยู่ตลอดสายธาร แม่น้ำปัตตานีมีน้ำเหลือล้น มีเขื่อนบางลางปิดกั้นไว้ แต่ตลอด สายทางจากเขื่อนบางลางลงมา เราไม่มีที่เก็บกักน้ำสำหรับไว้ใช้ หน้าแล้งก็มีปัญหาน้ำไม่พอ ทำน้ำประปา พอหน้าน้ำหลากน้ำล้นก็น้ำท่วม แต่วันนี้จะคุยประเด็นเรื่องของการประปา ซึ่งเป็นน้ำที่ใช้สอยสำหรับประชาชนในพื้นที่ มีน้ำจำนวนมาก แต่เวลาหน้าแล้งพี่น้อง ประชาชนในตำบล ในเขตอำเภอเมือง อำเภอยะหา กลับปรากฏว่าไม่มีน้ำใช้ เพราะระบบ สาธารณูปโภคเบื้องต้น เรื่องของการประปายังไม่สมบูรณ์ มีประปาที่สร้างขึ้นโดยองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น แต่ความยั่งยืนไม่มี ประปาที่เกิดขึ้นจากการจัดทำของท้องถิ่นอาจจะ ใช้ได้ไม่ยั่งยืน ก็เลยเป็นที่มาของการปรึกษาหารือกับผู้อำนวยการการประปาส่วนภูมิภาค สาขายะหา จังหวัดยะลา เพื่อช่วยสำรวจหาทางว่าจะทำอย่างไรให้ในตำบลที่ยังขาดแคลน น้ำประปานั้นมีน้ำใช้ มีการพูดคุยกันนอกรอบนะครับท่านรัฐมนตรี ผมขออนุญาตใช้บุคลากร ของท่านมาคุยเพื่อที่จะพัฒนาการให้บริการกับพี่น้องประชาชนในระบบสาธารณูปโภค ในการพูดคุยกันว่าเราจะทำอย่างไรให้มีน้ำประปาใช้ในพื้นที่ ตำบลที่เกี่ยวข้อง และปรากฏว่า พื้นที่ที่เป็นต้นน้ำได้ เป็นแหล่งน้ำดิบได้ก็คือ ที่ตำบลท่าสาป และเราสามารถที่จะเดินท่อเพื่อ จะจ่ายน้ำให้กับตำบลข้างเคียงที่เกี่ยวข้องได้ตลอดหลายตำบล ประกอบด้วยตำบลท่าสาป ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เราดูแล้วเหมาะสมที่จะตั้งเป็นพื้นที่สูบน้ำและผลิตน้ำ แล้วต่อไปถึงตำบลยุโป ตำบลตาเซะ ตำบลพร่อน ตำบลลำใหม่ ตำบลหน้าถ้ำ ตำบลลำพะยา ตำบลเปาะเส้ง ตำบลลิดล และตำบลยะลา นี่คือสายน้ำที่มาจากแม่น้ำปัตตานี เรามองว่าเป็นพื้นที่ ที่มีระบบน้ำประปาที่ท้องถิ่นจัดทำ แต่ถ้าหากว่าเราให้การประปาส่วนภูมิภาคไปจัดทำแล้ว จะเป็นประโยชน์อย่างยั่งยืนกับพี่น้องประชาชน เพราะเราเชื่อว่าการประปาส่วนภูมิภาค มีการตรวจสอบมาตรฐานน้ำ มีการตรวจสอบคุณภาพน้ำที่ให้พี่น้องประชาชนมีคุณภาพชีวิต ที่ดีขึ้น ในเบื้องต้นนี้ในคำถามแรกของผม ผมจะขออนุญาตสอบถามว่า รัฐบาลเองมีนโยบาย ที่จะสนับสนุนแผนงานการก่อสร้างปรับปรุงขยายพื้นที่การให้บริการของการประปา ส่วนภูมิภาคในพื้นที่อำเภอเมืองยะลาและอำเภอยะหา เช่น ตำบลท่าสาป ตำบลยุโป ตำบลตาเซะ ตำบลพร่อน ตำบลลำใหม่ ตำบลลำพะยา ตำบลหน้าถ้ำ ตำบลเปาะเส้ง ตำบลลิดล ตำบลบุดี ตำบลสะเตงนอก และที่อำเภอยะหาก็คือ ตำบลบาโงยซิแน ตำบลตาชี ตำบลกาตอง ตำบลละแออย่างไร ขอทราบรายละเอียด เพราะจากการสำรวจเบื้องต้น งบประมาณประมาณไม่เกิน ๒๐๐ กว่าล้านบาท หากเราได้ตรงนี้พี่น้องประชาชนจะมี คุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ขออนุญาตสอบถามคำถามที่ ๑ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มาเป็นผู้ชี้แจงตอบกระทู้ถาม แยกเฉพาะ ในเรื่องการปรับปรุงและขยายพื้นที่การให้บริการของการประปาส่วนภูมิภาค ในพื้นที่จังหวัดยะลาของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขออนุญาตเอ่ยนามท่านครับ ท่านอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของจังหวัดยะลา พรรคพลังประชารัฐ ผมขออนุญาตตอบดังนี้เลยนะครับ ความจริงการประปาส่วนภูมิภาคเป็นหน่วยงาน รัฐวิสาหกิจซึ่งอยู่ในการกำกับดูแลของผม ซึ่งได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย และการประปาเองเป็นรัฐวิสาหกิจก็เป็นเหมือนรัฐอันหนึ่ง โดยภารกิจ ของการประปาเองก็มีวัตถุประสงค์หลักคือเรื่องจัดหาน้ำดิบ การจัดการให้มาซึ่งน้ำดิบเพื่อใช้ ในการผลิต จัดส่งการจำหน่ายน้ำประปา รวมถึงกิจการประปาเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่การ ให้บริการสาธารณูปโภค โดยคำนึงถึงประโยชน์ของรัฐและสุขภาพอนามัยของประชาชนเป็น สำคัญ อันนี้เป็นงานภารกิจซึ่งถือว่าที่ท่านทั้งหลายมีความห่วงใยในพื้นที่ที่ท่านได้มีการถาม กระทู้แยกเฉพาะเป็นพื้นที่ที่อยู่เป็น อปท. ต่าง ๆ รายล้อมในเขตเทศบาลนครยะลา ซึ่งก็เป็น หน่วยงานหนึ่งที่ทำประปาเอง แต่ว่าส่วนใหญ่ก็จะเป็นงานประปาซึ่งต่างคนต่างทำ เขาเรียก การประปาท้องถิ่น ผมเรียนท่านประธานนะครับว่าการประปาส่วนภูมิภาคที่จังหวัดยะลา เรามีสาขารับผิดชอบอยู่ ๒ สาขาด้วยกัน ประกอบด้วยการประปาสาขายะหา รับผิดชอบ ที่อำเภอยะหา อำเภอบันนังสตา และอำเภอรามัน ส่วนการประปาสาขาเบตงรับผิดชอบ ในเขตพื้นที่อำเภอเบตง ปัจจุบันนี้มีครัวเรือนที่ใช้น้ำประปาอยู่ประมาณ ๑๔,๑๖๔ ครัวเรือน มีกำลังการผลิตในการให้บริการอยู่ที่ ๙๔๐ ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง มีพื้นที่ในการให้บริการ รวมอยู่ ๒๔,๑๔๐ ตารางกิโลเมตร แล้วก็ใช้แหล่งน้ำดิบจากแม่น้ำตาปี แม่น้ำสายบุรี แล้วก็ แม่น้ำตาชี คลองปะแต แล้วก็คลองเบตง อันนี้เป็นแหล่งน้ำหลัก ๆ ที่เรานำมาผลิตในการใช้ น้ำประปาสำหรับเรื่องปัญหาการขาดแคนน้ำประปาในจังหวัดยะลา ในพื้นที่บริเวณตำบลท่าสาป ซึ่งเป็นตำบลที่อยู่เหมือนปริมณฑลของในเขตเทศบาลนคร แล้วก็เป็นเทศบาล ซึ่งส่วนใหญ่ก็ใช้น้ำเป็นประปาท้องถิ่น ต่างคนต่างก็ผลิตน้ำประปาอะไรกันเอง ก็อาจจะมี ความกังวลในเรื่องของคุณภาพ เรื่องของปริมาณ เรื่องของการให้บริการ ซึ่งผมต้องขอบคุณ พี่น้องที่ยะลาก็จะมีความรู้สึกว่าถ้าได้ใช้การประปาส่วนภูมิภาคจะมีความมั่นใจ เพราะว่า การประปามีมาตรฐาน มีคุณภาพในการให้การบริการ น้ำก็มีคุณภาพตามหลักการสากล ดับเบิลยูเอชโอ (WHO) ก็เป็นงานหลักของการประปา ซึ่งการดูแลพี่น้องประชาชน ผมเรียนท่านอย่างนี้ครับว่าจริง ๆ การประปาเองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจนะครับ ได้มีการลงไป ตรวจสอบไม่ใช่เฉพาะแต่ที่ยะลานะครับ เกือบทั้งประเทศเราก็พยายามคิดเหมือนกันนะครับ ว่าในที่สุดประชาชนก็จะหันมาใช้บริการน้ำประปาส่วนภูมิภาคมากขึ้น เราก็ต้องมีการเตรียม ความพร้อมในเรื่องของการหาพื้นที่ในการให้บริการ เรื่องของน้ำดิบ เรื่องของระบบการสร้าง โรงผลิตน้ำเพื่อรองรับการเติบโตของเมือง แล้วก็ความต้องการของพี่น้องประชาชน ในส่วน ของจังหวัดยะลาก็เป็นพื้นที่ที่เราให้ความสำคัญในการที่จะลงไปพัฒนา โดยเฉพาะที่พื้นที่ ตำบลท่าสาปซึ่งเป็นตำบลซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กับแหล่งน้ำแม่น้ำปัตตานีซึ่งเป็นแม่น้ำที่มีปริมาณน้ำ ที่มีความเพียงพอลงไปดูนะครับ แล้วก็มีความเหมาะสมในการที่จะดำเนินการ ในขณะนี้ จริง ๆ ผมเรียนนะครับว่าทางการประปาเองก็ได้ลงไปพื้นที่แล้วไปดูพื้นที่ว่าจะสร้างโรงสูบน้ำ ที่ไหน ก็ได้ไปประสานงานกับเทศบาลตำบลท่าสาปว่าจะไปเอาพื้นที่เหมือนเป็นที่ดินงอก ติดกับทางน้ำสร้างโรงสูบน้ำ แล้วก็ทราบว่ามีประชาชนจิตอาสาบริจาคที่ดินที่จะให้สร้าง โรงผลิตน้ำ ซึ่งตั้งใจว่าจะมีกำลังการผลิตประมาณสัก ๕๐๐ ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ในการที่ จะรองรับพื้นที่ต่าง ๆ ที่ท่านให้ความกรุณาได้กล่าวถึงเป็นตำบล ๆ ผมขออนุญาตไม่เอ่ยนาม ทุกตำบลนะครับ เพราะว่าตำบลแต่ละตำบลก็อ่านยากหน่อย แต่ว่าเตรียมความพร้อมไว้แล้ว ในเรื่องของการเตรียมจัดการทำแผน มีทั้งลงไปพื้นที่ ลงไปเตรียมความพร้อมเรื่องการสำรวจ ออกแบบ แต่เรียนท่านเบื้องต้นว่าการจะดำเนินการได้นั้นท้องถิ่นเองก็ต้องมีความประสงค์ ในการที่จะให้การประปาส่วนภูมิภาคลงไปดำเนินการ เรียกว่าต้องมีการยินยอมกัน เพราะว่า มันเป็นองค์กรปกครองท้องถิ่นซึ่งมีกฎหมายเฉพาะของมัน ถ้าจะให้การประปาลงไป ดำเนินการก็ต้องมีหนังสือแจ้งความประสงค์ที่จะโอนกิจการในการดำเนินการ มีการ ประชาคมถามชาวบ้าน แล้วก็ต้องผ่านมติของสภาให้เรียบร้อยเราก็จะได้ลงไปดำเนินการ ให้ตามแผนแล้วก็ตามแนวทางที่คิดว่าทำแล้วเกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนนะครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่าน ส.ส. อาดิลัน มีคำถามที่ ๒ ไหมครับ มีก็เชิญครับ🔗

นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ยะลา

ขอบพระคุณท่านประธานครับ ได้ฟัง ข้อมูลจากทางท่านรัฐมนตรีแล้วมีความรู้สึกว่าจังหวัดยะลาพื้นที่ที่กล่าวถึงนั้นมีความหวัง ที่จะได้ใช้น้ำประปาในเวลาที่ไม่นานนี้นะครับ เพราะว่าในเชิงพื้นที่แล้วผมเองกับในส่วนของ บุคลากรของการประปาส่วนภูมิภาคได้มีการนัดหมายพูดคุยกับผู้บริหารท้องถิ่นกับผู้บริหาร ท้องที่แต่ละตำบลทำความเข้าใจความจำเป็นและความต้องการ ทุกคนต้องการ ทุกพื้นที่ ต้องการที่ผมเอ่ยมาเมื่อช่วงต้นทุกคนต้องการน้ำประปาจากการประปาส่วนภูมิภาค ทุกคน ทุกพื้นที่พร้อมที่จะดำเนินการโอนกิจการที่เป็นการประปาของท้องถิ่นให้กับการประปา ส่วนภูมิภาคเพื่อที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนในแต่ละพื้นที่ ซึ่งตรงนั้น ในประเด็นเรื่องของการให้ความร่วมมือนั้นผมเชื่อว่าไม่น่าจะเป็นปัญหาอุปสรรคสำหรับ การดำเนินการในครั้งนี้ ติดเพียงแต่เรื่องการจัดสรรงบประมาณ ซึ่งก็อยากจะขอความกรุณา จากทางผู้บริหารว่าช่วยพิจารณาในการจัดการในการจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการ ในครั้งนี้ ส่วนของจังหวัดยะลาเองเมื่อช่วงต้นที่ผมได้เกริ่นนำแล้วว่าเรามีเขื่อนบางลางเป็นที่ กักเก็บน้ำ แต่เรายังมีปัญหาเรื่องของน้ำท่วมก็ยังมีทุกปี น้ำแล้งก็ยังมีทุกปี ทีนี้ผมไม่แน่ใจว่า ในส่วนของการประปาเองนั้นนอกจากพื้นที่ที่ได้กล่าวถึงมี ๒ ส่วนก็คือหน่วยงานของ การประปาพื้นที่ยะหารับผิดชอบอำเภอบันนังสตา อำเภอรามัน อำเภอยะหาแล้ว และอำเภอเบตงเฉพาะพื้นที่เบตงนั้น เหล่านี้แล้วในส่วนของรัฐบาลเองมีนโยบายในการ บริหารจัดการน้ำเพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมหรือในช่วงของน้ำหลาก แล้วก็ช่วงของเหตุภัยแล้งใน พื้นที่จังหวัดยะลาอย่างไร หรือไม่ เพราะเมื่อปีที่แล้วก็มีปัญหาเรื่องของน้ำท่วมที่ปริมาณน้ำ มวลน้ำสูงมากที่ต้องเปิดเขื่อนบางลางแล้วทำให้พื้นที่เกษตรเสียหาย เหล่านี้เป็นส่วนหนึ่ง ที่อาจจะเกี่ยวข้องกับทางพื้นที่ของหน่วยงานของกระทรวงมหาดไทย เรื่องของภัยพิบัติ เรื่องของการประกาศเขตพื้นที่ภัยพิบัติ เหล่านี้เป็นส่วนที่อยากจะฝากแล้วก็อยากจะขอ รับทราบรายละเอียดของการบริหารจัดการกรณีที่เกิดภัยน้ำท่วม ภัยแล้ง ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรีครับ🔗

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานที่เคารพครับ พอดีในคำถามข้อที่ ๒ ผมยังมีความเข้าใจว่าน่าจะเป็นคำถามที่ ถามไปที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็น งานบริหารจัดการน้ำที่เกี่ยวข้อง เป็นเหมือนอ่างกักเก็บน้ำ ซึ่งที่ยะลาก็จะเป็นเรื่องของพื้นที่ รับน้ำที่มีความสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องของลุ่มน้ำต่าง ๆ ที่มีอยู่ในพื้นที่ของจังหวัด ในคำถาม เป็นเรื่องของเขื่อนบางลางน่าจะเป็นงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ว่าผมมีโอกาส ได้ติดตามสอบถามข้อมูลในเบื้องต้น ขออนุญาตที่จะตอบเป็นภาพรวมนะครับ พอดีเรื่องของ เขื่อนบางลางเป็นเขื่อนที่มีบางส่วนที่เราเอามาใช้เรื่องของผลิตน้ำประปาด้วย จะเป็นส่วนหนึ่ง ที่เราเข้าไปดูเรื่องการบูรณาการกัน ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับว่าจริง ๆ งานของ เขื่อนบางลางเป็นงานที่รับผิดชอบของกรมชลประทาน ผมขออนุญาตตอบแทนเบื้องต้นว่า จริง ๆ กรมชลประทานเองก็มีแผนในลุ่มน้ำปัตตานีทั้งระบบอยู่แล้วในเขื่อนนี้ เพื่อป้องกัน และบรรเทาภัยน้ำท่วม ความจริงที่ยะลาเรื่องน้ำแล้งจะน้อยนะครับ ผมเข้าใจว่าพื้นที่น้ำ จะเยอะ บริหารเรื่องน้ำท่วมจะมากกว่าเรื่องน้ำแล้งจะน้อย แล้วก็มีแผนเรื่องการบริหาร บรรเทาน้ำท่วมและปัญหาภัยแล้ง ทั้งระยะสั้น ทั้งระยะกลาง ทั้งระยะยาว มีแผนทั้งด้าน การก่อสร้างแหล่งน้ำ ด้านการก่อสร้างอาคารบังคับน้ำ ระบบการกระจายน้ำ ระบบการ ระบายน้ำ แล้วก็มีการติดตั้งระบบโทรมาตรเพื่อพยากรณ์และเตือนภัย แล้วก็การบริหาร จัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งและฤดูฝน โดยสรุปในภาพรวมคือว่าเรามีจัดเป็นลุ่มน้ำ ๓ ลุ่มน้ำ ด้วยกัน ตอนบนก็ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแต่เหนือเขื่อนบางลางขึ้นไปจนถึงต้นน้ำในอำเภอเบตง จังหวัดยะลา ปัจจุบันกรมชลประทานอยู่ระหว่างการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำยะรม ตัวอ่างนี้ก็จะ ใช้ในเรื่องประปาด้วยนะครับ ตำบลยะรม อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ความจุกักเก็บน้ำได้ ประมาณ ๘.๓๔ ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งคาดหมายว่าในปี ๒๕๖๕ ก็จะแล้วเสร็จ อันนี้ก็เรียน ท่านนะครับ ส่วนลุ่มน้ำปัตตานีตอนล่างอันนี้ครอบคลุมเขื่อนบางลางลงไปถึงเขื่อนทดน้ำ ปัตตานี ตำบลตาเซะ อำเภอเมือง จังหวัดยะลา อันนี้กรมชลประทานจะเริ่มก่อสร้างโครงการ ประตูระบายน้ำบ้านจืองา ตำบลเปาะเส้ง อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ และมีแผนก่อสร้างชลประทานอีก ๑ แห่ง ในพื้นที่อำเภอเมืองจังหวัดยะลา ได้แก่ โครงการ อ่างเก็บน้ำลำพะยา อันนี้ก็เหมือนกันจะเป็นลำน้ำที่เราจะเอามาใช้เรื่องของการประปา แล้วก็ยังมีแผนเรื่องการศึกษาความเหมาะสมในโครงการอีก ๕ โครงการ ได้แก่ โครงการ ศึกษาพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเพิ่มประสิทธิภาพบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำตาปีตอนบน และตอนล่างจังหวัดยะลาและจังหวัดปัดตานี โครงการศึกษาความเหมาะสมอ่างเก็บน้ำ บ้านกูดง ตำบลปะแต อำเภอยะหา จังหวัดยะลา โครงการศึกษาความเหมาะสมอ่างเก็บน้ำ คลองปูแล ตำบลบาโร๊ะ อำเภอยะหา จังหวัดยะลา โครงการศึกษาความเหมาะสมอ่างเก็บน้ำ ตาชี ตำบลตาชี อำเภอยะหา จังหวัดยะลา โครงการความเหมาะสมอ่างเก็บน้ำตันหยง ตำบล กาตอง อำเภอยะหา จังหวัดยะลา สำหรับลุ่มน้ำปัตตานีตอนล่างครอบคลุมพื้นที่ท้ายเขื่อน ปัตตานีจนถึงปากทะเลอ่าวไทย อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี กรมชลประทานมีแผนเพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพโครงการบริหารจัดการลุ่มน้ำเพื่อความมั่นคงด้านน้ำ เป็นการปรับปรุง เพิ่มประสิทธิภาพโครงการชลประทานในพื้นที่ตอนล่าง โดยการปรับปรุงระบบน้ำ ระบบ ระบายน้ำให้สมบูรณ์ ระบบป้องกันน้ำท่วมชุมชนเมือง เพิ่มขีดความสามารถให้รองรับ น้ำหลากในช่วงฤดูฝนที่ท่านมีความกังวลมีความห่วงใย จากเดิม ๕๕๐ ลูกบาศก์เมตร ต่อวินาที เป็น ๘๘๐ ลูกบาศก์เมตรต่อนาที เช่น อาจจะเป็นตัวอย่างการขุดลอกตะกอนดิน อ่างเก็บน้ำเพื่อให้เกิดการระบายน้ำมากยิ่งขึ้น เบื้องต้นขออนุญาตตอบเพียงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ถือว่าจบ การถามตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๒๑ เรื่องการปรับปรุงและขยายพื้นที่การให้บริการ ของการประชาส่วนภูมิภาค ในพื้นที่จังหวัดยะลา ของท่าน ส.ส. อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี ที่กรุณา ให้เกียรติกับทางห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเรา ขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ🔗

ต่อไประเบียบวาระที่ ๑.๓.๖ เป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๒๕ เรื่องขอทราบ รายงานการประเมินผลสัมฤทธิ์ของการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ ที่ไม่ได้ตามเป้าหมาย หรือตัวชี้วัดที่กำหนดในปีงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ และงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ ของท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ถามท่านนายกรัฐมนตรี🔗

ด้วยสำนัก เลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว มีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีคือ ท่านอนุชา นาคาศัย เป็นผู้ตอบ กระทู้ถามแทน ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะคือ นายอภิชาติ รัตนราศรี ผู้อำนวยการกองประเมินผล สำนักงบประมาณ ขณะนี้พร้อมแล้ว เชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ถามได้เลยครับ ขอบคุณครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล มารอบที่ ๒ วันนี้ ก็ขอขอบคุณครับที่ได้บรรจุกระทู้ของผม เป็นเรื่องขอทราบรายงานการประเมินผลสัมฤทธิ์ของการใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายของ หน่วยรับงบประมาณที่ไม่ได้ตามเป้าหมาย หรือตัวชี้วัดที่กำหนดในปีงบประมาณ ๒๕๖๓ และปีงบประมาณ ๒๕๖๔ เรื่องมันเป็นอย่างนี้ครับ ความสำคัญของงบประมาณครับ ท่านประธานมีสาระสำคัญคือคำว่า ผลสัมฤทธิ์ ผลสัมฤทธิ์นี้จะเขียนไว้ในเอกสารขาวคาดแดง ของทุกกระทรวง แล้วก็เป็นคำจำกัดความที่เป็นเป้าหมายของทุกกระทรวงที่จะต้องทำให้ได้ และสิ่งสำคัญคือการขับเคลื่อนผลสัมฤทธิ์นี้มันจะต้องขับเคลื่อนจริง ๆ แล้วก็มีหน่วยรับ งบประมาณทำการขับเคลื่อน ตลอดจนมีงบลงไปจริง ๆ แล้วงบนั้นจะต้องลงไปทำให้ทันต่อ เวลาของไตรมาสของงบประมาณนั่นคือสิ่งสำคัญที่อาจจะใช้ ในพระราชบัญญัติงบประมาณ จึงกำหนดไว้ใน มาตรา ๔๘ โดยเฉพาะเขียนว่าในกรณีที่มีการประเมินผลสัมฤทธิ์ของการ ใช้จ่ายงบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณใดไม่ได้ตามเป้าหมายหรือตัวชี้วัด ที่กำหนดให้ผู้อำนวยการจัดทำข้อเสนอแนะและการปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้หน่วยรับ งบประมาณปรับปรุงแก้ไขในระยะเวลาที่กำหนด และรายงานรัฐมนตรีเจ้าสังกัด หรือรัฐมนตรีที่กฎหมายกำหนดให้มีหน้าที่หรือควบคุมกิจการของหน่วยรับงบประมาณ หรือรัฐมนตรีรักษาการตามกฎหมายเพื่อทราบ แล้วรัฐธรรมนูญก็ยังย้ำเลยครับท่านประธาน ย้ำไปอีกว่าเพื่อให้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๑๔๒ ต้องแสดง ผลสัมฤทธิ์หรือประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการจ่ายเงิน ในการเสนอร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณประจำปี ตลอดจนในการติดตามตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐบาล นี่คือสิ่งที่ เป็นการเกริ่นในเรื่องของที่มาของคำถามนี้ครับ เพราะการติดตามนั้นเป็นเรื่องของการที่ จะต้องให้ได้โดยผลสัมฤทธิ์นี้อย่างมากมาย เพราะผลสัมฤทธิ์และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับนั้น เป็นตัวบอกเนื้องานของรัฐบาลว่าพาไปถึง ผมอยู่ในงบประมาณปีแรก งบประมาณ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ก็อยู่ ปี ๒๕๖๔ ไปอยู่อนุกรรมาธิการ ปี ๒๕๖๕ ก็ไปอยู่อนุกรรมาธิการ สิ่งที่สำคัญและถามทุกครั้งในงบประมาณ แม้กระทั่งคราวที่แล้วผมก็นำเรียนกับท่านรัฐมนตรี ที่เข้ามาตอบวันนี้เช่นกันในเรื่องของแผนการปฏิบัติ ซึ่งเป็นแผนที่จะต้องใช้งบประมาณ แต่ก็ยังหาที่มาของงบประมาณไม่ได้ ผมก็เลยถามในประเด็นนี้ในคำถามแรกครับ ท่านประธาน ในการรายงานผลสัมฤทธิ์ของหน่วยรับงบประมาณที่ไม่ได้ตามเป้าหมาย หรือตัวชี้วัดที่กำหนดในปีงบประมาณ ๒๕๖๓ และปีงบประมาณ ๒๕๖๔ มีอย่างไรบ้าง ผู้อำนวยการผมก็ยังไม่รู้ผู้อำนวยการคนนี้คือใคร จัดทำข้อเสนอแนะและปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้หน่วยรับงบประมาณปรับปรุงแก้ไขในระยะเวลาที่กำหนดในประเด็นหลักใดบ้าง ในแต่ละปีงบประมาณดังกล่าวมีหน่วยรับงบประมาณใดบ้างที่ไม่สามารถปรับปรุงแก้ไข ระยะเวลาที่กำหนด คำถามแรกครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรีได้ตอบครับ เชิญครับ🔗

นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ที่ได้ตั้งกระทู้ถาม ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพราะว่าในเรื่องของ การจัดสรรงบประมาณหรือการใช้จ่ายงบประมาณของแผ่นดินนั้นนับว่ามีความสำคัญ ต่อการพัฒนาในสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และทุก ๆ ด้านของประเทศ เราจึงต้องมี พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีขึ้นมาทุกปี เพื่อจัดสรรกรอบงบประมาณ แล้วก็ พระราชบัญญัติวิธีงบประมาณปี พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตรา ๔๖ ก็กำหนดให้ผู้อำนวยการ สำนักงบประมาณจัดวางระบบติดตามและประเมินผลการดำเนินงานตามแผนปฏิบัติงาน และแผนการใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยรับงบประมาณที่ได้รับจัดสรรงบประมาณเพื่อการ วัดผลสัมฤทธิ์ หรือประโยชน์ที่จะได้รับจากการใช้จ่ายงบประมาณ โดยมาตรา ๕๐ นั้นก็ได้ กำหนดให้ทางสำนักงบประมาณนั้นมีการรายงานต่อคณะรัฐมนตรีหลังจากที่ สิ้นปีงบประมาณนั้นภายในกำหนด ๙๐ วัน แต่จริง ๆ แล้วทางสำนักงบประมาณนั้น ได้รายงานเป็นรายไตรมาสเพื่อได้เห็นถึงความคืบหน้าของการดำเนินงานและผลสัมฤทธิ์ของ การใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ นั้นวงเงินงบประมาณทั้งสิ้นประมาณ ๓,๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มีผลการใช้จ่ายงบประมาณจำนวน ๓,๑๕๘,๖๖๙ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๙๘.๗๑ ของการเบิกจ่ายงบประมาณ ผลการปฏิบัติงานและผล การใช้จ่ายงบประมาณในระดับกระทรวงเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเป็นรายไตรมาส และเมื่อสิ้น ปีงบประมาณนั้นได้มีการรายงานดำเนินการของสำนักงบประมาณในภาพรวม รวมทั้ง ได้รวบรวมปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานพร้อมทั้งข้อเสนอแนะแก้ไข พบว่าผลการ ดำเนินงานของกระทรวงไม่เป็นไปตามเป้าหมายนั้น ๒๒ ตัวชี้วัด จากทั้งสิ้น ๒๓๙ ตัวชี้วัด คิดเป็นร้อยละ ๙.๒๑ ซึ่งปัญหาและอุปสรรคนั้นก็สืบเนื่องจากการที่เรามีพระราชบัญญัติ งบประมาณล่าช้ากว่าปกติในปี ๒๕๖๓ ซึ่งพระราชบัญญัติงบประมาณนั้นก็มาประกาศใช้ บังคับเมื่อวันที่ ๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ โดยสำนักงบประมาณได้อนุมัติ นายกรัฐมนตรีได้ กำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปีของปี ๒๕๖๒ ไปพลาง ๆ เพื่อให้หน่วยงานรับงบประมาณนั้นสามารถใช้จ่ายและก่อหนี้ผูกพันไปพลาง ๆ ก่อน จึงส่งผล ให้การจัดซื้อจัดจ้างและการใช้จ่ายงบประมาณนั้นเป็นไปไม่ได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ อีกส่วนหนึ่งที่เป็นปัญหาและอุปสรรคก็คือสถานการณ์ของการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ที่มีการแพร่ระบาดเป็นวงกว้างไปทั่วโลกส่งผลต่อ ภาวะเศรษฐกิจส่งผลต่อภาวะสุขภาพอนามัยของประชาชน การทำมาค้าขายทำให้การชะลอตัว ทางการค้าของทั่วโลก การทำให้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของไทยเรา และไม่ใช่ ส่งผลกระทบอย่างเดียว ก็ส่งผลกระทบถึงการใช้จ่ายงบประมาณในหน่วยงานต่าง ๆ เพราะว่ากิจกรรมบางอย่างนั้นไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ อีกทั้งยังมีเรื่องของภัยแล้งที่เกิดขึ้น อย่างรุนแรงในปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ทำให้หน่วยรับงบประมาณต่าง ๆ จะต้องได้รับข้อเสนอแนะ จากทางสำนักงบประมาณ เดี๋ยวผมจะลงรายละเอียดอีกทีหนึ่งว่าจะต้องมีการเปลี่ยนแปลง งบประมาณเพื่อเข้าสู่สถานการณ์โควิด (COVID) ก็ดี สถานการณ์ภัยแล้งก็ดี ในสถานการณ์ ที่เกิดขึ้น ซึ่งต่อมาสำนักงบประมาณนั้นก็ได้เสนอมาตรการด้านงบประมาณเพื่อบรรเทา ผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค สถานการณ์ภัยแล้ง เพื่อให้หน่วยรับ งบประมาณได้พิจารณาโอนหรือเปลี่ยนแปลงงบประมาณเพื่อไปดำเนินการป้องกันควบคุม แก้ไขปัญหาและบรรเทาผลกระทบจากโรคติดเชื้อโควิด (COVID) ไวรัสโคโรนา (Virus Corona) แล้วก็สถานการณ์ภัยแล้ง รวมทั้งเรื่องที่จำเป็นอื่น ๆ ที่ทางหน่วยรับงบประมาณ นั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดที่จำเป็นที่จะต้องใช้งบประมาณก็ให้ทำการเปลี่ยนแปลง และโอนย้ายงบประมาณไป ซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ของสำนักงบประมาณที่จะเป็นผู้อนุมัติ โดยหน่วยรับงบประมาณได้รายงานมาตรการดังกล่าวจำนวนเปลี่ยนแปลงทั้งสิ้น ๓,๗๒๖.๒๖ ล้านบาท ซึ่งต่ำกว่าประมาณการที่กำหนดไว้ว่าจะมีการโอนเปลี่ยนแปลง ซึ่งตรงนี้ก็ทำให้เกิดสภาวะการใช้จ่ายงบประมาณยังไม่เป็นไปตามเป้า พระราชบัญญัติ โอนงบประมาณรายจ่ายปี พ.ศ. ๒๕๖๓ ได้ประกาศในพระราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๓ ซึ่งจากการดำเนินการดังกล่าวข้างต้นมีผลให้งบประมาณรายจ่ายประจำปี เปลี่ยนแปลงไปจากวงเงินเดิมที่ได้รับจัดสรร และอาจจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ในทางที่ลดลงอย่างมีสาระสำคัญ ค่าเป้าหมายการดำเนินงานของหน่วยรับงบประมาณ สำนักงบประมาณจึงได้มีหนังสือแจ้งหน่วยรับงบประมาณปรับแผนและปฏิบัติงานการใช้จ่าย ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ต่าง ๆ ดังที่ผมได้กล่าวมาแล้ว จากปัญหาอุปสรรคดังกล่าวใน การปฏิบัติงานสำนักงบประมาณได้จัดทำข้อเสนอแนะและแนวทางแก้ไขเสนอต่อ คณะรัฐมนตรีเป็นรายไตรมาส ซึ่งเรื่องที่ ๑ นั้นเรื่องของการติดตามประเมินผลงาน แล้วก็การใช้จ่ายของหน่วยรับงบประมาณที่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดเสนอต่อ คณะรัฐมนตรีเพื่อมอบหมายให้รัฐมนตรีเจ้าสังกัด หรือรัฐมนตรีที่กำหนดมีหน้าที่ควบคุม หน่วยรับที่ไม่ได้ตามกำหนด หน่วยรับงบประมาณกำกับดูแลถึงเร่งรัดให้หน่วยรับงบประมาณ ดำเนินการให้เป็นไปตามแผนและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ซึ่งรัฐมนตรีเจ้าสังกัดก็จะเป็น ผู้ดำเนินการในส่วนนี้ สำนักงบประมาณได้มีหนังสือสำนักงบประมาณ ด่วนที่สุด ที่ นร ๐๗๒๙.๑/ว๘๘ ลงวันที่ ๑๖ มิถุนายน เรื่องการปรับแผนการปฏิบัติงานและแผน การใช้จ่ายงบประมาณ การรายงานผลการปฏิบัติงานและผลการใช้จ่ายงบประมาณ ประจำปี ๒๕๖๓ ไตรมาสที่ ๓ เพื่อให้หน่วยรับงบประมาณที่ได้รับผลกระทบจากปัญหา ดังกล่าวข้างต้น ที่มีผลทำให้เป้าหมายหรือตัวชี้วัดแผนงานผลผลิต หรือโครงการเปลี่ยนแปลง ไปในทางที่ลดลง ในสาระสำคัญจึงเห็นควรให้หน่วยรับงบประมาณที่มีความจำเป็นและได้รับ ผลกระทบดังกล่าวเสนอขออนุมัติปรับแผนและแผนการใช้จ่ายงบประมาณตามระเบียบด้วย การบริหารงบประมาณปี พ.ศ. ๒๕๖๒ ตามขั้นตอนที่ผมได้กล่าวมาแล้วข้างต้น ในส่วนของ การประกาศดังกล่าวก็เพื่อให้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างเกิดความรวดเร็วยิ่งขึ้น หนังสือ คณะกรรมการวินิจฉัยปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุ ด่วนที่สุด ซึ่งตรงนี้ก็เป็นการ แก้ไขในเชิงนโยบายของสำนักงบประมาณในการที่จะทำให้การใช้จ่ายงบประมาณเป็นไปตาม เป้านะครับ การนำระบบบริหารการคลังภาครัฐแบบอิเล็กทรอนิกส์จีเอฟ (GF) แล้วก็ระบบ จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ อีจีพี (e-GP) ซึ่งถือว่าเป็นตัวช่วยในการที่จะเร่งรัดในการที่จะดำเนินการ ในการที่จะก่อหนี้ผูกพันให้เร็วยิ่งขึ้น ซึ่งต้องถือว่าในส่วนนี้ทางสำนักงบประมาณก็ได้พยายาม ที่จะลงมือทำ แล้วอย่างไรก็ดียังคงมีหน่วยรับงบประมาณที่ดำเนินการไม่เป็นไปตามเป้า ที่กำหนดไว้ กระทรวงการคลังก็ได้มีหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค ๐๔๐๒.๕/ว๑๓๕ ลงวันที่ ๑๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ และหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค (กวพ) ๐๔๒๑.๓/ว๑๔๕ ลงวันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๖๓ เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการขอ กันเงินงบประมาณปี พ.ศ. ๒๕๐๐ ไว้เหลื่อมปี มีสาระสำคัญให้หน่วยงานรัฐที่ดำเนินการ จัดซื้อจัดจ้างพัสดุถึงขั้นออกประกาศเชิญชวน หรือมีหนังสือเชิญชวน หรืออยู่ระหว่าง กระบวนการอุทธรณ์ตามพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและบริหารพัสดุภาครัฐสามารถที่ จะกันเงินไว้เหลื่อมปีได้ ซึ่งทำให้การทำงานนั้นมีผลสัมฤทธิ์เพิ่มมากขึ้นจากที่ได้กล่าวไปแล้ว ส่วนในปีงบประมาณปี พ.ศ. ๒๕๖๔ ก็คล้าย ๆ กันมีการดำเนินการคล้าย ๆ กันในส่วนของ ผลกระทบก็มีเกิดขึ้นคล้าย ๆ กันแต่ก็ยังไม่มีเรื่องของภาวะภัยแล้ง ก็เป็นเรื่องของโควิด (COVID) ซึ่งทางสำนักงบประมาณก็ได้รายงานรัฐมนตรีได้มีการจัดทำแผนคล้ายปี ๒๕๖๓ ตามที่ได้กล่าวแล้วนะครับ ต้องกราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ความจริง ท่านรัฐมนตรีตอบจนหมดเวลาแล้วนะครับ ผมก็ลืมแจ้งไปว่ากระทู้ถามแยกเฉพาะทั้งผู้ถาม และผู้ตอบจะได้เวลาฝ่ายละ ๑๐ นาที ฉะนั้นต้องเตรียมเนื้อหาให้เหมาะกับเวลา ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล เชิญคำถามที่ ๒ เชิญครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธาน สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ต่อครับ ในคำถามที่ ๒ คำถามที่ ๓ จะถามควบเลยแล้ว ผมจะเหลือให้ ๓๐ วินาที เพื่อให้ท่านได้ตอบตามเวลา ผมพูดถึงเรื่องผลสัมฤทธิ์ และผลประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ ผลสัมฤทธิ์ผมยกตัวอย่างในสไลด์ (Slide) นี้เป็นสไลด์ (Slide) ของสำนักนายกรัฐมนตรีที่สำนักงานปลัดเขียนไว้ในกระดาษขาวคาดแดงเขียนว่า ผลสัมฤทธิ์นั้นคือการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐที่มีกลไกกำกับติดตามอย่างมี ประสิทธิภาพและเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล ๖ ข้อด้วยกัน ตัวชี้วัดคือร้อยละของการกำกับ ติดตามการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและตามหลัก ธรรมาภิบาล หน่วยรับคือร้อยละ ทีนี้ค่าเป้าหมายปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ที่อยู่ในกระดาษเล่มนี้ คือปี ๒๕๖๔ ร้อยละ ๙๑ คืออะไรท่านอาจจะหาคำตอบให้ผมไม่ได้ ขอสไลด์ (Slide) ต่อไป ครับ ในเอกสารหน้าถัดไปมีการปรับงบประมาณจะเห็นตัวเลขนะครับ ปีงบประมาณ ๒๕๖๓ ที่ผมต้องถามตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ มันมีแผนอันหนึ่งครับ เรียกว่า แผนยุทธศาสตร์ พัฒนาบริการประชาชนและพัฒนาประสิทธิภาพภาครัฐ ท่านเชื่อไหมครับท่านประธาน ไม่มี เงินครับ ๒ แผน เพิ่งมาขอปี ๒๕๖๕ แล้วจะทำให้ผลสัมฤทธิ์นั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร นี่คือสิ่งที่ ผมกำลังบอกให้ประชาชนได้เข้าใจว่าสำนักงานปลัดของสำนักนายกรัฐมนตรีไม่ได้ดูแล การพัฒนาประชาชน ไม่มีการพัฒนาประสิทธิภาพของภาครัฐ ไม่ใส่เงินไปเลย แน่นอนครับ สไลด์ (Slide) ต่อไปครับ เป็นคำถามครับ คำถามครั้งแรกในการถามครั้งที่ ๒ คณะรัฐมนตรี ได้รับรายงานประเด็นผลสัมฤทธิ์ที่หน่วยงานรับงบประมาณและได้มีมติคณะรัฐมนตรีเพื่อ ปรับปรุงสั่งการแก้ไขอย่างไร เมื่อใด เพื่อให้หน่วยงานรับงบประมาณที่ไม่สามารถปรับปรุง แก้ไขได้ในระยะเวลาที่กำหนดดำเนินการอย่างไร มีกี่หน่วยงานรับงบประมาณ เมื่อสักครู่ ท่านบอกไปแล้ว ๒๒ กระทรวง และมีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขผลสัมฤทธิ์ใด ๆ อีกหรือไม่ มีสาเหตุอะไรที่เกิดขึ้น เพราะเหตุใด🔗

ก่อนที่จะไปการถามครั้งที่ ๓ นั้น ผมก็จะมีสไลด์ (Slide) ขึ้นมาอีก ๒ สไลด์ (Slide) สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ ท่านเคยเห็นไหมครับว่านี่คือสถานที่ที่กำลังจะโด่งดัง ในปีหน้าครับท่านประธาน ในเดือนพฤศจิกายนปีหน้า ตัวอย่าง ถามว่าหอประชุมกองทัพบก ที่จัดงานเอเปก (APEC) มันจะต้องเสร็จในวันที่ ๒๒ พฤศจิกายน สไลด์ (Slide) ถัดไปครับ นี่คือรูปอาคารใหม่ ผมถามก็คือทำไมอาคารนี้อยู่ในงบประมาณของสำนักงาน แค่เป็นคำถาม ทิ้งไว้เฉย ๆ ให้น่าสนใจ เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาลหรือ แต่ไม่ใช่คำถามที่ ๓🔗

คำถามที่ ๓ เป็นอย่างนี้ครับท่านประธาน เป็นเรื่องของการติดตาม และประเมินผลส่วนหนึ่งของกระทรวงในหน่วยการบริหารงบประมาณที่จะต้องดำเนินการ อย่างต่อเนื่องและเปิดเผยต่อสาธารณะตาม มาตรา ๔๗ พระราชบัญญัติงบประมาณ ปี ๒๕๖๑ รัฐบาลได้กำหนดการใช้กลไกการติดตามและตรวจสอบ มีการเปิดเผยข้อมูล ในประเด็นหลัก ประเด็นหลักที่ผมยกตัวอย่างไปครับท่านประธาน ประเด็นหลักก็คือ เรื่องยุทธศาสตร์ ในเรื่องของการบริการประชาชนและเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐ ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๔ ไม่ใส่เงินเลย แสดงว่าการบริการประชาชนไม่ได้อยู่ในสายตา ตลอดจนเจ้าหน้าที่รัฐ ที่นั่งอยู่ทั้งหมดนี้รัฐบาลไม่ได้ให้ เพราะฉะนั้นการเปิดเผยข้อมูลในประเด็นนี้ครับ ท่านประธาน เป็นประเด็นหลักเรื่องผลสัมฤทธิ์ตามข้อ ๑ ข้อ ๒ ที่ผมถามไว้ที่ใดนะครับ เพราะมันต้องเปิดเผยครับท่าน ตั้งแต่เมื่อใด และขอทราบในรายละเอียด ผมให้เวลาท่านอีก ๒.๔๐ นาที เชิญครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล เผื่อเวลาให้ท่าน ๒.๔๓ นาที🔗

นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

ก็นิดเดียว ในส่วนของคำถามข้อที่ ๒ ผมก็ได้ตอบไปแล้วในข้อที่ ๑ ในเรื่องของการสั่งการใน การเปลี่ยนแปลงงบประมาณ และเฉพาะกระทรวงการคลังในการที่จะให้กันเงินเหลื่อมปี เพื่อให้หน่วยรับงบประมาณนั้นได้พิจารณาตามสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ที่กราบเรียน ไปแล้ว ในส่วนของการเปิดเผยข้อมูล อยากเรียนชี้แจงอย่างนี้ครับว่า สำนักงบประมาณ ได้จัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานและผลการใช้จ่ายงบประมาณของหน่วยรับงบประมาณ เป็นรายไตรมาส รวมถึงจัดทำรายงานผลสัมฤทธิ์หรือประโยชน์ที่ได้รับในการใช้จ่าย งบประมาณ ณ สิ้นปีงบประมาณเสนอต่อคณะรัฐมนตรีมาตลอด และอีกทั้งยังได้เผยแพร่ ต่อเว็บไซต์ (Website) ของสำนักงบประมาณเวิลด์ไวด์เว็บดอตบีบีดอตจีโอดอตทีเอช (www.bb.go.th) รายงานดังกล่าวในส่วนของปี ๒๕๔๔ นั้นก็ยังไม่ได้แล้วเสร็จ ยังทำไม่ได้ แล้วเสร็จ ยังไม่ได้เสนอต่อคณะรัฐมนตรีในไตรมาสสุดท้าย ซึ่งตรงนี้ก็อยากกราบเรียนท่าน ด้วยความเคารพในส่วนที่ท่านถามไว้เป็นข้อสังเกตนะครับ ผมจะรับท่านไปด้วยความเคารพ อย่างยิ่ง และต้องขอบคุณที่ท่านได้ให้เวลาในส่วนนี้ กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ถือว่า เป็นการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๒๕ ของท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ต้องขอบคุณรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านอนุชา นาคาศัย ที่กรุณาให้เกียรติ ห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเรา ขอกราบขอบพระคุณครับ ต่อไปเป็นกระทู้ถาม ที่ ๑.๓.๑ นะครับ🔗

๑.๓.๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๑๕ เรื่อง ขอให้สร้างฝายชะลอน้ำกั้นแม่น้ำ สงคราม บ้านนาดินจี่ ตำบลคำสะอาด อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร และบ้าน โคกคำไหล ตำบลอ้อมกอ อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี (นางอนุรักษ์ บุญศล เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ติดภารกิจสำคัญ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบ กระทู้ถามออกไปในคราวถัดไปนะครับ🔗

๑.๓.๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๓๒๒ เรื่อง การลบประวัติบุคคลที่มีหมายจับ ในระบบอิเล็กทรอนิกส์สารสนเทศ ของนายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ถามนายกรัฐมนตรี🔗

ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว มีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้เป็นผู้ตอบกระทู้ถามเรื่องนี้แทน แต่เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมติดภารกิจ จำเป็นเร่งด่วน ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไป เป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๖๔ แจ้งท่าน ส.ส. ได้ทราบครับ🔗

ท่านที่เคารพครับ สำหรับวันนี้ก็ถือว่าจบการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะ แต่เพียงเท่านี้ ผมขอปิดการประชุมครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก่อนที่จะไปเรื่องต่อไป มีเรื่องที่พวกเรากรรมาธิการชุดต่าง ๆ มีตำแหน่งว่างลง แล้วก็มีอยู่บางเรื่องก็ไม่พร้อม แต่วันนี้แจ้งมาแล้ว แจ้งมา ๒ เรื่องที่มีความพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงกรรมาธิการเนื่องจาก ตำแหน่งว่างลง ผมขออนุญาตที่ประชุมนะครับ ขออนุญาตนำวาระที่ ๗.๓ กับ ๗.๖ ขึ้นมา ก่อนนะครับ ถ้าที่ประชุมไม่ขัดข้อง เพราะว่าตั้งกรรมาธิการใหม่แล้วกรรมาธิการจะได้ไป ทำงานได้นะครับ🔗

๗.๓ ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและ วัฒนธรรมแทนตำแหน่งที่ว่างลง ๒ ตำแหน่ง เพราะสมาชิกภาพสิ้นสุดลง (นายธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ และนายเทพไท เสนพงศ์)🔗

ท่านประธานกรรมาธิการ ท่านสุชาติ อุสาหะ ได้แจ้งว่าขอให้ตั้งกรรมาธิการ แทนตำแหน่งที่ว่างลง เนื่องจากศาลรัฐธรรมนูญได้มีคำวินิจฉัยให้สมาชิกภาพของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คือของคุณธัญญ์วาริน สุขะพิสิษฐ์ และคุณเทพไท เสนพงศ์ สิ้นสุด ลงตามรัฐธรรมนูญ จึงมีผลให้ตำแหน่งกรรมาธิการว่างลง ตำแหน่งที่ว่างลงเป็นกรรมาธิการ ในสัดส่วนของพรรคก้าวไกลและพรรคประชาธิปัตย์ กรรมาธิการการศาสนาศิลปะและ วัฒนธรรม เพราะฉะนั้นขอเชิญทั้ง ๒ พรรคเสนอแทนตำแหน่งที่ว่าง พรรคก้าวไกลเชิญครับ เชิญท่านวิโรจน์ครับ🔗

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ในส่วนของกรรมาธิการการศาสนาศิลปะและวัฒนธรรม พรรคก้าวไกล เสนอท่านณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรอง ๕ ท่าน ถูกต้องนะครับ พรรคประชาธิปัตย์ครับ🔗

นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัด สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอกรรมาธิการการศาสนาศิลปะและวัฒนธรรม ในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ คือคุณวุฒิพงษ์ นามบุตร ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองนะครับ ที่ประชุมไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ ก็อนุมัติไปตามที่เสนอเปลี่ยนแปลงนะครับ เชิญครับ🔗

นายสมคิด เชื้อคง อุบลราชธานี

ขออนุญาตครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม สมคิด เชื้อคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย ตามที่ พรรคเพื่อไทยได้เสนอชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติปกป้องและ ปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เมื่อวันพุธที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ในการนี้ ทางพรรคขอเปลี่ยนแปลงชื่อกรรมาธิการวิสามัญในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทยจาก นายวีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์ เป็น นายจำนงค์ ไชยมงคล ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ที่ท่านสมคิดเสนอถ้าไม่มี ความเห็นอย่างอื่นก็อนุมัติไปตามที่ท่านสมคิดเสนอนะครับ🔗

ต่อไปเป็นเรื่องที่ ๗.๖ ขอถอนญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินของข้าราชการ ตำรวจ ซึ่ง พลตำรวจเอก ยงยุทธ เทพจำนงค์ เป็นผู้เสนอ ออกจากระเบียบวาระการประชุม ตามข้อบังคับการประชุมในข้อ ๖๑ โดย พลตำรวจเอก ยงยุทธ เทพจำนงค์ ได้มีหนังสือแจ้ง ว่าขอถอนญัตตินี้ออกไปตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ การถอนญัตติ ประธานสภาสั่งบรรจุระเบียบ วาระแล้วจะต้องได้รับความยินยอมจากที่ประชุม ดังนั้น ผมก็ขออนุญาตที่ประชุมว่าถ้าไม่มี ความเห็นเป็นอย่างอื่น ก็ขออนุญาตให้ท่าน พลตำรวจเอก ยงยุทธ เทพจำนงค์ ได้ถอนญัตตินี้ ออกไปนะครับ ที่ประชุมไม่ขัดข้องนะครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขออนุญาตที่ประชุม ต่อไปจะเป็นเรื่องที่ต้องรับทราบในวาระต่าง ๆ🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม🔗

ซึ่งวันนี้มีเรื่องที่กำหนดเอาไว้ตั้งแต่ ๒.๑ ถึง ๒.๙ แต่ว่าในจำนวนนี้มี ๓ เรื่อง ที่ได้ขออนุญาตเลื่อนไปนะครับ เพราะไม่พร้อมและติดภารกิจ บางหน่วยงานก็เป็น วันครบรอบของหน่วยงานนั้น ก็แจ้งเลื่อนมา ๓ หน่วยงาน จึงมีเรื่องที่จะพิจารณาก็คือ ๒.๑ ๒.๒ ขอเลื่อนนะครับ มี ๒.๓ มี ๒.๔ ขอเลื่อนครับ ๒.๕ ๒.๖ ๒.๗ ขอเลื่อนครับ ก็จะมี ๒.๘ และ ๒.๙ เพราะฉะนั้นก็มีไม่กี่เรื่อง แต่ว่าที่ผมจะขอความร่วมมือพวกเราก็คือว่า เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องเพื่อทราบเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นพวกเราสามารถซักถามได้ตามเวลา ที่เห็นสมควรนะครับ แล้วก็เนื่องจากผู้มาชี้แจงในแต่ละหน่วยงานนั้นมารออยู่แล้ว เพราะฉะนั้นก็ให้ความร่วมมือและเห็นใจเจ้าหน้าที่เขาด้วยครับ ขอความร่วมมือพวกเราว่าจะ สอบถามอะไรก็ตามก็อยู่ในเวลาที่เหมาะสมนะครับ ผมขอเชิญวาระที่ ๒.๑ นะครับ🔗

๒.๑ รับทราบรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่ ๖๓/๒๕๖๔🔗

ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้เสนอรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อ สภาผู้แทนราษฎร เพื่อทราบตามมาตรา ๒๔๗ (๓) ซึ่งบัดนี้มีเจ้าหน้าที่ที่ขออนุญาตเข้ามา ชี้แจง เพื่อตอบคำถามนะครับ ๕ ท่าน ๑. คุณพิทยา จินาวัฒน์ ๒. นายนฤนาถ คุ้มไพบูลย์ ๓. นางสาววันรุ่ง แสนแก้ว ๔. ว่าที่ร้อยตรี พงษ์ธร กาบบัว ๕. นายชานนท์ ชลพันธ์ เชิญเลยครับ พวกเราจะมีอะไรสอบถามก็อนุญาตนะครับ แล้วให้เจ้าหน้าที่ค่อยตอบ โดยเจ้าหน้าที่ไม่ต้องชี้แจงครับ เพราะเอกสารได้แจกไปเรียบร้อยแล้ว🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะมีส่วนร่วมและสอบถามในรายงานผลการตรวจสอบ การละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่ ๖๓/๖๔ ลงวันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๔ ก่อนอื่นครับ ผมอาจจะ ต้องแสดงความผิดหวังที่วันนี้ผู้ที่มาชี้แจงต่อสภาแห่งนี้มิใช่กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ทั้ง ๗ คน หรือเพียงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แน่นอนครับ ท่านอาจจะบอกว่านี่เป็นการรายงาน เฉพาะเคส (Case) มิใช่รายงานประจำปีของสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือเป็นกรณีที่ทางกรรมการนั้นมีภารกิจใด ๆ ต่าง ๆ ถ้าเป็นสมัยที่ผมยังเป็นอนุกรรมาธิการ อยู่ในกรรมการสิทธิมนุษยชนนะครับ อยู่ที่นั่น ๙ ปีนะครับ ผมก็ทราบดีว่าวันพุธจะเป็นวันที่ ท่านทำการประชุมเรื่องรายงานประจำสัปดาห์ แต่ผมไม่ทราบว่าวันนี้เพราะเหตุใดถึงไม่มี ตัวกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติอยู่ในหนึ่งในผู้ชี้แจง นั่นเป็นเรื่องแรกที่ผมอยากจะ สอบถามก่อนครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ รายงานฉบับนี้เป็นเรื่องสิทธิและเสรีภาพในชีวิต ร่างกาย กรณีการกล่าวอ้างว่าทหารทำร้ายร่างกายผู้ต้องสงสัยจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และเสียชีวิตในระหว่างการควบคุมตัว สถานะของเรื่องนี้มีความน่าสนใจอยู่ทั้งสิ้น ๓ ประการ ย่อยด้วยกันครับ อย่างแรกเลยก็คือในสถานะที่ผู้กระทำความผิดนั้น เป็นทหารเป็นผู้ในระดับ ปัจเจกกับบุคคล แต่ผมยังไม่ได้ดูในเชิงรายละเอียดว่าทั้งหมดทั้งมวลนั้นอยู่ภายใต้คำสั่ง หรือการรับรู้ของผู้บังคับบัญชาหรือไม่🔗

สถานะที่น่าสนใจประการที่ ๒ ครับ ก็คือสถานการณ์เป็นเจ้าหน้าที่ป้องกัน และปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. และนี่คือหนึ่งในเหตุผลที่เมื่อไม่กี่วันมานี้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้มีการยกเลิกเพิกถอนบัตรเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ซึ่งอยู่ใน หน่วยงานอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นทหาร กรมการปกครอง หน่วยราชการอื่นที่เกี่ยวข้องถึงกว่า ๗,๐๐๐ รายหรือไม่🔗

สถานะประการที่ ๓ ครับ นี่คือหนึ่งในเรื่องของการซ้อม อุ้มหาย ทรมาน ซึ่งขณะนี้สภาของเรากำลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติป้องกันการกระทำทรมานและ การบังคับให้บุคคลสูญหาย ซึ่งนั่นเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่ง แต่คำถามของผม ในประการที่ ๒ ครับ เมื่ออ่านรายงานทั้งหมดก็ปรากฏว่าเคส (Case) นี้นะครับ มีการใช้ พ.ร.บ. วินัยทหารในการลงโทษผู้กระทำความผิด ผมไม่ทราบว่ามีการขึ้นศาลทหารหรือไม่ แต่ผมไม่เห็นข้อเสนอว่ากรรมการสิทธิมนุษยชนจะตั้งคำถามว่ากรณีทหาร หรือกรณี เจ้าหน้าที่รัฐที่เป็นผู้กระทำความผิดอื่น ๆ แต่การกระทำของเขาเข้าข่ายเป็นการกระทำอาญา ต่อบุคคล เพราะเหตุใดถึงยังขึ้น หรืออยู่ในระบบการพิจารณาของทหาร แล้วมีข้อเสนอว่า ควรจะดึงเรื่องเหล่านี้ออกไปแล้วเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในศาลยุติธรรมหรือไม่ นั่นเป็น ประการที่ ๒ ครับ🔗

ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ รายงานของสำนักงานคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนฉบับนี้ มีข้อเสนอแนะอยู่ในหน้าที่ ๒๐ ในข้อที่ ๕ อยู่ทั้งหมด ๒ ประการใหญ่ ด้วยกัน🔗

ประการที่ ๑ ก็คือข้อเสนอแนะมาตรการในเชิงการป้องกันหรือแก้ไข การละเมิดสิทธิมนุษยชน🔗

ประการที่ ๒ คือข้อเสนอแนะในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชน🔗

แน่นอนครับ เวลาที่เราพูดถึงรายงาน หลังพิงของกรรมการสิทธิมนุษยชน ก็คืออนุสัญญา หรือหลักการระหว่างประเทศ แต่สิ่งที่รายละเอียดไม่ได้เขียนไว้คือวิธีคิดครับ หรือไมนด์เซ็ต (Mindset) ที่อยู่ภายใต้หลักการของอนุสัญญา หรือแม้กระทั่งรัฐธรรมนูญ หรือแม้กระทั่งกฎหมายภายในประเทศ หรือแม้กระทั่งความเข้าใจของผู้ที่เกี่ยวข้องในการ ละเมิดสิทธิมนุษยชนนั้น มันมีวิธีคิด มันมีไมนด์เซ็ต (Mindset) มันมีมุมมองในการปฏิบัติ แล้วท่านจะมีข้อเสนอในการแก้ไขปัญหานั้นอย่างไร ถ้าจะไปพูดถึงหลักสูตรสิทธิมนุษยชนศึกษา ซึ่งก็ริเริ่มตั้งแต่สมัยท่านดอกเตอร์ สุทิน นพเกตุ เป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนรอบแรก ถ้าจะพูดถึงเรื่องสันติวิธีศึกษา ซึ่งต้องมีกรรมการสิทธิมนุษยชนในแต่ละยุคสมัยให้ความสนใจ แต่อะไรครับที่ทำให้หรือมีข้อเสนอในเชิงที่บอกว่า การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐนั้น ท่านต้องมีสายตาที่มองประชาชนด้วยความเข้าใจแบบใด ประการใด นั่นเป็นประการที่ ๓🔗

ประการที่ ๔ ท่านประธานครับ ผู้เสียหายในกรณีของรายงานฉบับนี้ คนหนึ่ง เสียชีวิต แต่อีกคนหนึ่งนั้นยังมีชีวิตอยู่ครับ รายงานฉบับนี้คงไม่ได้เขียนถึงครับ แต่ถ้าท่านส่ง รายงานกันมาขนาดนี้ มีรายชื่อผู้ถูกกระทำ มีรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง มีรายชื่อบิดา มารดา ท่านเคยส่งเจ้าหน้าที่ไปดูครับ ว่าวันนี้พวกเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ พวกเขายังถูกข่มขู่คุกคาม หรือไม่ อะไรคือหลักประกันว่าเมื่อมีการออกรายงานฉบับนี้ แน่นอนครับ ผมเก็บไว้ ข้อมูลคง ไม่หลุดไปถึงผู้ใด แต่ข้อมูลที่อยู่ในรายงานที่เป็นทางการเช่นนี้ ระบบเรื่องของความปลอดภัย เรื่องของระบบการติดตามดูแล เรื่องของการป้องกันมิให้มีการข่มขู่ เรื่องของการเยียวยา ซึ่งน้อยนิด และยังไม่ได้อย่างทั้งหมดนั้น กรรมการสิทธิมนุษยชนจะมีส่วนในการดำเนินการ อย่างไร นั่นคือความรับผิดชอบครับ ของรายงานที่ออกมาต่าง ๆ ไม่ใช่แต่เพียงเรื่องของการชี้ว่า ผู้ใดละเมิดหรือผู้ใดไม่ละเมิด ทั้งหมดทั้งมวลนั้นผมพูดบนความคาดหวังว่ารายงานฉบับนี้ จะเป็นหนึ่งในตัวสะท้อนที่ทำให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้มีการปรับวิธีการ ในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสิทธิที่เกี่ยวข้องกับการเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซ้อม กระทำทรมาน และการอุ้มหายต่าง ๆ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นท่าน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แล้วก็ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ครับ เชิญ พันตำรวจเอก ทวี ครับ🔗

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ก็ต้องขอขอบคุณทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนที่ได้นำรายงานเข้ามา ชี้แจงสภา ก่อนอื่นก็ต้องขอชมในการจัดทำรายงาน ถือว่าได้รับมาตรฐานของรายงาน พอสมควร ประเด็นก็มีอยู่ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือคำสั่งของ คสช. ที่ ๒๓/๒๕๕๘ เรื่อง มาตรการเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กับคำสั่งหัวหน้า คสช. เรื่องการป้องกันและปราบปรามการกระทำผิดบางประเภทที่เป็น ภยันตรายต่อความสงบเรียบร้อย หรือบ่อนทำลายระบบเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเป็นคำสั่ง ที่นำมาให้ทหารเข้าไปดำเนินการกับยาเสพติด ในทั้ง ๒ กรณีของคำสั่งจึงเกิดการไปจับกุมผู้ต้องสงสัยแล้วใช้กระบวนการที่ในรายงานก็ระบุ ว่าเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนคือมีการซ้อม ทรมาน ๑ ในที่ถูกซ้อม ทรมานก็ถึงแก่ ความตาย ปัญหาที่เกิดขึ้นคือว่า คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนตามรายงานนะครับ ก็ได้เสนอ ไปที่ ครม .แล้วก็เสนอให้ ครม. ยกเลิกคำสั่ง คสช. ทั้ง ๒ คำสั่ง แต่ปรากฏว่า ณ ถึงวันนี้คำสั่ง คสช. ดังกล่าวก็ยังมีอยู่ อันนี้เป็นเพียงภาพ ๑ ใน ๑,๐๐๐ ๑ ใน ๑,๐๐๐,๐๐๐ ซึ่งการนำตัว บุคคลเข้าไปเพื่อให้ได้ข้อมูล หรือเรียกว่าการรีดข้อมูลโดยการทำร้ายหรือทำทรมานเพื่อให้มี คำรับสารภาพ หรือเพื่อให้บอกเบาะแสต่าง ๆ ดังนั้นคำถามแรกจึงจะถามคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนว่า เมื่อเราพบปัญหาอย่างนี้แล้วผมเชื่อว่าปัญหานี่เป็นเพียง ๑ ใน ๑๐๐ ๑ ใน ๑,๐๐๐ เมื่อรัฐบาลไม่ดำเนินการแก้กฎหมายหรือยกเลิกคำสั่งทั้ง ๒ เนื่องจาก รัฐธรรมนูญ ๒๕๖๐ มาตราสุดท้ายระบุว่าให้ประกาศคำสั่งของ คสช. ยังคงอยู่และอยู่จนเป็น กฎหมายจนชั่วนิรันดร์ ถ้าไม่แก้เป็น พ.ร.บ. จึงถามว่าประเด็นนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ได้ดำเนินการอย่างไรบ้าง🔗

ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องนี้มันยังมีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนได้ทำงานเชิงรุก ที่เป็นการไปเยี่ยมหรือไปดูมาตรการเยียวยา หรือกระทำเรื่องนี้ให้เป็นรูปธรรม ถ้าเรื่องไม่มา รายงานต่อสภาผู้แทนราษฎรรายงานฉบับนี้ก็เหมือนเศษกระดาษ ค่าของชีวิตคนที่ตายไป ชีวิตคนที่ถูกทรมาน สิ่งต่าง ๆ นี้ก็จะไปถูกเจ้าหน้าที่รัฐบางหน่วยบางงานว่าคำสั่ง คสช. นี้ ยังเป็นประโยชน์ เป็นประโยชน์ก็คือการเอาคนมาทรมานเพื่อให้รับสารภาพ ซึ่งการกระทำ อย่างนี้ผมถือว่าเป็นการขัดหลักสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง จนทำให้ประเทศไทย มีภาพลักษณ์ด้านสิทธิมนุษยชนต่ำต้อย แล้วที่สำคัญอย่างยิ่งทำให้คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนมองว่าเป็นหน่วยงานที่ไม่มีน้ำยาในการปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชน ผมยัง อยากให้เห็นบทบาทของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนที่มีมากกว่านี้ แล้วทำอย่างไรจะแนะนำ ให้เอาข้อมูลไปดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐ ไปดำเนินการต่าง ๆ เพราะถ้าสังคมใดคนกลุ่มหนึ่ง ยังสามารถทำร้ายคนกลุ่มหนึ่งโดยมีกฎหมายรับรองสังคมนั้นไม่ใช่สังคมประชาธิปไตยอาจจะ ยิ่งกว่าสังคมเผด็จการครับ ผมจึงอยากกระตุ้นเตือนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ภาพลักษณ์ ของท่านวันนี้แม้แต่รายงานท่านดูสวยงามแต่ภาพลักษณ์ของท่านในด้านสิทธิมนุษยชน มองแค่เป็นโฆษกของรัฐบาลในเรื่องสิทธิมนุษยชนเท่านั้นครับ ขอขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ พลตำรวจตรี สุพิศาล ครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตอภิปรายในรายงานของ ป.ป.ส. โดยเฉพาะในประเด็นที่ประชาชนครับ ท่านประธานครับ ประชาชนคือนายยุทธนาและนายณัฐพงษ์ ซ้ายซา ถูกใครครับ ท่านประธานครับ ทหารกับพวก ๗ คนครับ ทหารจากค่ายพระยาสุนทรธรรมธาดา ตำบลโนนสูง อำเภอเมือง อุดรธานี ท่านประธานครับ ภายใต้คำสั่งของศูนย์อำนวยการ ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติ ที่ ๕/๒๕๖๓ ที่ให้อำนาจของทหารทั้ง ๗ คนได้มา พิจารณาพิพากษาประชาชนในกระบวนการยุติธรรมพื้นฐาน อันสืบเนื่องมาจากการที่จะใช้ อำนาจตามบัตร ป.ป.ส. เร็ว ๆ นี้คงได้ยินข่าวเมื่อประมวลยาเสพติดที่ออกจากสภาแห่งนี้ท่านประธาน ออกไปสด ๆ เลยครับ แล้วต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านเห็นคอมเมนต์ (Comment) หรือเห็นการอภิปรายของผม คำสงวนบางส่วนที่พูดไว้ในคณะกรรมาธิการ วิสามัญว่า บัตร ป.ป.ส. นี้คืออาชญาบัตรที่ร้ายแรง ที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อน ๑๐,๐๐๐ กว่าคนที่อยู่ในบัตร ป.ป.ส. ข่าวเมื่อเร็ว ๆ นี้ท่านบอกยกเลิกไป ๗,๐๐๐ คนครับ ๗,๐๐๐ คนนี้ ผมไม่รู้ว่ามีทหารไหมครับ เพราะทหารที่ผมเปิดตัวเลขคือ ๒,๐๐๐ กว่าคนเศษ ท่านประธานครับ ท่าน กสม. ไปตรวจสอบเลยว่าในทหาร ๒,๐๐๐ กว่าคนเศษ ผมบอก เลยว่าถ้าไม่รีไรต์ (Rewrite) ผลงาน ถือบัตร ป.ป.ส. แล้วใช้อำนาจไม่มีผลการปราบปราม ไม่มีผลการจับกุม ไม่ทำรีสกิล (Reskill) ใหม่ หรือไม่ทำ อินเซอร์เว็ต เทรนนิง (Inservet training) ของหน่วยให้แหลมคมในเชิงกฎหมาย ให้มีดุลยภาพของความมีมนุษยธรรม บนพื้นฐานนี้ต้องมีอยู่ครับ ถ้าไม่มีประเด็นสำคัญคือเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. จะใช้อำนาจซึ่งมี อำนาจพิเศษ คือจับมาขัง ๓ วันครับท่านประธาน ๓ วันแบบนี้ครับท่านประธาน มาสอบสวน นั่นละครับเป็นที่มาของอำนาจ ถ้าบัตร ป.ป.ส. ไม่ถูกตรวจสอบผลงาน ก็ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมที่เห็นใจ และผมยังติดใจอยู่อีก ๓,๐๐๐ กว่าคนเศษ ที่ท่านไม่เลิก คือใคร เป็นทหารผู้หลักผู้ใหญ่หรือเปล่าที่ถือทิ้ง ๆ ไว้ในแต่ละภาคพื้น ขอบชายแดน มันต้องถูกแก้ไข เพราะฉะนั้นการกระทำของทหารที่ปรากฏอยู่ในรายงาน ฉบับนี้มันชัดเจนครับ แต่ผลกรรมมันน้อยนิดหนึ่ง ผมอยากเรียนให้คณะกรรมการ กสม. กลับไปดูว่าผลของการคุ้มครองของกฎหมายทหาร ทำไมคุ้มครองเขาได้เยอะมากขนาดนั้น การลงโทษทางวินัยมันน้อยมาก ฉะนั้นคณะกรรมการ กสม. จะต้องมีสิทธิที่จะอุทธรณ์ ผมพูดไปถึงร่างพระราชบัญญัติฉบับหนึ่งของการละเมิดว่า ท่านต้องเป็นเจ้าหน้าที่ที่จะต้อง อุทธรณ์ให้กับประชาชนในการร้องแทนผู้เสียหายทุกคนที่ถูกอุ้มฆ่า ที่ถูกพาไป อันนี้ เหมือนกันครับ ท่านต้องเป็นปากเป็นเสียงให้เขา ถ้าไม่เป็นปากเป็นเสียงให้เขา ผมเชื่อเลยว่า ประเทศนี้จะถูกจมปลักอยู่ภายใต้รองเท้าหนาๆ ที่เราเรียกว่า ท็อปบูต (Top boot) ไปให้ พ้นครับ เราฝากท่านเป็นองค์คณะใหม่ โดยเฉพาะองค์คณะที่เพิ่งแต่งตั้ง แล้วจะทำให้สถาบัน ของท่านแข็งแรงและตอบโจทย์ ตอบนานาอารยประเทศได้มากมาย เพราะฉะนั้น ในรายละเอียดผมอ่านทั้งหมด แล้วก็ยังติดใจเยอะแยะ แต่จะอภิปรายไปก็ใช่ที่ในประเด็น ที่ลึกลงไปในแต่ละประเด็นนะครับ เพราะฉะนั้นการทำของท่านต่อไปคือท่านต้องสำรวจครับ สำรวจคดีพวกนี้ตกอยู่ในมือของท้องที่ ผู้กำกับทุกสถานีปกครองทุกแห่งถูกร้องเรียนหรือไม่ และยังมีบุคคลที่ตกอยู่ในห้วงของความทุกข์ที่ชอกช้ำระกำจากอำนาจรัฐแบบนี้อีกเท่าไร ก็ฝากไปถึงการย้อนกลับไปถึงท่านรัฐมนตรียุติธรรมซึ่งท่านอาจจะต้องเป็นกรรมการร่วมใน คณะกรรมการบางส่วน ท่านควรจะหยิบยกประเด็นที่ท่านศึกษาแล้วได้คำตอบชัดนำไปเสนอประกอบด้วยวิธีการ หรือกลไกที่ท่านคิดว่า รัฐบาลควรจะออกมาเพื่อคุ้มครองประชาชนที่ถูกกดขี่ด้วยอำนาจรัฐ จากกฎหมายที่รุนแรง เพราะในประมวลยาเสพติดนี้ยังจะมีอีกหลายกระบวนงานที่รัฐได้ ออกไป แต่โดยภาพรวมแล้วดี แต่ยังมีถ้าเจ้าพนักงานผู้นั้นไม่ทรงอยู่ไว้ซึ่งคุณธรรม ไม่ยึดหลัก ธรรมาภิบาล ไม่ปฏิบัติตนให้เคร่งครัด และไม่มีความเป็นธรรม สำคัญคือยึดหลัก สิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ ท่านสมคิด เชิญครับ🔗

นายสมคิด เชื้อคง อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นายสมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุบลราชธานี ก็ได้ อ่านรายงานของสำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแล้ว คณะกรรมการชุดนี้ก็เป็นเพียงที่ว่าผม น่าจะคาดหวังว่าอย่างน้อย ๆ ก็ไม่ทราบว่าจะดีขึ้นหรือจะไม่ดีขึ้นก็แล้วแต่ แต่คาดหวังจะดี กว่าเดิม สาเหตุเพราะอะไรครับ เพราะว่ากรรมการสิทธิมนุษยชนที่ผ่านมาเราเองก็ได้รับ ผลงานจากที่กระทำน้อย โดยทั่วไปในสังคมวันนี้เรื่องที่ประชาชนถูกละเมิดสิทธิที่รายงานมา จำนวนหนึ่งเป็นคดีความเกิดมาจาก แน่นอนครับผู้ใช้อำนาจรัฐ เจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ พวกท่านจะไปทำ ผมเข้าใจว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่ใช่คนที่จะต้องไป จัดการได้ทุกเรื่อง แต่มันควรจะให้ประชาชนได้รู้ทุกเรื่องที่ท่านทำว่าทำอะไรไปแล้ว ท่านอาจจะออกสื่อน้อยหรือประชาสัมพันธ์น้อยผมไม่ทราบ แต่ว่าคนจะเห็นผลงานท่านน้อย อันนี้ขอเสนอแนะว่าทำแล้วต้องให้ประชาชนรู้ว่าเราทำอะไรด้วย กรณีรายงานมาทั้งหมด เรื่องคดีเท่าที่อ่านในภาคอีสานบ้านผม เป็นคดีจากการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐอันดับ ๑ เลย คือมาจากทหาร รองลงมาก็คือเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เวลาเข้าไปทำ ผมก็เห็น ว่าเรื่องทหารเป็นเรื่องที่ใครทำก็บอกว่าตรวจสอบยาก แม้กระทั่งการเสียชีวิต การยิงกันใน ค่ายทหารก็ยังทำอะไรกันไม่ได้ ดูสิครับทหารเกณฑ์ทั้งหลายด้อยอยู่แล้ว ฐานะไม่ดีอยู่แล้ว ความรู้ก็น้อยอยู่แล้ว ถูกกระทำเสียชีวิตปีแล้วปีเล่า แล้วเกิดขึ้นทุกปีของกระทรวงกลาโหม แล้วกรรมการสิทธิมนุษยชนต้องเข้ามามีบทบาทตรงนี้ อย่าลืมว่าเป็นลูกหลานบ้านเรา เขามาตามกฎหมาย บางคนถูกบังคับมาด้วยในทหารเกณฑ์ บางคนอาจจะสมัครใจมา เรื่องนี้ ผมไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก การละเมิดสิทธิเหล่านี้เป็นการละเมิดที่มันเหมือนเราไม่มีอะไรเลย บ้านเมืองเหมือนไม่มีขื่อไม่มีแป ต่างคนต่างอยู่ ผมก็คาดหวังว่าท่านทั้งหลายที่นั่งอยู่ข้างบน เป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนหรือคณะกรรมการทั้งหลาย อยากให้ดูแล อยากให้ทบทวน มีเวลาครับ ท่านมีเวลาหลายปีต้องทำ เราในฐานะที่มารายงานที่นี่ก็อยากจะบอกว่าพี่น้อง ประชาชนอึดอัด สิทธิอีกอย่างหนึ่งที่เห็นในรายงานอีกฉบับ ท่านมารายงานเรื่องการชุมนุม ท่านไปดูท่านเสนอแนะ ตำรวจต้องดำเนินการอย่างนี้ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ ผู้ที่ดูแลตามหน้าที่ ต้องดำเนินการ สิ่งหนึ่งกรรมการสิทธิมนุษยชนต้องแอ็กชัน (Action) เลยว่า ผู้ที่มีอำนาจรัฐ ท่านจะดำเนินการอย่างไร ผู้ชุมนุมที่ผิดกฎหมายท่านจะแยกออกมาอย่างไร ที่สำคัญ กรรมการสิทธิมนุษยชนต้องเปิดช่อง และเปิดโอกาสให้ผู้ที่คิดต่างได้แสดงออกได้ด้วย ท่านเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนท่านสามารถเสนอแนะตรงนี้ได้ ท่านเหมือนชาติเป็นกลาง อยู่แล้วนะครับ ท่านไม่ได้เข้าข้างไหนอยู่แล้ว ผมพอทราบ แต่เรื่องที่เกิดขึ้นนี้อยากให้บ้านเมืองเรามีตัวคุ้มครอง มีบัฟเฟอร์ (Buffer) มีตรงกลางให้บ้าง ไม่ใช่ปล่อยคนที่เห็นต่างเดินออกไปแล้วถูกเจ้าหน้าที่รัฐกระทำเอา กระทำเอา แล้วกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็จะต้องมาตอบว่าเราทำได้แค่นี้ ผมไม่อยากได้ยินคำถามว่าเราทำได้ แค่นี้ ผมเชื่อมั่นว่ากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดนี้ต้องทำได้มากกว่านี้ แล้วเป็นที่ คาดหวังของสังคมเรามีกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดเก่าก็ไม่อยากเอ่ย เหล่านั้นเขาก็ ดำเนินการมาด้วยดี มีบางท่านเป็นเฉพาะตัว อาจจะออกนอกแนวคิดที่ผมคิดไปบ้าง ผมไม่ได้ ตำหนิกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทั้งคณะ เป็นเรื่องตัวบุคคลไปแต่ละคน เพราะผม เชื่อว่าองค์กรชุดนี้ต้องควรอยู่และดำรงอยู่ต่อไป เพียงแต่ว่าท่านอยู่แล้วท่านจะอยู่อย่างไร ที่สังคมยอมรับ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่และเป็นเรื่องยากสำหรับที่จะให้ใครยอมรับได้ง่าย ๆ แต่ผมก็เชื่อว่าบ้านเมืองเราต้องมีท่าน แล้วก็ต้องมีสิ่งที่ตัวเองจะต้องพึ่งพาได้พอสมควร เพราะถ้าเกิดปัญหาละเมิดสิทธิขึ้นมาเหมือนที่ว่ามีเรื่องกับทหาร ให้ทหารสอบสวน มันไม่มีประโยชน์ครับ สอบสวนไปสอบสวนมาก็ไม่ผิดทั้งคู่ ตายมาเท่าไรแล้ว ดำเนินการ ถึงไหนแล้ว มันล่าช้า เดี๋ยวจะบอกว่าทหารทำผิดแล้วไม่ผิด ก็มีบ้างครับที่ทำได้ ที่สอบสวนได้ อะไรที่เป็นข่าวโด่งดัง กองทัพก็กลัวเหมือนกัน ก็เสร็จเหมือนกัน ไม่ต้องอาศัยกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ได้ แต่อะไรที่ประชาชนไม่มีที่พึ่ง ไม่เป็นข่าวโด่งดัง นั่นละครับ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเข้าไปดูเขา อย่าให้เขาเสียโอกาส พ่อแม่พี่น้องกรณีนครพนม นั่ง นอนอยู่เฉย ๆ ผมจำว่าทหารเรียกเข้ามายิงตาย พี่น้อง ๒ ศพ ตายทั้งสองคน แล้วแม่ทัพภาค ก็ไปจ่ายค่าทำศพ มันง่ายไปนะครับ การละเมิดสิทธิเหล่านี้อยากฝากกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติว่าท่านจะต้องติดตาม แล้วท่านจะต้องทำให้เห็นผลจริง ๆ ให้เชื่อมั่นจริง ๆ ขอให้ กำลังใจครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีท่านสมาชิก ท่านใดยังสนใจที่จะอภิปรายหรือไม่ครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าไม่มี ท่านผู้ชี้แจงมีอะไรจะตอบชี้แจงหรือไม่ครับเชิญครับ🔗

นายพิทยา จินาวัฒน์ ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติ ผมต้องกราบขอบพระคุณ ท่าน ส.ส. ทั้ง ๔ ท่านที่ได้กรุณาถามคำถามและให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ก่อนอื่นผมขออนุญาตแนะนำตัวผมชื่อ นายพิทยา จินาวัฒน์ เป็นที่ปรึกษาประจำ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดปัจจุบัน ได้รับมอบหมายให้มาชี้แจง อาจจะเป็น เพราะว่าผมเคยรับราชการที่สำนักงาน ป.ป.ส. อยู่ ๓๐ กว่าปี และที่กระทรวงยุติธรรมก่อนที่ จะเกษียณมา ๑๐ ปี และได้มาทำงานที่ทางสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณอย่างยิ่งเลย ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนในประเด็นที่สำคัญ ทางกรรมการสิทธิตั้งใจที่จะมา อันนี้เรียนจริง ๆ ครับ แต่วันนี้ท่านประธานและกรรมการ ไปพบท่านประธานศาลปกครอง อีก ๒ ท่านลงพื้นที่ที่จังหวัดตาก มี ๖ คน ก็เลยมอบหมาย ให้กระผมมาทำหน้าที่ชี้แจง🔗

ประเด็นที่ท่าน ส.ส. ณัฐวุฒิได้กรุณาถาม ผมต้องชื่นชมและขอบคุณท่าน มากเลยที่ท่านเคยทำงานด้านสิทธิมนุษยชนอย่างต่อเนื่องมา ทราบว่าถึง ๙ ปี และท่านเป็น ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของสิทธิเด็ก ท่านก็จะทราบปัญหาอุปสรรคอะไรต่าง ๆ อันนี้ต้อง กราบขอบพระคุณ จะกราบเรียนอย่างนี้ครับ ในประเด็นที่ท่านกรุณาให้คำแนะนำมา ทางกระผมต้องขอน้อมรับไว้ในเรื่องของคำแนะนำที่ทรงคุณค่านะครับ ในเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ เกิดขึ้นในช่วงของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดที่ ๓ แต่มีผลต่อเนื่องมาถึง กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดปัจจุบัน และเป็นช่วงเวลาที่กำลังมีกฎหมายยาเสพติด ใหม่ ทั้ง พ.ร.บ.วิธีพิจารณาคดียาเสพติด และประมวลกฎหมายยาเสพติด ซึ่งก็ได้รับ ความกรุณาจากทางสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นผู้ที่ขับเคลื่อนให้มีกฎหมายใหม่ ซึ่งน่าจะเป็นคุณ แก่ในเรื่องของสิทธิเสรีภาพของพี่น้องประชาชน อันนี้ต้องขออนุญาตกราบเรียน กราบเรียนในเรื่องของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ซึ่งได้มีข้อมูลไป เนื่องจากในอดีตนั้นก็มีการแต่งตั้งจากเจ้าหน้าที่หลายหน่วยด้วยกัน ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองและหน่วยงานอื่นที่มีภารกิจที่จะช่วยกันทำงานในเรื่องของการปราบปราม ยาเสพติด อย่างไรก็ตามก็จะมีระเบียบเกี่ยวกับเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ไว้ เพื่อให้การปฏิบัติ หน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. นี้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และมีการกำกับดูแล มีการพัฒนา ต่าง ๆ ล่าสุดนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมก็ได้สั่งการให้ทางสำนักงาน ป.ป.ส. มีการทบทวนในการถอดถอน รวมทั้งเตรียมการที่จะพัฒนาเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ให้รองรับกับ การปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายใหม่🔗

ในส่วนที่หน่วยเหนือปฏิบัติต่อทหารชุดปฏิบัติการซึ่งไปละเมิดสิทธิมนุษยชน ในทางคดีต้องขออนุญาตกราบเรียนครับ คดีนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของทางศาลทหาร เนื่องจากผู้กระทำความผิดเป็นทหารที่กระทำความผิดในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ ปราบปรามยาเสพติด อันนี้ก็ขึ้นศาลทหารอยู่ อย่างไรก็ตามในเรื่องของการเยียวยาก็จะมี การเยียวยา โดยหน่วยงานต้นสังกัดในทันทีรวมทั้งจะต้องมีการเยียวยาตามกฎหมายต่าง ๆ ต่อไป เรื่องของวินัยทหารนั้นถือว่าเป็นกฎหมายและระเบียบที่หน่วยงานต้นสังกัดของทหาร จะดำเนินการต่อทหารในหน่วยงานของตน ก็ขออนุญาตกราบเรียนในเรื่องของผลของ การตรวจสอบนี้ก็ชัดเจน มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนทำให้เกิดการเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัส ขออนุญาตกราบเรียนครับ ทาง กสม. ก็ได้มีข้อเสนอไปแล้ว และสิ่งที่สำคัญเนื่องจาก มีข้อจำกัดของทางกำลังพลในการที่จะทำงานสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด ถึงมีคำสั่ง ของหัวหน้า คสช. ทั้ง ๒ คำสั่งออกมา อย่างไรก็ตามคำสั่งนี้ได้ให้อำนาจของทางทหารมาก นอกจากเป็นเจ้าพนักงานตาม ป. วิ.อาญา แล้ว ยังมีอำนาจแบบเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ด้วย และมีความเสี่ยงที่จะไปละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ทาง กสม. เองก็ได้มีข้อเสนอให้ ยกเลิกคำสั่งนี้ อย่างไรก็ตามก็ได้มีการพิจารณาโดยทางหน่วยเหนือ และมีคำตอบมายังทาง สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติว่ายังมีความจำเป็นที่จะต้องคงคำสั่งนี้ไว้ แต่จะปรับปรุงองค์ประกอบต่าง ๆ เพื่อให้การปฏิบัติหน้าที่ของทหารตามคำสั่งทั้ง ๒ คำสั่งนี้ บรรลุวัตถุประสงค์และกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนให้น้อยที่สุด ซึ่งเราก็มี การติดตาม ขอกราบเรียนอย่างนี้ว่าหลังจากเหตุการณ์นี้เราพบว่าคดีที่เกิดขึ้น หรือข้อร้องเรียนที่มายังสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจากการปฏิบัติหน้าที่ ของทหารนั้นลดน้อยลง อันนี้เป็นข้อมูลซึ่งเราได้ติดตามความคืบหน้าครับ🔗

ในส่วนข้อเสนอที่สำคัญที่เราได้นำเรียนไปยังรัฐสภา รวมทั้งคณะรัฐมนตรี เราต้องการที่จะมีการป้องกันและแก้ไขปัญหาในเชิงโครงสร้างและระบบงาน ต้องกราบ ขอบคุณอีกครั้งหนึ่ง ในเรื่องของการสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ซึ่งในขณะนี้ก็ได้ทราบความคืบหน้า จากการทำงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาร่าง พ.ร.บ. นี้ไปถึงครั้งที่ ๑๖ แล้ว ล่าสุดคือเมื่อวานนี้ โดยทางท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ เป็นประธาน ผมก็มั่นใจเลยครับว่า จากการสนับสนุนของทาง ส.ส. ผู้ทรงเกียรติจะทำให้เราได้มีกฎหมายที่จะทำการป้องกันและ แก้ไขปัญหาดังกล่าวครับ อันนี้เป็นประเด็นที่ท่าน ส.ส. ณัฐวุฒิได้กรุณาถามและให้คำแนะนำ🔗

สำหรับท่าน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง นะครับ ผมต้องขอบพระคุณ เลยครับว่า ในข้อเสนอคำแนะนำในเรื่องของการยกเลิก คำสั่งทั้งสองนี้นะครับ อันนี้เราก็ได้ ติดตามความคืบหน้าที่กระผมได้กราบเรียนไปแล้ว แล้วก็พยายามที่จะมีข้อเสนอที่จะป้องกัน ปัญหาจากการติดตามเราก็ทราบว่า ทางฝ่ายเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย ทั้งทหาร รวมทั้ง ตำรวจได้มีการปรับปรุงในเรื่องของคู่มือปฏิบัติงาน มีการฝึกอบรม แล้วก็มีการติดตามนิเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าหน้าที่ทั้งทางทหาร ตำรวจ มีการกระทำที่ละเมิดสิทธิมนุษยชน อันนี้ ก็ต้องกราบเรียน🔗

ขออนุญาตไปในคำถามและคำแนะนำของท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ท่านได้กรุณาให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งเลย ในเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่ของ ทางทหาร ซึ่งโดยหลักแล้ว ทหารก็ได้มีการฝึกอบรมเทรน (Train) มาเพื่อทำหน้าที่ในเรื่อง ของความมั่นคงแห่งชาติ ป้องกันอริราชศัตรู เมื่อทหารจะต้องมาทำหน้าที่เป็นเจ้าหน้าที่ บังคับกฎหมาย มีอำนาจตาม ป. วิ.อาญา และรวมทั้งอำนาจในฐานะที่เป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. จำเป็นจะต้องมีความรู้ในเรื่องของกฎหมายสิทธิมนุษยชน นอกเหนือจากกฎหมาย ทหารต่าง ๆ อันนี้ก็ได้มีการหารือแล้วก็ได้มีการพัฒนากำลังพลของทางทหาร ทั้งโดยทาง สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ทั้งโดยกระทรวงยุติธรรมมีการฝึกอบรม ปรับปรุงคู่มือ แม้ขณะในช่วงที่มีการแพร่ระบาดของโควิด (COVID) ก็มีอบรมออนไลน์ (Online) ทำให้ทางทหาร แล้วก็ทางตำรวจได้มีความเข้าใจในเรื่องของความสำคัญของ สิทธิมนุษยชน อันนี้ก็ขออนุญาตที่จะกราบขอบคุณ ในเรื่องของรีสกิล (Reskill) ที่ท่านกรุณา ให้คำแนะนำมาครับ🔗

ขออนุญาตไปที่ ส.ส. สมคิด เชื้อคง นะครับ ต้องกราบขอบพระคุณเลยครับ ที่ให้คำแนะนำที่มีคุณค่ายิ่ง จากข้อมูล ข้อร้องเรียน และจากคดีเราก็พบว่ามีการละเมิด สิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรมทางอาญา ในเรื่องของการละเมิดเรื่องของสิทธิทาง ชีวิตและร่างกายโดยทางเจ้าหน้าที่รัฐ ตามที่ท่านได้กรุณาให้ข้อมูลมาในส่วนของทาง กสม. เองก็ไม่ได้ทำงานเพียงหน่วยเดียว เพราะเรามีข้อจำกัดในเรื่องของทางบุคลากร กำลังคนนะครับ ก็ได้ความกรุณาจากภาคี ซึ่งเป็นหน่วยงานภาครัฐ และจากทาง ภาคประชาสังคม แล้วก็ภาคเอกชนที่มาช่วยกันทำงาน ผมต้องกราบขอบพระคุณ ในคำแนะนำว่าจะทำอย่างไรให้ประชาชนรู้ว่า กสม. ทำอะไรอยู่ ถ้าเกิดมีการกระทบ สิทธิเสรีภาพของประชาชน ท่านจะไปติดต่อช่องทางหาความเป็นธรรมยังหน่วยงานใดบ้าง กราบเรียนท่านว่าไม่จำเป็นต้องมาที่ กสม. อย่างเดียว มีหน่วยงานในระดับพื้นที่ในระดับ จังหวัดอะไรต่าง ๆ ซึ่งอันนี้ก็เป็นข้อมูลที่เราได้ถ่ายทอด เผยแพร่ไปยังประชาชน ไม่ว่าจะเป็น ศูนย์ดำรงธรรม ทางอัยการ คสช. สภาทนายความ ภาคประชาสังคมอะไรต่าง ๆ อันนี้จะเป็น ข้อมูลที่จะทำให้ กสม. ทำงานร่วมกับภาคี เพื่อเป็นประโยชน์ในเรื่องของการอำนวย ความยุติธรรม ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพอีกครั้งหนึ่งครับ🔗

สุดท้ายครับท่านประธานสภาที่เคารพ แล้วก็ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติ ผมต้อง กราบเรียนอีกครั้งหนึ่งว่า กราบขอบพระคุณมากในคำแนะนำ ซึ่งทาง กสม. ชุดนี้เพิ่งเข้ามา ทำงานเพียง ๓-๔ เดือน ผมเองก็มาทำงานเป็นที่ปรึกษา หลังจากที่เคยรับราชการมา ก็จะขอนำคำแนะนำที่ทรงคุณค่าของท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติ นำไปเรียนทาง กสม. แล้วก็ นำไปสู่การปฏิบัติงานต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ🔗

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ขออนุญาต สอบถามทาง กสม. หน่อยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ🔗

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ขออนุญาตกราบเรียนถามทาง กสม. เกี่ยวกับเรื่องที่ รัฐบาลประกาศพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เนื่องจากมีสถานการณ์ โควิด (COVID) แล้วก็ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินมาจนป่านนี้ก็ใกล้จะ ๒ ปีแล้ว โดยที่อาศัย พระราชกำหนดนี้ในการใช้กฎหมายอย่างรุนแรงสำหรับผู้ชุมนุมต่าง ๆ ผมอยากเรียนถามทาง กสม. ว่าท่านได้เคยมีหนังสือถึงทางรัฐบาลขอให้ยกเลิกพระราชกำหนดฉุกเฉินนี้หรือไม่ ขอกราบเรียนถามครับ🔗

– ๕๖/๑🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ ต่อเนื่อง🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร

เดี๋ยวท่านผู้ชี้แจง รอนิดหนึ่งนะครับ เชิญท่านพิเชษฐ์ครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมนั่งฟังคำชี้แจงของท่านที่ปรึกษา ท่านบอกว่าไม่จำเป็น จะต้องมาร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนก็ได้ ไปที่จังหวัดก็ได้ ไปศูนย์ดำรงธรรม ก็ได้ อำเภอก็มี จังหวัดก็มี ทั่วประเทศท่านครับ คณะกรรมการของท่านขนาดระดับชาติ ท่านทำอะไรไม่ได้เลย ท่านไม่เคยทำอะไรได้เลย ท่านบอกผมมาผลงานของพวกท่าน ๑๐ ปี มานี้ตั้งแต่มีการปฏิวัติรัฐประหารท่านไปทำอะไรอยู่ครับ ท่านรับเงินเดือนครับ แต่ถามว่า ผลงานของท่านคืออะไร ไม่มีครับ ไม่มีผลงานใดที่มันเป็นที่ประทับใจของพี่น้องประชาชน คนไทยเลย รู้สึกตัวไหมครับ พอจะรู้ตัวบ้างไหม ท่านเข้ามา ๔-๕ เดือน ท่านก็ยังต้องศึกษา งานก่อนหรือเปล่า ท่านได้แอ็กชัน (Action) บ้างไหม การปราบปรามผู้ชุมนุมที่ไร้ขั้นตอน สุดท้ายมีการยิงผู้ชุมนุม ท่านได้พูดสักคำไหม มันอ่อนแอมากสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย อ่อนแอที่สุดในโลกเลย ไม่อายบ้างหรือครับท่าน ไม่ละอายใจบ้างหรือครับว่าท่านเป็น ตำแหน่งที่สูงสุดของประเทศ เป็นที่พึ่งที่หวังของพี่น้องประชาชนและมวลชน ซึ่งเรียกร้อง ความยุติธรรมจากรัฐบาล ท่านทำอะไรอยู่ครับ ทำไมท่านไม่ออกไปเดินใส่เสื้อทีมติดป้าย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนมาดูให้เป็นกำลังใจของประชาชนหน่อย และคำสั่ง คสช. ท่านตอบผมผิดหวังมาก ท่านจะปรับปรุง เมื่อไรท่านจะปรับปรุง เมื่อไรท่านจะเสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรจะปรับปรุงคำสั่ง ๒๓/๒๕๕๘ ๑๓/๒๕๕๙ จะปรับปรุงอย่างไรครับ กล้าไหมครับ กล้าที่จะปรับปรุงไหม ยกเลิกเลยสิครับ มันมาจากคณะปฏิวัติ ต้องยกเลิก มันไป คือผมไม่รู้จะพูดคำไหนนะครับ เพราะว่าทำไมท่านไม่เป็นหน่วยกล้าตายสำหรับ พี่น้องประชาชน ลุกขึ้นสู้แทนประชาชน องค์กรสิทธิมนุษยชนของประเทศไทยวันนี้ ถูกเลือกมาคณะแล้วคณะเล่ามาถึงท่าน ผมไม่ตำหนิท่านหรอกครับ เหลือเวลาอีก ฝากท่านที่ปรึกษาว่าท่านมีประสบการณ์ ขอให้ท่านเป็นที่พึ่งที่หวังของพี่น้องประชาชน ตกลงจะปรับปรุงเมื่อไรท่านลองดูสิ ประเด็นไหนบ้างนะครับ แล้วขึ้นศาลทหารท่านต้องเป็น เจ้าทุกข์แทนประชาชน คนที่ตาย ๑ คน บาดเจ็บ ๑ คน ท่านต้องเป็นเจ้าทุกข์ คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งประเทศไทยต้องเป็นเจ้าทุกข์ ไปตามศาลทหารว่าตอนนี้ไปถึงไหน จำเลย เป็นอย่างไร ท่านต้องมารายงานต่อสภา อย่างนี้ถึงจะถูกต้องว่าทหารพิจารณากันไปถึงไหน แล้วนะครับ ฝากท่านเอาใจใส่หน่อย เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนจริง ๆ ศูนย์ดำรงธรรม อะไรทั้งหลายที่จังหวัดไม่มีทางครับ ไม่มีความหวังสำหรับประชาชน หวังแต่ท่านละครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านผู้ชี้แจงจะชี้แจงไหมครับ เชิญครับ🔗

นายพิทยา จินาวัฒน์ ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ

ต้องกราบขอบพระคุณท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติทั้ง ๒ ท่านเลยนะครับ ที่ได้กรุณา ให้คำแนะนำครับ ผมขออนุญาตน้อมรับ เพียงแต่ว่าในเรื่องนี้เราได้ทำงานร่วมกับองค์กรภาคี ที่กระผมกราบเรียนว่านอกจากทาง กสม. ซึ่งเดี๋ยวนี้เรามีสาขาที่ภาคใต้แล้ว เรายังมีภาคี ปัญหาบางปัญหาที่พี่น้องประชาชนได้รับ สามารถที่จะได้รับการแก้ไขได้ โดยพี่น้องประชาชน มีทางเลือกว่าจะไปสภาทนายความ จะไปที่อัยการ สคช. จะไปที่ศูนย์ดำรงธรรม จะไปที่ทางกรมคุ้มครองสิทธิ หรือไปที่ทาง กสม. เราจะมีเครือข่ายอาสาสมัคร ก็ขออนุญาต น้อมรับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ต้องขอบคุณในคำแนะนำ แต่อยากจะกราบเรียนว่า กสม. ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระดับต่าง ๆ แต่อาจจะไม่เป็นที่น่าประทับใจกับผู้แทนราษฎร ซึ่งท่านได้ทราบปัญหาแล้วก็ได้กรุณานำข้อมูลมาให้เราทราบนะครับ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ถูก ละเมิดสิทธิหลังจากมีการตรวจสอบแล้ว เราก็ได้มีบันทึกไปยังหน่วยงานต้นสังกัด ไม่ว่าจะ เป็นทหาร ตำรวจ หรือฝ่ายพลเรือน ซึ่งก็ได้มีการแก้ไขทำให้ผู้ที่ร้องเรียนมา เราก็มี การติดตาม ส่วนในเรื่องของทำข้อเสนอเชิงนโยบายอะไรต่าง ๆ นั้นเราก็ทำไปจนกระทั่ง เกิดเป็นรูปธรรมในหลายส่วนด้วยกัน อย่างไรก็ตามขออนุญาตน้อมรับและทำให้ทาง เจ้าหน้าที่ที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนมีความฮึกเหิม คืออย่างน้อยก็มีท่านที่ได้ช่วยสนับสนุน และให้กำลังใจและกระตุ้นให้เราทำงานที่เราได้รับเงินเดือนมาจากภาษีอากรของพี่น้อง ประชาชนครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ🔗

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ขอเพียงสั้น ๆ คำเดียวนิดเดียวท่านประธาน วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทยนะครับ เรียนท่าน กรรมการสิทธิมนุษยชน มาตรา ๒๔๗ เป็นหน้าที่ทาง กสม. มีหน้าที่เสนอแนะทาง คณะรัฐมนตรีนะครับ ผมใคร่ขอความกรุณาท่านเสนอแนะทางคณะรัฐมนตรีสั่ง นายกรัฐมนตรีด้วย ขอให้ยกเลิกพระราชกำหนดฉุกเฉิน กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ เมื่อจบการอภิปรายซักถาม แล้วก็ตัวแทนของหน่วยงานได้ชี้แจงแล้วนะครับ ก็ถือว่า ที่ประชุมได้รับทราบรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่ ๖๓/๒๕๖๔ แล้วต้องขอขอบคุณตัวแทนจากหน่วยงานที่มาชี้แจงนะครับ ขอบคุณครับ🔗

ต่อไประเบียบวาระที่ ๒.๒ ท่านประธานชวน หลีกภัย ได้แจ้งให้ท่านสมาชิก ได้ทราบแล้วนะครับว่ามีการขอเลื่อนไป ขอเลื่อนการเข้าร่วมประชุมชี้แจงต่อ สภาผู้แทนราษฎรออกไป เป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒ ธันวาคม ๒๕๖๔ นะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๒.๓ รับทราบรายงานประจำปีเกี่ยวกับการปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓🔗

ด้วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๔ รับทราบรายงานประจำปีเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติ การผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ และให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบตามมาตรา ๑๐ วรรคสอง และมาตรา ๗๕ (๗) แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ รายละเอียดของรายงานดังกล่าวเจ้าหน้าที่ ได้จัดวางให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ🔗

ในการนี้ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าร่วมชี้แจง ข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๖๗ ขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจง ในที่ประชุม ๑. ว่าที่ร้อยเอก ธีรพงศ์ ครุธดิลกานันท์ รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ๒. นายสุเทพ ประเทืองโภคเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายการผังเมือง แห่งชาติ ๓. นายวิชัย กิตติพิชัย ผู้เชี่ยวชาญด้านวางแผนวิศวกรรม ๔. นางสาวสิริกุล เลี้ยงอนันต์ ผู้อำนวยการสำนักผังเมืองรวม ๕. นายธรรมโรจน์ ทรงวิทย์ ผู้อำนวยการ กองนิติการ เชิญท่านผู้ชี้แจงได้เข้าประจำที่เลยนะครับ🔗

(ผู้แทนจากกรมโยธาธิการและผังเมืองเข้าชี้แจงต่อที่ประชุม)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญ ท่านสมาชิกที่สนใจที่จะอภิปราย ซึ่งขณะนี้มีรายชื่ออยู่ ๒ ท่านนะครับ ท่านที่ ๑ คือท่าน เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ท่านที่ ๒ ท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม เชิญท่านเท่าพิภพครับ🔗

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมขออภิปรายสอบถามผู้มาชี้แจง หน่อยนะครับ เกี่ยวกับรายงานผังเมือง เพราะผมเองตั้งแต่ก่อนเป็น ส.ส. หรือช่วงหาเสียง ก็ได้มีโอกาสไปรับฟังเรื่องเกี่ยวกับผังเมืองมานะครับ ว่าผังเมืองจะเปลี่ยนไปอย่างไร อะไรบ้าง ผมก็ไปมาหมดที่ กทม. จัดที่เซ็นจูรี่ผมก็ไปมา แต่เอาจริงแล้วก็ยังไม่ได้ประกาศเท่าที่ผมเข้าใจ เนื่องจากว่า พ.ร.บ. ผังเมืองฉบับนี้ออกมา หลังจากที่กรุงเทพมหานครทำเสร็จแล้ว ผมก็อยากทราบเป็นคำถามแรกง่าย ๆ เลยว่าเมื่อไร จะได้ประกาศใช้ฉบับปรับปรุง ฉบับที่ ๔ เสียที คือผมว่า ๒๕๖๒ ๒๕๖๓ มา ๒๕๖๔ มันก็เป็น เวลาที่ถ้าเราทำอะไรมาอยู่แล้วมันทำเพิ่มเติมเข้าใจว่ามีแต่ผังเมืองย่อยที่ต้องทำ ก็อาจจะใช้ เวลาไม่มากถึง ๒ ปี มันติดอะไรก็อยากรู้เหมือนกัน ผู้ว่าอัศวินเขาทำงานอยู่ใช่ไหมครับ หรือว่าเขาไม่อยากทำแล้วก็ลาออกนะครับ คือทำไมเราไม่มีผังเมืองกันเสียทีคนกรุงเทพฯ ก็เลยงงครับ ทุกวันนี้โครงการหลาย ๆ โครงการในเขตผมเอง ในคลองสานหรือในเขตธนบุรี มีการสร้างคอนโดมิเนียมก็เยอะ ในนี้ก็บอกว่าผมอ่านมาแล้วแบบดีใจมากแทนพี่น้อง เขตธนบุรี เขตคลองสาน เขตบางกอกใหญ่ ที่ผมเป็น ส.ส. อยู่อย่างมาก ฝั่งธนบุรี วงเวียนใหญ่ จะเป็น นิวส์ ซีบีดี เซนทรัล บิสซิเนส ดิสทริกต์ (New CBD : Central Business District) แต่เมื่อไรจะได้เป็นถ้า กทม. นำโดยผู้ว่าอัศวิน เขายังไม่ทำงาน ไม่ทำผังมาให้เสร็จเสียที ก็เลย อยากฝากเรียนถามผู้มาชี้แจง ถ้าทราบอย่างไรก็ฝากตอบคำถามแทนพี่น้องชาวกรุงเทพฯ ด้วยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญ ท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมขอกราบขอบพระคุณ ทางกรมที่ได้จัดทำรายงานประจำปี เกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการผังเมือง ต้องถือว่าเป็นรายงานที่มีจัดการทำรายงานรูปเล่มที่สวยงาม กระดาษก็ดี แล้วก็มีส่วนต่าง ๆ ทั้งเรื่องขององค์กรขับเคลื่อน ทั้งเรื่องของผลสัมฤทธิ์ แต่ท่านประธานครับ ผมพยายาม จะอ่านและพยายามจะศึกษาว่า และสุดท้ายแล้วการที่ประเทศไทยของเรามีการออก กฎหมายตั้งแต่ปี ๒๔๙๕ ที่มีการออกพระราชบัญญัติเกี่ยวกับผังเมือง แล้วก็มีปี ๒๕๑๘ และล่าสุด ปี ๒๕๖๒ เราได้มีการทำผังเมืองมา ดูแล้วงานท่านทำเยอะมากครับ ต้องยอมรับว่า ท่านมีกิจกรรมประชุม แล้วก็มีแผนหรือมีผังอย่างมากมาย แต่สิ่งที่ผมคิดว่าน่าจะให้รายงานนี้ เป็นประโยชน์ก็ต่อเมื่อท่านจะมีรายงานที่มีการระบุถึงผลสัมฤทธิ์ที่แท้จริง ก็คือสุดแท้แล้ว เราได้มีการปฏิบัติตามผังเมืองที่ท่านวางแผนไว้อย่างไร ผังเมืองที่ท่านออกแบบไว้ทุกวันนี้ ได้มีการดูแลโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างไร ผมก็พยายามจะดูครับว่า การขับเคลื่อน เหล่านี้ไปอยู่ที่ไหน ก็จะมีข้อสรุปที่อยู่ในใจเบื้องต้นว่า จะเป็นท้องถิ่นที่ต้องไปรับผิดชอบ ซึ่งผมคิดว่าถ้าหากผลักภาระไปยังท้องถิ่น ผลสัมฤทธิ์ที่ได้ก็อาจจะไม่เกิด มีหลายปัจจัย ที่ทำให้ผมเป็นห่วง ตัวอย่างของโรงงานหมิงตี้ที่เกิดเรื่องเกิดราวไป และอีกหลายโรงที่อาจจะ เกิดได้ ผมก็มีคำถามว่าผังเมืองออกแบบผังเมืองแล้วได้ดูแลให้เป็นไปตามผังเมือง อย่างไรหรือเปล่า เมื่อบ้านเมืองมีการขยายมีการเปลี่ยนแปลงไป เรื่องของการวิเคราะห์ ภาพรวมต่าง ๆ และวิเคราะห์สิ่งที่เกิดขึ้นต่าง ๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่ผมอยากเห็นผังเมืองได้ไปดู เมื่อเปรียบเทียบรายงานของท่าน กับรายงานของหน่วยงานบางหน่วยงานที่นำมาเสนอในที่นี้ ที่ผมจับต้องได้ตอนนี้ก็มี ๒ ฉบับนะครับ ของ สตง. แล้วก็ของ สสส. ภารกิจเขาแน่นอนมีความกว้างขวางหลากหลายเหมือนกับของท่าน แต่เขาสามารถที่จะ เขียนบทวิเคราะห์ให้เห็นภาพว่าสถานการณ์ของการตรวจเงินแผ่นดินโดยรวมเป็นอย่างไร มีการปฏิบัติที่ชอบหรือไม่ชอบอย่างไร รายงานบัญชีต่าง ๆ ถูกต้องตามเงื่อนไข หรือว่า ไม่ถูกต้องและมีเงื่อนไขอย่างไร หรือแม้แต่ของ สสส. นะครับ สสส. ก็มีการเขียนรายงาน เกี่ยวกับเรื่องสุขภาวะของสังคม มีการพูดถึงเรื่องความเป็นอยู่ของประชาชนในเรื่องต่าง ๆ เรื่องของการเสริมสร้างสุขภาพ แต่ละเรื่องเป็นประโยชน์ที่เราอ่านแล้วเราจะเห็นเลยครับว่า เป็นสิ่งที่จะนำไปสู่การมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของประชาชน แต่ถ้าผมดูรายงานของผังเมือง ผมจะเห็นแต่สิ่งที่ท่านทำ มีการประชุม มีการศึกษา มีการวิเคราะห์ แต่ท่านไม่ได้ระบุ เลยครับว่าบ้านเมืองเรามีความสวยงาม มีการปฏิบัติถูกต้องแค่ไหน มีจุดบกพร่อง มีความเสี่ยงอยู่ตรงไหน เหมือนกับว่าท่านมีงานเดียวคืองานวางผังวางแผน แต่สุดท้ายก็เป็น หน่วยงานอื่นที่ทำหน้าที่นี้ ถ้าผมผิดท่านช่วยชี้แจงด้วยนะครับ ผมจะมีตัวอย่างหนึ่งที่ อยากจะให้ท่านได้ช่วยไปดูแลนะครับ ช่วยขึ้นสไลด์ (Slide) ด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

ก็คือเรื่องของบางกะเจ้า ทุกท่าน คงทราบดีว่าบางกะเจ้าเป็นดินแดนที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้เสด็จโดยเฮลิคอปเตอร์บ่อยครั้งในปี ๒๕๓๐ แล้วก็มี พระราชดำริให้บางกะเจ้าเป็นปอดของกรุงเทพฯ ถึงขนาดว่ามีการขึ้นปกในต่างประเทศว่า เป็นโอเอซิส (Oasis) ที่ดีเยี่ยมที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ช่วยให้คนกรุงเทพฯ ได้มีอากาศที่ดี และผมก็เข้าใจว่าผังเมืองก็ได้มีการทำผังเมือง มีการออกแบบ มีอะไรมากมาย แต่เท่าที่ผมดู ข้อเท็จจริง ปรากฏว่าท่านดูนะครับ ทุกวันนี้บางกะเจ้าถูกรุกล้ำครับ มีการก่อสร้างใหม่ ๆ เกิดขึ้นมากมายด้วยกัน ท่านดูครับ โรงงานอุตสาหกรรมเกิดขึ้น บางกะเจ้า ผมขอถาม ผังเมืองว่าท่านจะปกป้องบางกะเจ้าอย่างไรให้เป็นไปตามผังเมืองที่ท่านวางแผนไว้ มีการรุกล้ำ ทำลายดินแดนแห่งนี้ ผมขอคำตอบจากท่าน ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ มีท่านสมาชิกท่านใดที่สนใจที่จะอภิปรายอีกหรือไม่ครับ เชิญข้างหลังก่อนครับ🔗

นายภาสกร เงินเจริญกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ผมอ่านรายงานแล้วก็มีข้อสงสัยสั้น ๆ นิดเดียวว่า เท่าที่ผมดูจากโต๊ะ ทั้งหมดผมเห็นอยู่เล่มเดียวคือเล่มนี้เลย รายงานประจำปีเกี่ยวกับการปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ ปีงบประมาณ ๒๕๖๓ อ่านทั้งเล่มแล้ว และดู ทั้งโต๊ะ มันไม่มีงบเกี่ยวกับการเงินเลย ผมก็เลยไม่แน่ใจว่ามันหมดแล้วหรือว่ามันไม่มี ก็เลย สอบถามนิดหนึ่งว่าไม่มีงบเกี่ยวกับการเงินหรือครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน สมคิดครับ🔗

นายสมคิด เชื้อคง อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายสมคิด เชื้อคง ส.ส. พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุบลราชธานี ความจริงอ่านคร่าว ๆ ของ รายงานของกรมโยธาธิการและผังเมืองที่เสนอมา ความจริงใน กทม. เราก็เห็นว่าเป็นผังเมือง หลักมาตั้งนานแล้ว และปริมณฑล แต่ว่าในต่างจังหวัดเท่าที่ดูในรายงานของท่าน ในการรับ การทำต่าง ๆ ของผังเมือง ผมเองก็พอจะได้ทราบเล็ก ๆ ว่าวันนี้โยธาธิการและผังเมือง มีทุกจังหวัดอยู่แล้ว แต่ปัญหาส่วนหนึ่งที่เกิดขึ้นก็คือว่าผู้ประกอบการหรือประชาชนบางส่วนยังไม่เข้าใจระบบ การใช้ผังเมือง แล้วเวลาการจะขออนุญาตต่าง ๆ มันเหมือนว่ากลับมารวมศูนย์ที่จังหวัด ทำให้การทำงานของประชาชนที่อยู่รอบนอกจังหวัดมีปัญหาเหมือนกัน ผมเข้าใจในบทบาท หน้าที่ของกรมพอสมควรว่าสำนักงานผังเมืองเจ้าหน้าที่ก็ไม่เยอะ แล้วจะไปกระจายไป ทั้งหมดคงไม่ได้ แต่ปัญหาที่เกิดเท่าที่ได้รับทราบจากคนที่รู้จักกันบอกว่าเวลาจะไป ขออนุญาตประกอบการตามสถานที่ตามอำเภอนั้น เขาได้รับการตอบสนองช้า กว่าจะลงทุน เช่น จะสร้างโรงงานสักอย่าง จะสร้างแพลนต์ คอนกรีต (Plant Concrete) จะสร้างอาคาร กว่าจะได้รับผลตอบมันเสียเวลา มันเหมือนการขออนุญาตแล้วใช้เวลานาน พี่น้องประชาชน ก็จะเสียโอกาส อีกอย่างหนึ่งผมก็ไม่ทราบว่า ผังเมืองรุกล้ำการทำงานไปแค่ไหน ผมเห็นสด ๆ ในข่าวก็คือว่าที่กาญจนบุรีเราได้ใส่รายละเอียดไปไหมว่าเวลาจะถมที่มันเป็นปัญหา อันนี้ เข้าใจว่ามันเป็นปัญหาทั่วประเทศ ไม่ว่าในเขตเทศบาล หรือในเขตเทศบาลนคร หรือในเขต อบต. ใครรวยมาก ถมที่สูงมาก ใครจนมาก ไม่ต้องถมก็ได้ เหล่านี้ผมว่าผังเมืองเขาไป เกี่ยวข้องหรือเปล่า เราให้ระดับเขาไปหรือเปล่า เพราะหลายแห่งผังเมืองรวมหลายครั้งที่ผ่านมา เท่าที่เห็นนะครับ ผมเข้าใจว่าถนนหนทางเป็นบายพาส (Bypass) รอบเมือง บางแห่ง กลายเป็นเขื่อนกั้นน้ำ ผมเข้าใจว่าผังเมืองต้องรู้เรื่องนี้ แล้วบางแห่งต้องขุดออก เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่ผมว่าผังเมืองน่าจะเข้าไปดูในรายละเอียด แม้จะเป็นรายละเอียดที่อาจจะไม่ใช่ หน้าที่หรือหน้าที่ท่านโดยตรงยิ่งจะต้องทำใหญ่ เพราะฉะนั้นเรื่องกรณีในผังเมือง โดยเฉพาะ ในเขตเมืองใหญ่ผมอยากให้เห็นว่าอย่างน้อย ๆ ถนนสายนี้ต้องมีระดับเท่ากัน ไม่อย่างนั้น ก็เป็นปัญหาเรื่องคลอง เรื่องการส่งท่อ เรื่องทุกอย่าง ผมไม่แน่ใจว่าผังเมืองลงไปลึกขนาดนั้น หรือเปล่า หรือจะให้เทศบาลนคร หรือจะให้ อบต. ทำ แต่ผมว่าเขาไม่มีกำลังที่จะจัดการ อย่างนั้นหรอก ผมว่าเมืองใหญ่ ๆ ควรจะให้สำนักผังเมืองดูแลเรื่องนี้ไปในตัว หรืออาจจะเป็น ข้อสังเกต หรืออาจจะเป็นข้อคิดเห็นก็ได้ว่าเราทำระดับแล้วมันจะหมดปัญหาทุกเรื่อง เพราะทุกแห่งเห็น ๆ อย่างที่ผมพูด มันไม่มีระดับเท่ากัน แล้วก็มีปัญหามาจนถึงฟุตพาท (Footpath) ด้วยซ้ำไป เพราะไม่เท่ากัน เพราะฉะนั้นบ้านเมืองเราถ้าจะให้ดีผังเมืองต้องลง รายละเอียดได้ แล้วก็ต้องเป็นแนวทางศึกษาของผู้ที่จะมาขออนุญาต🔗

อีกเรื่องหนึ่งอยากฝากนะครับว่า เรื่องของระบบผังเมืองผมว่าถ้าจะให้ติดต่อ ง่ายที่สุด ผมว่าท่านเอาไปไว้ตามอำเภอทุกอำเภอ หรือจะมีหรือเปล่าผมไม่ทราบ พี่น้อง ประชาชนถ้าจะดำเนินการสอบถามเรื่องผังเมือง อยู่ที่อำเภอสามารถที่จะให้ดูได้แล้วก็ให้ คำตอบได้ ซึ่งผมว่าเป็นเรื่องง่าย เพราะท่านอยู่ในกระทรวงมหาดไทยอยู่แล้ว กระทรวงมหาดไทยสั่งไปแป๊บเดียวก็ได้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นข้อสังเกตและขอฝากนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวุฒินันท์ ขอไว้ก่อน เชิญครับ🔗

นายวุฒินันท์ บุญชู สมุทรปราการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วุฒินันท์ บุญชู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคก้าวไกล ผังเมืองเปรียบเสมือนแผนแม่บทของทุก ๆ จังหวัด ผังเมืองเปรียบเสมือนแผนที่ที่ผู้คน ที่จะเข้าอยู่อาศัย โดยเฉพาะจังหวัดที่มีความเจริญเข้าไปสู่ในพื้นที่นั้น ๆ ผังเมืองจะเป็น แผนที่แรก ๆ ที่คนจะได้ศึกษา ไม่ว่าจะไปก่อสร้าง ไม่ว่าจะไปทำบ้านจัดสรร ไม่ว่าไปจะสร้าง โรงงานก็ต้องศึกษาผังเมืองเป็นหลัก แต่ที่ผ่านมาผังเมืองขาดความชัดเจน ปัญหาที่เกิดขึ้น ตามมาหลังจากผังเมืองที่ไม่มีความชัดเจนก็คือการรุกล้ำ การสร้างอาคารผิดประเภท ผิดสี ของผังเมืองนะครับ แล้วสิ่งที่จะตามมาก็คือ เรื่องสิ่งแวดล้อม กรณีที่สามารถเห็นได้ชัดเจนก็คือ กรณีของหมิงตี้ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ที่ในจังหวัดสมุทรปราการ หมิงตี้ได้มาอยู่ก่อนที่ ผังเมืองจะเกิด และการที่หมิงตี้มาอยู่และมาสร้างโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ แต่เป็น โรงงานอุตสาหกรรมประเภทพวกวัตถุอันตราย ก็คือสารเคมีเมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาครับ นั่นคือ สาเหตุของผังเมือง ก็อยากจะฝากผังเมืองครับ เวลาที่เราจะแก้ไขหรือเราจะเปลี่ยนผังอะไร ต่าง ๆ ค่อนข้างจะลำบาก ค่อนข้างจะซับซ้อนนะครับ ผมอยากจะเห็นหน่วยงาน โดยเฉพาะ หน่วยงานที่รับผิดชอบ สำนักโยธานี่ครับ ก็อยากจะให้อัปเดต (Update) ข้อมูลผังเมือง แล้วก็ประชาสัมพันธ์ให้กับพื้นที่ทราบนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านทวี สอดส่อง เชิญครับ🔗

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ท่านประธานครับ ผมมีคำถามกับผู้รายงานเนื่องจากรายงานของท่าน เป็นเรื่องที่จัดทำรูปเล่มค่อนข้างสวย ส่วนเนื้อหานั้นบางครั้งเราเข้าไปข้างในเป็นแค่ภาพรวม ท่านได้รายงานไว้ในหน้า ๔๑ ว่าวันนี้จะมีผังเมืองรวม ก็คือผังเมืองรวมของ ๗๗ จังหวัด แล้วก็ผังเมืองรวมเมืองและชุมชน สำหรับผังเมืองรวมก็ยังแยกไปผังเมืองเขตเศรษฐกิจ พิเศษภาคตะวันออก หรืออีอีซี (EEC) แล้วท่านก็แยกเขตเศรษฐกิจภาคตะวันออกไป ๓๑ ผังเมือง อยากจะกราบเรียนว่าผังเมืองเป็นเรื่องที่มีความสำคัญอย่างยิ่งกับการพัฒนา บ้านเมือง แต่ผังเมืองบางทีคำสุดท้ายก็คือมีการเมือง การเมืองคือผลประโยชน์ของผังเมือง ผมยกตัวอย่าง การเปลี่ยนพื้นที่ผังเมืองจากสีเขียว คือที่ชนบทเป็นพื้นที่สีม่วง หรืออุตสาหกรรม ตัวอย่างที่เห็นได้ง่าย ๆ ก็เขตอีอีซี (EEC) ที่ดินก่อนจะเปลี่ยนนี่ราคา ประมาณ ๑ ล้านบาท พอเปลี่ยนเสร็จก็เป็น ๑๕ ล้านบาท ๒๐ ล้านบาท โดยการเปลี่ยน ฐานะให้คนมีที่ดินได้เพิ่มขึ้นทันทีหลายร้อยเปอร์เซ็นต์จากมูลค่าซื้อเป็นเพียงหลัก พันล้านบาท เป็นแสนล้านบาทสำหรับบางคน ดังนั้นรายงานของท่านค่อนข้างที่จะไม่ค่อยมี ข้อมูล สิ่งหนึ่งที่ผมได้เห็นคือรายงานของท่านเป็นเพียงรายงานที่ตนเองทำอะไร แต่ขาด การประเมินผลความคุ้มค่า ในการใช้งบประมาณ ขาดการประเมินผลเรื่องเศรษฐกิจและที่สำคัญอย่างยิ่ง ขาดการ ประเมินผลเรื่องการเอาทรัพยากรที่เป็นทุนชีวิต หรือสิ่งแวดล้อมเอาไปใช้ประโยชน์🔗

ประการที่ ๒ ที่เป็นเรื่องสำคัญมาก ที่ผมไม่เห็นวิสัยทัศน์ในรายงานของท่าน เลยว่าการมีโครงสร้างของผังเมืองที่ตั้งถิ่นฐานของชุมชน ท้องถิ่นต่าง ๆ ในผังเมืองนี่ที่เรา ต้องพบว่าต้องมีอุทกภัย ภัยพิบัติต่าง ๆ ปรากฏว่าไม่ปรากฏให้เห็น ที่สำคัญอีกอันหนึ่งคือ โครงสร้างทางกฎหมาย โครงสร้างทางงบประมาณ หรือส่วนกลางกับส่วนท้องถิ่นที่ผู้อภิปราย ไปแล้วเรื่องอำนาจหน้าที่ ดังนั้นผมคิดว่ารายงานของท่านนี่เป็นรายงานที่สอบตก พิมพ์มา เล่มค่อนข้างสวย แต่ในคราวต่อไปขอให้มีรายละเอียด ผมต้องการดูเนื้อหา ไม่ต้องการดู รูปเล่มนะครับ อย่างไรก็ตามอย่างน้อยที่สุดรายงานฉบับนี้ก็ได้มาปรากฏเพื่อให้มี การวิพากษ์วิจารณ์ ในครั้งต่อไปคิดว่าจะมีการพัฒนามากกว่านี้ครับ ขอขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุภดิช อากาศฤกษ์ เชิญครับ🔗

นายสุภดิช อากาศฤกษ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม สุภดิช อากาศฤกษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ คือพอดีผมอยากจะพูดถึงเรื่องของรายงานรูปเล่มนี้นะครับ พอดีได้มีสมาชิกท่านหนึ่ง ได้กล่าวแล้ว ขออ้างชื่อคือท่านภาสกรได้พูดถึงเรื่องงบการเงินไว้นะครับ งบการเงินนี้ปกติ ในรายงานฉบับนี้ควรจะมี แต่ไม่มี นั่นเป็นจุดด้อยอย่างยิ่งสำหรับการทำรายงานสำหรับ มืออาชีพนะครับ คราวนี้ผมก็เลยต้องเข้าไปดูงบการเงินของสำนักผังเมืองนี้นะครับ ผมก็พบว่าอาจจะเป็นอย่างนี้ครับ ที่ท่านไม่แสดงงบการเงินไว้นี้ ผมเข้าไปดูในรายงาน ผู้สอบบัญชีของปี ๒๕๖๓ ก็คือปีปัจจุบันสำหรับหน่วยงานของท่านคือ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓ สิ่งที่ผมพบคือว่าในรายงานผู้สอบบัญชีนี้ เขาแสดงไว้แบบมีเงื่อนไข การแสดงงบการเงิน แบบมีเงื่อนไข แปลว่างบท่านมีปัญหา คราวนี้มันก็ต้องมีปัญหาในสาระสำคัญ เมื่อมีปัญหา ในสาระสำคัญก็ไปดูว่า ผู้สอบบัญชีคือสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินนี้เขามีเงื่อนไขด้านไหนบ้าง ผมก็ไปพบว่าเงื่อนไขที่มันเป็นสาระสำคัญนี้มี ๒ ประเด็นหลัก ซึ่งมันเป็นจำนวนเงินที่สูงมาก คือ ๑. รายงานเขาบอกว่า รายละเอียดสินทรัพย์รายตัวนี้ไม่สามารถแสดงได้ ไม่สามารถ พิสูจน์ได้ สาระสำคัญคือจำนวนเงินถึง ๓๘,๙๒๗ ล้านบาท จำนวนเงินนี้เป็นเปอร์เซ็นต์ที่สูง หน่วยงานของท่านชี้แจงไม่ได้กับผู้สอบบัญชี เรื่องที่ ๒ รายงานผู้สอบบัญชีแจ้งว่ารายละเอียด สินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานก็ไม่มีรายละเอียดชี้แจงได้ อันนี้เป็นจำนวนเงิน ๗๔,๐๗๙ ล้าน บาท ๒ ยอดรวมกันแสนกว่าล้านบาทนะครับ ท่านไม่ลงไว้ในรายงานฉบับนี้ โดยที่มีสมาชิกถามว่าทำไมถึงไม่มีรายงานงบการเงิน หรือรายงานผู้สอบบัญชีในฉบับนี้ ก็ในรายงานผู้สอบบัญชีปีปัจจุบันมันลงไว้ในเงื่อนไขอย่างไรครับ ผมก็อยากให้ทุกหน่วยงาน ที่จะมาชี้แจงนี้ จะต้องมีรายงานงบการเงินเสมอนะครับ ก็ติงไว้ตรงนี้ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชิญครับ🔗

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงราย ต่อรายงานประจำการปฏิบัติ ตามพระราชบัญญัติการผังเมือง ๒๕๖๒ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓ นี้นะครับ ของกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็นว่า เท่าที่ท่านได้ทำรายงานมานี้ก็ดี รูปเล่มใช้ได้ สวย แต่สิ่งที่ผมพยายามเปิดหาอ่านก็คือ งบที่ท่านตั้งไว้เยอะแยะมากมายครับ ไม่มีในรายงานที่นี่ นั่นก็คืองบป้องกันตลิ่ง สภาแห่งนี้ มีเรื่องเกี่ยวกับกรรมาธิการวิสามัญ กรรมาธิการชุดเล็ก เกี่ยวกับเรื่องการตรวจสอบดูแล เรื่องงบประมาณ ซึ่งท่านไปทำงบเขื่อนผนังแข็งของภาคใต้ หรือว่ากัดเซาะชายฝั่งตามเขื่อน แม่น้ำสายใหญ่ ๆ ของประเทศไทย ปรากฏว่างบตรงนี้ครับมันมีการไม่ชอบมาพากล มีการแจ้งทุจริตคอร์รัปชันไปที่ ป.ป.ช. เยอะแยะมากครับ แต่ว่าในรายงานท่านนี้ ผมเปิดหน้าไหนก็ไม่เห็น เรียนท่านประธานว่าสิ่งที่ผมอยากแสดงความคิดเห็นก็คือว่า ในโอกาสต่อไปนี้ครับ ผมกับเพื่อนสมาชิกหลายท่านมีโอกาสได้เห็นในต่างประเทศนี้ครับ เขาไม่จำเป็นต้องไปสร้างเขื่อนให้มันเสียธรรมชาติ แล้วบางทีท่านสร้างเขื่อนเข้าไปนี่ เวลาเราไปดู เขื่อนมันพังมาทั้งแถบเลยครับ งบเป็นพัน ๆ ล้านบาทนะครับ ไม่ว่าจะเป็น แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำสายใหญ่ ๆ กัดเซาะชายฝั่งทางชายทะเลภาคใต้ ซึ่งตรงนี้นะครับ มันเป็นการทิ้งเงินงบประมาณแผ่นดินของพี่น้องประชาชนไปโดยใช่เหตุครับ เพราะฉะนั้น ตัวนี้อยากจะฝากท่านผู้เกี่ยวข้องจากกรมโยธาธิการและผังเมือง ท่านดูรายละเอียด ตรงนี้ด้วยครับ แล้วปีต่อ ๆ นี้ ขอร้องเถอะครับ เขื่อนพวกนี้ผมเข้าใจว่าท่านเอาซากอิฐ ซากที่รื้อสะพานอะไรต่าง ๆ นี่ครับ ท่านไปทำเป็นตลิ่งตามธรรมชาติเหมือนกับประเทศญี่ปุ่น เหมือนกับประเทศที่เขามีชายทะเลในฝั่งยุโรป ฝั่งตะวันออกกลาง น่าจะเป็นประโยชน์กว่า เพราะว่าเป็นวัสดุที่เหลือใช้ แล้วก็เอาไปทิ้งตามชายฝั่งที่มันมีการกัดเซาะของทะเลก็ดี แม่น้ำ ก็ดี ตรงนี้ผมคิดว่ามันจะเป็นการรักษาธรรมชาติแล้วไม่ต้องสิ้นเปลืองงบประมาณด้วยครับ🔗

ท่านประธานครับ มีอีกประเด็นหนึ่งมีโอกาสตรงนี้ก็ขออนุญาตถามทางท่าน ผู้มาชี้แจงเลยนะครับ ผมอยู่จังหวัดเชียงรายครับ จังหวัดเชียงรายมีอยู่อำเภอหนึ่งคือ อำเภอ เวียงชัยครับ อำเภอเวียงชัยส่วนหนึ่งก็คือเป็นตำบลของอำเภอเมือง ซึ่งเมื่อปี ๒๕๑๘ มันมี ส.ป.ก. ประกาศเป็นเขต ส.ป.ก. อำเภอเวียงชัย อำเภอเชียงรุ้ง พวกนี้โดนประกาศไป หมดครับ แต่หลังจากนั้นมีการยกเลิกประกาศ ย้ายอำเภอเวียงชัยซึ่งเป็นตำบลหนึ่งของ อำเภอเมืองเป็นอำเภอ และ ณ วันนี้อำเภอเวียงชัยกับอำเภอเมืองมันอยู่ห่างกันแค่ถนน บายพาส (Bypass) ผ่านแค่นั้นเองครับ นั่นหมายถึงว่าถ้าท่านประธานเคยไปเชียงรายเวลา ลงจากสนามบิน พอฝั่งซ้ายมือที่จะออกนอกเมืองข้ามถนนไฟแดงก็เป็นอำเภอเวียงชัย ขวามือก็เป็นอำเภอเมือง แต่ที่มันแย่ที่สุดคืออะไรครับ ตอนนี้ผังเมืองช้ามากครับ เพราะว่า คนเวียงชัยเขาก็อยากจะมีบ้านพักที่อยู่อาศัย มีโฉนด ตลาดที่ตำบลท่าสายซึ่งเป็นเขต รับผิดชอบของผมอยู่ในอำเภอเมือง ชาวบ้านอยู่กันเต็มครับ ตรงสี่แยกฝั่งหนึ่งเป็น อำเภอเมืองเขาสามารถที่จะขออนุญาตจัดสรร ขออนุญาตปลูกตึกปลูกอะไรได้ แต่ข้ามไปอีก ถนนหนึ่งเป็นตลาดซึ่งชุมชนเหมือนกันตรงสี่แยก แต่ปรากฏว่าไม่มีเอกสารสิทธิและผังเมือง ก็เป็นปัญหาครับ ขณะนี้ขออนุญาตเรียนว่าผมทราบดี ได้ขอให้ทางสภาเราคือเจ้าหน้าที่ ฝ่ายกฎหมาย ได้ร่างเกี่ยวกับเรื่องกฎหมายฉบับนี้เพื่อที่จะขอให้ท่านประธานได้บรรจุ แต่ปรากฏว่าก็ได้รับความกรุณาจากทางสำนักงานโยธาธิการและผังเมือง เขาบอกว่าตอนนี้ ผังรวมชุมชนของเวียงชัยทั้งสิ้นต้องใช้เวลา ๘ ขั้นตอน ปัจจุบันนี้ยังอยู่ขั้นตอนที่ ๑ ก็ขออนุญาตฝากท่านประธานไปถึงทางเจ้าหน้าที่ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองว่า ขอช่วย เร่งรัดหน่อยครับ เพราะชาวบ้านเดือดร้อน แล้วต่อไปนี้มันจะมีปัญหามวลชนคืออะไรครับ แถวฝั่งที่มันเป็นสนามกอล์ฟ ถ้าหลายท่านเคยไปเชียงรายคงเห็นนะครับ สันติบุรีมีโฉนด แต่ชาวบ้านที่อยู่อาศัยยังหาไม่ได้ เพราะว่าอยู่ในเขต ส.ป.ก. ที่มันแย่กว่านั้นคืออะไรครับ ขั้นตอนง่าย ๆ ครับ ท่านประกาศยกเลิก แต่ท่านไม่เอาบัญชีท้ายประกาศไปยกเลิกด้วย มันก็เลยติดปัญหาตัวนี้ครับ ก็เลยอยากจะขอฝากท่านประธานไปยังท่านเจ้าหน้าที่ของ โยธาธิการผังเมืองนะครับ ผมขออนุญาตแจ้งว่าสำนักงานวิสาหกิจผังเมือง กรมโยธาธิการ กำลังดำเนินการ และตอนนี้ถือว่าคนที่รับผิดชอบก็คือสำนักงานวิศวะผังเมือง และคนที่ รับผิดชอบ ผมขออนุญาตแจ้งเลยว่าท่านรองอธิบดี อนวัช สุวรรณเดช ขออนุญาตไม่ทราบ ท่านมาชี้แจงด้วยหรือเปล่านะครับ ขอฝากไปถึงท่านอธิบดีพรพจน์ไว้ด้วยครับ เพราะว่าตัวนี้ ท่านหลับตานึกสิครับ ฝั่งซ้ายเป็นอำเภอเมือง ตึกรามบ้านช่องมีบ้านจัดสรรได้อย่างดีเลย แต่ข้ามอีกถนนหนึ่งชาวบ้านก็เป็นพี่กันน้องกัน ถึงเวลาขึ้นมาจนบัดนี้ผังเมืองยังไม่ออก เลยครับที่อำเภอเวียงชัย ที่อำเภอเมืองเชียงรายติดกัน ขออนุญาตฝากท่านประธานร้องเรียน ไปเรื่องนี้ด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่าน สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ตามด้วยท่านนิกร จำนง เชิญครับ🔗

นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากเขตบางนา และเขตพระโขนง พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมจะขออภิปรายเกี่ยวกับรายงานประจำปีเกี่ยวกับ การปฏิบัติตามพระราชบัญญัติผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ ในพื้นที่ที่ผมเป็นผู้แทนอยู่คือ กทม. มีที่เกี่ยวกับเรื่องผังเมืองที่จะเป็นปัญหา เพราะว่าประเด็นเกี่ยวกับท่าเรือซึ่งเกิดมาก่อน พ.ร.บ. ผังเมืองที่จะปรากฏ เพียงแต่ว่าในท่าเรือนั้นจริง ๆ เองไม่ได้เป็นพื้นที่ที่อยู่ในพื้นที่ เขตพระโขนงโดยตรง แต่ว่าเป็นพื้นที่ที่การท่าเรือกรุงเทพฯ คือพื้นที่เขตคลองเตย แต่ว่า มีกิจกรรมที่เกิดส่งผลกระทบกับคนในพื้นที่ผมครับ ท่าเรือเกิดมาก่อนก็จริงครับ แต่ตอนนี้ กรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวงของประเทศครับ การเกิดท่าเรือทำให้มีกิจกรรม ความไม่ปลอดภัยเกิดขึ้นในเมืองหลวงของเรามากมายครับ อย่างที่สัมผัสได้โดยตรงคือรถบรรทุกที่จะต้องวิ่งผ่านไปสู่ท่าเรือมีหลายที่ มีหลายส่วนที่มีเลน (Lane) เฉพาะที่วิ่งตรงไปแล้ว แต่ในพื้นที่ผมในเขตบางนา เขตพระโขนงซึ่งวิ่งผ่านมาจาก จังหวัดสมุทรปราการนั้น ทางรถไฟสายเก่ารถบรรทุกที่วิ่งเข้าท่าเรือ ทำให้ถนนพังทุก ๆ ปี เกิดอุบัติเหตุทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซค์ ผมอยากที่จะทราบว่า พ.ร.บ. ผังเมือง จะช่วยให้ ควบคุมท่าเรือตรงนี้ให้มันดีขึ้นหรือเปล่าครับ ผมไม่ได้ปิดกั้นหรือมีปัญหากับหน่วยงาน การท่าเรือ แต่กิจกรรมที่เกิดเกี่ยวกับการขนส่งทางท่าเรือมันทำให้เกิดปัญหาคุณภาพชีวิต ของกรุงเทพมหานคร ผมทราบว่าท่าเรือเองก็มีโครงการที่จะกระจาย แล้วก็ขยายท่าเรือ แหลมฉบังที่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษอีอีซี (EEC) อยู่แล้วนะครับ ตรงนี้ในระยะกลาง หรือใน ระยะยาวนี่มันจะช่วยส่งเสริมกัน เพื่อที่จะเอาท่าเรือที่เกี่ยวกับกิจกรรมการขนส่ง ไม่ใช่ สำนักงานหรือว่าการท่องเที่ยวกระจายออกไปสู่นอกเมืองได้หรือเปล่าครับ🔗

อีกประเด็นหนึ่ง คือในพื้นที่ผมมีที่ราชพัสดุของกรมธนารักษ์ที่ให้กับ บริษัทบางจาก ที่เป็นโรงกลั่นเช่าเป็นจำนวนมากมายเป็นร้อย ๆ กว่าไร่ ตรงนี้ก็สร้าง ความไม่ปลอดภัยให้กับชุมชนที่อยู่โดยรอบ ผังเมืองตรงนี้มันจะสามารถช่วยป้องกัน ปกป้อง ความปลอดภัยในชุมชนที่อยู่รอบ ๆ ที่มีพื้นที่ความเสี่ยงได้หรือไม่อย่างไร จะขอความกรุณา ช่วยชี้แจงแล้วก็ช่วยดำเนินการตอบคำถามผมด้วย ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านนิกร จำนง ท่านครับ🔗

นายนิกร จำนง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทยพัฒนา มีประเด็นเกี่ยวกับผังเมือง คือเดิมผมเคยศึกษาโดยละเอียดมาหลายปี ตอนหลังก็ไม่ได้มาติดตามโดยละเอียดนัก ก็ยังมีประเด็นที่อยากจะสอบถามอย่างเอาจริงเอาจังว่า กรณีเรื่องผังเมืองเป็นในเชิง โครงสร้างของงานว่า การออกผังเมืองมีปัญหาเกิดขึ้นมากเหมือนกัน มันเป็นด้านบวกก็มี ด้านลบก็มี ด้านลบก็คือว่ามันไม่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ บางครั้งก็ไปกระทบกระเทือนกับ ถิ่นที่อยู่ ลักษณะเป็นปกติก็คือออกไปโดยพลาด ทั้ง ๆ ที่เรื่องผังเมือง ผมเห็นด้วยเป็นเรื่อง ที่ดีมากในการจัดทำ แต่ว่ามันมีปัญหา พอมีปัญหาขึ้นมามันมีช่องทางอยู่อันหนึ่งคือว่า ให้มีการเปลี่ยนแปลงได้ในระยะเวลาที่กำหนดเดิมจะเป็น ๕ ปี ก็คือว่าสามารถจะ เปลี่ยนแปลงได้ ปรากฏว่าตรงนี้เองจุดที่เราเปิดเอาไว้มันกลายเป็นโทษ เพราะว่าพอ ประชาชนร้องเรียนว่าผังเมืองตรงนี้ออกไม่เหมาะสมอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วก็มีการรวมตัวกัน เพื่อร้องเรียน เราก็บอกเขาว่ารออีกสักระยะหนึ่ง ครบแล้วจะมีการเปลี่ยนแปลง แต่การ เปลี่ยนแปลงตรงนี้มันกลายเป็นปัญหาไม่สะเด็ดน้ำท่านประธาน ก็คือว่าไม่ได้มีการแก้ ก็คือรอ รอไปก่อนให้ครบ แล้วระหว่างที่รอบางทีปัญหาเลยเถิดไปแล้ว มันมีการเปลี่ยนแปลง มันมีผู้ที่เห็นว่าไม่เหมาะสมก็ยากที่จะรอเพราะใช้เวลานาน คำถามของผมต่อประเด็นนี้ ก็คือว่าในการปรับปรุงแก้ไข ขณะนี้ผมย้ำอีกทีนะครับ การขยายให้มีการปรับปรุงแก้ไขได้ กลายเป็นโทษ เนื่องจากว่าปัญหาไม่ได้รับการแก้ มันกลายเป็นเหมือนปัดสวะ ปัดไปรอ ไว้ก่อน แล้วพอรอครบแล้วค่อยมาแก้ แล้วก็ไม่ได้แก้ อันนี้ปัญหาที่ผมจะสอบถามว่าลักษณะ การปรับปรุงแก้ไข อยากให้ท่านตอบเป็นรูปธรรมว่ามันมีการแก้ปัญหาไปได้จริงไหม คือมัน มีบวกในการปรับปรุงแก้ไขมากกว่าปัญหาที่อีกด้านหนึ่งก็คือว่า ปัญหาที่ถูกยืดปัญหาไป ยังมีปัญหาอยู่หรือเปล่า🔗

ประเด็นต่อมา คือปัญหาเรื่องการบังคับใช้ ผังเมืองพอมีการประกาศ ออกไปแล้ว การบังคับใช้คำถามก็คือว่าความสัมฤทธิ์ของงานของแต่ละปี เราสามารถบังคับ ใช้ให้เป็นไปตามผังเมืองที่เราประกาศได้แค่ไหนเพียงใด หน่วยนับจะเป็นอย่างไร คือหน่วยนับไม่ได้บอกว่า ออกพื้นที่ไปจำนวนเท่านี้ มีการเปลี่ยนจากสีม่วงเป็นสีโน่นนี่นั่น แล้วก็มีพื้นที่หนาแน่นเป็นแบบนี้แบบนั้น ออกไปกี่แห่ง กี่จังหวัด กี่พื้นที่ กี่ชุมชน ไม่ใช่ ประเด็นก็คือว่า ออกไปแล้วความสัมฤทธิ์ก็คือว่าเราสามารถบังคับให้ชุมชน หรือว่าผังมันเป็น รูปธรรมได้แค่ไหน เพราะฉะนั้นท่านมีวิธีการบังคับอย่างไร ในการเอ็นฟอร์ซ (Enforce) ตรงนี้ นอกจากกำหนดว่าถ้าเขาขออนุญาตไปยังท้องถิ่น แล้วท้องถิ่นไม่ให้ใบอนุญาต เพราะว่าเขตผังเมืองไม่อนุญาต แค่นี้คงไม่พอ เพราะเท่ากับเราไปยืมอาวุธ เราไปยืมอำนาจ ของหน่วยอื่น เพราะฉะนั้นอำนาจโดยตรงของผังเมืองเองที่สามารถจะบังคับให้เป็นไปตาม ผังเมืองที่ท่านระบายสีไว้ มีแค่ไหน อย่างไร ขอให้ตอบที่เป็นรูปธรรม ที่สามารถวัดได้ ในเกณฑ์การสรุปงานในแต่ละครั้ง คือไม่จำเป็นต้องเป็นช่วงปีนี้ก็ได้ แต่ว่าทั่วไปจนถึงขณะนี้ ก็เป็น ๒ ประเด็นท่านประธานครับ ๑. การออกผังเมืองไปแล้วโดยไม่สอดคล้อง การแก้ไข ทำได้แค่ไหน เพียงไร อย่างไร อันต่อมาก็คือออกไปแล้ว ดีแล้ว สอดคล้องแล้ว การบังคับใช้ กฎหมายผังเมืองให้เป็นรูปธรรม ให้เป็นไปตามผังที่วางไว้ ตามเป้าหมายที่วางไว้ มีรูปธรรม แค่ไหน เพียงไร เป็น ๒ คำถามท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ยังมี ท่านสมาชิกท่านใดที่อยากจะร่วมอภิปรายไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกอภิปรายเพิ่มเติม)
นำยศุภชัย โพธิ์สุ รองประธำนสภำผู้แทนรำษฎร คนที่สอง

ถ้าไม่มี เชิญ ท่านผู้ชี้แจงได้ตอบครับ🔗

ว่าที่ร้อยเอก ธีรพงศ์ ครุธดิลกานันท์ รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม ว่าที่ร้อยเอก ธีรพงศ์ ครุธดิลกานันท์ รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้รับมอบหมาย จากท่านอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อมานำเสนอรายงานประจำปีเกี่ยวกับ การปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พุทธศักราช ๒๕๖๒ ประจำปีงบประมาณ พุทธศักราช ๒๕๖๓ ต่อประเด็นคำถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ🔗

ในประเด็นแรกเรื่องการวางและจัดทำผังเมืองรวมกรุงเทพมหานคร กราบเรียนชี้แจงว่าในส่วนของผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครนั้น ได้ดำเนินการโดย กรุงเทพมหานคร การดำเนินการวางและจัดทำผังเมืองรวมนั้นจะมีหน่วยที่รับผิดชอบอยู่ ๒ ส่วนสำคัญก็คือ กรมโยธาธิการและผังเมืองและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผังเมืองรวม กรุงเทพมหานคร และผังเมืองรวมสมุทรปราการนั้นจะดำเนินการโดยองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ก็นำเรียนโดยสรุปว่าผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครนั้น ที่ผ่านมาได้ดำเนินการ ถึงขั้นตอนการปิดประกาศ ๑๕ วัน และประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน แต่เนื่องจากมีการประกาศบังคับใช้พระราชบัญญัติการผังเมือง พุทธศักราช ๒๕๖๒ ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ก็ทำให้ผังต่าง ๆ ที่ดำเนินการมาตาม พระราชบัญญัติฉบับเดิม จะต้องได้รับการพิจารณาจากคณะกรรมการผังเมือง ซึ่งคณะกรรมการผังเมืองได้พิจารณาในครั้งแรก เมื่อเดือนมกราคมปี ๒๕๖๔ ก็พิจารณาให้ผัง ที่ดำเนินการโดยกรมโยธาธิการและผังเมืองนั้น ๕๒ ผัง สามารถที่จะยกร่างประกาศได้ ส่วนของผังที่ดำเนินการโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้หารือกับสำนักงานคณะกรรมการ กฤษฎีกา เนื่องจากรูปแบบของการประกาศบังคับใช้ของ พ.ร.บ. ฉบับใหม่จะต่างจาก ฉบับเดิม ซึ่งกำหนดให้ผังที่ดำเนินการโดยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จะต้องออกเป็น ข้อบัญญัติของท้องถิ่นนั้น ๆ ซึ่งทางกรมโยธาธิการและผังเมืองก็ได้ทำเรื่องหารือกับสำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งก็ได้ผลจากการหารือ และมีการประชุมคณะกรรมการผังเมือง เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมาพิจารณาให้การดำเนินการวางและจัดทำผังเมืองรวม ขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นจำนวน ๑๙ ผังนั้น บังคับใช้โดยประกาศกระทรวงมหาดไทยได้ ซึ่งในประเด็นรูปแบบการบังคับใช้เป็นประเด็นหนึ่ง🔗

อีกประเด็นหนึ่งที่มีข้อแตกต่างระหว่างการจัดทำผังก็คือ ผังเมืองรวม ที่จะต้องดำเนินการตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พุทธศักราช ๒๕๖๒ นั้น จะต้องจัดให้มี การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยดำเนินการให้มีการสงวนสิทธิในขั้นตอนการปิดประกาศ ๑๕ วัน และรับฟังความคิดเห็น ของประชาชน ซึ่งในประเด็นนี้ผังเมืองรวมกรุงเทพมหานครนั้นได้ดำเนินการมาก่อนที่จะมี พ.ร.บ. การผังเมือง พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งผลจากการพิจารณาของคณะกรรมการผังเมืองนั้น ก็ทำให้ขั้นตอนการมีส่วนร่วมของประชาชนจะต้องดำเนินการอีกครั้งหนึ่ง เพื่อไม่ให้ ขัดหรือแย้งตามนัยของบทเฉพาะกาล มาตรา ๑๑๐ แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พุทธศักราช ๒๕๖๒ ครับ🔗

ในส่วนของประเด็นผังเมืองรวมสมุทรปราการ ซึ่งจะครอบคลุมพื้นที่ บางกระเจ้า ก็เรียนว่าผังเมืองรวมสมุทรปราการนั้นดำเนินการโดยองค์การบริหารส่วน จังหวัดสมุทรปราการ กำหนดให้พื้นที่บางกระเจ้านั้นเป็นเขตอนุรักษ์ ทุกผังที่ดำเนินการ จะมี ๒ ส่วนที่ต้องกำหนดให้ชัดเจนก็คือ ส่วนของการควบคุมพื้นที่ที่ต้องควบคุมกับพื้นที่ เพื่อการพัฒนา ตรงนี้มีความชัดเจนปรากฏอยู่ในผังเมืองรวมสมุทรปราการ🔗

สำหรับประเด็นในเรื่องของท่าเรือ ก็จะปรากฏอยู่ในผังเมืองรวม กรุงเทพมหานคร ซึ่งในประเด็นนี้ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองจะรับข้อมูลของท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติส่งให้กับทางกรุงเทพมหานคร เพื่อพิจารณาในการปรับปรุงผังเมืองรวม กรุงเทพมหานคร ซึ่งจะมีขั้นตอนการประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนก่อนที่จะเสนอ ต่อคณะกรรมการผังเมืองกรุงเทพมหานคร🔗

ประเด็นต่อไป เรื่องของการจัดทำรายงานประจำปี กราบเรียนว่า ในมาตรา ๑๐ วรรคสอง นั้นจะกำหนดให้กรมโยธาธิการและผังเมืองจัดทำรายงานประจำปี เกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ของปีงบประมาณที่ผ่านมา เสนอต่อคณะกรรมการ นโยบายการผังเมืองแห่งชาติ เพื่อให้ความเห็นชอบภายใน ๙๐ วันนับแต่วันสิ้นปีงบประมาณ โดยอย่างน้อยต้องสรุปผลการดำเนินงานการวางและจัดทำผังเมืองตามมาตรา ๘ ก็คือระบบ ของการผังเมืองของประเทศไทยตาม พ.ร.บ. การผังเมืองฉบับใหม่ ซึ่งแบ่งออกเป็น ๕ ระดับ ๒ กลุ่มประเภท และผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินการวางและจัดทำผังตามพระราชบัญญัตินี้ กราบเรียนว่าในส่วนของรายงานงบการเงินนั้นจะปรากฏอยู่ในรายงานประจำปีของ กรมโยธาธิการและผังเมือง จะมิได้นำมาไว้ในรายงานฉบับนี้ แต่ทางกรมโยธาธิการและผังเมือง จะรับความเห็นของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ เพื่อพิจารณาในการปรับปรุงการจัดทำรายงาน ประจำปีในปีงบประมาณถัดไปครับ🔗

ในประเด็นของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านนิกร จำนง ซึ่งถามมา ๒ ประเด็น ในเรื่องของการแก้ไขผัง กราบเรียนว่าในส่วนของการแก้ไขผังนั้นจะเป็นไป ตามมาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง ฉบับพุทธศักราช ๒๕๖๒ ซึ่งจะมีเงื่อนไข ในการแก้ไขผัง ๒ ประการก็คือ จะต้องเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ และต้องสอดคล้องกับ สถานการณ์และสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งการดำเนินการนั้นจะต้องแสดงให้เห็นถึง ๒ ปัจจัยดังกล่าว และหลักของการวางผังเมืองในเรื่องหลักของความสอดคล้อง กราบเรียนว่า ได้ปรากฏอยู่ในมาตรา ๒๕ ซึ่งการวางและจัดทำผังเมืองรวมทุกฉบับจะต้องมีความสอดคล้อง ๓ เรื่องก็คือ ผังเมืองรวมนั้น ๆ จะต้องสอดคล้องกับผังนโยบายระดับจังหวัด จะต้อง สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นที่ และสอดคล้องกับหลักเกณฑ์ วิธีการ และมาตรฐานทางวิชาการทางผังเมืองครับ กราบเรียนว่าในส่วนนี้มีตัวอย่างที่ดีในการแก้ไข ผัง อย่างเช่น ในพื้นที่ของจังหวัดระยอง ซึ่งมีนโยบายของการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ ในเรื่องของโครงการอีซีไอ (ECI) ก็สามารถจะแก้ไขด้วยเงื่อนไขของปัจจัย เพื่อประโยชน์ สาธารณะ ซึ่งก็ดำเนินการได้รวดเร็วภายใน ๑ ปี🔗

สำหรับประเด็นเรื่องการบังคับใช้ผังกราบเรียนว่า หลังจากที่มีผังเมืองรวม ประกาศบังคับใช้ไปแล้ว ผู้ที่จะบังคับใช้ก็คือเจ้าพนักงานท้องถิ่น ซึ่งในส่วนกรมโยธาธิการ และผังเมืองนั้น จะมีพระราชบัญญัติที่เกี่ยวข้องที่ทางเจ้าพนักงานท้องถิ่นจะต้องพิจารณา บังคับใช้ก็คือ พระราชบัญญัติการผังเมืองในเรื่องของการวางและจัดทำผังเมือง พระราชบัญญัติจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ ซึ่งเกี่ยวกับเรื่องของการพัฒนาเมือง เป็นโครงการ พัฒนาพื้นที่ภายในเขตผังเมืองนั้น ๆ ที่กรรมาธิการวางและจัดทำพระราชบัญญัติควบคุม อาคาร และพระราชบัญญัติขุดดินและถมดินครับ ในส่วนประเด็นของการขุดดินและถมดิน เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ฉบับดังกล่าวที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในการวาง และจัดทำผังเมืองในระดับผังเมือง เฉพาะสามารถที่จะกำหนดเข้าระดับต่าง ๆ ตามที่ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ให้ข้อเสนอแนะไว้นะครับ🔗

สำหรับประเด็นที่อำเภอเวียงชัย จังหวัดเชียงราย ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้ถาม กราบเรียนว่าจากการประกาศบังคับใช้พระราชบัญญัติการผังเมืองฉบับใหม่ กรมโยธาธิการและผังเมืองก็ได้มีการปรับปรุงขั้นตอน ๑๘ ขั้นตอน ลดเหลือ ๘ ขั้นตอน เพื่อให้มีความรวดเร็วขึ้น และจะใช้ระยะเวลา ๑ ปี ๖ เดือน กรณีถ้ามีคำร้อง ถ้าไม่มีคำร้องของผู้มีส่วนได้เสียในพื้นที่ก็จะเร็วขึ้น ๒ เดือน ก็คือ ๑ ปี ๔ เดือนครับ ขอกราบเรียนว่าในส่วนของผังเมืองรวมชุมชนเวียงชัยนั้น ทางกรมโยธาธิการและผังเมือง ก็จะได้เร่งรัดให้เป็นไปตามบทเฉพาะกาล มาตรา ๑๑๐ ที่คณะกรรมการผังเมืองได้พิจารณา ให้ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องโดยไม่ขัด หรือแย้งต่อพระราชบัญญัติการผังเมือง พุทธศักราช ๒๕๖๒ ครับ🔗

สำหรับประเด็นที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้สอบถามถึงการปฏิบัติหน้าที่ ของสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ขอกราบเรียนว่าทุกจังหวัดต้องรับนโยบายของ กรมโยธาธิการและผังเมืองไปดำเนินการว่า มีภารกิจที่สำคัญตามพระราชบัญญัติหลัก ๆ ๔ ฉบับดังกล่าวนะครับ ก็จะให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่อยู่ในจังหวัด และโดยเฉพาะ การให้บริการกับพี่น้องประชาชน ซึ่งเราคำนึงถึงเป็นลำดับแรกที่จะต้องอำนวยความสะดวก ให้กับพี่น้องประชาชนนะครับ กรณีหมิงตี้ทางกรมก็ได้มีมาตรการที่จะแก้ไขปัญหาก็คือ ได้มีหนังสือแจ้งทางผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ที่จะพิจารณาแก้ไขกฎกระทรวง ให้ใช้บังคับผังเมืองรวมจังหวัดสมุทรปราการ พุทธศักราช ๒๕๕๖ ตามมาตรา ๓๕ แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พุทธศักราช ๒๕๖๒ โดยทางจังหวัดสมุทรปราการก็ได้ แจ้งว่าได้มีการดำเนินการจัดประชุมหารือแนวทางการกำหนดมาตรการจัดตั้งโรงงาน อุตสาหกรรมให้สอดคล้องกับมาตรการของผังเมือง ซึ่งมีการจัดประชุมเพื่อแก้ไขปัญหา ดังกล่าว จำนวน ๒ ครั้ง และล่าสุดทางคณะกรรมการควบคุมอาคารก็ได้มีมติเห็นชอบแผนผัง ปรับปรุงเขตเพลิงไหม้ในท้องที่ของ ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ โดยท่านรัฐมนตรีได้ลงนามในประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่องให้ใช้บังคับแผนผังปรับปรุง เขตเพลิงไหม้ และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ภายใน ๒ ปี ซึ่งนับแต่ประกาศก็จะห้ามมิให้ก่อสร้าง ดัดแปลง รื้อถอน หรือเคลื่อนย้ายอาคารให้ผิดไปจาก แผนผังปรับปรุงเขตเพลิงไหม้ ซึ่งพนักงานท้องถิ่นจะต้องดำเนินการปรับปรุงเขต เพลิงไหม้ ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยภายใน ๒ ปีครับ🔗

สำหรับความคิดเห็นและข้อเสนอแนะอันเป็นประโยชน์ ทางกรมโยธาธิการ และผังเมืองจะรับจากท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเพื่อนำไปปรับปรุงการจัดทำรายงานประจำปี ของกรมโยธาธิการและผังเมืองในปีงบประมาณถัดไปครับ จึงเรียนต่อท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนิกร เชิญครับ🔗

นายนิกร จำนง แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผมมี ประเด็นเกี่ยวเนื่องนะครับ คือการแก้ไขการวีโต้ (Veto) ตามมาตรา ๓๕ ที่ท่านพูดถึง ปรากฏว่าที่ผมกล่าวเมื่อสักครู่เป็นไปตามกฎหมายเก่า กฎหมายเก่ายังมี ๕ ปี แล้วก็เหมือน จะมีช่องทางในการวีโต้ (Veto) มากกว่าเสียด้วยซ้ำ กฎหมายใหม่ที่ออก ประเด็นคือการชี้ว่าเหมาะสมกับสิ่งแวดล้อม เหมาะสมกับความเป็นไป ตามมาตรานี้ ประเด็นปัญหาคือใครเป็นคนตัดสิน ลักษณะของประชาชนในการเป็น ประชาชนก็ดี ที่อยู่ในพื้นที่ตรงนั้น หรือว่าชุมชนที่อยู่ในพื้นที่ตรงนั้น การเสนอเพื่ออุทธรณ์ ยังไม่ชัดเจนนัก เพราะฉะนั้นถ้าเราบอกว่าให้มันสอดคล้อง ให้มันเป็นไปตามคณะกรรมการ ผังเมืองที่กำหนดไว้ในพื้นที่ตรงนี้ ปัญหาก็คือว่า การตัดสินตรงนี้เป็นฝ่ายรัฐตัดสิน การรับฟัง ความเห็นในการที่จะโต้แย้งตรงนี้มีมากน้อยแค่ไหน เพียงไร นี่เป็นประเด็นอาจจะไม่ต้องตอบ แต่ว่าผมมีความเห็นอย่างนี้🔗

ส่วนอีกประเด็นหนึ่ง ที่การบังคับใช้ผมก็เรียนแล้วว่า ท่านประธานเอง ก็เคยอยู่ดูแลกระทรวงมหาดไทยในส่วนนั้น ประเด็นปัญหาก็คือว่าในการบังคับใช้ของ ผังเมืองสังเกตไหมว่าเราใช้อำนาจอื่นใช้อำนาจของเกี่ยวกับเรื่องหน่วยงานท้องถิ่นบ้าง ในการไม่ออก มันเป็นการใช้อำนาจในการบังคับใช้โดยอ้อม ความเห็นของผมก็คือว่า กฎหมายนี้ควรจะไปแก้ คือผังเมืองเองมีสำนักอยู่ มีคนอยู่ ดังนั้นเวลาใครผิดผังเมือง อำนาจในการบังคับไปใช้ส่วนอื่นของหน่วยงานอื่น คือยืมจมูกคนอื่นหายใจ ยืมอาวุธของ คนอื่นในการบังคับใช้ ผมมีความเห็นว่าผังเมืองเองควรจะไปชี้ว่า คุณผิดนะ เจ้าหน้าที่ จากผังเมืองบอกว่าคุณไม่ถูก เพราะว่าคนที่รู้เรื่องผังเมืองที่ซับซ้อนไม่มีใครเหนือของ ข้าราชการของสำนักผังเมืองเอง คือ พอชี้ไป แล้วก็มอบให้คนอื่นไปดำเนินการ การที่ว่าเรา จะให้คนอื่นเขาไปชี้ว่าผิดว่าถูก ในฐานะเป็นอำนาจหน้าที่ของเรา ผมเลยเสนอว่าอาจจะต้อง ไปแก้กฎหมายว่า เพื่อผลบังคับใช้มันจะดีขึ้น ก็คือเป็นคนดูแลในเบื้องต้นเสียเอง เหมือนกับ เป็นตำรวจ ส่วนจะไปส่งอัยการเป็นคนดำเนินการบังคับใช้ก็ว่ากันต่อไป ก็คิดว่าจะได้บังคับ ใช้ได้ดีขึ้น กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านพิสิฐครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมได้ฟังท่านอธิบดีชี้แจงแล้ว ผมยิ่งเป็นห่วงมากขึ้นครับ เพราะว่าเนื้อหา สาระหรือวิธีคิดที่ท่านชี้แจงเหมือนกับในเอกสารเลยครับ ก็คือพอมีอะไรก็จัดประชุม ประชุมเสร็จก็มีหนังสือไปยังหน่วยงาน ไปยังผู้ว่า ไปยัง อบต. แล้วก็จบ ท่านไม่บอกเลยครับ ว่าท่านจะแก้ปัญหาของประเทศอย่างไร อย่างที่บางกะเจ้าเป็นปัญหาของประเทศ ไม่ใช่ ปัญหาของปากน้ำ ไม่ใช่ปัญหาของสมุทรปราการ เป็นสิ่งที่พวกเราต้องหาทางออกให้ แต่ไม่ใช่มีหนังสือไปแล้วก็ให้จัดประชุมแล้วก็จบ ผมฟังท่านแล้วผมพยายามจะดูว่า แล้วเรา จะไปถึงจุดหมาย เป้าหมายของการมีผังเมืองไปทำอะไรถ้าหากทำงานแบบนี้ ท่านจะต้องไป ดูแลว่า บางกะเจ้าได้มีการปฏิบัติตามกฎหมายที่ท่านดูแลอยู่ และหากท่านดูแล้วไม่มี ท่านต้องเขียนในรายงาน ท่านต้องประเมินว่า ระบบผังเมืองบ้านเราโดยเฉพาะอย่างยิ่ง บางกะเจ้าเป็นตัวอย่างที่ดี มันมีการละเมิด มีการไม่ปฏิบัติอย่างไรบ้าง เขียนในรายงาน เลยครับ เราจะได้ช่วยกันวิเคราะห์ช่วยกันดูแล แต่ถ้าทำงานแบบที่ท่านพูด แค่มีหนังสือ ไปแล้วก็จัดประชุม แล้วก็ออกมาว่าประชุมกี่ครั้ง ๆ ถ่ายรูปมาสวย ๆ ว่าไปตรวจพื้นที่ แค่นั้น มันไม่ได้ตอบคำถาม เพราะพวกเราก็ทราบดีว่าท้องถิ่น หรือจังหวัดอาจจะไม่มีอำนาจที่จะ คัดง้างกับนายทุนเหล่านี้ที่รุกล้ำที่สาธารณะ ที่ทำลายระบบที่เราวางไว้ ท่านจะต้องเขียน มาในรายงานให้ชัดเจนเลยครับว่า สถานการณ์ของผังเมืองขณะนี้เป็นอย่างไร แล้วบางกะเจ้า ก็จะเป็นเคส สตัดดี (Case study) ที่สำคัญครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจะ ชี้แจงไหมครับ ถ้าไม่ชี้แจงก็รับข้อสังเกตไป มีอะไรชี้แจงเพิ่มเติมไหมครับ🔗

ว่าที่ร้อยเอก ธีรพงศ์ ครุธดิลกานันท์ รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กรมโยธาธิการและผังเมือง ก็จะน้อมรับข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติราชการ ของกรมต่อไป ในส่วนของผังที่ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ดำเนินการ ซึ่งปัจจุบัน ก็มีมากกว่า ๑๔๐ ผัง ทางกรมก็จะได้นำไปพิจารณาในการกำกับดูแล และบันทึกในรายงานการประชุมใน ครั้งถัดไปตามความเห็นของสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ในเรื่องของการที่จะบังคับใช้ผัง เรื่องจูงใจ ที่จะให้ประชาชนในพื้นที่ปฏิบัติให้เป็นไปตามผังเมืองที่ประกาศบังคับใช้ออกมาครับ จึงเรียนมา ต่อท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน เพื่อโปรดทราบครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขออย่างนี้ ท่านรองธีรพงศ์ครับ ข้อเสนอแนะ คำชี้แนะ หรือข้อท้วงติง ฝากท่านไปพิจารณาดำเนินการ ให้ด้วยนะครับ เพราะว่าไม่อย่างนั้นท่านจะมาเสนอคราวต่อไปก็จะถูกตำหนิเหมือนเดิมว่า ได้แก้ไขหรือยัง คราวที่แล้วก็ท้วงติงไปแล้ว จะเป็นทำนองนี้ เพราะฉะนั้นอะไรก็แล้วแต่ที่ ที่ประชุมท้วงติง เสนอแนะ ชี้แนะ ฝากท่านไปดำเนินการให้ด้วยนะครับ ถ้าท่านไม่มี รายละเอียดผมจะให้เจ้าหน้าที่ถอด ท่านจดไว้ไหมครับ ถ้าจดไม่ได้ท่านมาขอรายงาน การประชุมได้ครับ ผมให้เจ้าหน้าที่ถอดให้ได้ครับ เป็นอันว่าที่ประชุมได้รับทราบรายงาน ประจำปีเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการผังเมือง พุทธศักราช ๒๕๖๒ ของปีงบประมาณ ๒๕๖๓ เรียบร้อยแล้วนะครับ ขอบพระคุณท่านรองธีรพงศ์และคณะที่มา ชี้แจง ผู้ชี้แจงทุกท่าน ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นวาระที่ ๒.๔ นะครับ🔗

๒.๔ รับทราบรายงานผลการตรวจสอบและผลการปฏิบัติหน้าที่ของ คณะกรรมการ ป.ป.ช. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓🔗

เรื่องนี้ขอเลื่อนนะครับ เพราะว่าประธาน ป.ป.ช. ได้มีหนังสือแจ้งมาว่า ในวันนี้ไปตรงกับวันสถาปนาสำนักงาน ป.ป.ช. ครบรอบ ๒๒ ปี จึงติดภารกิจนะครับ ขอเลื่อนไปคราวต่อไปครับ🔗

๒.๕ รับทราบรายงานการเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓🔗

เรื่องนี้ คณะรัฐมนตรีมีหนังสือแจ้งมาให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรนะครับ เพราะว่าทาง ครม. ได้รับทราบไปแล้วนะครับ เชิญผู้ชี้แจงครับ🔗

(ผู้แทนจากหน่วยงานกรมบัญชีกลางเข้าชี้แจงต่อที่ประชุม)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ซึ่งผม ได้อนุญาตมีท่านอัญชลี ศรีอำไพ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบบัญชี กรมบัญชีกลาง ท่านอรพรรณ นาคมหาชลาสินธุ์ นักบัญชีเชี่ยวชาญ กรมบัญชีกลาง ท่านนัทีวรรณ สีมาเงิน รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ นายธีรลักษ์ แสงสนิท รองผู้อำนวยการสำนักบริหารหนี้สาธารณะ ท่านสุเนตรา เล็กอุทัย ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน บริหารการชำระหนี้ แล้วก็ท่านศุภชัย ตั้งวัฒนากร ผู้อำนวยการกองเทคโนโลยีการสำรวจ และฐานข้อมูลที่ราชพัสดุ กรมธนารักษ์ ท่านมีอะไรจะชี้แจงไหมครับ มีอะไรจะสรุปไหมครับ ถ้าไม่มีผมจะได้ให้สมาชิกซักถามเลยครับ มีไหมครับ มีท่านสมาชิกต้องการอภิปราย ซักถามนะครับ เชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล เชิญครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้มาถามในปีที่ ๒ สำหรับรายงานการเงินแผ่นดินประจำปี ๒๕๖๓ ของกรมบัญชีกลาง ท่านครับเปิดเอกสารเล่มนี้ดูตามผมเลยนะครับ ผมมีประเด็นอยู่ ๓ ประเด็นด้วยกัน ในรายงานหน้าที่ ๕ ผมจะอภิปรายในหน้าที่ ๕ ในประเด็นของลูกหนี้เงินทดรองราชการ ระยะยาว ๒,๐๙๗ ล้านบาทเศษของปี ๒๕๖๓ ในหมายเหตุที่ ๙ แล้วก็ที่ ๒ ก็คือเงินลงทุนในหน่วยงานที่ถูกควบคุม ๑,๗๓๘ ล้านบาทเศษ หมายเหตุ ๑๑ และหน้าที่ ๖ คือหนี้สินไม่หมุนเวียน ในรายการเงินกู้ยืมระยะยาว ๖,๐๐๑,๔๘๔ ล้านเศษ หมายเหตุที่ ๒๐ ครับ ทั้ง ๓ หมายเหตุนี้นะครับท่านประธาน พลิกไปดูทั้ง ๓ หมายเหตุ ก่อนที่จะหมายเหตุนั้น แวะตรงนี้ก่อนครับท่านประธานครับ ท่านประธานเชื่อไหมครับว่า เราไม่มีเงินสดครับท่านประธาน กรมบัญชีกลางบอกเงินสดติดลบ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านเศษครับ เดี๋ยวอ่านผิด แต่แวะตรงนี้ครับว่า เป็นคำถามว่าที่ติดหนี้ขนาดนี้คำถามแรก เงินสดไม่มี ในมือครับ ผิด พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังหรือไม่ แวะตรงนี้ก่อนนะครับ หน้า ๑๐ ทีนี้ไป ที่หน้ารายงานเลยครับ ในรายงานของหมายเหตุที่ ๙ ท่านประธานครับ ผมเปิดในรายงาน ลูกหนี้ครับ ลูกหนี้ในปี ๒๕๖๓ ท่านประธานครับ ท่านประธานเชื่อไหมว่ามีลูกหนี้ถึง ๒,๐๙๗ ล้านบาท กระทรวงไหนเป็นลูกหนี้มากที่สุดท่านประธานครับ ถ้าท่านไม่เชื่อ หรือไม่ต้องบอกครับ กระทรวงกลาโหมครับท่านประธาน ๘๒๘,๓๗๐,๐๐๐ บาท ปีที่แล้ว ก็เป็น ๘๒๘ ล้านเศษ คำถามว่า ลูกหนี้ในบัญชีนี้ระยะยาว ผมอยากรู้ว่ากระทรวงการคลังเคย รายงาน ท่านเคยไปตรวจสอบไหมครับว่า กระทรวงการคลังเคยใช้คำสั่ง คสช. ที่ ๔/๒๕๖๓ ข้อ ๑๖ ไม่ใช้หนี้ กสทช. ที่เรียกว่ากองทุนวิจัย ๙,๒๙๙ ล้านบาท ไม่เห็นมีอยู่ ในนี้เลยครับ มันเป็นหนี้ที่หักลบอย่างไรผมไม่เข้าใจ เดี๋ยวช่วยอธิบายในคำถามนี้หน่อยครับ เพราะ กสทช. นั้นรายงานว่าเป็นหนี้ที่ไม่ต้องใช้ กระทรวงการคลังบอกไม่ต้องใช้นะครับ ยอดหนี้แบบนี้ผมรู้ว่าเป็นกฎหมายที่ต้องทำนะครับ🔗

หมายเหตุที่ ๑๑ ท่านประธานครับ ก่อนที่จะไป ๒๐ หมายเหตุที่ ๑๑ เป็นเรื่องของเงินลงทุนในหน่วยงานที่ถูกควบคุม ผมไปที่นี่ครับท่านประธานครับ มีเงินลงทุน ที่รัฐไปลงทุนครับท่านประธานดูตารางก็ได้ ข่าวดังครับ ดังไปทั่วโลกครับท่านประธาน ดังครับ รายการที่ ๑๓.๒ ครับท่านประธาน เงินลงทุนทั่วไปมีอยู่ ๕ รายการครับ ในเงินลงทุนนี้ ๕ รายการที่ไปลงทุนในบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ในบริษัท สะบ้าย้อยพาราวู้ด ๙๓ จำกัด ในบริษัท อโยธยาธุรกิจ จำกัด ในบริษัท เอสทีเอ กรุ๊ป จำกัด ในบริษัท อิมพีเรียลเทคโนโลยี จำกัด เป็นหนี้เลยครับ เขียนแทงว่า ด้อยค่า ค่าเผื่อ การด้อยค่า การบินไทยเท่าไรครับ ๒๘,๔๖๐ ล้านเศษ จากเงินที่ลงทุนไปทั้งหมด ๓๑,๘๘๕ ล้านบาท เหลือ ๘ เปอร์เซ็นต์ครับ จริง ๆ ด้วยครับท่านประธานครับ นี่คือการลงทุนของรัฐบาลนะครับ เงินหายไป ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทช่วงปีที่แล้ว แล้วมีเศษ ๆ อีก ๕ คำถามว่าทำอย่างไรครับ ทั้ง ๕ รายการกระทรวงการคลังช่วยตอบหน่อยครับ🔗

อันสุดท้ายครับท่านประธาน ในหมายเหตุที่ ๒๐ หน้า ๓๙ เป็นเรื่องของการ ออกพันธบัตรรัฐบาล การออกพันธบัตรรัฐบาลเป็นการชดเชยงบดุล ปัจจุบันนี้เป็นเท่าไรครับ ๒,๖๑๙,๘๙๑ ล้านล้านบาท ท่านเชื่อไหมครับถึงต้องเพิ่มเพดานหนี้เป็น ๗๐ เปอร์เซ็นต์ อย่างไรครับ นั่นล่ะครับสิ่งเป็นหนี้อยู่ และปรากฏว่าเป็นหนี้เพิ่มสุดท้ายจริง ๆ ท่านประธาน โครงการที่อยู่ในแผนปฏิรูปปรับปรุงที่เรียกว่า บิ๊กร็อก (Big Rock) ของกรมบัญชีกลาง ในปี ๒๕๖๔-๒๕๖๕ ในด้านการบริหารราชการแผ่นดิน กิจกรรมที่ ๕ กรมบัญชีกลางต้องใช้ ๑๐๐ ล้านบาท อยู่ตรงไหนของงบประมาณแผ่นดิน และขอให้ช่วยตรวจสอบงบประมาณที่อยู่ในแผนปฏิรูปทั้ง ๑๓ ด้านมารายงานที่นี่ด้วย เมื่อครบปี ๒๕๖๕ ว่าเงินเหล่านั้นที่เป็นงบปกติ งบที่มาจากหน่วยราชการอื่น งบที่เป็นงบ ของกองทุนต่าง ๆ เอาไปใช้ที่ไหน ทำอะไร ผลสัมฤทธิ์ที่ตั้งไว้ได้หรือไม่ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน พิสิฐ ลี้อาธรรม ครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ บทบาทของพวกเราในฐานะของ การเป็นสมาชิกรัฐสภา หน้าที่หนึ่งที่สำคัญก็คือเรื่องของการอนุมัติงบประมาณประจำปี ซึ่งเราใช้เวลาเป็นอย่างมากในแต่ละครั้ง และสุดท้ายเมื่อรัฐบาลได้อำนาจไปแล้วก็จะกลับมา ด้วยรายงานฉบับนี้ คือรายงานการเงินแผ่นดิน เพื่อแจกแจงว่าที่พวกเราอนุมัติไป ในแต่ละปีนั้นท่านไปจับจ่ายใช้สอยอย่างไรบ้างนะครับ รายงานที่ท่านทำกลับมานั้น ผมสามารถแยกแยะได้เป็น ๓ ส่วน ส่วนแรกก็คือรายงาน สตง. ที่ไปตรวจสอบตัวเลขต่าง ๆ ว่างบที่ใช้ไปนั้นมีอะไรบ้าง ซึ่งท่านมองในสายตาของนักบัญชีดูความถูกต้อง อันนั้นผมก็ถือว่า เป็นวิชาชีพของท่านในฐานะนักบัญชี แต่จะมีอีกส่วนคือส่วนของที่ท่านรัฐมนตรีลงนามมา เป็นรายงานของกระทรวงการคลังที่เป็นใบปะหน้า รวมไปถึงบทวิเคราะห์ที่เป็นเล่มสีฟ้า อย่างที่ผมกราบเรียนนะครับว่าของ สตง. ท่านเป็นนักบัญชี เพราะฉะนั้นท่านก็ดูในสายตา ของวิชาชีพบัญชี ผมก็ยอมรับนะครับ แต่ในส่วนของกระทรวงการคลัง ท่านควรจะต้องดู ในภาพรวม ดูในเชิงนโยบาย ดูในเชิงของเศรษฐกิจว่าเงินที่เราใช้ไปแต่ละปีเป็นจำนวนมากถึง ๓.๒ ล้านล้านบาทในปี ๒๕๖๓ นั้นมันมีอะไร อย่างไรเกิดขึ้นบ้าง แต่ผมเสียดายสิ่งที่ ท่านเขียนมาในรายงานทั้งฉบับที่เป็นปกขาวและปกสีฟ้า มันเหมือนกับไปลอกงานของ สตง. เท่านั้น คือไปเขียนว่ารายการนั้นเพิ่มเท่านี้ รายการนี้เพิ่มเท่านั้น ไม่ได้เป็นการวิเคราะห์ ในเชิงนโยบาย เพราะว่าปี ๒๕๖๓ พวกเราทราบดีว่าเป็นปีที่มีปัญหาวิกฤติเกิดขึ้น จากโควิด (COVID) งบประมาณก็ล่าช้า เพราะว่าพวกเราเข้ามาในสภาช้า งบประมาณ ช้าไปร่วม ๆ ครึ่งค่อนปี เราเข้าสภาวาระแรกเดือนตุลาคม อนุมัติเดือนกุมภาพันธ์แล้วก็เริ่มใช้ เดือนมีนาคม และเดือนต่อมาเราก็มีงบ ๑ ล้านล้านบาทมาสมทบอีก เพราะฉะนั้นปี ๒๕๖๓ จึงมีเงิน ๒ ก้อน ก้อนหนึ่งคือ ๑ ล้านล้านบาท กับอีกก้อนคือ ๓.๒ ล้านล้านบาท จากที่เราได้ อนุมัติไป บทเรียนจากตรงนี้ก็ชี้ให้เห็นครับว่า งบของงบประมาณแผ่นดินประจำปีได้มีการใช้ ถึง ๘๘ เปอร์เซ็นต์ ทั้งที่มีระยะเวลาสั้นลง ขณะที่ของงบ ๑ ล้านล้านบาท ก็มีเวลาใช้ ไล่เลี่ยกันคือเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายนจนถึงกันยายนใช้ไปเพียง ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้น อันนี้ก็จะเป็นบทเรียนที่อยากจะฝากไว้เป็นบันทึกครับว่า เราควรต้องเน้นการใช้เงินผ่าน ระบบงบประมาณแผ่นดินมากกว่าที่จะใช้พระราชกำหนด ถึงท่านจะอ้างความฉุกเฉิน เร่งด่วนอย่างไร ก็ปรากฏว่าท่านได้ใช้เพียงแค่ ๓๓ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็สุดท้ายมาถึงปีนี้ ปี ๒๕๖๔ ถึงได้ใช้ในส่วนที่เหลือ ขณะที่ของปี ๒๕๖๓ ได้ใช้ไปเกือบหมด นี่ก็เป็น บทเรียนหนึ่ง แต่ที่ผมอยากให้ทางกระทรวงการคลังเวลานำเสนอรายงาน ให้เสนอในเชิง วิเคราะห์ ในเชิงของเศรษฐกิจว่า บทบาทของงบประมาณปี ๒๕๖๓ ที่ท่านได้ใช้ไป ไม่ว่าจะ ผ่าน พ.ร.บ. งบประมาณประจำปีก็ดี หรือผ่านพระราชกำหนด ๑ ล้านล้านบาทก็ดี ได้มีผลใน เชิงเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง อันนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการศึกษา แล้วก็ต่อการที่จะออกแบบ ระบบการแก้ไขปัญหาของประเทศต่อไปนะครับ ท่านประธานครับ ปี ๒๕๖๓ นะครับเป็นปีที่ ระบบการคลังต้องจารึกไว้ครับว่า มีการเปลี่ยนแปลงที่เป็นสาระสำคัญอย่างมาก สาระที่ ๑ ก็คือเรื่องของการที่มีการจัดเก็บรายได้ต่ำกว่าเป้าหมายเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตอนที่ผม อภิปรายตอนปี ๒๕๖๒ เดือนตุลาคม ผมยังมองโลกสวยเกินไปครับว่า น่าจะต่ำแค่ประมาณ สัก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งรัฐบาลไม่เห็นด้วย ยืนยันว่าเก็บได้ตามเป้า แต่ปรากฏว่า พอเอาเข้าจริง รายได้ต่ำไปกว่าที่คาดไว้เกือบเท่าตัว นั่นก็ผลประการหนึ่ง อีกผลหนึ่ง ที่เกิดขึ้นก็คือเรื่องของการขาดดุล การขาดดุลไม่ว่าจะมาจากงบประมาณประจำปีที่ตั้ง งบรายจ่ายสูงขึ้นจากการที่รายได้ตกต่ำ แล้วก็มีการกู้เงิน ทำให้เรามีการขาดดุลเกือบ ๑ ล้านล้านบาท เป็นครั้งแรกของระบบการคลังไทย แน่นอนครับผลที่ตามมาคือหนี้เราก็ทะลุ ๑ ล้านล้านบาทในปีนั้นเพิ่มขึ้นไปอีก เป็นปีที่ทำให้ภาระหนี้สูงขึ้น หนี้ต่อจีดีพี (GDP) เรากระโดดจาก ๔๑ เปอร์เซ็นต์ ในปีก่อนหน้ามาเป็น ๔๙ แล้วปีนี้ก็จะแตะเกือบ ๆ ๖๐ จนกระทั่งท่านนายกรัฐมนตรีต้องชิงประกาศขึ้นเพดานไปก่อน อันนี้คือตัวเลขที่สำคัญ ที่ระบบการคลังได้มีการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ที่ผมคิดว่าควรต้องบันทึกไว้แล้วเป็น หัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ ถ้าเราไม่สามารถที่จะดูแลตรงนี้ได้ ระบบก็อาจจะยิ่งเลยเถิดไปแล้วก็ สร้างปัญหาให้กับประเทศในที่สุดได้ครับ🔗

ท่านประธานครับ ยังมีอีกหลายเรื่องที่ผมจะขอกล่าวถึง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การนำเสนอตัวเลข พวกเราในฐานะที่เป็นฝ่ายผ่านกฎหมายให้อำนาจกับทางฝ่ายบริหารไป เมื่อท่านทำรายงานกลับมาท่านก็ควรจะมาชี้แจงครับ ว่าที่เราอนุมัติไปนั้นตัวเลขหลายตัว ที่ผิดแผกแตกต่างไป เช่น ชำระคืนต้นที่เราอนุมัติไป ๖๕,๐๐๐ ที่เราอนุมัติไป ๘๙,๐๐๐ ท่านใช้เพียง ๖๕,๐๐๐ เท่ากับว่าท่านใช้วงเงิน ๒๔,๐๐๐ ไปทำอย่างอื่น ควรต้องเอามาชี้แจงครับ ท่านมีการออกตั๋วเงินคลัง ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้าน ท่านก็ต้องชี้แจงครับ ท่านมีการกู้เงิน มีภาระดอกเบี้ยเกิดขึ้น แต่ท่านไม่บอกเลยครับว่าดอกเบี้ยที่มีปรากฏในแต่ละงวดเท่าไร อัตราดอกเบี้ยเท่าไร นอกจากนี้เรื่องของหนี้ที่อยู่ในเอกสารของ สตง. มีจำนวนมากด้วยกัน ผมอยากให้ท่านได้แจกแจงรายละเอียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหนี้ของรัฐวิสาหกิจว่า ตัวอย่าง ของ ขสมก. ก็ดี หรือรถไฟ รถไฟฟ้ามวลชน ภาระหนี้เป็นหลักแสนล้านที่เกิดขึ้น ผมอยากให้ สตง. กล้าหาญครับ คอมเมนต์ (Comment) เรื่องเหล่านี้ว่าเป็นความเสี่ยง ทางการคลังที่รัฐบาลจะต้องแก้ไข เพื่อจะได้นำสู่การกำหนดนโยบายเรื่องนี้ต่อไป ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านศิริกัญญา เชิญครับ🔗

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน ศิริกัญญา ตันสกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สำหรับรายงาน การเงินแผ่นดินประจำปี ๒๕๖๓ จริง ๆ แล้วครั้งนี้ก็เป็นครั้งที่ ๒ ของดิฉันเช่นเดียวกัน ที่ได้มีการอภิปรายในเรื่องของรายงานการเงินแผ่นดิน แต่ว่าครั้งแรกเป็น ๒ ปีที่แล้ว ก็คือ เป็นรายงานประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๑ แต่ว่าก็เห็นความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ในหลายเรื่องด้วยกัน🔗

เรื่องแรกก็คือว่า เราได้เห็นตัวหมายเหตุงบการเงินที่ละเอียดขึ้น ในปีงบประมาณ ๒๕๖๑ ดิฉันจำได้ว่าดิฉันคอมเมนต์ (Comment) ว่างบการเงินถ้าเรามองว่า ประเทศไทยคือบริษัท ๆ หนึ่ง สินทรัพย์ที่มีอยู่เกือบ ๘ ล้านล้านบาท แต่ว่ารายงาน มันสั้นมากเพียงแค่ปี ๒๕๖๑ แค่ ๔๐ หน้า แต่ปี ๒๕๖๓ ก็มีการปรับปรุงดีขึ้น หมายเหตุงบละเอียดขึ้นมานิดหนึ่งมีประมาณ ๕๖ หน้าแล้ว แต่ก็ยังยืนยันว่าจริง ๆ แล้ว มันควรจะต้องละเอียดได้มากกว่านี้ จริง ๆ ท่านผู้อภิปรายก่อนหน้าก็มีการซักถาม มีการให้ คอมเมนต์ (Comment) ในหลาย ๆ เรื่องว่า รายละเอียดที่มันหายไป ซึ่งสามารถที่จะเติม เข้าไปได้อย่างแน่นอน ดิฉันก็ยังคงมีเรเฟอเรนซ์ (Reference) อย่างเช่น รายงาน งบการเงินของรัฐบาลนิวซีแลนด์ ซึ่งขนาดสินทรัพย์อยู่ที่ประมาณ ๑๐ ล้านล้านบาท ก็คือ มากกว่าของเราเล็กน้อย แต่เราก็จะเจอว่าเฉพาะหมายเหตุงบการเงินหนาประมาณ ๑๒๐ หน้าเข้าไปแล้วนะคะ เราก็คิดว่าจริง ๆ แล้วมันยังมีรูม (Room) ที่เราจะสามารถ ปรับปรุงได้อีกนะคะ สิ่งที่แตกต่างจากปี ๒๕๖๑ อีกอย่างหนึ่ง ก็คือเรื่องของบทวิเคราะห์ รายงานการเงินแผ่นดิน ซึ่งตอนปี ๒๕๖๑ ไม่มี ดิฉันไม่มั่นใจว่าปีที่แล้วมีหรือเปล่า ซึ่งก็เป็น นิมิตหมายที่ดีมากที่กรมบัญชีกลางทำ แต่ว่าสโคป (Scope) ของบทวิเคราะห์กลับวิเคราะห์ เพียงแค่เรื่องของรายได้เป็นหลัก แต่ว่าไม่ได้วิเคราะห์ในเรื่องของสินทรัพย์สักเท่าไร ทำให้ มีความละเอียดเพียงแค่ ๕ หน้า แล้วก็อย่างที่ท่านพิสิฐ ขออภัยที่เอ่ยนาม ได้คอมเมนต์ (Comment) ไปแล้วว่ายังไม่ได้เป็นการวิเคราะห์สักเท่าไร จะเป็นการเปรียบเทียบว่าเพิ่มขึ้น ลดลงเท่าไร สัดส่วนเป็นเท่าไรมากกว่า เรายังคงรอการวิเคราะห์ในเรื่องของความเสี่ยงต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นกับการเงินแผ่นดินที่จะระบุไว้ในนี้อย่างครบถ้วน อย่างที่บอกค่ะถ้าเกิดเรามองว่า รายงานการเงินฉบับนี้เป็นไฟแนนเชียล สเตตเมนต์ (Financial statement) ของบริษัท เอกชนเราคงจะได้เห็นการวิเคราะห์ อภิปรายเรื่องของความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นกับประเทศนี้ว่า มันจะเกิดขึ้นจากอะไรได้บ้าง ทั้งอัตราดอกเบี้ย ทั้งความเสี่ยงจากภายนอกประเทศ จากการ แพร่ระบาดของโควิด (COVID) อะไรต่าง ๆ เป็นต้น🔗

ทีนี้เข้ามาถึงรายละเอียด สำหรับปีนี้ปี ๒๕๖๓ ก็พบว่ารายจ่ายของแผ่นดิน สูงกว่ารายได้ถึง ๙.๔ แสนล้านบาท ซึ่งถ้าเกิดเราดูเรื่องของการขาดดุลเรื่องนี้ ก็จะพบว่า ขาดดุลปีนี้ติดต่อกันเป็นปีที่ ๑๔ แล้ว ทำให้เกิดสภาวะที่สินทรัพย์สุทธิ หรือว่าเน็ตเวิร์ท (Net Worth) มันลดลงเรื่อย ๆ ตอนปี ๒๕๖๑ ดิฉันเคยอภิปรายอยู่ที่ ๑.๘ ล้านล้านบาท สำหรับสินทรัพย์สุทธิ ปี ๒๕๖๒ ลดลงเหลือ ๑.๖ ล้านล้านบาท ปี ๒๕๖๓ เหลือแค่ ๕๒๐,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้นเองนะคะ ก็อยากได้ฟังคำวิเคราะห์เหมือนกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น หากสินทรัพย์สุทธิตรงนี้เกิดติดลบขึ้นมา ถือว่าประเทศล้มละลายหรือไม่ ซึ่งดิฉันคิดว่าอาจจะ เป็นอนาคตอีกไม่ไกลอย่างแน่นอนนะคะ🔗

มีคำถามเรื่องต่อมาเมื่อพูดถึงเรื่องสินทรัพย์ไปแล้ว ก็มีเรื่องของหนี้สินค่ะ ตัวหนี้สินรวมที่แสดงอยู่ในงบที่เป็นแอสเสต (Asset) พบว่ามียอดหนี้สินรวมที่ไม่ตรงกับยอด หนี้สาธารณะที่ปรากฏอยู่ในหมายเหตุหน้า ๓๐ แต่ดิฉันเข้าใจว่า คงจะเป็นบางไอเทม (Item) ที่ไม่นับรวมเป็นหนี้สาธารณะกับบางไอเทม (Item) ที่นับรวม แต่ว่าเพื่อความชัดเจนก็ขอ คำอธิบายตรงนี้ด้วย แต่ที่น่าสนใจก็คือหนี้สินอื่น ๆ ที่อาจเกิดขึ้นที่ระบุไว้ในหมายเหตุ ที่ ๒๙ ก็มีการระบุหลายเรื่องด้วยกันที่น่าสนใจ รวมไปถึงหนี้ของรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ที่รัฐบาล อาจจะต้องรับภาระในอนาคต แต่กลับไม่มีการพูดถึงภาระทางการคลังอื่น ๆ ที่รอการชดเชย จากการดำเนินการตามนโยบายของรัฐ หรือว่าถ้าเราจะพูดถึงก็คือตามมาตรา ๒๘ ของ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง ซึ่งตอนนี้เข้าใจว่าน่าจะปริ่ม ๆ อยู่ที่ตัวเพดานกรอบที่ ประกาศไว้ตามอำนาจของคณะกรรมการนโยบายการเงินการคลังแห่งรัฐ อยู่ที่ประมาณ ๙๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท กลับไม่มีปรากฏ แล้วก็ไม่มีพูดถึงในรายงานการเงินแผ่นดินฉบับนี้ เลย ก็เลยอยากทราบว่าเราจำเป็นจะต้องพูดถึงหรือไม่ แล้วควรจะนับรวมอยู่ในนี้หรือไม่ เพราะว่าอ่านแล้วก็ยังไม่ค่อยมั่นใจว่ามันเป็นงบเฉพาะของรัฐบาล หรือว่าเป็นงบของรัฐ หรือว่ามันเป็นงบที่มันคอนโซลิเดต (Consolidate) หรือเปล่า อย่างข้อสังเกตหนึ่งก็คือว่า ถ้าเราดูงบการเงินของหน่วยงานต่าง ๆ ทีละหน่วย จริง ๆ สตง. เป็นคนรวบรวมข้อมูล ตรงนี้ไว้ เราจะพบว่าประมาณ ๑ ใน ๓ ของงบการเงินของหน่วยงานภาครัฐไม่ถูกต้อง แบบไม่ลงความเห็นหรือว่ามีความเห็นแบบมีเงื่อนไขประมาณ ๑ ใน ๓ ของหน่วยงานภาครัฐ ทั้งหมด ๔๐๐ กว่าแห่งที่มีการตรวจโดย สตง. นะคะ แต่ว่าสำหรับรายงานการเงินแผ่นดินฉบับนี้ สตง. ไม่มีความเห็น ถ้ามันเป็นงบที่รวบรวม เอางบการเงินของทุกหน่วยงานภาครัฐเข้ามา ทำไมถึงไม่มีเงื่อนไข หรือว่าไม่มีความเห็น ใด ๆ เลย ทั้ง ๆ ที่ถ้าแยกเป็นรายหน่วยนั้นมีการแสดงความเห็นแบบมีเงื่อนไข มีการแสดง ความเห็นว่าไม่ถูกต้อง แล้วก็บางครั้งถึงขั้นไม่แสดงความเห็นเลยทีเดียวนะคะ🔗

ต่อมาในส่วนของรายได้ รายได้ของรัฐบาลเข้าใจว่าทางกระทรวงการคลังเอง มีการทำแทกซ์ เอกซ์เพนดิเจอร์ รีพอร์ต (Tax Expenditure Report) หรือรายงาน ส่วนรายจ่ายของภาษีด้วย ซึ่งดิฉันก็ได้เห็นบางส่วนของรายงานแล้วนะคะ แต่ว่าในรายงาน การเงินแผ่นดินฉบับนี้กลับไม่พูดถึงเลย แล้วก็พูดถึงแต่รายได้ที่เกิดขึ้นจริงเท่านั้น คิดว่าสมควรที่จะต้องมีการโชว์ตัวเลขของรายจ่ายภาษี ไม่ว่าจะเป็นเงินลดหย่อนภาษีต่าง ๆ มาตรการชอปช่วยชาติ ชอปดีมีคืน ลดหย่อนเอสเอสเอฟ (SSF) อาร์เอ็มเอฟ (RMF) ต่าง ๆ รวมไปถึงเงินลดหน่อยของบีโอไอ (BOI) จากรายงานรายจ่ายภาษีที่ทางสรรพากรได้โชว์ให้ดู ก็พบว่าเม็ดเงินแต่ละปีตรงนี้ไม่ต่ำกว่า ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อย่างน้อย ๆ ก็ควรที่จะต้อง แสดงตัวเลขประมาณการรายได้รัฐบาลที่ต้องหักรายจ่ายภาษีตรงนี้ให้เห็นด้วยนะคะ🔗

สุดท้ายสินทรัพย์ก้อนที่ใหญ่ที่สุดนะคะ ที่เราเห็นในรายงานการเงินแผ่นดิน ฉบับนี้ก็คือ ที่ดินราชพัสดุ ซึ่งกินมูลค่าสินทรัพย์ไปเกินครึ่ง แต่ว่ามูลค่านี่ก็คือไม่มีการ เปลี่ยนแปลง เนื่องจากว่าไม่มีการประเมินสินทรัพย์เพิ่มเติม แล้วดิฉันก็คิดว่าจริง ๆ แล้วนี่ กรมธนารักษ์ยังสามารถที่จะบริหารที่ดินราชพัสดุให้ได้ผลตอบแทนได้มากกว่านี้ ตอนประมาณปี ๒๕๖๐ มีการพูดถึงการเก็บแคปปิตอล ชาร์จ (Capital charge) ก็คือ เสมือนเก็บค่าเช่าจากหน่วยงานภาครัฐที่ใช้ที่ของที่ดินราชพัสดุ แล้วก็ไม่ทราบว่าทุกวันนี้ ความคืบหน้าของโครงการแคปปิตอล ชาร์จ (Capital charge) ถึงขั้นไหนแล้ว รวมไปถึง การทบทวนการให้ใช้ที่ดินของหน่วยงานรัฐอื่น ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งของกระทรวงกลาโหม ที่ใช้ที่ดินราชพัสดุกว่าครึ่งนะคะ แล้วก็ยังคงเป็นคำตอบที่ยังไม่ได้รับจากกรมธนารักษ์ว่า ความคืบหน้าว่าจะมีข้อตกลงอื่น ๆ เพื่อที่จะแบ่งปันผลประโยชน์ ผลตอบแทนที่ได้จากการ ทำสวัสดิการต่าง ๆ ของกระทรวงกลาโหมนั้นจะออกมาในรูปแบบใด และจะได้รับเงิน เท่าไรบ้างก็เป็นเรื่องที่อยากทวงถามให้มีการวิเคราะห์ในเรื่องของฝั่งสินทรัพย์ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีกท่านนะครับ ท่านสมคิด เชื้อคง เชิญครับ🔗

นายสมคิด เชื้อคง อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นายสมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทยจากอุบลราชธานี ขอเรียน สอบถามเพื่อเป็นความรู้ เพื่อประดับความรู้จากคณะผู้ชี้แจง บทวิเคราะห์รายงานการเงิน แผ่นดินประจำปี ๒๕๖๓ ความจริงบทวิเคราะห์นี้ก็น่ารักดีครับ เป็นเจ้าของเงินจำนวนมาก แต่ว่าเหมือนกระดาษโรเนียว แต่ว่าก็เท่ ประหยัดดี แต่ขอติงอยู่นิดหนึ่งว่าตาราง ต่าง ๆ นี่มันเล็กไปหน่อย หรือผมอาวุโสก็ไม่รู้ อ่านแล้วมันตัวเล็กมันมองไม่ค่อยเห็น ถ้ารายงานครั้งหน้าก็ปรับให้มันมากกว่านี้หน่อย เล่มก็โอเค (OK) ครับ ไม่ว่าครับ ก็ได้ประหยัด แล้วไม่เหมือนคณะอื่น ๆ เล่มมหาศาลเลยครับ ดีมาก แต่ว่าเรื่องนี้ ท่านวิเคราะห์รายได้เมื่อปี ๒๕๖๓ เดี๋ยวท่านก็จะไปวิเคราะห์ปี ๒๕๖๔ ซึ่งอย่างน้อย ๆ ท่านก็ต้อง มาชี้แจงอีก ปี ๒๕๖๔ ผมวิเคราะห์แทนท่านล่วงหน้า เพราะว่าอย่างน้อย ๆ งบขาดดุลตั้ง ๖๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็เก็บภาษีไม่ได้อยู่ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ ท่านก็ต้องวิเคราะห์ มาแบบเดิมว่ามันก็ต้องขาดทุนเป็นเกือบล้านล้านนะครับ ส่วนรายได้ก็คล้าย ๆ กัน ท่านก็วิเคราะห์รายได้มา สิ่งหนึ่งที่ผมเห็นแล้วก็สงสัยอยากให้ท่านชี้แจง ก็คือว่าไปดูงบสถานะ ทางการเงินเป็นสินทรัพย์ ลูกหนี้ระยะสั้น ในหมายเหตุที่ ๔ นั้นมียอดอยู่ ๒๐,๐๐๐ กว่า ลูกหนี้ให้กู้ยืมระยะสั้น ในหมายเหตุที่ ๕ ก็ประมาณ ๕๐,๐๐๐ กว่า รายได้รัฐบาลค้างรับ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท พอมาดูรายละเอียดท่านก็พยายามเขียนไว้นะครับว่า ลูกหนี้ ระยะสั้นประกอบด้วยลูกหนี้จากส่วนราชการหรือบุคคลอื่น ลูกหนี้ส่วนราชการเป็น เงินทดรองราชการ ความจริงแบบมาแบบนี้อาจจะพอได้ แต่ทำไมไม่ใส่รายละเอียดไปว่า มันหน่วยงานไหนบ้าง ผมคิดว่าพอจะทำได้ เพราะอย่างน้อย ๆ ก็จะได้รู้ว่าลูกหนี้ระยะสั้นของท่านมีหน่วยไหน แล้วเวลากู้ยืมไปนี้จะคืนเมื่อไร เพราะปกติหน่วยราชการเอาไปนี่จะต้องคืนภายในกี่วัน ภายใน ๓๐ วัน ๙๐ วัน หรือ ๑๒๐ วัน หรือบางทีไม่คืนเลย อย่างนี้เราอยากจะทราบว่า อย่างน้อย ๆ ท่านก็ต้องบอกหน่วยงานด้วย จะได้กระตุ้นว่าหน่วยงานนั้น ๆ ต้องรักษา ระเบียบวินัยการเงินของท่าน ไม่อย่างนั้นท่านปล่อยมาลอย ๆ อย่างนี้ พวกผมไม่เห็น ก็ตามกันไม่ได้ ก็จะหากันไม่ได้ ส่วนรายรับรายจ่ายอะไรก็แล้วแต่ไม่ได้ติดใจ อย่างลูกหนี้ ค้างรับเหล่านี้ก็คล้าย ๆ กัน ถ้าบอกได้ควรจะบอก เพราะอย่างน้อย ๆ คนที่ดูก็จะได้รู้ รายละเอียด เรื่องอื่น ๆ ก็เหมือนทั่วไปครับ เรื่องลูกหนี้ทดลองราชการระยะยาว เมื่อสักครู่นี้ เพื่อนสมาชิกได้พูดไปแล้ว อย่างนี้ชัดเจนว่าใครเป็นลูกหนี้สำรอง มันจะได้รู้ว่ากระทรวง ทบวง กรมไหนได้ ก็ฝากเป็นสิ่งที่เสนอแนะว่าอย่างน้อย ๆ ปีถัดไป ถ้าท่านมาเสนอก็อยากให้ ได้รายละเอียดบ้างนะครับ ขอขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ผู้ชี้แจงได้ตอบชี้แจงครับ เชิญครับ🔗

นางอัญชลี ศรีอำไพ ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบบัญชี กรมบัญชีกลาง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ที่เคารพนะคะ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณสำหรับข้อเสนอแนะ ซึ่งต้องกราบเรียนว่าในการจัดทำ รายงานการเงินประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓ นั้น จากที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ให้ ข้อเสนอแนะ ซึ่งในปีนี้ก็เป็นปีแรกที่ทางกระทรวงการคลังได้จัดทำบทวิเคราะห์รายงาน การเงิน ซึ่งอาจจะเป็นในลักษณะของนักบัญชี แต่ก็จะพยายามปรับปรุงเพิ่มในเรื่องของการ วิเคราะห์ในตัวอื่นให้เพิ่มมากขึ้น🔗

ขออนุญาตเรียนในหลักการการจัดทำรายงานการเงินแผ่นดินก่อนว่า ในรายงานการเงินแผ่นดินนั้น ที่ทางกระทรวงการคลังได้จัดทำนั้น เราใช้หลักบัญชีตาม มาตรฐานของสภาวิชาชีพคลังของภาครัฐบาล คือของเอฟแซต (FSAT) มาเป็นต้นฉบับของ ภาครัฐ ซึ่งในการทำรายงานแผ่นดินนี้ ไม่ได้เป็นการรวมข้อมูลคอนโซลิเดต (Consolidate) งบการเงินของทุกหน่วยงาน ซึ่งการจัดทำรายงานการเงินที่รวมทุกหน่วยงานนั้น ตาม พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังกำหนดไว้ให้จัดทำในมาตรา ๗๗ จะเป็นอีกรายงานหนึ่ง ที่อันนั้นจะรวม ทุกงบของทุกหน่วยงานภาครัฐ ที่ปรากฏอยู่ใน พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลัง ซึ่งอันนั้นจะใช้วิธี คอนโซลิเดต (Consolidate) แต่จะเป็นรายงานที่เสนอแค่คณะรัฐมนตรี สำหรับรายงาน การเงินแผ่นดินที่จัดทำนั้น เราใช้หลักว่าในการจัดทำนั้น จะแสดงในส่วนที่เป็นเงินคงคลัง ที่รัฐบาลมีอยู่ แล้วก็รวมในเรื่องของสินทรัพย์ หนี้สิน ในส่วนที่หน่วยงานที่ทำแทนรัฐบาล เช่น กรมธนารักษ์ สำนักงานวิสาหกิจ แล้วก็ สบน. เอามาประมวลรวม เพื่อให้เห็น ในภาพรวมว่าเงินคงคลังรัฐบาล แล้วก็ในส่วนที่หน่วยงานที่ทำแทนรัฐบาลนั้น ในภาพรวม มีเท่าไร ดิฉันก็เรียนว่าไม่ได้เป็นส่วนที่เกิดจากการคอนโซลิเดต (Consolidate) นะคะ🔗

ถัดมาขออนุญาตชี้แจงอย่างนี้ค่ะว่า ในส่วนของรายละเอียดลูกหนี้ ลูกหนี้ ระยะยาวนั้น ต้องกราบเรียนว่าเราได้มีการแตกรายละเอียดแล้ว ซึ่งเป็นลูกหนี้ที่เกิดจาก หน่วยงานนั้นยืมเงินทดรองเพื่อไปใช้ประจำสำนักงาน เหมือนกับรายงานเงินสดย่อยของ ในภาคเอกชน พอใช้เสร็จแล้วก็เบิกงบประมาณมาชดใช้ก็เป็นอย่างนี้ไปเรื่อย จะหมดเมื่อไร เมื่อหน่วยงานนั้นมีการยุบเลิก แล้วก็ไม่ประสงค์ที่จะใช้เงินทดรอง ฉะนั้นตามระเบียบ ก็กำหนดว่าถ้าหน่วยงานใดที่มีการยุบเลิก แล้วก็ไม่ใช้เงินทดรองแล้ว ก็ให้ส่งคืน กระทรวงการคลัง จะขออนุญาตตอบในฐานะที่กรมบัญชีกลางดูแล ส่วนในคำถามอื่น ที่เกี่ยวข้องก็คือจะเป็นผู้แทน สคร. สบน. แล้วก็ธนารักษ์นะคะ🔗

ถัดมาขออนุญาต ในเรื่องของบทวิเคราะห์จริง ๆ แล้วก็ต้องขอเรียนชี้แจงว่า คือจะพยายามพัฒนาเพิ่มขึ้นให้รายงานนั้นมีคุณภาพ ถัดมาในเรื่องของตัวรายละเอียด ต่าง ๆ ในเรื่องของเงินทดรองก็จะพยายามใส่รายละเอียดข้อมูล ในเรื่องว่าลูกหนี้นั้นเป็นของ หน่วยงานใดบ้าง สำหรับในรายละเอียดตารางบทวิเคราะห์ซึ่งตัวเล็กก็จะพยายามปรับ ให้ใหญ่ขึ้น แล้วก็ใส่ในรายละเอียดข้อมูลให้มากขึ้น ฉะนั้นในปีงบประมาณ ๒๕๖๔ นี้ ก็จะพยายามเพิ่มบทวิเคราะห์ในส่วนที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ แล้วก็หนี้สิน ขอบคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ สำนักบริหารหนี้สาธารณะใช่ไหมครับ เชิญครับ🔗

นางนัทีวรรณ สีมาเงิน รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบาย รัฐวิสาหกิจ

ท่านประธานสภาที่เคารพ และสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน นัทีวรรณ สีมาเงิน รองผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ขออนุญาตเรียนว่าในส่วนของ หมายเหตุประกอบงบที่หัวข้อ ๑๓.๒ เงินลงทุนทั่วไป ที่ทางท่านสมาชิกได้มีประเด็น ในหน้า ๓๓ ขออนุญาตเรียนว่า ในส่วนของบริษัทต่าง ๆ กระทรวงการคลังเข้าไปลงทุน ในกิจการต่าง ๆ โดยมีวัตถุประสงค์ตามนโยบายของรัฐบาล แล้วก็กำหนดวัตถุประสงค์ เฉพาะหรือเข้าถือหุ้นโดยการได้มาโดยนิติเหตุ เช่น การได้มาจากการยึดทรัพย์ ในส่วนของ การกำกับดูแล กระทรวงการคลังโดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจก็เข้าไป กำกับดูแลกิจการดังกล่าวในฐานะผู้ถือหุ้น ซึ่งเป็นการดำเนินการตามสิทธิและหน้าที่ ตามพระราชบัญญัติบริษัทมหาชน (จำกัด) แล้วก็ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งจะ ดำเนินการผ่านกรรมการผู้แทนกระทรวงการคลังในบริษัท หรือว่าในส่วนของการประชุม ผู้ถือหุ้นในแต่ละปี🔗

ทีนี้ในกรณีที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้มีประเด็นในเรื่องของการบันทึก ค่าเผื่อการด้อยค่าในการลงทุนในตัวอย่างที่ท่านสมาชิกได้พูดถึงก็คือ ตัวบริษัทการบินไทย ซึ่งอยู่ในหัวข้อของเงินลงทุนทั่วไป ก็ขออนุญาตเรียนว่าในกรณีของบริษัทการบินไทย เมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๓ คณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้บริษัทการบินไทยฟื้นฟูกิจการ ตาม พ.ร.บ. ล้มละลาย แล้วก็พ้นสภาพการเป็นรัฐวิสาหกิจ และเมื่อวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๖๓ ศาลมีคำสั่งให้บริษัทการบินไทยฟื้นฟูกิจการ แล้วก็แต่งตั้งผู้ทำแผน ๗ ท่าน ๑๕ มิถุนายน ๒๕๖๔ ศาลมีคำสั่งเห็นชอบแผนฟื้นฟูกิจการ โดยกำหนดผู้บริหารแผน ๕ ท่าน เพราะฉะนั้นในงบการเงินประจำปี ๒๕๖๓ หลังจากที่ศาลมีคำสั่งให้บริษัทการบินไทยฟื้นฟู กิจการเมื่อ ๑๔ กันยายน ๒๕๖๓ จึงมีการบันทึกการด้อยค่า ค่าเผื่อการด้อยค่าการลงทุน ตามมาตรฐานการบัญชีนโยบายภาครัฐ ซึ่งได้มีการร่างเผื่อการด้อยค่าไว้ ๒๘,๐๐๐ ล้านบาท เพราะฉะนั้น ณ ราคาทุนที่บันทึกบัญชี ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ ส่งผลให้ตัวราคาทุน สุทธิตามหน้างบการเงิน ในหน้า ๓๓ เองแสดงที่ ๓,๓๘๔ ล้านบาท ส่วนต่างก็จะเป็นในเรื่อง ของค่าเผื่อการด้อยค่าตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้อภิปรายนะคะ แล้วก็ในส่วนของ บริษัทอื่น ๆ ที่อยู่ในกลุ่มของเงินลงทุนทั่วไป สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ ก็คือมีแผนปฏิบัติราชการการดำเนินการในเรื่องของหุ้นต่าง ๆ อยู่ในการดำเนินการที่จะ พิจารณานำเสนอตามลำดับในเรื่องของการพิจารณาว่าจะยังคงถือหุ้นอยู่ หรือว่าจะต้องมี การขายหุ้นตรงนี้ไป แล้วก็อยู่ระหว่างการศึกษาโดยมีการศึกษา แล้วก็ประเมินราคาต่าง ๆ ของบริษัทที่ถ้าไม่จำเป็นจะต้องถือแล้ว ก็จะขอรับนโยบายที่จะต้องเปลี่ยนแปลงในส่วนของ ขายหุ้นตรงนี้ไป ขออนุญาตเรียนเป็นข้อมูลค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ผู้ชี้แจงครับ🔗

นายธีรลักษ์ แสงสนิท รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิก ผม ธีรลักษ์ แสงสนิท จากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ ขออนุญาตนำเรียนในประเด็นของการชำระต้นเงินกู้ ในปี ๒๕๖๓ นี้ คือในปี ๒๕๖๓ ทางกระทรวงการคลังโดย สบน. ได้มีการโอนต้นเงินกู้ที่ได้รับ จากงบประมาณ ๓๕,๓๐๓ ล้านบาท ไปเป็นงบกลางโอนไปสมทบ เพื่อไปช่วยเหลือเยียวยา โควิด (COVID) ก่อนที่จะมี พ.ร.ก. ออกมา ก็เลยอาจจะทำให้การใช้เงินไม่ตรงไปตามที่ได้รับ งบประมาณจากตอนต้นปีงบประมาณ แต่อย่างไรก็ดีพอเมื่อถึงปลายปีงบประมาณหรือใกล้ สิ้นปีงบประมาณแล้ว ถ้าเผื่อมีส่วนต่างระหว่างการชำระดอกเบี้ยเราก็จะเอานำกลับมาชำระ เงินต้นทั้งหมดเสมอ เราจะมีกรอบวินัยที่คอยกำกับดูแลเราอยู่นะครับ🔗

สำหรับในประเด็นของดอกเบี้ย ดอกเบี้ยก็ขอรับไปว่ามีวิธีอย่างไรที่จะทำให้ เข้าใจได้ง่ายขึ้นนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ ต่อเรื่องรับทราบรายงานการเงิน แผ่นดินประจำปี ๒๕๖๓ ผมอาจจะต้องพูดแรงนิดหนึ่งนะครับ ต้องเรียนอย่างนี้กับผู้มาชี้แจง ทุกท่าน คือถ้าผมเป็นบริษัทแล้วผมต้องพึ่งการรายงานการเงิน แล้วก็มีบทวิเคราะห์เพื่อที่จะ นำพาบริษัทของผมหรือครอบครัวของผมไปข้างหน้า แล้วท่านทำเอกสารมาอย่างนี้นะครับ ผมว่าบริษัทผมเจ๊ง อันนี้คือพูดตรง ๆ เลยนะครับ ต้องพูดแรงพอสมควร เพราะนี่คือ ประเทศครับ ครม. รอเอกสาร รอการรายงาน รอการวิเคราะห์สรุปของท่าน ท่านส่งมาสภา สภาก็รอดูว่ารายงานการวิเคราะห์ทางการเงินแผ่นดินของท่าน มันจะมีจุดบกพร่อง มันจะมี ปัญหาอะไร ทิศทางของประเทศข้างหน้าเรากำลังก้าวไปทางไหนกับสถานะทางการเงิน ในปัจจุบัน วันนี้เราก็รู้หนี้ภาครัฐมหาศาล หนี้สาธารณะก็เยอะ การจัดเก็บรายได้ก็ไม่ถึงเป้า ปัญหามันเยอะไปหมด แต่อันนี้มีอยู่ ๔-๕ หน้า แล้วก็เอาตารางจากในเล่มของรายงาน รายงานนี้ผมรับได้ เพราะอันนี้คือการรวบรวมเอาตัวเลขต่าง ๆ มารวมในที่เดียวกัน อันนี้ เราเข้าใจได้ แต่การวิเคราะห์บทวิเคราะห์นี้มันต้องอธิบายได้ว่าด้วยตัวเลขที่เห็นปัญหา คืออะไร แล้วเราจะแก้ไขมันอย่างไร อันนี้สำคัญนะครับ ปกติมีหลายหน่วยงาน ท่านประธาน ก็จำได้มีหลายหน่วยงานมารายงาน แล้วทำรายงานที่ไม่สมบูรณ์ ผมเสนอหลายครั้งเลย เชิญกลับไปทำใหม่ก่อน แต่อันนี้ท่านมาหลายครั้งแล้ว ผมเห็นใจนะครับ วันนี้ก็ไม่ว่ากัน แต่ว่าขอความกรุณาเถอะครับ มันเป็นรายงานที่สำคัญ แล้วมันมีความจำเป็นต่อสมาชิก ต่อ ครม. ที่ผ่านเอกสารฉบับนี้มาด้วย ในการที่จะพึ่งพาข้อมูลของท่านในการกำกับนโยบาย และทิศทาง มันสำคัญนะครับ ครั้งหน้าขอความกรุณาทำให้มันละเอียดกว่านี้ ให้มัน เป็นประโยชน์กับเพื่อนสมาชิก ผมรู้ว่าจริง ๆ แล้วไม่ใช่อะไรครับ ทุกท่านที่นั่งอยู่จากทาง กรมบัญชีกลาง ท่านมีความรู้หมด ท่านอ่านแล้วท่านอ่านขาดหมดว่ามีปัญหาอะไร มันอะไร แต่ว่าท่านไม่ได้ทำมา ขอครั้งหน้าให้เป็นประโยชน์มากกว่านี้ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีอะไร เพิ่มเติมไหมครับ เชิญครับ🔗

นายศุภชัย ตั้งวัฒนากร ผู้อำนวยการกองเทคโนโลยีการสำรวจและ ฐานข้อมูลที่ราชพัสดุ

กราบเรียนท่านประธานสภา และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายศุภชัย ตั้งวัฒนากร ผู้อำนวยการกองเทคโนโลยีการสำรวจและฐานข้อมูล ที่ราชพัสดุ เป็นตัวแทนท่านอธิบดีกรมธนารักษ์ ก็ขอตอบคำถามใน ๒ ประเด็นที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้ให้ความเห็นไว้นะครับ🔗

ในประเด็นของแคปปิตอล ชาร์จ (Capital Charge) ในกรณีนี้กรมธนารักษ์ ได้มีการจ้างที่ปรึกษา ได้มีการศึกษาวิเคราะห์แล้วว่าเราจะมีมาตรการ หรือหลักเกณฑ์ในการ เก็บค่าเช่าตรงนี้อย่างไร แต่เนื่องจากว่ากรณีนี้มันเป็นกรณีใหม่ เนื่องจากว่าเราต้องไปเก็บกับ ผู้ใช้ประโยชน์ คือส่วนราชการต่าง ๆ ซึ่งเดิมเขาไม่เคยจ่ายค่าเช่า ดังนั้นจึงต้องมี การทำประชาพิจารณ์หรือว่ามีการหารือกับทางส่วนราชการ เพื่อที่จะเอาส่วนที่ไม่ได้ ใช้ประโยชน์จริง ๆ กลับมาคืนเพื่อให้เรามาหาประโยชน์ตรงอื่น ถ้าเรามีการกำหนดรายจ่าย เข้าไป เขาก็จะส่งคืนส่วนที่เขาไม่ใช้ เพราะว่าเขาต้องตั้งงบประมาณในการที่จะต้องจ่าย ค่าเช่าที่ราชพัสดุตรงนี้ก็จะเป็นผลดีให้กับกรมธนารักษ์สามารถนำที่ที่ว่าเขาไม่ใช้ประโยชน์ มาใช้ประโยชน์ แล้วก็หาประโยชน์ให้กับทางราชการได้ดีมากขึ้น🔗

สำหรับประเด็นที่ ๒ ในเรื่องของการที่ว่าที่ดินของทางทหารที่มีจำนวนมาก ตอนนี้กรมธนารักษ์ได้มีการกำหนดแนวทาง แล้วก็ได้สร้างมาตรฐานต่าง ๆ เช่น กรณีใด ที่ว่าสามารถนำไปจัดหาสวัสดิการได้ เช่น กรณีที่ว่าอยู่ในหน่วยงาน แล้วก็ให้ใช้เฉพาะ หน่วยงานเป็นเวลา ปิด-เปิดตามเวลาอย่างนี้เราก็อนุโลมได้ แต่ส่วนที่ท่านเปิดใช้โดยที่ว่า มีคนทั่วไปเข้าไปใช้เป็นประจำ เช่น ปั๊มน้ำมัน หรือว่าร้านอาหารต่าง ๆ เราก็ได้มี การไปเจรจาแล้วก็มีการส่งคืนมา แล้วก็ทำการเก็บค่าเช่าเป็นแบบ ๗๐

๓๐ ก็คือว่า เข้าหลวง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ แล้ว ๓๐ เปอร์เซ็นต์ก็ให้ส่วนราชการเพื่อเป็นการที่ว่าให้เขาได้ไป ทำสวัสดิการส่วนที่เหลือ เขาเรียกว่า สวัสดิการเชิงพาณิชย์ ถ้าเผื่อสวัสดิการเต็มตัว ก็เป็นไปตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรี ขอตอบประเด็นเท่านี้ก่อนครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เป็นการ ปิดการอภิปรายซักถามแล้วนะครับ ถือว่าที่ประชุมได้รับทราบรายงานของการเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ เรียบร้อยแล้วนะครับ ขอบคุณผู้แทนกระทรวงการคลัง ที่มาชี้แจงครับ ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นเรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุมเรื่องที่ ๖🔗

๒.๖ รับทราบรายงานประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๒ ของคณะกรรมการกำกับ กิจการพลังงาน และสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน🔗

เชิญผู้แทน ของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ซึ่งผมได้อนุญาตให้ผู้มาชี้แจงครับ มีท่านคมกฤช ซึ่งเป็นเลขาธิการสำนักงาน กกพ. มีท่านฤดี เป็นรองเลขาธิการ ท่านกัลย์ เป็นรองเลขาธิการสำนักงาน กกพ. เหมือนกัน และมีท่านประสิทธิ์ ผู้ช่วยเลขาธิการ ท่านจีรวรรณ ผู้อำนวยการฝ่ายกำกับการจัดหาและการควบคุมระบบไฟฟ้า ท่านจิตมณี เป็นผู้อำนวยการฝ่ายยุทธศาสตร์และสื่อสารองค์กร ท่านวรนุช เป็นผู้ชำนาญงานพิเศษ ฝ่ายการบัญชีและการเงิน เชิญครับ🔗

(ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานเข้าชี้แจงต่อ ที่ประชุม)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านผู้ชี้แจงจะมีอะไรรายงานเพิ่มเติมหรือไม่ครับ ถ้าไม่มีจะให้สมาชิกได้อภิปรายซักถาม🔗

นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับ กิจการพลังงาน

กราบเรียนท่านประธานสภาและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติ กระผม นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับ กิจการพลังงาน ขอนำเสนอรายงานประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๒ ของคณะกรรมการกำกับ กิจการพลังงาน และสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ซึ่งเป็นการนำเสนอตาม ความในมาตรา ๔๖ ของ พ.ร.บ. ประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่กำหนดให้ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานต้องจัดทำรายงานประจำปีเสนอต่อรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพลังงาน คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ คณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา และเปิดเผยต่อสาธารณชน กกพ. ได้มีการนำเสนอรายงานประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๒ ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ คณะรัฐมนตรีรับทราบไปแล้ว สำหรับสาระสำคัญในรายงานประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๒ จะขอสรุปสั้น ๆ ดังนี้🔗

โดยกล่าวสรุปการดำเนินงานสำคัญของสำนักงาน กกพ. และกองทุนพัฒนา ไฟฟ้า โดย กกพ. ได้กำกับการประกอบกิจการพลังงานเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของ พ.ร.บ. ประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๐ ภายใต้แผนปฏิบัติการด้านการกำกับกิจการพลังงาน ระยะที่ ๔ พ.ศ. ๒๕๖๓-๒๕๖๕ ดังนี้🔗

๑. การกำกับกิจการพลังงานเป็นเลิศ โดยพัฒนาหลักเกณฑ์การกำกับ ผู้บริหารระบบท่อส่งก๊าซธรรมชาติ เพื่อรองรับแนวทางการส่งเสริมการแข่งขันกิจการ ก๊าซธรรมชาติตามนโยบายของภาครัฐ อีกทั้งได้ดำเนินการออกใบอนุญาตประกอบกิจการ ไฟฟ้า กิจการก๊าซธรรมชาติตามกรอบเวลาที่กำหนด จำนวน ๓๔๘ ฉบับ ใบอนุญาตผลิต พลังงานควบคุมตามกฎหมายว่าด้วยการพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน จำนวน ๑,๑๑๓ ฉบับ และใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงานผลิตไฟฟ้าตามกฎหมายว่าด้วยโรงงาน จำนวน ๔๓๓ ฉบับ และออกใบอนุญาตก่อสร้างหรือดัดแปลงอาคาร รวมจำนวน ๑๘๔ ฉบับ ตลอดจนติดตามตรวจสอบการประกอบกิจการพลังงาน ทั้งไฟฟ้าและก๊าซธรรมชาติให้มี มาตรฐานความปลอดภัย และมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่กำหนด พร้อมเตรียมความพร้อม ในการปรับปรุงกฎหมายลำดับรอง เพื่อรองรับกระบวนการอนุญาตแบบเบ็ดเสร็จหรือ วัน สต็อป เซอร์วิซ (One Stop Service) ตามแผนปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน🔗

๒. ส่งเสริมการแข่งขันและก้าวทันนวัตกรรมพลังงาน โดย กกพ. ได้ผลักดัน กลไกการกำกับกิจการพลังงานเชิงรุก โดยเริ่มโครงการทดสอบนวัตกรรมที่นำเทคโนโลยี สนับสนุนการให้บริการด้านพลังงานภายใต้โครงการเอนเนอร์จี เรกูลาทอรี คอมมิสชัน แซนด์บอกซ์ (Energy Regulatory Commission sandbox) หรืออีอาร์ซี แซนด์บอกซ์ (ERC sandbox) เพื่อพัฒนาหลักเกณฑ์การกำกับกิจการพลังงาน ให้สอดคล้องกับนวัตกรรม และเทคโนโลยีด้านพลังงานที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ กกพ. ยังได้ศึกษา โครงสร้างอัตราค่าไฟ และการจัดการที่เหมาะสมสำหรับสถานีอัดประจุไฟฟ้าของยานยนต์ ไฟฟ้า เพื่อรองรับการส่งเสริมสถานีอัดประจุไฟฟ้า สำหรับการขยายตัวด้านยานยนต์ไฟฟ้า ในอนาคตตามนโยบายของรัฐบาล🔗

๓. พัฒนาการมีส่วนร่วมและสื่อสารงานการกำกับกิจการพลังงานให้เข้าถึง คุ้มครองสิทธิประโยชน์ของประชาชนอย่างเท่าเทียม เป็นธรรม โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดย (๑) พิจารณาเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับอัตราค่าไฟฟ้าและคุณภาพการให้บริการแล้วเสร็จ ตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด จำนวน ๑๐๒ เรื่อง และพัฒนาระบบการรายงานข้อมูล เรื่องร้องเรียนให้เป็นปัจจุบัน ผ่านระบบอีเพตทิชัน (e-Petition) ตลอดจนพิจารณา การอุทธรณ์ การใช้อสังหาริมทรัพย์ได้รวดเร็วตามระยะเวลาที่กำหนด (๒) กำกับกิจการ พลังงาน กำกับการบริหารกองทุนพัฒนาไฟฟ้า โดยจัดสรรเงินให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ของกองทุนพัฒนาไฟฟ้าตามมาตรา ๙๗ แห่งพระราชบัญญัติประกอบกิจการพลังงาน พ.ศ. ๒๕๕๐🔗

๔. องค์กรมีสมรรถนะสูง เป็นมืออาชีพ โดยนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับปรุง ประสิทธิภาพการบริหารจัดการของสำนักงาน กกพ. และให้บริการกับบุคคลภายนอก ซึ่งเป็นไปตามแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศไทย🔗

สำหรับงบประมาณรายรับและรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๒ ซึ่งไม่รวมรายจ่าย ของกองทุนพัฒนาไฟฟ้า สำนักงาน กกพ. มีรายได้จากการดำเนินงาน ๙๖๘ ล้านบาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ๘๖๐ ล้านบาท มีรายได้นำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดินทั้งสิ้น ๑๐๘ ล้านบาท🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน สมาชิกอภิปรายซักถาม เริ่มจากท่านสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล เชิญครับ🔗

นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล แบบบัญชีรายชื่อ

สวัสดีครับท่านประธาน เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ วันนี้ผมจะมาเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับ รายงานของคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน รวมกระทั่งมีคำถามที่จะอภิปราย เข้าไปด้วย เท่าที่ผมมาดูในหนังสือ ท่านประธานครับ แผนปฏิบัติการด้านการกำกับกิจการ พลังงานระยะที่ ๔ พ.ศ. ๒๕๖๓-๒๕๖๕ มีทั้งหมด ๙ ประการ การอภิปรายของผมจะพูด ในภาพรวม ๆ ถ้ามาพูดถึงพลังงานไฟฟ้า ไฟฟ้าเคยบอกเอาไว้ว่าถ้าหากว่าไฟฟ้าไปลงทุน ซื้อไฟฟ้ากับเอกชนที่ลงทุนในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็น สปป. ลาว กัมพูชา พม่า มาเลเซีย เราจะได้ค่าไฟที่ถูกลง แต่ปรากฏว่าค่าไฟไม่ได้ถูกลงครับ โดยที่การไฟฟ้าบอกว่ามี ค่าดำเนินการค่าสายส่ง จากนั้นต่อมาการไฟฟ้าก็บอกว่าในประเทศไทยมีความต้องการ ที่จะต้องใช้พลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้น จึงได้มีการลงทุนไปซื้อไฟฟ้า มีการลงทุนสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มขึ้นมา จนกระทั่งไฟฟ้าในสต็อก (Stock) เกินความต้องการ ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าท่านประธานเคยได้ยินประโยคนี้ แน่นอน การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจลงทุน ถ้าเป็น ผู้ประกอบการเอกชนทั่วไป แน่นอนครับ ถ้าเขาวางแผนผิดพลาด บริหารจัดการผิดพลาด เกิดการขาดทุน ถ้าเขาจะไปต่อเขาก็ต้องเอาทรัพย์สินของเขาไปขายหรือไปกู้แบงก์ (Bank) เพื่อเอามาประกอบธุรกิจของเขาต่อไป แต่ผมถามว่านี่คำถามนะครับ ผมถามว่ากรณีค่าไฟ ที่มันแพงขึ้นมันเป็นผลมาจากการสต็อก (Stock) ไฟฟ้าหรือสำรองพลังงานไฟฟ้าจนเกินไป หรือเปล่าที่มาทำให้ค่าไฟฟ้ามันแพงขึ้น อันนี้เป็นคำถามนะครับ ประเด็นที่ ๑🔗

ประเด็นที่ ๒ พลังงานทดแทน ท่านประธานครับ โครงการโซลาร์ (Solar) เพื่อประชาชน ประชาชนอยากได้นะครับ แต่มาตรการของพลังงานทดแทนออกมาบอกว่า ให้ประชาชนผลิตไฟฟ้าจากแผงโซลาร์ (Solar) ๕ กิโลวัตต์ แล้วขายคืนให้กับไฟฟ้าที่หน่วยละ ๒ บาท แล้วไฟฟ้าก็เอามาขายให้ประชาชนในราคา ๔ บาท ๕ กิโลวัตต์ ท่านประธานใช้อะไร ได้บ้างครับในครัวเรือน ตู้เย็น ๑ ตู้ หลอดไฟ ๓ หลอดประมาณนี้ เต็มอัตราแล้วครับ ๕ กิโลวัตต์ ทำไมท่านไม่ลองปรับแผนดูว่า ให้ประชาชนที่ผลิตไฟจากโซลาร์ รูฟท็อป (Solar Rooftop) ที่จะไปติดอยู่บนหลังคาบ้านเรา ให้เขาไปเลยสัก ๑๕ กิโลวัตต์ แล้วก็ให้ขายคืนกับ การไฟฟ้าไปสัก ๕ บาท เพราะว่าให้เขาไว้ ๒ บาท แล้วก็ ๕ กิโลวัตต์ มันไม่คุ้มค่ากับ การลงทุน เพราะว่าประชาชนที่จะมาผลิตโซลาร์เซลล์ (Solar cells) ที่ใช้ในบ้านเขา แล้วขายคืนให้กับการไฟฟ้าเขาต้องลงทุนซื้ออุปกรณ์กว่าจะถึงจุดคุ้มทุน ๑๐ ปีครับ แต่ถ้าลองให้เขาสัก ๑๕ กิโลวัตต์ แล้วรับซื้อคืนที่ ๕ บาท ประชาชนเชื่อว่าถึงจุดคุ้มทุน แต่การไฟฟ้าจะถึงจุดคุ้มคลั่งหรือเปล่า เราไม่ต้องเอากันถึงขนาดนั้นครับท่านประธานครับ ผมขอแค่ ๑๐ กิโลวัตต์ก็พอ ซึ่งเชื่อว่าประชาชนน่าจะให้ความสนใจแล้วเกิดโครงการนี้จริงจัง ขึ้นมา รวมกระทั่งรับซื้อราคาไฟฟ้าจากแผงโซลาร์ (Solar) กลับคืนไปสัก ๓.๕๐ บาท ก็น่าจะ เกิดโครงการนี้ได้ ก็เลยอยากจะฝากบอกไปทางคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานด้วยว่า โครงการนี้จะเกิดขึ้นได้ท่านลองไปปรับแผนดูนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๓ พลังงานชีวภาพ ไบโอดีเซล (Biodiesel) เอทานอล (Ethanol) ท่านประธานครับ โครงการนี้เกิดขึ้นมาก็เพราะว่าน้ำมันมันแพง จึงทำวิจัยคิดค้นพลังงาน ชีวภาพขึ้น ก็เลยไปเจอปาล์ม เจออ้อย เจอมันสำปะหลัง รวมกระทั่งเป็นการช่วยเหลือ เกษตรกรที่ปลูกปาล์ม อ้อย มันสำปะหลังด้วย แต่กลับตาลปัตรครับท่านประธานครับ ปรากฏว่าการผลิตพลังงานชีวภาพ กลายเป็นต้นทุนของน้ำมันที่เอาไปผสมน้ำมันปิโตรเลียม แพงขึ้น พอแพงขึ้นกองทุนก็ต้องควักเงินกองทุนมาอุดหนุน นี่ครับผมอยากจะถาม คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ท่านเคยเข้าไปดูแลไหมว่ากระบวนการขั้นตอนการผลิต เขาผลิตอย่างไร ทำให้ต้นทุนมันแพงกว่าเนื้อน้ำมันปกติปิโตรเลียม รวมกระทั่งเขาบวก ค่ากำไรในราคาธรรมาภิบาลหรือเปล่า ๓ ประเด็นที่ผมอยากจะฝากถาม🔗

ท่านประธานครับ พูดถึงเรื่องพลังงานพูดแล้วของมันขึ้น เหตุที่ของมันขึ้น ก็เพราะว่าค่าไฟฟ้าแพง ค่าน้ำมันแพง ของมันก็เลยขึ้นท่านประธานครับ ท่านประธานครับ บ้านเราเมืองเราในน้ำมีปลา ในนามีข้าว ในอ่าวมีน้ำมันและมีแก๊ส แต่ยังมีคนไทยอีกมากมาย ที่ลำบากและยากจน คณะกรรมการกิจการพลังงานก็เป็นส่วนหนึ่งที่ประชาชนคาดหวัง ที่อยากจะให้พวกท่านเป็นปากเป็นเสียงไปดูกลไกต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมให้ราคาน้ำมันถูกลง เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไปได้ในภาคหน้า ฉะนั้นคำถามที่ผมถามไปนั้นอยากจะฝาก ให้ท่านประธานผ่านไปถึงคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานให้ตอบด้วย เพราะประชาชน สนใจมากครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านวิสารครับ🔗

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงราย ต่อรายงานของ คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานของสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ผมขออนุญาตเรียกว่า กกพ. ตามที่ท่านเลขาได้บอกไว้ เรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ผมมี ประเด็นอยู่ ๔-๕ ประเด็น🔗

ประเด็นหนึ่งก็คือ ต้องขออนุญาตท่านสมาชิกเพิ่งอภิปรายไปเมื่อสักครู่ ท่านสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งเมืองไทยเป็นเมืองแดดดี แล้วโซลาร์เซลล์ (Solar cell) เดี๋ยวนี้มันไม่ใช่เฉพาะบ้านเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่างชาติหลาย ๆ ประเทศให้พี่น้องประชาชนได้มีพลังงานสะอาดโดยที่เขาสนับสนุน แล้วก็ให้ใช้ โซลาร์เซลล์ (Solar cell) ไฟฟ้าก็ถูก ไม่ต้องไปห่วงเกี่ยวกับเรื่องสิ่งแวดล้อมด้วย อันนี้ ก็ขออนุญาตฝากเป็นข้อมูลอันแรกที่ให้ท่านเลขาธิการรับไปด้วยนะครับ🔗

ประเด็นที่ผมอยากจะขอฝากถามก็คือว่า เรื่องรูฟท็อป (Rooftop) รัฐมนตรี ท่านก่อนฟิต (Fit) มากเลยครับอยู่พรรคไหน ก็พรรครัฐบาล พลังประชารัฐนี่ละครับ แต่ถึงเวลาตอนนี้ก็เป็นพรรคพลังประชารัฐเหมือนกัน แต่โครงการมันหายไปไหนครับ รูฟท็อป (Rooftop) ที่จะต้องเอาไปแต่ละตำบล แต่ละที่ที่จะเป็นนโยบายหลัก ๆ ปรากฏว่า เปลี่ยนรัฐมนตรี เปลี่ยนนโยบายทั้งหมดเลยหรือครับ แล้วข้าราชการอย่างพวกท่าน จะติดตามอย่างไรทันล่ะครับ เพราะฉะนั้นตัวนี้อยากถามถ้าท่านตอบได้ มันล้มเลิกไปหรือยัง มันเลิกไปหรือยัง รัฐมนตรีท่านใหม่ท่านไม่เอาหรืออย่างไร🔗

เรียนถามท่านต่อก็คือว่า เมื่อสักครู่ท่านแจ้งไว้ว่าใบอนุญาตวัน สต็อป เซอร์วิซ (One Stop Service) ของโรงไฟฟ้าแบบเบ็ดเสร็จ อันนี้ ๓๔๘ ฉบับ ๑,๑๑๓ ฉบับ ที่ท่านบอกมันดี แต่กลิ่นมันแหม่ง ๆ ตอนนี้กรรมาธิการพลังงานท่านก็ยังติดตามกันอยู่ แต่เรียนอย่างนี้ครับว่ามีคนมาร้องเรียนผม ผมมั่นใจว่ากว่าจะผ่านใบอนุญาตจากท่านได้ เขาก็ต้องมีอะไรพร้อมทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่ากันครับ แต่สิ่งที่มันโดนกลั่นแกล้ง และโดนปรับตก ตอนนี้ผมเข้าใจว่าอาจจะมีการร้องเรียนนะครับท่าน เพราะถ้าสมมุติว่าบริษัทไหนที่เขา ประมูลต่ำ ท่านก็ไปตีเขาตก บอกว่าอันนี้ส่งเอกสารขาด เอกสารที่ขาดคืออะไรครับ ทะเบียนบ้าน หนังสือมอบอำนาจไม่มีพยาน อย่างนี้เป็นต้น กกพ. ต้องดูสิครับว่า บริษัทนี้เขามีเทคนิค อย่างไร มีนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เขาสามารถจะทำได้หรือไม่ แต่ท่านเล่นไปปรับแบบประเภท จับผิดข้อเขียนเล็ก ๆ น้อย ๆ ไม่เซ็นชื่อในใบมอบอำนาจ พยานไม่ครบอย่างนี้ ผมว่า มันเป็นไปได้หรือครับ ท่านควรจะต้องดูเทคนิคว่ามันดี หรือไม่ดี ราคาเขาต่ำ แต่ว่า ท่านจะเอาบริษัทที่ท่านหมายมั่นปั้นมือจะเอาให้ได้ ท่านก็ไปเชียร์อีกบริษัทหนึ่ง บริษัทนี้ ตกไป ท่านระวังนะครับจะมีคนเตรียมตัวฟ้องท่าน🔗

ข้อที่ ๓ ผมขออนุญาตเรียนไปเลยว่า ตอนนี้เงินกองทุน ผมขออนุญาต ท่านประธานผ่านไปหน้า ๕๐ พนักงานกองทุนพัฒนาไฟฟ้า ผมเองก็ตลกนะครับ ตอนแรก ผมยังนึกว่าวันนี้คงจะได้มาถามเรื่องน้ำมัน ปรากฏว่า กกพ. ของท่านนี่ครับ ดูแลแต่ไฟฟ้า กับแก๊สครับ ทั้ง ๆ ที่น้ำมันเป็นพลังงานหรือครับ น้ำมันก็ดันมีผลประโยชน์เยอะ ก็เลยไปอยู่กับราคาขึ้นลงของตลาด อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งจริง ๆ ว่าไปแล้ว กกพ. ต้องดูแล เรื่องราคาน้ำมันด้วยนะครับ อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปนะครับว่า มันผิดฝาผิดตัว แล้วถึงเวลาขึ้นมาอันไหนที่มีกำไรมากคุณก็ดึงไปไว้ต่างหาก แล้วก็มีการไปเก็บภาษีชาวบ้าน ลิตรหนึ่ง ๖ บาทอย่างนี้นะครับ แล้วก็มีภาษีสรรพสามิตเพิ่มเติม เกษตรกรชาวนาเดือดร้อน ไปหมดครับตอนนี้🔗

ท่านประธานครับ ขออนุญาตผ่านไปที่กองทุนพัฒนากองทุนไฟฟ้า ท่านก็ บอกว่าตาม มาตรา ๙๗ (๑) มาตรา ๙๗ (๓) (๕) อะไรว่าไปนะครับ อันแรกมาตรา ๙๗ (๑) ที่ท่านบอกว่าให้การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคดูแลใช้ไฟฟ้าบ้าน ๑๖,๙๕๐ ล้านบาท ๒๑,๒๖๐ ล้านบาท อันนี้ผมไม่ว่านะครับ แต่อย่าลืมว่าเงินอันนี้ ก็คือเงินภาษีอากรพี่น้องประชาชน แต่จริงอยู่ก็เป็นนโยบายรัฐบาลว่ากันไปครับ แต่เงินกองทุนอันอื่น มาตรา ๙๗ (๓) ท่านบอกว่าใช้เงินกองทุน ๒,๐๐๐ ล้านบาท และมีทั้งหมดอยู่ ๔๐๐ กองทุน ๒๔๐ กองทุนทั่วประเทศ กองทุนพัฒนาไฟฟ้า มาตรา ๙๗ (๔) มีอีก ๑,๐๐๐ ล้านบาท กองทุนตามมาตรา ๙๗ (๕) มีอีก ๔๐๐ ล้านบาท และมาตรา ๙๗ (๖) มีอีกเป็นร้อยกว่าล้านบาท ทั้งหมดทั้งปวงนี้ผมตรวจสอบดู อันนี้ สมัยท่านเป็นรองเลขาธิการ กองทุนเหล่านี้มันซ้ำแล้วซ้ำอีก ใครที่ได้ก็ได้ตลอดครับ กองทัพบกอย่างนี้ครับ กทม. อย่างนี้ครับ ตำรวจอย่างนี้ครับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็มี มหาวิทยาลัยไหนที่เคยได้ก็ได้ตลอด มหาวิทยาลัยรอบนอกไม่ได้ครับ ผมเรียนท่านประธาน ว่าตอนนี้ผมอยากเรียนว่าสิ่งที่เป็นประโยชน์ นั่นหมายถึงอย่างไรครับ ตอนนี้คณะกรรมการ พัฒนากองทุนไฟฟ้า หลักก็คือว่าต้องการที่จะเอาไปช่วยชดเชยให้พี่น้องประชาชน ซึ่งอยู่บริเวณรอบโรงไฟฟ้า แต่สิ่งที่อยากจะเสริมอำนาจให้ท่านเลขาธิการคืออะไรครับ ท่านเลขาธิการ กกพ. ไม่มีสิทธิเข้าไปดูแลกำกับอย่างใกล้ชิดเลยครับ ยกตัวอย่าง ก็ได้ครับ ที่ภาคเหนือผม แม่เมาะตั้งมาหลายสิบปี ปี ๆ หนึ่ง ๓๐๐ กว่าล้านบาทครับ มีปัญหาร้องเรียนกันเยอะแยะ เพราะอะไรครับ ๓๐๐ กว่าล้านบาท ๑๐ ปีก็ ๓,๐๐๐ ล้านบาท มันควรจะต้องเอาไปพัฒนาอาชีพ ส่งลูกหลานเขาเรียน มีการเป็นอยู่ที่ดีขึ้น เราจะได้ชดเชย ให้เขา หรือแม้กระทั่งอำเภออื่น ๆ ที่อยู่รอบนอกควรจะได้รับการส่งเสริม แต่ปรากฏว่า อะไรครับ ปัญหาก็คือที่นี่มีผู้ว่าราชการจังหวัดติดคุกครับ ไปทำโครงการไม่ถูกต้อง ซ้ำซ้อน ซึ่งอาจจะด้วยความพลั้งเผลอก็ไม่ทราบนะครับ จนกระทั่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดอีกท่านหนึ่ง เอาผู้ว่าราชการจังหวัดหมูป่าเพิ่งซึ่งย้ายไปเร็ว ๆ นี้มาอยู่จังหวัดปทุมธานี ท่านไม่ยอมนะครับ ถึงกับกองทุนนี้พูดไม่รู้เรื่องลาออก เพราะอะไรครับ เพราะว่ามันมีผลประโยชน์ตรงนี้ละครับ เลยเรียนฝากท่านเลขาธิการว่า ท่านต้องเข้าไปกำกับดูแลแต่ละโรงไฟฟ้า อย่าปล่อยให้เป็น รัฐอิสระ ไม่อย่างนั้นก็เอาเงินภาษีอากรของพวกเราไปละเลงครับ🔗

สุดท้ายท่านประธานครับ ผมขออนุญาตได้เวลานิดเดียวครับ เรื่องสำคัญ คืออะไรครับ คอป ๒๖ (COP 26) ที่ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นตัวแทนประเทศไทยไปประชุม อยากเรียนถาม กกพ. ว่าเราได้อะไรกลับมาบ้างครับ ที่ผมห่วงก็คืออะไรครับ ตอนนี้มัน จะต้องมีภาษีที่เราจะได้จากทางต่างประเทศ ที่ประเทศแถวยุโรป สแกนดิเนเวีย เขาจะให้เราเป็นคาร์บอนเครดิต (Carbon credit) ก็ดี เงินช่วยเหลือก็ดี ผมยังไม่รู้เลยว่า ตอนนี้หน่วยงานไหนรับผิดชอบครับ ตัวท่านรับไหมครับ ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมาย ให้หรือยัง หรือว่าจะเป็นสำนักนายกรัฐมนตรี หรือว่าจะเป็นกระทรวงอุตสาหกรรม ถ้าท่านรู้ กรุณาตอบผมด้วยนะครับ เพราะเรื่องนี้มันเป็นเรื่องหน้าตาของประเทศ เป็นเรื่องที่เรา จะต้องอยู่ในสังคมโลกนะครับ ไม่ใช่ให้ท่านนายกรัฐมนตรีไปแล้วก็ไปโชว์อย่างเดียว แล้วถึงเวลาขึ้นมา ตอนนี้ประเทศไทยได้อะไรบ้างจากการไปประชุมคอป ๒๖ (COP 26) แล้วได้มาแล้วท่านได้สั่งการให้ใครไหมครับ ที่จะต้องมารับผิดชอบดูแลเกี่ยวกับเรื่องนี้ ตัวท่านเองเหมาะสมที่สุดนะครับ แต่ไม่รู้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะมอบให้หรือเปล่านะครับ ขอบพระคุณท่านประธานนะครับ ขอถามเป็นข้อมูลไว้ ๔-๕ คำถามครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านพิสิฐ เชิญครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เรื่องนี้แต่เดิมทีผมนึกว่าจะ ไม่เสียเวลาของสภาในการขึ้นมาพูด แล้วจริง ๆ เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้พูดไปแล้วครับ แต่ว่าเมื่อคิดอีกทีผมเห็นว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ แล้วก็เป็นเรื่องที่มีประโยชน์อย่างมาก ถ้าเราเดินถูกทาง เพราะประเทศไทยเราทุกวันนี้กำลังมีปัญหาหลายด้านด้วยกัน เมื่อสักครู่เราก็ได้ดูได้ฟังเรื่องของการคลังว่า เรากำลังมีปัญหาการคลังอย่างที่ผมได้เรียน อาจจะชี้ให้เห็นว่าเรามีหนี้สูงขึ้นนะครับ มีรายได้ตกต่ำ เราต้องหาทางออกหลาย ๆ ด้าน ด้วยกัน ผมมองครับว่าประเทศไทยของเราจริง ๆ แล้วโชคดีที่อยู่ในเขตภูมิศาสตร์ของโลก ที่มีแสงอาทิตย์เหลือเฟือ ประเทศส่วนใหญ่ในโลกไม่ค่อยมีโอกาสได้แสงอาทิตย์ แบบบ้านเรานะครับ เพราะฉะนั้นแสงอาทิตย์เหล่านี้เป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีประโยชน์ ที่เรายังไม่ได้ใช้เท่าที่ควร ที่ผ่านมาเราใช้พลังงานจากฟอสซิล (Fossil) เป็นหลัก เราต้อง นำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งแก๊ส ทั้งน้ำมัน หรือแม้กระทั่งถ่านหิน ซึ่งในอดีตเราก็มี ปัญหาการขาดดุล มีปัญหาความผันผวนของราคาที่กระทบต่อเศรษฐกิจทำให้อัตรา แลกเปลี่ยนเราในอดีตบ่อยครั้งเราต้องเจอปัญหาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ เพราะราคาน้ำมัน ที่พุ่งสูงขึ้น แม้กระทั่งขณะนี้เองก็ตามนะครับ ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นก็ทำให้ประชาชน เดือดร้อน รัฐบาลก็ถูกประชาชนต่อว่าต่อขานหรือออกมาประท้วง เป็นต้น อาจจะมีผล ทางการเมืองเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นเรื่องของความเสี่ยงจากการที่เรานำเข้าพลังงาน และผล ทางด้านเศรษฐกิจทางด้านการเมืองที่เกิดขึ้น ถ้าเรามีหนทางไหนที่จะลดสิ่งเหล่านี้ได้ต้องลด ต้องรีบพยายามลดลงมานะครับ แต่อดีตเทคโนโลยีมันยังไม่มา เราจึงต้องพึ่งพาเขา ต้องนำเข้าทั้งพลังงานฟอสซิล (Fossil) เหล่านี้ แต่ขณะนี้ท่านประธานครับ เทคโนโลยีนี่ มาแล้ว เทคโนโลยีที่ทำให้เราสามารถเอาแสงอาทิตย์มาใช้ประโยชน์ในการผลิตพลังงาน ไฟฟ้า พลังงานทดแทนฟอสซิล (Fossil) ต่าง ๆ แล้วต้นทุนก็ถูกกว่าด้วย ถูกกว่าการที่เราไป ลงทุนจากการเผาฟอสซิล (Fossil) แต่ผมเป็นห่วงครับ ที่ต้องขึ้นมาพูดเป็นห่วงว่า วิธีคิดหรือ ระบบราชการของเรา หรือนโยบายของเราที่ทำอยู่ทุกวันนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของ คณะกรรมการชุดที่นั่งอยู่บนเวทีนี้นะครับ อาจจะยังเป็นการคิดแบบเดิม ๆ อาจจะยังไม่ทันที่ จะไปเปลี่ยนแปลงให้กับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีที่เข้ามานะครับ และร้ายที่สุดก็คือ อาจจะพยายามจะปกป้องผู้ที่ได้ประโยชน์ จากระบบเก่า ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของไฟฟ้า ที่การไฟฟ้าต่าง ๆ ได้รับประโยชน์มีกำไร ปีหนึ่งเป็นหลักพันล้านหมื่นล้านจากการขายไฟฟ้า โดยไม่คิดเปลี่ยนแปลงวิธีการ ผมอยากให้เราช่วยคิดใหม่ครับ เรามีทางไหนไหมที่จะให้ ประชาชนได้รับประโยชน์จากแสงอาทิตย์ ที่มีอย่างเหลือเฟือและเทคโนโลยีที่มาใหม่ จริงอยู่ ท่านพยายามจะทำเรื่องโซลาร์ (Solar) แต่ที่ท่านทำอยู่ทุกวันนี้ส่วนใหญ่เป็นเรื่องของกิจการ ขนาดใหญ่ ให้ประโยชน์เรื่องภาษีกับเขา ผมอยากเห็นท่านกล้าหาญให้ประชาชน ทุกบ้านเรือนสามารถติดตั้งโซลาร์ (Solar) ได้อย่างเสรี แล้วก็การไฟฟ้าก็รับซื้อในราคา ที่สมเหตุสมผล ไม่เอาเปรียบจนเกินไป อย่างที่ผมเรียนนะครับ ต้นทุนตอนนี้ถูกมาก แต่ว่า ขั้นตอน วิธีการลำบากมากครับ ผมได้พยายามจะลองดูครับ ไปขอการไฟฟ้าที่จะติดตั้งโซลาร์ (Solar) ปรากฏว่าขั้นตอนต่าง ๆ วุ่นวายมาก ผมก็มีความรู้สึกว่ามันเป็นความตั้งใจหรือเปล่า ที่ไม่อยากให้ประชาชนไปใช้แสงโซลาร์ (Solar) เพราะต้องการ โพรเทกต์ (Protect) ระบบ ปัจจุบันโพรเทกต์ (Protect) กิจการขนาดใหญ่ สิ่งที่ท่านทำในเรื่องของอัลเทอร์เนทีฟ เอนเนอร์จี (Alternative Energy) มันเป็นแค่เอื้อประโยชน์กับกิจการขนาดใหญ่หรือเปล่า ทำไมท่านจึงไม่หาวิธีการที่จะให้ประชาชน โดยทั่ว ๆ ไปทุกครัวเรือนที่มีหลังคาได้ติดตั้ง โซลาร์ (Solar) แล้วก็ให้ได้ประโยชน์สามารถขายให้การไฟฟ้าได้ มันจะเป็นรายได้เสริม มันจะเป็นการลดการนำเข้าพลังงานจากน้ำมันจากถ่านหิน ลดความเสี่ยงจากความผันผวน ของราคา ทำให้เสถียรภาพของเศรษฐกิจและการเมืองดีขึ้น และเทคโนโลยีกำลังมาครับ อีกไม่นานนี้ รถอีวี (EV) ก็จะเข้ามามีบทบาท เพราะฉะนั้นเราก็ต้องการใช้ไฟฟ้ามากขึ้น เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้ที่ผมอยากเห็นท่านได้โปรดเปลี่ยนความคิดแทนที่จะมุ่งหน้าแต่จะโพรเทกต์ (Protect) กิจการขนาดใหญ่หรือการไฟฟ้าต่าง ๆ ท่านเอาประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้งครับ ส่งเสริมอย่างเต็มที่ให้ประชาชนสะดวกและง่ายต่อการที่จะใช้พลังงานแสงอาทิตย์ แล้วก็รับซื้อในราคาที่เหมาะสม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกรครับ เกษตรกรทุกวันนี้มีรายได้ จากการผลิตสินค้าเกษตรที่อาจจะไม่ค่อยคุ้มเท่าไรรัฐต้องช่วยเหลือ ในเยอรมันมีการพิสูจน์ แล้วว่าเกษตรกรสามารถตั้งแผงโซลาร์ (Solar) แล้วก็ขายไฟฟ้าได้ด้วย คือใช้ประโยชน์จาก ที่ดิน ทำทั้งเกษตรแล้วก็ทำทั้งไฟฟ้า ก็จะลืมตาอ้าปากได้ มีรายได้จากส่วนนี้เข้ามาเสริม จากรายได้เกษตร ผมก็อยากจะขอวิงวอนนะครับ ท่านได้โปรดคิดใหม่ทบทวนสิ่งที่ท่านทำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทำอย่างไรถึงจะให้การติดตั้งแผงโซลาร์ (Solar) โดยประชาชนทำได้ง่าย แล้วก็ได้ราคาที่เขาไม่เสียหาย หรือว่าไม่ต้องถูกเอาเปรียบจนเกินไป ทั้งหมดจะเป็นผลทำให้ เศรษฐกิจเรามีความยั่งยืน มีความมั่นคง แล้วก็มีต้นทุนแรงงานที่ต่ำ สามารถที่จะแข่งขัน กับนานาประเทศได้ ทุกวันนี้ด้วยราคาพลังงานที่สูงขึ้น ทำให้เราเสียเปรียบพอสมควร เพราะฉะนั้นขอย้ำพลังงานแสงอาทิตย์ที่ลงมาทุกวันในประเทศไทย มันสูญเปล่าโดย เปล่าประโยชน์ครับ เราช่วยกันครับ เอาสิ่งเหล่านี้มาเป็นประโยชน์ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวิรัช เชิญครับ🔗

นายวิรัช พันธุมะผล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม วิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย แบบบัญชีรายชื่อ สิ่งที่ผมเห็นมาตลอดเวลา แล้วก็ยังไม่มีการแก้ไขท่านทั้งหลายพูดเรื่อง น้ำมันแล้วผมขอพูดเรื่องแก๊ส ราคาแก๊สแอลพีจี (LPG) ที่เราใช้อยู่ในครัวเรือน เขาเรียกว่าแก๊สแอลพีจี (LPG) แล้วก็มีแก๊สที่ใช้เติมรถยนต์ชนิดหนึ่ง คือมันมี ๒ อย่าง เอ็นจีวี (NGV) กับแอลพีจี (LPG) มีชนิดหนึ่งที่เรียกว่าแอลพีจี (LPG) ราคาของแก๊ส ในตลาด กับราคาหน้าโรงกลั่น มันผิดกันไหมครับ นอกจากนี้แล้วเมื่อสักครู่พูดว่ามีบ้านใช้อยู่ กับปั๊มแก๊สใช้อยู่ กับโรงงานใช้อยู่ ราคามันจะเป็น ๓ ระดับกัน ไม่ใช่ระดับเดียวกัน โรงงานจะแพง ครัวเรือนกับรถยนต์จะไล่ ๆ กัน ทีนี้เมื่อราคามันต่างกัน บริษัทที่ค้าแก๊ส ก็จะเอารถไปรับที่คลังแก๊ส ก็โดยอ้างว่าแก๊สนี้เป็นของใช้กับบ้านเรือนบ้าง หรือรถยนต์บ้าง เสร็จแล้วรถนั้นก็ไปขายให้กับโรงงาน ส่วนต่างตัวนี้มากครับทำอย่างไร เราจะแก้ไขให้ มันเท่ากันได้ครับ แต่เพื่อช่วยเหลือ ผมรู้ว่ามีส่วนช่วยแก๊สที่ใช้กับบ้านเรือนกับรถยนต์ ก็ให้คนที่ซื้อใช้ในครัวเรือนกับใช้รถยนต์สามารถมีส่วนลดพิเศษอย่างไร เขาเรียกว่าเงินคืน ทีหลังได้ โดยอาจจะเป็นสมมุติรูดการ์ดไปแล้วก็มีส่วนลดกลับมาได้ โดยไม่ใช่ไปลดที่ร้านค้า ที่ปั๊มกับร้านขายถังแก๊ส นี่ประเด็นที่ ๑🔗

ประเด็นที่ ๒ คือการควบคุมสภาพของร้านจำหน่ายแก๊ส ท่านประธาน ก็จะเห็นโดยทั่วไปครับ ร้านขายถังแก๊สมันจะอยู่ในตึกแถว บางทีอยู่ในตลาดซอยแคบ ๆ บ้าน จะพังมิพังแหล่ก็มี ผมถ่ายรูปมาแต่เผอิญไปให้เจ้าหน้าที่ให้ขึ้นจอไม่ทัน นี่สิครับ ถ้ามันเกิดระเบิดขึ้นมา เดี๋ยวผมจะพูดว่าทำไมมันระเบิด เกิดระเบิดขึ้นมาไฟมันลามไปทั่วเลย เหมือนลูกระเบิดเก็บไว้ตลาด นี่เป็นประเด็นใหญ่มาก อย่างเช่น เคยมีระเบิดอย่างร้ายแรง ที่จังหวัดปทุมธานี อยู่ในตึกแถวปรากฏว่าหมดทั้งตลาดเลย ท่านมีการควบคุมสภาพของร้าน ขายแก๊สไว้อย่างไร ตัวอย่างที่ดีของปั๊มแก๊สพีที (PT) ตัวอย่างร้านแก๊สพีที (PT) เขาจะไปอยู่ ในปั๊มน้ำมันส่วนลึกส่วนหนึ่งของปั๊มน้ำมันพีที (PT) เขาครับ นี่เป็นแนวคิดที่ท่านจะต้องแก้ไข ให้ไปอยู่เป็นที่เป็นทาง🔗

อีกเรื่องหนึ่งของถังแก๊ส สภาพพฤติกรรมของการกระทำของร้านขายแก๊ส ท่าน ส.ส. ครับ ถังแก๊สที่ท่านใช้หมดนี่ถ้าท่านเอาไปเขย่า เขย่า เขย่า หรือว่าท่านเอาไปพลิก กลับมายกสูงขึ้น พลิกกลับมาหรือท่านเอาไปไว้ที่มีแดดเยอะ ๆ ในถังจะมีแก๊สเหลือประมาณ ๒-๓ กิโลกรัม ๒-๓ กิโลกรัมนี่ร้านขายแก๊สเอาไปร้านปุ๊บเราเรียกเขามาเปลี่ยนถังใหม่ เขาเอาถังเราไปปุ๊บเขาทำอย่างไรครับ เขามีเครื่องถ่ายลงจากหลาย ๆ ถังไปอยู่ในถังหนึ่ง เดี๋ยวก็เอาไปขายให้เราอีก แต่การถ่ายแก๊สในร้านแก๊สมันไม่มีวิธีการคุ้มครองที่ปลอดภัย ไม่มี การควบคุมการถ่ายถังแก๊สที่ปลอดภัย ผมเข้าใจว่าท่านบอกว่า ห้ามไม่ให้ถ่ายเทถังแก๊สใน ร้านขายแก๊ส แต่พฤติกรรมก็ถ่ายกันสนุกใหญ่ครับ เพราะว่าเป็นเงินทั้งนั้น กิโลกรัมหนึ่งขาย ชาวบ้านก็ ๑๕ บาท แต่จริง ๆ แล้วกว่าจะถึงชาวบ้าน ๒๐ บาท ผมไม่ว่า ๒๕ บาทนะครับ เป็นเรื่องค่าขนส่ง นี่คือพฤติกรรมเอาไปบรรจุ พอไปบรรจุเกิดสันดาปมีไฟขึ้นปุ๊บระเบิดอีก แล้วครับ นี่คือการที่มีร้านขายแก๊สเป็นตึกแถวหรือห้องแถวในตลาด นี่เป็นสิ่งที่น่ากลัว ที่สุดครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ผมก็พูดทุกทีครับ พูดทุกทีที่มารายงานของท่านทั้งหลาย เล่มนี้ ๒ หน้า ภาษาอังกฤษฝั่งหนึ่ง ภาษาไทย รายชื่อกรรมการใส่มาทำไม ท่านใส่มาทำไมเกะกะ ท่าน ส.ส. ทั้งหลายไม่อยากรู้ว่าใครเป็นกรรมการทั้งหลาย ไปตั้งครึ่งเล่มและถ่ายมาไม่ได้ ประโยชน์เลยครับ ทีหลังท่านใส่เอาอย่างของตรวจเงินแผ่นดินนะครับ ที่เขาเป็นกระดาษมา ก็พอแล้วครับ แล้วท่านก็มารายงานผลเหมือนอย่างนี้ครับ พอครับ ประหยัดครับ ตัวนี้ เสียดายเงินและก่อให้เกิดโลกร้อนด้วย ให้เกิดขยะ ถ้าท่านเลขาธิการเดินลงมาดูสิครับ ท่าน ส.ส. ทิ้งไว้เกะกะที่เท้าเยอะแยะเลยครับ เดี๋ยวเจ้าหน้าที่ก็เอาไปชั่งกิโลขาย แล้วก็เกิด ขยะเยอะแยะ คราวหน้าท่านเอาแค่นี้ก็พอครับ เอาแค่ว่ายอดเงินเท่าไร กำไรเท่าไร มีวัตถุประสงค์อย่างไร พัฒนาอย่างนี้พอครับ ไม่ต้องมีครับ หน้าท่านเลขาธิการผมไม่อยากดู หรอกครับ ไม่รู้ดูไปทำไมครับ ดูไปก็จำท่านไม่ได้ เพราะฉะนั้นฝากท่านด้วย ผมพูดทุกครั้ง ที่รายงานเกี่ยวกับการทำงาน ให้ท่านดูครับเป็นปึกครับ ช่วยดูหน่อยครับ ทีวี (TV) ถ่ายหน่อยครับ แล้วให้ชาวบ้านดูว่านี่คือพฤติกรรมปีหนึ่งรายงานของ ส.ส. รับอย่างนี้ ถ้าเอากลับไปที่บ้าน บ้านทรุดนะครับ เฉพาะวันเดียวทุกอาทิตย์มีเท่านี้ เป็นจำนวนเท่าไร ทั้งหมดคือสิ่งที่ผมเป็นห่วงอยากขอกราบเรียนท่านประธานไปยังคณะกรรมการ เพื่อท่านเลขาธิการจะเป็นหัวใจหลักในการทำงาน ฝากด้วยครับ ขอบพระคุณที่ทนฟังครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน คมกฤชตอบชี้แจงครับ🔗

นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับ กิจการพลังงาน

กราบเรียนท่านประธานและท่าน ส.ส. ที่ถามคำถาม และขอขอบคุณ ที่ให้ความสนใจในกิจการพลังงาน แล้วก็ถามเรามา🔗

ก่อนอื่นผมขออนุญาตตอบคำถามของคุณสมเกียรติ ส.ส. พรรคก้าวไกล ในประเด็นของการซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศจะทำให้ค่าไฟถูกลงหรือเปล่า อันนี้ต้องเรียน นิดหนึ่งว่าการซื้อไฟฟ้าจากต่างประเทศ ส่วนใหญ่เราจะซื้อไฟฟ้าจากลาวซึ่งเป็นพลังน้ำ ข้อดีของโรงไฟฟ้าพลังน้ำก็คือราคาคงที่ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านเชื้อเพลิง ตกลงราคาไหนแล้วจะได้ราคานั้นไปตลอด อายุสัญญา อันนี้คือจะเป็นส่วนที่ช่วยเสริมความมั่นคง เพราะว่าถ้าเกิดเราใช้เชื้อเพลิงเป็น แก๊สธรรมชาติ หรือน้ำมันในช่วงที่ราคาเชื้อเพลิงมันแพงมันก็จะพุ่งสูงขึ้นไป แต่ราคาของ พลังน้ำจะคงที่ เพราะฉะนั้นมันก็จะช่วยทำให้ระบบเรามีการเขาเรียกว่าสามารถที่จะสมดุล กันได้ในราคาที่เป็นธรรม🔗

นอกจากนี้ที่ว่าเรื่องของการสร้างสายส่ง ต้องเรียนว่าการสร้างสายส่งของ โรงไฟฟ้าจากต่างประเทศค่าใช้จ่ายฝั่งไหน ฝั่งนั้นออก ก็คือว่าในฝั่งที่เป็นของลาวทางลาว ก็ออกเอง ในฝั่งที่อยู่ฝั่งไทยเราก็ออกในฝั่งนั้นเอง แต่ว่าเราออกแล้วเราก็สามารถนำไป ใช้ประโยชน์ทางด้านอื่น ๆ ได้อีก ก็เป็นการลงทุนเพิ่มเติมบ้าง แต่ว่าก็ได้นำไปใช้ประโยชน์ ได้ด้วย🔗

ถัดมาก็คือเรื่องของโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบที่เรียน ถามว่าจะช่วยทำให้ค่าไฟ เกิดการสมดุล บางช่วงก็จะเห็นว่าเราก็จะได้ค่าไฟ สังเกตหลาย ๆ ทีช่วงที่เชื้อเพลิงแพง เราก็จะเห็นว่าพลังน้ำก็จะใช้ประโยชน์ได้มาก แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งในปัจจุบันถ้าเรามา พูดถึงเรื่อง คอป ทเวนตีซิก (COP26) พลังน้ำก็ถือเป็นพลังงานสะอาดอีกตัวหนึ่ง ก็อาจจะมา ใช้เป็นประโยชน์ในการที่จะกำหนดว่า เรามีการใช้พลังงานบางส่วนในระบบได้ด้วยนะครับ🔗

ถัดมาเรื่องค่าไฟที่แพง เนื่องจากว่าสต็อก (Stock) เยอะเกินไปหรือเปล่า ก็ต้องเรียนว่า ทางภาคพลังงานเราแบ่งเป็น ๒ ส่วน ส่วนนโยบายกับส่วนกำกับ ส่วนนโยบาย เขาก็จะวางแผน เรียกว่าแผนพีดีพี (PDP) ก็จะมีกำหนดการสร้างโรงไฟฟ้าต่าง ๆ ไว้ในแผน ก็ต้องเรียนว่าโรงไฟฟ้า ๑ โรง อาจจะใช้เวลาสร้าง ๓ ปี ๔ ปี เพราะฉะนั้นเวลาเขาสร้าง มาปุ๊บ แล้วถ้าเกิดไม่มีความต้องการใช้ไฟฟ้า มันก็อาจจะดูสวิง (Swing) ก็คืออาจจะมีสูงบ้าง ต่ำบ้าง แต่ผมก็ต้องเรียนว่าค่าก่อสร้างโรงไฟฟ้า ถ้าเทียบเป็นสัดส่วนในค่าไฟถือว่าไม่เยอะ ประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ก็คือประมาณ ๔๐ สตางค์ ส่วนที่เราจ่ายแพง ๆ มันเป็นเรื่องของค่าพลังงาน ไม่ว่าจะเป็นค่าแก๊ส ค่าน้ำมัน แต่ถามว่ามีส่วนไหมในช่วงที่เรา กำลังผลิตเหลือเยอะ ๆ ก็มีส่วน ก็เข้าใจว่าภาคนโยบายก็กำลังจะปรับแผน ปรับอะไร ต่าง ๆ ให้ลดลงไป ในฝั่งเรากำกับเราก็พยายามที่จะลดอยู่ แต่ว่าค่าไฟหลัก ๆ มันมาจาก ค่าเชื้อเพลิง🔗

ถัดมาในประเด็นของโซลาร์ (Solar) ประชาชน ก็ต้องเรียนว่าแนวที่มาของ โซลาร์ (Solar) ประชาชน เกิดมาจากในอดีต ซึ่งมีโซลาร์ (Solar) เรียกว่าเป็นโซลาร์ ฟาร์ม (Solar Farm) ทำแล้วขายเข้าระบบอย่างเดียว ค่าไฟช่วงนั้น มันจะเป็นราคาแพง แล้วคนก็ ทำเข้ามาค่อนข้างเยอะ ถัดมาก็จะมีโซลาร์ รูฟ (Solar Roof) บนหลังคา ทำแล้วขาย เข้าระบบอย่างเดียวเช่นกัน คนก็จะสนใจทำเข้ามาเยอะอีกเหมือนกัน เพราะว่าดูแล้ว ได้กำไรค่อนข้างเยอะ แต่โซลาร์ (Solar) ประชาชนจะคนละหลักการกับโซลาร์ (Solar) ที่ขายเข้าระบบ โซลาร์ (Solar) ประชาชนเราต้องการที่จะให้ประชาชนรู้ว่า ทำแล้วจะช่วย ประหยัดพลังงานในการใช้ไฟฟ้าของตัวเอง ปัจจุบันถ้าบ้านประชาชนซื้อไฟจากระบบก็จะ เสียค่าไฟประมาณหน่วยละ ๓ บาทกว่า ๆ ๓.๘๐ บาท เกือบ ๔ บาท แต่ถ้าผลิตแล้วใช้เอง ก็จะประหยัดค่าใช้จ่ายไป ๓ บาทกว่า ๆ ดังนั้นโซลาร์ (Solar) ภาคประชาชนเราก็ลิมิต (Limit) กำหนดไว้ว่าขายเข้าระบบได้ไม่เกิน ๑๐ กิโลวัตต์ พีก (Peak) เพราะฉะนั้นประชาชน ที่ติดตั้งโซลาร์ (Solar) ก็อาจจะต้องประเมินดูว่าการติดตั้งควรจะติดตั้งแต่พอดี ให้สำหรับ ใช้งานในบ้านตัวเองเท่านั้น ก็คือว่ามีการใช้ไฟฟ้าในช่วงกลางวันที่โซลาร์ (Solar) ผลิตไฟฟ้าได้ ก็พยายามจะให้ใช้ประโยชน์กับตัวเองมากที่สุด ส่วนที่เหลือออกมาเราก็จะให้ ขายในราคาที่เป็นธรรม ก็คือว่าขายเข้าไปแล้วไม่เป็นภาระต่อผู้รับซื้อเช่นกัน แล้วก็ รับซื้อหมด แต่รับซื้อในราคาที่ไม่เป็นภาระ เพราะว่าเรื่องโซลาร์ (Solar) เองก็มีคนมอง อีกมุมหนึ่ง ก็อาจจะบ่นกับทางเราว่าการรับซื้อมาก็จะทำให้ค่าไฟในระบบรวมแพงขึ้น เพราะฉะนั้นเราก็เลยเหมือนกับออกแบบโซลาร์ (Solar) ประชาชนให้เกิดประโยชน์ของ ทั้ง ๒ ฝ่าย ทั้งผู้ขายและผู้ซื้อ และผู้ขายเอง ประชาชนเองก็จะได้เข้าใจคำว่าโซลาร์ (Solar) แล้วก็พยายามผลิตเพื่อใช้เองให้ได้มากที่สุด ส่วนที่เหลือขายให้มันน้อย เพราะว่าถ้าขายออกไปมันจะราคาถูกกว่าที่จะผลิตใช้เอง แล้วก็ อีกอย่างหนึ่งสำหรับโซลาร์ (Solar) ภาคประชาชนนี่เรากำหนดให้เฉพาะมิเตอร์ (Meter) ที่เป็นบ้านอยู่อาศัย บ้านอยู่อาศัยส่วนใหญ่อาจจะติดตั้งได้ประมาณ ๕ กิโลวัตต์ น้อยหลังมากที่จะติดตั้งได้ ๑๐ กิโลวัตต์ อันนั้นคือจะต้องเป็นบ้านที่ไซส์ (Size) ขนาดใหญ่ จริง ๆ ครับ มันก็เลยเป็นที่มาของโซลาร์ (Solar) ภาคประชาชน แล้วก็การสนับสนุน โซลาร์ (Solar) ภาคประชาชนเราเปิดมาอย่างต่อเนื่องนะครับ ถ้าผมจำไม่ผิดตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ยังไม่เคยหยุด คือมีคนที่ต้องการจะติดก็ติดมาได้เรื่อย ๆ อันนี้เราไม่ได้ หยุดในโซลาร์ (Solar) ภาคประชาชน แต่ว่าโซลาร์ (Solar) ที่มีการรับซื้อ อันนี้ทางภาครัฐ หรือประชาชนต้องจ่ายค่าสนับสนุนในรูปแบบของเอฟที (FT) อันนี้ทางนโยบายก็จะดู ความเหมาะสมว่าจะซื้อในจำนวนเท่าไร เพื่อไม่ให้เป็นภาระเกินไป แต่อย่างไรก็ตามมันก็จะ มีโซลาร์ (Solar) อีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเราเปิดเลยก็คือว่าโซลาร์ (Solar) ที่ผลิตและใช้เองโดย ไม่ขายออกจากระบบ อันนี้เราปล่อยให้ทำได้เต็มที่เลย ไม่ว่าจะขนาดเท่าไร อย่างไร ท่านสามารถติดตั้งได้เลย จะเป็นพวกโรงงานหรืออะไรต่าง ๆ อันนี้เปิดตลอด ทำได้ตลอด เกิน ๑๐ มีหลาย ๆ กลุ่มนี่เข้ามาขออยู่ประมาณ ๘๐๐-๙๐๐ กิโลวัตต์ต่อหลังคาโรงงาน อันนี้เราเปิดเต็มที่นะครับ เราไม่ได้มีข้อห้ามนะครับ แล้วก็ยังดำเนินการสนับสนุนให้ด้วย โดยที่ประสานกับการไฟฟ้าในการลดเงื่อนไขต่าง ๆ ไม่ว่าในเงื่อนไขการเชื่อมต่อ เงื่อนไข ในการจดแจ้งอะไรต่าง ๆ ถ้าจะเห็นว่าจากอดีตมาจนถึงปัจจุบันเราก็ได้มีการปรับปรุงพวกนี้ ต่าง ๆ ให้ได้ง่ายขึ้นพอสมควร แต่ว่าก็เรียนอาจจะมีอุปสรรค บางคนอาจจะมองเห็นว่า มันอาจจะไม่ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าเราก็พยายามจะปรับปรุงอย่างต่อเนื่องครับ ไม่ว่าจะ เรื่องของราคาการเชื่อมต่อ หรือการให้บริการต่าง ๆ ให้ได้เร็วขึ้น เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ผู้ที่นิยมที่จะติดตั้งและใช้เองเป็นหลักนี่ เราอำนวยความสะดวกให้เต็มที่ครับ🔗

ถัดมาของท่านอีกเรื่องหนึ่ง ก็คือเรื่องแก๊สชีวภาพ อันนี้ก็ต้องเรียนว่า ตาม พ.ร.บ. ประกอบกิจการพลังงานเรานี่เราดูแลในส่วนของไฟฟ้าเป็นหลัก แล้วก็ แก๊สธรรมชาตินี่เป็นอีกส่วนหนึ่ง สาเหตุก็เพราะว่าแก๊สธรรมชาตินี่เราใช้ในการผลิตไฟฟ้า เกือบ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นการใช้แก๊สธรรมชาติเยอะก็จะส่งผลต่อราคาไฟฟ้า ค่อนข้างจะเยอะ เพราะฉะนั้นตาม พ.ร.บ. นี่กำหนดให้เราดูไฟฟ้ากับแก๊สธรรมชาตินะครับ ต้องขออภัยว่าทาง กกพ. นี่ตามอำนาจหน้าที่ทางกฎหมายไม่ได้กำหนดให้ดูเรื่องราคาน้ำมัน อันนี้คือตอบคำถามของท่านสมเกียรติ ส.ส. พรรคก้าวไกลนะครับ🔗

ถัดมาคำถามของท่านวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส. พรรคเพื่อไทย ก็ถามมา ในลักษณะ ก็คือโซลาร์ เซลล์ รูฟท็อป (Solar Cell Rooftop) หายไปไหน แบบที่เรียนว่า ถ้าเป็นการขายเข้าระบบอย่างเดียว อันนี้ต้องรอภาคนโยบายกำหนดมาก่อน เพราะว่ามันจะมี ส่วนเพิ่มที่ทางภาครัฐต้องจ่ายอยู่ในรูปของนำไปคิดคำนวณค่าเอฟที (FT) อันนี้ต้องรอ ภาคนโยบาย แต่ว่าในส่วนของการติดตั้งเอง ใช้เอง อันนี้เราเปิดตลอดนะครับ วัน สต็อป เซอร์วิซ (One Stop Service) แบบที่เรียนก็คือ เราก็พยายามปรับปรุงระบบวัน สต็อป เซอร์วิซ (One Stop Service) ก็คือเรื่องของกฎหมายต่าง ๆ ก็พยายามที่จะดำเนินการแก้ไข กฎหมายต่าง ๆ เพื่อที่จะให้รองรับระบบวัน สต็อป เซอร์วิซ (One Stop Service) ตามนโยบายของการปฏิรูปประเทศเพื่อพลังงาน แต่ในส่วนของปรับตกอะไรต่าง ๆ นี่เข้าใจว่า เป็นเรื่องของโรงไฟฟ้าชุมชน ซึ่งอันนี้เรามีคณะกรรมการ ซึ่งมีจากหลายหน่วยงาน มาตรวจสอบดูแล แล้วเราคงต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกข้อเสนอ ก็คือถ้าบางรายที่เสนอ เข้ามาปุ๊บถ้าเอกสารไม่ครบต่าง ๆ ตามที่กำหนดไว้ อันนี้เราก็คงปรับตกนะครับ การพิจารณา ของเรา เราไม่ได้ดูราคาก่อนนะครับ ก็คือเราดูข้อมูลทางด้านเทคนิค ดูเอกสารก่อน ถ้าตกปุ๊บ เราก็ไม่ดูราคา เราก็ไม่เอามาพิจารณาทางด้านราคานะครับ🔗

สำหรับเรื่องเงินกองทุน เราก็มีเงินกองทุนที่เราใช้อยู่ มาตรา ๙๗ (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) นะครับ ก็มีในเรื่องของ (๓) ก็จะเป็นกองทุนรอบโรงไฟฟ้า อันนี้เดี๋ยวผมขออนุญาต ให้ทางท่านรองเลขาธิการฤดีเป็นคนชี้แจงเพิ่มเติมนะครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านรองฤดี เชิญครับ🔗

นางฤดี ภริงคาร รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการ พลังงาน

เรียนท่านประธาน แล้วก็ท่าน ส.ส. ที่เคารพทุกท่านนะคะ ดิฉัน ฤดี ภริงคาร รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ขอตอบคำถามในส่วนของ ท่านวิสาร พรรคเพื่อไทย ถามประเด็นเกี่ยวกับเงินกองทุนพัฒนาไฟฟ้า ในส่วนเงินกองทุน พัฒนาไฟฟ้าเองก็อยู่ภายใต้สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ซึ่งก็มีหลาย วัตถุประสงค์นะคะ🔗

อันแรกก็เป็นเรื่องของการชดเชยรายได้ แล้วก็ไฟฟรี ๕๐ หน่วยนะคะ ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ท่านก็ไม่ได้มีประเด็นอะไรในเรื่องชดเชยรายได้กับไฟฟรีนะคะ🔗

แล้วก็ส่วนที่ ๒ มาตรา ๙๗ (๓) เป็นเรื่องกองทุนพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบ โรงไฟฟ้า ซึ่งจะมีงบประมาณปีหนึ่ง ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ล้านบาท จะเป็นลักษณะโครงการ มาจากการประชาคม ตั้งแต่เกิดจากความต้องการของชุมชน แล้วเกิดจากกระบวนการ ในพื้นที่ทั้งหมด แล้วก็ในส่วนของมาตรา ๙๗ (๔) ก็เป็นเรื่องของส่งเสริมเกี่ยวกับพลังงาน หมุนเวียน มาตรา ๙๗ (๕) ก็เป็นเรื่องของการสร้างความรู้ ความเข้าใจ ความตระหนัก เกี่ยวกับทางด้านไฟฟ้า แล้วก็มาตรา ๙๗ (๖) ก็เป็นเรื่องของค่าใช้จ่ายในการบริหาร🔗

ประเด็นเมื่อสักครู่นี้ท่านจะมี ๒-๓ ประเด็น เกี่ยวกับโครงการว่า มาตรา ๙๗ (๓) นี้ โครงการก็จะพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้า ลักษณะก็จะซ้ำ ๆ กับโครงการเดิม ๆ จริง ๆ แล้วโครงการเกิดจากกระบวนการประชาคมในระดับหมู่บ้านมาตามขั้นตอน แล้วก็ ผู้แทนในการบริหารโครงการชุมชนในพื้นที่ก็จะเลือกมาจากภาคประชาชนในพื้นที่ซึ่งผ่าน กระบวนการมา ก็จะมีทั้งผู้แทนภาครัฐ แล้วก็ภาคประชาชน แล้วก็บริหารจัดการในพื้นที่🔗

ส่วนที่มีประเด็นที่แม่เมาะ ในประเด็นที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดหมูป่า ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดณรงค์ศักดิ์ จริง ๆ แล้วก็ทำความเข้าใจกันแล้วนะคะ ปัญหาจริง ๆ ก็เกิดจากครูอัตราจ้าง ซึ่งลักษณะโครงการอันนี้อย่างที่ท่านวิสารว่ามันจะซ้ำ คือมันเป็น ลักษณะโครงการต่อเนื่อง จ้างครูอัตราจ้างในพื้นที่ซึ่งจะเป็นครูที่อยู่พื้นที่ห่างไกล ซึ่งเขาจะ จ้างต่อเนื่องทุกปี โครงการมันก็จะซ้ำ แล้วก็บุคลากรด้านสาธารณสุขปีที่แล้วที่มีปัญหา ที่เขายังไม่ได้มีการจ่ายเงิน แล้วก็มีประเด็นความเข้าใจในพื้นที่คาดเคลื่อน ทำให้มีการ ดำเนินงานในพื้นที่นี้สะดุด แล้วก็ประกอบกับในปีงบประมาณ ๒๕๖๓ สำนักงานเอง มีการปรับปรุงระเบียบกองทุน เพื่อกระจายอำนาจการบริหารจัดการลงสู่พื้นที่ทั้งหมด เพื่อลดขั้นตอนแล้วก็ระยะเวลาที่จะให้เงินลงสู่ชุมชน ไม่ต้องกลับมาที่ส่วนกลาง โดยจะมี คณะกรรมการ คพรฟ. ก็คือคณะกรรมการพัฒนาชุมชนในพื้นที่รอบโรงไฟฟ้าบริหารจัดการ โดยมีในส่วนของภาคประชาชน ๒ ใน ๓ ซึ่งเรามีการปรับปรุงระเบียบปี ๒๕๖๓ ก็คือเพิ่ม สัดส่วนในส่วนที่จะเป็นพี่เลี้ยงที่จะช่วยท่านผู้ว่าในด้านต่าง ๆ ที่เป็นผู้แทนภาครัฐ ไม่ว่าจะ เป็นด้านสาธารณสุข สิ่งแวดล้อม แล้วก็ด้านโครงสร้างพื้นฐานอะไรต่าง ๆ ก็เพิ่มเข้าไป เพื่อช่วยการดำเนินงานให้ท่านผู้ว่า แล้วก็กำหนดแผนงานที่ชัดเจน พร้อมกับควบคู่ ไปกับการตรวจสอบ แล้วก็กระบวนการนี้ไม่ให้ซ้ำซ้อน แล้วก็ให้สามารถดำเนินการเบ็ดเสร็จ ในพื้นที่เลยไม่ต้องส่งมาส่วนกลางนะคะ แล้วที่ผ่านมาบางโครงการถ้าเป็นโครงการสมัยก่อน โครงการเล็กที่ไม่ถึง ๓๐๐,๐๐๐ บาทนี้ จะให้อำนาจกลุ่มบุคคลในพื้นที่ ก็ได้มีการปรับแก้ ระเบียบทั้งหมด ก็จะไม่ให้เป็นกลุ่มบุคคลดำเนินการ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส แล้วก็ ตรวจสอบได้ ก็จะเป็นลักษณะนิติบุคคลทั้งหมด แล้วก็กระบวนการต่าง ๆ เราก็มีการปรับปรุงไม่ว่าเรื่องระบบบริหารจัดการ เรื่องให้ความรู้ แล้วก็เรื่องการตรวจสอบ การกำกับดูแล แล้วก็ความซ้ำซ้อนของโครงการ เนื่องจากว่า ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดจะเป็นประธานโครงการอยู่ในพื้นที่ เพราะฉะนั้นโครงการ และงบประมาณต่าง ๆ จะผ่านท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็จะทำให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด มองเห็นไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อน ในส่วนท่านผู้ว่าหมูป่าเราก็มีการชี้แจงทำความเข้าใจกัน เรียบร้อยแล้ว แล้วก็ปัญหาในพื้นที่ทั้งหมด เรื่องเงินที่ไม่สามารถเบิกจ่ายได้ การดำเนินงานที่ ติดขัดปัญหา ตอนนี้ทางสำนักงานได้เคลียร์ (Clear) เรียบร้อยแล้วทั้งหมดสามารถดำเนินการ โครงการไปได้เรียบร้อยแล้วนะคะ เรียนมาเพื่อทราบค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านเกียรติ เชิญครับ🔗

นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ต้อง ขอขอบคุณที่ท่านประธานให้โอกาสอภิปรายนิดหนึ่ง พอดีผมวิ่งหลายกรรมาธิการมากวันนี้ มีการปรับปรุงกฎหมายที่สำคัญ ๆ อยู่ พอ กกพ. เข้าเป็นวาระที่ทุกคนทราบนะครับ เป็นเรื่องที่ผมติดตามอยู่ประจำ ครั้งนี้ผมก็ดูในรายงานที่ท่านนำเสนอแต่ก็ยังเป็นของ ปี ๒๕๖๒ ตอนนี้เราปลายปี ๒๕๖๔ แล้ว อันนี้ก็น่าเสียใจว่ามันย้อนหลังมากเลยครับ สิ่งที่เรา พูดเป็นเรื่องของอดีต แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นมันเป็นปัญหาในปัจจุบันที่เรากำลังประสบอยู่ แต่ถึงแม้กระนั้นก็ตามผมจะดูใน ๒-๓ หน้าเท่านั้นที่สำคัญ ๆ เพราะมันสอดคล้องกับเรื่องที่ ผมเคยอภิปรายไปในอดีต หน้า ๒๔ ท่านพูดถึงเรื่องการปรับอัตราค่าขนส่งก๊าซธรรมชาติ ทางท่อ ผมอภิปรายไปหลายครั้งเรื่องค่าผ่านท่อมันแพง ท่านก็ยอมรับว่ามันแพง หลังจาก ที่ผมพูดหลาย ๆ ครั้งท่านก็ได้กรุณาทำหนังสือตอบกลับมาถึงผม โดยเฉพาะเลยครับ มาถึง ส.ส. เกียรติ สิทธีอมร พอดีท่านกลับมาใหม่ผมต้องซักท่านเพิ่มเติม เพราะว่าข้อความที่ ท่านระบุนั้น ผมอย่างไรก็ไม่เข้าใจในจดหมายที่ท่านตอบผม ท่านเขียนว่าอย่างนี้ครับ หลักเกณฑ์ในการคำนวณก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยจะคำนวณจากราคาก๊าซธรรมชาติปากหลุม ที่มีการเรียกโดยจะเรียกกับสัญญาโดยเอาต่ำสุดมาเป็นเกณฑ์เบื้องต้น เพื่อให้ราคา ก๊าซธรรมชาติต่ำที่สุดสำหรับผู้บริโภค อันนี้ถูกหมดเลยครับ ข้อนี้ถูกหมดเลยครับ แต่ประโยคที่ท่านเขียนหลังจากนั้นผมสับสนครับ ท่านบอกว่า หลักการคิดก๊าซธรรมชาติ ปากหลุมเป็นการคิดเพื่อให้ราคาก๊าซธรรมชาติสะท้อนราคาในตลาดโลก โดยหลักการ ดังกล่าวนั้นเป็นหลักการที่สากล และทั่วโลกมีการดำเนินการในลักษณะนี้ ท่านครับ ผมตั้ง คำถามไปชัดเจนมากนะครับว่า หลักคิดของเราในการคิดต้นทุนพลังงานในกรณีที่เรามี ทรัพยากรส่วนหนึ่งในประเทศที่ต้นทุนต่ำกว่าที่ท่านนำเข้า ท่านต้องเกลี่ยต้นทุนครับ แล้วท่านก็ไม่ยอมตอบว่า ท่านจะไปเกลี่ยต้นทุน แต่ท่านบอกว่าเอาราคาปากหลุมมาเพื่อให้ ราคาต่ำสุด แต่ในขณะเดียวกันหลักการคิดของท่านก็ยังใช้สะท้อนราคาตลาดโลก ไม่เข้าใจครับ คำตอบอย่างนี้ชี้ให้เห็นว่าหลักคิดของท่านในการดูแลต้นทุนที่ต่ำที่สุดนั้น สับสนนะครับ ประเทศที่มีพลังงานส่วนหนึ่งหาได้เองในประเทศ และต้องนำเข้าบางส่วน เขาใช้หลักการ เกลี่ยต้นทุนครับ อันนี้ผมก็พอทราบครับ เพราะมันมีการศึกษาอยู่ของสถาบันที่จุฬา ที่เขาไปศึกษาว่า สัมปทานที่เรามีทั้งหมดในประเทศนี้ต้นทุนเฉลี่ยต่อกิโลกรัมมันเท่าไร ผมซักท่านในที่ประชุมแห่งนี้สภาแห่งนี้ ผมถามท่านรู้ราคาต้นทุนหรือไม่ ท่านไปเปิดเทป ดูนะครับ ผู้มาตอบวันนั้นบอกว่า ไม่ทราบราคาปากหลุม ผมก็งงสิครับว่า ท่านกำกับ ได้อย่างไร ถ้าท่านไม่รู้ราคาปากหลุม แล้ววันนี้ในเอกสารท่านก็ยังไม่พูดถึงราคาปากหลุม นะครับ แต่ที่ท่านตอบผมมานี่สับสนมาก ท่านบอกว่าท่านดูอิงราคาปากหลุมเพื่อให้ต้นทุนต่ำสุด แต่ในขณะเดียวกันยังใช้หลักคิดของราคาก๊าซในตลาดโลก สับสนครับ ต่อมาท่านเขียนไว้ด้วยครับ ในหนังสือที่ท่านตอบผม ท่านบอกว่าข้อมูลที่ ปตท. เสนอมานั้นมีข้อมูลหลายส่วน ที่ไม่สามารถดำเนินการตรวจสอบได้ เนื่องจากไม่มีข้อมูลทางบัญชีมาแสดงยืนยัน และอัตรา ค่าผ่านท่อก๊าซที่ ปตท. เสนอมาก็มีค่าที่สูงขึ้นกว่าค่าผ่านท่อก๊าซที่บังคับใช้อยู่ ซึ่งจะส่งผล ทำให้ค่าไฟฟ้าสูงขึ้น และทำให้ประชาชนเกิดความเดือดร้อน วันนี้ได้หรือยังครับ ท่านมี อำนาจพิเศษอยู่แล้ว ผมแปลกใจนะครับ ปตท. เป็นบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ ท่านบอกว่า ข้อมูลไม่มี ผมไม่ค่อยเข้าใจครับ แต่อันนี้คือคำตอบที่ท่านให้ผมอยู่ ที่ผมได้รับจากท่าน โดยตรงครับ ผมต้องซักท่านครับ ทีนี้ปัญหามันมีมากกว่านั้นครับ ก๊าซธรรมชาติต้นทุน ปากหลุม ขอยืนยันอีกที ท่านทราบหรือไม่ทราบ ถ้าท่านไม่ทราบปัญหาใหญ่ ถ้าท่านทราบ ท่านใช้หลักคิดมาเกลี่ยต้นทุนอย่างไร เพราะผมทราบนะครับ ปากหลุมเฉลี่ยจาก ผลการศึกษาของนักวิชาการสถาบันจุฬานี่นะครับบอกไว้มันอยู่ที่ ๓ บาท ถ้าผิดท่านบอก แต่อันนี้ผมมีสำเนาของงานวิจัยอันนี้ แล้วท่านก็ต้องตอบให้ได้สิว่ามันไป ๑๐ กว่าบาท อย่างไรครับ อันนั้นข้อที่ ๑ นะครับ🔗

ทีนี้ปัญหามันมีต่อครับ เราใช้ก๊าซธรรมชาติผลิตกระแสไฟฟ้าเป็นสัดส่วน สูงกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ในประเทศไทย เพราะฉะนั้นราคาก๊าซธรรมชาติที่ส่งให้โรงไฟฟ้า ในประเทศไทยนี้ท่านก็เป็นผู้กำหนด ในเมื่อปากหลุมมันอยู่ที่ ๓ บาท ท่านก็ต้องตอบ ให้ผมฟังนิดหนึ่งครับ ให้ประชาชนรับทราบด้วยว่ามันไป ๑๐ กว่าบาทที่ปั๊มได้อย่างไร ก๊าซธรรมชาตินะครับ แล้วไปที่โรงไฟฟ้าหลังสุดที่ผมเช็ก (Check) มัน ๑๖-๑๗ บาทนะครับ หลักคิดของท่านคืออะไร ท่านจะอธิบายอย่างไรว่าเรามีต้นทุนส่วนหนึ่งถูก ต้นทุนส่วนหนึ่ง นำเข้า แต่พอไปโรงไฟฟ้าสูงเลย ซึ่งทำให้ค่าไฟฟ้าแพงกว่าที่ควรจะเป็น ท่านกำกับ วิธีไหนครับ ต้องอธิบายครับ โครงสร้างต้นทุนก๊าซสำคัญอย่างยิ่งเลยครับ ท่านต้องอธิบาย ให้ชัดเจนมาก ๆ เพราะไม่อย่างนั้นประชาชนก็ไม่มั่นใจหรอกครับว่า เขาได้ไฟฟ้าในราคา ที่ถูกที่สุดหรือไม่ และได้ก๊าซธรรมชาติที่เขาใช้มันถูกที่สุดหรือเปล่า🔗

อีกหน้าหนึ่ง หน้า ๓๖ ท่านพูดถึงโครงสร้างราคาก๊าซธรรมชาติเพื่อรองรับ การทดลองนำเข้าแอลเอ็นจี (LNG) แบบสปอต (Spot) ท่านพยายามจะทำโครงสร้าง ราคาตลาด ก็อีกครับตัวนี้ย้ำเลยนะครับ ในเอกสารของท่านเอง ท่านไม่พูดถึงการเกลี่ยต้นทุน เพื่อความเป็นธรรมของผู้บริโภคในประเทศ ในกรณีที่เขาเป็นเจ้าของทรัพยากรส่วนหนึ่งของ ประเทศนี้ ตรงนี้ผมยังไม่เคยได้รับคำตอบที่เข้าใจได้หรือน่าพึงพอใจ คำตอบของท่านเองก็ สับสนกลับไปกลับมาว่า หลักคิดของท่านคืออะไร ต้องขอความชัดเจนครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าผมพูดเรื่องนี้ครั้งนี้ ครั้งที่ ๙ ใน ๓ ปีครับ ครั้งที่ ๙ แล้วผมเพิ่งได้รับคำตอบเป็น จดหมายฉบับเดียว ซึ่งตอบอย่างที่ผมได้อ่านให้ฟังครับ ซึ่งผมงงมากว่าวิธีตอบท่านเป็น อย่างนั้นได้อย่างไร และย้ำนะครับตอบให้ฟังให้ชัดนิดหนึ่งว่า ท่านทราบราคาปากหลุม ไหมครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านผู้ชี้แจง จะมีอะไรตอบชี้แจงไหมครับ เชิญครับ🔗

นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับ กิจการพลังงาน

กราบเรียนท่านประธาน แล้วก็ท่านเกียรติ สิทธีอมร นะครับ ต้องเรียน โดยข้อเท็จจริงว่าก๊าซธรรมชาติที่ออกมาจากปากหลุม เป็นไปตามที่เขาเจรจาโดยสัมปทาน จากกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ อันนี้ต้องเรียนว่าตาม พ.ร.บ. ประกอบกิจการพลังงาน เราก็ระบุ ไว้ชัดแล้วว่าอะไรที่อยู่เรียกว่า เป็นกิจการปิโตรเลียมเราไม่ได้ไปดูแลตรงนั้น แต่ทาง กกพ. เองมีหน้าที่เอาแก๊สในแต่ละหลุม ๆ มาแบบที่ท่านบอกนะครับว่า แต่ละหลุม ราคาต้นทุนไม่เท่ากัน แม้แต่หลุมในอ่าวไทยเองต้นทุนไม่เท่ากัน แล้วก็ที่เราบอกว่าเป็นราคา ตลาดโลกอันนี้ก็คือว่า จริง ๆ ต้องเรียนว่าเราพยายามจะสื่อว่า แก๊สตัวนี้ราคาที่เขาให้มา มันจะมีสูตรที่อิงกับราคาน้ำมันบ้างอะไรบ้าง อันนี้ที่เราจะเรียน เราไม่ได้บอกว่าแก๊ส ตลาดโลกนะครับ เราบอกว่าที่เขาอิงกับตลาดโลก คือราคาน้ำมันของตลาดโลก ซึ่งมันเป็น สูตรที่เขาได้รับสัมปทานมาจากทางรัฐบาลแล้ว มันก็จะมีระยะเวลาในการขึ้นของราคาน้ำมัน แล้วก็มันก็จะดีเลย์ (Delay) อะไรต่าง ๆ ตามสูตรเรียบร้อยแล้ว อันนี้ต้องเรียนตรง ๆ ว่าเรา ไม่รู้สูตรนี้นะครับ แต่ว่าเราเป็นผู้ที่เอาราคาเน็ต (Net) ที่ออกมาจากแต่ละหลุมมา ก็แบบที่ ท่านเข้าใจก็คือว่า เอามาเฉลี่ยทั้งหมดในระบบ ก็จะมีในอ่าวไทยบางหลุมถูก บางหลุมแพง ขึ้นมาหน่อย ในประเทศพม่าก็จะแพงขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง แล้วจนมาถึงแอลเอ็นจี (LNG) ซึ่งอาจจะแพงมากกว่า อันนี้ก็คือเอาราคามาเฉลี่ยกัน แล้วก็ส่งให้กับทางโรงไฟฟ้าเป็นผู้ใช้ ผู้ใช้แต่ละประเภทก็จะไม่เหมือนกัน อาจจะเป็นผู้ที่เป็นอุตสาหกรรม เป็นโรงไฟฟ้า เป็นโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ขนาดเล็ก อันนี้ก็คือเจตนาที่เราเรียนให้ทราบก็คือว่า เป็นลักษณะ อย่างที่ว่านี้ครับ🔗

ส่วนเรื่องของที่บอกว่าราคาค่าผ่านท่อ ต้องเรียนว่าค่าผ่านท่อในอดีตถูกคิด มาด้วยวิธีอย่างหนึ่ง ก็จะมีเรื่องของการใช้สูตรคำนวณระดับหนึ่ง แต่ทางเราเองพยายาม ที่จะเปลี่ยนระบบโดยใช้วิธีที่เป็นหลักเกณฑ์ที่เราได้ชี้แจงไปแล้วว่า หลักเกณฑ์เรากำลัง ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อให้ผู้ได้รับอนุญาตดำเนินการเสนอราคามาตามหลักเกณฑ์ ทีนี้การเสนอราคามาเราก็มีวิธีการที่เรียกว่า เรกูลาทอรี แอกเคานต์ (Regulatory account) หลังจากที่เรามีหลักเกณฑ์แล้ว ทางพวกนี้ได้รับใบอนุญาตเสนอมา แบบที่เขาเขียนมาตอบ ท่านก็คือว่า ในขั้นแรกเขาส่งมาข้อมูลมันต้อง เวอริฟาย (Verify) หลักการต่าง ๆ ว่า มันถูกต้องตามหลักการบัญชีหรือเปล่า เข้าใจว่าที่ตอบมาตอนนั้นเป็นช่วงที่เราประกาศ และเขาเพิ่งส่งมา รายละเอียดเขาก็ตอบมาตามข้อเท็จจริงว่าข้อมูลต่าง ๆ ยังเวอริฟาย (Verify) ไม่ถูกต้องครบถ้วนและมีตัวเลขที่ค่อนข้างสูงอยู่ ปัจจุบันเราก็ดำเนินการปรับปรุง ต่าง ๆ แล้วก็ปรับโครงสร้างสอดคล้องกับนโยบายในเรื่องเปิดเสรีแก๊ส มีการส่งเสริมให้ การนำเข้าแอลเอ็นจี (LNG) มากขึ้น ในปัจจุบันนี้เราก็ดำเนินการมาได้ระดับหนึ่งแล้ว ได้ตัวเลขระดับหนึ่งเข้าใจว่าประมาณต้นปีหน้า ปี ๒๕๖๕ เราก็จะดำเนินการตัวนี้แล้วเสร็จ แล้วก็ประกาศราคาใหม่ ซึ่งเป็นราคาที่สะท้อนตัวเลขที่แท้จริงในทางบัญชี อันนี้ต้องเรียน ท่านเกียรติ สิทธีอมร นะครับว่าอันนี้คือโพรเซส (Process) ของเราที่จะดำเนินการนะครับ🔗

คำถามถัดมาสำหรับเรื่องก๊าซราคาสูง อันนี้ผมก็ต้องเรียนว่าเป็นเรื่องของการ เอาต้นทุนแต่ละแหล่งมาเฉลี่ยแล้วก็รวมราคา อันนี้ผมไม่แน่ใจว่าสูงกว่าต่างประเทศ หรือเปล่า เพราะว่าต้องเรียนตรง ๆ ว่าแต่ละประเทศเขาก็จะมีทรัพยากรไม่เหมือนกัน อย่างประเทศญี่ปุ่นเขาก็จะเอาแอลเอ็นจี (LNG) มาอย่างเดียว อย่างประเทศมาเลเซียเขาก็มี แก๊สอยู่ในอ่าว มันอาจจะมีต้นทุนถูกมากกว่าหรืออาจจะต้นทุนแพง อันนี้ผมไม่แน่ใจว่า อาจจะเปรียบเทียบลำบากนิดหนึ่ง แต่ในส่วนของเราเองอย่างเมื่อต้นปีที่ผ่านมาเราก็มองดูว่า ถ้าแก๊สแอลเอ็นจี (LNG) มีราคาต่ำเราก็จะซื้อแอลเอ็นจี (LNG) มาใส่มากหน่อย เพื่อที่จะให้ ราคามันถูกลง อันนี้คือหลักการ แต่ว่าการซื้อเข้ามาใส่ก็ต้องเปรียบเทียบว่า สัญญาเก่า ที่เขามีไว้กับแก๊สต่าง ๆ เขาเรียกว่ามันจะเกิดภาระหรือไม่ ถ้าไม่เกิดภาระเราก็ยินดีที่จะซื้อ แอลเอ็นจี (LNG) หรืออะไรเข้ามาผสม ทำให้ราคามันอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ครับ อันนี้ก็คือ ที่เรียนชี้แจงครับ🔗

นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ

รบกวนท่านประธานอีกนิดเดียว เพื่อให้สิ้นกระบวนความครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญเลยครับ🔗

นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ

ก่อนอื่นขอบคุณครับ ผม เกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขอย้ำนะครับ ผมยืนยันกับท่านนะครับ เป็นที่รู้กันหลุมที่ถูกที่สุดในอ่าวไทย ๑.๕๐ บาทเองครับ ผมทราบครับ เพราะรู้จักคนเยอะ พอสมควร เฉลี่ยออกมาแล้วชัดเจนเมื่อ ๓-๔ ปีที่แล้ว เฉลี่ยต้นทุนที่อ่าวไทย ๓ บาท ที่ท่าน ควรจะตอบให้ได้และเขียนในรายงานของท่านเพื่อความมั่นใจและรับรู้ของสังคม คือท่านเกลี่ยต้นทุนอย่างไร ไม่ใช่พูดแค่หลักการ ท่านก็บอกว่าท่านอิงตลาดโลกเพื่อความ เป็นธรรม หลักการอันนี้เราเลยจุดนี้ไปนานแล้วครับ ทำไมไม่เขียนในรายงานว่าท่านคำนวณ อย่างไรครับ เช่น ถ้าที่นำเข้าได้จากพม่าเป็นเท่านี้บาท จากอ่าวไทยเป็นเท่านี้บาท ต้องซื้อมา เพิ่มอีกเป็นเท่านี้บาท สัดส่วนเท่าไร ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เฉลี่ยออกมานี่คือต้นทุน ผมเข้าใจครับ ท่านพูดหลักการเฉย ๆ ลอย ๆ ไม่ได้ครับ อันนี้ท่าน บอกว่ามันเกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ. ปิโตรเลียม ท่านไม่สามารถรับรู้ได้ เขียนกฎหมายเข้ามา สภาครับ ผมช่วยแก้ครับ แต่ท่านจะกำกับดูแลเรื่องก๊าซธรรมชาติโดยไม่รู้ต้นทุนทั้งหมด ละเอียดยิบทั้งในประเทศและในต่างประเทศไม่ได้ครับ นั่นข้อที่ ๑ นะครับ🔗

ข้อที่ ๒ ผมขอสูตรคำนวณท่านนิดหนึ่งว่า จากต้นทุนที่มีอยู่ เฉลี่ยทั้งหมด ในประเทศกับต้นทุนที่ต้องนำเข้ามาจากต่างประเทศ สัดส่วนไหนบ้างที่คำนวณต้นทุน ออกมาแล้ว แล้วพอไปถึงโรงไฟฟ้าทำไมมันถึงเป็นราคาที่ท่านขายไปที่โรงไฟฟ้า เอารายการ คำนวณมาอิงกันครับ จะได้ชัด แล้วมีไหมครับบริษัทปิโตรเคมีบางรายที่ยังซื้อก๊าซธรรมชาติ เพราะในราคาที่ถูกกว่า เพราะมีสัญญาระยะยาว ถ้ามี ท่านจะแก้อย่างไร เพราะว่าถ้าเป็น อย่างนั้นเขาได้ต้นทุนก๊าซธรรมชาติถูก ประชาชนใช้แพง ประชาชนช่วยอุดหนุน ผู้ประกอบการหรือเปล่าครับ คือท่านอย่าตอบหลักการครับ วันนี้ท่านมาสภานี่ผมถามคำถาม เฉพาะมากเลยนะครับ ถ้าท่านตอบหลักการมันก็คือท่านไม่ได้ตอบผมครับ ผมถามว่า ท่านเกลี่ยต้นทุนอย่างไร ถ้าผมเป็นท่าน ผมจะตอบว่าหลุมในประเทศเราซัปพลาย (Supply) ได้ ๓๐เปอร์เซ็นต์ ซื้อจากต่างประเทศได้ ๔๐เปอร์เซ็นต์ จากพม่าได้อีก ๓๐ เปอร์เซ็นต์ จากเจดีเอ (JDA) ได้อีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ อย่างนี้ผมเกลี่ยต้นทุนออกมา ต้นทุนผมเกลี่ย ออกมาปั๊บ มันอยู่ที่ ๗ บาทนะ มันอยู่ที่ ๘ บาทนะ ที่เหลือเป็นค่าประกอบการ ท่านทราบ หรือไม่ครับ ในบทความอันเดียวกันที่มีการศึกษาไว้ เขาบอกเลยครับว่าเมื่อไรก็แล้วแต่ถ้า เป็นทางการ ไปทำกันเอง ต้นทุนในการทำแม้กระทั่งปั๊มที่ให้เติมก๊าซนี่นะครับ มันตก ค่าบริหารจัดการ ๔ บาท แต่ถ้าเป็นเอกชน ๒ บาทเท่านั้นเอง ท่านกำกับอย่างไรค่าบริหาร จัดการนี่ครับ ต่อกิโลกรัมท่านกำกับอย่างไร คำถามผมเฉพาะนะครับ ท่านไม่ต้องตอบ หลักการอีกต่อไปแล้ว แล้วผมแนะนำว่าสิ่งที่ผมถามเหล่านี้ควรจะเป็นข้อมูลที่ระบุอยู่ใน เอกสารที่ท่านนำเสนอครับ สังคมจะได้มั่นใจ ผู้บริโภคจะได้มั่นใจว่าท่านกำกับดูแลนี้ต้นทุน ก๊าซธรรมชาติเราถูกที่สุดแน่นอน ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน พิสิฐครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธาน กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ท่านรองเลขาธิการได้ชี้แจงในประเด็นเกี่ยวกับไฟฟ้าประชาชน ผมใช้คำสั้น ๆ ผมฟังแล้วท่านยังคงดีเฟนด์ (Defend) ระบบเดิมอยู่นะครับ ผมดูจากรายงาน ท่านในหน้า ๔๔ ก็เห็นความพยายามของท่านที่จะพยายามผลักดันให้มีการติดตั้ง โซลาร์ รูฟ (Solar Roof) อย่างเสรี แต่นโยบายนี้ก็ยังคงติดขัด ท่านทำตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ไม่ทราบตอนนี้สำเร็จ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์หรือยังครับ อันนี้ขอถามเป็นคำถามแรกครับ🔗

ส่วนคำถามต่อไปก็คือที่บอกว่า ท่านรับซื้อจากประชาชนแต่ต้องไม่เป็นภาระ กับผู้รับซื้อ อันนี้ดูหลักการก็ดูดี แต่คำถามคือว่า ที่ท่านรับซื้อจากประชาชนในอัตรา ๑.๖๘ บาทต่อกิโลวัตต์ ฮาว (Hour) เทียบกับต้นทุนของการไฟฟ้าขณะนี้มันห่างกันแค่ไหน เพื่อให้ประชาชนหายสงสัยว่า มีการเอาเปรียบผู้ขายที่เป็นประชาชนหรือเปล่านะครับ🔗

ประการที่ ๓ ที่ท่านพยายามจะตอบในบ่ายนี้ ผมฟังดูแล้วท่านยังไม่ค่อยให้ ความสำคัญกับการให้ประชาชนได้มีการใช้ประโยชน์จากพลังงานแสงอาทิตย์อย่างเต็มที่ ท่านยังคงพยายามจะปกป้องกลุ่มผลประโยชน์เดิม ๆ ผู้ประกอบการเดิม ๆ ท่านยัง ไม่เปิดทางให้รายเล็ก รายน้อยได้มีการใช้แสงอาทิตย์ให้เป็นประโยชน์ เช่น เรื่องของการที่ จำกัดการติดตั้งเพียง ๕ กิโลวัตต์ หรือ ๑๐ กิโลวัตต์เท่านั้น ทำไมไม่เปิดให้สูงกว่านั้น ขณะที่ รายอื่นท่านรับซื้อจากเขาเป็นเงินและเป็นจำนวนมากด้วยกัน ผมคิดว่าเรื่องของอนาคตของ ประเทศเราจะต้องใช้ประโยชน์จากทรัพยากรธรรมชาติให้เต็มที่ แน่นอนอาจจะมีผลกระทบ ต่อฐานะการเงินของการไฟฟ้า เราก็ต้องมาแก้กันในเรื่องนั้น แต่ไม่ใช่ให้ประชาชนเสียโอกาส ท่านดูในโลกมีกี่ประเทศที่มีโอกาสได้รับแสงอาทิตย์มากอย่างประเทศไทย พวกชาวยุโรป ชาวเหนือ ๆ ของเอเชีย (Asia) หรือยุโรปเขามากรุงเทพมหานคร มาเมืองไทยเพื่อที่จะได้รับ ประโยชน์จากแสงอาทิตย์ เพราะบ้านเมืองเรามีทรัพยากรส่วนนี้มากนะครับ ขณะที่บ้านเขา มีแต่ลม แล้วปีนี้ลมก็ไม่ค่อยดีด้วยทำให้เขาเกิดวิกฤติพลังงาน หรือแม้กระทั่งประเทศจีน เองก็ตาม โลกกำลังเกิดวิกฤติพลังงาน แต่เรายังคงไม่ตื่นตัวในเรื่องนี้เพราะว่าเรามีธรรมชาติ ที่เอื้อประโยชน์ต่อเรา เราน่าจะเปิดเสรีตรงนี้ให้เต็มที่ เขยิบเพดานขึ้นไปให้เต็มที่ แล้วก็ตั้ง ราคาให้สมเหตุสมผล อย่างน้อยก็เท่ากับต้นทุนของการใช้พลังงานจากแหล่งอื่นที่การไฟฟ้า ใช้อยู่ ผมฟังดูแล้วรู้สึกว่าท่านยังคงเอื้อต่อเรื่องของการนำเข้าแก๊สแอลพีจี (LPG) มากกว่า ที่จะดูแลเรื่องของโซลาร์ (Solar) ครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านเลขาธิการคมกฤชครับ🔗

นายคมกฤช ตันตระวาณิชย์ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับ กิจการพลังงาน

เรียนท่านประธานขออนุญาตชี้แจงท่านพิสิฐอีกนิดหนึ่งว่า ในเรื่อง ของโซลาร์ รูฟ (Solar Roof) ที่ผมเรียนว่า ๑.๖๘ มาจากไหน ๑.๖๘ ก็เป็นราคาค่ามาร์จินัล คอสต์ (Marginal cost) ของการไฟฟ้า คือลักษณะว่าถ้าการไฟฟ้าในช่วงนั้นก็คือว่า ถ้าเขา ซื้อไฟจากโซลาร์ (Solar) ก็จะทดแทนหน่วยผลิตที่เขาผลิตจากแก๊สธรรมชาติราคาจะ เท่ากันครับ เพราะฉะนั้นก็คือว่าเราเปิดให้โซลาร์ (Solar) บ้านแบบไม่จำกัดจำนวนนะครับ ก็คือว่าท่านเข้ามาได้เต็มที่อยากเข้าเท่าไรก็เข้ามา แต่ราคาค่าไฟเข้ามาปุ๊บ การไฟฟ้าต้องไป ลดการใช้แก๊สลงเพื่อที่จะรับซื้อโซลาร์ (Solar) ราคามันจะเท่ากันพอดี อันนี้คือหลักที่มาที่ไป ของทำไมถึงเป็น ๑.๖๘ บาท เพื่อที่จะได้ไม่มีการได้การเสียโซลาร์ (Solar) บ้านผลิตเข้ามา การไฟฟ้าลดไฟจากแก๊สราคาเท่ากันพอดีเป๊ะ อันนี้คือที่มาที่ไปของ ๑.๖๘ บาท โดยเราไม่ได้ คิดเรื่องเงินลงทุนเพราะเงินลงทุนมันจ่ายไปแล้ว ปัจจุบันเราก็ได้ขยาย ๑.๖๘ บาท กลายเป็น ๒.๒ บาท เพิ่มเติมเข้ามาเพื่อเกิดอินเซนทีฟ (Incentive) ให้คนที่อยากติดตั้งโซลาร์ (Solar) ติดตั้งได้มากขึ้น แต่อันนี้ก็ต้องเรียนว่า ถ้าขายเข้ามาเยอะก็จะมีประเด็นเรื่องไปกินทุน นิดหนึ่ง แต่ว่าก็ดูว่าคนติดตั้งโซลาร์ (Solar) ยังไม่เยอะมากนัก เราก็เลยหารือกับ กระทรวงพลังงานและขยายตัวนี้ขึ้นมาเพื่อเป็นแรงจูงใจให้คนติดตั้งโซลาร์ (Solar) ใช้มากขึ้น นะครับ🔗

แต่อย่างที่เรียนว่าโครงการนี้มันเป็นโครงการโซลาร์ (Solar) ภาคประชาชน ซึ่งเราไม่จำกัดจำนวนนะครับ แต่เราก็อยากให้คนที่ติดตั้งเรียกว่าในปริมาณที่เหมาะสม ถ้าติดตั้งเยอะเกินไป มันก็จะไม่คุ้มทุนโดยอัตโนมัติ แต่ถ้าติดตั้งในขณะที่พอดีก็จะเกิด ความคุ้มค่า แล้วก็ใช้ประโยชน์ได้สูงสุด ไม่เหลือส่งมาระบบ ก็ต้องเรียนว่าในเรื่องของ การสนับสนุนโซลาร์ (Solar) เราก็ได้มีการดำเนินการสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง อย่างใน โครงการ แซนด์บอกซ์ (Sandbox) เราก็มีการทดสอบในเรื่องของการใช้วิธีที่เรียกว่า เน็ต มิเทอริง (Net Metering) ต่าง ๆ ดูว่าถ้ามีสกีม (Scheme) อื่นมาจะเกิดข้อดีข้อเสียสามารถ ที่จะนำมาแอปพลาย (Apply) ใช้ได้หรือไม่ อันนี้เราไม่ได้หยุด เราก็ดำเนินการต่อ ถ้าเกิดว่า มีเขาเรียกว่าทางไหน ที่สามารถจะสนับสนุนได้ดี เรียกว่าไม่เป็นภาระมากนัก เราก็จะ ดำเนินการ ต้องเรียนว่าอาจจะต่างกับพวกที่รับซื้ออย่างเดียว รับซื้ออย่างเดียวอันนี้ทาง นโยบายต้องกำหนดมาก่อน เพราะว่ามันกระทบต่อค่าไฟโดยรวม กำหนดมาปุ๊บแล้วมันก็จะ มีจำนวนจำกัดว่าได้เท่าไร อย่างบางรายการต้องมีการเสนอราคาแข่งกัน แล้วก็บิดดิง (Bidding) แต่ว่าโซลาร์ (Solar) ภาคประชาชนจะไม่มีการบิดดิง (Bidding) แค่เสนอ เข้ามาแล้วก็เช็ก (Check) ในระบบต่าง ๆ ว่าสามารถติดได้ ดำเนินการได้ ก็ดำเนินการได้ เลยครับ ถ้าถามว่าในเรื่องของโซลาร์ (Solar) กับประชาชน ทางเราสนับสนุนเต็มที่ไม่มี โควตา ไม่มีจำกัดส่งเข้ามาได้เรื่อย ๆ ครับ🔗

ก็ต้องเรียนชี้แจงคุณเกียรติ สิทธีอมร อีกนิดหนึ่งในเรื่องของค่าแก๊ส ก็ต้อง เรียนตรง ๆ ว่าอาจจะเข้าใจผิดนิดหนึ่ง ทางผมเองครับไม่ใช่คุณเกียรติเข้าใจผิด คือว่าจริง ๆ แล้วเวลาจะคิดค่าแก๊สในแต่ละรอบ ๆ เราก็จะมีตัวเลขตัวนี้อยู่แล้วว่า สัดส่วนของแก๊สในอ่าว เป็นเท่าไร สัดส่วนของแอลเอ็นจี (LNG) จะมีทั้งระยะลองเทอม (Long term) แล้วก็สปอต (Spot) เป็นเท่าไรในรอบของการคิดค่าไฟแต่ละรอบ แต่เราไม่ได้มาเขียนในรายงานประจำปี ก็จะมีตัวเลขพวกนี้อยู่เป็นตัวเลขคำนวณอยู่ แล้วก็อีกส่วนหนึ่งก็คือว่าหลังจากได้ต้นทุน มันจะมีระบบเขาเรียกว่า พูล (Pull) แก๊ส คือเอาแก๊สทุกแหล่งมาร่วมกันตามต้นทุนที่มี ทุกแหล่งมารวมกันเป็น พูล (Pull) แก๊ส แล้วก็จะส่งเข้าไปค่าผ่านท่อ ค่าบริการต่าง ๆ รวมไปก็มีการบวกตัวเลขตลอด จนถึงโรงไฟฟ้าก็จะเป็นตัวเลขที่กำหนด แต่ว่าที่เรียนว่า เราได้ออกกฎเกณฑ์ในการกำกับก็จะชัดเจนมากขึ้นในปีหน้าแล้วก็ปีถัด ๆ ไป อันนี้คือ ภาพรวมของการกำกับกิจการแก๊ส แต่ในส่วนของเอ็นจีวี (NGV) ต้องเรียนตรง ๆ ว่าอันนี้ เราไม่ได้กำกับสถานีเอ็นจีวี (NGV) อย่างที่เรียนครับว่าเรากำกับกิจการไฟฟ้า แล้วก็แก๊ส ที่ไปสู่โรงไฟฟ้าเป็นหลัก ส่วนแก๊สที่ไปสู่สถานีเอ็นจีวี (NGV) ทาง กกพ. ไม่ได้ดูแลในส่วนนี้ครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่มี สมาชิกท่านใดจะซักถามแล้วนะครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นำยสุชำติ ตันเจริญ รองประธำนสภำผู้แทนรำษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มี ก็ถือว่าที่ประชุมรับทราบรายงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๒ ของคณะกรรมการกำกับ กิจการพลังงานและสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานเรียบร้อยแล้วนะครับ ฝากข้อสังเกต ข้อเสนอแนะของท่านสมาชิก ฝากไปดำเนินการให้ด้วย ขอบคุณผู้ชี้แจงจาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน ขอบคุณครับ🔗

ต่อไปเป็นเรื่องที่ประธานจะแจ้งที่ประชุมเรื่องที่ ๗ รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๓ ของกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ เรื่องนี้ขอเลื่อน เพราะว่าผู้จัดการกองทุน ได้มีหนังสือแจ้งว่า มีภารกิจติดประชุมคณะกรรมการกองทุน ซึ่งประชุมครั้งที่ ๑๑/๒๕๖๔ วันเดียวกัน ขอเลื่อนไปเป็นสัปดาห์หน้านะครับ🔗

ต่อไปเป็นการแจ้งที่ประชุมเรื่องที่ ๘ รับทราบรายงานผลการตรวจสอบ การละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่ ๘๙-๙๗/๒๕๖๔ ขอเชิญผู้ชี้แจงครับ เป็นชุดเดิมกับ ระเบียบวาระที่ ๒.๑ เชิญครับ เป็นการเสนอรายงานผลการตรวจสอบการละเมิด สิทธิมนุษยชนต่อสภาผู้แทนราษฎร เพื่อทราบตามมาตรา ๒๔๗ (๓) ของรัฐธรรมนูญแห่ง ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และมาตรา ๒๖ (๓) ประกอบมาตรา ๔๒ แห่ง พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๖๐🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอเชิญ ท่านสมาชิกอภิปรายซักถาม เชิญท่านสุเทพก่อนครับ ท่านมีอะไรจะชี้แจงไหม🔗

นายพิทยา จินาวัฒน์ ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ไม่มีครับท่านประธาน จะตอบข้อซักถามเลยทราบว่าเอกสารท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ได้อ่านแล้วนะครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านจะ ชี้แจงก่อนหรือจะรอให้สมาชิกซักถามก่อนครับ🔗

นายพิทยา จินาวัฒน์ ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ จะขออนุญาตให้ท่านสมาชิกสภาได้กรุณาถามเลยครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน นั่งลงก่อนครับ เดี๋ยวให้สมาชิกได้อภิปรายซักถาม เชิญท่านสมาชิกที่จะอภิปรายซักถาม เชิญท่านสุเทพ อู่อ้น ก่อนนะครับ ท่านพิทยานั่งลงก่อนก็ได้ครับ🔗

นายสุเทพ อู่อ้น แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เครือข่าย แรงงาน วันนี้ผมขออภิปรายเพื่อสอบถามคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ โดยเฉพาะ เรื่องของการมารายงานผลการละเมิดสิทธิของมนุษยชน การแทรกแซงและจำกัดการรวมตัว และชุมนุม จะเห็นได้ว่าจากเอกสารมติคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ อาศัยเหตุผล ดังกล่าวข้างต้น นั่นหมายความว่าได้มีการพูดคุยในรายละเอียดแล้ว คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในการประชุมเมื่อวันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๔ จึงมติการกระทำ หรือละเลยการกระทำเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนเกิดขึ้นจากการใช้อำนาจรัฐในการ ควบคุมดูแลการชุมนุมระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๓ จึงเห็นสมควร เสนอมาตรการ หรือแนวทางที่เหมาะสมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการละเมิด สิทธิมนุษยชน ในเนื้อหาที่มีระบุไว้ในส่วนข้อที่ ๕ นั่นหมายความว่าเกี่ยวกับเรื่องข้อเสนอแนะ มาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริม และการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และข้อเสนอแนะ ในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายเพื่อให้สอดคล้องกับสิทธิมนุษยชน อย่างนี้นะครับ เรื่องของ แรงงานมีการออกประกาศห้ามใช้สิทธิตาม พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ ว่าด้วยสหภาพแรงงาน ที่มีการยื่นข้อเรียกร้องต่อนายจ้าง ถ้าพูดถึงกระบวนการที่มีกำหนดตราไว้ใน พ.ร.บ. แรงงานสัมพันธ์ นั่นหมายความว่า สิทธิเสรีภาพในการเจรจาต่อรอง เมื่อไม่สามารถตกลงกัน ได้ก็คือ มีการพิพาทแรงงานจนถึงขั้นตอนเรื่องการขอมติในการนัดหยุดงาน ทั้งลูกจ้าง และนายจ้าง กระทรวงแรงงานออกประกาศเพื่อที่จะไม่ให้ใช้สิทธิในการนัดหยุดงาน และหยุดงานของนายจ้าง โดยใช้การจัดตั้งคณะกรรมการมาเพื่อการพิจารณาและออกคำสั่ง สิ่งที่เกิดขึ้นครับ ขณะนี้มีหลายเคส (Case) มากที่เกิดขึ้น แต่ผมจะขอยกตัวอย่างให้เห็น นั่นเพียง ๑ ตัวอย่างเกี่ยวกับเรื่องของการยื่นข้อเรียกร้องของสหภาพแรงงานรถยนต์มิตซูบิชิ (ประเทศไทย) กับบริษัทรถยนต์มิตซูบิชิ (ประเทศไทย) ซึ่งไม่สามารถเจรจาตกลงกันได้ จึงต้องเข้าเงื่อนไขที่รัฐมนตรีกระทรวงแรงงาน ได้ออกคำสั่งประกาศให้คณะกรรมการชี้ขาด ผลของการชี้ขาดนั้นทำให้ลิดรอนสิทธิเรื่องของค่าจ้าง โบนัส สวัสดิการ ซึ่งฐานข้อมูลเหล่านี้ มีเกณฑ์การดำเนินการในกลุ่มของยานยนต์ซึ่งต่ำมากในการที่ออกมา ทำให้พี่น้องแรงงาน เสียสิทธิ นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น และหลาย ๆ เคส (Case) ที่เกิดขึ้น ซึ่งไม่มีเวลาที่จะมาดำเนินการ ชี้แจงตรงนี้ได้ ถามว่าสภาพปัจจุบันนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ได้มีการตรวจสอบเรื่องพวกนี้เกี่ยวกับ การออกคำสั่ง ประกาศของรัฐบาลชุดนี้หรือไม่ และโดยเฉพาะกระทรวงแรงงานที่มีการ ออกประกาศ คำสั่งในการลิดรอนซึ่งก็มีกฎหมายกำหนดอยู่แล้ว แล้วท่านก็มาออกรายงานว่า จะให้ปฏิบัติตามกฎหมายที่กำหนด นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นเพียงหนึ่งตัวอย่าง🔗

มาดูกันต่อนะครับ สิทธิเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกฎหมายที่กำหนดไว้ การบังคับใช้กฎหมายคุ้มครองแรงงานที่ไม่คุ้มครองแรงงาน มาตรา ๑๑/๑ ถามว่าขณะนี้ มีฎีกาในการกำหนด ให้มีการจัดสวัสดิการค่าจ้างที่เป็นธรรมให้กับลูกจ้างโดยไม่เลือกปฏิบัติ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้มีการตรวจสอบสิทธิเหล่านี้ให้กับพี่น้องแรงงาน หรือไม่ กฎหมายไม่ว่าเรื่องของประกันสังคมที่เลือกปฏิบัติแรงงานในระบบ นอกระบบ แรงงานข้ามชาติ ซึ่งไม่สามารถเข้าถึงสิทธิในประกันสังคม คำว่า ประกันสังคม ควรเป็นสิทธิ ถ้วนหน้า วันนี้อาจจะใช้เวลาเกินสักนิดนะครับท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกองทุน เงินทดแทนที่ถูกเลือกปฏิบัติ ทั้งแรงงานในระบบ นอกระบบ และแรงงานข้ามชาติ เมื่อเกิด อุบัติเหตุการเจ็บป่วย ถูกลิดรอนสิทธิเหล่านี้โดยไม่ได้เข้าถึงสิทธิที่เกิดขึ้น พี่น้องแรงงาน ที่ทำงานอยู่ในหน่วยงานของภาครัฐ แล้วก็รัฐวิสาหกิจ การเหมาช่วง เหมาบริการเป็นการ จ้างงานที่เอาเปรียบละเมิดสิทธิเป็นจำนวนมาก ในสภาแห่งนี้ก็มี ในทุก ๆ กระทรวงก็มี แล้วพี่น้องเหล่านี้จะได้การคุ้มครองสิทธิอย่างไรจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน เขาเหล่านั้นคือประชาชน เขาเหล่านั้นคือคนที่มาทำมูลค่าเพิ่มให้กับหน่วยงานราชการ แต่วันนี้หาความมั่นคงของชีวิตไม่ได้เลย กฎหมายคุ้มครองแรงงานก็ไม่มีสิทธิเข้าไปถึง ประกันสังคมก็ไม่มี และอีกหลาย ๆ กฎหมายที่ดูแลเขาเหล่านั้น สิ่งเหล่านี้คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนทราบหรือไม่ และดำเนินการอย่างไรอยู่🔗

อีกเรื่องนะครับ เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อปี ๒๕๖๒ ผมขอไล่เรียงนิดหนึ่งเพื่อให้เป็น ข้อมูลคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนด้วย เดิมบริษัทแห่งนี้ชื่อ บริษัทไทรอัมพ์ อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ผลิตชุดชั้นในของสุภาพสตรี แล้วก็มีการมาเปลี่ยนแปลงชื่อเป็น บริษัท บอดี้ แฟชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เมื่อปี ๒๕๖๒ มีการถ่ายโอนเป็นบริษัท บริลเลียนท์ อัลไลแอนซ์ ไทย โกลบอล จำกัด ซึ่งจุดสังเกตเหล่านี้จากการไหลเปลี่ยนมาถึง บริษัท บริลเลียนท์ อัลไลแอนซ์ ไทย โกลบอล จำกัด นี้ทุนจดทะเบียนเหลือเพียง ๑ ล้านบาท กับการจ้างงานจำนวนหลักพัน วันนี้คนเหล่านั้นถูกนายจ้าง บริษัท บริลเลียนท์ อัลไลแอนซ์ ไทย โกลบอล จำกัด หนีหายไป ไม่ได้รับค่าชดเชยที่จะต้องได้ตามกฎหมาย ๒๔๒,๖๘๙,๘๖๒.๗๑ บาท เขาพยายามที่จะดำเนินการเรียกร้องสิทธิที่ควรจะได้ไปที่ กระทรวงแรงงาน ขณะนี้ผ่านมาแล้ว ๗ เดือนยังไม่ได้รับความคืบหน้าเงินค่าชดเชยที่จะได้ และติดตามตัวนายจ้าง ถามว่าวันนี้เมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม ได้นำสมาชิกเพื่อไปติดตาม ยื่นหนังสือที่หน้าทำเนียบ และสถานีตำรวจนางเลิ้งได้ออกคำสั่งเรียกตัวเพื่อมารับ ข้อกล่าวหาว่า ปฏิบัติผิด พ.ร.บ. ฉุกเฉิน แล้วสิทธิเหล่านี้ในการรวมตัวของพี่น้องแรงงาน จะใช้ช่องทางไหนครับ พอดำเนินการก็ถูกข้อหาการรวมตัวกันชุมนุมละเมิดกฎหมาย เขาต้อง มารับข้อกล่าวหา แกนนำทั้ง ๖ คน รวมทั้งพี่น้องแรงงานที่มีความลำบากอยู่ อย่างนี้นะครับ คนที่ตกงาน ผมเป็นแรงงานมาเงินที่จะเยียวยา ค่าจ้างที่ได้ไม่เพียงพออยู่แล้ว บ้านเช่า ข้าวซื้อ รถผ่อน ลูกเรียน ขนาด ๗ เดือนไม่ได้รับการดูแลมาเรียกร้องสิทธิ ถามว่าวันนี้พี่น้อง แรงงานเหล่านี้ไม่มีเงินนะครับ เขาก็ต้องดิ้นรนแล้วกองทุนต่าง ๆ ที่มีอยู่ โดยเฉพาะเราก็ผลักดันที่รัฐบาลที่อยากจะให้นำเงิน เฉพาะเงินของบริหารที่นายกรัฐมนตรี มีอำนาจสูงสุดคืองบกลาง มาช่วยเหลือเขาเหล่านี้ก็ยังไม่ได้รับการดูแล🔗

สุดท้ายนี้ก็อยากวิงวอนท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนทุก ๆ ท่าน ท่านเป็นผู้ที่จะดูแล และคุ้มครองสิทธิพวกเราพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ซึ่งก็มีกฎหมายที่จำกัด ขนาดนี้แล้ว และใต้กฎหมายยังไม่ได้รับการดูแลแล้วจะพึ่งใครได้ ฝากด้วยครับท่านประธาน ถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่าน อมรัตน์เชิญครับ🔗

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลจากจังหวัด นครปฐมค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันได้อ่านรายงานฉบับนี้เกือบ ๗๐ หน้า ซึ่งเป็นรายงาน ผลการตรวจสอบของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนใน ๙ คำร้อง ที่เกี่ยวข้องกับการคุกคาม สิทธิเสรีภาพของผู้ชุมนุม และเกี่ยวข้องกับการสลายการชุมนุมที่ไม่ได้มาตรฐานสากล ในรายงานนี้เป็นลักษณะการเล่าเรื่อง เหมือนกับแทบจะไม่แตกต่างจากที่ได้อ่านในสื่อมวลชน ต่าง ๆ เป็นลักษณะการเล่าเรื่อง และมีการให้ความเห็น แม้นว่าไม่สตรอง (Strong) หมายถึง เป็นการให้ความเห็นบางเรื่องที่ผิดแน่ ๆ ก็ยังมีการให้ความเห็นแบบเกรงอกเกรงใจ ให้ความเห็นบอกว่า ให้ไปทบทวน ให้หลีกเลี่ยงไม่ทำแบบนี้ไม่ทำแบบนั้นกับประชาชน ก่อนที่ จะไปลงรายละเอียด ดิฉันจะขอพูดถึงสถานการณ์เรื่องสิทธิมนุษยชนโดยรวมของเราก่อนว่า ประเทศเราถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดจากประชาคมโลก ในสถานการณ์เรื่องสิทธิมนุษยชนนี้ ซึ่งมีลักษณะหน้าปกเป็นประชาธิปไตย แต่เนื้อในเป็นเผด็จการซ่อนรูป ปกครองยาวนานด้วย ความกลัว และด้วยการโฆษณาชวนเชื่ออย่างต่อเนื่อง ท่านประธานคะ เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ที่ผ่านมามีเหตุการณ์ ๒ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันเดียวกันคนละมุมโลก เหตุการณ์หนึ่งที่เกิดที่ศาลรัฐธรรมนูญในประเทศไทย อีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดที่กรุงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ที่ศาลรัฐธรรมนูญมีการวินิจฉัยว่า ข้อเรียกร้องปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ ๑๐ ข้อนั้น เป็นการล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข แต่ที่มีความย้อนแย้งคือที่เจนีวา ตัวแทนไทยก็คือปลัดกระทรวงต่างประเทศได้ไปพูดที่ ยูเอ็น (UN) เป็นเวทียูพีอาร์ (UPR) เป็นกระบวนการทบทวนสถานการณ์สิทธิมนุษยชน ในเมืองไทย ใจความที่พูดส่วนหนึ่งเกี่ยวกับการชุมนุมได้พูดว่า ประเทศไทยเคารพในสิทธิ และเสรีภาพในการชุมนุมค่ะ อีกเรื่องหนึ่งที่ไปพูดก็คือพูดว่า ประเทศไทยจะมีการป้องกัน การดำเนินคดีปิดปาก หรือที่เรียกว่า สแลปส์ (Slaps) หรือคดีที่มีการป้องกันการดำเนินคดี เชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งมันจริงหรือเปล่าคะ ก่อนที่จะไปดูคลิป (Clip) นะคะท่านประธาน การไปพูด บนเวทีโลกอย่างนั้นอาจจะดูดี แต่มันไม่ใช่ความจริง ประเทศนี้เป็นประเทศที่กลัวความจริง ในรายงานของ กสม. หน้าที่ ๖๖ ข้อ ๓ ได้ระบุไว้ว่า กสม. มีข้อเสนอแนะให้คณะรัฐมนตรี ทบทวน และหลีกเลี่ยงการใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินกับผู้ชุมนุม เพราะผิดวัตถุประสงค์ในการสร้าง มาตรานี้ขึ้นมา ซึ่ง พ.ร.ก. นี้มีใช้เพื่อสำหรับภัยที่เป็นภัยร้ายแรงต่อความมั่นคงเท่านั้น ไม่สมควรจะเอามาใช้ในสถานการณ์ที่มีการชุมนุมโดยทั่วไป เว้นเสียว่าจะมีการจลาจลนะคะ ขอคลิป (Clip) ด้วยค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล แบบบัญชีรายชื่อ

นี่เหตุเกิดที่หน้าสถานทูต เยอรมันในวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน เจ้าหน้าที่ประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินและสั่งให้สลาย การชุมนุมต่อหน้าตัวแทนทูตเยอรมันนะคะ และมีท่าทีเผชิญหน้าค่ะ ขอบคุณค่ะ ขอภาพด้วยค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล แบบบัญชีรายชื่อ

ภาพนี้เป็นภาพตัวแทน ทูตเยอรมันนะคะ ท่าทีของตัวแทนทูตเยอรมันนี้ออกมาแม้กระทั่งเป็นวันหยุด ในตอนหัวค่ำ ของวันอาทิตย์ได้ออกมายืนรอรับการเดินขบวนมายื่นหนังสือที่หน้าสถานทูตจากผู้ชุมนุมไทย ด้วยท่าทีสุขุม สงบและให้เกียรติผู้ชุมนุม ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ไทยกลับสร้างบรรยากาศแห่งการเผชิญหน้า สัญญาณทางการทูต การที่ส่งตัวแทนออกมารับ ทั้ง ๆ ที่อาจจะไม่มีความจำเป็นจะต้องออกมารับทุกครั้งก็ได้นะคะ สัญญาณทางการทูตอย่างนี้วิญญูชนย่อมเข้าใจดีว่าหมายถึงอะไรค่ะ เราได้เห็นอะไร ในคลิป (Clip) บ้าง เราได้ทราบแล้วว่า การเคลื่อนตัวมาสถานทูตเยอรมันก็ยังมีผู้ชุมนุมถูกยิง ๓ คน แล้วก็บาดเจ็บสาหัส ตอนนี้ยังอยู่โรงพยาบาลจุฬาอีก ๑ คนค่ะท่านประธาน แต่เจ้าหน้าที่ทูตก็ยังให้เกียรติออกมารับหนังสือ🔗

คำถามก็คือรายงานของ กสม. ฉบับนี้ที่เสนอต่อคณะรัฐมนตรีจะได้รับการ ตอบสนองหรือไม่ คณะรัฐมนตรีจะปรับปรุงให้เป็นไปตามคำขอ ร้องขอของ กสม. หรือไม่ ในเมื่อรายงานนี้มันสิ้นสุดเป็นสถานการณ์ของปีที่แล้ว และจนถึงปีนี้ จนถึงเมื่อ ๖ วันที่แล้ว ก็ยังมีเหตุการณ์แบบที่หน้าสถานทูตนั้นท้าทายเกิดขึ้นค่ะ ข้อเสนอแนะของดิฉันว่าอันที่จริง กสม. จริง ๆ ก็ไม่ใช่เสือกระดาษ หรือไม่ใช่ยักษ์ที่ไม่มีกระบองเสียทีเดียว จริง ๆ ท่าน มีบทบาทหน้าที่ที่ทำอะไรได้มากกว่านี้อีกเยอะ แต่ที่ผ่านมาท่านได้ทำท่าทีเป็นกลางตลอดมา ซึ่งนักสิทธิมนุษยชนที่แท้จริงแล้ว ท่านไม่จำเป็นต้องทำตัวเป็นกลาง แต่ต้องเลือกข้างค่ะ เลือกข้างอยู่กับฝ่ายประชาชนที่ไม่มีอำนาจ ที่ถูกกดขี่บีฑา นักสิทธิมนุษยชนที่แท้จริง ไม่มีสิทธิจะวางตัวเป็นกลางค่ะ และ กสม. จะต้องทำหน้าที่อย่างกล้าหาญ ดำรงความเป็น อิสระ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยที่ถูกปกครองด้วยการ สืบทอดอำนาจโดยผู้นำที่โอหัง คลั่งอำนาจมานานปี กสม. ถูกคาดหวังว่าจะต้องทำงาน เชิงรุกให้มากกว่านี้ค่ะ แม้นว่าในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ที่ออกมาในยุค คสช. จะได้ตัด บทบาทที่สำคัญประการหนึ่งของ คสช. ไปแล้วจากที่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ได้ให้อำนาจ ในการเป็นผู้ฟ้องร้องแทนกลุ่มผู้เสียหายได้ แต่ถูกตัดออกไปในรัฐธรรมนูญฉบับนี้ และท่าน ทำหน้าที่ได้เพียงพาผู้เสียหายไปแจ้งความเท่านั้น ซึ่งเป็นที่น่าเห็นใจค่ะ แต่แม้นบทบาทของ กสม. จะไม่ได้เป็นที่รับรู้ของสังคมเด่นชัดเหมือนองค์กรอิสระอื่น ๆ ด้วยสถานภาพของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน ถ้าท่านทำอะไรให้เต็มที่ดิฉันคิดว่าท่านทำสิ่งเหล่านี้ได้ค่ะ เป็นอำนาจ เป็นหน้าที่ที่ท่านทำได้ ที่ดิฉันทำไม่ได้ค่ะ คือเข้าพบประธานศาลฎีกานะคะ เพื่อให้คำปรึกษาหารือในการปล่อยผู้ต้องขังทางการเมือง ในการให้สิทธิในการประกันตัว ในการผ่อนผันมาตรการการเข้าเยี่ยมผู้ต้องหาในเรือนจำ ท่านทำได้ค่ะ ถ้าท่านทำงานเชิงรุก ขอเวลาอีกสักครู่ค่ะ สิ่งที่ท่านทำได้อีกประการหนึ่ง เข้าพบให้คำปรึกษาหารือ ชี้แนะกับ นายกรัฐมนตรี ผู้ที่ไม่เข้าใจคำว่า สิทธิมนุษยชน ไปเบิกเนตรนายกรัฐมนตรีให้พวกเราทีนะคะ🔗

ข้อที่ ๓ เมื่อมีการละเมิดใด ๆ เกิดขึ้นท่านจะต้องตอบสนองอย่างรวดเร็ว ทันที ที่ดิฉันเห็นท่านไปทำที่ดินแดง คือทำหน้าที่เป็นตัวกลางเจรจาไกล่เกลี่ยกับชุมชน ชาวดินแดง อันนั้นเป็นหน้าที่รองค่ะ ท่านจะต้องทำหน้าที่รายงานสถานการณ์จริงให้ฉับไว และเพื่อให้เกิดการแก้ไขให้เร็วที่สุด รวมทั้งรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๒๕๗ กฎหมาย ยังกำหนดให้ กสม. มีกรณีที่รายงานที่ท่านส่งให้คณะรัฐมนตรีไม่ได้รับการตอบสนอง หรือได้รับการตอบสนองที่ล่าช้า ท่านมีสิทธิทวงถามได้ มาตรา ๑๕๗ ระบุไว้ว่า การที่ ครม. รับทราบแล้ว และยังดำเนินการตามข้อเสนอแนะไม่ได้ ให้ ครม. แจ้งเหตุผลให้ กสม. ทราบ โดยไม่ชักช้า ตรงนี้ท่านสามารถจะติดตามทวงถาม และทำงานเชิงรุกให้กับพี่น้องประชาชน ผู้ถูกกดขี่ จนกระทั่งเสรีภาพแทบไม่มีเหลือติดตัวกันแล้วค่ะ จากประสบการณ์ดิฉันเห็นคนใน องค์กรอิสระ ไม่ว่าจะเป็นอดีต กกต. อดีตตุลาการศาล ทุกท่านจะมามีบทบาทก็ต่อเมื่อมี คำว่า อดีต อยู่ข้างหน้าค่ะ ดิฉันอยากให้ท่านทำหน้าที่เสียตั้งแต่วันนี้เพื่อไม่ให้สายเกินไป และไม่ให้มาเสียใจ เสียดายภายหลัง อย่ารอให้มีคำว่าอดีตก่อนนะคะแล้วค่อยออกมาเสนอ ความคิดเห็น หรือกล้าที่จะหยัดยืนอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในยุคเผด็จการครองเมือง ขอบคุณมากค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านเบญจา แสงจันทร์ เชิญครับ🔗

นางสาวเบญจา แสงจันทร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ดิฉัน เบญจา แสงจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล จากที่ดิฉันอ่านรายงานผล การตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมและการชุมนุมทางการเมือง ซึ่งล้วนเกี่ยวข้องกับการที่เจ้าหน้าที่รัฐใช้อำนาจโดยไม่ชอบ เพื่อไปแทรกแซงและจำกัด เสรีภาพในการชุมนุมของประชาชนทั้งสิ้นค่ะ ท่านประธานคะ ตราบจนถึงวันนี้ ดิฉันยังอดสงสัยไม่ได้ค่ะว่า เราอยู่ภายใต้การปกครองในระบอบประชาธิปไตยที่ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นประชาชน หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐล้วนแล้วแต่ต้องเสมอภาคกันต่อหน้ากฎหมาย และอยู่ภายใต้การคุ้มครองของรัฐธรรมนูญที่เป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศนี้อยู่หรือไม่คะ ถ้าดูจากรายงานฉบับนี้ เรายังคงเห็นการใช้กฎหมายกับผู้ชุมนุม และผู้เห็นต่างทางการเมือง ที่ผิดแปลกและพิสดาร และไม่อยู่ภายใต้การคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญ เจ้าหน้าที่รัฐยังคง ละเมิดกฎหมาย ละเมิดสิทธิมนุษยชน และทำแบบนี้ให้เห็นอยู่ทุกเมื่อเชื่อวันค่ะ ท่านประธานคะ การจับกุมคุมขังนักกิจกรรม เยาวชนคนหนุ่มสาว และนักศึกษา ประชาชน ก็ยังคงเป็นการกระทำที่ละเมิดกฎหมาย และยังเป็นการละเมิดสิทธิและเสรีภาพ ของประชาชน ละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างยิ่งอีกด้วยค่ะ ท่านประธานคะ รัฐบาลเองและ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนจะต้องยอมรับก่อนนะคะว่าการชุมนุมสาธารณะเป็นเครื่องมือ พื้นฐานที่ประชาชนสามารถใช้ได้ในระบอบประชาธิปไตย เพื่อให้ประชาชนเองมีส่วนร่วม กับการเมืองการปกครองในระบอบนี้ด้วย เพื่อให้พวกเขาได้นำเสนอปัญหาและเรื่องราว ของพวกเขา ปัญหาและความต้องการของพวกเขาที่อยากจะเสนอต่อรัฐ และรัฐเองก็มีหน้าที่ ในการที่จะประกันเสรีภาพให้กับพวกเขาด้วยค่ะ ท่านประธานคะ ในขณะที่เราเห็นภาพ พี่น้องประชาชน และเยาวชนเข้ามาร่วมชุมนุม ใช้เสรีภาพในการชุมนุมเพื่อแสดงเจตนารมณ์ ทางการเมืองของพวกเขา ทั้งหมดนี้มันเป็นผลมาจากการที่เขาไม่ไว้วางใจต่อการบริหาร ราชการแผ่นดินของรัฐบาลของคุณประยุทธ์ จันทร์โอชา ทั้งสิ้นค่ะ และจากการที่ดิฉันได้อ่าน รายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน อันเนื่องมาจากการใช้เสรีภาพในการ แสดงความคิดเห็น สิทธิในการใช้กระบวนการการยุติธรรม เสรีภาพในการเสนอข่าวสาร ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ดิฉันขอตั้งข้อสังเกต และตั้งข้อเสนอแนะ แสดงความคิดเห็น เพื่อเป็นแนวทางที่เหมาะสมในการที่ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติจะได้นำไปเพื่อใช้ในการป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๓ ประการด้วยกันค่ะ🔗

ประการที่ ๑ ดิฉันเห็นควรว่า เราควรจะต้องรีบลดความขัดแย้งเฉพาะหน้า ในทันทีค่ะ นั่นคือการที่พวกเราทุกคน รวมถึง กสม. ด้วยจะต้องตระหนักถึงการเรียกร้อง ของนักศึกษา เยาวชนคนหนุ่มสาว ไม่ว่าจะเป็นการเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงที่เป็น การเปลี่ยนแปลงที่อยู่ข้างนอก สิ่งเหล่านี้มันคือปรากฏการณ์แห่งยุคสมัยค่ะท่านประธาน เราเองต้องทำหน้าที่เป็นผู้รับฟัง แล้วเราต้องหยุดเป็นผู้สร้างความเกลียดชัง หยุดการกระทำ ที่มองว่า พวกเขาเป็นผู้ที่กระทำความรุนแรง โดยเฉพาะกับกลุ่มเยาวชนที่ชุมนุมเรียกร้อง ในเวลานี้ รัฐบาลของคุณประยุทธ์เองที่เป็นคู่ขัดแย้งของผู้ชุมนุม จะต้องบังคับใช้กฎหมาย แล้วก็ไม่ให้มันเกินกว่าที่มันเป็นอยู่ แล้วก็ข้อเสนอของผู้ชุมนุมควรต้องรับฟังอย่างจริงใจ แล้วก็มีวุฒิภาวะมากกว่านี้ แล้วทางรัฐบาลเอง รวมถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนจะต้อง เข้าไปรับฟังความคิดเห็นอย่างใกล้ชิด และใช้ความอดทนอดกลั้นในการรับฟังต่อข้อเสนอ ที่อาจจะไม่ถูกใจ แล้วก็เป็นข้อเสนอที่กระอักกระอ่วนใจ สิ่งสำคัญที่สุดในเวลานี้ก็คือว่า ต้องหยุดมองประชาชน นักศึกษา เยาวชน คนหนุ่มสาวเป็นคนที่เห็นต่างและเป็นศัตรู หยุดกล่าวร้าย แล้วก็หยุดยั่วยุให้ความเกลียดชัง รัฐต้องคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิต ของประชาชนอย่างเสมอภาคเท่าเทียมค่ะ ไม่ควรมีใครที่ต้องถูกอุ้มหาย ถูกไล่ล่า หรือถูกขู่ฆ่า ทำร้าย เพราะมีการแสดงออกที่ไม่ถูกใจรัฐ รัฐต้องทำหน้าที่ปกป้องคุ้มครองความปลอดภัย และสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานให้กับประชาชนและสื่อมวลชนด้วย🔗

ประการที่ ๒ เรื่องที่จำเป็นอย่างมากในตอนนี้ ก็คือข้อเสนอของรายงาน ฉบับนี้ ถึงแม้จะไม่ได้ระบุตรง ๆ แต่ก็มีข้อเสนอที่ระบุไว้ในทำนองว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ทั้งฉบับ ยังเป็นเรื่องที่จำเป็นและต้องทำอย่างเร่งด่วน ซึ่งไม่มีใครในที่นี้ปฏิเสธค่ะว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญในช่วงเวลาที่ผ่านมาเป็นการแก้ไข แค่ระบบเลือกตั้ง ซึ่งมันไม่ได้ช่วยแก้ปัญหาความขัดแย้งที่มันยังดำรงคงอยู่ และยิ่งเมื่อวันที่ ๑๖-๑๗ พฤศจิกายนที่ผ่านมานะคะ รัฐสภาของเรายังไปทำหน้าที่ในการปิดประตูที่จะไม่ให้ แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนได้อีกด้วย มันทำให้ตอนนี้ทุกฝ่ายไม่มีช่องทางออกในการ แก้ปัญหา ไม่มีกระบวนการในการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนได้เลยค่ะ ดังนั้นเราควร จะเปิดทางให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับการร่างรัฐธรรมนูญ ให้ประชาชนทุกคนได้แสดง ความคิดเห็นอย่างเสรี แล้วก็เข้าถึงข้อมูลข่าวสารได้อย่างรอบด้านด้วยค่ะ เพื่อให้รัฐธรรมนูญ เป็นหลักประกันสิทธิเสรีภาพของประชาชน ในระบอบประชาธิปไตยได้อย่างแท้จริง ท่านประธานคะ นั่นจึงเป็นทางรอดเดียวค่ะ รัฐธรรมนูญเป็นทางรอดเดียวจริง ๆ ที่จะประกัน สิทธิเสรีภาพให้กับประชาชน และยุติข้อพิพาททั้งหมดนี้ได้ด้วยค่ะ🔗

ประการสุดท้ายค่ะ ประการที่ ๓ เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องทำทันทีค่ะ ท่าน กสม. ที่นั่งอยู่ตรงนี้นะคะ ดิฉันอยากจะส่งผ่านสิ่งเหล่านี้ไปถึงท่านว่า ท่านควรจะต้อง ลงไปรับฟัง แล้วก็เข้าไปให้ถึงพี่น้องประชาชนจริง ๆ สิ่งที่ดิฉันเรียกร้องก็คือ ต้องคืนสิทธิ การประกันตัวให้กับประชาชน ท่านประธานคะ มันจะลดความขัดแย้งได้อย่างไรคะ ถ้าเวลา นี้มันเป็นเวลาที่เยาวชนคนหนุ่มสาวที่อยู่ในที่คุมขัง พวกเขาควรจะอยู่กับครอบครัว ควรจะ อยู่กับคนที่เขารัก พวกเขาควรจะได้นั่งอ่านหนังสือ ได้นั่งเรียนกับเพื่อนๆ ได้ใช้ชีวิตตามปกติ แต่ในเวลานี้ท่านกลับเอาพวกเขาไปคุมขัง เอาอนาคตของประเทศนี้ไปจำขังไว้ ในสังคม ที่เราไม่เห็นอนาคตแบบนี้ นี่เป็นเรื่องน่าเศร้ามากค่ะ ที่เอาพวกเขาไปคุมขังทั้งที่ยังไม่ได้ ตัดสินเลยว่า เขาเป็นผู้กระทำความผิดเลยด้วยซ้ำนะคะ🔗

ท่านประธานคะสุดท้ายค่ะ ท่านรู้สึกอย่างไรกันบ้างคะ เวลาที่ท่านเห็น เยาวชนคนหนุ่มสาว ที่อยู่ข้างนอกนั่นถูกทุบตี ถูกใส่ร้ายป้ายสีว่าเขาถูกหลอกใช้ แล้วก็ ไม่ประสาทางการเมือง แล้วก็ไล่ยิงเขาเหมือนพวกเขาไม่ใช่มนุษย์ ท่านประธานลองถามใจ ตัวเองดูค่ะ เวลาที่เราบอกว่า เขาถูกหลอก จริง ๆ แล้วเป็นไปได้ไหมคะว่าเวลาที่เราบอก แบบนั้นนี่ คนที่ถูกหลอกกลับเป็นพวกเราค่ะ เราคือคนที่ถูกใช้ถูกหลอกมาตลอดชีวิต หรือเปล่า ถูกหลอกให้เชื่อตั้งแต่เกิดจนโต จนทำให้วันนี้คนที่กระทำกับเยาวชนที่ไม่ประสา ไม่เห็นคุณค่าในความเป็นมนุษย์เลย ดังนั้นคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนและท่านประธานคะ ดิฉันอยากมีข้อเสนอว่า ณ ตอนนี้ต้องหยุดละเมิดสิทธิมนุษยชนก่อน แล้วคืนสิทธิการประกันตัว ปล่อยผู้ต้องขังทางการเมืองทุกคน เพื่อคืนสิทธิความยุติธรรมให้กับประชาชนด้วยค่ะ ยอมรับความแตกต่างทางอุดมการณ์ แล้วก็เปิดใจรับฟังค่ะ ต้องมีความอดทนอดกลั้น ดิฉันเชื่อมั่นเหลือเกินว่า พวกเราทุกคนอยากเห็นสังคมที่เป็นประชาธิปไตย อยากเห็น ประชาชนทุกคนมีส่วนร่วม และอยากเห็นศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของประชาชนทุกคน ที่ได้รับการคุ้มครอง เท่าเทียมกัน เสมอภาคกันต่อหน้ากฎหมายค่ะ ทั้งหมดนี้ดิฉันหวัง เป็นอย่ายิ่งว่าเราทุกคนจะตระหนักพอที่จะเปิดกว้าง แล้วก็ไม่เอาแต่ใจตัวเองเป็น จุดศูนย์กลาง เปิดใจให้กว้างค่ะ ปล่อยให้เยาวชนในสังคมของเราเขาได้ออกไปวัดพื้นที่ เสรีภาพและความคิดของเขา รัฐต้องยุติการดำเนินการทางกฎหมาย แล้วก็เปิด พื้นที่ปลอดภัยให้ประชาชนสามารถใช้พื้นที่ในการแสดงสิทธิและเสรีภาพได้ คืนสิทธิ การประกันตัวให้กับประชาชนค่ะ คืนความยุติธรรมให้กับพวกเขาค่ะ และอยากส่งข้อเสนอนี้ ให้กับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติช่วยพิจารณาเรื่องนี้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ ท่านประธานคะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน ต่อไป ท่านปดิพัทธ์ เชิญครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา พิษณุโลก

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคก้าวไกล วันนี้ ผมขออภิปรายแล้วก็สอบถามในรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จากรายงานนี้เป็นการพิจารณาในเรื่องที่มีการร้อง ใช่ไหมครับ ผมเข้าใจว่ามีผู้ร้องทั้งหมด ๙ คน ผมถามคำถามแรกก่อน ก็คือว่าในกรณีที่มี การตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนนี่เราตรวจสอบเฉพาะเคส (Case) ที่มีการร้อง หรือว่า เราตรวจสอบทุกเคส (Case) ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ผมเข้าใจว่าเคส (Case) เยอะนะครับ แต่ผมอยากทราบหลักการในการมอนิเตอร์ (Monitor) สถานการณ์นี้ ยกตัวอย่างเช่น ที่จังหวัดพิษณุโลกนี้ก็มีประชาชนท่านหนึ่งไล่ฟ้อง มาตรา ๑๑๒ กับเยาวชน แล้วก็ประชาชนไปทั่วประเทศเลย แล้วก็หลายครั้งนี้มีข้อสงสัยว่า เป็นการฟ้องร้องเพื่อจะเรียกคดี หรือว่าปิดปาก หรือว่าเรียกการระงับคดี หรือว่าการยอมคดี หรือเปล่า ซึ่งก็จะมีเรื่องเงิน เรื่องอะไรมาเกี่ยวข้องด้วยนะครับ สถานการณ์แบบนี้ก็ละเมิด สิทธิมนุษยชน แล้วก็เป็นที่กังวลของพ่อแม่ผู้ปกครอง ไม่ได้เป็นผลดีต่อการเคลื่อนไหว เพื่อประชาธิปไตยเลยนะครับ อันนี้อยากจะถามประเด็นแรกนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ คือความถูกต้องของรายงานนะครับ ในหน้าที่ ๕ บอกว่า ทางรัฐสภานี้มีความพยายามจะแก้ไขสถานการณ์ความขัดแย้งที่เกิดขึ้น โดยการแต่งตั้ง คณะกรรมการสมานฉันท์ แล้วก็ในคณะกรรมการสมานฉันท์นี้ได้ระบุไว้ว่า ประกอบไปด้วย ตัวแทนของรัฐบาล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน สมาชิกวุฒิสภา ผู้ชุมนุมนะครับ แต่ว่าฝ่ายค้านเราไม่ได้เข้าร่วมนะครับ ผมคิดว่าเนื้อหานี้ผิดหรือเปล่านะครับ แล้วจริง ๆ ผมก็ไม่อยากรับรายงานฉบับนี้นะครับ แต่เกรงใจว่าต้องเชิญประชุมกัน ท่านประธานครับ กรรมการสมานฉันท์ที่ตั้งขึ้นมานี้ ตอนนี้ตั้งขึ้นมานานมากแล้วนะครับ แต่ก็ยังไม่มีความสมานฉันท์ใด ๆ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่เรายืนยันมาตั้งแต่ต้นว่า ถ้ากรรมการ ที่ตั้งขึ้นนั้นปราศจากความจริงใจ ทำข้อเสนอที่แทบจะเรียกว่าไม่ตั้งกรรมการก็ได้ สิ่งนี้ก็เป็น ข้อตอกย้ำใช่หรือไม่ครับว่า การตั้งกรรมการสมานฉันท์โดยไม่มีความตั้งใจที่จะสมานฉันท์ จริง ๆ การฟ้องร้อง การจับกุมดำเนินคดียังเต็มไปด้วยความต่อเนื่อง และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นทางออกในการสมานฉันท์กลับไม่มีความจริงใจของ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลเลยนะครับ กรรมการสมานฉันท์ที่มี ส.ส. รัฐบาลอยู่ แต่ ส.ส. รัฐบาลคว่ำ ร่างรัฐธรรมนูญของภาคประชาชน เรื่องนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติคิดเห็น อย่างไรนะครับ🔗

ประการต่อมานะครับ ในหน้าที่ ๓๖ นี้ ได้พูดถึงการจับกุมนักข่าวท่านหนึ่ง ชื่อคุณกิตติ พันธภาค แล้วก็ได้ระบุถึงนายตำรวจที่เป็นผู้จับกุมด้วยนะครับ ทีนี้เรื่องนี้ ผมมีโอกาสได้ตรวจสอบในกรรมาธิการพัฒนาการเมืองนะครับ ก็เจอว่าการที่จะเชิญ นายตำรวจท่านนี้มาชี้แจง เต็มไปด้วยความยากลำบากนะครับ เราเชิญทั้งหมด ๖ ครั้ง ก็ติดนั่นติดนี่ ติดงานเลี้ยงบ้าง ติดอะไรบ้าง แน่นอนก็อาจจะมีเรื่องสำคัญด้วยนะครับ แต่ก็ดูเหมือนว่าทางตำรวจไม่ได้ใส่ใจนัก หรือเรียกได้ว่าไม่มีความรับผิดชอบในกรณีที่มีการ ละเมิดสิทธิมนุษยชน นายตำรวจท่านนี้ในรายงานนี้ชื่อสินเลิศ สุขุม ท่านประธานครับ รายงานนี้น่าสนใจ ก็เพราะว่ามีการตรวจสอบข้อเท็จจริงนะครับ แล้วก็ในหน้าที่ ๓๘ ได้เขียน ไว้ชัดเจนนะครับว่า เป็นการกระทำอันละเมิดสิทธิมนุษยชนนะครับ เป็นการใช้อำนาจรัฐ ที่เป็นการจำกัดเสรีภาพ ในการนำเสนอข่าวสารของสื่อมวลชนที่เกินสมควร และเกิน ความจำเป็น ในรายงานทั้งหมดมีแค่เคส (Case) นี้นะครับ ที่มีการฟันธงว่าเป็นการละเมิด สิทธิมนุษยชน แต่คำถามก็คือโซ วอต (So what) ครับ แล้วอย่างไร ต่อให้ฟันธงได้ว่า ประเทศนี้ละเมิดสิทธิมนุษยชน คำตอบ แล้วมันอย่างไรครับ มันก็เป็นแค่รายงานหรือเปล่า หรือท่านสามารถทำอะไรได้มากกว่านี้หรือไม่ องค์กรระหว่างประเทศจะจัดการอย่างไร ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาล ต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะแข็งแรงกว่านี้ได้หรือเปล่า เรื่องนี้ ผมต้องการแนวทางนะครับท่าน ไม่อย่างนั้นเราก็จะอ่านรายงานพวกนี้ครับ โอเค (OK) มีสื่อมวลชนถูกจับเอามือไพล่หลัง แจ้งข้อหาที่ไม่เป็นจริงด้วยนะครับ แล้วก็มีการละเมิด สิทธิมนุษยชน แล้วโซ วอต (So what)🔗

ในเรื่องของมาตรการครับ แน่นอนก็เป็นความหวัง จริง ๆ ในองค์กรอิสระ ทั้งหมดนี้ ผมไม่มีความหวังเหลือแล้วนะครับ ยกเว้น กสม. แต่ก็ยังเข้าใจนะครับ จากการที่ ท่านมีอำนาจจำกัดจำเขี่ยมากในรัฐธรรมนูญนี้ แต่ว่าอย่างน้อยผมคิดว่า ในอำนาจทั้งหมดนี้ ท่านยังพอมีเรื่องที่ทำเพื่อพี่น้องประชาชนและสิทธิมนุษยชนได้ มีการระบุที่จะส่งข้อเสนอ ไปที่คณะรัฐมนตรี สำนักงานตำรวจแห่งชาติผมก็เหมือนกันครับ คือท่านมีคำสั่งให้ดำเนินการ ภายใน ๙๐ วัน หลังจากที่ได้รับรายงานนี้ ผมก็ถามต่อว่าแล้วถ้า ๙๐ วัน ไม่มีการดำเนินการ ใครต้องเป็นผู้รับผิดชอบ เรื่องคณะรัฐมนตรีนี้จะต้องเอารายงานพิเศษขององค์การ สหประชาชาติ ว่าด้วยสิทธิและเสรีภาพในการชุมนุมนะครับ ในเรื่องหลักการบริหาร การชุมนุมอย่างเหมาะสม ๑๐ ประการมาใช้ แต่ว่าท่านประธานครับ ในข้อนี้ผมก็ไม่คิดว่ารัฐบาลจะมีความจริงใจในการเอาหลักสากล มาใช้ เดือนกุมภาพันธ์นายกรัฐมนตรีของเราก็ไปรับรัฐมนตรีของประเทศพม่าที่ดอนเมือง วันที่ ๑๘ พฤศจิกายน รัฐมนตรีต่างประเทศของประเทศไทยก็เข้าพบนายกรัฐมนตรี ของประเทศพม่า ในข่าวระบุว่าพร้อมที่จะบริจาคช่วยประเทศพม่า ๑๗ ตัน เจรจากับ มินอ่องหล่ายอย่างสร้างสรรค์ ท่านประธานครับ ประเทศพม่าโดดเดี่ยวตัวเองอยู่ตอนนี้ แล้วไม่ได้รับเชิญให้ประชุมอาเซียน (ASEAN) นะครับ มีแต่ประเทศไทยนี่ละครับที่ยืน เคียงข้างเผด็จการอย่างประเทศพม่า คำถามคือเรื่องแบบนี้ถ้าประเทศไทย รัฐบาลนี้ไม่ได้ ปฏิบัติตามสนธิสัญญา หรือว่าสิ่งที่เราได้สัญญาไว้กับประชาคมโลกคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนจะมีคอมเมนต์ (Comment) อย่างไร🔗

ประการสุดท้ายก็คือ ในบรรดาหน่วยงานที่ท่านส่งข้อเสนอรายงานไป หน่วยงานที่ผมคิดว่าท่านขาดไปก็คือ ศาลยุติธรรม กระบวนการพิจารณาคดีในตอนนี้ ไม่มีหลักประกันของสิทธิเสรีภาพของผู้ต้องหาเลย มาตรา ๑๑๒ ตอนนี้ไม่สามารถประกันตัว ได้ทั้งที่ยังไม่มีการพิสูจน์ว่าผิด เรื่องแบบนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเห็นด้วยอย่างไร แล้วผมคิดว่าท่านคงจะต้องมีความเห็นไปถึงสำนักเลขาธิการของศาลยุติธรรมด้วย🔗

สุดท้ายครับท่านประธาน รายงานฉบับนี้จริง ๆ ผมไม่ได้อยากจะรับ เลยนะครับ แต่ว่าต้องการคำตอบที่จริงใจ และอยากจะมีโอกาสได้หารือกับท่านด้วย แล้วก็สิ่งใดที่ท่านตอบได้ในเวทีนี้ผมขอคำตอบในวันนี้เลยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีอีกท่านนะครับ แล้วจะได้ให้ผู้แทนของ กสม. ตอบชี้แจงนะครับ ท่านจุลพันธ์เชิญครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากพรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ขออภิปรายในเรื่อง ของรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติในปี ๒๕๖๓ ท่านประธานครับ รายงานฉบับนี้ก็ไม่หนาไม่บางนะครับ เป็นเหตุการณ์ ที่เกิดเมื่อปี ๒๕๖๓ ในหลาย ๆ เหตุการณ์ซึ่งมีคนร้องเข้ามาถึง ๙ กรณี ต้องเรียนอย่างนี้ครับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ร.บ. ของท่านน่าจะเริ่มมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ มีอายุมาแล้วก็ ๒๐ ปีนะครับ ดำเนินกิจการภารกิจตามภาระหน้าที่นานแล้วครับ ๒๐ ปี นี่ไม่ใช่เวลาสั้น มีช่วงที่ท่านปฏิบัติได้ดี แล้วก็ผิดพลาดมันก็เป็นเรื่องปกติด้วยสถานการณ์ ที่เป็นไป โดยเฉพาะในเรื่องของฝ่ายการเมือง ในเรื่องของสถานการณ์ประเทศที่เป็น ประชาธิปไตย หรือเป็นเผด็จการ ท่านก็ถูกกระทบด้วย อันนี้ผมรับทราบแล้วผมก็ทราบดี แต่ด้วยภาระหน้าที่ชื่อของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเราก็รู้อยู่แล้วว่ามีภาระหน้าที่ในการดูแล เรื่องสิทธิให้กับพี่น้องประชาชน ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับ เรื่องการประท้วงแล้วก็เริ่มมี ความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ มันเริ่มมาตั้งแต่ประมาณ ๗-๘ ปีที่แล้วที่มีการปฏิวัติ ครั้งล่าสุด มีการตั้งรัฐบาลมาจากผู้นำคณะรัฐประหาร แล้วก็มีการสืบทอดอำนาจมาถึง ปัจจุบัน จะด้วยโครงสร้างของรัฐธรรมนูญที่บิดเบี้ยวหรืออะไรก็ตาม แต่พี่น้องประชาชน ส่วนหนึ่งเขารับไม่ได้ การชุมนุมเพื่อเรียกร้องสิทธิ เพื่อเรียกร้องความเป็นประชาธิปไตย เรียกร้อง ให้มีการเลือกตั้งใหม่ เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออก เป็นเรื่องปกติธรรมดาในระบอบ ประชาธิปไตยที่เกิดขึ้นทั่วโลก ผู้ที่มาในฝ่ายการเมือง มาจากการเลือกตั้งก็ดีหรืออะไรก็ดี มีหน้าที่ในการรับฟังแล้วก็แก้ไขปัญหา เพราะว่าต้องยึดถือสิ่งที่เรียกว่า เสียงข้างมากกับสิทธิ ของเสียงส่วนน้อย วันนี้ผมต้องเรียนอย่างนี้ครับ ใน ๗ ปีที่ผ่านมาจนกระทั่งมาเมื่อประมาณ ๒ ปีที่แล้วเหตุการณ์มันเริ่มบานปลาย มีการชุมนุมของกลุ่มพี่น้องประชาชนที่เป็นเยาวชน มีอายุเฉลี่ยต่ำลง เขาก็มีแนวความคิดที่แน่นอนว่า แตกต่างไปจากผู้บริหารรัฐบาลใน ชุดปัจจุบัน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคือการใช้ความรุนแรงจากภาครัฐ กระทำกับเขา ใช้กฎหมาย ไปบีบ ไปกด ใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือเอาเขาเข้าไปคุมขัง ไปดำเนินคดี วันนี้เราตั้งความหวัง ไว้กับรัฐบาลเป็นไปไม่ได้ เพราะเขาเป็นผู้กระทำ เราตั้งความหวังไว้กับองค์กรอีก หลายองค์กร สำนักงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนเป็นหนึ่งในองค์กรที่พี่น้องประชาชน ตั้งความหวังนะครับ แต่ผมต้องเรียนด้วยความเคารพว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ ที่มันยกระดับความรุนแรงขึ้นนี่นะครับ เราไม่ค่อยได้ยินเสียงของคณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนออกมาพูด เพื่อพิทักษ์ปกป้องพี่น้องประชาชนกลุ่มนี้เท่าใดนัก ผมต้องเรียนต่อ ท่านประธานอย่างนี้ครับ รายงานฉบับนี้เป็นเรื่องเหตุการณ์เมื่อช่วงปี ๒๕๖๓ ตั้งแต่ เดือนกรกฎาคมถึงเดือนธันวาคมมีอยู่ ๙ เหตุการณ์ ผมคงไม่ลงรายละเอียด ก็มีพี่น้อง ประชาชนที่อยู่ในกลุ่มคนที่เขารู้สึกว่า เขาถูกละเมิดสิทธิโดยรัฐ เขาก็มาร้องเรื่องต่อ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินะครับ เพราะว่าเขาเชื่อว่าการดำเนินการของภาครัฐ การใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม การใช้รถน้ำแรงดันสูง จนกระทั่งล่าสุดใช้เรื่องของกระสุน ยางยิงเข้าไปในระดับที่เป็นอันตราย เขามีความเห็นว่าเป็นการละเมิดสิทธิโดยรัฐ สิ่งที่เขาส่ง ให้ท่านนี่ท่านใช้เวลาในการพิจารณาในการดำเนินการนานพอสมควร ซึ่งก็เป็นไป ตามขั้นตอน อันนี้มิได้ว่ากล่าวนะครับ แต่ผมเรียนต่อท่านประธานอย่างนี้ครับ จาก ๙ กรณี เท่าที่ผมดูนี่นะครับมีอยู่เพียงแค่หนึ่ง เท่านั้นเองที่มีข้อสรุปว่า มีการละเมิดสิทธิ มีการใช้ ความรุนแรงจากภาครัฐจริง ทั้งที่เรามองด้วยสายตาแล้วจากบุคคลภายนอก อย่างเช่นผม นี่นะครับ ผมก็ติดตามข่าวสารเรื่องนี้อย่างค่อนข้างใกล้ชิด ผมต้องเรียนครับผมมองว่าทั้ง ๙ กรณีเป็นเหตุการณ์ที่เห็นได้ชัดครับว่าเราขัดต่อหลักการดำเนินการต่อผู้ชุมนุมใน หลักสากล เราขัด เราละเมิดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา ๔๔ เรื่องของการชุมนุมโดยสงบปราศจาก อาวุธอย่างชัดเจน แต่สิ่งที่สรุปมาผมต้องเรียนอย่างนี้ครับ รายงานฉบับนี้ที่ผมช้ำใจที่สุด ในหลาย ๆ กรณี ใน ๙ กรณีที่ส่งมาสิ่งที่ผมเห็นมันเหมือนกับเป็นแก้ต่างให้รัฐ เขียนเหตุ และเหตุผลว่า เหตุใดรัฐจึงจำเป็นจะต้องใช้ความรุนแรง และเขามีกฎหมายใดรับรอง เขามี กฎหมายใดคุ้มครองเขาบ้าง เช่น เรื่องของ พ.ร.บ. ในสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น เรื่องกฎหมาย อื่น ๆ ที่เกี่ยวเนื่อง อันนี้เราทราบดีครับ ท่านไม่มีหน้าที่จำเป็นจะต้องไปนั่งพิทักษ์ รักษารัฐบาล แต่หน้าที่ความรับผิดชอบของท่านอยู่ที่ประชาชน ที่เขาไม่มีโอกาสที่จะมาต่อสู้ ที่เขาไม่มีกำลัง เขาไม่มีอาวุธในการที่จะต่อสู้เพื่อสิทธิของตัวเองในการชุมนุม ในการเรียกร้อง สิทธิที่เป็นของเขา ในช่วงท้ายของรายงานมีเพียงแค่ ๒-๓ หน้าเท่านั้นที่พอจะดูได้ เป็นเรื่อง ของข้อเสนอแนะ แต่ข้อเสนอแนะต่าง ๆ ไม่มีผลในการบังคับใช้ แล้วก็ไม่มีความพยายามจาก คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในการที่จะไปดำเนินการให้มันเรียบร้อย เช่น เรื่องของ ข้อเสนอให้ยกเลิก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ท่านส่งรายงานนี้มาปีหนึ่งก็ยังไม่มีความคืบหน้า แล้วท่าน ทำอะไรต่อ วันนี้ท่านทำอะไร เรื่องของการชดเชยให้กับผู้ชุมนุมที่เขาโดนใช้ความรุนแรง จากรัฐก็เงียบหายไปกับสายลม วันนี้ผู้ชุมนุมบาดเจ็บล้มตาย ล่าสุดเมื่อวันที่ ๑๔ ที่ผ่านมา ก็โดนยิงไปอีก ๓ คน แต่กลับไม่มีเสียงของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติออกมาเลย แม้แต่น้อย ผมเรียนอย่างนี้ครับ รายงานฉบับนี้ดูอย่างไรมันเหมือนกับเอาไว้ให้กับรัฐบาล ประกอบศาล เอาไว้เป็นข้อแก้ต่างในกรณีที่ถูกฟ้องร้อง เขาก็บอกคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติบอกแล้วบอกว่า เป็นการดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ ผมจะเสนอสภาให้ท่านกลับไปทำใหม่ มันก็ไม่มีประโยชน์ครับ เพราะท่านกลับมาแล้วท่าน ก็กลับมารายงานเดิม เพราะรายงานฉบับนี้ผ่านคณะกรรมการของท่านเรียบร้อย มันไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงได้ กลับมามันก็ยังจะเป็นรายงานฉบับนี้เหมือนเดิม วันนี้ สภาจะให้ลงมติรับ ไม่รับก็ทำไม่ได้ครับ เพราะว่าวาระรับทราบมีแต่รับหรือไม่รับเท่านั้นเอง ผมเรียนตรง ๆ นะครับ ฉบับนี้บันทึกไว้เลยครับ ท่านประธาน ผม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ไม่รับทราบรายงานของท่านครับ เพราะถ้า ผมรับทราบรายงานของท่านนี่ เท่ากับ ผมเห็นชอบกับสิ่งที่ท่านเขียนมา ผมไม่เห็นชอบ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญผู้แทน กสม. ตอบชี้แจงครับ🔗

นายพิทยา จินาวัฒน์ ที่ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติ กระผม นายพิทยา จินาวัฒน์ เป็นที่ปรึกษาประจำคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ชุดปัจจุบัน ชุดที่ ๔ ที่เพิ่งเข้าปฏิบัติหน้าที่ ในรายงานการตรวจสอบอันนี้อย่างที่ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติ ได้กรุณาเรียนนะครับ ก็คือเป็นเหตุการณ์ปี ๒๕๖๓ เดือนกรกฎาคมถึงเดือนธันวาคม ก็ต้องขออนุญาตที่จะ กราบเรียนเบื้องต้นเลยว่า การตรวจสอบนั้นไม่ใช่ดำเนินการเมื่อมีผู้ร้องเรียนมาเท่านั้น เรามี การตรวจสอบตามกฎหมาย พ.ร.ป. ของทาง กสม. เองนั้น เป็นเหตุการณ์ซึ่งเราประสบ หยิบยกขึ้นเองได้ ในรายงานปี ๒๕๖๓ นี้รวมทั้งรายงานปี ๒๕๖๔ นั้นไม่ได้เพียงแต่อาศัย ข้อร้องเรียน เพราะทางเจ้าหน้าที่ของทางสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนนั้น ไปสังเกตการณ์ และมีภาคีเครือข่ายได้ส่งข้อมูลเข้ามา ผมต้องกราบขอบพระคุณท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติทั้ง ๕ ท่านเลยนะครับ🔗

ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนอย่างนี้นะครับ ท่าน ส.ส. สุเทพ ท่านได้กรุณา ให้คำแนะนำที่มีประโยชน์มากถึงใน ๕ กรณี กระผมขอน้อมรับไปในเรื่องของการที่ละเมิด สิทธิของกลุ่มผู้ใช้แรงงาน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานราชการที่กระทรวงแรงงาน ในกรณีที่ ๑ หรือบริษัทรถยนต์ ขออนุญาตไม่เอ่ยชื่อแล้วกันนะครับเป็นกรณีที่ ๒ เรื่องของกฎหมาย คุ้มครองแรงงาน แล้วก็มีประเด็นที่ไม่เหมาะสมเรื่องเหมาช่วง เรื่องบริษัทชุดชั้นในอะไร ต่าง ๆ นั้นขอน้อมรับแล้วก็จะนำไปดำเนินการเลยนะครับ🔗

ประเด็นที่ท่าน ส.ส. อมรัตน์ได้กรุณาให้คำแนะนำ ก็ขออนุญาตกราบเรียน เลยครับว่า อันนี้เป็นข้อเท็จจริงที่ปรากฏในเรื่องของคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ รวมทั้ง การที่ผู้แทนไทยนั้นได้ตอบตามกลไกยูพีอาร์ (UPR) หรือการทบทวนสถานการณ์ สิทธิมนุษยชนของประเทศไทยนะครับ อันนี้ขออนุญาตที่จะน้อมรับไป จริง ๆ แล้ว กสม. เอง ก็มีข้อเสนอในเรื่องเกี่ยวกับกฎหมายพิเศษคือ พ.ร.บ. ฉุกเฉินไว้นะครับ🔗

ผมขออนุญาตกราบเรียนต่อไปครับ กรณีของท่าน ส.ส. เบญจา แสงจันทร์ ก็ต้อง กราบเรียนด้วยความเคารพ ท่านได้ให้คำแนะนำที่มีประโยชน์มากเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในสถานการณ์ปัญหาที่ท่านหยิบยกขึ้นมา รวมทั้งข้อเสนอใน ๓ ประการ เรื่องการลด ความขัดแย้ง ข้อเสนอของรายงานฉบับนี้อะไรต่าง ๆ นั้นขอน้อมรับด้วยความเคารพนะครับ🔗

ท่าน ส.ส. ปดิพัทธ์ จากจังหวัดพิษณุโลก ต้องกราบขอบพระคุณมาก ท่านศึกษารายงานนี้อย่างละเอียด แล้วก็ได้ให้คำแนะนำพร้อมทั้งคำถาม ซึ่งผมก็ขออนุญาต กราบเรียนว่าในเรื่องของข้อร้องเรียนนั้น เรารับมาแล้วเราก็มีข้อมูลเพิ่มเติมอย่างอื่นนะครับ ความถูกต้องของรายงานนั้นขออนุญาตน้อมรับไป เข้าใจว่าจะเป็นความปรารถนาดีของ ท่านประธานรัฐสภาที่จะให้มีผู้แทนของทางฝ่ายรัฐบาล และทางฝ่ายค้านในรายงานนั้น แต่อย่างไรก็ขออนุญาตที่จะไปตรวจสอบ เรื่องของรายชื่อของตำรวจนั้นจะเกี่ยวข้องกับ ในเรื่องของเส้นทางของรายงานการตรวจสอบนะครับ ปกติเราจะมีส่งไปที่หน่วยงาน ต้นสังกัดคือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ดำเนินการภายใน ๙๐ วัน หลังจากนั้นเราส่งไปที่ ครม. ให้มีการดำเนินงาน แล้วก็สุดท้ายในกฎหมายได้กำหนดไว้ก็คือ การเผยแพร่ต่อ ประชาชนเพื่อให้ประชาชนได้ทราบในเรื่องของสถานการณ์ ท่านมีข้อคิดเห็น คำแนะนำ ในเรื่องของการพบปะของผู้นำ อันนี้ก็ขออนุญาตน้อมรับไว้นะครับ🔗

สุดท้ายของท่าน ส.ส. จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ ท่านมีความรู้ ความเข้าใจ ความเป็นมาของ กสม. ดี แล้วก็สะท้อนในเรื่องของความคาดหวัง ของพี่น้องประชาชนที่มีต่อ กสม. อันนี้ก็ขออนุญาตน้อมรับ เพราะว่าคำแนะนำของท่าน มีประโยชน์ทั้งนั้น ในรายงานฉบับนี้จริง ๆ แล้ว กสม. ชุด ๓ ซึ่งได้สิ้นสุดวาระไปแล้ว ได้มีการ ระบุในเรื่องของการละเมิดสิทธิมนุษยชน แล้วก็มีข้อเสนอให้แก้ไขไว้ในหลายส่วนด้วยกัน แต่ขออนุญาตผมยกตัวอย่างแค่นั้นเอง ในประเด็นที่สำคัญไม่ว่าจะเป็นหัวข้อใหญ่การจัดการ และบังคับใช้กฎหมาย ก็มีข้อคิดเห็นหรือว่า พ.ร.บ. การชุมนุมสาธารณะนั้น โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในส่วนของการแจ้งการชุมนุมมาตรา ๑๐ ถึงมาตรา ๑๔ ไม่สอดคล้องกับหลักการ สิทธิมนุษยชน อันนี้เราก็มีข้อเสนอไป เรื่องของการใช้ พ.ร.ก การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน อันนี้ก็มีข้อเสนอไป การปฏิบัติต่อสื่อมวลชนอย่างที่ท่านได้กรุณาแนะนำมา อันนี้ก็ชัดเจนว่าละเมิดสิทธิมนุษยชน เป็นการจำกัดเสรีภาพ การใช้กำลังของเจ้าหน้าที่รัฐในการควบคุมดูแลการชุมนุม มีหลาย การชุมนุม ซึ่ง กสม. ชุดที่ ๓ ได้ระบุไปเลย เช่น การจับกุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เมื่อ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๓ ไม่ได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ขั้นตอน นี่เขียนไว้ เรื่องของ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๓ คณะราษฎร์กับศูนย์รวมประชาชนก็มีการระบุไว้นะครับ เรื่องของการ สลายการชุมนุม ๑๖ ตุลาคม ไม่สอดคล้องกับหลักสากล การควบคุมฝูงชนโดยใช้รถฉีดน้ำ แรงดันสูงที่หน้าศาลฎีกาเมื่อ ๘ พฤศจิกายน ก็ไม่สอดคล้องกับหลักการใช้กำลัง หน้าอาคาร รัฐสภาเมื่อ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ พอดีมีการฟ้องต่อศาลปกครอง และนอกจากนั้นในเรื่อง ของการดำเนินคดี ซึ่งเป็นประเด็นที่ ๓ นั้น กสม. ก็ได้วินิจฉัยว่า ในเรื่องของการดำเนินคดีต่อ แกนนำหรือกับผู้ชุมนุม ถึงแม้ว่าจะมีหมายจับจากศาล ซึ่งศาลท่านได้กรุณากลั่นกรองโดยใช้ ดุลยพินิจแล้ว แต่ก็มีการตั้งข้อหาในฐานความผิดที่เล็กน้อย อันนี้ก็ได้มีข้อเสนอต่าง ๆ ไป การจับกุม ควบคุมผู้ถูกจับที่ไม่เหมาะสม เช่น จับในเวลากลางคืน แต่งกายนอกเครื่องแบบ ไม่ใช้รถราชการควบคุมตัว ซึ่งไม่ได้ใช้ประกาศตาม พ.ร.ก. ฉุกเฉินไปที่ ตชด. ภาค ๑ ก็มีการระบุไว้ และข้อเสนอที่เราเสนอไปอย่างที่ท่าน ส.ส. ได้กรุณาแนะนำเพิ่มเติมนั้น ก็จะมี ถึงหน่วยงานต่าง ๆ ก็ขออนุญาตกราบเรียนโดยสรุปครับ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ทาง กสม. ชุดนี้ขอน้อมรับ เพราะว่าเราได้สรุปบทเรียนการทำงานของ กสม. ชุดที่แล้ว ปรับปรุงกระบวนการทำงาน และมีการพบปะกับทางผู้แทนองค์กรภาคี ในกรณีที่มีการชุมนุม นั้นได้ไปพบกับผู้ชุมนุม พบกับทางฝ่ายเจ้าหน้าที่ มีการหารือ มีข้อมูลสังเกตการณ์อะไรต่าง ๆ และได้เกิดการเปลี่ยนแปลงในปี ๒๕๖๔ ถ้าท่าน ส.ส. ที่เคารพจะได้เห็นแม้กระทั่งในเรื่อง ของยุทธวิธีของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก็มีการปรับเปลี่ยนตามคำแนะนำ เช่น การใช้ตู้คอนเทนเนอร์ (Container) การที่เปิดพื้นที่ให้ใช้การเจรจาต่าง ๆ อันนี้ก็ได้รับ คำแนะนำจากทางสภา จากทางผู้หลักผู้ใหญ่และองค์กรภาคีต่าง ๆ🔗

สุดท้ายก็ต้องกราบขอบพระคุณครับ แล้วก็ขอน้อมรับคำแนะนำด้วย ความเคารพจริง ๆ และจะนำไปปรับปรุงให้ กสม. ซึ่งใช้เงินภาษีอากรของพี่น้องประชาชนได้ ทำหน้าที่ตามวัตถุประสงค์ ตามความคาดหวังของท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ🔗

นายสุเทพ อู่อ้น แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธาน ผม สุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล มีพี่น้องแรงงานที่ติดตาม การถ่ายทอดสดอยู่ ก็ฝากมาขอบคุณท่านผู้ชี้แจงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ จะได้นำเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องแรงงานไปดำเนินการตรวจสอบ แล้วก็มีสิ่งหนึ่งที่ทาง พี่น้องฝากมาก็คือว่า ตอนนี้เองการใช้ช่องทางในการที่จะเสนอปัญหา หรือร้องเรียนใน เรื่องของปัญหาเรื่องสิทธิต่าง ๆ อยากจะทราบ เพราะวันนี้ได้มีการถ่ายทอดอยู่ ก็อยากจะให้ ทางคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนให้ข้อมูลว่า ช่องทางไหนที่สามารถจะดำเนินการได้ เพื่อเป็นประโยชน์กับการที่จะได้ดูแลเรื่องสิทธิครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็เช่นเดียวกันนะครับ มีข้อเสนอแนะ ข้อท้วงติงของท่านสมาชิกมากมาย ซึ่งท่านพิทยา ที่ปรึกษา ในฐานะตัวแทน กสม. ก็รับไปดำเนินการพิจารณาที่จะปรับปรุงแก้ไข ตามข้อเสนอแนะ ข้อชี้แนะของท่านสมาชิกนะครับ ฝากกำชับท่านด้วย ช่วยเรียนทาง กสม. ด้วย เพราะไม่เช่นนั้นเวลาท่านมารายงานก็จะโดนตำหนิมากขึ้น ๆ นะครับ เพื่อการ ปรับปรุงให้การทำหน้าที่ กสม. ได้ดีขึ้นด้วยครับ ถือว่าที่ประชุมรับทราบรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่ ๘๙-๙๗/๒๕๖๔ ขอบคุณท่านผู้แทนของ กสม. ครับ ที่มาชี้แจงในรายงาน ขอบคุณครับ🔗

ท่านสมาชิกครับ ผมขอเรื่องเพื่อทราบอีกเรื่องนะครับ เพราะว่ามีผู้ชี้แจง มาคอยตั้งแต่เช้าแล้วนะครับ จะเสียเวลาท่านผู้ชี้แจง ขออีกเรื่องนะครับ🔗

วาระที่ ๒.๙ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๖๓ ขององค์การ กระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ ส.ส.ท. นะครับ🔗

ขอเชิญ ผู้แทน ส.ส.ท. ที่จะมาชี้แจงครับ มีท่านรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ซึ่งท่าน เป็นประธานกรรมการนโยบาย ส.ส.ท. ท่านรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์วิลาสินี พิพิธกุล เป็นผู้อำนวยการ ส.ส.ท. ท่านอนุพงษ์ ไชยฤทธิ์ รองผู้อำนวยการ และท่านเจษฎา อนุจารี เป็นกรรมการบริหาร เชิญเข้ามาได้ครับ🔗

(ผู้แทนจากองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย เข้าชี้แจงต่อที่ประชุม)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีท่าน สมาชิกที่จะซักถามอยู่ ๒ ท่าน เชิญท่านวิสารครับ🔗

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ ส.ส. จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ต้องขอบพระคุณ ที่ท่านประธานได้ให้โอกาส แล้วก็ต้องขอแสดงความชื่นชมเป็นเบื้องต้นก่อนสำหรับ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) จากรายงานที่ท่านให้มาอันนี้ค่อนข้างอัปเดต (Update) แล้วก็ ของปี ๒๕๖๓ สิ่งแรกที่ผมจะขออนุญาตชื่นชมก่อนก็คือว่า การทำรูปเล่มดีกว่าทุก ๆ ปี แล้วสิ่งที่ผมเองทุกครั้งที่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) เข้ามารายงานหรือมาประชุมร่วม ในสภาผู้แทนราษฎรจะเป็นเรื่องที่ถือได้ว่า ขณะนี้ข่าวสารมีความเป็นกลาง แล้วก็เชื่อถือได้ ท่านประธานคงเห็นว่า ปัจจุบันนี้สื่อทีวี (TV) ไม่ว่าจะเป็นช่องไหน ไม่ว่าจะเป็นของ ต่างประเทศ ทุกครั้งเดี๋ยวนี้กลายเป็นว่ามันจะถูกลดเกี่ยวกับเรื่องทางธุรกิจไปเยอะมากครับ ผมอยากเห็นไทยพีบีเอส (Thai PBS) ซึ่งได้เงินภาษี เงินกองทุนจากพวกเราไป ได้ทำตัวให้ เป็นข่าวที่มาตรฐานและเชื่อถือได้ ยังให้กำลังใจอยู่ครับ อันหนึ่งที่อยากจะคิดฝันไว้ก็คือว่า ต่างประเทศเขามีรอยเตอร์ (Reuters) มีอัลจาซีรา (AL Jazeera) มีซีเอ็นเอ็น (CNN) มีเอ็นบีซี (NBC) แม้กระทั่งของที่ประเทศจีน ประเทศญี่ปุ่นเองก็มีนิเคอิ (Nikkei) มีซินหัว (Xinhua) ผมอยากให้ไทยพีบีเอส (Thai PBS) เพราะว่าทีวี (TV) ของไทยในปัจจุบันนี้ เราไม่พูดถึงภาคที่เป็นของรัฐล้วน ๆ นะครับ อันนั้นเป็นข่าวที่ท่านออกโดยที่บางครั้ง มันก็เป็นการประชาสัมพันธ์ให้รัฐบาลฝ่ายเดียว มีการปิดบังข่าวซึ่งเป็นความจริงที่พี่น้อง ประชาชนได้รับรู้แต่ไม่ให้เขารู้ ท่านประธานคงทราบดีว่า เดี๋ยวนี้การที่รับรู้ข่าวสารข้อมูล มันไม่จำเป็นต้องไปรอดูทีวี (TV) อย่างเดียว แล้วท่านไปปิดข่าวก็ไม่ได้ด้วยครับ เพราะว่า ไม่ว่าจะอยู่แห่งหนตำบลไหนเราก็สามารถที่จะมีสื่อออนไลน์ (Online) สื่อซึ่งมาจาก แพลตฟอร์ม (Platform) ต่าง ๆ เยอะแยะมากมายครับ สิ่งที่อยากจะขออนุญาตเรียนไปถึง ท่านผู้มาชี้แจงนะครับ ก็ขออนุญาตวันนี้ต้องขอบคุณเป็นพิเศษ ท่านประธานได้กรุณามาเองนะครับ เพราะว่าท่านก็คุ้นชินกับสภาแห่งนี้มาตลอด อยากเรียนว่าตอนนี้สิ่งที่อยากจะขอ แสดงความคิดเห็นนั่นก็คือว่า ข่าวไทยพีบีเอส (Thai PBS) ผมเห็นแล้วเนื้อข่าวเชื่อถือได้ แล้วก็เที่ยงธรรม ตรง แล้วก็คงไม่ต้องพูดถึงต้องให้กำลังใจกันก็คือ ท่านได้รับรางวัลมากมาย แล้วก็ผมไม่ได้คิดว่ารางวัลนี้มันจะวัดเกียรติคุณอะไรได้นะครับ แต่ว่าสิ่งที่ท่านได้จากพี่น้อง ประชาชนนั่นก็คือ ความเชื่อถือ ความไว้เนื้อเชื่อใจ ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมอยากแสดง ความคิดเห็นก็คือว่า ข่าวที่พีก (Peak) อันดับ ๑ นะครับ คือสถานการณ์ชุมนุมทางการเมือง เยาวชนปลดแอก เมื่อ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๓ ในรายการข่าวค่ำมิติใหม่ทั่วไทย แล้วหลังจากนั้น ข่าวของมิติใหม่ก็มีเป็นระยะ ๆ แล้วก็ได้รับรางวัล แล้วก็ประชาคมเรตติง (Rating) ดีที่สุด อยากให้ข่าวแบบนี้ครับ เพราะว่าพี่น้องประชาชนคงไม่เหมือนคนหลังเขาสัก ๑๐ ปี ๒๐ ปี ที่แล้วนะครับ เพราะว่าการสื่อสารมันช้ามาก แต่ทุกวันนี้ท่านไปออกข่าวที่มันบิดเบือน เขารับรู้หมดครับ เมื่อเร็ว ๆ นี้ก็อย่างที่เห็นนะครับ นายกรัฐมนตรีเปิดเว็บ (Web) ออกมา จะให้คนแสดงความเห็นก็ถล่มจนปิดไปเลย อย่างนี้เป็นต้น สิ่งที่อยากเรียนขอให้ ท่านผู้บริหารไทยพีบีเอส (Thai PBS) กับทางผู้อำนวยการด้วยนะครับ ข่าวสารผมอยากให้มี ซับไทเทิล (Subtitle) ครับ เพราะว่าคนที่ดูไม่ใช่คนไทยในประเทศอย่างเดียว ไทยพีบีเอส (Thai PBS) เดี๋ยวนี้มีคนติดตาม แล้วก็อยู่ในต่างประเทศ อยู่ต่างประเทศ ในขณะที่เขามี ครอบครัว สามีเป็นฝรั่ง ลูกเป็นฝรั่ง ภรรยาอยากดู เพราะฉะนั้นถ้าท่านมีซับไทเทิล (Subtitle) เป็นหัวข้อแบบที่มันมีข่าวของซีเอ็นเอ็น (CNN) เบรกกิงนิวส์ (Breaking News) อย่างนี้ครับ หรือมีข่าวที่มันฉุกเฉินด่วน ๆ ถ้าท่านออกอย่างนี้ขึ้นมา มีหัวข้อ มีเนื้อข่าวเป็น ภาษาอังกฤษเสริมเข้าไปสักหน่อยนะครับ ภาษาไทยนี่ใช้ได้ไม่มีปัญหา เพราะว่าพวกเราที่อยู่ ต่างประเทศก็อยากฟังภาษาไทย แล้วมันดูเป็นธรรมชาติ ข่าวเกาหลีก็เช่นเดียวกัน คนเกาหลี ก็พูดเกาหลี แต่ว่าเขาก็มีซับไทเทิล (Subtitle) เป็นของเคบีเอส (KBS) ของเขาก็มีอยู่ อยากให้ท่านประธานได้รับรู้อันหนึ่งก็คือว่า ขณะนี้ครับข่าวของไทยพีบีเอส (Thai PBS) ที่ผม ชื่นชมอีกอันหนึ่งก็คือ เรื่องที่ท่านได้เป็นข่าวเด่น เกี่ยวกับวิกฤติภัยแล้ง และฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) อันนี้เป็นข่าวที่ผมคิดว่ามันได้ประโยชน์ทั้งภาครัฐ และพี่น้องประชาชนที่จะต้อง เตรียมในการที่จะคอยระมัดระวัง ไม่ว่าเรื่องสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการระมัดระวัง เรื่องการท่องเที่ยว เป็นการเตือนภัย ผมถือว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) เป็นมืออาชีพ ที่สามารถที่จะลงเนื้อข่าวไป แล้วก็ทำให้พี่น้องประชาชนได้เข้าใจ ผมขออนุญาตย้อนไป คือโครงการไทยพีบีเอส (Thai PBS) สู้โควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ท่านตั้งเล่มนี้ครับ สิ่งหนึ่งที่ อยากจะขอแสดงความคิดเห็น แล้วก็แนะนำเป็นความคิดส่วนตัวว่า ขณะนี้เรารู้อยู่แล้วว่า โรคโควิด (COVID) จะต้องอยู่กับโลกอยู่กับประเทศไทยไปอีกนาน รัฐบาลจะแก้ปัญหา ผิด ๆ ถูก ๆ วัคซีนจะช้า หรือแม้กระทั่งว่า จะมีปัญหาเรื่องเครื่องตรวจอะไรก็ว่าไป แต่ว่า อยากให้ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ได้นำเสนอข่าวสาร ที่สอนให้พี่น้องประชาชนได้รู้ถึงพิษภัย ท่านสอนไปเยอะแล้ว แต่ทำอย่างไรที่จะต้องให้อยู่กับโควิด-๑๙ (COVID-19) ให้ได้ ผมอยู่กับ ชาวบ้าน เวลาไปเยี่ยมถามว่า คุณลุง คุณป้าฉีดหรือยัง เขาก็บอกว่ามีลูกหลานมาบอกว่า วัคซีนตัวนั้นดี ตัวนี้ไม่ดี แล้วอายุ ๘๐-๙๐ ไม่จำเป็นต้องฉีดอยู่เฉย ๆ ก็ได้ โครงการเหล่านี้ ผมอยากขอร้องไทยพีบีเอส (Thai PBS) ว่าลองให้ความรู้ง่าย ๆ ต่างประเทศเดี๋ยวนี้ไม่จำเป็น ที่จะต้องใส่หน้ากากเหมือนชุด พีพีอี (PPE) หรือไม่จำเป็นที่จะต้องกลัวจนกระทั่งไม่ออกบ้าน ผมคนหนึ่งต้องเรียนท่านประธานว่า ประสบกับตัวเองว่าญาติพี่น้องที่มีอายุไม่ว่าจะเป็น คนแก่ที่อยู่ในพื้นที่ เดี๋ยวนี้บางคนไม่กล้าออกบ้านไปไหนครับ กลัว ถึงเวลาขึ้นมาเห็น คนแปลกหน้า เห็นคนมาจากกรุงเทพฯ มาจากจังหวัดที่มีความเสี่ยงตกใจหมดครับ ผมก็เล่า ให้เขาฟังว่า จริง ๆ แล้วโควิด (COVID) มันไม่ใช่กระโดดข้ามรั้ว ข้ามกำแพงหรือว่าเจอกันได้ ง่าย ๆ เพราะฉะนั้นอยากเรียนว่า ถ้าเราป้องกันดี ๆ ไม่ให้เชื้อมันเข้าปาก เข้าจมูกอะไร อย่างนี้ แล้วก็ระมัดระวังตัวดี ๆ ใช้ชีวิตให้เป็นปกติ ตัวเลขที่ท่านควรจะต้องนำเสนอขณะนี้ ผมเห็นง่าย ๆ ก็คือว่า เมืองไทยเดี๋ยวนี้มีคนติดโควิด (COVID) ๒ ล้านกว่าคน แต่ก็รักษาหาย เกือบ ๑,๙๐๐,๐๐๐ คนครับ เสียชีวิต ๒๐,๐๐๐ คน ถึงเวลาขึ้นมาขณะนี้ก็ยังรักษาอยู่ เป็นหมื่น ท่านควรจะต้องเอาอย่างนี้บอกให้พี่น้องประชาชนเข้าใจได้ง่าย ๆ ว่าโควิด (COVID) มันอยู่ด้วยได้สบาย คือเพียงแต่ว่าอยากจะไปเปิดกินข้าว กินเหล้า วงเดียวกัน ไม่ใช่ฉีดวัคซีน แล้วปลอดภัย ไม่ต้องระวังก็ได้ โควิด (COVID) มันถามหาอะไรอย่างนี้ครับคืออันนี้อยากจะ ขอว่าไหน ๆ ท่านจะใช้เป็นแคมเปน (Champaign) ว่า ไทยพีบีเอส (Thai PBS) สู้โควิด (COVID) ท่านหาอะไรก็ได้ง่าย ๆ ครับ ให้ชาวบ้านเขารู้ว่า โควิด (COVID) อีกระยะหนึ่ง มันก็คือระยะหนึ่งมันก็จะเป็นโรคซึ่งประจำถิ่น แล้วมันก็ได้น่ากลัวอะไรอย่างที่ว่า เพราะเดี๋ยวนี้คนบางคนเขากลัวโควิด (COVID) เพราะรัฐบาลก็ดี ข่าวสารที่ทั่วโลกออกมาก็ดี กลายเป็นเรื่องที่ทำให้คนตระหนกตกใจ แต่ในขณะเดียวกันอย่างต่างประเทศนี่ครับ ฟุตบอลพรีเมียร์ลีก (Premier league) เห็นไหมครับ อังกฤษ พอเขารู้ว่าเขาฉีด ๒ เข็ม ตรวจแล้วไม่มีเขาก็ไม่เอาแล้ว ก็ปลอดภัย อย่างน้อย ๆ เขาป่วย แต่เขาไม่ถึงกับลงปอด ไม่ถึงกับตาย อย่างนี้เป็นต้น ก็ขออนุญาต แสดงความคิดเห็นไว้🔗

ขออนุญาตเชิญชมเรื่องวิกฤติภัยแล้งและฝุ่นพีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) จริง ๆ ก่อนหน้านี้ปีก่อน ๆ ท่านเคยเสนอเรื่อง ๑๓ หมู่ป่าก็ดีมากนะครับ อันนี้ก็ขออนุญาต ชื่นชมนะครับ ก็คงมีเพียงเท่านี้ครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านจักรพันธ์เชิญครับ🔗

นายจักรพันธ์ พรนิมิตร กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม จักรพันธ์ พรนิมิตร สมาชิกจากกรุงเทพมหานคร เขตบางกอกน้อยและเขตบางพลัด จากพรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะ อภิปรายเรื่องการรับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๓ ขออนุญาตใช้ชื่อย่อนะครับ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) นะครับ ผมอาจจะขออนุญาตท่านประธานกับที่ประชุมว่า แม้จะเป็นการรายงาน ในปี ๒๕๖๓ ซึ่งเป็นอดีตที่ผ่านมา แต่ว่าการอภิปรายของผมก็อาจจะคาบเกี่ยวมาถึง การทำงานในปัจจุบันแล้วก็อนาคตของหน่วยงานด้วยนะครับ ขออนุญาตท่านประธาน ไว้ในเบื้องต้น ท่านประธานครับ ผมเคยลุกขึ้นมาอภิปรายในวาระเดียวกันนี้ เรื่องการ รับทราบรายงานประจำปีของไทยพีบีเอส (Thai PBS) ซึ่งในการอภิปรายครั้งนั้นของผม ผมก็ได้พูดเอาไว้ในที่ประชุมแห่งนี้ว่า การใช้งบประมาณประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ซึ่งเป็นภาษีของพี่น้องประชาชน เฉพาะเรื่องที่เกี่ยวกับการป้องกัน และการเผยแพร่ข่าวที่ เกี่ยวกับสาธารณภัย ภัยพิบัติต่าง ๆ ของไทยพีบีเอส (Thai PBS) และผมคิดว่า ๒,๐๐๐ ล้านบาท เรื่องเดียวนี่ก็คุ้มแล้ว ผมเคยอภิปรายไว้อย่างนั้นนะครับ และผมก็ยังยืนยันคำพูดว่า ไทยพีบีเอส (Thai PBS) แทบจะเป็นช่องเดียวที่มีเรื่องของการเตือนภัยสาธารณภัย แล้วก็ เป็นตัวอย่างองค์กรหรือว่าช่องอื่น ๆ อย่างไรก็ตามผมคิดว่าถึงแม้ผมจะยังยืนยันคำพูด ของผม แต่ว่าก็คงต้องกลับมาถามผ่านท่านประธานไปยังผู้บริหาร แล้วก็บอร์ด (Board) ของไทยพีบีเอส (Thai PBS) ว่า องค์กรยังยึดมั่นหรือยังให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อยู่ เหมือนเดิมหรือไม่ อย่างไร เหตุที่พูดเช่นนี้เพราะว่าเรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องภัยพิบัติ ซึ่งในองค์กร ของท่านมีศูนย์ที่เรียกกันว่า ศูนย์พัฒนาการสื่อสารด้านภัยพิบัติ ในรายงานเล่มนี้ก็จะอยู่ที่ หน้า ๖๐ ถึงหน้า ๖๓ นะครับ ซึ่งเมื่อสักครู่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติก็ได้อภิปรายบางโครงการ ที่ขึ้นอยู่กับศูนย์แห่งนี้ เช่น เรื่องของ รู้สู้ภัย ไทยสู้โควิด-๑๙ (COVID-19) ตรงกันข้ามกับ เพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่ ผมเองแม้ว่าจะชื่นชมว่าเรื่องพวกนี้ก็เป็นประเด็นสำคัญที่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) สื่อสารถึงพี่น้องประชาชน แต่มันก็มีตัวอย่างที่ไม่น่าชื่นชม เช่น การรายงานข่าว เมื่อวันที่ ๒๔ เมษายน จากไทยพีบีเอส (Thai PBS) ของการเช่าเหมาลำ ในข่าวรายงานว่า เป็นจากชาวอินเดียมาประเทศไทย ซึ่งในที่สุดพิสูจน์แล้วว่าเป็นข่าวไม่จริง แล้วไทยพีบีเอส (Thai PBS) ก็ออกมาแถลงการณ์ขอโทษ แต่ว่าก็เป็นการตั้งคำถาม เป็นการสั่นคลอน ภาพลักษณ์ของไทยพีบีเอส (Thai PBS) เองในเรื่องของคุณภาพข่าว ความโปร่งใส ธรรมาภิบาลต่าง ๆ ในที่สุดแล้วข่าวดังกล่าวที่ไม่ใช่ข่าวจริงก็เป็นต้นตอให้เกิดเฟกนิวส์ (Fake News) ต่าง ๆ ในโลกโซเชียล (Social) ซึ่งก่อให้เกิดความตื่นตระหนกในหมู่พี่น้องประชาชน ในช่วงที่โควิด (COVID) กำลังอยู่ในช่วงสูงสุดช่วงหนึ่งของการระบาด ดังนั้นผมก็หวังว่าจะได้ คำอธิบายจากทางท่านผู้บริหารหน่วยงานว่า เราจะมีวิธีการอย่างไรที่จะป้องกันไม่ให้เกิด เหตุการณ์แบบนี้ซ้ำขึ้นมาอีก ท่านประธานครับ นอกจากเรื่องของโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ผ่านมา เรื่องงานของศูนย์พัฒนาสื่อสารด้านภัยพิบัติ ก็ยังมีเรื่องอื่น ๆ อีกนะครับ ซึ่งผมอยากจะขอชื่นชม จริง ๆ เป็นเรื่องของงานเครือข่ายซึ่งท่านระบุไว้ในรายงานด้วย ซึ่งผมก็เห็นว่าเป็นงานที่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ทำได้เราอาจจะไม่ได้นึกว่าช่องทีวี (TV) จะมามีภารกิจที่เกี่ยวกับการสร้างเครือข่าย แต่ผมกลับคิดว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) ก็ทำได้ดี แล้วก็พบว่ามีการไปทำเครือข่ายในพื้นที่ต่าง ๆ ในประเทศไทย ในประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องสาธารณภัย ภัยพิบัติ สิ่งแวดล้อม แล้วก็มีประสบความสำเร็จมาก ในหลาย ๆ เรื่องดังที่ปรากฏในรายงานแล้วผมคงไม่ต้องเอ่ยถึงอีก ผมก็คิดว่าประเด็นแบบนี้ ผมจะมั่นใจได้อย่างไรว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) ภายใต้ การบริหารงานของท่านผู้บริหาร แล้วก็กำกับดูแลโดยบอร์ด (Board) ชุดปัจจุบันจะยังคงให้ ความสำคัญกับเรื่องพวกนี้อยู่ แล้วท่านสามารถจะพิสูจน์ หรือว่ามีหลักฐานให้ที่ประชุม แห่งนี้ได้รับทราบไหม เช่น งบประมาณที่จัดให้กับศูนย์พัฒนาการสื่อสารด้านภัยพิบัติ จะมีความต่อเนื่องเพิ่มขึ้น หรือจะใช้ให้คุ้มค่าได้อย่างไร ผมก็อยากจะฟังคำอธิบายเพิ่มเติม จากทางท่านผู้บริหารหน่วยงานนะครับ🔗

อีกเรื่องที่ผมคิดว่า อันนี้เป็นความรู้สึกส่วนตัวแต่ผมไม่แน่ใจว่า ในข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร ก็คือเรื่องภัยพิบัติในช่วงเนื่องจากว่าในรายงานนี้ศูนย์พัฒนาการ สื่อสารด้านภัยพิบัติ ท่านก็ระบุเองว่าเกิดขึ้นมาครั้งแรกก็จากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ ในปี ๒๕๕๔ ปีนี้ครบรอบ ๑๐ ปี ๒๕๖๔ แม้ว่าขนาดความรุนแรงของอุทกภัยในปีนี้ จะไม่เทียบเท่ากับปี ๒๕๕๔ ก็ตาม แต่ว่าก็สร้างความเสียหายเป็นจำนวนมาก เหตุการณ์ อย่างเช่น ในกรุงเทพมหานครเองเราคิดว่าจะไม่โดน แต่เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ที่ผ่านมาก็มีเหตุการณ์ที่อยู่ ๆ น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาก็ล้นทะลักเข้ามาริมฝั่งแม่น้ำ เจ้าพระยาในพื้นที่เศรษฐกิจ อย่างเขตผมเองบริเวณถนนราชวิถี เชิงสะพานกรุงธน เขตบางพลัด ก็ตกใจกันทั้งบ้านทั้งเมือง ทั้งกรุงเทพมหานคร แล้วก็พี่น้องประชาชนที่อยู่ บริเวณใกล้เคียง อย่างนี้ผมไม่แน่ใจว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) ยังมีหน่วยงาน หรือยังมีระบบ ที่ติดตาม หรือให้ความรู้กับประชาชนในแบบที่ท่านเคยให้เมื่อปี ๒๕๕๔ หรือไม่ ถ้าเราจำได้ ในปี ๒๕๕๔ เราจะมีท่านนักวิชาการบางท่านที่พูดง่าย ๆ ว่า ท่านแจ้งเกิดจากรายการพวกนี้ อุทกภัยแบบนี้ แต่ปี ๒๕๖๔ ผมก็ไม่แน่ใจ ผมอาจจะดูทีวี (TV) น้อยลงหรือเปล่า ไม่ทราบนะครับ ตามวัยที่ผ่าน แต่ผมรู้สึกว่าไม่ค่อยเห็นในแบบที่ปี ๒๕๕๔ จริงอยู่ว่าสเกล (Scale) หรือว่า ผลกระทบมันอาจจะไม่เท่ากัน แต่ผมก็คิดว่ามันก็น่าจะมีมุมอะไรต่าง ๆ ที่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) สามารถที่จะทำได้🔗

สุดท้ายครับท่านประธานครับ ผมเคยพูดในวาระนี้เมื่อครั้งก่อนเรื่องของ เรตทิง (Rating) ก็คือ การจัดอันดับความนิยมช่องทีวี (TV) ตามปริมาณคนดู ซึ่งข้อมูลล่าสุด ที่ผมได้รับ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ก็รู้สึกจะใช้คำว่า หล่นก็แล้วกันนะครับ หล่นไปอยู่ที่ ๑๔ จาก ๒๐ ช่อง แน่นอนว่าอาจจะมีการถกเถียงกันได้ว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) ไม่ใช่ช่องที่ จะไปแสวงหากำไร ดังนั้นเราไม่จำเป็นต้องไปคำนึงถึงเรตติง (Rating) แต่ผม ก็อดคิดเปรียบเทียบไม่ได้ว่ากับช่องทีวี (TV) สาธารณะที่เราเอารูปแบบมาจากเขา อย่างบีบีซี (BBC) ของประเทศอังกฤษ บีบีซี (BBC) ก็เป็นลักษณะเดียวกันนะครับไม่ได้ใช้ คือเขาอาจจะ ใช้ภาษีส่วนหนึ่ง แล้วก็ระดมทุนของเขาส่วนหนึ่ง แต่ว่าเขาก็สามารถที่จะคงเรตทิง (Rating) หรือว่าความนิยมในหมู่คนดูของเขาได้ ไม่ใช่เฉพาะแค่ในประเทศอังกฤษเท่านั้นแต่ว่าทั่วโลก ผมก็หวังว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) น่าจะเป็นอย่างนั้น ถ้าหากว่าทางท่านผู้บริหาร หรือทางบอร์ด (Board) ได้แลกเปลี่ยนในประเด็นนี้ให้ความมั่นใจกับเราได้บ้างนะครับว่า เรามีนโยบายอย่างไรก็จะยินดีเป็นอย่างยิ่งนะครับ กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป หมอบัญญัติครับ🔗

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายรับทราบรายงานผลการปฏิบัติงาน ประจำปี ๒๕๖๓ ขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ส.ส.ท. หรือไทยพีบีเอส (Thai PBS) ซึ่งจะขอชื่นชมกับผลงานที่ผ่านมา แล้วก็จะฝากข้อสังเกต ประกอบการปรับปรุงองค์กรของท่านสักเล็กน้อยนะครับ ท่านประธานที่เคารพ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) เป็นสถานีที่ก่อตั้งตาม พ.ร.บ. องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะ แห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๑ สมัยที่ท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งกำหนด ให้ภาษีบาป ซึ่งประกอบด้วยภาษีบุหรี่ ภาษีเหล้าจัดหักออกมา ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ ปีหนึ่งไม่เกิน ๒,๐๐๐ ล้านบาท มาเป็นรายได้ของไทยพีบีเอส (Thai PBS) จึงทำให้สถานีไทยพีบีเอส (Thai PBS) นั้นเป็นสถานีที่ไม่ต้องง้อการหารายได้จากการโฆษณานะครับ คือไม่ต้องพึ่ง นายทุน จึงเป็นจุดแข็งที่ไม่ต้องง้อนายทุน แล้วก็เป็นสถานีที่ไม่ง้อรัฐบาลด้วย ไม่จำเป็นต้องง้อรัฐบาลด้วย เพราะว่าสามารถที่จะเสนอ ข่าวสารอย่างตรงไปตรงมา นี่คือจุดแข็งซึ่งผมอยากจะนำเรียนท่านประธานไปถึงทาง ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ว่า สถานีไทยพีบีเอส (Thai PBS) นั้นควรจะนำจุดแข็งนี้ ซึ่งไม่มี สถานีอื่นจะเทียบได้มาเป็นจุดแข็งของการดำเนินกิจการของไทยพีบีเอส (Thai PBS) ปัจจุบัน ข่าวสารต่าง ๆ ที่ออกทางสื่อ ไม่ว่าจะเป็นสื่อวิทยุก็ดี สื่อโทรทัศน์ก็ดี สื่อทางโซเชียล มีเดีย (Social media) ก็ดีนะครับ ปัจจุบันหลายสำนักข่าวก็มาแข่งขันกันในข่าวสารทางดิจิทัล (Digital) ทางโซเชียล มีเดีย (Social media) ซึ่งข่าวสารต่าง ๆ เมื่อข่าวออกไปจะมีผิดบ้าง มีถูกบ้างก็เป็นธรรมชาติของข่าว ถ้าไม่ใช่มีความจงใจที่จะบิดเบือนข่าวสารให้เป็นเท็จนะครับ แต่เมื่อเวลาผ่านไปอาจจะผ่านไป ๒๔ ชั่วโมง หรือผ่านไป ๑ สัปดาห์ หรือ ๑ เดือน ข่าวสารนั้น ซึ่งอาจจะมีข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเข้ามา ไทยพีบีเอส (Thai PBS) อาจจะไม่ใช่เป็นสถานีที่ ออกข่าวเร็วที่สุด แต่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ควรจะต้องเป็นสถานีที่ออกข่าวสารที่น่าเชื่อถือ ที่สุด ซึ่งสามารถที่จะวิเคราะห์ถึงในมุมมองที่มีข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเข้าไป เพราะฉะนั้น ผมอยากที่จะให้ไทยพีบีเอส (Thai PBS) นั้นเป็นสถานีวิทยุ สถานีโทรทัศน์ หรือผู้ผลิตสื่อทาง โซเชียล มีเดีย (Social media) ที่มีความน่าถือเชื่อที่คนในประเทศไทย และคนจาก ต่างประเทศ สำนักข่าวต่างประเทศ เมื่อเขาไม่แน่ใจว่าข่าวนี้เริ่มต้นอย่างนี้ไปจบอย่างไหน ต้องมาดูที่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) เพราะเป็นสถานีที่มีจุดแข็ง ที่มีความเที่ยงตรง มีมาตรฐาน ดังนั้นไทยพีบีเอส (Thai PBS) จึงมีหน้าที่เพียงที่จะรักษามาตรฐานของผู้สื่อข่าว แหล่งข่าว ต่าง ๆ ที่สามารถอ้างอิงได้มากกว่าสำนักข่าวใด ๆ ในประเทศไทย หรือในต่างประเทศ จำเป็นจะต้องรักษาจรรยาบรรณของผู้สื่อข่าวและบอร์ด (Board) ของไทยพีบีเอส (Thai PBS) และเจ้าหน้าที่ในไทยพีบีเอส (Thai PBS) ว่าจะต้องไม่ไปรับผลประโยชน์ ทั้งทางตรงทางอ้อม ได้รับรางวัล ไปเที่ยว ไปกินอาหารที่ไหน หรืออย่างไร มีโพรโมชัน (Promotion) จากนายทุน หรือจากผู้มีอำนาจที่ไหน ท่านต้องเฝ้าระวังในเรื่องนี้ เขาเรียกว่า หมั่นตรวจตรา หมั่นตรวจสอบ ตรวจเช็ก (Check) ให้ดี ๆ ถ้าไม่มีสิ่งนี้แล้วท่านรักษา จุดแข็งนี้ไว้ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) นั่นละครับ แม้ว่าจะเป็นสถานีที่อาจจะไม่ใช่เร็วที่สุด ที่ไหนมีเหตุเกิดขึ้นตูมตาม ท่านอาจจะไปไม่ทันสถานีอื่น แต่ท่านนำข่าวนั้นมาเขาเรียกว่า ฟิลเตอร์ เพียวริฟาย (Filter purify) กรองให้มีความบริสุทธิ์ ฟิลเตอร์ จัสทิฟาย (Filter Justify) ท่านกรองให้มีความชอบธรรม นั่นละครับไทยพีบีเอส (Thai PBS) จึงจะเป็นสถานี ที่มีเป้าหมาย แล้วก็มีวิสัยทัศน์ และมีพันธกิจที่สามารถที่จะยืนหยัดอยู่คู่กับสังคมไทยได้🔗

แล้วอีกประการหนึ่ง ในมือถือเดี๋ยวนี้คนอ่านข่าวจากมือถือเยอะนะครับ ผมก็ยังไม่ค่อยเห็นข่าวของไทยพีบีเอส (Thai PBS) จะเด้งขึ้นมาอย่างอัตโนมัติ ท่านจ่าย ค่ากระตุ้นโพสต์ (Post) กระตุ้นเพจ (Page) ของท่านน้อยไปหรือไม่ มัวแต่คำนึงถึงคุณภาพ ของข่าวมากเกินไป แต่ลืม ท่านเป็นสื่อก็จริง แต่ท่านลืมโฆษณาตัวเองหรือไม่นะครับ ในภาวะที่ไม่ต้องไปพึ่งนายทุน ท่านกลับรู้สึกว่าไม่เป็นนายทุนของตัวเอง ก็ทำให้ข่าวของท่าน มันไม่ได้รับการรับรู้อยู่ในครัวเรือน หรือในผู้เสพข่าวต่าง ๆ เพราะฉะนั้นก็ขอฝากข้อสังเกต ๒-๓ ประเด็น ในสิ่งที่ท่านดำเนินการในคอนเทนต์ (Content) หรือในเนื้อหาสาระที่ดี อยู่แล้ว แต่ว่าการรับรู้ของพี่น้องประชาชน ก็ขอให้เต็มร้อย แล้วก็ความน่าเชื่อถือก็ขอให้ เต็มร้อย แล้วก็รักษาจรรยาบรรณของนักข่าว รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของสถานีไทยพีบีเอส (Thai PBS) รวมทั้งบอร์ด (Board) ด้วย อย่าให้มีผลประโยชน์ทับซ้อน หรือเอื้อเพื่อกลุ่มทุน แล้วก็อย่าเอื้อกับรัฐบาลมากจนเกินไป สถานีที่เป็นโพรพากันดา (Propaganda) ก็คือว่าปฏิบัติการจิตวิทยาให้รัฐบาลเขามีของเขา อยู่แล้ว แต่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) นั้นเป็นสื่อสาธารณะทางวิทยุและโทรทัศน์ที่ให้ทั้ง ประชาชนชาวไทยและชาวโลกได้ไว้เป็นแหล่งข่าวที่อ้างอิงสำหรับเมืองไทย เฟกนิวส์ (Fake News) ต่าง ๆ คือหน้าที่ของท่านที่จะต้องทำ ที่จะต้องทำเวอริฟาย (Verify) ทำให้ถูก ให้ต้อง ให้ตรง ให้เป็นที่พึ่งของทุก ๆ คน ขอขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีสมาชิก อีก ๓ ท่านนะครับ หลังจากนั้นจะได้ให้ผู้แทนได้ตอบชี้แจง มีท่านปดิพัทธ์ มีอาจารย์โกวิทย์ มีท่านพิจารณ์ เชิญท่านปดิพัทธ์ครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา พิษณุโลก

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคก้าวไกล สวัสดีอาจารย์เจิมศักดิ์ แล้วก็อาจารย์วิลาสินีด้วยนะครับ ผมอยากอภิปรายยืนยัน การพัฒนาการของไทยพีบีเอส (Thai PBS) ในสภาแห่งนี้ด้วยนะครับ เพราะถ้าเราดูรายงาน ในปี ๒๕๖๒ กับปี ๒๕๖๓ เราจะเจอว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) มีการปรับตัวและพัฒนาขึ้น หลายอย่าง สิ่งที่ผมคิดว่าอยากจะสะท้อนว่ามาได้ถูกทางมาก ๆ ก็คือความทันสมัยในฟีเจอร์ (Feature) ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชัน (Application) หรือว่าการเข้าสู่พอดแคสต์ (Podcast) นะครับ ผมเป็นแฟนพอดแคสต์ (Podcast) ของไทยพีบีเอส (Thai PBS) แล้วก็ รายการดิแอ็กทีฟ (The active) ไทยพีบีเอส (Thai PBS) เป็นแอป (App) ข่าวไทยแอป (App) เดียวที่มีสิทธิอยู่ในมือถือผม เพราะฉะนั้นตรงนี้มาถูกทางมากนะครับ รายการ อย่างตอบโจทย์ เป็นรายการที่คนดูทุกวันตอนนี้นะครับ เพื่อจะหาทิศทางว่าเขาจะมีมุมมอง อย่างไรต่อสถานการณ์การเมืองที่อ่อนไหวและซับซ้อน หรือว่ารายการอย่าง ทางออก ประเทศไทย เป็นต้น หรือว่าความพยายามที่จะเข้าถึงคนรุ่นใหม่ อย่างเช่น รายการเดอะโคดเดอร์ (The Coder) ประเด็นที่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) โดดเด่นเหมือนเดิมทุกครั้ง ก็คือการนำ ประเด็นสาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นประเด็นของท้องถิ่น ประเด็นสิ่งแวดล้อม และประเด็นของ คนชายขอบ อันนี้เป็นความอดทน เป็นความกล้าหาญ แล้วก็เป็นความพยายามที่ผมว่า ในระยะยาวเราจะเก็บเกี่ยวด้วยกัน เพราะมันจะไม่สูญเปล่าแน่ ๆ แล้วก็รายการสำหรับเด็ก ตอนนี้ไทยพีบีเอส (Thai PBS) เป็นรายการเดียวที่ผมเปิดทีวี (TV) โดยไม่ต้องกังวลว่า ลูกผมจะรับท็อกซิก (Toxic) อะไรบ้าง ในเช้าวันเสาร์และวันอาทิตย์ ขอบคุณมากครับ ทีนี้ผมคงไม่มีอะไรจะแนะนำท่านได้มาก เพราะว่าผมเป็นแฟนท่านอยู่แล้ว แต่ว่าเรื่อง ที่อยากจะชวนทำด้วยกันว่าจะเป็นโจทย์ของปี ๒๕๖๔ หรือปี ๒๕๖๕ เราคิดว่าน่าจะมี โจทย์อะไรที่เราสามารถทำร่วมกันได้บ้างระหว่างภาคการเมือง กรรมาธิการ หรือว่าทาง ไทยพีบีเอส (Thai PBS)🔗

ประเด็นแรกก็คือ เรื่องของพื้นที่สาธารณะในการพูดคุยในประเด็นทาง ความคิด โดยเฉพาะประเด็นความอ่อนไหวในทางการเมืองครับ อันนี้ผมเรียนด้วย ความจริงใจที่สุดว่า ตอนนี้ประเทศไทยของเราสุ่มเสี่ยงเหลือเกินจะนำไปสู่ความรุนแรง โดยเฉพาะในเรื่องของประเด็นการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ เรื่องของการแก้ไข รัฐธรรมนูญ ทีนี้ถ้าไทยพีบีเอส (Thai PBS) มีรายการอย่างตอบโจทย์ แล้วก็มีหลายอย่างที่ เคยทำได้ในอดีต เรื่องของการปฏิรูปสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่เราจะหาพื้นที่ปลอดภัย พื้นที่ ที่สร้างสรรค์ พื้นที่ที่ทำให้เยาวชนไม่ต้องถูกมองว่า เป็นพวกล้มล้างการปกครอง ผมคิดว่า ไทยพีบีเอส (Thai PBS) จะเป็นความหวังของผมในการเปิดพื้นที่นี้ เพราะสภาผู้แทนแห่งนี้ ก็แน่นอนเราพูดได้มากขึ้น เรานำเสนอได้มากขึ้น แต่ผมคิดว่าถ้าสื่อได้ก้าวเข้ามาช่วย ในกระบวนการนี้เราจะสามารถเป็นจิ๊กซอว์ (Jigsaw) เล็ก ๆ จิ๊กซอว์ (Jigsaw) หนึ่งใน การหยุดยั้งความรุนแรงทางสังคมได้ ผมคิดว่าไม่ว่าจะเป็นกลุ่มผู้ชุมนุมที่ต้องการปฏิรูป หรือกลุ่มอนุรักษ์นิยมที่เขาต้องการรักษาแล้วก็ปฏิรูปเช่นกัน ก็อยากจะมีพื้นที่ในการสื่อสาร แนวคิด มีเวทีสร้างสรรค์ในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน อันนี้อาจจะต้องใช้กลยุทธ์ กุศโลบาย สแตรทิจี (Strategy) สักหน่อย แต่ผมคิดว่าถ้าเราลงมือทำด้วยกัน ผมคิดว่าจะเป็น ความหวังในการหยุดยั้งความรุนแรงได้🔗

ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของการเลือกตั้งและการทำประชามติ ท่านประธานครับ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) โดดเด่นในการที่ทำข่าวเรื่องของการชุมนุมทางการเมือง แล้วก็ เรื่องของการเลือกตั้งท้องถิ่น ทีนี้เราต้องเรียนด้วยความตรงไปตรงมาว่าเรามีความเชื่อมั่นต่อ การจัดการเลือกตั้งของ กกต. ต่ำมากในตอนนี้ แต่ว่าทุกประเทศที่สามารถฟื้นฟูกระบวนการ ความเชื่อมั่นของการเลือกตั้งได้ สื่อมวลชนเป็นบทบาทที่สำคัญที่สุดที่จะเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นการเผยแพร่ข้อมูลที่รวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการจัดเวทีให้มีการถกเถียงนโยบาย สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบนักการเมืองว่าในสมัยที่ผ่านมาพวกเขามีผลงานอย่างไร และนำเสนอต่อพี่น้องประชาชน พวกเขารักษาคำพูดหรือไม่ พวกเขาตระบัดสัตย์หรือไม่ พวกเขาเข้าร่วมประชุมหรือไม่ ท่านดูเวทีนี้ก็ได้ เนื้อหาต่าง ๆ เหล่านี้จะทำให้ประชาชนตื่นตัวขึ้นมา หลายคนหมดหวังไปกับการเลือกตั้งแล้ว เพราะคิดว่าอย่างไรก็ล็อก (Lock) ผลเรียบร้อย รัฐบาลแบบนี้อยู่ต่อกันอีก ๑๐ ปีแน่ ๆ ผมไม่ได้บอกว่า รัฐบาลนี้อยู่ต่อไม่ได้นะครับ แต่อย่างน้อยเขาต้องชนะการเลือกตั้ง แล้วผมว่า ถ้าประชาชนตื่นตัวมากก็จะทำให้ฝ่ายการเมืองก็ตื่นตัวมากในการที่จะทำตัวให้ดีขึ้นด้วย แล้วก็เรื่องของการตรวจสอบคะแนนผลการเลือกตั้ง การรายงานผลการเลือกตั้ง ตอนนั้น กรรมาธิการพัฒนาการเมืองก็ทำโพรเจกต์ (Project) หนึ่ง เรียกว่า อาสาพัฒนาการเมืองและ การเลือกตั้ง เพราะฉะนั้นถ้าเรามีคนรุ่นใหม่ที่อยากจะเป็น กปน. กรรมการหน่วยเลือกตั้ง เรามีคนรุ่นใหม่ที่อยากจะเป็นผู้สังเกตการเลือกตั้ง เรามีคนรุ่นใหม่ที่อยากจะ เป็นสื่อมวลชนในการรายงานผลการเลือกตั้ง ผมคิดว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) เป็นแพลตฟอร์ม (Platform) ที่ดีที่สุดแพลตฟอร์ม (Platform) หนึ่งในการที่เราจะทำเรื่องนี้ได้ และฟื้นฟูความเชื่อมั่นหรือความหวังในการต่อสู้ในการเลือกตั้งกลับเข้ามาได้ ซึ่งเป็นการต่อสู้ เพื่อประชาธิปไตยที่สันติที่สุดหนทางหนึ่งนะครับ🔗

ประเด็นสุดท้ายที่เรามีการศึกษากันก็คือ เรื่องของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม อนุกรรมาธิการที่ศึกษาเรื่องของผลกระทบต่อข่าวกรอง ที่มีต่อการรับรู้ของคนไทย ในกรรมาธิการพัฒนาการเมืองได้ศึกษาแล้วนะครับ แล้วก็ฟันธงออกมาแล้ว ภาควิชาการ กรรมาธิการ และภาคประชาสังคมเห็นตรงกันหมดว่า เราปล่อยให้ศูนย์เฟกนิวส์ (Fake News) อยู่ในกำกับของรัฐบาลไม่ได้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นเจ้าของศูนย์เฟกนิวส์ (Fake News) เอง ดำเนินนโยบายเอง แล้วตอนนี้ศูนย์เฟกนิวส์ (Fake News) แทบจะไม่ต้องมีความรับผิดชอบเลย เมื่อเขารายงานผลเท็จเอง หรือศูนย์เฟกนิวส์ (Fake News) กลับกลายเป็นเครื่องมือทางการเมืองในการจับกุมคนที่มี ความคิดเห็นที่แตกต่าง ตอนนี้แฟกต์ เช็กกิง (Fact checking) ในทั่วโลกไม่มีใครเขาปล่อยให้ แฟกต์ เช็กกิง เซ็นเตอร์ (Fact checking center) ไปอยู่ในการกำกับของรัฐ แต่ว่าเป็นเรื่อง ของสื่อมวลชน แล้วก็ใช้คลาวด์ (Cloud) ใช้การส่งข้อมูลของภาคประชาชน ใช้บิ๊ก ดาต้า (Big Data) เข้ามาร่วมกัน แต่ว่ารัฐบาลชุดนี้ก็ยังมีแนวคิดเก่านะครับ เรามีศูนย์เฟกนิวส์ (Fake News) ที่ตอนนี้ทำหน้าที่เหมือนทำเคจีบี (KGB) หรือว่าหน้าที่เป็นหน่วยข่าวกรอง ของประเทศคอมมิวนิสต์ด้วยซ้ำไป นี่ผมเรียนด้วยความเคารพจริง ๆ นะครับ เพราะว่า ผมเคยไปดูที่ศูนย์ต่อต้านเฟกนิวส์ (Fake News) หลายรอบ ทีนี้ถ้าไทยพีบีเอส (Thai PBS) ผมไม่รู้รัฐบาลเขาจะเปลี่ยนนโยบายหรือเปล่า แต่ถ้าเราสามารถทำเรื่องที่คู่ขนานไปด้วยกันได้ เรามีศูนย์แฟกต์ เช็กกิง (Fact Checking) เหมือนที่เอเอฟพี (AFP) ทำ หรือว่าเราสามารถ ประสานภาคี ร่วมกับภาคีนานาชาติในการที่จะริเริ่มเรื่องพวกนี้เข้ามาได้ ผมคิดว่าประชาชน จำนวนมากพร้อมที่จะร่วมมือเป็นผู้ตรวจสอบเฟกนิวส์ (Fake News) พร้อมที่จะร่วมมือกัน แล้วผมคิดว่าเรื่องนี้นอกจากจะพัฒนาวงการสื่อมวลชนแล้ว เป็นการพัฒนาวงการ ประชาธิปไตยไปในตัวด้วยนะครับ อันนี้ผมก็กราบเรียนด้วยความเคารพว่า เราคงจะมีเรื่องที่ ต้องทำร่วมกันอีกมากมาย และเป็นกำลังใจให้กับไทยพีบีเอส (Thai PBS) นะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน ศาสตราจารย์โกวิทย์ครับ🔗

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่าน ประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช วันนี้ผมขอร่วมอภิปราย รายงานผลการปฏิบัติงานประจำปี ๒๕๖๓ ของไทยพีบีเอส (Thai PBS) นะครับ ก็ขอชมว่า ทำรายงานได้อย่างสวยงาม มีรายละเอียดต่าง ๆ ที่จะเรียนรู้มากมาย ผมเรียนท่านประธานว่า ผมคนหนึ่งที่เป็นคนที่ดูรายการของไทยพีบีเอส (Thai PBS) มากคนหนึ่ง แล้วก็หลายเรื่องที่ ท่านรายงานได้ตอบโจทย์ปัญหาประเทศหลายประการด้วยกันในรอบปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการสื่อสาร เรื่องโรคระบาดโควิด (COVID) เรื่องของสถานการณ์ชุมนุมทางการเมือง เรื่องของปัญหาต่าง ๆ ของประเทศ เรื่องปัญหาความเหลื่อมล้ำ แล้วก็ภัยพิบัติต่าง ๆ บางเรื่องเป็นกระบวนการขับเคลื่อนการเรียนรู้ของประชาชน แต่อย่างไรก็ตาม ผมอยากจะ เสนอแนะไว้บางส่วน เพื่อจะเป็นประโยชน์ต่อท่านที่มาชี้แจง กราบเรียนอาจารย์เจิมศักดิ์ ด้วยนะครับ เรียนอย่างนี้ว่าผมเองสนใจเรื่องงานท้องถิ่นและการปกครองท้องถิ่น แล้วเห็นว่า ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ก็ได้มีส่วน ที่ผ่านมาผมได้ร่วมรายการหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง องค์การบริหารส่วนตำบล หรือ อบต. ในวันอาทิตย์ที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ นี้ แล้วไทยพีบีเอส (Thai PBS) ก็ทำได้ดี แต่กราบเรียน ด้วยความเคารพว่า ประเทศไทยทุกตารางนิ้ว ตอนนี้ก็เป็นพื้นที่ที่องค์กรปกครองท้องถิ่น ได้มีส่วนบริหารจัดการประเทศ เป็นกลไกหนึ่งของรัฐบาลในการพัฒนาจัดบริการสาธารณะ ต่าง ๆ อยากจะเรียนทางไทยพีบีเอส (Thai PBS) ว่าถ้าเปิดรายการหรือผัง หรือช่อง ที่ให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วม หรือท่านจะไปมีส่วนร่วมกับองค์กรท้องถิ่น เพราะว่าสิ่งดี ๆ ที่เกิดขึ้น ในชุมชนท้องถิ่น ผมไม่พูดเฉพาะองค์กรปกครองท้องถิ่น เพราะว่าองค์กรปกครองท้องถิ่น ส่วนหนึ่งก็ต้องประกอบด้วยภาคส่วนที่เป็นพลเมือง ภาคส่วนที่เป็นภาคประชาสังคม ที่ต่อเชื่อมกันกับองค์กรหน่วยปกครองท้องถิ่นทุกรูปแบบในประเทศไทย ซึ่งก็มีสิ่งที่ดี ๆ ในการจัดบริการสาธารณะแก่พี่น้องประชาชน ก็กราบเรียนด้วยความเคารพไปยัง ท่านประธานว่า ถ้าร่วมเป็นโครงข่ายหรือเครือข่ายความร่วมมือกันระหว่างท้องถิ่น กับท่านไทยพีบีเอส (Thai PBS) ในรายการใดรายการหนึ่งก็ได้ เพื่อเผยแพร่ความรู้ เพื่อเผยแพร่สิ่งที่มีการบริหารจัดการ โดยท้องถิ่นที่ดีต่อพี่น้องประชาชนเป็นการปูพื้นฐาน เพราะผมเห็นว่ารากฐานการเปลี่ยนแปลงประเทศต่อนี้ไป การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น จะเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศแทนรัฐบาลกลางออกไปเรื่อย ๆ ก็กราบเรียนด้วยความเคารพว่า หลายเรื่องที่ผมอ่านนี่ท่านก็มีการเปิดพื้นที่ประชาชน ในท้องถิ่นอยู่แล้วส่วนหนึ่ง แต่ทำให้มันเข้มข้นขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ เป็นการเผยแพร่ให้พี่น้อง ประชาชนได้รับทราบมากขึ้น เป็นตัวแทนสื่อของท้องถิ่น เพราะผมดูหลายช่องนี่เรื่องของ ท้องถิ่นมีน้อยมาก แต่ก็ขอชมท่านว่าได้ทำเรื่องนี้ส่วนหนึ่งได้เป็นอย่างดีแล้ว แต่ขอให้ เพิ่มความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น ขอเรียนด้วยความเคารพว่ามันก็จะเป็นประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชนที่ชมรายการ เป็นประโยชน์ต่อท้องถิ่นที่จะได้เผยแพร่ผลงานต่าง ๆ ที่ท้องถิ่นได้ทำ ผมกราบเรียนว่าท้องถิ่นได้ทำงานที่ดี ๆ แล้วทางไทยพีบีเอส (Thai PBS) สามารถหยิบยกมา เป็นตัวอย่างและเผยแพร่ให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบ ซึ่งก็มีอยู่ทั่วประเทศเกือบทุกภาค ขณะนี้ เพราะฉะนั้นการจัดบริการสาธารณะที่ดี ๆ ก็จะเป็นนวัตกรรมที่จะไปทำให้ผังรายการ ต่าง ๆ เผยแพร่สิ่งเหล่านี้ ก็เรียนเป็นข้อคิดเห็นของกระผมก็แล้วกันต่อท่านที่มาชี้แจงว่า ถ้าได้เพิ่มรายการในสิ่งที่ผมเสนอไปก็จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน เป็นประโยชน์ ต่อประเทศชาติ และจะเป็นประโยชน์ต่อการวางรากฐานให้กับประเทศที่จะเชื่อมต่อกัน ในอนาคตว่า ฐานท้องถิ่นจะเป็นฐานการพัฒนาประเทศที่สำคัญของประเทศในอนาคต ก็กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ สวัสดีครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน ต่อไปครับ ท่านพิจารณ์ครับ🔗

นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก่อนอื่น ต้องขอกราบสวัสดีนะครับ ท่านอาจารย์เจิมศักดิ์และท่านอาจารย์วิลาสินีนะครับ ผมก็จะเป็น ผู้อภิปรายคนสุดท้ายของการรับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานประจำปีของไทยพีบีเอส (Thai PBS) ก็พยายามจะใช้เวลาไม่เยอะ แล้วก็จะไม่ให้ซ้ำประเด็นกับเพื่อนสมาชิกที่ได้ อภิปรายไปก่อนหน้านี้ ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ติดตามรายงานของไทยพีบีเอส (Thai PBS) มาโดยตลอด แต่ก็ต้องเรียนว่าไม่เคยรับชมผ่านโทรทัศน์ ส่วนใหญ่จะเป็นการดูผ่าน โซเชียล มีเดีย (Social media) อย่างเฟซบุ๊ก (Facebook) หรือยูทูบ (YouTube) ก็เลยเป็น ประเด็นที่ทำให้ผมอยากจะขออนุญาตตั้งคำถามและข้อสังเกตครับ ผมดูในรายงานนะครับ หน้า ๑๕๒ ที่เกี่ยวกับรายงานการประเมินผลการดำเนินงานนะครับ ในหน้า ๑๕๔ นะครับ ภาพที่ ๑ เป็นการแสดงถึงช่องทางการรับชม แล้วก็รับฟังรายการ ของไทยพีบีเอส (Thai PBS) ถ้าดูจากตรงนี้ก็จะเห็นว่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์ของกลุ่มตัวอย่าง ก็จะรับชมผ่านโซเชียล มีเดีย (Social media) ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ก (Facebook) ทวิตเตอร์ (Twitter) ยูทูบ (YouTube) อินสตาแกรม (Instagram) ไลน์ ออฟฟิเชียล (Line official) แล้วก็พอดแคสต์ (Podcast) ก็เรียกว่าไม่น้อยเลยทีเดียว ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ทีนี้ผมก็เลย อยากจะเรียนถามถึงแนวทางในการที่ทางไทยพีบีเอส (Thai PBS) จะพัฒนาต่อยอด บนแพลตฟอร์ม (Platform) เหล่านี้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการใช้งบประมาณ ที่ต้องเรียนถามอย่างนี้ครับท่านประธาน เพราะว่าเมื่อตอนที่ผมมีโอกาสได้พิจารณา งบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๕ ผมคิดว่าน่าจะพูดถึงได้นะครับ กรมประชาสัมพันธ์ มีการของบประมาณเข้ามาประมาณ ๓๐๐ ล้านบาทโดยประมาณ เพื่อจะพัฒนาระบบ เรียกว่าเป็นของทางกรมประชาสัมพันธ์ เพื่อจะให้ประชาชนได้รับชมผ่านช่องทางโซเชียล มีเดีย (Social media) ของตน ซึ่งก็ต้องเรียนว่าถ้าหากไทยพีบีเอส (Thai PBS) มีทิศทาง ในการลงทุนในลักษณะนั้นผมเกรงว่าอาจจะไม่คุ้มค่าในการใช้งบประมาณ เหตุผล ก็เพราะว่าเรามีช่องทางโซเชียล มีเดีย (Social media) ที่ประชาชนคนไทยให้ความนิยม แล้วก็รับชมเยอะอยู่แล้วนะครับ ไม่จำเป็นที่จะต้องไปลงทุนสร้างแพลตฟอร์ม (Platform) ของตนเอง ผมคิดว่าอันนั้นจะเป็นการใช้งบประมาณที่ไม่คุ้มค่า แล้วก็จะได้จำนวนผู้ชม กลับมาไม่เป็นกอบเป็นกำอย่างที่ตั้งใจเอาไว้นะครับ ดังนั้นก็อยากจะเรียนถามครับว่าทิศทาง ที่ท่านจะจัดสรรหรือสัดส่วนการลงทุน เพื่อจะพัฒนาต่อยอดช่องทางเหล่านี้จะเป็นอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นในด้านของฮาร์ดแวร์ (Hardware) หรือซอฟต์แวร์ (Software) หรือการโฆษณา🔗

ประเด็นต่อไปนะครับ ที่ผมอยากจะขอสอบถามเกี่ยวข้องกับเรื่องของผล การดำเนินงานในด้านของงบการเงินนะครับ ผมดูที่งบกำไรขาดทุนก็พบว่าในปีงบประมาณ ปี ๒๕๖๓ ก็มีรายจ่ายที่สูงกว่ารายได้ประมาณ ๑๑๗ ล้านบาท ก็เข้าใจดีครับว่า ทางไทยพีบีเอส (Thai PBS) ไม่ได้เป็นช่องที่จะทำกำไรอะไร รายได้ที่มานี้ก็มาจากรายได้ของ กองทุน ปีหนึ่งก็ ๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าพอมาดูนะครับ ผมก็ลงไปดูในรายละเอียดครับว่า เหตุใดค่าใช้จ่ายถึงได้สูงกว่ารายได้ นำมาซึ่งคำถามนะครับที่อยากจะเรียนถาม เพื่อให้ได้รับคำชี้แจง ในหน้าที่ ๑๙๓ ข้อที่ ๒๕ คือค่าใช้จ่ายบุคลากร ผมพบว่าค่าใช้จ่าย เงินผลประโยชน์ของพนักงานในปี ๒๕๖๓ เมื่อเทียบกับ ๒๕๖๒ นั้น สูงขึ้นประมาณ ๖๔ ล้านบาท คือประมาณ ๑๐ เท่าที่สูงขึ้น นอกจากนั้นในส่วนของข้อที่ ๒๖ ก็คือต้นทุน ในการผลิตและจัดหารายการ ก็พบว่ามีอยู่ ๓ รายการครับที่ยอดใช้จ่ายนั้นก็สูงขึ้นเป็นสาระ ที่สำคัญได้แก่ ค่าจัดหารายการตัดจำหน่ายจากในปี ๒๕๖๕ นั้นอยู่ ๔๔๙ ล้านบาท แต่ปี ๒๕๖๓ เพิ่มขึ้นประมาณ ๒๐๐ ล้านบาท คือ ๖๔๒.๗ ล้านบาท ค่าใช้จ่ายพิธีกรก็ปรับ สูงขึ้น ซึ่งอันนี้ผมก็เลยอยากจะเรียนถามว่า เข้าใจว่าจำนวนรายการมีการปรับเปลี่ยน แล้วก็ จัดหาพิธีกรเพื่อเพิ่มคุณภาพในการนำเสนออย่างไร เพราะว่าสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นก็ไม่น้อย เลยทีเดียว แล้วก็รายการที่ ๓ คือค่าจ้างบุคคลภายนอก ค่าจ้างบุคคลภายนอกจากเดิม ปี ๒๕๖๒ นั้นอยู่ที่ ๙๐ ล้านบาท แล้วก็ปี ๒๕๖๓ นั้นเพิ่มขึ้นมาเป็น ๑๕๖ ล้านบาทนะครับ ก็อยากจะเรียนถามเพื่อทำความเข้าใจว่า ที่มาที่ไปนั้นเป็นอย่างไรเราถึงมีภาระในการขาดทุน อยู่อย่างที่เรียนไปนะครับ แต่อย่างไรก็ตามสุดท้ายผมก็อยากจะเรียนชื่นชมถึงคุณภาพ ของรายการ เพราะว่าที่ผ่านมาผมก็เป็นคนหนึ่งที่ติดตามรับชมรับฟัง แล้วก็อยากจะให้ท่าน ได้คงคุณภาพ แล้วก็พัฒนาต่อเนื่องขึ้นไป เพื่อเป็นประโยชน์ของประชาชนคนไทย ที่รับชมครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญผู้แทน ส.ส.ท. ชี้แจงครับ🔗

รองศาสตราจารย์วิลาสินี พิพิธกุล ผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและ แพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉัน วิลาสินี พิพิธกุล ผู้อำนวยการองค์การกระจาย เสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย หรือ ส.ส.ท. ขอเป็นตัวแทนในการตอบ ประเด็นที่ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติได้ซักถามนะคะ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ ท่านสมาชิกสภาทั้ง ๖ ท่านที่ได้ให้ทั้งคำชื่นชม และคำแนะนำแก่การดำเนินงานของ ส.ส.ท. ดิฉันจะขอสรุปเป็นการรวบประเด็นเพื่อตอบ แล้วก็เป็นการยืนยันให้ท่านสมาชิกสภาทุกท่าน ได้มีความมั่นใจในการทำงานที่ดำรงอยู่บนหลักการของสื่อสาธารณะ เพื่อประโยชน์ สาธารณะของ ส.ส.ท. นะคะ🔗

ประเด็นแรก ท่านสมาชิกสภาหลายท่านได้ให้ความห่วงใยในเรื่องของ การรักษาความน่าเชื่อถือขององค์กร ดิฉันต้องเรียนว่าในเรื่องนี้ตามพระราชบัญญัติของ ส.ส.ท. เรามีกลไกที่กำกับดูแลในหลาย ๆ ด้านอยู่มากพอสมควร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ ข้อบังคับ จริยธรรมในการดำเนินงาน ข้อบังคับในการผลิตรายการ ในการจัดหารายการ รวมทั้งมีกลไกรับเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ และนอกจากนั้นก็มีสภาผู้ชม ผู้ฟัง ๕๐ คนจาก ทั่วประเทศที่จะทำหน้าที่รวบรวม แล้วก็ฟีดแบ็ก (Feedback) การทำงานของ ส.ส.ท. กลับเข้ามา แล้วก็ที่สำคัญก็คือทุก ๆ ครั้งเราก็จะนำเอาผลฟีดแบ็ก (Feedback) เหล่านี้มา ทบทวนตัวเอง แล้วก็มีการจัดประชุมจัดเวิร์กชอป (Workshop) กันภายในเพื่อที่จะทบทวน ท่าทีของพวกเราที่มีต่อประเด็นต่าง ๆ โดยเฉพาะต้องเรียนว่าทุกครั้งที่เราออกไปทำหน้าที่ใน ประเด็นที่มีความอ่อนไหวทางสังคม เช่น กรณีการชุมนุมทางการเมือง ส.ส.ท. เราจะ มอบหมายให้ศูนย์วิจัยสื่อสาธารณะ ทำหน้าที่ประกบการทำงานที่ผลิตรายวันออกทาง ทุก ๆ หน้าจอของเราอยู่เสมอ เพื่อที่เราจะได้เห็นการทำงานของตัวเราเองว่าจริง ๆ แล้ว เรายังยึดอยู่บนหลักของความสมดุล และที่สำคัญก็คืออิมพาร์เชียลิตี (Impartiality) หรือความไม่แบ่งแยก ไม่ฝักฝ่าย แล้วไม่มีอคติในการรายงานแค่ไหน การที่เรามีผลวิจัย กลับเข้ามาอย่างต่อเนื่องแบบนี้ที่ทำให้เราเห็นตัวเราเองทุกวัน แล้วก็ทำให้เราค่อนข้าง มั่นใจว่าสิ่งที่ ส.ส.ท. ทำอยู่นั้นยืนอยู่บนหลักของการไม่แบ่งแยก แล้วไม่มีอคติอย่างแท้จริง นอกจากการใช้งานวิจัยแล้วก็รวบรวมผลฟีดแบ็ก (Feedback) จากศูนย์รับเรื่องร้องเรียน ศูนย์เพื่อนสื่อสาธารณะต่าง ๆ แล้วนะคะ ตามที่หลายท่านแนะนำเลยค่ะ ขณะนี้เราได้เริ่ม ติดตั้งกลไกที่เรียกว่า แฟกต์ เช็กกิง (Fact Checking) อยู่ภายในกระบวนการอีดิทอเรียล (Editorial) ของงานข่าวของเรา โดยในเริ่มต้นกระบวนการนี้จะใช้ตั้งแต่เริ่มต้นที่มีการประชุม มอบหมายงานข่าว จากนั้นเมื่อมีประเด็นข่าวเข้ามา ทางกองบรรณาธิการก็จะแยกแยะ ความเสี่ยงของแต่ละประเด็นค่ะ นั่นหมายความว่าถ้าเสี่ยงมากก็ต้องผ่านการตรวจสอบ มากขึ้น และที่สำคัญก็คือเมื่อออกอากาศแล้วเราก็จะติดตามตรวจสอบอย่างทันท่วงทีเช่นกัน เราหวังว่าเราจะพัฒนาแฟกต์ เช็กกิง (Fact Checking) นี้ไปเป็นศูนย์แฟกต์ เช็กกิง (Fact Checking) ของสื่อสาธารณะต่อไป อันนี้อยู่ในแผนและงบประมาณปี ๒๕๖๕ แล้วด้วยนะคะ แต่ในระหว่างนี้ที่เรายังไม่ได้พัฒนาออกมาจนเป็นศูนย์ที่มีความชัดเจนขึ้น ส.ส.ท. เรามี การทำงานร่วมกับเครือข่ายหลายหน่วยงาน โดยเฉพาะเครือข่ายภาคประชาสังคมที่ชื่อว่า โคแฟก (CoFaC) หรือว่าคอลลาบอเรทีฟ แฟกต์ เช็กกิง (Collaborative Fact Checking) ที่เป็นที่รวมของหน่วยงานภาคสังคมจำนวนมากในการร่วมกันตรวจสอบ แล้วก็ป้องกัน ข่าวลวงต่าง ๆ จากการทำงานของภาคประชาชน เพราะฉะนั้นการที่ท่านสมาชิกสภาหลายท่านให้คำแนะนำว่า ส.ส.ท. น่าจะเป็นศูนย์กลาง ของการทำบทบาทนี้ได้ดีขึ้น ดิฉันจะน้อมรับไว้แล้วก็จะนำไปพัฒนาอยู่ในแผนปี ๒๕๖๕ ของเรา แล้วก็ทำงานร่วมกับเครือข่ายต่าง ๆ🔗

ประเด็นที่ ๒ ที่ขออนุญาตพูดถึงมีหลายท่านฝากไว้ ก็คือในสถานการณ์ ของความเปราะบางที่เกิดขึ้นตอนนี้ หลายท่านบอกว่าสื่อสาธารณะเหมาะที่จะเป็นพื้นที่ ตรงกลาง ดิฉันขอเรียนว่าเรากำลังทำหน้าที่นี้อยู่ และจะพยายามและให้ความสำคัญ อย่างยิ่งยวดที่จะเป็นพื้นที่ตรงกลางที่ปลอดภัย เพื่อทำให้ลดอุณหภูมิของความขัดแย้ง และความรุนแรงที่เกิดขึ้น แต่อย่างที่เรียนค่ะ การเป็นพื้นที่ตรงกลางนั้น ต้องพร้อมรับแรง กระทำจากทุกฝ่ายเช่นกัน ซึ่งดิฉันคิดว่าอันนี้เป็นสิ่งที่ ส.ส.ท. ยินดีอยู่แล้วนะคะ หลายท่าน คงทราบว่าเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ส.ส.ท. แล้วก็ดิแอกทีฟ (The-active) เราได้จัดพื้นที่ สาธารณะในการพูดคุยกันอย่างปลอดภัยของกลุ่มชาวชุมชนแฟลตดินแดง แล้วก็กลุ่ม ผู้ชุมนุมที่ดินแดงขึ้น รวมทั้งมีตัวแทนจากภาครัฐแล้วก็หน่วยงานต่าง ๆ เข้าร่วม และทาง กสม. ด้วย เพื่อที่จะร่วมกันหาทางออก แล้วก็ยุติความรุนแรงที่เกิดขึ้น เรามั่นใจว่าเราจะทำ บทบาทนี้ต่อไปเรื่อย ๆ แต่ก็อย่างที่เรียนให้ทราบว่า เป็นบทบาทที่ยืนยันว่าเป็นไปภายใต้ หลักการของสื่อสาธารณะ และหลักการของอิมพาร์เชียลิตี (Impartiality) ก็คือรักษา ความสมดุลและการไม่แบ่งแยก🔗

ดิฉันขออนุญาตพูดอีก ๒-๓ ประเด็นที่หลายท่านได้ให้คำแนะนำ นั่นก็คือ ประเด็นเรื่องของโควิด-๑๙ (COVID-19) ดิฉันอยากเรียนให้ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ทราบว่า การทำงานเรื่องโควิด-๑๙ (COVID-19) ของ ส.ส.ท. นั้นไม่เพียงแต่รายงานบทบาท ข้อมูลข่าวสารอย่างที่ทุกท่านได้เห็นแล้วเท่านั้นนะคะ เราได้เปิดเป็นศูนย์ประสานฉุกเฉิน โควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ช่วยส่งต่อผู้เดือดร้อนต่าง ๆ ด้วย แล้วก็ทำงานกับภาคีเครือข่าย ในพื้นที่นะคะ ยิ่งกว่านั้นค่ะไทยพีบีเอส (Thai PBS) ได้พัฒนาหรือผลิตสารคดีที่เราคาดหวัง ว่าจะให้เป็นทรัพยากรสำคัญของประเทศชาติ และจะว่าไปก็คือในสากลด้วย เพราะว่าเรา ตั้งใจจะผลิตสารคดีเหล่านี้ให้มีซับไทเทิล (Subtitle) ที่สามารถส่งออกไปต่างประเทศได้ด้วย ในปี ๒๕๖๓ และปี ๒๕๖๔ เรามีสารคดีที่บันทึกเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ของโควิด-๑๙ (COVID-19) บันทึกพัฒนาการ หรือนวัตกรรมของการรักษา และที่สำคัญก็คือบันทึก เรื่องราวของความช่วยเหลือต่าง ๆ ของชุมชนที่ลุกขึ้นมาเป็นจิตอาสา และช่วยเหลือ ร่วมมือกัน เรามีสารคดีออกมาหลายเรื่องด้วยกัน ซึ่งยกตัวอย่างเช่น สารคดีเปิดเรื่องใหญ่ ไทยสู้โควิด (COVID) สารคดีโรคซ่อนโลก หรือแม้แต่การเปิดสารคดีชุด คนจนเมือง ที่พยายามใช้โอกาสนี้กระตุ้นให้ภาคนโยบายได้เห็นว่าเรากำลังมีคนที่เสี่ยงจนเกือบ ล้านคน ทั้งหมดทั้งปวงนี้เราได้มีการประเมินผลติดตามว่า งานที่สื่อสารเผยแพร่ออกไปนั้น ได้มีผลอะไรบ้าง สิ่งหนึ่งที่เราพบก็คือได้กระตุกให้ภาคนโยบายได้เห็นสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น แล้วก็ได้เห็นโมเดล (Model) ของความช่วยเหลือที่ชุมชน ประชาสังคมต่าง ๆ ลุกขึ้นมาจัดการและร่วมมือกันกับภาครัฐและตรงนี้ก็เป็นผลประเมินที่ ส.ส.ท. ได้รับว่า สิ่งที่โดดเด่นที่สุดในบทบาทของการทำงานสถานการณ์โควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ผ่านมาก็คือ การเป็นกลไกกลางในการประสานความร่วมมือจากทุกภาคส่วน🔗

ขอประทานโทษค่ะมีอีก ๒ ประเด็น ที่จะตอบท่านสมาชิกสภา ก็คือเรื่อง ภัยพิบัติ อย่างที่ท่านได้อภิปรายไว้เลยค่ะ ส.ส.ท. เราให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก เพราะว่า ภัยพิบัตินั้นเกิดขึ้นตลอดทั้งปีแน่นอน สำหรับศูนย์พัฒนาการสื่อสารภัยพิบัติ ที่ท่านได้กรุณาถาม ถึงด้วยความห่วงใยนั้น ในปี ๒๕๖๕ เราได้วางงบประมาณไว้อยู่ที่ ๓๐ กว่าล้านบาท แต่ดิฉัน ต้องเรียนว่าการทำประเด็นภัยพิบัติไม่ได้อยู่แค่ที่บทบาทของศูนย์ภัยพิบัติ ประเด็นภัยพิบัติ ถูกจัดวางไว้เป็นแกนกลางในทั้งองค์การนี้ไม่ว่าจะในสำนักข่าวที่คัฟเวอร์ (Cover) ข่าวรายวัน ในสำนักสร้างสรรค์เนื้อหา ที่ผลิตสารคดี ผลิตซีรีส์ (Series) ต่าง ๆ แล้วก็ในส่วนงานที่ผลัก เรื่องของวาระและนโยบาย อย่างที่ท่านผู้ทรงเกียรติได้เรียนว่า ศูนย์ภัยพิบัตินอกจากทำ ในเรื่องของรายการรู้สู้ภัยแล้ว ก็เน้นไปสร้างเครือข่ายภัยพิบัติ เช่น เครือข่ายลุ่มน้ำภาคกลางต่าง ๆ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่เราตั้งใจทำ นอกจากศูนย์ภัยพิบัติ ที่จะจับเรื่องภัยพิบัติอย่างที่เรียนไปแล้ว ก็ยังมีส่วนงานสื่อเสียงที่ขณะนี้จับมือ กับเครือข่ายมหาวิทยาลัย แล้วก็เครือข่ายวิทยุในสถาบัน เช่น อาชีวะ ๑๐๐ กว่าแห่ง ทั่วประเทศ เราหวังว่าความร่วมมือเหล่านี้ที่จะทำให้กระบวนการทำงาน ตรวจสอบ และเตรียมความพร้อมเรื่องภัยพิบัติของประชาชน มีผู้ที่เข้ามาร่วมและความร่วมมือมากขึ้น🔗

ประเด็นสุดท้ายดิฉันอยากเรียนถึงคือ เรื่องท้องถิ่นที่ท่านฝาก ดิฉันต้องเรียนว่า ขณะนี้ถ้าท่านเปิดดูไทยพีบีเอส (Thai PBS) เรามีรายการพิเศษทุกวันและทำต่อเนื่อง เพื่อรับกับประเด็นเรื่องของการเลือกตั้งท้องถิ่น อบต. เราใช้ชื่อช่วงรายการพิเศษนี้ว่า ประชาธิปไตยคืนถิ่น เพราะเราเชื่อจริง ๆ ว่าถ้าทุกคนหันมาให้ความสนใจกับเรื่องนี้ โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ เราจะทำให้ประชาธิปไตยคืนถิ่นและเป็นความหวังได้ อันนี้ก็เป็น ความตั้งใจที่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) จะคงเกาะติดเรื่องนี้ และในปี ๒๕๖๕ การจัดวาง งบประมาณต่าง ๆ ก็จะให้ความสำคัญกับการทำงานจากพื้นที่มากขึ้น กรรมการนโยบาย ชุดนี้เองให้ความสำคัญกับการกระจายอำนาจไปสู่ความร่วมมือกับเครือข่ายภูมิภาค แล้วก็ เครือข่ายสื่อท้องถิ่นค่ะ🔗

สำหรับเรื่องงบประมาณ เดี๋ยวอาจจะมีกรรมการบางท่านมาช่วยตอบ ในบางประเด็น ดิฉันขอตอบสั้น ๆ แค่ว่าทำไมมีงบประมาณในส่วนของการผลิตและจัดหา รายการหรือค่าพิธีกรเพิ่มขึ้น ก็ต้องเรียนว่าปี ๒๕๖๓ เราให้ความสำคัญกับการผลิตเนื้อหา เพิ่มมากขึ้น เรากำลังเตรียมทั้งในเรื่องของละคร แล้วก็ซีรีส์ (Series) ต่าง ๆ และเราก็หันมา ทำรายการเองเยอะมากขึ้น เรามีช่องเพิ่มขึ้นอย่างที่บางท่านได้อภิปรายไปแล้วก็คือ ช่องเอแอลทีวี (ALTV) ซึ่งให้ความสำคัญกับเรื่องการเรียน และการศึกษาของเด็กเยาวชน และครอบครัว แล้วก็เราเปิดในเรื่องของสื่อใหม่มากขึ้น🔗

สุดท้ายดิฉันขออนุญาตกล่าวถึงความตั้งใจของ ส.ส.ท. ว่าแม้แต่ในขณะนี้เอง และปี ๒๕๖๕ สิ่งที่ ส.ส.ท. ให้ความสำคัญก็คือเราหวังจะเป็นกลไกหนึ่งของการร่วมถม ช่องว่างแห่งความเหลื่อมล้ำ การต่อยอดคุณค่าและทุนทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะวัฒนธรรม ที่มาจากพื้นที่และภาคประชาชน การเรียนรู้จากรากสู่ความเป็นตัวตนของเรา และการเป็น ที่พึ่งข่าวสารที่รายงานอย่างเที่ยงตรงและปราศจากอคติ รวมทั้งการมุ่งนำสื่อสาธารณะแห่งนี้ ไปสู่ภูมิภาคอาเซียน (ASEAN) และในสากลให้ได้อย่างที่หลายท่านได้ฝากไว้ค่ะ รวมทั้ง การพัฒนาแพลตฟอร์ม (Platform) ที่เป็นโซเชียล มีเดีย (Social media) และสื่อออนไลน์ (Online) ให้ขยายมากขึ้น โดยที่ไม่ได้ใช้งบประมาณมากนัก งบประมาณของนิวส์มีเดีย (News media) หรือโซเชียล มีเดีย (Social media) หรือสื่อออนไลน์ (Online) ใช้เพียงแค่ ประมาณไม่ถึง ๑๐๐ ล้านบาทของงบทั้งหมดค่ะ เนื่องจากว่าเราพยายามที่จะบริหารจัดการ ทรัพยากรที่มีทั้งหมดในองค์กร ดิฉันขออนุญาตเรียนสั้น ๆ อีกนิดเดียวว่า แพลตฟอร์ม (Platform) ใหม่หรือช่องทางใหม่ที่เราพัฒนาขึ้นตั้งแต่ปลายปี ๒๕๖๓ ก็คือสตรีมมิง (Streaming) หรือออน ดีมานด์ ทีวี (On demand TV) ที่ชื่อว่า วิภา (Wipha) ส.ส.ท. หวังเป็นอย่างยิ่งที่จะให้ วิภา (Wipha) เป็นช่องทางสตรีมมิง (Streaming) ของคนไทยที่ ผลิตโดยคนไทยเพื่อคนไทย เพื่อสู้กับสตรีมมิง (Streaming) ของต่างประเทศที่คนรุ่นใหม่ หรือพวกเจนวาย (Gen Y) นิยมดู และเราหวังว่าวิภา (Wipha) จะเป็นพื้นที่ที่สนับสนุน คอนเทนต์ ครีเอเตอร์ (Content creator) รุ่นใหม่ ๆ ได้มาผลิตผลงานของเขาในช่องทางนี้ มากขึ้น ทั้งหมดนี้ไม่ได้ใช้งบประมาณมากมายค่ะ แต่เป็นเรื่องของการบริหารจัดการ แล้วก็ เป็นเรื่องของความตั้งใจแล้วก็พลังของคนทำงานของ ส.ส.ท. ที่มุ่งมั่นจะทำให้สื่อนี้อยู่ เคียงข้าง แล้วก็ยืนหยัดอยู่กับประชาชนค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ที่ประชุม รับทราบงานผลการปฏิบัติงานขององค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ของปี ๒๕๖๓ เรียบร้อยแล้วนะครับ ท่านจะชี้แจงต่อหรือครับ มีไหมครับ เชิญครับ🔗

นายเจษฎา อนุจารี กรรมการบริหารอื่น องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพ สาธารณะแห่งประเทศไทย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพและท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม นายเจษฎา อนุจารี กรรมการบริหารอื่น ขออนุญาตชี้แจง ท่านสมาชิกที่ได้สอบถามเรื่องค่าใช้จ่ายบุคลากรที่สูงขึ้น ในปี ๒๕๖๒ นี้ ส.ส.ท. ได้มีค่าใช้จ่าย เงินผลประโยชน์ของพนักงานเพียง ๖ ล้านบาทเศษ พอมาในปีนี้เงินจำนวน ๖ ล้านบาทเศษ ของปี ๒๕๖๒ นี้เพิ่มขึ้นเป็น ๗๑ ล้านบาท ตรงนี้เป็นเงินที่ใช้หลักการคำนวณตามหลัก คณิตศาสตร์ประกันภัยทุก ๆ ๓ ปีจะมีการปรับยอดขึ้นเผื่อสำรองไว้สำหรับเป็นผลประโยชน์ ของพนักงาน เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นในอนาคตข้างหน้าเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นจริง ๆ แล้ว ค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นทั้งหมดนี้ ก็เป็นเพียงตัวเลขทางคณิตศาสตร์ประกันภัยเท่านั้นเองครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จะมี ท่านใดชี้แจงอีกไหมครับ เชิญท่านดอกเตอร์เจิมศักดิ์ครับ🔗

นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ประธานองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะ แห่งประเทศไทย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพและสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ประธานองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ผมคิดว่า วันนี้ผมต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิกเป็นอย่างสูง เพราะว่าการอภิปรายและคำแนะนำ ผมคิดว่ามีคุณภาพมากกว่าสมัยที่ผมอยู่ในสภาแห่งนี้มาก และมีสาระประโยชน์อย่างจริง ๆ ผมก็หวังว่าผู้ที่รับชมทางบ้านจะได้เห็นคุณภาพของการอภิปรายในครั้งนี้ แต่ผมก็หนักใจอยู่ นิดหนึ่งเพราะถ้าผู้ที่ชอบสีสัน ชอบความขัดแย้งก็อาจจะรู้สึกว่าสิ่งนี้ไม่ค่อยน่าดู ซึ่งไม่ต่าง อะไรกันกับที่ท่านแนะนำว่าเรตติง (Rating) ของไทยพีบีเอส (Thai PBS) อาจจะมีคนชม ไม่มากเพราะไทยพีบีเอส (Thai PBS) เน้นคุณภาพและสาระเหมือนกับที่ท่านอภิปราย ในวันนี้ทั้งสิ้น ท่านประธานครับ ปี ๒๕๖๓ เป็นปีที่ประเทศไทยมีความยากลำบาก มีวิกฤติ หลายอย่างซ้อนไม่ว่าจะเป็นเรื่องโควิด (COVID) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการศึกษาของนักเรียน ที่ไม่สามารถไปโรงเรียนได้ ทั้ง ๒ เรื่องไทยพีบีเอส (Thai PBS) ก็ได้ทำหน้าที่ที่จะให้ข้อมูล ข่าวสารให้คนไทยได้มีความรู้ ดูแลป้องกันตัวเองอยู่กับโควิด-๑๙ (COVID-19) ให้ได้ ตามครรลองวิถีใหม่ แล้วก็ได้เปิดทีวี (TV) อีกช่องหนึ่งโดยงบประมาณเท่าเดิมที่มีเอแอลทีวี (ALTV) ช่องหมายเลข ๔ ที่เป็นรายการเพื่อการศึกษากับเด็ก ครอบครัว แล้วก็ครูโดยเฉพาะ เช่นเดียวกันในปี ๒๕๖๓ เราเกิดวิกฤติทหารกราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมา มีผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิตจำนวนมาก เกิดความคับแค้นของทหารชั้นผู้น้อย นำไปสู่การผลักดันให้สังคม เพื่อการปฏิรูปกองทัพ ยิ่งกว่านั้นท่านผู้มีเกียรติก็ได้พูดแล้วเรื่องหมอกควันฝุ่นขนาดเล็ก พีเอ็ม ๒.๕ (PM2.5) ซึ่งท่านก็ได้แสดงความชื่นชม ผมก็คิดว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) ได้พยายามที่จะประสานความรู้กับองค์ความรู้ทั้งสถาบันการศึกษา และผู้ที่มีความรู้ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าคำชมที่ท่านให้ทั้งหลายนั้น ผมคิดว่าพวกเราคงจะเกิดกำลังใจ แล้วก็อยากจะเดินหน้าต่อไป และที่ท่านวิสารแนะนำว่าควรจะมีข่าวในข่าวนั้นควรจะมี ซับไทเทิล (Subtitle) ภาษาอังกฤษ ผมคิดว่าเป็นข้อคิดที่น่าสนใจมาก ซึ่งไทยพีบีเอส (Thai PBS) มีแนวโน้มที่คิดในเรื่องนี้อยู่แล้ว เพราะจะสังเกตดูในครั้งที่มีโควิด (COVID) ระบาดหนักที่มหาชัยไทยพีบีเอส (Thai PBS) ได้จัดให้มีภาษาพม่าเพื่อให้แรงงานที่อยู่ใน ประเทศไทย ที่เป็นชาวพม่าได้มีความรู้เรื่องการดูแลตัวเขาเอง และมีอะไรเกิดขึ้นที่ประเทศไทยได้พยายามช่วยเหลือกันอย่างไร ผมคิดว่าก็เป็นคำแนะนำที่มี คุณค่าอย่างยิ่ง แล้วก็อย่างอื่นที่มีคุณค่ามาก แล้วก็ท่านผู้อำนวยการอาจารย์วิลาสินี ได้อธิบายไปหรือได้ตอบแล้ว โดยเฉพาะเรื่องในปีหน้าไทยพีบีเอส (Thai PBS) จะเน้นเรื่อง ความเหลื่อมล้ำ เราจะถมช่องว่างเราจะทำกันอย่างไร ซึ่งจะต้องมีความร่วมมือกันอย่างยิ่ง กับสภาแห่งนี้ แล้วก็องค์กรต่าง ๆ และยิ่งกว่านั้นไทยพีบีเอส (Thai PBS) มีวาระว่า ประเทศไทยกำลังจะประสบปัญหาสังคมสูงวัย และเรื่องของการกระจายอำนาจที่ท่านเน้น ผมคิดว่าเป็นวาระที่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) จะต้องกลับไปและจะต้องทำเรื่องนี้ให้เป็นจริง ให้ได้🔗

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่าผมอยากจะสรุปอย่างนี้สำหรับวันนี้ ผมคิดว่า ผมเข้ามารับหน้าที่เป็นประธานคณะกรรมการนโยบายของไทยพีบีเอส (Thai PBS) ในไตรมาสสุดท้ายของปี ๒๕๖๓ ในฐานะที่ผมเป็นนักวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ที่มี ประสบการณ์ในด้านสื่อมวลชนมานานกว่า ๓ ทศวรรษ ผมได้ติดตามผมงานขององค์การ แห่งนี้มาตั้งแต่แรกก่อตั้ง เห็นผลงานและความก้าวหน้าของไทยพีบีเอส (Thai PBS) ที่ตอบสนองประโยชน์ของสังคม โดยเฉพาะกลุ่มคนเล็กคนน้อยและคนชายขอบในสังคม ที่ทำให้เห็นความสำคัญขององค์กรแห่งนี้ ท่านประธานครับ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ขององค์การนั้นนำมาจากค่าธรรมเนียมที่ท่านก็ได้พูดแล้ว ค่าธรรมเนียมที่เก็บจากการ ซื้อขายสุราและยาสูบในอัตราร้อยละ ๑.๕ ของราคาผลิตภัณฑ์ แต่ไม่เกินปีละ ๒,๐๐๐ ล้านบาท คนจำนวนไม่น้อยเข้าใจว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) คือสถานีโทรทัศน์ ๑ ช่องเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงไทยพีบีเอส (Thai PBS) คือองค์การสื่อสาธารณะที่มี สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ช่องหมายเลข ๓ และปัจจุบันก็มีช่องหมายเลข ๔ อีกช่องหนึ่งเพื่อการศึกษาและครอบครัว และขณะเดียวกันไทยพีบีเอส (Thai PBS) มีสื่อ ออนไลน์ (Online) ในทุกแพลตฟอร์ม (Platform) ที่สำคัญอย่างที่หลายท่านบอกท่านดูผ่าน แพลตฟอร์ม (Platform) ต่าง ๆ และมีแพลตฟอร์ม (Platform) ของไทยพีบีเอส (Thai PBS) เอง อย่างเช่น ที่ท่านผู้อำนวยการได้รายงานไปแล้วว่าเราพยายามจะทำช่องวิภา วิชัน แอนด์ แพสชัน (Wipha Vision and Passion) ให้เป็นที่นิยมให้ได้เพื่อที่จะแข่งกับช่องของ ต่างประเทศ เช่น เน็ตฟลิกซ์ (Netflix) หรืออื่น ๆ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) เป็นสื่อสาธารณะ ที่ไม่ได้เป็นสื่อของเอกชนหรือของรัฐบาล มีฐานะเป็นสื่อสาธารณะเช่นเดียวกับบีบีซี (BBC) ของสหราชอาณาจักรและเอ็นเอชเค (NHK) ของประเทศญี่ปุ่น แต่ท่านผู้มีเกียรติครับ ถ้าจะเปรียบเทียบไทยพีบีเอส (Thai PBS) กับบีบีซี (BBC) แล้วยังห่างไกลกันอยู่มาก เทียบกันไม่ได้ เพราะอะไรครับ บีบีซี (BBC) และเอ็นเอชเค (NHK) ต่างใช้งบประมาณปีละ ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเน้นนะครับ ๒๐๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ไทยพีบีเอส (Thai PBS) เป็นองค์การสื่อสาธารณะที่ใช้งบประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าจะเทียบหารเป็น คนไทยต่อหัว คนไทยต่อหัวทุกคนจ่ายเงิน ๘ สตางค์ต่อวัน เพราะฉะนั้นที่ท่านบอกว่า ท่านได้ดูข่าวแค่เกิดวิกฤติก็คุ้มแล้ว ในปีหน้านั้นไทยพีบีเอส (Thai PBS) จะมีอายุครบ ๑๕ ปี ขณะที่บีบีซี (BBC) ท่านประธานครับ เขามีอายุ ๑๐๐ ปีพอดีในปีหน้า เพราะฉะนั้นเส้นทาง ในการพัฒนาคุณภาพของไทยพีบีเอส (Thai PBS) ยังต้องดำเนินการไปอีกมากครับ เรายัง จะต้องพัฒนาเพื่อที่จะวิ่งให้ทันให้ได้ แต่เขาไป ๑๐๐ ปีนะครับ อย่างไรก็ตามสื่อไทยพีบีเอส (Thai PBS) เป็นสื่อสาธารณะแห่งแรกของไทย แห่งแรกในอาเซียน (ASEAN) และแห่งแรก ในภูมิภาคนี้ ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ยังต้องพัฒนาทั้งเนื้อหา รูปแบบให้เป็นที่ต้องตาต้องใจ ถูกรสนิยมของคนไทย ที่แตกต่างหลากหลายในแต่ละภูมิภาคมากยิ่งขึ้น แต่จะต้องพัฒนาให้ในทุกภูมิภาคมีไทยพีบีเอส (Thai PBS) ให้ได้ เราจะต้องพัฒนาโรงเรียน ของสังคมแห่งนี้ ให้เป็นโรงเรียนที่ให้ความรู้ตลอดชีวิตของคนไทยที่ประชาชนจะได้ข้อมูล ข่าวสารที่ถูกต้อง รวดเร็ว และรอบด้านมากยิ่งขึ้นไปอีก ท่านประธานครับ ทุกคนใน ไทยพีบีเอส (Thai PBS) ตั้งใจที่จะพัฒนาองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพของไทยให้เป็น สื่อสาธารณะในระดับภูมิภาค ให้เป็นสื่อสาธารณะที่เป็นที่ยอมรับในระดับโลกต่อไปให้ได้ วันนี้ผมก็ขอขอบพระคุณท่านประธานที่ให้พวกเราได้มีโอกาสมารายงานความคืบหน้า ประจำปี ๒๕๖๓ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ ท่านวิสาร🔗

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงราย ต้องขอขอบพระคุณทั้งท่านอาจารย์ วิลาสินี ท่านผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย แล้วก็อาจารย์เจิมศักดิ์ ปิ่นทอง แล้วก็ท่านคณะกรรมการที่ได้กรุณาชี้แจง จริง ๆ แล้วผมไม่มี ข้อโต้แย้งหรือว่าไม่มีอะไร ทางท่านประธานบอร์ด (Board) เลยนะครับ แต่ว่าสตีฟ จ็อบส์ ก็เพิ่งเกิดมาไม่นานนะครับ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์กก็ไม่ถึง ๑๐๐ ปีนะครับ แล้วก็อีกไม่นานเร็ว ๆ นี้มันก็เป็นเมทาเวิร์ส (Metaworse) แล้วนะครับ ผมอยากฝากว่า ไทยพีบีเอส (Thai PBS) มีบุคลากร มีความรู้ความสามารถดีอยู่แล้วครับ ถึงแม้เราจะลงทุนน้อย แต่วิธีการท่านอาจจะ ไปขอจอยน์ (Join) ขอร่วมอะไรก็ได้แล้วแต่นะครับ แต่ว่าทางสื่อของต่างประเทศนี่เขา ให้อยู่แล้ว🔗

ท้ายสุดครับท่านประธานครับ นอกจากชื่นชม ขอบคุณนะครับ เมื่อสักครู่นี้ ผมขออนุญาตอาจารย์วิลาสินีได้กรุณาพูดถึงประชาธิปไตยคืนถิ่น ท่านกำลังพูดถึง เรื่องการเลือกตั้ง อบต. ที่รณรงค์การซื้อสิทธิขายเสียงที่จะมีขึ้นอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้านี่ครับ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าตอนนี้มะเร็งร้ายของประเทศไทยก็คือ การเลือกตั้งครับ ผมถามได้เลยว่า ส.ส. พวกเราทุกคนเรารับรู้ พี่น้องประชาชนก็รับรู้ครับ ท่านประธานครับ ตอนนี้บางที่ ๕๐๐ บางที่ ๑,๐๐๐ เราไม่ว่านะครับ เพราะว่าปัญหาเรื่องเศรษฐกิจ ปัญหา เรื่องที่พี่น้องประชาชนรอที่จะให้คนไปจ่ายสตางค์ แต่ขอร้องผมขอว่าไทยพีบีเอส (Thai PBS) สัปดาห์สุดท้ายนี่ลงถี่ ๆ หน่อยครับ เพราะอะไรท่านประธานครับ ผมไม่หวังพึ่ง กกต. ครับ เราเห็นอยู่แล้วว่าการเลือกตั้ง ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ของการเลือกตั้งสมาชิก็สภา ผู้แทนราษฎรทั่วประเทศรู้หมด กกต. ไม่รู้ครับ มีใบเหลืองอยู่ใบเดียว ใบแดงอยู่ใบเดียว แต่ปรากฏว่าศาลยกฟ้องอีกครับ หลังจากนั้นมาเลือกตั้งตอนเดือนธันวาคมของ อบจ. ก็เช่นเดียวกันนะครับ หลังจากนั้นก็มาเลือกเทศบาลเหมือนกันนะครับ อบต. เป็นรากฐาน และผมคิดว่าอันนี้จะเป็นมะเร็งร้ายที่สุดที่เราปล่อยให้มีการซื้อสิทธิขายเสียง เพราะว่าปีหน้า เราจะต้องมีการเลือกตั้งใหญ่ ซึ่งตัวนี้ขอกราบวิงวอนไทยพีบีเอส (Thai PBS) ใส่โครงการ ประชาธิปไตยคืนถิ่นเยอะ ๆ ให้ดูว่าการซื้อสิทธิขายเสียงมันมีมะเร็งร้าย มีผลร้าย แล้วก็ ทำให้ผลเสียแก่ชาติบ้านเมืองอย่างไรนะครับ อันนี้จะเป็นบุญเป็นกุศล ผมชื่นชม แล้วก็ ให้กำลังใจทีมไทยพีบีเอส (Thai PBS) ครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ที่ประชุม รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานปี ๒๕๖๓ ของ ส.ส.ท. เรียบร้อยแล้วนะครับ ขอบคุณ ท่านดอกเตอร์เจิมศักดิ์ ท่านอาจารย์วิลาสินีและผู้แทนครับ ขอบคุณครับ วันนี้เราพอสมควร แล้วครับ ปิดประชุมครับ ขอบคุณครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๑๙.๒๐ นาฬิกา