รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๓
ครั้งที่ ๘ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพุธที่ ๒๔ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๔
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
________________
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ เป็นเวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม จะอนุญาตให้สมาชิก ได้ปรึกษาหารือข้อบังคับ ข้อ ๒๔ ครับ โดยรายชื่อท่านสมาชิกทราบแล้วนะครับ ฉบับหลังสุด ที่เปลี่ยนแปลงครับ ท่านแรก คุณประเสริฐ บุญเรือง ครับ ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ บุญเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย เรียนท่านประธาน เรื่องขอรับการสนับสนุน งบประมาณการติดตั้งการสูบน้ำด้วยไฟฟ้า หรือสูบน้ำด้วยพลังงานแสงอาทิตย์จากหน่วยงาน กรมชลประทาน หรือกรมทรัพยากรน้ำ หน่วยงานการจัดการน้ำแห่งชาติและงบพัฒนา จังหวัดของจังหวัดกาฬสินธุ์ เนื่องด้วยได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องราษฎร ตำบลจุมจัง อำเภอกุฉินารายณ์ ซึ่งสามารถสูบน้ำอยู่ที่ลำห้วยจุมจัง และ ๒. ตำบลคุ้มเก่า อำเภอเขาวง สูบน้ำหนองใหญ่ บ้านกุดตอแก่น อำเภอเขาวง ๓. ตำบลไค้นุ่น สูบน้ำหนองไค้นุ่น อำเภอห้วยผึ้ง ๔. ตำบลดงลิง อำเภอกมลาไสย สูบแม่น้ำลำน้ำปาว ๕. ตำบลเจ้าท่า อำเภอกมลาไสย สูบน้ำแม่น้ำชี โดยหลักการและเหตุผล ก็คือแหล่งน้ำที่อยู่ในพื้นที่เหล่านี้นั้น มีตลิ่งที่สูงมากถ้าดูตามรูปนะครับ🔗
มันจะเป็นในลักษณะรูปแบบลักษณะนี้ ถ้าเราไม่สามารถสูบน้ำขึ้นมาใช้ น้ำที่มีมากน้ำมหาศาลอยู่ในอ่างเก็บน้ำ หรือลำห้วย ลำคลอง เหล่านี้นั้น ก็ไม่สามารถนำขึ้นมาใช้ได้ ดังนั้นจึงขอรับการสนับสนุนงบประมาณ เพื่อจัดการ แก้ปัญหาภัยแล้งอย่างเป็นระบบ มีเป้าหมายที่ชัดเจนและเป็นรูปธรรม ซึ่งเรื่องเหล่านี้ ถ้าดำเนินการแล้วจะแก้ปัญหาได้จริง จึงเรียนมาฝากหน่วยงานและท่านผู้ว่าราชการ จังหวัดกาฬสินธุ์ พิจารณาด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องปัญหายาเสพติดที่เกิดขึ้นและระบาดอย่างรุนแรงที่มีเกือบ ทุกตรอกซอกซอยในพื้นที่ของประเทศไทย จนทำให้เกิดปัญหาเรื่องของสังคมที่มีตามมา ก็คือในเขตพื้นที่ผม ๔ อำเภอ อำเภอกุฉินารายณ์ เขาวง นาคู และห้วยผึ้ง ไฟไหม้อยู่ ๗ ครั้ง นะครับ ปรากฏว่าเกิดการเผา ๖ ครั้ง เกิดจากการเสพยาแล้วเกิดหลอนขึ้นมา ทำให้ปัญหา ที่ตามมาที่มันเกิดขึ้นอย่างรุนแรง ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีบอกว่าการแก้ไขปัญหายาเสพติด ให้ถือว่าเป็นวาระแห่งชาติ ผมอยากให้ท่านนายกรัฐมนตรีนำเรื่องนี้ไปพิจารณาและปฏิบัติ อย่างจริงจังด้วยความเคารพครับ🔗
ต่อไปคุณอัครวัฒน์ อัศวเหม ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อัครวัฒน์ อัศวเหม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรปราการ เขตเลือกตั้งที่ ๑ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือดังนี้ สืบเนื่องจาก วันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ จังหวัดสมุทรปราการมีน้ำทะเลหนุนสูงกว่าระดับน้ำทะเล ปานกลาง ๑.๕๗ เมตร ทำให้มีน้ำทะเลท่วมสูง ๓๐-๖๐ เซนติเมตร มีผลกระทบ ต่อสถานที่ลุ่มต่ำ และประชาชนที่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ในเขตอำเภอเมือง อำเภอพระประแดง อำเภอบางบ่อ และอำเภอพระสมุทรเจดีย์ และจากข้อมูลกรมอุทกศาสตร์ กองทัพเรือ ทำให้น้ำทะเลจะหนุนอีกในวันที่ ๔-๑๑ วันที่ ๑๙-๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๔ ซึ่งจะมีระดับ น้ำทะเลสูงถึง ๑.๓๐ เมตร ถึง ๑.๖๖ เมตร ส่งผลให้น้ำทะเลจะท่วมสูงอีกประมาณ ๓๐-๖๐ เซนติเมตรในกรณีดังกล่าวผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการได้แจ้งเตือนหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง และให้ประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนประชาชนให้ระวังผลกระทบที่เกิดขึ้นจากน้ำท่วม สูงดังกล่าวแล้ว และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำ จำนวน ๑๓๐ เครื่อง เพื่อรับมือน้ำท่วมขังและเตรียมความพร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชน ตลอด ๒๔ ชั่วโมง จากข้อมูลของกรมแผนที่ทหาร กรมทรัพยากรธรณีได้สำรวจจังหวัด สมุทรปราการช่วง ๓๐ ปี มีระดับพื้นที่ทรุดตัวกว่า ๑ เมตร และมีความเสถียรในการทรุดตัวมากกว่าปีละ ๒-๓ เซนติเมตร ตลอดมา ทำให้พื้นที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาจะมีระดับต่ำกว่าระดับน้ำทะเลปานกลาง จึงขอให้ นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้โปรดสั่งการให้ กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้มีโอกาส วางแผนประชุมร่วมกับทางจังหวัดสมุทรปราการ และองค์การบริหารส่วนจังหวัด สมุทรปราการ เพื่อป้องกันปัญหาน้ำทะเลท่วมสูงโดยด่วน ขอกราบขอบพระคุณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่สั่งการให้กรมควบคุมมลพิษ มาทำบันทึกความร่วมมือกับจังหวัดสมุทรปราการ และองค์การบริหารส่วนจังหวัด สมุทรปราการเมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ ที่จะร่วมมือกันแก้ไขปัญหามลพิษและภัยพิบัติ ที่เกิดขึ้นในจังหวัดสมุทรปราการ กราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ🔗
ต่อไปคุณครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม พรรคเพื่อไทย ผู้แทนเมืองสุรินทร์ครับ ท่านประธานครับ ผมหารือเรื่องแรกก็คือ เรื่องของกองสลาก วันนี้ผมฟังการให้สัมภาษณ์ของท่านนายกรัฐมนตรีเมื่อท่าน ไปประชุมสัญจรที่จังหวัดกระบี่ ท่านบอกว่าวันนี้ ๕ เสือกองสลากไม่มีแล้ว แต่ผมมาทราบ ข่าวว่ากำลังเกิดเสือตัวใหญ่จริง ๆ ก็คือผู้มีอำนาจในกองสลาก วันนี้เที่ยวไปตัดโควตากับ ตัวแทนผู้จำหน่ายแล้วมันเดือดร้อนไปถึงซาปั๊วครับ ก็คือคนเดินจำหน่ายทั่วไป วันนี้ เขาตกงานกันหมดเพราะว่าตัวแทนเขาโดนตัด โดยที่ทางสำนักงานกองสลากไม่ได้เรียกเขา ไปสอบ เช่น บางกรณีเขาไปเห็นว่ามีใบสลากไปเกิดในแพลตฟอร์ม (Platform) ในโลก ออนไลน์ (Online) ก็เลยตัดเลย แล้วที่ตัดมาโควตาตรงนั้น วันนี้เขาสงสัยว่าเอาไปให้ใคร ตรงไหน ซึ่งไม่สามารถที่จะชี้แจงในรายละเอียดให้เขาทราบได้ แล้วคนก็ตกงานกัน เป็นจำนวนมาก ในผู้ที่เดินขายลอตเตอรี่ในส่วนนี้ก็เลยเรียนมายังท่านประธานฝากไปถึง กองสลาก ฝากไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังด้วยนะครับว่า วันนี้เขาเดือดร้อน แทนที่จะเรียกเขาไปสอบก่อน ในกรณีที่ แพลตฟอร์ม (Platform) ขึ้นบนโลกออนไลน์ (Online) นั้นมันเกิดขึ้นได้ เพราะว่าเนื่องจากไวรัสโควิด-๑๙ (COVID-19) มามีผลกระทบ ในการเดินจำหน่าย เขาก็เลยต้องใช้ระบบนี้นะครับ ก็ให้เห็นใจด้วย เพราะทราบข่าวว่า เป็นทั้งผู้ที่มีอำนาจ อาจจะเป็นผู้อำนวยการกองสลากกินแบ่ง หรือท่านรองผู้อำนวยการ สลากกินแบ่ง ส่วนราคานั้นไม่ต้องพูดถึง🔗
ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ก็คือเรื่องของการเลื่อนเงินเดือนกรณีพิเศษ นอกเหนือโควตาปกติของเจ้าหน้าที่ที่โรงพยาบาล และพยาบาลที่ตกหล่นอีกจำนวนมาก ที่รัฐบาลจะปูนบำเหน็จให้ ในขณะที่เจ้าหน้าที่ได้ไปช่วยปฏิบัติการในการช่วยเหลือฉีดยาก็ดี ในการดูแลผู้ป่วยโควิด (COVID) ก็ดี วันนี้ตกค้างมากมาย โดยเฉพาะที่โรงพยาบาล อำเภอศีขรภูมิ บ้านของผม พยาบาลเขาเดือดร้อนกันเพราะว่าเกือบ ๒๐๐ ท่าน ไม่ได้อยู่ใน โควตาตรงนี้ ก็ขอฝากกระทรวงสาธารณสุขได้ช่วยดูแลพิจารณาอย่างเร่งด่วนครับ ขอกราบขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตนำความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องมาหารือในประเด็นดังต่อไปนี้🔗
ลำดับแรก พ่อแม่พี่น้องเกษตรกรทำนาชาวจังหวัดฉะเชิงเทรามีความทุกข์ใจ เป็นอย่างมากปัญหาข้าวตกต่ำแล้วทุกอย่างก็แพงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นข้าวปลูก น้ำมัน ปุ๋ย ยา แพงหมด ทุกส่วนขึ้นราคาหมดครับ แต่เมื่อพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรเกี่ยวไปขายได้ราคาต่ำ มาก ๆ เลยครับท่านประธาน ขออนุญาตนำส่งเรื่องนี้ให้ภาครัฐดูแลด้วยนะครับ🔗
เรื่องถัดมาเป็นปัญหาที่สำคัญอย่างยิ่งของจังหวัดฉะเชิงเทราอีกส่วนหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นคลองหลวงแพ่ง คลองอุดมชลจร คลองเปรง เป็นคลองชื่อดัง แต่สิ่งที่ดังกว่านั้น คือปลิงครับ ท่านประธานครับ ดังโอ๊ยเลยครับ ไม่ใช่เพราะอะไร ปลิงดูดเลือด ท่านประธานครับ พ่อแม่พี่น้องที่ใช้น้ำในคลอง ไม่ว่าจะเป็นเกี่ยวกับการทำนาหรือกิจกรรมอย่างอื่น ตั้งแต่ ช่วงที่ผ่านมามีน้ำท่วมพ่อแม่พี่น้องไม่กล้าลงน้ำ ปลิงกัดครับ ท่านประธาน ปลิงดูดเลือด ขออนุญาตนำส่งเรื่องนี้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยลดจำนวนปลิงในส่วนนี้🔗
เรื่องสุดท้าย การกวดขันวินัยจราจรของแรงงานต่างชาติ เดินกันขวักไขว่ ขับรถสวนกันไปสวนกันมาไม่ค่อยเป็นระเบียบ ฝากภาครัฐถึงผู้ประกอบการเอกชน ให้จัดอบรมสักนิดหนึ่ง หรือให้ความรู้ก็ยังดีครับ เกี่ยวกับการใช้รถใช้ถนน ไม่ใช่เดินกัน เต็มถนนครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปคุณมานพ คีรีภูวดล🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ เมื่อวันที่ ๑๒ ถึงวันที่ ๑๔ พฤศจิกายนที่ผ่านมา ผมได้เดินทางไปที่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน พี่น้องประชาชนได้ร้องเรียนเรื่องของไฟฟ้าและถนน จุดแรกที่ผมอยากจะให้ท่านประธานได้รับทราบก็คือที่บ้านแม่คะ หมู่ ๓ และบ้านแม่หลุย หมู่ ๔ ตรงนี้เสาไฟฟ้าได้มีการปักเสาประมาณ ๘ ปีแล้วท่านประธานครับ วันนี้ก็คือว่ายังไม่มี การพาดสายครับ เพราะฉะนั้นคือสายไฟฟ้าก็ไปจบลงที่ทำการอุทยานแม่เงานะครับ เป็นเตรียมประกาศอุทยานนะครับ ผมสงสารพี่น้องประชาชนมาก พี่น้องประชาชน ได้ซื้อทีวี ได้ซื้อตู้เย็น แต่ว่า ๘ ปีมานี้พี่น้องประชาชนเห็นแต่เสาไฟฟ้า ยังไม่มีการพาดสาย ก็อยากจะขอให้กระทรวงมหาดไทย กรมการปกครอง และผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน เร่งดำเนินการ ในประเด็นเรื่องไฟฟ้าทั้งหมดของจังหวัดแม่ฮ่องสอน ข้อมูลที่ได้รับ จากการร้องเรียนมีทั้งหมด ๑๐๒ หมู่บ้านที่ยังไม่มีไฟฟ้า ก็เป็นประเด็นเดียวที่ขอทาง รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย แล้วก็กรมการปกครอง ผู้ว่าราชการจังหวัดได้เร่งดำเนินการ ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และขอให้เร่งด่วนที่สุดก็คือหมู่บ้านที่มีเสาไฟฟ้าแล้ว แต่ยังไม่มีสายไฟ ตั้งมา ๘ ปีแล้วนะครับ🔗
ประเด็นสุดท้าย เรื่องถนนขาดในตำบลแม่สวดเหมือนกันหมู่ ๓ บ้านกองอูม ถนนเส้นนี้มีครู มีนักเรียน มีพี่น้องประชาชนและข้างในก็มีสาธารณสุขด้วยนะครับ เป็นเดือน ๒ เดือนแล้วตอนนี้ไม่สามารถที่จะเดินทางไปไหนมาไหนได้ ก็ขอให้ทางอำเภอ ทางผู้ว่าราชการจังหวัดประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการให้พี่น้องประชาชน ได้ใช้ทางตรงนี้ให้สะดวกรวดเร็วครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗
ต่อไปนางสาวภาดาท์ วรกานนท์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ประเด็นที่ดิฉันจะขอหารือท่านประธานเป็นเรื่องการผลักดันการใช้ รถพลังงานไฟฟ้าที่เราต้องเริ่มจริงจังและให้ความสำคัญจริง ๆ แล้วค่ะ ในฐานะที่ดิฉัน พยายามผลักดันเรื่องสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด ปัญหาทุกวันนี้คือประชาชนอยากจะช่วยลด การปล่อยก๊าซมลพิษต่าง ๆ อยากช่วยให้อากาศสะอาด อยากช่วยให้คุณภาพชีวิต ดีขึ้น แต่มันไม่ง่ายเลยค่ะ ถ้ารัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ยื่นมือเข้ามาช่วย สืบเนื่อง จากการประชุม คอป ๒๖ (COP26) ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ประกาศเจตนารมณ์ว่า ไทยพร้อมที่จะยกระดับการแก้ไขปัญหาภูมิอากาศอย่างเต็มที่ทุกวิถีทางเพื่อบรรลุเป้าหมาย ความเป็นกลางทางคาร์บอน และเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิ เป็นศูนย์นั้น หนึ่งในวิธีที่จะช่วยให้เจตนารมณ์ดังกล่าวบรรลุผลได้ คือการส่งเสริมการใช้ รถพลังงานไฟฟ้าค่ะ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครพื้นที่ของดิฉันเป็นกรุงเทพมหานคร พื้นที่ชั้นใน เราต่างรู้ดีว่าเป็นพื้นที่ที่มีการปล่อยมลพิษจากรถเป็นจำนวนมาก สิ่งที่รัฐบาล และหน่วยงานต่าง ๆ ต้องเข้ามาช่วย คือการกำหนดนโยบายที่เกี่ยวข้องในทุกเรื่องที่จะช่วย กระตุ้นให้การเปลี่ยนมาใช้รถพลังงานไฟฟ้าเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น การบรรลุเป้าหมายตามที่ ท่านนายกรัฐมนตรีประกาศไว้ก็จะสำเร็จผลนะคะ ดังนั้นวันนี้ดิฉันจะขอหารือ ๓ ข้อ ผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องค่ะ ๑. เพิ่มการลดภาษียานยนต์ไฟฟ้า ทั้งภาษี สรรพสามิต ภาษีมหาดไทย ยังลดได้อีกไหมคะ ๒. เพิ่มการส่งเสริมการลงทุน เพิ่มการสร้าง แรงจูงใจ อากรและการนำเข้าชิ้นส่วนต่าง ๆ ยังมีราคาสูงอยู่เลยค่ะท่านประธาน ๓. รัฐต้อง นำร่องรถของรัฐก่อน หากรัฐเริ่มแล้วทุกประเทศก็จะเห็นว่าประเทศไทยเราจริงจังและจะ บรรลุเป้าหมายตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ประกาศไว้อย่างแน่นอนค่ะ ขอฝากท่านประธาน ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามนี้นะคะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปคุณสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอหารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง เกษตรกรผู้ปลูกหอมแดง ระยะนี้หอมแดงจังหวัดศรีสะเกษเริ่มออกสู่ท้องตลาดแต่ราคาหอม กลับราคาถูก วันนี้หอมแดงราคากิโลกรัมละ ๗-๑๔ บาท เปรียบเทียบกับปีที่แล้วราคา หอมแดงจะอยู่กิโลกรัมละ ๒๕-๓๐ บาท ฝากท่านประธานไปยังรัฐบาลให้ช่วยเหลือ พี่น้องเกษตรกรด้วยครับ ในยามข้าวยากหมากแพงประชาชนเป็นหนี้เป็นสิน ท่านประธานครับ ตั้งแต่ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา เข้ามาบริหารประเทศเป็นระยะเวลา ๗ ปี ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำลงทุกปี มาตรการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรก็ไม่ชัดเจน เช่น การประกันรายได้ที่ประกาศออกมามีแต่ความคลุมเครือและไม่เป็นรูปธรรม เกษตรกร ไม่ใช่ขอทาน พวกเขามีลูกมีหลานที่จะต้องเลี้ยงดู และมีค่าใช้จ่ายทุกวัน ถ้ารัฐบาล มีความจริงใจกับเกษตรกร เขาจะสามารถช่วยเหลือตัวเองได้โดยไม่ต้องมารอลงทะเบียน รอเศษเงินที่รัฐบาลกู้มาแจกให้เขา ท่านประธานครับ พี่น้องชาวนาฝากมาบอกรัฐบาลว่า อยากได้โครงการจำนำข้าวกลับคืนมาครับ ขอขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณสาธิต อุ๋ยตระกูล🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสาธิต อุ๋ยตระกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคพลังประชารัฐ วันนี้มีเรื่องหารือท่านประธานถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งกำกับดูแล กรมทางหลวงชนบท และอธิบดีกรมทางหลวงชนบท ผอ. สำนักก่อสร้างสะพาน กรมทางหลวงชนบท เรื่องกรมทางหลวงชนบททิ้งงานก่อสร้าง ไม่สามารถก่อสร้าง ให้แล้วเสร็จตามสัญญาได้ โดยปัจจุบันตามรูป🔗
กรมทางหลวงชนบทได้เป็นผู้ว่าจ้างงาน ก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟ จุดตัดสายถนนสาย พบ. ๑๐๐๑ แยก ทล. ๔ บ้านทุ่งขาม อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ผู้รับจ้างคือ บริษัท สยามพันธุ์วัฒนา จำกัด (มหาชน) ระยะเวลาก่อสร้าง ๗๒๐ วัน เริ่มสัญญา ๑ มิถุนายน ๒๕๖๐ สิ้นสุดสัญญา ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๓ ก่อสร้างด้วยภาษีของประชาชน อันนี้สัญญาแรก ๑๐๓,๗๐๐,๐๐๐ บาท ซึ่งอีกโครงการก็เป็นสัญญาเดียวกัน ผู้รับเหมาก็คือ บริษัท สยามพันธุ์วัฒนา จำกัด (มหาชน) เหมือนเดิมก็ทิ้งงานก่อสร้างทั้ง ๒ สัญญา ก็คือโครงการก่อสร้างสะพานข้ามทางรถไฟ จุดตัดถนนบ้านจอมพล พบ. ๑๐๑๐ แยก ทล. บ้านโรง อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ระยะเวลาก่อสร้างก็เท่ากันครับ ๗๒๐ วัน งบประมาณก่อสร้าง ๑๑๑,๙๐๐,๐๐๐ บาท กระผมจึงอยากจะถามท่าน ผอ. สำนัก และท่านอธิบดีกรมทางหลวงชนบทว่าเหตุใด จึงทิ้งงานก่อสร้างนี้ ทั้ง ๒ สัญญา และกระผมก็ฝากถามว่าโครงการทั้ง ๒ โครงการนี้ จะแล้วเสร็จเมื่อไร สุดท้ายสืบเนื่องจากเมื่อวานนี้น้ำท่วมจังหวัดเพชรบุรีได้รับผลกระทบ ของอำเภอท่ายาง อำเภอชะอำ จึงฝากถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และปลัดกระทรวงให้สั่งการช่วยเหลือพี่น้องชาวจังหวัดเพชรบุรีต่อไป ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปนางสาวจิราพร สินธุไพร ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน จิราพร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๕ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉัน ขอปรึกษาหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ๒ ประเด็น ดังนี้ ประเด็นแรกเนื่องจากพี่น้องประชาชนใน ๓ ตำบล ได้แก่ ตำบลคำไฮ ตำบลนานวล ตำบลค้อใหญ่ อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด มีพื้นที่ ทำการเกษตรบางส่วนอยู่ในอำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธร ระหว่าง ๒ พื้นที่ดังกล่าว มีแม่น้ำชีพาดผ่านกลาง ทำให้การคมนาคม รวมถึงการขนส่งผลผลิตทางการเกษตรค่อนข้าง ที่จะยากลำบาก เนื่องจากต้องเดินทางด้วยระยะทางที่ต้องอ้อมไกล มีค่าใช้จ่ายการเดินทาง ค่อนข้างสูง ดังนั้นเพื่ออำนวยความสะดวกในการคมนาคมไปมาหาสู่กันระหว่าง ๒ จังหวัด และส่งเสริมการขนส่งสินค้าเกษตร จึงขอให้กรมทางหลวงชนบทกระทรวงคมนาคม ได้พิจารณาก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำชี ระหว่างจุดบ้านโปง หมู่ที่ ๔ และหมู่ที่ ๕ ตำบลคำไฮ อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด เชื่อมไปยังจุดบ้านกุดตากล้า หมู่ที่ ๒ ตำบลสงเปลือย อำเภอคำเขื่อนแก้ว จังหวัดยโสธรค่ะ🔗
ประเด็นที่ ๒ ด้วยหน้าโรงเรียนเมืองอาจสามารถ ซึ่งตั้งอยู่ในเทศบาล ตำบลอาจสามารถ อำเภออาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด ในช่วงชั่วโมงเร่งด่วนจะมีการจราจร ที่ค่อนข้างหนาแน่น แล้วก็จะเกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง ทางโรงเรียนเมืองอาจสามารถได้เคย มีหนังสือร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และขอให้มีการพิจารณาติดตั้งสัญญาณ ไฟจราจรเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว แต่ถึงปัจจุบันยังไม่ได้รับการจัดสรรงบประมาณ เพื่อดำเนินการ ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของนักเรียนและพี่น้องประชาชนที่ใช้รถใช้ถนน จึงขอเสนอให้ กรมทางหลวงกระทรวงคมนาคม ได้พิจารณาจัดทำไฟสัญญาณจราจร บนทางหลวงหมายเลข ๒๐๔๓ บริเวณจุดสี่แยกหน้าโรงเรียนเมืองอาจสามารถโดยเร็วด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไปคุณวิรัช พันธุมะผล🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย แบบบัญชีรายชื่อ กระผมขออนุญาตเจ้าหน้าที่ส่งแผนที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยาออกมาครับ🔗
ท่านประธานครับ ดูจากลุ่มน้ำ เจ้าพระยา ประกอบด้วย ปิง วัง ยม น่าน มียมเท่านั้นที่ไม่มีเขื่อน เพราะว่าจะสร้างเขื่อน แก่งเสือเต้นก็ได้รับการคัดค้าน ทีนี้เมื่อไม่สร้างเขื่อนแก่งเสือเต้นก็เกิดน้ำท่วมทุกปี สำนักนโยบายน้ำแห่งชาติไม่ได้คิดตัวนี้เลย ได้งบประมาณไปศึกษาตั้งเยอะแยะ ทำไมไม่คิด จะไปสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น ยังดีนะครับปีนี้ท่วมน้อย เพราะว่า ฯพณฯ สมศักดิ์ เทพสุทิน ขออนุญาตเอ่ยนาม สมัยท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านได้กรุณา ไปสร้างเขื่อนแควน้อยไว้ มิฉะนั้นจะท่วมอย่างมหาศาลเลยครับ นี้คือผลงานของท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ทีนี้ท่านดูนะครับ เมื่อน้ำท่วมปั๊บ น้ำนี้มาจากแพร่จะไหลมาท่วมสุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร แล้วก็มาถึงนครสวรรค์ แล้วก็มาท่วมภาคกลาง ตั้งแต่ชัยนาท สุพรรณบุรี ท่วมมาหมด แล้วก็มาแก้ไข แก้ไม่ได้หรอกครับเงินไม่มี เพราะว่าท่วมทุกปี ทำไมสำนักนโยบายและแผน นำเอาเงินไปใช้แล้วไม่ไปสร้าง เอาแต่คิด เอาแต่วิจัย จะได้ผลอย่างไรครับ นอกจากนี้ท่านยัง ต้องสร้างแก้มลิง ยกตัวอย่างหนองหานของท่านประจวบ ไชยสาส์น ที่สร้างไว้ที่หนองหาน ในการเก็บน้ำและกระจายน้ำ น้ำมาก็เก็บน้ำไว้ เวลาแห้งก็กระจายน้ำให้ประชาชนใช้ ผมฝากสำนักนโยบายเรื่องน้ำนะครับ ให้ดูแลว่าทำอย่างไรจะสร้างเขื่อนแก่งเสือเต้น แล้วก็ สร้างแก้มลิงให้เยอะ ๆ ตามโมเดล (Model) ของหนองหาน ผมขอขอบคุณท่านประธานครับ สวัสดีครับ🔗
ต่อไปคุณณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานครจากชาวบางขุนเทียน พรรคก้าวไกล ขออนุญาตปรึกษาหารือ ๓ เรื่องด้วยกัน ถึงท่านนายกรัฐมนตรีทั้ง ๓ เรื่องเลย🔗
เรื่องแรก การก่อสร้างประตูระบายน้ำคลองละหาน บางกระดี่ ๓๔ บริเวณ หมู่บ้านสิรินดา มีการก่อสร้างมาอย่างยาวนาน แต่ว่าตัวประตู หัวใจหลักของประตูระบายน้ำ ยังไม่แล้วเสร็จ วันนี้ยังไม่รู้เลยว่าจะใช้สลิง (Sling) หรือจะใช้โซ่ พี่น้องประชาชนรอมา อย่างยาวนาน โครงการนี้ก่อสร้างมาอย่างยาวนานแล้วแต่ยังไม่มีกำหนดเสร็จ และไม่รู้ว่า จะเสร็จเมื่อไร ทุกครั้งที่ฝนตก น้ำท่วมในหมู่บ้านตลอดครับ ตอนนี้เป็นข้อกังวลของพี่น้อง ชาวหมู่บ้านสิรินดาว่า ๑. จะเสร็จเมื่อไร ๒. เสร็จแล้วจะแก้ปัญหาที่คาราคาซังของเขามาได้ ต่อไปหรือไม่ และเรื่องของคูระบายน้ำบริเวณหมู่บ้านสิรินดานะครับ ตอนนี้หลังจาก การติดตามอย่างใกล้ชิดได้ข่าวมาแล้วว่าจะเริ่มทำให้ต้นปี ๒๕๖๕ เพราะฉะนั้นผมติดตาม ต่ออย่างใกล้ชิดครับ🔗
เรื่องที่ ๒ บริเวณถนนอนามัยงามเจริญ ใกล้กับสุดเขตบางขุนเทียน ก่อนข้าม คลองนาน้ำขึ้นตลอดเวลา ตรงนี้ถ้าหากหน่วยงานราชการไม่สามารถแก้ได้ ผมคิดว่าเปลี่ยน ชื่อถนนเป็นคลองอนามัยงามเจริญไปเลยจะได้จบ พี่น้องประชาชนจะได้เปลี่ยนจากซื้อรถ มาซื้อเรือ เพราะว่าระยะเวลายาวนานมากแล้วครับไม่รู้จะแก้อย่างไร พอน้ำลดท่านก็บอกว่า ไม่สามารถแก้ได้ เพราะเดี๋ยวอีกไม่นานน้ำขึ้นอีก พอน้ำขึ้นเราก็ไม่รู้จะแก้อย่างไร เพราะฉะนั้นหากหน่วยงานราชการไม่สามารถทำได้ ท่านเปลี่ยนชื่อไปเลยครับจากถนน เป็นคลองจะได้จบ ชาวบ้านจะได้ตัดสินใจถูกว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร🔗
ข้อ ๓ ชุมชนวงแหวนชัชวาล ไม่ทราบว่าฝ่ายโสตเอารูปขึ้นทันหรือไม่นะครับ🔗
ชุมชนวงแหวนชัชวาล มีน้ำท่วมขังเป็นระยะเวลายาวนาน โครงการนี้ถูกทิ้งไปแล้วเป็นเวลากว่า ๒๐ ปี ท่านประธาน ดูนะครับ บริเวณชีตไพล์ (Sheet Pile) ที่กั้นอยู่ ด้านนอกนั้นคือคลอง ด้านในนั้นคือหมู่บ้าน เพราะฉะนั้นระดับน้ำในคลองกับระดับน้ำในหมู่บ้านเหมือนกันเลย เช้าเมื่อไรก็ตื่นมา ท่ามกลางคลองครับ เพราะฉะนั้นชาวบ้านตัดสินใจไม่ถูกเลยครับว่าที่บ้านจะตัดสินใจซื้อรถ หรือซื้อเรือ เพราะฉะนั้นอยากฝากถึงท่านนายกรัฐมนตรีด้วยครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปนายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจาก จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอหารือผ่านท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย เพื่อแก้ไขกฎระเบียบให้มีการเลือกกำนันโดยตรงจากพี่น้องประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ปัจจุบันกำนันได้มาโดยการเลือกระหว่างผู้ใหญ่บ้านในตำบลนั้น ด้วยกันเอง เป็นที่ครหานินทาของพี่น้องประชาชนว่าการได้มาซึ่งกำนันนั้นเกิดจากการล็อบบี้ (Lobby) แล้วก็อาจจะมีการใช้เงินใช้ทองเพื่อให้ได้มาซึ่งกำนัน ทำให้พี่น้องประชาชนเสื่อม ศรัทธาในสถาบันของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตำแหน่งกำนัน การที่ให้กำนัน เลือกโดยตรงจากพี่น้องประชาชนในตำบลนั้น โดยที่ผู้ใหญ่บ้านทุกหมู่สามารถสมัครเป็น กำนัน แล้วให้พี่น้องประชาชนเลือกโดยตรงเป็นประชาธิปไตยที่ประชาชนเลือกโดยตรง ก็จะมีส่วนร่วมและมีคุณค่าทัดเทียมกับนายกองค์การบริหารส่วนตำบล หรือนายกเทศมนตรี ซึ่งได้มาด้วยการเลือกโดยตรงจากพี่น้องประชาชน และอีกประการหนึ่งก็อยากที่จะให้ กระทรวงมหาดไทย ได้กำหนดวาระการดำรงตำแหน่งของทั้งกำนันและผู้ใหญ่บ้าน เช่น ๔ ปี ๕ ปี หรือ ๖ ปี สืบเนื่องจากในปัจจุบันมีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน บางท่านก็อายุประมาณสัก ๓๐ ปี ก็จะอยู่จนถึงอายุ ๖๐ ปี นาน แล้วบางท่านก็ไม่ทำหน้าที่ที่ดีในการพิทักษ์ผลประโยชน์ โดยเฉพาะที่ดินสาธารณะ เรื่องอบายมุขต่าง ๆ เพราะฉะนั้นการที่ให้กำหนดวาระก็จะทำให้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตื่นตัว แล้วก็จะได้แต่คนดี ๆ เข้ามาเป็นกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เป็นพื้นฐานของ ประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนในหมู่บ้าน เป็นประชาธิปไตยสุจริตครับ ท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณนิยม เวชกามา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ พี่น้องบ้านผมเดือดร้อนตอนนี้ไฟฟ้ามีปัญหามาก เดี๋ยวผมขอไล่เรียง เป็นราย ๆ ไป ขอใช้ไฟฟ้าเหมือนกันหมดเริ่มแรกจากอำเภอโคกศรีสุพรรณก่อน คือจาก บ้านหนองสระพัง หมู่ ๓ ไปบ้านดอนปอ หมู่ ๑๐ ตำบลแมดนาท่ม อำเภอโคกศรีสุพรรณ ถนนเส้นนี้พี่น้องออกไปอยู่ในบ้าน ในเรือน ในไร่ ในนา ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ประมาณ ๒๐ หลังคาเรือน🔗
ต่อมาไฟฟ้าเหมือนกันครับ จากอำเภอกุสุมาลย์ จากบ้านนาล้อม หมู่ ๙ ตำบลกุสุมาลย์ อำเภอกุสุมาลย์ ในบ้านนี้เส้นทางจากสำนักสงฆ์เวฬุวันต่อไปจากบ้าน ผู้ใหญ่บ้าน จากบ้านหลาย ๆ หมู่บ้าน หลายสิบหลังคาเรือนไปถึงหมู่ ๙ ไม่มีไฟฟ้าใช้ เหมือนกัน แล้วย้อนไปที่หมู่ ๒ กับหมู่ ๑๓ บ้านอีกุดไปบ้านหนองหอย หมู่ ๔ ตำบลกุสุมาลย์ อำเภอกุสุมาลย์เช่นกัน หมู่บ้าน ๒ หมู่บ้านติดต่อกันระยะทาง ๒ กิโลเมตร พี่น้องไปอยู่เต็มแล้ว แต่ไม่มีไฟฟ้าใช้ แล้วไปที่ตำบลโพธิไพศาล อำเภอกุสุมาลย์เช่นกัน ตำบลนี้เป็นตำบลใหญ่ มี ๑๗ หมู่บ้าน พี่น้องไปอยู่ตามไร่ตามนาหมดแล้วท่านประธาน ทั้ง ๑๗ หมู่บ้าน มีปัญหา ไม่มีไฟฟ้าใช้ ครัวเรือนออกไปตามบ้าน นี่ฝากกระทรวงมหาดไทยซึ่งดูแล🔗
อันสุดท้าย คือการขอถนนเชื่อมระหว่างหมู่บ้านนาล้อม หมู่ ๙ ตำบลกุสุมาลย์ อำเภอกุสุมาลย์ ไปบ้านนาจาน ตำบลบ้านโพน ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ ขอบคุณมาก ท่านประธานครับ🔗
ต่อไปนายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนครศรีธรรมราช เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้กระผม ขออนุญาตนำเรื่องข้อหารือเกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพการบริการพี่น้องประชาชน ในหน้าที่ของฝ่ายปกครองกำนัน ผู้ใหญ่บ้านตามกฎหมายลักษณะปกครองท้องที่ เพื่อที่จะ นำมาหารือกับสภาแห่งนี้ผ่านไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องนะครับ เนื่องจากกฎหมายลักษณะปกครอง ท้องที่ ได้กำหนดให้มีหมู่บ้านให้มีตำบล แล้วก็ในหมู่บ้านนั้นต้องมีผู้ใหญ่บ้านและ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งในปัจจุบันนี้ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านก็มีอยู่ ๒ ประเภท ก็คือผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายปกครอง และฝ่ายรักษาความสงบเรียบร้อย ปัญหาก็คือว่าพี่น้องกำนัน ผู้ใหญ่บ้านนี้ ได้รายงานมาว่าอัตรากำลังของผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ฝ่ายรักษาความสงบเรียบร้อย ซึ่งปกติ จะต้องมีหมู่บ้านละ ๑ อัตรา ปัจจุบันมีไม่ครบ ทำให้การปฏิบัติหน้าที่ในหน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้านของผู้ใหญ่บ้านนั้น ๆ มีปัญหาในเรื่องการบริการพี่น้องประชาชน จึงกราบหารือไป ยังกระทรวงมหาดไทย ได้โปรดพิจารณาจัดอัตรากำลังให้ครบถ้วนให้เป็นไปตามกฎหมาย ลักษณะปกครองท้องที่ครับผม🔗
ครับ ต่อไปคุณชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ พรรคเพื่อไทย อุบลราชธานี เขต ๗ ต้องกราบเรียน ท่านประธานครับว่า ผมได้ลงพื้นที่และได้พบปะพี่น้องประชาชน ซึ่งพี่น้องประชาชน ชาวอำเภอดอนมดแดง ตำบลเหล่าแดง ตำบลดอนมดแดง ตำบลท่าเมือง แล้วก็พี่น้อง อำเภอตาลสุม ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างยิ่งในการที่จะสัญจรไปมา ในการที่จะเก็บเกี่ยว ผลผลิต ซึ่งมีที่นาอยู่ฝั่งลำเซบก แต่สัญจรไปมาลำบาก ซึ่งในขณะนี้แพที่จะสัญจรไปมาไม่ได้ เพราะสายสลิง (Sling) มันขาด และผมได้ประสานผ่านโดยการร้องขอจากพี่น้องประชาชน ตั้งแต่เริ่มเป็นผู้แทนราษฎรใน ๒ ปีที่ผ่านมา ในการขอสะพานข้ามลำเซบกจากบ้านท่าลาด ข้ามไปตำบลจิกเทิง อำเภอนาตาล จังหวัดอุบลราชธานี🔗
เรื่องที่ ๒ ซึ่งวันนี้พี่น้องประชาชนที่ได้รับเงินจากกองทุนหมู่บ้าน ซึ่งเริ่มจาก พรรคเพื่อไทยในอดีต ครอบครัวละ ๑๐,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ บาท วันนี้ได้รับความเดือดร้อนเป็น อย่างยิ่ง เพราะว่าข้าวราคาถูกก็ไม่มีเงินที่จะไปจ่ายหนี้กองทุนหมู่บ้าน ก็เป็นการแบ่งเบา ภาระจากธนาคาร ธ.ก.ส. ว่าให้จ่ายแต่ดอกเบี้ยก็ได้ แต่วันนี้ธนาคารแห่งประเทศไทยได้บอก ไปยัง ธ.ก.ส. ว่าทำแบบนี้ไม่ได้นะครับ จึงอยากจะฝากถึงธนาคารแห่งประเทศไทย🔗
เรื่องที่ ๓ ได้รับการร้องเรียนจากผู้เฒ่าผู้แก่ครับ ว่าเงินเดือนที่ได้รับมาวันนี้ อยากให้จ่ายเหมือนเดิม อย่าให้ไปกดที่ตู้เอทีเอ็ม (ATM) เพราะไปมาลำบาก ฝากลูกหลาน ไปกดเงินก็หายครับ เหลือครึ่งเดียว แต่ถ้ามีตู้เอทีเอ็ม (ATM) อยู่ที่ตำบลต่าง ๆ ก็จะเกิด ประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน🔗
เรื่องต่อไปครับ ค่าเกี่ยวปีนี้จะได้ไหม ทราบว่าวันนี้ค่าเกี่ยวข้าวไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท บอกว่าจะไม่ได้นะครับ แล้วก็เงินค่าเยียวยาโรคลัมปี สกิน (Lumpy skin disease) ตั้งแต่วันนั้นถึงวันนี้ปีกว่าแล้วยังไม่ได้รับนะครับ🔗
และสุดท้ายครับ ตอนนี้หมูกำลังป่วยเป็นอหิวาต์ครับ ซึ่งกรมปศุสัตว์ยังไม่มี ยารักษา หมูกำลังตายครับ ฝากทางรัฐบาลได้แก้ไขเร่งด่วน โดยเฉพาะฝากถึงท่านนายกฯ ประยุทธ์ จันทร์โอชา ครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมมีความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนชาวจังหวัดราชบุรีมากราบเรียนท่านประธานสภา เพื่อประสานหน่วยงานราชการ ที่เกี่ยวข้อง พิจารณาดำเนินการแก้ไขให้พี่น้องชาวจังหวัดราชบุรี อำเภอบ้านโป่ง ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้กระทรวงสาธารณสุขเร่งรัดการบรรจุข้าราชการของพนักงาน ราชการกระทรวงสาธารณสุข ในโครงการดูแลบุคลากรด่านหน้าจากวิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) จำนวน ๓๘,๐๐๐ อัตรา เนื่องจากพนักงานราชการกระทรวงสาธารณสุข มีความกังวลใจ เนื่องจากจะมีการโอนย้ายโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพประจำตำบล ไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดูแลในวันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๕ จึงอยากให้โครงการดังกล่าว เสร็จสิ้นก่อนมีการโอนย้ายหน่วยงานดังกล่าว เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับบุคลากร ด่านหน้าของกระทรวงสาธารณสุขในการดูแลพี่น้องประชาชนในช่วงโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ผ่านมาครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย และกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมซ้ำซากในพื้นที่อำเภอบ้านโป่งในหลายตำบล ซึ่งที่ผ่านมา พี่น้องประชาชนประสบปัญหาเรื่องของน้ำท่วมอย่างหนักในช่วงฤดูฝน ตำบลปากแรด ตำบลสวนกล้วย ตำบลนครชุม ตำบลหนองอ้อ ตำบลหนองกบ ตำบลท่าผา และเทศบาลเมือง บ้านโป่ง จึงขอให้กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย และกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิจารณาดำเนินการให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ครับ ขอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมได้ปรับปรุงผิวการจราจร ในเส้นทางหลวง ๓๓๙๔ เส้นลูกแก บ้านห้วยกระบอก พร้อมให้มีการขยายไหล่ทาง เพื่อให้รถจักรยานยนต์ได้ใช้เส้นทางดังกล่าวได้อย่างปลอดภัย ซึ่งเส้นทางดังกล่าวจะผ่าน ในส่วนของตำบลท่าผา ตำบลกรับใหญ่ และเทศบาลห้วยกระบอกของอำเภอบ้านโป่ง รวมถึงตำบลดอนขมิ้นของอำเภอท่ามะกา จังหวัดกาญจนบุรี จึงขอให้กรมทางหลวง ได้พิจารณาดำเนินการครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปคุณประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ อดีตอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล ขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้อง ประมงพื้นบ้านที่ตำบลเกาะลันตาใหญ่ อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ซึ่งไม่สามารถไปใช้ พื้นที่เกาะนุ้ยนอก หลบลมหลบฝน หลบพายุ ขณะออกทะเลได้ เนื่องจากว่ามีการลักลอบ แอบออกโฉนดบนเกาะนุ้ยนอกจำนวน ๕ ไร่ ซึ่งพื้นที่เกาะดังกล่าวไม่มีผลอาสิน เป็นพื้นที่ สาธารณะ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ ๓ กับประชาชนต่างรู้ดี ซึ่งจากนโยบายรัฐบาลได้เดินสำรวจออกโฉนด เป็นช่องทางหากินออกโฉนดโดยมิชอบ เป็นการเรียกว่าปั๊มโฉนดครับ ขอให้กรมที่ดิน และผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่คนใหม่แสดงฝีมือจัดการเรื่องเลวร้ายเหล่านี้ด้วยนะครับ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ป่าเลนหรือผู้ที่เกี่ยวข้อง🔗
เรื่องที่ ๒ ประมงพื้นบ้าน ตำบลเขาทอง ไม่สามารถไปใช้พื้นที่เกาะบางเกาะได้ เพราะมีผู้รับสัมปทานรังนกอีแอ่น ใช้ปืนไล่ยิงขณะที่ชาวบ้านอาศัยพื้นที่เกาะเพื่อจะไปหลบลม หลบฝน หลบพายุขณะออกทะเล เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องสำคัญอีกพื้นที่หนึ่งนะครับ🔗
เรื่องสุดท้ายครับ เรื่องที่ ๓ ขอหารือท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากขณะนี้พื้นที่ของสำนักงานที่ว่าการอำเภอหลายอำเภอ ขาดค่าน้ำประปา ค่าไฟฟ้า และค่าโทรศัพท์ ถึงขนาดมีเจ้าหน้าที่ปกครองหรือปลัดอำเภอทำหน้าที่แทนนายอำเภอ มีหนังสือไปขอค่าน้ำค่าไฟไปยังองค์ปกครองส่วนท้องถิ่น เรื่องนี้น่าสนใจมากครับว่า กรมการปกครองขณะนี้น่าจะยุบไปนะครับ เป็นยุบรวม ควบรวมไปกับท้องถิ่น เพราะถึง ค่าน้ำค่าไฟไม่มี ค่าโทรศัพท์ไม่มีนี้น่าจะไปอยู่กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนะครับ เป็นจังหวัดจัดการตนเองได้แล้วนะครับ แล้วก็ถ้าจะฝากหนัก ๆ ไปถึงโรงเรียนนายอำเภอ ก็ขอให้สอนด้วยนะครับว่าถ้าจะออกหนังสือแบบนี้ ขอค่าน้ำค่าไฟไปยังท้องถิ่นนี้ เป็นการกระทำที่เกินอำนาจหน้าที่นะครับ ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณภาคภูมิ บูลย์ประมุข ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคพลังประชารัฐ ผมมีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ ๒ เรื่องนะครับ🔗
เรื่องแรก ขอฝากไปยังรัฐบาลที่ได้ประกาศจังหวัดตากเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด เข้มงวด แดงเข้ม ๖ จังหวัด ได้รับร้องเรียนจากผู้ประกอบการว่าปัจจุบันนะครับ ผู้ประกอบการทำงานไม่ได้เลยนะครับ ยากลำบากมาก มีทั้งเคอร์ฟิว (Curfew) มีทั้งอะไร ต่าง ๆ นะครับ ปัจจุบันจังหวัดตากมีการฉีดวัคซีนทั้งหมด ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของจังหวัด แล้วนะครับ ถือว่าเป็นจังหวัดต้น ๆ ของประเทศไทย ผู้ติดเชื้อลดลงอย่างต่อเนื่อง ยกตัวอย่าง อำเภอบ้านตากไม่ติดเชื้อมา ๑๐ วันแล้วทั้งอำเภอ สามเงาติดเชื้อไม่ถึง ๑๐ คน ของจังหวัดตากตอนนี้อยู่หลักสิบทุกวัน มีขึ้นบ้างเล็กน้อย แต่ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มของ หมู่บ้านที่รัฐควบคุมได้นะครับ จึงอยากจะให้ทางรัฐบาลช่วยพิจารณาลดอัตราความเข้มของ จังหวัดตากลง ให้มีการทำกิจกรรมได้หลาย ๆ อย่าง จังหวัดตากเป็นเมืองเศรษฐกิจนะครับ โดยเฉพาะอำเภอแม่สอด อยากจะให้รัฐพิจารณาโดยด่วนนะครับ ก่อนกำหนดที่รัฐบาล วางไว้ด้วยนะครับ🔗
ในเรื่องที่ ๒ นะครับ เรื่องการนำเข้าโค กระบือนะครับ เนื่องจากมีการประกาศ ราชกิจจานุเบกษาห้ามนำเข้าโค กระบือ ตอนนี้ต่ออายุเป็นฉบับที่ ๔ แล้ว การนำเข้า โค กระบือ โดยอดีตนะครับ เดือนหนึ่งจะมีการนำเข้าประมาณ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ ตัว สร้างรายได้มหาศาลให้แก่ประเทศไทยนะครับ และเป็นวิถีชีวิตของประชาชนในพื้นที่ อำเภอแม่สอดและแนวชายแดนอำเภอฝั่งตะวันตกนะครับ อำเภอแม่ระมาด อำเภอท่าสองยาง อำเภออุ้มผาง อำเภอพบพระ รัฐไม่ให้นำเข้ามาเป็นปีแล้ว ต่อไปฉบับที่ ๔ ฉบับนี้จะหมดประมาณเดือนมกราคม ก็อยากจะให้ทางอธิบดีกรมปศุสัตว์พิจารณายกเลิก ขอยกเลิกก่อนก็ได้นะครับ เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ เป็นของขวัญปีใหม่ให้ผู้ประกอบการนะครับ เพราะอย่างนั้นจะมีการลักลอบนำเข้าเรื่อย ๆ นะครับ ตอนนี้ก็ยังมีกันอย่างต่อเนื่อง ที่เล็ดลอดหู เล็ดลอดตาเจ้าหน้าที่นะครับ ฝากทางอธิบดีกรมปศุสัตว์ด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ครับ🔗
เรียนท่านประธาน ที่เคารพค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ในเรื่องหารือของดิฉันวันนี้ขอร้องเรียนไปยัง กรุงเทพมหานคร ดิฉันเองได้รับร้องเรียนมาจากทางตัวแทนผู้สมัคร ส.ก. ของพรรคเพื่อไทย ว่ามีการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบจากเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการบังคับไม่ให้ หน่วยงานเอกชนลงตรวจเชิงรุกในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นการทำงานประสานร่วมกัน ระหว่างตัวแทนจากพรรคเพื่อไทยและโรงพยาบาลเอกชน เพื่อที่จะลงไปตรวจเอทีเค (ATK) หาเชื้อเชิงรุกให้กับนักเรียน ครู ผู้ปกครองหรือพี่น้องประชาชนที่มีความเสี่ยง แต่ กทม. อ้างกฎหมายและประกาศจาก ศบค. กทม. สั่งห้าม ดิฉันเองเห็นว่าตรงนี้เป็นปัญหาที่ไม่ควรที่จะ เกิดขึ้นนะคะ เมื่อ ๒-๓ วันที่ผ่านมาในแต่ละพื้นที่ของกรุงเทพมหานครมีการพบคลัสเตอร์ (Cluster) ต่าง ๆ หลายจุดด้วยกัน แต่กลับไม่เป็นข่าว ตรงนี้ดิฉันคิดว่าน่าที่จะเป็นสิ่งที่ น่ากังวลเป็นอย่างยิ่ง ถ้าหากว่า กทม. ยังปกปิดข้อมูลในส่วนนี้สำหรับการเกิดกลุ่มผู้ติด โควิด-๑๙ (COVID-19) ในพื้นที่ต่าง ๆ และสิ่งหนึ่งที่เราจะช่วยร่วมมือกันได้ก็คือ การร่วมมือกันของทุกภาคส่วนในการลงตรวจเชิงรุก ถ้าหาก กทม. ยังปิดกั้น แล้วก็ให้เฉพาะ กลุ่มคนของตนเองที่มีประโยชน์ทางการเมืองลงพื้นที่เท่านั้น ดิฉันคิดว่าจะไม่เป็นประโยชน์ กับส่วนรวมค่ะ🔗
อีกเรื่องหนึ่งนะคะ ในสิ่งที่พวกเรา ส.ส. กทม. พรรคเพื่อไทยเคยได้หารือไป ในบัดนี้มีตัวแทนของพรรคการเมืองทางฝั่งรัฐบาลลงไปหาประชาชนแล้วบอกว่า จะนำงบประมาณมาให้ ดิฉันก็คิดว่าเป็นสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรที่จะเกิดขึ้น ถ้าหากประชาชนจะ ได้รับการดูแลก็ขอให้เป็นไปด้วยความทั่วถึงทุกคนอย่างเท่าเทียมค่ะ ขอบคุณท่าน ประธานค่ะ🔗
ต่อไปนางบุญญาพร นาตะธนภัทร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน บุญญาพร นาตะธนภัทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังชาติไทย ขออนุญาตหารือประเด็นสำคัญที่ยังรอการพิจารณา ของสภาผู้แทนราษฎร จากที่ดิฉันได้ดูระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๓ เรื่องตามระเบียบวาระหมายเลข (๔) เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว มีจำนวนถึง ๒๑ เรื่อง ซึ่งแต่ละเรื่องมีความสำคัญที่แตกต่างกันไป รายงานผลการพิจารณา ศึกษาหลายเรื่องเป็นที่สนใจของประชาชนเป็นจำนวนมาก แต่สิ่งที่เหมือนกันคือทุกเรื่อง ได้ศึกษาอย่างรอบคอบ ถี่ถ้วน รับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิในแต่ละด้าน ทั้งด้านบวกและด้านลบ อีกทั้งแต่ละเรื่องใช้ระยะเวลาการศึกษานาน ใช้งบประมาณ ดำเนินการสูง ไม่ว่าจะเป็นเบี้ยประชุม ค่าใช้จ่ายในการลงพื้นที่ดูงาน ค่าจัดพิมพ์เอกสาร และพิมพ์รายงาน เช่น รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการขุดคลองไทย และการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ ดิฉันจึงเล็งเห็นว่าเมื่อคณะกรรมาธิการ พิจารณาเสร็จแล้ว การได้รับการพิจารณาในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรอย่างรอบคอบ และรวดเร็วเป็นเรื่องสำคัญ เพราะเมื่อผ่านสภาแล้วรายงานผลการศึกษาฉบับนั้นจะได้เสนอ ต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อสานต่อให้ตรงตามเป้าหมายของการศึกษา ทั้งนี้ หากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้เพิ่มวันประชุมพิเศษในวันศุกร์อีก ๑ วัน เหมือนในสัปดาห์นี้ จะทำให้สภาผู้แทนราษฎรได้มีโอกาสพิจารณารายงานผลการศึกษาที่เสร็จแล้ว มากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเกิดผลดีต่อการดำเนินงานของสภาผู้แทนราษฎรและทุกภาคส่วนต่อไป จึงกราบเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา ขอขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณนะครับ เห็นด้วยนะครับ วันศุกร์นี้เรามาประชุมเรื่องนี้กันครับ ต่อไปคุณนิยม ช่างพินิจ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ อำเภอบางกระทุ่ม คืออยากให้ช่วยซ่อมแซมถนนข้ามคลองประตูน้ำคลองตาภู่ บ้านท่านา หมู่ที่ ๒ ตำบลไผ่ล้อม อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลกนะครับ เพราะว่าเหตุเกิดจาก อุทกภัยตั้งแต่ต้นกันยายน และยังซ่อมไม่เสร็จนะครับ เพราะว่าพี่น้องประชาชนเขาขี่รถอ้อม โดยเฉพาะพื้นที่ทางการเกษตรลำบาก เพราะว่าน้ำมันก็แพงด้วย อันนี้คือเรื่องแรกนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ประกอบการห้างร้านค้า ไม่ว่าจะเป็น สถานบันเทิงต่าง ๆ โดยเฉพาะในเรื่องของภาษีป้ายภาษีโรงเรือน วันนี้เองท้องถิ่นก็ยังเก็บอยู่ ถ้าไม่เก็บก็ไม่ได้ครับ เพราะจะละเว้นอีก ผมอยากให้เรื่องนี้นำเสนอมติ ครม. ช่วยยกเว้น ได้ไหมครับ วิกฤติโควิด (COVID) เขาไม่มีรายได้อะไร แต่เขาต้องเสียภาษี ซึ่งมันผิดหลักครับ การที่จะเสียภาษีเราต้องมีรายได้ แต่อันนี้เขาสั่งปิด มีภาระ มีหนี้สินอยู่ ก็ต้องมาเสียภาษีป้าย ภาษีโรงเรือนอีก ก็อยากให้ท่านประธานทำหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ กระทรวงมหาดไทย🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นปัญหาวิกฤติ โดยเฉพาะเศรษฐกิจเรื่องของราคา น้ำมัน เป็นไปได้ไหมครับที่ว่าสำนักนายกรัฐมนตรีเอง โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรีจะตัดงบ ส่วนกลางที่มีตั้ง ๕๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เอามาช่วยพยุงราคาน้ำมัน ตรงนี้ผมว่าส่วนหนึ่ง ก็ช่วยแก้ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ผมฝากไว้ ๓ เรื่องด้วยกัน ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปคุณภาสกร เงินเจริญกุล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ วันนี้มีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานอยู่ ๑ เรื่องครับ ท่านประธาน เรื่องเกี่ยวกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) ที่ระบาดในประเทศไทย ตอนนี้หลอกลวง ประชาชนอย่างรุนแรง แล้วก็มีการพัฒนาการที่แนบเนียนมาก ได้รับการร้องเรียนจาก พี่น้องประชาชนมาบ่อยครั้งมาก ผมก็เป็นคนหนึ่งที่ได้รับโทรศัพท์จากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) อยู่เรื่อย ๆ บ่อย ๆ แต่มีล่าสุดท่านประธาน มันเนียนมากจนผมเกือบเชื่อ เหมือนกัน ก็เลยพยายามมาเตือนพี่น้องประชาชน แล้วก็ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลองไป ตรวจสอบดู ก็โทรมาแบบนี้ครับท่านประธาน เขาบอกชื่อเลยนะครับ เขาชื่อ สุรีรัตน์ จินตนา อันนี้เป็นการแอบอ้าง โทรศัพท์มาจากเบอร์โทร ๐๘๒๕๐๖๒๓๗ ตัวเลขอาจจะไม่ครบ ก็มีเท่านี้จริง ๆ ผมดูจากโทรศัพท์บอกว่าโทรศัพท์มาจากดีเอชแอล (DHL) ผมได้ไปส่งพัสดุ ที่หนึ่งใช้บัตรประชาชนนี่ครับ ส่งพัสดุไปที่ประเทศจีน แล้วกรมศุลกากรก็บอกว่าได้อายัดไว้ด้วย ข้างในเป็นสมุดบัญชีเงินฝากกับพาสปอร์ต (Passport) ซึ่งผิดกฎหมายครับท่านประธาน บอกเลขบัตรประชาชนผม ๑๓ หลักได้ถูกต้อง อันนี้เป็นอะไรที่น่ากลัวมาก เพราะว่า ประชาชนต่าง ๆ อาจจะหลงเชื่อแล้วก็จะเป็นแบบนี้อยู่เรื่อย ๆ สุดท้ายเขาก็บอกว่าต้องโอนเงิน ผมก็พูดไปเรื่อย ๆ จนผมได้หลักฐานตรงนี้ มา ก็เลยอยากจะเอามาพูดในสภา เป็นการปรึกษาหารือ แล้วก็ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ แล้วลองเอาไปเช็ก (Check) ด้วยว่าสิ่งที่เขาแอบอ้างส่งมาแล้วเช็ก (Check) ถูกทุกอย่างเราจะทำอะไรได้บ้าง เพราะเท่าที่ผมได้รับร้องเรียนมามันก็เป็นแค่เรื่องเล่า เรื่องบอกแต่ไม่มีหลักฐาน วันนี้ ก็มีข้อมูลอยู่ในระดับหนึ่งแล้ว อยากส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องลองเช็ก (Check) ลองหา วิธีป้องกันด้วย ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณนิคม บุญวิเศษ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย กระผมได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายสมพร ชาพิม ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านบ้านสำราญ นายจำนง แสงหา ผู้ใหญ่บ้านบ้านโนนราศรี หมู่ที่ ๒ ตำบลนาคำ อำเภออุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ๓ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ เป็นเรื่องที่เคยหารือไปแล้วตั้งแต่วันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๖๓ มาถึง วันนี้ก็ ๑๑ เดือนเต็มแล้ว เป็นปัญหาก็คือสะพานไม้ข้ามห้วยคุมมุมชำรุดเสียหาย ประชาชน เดือดร้อนเรื่องการสัญจร แล้วช่วงนี้เป็นช่วงหน้าเก็บเกี่ยว ต้องขนพืชผลทางการเกษตร ซึ่งไม่สามารถขนได้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเทศบาลตำบลนาคำ นายกองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด และผู้ว่าราชการจังหวัด ช่วยไปดูแลความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ ปัญหาความเดือดร้อนเรื่องถนนระหว่างตำบลศรีสุขสำราญ เชื่อมไปยังบ้านแสงสว่าง หมู่ ๔ ตำบลนางิ้ว อำเภอเขาสวนกวาง ซึ่งเป็นถนนลูกรัง แล้วตอนนี้มีการชำรุดทรุดตัวลงเนื่องจากน้ำกัดเซาะไม่มีไฟฟ้าใช้ด้วย หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยดูแลพี่น้องประชาชนด้วย🔗
ในเรื่องที่ ๓ เรื่องถนนระหว่างบ้านโนนราศรี หมู่ที่ ๒ เชื่อมไปยังตำบล เมืองแอม อำเภอเขาสวนกวาง อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ก็เป็นถนนลูกรังเช่นกันครับ ชำรุดเสียหายเป็นหลุมเป็นบ่อ ไม่มีไฟฟ้าเช่นเดียวกัน อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสำนักงบประมาณช่วยให้งบประมาณ อปท. หรือหน่วยงานท้องถิ่นได้ทำ ถนนหนทาง ดีกว่าเรามาสร้างถนนในเมืองเยอะแยะมากมายครับท่านประธานครับ กราบขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปคุณนริศ ขำนุรักษ์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขอหารือขอให้ท่านประธาน ได้มีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้กรมชลประทานอนุญาต ให้เทศบาลตำบลเขาหัวช้างใช้พื้นที่อาคารที่ปล่อยรกร้างที่อ่างเก็บน้ำเขาหัวช้างเพื่อทำเป็น ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว ศูนย์ฝึกอบรม ศูนย์ขายสินค้าในชุมชน เพราะบริเวณใกล้กันนั้น ที่กรมป่าไม้ได้มอบให้เทศบาลตำบลเขาหัวช้างใช้ทำเป็นศูนย์พักคอยมีความสวยงาม และเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้ท่านประธานได้มีหนังสือถึงกระทรวงท่องเที่ยวและการกีฬา ให้ดำเนินการก่อสร้างสนามกีฬาให้กับเทศบาลตำบลบางแก้ว เพราะมีคนเล่นกีฬากัน เป็นจำนวนมากและเทศบาลไม่มีงบประมาณเพียงพอ เพื่อใช้ในการออกกำลังกาย เพื่อใช้ ในการแข่งขันกีฬาและเพื่อใช้ในกิจกรรมอื่น ๆ ของพี่น้องประชาชนในเขตเทศบาล ตำบลบางแก้ว🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้กระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงจัดทำโครงการพัฒนา ย่านชุมชนบริเวณตลาดบางแก้วถึงพื้นที่เขต อบต. โคกสัก เพราะมีบ้านเรือนจำนวนมาก มีร้านค้าจำนวนมากเพื่อจัดระเบียบร้านค้าบ้านเรือนให้มีความสวยงาม เหมือนที่กระผม ได้ขอให้จัดทำแล้วที่บ้านหัวปอ ตำบลนาปะขอ อำเภอบางแก้ว🔗
สุดท้าย ขอให้กระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท จัดทำไฟส่องสว่างบริเวณถนนทุกสายในเขตเทศบาลตำบลคลองใหญ่ ซึ่งประชาชนร่วมกับ เทศบาลตำบลคลองใหญ่ได้ปลูกต้นไม้ คือต้นไทรเกาหลีและต้นทองอุไร ครอบคลุมทุกสาย มีความสวยงามเป็นอย่างยิ่ง ขาดแต่ไฟส่องสว่างบริเวณถนนเท่านั้น ถ้ามีไฟส่องสว่างจะทำให้ ถนนเส้นนี้เป็นถนนที่สวยที่สุดในประเทศไทยอีกเส้นหนึ่งครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณรังสิมันต์ โรม ครับ🔗
เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้หารือกับท่านประธาน ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก แม้ว่าจะมีการจัดสรรวัคซีนโควิด-๑๙ (COVID-19) เพิ่มในพื้นที่ จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่เนื่องจากธุรกิจร้านรวงต่าง ๆ ได้รับผลกระทบจากการปิดเมือง รวมทั้งสถานบันเทิง ผับ (Pub) บาร์ยังคงถูกปิดอยู่จนถึงปัจจุบัน ผมจึงขอให้มีมาตรการ เยียวยาผู้ประกอบการต่าง ๆ รวมทั้งอนุญาตให้สถานประกอบการที่ไม่ได้อยู่ใกล้คลัสเตอร์ (Cluster) ได้เปิดทำการโดยกำหนดเงื่อนไขให้พนักงานต้องฉีดวัคซีน ๒ เข็ม และตรวจ เอทีเค (ATK) ทุกสัปดาห์ อาจารย์ไข่ มาลีฮวนน่า ประธานสมาพันธ์เครือข่าย คนบันเทิงอาชีพแห่งประเทศไทย ได้เสนอ ศบค. ไปแล้ว ผมจึงขอหารือท่านประธานให้นำ ข้อเสนอนี้ส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ที่บ้านหมากปรก หมู่ที่ ๑ ตำบลไม้ขาว และบ้านแหลมทราย หมู่ที่ ๖ ตำบลเทพกระษัตรี อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต มีชาวบ้านประมาณ ๑๐๐ หลังคาเรือน ขอรับการเยียวยาเรื่องมลภาวะทางเสียงจากสนามบินภูเก็ต ตั้งแต่ปี ๒๕๕๓ โรงเรียนต้อง ย้ายไปอยู่ที่อื่น ที่ผ่านมาการท่าอากาศยานได้เยียวยาให้กับชาวบ้านไปบ้างแล้ว แต่ยังมี ชาวบ้านอีกมากที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา เนื่องจากมีเพียงทะเบียนบ้านชั่วคราว จึงขอหารือ ท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้หามาตรการเยียวยาความเดือดร้อนให้พี่น้อง คนภูเก็ตด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ที่จังหวัดปทุมธานี อำเภอเมืองและอำเภอสามโคก ชุมชนวัดพลับ ศาลาแดงเหนือ วัดสวนมะม่วง วัดป่างิ้ว ตลาดสามโคก วัดจันกระพ้อ วัดบางโพธิ์ใน ชุมชนวัดหงษ์ ชุมชนวัดโคก บ้านคลองบางหลวง บ้านเกาะเกรียง วัดสังลาน และชุมชน บ้านเกริ่น พื้นที่เหล่านี้เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ น้ำท่วมเป็นประจำ บางปีน้ำท่วมเท่าหัวเข่า แต่ปีนี้มิดหัว ๒-๓ เมตร น้ำท่วมขังต่อเนื่องมา ๒-๓ เดือนแล้วครับ ผมจึงขอหารือ ท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า นอกจากถุงยังชีพแล้วภาครัฐควรจะมีมาตรการอื่น ที่เป็นรูปธรรมในการเยียวยาด้วย และมีแผนแก้ไขเพื่อป้องกันน้ำท่วมอย่างยั่งยืน ขอขอบคุณท่านประธานฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปนางสาวศรีนวล บุญลือ ครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ข้าเจ้า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย เมื่อที่ผ่านมาตอนกลางคืนเมื่อวานนะเจ้า มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นที่ถนนเชียงใหม่ เลขที่ ๕๐๘๙ ขอสนับสนุนเร่งพัฒนาถนนหมู่ ๓ บ้านขุ่นปุ๋ย ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เชื่อมไปหมู่ ๙ บ้านเมืองอ่าง ตำบลบ้านหลวง อำเภอจอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ ถนนสายปัจจุบันหัวท้าย หัวทำไปแล้ว ท้ายทำไปแล้ว ค้างอยู่ช่วงตรงกลาง เหมือนที่เห็นในภาพสด🔗
เมื่อวานนี้เกิดอุบัติเหตุรถขนพืชผัก ทางด้านการเกษตรตกสะพานลงไป ตอนนี้ประชาชนเร่งช่วยกันเอารถขึ้นมาได้ตอนเช้านี้ ดังนั้นอยากจะขอเรียนฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ แต่ที่ผ่านมานี้ กรมทางหลวงชนบทมีงบประมาณลงไป แต่บ่สามารถที่จะดำเนินการก่อสร้างได้ อยากจะ เรียนฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ๓ หน่วยงาน นั่นก็คือ กรมป่าไม้ คือท่านวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอ ๒ หน่วยงานนี้ หน่วยงานป่าไม้กับกรมทางหลวงจับมือกันแก้ไขปัญหาถนนสายนี้ ทั้ง ๒ อำเภอใช้เส้นทางนี้ขนพืชผักทางด้านการเกษตรมาตลอดทั้งปี ดังนั้นถ้า ๒ หน่วยงาน ร่วมมือกันผลักดัน ค้างอีกประมาณ ๒ กิโลเมตร ขอให้ทำงานช่วยเพื่ออำนวยความสะดวก ให้กับประชาชน สร้างชาติ สร้างศาสนา เพื่อร่วมกันให้กับประชาชนเดินทางด้วยความ ปลอดภัยเป็นอย่างดี ขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน ณ โอกาสนี้นะเจ้า ขอบคุณเจ้า🔗
ต่อไปคุณรังสรรค์ มณีรัตน์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน พรรคเพื่อไทย ผมได้รับ เรื่องร้องเรียนจากท่านกำนันสุกิจ ตุ่นวงศ์ กำนันตำบลป่าไผ่ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูนว่า เมื่อปี ๒๕๐๖ ครอบครัวของท่านและญาติพี่น้องได้อพยพมาจากบ้านท่าเดื่อ บ้านท่าช้าง บ้านน้อย อำเภอดอยเต่า จังหวัดเชียงใหม่ มาอยู่ที่บ้านผาหนาม ตำบลป่าไผ่ อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ๑๑ ครอบครัว เนื่องจากได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเนื่องจาก การสร้างเขื่อนภูมิพล ต่อมาปี ๒๕๐๗ ญาติพี่น้องก็อพยพมาอยู่ที่บ้านผาหนามนี่อีกประมาณ ร้อยกว่าครอบครัว ผ่านมา ๕๘ ปีครับ ท่านประธานครับ วันนี้บ้านผาหนามที่พวกเขาอพยพ มาจากดอยเต่ามาอยู่ที่นี่เพราะว่าน้ำท่วม เนื่องจากการสร้างเขื่อนเพื่อผลประโยชน์ของ พี่น้องคนส่วนมาก แต่เขาเสียผลประโยชน์ มาอยู่ที่บ้านผาหนาม ๕๘ ปี ยังไม่ได้รับเอกสารสิทธิ ต่อมาเมื่อปี ๒๕๖๓ ได้มีการสำรวจโดยหน่วยป้องกันและพัฒนาป่าไม้ลี้ ศูนย์ป่าไม้ ลำพูนว่าจะดำเนินการเพิกถอนบ้านผาหนามออกจากป่าสงวนแห่งชาติแม่ลี้นะครับ ดังนั้นผ่านมาปีกว่าครับ ท่านประธานครับ ขอให้เร่งดำเนินการเพิกถอนเพื่อพี่น้องเกษตรกร พี่น้องบ้านผาหนามจะได้มีโฉนดที่ดินทำกินครับ กราบขอบคุณครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งครับ พี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกลำไยเรียกร้องเงินเยียวยา ๒,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๒๕ ไร่ เมื่อเดือนสิงหาคมผมยื่นเรื่องถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ไป ๑ ครั้ง เดือนที่แล้วตัวแทนเกษตรกร ๘ จังหวัดภาคเหนือยื่นผ่าน ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผ่านมาหลายเดือนแล้วคำตอบยังไม่ได้ ให้ก็บอกให้ ไม่ให้ก็บอกไม่ให้นะครับ ก่อนที่พี่น้อง เกษตรกรลำไยจะมาทวงถามที่ทำเนียบหรือที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ กราบขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณวัชรพล โตมรศักดิ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายวัชรพล โตมรศักดิ์ โคราช พรรคชาติพัฒนา ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๑ เรื่องครับ เพื่อส่งต่อไปยังท่านนายกรัฐมนตรีและโดยเฉพาะอย่างยิ่งทาง ศบค. คณะกรรมการชุดใหญ่รวมไปถึงกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สืบเนื่องจากคำสั่ง ศบค. ที่ ๑๘/๒๕๒๔ ที่ได้ดำเนินการในการเปิดพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว ๑๗ จังหวัด ซึ่งเป็นที่น่าแปลกใจก็คือ ในพื้นที่ ๑๗ จังหวัดที่รัฐบาลได้ประกาศเป็นเรื่องของ การเปิดประเทศนั้น ไม่มีชื่อของจังหวัดนครราชสีมาครับ หรือเราเรียกว่าเขตบลูโซน (Blue zone) สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานก็เพราะว่า ในจังหวัดนครราชสีมาในขณะนี้ ถ้าพูดถึง ๒ อำเภอ ก็คือ อำเภอปากช่อง แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งอำเภอเมืองนครราชสีมา ท่านประธานทราบไหมครับว่าคนที่ฉีดวัคซีนในเขตอำเภอเมือง เข็มที่ ๑ ถึง ๙๘ เปอร์เซ็นต์ เข็มที่ ๒ ถึง ๙๔ เปอร์เซ็นต์ และปากช่องเองเข็มที่ ๑ ถึง ๗๓ เปอร์เซ็นต์เศษ เข็มที่ ๒ เกือบ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ในขณะเดียวกันในจังหวัดนครราชสีมา ถ้าเราพูดถึงในเรื่องของตัวปากช่อง เขาใหญ่ ท่านประธานคงรู้จักดีครับ เป็นอุทยานแห่งชาติ ซึ่งมีผู้ท่องเที่ยวในปี ๆ หนึ่ง ติดอันดับ ๑ ใน ๓ ของทุกอุทยาน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไฮซีซั่น (High Season) ช่วง ๕ วันก่อนวันปีใหม่นั้นจะมีผู้ท่องเที่ยวมากที่สุดของทุกอุทยาน คือ จำนวน ๑๓๐,๐๐๐ กว่าคน ในสถิติปี ๒๕๖๒ ครับ ผมจึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานผ่านไป ยัง ศบค. อีกเพียง ๑ เดือน ก็คือเดือนพฤศจิกายนไปเดือนธันวาคมจะเป็นช่วงไฮซีซั่น (High Season) ผมอยากจะรบกวนท่านประธานได้กราบเรียนไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี และ ศบค. ได้กรุณาจังหวัดนครราชสีมาเถอะครับ มีความพร้อมที่สุดที่จะเป็นหนึ่งจังหวัด ในเขตบลูโซน (Blue Zone) ในพื้นที่ของการนำร่องการท่องเที่ยว เพราะจะเป็นการสร้าง เศรษฐกิจสร้างรายได้และโดยเฉพาะอย่างยิ่งนำพาพี่น้องประชาชนนั้นได้อยู่อย่างมีความสุข ในการที่จะเขาจะสร้างรายได้จากช่วงนั้น กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตอำเภอหัวหิน อำเภอปราณบุรี เขต ๒ ประจวบคีรีขันธ์ พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่องปัญหา พี่น้องจังหวัดประจวบคีรีขันธ์มาหารือผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงต่าง ๆ ดังนี้🔗
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับแจ้งจากนายทัน อุ่นเรือน สมาชิกสภาเทศบาลตำบล หนองพลับ ว่ามีปัญหาอุบัติเหตุรถชนประชาชน บริเวณสี่แยกตำบลหนองพลับ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เส้นทางหลวงสายหัวหิน-หนองพลับ ขอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม สร้างไฟเขียว ไฟแดง หรือสร้างเป็นวงเวียน พร้อมไฟแสงสว่างตรงบริเวณสี่แยกหนองพลับ ดังกล่าวครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับจากผู้ใหญ่อำนวย สุดกระแสร์ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ ๑๐ ตำบลหนองตาแต้ม อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ว่าเกิดปัญหาอุบัติเหตุรถชน ประชาชนครับ บริเวณสามแยกโครงการชลประทานปราณบุรี ตำบลหนองตาแต้ม อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔ กิโลเมตร ที่ ๒๔๓-๒๔๔ จึงอยากให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม สร้างไฟเขียว ไฟแดง หรือสร้างเป็นสะพานรถข้าม ตรงบริเวณสามแยกเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ได้รับแจ้งจากประชาชนสี่แยกปราณบุรี ว่ามีปัญหาอุบัติเหตุเกิดขึ้น คือ รถยนต์จะวิ่งเข้าไปชนร้านค้าข้างทาง ขาขึ้นกรุงเทพฯ บริเวณสี่แยกปราณบุรี อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔ ระหว่างกิโลเมตร ที่ ๒๔๐-๒๔๑ จึงอยากขอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ขอให้สร้างสัญญาณ หรือสิ่งกระตุ้นเตือนรถยนต์ต่าง ๆ ที่สัญจรเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาอุบัติเหตุ ทั้ง ๓ เรื่องครับ เป็นเรื่องเก่า แล้วก็เรื่องใหม่ที่เป็นปัญหาของประชาชนชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จึงขอให้หน่วยงานเกี่ยวข้องได้เร่งเรียนผ่านท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปคุณณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย ตำบลสำนักแต้ว สำนักขาม ของอำเภอสะเดา พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ เมื่อปีที่แล้วผมได้ลุกขึ้นอภิปรายเรื่องถนนวงแหวนของอำเภอสะเดา อำเภอนาทวี และอำเภอสะบ้าย้อย วันนี้นะครับ ความคืบหน้าโดยเฉพาะกรมทางหลวงชนบท การทำหน้าที่ของทางหลวงชนบทจังหวัดสงขลาได้มีการสำรวจออกแบบ แล้วก็เตรียมการ ที่จะพัฒนาสิ่งที่ผมได้นำเรียนไว้ ท่านประธานครับ อำเภอสะเดาเป็นอำเภอชายแดน วันนี้การพัฒนาค่อนข้างยาก เพราะฉะนั้นสะเดา นาทวี สะบ้าย้อย จะพัฒนาเมืองในอนาคต ต้องมีวงแหวน เพราะฉะนั้น การออกแบบวงแหวนทั้งหมดวันนี้ เราก็จะตั้งงบประมาณสำรวจออกแบบนะครับ สิ่งที่เกิดขึ้นอีกอย่างก็คือที่อำเภอเทพาครับ เราไม่สามารถที่จะทำเป็นวงแหวนได้ เพราะว่าทางทิศเหนือติดทะเล เพราะฉะนั้นเราก็จะทำถนนบายพาสจากปัตตานี ผ่านโรงพยาบาลเทพาออกมาที่บ้านท่าดี สิ่งที่เกิดขึ้นท่านประธานครับ ในพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยเฉพาะพื้นที่ตะเข็บชายแดน วันนี้รอการพัฒนาหลังจากสถานการณ์โควิด (COVID) วันนี้กระทรวงคมนาคมเองได้ทำถนนเชื่อมต่อ ไม่ว่าจะเป็นถนน ๔ เลน (Lane) จากสะบ้าย้อย ถนน ๔ เลนจากนาทวี เหลือการพัฒนาเมืองในอนาคต ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการสำรวจ ออกแบบครั้งนี้จะเป็นประโยชน์กับการพัฒนาจังหวัดสงขลา และให้กระทรวงคมนาคม จัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างถนนวงแหวนทั้ง ๓ อำเภอ และถนนเลี่ยงเมือง หรือว่าบายพาส ขอบคุณมากครับ🔗
ผมขอแสดงความยินดี ชื่นชมทุกคนนะครับ ตั้งแต่ต้นท่านประเสริฐ บุญเรือง มาถึงท่านสุดท้ายท่านณัฏฐ์ชนนนะครับ เพราะว่าทุกท่านได้รักษาเรื่องเวลาไว้อย่างดีมาก ทำให้เราใช้เวลาไปประมาณ ๑ ชั่วโมง กับ ๕ นาทีเท่านั้นเอง อันนี้ก็เป็นการฝึกบริหารเวลาที่สำคัญอันหนึ่งนะครับ พวกเราเป็น นักการเมืองที่มีอนาคต ฉะนั้นคนที่จะเป็นผู้บริหารในยุคต่อไปนั้น สิ่งสำคัญอันหนึ่งก็คือ ต้องรู้จักบริหารเวลาครับ ผมไม่ได้เคี่ยวเข็ญพวกเรามากนะครับ แต่หวังดีที่อยากให้เราฝึก การบริหารเวลา เพราะว่างานของเรามาก ถ้าเราไม่รู้จักบริหารเวลา งานก็จะค้าง ก็ต้องขอบคุณทุกคนครับ🔗
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ขณะนี้ดูจากผู้มาลงชื่อแล้วทั้งหมด ๓๑๔ ท่าน ก็ครบองค์ประชุม ต่อไปก็จะขออนุญาต ไปตามระเบียบวาระในวันพุธ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ในวันนี้ ไม่มีครับ🔗
ขออนุญาตครับ ท่านประธานครับ🔗
เชิญครับ ก่อนไปวาระ เรื่องด่วน เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ขออนุญาตท่านประธานนะครับ ผมขอเสนอ เปลี่ยนระเบียบวาระการประชุมโดยผมจะขออาศัยข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๕๔ (๒) โดยผมจะขอเสนอให้นำเรื่องที่ค้างพิจารณา เรื่องที่ ๕.๑๙๓ เรื่องนี้เสนอ โดย นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข มาพิจารณาต่อจากเรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ในระเบียบวาระที่ ๒.๑ ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๕ พฤศจิกายน หรือวันพรุ่งนี้ ก็ขอให้นำเรื่อง ที่ผมได้นำเรียนมาพิจารณาต่อในวันพรุ่งนี้ด้วยครับ ขอผู้รับรองครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้อง ท่านสมาชิกเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ เชิญครับ🔗
ขออนุญาตครับ ท่านประธาน ผมไม่เห็นด้วยครับ🔗
๕.๑๙๓ คือเรื่องขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงครบวงจร เพื่อหาแหล่งรายได้ใหม่จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าประเทศ คุณภาคภูมิ บูลย์ประมุข และคุณอรรถกร ศิริลัทธยากร เป็นผู้เสนอ มีผู้รับรองถูกต้องแล้ว แต่ว่ามีผู้ไม่เห็นด้วย ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานครับ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เหตุที่ผมไม่เห็นด้วย กราบเรียนท่านประธานว่าญัตติผมเป็นเรื่องด่วนที่ ๑ วันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ เรื่องนี้บรรจุเข้ามา ๑ ปีเศษ ๆ ครับ ถ้าจะข้ามของผม มันต้องตามหลังผมนะครับ ให้บรรจุของผม ของท่านชลน่านที่เกี่ยวกับเรื่องเร่งด่วนเข้าไป ก่อนครับ ผมจะไม่ท้วงติงเลยครับ และเรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เป็นเรื่องพฤติกรรมของรัฐบาล ไม่ใช่พฤติกรรมของตำรวจที่เป็นข้อบกพร่อง ซึ่งถูกแต่งตั้ง แล้วเป็นนายพลโทไปแล้วทั้ง ๓ คน นั่นไม่ใช่ครับ ท่านครับ เรื่องนี้ผมอยากจะนำเสนอเลยว่า เป็นเรื่องด่วนและเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าสภายังละเลยเรื่องแบบนี้นะครับ โดยฝ่ายรัฐบาล ยังจะข้ามแบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ผมก็เห็นเป็นเรื่องสำคัญทุกเรื่องครับ แต่ผมนั่งมา ๑ ปี ท่านประธานครับ อย่างนั้นขอลงมติ เช็ก (Check) องค์ประชุมเลยครับ🔗
จะหารือไหมครับ ผู้ควบคุมเสียงทั้ง ๒ ฝ่ายจะหารือไหมครับว่าจะหยิบอะไรขึ้นมา เพื่อเราจะทำงานร่วมกันได้ โดยไม่มีปัญหานะครับ ลองหารือ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ในฐานะผู้เสนอขอเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุม คือจริง ๆ แล้วต้องนำเรียน ท่านประธานอย่างนี้ครับ ผมขออนุญาตอ้างอิงจากการทำงานผม ใน ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้พูดคุยเรื่องนี้กับเพื่อนสมาชิกผู้เสนอญัตติหลายท่าน และแต่ละท่านก็ให้ความ สนใจ เนื่องจากเมื่อ ๒ อาทิตย์ที่แล้วก็มีการเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่องมาตรการในการเปิด ประเทศ และในระหว่างนั้นผมก็มีโอกาสได้คุยกับเพื่อนสมาชิกในส่วนของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ด้วยความเคารพครับ ผมขออนุญาตไม่เอ่ยนาม ในเงื่อนไขการที่เราจะพิจารณาในเรื่องของ การเปิดประเทศ ผมก็ได้เรียนแจ้งเพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านไปว่าอีกสัก ๒ สัปดาห์ถัดมา ผมก็จะขอนำญัตติด่วนของทางฝั่งพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคร่วมฝ่ายค้าน ก็คือเรื่องของ การที่ให้สภาตั้งกรรมาธิการเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ในการจัดตั้งและจัดทำเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment complex) นั่นจึงเป็นที่มาที่ไปครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งผมเรียนท่านประธานด้วยความเคารพจริง ๆ เรื่องของท่าน สุพิศาล ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ที่ท่านบอกว่าท่านรอมาปีกว่าแล้ว ด้วยความเคารพ ผมไม่อยากนำเรื่องนี้เข้ามาพิจารณากันในสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกหลายท่าน ก็มีความคิดเห็นเหมือนกัน ดังนั้นจริง ๆ แล้วมันจึงเป็นสาเหตุที่เรื่องนั้นยังค้างมาปีกว่า ๆ ส่วนตัวผม ผมยืนยันนะครับว่า ผมจะขอท่านประธานและที่ประชุม ขอเปลี่ยนระเบียบวาระ ดังที่ได้นำเรียนไปเบื้องต้น ขอบพระคุณครับ🔗
ยังยืนยันไหมครับ ท่านสุพิศาล🔗
กราบเรียน ท่านประธานครับ ผมยังยืนยันด้วยความจำเป็น ผมเคารพในวิป (Whip)🔗
ครับ ก็จะดำเนินการให้ไป ตามมติของเรานะครับ เชิญท่านจุลพันธ์🔗
ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ก็ต้องขอความกรุณาท่านประธาน เมื่อมีญัตติก็อยากจะให้มีการนำเสนอความคิดเห็นในทั้ง ๒ ฝั่งฝ่ายก่อนที่จะมีการลงมติกัน🔗
ผมคิดว่าขอเลื่อน อนุญาตให้คุณจุลพันธ์ให้ความเห็นได้ครับ เดี๋ยวขออนุญาตให้ฝ่ายรัฐบาลอีกท่านหนึ่งครับ🔗
ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วต้อง แจ้งความชัดเจนในเรื่องของญัตติทั้ง ๒ ฝั่งก่อน ทางฟากฝั่งของรัฐบาลโดยทางท่านอรรถกร ด้วยความเคารพท่านก็เสนอให้มีการเลื่อนระเบียบวาระโดยเอาเรื่องของเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment complex) ขึ้นมาพิจารณาในวันพรุ่งนี้ ส่วนของท่านสุพิศาล ผมเข้าใจว่าเป็นการเสนอให้คงตามวาระเดิมนะครับ ไม่มีการเลื่อนเรื่องใด เป็นการคงตาม วาระเดิม เพื่อให้พิจาณาเรียงตามลำดับความสำคัญที่ได้เข้ากันมา ซึ่งต้องเรียนต่อ ท่านประธานอย่างนี้ครับ ผมเองเห็นด้วยกับท่านสุพิศาล เพราะว่าจริง ๆ แล้ววาระ ในวันพฤหัสบดีเรายังมีเรื่องคงค้างที่ยังเป็นเรื่องรับทราบอีกจำนวนมาก ถ้าท่านประธาน ดูจำนวนเรื่องรับทราบที่ค้างอยู่ในสภาผู้แทนราษฎรในขณะนี้พิจารณาอีกประมาณเดือนหนึ่ง ผมว่าเราไม่สามารถดำเนินการผ่านเรื่องรับทราบทั้งหลายไปได้จนจบนะครับ มันใช้เวลา อีกเยอะ ก็อยากจะให้ดำเนินการในเรื่องรับทราบนี้ให้จบนะครับ แล้วต่อด้วยเรื่องด่วน ซึ่งเรื่องด่วนมีอีกหลายเรื่องครับ ต้องเรียนด้วยความเคารพครับ ผมก็เห็นความสำคัญนะครับ เรื่องของเอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment complex) ที่จะดึงขึ้นมา เพราะว่าจะเป็นการสร้างแหล่งรายได้ในอนาคตของประเทศ แต่อย่างไรก็ตามมันยังไม่มี ความเร่งด่วนไปกว่าหลาย ๆ เรื่องครับ เช่น เรื่องที่คุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว ได้นำเสนอ ต่อท่านประธานสภาไว้เป็นญัตติด่วน เรื่องเกี่ยวกับการขอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา สอบหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระบวนการบังคับใช้กฎหมายที่ล้นเกิน อันนี้เป็นเรื่องที่อยู่ ในกระแสสังคมและเป็นเรื่องด่วนครับ เราจะเลื่อนเรื่องที่ไม่ด่วนมาก่อนหน้าต้องมีเหตุผล เพียงพอ ก็อยากจะฝากผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกในที่ประชุมนะครับ อยากให้ คงตามระเบียบวาระเดิม และต้องเรียนอย่างนี้ครับ ท่านประธานครับ จริง ๆ เรื่องนี้เป็นเรื่อง ที่พิจารณาในวันพรุ่งนี้ ไม่มีความจำเป็นเราต้องมาเลื่อนกันตอนนี้ก็ได้ครับท่านประธาน ถ้าเราจะถอนไปก่อน แล้วเสนอเลื่อนในวันพรุ่งนี้ ในวันพฤหัสบดี เพราะเรื่องนี้เป็นญัตติ ทั่วไปที่ไม่ใช่ พ.ร.บ. ซึ่งไม่ขัดต่อข้อบังคับในการเลื่อนในวันเดียวกันและพิจารณา ในวันเดียวกัน ถ้าจะเป็นไปได้ก็รอวันพรุ่งนี้ครับ เสนอเลื่อนวันพรุ่งนี้ก็ดำเนินการได้ เช่นเดียวกันครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณทุกฝ่ายนะครับ ก็ดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบวาระของสภานะครับ เมื่อมีผู้เสนอขอเลื่อน อีกฝ่ายหนึ่ง ไม่เห็นด้วย ก็เป็นเรื่องปกตินะครับที่เราก็เคยทำมา แต่โดยทั่วไปแล้วจะมีการหารือกันก่อน จึงไม่ค่อยมีข้อขัดแย้งว่าจะเลื่อนอะไรขึ้นมา แต่เมื่อวันนี้ไม่ได้หารือกัน แล้วก็ฝ่ายหนึ่ง ขอเลื่อนญัตติ อีกฝ่ายหนึ่งไม่เห็นด้วย ก็จำเป็นต้องขอมติที่ประชุมนะครับ ขอเชิญสมาชิก เข้ามาเพื่อขอมตินะครับ🔗
สมาชิกเข้ามากรุณา แสดงตนเพื่อถามมติที่ประชุมนะครับ ท่านที่เข้ามาก็กดปุ่มเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ อยากให้เรื่องผ่านไปเร็วก็ช่วยกันกดบัตรให้ครบองค์ประชุมและลงมตินะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ๐๒๘ ขอแสดงตนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสายัณห์ ยุติธรรม ๔๑๒ แสดงตนครับ🔗
ท่านประธานครับ ๓๗๔ แสดงตนครับ🔗
เจ้าหน้าที่รวมตัวเลข ไว้ด้วยนะครับ รบกวนเพื่อน ๆ ที่รับประทานอาหารเช้าอยู่หรืออยู่ข้างนอก โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ ในห้องกรรมาธิการนะครับ ขอเวลาเล็กน้อยเพื่อมาตรวจสอบองค์ประชุมครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ ผม นิโรธ สุนทรเลขา ขอท่านประธานกรุณารอสักครู่นะครับ ท่านสมาชิกกำลังลงมาจาก ห้องกรรมาธิการครับ ขอบพระคุณอย่างสูงครับ🔗
รอครับ ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกพร้อมพอสมควรแล้วหรือไม่ครับ ผู้ที่รับบัตรก็หมดแล้วนะครับ ข้างหลังที่เพิ่งเข้ามา เชิญนะครับ🔗
ถ้าพร้อมแล้วขอปิด การแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุมที่กดบัตรแสดงตนในขณะนี้ ๒๖๔ คน ครบองค์ประชุมครับ บวกกับ ๔ ที่ประกาศแสดงตนทางเสียง เป็น ๒๖๘ ครับ🔗
สมาชิกที่เพิ่งเข้ามา ผมเรียนให้ทราบว่ามีการเสนอเลื่อนระเบียบวาระโดยคุณอรรถกร ขอเลื่อนระเบียบ วาระที่ ๑๙๓ ขึ้นมาพิจารณาต่อจากวาระที่ ๒.๑ ในวันพรุ่งนี้ ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ไม่เห็นด้วย จึงต้องขอมติที่ประชุมว่า จะเห็นด้วยกับการเลื่อนญัตติตามที่คุณอรรถกร เสนอหรือไม่ เรื่องที่ ๑๙๓ เพื่อความเข้าใจนะครับ คือญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการเปิดสถานบันเทิงแบบครบวงจร วงเล็บภาษาอังกฤษ เอ็นเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ (Entertainment Complex) เพื่อหาแหล่งรายได้ใหม่จากนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งคุณภาคภูมิ บูลย์ประมุข และคุณอรรถกร ศิริลัทธยากร เป็นผู้เสนอ ดังนั้นจึงต้องขอมติว่าจะเห็นด้วยกับการเลื่อนญัตติ ตามที่คุณอรรถกรเสนอหรือไม่ หรือเห็นด้วยกับท่านสุพิศาลให้คงไว้ตามวาระเดิม คือไม่เห็นด้วยกับการเลื่อนญัตติ ขอเชิญสมาชิกลงมติครับว่า ถ้าเห็นด้วยกับ คุณอรรถกรเสนอญัตติกดปุ่มเห็นด้วย ถ้าไม่เห็นด้วย คือเห็นด้วยกับท่านสุพิศาล แต่ไม่เห็นด้วยกับคุณอรรถกรกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม เกษม ศุภรานนท์ ๐๒๘ เห็นด้วยกับการเลื่อนญัตติครับ🔗
ครับ ท่านสมาชิกพร้อม หรือไม่ครับ พร้อมปิดการลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๑๖ ท่าน เห็นด้วย ๒๓๕ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๘๐ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน มติที่ประชุมเห็นด้วย ให้เลื่อนระเบียบวาระตามที่เสนอครับ🔗
ผมขออนุญาตไปในวาระ ต่อไปคือการพิจารณาเรื่องด่วน แต่ขอเรียนเชิญนะครับว่าสมาชิกทางสภายินดีอย่างมาก ที่ใช้ร่วมกันเพื่อเราใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ เช่นที่ท่านสมาชิกได้เสนอตอนหารือว่าเรื่องที่ กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วเป็นผลงานของท่านแท้ ๆ เลยครับ ควรจะได้มีการพิจารณา ให้ผ่านไปเพื่อเป็นประโยชน์ในการที่จะนำเรื่องเหล่านั้นเสนอไปยังผู้รับผิดชอบ ดังนั้น ในวันศุกร์ขอความร่วมมือพวกเรามา และกรรมาธิการก็เตรียมตัว และอย่างที่ท่านเสนอ คำปรึกษาว่าเราได้ใช้เวลาเรื่องเหล่านั้นมาก ดังนั้นในเวลาที่จะแจ้งเพื่อให้สภารับทราบ ให้ความเห็นชอบไม่ควรที่จะย้อนกลับไปสู่วาระที่ ๑ อีกครั้งหนึ่ง มันจะได้ประหยัดเวลา อันนี้ก็เป็นเรื่องที่อยากจะขอความร่วมมือพวกเรานะครับ ทางสภาพร้อม ผมไม่อยากให้เป็น เหมือนอย่างบางช่วงในอดีตที่พอสิ้นสมัยประชุมหรือหมดวาระสภาเรื่องค้างเป็น ปึกใหญ่เลยครับ เพราะว่าเหมือนหนึ่งเราไม่ให้ความสำคัญกับงานที่เราทำด้วยตัวเอง ดังนั้น ขอความร่วมมือพวกเราว่าร่วมกันพิจารณา แล้วก็ให้เกียรติพวกเราว่าเวลาพิจารณาแต่ละ เรื่องกรุณาอย่าใช้เวลามากเกินไปครับ เพราะว่ามันจะไม่กินเวลาอื่น ๆ ไปมาก อันนี้ก็ขอความร่วมมือพวกเราเป็นการภายใน เพื่อเราจะได้ร่วมกันให้ผลงานที่ท่านสมาชิก ได้ทำเอาไว้ได้ปรากฏออกไปครับ🔗
ขออนุญาตหารือท่านครับ🔗
เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับท่านประธานที่ท่านประธานได้นำเสนอแนวทางที่จะทำให้ เรื่องคั่งค้างได้พิจารณาได้หมดสิ้น แล้วก็รวดเร็ว แต่ผมอยากจะขอร้องทางสมาชิก ขอร้องว่า อย่าได้เอาเรื่องด่วนเอามาข้าม เอาด่วนเอามาทับ ๆ จนเรื่องที่รออยู่ก็รออยู่เป็นปี ๆ นะครับ ผมไม่เห็นด้วยว่าจะเอาเรื่องด่วนเข้ามาเยอะ ๆ ให้เป็นครั้งสุดท้ายนะครับ ถ้ายังมีเรื่องด่วนอีก ผมจะนับองค์ประชุมตลอดครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปจะเป็นเรื่องด่วน🔗
ท่านประธานครับ ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ครับ🔗
ท่านชูวิทย์เชิญครับ🔗
ท่านประธานผมฝากข้อสงสัยว่า เราลงมติเช็ก (Check) องค์ประชุมได้ ๒๖๔ แต่เมื่อการกดลงคะแนน เห็นด้วย ๒๓๖ พวกผมไม่เห็นด้วย ๘๐ ซึ่งการเช็ก (Check) องค์ประชุมที่ผ่านผมคิดว่ามันน่าจะมีการกดบัตร แทนกัน ทำให้คะแนนที่ผิดไปเยอะแยะเลยครับ ฝากท่านประธานด้วยครับ🔗
คุณชูวิทย์ครับ เวลาเราตรวจองค์ประชุมเราให้กดบัตร มีบางท่านไม่กดบัตรนะครับ เพื่อไม่ให้ครบ องค์ประชุม ส่วนใหญ่ก็กดบัตร แต่เวลาลงมติทุกคนก็ลงมติ หรือเวลาเราตรวจองค์ประชุม มีคนอีกส่วนหนึ่งยังไม่เข้ามา เมื่อเขาเข้ามาทีหลังเขาไม่ได้กดบัตรตอนต้น แต่เขาลงมติ ในเรื่องนั้นได้ อันนี้ไม่ต้องไปกังวลนะครับ ตัวเลขเหล่านี้มันไม่สามารถที่ใครไปบิดเบือนได้ แต่การไปกดบัตรแทนกันผิดนะครับ หมดสมาชิกภาพเลยนะครับ อันนี้ที่เตือนเอาไว้ตั้งแต่ต้น แล้วก็ผมไม่เตือนซ้ำเพราะว่าเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายรู้ดีอยู่แล้ว มันมีคดีตัวอย่างเกิดขึ้นแล้ว ต้องระวังนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ🔗
ครับ🔗
ขอบคุณครับท่านประธานครับ ผม ไพบูลย์ นิติตะวัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคพลังประชารัฐ ขอรบกวนนิดเดียวเอง ท่านประธานถ้าเกิดมีการนับองค์ประชุมไม่ว่าครั้งใดก็ตาม ผมอยากให้มีการเผยแพร่รายนาม ผู้ที่ไม่ร่วมประชุมซึ่งจะได้เห็นนะครับ เพราะว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านขาดประชุมกันมากที่สุด ท่านประธานครับ เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเหมือนกันครับ🔗
คุณไพบูลย์ครับ🔗
ขออนุญาตประท้วงท่านประธาน ท่านประท้วงครับ มันเกี่ยวอะไรกับผม ท่านประธานครับ🔗
คุณไพบูลย์ครับ ผมขออย่างนี้ถอนก็แล้วกันครับ ที่บอกพรรคร่วมฝ่ายค้าน🔗
คนชื่อไพบูลย์นี้มันแย่จริง ๆ🔗
คุณไพบูลย์ ถอนนะครับ พอครับ🔗
ท่านประธานครับ ประท้วงขอให้ถอนครับ🔗
ถอนนะครับ ถอนคำพูด ผมมีหน้าที่ผมดูแลเอง คุณไพบูลย์ถอนนะครับ🔗
ครับ🔗
ใช้คำว่า ถอน นะครับ🔗
ท่านประธาน ผม ครูมานิตย์ ครับ🔗
ท่านไพบูลย์ครับ ขอถอนนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออภัยครับ ถอนตรงไหนครับท่านประธาน🔗
ถอนที่บอกว่าพรรคร่วม ฝ่ายค้านขาดประชุม🔗
ผมขอถอนครับ ผมขอให้ ท่านประธานในโอกาสต่อไป🔗
พอแล้วครับ ผมขอเข้าสู่ ระเบียบวาระประชุมครับ ผมไม่ให้พูดต่อครับ เพราะว่าได้ให้ถอนแล้วครับ ไม่ต่อครับ คุณจุลพันธ์ไม่ครับ พอแล้วครับ🔗
สิทธิของสมาชิกครับท่านประธาน🔗
พอแล้วครับ ต่อไป ขออนุญาตที่ประชุมนะครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
พอแล้วครับ ขอเรื่องด่วน ร่างพระราชบัญญัติเครื่องสำอางครับ ต่อจากการประชุมครั้งที่แล้ว ผมขอเชิญผู้ที่มาชี้แจง ดังต่อไปนี้ คุณจุลพันธ์พอแล้วครับ ไม่ครับ ผมถือว่าผมวินิจฉัยแล้วว่าไม่ควรพูดคำนั้น กล่าวหา เพราะฉะนั้นให้เขาถอนแล้ว เมื่อถอนแล้วก็จบครับ พอแล้วครับ คุณจุลพันธ์ เป็นผู้ใหญ่พอสมควรแล้วครับ พอเข้าใจกันแล้วครับ ต่อไปผมขออนุญาตไปเรื่อง ประท้วงเชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ท่านประธานต้องให้สิทธิท่าน🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกพรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ ในฐานะวิป (Whip) ฝ่ายค้านพวกผมเป็นเสียงข้างน้อย เราใช้กลไกในการตรวจสอบรัฐบาล มันเป็นสิ่งที่พวกผม ต้องทำโดยชอบตามข้อบังคับ และกฎระเบียบของสภาผู้แทนราษฎร แต่มีการกล่าวหาว่า พวกผมขาดประชุม ท่านเห็นผมขาดประชุมวันไหน ผมนั่งตั้งแต่เช้าจรดเย็น🔗
เรียบร้อยแล้วครับ🔗
ท่านประธานครับ อย่างนี้การประชุม เดินต่อไม่ได้ ผมขอเสนอนับองค์ประชุมด้วยการขานชื่อครับ🔗
พอแล้วครับ คุณจุลพันธ์ เมื่อสักครู่นี้ได้ให้โอกาสในการที่ชี้แจง แล้วก็ถอนเรื่องแล้วครับ เพราะฉะนั้นก็ควรจะจบ แค่นั้น อย่าไปต่อประเด็นเลยครับ เราทำงานประชาชนก็จับตามองพวกเราอยู่ อย่าทำให้ มันเกิดความวุ่นวายโดยไม่จำเป็นนะครับ ผมก็รู้ว่าไม่เหมาะสมที่ไปว่าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง นี่ไม่เหมาะสม และผมถือว่าเป็นสิทธิท่านจะมาประชุมหรือไม่ ก็เป็นสิทธิเป็นเรื่อง ความรับผิดชอบต่อหน้าที่ เพราะฉะนั้นอย่าไปทำให้เรื่องมันบานปลายเลยครับ เขาก็ถอนแล้วครับ🔗
ผมเสนอนับองค์ประชุมด้วยการ ขานชื่อมีผู้รับรองถูกต้อง ขอท่านประธานดำเนินการตามระเบียบการประชุมด้วยครับ🔗
ครับ ผมดำเนินการให้ ตามที่ต้องการ ถ้าขอร้องไม่ฟังก็ดำเนินการไปตามนั้นนะครับ ส่วนที่เราต้องการทราบชื่อ ใครมาประชุม ปกติไม่ได้ปกปิดหรอกครับ ปกติก็เปิดเผยอยู่แล้ว เพียงแต่ว่าสภาไม่ได้ ไปประกาศ ไม่จำเป็นต้องไปประกาศ เพราะถือว่าพวกเราส่วนใหญ่ก็เป็นผู้ที่ พูดง่าย ๆ ก็คือ เป็นผู้แทนราษฎร ไม่ใช่ธรรมดานะครับ มีวุฒิภาวะพอสมควร ไม่ใช่เด็กเล็ก ๆ ที่จะมาเล่น เกเรเกตุงอะไรกันอย่างนั้น เราต้องโตเป็นผู้ใหญ่พอ แม้บางเรื่องจะเป็นเรื่องที่น่ารำคาญ เป็นเรื่องที่เรารู้สึกว่าไม่พอใจ แต่ว่าบางทีในระดับความเป็นผู้แทนราษฎรก็ต้องอดทน เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและส่วนรวม ต้องมองด้วยพี่น้องประชาชนที่เขาเลือกเรา เข้ามานะครับ อันนี้ผมไม่ได้ไปตำหนิใคร แต่ผมคิดว่าบางครั้งมันไม่มีอะไรที่เราพอใจหมด หรอกครับ แต่ว่าในระบบนี้เรามีสิทธิในการที่จะอธิบายชี้แจงด้วยเหตุด้วยผล เมื่อเราฟังกัน แล้วจบก็จบ แต่ว่าถ้าเราตีรวนกันไม่มีใครได้เลยนะครับ ไม่มีใครได้เลย ทุกฝ่ายเสื่อมเสีย ประชาชน เสียหาย ประเทศชาติไม่ได้อะไร เวลาที่เราทำงานมีค่า ผมย้ำตลอดเวลา เวลาเป็นของมีค่า ไม่ควรที่จะทำให้มันสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ แต่ถ้าเราต้องการ เนื่องจากข้อบังคับ มันเปิดโอกาสให้เราทำอะไรได้ แต่ว่าคุณจุลพันธ์ต้องเข้าใจนะครับ🔗
ผมเข้าใจท่านประธานครับ และผมยืนยันครับ ท่านประธานพวกผมดำเนินการประชุมด้วยความเรียบร้อยมาโดยตลอด ถึงแม้จะเป็นเสียงข้างน้อย เราก็ทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน และเพื่อให้งานสภา มันเดินหน้าได้ แต่เมื่อฝั่งรัฐบาลโยนระเบิดมาอย่างนี้ครับ ไม่มีเหตุไม่มีผลอยู่ดี ๆ ลุกขึ้นมาว่ากันดื้อ ๆ ดำเนินการประชุมไม่ได้ครับ ถ้าเราความเห็นต่างกันขนาดนี้ ผมขอให้ดำเนินการนับองค์ประชุมครับ ขอท่านประธานโปรดดำเนินการครับ🔗
คุณจุลพันธ์ยังยืนยัน ไหมครับ ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่า🔗
ยืนยันครับท่านประธาน🔗
เอาละครับถ้ายืนยัน แต่ผมเรียนว่าผมก็ไม่เห็นด้วยที่ท่านไพบูลย์พูดอย่างนั้น เลยต้องให้เขาถอน ท่านก็ถอนแล้ว ก็ควรจะจบ ผมแนะนำเพื่อทำงาน เชิญครูมานิตย์ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม จากสุรินทร์ ผมไม่ปฏิเสธของท่านจุลพันธ์ แต่ว่าอยากเรียนผ่านท่านประธาน ไปนิดหนึ่ง คือที่ท่าน ส.ส. ไพบูลย์พูดขึ้นมาพวกเรารับไม่ได้ เดี๋ยวประชาชนจะเข้าใจว่า พวกเรานั้น ฝ่ายค้านไม่รับผิดชอบ ซึ่งจริง ๆ แล้วเรารับผิดชอบมากกว่าฝ่ายรัฐบาล มาโดยตลอด แต่ว่าการพูดลักษณะแบบนี้ แล้วก็เป็นบ่อยครั้งที่การแสดงพฤติกรรมของ คุณไพบูลย์ไม่เหมาะกับการนั่งในสภาแห่งนี้ ถอนยังไม่พอครับ ถ้าเป็นไปได้ไปนั่งหน้าบัลลังก์ และเอาดอกไม้มากราบขอโทษพรรคฝ่ายค้านนะครับ และผมจะขอร้องให้คุณจุลพันธ์ถอน ไม่ได้ท่านประธาน คนแบบนี้มันใช้ไม่ได้มาตลอด ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณมากครับ คุณจุลพันธ์เสนอให้นับคะแนนโดยวิธีเรียกชื่อ ทางฝ่ายนี้ว่าอย่างไรครับ เชิญครับ🔗
ตกลงท่านประธานมีวินิจฉัยอย่างไรครับ🔗
ถ้าเราไม่มีความเห็น อย่างอื่น ผมก็จะเรียกองค์ประชุมด้วยการเรียกชื่อครับ🔗
ฉะนั้นผมขออนุญาตท่านประธาน ผม นิโรธ สุนทรเลขา จะขอแสดงความคิดเห็นกับท่านประธานสัก ๒ ประเด็น🔗
ประเด็นแรกการขอนับองค์ประชุมนะครับท่าน ระเบียบวาระของการประชุม ของสภาผู้แทนราษฎรไม่มีระเบียบข้อไหน ถึงแม้จะอ้างเอกสิทธิ์ของผู้แทนราษฎร เอกสิทธิ์นั้นเป็นเอกสิทธิ์ตามปัจเจกบุคคลทั่วไป เอกสิทธิ์นั้นต้องอยู่ภายใต้ระเบียบข้อบังคับ ขององค์กรนั้น ๆ เพราะฉะนั้นท่านประธานจะวินิจฉัยนอกเกินระเบียบข้อบังคับก็ไม่ได้ จะถือว่าเป็นเสนอญัตติ นิยามของคำว่า ญัตติ ก็คือการเสนอเรื่องราวให้กับสภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาหารือพูดคุยกันในเนื้อหาสาระ แล้วก็ลงมติ ประเด็นที่ว่าศาลรัฐธรรมนูญตัดสินว่า องค์ประชุมนั้น ต้องครบตลอดระยะเวลาการประชุม คณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับ ก็นำเรื่องนี้เข้ามาปรึกษาหารือ จึงเป็นออกระเบียบข้อบังคับมาข้อหนึ่งว่า ต่อไปถ้าจะมี การลงมติ จะต้องมีการเช็ก (Check) องค์ประชุม ซึ่งได้ล้อกับคำพิพากษาของศาลมาแล้ว นี่คือประเด็นที่ ๑ ว่าไม่มีระเบียบข้อบังคับไหน ให้ขอเช็ก (Check) องค์ประชุมระหว่าง ทำการประชุม🔗
ประเด็นข้อ ๒ ผมก็จะขอกราบเรียนนะครับว่า ผมก็จะเสนอให้มีการนับ องค์ประชุมแบบกดเครื่องครับ ขอผู้รับรองครับ🔗
ขอผู้รับรองนะครับ🔗
ท่านประธานกรุณาพิจารณาวินิจฉัย ตั้งแต่ข้อ ๑ และข้อ ๒ ครับ ขอบคุณครับ🔗
ผมเรียนอย่างนี้ครับ จริง ๆ แล้วข้อบังคับอาจจะไม่ชัดถึงขนาดนั้นนะครับ แต่การเสนอญัตติตรวจสอบ องค์ประชุมมันทำได้ ถ้าเราไปดูข้อบังคับในอดีตก็คล้าย ๆ กัน ทำได้ครับ แต่ว่าโดยทั่วไปแล้วเขาไม่ทำกันฟุ่มเฟือย เขาทำกันบางกรณี เพื่อเป็นการแสดงการตรวจสอบในวิถีทางประชาธิปไตย แต่ก็ไม่ทำกัน ฟุ่มเฟือยบ่อย ๆ ทุกเรื่องหรือทำไม่มีเหตุผล เพราะมันเสียหายต่อเวลาที่เสียไป แต่ว่า ทำได้ครับ แต่ว่าเมื่ออีกฝ่ายหนึ่งไม่เห็นด้วย ก็ต้องขอความเห็นที่ประชุมว่าฝ่ายหนึ่งเสนอให้ ตรวจสอบองค์ประชุมด้วยการเรียกชื่อ อีกฝ่ายหนึ่งคุณนิโรธเสนอว่าให้ตรวจสอบด้วยการ กดบัตร ผมต้องขอมติจากที่ประชุมนะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่า ท่านประธานวินิจฉัยนอกแนวทางประเพณีที่เราเคยปฏิบัติมานะครับ การขอนับองค์ประชุม มันเป็นเอกสิทธิ์ ถ้าแบบนี้ก็ไม่มีการนับองค์ประชุมอีกต่อไป แล้วก็จะมีคนนั่งในห้องประชุม ไม่กี่คนครับท่านประธาน อย่าให้เสียประเพณีเลยครับ คือในเมื่อเขาขอนับก็ให้เขานับสิครับ จะมาโหวตเอาเสียงข้างมาก เอามาชนะคะคานกันแบบนี้ เสียประเพณีการประชุม สภาผู้แทนราษฎรที่ปฏิบัติมาเป็นร้อย ๆ ปี ขอให้ท่านประธานวินิจฉัยด้วยนะครับ ไม่ได้นะครับ จะมาโหวตแข่งกันไม่ได้ครับเรื่องนี้ ถ้าทำผิดผมยื่นศาลรัฐธรรมนูญนะครับ ท่านประธาน🔗
คืออย่างไรก็ต้องนับครับ แต่นับด้วยวิธีไหน ท่านพิเชษฐ์ครับ ผมไม่ได้สั่งไม่ให้นับนะครับ และผู้เสนอนั้นไม่ได้บอกว่า ไม่ให้นับ เขาบอกว่าให้นับด้วยวิธีกดบัตร เพราะฉะนั้นต้องขอมติว่าจะเห็นด้วยให้นับคะแนน ด้วยวิธีขานชื่อหรือด้วยวิธีกดบัตร ขอเชิญท่านสมาชิกเข้ามาเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมครับ🔗
ท่านชินวรณ์มีอะไรเชิญ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อนอื่น ผมอยากจะกราบเรียนกับท่านประธานว่า ผมเคารพในการเสนอความคิดเห็นของ เพื่อนสมาชิกทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ในช่วงที่ผ่านมาครับ แต่ผมอยากจะกราบเรียนว่า ที่ท่านจุลพันธ์ได้ลุกขึ้นในการขอตรวจสอบองค์ประชุมนั้นก็เป็นสิทธิของท่าน🔗
ท่านชินวรณ์ครับ🔗
ผมกำลังหารือนิดเดียวครับ ท่านประธาน เพราะท่านจุลพันธ์ได้ให้ความร่วมมือในการที่จะขับเคลื่อนในการทำงาน ในรัฐสภานี้ให้มีประสิทธิภาพโดยตลอดนะครับ ผมคิดว่าเมื่อทั้ง ๒ ฝ่ายเสนอญัตติในการที่จะ ให้มานับคะแนน เป็นเรื่องที่เรารู้เป้าหมายของแต่ละฝ่ายชัดเจนว่าที่จะต้องมาใช้เวลา สภาแห่งนี้🔗
ท่านประธานครับ ประเดิมชัยประท้วง ประท้วงผู้ที่หารือ🔗
เพราะฉะนั้นผมยังเชื่อมั่นว่า ท่านจุลพันธ์จะรับฟังความคิดเห็นที่ผมขอร้องอีกครั้งหนึ่งว่า ณ วันนี้เราต้องการที่จะให้ สภาเดินไปข้างหน้าครับ🔗
ท่านชินวรณ์ครับ🔗
ถึงแม้ว่าความคิดเห็น ของแต่ละฝ่ายอาจจะไม่ตรงกัน🔗
ท่านประธานครับ ถ้าปล่อยให้พูดไปอย่างนี้เสียหายครับ ประเดิมชัยประท้วงท่านประธานครับ🔗
เป็นเรื่องธรรมดา แต่ว่าประสิทธิภาพ🔗
ผมคิดว่าไม่มีขั้นตอน ที่อภิปรายแล้วนะครับ ต่อไปนี้ก็คือรอองค์ประชุม แล้วก็ถามมติว่าจะเห็นควรตรวจสอบ องค์ประชุมด้วยวิธีขานชื่อ หรือด้วยวิธีกดบัตรลงคะแนน ท่านชินวรณ์จบแล้วนะครับ ไม่อภิปรายแล้วครับ🔗
ผมเพียงแต่ขอร้องว่า ถ้าถอนญัตตินี้ได้🔗
ท่านชินวรณ์ครับ อย่าไปขอร้องครับ🔗
เชิญครับ🔗
ขออนุญาตประท้วง ท่านประธานครับ เพราะว่าเมื่อสักครู่ ขออนุญาตเอ่ยนาม ทางท่านชินวรณ์ได้กล่าวพาดพิง ทำให้ท่านจุลพันธ์เสียหาย โดยใช้คำพูดคำว่าไม่ให้ความร่วมมือ มีคำพูด ท่านประธาน ถอดเทป (Tape) ได้ครับ ผมขออนุญาตให้ทางคุณชินวรณ์ถอนครับ🔗
ผมฟังอยู่ครับ ท่านบอกว่า ให้ความร่วมมือครับ🔗
ไม่ให้ครับ🔗
ให้ครับ ท่านครับ ผมยุติธรรมครับ ท่านบอกว่าที่ผ่านมาท่านจุลพันธ์ให้ความร่วมมือในการประชุม🔗
แต่ท่านบอกว่า ครั้งนี้ไม่ให้ความร่วมมือ ถ้าคุณจุลพันธ์ไม่ถอนก็ทำให้สภาเดินหน้าไปไม่ได้ ท่านประธาน เปิดเทป (Tape) ฟังดูก็ได้🔗
คุณชินวรณ์พูดอย่างนั้น หรือไม่ครับ ถ้าพูดอย่างนั้นต้องถอนครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมขออนุญาต ที่จะกราบเรียนท่านประธานยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่า ผมได้เรียนว่าท่านจุลพันธ์ในฐานะ ที่เป็นวิป (Whip) พรรคร่วม ๓ ฝ่ายด้วยกันกับผมมาตลอด ท่านเป็นคนที่ให้ความร่วมมือ ผมจึงยังมั่นใจที่ผมลุกขึ้นพูดว่าท่านจะช่วยกันในการที่จะทำให้สภามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น แต่ว่าผู้ประท้วงอาจจะฟังไม่ได้ศัพท์แล้วจับไปกระเดียด ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ท่านประเดิมชัยเชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาต ประเดิมชัยครับ ขออนุญาตประท้วง คือคำพูดที่ท่านพูดเสียดสีทำให้ผมเสียหาย ผมก็ฟังด้วยสติสัมปชัญญะ ฟังท่านพูดมาโดยตลอด ท่านพูดในเหตุการณ์ที่ใช้ความคิด ของท่านอย่างต่อเนื่อง ผมยืนยันว่าทำให้ท่านจุลพันธ์เสียหาย จากเหตุการณ์ที่ท่านจุลพันธ์ ได้อาศัยข้อบังคับเพื่อนำเรียนท่านประธานเพื่อให้มีการตรวจสอบองค์ประชุม ซึ่งเป็นไปตาม สิทธิและหน้าที่ตามข้อบังคับการประชุมและบทบัญญัติของกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ให้สิทธิ ของสมาชิกในการที่จะได้ถ่วงดุลในการทำหน้าที่ซึ่งกันและกัน ฉะนั้นการที่ท่านได้ขึ้นมากล่าว อ้างพาดพิงว่าผมฟังไม่ได้ศัพท์แล้วจับเอาไปกระเดียด ขออนุญาตให้ถอนครับ🔗
ท่านชินวรณ์ครับ ความจริงที่ท่านชินวรณ์พูดก็ตรง เพราะว่าท่านไม่ได้บอกว่า ไม่ให้ความร่วมมือ แต่บังเอิญ ท่านประเดิมชัยท่านบอกว่า ท่านชินวรณ์พูดว่า ไม่ให้ความร่วมมือ ซึ่งผมฟังด้วยตัวเอง ก็รู้ว่าท่านไม่ได้พูดว่าอย่างนั้น แต่บังเอิญเมื่อท่านมาชี้แจงท่านก็ไปบอกเขาว่าฟังไม่ได้ศัพท์ จับไปกระเดียด ซึ่งเป็นเรื่องจริงแต่ถอนเสียเถอะครับ ถอนคำนี้เสียดีกว่าเพื่อไม่ให้มีปัญหาครับ🔗
ขอบพระคุณท่านประธาน มากครับ ที่ยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง ขอถอนครับ🔗
กรุณาแสดงตนนะครับ ผมจะสอบถาม แต่ตอนนี้ขอให้พวกเราได้แสดงตนก่อนนะครับ เพราะว่าจะถามมติ อย่างที่เรียนแล้วว่าต้องการให้นับคะแนนใหม่ด้วยวิธีการ คือสิทธิในการตรวจองค์ประชุม นี่มีนะครับ ก็ต้องเข้าใจแต่ว่าขณะเดียวกันเมื่ออีกฝ่ายหนึ่งไม่เห็นด้วยในการที่จะ ให้นับคะแนนด้วยวิธีเรียกชื่อเขาก็มีสิทธิเสนอแล้วญัตติก็มีการรับรอง ประธานก็ต้อง ทำหน้าที่ คือขอมติว่าเราจะมีความเห็นให้มีการลงมติด้วยการตรวจสอบองค์ประชุม ด้วยวิธีการเรียกชื่อ หรือว่ากดบัตรตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ เชิญท่านชาดาครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย คือที่ผมรบกวน ท่านประธาน คือผมความรู้น้อยแล้วผมก็เกิดความสับสน ส.ส. หลายคนก็คิดเหมือนกันว่า ลักษณะนี้เป็นญัตติซ้อนญัตติหรือเปล่า แล้วทำได้ด้วยหรือครับ ในเมื่อมีสมาชิกเสนอจะให้ นับโดยการขานชื่อ แล้วอีกฝ่ายหนึ่งก็เสนอญัตติมาว่าจะขานชื่อหรือกดบัตร ผมไม่ทราบว่า มันจะทำได้หรือไม่ได้ แล้วผมเชื่อว่าหลายคนก็คาใจข้อสงสัย แล้วมันก็จะติดไปว่าทำได้ ไม่ได้ ก็อยากให้ท่านอธิบายให้ชัดเจนว่าทำได้ ไม่ได้ผิดข้อบังคับ เพราะว่าเดี๋ยวเกิดกรณีนี้อีก หลายครั้ง เดี๋ยวก็จะเป็นประเพณีปฏิบัติ อยากทราบความชัดเจนแค่นั้นเองครับ🔗
ขอบคุณท่านชาดาครับ ความจริงผมก็มีข้อข้องใจเรื่องนี้เหมือนกันครับ แต่ว่าที่ผ่านมาโดยทั่วไปนั้นเมื่อมีการเสนอ นับองค์ประชุมด้วยการเรียกชื่ออีกฝ่ายหนึ่งก็จะไม่คัดค้านครับ เพราะฉะนั้นการนับ องค์ประชุมด้วยการเรียกชื่อก็ปฏิบัติไปตามข้อบังคับในสมัยนั้น ผมก็เลยเชิญท่าน รองเลขาธิการ ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องนี้มาสอบถาม ท่านบอกว่าในอดีตนั้นโดยทั่วไปแล้ว อีกฝ่ายหนึ่งก็จะให้นับโดยการเรียกชื่อไม่ไปคัดค้าน แต่เที่ยวนี้อีกฝ่ายหนึ่งไม่เห็นด้วย แล้วเสนอให้นับด้วยวิธีกดบัตร อันนี้ก็คือคำตอบที่เรียนท่านชาดา แล้วก็ท่านสมาชิกทุกคน ผมก็ขอปฏิบัติไปตามนี้นะครับ จะผิด จะถูกอย่างไร ก็ปฏิบัติไปตามนี้ครับ เพราะว่าเป็น แนวที่ปฏิบัติกัน🔗
เข้าใจครับ🔗
ท่านประธานครับ ท่านวินิจฉัยใหม่ ได้นะครับ🔗
ท่านพิเชษฐ์ครับ ด้วยความเคารพต่อความเห็นนะครับ ผมก็ข้องใจ เพราะว่าปกติแล้วเวลานับองค์ประชุม ด้วยการเรียกชื่อ มักจะเรียกชื่อกันไป แต่ว่าผมก็เลยต้องถามคนที่เชี่ยวชาญจริง ๆ ในที่ประชุมในสภานี้ที่อยู่มาตลอดมากกว่าพวกเรา ที่นั่งประชุมอยู่มากกว่าพวกเราคือ ท่านรองเลขาธิการ อย่าเพิ่งนั่นนะครับ อธิบายให้ฟัง ท่านก็อธิบายให้ฟังว่าแนวปฏิบัติ จะเป็นอย่างนี้ ผมก็ถามอย่างที่ท่านพิเชษฐ์พูด ในอดีตจะไม่มีการคัดค้านอีกฝ่ายหนึ่ง พูดง่าย ๆ อีกฝ่ายหนึ่งไม่พอใจ แต่จะไม่เสนอวิธีนับด้วยวิธีอื่น นอกจากให้มีการเรียกชื่อ เที่ยวนี้ ผมก็อยากให้มีการเรียกชื่อนะครับ แต่ว่าเมื่อแนวปฏิบัติเป็นอย่างนี้ ก็ต้องขอมติที่ประชุม ถ้าที่ประชุมอยากให้มีการเรียกชื่อ ที่ประชุมก็ต้องลงมติให้มีการเรียกชื่อในการตรวจ องค์ประชุมนะครับ ทุกฝ่ายนะครับถ้าอยากให้มีการเรียกชื่อ ก็กรุณาลงมติให้การเรียกชื่อ ผมไม่ได้เป็นคนชักชวนให้ท่านทำอย่างนั้น แต่ว่าอยู่ที่เราอยากให้เป็นอย่างไร ท่านอยากให้ มีการเรียกชื่อไหมเหมือนอย่างที่เราต้องการ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะให้ทางประธานวิป (Whip) ฝ่ายรัฐบาลได้พิจารณาว่าวันนี้ท่านเป็นวิป (Whip) ท่านต้องเห็นใจ เวลาเสียไปนิดหน่อยไม่เป็นไร ถ้าท่านสร้างบรรทัดฐานใหม่ความร่วมมือ ในสภานี้จะได้เกิด นับก็นับสิครับ ท่านมาครบอยู่แล้ว มันเป็นวิถีทางสภา🔗
ครับ พอแล้วครับ🔗
ท่านประธานวิป (Whip) ผมอยากให้ ท่านถอนแล้วก็นับครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านพิเชษฐ์ครับ ขอบคุณครับ ท่านนิโรธครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ นิโรธ สุนทรเลขา พรรคพลังประชารัฐ นครสวรรค์นะครับ รับฟังคำชี้แนะ จากทางพรรคฝ่ายค้าน เพื่อที่จะได้ให้การประชุมดำเนินการต่อไปได้ ผมจะขออนุญาต ท่านประธาน เสนอให้พักการประชุมสัก ๑๐ นาที แล้วเพื่อให้วิป (Whip) ๓ ฝ่าย ไปร่วมคุยกัน หารือกัน🔗
ท่านประธาน ประท้วงครับ🔗
เพื่อให้สภาเดินต่อไปได้นะครับ ท่านประธานกรุณาวินิจฉัยด้วยนะครับ🔗
ผมยินดี แต่ว่าจะได้ ประโยชน์อะไรไหม🔗
น่าจะได้ประโยชน์ครับ เพื่อให้สภา เดินต่อไปได้ตามเจตนารมณ์ของท่านประธานครับ🔗
อนุญาตให้ตามผู้ควบคุม เสียงฝ่ายรัฐบาล ขอเวลาพัก ๑๐ นาทีนะครับ ผมให้ ๑๕ นาทีนะครับ🔗
ท่านประธานครับ คุยกัน เรียบร้อยแล้วครับ คุยไม่รู้เรื่องท่านประธานครับ คุยกันหลายรอบแล้วไม่รู้เรื่องครับ ท่านประธานพักประชุม🔗
พัก ๑๕ นาทีครับผม🔗
พักประชุมเวลา ๑๑.๒๓ นาฬิกา🔗
เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๑.๓๔ นาฬิกา🔗
ผู้ควบคุมเสียงมีอะไร รายงานไหมครับ จุลพันธ์เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทยครับ ในฐานะวิป (Whip) ฝ่ายค้าน ได้มีการพูดคุยกันระหว่างวิป (Whip) ทั้งสองฝ่ายในระหว่างที่มีการพักประชุมครับ ท่านประธานครับ ได้เรียนอย่างนี้ครับ ต้องกราบขอบพระคุณทางวิป (Whip) ฝ่ายรัฐบาลนะครับ ท่านประธานวิป (Whip) เองก็มาด้วยตนเอง มาพูดคุยถึงปัญหาที่เกิดขึ้น แล้วก็รับรองว่า จะพยายามไม่ให้มีเหตุการณ์กระทบกระทั่งเกิดขึ้นอีก แต่อย่างไรก็ตามนะครับ ในฐานะ วิป (Whip) ฝ่ายค้าน พวกเรายืนยันว่าเรามีความจำเป็นจะต้องให้มีการนับองค์ประชุมครับ และต้องขอบคุณทางท่านประธานวิป (Whip) ฝ่ายรัฐบาลอีกครั้งนะครับ เพราะว่าท่าน เพื่อรักษาประเพณีปฏิบัติ รักษากลไกการตรวจสอบของฝ่ายค้านท่านเสนอว่าท่านยินดี ที่จะถอนการแสดงตนด้วยการกดบัตรครับ เราก็จะดำเนินการขานชื่อนับองค์ประชุม กันต่อไปครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณนะครับ ท่านผู้ควบคุมเสียงต้องถอนด้วยตัวเองนะครับ คนอื่นถอนแทนไม่ได้🔗
กราบเรียนท่านประธาน ผม นิโรธ สุนทรเลขา พรรคพลังประชารัฐ ผู้ควบคุมเสียงฝ่ายรัฐบาล เมื่อสักครู่ได้คุยกัน กับผู้ควบคุมเสียงทางซีกฝ่ายค้านก็เห็นพ้องต้องกันนะครับ แต่เรื่องการที่จะถอนไม่ให้มี การนับองค์ประชุมแบบเสียบบัตร ผมจะขออนุญาตกราบเรียนเหตุผลอีกนิดเดียวนะครับว่า เรื่องประเพณีมันก็เป็นเรื่องของประเพณี แต่เรื่องของข้อบังคับมันก็เป็นเรื่องของข้อบังคับ เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานเพื่อให้สภานี้เดินไปได้ตามดำริของท่านประธาน ที่ได้พยายามสอนสั่งพวกเรา ผมก็จะขออนุญาตถอนญัตติที่เสนอให้นับองค์ประชุม แบบเสียบบัตรเพื่อให้สภาของเราเดินไปได้ครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณทุกฝ่ายนะครับ ที่ผมเรียนพวกเราย้ำตลอดเวลาก็คืออย่างไรก็นึกถึงประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้งนะครับ อย่างไรก็ตามเพื่อให้กระบวนการตรวจสอบเป็นไปโดยราบรื่นผมขอเชิญตั้งกรรมการ ตรวจการนับคะแนนขององค์ประชุมนะครับ ฝ่ายเลขาเสนอชื่อใครเข้ามา เชิญครับ สำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ที่รอชี้แจงพระราชบัญญัติเครื่องสำอางขออภัยด้วยใช้เวลาตรวจนับ องค์ประชุม แล้วก็หลังจากนั้นก็จะเข้าสู่เรื่องของท่านครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาต หารือท่านประธานนิดเดียวครับ เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะฝ่ายค้าน บรรยากาศ แบบนี้ผมขออนุญาตฝากท่านผู้บริหารพรรคร่วมรัฐบาลนะครับว่า เรื่องอย่างนี้ผมก็เคยเป็น รัฐบาลมาพร้อม ๆ ท่าน แล้วก็เคยเป็นฝ่ายค้านหลายครั้ง วิธีปฏิบัติของท่านไพบูลย์ นิติตะวัน พรรคพระพุทธเจ้านี่ครับ ในพรรคควรจะพูด🔗
ท่านจิรายุครับพอแล้วครับ ผมขอตรวจองค์ประชุม อย่าต่อความยาว🔗
คือฝากเป็นข้อความนิดเดียวครับ🔗
อย่าตั้งประเด็นใหม่เลยครับ จะไม่จบครับ อีกฝ่ายหนึ่งก็จะลุกขึ้นมาตอบ พอแล้วครับ ขอร้องนะครับ สมาชิกครับ ตั้งกรรมการตรวจรายชื่อนะครับ ตรวจผู้ที่มา ไม่มาครับ ถ้าเรียบร้อยกรุณาส่งรายชื่อให้ผมนะครับ กรรมการ ๖ ท่าน ดังต่อไปนี้ นายกองตรี อาญาสิทธิ์ นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม นายปดิพัทธ์ สันติภาดา นายนพ ชีวานันท์ ขอเชิญนะครับ🔗
คณะกรรมการ เข้าประจำที่ และมีเจ้าหน้าที่ประกบเพื่อจะได้ช่วยลำดับเรื่องให้ฟัง ขอเปลี่ยนกรรมการ นายนพ ชีวานันท์ เป็น กิตติ์ธัญญา วาจาดี ขอแนะนำว่าเมื่อเลขาธิการอ่านชื่อท่าน ท่านที่อยู่ก็ต้องกรุณาประกาศว่า อยู่ครับ อย่าไปประกาศว่า ไม่อยู่นะครับ เพราะว่าคน ประกาศอยู่ ๆ แล้ว แต่ว่าเพื่อให้รู้ว่าใครเป็นใคร อยู่ครับนะครับ อย่ามีสร้อย เราจะทำให้ เวลาเร็วขึ้นครับ เลขาธิการพร้อมไหม กรรมการ ๖ ท่านพร้อมแล้วนะครับ ถ้าพร้อมแล้ว เลขาธิการขอเชิญเลยครับ🔗
๑. นายกนก ลิ้มตระกูล🔗
๒. ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน🔗
อยู่ครับ🔗
๓. นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ🔗
๔. นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค🔗
อยู่ครับ🔗
๕. นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา🔗
อยู่ค่ะ🔗
๖. นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล🔗
อยู่ครับ🔗
๗. นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก🔗
อยู่ครับ🔗
๘. นายกฤติเดช สันติวชิระกุล🔗
อยู่ครับ🔗
๙. นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์🔗
๑๐ นายกฤษณ์ แก้วอยู่🔗
อยู่ครับ🔗
๑๑. นางสาวกวินนาถ ตาคีย์🔗
อยู่ครับ🔗
๑๒. นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์🔗
อยู่ครับ🔗
๑๓. นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี🔗
๑๔. นางกันตวรรณ ตันเถียร🔗
อยู่ค่ะ🔗
๑๕. นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย🔗
อยู่ค่ะ🔗
๑๖. นายพิสิฐ ลี้อาธรรม🔗
อยู่ครับ🔗
๑๗. นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ🔗
อยู่ค่ะ🔗
๑๘. นายการุณ โหสกุล🔗
๑๙. นายกิตติ สมทรัพย์🔗
๒๐. นายกิตติกร โล่ห์สุนทร🔗
๒๑. นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์🔗
อยู่ครับ🔗
๒๒. นางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี🔗
อยู่ค่ะ🔗
๒๓. นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์🔗
๒๕. นางสาวกุลวลี นพอมรบดี🔗
อยู่ค่ะ🔗
๒๖. นายกูเฮง ยาวอหะซัน🔗
๒๗. นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม🔗
๒๘. นายเกษม ศุภรานนท์🔗
อยู่ครับ🔗
๒๙. นายเกษม อุประ🔗
๓๐. นายเกษมสันต์ มีทิพย์🔗
อยู่ครับ🔗
๓๑. นายเกียรติ สิทธีอมร🔗
๓๒. นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์🔗
อยู่ครับ🔗
๓๓. นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร🔗
อยู่ครับ🔗
๓๔. ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม🔗
อยู่ครับ🔗
๓๕. นายโกศล ปัทมะ🔗
๓๗. นายขจิตร ชัยนิคม🔗
๓๘. นายขวัญเลิศ พานิชมาท🔗
อยู่ครับ🔗
๓๙. นายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์🔗
อยู่ครับ🔗
๔๐. นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์🔗
อยู่ครับ🔗
๔๑. นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล🔗
๔๒. นายคมเดช ไชยศิวามงคล🔗
๔๓. นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม🔗
๔๔. นายคารม พลพรกลาง🔗
อยู่ครับ🔗
๔๕. นายคำพอง เทพาคำ🔗
๔๖. นายคุณากร ปรีชาชนะชัย🔗
๔๗. นายจตุพร เจริญเชื้อ🔗
๔๘. นายจรัส คุ้มไข่น้ำ🔗
๔๙. นายจรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์🔗
๕๐. ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง🔗
อยู่ครับ🔗
๕๑. นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ🔗
อยู่ค่ะ🔗
๕๒. นายจักรกฤษณ์ ทองศรี🔗
อยู่ครับ🔗
๕๓. นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น🔗
๕๔. นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม🔗
อยู่ครับ🔗
๕๕. นายจักรพันธ์ พรนิมิตร🔗
อยู่ครับ🔗
๕๖. นายจักรัตน์ พั้วช่วย🔗
อยู่ครับ🔗
๕๗. นางสาวจุฑาทัตต เหล่าธรรมทัศน์🔗
๕๘. นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์🔗
๕๙. นายจารึก ศรีอ่อน🔗
อยู่ครับ🔗
๖๑. นางสาวจิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร🔗
อยู่ค่ะ🔗
๖๒. นายจิรทัศ ไกรเดชา🔗
๖๓. นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์🔗
๖๔. นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์🔗
๖๕. นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์🔗
๖๖. นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์🔗
๖๗. นางสาวจิราพร สินธุไพร🔗
๖๘. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์🔗
๖๙. นายจีรเดช ศรีวิราช🔗
อยู่ครับ🔗
๗๐. นางจุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์🔗
๗๑. นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ🔗
อยู่ครับ🔗
๗๒. นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์🔗
อยู่ครับ🔗
๗๓. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์🔗
๗๔. นายจุลพันธ์ โนนศรีชัย🔗
อยู่ครับ🔗
๗๕. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์🔗
อยู่ครับ🔗
๗๗. นางเจริญ เรี่ยวแรง🔗
อยู่ค่ะ🔗
๗๘. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์🔗
๘๐. นายฉลาด ขามช่วง🔗
๘๑. นางสาวชนก จันทาทอง🔗
๘๒. นายชยุต ภุมมะกาญจนะ🔗
อยู่ครับ🔗
๘๓. นายชลน่าน ศรีแก้ว🔗
๘๔. นายชวน หลีกภัย🔗
อยู่ครับ🔗
๘๕. พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์🔗
๘๖. นายชวลิต วิชยสุทธิ์🔗
๘๗. นายชัชวาลล์ คงอุดม🔗
อยู่ครับ🔗
๘๘. นายสวาป เผ่าประทาน🔗
อยู่ครับ🔗
๘๙. นายชัยชนะ เดชเดโช🔗
๙๐. นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์🔗
๙๑. นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์🔗
อยู่ครับ🔗
๙๒ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์🔗
อยู่ครับ🔗
๙๓. นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์🔗
อยู่ครับ🔗
๙๔. นายชาญวิทย์ วิภูศิริ🔗
อยู่ครับ🔗
๙๕. นายชาดา ไทยเศรษฐ์🔗
อยู่ครับผม🔗
๙๗. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ🔗
อยู่ครับ🔗
๙๙. นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ🔗
๑๐๐. นายชูศักดิ์ คีรีมาศทอง🔗
อยู่ครับ🔗
๑๐๑. นายชูศักดิ์ แอกทอง🔗
๑๐๒. นายเชิงชาย ชาลีรินทร์🔗
อยู่ครับ🔗
๑๐๓. นายเชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์🔗
๑๐๔. นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี🔗
อยู่ครับ🔗
๑๐๕. นายโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์🔗
อยู่ครับ🔗
๑๐๖. นายไชยวัฒนา ติณรัตน์🔗
๑๐๗. นายไชยา พรหมา🔗
๑๐๘. นายซูการ์โน มะทา🔗
๑๐๙. นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน🔗
๑๑๐. พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา🔗
อยู่ครับ🔗
๑๑๑. นายฐานิสร์ เทียนทอง🔗
อยู่ครับ🔗
๑๑๒. นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ🔗
อยู่ครับ🔗
๑๑๓. นายฐิตินันท์ แสงนาค🔗
อยู่ครับ🔗
๑๑๔. นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์🔗
อยู่ค่ะ🔗
๑๑๕. นางสาวณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์🔗
๑๑๖. นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ🔗
อยู่ครับ🔗
๑๑๗. นายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์🔗
อยู่ครับ🔗
๑๑๘. นายยุทธนา โพธสุธน🔗
อยู่ครับ🔗
๑๑๙. นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์🔗
๑๒๐. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ🔗
๑๒๑. นายณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์🔗
๑๒๒. นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์🔗
๑๒๓. นายณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี🔗
๑๒๔. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม🔗
๑๒๕. นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ🔗
อยู่ครับ🔗
๑๒๖. นายดล เหตระกูล🔗
อยู่ครับ🔗
๑๒๗. นายดะนัย มะหิพันธ์🔗
๑๒๘. นายดำรงค์ พิเดช🔗
อยู่ครับ🔗
๑๒๙. นายเดชอิศม์ ขาวทอง🔗
๑๓๐. นางสาวตรีนุช เทียนทอง🔗
๑๓๑. นายตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล🔗
๑๓๒. นายไตรเทพ งามกมล🔗
อยู่ครับ🔗
๑๓๓. นายไตรรงค์ ติธรรม🔗
๑๓๕. นางบุญญาพร นาตะธนภัทร🔗
อยู่ค่ะ🔗
๑๓๖. พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ🔗
อยู่ครับ🔗
๑๓๗. นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ🔗
อยู่ครับ🔗
๑๓๘. นายทวีศักดิ์ ทักษิณ🔗
๑๓๙. นายทศพร ทองศิริ🔗
๑๔๐. นายทองแดง เบ็ญจะปัก🔗
๑๔๒. นางสาวทัศนีย์ บูรณุปกรณ์🔗
๑๔๔. นายทายาท เกียรติชูศักดิ์🔗
๑๔๕. นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ🔗
อยู่ครับ🔗
๑๔๖. นายเทวัญ ลิปตพัลลภ🔗
อยู่ครับ🔗
๑๔๗. นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์🔗
อยู่ครับ🔗
๑๔๘. นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร🔗
๑๔๙. นางเทียบจุฑา ขาวขำ🔗
๑๕๑. นายธนกร ไชยกุล🔗
๑๕๒. นางสาวธนภร โสมทองแดง🔗
๑๕๓. นายธนยศ ทิมสุวรรณ🔗
๑๕๔. นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์🔗
อยู่ครับ🔗
๑๕๕. นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ🔗
อยู่ครับ ชื่อ ธนัสถ์ นะครับ🔗
ขออภัยครับ นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ อยู่นะครับ ๑๕๖. นายมานพ คีรีภูวดล🔗
๑๕๗. ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า🔗
อยู่ครับ🔗
๑๕๘. นายธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ🔗
อยู่ครับ🔗
๑๖๐. นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์🔗
๑๖๑. นายธารา ปิตุเตชะ🔗
อยู่ครับ🔗
๑๖๒. นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ🔗
อยู่ครับ🔗
๑๖๓. นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์🔗
๑๖๔. นายธีระ ไตรสรณกุล🔗
๑๖๕. นายธีระ วงศ์สมุทร🔗
อยู่ครับ🔗
๑๖๖. นายธีรัจชัย พันธุมาศ🔗
๑๖๗. นายนพ ชีวานันท์🔗
๑๖๘. นายนพคุณ รัฐผไท🔗
๑๖๙. นายนพดล แก้วสุพัฒน์🔗
อยู่ครับ🔗
๑๗๐. นายนพดล มาตรศรี🔗
อยู่ครับ🔗
๑๗๑. นายนพพล เหลืองทองนารา🔗
๑๗๒. นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา🔗
๑๗๓. นายนริศ ขำนุรักษ์🔗
อยู่ครับ🔗
๑๗๔. นายพรชัย ตระกูลวรานนท์🔗
อยู่ครับ🔗
๑๗๕. นายสมศักดิ์ คุณเงิน🔗
อยู่ครับ🔗
๑๗๖. นายนัทธี ถิ่นสาคู🔗
อยู่ครับ🔗
๑๗๗. นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร🔗
อยู่ครับ🔗
๑๗๘. นายนิกร จำนง🔗
อยู่ครับ🔗
๑๗๙. นายนิคม บุญวิเศษ🔗
๑๘๐. นายนิติพล ผิวเหมาะ🔗
๑๘๑. นายนิพันธ์ ศิริธร🔗
อยู่ครับ🔗
๑๘๒. นายนิยม ช่างพินิจ🔗
๑๘๓. นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล🔗
๑๘๔. นายนิยม เวชกามา🔗
๑๘๕. นายนิรมิต สุจารี🔗
๑๘๖. นายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์🔗
๑๘๘. นายนิโรธ สุนทรเลขา🔗
อยู่ครับ🔗
๑๘๙. นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย🔗
อยู่ค่ะ🔗
๑๙๐. นายบัญญัติ เจตนจันทร์🔗
อยู่ครับ🔗
๑๙๑. นายบัญญัติ บรรทัดฐาน🔗
อยู่ครับ🔗
๑๙๒. นายบัลลังก์ อรรณนพพร🔗
๑๙๓. นายบุญแก้ว สมวงศ์🔗
๑๙๔. นายบุญฐิณ ประทุมลี🔗
๑๙๕. นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา🔗
อยู่ค่ะ🔗
๑๙๖. นางบุญรื่น ศรีธเรศ🔗
๑๙๗. นายบุญลือ ประเสริฐโสภา🔗
อยู่ครับ🔗
๑๙๘. นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์🔗
อยู่ครับ🔗
๑๙๙. นางสาวเบญจา แสงจันทร์🔗
๒๐๐. นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร🔗
อยู่ครับ🔗
๒๐๑. นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล🔗
๒๐๒. นายปฐมพงศ์ สูญจันทร์🔗
อยู่ครับ🔗
๒๐๓. นายปดิพัทธ์ สันติภาดา🔗
อยู่ครับ🔗
๒๐๔. นายประกอบ รัตนพันธ์🔗
อยู่ครับ🔗
๒๐๕. นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ🔗
๒๐๖. นายประทวน สุทธิอำนวยเดช🔗
อยู่ครับ🔗
๒๐๗. นายประภัตร โพธสุธน🔗
ขออนุญาตครับ ๒๐๗. ประภัตร โพธสุธน มาครับ🔗
๒๐๘. นายประภูศักดิ์ จินตะเวช🔗
๒๐๙. นายประมวล พงศ์ถาวราเดช🔗
อยู่ครับ🔗
๒๑๐. นายประสงค์ บูรณ์พงศ์🔗
๒๑๑. นายประสิทธิ์ มะหะหมัด🔗
อยู่ครับ🔗
๒๑๒. นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย🔗
๒๑๓. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง🔗
๒๑๔. นายประเสริฐ บุญเรือง🔗
๒๑๕. นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์🔗
๒๑๖. นายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์🔗
๒๑๗. นายปริญญา ฤกษ์หร่าย🔗
อยู่ครับ🔗
๒๑๘. นายปรีดา บุญเพลิง🔗
๒๑๙. นายปัญญา จีนาคำ🔗
อยู่ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ๒๑๘ ปรีดา บุญเพลิง อยู่ครับ🔗
๒๒๒. นายปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ🔗
๒๒๓. นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช🔗
๒๒๔. นางผ่องศรี แซ่จึง🔗
๒๒๕. นายไผ่ ลิกค์🔗
อยู่ครับ🔗
๒๒๗. นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ🔗
อยู่ครับ🔗
๒๒๘. นายพนิต วิกิตเศรษฐ์🔗
อยู่ครับ🔗
๒๒๙. นายพยม พรหมเพชร🔗
อยู่ครับ🔗
๒๓๐. นายพรชัย อำนวยทรัพย์🔗
อยู่ครับ🔗
๒๓๑. ผู้ช่วยศาสตราจารย์พรชัย อินทร์สุข🔗
อยู่ครับ🔗
๒๓๒. นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์🔗
๒๓๓. นางสาวพรพิมล ธรรมสาร🔗
อยู่ค่ะ🔗
๒๓๔. นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล🔗
๒๓๕. นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ🔗
อยู่ค่ะ🔗
๒๓๗. นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ🔗
๒๓๘. นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์🔗
อยู่ค่ะ🔗
๒๓๙. นายพัฒนา สัพโส🔗
๒๔๐. นายพาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์🔗
๒๔๑. นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์🔗
๒๔๒. นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ🔗
อยู่ค่ะ🔗
๒๔๓. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน🔗
๒๔๔. นายพิเชษฐ สถิรชวาล🔗
อยู่ครับ🔗
๒๔๕. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์🔗
๒๔๖. นายพิบูลย์ รัชกิจประการ🔗
อยู่ครับ🔗
๒๔๗. นางสาวพิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์🔗
อยู่ค่ะ🔗
๒๔๘. นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล🔗
อยู่ค่ะ🔗
๒๔๙. นายพิษณุ พลธี🔗
อยู่ครับ🔗
๒๕๐. นายพีรเดช คำสมุทร🔗
อยู่ครับ🔗
๒๕๑. นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล🔗
อยู่ค่ะ🔗
๒๕๒. นายพีระเพชร ศิริกุล🔗
๒๕๔. นายเพชร เอกกำลังกุล🔗
๒๕๕. นางสุเนตตา แซ่โก๊ะ🔗
อยู่ค่ะ🔗
๒๕๖. นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา🔗
อยู่ค่ะ🔗
๒๕๗. นายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล🔗
๒๕๘. นายไพจิต ศรีวรขาน🔗
๒๕๙. นายไพบูลย์ นิติตะวัน🔗
อยู่ครับ🔗
๒๖๐. นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร🔗
๒๖๑. นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ🔗
อยู่ค่ะ🔗
๒๖๒. นายภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์🔗
๒๖๓. นายภราดร ปริศนานันทกุล🔗
อยู่ครับ🔗
๒๖๔. นางสาวภริม พูลเจริญ🔗
อยู่ค่ะ🔗
๒๖๕. นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข🔗
อยู่ครับ🔗
๒๖๖. นายภาควัต ศรีสุรพล🔗
๒๖๗. นางสาวภาดาท์ วรกานนท์🔗
อยู่ค่ะ🔗
๒๖๘. นายภานุ ศรีบุศยกาญจน์🔗
อยู่ครับ🔗
๒๖๙. นายภาสกร เงินเจริญกุล🔗
อยู่ครับ🔗
๒๗๐. นายภิญโญ นิโรจน์🔗
อยู่ครับ🔗
๒๗๑. นายภูดิท อินสุวรรณ์🔗
อยู่ครับ🔗
๒๗๓. นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์🔗
๒๗๔. นายมณฑล โพธิ์คาย🔗
อยู่ครับ🔗
๒๗๕. นายมณเฑียร สงฆ์ประชา🔗
อยู่ครับ🔗
๒๗๖. นายมนตรี ตั้งเจริญถาวร🔗
๒๗๗. นายมนตรี ปาน้อยนนท์🔗
อยู่ครับ🔗
๒๗๘. นางมนพร เจริญศรี🔗
๒๗๙. นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์🔗
อยู่ครับ🔗
๒๘๐. นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช🔗
อยู่ค่ะ🔗
๒๘๑. นายมานพ ศรีผึ้ง🔗
อยู่ครับ🔗
๒๘๒. นายมานะ โลหะวณิชย์🔗
๒๘๓. นายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์🔗
๒๘๔. นายมานัส อ่อนอ้าย🔗
อยู่ครับ🔗
๒๘๕. นางมารศรี ขจรเรืองโรจน์🔗
อยู่ค่ะ🔗
๒๘๖. นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์🔗
๒๘๗. นางมุกดา พงษ์สมบัติ🔗
๒๘๘. พลตำรวจเอก ยงยุทธ เทพจำนงค์🔗
อยู่ครับ🔗
๒๘๙. นายยงยุทธ สุวรรณบุตร🔗
อยู่ครับ🔗
๒๙๐. นายยรรยงก์ ถนอมพิชัยธำรง🔗
อยู่ครับ🔗
๒๙๑. นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน🔗
อยู่ครับ🔗
๒๙๒. นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร🔗
๒๙๔. รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ🔗
อยู่ครับ🔗
๒๙๕. นายรณเทพ อนุวัฒน์🔗
อยู่ครับ🔗
๒๙๖. นายระวี มาศฉมาดล🔗
อยู่ครับ🔗
๒๙๗. นายรังสรรค์ มณีรัตน์🔗
๒๙๘. นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์🔗
๒๙๙. นายรังสิกร ทิมาตฤกะ🔗
อยู่ครับ🔗
๓๐๐. นายรังสิมันต์ โรม🔗
๓๐๑. นางสาวรังสิมา รอดรัศมี🔗
อยู่ค่ะ🔗
๓๐๒. นายรัฐกิตติ์ ผาลีพัฒน์🔗
๓๐๓. นายรุ่งโรจน์ ทองศรี🔗
อยู่ครับ🔗
๓๐๔. นายเรวัต วิศรุตเวช🔗
๓๐๕. นางสาวละออง ติยะไพรัช🔗
๓๐๖. นางลินดา เชิดชัย🔗
๓๐๗. นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล🔗
๓๐๘. นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ🔗
อยู่ค่ะ🔗
๓๐๙. นางสาววทันยา วงษ์โอภาสี🔗
อยู่ค่ะ🔗
๓๑๐. นายวรภพ วิริยะโรจน์🔗
๓๑๑. นางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน🔗
๓๑๒. นางสาววรรณวิภา ไม้สน🔗
๓๑๓. นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์🔗
๓๑๔. นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์🔗
๓๑๕. นายวราวุธ ศิลปอาชา🔗
อยู่ครับ🔗
๓๑๖. นายวัชรพล โตมรศักดิ์🔗
อยู่ครับ🔗
๓๑๗. นายวัชระ ยาวอหะซัน🔗
อยู่ครับ🔗
๓๑๘. นายวัชรา ณ วังขนาย🔗
๓๑๙. นายวัฒนา ช่างเหลา🔗
อยู่ครับ🔗
๓๒๐. นายวัน อยู่บำรุง🔗
๓๒๑. นายวันชัย เจริญนนทสิทธิ์🔗
๓๒๒. นายวันชัย ปริญญาศิริ🔗
อยู่ครับ🔗
๓๒๓. นายวันนิวัติ สมบูรณ์🔗
๓๒๔. นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์🔗
อยู่ค่ะ🔗
๓๒๕. พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง🔗
๓๒๖. นายวาโย อัศวรุ่งเรือง🔗
๓๒๗. นายวิเชียร ชวลิต🔗
อยู่ครับ🔗
๓๒๘. นายวิทยา ทรงคำ🔗
๓๓๐. นายวิรัช พันธุมะผล🔗
อยู่ครับ🔗
๓๓๒. นายวิรัตน์ วรศสิริน🔗
๓๓๓. นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร🔗
๓๓๔. นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี🔗
อยู่ครับ🔗
๓๓๕. นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ🔗
๓๓๖. พลตำรวจโท วิศณุ ม่วงแพรสี🔗
๓๓๗. นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์🔗
๓๓๘. นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์🔗
อยู่ครับ🔗
๓๓๙. นายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์🔗
๓๔๐. นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ🔗
๓๔๑. นายมารุต มัสยวาณิช🔗
มาครับ🔗
๓๔๒. นายวีระกร คำประกอบ🔗
อยู่ครับ🔗
๓๔๓. นายวีระชัย วีระเมธีกุล🔗
อยู่ครับ🔗
๓๔๔. นายวีระพล จิตสัมฤทธิ์🔗
๓๔๕. นายวีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์🔗
๓๔๖. นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร🔗
๓๔๗. นายวุฒินันท์ บุญชู🔗
๓๔๘. นายวุฒิพงษ์ นามบุตร🔗
อยู่ครับ🔗
๓๔๙. นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์🔗
อยู่ครับ🔗
๓๕๐. นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ🔗
๓๕๑. นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ🔗
๓๕๒. นายศราวุธ เพชรพนมพร🔗
๓๕๓. นางสาวศรีนวล บุญลือ🔗
อยู่เจ้า🔗
๓๕๔. นายศรีเรศ โกฎคำลือ🔗
๓๕๕. นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์🔗
อยู่ค่ะ🔗
๓๕๖. นายศักดา คงเพชร🔗
๓๕๗. นายศักดินัย นุ่มหนู🔗
๓๕๘. นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ🔗
๓๕๙. นายศาสตรา ศรีปาน🔗
อยู่ครับ🔗
๓๖๐. นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ🔗
๓๖๑. นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล🔗
๓๖๒. นายศิริพงษ์ รัสมี🔗
อยู่ครับ🔗
๓๖๓. นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู🔗
อยู่ค่ะ🔗
๓๖๔. นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์🔗
๓๖๕. นางสาวศิลัมพา เลิศนุวัฒน์🔗
อยู่ค่ะ🔗
๓๖๖. นายศุภชัย ใจสมุทร🔗
ศุภชัย ใจสมุทร อยู่ครับ🔗
๓๖๗. นายศุภชัย นพขำ🔗
๓๖๘. นายศุภชัย โพธิ์สุ🔗
๓๖๙. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี🔗
อยู่ค่ะ🔗
๓๗๐. นางสาวสกุณา สาระนันท์🔗
๓๗๑. นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์🔗
๓๗๒. นายสงวน พงษ์มณี🔗
๓๗๓. นายสนอง เทพอักษรณรงค์🔗
อยู่ครับ🔗
๓๗๔. นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล🔗
๓๗๕. นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์🔗
๓๗๖. นายสมเกียรติ วอนเพียร🔗
อยู่ครับ🔗
๓๗๗. นางนันทนา สงฆ์ประชา🔗
อยู่ค่ะ🔗
๓๗๘. นายสมคิด เชื้อคง🔗
๓๗๙. นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์🔗
๓๘๐. นายสมชาติ ประดิษฐพร🔗
อยู่ครับ🔗
๓๘๑. นายสมชาย ฝั่งชลจิตร🔗
๓๘๒. พลเอก สมชาย วิษณุวงศ์🔗
อยู่ครับ🔗
๓๘๓. นายสมบัติ ศรีสุรินทร์🔗
๓๘๔. นายสมบัติ อำนาคะ🔗
อยู่ครับ🔗
๓๘๕. นายสมบูรณ์ ซารัมย์🔗
๓๘๖. นายสมพงษ์ โสภณ🔗
อยู่ครับ🔗
๓๘๗. นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์🔗
๓๘๘. นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์🔗
๓๘๙. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน🔗
อยู่ครับ🔗
๓๙๐. นายสมศักดิ์ พันธ์เกษม🔗
อยู่ครับ🔗
๓๙๑. นางสมหญิง บัวบุตร🔗
๓๙๒. นายสมัคร ป้องวงษ์🔗
อยู่ครับ🔗
๓๙๓. นายสยาม หัตถสงเคราะห์🔗
๓๙๔. นายสรชัด สุจิตต์🔗
อยู่ครับ🔗
๓๙๕. นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์🔗
อยู่ครับ🔗
๓๙๖. นายสรอรรถ กลิ่นประทุม🔗
อยู่ครับ🔗
๓๙๗. นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร🔗
๓๙๘. นายสราวุธ อ่อนละมัย🔗
อยู่ครับ🔗
๓๙๙. นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง🔗
อยู่ครับ🔗
๔๐๐. นายสฤษดิ์ บุตรเนียร🔗
อยู่ครับ🔗
๔๐๑. นายสะถิระ เผือกประพันธุ์🔗
อยู่ครับ🔗
๔๐๒. นายสัญญา นิลสุพรรณ🔗
อยู่ครับ🔗
๔๐๓. นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง🔗
อยู่ครับ🔗
๔๐๔. นายสันติ กีระนันทน์🔗
อยู่ครับ🔗
๔๐๕. นายสันติ พร้อมพัฒน์🔗
๔๐๖. นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ🔗
อยู่ครับ🔗
๔๐๗. นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์🔗
อยู่ครับ🔗
๔๐๘. นายสาคร เกี่ยวข้อง🔗
อยู่ครับ🔗
๔๐๙. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย🔗
อยู่ครับ🔗
๔๑๐. นายสาธิต ปิตุเตชะ🔗
อยู่ครับ🔗
๔๑๑. นายสาธิต อุ๋ยตระกูล🔗
อยู่ครับ🔗
๔๑๒. นายสายัณห์ ยุติธรรม🔗
อยู่ครับ🔗
๔๑๔. นายสิงหภณ ดีนาง🔗
๔๑๕. พันโท สินธพ แก้วพิจิตร🔗
อยู่ครับ🔗
๔๑๖. นายสินิตย์ เลิศไกร🔗
อยู่ครับ🔗
๔๑๗. นายสิระ เจนจาคะ🔗
อยู่ครับ🔗
๔๑๘. นางสิรินทร รามสูต🔗
๔๑๙. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ🔗
อยู่ครับ🔗
๔๒๐. นายสุชาติ ชมกลิ่น🔗
อยู่ครับ🔗
๔๒๑. นายสุชาติ ตันเจริญ🔗
อยู่ครับ🔗
๔๒๒. นายสุชาติ ภิญโญ🔗
๔๒๓. นายสุชาติ อุสาหะ🔗
อยู่ครับ🔗
๔๒๔. นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ🔗
อยู่ค่ะ🔗
๔๒๕. นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา🔗
๔๒๖. นายสุทา ประทีป ณ ถลาง🔗
อยู่ครับ🔗
๔๒๗. นายสุทิน คลังแสง🔗
๔๒๘. นายสุเทพ อู่อ้น🔗
๔๒๙. นายสุพล จุลใส🔗
อยู่ครับ🔗
๔๓๐. นายสุพล ฟองงาม🔗
อยู่ครับ🔗
๔๓๑. พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ🔗
๔๓๒. นายสุภดิช อากาศฤกษ์🔗
อยู่ครับ🔗
๔๓๓. นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา🔗
๔๓๕. นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์🔗
๔๓๖. นายสุรชาติ ศรีบุศกร🔗
อยู่ครับ🔗
๔๓๗. นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ🔗
๔๓๘. นายสุรทิน พิจารณ์🔗
อยู่ครับ🔗
๔๓๙. นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล🔗
๔๔๐. รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ🔗
๔๔๑. นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์🔗
๔๔๒. นายสุรศักดิ์ ชิงนวรรณ์🔗
อยู่ครับ🔗
๔๔๓. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล🔗
อยู่ครับ🔗
๔๔๔. นายสุรศักดิ์ อนรรฆพันธ์🔗
อยู่ครับ🔗
๔๔๕. นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์🔗
อยู่ครับ🔗
๔๔๖. นายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์🔗
อยู่ครับ🔗
๔๔๗. พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่🔗
อยู่ครับ🔗
๔๔๘. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ🔗
อยู่ครับ🔗
๔๔๙. นายเสมอกัน เที่ยงธรรม🔗
อยู่ครับ🔗
๔๕๐. พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส🔗
๔๕๑. นายโสภณ ซารัมย์🔗
๔๕๒. นายองค์การ ชัยบุตร🔗
๔๕๓. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์🔗
อยู่ครับ🔗
๔๕๔. นายองอาจ วงษ์ประยูร🔗
๔๕๕. นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา🔗
๔๕๖. นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ🔗
อยู่ครับ🔗
๔๕๗. นายอนันต์ ผลอำนวย🔗
อยู่ครับ🔗
๔๕๕. นายอดิพงษ์ อยู่ครับ🔗
๔๕๘. นายอนันต์ ศรีพันธุ์🔗
๔๕๙. นายอนาวิล รัตนสถาพร🔗
อยู่ครับ🔗
๔๖๐. นายอนุชา น้อยวงศ์🔗
๔๖๑. นายอนุชา นาคาศัย🔗
อยู่ครับ🔗
๔๖๒. นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ🔗
๔๖๓. นายอนุทิน ชาญวีรกูล🔗
๔๖๔. นายอนุมัติ ซูสารอ🔗
๔๖๕. นายอนุรักษ์ จุรีมาศ🔗
อยู่ครับ🔗
๔๖๖. นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์🔗
๔๖๗. นางอนุรักษ์ บุญศล🔗
๔๖๘. นายอนุสรณ์ ปั้นทอง🔗
๔๖๙. นางสาวอนุสรี ทับสุวรรณ🔗
อยู่ค่ะ🔗
๔๗๐. นายอภิชัย เตชะอุบล🔗
๔๗๑. นายอภิชา เลิศพชรกมล🔗
อยู่ครับ🔗
๔๗๒. นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย🔗
๔๗๓. นายอภิชาติ ศิริสุนทร🔗
๔๗๔. นายสุทัศน์ เงินหมื่น🔗
อยู่ครับ🔗
๔๗๕. นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล🔗
๔๗๖. นายอรรถกร ศิริลัทธยากร🔗
อยู่ครับ🔗
๔๗๗. ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี🔗
อยู่ครับ🔗
๔๗๘. นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์🔗
อยู่ครับ🔗
๔๗๙. นายอัครวัฒน์ อัศวเหม🔗
อยู่ครับ🔗
๔๘๐. นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ🔗
อยู่ครับ🔗
๔๘๑. นายอันวาร์ สาและ🔗
อยู่ครับ🔗
๔๘๒. นายอับดุลบาซิม อาบู🔗
อยู่ครับ🔗
๔๘๓. นายอับดุลอายี สาแม็ง🔗
๔๘๔. นายอัศวิน วิภูศิริ🔗
๔๘๕. นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ🔗
อยู่ครับ🔗
๔๘๖. นางอาภรณ์ สาราคำ🔗
๔๘๗. นายอารี ไกรนรา🔗
อยู่ครับ🔗
๔๘๘. นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ🔗
อยู่ครับ🔗
๔๘๙. นายอำนาจ วิลาวัลย์🔗
อยู่ครับ🔗
๔๙๐. นายอำไพ กองมณี🔗
๔๙๑. นายวัฒนา สิทธิวัง🔗
อยู่ครับ🔗
๔๙๓. นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม🔗
๔๙๔. นายเอกการ ซื่อทรงธรรม🔗
อยู่ครับ🔗
๔๙๕. นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ🔗
๔๙๖. นายเอกธนัช อินทร์รอด🔗
๔๙๗. นายเอกภพ เพียรพิเศษ🔗
อยู่ครับ🔗
๔๙๘. นายเอกราช ช่างเหลา🔗
อยู่ครับ🔗
๔๙๙. นายเอี่ยม ทองใจสด🔗
อยู่ครับ🔗
๕๐๐. นายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย🔗
ลำดับ ๘๙ ชัยชนะ เดชเดโช อยู่ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ปรีดา บุญเพลิง ๒๑๘ อยู่ครับ🔗
๒๑๘ นะครับ ต่อไปครับ🔗
ผม สันติ พร้อมพัฒน์ ๔๐๕ ครับ อยู่ครับ🔗
๔๐๕ ท่านสันติ พร้อมพัฒน์ ต่อไปครับ🔗
๓๗๙ สมเจตน์ ลิมปะพันธุ์ อยู่ครับ🔗
๓๗๙ อยู่นะครับ🔗
เกียรติ สิทธีอมร ๐๓๑ อยู่ครับ🔗
ท่านเกียรติอยู่ครับ🔗
ท่านประธานครับ ๓๑๓ วรศิษฎ์ อยู่ครับ🔗
๓๑๓ วรศิษฎ์ อยู่ครับ🔗
จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ๗๓ อยู่ครับ🔗
จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ครับ🔗
ท่านประธานครับ ๐๗๘ เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ อยู่ครับ🔗
๐๗๘ นะครับ🔗
ท่านประธานครับ ศิริวัฒน์ ๓๖๔ อยู่ครับ🔗
๓๖๔ ศิริวัฒน์ครับ🔗
ท่านประธานครับ ๑๕๓ ธนยศ อยู่ครับ🔗
๑๕๓ ครับ🔗
ท่านประธานครับ ๐๘๙ ชัยชนะ เดชเดโช อยู่ครับ🔗
๐๘๙ ครับ🔗
ท่านประธาน ครับ ผม ศุภชัย โพธิ์สุ ๓๖๘ อยู่ครับ🔗
ท่านศุภชัยครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม อดิพงษ์ ฐิติพิทยา ครับ ๔๕๕ อยู่ครับ🔗
๔๕๕ ครับ มีสมาชิกท่านใด ที่ยังไม่ได้แสดงตนนะครับ เจ้าหน้าที่ช่วยดูนะครับ ตอนนี้กรรมการเขาตรวจคะแนนอยู่ แล้วก็บวกผู้ที่แสดงตามไปทีหลังครับ ยังไม่ได้ปิดนะครับ เพราะฉะนั้นสมาชิกที่เพิ่งเข้ามา หรือยังไม่มีโอกาสได้แสดงตัวเมื่อสักครู่นี้ ยังอยู่ในเวลาครับ สมาชิกพร้อมนะครับ ถ้าปิดแล้ว ก็ไม่สามารถแสดงตนต่อได้นะครับ ให้เวลานะครับ ถ้าพร้อมแล้วก็ปิดการแสดงตนครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตอีกครั้งครับ ขอย้ำนะครับ สมพงษ์ โสภณ อยู่ครับ🔗
เบอร์เท่าไรนะครับท่าน🔗
๓๘๖ ครับ🔗
๓๘๖ อยู่ครับ ยังมี ท่านสมาชิกผู้ใดตกหล่นอยู่บ้างไหมครับ ถ้าไม่มี ขอปิดการแสดงตน เชิญกรรมการตรวจครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ผลการนับคะแนนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุม กรรมการได้ลงชื่อมา ๖ ท่านแล้วนะครับ แจ้งว่า ๑. อยู่ ๒๖๔ คะแนน ๒. ไม่อยู่ ๒๑๑ คะแนน รวมคะแนน ๔๗๕ คะแนน องค์ประชุมอย่างที่พวกเราทราบกันนะครับ สมาชิกที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ขณะนี้คือ ๔๗๕ ท่าน องค์ประชุมกึ่งหนึ่งก็ ๒๓๘ ท่าน เพราะฉะนั้นที่แสดงตนอยู่ ๒๖๔ คน ก็ครบองค์ประชุม ดำเนินการต่อไปครับ ขอบคุณกรรมการทุกท่านครับ🔗
ลำดับต่อไปเป็นเรื่องด่วน ร่างพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ เรื่องนี้ ได้เสนอเมื่อการประชุมครั้งที่แล้ว มีผู้อภิปรายแล้วยังเหลืออยู่ ๒ ท่านในชื่อที่ส่งขึ้นมา อภิปรายในครั้งนั้นนะครับ ท่านประธานในที่ประชุมท่านรองศุภชัยได้เลื่อนการประชุม ออกไปนะครับ ขอเชิญเจ้าหน้าที่ผู้มาชี้แจง นางสาวสุภัทรา บุญเสริม นางสุภาวดี ธีระวัฒน์สกุล หม่อมหลวงวรดนู ศรีรัตนสถาวร นางสาวกุลธิดา สุขนิวัฒน์ชัย นางสาววรวลัญช์ พูลสวัสดิ์ ขอเชิญทั้ง ๕ ท่านครับ🔗
มีรายชื่อเสนอเพิ่มเพื่อขอ อภิปราย เพิ่มเข้ามาอีก ๒ ท่านครับ รวมเป็น ๔ ท่านครับ ผมขอเชิญท่านผู้อภิปราย ท่านต่อไปคุณนิคม บุญวิเศษ จากนั้นก็จะเป็นท่านนิยม เวชกามา นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ และเป็นท่านมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ ขอเชิญนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย กระผมขออภิปรายพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในส่วนที่กระผมอยากจะเรียนถามก็คือ ค่าใช้จ่ายในการจดแจ้ง ผมได้อ่านแล้วปรากฏว่า ท่านคิดว่าท่านจะมีการเก็บค่าใช้จ่ายจำนวนอัตราที่สูงสุด ผมไม่แน่ใจว่าถ้าทำลักษณะนี้มันจะเป็นการเพิ่มภาระให้กับผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ ที่สำคัญการยื่นจดแจ้งผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) หรือรายย่อยที่เป็นผู้ประกอบการ รายใหม่ก็จะเป็นภาระพอสมควร เท่าที่ผมได้เรียนถามผู้ประกอบการ การยื่นจดแจ้งบางครั้ง อาจจะใช้เวลาจำนวนนานมากเกินไป แต่ผมได้ยินผู้ตอบคำถามบอกว่า ใช้เวลาในการจดแจ้ง ประมาณ ๓ วัน ผมไม่แน่ใจว่าสามารถทำได้จริงหรือไม่ อย่างไร --------------------------------- เพราะว่าผู้ประกอบการนั้นพูดทำนองเดียวกันว่า การยื่นจดแจ้งนั้นใช้เวลามาก อย่าลืมว่า ในการที่จะประกอบอาชีพโดยเฉพาะจดทะเบียนบริษัทนะครับ ก่อนที่จะไปยื่นจดแจ้ง ท่านประธานครับ จะต้องไปที่กระทรวงพาณิชย์ก่อนเพื่อที่จะอนุญาตโลโก้ (Logo) หรือเครื่องหมายการค้า กว่าจะขออนุญาตได้ก็ต้องใช้เวลา ต้องใช้ค่าใช้จ่าย หลังจากนั้น ต้องมาออกแบบแพกเกจจิง (Packaging) ก็คือออกแบบกล่อง ออกแบบโลโก้ (Logo) ซื้อกระปุก ซื้อขวด แล้วทำสูตรผสม เสร็จแล้วก็ต้องนำสิ่งที่เราทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว ไปยื่น อย. กระบวนการทุกอย่างจะต้องใช้เวลา แล้วก็ต้องใช้งบประมาณ เมื่อมีการยื่น อย. แล้วปรากฏว่าขั้นตอนในการยื่นค่อนข้างจะยุ่งยากซับซ้อน ยิ่งมีการประกาศออกมาจะต้องมี การตรวจสอบอะไรต่าง ๆ มากมาย โดยเฉพาะตอนนี้มีการเพิ่มผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ ทางต่างประเทศเข้ามาด้วย ผมคิดว่าอาจจะเป็นภาระกับผู้ประกอบการมากขึ้น เพราะว่า ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ผู้ประกอบการเป็นผู้ออกครับ🔗
สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือว่า การเก็บค่าต่าง ๆ รายได้ไม่ได้นำเข้าสู่คลัง นำเข้าสู่กระทรวงสาธารณสุขหรือ อย. โดยที่ให้รัฐมนตรีเป็นผู้สามารถใช้จ่ายเงินก้อนนี้ได้ ผมคิดว่าไม่เกิดความเป็นธรรมนะครับ เพราะว่าหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ใช่เฉพาะ อย. หรือกระทรวงสาธารณสุข ปรากฏว่ารายได้เหล่านี้เขาเรียกว่า รายได้นอกงบประมาณมันมี จำนวนมากซึ่งประชาชนลงทุนเก็บภาษีจากประชาชน เก็บค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ยื่น แต่รายได้ เหล่านี้กลับไม่นำเข้าสู่คลังนะครับ กลับไปใช้ในหน่วยงานต่าง ๆ ตรงนี้ละครับ เป็นสิ่งที่ สำคัญที่ประชาชนเขาก็เรียนถามมาว่า ทำไมไม่นำส่งคลังนะครับ เพราะทุกปีกระทรวงต่าง ๆ ก็มีงบประมาณจากสำนักงบประมาณอยู่แล้ว แต่พอมีรายได้ก็เก็บรายได้เข้าสู่หน่วยงาน ต่าง ๆ และนำไปใช้เหลือเท่าใด บางหน่วยงานส่งแผ่นดิน แต่บางหน่วยงานไม่ส่ง โดยเฉพาะ พ.ร.บ. ฉบับนี้ให้อำนาจรัฐมนตรีเป็นผู้สามารถจ่ายเงินก้อนนี้ได้ ผมก็เลยอยากเรียนถามว่า ถ้าทำลักษณะนี้เงินที่อยู่ในหน่วยงาน โดยเฉพาะ อย. มีเงินแต่ละปีเท่าใด แล้วก็ใช้จ่าย แล้วที่เหลือเงินก้อนนี้เอาไปทำอะไรบ้าง เท่าที่ผมนั่งดูเอาไปจ่ายค่าต่าง ๆ จ่ายผู้เชี่ยวชาญ จ่ายองค์กร หรือเป็นค่าต่าง ๆ ในการดำเนินงานของ อย. ซึ่งเราคิดว่าการเก็บค่าธรรมเนียม หรือการเก็บค่าตั้งเรื่อง หรือการเก็บค่าใช้จ่ายกับผู้ประกอบการจำนวนมากแต่ไม่นำเข้าคลัง ผมคิดว่าประเด็นนี้เป็นประเด็นที่เราก็ควรจะช่วยกันพิจารณาแล้วในขั้นตอนต่าง ๆ นอกจากการขอ อย. แล้ว หลังจากที่ขอแล้ว ท่านประธานครับ ผู้ประกอบการนั้นไม่สามารถ ที่จะนำสรรพคุณต่าง ๆ ที่ผู้ประกอบการเขามีสูตร เขาเรียกว่า สูตรลับนะครับ ซึ่งจะต้อง บอกขั้นตอนการผลิตทุกอย่าง ส่วนผสมต่าง ๆ อันนี้เป็นปัญหาสำคัญก็คือว่า ทำให้สูตรลับ ของแต่ละบริษัท หรือของแต่ละท่านก็หลุดรั่ว สูตรลับต่าง ๆ หลุดรั่วไปนะครับ ก็มีการนำ สูตรต่าง ๆ ไปขายให้บริษัทใหญ่ ๆ คือการออก พ.ร.บ. ฉบับนี้ทำให้เอื้อกับบริษัทใหญ่ ซึ่งบริษัทใหญ่ที่เขาเป็นบริษัทที่มีชื่อเสียงอยู่แล้วเขาไม่จำเป็นต้องมีการโฆษณาสรรพคุณต่าง ๆ เพียงแต่ว่าเขาเอาดารา เอาคนที่มีชื่อเสียงมาใช้แล้วก็มีการโฆษณาไป ทำให้ประชาชน หลงเชื่อว่าบริษัทเหล่านี้คุณภาพต่าง ๆ ของเครื่องสำอางมีคุณภาพ แต่จริง ๆ แล้วบริษัทเล็ก เราต้องมองด้วยว่า ถ้าเราจะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการรายเล็กสามารถเกิดขึ้นได้อย่าง หลากหลาย มีการแข่งขันเสรีอย่างเป็นธรรมควรจะลดเงื่อนไขขั้นตอนต่าง ๆ ลงไป ไม่ใช่ว่า จะมาเพิ่มเงื่อนไขมากขึ้น ๆ เพราะว่าเงื่อนไขเหล่านี้มันเป็นภาระจริง ๆ ท่านประธานครับ จึงทำให้ผู้ประกอบการรายเล็กไม่สามารถเกิดขึ้นได้นะครับ โดยเฉพาะที่สำคัญอีกประการหนึ่ง ก็คือ การนำเข้าเครื่องสำอางจากต่างประเทศ ซึ่งมีราคาค่อนข้างจะถูก ถูกจนบางที มาแข่งขันกับผู้ประกอบการของคนไทยเอง ทำให้ประเทศไทยไม่สามารถที่จะเป็น ผู้ประกอบการรายใหญ่ และไม่สามารถนำเครื่องสำอางของประเทศไทยส่งต่างประเทศได้ จึงคิดว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้เมื่อทำขึ้นมาแล้วมันไม่เป็นผลดีกับผู้ประกอบการรายเล็กครับ ผมก็เลยคิดว่าพวกเราก็คงจะช่วยกันดูในส่วนต่าง ๆ ว่ามันเป็นการเพิ่มภาระหรือเปล่า ก็อยากให้ผู้ชี้แจงช่วยชี้แจงด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป ดอกเตอร์นิยม เวชกามา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเองก็ต้องอภิปรายกฎหมายฉบับนี้ เพราะว่าเป็นกฎหมายที่ท่านบอกว่า ในหลักการ เหตุผลต้องการขยายส่งเสริม ขยายการค้าอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง แต่ผมไปดู ในเนื้อหาสาระในหลายเรื่อง คล้าย ๆ ว่ากฎหมายของท่านที่ร่างมาเป็นการตั้งกำแพง ไม่ให้ภาคเอกชนเข้ามาดำเนินกิจการด้วยซ้ำไป ทำไมเป็นอย่างนั้น ในหลายเรื่องเดี๋ยวผม จะพูดต่อไป แต่ว่ากฎหมายฉบับนี้อย่างไรเป็นกฎหมายรัฐบาลก็ต้องผ่านอยู่แล้ว อย่างไร ก็ต้องผ่าน แต่ว่าในเนื้อหาสาระก่อนจะผ่านผมต้องพูด ต้องอภิปราย ให้เห็นว่าผมเอง ในบางประเด็นผมก็รับไม่ได้ ยังเป็นประเด็นที่มันยังคาใจอยู่ กฎหมายรัฐบาลผ่านหมด แต่กฎหมายของ ส.ส. รังเกียจรังงอนเหลือเกิน ตกทุกฉบับ แม้กระทั่งรัฐธรรมนูญ ขนาดประชาชนเซ็นมาแสนกว่าชื่อก็ยังตกไปโดยที่ไม่มีเหตุมีผลอย่างอื่นเลย ผมเสนอ กฎหมาย ส.ส. ทั้งหมด เสนอมาวันนี้ท่านประธานก็รู้กฎหมายส่งเสริมพระพุทธศาสนา ที่ผมส่งเข้าไป วันนี้ท่านประธาน คงตกไปแล้ว แม้ผมจะสอบถามครั้งแรกท่านรองวิษณุ ก็บอกว่าเดี๋ยวกลับไปทบทวนใหม่ คือ พ.ร.บ. ส่งเสริมและอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาแห่งชาติ ด้วยความต้องพูดถึงสักหน่อย เพราะกฎหมายรัฐบาลผ่านทุกฉบับ🔗
ดอกเตอร์นิยม🔗
แต่กฎหมายของ ส.ส. เสนอเข้ามา ตกทุกฉบับ🔗
เพื่อไม่ให้ใครประท้วง ดอกเตอร์นิยมเข้าประเด็นเลย🔗
นี่คือเป็นประเด็นว่าทำไมต้องอภิปราย กฎหมายฉบับนี้ คือ พ.ร.บ. เครื่องสำอาง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านให้เหตุผลหลักการ มาว่า เป็นการขยายตัวทางการค้า และอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง โดยให้มีองค์กรผู้เชี่ยวชาญ นี่ประเด็นท่านพูดเปิดไว้ แต่ว่ากฎหมายฉบับนี้คล้าย ๆ ว่าของ อย. ไม่มีผู้เชี่ยวชาญเลย ผมดูแล้วต้องตั้งมาทั้งหมด ที่สำคัญวันนี้ต้องไปดูในเนื้อหาเลยว่า ในหลายมาตราท่านเปิด ออกมาเป็นเครื่องให้เห็นว่าตัวท่านเองพอเปิดกฎหมายมา ความจริงกฎหมายฉบับนี้ ออกเมื่อปี ๒๕๕๘ จนถึงวันนี้ก็ ๕-๖ ปี ก็ไม่ได้นานอะไร แต่เห็นด้วยในการแก้เพื่อให้ กฎหมายมันอยู่ได้ ที่สำคัญต้องไปดูประชาชน ประชาชนได้อะไร ผู้ประกอบการได้อะไร ท่านคุ้มครองไหม ผมพยายามอ่านหมดทุกมาตรา เพื่อที่จะมาถามท่าน วันนี้ท่านต้องชี้แจง ผมชัดเจนในเรื่องเงิน เรื่องอะไรก็แล้วแต่ที่ผมต้องพูด คือประเด็นว่า กฎหมายฉบับนี้ ผมก็เลยสอบถามไปแล้วแต่แรกว่า ในการที่ท่านเปิดขึ้นมาก็ตั้งกำแพงแล้ว ที่ผมพูดไว้ ตั้งกำแพงหมายความว่าอย่างไร ผมไปดูท่าน ท่านไปตรวจสอบดู ปรากฏว่าค่าธรรมเนียม ที่ท่านตั้งไว้ มันเพิ่มขึ้นอีก ๑๐ เท่าจริงอยู่ ท่านชี้แจงบอกว่ารายได้ปกติปีหนึ่ง ๒๐๐ ล้านบาท แต่ถ้ามันเพิ่มขึ้น ๑๐ เท่าเป็นอย่างไร เป็น ๑,๐๐๐ ล้าน ๒,๐๐๐ ล้าน แล้ววันนี้ ค่าธรรมเนียมจากเดิม ๑๐,๐๐๐ บาท ขึ้นมาเป็น ๑๐๐,๐๐๐ บาทในรายหนึ่ง ถ้า ๒๐,๐๐๐ เป็น ๒๐๐,๐๐๐ เลยครับ อันนี้ผมอยากฟังคำตอบ คำถามของท่านว่าเมื่อเป็นแบบนี้ มันหมายความว่าอย่างไร แล้วประเด็นที่ว่า สำหรับเงินในการจัดเก็บทั้งหมด ทุกมาตรา ตั้งแต่มาตรา ๒๑/๑ มาตรา ๒๑/๒ ถึงมาตรา ๒๑/๓ ท่านไม่ได้จัดเป็นรายได้แผ่นดิน แต่ท่านบอกว่าเป็นเงินของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือหน่วยงานที่สังกัด กระทรวงสาธารณสุข นี่คือประเด็นที่ผมข้องใจมาแต่แรก โดยไม่ต้องนำส่งคลังเป็นรายได้ แผ่นดิน ทำไมถ้าส่งคลังแล้วมันมีอะไรเกิดขึ้นไหม เพราะผมไม่มั่นใจว่าการที่ท่านจะระบุไป ในผู้เชี่ยวชาญอะไรเงินไปนี้ มันไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจน เพราะผมเห็นหน่วยงานรัฐ หน่วยงานที่กำกับดูแลของรัฐ คปภ. เขียนกฎหมายให้ตัวเอง วันนี้ดูแลประชาชนไม่ได้ครับ ประกันภัยโควิด-๑๙ (COVID-19) ล้มเหลววันนี้ครับ คนทำแล้ว ๓๐๐-๔๐๐ ล้านนี้ ประชาชนไม่ได้อะไรเลยวันนี้ ไม่ได้สักบาท แล้ว คปภ. ทำอะไรได้ อันนี้ผมต้องโยงให้เห็นว่า วันนี้ อย. ยังคิดจะเก็บเงินทุกเม็ดทุกบาททุกสตางค์ ซึ่งท่านตั้งกำแพงไว้ขึ้นอีก ๑๐ เท่าที่ว่านี้ และปีนี้ ๑,๐๐๐-๒,๐๐๐ ล้านบาท จาก ๒๐๐ ล้านบาท แล้วท่านจะเอามาใช้กันเอง และรัฐ ได้อะไร ท่านกินเงินเดือนรัฐ แต่ว่าเงินทุกเม็ดทุกบาททุกสตางค์ที่ท่านเก็บจากที่เขามายื่น คำขอทั้งหลาย ท่านเก็บไว้ส่วนตัวหมด ส่วนตัวนี้มาส่วนภาคราชการของท่านแล้วครับ ท่านก็อ้างว่าเงินนี้จะเอามาใช้ให้ผู้เชี่ยวชาญหรือองค์กรต่าง ๆ นี้ ท่านไม่ได้มีเกณฑ์ชัดเจน อะไร ฉะนั้นผมจึงสงสัยว่าการทำแบบนี้เงินไม่ได้เข้ารัฐนะครับ เงินเข้ากระเป๋าของหน่วยงาน เขามันจึงคุ้มครองแค่หน่วยงานท่านเอง อย. ถ้าเงินนี้ไปเข้าการคลัง จริงอยู่ท่านบอกให้ กระทรวงกำกับก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ถ้าท่านขอไปอย่างไรกระทรวงการคลังไม่รู้เรื่อง หรอกครับ ก็ต้องอนุมัติตามนั้น ผมจึงบอกว่ามันมีหน่วยงานที่เสียหาย ที่รัฐต้องเสียหายคือ คปภ. วันนี้ทำอะไรไม่ได้ ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปนายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผม ขออภิปรายร่างพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง เพราะกระผมเห็นว่าเครื่องสำอางนั้นเป็นเรื่อง ที่มีความสำคัญ เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพอนามัยของพี่น้องประชาชน และเป็นเรื่อง ที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจ การทำมาค้าขายสามารถที่จะสร้างรายได้ให้กับผู้ที่ทำมาค้าขาย เกี่ยวกับเครื่องสำอาง และยังสามารถที่จะส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ นำเงินตรา จากต่างประเทศเข้ามาช่วยพัฒนาฟื้นฟูเศรษฐกิจของบ้านเราได้ เรื่องเครื่องสำอาง เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เป็นเรื่องของความสวยความงามของแต่ละคน เดิมก็บอกว่าผู้หญิง ให้ความสำคัญกับเครื่องสำอาง แต่ปัจจุบันนี้เครื่องสำอางนั้นเป็นสิ่งจำเป็นทั้งผู้หญิงผู้ชาย หลายคนไปไหนมาไหนต้องพกเครื่องสำอางไปด้วย ที่บ้านก็ต้องมีเครื่องสำอาง ที่ทำงาน ก็มีเครื่องสำอาง นั่งรถไปจะพบแขกพบผู้คนก็ต้องใช้เครื่องสำอาง ถ้าลืมเครื่องสำอางไป อาจจะทำให้การปฏิบัติงาน ปฏิบัติหน้าที่ของบุคคลบางคนรู้สึกว่าไม่เต็มที่ ผมกราบเรียนว่า ในการปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ. เกี่ยวกับเครื่องสำอางนั้นเห็นด้วยครับ เพราะว่าในกระบวนการ พิจารณาต่าง ๆ ในการอนุมัติการที่จะให้ใช้เครื่องสำอาง การผลิตเครื่องสำอาง การจำหน่าย หรือการส่งออกนำเข้าต่าง ๆ นั้น จะมีกระบวนการในการพิจารณาอยู่ ซึ่งก็ทราบดีถ้าเผื่อว่า การพิจารณาช้าเกินไปก็ทำให้ผู้ที่ยื่นขอมา โดยเฉพาะถ้ายื่นหลายราย บางรายอนุมัติ บางรายไม่อนุมัติ ก็จะทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ การอนุมัติ ช้าเกินไปก็จะทำให้เสียโอกาสในการที่จะนำผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เข้าสู่ตลาด ทำให้ พี่น้องประชาชนที่รอคอยก็อาจจะต้องเสียโอกาสไปด้วยเหมือนกัน คุณภาพของเครื่องสำอาง ผมกราบเรียนว่าเครื่องสำอางนั้นปัจจุบันมีการประดิษฐ์คิดค้นต่าง ๆ ใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาช่วย เป็นน้ำบ้าง เป็นผงบ้าง เป็นสเปรย์ (Spray) บางอย่างใช้ถูทา อาจจะมีอุปกรณ์ สารเคมีต่าง ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะต้องมีการตรวจสอบเพราะว่าเครื่องสำอางบางอย่างที่ใช้แล้ว ก็เป็นที่พึงพอใจ ต้องการผิวขาวใส่เข้าไปผิวก็ขาวนวล ผิวผ่องเป็นที่พอใจ บางอย่างเห็นผลิต ขึ้นมาเอาไปทาแล้วก็เหมือนเดิมไม่ได้อะไรดีขึ้น แต่ก็เสียเงินค่าใช้จ่ายในการซื้อเครื่องสำอาง นอกจากนี้เครื่องสำอางบางอย่างอยากจะยกตัวอย่างเช่นอยากให้ผิวขาว ทาไปทามา เกิดผิวคล้ำ แพ้ ที่เราเห็นเป็นข่าวเป็นคราวต่าง ๆ ฟ้องร้องกันเป็นเรื่องยุ่งยากวุ่นวาย เป็นเรื่องที่จะต้องระมัดระวัง ทางฝ่ายผู้ที่กำกับดูแลในเรื่องดังกล่าวจะต้องคุ้มครอง พี่น้องประชาชนไม่ให้เกิดในสิ่งที่ไม่พึงพอใจ จากการใช้เครื่องสำอางดังกล่าว ผมกราบเรียนว่า ในเครื่องสำอางนั้น ปกติก็เป็นใช้ภายนอกจะทาใบหน้า ทาลำตัว ทาผิวพรรณต่าง ๆ ตามที่ เราจะเห็นในผลิตภัณฑ์แต่ละประเภท อย่างน้อย ๆ ค่าใช้จ่ายที่ใช้ตามพื้นที่ต่าง ๆ ก็อาจจะ เป็นเครื่องสำอางที่ทำจากพืชพรรณในแต่ละหมู่บ้าน แต่ละพื้นที่ บางแห่งก็สามารถที่จะ ปลูกพืชต่าง ๆ ผลิตเครื่องสำอาง แล้วก็สามารถส่งออกไปขายต่างประเทศทำรายได้ให้กับ พวกเรา เครื่องสำอางถือว่าเป็นเรื่องที่ซับซ้อนจะมีการพิจารณาพัฒนาบุคลากรที่จะมา ตรวจสอบมาควบคุมหรือที่จะมาเป็นผู้อนุมัติก็จะต้องเป็นบุคคลที่ได้รับการรับรอง หรือมีผลงานจะเป็นผู้เชี่ยวชาญในการพิจารณา เพราะจะต้องใช้ความรู้นอกจากที่จะใช้ วิจารณญาณประสบการณ์ของผู้นั้นเองแล้ว ยังจะต้องใช้อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือ ที่ทันสมัย ง่ายต่อการตรวจสอบ เช่น เดี๋ยวนี้เราสามารถตรวจสอบได้ว่าเครื่องสำอางนั้น มีสารตัวใด ปริมาณเท่าไร มากน้อยเท่าไร แล้วก็ตัวไหนบ้างที่เสี่ยง ตัวไหนบ้างที่จะให้ผลดี ต่าง ๆ เหล่านี้ บุคลากรที่ทำหน้าที่ในการตรวจสอบหรือว่าในการที่จะทดสอบต่าง ๆ นั้น ก็เป็นเรื่องที่มีการแก้ไขใน พ.ร.บ. ฉบับนี้จึงเห็นว่ามีความสำคัญ🔗
อีกเรื่องหนึ่ง ผมกราบเรียนการเรียนถึงคณะกรรมาธิการว่า ประเทศไทย ของเรามีสารต่าง ๆ ที่มากใช้กันในเรื่องของเครื่องสำอาง อาจจะเป็นพืชพวกหญ้าหวาน อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ก็ฮือฮากันไปเป็นพัก ๆ ก็อยากจะให้พัฒนาพืชพันธุ์ธัญญาหารในบ้านเรา ขึ้นมาเป็นเครื่องสำอาง ขึ้นมาเป็นรายได้ สร้างรายได้ให้กับชุมชน สร้างรายได้ให้กับ ประเทศชาติ รวมถึงที่จะสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยของเราครับ ผมขอฝาก คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. นี้ ได้โปรดนำไปประกอบในการพิจารณา ของท่าน ขอสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ขอบคุณครับ🔗
ท่านต่อไป ท่าน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง🔗
เรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะมีส่วนร่วมในการอภิปราย พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง ความจริงพระราชบัญญัติเครื่องสำอางนี้เป็นอีกกฎหมายหนึ่ง ที่ออกมาเพื่อรับรอง คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งประเทศไทย ที่ ๗๗/๒๕๕๙ ที่ออกมาเรื่องการเพิ่ม ประสิทธิภาพในกระบวนการพิจารณาอนุญาตผลิตภัณฑ์สุขภาพ และในตัวกฎหมายฉบับนี้ ในมาตรา ๗ ก็ยังออกมารับรอง ประเด็นสำคัญที่อยากจะให้ร่วมกันพิจารณา แล้วก็อยากจะ ฝากไปที่กรรมาธิการวิสามัญก็คือว่า ร่างพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง ได้ขอแก้ไข กระบวนการพิจารณาคำขอที่การจดแจ้งเครื่องสำอางและการกำหนดตัวบุคคล องค์กร และหน่วยงานในการพิจารณาเครื่องสำอาง และกำหนดค่าใช้จ่ายในการขึ้นทะเบียน และที่สำคัญก็คือมีรายได้จากการเก็บค่าขึ้นทะเบียนโดยไม่ต้องส่งคืนคลัง อันนี้เป็นกฎหมายหนึ่ง ที่ผมเห็นว่าเป็นการไม่รักษาวินัยการเงินการคลัง ถ้าดูให้ลึกไปอาจจะเรียกว่าเป็น การทำลายระบบวินัยการเงินการคลังก็ว่าได้🔗
ประการสำคัญก็คือว่า ถ้าท่านประธานได้ตรวจสอบดูเรื่องรายงานของ เจ้าหน้าที่สภาที่รายงาน เราต้องยอมรับว่ามูลรวมของการส่งเครื่องสำอางกรณีส่งออก แล้วก็ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเฉลี่ยในปี ๒๕๖๐ ประมาณ ๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ปี ๒๕๖๑ ๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท และปี ๒๕๖๒ ตามรายงาน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็ถือว่าเป็นผลิตภัณฑ์ที่ผู้ผลิตเดิมเขาสามารถอยู่ได้ เพราะเขาต้องฟอลโลว์อัป (Follow up) คือเขาต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขของต่างประเทศ แต่เมื่อมี พ.ร.บ. ฉบับนี้ขึ้นมาก็คือการรวม อำนาจเอาไปไว้ที่ อย. กับกระทรวงสาธารณสุข🔗
ประการสำคัญอย่างยิ่งก็คือ เราจะเห็นว่าเป็นการผลักหรือเพิ่มภาระ และขั้นตอนให้ยุ่งยาก เราจะเห็นได้จากว่า อย. จะของบประมาณจากรัฐบาล ในทุกปีงบประมาณ ปีที่ผ่านมา ปี ๒๕๖๕ ๙๐๐ กว่าล้านบาท และในปีที่ผ่าน ๆ มา ก็ ๗๐๐ กว่าล้านบาท ถ้าเราจะเห็นได้ชัดเจนก็คือว่า ก่อนที่จะมีคำสั่ง คสช. ที่ ๗๗ ตอนนั้น ทาง อย. มีรายได้จากการขายสินค้าและบริการเพียง ๑๙ ล้านเศษ แต่ภายหลังจากนั้น พอออกมาก็มีการขึ้นค่าธรรมเนียม เพราะเราไม่ต้องส่งคืนคลัง ก็เพิ่มไปในปี ๒๕๖๑ จาก ๑๙ ล้านบาทเป็น ๒๑๙ ล้านบาท พอปี ๒๕๖๒ ขึ้นมาอีก ๒๔๙ ล้านบาท และปี ๒๕๖๓ เราก็ขึ้นมา ๒๙๓ ล้านบาท แสดงว่าเงินส่วนนี้ก็มาจากการเก็บค่าธรรมเนียม ของผู้มาขอขึ้นทะเบียนหรือการส่งออกก็ตาม และที่สำคัญอย่างยิ่งคือในครั้งนี้ก็ให้อำนาจของ รัฐมนตรีจะไปกำหนดราคาการมายื่นคำขอว่าหลักเกณฑ์เท่าใด ผมมีข้อสังเกตก็คือว่า ถ้าเราไปดูใน พ.ร.บ. นี้ไม่มีตัวเลขมาให้ แต่ใน พ.ร.บ. ฉบับต่อไปเป็น พ.ร.บ. อาหาร เราจะเห็นว่าการขึ้นค่าธรรมเนียมสูงมากครับ ท่านประธาน เช่น เรื่องการขึ้นค่าธรรมเนียม ตัวอย่างที่มาปรากฏค่าธรรมเนียมใบอนุญาตผลิตอาหาร เดิม ๑๐,๐๐๐ บาท ขึ้น ๑๐๐,๐๐๐ บาท ค่าธรรมเนียมส่งออก เดิม ๒๐,๐๐๐ บาท ขึ้น ๒๐๐,๐๐๐ บาท อันนี้คืออะไรครับ คือเงินก้อนนี้ที่มีรายได้ทั้งหมดเราไม่ได้ส่งเข้าคลัง และที่สำคัญอย่างยิ่ง เมื่อไม่ได้ส่งเข้าคลังแล้วก็นำไปใช้ซึ่งการนำไปใช้ผมต้องเรียนว่า วันนี้ อย. คุณรับเงินเดือน จากภาษีอากรของประชาชน แล้วคุณยังต้องไปหารายได้ แล้วไปหารายได้ยังเลี้ยงตัวเอง เงินที่ได้มาเยอะแล้วก็ยังมีอยู่ และที่สำคัญก็คือก็ไปเอางบประมาณทุกปี อันนี้ผมถึงว่า อยากจะฝากกรรมาธิการครับ ลองไปพิจารณา และที่สำคัญอย่างยิ่งวันนี้ อย. มีอำนาจล้นฟ้า มีทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นเรื่องของสุขภาพของบุคคล ซึ่งเขามีหน่วยงานที่ดูแลอยู่แล้ว คุณก็อยากจะรวบอำนาจมา ผมจึงเห็นว่าหน่วยงานนี้น่าจะถึงเวลาที่ต้องปฏิรูปอย่างเป็น ระบบเสียที และที่สำคัญอย่างยิ่งกฎหมายฉบับนี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรู้สึกเสียใจ ที่ผู้เขียนออกมาว่า เราต้องการรับมรดกของ คสช. เพื่อมารับรองให้ถูก แล้วยังมีเขียนไว้ ในมาตรา ๗ ว่า ถือการกระทำที่ผ่านมานั้นถูกต้อง แล้วยังเขียนเงื่อนไขว่าถ้า พ.ร.บ. นี้มีผลใช้บังคับ คำสั่ง คสช. ที่เกี่ยวกับเรื่องเครื่องสำอาง จึงจะยกเลิก ดังนั้นผมจึงขอฝากกรรมาธิการฝากดูแลให้รอบคอบ เพราะว่ามีจำนวนมาก ต้องแก้ไข โดยเฉพาะการได้เงินมา แล้วไม่ส่งคืนคลังผมถือว่าเป็นการทำลายวินัยการเงินการคลัง อย่างร้ายแรง ขอบพระคุณมากครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านมนูญ พรรคเศรษฐกิจใหม่เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม มนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ก่อนอื่น ต้องขอชื่นชมทาง อย. ว่าท่านทำงานกันอย่างหนัก แล้วก็ในเรื่องการรับผลประโยชน์ ผมไม่เคยได้ยินในเรื่องของข่าวการรับผลประโยชน์ แถมปัจจุบันท่านโดนตัดงบเป็นจำนวนมาก ทำให้งบดำเนินการมีไม่เพียงพอ ผมดูรายการค่าธรรมเนียมของท่านแล้ว ก็ขึ้นมาค่อนข้างเยอะ บางรายการก็ดูสมเหตุสมผล บางรายการก็ดูแพงมาก ผมก็เข้าใจว่าปัจจุบันเนื่องจากว่า งบประมาณไม่มี รายได้หลักของท่านก็จะมาอยู่ที่ค่าธรรมเนียมการจดแจ้งต่าง ๆ นะครับ สิ่งที่ผมอยากจะฝากท่าน เรื่องแรกก็คือเรื่องการรักษาสมดุลระหว่างสินค้าผิดกฎหมาย กับสินค้าถูกกฎหมาย ที่ผมพูดอย่างนี้เพราะว่าผมได้รับการร้องเรียนมาจากผู้ประกอบการ จำนวนมากว่า เวลาจะทำอะไรให้ถูกกฎหมาย มันทำยากมาก ระเบียบท่านค่อนข้างเยอะ แล้วก็มีการเปลี่ยนแปลงไม่ค่อยนิ่งเท่าไร ในส่วนของผู้ที่ผิดกฎหมายท่านหาได้อย่างง่ายดาย ในแพลตฟอร์ม ออนไลน์ (Platform Online) ต่าง ๆ คือผู้ที่จะจดแจ้ง คนที่จะจดแจ้ง ก็คือคนที่เขาต้องการทำให้ถูกกฎหมาย ส่วนใหญ่สินค้าจะไม่มีปัญหาอะไร ในส่วนของ ผู้ที่ทำผิดกฎหมาย ท่านหาได้จากง่าย ๆ ออนไลน์ แพลตฟอร์ม (Online Platform) มีเต็มไปหมด ฉะนั้นผมก็อยากให้ท่านดูแลในเรื่องของสินค้าที่มี อย. กับสินค้าที่ไม่มี อย. ท่านต้องส่งเสริมให้ผู้ที่ต้องการทำถูกกฎหมายมีกำลังใจ แล้วก็อำนวยความสะดวกให้เขา สิ่งที่ผมอยากจะแจ้งให้ท่านทราบก็คือว่า ลำพังท่านไม่สามารถที่จะไปดูแลสินค้าถูกกฎหมาย หรือสินค้าผิดกฎหมายได้อย่างถูกต้อง ได้อย่างครบถ้วน ผมอยากให้ท่านดูตัวอย่างนะครับว่า ปัจจุบันสินค้าที่จำหน่าย ยกตัวอย่างอย่างในโมเดิร์นเทรด (Modern Trade) สินค้า ที่ผิดกฎหมาย หรือสินค้าที่ไม่มี อย. ไม่มีนะครับ ทำไมถึงไม่มี เพราะว่าสิ่งที่เกิดขึ้น คือผู้ประกอบการเหล่านี้เขามีปัญหา เวลาโดนไปตรวจ เขาถูกปรับ อันนี้มีบทลงโทษ ฉะนั้นสิ่งที่เขาทำก็คือว่าเขาก็จะไปบังคับเป็นทอด ๆ ไป จนถึงผู้ประกอบการว่าผู้ผลิต ว่าสินค้าที่จะเอามาจำหน่ายจะต้องทำถูกกฎ อย. มี อย. มีอะไรทุกอย่างถูกต้อง ในขณะที่สินค้าที่ขายผ่านออนไลน์ แพลตฟอร์ม (Online Platform) ท่านเข้าไปควบคุม ไม่ถึง ฉะนั้นผมก็เสนอให้ท่านหาวิถีทางเข้าไปคุมพวกแพลตฟอร์ม ออนไลน์ (Platform Online) มีบทลงโทษว่า เวลาสินค้าที่เขาขายถ้าไม่มี อย. เขาจะถูกปรับ พออย่างนี้เขาก็จะไป ควบคุมผู้จำหน่ายว่า ก่อนที่จะมาจำหน่ายต้องมี อย.🔗
เรื่องต่อไปก็จะเป็นเรื่องของปัจจุบันทั่วโลกเขา ดีเรกกูเลต (Deregulate) เครื่องสำอางกัน เขาเริ่มควบคุมน้อยลง วิธีที่เขาควบคุม อย่างเกาหลีคือตอนนี้ปัจจุบัน แทนที่จะเป็นเอฟดีเอ (FDA) เขาไม่ได้เป็นเอฟดีเอ (FDA) แล้ว เขาเปลี่ยนเป็น มินิสทรี ออฟ ฟู้ด แอนด์ ดรัก เซฟตี (Ministry of Food and Drug Safety) ก็คือเขาเปลี่ยนมาดูเรื่อง ของเซฟตี (Safety) แทน สิ่งที่เขาทำคือเครื่องสำอางเขาแบ่งเกรด (Grade) เนื่องจากว่า มันมีเยอะมาก ฉะนั้นท่านต้องเลือกโฟกัส (Focus) สิ่งที่ท่านทำก็คือกำหนดมาว่า สินค้าเครื่องสำอางตัวใดที่มันเป็นในลักษณะที่เขาเรียกว่า ฟังก์ชันนัล คอสเมติกส์ (Functional cosmetics) ฟังก์ชันนัล คอสเมติกส์ (Functional cosmetics) ก็คือควบคุม ผลสัมฤทธิ์ ผลลัพธ์ อย่างเรื่องของผิวขาว รูขุมขนอะไรต่าง ๆ อันนี้นะครับ ผมก็เสนอให้ท่าน คือท่านไปดูทุกตัวท่านดูไม่ไหว ตัวที่ไม่มีความสำคัญมากท่านก็อย่าไป สนใจมาก ก็ดีเรกกูเลต (Deregulate) ลง แล้วมาสนใจในเรื่องของส่วนที่เป็น ฟังก์ชันนัล คอสเมติก (Functional Cosmetic) แทน🔗
ในเรื่องสุดท้ายที่อยากจะฝาก ก็คือว่าบทบาทของเอฟดีเอ (FDA) ปัจจุบัน ทั่วโลกเขาเริ่มในเรื่องของการส่งเสริม การช่วยเหลือผู้ประกอบการ สิ่งที่ท่านทำได้ก็คือ ในเรื่องของตัวจดแจ้ง ก็คือปัจจุบันนี้ภายใต้อาเซียน เอฟดีเอ เฟรมเวิร์ก (FDA Framework) ผมคิดว่ามันไม่เวิร์ก (Work) ปัจจุบันนี้ก็ยังไม่ค่อยสัมฤทธิผล ผมก็อยากให้ท่านช่วยผู้ส่งออก ในเรื่องของการจดแจ้ง อย. จากเมืองไทย จดเมืองไทย แล้วท่านก็พยายามไปทำเอ็มโอยู (MOU) กับต่างประเทศ ประเทศเพื่อนบ้านว่ามีเอ็มโอยู (MOU) เสร็จปุ๊บ จด อย. ของไทย สุดท้ายสามารถไปใช้ประเทศเพื่อนบ้านได้ อันนี้จะช่วยผู้ประกอบการได้มาก เพราะว่า การที่ผู้ประกอบการจะต้องไปจด อย. แต่ละประเทศมันมีปัญหา แล้วแต่ละอันจะมีขั้นตอน มีค่าใช้จ่าย มีอะไรที่เป็นภาระอีรุงตุงนัง ผมแนะนำอย่างเกาหลีเขาก็มี อย. เขาเรียกว่า เป็นหน่วยงานในเรื่องของมาร์เกตแอกเซส (Market Access) มาร์เกตแอกเซส (Market Access) นี้ไม่ได้หมายถึงในประเทศนะครับ หมายถึงว่าช่วยให้สินค้าเกาหลีไปขาย ต่างประเทศได้ อันนี้ก็ฝากท่านนะครับว่าฟังก์ชันของท่านอาจจะเน้นในเรื่องของการส่งเสริม ผู้ประกอบการ ช่วยในสิ่งที่ท่านช่วยได้ แล้วก็ในสิ่งที่มันไม่ค่อยจำเป็นในเรื่องของที่บอกว่า สินค้าบางอันใช้ปรอทอะไรอย่างนี้นะครับ เดี๋ยวนี้มันไม่มีแล้ว มันหายากมาก ถ้ามีคือ หมายความว่าเขาไม่จดแจ้ง อย. อยู่แล้ว เขาทำผิดกฎหมายอยู่แล้ว เขาไม่สนใจอยู่แล้ว ผู้ประกอบการที่ตั้งใจที่จะทำให้ถูกต้องก็พยายามช่วยเหลือเขา ลดขั้นตอนให้น้อยลง ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ท่านรัฐมนตรีจะชี้แจงเองหรือผู้🔗
ขออนุญาตให้ทางเจ้าหน้าที่ได้ชี้แจงครับ🔗
เชิญท่าน ผู้เข้ามาชี้แจง เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม ผู้ทรงคุณวุฒิด้านมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์สุขภาพ รักษาราชการแทนรองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา วันนี้เป็น ผู้แทนของสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ขอชี้แจงในประเด็นคำถามของผู้อภิปราย ในครั้งที่แล้วและในวันนี้นะคะ🔗
ปัจจุบันพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ. ๒๕๕๘ ได้กำหนดอัตรา ค่าธรรมเนียมสูงสุดของการจัดเก็บเพื่อเข้าคลังรายได้แผ่นดินอยู่ ซึ่งอัตราค่าธรรมเนียม ที่อยู่ท้าย พ.ร.บ. เครื่องสำอางฉบับปัจจุบันนี้ ดิฉันยกตัวอย่างเช่น ใบรับจดแจ้งการผลิต เพื่อขาย คำขอต่าง ๆ ใบรับจดแจ้งการนำเข้า เป็นต้น ซึ่งอันนี้เป็นอัตราค่าธรรมเนียมสูงสุด ที่กำหนดไว้ท้าย พ.ร.บ. เครื่องสำอาง อย. ก็จะมาออกกฎกระทรวงในการกำหนดอัตรา อีกครั้งหนึ่ง ลดหย่อนกันไปตามสภาพของสินค้านั้น เพราะฉะนั้นในการแก้ไข พ.ร.บ. เครื่องสำอางในครั้งนี้ เราจะไม่ได้ไปยุ่งในเรื่องของอัตราค่าธรรมเนียมที่อยู่ท้ายประกาศเดิม ครั้งนี้เป็นการแก้ไข พ.ร.บ. ในเรื่องของกระบวนการพิจารณาอนุญาต เพื่อให้มีผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งมีทั้งองค์กรและบุคคล หน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนเข้ามามีส่วนช่วยในการพิจารณา อนุญาต ทั้งนี้เนื่องจากว่าเครื่องสำอางเป็นสินค้าที่มีนวัตกรรมใหม่ ๆ เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ดังจะเห็นได้ว่าต่างประเทศมีวิวัฒนาการของเครื่องสำอาง ไม่ว่าจากทางเกาหลี ทางญี่ปุ่น ทางอเมริกา เพราะฉะนั้นผู้ประกอบการทั้งผลิตและนำเข้าก็จะมีการนำสารใหม่ ๆ หรือเทคนิควิธีการผลิตของเครื่องสำอางใหม่ ๆ เข้ามาในประเทศ หรือผลิตขึ้นมา ดังนั้น การที่เรามีผู้เชี่ยวชาญจะทำให้มีการประเมินเอกสารวิชาการและการตรวจวิเคราะห์ ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น แล้วก็สามารถที่จะเพิ่มอัตราในการให้ค่าตอบแทนผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งแต่เดิมพอเราติดในเรื่องของงบประมาณ แล้วก็ระเบียบในการจ้างผู้เชี่ยวชาญทำให้เงิน ตอบแทนน้อยทำให้ผู้เชี่ยวชาญบางท่านไม่ประสงค์ที่จะเป็นผู้เชี่ยวชาญ ทำให้การอ่าน เอกสารวิชาการบางอย่างเป็นไปด้วยความล่าช้า🔗
ทีนี้ตอบคำถามของท่านในเรื่องที่ว่าทำไมผู้เชี่ยวชาญถึงมีบุคคลธรรมดาด้วย ดิฉันขอนำเรียนว่าปัจจุบันนี้ผู้เชี่ยวชาญในแขนงสาขาต่าง ๆ บางท่านไม่ได้สังกัดหน่วย ราชการ หรือองค์กรใด ๆ ดิฉันยกตัวอย่าง เช่น ผู้เชี่ยวชาญสมุนไพร ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ในที่นี้ คือดอกเตอร์เภสัชกรหญิงสุภาภรณ์ ปิติพร จากโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องสมุนไพร ตอนนี้ท่านเกษียณอายุราชการแล้ว ไม่ได้สังกัดหน่วยงานใด เพราะฉะนั้นถ้าหากว่ามีสมุนไพรใหม่ ๆ มาขอจดแจ้งกับ อย. แล้วต้องการความคิดเห็นจาก ผู้เชี่ยวชาญ ท่านสุภาภรณ์ถ้าอยู่ในบัญชีรายชื่อของผู้เชี่ยวชาญก็จะช่วยพิจารณาเอกสารได้ ในระดับหนึ่งนะคะ ทั้งนี้คำถามของท่านที่ว่าแล้วเวลาที่ อย. ขึ้นบัญชีผู้เชี่ยวชาญ เรามีหลักการอย่างไร อันนี้ขอนำเรียนนะคะว่า อย. เรามีหลักเกณฑ์และวิธีการเงื่อนไข ในการขึ้นบัญชีผู้เชี่ยวชาญ แล้วก็แบ่งตามสาขาวิชาต่าง ๆ ที่เราขาดแคลน แล้วก็ใช้บ่อย ในเครื่องสำอาง เช่น ทางด้านพิษวิทยา ทางด้านเภสัชวิทยา เป็นต้น หรือทางด้านสมุนไพร สำหรับในเรื่องที่เวลาเราส่งผู้เชี่ยวชาญท่านเกรงว่าจะเกิดอคติ หรือว่าส่งโดยเลือกปฏิบัตินั้น เรามีหลักเกณฑ์ในการส่งให้ผู้เชี่ยวชาญ คือจะส่งในจำนวนที่ไม่ใช่รายเดียวนะคะ ปกติจะส่ง อย่างน้อย ๓ ราย เพื่อให้แต่ละท่านมีการเช็ก แอนด์ บาลานซ์ (Check and Balance) ซึ่งกันและกัน🔗
ตอบคำถามของท่านในเรื่องที่ว่าการกำกับดูแลของ อย. ในเรื่องของ เครื่องสำอางในปัจจุบันจะทำอย่างไรให้พิจารณารวดเร็ว ขณะเดียวกันก็ไม่ช้าเกินไป ไม่เร็ว เกินไป ปัจจุบันนี้ อย. เราจดแจ้งเครื่องสำอางตามความเสี่ยงนะคะ เครื่องสำอาง มีความหลากหลาย ถ้าใช้ภายนอกร่างกาย เช่น ยาสระผม ครีมนวดผม ครีมอาบน้ำ เราถือว่ามีความเสี่ยงต่ำ ปัจจุบันนี้ใช้วิธีการจดแจ้งแบบอิเล็กทรอนิกส์ ท่านยื่นแล้วก็อนุมัติ ได้เลย แบบออโตเมติก (Automatic) แต่ถ้าหากว่าเป็นเครื่องสำอางที่มีความเสี่ยงสูง เช่น เครื่องสำอางที่บรรจุใน แอมพูล (Ampule) ที่มีลักษณะคล้ายยา อันนี้จะต้องพิจารณา ๓ วันทำการ หรือผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ที่มีสารสำคัญบางอย่างที่จะก่อให้เกิดความไม่ปลอดภัย เช่น ทาสิวทาฝ้า เป็นต้น อันนี้ก็จะใช้เวลาพิจารณา ๓ วันทำการ ส่วนในเรื่องที่ว่าการจัดเก็บ ค่าใช้จ่ายแล้ว อย. จะเอาไปใช้โดยที่สุรุ่ยสุร่ายหรือตามอำเภอใจนั้น ขอเรียนยืนยันชี้แจงว่า หลักเกณฑ์การใช้จ่ายจากเงินค่าใช้จ่ายนี้เราจะต้องผ่านความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง ก่อน ก็มีหลักเกณฑ์ในการใช้จ่ายที่แน่นอน แล้วก็ไม่ว่าการจัดซื้อจัดจ้างก็ต้องเป็นไป ตามระเบียบพัสดุของสำนักนายกรัฐมนตรี ขณะเดียวกันเงินรายได้นี้ก็ถูกตรวจสอบ โดยสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเช่นเดียวกับเงินงบประมาณ🔗
ตอบคำถามในเรื่องที่ว่าปัจจุบันว่าสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา งบประมาณปี ๒๕๖๕ เราได้ถึง ๙๐๐ กว่าล้านบาท ทำไมจะต้องมาเก็บค่าใช้จ่ายอีก ก็เรียนให้ทราบว่างบประมาณ ๙๐๘ ล้านบาทนี้ส่วนใหญ่เป็นเงินในเรื่องของงบลงทุน แล้วก็งบบุคลากร แต่ในเรื่องของงบดำเนินงานเราได้รับเงินงบประมาณลดลงทุกปี งบดำเนินงานของปี ๒๕๖๔ เราได้ ๓๒๒ ล้านบาท แต่ในปี ๒๕๖๕ นี้เราได้เพียง ๒๕๔ ล้านบาท เพราะฉะนั้นเงินรายได้ที่เราจัดเก็บในครั้งนี้ก็จะเอามาใช้ในกิจการที่จะทำให้ การพิจารณาอนุญาตของเครื่องสำอางนั้นมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น🔗
ตอบคำถามของท่านมนูญที่ถามว่าในเรื่องของกฎหมายต่างประเทศ ในเรื่องของ ดีเรกูเลต (Deregulate) กฎหมาย แล้วก็จดแจ้งเครื่องสำอางประเทศไทย แล้วจะไปขึ้นทะเบียนที่ต่างประเทศอัตโนมัติได้เลยหรือไม่นั้น ปัจจุบันประเทศไทยเรา ก็เป็นสมาชิกอาเซียน ปัจจุบันอาเซียนเราก็จะมีกฎหมายคอสเมติก อาเซียน ฮาร์โมไนเซชัน (Cosmetic ASEAN Harmonization) ที่ทำความตกลงว่าถ้าจดแจ้งประเทศใดแล้วก็ สามารถขายในประเทศสมาชิกได้ ซึ่งตอนนี้ประเทศโดยเฉพาะซีแอลเอ็มวี (CLMV) ถ้าสินค้า เครื่องสำอางจากประเทศไทยไปจำหน่ายก็จะสามารถจำหน่ายได้อย่างรวดเร็ว ขึ้นทะเบียน ไม่ช้า เร็วขึ้น ส่วนในเรื่องที่ว่าเวลาที่ท่านจดแจ้งกับ อย. แล้วจะมีการนำสูตรไปบอกต่อไป ขายต่อนั้น ดิฉันขอยืนยันว่า สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเรา เจ้าหน้าที่ทุกท่านที่มีหน้าที่ เกี่ยวกับการพิจารณาอนุญาตเราจะมีการเซ็นหนังสือรักษาความลับ และการไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย ประกอบกับการจดแจ้งเครื่องสำอางในปัจจุบันเราไม่ได้ขอสูตรของสารทุกตัว ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะคะ เราขอชื่อของสารที่ท่านใส่ในเครื่องสำอาง และขอเฉพาะเปอร์เซ็นต์ ของสารสำคัญที่เราระบุปริมาณ เพราะฉะนั้นสูตรที่ใส่ทุกตัวและเปอร์เซ็นต์เท่าไร เราไม่ได้ขอครบอย่างนั้นนะคะ🔗
ส่วนในเรื่องที่ว่าการตรวจสอบสินค้าหลังออกสู่ท้องตลาด ทุกท่านคงจะเห็น แล้วนะคะว่า ปัจจุบันนี้ อย. เรามีการตรวจสอบจับกุมผู้กระทำผิดกฎหมาย ไม่เฉพาะ เครื่องสำอาง อาหาร ยา เครื่องมือแพทย์เราก็ดำเนินการจับกุมสินค้าที่ผิดกฎหมายอยู่ โดยตลอดเวลา ซึ่งอันนี้ผู้ร้องเรียนสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน ๑๕๕๖ ซึ่งปัจจุบัน ก็มีคนแจ้งเบาะแสและมีการจับกุมอยู่ตลอดเวลา🔗
ส่วนในเรื่องของการตรวจสอบสินค้าที่ออกสู่ตลาดที่เป็นงานปกติของเรา เราก็มีการเก็บตัวอย่างส่งตรวจวิเคราะห์ เครื่องสำอางปีหนึ่งเราเก็บตัวอย่างประมาณ เกือบพันรายการ ทั้งที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ ผ่านด่านอาหารและยา และผลิตในประเทศ เราก็ส่งเจ้าหน้าที่ออกเก็บตัวอย่างส่งตรวจวิเคราะห์ ตรวจฉลากเราก็ออกตรวจสอบฉลาก เช่นเดียวกัน ส่วนในเรื่องความร่วมมือกับแพลตฟอร์ม (Platform) ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ช้อปปี้ (Shopee) ลาซาด้า (Lazada) หรือโมเดิร์นเทรด (Modern Trade) ปัจจุบัน อย. เรามีความร่วมมือกับช้อปปี้ (Shopee) ลาซาด้า (Lazada) อยู่นะคะ ให้เขาคัดกรองสินค้า ที่จะจำหน่ายในแพลตฟอร์ม (Platform) ของเขา ถ้าเขาไม่ให้ความร่วมมือนะคะ เขาก็จะได้รับโทษเช่นเดียวกันค่ะ ขออนุญาตตอบคำถามในเบื้องต้นเท่านี้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะ ในนามของรัฐบาลที่นำเสนอกฎหมายร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเครื่องสำอางนะครับ ขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้ให้คำแนะนำใน ๒ ส่วนนะครับ🔗
ในส่วนที่เป็นข้อแนะนำที่เกี่ยวข้องกับร่างแก้ไขร่างพระราชบัญญัติ เครื่องสำอาง ผมคิดว่าเดี๋ยวทางกรรมาธิการวิสามัญจะหยิบยกไปพิจารณาในชั้นแปรญัตติ ต่อไปในวาระที่ ๒ นะครับ🔗
ส่วนในเรื่องของการปฏิบัติหน้าที่หรือการกำกับดูแลของ อย. ก็ขอย้ำว่า ท่านรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจะพยายามขับเคลื่อน อย. ภายใต้วิสัยทัศน์ว่าจะต้องเป็นองค์กรด้านหลักเรื่องคุ้มครองผู้บริโภค ส่งเสริมผู้ประกอบ การค้าผลิตภัณฑ์สุขภาพ และเพื่อประชาชนที่มีสุขภาพที่ดีนะครับ อันนี้เป็นหลักที่เราจะ เดินหน้าตามคำแนะนำของเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ เรียนท่านประธานครับ ผม พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลก็ต้องขอขอบพระคุณทางท่านรัฐมนตรีนะครับ และท่านรองเลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยานะครับ ที่ได้กรุณาชี้แจงต่อคำถามที่ผมอภิปรายไว้ ตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ทีนี้ต้องขออนุญาตที่จะเรียนถามเพิ่มเติมนะครับ เกี่ยวกับเรื่องของ เงินนอกงบประมาณ หรือรายได้ที่เกิดจากการให้บริการภาคประชาชน เมื่อสักครู่ได้ฟัง คำชี้แจงตอนหนึ่งที่ท่านได้กรุณาบอกว่างบประมาณในปี ๒๕๖๕ ก็ประมาณ ๙๐๘ ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นงบลงทุนนะครับ แล้วก็งบดำเนินงานนี่ลดลงกว่าปีก่อนด้วยซ้ำ ซึ่งจริง ๆ ก็เป็นเรื่องที่ดีนะครับ ถ้าหน่วยงานราชการจะใช้เงินในการลงทุนมากยิ่งขึ้นนะครับ แล้วก็ลดงบดำเนินงาน แต่ประเด็นที่ผมจะต้องถามย้ำอย่างนี้ครับ เพราะว่าถ้าไปตรวจสอบ จากเงินนอกงบประมาณที่สะสมอยู่ของสำนักงานก็จะเพิ่มขึ้นทุก ๆ ปีเรื่อยมาจนกระทั่ง สิ้นปีงบประมาณ ๒๕๖๓ เงินนอกงบประมาณคงเหลือมีมากถึง ๔๙๐ ล้านบาท เมื่อสักครู่ ท่านได้ชี้แจงแล้วว่าเงินตรงส่วนนี้จะใช้จ่ายอย่างไร ก็ต้องขออนุมัติจากกระทรวงการคลัง อันนี้ผมเข้าใจนะครับ แต่ว่าประเด็นของผมคือเนื่องจากว่าการของบประมาณแผ่นดินจาก สำนักงบประมาณของสำนักงานก็ไม่ได้ลดลง แต่กลับเหลือเงินสะสมในรูปแบบของ เงินนอกงบประมาณกลับเพิ่มขึ้นเสียด้วยซ้ำ ดังนั้นผมก็อยากจะเรียนถามอย่างนี้ครับว่า ในสิ้นปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ที่ได้ผ่านไปแล้ว ตกลงแล้วเงินนอกงบประมาณคงเหลือในส่วนนี้ ถ้าเหลือเท่าไร ๒๕๖๓ ท่านเหลือ ๔๙๐ อยากจะเรียนถามว่า ๒๕๖๔ จบไปแล้วนี้ท่านเหลือเท่าไร ถ้าหากเราไปดูนะครับ เงื่อนไข ในการใช้เงินในส่วนนี้ที่มีหลักเกณฑ์อยู่นะครับ ก็เปิดกว้างมากนะครับ หนึ่งในนั้น ท่านสามารถนำเงินส่วนนี้มาใช้เป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานตามแผนงานหรือโครงการ ที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคด้านเครื่องสำอางนะครับ ซึ่งผมคิดว่า เฉพาะข้อนี้ก็เปิดกว้างมากที่ท่านจะสามารถนำเงินส่วนนี้มาสมทบงบประมาณได้ แต่ถ้าตรวจสอบจากเอกสารสำนักงบประมาณเราไม่พบเห็นนะครับว่าท่านได้นำเงิน นอกงบประมาณนั้นมาสมทบโครงการใด ๆ ในภารกิจของสำนักงานเลย อันนี้เป็นประเด็น ที่ผมตั้งข้อสังเกตนะครับ แล้วก็อยากจะฝากเพื่อนสมาชิกที่จะเข้าไปนั่งทำงาน เป็นกรรมาธิการชุดนี้ได้พิจารณากฎหมายมาตรานี้นะครับ ผมเห็นว่าถ้าเป็นไปได้เราควรที่จะ ระบุนะครับ ให้นำรายได้จากการบริการประชาชนตรงนี้ส่งเข้าคลังทั้งหมดนะครับ เพื่อจะให้ การจัดสรรงบประมาณเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
เชิญท่าน พิเชษฐ์🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมฟังคำตอบแล้วก็ยังไม่ชัดเจนนะครับ ท่านตอบยังไม่ครอบคลุมนะครับ ท่านไม่ส่งเงินเข้าคลัง เงินเอามาทำอะไร คือถ้าเกิดท่านเพิ่มศักยภาพ เพิ่มบุคคล เพิ่มองค์กรของรัฐ เพิ่มองค์กรระหว่างประเทศ นักวิชาการบุคคลของต่างประเทศมารายได้ มันจะมหาศาล ท่านเอาเงินไปทำอะไร ตอบผมนะครับ🔗
ข้อ ๒ อย. อยู่คู่กระทรวงสาธารณสุขมา ตั้งแต่มีกระทรวงก็มี อย. แล้ว วันนี้ท่านทำไม่ได้แล้วใช่หรือไม่ ทำไมท่านถึงออกกฎหมายฉบับนี้ออกมา ท่านออกกฎหมาย ฉบับนี้ออกมาเพื่ออะไร วัตถุประสงค์ให้ชัดเจนนะครับ เพื่อความรวดเร็ว เพื่อประสิทธิภาพ หรือเพื่อเพิ่มค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนที่จะมาขอ ท่านผู้ชี้แจงลองตอบสิเพื่ออะไร กฎหมายนี้ มันมีประโยชน์อย่างไร บุคคลต่างประเทศนี้เราห่วงใยมากนะครับ แล้วก็องค์กรระหว่าง ประเทศด้วยที่จะเข้ามาเป็นแบรนด์ (Brand) ต่างประเทศที่จะต้องซื้อแบรนด์ (Brand) กันเข้ามา แล้วเจ้าหน้าที่ของ อย. นี้ คงจะลาออกไปอีกหลายคนนะครับ เพื่อไปตั้งบริษัท เพื่อไปรับงานเหล่านี้ ผมคิดว่าประโยชน์ที่จะได้รับนี้คืออะไร ท่านบอกมาชัด ๆ ประโยชน์ว่าเพื่อความรวดเร็ว ประโยชน์ประสิทธิภาพ หรือมันเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายแน่นอน ให้กับผู้ที่มาขอ ท่านอยู่มาท่านปฏิบัติได้ ไม่เห็นมีอะไรเลย ไม่เห็นมีข้อขัดข้องอะไร เพียงแต่ว่ามันช้าเท่านั้น ท่านก็ไปเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่ เพิ่มนักวิทยาศาสตร์ เพิ่มแล็บ (Lab) ก็แค่นั้น ท่านมาเพิ่มแบบนี้ขายชาตินะครับ นี่คือกฎหมายขายชาตินะครับ ให้ต่างประเทศ มาเอาความลับทางด้านธุรกิจ ทางด้านองค์ความรู้ทางเครื่องสำอางซึ่งเป็นจุดเด่นของ ประเทศไทย สมุนไพรนี้เขารู้หมดครับ ข้อมูลทั้งหลายนี้ถ้าต่างชาติมาเขารู้หมด เสร็จแล้ว ถ้าท่านอนุญาตให้บริษัทต่างประเทศบริษัทหนึ่งมาเป็นผู้รับรองผลิตภัณฑ์นี้ เขาก็จะเป็น พวกเดียวกัน ท่านตรวจสอบเขาได้หรือไม่ครับ อัฐยายซื้อขนมยาย เสร็จแล้วเราก็ไม่รู้เรื่อง แล้วท่านจะรู้เรื่องได้อย่างไร ท่านเป็น อย. นี้ ท่านจะไปรับรู้กระบวนการรับรองของ บริษัทเอกชนที่เขารับรองกัน หรือบุคคลซึ่งที่ท่านให้ขออนุญาตขึ้นทะเบียนได้ ท่านจะรับรู้ เขาได้อย่างไร ท่านบอกว่าท่านเพียงแต่ว่าบอกมีสารประกอบอะไรบ้างแค่นั้น อันนี้ คือจุดอ่อน ผมเป็นห่วงจริง ๆ นะครับ วันนี้ประเทศไทยก้าวมาสู่ประเทศที่เครื่องสำอาง ติดอันดับโลก เพราะเราอยู่ปกติแบบนี้ แต่ถ้าออกกฎหมายฉบับนี้ออกไปแล้ว ท่านรับรองได้ไหมว่า เราจะสูญเสียอธิปไตย เราจะสูญเสียข้อมูลที่สำคัญ เราจะสูญเสียสมุนไพรที่ดี ให้กับต่างชาติ วันนี้แม้แต่เครื่องสำอางดัง ๆ ของโลกเขาก็มาเอาต์ซอร์ซ (Outsource) มาจ้างประเทศไทย ผลิตและใส่แบรนด์ (Brand) เขาทั้งนั้น ผมเป็นห่วงจริง ๆ วันนี้เป็นวันประวัติศาสตร์นะครับ อย. ผมฝากนะครับว่าเราเป็นห่วงจริง ๆ สิ่งที่ท่านทำอย่าเห็นแก่ตัว อย่าเห็นแก่องค์กร ของตัวเอง อย่าเห็นแก่รายได้ที่มันจะตามมา กระทรวงสาธารณสุขเป็นกระทรวงที่มี ไอเดีย (Idea) มีคุณภาพ ใครที่เรียนเก่ง ใครเรียนเกียรตินิยมไปอยู่กระทรวงสาธารณสุข ไปเป็นหมอ อย่าเอาความเก่งมาหากินกับประชาชน ผมฝากนะครับ เป็นห่วงจริง ๆ ครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
หลังจาก ท่านรัฐมนตรีชี้แจงจะลงมติแล้วนะครับ ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้ามาได้แล้ว นะครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบชี้แจงครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก็ด้วยความเคารพ เพื่อนสมาชิกท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ในความเป็นห่วงของท่านในการปฏิบัติหน้าที่ของ อย. ผมยืนยันกับท่านนะครับว่า ร่างแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็นการออกมาโดยหลักการชัดเจน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการที่จะเข้ามาขออนุญาต อนุมัติ อนุญาต ให้มีความสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น🔗
ส่วนเรื่องของการที่จะไปบังคับใช้ในแง่ของการที่จะ เขาเรียกว่าใช้ข้อมูล เพื่อเป็นประโยชน์ผมเข้าใจว่าท่านรองเลขาได้พูดชัดว่าการขออนุญาตก็ไม่ได้ใช้สูตรทั้งหมด นะครับ เราจำเป็นต้องมีข้อมูลเรื่องส่วนผสมว่าจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของผู้ใช้หรือไม่ แล้วก็มีเกณฑ์ที่ชัดเจน เพราะฉะนั้นส่วนเรื่องของการทำผิดกฎหมาย ผมยืนยันว่าในส่วนของ ในระดับนโยบายก็จะควบคุมดูแลให้เต็มที่นะครับ ส่วนเรื่องกฎหมายฉบับนี้ผมคิดว่า เดี๋ยวเราไปดูในขั้นกรรมาธิการที่ต้องไปดูแลกันนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
เป็นการยุติ การอภิปรายแล้วนะครับ ต่อไปเป็นขั้นตอนการลงมติของที่ประชุมในวาระที่ ๑ คือ ขั้นรับหลักการ ก่อนลงมติต้องเช็ก (Check) องค์ประชุม ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๘ นะครับ🔗
เชิญท่าน สมาชิกเข้าห้องประชุมครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม พิจารณ์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ระหว่างรอสมาชิกครับ พอดีเมื่อสักครู่ ทางสำนักงาน อย. ยังไม่ได้ตอบคำถามครับท่านประธาน ผมเรียนถามว่าตกลงแล้ว เงินนอกงบประมาณคงเหลือ ณ สิ้นปี ๒๕๖๔ เป็นยอดเท่าไรครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน🔗
ท่านมีข้อมูลไหม จริง ๆ แล้วมันยุติการอภิปรายแล้วแต่จะตอบก็ได้ เชิญครับ อนุโลมครับ🔗
ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพนะคะ ขออนุญาตตอบคำถามของท่านพิจารณ์นะคะว่า เมื่อสิ้นปีงบประมาณ ๒๕๖๔ อย. มีเงินรายได้จากการจัดเก็บที่ไม่ใช่งบประมาณเท่าไร ตอนนี้มีอยู่ประมาณ ๔๐๐ กว่าล้านบาทค่ะ🔗
เชิญท่าน สมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อแสดงตนครับ ก่อนจะลงมติในวาระที่ ๑ ขั้นรับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง เชิญท่านสมาชิกแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุม ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๘ เชิญแสดงตนได้ครับ เชิญท่านสมาชิกที่เพิ่งเดินเข้ามาครับ แสดงตนได้ครับ มีท่านใดที่บัตรขัดข้องต้องการแสดงตนทางไมโครโฟน เชิญครับ แสดงตนโดยใช้บัตร กดปุ่มแสดงตน เชิญกดปุ่มได้ครับ🔗
แสดงตน ครบทุกท่านแล้วนะครับ ปิดการแสดงตนครับ มีท่านสมาชิกอยู่ในห้องประชุม ๒๗๓ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ต่อไป ผมจะถามมติจากที่ประชุมว่าท่านจะรับหลักการแห่งราชพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่ ท่านสมาชิกท่านใด เห็นควรรับหลักการแห่งราชพระราชบัญญัติ เครื่องสำอาง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านสมาชิกท่านใดเห็นว่าไม่ควร รับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ถ้าท่านงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ให้ด้วยนะครับ เชิญใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ🔗
ปิดการลงคะแนนนะครับ ผลการลงมติ มีท่านสมาชิกเห็นด้วย ๓๑๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่านนะครับ ดังนั้นมติของที่ประชุมรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ เครื่องสำอาง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗
ต่อไป ขอเสนอกรรมาธิการครับ ท่านจะตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ หรือจะใช้คณะกรรมาธิการสามัญ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ เครื่องสำอาง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวนทั้งหมด ๒๕ ท่านขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้อง มีท่านสมาชิกได้เสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน ๒๕ ท่านนะครับ ถ้าไม่มีท่านสมาชิกเห็นเป็นอย่างอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ๒๕ ท่าน ดังนั้นสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี ๑ ใน ๔ ไม่เกิน ๖ นะครับ ท่านจะตั้งกี่ท่านก็ไม่เกิน ๖ ท่าน เชิญเสนอจะใช้สิทธิไหมครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ขอเสนอ รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้ ๑. นางสุภาวดี ธีระวัฒน์สกุล ๒. นายศุภณัฐ ศุภชลัสถ์ ๓. นายชนิสร์ คล้ายสังข์ ๔. นายศุภชัย ใจสมุทร ๕. นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์🔗
ท่านขอเสนอ ๕ คน ดังนั้นจะเป็นสัดส่วนของพรรคการเมือง ๒๐ ท่าน เริ่มจากพรรคเพื่อไทย ๖ ท่าน เชิญเสนอครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการ ในสัดส่วนพรรคเพื่อไทย จำนวน ๖ ท่าน ๑. นางมุกดา พงษ์สมบัติ ๒. นางอาภรณ์ สาราคำ ๓. นางจุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ ๔. นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล ๕. นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ๖. นางสาวธีราภา ไพโรหกุล ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองครบ ถูกต้องครับ พรรคพลังประชารัฐ ๕ ท่านครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จักรพันธ์ พรนิมิตร กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ขอเสนอกรรมาธิการ ในสัดส่วนพรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๕ คน ดังต่อไปนี้ ๑. นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ๒. นางเจริญ เรี่ยวแรง ๓. นางสาวภริม พูลเจริญ ๔. นางสาวพิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ ๕. นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ขอผู้รับรองครับ🔗
ผู้รับรองครบ พรรคภูมิใจไทย จำนวน ๓ ท่านนะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่านครับ ๑. นางสาวศรีนวล บุญลือ ๒. นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา ๓. ดอกเตอร์ศุภชัย ฤทธิกุลสิทธิชัย ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ครบครับ สัดส่วนของพรรคก้าวไกล ๒ ท่านครับ เชิญเสนอครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอเสนอ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ. เครื่องสำอาง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของ พรรคก้าวไกล ดังนี้ ๑. คุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร และ ๒. คุณสายใจ พรหมเดเวช ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ครบครับ พรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่านครับ เชิญเสนอครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายนามกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่านดังต่อไปนี้ ๑. นายเกียรติ สิทธีอมร ๒. นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องครับ พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี จากพรรคชาติไทยพัฒนา ในสัดส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอนายสรชัด สุจิตต์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ครบครับ ที่เหลือพรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่านครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ นายวิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน ขอเสนอนายสุกษม อามระดิษ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรอง ครบนะครับ ครบแล้วนะครับ ๒๕ ท่านเชิญท่านเลขาได้ทบทวนรายชื่อครับ🔗
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติเครื่องสำอาง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๒๕ ท่าน ๑. นางสุภาวดี ธีระวัฒน์สกุล ๒. นายศุภณัฐ ศุภชลัสถ์ ๓. นายชนิสร์ คล้ายสังข์ ๔. นายศุภชัย ใจสมุทร ๕. นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ ๖. นางมุกดา พงษ์สมบัติ ๗. นางอาภรณ์ สาราคำ ๘. นางจุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ ๙. นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล ๑๐. นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ๑๑. นางสาวธีราภา ไพโรหกุล ๑๒. นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย ๑๓. นางเจริญ เรี่ยวแรง ๑๔. นางสาวภริม พูลเจริญ ๑๕. นางสาวพิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์ ๑๖. นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ๑๗. นางสาวศรีนวล บุญลือ ๑๘. นายศุภชัย ฤทธิกุลสิทธิชัย ๑๙. นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา ๒๐. นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ๒๑. นางสาวสายใจ พรหมเดเวช ๒๒. นายเกียรติ สิทธีอมร ๒๓. นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ๒๔. นายสรชัด สุจิตต์ และ ๒๕. นายสุกษม อามระดิษ🔗
รายชื่อ กรรมาธิการทั้ง ๒๕ ท่าน ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงนะครับ ถูกต้องนะครับ🔗
ถ้าถูกต้อง ก็ถือว่า ๒๕ ท่านถูกต้องนะครับ กำหนดระยะเวลาแปรญัตติครับ เสนอครับ ท่านสมาชิก เสนอกำหนดระยะเวลาแปรญัตติครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอระยะเวลาแปรญัตติ ๗ วันครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีท่านสมาชิก ได้เสนอแปรญัตติตามข้อบังคับภายใน ๗ วันนะครับ ตามข้อ ๑๒๕ มีผู้รับรองถูกต้อง มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมให้แปรญัตติภายใน ๗ วันนะครับ เป็นการจบในเรื่องที่ ๑ นะครับ ขอบคุณ ท่านผู้ชี้แจงครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ร่างพระราชบัญญัติอาหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)🔗
เรื่องนี้คณะรัฐมนตรีได้เสนอร่างพระราชบัญญัติอาหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มาให้สภา พิจารณานะครับ และมีรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ แนบมาด้วยให้ท่านสมาชิกได้ศึกษา ขอท่านรัฐมนตรีได้เสนอ ท่านรัฐมนตรีได้ขออนุญาต ผู้เข้ามาชี้แจงใช่ไหมครับ มีท่านสุภัทรา บุญเสริม ท่านรักษาการรองเลขาธิการคณะกรรมการ อาหารและยา มีท่านวรวลัญช์ นักวิชาการอาหารและยาชำนาญการ มีท่านวรพจน์ ฤทธิ์ดี นักวิชาการอาหารและยาปฏิบัติการ เชิญเข้ามาได้นะครับ ผมอนุญาตตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖🔗
เชิญรัฐมนตรีเสนอเลยครับ แถลงหลักการและเหตุผลครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ในนามของคณะรัฐมนตรี ขอเสนอหลักการและเหตุผลประกอบ ร่างพระราชบัญญัติอาหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ดังต่อไปนี้🔗
สำหรับร่างพระราชบัญญัติอาหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีหลักการ คือต้องการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. ๒๕๒๒ โดยให้มีการยกเลิกบทนิยาม คำว่า อาหารควบคุมเฉพาะ ตำรับอาหาร และโรงงาน และเพิ่มบทนิยามคำว่า วัตถุสัมผัส อาหาร เอกสารกำกับอาหาร ข้อความโฆษณา สถานที่ กระบวนการพิจารณาอนุญาตอาหาร และเลขาธิการ🔗
ข้อ ๒ กำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขมีอำนาจประกาศ กำหนดกลุ่มอาหาร โดยแบ่งเป็นอาหารควบคุมเฉพาะ อาหารควบคุม และอาหารจดแจ้ง กำหนดอาหารที่ต้องประเมินความปลอดภัย และกำหนดหลักเกณฑ์การใช้วัตถุสัมผัสอาหาร การจำหน่ายอาหารและการขนส่ง การเก็บรักษาและการโฆษณา🔗
ข้อ ๓ การแก้ไขเพิ่มเติมชื่อตำแหน่ง รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา และผู้อำนวยการกอง กองอาหาร ในองค์ประกอบคณะกรรมการให้ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน รวมทั้งแก้ไขเพิ่มเติมหน้าที่และอำนาจ ของคณะกรรมการอาหารให้สอดคล้องกับการแก้ไข เพิ่มเติมหน้าที่และอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและผู้อนุญาต🔗
กำหนดการดำเนินงานของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระ ในระหว่างการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิขึ้นใหม่ แก้ไขเพิ่มเติมเหตุในการพ้นจากตำแหน่ง ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและกำหนดองค์ประกอบของคณะอนุกรรมการที่แต่งตั้ง เพื่อปฏิบัติการเกี่ยวกับกระบวนการพิจารณาอนุญาตอาหาร🔗
๔. แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การขอรับใบอนุญาตผลิตอาหารเพื่อจำหน่าย กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงแก้ไขใบอนุญาต และกำหนดหลักเกณฑ์ ในการขอผ่อนผันการต่ออายุใบอนุญาต🔗
๕. แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การดำเนินการเกี่ยวกับการพิจารณาอาหาร และกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพ ในกระบวนการพิจารณาอนุญาต อาหาร และหลักเกณฑ์ในการติดตามตรวจสอบหรือเฝ้าระวังอาหาร รวมทั้งกำหนดอำนาจ ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้มีอำนาจในการกำหนดอัตราค่าใช้จ่ายสูงสุด และค่าใช้จ่ายที่จัดเก็บอัตราค่าขึ้นบัญชีสูงสุด และค่าขึ้นบัญชีที่จัดเก็บและหลักฐานในการ ริบเงินและจ่ายเงินดังกล่าว🔗
๖. แก้ไขเพิ่มเติมให้ผู้รับอนุญาตผลิตเพื่อการส่งออกต้องจัดทำข้อมูลเกี่ยวกับ อาหารนั้นต่อผู้อนุญาตและต้องจัดเก็บเอกสารหรือหลักฐาน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ รวมทั้งกำหนดห้ามจำหน่ายอาหารเพื่อการส่งออกในราชอาณาจักร🔗
๗. กำหนดการควบคุมอาหารเสื่อมคุณภาพ แก้ไขเพิ่มเติมลักษณะของ อาหารปลอมและอาหารผิดมาตรฐาน และแก้ไขเพิ่มเติมหน้าที่และอำนาจของผู้อนุญาต เกี่ยวกับการออกคำสั่งเพื่อการควบคุมอาหารและประกาศผลการตรวจสอบให้ประชาชน ทราบ🔗
๘. กำหนดมาตรการเพื่อควบคุมอาหารในแต่ละกลุ่ม โดยกำหนดให้ อาหารควบคุมเฉพาะต้องขึ้นทะเบียน อาหารควบคุมต้องแจ้งรายการ และอาหารจดแจ้ง ต้องจดแจ้ง และกำหนดการขอรับใบแทน ใบสำคัญของอาหารดังกล่าว รวมทั้งกำหนด หลักเกณฑ์ในการดำเนินการ และการแก้ไขเปลี่ยนแปลง🔗
๙. กำหนดมาตรการการควบคุม การโฆษณาอาหาร กำหนดหลักเกณฑ์ การโฆษณา และกำหนดให้การโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหาร ต้องได้รับอนุญาต🔗
๑๐. แก้ไขเพิ่มเติมหน้าที่และอำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ เกี่ยวกับการยึด หรืออายัด และแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การดำเนินการ กับสิ่งที่ยึดหรืออายัดไว้🔗
๑๑. แก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการพักใช้ใบอนุญาต และเพิกถอน ใบอนุญาต🔗
๑๒. กำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการอุทธรณ์ การอุทธรณ์🔗
๑๓. แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดโทษให้สอดคล้องกับการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย และแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์การเปรียบเทียบให้เหมาะสม🔗
๑๔. แก้ไขเพิ่มเติมอัตราค่าธรรมเนียมท้ายพระราชบัญญัติ🔗
เหตุผลโดยการแก้ไขที่ผมเรียนมาทั้งหมดนี้ โดยพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. ๒๕๒๒ มีบทบัญญัติบางประการที่เป็นข้อจำกัดในการควบคุมความปลอดภัยอาหาร และการโฆษณาอาหาร สมควรให้แก้ไขเพิ่มเติมมาตรการควบคุมอาหาร โดยกำหนดควบคุม อาหารตามระดับความเสี่ยง ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายหรือผลกระทบผู้บริโภค แก้ไขเพิ่มเติม หลักเกณฑ์การดำเนินการเกี่ยวกับการพิจารณาอาหาร และกำหนดหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไข ในการโฆษณาอาหาร กำหนดให้มีผู้เชี่ยวชาญ องค์กรผู้เชี่ยวชาญ หน่วยงาน ของรัฐ หรือองค์กรเอกชนทั้งในและต่างประเทศ ทำหน้าที่ในกระบวนการพิจารณาอนุญาต อาหารเพื่อให้เป็นกลไกในการพิจารณาอนุญาตให้มีความรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ รวมทั้ง เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันทางธุรกิจ ตลอดจนการแก้ไขบทกำหนดโทษ และอัตรา ค่าธรรมเนียมให้เหมาะสม และสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน จึงจำเป็นต้องตรา พระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้น ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่านสมาชิกอภิปราย มีท่านแรก พลตำรวจตรี สุพิศาล เชิญท่านครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ในวาระนี้ในเรื่องของการนำเสนอร่างพระราชบัญญัติ พ.ร.บ. อาหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่จะแก้ไขตามพระราชบัญญัติเดิมในปี ๒๕๒๒ นั้น ผมกราบเรียนครับ ผมมีประเด็นที่จะอภิปรายอยู่ ๒-๓ ประเด็นในเรื่องที่สำคัญ ๆ🔗
อันแรกคือเรื่องของหลักการ ท่านประธานครับ หลักการที่นำเสนอของ กฎหมายฉบับนี้ ซึ่งปรากฏอยู่ใน (๑) ถึง (๕) ผมไม่ลงรายละเอียด เพราะว่านั่นคือหัวใจ อันหนึ่งที่ท่านเอามายึดโยง เพื่อกำหนดใน ๔๖ มาตราที่กำลังนำเสนออยู่ และจะมีผู้อภิปราย อีกหลายท่าน ผมขอไปที่บางตัว โดยเฉพาะในนิยามศัพท์ครับ ท่านประธานครับ นิยามศัพท์ ที่ปรากฏอยู่ในร่างฉบับนี้เป็นนิยามศัพท์ที่มีคำว่า กระบวนการพิจารณาอนุญาตอาหาร ซึ่งจะมีความหมายอยู่หลายประเด็นอยู่ ๕-๖ ประเด็นที่ปรากฏอยู่ ในคำนิยาม ผมก็จะไม่ลง ไปในรายละเอียดมัน แต่สิ่งสำคัญในคำว่าการพิจารณาอนุญาต สิ่งสำคัญคือหลักการที่สำคัญ อีกอันหนึ่งที่จะต้องมายึดโยงในหลักการนี้ ท่านฝากนำเรียนไปยังท่านรัฐมนตรีด้วยครับ ในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ ครับท่านประธาน วรรคสามเขียนดังนี้ครับ รัฐพึงใช้ระบบอนุญาต และระบบคณะกรรมการในกฎหมายเฉพาะกรณีที่จำเป็น พึงกำหนดหลักเกณฑ์ การใช้ ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ของรัฐ และระยะเวลาในการดำเนินการตามขั้นตอนที่บัญญัติ ในกฎหมายให้ชัดเจน พึงกำหนดโทษอาญาเฉพาะความผิดร้ายแรง ตรงนี้เป็นหนึ่งหลักการ ที่สำคัญของรัฐธรรมนูญที่ระบุไว้ชัดเลยว่าจะต้องคำนึงถึงเรื่องนี้🔗
- ๕ ๓ /๑ เพราะว่าในนิยามฉบับนี้เป็นเรื่องของกระบวนการ เป็นโพรเซสซิง (Processing) ที่กำหนด ขึ้นมาใหม่ และเฉพาะใน (๑) ของคำว่า กระบวนการพิจารณาอนุญาตอาหาร ส่วนใน (๕) ท่านประธานครับ ในหลักการก็คือ การแก้ไขเพิ่มเติมหลักการ การดำเนินการเกี่ยวกับ การพิจารณาอนุญาตอาหารและกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพ ของกระบวนการและหลักเกณฑ์การติดตามตรวจสอบเพื่อเฝ้าระวังอาหาร รวมถึงกำหนด อำนาจ โดยมี ฯพณฯ รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขให้มีอำนาจในการกำหนดอัตราค่าใช้จ่าย สูงสุด เดี๋ยวค่าใช้จ่ายใครจะบอกให้ครับ และค่าใช้จ่ายที่จะจัดเก็บอยู่ในมาตรา ๑๙/๑ มาตรา ๑๙/๕ ซึ่งผมจะลงไปตรงนี้ครับท่านประธาน โดยเฉพาะการเน้นทั้ง ๒ มาตรานี้ เป็นเรื่องของการเน้นเรื่องของความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นครับท่านประธาน และอันตราย และผลกระทบที่เกิดต่อผู้บริโภค ซึ่งจะมีการแก้ไขหลักเกณฑ์ ตรงนี้คือเป็นสิ่งที่ อยากอภิปรายว่า ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นนั้นเดี๋ยวฝ่ายเจ้าหน้าที่คงอธิบายให้นะครับว่า อะไร เป็นความเสี่ยงบ้างที่ถึงมากำหนดหลักเกณฑ์ เพราะหลักเกณฑ์นี้จะเกิดขึ้นหลังจากที่มี การออกกฎหมายนี้ไปแล้ว ช่วยกำหนดยกตัวอย่างหลักเกณฑ์ที่คิดว่าเป็นอันตรายของระดับ ความเสี่ยง การดำเนินงานเกี่ยวกับการพิจารณาอาหาร กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข ในการโฆษณาอาหาร ยกตัวอย่างมาแล้วกันนะครับ🔗
ส่วนในมาตรา ๑๗ ที่กล่าวถึงใน ๔๖ มาตรานั้น เป็นการเพิ่ม คือลงลึกไป นะครับว่า เป็นการเพิ่มในหมวดที่ ๒/๑ เรื่องของกระบวนการพิจารณา ซึ่งอยู่ในมาตรา ๑๙/๑ กับมาตรา ๑๙/๕ ซึ่งเดิมใน พ.ร.บ. ๒๕๒๒ ที่แก้ไข ประเด็นก็คือการพิจารณาอนุญาตนี้ จะต้องกระทำด้วยความรวดเร็วครับท่านประธาน สิ่งสำคัญการทำช้าโดยใช้ดุลยพินิจต้อง คำนึงถึงกฎหมายรัฐธรรมนูญเป็นสาระสำคัญ เพราะแม้กระทั่งกฤษฎีกาครับ ในมาตรา ๗๗ ผมบอกว่าเป็นเรื่องของการติดตามผลสัมฤทธิ์ซึ่งอยู่ในวรรคสองนี้ กฤษฎีกาบอกว่าเป็นเรื่อง กฎหมายกลาง ๆ ไม่ต้องมาบังคับใช้ในกฎหมายนี้แล้วครับ กฎหมายลูก ผมก็ไม่เข้าใจ เหมือนกันว่ากฤษฎีกาตอบผมในที่ประชุมกรรมาธิการวิสามัญอย่างนั้นถูกหรือผิด แต่ผมก็ต้องเชื่อไว้ก่อนว่าเป็นกฎหมายกลาง ๆ กฎหมายหลักเกณฑ์การจัดทำกฎหมาย ซึ่งจะต้องมีการวัดผลสัมฤทธิ์ ก็เป็นกฎหมายหนึ่งที่อาจจะไม่ได้ถูกใช้จริง ๆ เรื่องของ ผู้เชี่ยวชาญครับท่านประธานที่เข้ามาดำเนินการ จะมีการขึ้นค่าบัญชีครับท่านประธาน สผ ๘/๒๕๖๔ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) ศรัณรัตน์ ๕๓/๒ ผู้ประกอบการ ผู้มีส่วนร่วมรับผิดชอบในเรื่องค่าใช้จ่ายครับท่านประธาน นี่คือภาระที่ตกไป เดี๋ยวจะดูบัญชีท้ายครับ ผู้ประกอบการนี้จะต้องเสียค่าผู้ประกอบการครับ โดยเฉพาะ เรื่องการตรวจวิเคราะห์ การตรวจสถานที่ครับท่านประธาน การประเมินผลเอกสาร ทางวิชาการต่าง ๆ และภายใต้ท่านรัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการครับ มีอำนาจ ประกาศข้อกำหนด ท่านจะเห็นในเอกสารมีอยู่ในอัตราค่าธรรมเนียม ๒ อัตรา ที่ผมไม่เห็น ด้วยครับท่านประธาน คือใบอนุญาตผลิตอาหารฉบับละ ๑๐๐,๐๐๐ บาทครับท่านประธาน ใบอนุญาตนำเข้าอาหาร ๒๐๐,๐๐๐ บาทครับท่านประธาน ไม่มากไปหรือครับ เอสเอ็มอี (SMEs) ตายครับท่านประธาน เอาเงินที่ไหน นี่คือคอสต์ (Cost) ลงทุนของผู้ประกอบการครับ ช่วยชี้แจงด้วยครับว่าเอาหลักเกณฑ์หลักการอะไรมากำหนดราคาอัตราค่าธรรมเนียม ดังกล่าวทั้ง ๒ อัตราครับ เพราะนั่นคืออยากรู้แล้วผมจะแปรญัตติเรื่องนี้ เพื่อขอแก้ให้มีอัตรา ต่ำลงครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติอาหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมมี ๓ ประเด็นครับท่านประธาน🔗
ประเด็นที่ ๑ สิ่งที่เป็นหัวใจสำคัญของ พ.ร.บ. ที่เราต้องตระหนักก็คือว่า อาหารคืออนาคตของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังโควิด-๑๙ (COVID-19) ความได้เปรียบทางด้านการแข่งขันด้านอาหารของประเทศไทยปรากฏชัดเจนมาก เช่น เรามีวัตถุดิบที่หลากหลาย มีความอุดมสมบูรณ์ตลอดทั้งปี ที่สำคัญคือคนไทยมีฝีมือ ในการทำอาหารที่ขึ้นชื่อและยอมรับทั่วโลก ท่านประธานทราบใช่ไหมครับว่า มัสมั่นเนื้อ เป็นอาหารจานเดียวที่ถูกโหวตทั้งโลกว่าเป็นอาหารที่อร่อยที่สุดในโลก สำหรับคนทุกชาติ ทุกศาสนาและทุกวัฒนธรรม นี่คือความโดดเด่นด้านอาหารของประเทศไทย ยิ่งไปกว่านั้น วัตถุดิบในการประกอบอาหารล้วนแต่ผลิตในประเทศไทยทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่าทุก ๆ บาทที่เราขายได้จากอาหารคือรายได้ของประเทศไทย ของคนไทย ทั้งหมด ไม่เหมือนกับสินค้าอุตสาหกรรมที่วัตถุดิบและชิ้นส่วนนำเข้าจากต่างประเทศในอัตรา ที่สูงมาก เพราะฉะนั้นอาหารและอุตสาหกรรมอาหารจึงเปรียบเสมือนกับเครื่องยนต์ ที่ทรงพลังที่จะขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้าในสถานการณ์หลังโควิด (COVID) ที่เกิดขึ้นครับท่านประธาน ด้วยความสำคัญของอาหารเช่นนี้ พ.ร.บ. อาหารนี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง พ.ร.บ. อาหารนี้จะต้องเป็น พ.ร.บ. ที่เปิดโอกาสให้กับคนไทย ตั้งแต่เกษตรกร เอสเอ็มอี (SMEs) วิสาหกิจชุมชนจนถึงบริษัทต่าง ๆ ได้มีโอกาสที่จะเติบโต ในธุรกิจอาหาร ไม่ใช่ พ.ร.บ. นี้เราไม่ต้องการให้เพียงบริษัทใหญ่เท่านั้นที่มีทุนขนาดใหญ่ เท่านั้นที่จะปฏิบัติตาม พ.ร.บ. นี้ได้ นั่นหมายความว่า พ.ร.บ. อาหารนี้จะต้องเปิดโอกาส ให้กับเกษตรกรวิสาหกิจชุมชนและเอสเอ็มอี (SMEs) ได้เกิดในธุรกิจอาหารครับท่านประธาน สภาพในปัจจุบันนี้เราพบว่าเกษตรกรวิสาหกิจชุมชนปลูกและเลี้ยงผลผลิตทางการเกษตร แล้วก็ขายผลผลิตทางการเกษตรของตนเอง และผลสุดท้ายก็คือชีวิตของเขานั้นมีแต่ ความยากจนมาหลายช่วงอายุคนแล้ว เรายากจนข้ามรุ่นมาแล้วครับท่านประธาน ด้วยวิธีการ อาหารแบบเดิม ๆ ทางออกหนึ่งที่จะเกิดขึ้นจาก พ.ร.บ. นี้ก็คือการเปลี่ยนผลผลิตทางการเกษตร ของเกษตรกรให้เป็นผลิตภัณฑ์อาหารที่มีมูลค่าและราคาสูงมากขึ้น เพื่อให้มีรายได้สูงขึ้น หวังว่าเกษตรกรวิสาหกิจชุมชนและเอสเอ็มอี (SMEs) โดยเฉพาะจะได้รับประโยชน์จาก พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับท่านประธาน🔗
ประเด็นที่ ๒ โอกาสทางธุรกิจของอาหารจาก พ.ร.บ. ฉบับนี้ ผมขออนุญาต ยกตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม เรามีอาหารที่มีชื่อเสียงในทุก ๆ ภาคของเรา เรามีพริกแกง และคั่วกลิ้งที่พัทลุง เรามีข้าวจี่และแกงหวายที่สกลนคร เรามีน้ำพริกอ่องและข้าวซอย ที่เชียงใหม่ เรามีก๋วยเตี๋ยวพวง หมี่กรอบที่สุโขทัยครับ ตัวอย่างเหล่านี้มีอีกเยอะมาก รวมทั้ง จังหวัดระยองของท่านรัฐมนตรีด้วยครับท่านประธาน วิสาหกิจชุมชนและเอสเอ็มอี (SMEs) ที่ผลิตอาหารเหล่านี้ควรจะต้องได้มีโอกาสเกิดทางธุรกิจจาก พ.ร.บ. อาหารฉบับนี้ครับ ท่านประธาน พ.ร.บ. อาหารฉบับนี้ต้องไม่เป็นกำแพงที่กักขังให้เกษตรกรวิสาหกิจชุมชน และเอสเอ็มอี (SMEs) ต้องแคระแกร็น ยากจนและแข่งขันไม่ได้ครับ นั่นก็หมายความว่า หลักเกณฑ์ ประกาศ และกฎระเบียบของ พ.ร.บ. ที่จะเกิดขึ้นจะต้องเปิดให้เกษตรกร วิสาหกิจชุมชนและเอสเอ็มอี (SMEs) สามารถปฏิบัติได้ ไม่ใช่ พ.ร.บ. ฉบับนี้กลายเป็น ที่กักขังคนเหล่านี้ให้ไม่สามารถทำอะไรได้ในเรื่องที่เกี่ยวกับอาหารและผลิตภัณฑ์อาหาร นั่นหมายความว่าในทางตรงกันข้ามผมอยากเห็น พ.ร.บ. อาหารนี้เป็นประตูแห่งโอกาสให้กับ เกษตรกรวิสาหกิจชุมชนและเอสเอ็มอี (SMEs) ที่จะเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไปครับ ท่านประธาน พ.ร.บ. ฉบับนี้จะเป็นกำแพงหรือเป็นประตูแห่งโอกาสนั้นข้องโดยตรงกับเรื่อง สำคัญ ๆ อยู่ ๔ เรื่องครับ เรื่องที่ ๑ คือสถานที่ผลิต เรื่องที่ ๒ คือกระบวนการพิจารณา อนุญาตอาหาร เรื่องที่ ๓ คือมาตรการควบคุมอาหาร และเรื่องที่ ๔ คืออัตราค่าธรรมเนียม และบริการของผู้มาใช้ขอใบอนุญาตดังกล่าว ซึ่งทั้งหมดนี้จะไปปรากฏอยู่ในประกาศของ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข หรือประกาศของคณะกรรมการอาหารครับ รายละเอียดเหล่านี้ไม่ได้ปรากฏใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ นี่คือความเสี่ยงและอันตรายที่เราจะต้องพิจารณาให้ชัดเจน นั่นหมายความว่า ผมขออนุญาต เสนอตัวอย่าง แยกแยะประกาศของการออกใบอนุญาตอาหารตามกำลังการผลิต หรือตามลักษณะของธุรกิจที่จะเกิดขึ้น ยกตัวอย่าง เช่น เราอาจจะแบ่งประเภทอาหาร ออกเป็น ๓ ประเภท🔗
ประเภทที่ ๑ ที่เป็นอาหารที่ทำโดยเกษตรกร ประเภทที่ ๒ อาหารที่ทำ โดยวิสาหกิจชุมชนและเอสเอ็มอี (SMEs) และประเภทที่ ๓ คืออาหารที่ทำโดยบริษัททั่วไป ซึ่งแน่นอนครับ การรักษามาตรฐานความปลอดภัยทั้ง ๓ ประเภทนี้จะต้องมีอย่างชัดเจน แต่รายละเอียดอื่น ๆ ในทางเทคนิคของ ๓ ประเภทนี้สามารถจะแตกต่างกันได้ทั้งสิ้น นั่นหมายความว่า ประเด็นที่จะต้องพิจารณาก็คือทำอย่างไรให้ประกาศของกระทรวง มีความง่าย สะดวก รวดเร็ว และราคาถูก แน่นอนครับ ความปลอดภัยของผู้บริโภค เราจะต้องรักษาไว้และประนีประนอมไม่ได้ นั่นหมายความว่าประกาศของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขหรือคณะกรรมการอาหารและยา คือตัวชี้เป็นชี้ตายซึ่งจะไม่รู้ว่าสาระ ของประกาศเหล่านั้นจะเป็นอย่างไร นั่นคืออันตรายอย่างยิ่งครับ เพราะฉะนั้น พ.ร.บ. ฉบับนี้ จะต้องวางกรอบหลักการที่จะให้ประกาศของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและ คณะกรรมการอาหารและยานำไปปฏิบัติ เพื่อให้เราได้มั่นใจว่าประกาศที่จะออกมานั้น จะเป็นประตูแห่งโอกาสไม่ใช่กำแพงที่แท้จริงครับ ขออนุญาตนิดเดียวครับท่านประธาน ผมขออนุญาตสรุปว่า พ.ร.บ. อาหารนี้ต้องไม่เป็นเพียงเครื่องมือเพื่อการบริหารความปลอดภัย ทางอาหารของ อย. แต่เพียงอย่างเดียว ตรงกันข้าม พ.ร.บ. นี้จะต้องทำให้อาหาร เป็นผลิตภัณฑ์ เป็นเครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศหลังโควิด-๑๙ (COVID-19) พ.ร.บ. ฉบับนี้จะต้องส่งเสริมให้เกษตรกรวิสาหกิจชุมชนสามารถเพิ่มมูลค่า จากผลผลิตทางการเกษตรเป็นผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่จะสร้างรายได้ แก้ไข ความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำของประเทศ และสุดท้ายครับท่านประธาน พ.ร.บ. ฉบับนี้จะไม่ใช่เครื่องมือในการควบคุม แต่เป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการผลิตอาหาร และเครื่องดื่มให้กับประชาชนและเกษตรกรฐานรากโดยเฉพาะให้สามารถนำภูมิปัญญา ความหลากหลายทางชีวภาพที่เรามีอยู่ในพื้นที่ มาสร้างรายได้และแก้ไขความยากจน ของประเทศ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านนายแพทย์วาโย เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม วาโย อัศวรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ฝ่ายโสตครับ ขออนุญาตนำสไลด์ (Slide) ขึ้นด้วยนะครับ วันนี้ครับท่านประธาน เรามาพิจารณากันในเรื่องของร่าง พ.ร.บ. อาหาร มีประเด็นที่ก้าวหน้าหลายอย่าง แต่ก็มีประเด็นที่น่ากังวลพอสมควร สไลด์ (Slide) ขึ้นครับ ฝ่ายโสตครับ🔗
ข้อกังวลจริง ๆ มีเยอะมากเลยครับ ผมพยายามเรียบเรียงออกมา แต่ด้วยเวลา ๗ นาทีในสภาแห่งนี้คงอาจจะไม่สามารถ พูดได้หมด เดี๋ยวเราไปว่ากันต่อในกรรมาธิการอีกครั้งหนึ่งนะครับ มีเรื่องของการยกเลิก นิยามคำว่า ตำรับอาหาร และกำหนดให้อาหารกลายเป็นสิ่งที่สามารถจดแจ้งได้ เหมือนกับ เรื่องของเครื่องสำอางครับ มีการกำหนดเงื่อนไขโฆษณามากมาย ซึ่งประเด็นนี้สำคัญมาก มีการขยายอำนาจของคณะกรรมการอาหาร ขยายอำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่และมีอื่น ๆ อีกมากมาย และในเรื่องของใบอนุญาตท่านประธานครับ ซึ่งแพงขึ้น ๑๐ เท่า ถัดไปครับ วันนี้ผมจะลงสักประมาณ ๓ เรื่องก่อนแล้วกันท่านประธานครับ🔗
เรื่องแรกก็คือเรื่องของการนิยามใหม่ในมาตรา ๔ ตำรับอาหารนะครับ ท่านประธาน ของเดิมมี ซึ่งมันจะหมายถึงการระบุชนิดและน้ำหนักหรือว่าปริมาณของ อาหารนั้น ๆ ยกตัวอย่างเวลาเราไปซูเปอร์มาร์เกต (Supermarket) เราเปิดถุงขนมมา ข้างหลังจะมีเขียนส่วนประกอบเป็นแป้งสาลี ๖๐ เปอร์เซ็นต์ อย่างนี้ใช่ไหมครับ อันนี้ละ คือตำรับอาหารแล้วก็มีอะไรหลาย ๆ อย่างที่มันไล่เรียงลงไป มีเครื่องเทศ มีอะไรเท่าไร แต่ของใหม่กำหนดให้อาหารจดแจ้งได้เหมือนกับเครื่องสำอาง ถ้าเราไปดูเครื่องสำอาง ครีมกันแดดก็ได้ เปิดมาข้างหลังจะเขียนส่วนประกอบเต็มไปหมด มีพาราเบน (Parabens) มีเพอร์ฟูม (Perfume) มีเอทิลแอลกอฮอล์ (Ethyl Alcohol) อยู่ข้างหลังแต่จะไม่มีอะไรครับท่านประธาน จะไม่มีน้ำหนักหรือว่าปริมาณเปอร์เซ็นเทจ (Percentage) ของสิ่งนั้น ๆ กลายเป็นว่าตอนนี้ท่านประธานครับ ตัวที่เสนอเข้ามา คณะรัฐมนตรีเสนอมาว่า ต่อไปนี้อาหารเราจะให้จดแจ้งได้ด้วยนะ ผมไม่แน่ใจว่าแบบนี้มันจะ เป็นการคุ้มครองผู้บริโภคมากขึ้นหรือเปล่า ถัดไปครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ เลยประเด็นนี้สำคัญ ประเด็นเรื่องการโฆษณา แต่เดิม ในเรื่องของการโฆษณาอาหารมีกฎหมายทั่วไปในตัว พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภคอยู่แล้ว ในเรื่องการห้ามโฆษณาเกินจริงอะไรก็ว่ากันไป ท่านประธานครับ ตอนนี้กฎหมายใหม่ ที่จะเพิ่มมานี้เพิ่มหมวด ๕/๑ เรื่องการโฆษณาอาหารโดยเฉพาะเลย กำหนดเงื่อนไขออกมา ๑๐ อย่าง ดูสิว่ามันมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปไหมครับ อันแรกครับ (๑) ข้อความที่เป็นเท็จ หรือเกินความจริง ถามว่าจำเป็นต้องมากำหนดเพิ่มไหมครับ กฎหมายทั่วไปก็มีอยู่แล้ว พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภคเขาก็เขียนอย่างนี้อยู่แล้ว อันนี้แตกต่างอะไรจากเดิม (๒) อันนี้ของเดิมท่านประธาน โดยหลักถ้าเราสามารถพูดถึงเรื่องของการรายงานทางสถิติ การอ้างอิงเอกสารทางวิชาการที่เป็นของจริงที่ไม่ใช่ซูโดไซน์ (Zudo-science) หรือว่า วิทยาศาสตร์เทียมสามารถทำได้ แต่ท่านประธานลองดูว่า ต่อจากนี้ไปแม้แต่การให้ความรู้ ข้อมูลกับประชาชน ข้อความที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญไม่ว่าจะกระทำโดยใช้ หรืออ้างอิงรายงานทางวิชาการ สถิติ หรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งอันไม่เป็นความจริงหรือเกินความจริง ถ้าเท่านี้ผมโอเค (OK) แต่ดันมีคำว่าหรือไม่ก็ตาม หมายความว่าอย่างไรครับท่านประธาน ถ้าข้อมูลนั้นเป็นความจริงก็ยังใช้ไม่ได้ ถัดไปครับ ข้อความที่แสดงถึงสรรพคุณในการบรรเทา รักษาโรค ก็คือแสดงสรรพคุณทางยา ปกติเราแบ่งของที่บริโภคเข้าไป เราแบ่งเป็น ๓ ระดับ ระดับล่างสุดคือเครื่องสำอางใช่ไหมครับท่านประธาน ขึ้นมาก็เป็นอาหาร ก็เป็นฟู้ดเกรด (Food grade) ขึ้นมาสูงสุดก็เป็นยา ก็คือ ฟาร์มาซูติคัลเกรด (Pharmaceutical grade) คอสเมติกเกรด (Cosmetic grade) ฟู้ดเกรด (Food grade) อาหารนี่ห้ามเคลม (Claim) ห้ามเคลม (Claim) ว่ามีสรรพคุณในการบำรุงกาม ก็ถือว่าเป็นยารักษาโรค การป้องกัน บำบัดรักษาเข้าตามนิยามของการเป็นยารักษาโรคอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ นี่ก็มี พ.ร.บ. ยาอยู่แล้ว อยู่ ๆ จะไปเคลม (Claim) ว่าอาหารหรืออาหารเสริม ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ มีสรรพคุณทางยาก็ไม่ได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นอันนี้ก็ไม่ได้แตกต่างจากเดิม แต่ที่น่ากังวล ท่านประธานครับคืออันนี้ครับ (๕) กับ (๖) ห้ามโฆษณาข้อความที่เป็นการสนับสนุนโดยตรง หรือโดยอ้อมให้มีการกระทำผิดกฎหมายหรือศีลธรรม หรือนำไปสู่ความเสื่อมเสีย ในวัฒนธรรมของชาติ มาตรา ๔ มีนิยามไว้ไหมครับว่าวัฒนธรรมของชาติคืออะไร ท่านจะควบคุมการโฆษณาอาหารไปจนถึงเรื่องของวัฒนธรรมของชาติเลยหรือครับ ห้ามโฆษณาในส่วนที่มีข้อความที่จะทำให้เกิดความแตกแยก เสื่อมเสียความสามัคคี ในหมู่ประชาชน พอผมอ่านมาตรงนี้ผมก็นึกมันมีผลิตภัณฑ์อะไรที่เขาจะโฆษณากัน แบบนี้ไหม ผมก็นึกถึงกาแฟยี่ห้อหนึ่งท่านประธาน เขามีสโลแกนแบบนี้ครับว่า ดื่มกาแฟ ยี่ห้อนี้แล้วตาสว่างทั้งแผ่นดิน รู้ทันเผด็จการ แบบนี้ไม่ได้ แบบนี้กลายเป็นไม่ได้แล้ว โฆษณา อาหารอะไรต่าง ๆ ที่อาจจะมีการโยงการเมือง มีทำโน่นนี่นั่นจะถูกตีความแล้วก็ห้ามโฆษณา ไปหมดเลย ผมรู้สึกว่าตรงนี้มันคุ้มครองประโยชน์ของประชาชนจริง ๆ หรือครับ ท่านประธาน ถ้าเขาจะสนับสนุนสินค้า บริการอาหารด้วยจริตของเขา โดยที่ไม่ได้เกี่ยวกับ คุณภาพหรือการเคลม (Claim) สรรพคุณของอาหารผมคิดว่ามันก็เป็นเรื่องปกติที่น่าจะทำ กันได้ในแฟร์เทรด (Fairtrade)🔗
สไลด์ (Slide) ถัดไป ประเด็นสุดท้ายที่ผมพูดวันนี้ครับท่านประธาน เดี๋ยวเราว่ากันเรื่องอื่นในกรรมาธิการ คืออัตราค่าธรรมเนียม เอาอันแรกใบอนุญาตผลิต อาหารฉบับละ ๑๐๐,๐๐๐ บาทถ้วน ท่านประธานครับ ของเดิมเท่าไรรู้ไหมครับ ๑๐,๐๐๐ อันนี้เพิ่ม ๑๐ เท่า ผมถามว่าพ่อค้าแม่ขายคือท่านต้องการที่จะยกระดับ เอากฎหมายเข้าไปควบคุมถูกไหมครับ ท่านทำรัฐราชการแบบต้องการควบคุมประชาชน อยู่แล้ว ควบคุมหมดเลยถามว่าท่านต้องการที่จะควบคุมผู้ประกอบกิจการธุรกิจอาหาร เพื่อให้เขามีมาตรฐาน เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์ว่าได้บริโภคอาหารที่ปลอดภัย แต่ท่านไปตั้งใบอนุญาตผลิตอาหารขึ้นมาฉบับละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท พ่อค้าที่เขาทำขนมเปี๊ยะอยู่ตามบ้านเป็นดรามา (Drama) กันอยู่ในโซเชียลมีเดีย (Social media) ว่าอาหารสะอาดบ้าง ไม่สะอาดบ้าง เขาก็อยากมีมาตรฐาน อยากยกระดับ ขึ้นมา อยากจะไปจด อย. โดนเรียกเก็บฉบับละแสน ผมถามว่าคนจะเข้าระบบมากขึ้น หรือคนจะหนีจากระบบมากขึ้นครับท่านประธาน อนุมานได้เลย นี่ยังไม่ได้พูดถึงเรื่องว่าเอา เข้าไปแล้วเป็นเงินนอกงบอีก เอาไปใช้อะไรกันโดยที่ไม่ต้องแจ้งกันอีก อันนี้เดี๋ยวไปว่ากันต่อ ในรายละเอียดครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นสรุปก็คือว่า พ.ร.บ. อาหารอันนี้ผมยังไม่ค่อย เห็นอะไรเลยว่ามันใหม่ แต่กลับกลายว่ามีในเรื่องของส่วนในการควบคุมโน่น ควบคุม นี่ โดยเฉพาะในเรื่องของหมวดใหม่ชัด ๆ เลย คือเรื่องของการโฆษณา และอัตรา ค่าธรรมเนียมที่มันสูงมากจนทำให้พ่อค้าแม่ขายรายเล็กรายย่อยไม่สามารถที่จะเข้ามา สู่ระบบแบบนี้ได้ และจะเกิดการหนีนอกระบบมากขึ้น กลายเป็นว่ามีแต่กลุ่มทุนใหญ่เท่านั้นครับ ท่านประธานที่จะยอมจ่ายใบอนุญาตผลิตอาหารฉบับละ ๑๐๐,๐๐๐ บาทได้ เกินเวลามาเยอะแล้วครับท่านประธาน ถ้าอย่างนั้นเท่านี้เดี๋ยวไปคุยกันต่อในกรรมาธิการ ขอบคุณครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านนิกร จำนง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทยพัฒนา ขออภิปรายให้ความเห็น เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติอาหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมขอสนับสนุนการแก้ไข ร่างพระราชบัญญัติอาหารฉบับนี้นะครับ แต่เป็นการสนับสนุนแบบมีเงื่อนไขให้ปรับปรุงแก้ไข ประโยชน์ที่จะได้ด้านบวกท่านประธานครับ เหรียญมี ๒ ด้าน ด้านบวกที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ก็จะเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมการควบคุมอาหารเพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค ซึ่งเรื่องนี้ จำเป็นมาก ทั้งในบุคคลทั่วไป การควบคุมเรื่องใหม่ อาหารที่เสื่อมคุณภาพ อาหารปลอม และผิดจากมาตรฐาน นี่ก็จำเป็นครับท่านประธานที่มีการแก้ไข การกำหนดมาตรการควบคุม การโฆษณาอาหาร ซึ่งตรงนี้การโฆษณามีอยู่เยอะมาก โดยเฉพาะอาหารเสริม แล้วก็เป็นการ โฆษณาเหมือนหลอกลวงชาวบ้านเยอะ ดังนั้นการไปควบคุมก็เห็นด้วย เป็นการเพิ่มศักยภาพ ในการแข่งขันทางธุรกิจด้านอาหาร โดยเฉพาะธุรกิจส่งออก คือประเทศไทยเรามีอยู่ ๒ อย่าง ที่เราหารายได้เข้าประเทศได้ ก็คือด้านอาหารหรือการเกษตรกับด้านการท่องเที่ยว นอกนั้น เป็นสินค้าที่ผลิตในไทยเท่านั้นเองแล้วก็ส่งออก แต่รายได้ไปตกอยู่กับต่างชาติที่มาลงทุน ในไทยหมด แต่ท่านประธานครับผมบอกแล้วเมื่อสักครู่ว่ามีเงื่อนไข มีข้อจำกัดอยู่นะครับ ก็คือว่าข้อจำกัดของ พ.ร.บ. นี้เป็นการซ้อนทับกัน ซึ่งตรงนี้เป็นข้อจำกัดที่ยิ่งใหญ่มาก และมีปัญหามาก เป็นการซ้อนทับกันของกฎหมายด้านอาหารและหน่วยงานที่รับผิดชอบ ท่านประธานครับ ผมเคยมีโอกาสทำยุทธศาสตร์มาตรฐานและความปลอดภัยสินค้าเกษตร และอาหาร พ.ศ. ๒๕๕๓ ตอนช่วยงานอยู่ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถึง ๒๕๕๖ ในนั้น เราใช้ พระราชบัญญัติมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหารแห่งชาติ ก็คือ มกอช. เรามี วัตถุประสงค์หลายอย่าง ข้อสุดท้ายเรามีวัตถุประสงค์ยกระดับมาตรฐานเพิ่มประสิทธิภาพ ในการแข่งขันสินค้าเกษตรของอาหารไทยอย่างยั่งยืน นี่เรื่องการส่งออกที่ผมพูดเมื่อสักครู่ และสนับสนุนความต้องการอาหารที่มีคุณภาพ โดยใช้ดีมานด์ ไดรเวน (Demand driven) ก็คือว่าใช้ความต้องการมากำหนดคุณภาพอาหาร สุดท้ายเพื่อบูรณาการทุกหน่วยงาน เกี่ยวข้องกับที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกระทรวงอื่น สามารถดำเนินการได้โดยการ บังคับใช้กฎหมาย กฎระเบียบต่าง ๆ ให้สอดคล้องกัน ท่านประธานครับ ปัญหาข้อนี้ การซ้อนทับระหว่างพระราชบัญญัติอาหารที่กำลังจะแก้ไข เป็นความรับผิดชอบของ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา กำกับดูแลโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งวันนี้รัฐมนตรีช่วยมา และตรงนี้เหมือนกันอยู่ในความดูแลของพระราชบัญญัติมาตรฐาน สินค้าเกษตรและพระราชบัญญัติอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องของสำนักงานมาตรฐานสินค้าเกษตรและอาหาร ดูแลโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ซึ่งเป็นกฎหมายที่เลขากับเลขาตรงนั้น รัฐมนตรีกับ รัฐมนตรี ตัวอย่างปัญหาที่จะเกิดขึ้นท่านประธานครับ เป็นการโอเวอร์แลป (Overlap) หรือเป็นการซ้อนทับ ข้อแรกครับ เกี่ยวกับนิยามคำว่าอาหาร ข้อที่ ๒ การยกเลิกใน ร่างพระราชบัญญัติอันนี้ นิยามคำว่าโรงงาน ข้อ ๓ เกี่ยวกับการส่งออกสินค้าอาหาร ข้อ ๔ ประเด็นเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมแนบท้ายพระราชบัญญัติ ซึ่งมีสมาชิกทุกคนมาพูดแล้ว ผมเห็นว่าประเด็นปัญหาตรงนี้ในเมื่อความเห็นตรงกัน ท่านจะต้องแก้ไข ผมอธิบาย รายละเอียดครับท่านประธาน🔗
ประเด็นแรกที่เกี่ยวกับคำนิยามว่าอาหาร คือไม่ได้มีการแก้เป็นสิ่งที่ไม่ได้แก้ แต่มีปัญหามาแต่เดิมแล้ว คำว่า อาหาร ของ พ.ร.บ. อาหาร คือของที่กินหรือค้ำจุนชีวิต ได้แก่ สิ่งที่กินเข้าไปได้ นี่คืออาหาร ทีนี้ปัญหาก็คือว่าสินค้าเกษตรเอง อาหารในของสินค้าเกษตร ก็เป็นเหมือนคำว่า สัตว์ หรือ ซากสัตว์ หรือว่าเกี่ยวกับโรคระบาด เกี่ยวกับอาหารพวกนี้มันมี ความซ้อนทับกัน เพราะว่าสินค้าเกษตรที่เป็นอาหารเหมือนกัน ดังนั้นสิ่งที่ใส่เข้าไป ในปากแล้วกินได้ตกลงเป็นอาหารของอะไร ของตามพระราชบัญญัติของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ หรือพระราชบัญญัติของกระทรวงสาธารณสุขกันแน่ มันซ้อนทับกัน ตรงนี้ต้องมี การอธิบายขยายความและมีการนิยามให้ชัด ไม่อย่างนั้นจะยุ่งไปหมดไม่รู้อะไรกันแน่ ไม่รู้จะไปขึ้นกับตรงไหน ควรจะมีการสรุปให้ชัด🔗
ประเด็นที่ ๒ เกี่ยวกับการยกเลิกนิยามคำว่า โรงงาน มีการแก้ไขเพิ่มเติม ในมาตรา ๑๔ ในการอนุญาตให้ตั้งโรงงานผลิตอาหารนี่ของเดิม มีมาแก้ในฉบับนี้ เปลี่ยนให้ ยกเลิกความที่ผมอ่านเมื่อสักครู่ กลายเป็นมาตรา ๑๔ ห้ามมิให้ผู้ใดผลิตอาหารเพื่อจำหน่าย ในสถานที่ใด ๆ เว้นแต่ได้รับอนุญาต เดิมท่านประธานคงทราบว่าถ้าเราจะผลิตอาหารต้อง ขออนุญาตโรงงาน แต่ตอนนี้ไปผลิตที่ไหน คือเป็นการขยายความที่กว้างเกินไป หมายความว่า จะไปทับกับสถานที่ต่าง ๆ ผมยกตัวอย่างอย่างนี้ครับ ฟาร์ม ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็ใช่ โรงงานแปรรูปชั้นต้น โรงสี ก็ใช่ โรงกะเทาะเปลือก โรงคัดบำรุงพันธุ์ หรือว่าส่วนตัดแต่ง ผลไม้ถูกบังคับหมดด้วยเรื่องนี้ เพราะเราขยายคำว่าโรงงานไม่มีแล้ว เป็นสถานที่ผลิต โดยกฎหมายฉบับนี้ มันคลุมคนอื่นแล้วมันมีปัญหานะครับ🔗
ประเด็นปัญหาต่อไปก็คือว่าเกี่ยวกับการส่งออกสินค้า ในนี้มีการเพิ่มมาตรา ๑๙ มาตรา ๑๙ มีการแก้ไข เป็นมาตรา ๒๔ เพื่อประโยชน์ในการส่งออก กำหนดอย่างนี้ครับ ผู้ส่งออก ผู้รับอนุญาตจะผลิตอาหารเพื่อส่งออกไปจำหน่ายให้มีคุณภาพ โดยการใช้วัตถุ เจือปนอะไรต่าง ๆ ต้องจัดเก็บเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับการกำหนดของประเทศ ผู้ซื้อหรือผู้สั่งซื้อ เพื่อให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจสอบ รวมทั้งจัดให้มีการทำข้อมูลส่งออก เก็บรักษาไว้ พร้อมแสดงต่อเจ้าพนักงานได้ตลอด เรื่องนี้สินค้าเกษตรที่ส่งออกก็ต้องทำด้วย ก็กลายเป็นว่าเป็นการเพิ่มภาระในการส่งออกในสินค้าเกษตรออกไปทั้งหมด เพราะฉะนั้น มันกลายเป็นซ้ำซ้อนเพิ่มภาระ แล้วเราส่งออกไปสู้กับเขามันเป็นต้นทุนท่านประธานครับ ต้นทุนดังกล่าวยิ่งเพิ่มมากเราก็ยิ่งเสียเปรียบ เดี๋ยวนี้เวียดนามเองประเทศรอบ ๆ ตรงนี้ สู้กับเราอยู่อย่างหนักนะครับ แทนที่เราจะทำให้ตัวเบาลง เราไปเพิ่มตัวเองให้หนักขึ้น เรามีปัญหาในการไปสู้รบกันข้างนอกท่านประธานครับ🔗
ประเด็นสุดท้าย ก็คือเรื่องค่าธรรมเนียม ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มแล้วจาก ๑๐,๐๐๐ เป็น ๑๐๐,๐๐๐ คือตรงนี้ผมทราบ ผมก็ออกกฎหมายมาหลายฉบับ ขออนุญาต ท่านประธานอีกนิดเดียว กฎหมายหลายฉบับที่ออกเราจะเพิ่มเป็นซีลลิง (Ceiling) คือเพดาน สูงสุดไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ นี่เข้าใจได้ แต่เราเพิ่มทีเดียว ๑๐ เท่า ทีนี้ประเด็นที่สำคัญ ถ้าเราไม่มีนิยามชัด ตรงนี้เข้าตรงไหนบ้าง เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกได้พูดไปแล้วว่า เป็นผู้ประกอบการรายย่อย แต่มันไปเข้าหมดครับท่านประธานในภาคเกษตร ก็คือว่า ผู้ประกอบธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) ก็ต้องจ่ายตามนี้ การผลิตสินค้าเกษตรวิสาหกิจชุมชน ซึ่งเราช่วย ซึ่งเขาไม่มีรายได้อะไรก็ต้องเข้านี่เหมือนกันตามกฎหมายนี้ กลุ่มแม่บ้าน เกษตรกร หรืออะไรต่าง ๆ เข้าหมด เพราะฉะนั้นค่าขออนุญาตที่ทำไปจาก ๑๐,๐๐๐ เป็น ๑๐๐,๐๐๐ มันเกินไป เพราะฉะนั้นก็มีการแก้ไขปรับปรุงแล้วก็แตกนิยามให้ชัดเสีย ไม่อย่างนั้นที่เราเขียนไว้เพดาน เพดานมันจะพังลงมาทับคนที่อยู่ข้างล่างที่เป็นคนตัวเล็กครับ ท่านประธาน ก็ขออนุญาตว่าแย้งเอาไว้อย่างมีเงื่อนไข เห็นด้วยแต่มีเงื่อนไข ผมจะตาม ไปเป็นกรรมาธิการไปช่วยดูแลข้างในด้วยครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผมให้ความสำคัญกับเรื่องการแก้ไขพระราชบัญญัติอาหารในวันนี้เป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าอาหารนั้นมีความสำคัญต่อมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นชาติใด เชื้อชาติใด ก็จะต้องมีอาหาร อาจจะแตกต่างกันไปบ้าง ในชนิดหรือประเภทของอาหารที่เป็นอาหารหลักของแต่ละเชื้อชาติ แต่ละประเทศสมัยก่อนมีปัญหาเรื่องขาดอาหาร ประเทศไทยก็เคยมีปัญหาเรื่องเด็ก ขาดอาหาร แต่ปัจจุบันถือว่าเรื่องนี้ดีขึ้น เด็กขาดอาหารนั้น ก็แทบจะเรียกว่าไม่มี ยังพบอยู่บ้าง บางภูมิภาคของโลก แต่ของไทยเราถือว่ามีการแก้ไขปัญหานี้ได้เป็นอย่างดี ปัญหาของเรา ในขณะนี้ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของอาหารมากเกินไป มีเด็กอ้วนหรือว่ากินอาหารไม่ได้สัดส่วน มีการศึกษาวิจัยพบว่าคนอีสาน เด็กอีสานมักจะขาดไอโอดีน แร่ธาตุไอโอดีน แต่ทางรัฐบาล ที่ผ่าน ๆ มาเราก็ได้เสริมอาหารเหล่านี้ให้กับเด็ก จนปัจจุบันก็คิดว่าดีขึ้น ท่านประธาน ที่เคารพครับ อาหารเป็นปัจจัยสำคัญ ๑ ใน ๔ ของปัจจัยพื้นฐานที่แต่ละคนต้องมี ความจำเป็น นอกจากเรื่องของสุขภาพอนามัยแล้ว ต้องยอมรับว่าอาหารนั้นปัจจุบัน มีความสำคัญต่อเรื่องเศรษฐกิจของประเทศชาติไม่ว่าจะเป็นอยู่ในพื้นที่ชนบทห่างไกล ไม่ว่าจะเป็นอาหารของคนไทยแต่ละภูมิภาคซึ่งมีผู้ได้อภิปรายไปแล้ว ผมเพียงแต่กราบเรียนว่า ปัญหาของเรื่องอาหารก็เป็นปัญหาทางการเมืองได้เหมือนกัน ผักชีแพงก็มีคนพูดถึงนายกว่า ให้ทหารไปปลูกผักชี ก็เป็นเรื่องกระแสพูดคุยกันไปก็แก้กันไปว่ากันไปนะครับ ยังมีหลายคน บอกว่าตอนนี้หมูแพง นายกจะบอกให้ทหารไปเลี้ยงหมูอีกหรือไม่ ก็ยังต้องดูกัน แต่เราถือว่า อันนี้เป็นเรื่องธรรมดาที่จะเกิดขึ้น ถ้าพูดไม่ชัด พูดคนไม่เข้าใจปัญหาจะเกิดขึ้นลักษณะ แบบนี้นะครับ เรียนว่าในเศรษฐกิจภายใน การที่แต่ละพื้นที่แต่ละภูมิภาคถึงแม้ว่าจะมีอาหาร ของตัวเองในแต่ละภูมิภาค แต่ด้วยเทคโนโลยีการขนส่งต่าง ๆ เราสามารถที่จะนำอาหาร แต่ละภูมิภาคไปจำหน่ายไปขายไปให้กับพี่น้องประชาชนเหมือนกับอยู่ที่เชียงใหม่เคยกิน ข้าวซอย ตอนนี้อยู่กรุงเทพฯ อยู่ปักษ์ใต้ อยู่ที่ไหนก็ได้ ปลาร้าในประเทศไทยเรา ภาคอีสาน ก็บอกว่ากินปลาร้าทำให้พี่น้องของเราติดเรื่องปลาร้า ยังมีโรคบางโรคที่พูดถึงปลาร้าคือ โรคพยาธิใบไม้ในตับ ผมในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในภาคอีสานก็ให้ความสำคัญ ในเรื่องนี้ ได้รณรงค์เรื่องพี่น้องประชาชนไม่ให้กินปลาร้าดิบ ก็มีการทำเป็นปลาร้าสำเร็จรูป ใส่ขวดใส่บรรจุภัณฑ์ต่าง ๆ ไม่ใช่จำหน่ายเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น ยังสามารถส่งไปเป็น สินค้าออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ กราบเรียนว่านี่คือสินค้าอาหารจากภายในประเทศ ส่วนสินค้าอาหารที่ส่งไปจำหน่ายยังต่างประเทศ ท่านประธานและท่านผู้มีเกียรติ คงจำได้ครับว่า สมัยที่พรรคไทยรักไทย สมัยที่พรรคพลังประชาชน หรือพรรคเพื่อไทยก็ตาม เราเป็นรัฐบาล เราส่งเสริมในเรื่องดังกล่าว โดยมีชื่อนโยบายว่า ครัวไทยสู่ครัวโลก เพื่อที่จะ ทำให้สินค้าอาหารจากประเทศไทยไปจำหน่ายยังต่างประเทศ ก็เป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับ ประเทศไทย ประเทศไทยเราเคยคุยกันว่าประเทศไทยเป็นครัวของโลก นี่คือสิ่งที่เป็น การกระตุ้นทำให้พี่น้องประชาชนคนไทยมีความกระตือรือร้น มีความภาคภูมิใจ ผมกราบเรียนว่า ในการแก้ไข พ.ร.บ. อาหารครั้งนี้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสถานที่ผลิต ซึ่งเราใช้คำนี้ เนื่องจากว่ามีการผลิตอาหารอย่างหลากหลาย สถานที่ในร้านและยังสามารถที่จะผลิตได้ แม้แต่ข้างถนนก็ทำได้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มันเป็นชื่อเป็นเสียงของประเทศไทย แต่อาจจะควบคุม ให้ได้คุณภาพได้มาตรฐานและปลอดภัย ก็ฝากถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะพิจารณา กฎหมายดังกล่าว เพราะว่ามันช่วยให้คนยากคนจนได้มีรายได้ มีงานทำ แล้วก็ช่วยเศรษฐกิจพื้นบ้านของเราได้ ผมกราบเรียนอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องการโฆษณา การโฆษณาผมฟังผมก็ให้ความสนใจครับว่า ในฐานะที่เป็นแพทย์ บางทีก็บอกว่าอาหารตัวนี้ทานแล้วบำรุงตับ บำรุงไต ทำให้หัวใจปกติ ผมก็งงอยู่มันทำไมคิดได้อะไรขนาดนั้น จะเอาอะไรมาวิเคราะห์ได้อย่างไรว่าบำรุงแบบนั้น แต่ถ้าพูดแบบนี้ พี่น้องประชาชนคนที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับ กับไต กับหัวใจ พอได้ยินเข้าก็ไปซื้อ อาหารนั้นมารับประทาน ก็ฝากว่าการโฆษณาประชาสัมพันธ์ในเรื่องคุณค่าของอาหารที่จะมีผล กับมนุษย์ของเรานั้น ก็น่าจะมีขอบเขตที่พอสมควร จะห้ามหมดก็ไม่ได้ครับ เพราะว่ามันก็เป็น สิ่งที่ทำให้เขาต้องทำมาหากินนะครับ การขนส่งอาหารก็เช่นเดียวกันครับ ปัจจุบันอาหาร ที่ส่งมอเตอร์ไซค์บ้าง อาหารพุ่มพวงมีรถไปขายบ้างนะครับ อันนี้ก็ฝากว่าควบคุมเรื่อง คุณภาพ ถ้าตกค้าง ถ้าได้มีกฎเกณฑ์กติกาต่าง ๆ การเก็บรักษาอาหาร ที่สำคัญผมกราบเรียน ขอให้คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ใช้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ในการส่งเสริมการพัฒนา การวิจัยอาหารไทย อาหารของเราที่จะทำให้เป็นประโยชน์กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนคนไทย และสามารถ ที่จะนำรายได้เข้าสู่ประเทศ โดยนำไปจำหน่ายในต่างประเทศ ขอกราบขอบคุณครับ🔗
ท่านต่อไปครับ ท่านเกียรติ สิทธีอมร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ขอร่วมอภิปรายเรื่องร่าง พ.ร.บ. อาหาร ซึ่งเข้ามาสู่สภาอีกครั้งหนึ่งนะครับ มันมีหลายประเด็น ที่จะต้องพูดคุยกันในวาระนี้นะครับ เพื่อเป็นประโยชน์ในการที่จะไปใช้ให้กรรมาธิการ พิจารณาต่อไป ผมเห็นด้วยกับการที่ต้องไปปรับปรุงแก้ไขร่าง แต่ก็มีบางประเด็นที่ผมอาจจะ ต้องเสนอแนะ แล้วก็ขอความชัดเจนจากผู้ร่างด้วยนะครับ🔗
ประการแรกนี้นะครับ คงเป็นเรื่องของการจ้างผู้เชี่ยวชาญ อันนี้ อย. ก็คนเดียวกัน รัฐมนตรีก็คนเดียวกันกับ พ.ร.บ. เครื่องสำอางนะครับ คงทราบท่าทีผมไปแล้วว่า การจ้างผู้เชี่ยวชาญขอให้เป็นคนที่ยึดโยงกับสถาบันเท่านั้น และเป็นสถาบันที่น่าเชื่อถือ เท่านั้นนะครับ และเงินได้จากการให้บริการตรงนี้ การขึ้นทะเบียน การขึ้นบัญชีก็ต้องเป็น เงินเข้าคลัง ไม่ใช่เป็นเงินนอกงบประมาณนะครับ หลักนี้ก็คงไปว่ากันในกรรมาธิการนะครับ คงไม่พูดซ้ำถึงเหตุผล แต่เรื่องอาหารนี้มันสำคัญมากยิ่งขึ้นไปกว่า พ.ร.บ. เครื่องสำอาง และวัตถุอันตรายมาก และมันมีมิติที่เพิ่มเติมขึ้นไปมากกว่ามิติของการกำกับดูแล เพื่อความปลอดภัยภายในประเทศเท่านั้น ส่งออกอาหารเป็นรายได้ที่สำคัญอย่างยิ่ง ของประเทศไทย ทีนี้ทำอย่างไร มิติตรงนี้ครับ เรื่องต่างประเทศนี้ ผมยังไม่เห็นชัดนะครับ ในร่าง พ.ร.บ. ของท่านที่เขียนไว้ มันคือการพูดว่าท่านจะกำกับอย่างไร แต่มิติระหว่าง ประเทศด้อยมากเลยครับ ไม่มี ทีนี้ในแง่ของผู้ส่งออกมานี้ เราต้องมีอะไรเป็นเบนช์มาร์ก (Benchmark) หรือเป็นเป้าหมายที่ต้องไปถึงให้ได้ กระบวนการในการตรวจสอบอาหาร ในภาคส่งออกนี้ ท่านประธานทราบใช่หรือไม่ครับว่าเวลาเราตรวจ แล้วส่งออกไป ไปถึง ปลายทาง เขาตรวจอีกทีนะครับ มันก็ขึ้นอยู่กับว่าของเราทำมันน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน ในการที่เขาจะพิจารณาว่าเขาจะตรวจเราอย่างไรนะครับ ตรงนี้ครับ ผมคิดว่าเป้าหมาย ที่สำคัญที่ต้องให้ชัด แล้วไปว่ากันในชั้นกรรมาธิการนะครับ หรือถ้าสามารถตอบได้ตอนนี้ ก็ยินดีครับ ก็คือว่าการให้บริการนี้ ต้องราคาถูก แข่งขันได้ ตรงนี้ผมไม่เห็นเบนช์มาร์ก (Benchmark) เลยครับ มีผู้อภิปรายก่อนหน้าผมบอกว่าอัตรานี้ตั้งไว้สูงสุด รายเล็กไปไม่ถึงครับ รายใหญ่นี้ครับ ผมได้รับข้อมูลจากสมาคมอาหารนะครับ อัตราที่เรียกเก็บ ณ วันนี้ตามคำสั่ง คสช. เองก็สูงเกินไปแล้วทำให้แข่งขันไม่ได้ ตรงนี้ผมคิดว่า ต้องไปคุยกันให้ดีปรับปรุงตั้งหลักให้ดีครับ อันที่ ๒ ต้องสะดวก ผมเห็นท่านใส่เงื่อนไขเยอะ แต่ไม่มีเงื่อนไขที่บอกว่าจากวันที่เอกสารคุณครบกี่วันคุณได้ ท่านประธานคงทราบดี ภาคเอกชนสิ่งที่ต้องการคืออะไรครับ ความคาดเดาได้ กรอบเวลาของการทำงานของ หน่วยงานรัฐเป็นเรื่องสำคัญครับ ถามว่าประเทศไทยเคยมีกฎหมายลักษณะนี้หรือไม่ มีนะครับ พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวเขียนไว้ชัดเหมือนกันครับ วันที่ยื่นเอกสารไปแล้วภายใน ๖๐ วันต้องได้คำตอบ ผมอยากเห็นกฎหมายที่เราออกมา ในลักษณะนี้เพื่อให้เกิดความคาดเดาได้ว่ากรอบเวลาในการทำงานของภาครัฐจะเป็นอย่างไร ขั้นตอนต้องง่าย ต้องสะดวก รวดเร็ว น่าเชื่อถือ ความน่าเชื่อถือไม่ใช่น่าเชื่อถือเฉพาะขั้นตอน การตรวจสอบ การใช้ผู้เชี่ยวชาญเป็นที่ยอมรับหรือไม่ และการนำเข้าอาหาร ความปลอดภัย อาหารที่นำเข้ามากระบวนการของเราก็ต้องเป็นที่ยอมรับในสากลด้วยเช่นกัน แต่เรื่องที่ ผมกำลังจะพูดที่ผมบอกว่าไม่เห็นมิตินี้ ก็คือเราส่งออกไป ผมเห็นนะครับ ติดตามดู เพราะในเรื่องนี้เป็นประเด็นที่เจรจาระหว่างประเทศเยอะมาก ที่เขาเรียกว่า เอ็มอาร์เอ มิวชวล เรคอกนิชัน อะกรีเมนต์ (MRA : Mutual Recognition Agreement) ทำไมเราตรวจในประเทศก่อนส่งออก ส่งออกไปแล้วเขาตรวจใหม่ ท่านมีเป้าหมายในการไป เจรจากับประเทศที่เป็นตลาดของเราหรือไม่ที่จะให้มีการยอมรับมาตรฐานซึ่งกันและกัน ตรงนี้ต้องเป็นเป้าหมายนะครับ ต้องเป็นเป้าหมายของท่านจริง ๆ ครับ เพราะไม่เช่นนั้น เราก็ตรวจซ้ำตรวจซาก แล้วก็เป็นภาระของผู้ส่งออก แต่พอไปถึงปลายทางตรวจเหมือนเดิมเลย ถ้าเขาไม่เชื่อถือเราเขาตรวจมาก ถ้าเขาเชื่อถือเราเขาตรวจน้อย ภาระก็จะน้อย ระยะเวลาก็ จะสั้น ตรงนี้ครับมีหลายประเทศที่เป็นตลาดสำคัญ สหภาพยุโรป สหรัฐอเมริกา ท่านประธานทราบไหมครับ วันนี้เราส่งมะพร้าวไปสหรัฐอเมริกาเราทำวิธีไหนครับ เราส่งเป็นลูก เป็นล้านลูก หลายล้านลูก เขาส่งคนของเขามาตรวจต้นทางที่นี่ครับ แล้วไปถึงไม่ต้องตรวจ อีกแล้ว เพราะฉะนั้นความร่วมมือขององค์กร เช่น อย. กับองค์กรเอฟดีเอ (FDA) ของสหรัฐอเมริกา หรือองค์กรในการตรวจความปลอดภัยอาหารในสหภาพยุโรปสำคัญ มากเลยครับ อย่าให้เอกชนต้องมีภาระซ้ำซ้อนทั้งในประเทศทั้งต่างประเทศเจอหมด ถ้าเราสามารถทำมิวชวล เรคอกนิชัน อะกรีเมนต์ (Mutual Recognition Agreement) ได้ คือเป็นความยอมรับมาตรฐานซึ่งกันและกันได้ตรวจครั้งเดียวภาระครั้งเดียวทุกคนได้ ประโยชน์หมด ผู้ประกอบการก็ได้ประโยชน์ ผู้บริโภคในประเทศเขาก็ได้ประโยชน์ ตรงนี้ ผมคิดว่าสำคัญมาก แล้วต้องเป็นเป้าหมายที่เขียนไว้ในกฎหมายเราด้วย ซึ่งทำไมถึงต้องเขียน เพราะมันจะเป็นตัวที่สะท้อนความเข้าใจของธุรกิจนี้ อุตสาหกรรมอาหารนี้ในเวทีภาพรวม ของต่างประเทศด้วย เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ในหลายประเทศการออกกฎระเบียบ เหล่านี้เขามีเป้าหมายเพื่ออะไรบ้าง อันที่ ๑ คือความปลอดภัย อันที่ ๒ คืออะไรรู้ไหมครับ การกีดกันทางเทคนิค หลายตลาดที่เป็นตลาดนำเข้าของประเทศไทยสินค้า จากไทยเขาใช้กติกาเหล่านี้เขาเรียกเทคนิคอล แบร์เรียส (Technical Barriers) เราเคยดู ของเขาไหมครับว่าเขาใช้อะไร เรื่องนี้เวลาเราไปเจรจามิวชวล เรคอกนิชัน อะกรีเมนต์ (Mutual Recognition Agreement) คือความตกลงร่วมกัน ขอเวลาอีกสักนิดนะครับ ผมมีสาระพอสมควร พอเวลาเราไปเจรจาบางเรื่องที่เรารู้ว่าเขาใช้เป็นเทคนิคอล แบร์เรียส (Technical Barriers) หรือการกีดกันทางเทคนิคเราต้องแลกครับ เราต้องมียุทธศาสตร์ ที่เราเขียนแผนของเขาเพื่อแลกกับเขาได้ นี่คือวิธีที่จะต้องมีการเจรจากันในเรื่องความปลอดภัย อาหาร เพราะเราเป็นประเทศส่งออกเป็นสำคัญ เป็นรายได้สำคัญของประเทศ เพราะฉะนั้น ตรงนี้เองผมคิดว่าในร่างกฎหมายผมไม่เห็นนะครับ แล้วแม้กระทั่งหลักการเหตุผลก็ไม่มี ความชัดเจนในเรื่องนี้ แล้วก็ในต่างประเทศเขาไปไกลพอสมควรครับ ของเราผมคิดว่า คงจะต้องปรับปรุงให้ดีมากกว่านี้ รายละเอียด ๒-๓ ประเด็น ผมเห็นผมเข้าไปดูในรายงาน ที่มีการสำรวจความเห็นของผู้เกี่ยวข้อง สั้น ๆ นะครับ มาตรา ๑๒ ท่านต้องมีผู้แทน ของสมาคมอาหารเข้าไปอยู่ในอนุกรรมการด้วย อย่าทำเองครับ ร่วมมือกับเขาเถอะครับ กรรมการต้องมาจากอุตสาหกรรมผู้แทนสมาคม วิชาชีพด้านอาหารด้วย และเอสเอ็มอี (SMEs) เข้าไปด้วย ในมาตรา ๑๖ เนื่องจากท่านไม่ได้ พูดถึงกระบวนการอนุญาต ท่านไม่ได้แนบกฎกระทรวงมา ทุกคนกังวลว่ากฎกระทรวง หน้าตาจะเป็นอย่างไร ไม่ทราบว่าเป้าหมายมันจะเป็นอย่างไร ก็คาดเดากันไป เขาบอกว่า ทำอย่างไรที่ให้สอดคล้องกับปัจจุบันและอนาคตได้ไหม ไม่ใช่เป็นการเขียนแค่เชิงอำนาจ ต้องยืดหยุ่น ต้องไม่เป็นภาระ และที่สำคัญที่สุดในมาตรา ๑๖/๑ ต้องไม่ให้กระบวนการผลิต หยุดชะงักถ้าเกิดต้องมีการเปลี่ยนแปลงรายการผลิต แล้วต้องกลับไปขอใบอนุญาตเพิ่มเติม หรือปรับใบอนุญาตเดิม ตรงนี้ครับ ผมคิดว่าถ้าเข้าใจตรงกันก็จะได้สามารถปรับปรุงมาตรานี้ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่ถูกต้องได้🔗
ประการสุดท้าย ในเรื่องของการเก็บเอกสารหลักฐานเกี่ยวกับประเทศผู้ซื้อ ท่านไปเขียนเงื่อนไขเหล่านี้ทำไมครับ ประเทศอื่นเขาให้ทำแบบนี้หรือเปล่า ผมไม่เชื่อ หรอกครับ อันนี้คือภาระจริง ๆ เป็นภาระในเมื่อเขาส่งออกไป ประเทศปลายทางเขาเป็นคนตรวจ เพราะไม่อย่างนั้นเขาไม่ให้เข้า และเราต้องมาเก็บทุกอย่าง อันนี้เป็นภาระที่สำคัญ ขอให้ทบทวนในเรื่องนี้ เก็บเท่าที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการทำงานของกระทรวงตามหน้าที่ โดยการพิจารณาทั้งการนำเข้าและการส่งออก ซึ่งทั้งนำเข้าและส่งออก วิธีการเก็บรักษา ข้อมูลที่เก็บรักษาไม่เหมือนกันแล้วครับ อันนี้ก็ฝากท่านไว้นำไปพิจารณาในการทบทวน ในชั้นกรรมาธิการต่อไป ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้กฎหมายหรือการปรับปรุงกฎหมายครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ไม่ใช่กับภาคราชการ เป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมอาหารของประเทศไทย ในภาพรวม ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านสกุณา สาระนันท์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสกุณา สาระนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ทุกวันนี้ทุกภาคส่วนต่างตระหนักว่าประเทศของเราจำเป็นที่จะต้องให้ ความสำคัญต่อการพัฒนาความเข้มแข็งในภาคเศรษฐกิจฐานราก และ พ.ร.บ. อาหาร ก็เป็นเครื่องมือที่มีความสำคัญในการกำหนดการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ท่านประธานคะ พ.ร.บ. อาหาร เป็น พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องกับคน ๒ กลุ่ม กลุ่มแรก ก็คือกลุ่มผู้บริโภค แล้วก็กลุ่ม ที่ ๒ ก็คือกลุ่มผู้ผลิต ซึ่งกลุ่มผู้ผลิตก็จะหมายถึงทั้งที่เป็นบริษัทขนาดใหญ่ และผู้ประกอบการ ขนาดเล็ก ขนาดกลาง รวมถึงเกษตรกรด้วย หากเราจะพิจารณาในมุมของผู้บริโภค เราจะพบว่าที่ผ่านมา พ.ร.บ. นี้เป็นประโยชน์มากในแง่ของการควบคุมความปลอดภัย แต่ในขณะเดียวกัน พ.ร.บ. นี้ก็เป็นอุปสรรคมากต่อการเข้าถึงความหลากหลายของวัตถุดิบ โดยเฉพาะวัตถุดิบในท้องถิ่น เช่นวันนี้เราพูดถึงเรื่องของพรีไบโอติก (Prebiotic) โพรไบโอติก (Probiotic) กันมาก เพราะเรารู้ว่าสิ่งเหล่านี้สำคัญต่อระบบสมดุลต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น ระบบสร้างภูมิต้านทานสัมพันธ์โดยตรงกับชนิดและปริมาณของจุลินทรีย์ในลำไส้ของเรา ร่างกายมนุษย์มีเซลล์อยู่ประมาณ ๕๐ ล้านล้านเซลล์ แต่จุลินทรีย์ที่อยู่ในร่างกายของมนุษย์ มีถึง ๑๐๐ ล้านล้านตัว นั่นหมายความว่าจุลินทรีย์มีความสำคัญต่อการดำรงอยู่ของมนุษย์ จุลินทรีย์เหล่านี้เกี่ยวข้องกับอาหารที่เรารับประทานโดยตรง แต่วันนี้เราพบว่า พ.ร.บ. อาหาร พูดถึงเรื่องนี้น้อยมาก มีจุลินทรีย์เพียงไม่กี่ชนิดที่อยู่ในโพสซิทีฟ ลิสต์ (Positive list) ที่ อย. สามารถรับรองให้ใช้ในการผลิตอาหารได้ และในทำนองเดียวกันทั้งแมลงที่อยู่ใน ท้องถิ่น ทั้งเห็ดพื้นถิ่น ผักพื้นบ้านก็อยู่ในข่ายปัญหาเดียวกัน คือไม่อยู่ในรายการของ โพสซิทีฟ ลิสต์ (Positive list) ดังกล่าว การที่จะเอาวัตถุดิบเหล่านั้นเข้าไปขึ้นทะเบียน วัตถุดิบปลอดภัยของ อย. ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายทั้งต้องสืบค้นประวัติการใช้ ทั้งตรวจวิเคราะห์ สารสำคัญที่เป็นประโยชน์เป็นพิษ ทั้งสถาบันวิจัยที่ อย. อยากจะยอมรับผลการวิเคราะห์ต่าง ๆ ก็มีไม่กี่ที่ ราคาในการวิเคราะห์ สารต่าง ๆ ก็สูงลิ่ว ความยุ่งยากเหล่านี้เป็นภาระที่ตกอยู่กับภาคประชาชนทั้งหมดค่ะ ดังนั้น วัตถุดิบ อาหารพื้นถิ่นที่เกี่ยวข้องกับคนฐานราก เช่น ผักพื้นถิ่น ผักสะแงะบ้านของดิฉันก็ไม่มี โอกาสที่จะได้ไปอยู่ในโพสซิทีฟ ลิสต์ (Positive list) ของ อย. และวันนี้เด็ก ๆ ในยุคนี้ ก็เติบโตมากับการดูฉลาก อย. ต้องมีการรับรองเด็ก ๆ ถึงจะกล้ารับประทาน ดังนั้นในแง่มุม ของผู้บริโภค ดิฉันว่ากฎเกณฑ์ต่าง ๆ ของ อย. มันไปจำกัดการเข้าถึงความหลากหลาย วัตถุดิบในท้องที่ด้วยค่ะ ทีนี้หากกลับมามองในมุมของผู้ผลิตที่ผ่านมา พ.ร.บ. อาหาร ให้น้ำหนักไปกับผู้ผลิตรายใหญ่ อาจเป็นเพราะว่าในยุคก่อนหน้านี้เราเน้นในเรื่องของอาหาร ในระดับอุตสาหกรรม ดิฉันเคยฟังรายงานจากบุคลากรจาก อย. ว่าในแต่ละปี อย. อนุมัติ ใบรับรองให้ผู้ประกอบการนับล้านรายการ แต่ดิฉันเชื่อว่าในล้านรายการนั้นจะมีผลิตภัณฑ์ ที่เป็นของวิสาหกิจ แล้วก็ผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อยในต่างจังหวัดอยู่เพียง ไม่กี่เปอร์เซ็นต์ ดิฉันในฐานะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ ดิฉันเคยขอข้อมูลไปยังหน่วยงาน อย. แต่กลับพบว่ามันไม่มีข้อมูลในเรื่องนี้ ท่านประธานคะ วันนี้บริบทของประเทศเราเปลี่ยนไป จากเดิม เราเห็นตรงกันถึงโอกาสของคนฐานรากและเราต้องสร้างโอกาสให้เกิดขึ้นในชนบทค่ะ เพื่อความเข้มแข็งของฐานราก ดังนั้นดิฉันอยากจะเห็นการปรับปรุง พ.ร.บ. อาหารฉบับนี้ เป็นไปเพื่อการสร้างโอกาสให้คนฐานรากได้เติบโตด้วยค่ะ ที่ผ่านมาดิฉันตั้งข้อสังเกต ถึงประเด็นที่เป็นอุปสรรคต่อการเติบโตของวิสาหกิจชุมชนและเอสเอ็มอี (SMEs) อยู่ ๒-๓ ประเด็นดังนี้ค่ะ🔗
ข้อที่ ๑ ก็คือระเบียบข้อกำหนดที่ซับซ้อนไม่ชัดเจน เริ่มตั้งแต่คำจำกัดความ ที่ไม่ครอบคลุมและไม่เข้าถึงบริบทในปัจจุบัน แม้แต่แบบแปลนโรงงานผลิตก็เข้าใจยาก เราจึงเห็นบ่อย ๆ ว่ามีผู้ประกอบการสร้างแล้วก็ต้องรื้อถอนเป็นประจำในการที่จะขออนุญาต เป็นผู้ผลิต แล้วข้อกำหนดบางอย่างก็ไม่มีความจำเป็น ไม่มีความหมายต่อความปลอดภัยของ ผู้บริโภคค่ะ แต่กลับกลายเป็นข้อกำหนดที่กีดกันผู้ประกอบการรายเล็กรายน้อย อย่างเช่น ข้อกำหนดในน้ำมันเมล็ดกัญชง ก็ไปกำหนดปริมาณของซีบีดี (CBD) อยู่ในเกณฑ์ที่ต่ำมาก ดิฉันจำตัวเลขชัดเจนไม่ได้ แต่รู้ว่าน้อยกว่า ๑ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งดิฉันไม่เห็นความหมายของ การกำหนดเกณฑ์ที่ละเอียดในระดับต่ำขนาดนั้น เพราะว่าโดส (Dose) ที่ร่างกายรับได้ ก็สูงกว่าโดส (Dose) ที่ อย. ได้กำหนดมากถึง ๑๐๐ เท่า นอกจากไม่เห็นประโยชน์แล้ว ดิฉันยังมองว่ามันอาจจะมีเจตนาในการที่จะทำให้เป็นการกีดกันการเติบโตของเอสเอ็มอี (SMEs) ด้วยค่ะ🔗
ประเด็นที่ ๒ การเชื่อมโยงการทำงานร่วมของหน่วยงานทั้งภายใน และภายนอกองค์กรก็มีน้อยมาก ดิฉันอยากจะส่งเสริมให้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้กำหนดให้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ได้ทำงานร่วมกับองค์กรอื่น อย่างเช่น หน่วยงานที่รับรอง วิเคราะห์การตรวจค่าต่าง ๆ เราสามารถใช้หน่วยงานอื่นได้ อย่างเช่น มหาวิทยาลัย ในภูมิภาคก็สามารถที่จะเข้ามาร่วมบริการเรื่องการตรวจวัดสารต่าง ๆ ให้กับภาคประชาชนได้ค่ะ🔗
และประเด็นที่ ๓ ดิฉันมองว่าบุคลากรในพื้นที่ที่ดูแลกำกับเรื่องนี้ยังมี ไม่มากพอ อยากให้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้ให้เซนส์ (Sense) ในการบริการในภาคประชาชนได้มาก ขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ค่ะ🔗
นอกจากนี้ก็ยังมีเรื่องของค่าใช้จ่ายที่สูง ขั้นตอนที่ซับซ้อนตามที่ท่านสมาชิก หลายท่านก็ได้อภิปรายไปแล้ว ท่านประธานคะ สิ่งที่ดิฉันอภิปรายมาทั้งหมด ดิฉันก็ยังคง ยืนยันว่า ในเรื่องความปลอดภัยก็ยังเป็นสิ่งที่ต้องเคร่งครัดและไม่หย่อนในเรื่องนี้ แต่เนื่องจาก พ.ร.บ. อาหารเป็น พ.ร.บ. ที่เกี่ยวข้องกับพืชผลทางการเกษตรและเกี่ยวข้อง กับเกษตรกรโดยตรงค่ะ ดิฉันจึงอยากเห็นการปรับปรุงแก้ไข พ.ร.บ. อาหารครั้งนี้ จะมีการพิจารณาเพื่อเอื้อให้ประโยชน์เกิดขึ้นกับเกษตรกรและสร้างโอกาสให้คนฐานราก ได้เติบโตด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
มีสมาชิก อีกหลายท่านที่ต้องการอภิปราย เชิญท่านต่อไปครับ ท่านวีระกร แล้วก็ท่านสงวน พงษ์มณี เชิญท่านวีระกรก่อนครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทาง อย. ที่ผ่าน ครม. เสนอพระราชบัญญัติฉบับนี้ขึ้นมา อันเป็นประโยชน์มากทีเดียวนะครับ ไม่ว่าในเรื่องของหลักการและเหตุผลที่ได้พูดถึงเรื่องของ การต้องการจะยกระดับอาหารให้มีความปลอดภัยจากการบริโภค เพิ่มคุณภาพ โดยเฉพาะ ในเรื่องของการส่งออก ซึ่งต้องการทำให้มีความรวดเร็วขึ้น ผมอ่านแล้วทั้งหมดก็เรียนว่า ชอบใจในเรื่องของการห้ามการโฆษณาเกินความจริง ท่านประธานครับ ผมดูในหมวดที่ว่า ด้วยการโฆษณา ซึ่งต้องเรียนท่านว่า หมวด ๕/๑ การโฆษณาอาหารต้องไม่ใช้ข้อความ ที่ไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคนะครับ พูดง่าย ๆ ก็คือว่า ห้ามหลอกลวง สิ่งที่ท่านประธาน ในฐานะผู้แทนต่างจังหวัดเหมือนผมก็คงจะพบเห็นอยู่เสมอ ๆ ก็คือการโฆษณาเกิน ความเป็นจริง โดยเฉพาะในวิทยุท้องถิ่นทั้งหลาย โฆษณาโดยเฉพาะในข้อมาตรา ๔๒/๑๑ (๔) ข้อความที่ทำให้เข้าใจว่ามีสรรพคุณบำรุงกามหรือเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ ดีนะผมว่า ช่วงหลัง ๆ นี่เบาลงนะ เมื่อก่อนนี้เปิดช่องไหนจะเป็นทีวีก็ดี จะเป็นวิทยุก็ดีโฆษณา แต่เรื่องอย่างนี้ ท่านประธานก็คงจะเคยลองซื้อมาใช้เหมือนกันละ ได้ผลบ้าง ไม่ได้ผลบ้าง แต่ว่าส่วนใหญ่แล้วมันเกินความเป็นจริงโฆษณา โฆษณาเสร็จมีการโทรศัพท์ไปถามคุณลุง คนนั้น คุณป้าคนนี้อีกนะ คุณลุงใช้แล้วเป็นอย่างไรครับ กินแล้วมันใช้ได้ผลไหมครับ โฆษณากัน ไม่รู้ว่าเป็นหน้าม้าหรือไม่หน้าม้านะครับ แต่เมื่อรวม ๆ แล้วก็คือว่า ชอบใจว่ามาตรานี้ เขียนห้ามไว้ในเรื่องของการโฆษณาเกินความเป็นจริง ไม่ว่าจะเป็น (๑) เรื่องของข้อความ เป็นเท็จหรือเกินความจริงเขียนไว้ชัดเจนเลย ซึ่งผมเห็นว่าในปัจจุบันนี้ อย. ความจริง ก็มีกฎเกณฑ์เหล่านี้อยู่ ผมเคยถามเลขาธิการ อย.ว่า ทำไมไม่ไปจับกันบ้างนี่ โฆษณาตามบ้านผม เกินความจริงโม้บ้าง เรื่องของโฆษณายาสายตาบ้าง กินแล้วตาแจ่มไหมคุณป้า คุณป้าบอก กินแล้วตาแจ่มเลย ซองหนึ่ง ๑,๐๐๐ บาท ท่านประธาน ๑,๐๐๐-๒,๐๐๐ บาท มันอะไรกันนักหนา เรียกว่าถ้ากินยาตามที่พวกโฆษณานี่บอกละก็ไม่ต้องไปโรงพยาบาลกันเลย ต้อหิน ต้อเนื้อ ต้อกระจกหายหมด คุณป้ารับประกันเลย เดี๋ยวคุณป้าบ้าง คุณลุงบ้าง คุณตาบ้าง โฆษณาแบบนี้ทำให้พี่น้องประชาชนเสียสะตุ้งสตางค์โดยไม่มีความจริงนะครับ เกินขอบเขต เพื่อน ๆ ผม อย่างคุณอนันต์ ผลอำนวย ชอบฟังครับ กินแล้วได้ผลไหมคุณลุงอนันต์ ที่โฆษณา กินแล้วคุณลุงอนันต์บอกบางทีก็ใช้ได้ บางทีก็ใช้ไม่ได้ อย่างนี้เขาเรียกโฆษณา เกินความเป็นจริงครับท่านประธาน แล้วดูโฆษณานี่ผมชอบใจเพราะว่าเขามีมาตรา ๗๕/๑๒ ถ้าไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๔๒/๑๑ ก็คือการโฆษณาเกินความเป็นจริง ประเภทอย่างนี้ ต้องระวางโทษจำคุกสูงสุด ๓ ปีครับ ปรับไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท แต่ที่ผ่านมาผมถามว่า ทำไม อย. มัวไปอยู่ไหนก็ไม่รู้มันโฆษณาเกินความเป็นจริงกันแทบจะทุกสถานี ขับรถ ขึ้นสายเอเชียไปนครสวรรค์ ท่านเปิดไปตลอดทางเลย รับประกันได้เลย ท่าน อย. ทั้งหลาย ท่านเปิดทุกสถานีมีทั้งนั้น โฆษณาส่วนใหญ่ เดี๋ยวก็ถามคุณลุงแล้ว กินแล้วใช้ได้ไหมครับ มันปึ๋งปั๋งไหมคุณลุง อย่างนี้ท่านประธานต้องจับปรับให้หมดเลย ปรับ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ติดคุก ๓ ปี เพราะว่าผมก็ลองซื้อเหมือนกันครับท่านประธาน ไม่ค่อยได้ผล มันโกหกครับ โดยรวมแล้วก็คือ เห็นด้วยกับหลาย ๆ อย่าง แต่ที่ไม่เห็นด้วยก็มีนะครับ ในเรื่องของ การขอใบอนุญาต ถึงแม้ว่าประกาศท้ายพระราชบัญญัติจะเป็นประกาศที่ไม่ให้เก็บเกินกว่านี้ แต่มันเกินไปไหม ท่านประธานใบอนุญาตอาหารฉบับหนึ่งไม่เกิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท แล้วอย่างนี้ปลาร้าจ่าวิรัช ที่นครสวรรค์ผมจะทำอย่างไร เขาตั้งใจจะทำส่งไปขายอเมริกา ปลาร้าจ่าวิรัช ซึ่งดังมากที่นครสวรรค์ แต่ว่ามาเจอใบอนุญาตผลิตอาหารฉบับละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท แม้ว่าจะเป็นอัตราที่สูงสุดไม่ให้เกินนี้ก็ตาม แต่ท่านประธานมันท้อเลยจะมา ขออนุญาตที ถ้าเจอ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ทำอย่างไร เมื่อไรมันจะส่งไปอเมริกาได้ปลาร้าจ่าวิรัช คงหมดทุนจ่ายค่าใบอนุญาตเสียก่อน ก่อนที่จะส่งไปขาย หมดทุนพอดีท่านประธาน ก็ฝากท่านกรรมาธิการแล้วกันนะ เวลาท่านเอาเข้าไปพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ ก็ปรับลด ๆ ลงบ้างครับ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ฟังดูแล้วมันเกินกว่าเหตุไป หรือจะเป็นใบโฆษณา อัตราต่าง ๆ ใบนำเข้า ซึ่งอัตราต่าง ๆ ดูจะแพงเกินกว่าเหตุถึงแม้ว่าจะเป็นอัตราขั้นสูงก็ตาม ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ท่านวีระกรเอาความรู้สึกตัวเองไปพาดพิงท่านอื่น ซึ่งไม่เป็นความจริง ท่านวีระกร อย่าเอาความรู้สึกตัวเองไปพาดพิงคนอื่นสิครับ เชิญท่านสงวนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี เพื่อไทย จังหวัดลำพูน ผมขอร่วมแสดงความคิดเห็นกับกฎหมายว่าด้วยอาหาร การกิน ก่อนจะพูดผมจะขอชมเชย อย. ก่อน ตั้งแต่โควิด (COVID) มา หน่วยงานของท่าน เปลี่ยนแปลงไปทางที่ดีมาก มีการตั้งกลุ่มไลน์ (Line) สำหรับผู้ยื่นคำขอ ตั้งเว็บไซต์ (Website) ติดต่อกัน ท่าน เวิร์ก ฟรอม โฮม (Work From Home) ตี ๑ ตี ๒ ยังไลน์ (Line) ไปบอกว่า คำขอของคุณผิด ซึ่งโอกาสอย่างนี้ประชาชนไม่เคยได้รับ ก็ขอชมเชยกับท่าน แล้วก็ทางรัฐมนตรีด้วย เพราะว่าได้เปิดช่องให้คนเข้าถึงได้ง่าย แต่ผมพูดความจริง ผมเป็นคนตรงไปตรงมาผมขอตำหนิกฤษฎีกา แล้วก็ทางความเห็นของนักวิชาการของ กระทรวงพาณิชย์ เกี่ยวกับการไม่พิทักษ์รักษาผลประโยชน์ของคนไทย ท่านประธานครับ การออกกฎหมาย คือออกเพิ่มสิทธิคน รอนสิทธิคน ให้สิทธิคน ท่านอ้างมาตรา ๔๐ ว่าขอแตะไว้ก่อน ท่านขออะไร บอกว่ามาตรา ๒๖ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๗ แล้วก็มาตรา ๔๐ ท่านครับ อ้างเสียจนท่านลืมคิดไปว่าเขาให้ท่านละเมิดสิทธิคนได้ เพียงแค่ไม่ทำให้ สาระสำคัญแห่งสิทธิเขาเสียไป ผมพูดเรื่องนี้ผมจะพูดเป้าหมายที่ ๒ ของผมก็คือว่า วันนี้ผมถามท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี และคณะผู้เขียนกฎหมาย เกษตรกร วิสาหกิจ ชุมชน สหกรณ์ ผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี (SMEs) และชาวบ้านของผมอยู่ที่ไหนในกฎหมาย ฉบับนี้ เพราะอะไร คนขายไส้อั่ว ขายอะไรตามบ้าน มันเป็นวิถีชีวิตเขาทำกินเองได้ แต่ถ้าเขา จะเอาไปขายในห้างแล้วส่งออก เขาเสียค่าธรรมเนียมขนาดนั้นมันทำไม่ได้ ตรงนี้ต้องแก้ไข อย. ดีอยู่อันหนึ่ง ท่านเห็นไหมครับ เวลาใครจะส่งออก หรือจะทำกัญชง กัญชา โดยเฉพาะกัญชง ไม่ใช่กัญชา ใครส่งออกนะครับ ถ้าเป็นเอกชนไม่ต้องเสียอะไรเลย แต่ถ้าเป็นบริษัทต้องไปเสีย เสียเมื่อไรครับ เมื่อได้รับอนุญาต อันนี้จ่ายอย่างไรก็ไม่ได้บอก ระวังนะครับ ถ้าไม่เช่นนั้น กฎหมายฉบับนี้จะมีคนกล่าวว่า เป็นกฎหมายที่ทำให้เกิดการแยกชนชั้นในสังคม อันตราย มากครับ ถ้าท่านไปยกเลิกไส้อั่วเขาเพราะท่านไปชี้ว่าอันนี้ส่งไม่ได้นะ เขาส่งต่างประเทศตลอด เดี๋ยวนี้ถ้าเป็นอย่างนี้จะตัดให้เป็นอาหารเสื่อมคุณภาพหรือครับ🔗
คำถามที่ ๒ ของผมต่อผู้ออกกฎหมาย ท่านครับ ผมเคยไปเป็นกรรมาธิการ กระท่อม ผมบอกว่า ๕ ปีนี้เป็นไปได้ไหมที่เราจะไปให้กระท่อมต่างประเทศเข้ามา เอานักวิชาการจากกระทรวงพาณิชย์มาครับ ไม่ได้ เมื่อมันปลดล็อก (Lock) ไม่ใช่ยาเสพติดแล้ว ห้ามไม่ได้ ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ และนี่เขาห้ามลำไยออกนอกประเทศและเขาส่งส้ม เข้ามาทำไมคุณไม่พูด ผมจะอ่านมาตรา ๔๐ ให้ท่านฟังนะครับ และท่านช่วยไปดูว่า ท่านละเมิดสิทธิเกินกว่าเหตุหรือเปล่า ท่านดูนะครับ บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการประกอบ อาชีพ การจำกัดเสรีภาพตามวรรคหนึ่งจะกระทำมิได้นะครับ เว้นแต่อาศัยอำนาจ ตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎหมายนี้กำลังเขียนอยู่ ที่ตราขึ้นรักษาความมั่นคงทางการเมือง ทางเศรษฐกิจ และการแข่งขันอย่างเป็นธรรม อย่างนี้จะแข่งขันเป็นธรรมไหมครับ วันนี้ข้าวผัดไปขายในเซเว่น อีเลฟเว่น (7-Eleven) แล้ว ข้าวผัดข้างทางไม่ได้ขายแล้ว เพราะอย่างไรครับ เพราะข้าวผัดข้างทางจะไปขายหน้าเซเว่น อีเลฟเว่น (7-Eleven) ยังไม่ได้เลย เพราะอะไรครับ เพราะว่ามันขอ อย. ไม่ได้ อันนี้สำคัญนะครับ การจัดระเบียบต่าง ๆ ต้องคุ้มครองผู้บริโภค ผู้ประกอบอาชีพ เพียงเท่าที่จำเป็นหรือเพื่อประโยชน์สาธารณะ อย่างอื่นเท่านั้นเองนะครับเพียงแค่จำเป็น อันนี้มันเกินความจำเป็นท่าน ขึ้น ๑๐ เท่า แล้วเก็บอย่างไร ถ้าผมจะทำไส้อั่วผมต้องเสียไปแสนหนึ่งหรือ ผมกู้กองทุนหมู่บ้านมาหมื่นหนึ่ง ผมก็ทำได้แล้ว จะทำ อย. นี้ต้องเสีย ๑๐ เท่า สิ่งเหล่านี้ถ้ามันเกิดขึ้นฝ่ายนิติบัญญัติ จะถูกตำหนิมากเลยครับและนักวิชาการของกระทรวงพาณิชย์ถ้าท่านคิดว่าอะไรก็ต้อง ดับเบิลยูทีโอ (WTO) เวลาเขากระทำกับเรา คุณมีอะไรตอบโต้เขาไหม ท่านประธานครับ ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ สินค้าที่บอกว่าไม่ต้องเสียภาษี แต่ประเทศเพื่อนบ้านเราเขาเก็บเลย เขาเรียกสินค้าระหว่างมณฑล เขามีแยก ถ้าติดกันเขาให้ฟรีหรือเขาให้ลด แต่ถ้าเป็นเรา เขาเก็บ ๒ เท่า ๓ เท่า และราชการเขาไม่ได้เก็บผ่านเมืองไหนเมืองนั้นเก็บ เขาทำอย่างนี้แต่เราทำ เป็นใจดี แล้วผมถามว่าที่พูดกันนักกันหนาผมดีใจที่ท่านรัฐมนตรีบอกว่าประเทศเรานี้จะทำให้ เป็นเมืองสมุนไพร ได้ส่งออกมหาศาล เราจะเป็นสิ่งที่ผลิต ประเทศผลิตสินค้าเพื่อให้กับโลกนี้ ได้รู้ว่าเราทำอย่างไร มีอาหารอย่างไร เราเคยใช้อาหารเรานี้ให้คนมาเที่ยวบ้านเราเยอะแยะ ต้มยำกุ้งวันนี้ก็ดังแล้ว วันนี้ถ้าเจออย่างนี้ผมคิดว่าทำอย่างไร ผมจะส่งอะไรไปอเมริกาได้บ้าง วันนี้ปลาร้าที่อเมริกามีนะครับ ถ้าเจออย่างนี้ผมว่าสวัสดีเลยครับ ผมฝากคิดนะครับว่า อันไหนที่มันละเมิดสาระสำคัญแห่งสิทธิมากเกินไปต้องไม่ทำนะครับ ไม่อย่างนั้นคนจะออก กฎหมายเสร็จแล้วเขาบอกว่าอันนี้ขัดรัฐธรรมนูญไม่อายเขาหรือครับ ผมฝากรัฐมนตรี และฝากทางผู้เกี่ยวข้องให้ดูว่ากฤษฎีกาควรต้องดูนะครับ ผมพูดนิดหนึ่งเรื่องกระท่อม ผมบอก ๕ ปี อย่าให้คนเอามานะ ไม่ได้ ห้ามไม่ได้ แต่วันนั้นประชุมกันที่สภาจัดกระท่อม ไม่ใช่น้ำมันนะครับ ขาดแคลนท่านประธานครับ มาปีหนึ่งหลายล้าน นี่แสดงว่าช่วยเขาหรือ อย่างนี้มันเจ็บมากถ้าเราถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าเราออกกฎหมายเพื่อช่วยใครปกป้องใคร ผมพูดด้วยความเจ็บปวดแทนชาวบ้าน แต่ผมขอชื่นชมหน่วยงานของกระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงยุติธรรม วันนี้ท่านเปลี่ยนแปลงมากครับ ผมขออีกนิดเดียว ประโยคเดียว เลยนะครับ ทำไมตรวจสารแต่ละตัวแพงมาก ต่ำสุด ๔,๒๐๐ ต่อ ๑ ชื่อครับ แล้วทีนี้จะทำอย่างไร แล้วตอนนี้ช่วยสนับสนุนให้เอกชนทำแบบนี้ทำโรงงาน ทำแล็บ (Lab) เอกชนช่วยผ่านให้เขาด้วย ท่านครับ เสีย ๔๐๐ แต่เก็บ ๔,๒๐๐ ซื้อสารเคมี ๔๐๐-๕๐๐ เก็บ ๔,๒๐๐ เมื่อก่อนจะเก็บ ๓๐,๐๐๐ กว่า ซีบีดี (CBD) ครับ วันนี้บางที่บอกให้แล้ว ๔,๒๐๐ ค่าสารเคมีเท่าไร เอากำไรเกินควร แล้วสำนักงบประมาณยังไปเปลี่ยนกฎหมาย วิธีการงบประมาณให้เงินที่เก็บโดยหลวงโดยกฎหมายใช้ได้อย่างเสรี ท่านเก็บเงินไว้ทุกบาท ทุกสตางค์ท่านเก็บโดยกฎหมายนะครับ รัฐธรรมนูญบอกว่าเงินหลวงที่เก็บด้วยกฎหมาย ต้องเป็นเงินหลวงที่จ่ายตามวิธีการงบประมาณ ตอนนี้มาเขียนว่ากองทุนต่าง ๆ ก็ใช้ตาม ระบบกองทุน ตรงนี้เงินก้อนนี้ก็ใช้ตามกฎหมายหรือกฎกระทรวงไปเฉย ๆ มันจะไม่งาม หรือเปล่าครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ท่านต่อไป ท่านคารม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดร้อยเอ็ด ต่อร่างพระราชบัญญัติอาหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ผมคิดว่ามีความจำเป็นที่ ผมต้องลุกขึ้นอภิปรายต่อร่างพระราชบัญญัตินี้อยู่สัก ๓ ประเด็น ประเด็นแรกต้องยอมรับว่า มีการแก้ไขหลายเรื่องในพระราชบัญญัตินี้นะครับ ประเด็นที่ ๒ คือผมพยายาม มองเจตนารมณ์ที่รัฐบาลออกกฎหมายฉบับนี้มา โดยอ้างเพื่อการแข่งขันอุตสาหกรรมอาหาร ธุรกิจอาหารและควบคุม ต้องเรียนนะครับว่าพยายามจะมองด้วยจิตใจที่เราเป็นตัวแทน ราษฎร หลักการและเหตุผลที่ออกมานี้คือ เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันทางธุรกิจผลิตภัณฑ์ อาหารในการส่งออก ก็แสดงว่ารัฐบาลมุ่งเน้นที่จะทำผลิตภัณฑ์อาหารในการส่งไปแข่งขัน ในต่างประเทศ ซึ่งโดยหลักการแล้วดีนะครับ เพียงแต่ว่าเท่าที่ดูในรายละเอียดมีหลายอย่าง เมื่อจะมองวกไปถึงเรื่องค่าธรรมเนียมในการอนุญาต ใบอนุญาตต่าง ๆ ในการผลิตอาหาร ใบจดแจ้ง ใบอนุญาตเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนต่าง ๆ ต้องเรียนว่าไม่แน่ใจว่าท่านต้องการ ส่งเสริมใคร ต้องเรียนท่านประธานด้วยความเคารพผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีและบุคคล ที่มาชี้แจงว่าประเทศเราเป็นประเทศเกษตรกรรม หลายท่านที่พูดถึงสอดคล้องกับผมได้เห็น ตรงกันก็คือว่าสินค้าเกษตรที่ไม่มีราคาทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นข้าว แต่เวลาเราแปรรูปไปเป็นแป้ง ไปเป็นเส้นของอาหารต่าง ๆ มูลค่ามันเพิ่มขึ้น แต่เวลาท่านมาเขียนกฎหมายฉบับนี้ ค่าธรรมเนียมในการผลิตภัณฑ์อาหารสูงมาก เดี๋ยวผมจะตั้งข้อสังเกตให้ท่านประธานทราบ แต่ที่สำคัญคือผมอยากเห็นและไม่ค่อยเห็นคือว่า กระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการ อาหารและยาซึ่งเกี่ยวข้องกับอาหารในปัจจุบันนี้ ถ้ามองกลับไปที่ชนบทต้องยอมรับว่าสินค้า เกษตรที่มันล้นตลาด เพราะว่ามันแปรรูป มันไปทำเป็นผลิตภัณฑ์ที่มาจากสินค้าเกษตร เป็นอาหารมันไม่ค่อยได้รับการสนับสนุน ซึ่งกฎหมายฉบับนี้จะต้องมุ่งที่จะทำเรื่องนี้ เป็นเรื่องหลัก เพราะท่านเขียนเจตนารมณ์ว่าเพื่อส่งออก เพราะฉะนั้นไม่อย่างนั้น ก็ขัดหลักการที่ท่านออกมา นี่คือเรื่องแรก ประกอบกับถ้าจะมองให้เห็นกันชัด ๆ ก็ไม่ใช่ว่า จะไม่มีส่วนดี ต้องเรียนท่านรัฐมนตรีสาธิตผ่านท่านประธานไปว่า ในเรื่องโฆษณาผมก็ต้อง ชื่นชม โฆษณาที่ท่านสมาชิกจากจังหวัดนครสวรรค์พูดเป็นเรื่องจริง แล้วผมก็จะตั้งข้อสังเกต หรือจะมีคำถามเกี่ยวกับโฆษณาในมาตรา ๗๒/๑๒ ด้วย การโฆษณาที่โอเวอร์เคลม (Over Claim) คือโฆษณาเกินจริง ในต่างจังหวัดซึ่งชาวบ้านที่เขาไม่มีความรู้แล้วเขาคิดว่า ถ้ากินน้ำชนิดนั้นชนิดนี้แล้วหายจากโรคนั้นโรคนี้มีเยอะมาก ผมอยู่จังหวัดร้อยเอ็ด ท่านรัฐมนตรีสาธิตลองไปเปิด ไม่ใช่วิทยุชุมชน วิทยุคลื่นไหนก็แล้วแต่นะครับ เรื่องนี้ คือเรื่องที่ดูเหมือนว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่จริง ๆ คือเรื่องใหญ่ ทานยาผิดประเภท ยาไม่มี คุณภาพและสุขภาพก็เสีย ทานน้ำธรรมดาขวดละพันอย่างที่ท่าน ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านวีระกร เขาก็เสียเงินเยอะแล้วเขาอันตรายต่อสุขภาพ แล้วส่วนใหญ่ก็คือคนรวย คือคนที่เห็นช่องทางเท่านั้น เพราะฉะนั้นก็มีคำถามว่าในมาตรา ๔๒/๒ ที่ท่านอนุญาต ให้ใบโฆษณามีอายุ ๕ ปีนับแต่วันที่ออกใบอนุญาต ผมว่ายาวไป ผมว่าใบอนุญาตโฆษณาถ้าจะตรวจสอบกันจริง ๆ ๒-๓ ปีเท่านั้น เพราะฉะนั้นถ้าอนุญาต โฆษณาไปแล้วเขาไปเลยนะครับ แล้วคนที่ได้รับข้อมูลก็คือผู้บริโภค จะมาฟ้องมาร้องกัน ในทางข้อเท็จจริง กลับมาฟ้องมาร้องไม่มีทางที่จะไปเรียกค่าเสียหายจากคนกลุ่มนี้ได้ แล้วคนเสียชีวิตต่อสุขภาพและเสียหายเยอะ อันนี้ต้องเรียนตรง ๆ ว่าทำไมท่านตั้งไว้ที่ ๕ ปี อันนี้คือคำถามแรก🔗
คำถามต่อไปในส่วนของค่าธรรมเนียม อัตราค่าธรรมเนียมนี้น่าคิดนะครับ ค่าธรรมเนียมมีทั้งที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย ค่าธรรมเนียมที่ผมเห็นด้วยคือ เห็นด้วย ในแง่ของ เขาเรียกใบอนุญาตนำเข้าอาหารในข้อ ๓ ฉบับละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ผมเห็นด้วย เห็นด้วยเพราะอะไร การนำเข้าอาหารมาแข่งขันกับในประเทศ คือมาสู้กับสินค้าที่เป็นอาหาร ในประเทศเรากับท่านสมาชิกที่อยู่จังหวัดลำพูน ท่านสงวนที่ผมเคารพนี่ว่า เขาจะส่งน้ำปลาร้า ที่ทำขึ้นส่งไปขายเมืองนอก ท่านต้องส่งเสริมเพื่อให้สินค้าส่งออก ท่านตั้งค่าธรรมเนียม ในการนำเข้าอาหาร ๒๐๐,๐๐๐ บาท ผมเห็นด้วยผมว่ายังต่ำด้วยซ้ำไป เพราะคนที่จะนำเข้า อาหารมันต้องเป็นบริษัทใหญ่ครับ เขาคำนวณ เขาเรียกมาร์เกตแชร์ (Market Share) หรือคนที่จะซื้อสินค้าหรือว่าดีมานด์ (Demand) ในประเทศได้มาก ๆ ค่าธรรมเนียมใบละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ไม่สูงครับ ท่านเก็บเขาได้มาก เพราะว่าการนำเข้าสินค้า ใบอนุญาตนำเข้า สินค้าอาหารเข้าจากต่างประเทศสูงกว่านี้ก็ได้ เพราะฉะนั้นการอนุญาตมันน่าจะมีเงื่อนไข เหมือนกัน ส่วนใบอนุญาตผลิตอาหารมันน่าจะเป็นเรื่องที่มีขนาดของโรงงานผลิต เพราะฉะนั้นอันนี้คือสิ่งที่เห็นด้วย เพราะฉะนั้นโดยรวมแล้ว ผมจะสรุปว่าถ้าจะให้ตรงกับ ที่ท่านออกกฎหมายฉบับนี้มาให้ตรงจริง ๆ ท่านต้องมุ่งที่จะส่งเสริมเกษตรกรรายย่อย ที่เขาผลิตสินค้าแล้วเขาอยากจะมีโรงงานอาหารเล็ก ๆ เอสเอ็มอี (SMEs) บ้านผมนี้นะครับ ตรงจริงอย่างที่บอกครับว่ามีเซเว่น อีเลฟเว่น (7-Eleven) คุณขายของในเซเว่น อีเลฟเว่น (7-Eleven) คุณต้องได้รับอนุญาต คุณขายของในโรบินสัน ขออนุญาตเอ่ยนาม ก็ต้องผ่าน กระบวนการที่ถูกต้องซึ่งไม่ผิด แต่คนที่เขาไม่ได้ เขาขายอยู่ข้างนอกรอบ ๆ พวกนี้นะครับ ไม่มีใบอนุญาตทั้งนั้นแล้วก็ไม่ได้เข้า อย. นี้เท่ากับว่าไม่ได้ส่งเสริมคนที่เป็นเกษตรกรและเป็น เจ้าของผลิตภัณฑ์เกษตร เพราะฉะนั้นในชั้นกรรมาธิการ ผมจะขออนุญาตแปรญัตติ ในหลายส่วนนะครับ เพราะฉะนั้นในวาระแรกขอแสดงทั้งเห็นด้วย และไม่เห็นด้วยแล้วก็อยากจะให้ใส่ ความคิดเห็นที่ทุก ๆ ท่านพูดเข้าไปในชั้นแปรญัตติที่จะต้องมีการแปรญัตติต่อไป ขอบคุณครับ🔗
อีก ๔ ท่านสุดท้าย มีท่านพิเชษฐ์ ท่านพิมพ์รพี ท่านบัญญัติ ท่านซูการ์โน เชิญท่านพิเชษฐ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ในพระราชบัญญัติอาหารนี้นะครับ ผมไม่ทราบว่าท่านรัฐมนตรี ช่วยเป็นผู้รับผิดชอบ อย. หรือเปล่าครับ ถ้าท่านรับผิดชอบท่านผงกหัวนะครับ ใช่ ใช่ไหมครับ ด้วยความนับถือท่าน ผมอยากจะแนะนำนะครับว่า เรื่องพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง และพระราชบัญญัติอาหารและยานี้นะครับ ท่านนะ ผมเป็นห่วงอีกแล้วนะครับ ที่ท่านได้ให้ บุคคลและองค์กรต่าง ๆ ทั้งในและต่างประเทศมาเป็นผู้ตรวจสอบรับรองได้นะครับ ผมเป็นห่วงว่าสูตรอาหารไทย สูตรอาหารดี ๆ จะตกไปเป็นเครื่องมือของต่างชาติก็คือ แต่ละประเทศหรือคนทั่วโลกสามารถที่จะเอาสูตรเหล่านี้ไปประกอบอาชีพของตัวเองได้ โดยที่เท่าเทียมกับคนไทยนะครับ ผมจะยกตัวอย่างมีบริษัทยักษ์ใหญ่ของประเทศไทย ที่ทำเกี่ยวข้องกับอาหารนะครับ บริษัทที่มีอิทธิพลของประเทศไทยจัดการประกวด จัดประกวดแกงเขียวหวาน จัดประกวดขนมจีนน้ำยา ประกวดอาหารไทย พอได้แชมป์ (Champ) ปรากฏว่าสูตรทั้งหลาย บริษัทยักษ์ใหญ่ก็เอาไปเป็นสูตรของตัวเองขายในห้าง สะดวกซื้อ อร่อยนะครับ ไม่ต้องไปร้านข้างถนนแล้ว ซื้อในร้านสะดวกซื้ออร่อยมาก นี่คือการขโมย ขโมยเอาความสามารถพิเศษของบุคคลหรือของพี่น้องที่ทำอาหารเก่งก็เอาไป เป็นของตัวเองเสีย ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเป็นห่วงว่าอาชีพอาหารไทยของคนไทย ที่มีนโยบายว่า ครัวไทยสู่ครัวโลก มันจะทำให้เป็นอุปสรรค เพราะพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านประธานครับ อย. ช่วยท่านรัฐมนตรีดูแลเรื่องนี้นะครับ อย. แนะนำท่าน คณะกรรมการ ก็แนะนำท่าน ท่านต้องทำตามคำแนะนำของเขา ด้วยความเป็นห่วง ทีนี้มาถึงว่า ใครก็ตามที่จะประกอบอาชีพในการนำเข้า ส่งออก ผลิตอาหาร จะต้องใช้ค่าใช้จ่ายถึง ๔๒๐,๐๐๐ บาท นอกจากตั้งบริษัทขึ้นมาแล้ว จะต้องจัดการโรงงาน จัดการโรงเรือน ให้สะอาดเรียบร้อยตามสุขลักษณะแล้ว จะต้องมาจ่ายเงินก้อนให้กับ อย. ๔๐๐,๐๐๐ กว่าบาท รวมทั้งค่าโฆษณาค่าอะไรทั้งหลาย มันมากไปหรือเปล่าครับท่านประธาน นี่หรือครับ การส่งเสริมการส่งเสริมครัวไทยสู่ครัวโลก คนจน ๆ จะทำได้ไหมครับ เงินลงทุนผมถามว่า พระราชบัญญัติฉบับนี้ ช่วยเหลือผู้ประกอบการอย่างไรบ้างครับ ช่วยเหลือเขาอย่างไร มีแต่เอาจากเขา เงินหลายแสนบาทสำหรับการเริ่มต้น พ่อค้าอาหารถ้าขายอาหารแล้ว อยากจะก้าวข้ามเข้ามาสู่เป็นผู้ค้า ผู้ส่งออกระหว่างประเทศ ลำพังเงินทุนที่เขาจะหามา มันก็ยากอยู่แล้ว ดังนั้นเอสเอ็มอี (SMEs) ที่เก่ง ๆ ที่มีอนาคต คนรุ่นใหม่อยากจะเริ่มต้นชีวิต ที่ส่งออกไปเมืองนอก หรือจะทำธุรกิจเกี่ยวกับอาหาร ให้มีบริษัทเอสเอ็มอี (SMEs) ที่จะผลิต อาหารส่งออกไปทั่วโลกจะเกิดขึ้นผมว่ายาก ท่านประธานครับ ฝากไปยังท่านรัฐมนตรีว่า ช่วยดูว่าเงินที่ท่านเก็บมาได้ ท่านก็ทำตามคำแนะนำของ อย. อย. แนะนำท่านไม่ให้ส่ง คลังด้วย แต่เงินทั้งหลายที่ได้มาทั้งเครื่องสำอางทั้งอาหาร ผมคิดว่าต่อไปมันจะมหาศาลมาก ค่าธรรมเนียมของท่าน ท่านไม่ได้ส่งคลัง และท่านเอาไปทำตามคำแนะนำของ อย. เอาไป ทำโน่น ทำนี่ ทำนี่ ทำนั่นนะครับ ผมคิดว่าท่านใช้กันอยู่ ๓ คน ผมไม่ทราบว่าตัวแทนของ กระทรวงการคลังที่จะมาเห็นชอบกับการใช้เงินของท่าน เงินที่เป็นรายได้มันเป็น พวกเดียวกันกับท่านหรือเปล่า ทำมาหากินด้วยกันไหม เป็นคนเดิม ๆ ไหมที่จะมารับทราบ การใช้เงินของท่าน ท่านรัฐมนตรีครับ ฝากว่าเงินที่ได้มาอยากจะให้เกิดประโยชน์มากกว่านี้ เอาเงินส่วนนี้กำหนดเป็นกฎกระทรวงว่า คืนกำไรให้กับผู้ประกอบการบ้างได้ไหม อบรม เขาเสริมสร้างศักยภาพเขา ให้เขาไปดูงานต่างประเทศ ให้เขาไปดูมาตรฐานการผลิตสินค้า ช่วยสร้างแพกเกจจิง (Packaging) ช่วยดูแลการตลาด ช่วยทำแพลตฟอร์ม (Platform) ให้เขา เพื่อให้เขาได้ขยายการค้าของเขา อยากจะให้เอากลับมาเป็นประโยชน์ให้กับ ผู้ประกอบการ ฝากท่านรัฐมนตรี ด้วยความเป็นห่วงจริง ๆ ถ้าทำไม่ดีครัวไทยสู่ครัวโลก มันก็จะไม่ประสบความสำเร็จเพราะกฎหมายของประเทศของเราเป็นอุปสรรคเสียเอง ฝากท่านรัฐมนตรี ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่าน พิมพ์รพีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดกระบี่ค่ะ ท่านประธานดิฉันวันนี้ขอพูดเรื่อง พ.ร.บ. อาหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ผ่าน ๆ มาพรรคประชาธิปัตย์เราได้คุยกันหลาย ๆ ท่าน เราสงสัยและเราตั้งใจดูว่า พ.ร.บ. อาหารตัวนี้ที่ทำขึ้น เมื่อเห็นเอกสารแล้ว ดิฉันตั้งคำถามว่า ประโยชน์ตรงนี้จะตกอยู่กับประชาชนตัวเล็ก ตัวน้อย รากหญ้าอย่างไรค่ะ ซึ่งท่านกนก วงษ์ตระหง่าน พูดค่ะ อยากให้ พ.ร.บ. ตัวนี้เป็นหน้าต่าง เป็นประตู เป็นโอกาสที่จะเดินหน้า เข้าช่วยเหลือเกษตรกรหลังจากยุคหลังโควิด (COVID) นี้ ไม่ใช่เป็นกำแพงในการกีดกัน ประชาชนออกจากระบบนะคะ ท่านประธานคะ ดิฉันมีกรณีศึกษาหลายอย่าง ซึ่งท่านรัฐมนตรีสาธิตเองก็ได้ลงไปดูในพื้นที่ จังหวัดกระบี่แล้ว เรื่องของ อย. ในการให้โอกาสเกษตรกรและชาวประมงสร้างมูลค่าเพิ่ม ในรายได้มากที่สุด ที่จังหวัดกระบี่ เกาะลันตา ท่านรัฐมนตรีลงไปด้วยกัน มีชาวประมงรวมตัว กับเอสเอ็มอี (SMEs) ขนาดเล็ก สร้างแพปลาขนาดเล็ก และแปรรูปเพิ่มมูลค่าสินค้าประมง ปลาอย่างดี หอยแครง หอยลายจากการดำอย่างดี ผ่านกระบวนการ อย. ได้มาตรฐาน จีเอ็มพี (GMP) มาตรฐานคีโต (Keto) และสามารถส่งออกไปกัมพูชาได้ ซึ่งเป็นนวัตกรรม ของการทำงานในระหว่างโควิด (COVID) นี้ สำคัญที่สุดคือเกษตรกรได้รายได้เพิ่มขึ้น อย่างน้อยกิโลกรัมละ ๕๐-๑๐๐ บาท ที่นี่ชื่อว่าเลลันตา อยากจะให้ทุกคนสนับสนุนแนวคิด ต่าง ๆ นี้ พ.ร.บ. อาหารตัวนี้ทำได้เหมือนว่ายากก็ยาก ง่ายก็ง่ายค่ะ สำหรับผู้มีทุน มีความรู้ต่าง ๆ ก็สามารถทำได้ ไม่ยากค่ะ เพราะว่ามีบริษัทต่าง ๆ คอยดูแลจดทะเบียน อย. ให้เรียบร้อย หมดแล้ว แต่ประมงท้องถิ่น วิสาหกิจชุมชนต่าง ๆ ซึ่งยังขาดโอกาสในการเข้าสู่ระบบ ความตั้งใจในการเพิ่มมูลค่าเพิ่มแบบนี้เป็นปัญหาค่ะท่านประธาน ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ในการตั้งกรรมาธิการครั้งนี้เราจะสามารถเอาปัญหานี้มาแบ มาคุย และมาถกแถลง เปิดโอกาสนี้ให้กับชาวประมง เกษตรกรรายเล็กรายน้อยให้กับประเทศไทยได้บ้าง ยกตัวอย่างเช่น เรามีสาหร่ายขนนกที่จังหวัดกระบี่ ท่านประธานคะ เมื่อก่อนนี้สาหร่ายขนนก ไม่สามารถส่งออกได้หรือขายบนโต๊ะอาหารได้ เนื่องจากมีการปนเปื้อนของสารเคมี เนื่องจากมีการเก็บมาจากทะเล วันนี้เราปลูกแล้วค่ะท่านประธาน ความสะอาด รับประทาน บนโต๊ะได้แล้ว เกษตรกร ชาวประมงสามารถเพิ่มรายได้ได้อย่างน้อยเดือนละ ๑๐,๐๐๐ บาท ต่อครอบครัว ปัญหาคือเมื่อสาหร่ายขนนกจะต้องเดินทางสู่โต๊ะอาหารที่เมืองนอก หรือทำการแปรรูป กระบวนการ อย. นี้ได้สนับสนุนให้เกิดมูลค่าเพิ่มอย่างไร หรือสร้าง เทคโนโลยีอย่างไร ท่านประธานคะ ไม่ใช่เป็นอุปสรรคในการต้องมาขอลิขสิทธิ์ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ แต่เราสามารถทำอย่างไรให้สินค้ารายใหม่ ๆ ของประเทศไทยสามารถส่งออกได้ ท่านประธานคะ ดิฉันไปงานกฐินเมื่อวานซืนที่จังหวัดกระบี่ ดิฉันเห็นธนาคารออมสินออก พื้นที่ค่ะ เพื่อให้ทุกคนสมัครเป็นลูกค้าของธนาคาร แล้วก็มีนวัตกรรมใหม่สามารถเซ็นชื่อ มียอดที่ชัดเจนมากขึ้น ดิฉันอยากเห็น อย. หรือสาธารณสุขทำอย่างนี้บ้าง ออกพื้นที่แล้ว ดูปัญหาของเกษตรกร หาลูกค้า แล้วนับความสำเร็จของ อย. แต่ละหน่วย ๆ ของแต่ละจังหวัด ให้มากขึ้น อย. ทำงานเชิงรุก แก้ไขปัญหาของเกษตรกร ยกตัวอย่างเช่น ปัญหาของสถานที่ ประกอบการในการขอใบอนุญาต ต้องใช้ ๑๒ ห้อง ๑๒ แบบที่ต้องทำ แทนที่เกษตรกร จะต้องรอเพื่อแก้ ให้ อย. เดินทางไปข้างหน้าเลย สสจ. เดินทางไปเลยข้างหน้าว่าเกษตรกร หรือวิสาหกิจชุมชนตรงไหนเรียกประชุมเลยค่ะ ทำเซ็นเตอร์ (Center) ทำแบบมาตรฐาน ค่อย ๆ ปรับแบบทีหลังก็ได้ แต่เพื่อให้เขาทำงานไปข้างให้ได้ คุยกับ พอช. ตั้งแต่แรกเลยว่า งบประมาณที่จะใส่ลงมามีโรงงานต้นแบบอย่างไร อยากจะทำอย่างไรให้ได้มาตรฐาน อย่างเร็วขึ้น และสามารถเปลี่ยนโรงงานพวกนี้เป็นโคเวิร์กกิง สเปซ (Co-Working space) ก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเรามีโรงงานเครื่องแกงของหมู่ ๗ ที่ลำทับ รัฐบาลให้งบประมาณมา ในเงิน พอช. และได้มาตรฐาน อย. แล้ว เราอาจจะบอกว่าโอเค (OK) เครื่องแกงวันนี้ หมู่ ๗ ลำทับ วันนี้เราทำแค่ ๑ วันนะคะ แต่วันพรุ่งนี้ มะรืนนี้ ให้หมู่ ๘ หมู่ ๙ ลำทับทำด้วย เป็นโคเวิร์กกิง สเปซ (Co-Working space) และทุก ๆ หมู่ที่ทำมาก็สามารถได้เครื่องแกง มาตรฐาน อย. เข้าไปด้วยกันด้วย อย่างที่ท่านกนก วงษ์ตระหง่าน พูด เราไม่ผ่อนปรน เรื่องของความปลอดภัย แต่เราผ่อนปรนเปิดทางกระบวนการต่าง ๆ ให้ประชาชนเข้าถึง ได้มากที่สุด ย้ำอีกครั้งหนึ่งนะคะ ดิฉันอยากให้ พ.ร.บ. นี้เป็นประตู เป็นหน้าต่าง เปิดโอกาส เปิดรายได้ให้กับคนยากคนจนค่ะ อย่าให้เป็นกำแพงในการสร้างรายได้ของประชาชนอีก ต่อไปเลย ขอบคุณมากค่ะ🔗
เชิญท่าน บัญญัติครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอกราบเรียนท่านประธานเพื่ออภิปราย ตั้งข้อสังเกตประกอบการรับหลักการร่างพระราชบัญญัติอาหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานที่เคารพครับ คำว่า อาหาร ที่ อย. จะต้องเข้าไปควบคุมตาม พ.ร.บ. นี้ ผมก็ยังสงสัยและเป็นกังวลว่าอาหารอะไรที่ อย. จะต้องออก พ.ร.บ. ฉบับนี้เพิ่มเติม จากกฎหมายฉบับเก่า แล้วก็จากที่ฟังเพื่อนสมาชิกหลายท่านอภิปรายว่ามีค่าธรรมเนียม ที่เพิ่มขึ้นถึง ๑๐ เท่า จาก ๑๐,๐๐๐ บาท เป็น ๑๐๐,๐๐๐ บาท ยิ่งรู้สึกกังวลว่า กฎหมาย ฉบับนี้จะเป็นกฎหมายเพื่อส่งเสริม หรือจะเป็นกฎหมายเพื่อเป็นการกีดกันธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) ที่จะนำอาหารเข้าสู่บรรจุภัณฑ์และส่งจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ ท่านประธานที่เคารพครับ เท่าที่ผมเข้าใจ อาหารที่ปรุงสำเร็จใหม่ ๆ ที่จะขายกัน ตามหน้าร้านก็ดี ปรุงสุกแล้วก็สามารถเก็บบรรจุแจกจ่ายซื้อขายกันภายในวันต่อวัน อันนี้ กรมอนามัยดูแลเรื่องของความสะอาด ความปลอดภัย แต่สิ่งใดที่มีการบรรจุภัณฑ์ แล้วก็มีการเก็บได้หลาย ๆ วัน แล้วส่งออกเป็นอุตสาหกรรม อันนี้ต้องมี อย. ติด เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภค และเพื่อมาตรฐาน คุณภาพ แล้วก็ฉลากไม่เกินความจริง การโฆษณาหรือฉลากไม่เกินจากความจริง ไม่ทราบว่าผมเข้าใจถูกหรือไม่ ซึ่งก็อยากที่จะให้ อย. หรือทางท่านรัฐมนตรีได้ตอบด้วย การที่จะดูแลความปลอดภัยให้ผู้บริโภค ดูแลคุณภาพ ดูแลมาตรฐานฉลากและผลิตภัณฑ์ คุณภาพของผลิตภัณฑ์ไม่ขาดไม่เกินจากการโฆษณา ให้เกิดการชวนเชื่อนั้นเป็นสิ่งจำเป็น การที่ตั้งค่าธรรมเนียมไว้สูงโดยไม่มีคำว่าทั้งนี้ ไม่เกินท้ายพระราชบัญญัตินี้ ก็เป็นสิ่งที่น่ากังวล ถ้าหากว่าทางกระทรวงสาธารณสุข ทาง อย. เห็นว่าสิ่งที่ผมตั้งข้อสังเกตนั้นเป็นสิ่งที่มีความสำคัญต่อการส่งเสริมให้มีการผลิต สินค้าที่มีคุณภาพ บรรจุภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน ก็สมควรต้องแก้ไขในมาตราที่เรียกว่า ค่าธรรมเนียมต้องไม่เกินท้ายพระราชบัญญัตินี้ แล้วก็เรื่องของการทำให้ธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) ได้กระทบกระเทือนก็เป็นสิ่งที่กฎหมายฉบับนี้ก็ไม่ควรจะเป็นต้นเหตุ เพราะฉะนั้น ข้อสังเกตของกระผมในการอภิปรายเห็นชอบรับหลักการต่อร่างพระราชบัญญัตินี้ ก็ต้องมีข้อสังเกตว่า ทั้งนี้ ต้องไม่กระทบต่อธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) ที่จะนำเข้าสู่มาตรฐาน การพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร เรื่องของอาหารฟู้ด สตรีต (Food Street) หรือว่าอาหาร ที่ปรุงสุกใหม่ ๆ กรมอนามัยดูแล อย. ก็ไม่ต้องไปยุ่ง แต่เดี๋ยวนี้บรรจุภัณฑ์หาง่าย เอากะปิ เอาน้ำปลา พริกแห้ง หรือว่าปลาแห้ง อาหารทะเล หรืออะไรก็แล้วแต่ พอใส่กระป๋อง ใส่ฝาซีล (Seal) แล้วก็แพกเกจจิง (Packaging) สวยงามปั๊บ เข้าเกณฑ์ อย. ทันทีเลย เขาทำ ๑๐ กระป๋อง ๒๐ กระป๋อง ถ้าเกิดมีผู้ร้องเรียนมาก็ผิด อย่างนี้ก็ต้องมีข้อยกเว้นกันบ้าง ถ้าเอาถุงพลาสติกใช้ยางหนังสติ๊กรัด อันนี้กรมอนามัยดูแล อันนี้เข้าใจได้ง่าย เมื่อเขามาใส่ขวด แล้วก็มีฝาซีล (Seal) เรียบร้อย ทำน้ำส้มขายเฉพาะในพื้นที่ หมู่บ้านชุมชน ก็เป็นแพกเกจ (Package) บางทีเขาติดสติ๊กเกอร์ (Sticker) สวยงามอีก มันดูเหมือนกับว่าจะต้องมี อย. อย่างนี้อะไรคือความพอดีสำหรับธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) ที่หาเช้ากินค่ำ แต่เขารักษา มาตรฐาน ผมว่าถ้าร่างพระราชบัญญัตินี้ส่งเสริมให้คนมีจิตสาธารณะ รับผิดชอบต่อผู้บริโภค ถ้าเช่นนั้นผมเห็นด้วย ต้องมีทางออก ต้องมีที่ยืนให้คนทำธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือธุรกิจในครัวเรือน ธุรกิจในชุมชน ถ้าแพกเกจจิง (Packaging) เขาดูดี ทำน้ำส้ม ทำชามะนาว ทำอะไรก็แล้วแต่ ชานม เฉาก๊วย อะไรก็แล้วแต่ แพกเกจจิง (Packaging) ดูแล้วมันเป็นบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม แล้วเดี๋ยวนี้ ก็สามารถซื้อออนไลน์ (Online) ได้ จากที่หนึ่งก็ไปอีกที่หนึ่ง จากตำบลหนึ่ง จากอำเภอ จังหวัดหนึ่งไปได้ทั่ว พักเดียวการกระจายสินค้ามันไปอย่างรวดเร็ว ถ้าไม่ให้โอกาสธุรกิจ เอสเอ็มอี (SMEs) ได้ลองผิดลองถูกแล้วพัฒนาบ้าง ทุกอย่างต้องเริ่มต้นต้องมาตรฐาน ถามว่า คนเกิดมาแล้วเป็นอุตสาหกรรมเลยหรือ เขาไม่ได้เกิดมาเพื่ออุตสาหกรรม เขาเกิดมาเพื่ออันนี้ ลูกค้าติดใจแล้วก็พัฒนาไป ให้ได้มีโอกาสพัฒนาจาก ๐ เป็น ๑ เป็น ๒ เป็น ๓ เมื่อเขาถึง ๕ เมื่อไร เขาก็ค่อยไปจดทะเบียนได้ไหม จะมีวิธีใดในการเขียนกฎหมาย เพื่อให้คนเหล่านี้ มีที่ยืนนะครับ ไม่ใช่ว่าเขาดังแล้วค่อยมาจด ถ้าอย่างนี้จะตั้งค่าธรรมเนียมเท่าไรก็ได้นะครับ เพราะฉะนั้นการกีดกันมาตรฐานนี่ละ คือการกีดกันทางการค้า เอามาตรฐานมาจับ แล้วทุกคนก็เบื่อหน่าย ไม่ต้องทำอะไรดีกว่า ไม่อยากจะทำ เพราะว่ากฎหมายมันแรงเกินไป ผมก็ฝากถ่วงดุลในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายแล้วก็ค่าธรรมเนียมของกฎหมายฉบับนี้ ตลอดจนวิธีการที่ท่านมองจินตนาการว่าลูกค้าที่จะมาขึ้นทะเบียนนี้คือรายใหญ่ แล้วท่านก็เอามาตรฐานไปจับ เพื่อให้เขาลงโทษ อันนั้นก็ขออย่าให้เป็นเช่นนั้นนะครับ ก็ฝากท่านประธานถึงคณะกรรมาธิการวิสามัญได้นำข้อสังเกตผมไปปรับใช้ในการพิจารณา กฎหมายนี้ให้รอบคอบต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ท่านซูการ์โน เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ขออนุญาตอภิปราย ร่างพระราชบัญญัติอาหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งในหลักการและเหตุผลตามที่ คณะรัฐมนตรีได้เสนอก็คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. ๒๕๒๒ นั้น เป็นกฎหมาย ที่เก่าและไม่ครอบคลุมกับสถานการณ์ปัจจุบันนะครับ ซึ่งในประเด็นเหล่านี้มีเพื่อนสมาชิก หลายท่านได้อภิปรายไปแล้ว ในหลักการและเหตุผลผมก็ได้พยายามศึกษามาทั้งหมด ประเด็นที่ทางรัฐมนตรีเสนอหรือรัฐบาลเสนอแก้ไขมีทั้งหมด ๑๔ ประเด็นด้วยกัน แต่ผมให้ความสำคัญอยู่ ๒ ประเด็นสำคัญหลัก ๆ นะครับ🔗
ในประเด็นที่ ๑ ก็คือประเด็นเรื่องของการขอใบอนุญาตผลิตอาหาร และเพื่อจำหน่ายในมาตรา ๑๔ ซึ่งเดิมก็ห้ามไม่ให้ตั้งโรงงาน แต่ใน พ.ร.บ. ใหม่นี้บอกว่า ห้ามมิให้ผู้ใดผลิตอาหารและเพื่อจำหน่ายในสถานที่ใด ๆ เว้นแต่ได้รับอนุญาตจากผู้ได้รับ อนุญาต และวรรคท้ายสำคัญก็คือว่า เป็นข้อยกเว้นในวรรคที่หนึ่ง มิให้บังคับในการผลิต อาหารตามสถานที่รัฐมนตรีประกาศ ในกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข ดังนั้นผมก็คิดว่า ในการกำหนดหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ในรายละเอียดของประเด็นเหล่านี้อาจจะไปกระทบ กับวิสาหกิจชุมชนและวิสาหกิจรายย่อยในพื้นที่นะครับ🔗
ประเด็นอีกประเด็นหนึ่งที่ผมให้ความสำคัญคือประเด็นข้อที่ ๑๔ ซึ่งเพื่อน สมาชิกหลายท่านได้อภิปรายไปแล้วว่าในหลักเกณฑ์เรื่องค่าธรรมเนียม ซึ่งจากเดิมมีเพียง การขออนุญาต มีเพียงต้องใช้จ่ายประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาท แต่แก้ไขใหม่เป็นฉบับละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานที่เคารพครับ ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ กลุ่มวิสากิจ ชุมชนหลายแห่ง หลายอาชีพ โดยเฉพาะที่บันนังสตาก็มีการทำกล้วยหินฉาบ เพื่อส่งออก เพื่อจำหน่าย ถ้าไปทางอำเภอยะรังก็จะมีลูกหยีกวน เมืองยะรัง ถ้าไปทางสายบุรีก็มีบูดู ที่เป็นคล้าย ๆ กับน้ำปลาร้า ถ้าท่านตั้งมาตรฐานในการขออนุญาตเพื่อจัดจำหน่าย ค่าใช้จ่าย สูงถึง ๑๐,๐๐๐ บาทนั้น ผมคิดว่ากลุ่มวิสาหกิจเหล่านี้ก็ไม่มีโอกาสที่จะได้ขยายกิจการ ของตนเองเพื่อส่งออกได้ วันนี้เขาสามารถที่จะจำหน่ายในประเทศได้ แต่อย่าลืมนะครับว่าพื้นฐานของการส่งออกนั้น เรามีตลาดที่ค่อนข้างชัดเจน โดยเฉพาะอาหารที่เกิดในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน ที่ได้รับ เครื่องหมายฮาลาล (Halal) เรามีกลุ่มเป้าหมายเป็น ๑,๐๐๐ ล้านคนในตะวันออกกลาง ท่านประธานครับ เพื่อไม่ให้การเสียเวลา ผมก็อยากตั้งข้อสังเกตเป็นประเด็น ๆ ไป เพื่อให้ คณะกรรมาธิการได้นำพิจารณาต่อไปนะครับ🔗
ในประเด็นแรกที่ผมให้ความสำคัญก็คือ เรื่องเจ้าหน้าที่ของสำนักงาน คณะกรรมการอาหารและยาที่ทำหน้าที่ในการกำกับและดูแล อันนี้ต้องบอกว่าอำนาจหน้าที่ ของคณะกรรมการนั้นมีมากมาย ไม่ว่าการออกกฎหมายอาหาร การกำกับดูแลก่อนสู่ตลาด แล้วก็การกำกับหลังการสู่ตลาด ที่สำคัญผมอยากให้ความสำคัญว่าเจ้าหน้าที่ที่กำกับ ใบอนุญาตเหล่านี้ควรจะมีคุณวุฒิและประสบการณ์ในการทำงานหรือการฝึกอบรมที่ตรงกับ สายงานนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ ตามที่กำหนดไว้คือในเรื่องของมาตราเกี่ยวข้องกับเรื่องของ มาตรา ๔๔ เรื่องการอายัดทรัพย์ สิ่งที่ยึดถือและอายัดไว้ตามมาตรา ๔๒ (๒) (๔) (๕) (๖) ก็มีการเขียนไว้แค่ ๓ วงเล็บด้วยกัน ผมอยากให้เพิ่มเติมนะครับ ในกรณีที่มีหลักฐานชัดเจน นะครับว่า คณะกรรมการอาหารและยาและผู้ทรงคุณวุฒิ ได้พิจารณาแจ้งแล้วว่าอาหารนี้ ผลิตทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยแก่ผู้บริโภค ก็ควรที่จะทำลายผลิตภัณฑ์นั้น ออกจาก การผลิตดังกล่าวด้วย อันนี้เพื่อความปลอดภัยของผู้บริโภคอย่างที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านได้ อภิปรายไปแล้วนะครับ🔗
ในประเด็นที่ ๓ ซึ่งเป็นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของเพื่อประโยชน์ ในการส่งออก ในมาตราที่ ๒๔ ผู้ส่งออกหรือจำหน่ายออกนอกราชอาณาจักรนั้น ต้องได้รับคุณภาพหรือมีมาตรฐานในการบรรจุภัณฑ์ และการแสดงฉลาก และรายละเอียด ที่กำหนดในการส่งออกนะครับ การแสดงฉลากตรงนี้หรือมาตรฐาน ตามมาตรฐานของ ระหว่างประเทศ โดยจัดให้เอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องนั้น ผมคิดว่าในประเด็นนี้ มันมีบทลงโทษนะครับ ซึ่งในสุดท้ายในวรรคหนึ่ง เขาบอกว่าบทลงโทษนี้มีจำคุกตั้งแต่ ๖ เดือน หรือปรับ ๕๐,๐๐๐ บาท หรือผู้ใดนำอาหารควบคุมเฉพาะผลิตขึ้นเพื่อส่งออกมา จำหน่ายในราชอาณาจักรนั้นมันมีบทลงโทษที่รุนแรงมาก จำคุกถึง ๒ ปี ปรับไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ บาท อันนี้อาจจะทำให้การต่อสู้ในการพัฒนาขยายตลาดสำหรับวิสาหกิจชุมชน ต่าง ๆ อย่างที่ผมกล่าวข้างต้นว่าอาจจะได้รับผลกระทบได้นะครับ🔗
ประเด็นสุดท้ายที่ผมขออนุญาตท่านประธานนำเสนอก็คือ มีเพื่อนสมาชิก หลายท่านได้พูดถึงเรื่องของการโฆษณาชวนเชื่อต่าง ๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากเน้นมากในเรื่อง พ.ร.บ. อาหาร พ.ศ. .... ฉบับนี้นะครับ ก็คือเรื่องหลักการนั้นผมเห็นด้วย แต่ที่อยากให้ตั้ง กรรมาธิการได้นำพิจารณาต่อไปก็คือวันนี้ มันมีการอ้างตราฮาลาล (Halal) ซึ่งคณะกรรมการ อิสลามแห่งประเทศไทยเป็นผู้ออกให้ แต่อำนาจในการลงโทษคณะกรรมการอิสลามนั้น ไม่มีอำนาจอะไร ก็อยากฝากทางคณะรัฐมนตรีถึงคณะกรรมาธิการว่าสิ่งเหล่านี้มันมีผลกระทบ กับผู้บริโภคที่นับถือศาสนาอิสลาม ฉะนั้นการนำเครื่องหมายฮาลาล (Halal) มาใช้ในอาหารนั้น ผมอยากให้มีมาตรการที่ให้ทางคณะกรรมการอิสลามแห่งประเทศไทยได้มีมาตรการ ในบทลงโทษด้วย เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างกับผู้ที่แอบอ้างเอาตราฮาลาล (Halal) ไปใช้ เพื่อประโยชน์แก่ธุรกิจของตัวเองครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ท่าน พลตำรวจตรี สุรินทร์ ท่านจะรอรัฐมนตรีตอบก่อนหรือท่านจะฝากคำถามเมื่อไรครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ผมมาดูในเรื่องหลักการและเหตุผลของ พ.ร.บ. อาหารในฉบับนี้แล้ว ทั้งหมด ๑๔ มาตรา ที่ผมกังวลอยู่ มีข้อสังเกตอยู่นะครับ ผมเห็นด้วยในเรื่องของมาตรา ๙ การกำหนดมาตรการในการควบคุมโฆษณาอาหาร เพราะว่า ปัจจุบันนี้ในทีวีทุกช่องมีการโฆษณาเกินจากความเป็นจริงไปนะครับ เปิดช่องไหนก็พบแล้วก็ ไม่เห็นมีการดำเนินการอย่างใด แต่ที่ผมกังวลอันดับที่ ๒ ก็คือในเรื่องของการจดทะเบียน เพราะว่าจริง ๆ แล้วผมกลัวว่าจะกระทบในเรื่องอาหารฮาลาล (Halal) ที่ส่งออก ประชากร ของโลกมีประมาณ ๗,๐๐๐ ล้านคน เป็นมุสลิม ๒,๐๐๐ กว่าล้านคน ในส่วนมุสลิม ใน ๒,๐๐๐ กว่าล้านคนต้องรับประทานอาหารฮาลาล (Halal) ตอนนี้สำนักงาน คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานเดียวที่รับรองฮาลาล (Halal) มีผู้ไปขอรับรองฮาลาล (Halal) บริษัททั้งหมด ๗,๐๐๐ บริษัท ๑๓๐,๐๐๐ ผลิตภัณฑ์ และรายได้ในการส่งออก ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านต่อปี แต่ พ.ร.บ. นี้ออกมาผมเกรงว่าจะกระทบ เพราะว่าค่าธรรมเนียมจาก ๑๐,๐๐๐ บาท เป็น ๑๐๐,๐๐๐ บาท ในตรงนี้ และเวลาส่งออก นำเข้าก็ต้องจ่ายไปอีกรอบหนึ่ง ก็เลยฝากรัฐมนตรีว่าช่วยดูแลด้วยในส่วนของตรงนี้ เพราะว่า กลัวจะไปกระทบการส่งออกในเรื่องอาหารฮาลาล (Halal) นะครับ ซึ่งเราจะต้องมีการแข่งขัน กับประเทศบราซิล ประเทศมาเลเซีย ประเทศอินโดนีเซียในการส่งออก แต่ถ้ามาตรการ ของเราผ่าน อย. ผมต้องยอมรับว่า อย. ตอนนี้เราให้แต่งาน อย. งบประมาณ อย. ไม่มากเลย จะเพิ่มในเรื่องของบุคลากรอะไรต่าง ๆ มันก็ลำบากในหน่วยราชการ เพราะมี ก.พ.ร. มาควบคุมอยู่ ฉะนั้นเรามีแต่งานเข้า อย. เราดูในเรื่องวัคซีนสิ กว่าจะได้ขึ้นมาผ่าน อย. ต้องใช้เวลานานมาก แล้วตรงนี้ผมก็เกรงว่าจะกระทบในการส่งออก ๑. ค่าธรรมเนียม ๒. ความล่าช้าที่ อย. อย. มีประสิทธิภาพ เชื่อ แต่ถามว่าตอนนี้เราเพิ่มงานมากขึ้น เราเพิ่มเงินให้ อย. ไหม เราเพิ่มในเรื่องงาน แต่เรื่องคน เรื่องงบประมาณของ อย. ในตรงนี้ ก็เลยอยากฝากรัฐมนตรีช่วยตอบด้วยว่ามันจะกระเทือนการส่งออกอาหารฮาลาล (Halal) ของประเทศไทยหรือไม่ ขอขอบคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีตอบหรือจะให้ผู้ชี้แจงตอบ ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผมขออนุญาตตอบในหลักการเบื้องต้นให้กับเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ส่วนในรายละเอียด เดี๋ยวจะมอบให้ทางเจ้าหน้าที่ รักษาการรองเลขาธิการ อย. ได้ตอบในประเด็นเรื่องของ ค่าธรรมเนียม ผมเรียนว่าต้องขอบคุณอย่างสูงในข้อกังวลของสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านเลย ที่ได้อภิปรายมาทั้งหมด ก็เป็นประโยชน์นะครับ แต่ว่าผมแยก ๒ เรื่องนะครับ🔗
เรื่องแรก ในเรื่องหลักการของการแก้ไข พ.ร.บ. อาหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้มีเจตนารมณ์แล้วก็มีเหตุผลสำคัญ ตรงกับความต้องการของเพื่อนสมาชิกทุกท่าน ส่วนในเรื่องของนโยบาย เช่นของที่ท่านเกียรติอภิปราย เรื่องขอความร่วมมือกับต่างประเทศ อันนี้ก็เป็นเรื่องนโยบายที่เราเร่งรัดดำเนินการ มีหลายเรื่องที่ทาง อย. ได้มีความร่วมมือ กับต่างประเทศไปแล้ว มาตรฐานที่ตรงกัน เรื่องการตรวจวัคซีนเอง หรือว่ามีมาตรฐาน ที่นานาชาติยอมรับ อันนี้เป็นเรื่องนโยบายนะครับ🔗
ส่วนเรื่องกฎหมายผมเรียนสั้น ๆ นะครับ กฎหมายฉบับนี้ไม่ได้แก้มา ๔๐ กว่าปี ตั้งแต่ปี ๒๕๒๒ แล้วก็มาถึงตรงนี้ก็ถึงปี ๒๕๖๔ โดยหลักวันนี้เจตนารมณ์ก็เพื่อการแก้ เพื่อส่งเสริมผู้ประกอบการ เป็นเครื่องมือสำคัญในการที่จะส่งเสริมสนับสนุน แต่แน่นอนนะครับ มันต้องมาพร้อมกันกับเรื่องของการควบคุมมาตรฐานที่ปลอดภัยเพื่อผู้บริโภค และสำคัญกว่านั้น คือเราพบเรื่องของการโฆษณาที่อาจจะเป็นปัญหาในเชิงที่ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณาเกินจริง หรือการมีสรรพคุณที่เป็นปัญหาในแง่ของสุขภาพ ในหลักการทั้ง ๓ เรื่องนี้เราจะต้องเดินคู่ ไปด้วยกัน การแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ. อาหารอันนี้ เรียนว่าเดิมตัวอาหารมีคำนิยามเฉพาะอาหาร ควบคุมเฉพาะ เรามาแก้เป็น ๓ ระดับ เพื่อให้มีการเข้าถึงการขออนุญาต การจดแจ้ง ได้ง่ายขึ้นนะครับ ก็คือเรื่องของเป็นอาหารควบคุมเฉพาะ เป็นอาหารควบคุม เป็นอาหาร จดแจ้ง ซึ่งก็จะเป็นแม่น้ำแต่ละสายเดินลงมา ในเรื่องของการควบคุมเองก็ดี เรื่องมาตรฐาน อาหารปลอดภัย และในเรื่องโฆษณา ก็จะไปอยู่ตามมาตราต่าง ๆ ที่ขอแก้ไขใน ๑๔ มาตรา เพราะฉะนั้นในส่วนนี้หลักการและเหตุผลเราพยายามที่จะทำให้กฎหมายนี้เป็นเครื่องมือ สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของวิสาหกิจชุมชน ประชาชนรายย่อยที่สามารถเข้าถึงในกรณีที่เป็น อาหารธรรมดาเหมือนที่ท่านคุณหมอบัญญัติได้อภิปรายเรื่องว่า ถ้าอาหารปรุงสุกเป็นของ กรมอนามัยนะครับ แต่ว่าในส่วนนี้อาหารที่ไม่ต้องควบคุมเฉพาะก็อาจจะเป็นเรื่องของ อาหารจดแจ้ง ซึ่งมีมาตรการที่ควบคุมที่มีมาตรการเข้มข้นแตกต่างกันไป โทษก็มีการกำหนด ไว้ในอัตราที่แตกต่างกันไปในแต่ละประเภทที่มีความสำคัญ แล้วก็มีความเป็นเฉพาะสำหรับ อาหารนั้น ๆ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ก็จะขอรับในส่วนของรัฐบาล รับข้อกังวลทุกส่วน คุณหมอวาโย พูดถึงเรื่องข้อกังวลต่าง ๆ ถ้าเราไปร่วมกันในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญก็จะเป็นประโยชน์ อย่างมากนะครับ แต่ว่าโดยหลักการก็เน้นว่าเราเห็นตรงกันนะครับ ส่วนรายละเอียด คงไปพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญ แต่อาจจะมีเรื่องของค่าธรรมเนียม เดี๋ยวจะให้ ทางเจ้าหน้าที่ได้ตอบคำถามในประเด็นที่ว่า การแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ ไม่ใช่เป็นของนายทุน รายใหญ่ แต่ว่าเป็นเครื่องมือสำหรับพี่น้องประชาชนทั่วไปด้วย แล้วก็วิสาหกิจชุมชนทั่วไป ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่าน รองเลขาธิการ อย. ท่านสุภัทรา เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน เภสัชกรหญิง สุภัทรา บุญเสริม ผู้ทรงคุณวุฒิด้านมาตรฐาน ผลิตภัณฑ์สุขภาพ รักษาราชการแทนรองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ขออนุญาตชี้แจงเพิ่มเติมจากท่านรัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านสาธิต ดังต่อไปนี้นะคะ ในเรื่องข้อกังวลของผู้อภิปราย สผ เพราะฉะนั้นเรากำหนดไว้ว่า ถ้าหาก พ.ร.บ. อาหารฉบับนี้ใช้ไปอีก ๒๐ ปีหรือ ๓๐ ปี ข้างหน้าแล้วไม่มีการแก้ไข อัตราค่าธรรมเนียมนี้ก็ยังคงสอดคล้องกับสภาวะที่จะเกิดขึ้น ในอนาคต แต่ในเรื่องของอัตราค่าธรรมเนียมที่จะจัดเก็บจริงเราจะออกเป็นกฎหมายรอง ซึ่งจะออกมาเป็นกฎกระทรวงหรือว่าประกาศกระทรวงต่อไปนะคะ ซึ่งในกฎหมายรองที่ปรากฏ ในมาตรา ๑๒ จะให้อำนาจรัฐมนตรีในประกาศกำหนดว่า ผู้ใดจะได้รับการยกเว้นในเรื่องของ การไม่เก็บค่าธรรมเนียม ซึ่งเจตนารมณ์ของ อย. เราเองเราจะยกเว้นค่าธรรมเนียม ในเรื่องของใบอนุญาตให้กับวิสาหกิจชุมชนหรือผู้ประกอบการรายย่อยอยู่แล้ว ซึ่งอันนี้ จะปรากฏในกฎหมายรอง ซึ่งอันนี้ก็คงจะคล้ายคลึงกับกฎหมายอื่น ๆ เช่นเครื่องสำอาง เป็นต้น เพราะฉะนั้นขอเน้นย้ำนะคะว่า กฎหมายนี้ส่งเสริมในเรื่องของการประกอบการ ของผู้ผลิตรายย่อยในประเทศ🔗
ส่วนในเรื่องของการส่งออก ส่งออกนี่เราเห็นว่าประเทศไทยเป็นครัวของโลก จริง ๆ เพราะฉะนั้นในเรื่องของการส่งออกเราเขียนมาตราที่ชัดเจนไว้เลยนะคะว่า การส่งออกสินค้าอาหารไปยังต่างประเทศไม่ต้องทำตามกฎหมายไทย ถ้าส่งออกอย่างเดียว ไม่ได้ขายในประเทศไทย สามารถดำเนินการได้เลยสู่ตามความต้องการของคู่ค้าได้เลย ไม่ต้องอิงตามกฎหมายไทย อันนี้เขียนไว้ชัดเจน ซึ่งข้อความตามกฎหมายตาม พ.ร.บ. อาจจะเข้าใจยากนิดหนึ่ง เป็นภาษากฎหมาย แต่วัตถุประสงค์เป็นเช่นนั้นค่ะ🔗
ส่วนในเรื่องของการโฆษณา จะเห็นได้ว่าในปัจจุบันการโฆษณาโดยเฉพาะ อาหารเสริม มีการโฆษณาโอ้อวดเกินจริงหรือแสดงสรรพคุณเป็นยาอยู่เป็นจำนวนมาก เพราะฉะนั้นในเรื่องนี้เราให้ความสำคัญในเรื่องหมวดของการโฆษณา จึงได้กำหนดข้อความ โฆษณาที่อนุญาตหรือไม่อนุญาตไว้อย่างชัดเจน โดยเราอิงตาม พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณาโอ้อวดเกินจริง การโฆษณาที่ขัดต่อศีลธรรมหรือส่งเสริมให้เกิด ความแตกแยกในสังคม ซึ่งอันนี้เป็นถ้อยคำที่ปรากฏอยู่ใน พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งอันนี้ จะทำให้การพิจารณาอนุญาตของเจ้าหน้าที่มีความชัดเจน และบทกำหนดโทษก็จะชัดเจน มากยิ่งขึ้น ทำให้การโฆษณาอาหารที่ผิดกฎหมายลดน้อยลง แล้วก็จะทำให้ผู้โฆษณา มีความเกรงกลัว เพราะว่าบทลงโทษจะเพิ่มมากขึ้น มากกว่าปี พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งมีค่าปรับ ที่ต่ำมากนะคะ ทำให้ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ตาม พ.ร.บ. ฉบับใหม่นี้จะมีบทกำหนดโทษ ที่รุนแรงมากขึ้นค่ะ🔗
ส่วนในเรื่องอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกระบวนการพิจารณาอนุญาต ดิฉันขอเน้นย้ำว่า กระบวนการพิจารณาอนุญาตโดยใช้ผู้เชี่ยวชาญ ไม่ว่าจะเป็นองค์กร หรือบุคคล เรามีขั้นตอนในการพิจารณาในการขึ้นบัญชี และเรื่องการใช้จ่ายเงินต่าง ๆ จะมีกฎเกณฑ์ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากกระทรวงการคลัง แล้วก็มีการใช้จ่ายตามหลักเกณฑ์ ที่แน่นอน แล้วก็ตรวจสอบได้โดยสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไป คงจะเป็นการขอมติของวาระที่ ๑ คือขั้นรับหลักการนะครับ แต่ก่อนลงมติก็ต้องตรวจสอบ องค์ประชุมโดยการแสดงตนก่อนครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุมเข้ามาลงมติครับ🔗
เชิญท่าน สมาชิกเข้ามานะครับ มาแสดงตนและลงมติครับ🔗
เชิญท่าน สมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าประชุมนะครับ ท่านสมาชิกที่เข้ามาในห้องประชุมแล้ว ขอเชิญท่าน ได้ใช้สิทธิแสดงตนเลยนะครับ ท่านเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนนะครับ🔗
มีท่านสมาชิก ท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตนบ้างครับ ถ้ามีก็ขอเชิญครับ ถ้าใช้สิทธิแสดงตนกันหมดแล้ว ผมขอปิดการแสดงตนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ ท่านสมาชิกครับ จำนวนผู้เข้าประชุม ในขณะนี้ ๒๕๖ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ต่อไป ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่า จะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติอาหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ท่านผู้ใดเห็นควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงด ออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ🔗
มีท่านสมาชิก ท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนไหมครับ ถ้ามีก็เชิญ ถ้าใช้สิทธิกันหมดแล้ว ผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๑๕ ท่าน เห็นด้วย ๓๑๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ🔗
ขอเชิญ ท่านสมาชิกเสนอคณะกรรมาธิการครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร บัญชีรายชื่อ พลังประชารัฐ ฉะเชิงเทรา ผมขอเรียนเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ อาหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวนทั้งหมด ๒๕ คน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ท่านอรรถกรเสนอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ มีท่านใดเสนอเป็นอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มีก็ถือว่า ที่ประชุมมีมติให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญนะครับ เมื่อสักครู่ท่านอรรถกรได้เสนอจำนวน กรรมาธิการวิสามัญ ๒๕ ท่าน สัดส่วนกรรมาธิการของคณะรัฐมนตรี ๕ ท่าน สัดส่วนกรรมาธิการ ของแต่ละพรรคการเมือง ๒๐ ท่าน ขอเชิญคณะรัฐมนตรีเสนอรายชื่อกรรมาธิการครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผมขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ อาหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของรัฐบาล จำนวน ๕ ท่าน ๑. นางสาวปภาวรินท์ อภัยวงศ์ ๒. นายวิทิต สฤษฎีชัยกุล ๓. นายชนิสร์ คล้ายสังข์ ๔. นางสาววัชราภรณ์ กลับวงศา ๕. นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ครับ🔗
ท่านรัฐมนตรี ได้เสนอคณะกรรมาธิการในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี ๕ ท่านไปแล้วนะครับ ต่อไปสัดส่วน กรรมาธิการของแต่ละพรรคการเมืองเป็นดังนี้นะครับ พรรคเพื่อไทย จำนวน ๖ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๕ ท่าน พรรคภูมิใจไทย จำนวน ๓ ท่าน พรรคก้าวไกล จำนวน ๒ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ ท่าน พรรคเสรีรวมไทย จำนวน ๑ ท่าน ขอเชิญแต่ละพรรคการเมืองเสนอรายชื่อกรรมาธิการ ตามสัดส่วน แล้วก็ขอผู้รับรองตามข้อบังคับด้วยนะครับ เชิญตัวแทนพรรคเพื่อไทยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทยขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติอาหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วน ของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๖ ท่านดังนี้ ๑. นางผ่องศรี แซ่จึง ๒. นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล ๓. นายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ ๔. นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา ๕. นางสาวสกุณา สาระนันท์ ๖. นายรวิศ สอดส่อง ขอผู้รับรอง🔗
ผู้รับรอง ถูกต้อง ต่อไปเป็นตัวแทนพรรคพลังประชารัฐครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันขอเสนอรายนามกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่าง พ.ร.บ. อาหารในสัดส่วนพรรคพลังประชารัฐดังนี้ ๑. ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง ๒. นายอนันต์ ผลอำนวย ๓. นายอัครวัฒน์ อัศวเหม ๔. นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ ๕. นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเป็นสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติอาหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่านครับ ๑. นายมารุต มัสยวาณิช ๒. นายวิรัช พันธุมะผล ๓. นายอนาวิล รัตนสถาพร ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเป็นตัวแทนพรรคก้าวไกล ๒ ท่าน เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติอาหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วน ของพรรคก้าวไกล ๒ คนครับ ๑. นายแพทย์วาโย อัศวรุ่งเรือง ๒. นายคัดไว้ พิชญกันตกุล ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเชิญตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ เสนอ ๒ ท่านครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายนามกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๒ ท่านดังต่อไปนี้ ๑. ศาสตราจารย์ ดอกเตอร์กนก วงษ์ตระหง่าน ๒. พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเป็นสัดส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ ท่าน เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี จากพรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอนายนิกร จำนง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเป็นสัดส่วนของพรรคเสรีรวมไทย จำนวน ๑ ท่าน เชิญครับ🔗
ขอกราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย พรรคเสรีรวมไทยขอเสนอกรรมาธิการ ในสัดส่วนของพรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน ขอเสนอนางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา ขอผู้รับรอง ด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อกรรมาธิการ เชิญครับ🔗
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติอาหาร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๒๕ ท่าน ๑. นางสาวปภาวรินท์ อภัยวงศ์ ๒. นายวิทิต สฤษฎีชัยกุล ๓. นายชนิสร์ คล้ายสังข์ ๔. นางสาววัชราภรณ์ กลับวงศา ๕. นางสาวรังสิมา รอดรัศมี ๖. นางผ่องศรี แซ่จึง ๗. นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล ๘. นายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์🔗
- ๗ ๙ /๑ ๙. นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา ๑๐. นางสาวสกุณา สาระนันท์ ๑๑. นายรวิศ สอดส่อง ๑๒. ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง ๑๓. นายอนันต์ ผลอำนวย ๑๔. นายอัครวัฒน์ อัศวเหม ๑๕. นางสาวภาดาท์ วรกานนท์ ๑๖. นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ ๑๗. นายมารุต มัสยวาณิช ๑๘. นายวิรัช พันธุมะผล ๑๙. นายอนาวิล รัตนสถาพร ๒๐. นายวาโย อัศวรุ่งเรือง ๒๑. นายคัดไว้ พิชญกันตกุล ๒๒. ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ๒๓. พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ๒๔. นายนิกร จำนง และ ๒๕. นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา🔗
ตามรายชื่อ ที่เลขาธิการสภาได้อ่านมาถูกต้องนะครับ ไม่มีการแก้ไขนะครับ ต่อไปขอเชิญกำหนด ระยะเวลาแปรญัตติครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอระยะเวลาแปรญัตติ ๗ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ แปรญัตติ ๗ วันตามข้อบังคับครับ ก็ถือว่าจบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ ต้องขอขอบคุณรัฐมนตรีและผู้ชี้แจงทุกท่านนะครับ ต่อไปเป็นการพิจารณา เรื่องด่วนที่ ๓🔗
๓. ร่างพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)🔗
ด้วยคณะรัฐมนตรีได้เสนอร่างพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มายัง สภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๑๓๓ (๑) นอกจากนี้คณะรัฐมนตรียังได้นำเสนอรายงานการรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้อง และรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการตรากฎหมายมาเพื่อประกอบ การพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ แล้ว รายละเอียด ปรากฏในเอกสารที่เจ้าหน้าที่ได้จัดวางไว้ให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ ในการนี้ผมได้อนุญาต ให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อที่ ๗๖ ฉะนั้นจึงขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุม ๑. นางรชนีกร ดำเด่นงาม ผู้เชี่ยวชาญด้านทะเบียนธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ๒. นายธีระศักดิ์ สีนา ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ๓. นางสาวสุชาดา เหล่าพูลสุข ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนากฎหมาย ๑ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า🔗
ต่อไป เชิญท่านรัฐมนตรีแถลงหลักการและเหตุผล เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ และเพื่อนสมาชิกที่เคารพทุกท่านครับ ผม นายสินิตย์ เลิศไกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้เสนอร่างพระราชบัญญัติ บริษัทมหาชนจำกัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยมีเหตุผลและความจำเป็น และสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าว🔗
เหตุผลและความจำเป็น โดยที่มาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้รัฐพึงปรับปรุงกฎหมายที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์ หรือที่เป็นอุปสรรค ต่อการประกอบอาชีพโดยไม่ชักช้า เพื่อไม่ให้เป็นภาระแก่ประชาชน ประกอบกับ พระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕ ใช้บังคับมาเป็นเวลานาน ทำให้ยังไม่มี บทบัญญัติรองรับการนำเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงไปมาใช้ในการปฏิบัติงาน จึงสมควรแก้ไข เพิ่มเติมบทบัญญัติกฎหมายให้มีความทันสมัยและสอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจในปัจจุบัน โดยกำหนดให้บริษัทมหาชนจำกัด สามารถนำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการประชุม คณะกรรมการ โดยการประชุมผู้ถือหุ้น การจัดส่งหนังสือเอกสารหรือการมอบฉันทะ ในการประชุมผู้ถือหุ้นได้ อันจะเป็นการลดภาระ ลดต้นทุน และอำนวยความสะดวก ในการประกอบกิจการของบริษัทมหาชนจำกัดและประชาชน นอกจากนี้ยังเป็น การเสริมสร้างศักยภาพ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ จึงจำเป็น ต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้ เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕🔗
สาระสำคัญ กระผมขออนุญาตสรุปสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ บริษัทมหาชนจำกัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ดังนี้🔗
๑. กำหนดให้การโฆษณาข้อความเกี่ยวกับบริษัทมหาชนจำกัด สามารถ ดำเนินการทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่นใดแทนการโฆษณาทางหนังสือพิมพ์ได้ เพื่อเพิ่มทางเลือก ลดภาระค่าใช้จ่ายในการโฆษณา ข้อความที่เกี่ยวข้องกับบริษัทมหาชนจำกัด🔗
๒. กำหนดให้บริษัทมหาชนจำกัด หรือคณะกรรมการส่งหนังสือหรือเอกสาร ให้แก่กรรมการผู้ถือหุ้น หรือเจ้าหนี้ของบริษัทโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ นอกจาก การส่งถึงผู้รับโดยตรงหรือทางไปรษณีย์ลงทะเบียน เพื่อเพิ่มทางเลือก ลดภาระค่าใช้จ่าย ในการดำเนินการของบริษัทมหาชนจำกัด🔗
๓. กำหนดให้การประชุมคณะกรรมการและการประชุมผู้ถือหุ้นสามารถ ดำเนินการผ่านทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ตามกฎหมายว่าด้วยการประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ได้อีกวิธีหนึ่ง นอกจากต้องมาประชุม ณ สถานที่นัดประชุมวิธีเดียว และกำหนดสถานที่ ที่ถือเป็นสถานที่จัดประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์🔗
๔. แก้ไขเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเรียกประชุมคณะกรรมการบริษัทมหาชนจำกัด ให้สามารถเรียกประชุมในกรณีที่ไม่มีประธานกรรมการ ประธานกรรมการไม่เรียกประชุม หรือไม่อาจเรียกประชุมคณะกรรมการได้ โดยให้รองประธานกรรมการหรือกรรมการตั้งแต่ ๒ คนขึ้นไปเรียกประชุมกรรมการได้🔗
๕. กำหนดให้ผู้ถือหุ้นที่เรียกประชุมผู้ถือหุ้นเอง ส่งหนังสือนัดประชุม โดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้เช่นเดียวกับกรณีคณะกรรมการบริษัทมหาชนจำกัด เรียกประชุม🔗
๖. กำหนดให้การมอบฉันทะให้บุคคลอื่นเข้าร่วมประชุมผู้ถือหุ้นแทน สามารถดำเนินการทางอิเล็กทรอนิกส์ได้🔗
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ดำเนินการ รับฟังความคิดเห็นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๗๗ ผ่านทางเว็บไซต์ (Website) กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เว็บไซต์ (Website) สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และเว็บไซต์ (Website) ระบบกลางทางกฎหมายเรียบร้อยแล้ว ซึ่งมีผู้เข้ามาแสดง ความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง และได้เห็นด้วยกับหลักการในการแก้ไขกฎหมาย สำหรับ ข้อคิดเห็นเพิ่มเติม กระทรวงพาณิชย์และสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้นำมาพิจารณา แก้ไขปรับปรุงในร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวแล้ว🔗
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ การแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติบริษัทมหาชน จำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕ จะส่งผลให้การดำเนินการของบริษัทมหาชนจำกัดมีความสะดวกเพิ่มขึ้น ช่วยลดต้นทุนในการดำเนินการจากการนำวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์มาใช้เป็นทางเลือก สำหรับประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะผู้ถือหุ้นในบริษัทมหาชนจำกัด ก็จะได้รับข้อมูลข่าวสาร จากบริษัทมหาชนจำกัดในช่องทางที่สอดคล้องกับพฤติกรรมการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร ในปัจจุบัน ส่งผลให้สามารถใช้สิทธิและรักษาประโยชน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังเป็นการเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ และภาพลักษณ์อันดี ของการประกอบธุรกิจในประเทศไทย🔗
ดังนั้น กระผมจึงขอเสนอร่างพระราชบัญญัติ บริษัทมหาชนจำกัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้ เพื่อให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไปครับ ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ต่อไปก็จะเป็นการอภิปรายของท่านสมาชิกที่ให้ความสนใจ ในร่างพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตอนนี้ส่งรายชื่อมาแล้ว ๓ ท่าน ๑. ท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ๒. ท่านเกียรติ สิทธีอมร ๓. ท่านเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ต่อไปเชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ กราบเรียนว่าวาระนี้เป็นวาระ ที่เกี่ยวกับการรับหลักการในร่างพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ถือว่านับถือครับ รัฐบาลก้าวล้ำ ก้าวหน้า ก้าวไกล จริง ๆ ครับ ที่ผมว่าทั้ง ๓ คำนี้เป็นสิ่งหนึ่ง ที่อยากจะอภิปรายไว้ในร่างเอกสารดังกล่าวนี้ครับ เพราะว่าในหลักการทั้ง ๖ วงเล็บที่เขียนไว้ ในเอกสาร ถือว่าล้ำหน้าแล้วก็เป็นสิ่งที่ก้าวไกลไปถึงอนาคต ซึ่งขณะนี้เราประสบปัญหา เรื่องของการติดต่อสื่อสาร สภาเราก็ได้ใช้ไปก่อน บริษัทเพิ่งขยับตาม แต่ถือว่าเป็นสิ่งหนึ่ง ที่แก้ปัญหาให้กับทางผู้ถือหุ้น กราบเรียนท่านประธานครับ ผมเกษียณอายุแล้ว ผมไปนั่งเป็น แชร์แมน (Chairman) ของบริษัทมหาชนอย่างนี้นะครับ ในตลาดเจ็ดร้อยอยู่ ๕ ปี นั่งประชุมเอจีเอ็ม (AGM) มา ๕ ครั้งครับ แล้วก็ประชุมในวาระต่าง ๆ ประเด็นของช่วง ที่โควิด (COVID) เกิดขึ้น มันถึงเป็นปัญหาหลักใหญ่ ๆ นะครับ แล้วผู้ถือหุ้นต่าง ๆ นี้ ก็ไม่สามารถเข้ามาประชุมได้ตามเงื่อนไขที่รัฐบาลใช้พระราชกำหนดบริหารราชการ ในสถานการณ์ฉุกเฉินมาควบคุมไม่ให้เกิดการติดต่อนะครับ ไม่ว่ากันครับ เพราะว่า เป็นอำนาจของท่าน สิ่งสำคัญก็คือในทั้ง ๖ วงเล็บนี้ ได้พูดถึงเรื่องของการใช้อิเล็กทรอนิกส์ คือสื่อที่เป็นสื่อทันสมัยครับท่านประธาน เรารู้อยู่แล้วว่าโลกวิชวลเวิลด์ (Visual World) หรือโลกของอินเทอร์เน็ต (Internet) มันเข้ามาเปลี่ยนเรา ที่เรียกว่าดิสรัปชัน (Disruption) เราก็คงไม่ต้องพูดกันมากมายนะครับ แต่มันทำให้องค์กรบริษัทมหาชนต่าง ๆ ต้องตื่นตัว แล้วปรับตัวให้ทัน ผู้ถือหุ้นก็อยากอยู่บ้าน อยากรับเอกสารที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ได้ ไม่ว่าจะเป็นการโฆษณาในหนังสือพิมพ์ต่าง ๆ ที่จะประกาศเรื่องของค่าหุ้น ค่าตัว ค่าเงินปันผล การเชิญชวนประชุมก็ต้องทำได้ ในสื่ออิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดที่ปรากฏอยู่ในอนาคต อนาคตข้างหน้าที่ผมพูดนะครับว่า ในโลกของเมตาเวิร์ส (Metaverse) ก็อาจจะมีหน้าจอของบริษัทนั่งเปิดให้เห็นเลยว่า มีการประชุมเสมือนเข้ามาเยี่ยมชมเอกสาร มาชมเนื้อหาของการจัดทำในการประชุม ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ ในเรื่องของการส่งเอกสารนัดหมายที่จะต้องนัดก่อน ตามกฎหมายที่กำหนด หรือแม้กระทั่งการมอบฉันทะ ทั้งหมดเป็นการเคลื่อนตัวที่ก้าวล้ำ ก้าวหน้า ก้าวไกล แล้วก็ย้ำเลยครับว่าในมาตราที่เกี่ยวข้องในเอกสารโดยเฉพาะการใช้หลัก กรรมการมาคานอำนาจ ๒ คนมาคานอำนาจประธาน มีอยู่จริงครับท่านประธาน ตั้งแต่มาตรา ๘๑ มาตรา ๘๑/๑ และมาตรา ๘๒ ผมถือว่าอันนี้ก็อีกล้ำหนึ่ง เพราะว่า ธรรมดาแล้วตัวประธานแชร์แมน (Chairman) หรือกรรมการบริษัท ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็จะมี กรรมการผู้จัดการอีกมีซีอีโอ (CEO) อีกที่ควบคุมบริหารจัดการ ถ้ากรรมการบริษัท บอกไม่ประชุม ยังไม่ประชุม ไม่ประชุม ไม่ประชุม มีปัญหาเพราะว่าแคชโฟลว์ (Cash flow) ไม่มี เงินไม่มี ขาดทุน ตอบปัญหาไม่ได้ เพราะนั่งในบอร์ด (Board) ประชุมเอจีเอ็ม (AGM) ต้องตอบผู้ถือหุ้นครับ ตอบแบบชาญฉลาด และตอบให้ได้ดังประเด็นที่ผู้ถือหุ้นถามว่า ทำไมขาดทุน ๒,๐๐๐ กว่าล้านเพราะอะไร แก้ปัญหาไม่ได้หรือ นี่คือสิ่งที่กำลังจะเอามาแก้ไข ความรวดเร็วและทำให้ผู้ถือหุ้นได้รับประโยชน์อย่างมากมายครับท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการเรียกประชุมเมื่อประธานไม่อยากประชุม กรรมการ ๒ ท่านสามารถใช้สิทธิเรียก ประชุมได้ และสิ่งสำคัญคือการเรียกประชุมนั้น กรณีที่ไม่มีประธาน ก็เรียกได้อีก จุดเน้นอยู่ที่ ทั้ง ๓ มาตรานี้ครับท่านประธาน เป็นการใช้อำนาจของกรรมการ ๒ ท่านอื่น ๆ ที่เห็นว่า จะต้องแก้ไขปัญหา กราบเรียนท่านประธานครับว่า ปัญหาอุปสรรคของการประชุมนั้น อยู่ที่ผู้ถือหุ้นที่จะเข้าร่วมประชุมแล้วสนทนา ดังนั้นการใช้อิเล็กทรอนิกส์เข้ามาสื่อสารกัน ในเรื่องของการแจ้งข้อมูล แจ้งการถือหุ้นให้ทันสมัย ตัวเลขต่าง ๆ มันจะต้องถูกปรับ แล้วก็ให้ผู้ถือหุ้นสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว และติดตามการประชุมได้ทันสมัย ทำให้มูลค่าของราคาหุ้นหรือราคาในตลาดหุ้นได้มีการอัป (Up) ขึ้น จากการบริหารจัดการ ของในที่ประชุมและกรรมการที่มาทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร เพื่อจัดการในประเด็นดังกล่าวนี้ ผมก็เลยถือว่าทั้งการเป็นกรรมการในที่จะมาวีโต้ (Veto) ประธานถือว่าเป็นความล้ำสมัย อีกส่วนหนึ่งก็ถือว่าเป็นการบริหารจัดการสมัยใหม่ ที่เข้ามารับแบกรับภาระของ โรคโควิด (COVID) ที่เข้ามาเหยียบและช่วงในการสู้กับ พ.ร.ก. ฉุกเฉินที่ออกมาใช้บังคับ ขณะนี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเกียรติครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อยากจะขอร่วมตั้ง ข้อสังเกตเกี่ยวกับการปรับปรุง พ.ร.บ. บริษัทมหาชนที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม จริง ๆ แล้ว โควิด (COVID) มันทำให้เราต้องเร่งปรับ แต่จริง ๆ ที่เรากำลังทำตามที่ผมเห็นก็มีข้อสังเกต อย่างนี้ครับ คือสนับสนุนว่าต้องปรับ แต่ปรับทั้งทีแล้วแก้กฎหมายฉบับหนึ่งมันไม่ง่าย ใช้เวลา ทำแล้วมันต้องตอบโจทย์ทั้งปัจจุบันและอนาคต ณ วันนี้เท่าที่ผมเห็นในร่างนี้ จริง ๆ แล้วผมคิดว่ายังไม่ได้เผื่อถึงเทคโนโลยีในอนาคต แล้วก็มันมีวิธีที่จะปรับวิธีการ ปรับปรุง พ.ร.บ. ฉบับนี้ให้ตอบโจทย์ได้ทั้งปัจจุบันและอนาคต ซึ่งผมจะนำเสนอต่อไปนี้นะครับ จริง ๆ ท่านทำอยู่เรื่องหลัก ๆ ประมาณ ๕ เรื่อง เรื่องที่ ๑ คือท่านเปลี่ยนวิธีว่าการแจ้ง ความประสงค์ในเรื่องเอกสารต่าง ๆ ให้เลือกได้ ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือดั้งเดิมก็ได้ การยินยอม แต่ท่านบอกว่าเหมือนกับท่านปลดล็อก แต่ท่านไม่ปลด ท่านปลดล็อกบอกให้ ทำผ่านอิเล็กทรอนิกส์ได้แต่เขาต้องยินยอมนะ อันนี้ผมเข้าใจครับ แล้ว ณ วันนี้ทำอย่างนี้ ถูกต้องหรือไม่ ถูกต้องครับ แต่ในอนาคตอันนี้จะโบราณ ทำอย่างไรที่ไม่ให้เป็นการตอบโจทย์ แค่วันนี้ ในหลักก็คือว่าขั้นแรกก็คือผสมผสานครับ ยินยอมหรือไม่ยินยอมก็แล้วแต่กรณี ก็ขึ้นอยู่กับผู้ถือหุ้นหรือกรรมการแต่ละคนที่มีขีดความสามารถ หรือมีอุปกรณ์ หรือมี การเข้าถึงได้หรือไม่ แต่อนาคตมันถึงหมด แล้วมันอาจจะไม่ใช่เป็นเพียงสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ที่เราเห็นวันนี้ทางเดียว เขียนอย่างไร อันนี้ผมคิดว่าหลักการเราคงไม่ได้ขัดข้องต่อกัน ผมคิดว่าเห็นตรงกัน ท่านก็เขียนไว้อีกอันหนึ่งว่า ทั้งประชุมกรรมการ ทั้งผู้ถือหุ้นผมพูด รวมกันไปเลยนะครับ ไม่ต้องพูดแยกรายมาตรา ท่านก็บอกว่ามันมีล็อกอีกอันหนึ่งก็คือว่า ยกเว้นข้อบังคับเขียนไว้เป็นอย่างอื่น อันนี้ผมกังวลครับ เพราะว่าคนเขียนข้อบังคับคือใครครับ คือกลุ่มผู้ถือหุ้นหลัก หรือผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือเสียงข้างมาก ถ้าหากเป็นการที่จะช่วงชิง ความได้เปรียบเสียเปรียบแล้วไปกำหนดในข้อบังคับเพื่อประโยชน์ของตัวเอง อย่างนี้ จะเกิดอะไรขึ้น เพราะฉะนั้นถ้าท่านไปเขียนล็อกไว้อย่างนี้ผมไม่ค่อยสบายใจนะครับ เพราะเราก็เห็นพฤติกรรมของบริษัท มีหลากหลายนะครับ มีทั้งดีและไม่ดี มีทั้งตั้งใจ มีความเป็นมืออาชีพ และมีทั้งที่เผื่อไว้ก่อน เอาเสียงข้างมากเป็นหลักไว้ก่อน แล้วก็ไม่เปิดช่อง เพราะว่ากลัวเสียงข้างน้อย ซึ่งอาจจะมีสิทธิมีเสียงในหลายกรณีจะเข้าถึงได้ เพราะฉะนั้น ตรงนี้เองผมคิดว่าอยากจะให้ทบทวนนิดหนึ่งนะครับ หลักของการเขียนข้อบังคับล็อกไว้ แล้วถ้าเกิดเป็นข้อบังคับซึ่งล็อกไว้แต่มีความได้เปรียบเสียเปรียบเกิดขึ้น แก้อย่างไร อันนี้ ต้องไปว่ากันในชั้นกรรมาธิการ แต่ผมแค่จินตนาการตอนนี้มันมีหลายวิธีที่จะทำได้ แค่เป็นการเขียนให้มันครอบคลุมกว่านี้นะครับ🔗
ประการที่ ๒ ทำไมเราไม่ทำให้แก้ง่ายกว่านี้ครับ ถ้าจะปรับไปสู่อนาคต ทำให้ง่ายกว่านี้ ก็คือว่าบางเรื่องถ้าเป็นวิธีปฏิบัติ ผมไปเขียนกฎกระทรวงครับ แต่ผมเอากฎกระทรวงแนบ ผมไม่พยายามมาแก้กฎหมายถ้ามันเป็นเรื่องวิธีปฏิบัติ ซึ่งหลายเรื่องที่เราพูดกันนี้คือวิธีปฏิบัตินะครับ มันเข้าข่ายว่าไประบุในกฎกระทรวงได้ ทำให้ท่านว่าเมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป เหตุการณ์เปลี่ยนไป สภาพแวดล้อมทางธุรกิจ เปลี่ยนไป เทคโนโลยีเปลี่ยนไป ท่านแก้เฉพาะกฎกระทรวง อันนี้จะทำให้เกิดความคล่องตัว และตอบโจทย์ในอนาคตได้มากขึ้น🔗
ประการที่ ๓ ผมไม่เห็นนะครับ ถ้าเขียนไว้แล้วก็ขออภัย ระบบพร็อกซี (Proxy) ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์มีหรือไม่ คือถ้าท่านบอกว่าประชุมได้แต่พร็อกซี (Proxy) ไปไม่ได้ ยุ่งอีก อันนี้ผมว่าต้องดูให้ชัดนิดหนึ่งว่าถ้ามีแล้วผมก็โอเค (OK) แต่ถ้ายังไม่มี ควรจะเขียนให้ชัด🔗
ประการที่ ๔ ท่านได้แก้กระบวนการถ้าประธานไม่เรียกประชุมนะครับ ในแง่การประชุมกรรมการ การประชุมผู้ถือหุ้น ผมว่าต้องดูเหตุผล คือไม่ใช่พอไม่เรียกประชุม ต้องมีกลไกอย่างโน้น อย่างนี้ อย่างนั้น แต่ไม่ดูเหตุผลคงไม่ได้ ถ้าไม่อยู่ในวิสัย ที่จะดำเนินการจริง ๆ หรือถ้ามันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างกลุ่มหนึ่ง หรือบางกลุ่ม ที่เป็นเสียงข้างน้อยที่จะสร้างปัญหาเพื่อประโยชน์บางเรื่อง ผมว่าอันนี้ต้องชัดว่ามันไม่ใช่ ทุกกรณี มันต้องใช้หลักเหตุผลเข้ามาจับด้วย อันนี้ก็ฝากไว้ไปว่ากันในชั้นกรรมาธิการ🔗
ประการที่ ๕ เรื่องประกาศโฆษณาหนังสือพิมพ์ อันนี้ถกเถียงกันมาก ในประมวลกฎหมายและพาณิชย์ และกฎหมายอื่น ๆ ที่เราพยายามแก้ ว่าอันนี้มันโบราณ ไปไหม แล้วท่านก็ยังเขียนแบบเดิมอีก ผมว่าเป้าหมายคือการให้ผู้ถือหุ้นหรือกรรมการรับรู้ ถูกไหมครับ แต่ถ้าท่านไปเขียนว่าเป็นเพียงเรื่องการประกาศอย่างโน้น อย่างนี้ อย่างนั้น แล้วถ้าเขาประกาศด้วยความตั้งใจ แต่ตั้งใจไม่ให้รับรู้ เคยมีไหม มีนะครับ แก้ปัญหาตรงนี้ อย่างไร หน้าที่ของคนที่ออกหนังสือก็เพื่อให้อีกฝ่ายหนึ่งต้องได้รับถูกไหมครับ แต่เชื่อไหมครับ เมื่อเช้านี้ผมยังเจอกรณีหนึ่งเลยครับ ตั้งใจส่งหนังสือเขียนที่อยู่ผิดไปเบอร์บ้านเบอร์เดียว เท่านั้นเอง เพื่อไม่ให้รับรู้ เห็นไหมครับ อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าต้องคำนึงถึง และลองไป ปรับดูครับ มันมีหลายช่องทางหลายวิธีที่จะปรับในเรื่องเหล่านี้ได้🔗
ประการสุดท้ายครับ ที่กังวลกันมาก ๆ หลังจากที่ได้พูดคุยกับภาคธุรกิจ เขาบอกว่า คำว่า สื่ออิเล็กทรอนิกส์สาธารณะ มันไม่มีคำจำกัดความที่ชัดนะครับ มีคำตอบหนึ่ง ที่ช่วงระหว่างรับฟังความคิดเห็นก็พูดถึงว่า สามารถระบุให้ชัดเจนขึ้นได้ตามที่รัฐมนตรี ประกาศกำหนด ก็ไปแก้กันในกฎหมายดีไหม ฉบับนี้ครับ หรือจะมีช่องทางใด ๆ ที่จะให้ มีความชัดเจนเกิดขึ้น เพราะตัวนี้คือหัวใจสำคัญนะครับ ไม่ใช่เป็นเรื่องที่ไปว่ากันทีหลัง แต่เป็นหัวใจที่สำคัญที่สุดของการปรับปรุงในเรื่อง พ.ร.บ. มหาชนในครั้งนี้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ตามด้วยท่านนิรมิต สุจารี เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ผมขอใช้สิทธิ อภิปรายต่อร่าง พ.ร.บ. บริษัทมหาชนจำกัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งกระผมได้อ่าน แล้วก็ ศึกษาเนื้อหาของ ๑๒ มาตรา ในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้โดยละเอียดแล้ว แล้วก็เชื่อว่าหาก พ.ร.บ. ฉบับนี้ผ่านการพิจารณาในชั้นรับหลักการและปรับปรุงอีกเล็กน้อยในชั้นกรรมาธิการ ผมเชื่อว่า บริษัทมหาชนจำกัดหลายแห่งก็จะได้รับประโยชน์จากความสะดวกที่เพิ่มขึ้น แล้วก็ต้นทุน ในการดำเนินงานก็จะลดลง และในขณะเดียวกันพี่น้องประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บรรดาผู้ถือหุ้นทั้งหลายก็จะได้รับข้อมูลข่าวสารในช่องทางที่สอดคล้องกับการรับรู้ข่าวสาร ในปัจจุบันครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้โดยมีเหตุผล สนับสนุน แล้วก็ข้อสังเกตดังต่อไปนี้ครับ🔗
ในประการที่ ๑ ในมาตรา ๓ ของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้เขียนว่าให้เพิ่มเติม ข้อความต่อไปนี้ในวรรคสามของมาตรา ๖ แห่ง พ.ร.บ. บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕ เขียนว่าการดำเนินการตามวรรคหนึ่งอาจใช้วิธีการโฆษณาทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่นใด แทนก็ได้ ตามหลักการที่นายทะเบียนกำหนด ท่านประธานครับ ในมาตรา ๖ เดิม ของ พ.ร.บ. บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕ เขากำหนดบอกว่า การเรียกประชุมผู้ถือหุ้นก็ดี หรือการแจ้งการจ่ายเงินปันผลก็ดี จะต้องลงโฆษณาในหนังสือพิมพ์รายวันฉบับภาษาไทย แล้วก็กำหนดไว้ว่าต้องลงโฆษณาไม่น้อยกว่า ๓ วัน ต้นทุนของการโฆษณาในหนังสือพิมพ์ รายวัน ถ้าเป็นฉบับที่ขายดีเป็นที่นิยมราคาหลักหมื่นต่อวัน หลายบริษัทก็เลี่ยงไปใช้วิธีการลง โฆษณาในหนังสือพิมพ์เฉพาะกิจ ซึ่งต้นทุนของการลงโฆษณาก็ต่ำลง แบบนี้ครับ ถือว่าไม่ตรง กับเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการให้เป็นการลงโฆษณาให้สาธารณชนได้ทราบ ดังนั้น มาตรา ๓ ของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้กำหนดให้สามารถที่จะลงโฆษณาผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้ ก็จะช่วยตอบโจทย์การแก้ปัญหาลดต้นทุนให้บริษัทเหล่านี้ได้ รวมถึงเป็นการแก้ปัญหา ความรวดเร็วของการทำงานของบริษัทมหาชนได้เป็นอย่างดี🔗
ประการต่อมาครับท่านประธาน ท่านที่เป็นนักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ น่าจะทราบดีว่าการพัฒนาการของตลาดหลักทรัพย์ การซื้อขายหลักทรัพย์ เมื่อก่อนทำที่ห้องค้า พัฒนามาเป็นโทรศัพท์ผ่านโบรกเกอร์ (Broker) แล้วก็ที่สุดก็คือการซื้อขายผ่านแอปพลิเคชัน (Application) เป็นการพัฒนาการเปลี่ยนแปลงตามช่วงเวลา แต่สิ่งที่ยังคงเหมือนเดิมครับ ท่านประธาน ไม่เปลี่ยนเลย ทุกครั้งทุกปีก็จะมีการส่งรายงานผลการดำเนินงานประจำปี มาให้กับผู้ถือหุ้น ที่เรียกว่าแอนนวล รีพอร์ต (Annual Report) ท่านประธาน ต้นทุน ของการดำเนินการทำรายงานผลการดำเนินการประจำปี เล่มหนึ่ง ๒๗๐,๐๐๐ บาท หลายบริษัทนะครับ ที่มีผู้ถือหุ้นรายย่อยหลายหมื่นคนจะต้องส่งรายงานผลการดำเนินงาน ไปที่ผู้ถือหุ้นรายย่อย ผ่านไปรษณีย์ลงทะเบียนนะครับ บางบริษัทใช้งบประมาณกว่า ๗๐๐,๐๐๐ บาท รวมแล้วนับล้านบาทในการจัดส่งแล้วก็จัดพิมพ์รายงานผลการดำเนินงาน ประจำปี ดังนั้นในมาตรา ๔ ของร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้กำหนดให้มีการเพิ่มข้อความ ในมาตรา ๗/๑ ของ พ.ร.บ. มหาชน บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. ๒๕๓๕ บอกว่าการส่งเอกสาร ให้แก่ผู้ถือหุ้น หากบุคคลดังกล่าวได้ยินยอมให้ส่งหนังสือหรือเอกสารโดยวิธีการ อิเล็กทรอนิกส์ บริษัทมหาชนจำกัดก็อาจส่งหนังสือหรือเอกสารนั้น ทางอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ ดังนั้นเชื่อว่าถ้า พ.ร.บ. ฉบับนี้ประกาศใช้ก็จะช่วยลดต้นทุนให้กับบริษัทมหาชนเหล่านั้น ได้มหาศาล🔗
นอกจากนั้นครับ สาระสำคัญอื่นในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของการประชุมคณะกรรมการ การประชุมผู้ถือหุ้น รวมถึงการส่งหนังสือนัดหมายประชุม และการมอบฉันทะให้กับบุคคลอื่นเข้าร่วมประชุมแทนให้สามารถดำเนินการผ่านระบบ อิเล็กทรอนิกส์ได้ นี่คือการดำเนินการที่เป็นการแก้ไขปัญหาแล้วก็ช่วยลดขั้นตอน สร้างศักยภาพการแข่งขันให้กับบริษัทเอกชนได้เป็นอย่างดีครับ ผมมีข้อสังเกตเพียงเล็กน้อย เท่านั้นเอง ต่อร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เพื่อส่งต่อให้ท่านกรรมาธิการที่กำลังจะตั้งขึ้น เพื่อไปพิจารณาต่อ ก็คือว่าในส่วนของการโฆษณาผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่นใด ตามหลักเกณฑ์ที่นายทะเบียน กำหนดนั้น ควรจะต้องระบุประเภทและชนิดของสื่อให้มันชัดเจนนะครับ เพื่อให้เกิด ความเชื่อมั่นครับว่า เป็นสื่อสาธารณะที่พี่น้องประชาชน และผู้ถือหุ้นสามารถเข้าถึงสื่อนั้น ได้อย่างชัดเจนและโดยทั่วไปด้วย เพราะฉะนั้นฝากข้อมูลให้กับทางกรรมาธิการได้พิจารณาต่อ ในชั้นกรรมาธิการต่อไป ถือว่ากระผมเห็นชอบกับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนิรมิต สุจารี เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายนิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. กระผมขอสนับสนุน ต่อร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ โดยมีเหตุผลดังที่จะกราบเรียนต่อท่านประธานดังต่อไปนี้ครับ ร่างพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด ฉบับ พ.ศ. ๒๕๓๕ เป็นร่างพระราชบัญญัติ ที่ตราขึ้นมาก่อนหน้านี้ ๓๐ กว่าปีแล้ว ไม่ทันต่อสถานการณ์ ไม่สอดคล้องต่อภาวะ การเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจของบ้านเมืองของเรา เพราะฉะนั้นผมมีความเห็นว่า ร่างพระราชบัญญัติฉบับปี พ.ศ. ๒๕๓๕ มีอุปสรรคต่อการประกอบธุรกิจ แล้วก็สร้างภาระ ให้เกิดขึ้นต่อทางภาคธุรกิจ ต่อการลงทุนของบริษัท ด้วยเหตุผลประการที่ ๑ ครับ การที่กฎหมายกำหนดให้บริษัทมหาชนจำกัดมีหน้าที่ในการบอก เตือน แจ้งข่าว หรือโฆษณา แจ้งข่าว โดยกฎหมายกำหนดให้ประกาศหรือโฆษณาต่อหนังสือพิมพ์ไทย ติดต่อกัน ๓ วัน เป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายให้แก่ทางบริษัท เพราะการประชาสัมพันธ์หรือการโฆษณา ผ่านหนังสือพิมพ์นั้น จะต้องจ่ายวันละเป็นแสน ตามข้อมูลที่ได้รับทราบต่อปี บริษัทมหาชน ต้องจ่ายถึง ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ บาทต่อบริษัท ท่านประธานที่เคารพครับ นอกจากนั้น การส่งเอกสาร กฎหมายกำหนดให้บริษัทต้องส่งเอกสารถึงกรรมการผู้ถือหุ้นหรือลูกหนี้ การส่งเอกสารต้องส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ ค่าใช้จ่ายในการส่งเอกสารดังกล่าวนี้ บริษัทจะต้องจ่ายปีหนึ่งประมาณ ๕๐๐,๐๐๐-๖๐๐,๐๐๐ บาท บริษัทในประเทศไทยของเรา มีทั้งหมดประมาณ ๑,๓๐๐ กว่าบริษัทมหาชนจำกัด เพราะฉะนั้นต้องมีค่าใช้จ่ายเพิ่มประมาณ ร้อย ๆ ล้านบาทครับ ท่านประธานที่เคารพครับ การที่ร่างพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ได้เข้ามาสู่สภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาแก้ไข ผมจึงเห็นชอบด้วย ในการที่จะแก้ไข เพราะจะทำให้สภาพของปัญหาอุปสรรคในการประกาศหรือโฆษณา หรือการส่งเอกสารต่าง ๆ โดยใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์นี้ จะทำให้ เป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย ลดค่าใช้จ่ายให้แก่ทางบริษัทมหาชนลงไปได้🔗
และประการที่ ๒ ก็คือสอดคล้องต่อสถานการณ์โควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งแพร่ระบาด ในการจัดการประชุม กรรมการ สมาชิก หรือผู้ถือหุ้น ลูกหนี้ ไม่จำเป็น ต้องมาประชุมกันทีละมาก ๆ โดยอาศัยมาตรการของโควิด-๑๙ (COVID-19) คือโซเชียล ดิสแทนส์ (Social distance) โดยเว้นระยะห่าง ก็คือการประชุมโดยผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ก็จะทำให้ประหยัดในการที่จะเดินทางเข้ามาประชุมได้ จากเหตุผลดังกราบเรียนดังกล่าว มาข้างต้น จึงเห็นสมควรที่จะสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด เพื่อที่จะให้ ประกาศใช้เป็นพระราชบัญญัติ แล้วก็ที่สำคัญที่สุดก็คือจะสามารถทำให้การแข่งขัน ทางด้านเศรษฐกิจทั้งภายในและต่างประเทศ ได้เกิดสภาพคล่องตัวขึ้นมากกว่าเดิม และทำให้ประเทศไทยของเรา บริษัทมหาชนจำกัด สามารถยกฐานะแข่งขันกับบริษัทมหาชน ในต่างประเทศได้ ขอขอบคุณท่านประธาน กราบขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ยังมีท่านสมาชิกท่านใดที่สนใจจะร่วมอภิปรายอีกหรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มี เราก็จะมีการลงมติกันนะครับ🔗
ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุมนะครับ เราจะได้ร่วมกันลงมติว่าจะรับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่ ท่านสมาชิกที่เข้าห้องประชุมแล้วกรุณาได้ใช้สิทธิ แสดงตนนะครับ โปรดเสียบบัตรแล้วกดปุ่มแสดงตนนะครับ🔗
เชิญท่าน สมาชิกที่อยู่ข้างนอกรีบเข้าห้องประชุมนะครับ รอท่านสมาชิกนิดหนึ่งครับ กำลังเดินกันเข้ามา มีท่านสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตนบ้างครับ ถ้ามีก็เชิญนะครับ ถ้าทุกท่านใช้สิทธิ แสดงตนกันหมดแล้วผมขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่รายงานผลครับ ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีท่านสมาชิกอยู่ในห้องประชุมและแสดงตน ๒๔๕ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุม นะครับ🔗
ต่อไป ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่า จะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ท่านผู้ใด เห็นควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนนครับ🔗
มีท่านสมาชิก ท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนมีไหมครับ ถ้ามีก็เชิญครับ ถ้าใช้สิทธิกันหมดแล้ว ผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๙๕ ท่าน เห็นด้วย ๒๙๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีและผู้ชี้แจงนะครับ เชิญเสนอตั้งคณะกรรมาธิการครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวนทั้งหมด ๒๕ ท่านครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีท่านใดเสนอเป็นอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ท่านผู้ใดเสนอเป็นอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมแห่งนี้เสนอให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน ๒๕ ท่าน สัดส่วนกรรมาธิการผมขอเสนอเป็นดังนี้ สัดส่วนกรรมาธิการของ คณะรัฐมนตรี ๕ ท่าน สัดส่วนของกรรมาธิการของแต่ละพรรคการเมืองจำนวน ๒๐ ท่าน ขอเชิญคณะรัฐมนตรี เสนอรายชื่อกรรมาธิการครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม สินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขอเสนอผู้แทนคณะรัฐมนตรีในคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริษัท มหาชนจำกัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ดังนี้ ๑. นายชัยณรงค์ โชไชย ๒. นางรชนีกร ดำเด่นงาม ๓. นายจุมพล นิติธรางกูร ๔. นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ๕. นายเกียรติเกริกไกร ใจสมุทร🔗
คณะรัฐมนตรี ได้เสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรีครบ ๕ ท่าน ต่อไปเป็นสัดส่วนของ กรรมาธิการในแต่ละพรรคการเมือง พรรคเพื่อไทย จำนวน ๖ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ ๕ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน พรรคก้าวไกล ๒ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน และพรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน ขอเชิญตัวแทนแต่ละพรรค การเมืองเสนอชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของท่าน อันดับแรกเชิญตัวแทนพรรคเพื่อไทย ๖ ท่านครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ภาควัต ศรีสุรพล จังหวัดขอนแก่น เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของ พรรคเพื่อไทย จำนวน ๖ ท่าน ดังนี้ ๑. นายนิรมิต สุจารี ๒. นางเทียบจุฑา ขาวขำ ๓. นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ ๔. นางสาวลินดา โอสถาวรนันท์ ๕. นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ๖. นายพชร นริพทะพันธุ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเชิญตัวแทนพรรคพลังประชารัฐ ๕ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร บัญชีรายชื่อ พลังประชารัฐ ฉะเชิงเทรา ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐดังนี้ครับ นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช นางสุเนตตา แซ่โก๊ะ และ ว่าที่พันตรี สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเป็นสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่านครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติบริษัท มหาชนจำกัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๓ ท่านครับ ๑. นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา ๒. นายมารุต มัสยวาณิช ๓. นายวิรัช พันธุมะผล ขอผู้รับรอง ด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเป็นสัดส่วนของพรรคก้าวไกล เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคก้าวไกล จำนวน ๒ คนครับ ๑. สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ๒. สิทธิพล วิบูลย์ธนากุล ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเชิญพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี จากพรรคชาติไทยพัฒนา ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาขอเสนอ นายชัชสิษฐ์ โอจารุทิพย์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ขอบคุณครับ มีผู้รับรองถูกต้อง ผมขออภัย ผมข้ามไป ต่อไปสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์จำนวน ๒ ท่าน เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายนามกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๒ ท่าน ดังต่อไปนี้ ๑. ดอกเตอร์อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ๒. นายปริญญ์ พาณิชภักดิ์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเป็นสัดส่วนของพรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเสรีรวมไทย พรรคเสรีรวมไทยขอเสนอ กรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน ขอเสนอนายสมชาย เลี้ยงสว่าง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อกรรมาธิการครับ🔗
รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติบริษัทมหาชนจำกัด (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จำนวน ๒๕ ท่าน ๑. นายชัยณรงค์ โชไชย ๒. นางรชนีกร ดำเด่นงาม ๓. นายจุมพล นิติธรางกูร ๔. นายพิสิฐ ลี้อาธรรม ๕. นายเกียรติเกริกไกร ใจสมุทร ๖. นายนิรมิต สุจารี ๗. นางเทียบจุฑา ขาวขำ ๘. นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ ๙. นางสาวลินดา โอสถาวรนันท์ ๑๐. นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ๑๑. นายพชร นริพทะพันธุ์ ๑๒. นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ ๑๓. นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ ๑๔. นายณณัฏฐ์ หงษ์ชูเวช ๑๕. นางสุเนตตา แซ่โก๊ะ ๑๖. ว่าที่พันตรี สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม ๑๗. นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา ๑๘. นายมารุต มัสยวาณิช ๑๙. นายวิรัช พันธุมะผล ๒๐. นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ๒๑. นายสิทธิพล วิบูลย์ธนากุล ๒๒. นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ ๒๓. นายปริญญ์ พาณิชภักดิ์ ๒๔. นายชัชสิษฐ์ โอจารุทิพย์ และ ๒๕. นายสมชาย เลี้ยงสว่าง🔗
เชิญกำหนด ระยะเวลาแปรญัตติครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร บัญชีรายชื่อ พลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรานะครับ ขอเรียนเสนอระยะเวลาแปรญัตติ ๗ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีท่านผู้ใดจะเสนอเป็นอื่นไหมครับ🔗
ก็ถือว่า ระยะเวลาแปรญัตติภายใน ๗ วันตามข้อบังคับนะครับ ท่านสมาชิกครับ วันนี้เราก็ได้ประชุม กันมาเป็นเวลาพอสมควรนะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตหารือก่อนท่านประธานจะพูดบอกว่า ขอปิดประชุมก่อน นะครับ เนื่องจากว่า ตัวกระผมกับคณะได้มีการยื่นร่างของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เสนอต่อสภามาตั้งแต่ วันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ และเป็นร่างเรื่องที่ค้างพิจารณา ๕.๑ มาตั้งแต่แรกสมัยประชุมที่ ๒ เป็นต้นมานะครับ ยังไม่ได้มีการพิจารณาในสภาเลย อีกทั้งในส่วนของร่างที่สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรได้เสนอมามีทั้งหมดถึง ๓๗ ร่าง นับตั้งแต่มีสภาชุดนี้เป็นต้นมา ยังไม่เคย ได้รับการเข้าพิจารณาในสภาแห่งนี้เลย และครั้งนี้ร่างที่ตัวกระผมเสนอคือ ร่างแก้ไขข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อแก้ไขการนับคะแนนใหม่ไม่ให้เป็นลงคะแนนใหม่ คือเกณฑ์คนเข้ามาแล้วก็ให้ฝ่ายเสียงข้างมากนั้นชนะเสมอ ตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญที่จะสร้าง กติกาให้สภาเรานั้นน่าเชื่อถือ และเข้ามาทุกครั้งตั้งแต่สมัยประชุมแรกจนมาถึงปัจจุบันนี้ ยังไม่มีโอกาส วันนี้ทางวิป (Whip) รัฐบาลก็ได้มีมติไว้บอกว่า จะสามารถเข้าพิจารณาในสภาได้ แต่ทำไมท่านจะปิดประชุมเสียละครับ ผมอยากจะให้การพิจารณาร่างอันนี้เป็นร่างแรก ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนะครับ เนื่องจากว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเราเป็น ส.ส. เราไม่เคยเสนอกฎหมายเองได้เลยนะครับ ต้องเป็นกฎหมายของฝ่ายรัฐบาลเท่านั้นหรือครับ ถึงจะพิจารณาได้ครับ ต้องเป็นกฎหมายของปฏิรูป🔗
ไม่ใช่ครับ พอแล้วครับคุณธีรัจชัย🔗
ตอนนี้เพิ่งจะ ๕ โมง ปกติ ๒-๓ ทุ่ม ก็ปิดกันได้ครับท่านประธาน🔗
คือเราก็ได้ พิจารณากันมายาวนานนะครับ แล้วก็ร่างที่ท่านพูดถึงนี้ก็จ่อไว้แล้ว พร้อมที่จะเข้าประชุม ในโอกาสต่อไป ฉะนั้นเราก็เห็นใจกันทุกฝ่ายนั่นละครับ เราประชุมมามากแล้ว ผมขอบคุณทุกท่านนะครับ ขอปิดประชุมครับ🔗