รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๓
ครั้งที่ ๑๕ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง)
วันพฤหัสบดีที่ ๒๖ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
ณ อาคารรัฐสภา
--------------------
เรียนท่าน สมาชิกครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ โดยผมจะให้ปรึกษาหารือ ตามลำดับรายชื่อและเวลาที่ยื่นโดยใช้เวลาท่านละ ๒ นาทีนะครับ ท่านแรกผมขอเชิญ ท่านอนุรักษ์ บุญศล ตามด้วย ท่านสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต กราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหรือ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่อง ขอไฟฟ้าสู่นา ไร่ สวน เกษตรกร ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายเสาร์ วงศ์กระจ่าง นายกเทศมนตรีตำบลเจริญศิลป์ และพี่น้องประชาชนที่มาร้องเรียนตามภาพประกอบประมาณ ๑๐๐ คน ที่ตำบลเจริญศิลป์ อำเภอเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนคร มีความต้องการไฟฟ้า ๘ สายดังนี้ค่ะ ท่านประธาน เห็นจำนวนพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนมาขอไฟฟ้าไหมคะ ในภาพค่ะ ๑. ขยายจากบ้าน หนองแสงไปบ้านหนองจาน ๒. บ้านทุ่งมนไปบ้านวังม่วง ๓. บ้านวังม่วงไปบ้านบ้านโคกไชยวาน ๔. บ้านหนองน้อยไปอ่างเก็บน ้าวังกอไผ่ ๕. บ้านหนองจานไปบ้านวังม่วง ๖. บ้านเจริญศิลป์ ไปบ้านหนองแสงน้อย ๗. บ้านทุ่งมนไปบ้านทุ่งแก ๘. อ่างเก็บน ้าห้วยข้าวหลามไปบ้านหนองไผ่ ท่านประธานที่เคารพคะ ๘ สาย ๘ เส้นทางที่ต้องการไฟฟ้า นั่นคือความต้องการและเป็น ความเดือดร้อนจริง ๆ ของพี่น้องประชาชน วันนั้นประชุมใหญ่ใต้ต้นมะม่วงค่ะ บางครอบครัวมีผู้ป่วยติดเตียงจะลำบากขนาดไหนที่พี่น้องประชาชนต้องทนทุกข์ทรมาน ในยามค ่าคืนที่มืดมิดและเกิดอาการเจ็บป่วย จึงร้องขอท่านประธานผ่านไปถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเร่งปักเสาพาดสายให้กับพี่น้องประชาชนคนตำบลเจริญศิลป์ อำเภอเจริญศิลป์ จังหวัดสกลนครด้วยค่ะ ไฟฟ้าควรถึงทุกเถียงนาเพื่อเพิ่มมูลค่าชีวิตเกษตรกรไทย ช่วยต่อ ลมหายใจด้วยพลังงานไฟฟ้า ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสรวุฒิ ตามด้วยท่านคุณครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ ผมใคร่ขอหารือท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และอธิบดี กรมสรรพากรถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนครับ ท่านประธานครับ ในขณะนี้ โครงการของรัฐบาลหลายเรื่องได้ลงไปสู่ชุมชน ไปสู่สังคม ในเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจ ยกตัวอย่างเช่น โครงการคนละครึ่ง โครงการเรารักกันและอื่น ๆ อีกมากมาย แต่ขณะนี้ พบปัญหาอย่างมากที่ทำให้โครงการในอนาคตของรัฐบาลอาจจะส่งผลได้ไม่เต็มที่ พี่น้องประชาชนร้องมาว่าพ่อค้าแม่ขายนั้นทยอยยกเลิกการใช้สิทธิเข้าร่วมโครงการ ของรัฐบาลต่าง ๆ อาทิเช่น โครงการคนละครึ่ง ซึ่งแม้จะหมดระยะเวลาไปแล้วก็ตาม แต่พี่น้องประชาชนที่เป็นพ่อค้าแม่ขายกังวลเกี่ยวกับภาระภาษีครับ กรมสรรพากรได้ส่ง แบบประเมินไปให้พ่อค้าแม่ค้าเหล่านั้นที่เข้าร่วมโครงการ พ่อค้าแม่ค้าก็กังวลว่าเขาเอง อาจจะได้รับผลกระทบการเสียภาษีที่มากขึ้น แล้วก็ในแบบประเมินที่ส่งไปนี้เป็นแบบที่ระบุ พ.ศ. ว่าเป็นปี ๒๕๖๓ ซึ่งถ้าพวกเราเข้าใจกันดีว่าการประเมินภาษีนั้นส่งมาปี ๒๕๖๔ ครับ แต่ว่าการประเมินภาษีต้องเกิดขึ้นในปีภาษีในรอบที่ผ่านมาคือปี ๒๕๖๓ ดังนั้นหลายคน ก็เกิดความไม่เข้าใจก็เอาไปกังวลกันว่าเป็นการเรียกชำระภาษีย้อนหลังหรือไม่ เพราะฉะนั้น ผมขอให้กรมสรรพากร ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเร่งทำความเข้าใจกับพี่น้อง ประชาชนในส่วนนี้ให้มากขึ้นว่าส่วนที่เข้าร่วมโครงการของรัฐบาลนั้น ไม่ได้เป็นการเรียกเก็บ ภาษีย้อนหลังเป็นการส่งแบบประเมินตามปกติ แล้วก็อีกส่วนหนึ่งที่ผมอยากจะฝาก ท่านประธานหรือไปสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งเรื่องนโยบาย ก็คือผมไม่อยากให้โครงการ ที่เป็นระยะสั้นอย่างนี้ไปเพิ่มภาระภาษีให้กับพี่น้องประชาชน เพราะวัตถุประสงค์ของเขา ก็คือการกระตุ้นเศรษฐกิจครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นเชิญครูมานิตย์ ตามด้วยคุณกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ผมหารือ ท่านประธานวันนี้กับหน่วยงานของรัฐสภาโดยตรงครับ ท่านประธานครับ จะสังเกต เห็นไหมครับว่าเรามาประชุมกัน ๑๐ วันนี้ เราประชุมกัน ๖-๗ วัน แล้วก็ในห้องประชุมนี้ บางวันก็มี ส.ว. ผมอยากจะเรียนฝากท่านประธานอย่างนี้ครับ วันนี้ในสภาเรามีงบศึกษา สัมมนาของกรรมาธิการต่าง ๆ ที่จะมอบให้คณะกรรมาธิการลงไปสัมมนากับพี่น้อง แต่เราไม่สามารถไปสัมมนาได้ ผมก็เลยอยากเรียนนำเสนอว่างบนี้อย่างไรก็ต้องคืนคลัง หลังเดือนกันยายน ก็เอามาซื้อวัคซีนครับ ฉีดให้หมดเลยครับตั้งแต่ตำรวจสภา แม่ค้าที่ขายอาหาร ร้านอาหาร พนักงานทำความสะอาด เจ้าหน้าที่ในสภาทุกฝ่าย ส.ส. และคนติดตาม อย่างน้อย ๆ ก็เหมือนผมเองท่านประธานฉีดซิโนแวค (Sinovac) มา ๒ เข็ม เขาบอกว่า เหมือนกับฉีดน ้าใส่ตัวไป มันหมดสภาพไปแล้ววันนี้ ก็หาวัคซีนดี ๆ หน่อยเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) ใช้งบสภาซื้อเองเลยครับ ลำพังผมจะซื้อฉีดเองก็ได้ครับเข็มเดียว แต่ไม่รู้ว่าไปซื้อ ที่ไหนครับ เพราะว่าเอกชนมันไม่มี ผมคิดว่าถ้าเราประชุมอย่างนี้สภามันต้องมาคิดกันใหม่ แล้วละครับ กรรมาธิการก็ไม่ได้ประชุม ภาระต่าง ๆ เราจำเป็นต้องงดโดยที่ทำให้เสียโอกาส เสียประโยชน์ให้กับพี่น้อง เสียโอกาสให้กับแผ่นดิน ผมก็เลยมาหาหรือกับท่านประธาน ท่านประธานเองก็คงจะทราบว่าพวกเราพรุ่งนี้กลับบ้าน ป้ารื่นผมก็ต้องกลับจังหวัดกาฬสินธุ์ ครูติ๋วก็กลับจังหวัดสกลนคร เราก็ต้องไปเยี่ยมศูนย์พักคอย เราไปเยี่ยมที่กักตัว บังเอิญ บนแขนเราเต็มไปด้วยซิโนแวค (Sinovac) ทั้งนั้น ผมคิดว่าพี่น้องเขาไม่โทษหรอกครับ ผมเองจะไปบูสต์ (Boost) เข็มที่ ๓ ในพื้นที่ในโรงพยาบาลที่บ้านก็อายประชาชน เพราะประชาชนเขายังไม่ได้ฉีดกันเลย บางคนก็ได้ฉีดเข็มเดียว ซิโนแวค (Sinovac) ด้วยซ ้าไป เราอยู่ ๆ ไป ๓ เข็มแล้วนี่อายเขา ก็เลยฝากท่านประธานนะครับ เรื่องนี้ถือว่าเป็น เรื่องเร่งด่วนนะครับ งานของสภาโดยตรงเลยครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณ ท่านคุณครูมานิตย์นะครับ เมื่อสักครู่ได้รับแจ้งจากทางท่านเลขาธิการนะครับว่า ทั้งเจ้าหน้าที่สำนักงาน ส.ส. ส.ว. และบุคลากรที่เกี่ยวข้องเราฉีดวัคซีนไปแล้ว ๕,๐๐๐ กว่าคน ส่วนข้อเสนอของท่านครูมานิตย์นี้ก็ฝากท่านเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรนำไปพิจารณา อีกครั้งหนึ่งครับ🔗
นิดเดียวครับท่านประธาน ผมไม่ได้ ตอแยท่านประธาน แต่ที่ฉีดไปแล้วผมถามเด็กหมดแล้วซิโนแวค (Sinovac) ทั้งนั้นเลยครับ ซิโนแวค (Sinovac) ทั้งหมดเลย ๒ เข็ม มันเหมือนกับฉีดน ้าเข้าร่างกายครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณกรณิศ ตามด้วยคุณอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ดิฉัน กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ เขตคลองเตย และวัฒนาค่ะ ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกันนะคะ🔗
เรื่องแรก ก็เป็นเรื่องของการติดตามการปรับปรุงถนนอาจณรงค์ของ เขตคลองเตย ซึ่งสืบเนื่องมาจากบริเวณถนนเส้นนี้มีรถบรรทุกแล้วก็ผู้ใช้ถนนเส้นนี้สัญจร ไปมาเป็นจำนวนมาก รถบรรทุกวิ่งอยู่เป็นประจำทำให้ถนนนี้ชำรุด ดิฉันได้พูดในสภาแห่งนี้ เพื่อให้กรุงเทพมหานครได้มีการปรับปรุงถนนเส้นนี้มาเป็นเวลามาถึง ๒ ครั้งแล้ว ก็อยากจะ ฝากติดตามผ่านท่านประธานไปยังท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครว่าถนนเส้นนี้ เกิดอุบัติเหตุและทำให้มีผู้เสียชีวิตค่อนข้างจะบ่อยครั้ง ฝากติดตามในเรื่องของการปรับปรุง ซ่อมแซมในถนนเส้นนี้ด้วยค่ะท่าน🔗
เรื่องที่ ๒ จะเป็นในเรื่องของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-๑๙ (Virus COVID-19) ซึ่งก่อนหน้านี้จะมีช่วงที่จำนวนเตียงไม่เพียงพอสำหรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อ จำนวนมาก ทางสาธารณสุขเองก็ได้มีนโยบายในการที่ให้ประชาชนทำเอชไอ (HI) หรือ โฮมไอโซเลชัน (Home Isolation) ซึ่งอันนี้ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมากแล้วตอนนี้จำนวนเตียง ก็ได้คลี่คลายลงไปแล้ว เพราะว่าประชาชนมาใช้เอชไอ (HI) กันค่อนข้างเยอะ โดยที่ ประชาชนจะต้องไปสมัครในการที่จะต้องเข้าในระบบ คลินิก โรงพยาบาล และศูนย์ สาธารณสุขต่าง ๆ ก็เข้าสู่ในส่วนของการทำเอชไอ (HI) เข้ามาซัปพอร์ต (Support) ในด้านนี้ แต่ท่านประธานทราบไหมคะว่ามันมีการเบิกจ่ายผ่าน สปสช. แล้วทำให้คลินิกต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นคลินิกอบอุ่นใจ แล้วก็คลินิกที่อยู่ในพื้นที่นี้เข้ามาสู่ระบบนี้ แต่มีช่องทางในการ จะทำให้เกิดการทุจริตคอร์รัปชัน เพราะว่านโยบาย จริง ๆ แล้วคลินิกเหล่านั้นที่รับเรื่องมา จะต้องเบิกจ่าย สปสช. แล้วจะต้องมีการประเมินอาการด้วยวิดีโอคอล (Video Call) วันละ ๒ ครั้ง อาหาร ๓ มื้อ มีปรอทวัดไข้ แล้วก็เครื่องวัดออกซิเจนปลายนิ้ว มียาฟ้าทะลายโจร และรวมไปถึงยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) มอบให้กับประชาชน แต่หลาย ๆ คนประชาชน ไม่ได้รับเหล่านั้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ประชาชนไม่ได้รับ แต่มีการเบิกจ่าย ก็อยากจะให้ กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยค่ะ เพราะเป็น สิ่งสำคัญมาก กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอมรัตน์ ตามด้วยนางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันท์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากจังหวัดนครปฐมค่ะ ท่านประธานคะ ในยุคสมัยแห่งวิกฤติผู้นำมีแต่สิ่งที่เลวร้ายเกิดขึ้น ไม่เว้นแต่ละวัน ทุกอย่างดูยากลำบากไปหมด แม้แต่ประชาชนอย่างพวกเราจะแยกโจร ออกจากตำรวจก็ยังแยกยากมาก เกิดวิกฤติศรัทธาต่อเนื่องเป็นลูกระนาดไปถึงองค์กร ทุกองค์กรนะคะ องค์กรตำรวจค่ะ การสลายการชุมนุมที่เกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดมาเป็นเวลา ตลอดเดือนนี้ เราได้เห็นแล้วว่าเป็นการสลายการชุมนุมที่เกินกว่าเหตุไม่ได้สัดส่วน และ คฝ. ทำตัวเป็นผู้ปะทะกับฝูงชนเสียเองนะคะ มีการยิงแก๊สน ้าตาใช้กระสุนยาง โดยไม่จำเป็น ไม่ได้เดือดร้อนเฉพาะคนที่มาร่วมชุมนุมนะคะ แต่คนที่อยู่บริเวณนั้น เช่น คนที่แฟลตดินแดงก็ได้รับแก๊สน ้าตาจนเสียสุขภาพไปหมด ผู้หญิงมือเปล่าอายุเพียง ๖๗ ปี ก็ถูกตั้งข้อหาทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหาร้ายแรงมีคลิป (Clip) เป็นหลักฐานพยานและ งานนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะต้องโดนคดีกลับ ล่าสุดที่น่าสะเทือนใจกับคนไทย พวกเรามากที่สุดเมื่อ ๒ วันก่อนคลิป (Clip) ผู้กำกับใช้ถุงพลาสติกคลุมหัวซ้อมทรมาน ผู้ต้องหาคดียาเสพติดเพื่อรีดทรัพย์ มันเกิดขึ้นได้อย่างไรคะ ดิฉันขอทวงถามการปฏิรูป องค์กรตำรวจดังที่มีเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ว่าจะทำการปฏิรูปตำรวจ บัดนี้ ไปถึงไหนแล้วคะ ดิฉันขอทวงถามไปยังท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะที่ท่านเป็นผู้ดูแล กำกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าท่านจะมีความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์อย่างนี้อย่างไร ในเมื่อการปฏิรูปองค์กรตำรวจไม่เกิดขึ้น แล้วยังมีคำสั่ง คสช. ให้รวบอำนาจการบริหาร องค์กรตำรวจเข้ามารวมศูนย์ในส่วนกลางไม่มีการกระจายอำนาจ เป็นต้นเหตุให้มีการซื้อขาย ตำแหน่งโยกย้ายวิ่งเต้นนะคะ ดิฉันนะคะแด่ความโง่โอหังปล่อยปละละเลยและฟ้องร้อง ดำเนินคดีกับคนตัวเล็กตัวน้อย ในฐานะที่ดิฉันเป็นตัวแทนประชาชนคนที่ถูกฟ้องร้อง ดำเนินคดีดิฉันขอมอบสิ่งนี้ค่ะท่านประธาน ถุงดำสิ่งนี้ขอมอบให้ท่านนายกรัฐมนตรี ไปพิจารณาเอานะคะว่าท่านจะใช้กับตัวเองอย่างไรบ้าง ขอบคุณมากค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณฐิติภัสร์ ตามด้วยนางสาวจิราพร สินธุไพร นะครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตบางกะปิ วังทองหลาง พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธานอยู่ด้วยกัน ๓ เรื่องถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนค่ะ🔗
เรื่องแรก เป็นผลกระทบจากการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มบนถนน รามคำแหงช่วงระหว่างแยกพระราม ๙ ไปจนถึงแยกบ้านม้าได้มีการปิดบล็อก ท่อระบายน ้าจากในซอยย่อยบนถนนรามคำแหง อย่างเช่น ซอยรามคำแหง ๑๒ ซอยรามคำแหง ๒๖ ซอยรามคำแหง ๓๖ ซอยรามคำแหง ๓๖/๑ เลยทำให้ในซอยต่าง ๆ นี้ มีท่อระบายน ้าเพียงแค่ด้านเดียวนะคะ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีฝนตกหนักทำให้เกิด น ้าท่วมขังอยู่ในหมู่บ้านเป็นเวลากว่าสัปดาห์ แล้วก็ทำให้ดิฉันต้องลงไปในพื้นที่เพื่อตรวจสอบ ปัญหาน ้าท่วมขัง ปรากฏว่าทางผู้รับเหมาก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้มได้นำเครื่องสูบน ้าไปตั้งไว้ อยู่หน้าปากซอย แต่ว่าไม่ได้เปิด ก็เลยอยากนำเรียนหารือว่าท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่ากระทรวงคมนาคม ในฐานะที่ท่านกำกับดูแลการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีส้ม ให้กำชับผู้รับเหมาในการที่จะเปิดเครื่องสูบน ้าในช่วงเวลาที่มีฝนตกหนักด้วยนะคะ🔗
เรื่องที่ ๒ นำเรียนหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครให้ได้โปรดตรวจสอบอาคารที่มีอายุตั้งแต่ ๓๐ ปีขึ้นไป บริเวณโดยรอบ ที่มีการก่อสร้างรถไฟฟ้าทั่วทั้งกรุงเทพมหานครเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนนะคะ🔗
เรื่องที่ ๓ ขอนำเรียนท่านประธานหารือไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในฐานะที่ท่านกำกับดูแลการเคหะแห่งชาติ ได้จัดสรรงบประมาณในการที่จะขุดลอกท่อระบายน ้าบริเวณซอยนวมินทร์ ๘ ซอยนวมินทร์ ๑๐ ซอยนวมินทร์ ๑๒ ซึ่งเป็นพื้นที่ของการเคหะแห่งชาติ แล้วก็มีหมู่บ้านของการเคหะแห่งชาติ อยู่บริเวณนั้นนะคะ ซึ่งตรงนั้นเป็นบริเวณลุ่มต ่าทำให้เวลาฝนตกมีน ้าท่วมขังตลอดเวลา อยากนำเรียนหารือท่านประธานผ่านไปท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ได้กำชับการเคหะแห่งชาติให้ได้ดูแลในเรื่องของการแก้ไขปัญหา น ้าท่วมขังให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญคุณจิราพร ตามด้วยคุณสาคร เกี่ยวข้อง นะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน จิราพร สินธุไพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๕ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉัน ขอปรึกษาหารือในประเด็นที่เกี่ยวเนื่องกับการแก้ปัญหาโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่เกิดขึ้นกับ หลายจังหวัดทั่วประเทศค่ะ เพื่อนำเรียนปัญหาดังกล่าวผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องดังนี้ค่ะ🔗
ด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างหนักของโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) ในกรุงเทพมหานคร รัฐบาลมีนโยบายส่งผู้ป่วยออกต่างจังหวัด แต่ประเด็นปัญหาก็คือว่า รัฐบาลส่งผู้ป่วยกลับบ้าน แต่ไม่ได้มีการจัดสรรงบประมาณที่เพียงพอให้กับหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในจังหวัดต่าง ๆ เพื่อบริหารจัดการรับมือกับจำนวนผู้ป่วยที่ทะลักกลับสู่ภูมิลำเนา หลายโรงพยาบาล แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในท้องถิ่นต้องขอรับบริจาคเป็นการเร่งด่วน เพื่อสร้างโรงพยาบาลสนาม สร้างศูนย์พักคอย แล้วก็จัดซื้อวัสดุอุปกรณ์ที่จำเป็นต่าง ๆ เพื่อใช้ในการคัดกรองแล้วก็ดูแลผู้ป่วย หลายแห่ง ระดมทุนไม่ทันต้องไปเชื่อร้านค้าไว้ก่อน พอได้เงินบริจาคก็จึงจะนำไปใช้หนี้คืน นี่คือ ความไม่พร้อมไม่มีแผนรองรับที่ชัดเจนของรัฐบาล ผลักเชื้อออกต่างจังหวัดแล้วก็ผลักภาระ ให้กับประชาชน ดิฉันขอนำเรียนว่าในระหว่างที่เรายังไม่มีวัคซีนที่ดีฉีดให้กับประชาชน อย่างทั่วถึง ดิฉันขอนำเรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐบาล ขอให้จัดสรรงบประมาณ อย่างเพียงพอเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในแต่ละจังหวัดสามารถใช้บริหารจัดการวิกฤติ โควิด-๑๙ (COVID-19) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะขอให้ยกเว้นค่าสาธารณูปโภคต่าง ๆ เช่น ค่าน ้า ค่าไฟให้กับโรงพยาบาลสนามแล้วก็ศูนย์พักคอย รวมถึงขอให้พิจารณาจัดสรร งบประมาณเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เช่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วย ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครต่าง ๆ ซึ่งทำงานเสมือนด่านหน้าร่วมกันกับพี่น้อง อสม. ทั่วประเทศ ปัจจุบันได้รับเบี้ยเลี้ยงจากกรมการปกครองส่วนท้องถิ่นเพียงผลัดละ ๑๒๐ บาทเท่านั้นค่ะ ดิฉันจึงขอนำเรียนท่านประธานขอให้ส่งผ่านไปยังรัฐบาลพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหา เหล่านี้เป็นการเร่งด่วนค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสาครครับ ตามด้วยท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สาคร เกี่ยวข้อง พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดกระบี่ครับ อยากจะเรียนท่านประธานฝากไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม อธิบดีกรมทางหลวงแผ่นดินไปถึงแขวงการทาง ในจังหวัดนะครับ เรื่องการติดตั้งป้าย ขอให้ติดตั้งป้ายโอเวอร์เฮด (Overhead) บริเวณ ทางออกถนนกระบี่-ขนอม คือทางหลวงหมายเลข ๔๔ บรรจบกับทางหลวงถนนเพชรเกษม บริเวณตำบลบ้านกลางเป็นอันตรายกับพี่น้องประชาชนที่เดินทางมาก เพราะว่าไม่สามารถ ที่จะมองเห็นในจุดตัดต่าง ๆ และทำให้เกิดอุบัติเหตุ ทำให้เกิดเรื่องการสูญเสียเป็นอย่างมาก อยากให้ทางแขวงการทาง แล้วก็กรมทางหลวงแผ่นดินไปติดตั้งป้ายโอเวอร์เฮด (Overhead) ในบริเวณดังกล่าวเพื่อเตือนให้พี่น้องประชาชนซึ่งใช้รถใช้ถนนในบริเวณถนนเซาเทิร์น ซีบอร์ด (Southern Seaboard) ซึ่งเป็นถนนที่กว้างแล้วก็มาด้วยความเร็วสูงทำให้ลด อุบัติเหตุกับพี่น้องประชาชนที่เดินทางมาก🔗
เรื่องต่อไปครับ เรื่องขอให้กรมทางหลวงแผ่นดินไปติดตั้งเสาไฟฟ้าชนิดเสาสูง หรือเสาไฮแมส (High Mast) บริเวณสี่แยกอ่าวลึก ถนนเพชรเกษม สี่แยกอ่าวลึก เป็นย่านชุมชนของอำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ อยากจะได้แสงสว่างในบริเวณสี่แยกอ่าวลึก ซึ่งประกอบด้วยโรงเรียนประจำอำเภอ โรงเรียนอ่าวลึกประชาสรรค์ โรงพยาบาลอ่าวลึก อีกทั้งธนาคารแล้วก็ย่านการค้า อยากให้ทางกรมหลวงแผ่นดินได้จัดเสาไฮแมส (High mast) ขนาดสูง แสงสว่างขนาดสูงไปติดตั้งให้บริเวณสี่แยกดังกล่าวครับ แล้วก็อยากให้เรียนไปยัง กรมทางหลวงอีกแล้วนะครับ อยากให้ไปปรับปรุงบริเวณไหล่ทาง บริเวณหน้ามัสยิดบ้านกลาง ซึ่งเป็นมัสยิดประจำอำเภออ่าวลึกครับ เนื่องจากหน้าบริเวณมัสยิดบ้านกลาง ซึ่งเป็นมัสยิด กลางของอำเภออ่าวลึกมีพี่น้องประชาชนไปประกอบศาสนกิจแล้วไม่มีไหล่ทางอาจจะเกิด อันตรายกับพี่น้องประชาชนที่ไปประกอบศาสนกิจได้ อยากให้กรมทางหลวงได้ไปขยายช่อง จราจรทำเป็นแนวแล้วก็ปรับภูมิทัศน์เพื่อเป็นความสวยงาม แล้วก็ลดอุบัติเหตุลดอันตราย สร้างความสวยงามให้กับมัสยิดประจำอำเภอด้วย กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปเชิญ ท่านวิสุทธิ์ ตามด้วยท่านวิรัช พันธุมะผล นะครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา พรรคเพื่อไทย เขต ๒ ท่านประธานครับ ผมมาพูดในวันนี้เพื่อจะบอกท่านประธานกรุณาได้ทำหนังสือถึง ท่านนายกรัฐมนตรีด่วนมาก ด่วนที่สุด นั่นก็คือปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดพะเยา และภาคเหนือทั้งหมด คือปัญหาราคาข้าวในขณะนี้ ข้าว กข ๑๐ หรือข้าวเหนียวสันป่าตอง กำลังออกสู่ตลาดซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่น่าเชื่อ ปีที่แล้วยังขายข้าวเหนียวสันป่าตองหรือ กข ๑๐ ได้กิโลกรัมละ ๑๑ บาท ๑๒ บาท ปีนี้ขายได้กิโลกรัมละ ๔ บาท ผมมีใบเสร็จนะครับ ท่านประธาน เดี๋ยวจะฝากให้ท่านไปให้นายกรัฐมนตรีด้วย ขายได้กิโลกรัมละแค่ ๔ บาท นี่มันขาดทุนนะครับ ท่านประธานก็อยู่กับชาวไร่ชาวนาก็ควรจะรู้เรื่องนี้ดี เรื่องสำคัญที่จะต่อจากนี้อีกก็คือ อีก ๒ เดือน ๖๐ วัน ข้าวหอมมะลิที่ดีที่สุดในจังหวัดพะเยาก็คือข้าวจากทุ่งรวงทอง ข้าวจากทุ่งลอก็จะออกสู่ตลาด ผมเองได้เป็นห่วงชาวบ้านไปสอบถามโรงสีต่าง ๆ เขาว่า ปีนี้จะไม่รับซื้อข้าว เนื่องจากข้าวเปลือกที่ซื้อมาปีที่แล้วยังไม่ได้ขายเลย อันนี้คือเรื่องใหญ่ นะครับ มันจะเป็นปัญหาของชาวไร่ชาวนาเกษตรกรทั้งประเทศ ท่านนายกรัฐมนตรีอย่าได้ อยู่นิ่งเฉย ผมไม่มั่นใจในตัวท่านนายกรัฐมนตรีนะครับเรื่องราคาข้าว เพราะคราวที่แล้ว ท่านมาตอบในสภาท่านยังไม่รู้จักหันไปถามนายกสมคิดว่านี่ข้าวอะไร ข้าวอะไร อันนี้ คือปัญหาทุกข์ร้อนของพี่น้องชาวนา อย่าได้นิ่งเฉยครับ ถึงเวลานั้นผู้แทนก็ไม่ควรจะอยู่ ในสภานะครับ ถ้าข้าวขายไม่ได้ ไม่มีที่รับซื้อ เราก็คงต้องออกไปช่วยพี่น้องชาวนา กลับมา เชิญท่านกลับบ้านได้แล้วครับถึงเวลานั้น นี่คือความทุกข์ร้อนพี่น้องชาวนาบอกมายัง ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประธานรีบทำหนังสือนะครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวิรัช ตามด้วยท่านวิสาร เตชะธีราวัฒน์🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย วันนี้จะขอปรึกษา ท่านประธานเรื่องแรงงานต่างชาติรอบประเทศไทย ซึ่งมีปัญหามานมนานเป็น ๒๐-๓๐ ปี เรายังแก้ไม่ได้ ปัญหาแรงงานต่างชาติรอบประเทศไทย เช่น พม่า ลาว เขมร เวียดนาม จีน และบังคลาเทศจะเดินทางเข้ามาทำงานในประเทศไทย ในการที่ชนต่างชาติได้เข้ามาทำงาน มีผลต่อความมั่นคง เศรษฐกิจ โรคระบาด สังคมและปัญหาอาชญากรรมของประเทศไทย เพราะฉะนั้นถ้าคนงานเข้ามาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายก็จะมีผลดังที่ผมเรียนมาแล้ว กระผมเคยเป็นคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลของกระทรวงแรงงาน โดยมีท่าน ศาสตราจารย์ดอกเตอร์โกเมน ภัทรภิรมย์ เป็นประธาน ขอเอ่ยชื่อแต่ไม่เสียหายนะครับ ได้เดินทางไปตรวจที่จังหวัดสมุทรสาคร ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดได้รายงานว่าจังหวัด สมุทรสาครมีประชากรประมาณ ๔๐๐,๐๐๐ คน มีแรงงานที่ชอบด้วยกฎหมาย ๑๐๐,๐๐๐ คน และแรงงานที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายอีก ๓๐๐,๐๐๐ คน ท่านคิดดูครับ คนต่างด้าวที่มาทำงาน มากกว่าคนไทยอีก แล้วเรียนต่อไปว่าคณะผมได้ไปตรวจโรงงานทำอาหารทะเล เขาบอกว่า ทำไมเขาต้องมีคนงานต่างชาติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายล่ะ เพราะว่าหาคนงานคนไทยมาไม่ได้ แล้วคนงานคนไทยที่ไปสมัครก็จะจบ ปวช. จบปริญญาตรี แล้วก็เป็นเหมือนกับไปแหมะ เอาไว้เฉย ๆ พอได้งานก็ไป ทำให้เขาขาดแรงงานตลอดเวลา เพราะฉะนั้นเขาจำเป็น ต้องเอาแรงงานต่างชาติที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายมาเสริมตลอดเวลา นี่คือปัญหา ท่านประธานครับ นี่คือปัญหาต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องแก้ครับ ถึงเวลาแล้วที่ประเทศไทยควรจะมีการให้อนุญาต คนต่างชาติรอบประเทศไทยเข้ามาทำงานต ่ากว่าปริญญาโดยง่ายที่สุด มีการตรวจสุขภาพ โรงพยาบาลเอกชนตามจุดผ่านแดน ให้มีการเสียภาษีอย่างน้อยปีละ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ สามารถ ได้งานได้ แล้วก็เสียค่าประกันสุขภาพกับโรงพยาบาลเอกชน ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวิสาร ตามด้วยท่านอนุชา น้อยวงษ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงราย ผมจะขออนุญาตหารือ ไปถึงท่านประธาน กนข. คณะกรรมการนโยบายข้าวก็คือ ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านรองนายกรัฐมนตรีจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ท่านประธานครับ ทุกข์ของชาวนาคือทุกข์ของแผ่นดิน ขณะนี้มีเสียงยกย่องบอกว่าชาวนาคือ กระดูกสันหลังของชาติ แต่ว่ากระดูกสันหลังหักแล้วครับ อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้นำเรียนไป นะครับว่าในรอบ ๒๐ ปี ไม่เคยมีครั้งไหนที่ราคาข้าวเปลือกตกต ่าขนาดนี้ครับ ๔ บาทครับ ผมมีสไลด์ (Slide) อยู่ ๒-๓ อัน ตอนสมัยยุคท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ เรารับจำนำข้าว ทุกเมล็ดที่เป็นข้าวเปลือกแล้วเราก็จะประกัน ๑๕,๐๐๐ บาท แต่ตอนนี้ยุคนายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ ๔,๐๐๐ บาทครับ จากนี้ไปเหลืออีกเดือน ๒ เดือนจะมีเกษตรกรได้เก็บเกี่ยวแล้ว เอาข้าวมาขาย ท่านประธานครับ ท่านมีเงินเยียวยาชดเชยให้ทุกองค์กรไม่ว่าจะเป็นคนตกงาน คนว่างงาน แต่ว่าชาวนา ไม่ได้เลยครับ ชาวนานี่เป็นพี่น้อง ๑ ใน ๕ ของประเทศมีทั้งหมด ๑๗ ล้านคน เกือบ ๑๘ ล้านคน ขณะนี้เดือดร้อนหมดนะครับ เพราะว่านอกจากปัญหาเรื่องโควิด (COVID) แล้วจะต้องวิ่งกลับไปอยู่ที่พี่น้องประชาชนในชนบทอีก จะต้องเป็นภาระของพี่น้องเกษตรกร ชาวนา ผมเรียนท่านประธานว่าขณะนี้ต้นทุนการผลิตไม่ว่าจะเป็นค่าน ้ามัน ค่าปุ๋ย ค่าแรงงาน แพงมากครับ สิ่งเหล่านี้ขอท่านประธานว่ามันเดือดร้อนถึงขนาดเดี๋ยวนี้ข้าวเปลือกถูก ข้าวสารแพง ท่านประธานเคยเห็นไหมครับ ที่จังหวัดนครพนมท่านประธาน มีไหมครับ มาม่าซองละ ๖ บาทครับ แต่ว่าข้าวเปลือกกิโลกรัมละ ๔ บาท แล้วประเทศไทย จะอยู่ได้อย่างไรครับ อีกไม่นานข้าวเปลือกจะถูกกว่าไข่ไก่ด้วยซ ้าไป เพราะฉะนั้น ขอท่านประธานว่าให้นำเรื่องนี้เรียนถึงท่านประธาน กนข. และท่านรัฐมนตรีจุรินทร์ด้วย นะครับว่าต้องรีบแก้ไข ไม่อย่างนั้นจะมีการเอาข้าวสารมาเททิ้งในกระทรวงพาณิชย์ และที่สำนักนายกรัฐมนตรีครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอนุชา ตามด้วย ท่านสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม อนุชา น้อยวงศ์ จากเขต ๓ อำเภอวังทอง อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก กระผมขอหารือท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขดังนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพ ปัจจุบันอำเภอ เนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก มีความเจริญขึ้นมากมายเป็นแหล่งท่องเที่ยวอันสำคัญ ของประเทศ เป็นแหล่งหินอุตสาหกรรมแห่งเดียวของจังหวัดพิษณุโลก และเป็นแหล่งผลิตผล ทางการเกษตร ซึ่งมีผลิตผลทางการเกษตรออกจากอำเภอนี้มากมาย แต่ถนนที่ไปสู่อำเภอ เนินมะปรางคือทางหลวงแผ่นดินที่ ๑๒๙๕ จากบ้านสามแยกกกไม้แดงถึงอำเภอ เนินมะปราง ซึ่งแยกจากถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๑ อำเภอวังทองถึงอำเภอ สากเหล็กระยะทาง ๓๗ กิโลเมตร ถนนดังกล่าวนี้เป็นถนนที่มีความคับแคบมาก เป็นถนน ซึ่งสมัยโบราณหลายสิบปีมาแล้วไม่ได้ปรับปรุง ปัจจุบันนี้การสัญจรไปมาของพี่น้องประชาชน เป็นอุปสรรคอย่างยิ่ง มีอุบัติเหตุบ่อยครั้งเนื่องจากมีรถนักท่องเที่ยว มีรถจากแหล่งหิน อุตสาหกรรม มีรถจากการขนส่งพืชผลทางการเกษตรจำนวนมากสัญจรไปมาทำให้เกิด อุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงกราบขอความกรุณาจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขอให้จัดหางบประมาณสร้างถนน ๔ เลน ถนนดังกล่าวตลอดเส้นทาง และจากคำร้องเรียน ของท่านนายแพทย์จตุพล ขุนมธุรส ผู้อำนวยการโรงพยาบาลเนินมะปราง ขอให้ปรับปรุง โรงพยาบาลเนินมะปรางจากโรงพยาบาลขนาดเล็กขนาด ๓๐ เตียง ไปเป็นโรงพยาบาล ขนาด ๖๐ เตียง ขอให้ปรับปรุงทางเข้าออกโรงพยาบาลอีก ๑ ด้าน เพื่อให้มีการสัญจรได้ ๒ ทาง และขอให้ปรับปรุงแฟลตเจ้าหน้าที่ รวมอาคารแยกสำหรับผู้ป่วยฟอกไต จึงขอ ความกรุณาจากท่านประธานทำหนังสือข้อหารือดังกล่าวไปยังกระทรวงคมนาคมและ กระทรวงสาธารณสุขด้วย ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสมมุติ ตามด้วยท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ นะครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ สมมุติ เบ็ญจลักษณ์ พรรคประชาชาติ จังหวัดปัตตานี เขต ๔ ขอให้ท่านประธานและส่งต่อให้ท่าน นายกรัฐมนตรีเพื่อให้มีการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และเร่งรีบเพื่อบรรจุการพิจารณา พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. .... ซึ่งทางพรรคประชาชาติได้ยื่นต่อสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ จากคลิป (Clip) ข่าว อันโหดเหี้ยม คลุมหัวด้วยถุงดำทำให้ขาดอากาศหายใจและผู้ต้องหาถึงขั้นเสียชีวิต ถามว่าวันนี้สำหรับชาว ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มันเกิดขึ้นมานานและต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุด ราวกับว่าถูกระบุอยู่ในคู่มือการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ของรัฐและยากจะนำตัวคนผิดมาลงโทษ สิ่งที่อยากจะให้ทำก็คือเราจะเห็นเจ้าหน้าที่รัฐพร้อมจับใครก็ได้เพื่อปิดคดี เช่น กรณีกำนันโต๊ะเด็ง ถ้าทำให้การทำร้ายร่างกายระหว่างสอบสวนในค่ายทหารเป็นเรื่อง ปกติ เช่น อิหม่ามยะผา กาเซ็ง หรืออับดุลเลาะ อีซอมูซอ ถ้าคนถูกอุ้มฆ่าแล้วไม่มีกฎหมาย ให้เอาผิดใครได้ เช่น หะยีสุหลง โต๊ะมีนา สมชาย นีละไพจิตร นั่นสะท้อนถึงความไร้สันติสุข ได้เกิดขึ้นในประเทศไทย สิ่งเหล่านี้คือความไม่สบายใจของพี่น้องในประเทศไทย ผมอยากจะ ให้กฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้นได้จริง เพื่อให้ผู้เสียหายจากการทรมานได้รับการเยียวยา ในทุกรูปแบบตามกฎหมาย ขอเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอัครเดช ตามด้วยนางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระผมมีเรื่อง หารือท่านประธานเพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ให้กับพี่น้องชาวอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี เรื่องของการก่อสร้างเขื่อน ขอให้ฝ่าย โสตทัศนูปกรณ์ได้ขึ้นภาพด้วยครับ เมื่อเดือนสิงหาคม ปี ๒๕๖๒ ผมได้รับการร้องเรียน จากผู้นำตำบลนครชุม ก็คือท่านกำนันปราโมทย์ ปันปรี กำนันตำบลนครชุมในสมัยนั้นว่า มีพื้นที่ตรงหมู่ ๑๐ ตำบลนครชุมนั้นเขื่อนได้ชำรุด ตลิ่งได้ชำรุดเสียหาย เป็นตลิ่งแล้วก็ มีถนนที่อยู่ริมแม่น ้าแม่กลองได้เกิดความชำรุดเสียหาย ขอให้ทางฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ ได้ขึ้นภาพด้วยครับ ที่ผมได้ส่งภาพให้ทั้งหมด ๑๔ ภาพ เพื่อให้ท่านประธานได้ดูพร้อมกับ ทางพี่น้องประชาชนนะครับ🔗
ก็เป็นถนนเลียบริมแม่น ้าแม่กลอง ที่หมู่ ๑๐ ตำบลนครชุมได้ชำรุดเสียหายเมื่อเดือนสิงหาคม ปี ๒๕๖๒ ผมได้ลงพื้นที่ร่วมกับ ผู้นำตำบลนครชุมก็คือท่านกำนันตำบลนครชุมในสมัยนั้น แล้วก็เมื่อได้นำเข้ามาหารือกับ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรในเดือนสิงหาคม ปี ๒๕๖๒ วันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๖๓ ก็ได้รับจดหมายความคืบหน้าจากทางจังหวัดราชบุรีโดยโยธาธิการและจังหวัดราชบุรีว่า ได้ทำการออกแบบและสำรวจ เจาะพื้นดินในบริเวณที่จะก่อสร้างเขื่อนเพื่อป้องกันตลิ่งทรุด ในบริเวณดังกล่าว ในช่วงวันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๖๓ ก็คือหลังจากหารือมาแล้วทางโยธาธิการ ก็ได้ดำเนินการก่อสร้าง เริ่มสำรวจออกแบบก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งทรุด พอมากลางปี ๒๕๖๓ ก็ได้รับจดหมายแจ้งมาจากทางจังหวัดราชบุรีว่าได้จัดสรรงบประมาณ ๑๕ ล้านบาท ในการก่อสร้างโครงการดังกล่าวให้กับพี่น้องประชาชนชาวตำบลนครชุม แล้วก็มา ต้นปี ๒๕๖๔ โครงก็มีความล่าช้าก็ได้ประสานคณะกรรมการลุ่มน ้าแม่กลองให้ดำเนินการ เร่งรัดอนุญาตให้ก่อสร้างริมตลิ่ง แล้วก็ประสานท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม สมัยนั้น ท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ได้อนุญาตจากกรมเจ้าท่าให้ขอใบอนุญาต ก็เร่งดำเนินการ จนปัจจุบันนี้พื้นที่ดังกล่าวมีการทรุดตัว อีกนิดเดียวครับท่านประธาน ก็คือก่อสร้างมาได้ ประมาณ ๑ กิโลเมตร อีก ๕๐๐ เมตร ยังขาดอยู่ก็เลยขอให้ทางโยธาธิการได้เร่งดำเนินการ ตามภาพที่ให้ท่านประธานได้ดูนะครับว่ามีการทรุดตัวอีกประมาณ ๕๐๐ เมตร อยากให้ทาง โยธาธิการจังหวัดราชบุรีดำเนินการก่อสร้างเพิ่มเติมให้กับพี่น้องประชาชน ก็เลยขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานมา ณ โอกาสนี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญนางสาวญาณธิชา ตามด้วยท่านสมบูรณ์ ซารัมย์🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคก้าวไกลค่ะ ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันจะขอหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวสวนลำไย หลายท่านคงทราบดีว่าเราถูกระงับการส่งออกลำไยไป ๖๖ ล้ง เนื่องจากว่าทางการจีน ตรวจพบเพลี้ยแป้งปนเปื้อน แต่ว่าตอนนี้การแก้ปัญหาก็ได้แก้ปัญหาไปเรียบร้อยแล้ว ชาวสวนก็ตกอกตกใจไปตาม ๆ กันนะคะท่านประธาน แต่ว่าเรื่องนี้ทำให้เราต้องคิดว่า เราจะแก้ปัญหาของเกษตรกรชาวสวนลำไยอย่างยั่งยืนได้อย่างไร ตั้งแต่ดิฉันเป็น ส.ส. มา ดิฉันก็รับเรื่องร้องเรื่องเหล่านี้มาตลอด จึงอยากให้ช่วยแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรชาวสวนลำไย อย่างยั่งยืน ทั้งต้นน ้าไปจนถึงปลายน ้าหมายถึงตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการตลาด ในส่วนของการผลิตก็อยากที่จะให้ดูแลในเรื่องของการควบคุมคุณภาพ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง ของที่มีปัญหาเรื่องเพลี้ยแป้งอาจจะเกิดจากการที่เราแบนสารคลอร์ไพริฟอส (Chlorpyrifos) ซึ่งเป็น สารที่กำจัดแมลง อยากให้ช่วยดูว่ามีสารทดแทนไหม ราคาเท่าไร ต้นทุนจะเพิ่มสูงขึ้นอย่างไร ในส่วนของพาณิชย์อยากให้ท่านทำงานเชิงรุก ไม่ผูกติดกับตลาดจีนเพียงตลาดเดียว เร่งหา ตลาดใหม่ให้กับพี่น้องชาวสวนลำไยค่ะ นอกจากนี้ดิฉันมีข้อเสนอระยะสั้นเกิดจากการลง พื้นที่ก็คือว่าให้เยียวยาผลกระทบให้กับเกษตรกรจะให้ไร่ละเท่าไรก็ว่าไป แล้วก็สิ่งที่เกษตรกร ขอร้องมาในเรื่องของการพักชำระหนี้ทั้งต้นและดอกเบี้ย ที่ผ่านมาพักชำระหนี้ให้กับลูกค้า ธ.ก.ส. แต่ไม่ได้พักชำระหนี้ให้กับลูกค้าสหกรณ์ ซึ่งลูกค้าสหกรณ์ก็ร้องเรียนดิฉันมาว่าได้รับ ปัญหาเหล่านี้เช่นเดียวกัน อยากได้รับการพักชำระหนี้ด้วยนะคะ ระยะยาวอยากให้เร่งช่วย แก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน ทั้งในส่วนของการผลิตและการตลาดค่ะ ก็ฝากกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์แล้วก็กระทรวงพาณิชย์ดูแลพี่น้องชาวสวนลำไยด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านสมบูรณ์ ตามด้วยท่านจตุพร เจริญเชื้อ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สมบูรณ์ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย พื้นที่เขตเลือกตั้งอำเภอพุทไธสง อำเภอนาโพธิ์ อำเภอบ้านใหม่ อำเภอคูเมือง และอำเภอ ลำปลายมาศ ขอหารือท่านประธานไปยังหน่วยงานสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมการฝนหลวง ขณะนี้พื้นที่นาข้าวของพี่น้องเกษตรกรในจังหวัดบุรีรัมย์ มีผลกระทบกับฝนทิ้งช่วงเป็นล้านไร่ อยากจะให้ทางหน่วยงานทางกรมการฝนหลวง ได้สำรวจและปฏิบัติการทำฝนเทียมเติมน ้าให้กับนาข้าวของพี่น้องเกษตรกร🔗
ประเด็นที่ ๒ การเสริมฝายกันน ้าคือยกระดับฝายกันน ้าให้สูงขึ้นในช่วง เดือนตุลาคมซึ่งเป็นปลายฤดูฝนซึ่งน ้าไหลหลาก แต่ในหน้าแล้งน ้าจะไม่เพียงพอ เป็นการยกระดับขึ้นเพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนที่กลับไปยังภูมิลำเนาที่มีผลกระทบจากโควิด (COVID) ได้ปลูกพืชฤดูแล้งเพื่อยังชีพแล้วก็เพื่อการจำหน่าย🔗
ประการที่ ๓ การขุดลอกหนองสาธารณะหมู่ ๔ บ้านจิกน้อย ตำบลคูเมือง อำเภอคูเมือง ซึ่งบ้านจิกน้อยเป็นหมู่บ้านที่มี ๓๐๐ กว่าหลัง ไม่มีประปาหมู่บ้าน ก็ฝากถึง หน่วยงานโดยเฉพาะทางกรมการส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่นได้พิจารณาสำรวจ แล้วก็กรมชลประทานสำรวจออกแบบขุดน ้าเพื่อการประปา🔗
ประการที่ ๔ เกี่ยวกับการซ่อมถนนหมู่ที่ ๑๖ บ้านสามศิลา ตำบลหินเหล็กไฟ ระยะทางประมาณ ๕ กิโลเมตร ซึ่งเป็นถนนลูกรังขรุขระมาก ลำบาก ก็ฝากถึงหน่วยงาน ปกครองส่วนท้องถิ่นได้ดำเนินการครับ🔗
ประการที่ ๕ เอกสารสิทธิของบ้านหนองคลอง ตำบลหนองขมาร ซึ่งอยู่ใน เขตพื้นที่สาธารณะ ไม่มีเอกสารสิทธิ ไม่มีประปา ไม่มีถนน อยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ดำเนินการด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจตุพร เจริญเชื้อ และตามด้วยพลตรี ทรงกลด ทิพย์รัตน์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร เจริญเชื้อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดขอนแก่นครับ ผมขอหารือท่านประธานถึง ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ใช้ถนน ๓ เส้น เส้นแรก คือจากตำบลบ้านฝางไปตำบล หนองโน ไปตำบลห้วยโจด อำเภอกระนวน ผ่านไปถึงบ้านดงเย็น ตำบลบัวใหญ่ อำเภอ น ้าพองและเข้าสู่ตัวจังหวัดขอนแก่น เส้นที่ ๒ บ้านวังชัย อำเภอวังชัย ถึงบ้านท่าเม่า ตำบล ม่วงหวาน แล้วก็ผ่านไปถึงถนนมิตรภาพ เส้นที่ ๓ คือตำบลคูคัด ตำบลกระนวน ไปตำบล คูคำ ไปตำบลบ้านโนนและไปถึงบ้านหนองบัวน้อย ตำบลโคกสี อันนี้อยู่ในอำเภอซำสูง สภาพการจราจรทั้ง ๓ เส้นนี้สภาพเป็นหลุมเป็นบ่อ ทั้ง ๓ เส้นเลยนะครับ ท่านประธาน เห็นไหมครับ เหมือนขนมครกเป็นหลุมเป็นบ่ออย่างนั้นเลย เหมือนสภาพที่อยู่บนดวงจันทร์ ก็ว่าได้ ชาวบ้านบอกว่าเส้นทางบนถนนดวงจันทร์ทั้ง ๓ เส้นนี้ไม่เหลือสภาพของถนนลาดยาง อยู่อีกต่อไป สงสารชาวบ้านมากที่ใช้ถนนทั้ง ๓ เส้นนี้ เพราะว่าชาวบ้านเวลาจะเข้าสู่ตัว จังหวัด ไม่ว่าจะมาจากอำเภอกระนวนก็จะใช้ถนนเส้นตำบลบ้านฝาง ผ่านตำบลหนองโน ผ่านตำบลห้วยโจดผ่านบ้านดงเย็นแล้วก็เข้าสู่ตัวจังหวัดขอนแก่น คนอำเภอน ้าพองก็จะใช้เส้นบ้านวังชัย ตำบลบ้านวังชัยถึงท่าเม่า ตำบลม่วงหวานเข้าสู่ ถนนมิตรภาพ แล้วก็คนอำเภอซำสูงก็จะใช้ถนนอำเภอจากตำบลกระนวนไปคูคำ ไปบ้านโนนไปหนองบัวน้อย จึงขอให้ท่านประธานได้ประสานงานทำหนังสือถึงองค์การ บริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น เรื่องนี้ผมเคยพูดในสภาแห่งนี้หลายครั้ง นอกจากนั้นก็ยังพูดคุย กับท่านนายก อบจ. ขอนแก่นตลอดเวลา ขอให้รีบดำเนินการในการแก้ไข เพราะว่าทีวี ได้ไปถ่ายทำถนนทั้ง ๓ เส้นนี้หลายครั้งออกหลายช่องมากแล้วนะครับ ขอให้ท่านนายก อบจ. ขอนแก่นรีบดำเนินการแก้ไขสงสารพี่น้องประชาชนมากเลยครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ พลตรี ทรงกลด ทิพย์รัตน์ แล้วก็ตามด้วยท่านสฤษฏ์พงษ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพอย่างสูง กระผม พลตรี ทรงกลด ทิพย์รัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังชาติไทย กระผมขอหารือท่านประธานจำนวน ๑ เรื่อง เรื่องที่คณะกรรมาธิการ พิจารณาแล้วเสร็จมีทั้งหมด ๑๑ เรื่อง เป็นเรื่องสำคัญที่สุดและอยู่ในความสนใจของประชาชน ทั่วทั้งประเทศ🔗
โดยเฉพาะรายงาน ผลการศึกษาการขุดคลองไทยและการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ โดยมีความหวังว่า จะมีการอภิปรายก่อนปิดสมัยประชุมนี้ อยากขอความกรุณาเร่งรัดให้มีการอภิปราย ในวันพฤหัสบดีที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๔ ประชาชนทั่วทั้งประเทศรอฟังการอภิปรายครั้งนี้ โดยเฉพาะพี่น้องภาคใต้ การขุดคลองไทยและทำระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้นี้จะสร้างรายได้ใหม่ เข้าประเทศเป็นจำนวนมหาศาล ประเทศไทยปัญหาสำคัญที่สุดไม่ใช่การเมืองนะครับ แต่ปัญหาของประเทศคือไม่มีเงินแล้วเป็นหนี้ ถ้ามีเงินปัญหาประเทศจบทั้งหมดเลยครับ แต่โควิด-๑๙ (COVID-19) ที่เกิดขึ้นจบภายใน ๑ เดือนเท่านั้น ถ้ามีเงิน ผมยกตัวอย่างเช่น ประเทศสิงคโปร์ ประเทศอิสราเอล ประเทศจีน แก้ไขปัญหาเรื่องโควิด-๑๙ (COVID-19) ภายใน ๑ เดือนเท่านั้น ที่พวกเราหารือกันทุกวันเนื่องจากว่าประเทศเราไม่มีเงินครับ ถ้ามีเงินแก้ปัญหาได้หมด ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปเชิญ คุณสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง แล้วตามด้วยคุณคุณากร ปรีชาชนะชัย ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย เขต ๒ ครับ ขอหารือท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากว่าปัญหาพี่น้องประชาชนในขณะนี้มีมากเหลือเกินนะครับ🔗
เรื่องที่ ๑ เกี่ยวกับเรื่องถนนสาย นส ๔๐๐๓ แยกทางหลวง ๔๒๔๓ บ้านดินอุดม ปัจจุบันเป็นบ้านปลายทับใหม่ บ้านนาปู ระยะทาง ๖ กิโลเมตรเศษ ในขณะนี้ ถูกถ่ายโอนไปยัง อบจ. จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่จังหวัดกระบี่ ก็ขอให้ ทางกรมโยธาธิการของกระทรวงมหาดไทยได้ถ่ายโอนให้ถูกต้องไปยังองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดกระบี่ ซึ่งพี่น้องในอำเภอลำทับ หมู่ ๑ หมู่ ๕ หมู่ ๖ ตำบลดินแดง มีผลกระทบ มีประชากรอยู่ประมาณ ๑,๕๐๐ ครัวเรือน ซึ่งท่านนายอำเภอ นพรัตน์ ศรีพรหม แล้วก็ ท่านนายเสริม เขียวเข็ม กำนัน และ สจ. อุทิศ ชนะกุล ร้องเรียนมา🔗
เรื่องที่ ๒ ท่านประธานครับ โป๊ะเทียบเรือที่เกาะจำ เป็นจุดที่ ๒ หมู่ ๓ เกาะศรีบอยา อำเภอเหนือคลอง มีผู้ใหญ่กนกพรรณ ดำรงอ่องตระกูล ซึ่งมีปัญหา ความเดือดร้อนมาก ซึ่งในบริเวณอันนี้เรามีในเรื่องของไฟฟ้า ไม่ว่าจะเป็นเกาะจำก็ดี ไม่ว่าจะเป็นเกาะฮั่ง เกาะปอ เกาะปูหลัง ๑๔ หลัง ก็มีไฟฟ้าของกองทุนในเร็ว ๆ นี้ ซึ่งเราได้ ผลักดันกันมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓🔗
เรื่องสุดท้าย ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านศศิธร กิตติธรกุล นายกสมาคม ธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ได้ฝากมาในเรื่องของกระบี่เปิดแซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) ต่อจากภูเก็ตนั้นก็ขอให้ ศบค. ในส่วนกลางได้จัดสรรวัคซีนให้คนกระบี่ให้ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เพื่อที่จะเปิดดำเนินการในวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๖๔ นี้ขอขอบพระคุณครับ สวัสดีครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านคุณากร ตามด้วยท่านศาสตรา ศรีปาน ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายคุณากร ปรีชาชนะชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย วันนี้นำปัญหาความเดือนร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือกับท่านประธาน อยู่ ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ผมมีโอกาสได้ไปเยี่ยมเยียนพี่น้องเกษตรกรชาวจังหวัดสุรินทร์ ที่ได้รับผลกระทบจากโรคลัมปี สกิน (Lumpy Skin) วันนี้เขาฝากมาทวงถามเรื่องเงินชดเชย เยียวยานะครับ เพราะว่าวันนี้พี่น้องเกษตรกรจังหวัดสุรินทร์เดือดร้อนกว่า ๒๒,๑๖๐ ราย และได้รับผลกระทบจากที่โค กระบือป่วยรักษายังไม่หายอีก ๕๑,๑๗๑ ตัว และโค กระบือ ล้มตายอีก ๓,๖๖๙ ตัว จึงอยากจะฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์เร่งในการจ่ายเยียวยาเงินตัวนี้ให้กับแก่พี่น้องเกษตรกร เพราะว่า ภาระหนี้สินของพี่น้องเกษตรกรเยอะมากครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายแพทย์เก่ง สืบนุการณ์ ผอ. โรงพยาบาลอำเภอสนม สืบเนื่องมาจากสี่แยกปากทางบ้านแคนน้อย ทางหลวง หมายเลข ๒๐๗๙ ตัดกับทางหลวงหมายเลข ๒๓๓๓ อยู่ในพื้นที่ตำบลแคน อำเภอสนม สี่แยกนี้เป็นสี่แยกใหญ่มีพี่น้องประชาชนสัญจรไปมามากมาย ใช้สัญจรไปมาระหว่างอำเภอ ขณะนี้ไม่มีสัญญาณไฟจราจรและป้ายสัญญาณจราจรทำให้พี่น้องประชาชนประสบอุบัติเหตุ ถึงขั้นสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินบ่อยมาก จึงอยากจะฝากท่านประธานไปยังแขวงการทาง กระทรวงคมนาคมให้ติดตั้งสัญญาณไฟจราจรสี่แยกนี้ เพื่อลดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ของพี่น้องประชาชน🔗
เรื่องสุดท้ายครับ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องตำบลหนองเมธี ตำบลบะ ในถนนหนทางทางเชื่อมระหว่างบ้านหนองคูใหญ่ ตำบลหนองเมธีไปถึงบ้านปิง ตำบลบะ อำเภอท่าตูม ถนนเส้นนี้เป็นถนนดินเดิมบางส่วนและบางช่วงเป็นถนนหินคลุก ระยะทาง ประมาณ ๔ กิโลเมตร เป็นถนนเชื่อมต่อพี่น้องสัญจรไปมาลำบาก ก็อยากจะฝาก ท่านประธานไปยังกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ให้พิจารณาจัดสรรงบประมาณ ในการก่อสร้างถนนเส้นนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญคุณศาสตรา ตามด้วยคุณนิติพล ผิวเหมาะ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ เพื่อนสมาชิก ทุกท่านครับ ผม ศาสตรา ศรีปาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดสงขลา ชาวหาดใหญ่ คลองแห คลองอู่ตะเภา พรรคพลังประชารัฐ วันนี้มีเรื่องมาหารือกับ ท่านประธานทั้งสิ้น ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ที่จังหวัดสงขลาเป็นพื้นที่สีแดงเข้ม ชาวบ้านเดือดร้อนครับ เพราะเราล็อกดาวน์ (Lockdown) รัฐบาลก็ไม่อยากให้ประชาชนต้องเสี่ยงกับการติดเชื้อ อันนี้ก็เข้าใจได้ พวกเราก็ทราบดีว่าวันนี้ทางรอดของพวกเราก็คือวัคซีน ผมได้ประชุม ร่วมกับทางจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัด สสจ. จังหวัด ก็ได้รับการรายงานว่าเดือนกรกฎาคม ปี ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา เราจะได้รับวัคซีนทั้งสิ้น ๒๕๐,๐๐๐ โดส แต่ก็มาไม่ตรงตามเป้า ที่รายงานไว้ และในเดือนหน้าเดือนกันยายนก็ได้รับการรายงานว่าจะได้วัคซีน ๖๐๐,๐๐๐ โดส ชาวบ้านก็ไม่สบายใจครับ กลัวว่าจะไม่ได้รับวัคซีนตรงตามเป้าอีก นั่นหมายความว่าถ้าจังหวัดสงขลาไม่ได้รับวัคซีน ๑ ล้านคน หรือ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ของจำนวนประชากรก็ยังเปิดจังหวัดไม่ได้ หรือจะต้องเลื่อนการคลายล็อกดาวน์ (Lockdown) ออกไปอีกครับท่านประธาน ร้านค้า ร้านอาหาร ไกด์ (Guide) โรงแรม นักดนตรีทุกอาชีพในจังหวัดสงขลาวันนี้กระทบหมดครับ ทุกวันนี้วัยรุ่นไทยเขาฟังเพลงอะไร รู้ไหมครับท่านประธาน ๒๔๐ ล้านวิว ชื่อเพลงว่า ทน ครับ ท่อนฮุกเขาบอกว่าพี่ไม่มีหลุยส์ วิคตอง มีแต่หนี้ก้อนโต นวลน้องต้องน ้าตานองเพราะต้องช่วยพี่ออกค่าคอนโดครับ นี่รักนะครับเลยมาบอก ก็อยากจะฝากท่านประธานไปถึงนายกรัฐมนตรี ศบค. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้จัดสรรวัคซีนให้ตรงตามที่กำหนดไว้ รวมถึงทุกจังหวัดในประเทศ ไทยด้วยครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งที่ตำบลคลองแหเรามีตลาดน ้าขึ้นกับกรมเจ้าท่า วันนี้ปิดครับ แล้วก็ตอนนี้เดือดร้อนเพราะสกปรกแล้วก็ตื้นเขิน ไม่มีคนเข้ามาดูแลกว่า ๑๐ ปี ตั้งแต่ ปี ๒๕๔๕ ก็ขอให้กรมเจ้าท่าเข้ามาขุดลอกคูคลองให้กับพี่น้องประชาชนชาวคลองแห ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญคุณนิติพล ตามด้วยคุณยศวัฒน์ มาไพศาลสิน นะครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมมีเรื่องเร่งด่วนที่สุดของคน ไม่ต ่ากว่า ๓ ล้านคน เพียงเรื่องเดียวครับถึงท่านประธาน ขอคลิป (Clip) ด้วยครับ🔗
ขอให้ทุกคนดูที่คลิป (Clip) นี้ เลยครับ ผมถามทุกคนที่ฟังอยู่นะครับว่าคุณกลัวโควิด (COVID) ไหม ถ้าคุณกลัว สัตว์ก็กลัวเหมือนที่คุณกลัวนั่นล่ะครับ ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) โรคระบาดอุบัติใหม่ในสัตว์ ไม่ต่างอะไรกับโควิด (COVID) ในคน ต้นตอของปัญหาลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เกิดขึ้น ในไทยครับ จากการที่ไม่ควบคุมโรคเหมือนกับโควิด (COVID) ไม่มีผิด จนตอนนี้เชื้อกระจายไปเกือบ ทั่วประเทศแล้ว ผมขอเตือนพี่น้องภาคใต้นะครับ อีกไม่นานโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) จะไปถึงหน้าบ้านท่านแล้ว ทุกวันนี้พี่น้องเกษตรกรต้องช่วยกันตามมีตามเกิด หลายคน บอกกับผมว่าอดคิดไม่ได้เลยว่าการที่ไม่เร่งควบคุมโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เพราะรัฐมนตรีได้ประโยชน์จากการขายวัคซีนเสียเอง ข้อมูลจากกรมปศุสัตว์เมื่อวันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๔ ๑๐ ล้านตัว คือตัวเลขของวัวควายในประเทศไทยเกือบ ๖๐๐,๐๐๐ ตัวป่วย เป็นตายเท่ากันครับ เกือบ ๕๐,๐๐๐ ตัว ตายฝังซากไปเรียบร้อยแล้ว เสียหายไปกว่า ๑,๕๐๐ ล้านบาท และยังเสียโอกาสในการส่งออกโคเนื้ออีกไม่ต ่ากว่า เดือนละ ๑,๒๐๐ ล้านบาท รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และนายกรัฐมนตรี ทั้ง ๓ คนนี้ คือคนที่ทำให้พี่น้องเกษตรกร ที่เลี้ยงสัตว์ ๓ ล้านกว่าคนเสียหาย ทั้ง ๓ คนนี้ คือคนที่ทำให้คนไทยกว่า ๖๖ ล้านคน มีความเสี่ยงในการกินเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากปศุสัตว์ ผมขอให้ท่านประธานส่งปัญหานี้ ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งนำเข้าวัคซีนป้องกันลัมปีสกิน (Lumpy Skin) โดยด่วน เพราะเงินก็มีแล้วตั้ง ๖๘๔ ล้านบาท และขอย ้านะครับ ต้องเป็นวัคซีนเกรดที่ดีที่สุด ไม่ใช่วัคซีนเกรด ๒ เกรด ๓ จากบริษัทที่เพิ่งถูกเทกโอเวอร์ (Take over) ที่วิจัยกันเอง รับรองกันเอง แล้วเอาวัคซีนมาฉีดให้กับวัวควายของพี่น้องประชาชน อย่าปล่อยให้ชาวบ้าน ตาดำ ๆ กัดก้อนเกลือกิน เพราะต้องดิ้นรนหาเงินไปซื้อวัคซีนมาฉีดกันตายทั้งคนและสัตว์ เหมือนเช่นทุกวันนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณยศวัฒน์ ตามด้วยนางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ อำเภอท่ามะกา อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี วันนี้ตามที่พวกเราได้ทราบกันว่าปัญหาที่สำคัญที่สุด ของทั่วโลกโดยเฉพาะของบ้านเรานะครับ ก็คือเรื่องของการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-๑๙ (Virus COVID-19) ซึ่งทำให้ส่งผลกระทบมากมาย โดยเฉพาะในเขตบ้านผม จังหวัดกาญจนบุรี เป็นพื้นที่สีแดงเข้มซึ่งอยู่ ๑ ใน ๒๙ จังหวัด จนทำให้ส่งผลกระทบกับผู้ยากจน ถามว่าส่งผลกระทบอย่างไร รัฐบาลมีโครงการเยียวยาต่าง ๆ ออกมามากมาย แต่ผู้ที่ยากจน และผู้ด้อยโอกาสนั้นไม่สามารถที่จะเข้าถึงแอปพลิเคชัน (Application) ของรัฐบาลได้ เพราะฉะนั้นผมจึงฝากท่านประธานสภาไปยังรัฐบาลว่าให้ช่วยแก้ไขในจุดนี้ เรามีฝ่ายปกครอง เรามีงานทะเบียนราษฎร์ให้ส่งเงินเยียวยาไปให้คนที่ด้อยโอกาสเหล่านี้โดยตรงครับ รวมถึงค่าน ้าและค่าไฟฟ้าที่เป็นโครงการบรรเทาทุกข์ของรัฐบาลที่จะมีขึ้นและจะหมด ในเดือนสิงหาคมนี้ก็คือเดือนกรกฎาคมและเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ก็ขออนุญาตให้ขยาย ออกไปเพื่อพี่น้องประชาชนที่ขาดการทำมาหากินนะครับ🔗
แล้วก็เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องการเสียหายของคลองส่งน ้า ซึ่งขึ้นกับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในพื้นที่ตำบลหนองโรง อำเภอพนมทวน พื้นที่ตรงนี้ เป็นพื้นที่การเกษตร แล้วก็ปีนี้นอกจากนาปรังที่ผ่านมายังไม่ได้รับน ้าเพียงพอในการทำนา แล้วตอนนี้นาปีในส่วนของฤดูทำนานั้นจะรอฝนฟ้าคงรอไม่ได้ และมาเจอกับปัญหาที่ คลองส่งน ้านั้นชำรุดเสียหายพัง จนทำให้พ่อแม่พี่น้องนั้นเกิดความยากลำบากต่อการทำกิน ผมได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านและลงพื้นที่จริง ๆ ขอให้ท่านประธานสภาส่งเรื่องนี้ ไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อที่จะแก้ไขด่วน โควิด (COVID) มันก็หนักพอแล้ว ขอให้พ่อแม่พี่น้องชาวนาของเรานั้นได้มีโอกาสทำนา🔗
แล้วสุดท้ายครับ ตามที่ผมได้เคยร้องเรียนมาเมืองกาญจน์เป็นเมือง ที่ตกขบวนอยู่ตลอด เป็นเมืองที่จำเป็นที่จะต้องได้รับวัคซีนให้ได้เร็วที่สุด ต้องกราบ ท่านประธานไปยัง ศบค. ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณธีรรัตน์ ตามด้วยนายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอหารือสภาผู้แทนราษฎรดังนี้ค่ะ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-๑๙ (Virus COVID-19) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ดิฉันได้ทราบว่าขณะนี้ มีพนักงานฝ่ายรักษาความสะอาดติดเชื้อโควิด (COVID) หลายราย ไม่มีผู้ปฏิบัติหน้าที่ เกิดปัญหาขยะล้นถังเป็นจำนวนมากด้วยสาเหตุนี้อาจนำมาซึ่งปัญหาด้านสาธารณสุข การแพร่ระบาดของเชื้อโรค เนื่องจากขณะนี้มีการรักษาตัวผู้ป่วยติดเชื้อโควิด (COVID) ด้วย ระบบโฮมไอโซเลชัน (Home Isolation) ที่ให้พี่น้องที่ติดเชื้อรักษาตนเองที่บ้านอาจมีการ ปะปนของขยะติดเชื้อได้ ดิฉันจึงขอประสานให้กรุงเทพมหานครให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ได้ดูแลพนักงานฝ่ายรักษาความสะอาดให้ปลอดภัย กทม. ต้องจัดเตรียมอุปกรณ์ป้องกันตนเอง ให้พนักงานอย่างเพียงพอ และเพิ่มจำนวนพนักงานเพื่อทดแทนผู้ที่ติดเชื้อให้สามารถทำงาน ด้านการรักษาความสะอาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคที่ อาจเกิดมากขึ้นได้ค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ค่ะท่านประธาน ปัญหาด้านแรงงานต่างด้าวที่ยังไม่ได้รับการตรวจ เชื้อโควิด (COVID) อาจเป็นสาเหตุที่จะเกิดระบาดคลัสเตอร์ (Cluster) ใหญ่ในกรุงเทพมหานคร เกิดขึ้นอีกนะคะ ตอนนี้ต้องเพิ่มจุดตรวจเชื้อโดยอนุโลมให้แรงงานต่างด้าวสามารถที่จะ เข้ารับการตรวจได้ค่ะ🔗
เรื่องสุดท้ายค่ะท่านประธาน ดิฉันและนางสาวจิราพรได้เป็นตัวแทนของ พรรคเพื่อไทยรับหนังสือจากกลุ่มแฮร์แชร์ช่างทำผมเสริมสวยไทยค่ะ ซึ่งก่อนหน้านี้ ก็มีกลุ่มแท็กซี่ กลุ่มพี่น้องร้านสปา กลุ่มร้านค้ารายย่อยต่าง ๆ ได้ให้พรรคเพื่อไทย เป็นตัวแทนในการเรียกร้องให้รัฐและ ศบค. ได้ออกมาตรการในการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน พี่น้องช่างตัดผมเหล่านี้ต้องการเพียงแค่ให้เปิดร้านได้ค่ะ เพื่อที่เขาจะมีรายได้และสามารถ ที่จะเลี้ยงตนเองต่อไป ดิฉันต้องให้รัฐบาลรวมถึง ศบค. ได้เร่งดำเนินการด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณทวิรัฐ ตามด้วยนายภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ เชิญครับ เจ้าหน้าที่ดูไมโครโฟน ด้วยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมขออนุญาตหารือกับท่านประธานนะครับ โดยเป็นการส่งข้อเรียกร้องของพี่น้องประชาชนผ่านไปยังรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง วันนี้ผมอยากจะขอให้ทางรัฐบาลช่วยพิจารณาในการใช้งบกลาง ซึ่งทางสภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาเห็นชอบผ่านงบไปให้นั้นไปใช้ในการแก้ปัญหาโควิด (COVID) ๓ เรื่องด้วยกันนะครับ🔗
เรื่องแรก ก็คือในเรื่องของวัคซีน รัฐบาลต้องเร่งจัดหาวัคซีนที่มีคุณภาพ และมีปริมาณที่มากพอสำหรับพี่น้องประชาชนทุกคน ทุกกลุ่ม และที่สำคัญที่สุดต้องกระจาย วัคซีนเหล่านั้นไปยังจังหวัดต่าง ๆ อย่างทั่วถึงและเป็นธรรม และต้องรีบฉีดวัคซีนเข็มที่ ๑ ให้กับพี่น้องประชาชนโดยเร็วที่สุด🔗
เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน คือเรื่องของการคัดกรองและการรักษา ในขณะที่พี่น้องประชาชนยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนเข็มที่ ๑ สิ่งที่รัฐบาลต้องทำเพื่อที่จะ ป้องกันการสูญเสียและลดความรุนแรงของโรคโควิด (COVID) นั้น คือรัฐบาลต้องเร่งผลิตยา ฟ้าทะลายโจรแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนทุกคน และที่สำคัญก็คือต้องรีบจัดหา ชุดตรวจหาเชื้อเอทีเค (ATK) แจกให้กับพี่น้องประชาชนทุกคน เพื่อที่พี่น้องประชาชน จะได้สามารถตรวจหาเชื้อคัดกรองได้ด้วยตัวเองนะครับ ตรงนี้จะเป็นการลดภาระของแพทย์ แล้วก็จะเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของโรคได้ดี🔗
เรื่องที่ ๓ ครับท่านประธานคือเรื่องของเงินเยียวยา ในขณะนี้พี่น้องประชาชน หลายคนลำบาก หลายคนสูญเสียงาน สูญเสียรายได้ ไม่มีงาน ไม่มีเงินครับท่านประธาน รัฐบาลต้องจ่ายเงินเยียวยาให้กับพี่น้องประชาชนทุกคน ผมขอเน้นว่าทุกคนนะครับ เพราะว่า พี่น้องประชาชนหลายคนไม่สามารถที่จะลงทะเบียนรับเงินเยียวยาได้ และที่สำคัญที่สุด คือผมอยากจะขอฝาก ขอเสนอไปถึงรัฐบาลในเรื่องของเงินเบี้ยเลี้ยงของบุคลากร ทางการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็นคุณหมอ พยาบาล แพทย์ อสม. อาสากู้ชีพกู้ภัยทุกคนนะครับ พวกเขาทำงานหนัก ต่อสู้กับโควิด (COVID) มาเกือบ ๒ ปี สิ่งนี้พวกเขาควรที่จะได้รับเงินเยียวยา เพื่อที่จะเป็นขวัญและกำลังใจในการทำงานต่อไป กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านภณณัฏฐ์ ตามด้วยท่านวุฒิพงษ์ นามบุตร นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ ผู้แทนราษฎรของพี่น้อง ประชาชนจังหวัดนนทบุรี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตนำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน มากราบเรียนท่านผ่านสภาถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ผมได้รับการประสานงานจาก ท่านสัมฤทธิ์ ด้วงโสน นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลไทรน้อย เรื่องขอให้ติดตั้งไฟสัญญาณจราจรบนถนนทางหลวง ๓๒๑๕ บางกรวย-ไทรน้อย พิกัดจุดตัดทางเข้าอำเภอ เนื่องจากถนนสายดังกล่าวนั้น การจราจรเริ่มหนาแน่นประกอบกับเริ่มกลายเป็นชุมชนเมืองและมีสถานที่ราชการมากมาย ตลอดจนมีห้างสรรพสินค้าเกิดขึ้น จุดตัดดังกล่าวนั้นมีอุบัติเหตุบ่อยครั้งทำให้พี่น้องประชาชน ประสบอุบัติเหตุเสียหายทั้งทรัพย์สินและชีวิต อยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยกรมทางหลวงมาออกแบบเพื่อติดตั้งไฟสัญญาณจราจรดังกล่าว🔗
เรื่องที่ ๒ อยากให้กรมชลประทานโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขุดลอกคลองบริเวณภาคกลางตอนล่าง ฝั่งแม่น ้าเจ้าพระยาตะวันตกประกอบไปด้วยจังหวัด พระนครศรีอยุธยา จังหวัดปทุมธานี จังหวัดนนทบุรี จังหวัดนครปฐม และกรุงเทพมหานคร โดยในคลองหลักที่เชื่อมต่อซ้ายขวาระหว่างแม่น ้าเจ้าพระยา ประกอบไปด้วยคลองพระยา บันลือ คลองพระพิมล คลองภาษีเจริญ และคลองมหาสวัสดิ์ ตลอดจนคลองสาขาทั้งซ้ายและ ขวาที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมชลประทาน อาทิเช่น คลองหม่อมเจ้าทวีวัฒนา คลองขุนศรี คลองลากค้อนและคลองต่าง ๆ เพื่อที่จะช่วยระบายน ้าในฤดูหน้าฝนและฤดู น ้าหลาก และที่สำคัญเวลาฤดูแล้งจะได้เพิ่มพื้นที่เก็บกักน ้าให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรได้ประกอบสัมมาอาชีพโดยมั่นคงต่อไป กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณวุฒิพงษ์ ตามด้วยท่านสุเทพ อู่อ้น นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ขอหารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนและหน่วยงาน ๓ เรื่องนะครับ🔗
เรื่องที่ ๑ เป็นการปรับปรุงซ่อมแซมอาคารสำนักงานเกษตรอำเภอ และบ้านพักสำนักงานเกษตรอำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี เนื่องจากสร้างมานาน แล้วก็เป็นที่ใช้บริการของพี่น้องประชาชนที่มารับการบริการมากมาย ตอนนี้พังชำรุด ทรุดโทรม เสียหาย จึงอยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือกรมส่งเสริมการเกษตร สังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้เร่งจัดสรรงบประมาณซ่อมแซมอาคารสำนักงาน และบ้านพักเจ้าหน้าที่ดังกล่าวด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นการก่อสร้างอาคารเรียน ๓๑๘ ล/๕๕ ก โรงเรียนเขื่องใน (เจริญราษฎร์) อำเภอเขื่องใน เนื่องจากโรงเรียนแห่งนี้มีมติจากคณะกรรมการครู ผู้ปกครอง และผมเป็นประธานคณะกรรมการสถานศึกษานะครับ มีนักเรียนเกือบ ๒,๐๐๐ คน ยังมีอาคารเรียนไม่เพียงพอ แล้วช่วงนี้ประสบปัญหาวิกฤติโควิด (COVID) เรียนออนไลน์ (Online) เรียนที่โรงเรียนหรือมีอะไรอีกหลาย ๆ นะครับ จึงอยากฝาก สพฐ. สำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดสรรงบประมาณ แล้วก็เร่งก่อสร้างอาคารเรียนดังกล่าวเพื่อประโยชน์ของลูกหลาน นักเรียนในเขตพื้นที่ อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานีนะครับ🔗
และเรื่องสุดท้ายครับ เรื่องที่ ๓ ตอนนี้กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ก็ได้จัดสรรงบกลางไปสู่งบท้องถิ่นเพื่อที่จะสร้างถนนหนทาง ไฟฟ้า ประปา ได้เยอะแล้วครับ อบจ. เทศบาล อบต. ต้องขอบคุณด้วย แต่ว่าในส่วนของงบซ่อมแซมปรับปรุงอาคารเรียน และอาคารเรียนประกอบในเขตพื้นที่ สพป.อบ. ๑ คือเขตสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาอุบลราชธานี เขต ๑ ยังไม่ได้รับการจัดสรรเท่าที่ควร จึงอยากเร่ง สพฐ. สังกัดกระทรวงศึกษาธิการได้จัดสรรงบมาพัฒนาปรับปรุงซ่อมแซมอาคารเรียนในเขตพื้นที่ ดังกล่าวด้วย ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุเทพ อู่อ้น ตามด้วยท่านวัชรพล โตมรศักดิ์ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วนปีกแรงงาน คนนนทบุรี มีเรื่องหารือไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ศบค. เสียงคร ่าครวญของพี่น้องแรงงานว่า ไม่มีจะกิน หนี้สินรุงรัง ทำมาหากินไม่ได้ วัคซีนที่รอคอยก็ยังไม่ได้มา ไม่ทราบว่ารัฐบาล ได้ยินเสียงนี้บ้างหรือไม่ การระบาดโควิด (COVID) ที่ยังรุนแรง พี่น้องแรงงานรอกันมาข้ามปีอย่างยาวนาน ผลกระทบถ้วนหน้าต่อชีวิตผู้ใช้แรงงาน โดยเฉพาะพี่น้องแรงงานภาคบริการที่ขับมอเตอร์ไซค์วิน แท็กซี่ คนขับ ๖ ล้อ รถแบกโฮ (Backhoe) ตอนนี้รายได้ไม่มีแถมยังจะโดนยึดรถ ยึดที่ทำมาหากินอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้รีบแก้ไข โดยด่วน มิฉะนั้นจะตายกันหมดแล้วนะครับ🔗
และเรื่องที่ ๒ ไปยังศูนย์ ศบค. กระทรวงแรงงาน สำนักงานประกันสังคม ประเด็นที่มีการเยียวยา มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๐ ใช้มาตรฐานอะไรในการเยียวยา กลุ่มหนึ่งได้ ๒,๕๐๐ บาท อีกกลุ่มได้ ๕,๐๐๐ บาท แล้วเป็นแบบนี้มาโดยตลอดกับระบบ การเยียวยาใช้เหตุผลอะไร ตรรกะอะไร คนเหมือนกันแล้วทำไมถึงได้ต่างกัน และโดยเฉพาะ กิจการ ๙ ประเภทที่ได้และยกเว้นกิจการหมวดซี (C) คือโรงงานภาคการผลิตซึ่งเป็นคน ส่วนใหญ่ของผู้ประกันตนและคนแรงงาน นายจ้าง ลูกจ้าง ๑๓ จังหวัด ถามว่าทำไมได้ ๒ เดือน แล้วอีก ๑๖ จังหวัด ทำไมได้แค่ ๑ เดือน ในการเยียวยา แรงงานข้ามชาติก็ไม่ได้รับ การดูแล หนำซ ้าการเปิดรับสมัคร ม. ๔๐ ยังไม่ทั่วถึง พี่น้องที่อยู่ภาคบริการขับรถสองแถว ท่องเที่ยวต่าง ๆ ยังไม่ได้รับบริการ แรงงานได้รับการดูแลที่ตกหล่นรีบดำเนินแก้ไขโดยด่วนครับ🔗
จบหรือยังครับ จบแล้วนะครับ ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวัชรพล โตมรศักดิ์ ตามด้วยท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วัชรพล โตมรศักดิ์ โคราช พรรคชาติพัฒนา ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๑ เรื่องครับ ที่จะส่งต่อไปยังท่านนายกรัฐมนตรีและ ครม. สืบเนื่องจากสถานการณ์วิกฤติ โควิด-๑๙ (COVID-19) ที่เริ่มแพร่ระบาดในประเทศไทยตั้งแต่วันที่ ๑๓ มกราคม ปี ๒๕๖๓ และในขณะนี้ผ่านมาเป็นระยะเวลาเกือบ ๒๐ เดือน ทำให้มีผู้ติดเชื้อในประเทศถึง ๑,๐๙๒,๐๐๐ กว่าคน เฉกเช่นเดียวกันในจังหวัดนครราชสีมาของกระผมครับ รายงานสถานการณ์เมื่อวานนี้มีผู้ติดเชื้อทั้งสิ้น ๑๘,๐๓๗ ราย มีผู้เสียชีวิต ๑๒๓ คน ถือว่าเป็น ๑ ใน ๑๐ ของประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ในวันนี้สถานการณ์ผ่านมา เป็นระยะเวลายาวนานเกิดผลกระทบในเรื่องของเศรษฐกิจ รายได้ของพี่น้องประชาชน สถานที่ประกอบการต่าง ๆ ปิดตัวลง ท่านประธานคงทราบดีนะครับว่าโคราชมีโรงแรม เก่าแก่โรงแรมหนึ่งถึงขนาดประกาศขายกิจการ เพราะฉะนั้นจึงได้มีภาคเอกชน ๕ สถาบัน ในจังหวัดนครราชสีมาได้ทำเรื่องร้องเรียนให้นักการเมืองโคราชเร่งแก้ไขปัญหาผลกระทบ ด้านเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนชาวโคราช ผ่านผมไปถึง ส.ส.ทั้ง ๑๔ ท่าน รวมไปถึงท่านรัฐมนตรีและสมาชิกวุฒิสภา🔗
ในข้อเรียกร้องของ ๕ สถาบัน ซึ่งประกอบไปด้วยหอการค้าจังหวัดนครราชสีมา โดย นายศักดิ์ชัย ผลพานิชย์ สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดนครราชสีมา โดย ด็อกเตอร์วัชรี ปรัชญานุสรณ์ ๓. สมาพันธ์ เอสเอ็มอี (SMEs) จังหวัดนครราชสีมา โดย นางสาวสุรีวัลย์ จันทร์ประทักษ์ ๔. เครือข่ายบิสคลับ (Biz Club) นครราชสีมา โดยท่านประธานคณะกรรมการ นางสมลักษณ์ ศรีสุวรรณ และ ๕ ชมรมผู้ประกอบการร้านอาหารจังหวัดนครราชสีมา โดย นายจีระศักดิ์ คาระวิวัฒนา ใน ๔ ข้อครับท่านประธาน สั้น ๆ ๑. ก็คือขอให้เร่งรัดในการ ฉีดวัคซีนให้คนในจังหวัดครบ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ๒. ขอให้ใช้การจัดหาชุดตรวจโควิด (COVID) แอนติเจนเทสต์ (Antigen Test) หรือ เอทีเค (ATK) ให้ทั่วถึง ๓. เข้าถึงแหล่งเงินทุน ผู้ประกอบการไมโครเอสเอ็มอี (Micro SMEs) และเอสเอ็มอี (SMEs) ๔. ขยายเวลาระยะการ ลงทะเบียนผู้ประกันตนตามมาตรา ๔๐ ของประกันสังคม นอกเหนือจากนั้นยังมีโครงการ โคราชบิสคลับ (Korat Biz Club) หรือโคราชกรีนคลับ (Korat Green Club) กรีนบ็อก (Green Box) ซึ่งผมขออนุญาตนำเสนอท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรีครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ ครับ ขออนุญาตชี้แจงนิดหนึ่งกรณีท่านชวลิตท่านไม่ได้มีชื่อ ในโพยผู้ปรึกษาหารือนะครับ แต่ว่าบังเอิญมีท่าน ส.ส. ของพรรคร่วมฝ่ายค้านท่านสละสิทธิ ท่านหนึ่ง พอท่านชวลิตได้ยื่นจดหมายมาเพื่อที่ขอประธานปรึกษาหารือผมก็เลยได้จับแทรกเข้าตรงนี้ เลยนะครับ เชิญท่านชวลิตครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย กราบขอบพระคุณท่านประธานที่กรุณาให้โอกาส ความจริงแล้วผมตั้งใจจะขอปรึกษาหารือ การปฏิบัติตามข้อบังคับของสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๑๐๕ ก่อนที่จะเข้าระเบียบวาระการประชุม เมื่อท่านประธานได้กรุณาอนุญาตผมขอหารือท่านประธานเรื่องการปฏิบัติตามข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๑๐๕ ซึ่งท่านประธานได้ให้ความสำคัญให้ส่วนราชการ และ ครม. ที่จะปฏิบัติการตามข้อสังเกตรายงานตามมติสภาผู้แทนราษฎรภายใน ๖๐ วัน นับแต่วันที่ประธานส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการให้ภาคส่วนที่เกี่ยวข้องปฏิบัติ ตามข้อสังเกต เนื่องจากขณะนี้ประชาชนให้ความสนใจกับงานของกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญยิ่งในการให้ความเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชน จึงขออนุญาตที่จะ กราบเรียนว่าสภาผู้แทนราษฎรในคราวประชุมเมื่อวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๓ ได้มีมติ เป็นเอกฉันท์เห็นชอบกับรายงานของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ในเรื่องการทบทวนกระบวนการพิจารณาคำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการ ซึ่งมีหลักการถ่วงดุลระหว่างพนักงานอัยการ ฝ่ายปกครอง ตำรวจ พนักงานสอบสวน ซึ่งหลักการดังกล่าวได้ถูกเปลี่ยนไปหลังจากมีคำสั่ง คสช. ที่ ๑๑๕/๒๕๕๗ ได้ไปแก้ไขเพิ่มเติม ป. วิ อาญา มาตรา ๑๔๕/๑ ตัดอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดออกไป บัดนี้สภาผู้แทนราษฎร ได้มีมติให้ผู้ว่าราชการจังหวัดกลับมามีอำนาจถ่วงดุลการฟ้องในคดีอาญาตามเดิม โดยสภาได้มีมติเป็นเอกฉันท์ดังกล่าว แต่เวลาได้ผ่านล่วงเลยมา ๑ ปี ๕ เดือน กระผม ซึ่งติดตามเรื่องนี้มาตลอด เพราะเห็นว่างานของกระบวนการยุติธรรมเป็นกระบวนการสำคัญ ในการให้ความเป็นธรรมกับประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ความเป็นธรรมถ้ามาช้า หรือมาไม่ทันการณ์ก็เท่ากับไม่เป็นธรรม คนที่เดือดร้อนก็คือพี่น้องประชาชน จึงหารือ ท่านประธานว่าจะมีมาตรการใดในการติดตามส่วนราชการและฝ่ายบริหาร โดยเฉพาะ ฝ่ายกฎหมายของรัฐบาลที่จะดำเนินการในเรื่องนี้ให้ทันกับการดูแลพี่น้องประชาชนของเรา ซึ่งขณะนี้ให้ความสำคัญกับกระบวนการยุติธรรมเป็นอย่างยิ่ง ขอหารือท่านประธานครับ🔗
เรียนท่าน สมาชิกครับ ต่อข้อหารือของท่านชวลิตเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการของสภาเรา เท่าที่แนวปฏิบัติที่ผ่านมาก็อย่างที่ท่านชวลิตได้แจ้งให้ทราบตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๕ วรรคสี่ ซึ่งทางสภาผู้แทนราษฎรเราก็ได้รับการรายงานจากหน่วยงานที่ปฏิบัติส่งแจ้งกลับมาว่า ได้ดำเนินการตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการแล้วอย่างไร ทางสภาก็จะนำเอารายงาน ตัวนั้นมาแจ้งต่อที่ประชุมให้ได้รับทราบ ในระเบียบวาระเรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ ประชุมทราบนะครับ แต่ก็อย่างที่ท่านชวลิตได้เรียนให้ทราบว่ามีข้อสังเกตจาก คณะกรรมาธิการบางคณะที่ได้ส่งไปถึงทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว แต่ก็ยังไม่มีคำตอบ แจ้งมาว่าได้ดำเนินการอย่างไรแล้ว ซึ่งตรงนี้ผมเองก็เคยหารือท่านประธานชวน หลีกภัย ซึ่งทางสภาเราก็มีมาตรการในการทำหนังสือติดตามไปเป็นระยะ ๆ อันนี้เรียนให้ทราบ ซึ่งเราก็ไม่ได้มีมาตรการทางกฎหมายที่จะไปเอาผิดหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างไร บางที ก็อาจจะอยู่ในระหว่างการรวบรวมข้อมูลหรือเกี่ยวข้องกับหน่วยงานหลาย ๆ หน่วยงาน อะไรทำนองนี้เลยทำให้การรายงานล่าช้า ----------------------------------------------------------– แต่ยังไงก็ตามนะครับ ก็รับปากท่านชวลิตว่าผมจะได้ทำเรื่องนี้หารือท่านประธานสภาในการ ที่จะเร่งรัดติดตามให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงมาว่าได้ดำเนินการตามข้อสังเกตนี้ อย่างไรบ้างแล้วนะครับ เชิญท่านชวลิตครับ🔗
ขออนุญาตอีกนิดเดียวครับท่านประธาน เนื่องจากเรื่องงานของกระบวนการยุติธรรมเป็นเรื่องสำคัญในการให้ความเป็นธรรมกับ พี่น้องประชาชน ผมขอความกรุณาท่านประธานได้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิดอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าขณะนี้พี่น้องประชาชนให้ความสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก และที่สำคัญจริง ๆ ก็คือว่า ความเป็นธรรมนั้นถ้ามาล่าช้าก็เท่ากับไม่ให้ความเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชนของเรา นะครับ ขออนุญาตขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ต่อไปเป็นระเบียบวาระที่ ๑ ต่อไปก็จะเรียนท่านสมาชิกครับว่าก่อนที่จะ มีการถามตอบกระทู้ตามระเบียบวาระกะทู้ถาม ผมขอเรียนให้ที่ประชุมได้ทราบว่าสำหรับ การพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะนั้นได้ดำเนินการถามและตอบในห้องกระทู้ถาม แยกเฉพาะนะครับ ห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะก็อยู่บริเวณชั้น ๑ อาคารรัฐสภาของพวกเรา ควบคู่ไปกับการพิจารณากระทู้ถามสดด้วยวาจาและกระทู้ถามทั่วไป ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป นะครับ ซึ่งห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะนั้นท่านประธานชวน หลีกภัย ได้เป็นประธานในห้อง ประชุมถามแยกเฉพาะนะครับ ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่เราจะเข้าสู่กระทู้ถามสดด้วยวาจา ผมขอเรียนแจ้งท่านสมาชิกได้ทราบว่าขอเชิญท่านสมาชิกทุกท่านเข้ารับการบริการฉีดวัคซีน ไข้หวัดใหญ่ (๔ สายพันธุ์) ได้ที่สำนักบริการทางการแพทย์ประจำรัฐสภา บริเวณชั้น ๒ อาคารรัฐสภาโซนซี (C) ในวันที่ ๒๕-๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๔ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา ถึง ๑๕.๐๐ นาฬิกา เป็นต้นไป จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบและก็เชิญชวนท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรเราได้ไปฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ (๔ สายพันธุ์) นะครับ🔗
ท่านสมาชิก ขณะนี้มีท่านสมาชิกมาลงชื่อมาประชุมจำนวน ๓๓๒ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอ เปิดการประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระครับ ต่อไปผมจะขอเข้าสู่ระเบียบ วาระกระทู้ถามนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
๑.๑. กระทู้ถามสด🔗
๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๑๓๔ (นายรังสรรค์ มณีรัตน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรสหกรณ์ มอบหมายให้ นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ตอบ🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถาม เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ตอบ กระทู้ถามแทน แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ติดภารกิจสำคัญ จึงมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ติดภารกิจสำคัญ จึงขอเลื่อน การตอบกระทู้ถามเรื่องนี้ออกไปก่อนนะครับ หากนายรังสรรค์ มณีรัตน์ ยังคงประสงค์ ที่จะตั้งเป็นกระทู้ถามสดด้วยวาจาอยู่ ก็ให้เสนอใหม่เพื่อพิจารณาในคราวถัดไปนะครับ ท่านรังสรรค์เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม รังสรรค์ มณี รัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน พรรคเพื่อไทย ปัญหาของพี่น้องเกษตร ผู้ปลูกลำไยผ่านมาหลายเดือนนะครับ เรื่องนี้ทางผมได้หารือไปหลายรอบ🔗
นิดหนึ่ง ท่านรังสรรค์ก็เอาสรุป ๆ สั้น ๆ นะครับ เพราะว่ารัฐมนตรีขอเลื่อนไป🔗
สรุปสั้น ๆ ครับ ท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีไม่ให้ความสนใจในปัญหาของพี่น้องเกษตรกร ผู้ปลูกลำไยในภาคเหนือครับ ท่านเห็นข่าวครับ ท่านเดินทางไปจังหวัดลำพูนจริงครับ แต่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาอะไรได้เลย พอเกษตรกรภาคเหนือทราบว่าผมจะตั้งกระทู้ถาม ท่านนายกรัฐมนตรี เกษตรกรได้ส่งข้อมูลให้ผมมากมายเป็นเรื่องราวความเจ็บปวดเป็นน ้าตา ของเขาครับท่านประธาน วันนี้ราคาลำไยเบอร์เอ (A) เหลือแค่ ๓ บาท ค่าแรง ๒.๕๐-๓ บาทแล้ว เขา ตกเป็นหนี้เป็นสิน ธ.ก.ส. จะเอาอันไหนไปจ่าย ค่าปุ๋ย ค่ายา จะเอาไหนไปจ่าย เดี๋ยวค่าขนมลูก ค่าเทอมลูกถ้าเปิดเทอมจะเอาอันไหนไปจ่าย ปัญหาเหล่านี้มีมานานหลายปีครับ ปีที่แล้ว ก็เหมือนแบบนี้ละครับ แต่ก็แก้ไขไม่ได้ ปีนี้หนักกว่าปีที่แล้วนะครับ ปีที่แล้วแค่ราคาตกต ่า ปีนี้ทั้งราคาตกต ่าแล้วก็ไม่มีล้งรับซื้อ แต่ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ ทั้งหลายไม่เคยให้ความสนใจ ไปครับ ไปจริงครับ แต่ไปทำอะไรไม่ได้ จะไปทำไม ผมเชิญไป พื้นที่ผมที่มีลำไยปลูกมากที่สุดก็ไม่ไป วันนี้ผมจึงมีหนังสือของพี่น้องเกษตรกรสภาอาชีพ เกษตรกรภาคเหนือ ๘ จังหวัด ฝากท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์ จันทร์โอชา และถึงท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน ในฐานะประธานฟรุตบอร์ด (Fruit Board) ว่าเมื่อเกษตรกร พี่น้องผู้ปลูกลำไยเดือดร้อนขนาดนี้ ท่านจะช่วยเหลือเยียวยาพวกเขาได้อย่างไรบ้าง พวกเขาขอนะครับ เยียวยาเหมือนปีที่แล้วได้ไหม ๒,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๒๕ ไร่ แต่ผมประเมิน ๕,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๒๕ ไร่ ก็ให้ได้ครับ เพราะปีนี้ประสบปัญหาหนักหน่วงอย่างยิ่ง สรุปแล้วผมฝากถึงพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกลำไยทุกท่านได้ฟังไว้ว่ารัฐบาลนี้บริหารจัดการ ให้พี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกลำไยไม่ได้เรื่อง และไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้พวกเขาได้ วันนี้ ผมจึงฝากหนังสือถึงท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีประยุทธ์และท่านเฉลิมชัย ให้ช่วยแก้ปัญหาให้พวกเขาด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนก็เป็นสิ่งที่ ส.ส. เราให้ความสนใจ🔗
๑.๑.๒ กระทู้ถามที่ ๑๓๔ ส. (นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นผู้ตอบ🔗
ขอเชิญ นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุลถามนะครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดกระบี่ ดิฉันมีกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ท่านจุติ ไกรฤกษ์ และขอขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีที่มาตอบกระทู้สดวันนี้เป็นการให้ความสำคัญแก่รัฐสภาค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันขอคำถามข้อที่ ๑ คือเรื่องของโควิด (COVID) ที่ผ่านมาเรียกได้ว่าเกือบจะ ๒ ปีแล้วค่ะ ที่บ้านเมืองของเราลำบากจากสงครามโรคโควิด (COVID) นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ จังหวัดอันดามันที่ดิฉันดูแลอยู่ คือจังหวัดกระบี่ จังหวัดพังงา จังหวัดภูเก็ต จังหวัดตรัง จังหวัดสตูลข้ามไปถึงสมุยและจังหวัดสุราษฎร์ธานีด้วยมีปัญหาหนักมาก เนื่องจากว่า เรามีรายได้หลักเป็นการท่องเที่ยวแล้วก็ประมงนะคะ ปาล์มราคาดีมาก ท่านจุรินทร์จัดการ ได้อย่างดี แต่ว่าปัญหาของท่องเที่ยวได้รับการคุกคามอย่างยิ่งในปัญหาของโรคโควิด (COVID) นี้ ดิฉันถึงมีข้อคำถาม ซึ่งดิฉันมั่นใจว่าท่านรัฐมนตรีจะตอบได้เป็นอย่างดี ท่านประธานคะ ในเรื่องของอำนาจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมอาจจะมีอำนาจในสิ่งที่เรียกว่า ฮาร์ด พาวเวอร์ (Hard Power) มีปืน มีความเข้มแข็งของกองกำลัง กองทัพ ดิฉันเชื่อว่าในเรื่องของ ซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) คืออำนาจอย่างอ่อน นั่นคือ พม. พัฒนาสังคมและความ มั่นคงของมนุษย์ ดิฉันอยากจะตั้งคำถามถามถึงท่านรัฐมนตรีผู้มีอำนาจในกำกับอำนาจอ่อนนี้ ว่าได้ทำงานอย่างไร เต็มพื้นที่อย่างไรคะ🔗
ข้อ ๑ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ผ่านมา กระทรวง พม. มีบทบาทนี้อย่างไร ในการเยียวยาพี่น้องประชาชนอย่างไร เริ่มดำเนินการ อย่างไร และมีแผนการจะจบสิ้นเมื่อไร ด้วยการตั้งงบประมาณไว้เท่าไร คำถามย่อยค่ะ การช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางที่เกิดขึ้นจากโควิด (COVID) เช่น คนพิการ คนติดเตียง พ่อแม่ที่ยากจนมาก ๆ มีลูกมาก ผู้หญิงตั้งครรภ์ต่าง ๆ ท่านประธานคะเมื่อมีการล็อกดาวน์ (Lockdown) ประเทศ เมื่อมีการล็อกดาวน์ (Lockdown) หมู่บ้านคนที่จะเดือดร้อนที่สุดคือคนเปราะบางค่ะ ดิฉันเคยพูดแล้วว่าคนเปราะบาง ทั้งเปราะแล้วทั้งบาง ไม่สามารถยืนได้ด้วยตัวเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาวะที่โรคคุกคาม ขณะนี้จะเกิดขึ้นอย่างไรถ้าลูกชาย ลูกสาวตกงาน มีแม่ติดเตียง มีพ่อเป็นอัมพาตอีก ๑ คน แล้วมีลูกหลานซึ่งป่วยไข้และพิการอยู่ สิ่งนี้ต้องได้รับการเยียวยาอย่างโดยด่วน ดิฉัน ถึงมีคำถามว่าในช่วงที่ล็อกดาวน์ (Lockdown) นี้ ท่านรัฐมนตรีมีนโยบายอย่างไร ให้การช่วยเหลือเร่งด่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดกระบี่และภูมิภาคอันดามัน มีจำนวน กี่คน เป็นเงินเท่าไร มีความรวดเร็ว ประสิทธิภาพในการทำงานตอบสนองความต้องการ ของประชาชนอย่างไรคะ นี่คือคำถามข้อที่ ๑ ขอบคุณมากค่ะ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขอขอบคุณท่าน ส.ส. ที่กรุณาให้ความสนใจในปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนะครับ โดยเฉพาะ จังหวัดกระบี่ คำถามท่านก็บอกว่าภาพรวมก็คือรัฐบาลดูแลอย่างไรในความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนในโควิด (COVID) ทั่วไปแล้วก็ที่จังหวัดกระบี่ ประเด็นคือว่าวันนี้ ต้องยอมรับว่าจังหวัดกระบี่ จังหวัดภูเก็ต จังหวัดพังงา จังหวัดตรังทั้งหลาย เป็นจังหวัด ที่ได้รับรายได้จากการท่องเที่ยวเยอะมาก เป็นจำนวนสูงนะครับ แต่ในขณะเดียวกัน ขอให้คำนึงถึงว่าวันนี้จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงทั่วโลกประมาณ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็จำนวนเที่ยวบินที่ข้ามทวีปมาทั้งหลายก็ลดลงไป ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นความคาดหวัง จากนักท่องเที่ยวนั้นก็คงจะน้อยมาก แต่รัฐบาลนั้นไม่ได้ละเลยก็คือพยายามจะเปิดทำ เรื่องของภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) แต่สิ่งที่อยากจะตอบท่านก็คือว่ารัฐบาลนั้น ได้จัดสรรเงินหลายแสนล้านบาทจากงบส่วนใหญ่ แล้วก็งบกลางที่สภากรุณาอนุมัติให้อีก ๑๖,๐๐๐ ล้านบาท ไปช่วยแก้ไขปัญหาโควิด (COVID) ทีนี้อยากจะตอบคำถามของท่าน ก็คือว่าในประเด็นของคนกลุ่มเปราะบาง ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีนั้นได้ให้ความสำคัญ แล้วก็เน้นมากว่าอย่าทิ้งใครไว้ข้างหลังโดยเฉพาะคนกลุ่มเปราะบาง ก็อยากจะกราบเรียนว่า เงินช่วยเหลือเฉพาะหน้าสำหรับครอบครัวผู้สูงอายุ คนพิการ ผู้มีรายได้น้อย ผู้ไร้ที่พึ่ง เราได้ช่วยไปแล้วทั้งหมด ๓๕๙,๐๑๔ ราย ในวันนี้สามารถบอกได้เพิ่มเติมว่าเงินกู้ฉุกเฉิน เพื่อการประกอบอาชีพให้เดินหน้าต่อไปได้ เราก็ได้ช่วยเหลือไปในกลุ่มเปราะบาง ๑๕,๙๖๓ ราย แล้วก็เงินกู้ยืมเพื่อการประกอบอาชีพ เป็นกู้ยืมนะครับ ไม่ใช่เงินแจก ก็อนุมัติไปแล้ว ๗,๓๖๗ ราย แล้วก็มีผู้สูงอายุที่มากู้ไปทำประกอบอาชีพด้วยก็อนุมัติไปอีก ๑๕,๗๒๗ ราย ส่วนการ พักชำระหนี้ซึ่งวันนี้เป็นปัญหาของพี่น้องประชาชนมากคือความทุกข์เรื่องหนี้ รัฐบาลนั้น ได้พักชำระหนี้ไปแล้ว ๑๓๔,๔๙๗ ราย แล้วก็พักหนี้ให้กับกลุ่มผู้มีรายได้น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง องค์กรภาคประชาชนในชนบท ๑๑๕,๗๙๕ ครัวเรือน ได้รับการพักชำระหนี้ แล้วก็ได้มีงบ ปรับปรุงซ่อมแซมบ้านอีก ๔๑,๐๑๖ ครัวเรือน นอกจากนั้นแล้วอยากจะกราบเรียนว่าที่สภานี้ ได้ให้ข้อสังเกตไปเยอะมากนะครับ คือการช่วยเหลือเด็กต่าง ๆ ก็อยากจะกราบเรียนว่า โรงพยาบาลสนามซึ่งวันนี้กรุงเทพมหานครในเขตที่เปราะบางที่สุด แล้วก็เป็นเขตพื้นที่ สีแดงเข้มมีกรุงเทพมหานคร ๕๐ เขต ได้จัดตั้งโรงพยาบาลสนามไป ๖๒ แห่ง แล้วก็ ในขณะนี้ก็คือเด็กที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด (COVID) เราก็ได้ดูแลไปแล้ว ๑๑๕,๓๖๒ ราย ในจำนวนนี้สภาก็อยากจะทราบว่ามีเด็กที่กำพร้าประมาณกี่คน ก็มี ๓๔๓ คน ใน ๓๔๓ คนนั้นได้รับการพระบรมราชานุเคราะห์โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทั้งหมด ให้ทุนเรียนหนังสือต่อไป แล้วก็กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวง พม. ก็ทำเรื่องของครอบครัวอุปถัมภ์ ครอบครัวอุปการะดูแลเพิ่มเติมให้อีกนะครับ ฉะนั้นอยากจะกราบเรียนว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็คือสิ่งที่เราได้พยายามดูแลประชาชนให้ได้ มากที่สุดแล้วก็ให้ได้เร็วที่สุดครับ🔗
เชิญคุณ พิมพ์รพีครับ คำถามที่ ๒🔗
ขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณท่านรัฐมนตรีค่ะ คำถามข้อที่ ๒ ในฐานะที่ดิฉันเป็นกรรมาธิการงบประมาณ เมื่อปี ๒๕๖๔ และอนุกรรมาธิการปี ๒๕๖๕ นี้ค่ะ ดิฉันเห็นความลำบากของกระทรวง พม. ในการของบประมาณแผ่นดิน เนื่องจากว่าทุก ๆ อย่าง พม. รับภาระหนักมาในการดูแล ผู้เปราะบางโดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่มีปัญหาเรื่องโรคโควิด (COVID) นี้ เพราะฉะนั้น ดิฉันเชื่อว่าสภาทุกคนและ ส.ส. ทุกคนก็พยายามที่จะให้ความสนับสนุนอย่างนี้ให้เต็ม ความสามารถ ท่านประธานคะ ดิฉันมีคำถามค่ะ คือเมื่อปี ๒๕๖๔ พม. ได้ให้การช่วยเหลือ เงินสังคมสงเคราะห์ผู้ยากไร้ให้กับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มเปราะบางจำนวนกี่ราย วงเงินเท่าไร มีปัญหาอุปสรรคอย่างไรบ้าง และคำถามที่ ๒ ในปี ๒๕๖๕ นี้มีแผนงาน ที่จะช่วยเหลือจำนวนกี่ราย วงเงินเท่าไร คำถามสำคัญที่สุดก็คือดิฉันมองเห็นว่าท่านรัฐมนตรี ได้มีวิธีการอย่างไรที่จะทำให้ถึงกลุ่มเป้าหมายนี้อย่างรวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์ ท่านประธานคะ ดิฉันอยู่ในพื้นที่ดิฉันเห็นว่า พม. ทำงานหนักมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เวลาที่มีการล็อกดาวน์ (Lockdown) ต่าง ๆ เจ้าหน้าที่ พม. ที่ต้องไปดูแลคนที่ลำบาก ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนเลย ดิฉันมองเห็นความสำคัญของ อพม. ท่านคะ ไม่ใช่ อสม. ที่ทำงานหนักอยู่แล้ว แต่ อพม. ซึ่งทำงานโดยไม่มีเงินเดือน ผู้หญิงเสื้อสีชมพู ผู้ชายเสื้อสีชมพู ที่อยู่ในพื้นที่ ดิฉันก็เลยมีคำถามว่าท่านรัฐมนตรีมีแนวทางอย่างไรที่จะให้ อพม. ได้มีบทบาท มากขึ้น มีแนวทางในการสร้างประสิทธิภาพ กระบวนการ ประสิทธิภาพปัญหา แก้ไขปัญหา อุปสรรคนี้อย่างไร มีแนวทางในการสร้างประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อแก้ไขปัญหาให้เร็วขึ้น ตรงตามวัตถุประสงค์ความเดือดร้อนของชาวบ้านและครอบคลุมในพื้นที่ได้อย่างไร ขอบคุณค่ะ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ในรายละเอียด ของตัวเลข ผมคงจะต้องขออนุญาตส่งให้ท่านพิมพ์รพีในภายหน้า แต่ว่าหลักการที่จะตอบ ให้ได้ชัด ๆ ก็คือว่าในวันนี้สิ่งที่รัฐสภาได้ให้ข้อสังเกต ข้อแนะนำกับกระทรวง พม. ไป แล้วก็ ได้ให้การสนับสนุนก็กราบขอบพระคุณสมาชิกทุกท่านจริง ๆ ด้วยความจริงใจว่าท่าน ได้สนับสนุนกระทรวง พม. ให้ทำหน้าที่แทนท่าน ในการดูแลกลุ่มคนเปราะบางทั้งประเทศ นะครับ นอกจากนี้แล้วอยากจะกราบเรียนว่าวันนี้ข้อสังเกตและข้อแนะนำของ สภาผู้แทนราษฎรและท่านพิมพ์รพีด้วยว่าในเรื่องของการสร้างบ้านที่อยู่อาศัยให้กับ คนไร้บ้านหรือคนที่ไม่มีบ้านที่บุกรุกนี่นะครับ ก็อยากจะกราบเรียนว่าวันนี้มีที่ดินที่ประชาชน บุกรุกที่เอกชน บุกรุกที่ของรัฐประมาณ ๔๐,๐๐๐ ครัวเรือน นี่เฉพาะในเขตของทางรถไฟ นะครับ ถ้าเผื่อทั้งประเทศประมาณ ๕๐๐,๐๐๐ ครัวเรือน เพราะฉะนั้นวันนี้ถ้าเผื่อจะเอา งบประมาณมาสร้างทั้งหมดก็จะต้องรอเป็น ๑๐ ปี แต่ว่าเราได้แก้ปัญหาด้วยการว่าวันนี้ ทางกระทรวง พม. ได้คิดเมนู (Menu) มา ๓ ทางเลือก คือ ๑. ก็คือภาคีที่ชาวบ้านจะรวมตัว ทำกันเอง ซึ่งมีขั้นตอนมากมายว่าจะต้องไปจัดตั้งสหกรณ์ สมทบเงินบริหารโครงการเอง แล้วก็ พอช. นั้นก็เป็นพี่เลี้ยงให้ชาวบ้าน แต่ พอช. นั้นไม่ได้ลงมือทำเอง วันนี้ก็ประสบปัญหา ก็คือว่ารายได้ของประชาชนที่จะมาสมทบมาตั้งสหกรณ์นั้นมีปัญหา เพราะฉะนั้นก็จะมี ความล่าช้านะครับ เมนู (Menu) ที่ ๒ เราก็เลยคิดว่าตรงนี้ถ้าเผื่อมอบให้การเคหะแห่งชาติ สร้างที่อยู่อาศัยโดยเช่าที่ เช่าที่ของหน่วยราชการด้วยกัน แล้วก็สร้างที่พักอาศัยเพื่อเช่า ในระยะสั้นก็จะสามารถให้เขามาอยู่ในที่เช่าได้ แล้วเมื่อเขาพร้อมเขาก็สามารถไปทำโครงการ บ้านมั่นคงได้ต่อไป🔗
ในส่วนของบ้านพอเพียงซึ่งเป็นการซ่อมบ้านให้กับคนจนคนเปราะบาง เป้าหมายของปี ๒๕๖๐-๒๕๖๔ เราก็ได้ทำมีเป้าหมายคือ ๗๘,๐๐๐ หลังคาเรือน เราก็ทำได้ ประมาณ ๗๒,๐๐๐ หลังคาเรือน จากงบประมาณที่ได้รับ ฉะนั้นอยากจะกราบเรียนว่า เป้าหมายทั้งหมดนั้นคือ ๓๕๒,๐๐๐ หลังคาเรือน ตลอดยุทธศาสตร์ ๒๐ ปี ก็คงจะต้องไปดูในเรื่องของงบประมาณที่จะได้รับจัดสรรด้วย นอกจากนั้นแล้วอยากจะกราบเรียนว่าเป้าหมายในปี ๒๕๖๕ ถึงปี ๒๕๖๙ เป้าหมายก็ ๑๓๐,๐๐๐ หลังคาเรือนที่จะต้องดูแลเรื่องบ้านพอเพียงนี้ ขณะนี้ก็คือว่ารัฐบาลได้จัดสรร งบประมาณเพิ่มขึ้นก็ด้วยความกรุณาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มขึ้นให้ ๒๔,๗๐๐ หลังคาเรือน จากทุก ๆ ปีที่ได้รับเพียงแค่ ๑๕,๐๐๐ หลังคาเรือน ก็ขอกราบ ขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไว้ด้วย นอกจากนั้นแล้วอยากจะกราบเรียนว่า ในจังหวัดกระบี่ที่ท่านสนใจนะครับ สถานการณ์ของผู้อยู่อาศัยในจังหวัดกระบี่ วันนี้กราบเรียนว่าแผนการแก้ปัญหาที่อยู่อาศัยผู้มีรายได้น้อยจังหวัดกระบี่ ในปี ๒๕๖๕ ก็จะมี ๑,๒๕๐ ครัวเรือน แล้วก็อยากจะกราบเรียนว่าที่อยู่อาศัยที่ไม่มั่นคงขณะนี้ ที่เราสำรวจแล้วมีมากถึง ๕,๒๒๗ ครัวเรือน ฉะนั้นงบประมาณที่สร้างอยู่นี้ก็คงจะไม่พอเพียง ที่จะไปตอบปัญหาได้ทั้งหมดจึงเป็นที่มาของเมนู (Menu) ทั้ง ๓ อย่าง คือชาวบ้านทำเอง ผ่านสหกรณ์ให้การเคหะเป็นคนสร้างบ้านให้เช่า แล้วก็เอกชนนั้นมาลงทุนให้เป็นทางเลือก จังหวัดกระบี่นั้นมีการช่วยเหลือครัวเรือนเปราะบาง ก็เรียนให้ทราบว่าจังหวัดกระบี่นั้น ได้มีข้อมูลที่ พมจ. ส่งมานะครับ ข้อมูลการสงเคราะห์ผู้สูงอายุ ๗๒๔ รายในจังหวัดกระบี่ ข้อมูลให้ความช่วยเหลือคนพิการ ๑๙๕ ราย แล้วก็ข้อมูลการสงเคราะห์เด็ก ๖๓๐ ราย แล้วก็มีเงินสงเคราะห์ผู้ประสบปัญหาทางสังคมกรณีฉุกเฉินอีก ๓๙๔ รายในจังหวัดกระบี่ ส่วนรายละเอียดที่ท่านต้องการเพิ่มเติมที่ถามมามากพอสมควร จะขออนุญาตท่านประธาน ขอให้ส่งเป็นเอกสารไปในภายภาคหน้า กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณพิมพ์รพี คำถามสุดท้ายครับ🔗
คำถามข้อที่ ๓ ท่านประธานคะ เกี่ยวเนื่องที่รัฐมนตรีได้ชี้แจงเบื้องต้นเรื่องของ พอช. เป็นโครงการที่ดิฉัน รู้สึกว่าได้ประโยชน์กับประชาชนเป็นอย่างมากคือสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน ท่านประธานคะ ดิฉันเห็นประโยชน์ของสถาบันนี้ลักษณะ ๒ เรื่อง คือเรื่องแรกที่ท่านรัฐมนตรีได้พูด เรื่องของบ้านพอเพียง เรื่องที่ ๒ ที่ท่านพูดแล้วคือเรื่องบ้านมั่นคง ลักษณะของบ้านพอเพียง ท่านประธานคะ ใน พอช. ในสมัยท่านชวน หลีกภัย เป็นผู้ตั้ง พอช. นี้ท่านมีวัตถุประสงค์ เพื่อจะให้ประชาชนมีสิทธิในการอยู่ในบ้านอย่างสมศักดิ์ศรีของมนุษย์ภายใน ๒๐ ปี ที่ผ่าน ๆ มานี้ไม่สำเร็จ ทำได้น้อยมาก เพียงแค่ร้อยละ ๑๐ หรือร้อยละ ๑๕ เท่านั้น ดิฉันจะถามท่านรัฐมนตรีได้กล่าวตอบไปแล้วนิดหนึ่งนะคะ จะขอให้ตอบเพิ่มนิดหนึ่งว่า แล้วท่านรัฐมนตรีมีนโยบายอย่างไรที่จะทำให้เป้าหมาย ๓.๕ ล้านคนทั้งประเทศ และ ๑.๕ ล้านคน ใน พอช. นี้ประสบความสำเร็จโดยการสร้างบ้านต่าง ๆ ให้มั่นคง ซึ่งส่วนหนึ่งท่านพูดไปแล้วจะขอให้ท่านชี้แจงเพิ่มเติมนิดหนึ่งนะคะ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องบ้านพอเพียงเป็นบ้านของคนยากจน ซึ่งท่านรัฐมนตรีเป็นคน ชี้เป้าดิฉันละค่ะว่าน ้าผึ้งไปดูสิว่าตรงนี้ ตรงนั้น ตรงไหนที่ชาวบ้านลำบาก ก็ขอให้สภาองค์กร ชุมชนมาเป็นผู้ทำ ดิฉันถามว่าปัญหาที่ผ่าน ๆ มา น้อย ๆ นี้มันมีนโยบายอย่างไรที่สามารถ กระจายบ้านพอเพียงนี้ให้มีความเป็นธรรมกระจายทุก ๆ พื้นที่ได้มากขึ้น ผ่านกระบวนการ อย่างไร และในบ้านมั่นคงท่านประธานคะเป็นโครงการสำคัญมากที่ท่านรัฐมนตรีก็ทราบว่า โครงการของบ้านมั่นคงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในอ่าวอันดามันทั้งหมด จังหวัดภูเก็ต จังหวัดพังงา จังหวัดกระบี่ ที่เป็นหมู่บ้านของชาวประมงและชาวเลมีปัญหาเรื่องการรุกล ้าที่ดินหลวง ทั้งในเรื่องของอุทยาน ทั้งเรื่องของเจ้าท่า ทับซ้อน ๓-๔ ป่า บ้านมั่นคงตรงนี้จะเป็นการตอบ โจทย์ของการครอบครองที่ดินของประชาชนอย่างเป็นธรรมที่สามารถสืบต่อที่ดินให้กับ ลูกหลานได้ แล้วก็มีกิจกรรมต่าง ๆ ในเงินที่ทำ แต่ท่านประธานคะ ดิฉันได้ทำสิ่งนี้ อย่างต่อเนื่องกับ พอช. หลังจากที่ท่านรัฐมนตรีได้เปิดงานบ้านมั่นคงที่แหลมสักเป็นตัวอย่างแล้ว มันมีโครงการอีก ๒-๓ โครงการ เช่น ที่บ้านบากัน อำเภออ่าวลึก ในปีนี้งบประมาณค่อนข้าง จะล่าช้าอาจจะเป็นเพราะโควิด (COVID) แต่ดิฉันขอคำยืนยันจากท่านรัฐมนตรีว่า พอช. จะทำงานนี้ให้สำเร็จอย่างรวดเร็วนะคะ ส่วนในพื้นที่อีกพื้นที่หนึ่งที่เรียกว่าซอยหมาหลง ชาวบ้านลำบากมาก ยากจนต ่ากว่ามาตรฐานมากนะคะ งบประมาณก็ออกมาแล้ว แต่ว่า ยังล่าช้าในการดำเนินการมากด้วยปัญหาของโควิด (COVID) เพราะความเปราะบางนี้ มันไม่รอมันเปราะและมันบาง เพราะฉะนั้นดิฉันถามว่าท่านรัฐมนตรีจะมีแนวทางใด ๆ ที่จะส่งคนไปช่วยเหลือให้ทุกอย่างนี้เป็นไปได้ด้วยความเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งตรงทรายขาว ทุ่งหมาหลงตรงนี้ บ้านทรายขาว ตำบลทรายขาว อำเภอคลองท่อม จังหวัดกระบี่ ตรงซอยหมาหลง ที่วางโครงการไว้แล้วจะส่งคนอย่างไรให้ทำให้สำเร็จตามเวลา และอีกพื้นที่ หนึ่งคือที่ทุ่งสีกัน ทุ่งครก ที่ตำบลคลองพน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านนายกเทศมนตรี ณธรรมรักษ์ จงรักษ์ ก็ยินดีที่จะประสานงานก็ยังรอพื้นที่อยู่ หรือวันนี้เป็นที่อำเภอเมืองจังหวัดกระบี่ในพื้นที่โรงงานน ้าเสียต่าง ๆ ใด ๆ เป็นที่ตลิ่งชัน ที่กำนันหนานรออยู่ ก็ขอคำมั่นสัญญาจากท่านรัฐมนตรีว่าจะมีแนวทางอย่างไรที่สามารถ ผลักดันโครงการนี้ทำให้เร็วและสำเร็จได้ ขอบคุณมากค่ะ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์🔗
ประเด็นแรกนะครับ ก็มีเจ้าหน้าที่จดข้อแนะนำแล้วก็ความเดือดร้อนของ พี่น้องชาวบ้านที่ท่าน ส.ส. ได้กรุณาแนะนำมาแล้วนะครับ แต่สิ่งที่อยากจะย ้าก็คือว่า จะอย่างไรก็ตาม เราก็ต้องเคารพเรื่องของประชาคมขององค์กรนะครับว่าท่าน ส.ส. เสนอมาได้หมดแล้วนะครับ จะให้ทำที่ไหน แต่ว่าต้องมีการประชาคมในหมู่บ้าน ในตำบลนั้นว่า มีการยอมรับว่าจริงหรือไม่ นี่คือการคานอำนาจการตรวจสอบกันว่ารัฐมนตรีนั้นไม่สามารถ ไปชี้ได้ว่าจะให้ช่วยบ้านนั้นบ้านนี้ ต้องเป็นเรื่องของประชาคมเขาทำขึ้นมานะครับ ฉะนั้น การทำประชาคมก็มีความยากลำบาก เพราะว่าตอนนี้มีโควิด (COVID) ด้วย คนก็กลัว ก็ทำประชาคมยากขึ้น ช้าขึ้นนะครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังท่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดว่ากระผมก็เป็นตัวแทนประชาชนมาเหมือนกัน ก็มีความอึดอัดว่าหลายเรื่องมีความล่าช้า เพราะติดขัดเรื่องกฎหมาย เรื่องกฎระเบียบ ขณะนี้เราก็ได้ประชุมกันหลายสิบครั้งเพื่อที่จะย่นระยะเวลาในการทำงานให้กับประชาชน ก็ต้องกราบเรียนตรง ๆ ว่ามันมี ๒ ส่วนครับ ในส่วนหนึ่งก็คือเรื่องที่เป็นกฎหมายตาม พ.ร.บ. เลยนะครับ บาง พ.ร.บ. ระบุขั้นตอนชัดเจนในการทำงาน ซึ่งเราไปก้าวข้ามขั้นตอนนั้นไม่ได้ แล้วก็ต้องเข้าใจว่ากฎหมายหรือกฎระเบียบที่ออกมานั้นคือออกมาในภาวะปกติ แล้วก็ วันนี้มันเป็นวิกฤติฉุกเฉินที่สุดในรอบ ๑๐๐ ปี ฉะนั้นสิ่งที่เราทำได้ก็คือสิ่งที่เป็นระเบียบ ที่เป็นกฎของกระทรวง ของกรม เราจะแก้ไขก่อนนะครับ โดยนำเข้าไปขออนุมัติในคณะรัฐมนตรี บางส่วน อันไหนที่ทำได้เองไม่ต้องเข้าคณะรัฐมนตรีก็ทำเลย แต่ส่วนที่เป็น พ.ร.บ. ทางกฎหมายขณะนี้ก็พยายามจะทำเรื่องประสานงานให้ได้เห็นว่าการทำงานนั้นข้ามขั้นตอนไม่ได้ เพราะกฎหมายเจ้าหน้าที่จะได้รับการลงโทษ แล้วก็มีข้อสังเกตจากคณะสำนักงานตรวจเงิน แผ่นดินอีกด้วย แต่ว่าจะพยายามทำให้เร็วที่สุดในกระบวนการการบริหารนะครับ🔗
ประการต่อมาก็คืออยากจะเข้าใจว่าชาวบ้านที่ไปที่บุกรุกที่บ้านมั่นคงนั้น ก็ต้องยอมรับว่าเป็นข้อพิพาทมานานเป็น ๑๐ ปี แต่สิ่งที่เราพยายามทำก็คือว่าเอาความ พิพาทนั้นออกมาว่าถ้าประชาชนไม่สามารถตั้งสหกรณ์ได้ ไม่สามารถเช่าที่ได้เอง เพราะว่า ในเรื่องของรายได้ ในเรื่องของความเชื่อมั่นของความแน่นอนในการจ่าย เราจะให้การเคหะนั้น มาเช่าที่แทนได้ไหม เช่าที่แทนจากหน่วยราชการนะครับ เพื่อป้องกันแก้ปัญหาทางด้าน นิติกฎหมาย แล้วก็ให้ประชาชนนั้นออกจากชุมชนแออัดแล้วก็มาอยู่ในที่ที่การเคหะสร้าง เพื่อให้เช่าในราคาถูกนะครับ ส่วนใหญ่แล้วนโยบายคือให้ถูกกว่าตลาดประมาณ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ นอกจากนั้นแล้วก็ได้ประสานงานกับกระทรวงแรงงานว่าทักษะอาชีพ ที่เขาอาจจะต้องหาทักษะอาชีพใหม่เพื่อประกอบอาชีพใหม่ในที่ใหม่ เขาจะทำอย่างไรได้บ้าง รวมถึงหาโรงเรียนของรัฐที่จะสามารถให้ลูกหลานนั้นได้ย้ายไปโรงเรียนระหว่างปีได้ ระหว่างเทอมได้ นั่นก็พยายามทำให้ได้มากที่สุด ทีนี้ได้ประชุมกับสมาคมคนไร้บ้านมาแล้ว ก็มีตัวเลขที่ได้สำรวจว่าจะต้องแก้ปัญหาเร่งด่วนตามแนวรถไฟฟ้าซึ่งกำลังจะต้องทำรถไฟฟ้า ทางคู่ รถไฟฟ้าความเร็วสูงที่จะทำในอีก ๕-๖ ปีให้จบ ฉะนั้นก็จะกระทบกับพี่น้องประชาชน มากมายที่เป็นฐานะผู้บุกรุก ดังนั้นก็จะแก้ไขปัญหาด้วยการที่คุยกับกระทรวงคมนาคม การรถไฟแห่งประเทศไทยว่าการเคหะแห่งชาตินั้นจะขอเช่าที่นี้แทน แล้วก็จะปลูกสร้าง ที่อยู่อาศัยให้ในคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องทำโดยที่ไม่ไปอาศัยงบประมาณ หรือการระดมทุนของตนเองผ่านกระบวนการทางการเงิน ก็กราบเรียนให้ทราบว่าพยายาม ทุกวิถีทาง รู้ว่าความเดือดร้อนประชาชนนั้นรอไม่ได้ ก็พยายามทำอย่างที่สุดแล้วครับ ที่จะให้การทำงานตอบโจทย์ชาวบ้านนั้นให้ได้เร็วที่สุด แล้วก็แก้ปัญหาให้ตรงที่สุด ก็กราบขอบพระคุณท่าน ส.ส. ที่สนใจมา แล้วก็ขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาทุกท่าน ที่ให้คำแนะนำแล้วก็ให้การสนับสนุนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ด้วยครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ ก็ถือว่าเป็นการจบการถามกระทู้ถามสดด้วยวาจาของ นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล นะครับ ขอบคุณท่านจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ ที่กรุณาให้เกียรติและให้ความสำคัญกับทางสภาผู้แทนราษฎร ของพวกเรา ขอบคุณครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ🔗
ท่านพิเชษฐ์ มีอะไรไหมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมต้องขอหารือท่านประธานด้วยเรื่องสำคัญ เนื่องจากว่าเมื่อสักครู่นี้ ปัญหาลำไยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรภาคเหนือได้ขอตั้งกระทู้ถามต่อนายกรัฐมนตรี ลำไยวันนี้เก็บก็ไม่ได้ ขายก็ไม่ได้ ไม่มีราคาท่านประธานครับ ถามนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาตอบ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มาตอบ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไม่ว่าง เสร็จแล้วปัญหาลำไย มันรอไม่ได้ ลำไยมันสุก มันร่วง แล้วก็ขายไม่ได้ หนี้ปุ๋ย หนี้ยา หนี้แรงงาน อยู่ไม่ได้ท่านประธาน แล้วมันรอได้ไหม แล้วขอเลื่อนนี่ แล้วท่านรัฐมนตรีไปทำอะไรที่ไหน นายกรัฐมนตรีไปไหน นี่คือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมันรอไม่ได้แล้ว ถ้าท่านเลื่อนไปอีก ๑๐ วัน เจ๊งไปแล้วครับท่านประธาน ทีนี้สภาผู้แทนราษฎรของเราจะมีมาตรการอะไรที่จะไปบังคับ ให้รัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มาตอบในสภาผู้แทนราษฎร ถ้าขืนปัญหาสำคัญของพี่น้องเกษตรกร แล้วรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี เลื่อนไปอย่างนี้ จนปัญหานั้นมันตายกันหมดแล้ว มันไม่มี ประโยชน์อะไรอีกแล้วท่านประธาน จะแก้ข้อบังคับของสภาไหม จะต้องมีกฎหมายเรียกมา ให้ตอบกระทู้ไหม ขอตั้งข้อสังเกตไว้ในสภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติแห่งนี้ว่า สภา อันทรงเกียรติของเรายังมีความหมายอยู่ไหมท่านประธาน อย่างนี้กระทู้สดที่มันเดือดร้อน จริง ๆ ก็ไม่มาตอบ ที่มันเป็นปัญหาก็ไม่มาตอบ ขอให้ท่านประธานไปปรึกษาท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรว่าปัญหานี้สภาของเราจะแก้อย่างไร ฝากท่านประธานนะครับ🔗
ขอบคุณ ท่านพิเชษฐ์ครับ มันก็ยังไม่มีกฎหมายอะไรบังคับให้รัฐมนตรีตอบนะครับ รัฐมนตรี ก็มีสิทธิหรือว่ามีสิทธิที่จะเลื่อนได้ แต่ว่าประธานก็ได้มองเห็นความสำคัญของความเดือดร้อน ของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนลำไย ถึงแม้ไม่มีรัฐมนตรีมาตอบผมก็ยังให้โอกาสท่าน ส.ส. รังสรรค์ ส.ส. จังหวัดลำพูน ท่านได้นำเสนอข้อมูลไป แล้วก็ท่าน ส.ส. รังสรรค์ก็ได้มา ยื่นหนังสือให้กับประธานสภาเพื่อที่จะนำส่งไปถึงท่านรัฐมนตรี แล้วก็ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต่อไป แจ้งให้ท่านพิเชษฐ์รับทราบนะครับ ส่วนเรื่อง จะดำเนินการอะไรต่อไป เดี๋ยวผมขอรับเรื่องนี้ไปหารือท่านประธานชวน หลีกภัย ต่อไปนะครับ ก็คิดไม่ต่างกันนะครับท่านพิเชษฐ์🔗
๑.๑.๓ กระทู้ถามที่ ๑๓๕ ส. (นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มอบหมายให้ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้ตอบ🔗
ฉะนั้น จึงขอเชิญท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านรัฐมนตรีกนกวรรณ วิลาวัลย์ เข้าประจำที่นะครับ แล้วก็เชิญคุณครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ได้ถามกระทู้ครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย และได้รับมอบหมายจากพรรคเพื่อไทยให้เป็นคนตั้งกระทู้ถามสด ในเบื้องต้นตั้งใจ จะถามเกี่ยวกับกิจการตำรวจในวันนี้ แต่ก็รู้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีไม่มาตอบแน่ เพราะว่า ตำรวจนายกรัฐมนตรีเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง ก็เลยถือโอกาสมาถามที่กระทรวงศึกษาธิการ เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญ บังเอิญท่านรัฐมนตรีว่าการท่านให้รัฐมนตรีช่วยว่าการมาตอบ ก็ไม่เป็นอะไรครับ พอกล้อมแกล้มไปได้ ถึงแม้จะเป็นงานนโยบายแต่ก็ฝากท่านรัฐมนตรีช่วย ด้วยนะครับ ไปเรียนรัฐมนตรีว่าการด้วยเพราะมันเป็นงานนโยบายจริง ๆ ท่านประธาน ที่เคารพครับ การล็อกดาวน์ (Lockdown) ของประเทศเพื่อสกัดคนป่วยโควิด-๑๙ (COVID-19) แน่นอนนะครับทำให้เศรษฐกิจมันพัง แต่สิ่งที่มันพังไปกว่าเศรษฐกิจ นั่นก็คือ การศึกษาของชาติ เพราะเด็กหรือเยาวชนวันนี้เป็นทรัพยากรอันทรงคุณค่าของประเทศ ในวันหน้า ถ้ายิ่งล็อกดาวน์ (Lockdown) นาน ๆ นั่นหมายถึงว่าโรงเรียนไม่ให้เปิด ให้เรียนออนไลน์ (Online) อยู่นี่ ไม่นานหรอกครับ โดยเฉพาะเด็กชนบทที่พวกเราเป็นครูบาอาจารย์มาก่อน ท่านประธานก็เป็นครูชนบท ผมก็เป็นครูชนบท ไปแล้วครับ การพัฒนาทางด้านสมอง ทางด้านอารมณ์ สติปัญญา พัฒนาทางร่างกายฝ่อหมด แล้วมันก็นำปัญหามาอีก ท่านประธานเห็นไหมครับที่สามเหลี่ยมดินแดงแฟลตดินแดงเด็ก ๆ ทั้งนั้นที่มาเรียกร้อง เพราะว่าเขากดดันอย่างไรครับ โรงเรียนไม่เปิด เขาไม่ได้เรียน พอไม่ได้เรียนเขาก็มาเรียกร้อง นี่เพราะเรื่องของการล็อกดาวน์ (Lockdown) ยาวนานเกินไป พรรคเพื่อไทยเราให้ความสำคัญ กับนโยบายของการศึกษามาตลอด ไม่ว่าจะเป็นยุคของท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร สมัยนั้นท่านทำโครงการ ๑ อำเภอ ๑ ทุน ส่งเด็กไปเรียนต่างประเทศเพื่อให้เด็กมาพัฒนา บ้านพัฒนาเมืองกลับมาดูแลภูมิภาคของตัวเอง แล้วท่านเองครั้งหนึ่งก็ได้ไปสาธิตการสอนที่ สามเสนวิทยาลัยท่านประธานคงจำได้ พอมายุคท่านยิ่งลักษณ์ ๑๐ ปีที่ผ่านมาท่านก็ทำ โครงการแท็บเลต (Tablet) เพื่อให้เด็กชนบทนะครับ เด็กในเมืองผมจะไม่ค่อยกล่าวถึงหรอก ครับ เพราะว่าในเมืองนั้นมันพัฒนาไปไกลแล้ว จ้างพี่เลี้ยง จ้างครูมาสอนวันบายวัน (One By One) ตัวต่อตัวแต่ เด็กชนบทวันนั้น ๑๐ ปีที่ผ่านมาเขาโชคดีครับ เขามีเทคโนโลยีของเล่นที่ เป็นระบบคอมพิวเตอร์นั่นก็คือแท็บเลต (Tablet) แต่น่าเสียดายพอเขาปฏิรูปปฏิวัติก็ยึดแล้ว ก็ล้มเลิกระบบนี้ไปหมด มันเหมือนเป็นกรรม ท่านประธานเห็นไหมครับ วันนี้พอเกิดโควิด (COVID) กระทรวง ท่านนายกรัฐมนตรีสั่งล็อกดาวน์ (Lockdown) ทั้งประเทศ กระทรวงก็มาสั่ง ล็อกดาวน์ (Lockdown) โรงเรียน ปรากฏว่ามีปัญหา มีปัญหาอย่างไรครับ อุปกรณ์ในการ เรียนทางออนไลน์ (Online) ผู้ปกครองไม่มี บางคนมีโทรศัพท์ แต่ไม่มีเงินเติม บางพื้นที่ไม่มี วายฟาย (WiFi) นี่เป็นความน่าเป็นห่วงกับบ้านเมืองในวันนี้ ฉะนั้นผมจึงอยากจะมากราบ เรียนถามไม่กี่ข้อหรอกครับ แต่ว่ามีความจำเป็นที่สำคัญ🔗
ข้อที่ ๑ กระทรวงมีนโยบายเฉพาะหรือเปล่าครับ ที่จะเอางบประมาณไปซื้อ วัคซีนมาฉีดให้กับเด็กและบุคลากรทางการศึกษา เพราะถ้าเด็กได้ฉีดวัคซีน ครู นักการ ภารโรงหรือบุคลากรทางการศึกษาได้ฉีดวัคซีนโรงเรียนก็สามารถเปิดได้ วันนี้ครู บุคลากร ทางการศึกษาแทบจะยังไม่ได้ฉีดเลย บางคนก็ได้ซิโนแวค (Sinovac) เหมือนกับฉีดน ้าใส่ ที่ผมบอกท่านประธานตอนเช้า ผมมี ๒ เข็มครับ น ้าเข็มซ้ายเข็มขวา ก็ทำใจ ท่านประธาน เห็นไหมต้องซื้อเครื่องเต็มไปหมดแล้วทั้งตัว พระก็แขวนมาเผื่อป้องกันโควิด (COVID) ครับ ก็เลยอยากถามทางกระทรวงมีงบเฉพาะไหม แล้วคิดไหมที่จะเอางบซื้อวัคซีนมาฉีดให้กับครู บุคลากรทางการศึกษากับเด็ก ถ้ามีจะดำเนินการทำเมื่อไร🔗
ข้อต่อไป กระทรวงจะแก้ปัญหากับการจัดการศึกษาอย่างไรกับยุคปัจจุบัน เช่น วายฟาย (WiFi) ในโรงเรียนไม่มี อุปกรณ์การเรียนการสอนของเด็กที่ไม่มีความ เพียบพร้อมโดยเฉพาะเด็กชายขอบ ไม่ใช่เด็กในป่าคอนกรีต กระทรวงมีความคิดที่จะ ดำเนินการอย่างไรบ้าง ในตรงนี้ผมขอถาม ๒ ข้อเป็นเบื้องต้นก่อนครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านรัฐมนตรีกนกวรรณ วิลาวัลย์ ตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรี ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ให้มาเป็นผู้ตอบกระทู้ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ต้องเรียนด้วยความเคารพว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการให้ความสำคัญในการมาตอบ แต่ด้วยวันนี้ท่านติดภารกิจสำคัญล่วงหน้า ซึ่งได้วางแผนไว้ล่วงหน้าแล้ว จึงไม่สามารถที่จะมาตอบได้ด้วยตนเอง ท่านประธานสภา ที่เคารพคะ ดิฉันขอเรียนด้วยความเคารพว่า ณ เวลานี้ ข้อมูล ณ ปัจจุบันในวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๔ เมื่อวานที่ผ่านมานี้ ยอดของคุณครูและบุคลากรทางการศึกษาจำนวน ประมาณเกือบ ๙๐๐,๐๐๐ คน ได้รับการฉีดวัคซีนไปแล้ว เหลือจำนวนที่ยังไม่ได้ฉีดอยู่ประมาณ ๓๒๐,๐๐๐ คน ก็ต้องเรียนอย่างนี้ค่ะว่าทั้งรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้ความสำคัญ กับบุคลากรทางการศึกษาคุณครูและนักเรียนมาก รวมทั้งประชาชนด้วย ต้องเรียนว่า การที่จะได้รับฉีดวัคซีนอย่างไรที่จะเป็นความปลอดภัยนั้น เพื่อให้เกิดทั้งความปลอดภัย เกิดทั้งความมั่นคงของทางคุณครู บุคลากรทางการศึกษา ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ ก็ตระหนักในความสำคัญอันนี้อย่างยิ่ง เรื่องของงบประมาณในการฉีดวัคซีนนั้น กระทรวงศึกษาธิการได้มีการพูดคุยวางแผน ต้องเรียนอย่างนี้ค่ะว่าเมื่อนโยบายของรัฐบาลนั้น ได้วางแผนไว้อย่างดีแล้ว แล้วหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกระทรวงสาธารณสุข กรมควบคุมโรคหรือผู้ที่มีความเกี่ยวข้องในการจัดสรรต่าง ๆ นั้น ก็คิดว่าเป็นการที่สมควรแล้ว ที่รัฐบาลจะได้จัดสรร ในความคืบหน้าก็ขออนุญาตนำเรียนท่านประธานสภาไปยัง ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะคะ นักเรียนที่อยู่อายุช่วง ๑๒ ปี ถึง ๑๘ ปี มีอยู่ประมาณ ๔ ล้านกว่าคน ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการนั้นไม่ได้แค่ตระหนักถึงว่าคนที่อยู่ในสังกัด กระทรวงศึกษาธิการ เพราะรัฐบาลภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นั้น ท่านตระหนักเรื่องนี้เป็นสำคัญมาก ก็มอบหมายสั่งการให้ กระทรวงศึกษาธิการได้ดูแลอย่างครอบคลุมและทั่วถึง โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่างเช่น สภาพัฒน์และดูให้ครบทุกมิติ และได้รับประสานงานจากกระทรวงสาธารณสุข ภายใต้การนำของท่านอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุข ทันทีที่วัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer) ซึ่งเราทราบกันดีว่าในขณะนี้มาตรฐาน ที่ได้รับการประกาศว่าวัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer) จะเหมาะสมที่สุดสำหรับอายุของเด็ก และเยาวชนนะคะ ในประเทศไทยเพิ่งได้รับทราบว่าจะอยู่ในช่วงของปลายเดือนกันยายน ก็จะเข้ามาประมาณ ๒-๓ ล้านโดส แล้วก็จะจัดส่งมาครบ ๓๐ ล้านโดส ตามที่รัฐบาล ได้สั่งซื้อไปภายในเดือนธันวาคมของปีนี้ เมื่อมาแล้วทำอย่างไรคะ เมื่อมาแล้วเราก็มีการ วางแผนยุทธศาสตร์ค่ะท่านประธานสภา โดยการวางแผนยุทธศาสตร์นั้นแล้วก็คำนึงถึง ความปลอดภัยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ทั้งชีวิตของทุกคนมีค่าที่สุดที่รัฐบาลตระหนัก ความปลอดภัย ความมั่นคง ครู บุคลากรทางการศึกษาและนักเรียน และชีวิตของประชาชน ทั้งหมดในผืนแผ่นดินไทย เราให้ความสำคัญเพื่อให้เกิดทั้งประสิทธิภาพที่สูงสุด และความปลอดภัยที่สูงสุดกับบุตรหลานของเราที่จะไปเป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติ ในอนาคตต่อไป ก็ได้มีการวางแผนยุทธศาสตร์ร่วมมือกันกับภาคีเครือข่ายและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เป้าหมายอย่างที่กราบเรียนท่านประธานสภาและผ่านไปยังสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก็อยู่ที่ ๔ ล้านกว่าคน ก็จะครอบคลุมไปถึงผู้เรียนที่อยู่ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และอายุของเยาวชนที่เรียนนอกระบบหรือหลุดจากวงจร อย่างที่บางท่านก็ยังไม่มีความพร้อม ในการเรียนไม่สบายแล้วไม่สามารถที่จะเรียนได้ เราทำการสำรวจและทำการวางแผนไว้ อย่างครอบคลุมนะคะ ซึ่งถ้าเรามองว่าเมื่อวานนี้จากตัวเลขคร่าว ๆ ที่ได้รับการฉีดวัคซีนไป ประมาณ ๕๘๐,๐๐๐ คนทั่วประเทศที่ได้ฉีดไป ตามยุทธศาสตร์ที่ได้กราบเรียน ท่านประธานสภาค่ะ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติคะ ถ้าจากการกระจายแผนวัคซีนที่เราได้มอง และได้มีการปรึกษาหารือกับผู้เชี่ยวชาญและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็จะกระจายไปยังพื้นที่ เป็นสิ่งที่จะต้องเหมาะสมสอดคล้องกับกรมควบคุมโรคได้วางมาตรการและแนวทาง ที่เหมาะสม พร้อมกับคณะกรรมการนโยบายที่เกี่ยวข้องทั้งในระดับประเทศและลงไปถึง คณะกรรมการควบคุมโรคในจังหวัดต่าง ๆ ก็จะเป็นผู้วางแผนและกระจายวัคซีน อย่างเหมาะสม ซึ่งที่วางแผนตามยุทธศาสตร์กันไว้ก็คือจะให้บริการอย่างถึงพื้นที่ลงไปถึงตำบล ซึ่งมี รพ.สต. ซึ่งจะมีแพทย์แล้วก็ลงไปช่วยในดูแลเรื่องของความปลอดภัยในการฉีดและหลังการฉีดแล้วก็ ติดตามผล นี่ก็คือแนวนโยบายยุทธศาสตร์ที่เราวางไว้นะคะ มีทั้งหน่วยบริการเคลื่อนที่ บริการถึงบ้านในกรณีที่เด็กและเยาวชนไม่สามารถที่จะเดินทางหรืออาจจะมีความต้องการ ความช่วยเหลือเป็นพิเศษ อย่างเช่นเด็กพิการเป็นต้นนะคะ ดิฉันก็ขอนำเรียนภายใต้กรอบที่ กฎหมายที่จะเอื้อให้เราพยายาม กระทรวงศึกษาธิการก็พยายามที่จะทำอย่างดีที่สุด เพราะเราห่วงค่ะทั้งในการเฝ้าระวังการติดเชื้อ อัตราการตายอะไรก็ตาม ขออนุญาต ที่จะเรียนเพิ่มเติมท่านประธานสภานะคะว่าก็เป็นโอกาสอันดีที่ในนามกระทรวงศึกษาธิการ ก็จะขอกราบขอบพระคุณในส่วนของบุคลากรทางการแพทย์ พยาบาล เจ้าหน้าที่ของสังกัด สาธารณสุข และผู้ที่มีจิตอาสา ที่ได้กรุณาจัดสรร ที่ได้กรุณาทำให้ในระดับถึงจังหวัดและทำ ให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาในระดับจังหวัดคือคณะกรรมการควบคุมโรคที่ภายใต้ การนำของท่านผู้ว่าราชการจังหวัด มี สสจ. เป็นเลขาธิการแล้วก็เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ผู้อำนวยการโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งหมด แผนการกระจายและให้ ความสำคัญกับครูและบุคลากรทางการศึกษาตามแนวทางที่วางไว้ออกมาเป็นสัมฤทธิ์ผล อย่างที่ดิฉันได้กราบเรียนว่ายังมีจำนวนอีกไม่มาก แล้วก็วัคซีนที่เข้ามา ท่านประธานสภาคะ ดิฉันก็มั่นใจในระบบสาธารณสุขไทย ดิฉันก็ฉีดซิโนแวค (Sinovac) ค่ะ เมื่อมีการที่ ท่านนายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนว่ารัฐมนตรีท่านใดมีความประสงค์และมีความสะดวก พอดี ดิฉันอยู่ที่กรุงเทพมหานครพอดีไม่ได้ลงพื้นที่ โดยปกติจะไปต่างจังหวัดบ่อย ๆ ดิฉันก็อาสา เลยและดิฉันมั่นใจในระบบสาธารณสุขไทยค่ะ และดิฉันก็ฉีด และดิฉันก็มั่นใจ และดิฉันต้อง เฝ้าระวังตัวเองเพื่อที่จะลดความเสี่ยงแล้วก็ปฏิบัติตามมาตรการของสาธารณสุขที่เหมาะสม มาโดยตลอด ก็อยากจะเรียนท่านประธานสภาและกราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก็ขอความกรุณา ขออภัยนะคะที่จะต้องเอ่ยชื่อคุณครูมานิตย์ที่ว่า ดิฉันก็เรียนคุณครูมานิตย์ ด้วยความเคารพรักว่าดิฉันก็ฉีดวัคซีนแบบนี้ แล้วก็สามารถปฏิบัติภารกิจ แล้วก็ยังมากไปกว่านั้น ก็อยากจะเรียนว่าครูและบุคลากรทางการศึกษาก็มีความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ แล้วก็อุทิศตนแล้วมันเป็นเรื่องใหม่มันเป็นนิวนอร์มอล (New Normal) ที่เราจะต้องให้ มันเป็นภาวะปกติเพราะมันไม่เคยเกิดขึ้นก่อนเลยแล้วคุณครูของเราก็พัฒนาตนเอง กระทรวงศึกษาธิการเองก็ได้มีมาตรการอย่างที่ได้ทราบกันนะคะภายใต้ความเหมาะสมที่สุด ที่จะผ่อนปรนภาระของผู้ปกครองก็ได้มีมาตรการที่ปรึกษาหารือและได้รับการฉันทานุมัติว่า จะเป็นสิ่งที่จะไปถึงผู้ปกครองและผู้เรียนอย่างตรงที่สุด ผู้เรียนละ ๒,๐๐๐ บาท ซึ่งก็อยู่ใน กระบวนการที่จะคงจะได้จัดรับเงินจัดสรรงบประมาณในเร็ววัน เราก็จะต้องดูในเรื่องของ ความถูกต้อง ความซ ้าซ้อนว่าผู้ปกครองท่านไหนสมควรที่จะเป็นผู้รับเงิน เพราะบางทีจะมี ผู้ปกครองหลายท่านนะคะ แล้วก็รัฐบาลกระทรวงการคลังเองก็ดูแลค่ะ พยายามที่จะทำให้ เงินจำนวน ๒,๐๐๐ บาท ไปถึงมือผู้ปกครองอย่างเต็มจำนวนที่สุด มีธนาคารใดที่มีส่วนร่วม ในการที่ไม่คิดค่าธรรมเนียมผู้ปกครองที่ไม่ได้รับความสะดวกอาจจะมารับบางทีไม่สะดวก ในการที่จะเข้าบัญชีธนาคารเราก็ดูรูปแบบให้เป็นความเหมาะสมที่จะให้เงินถึงและป้องกัน การทุจริตให้มากที่สุด อำนวยความสะดวกในทุกอย่าง ตามที่ผู้ปกครองประสงค์ด้วย อันนี้ เรามีมาตรการที่จะหาความพิเศษความเหมาะสมให้สอดคล้องกับบริบทของพื้นที่ นี่คือ ความที่กระทรวงศึกษาธิการพยายามที่จะทำทุกมิติตามนโยบายของรัฐบาลภายใต้การนำ ของท่านนายกรัฐมนตรีนะคะ ดิฉันคิดว่าคำถามแรกดิฉันกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ จะมีคำถามอีกคำถามจะขออนุญาตท่านประธานสภาที่จะตอบที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติถาม ในเรื่องของเทคโนโลยีในเรื่องของแท็บเลต (Tablet) บางประการ ในเรื่องนี้ กระทรวงศึกษาธิการเองให้ความสำคัญค่ะ ในส่วนที่ผู้ปกครองใดที่มีความพร้อม แล้วก็ ประสานงานกับ กสทช. ท่านจะเห็นได้จากมีมาตรการหลาย ๆ มาตรการที่รัฐบาลได้ลดภาระ กับประชาชนและผู้ปกครองทั่วประเทศตามหมายเลขโทรศัพท์ผ่านเครือข่ายอะไรหลาย ๆ เครือข่าย ในช่วงนี้ กสทช. เองก็ให้บริการพิเศษให้กับผู้เรียนแล้วก็ผู้ปกครอง ก็เป็นจำนวน ที่ครอบคลุมไปทั้งผู้เรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ผู้เรียนในทุกสังกัดตามลำดับ ซึ่งผู้ปกครองก็มีความพึงพอใจ ในส่วนเครื่องมือเทคโนโลยีสำคัญต้องเรียนอย่างนี้นะคะว่า อันนี้เป็นคำพูดที่ท่านครูมานิตย์ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติในเรื่องของแท็บเลต (Tablet) ดิฉันกราบเรียนท่านประธานสภาด้วยความเคารพผ่านไปยังสมาชิกผู้ทรงเกียรติ การพัฒนา การศึกษาเป็นสิ่งที่สำคัญเราตระหนักเทคโนโลยีเราก็สำคัญ แต่ในภาวะเช่นนี้ในการที่จะ จัดหาหรือจัดซื้อให้กับนักเรียนในภาวะแบบนี้เราก็จะต้องเลือก เพราะว่ารัฐบาลเองแล้วก็ พี่น้องประชาชนและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติคงได้เห็นว่าภาระที่มีขึ้นในประเทศวิกฤติ ที่เกิดขึ้น หน่วยงานต่าง ๆ กระทรวงต่าง ๆ แล้วก็นโยบายของรัฐบาล แล้วภายใต้การอนุมัติ งบประมาณภายใต้การสนับสนุนในทุกมิติของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านได้ทำให้ หลาย ๆ ขับเคลื่อนไปด้วยดี ดิฉันรับไว้เพื่อที่จะได้ไปกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการ ในข้อสังเกตที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กล่าวถึงไว้ เทคโนโลยีบางประการอย่างเช่น แท็บเลต (Tablet) มันมีแท็บเลต (Tablet) ที่ไม่สามารถใช้งานได้อยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการต้องคิดและตระหนักว่าถ้าจะทำให้ครอบคลุมถึงเด็กในอนาคต ก็ต้องคิดถึงความสามารถที่จะใช้งานได้อย่างระยะยาว แล้วก็ประหยัดงบประมาณแผ่นดิน แล้วเกิดประโยชน์สูงสุด คุ้มค่าในทุกมิติ ก็ขอกราบขอบพระคุณค่ะ🔗
เชิญท่าน ครูมานิตย์ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ครับ ผมนั่งฟังรัฐมนตรีบรรยาย ผมถามนิดเดียวเองจริง ๆ แล้วก็ไม่รู้ว่าผมไม่เข้าใจหรือรัฐมนตรีไม่เข้าใจคำถามผม จริง ๆ ผมไม่ได้มาต่อล้อต่อเถียงอะไรกับน้องเขาละครับ ถึงแม้เป็นรัฐมนตรี แค่ผมถามว่าวันนี้ รัฐบาลได้ส่งโควิด (COVID) ไปต่างจังหวัด พอส่งไปต่างจังหวัดแล้วผมเป็นห่วงกลัวจะติด เด็กนักเรียน โรงเรียนมันเปิดเรียนไม่ได้สักทีหนึ่ง ก็อยากรู้ว่ากระทรวงมีนโยบายที่จะขอเงิน จากรัฐบาลส่วนหนึ่ง เหมือนที่ขอเงินจากรัฐบาลส่วนหนึ่ง เหมือนที่ขอเงิน ๒,๐๐๐ บาทที่ไป โม้ว่าจะแจกให้เด็กนักเรียน จะไปซื้อวัคซีนฉีดให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา เมื่อไรให้มัน หมดสักทีโรงเรียนจะได้เปิด ฉีดให้เด็กนักเรียน ท่านก็ไปโน่นละครับ ถึงกระทรวงสาธารณสุข รพ.สต. ดีท่านไม่คุยถึง อสม. ด้วย ผมถามสั้น ๆ เอง เรื่องแท็บเลต (Tablet) ก็ตอบง่าย ๆ ว่า ที่ผมอยากถามรัฐมนตรีว่าการเพราะมันเป็นงานนโยบาย เผื่อสมัยปีหน้ารัฐสภายังอยู่ รัฐมนตรีเขาจะได้ทำงบขอซื้อแท็บเลต (Tablet) แจก ก็ว่ากันไปครับ ท่านไปเลย ผมยังไม่ได้ คำตอบเลย ท่านก็บอกว่ามา ๒-๓ ล้านโดสมาแน่ละครับ ถ้าไม่ซื้อเขาก็แจกอยู่แล้ว สหรัฐอเมริกาเหลือก็มาประเทศไทย ประเทศออสเตรเลียเหลือก็มาประเทศไทย นี่เป็นที่ เขาเรียกว่ารับเศษเดนของต่างประเทศ วันนี้อย่าว่าแต่ซื้อเลยครับ มาแน่ อันนั้นไม่ใช่เป้า ผมถามว่าวันนี้เด็กนักเรียนไม่สามารถเปิดเรียนได้ เมื่อไม่สามารถเปิดเรียนได้ทำอย่างไร ให้เด็กได้เรียนรู้ ออนไลน์ (Online) ไม่ประสบผลสำเร็จ ก็อยากรู้ว่ากระทรวงศึกษาธิการ มีนโยบายของบไปซื้อวัคซีนต่างหากมาได้ไหม ถ้าตอบแบบท่านผมก็ตอบได้ ตอบง่าย ๆ เลย ก็ไปเรื่อย ผมฝากว่านโยบายมีหรือเปล่ากระทรวงศึกษาธิการ ตอนนี้คิดเรื่องให้เปิดเรียน เร็ว ๆ เพื่อเด็กจะได้พัฒนาความรู้ พัฒนาอารมณ์ พัฒนาสังคม พัฒนาทางด้านจิตใจ ท่านก็ตอบไปเหมือนกับ ศบค. ตอบ เอาละครับผ่าน อันนี้ฝากด้วยนะครับ เพราะว่าเวลาของ รัฐมนตรีในการตอบหมดแล้ว มันจะเปลืองเวลาของสภา เงิน ๒,๐๐๐ บาท ที่จะให้ไปรีบ จัดส่งเร็ว ๆ อย่างน้อย ๆ มันก็ได้ช่วยเหลือแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง เนื่องจากว่าเงิน ๒,๐๐๐ บาทนั้น ต่างจังหวัดมีความสำคัญมาก วันนี้กระทรวงบอกว่าจะให้ ๆ ทางเขต ทางโรงเรียนรับคำสั่ง ๒-๓ ฉบับแล้ว ก็ยังไม่ได้เงินไป อย่างน้อย ๆ เด็กก็จะได้ไปเติมบัตร โทรศัพท์ได้โน้นได้นี่ ฝากอีกเรื่องหนึ่งก็คือคอมพิวเตอร์ที่อยู่ตามโรงเรียนมันเก่ามากแล้ว ท่านประธานสุชาติคงจำได้คอมพิวเตอร์ครั้งแรกที่ซื้อให้โรงเรียนคือยุคพลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๐ ที่ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้ราษฎรอยู่ วันนี้ซ่อมแล้วซ่อมอีก ซ่อมแล้วซ่อมอีก โรงเรียนไหนมีผ้าป่าเขาก็โชคดีไป โรงเรียนไหนไม่มีผ้าป่า อันนี้เอามาแจ้งให้ ทราบเผื่อกระทรวงจะได้ตั้งงบปีหน้านะครับ อันต่อไปฝากเรื่องของงบประมาณกับเรื่องของ คนที่อยากให้ท่านรัฐมนตรีหรือกระทรวงศึกษาธิการเอางบประมาณนี้ไปลงโรงเรียนเยอะ ๆ เอาคนไปไว้กับโรงเรียน อย่าไว้ที่เขตการศึกษา อย่าไว้ที่สำนักงานศึกษาจังหวัดไม่มีประโยชน์ หรอกที่สำนักงานศึกษาจังหวัดล้นคนเฉย ๆ ไปให้ทำอะไรสำนักงานศึกษาจังหวัด ศึกษาภาค ยังไม่ได้ทำอะไรครับท่านประธาน อันนี้ผมรู้ดีนะครับ เอาไปไว้ที่โรงเรียนไม่ใช่ว่าคิดจะยุบ จะยุบ จะยุบ ลองประเทศไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ครู ๑ คน ต่อเด็ก ๕ คน เด็กเก่งไป นานแล้ว ท่านเห็นไหมครับ เด็กกรุงเทพมหานครที่มันเก่ง เพราะพ่อแม่จ้างครูมาสอนตัวต่อตัว ต่างจังหวัดมันไม่เป็นอย่างนั้น แล้วสิ่งที่ได้ตามมานอกจากเด็กได้ความรู้แล้วเด็กที่เรียนจบครู จะไม่ตกงานครับท่านประธาน นี่จ้างได้เลยโครงการโควิด (COVID) งบฟื้นฟูงบอะไร จ้างครูที่ จบครูมาไปสอนเป็นลูกจ้าง ๆ ไม่ต้องเงินเดือนถึง ๑๕,๐๐๐ บาทหรอกครับ เดือนละ ๘,๐๐๐-๙,๐๐๐ บาทก็พอแล้วครับ ในต่างจังหวัดก็พออยู่ได้ดีกว่าไม่มีอาชีพอะไรทำ ผมอยากให้ขยายส่วนตรงนี้ได้ช่วยกันดูแลเด็ก แต่สิ่งที่สำคัญผมฝากท่านรัฐมนตรีไว้จริง ๆ เรื่องของวัคซีน ท่านรัฐมนตรีอย่าตอบแบบเป็นงานนโยบาย ไม่ใช่ครับ นี่มันเป็นงานเร่งด่วน ถ้าโรงเรียนได้เปิดแล้ว การศึกษาของเด็กมันได้เรียน ถ้าตอบแบบนี้ก็มันเหมือนเดิมมันไม่มี อะไรที่จะมากระตุ้นขึ้นมาในสภาแห่งนี้ พอเด็กมันได้ฉีดแล้วมันได้เรียน วันนี้คลัสเตอร์ (Cluster) ก็จะอยู่ที่ต่างจังหวัดเห็นไหมครับ ตอนหลังที่กรุงเทพมหานครมันลด เพราะคน ป่วยนโยบายรัฐบาลส่งคนกลับบ้านแล้วคนที่มีเชื้อติดโควิด (COVID) กลับบ้าน มันจะ เป็นคลัสเตอร์ (Cluster) ใหญ่ที่โรงเรียน ผมก็เลยเป็นห่วงในฐานะเป็นครูบาอาจารย์มาก่อน ผมก็ขอฝากไว้ ๒-๓ เรื่องแค่นี้ ท่านรัฐมนตรีครับ ส่วนท่านจะไปคิดกันอย่างไรก็สุดแล้ว แต่ท่าน ขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีจะมีอะไรตอบเพิ่มเติมไหมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสภานะคะ การตอบของดิฉันไปยังท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ดิฉันก็ตอบภายใต้สิ่งที่คิดว่าเป็น การตอบที่เหมาะสมที่สุดภายใต้สถานการณ์การแพร่กระจาย จำนวนผู้ที่ได้รับการฉีดวัคซีน ซึ่งดิฉันได้ยกตัวอย่างว่าอย่างเมื่อวานมีการฉีดไปจำนวนหนึ่ง ซึ่งจากการยุทธศาสตร์ ที่กระทรวงศึกษาธิการได้วางไว้ แล้วก็เรียนว่ากระทรวงศึกษาธิการไม่ได้ตั้งงบประมาณ เพราะว่าตามแนวทางที่ส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ได้มีแนวทางอย่างที่กราบเรียนไปว่า เมื่อไฟเซอร์ (Pfizer) เข้ามา เมื่อไฟเซอร์ (Pfizer) เข้ามา แล้วจำนวนผู้เรียนอยู่ในตัวเลขที่ ๔ ล้านกว่า คนนี้ การวางแผนตามยุทธศาสตร์ที่เราจะต้องพุ่งเป้าหมายไปให้ได้ แล้วก็มุ่งเน้นบริการให้ถึง ยังพื้นที่ตำบลโดยที่การมีส่วนร่วมไปถึง รพ.สต. หรือหน่วยเคลื่อนที่เพื่อที่จะเข้าไป เพราะอะไร ต้องการให้เด็กและผู้เรียนได้รับวัคซีนไฟเซอร์ (Pfizer) อย่างเร็วที่สุด อย่างเร็วที่สุดถ้าเราทำ เดือนกว่าน่าจะฉีดได้จบตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ เมื่อฉีดได้จบการที่จะเปิดสถานศึกษาได้ หรือไม่อย่างไร เราอยากเปิดได้เร็วค่ะ เพื่อที่เด็ก ๆ เข้ามาสู่ห้องเรียน แต่การจะเปิดได้หรือไม่ อย่างไร ความปลอดภัยค่ะ ความปลอดภัยของผู้เรียนและพี่น้องประชาชน ชีวิตมีค่าเราก็ต้อง ดูว่าสถานการณ์ตรงนั้น คณะกรรมการเป็นอย่างไร ในระดับจังหวัดควบคุมโรคในระดับ จังหวัดมาก็ต้องว่าไปตามบริบทและความเหมาะสม ซึ่งถ้าเปิดได้แนวทางก็คงจะเปิดกับเด็ก โตก่อนแล้วก็ไล่ลงมาตามความเหมาะสม ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ แต่กรอบวางแผน ยุทธศาสตร์แนวทางนั้นได้วางไปแล้ว แล้วก็อย่างที่กราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยัง สมาชิกผู้ทรงเกียรติก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคงจะชัดเจนขึ้น แล้วก็ขอขอบคุณสำหรับคำถาม ที่ให้โอกาสมาชี้แจงได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ขอบพระคุณค่ะ🔗
ท่านประธานครับ ผมนิดเดียวครับ ผม ครูมานิตย์ครับ🔗
เชิญครับ🔗
ที่จริงผมก็อยากไม่ต่อล้อต่อเถียงกับ ท่านรัฐมนตรี ด้วยความเคารพ ถ้าท่านรัฐมนตรีตอบผมตั้งแต่ครั้งแรกว่ากระทรวงศึกษาธิการ ไม่ได้ตั้งงบประมาณไว้ก็จบ รับว่าเดี๋ยวจะไปขอนายกรัฐมนตรีในที่ประชุม ครม. เพื่อดูแล ในส่วนของเด็กนักเรียนกับบุคลากรทางการศึกษาแค่นี้ก็จบแล้วครับท่านรัฐมนตรี ผมไม่อยากมาตอแยหรอกครับ แต่ว่ารัฐมนตรีไปเปิดเทปดูก็ได้ครับ ว่าเทปที่รัฐมนตรีตอบผม ในเบื้องต้น ผมรอฟังว่ารัฐมนตรีบอกว่าไม่มีงบ ผมก็จบแล้ว ว่ากระทรวงศึกษาธิการไม่ได้ตั้ง งบประมาณไว้ แต่จะเดี๋ยวขอเป็นกรณีพิเศษจากท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อให้เห็นแก่เด็ก และเยาวชนในการเปิดเรียน แค่นี้ก็จบครับ ผมไม่ได้อยากมาตอแยอะไรท่านรัฐมนตรี หรอกครับ ด้วยความเคารพ ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน🔗
เป็นการ จบกระทู้ถามสดด้วยวาจานะครับ เชิญท่านจิรายุครับ🔗
ท่านประธานครับ จิรายุ ห่วงทรัพย์ สั้น ๆ นิดเดียวครับ ๑๕ วินาที ฝากท่านรัฐมนตรี คือลูกผมบ่นมาเมื่อเช้าครับ เรียนอยู่โรงเรียน สพฐ. ว่าได้รับแจ้งจากโรงเรียนจะเก็บค่าอินเทอร์เน็ต (Internet) จะช่วย ค่าอินเทอร์เน็ต (Internet) ให้เดือนละประมาณ ๘๐ บาท คือให้เก็บกับผม แล้วก็ไปจ่ายกับ กสทช. ท่านรัฐมนตรีครับ รัฐบาลนี้ขี้เหนียว งก จริง ๆ ก็ให้เขาเถอะ เด็กเขาเรียนอยู่ที่บ้าน ๘๐ บาท ๒ เดือน ท่านประธานครับ ก็เลยฝากท่านรัฐมนตรีไปบอกรัฐมนตรีว่าการด้วย นะครับ อย่าไปงกมากนัก เด็กเรียนที่บ้านก็ลงทุนจะแย่อยู่แล้วต้องไปจ่ายอินเทอร์เน็ต (Internet) เดือนละ ๘๐ บาท ๒ เดือนอีก ก็ฝากท่านประธานตรง ๆ ไปนี้ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีรับไปนะครับ🔗
ต่อไปเป็นวาระที่ ๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป มีทั้งหมด ๖ ฉบับ🔗
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗
๑.๒.๑ กระทู้ถามที่ ๓๓๔ เรื่อง การบริหารจัดการขยะในกรุงเทพมหานคร (นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ วันนี้ผมได้ตั้งกระทู้ทั่วไปสอบถาม ท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยได้มาชี้แจงในเรื่องนี้นะครับ กระทู้ที่ผมสอบถามก็คือเรื่อง การบริหาร จัดการขยะในกรุงเทพมหานคร กราบเรียนท่านประธานว่ากรุงเทพมหานครซึ่งถือว่า เป็นเมืองหลวงของประเทศไทยนั้นเรามีประชากรอาศัยอยู่จำนวนมากครับ ถ้าตามทะเบียน ราษฎรก็มีเกือบประมาณ ๖ ล้านคน ขณะเดียวกันก็มีประชากรแฝงเข้ามาอยู่ใน กรุงเทพมหานครอีกจำนวนมาก เฉลี่ยก็ประมาณเกือบ ๔ ล้านคน โดยทั่วไปก็อาจจะ ประมาณการได้ว่ามีประชากรในกรุงเทพมหานครประมาณเกือบ ๑๐ ล้านคน แน่นอนครับ เมืองหลวงขนาดใหญ่ เช่น กรุงเทพมหานครมีประชากรอยู่จำนวนมาก สิ่งที่ตามมากับจำนวน ประชากรก็คือจำนวนขยะมูลฝอยที่เกิดขึ้น คนจำนวน ๑๐ ล้านคนมีขยะมูลฝอยจำนวนมาก เฉลี่ยพวกเราผลิตขยะให้เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานครจำนวนมากครับท่านประธาน ประมาณ ๑๐,๐๐๐ ตันต่อวัน ผมไม่ทราบว่าขณะนี้เรามีกำลังความสามารถในการที่จะจำกัดขยะมากน้อยแค่ไหน อย่างไร เพราะฉะนั้นเราจึงเห็นได้ว่าขยะจึงเป็นปัญหาสำคัญของเมืองหลวง โดยเฉพาะ กรุงเทพมหานคร หลายครั้งเราก็คงพบเห็นขยะอยู่ตามชุมชน อยู่ตามแม่น ้าลำคลองบ้าง บางส่วนอยู่ตามถนนหนทาง เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ก่อให้เกิดปัญหาทั้งในทางเศรษฐกิจ สังคมและในแง่ของการท่องเที่ยว ถ้าเรากำลังจะต้องเปิดประเทศหลังจากสถานการณ์โควิด (COVID) คลี่คลาย รายได้หลักของเราส่วนหนึ่งนอกจากการส่งออกก็คือเรื่องของ การท่องเที่ยว ผมคิดว่าวันนี้เราควรมาเริ่มต้นในการต้อนรับนักท่องเที่ยวหลังสถานการณ์ โควิด (COVID) ซึ่งผมคิดว่าเขาจะต้องคำนึงถึงเรื่องของสุขอนามัยเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้น สิ่งที่ผมอยากจะเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยซึ่งมาตอบกระทู้แทน ท่านนายกรัฐมนตรีว่าทางรัฐบาลได้มีนโยบายหรือมีแนวทาง มีมาตรการในการบริหาร จัดการขยะในกรุงเทพมหานครหรือไม่ อย่างไร ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผมขอเรียนตอบในกรณีเรื่องขยะของ กรุงเทพมหานคร ในลำดับแรก ปริมาณขยะในกรุงเทพมหานครในขณะนี้ก็เป็นไปตามที่ ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติกรุณาได้กล่าวถึงแล้ว โดยเฉลี่ยขณะนี้อยู่ประมาณ ๑๐,๐๐๐ ตันเศษ ต่อวัน ซึ่งต่อปีก็จะเป็น ๓ ล้านตันกว่า ในจำนวนนี้กรุงเทพมหานครเองต้องมีการดำเนินการ ในการที่จะต้องบริหารจัดการ คือทั้งเก็บแล้วก็เอาไปกำจัดให้เป็นไปตามสุขอนามัย อย่างไรก็ตามก็อยากจะเรียนว่าปัญหาสำคัญของขยะนี้ไม่ว่าจะเป็นประเทศใดหรือเมืองใด ในโลกนี้ ความสำคัญของการดำเนินการขยะนั้นจะต้องอยู่กับประชาชนเป็นหลัก เมืองที่ สะอาดทั้งหลายอยู่ที่ประชาชน หมายความว่าถ้าประชาชนเราทิ้งเก่ง โอกาสที่จะทำให้ สะอาดได้ก็จะต้องมีเจ้าหน้าที่มากพอที่จะเก็บได้ ซึ่งไม่เคยมีประเทศใดที่ทำได้ นอกจาก คนในประเทศนั้นเขาจะช่วยกันดูแลพื้นที่ของเขาเป็นหลัก คือพูดง่าย ๆ ต้องให้คนทิ้งไม่เก่ง ถ้าคนทิ้งเก่งคนเก็บยิ่งต้องเก่งมากขึ้นไปซึ่งจะเป็นปัญหา เมื่อเทียบจำนวนประชากรดังกล่าว ทั้งประชากรแฝงกรุงเทพมหานครด้วย แล้วเทียบกับเจ้าหน้าที่และเขต ความกว้างใหญ่ น่าจะไม่น่าสามารถกระทำได้🔗
อีกประเด็นหนึ่งที่อยากจะเรียนให้ทราบ คือเรื่องของการบริหารจัดการขยะ ถ้าขยะนี้อยู่ในระบบ คือคนทำขยะทิ้งอยู่ในที่ทิ้งแล้วเข้าสู่กระบวนการตามแนวทาง ก็สามารถดำเนินการได้ ก็จะต้องมีแผนการซึ่งผมได้เรียนต่อไป อย่างไรก็ตามปัญหาของขยะ ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครของเราและทั่วประเทศของเรา คือประชาชนหรือคนที่ทำขยะดีกว่านะครับ ไม่ทิ้งขยะในที่ที่ทิ้ง มันก็เป็นขยะที่ไปอยู่ในพื้นที่ สาธารณะ แล้วก็ลงไปอยู่ในแม่น ้าลำคลอง แล้วก็รวมอยู่ในทะเล ซึ่งจะยากลำบากในการ บริหารจัดการเป็นอย่างมาก ในเรื่องต่อไปที่อยากจะเรียนให้ทราบถึงรัฐบาลมีนโยบาย มีแนวทาง มีมาตรการอย่างไรในการที่จะบริหารจัดการขยะ รัฐบาลมีแนวทางในการบริหาร จัดการขยะตั้งแต่เรื่องแรกเลยคือมีโรดแมป (Roadmap) ในการบริหารจัดการขยะ ทั้งขยะที่มีตกค้างอยู่เก่า ขยะที่เกิดขึ้นใหม่ แล้วก็การจัดระเบียบในการที่จะดำเนินการ รวมทั้งการรณรงค์ ซึ่งผมได้เรียนแล้วว่าเป็นเรื่องสำคัญเป็นอย่างยิ่ง นั่นเป็นเรื่องแรก ที่รัฐบาลมี🔗
ในส่วนที่ ๒ ก็คือรัฐบาลโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีแผนการบริหารจัดการขยะมูลฝอยของประเทศ ซึ่งทำตามหน้าที่ของกระทรวง ทส. เพื่อกำหนดกรอบในการดำเนินการ นอกจากนั้นหน่วยที่ดำเนินการคือองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นซึ่งอยู่ภายใต้กำกับของกระทรวงมหาดไทย ก็มี พ.ร.บ. รักษาความสะอาดนะครับ กระทรวงมหาดไทยได้ใช้ พ.ร.บ. รักษาความสะอาด แล้วก็ใช้กรอบแผนแม่บทของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการที่จะทำประกาศกระทรวงมหาดไทยในการจัดการ ขยะมูลฝอยเป็นแนวทางในการดำเนินการ สำหรับกรุงเทพมหานครก็ยังมีแผนบริหารจัดการ ขยะของกรุงเทพมหานครแล้วก็มีแผนพัฒนาของท้องถิ่น ซึ่งมีการดำเนินการเกี่ยวกับเรื่อง ขยะ นั่นเป็นกรอบของการดำเนินการนะครับ กระผมจะขอเรียนรายละเอียดโดยย่อ ๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจ โดยเริ่มต้นตั้งแต่การบริหารจัดการขยะตั้งแต่ต้นทาง ต้นทางคือผู้ทำ ให้เกิดขยะขึ้นนะครับ ก็มีแนวทางในการที่จะให้ประชาชนหรือผู้ที่ทำขยะได้ใช้แนวทาง ๓ อาร์ (3R) หรือ ๓ ช ๓ อาร์ (3R) ก็คือ รีดิวซ์ (Reduce) รียูส (Reuse) รีไซเคิล (Recycle) หรือใช้ใหม่ ใช้ซ ้า ใช้ลดลง เป็นหลัก นอกจากนั้นก็ให้พี่น้องประชาชนได้ดำเนินการในการ ที่จะคัดแยกขยะ เพราะทั้ง ๒ อย่างจะเป็นจุดเริ่มต้นของการจัดการขยะให้ได้เป็นไปตาม แนวทางแล้วเกิดประสิทธิภาพและประหยัดที่สุด ก็มีการดำเนินการตั้งแต่ต้นทางให้ผู้ที่ทำ ขยะได้ดำเนินการ ต่อไปในกลางทางก็จะมีเรื่องของการเก็บและขนย้ายจากผู้ทำขยะไป ที่ตำบลที่จะกำจัดขยะ รวมทั้งการดำเนินการขยะในพื้นที่สาธารณะก็ได้มีการให้มีถังขยะ ๒ ใบ ในพื้นที่สาธารณะ แล้วก็มีการเก็บขยะจากผู้ทำขยะโดยเก็บแยก ในขณะนี้ กรุงเทพมหานครได้ปรับทั้งในเรื่องของรถที่เก็บสามารถเก็บแยกได้ กำหนดเรื่องเวลาการเก็บ ที่สามารถให้เก็บแยกได้ในบางพื้นที่นะครับ นั่นเป็นเรื่องที่ที่ในขณะนี้ได้ดำเนินการไป ในส่วนปลายทางนั้นในเรื่องของการกำจัดขยะอันนี้ก็เป็นเรื่องของที่ท่านได้ตั้งประเด็นมาว่า ขยะของกรุงเทพมหานครมีต่อวันนั้นถึงหมื่นตัน ความสามารถในการดำเนินการกำจัด ในขณะนี้เรามีความสามารถในการกำจัดไม่หมด เพราะฉะนั้นการกำจัดที่ว่านี้การกำจัดให้ เป็นไปตามหลักการนะครับ เพราะฉะนั้นในขณะนี้เรายังต้องเอาขยะไปฝังกลบถึง ๘,๐๐๐ ตันด้วยกันในขณะนี้ แม้ว่าทางกรุงเทพมหานครจะได้พยายามที่จะสร้างโรงกำจัด ขยะเพิ่มขึ้นมา แต่คาดว่าจะสร้างเสร็จก็คงจะได้อีกสักประมาณ ๒,๐๐๐ ตันต่อวัน ก็ยังมีขยะ เหลือจำนวนหนึ่งซึ่งต้องไปฝังกลบอยู่ในขณะนี้ นั่นคือประเด็นปัญหาที่อยากจะเรียนต่อไปว่า ในปัจจุบันนี้มันอยู่ในอารยธรรมผมอยากจะใช้คำว่า อารยธรรมถุงพลาสติก เมื่อสัก ๓๐ ปี ๔๐ ปี ๕๐ ปีที่แล้วมานี้เราจะไม่มีถุงพลาสติก ถังขยะเราจะไม่มีพลาสติก แต่ปัจจุบันนี้ ทั้งบ้านเรือนโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นอาคารชุดทั้งหลายก็ใช้ถุงพลาสติกในการใส่ขยะทั้งสิ้น นะครับ อันนี้ก็จะเป็นจุดเริ่มต้นของการยากลำบากในการที่จัดการขยะ เพราะว่า ขยะประเภทนี้ก็คงจะไม่มีใครไปรีไซเคิล (Recycle) หรือเอามาใช้ใหม่ มันจะเป็นขยะที่ไปอยู่ ที่กองขยะแล้วก็จะฝังอยู่ ไม่ว่าจะฝังโดยวิธีฝังกลบที่ถูกต้อง มันก็จะอยู่ในธรรมชาติ เราไปอีกนานนะครับ ในเรื่องนี้เองทางกระทรวงมหาดไทยก็มีแนวทางที่จะให้นโยบายกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะให้เขาได้มีการที่จะแยกโดยใช้เครื่องตีให้ขยะนั้นแยกจากกัน ระหว่างขยะที่เป็นอินทรีย์กับขยะตัวถุงพลาสติกแล้วก็ไปฝังกลบ ขณะนี้ก็ได้ดำเนินการที่จะ ให้นโยบายกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้ดำเนินการนะครับ ก็เป็นเรื่องแนวทางของ การดำเนินการจัดการขยะที่พอจะเรียนให้ทราบคร่าว ๆ ครับ🔗
เชิญ ท่านองอาจถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าตามที่ท่านรัฐมนตรี ได้กรุณาให้ข้อมูลก็ชี้ให้เห็นว่าเราก็ได้มีความพยายามในการที่จะแก้ไขปัญหาระดับหนึ่ง ซึ่งผมเชื่อว่ารัฐมนตรีก็คงทราบว่าดีว่าการบริหารจัดการขยะนั้นก็ต้องดำเนินการ ๓ ส่วน ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากนะครับ ก็คือการเก็บขนขยะ ประการที่ ๒ ก็คือเรื่องของการ กำจัดขยะ ประการที่ ๓ ก็คือเรื่องการลดปริมาณขยะ ซึ่งแน่นอนท่านรัฐมนตรีได้บอกว่า ขณะนี้การที่จะดำเนินการลดปริมาณขยะนั้นก็ใช้หลักการ ๓ อาร์ (3R) คือรีดิวซ์ (Reduce) รียูส (Reuse) และรีไซเคิล (Recycle) อย่างไรก็ดีผมคิดว่าในการบริหารจัดการขยะของโลก สมัยใหม่เราคงจะต้องพยายามที่จะรณรงค์เพิ่มเติมมากกว่า ๓ อาร์ (3R) ซึ่งดำเนินการมา เป็นระยะเวลานานพอสมควร ผมอยากจะเสนอท่านรัฐมนตรีในส่วนนี้ว่าควรจะเพิ่มจาก ๓ อีก ๔ รวมเป็นทั้งหมด ๗ อาร์ (7R) ด้วยกัน นอกจากรีดิวซ์ (Reduce) รียูส (Reuse) รีไซเคิล (Recycle) แล้วนี้ ผมคิดว่าเราจะต้องคงพยายามที่จะรณรงค์ในเรื่องของรีเพลซ (Replace) รีเทิร์น (Return) เรื่องของการรีฟิลล์ (Refill) แล้วก็เรื่องของการรีแพร์ (Repair) ซึ่งก็คงจะมีส่วนในการทำให้เราสามารถลดปริมาณขยะได้มากขึ้น จะเห็นได้ว่าสามารถ บริหารจัดการขยะทำให้ประชาชนตระหนักในเรื่องของการลดปริมาณขยะนั้น ประเทศไทย ของเรานั้นเราคงเคยได้ยินคำว่า ตาวิเศษเห็นนะ อันนั้นก็เป็นการรณรงค์ที่ได้ผลค่อนข้างมาก แต่ในระยะหลังนี้กราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าเราแทบจะเห็นการณรงค์ในลักษณะนี้ น้อยมากครับ ก็ฝากท่านไปวางแผนบริหารจัดการทำอย่างไรที่เราจะรณรงค์ให้ประชาชน ตระหนักในเรื่องของขยะมากขึ้น🔗
ประการที่ ๒ ที่อยากฝากท่านก็คือการที่จะกำจัดขยะด้วยวิธีการฝังกลบนั้น ก็เป็นวิธีการที่เราใช้มานาน โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครพื้นที่ที่เราจะฝังกลบก็คงมีไม่มาก เราจะไปฝังในพื้นที่ใกล้ ๆ กรุงเทพมหานครก็ลำบากมากยิ่งขึ้น เพราะฉะนั้นนโยบายหรือ มาตรการในเรื่องการทำให้เกิดโรงงานกำจัดขยะมูลฝอยเพื่อผลิตไฟฟ้า เพื่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งผมคิดว่าตรงนี้น่าจะเป็นหัวใจสำคัญ โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครที่จะทำให้เราสามารถ กำจัดขยะมูลฝอยได้มากขึ้น ตรงนี้ก็ขอฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งที่ในคำถามที่ ๒ ที่อยากจะสอบถามท่านรัฐมนตรีก็คือ ผมคิดว่า หลังจากสถานการณ์โควิด (COVID) เกิดขึ้นในประเทศไทยตั้งแต่ต้นปี ๒๕๖๓ เป็นต้นมา จนกระทั่งถึงปัจจุบัน ผมเชื่อว่าการรณรงค์ของรัฐบาลของทางการในการที่ทำให้เรา สวมหน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) นั้น เราทำกันอย่างกว้างขวางจนกระทั่งถึงปัจจุบัน ท่านประธานครับ แน่นอนที่สุด พอเราใช้ หน้ากากอนามัยกันทุกคนในประเทศไทยก็ว่าได้นี้ก็ทำให้เรามีขยะซึ่งเกิดขึ้นจากหน้ากาก อนามัยเพิ่มขึ้น โดยที่เราไม่สามารถจะปฏิเสธสิ่งเหล่านี้ได้ ท่านประธานทราบไหมครับว่า ประชากรทั่วประเทศของเราขณะนี้มีประมาณ ๖๖.๑ ล้านคนโดยประมาณนะครับ ๑ คน เราใช้หน้ากากอนามัยวันละ ๖๖ ล้านชิ้นโดยประมาณ เดือนหนึ่งเราใช้หน้ากากอนามัย วันละชิ้น ๆ โดยเฉลี่ยนะครับ เดือนหนึ่งเราใช้หน้ากากอนามัยประมาณ ๑,๙๘๕ ล้านชิ้น ปีหนึ่งเราใช้หน้ากากอนามัย ประมาณ ๒๔,๑๕๘ ล้านชิ้น ท่านประธานครับ หน้ากากอนามัยจำนวนมากเหล่านี้ก็ต้อง ยอมรับว่าต้องถือเป็นขยะที่เกิดขึ้นในประเทศของเราในโลกยุคสมัยที่โควิด (COVID) ระบาด อย่างหนัก เพราะฉะนั้นผมคิดว่าโดยเฉพาะในกรุงเทพมหานครถ้าเราประเมินว่า กทม. มีประชากรอยู่ ประมาณ ๑๐ ล้านคน ใน กทม. ก็จะมีการใช้หน้ากากอนามัยซึ่งใช้แล้วทิ้ง ไม่ได้ใช้แล้วเก็บเอาไว้ วันละประมาณ ๑๐ ล้านชิ้น เดือนหนึ่งก็ประมาณ ๓๐๐ ล้านชิ้น ท่านประธานครับ ปีหนึ่งก็ ๓,๖๕๐ ล้านชิ้น คิดเป็นน ้าหนักก็ประมาณ ๓,๖๕๐,๐๐๐ ตัน หน้ากากอนามัย ๑ ชิ้นก็จะหนักประมาณ ๑๐ กรัม ผมกราบเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่ารัฐบาล ได้คำนึงถึงสิ่งเหล่านี้หรือไม่ แล้วก็จะบริหารจัดการอย่างไรให้ขยะซึ่งเกิดขึ้น จากการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ไม่ก่อให้เกิดปัญหาขึ้นมาในสังคมในประเทศ ของเรา นี่ยังไม่นับขยะซึ่งเกิดขึ้นจากการจะต้องดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด (COVID) จากสถานพยาบาล จากโรงพยาบาลซึ่งจะเป็นอีกประเด็นหนึ่ง ซึ่งก็เป็นเรื่องใหญ่เหมือนกัน แต่วันนี้ผมขอเน้นในเรื่องที่ผมได้สอบถามท่านรัฐมนตรีครับ จึงขออนุญาตเรียนสอบถาม ท่านว่าท่านมีนโยบายในการบริหารจัดการขยะที่เกิดขึ้นจากการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) โดยเฉพาะเรื่องของหน้ากากอนามัยอย่างไรครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ในเรื่องประเด็นที่ได้เรียนในเรื่องแรกนะครับ ผมขอตอบเร็ว ๆ ในเรื่องของการรณรงค์ ซึ่งทุกท่านก็ทราบแล้วว่าขณะนี้ยอมรับว่าเมื่อเราคิดว่าส่วนสำคัญ ในการจัดการขยะนั้นอยู่ที่ทำให้คนทำขยะนั้นต้องดำเนินการให้เป็นไปตามแนวทางแล้วก็ จะต้องทำให้เกิดขยะน้อย รัฐบาลเองได้มีแนวทางในการที่จะดำเนินการทั้งประเทศนะครับ แต่วันนี้ผมก็คงจะได้พูดถึงกรุงเทพมหานครเป็นการเฉพาะ เพราะกรุงเทพมหานครเอง ก็มีความพยายามที่จะดำเนินการในเรื่องของการรณรงค์ในเรื่องของขยะมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการใช้ชุมชนในการที่จะสร้างความตระหนักรู้และความร่วมมือของ ชุมชน อย่างไรก็ตามก็จะมีประเด็นก็คือว่าถ้าชุมชนใดเข้มแข็งก็มักจะทำได้ดี ดีถึงขนาดว่า เป็นซีโรเวสต์ (Zero Waste) ก็คือไม่ทำขยะเลย เหมือนกับทางต่างจังหวัดซึ่งทำได้มาก ในอีกส่วนหนึ่งที่กรุงเทพมหานครได้ดำเนินการคือในพื้นที่โรงเรียนก็ได้มีโครงการที่จะไป รณรงค์ในเรื่องของการบริหารจัดการขยะ นอกจากนั้นมีความร่วมมือกับภาคเอกชน อันนี้ จะเห็นผลมากในเรื่องของการแยกและการลดขยะในภาคเอกชนทั้งหมดที่เป็นสถาน ประกอบการต่าง ๆ ก็จะมีการดำเนินการในการที่จะคัดแยกขยะ รวมทั้งในการที่จะ ดำเนินการรีไซเคิล (Recycle) มีการทำอย่างกว้างขวาง ก็เรียนเป็นประเด็นแรกในการที่จะ สร้างความร่วมมือ แต่อย่างไรก็ตามก็จะรับแนวทางของท่านที่ได้กรุณาได้เรียนแนะนำว่า จะต้องมีการรณรงค์ให้มันเกิดกระแสขึ้นมา แล้วก็มีการปฏิบัติกัน พูดถึงและกว้างขวางกว่านี้🔗
ในเรื่องที่ ๒ ในเรื่องของการจัดการขยะก็อยากจะเรียนว่าแนวทางตาม ประกาศของกระทรวงมหาดไทยของรัฐบาลนั้นได้มีแนวทางแล้วว่าถ้าท้องถิ่นซึ่งมีอำนาจ หน้าที่ในการดำเนินการแล้วเป็นองค์กรที่เขาสามารถดำเนินการได้เอง โดยตามแผนพัฒนา ของเขา โดยกฎหมายกระจายอำนาจของเขาที่จะดูแลในเรื่องนี้เขาสามารถทำงานได้เลย การดำเนินการโรงกำจัดขยะนั้นจะใช้ต้นทุนสูงมาก และการดำเนินการควรจะต้องเป็น พลังงานเพื่อจะลด อาจจะพูดได้ว่าการจำกัดขยะถ้าไม่สามารถทำเป็นพลังงานไฟฟ้าได้ อาจจะใช้เฉลี่ยประมาณถึงตันละ ๑,๐๐๐ บาทในการกำจัด แต่ถ้าเราทำเป็นพลังงานไฟฟ้าเราอาจจะใช้ต้นทุนประมาณ ๕๐๐ บาทต่อตัน เพราะฉะนั้นใน การดำเนินการนั้นจะต้องทำลักษณะเป็นโรงพลังงานไฟฟ้านะครับเพื่อสามารถจ่ายไฟฟ้า อย่างไรก็ตามทางรัฐบาลเองก็คงจะไม่มีงบประมาณพอที่จะให้ไปทั้งประเทศได้ เพราะฉะนั้น ทางออกที่ดีที่สุดคือการร่วมลงทุนกับภาคเอกชน ซึ่งขณะนี้ในแนวทางก็ได้ส่งเสริมให้ทาง ท้องถิ่นทั้งหลายได้ร่วมมือกับทางภาคเอกชนที่จะสร้างโรงกำจัดขยะ เป็นแนวทางดังกล่าว ส่วนในเรื่องของหน้ากากที่เป็นปัญหานะครับ อยากจะเรียนไปด้วยว่าเมื่อเกิดปัญหาการแพร่ ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) รัฐบาลได้มีหนังสือออกไปทั่วประเทศในการดำเนินการ ในเรื่องนี้ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ดำเนินการ เราใช้คำว่าเป็นขยะอันตราย ขยะติด เชื้อนะครับ ซึ่งต้องมีมาตรการในการดำเนินการเหมือนกับขยะที่มาจากโรงพยาบาล สถานพยาบาลทั้งหลาย อย่างนั้นท้องถิ่นทั่วประเทศก็จะต้องดำเนินการ ในส่วนของ กรุงเทพมหานครนั้น กรุงเทพมหานครก็ได้มีการตระหนักในเรื่องนี้และได้มีการดำเนินการ เริ่มตั้งแต่ของประชาชนทั่วไปคือมีการรณรงค์ ถ้าอยู่ที่บ้านแล้วก็จะแยก ทางรถของทาง กรุงเทพมหานครก็สามารถมีส่วนที่จะเก็บแยกไปทำลายได้นะครับ ในส่วนของภาคเอกชน ได้มีการทำกันอย่างกว้างขวางนะครับ นอกจากนั้นทางภาคประชาชนถ้าสะดวกที่จะไป ในสถานที่ทิ้ง กรุงเทพมหานครได้ทำที่ทิ้งเกินกว่าพันจุดตามสถานที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ปั๊มน ้ามัน ห้างสรรพสินค้าต่าง ๆ ได้มีที่จะรองรับหน้ากากอนามัยซึ่งเป็นขยะติดเชื้ออันตราย อยู่ทั่วไปในขณะนี้นะครับ แล้วก็จะแยกไปดำเนินการกำจัดเป็นกรณีพิเศษนะครับ ไม่ได้กำจัด โดยโรงงานกำจัดทั่ว ๆ ไปนะครับ ขณะนี้ได้มีการดำเนินการ กระผมขอเรียนเพื่อทราบ เท่านั้นครับ🔗
เชิญท่าน องอาจครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม องอาจ คล้ามไพบูลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ แบบบัญชีรายชื่อ ผมมีสิทธิถามได้ ๒ คำถามนะครับ เพราะฉะนั้นผมคงไม่ได้ถามคำถามที่ ๓ ฝากท่านรัฐมนตรีว่า ขณะนี้ได้รับการบ่นหรือว่าร้องเรียนมาจากโรงพยาบาลหรือสถานพยาบาล ซึ่งเขามีภาระ ในเรื่องที่จะต้องดำเนินการกำจัดขยะติดเชื้อมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะจากสถานการณ์โควิด (COVID) แต่ปัญหาของเขาก็คือว่าเขาไม่มีงบประมาณเพียงพอที่จะไปดำเนินการจัดหา เครื่องมือหรืออุปกรณ์ใด ๆ จึงขอฝากไปยังรัฐบาลด้วยว่าขอให้ช่วยเข้าไปดูแลสิ่งเหล่านี้ อย่าปล่อยให้โรงพยาบาล สถานพยาบาล ที่มีภาระเพิ่มขึ้นในการที่ต้องดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด (COVID) จำนวนมากอยู่แล้วเขาจะต้องมีภาระที่จะต้องไปบริหารจัดการขยะที่เพิ่มขึ้นจาก ในสถานพยาบาลหรือโรงพยาบาล โดยเฉพาะการขาดแคลนงบประมาณ รวมกระทั่งถึง บุคลากรที่จะมาทำงานด้านนี้ด้วย ก็ฝากรัฐบาลช่วยดูแลในเรื่องนี้ด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
จบกระทู้ ถามทั่วไปฉบับแรกนะครับ🔗
๑.๒.๒ กระทู้ถามที่ ๓๔๔ เรื่อง ปัญหาการจัดการระบบระบายน ้า บริเวณถนนกาญจนาภิเษกตัดถนนเพชรเกษม (แยกเดอะมอลล์บางแค) (นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗
ท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล เขตบางแค กรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ ถึงแม้ตามข้อบังคับข้อ ๑๕๒ จะมีการระบุเอาไว้ว่าการตั้งกระทู้ถามจะต้องเป็นการตั้งคำถามที่ไม่ใช่การอภิปราย แต่ผมจะขออนุญาตท่านประธานใช้เวลาไม่กี่นาทีครับ เพื่อนำเสนอข้อเท็จจริงพื้นเพของเรื่อง เพื่อให้ท่านรัฐมนตรีตลอดจนประชาชนที่กำลังรับฟังอยู่ทางบ้านได้เข้าใจสภาพปัญหา ที่ตรงกันนะครับ เพื่อที่ท่านรัฐมนตรีจะสามารถตอบกระทู้ถามได้อย่างตรงประเด็นและจะ เป็นประโยชน์โดยตรงของพี่น้องประชาชนครับ รบกวนฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์นำสไลด์ (Slide) ขึ้นในที่ประชุมด้วยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้ลงพื้นที่เพื่อสำรวจปัญหา น ้าท่วมที่บริเวณแยกเดอะมอลล์บางแคครับ พร้อมกับท่านรองผู้ว่าศักดิ์ชัย บุญมา รวมถึง ผู้บริหารสำนักการระบายน ้าและเจ้าหน้าที่จากสำนักงานเขตบางแค อย่างผู้อำนวยการเขต ท่านรุจิรา อารินทร์ ตามภาพที่แสดงอยู่ในหมายเลข ๑ นะครับ เนื่องจากว่าบริเวณนั้นจะมีน ้า ท่วมขังสูงทุกครั้งเมื่อฝนตกหนักนะครับเป็นปัญหาของชาวบางแคและประชาชน ผู้ใช้ถนนสัญจรในบริเวณนั้นเรื่อยมาครับ ปัจจุบันครับระบบการระบายน ้าในบริเวณนั้น ต้องอาศัยการสูบน ้าออกจากแก้มลิงครับที่ทุกท่านเห็นในแผนภาพที่ ๒ นะครับที่มีแก้มลิงอยู่ นะครับมีปั๊มน ้าสูบออก โดยสูบออกไปทางทิศตะวันตกริมถนนกาญจนาภิเษก เพื่อระบาย ออกสู่คลองบางจากสูงขึ้นไปทางทิศเหนือราว ๖๐๐ เมตรนะครับ ซึ่งปัจจุบันประสิทธิภาพ การระบายน ้ายังไม่มากเพียงพอ ระบายออกไม่ทันจึงมีน ้าท่วมสูงอย่างที่เป็นอยู่ครับ รถสัญจรไปมาแถวนั้นถ้าขับช่วงฝนตกหนัก ๆ ดับประจำครับท่านประธาน มีรถยกมายกแถวนั้น ประจำนะครับ ในวันนั้นผมได้ตั้งคำถามต่อเจ้าหน้าที่ว่าเหตุใดเราจึงไม่สามารถสูบน ้าระบาย ออกไปทางทิศตะวันออกได้ด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ให้ข้อมูลกับผมดังต่อไปนี้ครับท่านประธาน จากข้อมูลในสไลด์ (Slide) นี้ครับเจ้าหน้าที่ได้เล่าให้ผมฟังว่าแต่เดิมนั้นเคยมีลำกระโดง สาธารณะในทิศตะวันออกของถนนกาญจนาภิเษกอยู่ แต่ว่าห้างเดอะมอลล์บางแคครับ ผมสามารถเอ่ยชื่อได้เพราะว่ามีคำตัดสินของศาลออกมาอยู่ในหน้าขาวต่าง ๆ แล้วนะครับ ห้างเดอะมอลล์บางแคได้สร้างห้างทับลำกระโดงสาธารณะไว้ทำให้กรุงเทพมหานคร ไม่สามารถเข้าไปปรับปรุงระบบการระบายน ้าได้โดยสะดวก ซึ่งเรื่องนี้เป็นกรณีฟ้องร้อง พิพาทระหว่างกรุงเทพมหานครและบริษัท ธนบุรี เรียลเอสเตท ที่ศาลมีคำพิพากษา ให้กรุงเทพมหานครดำเนินการรื้อถอนอาคารตามคดีหมายเลขแดงที่ ๓๖๔๓/๒๕๓๗ และ ๖๓๙๕/๒๕๔๐ กินเป็นเวลากว่า ๑๗ ปีนับตั้งแต่ ๒๕๔๐ ครับ ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ จนเรื่องมันถึงในปี ๒๕๕๗ ครับมีความพยายามในการตราข้อบัญญัติท้องถิ่นเพื่อให้ กรุงเทพมหานครสามารถเรียกเก็บค่าเช่าจากบริษัท ธนบุรี เรียลเอสเตท ได้ตามมาตรา ๙ แห่งประมวลกฎหมายที่ดิน เพื่อแก้สิ่งที่ผิดกฎหมายตามคำพิพากษาที่ได้ตัดสินไปแล้วครับ ให้กลายเป็นสิ่งถูกกฎหมาย โดยอาศัยการตราข้อบัญญัติท้องถิ่นเพื่อลบล้างคำตัดสินของศาล ซึ่งข้อบัญญัติดังกล่าวได้ถูกประกาศในราชกิจจานุเบกษามีผลบังคับใช้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว นะครับถึงแม้ว่าเหตุการณ์ทั้งหมดที่ผ่านมานี้จะไม่ได้เกิดขึ้นในสมัยรัฐบาลชุดนี้ก็ตามครับ อาจจะไม่เกี่ยวข้องกับท่านรัฐมนตรีที่กำลังจะตอบกระทู้โดยตรงก็ตาม แต่เนื่องจากว่าท่านได้ ดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมาเป็นเวลาร่วม ๗ ปีแล้วประกอบกับ กระทู้ถามนี้เป็นกระทู้ถามทั่วไปครับตามข้อบังคับจะต้องมีการส่งกระทู้ถามนี้ให้กับ ท่านรัฐมนตรีเตรียมข้อมูลมาตอบเป็นการล่วงหน้า ซึ่งกระผมเองได้ยื่นกระทู้ครั้งแรก ในวันที่ ๒๙ มกราคม ๒๕๖๔ ต่อมาครับระหว่างรอวาระของกระทู้เข้าในที่ประชุม ผมมีโอกาสได้ไปถามกับท่านรัฐมนตรีโดยตรงครับที่กรรมาธิการติดตามงบวันนั้นมีโอกาสได้ ไปเยือนที่กระทรวงมหาดไทย ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาตอบในวันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๔ ครับว่า ท่านพร้อมที่จะมาตอบกระทู้นี้ในสภาผู้แทนราษฎร ผมกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี เป็นอย่างสูงนะครับ แต่ระหว่างนั้นนะครับจากเดือนมีนาคมเป็นต้นมามีการปิดสมัยประชุม แล้วก็เปิดขึ้นมาใหม่ ท่านรัฐมนตรีอาจจะติดภารกิจมากมายครับในช่วงโควิด (COVID) ทำให้ท่านเลื่อนตอบกระทู้ของผมถึง ๒ ครั้งครับ ครั้งแรกในวันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๔ และครั้งที่ ๒ ในวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๔ รบกวนฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์นำสไลด์ (Slide) ลงได้แล้วนะครับ วันนี้ครับผมชื่อว่าท่านรัฐมนตรีมีเวลากว่า ๘ เดือนครับตั้งแต่เดือนมกราคม จนถึงเดือนสิงหาคม วันนี้ครับวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๔ ผมเชื่อว่าท่านได้เตรียมคำตอบ ข้อมูลว่าอะไรที่จะเป็นทางออกให้กับปัญหาที่ยังคาราคาซังกว่า ๒๐ ปีนี้จากปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๖๔ ที่ไม่มีความชัดเจนนะครับเพื่อพิสูจน์ว่าท่านเองมิได้มีส่วนได้เสียต่อกรณีดังกล่าว ผมจึงขอตั้ง กระทู้ถามต่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้ตอบเป็นบันทึกในที่ประชุมสภา ดังต่อไปนี้ครับ🔗
ข้อที่ ๑ ครับท่านประธานเอาเฉพาะปัญหาเฉพาะหน้าสำหรับการแก้ไข ปัญหาน ้าท่วมในระยะสั้น กรุงเทพมหานครภายใต้การกำกับดูแลของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านมีแผนปรับปรุงระบบการระบายในบริเวณดังกล่าว หรือบริเวณแยก เดอะมอลล์บางแคอย่างไรครับ ผมขอทราบรายละเอียดพร้อมกับงบประมาณและแหล่งที่มา ของงบประมาณที่จะต้องใช้ในการดำเนินดังกล่าวด้วยครับ🔗
ข้อที่ ๒ ครับท่านประธาน สำหรับการแก้ไขปัญหาระยะยาวตามที่ผมได้ นำเรียนในที่ประชุมไปแล้วว่าเป็นปัญหาข้อพิพาทเรื่องกฎหมายที่คาราคาซังมากว่า ๒๐ ปี แล้ว ท่านมีแนวทางในการดำเนินการแก้ไขเรื่องนี้อย่างไรครับ จะทุบห้างทิ้งหรือจะใช้วิธีการ เรียกเก็บค่าชดเชยจากเอกชนผู้รุกล ้าลำกระโดงสาธารณะให้มีความเหมาะสมอย่างไร คิดเป็นจำนวนเงินเท่าไร และจ่ายให้ใคร ผมขอย ้าอีกครั้งนะครับ ข้อ ๒ นี้สำคัญมาก ท่านจะดำเนินการอย่างไร ทุบทิ้งหรือเก็บค่าเช่าเป็นจำนวนเงินเท่าไร จ่ายให้ใคร ขอทราบ รายละเอียดครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผมขอเรียนตอบในเรื่องแรกก่อน นะครับ ก่อนอื่นผมขออนุญาตท่านประธานที่จะได้มีสไลด์ (Slide) ขึ้นได้เห็นพื้นที่เพื่อที่จะ อธิบายได้ง่ายนะครับ🔗
พื้นที่ ดังกล่าวนั้นเป็นพื้นที่แยกตัดระหว่างถนนเพชรเกษมกับถนนกาญจนาภิเษก ถนนเพชรเกษม ก็จะเป็นถนนที่อยู่แนวตะวันออก-ตะวันตก ส่วนถนนกาญจนาภิเษกเป็นแนวเหนือ-ใต้ พื้นที่ ที่จะให้เกิดปัญหานั้นคือพื้นที่ทางฝั่งขวาของถนนกาญจนาภิเษก แล้วก็พื้นที่ทางด้านเหนือ ด้านใต้ของถนนเพชรเกษม ตรงนี้เป็นพื้นที่ที่มีพื้นที่กว้างประมาณเกือบ ๑.๕ ตารางกิโลเมตร ซึ่งเป็นพื้นที่ใหญ่แล้วก็มีพื้นที่รับน ้ามาก ในช่วงที่ผ่านมาทั้งสิ้นการระบายน ้าตรงนี้จะใช้ ร่องน ้าของทางหลวงเป็นการระบายน ้าลงไป ทางด้านเหนือก็จะลงไปที่คลองบางจาก ทางด้านใต้ก็ลงไปที่คลองบางแค อย่างไรก็ตามในพื้นที่ตรงนี้ยังมีแก้มลิงอยู่ตรงกลาง ตรงที่ เห็นกลม ๆ ตรงกลาง ซึ่งเป็นพื้นที่ของทางกรมทางหลวงซึ่งเป็นแก้มลิงได้มอบให้กับ กรุงเทพมหานครได้ใช้ประโยชน์ในส่วนนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นพื้นที่ตรงนี้ตรงพื้นที่แยกจะเป็น พื้นที่ต ่า จะมีระดับสูงกว่าระดับน ้าทะเลประมาณ ๑.๒ เมตร ซึ่งเฉลี่ยของถนนเองอยู่ ๑.๖ เมตร จากระดับน ้าทะเลปานกลาง เพราะฉะนั้นจะเป็นพื้นที่ลุ่ม น ้าทางฝั่งที่มีปัญหา คือฝั่งทางขวาของถนนกาญจนาภิเษก แล้วก็ฝั่งทางเรือของถนนเพชรเกษม เป็นพื้นที่เหลี่ยม ตรงที่มีเส้นปรุ ๆ ประ ๆ ตรงนี้เป็นพื้นที่หลัก น ้าก็จะหลากลงมา ถ้ายังไม่มีห้างไปเกี่ยวข้อง ก็มีปัญหาอยู่แล้ว เขาก็จะลงมาถึงตรงแยกนี้เพราะต ่ากว่า น ้าก็จะขังตรงพื้นที่สีแดง เกิดปัญหากับพี่น้องประชาชนมายาวนานมาก การระบายน ้าในอดีตก็เป็นอย่างที่ผมเรียน แล้ว ส่วนหนึ่งอยู่ที่แก้มลิง ส่วนหนึ่งก็จะไหลลงตามข้าง ๆ ทางลงไปลำรางสาธารณะ ทั้ง ๒ ฝั่งของถนนกาญจนาภิเษกลงสู่คลองบางจาก ซึ่งเป็นไปได้จำกัดอย่างมาก ในระยะแรก กรุงเทพมหานครเองได้ไปพัฒนาตรงนี้เพื่อเป็นการแก้ปัญหาเร่งด่วน ก็คือในการที่จะเพิ่ม ความจุของ ๒ แก้มลิง ซึ่งเดิมทีอยู่ประมาณ ๙,๓๐๐ ลูกบาศก์เมตร เพิ่มเป็น ๓๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร พร้อมกันนั้นก็ได้วางท่อที่จะนำน ้าจากนี้มีเครื่องปั๊มที่จะลงไปยัง ลำรางสาธารณะทั้ง ๒ ฝั่งของทั้งซ้ายขวาของถนนกาญจนาภิเษกไปลงคลองบางจาก ขณะนี้ ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้วในปี ๒๕๖๓ ก็ประเมินว่าจากการที่ดำเนินการไปก็สามารถรองรับ ปริมาณน ้า ๖๐ มิลลิเมตรต่อชั่วโมงได้ แต่อย่างไรก็ตามถ้าตกเกิน ๖๐ มิลลิเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งก็มักจะมี ในขณะนี้ก็จะเกิดปัญหาน ้าท่วมเช่นเดิมอีก กรุงเทพมหานครก็ได้มีแผน ระยะที่ ๒ ที่จะวางท่อจากทางด้านแก้มลิงทั้ง ๒ แก้มลิงลงมายังคลองบางแคที่อยู่ด้านล่าง ในขณะนี้ โดยใช้งบประมาณปี ๒๕๖๕ กำลังดำเนินการในส่วนนี้ ขณะนี้ได้ศึกษาออกแบบไว้ เรียบร้อยแล้ว แล้วก็ได้ของบประมาณแล้วประมาณ ๙๕ ล้านบาท ในการที่จะดำเนินการที่จะวางท่อแล้วก็ ระบายน ้าสูบน ้าปั๊มน ้าออกมายังคลองบางแค ถ้าสามารถดำเนินการได้ตามเป้าหมาย ก็สามารถจะรองรับปริมาณน ้าฝนได้ประมาณ ๑๐๐ มิลลิเมตรต่อชั่วโมงได้ โดยไม่มีปัญหา นั่นเป็นปัญหาในเรื่องการแก้ปัญหาในระยะสั้นและระยะยาวของการระบายน ้า ก็เข้าไปสู่ ปัญหาที่ ๒ เรื่องของที่กล่าวอ้าง มีการพูดกันถึงเรื่องของมีห้างหนึ่งไปสร้างรุกล ้าลำกระโดง ซึ่งเป็นลำรางในพื้นที่ ในภาพอันนี้ผมชี้ให้เห็นว่าพื้นที่ที่ทางสีเหลือง ๆ นี้ ทางบริษัทคู่กรณี เป็นเจ้าของ ส่วนทางด้านสีเขียว ๆ นี้ เขาเช่า แต่ทั้ง ๒ พื้นที่ ทางบริษัทได้ขออนุญาต ก่อสร้าง เมื่อปี ๒๕๓๕ มีการเปลี่ยนแปลงการก่อสร้าง ปี ๒๕๓๗ จากปี ๒๕๓๕ ปี ๒๕๓๗ มีการขออนุญาตก่อสร้างแล้วได้รับอนุญาตให้ก่อสร้าง อย่างไรก็ตามประเด็นที่อยากจะเรียน ก็คือว่าตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ เป็นต้นมาตั้งแต่เริ่มสร้างผิดแบบตลอดที่สำคัญก็คือว่าได้มีการรุกล ้า ไปในลำรางของสาธารณะ ถ้าถามว่าสร้างได้หรือไม่ในพื้นที่ตัวเอง สร้างได้แม้ว่าจะขวางลำน ้า เขาก็มีสิทธิสร้างได้ แต่การที่สร้างรุกล ้าเข้าไปในลำลาง อันนี้มันเป็นปัญหาทางกฎหมายทั้ง ผู้ที่ดูแลรักษาปกป้องคุ้มครองที่สาธารณดังกล่าว ได้แก่ กรุงเทพมหานครได้ฟ้องศาลฟ้องมา โดยตลอด จนกระทั่งถึงปี ๒๕๓๗ ปี ๒๕๔๐ ศาลได้มีคำพิพากษาทั้ง ๒ เรื่องมา สรุปว่าบริษัท ที่ปีรุกล ้าทางลำกระโดงนี้ผิดทั้ง ป. อาญา แล้วก็ทางกฎหมายที่ดินด้วย อีกเรื่องหนึ่ง ก็คือเรื่องของการสร้างผิดแบบก็ผิดแบบตาม พ.ร.บ. ผู้ประกอบการด้วย ทั้ง ๒ อันนี้ทางศาล ได้พิพากษานะครับ ในคำพิพากษานี้มันก็จะเริ่มเป็นประเด็นว่าศาลนี้สั่งให้จำเลย คนงาน ผู้รับจ้าง ผู้แทนและบริวารออกไปจากพื้นที่ลำกระโดง ศาลสั่งไว้อย่างนี้ จากนั้นเป็นต้นมา ทางกรุงเทพมหานครก็ได้ดำเนินการติดตามให้ทางบริษัทดังกล่าวได้ดำเนินการตาม คำพิพากษา แต่บริษัทก็ไม่ได้ดำเนินการตามคำพิพากษา ทางกรุงเทพมหานครก็ได้ ดำเนินการร้องขอทางอัยการให้ร้องขอต่อศาลในการบังคับคดี ศาลก็ได้บังคับคดีให้ออกไป อย่างไรก็ตามทางบริษัทดังกล่าวก็ไม่ได้ออกจากพื้นที่ ไม่ได้มีการดำเนินการอะไรออกไปเลย ในขณะนั้น อย่างไรก็ตามประเด็นนี้ผมก็อยากจะเรียนต่อไปสักเล็กน้อยว่าอันเนื่องมาจากคำ พิพากษานี้ ก็ไม่ได้พูดตรง ๆ ให้รื้อแต่ให้ทำอย่างนั้นนะครับ อย่างไรก็ตามในเรื่องนี้ทาง กรุงเทพมหานครเองก็ได้เคยหารือกับสำนักงานกฤษฎีกาว่าจะต้องดำเนินการอย่างไร สรุปรวมความง่าย ๆ ว่าก็จะต้องดำเนินการให้เขารื้อถอน ผมค้างไว้ตรงนี้ก่อนว่าจะต้องให้ เขารื้อถอน ประเด็นทั้งหมดที่เรียนมาทั้งหมดกรุงเทพมหานครไม่ได้นิ่งนอนใจแล้วดำเนินการ ทั้งสิ้น ดูในอดีตถึงปัจจุบันนี้ไม่มีใครมีผลประโยชน์เพื่อให้ประชาชนได้เบาใจว่าเจ้าหน้าที่เขา ก็ทำตามอำนาจหน้าที่ เดี๋ยวท่านลองฟังดูต่อ ๆ ไป ท่านผู้แทนราษฎรก็ทำหน้าที่มาตั้งข้อ สงสัย ผมก็จะเรียนชี้แจงนะครับ ต่อมาอันนี้ต้องเรียนให้เห็นชัดว่ามีคำพิพากษาไปแล้ว ต้อง จำไว้ว่ามีคำพิพากษาไปแล้ว ต่อมาเมื่อปี ๒๕๕๑ บริษัทยื่นขอใช้ที่ดินสาธารณะตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๙ สามารถที่จะขอใช้ได้มีขั้นตอนการขอใช้ ท่านรัฐมนตรีในขณะนั้นเมื่อปี ๒๕๕๔ ก็อนุมัติ ให้ใช้ได้ ก็ใช้ได้ ๕ ปีจะต้องเสียค่าอะไรกันก็มีกฎหมายที่จะต้องไปออกข้อบัญญัติที่จะต้อง เก็บเงินอะไรก็ว่าไปปีละไม่เกิน ๒๐,๐๐๐ บาท อะไรก็ไปดำเนินการกัน อย่างไรก็ตาม กรุงเทพมหานครในขณะนั้นก็ได้หารือไปยังทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาว่า จะทำได้หรือไม่ อย่างไร เพราะศาลพิพากษาไปแล้ว สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้มีข้อพิจารณาว่าการอนุญาตผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ ย่อมมีดุลพินิจในการพิจารณาว่าหากมีการอนุญาตแล้วจะทำให้การปฏิบัติตามคำพิพากษา ของศาลสามารถกระทำได้หรือไม่ เพียงใด จะต้องพิจารณาความเหมาะสมในการอนุญาต ให้สอดคล้องกับกฎหมายและคำพิพากษาของศาล โดยคำนึงถึงประโยชน์สาธารณะด้วย นั่นเป็นเรื่องของการที่จะไปดำเนินการ🔗
อีกส่วนหนึ่งก็คือสรุปแล้วก็จะต้องไปดำเนินการตามคำสั่งศาลก่อน เพราะฉะนั้นกรุงเทพมหานครก็ไม่ได้อนุญาตที่จะให้ใช้ เพราะว่ามันเกิดขึ้นแล้ว แล้วก็ มีคำพิพากษาแล้วก็ต้องไปทำตามคำพิพากษา นั่นเป็นเรื่องหนึ่งที่จะเรียนให้ทราบ🔗
อีกเรื่องหนึ่งคือเมื่อไม่ได้อนุญาตให้ใช้ก็ไปเก็บเงินเขาไม่ได้ ไปเก็บ ค่าธรรมเนียมเขาไม่ได้ อย่างไรก็ตามเมื่อปี ๒๕๕๖ ทางกรุงเทพมหานครก็ได้พิจารณาว่า การที่บริษัทนี้ได้ก่อสร้างรุกล ้าลำน ้านี้ทำให้เกิดความเสียหายกับกรุงเทพมหานคร จึงดำเนินการตามมาตรการทาง พ.ร.บ. ปกครอง บังคับทางการปกครองโดยปรับนะครับ ก็เริ่มปรับมาทั้งหมดทั้งสิ้นปรับไปประมาณ ๑๔ ล้านบาท แล้วต่อมาบริษัทก็ได้ยุติไม่ให้ โดยอ้างว่าทางรัฐมนตรีนี้อนุมัติให้ใช้พื้นที่แล้ว แต่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครยังไม่ให้เข้าใช้ เขาก็เลยหยุดการให้เงินที่ปรับนะครับ ในเรื่องนี้จริง ๆ มีการฟ้องกันอีกหลายครั้งมากเลย นะครับ ก็มาถึงเรื่องของการรื้อและการปรับจบไปแล้ว🔗
ต่อไปเรื่องของการรื้อถอนนะครับ ในการรื้อถอนนั้นบริษัทก็ไม่ยอมที่จะ รื้อถอน ทางกรุงเทพมหานครก็จะใช้อำนาจของตัวเองในการที่จะรื้อถอนโดยได้มีการ ประกวดราคาในการที่จะหาบริษัทมารื้อถอน อย่างไรก็ตามทางบริษัทก็คัดค้านเรื่องนี้ มาตลอด ทางกรุงเทพมหานครก็ยืนกรานที่จะการดำเนินการในเรื่องนี้ แต่ประเด็นปัญหา ก็คือว่าในขณะนี้การรื้อดังกล่าวในการดำเนินการนี้มันยากในทางเทคนิค ถ้าจะรื้อในส่วนที่ เกินไปลำรางสาธารณะและไม่กระเทือนต่ออาคารใหญ่ทั้งหมดเลยนี้ นั่นคือปัญหาที่ กรุงเทพมหานครยังทำไม่ได้ว่าจะทำอย่างไร กำลังหารือว่าจะทำอย่างไรในส่วนนี้ เพราะเข้าใจว่าถ้าอาคารใหญ่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับลำราง เราไปตัดอาคารมันไม่เหมือนตัดอะไร นะครับ มันคงจะต้องมีปัญหากับโครงสร้างของอาคารส่วนใหญ่ ในขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลัง ดำเนินการที่จะดำเนินการให้ได้ สรุปที่ผ่านมาทั้งสิ้นได้มีการร้องทุกข์กล่าวโทษ มีการ ดำเนินคดี และมีการแจ้งความเอาผิดต่อจำเลยทั้ง ๒ ด้วย มีการออกหมายจับดำเนินการ ทั้งสิ้น มีการพยายามที่จะปรับ มีการพยายามที่จะรื้อถอนทั้งสิ้นตลอดมา ก็เป็นอันประกันได้ ว่าให้ประชาชนได้เย็นใจว่าผู้ที่ปกป้องดูแลคุ้มครองรักษาที่สาธารณะดังกล่าวดำเนินการ เต็มอำนาจหน้าที่ โดยไม่ต้องเคลือบแคลงสงสัยก็เรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านผู้แทนราษฎรด้วยว่าอย่าได้กังขาทั้งสิ้นเขาทำมาโดยตลอด ในขณะนี้อยากที่จะ มีพลังอย่างใดอย่างหนึ่งที่จะทำให้เขาทำ ถ้าถามว่าจะทำอย่างไรที่ท่านถามผม ท่านอยู่ ในสภาผู้แทนราษฎร ขออนุญาตผมคงไม่ได้พูดตรงกับท่านนะครับท่านประธาน เราอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร คงต้องรู้ว่าการดำเนินการทั้งสิ้นของกรุงเทพมหานครไม่มีใครไปสั่งการได้ ไม่ว่ารัฐบาล หรือกระทรวงมหาดไทย เขาเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะต้องดำเนินการ ตามกฎหมายของเขา แล้วเขาต้องทำตามกฎหมายที่เขาทำมาทั้งหมดนี้เขาสู้ตามกฎหมาย ทั้งสิ้น ไม่มีการจะไปสั่งได้ เผื่อราษฎรทั้งหลายจะได้เข้าใจว่าไม่ใช่ไปสั่งกันได้ ถ้าเป็นนโยบาย ให้ดำเนินตามกฎหมายอันนี้ให้นโยบายได้ ซึ่งเขาทำอยู่แล้วก็ติดตามกันไป ขณะนี้ เขาก็หาทางที่จะรื้อให้ได้ อนุญาต ไม่อนุญาต เพราะเข้าไปล่วงล ้าก ้าเกินไปก่อนแล้ว ปรับเขาก็ดื้อแพ่ง ไม่ยอม เขาอ้างว่ารัฐมนตรีอนุญาตแล้ว อนุมัติแล้ว ในเรื่องนี้เจ้าหน้าที่ ได้พยายามทำอย่างเต็มที่ กรุงเทพมหานครโดยเขตปัจจุบันคือเขตบางแค ก็เรียน ท่านประธานสภาผ่านไปยังสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ🔗
เชิญท่านณัฐพงษ์ถามได้อีกครั้งครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล เขตบางแค กรุงเทพมหานคร ก่อนอื่นผมขอกราบ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นอย่างสูงผ่านท่านประธานไปนะครับ ท่านค่อนข้างตอบได้มีความชัดเจน ซึ่งผมเองก็เข้าใจตามที่ท่านรัฐมนตรีได้นำเรียนชี้แจงว่า กรุงเทพมหานครเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านอาจจะไม่สามารถสั่งการได้โดยตรง แต่ท่านมีอำนาจในการกำกับดูแลตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการ กรุงเทพมหานคร ท่านสามารถเร่งรัดติดตามกรุงเทพมหานครให้ดำเนินการทุกอย่างให้ เป็นไปตามคำตัดสินของศาลและถูกต้องตามกฎหมายครับท่านประธาน อย่างไรก็ตามครับ ท่านประธาน เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีได้นำเรียนตอบคำถามทั้ง ๒ คำถามของกระผม ในคำถามแรกเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาน ้าท่วมในบริเวณดังกล่าวของพี่น้องประชาชน ซึ่งท่าน ได้นำเรียนชี้แจงว่ามีการจัดสรรงบประมาณในปี ๒๕๖๕ เป็นจำนวน ๙๕ ล้านบาท แหล่งที่มาของเงินที่ใช้ในการแก้ไขปัญหาคืองบประมาณครับท่านประธาน แต่สาเหตุของ ปัญหามาจากการรุกล ้าลำกระโดงสาธารณะของเอกชน ผมอาจจะไม่ต้องถามเป็นข้อถกเถียง เชิงข้อกฎหมายว่าศาลตัดสินแล้ว แต่เอกชนไม่ยอมออกท่านจะเร่งรัดอย่างไร ข้อบังคับ ของกฎหมายไม่ใช่ที่เราจะถกเถียงในกระทู้ถามนี้ แต่ถามในเชิงนโยบายท่านรัฐมนตรีเอง เป็นฝ่ายบริหาร ผมเองเป็นฝ่ายนิติบัญญัติ เราไม่ใช่ศาล เราไม่มีสิทธิไปตัดสินว่าใครถูกผิด แต่ท่านเป็นฝ่ายบริหารท่านสามารถกำกับ ดูแลและเร่งรัดได้ครับ ผมถามท่านรัฐมนตรี ดังต่อไปนี้ครับท่านประธาน ตามที่ท่านรัฐมนตรีได้นำเรียนชี้แจงในส่วนของข้อที่ ๒ จริง ๆ ตามประมวลกฎหมายที่ดินที่ผมจะไปศึกษามาในมาตรา ๙ บัญชีแนบท้ายนี้ ให้อำนาจองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการเรียกเก็บค่าเช่าจากเอกชนได้ไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาทต่อไร่ต่อปี ผมย ้านะครับ ๑,๐๐๐ บาทต่อไร่ต่อปี แต่ข้อมูลผมอาจจะผิด เพราะจริง ๆ เมื่อสักครู่นี้ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงไปแล้วว่าอาจจะเก็บค่าเช่าประมาณสัก ๒๐,๐๐๐ บาท แต่ท่านประธานทราบไหมครับว่าที่ดินแถวนั้นมูลค่าประมาณเท่าไร คิดเป็นค่าเช่าประมาณเท่าไร ผมลองประเมินราคาคร่าว ๆ ที่ดินแถว ๆ นั้นถ้าเราตีว่า ตารางวาละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ราคาซื้อขายนะครับ ลำกระโดงนั้นเนื้อที่ประมาณ ๑ ไร่พอดี ครับท่านประธาน ประมาณ ๘๐ ล้านบาทต่อไร่ ผมคูณเลขมาให้แล้ว ๘๐ ล้านบาทต่อไร่ ถ้าเช่าระยะยาว ๒๐-๓๐ ปีมานี้ ทำไมผมถึงใช้ตัวเลข ๒๐-๓๐ ปี เพราะศาลตัดสินตั้งแต่ ปี ๒๕๔๐ ตอนนี้ปี ๒๕๖๔ ค่าเช่าระยะยาว ๒๐-๓๐ ปีนี้ปกติเขาคิดค่าหน้าดินหรือค่าเสีย โอกาสในการใช้ที่ดินประมาณ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ผมตีตัวเลขกลม ๆ ๘๐ ล้านบาท ๓๐ เปอร์เซ็นต์มันอาจจะอยู่ที่ ๒๕-๒๖ ล้านบาท ตีว่า ๓๐ ล้านบาท เฉลี่ยตกประมาณปีละ ๑ ล้านบาท หรือเดือนละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าลองคิดดูระหว่างปีละ ๑ ล้านบาท กับที่ ท่านรัฐมนตรีตอบ ๒๐,๐๐๐ บาท หรือจะเอาตามประมวลกฎหมายที่ดินปีละ ๑,๐๐๐ บาท ท่านคิดว่ามันเมกเซนส์ (Make Sense) ไหม มันสมเหตุสมผลไหม เอกชนเอาที่ของหลวง ลำกระโดงสาธารณะที่ควรใช้ประโยชน์ร่วมกันของประชาชนเพื่อป้องกันปัญหาน ้าท่วมไปทำ ห้างสรรพสินค้าซึ่งผิดกฎหมายศาลมีคำตัดสินแล้ว ผ่านมาแล้ว ๒๐ กว่าปี ท่านรัฐมนตรี ดำรงตำแหน่งมาแล้ว ๗ ปี แต่ยังไม่มีการเร่งรัดดำเนินการให้ถูกต้องแถมยังใช้เงินของหลวง ๙๕ ล้านบาท ไปแก้ไข ปัญหาน ้าท่วม ท่านคิดว่าถูกต้องหรือไม่ ผมย ้าอีกครั้งนะครับว่าไม่ได้ต้องการถกเถียง เรื่องข้อกฎหมาย แต่อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีช่วยตอบเป็นบักทึกในที่ประชุมสภายืนยัน กับพี่น้องทางบ้านว่าท่านจะเร่งรัดกำกับดูแลให้เรื่องนี้เกิดความเป็นธรรม เอกชนก็ต้องจ่าย ค่าชดใช้ที่เป็นธรรมแล้วก็ดำเนินการทุกอย่างตามกฎหมายด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพอย่างสูง ผมต้องกราบขอโทษในข้อมูล นะครับ ในเรื่องแรกที่เป็นหมื่นนั้นคือเรื่องของการปรับทางการปกครองนะครับ แต่ในการ ปรับนั้นก็ปีละไม่เกิน ๑,๐๐๐ บาท ก็เป็นอย่างที่ท่านว่าความรู้สึกของคนทั่ว ๆ ไปก็คือ ที่สาธารณะเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน แต่มีมูลค่าสูง แล้วเขาก็ไปใช้ทำประโยชน์ได้มหาศาลนะครับ มันจะถูกต้องหรือไม่ อย่างไร ถ้าจะเรียนท่าน ในส่วนนี้ก็คงจะเรียนได้ง่าย ๆ ว่าคงต้องไปแก้กฎหมายนะครับ ก็อาจจะต้องเป็นหน้าที่ของ ท่านด้วยในการที่จะต้องแก้ในประมวลกฎหมายที่ดิน อย่างไรก็ตามในเรื่องนี้ขออนุญาตสร้าง ความเข้าใจสักเล็กน้อยว่าตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ มาถึงปัจจุบัน แม้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีได้อนุมัติ แล้ว แต่ผู้ที่จะอนุญาตตามกฎหมายนั้นคือท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครยังไม่ได้อนุญาต ให้ใช้ทั้งสิ้นอาจจะมีเหตุหลาย ๆ เหตุด้วยกัน ซึ่งผมคงจะตอบแทนท่านผู้ว่าราชการ กรุงเทพมหานครในเรื่องแรกก็คือว่าเหตุการณ์มันเกิดขึ้นแล้ว แล้วเขาไปขอใช้ทีหลังที่เกิดขึ้น แล้วแล้วศาลพิพากษาแล้ว นั่นเป็นเรื่องแรก แล้วมีอยู่ช่วงหนึ่งตอนที่กรุงเทพมหานคร จะบังคับให้เขาต้องออกตามคำสั่งศาล กรุงเทพมหานครได้หารือสำนักงานกฤษฎีกาว่า เขาไม่ออกอย่างนี้เขามาใช้จะอย่างไร ทางสำนักงานกฤษฎีกาบอกว่าถ้าอาคารยังอยู่ เขาก็ย่อมใช้ได้ เพราะฉะนั้นจะต้องรื้อก่อนแล้วก็ถึงจะไม่ให้เขาใช้ นั่นเป็นเรื่องหนึ่ง🔗
เรื่องที่ ๒ เมื่อไม่ได้อนุญาตก็ไม่ได้ออกข้อบัญญัติก็ไปเก็บเงินเขาไม่ได้ ต้องรื้อก่อนนะครับ ซึ่งก็ยังไม่ทราบสาเหตุว่าถ้าทำตามคำพิพากษาแล้วเขาจะมาขอใช้ เรื่องอะไร เขาก็ต้องเริ่มขอใช้ใหม่ ก็คงจะเรียนได้อย่างนั้นว่ายังไม่ได้มีการอนุญาตให้ใช้ โดยท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครก็เลยจึงยังไม่ได้เก็บเงิน แต่ทางกรุงเทพมหานคร พยายามที่จะไปใช้กฎหมายปกครองในการที่จะไปปรับเขา ปรับทั้งสิ้นไปประมาณ ๑๔ ล้านบาทแล้ว แล้วตอนนี้เขาก็พูดง่าย ๆ ก็คงจะหาเหตุอ้างว่าเขาได้รับอนุมัติให้ใช้แล้ว เพราะฉะนั้นเขาก็จะไม่จ่าย นัยที่ต้องเรียนให้ทราบก็คือว่าการอนุญาตนั้นเป็นอำนาจหน้าที่ ของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ท่านรัฐมนตรีในขณะนั้นอนุมัติได้ แต่คนอนุญาต ตามกฎหมายเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เขาหารือสำนักงานกฤษฎีกาแล้ว สำนักงาน กฤษฎีกาได้มีคำกล่าวอย่างผมว่าต้องให้ทำตามคำสั่งศาล มันก็ย้อนกันไปย้อนกันมา สรุปได้ ง่าย ๆ ว่าขณะนี้ยังไปเก็บเขาไม่ได้ เพราะเราไม่ได้อนุญาตให้เขาใช้ ก็ไม่ได้ออกข้อบัญญัติ ที่จะไปเก็บเขาด้วยสาเหตุ ๒-๓ เหตุที่ผมได้เรียนแล้วในขณะนี้นะครับ อย่างไรก็ตาม ก็เห็นด้วยกับท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าประเด็นของการที่จะใช้ที่สาธารณะในอดีตที่ผ่านมา เขาคงมุ่งหวังให้ประชาชนใช้ แล้วก็พยายามที่จะให้เป็นภาระกับประชาชนน้อย แต่อย่างไร ก็ตามพอเกิดเหตุขึ้นมาในปัจจุบันนี้จะเห็นว่าที่มันเป็นพื้นที่ทองเป็นพื้นที่ที่เข้าไปทำกิจการ แล้วได้กำไรมหาศาล เพราะฉะนั้นอัตราการที่จะเก็บค่าตอบแทนก็คงต้องมีการพิจารณา ก็น่าจะเป็นประเด็นว่าจะต้องไปแก้กฎหมายในส่วนนี้ กระผมขอเรียนให้ทราบเพิ่มเติมเท่านี้ครับ🔗
ท่าน ณัฐพงษ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ตามข้อบังคับผมสามารถถามได้เพียงแค่ ๒ คำถาม ซึ่งก็คงจะลุกขึ้นมาขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนะครับ เมื่อสักครู่ ท่านได้นำเรียนในที่ประชุมสภาเป็นบันทึกเรียบร้อยครับว่าจำเป็นจะต้องมีการแก้ประมวล กฎหมายที่ดิน ซึ่งผมในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติมีความพร้อมครับท่านประธาน แต่ทุกท่าน น่าจะทราบกันดีอยู่นะครับ กฎหมายที่ฝ่ายค้านนำเสนอเข้ามาเข้าสู่วาระยากมาก ก็อยากจะ ฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ ท่านอยู่ในคณะรัฐมนตรีช่วยกรุณานำเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน เข้าสู่วาระการพิจารณาของสภาด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
จบฉบับที่ ๒ นะครับ🔗
๑.๒.๓ กระทู้ถามที่ ๓๕๑ เรื่อง ขอให้แก้ปัญหาความเดือดร้อนของ ประชาชนจากถนนที่ชำรุดเป็นหลุมบ่อในพื้นที่กรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะเขต หนองจอก (นายศิริพงษ์ รัสมี เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ศิริพงษ์ รัสมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเขต ๑๗ พรรคพลังประชารัฐ ก่อนอื่นผมคงต้องขอขอบคุณท่านพลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย วันนี้ที่มาตอบกระทู้ถาม กระทู้ในห้องนี้ไป ๒ คนแล้วนะครับ ส่วนอันนี้เป็นลำดับที่ ๓ ผมขอขอบคุณท่านเป็นอย่างสูง ท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีครับ เขตหนองจอกเป็นพื้นที่ที่กว้างผมมีความจำเป็นที่ต้องตั้งกระทู้มาในวันนี้ ในหัวข้อขอให้แก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ซึ่งถนนเป็นหลุมเป็นบ่อในเขต กรุงเทพมหานครตะวันออกโดยเฉพาะเขตหนองจอก กรุงเทพมหานครตะวันออกก็จะมี เขตมีนบุรี เขตคลองสามวา เขตลาดกระบัง เขตบางกะปิและเขตหนองจอก แต่ปัญหา ที่สำคัญก็คือในพื้นที่เขตหนองจอก เนื่องจากกระผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ซึ่งมีความเดือดร้อนในเรื่องการเดินทางสัญจรไปมาในพื้นที่เขตหนองจอก ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่ใหญ่ที่สุดใน ๕๐ เขตของกรุงเทพมหานคร ๑ ใน ๗ ของกรุงเทพมหานคร มีอยู่ ๘ แขวง แล้วก็ถนนนับร้อยสาย คลอง ๑๐๔ คลอง โรงเรียนหลายโรงเรียนนะครับ ในพื้นที่ เขตหนองจอกมีถนนสายหลักอยู่ประมาณ ๑๐ กว่าเส้นทาง ยกตัวอย่างเช่น ถนนสุวินทวงศ์ ถนนเชื่อมสัมพันธ์ ถนนเลียบวารี ถนนมิตรไมตรี ถนนสังฆสันติสุข ถนนสกุลดี แล้วก็ อีกหลาย ๆ ถนนก็ประมาณสัก ๑๐ ถนน ตามสไลด์ (Slide) ตรงนี้🔗
เพราะฉะนั้นในเรื่องของถนนสาย หลักนี้ผมขอชื่นชมทางกรุงเทพมหานคร ขอชื่นชมทางรัฐบาลว่าได้มีการดำเนินการก่อสร้าง ไว้อย่างดีแล้ว แต่ปัญหาที่สำคัญก็คือถนนสายรอง ถนนสายรองหมายถึงถนนที่อยู่ตามเลียบ คลองต่าง ๆ ในพื้นที่เขตหนองจอกทั้ง ๘ แขวง เพราะฉะนั้นเวลาถนนสายรอง มีปัญหาพี่น้องในเขตหนองจอกส่วนมากจะอยู่ถนนสายรองกันประมาณสัก ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ในพื้นที่เกือบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนใหญ่จะอยู่ถนนสายรอง เพราะว่าอยู่ตามคันคลองในอดีต จนถึงปัจจุบันของพี่น้องชาวเขตหนองจอก ถนนก็เลยเป็นหลุมเป็นบ่อ ยกตัวอย่างเช่น ถนนเลียบคลองบึงขวาง อู่ตะเภา ถนนเลียบคลองวัดใหม่กระทุ่มล้ม ถนนเลียบคลองลำตาจีน เบื้องต้นที่ผมส่งมาตามสไลด์ (Slide) นี้ ๑๓ เส้นทาง แต่จริง ๆ แล้วมีหลายสิบเส้นทางครับ ท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีครับ ตามสไลด์ (Slide) อันที่ ๑ หนองจอก ๒๓๖ ตารางกิโลเมตร สภาพถนนหลายสิบเส้นทางแย่มาก เมืองหลวงประเทศไทยน่าอายชาวโลก อันนี้พี่น้อง ชาวเขตหนองจอกตั้งชื่อให้แล้วก็ฝากผมมาพูดในสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปยังท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผ่านไปยังกรุงเทพมหานคร ซึ่งสภาพถนน ในพื้นที่เขตหนองจอกทั้ง ๒๓๖ ตารางกิโลเมตร ในเขตหนองจอกที่ตั้งชื่อกันก็คือหนองจอก บ้านนอก กรุงเทพมหานคร พี่น้องในพื้นที่เขตหนองจอกก็ฝากมาถามท่านประธาน ฝากมาถามทางกรุงเทพมหานคร ฝากมาถามยังรัฐบาลว่าพี่น้องชาวเขตหนองจอก ท่านก็เสียภาษีนะครับ เสียภาษีทุกวัน ตื่นเช้ามาเสียภาษี ๗ เปอร์เซ็นต์ แต่สภาพ ในกรุงเทพมหานครโดยเฉพาะในเขตหนองจอก เขตหนองจอกถนนเป็นหลุมเป็นบ่อ หลายสิบเส้นทางอย่างที่สไลด์ (Slide) ขึ้น เพราะฉะนั้นในวันนี้ผมฝากท่านประธาน ฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่กำกับดูแลกรุงเทพมหานครในเรื่องของ งบประมาณ ในเรื่องของการพัฒนาพื้นที่ในพื้นที่เขตหนองจอก เพราะว่าเขตหนองจอก เป็นส่วนหนึ่งของกรุงเทพมหานคร กรุงเทพมหานครก็คือเมืองหลวงของประเทศไทย ทั้ง ๗๐ กว่าจังหวัดนะครับ ถ้าสภาพในกรุงเทพมหานครถนนเป็นเช่นที่ผมได้ขั้นสไลด์ (Slide) เห็นอยู่ในขณะนี้ ถ้าต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่เขตหนองจอกบอกว่าที่นี่เป็นเขตกรุงเทพมหานคร ความเสื่อมเสียก็จะอยู่ที่รัฐบาล ความเสื่อมเสียก็จะอยู่ที่ผู้บริหารประเทศ แต่ลักษณะเช่นนี้ มันไม่ได้เพิ่งจะเกิดขึ้นในปี ๒ ปีนี้ มันเกิดขึ้นในระยะเวลาหลายสิบปี เกิดจากอะไร ผมไม่ทราบ อาจจะเกิดจากผู้แทนประชาชนในอดีตที่ผ่านมาไม่ได้สนใจกับพี่น้องประชาชน ไม่ว่าจะลำบากแค่ไหน การเดินทางไปโรงเรียนหรือเดินทางไปทำงาน แล้วก็เดินทางไป สถานที่ต่าง ๆ ผมไม่ได้โทษรัฐบาล แต่ผมโทษตัวแทนในอดีตที่ผ่านมาไม่ได้สนใจในเรื่องของ การดูแลของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เขตหนองจอก เพราะฉะนั้นวันนี้ผมฝากถามข้อแรก กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนะครับ ท่านรัฐมนตรีสามารถจะจัดสรรงบประมาณ เพื่อปรับปรุงถนนที่ชำรุดทรุดโทรมในพื้นที่เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร ได้หรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียด อันนี้คำถามข้อแรก เพราะว่าในพื้นที่เขตหนองจอกมันลำบาก จริง ๆ ครับ ถ้าไม่ลำบากผมคงไม่ตั้งกระทู้ถามและมารบกวนท่านรัฐมนตรีในวันนี้ พี่น้องประชาชนชาวเขตหนองจอกทั้ง ๑๗๓,๐๐๐ คน ฝากความคิดถึงมาถึงท่านประธาน ถึงท่านรัฐมนตรีแล้วก็ท่านผู้ที่รับผิดชอบด้วย อันนี้คำถามแรกก่อนครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
ท่าน จิรายุครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตคลองสามวา จริง ๆ แล้ว ผมนั่งฟังท่านสิริพงษ์นี่ชอบกันนะครับ เคยอยู่พรรคเพื่อไทยกับผม แต่พอท่านไปพูดตำหนิ ติเตียนอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มันไปพาดพิงคนอื่นเขาไม่ได้อยู่ในสภาครับ อดีต มันก็มีหลายเขต คนก็ดูแลทั่วถึงบ้าง ไม่ทั่วถึงบ้าง ผมไม่อยากเห็นเวลาท่านมาพูดกับคนที่อยู่ ในรัฐบาลในพรรคของท่านแล้วไปตำหนิอดีต ผมอยากให้ท่านถอนครับ ท่านบอกเลยว่า มันเดือดร้อนเพราะรัฐบาลไม่สนใจใยดี กทม. ไม่ไปแก้ปัญหา ก็ใกล้ ๆ บ้านผมนี่ละครับ จึงอยากให้ท่านสิริพงษ์ที่ชอบพอกันมานานอย่าไปพูดพาดพิงอดีตครับ ถ้าผมพูดผมก็พูดได้ ผมบอก ส.ส. สมัยชาติที่แล้วไม่เคยดูแลเลยก็พูดได้เหมือนกันท่านประธานครับเพราะฉะนั้น ไม่อยากให้บรรยากาศฝ่ายค้านนั่งอยู่แล้วก็สะอึก แล้วมันเขตใกล้บ้านติดกันด้วย คนเก่าก็อยู่ พรรคเพื่อไทย แล้วท่านก็เคยอยู่พรรคเพื่อไทยกับผมนี่ล่ะ ก็ขออนุญาตท่านประธานฝากช่วย ตามข้อบังคับ ข้อ ๙ ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ ขออนุญาตชี้แจง ท่านจิรายุ ห่วงทรัพย์ ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะครับ ในอดีตผมไม่ได้หมายถึง ส.ส. ในอดีตผมหมายถึงผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้ที่ดูแลในพื้นที่เขตหนองจอก อาจจะ หมายถึงผู้ที่รับผิดชอบในการพัฒนาในพื้นที่เขตหนองจอก ผมไม่ได้พูดว่าอดีต ส.ส. หรือว่า ชื่ออะไร ผมหมายความว่าในการบริหารกว้าง ๆ ที่ผ่านมาในอดีตถึงปัจจุบัน สาเหตุที่ผมต้อง พูดแบบนี้ผมก็ต้องโทษตัวผมเองด้วย เพราะผมเป็นทั้งผู้ใหญ่บ้าน เป็นกำนัน เป็น ประธานสภาเขตมา ตอนนี้มาเป็น ส.ส. ตัวผมอาจจะผิดพลาดด้วยก็ได้ในวันนั้นที่ผ่านมา ในการดูแลพื้นที่เขตหนองจอก ผมไม่ได้เจาะจงนะครับ ผมขอยืนยันครับ ขอบคุณมากครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพอย่างสูง ในเรื่องกรณีของเขตหนองจอกก็เป็นไป ตามที่ท่านสมาชิกได้กรุณาเรียนให้ทราบแล้วเป็นเขตที่มีพื้นที่กว้างมาก ๒๓๖ ตาราง กิโลเมตร เป็นตัวเลขแต่มันอาจจะยังไม่สื่อ แต่ถ้าบอกว่าคือ ๑ ใน ๗ ส่วนของ กรุงเทพมหานครใน ๕๐ เขต ๑ ใน ๗ ของกรุงเทพมหานครเป็นเขตหนองจอก ก็จะเห็นว่า มีพื้นที่กว้างใหญ่ไพศาลมาก มีเส้นทางหลักเกือบ ๒๐ เส้นทาง ที่สำคัญคือเส้นทางรองมีถึง ๕๐๐ กว่าเส้นทาง นอกจากนั้นการพัฒนาในอดีตที่ผ่านมาทั้งสิ้นก็อาจจะเป็นอย่างที่ท่าน กรุณาได้เรียนข้อมูลแล้วนะครับ ก็อาจจะดีหรือไม่ดีอย่างไรก็แล้วแต่ ผมอาจจะใช้คำพูดว่า ก็ยังไม่สามารถพัฒนาถนนให้เป็นเมืองหลวงกรุงเทพมหานครได้ นั่นหมายความว่ายัง มีทั้งถนนดิน ถนนลูกรัง ถนนลาดยางแอสฟัลต์ที่ยิ่งกว่านั้นก็คือว่าติดต่อกับจังหวัดข้างเคียง อื่น ๆ ซึ่งจะมีรถบรรทุกเข้ามามากนะครับ ก็ยิ่งจะทำให้พื้นที่ของถนนดังกล่าวชำรุดมากกว่าที่อื่น นั่นคือกายภาพและความเป็นมา ของเขตหนองจอกนะครับ ประเด็นที่ท่านถามก็คือว่าจะจัดสรรงบประมาณไปดำเนินการ ได้อย่างไร ขอเรียนว่าในการที่จะดูแลเรื่องถนนหนทางนี้ก็แยกเป็น ๒ ส่วนง่าย ๆ นะครับ ส่วนแรกคือในเรื่องของการซ่อมแซมก็แล้วกัน ให้เข้าใจง่าย ๆ นะครับ อีกส่วนคือในเรื่องของ การปรับปรุง ถ้าอธิบายง่าย ๆ คือซ่อมแซม ถ้ามีหลุมมีบ่ออย่างที่เห็นขึ้นภาพก็อาจจะ ไม่ต้องเททั้งเส้น ก็ไปปะไปแปะให้มันใช้ได้ก่อน ส่วนเมื่อมันเสียมากประเมินแล้วว่า เสียมากทั้งเส้นจึงจะปรับปรุงก็คือตั้งงบประมาณทำใหม่ หรือรวมทั้งการที่จะไปพัฒนา จากถนนลูกรังให้เป็นถนนลาดยางเป็นต้น การดำเนินการดังกล่าวในเรื่องของการซ่อมแซม ในเรื่องของกรุงเทพมหานครได้มีส่วนงานที่ที่ตั้งงบประมาณส่วนนี้เอาไว้ แล้วก็มีการจัดหา ไม่ว่าจะเป็นหินคลุก ดินลูกรัง แอสฟัลต์ไว้ รวมทั้งมีเครื่องจักรกลและบุคลากรที่ดำเนินการ ซ่อมให้นะครับ ในขณะนี้จะพูดง่ายกรุงเทพมหานครทำโครงการให้กับเขตต่าง ๆ ส่วนหนึ่ง นอกจากนั้นก็ยังมีการตั้งงบประมาณให้กับเขตต่าง ๆ ไปดำเนินการในการที่จะดูแลซ่อมแซม ด้วย นั่นเป็นส่วนของการซ่อมแซม ตรงนี้ผมอาจจะเรียนได้ว่ากระผมก็ได้ไปดูข้อมูลหลังจาก ที่ได้รับกระทู้มาว่าการตั้งงบประมาณของกรุงเทพมหานครนั้นในส่วนที่จะไปซ่อมแซม ดังกล่าวให้เขตต่าง ๆ นั้นกลับให้เท่ากัน ผมดูแล้วก็คงจะไม่สอดคล้องกับจำนวนภาระงานที่มี อยู่คือจำนวนถนนที่มีอยู่มากให้ประมาณเขตละ ๓ ล้านบาทเท่า ๆ กันนะครับ ก็จะเริ่มเป็น ปัญหา สรุปว่าเป็นปัญหาเดิมของการไม่พัฒนามาเท่าที่ควร ๒. คือการจัดสรรงบประมาณไป ก็ไม่ค่อยสอดคล้องกับภาระงานที่มีนะครับ อีกส่วนหนึ่งคือเรื่องของการจัดสรรงบประมาณ เพื่อปรับปรุงถนนเลยนะครับ อันนี้ทั้งถนนหลักถนนรอง ผมดูอัตราแล้วก็จะมีน้อย เช่น ถนนหลัก ๒ ปีอาจจะได้สักเส้นหนึ่งนะครับ ส่วนถนนสายรองขึ้นอยู่กับสถานการณ์เศรษฐกิจ และงบประมาณกรุงเทพมหานคร ซึ่งในช่วง ๓ ปีที่ผ่านมา ก็อาจจะเป็นผลเพราะทาง เศรษฐกิจและเรื่องของโควิด (COVID) งบประมาณกรุงเทพมหานครก็ลดลงโดยรวมจาก ๘๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ลดมา ๗๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทตามลำดับเลยนะครับ ในส่วนนี้ถนน ที่จะได้รับงบประมาณในการซ่อมปรับปรุงก็ลดลงไปด้วย เช่นในปี ๒๕๖๓ ได้ ๗ เส้นทาง ๒๕๖๔ ได้ ๓ เส้นทาง ปี ๒๕๖๕ ที่ขอไปได้แค่ ๒ เส้นทาง ก็คงจะเป็นประเด็นอีกประเด็น หนึ่ง ซึ่งถ้าให้เรียนตรง ๆ ก็คงจะต้องหาทางแก้ไข โดยการจัดสรรงบประมาณให้สอดคล้อง กับภาระงานในการที่จะดูแล ซ่อมแซม และการปรับปรุงให้มากขึ้น เหมาะสมยิ่งขึ้นนะครับ เป็นข้อคำตอบในเรื่องจะเอางบประมาณมาจากที่ใดนะครับ ในลำดับต่อไปผมคงจะเรียน ในเรื่องรายละเอียดอีกครั้งหนึ่งนะครับ ก็ในข้อแรกครับ🔗
เชิญท่าน ศิริพงษ์ ถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนที่เคารพ ผม ศิริพงษ์ รัสมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๑๗ เขตหนองจอก กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ผมจะเข้าสู่คำถามที่ ๒ นะครับ แต่ก่อนจะเข้าสู่คำถามเรียนกับ ท่านประธานกับท่านรัฐมนตรีนะครับว่าเขตหนองจอกจากที่ได้รับงบประมาณเป็น ๑ ใน ๗ ของกรุงเทพมหานคร ส่วนหนึ่งที่ได้รับงบประมาณจากอดีตที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน จะได้งบประมาณใกล้เคียงกับเขตอื่น ๆ ที่มี ๓ ตารางกิโลเมตร ๕ ตารางกิโลเมตร หรือว่า ๗ ตารางกิโลเมตร ๑๐ ตารางกิโลเมตรอะไรก็แล้วแต่ในกรุงเทพมหานครชั้นใน แต่ถ้าไปดู ในเรื่องของงบประมาณแต่ละปีจะได้ใกล้เคียงกันกับเขตหนองจอก เพราะฉะนั้น ในเขตหนองจอกไม่สามารถที่จะพัฒนาให้ทัดเทียมกับเขตอื่น ๆ ได้ โดยเฉพาะ ในกรุงเทพมหานครเพราะว่าเป็นพื้นที่ที่ใหญ่มาก แต่ละงบประมาณก็ได้ใกล้เคียงกันในแต่ละปีของงบประมาณ ผมยกตัวอย่างใน พ.ศ. ๒๕๖๕ งบประมาณในการก่อสร้างถนนจากที่เคยได้ประมาณสัก ๔๐ ล้านบาท ๕๐ ล้านบาทต่อหนึ่ง ปี มันก็พัฒนาไม่ทันอยู่แล้ว แต่ปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ได้งบประมาณเพียงประมาณ ๗ ล้านกว่าบาท เองกับถนนที่มีอยู่นับร้อยสาย งบประมาณ ๗ ล้านกว่าบาทในการก่อสร้างของใหม่นะครับ ก็ยังไม่ได้ก่อสร้าง ของเก่าก็พังไปอีกแล้วตามที่ท่านรัฐมนตรีได้เรียนเมื่อสักครู่นี้ เพราะฉะนั้น ผมเรียนกับท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผ่านไปถึง กรุงเทพมหานคร ผ่านไปถึงประธานสภาผู้แทนสภากรุงเทพมหานครด้วยก็ได้นะครับ ในเรื่องของการจัดสรรงบประมาณลงในแต่ละพื้นที่ในกรุงเทพมหานครนะครับ ดูพื้นที่ ที่พร้อมที่จะพัฒนาให้มากกับเขตอื่น ๆ สักนิดหนึ่งก็ได้เพื่อที่จะให้เป็นที่พักพิงของพี่น้อง ในเขตกรุงเทพมหานคร ถ้าในกรุงเทพมหานครมันเต็มก็ย้ายไปอยู่ในเขตหนองจอกได้ เพราะเขตหนองจอกมีพื้นที่กว้างนะครับ แล้วก็ยินดีที่จะต้อนรับพี่น้องหลาย ๆ ท่านด้วย กทม. เมืองหลวงของประเทศไทยนะครับสภาพไร้คอนกรีตและท่อระบายน ้าของเขต หนองจอกนะครับ เพราะฉะนั้นในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันไม่น่าจะเกิดขึ้นในเขตกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นเมืองหลวงของประเทศไทย มีผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครผ่านมาหลาย ๆ คน เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานให้ดูแลเรื่องนี้ในเรื่องของการใช้งบประมาณ ท่านรัฐมนตรี มาตอบกระทู้ในวันนี้แล้วนะครับ กลับไปท่านรัฐมนตรีอาจจะดูงบที่มันใช้ได้ตามกฎหมาย หรือว่ามีงบกลาง หรือมีงบอะไรก็แล้วแต่นะครับสนับสนุนในพื้นที่เขตหนองจอก ๕๐๐ ล้านบาท ๓๐๐ ล้านบาทเพื่อที่จะตัดแก้ปัญหาในสิ่งต่าง ๆ ถนน ๑๐-๒๐ สายนี้ ไปเบื้องต้น นั่นก็คือในพื้นที่เขตหนองจอกและพื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะเขตลาดกระบัง มีนบุรี คลองสามวา ก็เป็นเขตชานเมืองเช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ ผมเดินทางไปในพื้นที่ เขตหนองจอกในถนนสายรองกับเดินทางไปจังหวัดฉะเชิงเทรา อำเภอบางน ้าเปรี้ยว จังหวัด ฉะเชิงเทรา ถนนคนละโลกเลยครับ ถนนคอนกรีตและลาดยางอย่างดี มีไฟแสงสว่างอย่างดี อันนี้ก็คือต่างจังหวัดที่อยู่ติดกันครับ เดินทางไปถนนคนละเรื่อง และหลังจากนั้นเดินทางไป จังหวัดนครนายกสภาพถนนก็คนละสภาพอีกเช่นเดียวกันที่อยู่ติดกรุงเทพมหานครนะครับ ไปจังหวัดปทุมธานีนะครับก็เช่นเดียวกันถนนเขาอย่างเนี๊ยบเลยท่านประธาน แต่ในเขต หนองจอกถนนสายรอง ถนนสายรองอย่างที่ท่านประทานได้เห็นในภาพนะครับ เป็นหลุม เป็นบ่อแล้วก็ยังไม่ได้รับการพัฒนาอีกมากมาย เพราะฉะนั้นในวันนี้ผมฝากท่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยซึ่งกำกับดูแลกรุงเทพมหานครซึ่งเป็นการบริหารราชการแบบพิเศษ แบบพิเศษจริง ๆ ในพื้นที่เขตกรุงเทพมหานคร ผมฝากท่านประธานด้วย ผมขออนุญาตโทษ ตัวผมเองซึ่งเคยเป็นผู้ใหญ่บ้าน เป็นกำนัน เป็นประธานสภาเขตนะครับที่ไม่มีอำนาจ ในเรื่องของการพิจารณาในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็เลยพัฒนาไม่ทัน แล้วขอตำหนิผู้บริหาร กรุงเทพมหานครต่าง ๆ ในสิ่งที่ผ่านมาปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ไม่เคยนำมาพูดในสภา ผู้แทนราษฎร ไม่เคยนำมานะครับว่าปัญหาเป็นหลุมเป็นบ่อในพื้นที่เขตหนองจอก บางคน ถามว่าเขตหนองจอกอยู่ที่ไหน คนบางคนไม่เชื่อว่าเขตหนองจอกในกรุงเทพมหานคร คนละเรื่องกับต่างจังหวัด เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี ฝากไปถึงผู้ว่า ราชการกรุงเทพมหานครว่าทำอย่างไรก็แล้วแต่ให้พัฒนาถนนในพื้นที่เขตหนองจอกในถนน สายรองให้เหมือนกับต่างจังหวัดเพื่อที่จะรองรับคนที่จะอพยพหรือคนที่จะย้ายถิ่นฐานไปอยู่ ในพื้นที่เขตหนองจอก เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานด้วย ท่านประธานครับ ในข้อที่ ๒ ขออนุญาตเรียนถามนะครับกระทรวงมหาดไทย จะมีแนวทางเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ให้กับประชาชนที่ต้องการสัญจรผ่านเส้นทางดังกล่าวตลอดจนแก้ไขปัญหาถนนชำรุดทรุด โทรมอย่างไร อันนี้ผมขอทราบรายละเอียดด้วย คำถามที่ ๓ จะไม่มี เดี๋ยวจะขึ้นมาขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับท่านประธานครับ ขอบคุณนะครับ🔗
ไม่ต้อง ขอบคุณละครับ ท่านขอบคุณตอนนี้จบเลย🔗
ท่านประธานครับ อย่างนั้น ขออนุญาตขอบคุณเลยนะครับ ก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี แล้วผมก็คงต้องฝากท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าในพื้นที่เขตหนองจอก งบประมาณปี ๒๕๖๔ ในการก่อสร้างถนน ท่อประปา แล้วก็ท่อระบายน ้าในชุมชนสินอนันต์ ซอยเลียบวารี ๕๕ แขวงโคกแฝด ขณะนี้ หมดสัญญามานานแล้ว ถนนทิ้งเละเทะเลย ทิ้งเละเทะเลย ซอยเลียบวารี ๕๕ ในเขตหนองจอก🔗
น่าจะสรุป ได้แล้วครับ🔗
ฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี ว่าเขตหนองจอกเวลาประมูลงานเอาบริษัทใหม่ ๆ เข้าไปทำสักนิดหนึ่ง บริษัทยึดติดแบบเดิม ปัญหามันเกิดแบบนี้มาตลอดในเรื่องของการประมูลงาน ขอขอบคุณท่านประธาน ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี ขอขอบคุณพี่น้องในเขตหนองจอกที่คอยรับชมอยู่ในขณะนี้ด้วย ขอบคุณมากครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ตอบครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพอย่างสูง ในเรื่องปัญหาของถนนหนองจอก ก็คงเป็นไปตามที่ท่านได้กรุณาให้ข้อมูลว่าเริ่มต้นปฐมบทมันก็จากงบประมาณน่าจะ ไม่พอเพียง มันก็สะท้อนมาถึงเรื่องการซ่อมแซมก็จะไม่ได้เท่าที่เป็นไปตามสภาพที่เกิดขึ้นจริง ภาระงานที่มีขึ้นจริง รวมทั้งการปรับปรุงในการที่จะพัฒนาจากถนนดินให้เป็นลูกรัง ถนนลูกรังให้เป็นถนนลาดยาง นั่นก็คงจะไม่สอดคล้องจริง แต่ผมขออนุญาตเรียนตัวเลข ให้ท่านได้ทราบไว้เป็นข้อมูลว่าเขตหนองจอกเองกรุงเทพมหานครได้จัดสรรงบประมาณ ให้ประมาณปีละ ๕๐๐ ล้านบาท เมื่อเทียบกับเขตอื่น ๆ แล้วก็จะได้ประมาณ ๒๐๐-๓๐๐ ล้านบาท แต่ว่าอย่างไรก็ตามก็ค่อนข้างจะเห็นด้วยกับท่านว่าภาระงาน มันมากกว่ามันไม่ใช่เท่าเดียว มันหลายเท่า มันก็เลยสะท้อนออกมาทางกายภาพว่าดูแล ไม่ได้ดีเท่าที่ควร และผมก็เห็นด้วยกับท่านว่าอย่างไรก็ตามก็เป็นเขตเมืองหลวงของ ประเทศไทยเหมือนกัน เพราะฉะนั้นมันจะต้องพัฒนาดีกว่านี้ ในส่วนนี้ก็คงจะเรียนว่า งบประมาณที่ได้ไปน้อยพอสะท้อนลงไปงบซ่อมถนนนี่ไม่กี่ล้านเท่านั้นครับ เขตทำได้แค่นั้น เพราะภาระเรื่องโรงเรียนเรื่องภาระอื่น ๆ ตามรายการของบริการสาธารณะก็จะไปเป็น ภาระหมดนะครับ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ก็อยากจะเรียนท่านว่าถ้าจะต้องแก้ปัญหา ให้ประชาชนสามารถสัญจรได้ แล้วก็ไม่เดือดร้อนได้อย่างไร ก็คงจะเรียนท่านว่าในเรื่องแรก คงต้องเรียนว่าในวาระแรกที่สามารถทำได้ด้วยงบประมาณประจำปี ผมก็จะไปให้นโยบาย กรุงเทพมหานครได้พิจารณาให้เหมาะสมกับภาระงานของเขตหนองจอก อาจจะต้องบวก นิดหนึ่งว่าต้องไปพัฒนาให้มันตามทันเขา เพราะตอนนี้มันไล่เขาไม่ทัน ในเรื่องแรก ในขณะนี้ ผมเห็นว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน เพราะฉะนั้นผมก็จะไปให้นโยบายท่านผู้ว่ากรุงเทพมหานครว่า งบซ่อมแซมก่อน งบสร้างก็ว่ากันไป จะไปใช้เงินอุดหนุนก็ว่ากันมา อาจจะมีโอกาสที่จะเรียน ทางรัฐบาลด้วยงบเงินอุดหนุนที่จะไปปรับปรุง แต่งบซ่อมก็จะเรียนให้นโยบาย กรุงเทพมหานครให้น ้าหนักที่จะไปแก้ปัญหาให้ รับปากว่าจะไปดำเนินการให้เร็วที่สุด ส่วนใน งบอื่น ๆ ที่น่าจะต้องพิจารณา เช่น งบรายจ่ายเพิ่มเติมก็น่าอาจจะต้องมีการไปพิจารณาด้วย รวมทั้งงบกลาง กระผมก็รับปากว่าจะไปเรียนทางท่านผู้ว่ากรุงเทพมหานครได้พิจารณา ในการที่จะใช้งบกลางที่จะไปแก้ปัญหาเรื่องนี้เพื่อแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนหนองจอก ให้เร็วที่สุดครับ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าจบการถามตอบกระทู้ถามที่ ๑.๒.๓ เรื่องขอให้แก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากถนนที่ชำรุดเป็นหลุมบ่อในพื้นที่ กรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออก โดยเฉพาะเขตหนองจอกของท่าน ส.ส. ศิริพงษ์ รัสมี ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่กรุณาให้เกียรติกับทางสภาของพวกเรา ขอบคุณครับ🔗
๑.๒.๔ กระทู้ถาม ที่ ๓๕๒ เรื่อง การเพิ่มอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ที่ทำงานด้าน การอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ (นายนริศ ขำนุรักษ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้ตอบ ด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายวราวุธ ศิลปอาชา ได้มีหนังสือแจ้งว่าติดภารกิจ สำคัญไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามในวันนี้ได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามดังกล่าวออกไป เป็นวันพฤหัสบดีที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๔🔗
๑.๒.๕ กระทู้ถามที่ ๓๕๓ เรื่อง ผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินการเงินกู้ ๑ ล้านล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบ จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๙๑ พ.ศ. ๒๕๖๓ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓ (พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนัก เลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีได้มีบัญชา มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ ให้เป็นผู้ตอบ กระทู้ถามเรื่องนี้แทน ตอนนี้รัฐมนตรีพร้อมแล้วนะครับ ขอเชิญ พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ได้ถามครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กราบเรียนครับ ในกระทู้นี้เป็นกระทู้เรื่อง ผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินการเงินกู้ ๑ ล้านล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจาการระบาด โรคติดต่อเชื้อไว้รัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ ประจำปีงบประมาณปี ๒๕๖๓ ท่านประธาน ครับ ในกระทู้นี้กราบเรียนว่าเป็นกระทู้ที่กำลังฮอต (Hot) อยู่ แล้วเดี๋ยวก็คงมีญัตติด่วนของ ท่านสมาชิกที่เข้ามาอีก ๓ ญัตติ แต่เป็นกระทู้ที่ผมถามตั้งแต่เดือนมีนาคม กราบเรียนว่าจาก รายงานการดำเนินการของสำนักบริหารหนี้ หนี้สาธารณะและของกระทรวงการคลัง ตามมาตรา ๑๐ ที่เคยรายงานไว้ในเรื่องของการใช้อำนาจของกระทรวงการคลังในการกู้เงิน เพื่อแก้ไขวิกฤติการเยียวยาปัญหาต่าง ๆ และการฟื้นฟูที่เกิดขึ้นขณะนี้จากผลกระทบ ในปีงบประมาณ ๒๕๖๓ นั้น ต่อสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ ๒๘ มกราคม ๒๕๖๔ ที่แล้วมานี้ ในองค์ประกอบของรายละเอียดของการกู้เงินและสถานภาพและการอนุมัติแผนงาน และโครงการภายใต้พระราชกำหนดนี้นะครับท่านประธาน🔗
มันมีรายละเอียด ของแผนงานอยู่ ๓ ด้านด้วยกัน โดยเฉพาะแผนงานดังกล่าวนี้เป็นแผนงานที่ผมกราบเรียน เลยว่าผมต้องการขอทราบผลการดำเนินการ ผลสัมฤทธิ์และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ จากแผนงานทั้ง ๓ แผนงานมีอะไรบ้างครับท่านประธาน แผนงานที่ ๑ คือแผนงานโครงการ เพื่อแก้ปัญหาการระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) แผนงานที่ ๒ คือแผนงานโครงการ เพื่อช่วยเหลือเยียวยาชดเชยและให้กับประชาชนและเกษตรกร แล้วก็ผู้ประกอบการ แผนงานที่ ๓ คือแผนงานโครงการเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับจากผลกระทบ กราบเรียนท่านประธานครับ ในเดิมที่จากรายงานเมื่อวันที่ ๒๘ มีการรายงานแล้วมีตัวเลข ของเม็ดเงินที่รายงานใน ๓ แผนงานนั้นว่าเดิมในแผนงานที่ ๑ จะใช้เงิน ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท แผนงานที่ ๒ ใช้เงิน ๗๐๑,๒๓๙ ล้านบาท แผนงานที่ ๓ ใช้ ๒๕๖,๗๖๒ ล้านบาท อันนี้ คือทุนเดิมที่พูดไว้และแจ้งต่อสภาครับ ซึ่งผมก็เชื่อว่าในการดำเนินการจากรายงานดังกล่าวนี้ เป็นรายงานที่จะต้องนำไปสู่การสร้างแผนงานและโครงการกิจกรรมตามรายละเอียด ที่แนบมานะครับท่านประธาน และในการใช้เงินนี้ปรากฏว่าล่าสุดครับท่านประธาน สงป. แล้วก็ สบน. ก็รายงานเมื่อวันที่ ๑๗ ที่ผ่านมา โดยเฉพาะแผนงานที่ ๑ นั้น ซึ่งประกอบไปด้วย แผนงานที่มีกิจกรรมในแผนงาน ๔ แผนงานครับ ผมไม่ลงรายละเอียดครับ แล้วก็แผนงานที่ ๒ มี ๒ แผนงาน แผนงานที่ ๓ มี ๔ แผนงาน ครับท่านประธาน แล้วก็ใช้เงินไปในแผนงานที่ ๑ ครับท่านประธาน ๖๓,๘๙๗,๙๙๑,๐๐๐ บาท แผนงานที่ ๒ นั้นใช้เงินไป ๗๐๘,๑๙๖,๘๑๘,๖๐๐ บาท แผนงานที่ ๓ นั้นใช้เงินไป ๒๒๗,๙๐๕,๑๙๒,๒๐๐ บาท ขณะนี้เหลือเงินอยู่เพียง ๓,๙๙๑,๐๕๗,๓๐๐ บาท ก็ใช้เงินไป ประมาณ ๙๙๖,๐๐๘ ล้านบาทเศษ ก็คิดเป็นคำของบประมาณแล้วก็ใช้จ่ายจริง ๆ คือ ๘๓๒,๔๓๐ ล้านบาท ก็ ๘๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ เหลือแค่ ๓,๙๙๑ ล้านบาท อันนี้คือเป็นคำถาม คำถามแรกของผมก็คือขอทราบผลการดำเนินการในรายละเอียดของเงินกู้ ๑ ล้านล้านบาท ในยอดจำนวนเต็มทั้งหมดได้ดำเนินการครบถ้วนอย่างไร เมื่อไร มีการใช้รูปแบบวิธีการกู้ อย่างไรในแต่ละประเภท มีผลบังคับใช้และวงเงินแต่ละประเภทเท่าใด เส้นทางการได้เงินกู้ การเบิกจ่ายในแผนที่กำหนดมีอย่างไรเป็นคำถามแรกครับท่านประธาน🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพ กระผม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้รับมอบหมายจากนายรัฐมนตรี ให้เป็นผู้ชี้แจงตอบกระทู้ถามทั่วไป เรื่อง ผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินการเงินกู้ ๑ ล้านล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓ กระผมขอ อนุญาตเรียนท่านสมาชิกดังนี้นะครับ ในส่วนของพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจาก การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ หรือเรียกสั้น ๆ ว่า พ.ร.ก. โควิด ฉบับแรกนะครับ ซึ่งมีฉบับที่ ๒ ก็คือเมื่อประมาณต้นปีนี้วงเงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งได้กำหนดให้กระทรวงการคลังนั้นกู้เงินบาทหรือเงินตราต่างประเทศในวงเงินไม่เกิน ๑ ล้านล้านบาท โดยจะต้องลงในสัญญากู้เงินหรือออกตราสารหนี้ภายในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๔ อีกเดือนหนึ่งข้างหน้าตาม พ.ร.ก. ฉบับเดิมให้ลงนามในสัญญากู้ ในการกู้เงินตาม พ.ร.ก. โควิด-๑๙ ภายใต้กรอบวงเงินไม่เกิน ๑ ล้านล้านบาท ขออนุญาตเรียนว่าข้อมูล ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓ ที่ได้รายงานต่อรัฐสภาตามมาตรา ๑๐ แห่งพระราชกำหนด ใช้แหล่งเงินกู้ภายประเทศจำนวน ๓๗๓,๗๖๑ ล้านบาท โดยมีในขณะนั้น ณ วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓ ปีที่แล้ว โดยมีวงเงินกู้คงเหลือ ๖๒๖,๒๓๙ ล้านบาท กระทรวงการคลัง ในเรื่องของการใช้เครื่องมือในการกู้เงินนั้นก็มีหลายรูปแบบ โดยใช้เครื่องมือที่สำคัญก็คือ ในเรื่องของพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐบาลเพื่อความยั่งยืนพันธบัตรออมทรัพย์ ตั๋วสัญญา ใช้เงินและสัญญากู้ยืมเงิน ซึ่ง ณ วันที่ ๓๐ กันยายนปีที่แล้ว ๒๕๖๓ ก็ได้มีการกู้เงินไปทั้งสิ้น ๓๗๓,๗๖๑ ล้านบาท แล้วก็มีวงเงินกู้ ณ เวลานั้น ๖๒๖,๒๑๙ ล้านบาท อย่างที่ผมกราบเรียนเมื่อสักครู่นี้ การออกพันธบัตรเพื่อความยั่งยืน ซึ่งภาษาอังกฤษก็ขออนุญาตเรียนว่าเราใช้คำว่า ซัสเทนอะบิลิตี บอนด์ (Sustainability Bond) ซึ่งการออกพันธบัตรของรัฐบาลในครั้งนี้ เราถือว่าเป็นพันธบัตรเพื่อความยั่งยืน ซึ่งกระทรวงการคลังก็ได้พัฒนาขึ้นมาเพื่อรองรับ การระดมทุนของรัฐบาล สำหรับโครงการในเชิงสังคมและสิ่งแวดล้อมหรืออีเอสจี (ESG) ซึ่งเป็นพันธบัตรเพื่อความยั่งยืนรุ่นแรกในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN) ที่ออกโดยรัฐบาล นอกจากนี้พันธบัตรเพื่อความยั่งยืนของรัฐบาลนั้น ก็ได้รับการจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ที่ลักเซมเบิร์ก รวมถึงก็ได้รับการชื่นชมจากตลาดเงินและตลาดทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่สถาบันในเรื่องของไคลเมต บอนด์ อินิชิเอทีฟ (Climate Bonds Initiative) และนิตยสาร แอสเซต (Asset) ทีนี้เมื่อเกิดการระบาดของโควิด (COVID) ในระลอกที่ ๒ ระลอกที่ ๓ ก็ได้มีการอนุมัติโครงการกู้เงินเพิ่มเติมเพิ่มขึ้น ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่าสถานการณ์กู้เงิน ภายใต้ พ.ร.ก. โควิด-๑๙ (COVID-19) นั้น ณ วันที่ล่าสุด ณ วันที่ ๒๔ สิงหาคมนั้น เราได้กู้เงินไปแล้วทั้งสิ้น ๙๕๑,๒๖๖ ล้านบาท ซึ่งก็แบ่งเป็นเงินกู้ในประเทศ ๙๐๕,๗๖๑ ล้านบาท แล้วมีเงินกู้ต่างประเทศอยู่ที่ ๕,๕๐๕ ล้านบาท เพราะฉะนั้น เราก็จะมีวงเงินกู้เหลืออยู่ประมาณ ๔๘,๗๓๓ ล้านบาท แล้วก็จะมีการทยอยเบิกจ่ายเงินกู้ ไปแล้วจากที่เรากู้มาแล้วก็มีการเบิกจ่ายไปแล้ว ๘๗๓,๕๑๓ ล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ ร้อยละ ๙๑.๘๓ ของวงเงินกู้ เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาตกราบเรียนว่าวงเงินกู้ที่เหลือนั้น ๔๘,๐๐๐ ล้านบาท แต่ว่าคณะรัฐมนตรีก็ได้อนุมัติโครงการต่าง ๆ ไปหมดแล้ว ก็จะเหลือ วงเงินที่จะอนุมัติได้อยู่ประมาณ ๓,๙๐๐ ล้านบาทประมาณนี้ แต่วงเงินกู้ที่พูดถึงเมื่อสักครู่นี้ ๔๘,๐๐๐ ล้านบาทนั้น เราก็ยังมีเวลาถึงเดือนกันยายน ณ สิ้นเดือนกันยายนเดือนหน้านี้ ที่จะต้องกู้ให้ได้ภายในวงเงิน ๔๘,๐๐๐ ล้านบาท แต่ขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้นะครับว่า ใน ๔๘,๐๐๐ ล้านบาทนั้น ตาม พ.ร.ก. ก็ขออนุญาตให้ว่าต้องลงนามในสัญญาเพียงแต่ว่า การลงนามในสัญญา ครั้งนี้ก็คงจะเป็นลักษณะเงินกู้จากสถาบันการเงินในประเทศ แต่การกู้เงินในตรงนี้เพียงแต่ว่าคอมมิต (Commit) หรือผูกพันไว้ แต่ยังไม่เบิกจ่ายเงินกู้ จากที่เราลงนามในสัญญา ก็ต้องการในเรื่องของการประหยัดในเรื่องของค่าธรรมเนียม แล้วก็ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ต่อเมื่อโครงการที่ได้คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติเป็นแล้วมีความพร้อม แล้วก็เบิกจ่ายเงินจากโครงการเงินกู้ก้อนนี้เราถึงจะเบิกเงินจากที่เราได้ลงนามในสัญญา ในวงเงิน ๔๘,๐๐๐ ล้านบาท ก็เรียนในประเด็นนี้นะครับ🔗
ทีนี้ในส่วนของเครื่องมือเมื่อสักครู่นี้ผมได้เรียนว่ามีหลายรูปแบบ เรียนว่า ในเรื่องของการออกพันธบัตรรัฐบาล และพันธบัตรรัฐบาลความยั่งยืนนั้นเรามีวงเงินกู้อยู่ ๑๙๕,๗๖๐ ล้านบาท ซึ่งถามว่าสิ้นสุดเมื่อไรอายุของเงินกู้ในพันธบัตรรุ่นนี้นั้นก็อยู่ที่ตั้งแต่ ๓ ปี ไปจนถึง ๒๙ ปี เพราะฉะนั้นอีก ๒๙ ปี เราก็ค่อยไถ่ถอนคืน อันที่ ๒ คือพันธบัตร ออมทรัพย์หรือเซฟวิงบอนด์ (Saving Bond) นั้น เรามีวงเงินกู้อยู่ ๑๖๐,๐๐๐ ล้านบาท อายุเงินกู้นั้นก็อยู่ที่ ๓-๑๐ ปี ประเภทที่ ๓ คือตั๋วสัญญาใช้เงินมีวงเงินอยู่ที่ ๓๙๐,๐๐๐ ล้านบาทอายุของเงินกู้นั้นก็อยู่ที่ ๑ - ๔ ปี ส่วนสุดท้ายนั้นก็เป็นสัญญากู้ยืมเงิน เป็นเทอมโลน (Term Loan) วงเงินกู้อยู่ ๑๖๐,๐๐๐ ล้านบาท อายุเงินกู้นั้นก็อยู่ที่ ๒-๔ ปี ส่วนเงินกู้ต่างประเทศนั้นก็เป็นเงินกู้จากธนาคารพัฒนาเอเชีย ซึ่งมีวงเงินที่เราทำไว้ ๑,๕๐๐ ล้านเหรียญสหรัฐนั้นก็มีอายุตั้งแต่ ๕ ปี จนถึง ๑๐ ปี ขณะนี้เรายังไม่ได้เบิกทั้งหมด ก็ขออนุญาตเรียนว่าทั้งหมดนี้ก็เป็นวงเงินกู้ แล้วก็มีการเบิกเงินกู้ไปแล้ว ๘๗๓,๕๑๓ ล้านบาท แล้วก็ยังมีวงเงินคงเหลืออยู่ ๔๘,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งก็มีเวลาถึงเดือนกันยายน แต่ว่าอย่างที่ กราบเรียนก็คือว่าเราก็คอมมิต (Commit) ไว้ แต่ว่ายังไม่เบิกเงินกู้ เพราะต้องการประหยัด ในเรื่องของค่าใช้จ่าย ก็ขออนุญาตเรียนท่านสมาชิกครับ🔗
เชิญท่าน สุพิศาล คำถามที่ ๒ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานครับ สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลนะครับ คำถามที่ ๒ คำถามที่ ๓ ผมจะถามรวมเลยนะครับ เพื่อใช้ระยะเวลาให้มีคำตอบเยอะ ๆ ครับ ท่านประธาน ในคำถามถัดไปกราบเรียนว่าในการใช้เงินที่เป็นคำถามสำคัญเกี่ยวกับ เรื่องของผลสัมฤทธิ์นั้น ผมกราบเรียนเลยครับว่ารัฐบาลนี้ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งบประมาณ ๑ ล้านล้านบาทครับท่านประธาน ไม่เคยดูผลกระทบเลยครับ สักแต่ว่าให้หน่วยรับ งบประมาณเสนอโครงการมา รัฐบาลก็อนุมัติกระจายแบบไม่มียุทธศาสตร์ครับท่านประธาน เพื่อความต้องการของประชาชนแต่อย่างใดครับ ดูง่าย ๆ ครับท่านประธาน ท่านไปดู แผนงานที่ ๑ แผนงานที่ ๑ คือ ๑.๒ ครับท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีครับฝากไปถึงรัฐมนตรี โดยเฉพาะแผนงานสำคัญท่านอาจจะไม่เกี่ยวข้องหรือเกี่ยวข้องก็ไม่ทราบครับ เป็นแผนงาน หรือโครงการที่เพื่อจัดซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์และสาธารณสุข วัคซีนป้องกันโรค และห้องปฏิบัติการทางการแพทย์ ใน ๑ ล้านล้านบาท ท่านครับจัดสรรไว้ ๑๕,๒๕๐,๘๑๔,๑๐๐ บาทเท่านั้นครับท่านประธาน และใช้เท่าไรครับท่าน ใน ๒๐ โครงการนั้น ใช้ไปแค่ ๒๕.๒๒ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน ใช้ไปเท่าไรครับ ๓,๘๔๖ ล้านบาทเศษ เงินที่เหลือทำไมไม่ใช้ครับ ผมรอวัคซีนครับเข็ม ๓ ครับท่านประธาน แล้วอีกแผนการหนึ่ง ในโครงการแผนงานที่ ๑ คือแผนงานและโครงการเพื่อเตรียมความพร้อมด้านสถานพยาบาล ครับท่านประธาน จัดเงินไว้เท่าไรครับท่านประธาน ๑๐,๒๕๗,๒๒๔,๗๐๐ บาทครับ ท่านประธาน ๑๔ โครงการครับในนั้น ใช้ไปเท่าไรครับท่านประธาน ๒๒.๑๖ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นเอง คือใช้ไป ๒,๒๗๖ ล้านบาทเศษ เตียงครับ ออกซิเจนครับ เขารอกันอยู่ครับ ประชาชน นี่ความต้องการครับ ๑ ล้านล้านบาท มันควรจะต้องจัดสรรวัคซีนและเตียงเป็น แสนล้านบาทครับท่านประธาน ผมไม่อภิปรายครับ เดี๋ยวคงมีคนอภิปราย แต่ผมถามว่า นี่คือผลสัมฤทธิ์ ผลสัมฤทธิ์ที่ผมกำลังถามในคำถามถัดไป เพราะว่าเป็นคำถามที่เกี่ยวข้องกับ การเปลี่ยนแปลงในการรายงาน คำถามถัดไปเป็น ๒ คำถามติดต่อกันครับท่านประธาน คือคำถามแรกในการถามครั้งที่ ๒ คือจากรายงานการดำเนินการล่าสุดที่ผมกล่าวไปแล้ว ส่วนหนึ่งผมไม่ลงรายละเอียด เพราะว่ามีผู้อภิปรายในญัตติอีก ๓ ญัตติแน่นอนครับ ก็คือ คำถามว่ารัฐบาลได้มีการแก้ไขและเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์โครงการในแผนงานทั้ง ๓ หรือไม่อย่างไร หากมีการแก้ไขขอทราบเรื่องการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์เนื้อหาหรือ โครงการอย่างไร โดยใช้หลักการและสถานการณ์อย่างไรอันเป็นเหตุในการปรับแก้ไข และเปลี่ยนแปลง แสดงว่าที่ผมถามไปแล้วก็คือเป็นคำตอบส่วนหนึ่งแล้วนะครับ แต่คำถามนี้ สำคัญครับท่านประธาน คำถามถัดไปในการถามครั้งที่ ๒ คือขอทราบผลสัมฤทธิ์ของ การดำเนินงานเงินกู้ ๑ ล้านล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ ประจำปี งบประมาณ ๒๕๖๓ ทั้งหมดครับ ส่งเป็นเอกสารให้ผมก็ได้ครับ ที่ได้ดำเนินการในมิติ คำตอบ จะต้องมี ๔ มิติครับท่านประธาน มิติเชิงคุณภาพ มิติปริมาณและมิติเชิงเวลา และเชิงความ คุ้มค่าของงบประมาณ ๑ ล้านล้านบาท ถ้าผมเป็นคนคิดคณิตศาสตร์และมูลค่าทางเศรษฐกิจ ที่เกิดขึ้นในแผนฟื้นฟูดังกล่าว ถ้าผมเป็นคนคิดตัวเลขง่าย ๆ ครับ ๑ ล้านล้านบาท ท่านซื้อ วัคซีนแค่ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท จุดหนึ่งเองครับท่านประธาน คนไทยได้จุดหนึ่ง คำถาม สุดท้ายมีแค่นี้ครับท่านประธาน🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพครับ ต่อคำถามในข้อที่ ๒ และข้อที่ ๓ ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่าใน พ.ร.ก. โควิด-๑๙ นั้นก็กำหนดให้กระทรวงการคลัง กู้เงินบาทหรือเงินตราต่างประเทศไม่เกิน ๑ ล้านล้านบาทนะครับ ซึ่งก็ได้จำแนกวัตถุประสงค์ ๓ ด้านด้วยกัน แล้วก็กำหนดเป็นแผนงาน ๓ แผนงานอย่างที่ท่านสมาชิกได้กรุณากล่าวถึง สักครู่นี้🔗
ในแผนงานที่ ๑ คือด้านการแพทย์และสาธารณสุขวงเงิน ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท นะครับ🔗
แผนงานที่ ๒ นั้นด้านการช่วยเหลือและเยียวยา วงเงิน ๕๕๕,๐๐๐ ล้านบาท🔗
แผนงานที่ ๓ ด้านการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม วงเงิน ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งคณะรัฐมนตรีนั้นก็สามารถที่จะให้นำวงเงินกู้ตามแผนงานที่ ๒ มาใช้ในแผนงานที่ ๑ ได้นะ ครับ และแผนงานที่ ๓ มาใช้ในแผนงานที่ ๑ แผนงานที่ ๒ ได้ เพราะฉะนั้นก็มีการปรับใน เรื่องของวงเงินตรงนี้ให้สามารถโยกได้นะครับ แต่แผนงานที่ ๑ นั้นไม่สามารถที่จะเอาไปใช้ ในแผนงานที่ ๒ และแผนงานที่ ๓ ได้ อันนี้ก็เป็นหลักการใน พ.ร.ก. ที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ก็เพื่อให้ ความมั่นใจในเรื่องของแผนงานด้านการแพทย์และสาธารณสุข ส่วนในเรื่องของการเบิกจ่าย นั้นก็ขึ้นอยู่กับหน่วยงานที่เป็นเจ้าของโครงการ เช่น กรณีของวัคซีน กรณีของอุปกรณ์ การแพทย์ต่าง ๆ ซึ่งนอกเหนือจากในเรื่องมาใช้เงินกู้ ๑ ล้านล้านบาทแล้ว ก็ยังมีการใช้ใน ส่วนของงบกลางด้วยก็มีหลายแหล่งนะครับ อย่างไรก็ตามนั้นตอบคำถามที่บอกว่า มีการเปลี่ยนแปลงในเรื่องของวัตถุประสงค์ของแผนหรือไม่ จริง ๆ แล้วก็เรียนว่าไม่ได้ มีการเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์ยังคงกรอบ ๓ แผนงานนั้นไว้ตามวัตถุประสงค์ ๓ ด้าน ด้านการแพทย์ ด้านการเยียวยา แล้วก็ด้านการฟื้นฟูแต่ว่ามีการโยกในเรื่องเม็ดเงิน ในกรณีที่มีความจำเป็น ซึ่งตอนต้นก็ได้เรียนว่าปี ๒๕๖๓ ในปีที่แล้วนั้นการบริหารจัดการ ในเรื่องของโควิด (COVID) นั้น ก็มีการคลี่คลายไปได้อย่างดีนะครับ แต่ว่าพอเราเกิดระลอก ๒ ระลอก ๓ นั้นความจำเป็นที่จะต้องใช้เงินในโครงการต่าง ๆ ก็มีมากขึ้นนะครับ เพราะฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงในแง่ของกรอบรวมของ ๓ แผนงานไม่ได้เปลี่ยน แต่ว่าในส่วน ที่เป็นโครงการนั้นก็อาจจะมีการปรับบ้างตามสถานการณ์ แล้วก็ลงไปปฏิบัติแล้วอาจจะมีการ ขอปรับเป้าหมายของโครงการ โดยเฉพาะในเรื่องของแผนงานที่ ๓ ในโครงการต่าง ๆ อันนี้ ก็ขออนุญาตเรียนในประเด็นนี้ไว้นะครับ ในส่วนของผลสัมฤทธิ์ก็ขออนุญาตรับคำถาม ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติไว้นะครับ เนื่องจากว่าขณะนี้ในการประเมินผลสัมฤทธิ์นั้น เราก็มีระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการประเมินผลการใช้จ่ายเงินกู้เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา-๒๐๑๙ (Virus Corona-2019) อันนี้มีระเบียบแล้ว ซึ่งระเบียบนั้นก็ได้กำหนดให้มีคณะกรรมการ ประเมินผลการใช้จ่ายเงินกู้ประกอบด้วย ประธานกรรมการซึ่งเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มี ความเชี่ยวชาญหลายด้านที่ท่านนายกรัฐมนตรีแต่งตั้ง แล้วก็ได้ของบประมาณไว้ส่วนหนึ่ง ในเรื่องของการให้มีผู้ประเมินจากเทิร์ด พาร์ตี (Third party) มาประเมินในเรื่องของผลผลิต แล้วก็ผลสัมฤทธิ์ของโครงการแต่จะขออนุญาตเรียนอย่างนี้ครับว่าตลอดระยะเวลา ๒ ปี ที่ผ่านมานั้นในการอนุมัติใช้เงิน ซึ่งมีทั้งในเรื่องของเยียวยาแล้วก็ฟื้นฟู และยังมีในส่วนของ ที่จะต้องดูแลทางด้านเศรษฐกิจไปพร้อม ๆ กัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการที่เข้าไปกระตุ้นใน เรื่องของการบริโภค การเพิ่มเติมเงินเยียวยาประชาชนตั้งแต่ปีที่แล้วก็มีในเรื่องของเรา ไม่ทิ้งกัน แล้วก็มาในรอบ ๒ รอบ ๓ นั้นก็เป็นโครงการเราชนะที่มีการโอนเงิน ซึ่งถ้ามอง ในแง่ว่าผู้ได้รับผลกระทบนั้นได้รับประโยชน์จากในเรื่องของการใช้เม็ดเงินก้อนนี้หรือไม่ ก็เรียนโดยคร่าว ๆ นะครับว่าในแต่ละโครงการนั้นก็มีจำนวนผู้ที่ได้รับประโยชน์นั้นแตกต่างกัน แต่โดยรวมแล้วประชากรประมาณสัก ๔๐ ล้านคน เราสามารถครอบคลุมเรื่องของประชากร ได้ประมาณ ๔๐ ล้านคน ในทุกโครงการนะครับ ในทุกโครงการรวมกัน ในแง่ของผลสัมฤทธิ์อาจจะไม่ใช่ผลสัมฤทธิ์ ทีเดียวนัก แต่ว่าเราติดตามในเรื่องของดัชนีชี้วัดส่วนหนึ่งตั้งแต่ปีที่แล้วว่ามีผลต่อเศรษฐกิจ อย่างไร แน่นอนที่สุดในไตรมาสที่ ๑ ที่ ๒ ปีที่แล้วนั้น เราเริ่มได้รับผลกระทบจากโควิด (COVID) แล้วก็มาตรการที่ล็อกดาวน์ (Lockdown) ที่สำคัญก็คือในไตรมาสที่ ๒ ในปีที่แล้ว ซึ่งก็ส่งผลต่อในเรื่องของอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะจีดีพี (GDP) ซึ่งเราก็จะเห็นว่าในไตรมาสที่ ๑ จีดีพี (GDP) ของเราติดลบไป ๒ เปอร์เซ็นต์ ไตรมาสที่ ๒ นั้น ติดลบไป ๑๒ เปอร์เซ็นต์ แต่ด้วยมาตรการต่าง ๆ อย่างน้อยก็บรรเทาให้ผลกระทบนั้นลดลง ไปนะครับ จีดีพี (GDP) ในไตรมาสที่ ๓ ก็ติดลบน้อยลง -๖.๔ ไตรมาสที่ ๔ ก็ -๔.๒ ไตรมาสที่ ๑ ก็ -๒.๖ ไตรมาสที่ ๒ ของปีนี้จีดีพี (GDP) เราก็เติบโต ๗.๕ เปอร์เซ็นต์ +๗.๕ เปอร์เซ็นต์ แต่ เป็นการเทียบในระหว่างไตรมาสที่ ๒ ปีนี้กับปีที่แล้ว แต่ถ้าหากเรามองในลักษณะไตรมาสต่อ ไตรมาสนั้น อัตราการเพิ่มของจีดีพี (GDP) ก็เพิ่มขึ้นมาเหมือนกับเดือนต่อเดือน แต่ว่าเดือนนี้ กับปีที่แล้วก็จะแตกต่างกัน ก็เห็นสัญญาณว่าก็มีผล แต่ว่าในส่วนของไตรมาสต่อไตรมาสนั้น อัตราการเพิ่มอาจจะไม่สูงมากนัก เพราะว่าส่วนหนึ่งในเรื่องรายได้ของประชาชนนั้นยังพึ่ง อยู่กับในเรื่องของภาคเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบหนักก็คือเรื่องภาคการท่องเที่ยว เพราะฉะนั้นเม็ดเงินที่เราเติมเข้าไปให้ในกระเป๋าของประชาชนหรือการที่ให้ประชาชนนั้น จับจ่ายใช้สอยครึ่งหนึ่ง มาตรการในเรื่องของคนละครึ่งนั้นก็เป็นการแบ่งกันออกคนละครึ่ง ก็มีส่วนทำให้การบริโภคของเรานั้นไม่ติดลบ แต่อาจจะไม่ถึง ๓-๔ เปอร์เซ็นต์ ก่อนสถานการณ์ โควิด (COVID) นะครับ ก็ขออนุญาตเรียนว่าจริง ๆ แล้วก็มีผลในเรื่องของการสร้าง ความเชื่อมั่นแล้วก็มีการจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่ทั้งกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ส่วนในเรื่องของการประเมินผลสัมฤทธิ์ก็ขออนุญาตรับท่านสมาชิกนะครับว่าเมื่อเรามี ในเรื่องของการประเมินผลที่ชัดเจนตรงนี้ก็จะขออนุญาตนำเรียนท่านสมาชิกอีกครั้งหนึ่งครับ ขออนุญาตครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าจบกระทู้ถามที่ ๑.๒.๕ ซึ่งผลสัมฤทธิ์ของการดำเนินการเงินกู้ ๑ ล้านล้านบาท เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๓ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ของพล ตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ถามท่านนายกรัฐมนตรี ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังนะครับที่ได้ให้เกียรติกับทางสภาผู้แทนราษฎร ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังครับ ขออนุญาตท่านอย่าเพิ่งไปครับ ขอหารือ ในฐานะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขอหารือท่านรัฐมนตรีคลังนะครับ ท่านประธานครับ ปัญหาของสภาก็คือว่าวันนี้คณะกรรมาธิการทั้ง ๓๖ คณะ งบประมาณที่จะไปดำเนินการ ตามกิจกรรมของกรรมาธิการเราก็หยุดสภามานานแล้วก็พื้นที่ต่าง ๆ ก็มีข้อจำกัดเยอะ ทีนี้เงินงบประมาณของกรรมาธิการก็ยังเหลือมากยังไม่ได้ใช้ให้เป็นประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชน ดังนั้นอยากจะหารือท่านรัฐมนตรีคลังว่าเงินงบประมาณของกรรมาธิการ ทั้ง ๓๖ คณะ จะขอปรับเปลี่ยนไปใช้เพื่อเยียวยาพี่น้องประชาชน ให้ความรู้เรื่องโควิด (COVID) ไปรักษาโรค ไปซื้อสมุนไพร เพื่อเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนตามพื้นที่ต่าง ๆ ของแต่ละเขตของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะเป็นไปได้ไหม ปรับงบที่มีอยู่นี้เพื่อให้ทัน ต่อสถานการณ์โควิด (COVID) เพราะว่าเดือนกันยายนนี้ก็จะหมดแล้วก็จะต้องส่งเงิน คืนคลัง ถ้าเป็นไปได้ก็อยากจะให้เงินเหล่านี้ไปเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนก่อนที่จะคืนคลัง อันนี้คือผมในฐานะตัวแทนของเพื่อน ๆ อยากจะมาปรึกษาผ่านท่านประธานครับ เป็นไปได้ไหมที่จะใช้งบที่เหลือนี้ไปเป็นประโยชน์กับพื้นที่ต่าง ๆ ผ่านท่านประธานนะครับ ขอให้ท่านรัฐมนตรีช่วยตอบหน่อยครับ หรือว่าท่านจะไปดำเนินการใด ๆ ก็แล้วแต่ ท่านรัฐมนตรี ขอบคุณครับ🔗
ผมว่า ท่านรัฐมนตรีรับไปพิจารณาก็แล้วกันนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมมีอีกนิดเดียวครับ🔗
มีอะไรหรือครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงราย ต่อประเด็นที่ท่านพิเชษฐ์ได้แจ้งไว้นะครับ ผมขออนุญาตสืบเนื่อง เรียนอย่างนี้ครับท่านประธาน ผมไม่ต้องห่วงว่าจะต้องเอางบไปทำ อะไร อย่างไร สุดแล้วแต่ท่านประธานปรึกษาหารือกับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นะครับ แต่ว่างบตัวนี้ทราบว่ามันเกือบ ๓๐๐ ล้านบาทครับ เสร็จแล้วมันเอาไปทำอย่างอื่น ไม่ได้เลยก็ต้องส่งคืนอย่างเดียว แต่ว่าใจผมอยากเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ตอนนี้ เจ้าหน้าที่ของเราในสภาที่ไปเอทีเคคิต (ATK Kit) ไม่มีเลยนะครับ วันประชุมวุฒิสมาชิก รัฐสภาร่วมเรามีการเช็ก (Check) ของเราเอง เราไปฉีดวัคซีนสำหรับไข้หวัดใหญ่เอง แต่เจ้าหน้าที่สภาไม่มีเลยนะครับ ทีนี้น้อง ๆ ที่จะเอาเอกสารมาให้เราเซ็น มันจะไม่ติดกัน หรือครับ ที่ซ ้าร้ายกว่านั้นท่านประธานครับ เวลาเราเลิกประชุมไปคนงานที่ทำงานไม่เสร็จ ของสภาอีกเป็นร้อย ๆ คนนะครับ เพราะฉะนั้นตัวนี้ฝากท่านประธานว่าท่านดูแลเรื่องนี้ ทำอย่างไรที่จะเอาเงินเหล่านี้ไปทำเป็นเอทีเคคิต (ATK Kit) ไปทำวัคซีนสำหรับการทำงานใน สภาของเราให้มันมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้นนะครับ อันนี้เรียนฝากท่านประธานไปถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังด้วยนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เมื่อเช้า ผมก็ได้เรียนชี้แจงไปรอบหนึ่งแล้วนะครับว่าในสภาของเรา สำนักงานเลขาธิการสภา ผู้แทนราษฎรได้ดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับข้าราชการ เจ้าหน้าที่ หรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในวงการสภาเราไปทั้งหมดแล้วนะครับ ฉะนั้นจึงไม่มีอะไรต้องน่าเป็นห่วงน่ากังวล ก็เรื่องที่ ท่านพิเชษฐ์หารือฝากท่านรัฐมนตรีไปพิจารณา ถ้าตอบที่นี่ท่านอาจจะคงไม่สะดวกที่จะตอบ หรือท่านจะตอบครับ เชิญครับถ้าจะตอบ ท่านขอรับไปพิจารณานะครับ🔗
๑.๒.๖ กระทู้ถาม ที่ ๓๕๔ เรื่อง ความคืบหน้าในการบริหารจัดการ ระบบตั๋วร่วมรถไฟฟ้า (บัตรแมงมุม) และระบบตั๋วร่วมขนส่งมวลชน (นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีที่ว่าการกระทรวงคมนาคม🔗
ขณะนี้ ท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้อยู่ในที่ประชุมแล้วนะครับ ฉะนั้นจึงขอเชิญท่านสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ได้ถามครับ เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภา ผม สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร จากเขตบางนาและเขตพระโขนง พรรคก้าวไกล แล้วก็ขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมที่มาตอบกระทู้นี้ผมด้วยตัวเอง ผมเคยตั้งกระทู้ถามถึง กระทรวงคมนาคมไปก่อนหน้านี้แล้ว ๒ กระทู้ครับ ท่านได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมมาตอบกระทู้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการปรับเปลี่ยนเวลาของรถบรรทุก ในการเข้าออกกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งในพื้นที่ของผมในส่วนของบางนา-ตราด สรรพาวุธหรือทางรถไฟสายเก่า ก็มีปัญหารถมอเตอร์ไซค์เสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุ เป็นจำนวนมากเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศ ท่านรัฐมนตรีเคยแจ้งว่าจะประสานงานกับ กรุงเทพมหานครเพื่อตั้งงบประมาณปรับปรุงในส่วนของทางรถไฟสายเก่า ถามไปปี ๒๕๖๓ ในปี ๒๕๖๔ จะตั้ง ตอนนี้จะสิ้นปี ๒๕๖๔ งบประมาณแล้ว ตอนนี้ยังไม่ดำเนินการอะไร นะครับ แล้วก็ต้องขอบคุณที่ท่านได้ทำโครงการทางด่วนเอสวัน (S1) เพื่อที่จะเป็นทางด่วน ขั้นต่อไปที่ท่าเรือ แก้ปัญหาการจราจรในส่วนของทางรถไฟสายเก่าเช่นกันครับ🔗
ในกระทู้ถัดมาซึ่งเป็นกระทู้ต่อเนื่องที่เกี่ยวกับกระทู้วันนี้ที่ผมเคยได้ถามถึง คือระบบตั๋วร่วมรถไฟฟ้าหรือบัตรแมงมุม ปัจจุบันตั๋วร่วมรถไฟฟ้าหรือบัตรแมงมุม บัตรแมงมุมเองก็มีอยู่แล้วเป็นจำนวนหนึ่ง รวมถึงมีบัตรรถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) ของเขา ก็มีบัตรอันหนึ่ง มีบัตรเอ็มอาร์ที (MRT) ของเขาก็มีบัตรครับ เพียงแต่ว่ามันยังไม่สามารถ ที่จะเป็นตั๋วร่วมรถไฟฟ้าจริง ๆ ได้สักทีครับ ของกระทรวงคมนาคมเราทราบกันอยู่แล้ว ในสังคมทราบกันอยู่แล้วว่าค่ารถไฟฟ้าของเราแพงติดอันดับต้น ๆ ของโลกเลยถ้าเทียบกับ ค่าครองชีพของเรานะครับ แต่นั้นไม่ใช่คำถามที่ผมจะตั้งกระทู้ในวันนี้ ผมขอคลิปวิดีโอ (Clip Video) คลิป (Clip) แรก ซึ่งนำมาซึ่งคำถามในคำถามแรกของผมครับ ซึ่งได้ขออนุญาตเรียบร้อยแล้วครับ🔗
ขอคลิปวิดีโอ (Clip Video) ขอเสียงด้วยนะครับในคลิปวิดีโอ (Clip Video) จะมีเสียงด้วยนะครับ คลิปวีดีโอ (Clip Video) มีเสียงได้ ขอบคุณครับ นั่นเป็นกระทู้เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้วครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยได้ยืนยันกับผมว่าจะดำเนินการตรวจร่วมรถไฟฟ้าให้เสร็จภายในเดือน พฤศจิกายนปีที่แล้วคือปี ๒๕๖๓ ครับ แต่ปัจจุบันตั๋วร่วมรถไฟฟ้ายังไม่ได้เสร็จอย่างที่ท่าน ได้รับปากไว้นะครับ ปัจจุบันรถไฟฟ้าก็ขยายไปหลายสีหลายเส้นทางมาก ท่านรัฐมนตรีเอง ก็คงจะเตรียมข้อมูลมานำเสนอนะครับ ผมขอเข้าคำถามเลยแล้วกันครับว่างบประมาณ ที่กระทรวงคมนาคมเคยได้ตั้งเคยได้ใช้เกี่ยวกับการพัฒนาโครงการตั๋วร่วมรถไฟฟ้ามากกว่า ๑๐ ปีแล้วใช้ไปทั้งหมดเท่าไรแล้วครับ แล้วจะดำเนินการเสร็จให้ประชาชนทั่วไปได้ใช้จริง ๆ ได้เมื่อไรครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผมขออนุญาต ตอบกระทู้ถามเรื่อง ความคืบหน้าในการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมรถไฟฟ้าของ ท่านสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล กรุงเทพมหานคร ในคำถามที่ ๑ นะครับ ก่อนอื่นคงต้องเรียนว่าเรื่องนี้ก็ต้องดูเรื่องเดิมในอดีตว่าเรื่องของ การขนส่งสาธารณะนั้นประเทศไทยก็เริ่มต้นด้วยการที่เรามีระบบรถไฟฟ้าสายสีเขียว ซึ่งมีการเปิดบริการเส้นทางแรกในปี พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งรถไฟฟ้าสายสีเขียวนั้นอยู่ในการกำกับ ดูแลของกรุงเทพมหานคร ถัดมาในปี ๒๕๔๗ ก็มีรถไฟฟ้าสายสีน ้าเงินซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับ ดูแลของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยอยู่กับกระทรวงคมนาคม ซึ่งขณะนี้ ก็ได้เปิดให้บริการ ซึ่งในสัญญาสัมปทานของทั้ง ๒ สัญญาไม่ได้มีการระบุถึงการใช้ตั๋วร่วมกัน ทำให้ในปี พ.ศ. ๒๕๕๕ กระทรวงคมนาคมก็ได้มอบหมายให้สำนักงานนโยบายและแผนการ ขนส่งและจราจรให้เริ่มโครงการศึกษาการพัฒนาระบบตั๋วร่วม โดยการดำเนินการที่ผ่านมา ก็ต้องเรียนว่าต้องใช้เวลาเล็กน้อยนะครับ เพราะว่าระหว่างปี ๒๕๕๖ ถึง ปี ๒๕๕๘ ก็มีการศึกษาวางแนวทางการบริหารจัดการระบบ ตั๋วร่วม และจัดทำร่างพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม ในปี ๒๕๕๘ ถึงปี ๒๕๖๐ มีการศึกษาจัดทำระบบศูนย์บริหารจัดการรายได้กลางที่เรียกว่า เซ็นทรัล เคลียริง เฮาส์ (Central Clearing House) ซึ่งขณะนี้ดำเนินการศึกษาแล้วเสร็จแล้วครับ เพราะฉะนั้นในปี ๒๕๖๑ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจรก็ได้เสนอ คณะรัฐมนตรี เพื่อขอออกพระราชบัญญัติการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม แต่ไม่ได้รับ ความเห็นชอบ อันนี้สรุปปัญหาในเบื้องต้นว่าระบบตั๋วร่วมที่มีความล่าช้าไม่สามารถ เปิดบริการให้กับประชาชนได้ตามที่ได้เรียนข้อมูลกับทางสภาและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ก็มีอยู่ด้วยกัน ๒ ประการนะครับ🔗
๑. ก็คือมีผู้ประกอบการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนอยู่หลายราย ซึ่งในสัญญา สัมปทานไม่ได้ระบุให้มีการดำเนินการเรื่องตั๋วร่วมทำให้ต้องอาศัยการเจรจาเป็นหลัก ซึ่งขณะนี้การเจรจาต่าง ๆ ก็ดีได้ผลลุล่วงเป็นอย่างดีนะครับ🔗
๒. ประเทศเราไม่มีกฎหมายและหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องตั๋วร่วม อย่างชัดเจน ทำให้ไม่มีอำนาจที่จะไปบังคับเอกชนผู้รับสัมปทานรถไฟฟ้าให้เข้าร่วมใช้ระบบ ตั๋วร่วมได้ ผมเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในเดือนกรกฎาคม ปี ๒๕๖๒ ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผมได้มอบนโยบายให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการพัฒนาระบบตั๋วร่วมให้สำเร็จเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนสามารถ ใช้บัตรโดยสารเพียงใบเดียวหรือใช้บัตรอะไรก็ได้เพื่อที่จะสามารถผ่านเข้าระบบได้โดยระบบ ที่เป็นระบบเดี่ยว เพื่อที่จะสามารถใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะได้ทุกรูปแบบไม่เฉพาะ เรื่องรถไฟฟ้า ขณะนี้ก็ต้องเรียนว่าการศึกษาของกระทรวงคมนาคมเราสามารถที่จะไปใช้ได้ ทั้งรถไฟฟ้า รถโดยสารประจำทาง ขสมก. เรือโดยสารสาธารณะ แล้วก็สามารถที่จะใช้กับ การซื้อตั๋วโดยสารขึ้นสายการบินได้ ทั้งนี้ก็เพื่อเพิ่มความสะดวกให้ประชาชนหันมาใช้ระบบ ขนส่งสาธารณะแทนการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลเพื่อเป็นการแก้ปัญหาการจราจรที่ติดขัด และลดปัญหามลพิษ ก็คือพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล สำหรับการดำเนินการติดตามเร่งรัดการใช้ระบบตั๋วร่วมรถไฟฟ้านั้น ขณะนี้รัฐบาล โดยนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วย การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม ปี ๒๕๖๓ กำหนดให้มีคณะกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วม โดยมีผมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นประธานกรรมการ ซึ่งเรื่องนี้ผมก็ได้มา ดำเนินการในการแต่งตั้งอนุกรรมการขึ้นมาอีก ๒ คณะ ประกอบด้วยคณะที่ ๑ ก็คือ คณะอนุกรรมการด้านการกำหนดมาตรฐานทางเทคโนโลยีและสถาปัตยกรรมองค์กร เพื่อกำหนดมาตรฐานและรูปแบบบัตรโดยสารร่วม คณะอนุกรรมการที่ ๒ ก็คือ คณะอนุกรรมการด้านการกำหนดมาตรฐานอัตราค่าโดยสารและการจัดสรรรายได้ เพื่อกำหนดมาตรฐานของอัตราค่าโดยสารร่วมและค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ที่เหมาะสม ซึ่งขณะนี้คณะอนุกรรมการทั้งสองสามารถที่จะศึกษารูปแบบออกมาอย่างเป็นรูปธรรม และจะสามารถดำเนินการให้พี่น้องประชาชนสามารถใช้ระบบดังกล่าวได้ในเร็วนี้ ซึ่งจะได้ กราบเรียนในรายละเอียดในวาระต่อไปครับ ขออนุญาตตอบคำถามที่ ๑ ดังนี้ครับ🔗
เชิญท่าน สมเกียรติถามคำถามต่อไปครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ เพียงแต่ว่าผมรู้สึกว่าท่านยังตอบคำถามข้อแรกไม่ครบเกี่ยวกับด้านงบประมาณว่า กระทรวงคมนาคมใช้งบประมาณเกี่ยวกับระบบตั๋วร่วมไปเท่าไรแล้วตั้งแต่เริ่มมา ๑๐ กว่าปี เป็นคำถามเปิดที่ผมเขียนไว้ในกระทู้ ในส่วนแรกคือระบบตั๋วร่วมรถไฟฟ้า ก็คือเป็นการรวม ไม่ว่าจะเป็นรถบีทีเอส (BTS) เอ็มอาร์ที (MRT) แอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link) สาย ต่าง ๆ ตั๋วร่วมรถไฟฟ้าหรือบัตรแมงมุม🔗
ข้อที่ ๒ ผมจะถามเกี่ยวกับตั๋วร่วมขนส่งมวลชน คือรวมถึงรถไฟฟ้าทุกสาย ที่พูดถึง รถเมล์ รถตู้ รถสาธารณะ รวมถึงเรือสาธารณะหรืออื่น ๆ อันนี้ก็คือตั๋วร่วมขนส่ง มวลชนครับ ผมมี ๒ สไลด์ (Slide)🔗
ขอตัวอย่างแรกที่อาจจะ เกี่ยวข้องกันครับ อันนี้คืออัตราค่าโดยสารของรถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) จากอ่อนนุชถึงสถานี สยาม รูปแรกมีราคา ๔๔ บาท ปกติอัตราค่าโดยสารก็จะเพิ่มขึ้นสถานีละประมาณ ๓-๔ บาท ถ้ามันเพิ่มไปแค่ ๑ สถานี ก็อาจจะเพิ่มเป็น ๔๗ บาท หรือ ๔๘ บาท แต่กรณีอีกช่องหนึ่งคือ ถ้าขึ้นจากบางจากไปสยามจะเป็นราคาถึง ๕๙ บาท ถ้าไปแล้วกลับก็ ๑๑๘ บาท เกือบ ๑๒๐ บาท ถ้าผมสมมุติว่าเป็นกรณีของแม่บ้านท่านหนึ่งอยู่ที่บางจากแล้วต้องไปทำงานเป็น แม่บ้านที่สยามไปกลับก็เกือบ ๑๒๐ บาท ค่ามอเตอร์ไซค์อีกประมาณ ๓๐ บาท ก็เป็น ๑๕๐ บาท ถ้าเขามีรายได้วันละ ๕๐๐ บาท เพื่อที่จะให้ตรงตั้ง ๑๕,๐๐๐ บาท ก็จะคิดค่าใช้จ่ายถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ต่อวันของเขา เป็นค่าแรงของเขา เสียไปกับค่าเดินทาง ๓๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว ซึ่งมันแพงมาก อีกส่วนหนึ่งที่ต้องการที่จะกล่าวถึงคือถ้าขึ้นจากอ่อนนุชไปสยาม ราคา ๔๔ บาท ถ้าขึ้นจากบางจากซึ่งเป็นส่วนต่อขยายแล้วก็เป็นส่วนในพื้นที่ที่ผมเป็น ส.ส. อยู่ คือบางจาก บางนา อุดมสุข ปุณณวิถี แบริ่ง ต้องเสียค่าต่อขยายถึง ๑๕ บาท ซึ่งผมคิดว่า มันไม่แฟร์ (Fair) กับคนในพื้นที่ส่วนต่อขยายนั้น รัฐอาจจะมองว่าเป็นระเบียบ เป็นการประมูล เป็นการสัมปทานก็ตามครับ ผมว่าเมื่อทราบถึงปัญหาแล้วก็ควรที่จะต้องแก้ไขให้บรรเทา ความเดือดร้อนให้กับประชาชนนะครับ🔗
ถัดมาเมื่อผมตั้งกระทู้ถามผมก็ได้มีการศึกษาหาข้อมูลทั่วไปเป็นประจำอยู่แล้ว ผมก็ได้มาเห็นในโพสต์ (Post) หนึ่ง เมื่อวันที่ ๗ กรกฎาคม ที่ทางกระทรวงคมนาคม โดยท่านรัฐมนตรีเองเป็นประธานการประชุมกรรมการนโยบายระบบตั๋วร่วม ซึ่งมันสอดคล้อง กับผมก็ตั้งกระทู้ไปนานแล้ว ผมก็คิดในใจว่ากระทู้ผมอาจจะเข้าสัปดาห์หน้าแน่ ๆ เลย ซึ่งก็เป็นไปตามนั้นครับ ก็หมายความว่าการตั้งกระทู้ของผมก็มีส่วนในการเร่งรัดผลักดัน ให้ท่านใส่ใจในการดูปัญหานี้ ก็ถือเป็นความภูมิใจอันหนึ่งของผม ไม่ว่ามันจะสำเร็จตามแผน หรือไม่ก็ตาม🔗
ในกระทู้ถามที่ ๒ ของผมนี้ระบบตั๋วร่วมขนส่งมวลชน ผมได้มีการสอบถามถึง ให้มันเป็นระบบแอกเคานต์ เบส ทิกเกตติง (Account Based Ticketing) คือระบบที่ระบุ ตัวตนผู้โดยสาร ประชาชนไม่จำเป็นต้องใช้บัตรของเขาก็ได้เป็นการใช้บัตรเครดิต เป็นการใช้ สมาร์ตโฟน (Smart Phone) ร่วมกับแอปพลิเคชัน (Application) จ่ายสตางค์ในมือถือที่เขา มีเทคโนโลยีคอนแทร็กต์เรต (Contract Rate) ก็สามารถดำเนินการได้อย่างสะดวก ตรงนี้ ก็ทราบว่าทางกระทรวงคมนาคมก็มีแผนมานานแล้วเช่นกัน อยากทราบว่าจะสามารถ นำไปใช้งานได้อย่างเป็นรูปธรรมได้เมื่อไร อย่างไรบ้างครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรตินะครับ สำหรับประเด็น คำถามที่ ๒ เกี่ยวกับการดำเนินงานของกระทรวงคมนาคมในการใช้ตั๋วร่วมกับระบบขนส่ง มวลชนแห่งประเทศไทยแบบแอกเคานต์ เบส ทิกเกตติง (Account Based Ticketing) ว่าจะใช้ได้เมื่อไร ผมจะขออนุญาตที่จะได้เรียนต่อที่ประชุมนะครับ แต่ก่อนอื่นคงขออนุญาต ที่จะตอบในคำถามที่ ๑ ว่าขณะนี้กระทรวงคมนาคม ใช้งบประมาณในเรื่องนี้ไปเท่าไร ก็ต้องเรียนว่าเรามีการดำเนินการศึกษาโครงการนี้ทั้งสิ้น ๓ โครงการ🔗
โครงการแรกเป็นโครงการในการศึกษาวางแนวทางการบริหารจัดการระบบ ตั๋วร่วมก็ดำเนินการ ตั้งแต่วันที่ ๙ มกราคม ปี ๒๕๕๖ ใช้เงินทั้งสิ้น ๓๐๑,๗๐๐,๐๐๐ บาท อันนี้เป็น ปี ๒๕๕๖🔗
สำหรับโครงการที่ ๒ ก็คือเป็นโครงการเพื่อจัดทำระบบศูนย์บริหารจัดการ รายได้กลางที่เรียกว่า เซ็นทรัล เคลียร์ริง เฮาส์ (Central Clearing House) อันนี้ดำเนินการ เมื่อปี ๒๕๕๘ ใช้เงินงบประมาณ ๓๓๗.๙ ล้านบาท🔗
สำหรับโครงการสุดท้ายเป็นโครงการที่ ๓ ดำเนินการในเดือนสิงหาคม ปี ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา อันนี้เป็นโครงการจัดทำแผนการกำกับการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม ใช้เงิน ๓๔.๕ ล้านบาท อันนี้ก็เป็นเรื่องที่เรียนเพิ่มเติมนะครับ🔗
สำหรับในเรื่องของการดำเนินงานของกระทรวงคมนาคมในการใช้ตั๋วร่วม กับระบบขนส่งมวลชนในประเทศไทยแบบ แอกเคานต์ เบส ทิกเกตติง (Account Based Ticketing) ว่าจะใช้เมื่อไร ก็ขอเรียนความก้าวหน้าอย่างนี้ว่าขณะนี้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน แห่งประเทศไทยก็ได้บูรณาการร่วมกับสถาบันทางการเงินก็คือธนาคารกรุงไทย ที่จะร่วมกันพัฒนาระบบตั๋วร่วมในรูปแบบของการผูกกับบัญชีที่ระบุตัวตนผู้โดยสาร หรือที่เรียกว่าแอกเคานต์ เบส ทิกเกตติง (Account Based Ticketing) โดยใช้บัตรอีเอ็มวี (EMV) คอนแทร็กต์เรต (Contract Rate) ซึ่งได้ตกลงกับธนาคารกรุงไทยจะเป็นผู้ลงทุน ในเรื่องของการพัฒนาระบบ แล้วขณะนี้ก็ได้ดำเนินการพัฒนาระบบเสร็จเรียบร้อยแล้ว นะครับ โดยระบบตัวร่วมมาตรฐานอีเอ็มวี (EMV) ก็คือการนำบัตรเครดิตหรือบัตรเครดิต มาใช้ชำระค่าโดยสารในระบบขนส่งสาธารณะทุกรูปแบบ ทำให้ประชาชนไม่จำเป็นที่จะต้อง พกบัตรหรือทำบัตรใหม่ขึ้นมา ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยลดระยะเวลาในการซื้อตั๋วและช่วยลด ต้นทุนในการบริหารจัดการระบบตั๋วของผู้ให้บริการ ปัจจุบันนี้ทั่วโลกมีการนำเทคโนโลยีบัตร โดยสารร่วมมาตรฐานที่เรียกว่าอีเอ็มวี (EMV) มาใช้อยู่ในหลาย ๆ ประเทศทั้งในทวีปยุโรป ทวีปเอเชีย ทวีปอเมริกาเหนือ ทวีปอเมริกาใต้หรือว่าออสเตรเลีย จากข้อมูลของบริษัท มาสเตอร์การ์ด (Master Card) ในปี ๒๕๖๓ มีทั้งหมดอยู่ประมาณ ๖๐ ประเทศ ใน ๒๔๐ เมือง ที่มีการนำบัตรอีเอ็มวี (EMV) ไปใช้กับระบบขนส่งสาธารณะทั้งรถประจำทาง และรถสาธารณะ🔗
สำหรับความก้าวหน้าในการดำเนินการเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ในปีนี้ปี ๒๕๖๔ อุปกรณ์หัวอ่านบัตรโดยสารมาตรฐานอีเอ็มวี (EMV) ก็ได้เริ่มทำการติดตั้ง ที่อุปกรณ์ประตูเข้าออกที่สถานีหัวลำโพง สถานีสนามชัยและรถไฟฟ้าสายสีน ้าเงินภายใต้ กำกับดูแลของ รฟม. คือการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย และได้มีการทดสอบ ระบบพบว่าสามารถใช้งานได้ดีมากและดำเนินการที่จะติดตั้งอุปกรณ์หัวอ่านให้ครบทุกสถานี สำหรับการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยก็ได้กำหนดแผนการพัฒนาระบบตั๋วร่วม ในรถไฟฟ้ามหานครสายเฉลิมรัชมงคลคือสายสีน ้าเงิน และสายฉลองรัชธรรมสายสีม่วงไว้ อย่างชัดเจนดังนี้ครับ ในเดือนกรกฎาคมปี ๒๕๖๔ ก็คือเดือนนี้ได้ทำการปรับปรุงประตู จัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติเพื่อรองรับบัตรโดยสารร่วมมาตรฐานอีเอ็มวี (EMV) ที่สถานี หัวลำโพงและสถานีสนามชัย ภายในเดือนตุลาคมที่จะถึงในปี ๒๕๖๔ จะดำเนินการปรับปรุง ประตูจัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติในทุกสถานีพร้อมทั้งทำการทดสอบระบบ ภายในเดือนมกราคม ปี ๒๕๖๕ จะดำเนินการปรับปรุงประตูจัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติในทุกสถานี และเริ่มทดลอง ให้บริการกับผู้โดยสารเฉพาะกลุ่มนะครับ ซึ่งจะเป็นกลุ่มอาสาสมัครทดสอบใช้บัตรโดยสาร ร่วมมาตรฐานอีเอ็มวี (EMV) ภายในเดือนเมษายน ๒๕๖๕ จะสามารถเปิดให้บริการ อย่างเป็นทางการครับ🔗
สำหรับรถไฟฟ้าอีกสายหนึ่งก็คือรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดง ซึ่งอยู่ภายใต้ กำกับดูแลของการรถไฟแห่งประเทศไทยจะดำเนินการในลักษณะเดียวกัน และจะสามารถ เปิดให้ประชาชนใช้บริการได้ภายในเดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๔ ที่จะถึงนี้ สรุปว่าตั้งแต่เดือน เมษายน ๒๕๖๕ พี่น้องประชาชนจะสามารถใช้บัตรใบเดียวเดินทางรถไฟฟ้าได้ทั้งรถไฟฟ้า ของ รฟม. ไม่ว่าจะเป็นสายสีน ้าเงิน สายสีม่วง สายสีเหลือง สายสีชมพู และรถไฟฟ้าของ แอร์พอร์ต เรียลลิงก์ (Airport Rail Link) และสายสีแดงที่จะเปิดให้บริการภายในปีนี้ด้วย อย่างแน่นอน🔗
สำหรับในเรื่องสายสีเขียวก็คงจะต้องเจรจาอย่างที่ได้กราบเรียนไปว่า ในสัญญานั้นไม่ได้มีการระบุเรื่องนี้ไว้จะต้องเจรจากันนะครับ แต่สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ ถ้าระบบนี้ดำเนินการก็จะทำให้ต้นทุนในเรื่องการบริหารจัดการในเรื่องของค่าแรกเข้า สถานีอาจจะลดลง ซึ่งก็จะทำให้อัตราค่าโดยสารของพี่น้องประชาชนจะลดลงด้วย ก็เป็นเรื่องที่เรียนต่อท่านผู้ถามกระทู้ แล้วก็ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติครับ🔗
ท่าน สมเกียรติยังมีอะไรติดใจไหมครับ🔗
ก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ และผมหวังว่าจะเป็นไปตามที่ท่านได้รับปากไว้ ถ้าไม่เป็นไปตามนั้น ผมก็จะออกมาทวงถาม ถึงกระทรวงคมนาคมอีกครั้งครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ🔗
ผมขอใช้เวลาสักครึ่งนาทีได้ไหม ครับท่านประธาน🔗
มีอะไรไหมครับ🔗
ก็พอดีเห็นท่านรัฐมนตรีมาพอดี มันเป็นเรื่องด่วน🔗
มันก็เลย กลายเป็นประเพณีเลย ความจริงมันไม่ใช่นะครับ🔗
นิดเดียวครับท่านประธาน คืออย่างนี้ครับท่านประธาน ผม มานพ คีรีภูวดล ครับ🔗
พอเสร็จญัตติ แต่ละเรื่องก็มีคนสอบถามต่อขยายความ🔗
ก็หาโอกาสที่ได้คุยกับ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗
มันก็เลย ไม่เป็นไปตามข้อบังคับนะครับ🔗
ขออนุญาตท่านประธานสักครึ่ง นาทีได้ไหมครับ🔗
เอาครึ่งนาที นะครับ เชิญครับ🔗
ครับ ท่านประธานครับ ผมได้รับ การร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท คือยิ่งช่วงนี้ภาพที่ออกมาก็คือมันมีปัญหาเรื่องโควิด (COVID) ด้วยนะครับ รถของหมอ ของอนามัยที่จะเข้าไปจัดการแก้ปัญหาเรื่องโควิด (COVID) โดยเฉพาะในพื้นที่เขตป่า ซึ่งทางหลวงชนบทก็อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงคมนาคมนี่ละครับ ปัญหาเราพบ ๒ ประเด็นครับ ๑. หลายพื้นที่เราทราบว่ามีงบประมาณมาแล้ว พองบประมาณไปแล้ว ปรากฏว่าไม่ได้ทำครับท่านรัฐมนตรี ผมไม่แน่ใจว่าระหว่างกระทรวงคมนาคมกับกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมคุยอย่างไร เพราะว่ามันจะมีการศึกษาเรื่องอีไอเอ (EIA) ปรากฏว่าในงบประมาณไม่ได้ตั้งไว้ เพราะฉะนั้นคือหลายพื้นที่งบเข้า ๒-๓ ครั้ง ถอนคืน ทุกครั้ง ผมว่ามันเป็นประเด็นอะไรนะครับ🔗
อันที่ ๒ ก็คือว่าในพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ป่าและพื้นที่ของรัฐ ผมอยากจะขอ รัฐมนตรีช่วยทำแผนร่วมให้มันชัดเจนเถอะครับ เพราะว่าจะได้แก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชน ที่ลำบาก เพราะว่าทั้งการไปโรงพยาบาล ติดต่อราชการและนักเรียน อันนี้เป็นเรื่องสำคัญ ครับท่านรัฐมนตรี ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ท่านรัฐมนตรี ก็รับไปนะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ วีระกร คำประกอบ ขอแถมสักครึ่งนาทีเถอะครับ🔗
มันไม่ครึ่ง หรอกครับ พอแล้วครับท่านวีระกร🔗
นิดเดียวครับ คือเรื่องของรถทุกสาย ท่านจะเห็นว่าสายน ้าเงิน สายสีม่วง สายสีเหลือง สายสีชมพู และแอร์พอร์ตลิงก์ (Airport Link) อย่างไรท่านก็เสร็จอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นสายสีเขียวกรรมาธิการคณะผมที่ เป็นประธานผมถึงไม่ยอมให้ท่านคืนสัมปทานเขานะครับ ไม่ให้ต่อสัมปทาน เพราะสายสีเขียว คือสายไข่แดงที่มันจะต้องแยกออกไปทั้งหมดครับ ขอบคุณครับ🔗
พอแล้ว นะครับ คืออยากจะเรียนท่านสมาชิกครับว่าเรื่องกระทู้ถามไม่ว่าเป็นกระทู้ถามสดหรือกระทู้ ถามทั่วไปมันเป็นเรื่องเฉพาะตัวท่านสมาชิกนั้น ๆ นะครับ ถ้าต้องการอภิปรายหมู่ ท่านต้อง ยื่นเป็นญัตตินะครับ ท่านวีระกรท่านก็เป็นผู้อาวุโส ด้วยความเคารพผมก็เกรงใจครับ เดี๋ยวไปห้ามไม่ให้พูดก็ขัดใจกัน ถ้าปล่อยทุกคนก็จะลุกขึ้นมาหมด ประธานก็คุมการประชุม ไม่ได้ เดี๋ยวก็โดนประท้วงอีก ขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรีจะตอบ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ก็ขอบคุณในข้อมูลของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ได้กรุณา บอก เดี๋ยวจะไปประสานกับทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แต่ว่าทั้งหมด นี้ต้องเรียนนะครับ ผมมาสภาประจำนะครับ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แล้วเวลาเข้า มานั่งประชุมไม่ต้องยื่นกระทู้หรือไม่ต้องมาหารือก็ได้ ผมนั่งนี่สามารถมานั่งคุยกับผมได้ นะครับ มีปัญหาอะไรยินดีที่จะไปแก้ไขปัญหาให้พวกเรา เพราะว่าการเป็นสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรนั้นต้องแก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าจบกระทู้ถามที่ ๑.๒.๖ เรื่อง ความคืบหน้าในการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมรถไฟฟ้า บัตรแมงมุมและระบบตั๋วร่วมขนส่งมวลชน ของท่าน ส.ส. สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ถามท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม ท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ ที่กรุณาให้เกียรติกับทางสภาผู้แทนราษฎร ของพวกเรา ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าจบการถามกระทู้ทั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาและกระทู้ ถามทั่วไปนะครับ ส่วนกระทู้ถามแยกเฉพาะนั้นได้ดำเนินการถามและตอบที่ห้องกระทู้แยก เฉพาะ กระทู้ถามแยกเฉพาะก็อยู่บริเวณชั้น ๑ แล้วนะครับ🔗
สำหรับห้องกระทู้แยกเฉพาะ วันนี้มีกระทู้ถามแยก ๖ กระทู้ แล้วก็น่าดีใจว่าท่านรัฐมนตรีแจ้งตอบมาทุกกระทู้ครับ เพราะฉะนั้นเราก็จะใช้เวลาแต่ละกระทู้ตามที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนะครับ โดยที่ท่าน ผู้ถามทั้ง ๖ ท่านนี้มีความเชี่ยวชาญ แล้วก็มีความเข้าใจในประเด็นเรื่องของการปฏิบัติแล้ว แต่ว่าเพื่อประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ผมขออนุญาตว่ากระทู้ถามแยกเฉพาะนี้ก็เป็นกระทู้ ที่กำหนดไว้เฉพาะเรื่อง เฉพาะพื้นที่ เฉพาะบุคคลหรือสมาชิกเห็นว่าควรตอบในห้องกระทู้นี้ เพราะฉะนั้นห้องกระทู้นี้ก็จะแยกมาจากห้องประชุมใหญ่ แล้วก็ได้กำหนดหลักเกณฑ์ ไว้ง่าย ๆ ว่าให้ท่านผู้ถามและผู้ตอบได้ใช้เวลาในการถามตอบภายใน ๒๐ นาที แล้วก็ถามได้ ๒ ครั้งตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๗ แล้วก็ตามข้อบังคับข้อที่กำหนดเอาไว้ในเรื่องนี้ ถึงแม้ว่าท่าน ผู้ถามจะมีความเข้าใจตามข้อบังคับ ข้อ ๑๗๓ ถึงแม้ท่านผู้ถามจะมีความเข้าใจ รัฐมนตรี มีความเข้าใจแล้ว แต่ว่าเพื่อประโยชน์กับพี่น้องประชาชนก็จะได้เรียนถามว่าทำไมไม่ถามต่อ ทำไมไม่อะไร หรือว่าเป็นอย่างไร ก็ถามได้ ๒ ครั้ง แล้วก็เป็นหน้าที่ของท่านผู้ถามและผู้ตอบ ต้องบริหารเวลาให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์เพื่อประโยชน์ของการบริหารงาน แล้วก็ประโยชน์ ในการใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ทั้งหมดครับ ผมขอเริ่มด้วยกระทู้ถามแรก🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
๑.๓.๑ กระทู้ถาม ที่ ๒๖๑ เรื่อง ปัญหาสุนัขและแมวจรจัด (นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
นายกรัฐมนตรีได้ มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตอบ แต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีภารกิจ จริง ๆ รัฐมนตรีก็ตอบในห้องใหญ่ด้วยครับ ก็เลยบริหารการตอบด้วยการมอบให้ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านนิพนธ์ บุญญามณี เป็นผู้ตอบในกระทู้ของ ท่านเท่าพิภพครับ ขอเชิญเริ่มดำเนินการครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขตธนบุรี เขตคลองสาน เขตบางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล กระทู้ของผมจริง ๆ ตั้งมาเดือน มีนาคมปีนี้นะครับ แล้วก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่พยายามมาตอบหลายรอบมาก แต่ด้วยสภา เราอาจจะติดโควิด-๑๙ (COVID-19) ก็เลยได้มาถึงวันนี้นะครับ ก็เรียนท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วกระทู้นี้มาจากชาวบ้านบริเวณซอยวิเศษสรรค์ คลองสาน🔗
เท่าพิภพ ผมขออภัยด้วย ครับ ขออนุญาตให้คุณศิวะ ไม้สน เป็นผู้ให้ข้อมูลในห้องนี้ด้วย ขออนุญาตครับ เชิญเลยครับ🔗
ผมได้รับร้องเรียนตั้งแต่ผม เป็น ส.ส. ใหม่ ๆ เลย จากชาวบ้านซอยวิเศษสรรค์บริเวณหลังร้านสหกรณ์สาขาลาดหญ้า เขตคลองสาน บริเวณนั้นก็จะมีแมวจรจัดอยู่เยอะมาก แล้วก็ร้านอาหารแถวนั้นบางทีก็โดน แมวขโมยกิน หรือว่าบางทีคนไปรับประทานอาหารในร้านนั้นก็โดนแมวขโมยกินเช่นกัน เพราะเนื่องจากว่ามีผู้หวังดีก็แล้วกันใจบุญมาโยนเหมือนเป็นถุงอาหารไว้ ขี่มอเตอร์ไซค์มา ก็โยนไว้ให้ แล้วก็ทำให้แมวอยู่ชุกชุมมาก และบางครั้งแมวกินไม่หมดหนูก็มากินต่อมันก็ กลายเป็นปัญหาเรื่องสุขลักษณะของประชาชนในบริเวณนั้นก็เป็นที่กังวล ผมก็ได้แจ้งทางเขต คลองสานไปหลายรอบแล้ว และเขตก็ไม่ได้นิ่งนอนใจก็พยายามไปจับทำหมัน แต่ผมเข้าใจครับ ผมเคยไปกับเขาทีหนึ่ง คือมันจับไม่ได้หรอกครับท่านประธาน แมวเขาก็ปีนป่ายตามรั้วโน่นนี่ นั่นไป ผมก็เลยอยากจะเข้าคำถามแรกเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาครับท่านประธาน อยากทราบว่ามีมาตรการในการแก้ไขให้ กทม. ปราศจากสุนัขและแมวจรจัดอย่างไร โดยมี การคำนึงถึงสิทธิสัตว์มากน้อยเพียงใดในมาตรการนั้น ๆ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่าน รัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้มาตอบ กระทู้แยกเฉพาะ ที่ ๒๖๑ ของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ซึ่งท่านได้ถามในประเด็นข้อที่ ๑ ว่า รัฐบาลมี มาตรการในการแก้ไขปัญหาให้กรุงเทพมหานครปราศจากปัญหาสุนัขและแมวจรจัดอย่างไร แล้วก็มีการคำนึงถึงสิทธิสัตว์มากน้อยเพียงใดนะครับ ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่าน ประธานว่า ภายใต้การบริหารของกรุงเทพมหานคร ซึ่งกระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่ในการ กำกับกรุงเทพมหานคร ก็ขออนุญาตกราบเรียนว่ากระทรวงมหาดไทยได้ยืนยันในหลักนิติ ธรรม คือใช้กฎหมายในการแก้ไขปัญหา เพราะฉะนั้นเรียนท่านเท่าพิภพว่ากลไกหลัก ก็คือ กทม. ยืนยันจะปฏิบัติตามกฎหมายทั้ง ๔ ฉบับ อันได้แก่ พระราชบัญญัติโรคพิษสุนัขบ้า พ.ศ. ๒๕๓๕ ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง การควบคุมการเลี้ยงสัตว์หรือปล่อยสุนัข พ.ศ. ๒๕๔๘ รวมไปถึงระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการควบคุมการเลี้ยงหรือปล่อยสุนัข พ.ศ. ๒๕๕๐ และพระราชบัญญัติป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ พ.ศ. ๒๕๕๗ กฎหมายและระเบียบทั้ง ๔ ฉบับนี้เป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการดูแลเรื่องของสุนัขซึ่ง เน้นหนักไปที่สุนัข ซึ่งเมื่อก่อนการเลี้ยงสุนัขมันก่อให้เกิดทั้งโรคพิษสุนัขบ้า ซึ่งจากตัวเลขที่ กรุงเทพมหานครได้เก็บข้อมูล ในเบื้องต้นมีการสำรวจข้อมูลตัวเลขไว้เมื่อประมาณสักปี ๒๕๕๓ เมื่อประมาณ ๑๐ ปีที่แล้ว โดยร่วมมือกับสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า กทม. มีสุนัข ที่มีเจ้าของจำนวน ๕๙๗,๓๕๗ ตัว มีสุนัขจรจัดจำนวน ๑๐๒,๔๙๐ ตัว และจากผลสำรวจ ใน ๖ ปีต่อมามีการสำรวจจำนวนสุนัขในปี ๒๕๕๙ อีกครั้งหนึ่ง โดยกรมปศุสัตว์พบว่า มีสุนัขที่มีเจ้าของ ๕๐๘,๔๗๒ ตัว และสุนัขจรจัดมีจำนวน ๑๔๑,๔๕๕ ตัว จากตัวเลขดังกล่าว เราจะเห็นได้ว่าในช่วงระยะเวลา ๖ ปี สุนัขมีเจ้าของมีแนวโน้มลดลง แล้วก็สุนัขจรจัดมี จำนวนเพิ่มขึ้น นี่คือปัญหาที่เราเห็นเป็นรูปธรรมว่าทำไมปัญหาเรื่องสุนัขจรจัดและสัตว์ เลี้ยงจึงมีเพิ่มขึ้นใน กทม. แนวโน้มทิศทางมันเป็นไปอย่างนี้ กทม. เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ นะครับ มาตรการต่าง ๆ ที่สามารถจะกำหนดได้ในเรื่องที่กฎหมายกำหนดไว้ ไม่ว่าโรคพิษ สุนัขบ้าที่ กทม. ต้องดูแล ฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าหรือว่าการลดจำนวนสุนัข ก็พยายามทำหมัน ตัวเลขเหล่านี้มีตัวเลขที่ชัดเจนนะครับ แต่ว่าด้วยข้อจำกัดเรื่องเวลา ผมขออนุญาตที่จะกราบเรียนท่านประธานว่าในแต่ละปี กทม. มีเป้าหมายในการฉีดวัคซีน ป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในสัตว์จำนวน ๑๗๐,๐๐๐ ตัว ในแต่ละปี นี่คือเป้าหมายนะครับ แล้วก็ ทำได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ ในแต่ละปีก็ทำได้เกินเป้าหมายที่กำหนดไว้ เพราะฉะนั้นเรื่อง มาตรการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการฉีดวัคซีนแล้วก็การทำหมันสุนัข กทม. ให้ความสำคัญเป็นอย่าง ยิ่ง กทม. เรามีศูนย์พักพิงสุนัขจรจัด ซึ่งจัดเป็นที่รองรับสุนัขที่สร้างปัญหาตามพื้นที่สาธารณะ จำนวน ๒ แห่ง ได้แก่ ศูนย์ควบคุมสุนัขจรจัดที่กรุงเทพมหานครที่เขตประเวศ ทำหน้าที่เป็น ที่พักชั่วคราวเพื่อคัดกรองโรคสุนัขจรจัดที่นำออกจากพื้นที่สาธารณะสามารถรองรับได้ ประมาณ ๑,๐๐๐ ตัว ที่เขตประเวศนะครับท่านประธาน แล้วก็แห่งที่ ๒ ก็คือศูนย์พักพิงสุนัข จรจัดของกรุงเทพมหานครที่จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งเป็นที่พักพิงของสุนัขจรจัดที่รับจาก กรุงเทพมหานครเข้าพักพิงจนสิ้นอายุขัยเราไปเก็บไว้ที่นี่ เราไปดูแลที่นี่ หรือมีผู้รับไป อุปการะก็สามารถที่จะรองรับสุนัขได้ ๖,๔๐๐ ตัว เพราะฉะนั้นนี่คือการที่ กทม. พยายามที่ จะบรรเทาหรือว่าให้ผลกระทบจากสุนัขจรจัดลดน้อยลง เช่นเดียวกับปัญหาเรื่องแมว ซึ่งในเรื่องแมวนี้กฎหมายเรายังไม่มีเรื่องกฎหมายโดยเฉพาะที่จะมาดู แต่ว่าเราก็ดูเรื่อง สัตว์เลี้ยงนะครับ พื้นที่ใดที่จะเข้าไปดูแลได้ กองอนามัยของ กทม. จะเข้าไปดูแลหากว่า อาจจะก่อให้เกิดผลกระทบในเรื่องสุขภาพของพี่น้องประชาชน กทม. จะเข้าไปดูแล อย่างทันท่วงที เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่ กทม. ดำเนินการภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่แล้วก็ กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญคุณเท่าพิภพครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตธนบุรี เขตคลองสาน เขตบางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกลครับ ก็ขอพูดในคำถามที่ ๒ นะครับ แล้วก็ขอบคุณ คำตอบแรกของท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านนิพนธ์ที่ได้ตอบมา ก็ค่อนข้างชัดเจน แล้วก็ได้เห็นตัวเลขอะไรบางอย่าง แนวโน้มที่มันเพิ่มขึ้นของปัญหาจริง ๆ แล้วก็ปัญหาเรื่องศูนย์พักพิงหรือการแก้ปัญหา บางทีตัวเลขก็ชัดเจนนะครับท่านประธานว่า ไม่น่าจะตอบโจทย์เท่าไร ในคำถามที่ ๒ ของผมจริง ๆ แล้วเป็นคำถามที่เหมือนถาม นำนิดหนึ่งเกี่ยวกับเรื่องในอนาคตใช่ไหมครับท่านประธานซึ่งจริง ๆ แล้วถ้าเป็นการถามนำ ในศาลก็น่าจะไม่ได้รับการอนุญาตใช่ไหมครับ แต่ผมตั้งคำถามนี้มาเพื่อผมจะได้ให้ ข้อเสนอแนะ เพราะว่าหลังจากนี้ผมจะไม่ได้พูดแล้ว จึงขออนุญาตท่านประธานนิดหนึ่ง นะครับ ผมก็กลับบ้านไปนอนคิดตั้งแต่ผมไปลงพื้นที่มา ผมก็รู้สึกว่าพอไปหาข้อมูลส่วนใหญ่ กทม. จะทำเกี่ยวกับการแก้ปัญหาในปลายเหตุ ก็คือเรามีสุนัขจรจัดแล้วเราก็พยายามทำหมัน หรือจับมัน ก็เป็นสิ่งที่ดีนะครับที่เราไม่ได้การุณยฆาตมัน เราก็ให้มันไปอยู่จังหวัดอุทัยธานี ซึ่งประมาณ ๖,๗๐๐ ตัว กับสุนัขจรจัดเกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ตัว เราสร้างศูนย์อย่างไรก็ไม่พอครับ แล้วมันก็จะเป็นภาระงบประมาณเรา ผมเอาอย่างนี้ครับท่านประธาน ถ้าเราคิดว่าเราอยาก แก้ปัญหานี้จริงเราควรแก้ปัญหาต้นน ้า อย่างต่างประเทศพยายามจำกัดต้นน ้าให้เหมือนแค่ น ้าผุด แต่บ้านเราต้นน ้าเป็นเหมือนแม่น ้าเจ้าพระยาครับ เพราะว่าการเลี้ยงสัตว์ของบ้านเรา นี่ง่ายเหลือเกิน ซื้อสุนัข ซื้อแมวออนไลน์ (Online) ใครก็ซื้อได้ แล้วก็ไม่แน่ใจว่าคนนั้นบางที เลี้ยงกับแฟน เลี้ยงกับคู่รัก บางทีเลิกกันแล้วก็เอาหมาไปปล่อย หรือว่าวันหนึ่งไม่ไหวก็นำ สัตว์เลี้ยงของตัวเองไปปล่อย คือการฝังชิป (Chip) การลงทะเบียน ผมว่าอาจจะเป็นคำตอบ จริง ๆ นะครับ แล้วก็เคยมีกระแสประมาณ ๑๐ ปีก่อน ผมก็อยากให้จัดการเรื่องต้นน ้าเป็น สำคัญ ก็อยากเป็นข้อเสนอแนะที่ทางผมก็คิดได้แค่นี้แล้วก็มองว่าเป็นการไม่ยากเกินไป และ ระยะยาวเราจะประหยัดงบประมาณตรงนี้เพื่อมาช่วยประชาชนหรือทำในด้านอื่นของ กทม. ได้เยอะนะครับ ผมก็จะเข้าคำถามที่ ๒ เลยครับท่านประธานเพื่อไม่ให้เสียเวลาว่า มาตรการ ในการป้องกันปัญหาสุนัขและแมวจรจัดที่จะเกิดขึ้นในอนาคตมีอะไรบ้างที่จะช่วยสร้างความ รับผิดชอบที่ดีของเจ้าของสัตว์เลี้ยงที่มีผลต่อสัตว์เลี้ยงของตัวเองและสังคม ก็อย่างที่ผมได้ กล่าวไปข้างต้น อย่างเช่น การติดชิป (Chip) ไหม การลงทะเบียน ผมขอเสริมอีกนิดเดียว ครับท่านประธาน อย่างต่างประเทศต้องไปขออนุญาตที่เขตเลยนะครับ แล้วเขตต้องไปดู ที่บ้านว่าบ้านคุณอยู่เป็นคอนโด บ้านคุณเป็นทาวน์เฮ้าส์ ถ้าบ้านคุณทาวน์เฮ้าส์ คุณเลี้ยง ร็อตไวเลอร์ไม่ได้ คือสัตว์เองเขาต้องการพื้นที่ สุนัขพันธุ์ใหญ่ใช่ไหมครับ บ้านคุณเท่านี้ มีกี่ตารางเมตร ฐานะคุณ อาชีพอะไร คุณมีรายได้เท่าไร เขาดูหมดนะครับ แล้วสุดท้าย ผมว่าผลดีที่สุดกลับมาที่ตัวสัตว์เองที่จะได้รับสวัสดิภาพที่ดีด้วยนะครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่าน รัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ขออนุญาตตอบคำถามที่ ๒ ของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านเท่าพิภพ ในประเด็นที่ท่านถามว่า มาตรการป้องกันปัญหาสุนัขและแมวจรจัดที่เกิดขึ้น ในอนาคตมีอะไรบ้าง ผมคิดว่าประเด็นนี้เรื่องสำคัญที่สุดคือการสร้างจิตสำนึกของ พี่น้องประชาชน อย่างที่ท่านได้เรียนแล้วเมื่อสักครู่ว่าปัญหาก็คือ เริ่มแรกมีคนเอาสัตว์มาเลี้ยง แล้วตอนหลังก็อาจจะไม่พอใจก็ทิ้งขว้าง เพราะฉะนั้นจิตสำนึกของคนที่จะดูแลสัตว์ อันนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่เราต้องให้ความสำคัญ กทม. เองก็จะให้ความสำคัญในเรื่องการ สร้างจิตสำนึกให้ประชาชนได้มีความรับผิดชอบมากขึ้นในการที่จะดูแลสัตว์เลี้ยง ไม่ว่าจะเป็นสุนัขหรือว่าแมว เพราะฉะนั้นเรื่องจิตสำนึกเป็นเรื่องสำคัญ🔗
ประการที่ ๒ การแก้ปัญหาที่สำคัญผมคิดว่า กทม. มุ่งมั่นในการที่จะสร้าง การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนให้เข้ามาดูแลรับผิดชอบสัตว์เลี้ยงมากขึ้น เพราะว่าตามที่ ท่านเท่าพิภพได้ทราบถ้าเราดูตัวเลขของสุนัขหรือว่าสัตว์เลี้ยงจรจัดที่มันเพิ่มขึ้นทุกวัน กับ ตัวเลขที่ กทม. ทำสถานที่พักเลี้ยงชั่วคราว กับ ๒ สถานที่ตัวเลขมันไม่สมดุลกัน เพราะฉะนั้น ถ้าเราทำมากเราก็มีปัญหาด้านการยอมรับของประชาชนในบริเวณใกล้เคียงด้วย พอรู้ว่า จะไปสร้างที่ให้สุนัขอยู่ก็มีความรู้สึกว่าไม่ยอมรับกับมาตรการนี้ ทุกคนก็ไม่อยากให้เอาสิ่ง เหล่านี้เข้าไปในชุมชนหรือว่าในพื้นที่ของตัวเอง อันนี้เป็นปัญหาที่ กทม. ประสบ เพราะฉะนั้นการทำความเข้าใจกับชุมชนก็ดี ผมคิดว่าการให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม จะเป็นแนวทางสำคัญ กทม. เองผมเรียนยืนยันว่าถ้าหากว่ามีสถานที่ที่ทำประชาคมแล้วไม่มี การต่อต้านหรือว่าไม่มีการคัดค้านนี่ กทม. ยินดีจะทำพื้นที่เหล่านี้ให้ขยายเพิ่มขึ้น แต่นั่นก็คือว่า กทม. ต้องเพิ่มภาระงบประมาณในการที่จะไปดูแลสิ่งเหล่านี้ เพราะฉะนั้น ถ้าเราสร้างการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชนให้มีความรับผิดชอบมากขึ้น สร้างจิตสำนึกให้ มีความรับผิดชอบในการดูแลสิ่งเหล่านี้มากขึ้น ก็จะทำให้ภาระงบประมาณของ กทม. ก็น้อยลงถ้าคนเราช่วยกันดูแล เพราะฉะนั้นการมีส่วนร่วมจะเป็นปัจจัยสำคัญในการที่จะ แก้ปัญหานี้ร่วมกัน ขอกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ🔗
มีเวลานิดเดียวนะครับ ผมเรียนตัวเลขที่ท่านตอบคือตัวเลขของ กทม. ใช่ไหมครับ สุนัขจรจัดแสนกว่านี้คือ กทม. ใช่ไหมครับ🔗
กทม. ครับ🔗
ทั่วประเทศมีไหมครับ🔗
ตัวเลขยัง ไม่ได้รวบรวมครับ กทม. ที่มีตัวเลขบันทึกเอาไว้ครับ🔗
ขอบคุณท่านเท่าพิภพครับ ขอบคุณมากครับ เป็นมาตรฐานเวลาตามกระทู้ ท่านเท่าพิภพปฏิบัติรักษาเวลาได้ดีครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ท่านรัฐมนตรียังมีตอบกระทู้อื่นอีกใช่ไหมครับ🔗
๑.๓.๒ กระทู้ถาม ที่ ๒๗๒ เรื่อง ขอทราบความคืบหน้าการก่อสร้าง โครงการอุโมงค์ระบายน ้าบึงหนองบอน (นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗
ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย นิพนธ์ บุญญามณี เป็นผู้ตอบ กระทู้ถามแยกเฉพาะท่านสมเกียรติทราบดีอยู่แล้วนะครับว่าเราใช้เวลาถาม และตอบได้ใน ๒๐ นาที แล้วก็ถามตอบได้ ๒ ครั้ง และอนุญาตให้เจ้าหน้าที่คุณสัญลักษณ์ กล้องกิจการ ขออนุญาตให้มาเป็นผู้สนับสนุนข้อมูล ขอเชิญคุณสมเกียรติครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากเขตบางนา และ เขตพระโขนง พรรคก้าวไกล ก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยกับ ผู้แทนจากสำนักระบายน ้าที่มาให้ข้อมูลสนับสนุนด้วยนะครับ ผมตั้งกระทู้ถามถึง ความคืบหน้าในการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน ้าบึงหนองบอน ซึ่งมีช่วงที่มีการก่อสร้าง ในพื้นที่ในเขตบางนาคือถนนอุดมสุข แล้วก็เป็นปัญหาได้รับความเดือดร้อนจากประชาชน ที่อยู่ละแวกการก่อสร้างหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านการสัญจรไปมาทำให้รถติดอย่างมาก ในช่วงเวลาเร่งด่วนทั้งเช้าและเย็น การได้รับผลกระทบในส่วนของผู้ประกอบการร้านค้า ร้านอาหาร ก็ไม่สามารถค้าขายได้ตามปกติ รวมถึงน ้าท่วมที่ปกติก็ไม่ได้ท่วมมากขนาดนี้ แต่ว่าก่อสร้างล่าช้าทำให้มีผลถึงน ้าท่วมนะครับ ผมขอไปที่สไลด์ (Slide) ที่เตรียมมานะครับ🔗
ขอให้ข้อมูลเบื้องต้นว่า โครงการนี้เป็นโครงการตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ ระยะเวลาการก่อสร้าง ๑,๔๔๐ วัน หรือประมาณ ๔๘ เดือน หรือ ๔ ปี มูลค่าก่อสร้าง ๔,๙๒๕ กว่าล้านบาท ระยะเวลาสิ้นสุดโครงการจริง ๆ ควรจะสิ้นสุดตั้งแต่เดือนธันวาคม ๒๕๖๒ หรือประมาณ ๒ ปีที่แล้ว แต่ปัจจุบันก็ยังไม่เสร็จ เพราะว่ามีการทำสัญญาเพิ่มเติม แล้วก็ขยายเวลาการก่อสร้างไปจนสิ้นสุดวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ รวมระยะเวลาก่อสร้างเพิ่มขึ้นเป็น ๒,๒๒๖ วัน หรืออยู่ที่ประมาณ ๗๔ เดือน หรือ ๖ ปี ไม่เพียงแค่นี้ที่บอกว่า ๕,๙๐๐ กว่าล้านบาทนี้ เป็นสัญญาก่อสร้าง แต่ยังมีสัญญาจ้างที่ปรึกษาอีก ๙๘ ล้านบาท รวมมูลค่าโครงการก็ประมาณ ๕,๐๙๘ ล้านบาททีเดียว ผมก็เป็นตัวแทนของคนในพื้นที่มาถ่ายทอดความเดือดร้อนของคน ในพื้นที่ให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ทราบ แล้วก็มีข้อสงสัยว่าตอนนี้ มันล่าช้าไปกว่ากำหนดในสัญญาเดิมกว่า ๒๐ กว่าเดือนหรือเกือบ ๒ ปีแล้ว จะมีใคร รับผิดชอบตรงนี้บ้าง ไม่ว่าจะเป็นสำนักระบายน ้า กรุงเทพมหานครหรือที่ปรึกษาหรือว่า ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ได้รับผลกระทบในวงกว้างแทบจะ ครอบคลุมทั้งเขตบางนา รวมถึงเขตพระโขนงด้วยครับ ท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อัศวินก็เคยลงไปที่พื้นที่ ก็ไปตรวจสอบโครงการ เพียงแต่ว่าท่านไปแค่ตรวจสอบโครงการ ท่านไม่เคยได้ไปสอบถามชาวบ้าน ผู้ประกอบการหรือว่าการก่อสร้างใกล้เคียงว่าเขาได้รับ ผลกระทบอย่างไรบ้าง เพื่อที่ท่านจะได้รับทราบแล้วก็ติดตามเรื่องนี้อย่างดีขึ้น ถัดมารูป เมื่อสักครู่เป็นรูปที่ผมไปลงพื้นที่มาเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาเอง เรื่องนี้ผมได้รับเรื่องร้องเรียน จากชาวบ้านแล้วก็ได้ทราบด้วยตัวเอง แต่จำเป็นจะต้องตั้งกระทู้และส่งหนังสือถึง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครตั้งแต่เดือนกันยายน ๒๕๖๒ เพราะว่ามีเหตุการณ์ ฝนตกหนัก เป็นเรื่องปกติครับ แต่วันนั้นท่วมมากจนเป็นที่เดือดร้อนกับประชาชนเป็นอย่างมาก ผมก็ทำหนังสือไปในเดือนกันยายน กว่าจะได้เข้าพบสำนักระบายน ้าก็อยู่ที่ประมาณเดือน ตุลาคม ก็เข้าไปพบกับทางสำนักระบายน ้าเพื่อถ่ายทอดปัญหาแล้วก็สอบถามติดตามว่า จะเสร็จเมื่อไร ไม่ใช่ไปครั้งเดียว ครั้งที่ ๒ ผมไปที่เดือนมกราคม ๒๐๒๐ อันนี้ก็มีตัวแทนของ ผู้ประกอบการที่นั่นที่อยู่ข้าง ๆ ผมไปด้วย โดยที่เราไม่ได้รู้จักกันมาก่อน และสุดท้าย ผมก็ต้องไปอีกครั้งเพราะว่าชาวบ้านสอบถามมาว่าทำไมถึงไม่มีป้ายบอกให้ชัดเจนเลยว่า จะปิดการจราจรช่วงไหน อย่างไรบ้าง เขาก็เกิดความสับสนแล้วก็ได้รับความเดือดร้อน ตรงนี้จึงนำมาซึ่งคำถามข้อแรกของผม จริง ๆ ผมทราบเบื้องต้นมาแล้ว เพราะว่าผมเข้าไป ติดตามว่ามันจะมีกำหนดเสร็จเมื่อไร แต่ผมขอสอบถามเพื่อยืนยันอีกทีว่ากำหนดการจะเป็น เหมือนเดิมหรือเปล่า คือกำหนดเสร็จในเส้นสุขุมวิท ช่วงอุดมสุขมันมี ๓ สถานีหลัก ๆ คือ ตรงสะพานข้ามคลองเคล็ด อุดมสุข ๕๖ และอุดมสุข ๔๒ มีช่วงการเสร็จเมื่อไร ขอทราบ ความคืบหน้าจากทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ตอบ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๒๗๒ เรื่อง ขอทราบความคืบหน้าการก่อสร้างโครงการอุโมงค์ ระบายน ้าบึงหนองบอน ของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ซึ่งในประเด็นดังกล่าว เมื่อสักครู่ผมคิดว่า สิ่งสำคัญก็คือว่าโครงการนี้ที่ต้องเกิดขึ้นเพราะว่าต้องการจะแก้ปัญหาน ้าท่วมในฝั่งตะวันออก ของ กทม. ซึ่งในพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ลุ่มต ่า เพราะฉะนั้นการที่จะทำให้น ้าไหลลงสู่แม่น ้า เจ้าพระยาจะต้องสร้างอุโมงค์ขึ้นมา ซึ่งในสัญญาเดิมตามที่ท่านได้เรียนแล้วว่าสัญญาเดิม ต้องเสร็จสิ้นเดือนพฤศจิกายน ปี ๒๕๖๓ แต่ว่าเนื่องจากพอเราลงไปหน้างานจริงมันมีการแก้ แบบจากเดิม พอแก้แบบ เพิ่มเนื้องานขึ้นมันก็ต้องเพิ่มเวลาให้กับผู้รับจ้างด้วย เพราะฉะนั้น ระยะเวลาจากเดิมที่จะเสร็จในปี ๒๕๖๓ เมื่อเราแก้แบบ เพิ่มเนื้องานขึ้น เราก็ต้องเพิ่ม ระยะเวลาให้กับผู้รับจ้าง ตรงนี้ครับที่มันจะต้องไปทำสัญญาเพิ่มขยายเวลาให้เสร็จสิ้น ในวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ เพราะฉะนั้นเมื่อมาถึงปัจจุบันนี้กราบเรียนท่านประธานว่า เนื้องานกับระยะเวลาถึงขณะนี้เราทำงานได้ ๘๕ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ตรงตามเวลาที่ใช้ไป อาจจะเหลื่อมล ้ากัน ตัวเลขอาจจะมากกว่าแผนงานที่ควรจะเป็น เพราะฉะนั้นคาดการณ์ว่า เมื่อครบตามสัญญาในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ โครงการนี้จะเสร็จสิ้นตามระยะเวลาอย่าง แน่นอน อันนี้ยืนยันได้นะครับ ให้ท่านได้สบายใจ ต้องขอบคุณท่านที่ได้ดูแลติดตามปัญหา เรื่องนี้ ซึ่งในแต่ละพื้นที่ท่านถามเมื่อสักครู่นี้ ผมขออนุญาตที่จะเรียนได้ว่างานก่อสร้าง ปล่องอุโมงค์ทั้ง ๓ แห่งนี้เราสร้างไปได้ ๘๕ เปอร์เซ็นต์แล้ว ที่ได้กราบเรียนท่านประธานไป เมื่อสักครู่ ยังคงเหลืองานก่อสร้างฝาปล่องอุโมงค์ ซึ่งจำเป็นจะต้องปิดผิวจราจรเหลือ ๒ ช่องจราจร โดยมีแผนดำเนินงานก่อสร้างบนถนนอุดมสุขดังนี้ ๑. ก็คือบริเวณปากซอย อุดมสุข ๔๒ ปัจจุบันมีการปิดผิวจราจรเหลือ ๒ ช่องจราจรตลอด ๒๔ ชั่วโมง เพื่อก่อสร้างฝา ปล่องตามแผนงานก่อสร้าง สามารถคืนผิวจราจร ๔ ช่องจราจรในวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ช่วงนี้จะคืนผิวจราจรได้เป็นช่วงแรก ต่อมาบริเวณปากซอยอุดมสุข ๕๖ ปัจจุบันมีการปิด ผิวจราจรเหลือ ๒ ช่องจราจรตลอด ๒๔ ชั่วโมง เพื่องานฝาปล่อง ตามแผนงานสามารถ ก่อสร้างคืนผิวจราจร ๔ ช่องจราจรได้ในวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๔ ก็อีกประมาณสักเดือน กว่า ๆ อีก ๒ เดือนข้างหน้า ช่วงนี้ก็จะคืนผิวจราจรได้ บริเวณสะพานข้ามคลองเคล็ดเดิม มี ๔ ช่องจราจร มีการรื้อสะพานออกบางส่วน ผิวจราจรเหลือ ๒ ช่องจราจร เพื่อก่อสร้าง อาคารรับน ้าส่วนที่เชื่อมต่อกับปล่องอุโมงค์ ตามแผนงานก่อสร้างสามารถคืนผิวจราจร ๔ ช่องจราจรได้ภายในวันที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๖๔ เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่จะยืนยันได้ว่า กทม. พยายามเร่งรัดอย่างเต็มที่เพื่อให้เป็นไปตามแผนแล้วก็เป็นไปตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ ในสัญญาทุกประการ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอเชิญคุณสมเกียรติ ถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร จากเขตบางนา พระโขนง พรรคก้าวไกลครับ ก็เป็นไปตามที่ผมเคยได้เข้าไปประชุมร่วมกับทางสำนักระบายน ้า และรับปากกับผมไว้ครับ แต่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาที่ผมลงพื้นที่ไปก็ได้เจอกับเจ้าหน้าที่ หรือโฟร์แมน (Foreman) เขาก็แจ้งว่าจะพยายามเร่งให้เสร็จทันก่อนกำหนดครับ อย่างที่ท่านรัฐมนตรีบอก เดิมถนนอุดมสุขมีถึง ๔ เลน แต่ว่าถูกบีบเหลือ ๒ เลน มา ๒ ปีกว่า แล้วครับ ทำให้สร้างความเดือดร้อนกับคนที่สัญจรไปมาแถวนั้น ไม่ใช่เฉพาะแค่เขตบางนา เพราะถนนอุดมสุข เป็นถนนที่เชื่อมระหว่างถนนสุขุมวิท ถนนศรีนครินทร์ ถนนเฉลิมพระเกียรติ แล้วก็ยังออกไปสู่ถนนบางนา ตราดได้ คนที่ใช้เส้นทางนี้เดือดร้อนมากครับ ตามที่ผมบอกว่า ผมทำหนังสือถึงผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ในเดือนกันยายน ๒๕๖๒ ที่มีฝนตก ซึ่งตกหนักเป็นปกติ แต่ครั้งนั้นทำให้เกิดน ้าท่วมกินพื้นที่บริเวณมากครับ อย่างในรูป ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗
เดือนกันยายน ๒๕๖๒ มีฝนตกซึ่งก็ไม่ได้ตกหนักมากกว่าเมื่อก่อนครับ แต่ว่าเกิดผลกระทบตรงนี้คืออุดมสุข ๖๐ ซึ่งอยู่ใกล้กับสะพานที่กำลังก่อสร้างนะครับ รูปก็อย่างที่เห็น อุดมสุข ๖๐ เหมือนเดิมครับ วันนั้นก็มีรถเสียได้รับความเสียหายไปหลายคันครับ ด้านข้างริมรั้วที่เห็นก็เป็นคลองเคล็ด น ้าก็ขึ้นมามากกว่าระดับถนนครับ อันนี้เป็นรูปที่ผมถ่ายเองบนรถในการลงพื้นที่ในวันนั้น เดือนกันยายน ๒๕๖๒ ตรงนี้คือคอสะพานที่มันมีความสูงกว่า มอเตอร์ไซค์ก็ต้องมาจอดรถ ตรงนี้ เพราะไม่สามารถที่จะเดินทางต่อไปได้ รวมไปถึงการเข้าหมู่บ้านไพโรจน์ ก็กินพื้นที่มากครับ อันนี้คือทางเข้าหมู่บ้านไพโรจน์ ตรงนี้คือทางเคหะบางนา อยู่ตรง บางนา-ตราด ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน อันนี้ลาซาลครับ ซอยลาซาล ๓๒ เป็นไปทั่วพื้นที่ อันนี้ลาซาล ๒๔ ซึ่งบ้านผมเองก็อยู่ในซอยลาซาล ๒๔ แต่อันนี้เป็นชุมชนลาซาลแท้ที่ได้รับ ความเดือดร้อนมากครับ เพราะว่าเขาเป็นชุมชนที่ไม่ได้สังกัดทางเขต ทางเขตจึงไม่ได้ให้ ความช่วยเหลือมากเท่ากับอื่น ๆ ครับ อันนี้เป็นชุมชนที่ซอยลาซาล ๔๖ เป็นซอยที่เข้าวัดผ่อง พลอย ก็ได้รับผลกระทบครับ นี่คือน้องเขาก็ต้องลุยน ้าไปเรียนเองครับ น้องเขาข้ามถนนไป อีกซอยหนึ่งไปเรียนโรงเรียนผ่องพลอย ซึ่งเป็นโรงเรียนที่ผมเคยเรียนตั้งแต่ตอนมัธยมศึกษา ครับ อันนี้คือผมมาถ่ายทอดให้เห็นว่ามันได้รับความเดือดร้อนจริงครับ ผมทำหนังสือไปว่า กรุงเทพฯ จะเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบเดือดร้อนตรงนี้หรือเปล่า ก็ได้รับคำตอบว่าไม่เคยมี ระเบียบที่จะเยียวยาตรงนี้มาก่อนครับ จากในคำถามที่ผมก็ตั้งไป โครงการที่ก่อสร้าง มันมีปัญหาหลาย ๆ ด้าน ปัญหาการก่อสร้างก็เกิดปัญหาเช่นกันครับ จากสไลด์ (Slide) ที่เห็นคือตรงช่วงอุดมสุข ๕๖ มีรถเครนที่ผู้รับจ้างทำการก่อสร้าง โค่นล้มพาดสายไฟ ทำให้ตรงนั้นก็ไฟดับเสาก็ดับ แล้วก็ถึงกำแพงของบ้านที่ที่อยู่ใกล้ ๆ ก็ได้รับความเดือดร้อนครับ อีกตัวอย่างหนึ่งก็คือเป็นตัวอย่างล่าสุดที่เกิดขึ้นที่อุดมสุข ๔๒ เมื่อประมาณเดือนเมษายนที่ ผ่านมาเองครับ ตัวแบริเออร์ (Barrier) อันแรก ๆ ที่เห็นถ้ามันถูกตั้งอยู่ตลอดเวลา มันก็จะไม่เกิดกรณีอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในภาพล่าง เพราะว่าอุบัติเหตุมันเกิดขึ้นตอนกลางคืน ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมแบริเออร์ (Barrier) ถึงถูกออกตอนนั้น จึงนำมาซึ่งคำถามที่ ๒ ที่จะถามทาง ท่านรัฐมนตรีช่วยครับว่าใน ๒ กรณีที่เกิดขึ้น ทาง กทม. ได้ไปเยียวยาหรือผลของที่เกิดขึ้น เป็นอย่างไรบ้าง ขอให้ทางท่านรัฐมนตรีช่วยช่วยอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นและสิ่งที่ทางสำนัก ระบายน ้าหรือ กทม. ได้กระทำหลังจากเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ขออนุญาตท่านประธานตอบคำถามที่ ๒ ของท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งในปัญหาดังกล่าวผมคิดว่าเมื่อสักครู่ สภาพปัญหาที่ท่านได้นำภาพขึ้นดู ในวีดิทัศน์ ในจอภาพนี้ นั่นคือสาเหตุที่ว่าทำไม กทม. ต้องใช้งบประมาณถึง ๕,๐๐๐ ล้านบาท ในการที่จะแก้ปัญหาเรื่องน ้าท่วม ที่พี่น้องประชาชนประสบมาอย่างยาวนาน เพราะพื้นที่ ในฝั่งตะวันออก มันเป็นที่ราบลุ่ม เพราะฉะนั้นการที่จะปล่อยให้น ้ามันไหลลงแม่น ้า เจ้าพระยาเอง มันเป็นไปไม่ได้ โครงการนี้จึงถูกคิดขึ้นเพื่อต้องการจะแก้ปัญหาในบริเวณนั้น ทั้งหมด ถ้าโครงการนี้เสร็จผมเชื่อว่าปัญหาที่เกิดขึ้น เรื่องน ้าท่วมตามซอยต่าง ๆ ที่ท่าน กล่าวมาเมื่อสักครู่นี้จะหมดไป กทม. ใช้งบประมาณไปประมาณ ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ตามที่ ท่านทราบเพื่อที่จะนำน ้าจากคูคลองลงสู่แม่น ้าเจ้าพระยา ที่เขตพระโขนง เพราะฉะนั้นนี่คือ สิ่งที่ผมจะกราบเรียนว่าปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งหมดนี้ในข้อที่ ๒ ที่ท่านตอบ เพราะว่าโครงการนี้ เป็นโครงการขนาดใหญ่มากครับ เป็นโครงการที่เรียกว่ามีความกว้างของท่อระบายน ้า เส้นผ่าศูนย์กลาง ๕ เมตร แล้วลึก ๓๐ เมตร เพราะฉะนั้นเมื่อเป็นโครงการ ขนาดใหญ่มันจำเป็นที่จะต้องใช้พื้นที่พื้นผิวในการก่อสร้างเยอะมาก แล้วก็เหตุที่ไม่คาดคิด จะเกิดขึ้นก็คือการที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เรียนว่าเมื่อช่วงวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๓ เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้น นั่นก็คือมีเครนในโครงการก่อสร้างอุโมงค์ระบายน ้า ที่บึงหนองบอนล้มทับบ้านเรือนของประชาชน และเสาไฟฟ้า อันนี้เป็นสิ่งที่เหนือการคาดคิด เอาไว้นะครับ แต่ว่าด้วยโครงการใหญ่ ๆ อย่างนี้เหตุการณ์อย่างนี้มักจะเกิดขึ้นได้ แต่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว กทม. เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ แล้วก็ได้เข้าไปในพื้นที่ทันที แล้วก็ไปดูแลทำให้กระแสไฟฟ้าสามารถใช้ได้ หลังจากเกิดเหตุเย็นวันนั้น เราสามารถทำให้ กระแสไฟฟ้าใช้ได้ รุ่งขึ้นทาง กทม. และผู้รับเหมาก็เข้าไปดูแล ผู้รับจ้างเข้าไปดูแลพื้นที่ตรงนี้ แล้วก็ดำเนินการเยียวยา ผมคิดว่าทั้งหมดที่เกิดขึ้น กทม. เองก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ แล้วก็เข้าไป แก้ไขเข้าไปเยียวยาสามารถทำให้เส้นทางก็ดีหรือว่าสามารถทำให้กระแสไฟฟ้าที่เครนล้มทับ สามารถใช้ได้ในเวลาต่อมาในวันเดียวกัน สิ่งสำคัญก็คือการเข้าไปดูแล เข้าไปเยียวยา พี่น้องประชาชน ตรงนี้ล่ะครับผู้รับจ้างก็ได้เข้าไปดูแลแล้วก็เยียวยาในการก่อสร้างบ้าน ให้เสร็จเรียบร้อย ซ่อมแซมบ้านให้เสร็จเรียบร้อย แล้วก็ในการนี้ นอกจากจะก่อสร้างบ้านคืน สภาพให้อย่างเดิม แล้วก็ได้เยียวยาให้กับผู้เสียหาย จำนวนเงิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท ก็เป็นสิ่งที่ สร้างความพึงพอใจให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ แล้วก็ได้ดำเนินการเรื่องที่ผ่านมาครบถ้วน บริบูรณ์ในการดูแลได้รับผลกระทบ เพราะฉะนั้นก็กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ก็ถือโอกาสนี้ขอบคุณท่านที่ได้ห่วงใยพี่น้องประชาชนแล้วก็ นำปัญหานี้มาสู่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ แล้วก็ได้ชี้แจงกราบเรียนพี่น้องประชาชนด้วย นะครับว่า กทม. เองพยายามจะดูแลทั้งระบบ การระบายน ้าใน กทม. ผมคิดว่าในหลายพื้นที่ ไม่เฉพาะเขตภาคตะวันออกของ กทม. เท่านั้น อีกหลายพื้นที่ที่ กทม. เร่งรัดจะแก้ปัญหานี้ อยู่ในขณะนี้ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ🔗
ขอบคุณคุณสมเกียรติ นะครับ เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องครับ🔗
๑.๓.๓ กระทู้ถาม ที่ ๒๖๙ เรื่อง ขอทราบแผนปฏิบัติราชการภายใต้ กรอบการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง) (พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗
นายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ท่านอนุชา นาคาศัย เป็นผู้ตอบกระทู้ ถาม และในโอกาสนี้ก็อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาให้ข้อมูลได้ครับ นางสาวปัญจพร นามไพโรจน์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผน ชำนาญการ เชิญเลยครับ ถ้าพร้อม ท่านพลตำรวจตรี สุพิศาล เชิญได้เลยครับ ถามตอบได้ ๒ ครั้ง ภายใน ๒๐ นาที นะครับ ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ อันนี้เป็นกระทู้ห้องแยกเฉพาะ การบริหารราชการ แผ่นดิน สิ่งที่รัฐบาลกำลังเดินอยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ของการจัดการโดยเฉพาะสิ่งที่ผ่านมา จะใช้ยุทธศาสตร์ทั้ง ๖ ด้าน แล้วก็มีการนำเอาแผนงานภายใต้การปฏิบัติการในแผนที่เรา เรียกว่าแผนปฏิรูป โดยเฉพาะแผนปฏิรูปฉบับสุดท้ายที่มีการแก้ไข เราเรียกว่าบิ๊กร็อก (Big Rock) ซึ่งจะมีทั้งหมด ๑๓ ด้าน แล้วก็รัฐบาลได้เอามาแก้ไข ปัดฝุ่นแล้วก็นำเสนอ ที่สภาแห่งนี้ แล้วก็ไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ เล่มที่ ๑๓๘ ตอนพิเศษ ๔๔ ง หน้า ๑ ได้ประกาศเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องของการประกาศ แผนการปฏิรูป โดยคณะรัฐมนตรีได้พิจารณาเห็นความเห็นชอบในแผนปฏิรูปดังกล่าว ในหลักการการทำแผนเฉพาะกิจ ซึ่งเป็นแผนที่จะต้องปฏิบัติเฉพาะในแผนเฉพาะกิจกำหนด ในช่วงปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ อันประกอบด้วยแผนปฏิบัติราชการ อันต้องยึดประเด็นพัฒนา แล้วก็ปรับตัว และประเด็นย่อยที่เรียกว่าพร้อมรับ ภาษาอังกฤษว่าโคบ (Cope) คืออะแดปต์ (Adapt) แล้วก็เปลี่ยนแปลงการเติบโต เรียกว่าทรานส์ฟอร์ม (Transform) ในการดำเนินการ ตามเป้าหมายและตัวชี้วัดต้องชัดเจนนะครับ เพื่อให้ครอบคลุมการปรับปรุง และปฏิรูปและให้ครบ ซึ่งเป็นคำถามแรกใน ๖ ประเด็นหลัก ดังต่อไปนี้ครับ เป้าหมาย คำถามที่ ๑ ผมถามก่อนสั้น ๆ เป้าหมายและตัวชี้วัดในระดับแผนการปฏิบัติที่มีความชัดเจน ได้เน้นกิจกรรมทั้งหมดนำไปสู่กรอบในยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณประจำปีอย่างไร ภายใต้กรอบงบประมาณของหน่วยรับงบประมาณใดบ้าง และใช้งบประมาณประจำปี ๒๕๖๕ เท่าใด ขอทราบครับ กราบเรียนครับท่านประธาน🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านพลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ท่านสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร ผู้ที่ตั้งกระทู้ถาม สำนักงบประมาณนั้นได้ให้ความสำคัญในการจัดสรร งบประมาณเพื่อรองรับการดำเนินโครงการตามแผนขับเคลื่อนกิจกรรมบิ๊กร็อก (Big Rock) ตามข้อสั่งการของคณะรัฐมนตรี ในยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๕ นั้น ได้นำแผนปฏิรูปประเทศฉบับปรับปรุงมาใช้เป็นกรอบในการจัดสรรงบประมาณ ควบคู่ไปกับยุทธศาสตร์ชาติแล้วก็แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติ แล้วก็แผนพัฒนา เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แล้วก็นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคง อีกทั้งยังมี แผนเฉพาะกิจอันเป็นผลมาจากสถานการณ์โควิด-๑๙ (COVID-19) โดยในการกำหนด ประเด็นยุทธศาสตร์ภายใต้แผนยุทธศาสตร์จัดสรรได้นำเป้าหมายและตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ใน แผนปฏิรูปประเทศ ฉบับปรับปรุงทั้ง ๑๓ ด้านที่มีความสอดคล้องเชื่อมโยงกับยุทธศาสตร์ จัดสรรนั้นมากำหนดไว้ด้วยแล้วเพื่อเป็นเกราะในการจัดทำนโยบายการจัดสรรงบประมาณ สำหรับให้หน่วยงานรับงบประมาณจัดทำโครงการรองรับประเด็นดังกล่าว และเสนอขอรับ จัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๕ ซึ่งจากที่ท่านได้ถามมาในเรื่องของตัวชี้วัด ที่จะมีสู่นโยบายของการจัดสรรงบประมาณนั้นตามแผนปฏิรูปประเทศหรือโครงการที่บอก ว่าบิ๊กร็อก (Big Rock) ที่มีนัยสำคัญนั้น ผมคิดว่าตัวชี้วัดทุกตัวทุกแผนมีตัวชี้วัดค่อนข้าง ชัดเจน ยกตัวอย่าง อย่างเช่นที่ผ่านมาโครงการคืนคนดีสู่สังคม ของกรมควบคุมประพฤติ ได้รับจัดสรรงบประมาณ ๒๕ ล้านบาท ปรับลด ๑ ล้านบาท ตัวชี้วัดก็คือจำนวนผู้พ้นโทษ ที่ได้รับการจ้างงาน ก็เข้ากับยุทธศาสตร์การจัดสรรปี ๒๕๖๕ แผนการพัฒนากฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม ตัวชี้วัดประเภทระดับของมาตรการที่รัฐกำหนดขึ้น เพื่อความ เสมอภาคในกระบวนการยุติธรรม แล้วก็ตรงกับแผนแม่บทด้านกระบวนการยุติธรรม ตัวชี้วัด การอำนวยความยุติธรรมเป็นไปโดยความเสมอภาค โปร่งใสเป็นธรรมทั่วถึงและปราศจาก การเลือกปฏิบัติ ดังนั้นโครงการรองรับกิจกรรมบิ๊กร็อก (Big Rock) ได้ถูกบรรจุในแผน ขับเคลื่อนกิจกรรมบิ๊กร็อก (Big Rock) โดยคณะกรรมการปฏิรูปประเทศแต่ละด้าน หน่วยงานผู้รับผิดชอบหลักและสำนักงานสภาการพัฒนาสังคมและเศรษฐกิจแห่งชาติ ได้พิจารณาจัดลำดับความสำคัญไว้ด้วยแล้ว โดยแบ่งออกเป็น ๓ ระดับ ได้แก่ โครงการที่มี ความจำเป็นเร่งด่วน หากไม่ดำเนินการจะทำให้การปฏิรูปประเทศไม่บรรลุตามที่กำหนด ๒. มีความจำเป็นเร่งด่วน และ ๓. มีความจำเป็นเป็นลำดับ ๆ กันนะครับ เพื่อใช้เป็น เครื่องมือในการขับเคลื่อนการดำเนินการให้บรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดและตามตัวที่ชี้วัด ที่ตั้งค่าไว้ ซึ่งเป็นไปตามแนวทางการขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศฉบับปรับปรุงตามมติของ คณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๖๓ จึงขอกราบเรียนต่อท่านประธานด้วยความเคารพ ครับ🔗
เชิญท่านถามได้ อีกครั้งหนึ่งครับ🔗
คำถามนี้จะยาว หน่อยนะครับ แล้วก็เป็นคำถามที่ผมจะตอบทางรัฐบาลว่าสิ่งที่สำคัญคือรัฐบาลไม่เคยให้ งบประมาณลงไปใน บิ๊กร็อก (Big Rock) เลยนะครับ โดยเฉพาะที่ท่านตอบมา ผมจะอธิบาย ให้ฟังครับ ที่ว่ามีอยู่ ๓ แผน ผมอธิบายเลยนะครับ โดยเฉพาะ บิ๊กร็อก (Big Rock) ในด้าน การเมืองมี ๕ กิจกรรม กิจกรรมที่ ๑ ของสถาบันพระปกเกล้า กิจกรรมที่ ๒ ของสำนักปลัด สำนักนายกรัฐมนตรี กิจกรรมที่ ๓ ของการขับเคลื่อนปฏิรูป กิจกรรมที่ ๔ ของคณะกรรมการ การเลือกตั้ง กิจกรรมที่ ๕ ของสถาบันพระปกเกล้า ใช้งบปกติครับ ปกติของปี ๒๕๖๔ หรือปี ๒๕๖๕ ผมเข้าสภาแล้วถามในกรรมาธิการอนุทุกหน่วยรับงานนั่งมึนหมดเลยครับ บอกบิ๊กร็อก (Big Rock) ถาม ป.ป.ช. บอกว่าเงินงบประมาณ ป.ป.ช. บอกว่าไม่มีครับ ไม่ได้ ครับ ผมไล่ต่อไปครับ ทางด้านการบริหารของราชการแผ่นดิน กิจกรรมที่ ๑ คือกระทรวง ดิจิทัลใช้ ๓๕๐ ล้านบาทครับ กิจกรรมที่ ๒ คือ ก.พ.ร. ใช้ ๒ ล้านบาท กิจกรรมที่ ๓ ใน ก.พ. ใช้ ๒๐ ล้านบาท กิจกรรมที่ ๔ คือ กปร. ใช้ ๗ ล้านบาท กิจกรรมที่ ๕ กรมบัญชีกลาง ๑๐๐ ล้านบาท ถามไม่รู้ครับ ที่ไหน ด้านกฎหมายครับท่านประธาน กิจกรรมที่ ๑ คือของสำนัก ขับเคลื่อนปฏิรูป กิจกรรมที่ ๒ ของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา กิจกรรมที่ ๓ ของ กระทรวงยุติธรรม กิจกรรมที่ ๔ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร กิจกรรมที่ ๕ ก็คือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา งบปกติครับ ไปถามสิครับทำหรือเปล่า แต่ผมถามท่านเลขาธิการ ท่านบอกทำอยู่ค่ะ น่าจะปี ๒๕๖๔ ไปดูในกิจกรรม ด้านการ บริหารยุติธรรม คือกิจกรรมของคณะปฏิรูปด้านการกระทรวงยุติธรรม กิจกรรมนี้ใช้ งบประมาณด้านการลงทุนสารสนเทศ ไม่ใช่งบปกติ แล้วกิจกรรมสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำนักงานสภาทนายความ สำนักงานกิจกรรมที่ ๔ คือศาลยุติธรรม กิจกรรมที่ ๕ สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติใช้เงิน ๖๓ ล้านบาท กับ ๑,๐๗๐ ล้านบาท จากกระทรวงยุติธรรม แล้ว ๓๕๒ ล้านบาท งบดำเนินงานปกติ ด้านเศรษฐกิจ ด้านที่ ๕ คือกิจกรรมของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ร้อยละ ๑๐ ของงบอุดหนุนภาคการเกษตร กิจกรรมที่ ๒ คือกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา คืองบดำเนินการบูรณาการ กิจกรรมที่ ๓ คือสำนักงานส่งเสริม วิสาหกิจ เอสเอ็มอี (SMEs) งบดำเนินการบูรณาการ กิจกรรมที่ ๕ กระทรวงพาณิชย์ กิจกรรมที่ ๖ คือกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม ใช้งบดำเนินงาน ไม่เคยบอกครับ ไม่มีครับ ด้านที่ ๖ คือทรัพยากรครับ กิจกรรมที่ ๑ คือ กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กิจกรรมที่ ๒ กระทรวงมหาดไทย ใช้งบปกติ กิจกรรมที่ ๓ คือกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเหมือนกัน ใช้งบปกติกับกองทุนสิ่งแวดล้อม ครับ กิจกรรมด้านที่ ๗ คือสาธารณสุข ด้านกิจกรรมที่ ๑ คือกระทรวงสาธารณสุข กิจกรรมที่ ๒ กระทรวงสาธารณสุข กิจกรรมที่ ๓ คือสำนักประกันสุขภาพแห่งชาติ กิจกรรมที่ ๔ คือ กระทรวงสาธารณสุข ใช้งบปกติครับ ๘. ด้านสื่อสารมวลชน กระทรวงดิจิทัล ใช้งบกรม ประชาสัมพันธ์ และภาครัฐอื่น กิจกรรมที่ ๒ ก็กระทรวงดิจิทัลเหมือนกัน แต่กิจกรรมที่ ๓ คือกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ ใช้งบปกติ กองทุนปลอดภัยและภาคเอกชน ๙. ด้าน สังคม กิจกรรมที่ ๑ คือกระทรวงการคลัง กิจกรรมที่ ๒ คือกระทรวงมหาดไทย กิจกรรมที่ ๓ คือกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กิจกรรมที่ ๔ กระทรวงมหาดไทย กิจกรรมที่ ๕ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ งบปกติครับ มาดูด้านพลังงาน ครับ กิจกรรมที่ ๑ คือกระทรวงพลังงาน ใช้งบปกติและคณะกรรมการกำกับกระทรวง พลังงาน กิจกรรมที่ ๒ คือกระทรวงพลังงาน กิจกรรมที่ ๓ ของสำนักงานนโยบายพัฒนา เศรษฐกิจภาคตะวันออก ใช้เงินของศูนย์สารสนเทศ ถือว่าเป็นบริการสาธารณะ ใช้งบ แผ่นดินหรือกองทุน ในกลไกของเอสโคบ (S-cope) มาพัฒนาในกองทุนเพื่อพัฒนา ประสิทธิภาพ ๑๐,๔๗๖ ล้านบาท ค่าตอบแทน แล้วก็กิจกรรมของกระทรวงพลังงาน ถัดไปครับ แล้วก็กิจกรรมที่ ๕ ของกระทรวงพลังงาน ๕ ปีครับ ตรงนี้เป็นงบปกติและแหล่ง อื่น ๆ ๑๑. คือด้านการ ป.ป.ช. ป้องกันและปราบปราม กิจกรรมของสถาบันพัฒนาองค์กร อุตสาหกรรม ใช้กองทุนงบประมาณจากกรมสรรพสามิต จากกองสลากใส่ไว้ในนี้เลยครับ มากมายครับ แล้วก็ด้านที่ ๑๒ ของกองทุน รายละเอียด งบกระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ใช้งบปกตินะครับ🔗
ด้านสุดท้ายคือ ด้านวัฒนธรรมและกีฬา กิจกรรมที่ ๑ เป็นศูนย์คุณธรรม กิจกรรมที่ ๒ กระทรวงพัฒนา กิจกรรมที่ ๓ คือกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ไล่มาอันนี้ งบปกติ ท่านประธานครับ ไม่มีครับ ไม่มีเงิน ผมอยู่ในสภาและผมก็ไล่เรื่องนี้ เพราะการ ขับเคลื่อนแผนบิ๊กร็อก (Big Rock) ต้องใช้เงิน ไปดูใน พ.ร.บ. งบประมาณปี ๒๕๖๕ ก็ได้ครับ ไม่มีครับ จึงเป็นคำถาม ในคำถามที่ ๒ และ ๓ และภายใต้กรอบงบประมาณ สิ่งที่ประชาชน จะได้รับจากหน่วยนับ ความรับผิดชอบนั้นมีกิจกรรมสำคัญในบิ๊กร็อก (Big Rock) อย่างไร บ้าง ใน ๑๐ ตัวชี้วัดที่สำคัญ และสามารถวัดได้ในกิจกรรม เพื่อให้รูปแบบของการปฏิบัติ บิ๊กร็อก (Big Rock) ใช้กลไกและการติดตามตรวจสอบและความคืบหน้าและการรายงานของ กิจกรรมบิ๊กร็อก (Big Rock) นี้ดีอย่างไรตามประเด็น และขอทราบกระบวนการและวิธีการ ตลอดจนผลสัมฤทธิ์ที่แท้จริง ทั้ง ๓ ครับ เมื่อสักครู่มีสไลด์ (Slide) อยู่นิดหนึ่งเป็นสไลด์ (Slide) ของตัวเคพีไอ (KPI) ขอกลับไปนิดเดียวนะครับ ๑ นาที เป็นสไลด์ (Slide) ของตัวเค พีไอ (KPI) ที่จะบอกว่าผลอันพึงประสงค์ ผลสัมฤทธิ์ที่คาดว่าเป็นค่าเป้าหมาย และตัวชี้วัดใน ๑๓ แผน ผมยกตัวอย่างในสไลด์ (Slide) นี้มีคือ ๔ ค่าเป้าหมาย ๒ ตัวชี้วัด ทางด้านการเมืองตัวชี้วัดของดีโมเครซี (Democracy) อินเด็กซ์ (Index) ๖.๗๕ คือที่ถามว่า ค่าผสมเหล่านี้ อันนี้ผมยกตัวอย่างแค่นี้ เพราะน้อยครับ ก็เป็นคำถามที่ ๓ ครับ นั่นคือสไลด์ (Slide) ทั้งหมดที่เป็นเนื้อความของตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ในแผนปฏิรูปทั้งหมดครับ แต่ถ้ารัฐบาลไม่มีงบประมาณ ไม่ต้องเขียนมา เป็นกระดาษแบบนี้ครับ🔗
คำถามสุดท้ายเป็นคำถามว่าในขณะนี้ขอทราบว่าผลอันพึงประสงค์ ผลสัมฤทธิ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ค่าเป้าหมายและตัวชี้วัดในภาพรวม รัฐบาลได้ดำเนินการไป แล้วอย่างไร มีทิศทางและแนวโน้ม อุปสรรคที่เกิดขึ้นอย่างไร และคาดว่าจะใช้งบประมาณ ในปี ๒๕๖๖ มีจำนวนเท่าไรที่จะบรรลุผลทั้งหมดครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีเชิญครับ🔗
ต้องรบกวน ท่านประธาน ตอนนี้คำถามหมดแล้วใช่ไหมครับ ที่ท่านรวมมาสรุปทั้งหมดแล้วใช่ไหมครับ🔗
ใช่ครับ ถาม ๒ ครั้งครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านผู้ตั้งกระทู้ถามที่เคารพนะครับ ต้องกราบเรียนอย่างนี้นะครับ ว่าในส่วนของกิจกรรมบิ๊กร็อก (Big Rock) นั้นคือโครงการที่ทางคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๔ รับทราบหลักการของแผนขับเคลื่อนกิจกรรม บิ๊กร็อก (Big Rock) นี้ แล้วก็ได้มอบหมายให้หน่วยงาน มีหน่วยงานรับผิดชอบหลัก ซึ่งจะมีหน่วยงาน ที่ร่วมดำเนินการ ก็คือกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ตามที่ท่านกล่าวมาในแผนแต่ละแผนของ ทางกิจกรรมบิ๊กร็อก (Big Rock) ที่จะได้รับการจัดสรรงบประมาณ แต่ทีนี้มันมีอยู่อีกอย่าง หนึ่งครับว่ามันมีแผนปกติของแต่ละหน่วยงาน ซึ่งทับซ้อนอยู่กับงานของบิ๊กร็อก (Big Rock) อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นบางครั้งในการขอเข้ามาก็เพียงแค่กล่าวอ้างถึงว่าตรงต้องตาม ยุทธศาสตร์หรือตามแผนปฏิรูปหรือไม่อย่างไร ซึ่งสำนักงบประมาณก็จะดูว่างบประมาณที่ขอ เข้ามานั้นมีความสัมพันธ์กับแผนปฏิรูปประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฉบับปรับปรุง ภายใต้แผน แม่บทของยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งเหล่าก็คือกระบวนการการพิจารณาของสำนักงบประมาณ ตามที่ท่านได้สรุป เพราะฉะนั้นบางทีอาจจะมีแผนปกติรวมอยู่ด้วย ซึ่งเกิดการทับซ้อนกัน แล้วก็เกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงกัน ในการที่จะนำมาสู่แผนของบิ๊กร็อก (Big Rock) ผมยกตัวอย่าง ว่าเอาชัด ๆ ในส่วนที่เป็นบิ๊กร็อก (Big Rock) แล้วก็สามารถที่จะชี้นำให้เห็น ก็คือมีแผนหนึ่ง ที่ภาครัฐมีการดำเนินการที่มีศักยภาพว่าด้วยการนำนวัตกรรมเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ ก็คือ ด้านการบริหารราชการแผ่นดินที่จะเปลี่ยนเป็นรัฐบาลดิจิทัล ซึ่งมีตัวชี้วัดที่สำคัญก็คือในส่วน ของตัวชี้วัดของสหประชาชาติ ในการเป็นรัฐบาลดิจิทัล เมื่อปี ๒๕๖๑ นั้นเราอยู่ที่อันดับที่ ๗๑ หรือ ๗๓ แล้วก็ปัจจุบันนี้ปี ๒๕๖๓ เราตั้งเป้าไว้ปี ๒๕๖๔ เราจะอยู่อันดับที่ ๖๐ แต่ปี ๒๕๖๓ เรามาอยู่ที่อันดับที่ ๕๗ แล้ว นี่คือตัวชี้วัดที่เกิดขึ้นจากแผนปฏิรูปประเทศ ที่ค่อนข้างชัดเจนในส่วนของรัฐบาลดิจิทัลและที่มีตัวชี้วัด เราก็ได้มีการจัดสรรงบประมาณ ลงไปสู่แผนการปฏิบัติอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรมนะครับ ซึ่งตรงนี้มีโครงการพัฒนาระบบ ยืนยันพิสูจน์ตัวตนทางดิจิทัลของกรมการปกครอง ได้รับจัดสรร ๒๐๐ ล้านบาท โครงการ จัดการฐานข้อมูลและบูรณาการให้การทะเบียนราษฎร์และบัตรประจำตัวประชาชนได้รับ จัดสรร ๘๖๐ ล้านบาท ซึ่งตรงนี้แสดงให้เห็นว่าถ้าหากว่าเป็นโครงการใหม่ ๆ นวัตกรรมใหม่ ๆ ที่จะมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อนำไปสู่กิจกรรมบิ๊กร็อก (Big Rock) นั้นก็จะมีการจัดสรร งบประมาณในลักษณะที่เป็นงบประมาณที่ค่อนข้างใหม่ ไม่เหมือนกับงบประมาณปกติ ที่มีส่วนเชื่อมโยงอยู่กับบิ๊กร็อก (Big Rock) อยู่แล้ว อันนั้นก็คือเป็นเรื่องปกติตามที่ ท่านเข้าใจนั้นเป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้วครับ ก็ถูกต้องตรงกัน กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ🔗
ขอขอบคุณท่านสมาชิก ผู้ถาม และท่านรัฐมนตรีได้รักษาเวลากันอย่างดีมากครับ🔗
๑.๓.๔ กระทู้ถาม ที่ ๒๖๖ เรื่อง การขุดลอกแหล่งน ้าเพื่อเพิ่ม ประสิทธิภาพอ่างเก็บน ้าห้วยตามาย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ (นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗
ท่านรัฐมนตรีได้มอบหมาย ให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง ท่านประภัตร โพธสุธน เป็นผู้ตอบกระทู้ถาม ขออนุญาต ให้ผู้สนับสนุนข้อมูล ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมชลประทาน คุณพิศิฐศักดิ์ มังสะ ขออนุญาต ให้เข้ามาในห้องประชุมได้ครับ ต่อไปคุณหมอพร้อมนะครับ ถามได้ ๒ ครั้ง รวมแล้ว ถามตอบภายใน ๒๐ นาที เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพกระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ต้องขอกราบขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน ที่ได้กรุณามาตอบกระทู้ถามของผม สำหรับกระทู้ถามของผมในวันนี้ก็คือ เรื่อง การขุดลอก แหล่งน ้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพอ่างเก็บน ้าห้วยตามาย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรนะครับ เนื่องจากขณะนี้แหล่งน ้าธรรมชาติ ในอ่างเก็บน ้าในจังหวัดศรีสะเกษมีสภาพตื้นเขิน โดยเฉพาะไม่สามารถที่จะส่งผลให้ประชากร ในเขตอำเภอกันทรลักษ์ได้ประกอบอาชีพได้ มีแหล่งน ้าขนาดใหญ่ชื่อ อ่างเก็บน ้าห้วยตามาย ซึ่งต้องเรียนว่าเป็นกำลังหลักของ ๕ อำเภอ ของจังหวัดศรีสะเกษ🔗
นี่คืออ่างเก็บน ้าซึ่งต้อง เรียนว่าทั้งหมดนี้เห็นตอผุดขึ้นมาพอเวลาเราขับรถผ่าน ซึ่งมีปริมาณเก็บกักน ้าถึง ๓๗ ล้านลูกบาศก์เมตร แล้วพื้นที่ที่รับน ้า ๑๐,๕๐๐ ไร่ พื้นที่ที่ได้รับประโยชน์ ๒๕,๐๐๐ ไร่ ตื้นเขินหมดเลยครับ บางทีก็เป็นที่ปศุสัตว์ไปเลยนะครับ จะเห็นว่าพื้นที่ของอ่างเก็บน ้าห้วย ตามายใหญ่มากเลยครับท่านประธาน ท่านรัฐมนตรี เส้นนี้คือสาย ๒๒๑ ข้างบนนี้คือจังหวัด ศรีสะเกษ ตัวนี้คือสี่แยกการช่าง เข้ามานี้คือทางไปเขาพระวิหาร เส้นนี้คือสาย ๒๔ จากอำเภอโชคชัย อำเภอเดชอุดม ตรงนี้คือไปกรุงเทพฯ ฝั่งนี้คือไปอำเภอเดชอุดม แล้วก็ไป จังหวัดอุบลราชธานี เพราะฉะนั้นอ่างเก็บน ้าห้วยตามายตัดถนนถึง ๒ สาย คือสาย ๒๒๑ และ ๒๔ มีจุดที่เป็นประโยชน์ ตรงนี้คือที่ว่างเปล่า ซึ่งจะถามต่อไปว่าเป็นทุ่งละลาย ซึ่งพี่น้อง ประชาชนอยากให้ขุดลอกเอาดินมาใส่ตรงนี้ ตรงนี้เป็นที่ทำงานของอัยการ ของศาล ฝั่งนี้เป็น ราชทัณฑ์เป็นเรือนจำ และนี่คือศาลหลักเมือง ตรงนี้มีพื้นที่ทั้งหมด ๔ ตำบลใหญ่ ๆ คือตำบลภูเงิน ตำบลกระแชง ตำบลตระกาจ และตำบลหนองหญ้าลาดที่เกี่ยวข้องด้วย พื้นที่ทั้งหมด ๓๗ ล้านลูกบาศก์เมตร และบริเวณตรงนี้ตำบลตระกาจก็จะมีการเพาะปลูก ทุเรียนภูเขาไฟ ซึ่งเป็นทุเรียนที่มีรสชาติดีมาก เมื่อวันที่ ๑๖ กรกฎาคมปีที่แล้ว ท่านนายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปเยี่ยมชม ไปให้กำลังใจ ไปดูทุเรียนภูเขาไฟแถวนี้ ทางเข้า สวนซำตารมย์ ตรงนี้พี่น้องที่ปลูกทุเรียนร้องขอว่าน ้ามันลด พอน ้าลดทำให้เขาต้องขุดบ่อ บาดาลซึ่งจะต้องเอาน ้าไปเลี้ยงไม่เพียงพอและประเด็นสำคัญก็คือเมื่อน ้าไม่พอทำให้ทุเรียน ที่กำลังออกดอก กำลังจะปั้นลูกให้ลูกมันใหญ่ต้องอัดน ้าเต็มที่ไม่พอ รวมทั้งไฟ ๓ เฟส (Phase) ก็ไม่พอด้วย นี่คือเรื่องทุเรียน ส่วนนาข้าวก็อยากได้น ้าเหมือนกัน เพราะฉะนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีวันนั้นได้พูดกับพี่น้องประชาชน และพี่น้องประชาชนก็รับทราบดีใจว่าจะ ได้งบประมาณในการขุดลอกพัฒนาแหล่งน ้าถึง ๕-๖ เฟส (Phase) ซึ่งได้แต่ข่าวว่าประมาณ ๗๐๗ ล้านบาท ซึ่งชาวบ้านก็เฮกันใหญ่เลยท่านรัฐมนตรีว่าจะได้แล้ว แต่พอไปดูจริง ปี ๒๕๖๕ ได้งบในเฟส ๑ นี่คือเฟส ๑ ตรงนี้ที่จะขุด แล้วก็มีเฟส ๒ เฟส ๓ เฟส ๔ เฟส ๕ ซึ่งอ่างนี้ใหญ่มาก ซึ่งแหล่งน ้านี้มาจากเขตอำเภอขุนหาญ จากเทือกเขาพนมดงรักของ ส.ส. ธีระ ไตรสรณกุล ส.ส. จังหวัดศรีสะเกษ เขต ๔ ก็มาที่ประชุม ท่านก็เป็นห่วง ท่านก็อยากให้ แหล่งน ้าตรงนี้มันเพิ่มพูน จาก ๓๗ ล้านลูกบาศก์เมตรถ้าเราพัฒนาจะขึ้นถึง ๕๗ ล้านลูกบาศก์ เมตร โดยการ ๑. ถ้าเราขุดลอกจะใช้เวลาที่ทางชลประทานแจ้งปีนี้จนถึงปี ๒๕๗๒ ท่านประธาน มันนานเกินไป พอท่านนายกรัฐมนตรีพูด ทุกคนรู้ ก็คิดว่าจะได้ปีถัดไปคือ ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ อะไรแถวนี้ อันนี้มันยาวไปในเฟสต่าง ๆ ซึ่งถ้ามีแหล่งน ้าขุดลอก ได้ อันที่ ๒ ถ้าเราจะทำเป็นฝายพับได้ เพิ่มได้อีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ก็จะเป็นประโยชน์ ทีนี้ แหล่งน ้าตรงนี้เรียนถามท่านรัฐมนตรีว่า ๑. เรามีมาตรการในการขุดลอกเพิ่มประสิทธิภาพ และปรับปรุงพื้นที่บริเวณอ่างเก็บน ้าห้วยตามายอย่างไร ข้อที่ ๒ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายและพัฒนาอ่างเก็บน ้าห้วยตามายในการปรับปรุงภูมิทัศน์ ถนนลาดยาง คันคลอง ก็มีถนนลาดยาง รวมทั้งอาชีพเสริมประมง และมาตรการแก้ไขความเดือดร้อน ต้องเรียนว่า วันนี้พื้นที่ตรงนี้เป็นหัวใจ ทุกคนเพ่งเล็ง ผมโพสต์เฟสบุก (Post Facebook) ไปพี่น้อง ประชาชนก็ถามว่าจะให้ช่วยอะไรได้บ้าง ทุกคนบอกว่า ๑. นอกจากแหล่งน ้าที่พูดถึงเกษตร และอันที่ ๒ เรื่องประมง มีพันธุ์ปลา เราจะเลี้ยงปลาได้ไหม อันที่ ๓ ก็คือเรื่องของท่องเที่ยว การเพิ่มสมดุลทางท่องเที่ยว ทางกีฬา ถ้าเราขุดดินมาทำเป็นแหล่งท่องเที่ยว เป็นแหล่ง โอทอป (OTOP) หรือว่าบางคนไปต่างประเทศ เขาจะมีเพียร์ (Pier) มีท่าเรือ ท่าเรือสามารถ ลงไป แล้วก็มีจุดที่เป็นท่องเที่ยวสำหรับดูหรือเป็นพิพิธภัณฑ์อะไรต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นแหล่งของ จังหวัดศรีสะเกษโดยตรงจะทำได้ไหมในเรื่องของเกษตร ในเรื่องของประมง เรื่องของ ภูมิทัศน์ ก็ขอกราบเรียนท่านประธานครับ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ก่อนอื่นต้องขอบคุณในความเอาใจใส่ของ ท่าน ส.ส. นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ นะครับ ซึ่งก็ทำงานร่วมกันมาในสมัยอยู่ พรรคชาติไทย เป็นคนขยันคนหนึ่งและเอาใจใส่อย่างต่อเนื่อง วันนี้ท่านบรรยายภาพมาทุกคน เห็นภาพตามท่านเลย มีพื้นที่ที่กว้างใหญ่ที่เก็บน ้าถึง ๑๐,๐๐๐ ไร่ แล้วก็เก็บน ้าเพียง ๓๗ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่เป็นอ่างเก็บน ้าที่ต้องยอมรับกันว่าสร้างมานานแล้วครับ ตั้งแต่ ปี ๒๕๑๒ ๕๐ ปี ก็ยอมรับครับ กรมชลประทานก็ได้เริ่มพัฒนาขุดลอกตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ แต่ก็ไม่ได้เป็นชิ้นเป็นอัน ยอมรับนะครับ ๗ ปีที่ผ่านมาก็ได้ประมาณสัก ๗๐๐,๐๐๐ คิว อ่างตัวนี้มันมีความใหญ่โต จุน ้า ๓๗ ล้านลูกบาศก์เมตร ก็หมายถึงว่ามีเนื้อดินประมาณ ๓๗ ล้าน ท่านพูดถูกอีกเหมือนกันนะครับ แต่อ่างเก็บน ้าตรงห้วยตามายนี้เป็นอ่างเก็บน ้า ที่มีประโยชน์สูงสุดเพราะเก็บน ้าได้เต็มทุกปี แต่ว่ามีผู้ใช้ถึง ๕ อำเภอ อย่างตอนนี้เหลือน ้าแค่ ๗ ล้านลูกบาศก์เมตร น่าขุดมาก แต่ว่างบประมาณอย่างที่กราบเรียนไปแล้ว ท่านรู้ดี ท่านเป็น กรรมาธิการด้วย ท่านติดตามแล้ว ปีนี้ต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตามที่ท่านพูดถูกต้อง ท่านอนุมัติเลยโครงการนี้ให้ดำเนินการแบบผูกพัน ๗๐๔ ล้านบาท ท่านนายกรัฐมนตรีอนุมัติ บอกให้ไปดำเนินการ คราวนี้งบประมาณก็ถูกตัด ทอนไปโควิด (COVID) ส่วนหนึ่งของกรมชลประทาน ดังนั้นปีนี้ก็ได้รับงบไป ๒๕ ล้านบาท ๒๕ ล้านบาทนี้ก็ขุดกัน ต้องขนด้วย อะไรด้วย ก็ได้ประมาณสัก ๔๐๐,๐๐๐ คิว ผมอยากจะ กราบเรียนว่าการขุดลอกนี้มันมีอีกวิธีหนึ่ง อยากจะฝากท่าน ส.ส. นายแพทย์อย่างนี้ดีไหม ท่านบรรยายมาเมื่อสักครู่ผมจับประเด็นได้ว่ามีทั้งศาล ทั้งอัยการ ภาคเอกชนสามารถ มาช่วยขุดได้ โครงการดินแลกน ้า ท่านขุดเอาดินไปเลย เอาไปถม ท่านก็จะได้น ้า แล้วก็ ดินที่ท่านจะพัฒนาก็เอาไปได้ เสียค่าที่ดินเล็กน้อยตามราคาของกรมธนารักษ์ อันนี้ ก็จะช่วยให้เร็วขึ้น จะขุดตรงไหนบอกกรมชลประทาน นั่งอยู่นี่แล้ว เขาก็จะได้ออกแผนที่ ให้ท่าน ออกแบบให้ท่านเสร็จ ท่านก็ขุดเลย เสียค่าที่ดิน ๓ บาท ๗ บาท แล้วแต่ตกลงตามที่ กรมธนารักษ์ อันนี้ก็จะช่วยเร่งในการขุดลอกท่านได้ หลายจังหวัดที่ผมเสนอแนะไปทำงาน ได้ผลครับ บางจุดล้านคิว ๒ ล้านคิว ถ้าท่านมีที่ดินสวย ๆ ท่านก็เอาไปถมที่ของท่านก็ได้ อันนี้ก็เป็นการที่จะเร่งในการพัฒนาอ่างเก็บน ้าห้วยตามายได้ ประการที่ ๒ งบประมาณ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีอนุมัติมา ๗๐๔ ล้านบาท เป็นงบผูกพัน ทำต่อเนื่อง แล้วก็ฝายพับ เราก็ทำให้ท่าน จะเก็บน ้าขึ้นมาได้ เพราะนี่มันก็ช้าอย่างที่ท่านพูด มันไม่โดนใจชาวบ้าน ผมก็ขอให้เร่ง ให้ทางกรมชลประทานเอาเงินเหลือจ่ายบางส่วนมาเร่งดำเนินการให้คุณก่อน จาก ๒๕ ล้านบาท อาจจะเป็น ๕๐ ล้านบาท แต่ก็ต้องดูว่าเม็ดเงินปีนี้อย่างกรมชลประทาน เราก็ถูกตัดไปหลายพันล้านบาท แต่เราเห็นแล้วว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะท่านเลี้ยงตั้ง ๕ อำเภอ ผมเห็นดีด้วย แล้วผมยินดีจะไปช่วยวางแผนและไปดูไปเยี่ยมท่าน เพราะผมยังติดใจ ทุเรียนภูเขาไฟที่ท่านให้มา🔗
อีกประการหนึ่ง กรมประมงเขาก็สามารถพัฒนาได้ ผมให้ทำหนังสือเชิญท่าน เดือนหน้าจะปล่อยปลา บอกต้องเอาท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขาไปด้วย ให้เขารับรู้ให้ ไปชี้แจงกับราษฎรด้วยว่านี่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ได้นิ่งนอนใจ ยินดีปล่อย ๓๐๐,๐๐๐ ตัว เดือนกันยายนนี้ ประการสำคัญก็คือว่าจะทำอย่างไรให้มีน ้าให้ได้ เราก็ สามารถจะส่งเสริมเลี้ยงปลากระชังปลาอะไรได้หมด อย่างที่ผมกราบเรียนครับ ไม่ได้ขุด ทีเดียวหมดเป็นการผูกพันทางงบประมาณ ค่อย ๆ ดำเนินการต่อไป อย่างที่ผมฝากไป ก็คือถ้าเป็นโครงการดินแลกน ้าท่านทำได้เลย ท่านอาจจะมีผู้รับเหมาหรือว่าผู้ที่มีเจ้าของที่ดิน ขอบอ่าง อยากจะได้ดินในนี้ ผมก็ยินดีจะบอกให้ทางนายช่างไปดำเนินการให้ ขอขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ เชิญคุณหมอครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ มีรูปเพิ่มอีกครับ อันนี้ที่ผมยืนอยู่บนคัน นี่ถนนจากจังหวัดศรีสะเกษ อันนี้อำเภอกันทรลักษ์ที่เห็นนี้ ท่าเดิมเต็มวันเต็มอย่างที่ท่านรัฐมนตรีพูด ถ้าน ้าที่ไหลเป็นช่วงที่มีพายุมาน ้าไหลมาจากเขต ท่าน ส.ส. ธีระ จากเทือกเขาพนมดงรักจะเต็มหมดเลย ดูแล้วมันเป็นสิ่งที่มีความสุขมาก แล้วพอตอนนี้เหลืออยู่ประมาณ ๗ ล้านลูกบาศก์เมตร ทีนี้ประเด็นก็คือว่าพี่น้องประชาชน เขาคิดว่าเขาจะได้ตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีพูด แต่มันไม่ใช่งบผูกพัน มันเป็นเฟส ๆ เป็น ระยะ ๑ ๒ ๓ มันเป็นเฟส ๆ ซึ่งในระยะ หนึ่งเขาบอกว่าอย่างนี้ ต่อไปปี ๒๕๖๖ จะเป็นของ ฝายพับได้ ปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๘ เป็นเฟส ๒ ปี ๒๕๖๙ มันกลายเป็นว่าความมั่นใจของ ประชาชนว่าจะได้ตามเฟส (Phase) ไหม ถ้าเกิดอันไหนไม่ได้ปุ๊บก็อาจจะไม่ได้ หรือไม่มีความ มั่นใจ อันที่ ๒ มันนานเกินไปท่านรัฐมนตรี ถ้าถึงปี ๒๕๗๒ นี้เราจะย่นได้ไหมครับ อันไหนที่จำเป็นอย่างที่ท่านบอกว่าจะมีงบมา จาก ๒๕ ล้านบาทจะเพิ่มเป็น ๕๐ ล้านบาท เงินเหลือจ่ายอะไรต่าง ๆ แล้วก็ถ้าเกิดทำเป็นงบผูกพันก็ทำผูกพันให้มั่นใจว่า ได้จริงเลย ถ้าอย่างนี้พี่น้องประชาชนก็จะมั่นใจ แต่ถ้าบอกว่าเฟส (Phase) นี้วันนี้ได้ พอต่อไปไม่ได้ พอก็ไม่ได้แล้วก็ต้องไปหากัน ก็ต้องไปถามกระทู้กันอย่างนี้บ่อย ๆ ก็เกรงใจ ท่านรัฐมนตรีข้อที่ ๑🔗
ข้อที่ ๒ อย่างที่ท่านพูดถึงน ้าแลกดินนี้ก็ได้ทราบข่าวเหมือนกันว่า นอกจาก ขุดแล้วก็จะมีลักษณะว่าเอาดินไปทิ้งจะมีคนมาซื้อดินที่ขุดแล้วซื้อดินที่ถูกต้องตามกฎหมาย ทางกรมธนารักษ์หรือทางกระทรวงมหาดไทยกำหนดก็เอาไปถม ถ้าเขาซื้อ หรือว่า ในส่วนที่เป็นที่สาธารณะ ทุ่งนารายณ์อยู่ตรงข้ามถนน ตรงนี้เป็นศาล ตรงนี้เป็นอัยการ อันนี้ ราชทัณฑ์ ตรงนี้จะมีที่ อบต. หนองหญ้าลาด อบต. กระแชง อบต. ตระกาจ อยู่ตรงนี้ เขาพร้อมที่จะรวมกัน หรือแม้กระทั่ง อบจ. ทำเป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งกีฬา มีลู่วิ่ง มีลานกีฬา มีที่ปั่นพักผ่อนหย่อนใจ มีแหล่งท่องเที่ยว มีพิพิธภัณฑ์หรือมีจุดต่าง ๆ เราสามารถทำเป็นสะพานข้ามไปเป็นเพียร์ (Pier) เข้าไปก็จะเป็นประโยชน์ ตรงนี้จะเป็น จุดที่พัฒนา แล้วยิ่งขณะนี้โควิด (COVID) ประชาชนไม่ได้เงิน ทำมาหากินไม่ได้ลำบากมาก นะครับ ก็จะเป็นประโยชน์ ส่วนประมงผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าตอนนี้เราอยากให้มีพันธุ์ปลา แจกเยอะ ๆ แต่ว่าก็ต้องดู เพราะบางทีการไปปล่อย พวกเราไม่รู้กัน ถ้าไม่ได้เลี้ยงอนุบาล ก่อน ปลาตัวใหญ่กินหมดเลยไม่เหลือเลย อาจจะต้องใช้วิธีการ อันนี้ประมงจะรู้ดี นอกจากตัวนี้แล้วก็จะมีแหล่งน ้าอื่น ๆ คราวที่แล้วที่ผมถามท่านประธานผ่านท่านรัฐมนตรี คืออ่างเก็บน ้าห้วยขะยุง อยู่บ้านละลาย อันนั้นก็กำลังจะก่อสร้างอยู่ข้างบน อันนั้นก็ ๔๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่ยังไม่ได้ทำ ไปอยู่โครงการตั้งแต่สมัยนายกรัฐมนตรีชาติชาย ปี ๒๕๓๒ เทือกเขาพนมดงรักตรงนั้น แต่ท่านรัฐมนตรีก็มาตอบว่ามั่นใจว่าในการลดพื้นที่ เขตป่า มันก็จะสอดคล้องกันเพราะข้างบนไหลมา แต่อันนั้นจะไหลลงไปแม่น ้ามูล อันนี้มาจาก อำเภอขุนหาญ เพราะฉะนั้นก็ต้องขอขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่า อยากจะได้เห็นเป็นรูปธรรมและประชาชนจะได้ทราบว่าวันนี้สัมฤทธิ์ผลจากที่ท่าน นายกรัฐมนตรีก็ดี ทางท่านรัฐมนตรีท่านประภัตร แล้วก็พวกเราได้ผลักดันตรงนี้ให้มั่นใจว่า มันจะผูกพันเป็นงบผูกพันหรือมั่นใจได้ทำแน่นอนจริง ๆ แล้วก็เวลาให้สั้นลงได้มากน้อยแค่ไหน อย่างไร กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ เห็นใจท่านจริง ๆ ครับ ท่านนายแพทย์จาตุรงค์ ผมเห็นดีด้วย ท่านสามารถเอางบอย่างที่ผมบอก เอางบของ อบจ. ที่อยากจะมาขุด เดี๋ยวผมสั่งนายช่างไปเลย ออกแบบให้คุณเลย อนุมัติให้ ๒. มีเอกชนจะมาขอไปถมที่เพื่อจะพัฒนาเป็นแหล่งตลาดอะไร ก็ได้ ผมก็ยินดีอนุมัติให้ เพื่อจะขุดลอกให้ได้น ้าให้กับพี่น้องประชาชน ให้ดีที่สุดหลังจากปิด สมัยประชุมผมยินดีไปกับอธิบดีแล้วก็หลาย ๆ ฝ่าย ไปที่จังหวัดศรีสะเกษ ไม่ใช่ฝายเดียว ไปทุกฝาย ดีไหมครับ ผมจะไปเอง อันนี้รับปากเลยว่าจะทำงบประมาณอย่างไรให้มันมี ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชน ผมจะเอากรมไปเลย ขอขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ🔗
นิดหนึ่งได้ไหมครับ ๑ นาที🔗
หมอต่อกระทู้ที่ ๒ ต่อเลย ก็จบกระทู้ที่ ๔ นะครับ ขอบพระคุณท่านคุณหมอจาตุรงค์และท่านรัฐมนตรีมากครับ🔗
๑.๓.๕ กระทู้ถาม ที่ ๒๖๗ เรื่อง การขุดลอกแหล่งน ้าบึงระนาม และฝายหนองหญ้าลาด อำเภอกันทรลักษณ์ จังหวัดศรีสะเกษ (นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗
รัฐมนตรีมอบหมายให้ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประภัตร โพธสุธน เป็นผู้ตอบ กระทู้ถาม และอนุญาตให้คุณพิศิฐศักดิ์ มังสะ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมชลประทาน เป็นผู้มีส่วนร่วมสนับสนุนข้อมูล ผมขอเชิญกระทู้ถามที่ ๕ คุณหมอเชิญได้เลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทยต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน ขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประภัตร โพธสุธน ที่มาตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๒๖๗ ของกระผมในวันนี้ เรื่อง การขุดลอก แหล่งน ้าบึงระนามและฝายหนองหญ้าลาด อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพนะครับ ก็ต้องเรียนว่าแหล่งน ้าในธรรมชาติ นอกจากที่กล่าวถึงคือ ขนาดกลางคือที่ห้วยตามายแล้ว เรายังมีแหล่งน ้าขนาดเล็กอีกเยอะ แต่ผมยกมาแค่ ๒ แหล่งน ้า ก็คือ อ่างเก็บน ้าบึงระนาม ซึ่งอ่างเก็บน ้าบึงระนาม จะมีแหล่งน ้า ที่ถือว่าเป็นขนาดเล็ก แต่พื้นที่ตามหนังสือของกระทรวงมหาดไทย ๑,๘๙๗ ไร่ แล้วก็อ่างเก็บ น ้าหนองหญ้าลาดมีอยู่ ๑๐๐ ไร่ ซึ่งต้องเรียนว่าบึงระนามอยู่ที่ตำบลกุดเสลา และอันนี้ หนองหญ้าลาด หนองหญ้าลาด ๑๐๐ ไร่ และบึงระนาม ๑,๘๙๗ ไร่ ซึ่งตัวบึงระนามเอง ผมได้คุยกับทางท่านนายกรัฐมนตรี กับทั้งหมดนี้ได้มีการขุดลอกไปตั้งแต่ ๑๐ กว่าปีที่แล้ว และหลังจากนั้นไม่ได้ทำเลย และมีแค่ท่อลอดเหลี่ยมเฉย ๆ ซึ่งน ้าไหลมาก็จะไหลลงไปทาง อำเภอเดชอุดม ทางตำบลกุดเสลา แล้วก็เก็บน ้าไม่ได้มาก ตอนนี้ก็ตื้นเขินหมด มีผักตบชวา มีสวะ มีต้นหญ้าอะไรต่าง ๆ เยอะเลย ทางพื้นที่ก็อยากให้ ๑. ขุดลอกแล้วทำ เป็นประตูอาคารบังคับน ้าประกอบ คือไม่ใช่ให้น ้าไหลออกไปเฉย ๆ น่าจะยกระดับขึ้นมาได้ แล้วก็มีบังคับน ้าได้ น ้าก็จะยกระดับ มีน ้าที่เก็บได้มากขึ้นกว่าเดิม ถ้าแบบเดิมนี่มันสูง นิดเดียว พอน ้าพ้นปุ๊บก็ไหลหนีไปหมดเลย ก็ไม่พอนะครับ ซึ่งทั้ง ๒ แห่งนี้มีความจำเป็น สำหรับพี่น้อง อันนี้ตำบลกุดเสลา อันถัดไปคือหนองหญ้าลาด หนองหญ้าลาดนี้ก็เหมือนกัน มีอยู่ ๑๐๐ ไร่ ซึ่งอยู่ในเมือง อยู่ในเขตเทศบาลต่อกับเขตเทศบาลกันทรลักษ์กับเทศบาล หนองหญ้าลาดต่อกัน หนองหญ้าลาดนี้เมื่อก่อนเขาทำเป็นฝายน ้าล้นออกมาเฉย ๆ ทีนี้ พอน ้าเกินก็ล้นหายไป ก็ไม่พอที่จะเก็บน ้า ไม่สามารถยกระดับได้ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรี เขาก็อยากได้เป็นอาคารประกอบหรือเป็นประตูเก็บกักน ้ายกให้มากขึ้น แล้วที่สำคัญก็คือให้ได้มีปริมาณน ้าที่เพียงพอ สุดท้ายก็คือเหมือนกับอ่างเก็บห้วยตามาย ก็คือเป็นแหล่งท่องเที่ยว แหล่งอาชีพประมง เกษตรกรรม ทำเรื่องของกิจกรรมทางน ้า มีลู่วิ่งออกกำลังกายให้ได้ทั้ง ๒ แห่ง ก็ขอเรียนถามว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทานมีแผนหรือโครงการในการขุดลอกพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่บริเวณ แหล่งน ้าบึงระนามและฝายหนองหญ้าลาดเป็นแหล่งน ้าต้นทุนสำหรับอุปโภคบริโภค แล้วก็รักษาสมดุลมากน้อยอย่างไร อยากทราบรายละเอียด ข้อ ๒ กระทรวงเกษตร และสหกรณ์มีนโยบายในการพัฒนาปรับปรุงภูมิทัศน์บึงระนาม ฝายหนองหญ้าลาด และสร้างอาชีพเสริมให้กับเกษตรกรหรือไม่ ถ้ามีจะทำอย่างไร แล้วก็จะดำเนินการแก้ปัญหา ความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชนอย่างไร ซึ่งทั้ง ๒ แห่งนี้ก็มีคนบอกว่ามีช่วงหนึ่ง เมื่อปี ๒๕๔๖ ว่ามีการถ่ายโอน ถ่ายโอนภารกิจนี่ถ่ายโอนเฉพาะตัวฝาย ฝายตรงนั้นถ่ายโอน แต่ว่าตัวอ่างทั้ง ๒ แห่งไม่ได้รับการถ่ายโอน และเป็นแหล่งน ้าที่ถือว่ามีขนาดเป็นพัน ๆ ไร่ อบต. ไม่มีศักยภาพเพียงพอที่จะไปทำอะไรเพิ่มเติมหรอกครับ ผมก็เลยอยากจะกราบเรียนถาม ท่านประธานผ่านท่านรัฐมนตรีว่า เขาถ่ายโอนในที่นี้ทางกรมชลประทานก็ไม่ได้ยุ่ง ก็ทำประตูน ้า ทำแก้มลิงใหม่ต่างหากเลย โดยที่ไม่ได้เกี่ยวกัน เพราะตัวฝายก็ถ่ายโอนไป ซึ่งทางเทศบาล ทาง อบต. ก็รับไป ถามดูเขาก็ยังงง ๆ อยู่ว่าถ่ายโอนตอนไหน ทำอะไร อย่างไร เราถึงได้ตั้งกรรมาธิการเรื่องของการถ่ายโอนเป็นแหล่งน ้า แล้วก็เรื่องที่ผมเสนอญัตติ ขึ้นมาในลักษณะว่าน ้า ๒ ล้านคิวควรจะให้ทางหน่วยที่มีศักยภาพมาดูแลอย่างไร ก็ขอเรียน ถามท่านรัฐมนตรีว่าจะพัฒนาแหล่งน ้าตรงนี้ให้ได้เป็นแหล่งน ้าดิบ เป็นแหล่งที่ทำให้ได้สมดุล ของภูมิทัศน์ สมดุลของระบบนิเวศ แล้วก็ทำให้พี่น้องประชาชนมีอาชีพเสริม แล้วก็สามารถ เก็บกักน ้าได้ แล้วก็แหล่งพักผ่อนหย่อนใจ ตลอดจนสันทนาการได้หรือไม่ อย่างไร ขอกราบเรียนท่านรัฐมนตรีครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่าน ส.ส. นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ก็ต้องขอบคุณท่านอีก ท่านไปศึกษามาโดยละเอียดแล้ว บึงระนามมีเนื้อที่ ประมาณ ๑,๘๐๐ ไร่จริง เก็บน ้าได้ประมาณ ๕ ล้านคิว แต่งานนี้กรมชลประทานได้ถ่ายโอน ไปจริง ปี ๒๕๔๖ ทั้ง ๒ แห่งเลย บึงระนามกับหนองหญ้าลาด หนองหญ้าลาดนี่เล็กหน่อย ประมาณ ๑๐๐-๑๕๐ ไร่ มีน ้า ๒๔๐,๐๐๐ คิวเท่านั้นเอง เมื่อเป็นดังนี้กรมชลประทาน ตั้งแต่ปีนั้นก็ไม่ได้เข้าไปดูแลเลย อันนี้ยอมรับและขอให้ทางท้องถิ่นได้พัฒนาโดยใช้งบของ ตนเอง อย่างที่ทราบท่านพูดถูกเป๊ะเลย อะไรที่เล็กกว่า ๒ ล้านคิวกรมชลประทานเขาก็ไม่ได้ เข้าไป แล้วก็ปล่อยให้ท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการ ไม่ใช่เฉพาะฝายกั้นน ้า ทั้งพื้นที่เลยที่มอบไป แต่อย่างไรก็ตามผมฟังอย่างนี้ผมก็เห็นใจ เพราะงบประมาณแต่ละแห่งมันมีน้อย ผมก็จะฝากท่านนายช่างกลับไปศึกษาใหม่ว่าเราจะมีสิ่งไหนที่เข้าไปดำเนินการช่วยเหลือ เขาได้บ้าง อย่างขุดลอกอย่างนี้ถ้าไม่ใหญ่นัก งบเหลือจ่าย ๕ ล้านบาท ๑๐ ล้านบาททำได้ แล้ว อันนี้ผมยินดีที่จะรับไปช่วยดำเนินการ แล้วก็ขอเงินแก้ไขให้ แต่ต้องไปตกลงกับท้องถิ่น ให้ชัดเจน ถ้าโอนไปทั้งตัวฝายแล้วก็ประตูระบายน ้าแล้วเราก็ต้องไปตกลงกับเขาว่าเราจะรับมา ดูแลได้แค่ไหน ประการที่ ๒ เรามีกลุ่มนาแปลงใหญ่ ๓๒ กลุ่ม อำเภอกันทรลักษ์ เป็นอำเภอที่ใหญ่ที่สุด มีประชากรถึง ๒๐๐,๐๐๐ คน ผมก็เห็นใจคุณหมอต้องดูแลตั้ง ๒๐ ตำบล ใช่ไหมครับ ยินดีอย่างยิ่งที่จะเข้าไปเสริม อาชีพมีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะผ้าไหมท่านทำ ไว้หมด แต่ขาดน ้า เราเห็นใจ ปีนี้รัฐบาลให้แปลงใหญ่แปลงละ ๓ ล้านบาท ท่านก็ไม่รับอีก ต้องไปจดเป็นนิติบุคคล กลุ่มวิสาหกิจชุมชน ก็ไม่ยอม รับไปได้กลุ่มเดียว น่าเสียดาย ๓๒ กลุ่ม ถ้าเอา ๓ คูณ ท่านได้เงินไป ๑๐๐ ล้านบาท กลุ่มที่รับไปแล้วไปซื้อเครื่องจักร เครื่องมือได้ครบเลย ทั้งรถไถ ทั้งรถเกี่ยว รถอะไร ผมอยากจะฝากคุณหมอไปดำเนินการ เรื่องนี้นะครับ ยังพอมีทางแก้ไขนาแปลงใหญ่นี้ ไม่ว่าจะเป็นยางพารา ทุเรียน นาข้าว น่าเสียดายครับ ขาดเงินไป เฉพาะอำเภอเดียว ๙๐ กว่าล้านบาท ตอนนี้ก็เข้าไปทำอะไรไม่ได้ เพราะไม่มีเงิน ฝากคุณหมอไปด้วยนะครับ แล้วก็อย่างที่บอกแล้วปิดสมัยประชุม ผมยินดีไปเยี่ยมท่าน ขอขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรี เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ต้องขอขอบคุณท่านประธานท่านรัฐมนตรี ก็ต้องเรียนว่า อัน นี้รูปที่ อบต. เขาส่งมาให้ดูเลย คือเดิมพอขุดแล้วก็มีแค่ท่อลอด ท่อลอดซึ่งมันก็ไม่สูงมาก พอ ท่อลอดน ้ามันล้นปุ๊บก็ไหลหนีหมด เพราะฉะนั้นแหล่งน ้านี้มันจะไม่พอ เขาก็เลยอยากขอให้ ยกเป็นประตูระบายน ้าหรือยกขึ้นมา ก็คือเท่ากับเพิ่มพื้นที่ให้มันสูงขึ้นน ้าจะได้มากขึ้น เหมือนกับหนองหญ้าลาด หนองหญ้าลาดเป็นฝายล้นออกมาเฉย ๆ ไม่มีอาคารบังคับ ไม่มีอะไรทั้งสิ้นเลย พอน ้าเกินศักยภาพก็ไหลทิ้งหมด แทนที่จะยกขึ้นมาให้มันสูงขึ้นอีก ถ้าสูงอีกสัก ๔-๕ เมตรน ้าก็จะเพิ่มขึ้นอีก ปริมาณก็จะมากขึ้น ส่วนเรื่องอาชีพก็ต้องขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีนะครับ เรื่องนาแปลงใหญ่ ๓ ล้านบาทนี้ ผมว่ามันน่าจะมีปัญหาขัดข้อง ในเรื่องของเทคนิคอะไรสักอย่าง ซึ่งคงจะต้องไปแก้ไขและขอความกรุณาท่านรัฐมนตรีว่า ถ้าเขาแก้ไขได้ในเรื่องของการจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชน ต้องมีเรื่องของการเปิดบัญชี ต้องมีคนอะไรต่าง ๆ ซึ่งมันจะเหมือนกับที่ผมเคยทำเรื่องโคล้านละร้อย เงินกู้ล้านละร้อย ที่ในกรรมาธิการก็ยังไม่เวิร์ก (Work) แต่จังหวัดศรีสะเกษเขาก็เลี้ยงโคกันเยอะ โดยเฉพาะ ตอนนี้ ก็จะเกิดประโยชน์ ในเรื่องของเกษตร เรื่องประมง เรื่องปลา เรื่องวัว สุดท้ายก็คือ การพัฒนาตรงนี้ ซึ่งย้อนกลับไปนิดหนึ่งว่าทุกที่ดินที่เขาได้เป็นภาคส่วนของราชการ เขาก็อยากไปทำ เช่น ไปถมที่ทุ่งนารายณ์ ถมแล้วก็อยากขอเป็นที่สาธารณะ ถมเป็นที่ สาธารณ คือเป็นหน่วยราชการขอ ผมก็ไม่แน่ใจว่าทำได้ไหม เพราะว่าหน่วยราชการขอมาทำ เป็นสาธารณะ ไม่ได้ซื้อ ไม่ได้อะไร ซึ่งถ้าขุดมาตรงนี้มันจะเป็นระเบียบอย่างไร ผมก็ไม่แน่ใจ เพราะว่าทุกที่ที่ถามถ้าเป็นหน่วยราชการขอเพื่อไปทำเป็นแหล่งประโยชน์โดยที่ไม่ได้ซื้อ ระบบเราจะเปิดให้ได้ไหมในหน่วยราชการ ก็ขอกราบขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรี ประภัตร โพธสุธน รวมทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งผมเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรม สภาผู้แทนราษฎร ท่านก็กรุณามาให้ทุกครั้ง แล้วก็มาดูแลเรื่องแหล่งน ้าตรงนี้ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณคุณหมอนะครับ หมอเป็นคนถามกระทู้ที่ตรงเวลาแล้วก็อยู่ในกติกา ได้ประโยชน์กับประชาชน ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีมากครับที่กรุณาให้ความสนใจ ขอบคุณเจ้าหน้าที่ด้วยครับ🔗
๑.๓.๖ กระทู้ถาม ที่ ๒๗๓ เรื่อง การสนับสนุนเงินประกันตัว ของจำเลยคดีความมั่นคงโดยสำนักงานกองทุนยุติธรรม (นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม🔗
รัฐมนตรีได้มาตอบเอง นะครับ โดยที่เรื่องนี้ได้ขออนุญาตให้ท่านผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนยุติธรรม คุณมนินธ์ สุทธิวัฒนานิติ เป็นผู้สนับสนุนให้ข้อมูล ขอเชิญอนุญาตให้มาได้ครับ เชิญครับ🔗
ขอเรียนอีกครั้งหนึ่งครับ กระทู้ถามของท่านอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ได้ถาม เรื่อง การสนับสนุนเงินประกันตัวของคดีความมั่นคง โดยสำนักงานกองทุนยุติธรรม ขอเชิญ ท่านอาดิลัน ถามได้ ๒ ครั้ง ถามและตอบรวมกันไม่เกิน ๒๐ นาที ขอเชิญเลยครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคพลังประชารัฐ ต้องขอขอบพระคุณ ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมที่สละเวลา มาตอบคำถามกระทู้ของผมในวันนี้นะครับ ผมตั้งกระทู้ถามเรื่อง การสนับสนุนเงินประกันตัว ของจำเลยในคดีความมั่นคงโดยสำนักงานกองทุนยุติธรรม สำนักงานกองทุนยุติธรรม มีภารกิจหลักที่สำคัญก็คือในส่วนของการให้ความช่วยเหลือกับประชาชนที่ผมหยิบยก ประเด็นนี้ขึ้นมาตั้งกระทู้ถามจะเป็นประเด็นเรื่องของการให้ความช่วยเหลือในส่วนของเงิน ประกันตัวจำเลยหรือผู้ต้องหาในคดีความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาสและ ๔ อำเภอของจังหวัดสงขลา ในส่วนของ เงินกองทุนประกันตัว โดยทั่วไปแล้วจะมีคณะอนุกรรมการพิจารณาอนุญาตกองทุน แต่เฉพาะคดีความมั่นคง กระทรวงยุติธรรมได้ตั้งคณะอนุกรรมการ เรียกย่อ ๆ ว่า คดีอนุกรรมการคดีความมั่นคง เพื่อพิจารณาอนุญาตอนุมัติในการให้กองทุนประกันตัว ซึ่งคดีความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้แล้ว ถือว่าเป็นคดีที่มีอัตราโทษสูง หลักทรัพย์โดยทั่วไปที่ศาลกำหนดไว้ ประมาณไม่น้อยกว่า ๕๐๐,๐๐๐-๖๐๐,๐๐๐ บาท ต่อคดี ต่อราย แต่สภาพปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือว่าทั้ง ๔ จังหวัดเขตอำนาจของศาลในพื้นที่ ๔ จังหวัดนั้น โดยมีศาลจังหวัด อำเภอเบตง จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส และศาลนาทวี ก็จะขึ้นอยู่กับคณะกรรมการชุดนี้ชุดเดียว สภาพปัญหาที่ผมในฐานะที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเคยเป็นทนายความในอดีต ที่ทำหน้าที่อยู่นั้น ก็ได้เจอปัญหาว่า คดีการพิจารณากองทุนนั้นจะเป็นคอขวดกลับไปที่คณะเดียว ซึ่งใช้เวลาในการพิจารณา ประกอบกับคณะอนุกรรมการพิจารณากองทุนคดีความมั่นคงนั้นจะประกอบไปด้วย โครงสร้างที่ใหญ่กว่าคณะอนุกรรมการจังหวัด ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นองค์ประกอบด้วย แต่ส่วนของคณะอนุกรรมการคดีความมั่นคงนั้น จะมีเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหาร จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีผู้อำนวยการ กอ.รมน. ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ และองค์ประกอบอื่น ๆ ประกอบด้วย ซึ่งสิ่งหนึ่งที่เราค้นพบแล้วก็เราได้รับข้อร้องเรียน ก็คือว่าการอนุมัติให้ใช้หลักทรัพย์ของกองทุนประกันตัวนั้นค่อนข้างจะยาก อันนี้เป็นคำที่ ชาวบ้านมาร้องเรียนและเราได้ยิน ก็คือว่าจะฟังเสียงของ กอ.รมน. หน่วยความมั่นคง เป็นสำคัญในการพิจารณาอนุมัติ ไม่อนุมัติ โดยประชาชนไม่สามารถที่จะไปท้วงติงในส่วน ของข้อมูลที่เจ้าหน้าที่ให้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้ยินถึงขนาดว่าหากจะได้รับกองทุนนี้จะต้อง เข้าสู่โครงการพาคนกลับบ้าน ซึ่งเป็นโครงการของหน่วยความมั่นคง สำหรับคนที่กระทำ ความผิดหรือไม่สบายใจที่จะอยู่พื้นที่และต้องหลบออกไปจากพื้นที่ อยากจะให้กลับมาบ้าน แต่คนที่ถูกจับหรือดำเนินคดีเขาถือว่าเขาเป็นผู้บริสุทธิ์ เขาปฏิเสธว่าเขาไม่ได้เป็นผู้กระทำ ความผิด และเขาก็อยู่ที่บ้าน และเจ้าหน้าที่ก็มาจับตัวเขา ก็ถือว่าเขาไม่ได้จำเป็นจะต้องเข้า โครงการพาคนกลับบ้าน กรณีอย่างนี้บางครั้งทางกองทุนก็ไม่อนุมัติให้ใช้เงินกองทุนนี้ในการ ที่จะได้ประกันตัวหากไม่เข้าโครงการพาคนกลับบ้าน เหล่านี้คือสภาพปัญหาที่ผมเอง ในฐานะที่เป็นคนในพื้นที่จะได้ยินข้อร้องเรียนมาโดยตลอด ประกอบกับองค์ประกอบ ที่มันใหญ่ของคณะอนุกรรมาธิการนี้ทำให้มีสภาพปัญหาที่ประชาชนไม่ค่อยได้เข้าถึง กระบวนการยุติธรรมในส่วนของการใช้เงินกองทุนประกันตัว จึงขอสอบถามเรียนถามท่าน รัฐมนตรีว่ากระทรวงยุติธรรมมีนโยบายที่จะปรับปรุงแก้ไขระเบียบปฏิบัติหรือข้อกำหนด เพื่อให้จำเลยในคดีความมั่นคงมีโอกาสได้รับการพิจารณาอนุมัติเงินเพื่อเป็นหลักประกัน ในการประกันตัวจากกองทุนยุติธรรมเพื่อให้ได้เข้าถึงสิทธิในกระบวนการยุติธรรม ได้อย่างแท้จริงอย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม ในฐานะประธานกองทุนยุติธรรม ก็ได้พิจารณาทำหน้าที่ดังกล่าวในเรื่อง ของการให้ความช่วยเหลือกับพี่น้องประชาชนที่ถูกคดีในการดำเนินคดี ในการช่วยเหลือ ต้องพิจารณาในหลักเกณฑ์ที่ ๑ ว่าจำเลยไม่มีพฤติกรรมที่หลบหนี ในหลักเกณฑ์ข้อที่ ๒ จำเลยจะไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐานและในหลักเกณฑ์ข้อที่ ๓ จำเลยจะไม่ไปก่อเหตุ อันตราย นี่คือหลักการที่จะพิจารณาให้ความช่วยเหลือ แต่สำหรับในพื้นที่เฉพาะดังกล่าวนั้น นอกจากคณะอนุกรรมการช่วยเหลือระดับจังหวัดที่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ที่จะพิจารณาให้ความช่วยเหลือในเรื่องของการใช้เงินในการประกันตัวหรือว่าช่วยในเรื่อง ของค่าทนายหรือค่าธรรมเนียมต่าง ๆ เหล่านั้นสำหรับการช่วยเหลือพี่น้องประชาชน หรือผู้คนที่ถูกคดี นอกจากอนุประจำจังหวัดแล้วก็มีอนุของด้านความมั่นคง ในอนุของ ความมั่นคงนั้น ซึ่งจะมีเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นประธาน ฉะนั้นในสาระสำคัญที่บางครั้งไม่สามารถช่วยพี่น้องประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ก็สืบเนื่องจากว่ากรรมการ อนุกรรมการ ๒ ตำแหน่ง ซึ่งมีงานในตัวของกรรมการคือ ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ หรือ รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน ภาค ๔ ส่วนหน้า ที่ได้รับมอบหมาย นี่คือตำแหน่งหนึ่งนะครับ อีกตำแหน่งหนึ่ง คือผู้อำนวยการศูนย์สันติวิธีกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า หรือรองผู้อำนวยการที่ได้รับมอบหมาย ในส่วนใหญ่แล้วมีงานมาก ก็ไม่ค่อยจะได้เข้าประชุม ได้ตามวันเวลาที่กำหนดมอบหมาย องค์ประชุมก็ขาดในส่วนนี้ ซึ่งมีความสำคัญก็ไม่สามารถ ที่จะพิจารณาเรื่องการขอความช่วยเหลือให้กับพี่น้องประชาชนได้ ผมได้รับการร้องขอ จากท่านประธาน คือเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้เพิ่ม ในความหมายขอให้เป็นผู้แทนได้ ใน ๒ ตำแหน่งนี้ถ้าได้รับมอบหมายมาก็จะทำให้งาน คล่องตัวนะครับ ในส่วนที่ท่าน ส.ส. อาดิลัน ต้องการอยากให้เกิดความคล่องตัวในส่วนนี้ ได้ดำเนินการแก้ไขไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ ๒๔ มีนาคม ๒๕๖๓ นะครับ คณะกรรมการกองทุน ยุติธรรม ซึ่งมีกระผมเป็นประธานก็ได้ดำเนินการแก้ไขให้เรียบร้อยหรือเพิ่มผู้แทนใน ๒ ตำแหน่งนี้ไปทำงานได้ และในส่วนของการช่วยเหลือในภารกิจของกองทุนยุติธรรมก็มีการ ช่วยเหลือใน ๔ ด้าน ด้านที่ ๑ ช่วยเหลือประชาชนในการดำเนินคดีต่าง ๆ ซึ่งในขณะนี้ เรามีกองทุนที่สะสมอยู่ประมาณ ๕๐๐ ล้านบาท ซึ่งยังคงติดค้างอยู่ในส่วนของการประกันตัว ผู้ต้องขังดังกล่าวอยู่บ้าง และในงบประมาณของปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ก็จะได้รับงบประมาณ เพิ่มไปอีก ๒๐ ล้านบาท ก็อาจจะมีคำถามมีการอภิปรายในสภาผู้แทนราษฎรว่ากองทุน ยุติธรรมทำไมได้เงินน้อยจัด ได้แค่ ๒๐ ล้านบาท ก็กราบเรียนท่านประธานเป็นข้อมูลไว้ ล่วงหน้าเลยนะครับว่าเพดานของเงินที่จะเก็บไว้ในกองทุนนี้เมื่อคิดจากหลักการและเหตุผล ในการใช้จ่าย ๓ ปี โดยมีสูตรการคิดจะเก็บเงินไว้ได้ไม่เกิน ๕๒๕ ล้านบาท เมื่อเรามีสะสม เดิมอยู่ ๕๐๐ ล้านบาทได้มาอีก ๒๐ ล้านบาท สะสมเป็น ๕๒๐ ล้านบาท ก็จะไม่มีปัญหากับ การบริหารงานในส่วนต่าง ๆ หลักในการช่วยข้อที่ ๒ คือการขอปล่อยตัวชั่วคราว ผู้ต้องหา หรือจำเลยในการวางเงินค ้าประกัน หลักการที่ ๓ ช่วยเหลือผู้ถูกละเมิดในสิทธิมนุษยชน ค่าใช้จ่ายอย่างดูเรื่องของรายได้ ถ้าถูกไปจับกุมคุมขังอะไรต่าง ๆ เราจะคิดรายได้ให้เป็น ค่าแรงขั้นต ่าให้ ในวันที่ถูกจับกุมคุมขังหรือค่ารักษาพยาบาลหรือแม้กระทั่งเกิดเสียชีวิตอะไร ต่าง ๆ เหล่านั้นก็จะช่วยเหลือชดเชยไม่เกินรายละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท และในเรื่องของ การช่วยเหลือกฎหมายของพี่น้องประชาชน นี่คือภารกิจหลัก ๆ ของกองทุนยุติธรรม จึงขอกราบเรียนท่านประธานเพื่อโปรดทราบ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านอาดิลัน ถามได้อีกครั้งครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมที่ให้ข้อมูลที่จะมีความคืบหน้าสำหรับพี่น้องประชาชน ได้ทราบถึงการที่จะพยายามอำนวยความยุติธรรมให้กับประชาชนคนจังหวัดชายแดนภาคใต้🔗
ในส่วนของประเด็นข้อคำถามที่ ๒ ต้องยอมรับว่าในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้ นอกจากหน่วยราชการที่เป็นปัจจัยหลัก เฟืองหลักในการให้ความช่วยเหลือกับ พี่น้องประชาชนแล้ว พี่น้องประชาชนยังมีความเชื่อถือในภาคประชาชน ภาคประชาสังคม ที่ทำงานขับเคลื่อนในพื้นที่โดยเฉพาะเรื่องของกระบวนการยุติธรรม การอำนวย ความยุติธรรม ไม่ว่าจะเป็นภาคประชาสังคมที่รู้จักดีในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม หรือมูลนิธิประสานวัฒนธรรม หรือกลุ่มด้วยใจหรือกลุ่มที่เป็น อดีตจำเลยที่เขารวมตัวกันกับคนที่เคยเป็นอดีตจำเลยในคดีความมั่นคงและได้สู่ศาลพิพากษา ยกฟ้องและออกมารวมตัวกันในการทำงานให้ความช่วยเหลือกับครอบครัวของจำเลย กับตัวจำเลยในการที่จะต่อสู้ให้ความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม ในส่วนตรงนี้ ผมอยากจะสอบถามท่านในฐานะที่กระทรวงยุติธรรม เป็นผู้ที่จะอำนวยความยุติธรรมให้กับ ประชาชนได้ทั่วไปแล้ว อยากจะทราบว่ากระทรวงยุติธรรมมีนโยบายจะส่งเสริมหรือ สนับสนุนองค์กรภาคประชาสังคม ภาคประชาชน ในด้านการอำนวยความยุติธรรม ในการที่จะเป็นคนที่ทำหน้าที่ร่วมกันหรือเชื่อมกันกับภาคประชาสังคม ทำหน้าที่เพื่อจะให้ ประชาชนเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้อย่างแท้จริงอย่างไร ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นคำถามที่ ๒ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในการสนับสนุนช่วยเหลือภาคประชาสังคมให้เกิดองค์ความรู้ที่ชัดเจนในการ ที่เราจะได้ใช้กองทุนยุติธรรมหรือในส่วนของคดีความต่าง ๆ เหล่านั้นก็สามารถดำเนินการได้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในขณะนี้แนวทางของการอบรมสัมมนาให้ความรู้กับพี่น้องประชาชน ในด้านทางกฎหมาย กราบเรียนผ่านท่านประธานนะครับว่าท่าน ส.ส. อาดิลัน ในพื้นที่ จังหวัดยะลาหรือ ๓ จังหวัดภาคใต้ตรงนี้ ถ้าหากว่ามีความจำเป็นที่จะต้องใช้ในเรื่องของการ อบรมสัมมนาอะไรต่าง ๆ กองทุนก็ยินดี เพราะกองทุนก็อยากจะเข้าไปในพื้นที่ต่าง ๆ เหล่านั้นเพื่อให้ความรู้อย่างชัดเจนนะครับ เพราะว่ากองทุนบางครั้งก็ไม่สามารถที่จะไปสร้าง ความเข้าใจกับผู้คนอย่างหลากหลายได้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้มีประสบการณ์ต่าง ๆ ที่อาจจะข้ามแดนไปอยู่ต่างประเทศในโครงการรับคนกลับบ้านต่าง ๆ เหล่านี้ ในส่วนของ ความมั่นคง กอ.รมน. เขาก็ให้ความสนใจอย่างมาก และมีโครงการดังกล่าวด้วยแล้ว เราก็คิดว่ากองทุนยุติธรรมก็ควรที่จะไปสนับสนุนเป็นค่าใช้จ่ายตามที่กรอบสามารถทำได้ ก็ยินดีครับ สัก ๒ แห่ง ถ้าเป็นจังหวัดยะลาก็ยินดีมาก ๆ เลยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗
๒.๑ รับทราบเรื่องวุฒิสภาได้ลงมติให้ขยายเวลาการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติออกไปเป็นกรณีพิเศษ จำนวน ๓ ฉบับ🔗
ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๙ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันจันทร์ที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ที่ประชุมวุฒิสภาได้ลงมติ ขยายระยะเวลาการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ จำนวน ๓ ฉบับ ดังนี้🔗
๑. ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ให้ขยายเวลาการพิจารณาออกไปเป็นกรณีพิเศษอีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๔🔗
๒. ร่างพระราชบัญญัติหอการค้า (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ให้ขยายเวลา การพิจารณาออกไปเป็นกรณีพิเศษอีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๔🔗
๓. ร่างพระราชบัญญัติจราจรทางบก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ให้ขยายเวลา การพิจารณาออกไปเป็นกรณีพิเศษอีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๔🔗
จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมได้ทราบนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๒.๒ รับทราบรายงานสรุปผลการดำเนินงานของหน่วยรับ งบประมาณที่เกี่ยวกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ รายงานผลการดำเนินการตาม ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๒๗ วรรคสอง ประกอบข้อ ๑๐๕ วรรคสี่ ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบ ให้ส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการนั้น เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๔ รับทราบรายงานสรุปผลการดำเนินงานตามข้อสังเกตตามที่สำนักงบประมาณเสนอ และให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ รายละเอียดปรากฏว่าตามเอกสารที่ได้จัดวาง ตามที่นั่งของท่านสมาชิกแล้ว จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมได้ทราบนะครับ🔗
๒.๓ รับทราบผลการพิจารณารายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง การพัฒนา เศรษฐกิจการเชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวฝั่งอันดามันสู่อ่าวไทย ของคณะกรรมาธิการการพัฒนา เศรษฐกิจ (รายงานผลการดำเนินการตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ตามข้อบังคับการ ประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๐๕ วรรคสี่) ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติ เห็นชอบให้ส่งรายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง การพัฒนาเศรษฐกิจการเชื่อมโยงแหล่ง ท่องเที่ยวฝั่งอันดามันสู่อ่าวไทย ของคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการนั้น เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๖๔ รับทราบผลการพิจารณารายงานศึกษาเรื่อง ดังกล่าวตามที่กระทรวงคมนาคมเสนอ และให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางตามที่นั่งของท่านสมาชิกแล้ว จึงขอแจ้งให้ ที่ประชุมได้ทราบนะครับ🔗
๒.๔ รับทราบผลการพิจารณาการรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาหาแนวทางการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับการใช้กัญชา กัญชง และกระท่อมอย่าง เป็นระบบ (รายงานผลการดำเนินการตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการตามข้อบังคับการ ประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๐๕ วรรคสี่) ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติ เห็นชอบให้ส่งรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาหาแนวทางการแก้ไข ปัญหาเกี่ยวกับการใช้กัญชา กัญชง และกระท่อมอย่างเป็นระบบ เพื่อให้คณะรัฐมนตรี พิจารณาดำเนินการนั้น เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๔ รับทราบผลการพิจารณารายงานดังกล่าวตามที่กระทรวง สาธารณสุขเสนอและให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบรายละเอียด ปรากฏตาม เอกสารที่ได้จัดวางตามที่นั่งของท่านสมาชิกแล้วนะครับ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ🔗
๒.๕ รับทราบรายงานผลการพิจารณาข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (รายงานผลการดำเนินการ ตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๒๗ วรรคสอง ประกอบ ข้อ ๑๐๕ วรรคสี่)🔗
ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบให้ส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อให้คณะ รัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการนั้น เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรี ได้มีมติ เมื่อวันที่ ๒๒ มิถุนายน ๒๕๖๔ รับทราบรายงานผลการพิจารณาข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการวิสามัญดังกล่าวตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอและให้เสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางตามที่นั่งของ ท่านสมาชิกแล้ว จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมได้ทราบนะครับ🔗
๒.๖ รับทราบสรุปผลการพิจารณารายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง การแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองและมลพิษทางอากาศของคณะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม (รายงานผลการดำเนินการตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการตามข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๐๕ วรรคสี่) ตามที่สภาผู้แทนราษฎร ได้มีมติเห็นชอบให้ส่งรายงานพิจารณาศึกษา เรื่องการแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองและมลพิษ ทางอากาศของคณะกรรมาธิการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการนั้น เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๐ กรกฎาคม ๒๕๖๔ รับทราบสรุปผลการพิจารณารายงาน เรื่องดังกล่าวตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเสนอ และให้เสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางตามที่นั่งของ ท่านสมาชิกแล้ว จึงขอแจ้งที่ประชุมได้ทราบนะครับ🔗
๒.๗ รับทราบเรื่องประธานสภาผู้แทนราษฎรได้อนุญาตให้คณะกรรมาธิการ ขยายเวลาการพิจารณาศึกษาตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๙ (๒) จำนวน ๑๒ คณะ🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการและประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญจำนวน ๑๓ คณะ ได้ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๖ แต่จากสถานการณ์ การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ที่ได้ทวีความรุนแรง มากยิ่งขึ้น และเพื่อเป็นการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ประธานสภาจึงได้มีคำสั่งงดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ทำให้ที่ประชุมไม่สามารถลงมติขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๖ ได้ ดังนั้นเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการ ประธานสภาจึงอาศัยอำนาจในการกำกับดูแลการดำเนินกิจการของสภาตามข้อบังคับ ข้อ ๙ (๒) ได้อนุญาตให้คณะกรรมาธิการขยายเวลาการพิจารณาออกไปจำนวน ๑๒ คณะ และที่ไม่ปรากฏในระเบียบวาระอีก ๑ คณะ รวมทั้งหมดเป็น ๑๓ คณะนะครับ🔗
(๑) คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหายาเสพติด แนวทาง การจัดตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติด การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบ ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ขอขยายเป็นครั้งที่ ๔ แล้วนะครับ ทั้งนี้การขอขยายระยะเวลา การพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวได้มีการบรรจุไว้ในระเบียบวาระที่ ๗.๗ ดังนั้นเมื่อประธานสภาได้พิจารณาอนุญาตขยายเวลาระยะเวลาตามข้อบังคับข้อ ๙ (๒) แล้ว จึงเห็นสมควรให้ถอนเรื่องตามระเบียบวาระที่ ๗.๗ ออกจากระเบียบวาระการประชุม ตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ จะมีสมาชิกท่านใดคัดค้านหรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มีสมาชิก ท่านใดคัดค้าน ถือว่าที่ประชุมมีมติยินยอมให้ถอนระเบียบวาระที่ ๗.๗ ออกจากระเบียบ วาระการประชุมนะครับ🔗
(๒) คณะกรรมาธิการการศึกษาขอขยายระยะเวลาพิจารณาศึกษาญัตติ จำนวน ๒ เรื่อง🔗
(๒.๑) ญัตติเพื่อพิจารณาศึกษากลุ่มญัตติเรื่องเกี่ยวกับการศึกษาออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๔ เป็นการขอขยายครั้งที่ ๒ นะครับ🔗
(๒.๒) ญัตติเพื่อพิจารณาศึกษากลุ่มญัตติเกี่ยวกับปัญหาความเหลื่อมล ้า ทางการศึกษาและผลกระทบจากการยุบเลิกโรงเรียนขนาดเล็กออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๔ เป็นการขอขยายครั้งที่ ๔ นะครับ🔗
(๓) คณะกรรมาธิการการพลังงานขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาญัตติ เพื่อพิจารณาศึกษาการปรับโครงสร้างราคาพลังงานและกองทุนน ้ามันให้เป็นระบบ และยั่งยืนออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๔ เป็นการขอขยายครั้งที่ ๔ นะครับ🔗
(๔) คณะกรรมาธิการการที่ดินทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาญัตติจำนวน ๒ เรื่อง🔗
(๔.๑) ญัตติเพื่อพิจารณาศึกษาสอบหาข้อเท็จจริงกรณีปิดอ่าวมาหยา จังหวัดกระบี่ ออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๔ เป็นการขอขยาย ครั้งที่ ๒ ครับ🔗
(๔.๒) ญัตติเพื่อพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหาที่ดินหมดสัญญาสัมปทาน ในพื้นที่ภาคใต้ออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๖๔ เป็นการขอขยาย ครั้งที่ ๓ ครับ🔗
(๕) คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาคลื่น ทะเลกัดเซาะชายฝั่งและการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลอย่างเป็นระบบ ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๔ เป็นการขอขยายครั้งที่ ๓🔗
(๖) คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหาช้างป่า ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๖๔ เป็นการขอขยายครั้งที่ ๒🔗
(๗) คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษา ญัตติเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการส่งเสริม แก้ไขปัญหา และพัฒนาการท่องเที่ยวของ ประเทศไทยออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๔ เป็นการขอขยาย ครั้งที่ ๔🔗
(๘) คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และแนวทางการบริหารจัดการปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๖๔ เป็นการขอขยายครั้งที่ ๔🔗
(๙) คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการจัดระเบียบสายไฟฟ้า สายสื่อสารและการบริหารจัดการไฟฟ้าส่องสว่างอย่างทั่วถึงทั้งประเทศ ขอขยายระยะเวลา การพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๖๔ เป็นการขอขยายครั้งที่ ๒🔗
(๑๐) คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการบริหารจัดการปาล์มน ้ามัน อย่างเป็นระบบ ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๖๔ เป็นการขอขยายครั้งที่ ๔🔗
(๑๑) คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาการออกประทาน บัตรเหมืองแร่และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองแร่ ขอขยายระยะเวลาการ พิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒ สิงหาคม ๒๕๖๔ เป็นการ ขอขยายครั้งที่ ๖🔗
ข้อ ๑๒ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาที่ดินและการออก เอกสารสิทธิในที่ดิน ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๔ เป็นการขอขยายออกไปเป็นครั้งที่ ๘ แล้วนะครับ🔗
ข้อ ๑๓ คณะกรรมาธิการการคมนาคมขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษา ญัตติเกี่ยวกับการศึกษาและแก้ไขปัญหารถรับจ้างสาธารณะ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ปรากฏใน ระเบียบวาระออกไป ๖๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๔ เป็นการขอขยายครั้งที่ ๖ นะครับ🔗
ท่านกรรมาธิการครับ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบครับ ผมขออนุญาต ยังเหลือเรื่องตั้งซ่อมกรรมาธิการนะครับ ขอโทษที ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่ที่ประชุม จะพิจารณาเรื่องตามระเบียบวาระต่อไปผมขอนำเรื่องตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลง จำนวน ๔ คณะ เนื่องจากว่าสภาเราปิดประชุมยาวนะครับ ท่านขจิตรมีอะไรไหมครับ กำลังจะตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลงเพื่อกรรมาธิการจะได้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปครับ เชิญท่านขจิตรมีอะไรไหมครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในเรื่องที่ท่านแจ้งให้ทราบผมมีเรื่อง จะฝากคืนไปยังคณะกรรมาธิการ เรื่องที่ ๑๒ เป็นการขยายหลายครั้งและเป็นเรื่องสำคัญ เรื่องวิสามัญพิจารณาเรื่องที่ดินและการออกเอกสารสิทธิที่ดิน มันมีปัญหาซ ้าซ้อนและเป็น ปัญหาที่กระทบต่อความยากจนและฐานะของประชาชน ผมฝากท่านประธานไปว่าการขยาย ครั้งที่ ๘ หรือครั้งที่เท่าไรที่ฟังท่านประธาน🔗
ครั้งที่ ๘ ครับ🔗
ผมอยากให้ฝากไปยังคณะกรรมาธิการชุดนี้ รีบสรุปแล้วก็เสนอขั้นตอนการแก้ไขการออกเอกสารสิทธิ เพราะว่าการศึกษานานมันเป็น เรื่องที่เป็นความล่าช้าที่ประชาชนรอความหวังอยู่ นั่นเรื่องที่ ๑ ครับ เรื่องที่ ๒ เรื่อง คณะกรรมาธิการการศึกษาขยายระยะเวลาศึกษาญัตติ ๒ เรื่อง เรื่องที่ ๒ คือเรื่องการ พิจารณากลุ่มญัตติเกี่ยวกับปัญหาความเหลื่อมล ้าทางการศึกษาและผลกระทบจากการยุบ โรงเรียนขนาดเล็ก ผมเป็นคนหนึ่งที่เสนอปัญหาเรื่องไม่เห็นด้วยกับการยุบโรงเรียนขนาดเล็ก มาตลอด แล้วผมก็ประกาศว่าเรื่องนี้มันมีผลกระทบมาก ผมฝากท่านประธานไปยัง กรรมาธิการที่ศึกษาเรื่องนี้ครับ ให้เชิญผมไปพูดถึงผลกระทบในเรื่องนี้ด้วย ไม่ว่าการศึกษา ท่านจะถามใครอย่างไร ข้อมูลที่ผมมีทั้งประเทศไทยเลย ชมรมโรงเรียนขนาดเล็ก ประธาน สมาคมโรงเรียนขนาดเล็กที่คัดค้านเรื่องนี้รวมศูนย์ข้อมูลอยู่ที่ผมเยอะมาก เพราะฉะนั้น คณะกรรมาธิการชุดนี้ก่อนสรุปผมขอความกรุณาพบกรรมาธิการชุดนี้ด้วย ฝากท่านประธาน ไปด้วยครับ🔗
ขอบคุณ นะครับ ความจริงก็ตามข้อบังคับเขาไม่ให้มีการอภิปรายนะครับ แต่ว่าผมเห็นว่ามันเป็น ประเด็นที่มีความสำคัญก็เปิดให้ท่านขจิตรนิดหน่อย🔗
ท่านประธานครับ ผม อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ครับ🔗
ท่านครับ ความจริงตามข้อบังคับไม่ให้มีการอภิปรายนะครับ🔗
คือผมหารือเรื่องจะชี้แจงกับ ท่านขจิตรเมื่อสักครู่นี้ครับ ผมในฐานะรองประธานกรรมาธิการเรื่องที่ทำกินครับ🔗
เชิญครับ เอาสั้น ๆ แล้วกันนะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธาน กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเรื่องปัญหาที่ดินที่ทำกินในการออกเอกสารสิทธินั้น คณะกรรมาธิการได้ทำงานกระจายออกไปทุกภาคเกือบทุกจังหวัด ขณะนี้เรากำลังสรุป และจะฟังความเห็นครั้งสุดท้ายอีกครั้งหนึ่งครับ ท่านประธานครับ การที่ดินนั้นทั้งหมด มีหน่วยงาน ๑๗ หน่วยงานด้วยกันที่มีออก มี พ.ร.บ. มีกฎหมายของตัวเองก็ซ ้าซ้อน พอสมควร บางที่ในการบริหารจัดการก็ซ ้าซ้อนกันบ้าง อันนี้เรากำลังจะสรุปว่าที่ดินทั้งหมดนั้น เราก็พยายามเสนอต่อรัฐบาลว่าการออกวันแมป (One Map) นั้นที่คณะรัฐมนตรีบอก สามารถออกได้ เจ้าหน้าที่สามารถจะดำเนินการได้ทันที ดังนั้นเนื่องจากเวลาไม่สามารถ จะรวบรวมได้ ขณะนี้ฝ่ายอนุกรรมาธิการรวบรวมเรียบเรียงทั้งหมดนั้นกำลังทำและจะทำ ประชาพิจารณ์อีกครั้งหนึ่งครับ ท่านประธานครับ ก็แจ้งให้เพื่อนสมาชิกได้รับทราบเบื้องต้นว่า อีกไม่นานก็จะสรุปได้และเสนอต่อสภาต่อไปครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นเรื่องการตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลง จำนวน ๔ คณะ🔗
๑. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง แทนนายวุฒิพงษ์ นามบุตร ตามด้วยวาระที่ ๗.๕🔗
๒. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจแทน ตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออกนะครับ นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย ตามระเบียบวาระที่ ๗.๖🔗
๓. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองการ สื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชนแทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออกนะครับ นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ตามระเบียบวาระที่ ๗.๘🔗
๔. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออกนะครับ นายยุทธนา โพธสุธน ซึ่งไม่ปรากฏ ในระเบียบวาระนะครับ🔗
และขอนำเรื่องการขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาของ คณะกรรมาธิการตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๐๖ ซึ่งยังไม่ได้ บรรจุในระเบียบวาระ จำนวนอีก ๑ คณะขึ้นมาพิจารณาก่อน เพื่อประโยชน์ในการทำงานของ คณะกรรมาธิการ ซึ่งคงจะใช้เวลาไม่มากนัก จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินการตามนี้นะครับ🔗
๗.๕ ตั้งคณะกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สิน แห่งชาติแทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่งนะครับ เพราะลาออก นายวุฒิพงษ์ ลาออก นะครับ ด้วยรองประธานคณะกรรมาธิการคนที่ ๑ ปฏิบัติหน้าที่แทนประธาน คณะกรรมาธิการได้มีหนังสือ คือคุณสมหญิง บัวบุตร ได้มีหนังสือแจ้งว่าขอให้ตั้งกรรมาธิการ แทนตำแหน่งที่ว่างเนื่องจากนายวุฒิพงษ์ นามบุตร ได้ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ จึงเป็นอันพ้นจากการเป็นกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) กรรมาธิการที่ว่างลงเป็น สัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จึงขอเชิญเสนอชื่อกรรมาธิการ พร้อมทั้งขอผู้รับรอง และช่วยพิจารณาด้วยนะครับว่าไม่ได้เป็นกรรมาธิการเกินกว่า ๒ คณะ ตามข้อบังคับ ข้อ ๙๐ เชิญทางตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอ เพราะเป็นสัดส่วน🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตเสนอกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้แห่งชาติแทนในโควตา พรรคประชาธิปัตย์ คือ นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย ค่ะ ขอผู้รับรองค่ะ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีท่านผู้ใดเสนอท่านอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ก็ถือว่าผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลง ก็คือนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย ถ้าพูดผิดขออภัยด้วยนะครับ เป็นกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างนะครับ🔗
๗.๖ ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออกนะครับ ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ได้มีหนังสือแจ้งว่าขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจากนางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย ได้ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ จึงเป็นอันพ้น จากการเป็นกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) กรรมาธิการที่ว่างลงเป็นสัดส่วนของ พรรคประชาธิปัตย์ ขอเชิญเสนอชื่อกรรมาธิการพร้อมทั้งขอผู้รับรองและช่วยพิจารณาด้วยว่า ไม่ได้เป็นกรรมาธิการเกินกว่า ๒ คณะ ตามข้อบังคับ ข้อ ๙๐ เชิญครับ🔗
ดิฉันนางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ ดิฉันขอ เสนอชื่อกรรมาธิการคณะพัฒนาการเมืองแทน คือนายวุฒิพงษ์ นามบุตร ค่ะ ขอผู้รับรองค่ะ🔗
ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีท่านผู้ใดจะเสนอท่านอื่นไหมครับ ถ้าไม่มี ก็ถือว่าผู้ที่ได้รับเลือกตั้ง เป็นกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างก็คือนายวุฒิพงษ์ นามบุตร นะครับ🔗
๗.๘ ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชนแทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ได้มีหนังสือแจ้งว่า ขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจาก นายพนิต วิกิตเศรษฐ์ ได้ขอลาออกจาก ตำแหน่งกรรมาธิการ จึงเป็นอันพ้นจากการเป็นกรรมาธิการ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) กรรมาธิการที่ว่างลงเป็นสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ขอเชิญเสนอชื่อกรรมาธิการพร้อมทั้ง ขอผู้รับรอง และช่วยพิจารณาด้วยว่าไม่ได้เป็นกรรมาธิการเกินกว่า ๒ คณะนะครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานคะ ดิฉัน นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ ท่านประธานคะ ดิฉันขอประทานโทษดิฉันเสนอชื่อผิดค่ะ เมื่อสักครู่คณะกรรมาธิการพัฒนาเศรษฐกิจ ดิฉันขออนุญาตเสนอชื่อ ท่านพนิต วิกิตเศรษฐ์ ขอผู้รับรองค่ะ ขอโทษค่ะ🔗
พรรคประชาธิปัตย์ เปลี่ยนเยอะเลยนะครับ🔗
ส่วนกรรมาธิการ พัฒนาการเมือง ดิฉันเสนอชื่อนายวุฒิพงษ์ นามบุตร ค่ะ ขอผู้รับรองค่ะ ขอบคุณท่าน ขอโทษค่ะ🔗
มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ก็สรุปว่ากรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจแทนตำแหน่งที่ว่างเป็น ท่านพนิต วิกิตเศรษฐ์ ใช่ไหมครับ ส่วนกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชนนั้นจึงเป็น ท่านวุฒิพงษ์ นามบุตร ใช่นะครับ🔗
ต่อไปตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออกนะครับ ซึ่งไม่ปรากฏในระเบียบวาระ ด้วยประธานคณะกรรมาธิการคือ ท่านอนันต์ ผลอำนวย ได้มีหนังสือแจ้งว่าขอให้ตั้ง กรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจาก นายยุทธนา โพธสุธน ได้ขอลาออกจากตำแหน่ง กรรมาธิการ จึงเป็นอันพ้นจากการเป็นกรรมาธิการ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) กรรมาธิการ ที่ว่างลงเป็นสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ขอเชิญเสนอชื่อกรรมาธิการพร้อมทั้ง ขอผู้รับรองและช่วยพิจารณาด้วยว่าไม่ได้เป็นกรรมาธิการเกินกว่า ๒ คณะ ตามข้อบังคับ ข้อ ๙๐ เชิญตัวแทนพรรคพลังประชารัฐครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอตั้งกรรมาธิการคณะกิจการสภา แทนตำแหน่งที่ว่างลง ก็ขอเสนอ นายไผ่ ลิกค์ แทนตำแหน่งที่ว่างลงครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง นะครับ มีท่านผู้ใดเสนอท่านอื่นไหมครับ ถ้าไม่มี ก็ถือว่าผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมาธิการ แทนตำแหน่งที่ว่างลง ก็คือ นายไผ่ ลิกค์ นะครับ🔗
ต่อไปคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาติดตามผลติดตามตรวจสอบ การใช้เงินตามพระราชกำหนด ๓ ฉบับ เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา-๒๐๑๙ (Virus Corona-2019) ขอขยายระยะเวลาการที่พิจารณาศึกษาออกไปอีก ๑๒๐ วัน ซึ่งยังไม่ได้ บรรจุในระเบียบวาระนะครับ ด้วยประธานคณะกรรมาธิการคือ นายไพบูลย์ นิติตะวัน ได้มีหนังสือขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการ เนื่องจาก สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ทวีความรุนแรงมากขึ้น คณะกรรมาธิการจึงต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดและมาตรการควบคุม เพื่อลดโอกาสการติดเชื้อ ส่งผลให้คณะกรรมาธิการไม่สามารถพิจารณาศึกษาได้ทัน ตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้ ดังนั้นเพื่อประโยชน์ในการทำงานของคณะกรรมาธิการ จึงขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาออกไปอีก ๑๒๐ วัน นับแต่วันที่ ๕ กันยายน ๒๕๖๔ เป็นการขอขยายระยะเวลาเป็นครั้งที่ ๒ นะครับ จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น หรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มี สมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นถือว่าที่ประชุมเห็นชอบตามที่ขอขยายระยะเวลานะครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
เชิญท่านศิริพงศ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ท่านประธานหมดเรื่องแจ้งแล้วใช่ไหมครับ🔗
หมดเรื่องแจ้งแล้ว ครับ ต่อไปเป็นเรื่องด่วนครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมขออาศัยอำนาจตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๕๔ (๒) โดยขอนำญัตติด่วนที่ ๔ เรื่องด่วนที่ ๕ และเรื่องด่วนที่ ๖ ขึ้นมาเพื่อพิจารณาก่อนครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มีผู้รับรองถูกต้อง นะครับ มีท่านผู้ใดเสนอเป็นอื่นไหมครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ก่อนที่จะมี ผู้รับรองหรือลงมติครับ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมขออนุญาตหารือท่านประธานแบบนี้ได้ไหมครับว่า🔗
ประเด็นแรกเลยท่านประธานครับ ในสิ่งที่ตามวาระมันจำเป็นที่จะต้องตาม ด้วยเรื่องรับทราบรายงานต่าง ๆ ซึ่งค้างมานาน เอกสารของกองทุนความเสมอภาคทาง การศึกษา คณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ติดรถผมมาเกือบ ๒ เดือนแล้วนะครับ วันนี้ผมก็เอามาด้วย เพราะผมเข้าใจว่าผมจะได้อภิปรายตรงนั้นต่อ นั่นเป็นประเด็นที่ ๑🔗
ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน ถ้าทางสมาชิกเห็นตรงกัน แล้วผมก็เห็นด้วย ในกรณีที่จะหยิบยกญัตติด่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการตั้งคณะกรรมาธิการติดตาม การใช้เงินกู้ แต่ว่าถ้าเราดูตามเรื่องด่วนท่านประธานครับ เรื่องด่วนมันมีทั้งหมด ณ ขณะนี้ ที่อยู่ในเอกสารนี้ ๖ เรื่อง แต่เข้าใจว่าทางพรรคก้าวไกลเองหรือพรรคอื่น ๆ ก็อาจจะมีการยื่น ญัตติด่วนเพิ่มเข้ามาอีกซึ่งยังไม่ได้ถูกบรรจุ ทีนี้ปรากฏว่าในญัตติด่วนที่ ๑ เป็นประเด็น เรื่องของการขอตั้งให้มีกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาข้อเท็จจริงในข้อบกพร่องการกำหนด เส้นทางเสด็จและการถวายความปลอดภัยของสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ซึ่งพรรคก้าวไกลได้เสนอแล้วค้างมานะครับท่านประธาน ตั้งแต่การบรรจุวาระเมื่อวันที่ ๑๑ พฤศจิกายน เรื่องด่วนที่ ๒ ของคุณหมอชลน่านก็สำคัญครับ เรื่องด่วนที่ ๓ ที่มีการ วินิจฉัยการตีความที่เกี่ยวข้องกับเรื่องรัฐธรรมนูญของ ท่านไพบูลย์ นิติตะวัน ก็สำคัญครับ ผมไม่มั่นใจว่าในกรณีเราเห็นว่าควรเลือกเรื่องด่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องตามมาในลำดับที่ ๔-๖ นั้น มันจะข้ามไปแล้วมันจะทำให้เรื่องด่วนทั้ง ๓ นั้นตกลงไปหรือไม่ อันนี้ขอความชัดเจนก่อน นะครับท่านประธาน เป็นประการที่ ๒ ครับ🔗
ประการที่ ๓ ครับท่านประธาน ในกรณีญัตติด่วนที่ ๔–๖ ไม่ว่าจะเป็นของ ท่านศิริพงศ์ ของท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ และของท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตกลง ถ้าสภาแห่งนี้รับเฉพาะ ๓ เรื่อง แต่ผมเข้าใจว่ามีญัตติด่วนที่คล้ายกันรอบรรจุวาระอยู่จะมี คำมั่นยืนยันจากท่านประธานหรือไม่ครับว่าญัตติด่วนที่คล้ายกันนั้นจะเข้าสู่การพิจารณา นั่นเป็นประเด็นที่ ๓ นิดเดียวครับท่านประธาน🔗
ประเด็นที่ ๔ ท่านประธานในกรณีการขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญติดตาม การใช้เงินกู้ ซึ่งท่านสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ เสนอนี่นะครับ โดยข้อเท็จจริงท่านทราบไหมว่า ขณะนี้กำหนดเวลาการใช้เงินกู้เหลืออีกแค่ ๔ วัน ก็คือเหลืออีกไม่กี่วันเองจะจบแล้ว ฉะนั้นผมไม่มั่นใจแต่ว่าอยากจะได้ยินเสียงผู้เสนอ หรือถ้าท่านประธานจะกรุณาว่าถ้าจะขอ เลื่อนเรื่องนี้ขึ้นมาก่อนแล้วทุกพรรคได้เสนอทั้งหมด แล้ววันนี้ขอให้จบเลยได้ไหมครับ ถ้าสภาแห่งนี้ตั้งกรรมาธิการก็จะได้รีบดำเนินการในการติดตาม หรือถ้าสภามีมติไม่ตั้ง ก็จะได้ ส่งเรื่องไปยังคณะกรรมาธิการสามัญที่เกี่ยวข้องหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถ้ามีความชัดเจนว่าเรา ขอเลื่อนเรื่องด่วนนี้ขึ้นมาแล้วเอาให้จบวันนี้ เดินหน้าติดตามการใช้เงินกู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท อย่างเป็นระบบ อย่างนี้ผมพอรับได้ครับ ก็เลยต้องขออนุญาตเรียนปรึกษาท่านประธานครับ ไม่เช่นนั้นก็คงจะต้องหารือกันว่าเราควรจะต้องลงมติเป็นประการใด หารือท่านประธาน แล้วก็หารือเพื่อนสมาชิกด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านสิริพงศ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ขอบคุณท่านสมาชิกนะครับ ที่ท่านได้กรุณาให้ความเป็นห่วง แล้วท่านก็เห็นความสำคัญของเรื่องนี้ ก็ต้องกราบเรียนว่าเรื่องที่ท่านสมาชิกได้กรุณาหยิบ ยกขึ้นมานั้นมีความสำคัญครับ หากแต่เพียงว่าในเรื่องของ พ.ร.บ. เงินกู้ตัวนี้ต้องเรียนว่าที่ ผมเสนอขอให้มีการตั้งกรรมาธิการนี้ เนื่องจากว่ามันเป็นเงินกู้ตัว ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันเพิ่งเข้าสภาของเราไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา คือเราเห็นว่าในเงินกู้ ๑ ล้านล้านบาท ที่ผ่านมานี้ กรรมาธิการของเราติดตามผลได้จริงครับ แต่ว่าการเบิกจ่ายเป็นไปได้ด้วย ความล่าช้ามาก แล้วท่านก็จะเห็นได้ว่าในความรู้สึกของเราการเบิกจ่ายต่าง ๆ นั้นเรายังมี ความรู้สึกว่าขัดใจ แล้วพวกเราในฐานะผู้แทนสามารถควรที่จะได้เสนอแนะเขามากกว่านั้น ติดตามเขาได้มากกว่านี้ ผมจึงเห็นว่าเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องจำเป็นเร่งด่วนที่เราจะต้องเอามา พูดคุยกัน นำข้อเสนอแนะของท่านไปมอบให้กับกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นมาใหม่แล้วก็ให้เป็น ข้อสังเกตเขา ในคราวที่แล้วต้องเรียนว่ากรรมาธิการได้มีการไปพูดคุยให้ข้อเสนอแนะ กับสภาพัฒน์ไปหลายเรื่องเขาก็ทำได้ครับ แต่ว่าการติดตามผมคิดว่ามันไม่ได้ดีเท่าที่เราหวัง จึงอยากจะขอท่านว่าได้ให้ความกรุณาเรื่องนี้ขึ้นมาพูดคุยกันก่อนเราก็ยินดีครับ ให้ท่านประธานได้กรุณานำญัตติของเพื่อน ๆ สมาชิกที่ได้ยื่นขึ้นมาที่เกี่ยวข้องกันนี้ขึ้นมา พิจารณาร่วมกันเลยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ ท่านสิริพงศ์ครับ ผมขออนุญาตเรียนชี้แจงท่านสมาชิกที่ยังมีความกังวลใจได้ทราบว่าการที่ ท่านสมาชิกได้เสนอขอเลื่อนญัตติด่วน ลำดับที่ ๔ ลำดับที่ ๕ ลำดับที่ ๖ ลำดับที่ ๗ ขึ้นมานี้ ไม่ทำให้ญัตติด่วนลำดับที่ ๑ ลำดับที่ ๒ ลำดับที่ ๓ ต้องมีอันตกไปนะครับ ไม่ตกไปอย่าง แน่นอน เพราะว่าญัตติด่วนเรื่องที่ ๑ เรื่องที่ ๒ เรื่องที่ ๓ นั้น ยังไม่ได้มีการพิจารณา แค่บรรจุระเบียบวาระเข้ามาเท่านั้น ฉะนั้นญัตติทั้ง ๓ จะไม่ตกไป นี่คือประเด็นแรก ที่อยากจะให้ท่านได้สบายใจ🔗
แล้วประเด็นที่ ๒ ที่อยากจะรับรองและยืนยันกับท่าน ถ้าสมมุติว่าที่ประชุม แห่งนี้เห็นด้วยในการเลื่อนญัตติด่วน เรื่องที่ ๔ แล้วก็ญัตติด่วนเรื่องที่เกี่ยวข้องกันที่บรรจุอยู่ แล้วขึ้นมาพิจารณาเป็นเรื่องด่วนในวันนี้ ถ้ามีเรื่องด่วนใดถึงแม้จะยังไม่ได้บรรจุระเบียบวาระ ก็ตามที่ท่านสมาชิกเสนอเข้ามา ถ้ามีเนื้อหาสาระทำนองเดียวกันก็เป็นอำนาจที่ทางประธาน ขออนุญาตที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรนำมาพิจารณาร่วมกันได้ครับ ฉะนั้นท่านไม่ต้องกังวล นะครับ ก็เลยอยากจะปรึกษาท่านสมาชิกว่าจากการที่ท่านสิริพงศ์ได้เสนอเลื่อน เรื่องด่วนที่ ๔ เชิญท่านสาทิตย์ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ครับ บังเอิญ เมื่อสักครู่นี้เพื่อนสมาชิกได้สอบถามเรื่องของญัตติเกี่ยวกับการขอตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อติดตามตรวจสอบเรื่องเงินกู้ แล้วท่านเองก็ตั้งข้อสังเกตว่าเหลือเวลาอีกไม่กี่วัน ก็จะหมดเวลาตามพระราชกำหนดแล้ว ผมอยากจะเรียนว่าจริง ๆ พระราชกำหนดกู้เงินนี้ มี ๒ ฉบับ ฉบับ ๑ ล้านล้านบาท ถ้าตาม พ.ร.ก. จะหมดในวันที่ ๓๐ กันยายน ปี ๒๕๖๔ ก็คือจะหมดอยู่ประมาณอีกไม่กี่วันนี้ ซึ่งฉบับนั้นมีคณะกรรมาธิการอยู่แล้ว เมื่อสักครู่นี้ กรรมาธิการชุดนั้นก็ขออนุญาตสภาขยายอีก ๑๒๐ วัน ซึ่งจริง ๆ แล้วโดยปกติเพื่อนสมาชิก จะไม่ค่อยขัดกัน แต่ผมเองยังมีความคิดเลยว่าในเมื่อจะหมดเวลากู้อีกไม่กี่วันแล้วการขยายไป ๑๒๐ วัน ตั้งแต่เดือนกันยายนไปจะเหมาะสมหรือไม่อย่างไร แต่ว่าเมื่อสักครู่นี้ ท่านประธานก็ได้ขออนุมัติสภาไปแล้ว เรื่องนั้นก็จบไปครับ แต่ใน ๓ ญัตติ ที่เพื่อนสมาชิก จากทั้งพรรคภูมิใจไทย จากพรรคชาติไทยพัฒนา กับผมในส่วนพรรคประชาธิปัตย์เสนอนี้ เป็นตัว พ.ร.ก. เงินกู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งจะหมดวันที่ ๓๐ กันยายน ปี ๒๕๖๕ อีก ๑ ปี ขอบพระคุณครับ🔗
ไม่ทราบว่า ตามที่ท่านสิริพงศ์ได้เสนอมีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอื่นไหมครับ ทางวิป (Whip) ช่วย ประสานคุยกันหน่อยนะครับ ถ้าไม่มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอื่น ผมก็ถือว่าที่ประชุม อนุญาตให้เลื่อนเรื่องด่วนที่ ๔ แล้วเรื่องด่วนที่ ๔ คือญัตติด่วนเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายเงิน จากการกู้เงินตามพระราชกำหนด ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหา เศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๔ ของ (นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ เป็นผู้เสนอ) แล้วก็ตามอีก ๔ ฉบับ ที่มีเป็นญัตติทำนอง เดียวกัน ของท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ของท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แล้วก็ของท่าน จักรพันธ์ พรนิมิตร แล้วก็ที่มีอยู่แล้ว คือของท่านพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ขอเลื่อนขึ้นมา แล้วผมก็ยังได้หารือที่ประชุมสภาเอาไว้ว่า ถ้ามีญัตติทำนองเดียวกันที่ท่านสมาชิกเสนอเข้ามา ก็ขออนุญาตสภาผู้แทนราษฎรได้ให้ความเห็นชอบในการที่จะนำมาพิจารณาร่วมกันต่อไปได้ ถ้าไม่มีใครเห็นเป็นอื่น ผมก็ถือว่าที่ประชุมสภาเราได้ให้ความเห็นชอบในการเลื่อนเรื่องด่วน ลำดับที่ ๔ กับทั้งชุดนี้ขึ้นมา เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ยังไม่เข้าใจครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในเมื่อกรรมาธิการวิสามัญก็ยังมีอยู่ชุดหนึ่งติดตาม อันนี้ จะตั้งกรรมาธิการวิสามัญอีกชุดหนึ่งเพื่อติดตามเงินกู้ใช่ไหมครับท่านประธาน เงินกู้ ๑ ล้านล้านบาท กับ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทใช่ไหม ตั้งอีกคณะหนึ่งติดตาม ทีนี้คณะแรก มันจะต่ออายุไปทำไม ข่าวมาว่า ๑ ล้านล้านบาทประชุมไม่ได้ตรงประเด็น แล้วก็ประชุม อะไรก็ไม่รู้ แล้วต่ออายุมาแล้วก็วันนี้สรุปไม่ได้ แล้วต้องมาตั้งกรรมาธิการใหม่ ท่านประธาน ต้องวินิจฉัยว่าตกลงกรรมาธิการวิสามัญชุดนั้นจะปล่อยให้ไปเรื่อย ๆ แล้วชุดนี้ ตามไป เสร็จแล้วมันจะไปเจอกันที่ไหนครับ แล้ว ๒ คณะเวลาเสร็จแล้ว ก็ต้องมาพูด ในเรื่องเดียวกันอีก ท่านประธานลองคิดดูว่าสรุปแล้วไปต่อ ๑ ล้านล้านบาท ที่รัฐบาลส่ง ส.ส. ซึ่งเป็นพรรค รัฐบาลมาเป็นประธาน แล้วก็เฉไฉ ไม่ตรงประเด็น ไปซ้ายไปขวา ไม่ตรงประเด็นสักครั้งเลย แล้วทุกคนก็อึดอัด อึดอัดว่าเมื่อไรคุณจะติดตาม เมื่อไรคุณจะเจาะตรงประเด็นว่าเรื่องนั้น เรื่องนี้เป็นอย่างไร เรื่องเงินกู้นี่ สุดท้ายสมาชิกหลายท่านต้องมาเสนอญัตติพร้อม ๆ กัน เพื่อตรวจสอบคณะเก่านะครับ ฝากท่านประธานไปว่าอย่าออกซ้ายออกขวาออกแม่น ้าไป แม่น ้าโขงออกทะเล ขอให้พิจารณาจริง ๆ ดังนั้นชุดต่อไปที่จะตั้งขอให้ทางฝ่ายค้าน เป็นประธานได้ไหม จะได้เป็นการตรวจสอบจริง ๆ ไม่ใช่ว่าให้รัฐบาลมันส่งมาแล้วก็มาคาน อำนาจไว้ ไม่ให้ไปทำโน้น ไม่ให้ไปทำนี่ ไม่ให้ตรวจสอบโน่นนี่อันนี้คือบทเรียน ท่านประธานครับ ผมไม่ได้ขัดนะครับ ตั้งก็ตั้งครับ แต่คณะเก่าขอให้ทำงานมีประสิทธิภาพมากกว่านี้นะครับ ถ้าประธานทำหน้าที่ไม่มีประสิทธิภาพขอให้ลาออกไปเปลี่ยนคนอื่นมาเป็นครับ ท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
เรื่องการ ทำงานของคณะกรรมาธิการมันไม่ได้เกี่ยวกับประธานนะครับ ท่านศิริพงศ์อธิบายเพิ่มเติม ครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ อย่างที่ท่านสมาชิกเมื่อสักครู่ท่านได้กรุณาให้ความเห็นนะครับ ขอบคุณมากนะครับ สาเหตุ ที่ผมยื่นญัตติขอเสนอตั้งกรรมาธิการนี้ เนื่องจากเกรงว่าการทำงานของคณะกรรมาธิการชุด เดิมจะล่าช้า เนื่องจากว่า พ.ร.ก. ชุดเก่าก็กำลังอยู่ในช่วงสุดท้ายแล้วยังเบิกจ่ายไม่ครบ ในขณะที่ พ.ร.ก. ชุดใหม่เริ่มมีผลบังคับใช้แล้ว แล้วเราอยากจะให้ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาตรงกับ ความตั้งใจของประชาชนที่เขาจับตาดูมากที่สุด ต้องเรียนท่านเช่นนี้นะครับว่าผมเป็น ๑ ในคณะกรรมาธิการชุดนั้น ผมก็ต้องเรียนว่าท่านกรรมาธิการทุกคนทำงานด้วยความตั้งใจ ใส่ใจ ให้รายละเอียดลงลึกถึงรายละเอียดในทุกรายการ แต่เนื่องจากบางครั้งประเด็นที่เรา ทำการศึกษามันอาจจะยังรู้สึกว่าไม่ตอบโจทย์มากนัก แต่ต้องยืนยันว่ากรรมาธิการทุกท่าน ในคณะนั้นมีความตั้งใจในการทำงานเป็นอย่างยิ่งนะครับ โดยเฉพาะฝ่ายค้านก็ตั้งใจมาก นะครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
พอจะ เข้าใจกันนะครับ ผมเองก็จำได้คลับคล้ายคลับคลาว่ารายการนี้เป็นการกู้ครั้งที่ ๒ ใช่ไหม ท่านสิริพงศ์ ซึ่งก็จะเป็นการติดตามเงินกู้คนละครั้งนะครับ กู้ครั้งที่ ๑ กรรมาธิการชุดก่อน ที่ขอต่ออายุเป็นการติดตามการใช้จ่ายเงินกู้ครั้งที่ ๑ แต่ตอนนี้จะเป็นการตั้งกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อติดตามเงินกู้เกี่ยวกับเรื่องโควิด (COVID) ครั้งที่ ๒ ฉะนั้นก็คิดว่าท่านสมาชิก คงเข้าใจนะครับ ถ้าไม่มีท่านผู้ใดเห็นเป็นอื่นแล้วก็ถือว่าเราจะร่วมกันพิจารณาเรื่องด่วน ที่เราเลื่อนขึ้นมา ทั้ง ๔ ญัตตินะครับ🔗
ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายเงินจากเงินกู้ตามพระราชกำหนดให้อำนาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๔ ของ (นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ เป็นผู้เสนอ) เนื่องจากมีญัตติทำนองเดียวกันอีก ๔ ฉบับ🔗
ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายเงินจากการกู้เงินตามพระราชกำหนด ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๔ (นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เป็นผู้เสนอ)🔗
ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อติดตาม ตรวจสอบ และศึกษาพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไป ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๔ (นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กับคณะเป็นผู้เสนอ)🔗
ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรมีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาติดตามตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนดให้อำนาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๔ (นายจักรพันธ์ พรนิมิตร เป็นผู้เสนอ)🔗
แล้วก็ ๔ ญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อติดตาม ตรวจสอบการใช้จ่ายเงินจากการกู้เงินตามพระราชบัญญัติกำหนดให้อำนาจ กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๔ (นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ กับคณะเป็นผู้เสนอ) ของท่านพิธายังไม่ได้บรรจุระเบียบวาระ ซึ่งผมเห็นว่าเป็นเรื่องทำนองเดียวกันน่าจะนำมา พิจารณาร่วมกัน จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่🔗
ถ้าไม่มี ถือว่า ที่ประชุมเห็นชอบนะครับ ผมขอดำเนินการนะครับ สำหรับญัตติของสมาชิกที่เสนอมาซึ่งยัง ไม่ได้บรรจุระเบียบวาระ ผมจะให้เจ้าหน้าที่แจกท่านสมาชิกเพื่อประกอบการพิจารณาต่อไป นะครับ เชิญเจ้าหน้าที่แจกเอกสารครับ เชิญผู้เสนอได้แถลงเหตุผล เชิญท่านสิริพงศ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมและคณะก็คือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ได้ร่วมกันเข้าชื่อนะครับ ขอเสนอญัตติด่วนเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญเพื่อพิจารณาติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายเงินจากการกู้เงินตามพระราชกำหนด ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา-๒๐๑๙ เพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๔ โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้🔗
ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้อนุมัติพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลัง กู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งมีวงเงินจำนวน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ ในการแก้ไขปัญหาจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona-2019) ช่วยเหลือเยียวยาและชดเชยให้กับประชาชนทุกอาชีพซึ่งได้รับผลกระทบ รวมทั้งการฟื้นฟู เศรษฐกิจสังคมนั้น จากการพิจารณาประกอบการใช้จ่ายเงินตามบัญชีท้ายพระราชกำหนด ดังกล่าวแล้ว พบว่าเป็นการกำหนดกรอบให้ใช้จ่ายวงเงินแบบกว้างที่ไม่ระบุรายละเอียดการ จัดสรรวงเงิน อีกทั้งภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินเร่งด่วนที่จำเป็นต้องใช้เงินด้วยความรวดเร็ว ทำให้มีระยะเวลาในการเสนอโครงการและกลั่นกรองโครงการก่อนที่จะพิจารณาอนุมัติ น้อยลง ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาการใช้จ่ายเงินไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ ไม่ทั่วถึง ไม่มีความ โปร่งใส การกู้เงินจำนวนดังกล่าวจึงอาจเป็นการสร้างภาระหนี้ให้แก่ประชาชนและซ ้าเติม ความทุกข์ยากที่เกิดจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona-2019) ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ดังนั้นเพื่อให้การใช้จ่ายเงินกู้ดังกล่าวเป็นไปตามวัตถุประสงค์ ที่ต้องการให้มีการแก้ไขปัญหาเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมจากการระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona-2019) รวมทั้งมีการใช้จ่ายเงินอย่างทั่วถึง โปร่งใสและตรวจสอบได้ จึงขอเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ตาม พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019)ตามข้อบังคับการ ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๔๙ แล้วข้อ ๕๐ ท่านประธานครับต้องขอบคุณท่านประธานและท่านสมาชิกทุกท่านที่ได้กรุณาเลื่อนคิว ให้วาระนี้ขึ้นมาเป็นวาระเร่งด่วน วาระนี้ต้องเรียนว่ามีความสำคัญมากครับ เพราะอีกเพียง ไม่ถึง ๔ สัปดาห์ สภาแห่งนี้ก็จะปิดสมัยประชุมแล้ว และการเบิกจ่ายเงินนั้นก็เริ่มมี การดำเนินการกันบ้างแล้ว แต่สิ่งหนึ่งที่ผมจะต้องนำเรียนกับท่านประธานแล้วก็สมาชิก ทุกท่าน ก็คือว่าหลายท่านอาจจะถามว่ามีกรรมาธิการขึ้นมาอยู่ชุดหนึ่งแล้ว เหตุใดจึงจำเป็น จะต้องมีกรรมาธิการชุดใหม่ขึ้นมาอีก ต้องย้อนความครับท่านประธาน เมื่อปีที่แล้วเมื่อเดือน พฤษภาคมปีที่แล้วสภาแห่งนี้เราได้อนุมัติ พ.ร.ก. เงินกู้ ๑ ล้านล้านบาท เพื่อใช้จ่ายในการ สาธารณสุข ในการฟื้นฟู ในการเยียวยาโควิด (COVID) เราเริ่มตั้งกรรมาธิการคณะที่แล้ว เมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๓ รวมมาถึงวันนี้เป็นเวลาทั้งสิ้น ๑ ปี ๒ เดือน กับอีก ๑๕ วัน อย่างที่ผมได้กล่าวไปก่อนหน้านี้ตอนที่ท่านสมาชิกได้ซักถามว่ากรรมาธิการคณะที่แล้วทำงาน อย่างไร ผมก็ต้องกราบเรียนว่ากรรมาธิการทุกท่านเข้าไปพร้อมกับไฟอันเต็มเปี่ยมเลยนะครับ อยากจะไปช่วยกันตรวจสอบ อยากจะไปช่วยกันติดตาม อยากจะไปช่วยกันให้ข้อเสนอแนะ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นผมต้องเรียนท่านประธานครับ ไม่ทราบว่าเป็นเพราะระบบราชการ เป็นเพราะ ข้อจำกัดทางกฎหมายหรืออย่างไรก็ตาม แต่วันนี้สิ่งที่ต้องรายงานให้ท่านทราบก็คือการเบิก จ่ายเงิน ๑ ล้านล้านบาทนั้น ตอนนี้ผ่านมา ๑ ปีกว่านะครับ เบิกจ่ายไปแล้วทั้งสิ้น ๘๓ เปอร์เซ็นต์ หรือเป็นเงินประมาณ ๘๒๕,๐๐๐ ล้านบาท โดยแบ่งออกได้ ๓ กลุ่มครับ🔗
กลุ่มที่ ๑ ก็คือกลุ่มที่ใช้เกี่ยวกับการสาธารณสุข ซึ่งได้รับวงเงินอนุมัติมา ๖๓,๐๐๐ ล้านบาท มาถึงทุกวันนี้มีการเบิกจ่ายไปแล้วทั้งสิ้นประมาณ ๕๑ เปอร์เซ็นต์ ๕๑ เปอร์เซ็นต์ ผ่านมา ๑ ปีนะครับ กรรมาธิการได้ให้ข้อเสนอแนะไปแต่การเบิกจ่าย การทำงานของหน่วยงานราชการล่าช้ามาก วันนี้เราจะเห็นว่าในสังคมเขาถามว่าเงินกู้ ก้อนที่แล้วไปไหน ทำไมการดูแลด้านสาธารณสุข อุปกรณ์ เครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ ถึงไม่ได้ มีความพร้อมมากกว่านี้ นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าการติดตาม การแก้ไขเสนอแนะของกรรมาธิการ ชุดที่แล้วทำได้ดีนะครับ แต่ผมเห็นว่าควรจะทำได้ดีกว่านี้🔗
กลุ่มที่ ๒ เป็นกลุ่มที่เบิกจ่ายได้ดีครับก็คือเงินเยียวยาเบิกจ่ายไปแล้วทั้งสิ้น ประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เดิมทีได้อนุมัติวงเงินมาได้กรอบมา ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เพิ่มเติมขึ้นมาอีกจากการเอาเงินกลุ่มที่ ๓ นี้ขึ้นมา เงิน ๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เงินเยียวยา ก็คือถ้าจะทำความเข้าใจง่าย ๆ ก็คือเงินแจกตามโครงการต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นไม่เราทิ้งกัน เราชนะ ไม่ว่าจะเป็นคนละครึ่ง ซึ่งคำถามที่มีอยู่ก็คือว่าโครงการในลักษณะนี้มีโครงการใด ที่ในความรู้สึกของผู้แทน หรือในความรู้สึกของประชาชนเรามีความรู้สึกว่าเป็นการเยียวยา จริง ๆ บ้าง วันนี้ถ้าเราไปถามเขามันมีกี่โครงการแล้วที่เขาได้รับการช่วยเหลือการเยียวยา บางคนอาจจะจำได้แค่โครงการเดียวครับ ก็คือคนละครึ่งเท่านั้นเอง🔗
ส่วนกลุ่มสุดท้ายที่น่าเป็นห่วงในการเบิกจ่ายงวดที่แล้วก็คือกลุ่มเงินฟื้นฟู เงินฟื้นฟูถึงวันนี้เบิกจ่ายไป ๕๒ เปอร์เซ็นต์ครับ เดิมทีอนุมัติ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เบิกจ่าย ไปแล้ว ๕๒ เปอร์เซ็นต์ แต่คำว่า ๕๒ เปอร์เซ็นต์ หมายความว่าวงเงินลดลงจาก ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เหลือ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนะครับ เพราะว่า ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาไปให้กลุ่มที่ ๒ แล้ว เพิ่งเบิกจ่ายไปทั้งสิ้น ๑๑๖,๐๐๐ ล้านบาทโดยประมาณ ถ้าเทียบกับ วงเงินเดิมที่อนุมัติก็เท่ากับ ๒๙ เปอร์เซ็นต์ ๑ ปีครับ ๑ ปีที่ผ่านมา พอเราเป็นกรรมาธิการ แรกเริ่มเดิมทีเข้าไปนั้นได้มีการหารือกันครับ ได้มีการหารือกับสภาพัฒน์ถามว่ากรอบอำนาจ หน้าที่ของกรรมาธิการเป็นอย่างไรบ้าง สามารถทำอะไรได้ สามารถทำอะไรไม่ได้ ปรากฏว่า ทางฝ่ายราชการแจ้งมาอย่างนี้ครับท่านประธานบอกว่าเรื่องทั้งหมดทั้งสิ้นนั้นหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ต้องขอ ครม. เห็นชอบหมด ตัวนั้นเข้าใจได้ครับ แต่สิ่งที่มันเกิดขึ้นคือแม้กระทั่งข้อเสนอแนะ ของสภาผู้แทนราษฎร ของกรรมาธิการ ของสมาชิก เสนอแนะเข้าไปว่าทำไมไม่ทำแบบนั้น ทำไมไม่ทำแบบนี้ ไม่ได้เสนอโครงการนะครับ แต่เสนอแนวทางเสนอแนวทางว่าทำแบบนี้ ไม่ดีกว่าหรือ แทบจะไม่มีการตอบสนองใด ๆ เลย ผมยกตัวอย่างให้ฟังครับ ในกลุ่มที่ ๓ ก็คือ กลุ่มฟื้นฟูแรกเริ่มเดิมทีถ้าท่านประธานจำได้นะครับ ถ้าท่านสมาชิกจำได้ เราจะเห็นเลยว่า ในแต่ละจังหวัดเขาจะทำโครงการมาเขาจะมีคู่มืออยู่เล่มหนึ่งครับ เขียนคู่มือมาอธิบายว่า หลักเกณฑ์ วิธีการ ในการจะทำของบประมาณเกี่ยวกับโครงการฟื้นฟูเงินกู้ต้องมีอะไรบ้าง เขียนบรรยายมาทุกอย่างต้องดึงไปเข้าโควิด (COVID) หมด สมมุติจะทำถนน ท่านประธาน ถนนมันก็คือถนนครับ ถนนนี่ถามว่าความต้องการของชาวบ้านคืออะไร เขาไปมาสะดวกขึ้น คุณภาพชีวิตดีขึ้น เงินฟื้นฟู หลักการของเงินฟื้นฟูคืออะไร เขาต้องการให้มีการลงทุนภาครัฐ ให้เงินมันไปหมุนเวียนอยู่ในระบบถูกหรือไม่ แต่เวลาที่บอกหลักเกณฑ์ให้เขาไปเขียน ต้องไปเขียนครับว่าเป็นถนนธรรมดาไม่ได้ ต้องไปบอกว่าเป็นถนนแล้วทำให้การขนถ่ายสินค้า ทางการเกษตรสะดวกขึ้นอย่างไร เศรษฐกิจโตขึ้นเท่าไรอะไรอย่างนี้เป็นต้น ซึ่งสุดท้ายแล้ว ครับท่านประธานผ่านมา ๑ ปี ผ่านไป ๑ ปีนะครับ การเบิกจ่ายแทบไม่มีเลยโครงการ ที่แต่ละพื้นที่ แต่ละจังหวัดเขาทำมาแทบไม่มีเกิดขึ้นเลย แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเราเห็นอะไรครับ โคก หนอง นา เราเห็นอะไรครับ เกษตรทฤษฎีใหม่ จำได้นะครับกรรมาธิการเคยถามกันว่า โคก หนอง นา กับเกษตรทฤษฎีใหม่ต่างกันอย่างไร โคก หนอง นา กระทรวงพัฒนาสังคม และความมั่นคงของมนุษย์ทำ เกษตรทฤษฎีใหม่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทำแล้วก็ เห็นเหมือนกันเลยเตรียมพื้นที่ ขุดบ่อ ก็ถามว่าโคก หนอง นา ต่างกันอย่างไร ท่านก็ตอบว่า โคก หนอง นา เป็นของ พม. เกษตรทฤษฎีใหม่เป็นของ กษ. ก็คือเกษตร สิ่งที่ต่างกันคือให้ ต่างคนต่างทำแล้วมาลองประเมินดูว่าใครทำแล้วประสบความสำเร็จกว่ากัน ลักษณะการ ฟื้นฟูแบบล็อกสเปก (Lock Spec) อย่างนี้ ผมคิดว่าเราไม่ควรจะต้องได้เห็นครับ เราไม่ควร จะต้องมาเจอ เพราะอะไรครับ เพราะมันไม่ตอบโจทย์ มันไม่ตอบโจทย์ของชาวบ้านเลย ตาม หลักของทางภูมิศาสตร์ หลักของการใช้ชีวิตประจำวัน หลักของวิถีชีวิต ทุกหลักมันต่างกันหมด แต่ละภูมิภาคไม่เหมือนกันเลยครับ วันนี้คนอีสานหรือคนภาคกลางเราอาจจะชอบ โคก หนอง นา แต่วันนี้ผมไม่มั่นใจว่าคนใต้เขาชอบโคก หนอง นา ไหม แต่กลายเป็นว่าพอกักเกณฑ์ในเงิน ฟื้นฟูไปล็อกสเปก (Lock Spec) ว่าคุณต้องทำโครงการลักษณะนี้เท่านั้น กลายเป็นว่าคนที่ ถึงแม้เขาจะไม่ทราบว่าเขาอยากได้หรือเปล่า แต่ถ้าเขาไม่ขอก็กลายเป็นเขาเสียสิทธิ เดือนเมษายนปีที่แล้วครับทางสภาพัฒน์ปรับหลักเกณฑ์ใหม่ ปรับหลักเกณฑ์ใหม่ เพราะเห็นว่าการเบิกจ่ายเป็นไปได้ต ่า ทีนี้เริ่มเขียนอะไรที่ดีขึ้น ปรับปรุงขึ้นให้แต่ละกลุ่ม แต่ละหน่วยงาน แต่ละจังหวัดทำโครงการขึ้นมาใหม่ โดยหลักของโครงการนี้เริ่ม คือผมคิดว่า เริ่มมีพัฒนาการมากนะครับ เริ่มมีบอกว่าไม่ต้องไปเขียนคำอะไรสวยหรูแล้ว แต่ว่าสิ่งแรก ก็คือต้องมาจากความต้องการของประชาชน เริ่มฟังดูเข้าท่าเข้าทางขึ้นแล้วครับ เริ่มมีบอกว่า ห้ามทำอันนั้นห้ามทำอันนี้ แต่บางครั้งผมดูผมก็ยังขัด ๆ อยู่นะครับ เพราะสิ่งที่ท่านห้าม อย่างเช่น ยกตัวอย่างว่าห้ามทำโครงการโคก หนอง นา ของ พม. ห้ามทำโครงการเกษตร ทฤษฎีใหม่ของ กษ. อันนี้คือบอกพวกกลุ่มจังหวัดกับจังหวัดเขา สิ่งที่ห้ามคือท่านห้ามเพราะ ท่านห้ามกลัวซ ้าซ้อนตัวนี้เข้าใจได้ แต่หลักคิดของการทำโครงการ ผมคิดว่ามันเปลี่ยนสัก หน่อยไม่ดีหรือครับท่านประธาน เราเปลี่ยนจากที่ว่าแทนที่จะบอกเขาว่าให้คุณทำอะไร ลองดูเลยครับ ลองดูว่าหลักการเปลี่ยนอย่างนี้ได้ไหม ถ้าคุณจะห้ามไม่ใช่เพียงแค่ห้ามทำ โครงการซ ้า คุณดูเลยว่าโครงการใดอย่างเช่นถ้าสมมุติว่าสภาพัฒน์เกรงว่าโครงการต่าง ๆ จะเข้าข่ายการทุจริตบอกเขาเลยครับว่าห้ามทำโครงการลักษณะไหน เช่น ห้ามทำลูกรัง ห้ามทำหินคลุก ห้ามขุดลอก ถ้าท่านกังวลห้ามทำโครงการต ่ากว่า ๕๐๐,๐๐๐ บาท ห้ามอะไร ท่านคิดอะไรได้ท่านห้ามมาให้หมด เอาเฉพาะโครงการที่ท่านคิดว่ามันจะเป็นช่องทางให้ มันการเกิดการทุจริตคอรัปชันได้ นอกจากข้อห้ามนั้นแล้วท่านระบุไปเลยว่าถ้าเป็นโครงการ ที่เป็นความต้องการของประชาชน หรือเป็นโครงการที่ประชาชนร้องขอให้เขาทำ ตัวนี้ต้องฝาก เอาไว้ครับ เพราะสุดท้ายตอนตั้งกรรมาธิการก็จะฝากท่านกรรมาธิการไปดูด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมฟังมาตั้งนาน ไม่รู้ว่าประเด็นอะไร เรื่องอะไร แล้ววันนี้ก็มีสมาชิกอยู่ไม่กี่คน ผมไม่ทราบว่ากำลังอภิปราย ไม่ไว้วางใจ หรือกระทู้ หรือญัตติอะไร หารือท่านประธานหน่อยครับว่าผมวินิจฉัยไม่ถูกเลย ให้ผมนั่งฟังอยู่ เหลือไม่ถึง ๕๐ คนในห้องนี้ หารือกับประธานครับว่าญัตติด่วนเรื่องอะไร ฟังแล้วก็วกวนจำไม่ได้ งงหมดครับท่านประธาน🔗
เชิญต่อครับ สรุป ๆ หน่อยครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมยังพูดอยู่ ในประเด็นนะครับ🔗
สรุป ๆ หน่อย ครับ กระชับหน่อยครับ🔗
ผมใช้สิทธิในผู้เสนอญัตตินะครับ ท่านประธาน🔗
ผมเข้าใจ ผมถึงไม่ได้คัดค้านเพียงแต่ให้ท่านกระชับนิดหนึ่ง🔗
ได้ครับ ถ้าท่านจะให้กระชับ ท่านก็บอกกระชับครับ แต่ผมอภิปรายอยู่ในประเด็นครับ ผมไม่ได้นอกประเด็นครับ สิ่งที่ผมพูดคือสิ่งที่ผมกำลังจะบอกว่าสิ่งที่เราหวังอยากจะเห็นให้กรรมาธิการคณะใหม่ ที่ไปติดตาม พ.ร.ก. เงินกู้เขาทำงานอะไรบ้าง วันนี้ก็ต้องเพิ่มเติมครับ นอกจากสิ่งที่ผมได้ กล่าวไปแล้วนั้นมันยังมีคำถามจากประชาชนอีกจำนวนมากครับ ถามว่า พ.ร.ก. เงินกู้ ก้อนใหม่นี้ ในเงินเยียวยาเขาจะเยียวยาประชาชนอย่างไร ก้อนที่แล้วเยียวยาไปหลายกลุ่ม แต่ยังมีอีกจำนวนมากที่เขาไม่ได้รับการเยียวยา ผมยกตัวอย่างไม่ว่าจะเป็นกลุ่ม ผู้ประกอบอาชีพอิสระ คนที่เขาเคยมีงานแล้วเขาเคยตกงาน กลุ่มผู้ประกอบการที่เขาเคยได้รับการเยียวยาไปแล้ว แต่ปัญหายังไม่หายไปและเขายังต้องรับ การเยียวยาเพิ่มเติม กลุ่มผู้ประกอบการที่ถือว่าเป็นคนที่ค ้าชูแล้วก็พยุงประเทศไทย บางกลุ่ม ก็คือกลุ่มที่เขาจ้างงาน เขาได้รับผลกระทบแล้วเขาก็ไม่ได้เลิกจ้างงานพนักงานของเขาเลย เขายังคงแบกภาระเต็มที่ คนเหล่านี้ไม่เคยได้รับการเยียวยาเลย วันนี้กรรมาธิการต้องไปลอง ถามว่าถึงเวลาหรือยังที่จะมีการเยียวยาแบบถ้วนหน้า ถึงเวลาหรือยังที่อนุมัติเงิน โดยเฉพาะเงินกู้ที่ไปแก้ปัญหาเร่งด่วน โดยเฉพาะเรื่องสาธารณสุขด้วยนะครับที่มันมี การเบิกจ่ายต ่ามากในรอบที่ผ่านมา ทำอย่างไรเขาจะทำงานได้คล่องขึ้น บุคลากร ทางการแพทย์จะได้รับการดูแลที่ดีขึ้น รวดเร็วขึ้น สิ่งเหล่านี้ต้องฝากท่านกรรมาธิการ ดังนั้น จึงขอความกรุณาท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ณ ที่นี่ได้กรุณาให้ความเห็นชอบ ตั้งกรรมาธิการคณะนี้ด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
มีญัตติ อีก ๔ ฉบับที่เรานำมาพิจารณารวมกันนะครับ เชิญเจ้าของญัตติฉบับต่อไป ท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ซึ่งท่านมีหนังสือมอบหมายมาให้ท่านเสมอกัน นำเสนอแทน เชิญท่านเสมอกันครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี จากพรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะผู้เสนอญัตติร่วม เนื่องจากดังที่ท่านประธานได้กล่าวไว้แล้ว ท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐ สุวรรณ เป็นผู้เสนอญัตติ ได้มอบอำนาจให้กระผมเสนอญัตติ ผมขออนุญาตอ่านญัตติ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ตามที่ที่สภาผู้แทนราษฎรได้อนุมัติ พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการ ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ เพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งมีวงเงินจำนวน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในการแก้ไขปัญหาจากการระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ ช่วยเหลือเยียวยาและชดเชยให้กับประชาชนทุกอาชีพ ซึ่งได้รับผลกระทบ รวมทั้งการฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมนั้น จากการพิจารณากรอบการใช้ จ่ายเงินตามบัญชีท้ายพระราชกำหนดดังกล่าวพบว่าเป็นการกำหนดกรอบการใช้จ่ายเงิน แบบกว้างที่ไม่ระบุรายละเอียดการจัดสรรวงเงิน อีกทั้งภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉินเร่งด่วนที่ จำเป็นต้องใช้จ่ายเงินด้วยความรวดเร็ว ทำให้มีระยะเวลาในการเสนอโครงการและกลั่นกรอง โครงการก่อนการพิจารณาอนุมัติน้อยลง ซึ่งอาจทำให้เกิดปัญหาการใช้จ่ายเงินไม่ตรงตาม วัตถุประสงค์ ไม่ทั่วถึง และไม่มีความโปร่งใส การกู้เงินจำนวนดังกล่าวจึงอาจจะเป็นการสร้าง ภาระหนี้ให้แก่ประชาชน และซ ้าเติมความทุกข์ยากที่เกิดจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ดังนั้นเพื่อให้การใช้จ่าย เงินกู้ดังกล่าวเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการให้มีการแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟู เศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) รวมทั้งมีการใช้จ่ายเงินอย่างทั่วถึง โปร่งใส และตรวจสอบได้ จึงขอเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาติดตามและตรวจสอบการ ใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนด ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และสังคมจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา-๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พุทธศักราช ๒๕๖๒ ข้อ ๔๙ และข้อ ๕๐ ส่วนเหตุผลและรายละเอียดจะได้ชี้แจงในที่ประชุมสภาต่อไป🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตใช้สิทธิในการอภิปรายตรงนี้ต่อด้วยเลยสั้น ๆ นะครับ ประเด็นแรกเนื่องจากผมไม่ได้อยู่ในคณะกรรมาธิการวิสามัญเงินกู้ ๑ ล้านล้านบาท ชุดปัจจุบันนี้ได้ทำหน้าที่ ซึ่ง พ.ร.บ. เงินกู้ฉบับนี้ก็จะครบกำหนดในการใช้เงินในสิ้นเดือน หน้าที่จะถึงนี้ ก็คือมีอายุอีกประมาณ ๑ เดือนเศษ ฉะนั้นอันนี้ก็เป็นอีก ๑ เหตุผลสำคัญ ที่ทำให้ผมในฐานะผู้เสนอญัตติร่วม อยากจะให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้น อีกคณะหนึ่ง เพราะว่าเงินกู้จำนวน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้เราจะใช้จนถึงวันที่ ๓๐ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๕ ก็คืออีกประมาณ ๑ ปีกับอีก ๑ เดือนเศษ นี่คือเหตุผล ประการแรกครับ🔗
ส่วนเหตุผลประการที่ ๒ เนื่องจากว่าคณะแรกยังพิจารณาไม่เสร็จ ยังไม่มี รายงานกลับมาที่สภา ทำให้ผมในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถ ที่จะตรวจสอบได้ว่าการใช้จ่ายเงินของอันนั้นเป็นอย่างไร ซึ่งถ้าเกิดจะให้รอคณะนั้น เข้ามาสู่สภาเพื่อที่จะรายงานก็คงอาจจะสายเกินไป ฉะนั้นแล้วคณะนี้จึงสมควรที่จะมีขึ้นมา เพื่อที่จะได้ติดตาม และอีกประเด็นหนึ่งครับคณะนี้ก็น่าที่จะได้เอาแนวทางในการทำงานของ คณะ ขออนุญาตเรียกย่อ ๆ ก็คือคณะเงินกู้ ๑ ล้านล้านบาท ที่จะหมดอายุการกู้ภายใน สิ้นปีงบประมาณนี้มาเปรียบเทียบ มาดูข้อดีข้อเสียอย่างที่เมื่อสักครู่ ต้องขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ได้กล่าวถึงปัญหาในการใช้จ่ายเงินกู้ฉบับปัจจุบันนี้ไปแล้วนั้น ฉบับนี้เราก็จะได้มีข้อเสนอแนะ ท้วงติง และเราอาจจะทำได้ถึงขนาดที่ว่าเราอาจจะขอกรอบ การใช้จ่ายงบประมาณตรงนี้มาไว้ล่วงหน้า เพื่อที่จะได้เสนอแนะให้กับสภาพัฒน์หรือ หน่วยงานรับงบประมาณต่าง ๆ ว่าจะไม่ให้มันเกิดเหตุการณ์อย่างเช่นที่ผ่านมาอีก ไม่ว่า จะเป็นไม่สอดคล้องกับปัญหาโรคโควิด (COVID) โดยตรง เกรงว่าจะมีการจัดทุจริตในการ จัดซื้อจัดจ้าง มีการฮั้วประมูลต่าง ๆ นานา อีกประเด็นหนึ่งที่ผมอยากจะฝากเอาไว้ เพราะผมไม่ทราบว่าใครจะได้เป็นกรรมาธิการในคณะนี้บ้าง จากการที่ผมได้ลงพื้นที่ โควิด (COVID) ปีนี้ต่างจากปีที่แล้วตรงที่ปีนี้ทางภาครัฐให้ทุกอำเภอต้องมีโรงพยาบาลสนาม ให้ทุกตำบลมีศูนย์พักรอ มีศูนย์พักคอย ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คืออะไรปัญหาที่เกิดขึ้นคือรัฐ มีแต่คำสั่งลงไป เริ่มแรกงบประมาณไม่มี องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ไม่สามารถ จัดซื้อครุภัณฑ์ที่เกี่ยวกับเวชภัณฑ์พวกนี้ได้ แต่ตอนนี้ให้ได้แล้วครับ แต่ให้ได้แล้ว ผมเชื่อว่าจังหวัดท่านประธานเองก็ต้องเห็นอยู่ว่ายังมีการรับบริจาคกัน ผมก็เคยไปถามครับ ไปถามองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไปถามโรงพยาบาล ไปถาม รพ.สต. ใครก็ตามที่มีอำนาจ ได้มีอำนาจจัดซื้อจัดจ้างพวกนี้แล้ว ถามว่าในเมื่อภาครัฐรัฐบาลได้ประกาศให้จัดซื้อจัดจ้าง พิเศษได้แล้วทำไมไม่ทำกัน คำตอบที่ได้อย่างแรกเลยครับทุกคนกลัว สตง. ทุกคนกลัว ป.ป.ช. และระเบียบในการจัดซื้อจัดจ้างแม้ว่าให้อำนาจแล้วยังใช้ระเบียบเดิม กว่าจะจัดซื้อจัดจ้าง บางทีไม่ทันการ ผู้นำไม่ว่าจะเป็นทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหรือผู้บริหารโรงพยาบาล สถานพยาบาลต่าง ๆ บอกใช้ขอบริจาคเอาดีกว่า ได้ไวกว่า แถม สตง. ก็ไม่มาเยือน ป.ป.ช. ก็ต้องไม่มาตรวจด้วย อันนี้เป็นอีกปัญหาหนึ่งที่ผมอยากจะฝากสภาแห่งนี้ แล้วก็อยากจะฝาก ที่กรรมาธิการวิสามัญของคณะนี้ ถ้าเกิดสภามีมติให้ตั้งขึ้นมาเพื่อตรวจสอบเงินจำนวนนี้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ยังมีญัตติ ที่เหลือที่พิจารณารวมกันอีก ๓ ฉบับ นำไปพิจารณาคราวต่อไปนะครับ วันนี้พอสมควรแล้ว ขอปิดประชุมครับ🔗