unknown · · 511 lines

(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๙.๒๘ นาฬิกา)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญนั่ง นะครับ เรียนท่านสมาชิกครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมผมจะอนุญาตให้ ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ โดยผมจะให้ปรึกษาหารือตามลำดับรายชื่อและเวลาที่ยื่น โดยใช้เวลาท่านละ ๒ นาทีนะครับ ท่านแรกขอเชิญ ท่านสงวน พงษ์มณี ตามด้วย ท่านประกอบ รัตนพันธ์ เชิญท่านสงวนครับ🔗

นายสงวน พงษ์มณี ลำพูน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน วันนี้มาขอใช้สิทธิในการหารือเรื่องที่ดิน ๒ เรื่อง🔗

เรื่องแรก ตำบลป่าสัก อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน เคยขอใช้ที่ดิน น.ส.ล. เพื่อมาก่อสร้างอ่างเก็บน ้า ป้องกันน ้าท่วมน ้าแล้ง ในปี ๒๕๖๓ ติดปัญหาที่การเปลี่ยน วัตถุประสงค์ใหม่ต้องมาขออนุญาตจากส่วนกลาง ก็มีความติดขัดที่ทำไม่ได้ ต่อมา ทางจังหวัดลำพูนเห็นว่าน่าจะจำเป็นต้องสร้าง เพราะว่าฝนตกก็เห็นว่ามันจำเป็นต้องสร้าง หากมีการขอเรื่องที่ดิน น.ส.ล. ในตำบลป่าสัก อำเภอเมือง จังหวัดลำพูนมาที่กระทรวง อยากจะขอให้ท่านประธานบอกทาง กระทรวงมหาดไทยว่าช่วยพิจารณาและมองเห็นความสำคัญร่วมกับคนจังหวัดลำพูนด้วย ครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ศูนย์เดินสำรวจโฉนดที่ดินจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำพูน จังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำพูนก็ได้อานิสงส์จากนโยบายของทาง รัฐบาลเกี่ยวกับโครงการเดินสำรวจที่ดินออกตามนโยบายบอกดิน ๒ คนจังหวัดลำพูน ดีใจมากครับ แล้วก็เดินทางไปที่จังหวัดเชียงใหม่ไปติดต่อกับศูนย์ได้รับความสะดวก ได้รับความช่วยเหลือเป็นอย่างดี มาบัดนี้ได้ทราบว่าได้ย้ายไปอยู่จังหวัดลำปาง สร้างปัญหา ให้กับจังหวัดลำพูนมากว่า เราก็กลัวว่าจะไม่สามารถที่จะดำเนินการได้สะดวกเหมือนเดิม จึงขอให้ทางท่านได้กรุณาคนจังหวัดลำพูนให้มีเจ้าหน้าที่ของทุกจังหวัดในการที่จะรับผิดชอบ เฉพาะเขต เฉพาะพื้นที่จะช่วยให้การเดินสำรวจตามโครงการบอกดิน ๒ ได้มีประสิทธิภาพ แล้วก็ทำงานให้ชาวบ้านได้รับประโยชน์อย่างสูงสุดครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบพระคุณ ครับ ต่อไปเชิญท่านประกอบ ตามด้วย ท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ เชิญครับ🔗

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตหารือท่านประธาน ๒ เรื่องที่สำคัญนะครับ🔗

เรื่องแรก ขอให้แขวงการทางกระบี่ได้จัดตั้งงบประมาณเพื่อที่จะขยายถนน เป็น ๔ ช่องทางจราจรนะครับ บริเวณชุมชนหนาแน่น ตำบลบ้านลำนาว อำเภอบางขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งกินบริเวณประมาณสัก ๓ กิโลเมตร แล้วก็ให้ช่วยติดตั้งสัญญาณ จราจรที่หน้าโรงเรียนวังขันวิทยาด้วย ผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าเรื่องนี้กระผม ได้หารือในสภาแห่งนี้หลายครั้ง แต่ทางกระบี่ไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องมาจากว่า แขวงการทางกระบี่ส่วนใหญ่จัดถนนพัฒนาในจังหวัดกระบี่ แต่ในส่วนที่คาบเกี่ยวมาจังหวัด นครศรีธรรมราชไม่ดูแลเลยครับ ก็ขอกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ เพื่อที่จะส่ง สัญญาณไปทางแขวงการทางกระบี่ด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอให้กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ให้ ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการส่งเสริมการปลูกพืชกระท่อม เพราะหลังจากที่ทางสภาแห่งนี้ ปลดล็อกพืชกระท่อมจากบัญชียาเสพติด ประเภทที่ ๕ ให้พี่น้องประชาชนได้ปลูกกระท่อมได้ อย่างเสรี ปรากฏว่ามีคำโฆษณาประชาสัมพันธ์จูงใจให้พี่น้องประชาชนปลูกกระท่อมมากมาย และราคาต้นพันธุ์กระท่อมสูงมากครับ ไร่หนึ่งคิดเฉลี่ยต้นทุนในการปลูกประมาณสัก ๔๗,๐๐๐ บาท แล้วประชาชนปลูกกระท่อมกันมาก ผมคิดว่าถ้าเกิดว่ากระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ไม่วางแผนให้เป็นระบบ พี่น้องประชาชนที่ปลูกกระท่อมจะมีปัญหาในอนาคตครับ จึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวิสุทธิ์ ตามด้วย พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา เชิญครับ ท่านวิสุทธิ์ ทันไหมครับ คงกำลังเดินทางเข้ามา ถ้าอย่างนั้นไป พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา เลยครับ แล้วก็ตามด้วยท่านจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ครับ🔗

พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา จันทบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ อำเภอเมือง อำเภอแหลมสิงห์ ท่านประธานครับ กระผม ถูกบริษัทรับเหมาก่อสร้างถนนฟ้องร้องดำเนินคดีอาญาและคดีแพ่ง เรียกค่าเสียหาย ๕๐ ล้านบาท ในความผิดฐานหมิ่นประมาท หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณาและละเมิด ซึ่งศาลนัดไต่สวนมูลฟ้องในวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๔ นี้ จากการที่ผมถูกฟ้องนั้นก็สืบ เนื่องมาจากที่ผมได้อภิปรายหารือในสภาถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนครับท่าน ประธาน ซึ่งพี่น้องประชาชนนั้นเดือดร้อนในการสัญจร ใช้รถใช้ถนนบนทางหลวงสายหลัก ภาคตะวันออก สุขุมวิท หมายเลข ๓ โดยเฉพาะตั้งแต่แยกเกาะรงค์ ถึงสามแยกปากแซง ตำบลพลับพลา อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นชุมชนหนาแน่น ซึ่งในการหารือกับ ท่านประธานเมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ มีรายละเอียดดังที่ปรากฏในบันทึกการประชุมนะครับ และในครั้งนั้นกระผมได้ยื่นฟ้องต่อ ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร ก็คือท่าน พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส เพื่อให้สอบข้อเท็จจริงในเรื่องดังกล่าวนี้ด้วยนะครับ ท่านประธานครับ ขอกราบ เรียนว่าถนนสายสำคัญเส้นนี้กว่าจะสร้างแล้วเสร็จก็เกินเวลาที่กำหนด ซึ่งสาเหตุใด ก็ไม่ทราบนะครับ ก็ทำให้ประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนและประชาชนในชุมชนดังกล่าว มีความเดือดร้อน การสัญจรไปมามีการเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งเนื่องจากถนนชำรุด เป็นหลุม เป็นบ่อ หน้าแล้งก็มีฝุ่นมากมาย หน้าฝนก็มีน ้าท่วม นั่นคืออดีตที่ผ่านมา ปัจจุบันนี้ การก่อสร้างก็ยังไม่แล้วเสร็จครับท่านประธาน ก่อสร้างไม่ถึง ๓ เดือนก็มีความชำรุดเสียหาย มีการซ่อมแซมแบบใช้ไปซ่อมไปครับท่านประธาน ปัจจุบันนี้ประชาชนก็ยังมีความเดือดร้อนอยู่ กระผมจึงนำเรียนมายังท่านประธานเพื่อโปรดพิจารณา แล้วก็เพื่อดำเนินการต่อไปในเรื่อง ของการหารือดังกล่าวที่ ส.ส. ถูกฟ้องร้องดำเนินคดีด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ ท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ตามด้วยนางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา ครับ🔗

นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ฉะเชิงเทรา

ขอบคุณครับท่านประธาน เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ🔗

เรื่องแรก อยากฝากไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ให้ลงไปดู การสัญจรของพี่น้องประชาชนในช่วงเช้าบริเวณจุดยูเทิร์น (U-turn) ๒ ฝั่งเป็นถนนเลียบ มอเตอร์เวย์ (Motorway) กรุงเทพ-ชลบุรีสายใหม่ที่เชื่อมกับบางนา-ตราด บริเวณสะพาน คลองบางวัว ตำบลบางวัว อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่พี่น้อง ประชาชนต้องใช้สัญจรไปมาในการเข้าไปทำงานที่นิคมอุตสาหกรรมเวลโกรว์ และในจุด ยูเทิร์น (U-turn) จุดนี้มันติดกับคลองบางวัว แล้วก็บริเวณผิวถนนต ่า น ้าก็ขึ้นมาท่วมอยู่ บ่อยครั้ง ถนนก็ยังผุพังเป็นหลุมเป็นบ่อ ทำให้การไปทำงานในช่วงเช้าของพี่น้องประชาชน ลำบากมากแล้วรถติดมาก ๆ แล้วพี่น้องประชาชนที่ประสบปัญหานี้ก็แจ้งมายังผมเยอะ🔗

ที่เจอมาหลายปีแล้ว แล้วก็ไม่ได้มีการแก้ไขเสียที จึงฝากท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งแก้ไข อยากให้ดูว่าพื้นที่ตรงนั้นเป็นอย่างไร แล้วก็หาวิธีจัดการโดย เร่งด่วนครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ไปยังกระทรวงพาณิชย์ครับ จากการลงพื้นที่ที่ผ่านมาผมได้รับ เรื่องร้องทุกข์จากเกษตรกรที่เพาะเลี้ยงปลากะพงจำนวนมากในเรื่องของราคา เพราะว่า ราคาตกต ่าจริง ๆ ต้นทุนเพาะเลี้ยงปัจจุบันนี้กิโลกรัมละ ๘๕ บาท เข้าไปแล้ว แต่ราคาขาย อยู่ที่ ๓๐ กว่าบาทเท่านั้นเอง แล้วยิ่งน ้าท่วมที่ผ่านมาเกษตรกรก็ต้องรีบเอาปลาขึ้นมาขาย ทำให้ราคามันก็ยิ่งตกเข้าไปใหญ่ อยากให้กระทรวงพาณิชย์ลงไปดูเรื่องราคาด่วนครับ แล้วก็ในเรื่องของข้อตกลงระหว่างประเทศเอฟทีเอ (FTA) ด้วยที่ให้มีการนำเข้าปลากะพง จากต่างประเทศได้เพราะว่าต้นทุนเขาถูกกว่าเรา แล้วก็ทำให้เกษตรกรในประเทศเรามีปัญหา มากเลยในเรื่องของราคาปลากะพง มีเรื่องฝากท่านประธาน ๒ เรื่องครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญนางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา ตามด้วยท่านณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี ครับ🔗

นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคภูมิใจไทยค่ะ ท่านประธานที่เคารพค่ะ อาทิตย์หน้า ๒๑ กันยายน เป็นวันประมง แห่งชาติค่ะ และครั้งนี้ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับการประมงจากนายกสมาคม การประมงปัตตานี คุณอันน์เกตุ ลีลาไพบูลย์ และ คุณกฤษณ์พสุ เจริญ ที่บอกถึงความ เดือดร้อนเรื่องร่องน ้าตื้นเขินในแม่น ้าปัตตานีจนทำให้การสัญจรในแม่น ้าปัตตานีเต็มไปด้วย ความยากลำบาก เรือติดเลน อุปกรณ์ใบจักรเรือเสียหายบ่อยครั้ง กรมเจ้าท่าได้รับ งบประมาณขุดลอกแม่น ้าปัตตานีทุกปีนะคะ แต่ได้มาก็ไม่สามารถแก้ปัญหาทั้งระบบได้ เพราะมีเนื้อดินค้างร่องน ้าปัตตานีอยู่ ๓.๕ ล้านคิว แต่ละปีทำได้เพียง ๕๐๐,๐๐๐- ๑,๐๐๐,๐๐๐ คิวเท่านั้น ทำให้เวลาน ้าลงเลนทั้งนั้นเลยค่ะ ร่องน ้าที่วิ่งได้มีความกว้างเพียง ๔ เมตร ลึกไม่ถึง ๔ เมตร คิดดูนะคะว่าถ้าตอนน ้าลงจะเหลือสักเมตร หากจะให้ร่องน ้า ปัตตานีรับเรือขนส่งค้าขายได้ต้องลึกตลอดร่องน ้า ทราบว่าทางศูนย์อำนวยการบริหาร จังหวัดชายแดนภาคใต้เคยนำเรียนท่านนายกรัฐมนตรีตอนท่านลงในภาคใต้นะคะ และคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องก็ลงไปดูพื้นที่แล้วเมื่อต้นปี แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้าค่ะ วันนี้ดิฉันขอเรียนผ่านท่านประธานไปยังสำนักงบประมาณขอให้ลงมาปัตตานีเหมือนที่ท่าน ได้ลงไปดูที่ร่องน ้าสงขลา ได้สัมผัสของจริง ได้เห็นความเดือดร้อนของพี่น้องชาวประมง รวมทั้งขอฝากท่านประธานไปยังคณะรัฐมนตรีค่ะ ถ้ามีมติประกันความลึกร่องน ้า ๙ เมตร ได้เหมือนกับร่องน ้าสงขลา ดิฉันเชื่อว่าจังหวัดปัตตานีจะสามารถผลักดันอาชีพประมงที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจหลักของ จังหวัดปัตตานีได้จริง ๆ แต่ทุกอย่างต้องทำกันอย่างโปร่งใส มีภาคประชาชน มีตัวแทนของ ประมงปัตตานีเข้าไปมีส่วนร่วมและสามารถตรวจสอบได้ทุกขั้นตอน ขอบคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณณัฐวุฒิ ตามด้วย คุณรณเทพ อนุวัฒน์ นะครับ🔗

นายณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี หนองบัวลำภู

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชาวบ้านเลือกมา จังหวัดหนองบัวลำภู เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ขอหารือถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนดังต่อไปนี้ครับ🔗

เรื่องที่ ๑ เนื่องจากวัดสุวรรณาราม ซึ่งเป็นที่ศูนย์พักคอยประจำอำเภอสุวรรณคูหา ประสบปัญหาในการกำจัดขยะติดเชื้อ กระผมจึงอยากจะขอฝากไปยังทางสำนักพระพุทธศาสนา และกระทรวงสาธารณสุขได้โปรดพิจารณาก่อสร้างเตาเผาไฟฟ้าหรือเมรุไฟฟ้า เพื่อแก้ไขปัญหา ดังกล่าวนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เนื่องจากถนน อบต. สายบ้านโคก ตำบลบุญทัน อำเภอสุวรรณ คูหา จังหวัดหนองบัวลำภู พังชำรุดเสียหายหนักมากครับ โดยเฉพาะบริเวณบ้านคลองเจริญ บ้านโคกนก ซึ่งปัจจุบันนี้พี่น้องประชาชนร่วมกับพระภิกษุสงฆ์ได้ออกเงินกันซื้อปูนซื้อหิน ไปซ่อมแซมแล้วบางส่วน กระผมจึงอยากจะขอฝากไปยังทางกรมส่งเสริมองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น องค์การบริหารส่วนจังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งท่านได้รับการสนับสนุนจัดสรร งบประมาณทั่วไปอยู่ ปีละ ๑๐๐ กว่าล้านบาท ท่านช่วยแบ่งงบประมาณเพื่อไปช่วย พี่น้องประชาชนดังกล่าวด้วยครับ อย่าให้พี่น้องประชาชนผู้เสียภาษีแล้วต้องมาเสียเงิน เสียแรงและเสียความรู้สึกที่ต้องมาทำงานที่อยู่ในภาระหน้าที่ความรับผิดชอบของท่านอีกเลย🔗

เรื่องที่ ๓ ขอให้กรมทางหลวงซ่อมแซมไฟฟ้าส่องแสงสว่าง เพื่อความปลอดภัย บนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๑๐ บริเวณหน้าร้านแม่ย่าลาบเป็ด ตลาดนัดคลองถม อำเภอนากลาง จังหวัดหนองบัวลำภูด้วย ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านรณเทพ ตามด้วย ท่านประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ครับ ท่านรณเทพทันไหม ครับ ถ้าไม่ทัน เชิญท่านประเดิมชัยเลยนะครับ🔗

นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดินแดง ห้วยขวาง พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือท่านประธาน ในเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องชาวดินแดงในขณะนี้ ขออนุญาตขึ้นสไลด์ (Slide) นะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กรุงเทพมหานคร

ก็ขออนุญาต ท่านประธานที่จะได้นำเรียนท่านประธานหารือไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ต่อปัญหาการชุมนุม เรียกร้องทางการเมืองของพี่น้องประชาชนที่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ซึ่งในขณะนี้ ต้องยอมรับว่าผู้ที่พักอาศัยอยู่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดงได้รับผลกระทบจากการชุมนุม และรวมทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยเฉพาะตำรวจ คฝ. ที่เข้าไปควบคุมการชุมนุม ในขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ คฝ. ใช้วิธีการที่ค่อนข้างรุนแรง แล้วก็ไม่ได้เลือกว่าเป็นพี่น้อง ประชาชนหรือว่ากลุ่มผู้ชุมนุมที่มาเรียกร้องทางการเมืองที่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่านายกรัฐมนตรีคือต้นตอของปัญหา เพราะว่าท่านพักอยู่ที่บริเวณบ้านพัก พล ๑ รอ. นะครับที่บริเวณถนนวิภาวดีรังสิต ซึ่งผู้ชุมนุมเรียกร้องเขาก็ต้องการที่จะไป แสดงออกสัญลักษณ์บริเวณแถวหน้าบ้านท่าน ประการที่ ๑ ผมขออนุญาตเสนอให้ท่าน นายกรัฐมนตรีย้ายบ้านออกจาก พล ๑ รอ. นะครับ เพื่อที่จะได้ทำให้พี่น้องบริเวณ สามเหลี่ยมดินแดงกลับคืนมาอยู่ในสภาวะปกติที่ต้องไม่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม เรียกร้อง ๒ ให้ท่านได้กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ใช้คำสั่งในการที่จะให้ตำรวจ ควบคุมฝูงชนใช้วิธีการที่เป็นมาตรฐานสากลในการดูแลควบคุมผู้ชุมนุมให้เป็นไปตาม หลักสากลด้วย ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ ตามด้วยท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ เชิญครับ🔗

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอหารือต่อท่านประธานถึงรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ขอให้กระทรวงสาธารณสุขเร่งรัดฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิดเข็มที่ ๓ ให้แก่ อสม. แล้วก็เจ้าหน้าที่ด่านหน้า ซึ่งประกอบด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อพปร. เจ้าหน้าที่ ฝ่ายปกครองและผู้เกี่ยวข้อง รวมทั้งคลินิกเอกชน ผู้ประกอบวิชาชีพทางด้านสุขภาพ เช่น ทันตแพทย์ แพทย์ เภสัชกรต่าง ๆ เพื่อป้องกันการติดเชื้อโควิดแก่ผู้ที่เป็นด่านหน้าเพื่อสวัสดิ ภาพความปลอดภัยเพื่อสู้ภัยโควิด (COVID) ให้พี่น้องประชาชนนะครับ🔗

๒. ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เร่งก่อสร้างกำแพง กันช้างป่าหรือรั้วกันช้างป่าโดยรอบป่ารอยต่อ ๕ จังหวัดภาคตะวันออก ทั้งนี้เพื่อป้องกัน ไม่ให้ช้างป่าบุกรุกที่ดินของเกษตรกร ปัจจุบันมีผู้เสียชีวิต พืชผลการเกษตรเสียหาย จำนวนมาก การเยียวยานั้นต้องเกี่ยวข้องกับกฎหมายต่าง ๆ มากมาย การสร้างกำแพง กันช้างแม้ว่าจะใช้เงินพอสมควร แต่ว่าเพื่อความปลอดภัยและเศรษฐกิจของพี่น้องประชาชน นะครับ🔗

๓. ขอให้กระทรวงคมนาคมเร่งก่อสร้างถนนเลี่ยงเมืองแกลง สาย ๓๖๔๘ เป็น ๔ เลน เนื่องจากมีรถเทรลเลอร์ (Trailer) รถบรรทุกจำนวนมากประสบอุบัติเหตุ บ่อยครั้ง ติดตั้งไฟฟ้าส่องสว่างด้วยนะครับ🔗

๔. ขอขอบคุณไปยังท่านนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระยองที่จัด งบประมาณ ๔๗๐ ล้านบาท เพื่อก่อสร้างถนนที่ชำรุด ๓ ช่วง โพธิ์ทอง บ้านนา ชำฆ้อเขาช่องลม และบ้านแลง นาตาขวัญ ขอให้เร่งรัดก่อสร้างให้เสร็จโดยเร็วด้วยครับพี่น้องเดือดร้อนครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านชวลิต ตามด้วย ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง ครับ เชิญครับ🔗

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ นครพนม

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นครพนมพรรคเพื่อไทย กระผมขอติดตามการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ในพื้นที่ดังนี้🔗

๑. ครูบาอาจารย์และผู้ปกครองนักเรียนติดตามโครงการก่อสร้างสะพานลอย หน้าโรงเรียนอนุบาลนาแกผดุงราชกิจเจริญ และโรงเรียนนาแกสามัคคีวิทยา ซึ่งได้ร้องขอมา เป็นเวลานาน ทั้งนี้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นกับนักเรียนและผู้ปกครอง ตลอดจนครูบา อาจารย์ เนื่องจากถนนหน้าโรงเรียนสายนาแก สกลนคร เป็นถนน ๔ เลน รถวิ่งหนาแน่น🔗

๒. ขอติดตามการปรับปรุงถนนวงแหวนบายพาสในเขตอำเภอนาแก ซึ่งเดิมมีเพียงครึ่งวงกลม ขอให้กรมทางหลวงพัฒนาแบบให้เต็มวงกลมเพื่อให้เกิด ความคล่องตัวด้านการจราจรและเป็นการขยายเมืองนาแก สร้างความเจริญให้กับท้องถิ่น ในเขตอำเภอนาแก🔗

๓. ขอติดตามการก่อสร้างสะพานข้ามลำน ้าก ่าจากบ้านนาขาม ตำบลวังยาง อำเภอวังยาง ข้ามลำน ้าก ่ามายังบ้านดอนข้าวหลาม ตำบลก้านเหลือง อำเภอนาแก เป็นการ เปิดประตูสู่โลกภายนอกของอำเภอวังยางอีกเส้นทางหนึ่ง ซึ่งได้เห็นใจชาวบ้านที่รอคอย สะพานเส้นนี้มานาน ทราบว่ากรมทางหลวงชนบทได้ออกแบบสะพานและบริหารจัดการ ที่ดินสองข้างทางเรียบร้อยแล้วรอเพียงการเข้าแผนจัดงบประมาณต่อไป ขอขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณมาก ครับ ท่าน ร้อยเอก จองชัยยังเข้ามาไม่ทันนะครับ ก็เชิญท่านวรรณวิภา ไม้สน ตามด้วย ท่านพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค เชิญครับ🔗

นางสาววรรณวิภา ไม้สน แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน วรรณวิภา ไม้สน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วนแรงงาน วันนี้ดิฉันขอใช้เวลา ๒ นาทีเพื่อหารือท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกันนะคะ🔗

เรื่องที่ ๑ คือเรื่องสายด่วนที่ไม่ด่วนนะคะ ในเรื่องนี้ดิฉันได้ติดต่อไปยัง เจ้าหน้าที่ พม. แล้วก็เรื่องสายด่วนให้ติดต่อหน่วยงานต่าง ๆ ที่กลุ่มเปราะบางไม่ว่าจะเป็น คนเร่ร่อนหรือคนที่มีปัญหาด้านโควิด (COVID) หรือต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน แต่เมื่อติดต่อไปหลายเคส (Case) หลายครั้งหลายคราแน่นอนว่าติดต่อและประสานงาน ๒๔ ชั่วโมงแต่ไม่สามารถที่จะลงพื้นที่ในวันเสาร์ วันอาทิตย์ได้ ดิฉันจะขอยกตัวอย่างเคส (Case) ล่าสุดนะคะที่ดิฉันเพิ่งได้ติดต่อไป รวมถึงมีหน่วยงานอื่น ๆ ที่มาดูแลแล้วก่อนหน้านี้ได้ติดต่อไปที่ ๑๓๐๐ และเจ้าหน้าที่แจ้งว่าต้องมาลงสำรวจพื้นที่ ในวันจันทร์ แน่นอนค่ะ ติดเสาร์ อาทิตย์ไม่ลง ทำให้พอลงพื้นที่ไปจริง ๆ แล้วคุณลุงท่านนี้ รอไม่ไหวเสียชีวิตนะคะ ดังนั้นดิฉันจะหารือท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขอให้ ปรับปรุงแล้วก็ปรับเปลี่ยนการทำงานให้ยืดหยุ่นและเหมาะกับสถานการณ์เพราะชีวิตของ ประชาชนรอวันจันทร์ไม่ได้นะคะ คนป่วย คนจะตายรอวันเสาร์ วันอาทิตย์ไม่ได้นะคะ แล้วก็เรื่องที่ ๒ เรื่องสุขอนามัยในแคมป์ (Camp) คนงานนะคะ นี่เป็นตัวอย่างแค่แคมป์ (Camp) เดียวที่ดิฉันลงไม่ต ่ากว่า ๑๐๐ แคมป์ในช่วงที่ปิดแคมป์ (Camp) คนงานมา เรื่องสุขอนามัยท่านดูสภาพนะคะความเป็นอยู่ นี่ค่ะสภาพ แล้วก็เรื่องของประกันสังคมที่ได้ บ้างไม่ได้บ้างของคนในแคมป์ (Camp) เพราะฉะนั้นดิฉันอยากจะหารือท่านประธานไปยัง กระทรวงแรงงานและกระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้องให้ตรวจสอบในเรื่องของสุขภาพ เกี่ยวกับการรักษาพยาบาล หรือการเข้าประกันสังคมให้ตามกฎหมายกำหนดก็ดีนะคะ แล้วก็เรื่องเกี่ยวกับสุขอนามัยให้ปรับปรุงแก้ไขโดยเร่งด่วน จึงนำเรียนมายังท่านประธานค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพีระวิทย์ ตามด้วยท่านธนกร ไชยกุล ครับ🔗

นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักธรรม กระผมได้รับการประสานจากเกษตรกรนาเผือกหอมแปลงใหญ่ อำเภอบ้านหมอ และมีพื้นที่อำเภอหนองโดน อำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี นับเป็น แปลงใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็นพืชเศรษฐกิจส่งออกนำรายได้เข้าประเทศปีละ หลายร้อยล้านบาท จึงส่งผลให้เกษตรกรมีอาชีพที่มั่นคง เผือกหอมของอำเภอบ้านหมอ มีความโดดเด่นกว่าที่อื่น ๆ เพราะเป็นกึ่งดินเหนียว เผือกจึงมีความหอมและความร่วนซุย สิ่งที่เกษตรกรต้องการก็คือการประกันราคากิโลกรัมละ ๑๕ บาทขึ้นไป ป้องกันมิให้พ่อค้า คนกลางกดราคา และผลักดันให้มีตลาดกลางเผือกที่อำเภอบ้านหมอเพื่อรับซื้อเผือก ให้อยู่ในเกณฑ์มาตรฐานสากล ทั้งท่านนายก อบต. โคกใหญ่หรเทพ นายวิเชียร เทพวงศ์ ซึ่งเป็นประธานแปลงใหญ่เผือกหอมด้วย ได้ทำหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ลงวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ เพื่อขอรับการสนับสนุนงบประมาณก่อสร้างหลังคา คลุมลาน คสล. และกิโลกลางขนาดใหญ่ในการทำตลาดเผือกกลาง กระผมได้ลงพื้นที่ จึงพบปะกับเกษตรกร ซึ่งท่านนายก อบต. โคกใหญ่หรเทพและท่านกำนันตำบลหรเทพ ได้ให้ข้อมูลที่แท้จริง จึงเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก จึงขอกราบ เรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้พิจารณา ให้ความสำคัญตลาดกลางเผือกและประกันราคาที่ ๑๕ บาทขึ้นไป โดยกระผมขออนุญาต ส่งเอกสารข้างต้นให้ท่านประธานนะครับ🔗

เรื่องต่อมาพี่น้องประชาชนได้ร้องเรียนมาว่าไฟฟ้าส่องสว่างเกาะกลาง ถนนพหลโยธินช่วงยูเทิร์น (U-Turn) หน้าโรงสีพอแสงวัฒนา ตำบลห้วยบง อำเภอเฉลิม พระเกียรติ กิโลเมตรที่ ๑๒๐-๑๒๑ ติด ๆ ดับ ๆ บางวันก็ติดแป๊บเดียว คนข้ามถนนถูกรถชน เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ศาลารอรถก็มืด คนมายืนรอจะไปทำงานก็อันตราย ชาวบ้านแจ้งไป หลายหน่วยงานมานานนับปีแต่ก็ไม่มีผลอะไรเลย จึงขอให้แขวงการทางสระบุรีเร่งตรวจสอบ แก้ไขเร่งด่วน และชาวบ้านขอความเมตตาเวลาโรงเรียนเปิดตรงนี้คือโรงเรียนวัดใหม่สามัคคีธรรม ตำบลพุแค อยากให้มีตำรวจมาดูแลเรื่องการข้ามถนนของเด็กและผู้ปกครอง จึงขอฝาก ท่านผู้กำกับ สภ. อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี ได้ช่วยเหลือด้วย กราบขอบพระคุณ ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านธนกร ตามด้วยท่านกษิดิ์เดช ชุติมันต์ นะครับ🔗

นายธนกร ไชยกุล ยโสธร

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายธนกร ไชยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร เขต ๓ อำเภอเลิงนกทา อำเภอกุดชุม อำเภอไทยเจริญ พรรคเพื่อไทย วันนี้กระผมมีข้อหารือ ท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ๔ เรื่อง ก่อนอื่นผมต้อง ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ที่ได้อนุมัติ งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ พ.ศ. ๒๕๖๔ พ.ศ. ๒๕๖๕ ในการแก้ปัญหาให้กับประชาชน ๑. ถนนหมายเลข ๒๑๑๖ โครงการพัฒนาสามแยกกุดโจด ตำบลสวาท อำเภอเลิงนกทา ขยายถนน ๔ เลนเทคอนกรีต ติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่าง ไฟสัญญาณจราจรไฟเขียว ไฟแดง แล้วเสร็จควรติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างจุดชุมชนหมู่บ้านนาจาน บ้านไทยเจริญ บ้านหวาย บ้านคอนสาย บ้านห้องคลองร่องคำ บ้านห้องแซง บ้านป่าชาด ควรขยายไหล่ทางตลอดถึง บ้านห้วยค้อ อำเภอหนองพอก และสร้างสะพานลอยหน้าโรงเรียนห้องแซงวิทยาคม ๒. ถนนหมายเลข ๒๑๒ ชยางกูร ขอให้มีการติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างเกาะกลางถนนจุดชุมชน บ้านห้วยกลอยถึงบ้านห้วยสะแบก อำเภอเลิงนกทา และเร่งการติดตั้งไฟสัญญาณจราจรไฟ เขียว ไฟแดงสี่แยกเข้าสถานีขนส่งเลิงนกทาซึ่งได้งบประมาณปี ๒๕๖๕ แล้ว ๓. ถนน ๒๑๖๙ หรือ เอเอช ๒๑๒ (AH212) เป็นถนนสายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ รถบรรทุกหนักขนตู้ คอนเทนเนอร์ (Container) จากแหลมฉบังชลบุรีไปจังหวัดมุกดาหารผ่านไปประเทศลาว และประเทศเวียดนามได้ขยายถนนเป็น ๔ เลนบางช่วงหน้าโรงเรียนกุดชุมและเขตเทศบาล กุดชุมพัฒนา แต่ได้เกิดปัญหาน ้าท่วมขังประชาชนเดือดร้อนอยากให้มีการเร่งรัดแก้ปัญหาให้ด่วน ควรปรับปรุงสี่แยกบ้านคำเตยเข้าศูนย์ราชการไทยเจริญให้เป็นถนนคอนกรีต และปรับปรุง สี่แยกวัดพรหมวิหารให้เหมือนกันกุดโจด และเร่งรัดโครงการขยายถนน ๔ เลน เฟส (Phase) ที่ ๑ ตอนยโสธร-กุดชุม ซึ่งบรรจุแผนเงินกู้แล้ว และ ๔. เร่งรัดโครงการ ก่อสร้างทางรถไฟรางคู่สายอีสานกลางบ้านไผ่-มหาสารคาม-ร้อยเอ็ด-ยโสธร- มุกดาหาร- นครพนม ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้อนุมัติแล้ว ขอให้เร่งรัดการออกพระราชกฤษฎีกาเวนคืนที่ดิน และทำความเข้าใจกับประชาชน ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านกษิดิ์เดช ตามด้วย ท่านสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา นะครับ เชิญครับ🔗

นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๘ กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ขอปรึกษาหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง สืบเนื่องมาจากการแพร่ ระบาดของโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) ทำให้สถานศึกษาต้องปิดการเรียนการสอนลง โดยใช้การเรียนการสอนระบบออนไลน์ (Online) แทน ทำให้ขาดประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ ในการศึกษา บัดนี้ทางรัฐบาลได้มีการผ่อนคลายมาตรการลงแล้ว แล้วก็ในส่วนของ ห้างสรรพสินค้าและร้านอาหารต่าง ๆ ก็มีการเปิดกันแล้ว โดยเฉพาะมาตรการแผนงาน ของเด็กโตที่จะมีการเปิดประมาณปลายเดือนตุลาคมนี้ก็มีขึ้นแล้ว แต่ยังไม่มีการพูดถึง เด็กเล็กเด็กอนุบาล ซึ่งมีผลกระทบมากในเรื่องของการเรียนการสอนนะครับ แล้วก็ ผู้ปกครองที่เดือดร้อน โดยเฉพาะศูนย์เด็กเล็กก็ได้ปิดมานานแล้วนะครับ เป็นเวลาถึงรวม ๆ กันก็เกือบปีแต่ในเทอมนี้ก็ประมาณ ๖ เดือน ก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีการเร่ง ดำเนินการหารือกันแล้วสั่งการให้ดำเนินการเปิดโรงเรียนให้เป็นการสอนในแต่ปกติครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องผู้บุกรุกคลองโคกคราม ในเขตลาดพร้าวนะครับ อันนี้ผมได้ เคยตั้งกระทู้ถามกับท่านรัฐมนตรีมาแล้ว แล้วก็ได้รับคำตอบว่าในส่วนของโครงการนี้ผู้รับจ้าง ได้ทิ้งงาน แล้วก็กำลังอยู่ในระหว่างการหาผู้รับจ้างใหม่นะครับ แต่บัดนี้ผมได้ไปตรวจสภาพ ของผู้บุกรุกเพิ่งเกิดขึ้น แล้วเกิดขึ้นหนักขึ้นก็มีการสร้างบ้านเรือนและก็มีการสร้างสะพาน แล้วทิ้งขยะเป็นจำนวนมากซึ่งในระหว่างนี้ผมก็ฝากในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดย สำนักการระบายน ้ากรุงเทพมหานครว่าจะทำอย่างไรครับที่จะเข้าไปดูแลตรงนี้ให้เกิดการ หยุดการบุกรุก แล้วก็ได้มีการระบายน ้าที่ดีขึ้นครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณสุทธวรรณ ตามด้วย คุณอภิชา เลิศพชรกมล นะครับ เชิญครับ🔗

นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา นครปฐม

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครปฐม อำเภอบางเลน ดอนตูมและพุทธมณฑลพรรคก้าวไกลค่ะ วันนี้ดิฉันมีเรื่อง อยากจะขอหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องนะคะ🔗

เรื่องแรก เกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ใช้ถนนในหมู่ ๑ ตำบลดอนตูม อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐมค่ะ ถนนดังกล่าวคือถนนคันคลองระบายน ้า สายใหญ่ท่าสาร-บางปลาฝั่งขวานะคะ สภาพถนนก็เป็นอย่างที่เห็นค่ะถนนชำรุดเสียหาย มีน ้าท่วมขังนะคะ ยิ่งหน้าฝนยิ่งเดินทางลำบากค่ะ ดิฉันได้แจ้งไปยังผู้อำนวยการโครงการ ส่งน ้าและบำรุงรักษากำแพงแสนนะคะตั้งแต่เดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ซึ่งถนนเส้นนี้ อยู่ในความรับผิดชอบของโครงการส่งน ้าและบำรุงรักษากำแพงแสนค่ะ ทางผู้อำนวยการ โครงการก็ไม่ได้นิ่งนอนใจนะคะ มีการทำหนังสือส่งต่อไปที่ผู้อำนวยการสำนักงาน ชลประทานที่ ๑๓ ผ่านผู้อำนวยการส่วนแผนงาน แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้ซ่อมแซมค่ะ ผู้ที่ใช้ถนนเส้นนี้ยังร้องเรียนมาเช่นเดิมชาวบ้านแจ้งว่าขอแค่เอาหินมาเทไปก่อนก็ได้นะคะ เพื่อให้เดินทางสะดวกขึ้น ดิฉันจึงอยากฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ดำเนินการแก้ไขเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความ เดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่ต้องใช้ถนนเส้นนี้ขนผลผลิตทางการเกษตรค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากคุณสาโรจน์ จุ้ยเจริญ ตัวแทนพรรคก้าวไกล ประจำจังหวัดนครปฐม เขต ๓ ซึ่งเป็นเรื่องที่เคยหารือไปแล้วตอนเดือนมกราคมค่ะ คุณสาโรจน์แจ้งว่ายังไม่มีความคืบหน้านะคะเป็นเรื่องถนนทางหลวงชนบท นฐ ๔๐๔๒ เลียบคลองชลประทาน อยู่ระหว่างหมู่ ๕ ตำบลดอนพุทรา อำเภอดอนตูม ยาวไปถึงทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๓๒๙๖ ตอนนี้ถนนยังชำรุดเสียหาย มีลักษณะทรุดตัวลง ประชาชนสัญจรลำบาก จึงอยาก ฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ให้เร่งดำเนินการ แก้ไขค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป เชิญคุณอภิชา ตามด้วย ท่านวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ครับ🔗

นายอภิชา เลิศพชรกมล นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อภิชา เลิศพชรกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นครราชสีมา เขต ๙ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องเรียนหารือท่านประธาน คือเรื่องเงินชดเชยเพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ประสบภัยพิบัติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นภัยจาก ภัยแล้งหรือน ้าท่วมและภัยพิบัติต่าง ๆ ซึ่งในช่วงนี้เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าเป็นช่วงของ ฤดูฝน ซึ่งมีพายุเข้ามาในบ้านเราหลายลูกด้วยกัน ซึ่ง ๒ วันที่ผ่านมาก็มีพายุ ฝนตกน ้าท่วมขัง ในจังหวัดนครราชสีมาอยู่หลายอำเภอด้วยกัน เพราะฉะนั้นเมื่อฝนตกหนัก เขื่อนต่าง ๆ ก็รับน ้า ณ วันนี้โคราชมีทั้งหมด ๔ เขื่อน ลำตะคอง ลำแชะ มูลบน ลำพระเพลิง น ้าท่วมขัง น ้าเยอะมากแล้วครับ ทางชลประทานก็เริ่มมีการระบายน ้าออกจากเขื่อนดังนั้นจึงทำให้เกิด น ้าท่วมขังในไร่นาของพี่น้องเกษตรกร รัฐบาลได้ให้เงินช่วยเหลือกับพี่น้องเกษตรกร แต่ก่อน เคยให้ไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ๑,๑๐๐ บาท พืชไร่พืชผัก ๑,๕๐๐ บาทผลไม้และไม้ยืนต้นเคยให้ ๓,๒๐๐ บาท ดังนั้นแล้วจึงอยากจะฝากไปยังรัฐบาลได้ให้เงินช่วยเหลือกับพี่น้องเกษตรกร เพิ่มขึ้น ซึ่งข้าวจาก ๑,๑๐๐ บาท ก็สัก ๑,๔๐๐ บาทพืชไร่พืชผักจาก ๑,๕๐๐ บาท ก็สัก ๒,๐๐๐ บาท พืชผลไม้ ไม้ยืนต้นต่าง ๆ ก็สัก ๔,๐๐๐ บาท เพราะว่าจะได้เป็นกำลังใจ แล้วก็ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร เชื่อว่ารัฐบาลคงจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เพื่อพี่น้อง ประชาชนจะได้อยู่ดีมีสุขครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวิวัฒน์ชัย แล้วตามด้วยท่านจักรัตน์ พั้วช่วย เชิญครับ🔗

นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือ ท่านประธานเพื่อบอกกล่าวไปยังรัฐบาลได้โปรดสั่งการไปยังกระทรวงและกรมที่รับผิดชอบ ดังต่อไปนี้🔗

เรื่องที่ ๑ ผมได้รับคำร้องจากนายกรกช พวงเพชร ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๓ ตำบล ปราสาทเยอ นายอำนาจ ประอาง ผู้ใหญ่บ้านประอาง หมู่ ๑๑ นายสำเภา พิจารณ์ ได้ร้องขอ มาว่าให้เจ้าหน้าที่กรมชลประทานนั้นได้ออกไปสำรวจตรวจสอบ เนื่องจากว่าลำห้วยชลังตื้น เขิน หน้าแล้งน ้าแห้ง หน้าฝนน ้าท่วม ซึ่งมีระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตร เพราะฉะนั้น ก็ถือโอกาสนี้ ดังรายละเอียดผมจะมอบให้กับท่านประธานต่อไป🔗

เรื่องที่ ๒ ได้รับคำร้องจากนายชาญชัย จันทร์ดี นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลไพร ร้องขอให้ทางกรมชลประทานได้ออกไปสำรวจตรวจสอบเพื่อขุดลอกหนอง ซำสะโหมง ซึ่งมีพื้นที่ ๓๐๐ กว่าไร่ เกินกำลังความสามารถและงบประมาณของท้องถิ่น ดังรายละเอียดจะมอบให้กับท่านประธานต่อไป🔗

เรื่องสุดท้าย ท่านประธานที่เคารพครับ พี่น้องชาวอำเภอไพรบึง ชาวอำเภอ เบญจลักษณ์ อำเภอศรีรัตนะ ได้รับความเดือดร้อนเรื่องน ้าประปา ซึ่งบางที่บางอำเภอนั้น เป็นน ้าเค็ม หน้าน ้าพอมีใช้ แต่หน้าแล้งนั้นปรากฏว่าน ้าประปาใช้ไม่ได้ จึงร้องขอมา ให้ผมประสานงานไปยังอธิบดีกรมทรัพยากรน ้าบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม ดังรายละเอียดจะมอบให้ท่านประธานส่งไปยังกรมต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจักรัตน์ แล้วก็ตามด้วยท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ครับ🔗

นายจักรัตน์ พั้วช่วย เพชรบูรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม จักรัตน์ พั้วช่วย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบูรณ์ ส.ส. คนไทหล่มครับ วันเสาร์ วันอาทิตย์ที่ผ่านมาพื้นที่ผมอำเภอหล่มสัก อำเภอหล่มเก่า เกิดอุทกภัยรุนแรง ซึ่งเป็นปัญหาซ ้าซากทุกปี แต่ในปีนี้หนักเป็นพิเศษในรอบ ๒๐ ปี แม่น ้าป่าสักมีปริมาณน ้ามากทำให้น ้าล้นตลิ่งสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง การแก้ปัญหา ที่ยั่งยืนคือการก่อสร้างอ่างเก็บน ้าห้วยสะดวงใหญ่เพื่อตัดยอดน ้าของแม่น ้าป่าสักในช่วงฤดู น ้ามากและสามารถกักเก็บน ้าเอาไว้ใช้ในช่วงฤดูน ้าแล้ง ซึ่งขณะนี้ได้รับงบประมาณศึกษา ผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้ว จึงอยากฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทานให้ช่วยเร่งรัด โครงการ และในปี ๒๕๖๖ ขอให้ตั้งงบประมาณก่อสร้างให้ด้วยครับ และเมื่อวานต้อง ขอขอบคุณคณะท่านนายกรัฐมนตรีที่ท่านได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรี สันติ พร้อมพัฒน์ ไปเป็นตัวแทนมอบถุงยังชีพ และรับฟังปัญหาเพื่อหาแนวทางแก้ไขให้ยั่งยืนต่อไป🔗

สุดท้ายครับท่านประธานครับ วันที่ ๑ ตุลาคมที่จะถึงนี้อัตราภาษีบุหรี่และ ยาเส้นใหม่จะบังคับใช้ ทราบมาว่าทางกรมสรรพสามิตกำลังแก้ไขปัญหาอยู่ จึงอยากฝากทาง กรมให้คำนึงถึงผลกระทบของเกษตรกรเป็นสำคัญ และตอนนี้ชาวไร่กำลังรอเงินชดเชยที่ถูก ลดโควตา (Quota) ลงเมื่อปี ๒๕๖๒ อยู่ด้วยนะครับ ขอขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ตามด้วยท่านรณเทพ อนุวัฒน์ นะครับ🔗

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ พะเยา

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา เขต ๒ ท่านประธานครับ ต้องมาขอเรียน ท่านประธานทำหนังสือถึงคณะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอีกครั้งหนึ่ง ผมได้หารือ เมื่อ ๒ ปีก่อนเกี่ยวกับการสร้างสำนักงานที่ดินของอำเภอภูซาง ซึ่งเป็นอำเภอที่มี ๕ ตำบล แต่ไม่มีสำนักงานที่ดินของอำเภอภูซางต้องไปอาศัยของอำเภอเชียงคำ ซึ่งอำเภอเชียงคำ ก็มี ๑๐ ตำบล กลายเป็นว่าคนไปน่าจะทำนิติกรรมสัญญาใด ๆ ให้เสร็จสิ้น ภายใน ๑ วัน ก็ไม่ได้นะครับ ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ทำงานไม่ดี แต่ว่าคนเยอะมากครับ อำเภออื่น ๆ เขามีแล้ว อำเภอนี้ก็ควรมี ที่พร้อม ทุกอย่างพร้อม อันนี้ก็ได้รับการประสานจากนายกเทศมนตรี ตำบลสบบง นายสมพล พึ่งพวก🔗

เรื่องที่ ๒ คือการสร้างอ่างเก็บน ้าซ่อม แซมอ่างเก็บน ้าห้วยหมู่โอ่ ตำบลภูซาง ซึ่งก็ได้ถามไปเมื่อปีที่แล้วว่ามันรั่ว รั่วซึมทั้ง ๆ ที่เป็นโครงการพระราชดำริเจ้าหน้าที่ ชลประทานไปก็ไปแล ไปดู แต่ไม่ได้ทำนะครับ ป่านนี้ก็ยังรั่วอยู่🔗

เรื่องที่ ๓ ถึงกระทรวงคมนาคม การขยายถนนหลังธนาคารกสิกรไทยผ่านไป ยังตำบลเจดีย์คำและตำบลร่มเย็น ก็เคยมาพูดแล้วนะครับ ก็ขอให้เจ้าหน้าที่ไปสำรวจ ตรวจสอบว่าสามารถแก้ไขและขยายไหล่ถนนข้างละ ๑ เมตรได้หรือไม่ อีกเส้นทางหนึ่ง ถนนสายสบบง-ทุ่งกล้วย ๑๐๙๓ ๗ ปีแล้วครับ สมัยที่พวกผมเป็นรัฐบาลก็ได้รับการขยาย ไหล่ถนน แต่ ๗-๘ ปีที่ผ่านมานี้ไม่ได้สักเมตรนะท่านประธาน ว่างก็เชิญนะครับปิดสมัย ไปดูบ้านผมบ้างครับ ไม่ใช่ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้านท่านก็ต้องดูแลนะครับ อย่าปล่อยปละละเลย ให้คนมันรู้สึกน้อยอกน้อยใจกับรัฐบาลนี้นะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณรณเทพนะครับ ตามด้วยท่านปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ ครับ🔗

นายรณเทพ อนุวัฒน์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายรณเทพ อนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ ผมมีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ๑ เรื่อง เป็นเรื่องเกี่ยวกับปัญหาอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งบนถนนทางด่วนหมายเลข ๓๑๕ พนัสนิคม-ชลบุรี ไปจังหวัดฉะเชิงเทรา ที่กิโลเมตรที่ ๑๙ ถึงกิโลเมตรที่ ๒๐ หน้าสำนักงาน ไฟฟ้าภูมิภาคพนัสนิคม สืบเนื่องว่าบริเวณดังกล่าวนั้นเป็นทางโค้งและหน้าฝนฝนตก พื้นถนนเปียกก็จะเกิดปัญหาอุปสรรคในเรื่องของการขับขี่ เนื่องจากว่าถนนดังกล่าวนั้น บริเวณดังกล่าวเป็นพื้นที่ถนนที่ทำแล้วไม่มีเส้นขวาง ก็คือสร้างความฝืดเวลารถเบรกยางจะ ได้จับพื้นรวมถึงความลาดชันของถนนดังกล่าวนั้นมีปริมาณน้อยก็ทำให้เกิดการสะสม การที่จะเข้าทางโค้งนั้นเมื่อเกิดการลื่นไถลรถก็จะหมุน หมุนแล้วก็เข้าไปชนเสาไฟฟ้า ใน ๑ วันนะครับ ผมเคยไปประสบก็คือว่าวันเดียวเกิดอุบัติเหตุทั้งสิ้น ๖ ครั้งด้วยกัน สร้างความเสียหายทั้งชีวิตร่างกายและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ซึ่งเรื่องนี้ผมได้หารือ ไปทางแขวงการทางจังหวัดชลบุรีเขต ๑ ท่านก็ให้ผู้รับเหมาซึ่งยังไม่หมดสัญญาในการที่จะมาดูแล ก็คือเขาใช้วิธีการเอาเครื่องขัด ไปขัดตะไคร่น ้าออก แต่ผมไปจับดูเมื่อคืนนี้มันก็ฝืดดี แต่ปรากฏว่าเขาขัดแค่เลนเดียว อีกเลนหนึ่งไม่ยอมขัด ซึ่งเลนนั้นก็ไม่มีเส้นขวาง เพราะฉะนั้นผมเชื่อว่าปัญหาดังกล่าวนั้น แก้ไม่จบ ก็คงต้องกราบเรียนฝากท่านไปทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้ช่วย แก้ปัญหา ก็คือว่าถ้าขีดเส้นขวางไม่ได้ เส้นขวางก็คือเป็นเส้นที่การก่อสร้างและมีการขีดลงไป ให้เกิดความเฉลี่ยให้ถี่ขึ้นและรถเบรก (Brake) แล้วยางก็จะจับพื้น อันนี้ไม่มีนะครับ มีแต่มีการขัดออกไปแล้ว แต่ว่าในการแก้ปัญหานั้นเรื่องเอาเครื่องมาไปขัดเอาเลนนอกเลน ไม่ได้ขัด เพราะฉะนั้นก็ฝากด้วยนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอีกเส้นทางหนึ่งก็คือทางหลวง หมายเลข ๓๔๙ พนัสนิคมไปหนองชาก บ้านบึง อันนี้ก็มีปัญหาถึง ๗ จุดด้วยก็กราบเรียน ฝากด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านปริญญา ตามด้วย ท่านประทวน สิทธิอำนวยเดช เชิญครับ🔗

นายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนเท่ากัน ขอหารือประเด็นปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนสัก ๒ เรื่องครับ ท่านประธาน🔗

เรื่องแรก พี่น้องประชาชนประสบภัยสึนามิ จากหมู่บ้านสึนามิ ธารคีรินทร์ ตำบลคุระ อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา ที่ยังไม่ได้รับโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินจากผู้ขาย ที่ดินเป็น น.ส. ๓ ก เนื้อที่ ๓๙ ไร่ ๑ งาน ๕๗ ตารางวา ตั้งแต่ผู้ประสบภัยสึนามิได้รับทะเบียนบ้าน เมื่อวันที่ ๑๑ เมษายน ปี ๒๕๔๙ ผ่าน ๑๖ ปีมาแล้วครับท่านประธาน ที่ดินยังไม่ได้รับโอน เลย ซึ่งเป็นที่ดินมอบให้จากทางองค์กรบรรเทาสาธารณภัยฝรั่งเศส ที่ได้ระดมทุน จากพลเมืองฝรั่งเศสและจากทั่วประเทศทั่วโลก เพื่อที่จะมามอบให้กับพี่น้องที่ประสบภัย สึนามิ แต่ก็ยังไม่ได้รับโอน แล้วก็ในระหว่างนี้ก็มีการนำที่ดินแปลงนี้ไปจำนองต่อ ทั้ง ๆ ที่ได้มี การซื้อขายจ่ายเงินกันเรียบร้อยแล้ว เมื่อปี ๒๕๔๘ ส่วนอีก ๑๙ ไร่ ๑ งาน ๕๗ ตารางวานนั้น ได้ระบุไว้ในสัญญาว่าจะบริจาคให้เพื่อผู้ประสบภัยสึนามิ จึงหารือยังท่านประธานผ่านไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กรมที่ดินและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งติดตามตรวจสอบแก้ไขปัญหานี้โดยด่วนนะครับ เพราะอาจจะทำ ให้มีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศได้ และที่สำคัญพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัย สึนามิก็ได้รับความเดือดร้อนอยู่ด้วย🔗

และอีกป ระเด็น ห นึ่ ง เป็ น เรื่องขอ งการท วงห นี้ กยศ. จาก กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงการคลัง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในสถานการณ์โควิด (COVID) พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากเศรษฐกิจอยู่แล้ว จากการถูกเลิกจ้างบ้าง การว่างงานบ้าง รายได้ก็ขาดสภาพคล่อง ก็หารือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มีมาตรการ รองรับในเรื่องนี้ด้วย ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านประทวน ตามด้วย ท่านองอาจ วงษ์ประยูร ครับ🔗

นายประทวน สุทธิอำนวยเดช ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายประทวน สุทธิอำนวยเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขต ๑ ท่านครับ ผมขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปยังแขวงการทางจังหวัดลพบุรี สืบเนื่องจากประชาชนที่เดินทางสัญจรบนถนน หมายเลข ๓๐๑๗ กิโลเมตรที่ ๗ ถึงกิโลเมตร ที่ ๘ ถนนเส้นนี้เป็นถนนสายลพบุรี-วังม่วง ถนนเส้นนี้ได้รับงบประมาณจากแขวงการทาง ให้สร้างยาวตลอด มีประเด็นปัญหาอยู่ที่กิโลเมตรที่ ๗ กับกิโลเมตรที่ ๘ ประมาณสัก ๖๐๐ เมตรได้ทิ้งไว้อยู่ประมาณ ๕ ปีแล้วครับ เป็น ๒ ช่องทาง ปัญหาก็คือเกิดอุบัติเหตุอยู่ เป็นประจำ ผู้เสียชีวิตปีละประมาณสัก ๒ คนได้ ปัจจุบันนี้ผมได้ประสานไปทางแขวง แขวงบอกว่าตั้งงบแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ดำเนินการ อันนี้ก็ขออนุญาตหารือท่านประธานเร่งรัดรีบ ดำเนินการนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ก็เป็นเรื่องของถนนอีกเช่นกันครับ ถนนหมายเลข ๓๓๓๓ ก็คือถนนในส่วนของสี่แยก ซอย ๘ สายจัตวา-มะนาวหวาน ตำบลโคกตูม ก็มีปัญหาเรื่อง แสงสว่างเกิดอุบัติเหตุเช่นเดียวกัน คล้าย ๆ กัน ก็ขอความกรุณาให้ทางแขวงการทาง ช่วยจัดสรรงบประมาณทำสัญญาณจราจรแล้วก็ไฟแสงสว่าง🔗

เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องสุดท้าย ก็คือในเรื่องของทางชลประทานจังหวัดลพบุรี ได้รับงบประมาณไปดำเนินการผันน ้าจากอ่างซับเหล็กไปยังห้วยส้ม ก็ดำเนินการมาได้ ๑ ปีแล้ว ตอนนี้รู้สึกว่าจะมีปัญหาเล็กน้อย ทางชลประทานกำลังซ่อมอยู่ ก็ขอให้ทาง ชลประทานเร่งรัด แล้วก็ขณะที่ทำอยู่นี้เรื่องเส้นทางทั้งหมดจะมีการขุดหรือทำอะไร ก็แล้วแต่ควรจะมีสัญญาณแล้วก็ป้ายบอก ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณองอาจ ตามด้วยคุณสวาป เผ่าประทาน ครับ🔗

นายองอาจ วงษ์ประยูร สระบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายองอาจ วงษ์ประยูร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสระบุรี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขอหารือท่านประธาน ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรชาวนา ชาวไร่ประสบปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรของจังหวัดสระบุรีตกต ่าแทบทุกตัว จากการ ลงพื้นที่ในหลายอำเภอก็พบว่าชาวนาข้าว อำเภอหนองแค อำเภอหนองแซง อำเภอเสาไห้ ร้องเรียนว่าราคาข้าวเปลือกตกต ่า ปีที่แล้วราคาขายได้ ๘,๘๐๐ บาทต่อเกวียน ปีนี้ราคา ตกต ่าลดลงเหลือ ๖,๘๐๐ บาทต่อคู่เกวียน ชาวนาเผือกที่อำเภอบ้านหมอ อำเภอหนองโดน อำเภอดอนพุด บอกว่าเผือกตอนนี้ราคาตกต ่าอย่างยิ่ง จากปีที่แล้วกิโลกรัมละ ๔๐ บาท ๕๐ บาท ตกลงเหลือกิโลกรัมละ ๙ บาท ๑๐ บาทครับท่านประธาน ชาวสวนผักหวานป่า จากปีที่แล้วที่อำเภอบ้านหมอ ปีที่แล้วขายได้กิโลกรัมละ ๔๐ บาท ๕๐ บาท ตอนนี้ก็ราคาตก เหลือราคากิโลกรัมละเพียง ๒๐ บาท ท่านประธานครับ ราคาพืชผลทางการเกษตรตกต ่า แทบทุกตัวในจังหวัดสระบุรี มีอย่างเดียวที่ขึ้นกันอย่างทั่วถึงทุกอำเภอในจังหวัดสระบุรี ก็คือปุ๋ยและยา ท่านประธานครับ ราคาปุ๋ยปีที่แล้วจากกระสอบละ ๕๐๐ บาท ๖๐๐ บาท ตอนนี้ขึ้นต่อเนื่องกันถึงกระสอบละ ๘๐๐ บาท ๙๐๐ บาทครับท่านประธาน โครงการปุ๋ย ราคาถูกของรัฐบาลก็มีน้อยไม่เพียงพอ แม้กระทั่งโครงการปุ๋ยสั่งตัดก็ไม่สามารถที่จะทำได้ เนื่องจากต้นทุนสูงขึ้น ไม่สามารถจะทำได้ ฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ให้ช่วยดูแลด่วนด้วยครับท่านประธาน🔗

เรื่องที่ ๒ ที่จังหวัดสระบุรี ปัญหาการได้รับการจัดสรรวัคซีนป้องกันโควิด-๑๙ (COVID-19) จากรัฐบาลนั้นน้อยมาก ไม่เพียงพอ ทั้ง ๆ ที่จังหวัดสระบุรีเป็นพื้นที่สีแดงเข้ม และจำนวนตัวเลขผู้ป่วยมากสูงสุดติดอันดับ ๑ ใน ๑๐ ของประเทศอย่างต่อเนื่อง🔗

ท่านประธานครับ วัคซีนเข็มที่ ๑ ก็ยังได้รับไม่ทั่วถึงประมาณ ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ในขณะเดียวกันวัคซีนที่พี่น้องจังหวัดสระบุรีฉีดแล้ว ๒ เข็ม ซิโนแวค (Sinovac) ก็ยังมีเวลาเนิ่นนาน จนขณะนี้ภูมิไม่เหลือครับท่านประธาน ก็หวังเป็นอย่างยิ่ง ที่ทางรัฐบาลจะให้ได้ฉีดบูสเตอร์ (Booster) ในเข็มที่ ๓ เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันในจังหวัดสระบุรี ทั้งจังหวัดครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุรอง รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับต่อไปเชิญท่านสวาป ตามด้วยท่านสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ เชิญครับ🔗

นายสวาป เผ่าประทาน แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสวาป เผ่าประทาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผมมีเรื่องปรึกษาหารือ ท่านประธาน ๒ เรื่องครับ ได้รับข้อร้องเรียนจากนายสมพร สุดพิมศรี กำนันตำบลอ่างทอง และนายบังเอิญ พึ่งโพธิ์ทอง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลอ่างทอง เรื่องไฟฟ้าส่อง แสงสว่างทางสาธารณะ ถนนสายวังยาง-ตะแบกโพรง ตำบลอ่างทอง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นถนนสายหลักผ่านหลายหมู่บ้านในตำบลอ่างทองและเป็นถนน สายที่เชื่อมต่อไปยังอำเภอติดต่อกันคืออำเภอบางสะพาน ถนนสายดังกล่าวเป็นถนนสาย เส้นทางการท่องเที่ยวไปยังวัดโบสถ์ไม้ตาล วัดอ่างสุวรรณ ซึ่งเป็นวัดหลังเดียวในประเทศ ทำจากไม้ตาล และมีอ่างเก็บน ้าตะแบกโพรงไปยังน ้าตกขาอ่อน ถนนสายนี้ยังเป็นถนน สำหรับขนย้ายสินค้าทางการเกษตรเส้นเดียวที่เป็นเส้นทางไปสู่ชายแดนไทย-เมียนมาร์ ซึ่งสามารถพัฒนาเป็นเรื่องอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อไปได้ แต่เส้นนี้ยังไม่ได้รับการสนับสนุน เรื่องไฟฟ้าส่องสว่าง ซึ่งมีระยะทางประมาณ ๘,๐๐๐ เมตรมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว เนื่องจาก ได้รับคำตอบว่างบประมาณไม่เพียงพอที่จะสนับสนุนในการติดตั้งไฟส่องแสงสว่าง🔗

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับคำร้องเรียนมาจากกำนันมาเรีย เผ่าประทาน กำนันตำบล ทับสะแก อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ว่าช่วงสถานการณ์โรคระบาดโควิด (COVID) นอกเหนือจากกลุ่มแพทย์ พยาบาล กลุ่มบุคลากรทางการแพทย์อื่น ๆ แล้วที่เป็น ด่านหน้าทำงานกันอย่างหนักหน่วง ใน ๒ ปีที่ผ่านมายังไม่กลุ่มบุคคลซึ่งเป็นด่านหน้าและ กำลังสำคัญโดยเป็นแนวร่วมสนับสนุนกับกลุ่มบุคลากรทางการแพทย์อีก ๒ กลุ่ม คือ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรกำนันแพทย์ประจำตำบลทั่วประเทศ ๒. อสม. ทั่วประเทศที่ต้องทำงานอย่างหนักในช่วงเวลาสถานการณ์โควิด (COVID) อยากให้ทาง ราชการหารือหน่วยงานที่รับผิดชอบสนับสนุนเรื่องสวัสดิการให้กับบุคคลดังกล่าว โดยเฉพาะเรื่องจัดให้มีการดูแลสุขภาพประจำปี ซึ่งเรื่องนี้สำคัญเพื่อเป็นขวัญกำลังใจ และการปฏิบัติหน้าที่ ผมจึงขอเรียนผ่านท่านประธานสภาถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ สนับสนุนสวัสดิการด้านนี้กับกำนันผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน และ อสม. ทั้งประเทศ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญ ท่านสมมุตินะครับ ตามด้วยท่านยศวัฒน์ มาไพศาลสิน ครับ🔗

นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ ปัตตานี

ด้วยความเคารพท่านประธาน สมมุติ เบ็ญจลักษณ์ พรรคประชาชาติ จังหวัดปัตตานี ความต้องการผ่านท่านนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องจากการที่ได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้นำศาสนา กรรมการประจำ จังหวัด อิหม่าม คอเต็บ บิหลั่น เห็นถึงความไม่สมดุลระหว่างค่าตอบแทนกับภาระหน้าที่ อันมากมาย ผู้นำศาสนาเหล่านี้ได้รับค่าตอบแทนน้อยมาก ก็คือ ๒,๐๐๐ บาทถึง ๕,๐๐๐ บาท ผมจะยกตัวอย่าง อิหม่ามก็คือผู้นำที่มีหน้าที่สอนและปฏิบัติการละหมาดแก่สัตบุรุษหรือ มุ่งศรัทธาต่อพระเจ้าและนาบีเป็นผู้มีความรู้มีคุณธรรม อิหม่ามยังทำหน้าที่เป็นประธานของ กิจต่าง ๆ เช่น การเกิด สมรส และการตาย รวมทั้งการรังสรรค์ความเจริญก้าวหน้าแก่มัสยิด และชุมชน และโดยเฉพาะในช่วงวิกฤติโควิด (COVID) ผู้นำเหล่านี้มีบทบาทร่วมในการให้ ความร่วมมือกับหน่วยสาธารณสุข หน่วยปกครองท้องที่ท้องถิ่นเป็นอย่างมาก เช่น การประชาสัมพันธ์ การเป็นตัวอย่างนำร่องการรับฉีดวัคซีน การใช้สถานที่เป็นที่ฉีดวัคซีน แก่ชุมชน ศูนย์พักคอย เป็นสถานที่ประชุมปรึกษาในทุกประเด็นเพื่อหาทางออกแก่ชุมชน ทำงานร่วมกับส่วนราชการเพื่อตอบสนองนโยบายของรัฐบาล ผมจึงอยากจะขอให้มีการปรับ ค่าตอบแทนก็คือ คณะอิสลามประจำจังหวัดจากเดิม ๕,๐๐๐ บาทเป็น ๑๐,๐๐๐ บาท อิหม่ามจากเดิม ๓,๐๐๐ บาทเป็น ๗,๐๐๐ บาท คอเต็บบิหร่านจากเดิม ๒,๐๐๐ บาท เป็น ๖,๐๐๐ บาท บิหลั่นจากเดิม ๒,๐๐๐ บาทเป็น ๕,๐๐๐ บาท และอีกหนึ่งตำแหน่งก็คือ โต๊ะซีเยาะหรือผู้ที่ทำหน้าที่รักษาความสะอาดในมัสยิดก็คือขอให้เพิ่ม ๔,๐๐๐ บาท ส่วนผู้นำ ศาสนาอื่น ถ้าค่าตอบแทนหรือภารกิจไม่สมดุลก็สมควรที่จะเพิ่มขึ้นเพื่อนำสันติสุขสู่พื้นที่ ของเรา ขอขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านยศวัฒน์ ตามด้วยเทียบจุฑา ขาวขำ เชิญครับ🔗

นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน กาญจนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผมยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ อำเภอท่ามะกา อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี วันนี้ผมมีเรื่องร้องเรียนท่านประธานนะครับ ก็คือ🔗

เรื่องแรก ก็คือร้องเรียนไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รวมถึงเจ้าภาพ หลักก็คือกระทรวงพาณิชย์ที่ปัญหาราคาข้าวของพี่น้องชาวไทยนั้นยังตกต ่าอยู่ ซึ่งในยุคโควิด (COVID) นั้นเป็นที่รู้กันครับว่าปัญหาของชาวเกษตรกรได้รับการเยียวยา ได้รับการดูแล อย่างไม่ทั่วถึงแน่นอน เพราะฉะนั้นราคาข้าววันนี้ยังอยู่ที่ราคา ๗,๐๐๐ บาทต้น ๆ บางที่ ไม่ถึง ๗,๐๐๐ บาทครับ แต่ขณะเดียวกันราคาปุ๋ยกับเพิ่ม วันนี้ผมได้รับการร้องเรียนว่า ราคาปุ๋ยนั้นกลับเพิ่มขึ้นมาลูกละ ๓๐๐ บาท เพราะฉะนั้นผมจึงฝากท่านประธานไปยัง กระทรวงพาณิชย์ให้ช่วยดูแล ดูใจ ดูชีวิตของพ่อแม่พี่น้องชาวนาด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน กาญจนบุรี

เรื่องที่ ๒ ร้องเรียนไปยัง กรมชลประทานให้เข้าดำเนินการสร้างสะพานใหม่บริเวณสะพานข้ามคลองจระเข้สามพัน เชื่อมต่อระหว่างหมู่ที่ ๑๒ บ้านวังกาบ ตำบลรางหวาย อำเภอพนมทวนเชื่อมไปยังหมู่ที่ ๒๔ บ้านทุ่งทอง ตำบลดอนแสลบ อำเภอห้วยกระเจา ซึ่งไม่ใช่เพียงชำรุดอย่างเดียวมันจะพังแล้ว แล้วก็เส้นนี้เป็นเส้นที่สัญจรหลัก เพราะฉะนั้นอยากที่จะให้กรมชลประทานซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบเข้าไปดำเนินการ สร้างให้ใหม่เพราะซ่อมคงไม่ไหวครับ🔗

เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องที่อยู่อาศัย แล้วก็ที่ทำกินของอำเภอท่ามะกา ผมเองได้ลง พื้นที่ ได้รับการร้องเรียนจากกำนันผู้ใหญ่บ้านรวมถึงนายกองค์การบริหารส่วนตำบล หวายเหนียว อำเภอท่ามะกา ว่าที่ดินของอำเภอท่ามะกา ได้รับการตรวจสอบแล้วว่าไม่ได้อยู่ ในที่ที่ไม่ให้ออกโฉนด แต่รอการทำงานของกรมที่ดิน ไม่ว่าจะเป็นโครงการบอกดิน ๑ ก็ผ่าน ไปแล้วมานาน จนวันนี้จนบอกดิน ๒ แล้วครับ ยังไม่มีการช่วยเหลือเขา ทั้ง ๆ ที่เขาอาศัย อยู่มานานหลายชั่วอายุคนครับ ฝากท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทย ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเทียบจุฑา ตามด้วย ท่านกรุงศรีวิไล สุทินเผือก ครับ🔗

นางเทียบจุฑา ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันขอนำความเดือดร้อนมาหารือกับท่านประธานในวันนี้หลายเรื่อง ด้วยกันค่ะ แต่ก่อนที่นำความเดือดร้อนมาหารือกับท่านประธานนั้น ดิฉันก็ขอขอบคุณไปยัง ทางหลวงจังหวัดอุดรธานี หรือกรมทางหลวงของกระทรวงคมนาคม ที่ได้จัดสรรงบประมาณ ไปสร้างระบบสัญญาณไฟจราจรให้ตำบลกลางใหญ่ ได้ให้พี่น้องได้สะดวกสบายขึ้น พี่น้อง ก็ฝากขอบคุณมา แต่อย่างไรก็ตามค่ะ ยังมีความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอีกมาก ดิฉันได้รับการร้องเรียนจาก สจ. อรวรรณ เชื้อกลางใหญ่ และท่านมงคล มีลา นายกเทศบาล ตำบลกลางใหญ่ว่าปัจจุบันนี้ ถนนสาย ๒๓๔๘ ช่วง อำเภอบ้านผือ-น ้าโสม แล้วก็มันเป็น บริเวณทางโค้งอ่างเก็บน ้าห้วยทราย ขอสไลด์ (Slide) นะคะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางเทียบจุฑา ขาวขำ อุดรธานี

อ่างเก็บน ้าห้วยทราย พี่น้องเรียกว่า เขาขาด ในพื้นที่หมู่ ๑๐ ตำบลกลางใหญ่ อำเภอบ้านผือ ตรงนี้เป็นทางโค้ง ป่าทึบ เป็นเนิน ลาดชัน แล้วก็เกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก เส้นทางมันคับแคบ ดิฉันจึงขอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ได้ขยายไหล่ทางให้กว้างขึ้น แล้วก็ขอให้ติดระบบไฟฟ้าแสงสว่างให้กับ พี่น้องประชาชนได้สัญจรไปมาได้สะดวกด้วยค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ ก็ได้รับการร้องเรียนอีกเหมือนกันค่ะ ท่านประธานคะ ถนนอุดรธานี- หนองคาย เส้นนี้พี่น้องประชาชนจะสัญจรมาก แล้วก็มาจากหลายจังหวัด และเส้นนี้ จะเดินทางไปสู่ถึงประเทศลาว แล้วก็มีระหว่างเส้นทางแยกไปทางบ้านผือเขาเรียกว่าทาง แยกดงไร่ สาย ๒๐๒๑ ตรงนี้อุบัติเหตุเกิดบ่อยมาก ก็ขอให้ติดตั้งระบบสัญญาณไฟจราจร ด้วย🔗

แล้วก็ดิฉันได้รับการร้องเรียนอีกเรื่องหนึ่ง สำคัญค่ะท่านประธาน ขอท่านประธานเร่งรัดฉีดวัคซีนป้องกันโควิด (COVID) ให้กับวัยหนุ่มสาวอายุต ่ากว่า ๖๐ ปี ลงมา และนักเรียน ครู เขาอยากเรียนหนังสือ อยากสอนหนังสือ ตอนนี้วัคซีนยังไปไม่ถึง เมื่อไรคะจะฉีดวัคซีนให้คณะดังกล่าว ก็ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรีช่วยจัด วัคซีนให้กับคนหนุ่มสาว แล้วก็ครู นักเรียนด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไป เชิญท่านกรุงศรีวิไล และตามด้วย ท่านศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ เชิญครับ🔗

นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม กรุงศรีวิไล พรรคพลังประชารัฐ เขต ๕ จังหวัดสมุทรปราการครับ เรื่องที่ ได้กราบเรียนท่านประธานต่อไปนี้ก็คือเรื่องว่าความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน อำเภอบางบ่อ และอำเภอบางเสาธง ครับ ด้วยทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๗ ได้ทำงาน ก่อสร้างมาหลายสิบปีแล้ว ตั้งแต่ผมเป็น ส.ส. สมัยแรก ปี ๒๕๕๐ ถนนเลียบมอเตอร์เวย์ ในเขตอำเภอบางบ่อ ซึ่งประกอบด้วย ตำบลเปร็ง ตำบลบางบ่อ ตำบลบ้านระกาศ ตำบลบางพลีน้อย และตำบลคลองนิยมยาตรา ซึ่งประชาชนขนส่งสินค้าเกษตรและ ประกอบการพาณิชย์ ยังไม่มีสะพานข้ามคลองขนาดมาตรฐาน ตัวสะพานที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ที่ใช้งบประมาณของท้องถิ่นในการก่อสร้างเพื่อให้ ประชาชนได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน ซึ่งประกอบไปด้วย คลองพระยานาคราช คลองพระยาสมุทร คลองปิ่นแก้ว คลองไทรโยค คลองทรราชย์ คลองพระองค์เจ้าไชยยานุชิต คลองช้างตาย ดังนั้นเพื่อประชาชนในเขต ๕ ตำบลดังกล่าว และประชาชนได้ใช้ประโยชน์จากทางเลียบ ทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๗ ด้วยความสะดวก และประหยัดในการเดินทาง เป็นเส้นทางลัดตัดผ่านถนนต่าง ๆ หลายสาย จึงขอให้ท่านช่วย กรุณาหางบประมาณจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทำการก่อสร้างสะพานด้วยครับท่าน ประธานครับ การหารือของ ส.ส. ของสมาชิกทุกท่าน โดยเฉพาะตัวผมด้วยผมติดตาม มาตลอดว่าเรื่องที่ผมร้องเรียนไปผ่านไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างไรครับ ผมไม่เห็นได้รับ การตอบแทนกลับมา ได้รับคำตอบกลับมาจริง ๆ ไม่ได้รวดเร็วทันใจอย่างที่ได้คุยกันไว้ ได้บอกไว้ว่าจะรักประชาชน จะดูแลประชาชน พรรคพลังประชารัฐก็ทำงานเต็มที่แล้ว เพื่อพี่น้องประชาชนครับ ตอนนี้ภัยพิบัติของน ้าท่วมบ้านผม ขอภาพขึ้นด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก สมุทรปราการ

พี่น้องจะเห็นว่าป่านนี้เขตนี้ จากสภาไปบ้านผม ๒๐ นาที พี่น้องดูถนนนี้นะ นี่คือถนนนะครับ นี่ถนนทั้งนั้นนะครับ ผมเจ็บช ้าน ้าใจมาก ถ้าผมทำไม่ได้ผมตายแล้วก็คงจะทำไม่ได้ครับ ช่วยหน่อยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศิรสิทธิ์ แล้วตามด้วยท่านนริศ ขำนุรักษ์ ครับ🔗

นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ โควิด-๑๙ (COVID-19) แพร่ระบาดมาเขตอำเภอปากช่องสร้างความ เดือดร้อนเจ็บปวดใจให้กับพี่น้องประชาชนคนปากช่องมาก เพราะบางครอบครัวพ่อตาย แม่ป่วย ลูกถูกกักตัว ไม่มีข้าวจะกิน รายได้ก็ไม่มี ผมจึงนำเรียนท่านประธานผ่านไปยัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้จัดสรรงบประมาณมาชดเชยเยียวยาให้กับพี่น้อง ประชาชนอย่างเร่งด่วน ทั่วถึง เพียงพอ ให้กับพี่น้องประชาชนคนปากช่องด้วยครับ ท่านประธานครับ ที่ผ่านมานั้นพี่น้องประชาชนคนปากช่องมีเสียงร้องไห้ มีคราบน ้าตา มีความสิ้นหวังในชีวิต ต้องการความช่วยเหลือก็มีแต่เพียงมูลนิธิสว่างวิชชาธรรมสถาน และหน่วยงานเอกชนทั้งหลายที่รวมใจกันช่วยเหลือพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชน ฝากกราบขอบพระคุณไว้ ณ โอกาสนี้ อนึ่งบุคลากรทางการแพทย์นั้นครับท่านประธาน ไม่ว่าจะเป็นแพทย์ พยาบาล อสม. ผู้ช่วย ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน อบต. ได้ยืนเคียงใจคู่ร่างกาย ดูแลพี่น้องประชาชนอย่างไม่ทอดทิ้ง ผมต้องการให้ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้ขึ้นเงินเดือนหรือค่าชดเชยให้กับบุคลากรคนเหล่านี้เป็นขวัญกำลังใจครับ ตลอดทั้งพี่น้องประชาชนอำเภอปากช่องนั้นถนนพังเยอะ ถนนหมู่ ๗ บ้านกลางดง ตำบลสีมามงคล ถนนสาย ๓๐๑๗ หมู่ ๗ บ้านสายชนวนเชื่อมต่อไปยังบ้านหลังเขา ตำบลจันทึก ถนนหมู่ ๕ บ้านวังเพิ่ม ตำบลพญาเย็น และตำบลพญาเย็น หมู่ ๑๒ หมู่ ๑๑ หมู่ ๑๔ ตลอดทั้งตำบลหนองสาหร่าย ถนนเสียหายมาก ไม่ว่าจะเป็นหมู่ ๑ หมู่ ๒ หมู่ ๖ หมู่ ๑๕ หมู่ ๑๓ หมู่ ๘ ถนนพังชำรุดเสียหายมาก ผ่านท่านประธานครับ ขอได้โปรด ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนคนอำเภอปากช่อง จัดสรรงบประมาณช่วยเหลือด้วย ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนริศ ขำนุรักษ์ และตามด้วยท่าน ร้อยเอก จองชัยครับ เชิญท่านนริศครับ🔗

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ สืบเนื่องจาก จังหวัดพัทลุงมีสัมปทานรังนกนางแอ่น โดยจังหวัดพัทลุงจะมีรายได้โดยเฉลี่ยปีละร่วม ๑๐๐ ล้านบาท ท้องถิ่นได้นำเงินดังกล่าวใช้ในการแก้ปัญหาและพัฒนาจังหวัดพัทลุงด้วยดี เสมอมานะครับ แต่ว่าเมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๔ อายุสัมปทานได้หมดลง ในวันที่ อายุสัมปทานหมดลงนั้นนกและรังนกยังมีสภาพอุดมสมบูรณ์อยู่ เมื่อสัมปทานหมดลงก่อนที่ จะมีสัมปทานใหม่ต้องใช้เวลา ๘๗ วัน ช่วงเวลาที่เป็นช่องว่างนี้ทางจังหวัดพัทลุงได้มีคำสั่งให้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และเจ้าหน้าที่จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมร่วม ๖๐ นาย ใช้เงินประมาณ ๔,๕๐๐,๐๐๐ บาท เป็นเบี้ยเลี้ยงในการเฝ้าเกาะ ไม่ให้มีบุคคลภายนอกเข้าไปรบกวนนกและรังนกภายในถ ้าภายในพื้นที่สัมปทาน แต่เมื่อสัมปทานใหม่ได้เข้าไปรับมอบพื้นที่ หลังจากได้สัมปทานแล้วพบว่ารังนกและนก แทบไม่เหลือแม้แต่นิดเดียว สร้างความเสียหายอย่างยับเยิน ๒. พบเสื้อผ้า กระป๋องเครื่องดื่ม ขยะมากมายเป็นร่องรอยของการเข้าไปขโมยรังนก ๓. พบกองไฟในถ ้าหลายที่เป็นการ รมควันนก เป็นการทำลายทรัพยากรนก ผมจึงขอให้ประธานได้มีหนังสือไปยังรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงมหาดไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือ ป.ป.ช. ป.ป.ท. ตั้งกรรมการ ตั้งชุดทำงาน เพื่อตรวจสอบเอาผิดผู้กระทำผิด เอาผิดผู้ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หาผู้รับผิดชอบต่อความ เสียหายในครั้งนี้ ขอให้จังหวัดพัทลุงและคณะกรรมการชุดดังกล่าวได้ดำเนินการด้วยความ เด็ดขาดจริงจัง เพราะพฤติกรรมดังกล่าวนี้สร้างความเสียหายกับทรัพยากรธรรมชาติและ สร้างความเสียหายให้กับจังหวัดพัทลุงครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านนริศครับ ต่อไปเชิญท่าน ร้อยเอก จองชัยครับ🔗

ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชลบุรี วันนี้ผมมีข้อหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗

ในเรื่องที่ ๑ นั้น กระผมขอทวงถามเป็นครั้งที่ ๒ ผ่านสภาไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมเกี่ยวกับโครงการการแก้ปัญหาการจราจรทั้งระบบ ๔ จุด เพื่อประโยชน์ ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวดังนี้ครับ ๑. ขอให้สร้างสะพานต่างระดับ บริเวณจุดตัดทางหลวง หมายเลข ๓๖๑ กับถนนบ้านสวน-หนองข้างคอก ซึ่งจะทำให้เกิดทาง ลอดใต้สะพานทำให้พี่น้องทั้ง ๒ ฝั่งนั้น ข้ามไปมาหากันได้สะดวก ปลอดภัยและไม่ต้อง ไปกลับรถในระยะทางไกลครับ ๒. ขอให้สร้างสะพานบริเวณวงแหวนจุดตัดทางหลวง หมายเลข ๓๖๑ กับทางรถไฟ ๓. ขอให้สร้างสะพานต่างระดับข้ามแยกทุ่งสระหรือ แยกโรงแรมบ้านสวนเพื่อลดการจราจรที่แออัด และ ๔. ขอให้สร้างจุดกลับรถใต้สะพาน บริเวณจุดตัดทางหลวง หมายเลข ๓๖๑ กับถนนสุขุมวิทบริเวณตรงข้ามเซ็นทรัลชลบุรีครับ กระผมได้เคยนำเรียนเรื่องนี้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๖๓ ผ่านไปเกือบ ๒ ปีแล้ว ยังไม่มีการก่อสร้างโครงการใด ๆ เกิดขึ้นเป็นโครงการที่มีประโยชน์อย่างมากนะครับ ขอให้กระทรวงคมนาคมนำไปปฏิบัติครับ🔗

ในเรื่องที่ ๒ นั้นกระผมได้รับการร้องเรียนอยู่บ่อยครั้งเกี่ยวกับถนนหนทาง ที่ทำแล้วขุด ๆ ทั้ง ๆ ที่ยังมีสภาพดีนะครับ เพิ่งจะสร้างเสร็จไม่นาน ต้องมีการรื้อ ถอนทำลายหรือปรับปรุงพื้นผิวการจราจรมีการวางระบบท่อ ระบบสายไฟหรือระบบ สายสัญญาณต่าง ๆ ทำให้สิ้นเปลืองงบประมาณอย่างมากครับ จึงขอนำเรียนไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้มีการบูรณาการและวางแผนกันอย่างเป็นระบบในระยะยาวอย่างแท้จริงครับ โดยเฉพาะกระทรวงคมนาคมซึ่งมีกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กระทรวงมหาดไทย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การไฟฟ้า การประปาทั้งนครหลวงและภูมิภาค กระทรวง เอ็มดีอีเอส (MDES) ซึ่งมีบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ รวมไปถึงการเพิ่มบทลงโทษให้กับ ผู้ที่กระทำการประมาท ขาดการวางแผนทำให้รัฐเสียหายด้วย ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ เราก็ได้รับการหารือนำเอาปัญหาของพี่น้องประชาชนมาหารือครบทั้ง ๓๐ ท่านนะครับ ผมขอเรียนชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องการนำเอาปัญหาของพี่น้องประชาชน มาหารือในสภาผู้แทนราษฎรถึงแนวปฏิบัติของพวกเรานะครับ หลังจากที่ท่านสมาชิกได้ หารือ เจ้าหน้าที่สภาที่มีความรับผิดชอบก็จะได้รวบรวมเรื่องที่ท่านได้หารือในสภาทุกคำพูด ทุกตัวอักษรนะครับ แล้วก็ส่งไปที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะให้ดำเนินการแก้ไข ผมยืนยัน ว่าทุกข้อหารือของพวกท่านนั้นได้รับการนำส่งไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฉบับ ทุกข้อหารือ โดยผมเป็นผู้เซ็นส่งจากสภาของพวกเราเองนะครับ ส่วนจะได้รับการตอบสนอง จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมากน้อยเพียงใดนั้นเราไม่มีกฎหมายใด ๆ ที่จะไปบังคับเขาได้นะ ครับ ซึ่งผมส่งข้อหารือของท่านไปแล้ว ผมก็มีหนังสืออีกฉบับหนึ่งไปถึงตัวสมาชิกได้รับทราบ ว่าผมได้ดำเนินการอย่างนี้แล้วแจ้งให้ท่านทราบทุกครั้งไป เรียนให้ท่านสมาชิกได้รับทราบ นะครับ🔗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๘๐ คน
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิก ครับ ขณะนี้มีท่านสมาชิกลงชื่อมาประชุม จำนวน ๓๐๙ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมแล้ว นะครับ🔗

ผมขอเปิด การประชุมและดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุมทราบ🔗

๒.๑ ผมมีเรื่องที่จะแจ้งต่อที่ประชุมได้รับทราบนะครับ ได้รับแจ้งจาก เจ้าหน้าที่ว่าขอเชิญท่านสมาชิกที่มีความประสงค์จะตรวจหาเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) แบบแอนติเจน (Antigen) สามารถเข้ารับการบริการได้ในวันพุธที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๔ ตั้งแต่เวลา ๐๙.๐๐ นาฬิกา ถึง ๑๒.๐๐ นาฬิกา ณ บริเวณหน้าอาคารรัฐสภาชั้น ๑ ฝั่งสภาผู้แทนราษฎรนะครับจึงขอแจ้งให้ท่านสมาชิกได้รับทราบ ท่านผู้ใดมีความประสงค์ ที่อยากจะตรวจก็ไปใช้บริการได้ ถึงเวลา ๑๒.๐๐ นาฬิกา🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว🔗

เรื่องด่วน🔗

๑. ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)🔗

จากการประชุมคราวที่แล้ว เมื่อรัฐมนตรีได้แถลงหลักการและเหตุผล ท่านสมาชิกก็ได้อภิปรายแสดงความคิดเห็น รัฐมนตรีและผู้เข้าร่วมชี้แจง ได้ตอบชี้แจงต่อ ที่ประชุม แล้วก็ปิดการอภิปราย ประธานของที่ประชุมในขณะนั้นก็คือท่านสุชาติ ตันเจริญ จึงได้สั่งปิดการประชุมและเลื่อนการลงมติไปในคราวต่อไปนะครับ สำหรับวันนี้จะเป็นการลง มติในวาระที่ ๑ ขั้นรับหลักการ ดังนั้นผมขอดำเนินการต่อเลยนะครับ ท่านสมาชิกครับก่อน ลงมติ คือ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็จะต้องมีการลงมติต่อจากที่ท่านสุชาติ ตันเจริญ ได้ดำเนินการ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ🔗

(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกห้องประชุมหรือที่กำลังประชุมกรรมาธิการอยู่นะครับขอท่านได้ เดินทางเข้าสู่ห้องประชุมนะครับเพื่อที่จะได้มีการลงมติต่อไปนะครับ🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ท่านครูมานิตย์🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ผม ๐๔๓ ขอแสดงตัวครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวนะครับ ยังไม่ได้ให้แสดงตัวครับ ตอนนี้เชิญเข้าห้องประชุมก่อน เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกนะครับ🔗

ท่านสมาชิก ที่เข้าห้องประชุมแล้วขอความกรุณาท่านใช้สิทธิแสดงตนนะครับ ใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนนะครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน สมาชิกที่อยู่ข้างนอกรีบเร่งเดินทางหน่อยนะครับ ท่านสมาชิกที่เข้ามาถึงแล้วโปรดเสียบบัตร และกดปุ่มแสดงตนนะครับ🔗

ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี สงขลา

ท่านประธานครับ ผม ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี ๔๗๗ ขอแสดงตนครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เลขที่เท่าไร นะครับเมื่อกี้ ท่านอรุณ🔗

นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน กาญจนบุรี

ท่านประธานครับ ยศวัฒน์ ๒๙๑ ขอแสดงตนครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๒๙๑ แสดงตนนะครับ🔗

ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี สงขลา

ท่านประธานครับ ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี ๔๗๗ ขอแสดงตนครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๔๗๗ แสดงตนนะครับ ท่านสมาชิกที่เข้ามาทีหลังโปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนนะครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม พิสิฐ ลี้อาธรรม เบอร์ ๑๖ ครับ🔗

ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน ๐๐๒ แสดงตนครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านพิสิฐ แสดงตนนะครับ ท่านสมาชิกก็ทยอยกันเข้ามา เพราะส่วนใหญ่ก็ไปประชุมกรรมาธิการกัน มีท่านสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตนบ้างมีไหมครับ ถ้ามี ก็ขอเชิญนะครับ🔗

นายดะนัย มะหิพันธ์ อำนาจเจริญ

ท่านประธานครับ ๑๒๗ ดะนัย มะหิพันธ์ แสดงตนครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๑๒๗ แสดงตนครับ ถ้าทุกท่านได้แสดงตัวตนเสร็จแล้วผมขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่แสดงผล ด้วยจำนวนผู้เข้าประชุมในขณะนี้ ๒๖๘ ท่าน บวกกับ ๕ ท่าน ก็เป็น ๒๗๓ ท่าน ถือว่า ครบองค์ประชุมนะครับ🔗

ต่อไปผมจะ ขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย อาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นควรรับหลักการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนน🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี สงขลา

ท่านประธาน ผม ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี ๔๗๗ รับหลักการครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๔๗๗ รับหลักการนะครับ ท่านสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนมีไหมครับ ถ้ามี ก็เชิญนะครับ ถ้าไม่มีผมขอปิดการลงคะแนน เจ้าหน้าที่แสดงผลด้วยครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๘๔ ท่าน เห็นด้วย ๒๘๒ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน🔗

เป็นอันว่าที่ ประชุมมีมติเห็นควรรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ต่อไป ขอเชิญเสนอ คณะกรรมาธิการ เชิญท่านอรรถกรครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณท่านประธาน ครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พลังประชารัฐจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ผมขอเรียนเสนอให้สภา ได้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย อาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เรื่องเพิ่มเกณฑ์อายุเด็กในกรณีที่เด็กกระทำความผิดอาญา จำนวนทั้งหมด ๓๙ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีท่านสมาชิกท่านอื่นเสนอเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าไม่มี ผมถือว่าที่ประชุมได้มีมติให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ จำนวน ๓๙ ท่าน หรือ ๓๕ ท่าน🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

๓๙ ท่านครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับเนื่องจากเป็นร่างพระราชบัญญัติที่มีสาระสำคัญเกี่ยวกับเด็ก ดังนั้น ตามมาตรา ๑๒๘ วรรคสองของรัฐธรรมนูญ ประกอบกับข้อบังคับ ข้อ ๑๒๑ กำหนดให้ จำนวนกรรมาธิการวิสามัญต้องประกอบด้วยสัดส่วนกรรมาธิการของบุคคลประเภทดังกล่าว หรือผู้แทนองค์กรเอกชนที่ทำงานเกี่ยวกับเด็กโดยตรงเข้าร่วมเป็นกรรมาธิการวิสามัญไม่น้อย กว่าหนึ่งในสามของจำนวนกรรมาธิการวิสามัญทั้งหมด และกำหนดให้ตั้งจากบุคคลที่ คณะรัฐมนตรีเสนอชื่อไม่เกินหนึ่งในหกของจำนวนกรรมาธิการวิสามัญทั้งหมด ส่วนจำนวน กรรมาธิการวิสามัญที่เหลือให้ที่ประชุมเลือกจากรายชื่อที่สมาชิกเสนอ โดยให้มีจำนวนตาม หรือใกล้เคียงกับอัตราส่วนของจำนวนสมาชิกของแต่ละพรรคการเมืองที่มีอยู่ในสภา ขอเชิญท่านสมาชิกกำหนดจำนวนกรรมาธิการ ท่านสมาชิกครับ ที่ประชุมกำหนดให้มี กรรมาธิการวิสามัญจำนวน ๓๙ คน สัดส่วนก็น่าจะแบ่งกันตามนี้นะครับ สัดส่วนกรรมาธิการ ของคณะรัฐมนตรี จำนวน ๖ ท่าน สัดส่วนกรรมาธิการของแต่ละพรรคการเมือง ๒๐ ท่าน สัดส่วนกรรมาธิการของผู้แทนองค์กรเอกชน จำนวน ๑๓ ท่าน ซึ่งเกี่ยวกับเด็กนะครับ ขอเชิญคณะรัฐมนตรีเสนอรายชื่อกรรมาธิการครับ🔗

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม ในนามของรัฐบาล ขอเสนอรายชื่อผู้มาเป็นกรรมาธิการดังกล่าว จำนวน ๖ ท่าน ดังนี้ ๑. ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ๒. นางมาระตี นะลิตา อันดาโม ๓. นางสาวศิริพร เอี่ยมธงชัย ๔. นายสุพล บริสุทธิ์ ๕. นายสราวุธ เบญจกุล ๖. นายนพดล แก้วสุพัฒน์ ขอขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ ต่อไปเป็นสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย กรรมาธิการของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๖ ท่าน และผู้แทนองค์กรเอกชนที่เกี่ยวกับเด็ก จำนวน ๔ ท่าน เชิญตัวแทน พรรคเพื่อไทยเสนอครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงใหม่ครับ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ในสัดส่วนของ พรรคเพื่อไทย ๖ ท่าน ๑. นายนิยม เวชกามา ๒. นายฉลาด ขามช่วง ๓. นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ๔. นายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ ๕. นายสุรชัย เบ้าจรรยา ๖. นายวัฒนา เตียงกูล และขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนองค์กรเอกชนผู้แทนเด็ก จำนวน ๔ ท่านครับ ๑. รองศาสตราจารย์อภิญญา เวชยชัย ๒. ผู้ช่วยศาสตราจารย์อัญมณี บูรณกานนท์ ๓. นายวันชัย บุนนาค และ ๔. นายประพนธ์ หลีสิน ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเป็นตัวแทนพรรคพลังประชารัฐ กรรมาธิการของพรรค จำนวน ๕ ท่าน ผู้แทนองค์กรเอกชนที่เกี่ยวกับเด็ก จำนวน ๓ ท่าน เชิญตัวแทนพรรคพลังประชารัฐครับ🔗

นายจักรพันธ์ พรนิมิตร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ จักรพันธ์ พรนิมิตร กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการ วิสามัญชุดนี้ ในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๕ คน ดังรายนามต่อไปนี้ครับ ๑. นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ๒. นายชูศักดิ์ คีรีมาศทอง ๓. นายสมศักดิ์ คุณเงิน ๔. นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ และ ๕. นางภัทรมน เพ็งส้ม ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องครับ ต่อไปเป็นสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย กรรมาธิการของพรรค จำนวน ๓ ท่าน ผู้แทนองค์กรเอกชนที่เกี่ยวกับเด็ก ๒ ท่าน เชิญตัวแทนพรรคภูมิใจไทยเสนอครับ🔗

นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม อาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรค ภูมิใจไทย ขอเสนอชื่อกรรมาธิการสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย จำนวน ๓ ท่านดังนี้ ๑. ท่านวิรัช พันธุมะผล ๒. ท่าน ส.ส. มารุต มัสยวาณิช และ ๓. นายสุพล พันธุมโน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคก้าวไกล กรรมาธิการของพรรค จำนวน ๒ ท่าน ผู้แทนองค์กร เอกชนที่เกี่ยวกับเด็ก ๒ ท่าน เชิญตัวแทนพรรคก้าวไกลเสนอครับ🔗

นายวุฒินันท์ บุญชู สมุทรปราการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วุฒินันท์ บุญชู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคก้าวไกล ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย อาญา (ฉบับที่..) พ.ศ. …. ในสัดส่วนพรรคก้าวไกล จำนวน ๒ คน ได้แก่ ๑. ณัฐวุฒิ บัวประทุม และ ๒. นางทิชา ณ นคร และรายชื่อในสัดส่วนขององค์กรเอกชนที่ทำงาน ด้านเด็ก เยาวชน ๒ คน ได้แก่ ๑. ผู้ช่วยศาสตราจารย์จิราภรณ์ อรุณากูร และ ๒. ว่าที่เรือตรี ธนวรรธณ์ สุวรรณปาน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเป็นสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ กรรมาธิการของพรรค จำนวน ๒ ท่าน ผู้แทนองค์กรเอกชนที่เกี่ยวกับเด็ก จำนวน ๑ ท่าน เชิญตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ ครับ🔗

นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัด สุราษฎร์ธานี จากพรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ในสัดส่วนของพรรค ๒ ท่าน ๑. นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ๒. นายไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเป็นสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา กรรมาธิการของพรรค ๑ ท่าน ตัวแทนองค์กรเอกชนที่เกี่ยวกับเด็กอีก ๑ ท่าน เชิญตัวแทนเสนอ🔗

นายเสมอกัน เที่ยงธรรม สุพรรณบุรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรี จากพรรคชาติไทย พัฒนา ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอ นายรุ่งโรจน์ แก่นสวาท และ นางอุไร โชติรุ่งโรจน์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเป็นสัดส่วนของพรรคเสรีรวมไทย กรรมาธิการของพรรค จำนวน ๑ ท่าน เชิญตัวแทนพรรคเสรีรวมไทยได้เสนอครับ🔗

พลตำรวจโท วิศณุ ม่วงแพรสี แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พลตำรวจโท วิศณุ ม่วงแพรสี แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ขอเสนอ กรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน นายสุนทรชัย พรเจริญ ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ ท่านเลขาธิการอ่านชื่อกรรมาธิการครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ขออนุญาตท่านประธานนิดหนึ่งครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ท่านอรรถกร เชิญครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณท่านประธาน ครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร เมื่อสักครู่นี้ผู้แทนขององค์กรเอกชนที่ทำงานเกี่ยวกับเด็ก ผมเข้าใจว่าทางพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้เสนอครบแล้ว แต่ในสัดส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลเดี๋ยวจะมีท่านเพื่อนสมาชิกเสนอรวบ ทีเดียวครับ ก็เลยขอเสนอในสัดส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ที่จริง เมื่อสักครู่ก็มีการเสนอประกบกันมาทุกพรรคอยู่แล้วไม่ใช่หรือครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตเรียนท่าน ประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ที่เสนอแต่ละพรรคการเมืองก็เสนอในสัดส่วนของพรรคการเมือง แต่ในสัดส่วนของผู้แทนองค์กรเอกชนทางพรรคร่วมรัฐบาลยังไม่ได้เสนอครับ จึงขออนุญาต นำเรียนท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าอย่างนั้น เชิญตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาลได้เสนอรายชื่อของผู้แทนองค์กรภาคเอกชนที่เกี่ยวกับเด็ก นะครับ แต่ว่ารวมทั้งหมดก็ต้องไม่เกิน ๑๓ ท่าน ใช่ไหมครับ เชิญครับ🔗

นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐค่ะ ดิฉันขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพิ่มเกณฑ์อายุเด็กในกรณีที่เด็กกระทำความผิดอาญาในส่วนของผู้แทนองค์กรเอกชน ที่ทำงานเกี่ยวกับเด็กในสัดส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลทั้งสิ้น ๗ ท่าน ดังนี้ค่ะ ๑. นายโกศล หกสุวรรณ ๒. นางสาวธิติพร ดนตรีพงษ์ ๓. นายปิยะ หมานเอ็น ๔. นายซาการียา บิณยูซูฟ ๕. นางอุไร โชติรุ่งโรจน์ ๖. นางวิไลรัตน์ จุลคีรี และ ๗. นางจิตณาพร รักธรรม ขอผู้รับรอง ด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ครบตามจำนวนนะครับ ต่อไปท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อกรรมาธิการครับ🔗

นายสุชาติ โรจน์ทองคำ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๑. ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ๒. นางมาระตี นะลิตา อันดาโม ๓. นางสาวศิริพร เอี่ยมธงชัย ๔. นายสุพล บริสุทธิ์ ๕. นายสราวุธ เบญจกุล ๖. นายนพดล แก้วสุพัฒน์ ๗. นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์ ๘. นายชูศักดิ์ คีรีมาศทอง ๙. นายสมศักดิ์ คุณเงิน ๑๐. นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ๑๑. นางภัทธมน เพ็งส้ม ๑๒. นายวิรัช พันธุมะผล ๑๓. นายสุพล พันธุมโน ๑๔. นายมารุต มัสยวาณิช ๑๕. นายวิรัตน์ วิริยะพงษ์ ๑๖. นายไชยวัฒน์ ไตรยสุนันท์ ๑๗. นายรุ่งโรจน์ แก่นสวาท ๑๘. นายโกศล หกสุวรรณ ๑๙. นางสาวธิติพร ดนตรีพงษ์ ๒๐. นายปิยะ หมานเอ็น ๒๑. นายซาการียา บิณยูซูฟ ๒๒. นางอุไร โชติรุ่งโรจน์ ๒๓. นางวิไลรัตน์ จุลคีรี ๒๔. นางจิตณาพร รักธรรม ๒๕. นายนิยม เวชกามา ๒๖. นายฉลาด ขามช่วง ๒๗. นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ๒๘. นายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ ๒๙. นายสุรชัยเบ้าจรรยา ๓๐. นายวัฒนา เตียงกูล ๓๑. รองศาสตราจารย์อภิญญา เวชยชัย ๓๒. ผู้ช่วยศาสตราจารย์อัญมณี บูรณกานนท์ ๓๓. นายวันชัย บุนนาค ๓๔. นายประพนธ์ หลีสิน ๓๕. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ๓๖. นางทิชา ณ นคร ๓๗. ผู้ช่วยศาสตราจารย์จิราภรณ์ อรุณากูร ๓๘. ว่าที่เรือตรี ธนวรรธน์ สุวรรณปาล ๓๙. นายสุนทรชัย พรเจริญ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญกำหนด ระยะเวลาแปรญัตติครับ🔗

นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรเคารพครับ กระผม นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตเสนอระยะเวลาแปรญัตติ ๗ วันครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เสนอ ระยะเวลาในการแปรญัตติ ๗ วัน มีท่านสมาชิกท่านใดจะเสนอเป็นอื่นไหมครับ ถ้าไม่มี ก็ถือว่ากำหนดระยะเวลาแปรญัตติภายใน ๗ วัน ได้รับแจ้งให้มีการนัดประชุมนัดแรกของ คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้นะครับ ประชุมนัดแรกในวันศุกร์ที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๔ เวลา ๑๐.๓๐ นาฬิกา ที่ห้องประชุม เอ็น ๔๐๘ (N 408) แจ้งท่านกรรมาธิการวิสามัญ ทั้ง ๓๙ ท่านได้รับทราบ ประชุมที่ห้อง เอ็น ๔๐๘ (N 408) นะครับ🔗

๒. ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ พ.ศ. .... (นายนพคุณ รัฐผไท กับคณะ เป็นผู้เสนอ เนื่องจากมีร่างพระราชบัญญัติทำนองเดียวกันอีก ๖ ฉบับ คือ🔗

๑. ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)🔗

๒. ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ พ.ศ. .... (นายประกอบ รัตนพันธ์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗

๓. ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ พ.ศ. .... (นายสฤษดิ์ บุตรเนียร กับคณะเป็นผู้เสนอ)🔗

๔. ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบ แห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ พ.ศ. .... (รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗

๕. ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๑๙/ ๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๓ เมษายน พุ ทธศั กราช ๒๕๖๐ พ.ศ. .... (นายเกษม ศุ ภรานนท์ กั บคณ ะ เป็ นผู้ เสนอ)🔗

๖. ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ พ.ศ. .... (นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ กับคณะ เป็นผู้เสนอ)🔗

ซึ่งผมเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๗ ฉบับ เป็นเรื่องทำนองเดียวกัน น่าจะ นำมาพิจารณาร่วมกัน จะมีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบ ผมขอดำเนินการตามนี้นะครับ เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติที่ นายนพคุณ รัฐผไท กับคณะ เป็นผู้เสนอ ได้ดำเนินการจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็น ผ่านระบบกลางตามประกาศสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งหลักเกณฑ์และวิธีการการรับฟัง ความคิดเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติที่เสนอ โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๒ แล้ว ในกรณีนี้ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เสนอร่างพระราชบัญญัติที่มีหลักการทำนองเดียวกันอีก จำนวน ๕ ฉบับ สำนักงานจึงไม่ต้องดำเนินการจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นตามประกาศ สภาผู้แทนราษฎร เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการรับฟังความคิดเห็น และการวิเคราะห์ ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติที่เสนอ โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือผู้มีสิทธิเลือกตั้ง พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒ วรรคสอง เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติที่ นายนพคุณ รัฐผไท กับคณะ เป็นผู้เสนอ ได้จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นแล้ว สำหรับ ร่างพระราชบัญญัติที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ได้นำเสนอรายงานการรับฟังความคิดเห็นของ ผู้ที่เกี่ยวข้องและรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการตรากฎหมายมาเพื่อ ประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมาย ตามมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญแล้ว รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดไว้ให้ท่านสมาชิกแล้ว ในการนี้ผมได้ขออนุญาต ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ จึงขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุม ๑. นายอำนาจ วิชยานุวัติ เลขาธิการสภาการศึกษา ๒. นางสาวอุษณีย์ ธโนศวรรย์ รองเลขาธิการสภาการศึกษา ๓. นางสาวณัฐิกา นิตยาพรนิติกรชำนาญการพิเศษ เชิญทั้ง ๓ ท่านนะครับ ต่อไปขอเชิญ ผู้เสนอได้แถลงหลักการและเหตุผลตามลำดับ เชิญท่านนพคุณ รัฐผไท ครับ🔗

นายนพคุณ รัฐผไท เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายนพคุณ รัฐผไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่อนุญาตให้นำระเบียบวาระร่างกฎหมายแก้ไข เพิ่มเติมคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ในภูมิภาค ลงวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๐ มาพิจารณาในวันนี้ ผมคิดว่าครูและบุคลากร ทางการศึกษาทั้งประเทศ ๔๕๐,๐๐๐ คน คงกำลังติดตามและเฝ้าดูการพิจารณากฎหมาย ของทั้ง ๖ พรรคการเมือง ที่นำเสนอต่อท่านประธานในวันนี้ แต่เพื่อให้เกิดความเข้าใจ ในเรื่องของคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เนื่องจากเพื่อนสมาชิกบางท่านอาจจะไม่มีเวลา ได้ศึกษา ผมก็ใคร่ขออนุญาตท่านประธานใช้เวลาสักเล็กน้อยในการอธิบายรายละเอียดและ โครงสร้างของคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ ซึ่งต่อไปผมก็จะขออนุญาตท่านประธานได้เรียกว่า เป็นคำสั่ง ที่ ๑๙/๒๕๖๐ คำสั่งนี้มีโครงสร้างระดับชาติคือคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูป ซึ่งมีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน ก็มีอำนาจในเรื่องของงบประมาณ ในเรื่องของการบริหารงานบุคคล ในเรื่องของการวางแผนยุทธศาสตร์ ก็มีอำนาจครบถ้วน ตามความจำเป็นของคณะกรรมการปฏิรูป🔗

ต่อไปก็คือเรื่อง กศจ. ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในภูมิภาค ซึ่ง กศจ. หรือ คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานและมีศึกษาธิการจังหวัด เป็นเลขานุการ ก็มีหน้าที่เช่นเดียวกันกับระดับชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีหน้าที่ ในการกำกับดูแลการบริหารราชการของส่วนราชการศึกษาในภูมิภาคทุกส่วนที่สังกัด กระทรวงศึกษาธิการ ก็ถือว่ามีอำนาจหน้าที่มาก🔗

ต่อไปก็เป็นเรื่องของภาค การบริหารราชการแบบภาค ซึ่งผมคิดว่ามีเฉพาะ หน่วยงานความมั่นคงเท่านั้น คือทหาร ตำรวจ แต่ไม่คิดว่าในยุคนี้จะมีการบริหารราชการ แบบภาคเกิดขึ้นในกระทรวงศึกษาธิการ อันนี้ก็จะฝากกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาด้วย นะครับ🔗

ต่อไปก็เป็นเรื่องของเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งเป็นหัวใจของการนำเสนอ กฎหมายในวันนี้ ทั่วประเทศมีเขตพื้นที่การศึกษา ๒๔๕ เขต ดูแลครูบาอาจารย์ บุคลากร ทางการศึกษาประมาณ ๔๕๐,๐๐๐ คน แล้วก็ดูแลโรงเรียนประมาณ ๓๐,๐๐๐ โรงเรียน ด้วยกัน เหตุที่นำเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมตามคำสั่ง ที่ ๑๙/๒๕๖๐ ก็เป็น หลักการใหญ่สำคัญของร่างที่กระผมและสมาชิกพรรคเพื่อไทยและสมาชิกพรรคอื่นได้ร่วมกัน นำเสนอท่านประธานในวันนี้นะครับ🔗

หลักการที่ ๑ ก็คือหลักการแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่ง คสช. ข้อ ๘ (๑) โดยแก้ไขให้ กฎหมายสำคัญ ๆ เกี่ยวกับการศึกษา ๓ ฉบับ อันได้แก่ กฎหมายการศึกษาแห่งชาติ กฎหมายระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการบริหารงานภูมิภาค และระเบียบของครู และบุคลากรทางการศึกษา กฎหมายทั้ง ๓ ฉบับนี้ถือว่าเป็นกฎหมายหลักของการบริหาร ราชการการศึกษาในภูมิภาค คำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ ได้ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของ กศจ. ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ก็ขอแก้ไขตามร่างมาตรา ๓ ของร่างพระราชบัญญัติ ของกระผมให้เปลี่ยนมาเป็นอำนาจหน้าที่ของเขตพื้นที่ คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษาแทน เหตุผลซึ่งจะขออนุญาตนำเรียนท่านประธานต่อไปนะครับ🔗

หลักการข้อที่ ๒ เป็นเรื่องของการยกเลิกมาตรา ๕๓ เรื่องการบริหารงาน บุคคลของศึกษาธิการจังหวัด ซึ่งแต่เดิมนั้นการบริหารงานบุคคล การบรรจุแต่งตั้งเป็นอำนาจ หน้าที่ของคณะกรรมการ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ โดยมีผู้อำนวยการเขตพื้นที่เป็นเลขานุการ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ประกอบด้วยบุคคลหลายฝ่ายเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ มีประสบการณ์ ด้านกฎหมาย ในเรื่องของผู้ทรงคุณวุฒิด้านการศึกษา อันนี้ก็เป็นการทำงานร่วมกันระหว่าง คณะกรรมการ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่กับผู้อำนวยการเขตพื้นที่เป็นการคานอำนาจกันเพื่อไม่ให้ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษานั้นทำงานเพื่อให้เกิดความรอบคอบ แล้วก็เป็นธรรมกับ บุคลากรทางการศึกษา หลักการนี้ก็เป็นไปตามร่างพระราชบัญญัติตามมาตรา ๗ และ มาตรา ๘ และมาตรา ๙ โดยภาพรวมก็คือคืนอำนาจการบริหารงานบุคคลจากศึกษาธิการ จังหวัดเอาไปให้ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ และผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาทั้งประถมศึกษาและ มัธยมศึกษาเอาไปดูแล ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ทำให้เกิดข้อดีก็คือเกิดความรอบคอบ เกิดการ มีส่วนร่วมของบุคลากรในเขตพื้นที่ อันนี้ก็ถือว่าเป็นหลักการกระจายอำนาจนะครับ แต่เดิมนั้นก่อนที่จะแก้ไขก็เป็นอำนาจของ กศจ. แล้วก็ศึกษาธิการจังหวัด ถือว่าเป็นการรวม ศูนย์อำนาจที่จังหวัด ก็เป็นการยากที่จะดูแล เท่ากับว่าผู้ว่าราชการจังหวัด ๗๗ คน ดูแลบุคลากรทางการศึกษาถึง ๔๕๐,๐๐๐ คน ๓๐,๐๐๐ โรงเรียน คิดว่าข้อมูลหรือความ รวดเร็วในการปฏิบัติงานความมีประสิทธิภาพคงจะสู้เขตพื้นที่การศึกษาไม่ได้ เพราะว่าเป็นผู้ ใกล้ชิดแล้วก็รู้ปัญหาในเขตพื้นที่นะครับ🔗

ผมขอย้อนกลับไปถึงหลักการข้อที่ ๑ ที่ให้อำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย หลักการศึกษา ๓ ฉบับ ให้เป็นหน้าที่ของ กศจ. เมื่อมีการประกาศใช้กฎหมายฉบับนี้ออกมา ทำให้ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการทำงาน แม้ว่า กระทรวงศึกษาธิการถือเป็นราชการส่วนกลางจะสั่งเขตพื้นที่ให้ปฏิบัติหน้าที่ หรือ กศจ. หรือ ผู้ว่าราชการจังหวัดจะสั่งเขตพื้นที่ทำงานก็อาจจะเสี่ยงต่อมาตรา ๑๕๗ ได้ เพราะว่าเขตพื้นที่ การศึกษาไม่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะปฏิบัติหน้าที่ แต่ขณะเดียวกัน กศจ. ซึ่งมีหน้าที่ โดยตรงตามกฎหมายกลับไม่ทำ กลับไปให้เขตพื้นที่ทำ แม้กระทั่งกระทรวงศึกษาธิการเอง ก็อาจจะทำผิดกฎหมาย มาตรา ๑๕๗ ได้ เรื่องนี้ตรงกับวิทยานิพนธ์ในระดับปริญญาโทของ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ที่ได้วิจัยเกี่ยวกับเรื่องคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๖๐ ว่า ถ้าเกิดใช้ไป อาจเสี่ยงต่อการฟ้องร้องเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติได้ในมาตรา ๑๕๗ เพราะฉะนั้นหลักการ ๒ ข้อ สำคัญก็สอดคล้องกับเพื่อนสมาชิกอีก ๕ พรรคการเมืองที่นำเสนอต่อสภาในวันนี้นะครับ ก็เป็นเรื่องของการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นให้เกิดความคล่องตัวและถูกกฎหมายด้วย ผมขออนุญาตเปรียบเทียบกับกระทรวงมหาดไทยนะครับ กระทรวงมหาดไทยมีนายอำเภอ เป็นแม่ทัพนายกองประมาณ ๘๐๐ คน กระทรวงมหาดไทยไม่เคยลด ลิดรอน หรือตัดอำนาจ แม่ทัพนายกองของตัวเอง ขณะเดียวกันมีแต่เพิ่มอำนาจให้ ถ้าหากเปลี่ยนรัฐบาล รัฐบาลมีนโยบายมากขึ้นก็จะมอบหมายให้นายอำเภอมีอำนาจในการบริหารงานมากขึ้น อันนี้ก็ผิดกับกระทรวงศึกษาธิการมีแม่ทัพนายกองเหมือนกัน ๒๔๕ เขต แต่กลับไม่ให้ทำ หน้าที่ใด ๆ เลย แล้วก็อันนี้ก็เป็นผลเสียต่อการศึกษาของภูมิภาคเป็นอย่างยิ่งนะครับ ผมก็มีข้อสังเกตว่าสายการบังคับบัญชาเป้าหมายมันไม่เหมือนกัน กระทรวง ทบวง กรมอื่น ๆ เป้าหมายคือการบำบัดทุกข์บำรุงสุข สายการบังคับบัญชาจึงมีความจำเป็น แต่กระทรวง ศึกษานั้น ไม่มีความจำเป็นในเรื่องของสายการบังคับบัญชามากนัก เพราะว่าเป้าหมายของ กระทรวงศึกษาธิการ คือให้การศึกษา สร้างคนสร้างอนาคตของเยาวชน เพราะฉะนั้น สายการบังคับบัญชาก็มีความจำเป็นน้อยลงนะครับ ก็ขอกราบเรียนโดยสรุปว่า งานของ กศจ. หรืองานของศึกษาธิการจังหวัดนั้น ถึงแม้ว่าบางส่วนอำนาจการบริหารงาน งานบุคคล จะมอบหมายให้เขตพื้นที่เอาไปทำ งานของศึกษาธิการจังหวัดตามคำสั่ง คสช. ยังมีเหลืออีก มากมายนะครับ มีทั้งหมด ๑๑ ข้อ แต่ว่าตัดไปให้เขตพื้นที่แค่ข้อเดียว อย่างเช่น งานการกำกับดูแลอาชีวะ กศน. โรงเรียนเอกชน การศึกษาพิเศษ ก็อยู่ในภาระหน้าที่ของ ศึกษาธิการจังหวัดที่ต้องดูแลต่อไป รวมทั้งการเป็นหัวหน้าส่วนราชการประจำจังหวัด ก็มี อำนาจเหมือนเช่นเดียวกับหัวหน้าส่วนราชการอื่น ๆ อำนาจก็มิได้ลดน้อยลงแต่ประการใด นะครับ🔗

ก็ขอเรียนด้วยประการสุดท้ายว่ากระทรวง ทบวง กรมอื่นนั้นจำเป็นต้องมีนัก ปกครองเพื่อให้งานบำบัดทุกข์บำรุงสุข ประสบความสำเร็จ แต่กระทรวงศึกษาธิการนั้นไม่ จำเป็น เพราะว่ามีภารกิจที่สำคัญกว่านั้นมากก็คือมีหน้าที่สร้างนักปกครอง ไม่จำเป็นต้องเป็น นักปกครอง อันนี้ก็ขอฝากแนวคิดให้กับกระทรวงด้วยว่าอย่าไปเน้นสร้างสายการบังคับ บัญชาให้ศึกษาธิการจังหวัด เพราะว่าอุดมการณ์และแนวคิด ปรัชญา เป้าหมาย ในการ ทำงานของกระทรวงศึกษาธิการนั้นสูงส่งอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องไปสร้างสายการบังคับบัญชา เหมือนกระทรวง ทบวง กรมอื่นครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ ต่อไปเป็นร่างที่ ๒ คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ในนามของรัฐบาลนะคะ ดิฉันขอเสนอหลักการและเหตุผลประกอบ ร่างพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. .... โดยมีหลักการและเหตุผลดังต่อไปนี้🔗

หลักการ ร่างกฎหมายฉบับนี้เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายการปฏิรูปการศึกษา ในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ดังต่อไปนี้🔗

๑. ยกเลิกของคณะกรรมการขับเคลื่อนในการแต่งตั้ง อกศจ. หรือเรียกว่า อนุคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด🔗

๒. แก้ไขเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของ กศจ. ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการ บริหารงานบุคคล ซึ่งกฎหมายว่าด้วยระเบียบราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กำหนดไว้ให้เป็นอำนาจของ อ.ก.ค.ศ. หรือเรียกว่า อนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ. จังหวัด หรือ อ.ก.ค.ศ. กรุงเทพมหานคร🔗

๓. ยกเลิกอำนาจหน้าที่ของ กศจ. ในการเสนอคณะกรรมการการขับเคลื่อน เพื่อแต่งตั้ง อกศจ.🔗

๔. ยกเลิก อกศจ. โดยโอนอำนาจหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบริหาร งานบุคคลของ กศจ. ไปเป็น อ.ก.ค.ศ. จังหวัด หรือ อ.ก.ค.ศ. กรุงเทพมหานคร🔗

๕. กำหนดให้มีคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จังหวัดในแต่ละจังหวัด และคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กรุงเทพมหานคร และให้อำนาจหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาตามกฎหมาย ที่ว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ การบริหารงานบุคคล เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะอนุกรรมการดังกล่าว🔗

๖. แก้ไขเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดให้มีอำนาจ ในการดำเนินงานเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลเฉพาะข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา ซึ่งอยู่ในสังกัดสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด🔗

๗. แก้ไขเพิ่มเติมอำนาจหน้าที่ของศึกษาธิการจังหวัด โดยยกเลิก อำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากำหนด ให้เป็นอำนาจหน้าที่ของผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถม และผู้อำนวยการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเฉพาะงานที่เกี่ยวข้องกับ อ.ก.ค.ศ. เขต อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ การศึกษาประถม และ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามัธยม🔗

๘. กำหนดให้ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา โดยอนุมัติ อ.ก.ค.ศ. จังหวัด หรือ อ.ก.ค.ศ. กรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณีเป็นผู้มีอำนาจสั่งและบรรจุแต่งตั้ง ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแทน ศึกษาธิการจังหวัด โดยความเห็นชอบของ กศจ.🔗

ในส่วนของเหตุผล ในการจัดการการศึกษาของประเทศในส่วนระดับภูมิภาค ในด้านโครงสร้างขององค์การทางด้านการบริหารการจัดการและด้านบุคคลที่เกี่ยวข้องถือว่า มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง แล้วก็มีผลต่อคุณภาพทางการศึกษาและการพัฒนาเยาวชน ซึ่งถือว่าเป็นทรัพยากรมนุษย์ แล้วก็เป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศและเป็นอุปสรรค ในการขับเคลื่อนและในการพัฒนาการศึกษาของประเทศให้มีประสิทธิภาพเพื่อให้การ แก้ปัญหาส่วนใหญ่ได้รับการแก้ปัญหาโดยเร็ว และเพื่อประโยชน์ในการเตรียมการและ รองรับการปฏิรูปการศึกษา อันเป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งในการปฏิรูปประเทศตามที่ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย🔗

ท่านประธานที่เคารพคะ ตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๕๙ เป็นต้นมา กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคโดยกำหนดให้มีคณะกรรมการ ศึกษาธิการจังหวัดหรือ กศจ. ขึ้นเพื่อทำหน้าที่ในการทำนโยบายและยุทธศาสตร์ ด้านการศึกษาให้ตอบโจทย์กับความต้องการในจังหวัด ตลอดจนการบริหารงานบุคคลของ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาให้มีความโปร่งใสเป็นธรรมและตรวจสอบได้ ซึ่งทำให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานดังนี้ ๑. ในเรื่องของการโยกย้ายข้าราชการครู ข้ามเขตพื้นที่การศึกษาสามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพและรวดเร็ว ๒. ในการเกลี่ยอัตรากำลังครูข้ามเขตพื้นที่การศึกษาและบูรณาการได้ในระดับจังหวัด ๓. การเลื่อนเงินเดือนเกิดความเป็นธรรมระหว่างพื้นที่การศึกษา เนื่องจากข้าราชการครู ที่สังกัดเขตพื้นที่การศึกษา เขต ๑ ส่วนใหญ่มักจะเป็นครูที่มีอายุราชการมากและมีฐาน เงินเดือนสูง ในขณะที่ข้าราชการครูที่สังกัดเขตพื้นที่การศึกษาเขตอื่น ๆ ที่อยู่ห่างไกลหรือ ทุรกันดารมักจะเป็นครูที่มีอายุน้อยและมีฐานเงินเดือนที่ต ่าทำให้มีการคำนวณค่าเฉลี่ย ในเรื่องของการขึ้นเงินเดือนในเขตพื้นที่การศึกษา เขต ๑ จะเฉลี่ยสูงกว่าเขตอื่น ๆ จึงทำให้ ข้าราชการครูที่มีอายุน้อยและมีฐานเงินเดือนที่น้อยอยู่แล้วย่อมขาดแรงจูงใจในการทำงาน ในพื้นที่ที่ห่างไกลและทำให้เกิดความขาดแคลนในพื้นที่ดังกล่าวได้ แต่อย่างไรก็ตาม ท่านประธานคะ กฎหมายเดิมที่ได้ใช้บังคับกันมาเป็นระยะเวลาพอสมควรแล้ว กระทรวงศึกษาธิการเองจึงได้เสนอเป็นหลักการของร่างกฎหมายฉบับนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องของการบริหารบุคคลให้มีเอกภาพ ให้มีความคล่องตัวและสามารถในการที่จะทำให้ การดำเนินการได้สอดคล้องตั้งแต่ระดับจังหวัดและเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาอย่าง เหมาะสม อีกทั้งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษา ส่งเสริมให้เกิดการกระจายอำนาจการบริหารงานบุคคลสู่ระดับจังหวัดอย่าง แท้จริง ตลอดจนมุ่งก่อให้เกิดความโปร่งใสและความเป็นธรรมในการบริหารงานบุคคล อันจะส่งผลสำคัญต่อขวัญและกำลังใจให้แก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งจะเป็นผู้ปฏิบัติงานโดยตรง ขอบคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นร่างที่ ๓ เชิญท่านประกอบ รัตนพันธ์ เชิญครับ🔗

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมพร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ได้ร่วม เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมและคณะได้มีหลักการและ เหตุผลที่สำคัญที่จะกราบเรียนท่านประธานดังต่อไปนี้ครับ🔗

หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ ดังต่อไปนี้🔗

ข้อ ๑ กำหนดให้ กศจ. มีอำนาจหน้าที่ในเขตจังหวัดตามกฎหมายว่าด้วย การศึกษาแห่งชาติ กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ และ กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กำหนดให้เป็นอำนาจ หน้าที่ของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ ๘ (๑)🔗

ข้อ ๒ กำหนดให้ กศจ. มีอำนาจหน้าที่ในเขตจังหวัดในการเสนอความเห็น เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาต่อคณะกรรมการ ขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค ไม่รวมถึงอำนาจหน้าที่ ซึ่งกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากำหนดให้เป็นอำนาจ หน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษาเพิ่มเติมข้อ ๘ (๕) วรรคสอง🔗

ข้อ ๓ กำหนดให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดมีอำนาจหน้าที่ดำเนินงาน เกี่ยวกับบริหารบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในเขตจังหวัด ซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ของ กศจ. และ อ.ก.ค.ศ. จังหวัดแก้ไขเพิ่มเติมข้อ ๑๑ (๖)🔗

ข้อ ๔ กำหนดให้ศึกษาธิการจังหวัดเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ พนักงานราชการและลูกจ้างในสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด อยู่ภายใต้กำกับดูแลของ ศึกษาธิการภาค มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบในการดำเนินงานของสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ได้มีรองศึกษาธิการจังหวัดเพื่อช่วยเหลืองานศึกษาธิการจังหวัด มีจำนวน ๓ คน แก้ไข เพิ่มเติมข้อ ๑๒ (๑)🔗

ข้อ ๕ ยกเลิกอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาในจังหวัดหรือกรุงเทพมหานครตามมาตรา ๕๓ (๓) และ (๔) แห่ง พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๗ ซึ่งแก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๕๑ ของศึกษาธิการจังหวัดโดยความเห็นชอบของ กศจ. ยกเลิก ข้อ ๑๓🔗

ข้อ ๖ กำหนดให้การบริหารงานบุคคลซึ่งกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการ ครูและบุคลากรทางการศึกษา กำหนดให้เป็นอำนาจของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาและ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาไม่ต้องมอบอำนาจให้กับ ศึกษาธิการจังหวัดเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทน เพิ่มเติมกฎหมาย ข้อ ๑๔ วรรคสี่🔗

ข้อ ๗ กำหนดให้บรรดาอำนาจหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาและ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่มัธยมศึกษาในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงานบุคคล ให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่กำหนด อำนาจไว้ในมาตรา ๙🔗

เหตุผล ด้วยที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติได้ออกคำสั่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของ กระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ กำหนดมาตรการและกลไก เพื่อแก้ไขปัญหาการจัดการศึกษาของประเทศในส่วนภูมิภาคที่มีความซับซ้อนและสั่งสมมา ยาวนาน ซึ่งมาตรการและกลไกดังกล่าวมีลักษณะรวมศูนย์อำนาจให้ กศจ. ทั้งอำนาจหน้าที่ ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ อำนาจตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ และกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งไม่สอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป ส่งผลกระทบต่ออำนาจในการ จัดการบุคลากรตามที่กฎหมาย ส่งผลกระทบต่ออำนาจในการจัดการบุคลากรตามที่กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการ ครูและบุคลากรทางการศึกษากำหนดไว้ให้เป็นอำนาจของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษา และ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ผู้บังคับบัญชาโดยตรง ในระดับเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาไม่ต้องมีอำนาจ ในการบังคับบัญชาเพื่อให้คุณและโทษต่อบุคลากร คุณภาพปฏิบัติการงานและ การจัดการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนของชาติถูกลดทอนไป การมีส่วนร่วมของบุคลากร ที่เกี่ยวข้องกับปัญหา เกิดการสิ้นเปลืองงบประมาณและเกิดความล่าช้าในการปฏิบัติงาน ทั้งยังขัดต่อหลักการกระจายอำนาจ การบริหารงานบุคคลสู่เขตพื้นที่การศึกษาและ สถานศึกษา ก่อให้เกิดความขัดแย้งทางความคิดอย่างรุนแรง และการยอมรับซึ่งกันและกัน ในองค์กร สมควรแก้ไขคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติดังกล่าว เพื่อให้ การขับเคลื่อนนโยบายทางการศึกษาและการปฏิบัติงานของบุคลากรทุกฝ่ายเป็นไปอย่าง มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลตามเป้าหมายจึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมกราบเรียนว่าการเปลี่ยนแปลงคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๐ เป็นเรื่องที่มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะเหตุว่าหลักการที่สำคัญ ของการจัดการศึกษานั้น ก็คือการกระจายอำนาจสู่สถานศึกษาและพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๔๒ มีเจตนารมณ์อย่างแน่วแน่ที่จะกระจายอำนาจ สู่สถานศึกษา แต่วันนี้สถานศึกษายังไม่มีความพร้อมเท่าที่ควรทุกสถานศึกษาเสมอไป เพราะฉะนั้นหลักการที่สำคัญก็คือกระจายอำนาจจากส่วนกลางไปสู่เขตพื้นที่การศึกษา ทั้งประถมศึกษา มัธยมศึกษา และกรุงเทพมหานคร เพื่อที่จะพักอำนาจไว้ชั่วคราวก่อนที่จะ ส่งต่อสถานศึกษาเมื่อมีความพร้อม และการบริหารราชการในกระทรวงศึกษาธิการก็ทำได้ดี ตามลำดับ และในที่สุดใกล้ที่จะถ่ายโอนอำนาจไปยังสถานศึกษาได้อย่างเต็มรูปแบบ แต่น่าเสียดายครับ พอมาถึงสมัยที่ยึดอำนาจคณะ คสช. ได้มีแนวความคิดที่ผมกราบเรียนว่า สวนทางกับข้อเท็จจริง สวนทางกับการกระจายอำนาจสู่สถานศึกษานะครับ ก็คือเอาอำนาจ ที่เป็นอำนาจการบริหารบุคลากรและการบริหารงบประมาณเกือบทั้งหมดที่เป็นอำนาจของ เขตการศึกษาพื้นที่ ทั้งของมัธยมและประถมไปไว้ที่ส่วนภูมิภาค คือไปไว้ที่ กศจ. ที่จังหวัด ซึ่งมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน กศจ. ผมกราบเรียนท่านประธานว่ามันเป็นเรื่อง ที่น่าคิดและเป็นเรื่องที่ไม่มีความจำเป็น ไม่สมควรอย่างยิ่งยวด เพราะว่าถ้าเกิดว่าอำนาจ เรื่องของการบรรจุแต่งตั้งเรื่องเงินเดือน การบริหารเกี่ยวกับบุคลากรทั้งหมดไปอยู่ที่จังหวัด ก็ทำให้งานช้ามากครับ เท่าที่กระผมและเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เราใส่ใจในเรื่อง การศึกษาได้ไปสัมผัสพื้นที่ก็เป็นเรื่องประจักษ์นะครับว่าคุณครู ผู้บริหารในสถานศึกษาหลาย ท่านหรือเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เลยบ่นครับว่า วันนี้งานบริหารบุคลากรช้ามาก ไม่ทันการ เพราะว่าอำนาจอยู่ที่จังหวัด ผมต้องกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า ท่านผู้ว่าราชการ จังหวัดนั้นท่านมีความสามารถก็จริงอยู่ครับ แต่ว่าภารกิจของท่านมากมายเหลือเกินนะครับ ท่านไม่สามารถที่จะดูแลการศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพได้ และท่านไม่มีเวลาว่างมาก พอที่จะเข้าร่วมประชุมในการที่เกี่ยวข้องกับบุคลากรทั้งหมด ไม่ว่าเรื่องของการบรรจุแต่งตั้ง การโยกย้าย การขึ้นเงินเดือน ก็ทำให้งานของกระทรวงศึกษาธิการช้าผิดปกติ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนว่ามันจำเป็นอย่างยิ่งท่านประธานที่เคารพครับ ที่จะคืนอำนาจ บางอำนาจที่เราเรียกว่าให้เป็นอำนาจที่เป็น วัน สตอป เซอร์วิซ (One Stop Service) มาอยู่ ที่เขตพื้นที่ได้เพื่อให้งานการบริหารการศึกษาโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของด้านบุคลากรนั้น มีความฉับไวและทันต่อเวลา ไม่ต้องเสียเวลา ไม่ต้องยืดยาดนะครับ เพราะฉะนั้นจำเป็น ที่จะต้องคืนอำนาจที่เกี่ยวข้องกับงานบริหารบุคลากรกลับมาพื้นที่การศึกษา เพื่อที่จะส่งต่อ ให้สถานศึกษาตามเจตนารมณ์ของการกระจายอำนาจต่อไป ก็กราบเรียนท่านประธานด้วย ความเคารพว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่มีความจำเป็น ถ้าท่านประธานถามว่าแล้ว กศจ. ล่ะ เราจะคงอำนาจอะไรไว้ ผมกราบเรียนว่าที่จริงอำนาจเหลืออีกเยอะแยะ แต่ส่วนที่ มีความสำคัญที่สุด กศจ. นั้นต้องดูแลนโยบายภาพรวมของจังหวัดเป็นหลัก และอำนาจ หน้าที่ที่อยู่นอกเหนือจาก อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่หรือนอกเหนือจากพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และมัธยมศึกษาก็เป็นอำนาจของ กศจ. เป็นอำนาจที่นอกเหนือจากที่ได้ถ่ายโอนอำนาจ ไปแล้ว เพราะฉะนั้น กศจ. ก็ยังคงมีอำนาจอยู่นะครับ แล้วก็เป็นอำนาจที่ตรงกับเจตนารมณ์ ของทางรัฐบาลที่ให้การศึกษาในจังหวัดนั้นเป็นเอกภาพนะครับ ผมเลยกราบเรียน ท่านประธานว่าการแบ่งอำนาจระหว่าง กศจ. กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษานั้น ต้องมีความชัดเจน โดยมีเป้าหมายหลักที่สำคัญก็คือทำให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล ในการจัดการศึกษา และที่สำคัญที่สุดก็คือเรื่องของการกระจายอำนาจไปสู่สถานศึกษา ซึ่งเป็นเป้าหมายที่สำคัญที่สุดในการจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของท้องถิ่น แล้วก็เป็นเจตนารมณ์ของการศึกษาแห่งชาตินะครับ ก็ขอกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นร่างที่ ๔ นะครับ เชิญท่านสฤษดิ์ บุตรเนียร เชิญครับ🔗

นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ปราจีนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ต้องขอกราบพระคุณท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพที่ให้เกียรติผม ให้โอกาสผม ในการที่จะเสนอญัตติในเรื่องของการสรุปร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูป การศึกษาในภูมิภาคของ กระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๐ ญัตติดังกล่าวนี้ทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ทั้งหมด ๖ พรรคการเมืองก็ได้มีความเห็นพ้องต้องกันด้วยมติที่บอกว่าไม่ว่าจะเป็น ขอเอ่ยนามนะครับ ท่านนพคุณ รัฐผไท ท่านดอกเตอร์สุรวาท ทองบุ ที่เป็นฝ่ายค้าน ซึ่งก็มีความเห็นชอบกันเลยว่าด้วยญัตตินี้ และท่านประกอบที่เพิ่งอภิปรายไป ท่านเกษม ศุภรานนท์ ท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จะเห็นว่าญัตตินี้เป็นความเห็นชอบ โดยที่ได้ร่วมกัน โดยกระผมด้วยเป็น ๖ ท่านที่นำเสนอญัตตินี้ แค่อายุรวมกันมากเท่า ๆ กรุงรัตนโกสินทร์แล้ว ครับ ประสบการณ์ในการศึกษาที่คร ่าหวอดแต่ละคนนี่ทำงานเรื่องการศึกษามายาวนาน ผมถึงอยากจะกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและคณะรัฐบาลที่ว่าการศึกษา นั้นเป็นรากฐานที่แท้จริง คนที่มีประสบการณ์ยาวนานกันมาทุกท่านนี้ได้เห็นพ้องต้องกันแล้ว ด้วยหลักการและเหตุผลซึ่งจะนำร่างญัตตินี้ ด้วยหลักการทั้งหมดที่ท่านประกอบได้กล่าว ไปแล้ว แต่ผมก็ต้องกล่าวย ้าซ ้าอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งก็เป็นเรื่องหลักการเดียวกัน แต่ต้องการที่จะให้ ท่านเห็นว่าอันนี้เป็นความเห็นพ้องต้องกันในการที่แก้ไขคำสั่งเพิ่มเติมคณะ คสช. ครับ ผมอยากจะกล่าวสั้น ๆ เพื่อจะให้เห็นว่าด้วยคำย่อของ คสช. คือคณะรักษาความสงบแห่งชาติ เรื่องการปฏิรูปในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๓ ดังนี้ ๑. กำหนดให้ กศจ. มีอำนาจหน้าที่ในเขตจังหวัดตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ กฎหมายว่าด้วยระเบียบ บริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ กฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการ กระทรวงศึกษาธิการ กฎหมายว่าด้วยระเบียบ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กำหนดให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ เขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งเราจะให้ย่อว่า อ.ก.ค.ศ. ครับ อันที่ ๒ กำหนดให้ กศจ. มีอำนาจ หน้าที่ในจังหวัดในการเสนอความเห็นเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล ข้าราชการครู บุคลากร ทางการศึกษาต่อคณะกรรมการขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ในภูมิภาค ไม่รวมถึงอำนาจหน้าที่ซึ่งกฎหมายว่าด้วยข้าราชการครูและบุคลากรทางการ ศึกษาได้กำหนดเป็นอำนาจหน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่และเขตพื้นที่มัธยมครับ🔗

๓. กำหนดให้ศึกษาธิการจังหวัดมีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล ข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษาในจังหวัด ซึ่งก็เป็นอำนาจหน้าที่ของ กศจ. และ อกศจ.🔗

๔. กำหนดให้ศึกษาธิการจังหวัดเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ พนักงาน ข้าราชการ ลูกจ้าง ในสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ดูแลและโดยที่มีรองศึกษาธิการจังหวัด เป็นผู้ช่วยในการทำงานถึง ๓ คน🔗

๕. ให้ยกเลิกอำนาจสั่งบรรจุแต่งตั้งข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา ในจังหวัดหรือกรุงเทพมหานครเพื่อที่จะให้จังหวัดนั้นที่สั่งการโดยความเห็นชอบของ อกศจ.🔗

๖. กำหนดให้การดำเนินการบุคคลเป็นกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาเป็นอำนาจของ อ.ก.ค.ศ. ในเขตพื้นที่ประถมศึกษาและเขตพื้นที่ มัธยม ไม่ต้องมอบอำนาจให้ศึกษาธิการจังหวัดเป็นผู้ปฏิบัติการแทน กำหนดให้บรรดาอำนาจ หน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่และเขตประถม และเขตมัธยม ในส่วนที่เกี่ยวกับ การบริหารงานบุคคลเป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา🔗

หลักการและเหตุผลที่เรากล่าวมาแม้จะซ ้ากัน แต่อยากจะตอกย ้าว่าทุกสิ่งนี้ เราได้เห็นพ้องต้องกันว่าตั้งแต่ที่มีคำสั่ง คสช. ๑๙/๖๐ นั้นให้ยุบเลิกคณะกรรมการเขตพื้นที่ การศึกษา และ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่นั้น ที่ท่านเห็นว่าการจัดการศึกษาในภูมิภาคนั้น มีความซับซ้อน เป็นปัญหาสะสมมายาวนาน จึงแต่งตั้ง กศจ. เพื่อมารับโอนอำนาจหน้าที่ของ เขตพื้นที่มา มีอำนาจหน้าที่ในการที่จะแสดงความเห็น ประเมินผลงานบุคลากร ซึ่งเป็นหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารบุคคล ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษานั้น เห็นว่ามันยิ่งจะเป็นการล่าช้า ซ ้าซ้อน และสับสนมากยิ่งขึ้น สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดภาค และเขตพื้นที่ที่ปลัดกระทรวงมอบหมายให้ปฏิบัติภารกิจดังนี้แล้ว เราเห็นว่าการทำงาน ที่ซ ้าซ้อนทำให้เกิดความล่าช้า สูญเสียงบประมาณเปล่าอย่างที่ความจำเป็น ในวาระโอกาส ที่ออกคำสั่ง คสช. ฉบับที่ ๑๙ นั้น ในโอกาสนั้นทางผู้รักษาความสงบคงจะมองว่า ๑. การแก้ไขปัญหาภูมิภาคมอบให้ศึกษาธิการจังหวัดเสียเพื่อจะได้ประสานงาน คงจะมอง ในมุมด้านเดียว คงจะมองว่า ๑. หรือจะให้เกิดการธรรมาภิบาล เพื่อการแต่งตั้งครู เป็นการกระชับ โยกย้าย ดังที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการบอกก็ถูกต้องครับ แต่เราอาจจะมองมุมเดียว แต่อีกมุมหนึ่งการที่ดึงอำนาจนั้นไปอยู่ที่ศึกษาธิการจังหวัดแล้ว ให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธานนั้น ความล่าช้าล่ะครับ ท่านมองแต่เพียงแต่ว่า มีการเล่นพรรคเล่นพวกหรือคอร์รัปชันบางจุด เปรียบประดุจกับหนูตัวหนึ่งกัดข้าวในนา ท่านแก้วิธีการด้วยการตัดข้าวทั้งนาหรือครับ หรือเผาป่า หรือข้าวทั้งหมด เพื่อจะจับหนู ตัวเดียวมาทำโทษ ท่านทำไมไม่หาวิธีการที่จะแก้ปัญหา ไม่ใช่เพียงแต่เปลี่ยนโครงสร้าง ทั้งระบบซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาตามมาอย่างมากมาย ดังที่ผมจะกราบเรียนในเรื่องของปัญหา ที่เกิดจากภายหลังที่มีคำสั่งของ คสช. ฉบับที่ ๑๙ อันแรกคือปัญหาที่เกิดจากการบริหารงาน ครูและบุคลากรทางการศึกษานั้น ในเขตพื้นที่ต่าง ๆ ในการที่จะปรับเปลี่ยนแปลงอำนาจ บุคลากรของศึกษาธิการในภูมิภาคจากเดิม ซึ่งเป็นอำนาจตามมาตรา ๕๓ แห่ง พระราชบัญญัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ในปี ๒๕๔๗ เป็นอำนาจของผู้อำนวยการเขตพื้นที่ ก็เปลี่ยนแปลงมาเป็นอำนาจของ ศึกษาธิการจังหวัด ด้วยความเห็นชอบของ กศจ. ส่งผลให้การบริหารงานบุคคลของเขตพื้นที่ เป็นไปอย่างล่าช้า ไม่ทันต่อการแก้ปัญหา ใช่ครับ อาจจะแก้ปัญหาคอร์รัปชัน ได้แต่ ความล่าช้าความเสียหายกับการศึกษานั้นผมว่ามันมีความเสียหายมากกว่ากับการคอร์รัปชัน เพียงคน ๒ คน เพราะตรงนั้นต้องแก้ปัญหาในเมื่อท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ มีอำนาจเบ็ดเสร็จอยู่แล้วที่จะสั่งการหรือจะลงโทษในกรณีที่มีความผิดพลาด🔗

ข้อ ๓ ผลของคำสั่ง คสช. ๑๙/๒๕๖๐ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการก็ใช้อำนาจ กาบริหารงานบุคคลของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาคผ่านศึกษาธิการจังหวัดได้ในฐานะ ของผู้บังคับบัญชา ของศึกษาธิการจังหวัดอยู่แล้ว โดยที่เลขาธิการคณะกรรมการศึกษา ขั้นพื้นฐานก็ยังคงมีอำนาจบริหารทั่วไปและมีอำนาจบังคับบัญชาสำนักงานเขตพื้นที่ศึกษาอยู่ จึงเป็นการเพิ่มซ ้าซ้อนให้หน่วยงานทั้ง ๒ องค์กรนั้น ทำงานกันแล้วก่อให้เกิดความล่าช้า เพราะผู้บังคับบัญชาก็สับสนในการที่จะมองว่าอำนาจในการบังคับบัญชา ส่วนอำนาจ การบริหารนั้นอยู่คนละองค์กร🔗

ข้อ ๔ การพิจารณาสั่งการบรรจุแต่งตั้งอัตรากำลังข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาที่ขาดแคลน ไม่เป็นไปตามกำหนดเวลา ความล่าช้ายิ่งขาดประสิทธิภาพ และส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ🔗

ข้อ ๕ อำนาจในการบริหารงานบุคคลของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาค ตามคำสั่ง ๑๙/๒๕๖๐ นั้น มีความซ ้าซ้อน ในการปฏิบัติงานเพิ่มขั้นตอนในการทำงาน ทำให้ เกิดความล่าช้าโดยไม่จำเป็นจึงควรโอนอำนาจการบริหารงานบุคคลให้กับเขตพื้นที่การศึกษา และสถานศึกษาโดยตรง🔗

ดังนั้นจึงควรปรับปรุงแก้ไขคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ คืนอำนาจตาม มาตรา ๕๓ แห่งพระราชบัญญัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ปี ๒๕๔๗ ที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๑ และ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๖๒ ให้เขตพื้นที่การศึกษา เป็นการกระจายอำนาจในการบริหารงานบุคคล การบริหารงานวิชาการ การบริหาร งานทั่วไป และการบริหารงานงบประมาณให้เขตพื้นที่การศึกษาไปปฏิบัติ เพื่อเป็นการที่จะ ไม่ขัดกับหลักกฎหมายสากลทั่วไปที่ให้ผู้บังคับบัญชาเป็นผู้มีอำนาจในการบริหารงานบุคคล ซึ่งโดยชอบธรรมแล้วอำนาจในการบริหารบุคคลทุกเรื่องเป็นอำนาจของผู้บังคับบัญชา ซึ่งจะการขับเคลื่อนการศึกษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวดเร็ว ถูกต้องและเกิดความ เป็นธรรม เพราะผู้บังคับบัญชาคือผู้ปฏิบัติงานใกล้ชิดกับข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาและต้องรับผิดชอบในการบริหารจัดการในเขตพื้นที่การศึกษาโดยตรง อีกทั้งผู้บังคับบัญชาและผู้มีอำนาจในการบริหารการศึกษา เป็นหน่วยงานสังกัดเดียวกัน การให้อำนาจบริหารงานบุคคลเป็นอำนาจของหน่วยงานต่างสังกัดนั้น ไม่เป็นไปตาม ประเพณีการบริหารราชการ และทำให้เกิดการไม่ยอมรับกันระหว่างราชการของ ๒ หน่วยงาน ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษามีหน้าที่ในการจัดการการศึกษา ทั้งด้านบุคลากร งบประมาณการหางานทั่วไป โดยให้มี อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ หรือ อ.ก.ค.ศ. จังหวัด เป็นองค์คณะในการบริหารงานภายใต้การมีส่วนร่วมจากสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษา และสำนักงานเขตพื้นที่มัธยมศึกษา สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด และหน่วยงาน ซึ่งจะส่งผลให้การจัดการศึกษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ วันนี้กระทรวงศึกษาธิการเป็นกระทรวงขนาดใหญ่มาก ซึ่งรับผิดชอบบุคลากรถึง ๔๕๐,๐๐๐ คน รับผิดชอบกับเยาวชนที่ต้องอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการถึง ๑๐ ล้านคน ดังนั้นผมเชื่อว่า การกระจายอำนาจเป็นวิธีการที่ดีที่สุด มันคงจะเป็นวิธีการที่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระยะนี้ วันนี้ในวันศุกร์ก็จะมีกฎหมายพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พระราชบัญญัติส่งเสริม การเรียนรู้ ซึ่งทุกอย่างมันต้องสอดคล้องกันและทุกคนก็เห็นพ้องต้องกันแล้วว่า การกระจาย อำนาจสู่เขตพื้นที่ สู่โรงเรียนนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เพราะการศึกษามันคงยึดถือแบบเก่า ๆ ที่ผ่านมาในอดีตมันจะจัดการแบบเก่า ๆ นั้น คงเป็นไปไม่ได้ ผมในฐานะของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับพรรคทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ทั้ง ๖ ท่านจึงเห็นพ้องต้องกันว่าเห็นสมควรที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมการปฏิรูปการศึกษา ในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการของคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้เป็นประโยชน์กับ ประเทศชาติและในการปฏิบัติงานของหน่วยงานให้สอดคล้องและให้คุณภาพการศึกษา มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลต่อไปในอนาคต ขอกราบขอบพระคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นร่างที่ ๕ เชิญท่านรองศาสตราจารย์สุรวาทครับ🔗

รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ด้วยกระผมและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้ารักษาความสงบ แห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ท่านประธานครับ ตามที่เพื่อนสมาชิกทั้งพรรครัฐบาลและพรรคฝ่ายค้านได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งมีความสอดคล้องกัน แล้วก็ทุกท่านก็ได้อ่านหลักการและเหตุผล รวมทั้งอภิปรายประกอบพอสมควร เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตท่านประธานว่า ผมขอไม่อ่าน ซ ้าแล้วก็จะขออนุญาตอภิปรายเป็นภาษาง่าย ๆ ว่าเหตุใดพวกเราซึ่งมาจากกรรมาธิการ การศึกษาได้พิจารณาการบริหารการจัดการการศึกษาของประเทศ โดยเฉพาะการปฏิรูป การศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการนั้นได้พบว่ามีปัญหาข้อขัดข้อง จำเป็นอย่างยิ่ง จะต้องแก้ไขปัญหานั้นครับ ท่านประธานครับ ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ แบบบัญชีรายชื่อ

จากการที่ประเทศ ไทยได้มีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ แล้วก็ได้มีบทบัญญัติ ให้ตราพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติขึ้นในปี ๒๕๔๒ จากนั้นก็ทำให้มีกฎหมายประกอบ เข้ามา ไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ พระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการครู พระราชบัญญัติสภาครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้ทำการเรียกว่า มีการปฏิรูปการศึกษาตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ มา แล้วก็ออกกฎหมายต่าง ๆ เรื่อยมาจนถึงปี ๒๕๔๗ ในหลายฉบับ จากนั้นก็ดำเนินการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษผ่านไป ถึงวันนี้ก็ ๒ ทศวรรษ แต่ว่าพอมาถึง พ.ศ. ๒๕๕๘ พ.ศ. ๒๕๕๙ มีการรัฐประหารยึดอำนาจการปกครองของ คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ก็ได้เห็นว่าการบริหารจัดการนั้นมีปัญหาอยู่ตามที่พวกเรา รับทราบนะครับ การปฏิรูปการศึกษาไม่ประสบความสำเร็จ จึงจำเป็นจะต้องมีการปฏิรูป ด้วยความที่อาจจะขาดความรู้ความเข้าใจ แล้วก็ด้วยความที่หลายคนบอกว่าลุแก่อำนาจ และมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อระบบการศึกษา ต่อผู้ประกอบวิชาชีพครูอยู่ด้วยเหมือนกัน อันนั้นก็เป็นข้อที่หลายคนตั้งคำถามอยู่นะครับ คณะรักษาความสงบแห่งชาติก็ได้ออกคำสั่ง หลายคำสั่งนะครับ ตั้งแต่คำสั่ง ที่ ๑๐/๑๕๕๙ มาสู่ที่คำสั่ง ที่ ๑๑/๒๕๕๙ คำสั่ง ที่ ๓๘/๒๕๕๙ แล้วก็คำสั่ง ที่ ๑/๒๕๖๐ ก็เรียกว่าลองผิดลองถูกเรื่อยมา เปลี่ยนแปลง เรื่อยมา แต่ก็หาที่ถูกยังไม่เจอ ตั้งแต่วันนั้นมาก็เกิดความสับสนวุ่นวายอยู่พอสมควร แต่ทุก คนก็พยายามที่จะปรับตัวให้เข้ากับสิ่งที่ได้วางไว้ด้วยอำนาจของคณะรัฐประหารหรือ คสช. ที่ จำเป็นจำยอมที่จะต้องอยู่อย่างนั้น วันนี้เรามีผู้แทนราษฎรที่มาจากการเลือกตั้ง ที่ใช้อำนาจแทนพี่น้องประชาชน เพื่อนครู ผู้บริหาร นักเรียน นักศึกษา ทั้งหลายแล้ว วันนี้ก็เห็นพ้องต้องกันผ่านกรรมาธิการมาแล้วก็ยกร่างได้เสนอมา ประกอบกับรัฐบาล ก็เสนอขึ้นมา ซึ่งก็เห็นว่ามีความสอดคล้องกัน🔗

สุดท้ายมายังคำสั่ง พอมาถึง ๑/๒๕๖๐ แล้ว เมื่อลองผิดลองถูกก็ยังมีปัญหาอยู่ ก็มีการออกคำสั่งที่ ๑๙/๒๕๖๐ นี้ มาถึงตรงนี้เราก็ยังเห็นว่ามีปัญหา ผมอยากจะกราบเรียน ว่าผลของการใช้คำสั่งที่ ๑๙/๒๕๖๐ นี้เกิดอะไรขึ้น ก็มีการให้มีคณะกรรมการขับเคลื่อน การปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาคขึ้น เรียกว่าเป็นกรรมการ อาจจะเรียกว่าเป็นซูเปอร์บอร์ด (Super Board) ที่อยู่ในกระทรวงศึกษาธิการหรือว่า ระดับชาติมีอำนาจมากในการที่จะออกคำสั่งอะไรต่าง ๆ ได้มากมายครอบทุกเรื่องราวของ การศึกษาไทย แล้วก็มีการเพิ่มตำแหน่งศึกษาธิการภาคขึ้นมา ศึกษาธิการจังหวัดขึ้นมา รวมทั้งมีรองศึกษาธิการอีกหลายคนด้วย ศึกษาธิการภาค ศึกษาธิการจังหวัด แล้วก็มีหน่วยงานมีสำนักงานศึกษาธิการภาค มีสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด แล้วก็ให้มี กศจ. ซึ่งให้มีอำนาจหน้าที่แทนกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา รวมทั้งให้มีอำนาจหน้าที่แทน อนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาของเขตพื้นที่ ทั้งประถม มัธยม แล้วก็ให้ศึกษาธิการจังหวัดมีอำนาจ ใช้อำนาจแทน ลงนามแทน เดิมนั้นเป็นผู้อำนวยการเขต พื้นที่ประถมศึกษาผู้อำนวยการพื้นที่มัธยมศึกษา แล้วก็ผู้อำนวยการโรงเรียนหรือ ผู้อำนวยการสถานศึกษาในการใช้อำนาจ ท่านประธานครับ ตรงที่เป็นปัญหาแล้วก็จะนำมาสู่ การออกร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งนี้ ผลของคำสั่งที่ ๑๙ นี้ ประเด็นของ กศจ. ผมจะอธิบายว่า กศจ. นั้นก็มีอำนาจหลายประการ ๑๑ ประการ แต่ว่ามีประการใหญ่ ๆ ที่เป็นหน้าที่เป็นภาระงานที่เกือบจะ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ หรือ กศจ. หรือ ศธจ. ก็คือเรื่อง การบริหารบุคคลของเขตพื้นที่หรือของข้าราชการครู การบริหารงานบุคคลของข้าราชการครู สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานแทบทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นหากเราเอางานนี้ ออกไปจากศึกษาธิการหรือ กศจ. แล้ว ก็จะสามารถทำงานอย่างอื่นได้อย่างเต็มภารกิจ คำสั่งนี้ กศจ. ผมขออนุญาตอธิบายว่าวันนี้กำหนดว่าให้มีผู้ว่าการหรือรองผู้ว่าการที่ได้รับ มอบหมายเป็นประธาน ท่านประธานครับ ถ้าท่านผู้ชมทางบ้านได้ดูว่าคำสั่งนี้มีปัญหาอย่างไร จึงต้องแก้ หรือยกเลิก หรือเปลี่ยนแปลงอำนาจ หรือตัดทอนอำนาจตรงนี้คืนไป มีศึกษาธิการภาคศึกษาธิการภาคนี้ดูแลหลายจังหวัด แต่ต้องมาเป็นรองประธาน คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด เพราะฉะนั้นศึกษาธิการภาคท่านนี้ก็จะตระเวนวิ่งลอกไป ประชุมหลาย ๆ จังหวัดถ้ามีข่าวหรือฤดูของการทำงานเรื่องอะไรท่านก็จะต้องวิ่งลอกไป หลายจังหวัดในคณะกรรมการชุดนี้ก็จะมีผู้แทน สพฐ. ๑ คน นอกนั้นก็ผู้แทนอาชีวศึกษา ผู้แทนอุดมศึกษาผู้แทน กกศ. ผู้แทน ศช. ผู้แทน กศน. เป็นกรรมการ ถ้าท่านดูกลุ่มนี้ ก็จะเห็นว่าผู้ที่เกี่ยวข้องจริง ๆ กับบุคลากรกลุ่มนี้มีเพียงคนเดียว นอกนั้นก็เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งมาจากการแต่งตั้งถ้าเป็นยุคที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการต้องรับผิดชอบหรือ ต้องมีบุญคุณกับใครอะไรทั้งหลายแล้ว ตรงนี้ก็จะแตกต่างกับคณะกรรมการทั้งหลายก็จะกลายเป็นพวกพ้องหรือยึดโยงกับ ภาคการเมือง ซึ่งเราถือว่าอาจจะไม่มีความเป็นกลางในการเป็นคณะกรรมการในการ บริหารงานบุคคล นอกนั้นก็มีศึกษาธิการจังหวัด เป็นกรรมการและเลขานุการ ถ้าพิจารณา คำสั่งนี้ให้ดีว่ากรรมการชุดนี้มีอำนาจ ผมพูดถึงเพียงว่าอำนาจหนึ่งในทั้งหลาย ซึ่งมากในเรื่อง การบริหารงานบุคคล ผมยกตัวอย่างอย่างจังหวัดใหญ่ ๆ อย่างเช่นนครราชสีมา มีเขตพื้นที่ อยู่เขตประถมศึกษาอยู่ ๗ เขตพื้นที่เขตมัธยม ๑ เขตพื้นที่ รวมเป็น ๘ เขตพื้นที่ ทั้งหมดนี้ รวมมาพิจารณาโดย กศจ. หมด แล้วก็ยกเลิก อ.ก.ค.ศ. ทั้ง ๘ ชุดนั้น เดิมทีนั้นการบริหาร บุคคลเมื่อดำเนินการภายในเขตนั้นแล้วก็เสนอเห็นชอบโดย อ.ก.ค.ศ. เขต ทั้ง ๘ เขต เมื่อดำเนินการเสร็จสิ้นอนุมัติแล้วผู้อำนวยการเขตพื้นที่ก็ลงนามในคำสั่ง จะบรรจุแต่งตั้ง โยกย้ายก็ได้ทันที จะมีเพียงการโยกย้ายข้ามเขตพื้นที่ก็มีการประสานกันเพิ่มเติมบ้างเป็นราย กรณีเท่านั้นนะครับ ถ้าดูคำสั่งนี้แล้วตัวที่ชัดเจนที่สุดก็คือให้คนที่ไม่เกี่ยวข้อง เรียกว่า ไม่เกี่ยวข้อง เกี่ยวข้องเพียงเล็กน้อย ไม่ได้เกี่ยวข้องโดยตรงมามีหน้าที่ในการตัดสินใจ มามีหน้าที่ในการกำหนดนโยบายแผนงานอะไรทั้งหลายคนที่เกี่ยวข้องใน ๘ เขต ที่ยกตัวอย่างมีเพียงคนเดียวหรือไม่ก็ได้อาจจะไม่ใช่คนที่มาจากเขตพื้นที่ทั้ง ๘ นี้ก็ได้ แต่เป็นผู้แทน สพฐ. เพียง ๑ คน เพราะฉะนั้นคนที่ไม่รู้จะชี้ได้ถูกได้อย่างไร คนที่รับผิดชอบ โดยตรงที่เป็นผู้บังคับบัญชาใน ๘ เขต แต่ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจในการบริหารงานบุคคล ของตัวเองจะใช้ใครจะเลือกใช้ใคร จะให้บำเหน็จความชอบแก่ใคร ใครคือคนที่มีความ เหมาะสมที่จะไปดำรงตำแหน่งโรงเรียนโน้นโรงเรียนนี้ ไม่มีอำนาจ แต่ว่าให้คนอื่น จึงมีปัญหาอย่างยิ่งนะครับ ท่านประธานครับ เราดูแค่ตรงนี้ว่าในหลักการในเหตุผลที่ ๗ พรรคการเมือง ได้เสนอนั้นก็จะมีคำสำคัญที่อยู่บนสไลด์ (Slide) นี้ว่าผลกระทบอะไร จากการที่มีคำสั่งนี้ทำให้เกิดการซ ้าซ้อนครับ ซ ้าซ้อนมี อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่แล้ว ต้องมี กศจ. ซ ้าเข้าไปอีก มันเหมือนกับว่าเหมือนเรามีขั้นบันได เราเห็นว่าบันไดขั้นนี้มันผุก็เลยมาเสริม ด้วยอีกขั้นหนึ่ง ในขณะที่อีกขั้นหนึ่งก็อยู่ตรงนั้น ถ้ามันผุก็ต้องเปลี่ยนหรือปรับปรุงแก้ไข เฉพาะขั้นนั้นเท่านั้น ในบ้านหลังนั้นเท่านั้น ไม่ควรที่จะเอาอะไรไปซ่อนอยู่ ทั้งหมดนั้น การทำภารกิจเรื่องเดียวกันก็เป็นเพียงทั้ง ๒ หน่วยงานนั้นคือเขตพื้นที่แล้วก็ กศจ. หรือ ศึกษาธิการจังหวัด เรียกว่าซ ้าซ้อน ที่สำคัญคือสับสนนะครับ สับสนว่าตกลงแล้วสถานศึกษา ที่ต้องทำหน้าที่ของตัวเองในการ บริหารจัดการพัฒนาคุณภาพการศึกษาในสังกัดอะไรแน่ ใครคือผู้คับบัญชา เพราะว่าศึกษาธิการจังหวัดอะไรขึ้นกับสำนักปลัดกระทรวง ส่วนเขตพื้นที่ ขึ้นกับ สพฐ. หรือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยที่ ผอ. เขต ซึ่งถือว่าเป็น ซีอีโอ (CEO) เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดในเขตนั้นจะต้องรับผิดรับชอบต่อคุณภาพการศึกษา ในเขตนั้นที่จะเกิดแต่ว่าขาดอำนาจในการตัดสินใจ แล้วก็ทำให้ขั้นตอนอะไรต่าง ๆ มันซับซ้อนยิ่งขึ้น ผมอยากเรียนว่ามีการบริหารจัดการของ กศจ. กับเขตพื้นที่ โดยเฉพาะ เขตมัธยม เขตมัธยมที่มีเขตเดียวหลายจังหวัดยิ่งลำบากมากครับ โรงเรียนต้องประสานงาน กับเขตพื้นที่ซึ่งอยู่อีกจังหวัดหนึ่ง แล้วก็เรื่องนั้นจะต้องกลับคืนมาเข้าคณะกรรมการ การศึกษาจังหวัดของตัวเองอีกครั้งหนึ่ง เมื่อเสร็จแล้วก็กลับไปอีกจังหวัดโน้น ซึ่งเป็นที่ตั้ง เขตพื้นที่ของมัธยมทำให้เกิดความสับสนวุ่นวายขึ้นมากมาย ท่านประธานครับ มีคีย์เวิร์ด (Keyword) สำคัญหลาย ๆ เรื่อง ซึ่งเพื่อนสมาชิกหลายท่านจะมาอธิบายเพิ่มเติมนะครับ ผมเรียนเป็นเพียงหัวข้อ แล้วก็จะขออนุญาตขยายความนิดหน่อยครับ การที่มีคำสั่งนี้ ทำให้เกิดการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ กศจ. ที่ผมเรียนแล้ว ๗ เขตต้องมา ประถมก็ต้องมาอยู่ที่นี่ มัธยมก็ต้องมาอยู่ที่นี่ เวลาท่านสอบบรรจุ ทั้งประถม มัธยมต้องมาสอบด้วยกัน เขาอยู่เขต ๗ เขาก็ต้องการเป็นครูที่เขต ๗ เดิม เขาก็สมัครที่เขต ๗ แต่วันนี้เขาต้องมาสมัครที่จังหวัดเสร็จ แล้วส่งเขาไปเขต ๑ คนที่เขต ๑ ถูกส่งไปที่เขต ๕ เขต ๖ ก็ได้ เกิดปัญหามากมายตามมา ต้องขอย้ายกลับบ้าน ต้องมีปัญหากระทบกับหนี้สินทั้งหลายมากมาย รวมทั้งความยุ่งยากกับ สถานการณ์โควิด (COVID) ที่ต้องเดินทาง ก็ไม่สอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบัน ก็ส่งผลต่อ การบริหารจัดการบุคคลที่เรียนมาแล้วว่าขั้นตอนมันยาว ผู้บังคับบัญชาไม่มีอำนาจ ไม่มีสิทธิ ให้คุณให้โทษนะครับ ขาดการมีส่วนร่วม ท่านก็ดู กศจ. มีผู้แทน สพฐ. คนเดียว ซึ่งมาจาก ไหนก็ได้ แต่ว่าดีหน่อยว่าตั้ง ผอ. เขตในบริเวณนั้นเป็นเท่านั้นเอง ก็ไม่ยึดโยงกับเขตอีกทั้ง ๘ เขต ที่ยกตัวอย่างนะครับ ขาดการมีส่วนร่วมของบุคลากรกลุ่มอื่น ๆ ในการที่จะคิด ตัดสินใจ การรับรู้หัวอกของคนทำงาน ในตำแหน่งต่าง ๆ ซึ่งเราก็มีหลักอยู่แล้วว่า เราอาจจะ เป็นไตรภาคี มีฝ่ายบริหาร มีฝ่ายปฏิบัติการหรือผู้ทรงคุณวุฒิที่รอบรู้เรื่องนั้นมาร่วมกัน คิด มาตัดสินใจ จึงถือว่าเป็นการมีส่วนร่วม🔗

ประเด็นต่อมาคือการสิ้นเปลืองงบประมาณ เรื่องเดียวกัน ภารกิจเดียวกัน แต่ท่านไปตั้งหน่วยงานขึ้นมาอีก ๒ หน่วย ๒ ชั้น ๓ ชั้น ถ้านับการขับเคลื่อนที่กระทรวง สิ้นเปลืองครับ เปลืองงบประมาณ เปลืองบุคลากร เปลืองขั้นตอนต่าง ๆ มากมาย อันนี้ชัดเจนนะครับ จะต้องมีรถประจำตำแหน่ง รถประจำสำนักงาน บางปีก็ของบประมาณ ในการสร้างอาคารบ้านพักอะไรต่าง ๆ ก็สิ้นเปลืองทั้งสิ้น ในเมื่อทำงานชิ้นเดียวกัน ก็เกิดความล่าช้า ชัดเจนนะครับ ขัดกับหลักกระจายอำนาจ เกิดความขัดแย้งทางความคิด วันนี้ กศจ. ตัดสินใจอะไรลงไป ถูกหรือผิด ส่งผู้อำนวยการโรงเรียนไป แต่ว่าใครคือผู้มีอำนาจ ที่แท้จริง เขาบอกว่าชงเรื่องทั้งหลายมาจากเขต แต่คนที่มีอำนาจตัดสินใจคือ กศจ คนที่ ไปทำรายละเอียด ทำคำสั่ง ยกร่างคำสั่ง ต้องเสนอแฟ้ม ๘ เขตพื้นที่อยู่ต่างอำเภอ ๑๐๐-๒๐๐ กิโลเมตรต้องหอบแฟ้มเพื่อมานำเสนอ เพื่อลงนามโดยศึกษาธิการจังหวัดที่เดียว มันใช่หรือครับ ก็เกิดความขัดแย้งทางความคิดว่าตกลงใครเป็นเจ้านายใคร ใครคือคน ที่จะต้องได้รับเกียรติอะไรอย่างไร ก็เกิดการไม่ยอมรับซึ่งกันและกัน และหลายครั้งที่ ศึกษาธิการจังหวัดขอความร่วมมือหรือทำหนังสือประหนึ่งว่าจะสั่งการหรือประสานงาน แต่ว่า ผอ. เขตก็บอกว่าไม่สะดวก ไม่ขัดข้องอะไรทั้งหลาย ไม่ไปก็ได้ เพราะว่าไม่ใช่ สายบังคับบัญชา อันนั้นคือภาพที่เห็น แล้วทั้งหมดทั้งหลายนั้น งบประมาณไปอยู่ในที่ ที่ไม่ควรอยู่ ควรจะอยู่ที่นักเรียน การบริหารจัดการครูบาอาจารย์วันนี้ โรงเรียนไม่มีผู้บริหาร โรงเรียนมากมาย ไม่มีรองผู้อำนวยการ ไม่มีภารโรง ไม่มีธุรการ ครูไม่ครบชั้น ก็ตามมา มากมาย แล้วนั่นก็คือจะส่งผลต่อคุณภาพของเด็กและเยาวชน ซึ่งจะเป็นอนาคตของ ประเทศต่อไป เพราะฉะนั้นแล้วพวกเราซึ่งมีกรรมาธิการการศึกษาทุกท่านที่ได้ปรึกษา หารือกันแล้วก็ได้ยกร่าง แล้วก็แยกย้ายกันเสนอเป็นร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษา ในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการที่ลงวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๐ เพื่อให้เพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ได้ร่วมกันลงมติรับหลักการเพื่อแก้ไขร่างพระราชบัญญัตินี้ ให้กลับคืนมาให้อยู่ในร่องในรอย ให้คนที่มีความรู้มาชี้มาตัดสินใจร่วมรับผิดชอบและ ส่งผลต่อคุณภาพอย่างแท้จริงครับ ก็ขอให้ทุกท่านได้ให้การสนับสนุนร่างพระราชบัญญัตินี้ ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ ต่อไปเป็นร่างที่ ๖ ท่านเกษม ศุภรานนท์ เชิญครับ🔗

นายเกษม ศุภรานนท์ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม เกษม ศุภรานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ กระผมขอเสนอหลักการและเหตุผลที่เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูป การศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ ดังต่อไปนี้ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ก่อนอื่นผมขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่เปิดโอกาสให้พวกเรา ได้ร่วมแก้ไขการปฏิรูปการศึกษาในส่วนภูมิภาคในวันนี้ครับ เรียนด้วยความเคารพว่า ทั้ง ๖ พรรค ไม่ว่าจะเป็นพรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคก้าวไกล พรรคชาติไทยพัฒนา พรรคประชาธิปัตย์แล้วก็พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งผมและคณะพรรคพลังประชารัฐตั้งใจ ที่อยากจะขอแก้ไขในเรื่องของคำสั่ง คสช. ในครั้งนี้ ด้วยเหตุผลเหมือนกันทุกอย่าง ท่านประธานที่เคารพครับ พี่น้องเราไม่ค่อยสบายใจ เพื่อนครูได้ออกไปหาไปพบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติเกือบทุกจังหวัด บอกว่าอึดอัดเหลือเกินคำสั่ง คสช. ชุดนี้ใช้มา ๒ ปี เกือบ ๓ ปีแล้วครับ ปรากฏว่าอย่างโคราชของผมมี ๗ เขตพื้นที่ แล้วก็มี มัธยมอีก ๑ เขต เป็น ๘ เขต แต่ละเขตต้องรอโดยเฉพาะเราเอาการศึกษาเราไปให้กับ ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดท่านก็งานเยอะอยู่แล้วของผม ๓๒ อำเภอนี่กว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดท่านจะว่าง ขอโทษนะครับ ไม่ทราบเมื่อไรจะว่าง ไม่ทราบเมื่อไร จะได้ประชุม อันนี้คือความขรุขระที่สุด ถ้าตราบใดเรายังเอาการศึกษาไปไว้ ถ้าตราบใด การศึกษายังไม่เป็นเอกภาพ ถ้าตราบใดการศึกษาเรายังไม่ให้ความสำคัญ การศึกษาของเรา ก็จะเป็นอย่างนี้ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นวันนี้เรามาร่วมมือร่วมใจกัน สร้างการศึกษาให้เป็นเอกภาพ ให้เป็นหนึ่งเสียครับ อย่าไปฝากอันโน้นไว้ฝากอันนี้ไว้เลยครับ ท่านประธานด้วยความเคารพ เพื่อนสมาชิกของเราได้อภิปรายชัดเจนในประเด็นเดียวกัน ก็คือมีหลักการอยู่ ๗ ประการนะครับ ก็คือเรื่องงานบุคคลทั้งหมดได้โอนไปให้ กศจ. ก็คือให้ศึกษาธิการจังหวัด มีศึกษาภาค รองศึกษาภาค ดูแลแทนคณะอนุกรรมการ ข้าราชการครูและบุคลากรการศึกษาในเขตพื้นที่ต่าง ๆ สรุปประมาณนี้ครับท่านประธาน ก็คือว่าเมื่อก่อนเราเคยประชุมกันในเขตที่ ๑ นครราชสีมาเขต ๑ ประชุมเสร็จให้ความดี ความชอบโยกย้ายครู ทุกสิ่งทุกอย่างจบที่เขตพื้นที่ แต่ตอนนี้มันไม่จบ เขต ๒ ก็ไม่จบ เขต ๓ ก็ไม่จบ เขต ๔ ก็ไม่จบ เขต ๕ ก็ไม่จบ เขต ๖ ก็ไม่จบ เขต ๗ ก็ไม่จบ อำเภอชุมพวง อำเภอพิมาย เขตเลือกตั้งของท่านทัศนียา อำเภอชุมพวง อำเภอพิมายอยู่ไกลครับ ต้องรวบรวมทั้ง ๗ เขต แล้วก็อีก ๘ เขตมัธยมมาวางไว้ที่ กศจ. แล้วก็รอว่าทางศึกษาธิการ จังหวัดจะว่างวันไหน แล้วก็มีเมื่อไร อันนี้คือการศึกษาของเราท่านประธานสภาพปัจจุบัน มันเป็นอย่างนี้ มันไม่คล่องตัวนะครับ แล้วรู้สึกว่ามันไม่ค่อยสบายใจกันครับท่านประธาน สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะนำเรียนท่านประธานก็คือสิ่งที่พวกเราทราบว่าคณะอนุกรรมการ บางส่วนซึ่งมีน้อยนิดมีทำอะไรที่ไม่ถูกต้องเราต้องมาแก้ไขในสมัยของท่านประธานนี่ละครับ ว่าเราจะแก้ไขอย่างไร มีจริยธรรม มีคุณธรรมอย่างไรให้มันเข้มข้นท่านประธาน เพราะฉะนั้น เรื่องเหล่านี้จึงเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าร่างของพรรคพลังประชารัฐของเรา คล้าย ๆ กับเพื่อนทุกพรรคใน ๖ พรรคของเรา ซึ่งแต่ละพรรคก็มีน ้าใจมากครับ ไม่ว่าจะเป็น พรรคเพื่อไทยที่ผมกล่าวไปแล้ว ต้องการเห็นการแก้ไขคำสั่ง คสช. ๑๙/๒๕๖๐ ครั้งนี้ ให้กระจายอำนาจลงสู่พื้นที่เหมือนเดิมท่านประธาน ผมขออนุญาตนำเรียนหลักการและ เหตุผลสักนิดหนึ่งครับท่านประธาน โดยเฉพาะหัวหน้าคณะกรรมการรักษาความสงบ แห่งชาติได้ออกคำสั่ง ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง ปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค ของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๓ เมษายนที่กล่าวไปแล้วนะครับ เพราะมีการรวบอำนาจไว้ที่ กศจ. กศจ. คือคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดไว้ที่เดียว เราเคยมีอยู่ ๗ ที่ ๘ ที่ก็ไปไว้ที่เดียว ก็นั่นหมายความว่ามีการรวบอำนาจนะครับ🔗

ประการที่ ๒ ลักษณะการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่ กศจ. ทำให้เกิดปัญหามาก ท่านประธานครับ อย่างที่เราทราบนะครับ ความล่าช้าก็ดี ความซับซ้อนก็ดี สิ่งเหล่านี้ เป็นสิ่งที่พวกเราเองไม่ค่อยสบายใจ และขณะเดียวกันมันไม่สอดคล้องกับสภาพปัจจุบัน สภาพปัจจุบันเราต้องการถึงความเปลี่ยนแปลงนะครับ แล้วก็มีการกระจายอำนาจลงสู่เขต ปรากฏว่าเราไปรวมศูนย์อยู่เราไปทำอาศัยอยู่ตรงนี้ ผมก็เรียนด้วยความเคารพว่าเราเองก็ไม่ค่อยสบายใจ เรื่องที่ ๓ ที่อยากจะนำเรียน ก็คือเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษา มัธยมศึกษาของเราเองเป็นผู้ปฏิบัติจริง เพราะฉะนั้น ผู้ปฏิบัติจริงไม่มีอำนาจบังคับบัญชา ไม่มีอำนาจในการสั่งการ ไม่มีอำนาจในการพิจารณา โยกย้ายอะไรต่าง ๆ นานา สิ่งนี้เป็นสิ่งที่เราควรพิจารณาหรือไม่ ท่านประธานที่เคารพครับ การมีส่วนร่วมของครูบาอาจารย์ การมีส่วนร่วมของพวกเราเองก็ลดน้อยถอยลง ก่อให้เกิด ความขัดแย้งทางความคิด สิ่งเหล่านี้อีกสิ่งหนึ่งที่ผมนำเรียนท่านประธานว่ามันเกิดสะสม มันเกิดความล่าช้า มันเกิดความไม่รวดเร็วในการแข่งขัน ก็จะเกิดความขัดแย้งตรงความคิด ของครูบาอาจารย์ในเขตพื้นที่นั้น โดยสรุปผมก็กราบเรียนด้วยความเคารพว่า นำเรียนเรื่อง หลักการและเหตุผลเหมือน ๆ กับเพื่อนสมาชิกอยู่ ๗ ประการ แล้วก็มีหลักการและเหตุผล คล้าย ๆ กัน🔗

ประการที่ ๑ ต้องการกระจายอำนาจลงสู่เขตพื้นที่การศึกษานะกลับคืน ไปให้กับเขตพื้นที่ เพื่อมีความสะดวกความคล่องตัว ให้การศึกษาของเราได้ก่อเกิดกระจาย ลงสู่ขวัญและกำลังใจของครู และครูเองก็จะมีจิตมีใจมีความสำนึก มีความตระหนักในหน้าที่ อยากจะสอนนักเรียน ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนนะครับ🔗

ประการที่ ๒ อยากจะให้ศึกษาธิการจังหวัดเป็นผู้รับผิดชอบนโยบายต่าง ๆ คอยดูแลการศึกษาในเขตจังหวัดสนับสนุนให้กำลังใจ ส่งเสริมมากกว่าที่จะมาปฏิบัติโดย ตนเอง🔗

ประการที่ ๓ อยากจะให้ทางรัฐมนตรีของเราหรือผู้ที่รับผิดชอบในจังหวัดนั้น ๆ แล้วก็ดูแลในจังหวัดนั้น ๆ สนับสนุนความรักความสามัคคีในหมู่คณะให้เกิดขึ้นกับ ครูบาอาจารย์ให้มากที่สุด สิ่งสำคัญที่สุดก็คือผมมีความสำนึกในหน้าที่ของความเป็นผู้แทน ครู ในฐานะที่เป็นครูเก่า ก็อยากจะเห็นการพัฒนาเรื่องคำสั่ง คสช. ๑๙ ในครั้งนี้ด้วยครับ ท่านประธานครับ คงจะนำเรียนในหลักการว่าร่างของพรรคพลังประชารัฐ รายละเอียด ผมคงไม่อ่าน เพราะมันเหมือนกับเพื่อน ๆ ของพรรคภูมิใจไทย เหมือนกับพรรคก้าวไกล เหมือนกับพรรคเพื่อไทย เหมือนกับพรรคประชาธิปัตย์ แล้วก็เหมือนกับพรรคชาติไทยพัฒนา คล้าย ๆ กัน เพื่อประหยัดเวลา ขอนำเรียนท่านประธานด้วยความเคารพเห็นด้วยกับ การแก้ไขร่างพระราชบัญญัติคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ ในการปฏิรูปการศึกษาภูมิภาคกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๓ เมษายน ด้วยความเคารพ ครับ ก็หวังว่าในสภาแห่งนี้คงจะได้ร่วมมือร่วมใจกันแก้ไข กระจายอำนาจลงสู่เขตพื้นที่ต่อไป กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ถ้าเนื้อหามันตรงกันก็คงไม่จำเป็นต้องอภิปรายซ ้า ๆ กันนะครับ ต่อไปเป็นร่างที่ ๗ เชิญ ท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ครับ🔗

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนากระผมได้เสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของ กระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ พ.ศ. ....🔗

กราบเรียนท่านประธานสภาครับ หัวหน้าพรรคผมนี่ ท่านกัญจนา ศิลปอาชา เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมา ท่านให้ความสนใจในการปฏิรูป การศึกษาเป็นอย่างยิ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๖ ท่าน รวมทั้งของคณะรัฐมนตรีด้วย ทั้งหมดมาจากการเลือกตั้งได้พิจารณาแล้วเห็นว่าคำสั่ง คสช. ฉบับที่ ๑๙ ปล่อยไว้อย่างนี้ไม่ได้ครับ มันจะกระทบต่อการปฏิรูปการศึกษา การพัฒนา การศึกษาของชาติเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นต้องขออนุญาตเอ่ยนามครับ ผู้ที่เสนอกฎหมายทั้งหมดมีตำแหน่งสำคัญทางการศึกษาในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้มาก ยกตัวอย่างเช่น ขออนุญาตเอ่ยนามท่านนพคุณ รัฐผไท ท่านเป็นประธานคณะกรรมาธิการ การศึกษาของสภาผู้แทนราษฎรครับ ท่านศึกษาเรื่องนี้มานาน ท่านอาจารย์ประกอบ รัตนพันธ์ นี่ทั้งชีวิตครับ อยู่กับวงการการศึกษา ท่านสฤษดิ์ บุตรเนียร เช่นเดียวกันครับ เป็นที่ประจักษ์แล้วว่าท่านก็สนใจทางการศึกษาและคลุกคลีกับวงการศึกษา โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง ท่านรองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ตำแหน่งหน้าที่ก็บอกอยู่แล้วนะครับ ท่านอยู่ในแวดวงของการศึกษา เป็นที่ยอมรับศรัทธาของบรรดาข้าราชการครูและลูกศิษย์ เป็นจำนวนมาก ท่านอาจารย์เกษม ศุภรานนท์ ท่านนี้ก็เป็นประธานอนุกรรมาธิการติดตาม การปฏิรูปการศึกษาที่สภาแห่งนี้แต่งตั้งท่านไปครับ และบุคคลที่ผมเอ่ยนามมาทั้งหมดก็อยู่ ในคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ด้วย ดังนั้นจึงมีความเห็นตรงกันว่าคำสั่ง คสช. ฉบับที่ ๑๙/ ๒๕๖๐ ลงวันที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ นั้นจำเป็นต้องมีการแก้ไขครับ มันจำเป็น อย่างไรบ้าง เมื่อสักครู่นี้ทั้ง ๕ ท่านรวมทั้งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านก็ได้ให้เหตุผล ให้คำชี้แจงไว้แล้วนะครับว่ามันจำเป็นอย่างไรจึงจะต้องมีการแก้ไข ของผมก็เช่นเดียวกันครับ เหตุผลต่าง ๆ นั้นมันนำไปสู่การแก้ไขในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้ ผมจะให้มีการแก้ไขความใน (๑) ของข้อ ๘ แห่งคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ ในเรื่องของการที่ให้อำนาจของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด กศจ. เอากลับคืนมาครับ เอากลับคืนมาให้ใคร เอากลับคืนมาให้อำนาจหน้าที่เป็นของ คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา อันนี้เป็นประเด็นที่ ๑ ในมาตรา ๓ ประเด็นที่ ๒ จะให้มีการเพิ่มเติมความใน (๕) ของข้อ ๘ แห่งคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๙/๒๕๖๐ นั่นก็คือคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัดหรือ กศจ. มีอำนาจในเขต จังหวัดเสนอความเห็นเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคลของข้าราชการครูและบุคลากรทางการ ศึกษาต่อคณะกรรมการขับเคลื่อนของกระทรวงศึกษาธิการในภูมิภาคในการปฏิรูป ทางการศึกษา แก้ไขใหม่ครับ ให้อำนาจในการเสนอกลับมาเป็นอำนาจของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาครับ กลับให้มาเป็นของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา มัธยมศึกษา นั่นคือแก้ไขมาตรา ๔ ท่านประธานครับ ข้อ ๓ เราจะแก้ไขเพิ่มเติมความใน (๖) ของข้อ ๑๑ แห่งคำสั่งหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ ฉบับที่ ๑๙/๒๕๖๐ นี้ แก้ไขโดย กำหนดให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดมีอำนาจหน้าที่ดำเนินการเกี่ยวกับบริหารบุคคลของ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในเขตจังหวัดที่เป็นหน้าที่เฉพาะของศึกษาธิการ จังหวัดเท่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นของอนุกรรมาธิการศึกษาธิการจังหวัด หรือ อ.ก.ศ.จ. ให้ดูแลเฉพาะอันนี้ อะไรที่เป็นของเขตพื้นที่ทั้งประถมและมัธยมต้องกลับคืนไปให้เขาครับ นั่นคือแก้ไขมาตรา ๕ ครับ ข้อที่ ๔ ให้แก้ไขเพิ่มเติมความในวรรคแรก ข้อ ๑๒ แห่งคำสั่ง คณะรักษาความสงบแห่งชาติ🔗

ข้อ ๔ ให้แก้ไขเพิ่มเติมข้อความในวรรคแรก ข้อ ๑๒ แห่งคำสั่งคณะรักษา ความสงบแห่งชาติฉบับที่ ๑๙/๒๕๖๐ โดยกำหนดให้ศึกษาธิการจังหวัดเป็นผู้บังคับบัญชา ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างในสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเท่านั้น อยู่ภายใต้ ความดูแลของศึกษาธิการภาคครับ มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบดำเนินการภายในสำนักงาน ศึกษาธิการจังหวัด และให้มีรองศึกษาธิการจังหวัดเพื่อช่วยเหลืองานศึกษาธิการจังหวัด จำนวน ๓ คน นั่นคือมาตรา ๖ ครับ🔗

ข้อ ๕ ให้ยกเลิกข้อ ๑๓ แห่งคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ กำหนดให้ยกเลิกอำนาจการสั่งบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครู บุคลากร ทางการศึกษาในจังหวัดหรือกรุงเทพมหานครตามมาตรา ๕๓ (๓) และ (๔) แห่ง พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พุทธศักราช ๒๕๔๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ ๒) พุทธศักราช ๒๕๕๑ ของศึกษาธิการจังหวัดโดยความเห็นชอบของกรรมการศึกษาธิการ จังหวัด นั่นคือแก้ไขมาตรา ๗ ครับ🔗

ข้อ ๖ ให้เพิ่มเติมความในต่อไปนี้ในวรรคสี่ ของข้อ ๑๔ แห่งคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ กำหนดให้การบริหารงานบุคคลที่กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษากำหนดไว้เป็นอำนาจของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ประถมศึกษาและ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่มัธยมศึกษาไม่ต้องมอบอำนาจให้ศึกษาธิการจังหวัดเป็นผู้ปฏิบัติราชการแทนครับ นี่เกี่ยวกับการมอบอำนาจครับสุดท้ายครับ ข้อสุดท้ายก็คือกำหนดให้บรรดาคำสั่งและอำนาจ หน้าที่ของ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาและมัธยมศึกษานั้นในส่วนที่เกี่ยวข้อง กับการบริหารบุคคลให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษาที่กำหนดอำนาจหน้าที่ไว้ ทั้งหมดทั้งสิ้นผมสรุปอย่างนี้ครับท่านประธาน ด้วยเหตุผลประกอบการเสนอหลักการซึ่งสอดคล้องกับทั้ง ๖ ฉบับนะครับ คือ ๑. ไม่สอดคล้องกับสภาวะปัจจุบัน คำสั่ง คสช.ที่ ๑๙/๒๕๖๐ ไม่สามารถแก้ไขปัญหาของการ จัดการศึกษาในภูมิภาคได้ เป็นการรวมศูนย์อำนาจไว้ที่คณะกรรมการการศึกษาจังหวัดหรือ กศจ. เกิดความล่าช้าในการปฏิบัติงานและขัดต่อหลักการกระจายอำนาจ ส่งผลกระทบต่อ อำนาจการจัดการด้านบุคลากรทางการศึกษา ผู้บังคับบัญชาโดยตรงไม่มีอำนาจบังคับบัญชา บุคลากรทางการศึกษา ผลของคำสั่งนี้ทำให้ไม่เป็นประโยชน์ต่อนักเรียนหรือโรงเรียน แต่ประการใดเลย กลับกลายเป็นผลประโยชน์ในการจัดสรรตำแหน่งหน้าที่ให้กับข้าราชการ ต่าง ๆ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องขอขอบคุณจะเรียกอย่างไรดีล่ะ ไตรรัตนนารี ศรีศึกษาธิการ ๓ ท่านนะครับ เรามีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่เป็นสุภาพสตรี ๓ ท่านด้วยกัน ผมต้องยอมรับนะครับว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการท่านนี้ ท่านมีวิสัยทัศน์นะครับ ท่านยอมรับฟัง นี่ละครับเป็นกุญแจด่านแรกที่จะนำไปสู่ การปฏิรูปการศึกษาในอนาคต ท่านประธานเชื่อไหมครับ เราพิจารณากันนี่ แล้วปรึกษากับ ท่านรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีกรุณาอย่างยิ่งเลยครับว่าถ้าอะไรที่เป็นประโยชน์สำหรับ ข้าราชการครู สำหรับนักเรียน สำหรับวงการศึกษา ท่านจะสนับสนุนเต็มที่ โดยเฉพาะ พระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ ท่านยอมครับ ท่านยอมให้ใช้ร่างของท่านอาจารย์เกษม ศุภรานนท์ เป็นร่างหลักในการพิจารณา นี่ละครับความใจกว้างของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ เป็นกุญแจสำคัญอย่างยิ่งเลยครับ และดูผลงานของท่านครับ คสช. ฉบับที่ ๑๙ เวลาเกษียณอายุราชการของข้าราชครูดึงไปอยู่ในสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ท่านเอากลับมาครับ ๑,๔๐๐ กว่าตำแหน่งนี้นะครับท่านเอากลับมาให้สถานศึกษาหมด มาให้องค์การข้าราชการครูหมดเงิน ๒,๐๐๐ บาทช่วยเหลือกับผู้ปกครองในขณะนี้ ลดหย่อน ค่าเล่าเรียนต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ เป็นหัวใจสำคัญที่จะนำไปสู่การปฏิรูปการแก้ไขปัญหาที่มัน เกิดภาวะความเดือดร้อนจากโควิด-๑๙ (COVID-19) อยู่ในขณะนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ กฎหมายฉบับนี้มันอยู่ไม่นานหรอกครับ ที่อยู่ไม่นานเพราะอะไร เพราะมันมีกฎหมายหลักที่ รอการปฏิรูปอยู่ วันศุกร์เราจะได้มีการพิจารณากันครับ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ เป็นการประชุมร่วมระหว่างสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกับวุฒิสมาชิก พระราชบัญญัติว่าด้วย ระเบียบราชการกระทรวงศึกษาธิการก็กำลังรออยู่ อันนี้เป็นฉบับหลัก ๆ ในการปฏิรูปต่อไป แต่เรารอไม่ได้ เพราะว่ากฎหมายการปฏิรูปนั้นเราไม่ทราบว่ามันจะใช้เวลาอีก ๖ เดือน ๑ ปี แต่คำสั่ง คสช. ต้องแก้ก่อนครับ ดังนั้นจึงขอความกรุณาจากท่านสมาชิกสภา ผู้ทรงเกียรติแห่งนี้ช่วยกันสนับสนุนให้มีการแก้ไขคำสั่ง คสช. ฉบับที่ ๑๙ ลงวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๐ เป็นของขวัญให้กับบรรดาข้าราชการครูทั่วประเทศด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบพระคุณ ครับ ท่านสมาชิกครับ ท่านผู้เสนอก็ได้แถลงหลักการและเหตุผลตามลำดับจนครบ ทั้ง ๗ ฉบับแล้วนะครับ ต่อไปนี้ก็จะเป็นการอภิปรายของท่านสมาชิกที่ให้ความสนใจ ต่อร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ พ.ศ. .... ผมขอทบทวนหัวข้อและประเด็นให้ท่านทราบอีกครั้งหนึ่ง มีท่านสมาชิกเสนอรายชื่อขอร่วมอภิปรายหลายท่านนะครับ ท่านแรกเป็นท่านบุญฐิณ ประทุมลี ตามด้วย นางสาวศรีนวล บุญลือ ท่านดะนัย มะหิพันธ์ ท่านอนันต์ ผลอำนวย ท่านเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ท่านสำลี รักสุทธี ท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ ท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ท่านคุณครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ แล้วก็ยังมีท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ บอกว่าขออภิปรายเป็นคนสุดท้ายนะครับ เชิญท่านบุญฐิณ ประทุมลี ตามด้วยคุณศรีนวล บุญลือ นะครับ🔗

นายบุญฐิณ ประทุมลี มุกดาหาร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบุญฐิณ ประทุมลี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมจะมาขออภิปรายคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ ที่เพื่อนสมาชิกได้เสนอไปทั้งหมด ผมก็จะมาเพิ่มเติมให้ข้อมูลสภาพปัญหา ปัญหาอุปสรรคและแนวทางแก้ไข เพื่อให้เป็นข้อมูล สำหรับเพื่อนสมาชิกผู้แทนราษฎรที่ใช้ในการตัดสินใจให้การสนับสนุน ในฐานะที่กระผม เคยรับราชการครูมา ๒๙ ปี ในตำแหน่งสายการสอน ๑๐ ปี สายผู้บริหาร ๑๙ ปี ทั้งครูใหญ่ อาจารย์ใหญ่ และผู้อำนวยการโรงเรียน เคยดำรงตำแหน่งข้าราชการครูสามัญประจำจังหวัด หรือ อ.ค. จังหวัด ตั้งแต่ปี ๒๕๓๘-๒๕๔๒ ท่านประธานที่เคารพ ผมขอสไลด์ (Slide) นะ ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายบุญฐิณ ประทุมลี มุกดาหาร

ผมจะขอย้อนไปดูประวัติของการ พัฒนาการปฏิรูปการศึกษา เราเริ่มพัฒนาการปฏิรูปการศึกษาตั้งแต่ออกจากองค์การ บริหารส่วนจังหวัด ตั้งแต่ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๓ ด้วยการรองรับ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ๒๕๒๓ แล้วก็การกำหนดตำแหน่งท่านคงจำได้ไม่กี่ปีนะครับ มีตำแหน่งที่ขึ้น แล้วก็มีการ บริหารโดยองค์คณะบุคคล ซึ่งเป็นครั้งแรกของวงการครูในตำแหน่งที่เห็นนะครับ คือปี ๒๕๒๓ ผมจะขอพูดถึงจุดอ่อนจุดแข็งของการบริหารองค์คณะบุคคล ก่อนอื่นพูดเรื่อง สายการบังคับบัญชาก่อน ผมขอทำความเข้าใจว่าการที่มีผู้ว่าราชการจังหวัด อันนี้คือ องค์คณะบุคคลที่เป็น อ.ค. จังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน อันนั้นคือ พ.ร.บ. ๒๕๒๓ ศึกษาธิการจังหวัดเป็นกรรมาธิการ ผมขอพูดว่าการบริหารราชการนั้นก็คือบริหาร ตามสายการบังคับบัญชา การพิจารณาโทษหรือการแต่งตั้ง ลด ปลด ย้าย เป็นหน้าที่ของ ผู้บังคับบัญชา แต่เห็นชอบโดยองค์คณะบุคคล ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ผู้ว่าราชการ จังหวัดไม่มีสิทธิที่จะไปทำโทษครู ให้เข้าใจตรงนี้ด้วย ในองค์คณะบุคคล แต่ว่าเป็นประธาน เป็นกรรมการ เพื่อกลั่นกรองการทำงานของผู้บังคับบัญชาชั้นต้นหรือตามลำดับไป ดังนั้น จุดแข็งของการบริหารบุคคลก็เพื่อให้เกิดความรอบคอบในการที่จะดำเนินการทุกอย่าง ในการบริหารบุคคล ทั้งลด ปลด ย้าย หรือทำโทษต่าง ๆ แล้วก็จะให้องค์คณะบุคคลนั้น ได้อนุมัติ อันนี้คือหลักการจริง ๆ ต้องเข้าใจตรงนี้ ทีนี้มาตรง พ.ศ. ๒๕๔๗ ได้มีการปฏิรูป การศึกษาอีกครั้งหนึ่งโดยที่รวบรวมโรงเรียนประถมและมัธยมเข้าด้วยกัน ภายใต้การรองรับ ของ พ.ร.บ. การศึกษาครู กฎหมายครู และบุคลากรทางการศึกษา ๒๕๔๗ แล้วก็จะมี องค์คณะบุคคลเหมือนกัน อันนี้คือที่มาองค์คณะบุคคล สไลด์ (Slide) ที่ ๖ ก็จะมีผู้แทนครู ก.ค.ศ. ๑ คน ผู้แทนคุรุสภา ๑ คน ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่เป็นอนุกรรมการและ เลขานุการ ผู้ทรงคุณวุฒิอีก ๓ คน ผู้แทนครูและบุคลากรทางการศึกษา ๓ คน จากผู้บริหาร ครูและบุคลากรทางการศึกษา อันนี้คือในมาตรา ๒๓ ของครู ๒๕๔๗ ทีนี้เลื่อนไปครับ ผมจะชี้ให้เห็นว่าเกิดปัญหาอะไร คำสั่ง ที่ ๑๙ ที่เขาให้ยึดอำนาจจาก อ.ก.ศ. เขตมาเป็นของ จังหวัด เพราะเขาเห็นสภาพปัญหาว่าด้านโครงสร้างขององค์กร ด้านระบบบริหารจัดการ ด้านบุคลากร แล้วก็ให้มีศึกษาธิการจังหวัด แล้วก็ให้มี กศจ. ปัญหา ๓ ด้านนี้ต้องยอมรับว่า สิ่งที่ผ่านมาก่อนที่จะใช้มาตรา ๑๙ มันได้เกิดปัญหาจริง ๆ โดยเฉพาะองค์กร ผมเห็นว่า จากที่มาจากผู้แทนคนที่เขาให้เลือกประธานกันเองจากของ อ.ก.ศ. เดิม ที่ ก.ค.ศ ดำเนินการ ในมาตรา ๒๓ นั้น แต่ก่อนผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน แต่ตอนนี้มาจากผู้แทน ก.ค.ศ. ผู้แทนคุรุสภา ใน ๒ ตำแหน่งนี้ก็จะมีการวิ่งเต้นเพื่อที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งตรงนี้ แล้วก็จะมาเลือกประธานกันเอง แล้วก็จะมีการเรียกผลประโยชน์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น อันนี้เป็นเฉพาะบางเขตนะครับ ปัญหาที่เกิดขึ้นที่เขาเห็นโครงสร้างนี้ ตามหลักคนที่เป็น ผู้แทนครู ตัวแทน ก.ค.ศ. หรือคุรุสภาจังหวัดก็อยู่ในจังหวัดเป็นผู้แทนครูก็มี แต่ว่า พอคณะทำงานกลั่นกรองมาร่วมทำงาน ที่จริงเขาให้เป็นบอร์ด (Board) ใหญ่ เขาให้ผู้แทน ครูแต่ละด้านมาทำงานกลั่นกรองเพื่อที่จะเสนอบอร์ด (Board) ใหญ่ แต่บางครั้งในหลักการ มันผิด ที่เห็นที่ผ่านมาที่เกิดปัญหา จนมีคำสั่ง คสช. ยุบ ต้องยอมรับเกิดปัญหาจริง ๆ มีการเรียกผลประโยชน์ต่าง ๆ ท่านประธานที่เคารพ ตำแหน่งเหล่านี้ตำแหน่งผู้แทนครู ทั้งผู้ทรงคุณวุฒิแล้วก็ข้าราชการประจำไม่มีเงินเดือน มีเฉพาะค่าเบี้ยเลี้ยง คนที่ไม่ได้เป็น ข้าราชการก็จะมีเบี้ยประชุมเหมือนสภาของเรา ก็ไม่มากเท่าไร แต่ว่าข้าราชการครูนั้น ก็จะมีเบี้ยเลี้ยงแล้วก็ค่าเดินทางเท่านั้น ฉะนั้นคนที่เสนอตัวเข้าเป็นอนุกรรมการข้าราชการครู ใน อ.ก.ศ. จังหวัด ถ้าไม่ทำเพื่อหวังผลประโยชน์ก็ทำเพื่ออุดมการณ์ของตัวเอง ตามทฤษฎีของมาสโลว์ ๕ ขั้น ก็คือขั้นที่ ๔ การยอมรับแล้วก็ความสำเร็จ แต่ส่วนมากก็ไม่ประสบความสำเร็จหรอก เพราะติดปัญหาต่าง ๆ อันนี้ก็ขอเพิ่มเติมนิดหนึ่งแนวเสนอแนะครับ อันนี้ขอนิดหนึ่ง ต่อไปสไลด์ (Slide) ที่ ๘ ผมจะวิเคราะห์ร่างพระราชบัญญัติของคณะรัฐมนตรี จุดอ่อนดูดี ๆ นะครับ ข้อ ๙ (๑) เขาให้มี อกศจ. มันไม่ยึดโยงกับครูเลยครับ เพราะว่าดูผู้แทนสำนักงาน ก.ค.ศ. แล้วก็ดูข้อที่ว่าข้าราชการครูในจังหวัดเป็นอนุกรรมการไม่มี คำว่า ผู้แทน อันนี้คือจุดอ่อน เพราะว่าครูนั้นจะต้องยึดโยงกับของครู กฎหมายครู เพราะว่าถ้าเกิดการ ทุจริตสารตั้งต้นก็คือครูที่เป็นผู้แทน แต่อันนี้ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งผมก็เสนอแนะไว้นะครับ ต่อไปสไลด์ (Slide) ที่ ๙ คือเป็นข้อเสนอแนะ ผมคงไม่มีอะไรอภิปรายมาก เพราะได้ยินเสียง ออดเขาใช้เวลา ผมปกติก็ไม่อภิปรายเกินอยู่แล้ว อันนี้ขึ้นไว้เพื่อให้เป็นข้อมูลสำหรับคนที่จะ เป็นกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ ก็คือเปลี่ยนจาก อกศจ. จังหวัด เป็น อกศจ. เขตเลย ก็ใช้เหมือนเดิม แต่ว่าไปเปลี่ยนเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วก็ศึกษาธิการจังหวัดแทนผู้แทน ก.ค.ศ. นะครับ แล้วก็จะเป็นจุดหนึ่งที่ตัวเดิมก็เหมือนเดิม อันนี้ครูพอรับได้🔗

ต่อไปข้อสังเกตข้อสุดท้าย ผมเสนอแนะว่าต้องแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ๒๕๔๗ โดยยกเลิก คำสั่ง คสช. มาตรา ๔ ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาทั้งหมด โดยเพิ่มเติมตำแหน่งศึกษาธิการจังหวัด ศึกษาธิการภาค ใน พ.ร.บ. ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในหมวด ๓ ทำไมถึงเพิ่มเติม เพราะว่า ตำแหน่งศึกษาธิการจังหวัด ตำแหน่งศึกษาภาคมันงอกมาจาก คำสั่งที่ ๑๙/๒๕๖๐ ไม่มี พ.ร.บ. รองรับเป็นคำสั่งเถื่อน เห็นไหม นี่คำสั่งของคณะปฏิวัตินะครับ ต่อไปหน้า ๒๑ ก็ไปดู หน้า ๑๑ ใน (๕) (๖) (๗) ไปเพิ่มเข้าไปตรงนั้น โดยที่มันก็จะมีที่อยู่ แล้วก็จะยกเลิกกฎหมาย ต่าง ๆ มันยกเลือกไม่ได้ เพราะมันมีตำแหน่ง ๒ ตำแหน่งนี้ แล้วก็กฎมาตรา ๒๑ ในการแก้ ตรงที่มาของผู้แทนอนุกรรมการ ผมอยากให้เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นอนุกรรมการ เพราะว่าเขาไม่มีผลได้หรอก มาเป็นประธาน แต่ละเขตก็มี เพราะว่าไม่ได้มีผลอะไร ไปหลายเขตก็ให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดหรือรองศึกษาธิการไปก็ได้เวลาประชุมนะครับ ส่วนมากก็คืน อำนาจให้กับเขต ผมเห็นด้วยนะครับ ทั้ง ๖ ร่างนี้ที่เห็นด้วยกับการคืนมา แต่ผมวิเคราะห์ จุดอ่อนจุดแข็งให้ดู🔗

ข้อสุดท้ายนะครับ สรุปแล้ว สรุปก็คือให้รัฐบาลที่ผ่านมานี้มาตรา ๑๙ เป็นยาแก้ปวด แต่ถ้าอยากให้หายจริง ๆ เรื่องนี้ ผมอยากให้รัฐบาล โดย ครม. เป็นผู้เสนอ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ๒๕๔๗ เป็นเรื่องด่วน ในประเด็นที่เสนอแนะ โดยตั้งกรรมาธิการร่วมเต็มสภา ๓ วาระ หรือฝ่ายกฎหมายของ รัฐบาล มีวิธีการอื่นดีกว่านี้ก็รีบดำเนินการ ผมสนับสนุนให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา เรียกร้องสิทธิที่พึงมีได้ตามรัฐธรรมนูญ เพราะว่าคนที่ก่อก็คือรัฐบาลที่ตั้งมาตรา ๔๔ เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็เป็นคนดำเนินการ อันนี้ฝากเป็นข้อคิดไว้ ขอขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็เห็นว่า เป็นครูเก่าก็เลยเวลามานิดหนึ่งนะครับ ต่อไปเชิญท่านศรีนวล บุญลือ ตามด้วยท่านดะนัย มะหิพันธ์ นะครับ🔗

นางสาวศรีนวล บุญลือ เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ข้าเจ้า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ข้าเจ้าเข้ามาทำงานเพื่อพัฒนาชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์เพื่อประชาชนนะเจ้า ข้าเจ้าขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติแก้ไข เพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ นะเจ้า ขอให้เขตพื้นที่การศึกษา ๒๔๕ เขตกลับมามีคณะอนุกรรมการ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ เพื่อกระจายอำนาจ ทางการศึกษาให้เขตพื้นที่ เพื่อคุณภาพการศึกษาและคุณภาพของนักเรียน ชุมชน สังคม และประเทศชาติตาม พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และแก้ไขเพิ่มเติม และครูชุมชนสังคมที่เรียกร้องนะเจ้า ลดความเหลื่อมล ้าทางการศึกษาและสังคม แก้ไขปัญหาซ ้าซ้อนและความขัดแย้งระหว่างสำนักงานการศึกษา ๗๖ จังหวัด และเขตพื้นที่ การศึกษา ๒๔๕ เขต ประถมและมัธยมการศึกษา🔗

ข้อ ๑ เพื่อเป็นเอกภาพปฏิบัติงานพื้นที่🔗

ข้อ ๒ เพื่อคณะกรรมการจะได้ทำงานได้อย่างรวดเร็ว🔗

ข้อ ๓ เพื่อเป็นการกระจายอำนาจความรับผิดชอบให้เหมาะสมกับบริบทของ แต่ละพื้นที่🔗

ข้อ ๔ การพิจารณางบประมาณอาคารสถานที่ อัตรากำลัง การบรรจุแต่งตั้ง ปฏิบัติได้อย่างรวดเร็ว🔗

ข้อ ๕ ในส่วนที่มีข้อร้องเรียนต่าง ๆ เขตพื้นที่ใด ๆ มีข้อร้องเรียนก็หา มาตรการกับเขตพื้นที่นั้น ๆ ไม่ควรที่จะมาเหมารวมทั้งหมด🔗

ข้อ ๖ เห็นควรเป็นอย่างยิ่งที่จะกระจายบทบาทหน้าที่ของเขตพื้นที่ การศึกษากลับมาเหมือนเดิม ข้าเจ้า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ เขต ๘ ขอสนับสนุน ฮื่อให้อำนาจหน้าที่กลับมาฮื่อให้กับเขตพื้นที่ของ คณะกรรมการศึกษาในเขตพื้นที่นั้น ๆ นะเจ้า ขอขอบคุณเจ้า🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านดะนัย มะหิพันธ์ ครับ🔗

นายดะนัย มะหิพันธ์ อำนาจเจริญ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพอย่างสูง ผม ดะนัย มะหิพันธ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอำนาจเจริญ เขต ๒ ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมการปฏิรูปการศึกษา ในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเสนอโดยคณะรัฐมนตรี และร่างพระราชบัญญัติแก้ไข เพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้ารักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาใน ภูมิภาคของกรทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ ซึ่งเสนอโดยพรรค การเมืองทั้ง ๖ พรรค ท่านประธานครับ ทั้ง ๗ ร่างมีหลักการบางหลักการที่เหมือนกัน และมีบางหลักการที่แตกต่างกัน ซึ่งกระผมจะขออนุญาตท่านประธานได้อภิปราย ให้ท่านสมาชิกและที่ประชุมได้เห็นความแตกต่างระหว่างร่างของพรรคการเมืองกับร่างของ คณะรัฐมนตรี ท่านประธานครับ ร่างของพรรคการเมืองทั้ง ๖ ร่างมีหลักการในการแก้ไข ที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน นั่นก็คือได้มีการคืนอำนาจการบริหารงานบุคคลไปให้เขตพื้นที่ การศึกษา โดยแยกเป็นเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา ชัดเจนนะครับ เป็นการกระจายอำนาจการบริหารงานบุคคลไปให้ผู้มีอำนาจตามมาตรา ๕๓ (๓) และ (๔) ตามระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ ปี ๒๕๔๗ ซึ่งในคณะนี้ จะมีองค์คณะบุคคลบริหารอยู่ ๓ ส่วน นั่นก็คือ ๑. ผู้แทนผู้ประกอบวิชาชีพครู ๒. ผู้ทรงคุณวุฒิ ๓. ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นเลขานุการ ซึ่งเรียกว่า อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา อันนี้คือความเหมือนของพรรคการเมืองทั้ง ๖ พรรค ที่เสนอหลักการ ในส่วนของ กศจ. ครับท่านประธาน กศจ. ที่มีตามคำสั่ง คสช. ฉบับที่ ๑๙/๒๕๖๐ นั้นยังคงอยู่เหมือนเดิม แต่ไม่มีส่วนในการที่จะพิจารณาเรื่องอำนาจ การบริหารงานบุคคลแค่นั้นเอง ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดก็ยังดำเนินการเป็นประธาน คณะกรรมการ กศจ. อยู่ต่อไป อันนี้อยากจะเรียนท่านประธานว่าในการดำเนินการ ตามหลักการที่ทั้ง ๖ พรรคการเมืองเสนอนี้ จะทำให้การบริหารงานบุคคลของเขตพื้นที่ การศึกษารวดเร็วแล้วก็มีความถูกต้อง เพราะที่ผ่านมามันมีเขตพื้นที่การศึกษาหลายจังหวัด ที่มีเขตพื้นที่การศึกษาหลายเขต จะมีปัญหาในเรื่องของการแต่งตั้ง โยกย้าย มีปัญหาในเรื่อง ของการพิจารณาอนุมัติให้มีให้เลื่อนวิทยฐานะ อันนี้จะมีปัญหามากเพราะล่าช้ามากครับ ท่านประธาน ดังนั้นสิ่งที่ทางพรรคการเมืองทั้ง ๖ พรรคได้เสนอ ผมจึงเห็นควรว่าน่าจะให้ การสนับสนุน ส่วนของ ครม. ครับท่านประธาน ของ ครม. นั้นหลักการก็ลักษณะ เช่นเดียวกัน หลักการแรกคือหลักการให้มี กศจ. ของ ครม. ก็ยังคงไว้ แต่ของ อ.ก.ค.ศ. วันนี้ท่านแยกออศ. ออกไปเป็น อ.ก.ค.ศ. จังหวัด นั่นก็คือยังให้อำนาจของผู้ว่าราชการ จังหวัดบริหารงานบุคคลเหมือนเดิม นั่นก็คือมือขวาเป็น กศจ. มือซ้ายเป็น ออศ. จังหวัด วันนี้หลายท่านได้อภิปรายให้เห็นชัดเจนแล้วว่า ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดท่านมีภารกิจมาก มีงานมากดังนั้นการขับเคลื่อนการบริหารงานบุคคลมันจึงล่าช้า ยิ่งถ้าไปเพิ่ม อ.ก.ค.ศ. จังหวัดเข้าไปอีก ผมเชื่อว่างานก็ยิ่งจะช้าลงไปอีก ดังนั้นจึงอยากจะเรียนท่านประธานและ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติว่าหลักการที่ดีนั้น ก็คือการกระจายอำนาจงานบริหารงานบุคคลไป ให้กับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ส่วนประเด็นปัญหาที่ท่านได้นำเสนอว่าเกิดปัญหาในเรื่อง ของการแต่งตั้งโยกย้าย ไม่มีความเป็นธรรม ไม่สุจริต การพิจารณาความชอบ เขต ๑ จะได้เงินมาก เงินน้อย ผมว่าอันนั้นเป็นหลักการบริหาร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ สามารถที่จะให้นโยบาย กำหนดนโยบายในการบริหารงานบุคคลไปให้กับเขตพื้นที่ทุกเขต พื้นที่ได้ นั่นคือหลักการ นั่นคือสิ่งที่ท่านต้องปฏิบัติ ไม่ใช่เอาเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ มาเป็น ประเด็นในการที่จะยุบ อ.ก.ค.ศ. เขตเขา เขตไหนที่ทำความผิดจะต้องลงโทษให้เห็น ให้ชัดเจน ไม่ใช่ว่าเลี้ยงไข้ คือบางเขต ผอ. เขตที่ทำไม่ดีเราก็ต้องลงโทษ กรรมการที่เข้ามา เป็นกรรมการ ไม่ว่าจะมาจากผู้ทรงคุณวุฒิ ไม่ว่าจะมาจากผู้แทนครูก็ต้องลงโทษให้เห็น ชัดเจน วันนี้ผมจึงเห็นว่าการที่เราจะมีการกระจายอำนาจไปยังเขตพื้นที่การศึกษาจึงเป็น เรื่องจำเป็นและสำคัญ ท่านประธานครับ การที่ ครม. ให้เหตุผลต่าง ๆ นานาที่กล่าวมานั้น ผมเองเห็นว่าปัญหาเหล่านั้นเป็นปัญหาที่สามารถแก้ได้ ไม่ใช่ปัญหาที่ต้องรวมศูนย์อำนาจไว้ ในที่เดียว วันนี้การบริหารงานวิชาการสะดุดเพราะอะไรครับ เพราะบุคลากรเขาขาดขวัญ กำลังใจ เนื่องจากว่าผู้บริหารที่อยู่ในสังกัดซึ่งมีหน้าที่บริหารโดยตรง เขาไม่สามารถที่จะใช้ อำนาจในมือเขาได้ เพราะต้องรออำนาจจาก กศจ. ดังนั้นผมจึงอภิปรายเพื่อสนับสนุน ร่างของพรรคการเมืองทั้ง ๖ พรรค ขอแรงจากสมาชิกทุกท่านได้ช่วยสนับสนุนด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป อีก ๓ ท่าน ท่านอนันต์ ผลอำนวย ท่านเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ท่านสำลี รักสุทธี เชิญท่านอนันต์ก่อนครับ🔗

นายอนันต์ ผลอำนวย กำแพงเพชร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายอนันต์ ผลอำนวย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกำแพงเพชร เขต ๓ พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในจังหวัดกำแพงเพชรอีก ๔ ท่าน ขอสนับสนุนการแก้ไข คำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ จังหวัดกำแพงเพชรเป็น ๑ ใน ๓๕ จังหวัดที่มีการออกไปรับฟัง ความคิดเห็นจากครู ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษา และพวกเราทุกคนก็ได้ สัมผัสกับผู้ปกครอง นักเรียน ตลอดจนชุมชน คำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ มันเหมือนคำสั่ง ที่ทำให้ระบบการบริหารจัดการศึกษาถอยหลังเข้าคลอง เพราะฉะนั้นในครั้งนี้ต้องขอบคุณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและพรรคการเมืองทั้ง ๖ พรรคที่ได้เสนอแก้ไขเพื่อจะให้ เกิดความคล่องตัวในการปฏิบัติงาน จากผลการออกไปรับฟังด้วยส่วนตัวเองและ ส.ส. ทุกคนในพื้นที่จังหวัดกำแพงเพชร เราได้มีโอกาสสัมผัสกับผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหาร การศึกษาในระดับเขตพื้นที่ ทำให้เราพบประเด็นปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดเป็นอุปสรรคต่อการ กระจายอำนาจในการบริหารจัดการการศึกษาของประเทศไทย ปัญหาแรกที่เราไปฟัง โดยตรงด้วยส่วนตัวนั้นก็คือเรื่องของการกำหนดนโยบายการบริหารงานบุคคลในพื้นที่ ในจังหวัดจะไม่ทราบบริบทของพื้นที่ บุคคลที่เป็นข้าราชการครูและเครือข่ายภาคี องค์กรภายใน นอกพื้นที่ จุดเด่น จุดด้อย ปัญหาอุปสรรค ส่งผลให้การกำหนดนโยบายระดับ พื้นที่เป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเท่าที่ควร ในคณะกรรมการ กศจ. ใน ระดับจังหวัดมีคนที่รู้เรื่องการศึกษาจริง ๆ ไม่เกิน ๔ คน ที่เหลือก็เป็นหัวหน้าส่วนราชการ หรือมาจากศึกษาธิการภาค นี่คือเกิดปัญหาในประเด็นที่ ๑ ให้กับผู้ปฏิบัติ ในประเด็นถัดมา จากผลการไปรับฟังการพิจารณาให้ความเห็นชอบการบรรจุแต่งตั้งเป็นไปด้วยความล่าช้า ไม่ทันเวลา ไม่ทราบข้อมูลเชิงลึกของข้าราชการครูและบุคลากรที่มาบรรจุแต่งตั้งในพื้นที่ ทำให้การพิจารณากลั่นกรองไม่ละเอียดรอบคอบ ถี่ถ้วน ทั่วถึง เพราะมีผลกระทบกับภาระ งานที่มากเกินไป ไม่สอดคล้องกับความต้องการของครูและบุคลากรทางการศึกษาของ สถานศึกษาด้วย ตรงนี้เป็นเรื่องใหญ่ บางจังหวัดอย่างเช่นจังหวัดนครราชสีมามี ๗ เขตพื้นที่ การศึกษา จังหวัดกำแพงเพชรมี ๒ เขต บางจังหวัดก็มี ๓ เขต ๔ เขต ๕ เขต จากแทนที่ได้ กระจายลงไปให้มันกระชับพื้นที่ กลับกลายไปเป็นรวมศูนย์อยู่ที่จังหวัดแห่งเดียว ดังนั้น ในประเด็นนี้ก็เป็นปัญหากับผู้ที่ปฏิบัติงาน🔗

ในประเด็นถัดมา การให้ความเห็นชอบเกี่ยวกับพิจารณาความดีความชอบ เกิดความเหลื่อมล ้าไม่เป็นธรรม ขาดการไม่มีส่วนร่วมของข้าราชการครูและบุคลากร ทางการศึกษา เพราะไม่มีความเข้าใจใกล้ชิด ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งข้อมูลเชิงประจักษ์ที่จะ นำมาประกอบการพิจารณาดำเนินการได้อย่างทั่วถึงแล้วก็เป็นธรรม อันนี้ชัดเจน ครูทั้งประเทศก็คงอึดอัดเหมือนกันหมดในกรณีนี้🔗

ในประเด็นถัดมาการพิจารณาเกี่ยวกับเรื่องการดำเนินงานทางวินัย การออกจากราชการ การอุทธรณ์ร้องทุกข์สถานศึกษาเป็นไปอย่างล่าช้า ขาดการมีข้อมูล ในเชิงประจักษ์ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเกิดความไม่เข้าใจ ไม่ไว้วางใจในการให้ข้อมูลหรือ บริบทพยานหลักฐานที่จะเกิดประโยชน์ต่อการดำเนินการทางวินัยอุทธรณ์และร้องทุกข์ของ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา🔗

ประเด็นถัดมา การส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาเสริมสร้างขวัญกำลังใจและ เป็นการป้องกันคุ้มครองระบบคุณธรรม การยกย่องเชิดชูเกียรติข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษาเป็นไปอย่างไม่ทั่วถึง เพราะคณะกรรมการส่วนใหญ่มีภาระงานมาก และอาจขาดความเชี่ยวชาญด้านการศึกษาอย่างแท้จริง กศช. ก็ไปใช้อนุกรรมาธิการ ที่ตั้งขึ้นเป็นคนไปรวบรวมข้อมูลมา แล้วก็มาเข้าที่ประชุม กศจ. อย่างนี้มันทำให้ การบริหารงานมันมีโอกาสผิดพลาดได้🔗

ประเด็นถัดมา คือการกำกับดูแล ติดตามประเมินผลการบริหารงานบุคคล ของข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ขาดความเชื่อมโยงในการประสาน ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่ เช่น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรชุมชน องค์กรเอกชน สมาคมชมรม หน่วยราชการในพื้นที่ในการเข้ามาสนับสนุนการศึกษาของสถานศึกษาให้มี ประสิทธิภาพ ไม่เท่าเทียมกับ อ.ค.ส. เขตพื้นที่ ถ้าแต่เดิมเราใช้ อ.ค.ส. เขตพื้นที่ มีตัวแทน จากครูผู้ทรงคุณวุฒิและเป็นคนที่อยู่ในพื้นที่เองก็สามารถเข้าใจในเรื่องปัญหาเหล่านี้ ได้อย่างชัดเจน กศจ. จังหวัด เรื่องนี้จะทราบได้น้อยมากแล้วมันเป็นระบบการวิ่งเต้น ก็จะมี คนส่วนน้อยเพียงไม่กี่คนที่มีเส้นมีสายอยู่ใน กศจ. สามารถทำให้ตัวเองผ่านพ้นไปได้ แต่คนอื่น ๆ อีกจำนวนมากที่ไม่มีเส้นมีสายก็ลำบากและเกิดความไม่เป็นธรรม🔗

ประเด็นสุดท้าย อ.ค.ศ จังหวัดเปิดจังหวัดให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในพื้นที่เข้ามา มีส่วนร่วมในการเป็นคณะกรรมการอย่างไม่ทั่วถึงและไม่มีประสิทธิภาพ คณะกรรมการผู้ที่ มีส่วนได้เสีย เช่นผู้บริหารสถานศึกษา ครู บุคลากรทางการศึกษาอื่น ๆ มีจำนวนน้อยเกินไป และรูปแบบ อ.ก.ค.ศ. จังหวัด ไม่เป็นไปในแนวทางของการกระจายอำนาจอย่างแท้จริง ดังนั้นผมพร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกำแพงเพชรทุกท่าน ก็ขอสนับสนุน ในการแก้ไขคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ และผมเชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน และทุกพรรคในสภาแห่งนี้คงจะทำให้เกิดประโยชน์กับครู บุคลากรทางการศึกษา ผู้บริหารการศึกษา จะได้รับความสุข ถึงแม้ว่าวันนี้มันจะช้าไป แต่ก็ยังดีกว่าที่เราไม่ได้ทำ ผมหวังว่ามันคงจะผ่านไปด้วยดีครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านเลิศศักดิ์ครับ🔗

นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล เลย

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ผมขอใช้สิทธิ อภิปรายต่อร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ท่านประธาน ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณท่านนพคุณ รัฐผไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกรรมาธิการการศึกษาของสภาผู้แทนราษฎร ที่ท่านได้ยื่นเสนอร่างฉบับนี้ เพื่อให้สภาได้มีมติในการแก้ไขปรับปรุงคำสั่ง คสช. และต้องกราบเรียนครับว่าผมมีความ ตั้งใจอย่างยิ่งที่จะอภิปรายแสดงเหตุผล เพราะว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้มีโอกาสพบปะ แล้วก็พูดคุยกับบรรดาผู้บริหาร แล้วก็บุคลากรทางการศึกษาทั้งจังหวัดเลย รวมถึงได้รับเรื่อง ร้องเรียนจากหน่วยงาน แล้วก็องค์กรทางการศึกษาหลายองค์กรครับ ที่มาแสดงความคิดเห็น แล้วก็ไม่เห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ที่กำลังจะนำเสนอเข้าสู่สภาในการ พิจารณาในวันศุกร์ที่จะถึงนี้ ดังนั้นมีความจำเป็นครับที่จะต้องขอถือโอกาสนี้เป็นตัวแทนของ บุคลากรทางการศึกษา ได้แสดงเหตุผลประกอบดังต่อไปนี้ครับ🔗

ผลกระทบจากการออกกฎหมายในช่วงของรัฐบาล คสช. โดยเฉพาะ ในส่วนของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กฎหมายหลายฉบับครับที่ออกมา ขาดความรอบคอบ ส่งผลกระทบหลายอย่าง หลายกรณี และโดยเฉพาะอย่างยิ่งนะครับ การใช้คำสั่ง คสช. ผ่านมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญชั่วคราว ปี ๒๕๖๐ ตรงนี้ล่ะครับ ที่เป็นการออกกฎหมาย ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามที่จะไม่ให้มีการกระจายอำนาจ ตรงนี้น่าเป็นห่วงครับ เพราะว่า คำสั่ง คสช. ๑๙/๒๕๖๐ เป็นความหวังดีก็จริงที่จะแก้ไขปัญหาในเรื่องของ การบริหารจัดการของการศึกษาในส่วนภูมิภาค มีการปรับโครงสร้างองค์กรแล้วก็ระบบ การบริหารจัดการ รวมถึงการบริหารบุคลากรที่เป็นอุปสรรคต่อการขับเคลื่อน การจัดการศึกษา แต่บังเอิญว่าคำสั่ง ๑๙/๒๕๖๐ ผมขออนุญาตใช้คำว่า มันถอยหลังลงคลอง มันเป็นการรวบอำนาจ ดึงอำนาจกลับมาไว้ที่ราชการส่วนภูมิภาค ซึ่งก็ไม่น่าแปลกครับ ในสภาวะของการบริหารจัดการในยุคของ คสช. ท่านประธานครับ ท่านคงจำได้ ความก้าวหน้าของการจัดการศึกษาในช่วงของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่เป็นรัฐธรรมนูญฉบับ ที่ดีที่สุดฉบับหนึ่ง เน้นเรื่องของการกระจายอำนาจในทุกรูปแบบ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การกระจายอำนาจในเรื่องของการจัดการศึกษา ในช่วงนั้นมีการจัดตั้งหน่วยงานที่เรียกว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่เรียกว่า สพฐ. มีอำนาจรับผิดชอบแทน สำนักงานประถมศึกษาแห่งชาติ หลังจากนั้นก็มีการแบ่งแยกเป็นสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาแยกออกจากกันเป็น ความก้าวหน้าครับ เพราะแต่ละเขตพื้นที่ก็บริหารจัดการของตัวเอง ดูแลรับผิดชอบบุคลากร ทางการศึกษาในเขตพื้นที่ของตัวเองสะดวก รวดเร็ว และโดยเฉพาะอย่างยิ่งการบริหารงาน บุคคลก็จบในเขตพื้นที่การศึกษาของตัวเอง ถือว่าเป็นการกระจายอำนาจทางการศึกษาจาก ส่วนกลางไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างทั่วถึงและรวดเร็วครับ โดยเฉพาะเรื่องของการแต่งตั้ง โยกย้ายแล้วก็ให้คุณให้โทษของบุคลากรทางการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา เขาใช้อำนาจ ตามกฎหมายว่าด้วยการจัดการระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาผ่าน อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ทั้งเขตพื้นที่ประถมศึกษา เขตพื้นที่มัธยมศึกษา แล้วก็ให้ ผอ. เขต ลงนามคำสั่งได้เลย ถือว่าเป็นการใช้อำนาจของผู้บังคับบัญชาต่อผู้ใต้บังคับบัญชาและ เกิดการมีส่วนร่วม เพราะในส่วนหนึ่งของคณะกรรมการที่เรียกว่า อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ ก็มีตัวแทนของบุคลากรทางการศึกษาเข้าไปนั่งอยู่ด้วย ดังนั้นถือว่าเป็นการกระจายอำนาจ ที่มีความสมบูรณ์พอสมควร แล้วก็ใช้มาเป็นเวลานาน แต่คำสั่ง คสช. ๑๙/๒๕๖๐ ปรากฏว่า ไปยกเลิกอำนาจการแต่งตั้งโยกย้ายตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครูและ บุคลากรทางการศึกษา ยุบ อ.ก.ค.ศ. เขตเขาไป แล้วก็ไปตั้งที่เรียกว่า ศึกษาธิการจังหวัด ศึกษาธิการจังหวัดนี่ละครับ ถือว่าโอเค (OK) พอผ่านได้ เพราะเหตุว่าเป็นบุคคลที่มีอำนาจ สูงสุดในจังหวัดที่จะคอยแก้ไขปัญหาและกำกับด้านนโยบาย แต่การไปตั้ง กศจ. โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ตรงนี้ผมถือว่าเป็นการถอยหลังครับ เพราะเหตุว่าอำนาจ ในการแต่งตั้งโยกย้ายจะไปอยู่ที่ กศจ. ซึ่งทำให้เกิดความล่าช้าหลายขั้นตอนในการ ดำเนินการ และไม่มีการมีส่วนร่วมของบุคลากรทางการศึกษาในแต่ละเขตพื้นที่ ดังนั้นผมจึง เห็นด้วยที่มีการเสนอร่างแก้ไขคำสั่ง คสช. ฉบับนี้ ๖ ร่างของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ให้มีการคืนอำนาจให้กับ อ.ก.ค.ศ. ในเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และเขตพื้นที่ มัธยมศึกษาในการแต่งตั้งโยกย้ายบุคลากรทางการศึกษา แต่ผมไม่เห็นด้วยนะครับ แล้วก็ไม่ได้ สนับสนุนร่างของคณะรัฐมนตรีที่ดึงเอาอำนาจการแต่งตั้งโยกย้ายไปอยู่ที่จังหวัดเช่นเดิม เรียกว่า อ.ก.ค.ศ. จังหวัด หรือ อ.ก.ค.ศ. กรุงเทพมหานคร ตรงนี้ก็ยังคล้าย ๆ กับ กศจ. ไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร ดังนั้นผมจึงสนับสนุนร่างของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๖ ร่าง และขอกราบเรียนท่านประธานว่าการกระจายอำนาจคือการบริหารจัดการภาครัฐ ที่มีความทันสมัยที่สุดในการบริการสาธารณะ การศึกษาก็เช่นเดียวกันครับ ถ้าส่วนกลาง กระจายอำนาจไปยังเขตพื้นที่การศึกษา มีศึกษาธิการจังหวัดคอยเป็นคนกลางในการบริหาร จัดการ ผมเชื่อว่าการดำเนินการการจัดการศึกษาจะก้าวหน้า แล้วก็ทั่วถึง แล้วก็ถือว่าเป็น การดำเนินการที่ดีที่สุด ดังนั้นต้องขอถือโอกาสนี้สนับสนุนร่างแก้ไขคำสั่ง คสช. ฉบับที่ ๑๙/๒๕๖๐ ทั้ง ๖ ร่างของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสำลี เชิญครับ🔗

นายสำลี รักสุทธี แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ครับ ผม สำลี รักสุทธี ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทยจากจังหวัดมหาสารคาม ท่านประธานครับ คำสั่ง ๑๙/๒๕๖๐ ซึ่งถือว่าเป็นคำสั่งที่ผมจะขอใช้คำว่า ทำลายระบบ การศึกษา ทำลายระบบโครงสร้างของการศึกษาอย่างแท้จริง ท่านครับในฐานะที่ผมเป็นครู อยู่ในวงการศึกษา สอนเด็กมา ๔๐ กว่าปีครับ ขอเท้านิดหนึ่งครับก่อนที่เราจะมาเป็น สำนักงานการประถมศึกษานะครับ ก่อนนั้นครูเราอยู่ภายใต้การปกครองของผู้ว่าราชการ จังหวัดที่เรียกว่าฝ่ายปกครอง ซึ่งครูในช่วงนั้นถือว่าเป็นข้าหลายเจ้าบ่าวหลายนาย ข้าคนแรกก็คือข้าของผู้ว่าราชการจังหวัด บ่าวก็คือบ่าวของศึกษาธิการจังหวัด ศึกษาธิการ อำเภอ ไล่ลงมาเรื่อย ๆ ครับ นั่นคือข้าหลายเจ้าบ่าวหลายนาย ซึ่งในสมัยนั้นเรียกว่า การศึกษาประชาบาล ครูอยู่อย่างยากลำบาก อยู่อย่างน้อยเนื้อต ่าใจ เพราะอะไรครับ เพราะครูไม่มีอิสระในด้านวิชาการ ตลอดถึงการดำเนินการต่าง ๆ เราจะอยู่ในกรอบ อยู่ใน ครอบของการปกครองของฝ่ายปกครองคือผู้ว่าราชการจังหวัดนะครับ ช่วงนั้นครูต่อสู้ครับ ผมบรรจุใหม่ ๆ เดี๋ยวนี้ลูกหลานครูไม่รู้หรอกครับว่าก่อนที่เราจะมาถึงปัจจุบันนี้ครูได้ต่อสู้ อย่างไร ผมบรรจุครูใหม่ ๆ เราไปต่อสู้กับกระบวนการที่เรียกว่าฝ่ายปกครองครับ เขากระทำ ทุกอย่างเพื่อที่จะให้ครูอยู่ใต้อำนาจฝ่ายปกครอง ไม่มีอิสระในทางวิชาการ ไม่มีอิสระในการ จัดกิจกรรมหลาย ๆ อย่าง จะต้องอยู่ในกรอบ ท่านครับในการต่อสู้ที่อยู่ในความทรงจำของ ครูสมัยก่อนนั้นก็คือการต่อสู้เพื่อให้ได้ค่าครองชีพ ๒๐๐ บาท ตอนนั้นก็ตีความหมายว่า ครูไม่ใช่ข้าราชการ ครูเป็นแค่พนักงานของจังหวัดเป็นพนักงานของฝ่ายปกครอง เพราะเงิน ๒๐๐ บาทนั้นเขาให้เฉพาะข้าราชการ ครูไม่ใช่ข้าราชการ ครูจึงต่อสู้ครับต่อสู้จนกระทั่งเราได้ สำนักงานคณะกรรมการประถมศึกษาแห่งชาติ อันที่จริงแล้วครูไม่ต้องการแค่นี้หรอกครับ ครูต้องการเป็นกระทรวงการศึกษาประชาบาลนะครับ ซึ่งผิดกับมหาวิทยาลัยซึ่งไม่ได้ต่อสู้ อะไรมากมายเหมือนครู แต่ได้เป็นกระทรวงอุดมศึกษาไปแล้วเห็นไหมครับ นี่คือความ เหลื่อมล ้าที่ครูถูกกดทับมาเป็นเวลานาน ท่านประธานครับ อยู่ ๆ เราอยู่ในสำนักงานของเรา ดี ๆ ครูปกครองครูอยู่ด้วยกันอย่างพี่อย่างน้องก็เอามัธยมกับประถมมามัดรวมเข้ากัน ท่านครับ สภาพของครูมัธยม ครูประถม ก็ใช่ครับเป็นครูเหมือนกันแต่ก็เข้ากันไม่สนิท นักเรียนระดับประถมกับมัธยมไปอยู่ด้วยกันก็เข้ากันไม่สนิท ในที่สุดการจัดการศึกษาที่บุคคลอื่นมาจัดให้ในช่วงนั้นก็แตกกันครับ ไปคนละทิศคนละทาง บางคนก็ไปอยู่กับ อบจ. บ้าง บางคนก็ขอแยกเป็นอิสระ ไปเป็นมัธยม มันยังมีปัญหาอยู่ เท่าทุกวันนี้แล้ว คสช. เข้ามาครับ ผมเองก็หวังว่า คสช. จะใช้อำนาจแก้ปัญหาในส่วนที่มันมี ปัญหา แต่กลับมาสร้างปัญหามากขึ้นด้วยการออกคำสั่งที่กระเทือนครูทั้งประเทศครับ ครูเขาพูดไม่ได้ช่วงนั้นเพราะอะไรครับ เพราะอำนาจล้นฟ้าครับ อำนาจ คสช. ไปผ่าตัดเลย ไปผ่าตัดดึงครูกลับไปที่เดิม ท่านครับ ๔๐ กว่าปีแล้ว ที่ครูต่อสู้มา ทำไมถึงดึงครูกลับไปอยู่ใต้ อำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งผมบอกเลยว่าผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ได้ประมาท ท่านนะครับ ท่านไม่ลึก ท่านไม่รอบ ท่านไม่ละเอียดเกี่ยวกับการศึกษา คนที่ลึก คนที่รอบ คนที่เข้าใจการศึกษาอย่างแท้จริงจะต้องเป็นครู ครูก็คือ ผอ. เขต ซึ่งกว่าที่เขาจะไต่เต้าขึ้นมา เป็น ผอ. เขต ท่านคิดดูครับ เขามาจากครูประถม เขาค่อย ๆ ไต่เต้าขึ้นมา เขาซึมซับอยู่กับ การศึกษา แต่ท่านก็มาตัดอำนาจเขาไปเลย ผมถือว่าเป็นการใช้อำนาจที่ไม่เห็นคุณค่า อยากจะใช้คำนี้เลยครับ ไม่เห็นคุณค่าของครู ไม่เห็นคุณค่าของการศึกษา ถ้าท่านจะ แก้ปัญหาการศึกษาอย่างแท้จริงท่านจะต้องเอาอำนาจให้มาอยู่ในมือของคนที่เข้าใจ การศึกษาอย่างแท้จริง ท่านครับ ผมฝากกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งผมไม่ได้อยู่ในตำแหน่งนี้ แต่ผมก็ได้ขอเสนอคนที่เขาได้ยื่น คนที่เขาต่อสู้อยู่ทางภาคอีสานให้เข้ามาสู่ตำแหน่งนี้ ให้เข้า ไปแก้ไข กลับคืนอำนาจให้ครูเขาบริหารกันเองเสียเถอะ ท่านอ้างว่า ข้อ ๑ ที่ท่านอ้างนะ ท่านบอกว่าเพื่อแก้ปัญหาการทุจริตในวงการครู ก็เหมือนกับท่านสฤษดิ์ที่พูดไปแล้วนะครับ ท่านบอกว่าท่านจะแก้ปัญหาหนูตัวเดียวท่านจะไปเผาข้าวทั้งนาเลยหรือ หรือท่านจะ แก้ปัญหาหนูตัวเดียวท่านจะไปเผายุ้งฉางเลยหรือครับ เพราะฉะนั้นท่านแก้ปัญหาเรื่องการ ทุจริตต้องแก้ที่จุดใดจุดหนึ่งอย่าไปล้มโครงสร้างของเขา ซึ่งกว่าที่เขาจะสู้มานั้นมันยาวนาน ในฐานะที่ผมเคยเป็นครูมาก่อนผมรู้ดี ว่าพวกเราต่อสู้กันมาเพื่อความเป็นอิสระ ตัวแทน ของเราไปจากการเลือกตั้ง ซึ่งแน่นอนมันอาจจะมีในด้านการทุจริตมีทุกวงการ แต่เราจะต้อง หาวิธีแก้ไข เพื่อให้ครูเขาได้บริหารของเขาเอง เขาอยู่ร่วมกันอย่างพี่อย่างน้อง เพราะฉะนั้น ในเวลาอันสั้นนี้ก็ฝากอีกครั้งหนึ่งว่ากรรมาธิการวิสามัญจะต้องไปล้างในสิ่งที่มันยังเป็นมลทิน ยังเป็นรอยด่างอยู่ในคำสั่งนี้ให้ครูเขาได้อยู่กันอย่างอิสระและสง่างามต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๔ ท่านนะครับ เริ่มจากท่านนายอำเภอชวลิต แล้วท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ และ ครูมานิตย์ ตามด้วยหมอบัญญัติครับ เชิญท่านชวลิต วิชยสุทธิ์ ครับ🔗

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ นครพนม

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นครพนม พรรคเพื่อไทย กระผมขออนุญาตอภิปรายแสดงความคิดเห็นต่อร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ท่านประธาน ที่เคารพวันนี้เป็นวันสำคัญอีกวันหนึ่งที่บรรดาครูบาอาจารย์ทั่วประเทศกำลังติดตาม การพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ว่าจะผ่านการพิจารณาเพื่อไปแก้ไขปัญหาที่บรรดา ครูบาอาจารย์กำลังประสบปัญหาอยู่ในขณะนี้ในเรื่องของการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค หรือไม่ โดยส่วนตัวกระผมได้รับหนังสือจากนายนครราช อันสุข นายกสมาคมครู ประถมศึกษา จังหวัดนครพนม และนายหงษา วงค์จำปา ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลนาแก ผดุงราชกิจเจริญ ในฐานะนายกสมาคมผู้บริหารสถานศึกษา อำเภอนาแก จังหวัดนครพนม รวม ๒ องค์กร ผลักดันให้มีการปรับปรุงแก้ไขคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ ซึ่งเป็นที่มาของปัญหาการบริหารจัดการโครงสร้างการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค ท่านประธานที่เคารพครับ หลังจากคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ มีผลบังคับใช้ ได้ก่อให้เกิด ผลกระทบต่อการบริหารจัดการด้านการศึกษาและด้านบุคลากรของกระทรวงศึกษาธิการ ในภูมิภาคเป็นอย่างมาก เพราะมาตรการและกลไกดังกล่าวมีลักษณะเป็นการ รวมศูนย์อำนาจไว้ที่คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด หรือ กศจ. ส่งผลกระทบต่ออำนาจ ในการบริหารงานบุคคล คุณภาพการปฏิบัติงาน และการจัดการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชน ของชาติถูกลดทอนลง โดยเฉพาะขาดการมีส่วนร่วมของบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับปัญหา โดยตรง เป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณ และที่สำคัญยิ่งก็คือเกิดความล่าช้าในการปฏิบัติงาน ทั้งยังไม่เอื้อให้เกิดการกระจายอำนาจในการบริหารงานบุคคลสู่เขตพื้นที่การศึกษาและ สถานศึกษาอย่างแท้จริง ท่านประธานที่เคารพครับ เมื่อเกิดปัญหาดังกล่าวคณะกรรมาธิการ การศึกษา สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีท่านนพคุณ รัฐผไท ส.ส. เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย เป็นประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา ได้รับเรื่องร้องเรียนจากองค์กรครูเป็นระยะ ๆ ซึ่งท่านก็ได้แก้ไขปัญหาและรายงานในที่ประชุมของพรรคเป็นระยะเช่นกัน จนนำไปสู่ การประสานงานในการจัดทำร่าง พ.ร.บ. แก้ไขคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ มีหลักการและ เหตุผล ซึ่งผู้เสนอร่างกฎหมายได้เรียนต่อท่านประธานและเพื่อนสมาชิกไปแล้ว กระผม ขออนุญาตที่จะไม่กล่าวซ ้าเพื่อเป็นการประหยัดเวลา สำหรับกระผมแล้วจากการที่ได้รับ หนังสือจากผู้บริหารสถานศึกษาในจังหวัดนครพนมได้เน้นจุดเด่นของการมี อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่ให้ที่ประชุมได้กรุณาพิจารณาดังนี้ครับท่านประธาน จุดเด่นที่ ๑ เป็นประโยชน์ ในการกำหนดนโยบายการบริหารงานบุคคลในเขตพื้นที่ อ.ก.ค.ศ. ได้อย่างใกล้ชิด ทราบจุดเด่นจุดด้อย ปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ได้ใกล้ชิดกว่า จุดเด่นที่ ๒ เกิดความรวดเร็ว ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบในการบรรจุแต่งตั้งบุคลากรครู จุดเด่นที่ ๓ การพิจารณา ความดีความชอบเกิดความเป็นธรรม การมีส่วนร่วม เพราะรู้จักข้าราชการครูและบุคลากร ทางด้านการศึกษาเป็นอย่างดี จุดเด่นที่ ๔ การพิจารณาดำเนินการทางวินัยสามารถเข้าถึง พื้นที่และข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว ใกล้ชิด ได้ข้อมูลเชิงประจักษ์ จุดเด่นที่ ๕ การสร้างขวัญ กำลังใจ การป้องกันคุ้มครองระบบคุณธรรม การยกย่องเชิดชูเกียรติข้าราชการครู บุคลากร ทางการศึกษาเป็นไปด้วยความยุติธรรม จุดเด่นที่ ๖ เป็นประโยชน์ในการกำกับดูแลติดตาม ประเมินผลการบริหารงานบุคคลให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย เพราะทราบปัญหา รู้จักบุคคลอย่างใกล้ชิด จุดเด่นที่ ๗ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาเปิดโอกาสให้ผู้มีส่วน เกี่ยวข้องในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินการได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ กล่าวโดยสรุปครับ ท่านประธาน ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ส่งเสริมให้เกิดการกระจายอำนาจการ บริหารงานบุคคลสู่เขตพื้นที่การศึกษาและสถานศึกษาอย่างแท้จริง ตลอดจนมุ่งก่อให้เกิด ความโปร่งใสและความเป็นธรรมในการบริหารงานบุคคลอันจะส่งผลสำคัญยิ่งต่อการสร้าง ขวัญกำลังใจแก่ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ท่านประธานที่เคารพ เมื่อมีการ ปฏิวัติรัฐประหารมักจะมีคำสั่งของคณะรัฐประหารตามมาในลักษณะของการรวมศูนย์ อำนาจเพื่อประโยชน์ทางด้านความมั่นคงและการเมืองในขณะนั้น แต่บัดนี้เมื่อมีการใช้คำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ มาระยะหนึ่งได้ก่อให้เกิดปัญหาการขาด ประสิทธิภาพและการขาดขวัญกำลังใจของบรรดาบุคลากรทางการศึกษาในภูมิภาค ประการสำคัญบ้านเมืองเข้าสู่แนวทางที่จะพัฒนาไปสู่ประชาธิปไตยจึงเกิดการสุกงอมทาง ความคิดในอันที่จะแก้ไขปัญหาดังกล่าว เห็นได้จากพรรคการเมืองต่าง ๆ ได้ร่วมมือกันเสนอ ร่างกฎหมายในทิศทางเดียวกัน แม้แต่ร่างของรัฐบาลก็หลักการเดียวกัน แตกต่างกัน ในรายละเอียดบ้างก็คงจะไปว่ากันในวาระที่ ๒ ในช่วงของการแปรญัตติ ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผมขออนุญาตเวลาท่านประธานสักเล็กน้อยเพื่อที่จะได้เปรียบเทียบ การแก้ไขคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ ที่กำลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้กับการแก้ไขคำสั่ง คสช. ที่ ๑๕/๒๕๕๗ ซึ่งได้เกิดขึ้นหลังการปฏิวัติรัฐประหารเช่นกัน คำสั่ง คสช. ที่ ๑๕/๒๕๕๗ ได้มีการแก้ไข ป. วิ อาญา มาตรา ๑๔๕/๑ ซึ่งก่อให้เกิดการขาดการถ่วงดุลในการให้ ความเห็นแย้งในคดีอาญา เรื่องนี้ได้เข้าสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบเรียบร้อยแล้ว ผมเพียงแต่จะขอเวลาเล็กน้อยเท่านั้นเองเพื่อที่จะทวงถามผ่านไปยังดอกเตอร์วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีผู้ดูแลด้านกฎหมายและ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ซึ่งดูแลผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ อะไรที่จะเกิดความเป็นธรรม ให้กับพี่น้องประชาชนเป็นสิ่งที่พวกเราซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำเป็นจะต้องติดตาม เมื่อเรื่องนี้ผ่านสภาเป็นเอกฉันท์แล้ว ทราบว่าเรื่องไปรอเข้า ครม. มาช้านานแล้วยังไม่ออกมา เสียทีนะครับ สำหรับวันนี้กระผมเห็นชอบกับหลักการและเหตุผลแห่งร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. .... ส่วนร่างของ รัฐบาลคงจะต้องไปปรับในรายละเอียดเพื่อที่จะให้การกระจายอำนาจสู่การบริหารจัดการ ด้านการศึกษาในภูมิภาคเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ขอขอบคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ครับ เชิญท่านโกวิทย์ครับ🔗

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท นครศรีธรรมราช ท่านประธานสภาครับ วันนี้ผมขออภิปรายสนับสนุนการแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ และสนับสนุนร่างทุกร่างที่ได้เสนอเข้ามาในวันนี้เพื่อที่จะ ไปแก้ไขเพิ่มเติมการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. .... ทุกร่าง ท่านประธานครับ ผมคิดว่าที่หลายท่านพูดสนับสนุนการแก้ไขดังกล่าวมันมีเหตุอยู่ หลายประการด้วยกัน ที่มีผลกระทบต่อการมีส่วนร่วมของบุคลากรก็ดี การกระจายอำนาจ ให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษาก็ดี รวมไปถึงการทำให้เกิดความไม่คล่องตัวหรือ ที่เรียกว่าเกิดความล่าช้าต่อการจัดการการบริหารงานบุคคลก็ดี สิ่งเหล่านี้ก็คือสิ่งที่หลายร่าง ได้พูดถึงและเพื่อนสมาชิกก็ได้กล่าวไว้มากพอสมควร แต่ผมอยากจะเรียนท่านประธาน เพื่อเป็นประโยชน์ในการรับหลักการและไปตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาของร่างไว้สัก ๓-๔ ประการเพื่อให้ได้พิจารณาดังนี้นะครับ🔗

ในประการแรกผมคิดว่าการคืนอำนาจไปให้กับคณะกรรมการเขตพื้นที่ การศึกษา ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีแล้วก็เป็นเรื่องที่มองว่าเป็นการกระจายอำนาจให้กับบุคลากร ทางการศึกษา แล้วก็จะเป็นประโยชน์ในการค้นหาหรือว่าการแต่งตั้งให้เหมาะสม สิ่งเหล่านี้ เป็นเรื่องที่ดี แต่ผมอยากจะให้พิจารณาบางประเด็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการ ทำอย่างไรให้คณะกรรมการมีความถ่วงดุลให้เกิดความเป็นธรรมและเกิดความโปร่งใส นี่คือสิ่งที่เพิ่มเติมเข้ามาในสิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนในประเด็นที่ ๑ ว่า เมื่อเราได้อำนาจไป แล้ว สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าน่าจะพิจารณาในการใช้อำนาจ ซึ่งทุกคนเห็นด้วย แต่ว่าเราจะทำ อย่างไรให้บุคลากรทางการศึกษาหรือครูก็ดี ได้มีส่วนร่วม แล้วได้ใกล้ชิดกับสิ่งที่เรา กำลังพูดถึง ที่ทำให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมมากที่สุด นั่นคือเป็นประเด็นที่ ๑🔗

ในประเด็นที่ ๒ ผมคิดว่าในเชิงการปรับโครงสร้างผมเห็นด้วย แต่การปรับ โครงสร้างต้องควบคู่กับประโยชน์ที่นักเรียน ครู และคนผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นผู้ปกครอง ก็ดี เพราะฉะนั้นผมอยากให้พิจารณาบางเรื่องในการส่งเสริมการเรียนรู้ก็ดี กิจกรรมต่าง ๆ ตามหลักสูตรก็ดี หรือมีข้อมูลที่ผมได้สืบค้นมาว่าเดิมทีเมื่อไปรวมศูนย์อำนาจแล้ว อย่างที่ คสช. มีคำสั่ง กิจกรรมบางอย่างมันหายไป ยกตัวอย่าง เช่น กิจกรรมเรื่องกีฬาเขต กีฬาจังหวัดอย่างนี้ มันหายไป กิจกรรมเสริมหลักสูตร กิจกรรมการเรียนรู้ต่าง ๆ มันหายไป เพราะฉะนั้นเราจะทำอย่างไรให้กิจกรรมเหล่านี้กลับคืนมาด้วย นี่คือสิ่งที่ผมเสนอไว้ ในประเด็นที่ ๒🔗

ประเด็นต่อมา ผมเข้าใจว่าการไกล่เกลี่ยครู บุคลากรทางการศึกษาก็ดี มันน่าจะกระจาย ผมเข้าใจว่าเดิมมีการกระจายไประหว่างประถมศึกษา มัธยม เพราะฉะนั้น สิ่งเหล่านี้น่าจะมีการพิจารณาด้วยในการไกล่เกลี่ยเพื่อก่อให้เกิดการลื่นไหลของตำแหน่งครู นี่คือประเด็นที่ ๓ ที่ผมอยากจะเสนอไว้🔗

ในประเด็นสุดท้าย ผมอยากจะพูดไว้ก็คือว่า อำนาจในการบริหารงานบุคคล เมื่อมาอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษาแล้ว มีคณะกรรมการได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว ผมคิดว่าทำอย่างไรให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้บริหารกับครู ควรจะมีความสัมพันธ์กัน อย่างใกล้ชิดในการปรึกษาปัญหา ในการที่รับรู้สิ่งเป็นมาเป็นไป แล้วก็เรื่องต่าง ๆ ที่เขาควร ที่จะได้มีส่วนร่วมในการเปิดใจ นี่คือประการสำคัญที่ผมอยากจะเสนอไว้ในขั้นรับหลักการไป แล้วให้กรรมาธิการได้พิจารณา แต่ผมก็ยังเห็นว่าส่วนหนึ่งเราก็อาจจะเห็นเรื่องของ การคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด เราต้องจัดวางอำนาจว่าจะให้อยู่อย่างไร ผมคิดว่า ยังจะมีประโยชน์อยู่บ้างในแง่ของในเชิงนโยบาย ในเชิงการสนับสนุนทางการศึกษา ในการดูแลการศึกษา เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้อาจจะต้องไปพิจารณาเรื่องอำนาจแล้วก็ การจับวางพื้นที่ที่ให้ กศจ. ได้มีโอกาสทำงาน แล้วก็สนับสนุนการศึกษาอย่างเต็มกำลัง ให้กับการศึกษาของชาติ อย่างไรก็ตามผมเห็นว่ายังมี พ.ร.บ. หนึ่งที่จะเข้าในสภานี้ ก็คือ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ผมไม่แน่ใจ อาจจะมีความเชื่อมโยงกันอยู่บ้างไหม ในบางส่วนที่จะมาเกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ. ที่จะแก้ไขเพิ่มเติม ในการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค ของกระทรวงศึกษาธิการ ก็อยากให้พิจารณาประเด็นนี้ด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน ครูมานิตย์ครับ🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม พรรคเพื่อไทย ผู้แทนราษฎรสุรินทร์ ถิ่นช้างใหญ่ ผ้าไหมงาม ประคำสวย ร ่ารวยปราสาท ผักกาดหวาน ข้าวสารหอม งามพร้อมวัฒนธรรม แต่วันนี้ซบเซาแล้วครับ ท่านประธานครับ เพราะว่าการบริหารโควิด (COVID) ที่เกี่ยวกับเรื่องวัคซีนที่ผิดพลาด ท่านประธานที่เคารพครับ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษา ความสงบแห่งชาติ คณะรักษาความสงบแห่งชาติคือคณะปฏิวัติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ผมไม่ได้คิดอะไรมาก แล้วก็ไม่ได้คิด เหมือนกับที่คนอื่นเขาคิด แต่จริง ๆ ก็ทราบ แต่ก่อนอื่นขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี ตรีนุช เทียนทอง วันนี้ท่านมาฟัง แล้วผมเชื่อแน่ว่าท่านรับฟังพวกเราไป แล้ววันศุกร์นี้ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติเข้ามา ถ้าเราได้ทำ แล้วท่านรัฐมนตรีมาร่วมกันทำสร้าง อุดมการณ์อันยิ่งใหญ่ แล้วรัฐมนตรีนี้จะได้เป็นฮีโร่ (Hero) ของกระทรวงศึกษาธิการ เพราะประเทศไทยเราเราผิดหวังกับเรื่องของการศึกษามายาวนาน เราไม่ประสบผลสำเร็จ แต่ด้วยขั้นตอนอย่างไร ท่านประธานก็คงทราบดี แต่คำสั่ง ที่ ๑๙/๒๕๖๐ จริง ๆ แล้ว หลังจากที่คณะปฏิรูปหรือคณะปฏิวัติ ปฏิวัติเสร็จก็ได้ออกคำสั่งมามากมายก่ายกอง ที่เกี่ยวกับครู อย่างน้อยก็ไม่ต ่ากว่า ๑๘ ฉบับ แต่ทำไมถึงมาพูดกันฉบับที่ ๑๙/๒๕๖๐ เพราะ ๑๙ นี้ล่ะครับมันเปลี่ยนโครงสร้าง มันเปลี่ยนระบบของเขาไปหมด ฟังดูหลักการ สวยหรูมาก แต่ว่าบ้านเมืองประเทศชาติการศึกษาไม่ได้อะไรเลย ที่เห็นชัดเจน ไปยกเลิก เรื่องดี ๆ ที่เขาทำ ไปยกเลิกอำนาจ แล้วมาแต่งตั้งศึกษาธิการภาค แต่งตั้งศึกษาธิการจังหวัด ถามทีเถอะหลังจากมีตำแหน่งศึกษาธิการภาค ศึกษาธิการจังหวัดแล้ว รัฐบาลเคยไปประเมิน ไหมว่าประโยชน์ที่การศึกษาไทยได้รับจากศึกษาธิการภาค ศึกษาธิการจังหวัดได้อะไรบ้าง วันนี้ นอกจากเอางบประมาณไปเพิ่มเติม ซื้อรถประจำตำแหน่ง ทำสำนักงาน จ้างเจ้าหน้าที่ ธุรการ เจ้าหน้าที่เกิดขึ้นมาเต็ม ผมพูดในสภาตลอด วันนี้ถ้าไม่ตั้งองค์กรนี้ไปเพิ่มครูให้ไปสู่ โรงเรียนให้ได้อยู่โรงเรียน การศึกษาชาติมีประโยชน์กว่าเยอะ เพราะนี่ไม่มีประโยชน์อะไร จริง ๆ ท่านประธาน ผมยกตัวอย่างที่จังหวัดสุรินทร์ วันนี้ท่านประธานรู้ไหมครับ จังหวัดสุรินทร์ผมภูมิใจมาก ผมมีศึกษาธิการจังหวัดซี ๙ (C9) อายุ ๓๙ ปี รับราชการมาแค่ ๙ ปี สอบเป็นผู้ช่วยครูเมื่อปี ๒๕๔๘ จะปี ๒๕๕๐ แล้วนะครับบรรจุ วันนี้นั่งซี ๙ (C9) เป็นศึกษาธิการจังหวัดหนุ่มที่สุดในประเทศไทย ผมก็ยังไม่เห็นได้ออกยาแผลงฤทธิ์ ในเรื่องของการจัดการบริหารการศึกษาเลยครับ แต่คนนี้แน่นอนไปแปะไว้เลย อย่างไรก็ ปลัดกระทรวงเพราะไม่นานก็จะขึ้นเป็นผู้ช่วยศึกษาธิการภาคหรือไม่ก็ขึ้นเป็นศึกษาธิการภาค แต่สิ่งที่เขาทำให้เห็นวันนี้ท่านประธานรู้ไหมครับ เมื่อวันที่ ๕ กรกฎาคม ปี พ.ศ. ๒๕๖๔ เรียก ผอ. เขต มันอยู่ใต้อำนาจของศึกษาธิการจังหวัดแล้วนี่ครับ มาประชุมเรื่องการจัดสรร วัคซีนโควิด (COVID) ให้กับเขตเลือกตั้ง ไม่ใช่ให้กับโรงเรียนนะครับ ให้กับเขตเลือกตั้ง ว่าเขตเลือกตั้งนี้มีใคร ของพรรคไหนให้ พรรคเขตนี้ไม่ให้ นี่ผมเห็นเรื่องเดียวที่ศึกษาธิการ จังหวัดสุรินทร์ทำได้ประทับใจผมมาก แล้วก็เป็นคนที่หนุ่มสุดครับ ชื่ออะไรนามสกุลอะไร ฝากท่านรัฐมนตรีลองไปถามดู ผมเสียดายเด็กน้อยอายุหนุ่มก็อยากเห็นการทำงาน ทางการศึกษาให้เป็นประโยชน์กับบ้านกับเมือง เอาล่ะที่ผ่านมาคุณฉีดปุ๋ยยูเรียมา จนต้นโตงามจากไปแป๊บเดียว ๙ ปี ๙ ซี (9C) ผมไม่ว่า แต่ต้องทำงาน นี่อย่างไรมันจึงเป็นปัญหาที่พวกเรามาเรียกร้องไว้ว่าคำสั่งนี้ออกมาไม่ใช่เพื่อการศึกษา แต่คำสั่งนี้ออกมาเพื่อการเมือง หลังจากปฏิรูปทำอย่างไรถึงจะเอาครูมาไว้ใต้อำนาจให้ได้ ก็เลยออกคำสั่งให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งจริง ๆ แล้วผู้ว่าราชจังหวัดเขามีงานของกระทรวง ทบวง อื่น ๆ เยอะแยะเขาก็ไม่อยากยุ่งอยู่แล้ว เวลาแทบไม่มี จังหวัดสุรินทร์ผมนี้กว่าจะได้ ประชุมเลื่อนเงินเดือนครู กว่าจะได้ประชุมย้ายครู นานครับ เพราะท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านมีงานมีภารกิจของท่านเยอะแยะมากมาย แต่วันนี้เมื่อคำสั่งออกมา ไม่ว่าจะท่านผู้ว่า ราชการจังหวัด ก็ท่านรองผู้ว่าราชการจังหวัดก็ต้องไปทำตามกฎหมาย ไม่อย่างนั้น กระบวนการความชอบธรรมในการประชุมมันไม่เกิด เห็นไหมครับ นี่คือการแสดงศักยภาพ เพื่อรัฐราชการโดยเฉพาะหลังจากการปฏิวัติ วันนี้คืนให้เขาเถอะครับ เขาบริหารจัดการ มาอย่างดี แต่มาอ้างวันที่ออกคำสั่งนี้ อ้างอย่างไรครับท่านประธาน อ้างว่าผู้แทนที่มาจากครู บาอาจารย์ไปเรียกรับเงิน ๒ ขั้น เรียกรับเงินการย้าย อันนี้ผมไม่เถียงครับ คนทั้ง ๗๗ จังหวัด ย่อมมีคนไม่ดีอยู่บ้าง เป็นเรื่องปกติ แต่ผมถาว่าวันนี้ที่แต่งตั้งไปจากกระทรวงนี้มีพฤติกรรม อย่างนี้ไหม มีครับ ยืนยันว่ามี เพราะคนปุถุชนไปเจอของแปลก ไปเจอของดี มันก็มีปัญหา เห็นได้ชัดหลายจังหวัด ผมไม่ต้องเอ่ยชื่อว่าจังหวัดไหนบ้าง แล้วพวกนี้มีคำสั่งไปจาก กระทรวงไม่ต้องมาจากการเลือกตั้ง แต่ อ.ก.ค.ส. เมื่อสักครู่นี้เขาเลือกตั้ง เขาอยู่ ๔ ปี นี่คือการกระจายอำนาจของครู บริหารจัดการโดยครูเพื่อครู เขาอยู่ ๔ ปี เขาไม่ดี มีคนไปเก้า เล่าแจ้งแน่นอน แล้วเขาก็สอบตกท่านประธานครับ เหมือนเราที่เป็นผู้แทนราษฎรนี้ ถ้าเราประพฤติตัวไม่ดี สร้างปัญหา มีคดีความ มีโน่นมีนี่ สังคมก็กระจายออกไป วันที่เข้าสู่ การเลือกตั้งวันนั้นมันก็จะมีปรากฏการณ์อะไร ฉะนั้นวันนี้เอากลับไปให้เขา แล้วคำสั่งนี้ ไม่มีประโยชน์ต่อการจัดการเรียนการศึกษาเลย แต่ผมก็ไม่แปลกใจครับ วันอภิปราย ไม่ไว้วางใจท่านนายกรัฐมนตรีมาตอบเรื่องคำถาม กระทรวงศึกษาธิการไม่มีใครถามเลย ไม่รู้ใครเขียนให้แกขึ้นมาอ่าน แกก็อ่านไป เหมือนกับอะไร เขาเรียกว่า ตาบอดคลำช้าง คือท่านไม่เข้าใจเรื่องการศึกษาเลย แล้วแต่เขาจะให้ทำอย่างไร ฉะนั้นวันนี้ท่านรัฐมนตรี ตรีนุชครับ ถึงเวลาของท่าน ท่านเป็นคนสวยคนอายุน้อย ท่านมาทำการศึกษาสังคายนาใหม่ ทั้งหมด ทำประชามติจากครูจริง ๆ ให้ผู้ปกครองรับทราบจริง ๆ เชิญผู้ปกครองมาด้วย ให้ลูกหลานซึ่งเป็นอนาคตของชาติ ซึ่งเรา จะคุยกันในวันศุกร์ในเรื่องการศึกษาชาติ ผมก็อยากฝากเน้นย ้าไว้ว่ามันต้องแก้ให้เขากลับไปเถอะ เขาทำมาดี ไม่ใช่เขาทำมาดี เอาเรื่องของอำนาจมาทำลายระบบการกระจายอำนาจเข้าไปสู่องค์กรครู เข้าไปสู่การ กระจายท้องถิ่นมันเสียหายครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ นายแพทย์บัญญัติครับ🔗

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติม คำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์และเพื่อนสมาชิก ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ รวมทั้ง ครม. ทั้งหมด ๗ ร่างด้วยกันนะครับ ท่านประธาน ที่เคารพเมื่อปี ๒๕๖๐ ผมจำได้ว่าตอนนั้นมีปัญหาในการบริหารงานบุคคลของเขตพื้นที่ การศึกษา ซึ่งขณะนั้น คสช. มีอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดินอยู่ก็ได้ยึดอำนาจ รวมศูนย์อำนาจการบริหารการศึกษาของเขตพื้นที่การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของ การบริหารงานบุคคลและการบริหารงบประมาณไปอยู่ที่จังหวัด เกิดศึกษาธิการจังหวัด เกิดศึกษาธิการภาค แล้วก็มีคณะกรรมการการศึกษาของจังหวัดที่เรียกว่า กศจ. เกิดขึ้น เขตพื้นที่การศึกษาก็มีอำนาจเพียงการบริหารงานวิชาการ ผลจากปี ๒๕๖๐ จนถึง ปี ๒๕๖๔ นี้ เกิดปัญหาความล่าช้าในการบริหารงานบุคคลเป็นอย่างยิ่ง ทำให้โรงเรียนต่าง ๆ ไม่สามารถ ที่จะย้ายครูตามความประสงค์ของครู การบริหารงานบุคคลต่าง ๆ จะต้องขึ้นไปถึงระดับ จังหวัดเป็นการรวมศูนย์อำนาจ มิใช่การกระจายอำนาจ อีกอย่างหนึ่ง เรื่องของการเรียน การสอนการศึกษานั้นเป็นเรื่องวิชาการ ควรจะให้อิสระในการบริหารงานทางวิชาการ วิชาการนั้นเป็นนามธรรม แต่ว่าวิชาการนั้นก็จำเป็นจะต้องอาศัยครูหรือบุคลากร ทางการศึกษา การรวมศูนย์อำนาจเช่นนี้ขัดต่อหลักการกระจายอำนาจ ซึ่งในการบริหารงาน การศึกษา เมื่อปี ๒๕๔๐ นั้นมีเขตพื้นที่การศึกษา เป็นหลักของการกระจายอำนาจที่ดี อยู่แล้ว หากมีปัญหาในการบริหารงานบุคคลของเขตพื้นที่การศึกษาใด ก็ควรที่จะมีการ สืบสวนสอบสวนลงโทษเฉพาะพื้นที่นั้น การที่ไปรวมศูนย์อำนาจ ซึ่งขณะนั้นอาจจะไม่มี ความรอบคอบในการออกคำสั่ง คสช. ดังนั้นเมื่อกาลเวลาผ่านไปเกิดปัญหาอุปสรรคเช่นนี้ แล้ว ถึงเวลาแล้วที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ โดยเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งทุกพรรคการเมืองทุกภาคของประเทศไทยเห็นชอบร่วมกัน ในการที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติม คำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เพื่อคืนอำนาจให้เขตพื้นที่การศึกษาไปบริหารงานบุคคลและ การบริหารงานเรื่อง งบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาความล่าช้า ความซ ้าซ้อน เพื่อประสิทธิภาพ ในการจัดการศึกษา ตอบสนองนโยบายการปฏิรูปการศึกษา ตอบสนองการบริหารการศึกษา ให้แก่บุตรหลานของเรา เหตุผลที่จะใช้ประกอบเพื่อให้ท่านคณะกรรมาธิการวิสามัญนำไป พิจารณา ก็คือว่าการบริหารงานทั่ว ๆ ไปนั้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของแมน (Man) มันนี่ (Money) และแมเนจเมนต์ (Management) หรือ ๓ เอ็ม (3M) แมน (Man) ก็คือ การบริหารงานบุคคลมันนี่ (Money) ก็คือเรื่องการบริหารงบประมาณ แมเนจเมนต์ (Management) ก็คือเรื่องของการบริหารจัดการ จะต้องอยู่ในที่เดียวกัน อันนี้ปัจจุบันมันได้ อยู่คนละที่อยู่คนละทาง ผิดฝาผิดตัว ควรที่จะให้เขตพื้นที่การศึกษามีอิสระ แต่ขณะเดียวกัน ก็จะต้องอย่าละเลยเรื่องของการถ่วงดุล เพื่อให้เกิดธรรมาภิบาลในการบริหารจัดการ การศึกษาด้วย สำหรับศึกษาธิการจังหวัดและศึกษาธิการภาค เมื่อตั้งแล้วจะทำอย่างไร กระผมยังมองไม่เห็นว่าศึกษาธิการจังหวัดกับศึกษาธิการภาคจะมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องการ บริหารบุคคลและงบประมาณ ควรที่จะเหลือเฉพาะภารกิจเรื่องนโยบายการจัดการศึกษา ของจังหวัดสำหรับศึกษาธิการจังหวัด และนโยบายในการจัดการศึกษาของภาค สำหรับ ศึกษาธิการภาค เพราะฉะนั้นการที่เหลือภารกิจเพียงเรื่องของการกำหนดทิศทางนโยบาย การศึกษาของจังหวัดและของภาคนั้น ผมคิดว่าไม่จำเป็นจะต้องตั้งถึงขั้นองค์กร ควรจะตั้ง เป็นลักษณะของคณะกรรมการนโยบายการศึกษาจังหวัด ในระดับภาคก็เป็น คณะกรรมการนโยบายการศึกษาภาค เหตุที่จะต้องมีคณะกรรมการนโยบายของจังหวัดและ ภาค สำหรับการศึกษานั้นก็มีความจำเป็น ไม่เช่นนั้นบางจังหวัดมีเขตพื้นที่การศึกษาถึง ๒ เขต ๓ เขต แล้วก็ทุก ๆ จังหวัดก็จะมีการจัดการศึกษาพื้นฐาน ประถม มัธยม อนุบาล แล้วก็มีการศึกษาอาชีวศึกษา มีการศึกษานอกโรงเรียนการศึกษาตามอัธยาศัย แล้วก็บางจังหวัดก็มีมหาวิทยาลัยด้วย และทุกจังหวัดก็มีการศึกษาของเอกชนด้วย การที่จะบูรณาการให้การศึกษาหลายระดับ หลายฟังก์ชัน (Function) ทั้งพื้นฐาน ทั้งอาชีวะ ทั้งอุดมศึกษาต่าง ๆ ทั้งเอกชนเข้าด้วยกัน คณะกรรมการนโยบายจังหวัดทำหน้าที่แทน ศึกษาธิการจังหวัด ซึ่งไม่จำเป็นจะต้องตั้งตำแหน่ง เป็นลักษณะของการประชุมเพื่อกำหนด คณะกรรมการนโยบาย ผมก็ขอฝากแนวคิดในการที่จะทดแทนศึกษาธิการจังหวัด ศึกษาธิการภาค เพื่อเป็นการประหยัดกำลังพลภาครัฐออกไป ถ้าเทียบเคียงกับกระทรวง สาธารณสุข ซึ่งผมคุ้นเคยกับการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพแล้ว ศึกษาธิการภาคนั้นก็คือภารกิจของผู้ตรวจราชการในเขตสุขภาพนั่นเองนะครับ ในกระทรวงศึกษาธิการถ้าอยากจะนำโมเดล (Model) นี้ไปใช้ก็คือการที่ให้ผู้ตรวจราชการ กระทรวงศึกษาธิการทำหน้าที่ในการบูรณาการนโยบายการศึกษาของภาค ในระดับจังหวัด เนื่องจากไม่มีซีอีโอ (CEO) การศึกษาเช่นเดียวกับกระทรวงสาธารณสุขซึ่งมีซีอีโอ (CEO) คือสาธารณสุขจังหวัด เราก็ใช้ประธานคณะกรรมการนโยบายจังหวัดซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธานก็ได้ครับ ก็ฝากท่านประธานกรรมาธิการ ฝากท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ถึงท่านคณะกรรมาธิการวิสามัญที่จะพิจารณากฎหมายฉบับนี้ได้นำไปปรับใช้เพื่อให้เกิด กฎหมายที่ดีที่สุดครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๔ ท่านนะครับ ท่านอนุรักษ์ บุญศล ท่านวีระกร คำประกอบ ท่านเทียบจุฑา ขาวขำ และ ท่านนิยม เวชกามา เชิญท่านอนุรักษ์ บุญศล ครับ ท่านวีระกรอยู่ไหมครับ ไปทานข้าวเข้ามา หรือยัง ท่านเทียบจุฑาอยู่ไหมครับ เชิญครับ🔗

นางเทียบจุฑา ขาวขำ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันขออภิปรายร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมการปฏิรูปการศึกษา ในภูมิภาคของกระทรวงศึกษา พ.ศ. .... และดิฉันขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติแก้ไข เพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษา ในส่วนภูมิภาคของกระทรวงศึกษา ลงวันที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ ตามที่ ท่านนพคุณ รัฐผไท กับคณะ และท่าน ส.ส. ของพรรคการเมืองหลายพรรคที่ได้นำเสนอ ขอแก้ไขคำสั่งในครั้งนี้ด้วย ท่านประธานคะ ดิฉันเห็นด้วยอย่างยิ่งในการแก้ไขในการพัฒนา คุณภาพการศึกษาให้ดีขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาอย่างยิ่งก็คือครู ครูจะอยู่ใกล้ชิด กับนักเรียน ถ้าครูดีมีคุณภาพ จิตวิญญาณของครูก็ดี มีความสามารถในการจัดการเรียนรู้ ส่งผลการศึกษาได้ดีค่ะ เพราะฉะนั้นดิฉันคิดว่าการจัดการศึกษาจัดการเรียนรู้มันส่งผลต่อ การพัฒนาคุณภาพการศึกษาให้ดีขึ้น การจัดการศึกษานี้มันจะต้องทั้งครูก็ต้องมีครูครบชั้น พอเพียง มีคุณภาพ มีความรู้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งครูต้องมีขวัญและกำลังใจที่ดีในการทำงาน อย่างมีความสุข จะทำให้การจัดการศึกษาให้ดีขึ้นไปด้วย ท่านประธานคะ ในการแก้ไข ร่างพระราชบัญญัติครั้งนี้จะเกี่ยวกับเรื่องการบริหารงานบุคคลของครูตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๔๗ มีคณะกรรมการข้าราชการครู บุคลากรทางการศึกษา ซึ่งเรียกย่อว่า ก.ค.ศ. และมีคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรการศึกษา เรียกว่า อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งทำหน้าที่ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๔๗ ถึง พ.ศ. ๒๕๖๐ แล้วก็ คณะ อ.ก.ค.ศ. เขตพื้นที่การศึกษาก็ถูกยุบลงไปตามคำสั่งของคณะ คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เปลี่ยนมาเป็น กศจ. เขาเรียนว่าคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด และคณะอนุกรรมการ ศึกษาจังหวัด ชื่อย่อว่า อ.ก.ศ.จ. ดังนั้น การบริหารการจัดการศึกษาถ้าให้มีประโยชน์ต่อ ราชการ ให้มีประโยชน์ต่อโรงเรียน และผู้เรียน ดิฉันคิดว่าควรใช้หลักการบริหารการมี ส่วนร่วม การกระจายอำนาจสู่โรงเรียนเพื่อความรวดเร็ว การกระจายอำนาจนั้นข้อดีเพื่อ ความรวดเร็วและการคล่องตัว และเกิดผลดีต่อครู เป็นขวัญกำลังใจในการทำงานและ การปฏิบัติงาน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากตามคำสั่งของคณะ คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ ก็ทำให้เกิด การรวมศูนย์ ก็มีผู้ว่าราชการจังหวัด หรือรองผู้ว่าราชการจังหวัดที่ได้รับมอบหมายเป็น ประธาน แล้วก็มีศึกษาธิการภาคเป็นรองประธาน มีคณะกรรมการผู้แทนหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งอาจจะไม่ข้องกับการศึกษาโดยตรงมาเป็นกรรมการและศึกษาธิการจังหวัดเป็นเลขานุการ ลักษณะอย่างนี้ทำให้เกิดการล่าช้า ไม่คล่องตัว เพราะว่าไม่ตอบโจทย์ต่อการแก้ปัญหาของ แต่ละพื้นที่เลย กรณีการเกิดการล่าช้า ไม่คล่องตัวนี้ไม่ตอบโจทย์ของแต่ละพื้นที่นี้ ดิฉันขอ ยกตัวอย่างว่า เช่นพื้นที่ของจังหวัดนครราชสีมามี ๗ เขตพื้นที่การศึกษา จังหวัดเชียงใหม่มี ๖ เขตพื้นที่การศึกษา จังหวัดอุดรธานี จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดขอนแก่นมี ๕ เขตพื้นที่ การศึกษารวมทั้งจังหวัดที่มีมากกว่า ๑ เขตพื้นที่การศึกษา มันทำให้พื้นที่การบริหารมันกว้าง นะคะ การดูแลก็ไม่ทั่วถึง ไม่ครอบคลุม เพราะฉะนั้นกรรมการก็จะขาดความเข้าใจในเชิงลึก ในบริบทของการแก้ปัญหาของแต่ละพื้นที่ การดำเนินการเรื่องการบริหารงานบุคคล เรื่องการย้าย เรื่องการบรรจุ การสอบ แต่งตั้ง หรือการเลื่อนวิทยฐานะ ของข้าราชการก็ทำ ให้การดำเนินการไปในลักษณะที่ไม่คล่องตัว ดิฉันคิดว่าล่าช้าเป็นอย่างยิ่ง กว่าจะรอให้ คณะกรรมการให้มีเวลาพร้อมกัน เดือนหนึ่งดิฉันทราบมาว่าประชุมกัน ๑ ครั้ง ดิฉันคิดว่า มันแก้ปัญหาไม่ทันท่วงที ประธานคะดิฉันคิดว่าในการจัดการศึกษายุคใหม่ ควรเป็นไปตาม หลักของธรรมาภิบาลหรือหลักการบริหารบ้านเมืองที่ดี หรือควรเน้นในเรื่องของการกระจาย อำนาจ เน้นให้มีส่วนร่วม เรียกว่ากระจายดีกว่ากระจุก รวดเร็วดีกว่าล่าช้า ดิฉันคิดว่า ในหลักการบริหารตรงนี้กระจายดีกว่ากระจุก หมายถึงกระจายอำนาจให้สู่เขตการศึกษา ให้มีส่วนร่วมและรวดเร็วดีกว่า ภาพที่ดิฉันอยากเห็นนี้อยากเห็นบ้านเมืองเป็นประชาธิปไตย เพราะฉะนั้นประชาชนเราจะมีคุณภาพ มีชีวิตที่ดี เพราะฉะนั้นจากการศึกษาที่มีคุณภาพ ยุคใหม่ของการศึกษานี้ต้องมีขวัญและกำลังใจให้กับครูหรือบุคลากรทางการศึกษาที่ปฏิบัติ หน้าที่ ดิฉันจึงขอเรียกร้องให้เกิดการกระจายอำนาจ การมีส่วนร่วมในการบริหารงานทุกฝ่าย ให้เกิดความรวดเร็วและคล่องตัว และตอบโจทย์ในการแก้ปัญหาบริบทของแต่ละพื้นที่ ให้ทันท่วงทีนะคะ ดิฉันขอสนับสนุนการแก้ไขคำสั่งของ คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ ทุกร่าง โดยรวดเร็วเพื่อเป็นการกระจายอำนาจ คณะกรรมการบริหารงานบุคคลแต่ละเขตแต่ละพื้นที่ได้จัดการเอง คืนอำนาจให้เขา ให้ผู้อำนวยการเขตพื้นที่ได้จัดการเองให้ถูกต้องและชอบธรรมด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวีระกร แล้วตามด้วยท่านอนุรักษ์นะครับ🔗

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม วีระกร คำประกอบ พรรคพลังประชารัฐจากจังหวัดนครสวรรค์ ก่อนอื่น ต้องขอบอกว่าเห็นด้วยกับเพื่อน ๆ สมาชิกนะครับ โดยเฉพาะท่านเกษม ศุภรานนท์ ท่าน ส.ส. โคราช ที่ท่านได้กรุณาเสนอกฎหมายฉบับนี้เพื่อแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งของหัวหน้า คณะ คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ นี่เป็นตัวอย่าง ตัวอย่างหนึ่งของการแก้ไข ซึ่งไม่เข้าใจปัญหา ปัญหาระบบการศึกษาของประเทศไทยที่มีปัญหาอยู่ พอเห็นว่าการแต่งตั้งโยกย้ายมีปัญหา หรือว่าการให้คุณให้โทษกับครูในจังหวัดมีการวิ่งเต้น แทนที่จะแก้ไขต้นเหตุหรือว่าแก้ไขไม่ให้ มีการวิ่งเต้น ไม่ให้มีการทุจริตในบางเขตการศึกษา ซึ่งไม่ได้ทั่วประเทศนะครับ มีเป็นเพียง บางเขตการศึกษา ก็แก้ไขกันง่าย ๆ เมื่อมันทุจริตก็ตั้งคนมาคุมอีกชั้นหนึ่ง ก็เห็นว่าคนที่น่าจะ ไม่ทุจริตที่สุดก็คือผู้ว่าราชการจังหวัด จับผู้ว่าราชการจังหวัดมาเป็นประธานคณะ กศจ. หรือคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด ตั้งขึ้นมาเพื่อมาดูไม่ให้มีการโกงนั่นล่ะครับ ไม่ให้มีการ ทุจริต ไม่ให้มีการวิ่งเต้น ไม่ให้มีการรับเงินรับทองเพื่อที่จะขึ้นหรือเพื่อที่จะโยกจะย้าย ไปในพื้นที่ที่อยู่ใกล้ตัวเมือง ส่วนใหญ่ครูก็จะวิ่งมาใกล้ตัวเมืองโดยที่ไม่ได้ดูว่ามันจะมีวิธี อย่างไรบ้างที่เราจะแก้ไขปัญหาง่าย ๆ อย่างนี้ครับ ก็ตั้ง กศจ. ขึ้นมา กศจ. ก็กลายเป็นว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งสวมหมวกอยู่แล้วเป็น ๑๐๐ ใบ ก็ต้องมีใบที่ ๑๐๑ ขึ้นมาเสียแล้ว กว่าจะหาวันประชุมได้ก็เดือดร้อนครับ การจะแต่งตั้ง การจะโยกย้าย หรือแม้แต่ การบริหารงานทั่วไป เช่น การตั้งงบประมาณในการจัดซื้ออะไรบางอย่าง กว่าจะได้จัดซื้อ จัดจ้างต้องผ่าน กศจ. เยิ่นเย้อเนิ่นนาน จึงเห็นด้วยกับท่าน ส.ส. เกษม ศุภรานนท์ แล้วก็ เพื่อนสมาชิกอีกหลายร่างนะครับ ๗ ร่างทั้งหมด ที่ให้ยกเลิก กศจ. นี้ ให้กลับไปสู่การมี อำนาจของเขตการศึกษาแต่ละเขตการศึกษา ซึ่งดูแลกันโดย อ.ก.ค.ศ. คณะอนุกรรมการ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ย้อนกลับไป แต่ต้องหาวิธีการทำอย่างไรจะไม่ให้มี การวิ่งเต้นโยกย้าย ซึ่งจริง ๆ ก็น่าจะคิดกันง่าย ก็ฝากท่านตรีนุช เทียนทอง ท่านรัฐมนตรี คนใหม่ซึ่งกำลังไฟแรงให้ช่วยหาวิธีการง่าย ๆ ไม่ต้องไปคิดอะไรมาก ระบบอะไรต่าง ๆ ครับ ท่านประธาน ถ้ามันไปแต่งตั้งเยิ่นเย้อกลัวจะโกง ตั้งกรรมการมาคุมอีกชั้นหนึ่ง ถ้ากลัว อ้ายกรรมการที่ตั้งขึ้นมาโกงอีกตั้งอีกชั้นหนึ่ง ตั้งคณะกรรมการเป็น ๑๐๐ คณะ ๑,๐๐๐ คณะ เลิกเสียทีได้ไหมครับประเทศไทย ตั้งขึ้นมาเพื่อจะคุมเรื่องโกง อ้ายนั่นโกงก็ตั้งกรรมการขึ้นมา คุมสิ ถ้าอ้ายกรรมการนี้โกงอีกก็ตั้งอีกกรรมการมาคุมอีกกรรมการหนึ่ง คุมกันไปเรื่อยเปื่อย นี่คือระบบที่เยิ่นเย้อระบบที่เทอะทะ ภาษาอังกฤษก็เรียกว่า เรดเทป (Red Tape) หรือการ ที่มันเทอะทะแล้วก็เยิ่นเย้อ วุ่นวายไปหมดอย่างนี้ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ นอกเหนือจากเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิก ในส่วนของการยกเลิก ก.ค.ศ. แล้ว ผมยังมองเห็นว่า ระบบการศึกษาไทยไหน ๆ ก็จะปรับปรุงแล้วนะครับ ก็ฝากถึงท่านรัฐมนตรี ซึ่งบังเอิญวันนี้ ท่านให้เกียรติมานั่งตั้งแต่ต้นจนถึงขณะนี้ซึ่งต้องขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่ให้เกียรติสภา เมื่อท่านมาแล้วผมก็ขอฝากไปเลยว่าการจะปรับปรุงคุณภาพการศึกษาให้นักเรียนมีความ เป็นเลิศในการศึกษามันอยู่ที่ครูอย่างเดียวครับท่านประธาน ถ้าครูยังเป็นอย่างเดิมอยู่นะครับเราก็จะจมปลักอยู่ในเรตติง (Rating) ของประเทศไทยที่เป็น ประเทศที่ใช้จ่ายงบประมาณการศึกษาต่อหัวสูงเกือบที่สุด สูงที่สุดในอาเซียน (ASEAN) แต่คุณภาพเด็กที่ออกมาต ่าที่สุดในอาเซียน (ASEAN) ก็ยังจะเป็นอยู่อย่างนี้อยู่เรื่อย ๆ ครับ ก็ดีใจที่อาจารย์ตรีนุชมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจะได้แก้ไขปัญหาตัวนี้ นะครับ ผมอยากจะฝากท่านไปเลยว่าใช้ระบบของอเมริกามาสิครับ ระบบของอเมริกาก็คือ กว่าคุณจะมาเป็นครูนักเรียนประถมสอนคณิตศาสตร์ได้ คุณต้องเพิ่มจากการจบปริญญาตรี คณิตศาสตร์ก่อนนะครับถึงจะมาสอนได้ เสร็จแล้วจบปริญญาตรีคณิตศาสตร์จาก มหาวิทยาลัยแล้วจึงจะมาเรียนวิชาครูอีก ๓๐ หรือ ๔๐ หน่วยกิต สุดแท้แต่ละรัฐเขาจะ กำหนด แต่ต้องมาเรียนวิชาครูเฉพาะประถม เพราะคุณจะมาเป็นครูประถม คุณต้องจบวิชา ครูประถม ๓๐ ถึง ๔๐ หน่วยกิต แล้วถึงจะมีสิทธิไปสอบเป็นใบประกอบวิชาชีพครู แต่สอน ได้เฉพาะคณิตศาสตร์ประถมนะครับ ไปสอนมัธยมก็ไม่ได้ เพราะมันจะต้องมีความเป็นเลิศ ครูจะต้องมีความเก่ง เก่งเฉพาะทาง จึงจะไปสอนนักเรียนได้ ของประเทศไทยเป็นอย่างไร เรามีปัญหาเรื่องเราสร้างโรงเรียนกันเยอะแยะเลยครับในช่วงปี ๒๕๑๐ ถึงปี ๒๕๒๐ เป็นช่วง ที่ประเทศไทยก่อนหน้านั้นเรียนกันบนศาลาวัด พอเรียนบนศาลาวัดมานึกได้โรงเรียนเรา มีน้อยเหลือเกิน โรงเรียนตามหมู่บ้านตามตำบลไม่มีเลย ต้องเรียนบนศาลาวัด สร้างโรงเรียน กันเต็มหมดเลยครับท่านประธาน เสร็จแล้วพอสร้างโรงเรียนไม่มีครูอีกครับ โอ้โฮ ฝึกหัดครู ตั้งเป็นวิทยาลัยครู มีภาคทไวไลต์ (Twilight) ป.กศ. เตี้ยยัน ป.กศ. สูงครับ จบมาแล้ว สอนได้ทุกวิชาตั้งแต่พลศึกษายันคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ไม่มีครูแม้แต่ คนเดียวที่สอนภาษาอังกฤษและพูดภาษาอังกฤษได้ประเทศไทย ท่านเชื่อไหม พูดภาษาอังกฤษไม่ได้เป็นครูสอนภาษาอังกฤษ แล้วจะให้เด็กไปพูดภาษาอังกฤษได้อย่างไร ครับ ไม่สามารถที่จะเกิดความเป็นเลิศทางวิชาการได้ ฝากท่านด้วยในการพิจารณาว่าเราควร จะใช้ระบบของอเมริกาเข้ามาดูแลครูในประเทศไทยได้หรือยัง การทำวิทยฐานะของครูไป จ้างที่ราชภัฏทำเพเพอร์ (Paper) ๕๐,๐๐๐ บาทบ้าง ๑๐๐,๐๐๐ บาทบ้าง เพื่อจะมาเพิ่ม วิทยฐานะ เลิกเสียทีได้ไหม แทนที่จะเพิ่มวิทยฐานะอย่างนั้น ช่วงปิดเทอม ๓ เดือน เอามาอบรมภาษาอังกฤษเลย เอาให้เขาพูดภาษาอังกฤษได้ เขาจะได้ไปสอนได้ภาษาอังกฤษ สอนได้คณิตศาสตร์ อบรมคณิตศาสตร์ อบรมภาษาอังกฤษ อบรมฟิสิกส์ อบรมเคมี อบรมอะไรก็สุดแท้แต่เพื่อที่เขาจะได้ค่าวิทยฐานะจากการอบรม ๓ เดือนนี้ ไม่ต้องไปทำ เพเพอร์ (Paper) เสียเวลาครับ แล้วก็เป็นการทุจริตต่อตัวเองด้วย ไปจ้างเขาทำมาทั้งนั้น ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน อนุรักษ์ครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต สนับสนุนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกร่าง พ.ร.บ. และโดยเฉพะร่างของท่านนายอำเภอ นพคุณ รัฐผไท พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ ง่าย ๆ เลยค่ะ ดิฉันเป็นครูบ้านนอก ง่าย ๆ เลยตั้งแต่มีศึกษาธิการจังหวัด ตั้งแต่มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน แล้วก็ มีศึกษาธิการจังหวัด ตั้งแต่ ๑๙/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ ท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรี งานเล็ก ๆ น้อย ๆ โรงเรียนชายขอบต้องส่งค่านมเพื่อเบิกค่า นม เด็กโรงเรียนนั้นมี ๑๐๐ คน ๘๐๐ บาทค่ะ หนังสือ ๒-๓ แผ่นนี้ล่ะค่ะ ท่านประธานคะ ๑๐๐ กิโลเมตร ไปกลับ ๒๐๐ กิโลเมตรค่ะ ค่าน ้ามันรถของ ผอ. ที่ไป ๘๐๐ บาทพอดี อย่างนี้ค่ะไกลมาก ทั้ง ๆ ที่เขตพื้นที่การศึกษาของเราห่างจากโรงเรียนที่ดิฉันกล่าวแค่ ๒ กิโลเมตร นี่คือการบริหารจัดการ ถ้าสมัยนี้มันดีค่ะ มันมีถนน ๔ เลน แต่ว่าต้องเติมเชื้อเพลิงนะคะ ถ้าสมัยก่อนต้องนั่งเกวียน กะทูนไปมันถึงจะมีปัญหามากมายมหาศาลคือการรวมอำนาจที่ศึกษานิเทศก์ ดิฉันครูรุ่นเก่า มีศึกษานิเทศก์มาดูการสอนด้วยในสมัยก่อน สัก ๔-๕ ปี จะมา ๑ ครั้ง เพราะว่าไกลกันมาก โรงเรียนไกลปืนเที่ยงค่ะ กราบเรียนให้ท่านประธานได้ทราบไว้ว่านี่คือเรื่องจริงเลยทีเดียว ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ พ.ศ. .... ดิฉันเห็นด้วยกับการแก้ไขและยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/ ๒๕๖๐ ดิฉันไม่อยากให้รวมศูนย์อำนาจ อยู่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด งานของท่านก็ล้นมืออยู่แล้วในการปกครองในจังหวัดหนึ่ง ๆ แล้วมองไปที่จังหวัดดิฉันสิคะ จังหวัดสกลนคร ๑,๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน มี ๓ เขตพื้นที่การศึกษา ชายขอบ ๑๐๐ กิโลเมตร จากจังหวัด ไปกลับ ๒๐๐ กิโลเมตรเลยทีเดียว ไม่อยากให้รวมศูนย์อำนาจที่ผู้ว่าราชการ จังหวัดและรองผู้ว่าราชการจังหวัด หรือว่าอยู่ที่ศึกษาธิการจังหวัด เพราะอะไร เพราะว่า การบริหารงานบุคคลเป็นไปด้วยความซ ้าซ้อน ล่าช้า อืดอาด ยืดยาด มันพัฒนาไม่ได้ พอพัฒนาไม่ได้เด็กก็คุณภาพต ่าลงเรื่อย ๆ ในเรื่องของการบริหารงานบุคคล ดิฉันเรียกว่า ควรละลายศึกษาธิการจังหวัด ควรละลายเลยค่ะ ช่อ ชั้น ฉัตร และหอคอยเหล่านี้มันคลาน ไปยากค่ะ ท่านประธานที่เคารพ มันคลานไปยาก ควรจะมีคำว่า เพื่อนครู อยู่ที่เขตพื้นที่ การศึกษาเพราะว่าอะไร ช่อ ชั้น ฉัตร และหอคอยและการบริหารงานบุคคลจะช้า เมื่อช้าจะ ส่งผลต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ก็คือนักเรียน โดยเฉพาะนักเรียนบ้าน ๆ นักเรียน บ้านนอก ท่านไม่อยากให้ทรัพยากรเหล่านี้ที่มีเลข ๑๓ หลักมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงไป ในทางที่ดีขึ้นหรือคะ ลิซ่ามาจากจังหวัดบุรีรัมย์นะคะ ดิฉันเห็นว่าควรให้เขตพื้นที่การศึกษา บริหารจัดการอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดคือการกระจายอำนาจ ไม่รวมศูนย์อำนาจอยู่ที่จังหวัด อย่างเดียว ข้อเดียวเท่านั้นที่ดิฉันยกมาค่ะท่านประธานด้วยเวลาที่มีอยู่จำกัด เขตพื้นที่ การศึกษาข้อ ๓ ประสาน ส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาหลักสูตรร่วมกับสถานศึกษา ในเขตของตัวเอง ในเขตพื้นที่การศึกษานโยบายไปมากมายมหาศาลเลยทีเดียวว่าการศึกษา พื้นถิ่นหลักสูตรจะต้องสอดคล้องกับพื้นถิ่นของตัวเอง ตรงนี้มันก็จะทำได้ดีเลยทีเดียว กราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่า คำว่า ช่อ ชั้น และหอคอยงาช้างที่อยู่ในคำสั่ง ที่ ๑๙/๒๕๖๐ มันแฝงอยู่นั้นเป็นการรวมศูนย์อำนาจทำให้การบริหารจัดการหยุดชะงัก บุคลากรที่อยู่ในเขต พื้นที่การศึกษา บุคลากรนั้นมีแต่ดอกเตอร์นะคะ ผู้อำนวยการเขต ดอกเตอร์ ท่านรอง ทั้งหลาย ดอกเตอร์ บุคลากรอยู่ในนั้นอย่างน้อยจบปริญญาตรี ปริญญาโท ทั้งนั้นเลย แล้วตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ มาถึงปี ๒๕๖๔ มันเหมือนหยุดชะงักค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ มันเหมือนไม่ขับเคลื่อนอะไรเลย สมองควรใช้ ๒๐ เปอร์เซ็นต์นะคะ สมองที่มีอยู่ของ ดอกเตอร์ทั้งหลายที่อยู่ในเขตพื้นที่การศึกษาควรขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ที่อยู่ในสถานศึกษา โรงเรียนเล็ก ๆ ไปสอนช่วยกันยิ่งดีแล้วจะแก้ปัญหาความยากจนที่ไม่มา โรงเรียนได้อย่างไร ไม่ใช่ ๑ คน วิ่ง ๑๐๐ กิโลเมตร ไปกลับ ๒๐๐ กิโลเมตร เพื่อจะขอ ทุนการศึกษาให้เทอมละ ๑,๐๐๐ บาท อย่างนี้ค่ะ กราบเรียนให้ท่านประธานรับทราบข้อมูล ที่เป็นจริงว่าทำไมทุกคนถึงต้องลุกขึ้นมาสู้โดยเฉพาะครูทั้งประเทศรอคอยว่าเขตพื้นที่ การศึกษานั้นจะเป็นอย่างไร จะได้มางดงามเหมือนเดิมหรือไม่ คืนครู คืนอำนาจวาสนา คืนคุณค่าที่งดงามตามวิถี เขตพื้นที่ความอบอุ่นละมุนฤดี ได้ศิษย์ดีคุณครูเก่งเปล่งแสงเรือง ๆ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนิยมเชิญครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมมีความจำเป็นที่จะต้องอภิปรายร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่ง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค ของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๐ ท่านประธานครับ จำเป็นจริง ๆ ความจริง ที่มันวุ่นวายทุกวันนี้ไม่ใช่ประเด็นอื่นท่านประธานครับ การที่จะตั้งกรรมาธิการศึกษา เพื่อยกเลิกคำสั่งตอนนี้ ทำให้สภานี้เสียเวลาท่านประธาน ทีออกคำสั่งตัวนี้ออกนิดเดียว ผมจำได้วันนั้นตอนเย็น ๆ ยกเลิกหมด ท่านทำให้กระบวนการจัดการศึกษาในระบบเสียหาย หมดเลย คนต้องรับผิดชอบ หนีไม่พ้น ท่านพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้ออกคำสั่ง ผมจำได้วันนั้น พอยกเลิกเอาศึกษาธิการจังหวัดกลับมา กระบวนเสียหายแล้ว แถมมา ศึกษาธิการเขต เขายกเลิกไปแล้ว พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติเขายกเลิกไปแล้ว เผื่อจะตั้งมาเป็น สปช. เมื่อปี ๒๕๒๓ วันที่ ๑ ตุลาคม ครูเขาสู้แทบเป็นแทบตาย แต่วันหนึ่ง ท่านออกคำสั่งยกเลิก เสียหายท่านประธาน พลเอก ประยุทธ์ปฏิเสธไม่ได้มีความรับผิดชอบ ตรงนี้ ผมจำได้วันนั้นหลังจากยกเลิกท่านออกคำสั่งมา นายพลเอกคนหนึ่ง ผมไม่เอ่ยชื่อ หรอกเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการออกมาให้สัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวเขาถามว่า ทำไมยกเลิกเอาศึกษาธิการจังหวัดกลับมา ท่านงึก ๆ งัก ๆ ตอบไม่ได้ครับ เห็นพูดอยู่ คำเดียวบอก เพราะ อ.ก.ค. หรือ ก.ค. กินครู ท่านบอก กินครูอย่างไร ก็เรียกรับเงิน ในการย้ายบ้างอะไรบ้างที่ว่านี้ ท่านประธานครับ อันนี้ผมต้องบอกว่าถ้าท่านรู้ว่าพวกนี้กิน ครูหรือว่า อ.ก.ค. ทั้งหลายท่านทำไมไม่จัดการขั้นเด็ดขาด ตอนนั้นท่านมีอำนาจเต็มมือ หัวหน้า คสช. ท่านสั่งนายก สั่ง อบต. อบจ. พักราชการหมดท่านทำได้ ทำไมแค่ครูเล็ก ๆ ท่านเป็นตัวแทน ทำไมท่านไม่จัดการ ทำไมท่านไม่คิดว่านิ้วไหนร้ายตัดทิ้ง แต่ท่านไม่ทำครับ ไปยกเลิกทั้งระบบ ไข่ใบเดียวมันเน่าทำไมต้องฆ่าไก่ทั้งคอก อันนี้ผมต้องติว่านายก ไม่มีศักยภาพ ท่านประธานครับ ผมจำได้ผมบรรจุครูครั้งแรก ผู้บังคับบัญชา มีทั้งนายอำเภอ มีทั้งผู้ว่าราชการจังหวัด มีทั้งศึกษา อันนี้ก็เห็นแล้วว่าเขายกเลิก ต่อมาไม่มีศึกษาธิการจังหวัด เป็นการยืนยันว่าระบบ มันใช้ไม่ได้ วันนี้ท่านทำอย่างไร เห็นไหม แบะ ๆ ยกเลิก อ.ก.ค. ไม่มีตำแหน่ง ท่านก็ตั้ง อ.ก.ค.ศ. เข้ามา แล้วแตกต่างกันไหม ถ้าจะเอาเงินเหมือนเขาได้ ทั้งนั้นละท่านประธาน ผมไม่ว่าใครเป็นใครหรอก เพราะคนกลุ่มนี้ใครผิดก็ว่าไปตามผิด ท่านไม่ใช่ทำให้เสียทั้งระบบ ผมยืนยันว่าการจัดการเรื่องนี้ผมว่ามันมีปัญหา ทำให้สภานี้ เสียเวลา เพราะการจะยกเลิกคำสั่ง คสช. มันต้องตั้งกรรมาธิการมาศึกษา ยกเลิกโดย คณะกรรมาธิการ ยกเลิกโดยสภา เห็นไหมผมยืนยันว่ามันเสียหาย ผมต้องกราบเรียนว่า ในเมื่อท่านทำให้ระบบมันเสียหาย ความจริงท่านทำไม่ถูกแต่แรก นายกรัฐมนตรี ไม่มีวิสัยทัศน์ พลเอก ประยุทธ์ คิดอะไรไม่เป็น ออกคำสั่งแล้วผลเสียหายอย่างใหญ่หลวง การยกเลิกการ ที่มีคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙ เสียหายการจัดการศึกษาในเรื่องครูทั้งระบบ เสียยิ่งกว่าคำสั่งยกเลิก เหมืองทองคำ อันนั้นเสียหายเฉพาะ แต่นี่เสียหายทั้งประเทศ ผมจึงต้องบอกว่าไม่เห็นด้วย ไม่ได้ในการยกเลิก เพียงแต่ว่าผมเสียเวลา เสียดายสภาแห่งนี้ต้องมาใช้ ๑ วัน มาอภิปรายอยู่ แล้วต้องไปตั้งกรรมาธิการเสียเวลาในการตั้งกรรมาธิการ เสียงบประมาณ แต่ท่านทำอะไร ที่จะให้ประโยชน์แก่พี่น้องประชาชน แค่จะยกเลิกคำสั่ง คสช. เพื่อกลับไปให้ ผอ. เขต มีอำนาจ ให้ อ.ก.ค. มีอำนาจ ให้ กศจ. มีอำนาจเท่านั้นเอง ซึ่งเขาทำดีอยู่แล้ว แล้ววันนี้ ติดค้างอะไร ท่านต้องใช้งบประมาณในการให้ค่าตำแหน่ง ให้ศึกษาทั้งหลายที่ท่านเอาเข้ามา ตอนนี้ก็ยังอยู่ คราวที่แล้วจะตั้งสำนักงานเขต กรรมาธิการงบประมาณตัดงบ วันนี้ต้องเอา เข้ามาใหม่ อันนี้ผมไม่ได้ว่ามันไม่ดี แต่ว่าการบริหารที่ผ่าน ๘๐ กว่าปี มันเห็นแล้วว่าปัญหา มันอยู่ตรงไหน แล้วทำไมต้องเอากลับมาอีก เมื่อเอากลับมาแล้วมีปัญหาแล้วท่านแก้ไขไหม วันนี้ท่านก็เป็นนายกประยุทธ์อยู่นะ ทำไมไม่ไปจัดการในส่วนที่มันเสียหาย ทำให้ผมเสียเวลา ญัตติเงินทอนผมจะเข้ามาเข้าไม่ได้ มันเสียเวลา ๑ วัน ผมต้องกราบเรียนว่าเมื่อปัญหามันมี ท่านต้องแก้ ผมเรียนว่าการโรงเรียนมากมายจาก ผอ. เขตอะไรเยอะแยะ อันนี้คือปัญหา ที่นายกรัฐมนตรีที่ชื่อประยุทธ์จัดการแล้วเอาไปไม่ได้ แล้วดึงของเก่ากลับมายิ่งเละเทะ กว่าเก่า ผมเชื่ออย่างหนึ่งว่าท่านจะตั้งกรรมการอะไรขึ้นมาก็ตาม นั่นตั้งมาในรูปกรรมการก็ เหมือนเดิม ทำให้เสียเวลาแล้วทำให้การบริหารจัดการมันล้มเหลว ผมถึงกราบเรียน ท่านประธานว่าท่าน พลเอก ประยุทธ์ ท่านคิดอะไร ท่านคิดอะไร มันหมดเวลาสำหรับ ท่านแล้ว ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวิโรจน์ใช่ไหมครับ เชิญครับ🔗

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ความสำคัญของการศึกษาในห้วงเวลาปัจจุบันคือการพัฒนาให้เด็กและ ประชาชนทุกคนได้พัฒนาตนเองได้เต็มตามศักยภาพ ด้วยบริบทของพื้นที่และที่อยู่อาศัย ที่แตกต่างกัน ความสนใจของประชาชนของแต่ละคนก็แตกต่างกัน ข้อจำกัดที่ตนเอง มีก็แตกต่างกัน การกระจายอำนาจเท่านั้นและการมอบหมายอำนาจให้กับคนที่อยู่หน้างาน ได้มีอำนาจในการตัดสินใจ ได้มีโอกาสที่จะคิดสร้างสรรค์ จึงมีความสำคัญอย่างมาก ในการพัฒนาการศึกษาของประเทศ เรื่องงานบริหารบุคคลครับท่านประธานครับที่เกี่ยวข้อง กับครูและบุคลากรทางการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นการบรรจุแต่งตั้ง โยกย้าย เกลี่ยอัตรากำลัง กำกับดูแลด้านวินัยและการประเมินผลการปฏิบัติงาน เป็นกลไกลสำคัญที่จะทำให้การศึกษา บรรลุเป้าหมายที่ทะเยอทะยานนั้นได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องให้คนที่อยู่หน้างาน ให้คนที่อยู่ กับพื้นที่มีส่วนสำคัญในการตัดสินใจ ไม่ใช่ไปรวบอำนาจมาไว้กับส่วนกลาง แต่งตั้งเอาคนของ ส่วนกลางเข้าไปกุมอำนาจและบงการทุกอย่าง คำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ มีการยกเลิก อ.ก.ค.ศ. ที่มีหน้าที่ในการบริหารจัดการงานบุคคล ซึ่งแต่เดิมโครงสร้างของ อ.ก.ค.ศ. เป็นโครงสร้างที่สมดุลมาก ๆ เพราะมีการแต่งตั้งผู้ที่เกี่ยวข้องจากส่วนกลางให้เข้ามาร่วม ปฏิบัติงานด้วย รวมทั้งมีการให้ความสำคัญกับผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ที่หน้างาน ไม่ว่าจะเป็น ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิในพื้นที่นั้น ผสมผสานกับการเลือกตั้งจาก ผู้บริหารสถานศึกษา ครู และบุคลากรทางการศึกษาในพื้นที่ แต่ต่อมาพอมีการไปยกเลิก อ.ก.ค.ศ. คำสั่งที่ ๑๙ ก็ไปแต่งตั้งให้มี กศจ. หรือคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด ซึ่งมีโครงสร้างที่มาจาก การแต่งตั้งจากส่วนกลางล้วน ๆ และยังมีโครงสร้างงอกขึ้นมาอีก ไม่ว่าจะเป็นศึกษาธิการ จังหวัด รองศึกษาธิการจังหวัด ศึกษาธิการภาค รองศึกษาธิการภาค ซึ่งเป็นการเพิ่มความ ซับซ้อนและความโกลาหลในการบังคับบัญชาอย่างยิ่ง ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลกระทบเชิงลบ โดยตรงต่อการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ทางการศึกษา แถมยังถูกมองได้อีกว่าเป็นการครอบงำ การจัดการการศึกษาจากส่วนกลาง เป็นกลไกเกสตาโป (Gestapo) เพื่อบังคับให้การจัดการ การศึกษาในทุกพื้นที่ต้องทำให้เหมือน ๆ กัน ทำให้ครูซึ่งเป็นผู้ที่มีวิชาชีพชั้นสูงต้องถูกจำกัด ความคิดสร้างสรรค์ เห็นปัญหาหน้างานอยู่ตรงหน้าก็แก้ไขไม่ได้ แล้วนักเรียนครับในเมื่อครู ขาดความคิดสร้างสรรค์ ผู้บริหารสถานศึกษาที่อยู่ในพื้นที่ขาดความคิดสร้างสรรค์เพราะถูก จำกัดจากส่วนกลาง แล้วเด็กจะไปมีความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างไร ตกลงแล้ว กศจ. คือกลไก ในการบริหารจัดการศึกษาหรือเป็นกลไกในการติดตามเฝ้าสอดแนมการศึกษากันแน่ ท่านประธานที่เคารพครับ อย่าไปอ้างเรื่องของการแก้ไขปัญหาทุจริต เพราะการรวบอำนาจ ไม่ได้แก้ไขปัญหาทุจริตและการวิ่งเต้น แต่ยิ่งเป็นการอุ้มชูระบบอุปถัมภ์และเพิ่มการวิ่งเต้น ให้มากขึ้นกว่าเดิม การรวบอำนาจแบบนี้มีแต่การเปลี่ยนเจ้ามือเปลี่ยนคนวิ่งเต้นเท่านั้น ผมไม่ได้หมายความว่าผมสนับสนุนการทุจริต ทุจริตแก้ได้ด้วยความโปร่งใส ใครทุจริตก็ จัดการโดยไม่มีการละเว้น การที่จะลดทอนปัญหาทุจริตลงได้อย่าเหมารวมว่า อ.ก.ค.ศ. ทุกที่มีการทุจริต คิดอย่างนั้นไม่ได้ ใครที่ทุจริตก็จัดการกันไปตามครรลองคลองธรรมครับ และถ้าเกิดจะแก้ไขปัญหาทุจริตให้ดีขึ้นไปกว่านี้อีกก็ต้องแก้ไขด้วยกลไกแห่งความโปร่งใส เปิดเผยหลักเกณฑ์ต่าง ๆ เปิดเผยการประชุมต่าง ๆ ให้สาธารณชนเข้าไปตรวจสอบได้ และมีกลไกอุทธรณ์คำสั่งที่ผู้ได้รับคำสั่งรู้สึกว่าไม่เป็นธรรมให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นี่ละครับ ถึงจะเป็นการจรรโลงให้ครูเป็นวิชาชีพชั้นสูงที่สามารถแก้ไขปัญหาในพื้นที่ตนเองได้ และเป็นที่พึ่งพิงได้ของสังคม โดยเฉพาะลูกศิษย์ที่อยู่ตามพื้นที่ต่าง ๆ คำสั่งที่ ๑๙/๒๕๖๐ ผมยืนยันท่านประธานครับว่านี่คือเป็นตัวถ่วงการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ทางการศึกษา ทำให้การบังคับบัญชายุ่งเหยิงล่าช้า ศึกษาธิการจังหวัด ศึกษาธิการภาค อยู่ภายใต้ สังกัดสำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาอยู่ภายใต้สังกัดของ สพฐ. ครูผู้สอนเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษา แต่อำนาจ ในการบรรจุ แต่งตั้ง โยกย้าย กำกับ ดูแลด้านวินัยและการประเมินผลงานกลับไปอยู่ที่ กศจ. ซึ่งมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดก็สังกัดกระทรวงมหาดไทย การเพิ่มตำแหน่งต่าง ๆ ที่ทับซ้อนกับตำแหน่ง ผอ. เขตพื้นที่การศึกษาทำให้การบริหารงาน ยุ่งเหยิงขาดเอกภาพ ซ ้าร้ายยังเป็นภาระงบประมาณที่ไม่จำเป็น ที่ผ่านมาท่านประธาน ผมเรียนท่านประธานจริง ๆ ในคณะอนุกรรมาธิการงบประมาณหลายปีที่ผ่านมาก็มีการเสนอ งบประมาณในการก่อสร้างอาคารสำหรับศึกษาธิการจังหวัด ศึกษาธิการภาคมาเป็นระยะ ๆ ก็ต้องตัดกันมาโดยตลอด เงินเหล่านี้เอามาลงที่เด็กดีกว่าไหม ผมถามจริง ๆ ครับ งบประมาณเรายังขาดแคลน งบประมาณที่ต้องมาโอบอุ้มโครงสร้างที่เต็มไปหมดแบบนี้ ที่ซ ้าซ้อนไปหมดแบบนี้ควรจะลงมาที่ผู้เรียน ตำแหน่งที่เกิดขึ้นจากคำสั่ง ๑๙/๒๕๖๐ โดยหลักการแล้วผมยืนยันว่าต้องถูกยกเลิก แต่ผมเข้าใจว่าคนที่ได้รับการแต่งตั้งไปแล้ว เขาไม่ได้มีความผิดอะไร ดังนั้นในบทเฉพาะกาลจึงควรจัดสรรตำแหน่งให้กับคนเหล่านี้ได้ไป ทำงานอย่างมีคุณค่า ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งศึกษาธิการจังหวัด รองศึกษาธิการจังหวัด ศึกษาธิการภาค รองศึกษาธิการภาค ให้เขาได้ทำหน้าที่ที่มีคุณค่าแทนตำแหน่งเหล่านี้ และเมื่อเกษียณแล้วก็ให้ยกเลิกตำแหน่งเหล่านี้ไป เพื่อลดภาระของงบประมาณและไม่ทำให้ระบบระเบียบการบริหารราชการของ กระทรวงศึกษาธิการอุ้ยอ้ายและเต็มไปด้วยระบบที่ซับซ้อน เป็นเหมือนพันธนาการที่ทำให้ การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การศึกษาเดินหน้าไปอย่างล่าช้า ทั้งหมดนี้คือหลักการสำคัญ ที่ควรบรรจุอยู่ใน พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษา ในภูมิภาค ของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งผมหมายเป็นอย่างยิ่งว่าคณะกรรมาธิการจะนำเอา สิ่งที่ผมอภิปรายไปปรับแก้และทบทวนในวาระต่อไป ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านปรีดา บุญเพลิง ท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ท่านนิรมิต สุจารี เชิญครับท่านปรีดา🔗

นายปรีดา บุญเพลิง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ กระผม ปรีดา บุญเพลิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ขอเสนอ และพิจารณา เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ผ่านไปยังผู้ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ซึ่งเป็นคำสั่งเดิมและยกฐานะขึ้นเป็นพระราชบัญ ญัติ ซึ่งเรื่องนี้ครู ผู้ปกครอง และผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหลายได้ให้ความสนใจในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ท่านประธานครับ คำสั่งนี้เป็นคำสั่งที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากับครูเป็นอย่างมาก เพราะมันเกิดปัญหาอุปสรรค มากมาย เป็นปัญหาซ ้าซ้อนสับสนในการบริหารงานบุคคลของกระทรวงศึกษาธิการ ท่านประธานที่เคารพครับ การจัดการศึกษาของชาติ ถ้าย้อนหลังไปยังปี ๒๕๐๙ ครูได้ สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดอยู่กระทรวงมหาดไทย และครูมัธยมศึกษา สังกัดกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อยมาจนถึง ปี ๒๕๒๐ มีปัญหาและอุปสรรคในการบริหารงาน บุคคล ในเรื่องของคุณภาพการศึกษาครูทั้งแผ่นดินก็ได้มีการเรียกร้องให้รัฐบาลได้ปรับปรุง แก้ไขการบริหารจัดการศึกษาของชาติจนเกิด สปช. ขึ้นมาในปี ๒๕๒๓ จากนั้นมาจนถึงวันนี้ การจัดการศึกษาก็ประสบผลสำเร็จเรื่อยมา จนถึงยุคหนึ่งก็มีการปฏิรูปการศึกษาอีก โดยมีการตั้ง สพฐ. ขึ้นมา เกิดประเด็นปัญหาขึ้นมา มีการยุบ มีการเลิก มีการแต่งตั้งใหม่ ครูบาอาจารย์ซึ่งอยู่ในสังกัดเกิดความสับสน และเมื่อปี ๒๕๖๐ คำสั่งที่ ๑๙ ก็เกิดขึ้นมาอีก โดยครูถูกประณามหยามเหยียดในเรื่องของการบริหารงานบุคคล มีการเสียเงินเสียทอง ในคณะกรรมการ เพราะฉะนั้นหัวหน้าคณะ คสช. ก็ได้ออกคำสั่ง ที่ ๑๙/๒๕๖๐ ยกเลิก อ.ก.ค.ศ. เขตของ สพฐ. ทั้งหมด แต่ไม่ได้ยกเลิกครอบคลุมไปยังอาชีวศึกษา ก็แสดงว่าครูที่ สังกัด สพฐ. มีการทุจริตไม่ดีทั้งหมดคำสั่งนี้เลยเกิดขึ้น แล้วก็มีการตั้งศึกษาธิการจังหวัด ศึกษาธิการภาคขึ้นมา เกิดปัญหาความซ ้าซ้อนทุกท่านก็รู้ ท่านประธาน คสช. ก็รู้ ท่านหัวหน้าคณะ คสช. ก็รู้ แล้วพอมาถึงการเลือกตั้ง ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีท่านก็รู้ปัญหา ผมก็เรียนว่าคำสั่งนี้ถ้าดีที่สุดที่จะยกเป็นพระราชบัญญัติ เวลาที่จะขอแก้หรือทำเป็น พระราชบัญญัตินี้มันก็มายาวนาน เพิ่งบรรจุในวันนี้ และอีกวันมะรืนนี้ วันที่ ๑๗ นี้ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ก็จะเข้าสู่รัฐสภา แล้วก็จะมีการพิจารณา พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ถ้าผ่านรัฐสภาแล้ว ก็จะได้เริ่มดำเนินการในการออกกฎหมายลูก ซึ่ง พ.ร.บ. ระเบียบ ข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษาก็จะเกี่ยวพันกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ มันก็จะพิจารณา ซ ้าซ้อนกันอีก ในมุมมองของผมมองอย่างนี้ เพราะฉะนั้นท่านประธานที่เคารพ ผมอยากจะ ให้คณะผู้แทนทั้งหลายที่นั่งอยู่ในสภาแห่งนี้รับทราบว่าการจัดการศึกษาอีกมุมหนึ่ง ลองมองไปยังกระทรวงมหาดไทยสิครับ จัดการศึกษาเหมือนกันในองค์การบริหาร ส่วนจังหวัด ในเทศบาลตำบล เทศบาลเมือง เทศบาลนคร และ อบต. องค์การบริหาร ส่วนตำบล การจัดการศึกษาของกระทรวงมหาดไทยมีปัญหาไหมครับ เราเคยมองไปว่า ครูเขามีปัญหา มีสวัสดิการ และสวัสดิภาพเดือดร้อนเหมือนครูกระทรวงศึกษาธิการไหม สิ่งนี้ที่เราควรจะคิดว่าเราควรที่จะพิจารณาไหม เพราะอะไร เพราะว่าการจัดการศึกษาของ กระทรวงศึกษาธิการนั้นมันมีปัญหาหรืออุปสรรคอย่างนี้หรือไม่ เพราะว่าอำนาจเป็นสิ่งที่ หอมหวน อำนาจเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ การบริหารงานบุคคลซึ่งการบริหารเดิมมีทั้ง การบริหารเชิงเดี่ยว โดยมีผู้บังคับบัญชาคนเดียวเป็นผู้ตัดสินใจ และกลับมาเป็นการบริการ โดยองค์คณะบุคคล มีกรรมการโดยตำแหน่ง มีผู้แทนครูมีผู้ทรงคุณวุฒิเข้าไปดูแลร่วมกัน ในการจัดการศึกษา เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นผมก็ยอมรับว่ามันก็ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ อาจจะ บ้างแต่ใน ๑๐๐ มันคงไม่ถึง ๘๐ เปอร์เซ็นต์ หรือ ๙๐ เปอร์เซ็นต์หรอก คณะอนุกรรมการ หรือ อ.ก.ค.ส. เขตนี้ก็ได้ทำหน้าที่ได้ดี ครูบาอาจารย์เริ่มมีความสุขในการที่จะอยู่ในพื้นที่ของ ตนเอง และการโยกย้ายกระจายอำนาจไปยังท้องถิ่นก็จะทำให้การบริหารจัดการดีขึ้น พอมา เป็น ก.ค.ศ. จังหวัดขึ้นมาอีกนี้ ผมก็เรียนว่าปัญหามันก็ซ ้าซ้อน เพราะฉะนั้นดีที่สุดก็อยากจะ เรียนไปยังรัฐบาล โดยท่านนายกรัฐมนตรีขอให้ชะลอเรื่องนี้ไว้ก่อน แล้วพิจารณา พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติมันก็จะเกี่ยวเนื่องไปยัง พ.ร.บ. การศึกษาจังหวัดที่เราจะมาว่ากันอีก มันจะมีกฎหมายลูกก็คือ พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ร.บ. สภาครูและบุคลากรทางการศึกษา แล้วก็ พ.ร.บ. ระเบียบบริหารกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งจะ มาพิจารณาเกี่ยวเนื่องกันในเรื่องของงานบริหารบุคคล ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผม เรียนเสนอวันนี้ถ้าจะให้ได้ใจครู ขอกราบเรียนไปยังนายกรัฐมนตรีให้ยกเลิกคำสั่ง ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เสีย และกลับไปใช้แบบเดิม เพราะที่นำเสนอวันนี้ทั้งร่างของรัฐบาล และของ พรรคการเมืองทั้ง ๖ พรรค ผมเองก็มีส่วนผมเสนอในนามของคณะกรรมาธิการ ถ้ายกเลิก คำสั่งนี้มันก็เข้าสู่ภาวะปกติ และถ้าจะแก้ไขอะไรก็แก้ไขใน พ.ร.บ. ระเบียบข้าราชการครู และบุคลากรทางการศึกษา ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้สภาแทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ครับ🔗

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผมขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติแก้ไขคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาของกระทรวงศึกษาธิการ ในภูมิภาค ซึ่งเสนอโดยท่านนพคุณ รัฐผไท จากพรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านนพคุณ รัฐผไท และ ส.ส. จากพรรคต่าง ๆ ได้เสนอร่างกฎหมายมีหลักการที่จะคืน อำนาจการบริหารงานบุคคลของกระทรวงศึกษาธิการจากศึกษาธิการจังหวัด ศึกษาธิการ ภาคกลับไปสู่เขตพื้นที่การศึกษาเป็นเรื่องที่คณะครูในพื้นที่ต่าง ๆ เรียกร้องต้องการ และที่จังหวัดชัยภูมิ คณะครูจำนวนมากได้มาเล่าให้ผมฟังถึงความผิดหวังกับคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ ท่านประธานที่เคารพครับ บุคลากรด้านการศึกษาหรือบุคลากร ในกระทรวงศึกษาธิการส่วนมากเป็นนักวิชาการ เป็นผู้ปฏิบัติงานที่มีประสบการณ์ มีความรู้ความสามารถเป็นนักคิด นักวิเคราะห์ นักวิจัย และนวัตกรรมต่าง ๆ จึงเห็นได้ว่างานด้านการศึกษาของประเทศไทยได้มีการปรับปรุงพัฒนามาโดยตลอด กระทรวงศึกษาธิการจึงเป็นผู้นำด้านการพัฒนา เป็นผู้นำในเรื่องของแนวคิดต่าง ๆ นอกจากการเรียนการสอนแล้ว ทางคณะครูอาจารย์ก็ยังมีส่วนผูกพันกับสังคม กับชุมชน นอกจากหลักสูตรที่จะเกี่ยวข้องกับชุมชนกับสังคมแล้ว ทางกระทรวงศึกษาธิการจะมีความ โดดเด่นเรื่องของการกระจายอำนาจในการบริหารจัดการ จนเห็นได้ว่าที่ผ่านมาได้พัฒนาลง ไปจนถึงมีการให้อำนาจถึงเขตพื้นที่การศึกษาในจังหวัดต่าง ๆ ซึ่งบางจังหวัดมีหลายเขต การศึกษาประถมศึกษา มัธยมศึกษาต่าง ๆ มีการที่จะระบุลงไปชัดเจน แต่พอ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ทำการปฏิวัติรัฐประหารเมื่อปี ๒๕๕๗ มีคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ รวบอำนาจจากเขตพื้นที่การศึกษามาเป็นอำนาจของศึกษาธิการจังหวัด รวบอำนาจเข้ามาอยู่ที่จังหวัดเป็นการซ ้าซ้อน งานของแต่ละเขตพื้นที่ได้กระจายลงไปในพื้นที่ ต่าง ๆ ๒ อำเภอ ๓ อำเภอ มีบุคลากรต่าง ๆ ก็ดูแลกันอย่างใกล้ชิด มีหลักสูตรต่าง ๆ ก็สอดคล้องกับการพัฒนาในแต่ละพื้นที่ จะเห็นได้ว่าการกระจายอำนาจต่าง ๆ ลงไปเช่นนี้ นำกลับมาเป็นรวบอำนาจของคณะปฏิวัติ เรียกว่ามีการย้อนยุคด้านการศึกษา ย้อนกลับไป ประมาณ ๖๐ ปี ไม่ใช่ ๔-๕ ปีนะครับ ผมจำได้ว่าสมัยผมเป็นนักเรียนชั้นประถม ช่วงนั้น คุณพ่อผมนั้นท่านเป็นครูประชาบาล เวลาจะโยกย้ายมีเพื่อนครูไปหาก็แนะนำกัน เอาผ้าไหม ไปฝากท่านศึกษาธิการอำเภอ ไม่พอครับ ต้องเอาไปฝากท่านนายอำเภออีก นี่ติดตาผม ในฐานะที่ผมเป็นเด็กก็ติดตามา แต่ก็เห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีมาโดยตลอด พอมาถึง ๒ ปีที่ผ่านมา ๔-๕ ปีที่ผ่านมา เมื่อมีการปฏิวัติรัฐประหารย้อนยุคไปเหมือนเดิม เหมือน ๖๐ ปีที่แล้ว จึงเป็นเรื่องที่เราเสียใจที่การปฏิวัติรัฐประหาร นอกจากรวบอำนาจ ด้านการปกครองแล้วยังมารวบอำนาจด้านการศึกษา มาจำกัดความคิดความอ่าน เพราะการ บริหารงานบุคคลจะมีผลต่องานการศึกษาในทุกรูปแบบ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จึงขอสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติแก้ไขคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ ของท่านนพคุณ รัฐผไท และของ ส.ส. หลายพรรคการเมืองซึ่งมีหลักการเดียวกัน ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านนิรมิต สุจารี แล้วตามด้วย ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ นะครับ🔗

นายนิรมิต สุจารี ร้อยเอ็ด

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ต่อร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ ซึ่งเสนอโดย นายนพคุณ รัฐผไท พรรคเพื่อไทย ผมขอให้การสนับสนุน ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ด้วยเหตุผลดังที่จะกราบเรียนต่อท่านประธานดังต่อไปนี้ เดิมอำนาจการบริหารการศึกษาอยู่ในเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งเรียกว่า อ.ก.ค.ศ. เมื่อมีคำสั่ง คณะ คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ ซึ่งลงวันที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ ทำให้อำนาจจาก อ.ก.ค.ศ. ไปสู่อำนาจ กศจ. ซึ่งโดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน แล้วก็มีศึกษาธิการ จังหวัดเป็นเลขานุการ กำหนดให้ศึกษาธิการจังหวัดเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ พนักงานข้าราชการและลูกจ้าง ในสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ท่านประธานที่เคารพครับ การจัดการการศึกษาดังกล่าวนั้น ทำให้เกิดปัญหาที่ตามมา เนื่องจากว่าเป็นการรวมศูนย์การจัดการอำนาจทางการศึกษาไปไว้ ที่จังหวัด โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นข้าราชการส่วนภูมิภาค เป็นตัวแทนของ กระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน และเลขานุการเป็นตัวแทนของกระทรวงศึกษาธิการ เป็นเลขานุการ ทำให้การจัดการศึกษาได้เกิดปัญหากันอย่างมากมาย ดังที่ผมจะกราบเรียน ดังต่อไปนี้🔗

ประการแรก ทำให้ก่อเกิดไม่มีอำนาจในการบังคับบัญชาเพื่อให้เกิดคุณ เกิดโทษแก่บุคลากร ท่านประธานครับ การบังคับบัญชา เมื่อผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นตัวแทน ส่วนภูมิภาค แต่มาดูแลทางด้านการศึกษา โดยบทบาทหน้าที่ของท่านแล้วท่านมี ความรับผิดชอบต่อหน่วยงานอีกหลาย ๆ หน่วยงาน ส่วนภูมิภาคที่มอบอำนาจไป ก็เลยทำ ให้การบังคับบัญชาในการที่จะบรรจุแต่งตั้งหรือให้ความดีความชอบไม่สอดคล้องกัน🔗

ประการที่ ๒ คุณภาพในการปฏิบัติงานและการจัดการการศึกษาให้แก่เด็ก และเยาวชนของชาติถูกลดลง ถดถอยลง ท่านประธานที่เคารพครับ ในช่วงที่ประกาศตั้งแต่ วันที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๐ ผมได้รับการพูดจาจากผู้ปกครองว่า ผลงานที่เห็นชัดเจนก็คือการ ยุบควบโรงเรียนเข้าด้วยกัน โรงเรียนในสมัยก่อนเขามุ่งไปที่ชาวบ้านอยู่ที่ใด โรงเรียน การประถมจะเข้าไปถึงที่นั่น แต่วันนี้ได้ถูกยุบควบทำให้การเดินทางมาโรงเรียนเป็นการ ลำบากของผู้ปกครอง แล้วก็การจัดการศึกษาของเยาวชนก็รู้สึกว่าจะตกต ่า โดยเฉพาะในยุค โควิด-๑๙ (COVID-19) การศึกษาทางออนไลน์ (Online) ไม่ได้ผลครับ กราบเรียนต่อ ท่านประธาน🔗

เรื่องที่ ๓ ขาดการมีส่วนร่วมของบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับปัญหา เพราะว่า โครงสร้างของ กศจ. ขาดตัวแทนครู ครูเป็นผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับคณะครูหรือนักเรียนที่อยู่ ในโรงเรียน เมื่อเขาไม่ได้มีส่วนไปกำหนดการศึกษาหรือแนวนโยบายทางการศึกษาในระดับ ภูมิภาคหรือระดับจังหวัด ก็ทำให้การจัดการศึกษาขาดการมีส่วนร่วมเป็นอย่างยิ่ง🔗

ประการที่ ๔ เกิดการสิ้นเปลืองงบประมาณ ท่านประธานครับ หน่วยงาน ที่รับผิดชอบมีหลายหน่วยงาน กศจ. ตั้งขึ้นมาแล้วยังไม่พอ ยังตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาอีก เพื่อที่จะดำเนินการ เพื่อที่จะให้บรรลุตามนโยบายการจัดการศึกษา แล้วก็ยังมีผู้อำนวยการเขต ผู้อำนวยการโรงเรียน ทำให้กระบวนการต่าง ๆ ซ ้าซ้อนกัน เพิ่มงบประมาณ สิ้นเปลือง งบประมาณ แล้วเดี๋ยวนี้ก็ยังทราบว่าจะสร้างอาคารหรือสำนักงานขึ้นมา แม้แต่วัสดุอุปกรณ์ ต่าง ๆ ก็จะสั่งเพิ่มขึ้นมาโดยไม่มีความจำเป็น ทั้ง ๆ ที่สำนักงานเขตเขามีความพร้อมอยู่แล้ว ครับ🔗

ประการที่ ๕ เกิดการล่าช้าในการปฏิบัติหน้าที่ เพราะการดำเนินการ อย่างจังหวัดร้อยเอ็ดเดิมเขาแบ่งสำนักงานเขตการศึกษาออกเป็นสำนักงานเขต ๓ เขตพื้นที่ การศึกษา แต่วันนี้รวมอำนาจมาอยู่ที่จังหวัด ในการประสานงานกับทางจังหวัดนั้น ต้องเดินทางจากโรงเรียนที่ไกลที่สุด เกือบ ๑๐๐ กิโลเมตร มาที่สำนักงานจังหวัด ถึงผู้ว่าราชการจังหวัด หรือถึงสำนักงานศึกษาธิการจังหวัด ทำให้การเดินทางล่าช้า การประสานงานก็ล่าช้า เมื่อก่อนแบ่งเป็นเขต ๒-๓ อำเภอ เป็น ๑ เขต เขาสามารถที่จะไป ติดต่อประสานงานหรือแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที ประการนี้เป็นเหตุอีก ความจำเป็นหนึ่งที่จะต้องมีการแก้ไข🔗

ประการที่ ๖ ขัดหรือทำลายหลักกระจายอำนาจอย่างรุนแรง การกระจาย อำนาจการจัดการศึกษา ลงไปสู่เขต ลงไปสู่โรงเรียนเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ไม่ใช่ว่า จะกระจายอำนาจไปหาผู้ว่าราชการจังหวัด ไปหาศึกษาธิการจังหวัด ซึ่งไม่ใช่หน่วยงาน ทางจัดการศึกษาโดยตรง เพราะฉะนั้นความจำเป็นในหลักการกระจาย จำเป็นอย่างยิ่งที่จะ ลงไปสู่ในการที่บริหารที่ใกล้ตัวนักเรียน โดยยึดถือโรงเรียนเป็นศูนย์กลาง หรือโรงเรียนเป็นผู้ ได้รับประโยชน์อันสูงสุด🔗

ประการที่ ๗ ขาดการยอมรับ ซึ่งกันและกันระหว่างหน่วยงาน สำนักงาน กศจ. และหน่วยงานการศึกษาในพื้นที่ ด้วยเหตุผลดังกล่าวดังกราบเรียนมาเบื้องต้น กระผม จึงขอสนับสนุนให้มีการแก้ไขทุกร่างที่เสนอเข้ามาในสภาวันนี้ กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านชินวรณ์ครับ เชิญครับ🔗

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช วันนี้ก็เป็นวันสุดท้ายของสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง ในปีที่ ๓ ของสภาแห่งนี้นะครับ ที่ผมได้เกริ่นเรื่องนี้ก็เพราะผมรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งที่ สัปดาห์สุดท้ายของสภานี้ในสมัยประชุมนี้ สภาได้หยิบยกเรื่องสำคัญของบ้านเมือง คือเรื่องของการศึกษามาพูด ทั้งการประชุมสภาผู้แทนราษฎรและการประชุมร่วมรัฐสภา วันนี้การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เราก็ได้อภิปรายถึงร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่ง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง ของการปฏิรูปการศึกษา ในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ และในวันศุกร์ ที่ ๑๗ รัฐสภาแห่งนี้เราก็จะได้ร่วมกันพิจารณาในเรื่องของพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และพระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พ.ศ. .... ซึ่งล้วนเป็นเรื่องของการศึกษา ล้วนเป็นเรื่อง ของอนาคตของลูกหลานครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่า ผมก็จะไม่ทบทวนถึงสาระของตัวร่างพระราชบัญญัติที่เสนอเข้ามาแก้ไข ปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งผมนั่งฟังดูตั้งแต่ตอนเช้าตั้งแต่ท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้กรุณาเสนอร่าง ผมคิดว่าเราต่างก็มีเจตนาตรงกัน โดยเฉพาะ ท่านรัฐมนตรีท่านนี้ก็ถือว่าเป็นท่านที่มีนโยบายในเรื่องการศึกษาที่ชัดเจน แล้วก็เป็นคนที่ รับฟังความคิดเห็นของเพื่อนสมาชิกสภาแห่งนี้ ผมกราบเรียนว่าเพื่อนสภา นาน ๆ ครั้ง ท่านประธานที่ในสภาแห่งนี้ เพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ได้เสนอร่างกฎหมายและ มีความคิดเห็นไปในทำนองเดียวกัน มีร่างหลักการตรงกัน เพราะฉะนั้นผมจึงคิดว่า เป็นเหตุผลสำคัญที่ท่านรัฐมนตรีต้องรับฟัง แล้วก็ยอมรับในการที่จะได้ช่วยกัน ในการปรับปรุงแก้ไขในชั้นกรรมาธิการต่อไป ผมเรียนกับท่านประธานว่าที่เพื่อนสมาชิก ได้มีความเห็นพ้องต้องกันนั้นเพราะว่ามีความเป็นมาและมีความเป็นไปครับ มีความเป็นมา ก็คือว่าตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ เราเกิดวิกฤติทางเศรษฐกิจ ในท้ายที่สุดเราก็มีการแก้ไขกฎหมาย รัฐธรรมนูญ ฉบับพุทธศักราช ๒๕๔๐ และในรัฐธรรมนูญฉบับนั้นก็ได้กำหนดไว้ชัดเจนว่า จะต้องให้มีการดำเนินการในการจัดทำร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ในยุคนั้น ผมคนหนึ่งครับที่เป็นคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ เสร็จ เป็นที่เรียบร้อย ปี ๒๕๔๒ โดยมีท่านอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เป็นประธานคณะกรรมาธิการ แล้วก็มีผู้ทรงคุณวุฒิอีกหลายท่านยุคนั้นที่เราได้รับฟัง ความคิดเห็น เพื่อเราต้องการให้การศึกษานั้นตอบโจทย์ต่อประเทศในอนาคตว่าเราจะแก้ไข ปัญหาประเทศของเรา ในท้ายที่สุดก็ถูกคำถามกลับมาที่กระทรวงศึกษาธิการว่าเราจะ ปฏิรูปการศึกษาเพื่อสร้างคนในอนาคตได้อย่างไร แล้วท่านประธานคงจำได้ในสมัยที่ผมเป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการนั้นเรากำลังจะเข้าสู่สมาคมอาเซียน (ASEAN) ประชาคม อาเซียน (ASEAN) เราก็ถูกคำถามที่ตั้งอีกครั้งหนึ่งว่าเราจะเตรียมคนพร้อมที่จะเข้าสู่ ประชาคมอาเซียน (ASEAN) หรือไม่ จึงมีการปฏิรูปในทศวรรษที่ ๒ อีกครั้งหนึ่ง แล้วก็นำไปสู่การกระจายอำนาจ และนำไปสู่การลดความเหลื่อมล ้าโดยมีนโยบายที่สำคัญ ก็คือว่าการให้นักเรียนได้เรียนฟรี ๑๕ ปี ตั้งโรงเรียนวิทยาศาสตร์ภูมิภาคเพื่อส่งเสริมเด็ก ที่เรียนเก่งในภูมิภาคให้มีโอกาสมีศักยภาพในการแข่งขันระดับประเทศ มีการดำเนินการ ในเรื่องของการที่จะให้มีเงินกองทุนกู้ยืมขยายตัวมากขึ้นเพื่อเปิดโอกาสให้กับลูกหลานของ เราที่ขาดโอกาสได้มีโอกาสได้รับการศึกษา แล้วต่อมาเมื่อมีการปฏิวัติในท้ายที่สุดก็ได้มี คำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ ได้นำการบริหารจัดการแบบรวบอำนาจมาไว้ที่จังหวัด ตามที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้ว เพราะฉะนั้นในสาระที่เรานำไปสู่การแก้ไขนั้น ผมคิดว่าผมไม่จำเป็นที่จะต้องอธิบายเพิ่มเติม เพราะทุกท่านมีความเห็นตรงกันว่า ถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องดำเนินการในช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ ที่ผมใช้คำว่า ช่วงเปลี่ยนผ่าน ก็คือว่าในวันศุกร์ที่จะถึงนี้เราจะทำพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ และนั่นคือที่มา ที่จะต้องเริ่มต้นกฎหมายหลักที่เราเรียกว่าธรรมนูญทางการศึกษา และกฎหมายประกอบอีก ๒๑ ฉบับ นำไปสู่การที่จะตอบโจทย์เหมือนที่ผมกราบเรียนมาแล้วสมัยปี ๒๕๔๐ เพราะฉะนั้นปี ๒๕๖๔ นี้จะเป็นปีสำคัญที่ท่านรัฐมนตรีจะต้องตระหนักว่าท่านคนหนึ่ง จะต้องชูธงที่ถูกต้องให้อนาคตคือลูกหลานของเราเดินไปข้างหน้าอย่างไร เป็นคนที่สมบูรณ์ อย่างไร เพราะฉะนั้นวันนี้ผมเพียงแต่อยากจะฝากประเด็นต่อท่านรัฐมนตรีในฐานะ ท่านเป็นผู้เสนอกฎหมาย เมื่อท่านได้ฟังเหตุผลในสภานี้ก็เข้าใจว่า ท่านจะได้ยอมรับว่า เราควรจะได้นำร่างหลักของเพื่อนสมาชิกในสภานี้ซึ่งพวกผมก็มีความเห็นตรงกันว่า ถ้าจะได้ร่างของพรรคพลังประชารัฐเป็นร่างหลักเราก็ยินดีที่จะสนับสนุนในการที่จะ ขับเคลื่อนในการตั้งคณะกรรมาธิการเพื่อปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายฉบับนี้ต่อไป🔗

ประเด็นที่ ๒ ผมขออนุญาตที่จะเสนอแนะต่อคณะกรรมาธิการนะครับ ถึงแม้ว่ากฎหมายฉบับนี้จะเป็นกฎหมายแค่เปลี่ยนผ่านในช่วงระยะเวลาหนึ่งก็ตาม แต่เป็นกฎหมายที่ชี้ให้เห็นถึงอนาคตครับ ชี้ให้เห็นถึงอนาคตอย่างไรครับท่านประธาน ผมอยากกราบเรียนประธานโดยขอเวลาเพิ่มอีกนิดเดียวครับว่าในอนาคตนั้นผมคิดว่า การจัดการศึกษานั้นจะต้องตอบโจทย์อย่างน้อย ๖ ประการนะครับ🔗

ประการแรก คือต้องตอบโจทย์ในเรื่องคุณภาพการศึกษาของลูกหลานของเรา ซึ่งไม่ใช่เป็นโจทย์อย่างเดิมนะครับ ในอนาคตนั้นผมจำได้ว่าเมื่อ ๒๐ ปีที่ผ่านมาเราตอบโจทย์ว่า เด็กได้มีโอกาสเข้าเรียนร้อยละเท่าไร เด็กอ่านออกเขียนได้ร้อยละเท่าไร แต่ในวันนี้ยูเนสโก (UNESCO) ได้กำหนดคุณภาพทางการศึกษาที่หมายถึงภาพรวมของอนาคตของเยาวชน ของเราที่จะมีความพร้อมอยู่ในโลก อยู่ในสังคม อยู่ในการแข่งขันได้อย่างมีความสุขอย่างไร เขาจะต้องมีความพร้อมทางด้านสุขภาพ อนามัย มีความพร้อมทางด้านสิ่งแวดล้อม เขาจะต้องมีความพร้อมในเรื่องน ้า อาหารที่สมบูรณ์อย่างไร นี่คือคุณภาพของเด็กในอนาคต ที่อยู่ในโรงเรียนที่อยู่ในสถานศึกษาหรือแม้แต่อยู่นอกสถานศึกษา เพราะผมคิดว่าในอนาคต นั้นการศึกษาไม่ได้อยู่ในมือของกระทรวงศึกษาธิการนะครับ กระทรวงศึกษาธิการนั้นเป็นเพียง ผู้ที่จะต้องดูแลเรื่องคุณภาพและนโยบาย แต่การศึกษาควรอยู่ที่ภาค ท้องถิ่น ภาคประชาคม หรือแม้แต่ภาคเอกชนทุกภาคส่วนที่เข้ามามีส่วนร่วมด้วยกัน🔗

ประการที่ ๒ ครับท่านประธาน ผมคิดว่าละเลยไม่ได้ทีเดียวก็คือเรื่องของ คุณภาพครู โดยหลักทั่วไปก็พบความเป็นจริงครับ เราเคยทำการวิจัยแล้วพบว่าคุณภาพ การศึกษาของเรายังไม่ตอบโจทย์ เพราะว่าคุณภาพครูของเรานั้นไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล อยากกราบเรียนท่านรัฐมนตรีว่าครูนั้นเป็นอาชีพพิเศษนะครับ เป็นวิชาชีพชั้นสูงที่ผมเคยไป พบท่านรัฐมนตรีร่วมกับเพื่อสมาพันธ์สมัชชาเพื่อนครูในการขับเคลื่อนพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติว่าครูนั้นต้องเป็นวิชาชีพชั้นสูง ก็ขอขอบพระคุณท่านที่ได้รับเรื่องนี้ ไปพิจารณาและปรับปรุงแก้ไขมาในพระราชบัญญัติการศึกษา ซึ่งเราจะต้องพิจารณาต่อไป🔗

เรื่องที่ ๓ คือเรื่องธรรมาภิบาลในการจัดการศึกษาครับ กระทรวงศึกษาธิการ นั้นจะต้องเป็นกระทรวงในอนาคต เพราะฉะนั้นต้องเป็นกระทรวงธรรมาภิบาลครับ จะต้องเป็นแบบอย่างที่ดีตั้งแต่ระดับกระทรวงจนถึงระดับสถานศึกษา เพราะฉะนั้นฉบับนี้ ก็จะเป็นส่วนหนึ่งที่จะต้องกระจายอำนาจกลับไปสู่ระบบคุณธรรมในการบริหารงานบุคคล ท่านประธานครับ ซึ่งเราพบชัดเจนว่าการบริหารงานบุคคลที่ไปรวมอำนาจไว้ที่จังหวัดนั้น เกิดมีปัญหาที่เกิดความสลับซับซ้อน แล้วก็ทำให้กลายเป็นเรื่องของการแสวงหาผลประโยชน์ จากเพื่อนครู ในยุคหนึ่งนั้นเราพยายามต่อสู้อยู่เสมอว่ามันต้องหมดยุคที่ครูจะกินเลือดครู อีกต่อไป ซึ่งสิ่งเหล่านี้รัฐมนตรีจะต้องไปดำเนินการและคณะกรรมการก็ต้องไปร่างออกแบบ กฎหมายให้มันเกิดธรรมาภิบาลอย่างแท้จริงครับ🔗

ประการที่ ๔ คือเรื่องกระจายอำนาจทางการศึกษา อันนี้ผมต้องฝาก คณะกรรมาธิการว่าเราร่างกฎหมายฉบับนี้ ผมคิดว่าหลายท่านอยู่ในกรรมาธิการชุดนี้ ก็อาจจะไปอยู่ในคณะกรรมาธิการพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติด้วย จะต้องคำนึงถึง หลักการกระจายอำนาจเหมือนกับประเทศสากลที่เขาพัฒนาการศึกษาประสบความสำเร็จ เราจะต้องเอาแม่แบบเหล่านี้มานั่งดูกันในชั้นกรรมาธิการทั้งหมดนะครับ ไม่ว่าจะเป็น ประเทศของอเมริกา แถบอังกฤษ เยอรมัน ฟินแลนด์ หรือแม้แต่ในประเทศกลุ่มอาเซียน (ASEAN) ของเรา ญี่ปุ่น เกาหลีเหล่านี้เป็นต้น แล้วเราก็ต้องมาวางโครงสร้างให้เห็นโรดแมป (Roadmap) ทั้งหมด ให้เห็นพิมพ์เขียวทั้งหมดว่าเราจะดำเนินการนโยบายทางการศึกษา ไปสู่โลกอนาคตอย่างไรที่ให้ทุกท่านฝ่ายเห็นตรงกันนะครับ🔗

ประการที่ ๖ ก็คือการลดความเหลื่อมล ้า ท่านประธานครับสิ่งที่เราอยากจะ เห็นก็คือว่าอยากจะเห็นเด็กไทยของเรานั้นได้มีโอกาสเท่าเทียมกันในเรื่องของการศึกษาครับ เรื่องอื่นแน่นอนที่สุดก็คงยากนะครับ โดยเฉพาะภาวะเศรษฐกิจอย่างนี้ความเหลื่อมล ้า ก็ห่างกันมากเช่นนี้ แต่ว่าสิ่งหนึ่งที่ท่านประธานชวน หลีกภัย เคยพูดไว้ว่า ถึงแม้ว่าเราจะทำ ให้ทุกคนเท่ากันไม่ได้ แต่เราจะต้องทำให้ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเท่าเทียมกัน วันนี้ผมขอเพิ่มเติมว่าเราจะต้องทำให้ทุกคนได้รับโอกาสทางการศึกษาที่เท่าเทียมกัน และ🔗

ประการสุดท้ายที่อยากจะฝากคณะกรรมาธิการก็คือว่า วันนี้เรามาทำ กฎหมายฉบับนี้ และเราจะทำกฎหมายพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติต่อไปนั้น สิ่งที่เราต้องคำนึงถึงและตอบโจทย์ให้ได้ก็คือว่า เราจะดำเนินการการศึกษาในโลกยุคอนาคต อย่างไร ไม่อย่างนั้นเราก็จะถูกลูกหลานของเราออกมาประท้วงที่กระทรวงศึกษาธิการ เราก็จะมีเยาวชนที่ออกมาประท้วง ที่ออกมาแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ก็ไม่ใช่เป็นเรื่องแปลกแยกอะไรครับ เป็นเรื่องที่เรารับฟังและเป็นเรื่องที่เราต้องมาคิดว่าเรา จะจัดระบบการศึกษาที่กล่อมเกลาคนเพื่ออนาคตให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้อย่างไร ผมขอขอบคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมเป็นพิเศษนะครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่า ผมปรารถนาดีที่จะเห็นพวกเราในสภาแห่งนี้ได้ช่วยกันในการยกมือรับหลักการ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมโครงสร้างกระทรวงศึกษาธิการในวันนี้และไปร่วมมือกันในการ ทำงานในชั้นกรรมาธิการ ซึ่งผมฟังแล้วเป็นในแนวทางเดียวกัน ผมมั่นใจว่ากรรมาธิการก็คง ใช้เวลาไม่นานก็จะสำเร็จเป็นที่เรียบร้อย อย่างน้อยที่สุดก็ตอบโจทย์ความต้องการของ เพื่อนครูทั่วประเทศ และสุดท้ายคือตอบโจทย์ในเรื่องของคุณภาพทางการศึกษา ของลูกหลานของเรา ขอขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เหลืออีก ๒ ท่านสุดท้าย แล้วคงจะปิดอภิปรายเพื่อให้ผู้ยื่นญัตติได้สรุปแล้วก็คงลงมติแล้วกระมังครับ เหลือท่าน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง กับท่านวิรัตน์ วรศสิริน เชิญท่านทวีครับ🔗

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติม การปฏิรูปการศึกษาในส่วนภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ท่านประธานที่เคารพครับสิ่งที่ เราพูดในวันนี้ผมถือว่ามีเรื่องที่เป็นความสำคัญยิ่ง โดยปกติในความคิดของผมเขาบอกว่า คนอยู่ ๓ จำพวก คนกลุ่มที่ ๑ คนยากไร้ คนยากจน คนกลุ่มที่ ๒ คือคนเจ็บป่วย คนกลุ่มที่ ๓ คือคนไม่มีความรู้ ในคน ๓ กลุ่มนี้เราต้องช่วยเหลือ แต่ถ้าเรามีความจำเป็น ที่จะต้องเลือกจะช่วยเหลือได้อย่างเดียวก่อน จะช่วยอันไหนก่อน คือก็ต้องช่วยคนไม่มีความรู้ ให้มีความรู้เพราะความรู้จะสามารถไปแก้ปัญหาต่าง ๆ ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องการศึกษาในความหมายของผมมันเป็นเรื่องการเปลี่ยนจากคนไม่รู้ให้กลายเป็นคนที่รู้ การเปลี่ยนจากคนป่าเถื่อนให้กลายเป็นคนที่มีคุณธรรม เป็นการทำลายนิสัยไม่ดีมากมายด้วย การแทนที่ด้วยนิสัยที่น่ายอมรับและมีคุณธรรมและอยู่ร่วมในสังคมได้ แต่สิ่งที่เรามาอภิปราย วันนี้อาจจะต้องสะท้อนความรู้สึกก็คือเรากลับย้อนไปก่อนวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๐ ในการอภิปรายวันนี้ก็คือมาขจัดมรดกของ คสช. ก็ว่าได้ เนื่องจากในยุคที่มีการรัฐประหาร จะมีคำสั่งของ คสช. ซึ่งเป็นทั้งคำสั่ง เป็นประกาศของ คสช. และหัวหน้า คสช. อยู่ ๕๕๙ ฉบับ ใน ๕๕๙ ฉบับนี้ เราถูกยกเลิกไปประมาณ ๔๑๕ ฉบับ เท่าที่ตรวจตัวเลขเมื่อเช้า เหลือประมาณ ๑๔๔ ฉบับ แต่ปรากฏว่ารัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๖๐ มาตราสุดท้าย มาตรา ๒๗๙ เราได้ระบุว่าคำสั่งประกาศของ คสช. หัวหน้า คสช. ชอบด้วยรัฐธรรมนูญและ ชอบด้วยกฎหมายการยกเลิก การแก้ไขประกาศคำสั่งดังกล่าวจะกระทำโดยพระราชบัญญัติ อันนี้ก็เป็นตัวอย่างหนึ่งที่เราต้องมาทำพระราชบัญญัติ มาแก้ไข แล้วพระราชบัญญัติ ที่เรามาแก้ไขนี้เราได้ย้อนกลับไปเรื่องเดิม และสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งคือคำสั่งดังกล่าว มันเป็นคำสั่งที่มาจัดการเรื่องการศึกษา การทำลายประเทศใดประเทศหนึ่ง การทำลาย ประเทศนั้นสูงสุดคือทำลายให้คนโง่ ให้คนไม่มีความรู้ให้คนมีการศึกษาด้อยคุณภาพ เราจึงสะท้อนให้เห็นว่าการแก้ปัญหาด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จ หรืออำนาจเผด็จการไม่สามารถ แก้ปัญหาของชาติได้ ท่านประธานที่เคารพครับ เพื่อนสมาชิกได้สะท้อนปัญหาและ ข้อเสนอแนะที่มีคุณค่าและมีประโยชน์มากมาย แต่ผมเองผมคิดว่าผมสนับสนุนให้มีการแก้ไข เนื่องจากว่าเท่าที่ได้รับฟังจากเพื่อนสมาชิกและที่ได้รับการตรวจสอบ หลังจากมีคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ ขึ้นมา การศึกษาเรามีแต่ทรุดกับทรุด กับทรุด กับทรุด ระบบต่าง ๆ ไม่มีการพัฒนาเลย ถ้าผมพูดในที่นี้ก็เหมือนประจานประเทศไทย ท่านรัฐมนตรีคงทราบดี ตัวเลขต่าง ๆ เรื่องการศึกษาเราถอยหลังหมด ถอยหลังทุกด้าน วันนี้จึงเห็นว่าการที่จะมา แก้ไขในครั้งนี้ ผมจึงเห็นด้วย อย่างน้อยที่สุดก่อนที่วันศุกร์จะมี พ.ร.บ. ปฏิรูปการศึกษา รีบแก้ปัญหาอันนี้ก่อน เพราะไม่เช่นนั้นเหมือนรัฐบาล เหมือนคณะรัฐมนตรีขยายการยึด อำนาจเพื่อให้เบ็ดเสร็จไปในทุกภูมิภาค เอาอำนาจเรื่องการศึกษา เรื่องคนที่มีความรู้ ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญ ใช้ความสามารถเฉพาะให้มาอยู่กับประธานที่เป็นกระทรวงมหาดไทย แล้วพาเหรด (Parade) คนที่มากบารมีต่าง ๆ เข้าไป โดยเฉพาะอำนาจในการบริหาร งานบุคคล ดังนั้นผมจึงคิดว่าถึงเวลาที่จะต้องย้อนกลับไปสู่ข้อเสนอของเพื่อนสมาชิกทั้ง ๖ ร่าง รวมถึงของคณะรัฐมนตรีด้วยครับที่ใจกว้าง แต่ขอให้กรรมาธิการที่จะตั้งช่วยพิจารณา ในส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเองไม่มั่นใจว่า การแก้แล้วการศึกษาจะดีหรือไม่ เพราะการแก้ครั้งนี้นักเรียนและครูที่ถือเป็นบุคลากรสำคัญ ที่สุดของการศึกษาเหมือนยังไม่ได้มีหยั่งลึกไปถึง แต่สิ่งที่ผมอยากจะฝากคณะกรรมาธิการ ที่จะตั้งเนื่องจากว่ามันมีอยู่เรื่องหนึ่งเรื่องงบประมาณ ท่านประธานที่เคารพ ในงบประมาณ ของกระทรวงศึกษาธิการเวลาเราจะของบเราก็เอาจำนวนนักเรียนมาขอเป็นค่าหัวนักเรียน ปี ๒๕๖๔ ก็ประมาณ ๑๔ ล้านคน ทั้ง สพฐ. ด้วยในกลุ่มต่าง ๆ ปี ๒๕๖๕ มีประมาณ ๑๔ ล้านคน พบว่าเงินที่เอาไปในปี ๒๕๖๕ ๓๓๒,๓๙๘ ล้านบาท แต่พอไปจัดการศึกษา เข้าจริง ๆ เงินที่จะไปสู่นักเรียน ไปใส่สมองเด็ก เราไปแค่ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ซึ่งประมาณ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เป็นเรื่องของการเรียนฟรีที่ระบุไว้นั้นก็เป็นเรื่องของ ค่าหนังสือ ค่าอุปกรณ์ ค่าเครื่องแต่งกาย สิ่งต่าง ๆ พวกนี้มันไม่ได้สะท้อน เงิน ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท กลับไปที่บุคลากรครูและค่าดำเนินการ อันนี้คืออะไรรู้ไหมครับ คือเราไปอ้างว่า เรามีการจัดการศึกษาที่มีงบประมาณสูง แต่จริง ๆ กำลังมีการคอร์รัปชันชนิดหนึ่ง ซึ่งเอานักเรียนเป็นตัวตั้ง ดังนั้นผมจึงอยากจะขอฝากกรรมาธิการที่จะตั้ง ขอให้ท่านเปิดกว้าง แล้วการเปลี่ยนประเทศที่ดีที่สุดคือเปลี่ยนประเทศโดยวัดกันด้วยความรู้ ทำให้คนในประเทศ มีความรู้ เราจะนำประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองครับ ขอขอบพระคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านวิรัตน์ครับ🔗

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ก่อนอื่นต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน เป็นอย่างสูงที่อนุญาตให้อภิปราย ยิ่งได้ยินว่าเป็นคนสุดท้ายแล้วยิ่งซาบซึ้งประทับใจ ท่านประธานมาก ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ การศึกษาพัฒนาคน พัฒนาชาติ ทรัพยากรของชาติที่สำคัญที่สุดก็คือทรัพยากรมนุษย์นะครับ ประเทศชาติจะเจริญมั่นคง สถาพรได้ก็ด้วยประชากรที่มีคุณภาพ มีการศึกษานะครับ จากคำสั่งหัวหน้า คสช. ซึ่งอ้างปัญหาการศึกษาในส่วนภูมิภาคว่ามีปัญหา มีการทุจริตวิ่งเต้น โยกย้าย มีการร้องเรียน เรื่องการบริหารบุคคล การโยกย้ายผู้บริหารและครูในสถานศึกษาที่ไม่เป็นธรรมต่าง ๆ มีการเอื้อประโยชน์ให้พวกพ้องและญาติของ อ.ก.ค.ศ. และมีการหาประโยชน์จากการ โยกย้าย ด้วยเหตุผลต่าง ๆ นี้หัวหน้า คสช. จึงออกคำสั่งที่ ๑๙/๒๕๖๐ ปฏิรูปการศึกษา ในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ โดยให้เหตุผลว่าเพื่อให้ระบบการศึกษาของชาติ ไม่เป็นอุปสรรคต่อการขับเคลื่อนการพัฒนาด้านการศึกษาของประเทศให้มีประสิทธิภาพ ทัดเทียมนานาประเทศนะครับ ท่านประธานครับ ความหมายนั้นหมายถึงในคำสั่ง คสช. อ้างเหตุผลต้องการยกระดับการศึกษาให้สูงขึ้น แต่กลับไม่ได้แก้ไขปัญหาที่เป็นแก่นแท้ ก็คือคุณภาพการศึกษาที่ตกต ่า ไม่ได้แก้ไขให้ดีขึ้น ไม่มีการพูดถึงเลยในคำสั่งนั้น ซึ่งมีแต่ด้าน การบริหารบุคคลและองค์กรเท่านั้นนะครับ จริง ๆ แล้วการปฏิรูปต่าง ๆ ก็ต้องแบ่งเป็น ๒ อย่าง คือปฏิรูปองค์กรและปฏิรูปคน การปฏิรูปองค์กรในคำสั่ง คสช. นี้คือมีการเปลี่ยนแปลง การบริหารบุคคล เปลี่ยนแปลงระบบการบริหารต่าง ๆ นั่นคือการบริหารองค์กร ส่วนการบริหารคนหมายถึงการพัฒนาการเรียนการสอนนะครับ พัฒนาคนให้มีความรู้ ทั้งด้านจิตใจร่างกายต่าง ๆ ให้เจริญงอกงามเกิดคุณธรรมในความคิดเพื่อเป็นทรัพยากร มนุษย์ที่สำคัญของชาติต่อไปนะครับ จากคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ นี้ ก่อให้เกิดปัญหา การแทรกแซงแต่งตั้งโยกย้ายโดยไม่เป็นธรรม จากคนที่เรียกว่าผู้มีอำนาจเข้าไปแทรกแซง ในทุกระดับชั้น ผู้มีอาวุโสน้อย ประสบการณ์น้อย ได้รับการเลื่อนไปในระดับจังหวัด ในระดับโรงเรียนที่ดีกว่านะครับ ท่านประธาน มีข่าวว่าก็มีการเรียกรับเงินโยกย้ายกัน เป็นจำนวนเงินหลายล้านบาทนะครับ ส่วนโรงเรียนขนาดใหญ่พิเศษในกรุงเทพฯ ถ้าไม่ได้ตั้ง เป็นตัวเงินก็ตอบแทนกันด้วยจำนวนเด็กฝาก มีการวิ่งเต้นมีการเรียกค่าวิ่งย้าย ท่านประธานจิ้งจกบอกว่าคิดกันเป็นกิโล ไม่ใช่กิโลละล้านนะครับ หมายถึงกิโลตามระยะทาง ถ้าย้ายไปเอาไกลเท่าไร ก็กิโลเมตรละ ๑๐,๐๐๐ บาทเป็นต้นนะครับ ๑๐ กิโลเมตร ก็ ๑๐๐,๐๐๐ บาท อย่างนั้นเป็นต้น เมื่อตัวแทนต้องซื้อเสียงเข้ามาก็ย่อมต้องถอนทุน จากการหาประโยชน์จากการโยกย้ายผู้บริหารการศึกษาในระดับต่าง ๆ นะครับ ย้ายครู ต่าง ๆ ก็เกิดมีการหาผลประโยชน์ขึ้นมา คำสั่งหัวหน้า คสช. ประกาศยกเลิก อ.ก.ค.ศ. แล้วตั้งคณะ กศจ. มีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน และหัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ ที่ไม่ใช่ครู ให้มาเป็นกรรมการบริหาร มีอำนาจโยกย้าย ทำหน้าที่บริหารบุคคล จากคำสั่งนี้ ท่านประธานทำให้ปัญหายิ่งเลวร้ายกว่าเดิม ดังจะเห็นได้ว่ามีการฟ้องร้องกันไปทั่วจาก การโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรมผู้อำนวยการโรงเรียนไปงัดข้อปฏิเสธไม่ร่วมงานกับศึกษาธิการ จังหวัดเป็นต้น จนถึงขั้นฟ้องร้องศึกษาธิการจังหวัดว่าปฏิบัติหน้าที่ตามประมวล กฎหมายอาญา ปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบตามมาตรา ๑๕๗ เนื่องจากไม่พิจารณาเลื่อนขั้น เงินเดือนตามมติของกรรมการศึกษาธิการจังหวัดอย่างนี้เป็นต้นนะครับ ปัญหาเหล่านี้ สะท้อนให้เห็นว่าคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ มีปัญหาในทางบริหารองค์การอย่างมากมาย ท่านประธานครับ ยังมีปัญหาความล่าช้าในการพิจารณาเรื่องต่าง ๆ เช่น การพิจารณาเลื่อน วิทยฐานะของครู เลื่อนเงินเดือนแต่งตั้งครูอย่างนี้เป็นต้นนะครับ เมื่อแต่งตั้ง ผอ. ล่าช้า มีการแต่งตั้ง ผอ.ที่ล่าช้าในเมื่อล่าช้ารักษาการ ผอ. ก็ไม่กล้าตัดสินใจในเรื่องต่าง ๆ นะครับ ทั้งด้านบุคลากร งบประมาณ เพราะว่าไม่มีอำนาจเต็ม จึงส่งผลกระทบต่อคุณภาพการศึกษา ตามมา นอกจากนี้ยังมีปัญหาความซ ้าซ้อนในการปฏิบัติงาน เพิ่มขั้นตอนการทำงาน โดยไม่จำเป็น ทำให้เกิดความล่าช้าขึ้นมา การขาดประสิทธิภาพในการบังคับบัญชาเป็น ปัญหาสำคัญก่อให้เกิดเรียกว่า อัมพาตในการขับเคลื่อนการบริหารเชิงยุทธศาสตร์ ด้วยเหตุผลทั้งหมดข้างต้นนี้ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดและคณะกรรมการศึกษาธิการ จังหวัดไม่สามารถขับเคลื่อนงานบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะ กศจ. ติดลม เรียกว่า ติดลมการบริหารบุคคลนะครับ บริหารบุคคลไม่ได้ท่านประธานครับ จากคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/ ๒๕๖๐ นี้ได้ก่อให้เกิดปัญหามากมาย กระผมจึงขออภิปรายสนับสนุนการตั้ง คณะกรรมาธิการเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๑๙/ ๒๕๖๐ ในการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ กราบขอบพระคุณท่าน ประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอสมควรแล้วกระมังครับ ท่านขจิตรจะขออีกคน เชิญครับท่านขจิตร🔗

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ขณะนี้เรากำลังพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ท่านประธานครับ ใช้คำว่า การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค จริง ๆ แล้วผมต้องเรียนท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการว่าคำสั่ง คสช. ฉบับนี้ ๑๙/๒๕๖๐ มันเป็น การทำลายหลักประชาธิปไตย หลักการกระจายอำนาจโดยสิ้นเชิง ความพยายามในการ ปฏิรูปการศึกษาตั้งแต่ปี ๒๕๑๖ สมัยดอกเตอร์สิปปนนท์ เกตุทัต ขออนุญาตเอ่ยชื่อ แล้วดำรงมาจนกระทั่งครูลุกขึ้นมาเรียกร้องการปฏิรูปการศึกษาสำเร็จในปี ๒๕๒๐ จนกระทั่งเป็นแบบอย่างในการบริหารกระทรวงศึกษาธิการในระบบไตรภาคี ซึ่งครู โดยเฉพาะครูประถมศึกษาและครูประชาบาล รวมทั้งครูองค์กรต่าง ๆ ได้เคลื่อนไหวมา ตลอดระยะเวลา ๔๖ ปี มีการปฏิรูป มีการกระจายอำนาจการศึกษา มีเขตพื้นที่การศึกษา แล้วกระจายการบริหารบุคคลให้เขตพื้นที่การศึกษาไปบริหาร โดยมีองค์ประกอบในการ พิจารณาเป็นระบบไตรภาคี นั่นคือกรรมการโดยตำแหน่ง กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และ กรรมการที่เลือกมาจากผู้แทนครูในการพิจารณางานบริหารบุคคล ตลอดระยะเวลามีเสียง เรียกร้องว่ามีการเรียกเงินในคณะกรรมการต่าง ๆ ในทุกระดับที่ผ่านมา เสร็จแล้วพอมี คสช. ยึดอำนาจก็ออกคำสั่งนี้ ทำลายโครงสร้างซึ่งบอกว่ากระจายอำนาจไปยังเขตพื้นที่การศึกษา ตั้งคณะกรรมการชุดหนึ่งขึ้นมา ก็คือเรื่องเก่า ๆ ก็ให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธาน เสร็จแล้วก็รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นรองประธาน แล้วก็เอา ตัวแทน สพฐ. ตัวแทนอาชีวะ ตัวแทนการศึกษาต่าง ๆ มารวมกัน แล้วก็บอกว่าให้ปฏิรูป การศึกษาในภูมิภาคเสร็จแล้วก็เสกโครงสร้างไดโนเสาร์ ซึ่งผ่านไปแล้ว ๔๐ ปี กลับคืนชีพ โดยคำสั่งเผด็จการฉบับนี้ คืนชีพอย่างไร ตั้งศึกษาธิการภาค ๑๘ ภาค ตั้งศึกษาธิการจังหวัด ทั่วประเทศ ท่านประธานครับ ท่านลองคิดดูว่าถ้าโคราชเขาแบ่งการศึกษาออกเขตพื้นที่เป็น ๙ เขต ก็แปลว่ามีจังหวัดทางการศึกษาที่เขากระจายไปแล้ว ๑๙ จังหวัดซ้อนไปอยู่นั้น จังหวัดอุดรธานีมี ๔ เขตเขตพื้นที่การศึกษาเป็นเรื่องการกระจายอำนาจ กระจายการบริหาร บุคคล บริหารนโยบาย ประสิทธิภาพทางการศึกษาเขากระจายไปหมดแล้ว เขากำลัง ดำเนินการปฏิรูปสืบเนื่องมาจากปี ๒๕๑๖ ปี ๒๕๒๐ ปี ๒๕๔๒ ที่มีกฎหมายการศึกษา แห่งชาติฉบับแรกเขาดำเนินการมาแล้วโดยการกระจายอำนาจ โดยการให้ความไว้วางใจครู โดยการให้พี่น้องประชาชนเข้ามาร่วม เสร็จแล้ววันนี้เผด็จการยึดอำนาจ ออกคำสั่งบอกจะ ปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาค ปฏิรูปอย่างไร ไม่มีอะไรใหม่นอกจากเอาอำนาจ มาไว้ที่จังหวัด ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน แล้วให้ตัวแทนส่วนต่าง ๆ เข้ามา ท่านประธานครับ ใช้สมองคิดดูก็รู้ว่าจังหวัดหนึ่ง ถ้าโคราชของท่านเกษมที่เสนอกฎหมายนี้แก้ไข มี ๙ คณะ ที่ดูแลครูอยู่ในการบริหาร แล้วมารวมเป็นคณะเดียวโดยผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ใช้สมองของมนุษย์ธรรมดาก็คิดได้ว่าความยุติธรรมระบบไหนจะดีกว่า แบ่งออกเป็นเขต ๓ อำเภอ มีคณะหนึ่งดูแลกัน แล้วนี่มีคณะเดียว อย่างจังหวัดอุดรธานีตอนนี้มี ๔ เขตพื้นที่ ตอนนี้มีคณะเดียว แล้วคิดว่าพอโดนคำสั่งนี้มันจะวิเศษขึ้นมาเลยหรือ รู้ปัญหามากกว่า กระจายไปใช่ไหม คำตอบก็คือไม่ใช่ วันนี้ครูก็รู้ ระบบบริหารยุติธรรมขึ้นไหม ไม่มี มีคุณธรรมมากไหม ไม่มี ดีขึ้นไหม ไม่ดีขึ้น ครูมีกำลังใจมากขึ้นไหมในยุคการปฏิรูปของคำสั่งนี้ ไปสำรวจเลย นี่คือความเคลื่อนไหวของ ครูทั่วประเทศ ต้องขอบคุณท่านนพคุณ รัฐผไท ในฐานะที่ท่านเป็นประธานคณะกรรมาธิการ การศึกษา แล้วท่านเอาความเดือดร้อนของครูมา เขาอยากยกเลิกคำสั่ง ๑๙/๒๕๖๐ แต่มันทำยังไม่ได้ เขาก็เลยบอกว่าเสนอกฎหมายแก้อำนาจการบริหารบุคคลไปยังเขตพื้นที่ หน่อยครับ ผู้แทนราษฎรในกรรมาธิการศึกษาทุกพรรคก็เลยเสนอมาอย่างไรครับ แล้วก็ไม่ทราบว่ากระบวนการแก้กฎหมายนี้จะเดินไปสุดทางหรือไม่ เพราะวันศุกร์นี้ จะมีพระราชบัญญัติปฏิรูปการศึกษาเข้ามา ซึ่งเป็นพระราชบัญญัติซึ่งแก้ไขครอบคลุมทั้งหมด ผมเรียนผ่านไปยังกระทรวงศึกษาธิการ ผ่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการไปแล้วก็ ผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการที่นั่งอยู่ทั้งหมด ท่านได้ทำลายระบบการศึกษาของชาติ ที่กระจายอำนาจ ท่านกำลังสืบทอดคำสั่งอำนาจเผด็จการ นี่คือมือของเผด็จการอย่างไร ที่เอื้อมมาทำลายระบบโครงสร้างของการศึกษา ท่านอย่าภูมิใจนะว่าท่านกำลังปฏิรูป การศึกษาระดับภูมิภาค เอาสมองอะไรมาคิดไปทบทวนด้วย ขอบคุณมาก🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อท่านผู้อภิปราย ทั้ง ๑๖ ท่านได้อภิปรายหมดแล้วครับ ต่อไปก็จะเป็นเจ้าของญัตติที่จะมีสิทธิสรุปได้อีกครั้ง นะครับ ญัตติใดต้องการสรุปขอเชิญนะครับ🔗

นายนพคุณ รัฐผไท เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายนพคุณ รัฐผไท สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ก็ใคร่ ขอขอบคุณท่านประธาน แล้วก็ขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่อยู่ รับฟังความคิดเห็นจากเพื่อนสมาชิกจากทุกพรรคการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งขอบพระคุณ พรรคการเมืองทั้ง ๖ พรรค ที่ได้นำเสนอร่างกฎหมายแก้ไขคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ ขอกราบเรียนท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าทั้ง ๖ พรรคการเมืองที่นำเสนอขอแก้ไข คำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ นี้มีเจตนาดีต่อระบบการศึกษาของไทย โดยเฉพาะในราชการ ส่วนภูมิภาคเพื่อให้งานของการศึกษาในภูมิภาคเป็นไปด้วยความเรียบร้อย แล้วก็ มีประสิทธิภาพ ลดความขัดแย้ง แล้วก็ขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีที่มารับฟัง โดยเฉพาะ อย่างยิ่งแนวคิดในเรื่องของการพัฒนาการศึกษาในด้านของการกระจายอำนาจทางการศึกษา ก็คิดว่าเป็นเจตนาของเพื่อน ส.ส. ทุกท่านที่อภิปรายไป แล้วก็ที่ยังไม่ได้อภิปรายก็มี แนวความคิดเช่นเดียวกันนะครับ สำหรับหลักการและเหตุผลทั้ง ๖ พรรคนั้นเหมือนกัน หรือใกล้เคียงกันมาก กระผมก็ไม่ติดใจว่าถ้าหากสภานี้จะเห็นชอบให้พรรคการเมืองพรรคใด พรรคหนึ่งใน ๖ พรรคเป็นแกนหลักในการพิจารณาครับ ขอกราบเรียนท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ เจ้าของ ร่างใดจะสรุปยังมี เชิญเลยครับ🔗

นายประกอบ รัตนพันธ์ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมและเพื่อน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ ได้ร่วมกันเสนอร่าง พระราชบัญญัติฉบับนี้ ก่อนอื่นผมต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงยิ่ง ที่กรุณาให้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในห้องนี้ได้มีโอกาสอภิปรายกฎหมายสำคัญ ของประเทศชาติอย่างกว้างขวาง แล้วก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ท่านตรีนุช เทียนทอง ที่ท่านกรุณารับฟังด้วยความตั้งใจในการที่จะปรับปรุงแก้ไขคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ ซึ่งเป็นคำสั่งที่เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เห็นว่ามีอุปสรรค ต่อการบริหารราชการในด้านการศึกษาอย่างมาก ก็กราบเรียนท่านประธานว่าโดยสรุปแล้ว เท่าที่ผมรับฟังจะเห็นว่าเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็มีความเห็นสอดคล้องกับ ท่านรัฐมนตรีนะครับว่า ในคำสั่ง ฉบับที่ ๑๙/๒๕๖๐ นั้นเราควรที่จะแบ่งแยกอำนาจระหว่าง กศจ. กับเขตพื้นที่การศึกษา ก็คือ ผอ. สพป. กับ ผอ. สพม. ให้ชัดเจนว่าอะไรเป็นอำนาจ ของ กศจ. อะไรเป็นอำนาจของเขตพื้นที่เพื่อที่จะให้การบริหารจัดการด้านการศึกษาได้เกิดมี คุณภาพและเกิดประสิทธิภาพอย่างยิ่ง ก็อยากกราบเรียนท่านประธานว่าบางอำนาจนี้ เราจำเป็นที่จะต้องแบ่งให้เขตพื้นที่การศึกษาให้สอดคล้องกับการกระจายอำนาจการศึกษา เขตการศึกษาและสู่สถานศึกษาในโอกาสต่อไป ก็กราบขอบพระคุณท่านประธานด้วย ความเคารพครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อีก ๕ ร่าง มีร่างไหนที่จะ สรุปเชิญเลยครับ ของท่านรัฐมนตรีไม่สรุปนะครับ ไม่มีนะครับ ถ้าไม่มีก็ถือว่าได้มี การพิจารณาจบในชั้นอภิปรายนะครับ โดยที่ทั้ง ๗ ร่างได้พิจารณารวมกัน เพราะฉะนั้น ผมขออนุญาตที่ประชุมเพื่อจะต้องถามมติในขั้นตอนรับหลักการไปพร้อมกันเลยว่าจะรับ หลักการร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๗ ฉบับนี้หรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิกเข้ามาเพื่อแสดงตนครับ🔗

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกที่อยู่ในห้องประชุม กรุณาแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมตามข้อบังคับ ท่านสมาชิกที่เข้ามาแล้วกดบัตร แสดงตนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกพร้อมพอสมควรแล้ว ปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตนในขณะนี้ ๓๓๒ คน ครบองค์ประชุมครับ องค์ประชุมคือ ๒๔๐ คน🔗

เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติ ทั้ง ๗ ฉบับ มีหลักการทำนองเดียวกัน และที่ประชุมได้มีมติให้พิจารณารวมกัน ดังนั้น ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๗ ฉบับหรือไม่ ผู้ใด เห็นควรรับหลักการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรไม่รับหลักการ กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียง กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง นครศรีธรรมราช

ท่านประธานครับ ผม สัณหพจน์ ๔๐๓ รับหลักการครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ท่านสมาชิกพร้อม ถ้าพร้อมก็ปิดการลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๕๔ ท่าน บวก ๑ ๓๕๕ ท่าน เห็นด้วย ๓๔๙ บวก ๑ ๓๕๐ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ไม่ลงคะแนนเสียง ๔🔗

มติที่ประชุมรับหลักการ ครับ🔗

นายพีระเพชร ศิริกุล กาฬสินธุ์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พีระเพชร ศิริกุล เมื่อสักครู่นี้กดไม่ทัน เห็นด้วยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

บันทึกไว้นะครับ🔗

นายพีระเพชร ศิริกุล กาฬสินธุ์

บันทึกไว้ด้วยนะครับ ๒๕๒ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มติที่ประชุมเห็นด้วย รับหลักการนะครับ🔗

นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานคะ ๐๐๕ กรณิศ เห็นด้วยค่ะ กดไม่ทันค่ะท่าน ขออภัยค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ก็บันทึกไว้ครับ ขอเชิญเสนอกรรมาธิการนะครับ สมาชิกที่มาลงคะแนนไม่ทันก็ลงคะแนนไม่ได้นะครับ แต่ว่า จะบันทึกไว้ให้ครับ🔗

นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สุราษฎร์ธานี

ขออนุญาตท่านประธานครับ ผมบัตรมีปัญหาครับ เลขที่ ๑๖๒ ธีรภัทร พริ้งศุลกะ ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

บันทึกไว้ครับ เจ้าหน้าที่ ช่วยไว้ให้ครับ ขอเชิญเสนอกรรมาธิการนะครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอตั้งกรรมาธิการเพื่อพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ พ.ศ. .... ก็ขอเสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญทั้งหมด ๓๙ ท่าน ขอผู้รับรอง ด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ ท่าน สมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าไม่มีความเห็น เป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมมีมติตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ๓๙ ท่าน ขอเชิญกำหนดสัดส่วนของ กรรมาธิการ เพื่อความสะดวกผมเรียนสัดส่วนจะกำหนดไว้อย่างนี้ สัดส่วนกรรมาธิการ ของคณะรัฐมนตรี ๙ ท่าน สัดส่วนกรรมาธิการของแต่ละพรรคการเมือง ๓๐ ท่าน ขอเชิญเสนอนะครับ คณะรัฐมนตรีเสนอสัดส่วนกรรมาธิการของคณะรัฐมนตรี ๙ ท่าน ของพรรคการเมือง ๓๐ ท่าน แล้วเดี๋ยวจะได้ประกาศว่าพรรคไหนเท่าไรนะครับ🔗

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรีมีทั้งหมด ๙ ท่านนะคะ ๑. นายอำนาจ วิชยานุวัต ๒. นางจีรนันท์ เพ่งพินิจ ๓. นายโกวิท คูพะเนียด ๔. นางอุษณีย์ ธโนศวรรย์ ๕. นายสุรพล ทิพย์เสนา ๖. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ๗. นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ๘. นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ๙. นางสุดา สุขอ ่า ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปพรรคเพื่อไทย ๘ ท่านครับ🔗

นางมนพร เจริญศรี นครพนม

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้า รักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของ กระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๐ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๘ ท่าน ดังนี้ ๑. นายนพคุณ รัฐผไท ๒. นายดะนัย มะหิพันธ์ ๓. นายพีระเพชร ศิริกุล ๔. นายนิรมิต สุจารี ๕. นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ๖. นายเชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์ ๗. นายวิทยา ทรงคำ ๘. นายเล็ง พยุงแสนกุล ขอผู้รับรองค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคพลังประชารัฐ ๘ ท่านครับ🔗

นายทวิรัช รัตนเศรษฐ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายทวิรัช รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการในสัดส่วนของ พรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๘ ท่านครับ ๑. นายเกษม ศุภรานนท์ ๒. นายอนันต์ ผลอำนวย ๓. ผู้ช่วยศาสตราจารย์พรชัย อินทร์สุข ๔. นายเอกราช ช่างเหลา ๕. นายกฤษณ์ แก้วอยู่ ๖. นายพยม พรหมเพชร ๗. นายพจน์ เจริญสันเทียะ และ ๘. ว่าที่พันตรี สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องครับ พรรคภูมิใจไทย ๔ ท่านครับ🔗

นายธนยศ ทิมสุวรรณ เลย

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม นายธนยศ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการตามสัดส่วนพรรคภูมิใจไทย จำนวน ๔ ท่านครับ ๑. นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ๒. นางสาวศรีนวล บุญลือ ๓. นายสมบูรณ์ ซารัมย์ ๔. นายสมเพชร มัชปะโม ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไป พรรคก้าวไกล ๓ ท่านครับ🔗

นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน จันทบุรี

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคก้าวไกล ขอเสนอ รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะ รักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของ กระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๐ พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคก้าวไกล ทั้งหมด ๓ ท่านดังนี้ค่ะ ๑. รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ๒. นายสมชาย ฝั่งชลจิตร ๓. นายณัฏฐเมธร์ ดุลคนิต ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ ๓ ท่านครับ🔗

นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด สุราษฎร์ธานี เขต ๒ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญ ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ๓ ท่าน ดังนี้ครับ ๑. นายประกอบ รัตนพันธ์ ๒. นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ๓. นางสาวจิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ🔗

นายเสมอกัน เที่ยงธรรม สุพรรณบุรี

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ กระผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาขอเสนอ นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน🔗

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ขอเสนอกรรมาธิการ ในสัดส่วนของพรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน ขอเสนอ นายจิรพัฒน์ สัจยากร ขอผู้รับรองด้วย ครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคประชาชาติ ๑ ท่านครับ🔗

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ นราธิวาส

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติ ขอเรียนเสนอกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ ในสัดส่วนของพรรคประชาชาติ จำนวน ๑ ท่าน คือนายธงชาติ รัตนวิชา ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไป พรรคเศรษฐกิจใหม่ ๑ ท่านครับ🔗

นายสุภดิช อากาศฤกษ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสุภดิช อากาศฤกษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคเศรษฐกิจใหม่ จำนวน ๑ ท่าน คือนายภาสกร เงินเจริญกุล ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ ขอเชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อกรรมาธิการ🔗

นางมนพร เจริญศรี นครพนม

ท่านประธานคะ ขออนุญาตค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญครับ🔗

นางมนพร เจริญศรี นครพนม

ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ขอเปลี่ยนแปลง รายชื่อกรรมาธิการวิสามัญ จาก นายดะนัย มะหิพันธ์ เป็น นางผ่องศรี แซ่จึง ขอผู้รับรองค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ ท่านเลขาธิการ เชิญอ่านรายชื่อครับ🔗

นายณัฏฐกฤษฎ์ วงศ์เจริญ ที่ปรึกษาด้านระบบงานนิติบัญญัติ ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ลงวันที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ พ.ศ. .... ๑. นายอำนาจ วิชยานุวัติ ๒. นางจีรนันท์ เพ่งพินิจ ๓. นายโกวิท คูพะเนียด ๔. นางสาวอุษณีย์ ธโนศวรรย์ ๕. นายสุรพล ทิพย์เสนา ๖. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ ๗. นายวัชรพล โตมรศักดิ์ ๘. นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ๙. นางสุดา สุขอ ่า ๑๐. นายนพคุณ รัฐผไท ๑๑. นางผ่องศรี แซ่จึง ๑๒. นายพีระเพชร ศิริกุล ๑๓. นายนิรมิต สุจารี ๑๔. นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ๑๕. นายเชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์ ๑๖. นายวิทยา ทรงคำ ๑๗. นายเล็ง พยุงแสนกุล ๑๘. นายเกษม ศุภรานนท์ ๑๙. นายอนันต์ ผลอำนวย ๒๐. ผู้ช่วยศาสตราจารย์พรชัย อินทร์สุข ๒๑. นายเอกราช ช่างเหลา ๒๒. นายกฤษณ์ แก้วอยู่ ๒๓. นายพยม พรหมเพชร ๒๔. นายพจน์ เจริญสันเทียะ ๒๕. ว่าที่พันตรี สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม ๒๖. นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ๒๗. นางสาวศรีนวล บุญลือ ๒๘. นายสมบูรณ์ ซารัมย์ ๒๙. นายสมเพชร มัชปะโม ๓๐. รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ ๓๑. นายสมชาย ฝั่งชลจิตร ๓๒. นายณัฏฐเมธร์ ดุลคนิต ๓๓. นายประกอบ รัตนพันธ์ ๓๔. นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ๓๕. นางสาวจิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร ๓๖. นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ๓๗. นายจิรพัฒน์ สัจยากร ๓๘. นายธงชาติ รัตนวิชา และ ๓๙. นายภาสกร เงินเจริญกุล🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่มีการเปลี่ยนแปลงแล้ว นะครับ ก็ขอเชิญกำหนดระยะเวลาแปรญัตติครับ🔗

นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตเสนอเวลาแปรญัตติ ๑๕ วันครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ ท่านสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าไม่มี ก็ถือว่ามติที่ ประชุม มีมติแปรญัตติใน ๑๕ วัน แต่เนื่องจากว่ามีมากกว่า ๑ ฉบับ ดังนั้นจะใช้ฉบับใดเป็น หลักในการพิจารณาก็ขอเสนอครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อรรถกรศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ก็ขอเสนอให้กรรมาธิการ วิสามัญใช้ร่างของพรรคพลังประชารัฐเป็นร่างหลักครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ของคุณเกษมใช่ไหมครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

คุณเกษม ศุภรานนท์ ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกมีความเห็น เป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าไม่มี ก็ถือว่าที่ประชุมมี มติใช้ฉบับของคุณเกษม ศุภรานนท์ กับคณะ เป็นหลักในการพิจารณา มีการขอให้ประกาศ ว่ากรรมาธิการชุดนี้กรุณาเริ่มประชุมในวันศุกร์ที่ ๑๗ กันยายน เวลา ๑๐.๓๐ นาฬิกา ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ N 408 ชั้น ๔ ขออภัยนะครับ คนละฉบับครับ ฉบับนี้ เป็นเวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา ในวันศุกร์ที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๔ ที่ห้องประชุม N 409 ชั้น ๔ อาคารรัฐสภานะครับ ย ้าอีกครั้งหนึ่งนะครับ ได้มีการขอให้ประกาศว่าคณะกรรมาธิการ วิสามัญชุดนี้ขอให้ประชุมในวันที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๔ เวลา ๑๓.๓๐ นาฬิกา ณ ห้อง ประชุมคณะกรรมาธิการ N 409 ชั้น ๔ อาคารรัฐสภาครับ🔗

อีกฉบับหนึ่ง ขอให้ช่วยประกาศว่าขอแจ้งเปลี่ยนวันนัดประชุมนัดแรกของ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา ที่พิจารณาเมื่อตอนเช้านะครับ จากวันศุกร์ที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๔ เปลี่ยนเป็นวันศุกร์ที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๖๔ เวลา ๑๐.๓๐ นาฬิกา ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ N 408 ชั้น ๔ ครับ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... วันที่ ๑๗ กันยายน เวลา ๑๐.๓๐ นาฬิกา ห้องประชุมกรรมาธิการ N 408 ชั้น ๔ ครับ คุณจุลพันธ์ เชิญครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานจบการพิจารณา ในเรื่องของแก้ไขคำสั่ง คสช. แล้วใช่ไหมครับท่าน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ เชิญเลยครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม จุลพันธ์ อมวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ จากพรรคเพื่อไทยครับ ในฐานะวิป (Whip) ฝ่ายค้าน ท่านประธานครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับต่อไปที่เราจะ พิจารณากันคือร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้ บุคคลสูญหาย ซึ่งทางวิป (Whip) ทั้ง ๒ ฝ่ายเห็นว่ามีความสำคัญมากครับ แต่เนื่องด้วย เราใช้เวลากับร่างพระราชบัญญัติเรื่องของการแก้ไขคำสั่ง คสช. เรื่องการศึกษานานพอสมควร ขณะนี้บ่าย ๔ โมงกว่า ๆ แล้วนะครับ ก็เกรงว่าจะไม่สามารถจบการพิจารณาได้ภายในวันนี้ ก็เลยมีการหารือกันครับ ทางฟากฝั่งฝ่ายค้านได้เข้าไปหาทางวิป (Whip) รัฐบาล ปรึกษาหารือเพื่อที่เราจะสามารถพิจารณาต่อในวันพฤหัสบดีในกรณีที่ไม่สามารถจบ การพิจารณาในวันพุธวันนี้ได้ ผมจึงขออาศัยข้อบังคับการประชุม ข้อ ๒๘ และข้อ ๕๔ (๒) ในการเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุมในวันพฤหัสบดีครับท่านประธาน โดยนำเรื่องด่วนที่ ๓ ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. .... ไปต่อท้ายจากเรื่องกระทู้ทั่วไปในวันพฤหัสบดีครับท่านประธาน ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ เนื่องจากเป็นญัตติครับ ที่ประชุมมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าไม่มีความเห็น เป็นอย่างอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมมีมติให้พิจารณาวาระที่เรากำลังพิจารณาต่อไปนี้ต่อในวันพรุ่งนี้ หลังจากกระทู้ทั่วไปแล้วนะครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

มิได้ครับท่านประธาน เราพิจารณา ในเรื่องของการกระทำให้บุคคลสูญหายในวันนี้เลยครับท่านประธาน แต่ในกรณีที่ไม่จบนั้น ให้พิจารณาต่อในวันพรุ่งนี้ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ใช่ครับ ๆ ในกรณีที่ไม่จบ ก็พิจารณาพรุ่งนี้ต่อหลังจากวาระกระทู้แล้วครับ🔗

ต่อไปวาระด่วนที่ ๓ ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)🔗

เนื่องจากว่ามีร่าง พระราชบัญญัติทำนองเดียวกันอีก ๓ ฉบับ คือฉบับของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กับคณะ เป็นผู้เสนอ กับฉบับของคุณสุทัศน์ เงินหมื่น กับคณะเป็นผู้เสนอ และฉบับของคุณสิระ เจนจาคะ กับคณะ เป็นผู้เสนอนะครับ โดยที่ร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๔ ฉบับนี้ เป็นเรื่อง ทำนองเดียวกัน นำมาพิจารณารวมกันได้ สมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ ให้นำมา พิจารณารวมกัน🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าสมาชิกไม่ขัดข้อง ไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมอนุมัติให้นำมาพิจารณารวมกันทั้ง ๔ ฉบับ เนื่องจากว่าร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๔ ฉบับ ผู้เสนอได้เสนอมายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณามาตรา ๑๓๓ (๑) และ (๒) ของรัฐธรรมนูญซึ่งร่างพระราชบัญญัติฉบับที่ คณะรัฐมนตรีเสนอมานั้นได้นำเสนอรายงานการรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องและ รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการตรากฎหมายเพื่อประกอบการ พิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายตามมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญแล้ว สำหรับร่าง พระราชบัญญัติฉบับที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเสนอทั้ง ๓ ฉบับ ตามระเบียบวาระที่ ๕.๑๖ และระเบียบวาระที่ ๕.๑๗ และระเบียบวาระที่ ๕.๑๘ นั้น เป็นร่างพระราชบัญญัติที่มีหลักการ ทำนองเดียวกันและได้ดำเนินการจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นและวิเคราะห์ผลกระทบที่ อาจจะเกิดขึ้นจากร่างพระราชบัญญัติแล้ว รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดไว้ให้ สมาชิกแล้วนะครับ ในการนี้ก็จะอนุญาตให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงในระหว่างการ พิจารณาดังต่อไปนี้ครับ ๑. คุณเรืองศักดิ์ สุวารี อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ๒. นายเกิดโชค เกษมวงศ์จิตร รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ๓. นางสาวนรีลักษณ์ แพไชยภูมิ ผู้อำนวยการกองสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ขอเชิญทั้ง ๓ ท่านได้ครับ ขอเชิญท่านผู้เสนอกฎหมายนะครับ🔗

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

เรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ในนามของคณะรัฐมนตรีขอเสนอ ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. .... ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้🔗

หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทรมานและ การกระทำให้บุคคลสูญหาย เหตุผลโดยที่การทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ซึ่งกระทำโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงที่ไม่อาจกระทำได้ ไม่ว่าสถานการณ์ใด ๆ ดังนั้นเพื่อยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมาย รวมทั้งการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย สมควรกำหนดฐานความผิด มาตรการ ป้องกันและปราบปราม และมาตรการเยียวยาผู้ได้รับความเสียหาย ตลอดจนมาตรการอื่น ที่เกี่ยวข้องให้สอดคล้องกับอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติหรือการลงโทษอื่น ที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรมหรือที่ย ่ายีศักดิ์ศรี และอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการ คุ้มครองบุคคลทุกคนจากการบังคับให้สูญหายให้สาบสูญ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ โดยมีโครงสร้างและสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติประกอบไปด้วย ๕ หมวด ๓๔ มาตราดังนี้ อารัมภบทมาตรา ๑ กึ่งมาตรา ๔ กำหนดคำนิยาม คำว่า ผู้ได้รับความเสียหาย เจ้าหน้าที่ของรัฐและคณะกรรมการ รวมทั้งกำหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นผู้ รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้🔗

หมวด ๑ บททั่วไป มาตรา ๕ ถึงมาตรา ๑๒ กำหนดฐานความผิดการทำ ทรมานและกระทำให้บุคคลสูญหาย กำหนดห้ามการทำทรมานและกระทำให้บุคคลสูญหาย ในทุกสถานการณ์และห้ามผลักดันบุคคลกลับไปเผชิญอันตราย รวมทั้งกำหนดให้สืบสวน จนกว่าจะพบบุคคลสูญหาย🔗

หมวด ๒ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำ ให้บุคคลสูญหาย มาตรา ๑๓ ถึงมาตรา ๒๐ จัดตั้งคณะกรรมการ ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมเป็นประธานและมีผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมด้วยผู้ทรงคุณวุฒิ ด้านสิทธิมนุษยชน แพทย์ และด้านจิตวิทยา รวมทั้งสิ้น ๑๒ คน รวมเป็นกรรมการ โดยมีอำนาจหน้าที่เชิงนโยบายเพื่อวางแผนเกี่ยวกับการป้องกันปราบปรามและเยียวยาการ ทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย🔗

หมวด ๓ การป้องกันการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย มาตรา ๒๑ ถึงมาตรา ๒๕ กำหนดให้ทุกหน่วยงานที่มีการจำกัดเสรีภาพบุคคล ต้องจัดทำ บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับผู้ถูกจำกัดเสรีภาพ กำหนดหลักเกณฑ์ในการเปิดเผยข้อมูลของผู้ถูก จำกัดเสรีภาพและกำหนดให้มีมาตรการระงับการทรมานและการเยียวยาความเสียหาย เบื้องต้น🔗

หมวด ๔ การดำเนินคดี มาตรา ๒๖ ถึงมาตรา ๒๗ กำหนดให้ความผิดตาม พระราชบัญญัติเป็นคดีพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษและให้กรมสอบสวน คดีพิเศษมีอำนาจหน้าที่สืบสวนสอบสวนเป็นหลักรวมทั้งศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติ มิชอบเป็นศาลที่มีเขตอำนาจ🔗

หมวด ๕ บทกำหนดโทษ มาตรา ๒๘ ถึงมาตรา ๓๔ กำหนดระวางโทษ ความผิดฐานกระทำทรมานและทำให้บุคคลสูญหาย เหตุเพิ่มโทษและเหตุบรรเทาโทษ รวมทั้งกำหนดโทษแก่ผู้บังคับบัญชาที่ทราบการกระทำความผิดของผู้ใต้บังคับบัญชา และไม่ดำเนินการป้องกันหรือระงับการกระทำความผิดนั้น ทั้งนี้ร่างพระราชบัญญัติ ได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนและวิเคราะห์ผลกระทบในการออกกฎหมาย ตามมาตรา ๗๗ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และตาม พระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. ๒๕๖๒ เรียบร้อยแล้ว โดยได้รับความเห็นชอบว่ามีความจำเป็นในการออกกฎหมาย นอกจากนี้ร่างพระราชบัญญัติยังมีความสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๑ ถึง พ.ศ. ๒๕๘๐ ในประเด็นยุทธศาสตร์ด้านการสร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม และประเด็นยุทธศาสตร์ด้านการปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ โดยร่างพระราชบัญญัติจะเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการสร้างหลักประกันด้านสิทธิมนุษยชน แก่ประชาชน ซึ่งสอดคล้องกับข้อตกลงระหว่างประเทศที่ประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีอันจะ ส่งผลให้เกิดความเป็นธรรมในสังคมและประเทศชาติได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ขอเรียนเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีร่างพระราชบัญญัติที่มีหลักการคล้ายคลึงกับร่างพระราชบัญญัตินี้อีก ๓ ฉบับ ที่เสนอโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและคณะ ได้แก่ ฉบับเสนอโดย นายสิระ เจนจาคะ นายสุทัศน์ เงินหมื่น และนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ซึ่งจะได้นำมาพิจารณาประกอบการ จัดทำร่างพระราชบัญญัติต่อไป กระผมในนามของคณะรัฐมนตรี จึงขอกราบเรียนท่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ร่วมกันพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. .... ต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป ร่างฉบับที่ ๒ ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคล ให้สูญหาย พ.ศ. .... ของคุณวันมูหะมัดนอร์ มะทา กับคณะ ขอเชิญคณะครับ🔗

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ นราธิวาส

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดนราธิวาส ประกอบด้วย อำเภอบาเจาะ อำเภอยี่งอ อำเภอรือเสาะ และอำเภอศรีสาคร พรรคประชาชาติ ท่านประธานครับ ผมได้รับมอบหมายจากพรรคประชาชาติในฐานะที่พรรคประชาชาติ ได้ยื่นญัตติพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับให้สูญหายต่อ สภาแห่งนี้ตั้งแต่วันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๓ โดยมีหลักการให้มีกฎหมายว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการทรมานและการบังคับให้สูญหาย และมีเหตุผลก็คือว่าโดยที่การทรมาน การกระทำที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือที่ย ่ายีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ และการบังคับบุคคล ให้สูญหายซึ่งกระทำโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ซึ่งไม่อาจยกเว้นให้กระทำได้ไม่ว่าสถานการณ์ใด ๆ อีกทั้งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ได้บัญญัติให้รัฐมีหน้าที่คุ้มครองสิทธิและเสรีภาพในชีวิตและร่างกายของบุคคลจากการ ถูกค้นตัว จับคุมขัง หรือถูกกระทำการใดอันกระทบกระเทือนต่อสิทธิเสรีภาพในชีวิตและ ร่างกายเกินสมควรแก่เหตุผลที่กฎหมายกำหนด ยิ่งไปกว่านั้นการทรมาน ทารุณกรรม หรือ การลงโทษด้วยวิธีโหดร้าย หรือไร้มนุษยธรรมนั้นจะกระทำมิได้ ประกอบกับประเทศไทย ได้เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาต่อต้านการทรมาน หรือการปฏิบัติ หรือการลงโทษอื่นที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย ่ายีศักดิ์ศรี และได้ลงนามอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วย การคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการบังคับให้สูญหาย จึงต้องมีบทบัญญัติที่กำหนดฐานความผิด เป็นการเฉพาะ ตลอดจนมีมาตรการป้องกันและปราบปรามมาตรการเยียวยาผู้เสียหาย และมาตรการอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามข้อบทในอนุสัญญาดังกล่าวได้อย่าง มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นการยกระดับการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยให้เทียบเท่า สากลและสอดรับกับหลักการของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงจำเป็นต้องยื่น ตราพระราชบัญญัตินี้ต่อสภาเพื่อให้พิจารณา โดยในส่วนญัตติของพรรคประชาชาติได้ยื่น ไว้ทั้งหมด ๔ หมวดด้วยกัน ๕๑ มาตรา อาจจะแตกต่างกันในส่วนของกฎหมายของ คณะรัฐมนตรีที่เสนอต่อสภาแห่งนี้🔗

ท่านประธานครับ โดยหลักการและเหตุผลกฎหมายฉบับนี้ที่ทางฝ่ายผม ในนามพรรคประชาชาติแล้วก็ของคณะรัฐมนตรีที่เสนอเข้ามาในสภาแห่งนี้ หลักการ เหตุผล ไม่ได้แตกต่างกันครับ แล้วก็ผมขอแสดงความรู้สึก รู้สึกดีใจมากครับที่กฎหมายฉบับนี้เราได้มี การพิจารณาในวันนี้ก่อนปิดสมัยประชุมนี้ แล้วก็ขอบคุณเพื่อนสมาชิก ขอบคุณท่านประธาน ที่ได้เลื่อนวาระการพิจารณา พ.ร.บ. ฉบับนี้ให้มีการพิจารณาในวันนี้ เพราะถ้าดูตามระเบียบ วาระที่ได้มีการยื่นเสนอเข้าสู่สภาก่อนหน้านี้แล้ว ผมนั่งคำนวณดูแล้วอาจจะไม่ทันสมัยนี้ แล้วก็ถ้าหากไม่ทันสมัยนี้สิ่งที่กังวลที่สุดสถานการณ์การเมืองหลังจากนี้หากมีการยุบสภา กฎหมายฉบับนี้ก็จะตกไป นั่นคือความรู้สึกที่ดีใจว่าสุดท้ายผมในนามพรรคประชาชาติ ในฐานะที่อยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งมีเสียงเล่าลือพูดกันหนาหูว่าเป็นดินแดน แห่งการซ้อมทรมาน เป็นดินแดนที่มีการบังคับใช้กฎหมายพิเศษมาตลอดระยะเวลา ๑๗ ปี แต่ด้วยหลักการและเหตุผลของคณะรัฐมนตรีที่ยื่นเข้ามาถึงจะช้าแต่ก็ยังดีกว่าไม่มา พรรคประชาชาติเราได้ยินตั้งแต่วันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๓ คณะรัฐมนตรีเสนอมาในวันนี้ ผมในฐานะที่เคยเป็นทนายความมุสลิม ศูนย์ทนายความมุสลิมนราธิวาสก่อนที่จะได้รับ เลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ๑๗ ปีที่คาดหวังว่าเราสมควรที่จะต้องมีกฎหมาย รองรับป้องกันการซ้อมทรมาน เพราะว่าตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ในมาตรา ๓ วรรคสอง ได้บัญญัติไว้ชัดเจนนะครับว่าคณะรัฐมนตรี รัฐสภา รวมตลอดถึงหน่วยงานของรัฐต้องปฏิบัติ ตามรัฐธรรมนูญและกฎหมาย และหลักนิติธรรมนะครับ ผมขอย ้าว่าและหลักนิติธรรม ในวรรคสองของมาตรา ๓ แต่ทั้งหลายทั้งปวงตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กฎหมายฉบับนี้ ได้เสนอเข้าสู่สภาขึ้นมันสะท้อนให้เห็นว่าหน่วยงานของรัฐเองยังละเมิดหรือไม่ปฏิบัติตาม กฎหมายอีกมาก กฎหมายปกติมันไม่สามารถเข้าถึงได้ จึงจำเป็นที่ต้องมีพระราชบัญญัติ ป้องกันปราบปรามการซ้อมทรมานและบังคับให้สูญหาย อย่างที่ผมเรียนท่านประธาน ตั้งแต่ต้นว่าในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก่อนที่ผมจะมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะที่ทำงานอยู่มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องในพื้นที่จาก การถูกบังคับใช้กฎหมายพิเศษ กฎอัยการศึก ๗ วัน พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ๓๐ วัน รวมเป็น ๓๗ วัน เป็นจำนวนมากเป็นร้อยรายที่กล้าเปิดเผยข้อมูล แต่กฎหมายปกติไม่สามารถเข้าถึงได้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้กำลังทำลายระบบนิติธรรม หลายหน่วยงานบอกว่าพอเห็นกฎหมายฉบับนี้จะเข้ามา อ้างว่าเดี๋ยวเจ้าหน้าที่ทำงานลำบาก นั่นคือท่านกำลังไม่ได้มองถึงหลักนิติธรรมในการทำงาน ผมเชื่อว่าเมื่อกฎหมายฉบับนี้ผ่านวาระที่ ๑ จะได้มีการตั้งกรรมาธิการพิจารณากฎหมาย อีกหลายมาตรา อย่างที่ผมเรียนท่านประธานว่าฉบับที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอกับที่ทาง พรรคประชาชาติเป็นผู้เสนอมีรายละเอียดที่ต่างกันหลายอย่าง เริ่มตั้งแต่คำนิยามของการ ทรมาน คณะกรรมการที่มีการแต่งตั้งตาม พ.ร.บ. ที่คณะรัฐมนตรีเสนอกับทางฝ่ายผม ประชาชาติเสนอก็ต่างกันแต่ต่างกันไม่มาก รวมตลอดถึงในเรื่องของการเยียวยา ซึ่งตัวร่าง ที่ทางฝ่ายพรรคประชาชาติผมจะมีในเรื่องการเยียวยาด้วย แต่ว่าในส่วนตัวร่างของ คณะรัฐมนตรีให้อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการเป็นผู้กำหนด แต่ไม่ได้ระบุบัญญัติไว้ชัดเจน ในเรื่องของการเยียวยา ผมเรียนต่อท่านประธานอย่างนี้นะครับว่า เมื่อประมาณเดือน มิถุนายนปีนี้ผมมีเหตุการณ์ที่ตั้งกระทู้ถามในสภาแห่งนี้เกี่ยวกับการซ้อมทรมานในพื้นที่เขต พื้นที่ผม ก็คือที่ตำบลสุวารี อำเภอรือเสาะ การซ้อมทรมานตลอดระยะเวลาที่ผ่านแลเห็นได้ ว่ามีการวิวัฒนาการการซ้อมทรมาน ผมต้องขอขอบคุณบุคคลที่กล้านำคลิปวิดีโอ (Clip Video) คลุมถุงดำมานำเสนอต่อสังคมจนเป็นที่มา ผมเชื่อว่ากระแสตรงนั้นทำให้ คณะรัฐมนตรีหรือรัฐบาลต้องรีบเร่งเสนอกฎหมายเข้าสู่สภา เพราะว่าเสียงของพี่น้องผม เสียงของผมเองในสภาแห่งนี้นานมาแล้วเราส่งเสียงให้มีการออกกฎหมายฉบับนี้ แต่ทางฝ่าย บริหาร ฝ่ายรัฐบาล ยังไม่ได้ให้ความสำคัญ เพราะเสียงของผมยังไม่ดังพอ แต่ด้วยกระแส สังคมและภาคประชาสังคมหลาย ๆ ภาคส่วน หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่นครสวรรค์จึงได้มีการ พิจารณาเสนอกฎหมายเข้ามา ผมเชื่ออย่างนั้น แต่รายละเอียดต่าง ๆ หลาย ๆ ประเด็นอย่างที่ผมได้เรียนนำเสนอต่อท่านประธานนะครับว่า เราก็คงต้องไปว่ากัน ในกรรมาธิการ แล้วก็ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสภาของเราจะรับหลักการในวาระที่ ๑ เพื่อตั้ง กรรมาธิการ หลาย ๆ ประเด็นผมดูแล้วยังต้องมีการถก เรื่องเยียวยา เคส (Case) ที่ผมตั้ง กระทู้ในสภาแห่งนี้ จนถึงทุกวันนี้ที่ผมตั้งกระทู้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมวันก่อน การซ้อมทรมานมันเกิดวิวัฒนาการแถวบ้านผมมันไม่ใช่แค่คลุมถุงดำแล้วครับ มันทำให้ จิตหลอนจิตประสาท และมีอีกหลาย ๆ กรณีถุงดำก็ไม่ใช่เฉพาะถุงแห้ง ถุงเปียกก็มี การแก้ผ้าในห้องเย็น ถอดเสื้อผ้าทั้งหมดในห้องเย็นในอุณหภูมิที่ต ่า ก็เป็นลักษณะหนึ่ง ของการซ้อมทรมานและเกิดขึ้นจริงในสังคมนี้ ของประเทศนี้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมหวัง เป็นอย่างยิ่งว่าหากกฎหมายฉบับนี้ผ่านการพิจารณาในวาระที่ ๑ วาระที่ ๒ วาระที่ ๓ แล้ว มันสามารถจะเป็นเกราะป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชน แล้วก็มันจะทำให้หลักนิติธรรม ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญตามเจตนารมณ์ของการร่างรัฐธรรมนูญที่ระบุให้มีหลักนิติธรรม ให้หน่วยงานของรัฐปฏิบัติตามกฎหมายและหลักนิติธรรม มันจะเป็นรูปธรรมแล้วก็เป็นจริง ในทางปฏิบัติ สุดท้ายหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน จะได้อภิปรายสนับสนุน แล้วก็ผมเองในฐานะนับถือศาสนาอิสลาม อย่างที่เรียนท่านประธานว่า ดีใจที่สภาได้พิจารณา พ.ร.บ. ป้องกันการซ้อมทรมาน คงต้องกล่าวคำว่า อัลฮัมดุลิลลาฮ์ แล้วก็ซูโงะฮ์ต่ออัลเลาะห์ ซูบาฮะห์ซาลาห์ หรือขอบคุณพระเจ้าที่วันนี้กฎหมายป้องกันการซ้อมทรมานหรือป้องกัน การซอเล็มต่อพี่น้องมลายู จะได้มีการบังคับใช้เสียที ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป เจ้าของญัตติที่ ๕.๑๗ ท่านสุทัศน์ เงินหมื่น กับคณะ เชิญท่านสุทัศน์ครับ🔗

นายสุทัศน์ เงินหมื่น แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายสุทัศน์ เงินหมื่น ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผม พร้อมด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ทุกท่าน ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติ ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย มีหลักการและเหตุผล ดังนี้🔗

หลักการ ให้มีกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทรมานและ การกระทำให้บุคคลสูญหาย โดยกำหนดให้การค้นตัว จับ คุมขัง หรือกระทำการใด อันกระทบกระเทือนต่อเสรีภาพในร่างกายของบุคคลจะต้องมีการแจ้งสิทธิและจัดทำบันทึก การควบคุมตัวตามที่กฎหมายนี้กำหนดโดยไม่เลือกปฏิบัติ รวมทั้งกำหนดให้ศาลยุติธรรม เป็นกลไกสำคัญในการตรวจสอบการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ของรัฐ อันกระทบกระเทือนต่อ เสรีภาพในร่างกายบุคคล สร้างระบบความพร้อมรับผิดและลบล้างวัฒนธรรม ปล่อยให้คนผิด ลอยนวล ตลอดจนมีกลไกมีสนับสนุนช่วยเหลือให้ผู้ได้รับความเสียหายได้รับความเป็นธรรม ผ่านการช่วยเหลือทางกฎหมาย เพื่อติดตามตรวจสอบและนำตัวผู้ที่เกี่ยวข้องมาเข้าสู่ กระบวนการยุติธรรมทางอาญาและมาตรการชดเชยฟื้นฟูเยียวยาความเสียหายทางร่างกาย จิตใจ สังคม และการป้องกันไม่ให้กระทำการละเมิดเกิดซ ้าอีก🔗

เหตุผล โดยการที่ทรมาน การกระทำ หรือการลงโทษที่โหดร้ายไร้ มนุษยธรรม หรือย ่ายีศักดิ์ศรีและการกระทำให้บุคคลเสียหาย ซึ่งกระทำโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง ซึ่งไม่อาจยกเว้นให้กระทำได้ไม่ว่าสถานการณ์ ใด ๆ อีกทั้งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยได้บัญญัติให้รัฐมีหน้าที่คุ้มครองสิทธิและ เสรีภาพในชีวิตและร่างกายของบุคคล จากการถูกค้น จับ คุมขัง หรือกระทำการใด อันกระทบกระเทือนต่อเสรีภาพในร่างกายเกินสมควรแก่เหตุที่กฎหมายกำหนด ยิ่งไปกว่านั้น การทรมาน การทารุณกรรม หรือการลงโทษด้วยวิธีโหดร้าย หรือไร้มนุษยธรรมนั้นจะกระทำ มิได้ ประกอบกับประเทศไทยได้เข้าเป็นภาคีของอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติ หรือการลงโทษอื่นที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรม หรือย ่ายีศักดิ์ศรี และได้ลงนามในอนุสัญญา ระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการบังคับให้หายสาบสูญ จึงต้องมี บทบัญญัติที่กำหนดฐานความผิดเป็นการเฉพาะ ตลอดจนมีมาตรการในการป้องกันและ ปราบปราม มาตรการเยียวยาผู้ได้รับความเสียหายและมาตรการอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถปฏิบัติตามข้อบทในอนุสัญญาดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นการ กระทำการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในประเทศไทยให้เทียบเท่าสากล และสอดคล้องกับ หลักการของรัฐธรรมนูญจึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัติฉบับนี้🔗

ท่านประธานที่เคารพ การทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหายนั้น เป็นการกระทำที่ทารุณโหดร้ายและเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรง กรณีที่เกิดขึ้น ในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการกระทำโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยเฉพาะ ในรัฐเผด็จการ เช่น การทรมานเพื่อให้ได้มาซึ่งคำรับสารภาพ หรือบังคับให้เป็นพยาน หรือ การจับกุม การฆ่า ทำให้สูญหาย หรือกรณีอุ้มหาย หรือทรมานฆ่าผู้มีความคิดเห็นทางการ เมืองแตกต่าง หรือทรมานทำให้เสียชีวิต หรือทำให้หายตัวไป ท่านประธานที่เคารพ สำหรับ ในประเทศไทยนั้นได้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ต่อบุคคลจำนวนมาก นับตั้งแต่เปลี่ยนแปลง การปกครอง ๒๔๗๕ เป็นต้นมา ซึ่งเป็นผลของการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเฉพาะสมัย รัฐเผด็จการ กระผมขออนุญาตที่จะยกตัวอย่างบางตัวอย่าง ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในประเทศไทย เพื่อกราบเรียนท่านประธาน ท่านประธานครับ กรณีที่เกิดขึ้นในประเทศไทย หลายกรณีด้วยกัน หลังจากการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ๒๔๗๕ นั้น เช่น กรณีการสังหาร อดีตรัฐมนตรี ๔ คน เมื่อวันที่ ๔ มีนาคม เวลา ๐๓.๐๐ นาฬิกา ได้มีการนำตัวอดีตรัฐมนตรี ๔ คน ซึ่งถูกจับกุมออกจากสถานีตำรวจเพื่อที่จะอ้างว่าย้ายที่คุมขัง ขออนุญาตเอ่ยนามคือ ๑. นายทองอินทร์ ภูริพัฒน์ ส.ส. จังหวัดอุบลราชธานี ๒. นายถวิล อุดล ส.ส. จังหวัดร้อยเอ็ด ๓. ดอกเตอร์ทองเปลว ชลภูมิ ส.ส. จังหวัดสมุทรสาคร ๔. นายจำลอง ดาวเรือง ส.ส. จังหวัดมหาสารคาม ทั้ง ๔ ท่านนี้เป็นรัฐมนตรี เป็นอดีตรัฐมนตรี ขณะที่มีการย้ายที่คุมขัง ได้ถูกยิงที่สี่แยกบางเขน โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐอ้างว่าเป็นการแย่งชิงตัวจากโจรจีนมลายู แต่ไม่ปรากฏว่ามีเจ้าหน้าที่ของรัฐแม้แต่คนเดียวถูกยิงหรือเสียชีวิต และจากการพิจารณา ในศาลนั้นชัดเจนว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำของเจ้าหน้าที่ของรัฐ ซึ่งศาลได้มี คำพิพากษาฎีกาปรากฏชัดเจน รายละเอียดจะปรากฏในคำพิพากษาศาลฎีกาดังกล่าว อีกกรณีหนึ่งท่านประธานครับ กรณี นายเตียง ศิริขันธ์ อดีตรัฐมนตรี ๓ สมัย ส.ส. จังหวัดสกลนคร ๕ สมัย ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นขุนพลภูพาน ถูกอุ้มฆ่า พบศพถูกเผาที่ป่า จังหวัดกาญจนบุรี อีกกรณีหนึ่งครับท่านประธานที่เคารพ มีความจำเป็นที่จะต้องเรียน ท่านประธานเป็นข้อมูลและเป็นข้อเท็จจริงเพื่อประกอบการพิจารณา กรณีท่านหะยีสุหลง โต๊ะมีนา ซึ่งขอประทานโทษทายาทของท่านก็เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั่งอยู่ที่นี่ ซึ่งท่านหะยีสุหลงเป็นผู้นำชาวมุสลิมนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ท่านเป็นโต๊ะอิหม่าม ที่มีชื่อเสียง เป็นผู้นำจิตวิญญาณและปัญญาชนของชาวไทย เชื้อสายมุสลิม โดยเฉพาะ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านได้หายไปพร้อมกับลูกชายและคนสนิท ซึ่งมีการติดตาม พบว่าถูกถ่วงน ้าที่ทะเลสาบสงขลา ท่านเสียชีวิตไปเมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๔๙๗ และ เป็นที่แปลกประหลาดที่สุดก็คือเมื่อประมาณปี ๒๕๕๙ ได้มีทายาทของบรรดาผู้ที่กระทำ ให้เกิดการสูญหายของท่านหะยีสุหลง ได้เดินทางไปร่วมในพิธีการครบรอบการเสียชีวิตของ ท่านหะยีสุหลง โดยมีการกล่าวขอโทษญาติพี่น้องของท่านหะยีสุหลงโดยระบุว่า ขอแสดงความเสียใจและขอโทษแทน ซึ่งบรรพบุรุษชั้นผู้ใหญ่ของท่านเป็นผู้มีส่วน ในการกระทำให้เกิดความเสียหาย ให้เกิดการอุ้มหายหรือเกิดการทารุณ กรณีนายสะอิ้ง มารังกูล อดีต ส.ส. จังหวัดบุรีรัมย์ กรณีนายชวินศักดิ์ คำ อดีต ส.ส. จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งเสียชีวิตโดยมีเงื่อนงำ การล้อมปราบและการทำให้สูญหายในเหตุการณ์ ๖ ตุลาคม ๒๕๑๙ การสูญหายในเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ การที่ผู้นำแรงงานคุณทนง โพธิ์อ่าน ได้ถูกอุ้มหายไป ก่อนที่จะเดินทางไปประชุมแรงงานสากลที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ เพราะท่านผู้นี้เป็นผู้ที่ แถลงการณ์ต่อต้าน รสช. ในขณะนั้น กรณีการสูญหายของทนายสมชาย นีละไพจิตร ซึ่งเป็นนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน การฆ่าและอุ้มหายในสงครามปราบปรามยาเสพติด กรณีการฆ่าและทรมานทำให้สูญหายและถึงแก่ความตายกรณีตากใบและกรือเซะ กรณีการหายตัวของนายสุรชัย แซ่ด่าน การหายตัวของวันเฉลิม ศักดิ์สิทธิ์ การหายตัวของ นายพอละจีหรือบิลลี่ รักจงเจริญ และล่าสุดกรณีการกระทำของเจ้าพนักงานตำรวจ ซ้อมทรมานจนถึงแต่ความตายที่จังหวัดนครสวรรค์ ท่านประธานที่เคารพ กรณีเหล่านี้ เป็นเพียงบางตัวอย่างที่เกิดขึ้น ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นเพราะกระบวนการยุติธรรมที่ขาด ความสม ่าเสมอและมีหลายมาตรฐาน รวมทั้งขาดกลไกและขาดผู้รับผิดชอบโดยตรง รวมทั้งขาดกฎหมายที่สามารถบังคับใช้ได้เป็นการเฉพาะ ไม่มีบทลงโทษที่ชัดเจน ไม่มีกลไก การตรวจสอบ ไม่มีการควบคุมการกระทำความผิดหรือไม่มีกลไกพิเศษในการรับมือกับ ความซับซ้อนของคดี กระผมและคณะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคประชาธิปัตย์ ในนามพรรคประชาธิปัตย์จึงได้เสนอร่างกฎหมายฉบับนี้ ตั้งแต่วันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๓ เพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพและแก้ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น การเสนอกฎหมายฉบับนี้เป็นการสอดคล้องกับนโยบายกับพรรคประชาธิปัตย์และสอดคล้อง กับการที่ประเทศไทยได้ลงนามในอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติ หรือ การลงโทษอื่นที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรม ซึ่งย ่ายีศักดิ์ศรีและสอดคล้องกับอนุสัญญา ระหว่างประเทศ ว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากกรณีบังคับให้หายสาบสูญ ซึ่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีสาระสำคัญย่อ ๆ ทั้งหมด ๔๘ มาตรา เริ่มต้นด้วยบทนิยาม ซึ่งบทนิยามดังกล่าวนี้จะค่อนข้างที่จะสอดคล้องกับอนุสนธิสัญญาตามที่กระผมได้กราบเรียน แล้ว ซึ่งมีคำนิยามว่าให้หมายความคำว่า กรณีการทรมาน การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐ กระทำประการใด ๆ ให้ผู้อื่นเกิดความเจ็บปวดหรือทุกข์ทรมานอย่างร้ายแรงแก่ร่างกายหรือ จิตใจเพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีการพูดถึงการละเมิดสิทธิและการเยียวยา ในมาตรา ๖ มาตรา ๗ มีการบัญญัติถึงลักษณะการกระทำการทรมาน การบังคับบุคคล ให้สูญหาย การกระทำหรือลงโทษที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือย ่ายีศักดิ์ศรีในร่างมาตรา ๘ ถึงมาตรา ๑๘ ซึ่งการดำเนินคดีอาญานี้ได้กำหนดจะไม่ให้มีการเริ่มนับอายุความจนกว่า จะได้พบบุคคลที่ถูกกระทำให้สูญหาย หรือปรากฏหลักฐานน่าเชื่อว่าบุคคลนั้นถึงแก่ ความตาย หมายความว่าไม่มีการนับอายุความจนกว่าจะพบเหตุการณ์ดังกล่าวนั้น เมื่อพบบุคคลถึงแก่ความตาย หรือปรากฏหลักฐานว่าสูญหายแล้วจึงเริ่มนับอายุความ ๕๐ ปี ความผิดตามกฎหมายฉบับนี้ให้ถือเป็นคดีพิเศษตามกฎหมายว่าด้วยการสอบสวนคดีพิเศษ และให้พนักงานอัยการเป็นผู้รับผิดชอบ สำนวนการสอบสวนไม่อยู่ในอำนาจของ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ กรณีทหารกระทำความผิดจะต้องขึ้นศาลพลเรือน คือศาลคดีอาญาทุจริต ไม่ให้ขึ้นศาลทหาร เพราะถือว่าศาลทหารนั้นมีอัยการและมีตุลาการ เป็นทหาร ท่านประธานที่เคารพครับ การดำเนินสิทธิของผู้ถูกควบคุมตัว กระบวนการ ควบคุมตัวและการปล่อยตัวมีอยู่ในร่างมาตรา ๒๗ ถึงร่างมาตรา ๓๕ และมีรูปแบบของ คณะกรรมการป้องกันและการปราบปรามการทรมานการกระทำให้บุคคลสูญหาย ในร่าง มาตรา ๓๖ ถึงร่างมาตรา ๔๓ ที่เหลือเป็นบทกำหนดโทษรวมทั้งหมด ๔๘ มาตรา ท่านประธานที่เคารพ โดยเหตุผลดังกล่าวนี้กับกระผมและสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ จึงได้เสนอร่างกฎหมายฉบับนี้มาเพื่อโปรดให้สภาพิจารณา ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไปญัตติ ในลำดับที่ ๕.๑๘ ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำ ให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. .... คุณสิระ เจนจาคะ กับคณะ เป็นผู้เสนอ ขอเชิญเสนอครับ🔗

นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ยะลา

ขออนุญาตท่านประธานครับ ท่านสิระ จะขออนุญาตให้ผมในฐานะที่เป็นคณะกรรมาธิการร่วมด้วยเป็นผู้พิจารณา ซึ่งอยู่ในลำดับ ถัดไปอยู่แล้วนะครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเลยครับ🔗

นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ยะลา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคพลังประชารัฐ จะขออนุญาตวันนี้ได้มีโอกาสได้นำเสนอร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปราม การทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. .... ซึ่งเป็นร่างที่พิจารณาจากความร่วมมือ ของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน โดยมีท่านสิระ เจนจาคะ เป็นหัวหน้าคณะในการลงนามในการเสนอกฎหมายต่อสภาแห่งนี้ กฎหมายฉบับนี้ เป็นกฎหมายที่คนทั้งประเทศ ผมเชื่ออย่างนั้นนะครับ และผมเชื่อว่าท่านสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรในสภานี้อยากจะให้เห็น อยากจะให้มีบังคับใช้ในประเทศไทยเรา เพราะมีการ เรียกร้องมาโดยตลอดนะครับ กฎหมายฉบับร่างที่เสนอโดยท่านสิระนี้มาจากการศึกษา โดยคณะอนุกรรมาธิการศึกษาการปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรร่วมกันลงนามสนับสนุนร่างฉบับนี้ประมาณ ๑๑๐ ท่าน องค์ประกอบของคณะกรรมาธิการที่ร่างกฎหมายฉบับนี้เรามีทั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่เป็นฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน มีตัวแทนของท่านอัยการ ของตำรวจ และภาคประชาสังคม ภาคประชาชน และเราได้เชิญบุคคลที่เป็นฝ่ายข้าราชการประจำได้มาร่วมให้ความเห็น ไม่ว่าจะเป็นของกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม ก็ได้มาร่วมให้ความเห็น ด้วย ในการดำเนินการจัดทำร่างที่เสนอต่อสภาในวันนี้ คณะกรรมาธิการได้ใช้ร่างของท่าน รังสิมันต์ โรม ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะครับ เป็นร่างหลัก โดยใช้ร่างในส่วนของฉบับ ประชาชนที่เสนอผ่านคณะกรรมาธิการและร่างฉบับของกระทรวงยุติธรรมซึ่งเป็นฉบับเดิม ที่กระทรวงยุติธรรมได้เสนอในชั้นสภานิติบัญญัติแห่งชาติ เราใช้ร่างนั้นประกอบในการ พิจารณาของเรา จนได้ร่างที่ได้นำเสนอต่อสภาในวันนี้🔗

สาระสำคัญที่อยากจะนำเสนอต่อที่ประชุมแห่งนี้ในร่างที่เสนอโดย กรรมาธิการ เราให้ถือว่าการทรมานและอุ้มหายโดยเจ้าหน้าที่รัฐนั้นเป็นอาชญากรรม เจ้าหน้าที่ที่กระทำและผู้บังคับบัญชาที่รู้เห็นหรือละเลยต้องถูกลงโทษ เราจะมีเขียนบัญญัติ ไว้ในกฎหมาย ให้มีกลไกป้องกัน ตรวจสอบ ไม่ว่าจะเป็นญาติหรือทนายความหรือผู้มีส่วนได้ เสียมีสิทธิจะร้องขอให้เปิดเผยข้อมูลของผู้ที่ถูกควบคุมตัวได้ มีมาตรการในการให้ผู้ที่ควบคุม ตัวต้องบันทึก ไม่ว่าจะเป็นสถานที่ ร่างกาย สภาพร่างกาย รายละเอียดต่าง ๆ ที่ปรากฏไว้ ในกฎหมายฉบับนี้ เพื่อที่จะให้ยืนยันว่าผู้ที่ถูกควบคุมตัวนั้นได้รับการคุ้มครอง ได้รับการดูแล ทุกขั้นตอน ทุกช่วงเวลาในการที่จะถูกควบคุมตัว ในกฎหมายฉบับนี้ได้บัญญัติให้ศาล ตรวจสอบถ่วงดุลการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่รัฐและมีอำนาจกำหนดวิธีเยียวยาความเสียหาย มีการกำหนดว่าหลังจากที่ตรวจสอบแล้ว มีการไต่สวนแล้ว เชื่อว่ามีมูลเหตุมีการกระทำ ความผิดจริง ก็ให้สามารถที่จะกำหนดเยียวยาโดยคณะกรรมการที่บัญญัติไว้ในกฎหมายฉบับ นี้ มีมาตรการคุ้มครองความปลอดภัยและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเสียหายอย่างเร่งด่วนได้ พร้อมทั้งเยียวยาทั้งร่างกายและจิตใจของคนผู้ที่ได้รับความเสียหายจากการกระทำทรมาน หรือญาติของบุคคลที่สูญหาย ในกฎหมายร่างฉบับนี้ได้ให้คดีทรมานและอุ้มหายเป็นคดี ที่ไม่มีอายุความ เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบต้องสอบสวนจนกว่าจะรู้ชะตากรรมของผู้ถูกอุ้มหาย เจ้าหน้าที่จะต้อง สอบสวนหรือสืบสวนคดีสูญหายอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะพบตัวหรือเชื่อว่าบุคคลนั้น ถึงแก่ความตาย และให้ใช้กับบุคคลที่สูญหายก่อนพระราชบัญญัตินี้มีผลบังคับใช้ด้วยครับ ไปดูในอดีตใครที่บอกว่าสูญหายและยังไม่มีข้อเท็จจริงที่ยุติ เจ้าหน้าที่ต้องรับผิดชอบในการ สืบสวนสอบสวนด้วยเช่นเดียวกัน ในร่างฉบับนี้กำหนดให้มีคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย มีอำนาจหน้าที่ในการตรวจสอบ ข้อร้องเรียน มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบายและวางกรอบในการเยียวยา ดูแลผู้ที่ ได้รับผลกระทบจากการกระทำความผิด ทรมานและสูญหาย ที่สำคัญคณะกรรมการตาม ร่างกฎหมายฉบับนี้มีองค์ประกอบที่ผิดแผกไปจากร่างอีก ๓ ฉบับ นั่นหมายถึงเรามีในส่วน ของผู้แทนของรัฐ และประกอบด้วยอดีตของผู้เสียหาย มีผู้แทนภาคประชาสังคม มีผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวชศาสตร์ มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเรื่องการพิสูจน์หลักฐาน นักกฎหมาย นักสิทธิมนุษยชนเป็นองค์ประกอบที่เราพยายามจะเขียนไว้เพื่อที่จะคุ้มครองและให้ครบ รอบด้านในการเป็นคณะกรรมการเพื่อคุ้มครองพี่น้องประชาชน ในร่างกฎหมายฉบับนี้เราให้ พนักงานอัยการทำหน้าที่ควบคุมการสอบสวนและมีอำนาจสอบสวนคดีด้วย คดีตาม พระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่ต้องส่งไปให้ ป.ป.ช. หรือ ป.ป.ท. พิจารณาแล้วจึงเกิดความล่าช้า และขาดความไว้วางใจในการทำหน้าที่ และทำให้ประชาชนไม่เชื่อมั่น อันนี้คือสภาพปัญหา นอกจากนั้นแล้วคดีนี้ คดีตามร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ กำหนดให้ศาลอาญาคดีทุจริตและ ประพฤติมิชอบที่ใช้ระบบไต่สวนทำหน้าที่ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ นอกจากนั้นแล้ว ในร่างฉบับนี้ยังบัญญัติไว้ว่าคุ้มครองผู้เสียหายที่ร้องเรียนและเป็นพลเมืองดีที่ไม่ดูดายสำหรับ ผู้ที่ถูกกระทำ ถูกทรมาน หรือถูกสูญหาย ใครที่มาร้องเรียน ใครที่มาให้ข้อมูล ใครที่มาแจ้ง จะได้รับการปกป้องดูแล หากกระทำโดยสุจริต ไม่ได้มีการคิดกลั่นแกล้ง รัฐตามกฎหมาย ฉบับนี้ได้บัญญัติเอาไว้ว่าเราต้องคุ้มครองปกป้องเขา ไม่อย่างนั้นไม่มีใครจะกล้ามาบอก ความจริงให้กับทางราชการ นอกจากนั้นแล้วในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ให้สามี ภรรยา คู่ชีวิต บุพพการี ผู้สืบสันดาน ผู้อยู่ในอุปการะทั้งที่จดทะเบียนและไม่ได้จดทะเบียนนั้น เป็นผู้เสียหายได้ สามารถมีส่วนร่วมในกระบวนการยุติธรรมและได้รับการเยียวยา🔗

ประการสุดท้าย ที่เราถือว่าเป็นสาระสำคัญด้วยในกฎหมายร่างฉบับที่ กรรมาธิการได้พิจารณาร่วมกันนั้น ให้การทรมาน อุ้มหายเป็นความผิดสากลที่ไม่มีข้อยกเว้น ต้องได้รับโทษในราชอาณาจักร ห้ามส่งบุคคลกลับไปเผชิญอันตรายกรณีที่เชื่อว่าส่งตัว กลับไปแล้วจะได้รับอันตรายถึงชีวิตหรือไม่ได้รับความปลอดภัย🔗

อีกประเด็นหนึ่ง ในร่างกฎหมายฉบับนี้ได้มีการบัญญัติไว้ ห้ามไม่ให้รับฟัง พยานหลักฐานที่ได้มาจากการทรมาน แม้ว่าในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาจะ มีการบัญญัติไว้ว่าไม่ให้มีการรับฟัง แต่ก็มีข้อยกเว้นว่าให้รับฟังได้หากมีเหตุผลอะไรตามที่ บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แต่ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เราตัดไม่ให้ศาลรับฟังพยานหลักฐานที่ได้มาโดยจาก พฤติการณ์การทรมานการกระทำที่ไม่ชอบตามกฎหมายฉบับนี้ นอกจากนั้นแล้วทางราชการ จะอ้างสถานการณ์ฉุกเฉิน สถานการณ์สงคราม สถานการณ์ความไม่มั่นคงของรัฐ สถานการณ์พิเศษใด ๆ จะมาอ้างเพื่อให้การกระทำผิดตามกฎหมายนี้เป็นการกระทำ โดยชอบไม่ได้ นี่คือสาระสำคัญใหญ่ ๆ นะครับ ในอดีตจริง ๆ แล้วทางราชการเองก็รับรู้ว่า มีการทรมานมีการซ้อมแต่ไม่ค่อยได้เป็นที่เปิดเผย ผมเพิ่งได้รับเอกสารเป็นคำสั่ง คณะกรรมการจัดการเรื่องราวร้องทุกข์กรณีถูกกระทำทรมานและถูกบังคับให้สูญหาย ที่ ๔/๒๕๖๑ เป็นคำสั่งแต่งตั้งคณะอนุกรรมการคัดกรองกรณีถูกกระทำทรมานและ ถูกบังคับให้สูญหาย ลงนามเมื่อปี ๒๕๖๑ ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านพลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง ในขณะนั้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แสดงให้เห็นว่าหน่วยงานราชการเองพยายามที่จะปกป้องพยายามที่จะไม่ให้มีพฤติการณ์ ให้เจ้าหน้าที่รัฐกระทำทรมานกระทำให้บุคคลสูญหายตามข้อร้องเรียนก็ตรวจสอบพิสูจน์กัน แต่ไม่มีกฎหมายเฉพาะที่จะดูแลพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ดังนั้นโอกาสนี้ถือว่าเป็นโอกาส ที่ดีที่สภาแห่งนี้ได้เป็นผู้พิจารณาแล้วก็ร่างกฎหมายฉบับนี้ออกไปในอนาคต หลายเหตุการณ์ ในอดีตสังคมได้รับรู้ว่ามีการทรมานมีการทำให้สูญหาย แต่ประเทศไทยเรายังไม่เคยมี กฎหมายเฉพาะ ผมเชื่อว่าโอกาสนี้เป็นโอกาสดีที่ผมเองในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรครั้งแรกจากพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้มีโอกาสมีส่วนร่วมในการผลักดันให้มี กฎหมายฉบับนี้ แล้วก็เชื่อว่ามีท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้อาวุโสอีกหลายท่านที่เรียกร้อง มาโดยตลอดได้มีโอกาสได้มาผลักดันให้กฎหมายฉบับนี้ได้มีการบังคับใช้ได้ในอนาคต จึงขอเสนอกฎหมายฉบับนี้เพื่อให้สภาได้พิจารณาให้การสนับสนุนและรับหลักการเพื่อที่จะ ได้ตั้งคณะกรรมาธิการและพิจารณาในวาระที่ ๒ วาระที่ ๓ ต่อไป ขอบพระคุณครับท่าน ประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ก็จบเจ้าของ ผู้เสนอนะครับ ต่อไปนี้ก็จะเป็นสมาชิกที่ขออภิปรายซึ่งได้ส่งรายชื่อมาแล้ว ๙ ท่าน เพื่อพวกเราจะได้คำนวณเวลาได้ ใครที่จะไปรับประทานอาหารก็จะได้คำนวณเวลาได้ ท่านแรก คุณณัฐวุฒิ บัวประทุม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล นายมานพ คีรีภูวดล นายรังสิมันต์ โรม นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา นายธีรัจชัย พันธุมาศ นายชลน่าน ศรีแก้ว นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา ขอเชิญคุณณัฐวุฒิก่อนครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ผมเป็นหนึ่งในผู้ลงนามมีส่วนร่วมในการนำเสนอร่างพระราชบัญญัติ ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. .... ในฉบับที่เป็น ฉบับของคณะกรรมาธิการกฎหมายสิทธิมนุษยชนและการยุติธรรมที่มีคุณสิระ เจนจาคะ เป็นประธานคณะกรรมาธิการครับ ด้วยเหตุดังกล่าวครับ ผมจึงเป็นคนแรกของพรรคก้าวไกล ที่จะนำภาพรวมให้เห็นว่าประเด็นเรื่องของคำอภิปรายต่อร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้นั้น มี ๔ เรื่องใหญ่ ๆ ผมขอสไลด์ (Slide) ด้วยนะครับที่ผมจะขอพูดก่อนที่จะมีการรับหรือไม่รับ หลักการด้วยกัน🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

เรื่องที่ ๑ ก็คือประเด็น เรื่องของนิยามความหมายตลอดจนการให้ความสำคัญต่อประเด็นเรื่องการทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย🔗

เรื่องที่ ๒ คือสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นในบริบทภายในประเทศ หรือที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย🔗

เรื่องที่ ๓ เป็นการต่อพันธกรณีหรืออนุสัญญาระหว่างประเทศ ตลอดจน กลไกระหว่างประเทศที่ประเทศไทยเข้าไปเกี่ยวข้อง🔗

เรื่องที่ ๔ ก็คือสิ่งที่ควรมีและควรจะพิจารณารับหรือไม่รับในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับ ผมขอสไลด์ (Slide) หน้าที่ ๒ ที่จะอธิบายเพื่อย ้าให้เห็นว่า ท่านประธานที่เคารพ ครับ ประเด็นเรื่องนิยามความหมายของการทรมานที่เรียกว่าทอร์เจอร์ (Torture) ในภาษาอังกฤษนั้นผมหยิบยกมาจากอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้านการทรมานแคต (CAT) ในฉบับที่ประเทศไทยเป็นภาคีสมาชิก ผมไม่พูดซ ้ากับประเด็นของท่านอื่น ๆ ที่พูดถึงว่า การทรมานนั้นหมายความว่าการกระทำใด ๆ ที่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดทุกข์ทรมานใด ๆ ต่าง ๆ แต่ผมย ้าและไฮไลต์ (Highlight) ในประเด็นตอนท้ายให้เห็นครับว่ากระบวนการของ การกระทำดังกล่าวนั้นอาจเกิดขึ้นโดยตรง หรือเกิดโดยการยุยง หรือโดยความยินยอม หรือรู้เห็นเป็นใจของเจ้าพนักงานของรัฐ นั่นหมายถึงว่าไม่ว่ารัฐจะเป็นผู้กระทำโดยตรง หรือไม่ แต่การที่รัฐหรือรัฐบาลในขณะนั้นหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐในระดับผู้บังคับบัญชา ปล่อยปละละเลยให้มีการกระทำ นั่นก็เรียกว่าเป็นการกระทำทรมานเช่นเดียวกัน ส่วนประเด็นเรื่องการกระทำให้บุคคลสูญหายโดยการถูกบังคับครับ ในสไลด์ (Slide) ในหน้าที่ ๓ หน้าถัดไปครับ ก็คือการอธิบายว่าเอนฟอร์ซ ดิสแอปเพียเรนซ์ (Enforced Disappearance) ความหมายโดยนัยที่อยู่ในอนุสัญญาที่เรียกว่าไอซีพีพีอีดี (ICPPED) นั้นเขียนว่าอย่างไร แล้วท่านจะเห็นได้ว่าการกระทำดังกล่าวนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากการที่หาไม่ เจออย่างเดียวนะครับ แต่หมายรวมถึงการปกปิดชะตากรรมหรือที่อยู่ของบุคคลที่สูญหาย ด้วย ท่านประธานครับ ชีวิตใคร ใครก็รัก ชีวิตของคนที่ไม่รู้ว่าชะตากรรมของคนในครอบครัว ของตนเองอยู่ที่ใดเหมือนแก้วที่มันร้าวไม่สามารถที่จะประสานกลับมาได้อีก ด้วยเหตุ ดังกล่าวครับในทั่วโลกสากลนั้น จึงยอมรับกันว่าการกระทำทรมานและการกระทำให้บุคคล สูญหาย ถือเป็นอาชญากรรมร้ายแรง ๑ ใน ๔ รูปแบบในสไลด์ (Slide) ที่ ๔ ครับ ที่มี อนุสัญญาธรรมนูญกรุงโรมและหลักการของศาลอาญาระหว่างประเทศ ถึงแม้ไทยไม่ยอมเข้า เป็นภาคีสมาชิกหรือยังไม่มีผลในไทยที่บอกว่าเป็นอาชญากรรมต่อมวลมนุษยชาติ หรือไครม์ อะเกนสต์ ฮิวแมนนิตี (Crime Against Humanity) นั่นเป็นประเด็นเรื่องของการให้ ความสำคัญเป็นประการที่ ๑ ครับ ประการที่ ๒ ในสไลด์ (Slide) ถัดไปในหน้า ๕ ท่านประธานครับ ผมแยกให้เห็นว่าสถานการณ์การบังคับให้บุคคลสูญหายนั้นมีรายงาน อย่างเป็นทางการที่สุด ไม่ได้เกิดขึ้นจากองค์กรในประเทศไทย แต่เกิดขึ้นจากองค์กรที่เป็น คณะทำงานในระดับสหประชาชาติ เขาย ้าแต่เพียงปี ๒๕๒๓ จนถึงปี ๒๕๖๑ ว่าอย่างน้อย มีคนที่ถูกบังคับให้สูญหายในประเทศถึง ๘๖ คน ท่านสมาชิกพูดถึงท่านหะยีสุหลง อับดุลกอเดร์ ท่านสมาชิกพูดถึงท่านเตียง ศิริขันธ์ ท่านสมาชิกพูดถึงกรณีถีบลงเขา เผาลง ถังแดง แต่นับตั้งแต่ปี ๒๕๒๓ จนถึงปี ๒๕๖๑ ครับ ไม่ว่าจะเป็นกรณีของคุณทนง โพธิ์อ่าน ซึ่ง ๓๐ ปีชะตากรรมของเขาวันนี้ยังไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ใด ไม่ว่าจะเป็นกรณีของทนายสมชาย นีละไพจิตร คุณสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ คุณพอละจี รักจงเจริญ คุณกมล เหล่าโสภาพันธ์ พ่อเด่น คำแหล้ ตลอดจนถึงคุณวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ในปัจจุบันนี้ นั่นเป็นเพียงตัวอย่าง เบื้องต้นเท่านั้น ย้อนกลับมาดูประเด็นในหน้าสไลด์ (Slide) ถัดไปครับ เป็นประเด็นเรื่อง การบังคับการทรมาน มีรายงานอย่างเป็นทางการที่สุดในช่วง ๒ ยุคด้วยกันนะครับ ก็คือ รายงานของศูนย์ทนายความมุสลิม เพื่อนสมาชิกหลายคนก็เป็นหนึ่งในทนายความมุสลิม ที่ชี้ให้เห็นว่าอย่างน้อยมี ๓๖๔ รายระหว่างปี ๒๕๕๐ ถึงปี ๒๕๕๗ ที่มีการกระทำการทรมาน และนับแต่ปี ๒๕๕๗ หลังการรัฐประหารเป็นต้นมาก็มีอีกอย่างน้อย ๒๕๐ เรื่องที่มี การรวบรวมโดยกลุ่มด้วยใจ มูลนิธิผสานวัฒนธรรมภายใต้คณะกรรมการสหประชาชาติ ที่บอกว่ายังมีการทรมานที่เกิดขึ้นในจังหวัดภาคใต้ กรณีของท่านอับดุลเลาะห์ อีซอมูซอ กรณีของอิหม่าม ยะผา กาเซ็ง ท่านประธานครับ กรณีของครอบครัวชื่นจิตร ซึ่งวันนี้มายื่น หนังสือต่อที่ประชุมสภาแห่งนี้ เขาต่อสู้เพื่อเรียกร้องสิทธิของผู้ถูกกระทำทรมาน ๑๒ ปีเต็ม ในการต่อสู้เพื่อเรียกร้องความยุติธรรม นั่นเป็นเหตุผลสาธารณะประการที่ ๒ ที่ชี้ให้เห็นว่า เราจำเป็นต้องมีกฎหมายเฉพาะในการพิจารณา ประการที่ ๓ ในสไลด์ (Slide) ถัดไป ท่านประธานครับ เพื่อนสมาชิกหลายคนได้พูดถึงการตอบต่ออนุสัญญาระหว่างประเทศ แต่เพื่อนสมาชิกไม่ได้บอกว่าเราเป็นภาคีสมาชิกเฉพาะอนุสัญญาว่าด้วยการต่อต้าน การทรมาน แต่อนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยการคุ้มครองบุคคลจากการสูญหาย สาบสูญ โดยถูกบังคับพี่ไทยไม่ได้ลงนามให้สัตยาบรรณ ฉะนั้นการจะมีกฎหมายฉบับนี้หรือไม่ท่านก็ ต้องคิดถึงการให้สัตยาบรรณหรือการลงนามเพื่อให้กฎหมายอนุสัญญาระหว่างประเทศ ฉบับนี้มีผลไปด้วย แต่ในขณะเดียวกันครับ เราอย่าทำให้กฎหมายเป็นแต่เพียงเครื่องสำอาง ที่ไปตอบโจทย์กลไกของคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติที่เรียกว่า ยูพีอาร์ (UPR) ซึ่งมีกว่า ๑๐ ประเทศที่ตั้งคำถามถึงประเทศไทย ๒-๓ วันนี้มีสถานทูต ๕ ประเทศอียู (EU) ที่บอกว่าเราจำเป็นต้องมีกฎหมายฉบับนี้ นั่นเป็นประการที่ ๓🔗

ประการที่ ๔ เป็นประการสุดท้ายในเหตุและผลของการที่จะรับหรือไม่รับ หลักการ ผมขออนุญาตท่านประธานต่อไปอีกนิดหนึ่งครับ ผมดูทั้ง ๔ ร่างนะครับ สไลด์ (Slide) หน้าถัดไปครับ มันมีคำถามอยู่ทั้งหมด ๔ ประการด้วยที่ผมคิดว่าเป็นคำถามสำคัญ ต่อการจะพิจารณาร่างกฎหมายฉบับนี้🔗

คำถามประการที่ ๑ ก็คือคำถามที่บอกว่านิยามที่อยู่ในร่างกฎหมายนั้น ครอบคลุมและจำเพาะเจาะจงต่อการปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับการทรมานหรือการอุ้มหาย จริงหรือไม่ ร่างของกระทรวงยุติธรรมไม่มีคำว่า การย ่ายีอย่างไร้มนุษยธรรมหรือไร้ศักดิ์ศรีซึ่ง เป็นหนึ่งในเรื่องของการทรมาน🔗

คำถามประการที่ ๒ คือเราจะมีคณะกรรมการในระดับชาติที่เป็นอิสระมา จากสัดส่วนของผู้ที่สูญหาย ผู้ที่สูญเสีย สัดส่วนขององค์กรที่เกี่ยวข้องที่เป็นอิสระจริงหรือไม่🔗

คำถามประการที่ ๓ คือกระบวนการในการสืบสวนสอบสวน กระบวนการ ระงับเหตุที่รวดเร็วและมีมาตรการในการเยียวยา🔗

และคำถามประการที่ ๔ ก็คือตัวเนื้อหากฎหมายนั้นต้องเป็นเนื้อหาที่ตอบ โจทย์การป้องปรามไม่ให้เกิดการกระทำทรมานหรือการสูญหายอีก และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ต้องมีอายุความที่ยาวกว่าที่เป็นอยู่ในกฎหมายอาญาปัจจุบัน ท่านประธานครับ ในนามของ พรรคก้าวไกลผมต้องขอโทษต่อผู้สูญเสียทุกคนที่สภาแห่งนี้เราน่าจะทำกฎหมายฉบับนี้ได้เร็ว กว่านี้ แต่หากจะเป็นไปได้ผมคิดว่าการเยียวยาและการคืนความยุติธรรมที่จะเกิด ในร่างกฎหมายฉบับนี้นั้น หากจะเป็นและมีขึ้นจริงก็ขอให้ไม่มีใครที่จะตกเป็นบุคคลที่สูญ หายหรือถูกกระทำทรมานอีก ขอให้กฎหมายนี้จบในรุ่นเราจริง ๆ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ขอเชิญครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่าน ประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมขอมาสนับสนุนญัตติของเพื่อน ส.ส. และท่าน ส.ส. สิระ เจนจาคะ ในญัตติดังกล่าว ที่กระผมกับพวกได้ร่วมลงชื่อในร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและ การกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. .... ผมเริ่มอย่างนี้ครับท่านประธาน ท่านประธานครับ ท่านเคยอ่านหนังสือเล่มนี้ไหมครับ ชื่อว่า เมื่อผมถูกทรมานจึงมาตามหาความยุติธรรม ของ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม โดยคุณสมชาย หอมลออ กับคณะ ในหน้าแรกครับท่านประธาน ซึ่งมี คุณสมศักดิ์ ชื่นจิตร เขียนไว้ว่า แพะรับบาปไม่ใช่นิยาย แต่ขึ้นอยู่กับใครจะโชคร้ายกลายเป็น แพะ ผมมีความเชื่ออย่างสุจริตว่าไม่มีแพะตัวสุดท้ายในประเทศนี้ มีแต่ใครจะเป็นแพะตัว ต่อไปและเมื่อใดเท่านั้น ในหนังสือเล่มนี้ครับ ในหน้า ๑๗๕-๑๘๐ พูดถึงข้อเสนอแนะ ๑๓ ประเด็น ผมไม่อ่านครับ แล้วก็มีข้อเสนอแนะจากสาเหตุ ๔ สาเหตุในหนังสือเล่มนี้ครับ พูดถึงการที่เจ้าหน้าที่ในที่ลับ ทำในที่ลับ ไม่มีผู้เห็น มีผู้เห็นไม่กล้าจะเป็นพยาน เจ้าหน้าที่ ฝึกฝนมาอย่างดี ถ่ายทอดวิชามารด้วยการทรมาน พนักงานสอบสวนเบี่ยง ไม่รับคดี ไม่รับแจ้งความในการทรมานดังกล่าว และอันที่ ๔ เรื่องของการทรมานเป็นประจำเป็น วัฒนธรรมของเจ้าหน้าที่ กราบเรียนอย่างนี้ครับผมมี ๔ ประเด็นครับ🔗

ในประเด็นแรกคือเรื่องฐานความผิดครับท่านประธาน ความผิดนั้นพูดง่าย ๆ ว่าในมาตรา ๕ ระบุไว้แล้วชัดเจนนะครับเรื่องการทรมานคืออะไร แล้วนี่เรื่องมาตรา ๖ ก็พูดถึงเรื่องการสูญหายในร่างชัดเจน ผมไม่พูดซ ้านะครับ เพราะจะเสียเวลาผม แต่สิ่งสำคัญ คืออย่างนี้ครับท่านประธานครับ ผู้เสียหายมิใช่มีแค่บิดา มารดา ภรรยา บุตร หรือ ผู้สืบสันดานเท่านั้นที่จะเขียนกฎหมายไว้ว่าเป็นผู้เสียหาย ผมว่าถ้ากรณีไม่มีผู้เสียหาย ไม่ปรากฏ ควรจะให้คณะกรรมการสิทธิมนุษย์ชนเป็นผู้เสียหายก็ได้ นี่คือคำแก้ ที่ผมจะเขียนในคำแปรญัตติของผมมาตราแรกครับ เพราะว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๒๔๗ (๖) ท่านประธานครับ ให้อำนาจหน้าที่ของ กสม. มีอำนาจหน้าที่ ตามที่กฎหมายบัญญัติใช้วงเล็บนี้เลยครับ (เพื่อเป็นผู้เสียหาย)🔗

ในประเด็นถัดไปครับ มาตรการในการป้องกันและปราบปราม เจ้าหน้าที่ ของรัฐที่กระทำไม่ใช่ตำรวจอย่างเดียวนะครับท่านประธาน อย่าคิดว่าเป็นตำรวจครับ ทหาร ผู้ใช้กฎหมายอื่น ๆ อีกนี่ครับ เจ้าหน้าที่ที่คุมกฎหมายพระราชบัญญัติต่าง ๆ ที่มีอำนาจควบคุม จับกุม นั่นก็ตัวดี และสุดท้ายครับท่านประธาน ราชทัณฑ์ ผู้ที่ใช้อำนาจ ควบคุม ก็นี่ก็เป็นหนึ่งของผู้ที่เรียกว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐ ท่านประธานครับ ในอดีตนั้นการ จับกุมนั้นจะต้องมีความโปร่งใสครับ แล้วขัดความโปร่งใสมันถึงเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ ในกระบวนการชั้นสอบสวน ชั้นการจับกุมควบคุมก็ต้องมีกระบวนการที่เป็นข้อมูลโปร่งใส เปิดให้ราษฎรเข้าไปเห็น จารีตนครบาลเดิมต้องหายหรือสลายลงไปเลยครับท่านประธาน ไม่มีอีกแล้วปัจจุบันนี้ ท่านประธานครับ ท่านเคยได้ยินไหมครับว่าตำรวจ เจ้าหน้าที่ เอาเครื่องบินฮอครับ แล้วถีบลงจากเครื่องบิน เจ้าหน้าที่เอาถุงคลุมปิดตามืด ๆ แล้วเอาปืน มาหมุนให้ลูกโม่มันดังครืด ครือ ครืด แล้วเอามือจับให้ผู้ที่ถูกซ้อมจับปืนเพื่อเหนี่ยวไกตัวเอง เจ้าหน้าที่เอาผู้ถูกจับไปนอนกอดน ้าแข็ง ไปดีดอวัยวะด้วยไฟฟ้า ท่านประธานครับ นี่มีเยอะแยะไปหมดเลยครับ จารีตนครบาลตอกเล็บ บีบขมับ ที่เหมือนแบบนี้ควรจะเลิก เลิกเสียในยุคนี้ครับท่านประธาน ต้องไม่มีครับ เพราะว่านั่นคือสิ่งที่เจ้าพนักงานของรัฐ จดจำหรือพักลักจำที่ผิดมา และมุ่งเน้นด้วยเจตนาที่ผิดในการกระทำ กล้าลงมือ รวมทั้งเจ้านายเขาด้วยครับที่รู้เห็น นั่นคือสิ่งที่เป็นบ่อเกิดในอดีต🔗

ประเด็นที่ ๓ คือมาตรการจะเยียวยาครับท่านประธาน ผมมีมาตรการ เยียวยา ที่สำคัญคือศาลต้องพิจารณาอย่างรวดเร็ว แล้วก็สิ่งสำคัญคือต้องมีกองทุนครับ ท่านประธาน ผมเปิดคำนิยามว่ากองทุนคือกองทุนที่สนับสนุนกฎหมายนี้นะครับ ต้องมีครับ ไม่มีไม่ได้ กรมคุ้มครองสิทธิต้องมีกองทุนเพื่อใช้เงิน ขาดเรื่องนี้เรื่องเดียวครับ เพราะท่านจะ ไม่มีกองทุน เพราะว่าท่านต้องใช้กองทุนไปดูแลอะไรครับ ไปดูแลคนที่มาให้ข้อมูล ให้ข่าวสาร หรือคนที่เป็นญาติพี่น้องทางด้านเศรษฐกิจ ทางด้านการเงิน สถานที่อยู่ เปลี่ยนแปลงชื่อ ความปลอดภัย ที่ซ่อนเร้นต่าง ๆ ท่านต้องใช้ สุดท้ายครับท่านประธาน มาตรการสุดท้ายคือคดีนี้ต้องไม่มีอายุความ และจำไว้นะครับว่าก่อนที่จะเกิดคดีนี้มีคดีเก่า ครับท่านประธาน เช่น คดียาเสพติดและถูกคลุมถุง คดียาเสพติดจะต้องถูกโอนย้าย คดีที่เป็นสาเหตุหลักของคดีจะต้องถูกโอนย้ายครับท่านประธาน ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นคนทำ สุดท้ายจริง ๆ ครับท่านประธาน ในชั้นหลักการนี้กระผมรับหลักการนะครับ แต่ผมมีคำแปรญัตติ ที่สำคัญคือการอุ้มหายและการซ้อมทรมานยังมีอยู่ครับท่านประธาน ต้องแก้ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ขอเชิญครับ🔗

นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล แบบบัญ ชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ผู้แทนราษฎรบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากนครปฐมค่ะ ท่านประธานคะ วันนี้หลังจากเสร็จประชุมแล้วดิฉันกลับบ้าน ทุกคนในที่นี้กลับบ้าน รวมทั้งคิดว่าท่านประธานก็คงไม่ได้ไปเถลไถลที่ไหนนะคะ ท่านประธานก็คงกลับบ้านเช่นเดียวกัน ถ้าวันนี้เรากลับไปที่บ้านแล้วสมาชิกที่บ้านของเรา อยู่ไม่ครบหายไปสักคนหนึ่ง ถ้าเป็นเมื่อก่อนเราจะต้องรอให้ครบ ๔๘ ชั่วโมง เพื่อที่จะไปแจ้ง ความที่ สน. ได้ ตอนนี้ดีขึ้นค่ะรอเพียงแค่ ๒๔ ชั่วโมง เราสามารถที่จะไปแจ้งความได้ว่าให้ ดำเนินคดีเรื่องคนหายค่ะ ท่านประธานคะ ๒๔ ชั่วโมงแห่งการรอคอยเราก็ได้ทราบรสชาติ ของความความทุกข์ทรมาน แต่สำหรับคนที่ต้องลาจากกันไปตลอดชีวิต โดยที่จากกันไป ตลอดชีวิตกับครอบครัวโดยที่ไม่ได้ร ่าลาค่ะ เราจินตนาการถึงความเจ็บปวดแบบนั้น แทบจะไม่ได้เลยถ้าไม่ได้เป็นผู้ที่ประสบเหตุนั้นด้วยตัวเองนะคะ ในประเทศที่การซ้อมอุ้มฆ่า ยังเกิดอยู่ต่อเนื่องตลอดมาหลายสิบปีโดยที่เรายังไม่มีกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลยนะคะ เกิดจากวัฒนธรรมอำนาจนิยมของประเทศนี้คะ ประเทศนี้เต็มไปด้วยสิ่งที่น่าสงสัยแล้วก็ไม่มี คำตอบนะคะ ในประเทศที่กลัวความจริง ท่านประธานคะ ประเทศเรามีคุกลับจริง หรือเปล่าคะ ดิฉันจะถามใครได้ ประชาชนที่สงสัยจะถามใครได้ว่าเรามีคุกลับอยู่ในประเทศนี้ จริงหรือเปล่าใน พ.ศ. นี้ ท่านประธานคะ เรายังใช้จารีตนครบาลในการทำกับผู้ต้องสงสัย จารีตนครบาลที่ถูกยกเลิกไปแล้วตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ ๕ จารีตนครบาลคือการซ้อมทรมาน ผู้ต้องหาด้วยการตอกเล็บ บีบขมับ เรายังทำสิ่งนั้นผู้ใน พ.ศ. นี้บนโรงพัก เพียงแค่เปลี่ยน วิธีการ เปลี่ยนอุปกรณ์ที่ใช้มาเป็นถุงดำ เปลี่ยนอุปกรณ์ที่ใช้มาเป็นการใช้ผ้าชุบน ้าห่อหุ้ม ร่างกายเพื่อให้การซ้อมทรมานไม่เกิดบาดแผลภายนอกแต่ช ้าในตายค่ะท่านประธาน ท่านประธานคะ ทั้ง ๆ ที่ประเทศเราได้ร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาต่อต้านการซ้อมทรมานมานาน ถึง ๔๔ ปีแล้ว ทั้ง ๆ ที่ปฏิญญาสากลว่าด้วยเรื่องสิทธิมนุษยชนในข้อ ๕ มีข้อห้ามในการซ้อม ทรมาน และทั้ง ๆ ที่มีภาคประชาสังคม มีกลุ่มก้อนในสังคม เป็นต้นว่าแอมเนสตี (Amnesty) ประเทศไทยได้พยายามผลักดันวาระนี้นะคะ วาระในการเสนอกฎหมายป้องกันการทรมาน และอุ้มหาย ทำอย่างนี้มา ๑๐ กว่าปีแล้วในภาคประชาสังคมค่ะ ก็ไม่เคยเกิดผล และ ท่านประธานคะ ท่านประธานทราบไหมคะว่ากฎหมายฉบับนี้ได้เคยเข้ามาพิจารณาวาระหนึ่ง ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เป็นจำนวนถึง ๔ ครั้งแล้ว แต่ละครั้งนี้ก็ถูกปัดตกไปด้วยอุปสรรค ต่าง ๆ นานา ไม่เคยไปถึงฝั่งฝัน เราจึงยังไม่ได้กฎหมายในเรื่องนี้เกิดขึ้นมาสักที ท่านประธานคะ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้นะคะจึงมีความจำเป็นที่ดิฉันจะต้องยืนขึ้นแล้วก็อภิปราย เพื่อสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ป้องกันการซ้อมทรมานและการอุ้มหายฉบับของกรรมาธิการค่ะ รัฐบาลไม่ได้เคยแสดงความจริงใจในการที่จะทำให้เกิดกฎหมายนี้ขึ้นมา เห็นได้ชัดเจนจากที่ คณะทำงานขององค์การสหประชาชาติได้เคยยื่นจดหมายขอมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็น ทางการเพื่อจะทำงานด้านนี้ แต่เกิดอะไรขึ้นคะท่านประธาน รัฐบาลไทยไม่อนุมัติให้มาเยือน เป็นทางการค่ะ เมื่อขอมามาก ๆ เข้าคณะทำงานชุดนี้เป็นคณะทำงานขององค์การ สหประชาชาติ เมื่อขอมามากเข้าปรากฏว่าอนุญาตให้เข้ามาเยือนประเทศไทยได้ แต่จะต้อง เป็นแบบไม่เป็นทางการ แล้วแบบเป็นทางการกับแบบไม่เป็นทางการมันต่างกันอย่างไรคะ การมาเยือนแบบไม่เป็นทางการมันมีผลทำให้คณะทำงานชุดนี้ไม่สามารถออกรายงาน ไม่มี อำนาจที่จะทำรายงานยื่นต่อสหประชาชาติได้ อีกครั้งค่ะท่านประธานความไม่จริงใจได้แสดง ออกมาอย่างเป็นรูปธรรมเมื่อคณะทำงานชุดนี้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยก็ถูกเจ้าหน้าที่รัฐ ตามประกบอยู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งในโรงแรมที่พักก็ไปตามประกบทำให้ญาติผู้เสียหาย ทั้งหลายทั้งปวงไม่สามารถเข้าถึงคณะทำงานชุดนี้ได้ค่ะ ทั้งหมดนี้เป็นการปฏิบัติการเพื่อชะลอความจริง เป็นการปฏิบัติการเพื่อต่อลมหายใจให้ผู้นำ โง่ โอหัง และคลังอำนาจได้อยู่ในตำแหน่งต่อไป ไม่ใช่เฉพาะการทำลายประชาชนด้วยความ โหดเหี้ยม ป่าเถื่อน ไม่ใช่เฉพาะการบุกอุ้มหาย คนไทยที่เห็นต่างทั้งในประเทศ แม้กระทั่งหนี ไปต่างประเทศ ไม่ได้ร่วมใช้อากาศหายใจกับพวกท่านแล้วก็ยังตามไปอุ้มหายอยู่ที่ชายแดน ที่ประเทศเพื่อนบ้านของเรานะคะ รวมทั้งที่สำคัญที่สุดคือการลิดรอนละเมิดสิทธิเสรีภาพของ สื่อสารมวลชน เราจะเห็นได้ชัดเจนเมื่อ ๒-๓ วันที่แล้วที่สมรภูมิดินแดงที่มีคนโกธรแค้น รัฐบาลและออกมามีม็อบ (Mob) อยู่ที่นั่น รัฐบาล คฝ ได้ทำการให้หยุดเฟซบุ๊กไลฟ์ (Facebook Live) แล้วก็จับตัวแอดมินเพจ (Admin Page) เหล่านี้ไม่ให้ทำงานไม่ให้ใน ขณะที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ด้วย เป็นการกักขังหน่วงเหนี่ยวไม่ให้ออกมาปฏิบัติหน้าที่ ท่านประธานคะ พ.ศ. ๒๔๗๒ ส.ส. อีสานถูกอุ้มหาย ไม่กี่วันพบศพ ปี ๒๕๑๐ เหตุการณ์ ถังแดง ตอนนี้ก็มีอนุสาวรีย์อยู่ ปี ๒๕๓๔ ทนง โพธิ์อ่าน ถูกอุ้มหายในตำแหน่งวุฒิสภา และประธานสหภาพแรงงาน ปี ๒๕๓๕ พฤษภาทมิฬ เป็นการหายไปทั้งกลุ่ม ปี ๒๕๔๗ ทนายสมชาย นีละไพจิตร ถูกอุ้มหายหลังจากที่ไปแจ้งความกล่าวโทษว่าตำรวจ ๕ นายซ้อม ทรมานผู้ต้องหา การอุ้มฆ่าแม่ลูกตระกูลศรีธนะขัณฑ์ คดีทนายสมชาย นีละไพจิตร เป็นคดีแรก ทนายสมชายเป็นเหยื่อรายแรกที่คดีถูกนำขึ้นสู่การพิจารณาของศาล ผลการพิจารณาคดีในศาลชั้นต้น ศาลได้เอาผิดกับนายตำรวจ ๑ ใน ๕ แต่เมื่อคดีมาถึงศาล ฎีกา ศาลฎีกาได้ยกฟ้องทั้งหมดทั้ง ๕ คนค่ะท่านประธาน และถึงจะมีความผิดในกรณีนี้ ก็จะเป็นความผิดที่เป็นฐานความผิดที่ละเมิดต่อเสรีภาพ ซึ่งเป็นฐานความผิดที่มีโทษที่ อัตราต ่ามาก คือจำคุกไม่เกิน ๓ ปี ท่านประธานคะ ถึงเวลาแล้วดิฉันยืนยันว่าการปกป้อง ประชาชนให้ปลอดภัยจากการถูกทรมานและบังคับสูญหายเป็นหน้าที่โดยตรงของรัฐบาล และไม่ใช่เพียงเท่านั้น หน้าที่ของรัฐบาลยังครอบคลุมไปถึงการติดตามสืบสวน สอบสวนหา ความจริง และเยียวยาช่วยเหลือก็เป็นหน้าที่ของรัฐเช่นกัน ชะตากรรมที่น่าเศร้า เราขอให้ที่ ประชุมแห่งนี้ร่วมกัน ถ้าเราอยากจะเป็นสภาที่ทรงเกียรติ กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมาย ที่มีขึ้นเพื่อคุ้มครองสวัสดิภาพของประชาชน ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเพื่อนสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจะผ่านร่างกฎหมายนี้วันนี้ในวาระแรก ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปเป็นคุณมานพ คีรีภูวดล ขอเชิญครับ🔗

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ผมขออนุญาตอภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการทรมานและ การกระทำให้บุคคลต้องสูญหาย ในส่วนของฉบับกรรมาธิการ ท่านประธานครับเป็นเวลา ประมาณ ๑๒ ปี ถ้าผมดูตามประวัติศาสตร์ของการพยายามที่จะให้มีกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งเป็นเวลาที่ยาวนานที่ประชาชนภาคส่วนต่าง ๆ ได้เห็นความรุนแรง การกระทำที่เป็นส่วน หนึ่งของเจ้าหน้าที่รัฐที่มีผลกระทบกับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นทำอย่างไรให้สภาแห่งนี้ ได้ดำเนินการผลักดันให้มันมีกฎหมายที่ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนและเกิดความเป็นธรรม ทุกฝ่าย ผมมีเหตุผลสนับสนุนอยู่ ๒ ปัจจัย คือปัจจัยภายนอกแล้วก็ปัจจัยภายใน ท่านประธานครับ ปัจจัยภายนอกประเทศไทยได้มีการลงนามอนุสัญญาระหว่างประเทศ ๒ ฉบับที่มีความสำคัญ ซึ่งเป็นเงื่อนไขอย่างหนึ่งที่ประเทศไทยต้องกลับมาปรับปรุงกฎหมาย ต้องทำให้กระบวนการยุติธรรมสอดคล้องกับข้อตกลงอนุสัญญาทั้ง ๒ ฉบับ ฉบับแรก ที่เราใช้ชื่อว่าย่อว่า ซีเอที (CAT) หรือว่าอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการหรือ การลงโทษที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือย ่ายีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ๒๕๒๗ ซึ่งประเทศไทย ได้ลงนาม เมื่อปี ๒๕๕๐ ท่านประธานครับ ฉบับที่ ๒ ที่เราเรียกว่าซีอีดี (CED) อนุสัญญา ระหว่างประเทศว่าด้วยเรื่องของการคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการสูญหาย การสูญหาย สาบสูญโดยบังคับ ๒๕๔๙ ซึ่งประเทศไทยได้ลงนามไว้ เมื่อปี ๒๕๕๕ทั้ง ๒ อนุสัญญานี้ ท่านประธานครับ ในเดือนพฤศจิกายนนี้ ประเทศไทยจะต้องไปประชุมที่เจนีวาและจะต้อง สื่อสารอธิบายความคืบหน้าของประเทศไทยว่าจะต้องดำเนินการในประเด็นนี้อย่างไร อันนี้เป็นเหตุผลปัจจัยภายนอกครับประธานครับ ทีนี้ปัจจัยภายในท่านประธานครับ ท่านสมาชิกก็ได้อธิบายไปหลายรายแล้ว ตลอดระยะเวลา ๔๐ ปีนี้คนไทยถูกบังคับให้สูญหาย อย่างที่เราทราบก็คือประมาณ ๘๖ ราย ท่านประธานครับยังไม่ได้นับรวมถึงคนที่ถูกทรมาน ในวิธีการต่าง ๆ ซึ่งเป็นฝีมือของเจ้าหน้าที่รัฐอันนี้เป็นประเด็นที่สำคัญ ผมอยากจะ ยกตัวอย่างให้เห็นชัดขึ้นท่านประธานครับ กรณีคุณบิลลี่พอละจี รักจงเจริญ ตามสไลด์ (Slide) ที่เห็นนี้นะครับ เหตุเกิดเมื่อวันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๕๗ คุณบิลลี่เขาเป็นผู้ที่ต่อสู้เรื่อง สิทธิชุมชน สิทธิมนุษยชน ที่ถูกกระทำโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ในผืนป่าแก่งกระจาน วันที่ ๑๗ เขาเดินทางออกจากหมู่บ้านพร้อมกับน ้าผึ้งเพื่อที่จะไปร่วมงานกิจกรรมสงกรานต์รดน ้าดำหัว ผู้หลักผู้ใหญ่ แต่ระหว่างทางกระบวนการยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับเขาไม่เป็นธรรมกับเขา สิ่งที่เกิดขึ้นกับคุณบิลลี่พอละจี ท่านประธานครับ เราพบว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำ การควบคุม ควบคุมตัวโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายไม่ถูกกระบวนการที่กฎหมายได้รับรองเขียน ไว้ อันนี้ประเด็นที่ ๑🔗

ประเด็นที่ ๒ เราพบว่ามีการแทรกแซงกระบวนการสืบสวนสอบสวนเป็นไป โดยไม่อิสระ เพราะฉะนั้นคนตัวเล็กตัวน้อยที่เป็นตัวแทนของประชาชนคนตัวเล็กตัวน้อย ที่ออกมาลุกขึ้นเพื่อที่จะเรียกร้องความเป็นธรรมความถูกต้องสิ่งที่เขาถูกกดทับโดยเจ้าหน้าที่ ของรัฐ เมื่อเขาออกมาต่อสู้เรียกร้องเพื่อเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน เขาถูกกระทำโดย ฝีมือของเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะฉะนั้นอย่างไรก็ตามแต่ ท่านประธานครับกฎหมายฉบับนี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับพี่น้องประชาชนและที่สำคัญก็คือกฎหมายฉบับนี้ ก็จะคุ้มครองเจ้าหน้าที่รัฐที่มีอำนาจหน้าที่ตามที่กฎหมายมอบให้ แล้วก็จะเป็นการดี ทั้ง ๒ ฝ่าย สุดท้ายท่านประธานครับ ผมคิดว่าสภาแห่งนี้เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนเรื่องสิทธิ มนุษยชนเพื่อที่จะตอบโจทย์และอธิบายกับนานาอารยประเทศได้ตามอนุสัญญา ๒ ฉบับ ที่ประเทศไทยได้ลงนามเพื่อที่จะคุ้มครองให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชนคนตัวเล็ก ตัวน้อยคนที่ต่อสู้กับกระบวนการยุติธรรมที่เกิดขึ้นกับทั้งกับตัวเองและครอบครัวหรือกับ สังคม ที่ลุกขึ้นมาเพื่อที่จะบอกความเป็นจริงและพร้อมที่จะสู้กับความไม่ถูกต้องได้รับการ คุ้มครองขณะเดียวกันผมคิดว่าเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐกระบวนการ กฎหมายอย่างนี้ ผมคิดว่าเป็นเครื่องมือเป็นกลไกสำคัญที่จะตอบโจทย์ทั้งผู้ที่ลุกขึ้นมา เรียกร้องกระบวนการอยุติธรรมและผู้ที่อยู่ในบทบาทหน้าที่ที่จะต้องรักษากฎหมายผดุงความ ยุติธรรม ท่านประธานครับผมอยากจะเห็นกฎหมายฉบับนี้ออกมาโดยเร็ว โดยกระบวนการ ของพวกเรา ผมคิดว่าหากเราในสภาแห่งนี้ และนอกสภาพี่น้องประชาชนทุกกลุ่ม หากพวก เราไม่ดำเนินการอย่างจริงจัง การทรมาน การอุ้มหาย ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ผมคิดว่าพวก เราทุกคนที่อยู่ในห้องนี้ ครอบครัวพวกเราทุกคนที่อยู่ในห้องนี้ ครอบครัวพวกเราทุกคนที่อยู่ในห้องนี้ ญาติพี่น้อง ของเราทุกคนที่อยู่ที่บ้านก็มีสิทธิที่จะได้รับการกระทำอย่างคนที่เกิดขึ้นในอดีต ๘๖ คน เหมือนกันครับ เพื่อไม่ให้เกิดสิ่งเหล่านี้กับพวกเรา ครอบครัวของเรา ญาติพี่น้องของเรา จำเป็นอย่างยิ่งที่สภาแห่งนี้จะต้องช่วยกันผลักดันให้มีกฎหมายฉบับนี้ ขอบคุณมากครับ ท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป คุณรังสิมันต์ โรม ครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออภิปราย สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทนมานและกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. .... โดยเฉพาะร่าง (ฉบับที่ ๔) ที่เสนอโดยภาคประชาชนและแก้ไขเพิ่มเติมโดย กรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ท่านประธานครับ ผมถือว่าการ อภิปรายครั้งนี้เป็นการคารวะต่อดวงวิญญาณของผู้สูญเสียจากการซ้อมทรมานและการอุ้ม หายตลอดประวัติศาสตร์ไทยที่ผ่านมา ในอดีตการซ้อมทรมานและอุ้มหายเกิดขึ้นหลายครั้ง ครับ ต่อหลายคน หลายครอบครัว เอาแค่เฉพาะในยุค คสช. ก็มีผู้ที่ถูกอุ้มหายแล้วอย่างน้อย ๙ คน ส่วนใหญ่เป็นนักกิจกรรมทางการเมืองที่ต่อต้าน คสช. ซึ่งผมจำเป็นต้องเอ่ยชื่อเพื่อ ถือเป็นการคารวะ นั่นก็คือคุณอิทธิพล สุขแป้น หรือดีเจซุนโฮ คุณวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ คุณสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ หรือสุรชัย แซ่ด่าน คุณชัชชาญ บุปผาวัลย์ หรือสหาย ภูชนะ คุณไกรเดช ลือเลิศ หรือสหายกาสะลอง คุณชูชีพ ชีวะสุทธิ์ หรือลุงสนามหลวง คุณกฤษณะ ทับไทย หรือสหายยังบลัด และคุณสยาม ธีรวุฒิ หรือสหายข้าวเหนียวมะม่วง ส่วนอีก ๑ คนคือคุณเด่น คำแร่ ก็เป็นแกนนำชาวบ้านที่ต่อต้านนโยบายทวงคืนผืนป่าที่รังแก คนจนของ คสช. ซึ่งในจำนวน ๙ คนนี้มี ๓ คนที่ถูกพบว่าเสียชีวิตแล้ว ซึ่งได้แก่คุณชัชชาญ และคุณไกรเดชที่ถูกฆ่าอย่างโหดเหี้ยมและถ่วงปูนจนศพมาเกยฝั่งแม่น ้าโขง และคุณเด่น ที่พบข้าวของเครื่องใช้และชิ้นส่วนกะโหลกตกอยู่กลางป่า ส่วนผู้ที่ถูกซ้อมทรมานก็มักเป็น กลุ่มบุคคลที่รัฐมองพวกเขาอย่างมีอคติ เช่น เมื่อช่วงเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๒ เกิดกรณี ของคุณอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ที่บาดเจ็บสาหัสขนาดถูกสอบสวนในค่ายอิงคยุทธบริหาร จังหวัดปัตตานี ทว่าฝ่ายเจ้าหน้าที่กลับอ้างว่าเขาลื่นล้มในห้องน ้า และท้ายที่สุดก็เสียชีวิต ในเวลาต่อมา เหตุการณ์ทั้งหลายนี้ทำให้เมื่อวันที่ ๓๐ มกราคม ๒๕๖๓ ภาคประชาชน ทั้งองค์กรด้านสิทธิมนุษยชนตลอดจนครอบครัวของเยื่อผู้ถูกกระทำ ได้ร่วมกันยื่นร่าง พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการซ้อมทรมานและการอุ้มหายฉบับประชาชน ต่อคณะกรรมการ การกฎหมายซึ่งขณะนั้นมีอาจารย์ปิยบุตร แสงกนกกุล เป็นประธาน ซึ่งก็ได้ผลักดัน ในที่ประชุมกันต่อไป โดยได้มีมติให้กรรมาธิการแต่ละท่านไปปรึกษาหารือกันในพรรคตัวเอง เพื่อที่จะเสนอ พ.ร.บ. ดังกล่าวร่วมกันในเวลาต่อมา โดยที่มีความตั้งใจว่าจะไม่มีการแบ่งแยก ฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ทว่าในวันที่ ๔ มิถุนายน ๒๕๖๓ เกิดกรณีการอุ้มหายอีกครั้งกับคุณ วันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ นักกิจกรรมทางการเมืองที่มีประวัติต่อต้าน คสช. คณะกรรมาธิการ การกฎหมายจึงเร่งดำเนินการโดยนำร่างของประชาชนมาแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความ สมบูรณ์ยิ่งขึ้นแล้วเสร็จเสนอต่อสภาเมื่อวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๓ โดยร่วมลงชื่อโดย ส.ส. ทั้งหมด ๑๐๑ คน จากทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านมีผม และเพื่อน ส.ส. จากพรรคก้าวไกล รวมอยู่ด้วย สาระสำคัญของร่างดังกล่าวคือการกำหนดให้การซ้อมทรมานและการอุ้มหาย เป็นความผิดตามกฎหมาย โดยผู้มีความผิดรวมถึงผู้มีส่วนร่วมที่ไม่ใช่เจ้าหน้าที่รัฐ ผู้บังคับบัญชาที่ปล่อยปละละเลย และผู้กระทำผิดนอกราชอาณาจักรด้วย และให้ผู้เสียหายหมายความรวมถึงคู่ชีวิต บุพการี ผู้สืบสันดานของผู้ถูกกระทำด้วย อีกทั้งให้มีการตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม การซ้อมทรมานและการอุ้มหาย มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดนโยบายและหลักเกณฑ์ ที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหาย และรวมถึงการป้องกันมิให้มีการปกปิดการควบคุมตัว บุคคล และกำหนดให้เจ้าหน้าที่ที่ควบคุมตัวบุคคลต้องบันทึกและรายงานข้อมูลผู้ถูกคุมตัว โดยญาติของผู้ถูกคุมตัวหรือคณะกรรมการมีสิทธิในการเข้าถึงข้อมูล หากปฏิเสธก็มีสิทธิร้อง ต่อศาลเพื่อให้ศาลสั่งให้เปิดเผยข้อมูลได้ หรือหากมีข้อร้องเรียนว่ามีการกระทำความผิด เกิดขึ้นคณะกรรมการก็สามารถที่จะร้องขอต่อศาลเพื่อให้สั่งยุติการกระทำได้ นอกจากนี้ เมื่อเทียบกับร่างฉบับของคณะรัฐมนตรีแล้ว ร่างของกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน ยังมีการเพิ่มความผิดฐานกระทำการที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมหรือที่ย ่ายี ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ คือการกระทำที่ทำให้เกิดอันตรายแก่กาย จิตใจ หรือลดคุณค่า ความเป็นมนุษย์ของบุคคลเข้ามา และให้ความผิดทั้งหมดตามร่าง พ.ร.บ. นี้ไม่มีอายุความ เนื่องจากเป็นความผิดที่ใช้เวลายาวนานในการรวบรวมพยานหลักฐานและพิจารณา ข้อเท็จจริง หรือในส่วนของคณะกรรมการในร่างฉบับของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนก็กำหนดให้มีตัวแทนจากผู้ที่ได้รับความเสียหายเข้ามาเป็น กรรมการโดยให้ตัวแทนของพรรคการเมืองต่าง ๆ ในสภาร่วมเป็นผู้สรรหาด้วย ทั้งโดย อำนาจหน้าที่ยังสามารถติดตามตรวจสอบการกระทำผิดได้โดยไม่ต้องรอให้มีการร้องเรียน ก่อน ตรวจเยี่ยมสถานที่ควบคุมตัวโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า และเรียกบุคคลหรือเอกสาร หลักฐานต่าง ๆ มาพิจารณาได้ และอีกข้อหนึ่งที่สำคัญ คือกำหนดให้มีการสืบสวน สอบสวน คดีการซ้อมทรมานและอุ้มหายที่เกิดขึ้นก่อนที่ร่าง พ.ร.บ. นี้จะบังคับใช้ด้วย เพื่อช่วยค้นหา ความจริงและคืนความยุติธรรมให้แก่ผู้ที่ถูกกระทำในอดีต เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วจะเห็นว่า ร่างของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนนั้นมีความเข้าอก เข้าใจและมอบการคุ้มครองแก่ผู้ถูกกระทำมากกว่า และแม้ว่าจะได้ยื่นต่อสภาไปตั้งแต่เมื่อ ๑ ปีแล้ว แต่น่าเสียดายที่ร่าง พ.ร.บ. ดังกล่าวกลับถูกบรรจุต่อท้ายจากร่าง พ.ร.บ. อื่น ๆ อีกนับร้อยฉบับที่ถูกเสนอโดย ส.ส. หรือภาคประชาชน ผิดกับร่าง พ.ร.บ. ที่ถูกเสนอโดย คณะรัฐมนตรีที่มักจะได้รับอภิสิทธิ์ในการจัดให้เป็นเรื่องด่วนเสมอในทันที ต้องรอกระทั่ง จนเกิดโศกนาฏกรรมอีกครั้งจากการซ้อมทรมานผู้ต้องหาจนเสียชีวิต โดยผู้กำกับ สภ. เมือง นครสวรรค์ เมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม ปี ๒๕๖๔ เราจึงเพิ่งจะได้มาพิจารณาร่างกฎหมายนี้ในวันนี้🔗

สุดท้ายนี้ครับท่านประธาน ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการกับหลักการในครั้งนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสิ้นสุดวงจรอุบาทว์ที่ประชาชนชาวไทย โดยเฉพาะคนที่เห็นต่างจาก รัฐและผู้มีอำนาจ ต้องถูกรุมทุบตีจนบาดเจ็บล้มตายหรืออุ้มหายไปอย่างไร้ร่องรอยโดยที่ ไม่แม้แต่จะมีใครเสนอหน้าออกมาแสดงความเห็นที่เกี่ยวข้อง ปล่อยให้ครอบครัวผู้ถูกกระทำ รอคอยความยุติธรรม หรือแม้กระทั่งรอคอยข้อเท็จจริงอย่างไร้จุดหมาย ทุกวันนี้พี่สาว คุณวันเฉลิม แม่ของคุณสยาม ภรรยาของคุณสุรชัยก็ยังคงหวังที่จะได้ทราบถึงสิ่งที่เกิดขึ้น กับคนที่พวกเขารัก แม้ไม่กล้าหวังว่าจะได้ชีวิตกลับมาเป็น ๆ กลับมาแล้วก็ตาม ครอบครัว ของคุณอับดุลเลาะห์ก็ยังรอวันที่คนผิดจะถูกลงโทษ และที่น่าสลดใจที่สุดเมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม ปี ๒๕๖๔ คุณสุภาพ คำแหล้ ภรรยาของคุณเด่นได้เสียชีวิตลงโดยไม่มีโอกาส แม้แต่จะได้เห็นร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ถูกนำมาพูดถึงในสภา เพราะฉะนั้นแล้วอย่าปล่อยให้มี ครอบครัวไหนต้องมาทนทุกข์ทรมานแบบนี้เลย และอย่าปล่อยให้มีทุรชนหน้าไหนคิด เหิมเกริมกว่านี้อีก ได้คร่าชีวิตผู้อื่นอย่างโหดเหี้ยม ลอยนวลพ้นผิดไปอย่างน่าเสียดาย ท่านประธานครับ บางทีเรื่องเลวร้ายต่าง ๆ คงจะหมดไปถ้าเราได้พิจารณากฎหมายฉบับนี้ ความเร็วร้ายทั้งปวงอาจจะไม่เกิดขึ้น ดังนั้นนี่คือโอกาสที่สภาแห่งนี้จะได้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง เสียที ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปจะเป็น นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา ขอเชิญครับ🔗

นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพนะคะ ดิฉัน นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ดิฉันต้องกราบเรียนว่า พ.ร.บ. ที่เข้าสภาในวันนี้ เรื่องป้องกันและ ปราบปรามการทรมานและการทำร้ายให้บุคคลสูญหาย ดิฉันโตมากับครอบครัวอยู่ในแวดวง ตำรวจ มักจะได้ยินเรื่องราวเล่าถึงประสบการณ์แต่ละท่านให้ฟัง ซึ่งที่ผ่านมาดิฉันจะต้อง กราบเรียนว่าดิฉันและครอบครัวไม่เคยเห็นด้วยเลยกับวิธีการที่เจ้าหน้าที่รัฐได้กระทำการกับ ประชาชนแบบนั้น ประชาชนที่ถูกจับมานี้ประเทศเรา เราใช้ระบบกฎหมายแบบระบบ กล่าวหา ตราบใดที่ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเขากระทำความผิดนี่ถือว่าเขายังเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่เจ้าหน้าที่รัฐได้กระทำการที่จะบีบบังคับข่มขู่ทรมานเขานะคะ เหมือนมันเป็นวัฒนธรรม ที่ถ่ายทอดกันมาระหว่างรุ่นพี่มาถึงรุ่นน้องในการที่จะให้ฝ่ายสอบสวนกระทำการเพื่อให้ได้มา ซึ่งข้อมูล ซึ่งมันเป็นวัฒนธรรมขององค์กรที่จะเรียกว่าถ่ายทอดกันมาแบบไม่ถูกต้องก็เป็นได้ แต่วิธีการของพนักงานสืบสวนสอบสวนนี้เขาต้องการผลสัมฤทธิ์เขาถึงใช้วิธีการแบบนั้นมา ด้วยที่ต้องการทรมานไม่ให้เกิดร่องรอยบาดแผล เช่น การคลุมหัวด้วยถุงดำ การตีร่างกาย ด้วยไม้ทำให้ตัวน่วม การที่จะรบกวนไม่ให้เขานอนหลับเป็นเวลาหลายวันให้เขาเกิดการ ทุกข์ทรมาน การคุกคามว่าจะฆ่า การขู่ว่าจะข่มขืน การขังเดี่ยวห้ามประกัน การดูหมิ่น เหยียดหยาม และอื่น ๆ ซึ่งมันเกิดความคับแค้นใจเจ็บปวดทรมานทั้งด้านจิตใจให้กับ ผู้ต้องหาจนถึงฆ่าตัวตายเลยก็มี ที่ผ่านมายังไม่สามารถที่จะเอาผิดเจ้าหน้าที่คนใดได้เลย แม้แต่รายเดียว เพราะว่ากฎหมายเราที่เป็นแบบนี้ ดิฉันสนับสนุนอยากให้มีกฎหมายนี้ ออกมาเพื่อเป็นการป้องปรามไม่ให้เจ้าหน้าที่ได้กระทำการที่โหดร้ายแบบนี้ ไร้มนุษยธรรม หรือย ่ายีศักดิ์ศรี ซึ่งมันก็เป็นความผิดอาญาด้วย แก่ประชาชนต่อไป ตลอดระยะเวลา ๑๔ ปี ที่ผ่านมา ภาคประชาชนพยายามที่จะผลักดันกฎหมายตัวนี้เข้าสภามาตลอด แต่ว่ามันก็มีการ ชักเข้าชักออก ไม่รู้ด้วยเหตุผลอะไร อภินิหารอะไร ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงลากยาวมาจนถึง ๑๐ กว่าปี กฎหมายนี้ถึงไม่เกิดขึ้นในประเทศไทยเราเสียทีหนึ่ง โดยดิฉันหวังว่ารัฐสภานี้ จะสร้างความเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งสำคัญให้กับประชาชน ด้วยการที่จะออกกฎหมายนี้มาให้ได้ เพื่อเป็นการที่จะป้องกันแล้วก็ปราบปรามการทรมานที่โหดร้ายไร้มนุษยธรรมแบบนี้ ให้หมดไปนะคะ ซึ่งตรงนี้สภาเราถ้าเราทำได้ในยุคปัจจุบันนี้ก็ถือว่าเป็นผลงานที่ดีที่ทุกคน สามารถเอาไปพูดได้เต็มปากว่าสิ่งนี้เกิดขึ้นได้ในสมัยของพวกเรา เพราะเราก็ทราบกันดีว่า การที่เจ้าหน้าที่รัฐทำแบบนั้นมันสร้างรอยด่างดำให้กับประชาชนจำนวนมากหลายครอบครัว มันไม่ใช่แค่ผู้ที่ถูกกระทำแค่คนเดียว เขามีครอบครัว กรณีตัวอย่างที่ภาคใต้ที่กรือเซะ ดิฉันก็ได้ทราบมาจากนักข่าวท่านหนึ่งว่าเขาได้ไปลงไปสัมภาษณ์เขาบอกว่า ลูกของผู้ที่ถูก กระทำเขาเห็นภาพพ่อเขากับตาตัวเองเมื่อครั้งที่เขายังเป็นวัยเด็กว่าพ่อเขาคุกเข่าอยู่กับพื้น มีเจ้าหน้าที่ทหารเอาปืนจ่อหัวพ่อเขา แล้วพ่อเขาก็หายไป เขาก็ไม่สามารถที่จะตามเรื่องราว ได้ เพราะว่าตราบใดที่หาศพไม่เจอ ญาติก็ไม่สามารถที่จะออกตัวได้ว่าเป็นญาติผู้เสียหาย เด็กคนนั้น ณ ปัจจุบันภาพเหล่านั้นมันยังคงติดตาเขา แม้ว่ามีหน่วยงานของรัฐเข้าไปเยียวยาเรื่องทางด้านจิตวิทยาแล้วก็ตาม ดิฉันคิดว่าเรื่องราว เหล่านี้มันไม่ควรจะเกิดขึ้นในสังคมไทยเลย ประเทศเราก็เป็นประเทศที่เรียกได้ว่าเป็นผู้ที่มี จิตใจน่าจะสูงขึ้นแล้ว พัฒนาการของประเทศและสังคมมันก็ดีขึ้นมากแล้ว แต่ถ้าเรายังปล่อย ให้เจ้าหน้าที่รัฐยังคงใช้วิธีการแบบนี้ต่อไป ประเทศเราก็อาจจะไม่ได้รับการยอมรับจากนานา อารยประเทศได้ ดังนั้นดิฉันเห็นควรสนับสนุนที่จะให้ตั้งกรรมาธิการนี้เพื่อที่จะผลักดันให้เกิด เป็นกฎหมายต่อไปสำหรับประเทศเรานะคะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป คุณธีรัจชัย พันธุมาศ ครับ🔗

นายธีรัจชัย พันธุมาศ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตท่านประธานในการอภิปรายสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. .... ผมขอสนับสนุนร่างของคณะกรรมาธิการกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม ทำไมถึงต้องสนับสนุนร่างนี้ เนื่องจากร่างนี้เป็นร่างที่พัฒนามาจากร่างที่เสนอโดยภาค ประชาชนผ่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และมีการปรับปรุงให้ละเอียดรอบคอบมากยิ่งขึ้น เหตุใดถึงไม่สนับสนุนร่างของรัฐบาลที่เพิ่งมาประกบภายหลังเพราะความเร่งรีบอยากจะ ประกบร่างนี้ นั่นก็เพราะว่าร่าง ๒ ร่างมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญที่จะคุ้มครองสิทธิ เสรีภาพประชาชนอย่างแท้จริง ท่านประธานที่เคารพครับ กระบวนการยุติธรรมคือ กระบวนการที่ทำให้มาสู่การยุติเพื่อความเป็นธรรม เพื่อให้สังคมอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข แต่ในความเป็นจริง หลายกรณีเป็นเรื่องของความตรงกันข้ามเมื่อกระบวนการยุติธรรมกลับ ไปสู่ผู้สร้างความอยุติธรรม ทั้งนำความเดือดร้อนมาสู่ประชาชนและสังคม นั่นคือในเรื่องของ กระบวนการยุติธรรมโดยปกติ มีเจ้าหน้าที่ของรัฐจำนวนไม่น้อยที่มีอำนาจไปใช้อำนาจในการ ทรมาน อาจจะเป็นเรื่องของการเพื่อทำให้คดีเสร็จ เพื่อผลประโยชน์บางอย่าง เบี่ยงประเด็น ให้แพะรับบาปแทนบุคคลที่กระทำผิดจริง นั่นคือในเรื่องของระบบกระบวนการยุติธรรม เรา มีหลายคดี ซึ่งหลายท่านได้อภิปรายไปแล้วว่ามีท่านใดบ้าง นอกจากนั้นในเรื่องของนอกของ กระบวนการยุติธรรม ก็คือการใช้อำนาจรัฐ เช่นในยุคของที่มีอำนาจรัฐประหาร จะมีการใช้ อำนาจผู้ที่ต่อต้าน มีความคิดเห็นต่างในการที่จะต่อต้านการรัฐประหารจะถูกอุ้มหาย ในรัฐประหารปี ๒๕๕๗ มีไม่น้อยกว่า ๙ คนที่ท่าน ส.ส. รังสิมันต์ โรม ได้กรุณาอธิบาย ไปแล้ว เรื่องอย่างนี้เกิดขึ้นมาช้านานตั้งแต่สมัยอดีตจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าทั้งในกระบวนการ ยุติธรรมในตามประมวลกฎหมายวิธีความอาญาหรือกรณีนอกกระบวนการยุติธรรม คือใช้อำนาจมืด อำนาจเถื่อน เหล่านี้มันเป็นที่เดือดร้อน สร้างความอยุติธรรมในประเทศนี้ สร้างความเสียหายมาอย่างยาวนาน ผมดีใจครับที่คณะกรรมาธิการกฎหมายกระบวนการ ยุติธรรมและสิทธิมนุษยชนได้ทำเรื่องนี้ตั้งแต่ยุคที่นายปิยบุตร แสงกนกกุล ได้ริเริ่มทำไว้ และมายื่นหลังจากที่ท่านได้พ้นจากตำแหน่งไปแล้ว แต่ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เราต้องทำให้เสร็จ ร่างนี้ที่แตกต่างจากร่างของรัฐบาลที่เสนอมา สิ่งแรกที่ผมเห็นก็คือเรื่องคำนิยามขอคำว่า ผู้เสียหาย ของรัฐบาลเพียงแต่อธิบายคำนิยาม อธิบายเพียงแค่เป็นผู้ได้รับความเสียหายจาก การทรมาน การอุ้มหายเท่านั้น แต่ร่างของคณะกรรมาธิการนั้น เป็นร่างที่อธิบายรวมถึง บุพพการี สามี ภรรยา เกี่ยวข้องตรงนี้ด้วย และไม่ปิดกั้นเพียงแค่ในระบบของกฎหมายวิธี พิจารณาความอาญา แต่หมายถึงว่าทั้งในกระบวนยุติธรรมและนอกกระบวนการยุติธรรม ถ้าผู้เสียหายถูกตีความได้กว้างขวางแบบนี้ หมายความว่ากระบวนการที่จะไปร้องขอต่อศาล เพื่อให้ยุติในกรณีที่ทราบ ผู้เสียหายทราบว่ามีการทรมาน ยกตัวอย่างเช่นกรณี ที่จังหวัดนครสวรรค์ที่มีการใช้ถุงดำคลุมหัวและจนถึงแก่ความตาย ระหว่างนั้นถ้ามีใครรู้ สามารถไปร้องต่อศาลให้ยุติการกระทำนั้นได้โดยเร็วและมีโทษมากกว่า ถ้าถึงตายถึงจำคุก ตลอดชีวิต นี่คือสิ่งที่การทรมานและการอุ้มหายของร่างฉบับนี้มีโทษที่รุนแรงและเป็นระดับ ขั้นที่ชัดเจนกว่า ผมเรียนอย่างนี้นะครับ สิ่งที่ผมอยากจะขอกราบเรียนต่อท่านประธาน ก็คืออีกเรื่องหนึ่ง ในเรื่องร่างของทุกฉบับมักจะให้ศาลเพื่อพิจารณาเหล่านี้และเป็น โทษเฉพาะนะครับ ไม่ใช่โทษทั่วไป มันจะให้ประชาชนมีสิทธิที่จะร้องขอต่อศาล ระงับ แล้วก็เยียวยา มีอะไรมากมายในส่วนนี้ ยังมีอีกจุดหนึ่งที่ผมอยากจะให้เพิ่มเติมฝากไปยังคณะกรรมาธิการที่จะพิจารณาตรงนี้ก็คือ ในระหว่างที่ศาลไม่เปิดดำเนินการ ถ้าเราพบเป็นเหตุฉุกเฉินเราจะทำอย่างไร จะใช้องค์กร อะไร คณะอนุกรรมการตรงนี้ที่ตั้งขึ้นจะสามารถเข้าไประงับได้ทันทีหรือไม่ และเก็บหลักฐาน มาร้องขอต่อศาลภายหลังได้หรือไม่ ในร่างนี้ทั้ง ๔ ร่างไม่มีครับ ผมเลยฝากว่าลองหา กระบวนการ เพราะว่าบ้านเรามีวันหยุดอยู่อย่างน้อยวันเสาร์ วันอาทิตย์ หยุดราชการ การจะร้องต่อศาลทันทีนั่นก็จะเป็นปัญหาปัญหาหนึ่งที่จะทำให้ล่าช้าหรืออาจจะมีคนตาย เพิ่มเพราะกรณีการทรมาน แต่การอุ้มหายมันเป็นเรื่องของหลัง กระบวนการทรมานอุ้มหาย มีทั้งก่อน ขณะ แล้วก็หลัง กรณีก่อนถ้าเกิดกฎหมายแบบนี้ไปทำให้ความยับยั้งชั่งใจ ของเจ้าหน้าที่จะน้อยลง แต่ขณะยังมีปัญหา เพราะเราต้องรอศาล รอเข้าไปร้องต่อศาล ในกระบวนการยุติธรรมก็มีอำนาจที่จะสั่งทันทีได้ ดังนั้นจะมอบให้คณะกรรมการใด คณะกรรมการหนึ่งในการเข้าไปทันทีทันใดถ้าเกิดได้รับเรื่องแจ้งขึ้นไปแล้วระงับทันที สถานีตำรวจใดกระทำแบบนี้ ข้าราชการฝ่ายปกครองหรือข้าราชการอื่นใดที่มีกระทำที่ไม่ดี ผมเชื่อว่าข้าราชการส่วนใหญ่ดีนะครับ ที่ทำรับใช้อำนาจโดยไม่ถูกต้องสามารถเข้าไปทันที แล้วก็ระงับได้ทันที ถ้าขัดขวางก็จะมีความผิดหนักขึ้น ตรงนี้เป็นสิ่งที่ผมอยากจะเสนอ นอกเหนือจากร่างที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ท่านประธานครับ ผมยินดีที่กฎหมายฉบับนี้เข้ามา ในสภาผู้แทนราษฎร เพราะว่าน้อยครั้งที่กฎหมายที่ไม่ได้ริเริ่มโดยรัฐบาลจะได้มีโอกาสเข้ามา แต่นี่เป็นกฎหมายที่ริเริ่มโดยฝ่ายนิติบัญญัติ ที่ริเริ่มโดยฝ่ายของประชาชนและรัฐบาล เป็นฝ่ายตามเข้ามา และผมให้ความรับรองผมคิดว่าจะให้ผ่านวาระที่ ๑ ในร่างของ คณะกรรมาธิการกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม และเชื่อว่ากรรมาธิการจะช่วยไปขัด เกลาให้ดีในวาระที่ ๒ และจะเป็นกฎหมายที่คุ้มครองสิทธิเสรีภาพอย่างแท้จริงครับ ท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนายแพทย์ชลน่าน ศรีแก้ว ครับ🔗

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ที่ให้โอกาสผมได้มีส่วนร่วมในการพิจารณากฎหมายสำคัญเป็นร่างพระราชบัญญัติว่าด้วย การป้องกันและการปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญหาย หรือเราเรียกว่า ร่างพระราชบัญญัติป้องกันการทรมานและอุ้มหาย ท่านประธานครับ มีร่างทั้งหมดเข้าสู่สภา ในการพิจารณาวันนี้ ๔ ร่าง เป็นร่างของคณะรัฐมนตรีโดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็นผู้เสนอ ร่างของเพื่อนสมาชิกจากกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรมที่นำ ร่างประชาชนมานำเสนอให้ แล้วก็มีร่างของเพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาธิปัตย์ แล้วก็ พรรคประชาชาติ ผมก็กราบขอบพระคุณผู้เสนอทั้ง ๔ ร่างที่ได้มีโอกาสนำร่างกฎหมาย ที่สำคัญนี้เข้าสู่การพิจารณา ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะให้เหตุผลว่าผมเห็นชอบเป็น อย่างยิ่งที่จะรับหลักการของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เห็นชอบกับการรับทั้ง ๔ ร่างครับ ส่วนรายละเอียดที่จะใช้ร่างใดเป็นหลักนั้นก็แล้วแต่มติของสภา เพราะผมเห็นข้อแตกต่าง และความสำคัญของแต่ละร่างที่ส่งเข้ามานี้มีความแตกต่างกันพอสมควร แต่นั่นคืออยู่ในตัวบท ครับ หลักการเหมือนกัน เหตุผลใกล้เคียงกัน แต่สาระสำคัญในตัวบทเท่านั้นมีความแตกต่าง ท่านประธานครับ ความจำเป็นเรื่องแรกที่สุดที่เราจำเป็นต้องรับเพราะว่ากฎหมายฉบับนี้ มีประวัติศาสตร์ยาวนานมาก เข้า สนช. เมื่อปี ๒๕๕๙ เข้าสู่การรับหลักการ เข้าสู่ การพิจารณาในวาระที่ ๒ อายุ สนช. หมดวาระ แม้รัฐบาลที่เข้ามาใหม่จะอาศัยบทบัญญัติ รัฐธรรมนูญหยิบขึ้นมายืนยันภายใน ๖๐ วันก็มีการนำมาพิจารณาแล้วก็นำไปปรับแก้ จนกระทั่งมีภาวะที่มีความจำเป็นอย่างยิ่งในสถานการณ์ปัจจุบัน ซึ่งเพื่อนสมาชิกได้อภิปราย ไปแล้วด้วยเหตุด้วยผลกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็คงมีความตระหนักว่ากฎหมายฉบับนี้จำเป็น อย่างยิ่งต้องเสนอ เพราะชื่อร่างเป็นพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและ การบังคับบุคคลให้สูญหาย ถ้าช้ากว่านี้นะท่านประธานครับมันจะเติมคำว่า และคลุมหัวอุ้มฆ่า ไปด้วย นอกจากสูญหาย ไม่พอนะครับ จะเป็นร่างพระราชบัญญัติคลุมหัวฆ่าไปด้วย ถ้าช้ากว่านี้ มันก็มีความจำเป็น ครับ ท่านประธานครับ จากหลักการและเหตุผลที่ทางผู้เสนอได้เสนอเข้ามา ผมก็เห็นด้วย สำหรับหลักการและเหตุผลที่ท่านเสนอ ผมมาดูสาระสำคัญที่เขียนไว้ในตัวบทของทั้ง ๔ ร่าง ผมพอสรุปให้ท่านประธานฟังในสาระสำคัญนะครับ🔗

เรื่องที่ ๑ นะครับท่านประธาน สาระสำคัญที่เขียนไว้เป็นหลักการที่สำคัญ ก็คือเรื่องของการที่กฎหมายฉบับนี้จะมีความสำคัญในเรื่องของการป้องกัน เป็นการป้องกัน การทรมานและการทำให้บุคคลสูญหาย อันนี้เป็นหลักการที่สำคัญครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องการปราบปรามที่มีมาตรการกำหนดบทลงโทษต่าง ๆ และมาตรการที่ ๓ หลักการสำคัญที่เขียนเป็นสรุปในสาระสำคัญคือการเยียวยา การเยียวยา ที่ให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทรมานแล้วก็บังคับให้บุคคลสูญหาย เข้าไปกำหนดมาตรการออกมาในเรื่องการเยียวยาทั้งสภาพร่างกายและจิตใจ อันนี้ ก็เป็นหลักการที่สำคัญ🔗

เรื่องการป้องกัน เป็นที่เรื่องสำคัญที่ผมเองอยากจะกราบเรียนท่านประธาน เพราะว่ามันเป็นไปตามอนุสัญญาระหว่างประเทศเกี่ยวกับเรื่องนี้ที่เน้นการป้องกันเป็นหลัก โดยเฉพาะเรื่องของการบันทึกข้อมูลและเปิดเผยข้อมูลของผู้ที่ถูกละเมิดสิทธิ ผู้ที่ถูก จำกัดเสรีภาพ บุคคลเหล่านี้เราเรียกเป็นผู้ถูกจำกัดเสรีภาพนะครับ ตามบทบัญญัติ ของกฎหมายที่เราเขียนตรงนี้จะได้รับการเปิดเผยได้รับการร้องขอจากผู้เสียหายก็สามารถ ที่จะเปิดเผยข้อมูลได้ เรื่องนี้มันเป็นเรื่องสำคัญที่สุดนะครับ ผมถือว่าสำคัญมากกว่า การปราบปราม เพราะฉะนั้นก็ฝากท่านกรรมาธิการได้ไปช่วยเขียนเน้นรายละเอียดให้ชัดเจน ว่ามาตรการที่เขียนมันจะพอเพียงหรือไม่กับการป้องกันนะครับ ส่วนการปราบปรามแน่นอน มีบทกำหนดโทษมีการลงโทษผู้กระทำผิด ซึ่งแน่นอนเป็นเจ้าหน้าที่รัฐท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้มันเป็นกฎหมายที่ผู้ยกร่างได้เขียนไว้ชัดเจนว่าประเภทแห่งคดีเป็นคดีพิเศษ ส่วนเรื่องของอายุความที่เขียนไว้ก็มีความแตกต่างกัน ร่างของ ครม. ใช้อายุความตาม ประมวลกฎหมายอาญาเป็นหลัก ร่างของเพื่อนสมาชิกที่มาจากคณะกรรมการการกฎหมาย การยุติธรรมเป็นร่างกฎหมายที่ถือว่าความผิดนี้ไม่มีอายุความ ส่วนร่างของเพื่อนสมาชิก อีก ๒ ร่าง กำหนดไว้ ๒ ลักษณะคือ ๕๐ ปี และไม่มีอายุความในกรณีที่เป็นกระบวนการการ กระทำ อันนี้ก็ฝากกรรมาธิการเข้าไปช่วยดูครับ🔗

เรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องของคณะกรรมการทั้ง ๔ ร่างมีความต่างกันนะครับ ในสัดส่วนของภาคประชาชนที่เข้าไปเป็นกรรมการในฐานะผู้ทรงคุณวุฒิ ร่างของ ครม. มี ๑๕ คน ๖ คน เป็นภาคประชาชนเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ร่างของกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม ๙ คน จาก ๑๑ คน มีกรรมการทั้งหมด ๑๑ คน ๙ คน เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ส่วนร่างของอีก ๒ พรรคของพรรคประชาธิปัตย์กับพรรคประชาชาติ ๘ คน จาก ๑๕ คน ก็ฝากกรรมาธิการไปดูว่าจะปรับแก้อย่างไร โดยเฉพาะผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความจำเป็นอาจจะ ต้องกำหนดคุณสมบัติ แม้ท่านจะเขียนบอกอย่างน้อยมีแพทย์ ๑ คน มีผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวกับเรื่องของสิทธิมนุษยชนต่าง ๆ ท่านเขียนไว้ อย่างร่าง ครม. เขียนไว้ ๔ คน แต่สิ่งหนึ่งที่ผมฝากไปดูก็คือว่าผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ความสามารถด้านนิติ วิทยาศาสตร์ ท่านจะหมายถึงแพทย์ตรงนี้ผมไม่แน่ใจนะ แต่ว่าฝากไปดูในรายละเอียดว่า จะเขียนอย่างไร เพราะมันมีความจำเป็นครับ มันมีความจำเป็น ๔ ร่างนี้เรื่องของผู้มีสิทธิ ที่จะดำเนินคดี ร่างของคณะรัฐมนตรี ร่างของกรรมาธิการเขียนคล้ายกันครับ ให้ผู้เสียหาย ให้สามีภรรยา ให้บุพการี ให้ผู้สืบสันดานเป็นผู้มีสิทธิดำเนินคดีได้ แต่ที่น่าสนใจครับ ฝากกรรมาธิการไปดูก็คือว่าร่างของพรรคประชาธิปัตย์แล้วก็ร่างของพรรคประชาชาติ เขียนเรื่องคู่ชีวิตไว้ครับ คู่ชีวิตไว้ความหมายตรงนี้อยากให้กรรมาธิการไปช่วยดูว่าจะปรับแก้ อย่างไร ผมเห็นด้วยนะครับ คำว่า คู่ชีวิต มันมีความหมายมากกว่าคำว่า สามีและภรรยา หมายถึงบุคคลที่เป็นเพศเดียวกันเขาเป็นคู่ชีวิตกันก็ได้มีกฎหมายรองรับก็ฝากไว้ด้วยนะครับ ประเด็นที่มีความต่างกันนะครับท่านประธานที่เคารพ ร่างของคณะรัฐมนตรีเกี่ยวกับเรื่อง ของกลไกการป้องกันที่ผมเน้นตอนแรกสุดเขียนค่อนข้างแคบนะครับ ส่วนร่างของเพื่อน สมาชิกเขียนกว้างมาก ก็ฝากไปดูว่าจะมีกลไกตรงนั้นอย่างไร ท่านประธานครับ เหตุผลที่ผม กราบเรียนท่านประธานว่าผมรับร่างกฎหมายฉบับนี้นอกจากสาระสำคัญที่กราบเรียนไป ๓ เรื่องใหญ่ ๆ แล้ว มีสาระสำคัญในตัวบทที่ผมขออนุญาตท่านประธานเร็ว ๆ นะครับ มีการกำหนดฐานความผิดเรื่องการทรมาน กำหนดฐานความผิดเรื่องของการสูญหาย มีการกำหนดฐานความผิดเรื่องของการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม ย ่ายีศักดิ์ศรี อันนี้เขียนขึ้นมา บางร่างไม่มีนะครับ เรื่องโหดร้ายแล้วยังมีศักดิ์ศรีควรจะไปปรับแก้ ให้สอดรับกัน เรื่องที่ ๒ เป็นการกระทำความผิดนอกราชอาณาจักรที่สามารถมาดำเนินคดี ในราชอาณาจักรได้ เขียนอยู่ในตัวบทนะครับ เรื่องที่ ๓ ความผิดที่เกิดขึ้นเขียนไว้ชัดเจนว่า ไม่ถือเป็นลักษณะทางการเมือง หมายถึงเจ้าหน้าที่ที่กระทำผิดนะครับ จะไปอ้างเหตุว่า เป็นคดีทางการเมือง ลักษณะการเมืองมิได้ ไม่ว่าจะเป็นลักษณะการเมืองตามกฎหมาย ที่ว่าด้วยผู้ร้ายข้ามแดน หรือลักษณะการเมืองตามความร่วมมือระหว่างประเทศเรื่องของ คดีอาญา อันนี้จะเอามาอ้างมิได้ และที่สำคัญบรรดาความผิดที่เกิดขึ้นทั้งหลายจะยกเหตุ พฤติการณ์ใด ๆ ขึ้นมาอ้างเพื่อให้พ้นผิดไม่ได้ ไม่ว่าจะเกิดในภาวะสงคราม ภาวะฉุกเฉิน ต่าง ๆ หรืออ้างเรื่องความมั่นคงทางการเมืองจำเป็นต้องกระทำไม่เป็นเหตุให้มีการยกเว้น ความผิดนะครับ เช่น คุณไปปราบปรามผู้ชุมนุม แล้วทำให้เกิดมีลักษณะของการทำ ให้สูญหายไปอย่างนี้ไม่คุ้มครองนะครับ ต้องฝากท่านประธานไปยังกรรมาธิการ แล้วก็ที่สำคัญกรณีที่จะมีการส่งผู้ร้ายข้ามแดน เขาห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่รัฐหรือหน่วยงานของ รัฐดำเนินการกรณีมีเหตุอันควรเชื่อว่าส่งไปแล้วเขาจะเป็นอันตราย เป็นการห้ามผลักดัน กลับไปเผชิญอันตราย หลักเกณฑ์นี้หลักการนี้ควรจะต้องยึดถือในกฎหมายฉบับนี้ ด้วยเหตุผลที่ผมกราบเรียนท่านประธานเรื่องหลักการสำคัญนะครับเหตุผลที่เพื่อนสมาชิก กล่าวไปนะครับ ผมขอกลับมาเน้นย ้านิดหนึ่งก็คือว่ามันเป็นเหตุผลที่เราต้องเคารพสิทธิ เสรีภาพของพี่น้องประชาชนคนไทยตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๘ โดยเฉพาะวรรค ท้าย รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๘ วรรคท้าย ผมขออนุญาตท่านประธานอ่านนิดเดียวครับ การทรมาน การทารุณกรรม หรือการลงโทษด้วยวิธีการโหดร้ายหรือไร้มนุษยธรรม จะกระทำมิได้ ตรงนี้ครับตรงเลยเป็นเหตุผลที่รัฐธรรมนูญเราเขียนไว้ แต่ไม่มีกฎหมาย มารองรับ เพราะฉะนั้นเป็นโอกาสที่ดีครับถ้าจะมีกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมาก็จะรองรับบทบัญญัติ ของรัฐธรรมนูญมาตรานี้ เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องที่จำเป็นต้องทำจริง ๆ เพราะว่าเราเป็นภาคี อนุสัญญาระหว่างประเทศ อย่างน้อย ๒ อนุสัญญาครับ อนุสัญญาแคท (CAT) ที่เพื่อน สมาชิกพูดไปแล้ว เรื่องการต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติ หรือการลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม ย ่ายีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ อันนี้เราเป็นภาคีอนุสัญญาตั้งแต่ปี ๒๕๕๐ เมื่อวันที่ ๒ ตุลาคม ๒๕๕๐ อีกอนุสัญญาหนึ่งเป็นอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วย การคุ้มครองบุคคลทุกคนจากการหายสาบสูญโดยถูกบังคับ ตัวย่อ ไอซีพีพีอีดี (ICPPED) มันเป็นสิ่งที่เราไปเข้าสู่พันธกรณีระหว่างประเทศ แต่เราไม่ได้อนุวัติกฎหมายภายใน เข้ามารองรับ เพราะฉะนั้นมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จำเป็นต้องทำครับ เพราะว่าตามอนุสัญญานี้การละเมิด สิทธิมนุษยชนมันถือเป็นอาชญากรรมที่ร้ายแรง ที่รุนแรง จะอ้างเหตุใด ๆ มากระทำมิได้ นะครับ มันเป็นลักษณะกฎหมายเด็ดขาด เพราะฉะนั้นต้องปฏิบัติตาม ก็ถือโอกาสนี้ได้อนุวัติ กฎหมายภายในเพื่อให้เป็นไปตามอนุสัญญาทั้ง ๒ สัญญานี้นะครับ และสุดท้ายครับ เหตุการณ์ภายในประเทศเรา อย่างผมกราบเรียนท่านประธานไป มันเป็นภาวะสุกงอมจริง ๆ ครับท่านประธาน ที่เพื่อนสมาชิกไล่เรียงมาจากอดีต สุดท้ายกรณีโจ้ถุงดำ กรณีโจ้ถุงดำ ใครก็ยอมไม่ได้ท่านประธานครับ ถ้าเราไม่ออกกฎหมายฉบับนี้มาประเทศชาติบ้านเมืองเรา คงจะลำบาก โดยเฉพาะในสายตาของนานาอารยประเทศนะครับ เราไม่ปฏิบัติตาม ภาคีสัญญาที่เราร่วมเป็นภาคีเครือข่ายด้วย อันนี้เป็นเรื่องที่จะทำให้ประเทศเราเสียหาย สุดท้ายครับท่านประธาน ยินดีรับหลักการทั้ง ๔ ร่าง ฝากกรรมาธิการไปช่วยดูในรายละเอียด ที่จะปรับแก้ให้สอดรับกัน ทุกร่างมีจุดเด่นในตัวเองครับ เอามาผสมผสานกันจะเป็นร่างของ กรรมาธิการที่จะนำเข้าสู่สภาในโอกาสต่อไป กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป พลตำรวจโท วิษณุ ม่วงแพรสี ครับ🔗

พลตำรวจโท วิศณุ ม่วงแพรสี แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พลตำรวจโท วิศณุ ม่วงแพรสี แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย กระผมขออนุญาตใช้สิทธิอภิปรายสนับสนุนรับร่างพระราชบัญญัติป้องกันปราบปราม การทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ซึ่งจะมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ครับ ท่านประธาน ครับ ในงานของตำรวจงานสืบสวนสอบสวนมันจะมีคำพูดอยู่ประโยคหนึ่งว่า อาชญากรรม ที่เกิดขึ้นมันเกิดจากโอกาสเปิดช่องล่อใจนะครับ จริง ๆ แล้วองค์ประกอบมันก็มี ๓ อย่าง เกิดขึ้นจากมูลค่าของทรัพย์ เกิดขึ้นจากโอกาสเปิดช่องล่อใจ เกิดขึ้นจากสันดานของคนร้าย ที่ผมต้องอภิปรายเพราะว่าอยากจะเสริมท่านเพื่อนสมาชิกทั้งหลายว่ากฎหมายฉบับนี้ เราต้องการควบคุมการปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ของรัฐเป็นหลัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเจ้าหน้าที่ ตำรวจ เจ้าหน้าที่ทหาร ซึ่งเป็นคนที่อาจจะเรียกว่าจะต้องเป็นผู้ที่กระทำความผิด พูดง่าย ๆ ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหลายคงเป็นเรื่องของตำรวจ เรื่องของทหารเป็นหลัก นาน ๆ ก็จะมีเจ้าหน้าที่ป่าไม้มาแย่งซีน (Scene) ไปทีหนึ่ง เพราะฉะนั้นตรงนี้อยากจะเรียน ท่านประธานว่าถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่านสภาไป ผมก็มีคำถามว่าเราต้องการสร้างเพียง ภาพลักษณ์ของประเทศเรา ของรัฐบาล หรือว่าต้องการแก้ปัญหาจริง ๆ เพราะว่าผมอ่าน พ.ร.บ. ป้องกันปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย ๓๔ มาตรานี้ คือพบว่ามันไม่มีมาตรการหลาย ๆ อย่างที่มันควรจะเพิ่มเติมเข้าไปเพื่อที่จะแก้ปัญหาตรงนี้ ได้ ท่านประธานครับในความเห็นของผมปัญหาที่มันเกิดขึ้นมันเกิดขึ้นจากการกระทำของ เจ้าพนักงานเป็นหลักนะครับ ผมอยากโคต (Quote) ไปที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกับเจ้าหน้าที่ ทหารเป็นหลักเลยนะครับ เพราะว่าห้วงเวลาที่มันจะเกิดการทรมานหรืออุ้มสูญหายทั้งหลาย มันจะเกิดขึ้นช่วงของการนำตัวมาสอบสวนหรือว่านำตัวมาซักถามก่อน เข้าสู่กระบวนการ ยุติธรรมก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวน ถ้าเป็นในสายของตำรวจก็ต้องบอกว่าเอาตัวมาไว้ ที่เซฟเฮาส์ (Safe House) เอาตัวมาเข้าเซฟเฮาส์ (Safe House) ก่อน ถือว่าตรงนี้เป็นช่วง ของการเดินทาง ไม่นับเวลาควบคุมอะไรทั้งหลาย ซึ่งช่วงนี้ละครับจะมีการทรมานกัน ซึ่งเพื่อนสมาชิกก็ได้พูดไปเยอะแล้วมันทรมานด้วยวิธีการแบบไหน จริง ๆ ผมก็ที่พูดมา ผมก็มีอีกหลายอย่างที่ผมพบเห็นมาด้วยตัวเองด้วย แล้วก็ได้ยินได้ฟังมาด้วยนะครับ แต่อย่างไรก็ตามมันก็เกิดขึ้น ห้วงนี้ครับ ถ้าเป็นในส่วนของเจ้าพนักงานตำรวจก็วิ่งฝ่าย สืบสวนก็คือช่วงเอาตัวมาเซฟเฮาส์ (Safe House) ก่อนส่งพนักงานสอบสวน ถ้าเป็นพื้นที่ ทางภาคใต้ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็เป็นช่วงที่นำตัวมาซักถามใน ๗ วัน อำนาจตามกฎ อัยการศึกหรือว่า พ.ร.ก. อะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าในร่างที่เสนอเข้าสภามายัง ไม่ได้ครอบคลุมถึงประเด็นตรงนี้ครับ เพราะว่าถ้าตราบใดยังมีช่องว่างของเวลาหรือโอกาส เปิดช่องล่อใจตามที่ผมได้เรียนให้ท่านประธานได้ มันก็จะมีการเกิดปัญหาอย่างนี้เกิดขึ้นได้อีก ถามว่าทำอย่างไร ผมตอนนี้ก็อาจจะยังคิดไม่ออกนะแต่ว่าอย่างไรก็ตามผมคิดว่าห้วงเวลานี้ มันน่าจะมีเหมือนกรณีนำตัวไปซักถาม กรณีใช้กฎอัยการศึกนำตัวไปซักถามก่อนได้ ๗ วัน และขยายได้ตาม พ.ร.ก. พระราชกำหนดเกี่ยวกับกฎอัยการศึกเกี่ยวกับการควบคุมตามแนว ชายแดนของเรา ตรงนี้มันมันเป็นการเอาตัวไปซักถามโดยมีเฉพาะตัวผู้ถูกซักถาม หรือผู้ถูกกระทำต่อเจ้าหน้าที่ ไม่มีคนอื่น ไม่มีผู้ที่ถูกซักถามไว้วางใจหรือทนายหรืออะไรต่าง ๆ เหมือนในส่วนตำรวจพอเข้าเซฟเฮาส์ (Safe House) แล้วก็โดดเดี่ยวเลยนะครับ มีเจ้าหน้าที่สืบสวนกับกับเป้าหมายเท่านั้นกับเหยื่อเท่านั้น เพราะฉะนั้นตราบใดที่เรา แก้ปัญหาในห้วงนี้ได้ ในช่วงต่าง ๆ ตรงนี้ได้ ผมว่าปัญหาเรื่องการทรมานก็ยังมีอยู่ตลอดไป ครับ คือที่ผมอภิปรายฝากไว้สั้น ๆ ตรงนี้คือว่า ผมอยากฝากข้อสังเกตตรงนี้ให้กับ กรรมาธิการที่เราจะตั้งกันต่อไปว่ามันควรมีมาตรการหรือมาตราใดมาตราหนึ่งหรือไม่ เพราะว่าตราบใดที่ฝ่ายสืบสวนนำเข้าเซฟเฮาส์ (Safe House) ได้ ตราบใดที่ยังมีกฎ อัยการศึกให้เอาตัวเข้าไปควบคุม ไปซักถามได้ ๗ วัน การทรมานก็ไม่มีทางแก้ไขปัญหาได้ ทำอย่างไรจะสร้างความสมดุลตรงนี้ได้มีเจ้าหน้าที่เองก็คงมีความจำเป็นที่จะโทรไปซักถาม แต่ว่ามาตรการวิธีการหรือว่ารายละเอียดควรจะทำอย่างไร คือเจ้าหน้าที่ก็สามารถทำงานได้ ได้ข้อเท็จจริงด้วย ในขณะที่เป้าหมาย เหยื่อหรืออะไรต่าง ๆ ไม่ถูกทรมาน อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ผม จะนำเรียนเป็นข้อสังเกตไว้ให้กับท่านกรรมาธิการที่จะลงลึกไปในรายละเอียดต่อไปครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป คุณซูการ์โน มะทา ครับ🔗

นายซูการ์โน มะทา ยะลา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ผมขออนุญาตอภิปราย เพื่อสนับสนุนญัตติร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการบังคับ บุคคลให้สูญหาย พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดยพรรคประชาชาติ และผมก็เป็นผู้หนึ่งที่ร่วมลงชื่อ เพื่อเสนอกฎหมายนี้นะครับ ท่านประธานครับ ในเบื้องต้นผมเห็นด้วยในขั้นรับหลักการว่า สำหรับร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและบังคับบุคคลให้สูญหาย พ.ศ. .... ทั้ง ๔ ฉบับนะครับว่ามีประโยชน์และในขั้นหลักการก็เห็นด้วยว่าประเทศไทยเรา ควรจะมีกฎหมายที่ว่าด้วยการป้องกันการปราบปรามการทรมานและการบังคับบุคคลให้สูญ หายเพราะว่าสิ่งที่เกิดขึ้นที่เพื่อนสมาชิกหรือผู้เสนอญัตติร่างทั้ง ๔ ท่านได้กล่าวมานั้นเป็น ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่ผมต้องการที่ให้เห็นว่าร่างฉบับดังกล่าวนี้ มีความสำคัญกับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้และ พี่น้องที่อยู่ตามชายขอบของประเทศต่าง ๆ จะได้รับผลกระทบอย่างมาก โดยผม ให้ความสำคัญที่ว่าการทรมานนั้นมีอยู่จริง การทำให้บุคคลสูญหายก็มีอยู่จริงในพื้นที่ของ ประเทศไทย อย่างที่เราทราบกันดี ถ้าจะเป็นที่สนใจมากที่สุดก็ต้องขออนุญาตท่าน ส.ส. ผู้มีเกียรติในสภา แห่งนี้ว่า ท่านหะยีสุหลง โต๊ะมีนา คือบุคคลแรกที่สูญหาย และกระทั่งวันนี้เราก็ไม่พบมา แต่หลังจากนั้นยังมีกรณีการซ้อมทรมาน การจับผู้ต้องสงสัยไปทรมานเพื่อซักถามข้อเท็จจริง มีกระทั่งถึงขั้นเผานั่งยาง เผาในถังแดงทิ้งแม่น ้าปัตตานีที่สะพานกอตอ อันเป็นประวัติศาสตร์ ที่เราต้องจดจำว่านี่คือการกระทำที่การบังคับใช้กฎหมายนั้นมีอยู่จริงในพื้นที่ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ และเป็นความเจ็บปวดที่พี่น้องในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ต้องสูญเสียบิดามารดาผู้ปกครองที่เกี่ยวข้องหรือญาติพี่น้องที่ถูกทางการนำกฎหมายมา บังคับใช้โดยใช้กฎหมายพิเศษ ท่านประธานครับ ผมเชื่อว่าท่านประธานและท่านรัฐมนตรี แล้วก็ตัวแทนของกระทรวงยุติธรรมที่มาฟังวันนี้ว่า ปัญหาการซ้อมทรมานนั้นถ้าเราจะเห็น กรณีที่เกิดขึ้นอย่างที่ถุงนำที่จังหวัดนครสรรค์นั้นผมว่าเป็นกรณีที่มันอุกอาจ แต่ว่าอย่างน้อย ยังไม่รุนแรงเท่ากับในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นที่รู้ ๆ กันว่าหน่วยงานของรัฐ สถานที่ของรัฐเป็นสถานที่ที่จับตัวพี่น้องประชาชนผู้ต้องสงสัยหรือผู้ที่ มีอุดมการณ์ทางการเมืองที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลไปถูกสอบสวน ไม่ว่าจะเป็นค่ายทหารที่ หนองจิก ปัตตานี หรือค่ายทหารพรานต่าง ๆ ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งก็เป็น ที่มาที่ไปที่ทำให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ต้องสูญเสียจากการทรมานนั้นจนถึงขั้นเสียชีวิต หลายกรณี แม้กระทั่งตั้งแต่กรณีของอิหม่ามยะผา กาเซ็ม มาจนถึงกรณีของอับดุลเลาะ อีซอมูซอ อันนี้ก็คือกรณีหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นว่าการที่รัฐบาลพยายามต่อกฎหมายพิเศษ ในทุก ๆ ปี พี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ชายขอบก็ยังต้องถูกกระทำจากเจ้าหน้าที่ของรัฐโดยใช้กฎหมายพิเศษ ฉะนั้นวันนี้ผมเห็นว่า การที่สภาแห่งนี้ได้ให้ความสำคัญว่าการซ้อมทรมานและการบังคับใช้การบุคคลให้สูญหาย นั้นเราจำเป็นที่จะต้องมาร่างเป็นกฎหมายขึ้นบังคับใช้ และในกรณีนี้ผมเห็นด้วยกับร่างญัตติ ทั้ง ๔ ร่าง ว่ามันมีความแตกต่างที่หลากหลายกัน ก็อยากฝากให้ทางกรรมาธิการซึ่งจะได้รับ การแต่งตั้งจากสภาแห่งนี้ว่าท่านควรจะนำทั้งร่างที่เป็นประโยชน์ที่สุด ไม่ว่าจะเป็นร่างของ รัฐบาลซึ่งต้องรับฟังมาจากพี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศหรือร่างของ คณะกรรมาธิการ หรือแม้กระทั่งร่างของพรรคประชาชาติที่เราสะท้อนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และเราได้กำหนดบางส่วนที่มันแตกต่างจากของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเยียวยา หลังจากที่ผู้ได้รับผลกระทบแล้ว อันนี้เราให้ความสำคัญว่าบุพการีของผู้สูญหายนั้น เขารอคอย ท่านประธานครับ นอกจากกรณีของอับดุลเลาะ อีซอมูซอ แล้ว ยังมีกรณีที่ คู่สมรสที่รอคอยสามีกลับมา อย่างเขตในพื้นที่ผม ที่ตำบลปะแต ณ วันนี้เขาก็ยังรอคอย เพียงเพราะว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ. ตำบลปะแตนำไปสอบสวนในพื้นที่ แล้วก็ จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ก็ยังไม่ปรากฏว่าได้กลับมาถึงยังที่บ้าน ทำให้เขามีฐานะที่ลำบาก เหตุผล เช่นนี้พวกผมในนามของสมาชิกพรรคประชาชาติจึงได้กำหนดว่าในร่าง พ.ร.บ. เหล่านี้จะต้อง มีการเยียวยา การเยียวยาเป็นเรื่องการรักษาบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ว่าเราตีมูลค่า ชีวิตของบุคคลที่สูญหายแล้วเป็นเรื่องเงิน แต่บางครอบครัวเสาหลักของครอบครัวเขาหายไป เขากลายเป็นบุคคลที่สังคมอาจจะรังเกียจ ด้วยข้อการใส่ไฟ การให้ข้อมูลไอโอ (IO) ต่าง ๆ ที่แตกต่างกันไปก็อยากฝากถึงท่านประธาน ผ่านถึงกรรมาธิการว่าอยากให้นำข้อดี ๆ ของร่างทั้ง ๔ ฉบับ มาบูรณาการและให้เกิด ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนคนไทยทุกคน และคิดว่าหลังจากที่กฎหมายฉบับนี้ได้ออกไป แล้ว พฤติกรรมการซ้อมทรมานหรือบังคับให้บุคคลสูญหายก็จะต้องสูญสิ้นไปจากประเทศ ไทยด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณหมอเพชรดาว โต๊ะมีนา ขอเชิญครับ🔗

นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้ บุคคลสูญหาย พ.ศ. .... มีคำสำคัญหรือคีย์เวิร์ด (Keyword) ๒ คำในชื่อร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้คำแรกคือ การทรมาน คำที่ ๒ คือ การกระทำให้บุคคลสูญหาย ดิฉันเป็สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรสมัยนี้เป็นสมัยแรกค่ะ และคำ ๒ คำข้างต้น ดิฉันได้มีโอกาสอภิปราย ในสภาแห่งนี้ทุกปี ปีแรก ปี ๒๕๖๒ วันที่ ๒๔ กรกฎาคม ดิฉันได้หารือถึงความไม่เป็นธรรม ในความรู้สึกของชาวบ้าน กรณีนายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ จากอำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี มีคำถามจากภรรยาว่าทำไมสามีต้องอยู่ในสภาพโคม่า (Coma) หมดสติหลังถูกควบคุมตัว ในค่ายทหารไม่ถึง ๒๐ ชั่วโมง และสุดท้ายได้เสียชีวิต เมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๒ หลังรักษาตัวในห้องไอซียู (ICU) ๓๕ วัน จนถึงวันนี้ครอบครัวก็ยังรอความเป็นธรรม ปีที่ ๒ ๒๕๖๓ วันที่ ๓ กันยายน รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติ ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. .... ของ คณะกรรมาธิการการกฎหมายการยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน มีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะ เห็นว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนในการตรากฎหมายฉบับนี้ ดิฉันได้มีโอกาสอภิปรายสนับสนุน และยกตัวอย่างครอบครัวของดิฉันที่ประสบเรื่องการอุ้มหาย อุ้มฆ่าโดยตรงเมื่อ ๖๗ ปี ที่ผ่านมา รวมถึงทนายสมชาย นีละไพจิตร ในปี ๒๕๔๗ นายพอละจี รักจงเจริญ ปี ๒๕๕๗ นายเด่น คำแหล้ ปี ๒๕๕๙ นายสุรชัย แซ่ด่าน ปี ๒๕๖๒ และปีที่ผ่านมานายวันเฉลิม สัตย์ศักดิ์สิทธิ์ ครั้งนี้เป็นปีที่ ๓ ค่ะ ดิฉันอภิปรายเรื่องนี้ด้วยสายเลือดของชีวิดดิฉัน เพราะความยุติธรรมที่ดิฉันรอคอยนานถึง ๓ ชั่วอายุคน เพื่อรอวันนี้ในการพิจารณา รับหลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านประธานที่เคารพคะ ขอสไลด์ (Slide) ค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา แบบบัญชีรายชื่อ

ดิฉันขอร้อยเรียงเรื่องราว ของครอบครัวดิฉันสไลด์ (Slide) ถัดไปค่ะ การที่มีคนในครอบครัวถูกบังคับให้สูญหายถึง ๒ คน รวมทั้งคณะทั้งหมด ๔ คน เมื่อวันที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๔๙๗ ที่เกาะหนูเกาะแมว จังหวัดสงขลา มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงการสูญหายในปี ๒๕๐๑ และมีการ ให้งมหาศพ สไลด์ (Slide) ถัดไปเป็นภาพของคุณย่าดิฉันเดินนำครอบครัววันที่ต้องหาศพ คุณปู่เป็นลายมือของคุณลุงอามีน โต๊ะมีนา เขียนว่าถ่ายเมื่อวันที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๐๑ บนเรือตำรวจน ้า ๘๐๑ ตอนไปงมหาศพคุณพ่อกับพวก แน่นอนค่ะ ไม่เจอศพ พอผ่านไปแล้ว ๓ ปี ต่อมาอีก ๘ ปี มีคำสั่งศาล จังหวัดปัตตานี คดีหมายเลขดำที่ ๗๓/๒๕๐๕ และ คดีหมายเลขแดงที่ ๗๔/๒๕๐๕ เรื่อง ขอให้ศาลมีคำสั่งว่านายหะยีสุหลง โต๊ะมีนา เป็นคนสาบสูญ และศาลได้รับคำร้อง และวินิจฉัยเมื่อวันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๐๕ กรณีคุณปู่หะยีสุหลง โต๊ะมีนา ศาลมีสั่ง เป็นบุคคลหายสาบสูญโดยใช้เวลา ๘ ปี แต่มีอีกหลายสิบกรณีที่บัดนี้ยังไม่ทราบชะตากรรม ครอบครัวต้องเผชิญการสูญเสียที่ไม่มีความชัดเจน และไม่สามารถยืนยันความสูญเสียได้ ท่านประธานที่เคารพคะ การที่ประเทศไทยได้ร่วมภาคีอนุสัญญา ๒ ฉบับที่สมาชิกหลายท่าน ได้กล่าวถึงแล้ว แต่ใช้เวลานานกว่า ๑๐ ปีค่ะ ที่จะทำให้ประเทศไทยมีกฎหมายฉบับนี้ แล้วจะทำให้ประเทศไทยสามารถปฏิบัติตามพันธกรณีที่มีอยู่ภายใต้อนุสัญญาทั้ง ๒ ฉบับได้ หลักใหญ่ใจความกำหนดให้การทรมานและการอุ้มหายโดยเจ้าหน้าที่รัฐเป็นคดีอาชญากรรม และดิฉันคิดว่ามีความจำเป็นที่จะต้องไม่มีอายุความ จนกว่าจะรู้ชะตากรรมของผู้ถูกอุ้มหาย จากประสบการณ์การทำงานด้านสุขภาพจิตในพื้นที่สถานการณ์ความไม่สงบใน ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ และเกี่ยวข้องกับการเยียวยาจิตใจครอบครัวของผู้สูญหาย รวมทั้งครอบครัว ของผู้ถูกซ้อมทรมาน ดิฉันคิดว่าสาระสำคัญ ๓ เรื่องเป็นเรื่องสำคัญ นั่นคือ เรื่องการป้องกัน การเยียวยาและการปราบปรามค่ะ ดิฉันขอพูดใน ๒ กรณีค่ะ🔗

เรื่องแรก เรื่องการป้องกันค่ะ ให้มีกลไกการป้องกันและการตรวจสอบ เช่น ญาติ ทนาย หรือกรรมการสิทธิมนุษยชนมีสิทธิที่จะพบผู้ถูกควบคุมตัวให้มีการบันทึกสถานที่ รวมทั้งสภาพ ทั้งร่างกายและจิตใจระหว่างการควบคุมตัว กล้องวงจรปิดมีความสำคัญค่ะ เป็นของที่ต้องมี ต้องตรวจสอบการใช้งานเป็นระยะ ๆ ทุกครั้งเราจะพบว่าเสีย ใช้การไม่ได้ ถูกถอดออกต้องเป็นความผิดด้วยค่ะที่ไม่สามารถรักษาดูแลกล้องวงจรปิดซึ่งเป็นสมบัติของ ราชการมีความสำคัญในรูปคดี ส่วนการบันทึกสภาพร่างกายและจิตใจระหว่างการควบคุมตัว ก็มีความสำคัญค่ะ สมัยที่ดินฉันรับราชการดิฉันเคยได้ผ่านการอบรมพิธีศาลอิสตันบูล หรือ อิสตันบูลโพรโตคอล (Istanbul Protocol) โดยองค์การระหว่างประเทศค่ะ มีการแปลเป็น ภาษาไทยในปี ๒๕๕๔ โดยเนติบัณฑิตยสภาแห่งอเมริกาเป็นคู่มือการสืบสวนและการบันทึก ข้อมูลหลักฐานอย่างมีประสิทธิภาพ ในการบันทึกรวบรวมพยานหลักฐานกรณีการทรมาน เป็นแนวทางในการช่วยเหลือผู้ถูกซ้อมทรมานและสามารถนำเสนอพยานหลักฐานอันเกิด จากการได้รับการบาดเจ็บทั้งร่างกายและจิตใจต่อศาลอย่างเป็นระบบได้ อันนี้สำคัญมากค่ะ ต้องมีการใช้ในประเทศไทยด้วย โดยมีการอบรมอย่างเป็นระบบ เพราะการทำร้าย ไม่เฉพาะร่างกาย ทำร้ายร่างกายอาจจะมีบาดแผลที่เราเห็นได้ แต่ทำร้ายทางด้านจิตใจหรือที่ เขาเรียกว่าไวต์ทอร์เจอร์ (White Torture) หรือว่าทรมานสีขาวนั้นเราไม่สามารถที่จะเห็น บาดแผลทางจิตใจของเขาได้ค่ะ เรื่องการเยียวยา ควรกำหนดมาตรการในการช่วยเหลือ เยียวยาผู้ได้รับความเสียหายมีมาตรการฟื้นฟูและเยียวยาด้านร่างกาย จิตใจ รวมทั้งทางด้าน การเงิน การเยียวยาทางด้านจิตใจอย่างหนึ่งคือคำกล่าวขอโทษ ต้องขอบคุณท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านได้พูดถึงครอบครัวของดิฉัน รวมทั้งคำขอโทษจาก ท่านอาจารย์ไกรศักดิ์ ชุณหะวัน ซึ่งเป็นผู้แทนของครอบครัวที่กระทำกับครอบครัวดิฉัน คำขอโทษวันนั้นมีคุณค่าทางจิตใจกับครอบครัวของดิฉันเป็นอย่างยิ่งค่ะ สมัยที่ดิฉัน รับราชการดิฉันได้มีโอกาสทำงานวิจัย มีการสำรวจศึกษาร่วมกันกับองค์กรเครือข่าย สิทธิมนุษยชนปาตานีกลุ่มด้วยใจ ศูนย์ทนายความมุสลิมและมูลนิธิประสานวัฒนธรรม มีการศึกษาเรื่องของความคิดที่ทำให้เกิดทุกข์ในผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องการซ้อมทรมาน สรุปสั้น ๆ เราพบว่ามีโรคทางจิตเวชกับบุคคลดังกล่าวประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ และหนึ่งในนั้นก็คือโรคพีทีเอสดี (PTSD) โพสต์ ทรอมาติก สเตรส ดิสออร์เดอร์ (Post Traumatic Stress Disorder) หรือโรคอาการเครียดอย่างรุนแรง หลังจากเกิดเหตุการณสะเทือนขวัญ ซึ่งตรงกับการศึกษาของหลากหลายประเทศ และตรงกับประสบการณ์ตรงค่ะ และเมื่อเช้านี้ดิฉันได้รับหนังสือเล่มนี้ ดิฉันคิดว่าทุกพรรคการเมืองได้รับ นั่นก็คือหนังสือ เมื่อผมถูกทรมานจึงมาตามหาความยุติธรรม โดย คุณพรเพ็ญ มูลนิธิผสานวัฒนธรรม ได้มอบให้กับดิฉัน ดิฉันต้องขอบคุณคุณพรทิพย์ ม่วงใหญ่ เป็นผู้สื่อข่าวเวิร์คพอยท์ที่ถ่ายทอด เรื่องราวการต่อสู้ของครอบครัวชื่นจิตร แล้วคำ ๆ หนึ่งที่ดิฉันคิดว่าโดนใจ นั่นก็คือซ้อมโดน คนเดียวแต่ล้มกันทั้งบ้าน เจ็บปวดทรมานทั้งหมด เป็นการสื่อสารที่เห็นภาพที่เกิดขึ้น ในครอบครัวที่ถูกซ้อมทรมาน ท่านประธานที่เคารพคะ ชัดเจนค่ะว่าการซ้อมทรมานและ การอุ้มหาย อุ้มฆ่า ไม่ใช่เรื่องใหม่ของประเทศไทย คำตอบของโจทย์นี้ส่วนหนึ่งคือกฎหมาย ที่เรากำลังอภิปรายกันอยู่ในขณะนี้ และที่สำคัญไม่แพ้กันนั่นก็คือการบังคับใช้จริง การติดตามตรวจสอบการใช้อำนาจของเจ้าหน้าที่ การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมของ ประเทศไทย การปฏิรูปตำรวจ การปฏิรูประบบราชการไทย ท้ายสุดพระราชบัญญัติทั้ง ๔ ร่างนี้ ดิฉันเชื่อว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกพรรคการเมืองรับหลักการค่ะ และมีการตั้ง คณะกรรมาธิการในเรื่องนี้ ซึ่งเป็นความหวังของกฎหมายใหม่ของประเทศไทย คงจะลบคำที่ สื่อจากไทยรัฐพลัส (Thairath Plus) ได้กล่าวไว้ว่า ซ้อมทรมานก็เหมือนผี รู้ว่ามีแต่ไม่เคย เห็น เราจะได้เห็นผีกันกับกฎหมายฉบับนี้ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ที่จริงคุณหมอเพชรดาว เป็นคนสุดท้ายแล้วนะครับ เพื่อจะได้ให้เจ้าของญัตติได้เสนอ แต่ว่ามีชื่อเสนอเข้ามาใหม่ ยังติดใจไหมครับท่าน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง🔗

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมอภิปรายนะครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

คนสุดท้ายนะครับ🔗

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

แล้วเจ้าของญัตติที่มีความ ประสงค์จะสรุปก็เตรียมตัวนะครับ🔗

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณมากครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ขอบพระคุณท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ กฎหมายฉบับนี้ผมเชื่อว่าบุคคลที่รอคอยก็คือประชาชน โดยเฉพาะประชาชนผู้สูญเสียและผู้ ได้รับผลกระทบ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมสะท้อนการเสนอกฎหมายก็คือร่างพระราชบัญญัติ ที่เสนอโดยคณะรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีได้ให้เหตุผลว่าโดยการทรมานและการกระทำ ให้บุคคลสูญหายเป็นการกระทำโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน อย่างร้ายแรง ที่ไม่อาจทำได้ในสถานการณ์ใด ๆ แสดงให้เห็นว่ารัฐในปัจจุบันได้ยอมรับว่า การทรมานและการบังคับให้สูญหายได้มีจริง แล้วก็เปิดจั่วของกฎหมายก็รับในสิ่งนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ กฎหมายฉบับนี้ผมถือว่ามีความสำคัญ แล้วผมก็ขอบพระคุณ ผู้ได้นำเสนอ แต่ผมอาจจะมีบางแง่มุมเพื่อจะให้กรรมาธิการได้นำไปให้เกิดความรอบคอบ และให้ปราดเปรื่อง และให้เป็นกฎหมายที่มีประโยชน์สูงสุดกับทุกฝ่าย ท่านประธานที่เคารพ การเกิดเป็นมนุษย์เราไม่สามารถเลือกเกิดเองได้ เราไม่มีสิทธิเลือกเชื้อชาติ เราไม่มีสิทธิเลือก สัญชาติ แต่เรามีสิทธิที่จะมีความอยู่เป็นมนุษย์ คือต้องมีปัจจัยสี่เพื่ออยู่ เราต้องมีสิทธิต้องมี เสรีภาพ เช่น เสรีภาพในการนับถือศาสนา เสรีภาพในการแสดงออก เราต้องมีความ เสมอภาค เราต้องมีความยุติธรรม แล้วที่สำคัญเราต้องมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ดังนั้น ในสิทธิดังกล่าว ๕ ข้อนี้ถ้าใครคนใดคนหนึ่งถูกกระทำ สิ่งที่ตามมาคือความขัดแย้ง นำไปสู่ความไม่สงบและนำไปสู่ความเผชิญหน้า กฎหมายฉบับนี้เป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่เราจะมีข้อหาการทรมาน และมีข้อหาการบังคับให้สูญหาย ผมอยากจะให้กฎหมายกฎหมายฉบับนี้ได้เกิดประโยชน์สูงสุดกับทุกวงการ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ผมเองก็ได้ผ่านการเป็นผู้ปฏิบัติในเรื่องใหญ่ ๆ หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ สมัยท่านประธานเป็นนายกรัฐมนตรี คือเรื่องแม่ลูกตระกูลศรีธนะขัณฑ์ ที่แม่กับลูกไปถูกขัง ตัวที่โรงแรมที่จังหวัดสระแก้ว แล้วก็ถูกนำไปสังหารเพื่อจะให้บอกสิ่งของบางสิ่งของจากสามี ที่เกี่ยวกับเพชรของราชวงศ์ซาอุดีอาระเบีย ผมเองได้เคยคลี่คลายคดีระหว่างประเทศคือคดี ฆาตกรรมนักธุรกิจซาอุดีอาระเบีย นักการทูตซาอุดีอาระเบีย ซึ่งในจำนวนนี้ก็เกิดผลกระทบ จากประเทศไทยอย่างใหญ่หลวง ในการไปอยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ก็พบว่ากระบวนการ ยุติธรรมเรามีความบกพร่อง เพราะมีคดีที่บุคคลถูกทรมาน บุคคลต้องสูญหายจำนวนมาก พอเรื่องไปสู่ศาลบางเรื่องเหตุที่ต้องคลี่คลาย เช่น ในคดีกรือเซะก็อ้างว่ากลัวจะมืดก็ต้อง เข้าไปคลี่คลาย เมื่อกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง หรือคดีตากใบ คดีไอร์ปาแย คดีวัด พรหมประสิทธิ์ หรือที่ต่าง ๆ สิ่งต่าง ๆ พวกนี้ล้วนแต่เป็นสิ่งที่สะท้อน แล้วในขณะนั้นเราก็มี การตั้งคณะกรรมการกรณีบุคคลที่สูญหาย ซึ่งจำไม่ผิดก็ประมาณสัก ๓๐ กว่าคน แล้วทุกคน ก็จะติดปัญหาการสูญหาย สุดท้ายไปที่เจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ก็บอกปล่อยมาแล้ว ผมอยากให้ กฎหมายฉบับนี้เกิดประโยชน์ อยากจะยกตัวอย่างว่าต่อไปนี้สำหรับกฎหมายฉบับนี้จะมี ข้อหาอยู่ข้อหาหนึ่งคือข้อหาให้บุคคลสูญหาย ซึ่งการให้บุคคลสูญหายนั้นร่างของกระทรวง ยุติธรรมได้ระบุว่าถ้าบุคคลที่ถูกจับ ถูกขัง ถูกลักพา หรือการกระทำด้วยประการใด ๆ ให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพในร่างกายโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐผู้นั้นปฏิเสธมิได้กระทำ ร้อยละร้อย ปล่อยตัวมา เช่น คดีคุณบิลลี่ก็ปล่อยตัวออกมาก็จะปฏิเสธ ต่อไปนี้ถ้าการปฏิเสธนั้นจะมี ความผิดฐานทำให้บุคคลสูญหายเมื่อเราไม่รู้ชะตากรรม แต่ต้องขอขอบคุณร่างของ ท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ประทานโทษที่เอ่ยชื่อนะครับ จริง ๆ การแปลมาเป็นภาษาของ กระทรวงยุติธรรมนี้มันจะถูกตีความไปเฉพาะคนปฏิเสธ คนที่เกี่ยวข้องที่เป็นบุคคลอื่น ๆ เป็นผู้บังคับบัญชา เป็นผู้บงการ หรือเป็นผู้ไปจะทำนี่มันเอื้อมไม่ถึง ที่อยากจะฝาก กรรมาธิการก็ลองดูว่าถ้าเอาร่างฉบับไหนเป็นฉบับหลักก็ขอให้เอาร่างที่นำมาประกอบเพื่อจะ ให้กฎหมายฉบับนี้ได้ครอบคลุมไปถึงกฎของสหประชาชาติที่เราไปรับรอง ท่านประธาน ที่เคารพครับ สิ่งที่ผมมีเรื่องอยากจะนำฝากซึ่งไม่มีในที่นี้ คือปัจจุบันนี้รัฐบาลยอมรับว่า การทรมานและการบังคับให้สูญหายโดยการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐ เราจะพบว่าการกระทำ ของเจ้าหน้าที่รัฐทุกคนก็จะไปมุ่งที่ตำรวจ จริง ๆ เราต้องใช้ผู้บังคับใช้กฎหมาย ก็คือใครก็ได้ เป็นผู้บังคับใช้กฎหมาย ถ้าทหารโดย กอ.รมน. หรือป่าไม้ แต่สิ่งสำคัญวันนี้คือเรามี กระบวนการ ผมขออนุญาตต่อเวลาสักนิดนะครับท่านประธาน เรามีกระบวนการที่มีการ จับกุมคุมขังบุคคล โดยปกติของตำรวจก็คือจะไปสู่กระบวนการยุติธรรม แต่กลับกลายว่า มีการจับกุมคุมขังควบคุมบุคคลเพื่อการข่มขู่ เพื่อผลประโยชน์ในการสืบสวน อย่างเช่นคดี ของแม่ลูกตระกูลศรีธนะขัณฑ์ ข่มขู่เพื่อลงโทษหรือข่มขู่ในข้อหาที่คุณเป็นปรปักษ์ต่อผู้มี อำนาจ ดังนั้นสิ่งที่อยากจะกราบเรียนคือว่าการทรมาน การบังคับให้สูญหาย หรือการกระทำที่เกิดในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะในส่วนที่ท่านรัฐมนตรีอยู่ก็คือ ในเรือนจำ ท่านจะต้องพัฒนาเรือนจำที่ไม่ให้เป็นแหล่งทรมานที่ใหญ่ที่สุด ที่ชัดเจนที่สุด ซึ่งท่านก็ย่อมจะรู้ดีว่า เมื่อรัฐธรรมนูญเขียนว่า ศาลยังไม่ตัดสินถึงที่สุด จะปฏิบัติเหมือน นักโทษไม่ได้ วันนี้ท่านโกหกตัวเอง เพราะทุกคนอยู่ในเรือนจำเหมือนกับนักโทษหมด เพราะเรือนจำของท่านบรรจุได้แค่ ๒๐๐,๐๐๐ คน แต่มีนักโทษไป ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคน และที่สำคัญอย่างยิ่ง อยากจะให้เอื้อมไปถึงว่าการกล่าวหากันในทางลับ หรือการกระทำ อื่น ๆ จะต้องหมดไป ท้ายที่สุดครับ กฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้นมาผมเชื่อว่าจะมีการพัฒนา กระบวนการยุติธรรม กระบวนการยุติธรรม ในอดีตที่จะไปทรมานต้องหยุดลง พนักงานสืบสวน สอบสวนหรือบุคคลต่าง ๆ ต้องใช้เทคนิคการสืบสวนสอบสวน ที่ชอบด้วยกฎหมาย แล้วก็ใช้นิติวิทยาศาสตร์ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่ผมเป็น ข้อสังเกต ผมอาจจะแปรญัตติเพื่อจะให้กฎหมายฉบับนี้เกิดประโยชน์สูงสุด ผมก็ขอสนับสนุน ร่างกฎหมายฉบับนี้ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็จบการอภิปราย สมาชิก ที่ขออนุญาตอภิปราย ได้อภิปรายหมดทุกท่านแล้วนะครับ อย่างไรก็ตามโดยที่ญัตตินี้ ต้องลงมติ ดังนั้นผู้เสนอญัตติ มีสิทธิที่จะสรุปนะครับ มีผู้แสดงความจำนงสรุปคือ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้อภิปรายด้วยเหตุด้วยผล บางท่านก็ได้พูดถึง ประสบการณ์เกี่ยวกับผู้คนที่เป็นที่รักของท่าน เหตุที่ได้พยายามผลักดันกฎหมายดังกล่าวมา โดยตลอด แต่ผมขอเรียนให้ท่านสมาชิกผ่านท่านประธานไปยังสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพ ทั้งหลายว่าในตัวร่างฉบับดังกล่าวนี้ ที่ท่านสมาชิกบางท่านบอกว่าดูเหมือนจะมีการดึงดัน หรือดึงไว้ให้ช้าในการพิจารณาให้ช้า ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าไม่มีใครมาสั่งผม ไม่มีใคร มาทำในลักษณะดังกล่าวนั้นเลย เป็นคำกล่าวอ้างที่ดูเหมือนผู้ที่รับผิดชอบนั้นจะเสียหาย มีกฎหมายหลายฉบับที่ผมได้พยายามผลักดัน แล้วก็มันก็เริ่มจบออกมา เริ่มใช้การได้ ใช้บริหารจัดการในงานทั้งหลายได้ มันจะมาพร้อม ๆ กันในขณะนี้ ขอให้ท่านได้เปลี่ยน แนวคิดในสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นเสียใหม่นะครับ ผมเรียนว่าในคำพูดของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้พูดถึงเรื่องของการทรมานในเรือนจำและเรือนจำแออัด ผมต้องเรียนอย่างนี้นะครับ ในขณะที่ผมมารับตำแหน่งใหม่ ๆ มีผู้ต้องขังในเรือนจำมากกว่า ๓๘๐,๐๐๐ คน แต่วันนี้ผม เรียนท่านนะครับว่าล่าสุดนี้ประเทศเรามีผู้ต้องขังเหลือแค่ ๒๘๐,๐๐๐ คนเท่านั้น และอีก ๒-๓ เดือนข้างหน้าผมยืนยันกับท่านทั้งหลายว่าในกฎหมายที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ได้ช่วยกันออกกฎหมาย อย่างประมวลกฎหมายยาเสพติดจะมีผู้ต้องขังที่ได้ออกมาอีกนับ หมื่นคนแล้วก็กฎหมายอื่น อย่างเช่นของกระท่อม ก็กำลังทยอยออกมา ๑,๐๐๐ กว่าคน ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มีข้อมูลที่เปลี่ยนแปลงไป ท่านอาจจะได้รับข้อมูลอันเก่า แต่อย่างไรก็ตาม ครับในขั้นตอนของกรรมาธิการ ท่านจะสามารถได้ดำเนินการหรือแปรญัตตินำเอาข้อมูล ที่แท้จริงแล้วก็เป็นแนวทางของการปฏิบัติที่เป็นประโยชน์อย่างสูงสุด เพื่อได้ใช้กฎหมาย อย่างเต็มที่ ผมก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับที่ใช้เวลาเท่านี้ ก็ขอให้กฎหมาย ฉบับดังกล่าวนั้นได้เสร็จมาตามทันเวลานะครับ สภาของเรามีเวลาค่อนข้างจำกัด ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเจ้าของญัตติ ท่านสุทัศน์ เงินหมื่น ขอเชิญครับ🔗

นายสุทัศน์ เงินหมื่น แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุทัศน์ เงินหมื่น ผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวนี้ ขอถือโอกาสนี้ขอบคุณท่านสมาชิก ทุกท่านที่กรุณาให้การสนับสนุนในหลักการและเหตุผล รวมทั้งได้เสนอแนวทาง หรือข้อ รายละเอียดซึ่งน่าจะต้องไปปรับปรุงในขั้นกรรมาธิการต่อไป กระผมยืนยันว่าร่างที่ผมเสนอ และคณะพรรคประชาธิปัตย์นั้นได้เสนอเพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญและ สอดคล้องกับบทบัญญัติของอนุสัญญาและสอดคล้องกับนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อที่จะแก้ไขปัญหาต่อไป🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสุทัศน์ พูดให้ตรง ไมโครโฟนครับ🔗

นายสุทัศน์ เงินหมื่น แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ กระผม ขอขอบคุณทุกท่านครับ และข้อสังเกตทั้งหลายของท่านก็จะนำไปแก้ไขในขั้นกรรมาธิการ ต่อไป และเนื่องจากส่วนหนึ่งของกฎหมายฉบับที่กระผมเสนอนี้เป็นความคิดเห็นของ ภาคเอกชน กระผมจึงได้เชิญภาคเอกชนดังกล่าวนั้นมาร่วมเป็นกรรมาธิการในโควตาของ พรรคประชาธิปัตย์ ขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่านครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมก็ขอขอบคุณเจ้าของ ญัตติและท่านสมาชิกทุกท่านที่ได้อภิปรายให้เหตุผลต่าง ๆ นะครับ กระบวนการอภิปราย และสรุปก็จบ ขั้นตอนต่อไปก็คือการลงมติ ได้รับแจ้งจากตัวแทนของผู้ควบคุมเสียงว่า เนื่องจากได้มีมติไปแล้วว่าถ้าไม่จบวันนี้ก็ให้ไปต่อในวันพรุ่งนี้หลังกระทู้ถามทั่วไปนะครับ เพราะฉะนั้นเราไปลงมติกันวันพรุ่งนี้นะครับ ก็พิจารณากันพอสมควรแล้ววันนี้ ขอปิดการประชุมครับ ขอขอบคุณครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๑๘.๔๘ นาฬิกา