unknown · · 667 lines

(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๙.๓๕ นาฬิกา)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกครับ ตามข้อบังคับให้โอกาสท่านได้ปรึกษาหารือครับ เหมือนปกตินะครับ มีทั้งหมด ๓๐ ท่าน โดยเริ่มจากท่านศรัณย์ ท่านพัชรินทร์ ท่านณัฐชา ท่านอับดุลบาซิม เชิญท่านศรัณย์ก่อนครับ เชิญครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย มีเรื่องจะหารือกับท่านประธานไปถึง ๓ กระทรวง ดังนี้ครับ🔗

ถึงกระทรวงคมนาคมนะครับ ได้รับการร้องเรียนจาก นายประยูร นครชัย อดีตรองนายก อบต. และกำนันสมัย บุษบก เรื่อง การซ่อมและการดูแลสะพานคอนกรีต เสริมเหล็กข้ามลำห้วยยาง บริเวณบ้านสันติภาพ หมู่ ๙ จังหวัดเลย ไปถึงบ้านผาสวรรค์ จังหวัดหนองบัวลำภู ซึ่งได้รับการร้องเรียนว่าสะพานตอนนี้ชำรุดเสียหายและเป็นอันตราย ในการใช้ ฝากไปถึงกระทรวงคมนาคมครับ🔗

อีกเรื่องที่ถึงกระทรวงคมนาคมเช่นกันครับ การปรับปรุงถนนหมายเลข ๒๐๑๖ บริเวณบ้านหมู่ ๑ ๔๒ ตำบลภูหอ เส้นทาง ๒๐๑๖ ระหว่างอำเภอวังสะพุงถึงอำเภอหล่มเก่านั้น ประชาชนใช้เป็นทางสัญจรเยอะมากครับ แต่บริเวณที่ผมพูดถึงนั้นได้รับความเดือดร้อน ทุกครั้งที่มีฝนตกครับ น้ำไหลเข้าบ้านชาวบ้านทำให้เกิดความเสียหายแล้วก็ทำให้มีปัญหาครับ เพราะฉะนั้นอยากฝากไปถึงกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงช่วยแก้ไขด้วยครับ ได้รับคำร้องเรียนจาก นายมนูญ บุตรนาม และนายยงชัย ไชยคราม เป็นประชาชนในตำบล ภูหอครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ไปถึงกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องที่ ผมเคยหารือไปแล้วครับ เรื่องการขออนุญาตวางสายไฟผ่านบริเวณพื้นที่ที่กรมป่าไม้ รับผิดชอบเพื่อให้ชาวบ้านสามารถใช้ไฟฟ้าได้ ชาวบ้านบ้านผาสามยอด ตำบลภูกระดึง รอไฟฟ้ามาหลายปีแล้วครับ ทำเรื่องขออนุญาตหลายครั้งแล้ว ผมเคยหารือในสภาแห่งนี้ หลายครั้งแล้วครับ ยังไม่ได้รับการตอบรับ อย่างไรก็ฝากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมด้วยนะครับ🔗

เรื่องสุดท้ายครับ ฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ ช่วงนี้ฝนตกมาก และหลายพื้นที่ในจังหวัดเลยได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ไม่ว่าจะเป็นอำเภอวังสะพุง อำเภอเมืองภูหลวง อำเภอภูกระดึง ตอนนี้อ่างเก็บน้ำหลาย ๆ อ่างก็ใกล้จะล้นแล้วครับ อย่างไรฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยดูแลด้วย ประชาชนได้รับความเดือดร้อนมากครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ครับ🔗

นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร เขตปทุมวัน เขตบางรัก เขตสาทร พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกันนะคะ🔗

เรื่องแรก เป็นเรื่องทางเดินเท้าบริเวณชุมชนหลังวัดปทุมวนาราม เขตปทุมวัน ซึ่งมีการชำรุด ขรุขระ แล้วก็ไม่ได้รับการปรับปรุงแก้ไขมาเป็นระยะเวลานานค่ะ ซึ่งดิฉัน ได้เคยหารือต่อท่านประธานไปแล้วในปีที่แล้ว แต่ก็ยังคงไม่ได้รับการดำเนินการนะคะ ดิฉันจึงอยากขอหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยในการดำเนินการ ปรับปรุงแก้ไขด้วยค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องน้ำรอระบายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งดิฉันก็เคย ได้ตั้งกระทู้ถามไปแล้วถึงการเตรียมความพร้อมในหน้าฝนที่จะมาถึง ที่เมื่อเกิดฝนตกหนัก ก็จะเกิดน้ำรอระบายในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานคร โดยสาเหตุหนึ่งอาจเกิดจาก ทางกายภาพ อย่างเช่นขนาดท่อที่มีขนาดเล็กเกินกว่าจะรองรับปริมาณของน้ำฝนที่มี จำนวนมากได้นะคะ แต่ส่วนหนึ่งก็คือเกิดจากปัญหาท่อระบายน้ำอุดตัน ทำให้น้ำไหลระบาย ได้ช้า ก็ต้องขอบคุณทาง กทม. นะคะ ที่ตอนนี้ก็ได้พยายามที่จะเตรียมลอกท่อในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร แต่ทั้งนี้ท่อในแต่ละจุดก็เชื่อมโยงถึงกันค่ะ การที่จะให้น้ำระบายได้ดี ต้องให้ทุกจุดเกิดการไหลได้ดีค่ะ ซึ่งบางจุดก็ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบของกรุงเทพมหานคร การที่ทางกรุงเทพมหานครลอกท่อเฉพาะในส่วนความรับผิดชอบเท่านั้นก็จะทำให้น้ำ ไม่สามารถไหลได้อย่างมีประสิทธิภาพเต็มที่ เพราะอาจะไปติดบางจุดที่ไม่ได้ลอก เพราะ ที่ไม่ได้อยู่ในความรับผิดชอบ ดิฉันจึงอยากขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกรุงเทพมหานครค่ะ ขอให้บูรณาการทำงานร่วมกันนะคะกับหน่วยงานอื่นในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาดำเนินการ ในการที่จะลอกท่อในทุกพื้นที่ ทุกจุด เพื่อให้น้ำไหลสามารถระบายได้อย่างมีประสิทธิภาพ เต็มที่ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านณัฐชา เชิญครับ🔗

นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพนะครับ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล จากชาวบางขุนเทียนครับ ขออนุญาตหารือท่านประธาน ในเรื่องของเงินสนับสนุนกลุ่มเปราะบาง ๒,๐๐๐ บาท อยากให้กระทรวง พม. ได้มี การตรวจสอบการแจกจ่ายเงินช่วยเหลือให้กับพี่น้องประชาชน เป็นเงินภาษีของพี่น้อง ประชาชนเป็นเงินของพวกเขาเหล่านั้นนะครับ เพราะฉะนั้นในการทำมาตรการในการแจก หรือการลงทะเบียนอะไรต่าง ๆ ผมคิดว่ากระทรวง พม. มีข้อมูลอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นรายชื่อ ของผู้สูงอายุ รายชื่อของผู้พิการ รายชื่อของกลุ่มเปราะบางต่าง ๆ มีรายชื่ออยู่แล้ว ไม่ต้องทำ กระบวนการให้มันวุ่นวายเยอะแยะมากมาย เปรียบประหนึ่งว่าเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าของเงิน ควักออกจากกระเป๋าตัวเองแบบนี้ ผมคิดว่าไม่เหมาะสมครับ เพราะฉะนั้นมาตรฐานต้องเป็น การให้เงินของเขาคืนกลับไป เพราะทุกบาททุกสตางค์เป็นเงินภาษีของพี่น้องประชาชน เรื่องนี้ถ้าเกิดผมให้ทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. ตรวจสอบ เกรงว่าจะไม่คืบหน้า ผมขออนุญาตนำเรียนไปถึงทางท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ช่วยตรวจสอบเรื่องของ การแจกจ่ายเงินกลุ่มเปราะบาง ๒,๐๐๐ บาท ในทุกพื้นที่ด้วยนะครับ🔗

เรื่องต่อไปครับ ถึงกระทรวงสาธารณสุข ในการออกฉีดวัคซีนเชิงรุก ครั้งที่ผ่านมาเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างมาก ในพี่น้องประชาชนผู้ป่วยติดเตียง และกลุ่มผู้สูงอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป ที่ได้รับวัคซีนไปรอบที่แล้ว แต่ยังมีกลุ่มตกหล่นอีกมากมาย ในพื้นที่บางขุนเทียนครับ อยากจะสื่อสารไปยังกระทรวงสาธารณสุขให้เร่งออกฉีดเชิงรุก อีกครั้งหนึ่งนะครับ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึง🔗

อันสุดท้าย ฝากไปถึงกรุงเทพมหานครครับ ผมย้ำกับท่านประธานนะครับ ขอรบกวนท่านประธานด้วยนะครับ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๓ แล้วนะครับ หน้าฝนวนมาอีกครั้ง ถนนคลองสหกรณ์ คลอง ๑ คลอง ๒ คลอง ๓ ตอนนี้ฝนตกทุกวันพี่น้องประชาชนได้รับ ความเดือดร้อน ผมไม่ทราบว่าหน่วยงานภายใต้บังคับบัญชาของกรุงเทพมหานครไม่มี งบประมาณหรือไม่สนใจที่จะดูแลพี่น้องประชาชน หรือติดขัดประการใด ผมพูดในสภาแห่งนี้ สภาอันทรงเกียรติครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๓ เพราะฉะนั้นอยากจะรบกวนท่านประธานครับ ช่วยกำชับด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านอับดุลบาซิม อาบู ครับ🔗

นายอับดุลบาซิม อาบู ปัตตานี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอับดุลบาซิม อาบู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปัตตานี พรรคภูมิใจไทย สืบเนื่องจากกระผมได้ปรึกษาหารือในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๖๓ เนื่องจากขอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม สำรวจออกแบบจัดสรรงบประมาณ ทางยกระดับสี่แยกดอนยาง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี ซึ่งโครงการดังกล่าวจะเป็น โครงการเปิดประตูสู่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โอกาสนี้กระผมในนามคน ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส ขอขอบพระคุณ ท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และกรมทางหลวงได้จัดสรรงบประมาณงบเงินกู้ ปี ๒๕๖๕ เพื่อก่อสร้างทางยกระดับสี่แยกดอนยาง งบประมาณ ๔๕๐ ล้านบาท นับเป็น ของขวัญอันล้ำค่าของคน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านจุฑาพัตธน์เชิญครับ🔗

นางจุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ อุดรธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางจุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายสถิต ปัญญาใส กำนันตำบลหนองหลัก อำเภอไชยวาน จังหวัดอุดรธานี เรื่อง ถนนชำรุด ๒ เส้นทางดังนี้ค่ะ ถนนเส้นที่ ๑ ขอภาพ ด้วยค่ะจากบ้านสะงวย ตำบลหนองหลัก อำเภอไชยวาน จังหวัดอุดรธานี เชื่อมต่อถึงบ้าน ค่ายเสรีตำบลไชยวาน ระยะทางประมาณ ๒ กิโลเมตร เดิมเป็นถนนลาดยาง ได้ชำรุด อย่างหนักเป็นหลุมเป็นบ่อลึก ขาดการซ่อมแซมมานานหลายปี เพราะไม่มีงบประมาณในการซ่อมแซม พี่น้องชาวตำบลหนองหลัก อำเภอไชยวาน ต้องทน ลำบากในการสัญจรไปมาบนถนนสายนี้และทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เพื่อลดอุบัติเหตุและ ความสะดวกรวดเร็วในการเดินทาง ดิฉันจึงขอนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องได้ลงสำรวจแก้ไขซ่อมแซมลาดยางถนนสายนี้ใหม่ด้วยค่ะ ถนนสายที่ ๒ จากบ้าน โนนสว่างถึงบ้านนาปู-นากลาง ตำบลหนองหลัก อำเภอไชยวาน จังหวัดอุดรธานี ถนนดิน ลูกรังประมาณ ๒ กิโลเมตร หน้าแล้งรถวิ่งทำให้มีฝุ่นคละคลุ้งกระจาย หน้าฝนก็เป็น ดินเลน สัญจรไปมาด้วยความลำบาก ดิฉันจึงขอนำเรียนท่านประธานผ่านไปถึง กระทรวงมหาดไทยช่วยจัดสรรงบประมาณทำถนนลาดยางเส้นทางนี้อย่างเร่งด่วนด้วยค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านจักรพันธ์ พรนิมิตร เชิญครับ🔗

นายจักรพันธ์ พรนิมิตร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ จักรพันธ์ พรนิมิตร สมาชิกจากกรุงเทพมหานคร เขตบางกอกน้อย และเขตบางพลัด พรรคพลังประชารัฐครับ ขอหารือท่านประธานในประเด็นปัญหาค่าใช้จ่ายในการรักษาตัว ของผู้ป่วยโควิด (COVID) ที่เป็นครูโรงเรียนเอกชน สืบเนื่องจากรัฐบาลได้มีนโยบายให้ผู้ป่วย ที่ป่วยจากโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) รักษาได้ฟรี โดยในทางปฏิบัติทางสถานพยาบาล ก็จะไปเบิกจ่ายเอาจากสิทธิตามที่ประชาชนนั้น ๆ ใช้อยู่ เช่น จาก สปสช. ในโครงการ บัตรทอง หรือจากกองทุนประกันสังคม อย่างไรก็ตามสำหรับครูโรงเรียนเอกชนเป็น กลุ่มประชาชนที่ไม่ได้ใช้สิทธิของทั้ง ๒ กองทุนที่ผมกล่าวมาข้างต้น เนื่องจากไปใช้สิทธิของ กองทุนสงเคราะห์ครูโรงเรียนเอกชน ซึ่งจะมีข้อจำกัดในเรื่องของวงเงิน ในกรณีนี้ก็คือ การรักษาพยาบาล ครูโรงเรียนเอกชน ๑ คนจะสามารถเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลได้ไม่เกิน ๑๕๐,๐๐๐ บาทต่อคนต่อปีเท่านั้น เมื่อเกิดปัญหาโควิด-๑๙ (COVID-19) ครูโรงเรียนเอกชน ที่ป่วยและเข้ารักษาพยาบาล รวมทั้งโรงพยาบาลของรัฐด้วยนะครับ ก็จะมาใช้สิทธิจาก ๑๕๐,๐๐๐ บาทจากกองทุนตรงนี้ ดังนั้นในความรู้สึกของครูเอกชนก็คือว่าแทนที่เขาจะได้รับ สิทธิไปรักษาพยาบาลในส่วนอื่น ๆ ที่เขาเป็น อาจจะป่วย เช่น โรคเรื้อรังต่าง ๆ กลับจะต้องถูกตัดวงเงินมารักษาโรคโควิด (COVID) ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกไม่เป็นธรรม กับเขา เนื่องจากว่าค่าใช้จ่ายเขาปกติก็จำกัดอยู่แล้ว จึงขอหารือผ่านท่านประธานไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ให้หาทางจัดสรรวงเงินเพื่อนช่วยเหลือครูเอกชนที่ป่วยด้วย โรคโควิด (COVID) ในสถานการณ์วิกฤติครั้งนี้ อาจจะหาจัดสรรงบประมาณมาทดแทน หรือชดเชยกองทุนที่ทุกเดือนเขาจะต้องจ่าย หักจากเงินเดือนของเขา คล้าย ๆ กับระบบ ประกันสังคม เพื่อให้ครูโรงเรียนเอกชนได้รับสิทธิในการรักษาฟรีตรงนี้อย่างแท้จริง จากรัฐบาลด้วยครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านสิงหภณเชิญครับ🔗

นายสิงหภณ ดีนาง ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายสิงหภณ ดีนาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๖ พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่องที่ปรึกษาหารือท่านประธานดังนี้ครับ เนื่องจากกระผมได้รับหนังสือ ร้องขอจากทางโรงพยาบาลชุมแพ รวมทั้งพี่น้องประชาชนชาวอำเภอชุมแพจำนวนมากว่า โรงพยาบาลชุมแพเป็นโรงพยาบาลขนาด ๒๕๐ เตียง แต่ต้องรับผิดชอบในการรับส่งต่อผู้ป่วย จากโรงพยาบาลในพื้นที่ใกล้เคียง โดยเป็นโรงพยาบาลลูกข่ายในจังหวัดขอนแก่น จำนวน ๖ แห่ง ประกอบด้วยโรงพยาบาลชุมแพ โรงพยาบาลภูผาม่าน โรงพยาบาลภูเวียง โรงพยาบาลหนองเรือ โรงพยาบาลหนองนาคำ โรงพยาบาลเวียงเก่า และยังรวมถึง เขตรอยต่ออีก คือโรงพยาบาลน้ำหนาว จังหวัดเพชรบูรณ์ โรงพยาบาลคอนสาร โรงพยาบาล ภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ โรงพยาบาลภูกระดึง จังหวัดเลย โดยมีผู้ป่วยเข้ารับการรักษา เป็นผู้ป่วยนอก เฉลี่ยวันละ ๙๐๐-๑,๐๐๐ คน และผู้ป่วยในเฉลี่ยวันละ ๒๕๐ คน เป็นอย่างนี้ ทุกวันครับท่านประธาน แต่เนื่องจากอำเภอชุมแพเป็นอำเภอขนาดใหญ่ เป็นอำเภออันดับ ๑ ของจังหวัดขอนแก่น เป็นเมืองเศรษฐกิจและมีประชากรอยู่หนาแน่น การจราจรจึงติดขัด แต่โรงพยาบาลชุมแพอยู่ในเขตย่านชุมชน และมีประชากรมาก มีพื้นที่จำกัดเพียง ๓๔ ไร่ ๓ งาน ๕๖ ตารางวาเท่านั้น เป็นเหตุให้พี่น้องประชาชนที่ไปใช้บริการต้องลำบากมาก เพราะ ไม่มีที่จอดรถ ต้องไปจอดรถนอกโรงพยาบาล และมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นอยู่เนือง ๆ ครับ เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนผู้มาใช้บริการโรงพยาบาลชุมแพ กระผมจึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้โปรด จัดงบประมาณในการก่อสร้างที่จอดรถ หรือจัดหาพื้นที่จอดรถให้แก่พี่น้องประชาชน และผู้ป่วยที่เข้ามารับบริการที่โรงพยาบาลชุมแพให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ เชิญครับ🔗

นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย มีเรื่องปรึกษาหารือผ่านท่านประธานสภาไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง🔗

เรื่องที่ ๑ คือขอให้การประปาส่วนภูมิภาค จังหวัดลพบุรี ได้ขยายเขต การประปาออกไปสู่ตำบลบางขันหมาก อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี ตำบลบ้านชี ตำบลหนองทรายขาว อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี เพราะประชาชนขาดน้ำที่ใช้ไม่เพียงพอ ตอนนี้ใช้น้ำประปาของหมู่บ้านอยู่นะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอให้กรมชลประทานจัดสรรงบประมาณ หรือให้ทำจ่ายน้ำ ตอนนี้เขาก่อสร้างท่อส่งน้ำไปให้กับจังหวัดลพบุรี อำเภอโคกเจริญ จากเขื่อนป่าสัก ผ่านอำเภอชัยบาดาล อำเภอโคกสำโรง อำเภอสระโบสถ์ แล้วก็อำเภอโคกเจริญ ผ่าน หมู่บ้านต่าง ๆ มากมาย ประชาชนเขาไม่ได้ใช้น้ำ งบก่อสร้างที่สร้างไปแล้วตกประมาณ ๙๐๐ กว่าล้านบาท จนบัดนี้ชาวบ้านยังไม่ได้ใช้น้ำที่จากเขื่อนป่าสักนี้ หมู่บ้านหลายหมู่บ้าน ตำบลมะกอกหวาน ตำบลชัยบาดาล ตำบลม่วงค่อม ตำบลเขาแหลม ตำบลวังเพลิง แล้วก็ตำบลสระโบสถ์ ตำบลโคกแสมสาร ตำบลมหาโพธิ ไม่ได้ใช้น้ำส่วนนี้ ขอให้ กรมชลประทานจัดสรรงบประมาณ แล้วก็ช่วยดูแลเกษตรกรให้ได้ใช้น้ำส่วนนี้ด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ได้รับการร้องเรียนจากพระปริยัติสุธี เจ้าคณะจังหวัดบุรีรัมย์ ตามที่มีบัญชาจากคณะสงฆ์บอกว่าห้ามปฏิเสธการเผาศพ ณ วันนี้เมรุเผาศพทุกที่ ในจังหวัดบุรีรัมย์ ท่าน ส.ส. บุรีรัมย์ฝากมา ท่าน ส.ส. สนอง เทพอักษรณรงค์ ฝากมาว่า งบประมาณในการซ่อมแซมเมรุนี้ไม่เพียงพอ ตอนนี้ชำรุดมากแล้วครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านศักดินัย นุ่มหนู ครับ🔗

นายศักดินัย นุ่มหนู ตราด

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขอหารือ นำเรื่องของพี่น้องชาวจังหวัดตราด ในตำบลเกาะหมาก อำเภอเกาะกูด มานำเสนอและ หารือต่อท่านประธาน ท่านประธานครับ เกาะหมากเป็นตำบลหนึ่งของอำเภอเกาะกูด เป็นเกาะที่มีขนาดความใหญ่เป็นอันดับ ๔ ของประเทศ มีเนื้อที่ประมาณ ๘,๕๐๐ ไร่ แล้วก็มี ความสมบูรณ์ ความสวยงาม มีชายหาดที่มีแนวยาวถึง ๒๗ กิโลเมตร ทรายสวย น้ำใส มีความอุดมสมบูรณ์ของปะการัง ท่านประธานครับ ในแต่ละปีมีคนมาเที่ยวที่เกาะหมาก ประมาณราว ๆ ที่ ๑๐๐,๐๐๐ คนต่อปี สร้างรายได้ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ ล้านบาท ท่านประธาน ครับ นี่คือความสำคัญของเกาะหมาก และยิ่งไปกว่านั้นครับท่านประธาน ประเทศไทยได้ส่ง เกาะหมากเข้าประกวด ๑๐๐ แหล่งท่องเที่ยวของโลกที่ดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อม ให้ความสำคัญ เรื่องเรื่องสิ่งแวดล้อม หรือ ท็อป วัน ฮันเดรด กรีน เดสทิเนชัน (Top 100 Green Destination) และถ้าหากประเทศไทย เกาะหมากเราติด ๑ ใน ๑๐๐ ของแหล่งท่องเที่ยวของโลกนี้ จะยิ่ง สร้างชื่อเสียงแล้วก็สามารถนำมาซึ่งเม็ดเงินของการท่องเที่ยวให้กับจังหวัดตราด แล้วก็ ประเทศไทยอย่างยิ่งครับ ทีนี้ก็เกาะหมากขาดอะไรครับ ท่านประธานครับ ณ วันนี้เกาะ หมากอาจจะยังมีเรื่องน้ำ แล้วก็ระบบกระจายน้ำที่ยังไม่เพียงพอ ก็อาจจะเป็นอุปสรรค หากเรายังไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้ได้อาจจะมีผลต่อการตัดสินการประกวดที่จะติด ๑ ใน ๑๐๐ ของแหล่งท่องเที่ยวของโลกนี้ ก็จะเป็นการพลาดโอกาสไปอย่างน่าเสียดายครับ จึงขอเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะไปการประปา ส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทย หรือว่าการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาได้จัดทำโครงการหอถังสูง ๓๐ เมตร พร้อมระบบกระจายน้ำกระจาย ไปยังหน่วยย่อย ๖ แห่งของเกาะหมากก็จะมีความครอบคลุม แล้วก็จะทำให้เกาะหมากนั้นมี ความสวยงาม เพชรเม็ดงามที่ได้รับการเจียระไนก็ยิ่งจะงดงามครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านปรีดา บุญเพลิง เชิญครับ🔗

นายปรีดา บุญเพลิง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ผม นายปรีดา บุญเพลิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ขอหารือ ท่านประธานผ่านไปยัง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-๑๙ (COVID-19) และนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้ นับตั้งแต่สถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) ระบาดอย่างรุนแรง ศบค. และกระทรวงศึกษาธิการได้มีการประกาศให้ สถานศึกษาปิดเรียนด้วยเหตุพิเศษ ตั้งแต่ภาคเรียนที่ ๑ เป็นต้นมา เพื่อป้องกันการระบาด ของเชื้อไวรัสสู่นักเรียน และให้นักเรียน ๆ ออนไลน์ (Online) ที่บ้าน ผมได้ลงพื้นที่พบปะครู ผู้ปกครอง และชุมชน ทำให้ทราบว่าปัญหามากมายจนไม่สามารถที่จะอธิบายรายละเอียด ในที่ประชุมสภาแห่งนี้ได้ บัดนี้สถานการณ์โควิด (COVID) กำลังลดลงภายใต้การบริหารของ รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ดังนั้นผมขอความอนุเคราะห์ไปยัง ศบค. และกระทรวงศึกษาธิการในสถานการณ์อย่างนี้ควรกระจายอำนาจให้โรงเรียน ชุมชน และท้องถิ่นเป็นผู้กำหนดมาตรการ และบริหารจัดการสถานการณ์ในพื้นที่ของตนเอง และให้ โรงเรียนมีอำนาจในการบริหารจัดการเพื่อความคล่องตัว พื้นที่ใด โรงเรียนใดจะปิดหรือ เปิดโรงเรียนแบบไหน อย่างไรก็ให้โรงเรียนชุมชน ท้องถิ่นพิจารณาได้ตามความเหมาะสม ไม่ใช่สั่งปิดไปทั้งประเทศแบบนี้ ทำให้คุณภาพมาตรฐานของนักเรียนลดลง ผมเชื่อมั่น การป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสของโรงเรียนชุมชนท้องถิ่น มาตรการดูแของตนเอง ได้ดี ปัญหาต่าง ๆ ก็จะค่อย ๆ หมดไป และควรกระจายอำนาจลงไปยังชุมชนก็คือ เรามี ศบค. ศบค. จังหวัด ควรจะมี ศบค. อำเภอ ศบค. ตำบล ศบค. หมู่บ้านเพื่อให้งาน มันสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านบุญรื่น ศรีธเรศ ครับ🔗

นางบุญรื่น ศรีธเรศ กาฬสินธุ์

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางบุญรื่น ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอหารือ ท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล เกี่ยวกับการจัดกลุ่มฉีดวัคซีน ให้กับพี่น้องประชาชน ท่านประธานคะ ดิฉันได้รับการร้องเรียนด้วยวาจาจากคุณครู หลายโรงเรียน พี่น้องประชาชนหลายหมู่บ้านหลายตำบลในจังหวัดกาฬสินธุ์ และคงจะมีอีก หลายจังหวัดที่เจอปัญหาเหล่านี้นะคะ การจัดกลุ่มฉีดวัคซีนของกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมีผู้สูงอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป กลุ่ม ๗ โรคเสี่ยง กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ กลุ่มนักเรียน ๕ ปีขึ้นไป ที่จะได้รับบริการในเร็ววันนี้ ซึ่งแต่ละกลุ่มล้วนแล้วแต่เป็นบุคลากรสำคัญของประเทศ ที่จะต้องดูแลรักษานะคะ แต่มีคนอีกกลุ่มหนึ่งที่รัฐบาลยังไม่ได้เอ่ยถึง กลุ่มบุคคลวัยทำงาน ซึ่งมีอายุต่ำกว่า ๖๐ ปีลงมายังไม่ได้ฉีดวัคซีนเป็นจำนวนมาก ท่านประธานคะ ยิ่งแถวชนบท ต่างจังหวัดยังเหลืออีกมาก จึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรี ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล โปรดได้ใส่ใจและให้โอกาสแก่บุคคลกลุ่มดังกล่าวด้วยค่ะ ให้ได้รับการบริการ อย่างเร่งด่วนด้วยค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านมณฑล โพธิ์คาย ครับ🔗

นายมณฑล โพธิ์คาย กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม มณฑล โพธิ์คาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตเลือกตั้งที่ ๒๐ พรรคภูมิใจไทย ผมได้รับฝากจากพี่น้องประชาชนชาวศรีนครินทร์ที่ ๒๗ ว่าป้ายบอกทาง ปากซอยของเขาได้หายไป ทำให้พี่น้องประชาชนได้เกิดความเดือดร้อน พี่น้องประชาชน มาเยี่ยมญาติพี่น้อง หรือมาส่งของส่งสินค้าจะต้องขับรถผ่านและเลยไปมองไม่เห็น ต้องย้อนกลับมาทำให้เสียเวลา เดิมทีเดียวที่ปากซอยแห่งนี้ได้มีป้ายบอกทาง แต่ตอนนี้ มันหายไปนะครับ โดยได้มีป้ายโฆษณาสินค้าเพื่อหาผลประโยชน์จากกรุงเทพมหานครนี้ มาตั้งขึ้นแทนนะครับ เพราะฉะนั้นพี่น้องประชาชนฝากมาอยากให้ท่านประธานผ่านไปยัง กรุงเทพมหานครให้ช่วยมาเร่งติดตั้งป้ายบอกทางเข้าออกในซอยเพื่ออำนวยความสะดวก ให้กับพี่น้องประชาชนที่จะมาติดต่อธุระ มาเยี่ยมญาติ หรือมาส่งของ ส่งสินค้าเพื่ออำนวย ความสะดวกให้เขาต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านประเสริฐ บุญเรือง ครับ🔗

นายประเสริฐ บุญเรือง กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ประเสริฐ บุญเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ได้หารือกับท่านประธานเพื่อขอรับการสนับสนุนปรับปรุง ย่านชุมชนถนนหมายเลข ๒๐๔๖ อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ช่วงสี่แยกบัวขาว ถึงแยกถนนตัดใหม่ที่เป็นถนนหมายเลข ๑๒ ที่เรียกกันว่าถนนสายตาก-มุกดาหาร ช่วงบ้านดงมัน เนื่องจากถนนคับแคบในช่วงนั้น จากสี่แยกบัวขาวไปถึงโรงงานน้ำตาล เพราะปัญหาการจราจรคับคั่งทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง และช่วงถนนเส้นนี้มีโรงงานน้ำตาล ตั้งอยู่ที่นั่นด้วย🔗

เรื่องที่ ๒ ขอรับการสนับสนุนพัฒนาปรับปรุงจากกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา สถานที่ท่องเที่ยวผาระแงง ตำบลนาคู อำเภอนาคู จังหวัดกาฬสินธุ์ ซึ่งสถานที่ ผาระแงงนี้ ถ้าขึ้นไปอยู่บริเวณผาระแงงตรงนั้น ขึ้นไปดูโลเคชัน (Location) แล้วจะมองเห็น พื้นที่ทั้งอำเภอเขาวงและอำเภอนาคู ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีทัศนียภาพสวยงาม สมควรที่ให้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเข้าไปพัฒนาปรับปรุงเรื่องถนนหนทางและสถานที่ท่องเที่ยว🔗

เรื่องที่ ๓ เรียนฝากท่านประธานผ่านไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี เรื่องการแก้ไข ปัญหายาเสพติด ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีให้ถือว่าเป็นวาระแห่งชาติเข้าไปแล้วนั้น ณ ปัจจุบันนี้ เหตุการณ์กลับตาลปัตร เพราะว่าอยู่ในทุกพื้นที่ทุกอณูของประเทศไทย เดี๋ยวนี้เกิดนักธุรกิจ ขึ้นมามากมาย ไม่ว่ารุ่นหนุ่ม รุ่นแก่ขึ้นมาทำธุรกิจเรื่องค้าขายยาเสพติดอย่างมาก ซึ่งไม่มียุคไหนที่มากที่สุดในประวัติการณ์เหมือนยุคนี้ จึงเรียนท่านประธานฝากไปถึง ท่านนายกรัฐมนตรีด้วยครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ จังหวัดสมุทรสาคร เชิญครับ🔗

นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ สมุทรสาคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสาคร เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ขอเรียนหารือท่านประธานเกี่ยวกับปัญหา ปากท้องของพี่น้องประชาชนที่เป็นชาวประมงชายฝั่ง สืบเนื่องจากมีการคัดค้านข้อมูล ผลการศึกษาเรื่องการทำประมงด้วยเครื่องมืออวนรุนเคยประกอบด้วยเรือยนต์ ในบริเวณ พื้นที่จังหวัดเพชรบุรี กรุงเทพฯ จังหวัดสมุทรสงคราม จังหวัดสมุทรสาคร แล้วก็ที่ จังหวัดฉะเชิงเทรา เนื่องจากกรมประมงได้ทำการศึกษาข้อมูลการใช้อวนรุนเคยขนาดตาอวน ๒ คูณ ๔ มิลลิเมตร ผลปรากฏว่าจะได้เคยลดลง ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับการใช้อวน ๒ คูณ ๒ มิลลิเมตร ซึ่งกลุ่มประมงพื้นบ้านเรือเล็กทะเลชายฝั่ง ตำบลบางหญ้าแพรกก็ได้ยื่น หนังสือร้องเรียนคัดค้านผลการศึกษานี้ไปยังอธิบดีกรมประมง แล้วก็อยากจะให้มา ทำการศึกษาใหม่โดยการศึกษาจากการทำประมงอวนรุนเคยโกร่ง ของเรือประมงอวนรุนเคย ที่มีขนาดต่ำกว่า ๑๐ ตันกรอส (Gross) ที่ใช้อวนชนิดโพลีเอทิลีน (Polyethylene) ขนาดช่องตาอวน ๒ คูณ ๔ มิลลิเมตร โดยชาวประมงก็จะให้ความร่วมมือสนับสนุนเรือ และอุปกรณ์ในการเก็บข้อมูล แล้วก็เพื่อที่จะได้นำข้อมูลจากการศึกษาร่วมกับชาวประมง อย่างแท้จริงมาพิจารณาและสรุปผลต่อไป แล้วก็อยากจะให้กรมประมงได้ศึกษาข้อมูล ด้านอื่น ๆ ผลกระทบที่ชาวประมงอวนรุนได้รับจากการใช้อวนขนาด ๒ คูณ ๒ มิลลิเมตร ซึ่งในการทำประมงอวนรุนเคยโกร่งมันจะมีปัญหาวัตถุแขวนลอยในน้ำทะเล แล้วก็สัตว์ทะเล จำพวกหวีวุ้น หัวแหวน จาวตาล ที่จะเข้าไปอุดช่องตาอวน แล้วก็ทำให้ชาวประมงไม่สามารถ ทำการประมงได้ แล้วก็ทำให้เกิดความเสียหายแก่เครื่องมือของชาวประมง ซึ่งอยากจะให้ ทางกรมประมงทำการศึกษาใหม่ ได้โปรดพิจารณาด้วยนะคะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านนายแพทย์ชลน่านเชิญครับ🔗

นายชลน่าน ศรีแก้ว น่าน

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน มีเรื่องกราบเรียนหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ๓ เรื่องครับ เรื่องแรก เป็นความเดือดร้อนของท่านผู้นำท้องที่ กรณีที่ กรมการปกครองได้ให้ขวัญและกำลังใจท่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โดยแจกชุดปฏิบัติการให้ไป ทั้งหมดจำนวน ๗๐,๐๐๐ กว่าชุด เฉพาะกำนันและผู้ใหญ่บ้าน ได้รับข้อเรียกร้องจากทาง ตัวแทนของผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน สารวัตรแพทย์ ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคนที่ไม่ได้รับ สวัสดิการนี้ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทยครับ ถ้าจะให้เป็นทีม ปฏิบัติการเขา ควรจะต้องให้ทุกคน ใช้เม็ดเงินไปทั้งหมด ๑๓๓ ล้านบาท ๗๔,๐๐๐ กว่าชุด ที่เหลือควรจะต้องจัดให้ และจัดให้อย่างสอดคล้องและเหมาะสมด้วยนะครับ ไม่ใช่ตัดเสื้อโหล แล้วกระจายลงไป ปัญหาคือใส่ไม่ได้ครับท่านประธาน🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องความเดือดร้อนพี่น้องประชาชนในพื้นที่ของกระผม จากตำบลป่าแลวหลวง บ้านแก่งโสภา มายังบ้านหาดเค็ด ตำบลเมืองจัง อำเภอภูเพียง มีถนนลำลอง ถนนลูกรังผ่านพื้นที่ป่าได้ทำการขออนุญาตทางกรมป่าไม้ไปเพื่อขอก่อสร้าง ถนน ขณะนี้ยังไม่ได้รับอนุมัติ อนุญาตแต่อย่างใด รอโครงการ คทช. ก็ยังไม่ได้เกิดผล กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ช่วยกรุณา ติดตามเรื่องนี้ ได้อนุญาต อนุมัติช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ๒ อำเภอ เป็นถนนเชื่อมต่อ ระหว่าง ๒ อำเภอ ระหว่างอำเภอภูเพียงและอำเภอสันติสุขครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ท่านประธานครับ เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนผู้ได้รับ วัคซีนซิโนแวค (Sinovac) จำนวน ๓ ล้านคนที่ฉีดครบ ๒ เข็ม ในสภาเราก็เยอะ พี่น้อง ประชาชนก็มากครับ เรียกร้องไปยังกระทรวงสาธารณสุข และ ศบค. ขอให้ปรับแผน ฉีดกระตุ้นเข็มที่ ๓ โดยเร็วที่สุดนะครับ โดยเฉพาะภายในเดือนกันยายนนี้ถ้าเป็นไปได้ คนกลุ่มนี้ต้องได้รับการกระตุ้นเข็มที่ ๓ ฝากขอบคุณท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านอำนาจเชิญครับ🔗

นายอำนาจ วิลาวัลย์ ปราจีนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อำนาจ วิลาวัลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบเบ่งเขต เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้อง ชาวเทศบาลตำบลบ้านสร้าง เนื่องจากขาดน้ำประปาในการใช้อุปโภคบริโภค🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายอำนาจ วิลาวัลย์ ปราจีนบุรี

ปี ๒๕๒๘ ทางสุขาภิบาลบ้านสร้าง ได้จัดสร้างประปาหมู่บ้านขึ้นเพื่อให้บริการประชาชน จำนวน ๓๐๐ กว่าครัวเรือน ประชากร ประมาณ ๘๐๐ คนเศษ ๓๖ ปีผ่านมาสุขาภิบาลได้เปลี่ยนเป็นเทศบาลตำบลบ้านสร้าง มีประชากร ๑,๘๐๐ กว่าหลังคาเรือน ประชากร ๓,๒๐๐ คนเศษ แต่การประปาที่ให้บริการ ยังคงเป็นตัวเดิมกับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้น ๓ เท่าตัว ในปี ๒๕๕๕ ทางกรมโยธาธิการและ ผังเมืองได้ไปจัดสร้างประปาหมู่บ้านขนาดใหญ่ขึ้นในเทศบาลบ้านสร้าง เป็นอาคารกรองน้ำ และถังน้ำใสขนาด ๑,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร และหอถังสูง ๒๕๐ ลูกบาศก์เมตร แต่มีแต่ตัวอาคาร ไม่มีระบบจ่ายน้ำ ทางเทศบาลบ้านสร้างจะต้องหางบประมาณเพื่อจัดสรรมาสร้างระบบ จ่ายน้ำเอง ซึ่งเกินศักยภาพที่ทางเทศบาลจะมีงบประมาณจัดสรรได้ ในปี ๒๕๖๔ ทางจังหวัด ได้เสนองบประมาณเงินกู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเข้ามา โดยเสนอให้งบการจัดสรรระบบ จ่ายน้ำของเทศบาลตำบลบ้านสร้างเป็นอันดับ ๑ แต่มาถึงสำนักงบประมาณกลับถูกตีตก ด้วยเหตุผลที่ว่างบประมาณสูงเกินไป ผมจึงอยากเสนอให้ทางสำนักงบประมาณได้ช่วย พิจารณางบประมาณส่วนนี้ใหม่อีกครั้งหนึ่ง และขอฝากคณะกรรมาธิการติดตามงบประมาณ ที่ทางสภาได้แต่งตั้งขึ้น ช่วยดูแลติดตามให้จัดสรรงบประมาณให้กับเทศบาลตำบลบ้านสร้าง ได้ไปจัดสรรระบบจ่ายน้ำเพื่อเชื่อมต่อกับถังน้ำที่ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองได้จัดสร้างไว้ เพราะถ้าเราปล่อยทิ้งนานกว่านี้เงิน ๑๖ ล้านบาทที่เราเอาไปก่อสร้างถังสูงกับถังน้ำใส จะกลายเป็นอนุสาวรีย์ เพราะใช้งานไม่ได้ แล้วก็อีก ๑๔ ล้านบาทที่จะเติมลงไปให้กับ ระบบจ่ายน้ำของเทศบาลตำบลบ้านสร้างจะเกิดประโยชน์สูงสุด เพราะจะสามารถทำให้ พี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลตำบลบ้านสร้างมีน้ำประปาใช้อย่างเพียงพอ แล้วก็อนุสาวรีย์ ที่ก่อสร้างขึ้น🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอแล้วครับ เชิญท่านมุกดา พงษ์สมบัติ ต่อไปครับ🔗

นายอำนาจ วิลาวัลย์ ปราจีนบุรี

ผมขอกราบประทานอภัย ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและเพื่อนสมาชิกที่ใช้เวลาส่วนนี้เกินไป ๑ นาที กราบขอโทษครับ ขอบคุณครับ🔗

นางมุกดา พงษ์สมบัติ ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางมุกดา พงษ์สมบัติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด ขอนแก่น พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ วันนี้ดิฉันขอหารือความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนผ่านท่านประธานถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบ มีอยู่ ๓ เรื่องค่ะท่านประธาน🔗

เรื่องที่ ๑ เรื่องขยายประปาของตำบลสาวะถี บ้านหนองตาไก้ หมู่ ๑ และ หมู่ ๑๗ ท่านประธานคะคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน เป็นอันดับหนึ่งที่เราต้องช่วยกัน แก้ไข แต่ขณะเดียวกันหมู่บ้านนี้ ท่านประธานนึกออกไหมคะ ประปา มีทั้งวัวทั้งควาย ที่ลงเล่นน้ำ แล้วคุณภาพชีวิตจะอยู่ตรงไหน เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่ รับผิดชอบ การประปาส่วนภูมิภาค ช่วยเมตตาแก่พี่น้องประชาชนของเราด้วยนะคะ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอถนนลาดยางจากบ้านม่วงโป้-สาวะถี ดิฉันได้รับการร้องขอ จากท่านนายกฤทธิรงค์ แล้วก็ท่านรองชาลี ท่านกำนันสมชาย และผู้ใหญ่จำรัส นี่คือ ช่องทางหนึ่งที่เราจะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนได้ เขาก็หวังพึ่งเรา ถนนเส้นนี้พี่น้องประชาชน เชื่อมระหว่าง ๒ อำเภอค่ะท่านประธาน แล้วสิ่งที่เห็นคือบางคนก็คลอดลูก กลางทางเลยค่ะ อุบัติเหตุก็เกิดบ่อย ถนนเส้นนี้เป็นของ อบจ. ขณะเดียวกัน อบจ. ไม่มีงบ การถ่ายโอนสู่ท้องถิ่นไม่มีงบ แต่ภารกิจไป เพราะฉะนั้นถ้ามีการถ่ายโอนได้ ทางหลวงชนบท กรุณาเข้าไปดูแลด้วยนะคะ🔗

เรื่องที่ ๓ เรื่องถนนคันคลองชลประทาน ฝั่งสายใหญ่ของระยะทาง ๖ กิโลเมตรค่ะท่านประธาน ถนนเส้นนี้เป็นข้อตกลงส่งมอบให้ทางหลวงชนบทของ ชลประทานที่ ๖ ระยะทาง ๑๗ กิโลเมตร ท่านประธานคะ ข้อตกลงตั้งแต่วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๕๒ แล้วเวลาเท่าไรล่ะคะท่านประธาน เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานว่ามีข้อตกลง และพันธะผูกพันเสร็จแล้วก็ของบประมาณให้ด้วย ตรงถนนเส้นนั้นมีประชาชน ๖ หมู่บ้าน บ้านหินกอง บ้านห้วยไผ่ บ้านหนองโน บ้านด้วง บ้านหนองหญ้ารังกา ขอให้ ทางหลวงชนบทกรุณา มีข้อตกลงแล้วเมตตาแก่พี่น้องประชาชนด้วย กราบขอบพระคุณค่ะ ท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านนัทธี ถิ่นสาคู ครับ🔗

นายนัทธี ถิ่นสาคู ภูเก็ต

ท่านประธานที่เคารพ ผม นัทธี ถิ่นสาคู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตนำปัญหา ความเดือดร้อนของผู้ประกอบการโรงแรมขนาดเล็กมาหารือต่อที่ประชุมดังนี้ครับ ขอเรียนว่า แต่เดิมนั้นโรงแรมกลุ่มนี้สามารถเปิดกิจการควบคู่ไปกับการปรับปรุงกิจการให้ถูกต้อง ตามกฎหมายได้ เนื่องจากมีมาตรา ๔๔ ของคำสั่ง คสช. ที่ ๖/๒๕๖๒ คุ้มครอง ผ่อนผันให้ ไม่ต้องถูกดำเนินคดีอาญาในกรณีที่เปิดกิจการ ขณะนี้มาตรา ๔๔ ได้สิ้นสุดลงแล้วนะครับ เมื่อวันที่ ๑๘ สิงหาคมที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทยเล็งเห็นว่าช่วง ๕ ปีที่ผ่านมานั้น ผู้ประกอบการกลุ่มนี้ประสบภาวะโควิด (COVID) ไม่สามารถเปิดกิจการได้ จึงออกเป็น กฎกระทรวงขยายเวลาผ่อนผัน ให้ประกอบกิจการได้อีก ๓ ปี แต่กฎกระทรวงฉบับนี้ ให้โอกาสเฉพาะการปรับปรุงกิจการเท่านั้น ไม่สามารถให้โอกาสในการเปิดกิจการควบคู่ กันไปด้วย เพราะไม่มีมาตรา ๔๔ คุ้มครองเหมือน ๕ ปีที่ผ่านมา หากโรงแรมเหล่านี้ ฝ่าฝืนละเมิด ก็จะเป็นความผิดทางอาญาถูกดำเนินคดีทันที ซึ่งคาดว่ากรณีนี้จะมีผลบังคับใช้ กับโรงแรมกลุ่มนี้ทุกโรงแรมทั่วทั้งประเทศไทย ซึ่งมีจำนวนมากกว่า ๒๐,๐๐๐ โรงแรม ภาวการณ์อย่างนี้จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องนำเรียนไปยังท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับว่าจำเป็นที่จะต้องหามาตรการที่จะเยียวยา แก้ไข ไม่อย่างนั้นแล้วถ้าโรงแรมขนาดเล็กเหล่านี้ ๒๐,๐๐๐ กว่าโรงต้องปิดกิจการทั้งหมด แน่นอนครับกระทบกับภาวะการท่องเที่ยว และระบบเศรษฐกิจของประเทศไทย อย่างมหาศาล จึงนำเรียนผ่านที่ประชุมนี้ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้โปรดดำเนินการด้วย ขอบคุณนะครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล ครับ🔗

นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ขอมาหารือท่านประธานเกี่ยวกับสถานการณ์ราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ท่านประธานครับ ราคาน้ำมันดิบโลกมีการปรับลดลงเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัส โควิด-๑๙ (Virus COVID-19) สายพันธุ์เดลตา (Delta) ทำให้หลาย ๆ ประเทศทั่วโลก มีมาตรการเข้มงวด จึงประกาศงดการเดินทาง งดเที่ยวบินรวมไปถึงมาตรการล็อกดาวน์ (Lockdown) จึงทำให้การใช้น้ำมันลดลง แต่ในประเทศไทยไม่ว่าราคาน้ำมันดิบจะแพง หรือลดลง เมื่อมาเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านแล้ว น้ำมันสำเร็จรูปของประเทศไทย ก็ยังแพงอยู่ดี ซึ่งสำนักนโยบายและแผนพลังงาน กระทรวงพลังงานได้ชี้แจงว่าทำไมราคา น้ำมันไทยจึงไม่เท่ากับประเทศเพื่อนบ้าน โดยมีปัจจัย ๑. ต้นทุนน้ำมันสำเร็จรูปร้อยละ ๔๐-๖๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งอ้างอิงราคาตามตลาดกลางภูมิภาคเอเชีย ๒. ภาษีต่าง ๆ ที่ต้องเก็บ ร้อยละ ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์ มีทั้งภาษีเทศบาล ภาษีสรรพาสามิต ภาษีมูลค่าเพิ่ม ๓. เก็บเงิน เข้ากองทุนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนน้ำมัน หรือกองทุนอนุรักษ์พลังงานเพื่อรักษา เสถียรภาพราคาน้ำมันไม่ให้ผันผวนและสนับสนุนการทำวิจัยพลังงานทางเลือก ๔. ค่าการตลาดร้อยละ ๑๐-๑๘ เปอร์เซ็นต์ คือค่าใช้จ่ายในการดำเนินธุรกิจ และผลกำไรของธุรกิจค้าปลีกน้ำมันสำเร็จรูปทั้งระบบ ผมจึงขอฝากท่านประธานไปถึงกระทรวงพลังงานให้มีมาตรการสัก ๑ ไตรมาสครับ ท่านประธาน ปรับลดค่าการกลั่น ลดภาษีต่าง ๆ ลดการจัดเก็บเงินเข้ากองทุน ซึ่งปัจจุบัน มีเงินเข้ากองทุนอยู่ ๑๗,๙๐๐ กว่าล้านบาท รวมทั้งลดค่าการตลาดเพื่อช่วยเหลือธุรกิจต่าง ๆ โดยเฉพาะขนาดกลาง ขนาดเล็ก ที่เรียกว่าเอสเอ็มอี (SMEs) ซึ่งมีอยู่ ๒-๓ ล้านราย ให้สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ จะส่งผลให้เกิดการจ้างงาน สร้างรายได้ให้แก่แรงงาน อีกมากมาย ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านสาคร เกี่ยวข้อง ครับ🔗

นายสาคร เกี่ยวข้อง กระบี่

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาคร เกี่ยวข้อง จากพรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกระบี่ ท่านประธานครับ ได้รับคำร้องเรียนจากชาวบ้าน บ้านคลองแรด หมู่ ๕ ตำบลแหลมสัก อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ว่าได้มีเจ้าหน้าที่ จากกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้ไปโค่นตัดสวนปาล์มชาวบ้านที่อาศัยอยู่มาตั้งแต่ บรรพบุรุษ ซึ่งไม่ใช่มีเฉพาะสวนปาล์มดั้งเดิมก็เป็นพื้นที่ทำนา แต่ไม่ได้มีการออกเอกสารสิทธิ ไม่มีเอกสารสิทธิ เจ้าหน้าที่ไม่ได้ทำการสอบสวนให้ชัดเจนว่าเป็นพื้นที่ที่จำเป็นจะต้อง ยึดคืนผืนป่าให้กับทางราชการหรือไม่ แต่เจ้าหน้าที่ก็ใช้อำนาจไปตัดโค่นสวนปาล์ม ของชาวบ้านซึ่งอาศัยทำกินมายาวนานทั้งครอบครัว ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก จึงอยากให้ทางท่านประธานประสานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมได้ทำการสอบสวนคืนความยุติธรรมให้กับชาวบ้านบ้านคลองแรดด้วยครับ🔗

อีกเรื่องครับ พี่น้องจากหมู่ ๒ บ้านบากัน ตำบลอ่าวลึกน้อย อำเภออ่าวลึก ในขณะนี้ได้ปิดหมู่บ้าน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เนื่องจากมีการระบาดโควิด (COVID) แล้วก็ได้รับ คำร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้าน นายประสิทธิ์ บุตรหมัน ว่าอยากจะให้ทางกระทรวงสาธารณสุข ได้สั่งการไปยังโรงพยาบาลหรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปดูแล เพราะจากการที่ ทางผู้ใหญ่บ้านได้ร้องมายังหน่วยงานต่าง ๆ ได้รับการตอบสนองอย่างช้ามาก โดยเฉพาะ อย่างยิ่งเวลามีคนป่วย มีอุบัติเหตุ มีเหตุการณ์เกิดขึ้นในหมู่บ้าน ซึ่งเป็นหมู่บ้านริมทะเล กราบเรียนท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้ไปดูแลหมู่ ๒ บ้านบากัน ตำบลอ่าวลึกน้อยเป็นกรณีพิเศษ🔗

เรื่องที่ ๓ กรมทางหลวงแผ่นดิน ซึ่งจังหวัดกระบี่ได้ผลกระทบจากการ โอนงบประมาณไปใช้ โอนงบประมาณออกไป อยากจะขอให้กรมทางหลวงแผ่นดิน กระทรวงคมนาคมคืนโครงการที่กระทบจาก พ.ร.บ. โอนงบประมาณจัดทำโครงการเหล่านั้น คืนความเป็นธรรมให้กับพี่น้องชาวจังหวัดกระบี่ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านละออง ติยะไพรัช ครับ🔗

นางสาวละออง ติยะไพรัช เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ดิฉันจะขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงพาณิชย์และรัฐบาลนะคะ ช่วงนี้ก็ใกล้ ที่จะถึงฤดูเก็บเกี่ยว แล้วก็ชาวนาที่ผ่านมา ทั้งข้าวราคาไม่ดี แถมยังไม่มีที่จะขาย ดิฉันขอให้ รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมความพร้อมในการที่จะรับมือภายใน ๒-๓ เดือนนี้ ที่ข้าวนาจะออก ขอให้หาตลาด แล้วก็ราคาที่เหมาะสมให้กับพี่น้องเกษตรกร ซึ่งช่วงนี้เอง เราจะเห็นภาพชัดเจน ไม่ใช่ภาพลาง ๆ นะท่านประธาน ก็คือข้าวนาดอน ซึ่งชาวบ้านปลูก เป็นข้าวเบาที่อายุสั้น แต่ตอนนี้ท่านประธานคะ หักความชื้น หักเศษวัสดุต่าง ๆ ข้าวเหลือ กิโลกรัมละ ๔ บาท พี่น้องเกษตรกรชาวอำเภอแม่จันก็ได้มาร้องเรียน แล้วก็ขอให้ดิฉันได้มา หารือทางรัฐบาลว่าจะช่วยชาวนาได้อย่างไร ช่วง ๗-๘ ปีมานี้ชาวบ้านเป็นหนี้เป็นสิน แล้วก็ ข้าวราคาตกต่ำตลอด และข้าวปีที่แล้วที่ถ้าช่วงหลังฤดู ถ้าเขาเก็บข้าวไว้ในยุ้งฉาง ราคา ๑๑-๑๒ บาท ช่วงนี้ราคา ๖ บาท ท่านประธานค่ะ และในขณะเดียวกันยังมีพี่น้องที่ยัง ขาดแคลนอาหารในประเทศไทยเรา ขอให้รัฐบาลช่วยและหากลยุทธ์วิธีต่าง ๆ ที่จะช่วย พี่น้องเกษตรกร🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องของวัคซีน ตอนนี้ที่อำเภอแม่จันและอำเภอแม่ฟ้าหลวงก็จะมี การฉีดวัคซีนเคลื่อนที่ไปตามหมู่บ้าน แล้วก็ชุมชนต่าง ๆ ด้วยมีกลยุทธ์ที่จะทำให้ฉีดวัคซีน ให้ไวขึ้น และในขณะเดียวกันที่อำเภอแม่จันก็มีคลัสเตอร์ (Cluster) ใหม่ ๆ เกิดขึ้น ไม่ว่าจะคลัสเตอร์ (Cluster) นาข้าว คลัสเตอร์ (Cluster) โรงเรียน และคลัสเตอร์ (Cluster) งานศพ ขอให้ทางกระทรวงสาธารณสุขเร่งช่วยส่งวัคซีนไปในพื้นที่ และขออีกนิดนะคะ ในเรื่องของถนนที่ยังขาดแคลนอยู่ ดิฉันขอฝากเป็นเอกสารให้กับท่านผ่านไปยัง กระทรวงมหาดไทยหรือผ่านท้องถิ่น กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านสมัคร ป้องวงษ์ ครับ🔗

นายสมัคร ป้องวงษ์ สมุทรสาคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมัคร ป้องวงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร เขต ๒ พรรคชาติพัฒนา ขออนุญาตนำเรียนหารือท่านประธาน ๑ เรื่องครับ จากการที่กระผมได้รับ การร้องเรียนจากพี่น้องชาวอำเภอศรีเมืองใหม่ จังหวัดอุบลราชธานี และชมรมศิษย์เก่า โรงเรียนอนุบาลศรีเมืองใหม่ว่าสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เขต ๒ จังหวัดอุบลราชธานี ได้อนุญาตให้เอกชนเข้ามาเช่าพื้นที่ราชพัสดุ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เป็น สพป. เก่าของอำเภอ ศรีเมืองใหม่ พื้นที่แปลง เลขที่ อบ. ๑๐๘๗ ให้เช่าทำกิจการ ทำธุรกิจ หลังจากนั้นผู้เช่า ได้เข้ามาเช่าและได้ทำการละเมิด ได้ทำการทำลายภูมิทัศน์ โดยตัดโค่นต้นไม้ซึ่งเป็นประดู่ กว่า ๑๐๐ ต้นที่พี่น้องประชาชนชาวอำเภอศรีเมืองใหม่ และชมรมข้าราชการพลเรือน ได้ร่วมกันปลูกไว้ เนื่องในวันแม่แห่งชาติในเดือนสิงหาคม ปี ๒๕๔๔ และมีต้นไม้ใหญ่ที่ยืนต้น ตายกว่า ๒ ต้น อายุกว่า ๓๐๐ ปี การกระทำเช่นนี้ของผู้เช่าได้เป็นการย่ำยีน้ำจิตน้ำใจ ของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นพี่น้องประชาชนชาวอำเภอศรีเมืองใหม่ และชมรมผู้ปกครองได้ร้องเรียนไปยังส่วนงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นอำเภอ สถานีตำรวจ ศูนย์ดำรงธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัด และธนารักษ์จังหวัด และกรมธนารักษ์ และโดยเฉพาะ ป.ป.ช. ไม่ได้รับการเหลียวแล และไม่ได้รับการดำเนินการนะครับ กระผมจึงใคร่ขอนำเรียน ท่านประธานผ่านไปส่วนงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ดำเนินการสั่งการมาที่ สพฐ. แล้วสั่งการไปที่ สพป. ๓ จังหวัดอุบลราชธานีให้ดำเนินการ ในส่วนงานที่เกี่ยวข้องโดยด่วน ขอขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านจิรทัศน์ ไกรเดชา ครับ🔗

นายจิรทัศ ไกรเดชา พระนครศรีอยุธยา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายจิรทัศ ไกรเดชา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่องมาหารือกับท่านประธานผ่านไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งตอนนี้ได้มีการระบายน้ำจาก เขื่อนเจ้าพระยามาสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาทำให้พี่น้องได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นชาว อำเภอผักไห่ ชาวอำเภอเสนา พี่น้องชาวอำเภอบางซ้าย น้ำได้ท่วมขัง และเกิดปัญหาวัชพืช ที่ไหลมาตามน้ำได้เข้าสู่บ้านเรือนทำให้มีสัตว์ที่มีพิษ เกรงว่าพี่น้องประชาชนจะได้รับอันตราย ก็ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนะครับ กรมชลประทานจัดเก็บวัชพืช ไม่ว่าจะเป็นผักตบชวา ที่มาตามแม่น้ำน้อย ตอนนี้พี่น้องได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมากเลยครับ ตามภาพ ที่ปรากฏ ก็อยากให้ท่านประธานหารือไปถึงกรมชลประทานให้จัดเก็บนะครับ เพราะว่า เมื่อประมาณเดือนกรกฎาคมถึงเดือนสิงหาคม กรมชลประทานกับกรมเจ้าท่าก็ได้มาจัดเก็บ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ตอนนี้มีการระบายน้ำเข้ามาทำให้วัชพืชมาเต็มคลองลำแม่น้ำน้อย อยู่ในขณะนี้ ขอฝากเรียนท่านประธานไปด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมาบนถนน สายบ้านคูตาฉัตร ถนนหมายเลข ๔๐๐๖ ลาดบัวหลวง-เสนา ซึ่งเป็นถนน ๒ เลนจราจร ไม่มีไฟส่องแสงสว่างประมาณ ๕ กิโลเมตร ตั้งแต่ปากทางเชื่อมไม้ตรา-ลาดบัวหลวงไปถึง วัดคู้สลอดไม่มีไฟส่องแสงสว่างทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งก็วิงวอนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นะครับ กรมทางหลวงชนบทติดตั้งไฟส่องแสงสว่าง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ที่สัญจรไปมานะครับท่านประธาน เพราะว่าถนนเส้นนี้เป็นถนนที่มีความสำคัญที่ตัดผ่าน ไปถึงโรงพยาบาลศุภมิตรเสนา ก็วิงวอนท่านประธานหารือไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เชิญครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมมีความ เดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาให้ท่านประธานประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณา และแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องชาวอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ๔ เรื่องครับ🔗

เรื่องแรก ได้รับการร้องเรียนจาก นายธรรมรัตน์ วงษ์พิทักษ์โรจน์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลกรับใหญ่ว่า ที่สี่แยกจุดตัดบนถนน รบ. ๓๐๑๒ กม. ๑๐+๓๕๐ กับถนน กจ. ๓๐๙๖ กม. ๑๖+๘๐๐ ที่หมู่ ๕ บ้านหนองกลางด่าน ตำบลกรับใหญ่ อำเภอ บ้านโป่ง เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงขอให้กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคมพิจารณา จัดทำไฟเขียว ไฟแดง หรือไฟสัญญาณจราจรให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจาก นายธนาคม ทวีไกรกุล นายกองค์การ บริหารส่วนตำบลดอนกระเบื้อง อำเภอบ้านโป่ง ว่าพื้นผิวการจราจรของถนนท้องถิ่นเชื่อม หมู่บ้านระหว่างหมู่ ๑ บ้านห้วยลึก ตำบลดอนกระเบื้อง อำเภอบ้านโป่ง กับหมู่ ๑ บ้านหนองบอน ตำบลหนองอ้อ ชำรุดเสียหาย จึงขอให้กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทยพิจารณาดำเนินการด้วยครับ เนื่องจากองค์การบริหารส่วนตำบลดอน กระเบื้องงบประมาณไม่เพียงพอครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ที่กั้นรถไฟที่จุดตัดตำบลท่าผาบนถนนเส้นท่าผาหมู่ ๓ ถึงวัดดอนเสลา และจุดตัดหมู่ ๗ อนามัยตราผา ตำบลนครชุม ชำรุดเสียหายบ่อย ซึ่งได้รับการร้องเรียนจาก พี่น้องประชาชนบ่อยครั้ง แล้วก็ชำรุดเสียหายบ่อยครั้งกลัวว่าจะเกิดอันตรายกับพี่น้อง ประชาชนจึงขอให้การรถไฟแห่งประเทศไทยกระทรวงคมนาคมพิจารณาดำเนินการด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๔ ครับ ท่อส่งน้ำเสียเพื่อไปบำบัดขององค์การจัดการน้ำเสีย กระทรวงมหาดไทย ใต้ถนนหน้าโรงเรียนวิทยาลัยบ้านโป่ง บริหารธุรกิจ ตั้งอยู่ที่หมู่ ๒ ตำบล สวนกล้วย ชำรุดเสียหาย ทำให้น้ำเสียนั้นเจิงนองบนถนนทำให้พี่น้องประชาชนที่ใช้เส้นทาง ดังกล่าวเดือดร้อน จึงขอให้กระทรวงมหาดไทย ซึ่งเป็นหน่วยงานต้นสังกัดขององค์การจัดการ น้ำเสียได้พิจารณาเร่งดำเนินการให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านอับดุลอายี สาแม็ง ครับ🔗

นายอับดุลอายี สาแม็ง ยะลา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคประชาชาติ เขตอำเภอเบตง อำเภอธารโต อำเภอบันนังสตา และอำเภอกรงปินัง ผมขอหารือกับ ท่านประธานเรื่องหนึ่ง ก็คือเรื่องของคนที่ไปเผยแพร่ศาสนา ก็คือคนดะวะห์ในประเทศ อินเดียตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๖๒ พอต่อมาก็ถูกจำคุกนะครับ ไม่ใช่ว่าคดีร้ายแรงอะไร เป็นคดีมาตรการโควิด-๑๙ (COVID-19) จำนวน ๑๘ คน เมื่อครั้งที่มีการประชุมพิจารณา เรื่องงบประมาณ ปี ๒๕๖๕ ผมก็ได้พูดที่สภาแห่งนี้แล้ว แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขใด ๆ เนื่องจากว่าวันนี้คน ๑๘ คนนั้นอยู่ที่ ๒ เมือง เมืองหนึ่งก็อยู่ที่เมืองฮันบูร์ จำนวน ๙ คน แล้วก็อีกเมืองชาฮันบูร์ รัฐอุตตรประเทศ ประเทศอินเดีย ก็อยากจะให้ท่านประธานประสาน ไปยังกระทรวงการต่างประเทศ และ ศบค. เพราะว่าการนำคนเหล่านี้กลับมาครับเขาก็ยินดี ที่จะจ่ายค่าเครื่องบินเอง แต่เนื่องจากว่าตอนนี้เรายังติดเงื่อนไขเรื่องของค่ากักตัว ๑๔ วัน หลายหมื่นบาท ก็อยากจะให้มีการลดหย่อน แล้วก็ผ่อนผันกับรายชื่อ แล้วก็รายชื่อทั้งหมด ผมจะส่งให้ท่านประธานตามมาทีหลังนะครับ ขอขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านกันตวรรณ ตันเถียร ครับ🔗

นางกันตวรรณ ตันเถียร พังงา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางกันตวรรณ ตันเถียร ส.ส. จากจังหวัดพังงา พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ วันนี้ดิฉัน ขอปรึกษาหารือเกี่ยวกับเรื่องปัญหาภัยแล้ง การบริหารจัดการน้ำให้กับพี่น้องประชาชน จังหวัดพังงา🔗

โครงการแรกค่ะเป็นโครงการระบบท่อส่งน้ำของฝายคลองทับยาวนะคะ เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่ตำบลเหล อำเภอกะปง จังหวัดพังงา ดิฉันเอง ได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้านเทวิน ลู่ตาม ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๓ ตำบลเหล ท่านผู้ใหญ่ แจ้งว่าโครงการดังกล่าวมีการก่อสร้างฝายคลองทับยาวตั้งแต่ปี ๒๕๓๕ ระบบท่อส่งน้ำยังเป็น ระบบท่อใยหิน ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือว่าด้วยระยะเวลาที่ยาวนานทำให้ท่อมีอาการแตกร้าว รั่วซึม ทำให้การบริหารจัดการน้ำ ส่งน้ำไปให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่เกิดปัญหา ทำให้ชุมชน จะต้องมีการแบ่งเวลาในการจัดส่งน้ำ เมื่อวันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ดิฉันได้ลงไปพื้นที่ พูดคุยกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายก อบต. กลุ่มผู้ใช้น้ำ และชลประทานจังหวัด ทำให้เห็นว่า โครงการดังกล่าวเป็นโครงการที่มีความเร่งด่วนและจำเป็น ฝากเรื่องท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรีเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นะคะ🔗

โครงการที่ ๒ เป็นโครงการของการขออนุญาตจากกรมป่าไม้ กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โครงการของฝายคลองสวนพลู ตำบลคุระบุรี อำเภอคุระบุรี ซึ่งได้รับงบประมาณเรียบร้อยแล้ว จำนวน ๑๘ ล้านบาท และโครงการ ทำนบดินบางเตย ตำบลนบปริง จังหวัดพังงา ได้รับงบประมาณจากกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์เช่นกัน ๔๘ ล้านบาท แต่ทั้ง ๒ โครงการยังไม่สามารถก่อสร้างได้ เนื่องจากติดปัญหา การขออนุญาตจากการใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้ ฝากท่านประธานสภาผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี วราวุธ ศิลปอาชา ช่วยติดตามเร่งรัดการขออนุญาตจากกรมป่าไม้เพื่อแก้ปัญหาการใช้น้ำ ให้กับพี่น้องประชาชน🔗

โครงการที่ ๓ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายจีรเดช มาลี โครงการเกี่ยวกับ การแก้ปัญหาภัยแล้งให้กับพี่น้องประชาชน หมู่ ๙ บ้านโตนดินใน ซึ่งถ้าหากมีการก่อสร้าง ทำนบดินสามารถแก้ไขการกักเก็บน้ำให้กับพี่น้องประชาชนได้ถึง ๔๐,๐๐๐ ลูกบาศก์เมตร และพี่น้องประชาชนจะได้ประโยชน์ประมาณ ๒๐๐ ครัวเรือน ๑๐๐ ไร่ สำหรับพี่น้อง เกษตรกรค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านชนก จันทาทอง ครับ🔗

นางสาวชนก จันทาทอง หนองคาย

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวชนก จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๒ จาก พรรคเพื่อไทยค่ะ วันนี้ดิฉันมีปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่หารือด้วยกัน ๒ เรื่องค่ะ🔗

เรื่องแรก รถบรรทุกทรายบรรทุกน้ำหนักเกิน ไม่เกรงกลัวกฎหมาย ไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ตลอดระยะเวลาหลายเดือนที่ผ่านมา ดิฉันได้รับการร้องทุกข์จากพี่น้องประชาชนจังหวัดหนองคาย เขต ๒ ว่า มีรถบรรทุกทราย แบกรับน้ำหนักเกินจนส่งผลให้ผิวการจราจรเสียหายอย่างหนัก ยิ่งช่วงนี้หน้าฝนการเดินทาง ยากลำบากมากค่ะ เป็นถนนเส้นทาง หมายเลข ๒๑๒ บริเวณอำเภอรัตนวาปีจนถึง อำเภอโพนพิสัย ซึ่งเรื่องนี้เองดิฉันได้นำเข้าหารือในสภาผู้แทนราษฎรครั้งหนึ่งแล้ว ในวันที่ ๑๗ มิถุนายน จากวันนั้นจนถึงวันนี้เกือบ ๓ เดือนแล้วค่ะ แต่รถบรรทุกทราย ยังคงแบกรับน้ำหนักเกินอยู่ ไม่เคยเกรงกลัวกฎหมาย ไม่เคยคำนึงถึงความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชน ดิฉันจึงนำเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยัง ๑. ท่านผู้ว่าราชการ จังหวัดหนองคายให้เขาไปตรวจสอบใบอนุญาตการเปิดท่าทราย และตรวจสอบว่ามาตรการ ของท่าทรายนั้นปฏิบัติตามกฎหมายหรือไม่ค่ะ ๒. ถึงกรมทางหลวงให้ช่วยเข้าไปปรับปรุง ผิวการจราจรเพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาระยะสั้น และจัดทำตราชั่งแบบถาวรเพื่อเป็นการแก้ไข แบบยั่งยืนค่ะ🔗

ปัญหาเรื่องที่ ๒ วัชพืชปกคลุมหนา แหล่งน้ำธรรมชาติของตำบลโพนแพง อำเภอรัตนวาปี ดิฉันได้รับการร้องทุกข์จากท่าน สจ. คม จันทาทอง ว่าแหล่งน้ำธรรมชาติ ของตำบลโพนแพง ซึ่งมีพื้นที่มากกว่า ๑,๐๐๐ ไร่ ประชาชนได้ประโยชน์หลายพันครอบครัว เกิดวัชพืชปกคลุมหนา กีดขวางทางเดินน้ำ ทำให้แหล่งน้ำนั้นไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ ดิฉันจึงนำเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังกรมชลประทานให้เข้าไปช่วยแก้ไขและบรรเทา ทุกข์ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านศิริพงษ์ รัสมี ครับ🔗

นายศิริพงษ์ รัสมี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ศิริพงษ์ รัสมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑๗ หนองจอก กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้จะมีเรื่องหารือต่อท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอยู่ ๒ เรื่องด้วยกัน🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องการก่อสร้างถนนเลียบวารี ๕๕ เข้าชุมชนสินอนันต์ในพื้นที่ แขวงโคกแฝด เขตหนองจอก ขณะนี้ได้มีการก่อสร้างและผู้รับเหมาไม่ได้เข้ามาดำเนินการ เป็นระยะเวลาเกือบ ๓ เดือนแล้ว สัญญาก็หมดแล้ว จึงทำให้พี่น้อง ประมาณสัก ๒ กิโลเมตร งบประมาณเกือบ ๒๐ ล้านบาท เข้าออกลำบากในขณะนี้ แล้วก็ทิ้งผิวจราจรไว้ทำให้เกิด อุบัติเหตุบ่อยครั้ง เพราะฉะนั้นฝากไปยังท่านประธาน ฝากไปยังกรุงเทพมหานคร สำนักงาน เขตหนองจอก เวลาจะคัดเลือกผู้รับเหมาก็ฝากผู้รับเหมาที่มีคุณภาพหรือพร้อมที่จะทำงาน ให้กับพี่น้องประชาชน เพราะเงินทุกบาททุกสตางค์เป็นภาษีของพี่น้องประชาชน และทำให้ พี่น้องประชาชนลำบากขนาดนี้อีกนะครับ ก็ฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านนายแพทย์วาโย ครับ🔗

นายวาโย อัศวรุ่งเรือง แบบบัญชีรายชื่อ

ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์เอาสไลด์ (Slide) ขึ้นเลยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายวาโย อัศวรุ่งเรือง แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม วาโย อัศวรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ขออนุญาตปรึกษาหารือเกี่ยวกับปัญหา กลิ่นเหม็นจากโรงงานปลาป่นครับ เป็นพื้นที่ที่ตำบลแกลง อำเภอเมือง จังหวัดระยองครับ ท่านประธาน ไม่ได้อยู่ในเขตพื้นที่ผมหรอกครับ เพราะว่าผมเป็นบัญชีรายชื่อ แต่ว่าชาวบ้าน ไม่รู้จะทำอย่างไรครับ ท่านประธาน ร้องเรียนมาทางผมนี่ละครับ มีโรงงาน ๒ ครับ ท่านประธานตรงนั้น ๒ โรงงานครับ ดึก ๆ ดื่น ๆ ก็ยังเปิดไฟสว่างโร่ ปล่อยควันกลิ่นเหม็น ครับท่านประธาน ตำรวจก็ลงไปแล้วนะครับ หลายหน่วยงานก็ลงไปแล้ว ข่าวก็ออกมาแล้ว ท่านประธานครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ ในข่าวก็บอกว่าจะพยายามติดตั้งไบโอฟิลเตอร์ (Bio Filter) ครับ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเขาลงไปแล้วนะครับ จะติดตั้งไบโอฟิลเตอร์ (Bio Filter) ตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ ตอนนั้นบอกว่าขอเวลา ๖๐ วัน ตอนนี้ไม่ใช่ ๖๐ วัน ท่านประธานครับ ๖ ปีแล้วครับ ๖ ปียังเหมือนเดิมครับ นอกจากปัญหาเรื่องกลิ่น เรื่องควัน เรื่องฝุ่นผง ยังมีปัญหาเรื่องขยะ เรื่องการปล่อยน้ำเสียลงแหล่งน้ำอีก ผมถามว่าในเรื่องของ มลพิษทางอากาศเองก็ตาม มลพิษทางน้ำเองก็ตาม กรมควบคุมมลพิษไปไหนครับ ทำงานไป ถึงไหนครับ ต้องฝากท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมลงไปตรวจสอบครับ แล้วชี้แจงรายงานกลับมาที่สภาแห่งนี้ครับท่านประธาน นอกจากนั้นโรงงานอุตสาหกรรมครับ โรงงานอุตสาหกรรมใครเป็นคนตรวจสอบ กรมโรงงาน กระทรวงอุตสาหกรรมต้องชี้แจง ต้องรายงาน ฝากท่านประธานผ่านไปด้วยครับ สุดท้ายครับ ในพื้นที่นี้เป็นเขตพื้นที่ของท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขครับ ท่านสาธิตครับ ผมได้คุยกับท่านแล้วครับ เพราะมันมีเรื่องของการละเมิดอนามัย แล้วก็สิทธิของประชาชน ด้วยครับ สุขภาพเขาจะทำอย่างไรครับ ผมฝากท่านประธานผ่านไปถึงกรมสุขภาพจิต ประชาชนเสียสุขภาพจิต ณ ที่แห่งนั้น เรื่องสิทธิในการประกอบสัมมาอาชีพก็เสียไปด้วยครับ นอกจากนี้ชาวบ้านยังฝากผ่านมาถึงผมว่าแล้วเจ้าหน้าที่ที่ปล่อยปละละเลยมาเป็น ๑๐ ปี ผิด มาตรา ๑๕๗ หรือเปล่า ผมในฐานะรองประธานกรรมาธิการ ปภ. สาธารณภัย เดี๋ยวเดือนหน้าคง ได้ลงไป แล้วคงได้เจอกัน ฝากท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านกุลวลี นพอมรบดี ครับ🔗

นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน กุลวลี นพอมรบดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันมีเรื่องขอหารือท่านประธาน ๓ เรื่องค่ะ เรื่องแรก ขอให้แขวงทางหลวงจังหวัด สมุทรสงครามทำการปรับปรุงถนนทางหลวงหมายเลข ๓๓๓๙ ตั้งแต่จุดตัดถนนเลี่ยงเมือง บายพาส (Bypass) อำเภอเมืองราชบุรี บริเวณสุสานรถไปจนถึงวัดตากแดด โดยขยายถนน จาก ๒ ช่องจราจรเป็น ๔ ช่องจราจร พร้อมวางท่อระบายน้ำและทางเท้าเพื่อแก้ไขปัญหา จราจรที่ติดขัดในช่วงเช้าเย็นด้วยค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอให้แขวงทางหลวงราชบุรีดำเนินการปรับปรุงถนนทางหลวง หมายเลข ๓๐๘๗ ซึ่งมี ๒ ช่วง ดังนี้นะคะ ช่วงแรกตั้งแต่สามแยกเขางู แยกพลับพลาไชย กิโลเมตรที่ ๕+๘๕๐ ไปจนถึงหน้าค่ายบุรฉัตร กิโลเมตรที่ ๗+๓๐๐ โดยขอให้แขวง เข้าดำเนินการวางระบบระบายน้ำ โดยการวางท่อระบายน้ำทั้ง ๒ ฝั่งถนน ใส่ทางเท้า พร้อมปรับปรุงผิวจราจรเพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังถนน และท่วมขังบ้านเรือนของพี่น้อง ที่อาศัยอยู่ ๒ ฝั่งถนน โดยเฉพาะของพี่น้องที่หมู่ ๖ ตำบลเจดีย์หัก หมู่บ้านรางไม้แดง ช่วงที่ ๒ ของทางหลวงหมายเลข ๓๐๘๗ คือตั้งแต่ช่วงโค้งห้วยกระแทก หน้าสถานีพัฒนาที่ดิน กิโลเมตรที่ ๑๒+๘๕๐ ถึงหน้าวัดทุ่งน้อย ตำบลหินกอง กิโลเมตรที่ ๑๔+๘๕๐ ขอให้แขวง เข้าดำเนินการขยายถนนเป็น ๔ ช่องจราจรพร้อมทั้งติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างตลอดทั้งเส้นทาง ด้วยนะคะ🔗

ข้อที่ ๓ ขอให้กรมทางหลวงเข้าดำเนินการปรับปรุงถนนทางหลวง หมายเลข ๓๒๙๑ ตั้งแต่แยกเจดีย์หักวิ่งผ่านขึ้นไปตลาดนัดทุ่งปอ ผ่านขึ้นไป แยกเขางูพลับพลาชัย วิ่งตรงไปขึ้นไปอุทยานเขางู ตำบลเกาะพลับพลาชัย ซึ่งเป็นถนน เฉลิมพระเกียรติไปจนถึงวัดหนองหอย วัดโสดา ตำบลเขาแร้ง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี ขอให้กรมทางหลวงเข้าดำเนินการปรับปรุงระบบระบายน้ำโดยการวางท่อระบายน้ำทั้ง ๒ ฝั่ง ถนน เชื่อมต่อตลอดทั้งเส้นทาง พร้อมทั้งปรับปรุงผิวจราจรเป็นผิวคอนกรีตเพื่อเสริม ความแข็งแรงของถนน โดยข้อหารือทั้ง ๓ ข้อนี้ดิฉันขอฝากท่านประธานผ่านไปยัง กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมได้โปรดเข้าดำเนินการให้ด้วย ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านซูการ์โน มะทา เชิญครับ🔗

นายซูการ์โน มะทา ยะลา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ขอปรึกษาหารือปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ เรื่องการสัญจรบนถนนทางหลวง หมายเลข ๔๐๖๖ ซึ่งเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ดังนั้นทางประชาชนในพื้นที่จึงเรียกร้องขอขยายถนน จาก ๒ เลนเป็น ๔ เลน ของสาย ๔๐๖๖ ตอนควบคุมที่ ๐๑๐๐ ตอนโกตาบารูเบอเรงใต้ กม. ๐+๔๐๐ ถึง ๗+๐๐ ระยะทาง ๖.๖๐ กิโลเมตรนะครับ เรื่องที่ ๒ ขอขยายถนนสาย ๔๐๖๗ ตอนควบคุมที่ ๐๑๐ ตอนโกตาบารูแบหอ ตั้งแต่ กทม. ๑+๕๐๐ ถึง ๑๒+๗๕๐ กม. ๗+๘๐๐ ถึง ๑๒+๗๕๐ ระยะทาง ๔.๙๕๕ กิโลเมตร เพื่อเป็นการเพื่อเป็นการแก้ปัญหาอุบัติเหตุที่เกิดจากบน ท้องถนน และเพิ่มเติมบริเวณสามแยก ที่ ๔๐๖๖ โกตาบารู ขอไฟสัญญาณจราจรเพื่อลด อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในพื้นที่ช่วงนี้ก็เป็นช่วงฤดูฝนด้วย ก็ขอปรึกษาหารือผ่านท่านประธานถึง หน่วยงานที่รับผิดชอบ คือกระทรวงคมนาคม ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรงค์ เชิญครับ🔗

รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ นครศรีธรรมราช

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ ผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ เขต ๑ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ขออนุญาตหารือนะครับ ท่านประธาน ผมได้รับการหารือจากการไปเยี่ยมเยียนโรงพยาบาลมหาราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็น ๑ ในโรงพยาบาลที่ได้รับความร่วมมือระหว่างรัฐบาลไทย กับรัฐบาลญี่ปุ่น วันนี้ขีดความสามารถของโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราชรองรับผู้ป่วย วันหนึ่งประมาณ ๑,๒๐๐ คน แต่ว่ากระทรวงสาธารณสุขจัดเกรด (Grade) ให้โรงพยาบาล มหาราชอยู่แค่ประมาณโรงพยาบาล ๘๐๐ คน จริง ๆ แล้วโรงพยาบาลมหาราช วันนี้ในแนว ปฏิบัติได้รองรับผู้ป่วย ๑,๒๐๐ คน จาก ๑,๒๐๐ คน ๘๐๐ คน แตกต่างกันเยอะ การที่ทำให้ โรงพยาบาลมหาราช ๘๐๐ เตียง จึงได้รับการจัดสรรงบประมาณ ไม่ว่าบุคลากรทาง การแพทย์ พยาบาล บุคลากรอื่น ๆ นี้น้อยไป ต่ำกว่าเกณฑ์ที่เป็นจริง ผมจึงอยากเรียน ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงสาธารณสุขให้ยกระดับโรงพยาบาลมหาราช จังหวัดนครศรีธรรมราช ให้เป็นโรงพยาบาล ๑,๐๐๐ เตียง หรือ ๑,๒๐๐ เตียง ซึ่งจะได้รับ ทรัพยากรและตอบสนองพี่น้องประชาชนชาวนครศรีธรรมราช ซึ่งแออัดกันมาก ที่โรงพยาบาลแห่งนี้นะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ครับ ท่านประธานขออนุญาตฝากไปยังกระทรวงคมนาคม โดยเฉพาะอย่างทางหลวงชนบท ชาวบ้านที่ตำบลปากนคร ต้องการสะพานข้ามคลอง ปากนครที่อยู่ในเขตเทศบาลปากนคร หมู่ ๑ ต่อไปยังตำบลท่าไร่ หมู่ ๔ ซึ่งเป็นสะพาน ที่ทำให้ระบบนิเวศ ระบบท่องเที่ยว ระบบการบริหารจัดการและไปมาหาสู่ของพี่น้อง ชาวบ้านที่ตำบลปากนครและตำบลท่าไร่ ซึ่งอยู่ในเขตเทศบาลปากนครของนายกองค์การ บริหารส่วนตำบล ปรีชา แก้วกระจ่าง ชาวบ้านเขาฝากมาต้องการได้สะพานอันนี้นะครับ ซึ่งเป็นสะพานที่ทำให้เกิดการเชื่อมต่อการท่องเที่ยวนะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ครับท่านประธาน ทางหลวงชนบทเช่นเดียวกัน ขอสะพานที่ ตำบลท่าซัก หมู่ ๖ กับหมู่ ๗ เป็นสะพานเก่าครับ ขอให้ทางหลวงชนบทรื้อสะพานเก่า ซึ่งชำรุดทรุดโทรมอย่างมากแล้ว ทำไมล่ะครับ วันนี้ชาวบ้านขี่มอเตอร์ไซค์เขากลัวว่าจะพังลง ไปเสียด้วยซ้ำไป อันนี้ไม่พูดถึงรถปิกอัป (Pickup) หรือรถกระบะนะครับ เพราะฉะนั้น ฝากท่านประธานไปยังทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ขอให้ไปสร้างสะพานใหม่แทน สะพานเดิมที่ตำบลท่าซัก หมู่ ๖ หมู่ ๗ คลองท่าซัก ขอบคุณมากครับท่านประธาน เพื่อที่จะให้ชาวบ้านได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ขอบคุณครับ🔗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๕๙ คน
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จบ การปรึกษาหารือเรียบร้อยแล้วนะครับ ขณะนี้มีท่านสมาชิกได้มาลงชื่อเข้าประชุม ๒๘๓ ท่าน เกินกึ่งหนึ่งนะครับ ถือว่าเป็นองค์ประชุมสมบูรณ์ ซึ่งต่อไปผมจะขอเข้าสู่ ระเบียบวาระกระทู้ถาม🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗

๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา (นางสาวธนภร โสมทองแดง เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี ซึ่งได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ท่าน นายกรัฐมนตรีจะต้องเป็นผู้มาตอบ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก็มอบให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข คือ ท่านสาธิต ซึ่งอยู่ในระหว่างกำลังเดินทางมานะครับ ดังนั้นผมขออนุญาตที่ประชุมเอากระทู้ ถามสด ฉบับที่ ๒🔗

๑.๒ กระทู้ถามสดด้วยวาจา (ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม เป็นผู้ ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งวันนี้ท่านได้มอบหมายให้ ท่านกนกวรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการ มาเป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ซึ่งท่านเพิ่งเดินทางมาถึง นะครับ🔗

๑.๓ กระทู้ถามสดด้วยวาจา (นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งท่านติดภารกิจ ท่านขอให้เลื่อนไป ก่อน เอาของท่านประเดิมชัยจะฝากประเด็นอะไรก่อนก็ได้ครับ ให้ท่านรัฐมนตรีท่านได้ เตรียมตัวนิดหนึ่งครับ🔗

นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดินแดง ห้วยขวาง พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตท่านประธานนะครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านประธาน ที่ท่านประธานได้กรุณาให้โอกาสผมได้ฝากถึงปัญหาความเดือดร้อนไปถึงผู้ที่รับผิดชอบ ในการใช้สิทธิ ในการที่จะได้ยื่นกระทู้สดถามด้วยวาจาในวันนี้ จะด้วยเหตุผลใดก็ตามแต่ เพราะว่าถ้าเราดูตามข้อบังคับการประชุมสภา สภาแห่งนี้เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน รับเอาปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมานำเสนอให้กับผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบ ในการนำไปสู่การแก้ไขปัญหา วันนี้ผมมีความตั้งใจที่จะได้นำปัญหาความเดือดร้อน ซึ่งอยู่ใน กระแสความสนใจของคนไทยทั้งประเทศ ถ้าพูดถึงสถานการณ์สามเหลี่ยมดินแดง ผมเชื่อว่า ท่านประธานลงไปในพื้นที่ตรงไหนของประเทศไทย คนรู้จักสามเหลี่ยมดินแดงเป็นอย่างดี ถามว่าทำไมคนถึงรู้จักสามเหลี่ยมดินแดง ก็ด้วยเพราะเหตุผลที่ว่ามีพี่น้องประชาชนออกมา เรียกร้องทางการเมืองบริเวณสามเหลี่ยมดินแดงกันเกือบทุกเย็น เพิ่งประกาศหยุดไป ๒ วัน วันที่ ๑๘ ก็จะมาที่บริเวณสามเหลี่ยมดินแดงอีก นี่คือต้นเหตุของสิ่งที่ผมนำมาเพื่อที่จะได้ยื่น เป็นกระทู้สดในการที่จะสอบถามนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่เป็นทั้งผู้นำประเทศและในฐานะ ที่เป็นทั้งผู้กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีหน้าที่ในการ ที่จะดูแลทุกข์สุขของพี่น้องประชาชน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับการกระทำของบุคลากรในองค์กร โดยเฉพาะในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ไปควบคุมดูแลกลุ่มผู้ชุมนุมที่มาเรียกร้อง สิทธิทางการเมืองในขณะนี้ ท่านประธานก็คงทราบดีนะครับว่าภาพเหตุการณ์ที่ปรากฏออกไปทุกสื่อ ทุกช่องในขณะนี้ ทุกคนติดตามและสอบถามอยู่ตลอดเวลา กลุ่มผู้ชุมนุมมาเรียกร้องสิทธิตามระบอบ ประชาธิปไตยที่เขาต้องการที่จะให้ผู้ที่รับผิดชอบ โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีหันมาฟัง หันมา ตั้งใจในการที่จะตั้งโต๊ะในการเจรจาพูดคุยเพื่อหาทางออก แต่ในทิศทางกลับกันเราจะเห็นว่า ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบไม่เคยได้สนใจในสิ่งที่เป็นข้อเรียกร้องของกลุ่มผู้ชุมนุม จนกระทั่ง นำไปสู่เหตุการณ์ที่ต้องเรียนท่านประธานอย่างตรงไปตรงมาเลยครับว่าไม่ได้เป็นไปตามหลัก สากลเลย เป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง การใช้วิธีการในการปราบปรามกลุ่ม ผู้มาชุมนุมเรียกร้องตามระบอบประชาธิปไตยไม่ได้เป็นไปตามรูปแบบมาตรฐาน สร้างความ บาดเจ็บล้มตายให้กับกลุ่มผู้มาชุมนุมเรียกร้องเกือบทุกวัน ท่านประธานครับ ไม่ใช่เฉพาะ กลุ่มผู้ชุมนุมที่มาเรียกร้องเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ พี่น้องประชาชนที่อยู่บริเวณแถวนั้น เขาต้องได้รับผลกระทบทั้ง ๆ ที่เขาไม่ได้ออกมาชุมนุมเรียกร้อง แต่เขาอยู่ในบริเวณเดียวกัน การที่เจ้าหน้าที่ของรัฐโดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ คฝ. ที่ได้มีการจัดตั้งกำลังทั้งวิธีการไล่ล่า ต้องเรียนท่านประธานนะครับว่าชุดควบคุมฝูงชนกลุ่มนี้ชุดนี้ไม่ทราบว่าดูหนังฝรั่งมากเกินไป หรือเปล่า ใช้ทั้งรถยนต์ ใช้ทั้งรถมอเตอร์ไซค์ไล่ล่า วิ่งขับชนคนก็มีปรากฏให้เห็น แต่ยังไม่มี คำตอบจากผู้รับผิดชอบออกมาจากปากของนายกรัฐมนตรีแม้สักคำเดียวว่าจะรับผิดชอบ ต่อการกระทำจากเจ้าหน้าที่ของรัฐอย่างไร ชดเชยดูแลความเสียหาย เยียวยา คนที่ไม่รู้ อีโหน่อีเหน่ก็ถูกเจ้าหน้าที่ คฝ. รุมตีรุมทำร้ายทั้ง ๆ ที่จะต้องเดินทางกลับบ้าน พี่น้อง ประชาชนที่อยู่บริเวณแถวนั้น ทั้งบริเวณแฟลตดินแดงของผม ทั้งบริเวณถนนราชปรารภ ใกล้ ๆ กับบ้านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรของเรา ท่านประธานชวน ก็ได้รับความ เดือดร้อนจากการกระทำของเจ้าหน้าที่มากมาย ท่านประธานครับ ฉะนั้นผมคิดว่าการที่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ใช้สิทธิในการยื่นกระทู้สดเพื่อที่จะถาม เพื่อที่จะได้ให้เจ้าหน้าที่ ให้ผู้รับผิดชอบ โดยเฉพาะนายกรัฐมนตรีมาตอบว่าวิธีการในการที่จะดูแลเพื่อให้เกิดความ สงบเรียบร้อย และไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชน ท่านจะมีวิธีการในการดูแล กำกับ หรือว่าดำเนินการอย่างไร แต่ผมเสียใจเป็นอย่างยิ่งท่านประธานครับ นายกรัฐมนตรี ไม่มา ไม่มาไม่ว่า ยังไม่มอบหมายให้ใครมาตอบ แสดงว่าตัวแทนของพี่น้องประชาชน ไม่มีความหมายในสายตาของผู้บริหาร หรือว่ารัฐบาลชุดนี้เลยใช่ไหมครับ ปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ท่านไม่ต้องสนใจในสิ่งที่ประชาชนได้รับความเดือนร้อน ในครั้งนี้เลยหรือครับ ฉะนั้นผมขออนุญาตนำเรียนท่านประธานฝากไปถึงตัวนายกรัฐมนตรี ให้ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดควบคุมฝูงชน ไม่ว่าจะผ่าน ผบ.ตร. หรือว่าผู้บัญชาการ นครบาลให้ใช้วิธีการที่เป็นไปตามหลักสากล และไม่สร้างปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้อง ประชาชน กลุ่มผู้ชุมนุมเขาหนีการกระทำของเจ้าหน้าที่ขึ้นไปบนแฟลต เข้าไปในอาคาร พาณิชย์ เจ้าหน้าที่ก็ยังไล่ล่า ยิงทั้งแก๊สน้ำตา ยิงทั้งกระสุนยางเข้าไป ผมทราบมาอีกว่า จะถามนายกรัฐมนตรีอยู่ว่าใช้เงิน ๒๐๐ กว่าล้านบาท ในปี ๒๕๖๓ ไปซื้อปืนกระแสไฟฟ้า ที่ใช้ในการควบคุมฝูงชนมาอีกประมาณ ๗๕,๐๐๐ กระบอก ไปซื้อมาทำไม แทนที่จะใช้เงิน ๒๐๐ กว่าล้านบาทนี้ ไปดูแลประชาชนที่เดือดร้อนเรื่องโควิด (COVID) ถ้าเขาไม่เดือดร้อน เรื่องปากท้อง ถ้าเขาไม่เดือดร้อนเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ ผมคิดว่าคงไม่มีใครออกมาเรียกร้อง ฉะนั้นตรงนี้ก็ขออนุญาตนำเรียนท่านประธานฝากไปถึงนายกรัฐมนตรีได้ช่วยกำกับดูแล และสั่งการให้ผู้ที่มีหน้าที่รับผิดชอบในการดูแลผู้ชุมนุมให้เป็นไปตามหลักมาตรฐานสากล อย่าให้ละเมิดสิทธิมนุษยชน แล้วก็ไม่คุ้มครองประชาชนที่อยู่บริเวณแถวนั้น ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมขอชี้แจงนิดนะครับ ผมชี้แจงท่านประเดิมชัยคลาดเคลื่อนไปนิดหนึ่ง ทีแรกผมเข้าใจว่า กระทู้ถามสดเกี่ยวข้องกับรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งท่านได้ชี้แจงว่าขอเลื่อน เนื่องจากติดภารกิจ จริง ๆ แล้วเกี่ยวกับท่านนายกรัฐมนตรี ได้มอบหมายให้รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมมาตอบนะครับ ต้องขออภัยท่านนิดหนึ่งครับ ต่อไปผมย้อนกลับ ไปที่กระทู้ถามสด ฉบับที่ ๒ นะครับ🔗

๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๑๔๐ ส. (ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ มอบหมายให้ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ เป็นผู้ตอบ🔗

ต่อไปผม ย้อนกลับไปที่กระทู้ถามสด ฉบับที่ ๒ เป็นของศาตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม เกี่ยวข้องกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แต่ท่านได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ท่านกนกวรรณ วิลาวัลย์ เป็นผู้ตอบนะครับ เชิญท่านศาสตราจารย์ โกวิทย์ครับ🔗

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช วันนี้ผมมีกระทู้ถามสด รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในเรื่องเกี่ยวกับการเยียวยา เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ปกครองนักเรียน นักศึกษา ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus corona 2019) ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการว่า กระทรวงศึกษาธิการได้มีประกาศแนวปฏิบัติการเก็บเงินค่าบำรุงการศึกษา ค่าธรรมเนียม การศึกษา และค่าธรรมเนียมการเรียนการสอน รวมทั้งค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ลงวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๔ ในเรื่อง ๒ ประการนะครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ก็คือให้คืนเงินค่าบำรุงการศึกษา ค่าธรรมเนียมการศึกษา ค่าธรรมเนียมการเรียนการสอนและกิจกรรมอื่น ๆ ให้คืนเงินเหล่านี้ในส่วนที่ไม่ได้จัดกิจกรรม การเรียนการสอนระหว่างสถานการณ์โควิด (COVID) ผมยกตัวอย่างสัก ๓-๔ รายการ ในประเด็นที่ ๑ เพื่อจะเป็นคำถามท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ว่าเงินที่เกี่ยวข้องกับการไม่ได้จัดกิจกรรมการเรียนการสอนในระหว่างที่มีสถานการณ์โควิด (COVID) นั้น มีหลายเรื่องด้วยกัน เช่น ค่าคอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต (Internet) ค่าห้องปฏิบัติการ ค่าห้องปรับอากาศการเรียน ค่าอาหารกลางวัน ค่าดนตรี ค่าสระว่ายน้ำ หรือค่ากิจกรรมอื่น ๆ ที่ไม่ได้มีการจัดการเรียนการสอน สิ่งเหล่านี้เป็นแนวทางที่กระทรวง บอกว่าจะต้องส่งคืน แต่ปรากฏว่ายังมีปัญหาในการคืนเงินเหล่านี้ให้กับผู้ปกครองหลาย โรงเรียนทั่วประเทศนะครับ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียนของเอกชน รัฐบาล อยากจะให้ กระทรวงศึกษาธิการได้สำรวจติดตามว่าได้ดำเนินการตามมาตรการในประการที่ ๑ ที่ผมได้ นำเรียนท่านประธานว่าเราจะทำอย่างไรให้มีการที่ผู้ปกครองร้องเรียนมา เพราะฉะนั้น ในฐานะที่ผมทำงานเรื่องนี้ในนามของพรรคพลังท้องถิ่นไทย ผมได้รับร้องเรียนจากผู้ปกครอง เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะโรงเรียนการศึกษาเอกชนนะครับ เพราะฉะนั้นก็อยากถาม ในคำถามที่ ๑ ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ขอให้ท่านประธานให้รัฐมนตรีได้ชี้แจงว่า มาตรการเหล่านี้ได้ออกไปแล้ว แต่ว่าทางโรงเรียนเอกชน หรือโรงเรียนบางโรงที่ผู้ปกครองยัง ร้องเรียนอยู่ ท่านจะมีมาตรการติดตามเรื่องเหล่านี้ได้อย่างไร ในคำถามแรกครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพอย่างสูง ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับมอบหมายจาก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านตรีนุช เทียนทอง ให้มาเป็นผู้ตอบกระทู้สด วันนี้นะคะ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบพระคุณกระทู้ถามที่ถือได้ว่าเป็นความห่วงใยจาก ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ห่วงใยพี่น้องประชาชน ผู้ปกครอง แล้วก็เด็ก ๆ ที่ได้รับ การศึกษา แล้วก็ต้องขอขอบคุณ แล้วก็ขออนุญาตที่จะเอ่ยนามท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ในความห่วงใยแล้วก็ติดตาม แล้วก็ทำหน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในนาม ของกระทรวงศึกษาธิการก็ต้องเรียนอย่างนี้นะคะว่าเราให้ความสำคัญอยู่ตลอด แล้วก็มีการ ติดตามเป็นระยะ ๆ ในสภาพปัญหา ถ้ามีกรณีที่ผู้ปกครองร้องเรียนมายังช่องทางที่ กระทรวงศึกษาธิการได้เผยแพร่ กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่สังกัดก็จะเป็นผู้ที่ ประสานงาน แล้วก็เชิญผู้ปกครองหรือเป็นตัวกลางที่จะประสานงาน แล้วก็ทำความเข้าใจ แล้วก็เรียนว่าก็จบ แล้วก็มีความพึงพอใจไปทั้ง ๒ ฝ่ายเป็นหลาย ๆ กรณี แต่ประเด็นที่ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ถามมาก็ขอกราบเรียนท่านประธานสภาว่า เราให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง แล้วก็ทุกช่องทางที่ผู้ปกครองยังไม่ได้มีความสบายอก สบายใจ เราก็น้อมรับที่จะปรับปรุงและจะพัฒนา แล้วก็ติดตามให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น จะขออนุญาตกราบเรียนแนวทางที่ทางกระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานที่ในสังกัดนั้น ได้ทำอยู่นะคะ🔗

ในเรื่องของค่าธรรมเนียม ในประเด็นที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้ถามมาในเรื่องที่เกี่ยวข้อง ต้องเรียนอย่างนี้นะคะ ดิฉันอาจจะขออนุญาตท่านประธานสภา ได้กล่าวในภาพรวม ซึ่งพี่น้องประชาชนและผู้ปกครองและนักเรียนอาจจะได้รับฟัง ในการตอบกระทู้จะได้เข้าใจ แล้วก็จะได้มีความเข้าใจในสิ่งที่ทางกระทรวงศึกษาธิการ ได้ปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล แล้วก็ให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าวนะคะ🔗

ต้องเรียนอย่างนี้ค่ะว่าการที่ขอการมีส่วนร่วมจากกระทรวงศึกษาธิการ ไปยังโรงเรียนต่าง ๆ นั้น เราได้ทำมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะที่เกี่ยวข้องกับโรงเรียนเอกชน ที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติได้มีความกังวลถึงนะคะ แล้วดิฉันก็กำกับดูแล โรงเรียนในสังกัดเอกชนโดยตรง แล้วก็ยังใกล้ชิดมาตลอดเวลานะคะ มีโรงเรียนเอกชน จำนวน ๕๑๗ แห่ง ซึ่งทางสำนักงานการศึกษาเอกชน กระทรวงศึกษาธิการได้ขอ ความร่วมมือให้โรงเรียนได้คืนค่าธรรมเนียมต่าง ๆ แล้วก็ได้คืนมาแล้วตั้งแต่ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๓ เป็นจำนวนเงิน ๕๐๐ กว่าล้านบาท แล้วก็ในกรณีนี้ เช่นอะไรบ้าง อาหาร กลางวัน อาหารว่าง ค่ารถรับ-ส่ง ค่าเรียนดนตรี กีฬาและศิลปะ ค่าทัศนศึกษา ค่าเรียนคอมพิวเตอร์ ค่าสอนเสริมภาษาต่างประเทศ ค่าซักฟอก ค่าเรียนว่ายน้ำ เป็นต้น นะคะ ในส่วนของภาคเรียนที่ ๑ ของปีการศึกษา ๒๕๖๔ มีโรงเรียนเอกชนจำนวน ๒,๓๖๗ แห่งค่ะท่านประธาน ซึ่งแยกเป็นในส่วนภูมิภาค ๒,๒๕๑ แห่ง กทม. ๑๑๖ แห่ง ก็ได้คืนค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่นเป็นจำนวน ๒,๗๕๖,๘๘๕,๘๐๐ บาท นี่ก็เป็นข้อมูลอัปเดต (Update) ที่กระทวงศึกษาธิการได้ติดตาม และเพื่อที่จะเป็นการที่จะได้ รู้ว่าในการที่กระทรวงศึกษาธิการมีคำสั่งและขอความร่วมมือ ทำไมบางทีเราต้องพูดถึง เรื่องของขอความร่วมมือ เพราะถ้าพูดถึงโรงเรียนเอกชนมันมีในหลายลักษณะค่ะ มีโรงเรียน ที่รับเงินอุดหนุนรายบุคคล ซึ่งแบ่งเป็นโรงเรียนสามัญทั่วไป ๓,๐๒๓ แห่ง โรงเรียนการกุศล โรงเรียนการศึกษาสงเคราะห์ ๕๖๔ แห่ง และโรงเรียนไม่รับเงินอุดหนุนรายบุคคล ๕๕๖ แห่ง ซึ่งเป็นโรงเรียนนานาชาติ โรงเรียนที่เปิดสอนหลักสูตรพิเศษ หลักสูตรอีพี (EP) เป็นต้นนะคะ กรณีอะไรบ้างที่โรงเรียนเอกชนบางส่วนยังไม่ได้คืนค่าธรรมเนียมการศึกษา ตามที่ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติได้ติดตามได้รับการร้องเรียนมา เนื่องจากดังนี้นะคะ ปัญหาอย่างนี้เราได้จากอะไร ทางกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถ้าเป็น ในส่วนของการศึกษาเอกชน สมาคมการส่งเสริมการประสานงานการศึกษาเอกชน แล้วก็ สช. เราทำงานร่วมกันอย่างเข้มแข็ง เรามีการประชุมบอร์ด (Board) เป็นระยะ ประชุม อนุกรรมการอย่างต่อเนื่องในหลาย ๆ อนุกรรมการเพื่อที่จะป้องกัน แล้วก็แก้ไขปัญหา ในมิติต่าง ๆ ให้ครอบคลุม เพื่ออำนายความสะดวกให้ ลดต้นทุน ลดภาระกับผู้ปกครอง ตามนโยบายของรัฐบาล และนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ท่านประธานที่เคารพค่ะ สิ่งที่ดิฉันจะขอสะท้อนให้ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติได้รับฟังและพี่น้องประชาชนได้รับฟัง กระทรวงศึกษาธิการต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เรารับทั้งฝ่ายผู้ปกครอง ซึ่งเป็นหัวใจ สำคัญยิ่งในฐานะที่เราเป็นรัฐบาล ในฐานะที่เราเป็นกระทรวงศึกษาธิการที่เราต้องยืน เคียงข้างกับพี่น้องประชาชน และยึดโยงในผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก แต่ในขณะเดียวกัน ถ้าการจัดการศึกษาของเอกชนที่มีความตั้งใจที่จะมาแบ่งเบาภาระ ของรัฐบาล ที่รัฐบาลไม่ต้องไปลงทุนเองในเรื่องการจัดการศึกษาที่หลากหลาย ซึ่งหมายความว่า เขาจะมีสิ่งพิเศษที่มีข้อตกลงกับโรงเรียนในต่างประเทศ มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ที่จะทำหลักสูตร พิเศษ การศึกษาในแนวทางที่จะต้องทันต่อสถานการณ์โลก และเป็นการศึกษาทางเลือก ให้กับพี่น้องประชาชนที่มีความต้องการ แน่นอนมากับอะไรคะ มากับต้นทุนค่าใช้จ่ายที่สูงค่ะ แล้วเป็นค่าใช้จ่ายที่มีอยู่ อย่างเช่นเงินเดือนครูเอกชน ซึ่งถ้าจะได้คุณครูที่มีความชำนาญ เชี่ยวชาญเป็นพิเศษก็ต้องจ่ายในเงินเดือนที่สูง แล้วต้องรักษาไว้ค่ะ เมื่อเปิดเทอมหรือ ไม่เปิดเทอมก็ตาม แม้การจัดเรียนออนไลน์ (Online) ครูเหล่านี้ผู้ชำนาญการเหล่านี้ โรงเรียน เอกชนยังต้องจ่ายเงินเพื่อที่จะรักษาเขาไว้ แล้วก็จัดการเรียนรู้อย่างมีคุณภาพในระบบต่าง ๆ ให้กับผู้เรียนและผู้ปกครองพึงพอใจ ค่าจ้างครูต่างชาติค่ะ อย่างไรต้องเลี้ยงครูต่างชาติ กลับประเทศไม่ได้ โควิด (COVID) ด้วย แล้วถ้ากลับประเทศไปจะเอาครูต่างชาติที่มีคุณภาพ ที่จะมาสอนลูกหลานของเราได้อย่างไรคะ ยังเกี่ยวข้องกับถึงแม้ว่าจะไม่เปิดการเรียน ออนไซต์ (On site) การเรียนออนไลน์ (Online) ก็ยังต้องใช้สิ่งเหล่านี้ รวมทั้งอะไรคะ เงินเดือนเจ้าหน้าที่ต่าง ๆ แม่ครัวคนไทยก็ยังต้องเลี้ยงไว้ ต้องทำครัว ต้องดูแลครัวให้สะอาด ภาชนะเครื่องใช้ต่าง ๆ ต้องพร้อมที่จะรองรับปิดเทอม หรือว่าทุกวันก็ยังต้องทำความสะอาด นักการภารโรง คนที่ดูแลสระน้ำ สระน้ำไม่ได้เปิด ไม่ใช้บริการก็ยังจะต้องเซอร์วิซ (Service) ให้มีความสะอาด ยังต้องใช้ไฟในการเปิดมอเตอร์ยังจะต้องขับเคลื่อน อันนี้เป็นสิ่งภาพรวม ระบบแอร์คอนดิชัน (Air-condition) ระบบแอร์คอนดิชัน (Air-condition) ก็เช่นกัน ก็จะต้องมีการบำรุงรักษา ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เปิดการใช้งานก็ยังต้องเปิดใช้งานเพื่อให้ระบบมี ความพร้อมนะคะ โรงเรียนเอกชน โรงเรียนรัฐบาลที่เปิดหลักสูตรพิเศษก็มีในลักษณะนี้ ซึ่งได้ ผ่านการตกลงของคณะกรรมการสถานศึกษาของโรงเรียนและผู้ปกครองก็มีส่วนร่วมนะคะ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ มันเป็นค่าใช้จ่ายที่เป็นฟิกซ์คอสต์ (Fix Cost) ที่เกิดอะไรขึ้นคะ ไปกู้ยืมสถาบันการเงินค่ะ ก็ยังจะต้องผ่อนเขาทุกเดือน อันนี้คือเป็นสิ่งที่โรงเรียนและ ผู้บริหารโรงเรียน แล้วก็สะท้อนและคนที่สะท้อนไปมากกว่านั้นคืออะไรคะ คือคุณครูที่สอน ค่ะ แม้กระทั่งในโรงเรียนรัฐบาลก็ยังมีคุณครูที่เป็นคุณครูจ้างพิเศษ คุณครูต่างชาติที่จะมา เสริมพิเศษ เพราะรัฐไม่ได้อุดหนุนเงินในลักษณะนี้ แล้วพอมาเป็นโรงเรียนเอกชนที่มีความ ตั้งใจ ดิฉันลงพื้นที่ตอนที่ไปดูการติดตามการมอบเงินเยียวยา ๒,๐๐๐ บาท ในโรงเรียน เอกชน ดิฉันได้พบเห็นค่ะ ความทันสมัย การเตรียมความพร้อม เราเห็นอะไรคะ เราเห็น สวนน้ำของโรงเรียนค่ะ โรงเรียนก็ยังต้องเปิดเป็นเวลา ถึงแม้เด็กจะไม่ได้ใช้ นี่คือบุคลากร ต้องทำงาน ดิฉันเห็นมอนิเตอร์ (Monitor) เป็นร้อย ๆ จอที่จะสามารถดูแลลูกหลาน เขาบอกเขาก็ไปกู้มาค่ะ ไปกู้มาในช่วงที่ปิดเทอมและเตรียมความพร้อมที่จะเปิดเทอมและ รองรับการให้บริการ ดิฉันได้เห็นระบบที่ครูมาโรงเรียนแล้วมาให้บริการทำข้อตกลงตาม ข้อตกลงที่โรงเรียนมีกับผู้ปกครอง ซึ่งไดร์ฟทรู (Drive Thru) ค่ะ คุณครูมาทำงานด้วยความ เต็มใจ โรงเรียนทำอาหารเลี้ยง ๓ มื้อ นี่ก็คือค่าใช้จ่ายที่โรงเรียนมี แล้วมีระบบที่เขาทำระบบ กันถึงขนาดว่าถ้าผู้ปกครองจะมารับลูก จะมีระบบที่แจ้งเตือนก่อนชั่วโมงครึ่ง แล้วจะมีระบบ ที่แจ้งเตือนในระยะทาง ๑ กิโลเมตรครึ่ง เพื่อที่จะทำและเตรียมเด็ก ๆ ให้ผู้ปกครองมารับ อันนี้เป็นตัวอย่างที่ดิฉันทำให้เห็นว่าอะไร ทุกอย่างถึงแม้จะไม่ได้เปิดเรียนปกติออนไซต์ (On site) มันมีค่าใช้จ่ายที่โรงเรียนเอกชนซึ่งเป็นโรงเรียนทางเลือกที่พยายามที่จะจัดสิ่งที่ อำนวยความสะดวกที่เป็นความพิเศษให้ผู้ปกครองเลือกให้กับลูกหลานที่จะไปเรียนนะคะ ขณะเดียวกันก็เช่นกัน โรงเรียนในสังกัดของ สพฐ. ก็ทำในหลายรูปแบบที่ผู้ปกครองไว้วางใจ ล้วนแต่เป็นหลาย ๆ สิ่งที่รัฐไม่ได้อุดหนุน ซึ่งเป็นเงินที่ผู้ปกครองเต็มใจที่จะจ่ายเพื่อที่จะ ทำให้ลูกหลานได้รับการพัฒนาการศึกษา ค่าอินเทอร์เน็ต (Internet) อย่างไรตอนนี้ถึงแม้ นักเรียนไม่ได้เรียนที่โรงเรียน แต่ก็มีการที่จะเตรียมความพร้อมในเรื่องเครื่องคอมพิวเตอร์ สัญญาณอินเทอร์เน็ต (Internet) ที่ครูก็ยังต้องสอนออนไลน์ (Online) นะคะ ทำคลิปวิดีโอ (Clip Video) ในการเตรียมการจัดการเรียนการสอน การติดตามในรูปแบบต่าง ๆ จัดทำ แบบฝึกหัดและใบงาน ใบงานดิฉันได้เห็นโรงเรียนนัดกับผู้ปกครองนะคะ และตอนรับเงิน เยียวยา เขาแจ้งผู้ปกครองอย่างเป็นระบบผู้ปกครองให้ความร่วมมือถึงขนาดว่าเตรียมปากกา ของตนเองมาเซ็นชื่อเลยคะ เพื่อที่จะป้องกันในเรื่องโควิด (COVID) ต่าง ๆ ดิฉันก็ขอนำเรียน พอสังเขป และสิ่งที่จะสะท้อนคุณครูค่ะ คุณครูหลาย ๆ โรงเรียนยินดีที่จะลดเงินเดือนตัวเอง เข้าใจโรงเรียนเพื่อที่จะให้โรงเรียนไม่ปิดตัว ขณะนี้ได้มีการสำรวจโรงเรียนเอกชนทุนไม่ยาว เพราะโรงเรียนเปิดไม่ได้บางทีโรงเรียนเปิดได้ มีอะไรคะ ผู้ปกครองแสดงความจำนงฝากลูกไว้ เย็น ๆ หน่อย หาอะไรเพิ่มเติม ดนตรี ศิลปะ ให้ลูกเรียนตรงนั้น บางทีโรงเรียนมีรายรับเพิ่ม จากการทำอาหารว่างบ้าง จากการทำอาหารพิเศษบ้าง คุณครูก็พอมีรายได้ไปเยียวยาชีวิต ไปเลี้ยงดูครอบครัว นี่คือสิ่งที่ดิฉันอยากจะสะท้อนกราบเรียนท่านประธานไปยัง ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และพี่น้องประชาชนได้รับฟังในมิติที่ครอบคลุมในการที่จะไป พิจารณาต่าง ๆ โรงเรียนได้บอกต่อมาว่าเหตุอะไร แล้วมีแนวทางอย่างไร ซึ่งเรารับและเรา ก็จะติดตามนะคะ บางโรงเรียนมีแนวทางที่จะคืนเงินให้ผู้ปกครองเมื่อสิ้นสุดภาคเรียนที่ ๑ โดยจะคำนวณเป็นรายวันในแต่ละรายการที่ไม่มีค่าใช้จ่าย มีประเด็นนี้ด้วยค่ะ มีผู้ปกครอง บางส่วนยังไม่ได้ชำระค่าธรรมเนียมตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๖๓ ภาคเรียนที่ ๒ เนื่องจาก โรงเรียนได้ปิดตามประกาศ ศธ. แนวทางที่กระทรวงศึกษาธิการ และ สช. จะดำเนินงาน อันนี้ดิฉันตอบเน้นไปทางโรงเรียนเอกชนนะคะ เพื่อแบ่งเบาภาระ เราติดตามประสานงาน ต่อเนื่อง โรงเรียนที่ยังไม่ได้คืนเงินให้แก่ผู้ปกครอง ต้องมีแนวทางการคำนวณเงินและ แจ้งเรามา กรณีมีการร้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องต่าง ๆ สช. จะเป็นหน่วยงานในการไกล่เกลี่ยอย่างที่ดิฉันได้กราบเรียน แล้วก็คู่กรณีสามารถ ตกลงกันได้ พึงพอใจทั้ง ๒ ฝ่าย และกระทรวงศึกษาธิการเองก็ได้มีแนวทางต่าง ๆ ขอความ ร่วมมือเป็นระยะ ๆ กับโรงเรียนเอกชน แล้วก็ได้เป็นสิ่งสะท้อนอย่างที่ดิฉันได้กราบเรียน นะคะ เรามีทั้งในการตั้งคณะกรรมการเฉพาะกิจติดตามตรวจสอบการเก็บค่าธรรมเนียม ของโรงเรียนเอกชนนะคะ ถ้ากรณีโรงเรียนไม่คืนค่าธรรมเนียม สช. เสนอรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการสั่งปรับลดได้ โดยอาศัยอำนาจตาม ม. ๓๔ แห่ง พ.ร.บ. โรงเรียนเอกชน แล้วเราซักซ้อมความเข้าใจในการออกหลักฐานการศึกษาให้กับนักเรียนในกรณีบางทีมีกรณี ผู้ปกครองเป็นห่วงว่าจะไม่ได้รับหลักฐานในการออกหลักฐานในการจบการศึกษา เพราะฉะนั้นข้อกังวลเรื่องนี้ก็กราบเรียนท่านประธานสภาไปเพิ่มเติมเพื่อที่จะเป็นข้อที่พี่น้อง ประชาชนก็จะได้รับทราบถึงแนวทางที่เราตั้งใจไว้ อย่างไรก็ดีนะคะท่านประธานที่เคารพ ก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะคะ สิ่งใดที่เป็นแนวทางก็น้อมรับคำแนะนำ และเราจะปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น แล้วก็หมายเลขต่าง ๆ กระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเราทำงานกันอย่างเต็มที่ ขอกราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขออภัย ท่านศาสตราจารย์ผู้ตั้งกระทู้นะครับ ข้อบังคับ ข้อ ๑๖๐ เรื่องกระทู้ถามสด ท่านถามได้ ๓ ครั้ง ไม่เกิน ๓ ครั้ง แล้วผู้ถาม ผู้ตอบจะต้องถามตอบให้เสร็จภายใน ๓๐ นาที ก็แบ่งเป็น ผู้ตั้งกระทู้ ๑๕ นาที กับผู้ตอบ ๑๕ นาที ดังนั้นต้องฝากท่านรัฐมนตรีนะครับ ตอนนี้ท่านตอบ ก็เกินไปแล้วครับ เกิน ๑๕ นาที แต่ถึงอย่างไรก็ตามเนื่องจากวันนี้ตามข้อบังคับ กระทู้ ถามสดเรามีแค่ ๒ กระทู้ ผมก็เลยขยายเวลาให้ท่าน ท่านต้องรวบรัดมากกว่านี้ในการ ตอบกระทู้ถามสด ห้ามใช้เกิน ๑๕ นาทีครับ แต่คราวนี้ได้ขยายให้ เพราะว่าไปชดเชย กระทู้ถามสดที่ผู้ตอบไม่ได้มานะครับ เชิญผู้ตั้งกระทู้ต่อครับ เชิญถามต่อครั้งที่ ๒ ครับ🔗

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณ ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผมจะถามในคำถามที่ ๒ ต่อ ผมเรียนว่าในคำถามแรก ผมได้ถามเรื่องการติดตามโรงเรียนที่ยังไม่จ่ายเงินคืนค่าบำรุงการศึกษา แต่ท่านรัฐมนตรีก็ตอบ ไม่ตรงประเด็นที่ผมถาม เรื่องที่ผมถาม ท่านไม่ได้ตอบ เรื่องที่ผมไม่ถาม ท่านกลับตอบ อันนี้ ก็เป็นประเด็น ไม่เป็นอะไรครับ ก็ขอบคุณที่ได้ชี้แจงรายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับกระทรวงศึกษาธิการ ให้พี่น้องประชาชนได้ทราบว่าได้ทำอย่างไรไว้บ้าง ก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีด้วยครับ คำถามที่ ๒ เป็นคำถามที่เกี่ยวกับการช่วยเหลือเยียวยาผู้ปกครอง กระทรวงก็ได้วางแนวไว้ ๒ เรื่อง เรื่องที่ ๑ ก็คือว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการช่วยเหลือ ในกรณีที่นักเรียนได้รับผลกระทบ ผู้ปกครองนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด (COVID) แล้วอันนี้แนวทางของ กระทรวงบอกว่าให้พิจารณาช่วยเหลือในกรณีที่ผู้ปกครองได้รับผลกระทบตามความ เหมาะสม นั่นคือประการที่ ๑🔗

ประการที่ ๒ เงินเยียวยาที่กระทรวงได้ดำเนินการบรรเทาความเดือดร้อน ให้กับผู้ปกครองนักเรียน นักศึกษาทั่วประเทศ ทุกกลุ่มโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน ในสังกัด สพฐ. โรงเรียนในสังกัดมัธยมศึกษา ประถมศึกษา และโรงเรียนในองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น รวมถึงนักเรียนที่เรียน กศน. ซึ่งรัฐบาลได้เยียวยาให้คนละ ๒,๐๐๐ บาท ผมเข้าใจว่าผมมีเรื่องที่ถามท่านรัฐมนตรีทั้ง ๒ ประเด็น ในประเด็นที่ได้ติดตามให้ความ ช่วยเหลือกรณีที่เชิญชวนให้โรงเรียนเอกชนก็ดี โรงเรียนต่าง ๆ ก็ดีที่ผู้ปกครอง ได้รับผลกระทบนั้นจะได้เยียวยาได้ตามความเหมาะสมอย่างไรบ้าง และเงินช่วยเหลือ ๒,๐๐๐ บาท กับนักเรียนทุกประเภทโรงเรียน ซึ่งเรื่องร้องเรียนที่ได้รับมาก็คือ เช่นโรงเรียน ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายจังหวัดทั่วประเทศ ก็ต้องขอบคุณว่าบางจังหวัด ได้รับแล้ว และบางจังหวัดก็ยังไม่ได้รับ ผมจึงถามไปยังท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าได้สำรวจไหมว่าโรงเรียนขององค์กรท้องถิ่น ก็ดี โรงเรียนในเขตเทศบาลก็ดี เขต อบต. ก็ดี แล้วก็ที่เรียน กศน. ก็ดี ที่ยังไม่ได้รับการ เยียวยา ๒,๐๐๐ บาทนั้น มีจำนวนเท่าไร และในโอกาสที่จะทำให้เกิดการเยียวยา ได้ครอบคลุมนั้นให้รัฐบาลช่วยตอบว่าจะเยียวยาได้เมื่อไร อย่างไร เมื่อเช้าผมเจอท่าน ขอเอ่ยนามท่านอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านชินวรณ์ บุณยเกียรติ ก็บอกผม ว่าขอฝากด้วยเรื่องนี้ โรงเรียนในองค์กรปกครองท้องถิ่นหลายโรง ในจังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดในภาคใต้ บางโรงเรียนก็ยังไม่ได้รับในการเยียวยาให้แก่ผู้ปกครองนักเรียน ตามนโยบายของรัฐบาล จึงเป็นคำถามรวบรัดก็แล้วกันในการให้รัฐมนตรีได้ตอบผ่าน ไปยังท่านประธานสภาว่า ในการพิจารณาให้ความช่วยเหลือเยียวยาตามแนวทางที่ กระทรวงศึกษาธิการได้ให้ไว้เมื่อวันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๔ นั้น ผู้ปกครองนักเรียนที่ได้รับ ความเดือดร้อน ได้รับผลกระทบนั้น มีตัวอย่าง อย่างที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบก็ขอบคุณว่า มีตัวอย่างว่ามีบางโรงเรียนได้ดำเนินการเป็นตัวอย่างเป็นที่น่าพอใจ แต่ผมก็อยากถามว่า ให้ช่วยติดตามอย่างเร่งรัดเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน กับประการที่ ๒ ก็คือว่าโรงเรียน ในสังกัดองค์กรปกครองท้องถิ่นก็ดี โรงเรียนในสังกัดที่เป็นของโรงเรียนเอกชนก็ดี หรือว่า โรงเรียนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษานอกระบบโรงเรียนก็ดี เมื่อไรจะทำให้ได้เกิดความทั่วถึง ที่เยียวยา ๒,๐๐๐ บาท ก็กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีได้ตอบคำถามของ กระผมให้ตรงประเด็น แล้วก็ให้พี่น้องประชาชนที่เป็นผู้ปกครองฟังอยู่ขณะนี้ จะได้ชื่นใจว่า กระทรวงศึกษาธิการได้ดำเนินการที่จะเยียวยา ช่วยเหลือผู้ปกครองที่ได้รับความเดือดร้อน ที่ถูกกระทบจากโควิด-๑๙ (COVID-19) ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีกนกวรรณตอบครับ🔗

นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ดิฉัน กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ขอตอบกระทู้ถามนะคะ นำสรุปภาพรวมมา นำเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะคะ โครงการให้ความช่วยเหลือ บรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษาในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) ดิฉันจะนำเรียนเป็นรายสังกัดที่สังกัดของกระทรวงศึกษาธิการ สังกัด สพฐ. จ่ายเงินแล้ว ๙๕.๗๐ สังกัดอาชีวศึกษา ซึ่งรวมทั้งอาชีวศึกษาของรัฐและเอกชน ๗๓.๑๕ สังกัดการศึกษา เอกชน ๙๔.๗๒ สังกัด กศน. ๕๑.๘๒ ต่อไปดิฉันจะขอกราบเรียนท่านประธานว่าปัญหา อุปสรรคทำไมแต่ละแห่ง แต่ละสังกัดนั้นมีความแตกต่างกัน แน่นอนค่ะ🔗

ประเด็นแรกปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ทำให้เกิดปัญหาอุปสรรคในการเกิดความล่าช้า ในส่วนของ สพฐ. จะมีในเรื่อง ของบัญชีธนาคารของผู้ปกครองส่วนใหญ่มีหลากหลายก็ทำให้เกิดการใช้เวลาในการที่จะต้อง ทำในเรื่องของการโอน แล้วก็บางธนาคารเขาไม่ได้ให้สิทธิพิเศษในการยกเว้นค่าธรรมเนียม ก็ทำให้เกิดปัญหาอุปสรรคในการได้รับเงินบ้าง แล้วก็การโอนเงินจากธนาคารไปยังผู้ปกครอง บางท่านยังไม่เปิดบัญชีธนาคาร คือเราต้องปฏิบัติตามระเบียบที่เกี่ยวข้องที่ตามมาตรการที่ เราจะต้องมีหลักฐานที่เกี่ยวข้อง เก็บหลักฐานการจ่ายเงิน ต้องปฏิบัติตามระเบียบ กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลังด้วยนะคะ ผู้ปกครองหลายท่านก็ยังใช้บัญชีธนาคารอื่น ก็เลยทำให้เกิดกระบวนการที่จะต้องมีความสะดวกที่ไม่เกี่ยวข้องขึ้นมาด้วยบ้างนะคะ กรณีที่ผู้ปกครองบางท่านต้องจ่ายเป็นเงินสด ก็ด้วยปัญหาในการเดินทางและปัญหา ในสถานการณ์โควิด (COVID) ถ้ามาดูของอาชีวศึกษาก็ใกล้เคียงกัน แต่อาชีวศึกษานี้ จะมีประเด็นในเรื่องของภูมิลำเนาของผู้ปกครองจะไม่ค่อยอยู่ใกล้กับนักศึกษาที่มาเรียน อาชีวศึกษา แล้วก็ทำให้เป็นประเด็นของการที่ไม่มีบัญชี แล้วก็ไม่สามารถที่จะมารับเงิน ได้ด้วยตนเอง แต่เราก็พยายามที่จะอำนวยความสะดวกในการโอนเงินให้กับผู้ปกครองค่ะ ในส่วนของ สช. การศึกษาเอกชน เป็นประเด็นในส่วนของโรงเรียน ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ และ สช. ได้มีการติดตาม แล้วก็ในช่วงระยะเวลาหลายเดือนมานี้ตั้งแต่เกิดสถานการณ์ เราต้องยอมรับกันว่าบางทีโรงเรียนบางแห่ง โดยเฉพาะถ้าเป็นโรงเรียนนานาชาติเขาไม่ได้ รับเงินอุดหนุน การที่จะได้ข้อมูลของผู้เรียนก็เป็นสิ่งที่ยาก แต่เมื่อมีมาตรการเงินเยียวยา ๒,๐๐๐ บาทมานี้ ทำให้โรงเรียนที่ไม่ค่อยจะให้ข้อมูลเพราะไม่ได้รับเงินอุดหนุน ก็ให้ข้อมูล เราเพื่อที่จะให้เด็ก ๆ ทุกคนสามารถที่จะเข้าถึงเงินอุดหนุน ๒,๐๐๐ บาท ก็ทำให้เกิดความ ล่าช้าไปด้วยนะคะ แล้วก็ยังมีโรงเรียนที่ไม่ปรับปรุงข้อมูลนักเรียนให้เป็นปัจจุบัน ก็ส่งผลที่จะ ทำให้การจ่ายเงินเยียวยาล่าช้า เราก็ต้องให้ระยะเวลาโรงเรียนในการทำมากขึ้น โรงเรียน เอกชนอย่างที่ดิฉันได้นำเรียนก็จะมีปัญหาในลักษณะดังกล่าวนี้ แต่เรียนอย่างนี้นะคะว่า เราได้มีการประชาสัมพันธ์ ใช้ทั้งประชุมผ่านเฟซบุ๊กไลฟ์ (Facebook Life) เชิญประธาน กศ.ปส.กช. เชิญโรงเรียนเอกชนต่าง ๆ เข้ารับฟัง แล้วก็สั่งการไปยังศึกษาธิการจังหวัด ทำความเข้าใจเพื่อที่จะให้การจ่ายเงินอย่างเร็วที่สุดก็สะท้อนมาเป็นในเรื่องของเปอร์เซ็นต์ มาดู กศน. ซึ่งดิฉันกำกับดูแลเช่นกัน ครู กศน. ของเรา เด็กที่เรียน กศน. คนที่เรียน กศน. ได้ เป็นจำนวนน้อย เฉพาะผู้ที่อยู่ที่ศูนย์การเรียนรู้ และศูนย์การเรียนรู้อยู่ที่ไหนล่ะคะ ส่วนใหญ่ ก็จะอยู่ในพื้นที่ห่างไกล เกาะ แก่งทุรกันดาร ซึ่งดิฉันเคยไปเยี่ยมบางทีรถก็ไปไม่ถึงนะคะ แล้วก็ถ้าไปหน้าฝนแบบนี้นะคะ ก็ขึ้นไม่ได้ ใช้มอเตอร์ไซค์ก็ต้องใช้มอเตอร์ไซค์แบบมืออาชีพ ถึงจะขึ้นได้ อันนี้ก็เลยต้องเรียนว่านี่ก็คือปัญหาอุปสรรคที่ทำให้เกิดความล่าช้า แต่อย่างไรก็ดี ครูของเราก็มีจิตอาสา หลายคนก็ได้ข้ามน้ำข้ามทะเลไปที่หมู่เกาะสุรินทร์ แล้วก็นำเงินไป มอบให้ แล้วเราก็จะทำให้อย่างเร็วที่สุด เพื่อที่เงินเยียวยาเป็นการลดภาระของผู้ปกครองไป ถึงผู้ปกครองและพี่น้องประชาชนอย่างเร็วที่สุด🔗

ส่วนประเด็นที่ถามถึงในเรื่องของการจ่ายเงินขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จากการประสานงานต้องเรียนอย่างนี้ค่ะว่าในกระบวนการจัดเงินลงไปให้ไปถึงท้องถิ่น ก็เป็นความล่าช้าในเรื่องจากระบบของการโอนเงิน แล้วเมื่อเงินไปถึงท้องถิ่น ตรงนี้ก็จะเป็น หน้าที่ของทางท้องถิ่นที่จะไปดำเนินการ ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการจะไม่ได้ไปเข้าร่วม ในกิจกรรม ในสิ่งนี้ดิฉันคงจะต้องขออนุญาตท่านประธานสภาไปติดตามข้อมูลและนำ ความห่วงใยของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติไปประสานงาน แล้วก็อาจจะนำ เรียนในภายหลังนะคะ ก็ต้องขอกราบเรียนนำเรียนชี้แจง แล้วก็สิ่งใดที่ท่านสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติได้ให้ข้อเสนอแนะ ในเรื่องความเหมาะสมที่มีคำถามว่าจะเป็น การเหมาะสมในการเยียวยาอย่างไร ขอเรียนว่ากระทรวงศึกษาธิการได้กำชับภายใต้การนำ ของท่านรัฐมนตรีไปในทุกส่วนงานของกระทรวงศึกษาธิการให้มีการสำรวจข้อมูล ความต้องการและปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ ความเดือดร้อนต่าง ๆ เพื่อที่จะนำมาเป็นประมวล ในเรื่องปัญหาอุปสรรค และเป็นข้อมูลอันที่จะเป็นพื้นฐานสำคัญที่จะนำเสนอให้กับรัฐบาล ได้พิจารณาต่อไป ก็ขอนำเรียนท่านประธานสภาด้วยความเคารพอย่างสูง กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ ถามครั้งสุดท้าย เชิญครับ🔗

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผมขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นตัวแทนรัฐมนตรี ท่านกนกวรรณได้มาตอบคำถาม ก็ขอบคุณในคำชี้หลายประเด็นก็ได้ ตอบคำถาม ก็เป็นที่คลายปัญหาลงไปได้บ้าง แต่ยังมีคำถามสุดท้ายเพื่อเป็นประโยชน์กับ ท่านรัฐมนตรีอยากจะเรียนท่านประธานว่าเงินเยียวยา ๒,๐๐๐ บาทที่ผมกราบเรียน ท่านประธานว่า ในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบนั้นเป็น ประเด็นที่ต้องประสานงาน ซึ่งขอฝากท่านรัฐมนตรีว่าการประสานงานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องที่รับผิดชอบเกี่ยวกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะว่าองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นได้ร้องเรียนมา เขาก็อยากจะได้เงินส่วนนี้ ก็ขอบคุณในการที่จะประสานงาน เพื่อให้ดำเนินการให้เร็วขึ้น แต่ผมถามในส่วนของการศึกษานอกโรงเรียนครับท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่ามีแนวทาง หรือจำนวนที่จะได้ครบ คือผมถามว่า เอาล่ะในองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นยังไม่ได้ครบ หรือยังไม่ได้ส่วนหนึ่งและจะประสานงาน แต่ในส่วนอื่น อยากถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าในส่วนของคนที่เรียน กศน. ผู้ปกครอง ก็ได้รับความเดือดร้อนเช่นเดียวกัน ก็อยากถามรัฐมนตรีว่าจำนวนนี้ หรือถ้าพูดโดยรวม ทั้งหมดนี้ท่านรัฐมนตรี ท่านประธานขอฝากไปยังท่านรัฐมนตรีว่าจะเยียวยาได้หมดเมื่อไร เพื่อจะได้ให้เกิดความเท่าเทียม เพราะโรงเรียนในเขตเมืองหรือเขตกรุงเทพมหานคร หรือ บางจังหวัดก็ได้ครบถ้วน เพราะฉะนั้นมันก็เกิดความเหลื่อมล้ำ เพราะฉะนั้นความเท่าเทียม ย่อมจะมี เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการจ่ายเงินนี้ ผมจึงเรียนถามท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าในโรงเรียนที่เรียน ผู้ปกครองที่ส่งนักเรียน นักศึกษาเรียน กศน. ก็ดี รวมทั้งท้องถิ่นก็ดี จะให้ระยะเวลาเมื่อไรจะหมดที่จะเยียวยาได้ครบถ้วนครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ เป็นคำถามสุดท้ายครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีกนกวรรณครับ🔗

นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน กนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ ดิฉันเรียนอย่างนี้นะคะ ผู้เรียนของ กศน. ได้รับการพิจารณาตามคุณสมบัติเพียงจำนวน ๙,๙๕๘ คน ซึ่งเราตั้งเป้าหมายในทุกสังกัด แล้วเราต้องการที่จะให้เสร็จตั้งแต่วันที่ ๑๕ ในระยะเริ่มแรกต้องเรียนว่าบางโรงเรียนเป็นโรงเรียนเอกชนที่เขาพอมีทุนหนา เขาก็ สำรองเงิน พอรู้ว่านโยบายมาปุ๊บเงินโอนเข้า แต่ว่าบางทีธนาคารด้วยค่ะ ธนาคารเองขอเวลา ในการเตรียมเงิน เพราะเป็นเงินจำนวนมาก บางธนาคาร ๒-๓ วัน ยิ่งอยู่ต่างจังหวัดก็จะ ขอระยะเวลานะคะ ทีนี้เรียนตามตรงว่าถ้าเราดูจากเปอร์เซ็นต์สัดส่วน ต้องเรียนอย่างนี้ค่ะว่า ครั้นจะให้ดิฉันตอบไปว่าวันนี้ วันนั้นอย่างแน่นอน มันก็ไม่เหมาะสม เป็นการที่ไม่เหมาะสม แน่เลยว่าจะตอบแล้วจะได้วันที่ระบุไปอย่างชัดเจน ขอกราบเรียนท่านประธานสภาอย่างนี้ นะคะ ในฐานะที่เราเป็นรัฐบาล จุดมุ่งหมายคือการที่จะลดภาระ และทำให้ประชาชนนั้น มีสุขมากที่สุด และก็คงจะไม่แตกต่างจากท่านสมาชิกสภาผู้แทนผู้ทรงเกียรติเป็นว่า ขอยืนยัน อย่างนี้แล้วกันนะคะว่าจะทำให้เร็วที่สุดนะคะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป เป็นกระทู้ถามสด ฉบับสุดท้ายของ ท่านธนภร เชิญถามครับ🔗

๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๑๓๙ ส. (นางสาวธนภร โสมทองแดง เป็น ผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ตอบ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ (รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง) เชิญถามครับ🔗

นางสาวธนภร โสมทองแดง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานคะ ขออนุญาตหารือนิดหนึ่งนะคะ พอดีเมื่อเช้านี้ดิฉันถูกติงนิดหน่อย เรื่องหัวข้อในการยื่น กระทู้สด คำว่า รัฐบาลล้มเหลว วันนี้ในการถามกระทู้สดนี้มันอาจจะมีคำนี้บ้าง ก็อาจจะเป็น เรื่องสืบเนื่องนะคะ เสียดายค่ะที่ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้มาตอบ อย่างไรก็ต้องขอ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีสาธิต ที่กรุณามาตอบคำถามดิฉันในวันนี้นะคะ ท่านประธาน ที่เคารพคะ ดิฉัน นางสาวธนภร โสมทองแดง แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านประธาน และพรรคเพื่อไทยที่ให้ โอกาสดิฉันซึ่งเล็งเห็นความสำคัญความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จึงให้โอกาสดิฉันได้ตั้ง กระทู้ถามสด รวมทั้งขอขอบคุณ ส.ส. พรรคเพื่อไทยทั้ง ๒ เขตที่อนุญาตให้ได้มีโอกาส ได้ถามสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งเกิดจากความล้มเหลวของรัฐบาลค่ะ ท่านประธานคะ พี่น้องชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ประกอบอาชีพหลัก ๆ คือภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตร รวมทั้งกิจการในภาคอุตสาหกรรม ท่องเที่ยวที่เป็นพื้นที่มรดกโลก มีนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่หลายแห่ง อาทิ นิคม อุตสาหกรรมบ้านหว้า หรือไฮเทค นิคมอุตสาหกรรมสหรัตนนคร นิคมอุตสาหกรรม บางปะอิน และสวนอุตสาหกรรมโรจนะ ซึ่งภาคอุตสาหกรรมนั้นเปรียบเสมือนเป็นเส้นเลือด เส้นหนึ่งที่หล่อเลี้ยงเศรษฐกิจไทย จากข้อมูล ณ วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๔ มีโรงงาน อุตสาหกรรมที่รับอนุญาตประกอบกิจการทั้งหมด จำนวน ๒,๗๙๙ โรงงาน มีการจ้างแรงงาน กว่า ๓๑๐,๐๐๐ คน ผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัดพระนครศรีอยุธยามีมูลค่าสูงติดอันดับ ๑ ใน ๖ ของประเทศนะคะ หลังจากการแพร่ระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) ส่งผลให้ภาพรวม ของเศรษฐกิจกระทบอย่างมาก โดยเฉพาะกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมที่มีแรงงานอยู่ในระบบ ประกันสังคมมากกว่า ๓๐๐,๐๐๐ คน รวมทั้งกลุ่มอาชีพอิสระ อาทิเช่น พ่อค้าแม่ขาย ร้านนวดเพื่อสุขภาพ พนักงานธนาคาร ร้านตัดผม สถานที่บริการต่าง ๆ เป็นต้น จังหวัดพระนครศรีอยุธยาถูกกำหนดให้เป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มข้น ได้ออกประกาศ เรื่องมาตรการควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดโรคติดเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) สำหรับ สถานประกอบการและโรงงานในพื้นที่มีการแพร่ระบาดแบบกลุ่มก้อนในสถานประกอบการ และโรงงาน รวมทั้งได้มีการแพร่กระจายโรคไปสู่ครอบครัวและชุมชน โดยมีมาตรการหนึ่ง ในการควบคุมโรค คือให้ผู้ประกอบการดำเนินการสุ่มตรวจสอบหาเชื้อไวรัสโควิด-๑๙ (Virus COVID-19) ด้วยวิธีอาร์ทีพีซีอาร์ (RT-PCR) หรือวิธีแอนติเจน เทสต์ คิต (Antigen Test Kit) อย่างน้อยร้อยละ ๕ ของพนักงานเป็นประจำสัปดาห์ละ ๒ ครั้ง โดยผู้ประกอบการ หรือโรงงานเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด และเมื่อดำเนินการแล้วต้องรายงานผลต่อ สำนักงานสาธารณสุข หรืออำเภอในพื้นที่ที่สถานประกอบการหรือโรงงานตั้งอยู่ การที่รัฐ กำหนดให้ผู้ประกอบการหรือโรงงานเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด นี่เป็นการสร้าง ภาระอย่างแสนสาหัสอย่างมากค่ะ โรงงานส่วนใหญ่ตรวจคนงานทุกคน อย่างน้อยป้องกัน ความเสี่ยงและป้องกันการผลิตหยุดชะงักลง ท่านประธานลองคำนวณดูนะคะ ถ้าตรวจ ทุกคน ทุกอาทิตย์ อาทิตย์ละ ๒ ครั้งจะใช้เม็ดเงินเท่าไร ครม. อนุมัติร่างกฤษฎีกา ผู้ประกอบการนำค่าใช้จ่ายตรวจชุดเอทีเค (ATK) หักรายจ่ายได้ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันคิดว่า รัฐบาลแก้ปัญหาที่ปลายเหตุหรือเกาไม่ถูกที่คันค่ะ ท่านประธานทราบไหมคะว่า ค่าตรวจอาร์ทีพีซีอาร์ (RT-PCR) ราคาต่อครั้งต่อคนเท่าไร ดิฉันมีประสบการณ์ตรงค่ะ เคยไปตรวจที่คลินิกทั่วไปอยู่ที่ราคา ๑,๕๐๐ บาท ราคานี้แค่ตรวจเพื่อทราบผลว่ามีการ ติดเชื้อหรือไม่ แต่ถ้าตรวจแบบต้องการให้เข้าสู่ระบบการรักษาของสาธารณสุขราคาอยู่ที่ ๓,๐๐๐ บาทค่ะ สำหรับชุดตรวจเอทีเค (ATK) นั้นมีหลายยี่ห้อหลายราคา ดิฉันเคยใช้ ยี่ห้อสแตนดาร์ด คิว ค่อนข้างมีคุณภาพและผ่านการรับรองของ อย.แล้ว ราคาอยู่ที่ ๒๕๐ บาทต่อชุดค่ะ จากที่ดิฉันกล่าวมาทั้งหมดนั้นเป็นเพียงการยกตัวอย่าง พื้นที่จังหวัดหนึ่ง จังหวัดที่มีบริบทแวดล้อมเหมือนกับอีกหลายจังหวัดทั่วประเทศ ดังนั้นกระทู้ที่ดิฉันกำลัง จะถามและรอคำตอบที่จะได้รับจากรัฐบาลจะสะท้อนว่าการทำงานที่ผิดพลาดล้มเหลว ของรัฐบาลนั้นประชาชนผู้เสียภาษีเดือดร้อนอย่างไร ท่านประธานคะ ก่อนที่ดิฉันจะ เข้าคำถามนะคะ ดิฉันต้องขอบคุณหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ที่พาดหัวข่าวเมื่อเช้าตรู่นะคะว่า วอนควบคุมราคาชุดตรวจเอทีเค (ATK) ประชาชนแบกภาระไม่ไหวแล้วนะคะ ท่านประธาน ที่เคารพ ๒ คำถามแรกที่ดิฉันจะถามดังต่อไปนี้นะคะ🔗

คำถามที่ ๑ นายกรัฐมนตรีทราบถึงปัญหาที่ภาคอุตสาหกรรมต้องแบก รับภาระค่าใช้จ่ายตรงนี้หรือไม่ เท่าไร ดิฉันขอถัวเฉลี่ยเพื่อให้เห็นภาพชัด ๆ ว่า มีแรงงาน ๕,๐๐๐ คนต่อ ๑ โรงงาน ผู้ประกอบการต้องแบกภาระค่าตรวจแอนติเจนเทสต์ (Antigen Test) ราคาชุดละ ๒๕๐ บาท คูณ ๕,๐๐๐ คน ๑ ครั้ง ๑,๒๕๐,๐๐๐ บาทนะคะ ๑ อาทิตย์ตรวจ ๒ ครั้ง ถ้า ๑ เดือนจะมีค่าใช้จ่ายสูงสุดถึง ๑๐ ล้านบาทนะคะ ดิฉัน จำเป็นต้องถามย้ำ ๆ กับรัฐบาลว่าท่านจะชดเชยแต่ละครั้งเท่าไร และรวมทั้งหมดที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันนี้อย่างไรนะคะ🔗

คำถามที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพ แล้วคนที่มีรายได้น้อย หาเช้ากินค่ำ ผู้ประกอบการอาชีพอิสระที่อยู่ชายขอบของระบบทุนนิยม ลำพังใช้เวลาหาเงินเพื่อเลี้ยงปาก เลี้ยงท้อง อย่างยากลำบากแสนเข็ญแล้ว ดิฉันขอยกตัวอย่างสัก ๒ อาชีพนะคะ เช่นอาชีพ ร้านทำผม ตัดสระไดร์ (Dry) เฉลี่ยหัวละ ๑๕๐ บาท และอาชีพนวดแผนโบราณชั่วโมงละ ให้สูงสุดเลยนะคะ ๒๕๐ บาท เท่ากับราคาชุดตรวจเลยค่ะ ชาวบ้านจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อ ชุดตรวจเอทีเค (ATK) กรณีอย่างนี้ท่านต้องรับผิดชอบตอบให้ชัด จะรับผิดชอบอย่างไร สำหรับประชาชนที่เดือดร้อน จบคำถามที่ ๒ ค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบคำถามแรกครับ🔗

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียนท่านประธานสุชาติที่เคารพครับ ท่านสมาชิก ท่านธนภร โสมทองแดง ผู้ที่ตั้ง กระทู้ถามนะครับ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้รับ มอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้มาตอบกระทู้ท่านเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติ🔗

คำถามแรกมี ๒ ประเด็นนะครับ ส่วนใหญ่ก็น่าจะเป็นประเด็นเรื่องเกี่ยวกับ การเข้าถึงเอทีเค (ATK) ในส่วนของผู้ประกอบการเอง แล้วก็การเข้าถึงเอทีเค (ATK) ในส่วนของพี่น้องประชาชนทั่วไป แต่ก่อนที่ผมจะเข้าถึงการตอบให้ตรงประเด็นที่ท่าน เพื่อนสมาชิกธนภรได้ตั้งคำถาม ผมขอกราบเรียนกับสภาแห่งนี้ว่ารัฐบาลไม่ได้บริหารล้มเหลว แต่ประการใดนะครับ เราติดตามสถานการณ์แล้วก็ปรับการควบคุมโรค พร้อมกับการ ฉีดวัคซีน แล้วก็เพื่อดำเนินการแต่ละพื้นที่ที่มีความแตกต่างกันไปนะครับ ยกตัวอย่างเช่น จังหวัดพระนครศรีอยุธยาอยู่ในพื้นที่จังหวัดสีแดงเข้ม ๑ ใน ๒๙ จังหวัด ซึ่งรัฐบาล ให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ก่อนที่จะไปถึงตรงนั้น ผมขอเรียนถึงความสำคัญของจังหวัด พระนครศรีอยุธยา ตามที่ท่านธนภรได้พูดถึงว่าเราเห็นตรงกันนะครับว่ารัฐบาลเข้าใจดีว่า จังหวัดพระนครศรีอยุธยานั้นมีความสำคัญทั้งเรื่องเป็นจังหวัดที่มีศักยภาพนะครับเป็น จังหวัดที่มีการลงทุนทางภาคอุตสาหกรรมสูงมาก ยังเป็นจังหวัดที่เป็นพื้นที่แห่งการท่องเที่ยว เป็นแหล่งมรดกโลกที่เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวต่างประเทศที่ เดินทางเข้ามาถึง ที่สำคัญก็เป็นพื้นที่เกษตรกรของพี่น้องเกษตรกรชาวนาที่เราทราบกันดีว่า เป็นกระดูกสันหลังของชาติ เพราะฉะนั้นในส่วนนี้รัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจ ประกอบกับ ในสถานการณ์โควิด (COVID) เราพบว่าจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็นพื้นที่ระบาด ของภาคอุตสาหกรรม ทั้งผู้ปฏิบัติการในโรงงานเอง ผู้ประกอบการเอง มีตัวเลขผู้ติดเชื้อ จำนวนสูงมากนะครับ ผมอยากจะขอให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายโสตทัศนศึกษาได้ขึ้นชาร์ต (Chart) สไลด์ (Slide) อันแรกนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

ผมเรียนว่า อันนี้เป็นข้อมูลที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผมสรุปง่ายๆ อย่างนี้นะครับ ในโซน (Zone) สีแดงเป็นโรงงานขนาดใหญ่มีโรงงานอยู่ประมาณ ๑๙๙ โรงงาน มีผู้ติดเชื้ออยู่ทั้งหมด ๑๒๖ โรงงาน คิดเป็นสัดส่วนประมาณเกือบ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ สีเหลืองเป็นโรงงานขนาดกลาง มีผู้ประกอบกิจการประมาณ ๔๔๓ โรงงาน มีผู้ติดเชื้อประมาณ ๑๓๔ คน คิดเป็น ๓๒ เปอร์เซ็นต์ สีเขียวเป็นประเภทกิจการขนาดเล็ก มีทั้งหมด ๑,๔๐๐ กว่ากิจการ ติดเชื้อ ประมาณ ๑๕๕ กิจการ คิดเป็น ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของสัดส่วนสถานประกอบการทั้งหมด ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ทีนี้ดูสถานการณ์ตั้งแต่เราดำเนินการจนถึงขณะนี้นะครับ เนื่องจากสิ่งที่ท่านธนภรได้อภิปรายเมื่อสักครู่ แล้วก็ตรงกับที่รัฐบาลเห็นว่าจังหวัด พระนครศรีอยุธยาเป็นจังหวัดที่มีสถานการณ์การติดเชื้อมีจำนวนผู้ติดเชื้อสูงคล้าย ๆ กับ ทั้งจังหวัดนครปฐม จังหวัดปทุมธานี จังหวัดสมุทรปราการ แล้วก็จังหวัดสมุทรสาคร เราได้ให้ความสำคัญโดยการส่งผู้บริหารระดับสูงของกรมควบคุมโรค รองอธิบดี ท่านปรีชา คุณหรรษา ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงลงไปประสานกับทางจังหวัดนะครับ เราดำเนินการ ตามมาตรการตั้งแต่เดือนสิงหาคม คุณธนภรและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจะเห็นกราฟที่ขึ้น ไปสูงสุดในช่วงกลางเดือนนะครับ แต่จนถึงขณะนี้จะเห็นความชัดเจนว่าตัวกราฟนั้น เรื่องผู้ติดเชื้อได้มีแนวโน้มที่ลดลงในช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นในมาตรการ ต่าง ๆ ก็ถือว่าเราเดินหน้ามาด้วยความสำเร็จ ผมเรียนว่านอกจากความสำคัญที่เราให้กับ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาโดยส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงลงไปร่วมมือกับจังหวัด ต้องขอชื่นชม จังหวัดนะครับ โดยท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านภานุ แย้มศรี ท่านร่วมมือ แล้วก็เป็นหัวโต๊ะ ในการจัดการในการควบคุมโรคเรียกว่า อยุธยาโมเดล (Ayutthaya Model) เพื่อที่จะ ดำเนินการการควบคุมโรค ให้ความสำคัญในแต่ละขนาดของสถานประกอบการ ท่านทำ โครงการที่จะให้โรงงานขนาดใหญ่เข้าสู่โครงการร่วมกันควบคุมโรค โดยการใช้การควบคุม ในระบบบับเบิล แอนด์ ซีล (Bubble and Seal) ซึ่งเป็นหลักของกรมควบคุมโรค กระทรวง สาธารณสุขและรัฐบาลในสถานประกอบการขนาดใหญ่ บับเบิล แอนด์ ซีล (Bubble and Seal) หลักการสำคัญก็คือการควบคุมเมื่อมีการติดเชื้อ ถ้าเราตรวจในโรงงานขนาดใหญ่ พบผู้ติดเชื้อเกิน ๑๐ เปอร์เซ็นต์ เราก็จะดำเนินการทำบับเบิล แอนด์ ซีล (Bubble and Seal) เราจะให้โรงงานที่มีศักยภาพซีล (Seal) พนักงานทั้งหมดที่อยู่ในโรงงานและแบ่งเป็นสีเขียว สีเหลือง สีแดง ใครเป็นผู้ป่วยที่มีอาการก็แยกออกมา และหลังจากนั้นเราควบคุมและทำงาน ไปด้วยไม่ให้ปิดกิจการ ภายใน ๒๘ วันหลังจากนั้นเราจะมีการตรวจแอนติเจน (Antigen) ก็คือภูมิต้านทาน ถ้าใครมีภูมิต้านทานแล้วก็ ไม่เป็นอะไร แต่ถ้าใครยังไม่มีภูมิต้านทานก็ต้อง ฉีดวัคซีน สถานการณ์วัคซีนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในขณะนี้ได้ฉีดไปแล้วประมาณ ๖๑๐,๐๐๐ กว่าโดส รวมทั้งเข็ม ๑ เข็ม ๒ เข็ม ๓ ก็ถือว่าสัดส่วนการฉีดวัคซีนในจังหวัด พระนครศรีอยุธยานั้น ๗๐ เปอร์เซ็นต์โดยภาพรวม อันนี้คิดตามสัดส่วนประชากรประมาณ ๗๐๐,๐๐๐ คน แต่ถ้าคิดประชากรแฝง ๙๐๐,๐๐๐ คน ก็อาจจะมีอัตราส่วนที่ลดหลั่นลงมา🔗

เข้ามาสู่ประเด็นคำถามของเพื่อนสมาชิกท่านธนภรว่ามีความกังวลว่า การเข้าถึงเอทีเค (ATK) จะเป็นการสร้างภาระให้กับผู้ประกอบการหรือไม่ เราประชุมร่วมกัน กับสภาอุตสาหกรรมและโรงงานทุกขนาดที่เป็นตัวแทน เขามีความเต็มใจ เนื่องจากเขา เห็นว่ามาตรการการควบคุมโรคจะมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด เพราะฉะนั้นการทำโครงการ หลักการบับเบิล แอนด์ ซีล (Bubble and Seal) มีความจำเป็นที่ต้องมีการตรวจรอบแรก ซึ่งไม่ต้องตรวจทั้งหมด อาจจะเป็นการตรวจเอทีเค (ATK) ก็ได้นะครับ การตรวจเอทีเค (ATK) ผู้ประกอบการขนาดใหญ่มีความเต็มใจที่จะออกค่าใช้จ่ายเอง แต่เราก็ไม่ได้หยุดแค่นั้น เพราะเราคิดว่าโรงงานขนาดกลาง ขนาดเล็ก ซึ่งมีกำลังน้อยกว่าเราจะสามารถหาเอทีเค (ATK) ให้เขาได้เข้าถึงได้มากน้อยอย่างไร ก็ต้องเรียนเพื่อนสมาชิกว่าขณะนี้การเข้าถึงเอทีเค (ATK) ของในตลาดทั่วไป เดิมก่อนหน้านี้ อาจจะมีราคาสูง แต่ว่าขณะนี้หลังจากที่องค์การเภสัชกรรมได้มีการจัดซื้อหรือประมูล ประกวดราคาได้ราคาเอทีเค (ATK) ชื่อยี่ห้อว่าเลอปู๋ (LEPU) ในราคาประมาณ ๗๐ บาท จึงทำให้ตลาดของเอทีเค (ATK) มีแนวโน้มที่จะมีราคาลดลง แล้วก็การเข้าถึงก็สามารถเข้าถึง ได้โดยง่าย การจัดซื้อขององค์การเภสัชกรรม ๘.๕ ล้านนี้ก็จะนำไปสู่ในต่างจังหวัดก็คือ นำไปให้ รพ.สต. นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดได้มีการจัดสรรไปตามจุดเสี่ยงต่าง ๆ ไม่ว่า จะเป็นตลาด กลุ่มเปราะบาง คนสูงอายุ หรือว่าพื้นที่เสี่ยงที่เขาจะได้เข้าถึงเพื่อมีการตรวจ เพื่อจะแยกคนที่ติดเชื้อออกมาจากระบบ🔗

ส่วนการที่ท่านพูดถึงการตรวจอาร์ทีพีซีอาร์ (RT-PCR) นั้น ก่อนหน้านี้เรา มีการตรวจอาร์ทีพีซีอาร์ (RT-PCR) เป็นการเชิงรุกในแต่ละคลัสเตอร์ (Cluster) ค่าใช้จ่าย ทั้งหมดการตรวจพีซีอาร์ (PCR) นั้น รัฐเป็นผู้ออกทั้งสิ้น รัฐบาลเป็นผู้ออกโดยที่หน่วยบริการ ไปตรวจและเขาสามารถไปเบิกกับ สปสช. ได้ การตรวจอาร์ทีพีซีอาร์ (RT-PCR) ในขณะนี้ ตรวจเพื่อยืนยันเพื่อจะเข้าสู่การรักษา ถ้าสมมุติตรวจเอทีเค (ATK) เป็นผู้มีติดเชื้อบวก ถ้าท่านต้องการที่จะเข้าสู่การรักษาในโรงพยาบาลก็สามารถเดินทางเข้าไปที่โรงพยาบาล เพื่อตรวจอาร์ทีพีซีอาร์ (RT-PCR) เพื่อยืนยัน เพราะว่าเราทราบดีว่าการตรวจเอทีเค (ATK) นั้น ยังมีผลลบลวง หรือบวกลวงประมาณ ๓-๕ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นถ้าเกิดจะเข้าสู่การรักษา จะต้องมีการตรวจยืนยันเพื่อเป็นการเบิกจ่ายกับ สปสช. การตรวจเอทีเค (ATK) ในสถานประกอบการนั้น ผู้ประกอบการส่วนใหญ่รับว่าจะเป็นผู้รับภาระไป แต่ขณะนี้รัฐบาล ก็มีนโยบายผ่านมติ ครม. เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา การซื้อชุดตรวจเอทีเค (ATK) ของ ผู้ประกอบการนั้นจะได้ลดหย่อนภาษีได้ ๑.๕ เท่า อันนี้เป็นการลดภาระให้กับผู้ประกอบการ ส่วนผู้ประกอบการรายกลางและเล็ก ผมคิดว่าในอนาคตรัฐบาลก็ต้องมีการจัดซื้อเอทีเค (ATK) ซึ่งตรงกันกับคำถามที่ ๒ นะครับ ท่านพูดถึงสถานประกอบการหรือผู้มีรายได้น้อย ที่จะเข้าไปสู่กิจการต่าง ๆ ผมคิดว่าขณะนี้การเข้าถึงเอทีเค (ATK) หลายยี่ห้อมีราคาลดลงมา ไม่ถึง ๑๐๐ บาท แล้วก็ต่อไปจะมีการแจกเอทีเค (ATK) ไปยังร้านขายยาทั่วประเทศ ไปที่ รพ.สต. ใครมีความเสี่ยงอาจจะต้องประเมินความเสี่ยงกับแอปพลิเคชัน (Application) เป๋าตัง หรือท่านไปประเมินความเสี่ยงกับเจ้าหน้าที่ รพ.สต. เช่น ถ้าสมมุติเป็นประชาชน ธรรมดาจะเป็นผู้มีความเสี่ยง หรือจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเองผมเรียนว่าพื้นที่ทั้งจังหวัด เป็นพื้นที่ระบาด เพราะฉะนั้นในแต่ละคลัสเตอร์ (Cluster) โรงงานก็เป็นพื้นที่ระบาด เพราะฉะนั้นพนักงานที่ทำงานอยู่ในโรงงานก็สามารถไปประเมินความเสี่ยงแล้วรับเอทีเค (ATK) ได้กับ รพ.สต. ในอนาคตที่จะถูกส่งไปยังต่างจังหวัด ซึ่งวันนี้ได้มีการกระจายให้ไปแล้ว ใน กทม. ประมาณ ๒ ล้านกว่า แล้วจะกระจายไปที่ต่างจังหวัดในวันสองวันนี้นะครับ และ จากนี้ผมก็เสนอ ครม. ว่าน่าจะมีการซื้อเอทีเค (ATK) เพราะว่าเป็นการใช้แล้วหมดไปให้เพิ่ม มากขึ้นในการให้ประชาชนได้เข้าถึงด้วยความจำเป็นที่จะเข้าตามหลักเกณฑ์ของกรมอนามัย ของกระทรวงสาธารณสุขที่จะเข้าไปร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ เช่น อาจจะมีการจัดแข่งกีฬาหรือ อาจจะมีการจัดคอนเสิร์ตในอนาคตถ้าเราเปิดพื้นที่แล้ว แต่ย้ำเป็นหลักการว่าการตรวจ เอทีเค (ATK) ไม่ใช่ว่าคิดอยากสนุกแล้วตรวจอย่างเดียว เพียงแต่ว่าถ้าท่านคิดว่าท่านมี ความเสี่ยงแล้วท่านต้องการรู้ผลหรือว่าคนในครอบครัวท่านมีความเสี่ยง ท่านจึงมีความ จำเป็นที่จะใช้เอทีเค (ATK) เพื่อตรวจ เพื่อคัดแยกตัวเองออกมาจากชุมชน อันนี้เป็นหลักการ ทั่วไป แต่ว่าอย่างไรก็ตามแนวในการที่จะมีผู้ติดเชื้อชุกในแต่ละพื้นที่ก็จะถูกทำให้เอทีเค (ATK) มีราคาถูกลง แล้วก็จะถูกส่งไปให้ประชาชนผู้มีรายได้น้อยต่อไปในอนาคตครับ ก็ขอตอบคำถามแรกแค่นี้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านธนภรถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗

นางสาวธนภร โสมทองแดง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานคะ ดิฉัน ถามไปแล้ว ๒ คำถามค่ะ ให้ดิฉันถามใหม่ไหมคะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ได้ครับ เชิญครับ🔗

นางสาวธนภร โสมทองแดง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ คำถามที่ ๒ ที่ฉันจะถามท่านรัฐมนตรีว่าแล้วคนที่รายได้น้อยหาเช้ากินค่ำ ผู้ประกอบการ อาชีพอิสระที่อยู่ชายขอบของระบบทุนนิยม ลำพังใช้เวลาหาเงินเพื่อเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ก็ยากลำบากแสนลำเค็ญนะคะ ดิฉันขอยกตัวอย่าง ๒ อาชีพ เช่น อาชีพร้านทำผม ตัด สระ ไดร์ เฉลี่ยหัวละ ๑๕๐ บาท และอาชีพนวดแผนโบราณ ชั่วโมงละ ๒๕๐ บาท เท่ากับราคาชุด ตรวจเลยค่ะ ของสแตนดาร์ดคิว (Standard Q) นะคะ ชาวบ้านจะเอาเงินที่ไหนไปซื้อ ชุดตรวจเอทีเค (ATK) กรณีอย่างนี้ท่านต้องรับผิดชอบตอบให้ชัดจะรับผิดชอบ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอย่างไรค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุข กราบเรียนท่านธนภรนะครับ ถ้าท่านถามซ้ำ ผมก็จะตอบในประเด็นที่เป็นมุมที่ ซ้ำกับที่ท่านถามเมื่อสักครู่ แต่ว่าก่อนอื่นผมเรียนว่าผมเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ผมเข้าใจดีถึงความเดือดร้อนของประชาชน ปัญหาการเข้าถึงเอทีเค (ATK) ในแต่ละกิจการ เมื่อสักครู่ผมตอบว่า ในอนาคตหรือขณะนี้ ถ้าเอทีเค (ATK) ได้ลงไปสู่พื้นที่ สมมุติ ท่านต้องการ จำเป็นต้องใช้ เช่นท่านมีความเสี่ยงหรือถ้าจำเป็นต้องใช้ ท่านไปติดต่อที่ รพ.สต. หรือโรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลจังหวัดนะครับ ท่านสามารถที่จะไปขอเอทีเค (ATK) ได้ และในอนาคตมีความมั่นใจว่าเอทีเค (ATK) จะได้ถูก รัฐบาลจัดสรรให้ ให้มีการ เข้าถึงได้มากขึ้น ๒. ถ้าคนมีกำลังซื้อผมว่าขณะนี้เอทีเค (ATK) มีราคาที่ลดลงจากเดิมที่ ซื้อขายกันประมาณ ๔๐๐ บาท ก็ลดลงมาเรื่อย ๆ นะครับ เพราะว่ามันมีเอทีเค (ATK) ที่ได้รับอนุญาตจาก อย. ทั้ง ๒ ประเภท ไม่ว่าจะเป็นทั้งโพรเฟสชันนัล ยูส (Professional Use) แล้วก็โฮมยูส (Home Use) ซึ่งทั้ง ๒ ประเภทนี้ขณะนี้มีราคาลดลง บางประเภท ได้รับอนุญาตนำเข้าจาก อย. ประมาณ ๓๐-๔๐ ยี่ห้อ เพราะฉะนั้นในตลาดมีการแข่งขัน นะครับ เมื่อมีการแข่งขัน คุณภาพต่างกันบ้างไม่ถึงกับมาก เพราะฉะนั้นผมคิดว่าตัวราคา จะค่อย ๆ ลดลงทำให้คนที่มีกำลังซื้อพอที่จะเข้าถึงได้ ซึ่งความเป็นจริงแล้วขณะนี้ ผู้ที่มีกำลังซื้อก็สามารถไปซื้อมาใช้ได้ แต่ผมย้ำหลักการว่าในแต่ละพื้นที่มันมีความ แตกต่างกันนะครับ สีแดงเข้ม สีแดง สีเหลือง สีเขียวหมายความว่าหลักเกณฑ์ของ แต่ละจังหวัดก็มีความแตกต่างกัน เพราะฉะนั้นในกรุงเทพฯขณะนี้ยังจะต้องปฏิบัติ ตามมาตรการที่จะเข้าไปในร้านอาหาร ไปร้านเสริมสวยก็ตามนะครับ แต่ว่าในจังหวัดที่มีสี แตกต่างกันออกไปนั้นมาตรการก็อาจจะไม่ต้องใช้เอทีเค (ATK) ซึ่งการแก้ไขปัญหาทั้งหมด ก็จะถูกจัดการตามพื้นที่ที่มีความแตกต่างกัน และผมเรียนย้ำนะครับ ว่าย้ำถึงความสำคัญ ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาว่าในฐานะที่เป็นจังหวัดที่เป็นมรดกโลก เป็นแหล่งท่องเที่ยว ที่สำคัญ เรากำลังค่อย ๆ ทยอยที่จะเปิดพื้นที่ ผมกำลังคิดว่าถ้าจังหวัดมีความพร้อม จังหวัด ท่านธนภรพร้อมที่จะร่วมมือกับผู้ว่าราชการจังหวัดในคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อ แล้วก็ ทำประชาพิจารณ์ในจังหวัดว่าพร้อมที่จะเปิด เหมือนที่เราทำเปิดที่จังหวัดภูเก็ต เราต้องไป ทำประชาพิจารณ์ว่าให้ประชาชนได้ยอมรับร่วมกันว่าเราจะเปิดให้จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวจากคนที่มากรุงเทพฯ ซึ่งจะเปิดพื้นที่วันที่ ๑๕ ตุลาคมนี้ คนที่มากรุงเทพฯ ถ้าจังหวัดพระนครศรีอยุธยาทำแผนมาและได้รับการอนุมัติ คนที่มาเที่ยวกรุงเทพฯ ก็ เดินทางไปที่ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร หรือพื้นที่อื่น ๆ อันนี้ก็จะเกิดประโยชน์ แต่ว่าอันนี้ก็ขึ้นอยู่กับในพื้นที่ว่าจะมีข้อมูลการฉีดวัคซีนเท่าไรนะครับ มีพื้นที่ไหนที่จะ ประกาศบางพื้นที่ อันนี้ก็ขอให้ท่านธนภรได้มีความร่วมมือกับทางจังหวัดเพื่อจะเดินหน้าไปสู่ การเปิดพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาจะให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวให้ได้โดยเร็วที่สุดด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นางสาวธนภร โสมทองแดง แบบบัญชีรายชื่อ

ค่ะ ขอบคุณค่ะ ท่านรัฐมนตรีคะ ดิฉันสรุปเข้าใจใน ๒ ประเด็นหลัก ๆ อันนี้ไม่ได้ถามนะคะ ทบทวนเพื่อให้ พี่น้องประชาชนได้เข้าใจตรงกัน ที่ท่านรัฐมนตรีกรุณาชี้แจงว่าค่าตรวจพีซีอาร์ (PCR) สามารถเบิกได้ ถ้าเบิกได้ที่ไหนเดี๋ยวท่านประชาสัมพันธ์ด้วยนะคะ แล้วก็ท่านตอบดิฉันนี่ มันยังไม่ตรงคำถาม แต่เข้าใจได้ว่าท่านมาตอบแทนนะคะ🔗

สำหรับคำถามที่ ๓ นั้นนะคะ ท่านรัฐมนตรีเหมือนรู้การบ้าน ตอบล่วงหน้า ไปแล้ว แต่ไม่เป็นอะไรค่ะ ดิฉันขอถามเพราะเตรียมมานะคะ ท่านรัฐมนตรีเข้าใจบริบทของ จังหวัดพระนครศรีอยุธยาดีว่าเป็นจังหวัดที่เป็นพื้นที่มรดกโลก เป็นจังหวัดสถานที่ท่องเที่ยว นะคะ คำถามนะคะ ทำไมจังหวัดพระนครศรีอยุธยาถึงไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่ให้ต่างชาติเที่ยว เหมือนจังหวัดภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) แบบหัวหิน ชะอำ จังหวัดเชียงใหม่ พัทยา แม้แต่กรุงเทพฯ ทั้ง ๆ ที่ฟอร์เบด แอดเวนเจอร์ (Forbade Adventure ) เลือก จังหวัดพระนครศรีอยุธยาเป็น ๑ ใน ๕๐ สุดยอดจุดหมายปลายทางของโลก หรือ ๑ ใน ๘ ของเอเชีย ในการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงใกล้สิ้นสุดโควิด-๑๙ (COVID-19) แต่การฉีด วัคซีนของพี่น้องชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่ท่านรัฐมนตรีได้กรุณาชี้แจงเมื่อสักครู่นี้ว่า ประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์นะคะ ดิฉันกังวลใจว่าคงจะอีกนานกว่าจะครบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ โอกาสที่จะเปิดรับนักท่องเที่ยวเพื่อนำรายได้จากการท่องเที่ยวมาฟื้นฟูเศรษฐกิจ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ดิฉันขอถามคำถามนะคะว่าทางรัฐบาลมีความจริงใจให้ ความสำคัญกับจังหวัดพระนครศรีอยุธยาในฐานะที่เป็นเมืองมรดกโลก เป็นเมืองที่ ทำรายได้สูงติดอันดับ ๑ ใน ๖ ของประเทศ ถามตรง ๆ แบบธนภรนะคะ ไม่ใช่จอมขวัญ นะคะ ถามตรง ๆ ให้ชัดว่าชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาจะได้รับวัคซีน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เมื่อไรคะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สาธิตนะครับ ก็ขอตอบตรง ๆ นะครับว่า ความจริง ตัวเลขการฉีดวัคซีนของจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ถ้าเทียบกับจังหวัดที่มีปัญหาใกล้เคียงกัน จังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้รับวัคซีนได้จำนวนสูงกว่า ถ้าเทียบกับสัดส่วนประชากร เนื่องจากว่ามีเหตุผลว่าที่ผมอภิปรายไปตั้งแต่ต้นว่าศักยภาพของจังหวัดเอง รวมทั้ง ตัวคลัสเตอร์ (Cluster) ที่เกิดขึ้นในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อจำนวนมาก เพราะฉะนั้นรัฐบาลก็เลยจัดสรรวัคซีนไปที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ถ้าเทียบสัดส่วน ตามจำนวนประชากรแล้วได้มากกว่าจังหวัดอื่น ๆ อาจจะแพ้จังหวัดสมุทรปราการนิดหนึ่ง เพราะว่าโดยสถานการณ์จังหวัดสมุทรปราการก็มีการระบาดเยอะพอสมควร แต่อย่างไรก็ดี เรื่องของพื้นที่ท่องเที่ยว ผมเรียนกับท่านเมื่อสักครู่ว่า ถ้าจังหวัดพระนครศรีอยุธยาพร้อม ผมคิดว่าทางคณะกรรมการควบคุมโรคติดต่อประจำจังหวัด รวมทั้งทีมจังหวัดพี่น้อง ประชาชนได้นำเสนอแผนเหมือนผมที่ผมขออนุญาตไปดูแผนที่จังหวัดเลย ที่อำเภอเชียงคาน เขาก็มีแผนที่นำเสนอเข้ามาในที่ประชุมของสาธารณสุข และนำเสนอไปยัง ศบค. เขาจะขอ เปิดพื้นที่เพื่อเป็นพื้นที่ท่องเที่ยว เป็นพื้นที่ที่จุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวที่จะเดินทาง มาจากต่างประเทศ เพราะฉะนั้นจังหวัดพระนครศรีอยุธยาก็ไม่แพ้กันครับ และอาจจะดีกว่า ก็ขอให้ทางท่านธนภรได้นำเสนอทางจังหวัด เราก็พร้อมที่จะรับพิจารณา เพราะว่า การเดินทางจากกรุงเทพฯ ที่จะไปจังหวัดพระนครศรีอยุธยาก็ไม่ไกล แล้วก็เป็นพื้นที่ที่ นักเดินทางรู้จักดีอยู่แล้ว แต่ทั้งหมดนี้ขึ้นอยู่กับ ๒-๓ ปัจจัย คือ ๑. ตัวเลขผู้ติดเชื้อมันลดลง มากหรือยัง ๒. ฉีดวัคซีนไปได้มากน้อยแค่ไหน แล้วก็ประชาชนในพื้นที่ยินยอม ส่วนการ ฉีดวัคซีนให้ได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นั้น เราคงจะเดินหน้าไปด้วยกันทั้งหมด แล้วก็ถูกจัดลำดับ ความสำคัญว่าในพื้นที่ระบาดสูงจะได้จัดสรรวัคซีนมาก และพื้นที่นโยบายพิเศษของรัฐบาล เช่น พื้นที่จังหวัดภูเก็ตกับเลยมาฝั่งอันดามัน จังหวัดพังงา จังหวัดกระบี่ อันนี้ก็ได้รับวัคซีน เกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว เพราะฉะนั้นก็เป็นไปตามนโยบายหลักที่รัฐบาลได้ให้ไว้ ก็เรียน ท่านธนภรเพื่อนำไปบอกต่อกับพี่น้องชาวพระนครศรีอยุธยาด้วย จะได้เป็นข้อมูลครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นางสาวธนภร โสมทองแดง แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณค่ะ ท่านรัฐมนตรีคะ ก็ขออนุญาตท่านประธานอีกนิดหนึ่งนะคะ ขอเรียนท่านรัฐมนตรีว่าที่ท่าน ถามดิฉันว่าดิฉันพร้อมที่จะร่วมมือกับผู้ว่าราชการจังหวัด หรือหน่วยหน่วยงานราชการ หรือไม่ ดิฉันเรียนตรง ๆ เลยนะคะ เรียนย้ำเลยค่ะว่าที่ผ่านมาในช่วงการแพร่ระบาด โควิด-๑๙ (COVID-19) ดิฉันได้ประสานงานกับทุกภาคส่วนนะคะ ตั้งแต่ระดับจังหวัด ฝ่ายปกครอง ฝ่ายบริหาร ไปถึงท้องถิ่น รวมทั้งสาธารณสุขจังหวัดด้วย ซึ่งเรามีการ ประสานกัน รวมทั้ง ส.ส. เขตทั้ง ๔ เขต แต่มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่ง ไหน ๆ ท่านก็ให้โอกาสดิฉัน ได้พูดแล้ว มีผู้ใหญ่ท่านหนึ่งท่านไม่มีตำแหน่งใด ๆ ทางการเมืองเลย ณ ปัจจุบันนี้นะคะ ท่านคืออดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านวิทยา บุรณศิริ ท่านช่วยเหลือพี่น้อง ชาวบ้านอย่างเต็มกำลัง ดิฉันเป็น ส.ส. พรรคร่วมฝ่ายค้านตัวเล็ก ๆ ตัวหนึ่ง มีเรื่องเดือดร้อน ชาวบ้านในพื้นที่เดือดร้อน ดิฉันโทรไปหาท่าน ท่านไม่เคยปฏิเสธเลยค่ะ ท่านช่วยเหลือ นอกเขตพื้นที่ด้วยซ้ำนะคะ หลายคนตั้งฉายาท่านว่า แอบอ๊อดค่ะ คิดอะไรไม่ออกบอก อ๊อดวิทยานะคะ ได้ทุกเรื่องขอบพระคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เป็นการ จบกระทู้ถามสดนะครับ🔗

๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗

๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๓๕๘ เรื่อง การแก้ไขปัญหาการจัดตั้งวิทยาลัย อาชีวศึกษาระดับอำเภอ (อำเภอกุสุมาลย์ และอำเภอโพนนาแก้ว) จังหวัดสกลนคร (นายนิยม เวชกามา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมอบหมายให้ คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้ตอบ🔗

เชิญ เจ้าของกระทู้ ท่านนิยมครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตถามผ่านท่านประธานสภาไปยังรัฐมนตรี ทราบว่าวันนี้คุณหญิงดอกเตอร์กัลยา โสภณพนิช ได้มาตอบกระทู้ เนื่องจากผมเห็นว่ากระทู้ผมเข้าตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วแต่เห็นว่า เลื่อนมา จึงกราบเรียนท่านประธานว่า วันนี้เป็นโอกาสซึ่งผมต้องถามท่าน ผมไม่ทราบว่า คุณหญิงกัลยามาไหมครับ หรือว่ามีใครมาแทนครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มาแล้วครับ เชิญต่อครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

ท่านประธานครับ คืออย่างนี้ครับ ความจริงเรื่องนี้ผมเพียงทวงความหลังนะครับท่านประธาน หมายความว่าเรื่องการจัดตั้ง วิทยาลัยเทคนิคประจำอำเภอเคยมีคำตอบ เคยมีที่จะอนุมัติให้ตั้งได้ในเขตอำเภอโพนนาแก้ว ไปแล้วตั้งแต่สมัยก่อนยึดอำนาจ ก่อนรัฐประหาร อันนี้ท่านอาจจะไม่รู้นะ เพราะฉะนั้น ผมจึงกราบเรียนว่าเนื่องจากการขยายการศึกษาระดับสำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา ซึ่งผมทราบว่ามีนโยบายที่ต้องการให้มีการขับเคลื่อนนโยบายและการผลิตพัฒนากำลังคน สู่สากล พ.ศ. ๒๕๕๕ ถึง พ.ศ. ๒๕๖๙ ก็เป็นนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเคยมีมา แล้วแต่ผมยังไม่ทราบว่ายกเลิกไปหรือยัง ทั้งนี้เพื่อขยายปริมาณการศึกษา เพิ่มคุณภาพ ผู้เรียนสายอาชีพในการเรียนอาชีวศึกษา การฝึกอบรมอาชีพให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ ทุกสาขา อาชีพการขยายกลุ่มเป้าหมาย การจัดตั้งสถานศึกษาอาชีวศึกษาในระดับอำเภอเพื่อการจัด หลักสูตรอาชีวะท้องถิ่น และสนับสนุนการศึกษาให้แก่ผู้ด้อยโอกาส ผู้ด้อยโอกาสมุ่งผลิต และพัฒนากำลังคนในสาขาที่เป็นความต้องการของตลาดแรงงาน สาขาที่เป็นนโยบาย ของรัฐบาลและการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศโดยการจัดอาชีวศึกษา เฉพาะทาง อาทิ ปิโตรเลียม การสร้างเกษตรรุ่นใหม่ ครัวไทยสู่ครัวโลก พลังงานทดแทน โลจิสติกส์ (Logistics) ตลอดถึง ยานยนต์ อัญมณี ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ ท่องเที่ยว โรงแรม เป็นต้น อีกทั้งเป็นการขยาย กลุ่มเป้าหมายอาชีวะในโรงเรียนศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวะเพื่อคนพิการ อาชีวะแรงงาน อาชีวะผู้สูงวัย อาชีวะเพื่อสตรี อบรมระยะสั้น ตลาดนัดอาชีพ ศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน เทียบโอนความรู้และประสบการณ์เพื่อต่อยอดและพัฒนาทักษะ จัดอาชีวะทางเลือก อาชีวะทายาท วิทยาลัยอาชีวศึกษา วิทยาศาสตร์ อาชีวะอินเตอร์ อาชีวะเทียบโอน ประสบการณ์เพื่อเพิ่มช่องทางเรียนอาชีวศึกษา ซึ่งเป็นการยกระดับคุณภาพจัดการ อาชีวศึกษาในการเข้าถึงการศึกษาในมิติการเรียนรู้ในวิถีนิวนอร์มอล (New normal) หรือ ความปกติใหม่ ท่านประธานครับ แต่จังหวัดสกลนครเองก็ขยายไม่สมบูรณ์เต็มที่ เพราะก็มี ปัญหาในหลายเรื่อง แล้วจังหวัดสกลนครนี้เป็นจังหวัดหนึ่งที่เป็นจังหวัดที่ต้องการขยาย ในด้านแรงงาน แล้วมีคนตกงานจำนวนมหาศาล ซึ่งท่านรัฐมนตรีอาจจะมียอดอยู่แล้ว ผมไม่พูดในประเด็นนั้น ในประเด็นที่ว่าเนื่องจากการเตรียมการที่จัดตั้งวิทยาลัยอาชีวศึกษา ซึ่งเรียกว่า วิทยาลัยเทคนิคในระดับอำเภอ ความพร้อมของจังหวัดสกลนครมีพร้อม โดยเฉพาะสถานที่ซึ่งมีอยู่ในกุสุมาลย์ก็ได้ หน้าที่ว่าการอำเภอโพนนาแก้ว มีพื้นที่ซึ่งเป็น เอกสารสิทธิ ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะที่จะยกให้โรงเรียนอาชีวศึกษาได้เลย มีอยู่แล้ว ๑๒๐ กว่าไร่ ๑๒๓ ไร่ อยู่บนถนน สน. ๒๐๑๓ นาแก้ว-ดงน้อย อยู่ตรงข้ามกับที่ว่าการอำเภอเลยครับ ผมเอารูปมาให้ท่านดูนี้อยู่ถนนเส้นใหญ่เลย อันนี้คือความพร้อม แล้วการเตรียมบุคคล เตรียมบุคลากร ผมได้ประสานกับทางวิทยาลัยเทคนิคซึ่งเป็นวิทยาลัยแม่ ท่านอาจารย์สถิต สำราญสุข ผอ. ได้เตรียมเอกสาร ท่านรองซึ่งดูแลงานโดยตรง คือท่านนิพล แก้วกาหลง รอง ผอ. วิทยาลัยเทคนิคได้เตรียมให้ผมหมด แต่ต่อมาของสถาบันอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการตอนนั้น เมื่อปี ๒๕๕๖ ได้มีการอนุมัติที่จะให้มีการก่อสร้างโรงเรียนแล้ว ท่านกลับไปดูในรายละเอียดของท่านก็ได้ ท่านคุณหญิงครับ แต่ว่าหลังจากนั้นมันยังไม่คลอด ยังไม่ตั้ง ปรากฏว่าถูกรัฐประหารในปี ๒๕๕๗ ซึ่งเรื่องนี้ผู้ตรวจของกระทรวงเองลงไปดู ในพื้นที่ที่จะตั้งคือหน้าที่ว่าการอำเภอที่ผมเอารูปให้ดูเมื่อสักครู่นี้ไปแล้ว ผู้ตรวจไปดูว่า เห็นชอบเห็นดีด้วยที่จะตั้งตรงนี้ แต่ว่าโอกาสของพี่น้องของ ๒-๓ อำเภอ ซึ่งตอนนี้มันไม่มี ท่านคุณหญิงครับ ท่านดอกเตอร์ ท่านรัฐมนตรีครับ คือกุสุมาลย์ก็ดี โพนนาแก้วก็ดี โคกศรีสุพรรณก็ดี รวมไปถึงอำเภอปลาปาก โซนตรงนี้ไม่มีวิทยาลัยเทคนิค ซึ่งเหมาะอย่างยิ่ง ส่วนจำนวนคนนักเรียนเขาทำปริมาณไว้แล้วว่าถ้าเปิดแล้วจะมีนักเรียนอะไรเท่าไร วิทยาลัยเทคนิคซึ่งเป็นแม่ในการจัดตั้งได้เตรียมการไว้หมดแล้ว ผมมีเป็นปึกเลยรายละเอียด คงไม่เอามาพูดตรงนี้ ผมจึงต้องถามเป็นคำถามที่ ๑ เลยว่าในการจัดการศึกษาเพื่อให้มัน ทัดเทียมกับในระบบและวันพรุ่งนี้ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติก็จะเข้าสภาแห่งนี้ เป็น พ.ร.บ. ถือว่าปฏิรูป ซึ่งเป็นโอกาสอันดีซึ่งจะเกี่ยวข้องกับวิทยาลัยเทคนิคว่ามันเป็นไปได้ขนาดไหน สถานที่พร้อม ถ้าท่านคุณหญิง ท่านรัฐมนตรีว่าการพร้อมที่จะเข้าไปดูไปอะไรนี้ ผมมีให้ ทุกอย่างที่จะตรวจสอบได้ ดังนั้นผมจึงกราบเรียนว่า ในเมื่อลักษณะความพร้อมแบบนี้ การศึกษาเป็นหัวใจสำคัญของพัฒนาคน โดยเฉพาะฝีมือเรื่องการเทคนิค เรื่องการผลิตคนระดับฝีมือแรงงานมีความจำเป็นอย่างยิ่งในประเทศไทยตอนนี้ นี่ไม่ใช่เฉพาะ จังหวัดสกลนคร เพียงแต่ว่าจังหวัดสกลนครต้องเทียวไปเรียนวิทยาลัยแม่ วิทยาลัยเทคนิค ใหญ่ในตัวเมือง ขึ้นโหนรถมาทุกวัน เราน่าจะปฏิบัติการให้ไปเกี่ยวข้องให้ดำเนินการได้เลย ผมจึงอยากกราบเรียนท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีช่วย ว่าการ คุณหญิงซึ่งมาตอบแทนท่านรัฐมนตรีวันนี้ว่า กระทรวงศึกษาธิการยังมีนโยบาย และงบประมาณที่จะขยาย งบประมาณนี้ผมอยากให้มีเลย เรื่องการส่งเสริมคนให้เป็นคน ฝีมือแรงงานนี้ โดยจัดตั้งวิทยาลัยเทคนิคหรือจะมีชื่อเป็นอย่างอื่นก็ไม่มีปัญหา อยู่ในพื้นที่ ไม่ว่าอำเภอกุสุมาลย์ก็ได้ อำเภอโพนนาแก้วก็ได้ ซึ่งมีพื้นที่รองรับอยู่แล้ว โดยเฉพาะ อำเภอโพนนาแก้วอยู่หน้าที่ว่าการอำเภอเลย ที่ตรงนี้เคยมีปัญหากันจะมีคนไปเอาพื้นที่แล้ว นายทุน ปรากฏว่าชาวบ้านไม่ยอม จึงมีการรังวัดออกโฉนดเรียบร้อยให้เป็นที่สาธารณะ นี่คือ ผมต้องการเห็นการพัฒนาของบุคคลนั้น ผมจึงถามว่าในจังหวัดสกลนครยังมีโอกาสไหมที่จะ มาตั้งวิทยาลัยเทคนิค เป็นคำถามที่ ๑ ว่าอำเภอโพนนาแก้วหรืออำเภอกุสุมาลย์ก็ได้ ทางรัฐบาลมีแนวคิดจะตั้งไหม เป็นคำถามที่ ๑ ขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายมาให้ตอบ เชิญครับ🔗

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ที่ได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการให้มา ตอบคำถาม คุณนิยม เวชกามา ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาตเวลาสักเล็กน้อยที่จะกล่าว ขอบคุณและชื่นชมคุณนิยม เวชกามา เป็นกรณีพิเศษ เพราะว่าดิฉันมาสภาไม่บ่อยนักก็จริง แต่ดิฉันเห็นว่าคุณนิยมเป็นผู้ที่สนใจเรื่องการศึกษา และศาสนาของประเทศมาก แล้วก็เป็นห่วงเยาวชน ยิ่งกว่านั้นคุณนิยมเป็นบุคคลหนึ่งที่เป็น ส.ส. ที่เป็นตัวอย่างที่อยู่ ในห้องประชุมเกือบจะตลอดเวลาที่ดิฉันมาร่วมประชุม แล้วก็การตั้งคำถามวันนี้ดิฉัน มีความรู้สึกว่ามันช้าไป เพราะว่าคุณตั้งคำถามนี้ตั้งแต่เดือนมีนาคม ดิฉันคิดว่าเป็นการ เสียโอกาสของกระทรวงศึกษาธิการด้วยซ้ำไป เราควรจะได้ตอบข้อข้องใจกันมาก่อนนี้ และเปิดโอกาสให้กระทรวงศึกษาธิการได้อธิบายอะไรต่าง ๆ ให้เข้าใจตรงกัน เพราะฉะนั้น ก็ขอขอบคุณและชื่นชมนะคะที่ถามคำถามนี้ อย่างนี้ค่ะ นโยบายของรัฐบาลไม่ได้ เปลี่ยนแปลงอย่างที่คุณพูด คำถามที่นำมาทั้งหมดนั้นถูกต้องที่สุดค่ะ ไม่มีอะไรผิดเพี้ยน แล้วก็เป็นเรื่องที่ดี ไม่ใช่เฉพาะจังหวัดสกลนคร ดิฉันเองก็เป็นคนอีสาน เพราะฉะนั้นดิฉัน เข้าใจทุกอย่าง แล้วก็ที่พูดมาทั้งหมดถูกต้องที่สุด เพียงแต่ว่าการตั้งวิทยาลัยที่อำเภอกุสุมาลย์ หรือว่าอำเภอโพนนาแก้วยังไม่เกิดขึ้นเท่านั้นเอง เนื่องจากอะไรก็คงเป็นที่ทราบกันอยู่ แต่นโยบายของรัฐบาลนี้จะส่งเสริมให้ความสำคัญกับอาชีวะเป็นลำดับต้น ๆ ที่จะให้อาชีวะ ผลิตบุคลากรที่คุณต้องการเพื่อจะเข้าสู่แรงงาน แล้วสามารถที่จะนำพาประเทศก้าวข้าม วิกฤติต่าง ๆ ได้ เพราะฉะนั้นแน่นอนที่สุดรัฐบาลให้ความสำคัญกับการศึกษาอาชีวะ เป็นลำดับต้น ๆ ก็ขอให้เข้าใจตรงกันตรงนี้ก่อน ทีนี้เมื่อตั้งไม่ได้เพราะอะไร ดิฉันคิดว่าน่าจะ เป็นโอกาสมากกว่าปัญหา เมื่อทราบแล้วว่าทางจังหวัดสกลนครมี ๑๑ อำเภอ แล้วก็ มีอาชีวศึกษาประมาณ ๒๔ แห่ง ของรัฐบาล ๔ แห่ง ของเอกชน ๒๐ แห่งอยู่ในอำเภอต่าง ๆ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ก็จะเห็นนะคะว่ามีอาชีวะเยอะแยะไปหมดเลยค่ะอยู่ใกล้กับอำเภอกุสุมาลย์ แล้วก็ใกล้ อำเภอโพนนาแก้ว เพราะฉะนั้นนักเรียนที่จบ ม. ๓ ก็สามารถที่จะเดินทางไปได้ อันนั้นเป็น โดยธรรมชาติก่อน แต่ว่าเมื่ออำเภอกุสุมาลย์และอำเภอโพนนาแก้วมีความประสงค์ที่จะตั้ง ของตัวเองก็ไม่ได้ขัดข้อง แล้วนอกจากนั้นคุณสมบัติที่จะตั้งอาชีวะอำเภอได้ เชื่อว่าคุณนิยม ทราบอยู่แล้วก็ได้เตรียมการไว้แล้ว มีที่ถึง ๑๒๐ กว่าไร่ แล้วก็จริง ๆ มันมีอีกคุณลักษณะหนึ่ง ก็คือว่าที่ตั้งอันใหม่นี้จะต้องห่างจากวิทยาลัยเดิมที่มีอยู่ไม่น้อยกว่า ๔๐ กิโลเมตร เพราะว่า ถ้าน้อยกว่า ๔๐ กิโลเมตร จริง ๆ แล้วก็สามารถเดินทางไปได้ แล้วก็จะมีเยอะแยะหมดเลย อาชีวะที่อยู่ในอำเภอเมืองที่อยู่ติดกับอำเภอกุสุมาลย์และอำเภอโพนนาแก้ว อันนั้น ไม่เป็นอะไร อันนี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ เพียงแต่ว่าเมื่อยังตั้งไม่ได้เรามาช่วยกันคิดไหมคะว่าเราจะ เริ่มด้วยศูนย์เรียนรู้อบรมวิชาชีพก่อนจะดีไหม ก็สามารถเริ่มได้ทันที และโดยเฉพาะ ผอ. ของเทคนิคสกลนครที่จะเป็นวิทยาลัยแม่มาช่วย เพราะฉะนั้นก็อยากจะเสนออย่างนี้ค่ะ เป็นทางเลือกที่จะสามารถทำได้เร็วว่าให้ตั้งเป็นศูนย์เรียนรู้อบรมวิชาชีพที่ประชาชนต้องการ เลยนะคะ และเมื่อพัฒนาไปถึงระดับหนึ่งก็จะสามารถยกระดับเป็นวิทยาลัย อันนี้น่าจะเป็น ทางออกดีไหมคะ ถ้าเราพูดถึงผู้ที่อาจจะไม่สามารถที่จะเดินทางไปเรียนวิทยาลัยต่าง ๆ ทางกระทรวงศึกษาธิการก็มีนโยบายถ้าขอมาว่าเด็กจะไปเรียนหนังสือที่นั่น ที่นี่ ก็อาจจะจัด รถตู้ให้หรือให้ค่าเดินทางได้ อันนี้ก็เป็นกรณี ๆ ไปค่ะ แล้วนอกจากนี้จังหวัดสกลนครนี้ โชคดีนะคะ ที่มีผู้ที่เป็นทุนเฉลิมราชกุมารีในวโรกาสที่เจริญพระชนมพรรษา ๕ รอบ ได้ตั้งทุน ไว้ให้กับจังหวัดสกลนคร ๑๓ ทุนด้วยกัน แล้วในรุ่นต่อไปนี้ก็จะได้ให้เพิ่มอีก ๖ ทุน เพราะฉะนั้นผู้ที่มีความประสงค์ที่ไม่สามารถจะมีค่าเดินทางหรือไปเรียนที่ไหนได้ก็สามารถ ที่จะรับทุนได้ อันนั้นก็เป็นส่วนหนึ่ง แล้วก็เมื่อเร็ว ๆ นี้ทางรัฐบาลก็ได้ลดค่าใช้จ่ายของพ่อแม่ ที่จะให้นักเรียนทุกคนประมาณ ๑๑ ล้านคนได้รับการชดเชยเรื่องลดภาระค่าเล่าเรียนอีก นักเรียนคนละนะคะ ไม่ใช่ครอบครัว คนละ ๒,๐๐๐ บาท ซึ่งเข้าใจว่าก็ได้จ่ายไปหมดแล้วค่ะ คำถามแรกก็น่าจะไม่มีปัญหาใช่ไหมคะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านนิยมถามได้อีกครั้งครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมฟังท่าน คุณหญิงดอกเตอร์กัลยา โสภณพนิช ต้องขอบคุณท่านนะที่ท่านมาตอบ เพราะคราวที่แล้ว ผมรออยู่ คืออย่างนี้ท่านประธาน ท่านคุณหญิงครับ โดยเนื้อหาที่ผมฟังท่านพูดเมื่อสักครู่นี้ว่า เอาที่มันทำได้เลย หมายความว่าตั้งศูนย์เสียก่อน ตรงตั้งศูนย์เสียก่อนผมยังไม่ทราบว่าวันนี้ พี่น้องบ้านผมกำลังรอความหวัง คุณหญิงครับ ท่านประธานครับ เพราะที่ท่านบอกว่า อย่างน้อยต้องห่าง ๔๐ กิโลเมตร ความจริงจากอำเภอกุสุมาลย์ก็ดีมาวิทยาลัยเทคนิคนี่ ล้นรถมาทุกวัน ๕๐-๖๐ กิโลเมตร ประมาณ ๕๐ กิโลเมตร อำเภอโพนนาแก้วมา ก็ ๕๐ กิโลเมตร โดยเฉพาะถ้าตั้งที่อำเภอโพนนาแก้วมันจะได้อำเภอกุสุมาลย์ ได้ อำเภอโคกศรีสุพรรณ ได้อำเภอปลาปากจากจังหวัดนครพนมด้วย อันนี้คือพื้นที่ที่จะรองรับ นักเรียนนักศึกษา ผมจึงกราบเรียนท่านประธานว่าผมฟังเข้าใจได้ คุณหญิงท่านคงจะคิดว่ามันไม่มีงบประมาณ ทีนี้ตรงบริเวณที่ผมนำเสนอที่จะตั้งวิทยาลัยเทคนิคนี้เป็นบริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอพอดีเลย เหมาะมากที่จะใช้ตรงนั้น ถ้าปล่อยไว้ผมเกรงว่ามันจะมีภาคเอกชนหรือคนอื่นเข้ามาบุกรุก และใช้สถานที่นี้ ผมเสียดายท่านคุณหญิงดอกเตอร์ครับ ผมเสียดายจริง ๆ เพราะบริเวณ เห็นตรงหน้ามันเป็นตรงหน้าที่ว่าการอำเภอ และฝั่งทางขวามือผมเป็นบริเวณสุดเลย ยาวสุด จนไปติดบ้านคนอีก ๒ ฝั่ง เป็น ๒ หมู่บ้าน เพราะตรงนี้เดิมทีเดียวที่ว่าการอำเภอ เป็นบริเวณ บ้านผมเรียกว่าโคก คือไม่มีบ้านคนเลย มาตั้งอำเภอ ใส่บริเวณในโคกนี้ เพราะฉะนั้นมันเลยมีที่ว่าง ผมจึงเสียดายว่าบนถนนก็เรียบร้อยแล้ววันนี้ ถ้าเราจะใส่เข้าไป ตั้งวิทยาลัยขึ้นมา ๑. จะรักษาพื้นที่ถนน ๑ พื้นที่ ที่ดินที่มันจะต้องสูญเสียไปเพราะการบุกรุก ของคนอื่น ผมจึงกราบเรียนท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ คุณหญิงดอกเตอร์ ด้วยว่า ถ้าทำได้ ผมยังไม่รู้ที่ท่านบอกว่าตั้งศูนย์ตั้งอย่างไร เพราะอันนั้นมันเป็นป่า เป็น บริเวณป่านะบ้านผมเรียกว่า ไม้จิงไม้ฮัง บ้านผมพูด ไม้เต็งไม้รังนั่นล่ะครับ แต่ว่าบริเวณนี้ ยังมีพื้นที่ที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ ซึ่งเรายังไม่ทำรังวัด ที่รังวัดแล้วคือ ๑๒๓ ไร่ ยังมีที่เหลืออีก ข้างหลังจำนวนมากเลย ยังใช้ได้ อันนี้จึงนำเสนอว่าผมจึงต้องถามเป็นคำถามสุดท้ายว่า ถ้าหากกระทรวงศึกษาธิการยังคิดว่าบทบาทที่จะผลิตคนขึ้นมา ผลิตคนขึ้นมา ซึ่งมีวิทยาลัย แม่อยู่แล้ว คือวิทยาลัยที่จังหวัดสกลนครเขาพร้อมจะเข้ามาดูแล กระทรวงศึกษาธิการยังมี นโยบายแบบนี้ไหม ที่จะตั้งแล้วผลิตบุคคล ไม่ว่าแรงงานฝีมืออะไรก็แล้วแต่ที่เราอยากจะได้ เรายังคิดไหม แล้วผมไม่อยากให้คิดว่าไม่มีงบประมาณนะ การผลิตคน เอาคนเข้ามาสู่ ในกระบวนการศึกษา แล้วผลิตฝีมือแรงงานได้ มันเป็นเรื่องบุญ เป็นเรื่องกุศลที่ยิ่งใหญ่ ช่วยเขาด้วย ช่วยพ่อแม่เขาด้วย เอาเด็กห่างไกลจากยาเสพติดด้วย ถ้าอย่างไรเอกสารนี้ ฝากท่านคุณหญิงไปคุยไปเจรจากันในกระทรวงศึกษาธิการว่าถ้าทำได้อยากให้ทำ แล้วไม่ต้อง คิดว่าไม่มีสตางค์ ไม่มีเงิน ไม่มีงบประมาณ เพราะอันนั้นเป็นเรื่องประกอบ สร้างคน ดีที่สุดครับ คุณหญิงครับ ผมจึงฝากท่านประธานไปถึงคุณหญิงว่า เรื่องแบบนี้ ผมไม่อยากให้ เสียโอกาส จึงเป็นคำถามสุดท้ายว่าที่ว่ากระทรวงศึกษาธิการยังมีแนวดำเนินการตาม การพัฒนาและยกระดับการพัฒนาอาชีวศึกษาของไทย ในมิติเรียนรู้ใหม่ ๆ หรือเรียกว่า นิวนอร์มอล (New normal) แล้วก็ยังจะต้องการพัฒนาบุคลากรคือเยาวชนใน จังหวัดสกลนครอีกหรือไม่ เป็นคำถามสุดท้ายครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ตอบสั้น ๆ ว่ามีนโยบาย แล้วก็ให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษค่ะ ความพร้อมนั้นเป็นรายละเอียด ถ้ามีอาคารแล้วก็มีสถานที่ มีคนที่จะเรียน สามารถตั้งศูนย์ได้ แต่ว่าถ้ายังไม่มี ตรง ๑๒๐ ไร่นี้ ยังไม่มีอาคาร ก็ใช้อาคารของท้องถิ่นได้ไหมคะ ที่ไม่ได้ใช้ หรือโรงเรียนในอำเภอกุสุมาลย์ และอำเภอโพนนาแก้ว ที่เป็นอาคารว่างที่ยังไม่ได้มีการ ใช้งาน มาเป็นศูนย์เรียนรู้อบรมวิชาชีพก่อน อันนั้นย่อมทำได้ งบประมาณไม่ได้พูดถึง แล้วก็ นโยบายชัดเจน ไม่ต้องห่วงว่าเราจะไม่สนับสนุน เราสนับสนุนทุกอาชีวะค่ะ แม้จะเป็นเทคนิค อาชีพ ช่าง สารพัดช่างหรือเกษตรโดยเฉพาะก็ตาม ทุก ๆ อาชีวะให้ความสำคัญ มากที่สุด เพราะว่าเราต้องการบุคคลที่มีคุณภาพ แล้วดิฉันเองเป็นนักวิทยาศาสตร์ ดิฉันก็ได้ ใช้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ความรู้ความสามารถที่จะนำวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีมาช่วยในการ เรียนรู้ให้มากขึ้น ดิฉันเป็นคนภาคอีสาน ดิฉันก็อยากเห็นเกษตรกรด้วยซ้ำไป ซึ่งเป็นอาชีพหลักและเป็นคนที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศได้รับการพัฒนา อย่างวิทยาลัย เกษตรเทคโนโลยี เราส่งเสริมเราจัดคอร์ส (Course) ๕ คอร์ส เรียนคอมพิวเตอร์ เรียนเอไอ (AI) เรียนโดรน (Drone) เรียนไอโอที (IOT) เพื่อให้เกษตรกรมีความรู้ทางด้าน วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี ทำมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ แล้วก็ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ นี้ตลอด ๒ ปี ที่ผ่านมาดิฉันได้ผลักดัน ๒ อย่างที่เป็นพื้นฐานของการศึกษารวมทั้งอาชีวะด้วย คือโค้ดดิง (Coding) ที่ทุกคนต้องเรียน เป็นภาษาใหม่ที่เด็กทุกคนในประเทศหรือคนไทยทุกคนจะต้องมี ในยุคดิจิทัล คืออะไรคะ คือสร้างทักษะใหม่ให้กับคนไทยที่สามารถที่จะคิดวิเคราะห์เป็นเหตุ เป็นผลเชิงวิทยาศาสตร์ เชิงคณิตศาสตร์ แก้ปัญหาเป็นขั้นเป็นตอน กล้าลงมือทำ แล้วโดยเฉพาะอาชีวะนี้เป็นการเรียนที่ลงมือทำ เพราะฉะนั้นก็เน้นไปที่สมรรถนะ ความสามารถในการทำงาน แล้วคนเรียนอาชีวะนี้นะคะ ดิฉันพบกับพ่อแม่หลายคน เขาบอกว่าให้ลูกเรียนอาชีวะ ระหว่างเรียนมีรายได้ จบแล้วมีงานทำ คนที่จบอาชีวะนี้ ไม่ตกงานค่ะ คนที่จบปริญญาตรีเมื่อปีก่อนปีที่แล้วตกงานไป ๕๐๐,๐๐๐ คน แต่คนเรียน อาชีวะมีงานทำ ระหว่างเรียนมีรายได้ อันนี้เป็นเสน่ห์เป็นความน่ารักของคนที่เรียนอาชีวะ แล้วเกษตรล่ะ ทำอย่างไรเกษตรกรถึงจะเลิกจน เพราะฉะนั้นต้องเรียนโค้ดดิง (Coding) โค้ดดิง ฟอร์ฟาร์ม (Coding for farm) วางแผนให้เรียบร้อยโค้ดดิง ฟอร์ (Coding for) ชาวนา ไม่ให้ขาดทุน หาทุนมาได้ นอกจากนั้นโค้ดดิง (Coding) ตั้งแต่อนุบาลจนถึง ม. ๖ เป็นนโยบายของรัฐบาลนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ให้ทุก ๆ คนใช้โค้ดดิง (Coding) ไปประยุกต์ใช้กับ ทุกสาระวิชา อันนั้นเป็นอันที่ ๑ ที่ทำเป็นการปฏิรูปถึงตัวเด็ก แล้วก็ลดความเหลื่อมล้ำด้วย เพราะว่าเป็นอันพลักโค้ดดิง (Unplug Coding) อันพลัก (Unplug) แล้วก็ค่อย ๆ พลัก (Plug) น้อย ๆ แล้วก็พลัก (Plug) มาก ๆ ถึงไปเป็นแพลตฟอร์ม (Platform) อะไร ต่าง ๆ ต่อไปเฉพาะคนที่เก่ง แต่คนทั้งประเทศ คนทั้งโลกต้องมีโค้ดดิง (Coding) เพื่อที่จะได้ สื่อสารกับคนทั้งโลกได้ พูดภาษาเดียวกันกับคน ๗,๐๐๐ ล้านคนได้ อันนั้นเป็นอันที่ ๑ ที่ใส่เข้ามาในกระทรวงศึกษาธิการ🔗

อันที่ ๒ รัฐบาลนี้ให้เงินประมาณ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะเปิด ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของกระทรวงศึกษาธิการ ไม่ว่าระดับไหนให้มีโอกาสเรียน วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี นวัตกรรม ในช่วง ๑๐ ปี เริ่มแล้ว ปีนี้มี ๒๐๐ โรงเรียนที่จะมีครู สอนวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีให้กับเด็กชั้นประถมศึกษาและมัธยมศึกษา แล้วก็เพิ่มขึ้นเป็น สิบเท่า ๆ คือวิทย์พลัง ๑๐ เพื่อให้ภายใน ๓ ปีเด็กทุกคนจะเก่งหรือไม่เก่ง สนใจหรือ ไม่สนใจ ได้เรียนวิทยาศาสตร์ด้วยค่ะ โค้ดดิง (Coding) ไม่พอ คิดได้ วิเคราะห์ได้ เป็นเหตุ เป็นผลได้ แต่ยังต้องมีวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม เพราะฉะนั้นเป็น ๒ ส่วนที่ดิฉัน ได้วางรากฐานการศึกษาให้คนไทยรวมถึงอาชีวะ อาชีวะจะทำอย่างนี้ต่อไปก็ไม่ได้ จะต้อง สมาร์ต (Smart) จะต้องอัจฉริยะ จะต้องอะไรก็แล้วแต่ แล้วจะเป็นหัวหอก ถ้าเรามีอาชีวะ ที่มีคุณภาพอย่างที่คุณนิยมต้องการนะคะ แล้วเราทำได้ ซึ่งดิฉันใส่เข้าไปแล้ว วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม ถ้าเด็กไม่กี่ปีข้างหน้ามีโค้ดดิง (Coding) มีวิทยาศาสตร์และเรียน อาชีวะ ก็สามารถที่จะเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพเข้าสู่แรงงานทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ แข่งขันได้ แล้วอยู่ในโลกดิจิทัล อยู่ในยุคศตวรรษที่ ๒๑ อย่างมีภูมิคุ้มกัน แล้วก็ มีความสามารถในการแข่งขัน จะชนะเครื่องได้ ชนะต่างประเทศได้ในทุก ๆ ระดับ ขณะนี้ เริ่มแล้ว ๒ ปีที่ผ่านมาดิฉันก็ได้ทำเรื่องนี้ให้กับกระทรวงศึกษาธิการ เด็กทุกคนจะเป็น วิทยาศาสตร์ ไม่วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีหรือไม่ ไม่เป็นอะไร ทุกคนต้องเรียนเรียนอย่างมี คุณภาพ ได้เริ่มแล้วในปีนี้ค่ะ ๒๐๐ โรงเรียน ต่อไป ๒๐๐ โรงเรียนนี้ก็จะไปออกลูกคนละ ๑๐ แล้วก็ ๑๐ เพราะฉะนั้นภายใน ๓ ปี เราก็จะได้ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ โรงเรียน ที่สามารถ สอนเด็กตั้งแต่ประถมศึกษาจนถึงมัธยมศึกษา เพราะฉะนั้นเด็กจบ ม. ๓ ที่จะมาเรียนอาชีวะก็จะมีพื้นฐานโค้ดดิง (Coding) และ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี นวัตกรรม เพราะคุณนิยมสนใจศาสนา ดิฉันจะขอถือโอกาสนี้ ท่านประธานคะ เอส (S) ไซเอนซ์ (Science) ที (T) เทคโนโลยี (Technology) ไอ (I) อินโนเวชัน (Innovation) ดิฉันแปลเป็นภาษาไทยว่า สติค่ะ ก็เรียนว่าไม่ได้ละเลย แล้วก็ พัฒนาตลอดเวลาเพื่อใช้วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเข้าสู่ศตวรรษที่ ๒๑ เป็นพลเมือง ๔.๐ ต่อไปค่ะ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

ท่านประธานครับ ผมนิดเดียว บังเอิญ ผมยังไม่เข้าใจครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมนิดเดียว บังเอิญผมนั่งฟังท่านบรรยาย ผมเข้าใจได้ในระดับหนึ่งว่าท่านเห็นด้วยอย่างดีเลย แต่ว่าผมถามท่านนิดเดียวว่าที่ผมฟังท่านนี่ พี่น้องผมก็ฟังด้วย เขาถามผมว่าเขาจะให้ตั้ง หรือว่าจะให้ทำอย่างไร อันนี้สั้น ๆ นะครับว่าจะให้ตั้งศูนย์ หรือว่าจะให้ตั้งวิทยาลัย หรือจะ เอาอย่างไร เพราะผมฟังแล้วท่านบรรยายดีมากครับ ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ขอบคุณท่านประธานค่ะ ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพณิช รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ขอบคุณคุณนิยมค่ะ ดิฉันได้ยืนยันไปแล้วนะคะว่านโยบาย ชัดเจน แล้วก็สนับสนุนให้ตั้ง แต่ขอให้ตั้งเป็นศูนย์เสียก่อน ก่อนที่จะเป็นวิทยาลัย เมื่อพร้อม ก็ยกระดับขึ้นมาเป็นวิทยาลัย อันนั้นชัดเจนนะคะ ดิฉันขอพูดอีกนิดเดียวนะคะ ในเมื่อ คุณสนใจ จริง ๆ ต้องขอบคุณมาก คุณนิยมคุณอาจจะไม่เข้าใจสิ่งที่พูดทั้งหมด ไม่เป็นอะไร มีโอกาสเมื่อไรดิฉันจะพูดให้ฟังอีก เพราะว่ามันเป็นเรื่องใหม่สำหรับชาวโลก เพราะฉะนั้น ดิฉันได้เริ่มให้กับคนไทยแล้ว เพียงแต่เพื่อการนั้น เพื่อให้คนอยู่ในโลกดิจิทัลอย่างมีความสุข มีภูมิคุ้มกัน อันนั้นคือโค้ดดิง (Coding) วิทยาศาสตร์เทคโนโลยี นวัตกรรม ก็เป็นส่วนเสริม ให้เขาก้าวหน้าต่อไปได้ อันนี้ก็ ๒ ประเด็น มีสุดท้ายเลยค่ะ เมื่อเรา ๒ คนเป็นคนอีสาน ดิฉันก็อยากจะเพิ่มเติมว่า อาชีวะเกษตร ดิฉันได้ให้อาชีวะทั้งหมด ๔๗ แห่งทำโครงการ บริหารจัดการน้ำโดยชุมชนตามแนวพระราชดำริ ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลที่เสนอต่อสภา เป็น ข้อ ๑๐.๓ สำหรับโค้ดดิง (Coding) นั้นคือเร่งด่วน ข้อ ๗ เพราะฉะนั้นจะเป็น ๒ นโยบายของรัฐบาลนี้ที่ทำให้กับประชาชนโดยเฉพาะเกษตรกร ดิฉันก็ทำให้ทุกอย่าง ให้วิทยาลัยเอาทฤษฎีของพระองค์ท่านมาเรียนรู้และปฏิบัติ ขณะนี้เราสามารถที่จะพัฒนา เป็นหลักสูตรชลกรได้แล้วค่ะ อันนี้เป็นความภูมิใจในฐานะเป็นคนบ้านนอกที่ทำให้กับ เกษตรกร ให้คนที่มาเรียนที่วิทยาลัยเรียนรู้เรื่องบริหารจัดการน้ำนอกเขตชลประทาน มีทหารที่จังหวัดร้อยเอ็ดมาเรียนวิชานี้ ๔๐ คนค่ะ เมื่อเข้าเรียนแล้วเขาก็สามารถที่จะไป ขยายให้กับประชาชนทั่วไป ถ้าเกษตรไม่มีน้ำคือจบ ถ้ามีน้ำ เกษตรหรืออุตสาหกรรมก็จะได้ ประโยชน์ ใคร ๆ ก็ต้องใช้น้ำ น้ำคือชีวิต ขออนุญาตท่านประธานใช้โอกาสนี้พูดก็เพื่อให้ ทราบว่าเรามีปัญหาเรื่องน้ำมาก น้ำฝนของประเทศไทยย้อนหลัง ๑๐ ปี ตกลงมา ในประเทศไทย ๑๐๐ หยด อีสานเก็บได้ ๓.๕ หยดค่ะ ทั้งประเทศเก็บได้ ๕.๕ หยด เพราะฉะนั้นประชาชนจึงเดือดร้อนทั้งน้ำท่วม ทั้งน้ำแล้ง ดิฉันได้ให้วิทยาลัยอาชีวเกษตร เทคโนโลยีศึกษาเรียนรู้จนผลิตเป็นหลักสูตรชลกรเพื่อให้เยาวชนของเราใช้สถานศึกษาให้เด็ก สามารถที่จะบริหารจัดการน้ำที่มาฟรี ฟรีนะคะ เทวดาให้มา แต่ว่าเราบริหารจัดการไม่ได้ ถ้าเราบริหารจัดการได้ ๑. แก้จน ๒. แก้น้ำแล้ง ๓. แก้น้ำท่วม ก็อยากจะฝากช่วยเผยแพร่ ให้ประชาชนว่ากำลังอยากจะให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการน้ำฝนนอกเขต ชลประทานค่ะ เพื่อการศึกษาด้วยค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

พอแล้วครับ ท่านนิยม🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

ผมไม่ได้ถาม เมื่อสักครู่ฝากคุณหญิง กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมไม่ได้ถาม แต่ว่าขอบคุณผู้หญิง แต่ว่าขอให้ท่าน คุณหญิงยืนยันกับผมเมื่อสักครู่นี้ ท่านบอกให้จังหวัดสกลนครตั้งศูนย์ได้เพียงอยากให้รับ คำยืนยันครับ ที่ท่านพูดผมเข้าใจอยู่ ไม่ใช่ไม่เข้าใจนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗

คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ท่านประธานคะ ดิฉัน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ยืนยันค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จบกระทู้ ของท่านนิยมนะครับ ต่อไปกระทู้ฉบับต่อไปนะครับ🔗

๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๓๕๙ เรื่อง ขอให้พิจารณาใช้พื้นที่รกร้าง ว่างเปล่าในการก่อสร้างโรงบำบัดน้ำเสียแทนการใช้พื้นที่ลานจอดรถและสนามกีฬาของ บึงหนองบอน ซึ่งสร้างปัญหาและส่งผลกระทบต่อการใช้พื้นที่ของประชาชน (นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗

ท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยท่านนั่งอยู่นี่แล้วนะครับ🔗

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ ผมยินดีอย่างมากนะครับ แล้วก็คิดว่าชาวเขตประเวศ แล้วก็ประชาชนที่รักการออกกำลังกาย ที่บึงหนองบอน ก็จะได้คำตอบจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยอย่างสบายใจด้วย นะครับ คือเบื้องต้นผมขอญาติทางฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์เปิดคลิปวิดีโอ (Clip Video) สั้น ๆ ครับ ไม่เกิน ๑ นาทีครับ เพื่อรวบรวมความไม่สบายใจของประชาชนให้ท่านรัฐมนตรีได้รับทราบ ในเบื้องต้นก่อนนะครับ ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ครับ ผมรบกวนด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

ทั้งหมดนี้เป็นภาพนิ่งนะครับ ที่ประชาชนออกกำลังกาย แล้วก็รักและหวงแหนบึงหนองบอน ในฐานะที่เป็นพื้นที่ออกกำลังกาย พักผ่อนหย่อนใจของคนทุกเพศทุกวัย ทุกวันนี้มีความไม่สบายใจแล้วก็ยังกังวลอยู่นะครับว่า พื้นที่ตรงนี้จะอยู่ในแผนที่จะถูกนำไปสร้างโรงบำบัดน้ำเสียหรือไม่ ซึ่งวันนี้ก็คาดหวังเป็น อย่างยิ่งว่าจะได้รับคำมั่น แล้วก็การชี้แจงที่สั้น ๆ ตรงไปตรงมาจากทางท่านรัฐมนตรี ก็เป็น ภาพนิ่ง ๆ ที่เห็นว่ามันมีการใช้ประโยชน์ใช้สอยอย่างสบายอกสบายใจของประชาชน ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอเกริ่นสั้น ๆ นะครับว่าบึงหนองบอนส่วนใหญ่หลายคนก็ มักจะคิดว่าเป็นแก้มลิงในการรับน้ำเพื่อป้องกันน้ำท่วมครับ แต่แท้ที่จริงแล้วบึงหนองบอนยัง เป็นสวนสาธารณะและเสน่ห์ของบึงหนองบอนก็คือความเป็นธรรมชาติครับ ที่พอใครได้เข้า ไปวิ่งได้เข้าไปปั่นจักรยานจะรู้ว่ามันไม่ได้เป็นบรรยากาศที่ถูกรังสรรค์ขึ้นโดยมนุษย์ แต่มันมี ความเป็นธรรมชาติจริง ๆ แล้วก็น่าจะเป็นสวนสาธารณะที่มีเนื้อที่มากที่สุดของ กรุงเทพมหานครด้วยซ้ำไป มีประชาชนจำนวนมากที่ใช้เป็นสถานที่ออกกำลังกาย พักผ่อน หย่อนใจ พาครอบครัวมาเดินเที่ยว ซึ่งผมเชื่อว่าทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็คงทราบดี แล้วก็สิ่งที่ท่านทราบไปมากกว่านั้นก็คือว่า ท่านคงทราบอยู่แล้วว่า พื้นที่สีเขียว ต่อประชากรในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เมื่อเทียบกับมหานครอื่น ๆ ของโลก เราค่อนข้างมีอยู่ จำกัดและน้อยมาก ๆ ปัจจุบันสิ่งที่ประชาชนกังวล และที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนเพื่อคลายความไม่สบายใจลงไป ก็คือว่าจะมีแผนการที่จะนำเอาพื้นที่ของบึงหนองบอนไปสร้างโรงบำบัดน้ำเสียหรือไม่ สิ่งที่อยากจะทำให้ท่านรัฐมนตรีสบายใจ และอยากจะเน้นย้ำตรงนี้ก็คือว่า ประชาชน เขาไม่ได้คัดค้านการก่อสร้างโรงบำบัดน้ำเสีย และทุกคนเชื่อว่าการบำบัดน้ำเสียเป็นเรื่องที่ ต้องทำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพียงแต่ประชาชนเขาไม่เห็นด้วยครับว่าถ้าจะเอาพื้นที่ของ บึงหนองบอนไปสร้างโรงบำบัดน้ำเสีย เพราะว่าจะเกิดผลกระทบต่อประชาชนเป็น จำนวนมาก เข้าใจครับว่าพื้นที่ที่คาดว่าจะใช้สร้างโรงบำบัดน้ำเสียน่าจะเป็นพื้นที่ที่เป็น สนามกีฬา แล้วก็ลานจอดรถหลักของบึงหนองบอนที่ปัจจุบันก็มีอยู่อย่างจำกัดมาก ๆ อยู่แล้วนะครับ ก็เป็นที่คาดการณ์กันว่าทันทีที่เริ่มมีการก่อสร้าง ต้นไม้จำนวน ๒๐๐ ต้น ถึง ๓๐๐ ต้น หรือมากกว่านั้นจะถูกตัด แล้วก็ประชาชนจะเดือดร้อน ไม่มีที่จอดรถ ซึ่งทุกวันนี้ ที่จอดรถก็อย่างที่เห็น ก็มีความจำกัดอยู่แล้วนะครับ เมื่อเทียบกับประชากรจำนวนมาก ที่เข้ามาใช้บริการ นอกจากนี้ประชาชนที่ไปออกกำลังกายที่บึงหนองบอนก็กังวลครับว่า โรงบำบัดน้ำเสียที่จะสร้างจะส่งผลกระทบด้านมลภาวะ ไม่ว่าจะเป็นเสียงหรือกลิ่น ตลอดจน ทัศนียภาพที่งดงามของบึงหนองบอนก็จะเสียหายไป ในระหว่างการก่อสร้าง ประชาชน ก็กังวลอีกถ้ามีการก่อสร้างจริง ก็อาจจะเกิดอันตราย หรือความไม่ปลอดภัยต่าง ๆ แก่ ประชาชนที่มาใช้บริการในบึงหนองบอน ปัญหาเรื่องนี้ความไม่สบายใจเกิดขึ้นมาตั้งแต่ จริง ๆ ก่อนหน้านั้นแล้ว แต่ว่าตั้งแต่ปลายปี ๒๕๖๐ ก็มีประชาชนตามภาพเมื่อสักครู่นะครับ ก็ลงชื่อกันกว่า ๓,๐๐๐ คน แล้วก็ลงชื่อเพิ่มขึ้นมาเรื่อย ๆ เพื่อคัดค้าน แล้วก็ร้องขอให้ กรุงเทพมหานครไปใช้พื้นที่อื่นในการสร้างโรงบำบัดน้ำเสีย แล้วก็ประชาชนตัวแทนก็เคยได้ ยื่นหนังสือตรงกับทางท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครมาแล้ว แต่เข้าใจว่าก็ยังไม่ได้รับ คำตอบที่ชัดเจน หรือทำให้ประชาชนมีความมั่นใจหรือความสบายใจ การก่อสร้างโรงบำบัด น้ำเสียประชาชนก็บอกกับผมว่าหากประเมินทางวิศวกรรม เมื่อเทียบกับการไปสร้าง โรงบำบัดน้ำเสียบนที่ดินรกร้างว่างเปล่า การก่อสร้างเมื่อเทียบกับการก่อสร้างบนพื้นที่ของ บึงหนองบอน การสร้างบนพื้นที่บึงหนองบอนอาจต้องใช้งบประมาณในการก่อสร้างสูงกว่า ถึง ๓,๐๐๐ ล้านบาท เพราะว่าต้องทุบ ต้องปรับสถานที่ด้วย แล้วก็ความไม่เหมาะสมของ สถานที่อื่น ๆ อีก ที่ผ่านมาการย้ายการก่อสร้างโรงบำบัดน้ำเสียก็ไม่ใช่ว่ากรุงเทพมหานคร ไม่เคยทำนะครับ ที่ผ่านมาก็เคยตัดสินใจย้ายโครงการก่อสร้างโรงบำบัดน้ำเสียธนบุรีไปสร้าง ในที่แห่งใหม่มาแล้ว ด้วยเหตุที่ว่าประชาชนไม่เห็นด้วยที่จะมีโรงบำบัดน้ำเสียในพื้นที่ สวนสาธารณะ บึงหนองบอนก็เป็นสวนสาธารณะเช่นเดียวกัน และเมื่อเทียบกับโครงการ ก่อสร้างโรงบำบัดน้ำเสีย ๒ ที่แล้วนะครับ บึงหนองบอนน่าจะส่งผลกระทบต่อประชาชน มากกว่าด้วยซ้ำ ถ้าเรามีฐานคิดตรงนี้ตรงกันครับท่านรัฐมนตรี หากแผนการก่อสร้าง โรงบำบัดน้ำเสียบนพื้นที่ของบึงหนองบอนยังคงอยู่ ถ้าแผนนี้ยังอยู่นะครับ กรุงเทพมหานคร ก็ควรย้ายการก่อสร้างไปยังที่แห่งใหม่จะดีกว่าไหม เพื่อความสบายใจและความชัดเจน นะครับ และยุติความกังวลของประชาชนให้ได้เสียที เพราะเป็นเรื่องที่เรื้อรังมายาวนานครับ ท่านรัฐมนตรี จึงขออนุญาตเรียนถามทางท่านรัฐมนตรี ๒ คำถามนะครับ โดยเริ่มจากคำถาม แรกดังนี้นะครับ ๑. เมื่อกรุงเทพมหานครทราบอยู่แล้วนะครับว่าการนำเอาพื้นที่ที่จอดรถ และสนามกีฬา และลานกีฬาของบึงหนองบอนไปสร้างโรงบำบัดน้ำเสียจะส่งผลกระทบทำให้ ประชาชนได้รับ ความเดือดร้อน ขาดแคลนที่จอดรถ ไม่มีสนามกีฬา และที่ผ่านมา กรุงเทพมหานครก็ทราบว่ามีประชาชนจำนวนไม่น้อยไปคัดค้าน ประกอบกับมีที่ดินรกร้าง ว่างเปล่าติดถนนหลักติดคลองที่อยู่ไม่ไกลจากบึงหนองบอนก็มีอยู่หลายแห่งซึ่งสามารถจัดซื้อ และสามารถก่อสร้างโรงบำบัดน้ำเสียที่ได้ขนาดบำบัดมากกว่า รวมถึงการก่อสร้างอาคาร บำบัดน้ำเสียบนที่ดินรกร้างว่างเปล่า เมื่อเทียบกับการก่อสร้างในพื้นที่ของบึงหนองบอน นอกจากจะไม่เกิดความเดือดร้อนกับประชาชนแล้วก็ยังประหยัดในเชิงงบประมาณได้ถึง ๓,๐๐๐ ล้านบาทหรือกว่านั้น ประชาชนจึงอยากทราบว่าแผนการก่อสร้างโรงบำบัดน้ำเสีย บนพื้นที่บึงหนองบอน เอาข้อเท็จจริงครับ ยังคงมีอยู่หรือไม่ ถ้ายังมีอยู่กรุงเทพมหานครจะ ตัดสินย้ายการก่อสร้างโรงบำบัดน้ำเสียตามแผนนี้ไปก่อสร้างยังที่รกร้างว่างเปล่าซึ่งส่ง ผลกระทบต่อประชาชนน้อยกว่าแทนหรือไม่ หากกรุงเทพมหานครยังคงยืนยันที่จะใช้ บึงหนองบอนในการสร้างโรงบำบัดน้ำเสีย ก็ขอทราบเหตุผลจากทางท่านรัฐมนตรีครับ นี่คือ คำถามที่ ๑ ครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตอบชี้แจงครับ🔗

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ กรณี ของบึงหนองบอน ฟังประเด็นทั้งหมดแล้วก็อยากจะเรียนให้เห็นว่าก็คือมีปัญหาเรื่องของ การไม่เห็นด้วยที่จะไปใช้ในเรื่องของการป้องกันบำบัด เรื่องการระบายน้ำ และเรื่องน้ำเสีย ผมขอเรียนตามลำดับเพื่อปูพื้นให้เห็น ก่อนอื่นต้องเห็นภาพรวมก่อนว่ากรุงเทพมหานครเป็น ชุมชนใหญ่มากนะครับ มีคนรวมกันมาก เมื่อมีคนมารวมกันมากก็ทำน้ำเสียมากนะครับ ในการศึกษาที่โดยรวบรัดได้เคยทำไว้ โดยของทางญี่ปุ่น ไจก้า (JICA) มาทำไว้นานแล้ว ปี ๒๕๒๔ เริ่มทำ มีการปรับแผนของกรุงเทพมหานครมาโดยลำดับ ได้เคยประเมินว่า เราจะต้องบำบัดน้ำเสียจากคนทำน้ำเสียทั้งกรุงเทพมหานครถึง ๒๗ โรง แล้วก็ได้มี การดำเนินการมาขณะนี้เป็นเวลาหลายสิบปีเพิ่งได้ ๘ โรง แล้วกำลังจะก่อสร้างอีก ๒ โรง ที่เหลือกำลังศึกษา หนึ่งในนั้นก็คือของบึงหนองบอนอยู่ในขั้นการศึกษา นั่นโดยภาพรวมสรุป โดยภาพรวมก็หมายความว่ายังมีน้ำอีกจำนวนมากที่ปล่อยลงไปในระบบระบายน้ำ แล้วก็ ลงสู่แม่น้ำ แล้วลงสู่อ่าวไทยโดยไม่ได้มีการบำบัด เพราะฉะนั้นที่ผมเรียนตอนนี้ก็คือว่า ความจำเป็นเร่งด่วนที่สำคัญคือการบำบัดน้ำเสียพร้อมกับเรื่องของการระบายน้ำ เพราะกรุงเทพมหานครก็มีปัญหาเรื่องการระบายน้ำ ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของการเกิดของ บึงหนองบอน🔗

ในประเด็นต่อไปที่อยากจะเรียนให้ได้ทราบก็คือระบบระบายน้ำของ ประเทศเรา ระบบระบายน้ำของเรา เราจะเป็นระบบที่ผสมคอมไบน์ (Combine) ขออนุญาตเป็นระบบผสม ผสมระหว่างน้ำเสียที่ประชาชนภาคเอกชน ภาคพาณิชยกรรม ภาคราชการทำให้เกิดขึ้น แล้วลงไปในท่อระบายน้ำ แล้วก็ไหลไปยังคูคลองระบายน้ำ ลงสู่ แม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนหนึ่งก็ลงไปอ่าวไทย จะผสมรวมกับน้ำฝนที่ตกในพื้นที่เป็นระบบรวม อันนี้ต้องเรียนให้ทราบก่อน ทีนี้ก็มาดูพื้นที่หนองบอน ที่ในรูปนี้เป็นบึงใหญ่ พื้นที่หนองบอน สิ่งที่อยากจะเรียนให้ทราบก็คือว่าพื้นที่ภาคตะวันออกของกรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำ มากนะครับ ต่ำอยู่ประมาณระดับน้ำทะเล ผมไม่ได้เอารูปทางคอนโทรล (Control) มาให้ดู แต่เรียนว่ามันต่ำมาก แล้วพื้นที่คลองแถวนี้ ผมยกตัวอย่าง เช่น คลองมะขามเทศ คลองปักหลักคลองปลัดเปรียง คลองอาจารย์พร คลองจระเข้ คลองสิงโต คลองบ้านนา คลองตาช้าง คลองขันแตก ทั้งหมดนี้จะไหลลงไปที่ลุ่มดังกล่าวนี้ เดิมเป็นที่ลุ่ม เขาลงไป โดยธรรมชาติลงไปรวมกันที่ตรงพื้นที่ลุ่ม เพราะว่าพื้นที่การระบายน้ำ โดยหลักก็จะต้องไปลง เจ้าพระยา แล้วลงไปสู่อ่าวไทย แต่พื้นที่ตอนในมันจะต้องไปช้าตามระบบระบายน้ำจากบ้าน ก็ลงท่อ จากท่อก็ลงคลอง จากคลองถึงจะไป มันจะเดินทางไกลมากนะครับ ก็จะไปมีปัญหา ไปรวมกันอยู่ที่นี่ ในกรุงเทพมหานครจึงได้เวนคืนที่ ตรงนี้ก็สำคัญ ประมาณ ๖๐๐ กว่าไร่ ตรงนี้ ใน ๖๐๐ กว่าไร่นี้ ประมาณ ๕๐๐ ไร่ มาขุดเป็นบึงหนองบอน การเวนคืน เรียน ให้ทราบว่าตามกฎหมายระบุว่าใช้เพื่อการป้องกันระบบระบายน้ำ การป้องกันน้ำ ไม่ใช่ไปทำ สนามกีฬา ตามกฎหมายเลยนะครับเอาไปทำเรื่องระบบระบายน้ำ ได้เวนคืนพื้นที่ตรงนี้แล้ว ดำเนินการมานานแล้ว ปัญหาที่อยากจะเรียนให้เห็นอีกอันหนึ่งก็คือว่าเมื่อน้ำจากชุมชน ตรงนี้ทั้งหมดเลย ประมาณ ๖๐ กว่าตารางกิโลเมตร สร้างน้ำเสีย ๓๐๐,๐๐๐ กว่าลูกบาศก์เมตร แล้วก็ไหลลงไปที่บึงหนองบอน ปัญหาก็เกิดขึ้นแล้วจะปล่อยให้ไหลลงไปอย่างนี้ แล้ว บึงหนองบอนที่จะเล่นกีฬามันจะเป็นอย่างไร มันไม่มีทางที่จะอยู่ได้เลยครับ เสียแน่นอน ไม่มีทางที่จะเยียวยาตัวเองได้เลย ปริมาณน้ำที่อยู่ในบึงหนองบอนไม่มีทางที่จะเยียวยาตัวเอง ได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ไม่มีน้ำฝนมาเจือจาง น้ำจากบ้านเรือน คนในพื้นที่ทั้งหมด ตรงนี้เขาก็เป็นธรรมชาติก็ลงไปตรงนี้ นั่นคือเหตุผลที่เขาไปสร้างบึงหนองบอนตามโครงการ พระราชดำริโดยเวนคืนเพื่อทำเรื่องระบบระบายน้ำ ผมจึงเรียนให้ทราบ ต่อมามาดูว่า ทั้งหมดนี้คือเพื่อแก้ไขปัญหาเรื่องนี้เป็นหลักเลย เรียนว่าเราก็คงทราบดีนะครับว่าในการทำก็มีขั้นตอนการทำ ขอเรียนว่าในขั้นตอน ถ้าเรา ไม่ใช้ตรงนี้อย่างที่ว่า ไปใช้พื้นที่อื่น เนื่องมาจากผมได้ปูให้ทราบแล้วว่าน้ำมันไหลลงที่ต่ำ ตรงนี้ ถ้าเราไปสร้างพื้นที่อื่น ระบบรวบรวมน้ำเสียแล้วขนน้ำไปน้ำนี้จะต้องใช้เงิน ไม่ใช่แค่ สร้างเท่านั้น ท่านจะต้องเสียระบบขนน้ำกลับไปพื้นที่อื่น ปกติเขาจะไหลลงมาตรงนี้ท่านก็ จะต้องเอาไปที่อื่น พอเสร็จแล้วท่านก็ต้องเอากลับมาปล่อยตรงนี้ เพราะไปปล่อยที่อื่นก็ไม่ได้ มันก็จะกลับมาปล่อยไว้ที่นี่อีก ถามว่าทำได้ไหม ได้ แต่กลับเป็นภาระกับกรุงเทพมหานคร เวลาพูดกรุงเทพมหานคร พูดถึงถนนก็ถนนไม่ดี พูดถึงน้ำก็ไม่ดี ไปทำอย่างอื่นสิ พอพูดถึง สวนสาธารณะก็ให้ไปสร้างสวนสาธารณะ กรุงเทพมหานครก็ต้องใช้เงินงบประมาณที่มี ตามลำดับที่ควรจะใช้ ถ้าใช้ตรงไหนประหยัดได้ ถูกได้ก็ควรทำ ผมเรียนโดยภาพรวม ไม่ได้ บอกว่าจะทำตรงนี้หรือไม่ทำโดยหลักการ แต่ที่ดินตรงนี้เวนคืนมาเพื่อทำเรื่องระบบน้ำ นะครับ เรียนให้ทราบ ถามว่าถ้าเราไปทำที่อื่นปัญหาที่พอจะเรียนให้ได้ทราบก็คือว่า หาที่ยากที่จะหา จะต้องซื้อมา เท่าดูแล้วบริเวณใกล้เคียงจะต้องมีเงินใช้งบประมาณ เสร็จแล้วพอสร้างเสร็จก็จะต้องสูบน้ำไปพื้นที่นั้น เพราะปกติมันจะไหลมาตรงนี้ ก็จะเป็น เรื่องของการใช้งบประมาณในการบำบัดน้ำเพิ่มขึ้น เรียนให้ทราบเฉย ๆ นะครับ ต่อมา ถ้าสมมุติว่าเราสร้างที่นี่ ขอไปอีกภาพนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ถ้าเรา สร้างที่นี่เขาวางแผนจะสร้างอย่างไร เมื่อสักครู่นี้พื้นที่ตรงนั้น แต่จะมีพื้นที่ให้เห็นตอนนี้มัน พื้นที่ที่มีปัญหานี่ล่ะครับ ประมาณ ๗ ไร่ เขาจะสร้างตรงนี้ ถามว่าเขามีแผนจะสร้างหรือไม่ อย่างไร เขามีแผนอยู่นานแล้วที่จะสร้างตรงนี้ เมื่อไม่มีการสร้าง ตอนนั้นก็มีการสร้างเริ่มต้น จากลู่วิ่งกับลู่จักรยานให้คนมาใช้ ผมเองก็เคยใช้ที่นี่ ผมก็ไปใช้ที่นี่ แล้วต่อมาคนไปมากก็มา จอดรถ ที่จอดรถก็มี ก็มาจอดตรงนี้ด้วย แล้วก็มีการสร้างสนามกีฬาลำลองเพื่อให้คนเล่นกัน ลำลอง ยังไม่เป็นไปตามมาตรฐาน นี่ล่ะครับที่เขาบอกว่าใช้เป็นที่เล่นกีฬากับจอดรถ ทีนี้ ในแผนนี้เขาจะทำอย่างไร ในแผนนี้เขาจะสร้าง แต่เขาสร้างอยู่ใต้ดิน แล้วข้างบนเขาก็จะ พัฒนาให้เป็นโรงกีฬา หรือสนามกีฬามาตรฐาน รวมทั้งที่จอดรถด้วย นี่ในแผนเขา โดยที่ว่า เขาจะรักษาสิ่งแวดล้อม พยายามให้เหมือนเดิม เพราะสร้างอยู่ใต้ดิน พื้นที่ตรงนี้ ถ้าให้พิจารณาตอนนี้ ถ้าผมจะเรียนอย่างนี้ได้ไหมครับว่า เนื่องจากเขาเวนคืนมาเพื่อทำน้ำ ที่นี่มันถูกไปที่อื่นมันแพง แล้วก็จะต้องสูบน้ำไป เสียค่าบำบัดแพง เขาก็เลยเลือกพื้นที่ที่นี่ แต่เขาก็ไปสร้างให้ได้หนทางที่ ๒ ด้วย ก็คือให้ประชาชนได้ใช้ในการที่จะเล่นกีฬา ผลพวงนั้น ก็มีที่จอดรถด้วย ที่เขาจะดำเนินการจะดำเนินการอย่างนี้ เมื่อท่านถามไปถึงว่ามีหรือไม่ อย่างไร ก็เรียนว่าสถานะในขณะนี้เพิ่งจะเริ่มกระบวนการที่จะศึกษา ในกระบวนการศึกษา จะสร้างหรือไม่สร้าง ในนั้นก็จะต้องมีการทำประชาคม มันก็จะมีผลกับประชาชน เขาจะต้อง มาออกอยู่ดี คงไม่ใช่หน้าที่ของเรา ๆ ที่จะมาบอกว่าให้สร้าง หรือไม่ให้สร้าง กลไกมันมี ความจำเป็น มันมีแผนมาแล้วไปทำ ในขั้นตอนการทำก็ไปทำ รับฟังความคิดเห็น ถ้าเขา บอกว่าไม่ให้สร้างคำตอบก็คือไม่สร้าง แต่ท่านจะมาเค้นบอกให้ผมบอกว่า ไม่ให้สร้าง หรือมีแผนหรือไม่ การทำงานคงไม่ได้ทำแบบนั้น เรียนย้ำว่าเขามีแผนที่จะทำที่จะแก้รักษา บึงหนองบอนไว้ไม่ให้น้ำเสียเขาก็ทำ มีแนวทางการทำอย่างไร แนวทางในการทำนั้นก็ศึกษา ความเป็นไปได้ รูปแบบการลงทุน โดยคำนึงถึงเรื่องของการใช้ที่ดินให้เหมาะสมคุ้มค่า ให้ประชาชนให้มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด โดยจะต้องศึกษาด้านเทคนิค ด้านเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม ด้านกฎหมาย ด้านการเงิน ด้านเศรษฐศาสตร์ ในขั้นตอนการทำ ก็จะต้องรับฟังความคิดเห็นของพี่น้องประชาชน จะทำได้ไม่ได้ก็เอาข้อมูลนี้มาตัดสินใจ นั่นคือภาพที่อยากเรียนให้ฟังทั้งหมดครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบหมายให้ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญคำถามที่ ๒ ครับ🔗

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นที่ทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตอบมา ก็ชัดเจนระดับหนึ่งครับ แต่ก็ตามที่ผมเรียนครับว่า สิ่งที่ประชาชนเขากังวลมาก ๆ ก็คือว่าในเรื่องที่เมื่อกี้ท่านพูดถึง เรื่องของค่าใช้จ่ายหรืองบประมาณในการก่อสร้าง คือประชาชนเขาก็กังวลครับ แล้วก็มีการ คำนวณว่าการก่อสร้างในพื้นที่อื่น ซึ่งเป็นพื้นที่รกร้างที่ผมได้นำเรียนไปว่ามีประชาชน เขาประเมินทางวิศวกรรมว่ารวมค่าจัดซื้อที่ดินแล้วยังอาจจะถูกกว่าการก่อสร้างบนพื้นที่นี้อีก กว่า ๓,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งตรงนี้ก็คงต้องฝากเป็นการบ้านท่านรัฐมนตรี ให้ไปทบทวนและ พิจารณาในเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่งอย่างละเอียด แล้วกรณีที่จะก่อสร้างหรือไม่ก่อสร้างต้องรับฟัง เสียงประชาชน ตรงนี้ผมขอบพระคุณมาก ๆ นะครับ ผมอยากให้ทางท่านรัฐมนตรีเข้าใจ หัวอกของประชาชนที่หวงแหน แล้วก็ใช้พื้นที่บึงหนองบอนเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ เป็นบ้านหลังที่ ๒ เป็นปอดของคนกรุงเทพฯ ในย่านนั้น เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ประชาชนหลายคน ไม่สบายใจมานานมาก แล้วก็ไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจนเลย ก็อยากจะฝากทางท่านรัฐมนตรี ให้ช่วยดูแลหัวจิตหัวใจของประชาชนในส่วนนี้ด้วยนะครับ คือประชาชนก็ยังถามมาอยู่เสมอ นะครับ เมื่อสักครู่ก็ยังถามผมมาว่า คือกรณีบึงหนองบอนนี้ ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรี ช่วยชี้แจงเพิ่มเติมอีกสักนิดหนึ่ง เมื่อเปรียบเทียบการสร้างโรงบำบัดน้ำเสียบึงหนองบอนกับ โรงบำบัดน้ำเสียธนบุรี คือกรุงเทพมหานครเคยตัดสินใจย้ายไปก่อสร้างในที่ใหม่มาแล้ว ด้วยเหตุผลที่ว่าประชาชนไม่เห็นด้วยที่จะมีโรงบำบัดน้ำเสียใต้พื้นที่สวนสาธารณะ นี่เทียบเคียงได้กับกรณีของบึงหนองบอนเลย ที่ท่านบอกกำลังจะสร้างใต้ดิน เพราะว่า ประชาชนกลัวเรื่องปัญหามลภาวะ คือในกรณีบึงหนองบอนก็เช่นเดียวกันครับ และถ้าเทียบ ขนาดแล้วน่าจะมีผลกระทบด้านมลภาวะมากกว่าด้วยซ้ำ แล้วก็ยังมีการเอาพื้นที่สนามกีฬา ลานกีฬาต่าง ๆ ของประชาชนไปใช้ในการก่อสร้างด้วย โดยที่อาจจะไม่มีการทดแทน แต่อันนั้นผมสบายใจ เพราะว่าทางท่านรัฐมนตรีบอกว่าจะมีการสร้างทดแทนให้ในแผนนะครับ แต่ก็ต้องประเมินว่าประชาชนยินยอมหรือไม่อย่างไรนะครับ🔗

สุดท้ายจนถึงทุกวันนี้ก็ยังมีประชาชนจำนวนมากก็ยังลงชื่อคัดค้านอยู่ เพื่อขอให้กรุงเทพมหานครไปใช้ที่อื่นในการก่อสร้าง คือผมย้ำและนำเรียนท่านประธาน ผ่านไปทางท่านรัฐมนตรีอย่างนี้ครับว่า ประชาชนไม่มีการคัดค้านการก่อสร้างโรงบำบัด น้ำเสีย ทุกคนเห็นด้วยว่าการบำบัดน้ำเสีย การระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานครสำคัญ มาก ๆ ตามที่ทางท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงเอาไว้ ไม่มีใครไม่เห็นด้วยครับ เพียงแต่เขาต้องการ ขอร้องให้กรุงเทพมหานครย้ายการก่อสร้างไปยังที่อื่น ก็อยากให้ทางท่านรัฐมนตรีลองตอบ อีกสักครั้งหนึ่งครับว่าเมื่อเทียบเคียงกับกรณีของโรงบำบัดน้ำเสียของธนบุรีที่ย้ายได้ ทำไม หนองบอนถึงจะย้ายไม่ได้ ก็อยากจะทราบเหตุผลครับ ในกรณีที่ท่านยังยืนยันว่าโอกาสย้าย ไม่น่ามี ก็อยากจะทราบเหตุผลว่าตกลงแล้วจะย้ายหรือไม่ย้าย นี่ประชาชนต้องการแค่นี้ครับ ย้ายหรือไม่ย้าย แล้วถ้าไม่ย้ายขอเหตุผลได้หรือไม่ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ เมื่อสักครู่นี้ผมก็เลยตกไป เพราะผม ถามยาวไปเรื่องกรณีของ ๓,๐๐๐ ล้านบาท เรา ๆ ท่าน ๆ อยู่ที่นี่กัน ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผมเรียนว่ายังไม่ได้ศึกษา เพราะฉะนั้นการที่จะยกตัวเลขอะไรไปกล่าวอ้างให้ประชาชน เข้าใจ แล้วผมเข้าใจว่าน่าจะเข้าใจไม่อยู่บนพื้นฐาน ผมไม่บอกว่าเข้าใจผิดหรือเข้าใจไม่ดี นะครับ เข้าใจไม่อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง ขณะนี้ยังไม่ได้เรียน ยังไม่ได้ศึกษาออกแบบ ระบบของระบบบำบัดน้ำเสียจะต้องมีระบบรวบรวมน้ำเสียมาด้วย เท่าไรก็ไม่รู้ บ้านเรือนจาก ที่เคยทำไว้เดิม ปัจจุบันนี้ที่เปลี่ยนแปลงไปแค่ไหนก็ไม่รู้ แล้วเอาตัวเลขลอย ๆ มา กระผม เรียนด้วยความเคารพนะครับว่ามันเป็นการพยายามเอาอะไรไปทำให้ประชาชนเข้าใจ ไปทางไหนหรือเปล่า เรียนว่าเขายังไม่ได้ศึกษา ณ ปัจจุบันนี้ถ้าจะเอาแผนเก่ามา เมื่อไจก้า (JICA) ทำไว้เป็นแค่คอนเซปชวล (Conceptual) เท่านั้นเอง ไม่มีรายละเอียด ถ้าผมจะเรียนให้ง่าย ๆ เอาแผนที่เขาทำไว้เดิมเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้วมาแล้วมาก่อสร้างเลย ท่านคง ไม่ยอมผมทั้งสภา เพราะไม่มีรายละเอียด เมื่อข้อมูลไม่มีรายละเอียดท่านเอาตัวเลขนี้มาพูด ผมคิดว่าอยู่บนพื้นฐานที่ไม่อยู่บนหลักเหตุผลโดยแท้จริงนะครับ อันนี้ประเด็นของ ๓,๐๐๐ ล้านบาท ผมไม่ได้บอกจะถูกหรือแพงกว่า ไม่รู้ แต่ผมชี้ให้เห็นธรรมชาติว่าตรงนี้ เขาเริ่มต้นมา เขาเวนคืนมาเพื่อทำระบบบำบัดน้ำเสีย เรื่องการระบายน้ำ ป้องกันน้ำท่วม โดยเหตุผลของการเวนคืนนะครับ แล้วเขาพิจารณาดูแล้วว่าน้ำมันลงมาที่ต่ำ เขาถึงมาซื้อที่นี่ มาเวนคืนที่นี่ แล้วการที่จะเอาน้ำไปที่อื่นมันจะแพงโดยหลัก แต่ก็ไม่เป็นอะไร คำตอบอยู่ที่ ผลการศึกษา อย่ามาพูดตัวเลขกันโดยไม่มีผลศึกษา แล้วเอาตัวเลขนั้นมาผมคัดค้าน โดยสิ้นเชิงนะครับ กลับไปเรื่องของธนบุรีก็เช่นเดียวกัน ปัญหาที่ธนบุรี คลองเตย จังหวัดลพบุรี บางทีท่านเอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้ ผมจะเรียนให้ฟังว่าที่ธนบุรี เดิมทีเขาก็ จะสร้างตรงที่สร้างปัจจุบันนี้ แต่มันมีปัญหาเรื่องทางเข้าออกกับการรถไฟแห่งประเทศไทย เขาก็เตรียมที่จะไปศึกษาอีกพื้นที่หนึ่งที่บอกว่าเป็นสวนสาธารณะ ก็ทำอย่างนี้ล่ะครับ เพราะว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยเขาจะไม่ให้ที่เข้าออก ก็ไปเตรียมหาที่สำรองไว้ แต่เป็น ขั้นศึกษา พอไปฟังเสียงประชาชน ประชาชนเขาบอกว่าอยากให้เป็นสวนสาธารณะ ก็พอดี การรถไฟแห่งประเทศไทยเขายอมให้ผ่าน ก็เลยมาสร้างที่นี่ ท่านจะเรียกว่าเปลี่ยน หรือท่านจะเห็นด้วยกับประชาชนอย่างไร นี่ล่ะครับสังคมมันอยู่ด้วยกฎหมาย ด้วยข้อเท็จจริง ด้วยแนวทางปฏิบัติ เพราะฉะนั้นท่านจะไปบอกว่า ถ้าอ้ายนี่ย้าย ที่อื่นก็ต้องย้าย ย้าย ย้าย เหมือนกัน ไม่ใช่ คำตอบผมคือไม่ใช่ ต้องศึกษาไปแต่ละเรื่อง แต่ละเคส (Case) แต่ละพื้นที่ อย่าเอาอันนี้มาเปรียบกัน ผมเล่าให้ฟังแล้วธนบุรีมันเกิดขึ้นเพราะอย่างนี้ เพราะเขาฟัง ประชาชน แต่เขาเตรียมที่ไว้ก่อนแล้ว แล้วมันมีปัญหาเขาก็เตรียมที่รอง ก็หยั่งลงไป ดันหยั่งไปเจอตอ เขาก็ไม่ให้ ไม่ให้ก็กลับไปที่เดิม เพราะการรถไฟแห่งประเทศไทยเขาให้ ก็จบ ท่านจะไปเปรียบเทียบว่าเพราะฉะนั้นก็ย้าย ไม่จบหรอกครับ ถ้าใช้สูตรนี้ผมตอบว่า ไม่ใช่ ที่นี่ถามว่าทำอะไร ก็ศึกษาสิครับ ถามว่าเอาไปเทียบกับอะไร ถ้าผมพูดอย่างนี้ ท่านคงไม่โกรธผม ถ้าท่านเอาคนที่มาเล่นกีฬามาเปรียบ ผมเรียนย้ำผมก็ไปใช้สถานที่ที่นี่ ขี่จักรยานนะครับ แต่ท่านต้องเอาไปเปรียบเทียบกับคนที่ได้ผลประโยชน์จากเรื่องระบบน้ำ ที่นี่ กี่ตารางกิโลเมตร ท่านต้องไปทำให้หมด ที่เขามีผลต่อตรงนี้ ถ้าสมมุติมันเป็นภาระ ของกรุงเทพมหานคร ถ้าสมมุติว่าตัวเลขมันออกมาเป็นภาระ ท่านต้องให้สังคมเขารู้ แล้วเรา จะเลือกวิธีที่ยากก็ได้ คำตอบผม ท่านอย่ามาเค้นผมให้รับปาก ไม่ได้ อันดับแรก เราอยู่กันที่นี่ เราก็รู้ ผมไม่มีอำนาจหน้าที่จะบังคับบัญชากรุงเทพมหานคร เรากำกับ เหมือนท่านกำกับผม อยู่นี่ล่ะ ผมกำกับเขา ตอนที่เขาทำแผนเขาก็ไม่ได้ขอผม เขาทำแผนของเขาตามอำนาจหน้าที่ เขา กำกับหมายความว่าถ้าทำผิดเมื่อไรเท่านั้นผมถึงจะใช้กฎหมายได้ เขาทำตามอำนาจ หน้าที่เขา เขาทำตามขั้นตอนเขา ถ้าจะเรียนง่าย ๆ ว่าก็ลงไปทำแล้วฟังประชาชนเขาพูด ถ้าประชาชนเขาไม่ยอมก็คงสร้างไม่ได้ แต่ประชาชนสร้างไม่ได้ ประชาชนก็ต้องรับผลกระทบ ที่เกิดขึ้น หรือว่าภาระที่กรุงเทพมหานครต้องแบกมากขึ้น เขาก็ต้องรับ ถ้าเขาบอกว่าเอา เสียเงินมากก็ยอม การบริการด้านอื่นของกรุงเทพฯ ก็ต้องน้อยลง เขาก็ต้องรับสภาพ ถ้าตอบ โดยระบบคงตอบอย่างนั้น จะให้ผมมาบอกประชาชนให้มั่นใจว่าจะไม่สร้าง ท่านคงให้ผม ทำอย่างนั้นไม่ได้ ผมคงไปสั่งกรุงเทพมหานครเช่นนั้นไม่ได้ เขาอยู่ในแผนเขา เขาเวนคืนมา เพื่อทำเรื่องน้ำ อำนาจหน้าที่เขา ใช่ เขาทำตามขั้นตอนกฎหมายให้เขาทำไป ถ้าประชาชน ไม่ยอมเป็นเรื่องของประชาชนไม่ยอม อย่างนั้นน่าจะจบสมบูรณ์มากกว่านะครับ กระผม ขอเรียนเพิ่มเติมแค่นั้นครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าเป็นการจบการถามตอบกระทู้ถาม เรื่อง ขอให้พิจารณาใช้พื้นที่รกร้างว่างเปล่าในการ ก่อสร้างโรงบำบัดน้ำเสียแทนการใช้พื้นที่ลานจอดรถและสนามกีฬาของบึงหนองบอน ซึ่งสร้างปัญหาและส่งผลกระทบต่อการใช้พื้นที่ของประชาชน โดยท่าน ส.ส. วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็ต้องขอกราบขอบคุณ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่กรุณาให้เกียรติสภาผู้แทนราษฎรของพวกเรา🔗

๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๓๖๗ เรื่อง ขอทราบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การแต่งตั้งนายตำรวจและการคัดเลือกตำรวจราบในพระองค์ (นายรังสิมันต์ โรม เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ด้วยสำนัก เลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีได้มีบัญชา มอบหมายให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม คือพลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล เป็นผู้ตอบกระทู้ถามเรื่องนี้แทน แต่เนื่องจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ติดภารกิจสำคัญ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามในเรื่องดังกล่าวไปก่อน ก็เรียนให้ท่านสมาชิก ได้รับทราบนะครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

ผมขออนุญาตท่านประธาน นิดหนึ่งครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรังสิมันต์ครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ พอดีผมอยากจะทราบว่า🔗

ประเด็นที่ ๑ เพราะเหตุใดท่านนายกรัฐมนตรีถึงมอบหมายให้ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งไม่ได้มีภารกิจอะไรที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมดูแล กำกับ ดูแลตำรวจเลย ไม่แน่ใจว่าได้มีการแจ้งมายังท่านประธานต่อเรื่องนี้หรือไม่🔗

ประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากจะสอบถาม ก็คือว่าเวลาบอกว่าติดภารกิจ อยากจะ ทราบเหมือนกันว่าภารกิจอะไร ผมยังไม่ได้รับแจ้งอะไรเลย เป็นหนังสือยังไม่ได้รับเลยครับ ทีนี้มันทำให้สมาชิก ซึ่งมีคำถามแล้วคำถามเรื่องตำรวจมันก็เป็นคำถามที่พี่น้องประชาชน ให้ความสนใจ เพราะมันก็เพิ่งมีเหตุที่เกิดขึ้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ดังนั้นการบอกว่าติดภารกิจ แล้วไม่มาตอบ ซึ่งการไม่มาตอบครั้งนี้ซึ่งเป็นการทำหน้าที่วันสุดท้ายของสภาผู้แทนราษฎร จะทำให้กระทู้ถามจะไปถูกตอบในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งต้องยอมรับครับว่าการตอบ ในราชกิจจานุเบกษามันไม่ได้ลงรายละเอียดหรือลงลึก ดังนั้นผมจึงอยากจะสอบถาม ท่านประธานครับว่าเวลาที่ท่านรัฐมนตรีอ้างว่าตัวเองติดภารกิจ ไฉนถึงสามารถอ้างได้ ท่านควรจะรู้อยู่แล้วว่าเรามีสภา มีประชุม ท่านมีหน้าที่จะต้องสแตนด์บาย (Standby) เตรียมตัวที่จะตอบคำถามสมาชิก ดังนั้นจึงอยากจะสอบถามว่าท่านได้มีการชี้แจงต่อ ท่านประธานโดยเหตุผลอะไรนะครับ ไม่อย่างนั้นสุดท้ายผมอาจจะต้องไปถอนแล้วมา ถามใหม่ในสมัยประชุมหน้า เพื่อไม่ให้ถูกตอบในราชกิจจานุเบกษา เลยอยากจะสอบถาม ถึงเหตุผล ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เรียน ท่านรังสิมันต์ โรม นะครับ ว่าทางท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรก็ได้รับหนังสือแจ้ง จากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล ว่าติดภารกิจ สำคัญที่ได้นัดหมายไว้ล่วงหน้า ไม่อาจที่จะมาตอบกระทู้ถามในสภาในวันนี้ได้นะครับ จึงขอ เลื่อนไปก่อน ก็ให้เหตุผลแค่นี้ล่ะครับ ก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร ตามระเบียบตามข้อบังคับข้อ ๑๕๑ ซึ่งนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ถ้าติดภารกิจจำเป็นก็ต้องแจ้งเป็นหนังสือต่อ สภาผู้แทนราษฎรให้ทราบ ก็ได้รับคำตอบอย่างนี้ ส่วนเรื่องว่ากระทู้ของท่านเกี่ยวข้องกับ ทางตำรวจ ทำไมนายกรัฐมนตรีจึงมอบให้ พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงกลาโหมมาตอบนั้น ผมไม่อาจที่จะไปทราบได้นะครับตรงนี้คงเป็นภารกิจที่ ท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะมอบหมายกันเรื่องความมั่นคงหรืออย่างไร ผมก็ไม่ทราบนะครับ จึงไม่สามารถตอบได้🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

จะรบกวนท่านประธาน ให้เจ้าหน้าที่ช่วยขอหนังสือเหตุผลที่ท่านรัฐมนตรีตอบมาด้วยได้ไหมครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ได้ครับ อนุญาตได้ครับ เพราะเป็นหนังสือที่ไม่ได้ปิดลับอะไร ท่านสมาชิกครับ ต่อไปเป็นระเบียบวาระ🔗

๑.๒.๔ กระทู้ถาม ที่ ๓๗๐ เรื่อง ขอให้ติดตามความคืบหน้าและ ดำเนินการกับผู้กระทำความผิดคดีนายวรยุทธ อยู่วิทยา (นายธีรัจชัย พันธุมาศ เป็นผู้ ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ด้วย สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีได้มีบัญชา มอบหมายให้ รองนายกรัฐมนตรี ด็อกเตอร์วิษณุ เครืองาม เป็นผู้ตอบกระทู้ถามเรื่องนี้แทนนั้น แต่เนื่องจากรองนายกรัฐมนตรีติดภารสำคัญ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามในเรื่องดังกล่าว ออกไปก่อน ก็มีหนังสือแจ้งมาให้ทางประธานสภาได้รับทราบนะครับ ผมจึงขอแจ้งให้ท่าน สมาชิกได้รับทราบนะครับ🔗

นายธีรัจชัย พันธุมาศ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ ท่านธีรัจชัย🔗

นายธีรัจชัย พันธุมาศ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในสมัยนี้ เป็นกระทู้แรกและกระทู้สุดท้ายที่ผมยื่นมาสมัยประชุมนี้ ผมคิดว่ามันเป็นเรื่องที่สำคัญ สำหรับประชาชนและเกี่ยวเนื่องกับผลกระทบของกระบวนการยุติธรรมที่เสื่อมความเชื่อถือ จากคดี นายวรยุทธ อยู่วิทยา แล้วท่านนายกรัฐมนตรีได้มีการตั้งคณะทำงานชุด อาจารย์วิชา มหาคุณ ก็สรุปว่ามีการร่วมมือกันอย่างเป็นระบบในการที่จะแทรกแซง กระบวนการยุติธรรม ผมได้ถามคำถามเพื่อจะสอบถามท่านนายกรัฐมนตรี แต่ท่าน นายกรัฐมนตรีไม่รับผิดชอบ แต่มอบให้ท่านรองนายกรัฐมนตรี วิษณุ เครืองาม ก็ไม่ได้ ให้คำตอบว่าภารกิจสำคัญคืออะไร เรื่องนี้มันเป็นเรื่องอำนาจและความรับผิดชอบของ ฝ่ายบริหารต่อฝ่ายนิติบัญญัติ ท่านประธานครับ เราไม่มีมาตรการในการจัดการอะไรเลย หรือครับ สำหรับฝ่ายบริหารคือนายกรัฐมนตรี หรือว่าผู้รับมอบหมายคือรองนายกรัฐมนตรี ที่จะหนีการตอบกระทู้ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญ ไม่มีอะไรเชียวหรือครับ การหนีไปมันเป็นการชะลอ ความจริง และชะลอปัญหาและอาจจะเอื้อต่อการให้บางฝ่าย เช่น บุคคลที่ก้าวก่ายแทรกแซง กระบวนการยุติธรรมร่วมมืออย่างเป็นระบบนั้นไปทำจัดการไม่ให้มีความรับผิดของคนที่ ร่วมกระทำความผิดในคดีนี้ เมื่อวันที่ ๑๐ กันยายน อัยการสูงสุดบอกว่าจะมีการพิจารณา🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านธีรัจชัย🔗

นายธีรัจชัย พันธุมาศ แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตพูดก่อนครับ ท่านนิดเดียวครับ เพราะว่าเรื่องนี้สำคัญ เพราะว่าถ้าหลุดไปแล้วมันจะเสียหายมาก🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

กระทู้นี้ ได้มีการขอเลื่อนนะครับท่าน เมื่อมีการขอเลื่อนก็คงจะไม่ต้องอภิปรายครับ🔗

นายธีรัจชัย พันธุมาศ แบบบัญชีรายชื่อ

ผมขอพูดนิดหนึ่งนะครับว่า จะพิจารณาบุคคลที่เกี่ยวข้องการสั่งไม่ฟ้องนายวรยุทธ โดยมีข่าวแว่วบอกว่าคณะทำงาน สรุปบอกว่าเป็นความผิดวินัยไม่ร้ายแรง ต่อมามีการคัดค้าน ผมแถลงข่าวออกไป เขาบอกว่า เลื่อนเป็นวันที่ ๒๑ นี่คือจะถามวันนี้ทำไมไม่ตอบ เพราะเรื่องนี้สำคัญครับ การสั่งไม่ฟ้องคดีนี้ บอกว่าเป็นความผิดไม่ร้ายแรงอย่างไร และข่าวสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่บอกว่า จะให้เรื่องของความเร็ว ที่เปลี่ยนแปลงความเร็วจากที่เกินกำหนดกฎหมายมาเป็นต่ำกว่า กฎหมายนั้นเป็นผลไม้พิษ ได้รับหลักฐานไม่ชอบ จะไม่ทำ ผมก็โวยวายไป จะถามวันนี้ว่าทำ อย่างไร สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ตั้งเมื่อวันที่ ๗ กันยายน บอกว่าพนักงานสอบสวน จะคืบหน้าอย่างไร จะมวยล้มต้มคนดูอีกหรือไม่ และอีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องคนที่เกี่ยวข้อง กับคดีนี้ได้รับแต่งตั้งจากที่นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในที่ประชุม แล้วได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น มันอะไรกันประเทศนี้ครับ เรื่องนี้ผมคิดว่าเป็นการหลบหนีหลีกหนีความจริง เป็นการมีวาระ ซ่อนเร้นที่จะไม่ตอบและจะปล่อยให้กระบวนยุติธรรมเราถูกดองไป ไม่ได้ตอบวันนี้ นั่นหมายถึงว่ากระทู้นี้จะต้องไปตอบในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งหมายความว่าจะปิดประตู ตีแมวตอบอย่างไรก็ได้ ไม่ได้ตอบวันนี้หมายความว่าคนที่จะช่วยเหลือคนที่จะกระทำความผิด ในคดีนี้ก็สามารถไปทำอะไรก็ได้ อำนาจนิติบัญญัติมันไม่ไร้ความหมายแล้วหรือครับ ของรัฐบาลแบบนี้ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ แบบนี้ครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องของการละเว้น การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือไม่ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรสามารถที่จะดำเนินคดี ได้หรือไม่ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านธีรัจชัย ก็ไปค้นดูกฎหมายมันมีกฎหมายข้อไหนไหมที่จะเอาผิดรัฐมนตรีที่ขอเลื่อน ไม่มาตอบนะครับ มันไม่มีครับ มันเป็นสิทธิที่รัฐมนตรี ถ้าติดภารกิจก็สามารถขอเลื่อนได้ แต่รัฐมนตรีก็ต้องทำ หนังสือแจ้งมาเป็นทางการถึงสภาผู้แทนราษฎร ท่านธีรัจชัยมีทางเลือกอยู่ ๒ ทางครับ ๑. กระทู้ตัวนี้กระทู้ถามทั่วไปของท่านนี้ก็สามารถไปตอบในราชกิจจจานุเบกษาที่จะตอบท่าน แต่ว่าถ้าท่านยังอยากจะถามในที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ท่านก็สามารถถอนออกไปได้ครับ ถอนออกไปแล้วเปิดประชุมเราก็ยื่น หรือว่าถอนออกไปปิดสมัยประชุมท่านก็ยื่นเลยครับ เดี๋ยวผมรับเรื่องให้ครับ🔗

นายธีรัจชัย พันธุมาศ แบบบัญชีรายชื่อ

ด้วยความเคารพครับ ผมเข้าใจ แต่ว่าเวลามีความหมาย🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ส่วนเรื่อง ที่จะไปบังคับให้รัฐมนตรีมาตอบ รัฐมนตรีก็เป็นสิทธิของเขา🔗

นายธีรัจชัย พันธุมาศ แบบบัญชีรายชื่อ

เวลามีความหมาย แต่ว่าเรื่องนี้ เป็นความรับผิดชอบ ผมอยากบันทึกไว้ในที่ประชุมสภาแห่งนี้ว่าผมได้พูดในเชิงหลักการว่า ไม่ใช่ และอยากให้ท่านประธานนั้นรบกวนด้วยความเคารพ กระตือรือร้นในการที่จะช่วย กำกับ หมายความว่าช่วยกระทุ้ง หรือว่าทำให้ฝ่ายบริหารนั้นรับผิดชอบต่อฝ่ายนิติบัญญัติ มากกว่านี้ครับ ก็คือบันทึกไว้แค่นี้ล่ะครับ ๓ ข้อ อีกเรื่องหนึ่งที่ฝากไปก่อนก็คือว่า เรื่องการจับกุม นายบอส อยู่วิทยา นั้นไปถึงไหน อย่างไร ขอตามตรงนี้ไปด้วย ขอบันทึกไว้ ตรงนี้แล้วกัน เพราะผมติดตามตรงนี้ไว้แล้วครับ ถึงแม้จะไม่มาตอบก็ตามครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านได้ชี้แจง พอประมาณนะครับ ขอบคุณครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะนะครับ ก็ได้ดำเนินการถาม และตอบที่ห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะบริเวณชั้น ๑ ของสภาของเราแล้วนะครับ🔗

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มอบหมายให้ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในห้องประชุม กระทู้ถามแยกเฉพาะ)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เนื่องจาก ได้รับแจ้งว่ากระทู้แรกของสภาใหญ่นั้นรัฐมนตรียังเดินทางมาไม่ถึงเขาจะให้หารือไปเรื่อย ๆ ห้องเราคงรอไม่ทันแล้วล่ะครับองค์ประชุมเกินแล้วล่ะนะครับ ฉะนั้นขออะลุ่มอะหล่วยหน่อย เพื่อประโยชน์ของประชาชนไม่ได้เสียหายอะไร ฉะนั้นผมคิดว่าห้องกระทู้แยกเฉพาะของ พวกเราพร้อมแล้วผมก็จะขอนำเข้าสู่ระเบียบวาระกระทู้ถามแยกเฉพาะคือ กระทู้ที่ ๑.๓🔗

๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗

ผมขอเรียนที่ประชุมทราบว่าเพื่อประโยชน์ในการถามและตอบกระทู้ถาม ของผู้ตั้งกระทู้ถามและของท่านรัฐมนตรี ผมขอสลับลำดับการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะเป็น ดังนี้นะครับ🔗

ลำดับที่ ๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๒๘๑ ของท่านปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ ตามระเบียบวาระที่ ๑.๓.๑🔗

ลำดับที่ ๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๒๘๖ ของท่านนิยม เวชกามา ตามระเบียบวาระที่ ๑.๓.๕🔗

ลำดับที่ ๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๒๘๔ ของท่าน ส.ส. อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ตามระเบียบวาระที่ ๑.๓.๔🔗

ลำดับที่ ๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๒๘๒ ของท่าน ส.ส. รังสรรค์ มณีรัตน์ ตามระเบียบวาระที่ ๑.๓.๒🔗

ลำดับที่ ๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๒๘๗ ของท่าน ส.ส. รังสรรค์ มณีรัตน์ ตามระเบียบวาระที่ ๑.๓.๖🔗

ลำดับที่ ๖ กระทู้ถามเฉพาะที่ ๒๘๓ ของท่าน ส.ส. อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ตามระเบียบวาระที่ ๑.๓.๓ ซึ่งลำดับที่ ๖ ท่านอาดิลันได้ขอถอนไป ผู้ตั้งกระทู้ถาม คงไม่ขัดข้องนะครับ เพื่อที่จะให้เกิดความสะดวกแล้วก็สอดคล้องกับท่านรัฐมนตรี บางที ก็ตอบ สภาใหญ่บ้าง มาตอบห้องกระทู้แยกเฉพาะบ้าง ก็มีการสลับกันอย่างนี้ ขอเรียนว่ากระทู้ถาม แยกเฉพาะนั้นเรามีเวลาถามตอบกระทู้ละ ๒๐ นาทีนะครับ คือถามตอบได้ฝ่ายละ ๑๐ นาที ฝ่ายถาม ๑๐ นาที ฝ่ายตอบ ๑๐ นาที จะถามได้ ๒ ครั้ง ส่วนถ้าสมมุติว่ามีคำถามที่ยัง คลางแคลงใจตอบได้ไม่ชัดเจนอยากจะขอเพิ่มเติมต้องขออนุญาตประธาน ถ้าประธาน อนุญาตก็ให้ถามครั้งที่ ๓ ฉะนั้นท่านผู้ถามก็ควรจะเตรียมคำถามให้ได้ภายใน ๒ ครั้ง เว้นแต่ มันยังคลางแคลงใจอยู่สั้น ๆ อีกหน่อยประธานก็จะอนุญาตเป็นกรณี ๆ ไป เรียนให้ท่าน สมาชิกและท่านรัฐมนตรีผู้จะตอบได้ทราบเอาไว้นะครับ🔗

๑.๓.๑ กระทู้ถาม ที่ ๒๘๑ เรื่องความเหลื่อมล้ำของค่าเหรียญรางวัล และสวัสดิการของนักกีฬาคนพิการ ของท่าน ส.ส. ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ ถาม ท่านนายกรัฐมนตรี🔗

ด้วยสำนัก เลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้วมี บัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา คือท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถาม แยกเฉพาะผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการ ตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะคือ นายเขมพล อุ้ยตยะกุล เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาแล้วก็ตอนนี้ท่านรัฐมนตรีก็พร้อมแล้ว เชิญท่านปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ ถามได้เลยครับ เชิญครับ🔗

นายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากการที่ เพื่อน ๆ นักกีฬาแล้วก็รวมทั้งผมด้วยซึ่งอดีตก็เป็นนักกีฬาคนพิการทีมชาติได้ถูกกดทับ ในเรื่องของด้านรางวัลแล้วก็สวัสดิการแล้วก็ถูกเลือกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม กระผมจึงได้ หารือในสภาผู้แทนราษฎรนำเข้ากรรมาธิการและทางกองทุนก็ได้รับเรื่องนี้ไปพิจารณา แล้วจากวันนั้นจนถึงวันนี้ก็เข้า ๓ ปีแล้วก็ยังไม่ได้บทสรุปว่าจะได้หรือไม่อย่างไร ฉะนั้น กระผมจึงได้ตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรีในประเด็นปัญหาความเหลื่อมล้ำดังกล่าวว่าทำไม นักกีฬาคนพิการถึงได้รับค่าเหรียญรางวัลแค่ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ยิ่งคนหูหนวกนะครับกลับได้ ไม่ถึง ๒ เปอร์เซ็นต์ของคนปกติ ในระดับเอเชีย คนปกติได้ ๒ ล้านบาท คนพิการอย่างผมได้ ๑ ล้านบาท คนหูหนวกได้ ๒๕,๐๐๐ บาทครับ ในระดับโอลิมปิก คนปกติได้ ๑๒ ล้านบาท คนพิการอย่างผมได้ ๗.๒ ล้านบาท คนหูหนวกได้ ๑๐๐,๐๐๐ บาท นี่คือระดับการแข่งขัน ในระนาบเดียวกัน ในระดับเดียวกันกว่าที่คนพิการจะได้มาเล่นกีฬาได้เขาต้องกล้าออกสู่ สังคมทะลุขีดความพิการของเขา ทะลุร่างกายที่เป็นอุปสรรค ที่จิตใจแล้วก็โอกาสทางสังคมที่ เขาได้รับ เขาต้องฝึกซ้อมต้องอดทน ต้องมีวินัยในการฝึกซ้อมเฉกเช่นเดียวกันกับนักกีฬา คนปกติแล้วก็ต้องออกมาเก็บแต้มเพื่อผ่านการคัดเลือกที่จะได้ไปแข่งในระดับเอเชีย ในระดับ โลกเช่นเดียวกันนะครับ และนักกีฬาปกติก็จะมีคณะกรรมการโอลิมปิกกำกับดูแลอยู่แล้ว หรือไอโอซี (IOC) ส่วนนักกีฬาคนพิการเรานะครับก็จะมีคณะกรรมการพาราลิมปิกสากกำกับ ดูแลอยู่แล้วด้วย เพราะฉะนั้นท่านประธานครับแล้วก็เมื่อวันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๑๘ องค์การสหประชาชาติได้ประกาศปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิคนพิการซึ่งประเด็นหลัก ๆ ก็ให้ ความเคารพในเรื่องของศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ แล้วประเทศไทยเรานะครับก็มีมติ รับรองไปแล้วเมื่อวันที่ ๓ ธันวาคม ๒๕๔๑ ในสมัยท่านนายกชวน หลีกภัย แล้วก็ ณ วันนี้ รัฐธรรมนูญ ข้อรับรอง พ.ร.บ. ส่งเสริมคุณภาพชีวิตคนพิการก็ให้การรับรองว่าการเลือก ปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมต่อคนพิการจะกระทำมิได้ แต่วันนี้ก็ยังไม่เป็นไปตามกฎหมายดังกล่าว ท่านประธานครับเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาผมก็คงไม่ต้องถามนะครับว่าเหตุใดทำไมถึง ค่าเหรียญแล้วก็สวัสดิการยังได้ไม่เท่ากัน ผมขอยกตัวอย่างประเทศที่ได้เท่ากันนะครับไม่ว่า จะเป็นฝรั่งเศส ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย มาเลเซียเพื่อนบ้านเรานะครับแล้วก็ล่าสุด สหรัฐอเมริกาก็ให้เท่ากัน แล้วย้อนกลับไปอีก ๕ ปี และพาราลิมปิกโตเกียว ๒๐๒๐ (Paralympic Tokyo 2020) นี้ก็ได้มีการรณรงค์เรื่องของสิทธิมนุษยชนด้วยซึ่งเพื่อดูแล ในเรื่องความเท่าเทียมของคนพิการนะครับทั้งโลกกว่า ๑.๒ พันล้านคน หรือ แอทแท็ก วี เดอะ ๑๕ (Attact V The 15) ฉะนั้นกระผมจึงขอถามท่านรัฐมนตรีในฐานะที่เป็นผู้ตอบ กระทู้แทนนายกรัฐมนตรีว่าท่านจะขจัดความเหลื่อมล้ำ ขจัดความไม่เท่าเทียมในเรื่องของ เงินรางวัลและสวัสดิการของเขาเหล่านี้หรือไม่ อย่างไรครับ ประเด็นที่ ๑ ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ เชิญครับ🔗

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพและสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ จากกรณีที่ท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติได้ถามเรื่องความเหลื่อมล้ำของนักกีฬาคนพิการซึ่งในยุคสมัยของท่าน นายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ได้มีการทยอยปรับขึ้นมาเรื่อย ๆ จากอดีต นะครับซึ่งขณะนี้เมื่อการแข่งขันโอลิมปิก (Olympic) คราวที่แล้วนักกีฬาคนทั่วไปกับนักกีฬา คนพิการมีความแตกต่างกันคือคนทั่วไปได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ คนพิการได้เพียง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ในขณะนี้ได้มีการปรับจากคนทั่วไป ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เช่นเดิมนะครับแล้ว ก็คนพิการปรับขึ้นมาเป็น ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งตรงนี้อาจจะเป็นเรื่องเงื่อนไขของเรื่องของภาระ งบประมาณในช่วงนี้ซึ่งประเทศไทยเราเองก็อยู่ในสภาวะที่ยังลำบากเกี่ยวกับเรื่องของการ แพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) แต่อย่างไรก็ตามรัฐบาลของท่านนายกประยุทธ์ ก็คงจะเป็นการปรับแบบค่อยเป็นค่อยไป ในกรณีของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติบอกว่า ในประเทศหลาย ๆ ประเทศซึ่งปัจจุบันนี้ได้ปรับเงินรางวัลสำหรับบุคคลทั่วไปและคนพิการ มาในอัตราที่เท่าเทียมกัน แต่ก็ยังมีอีกมากมายหลายประเทศที่ยังไม่ได้รับการปรับแต่ผม เชื่อว่าขณะนี้ประเทศไทยเราปรับมาที่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นในการแข่งขันโอลิมปิก (Olympic) หรือพาราลิมปิกที่ปารีสผมจะเป็นผู้เสนอขอปรับอัตราของเงินรางวัลให้ เพิ่มขึ้นมามากกว่าปัจจุบันนี้ นั่นคือเรื่องของเงินรางวัล ส่วนการที่ว่ามีความแตกต่างกัน ในเรื่องสวัสดิการหรืออะไรประมาณนั้นก็บอกได้เลยครับขณะนี้ทางรัฐบาลโดยท่านนายก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้มีคำสั่งลงมาว่าสำหรับนักกีฬาคนพิการต้องพยายามหาสวัสดิการที่ดี เพิ่มขึ้นกว่าในอดีตที่ผ่านมา แต่ที่สำคัญมากกว่านั้นการแข่งขันพาราลิมปิก เที่ยวนี้ในอดีต ไม่เคยมีการถ่ายทอดการแข่งขันของนักกีฬาคนพิการ แต่ในการแข่งขันพาราลิมปิก เกมส์ ๒๐๒๐ Paralympic Games 2020) ที่โตเกียว (Tokyo) รอบนี้เราได้มีการถ่ายทอดสดให้คน ไทยทั้งประเทศได้ดูนักกีฬาของชาติไทยเราทำการแข่งขันในโตเกียว พาราลิมปิก เกมส์ (Tokyo Paralympic Games) ซึ่งตรงนี้ก็เป็นการยกระดับขึ้นมาอีกขั้นหนึ่งสำหรับ ความเหลื่อมล้ำตรงนี้ก็ทำให้ไม่เกิดความเหลื่อมล้ำในการสื่อถึงคนไทยทั้งประเทศเพราะ บุคคลทั่วไปเราได้ถ่ายทอดไปแล้ว ในอดีตเราถ่ายทอดทุกครั้งแต่สำหรับคนพิการเราไม่ได้รับ การถ่ายทอด เพราะฉะนั้นขณะนี้เราได้มีการถ่ายทอดสดให้ชมและต่อไปเราก็จะมี การถ่ายทอดถึงซีเกมส์ (SEA GAMES) และเอเชียนเกมส์ (ASIAN GAMES) ซึ่งตรงนี้ถือว่า เป็นการยกระดับให้มาอยู่ในระดับเดียวกันซึ่งผมก็ขอตอบในหัวข้อแรกเพียงนี้ก่อนครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านปริญญา คำถามที่ ๒ เชิญครับ🔗

นายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ ในเรื่อง ของสวัสดิการนะครับซึ่งจริง ๆ นักกีฬาคนพิการเมื่อกลับมาแล้วก็จะมีเบี้ยคนพิการอยู่ ๘๐๐ บาท ส่วนนักกีฬาคนปกติก็จะมีโอกาสได้เป็นนายร้อย ประเด็นที่ ๒ ที่ผมจะถามก็น่าจะ เป็นในเรื่องของท่านมีแนวทางที่จะหนุนสร้างนักกีฬาในท้องถิ่น ในระดับจังหวัดเพื่อเข้าสู่ระดับชาติ ระดับนานาชาติหรือไม่อย่างไรเพื่อที่จะมาตอบโจทย์นักกีฬาทีมชาติเหล่านี้ด้วยขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

กราบเรียนท่านประธานและสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ เรื่องของสวัสดิการทางนายกรัฐมนตรี ได้กำชับมาที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาบอกว่าสำหรับนักกีฬาคนทั่วไปปัจจุบันนี้ พวกเราก็คงเห็นกันอยู่แล้วว่าในกองทัพต่าง ๆ หรือบริษัทต่าง ๆ ได้ทำการรับนักกีฬาทีมชาติ โดยเฉพาะนักกีฬาทีมชาติที่ได้รับเหรียญไม่ว่าจะในซีเกมส์ (SEA GAMES) เอเชียนเกมส์ (ASIAN GAMES) หรือโอลิมปิก เกมส์ เข้าเป็นข้าราชการโดยเฉพาะข้าราชการตำรวจ ทหาร ในแต่ละเหล่าแต่สำหรับนักกีฬาคนพิการท่านนายกรัฐมนตรีได้มีบัญชาลงมาว่าขอให้ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้หาวิธีหาหน่วยงานที่เข้ามารองรับให้นักกีฬาทีมชาติที่เป็น นักกีฬาคนพิการได้มีงานทำในรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ ซึ่งตรงนี้ทางกระทรวงการท่องเที่ยวและ กีฬาเราไม่ได้นิ่งเฉยจากการที่มีการแข่งโอลิมปิก เกมส์ และพาราลิมปิก เกมส์ ที่ผ่านมาทาง กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้มีคำสั่งไปที่การกีฬาแห่งประเทศไทยซึ่งได้รับการตอบ รับมาเรียบร้อยแล้วว่าสามารถรับนักกีฬาพาราลิมปิก เกมส์ ที่เป็นทีมชาติกลับมานี้ ใน ๔๓ อัตรา และเงินเดือนค่าตอบแทนประมาณ ๑๘,๐๐๐ บาท ๔๓ อัตรานะครับ ส่วนทาง มหาวิทยาลัยกีฬาแห่งชาติใน ๒๐ วิทยาเขตทั่วประเทศไทยก็จะรับนักกีฬาคนพิการเข้าเป็น พนักงานจ้างอีก ๒๐ อัตรา อัตราเงินเดือนหรือค่าตอบแทน ๑๕,๐๐๐ บาท ซึ่งหลังจากนี้ ตัวผมเองก็คงจะต้องทำการประชาสัมพันธ์และทำการหารือกับหน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ขณะนี้ผมมีการประสานซึ่งทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ก็กำลังหารือและจะนำเข้าสู่บอร์ด (Board) ของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยว่าสามารถที่ จะรับนักกีฬาคนพิการเข้าเป็นพนักงานจ้างหรือเป็นลูกจ้างได้สักกี่อัตรา หลังจากนี้ผมก็คง จะต้องขอหารือไปในกระทรวงอื่น ๆ ที่มีรัฐวิสาหกิจในกระทรวงนั้น ๆ ส่วนสำหรับเรื่องของ สวัสดิการอย่างอื่นเรายังมีให้กองทุนสำหรับนักกีฬาคนพิการ สำหรับที่ยังเป็นเยาวชนหรืออยู่ ในวัยที่มีการศึกษา ต้องเรียนทำการศึกษาเราก็จะสนับสนุนเรื่องทุนการศึกษาให้กับนักกีฬา คนพิการและที่สำคัญไปกว่านั้นเรื่องของการให้เงินซ้อม ให้เบี้ยเลี้ยงสำหรับนักกีฬาเราก็ จะถือปฏิบัติต่อไป และที่สำคัญที่สุดท่านนายกรัฐมนตรีได้บัญชามาแล้วว่าให้หาวิธีทำอย่างไร ก็ได้ขอเงินจากกองทุนพัฒนากีฬาแห่งชาติเข้ามาเพื่อเสริมศักยภาพและปรับปรุงเรื่องของเงิน รางวัลแล้วก็เบี้ยเลี้ยงเงินค่าซ้อม และที่สำคัญก็คือการรักษาพยาบาลสำหรับนักกีฬาคนพิการ ซึ่งปัญหาของนักกีฬาคนพิการก็คือมีการบาดเจ็บ ต้องรักษาพยาบาลตลอดเวลาเกิดจาก ร่างกายที่มีปัญหาซึ่งตรงนี้อย่างไรรัฐบาลไม่ได้ทอดทิ้งและไม่ได้ละเลยสำหรับการที่จะดูแล นักกีฬาคนพิการ อย่างไรก็แล้วแต่ตัวผมเองในฐานะที่ผมอยู่ดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและ กีฬาก็จะถือปฏิบัติและรับตามคำสั่งที่ท่านนายกรัฐมนตรีบัญชาการมาอย่างเคร่งครัดครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านปริญญา มีอะไรข้องใจอีกไหมครับ สั้น ๆ นะครับคำถามที่ ๓🔗

นายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ

จริง ๆ เรื่องนี้เป็นเรื่อง ง่ายมากนะครับก็คือแค่เข้าใจแล้วก็ไปปรับระเบียบนะครับ ส่วนในเรื่องของงบประมาณวันนี้ ผมเชื่อว่าทางกองทุนและรัฐบาลมีมากพออยู่แล้วไม่จำเป็นที่จะต้องปรับเพิ่มทีละนิด ทีละหน่อยได้ดังที่ผมยกตัวอย่างมาแล้วในสหรัฐอเมริกานะครับเขาทำได้ ของเขาได้เหรียญ รางวัลทั้ง ๒ รายการ ๒๐๐ กว่าเหรียญแล้วย้อนกลับไปอีก ๕ ปี กลายเป็นประมาณ ๔๐๐-๕๐๐ กว่าเหรียญ ทีนี้ผมขออนุญาตประมาณนี้นะครับว่าอย่างไรเราก็มีความเชื่อว่า ไม่มีใครปลดปล่อยเราได้นอกจากเราต้องร่วมกันเรียนรู้แล้วก็ตื่นสู้เพื่อให้อำนาจเป็นของเรา เราคนเท่ากันนะครับ ผมเชื่อว่าไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ถือว่าจบการถามตอบกระทู้แยกเฉพาะ ที่ ๒๘๑ เรื่องความเหลื่อมล้ำของค่าเหรียญรางวัล และสวัสดิการของนักกีฬาคนพิการนะครับ ซึ่งท่าน ส.ส. ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ เป็นผู้ถาม ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ ที่กรุณาให้เกียรติห้องกระทู้แยกเฉพาะของพวกเรา ขอบคุณครับท่านรัฐมนตรีครับ🔗

๑.๓.๕ กระทู้ถาม ที่ ๒๘๖ การก่อสร้างถนนเชื่อมระหว่างถนนสาย สกลนคร-กาฬสินธุ์ เพื่อใช้ในการเดินทางสัญจรของประชาชนเข้าหมู่บ้านโนนเจริญ หมู่ที่ ๙ ตำบลกกปลาซิว อำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร (นายนิยม เวชกามา เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม ท่านนายกรัฐมนตรี🔗

ด้วยสำนัก เลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้วมี บัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ให้เป็น ผู้ตอบกระทู้ถามเรื่องนี้แทน แต่เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยติดภารกิจสำคัญ จึงได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย คือท่านทรงศักดิ์ ทองศรี เป็น ผู้ตอบกระทู้ถามแทน ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาต ให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือ นายเจษ เสียงลือชา ผู้อำนวยการกลุ่มงานส่งเสริมการพัฒนาและส่งเสริมการบริหาร ท้องถิ่น กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ตอนนี้ท่านรัฐมนตรีทรงศักดิ์ ทองศรี เดินทาง มาถึงห้องประชุมแล้ว ต่อไปก็เชิญท่านนิยม เวชกามา ได้ถาม เชิญครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ต้องขอ เรียนถามกระทู้ไปยังรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านดอกเตอร์ทรงศักดิ์ ทองศรี ท่านประธานครับเนื่องจากกระทู้นี้ผมถามเป็นครั้งที่ ๒ ในเนื้อหาคล้าย ๆ กันเพราะไม่มีอะไร คืบหน้าจากที่ผ่านมา ครั้งที่แล้วท่าน มท.๑ ท่านพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา ท่านก็มาตอบคือ การตอบท่านก็บอกว่าจะดำเนินการบังเอิญที่ตรงนี้มันเป็นหมู่บ้านบนภูพาน ถ้าถามว่า หมู่บ้านนี้นานหรือยังก็ตั้งมาหลายปีจนเปลี่ยนชื่อจากเดิมชื่อหมู่บ้านดงขวาง เพื่อให้มันเจริญ ขึ้นก็เลยเป็นหมู่บ้านโนนเจริญ ถูกต้องตามพระราชกฤษฎีกาเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ หมู่บ้านนี้ไม่มีทางเข้าบ้านเพราะปัญหาเรื่องพื้นที่ดินด้วย พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ เดิมทีเดียว ถามตอนแรกจะทำถนนเข้าอีกเส้นทางหนึ่งเพราะว่ามันเป็นทางที่ชาวบ้านเทียวเป็นประจำ แต่ว่าไม่ได้มีถนนนะ ผมก็ไปดูเขาก็เอารถไถนามาทำกันพอได้เทียวขายเครื่องเกษตรได้ เกษตรนี้คือชาวบ้านอยู่บนภูพานส่วนใหญ่ก็ปลูกมันสำปะหลังกับยางพารา ข้าวก็ไม่ค่อย ได้ปลูกเพราะไม่มีพื้นที่ปลูก มีบ้างก็เป็นทำนาตามไหล่เขา เพราะฉะนั้นหมู่บ้านโนนเจริญ เปลี่ยนชื่อใหม่เมื่อปี ๒๕๔๖ ตามพระราชกิจฎีกา หมู่ที่ ๙ ตำบลกกปลาซิว อำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร จึงขอเรียนถามท่านในฐานะมาแทนท่านรัฐมนตรีอนุพงษ์ เนื่องจากทางเดิม มันจำเป็นต้องเปลี่ยนใหม่ ชาวบ้านก็ดิ้นรนครับวันนั้นผมไปดูด้วยตน สำรวจเส้นทางใหม่ เพราะเส้นทางเดิมนอกจากติดที่อุทยานแล้วยังติดที่ฝึกซ้อมทหารยิงปืน ถ้าท่านผ่านไป สมัยก่อนคงจะเป็นศูนย์ฝึกทหารปักธงชัย ก็เลยมีปัญหามาตลอดสุดท้ายมาเปลี่ยนเส้นทาง ใหม่เป็นเส้นทางที่เข้าทางที่ว่าการอำเภอตรงนี้ ที่ตรงนั้นเขาเรียกหมู่บ้านขยายขึ้นมาอีก เป็นหมู่บ้านหนึ่งคือหมู่บ้านภูพาน เดิมทีเดียวหมู่บ้านโบกเดือน ๕ คือที่ตั้งของที่ว่าการอำเภอ นั่นครับท่านประธาน ท่านไปท่านคงเห็นแล้วล่ะ ก็เปลี่ยนเส้นทางใหม่เป็นบ้านชุมชน หนองผำเข้าไป ระยะทางเท่าเดิมคือ ๕ กิโลเมตร แต่คราวนี้คงดีหน่อยคือทาง ครม. ไม่ใช่ ครม. เพราะไม่ถึงกับ ครม. ท่านรัฐมนตรี เขาเป็นโซนซี C คือเป็นอำนาจของรัฐมนตรี อนุมัติได้ โดยมีหนังสือผู้ว่าราชการจังหวัด เพิ่งเซ็นหนังสือเมื่อวานนี้ถ้าไม่มีกระทู้อาจจะ ไม่ต้องเซ็นมาถึงอธิบดีกรมป่าไม้เพิ่งเซ็นแต่ยังไม่ลงวันที่เลย เพิ่งเซ็น ยังไม่ออกหรอกผมว่า หนังสือตัวนี้ เพิ่งเซ็นเมื่อวานนี้ หนังสืออนุญาตให้เข้าไปใช้พื้นที่โดยส่งมาถึงอธิบดีกรมป่าไม้ อันนี้เลยกราบเรียนว่าดูแล้วมันเรื่องน่าสงสารครับท่านประธาน เป็นหมู่บ้านที่สมบูรณ์มี กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มีสมาชิก อบต. เหมือนหมู่บ้านทั่วไปแต่บ้านไม่มีทางเข้า ที่สำคัญทางเข้า เขาทำกันเองเพราะในภูพานมันมีร่องลำห้วย บ้านผมเรียกว่าลำห้วย เพราะเอาไม้มาทำพอ เทียวได้ในช่วงหน้าฝนแต่หน้าแล้งไม่ใช้สะพานก็ได้ ส่วนใหญ่รถดี ๆ เข้าไม่ได้หรอกครับ เขาเปลี่ยนนายอำเภอมาแล้ว ๕ อำเภอ ก็ยังไม่ได้นี่คือปัญหา วันนี้มันถึงเกิดเป็นคำถามว่า เมื่อประชาชนเขาลำบากแบบนี้ทางราชการมีแนวคิดที่จะช่วยเขาอย่างไรไหมว่าวันนี้ได้รับ อนุมัติแล้วล่ะพื้นที่ ผมว่าในอันดับแรกถ้าเป็นไปได้ผมฝากท่านรัฐมนตรีประสานไปยังท้องถิ่น ว่าเอาหินลูกรังไปลงพอเขาเทียวได้ อันนี้คือทางผ่านผมไปดู ในภาคราชการก็มีผู้ว่าราชการ จังหวัดเข้าไปหมู่บ้านแล้วแต่ก็ยังทำอะไรไม่ได้ ทราบแต่ว่าวันนี้อนุมัติ ผู้ว่าราชการจังหวัดทำ หนังสืออนุมัติคือตัวนี้ผมเห็นแล้วว่าให้จังหวัดเรียนว่าให้ตรวจสอบสภาพป่าและตรวจสอบ บังเอิญว่าทำมาจากอำเภอตั้งแต่วันที่ ๑๔ ธันวาคม ๒๕๖๓ มันเดินทางช้าหน่อยก็เพิ่งถึง จังหวัด จังหวัดก็ลงนามเมื่อวานนี้ที่มาถึงอธิบดีนี่แหละคือความเดือดร้อนพี่น้องประชาชน เขาลำบากมากผมอยากให้ท่านไปดูถ้ามีโอกาส ถ้าแบบนี้ท่านจะอยู่กันอย่างไร ผมจึงต้องถาม ท่านรัฐมนตรีเป็นคำถามแรกเลยว่า ผมก็คงไม่ต้องบรรยายอะไรหรอก ท่านเก่งอยู่แล้ว ท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านบรรยาย เกือบจะหมดเวลาแล้วนะครับ เหลือ ๔ นาที🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

ทันครับ ผมดูแล้วทัน เพราะรัฐมนตรี ท่านเข้าใจอยู่ ท่านเป็นพี่น้องผมนี่ล่ะครับ รัฐบาลมีนโยบายที่จะสนับสนุนในเรื่องงบประมาณ เรื่องการดำเนินการให้มีถนนสัญจรเข้าหมู่บ้านโนนเจริญ หมู่ ๙ ตำบลกกปลาซิว อำเภอ ภูพาน เพื่อจะบรรเทาความเดือดร้อนพี่น้องประชาชนบ้างอย่างไร ครั้งที่ ๒ แล้วนะที่ผมถาม กระทู้ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทยซึ่งได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยให้เป็น ผู้ชี้แจงตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ต้องกราบขออภัยต้องเอ่ยนามท่าน นะครับ ท่านนิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคเพื่อไทย จังหวัดสกลนคร เรื่องการก่อสร้างถนนเชื่อมระหว่างถนนสายสกลนคร-กาฬสินธุ์ เพื่อใช้ในการเดินทางสัญจร ของประชาชนเข้าหมู่บ้านโนนเจริญ หมู่ ๙ ตำบลกกปลาซิว อำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร ท่านประธานที่เคารพครับ ในเบื้องต้นผมต้องขอชื่นชมยินดีกับท่านผู้แทนราษฎรที่ท่าน ให้ความสำคัญ ให้ความห่วงใยกับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเรื่องของโครงสร้างพื้นฐาน ผมทราบว่าท่านกระทู้ถามเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานมาหลายกระทู้นะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการก็ได้มาตอบท่าน ท่านบอกว่าเป็นการถามครั้งที่ ๒ อันนี้ต้องขอชื่นชม ยินดีนะครับ แต่ผมเบื้องต้นก่อนจากข้อห่วงใยของท่านนะครับว่า การกระทรวงมหาดไทยเอง มีหน้าที่ในการบำบัดทุกข์บำรุงสุข อำนวยความเป็นธรรมของสังคม ส่งเสริมและพัฒนา การเมือง การปกครอง พัฒนาการบริหารราชการส่วนภูมิภาค การปกครองท้องที่ รวมถึง การกำกับดูแล สนับสนุน และส่งเสริมให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไปปฏิบัติงาน สำหรับ องค์กรปกครองท้องถิ่นเอง ผมเรียนท่านว่าพื้นที่ที่ท่านถามมันอยู่ในพื้นที่ขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น เขาเรียกว่า อบต. นี่ล่ะครับ ซึ่ง อบต. เองวันนี้เรามีการกระจายอำนาจ หน้าที่ โดยตรงของ อบต. เขาทำได้อยู่แล้ว หลักเกณฑ์ของการกระจายอำนาจคือการใช้งบประมาณ ของตัวเองในการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน มีการจัดทำแผนเป็นระเบียบ การจัดทำแผนในการพัฒนาโดยมีสภา มีสมาชิกที่มาจากการเลือกตั้งท้องถิ่นเอง คือเน้นการ กระจายอำนาจของพื้นที่ทั้งหลายในการใช้งบประมาณ เพียงแต่ว่าเห็นใจท่านนะครับ เห็นใจ พี่น้องประชาชน เพราะว่างบประมาณซึ่งท้องถิ่นได้รับแต่ละแห่งมีจำกัด แต่ว่าพื้นที่ในการ แก้ปัญหาประชาชนโดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานมีมากจริง ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นโครงการ ทั้งหลายที่อยู่ในพื้นที่ตามเกณฑ์ก็ต้องมีการจัดทำแผนไว้ก่อน แล้วแผนนี่เขาเรียกว่า มีแผน ๕ ปี แผนนี่ปรับได้นะครับ เกิดมีการเร่งด่วนก็อาจจะมีการปรับแผนในการจัดทำ งบประมาณแต่ละปี แต่ละปี เพราะว่าจะได้รู้ว่าแต่ละปีท้องถิ่นเองต้องการทำอะไร แต่ที่ ผมเรียนว่าที่มีความเห็นใจเพราะว่าบางทีงบประมาณมีจำกัด อะไรที่ทำเองได้ในหลักการ ก็คือต้องใช้งบประมาณของตัวเอง แต่บางทีบางครั้งถ้ามันทำไม่ได้ เกินขีดความสามารถ ความไม่เพียงพอ อาจจะต้องขอรับการอุดหนุน คือว่าไปประสานงานกับท้องถิ่นอื่นที่ ใหญ่กว่า เช่น องค์การบริหารส่วนจังหวัด มีการไปประสานงานเรื่องการทำแผน บางที ประสานมาแล้วผมก็เห็นใจอีกนะครับ เพราะว่า อบจ. เองก็ภารกิจก็เต็มพื้นที่ ก็จำเป็น อาจจะต้องขอเงินอุดหนุน เจขาเรียกว่าขอเงินอุดหนุนเฉพาะกิจมาที่กระทรวงมหาดไทย อันนี้เป็นเรื่องที่หลายท้องถิ่นเขาก็ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดนะครับ อันนี้ผมเรียน เบื้องต้นก่อนนะครับว่าวิธีการจัดทำแผนต้องจัดทำแผน ๕ ปี และแผนนั้นต้องมีความพร้อม นะครับ ปัญหาของท้องถิ่นเองผมเคยได้ตอบกระทู้หลายครั้งท่านประธานครับ ส่วนใหญ่ของ โครงการมายังไม่อยู่ในไทม์ไลน์ (Timeline) เวลาที่กำหนด อันนี้ประการที่ ๑🔗

ประการที่ ๒ ไม่มีความพร้อม อย่างเช่นโครงการที่ท่าน ส.ส. ได้ตั้งกระทู้ถาม นะครับ ผมก็ทราบว่าเขาก็ทำโครงการขอขึ้นมานะครับ แต่เพียงปรากฏว่าพื้นที่ดังกล่าว ยังไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าของพื้นที่นะครับ เพิ่งได้อนุญาตมาเมื่อวันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๔ เพิ่งขอมานะครับ วันที่ ๒๕ สิงหาคม ๒๕๖๔ เลยเวลาในการดำเนินการในการที่จะจัดสรร งบประมาณให้กับท้องถิ่นนั้น ๆ อันนี้ผมเรียนท่านก่อนนะครับ เพราะว่าขอมาเลยเวลา อย่างเช่นท้องถิ่นเอง กระทรวงมหาดไทยเองก็มีหนังสือสั่งการไปนะครับว่าในแต่ละปี ๆ ท้องถิ่นต้องเสนอโครงการมาจนถึงกระทรวงมหาดไทยภายในวันที่ ๙ ธันวาคมของทุกปี อย่างโครงการดังกล่าวนี้ขอมาในปี ๒๕๖๕ นี้นะครับ แต่ว่าเนื่องจากว่าโครงการดังกล่าวพื้นที่ ยังไม่อนุญาต เพิ่งอนุญาตหลังจากที่เวลาของการพิจารณามันล่วงเลยมาแล้วนะครับ แล้วผม เรียนเพิ่มเติมอย่างนี้ครับว่า ต้องเห็นใจเหมือนกันนะครับรัฐบาลเราก็มีงบประมาณเป็น จำนวนจำกัดนะครับ แต่ละปี ๆ งบประมาณที่ได้รับมาอย่างปีนี้โครงการของท้องถิ่นเองขอ มาทั้งสิ้นทั้งประเทศไทยนะ ทุกจังหวัด ท้องถิ่นเรามีทั้งหมด ๗,๘๔๙ แห่ง ของบประมาณมา รวม ๆ แล้วทั้งหมด ๑๔,๓๐๐ โครงการ ในวงเงิน ๕๑,๐๐๓,๗๒๗,๓๐๐ บาท เป็นการขอ มานะครับ แต่ว่าสภาเองก็อนุมัตินะครับ พิจารณางบประมาณไปให้เพียง ๗,๑๐๖ โครงการ ในวงเงิน ๒๖,๖๒๔,๒๗๖,๑๐๐ บาท ก็แสดงว่าไม่ได้ทั้งหมดนะครับ แต่ว่าผมได้มีโอกาส สอบถามทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นซึ่งเป็นเป็นแม่งานในเรื่องของการจัดสรรเงิน อุดหนุนไปโดยผ่านกระทรวงมหาดไทยนะครับ แต่ละปี ๆ เราก็มีการพิจารณาให้โดยเฉลี่ย เกือบทุก อปท. นะครับ ทุก ๆ ท้องถิ่นนะครับ อย่างองค์การบริหารส่วนตำบลกกปลาซิว อำเภอภูพาน ที่เป็นเจ้าของเส้นทางดังกล่าวนี้ก็ขอมาเหมือนกันครับ ขอมาทั้งหมด ๔ โครงการ ในวงเงิน ๑๒ ล้านบาทเศษ แต่ว่าเราก็อนุมัติไปให้เหมือนกัน ๑ โครงการ แต่ว่า เป็นโครงการอีกเส้นทางหนึ่งที่มีความพร้อมกว่านะครับ ก็เรียนให้ทราบว่าเป็นโครงการสาย บ้านโพนแพง ตำบลกกปลาซิว บ้านหลุบเลานาจาน เป็นการทำคอนกรีตในความยาวทั้งสิ้น ในพื้นที่ทั้งหมดเป็นตารางเมตรนะครับ ๙,๗๕๐ ตารางเมตร วงเงิน ๕ ล้านบาทเศษ อันนี้ ผมเรียนนะครับว่าในส่วนนี้กระทรวงมหาดไทยเองก็มีการจัดสรรลงไปเพื่อให้แก่ อปท. ที่มี ความต้องการ แต่ว่าสำหรับโครงการที่ท่านได้ตั้งกระทู้ถามเนื่องจากว่าที่ผ่านมาพื้นที่ยัง ไม่พร้อม แต่ทราบว่าพร้อมแล้วนะครับ เพราะฉะนั้นในปีนี้ผมก็เรียนนะครับว่าก็ขอรบกวน ให้ทาง อปท. ได้ทำเรื่องขึ้นมาใหม่ตามเงื่อนไขเวลาไทม์ไลน์ (Timeline) ที่กำหนดนะครับ เพราะว่าในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ต่อไป อันนี้ผมก็จะติดตามให้ท่านนะครับว่าโครงการ ดังกล่าวซึ่งเป็นความต้องการของประชาชนแล้วก็เป็นเรื่องที่มีประโยชน์ในการเดินทางสัญจร ไปมานะครับ เป็นเส้นทางซึ่งเชื่อมไปจนถึงสกลนคร-กาฬสินธุ์ ไปขึ้นเส้นเมนหลักอย่างนี้ ใน ๒๑๓ ก็จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน อันนี้ผมเรียนในเบื้องต้นก่อนนะครับว่า กระทรวงมหาดไทยเองก็มีความมุ่งหวังในการที่จะดำเนินการในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้อง ประชาชน ส่วนเรื่องเบื้องต้นในการที่จะขอดำเนินการเป็นการเฉพาะหน้า ผมได้ทราบมาแล้ว ว่า อปท. เองก็มีการตั้งงบประมาณจ่ายขาดเงินสะสมในการที่จะนำเงินที่มีของตัวเองนำไป แก้ปัญหาเบื้องต้นก่อน โดยการทำโครงการลงลูกรัง ใช้เงินจ่ายขาดเงินสะสมไปทั้งสิ้น ๔๙๕,๕๐๐ บาท ลงลูกรังประมาณ ๓ กิโลเมตรในการบรรเทาความเดือดร้อนไปก่อน ล่วงหน้านะครับ ซึ่งคาดหมายว่าในกลางเดือนตุลาคมจะแล้วเสร็จในการบรรเทาเบื้องต้น ในโครงการที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มีความห่วงใยนะครับ ในการกังวลว่าประชาชน จะใช้ประโยชน์อย่างไร แล้วก็มีปัญหาอย่างไร แต่ก็เรียนต่อนะครับว่าในปีนี้ ๒๕๖๖ ก็ไม่ได้ ตัดสิทธิอะไรของท้องถิ่นที่จะเสนอโครงการนะครับสิ่งที่เป็นความต้องการ แต่ว่าเราก็ต้องมี เกณฑ์ในการพิจารณาตามที่เรียนเบื้องต้นนะครับว่าเกณฑ์ในการทำขอเงินอุดหนุนเขามี เกณฑ์ของเขาอยู่แล้วนะครับ ในเรื่องของการต้องอยู่ในแผน ต้องมีความพร้อม ต้องอยู่ในห้วง เวลาที่กำหนด เบื้องต้นขอกราบเรียนท่านประธานถึงท่านสมาชิกดังนี้ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน ดอกเตอร์มหานิยมคำถามที่ ๒ ครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเข้าใจได้ท่านรัฐมนตรีทรงศักดิ์ด้วยความเคารพกันนะ แต่ว่ารายนี้ ผมอยากจะให้ท่านไปทบทวนคิดใหม่ตรงประเด็นที่ว่าถ้าทำได้ก็ทำนะ ผมรู้อยู่ว่าใน อบต. เอง ก็ต้องการมุ่งหวังมากที่จะทำให้ได้ แต่ว่าด้วยศักยภาพของเขายากครับ ขนาดผมไปดูด้วย ผมบอกอยากเห็น พอผมไปดูชาวบ้านแล้วผมสงสารเขา ท่านรัฐมนตรีครับ นี่ขนาดผู้ใหญ่บ้าน พาผมเดินป่านะ ๕ กิโลเมตรจากที่ว่าการอำเภอไปเพราะมันเข้าเส้นใหม่ เส้นเก่าไม่ได้แล้วล่ะ มันไปเป็นพื้นที่ทหาร ผู้ใหญ่บ้านนายบุญเหลือ นายกสฤษดิ์ ปลัด อบต. พาเดินป่ากับ ชาวบ้านส่วนหนึ่ง ผมก็เดินไปอยากดูว่าถ้าทำอันใหม่จากอำเภอไปถึงบ้านโนนเจริญมันจะ ขนาดไหน ก็ ๕ กิโลเมตรขึ้นเขาล่ะครับ ผมจึงกราบเรียนว่าถ้าท่านทำได้นะผมก็ยังมี ความหวังว่าท่านจะทำได้นะ ผมไม่อย่างไร แค่ว่าเตรียมงบประมาณปี ๒๕๖๖-๒๕๖๗ อะไรนี่ มันเป็นเรื่องอนาคต แต่พี่น้องเขาอยู่ในพื้นที่นั้นลำบากมากท่านประธาน ลำบากมากเลย ผมไปดูแล้วปลูกมันปลูกอะไรออกมาขายลำบาก ผมเข้าใจที่ท่านทำถนนที่ว่ามันอนุมัติแต่มัน เป็นอีกเส้นหนึ่งซึ่งปกติเขามีอยู่แล้ว แต่นี่มันไม่มีเลยท่านประธาน ไม่มีถนนเข้าบ้านเลย ผมถึงบอกท่าน มท. ๑ ไปว่าเอาล่ะถนนก็มี ไฟฟ้าก็มี เขาก็เป็นคนไทย เสียภาษี รายได้จาก ขายมันเขาก็เสียภาษีนะท่านประธาน อันนี้ถึงกราบเรียนท่านรัฐมนตรีด้วยความเคารพว่า อย่างอื่นท่านยังทำได้ ทบทวนอะไรเยอะแยะเลยในสกลนครผมก็เห็นด้วยทุกอัน แล้ววันนี้ ทำไมจะทบทวนบ้างไม่ได้ อย่าให้รอตั้งงบประมาณปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ อะไรไป ท่านไปดูชาวบ้านนะผมเห็นแล้วน้ำตาตกในนะ โอ้โหอยู่กันได้อย่างไร ในขณะที่พวกเราขี่รถ ป๋อเลย แต่เขากว่าจะได้แต่ละเส้นทางกระโยกกระเยกตอนนั้น ตอนนี้ไปไม่ได้แล้วฝนตก ออกมาลำบาก ผมจึงต้องถามท่านเป็นคำถามที่ ๒ เพื่อเป็นความหวังของชาวบ้าน อย่างน้อย เขาอาจจะดูอยู่ วันนี้ชาวบ้านต้องลงทุนซื้อเทคโนโลยีสมัยใหม่ พวกที่มีสตางค์ที่ขายมันได้ เพราะไฟฟ้าไม่มี ไม่มีเพราะทำไม่ได้นะที่ว่านี่ ท่านก็รู้อยู่ว่าสมัยหนึ่งตรงภูพานพื้นที่สีแดง ทั้งหมด ท่านจะรู้ท่านเป็นมือเพชฌฆาต ก็ขนาดติดป้ายเลยนะตำบลกกปลาซิวนี่ เมื่อปี ท่านผู้ว่าสุพร สุภสร เป็นผู้ว่าราชการจังหวัด ติดป้ายห้ามราชการเข้ามาในตำบลนี้ ท่านสุพร ท่านเป็นคนเก่ง ไปเจรจาจนสุดท้ายให้เอาป้ายออก อายเขาเพราะมันติดเส้นทางใหญ่ อันนี้ คือปัญหาซึ่งมันเป็นปัญหาของพื้นที่ เพราะพวกนี้คือพวกคอมมิวนิสต์เก่า แต่วันนี้กลับใจ หมดแล้ว ไม่มีแล้ว เมื่อไม่มีแล้วนี่ดูแลเขาหน่อยได้ไหม เกือบร้อยหลังคา คำถามสุดท้ายครับ หากรัฐบาลยังคิดว่ายังดำเนินการไม่ได้หรือจะรีบดำเนินการพอจะมีเมตตาให้เขาว่าจะเอาล่ะ ทบทวนเป็นบางอย่าง ทบทวนแล้วเพื่อเป็นการแก้ปัญหาเบื้องต้นให้ชาวบ้านให้มีเส้นทางเข้า แต่ก่อนจะมีไฟฟ้านี่เพื่อสัญจรไปมาท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวก่อน ที่ท่านรัฐมนตรีจะตอบ อยากจะขอท่านดอกเตอร์มหานิยมถอนคำว่า คือชี้มาที่ประธาน บอกว่าท่านก็เป็นมือเพชรสังฆาต มันบันทึกไว้ในที่ประชุม ท่านอาจจะเปลี่ยนมาว่าท่านก็เป็น สหายแสงอยู่บนภูพานตรงนั้นนี่ผมเป็นเรื่องธรรมดาให้พูดได้ แต่ถ้าบอกว่าผมเป็น มือเพชรสังฆาตมันจะเสียหาย กรุณาท่านถอนนิดหนึ่งนะครับเพราะมันบันทึกเอาไว้ ในที่ประชุม ท่านลุกขึ้นถอนก่อนครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ให้ถอนตรงไหนท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ให้ถอนตรงที่ ชี้มาที่ประธานบอกว่าท่านก็เป็นมือเพชฌฆาตตอนนั้น🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

อ๋อ ผมหมายความว่าในอดีต ไม่ได้มีเจตนา ว่าท่าน ในอดีตท่านก็เป็นคนหนึ่งที่เดินป่าในภูพาน ถอนครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านบอก ตรง ๆ ว่าท่านก็เป็นสหายอยู่บนภูพานอย่างนี้ผมก็รับได้นะ ไม่มีปัญหา แต่ถ้าบอกเป็นมือ เพชฌฆาตคือผมต้องฆ่าคนนะครับ ผมไม่เคยฆ่า🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

ก็เป็นได้ทุกเรื่องในภูพาน เป็นทุกเรื่องครับ ก็ถอนครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ที่ถอน เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตนิดเดียว ความจริงผมได้ตอบไปในคราวแรกหมดแล้ว แต่ว่าผมเรียนท่านประธานนะครับว่าถนนเส้นดังกล่าวเหตุผลที่ไม่ได้รับการแก้ไขในเบื้องต้น เฉพาะเรื่องการขอเงินอุดหนุนงบประมาณที่กระทรวงมหาดไทยมันเกิดจากว่ามันเป็นพื้นที่ ที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่าดงชมพูพาน แล้วก็ป่าดงกระเชอนะครับ แล้วก็ช่วงในขณะที่ ของบประมาณมาเจ้าของพื้นที่ยังไม่อนุญาต ทางกระทรวงมหาดไทยเองโดยกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นเขาก็พิจารณาไม่ได้ ก็เลยจำเป็นต้องไปให้โครงการอื่น ทั้งที่โครงการนี้ ก็ทราบว่าเป็นโครงการที่เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนะครับ แต่ว่าผมเรียน ท่านว่าในปี ๒๕๖๖ นี้มันก็มีขั้นตอนการของบประมาณมา แล้วก็ทำมาให้ได้มาตรฐานแล้วก็ ให้มันสมบูรณ์แล้วกัน ผมจะช่วยดูอีกทีนะครับ แต่ว่าผมเรียนเบื้องต้นนะครับว่าในขณะนี้ ท้องถิ่นเอง อปท. เองเขาก็มีการตั้งงบประมาณไปบรรเทาแล้ว ตั้งงบประมาณไปแล้ว จัดซื้อ จัดจ้างไปแล้วเรื่องการลงลูกรังในการเยียวยาเรื่องปัญหาไว้ก่อนเบื้องต้น ซึ่งคาดหมายว่า ตุลาคมนี้จะเสร็จนะครับ แต่ว่าในส่วนของการทำงบประมาณจริง ๆ แล้วในระดับจังหวัดเอง ก็ยังมีหลายช่องทาง ความจริงในคราวหนึ่งท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็แต่งตั้งรัฐมนตรีไปกำกับ ดูแลจังหวัดซึ่งผมก็ดูแลสกลนครด้วยนะครับ ก็ไปดูโครงการต่าง ๆ ก็ให้ อปท. เสนอมา ผมก็เห็นโครงการตัวนี้ และในขณะเดียวกันวันนี้สกลนครเองก็จะมีเงินเขาเรียกเศรษฐกิจ ฐานรากลงไปทุกจังหวัด ได้ทุกจังหวัดนะครับ ก็จะเอาโครงการเหล่านี้ที่เป็นความเดือดร้อน ประชาชนลงไปแก้ไขปัญหา แต่ผมไม่เห็นโครงการตรงนี้ แต่ว่าจะเรียนอย่างนี้เดี๋ยวผม จะเรียนท่านผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วกันนะครับว่า ถ้าอย่างไรถ้าเกิดมีงบประมาณเหลือจ่าย อะไร อย่างไร ก็สามารถที่จะใช้เงินตรงนั้นมาทำโครงการดังกล่าวนี้ได้ เพราะเป็นความ เดือดร้อนแล้วก็ท่านสมาชิกเองก็มาถามที่สภาผมก็ได้มันตอบนะครับ ก็อยากให้โครงการนี้ มันไม่ต้องมาถามเป็นครั้งที่ ๓ นะครับ ขอแค่นี้ก็พอนะครับ ก็จะดำเนินการให้นะครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

ผมฝากเท่านั้นเอง เพราะว่าชาวบ้านดูแล้ว เขาจะมีความหวังครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานผมฝากไปถึงรัฐมนตรีว่าผมอยากฝาก ที่ให้ท่านทบทวนไปที่จังหวัดด้วย อาศัยบารมีท่าน พวกผมไม่มีบารมี บังเอิญผู้ว่าคนเก่า เขาจะย้ายพรุ่งนี้มะรืนแล้ว คนใหม่จะมาเดี๋ยวไม่รู้กันอีก ผมฝากท่านว่าท่านประสานจังหวัด ให้ผมหน่อย อาศัยบารมีท่าน ท่านเป็น มท. ว่าไปดูให้เขาหน่อย ให้เขามีทางเดียว ไม่ลาดยาง ก็ได้ครับ เพราะเงิน ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐-๖๐๐,๐๐๐ ไปไม่ถึงบ้านเขาหรอกผมดูแล้ว เพราะเส้นถนนภูพานตรงนี้ลำบากมากครับ มันจะไปอย่างไรผมยังสงสัยอยู่เลยการทำถนน ตรงนี้มันมีอะไรเยอะแยะเลย ที่ผมเอารูปให้ท่านดู เพราะฉะนั้นผมอยากให้ท่านประสานไป ผู้ว่าราชการจังหวัดคนใหม่หน่อย ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้หญิงด้วย อะไรที่มันจะไปถึง หมู่บ้านเขาได้ ที่เขาจะเอามันสำปะหลัง เอาอ้อย เอาอะไรมาขายได้ เท่านั้นครับ ขอบคุณ มากท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ดูพื้นที่แล้ว ถนนภาคพื้นดินน่าจะใช้ไม่ได้ น่าจะใช้ ฮ. ล่ะครับ ท่านรัฐมนตรีท่านจะตอบใช่ไหมครับ🔗

นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ท่านประธานขออนุญาตนิดเดียวครับ ไม่ได้ตอบครับ แต่ว่าผมจะรับตามความต้องการของ ท่านผู้แทนราษฎรนะครับ เดี๋ยวอาจจะต้องลงไปดูพื้นที่ด้วย และมีโอกาสได้คุยกับท่าน ผู้ว่าราชการจังหวัดคนใหม่ก็จะช่วยประสานงานได้อีกทีนะครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวท่าน รัฐมนตรีก็ลงไปตรวจพื้นที่ ท่านดอกเตอร์มหานิยมก็ได้คะแนนไปนะครับ ก็ถือว่าจบการถาม กระทู้แยกเฉพาะ ที่ ๒๘๖ นะครับ เรื่อง การก่อสร้างถนนเชื่อมระหว่างถนนสายสกลนคร- กาฬสินธุ์ เพื่อใช้ในการเดินทางสัญจรของประชาชนเข้าหมู่บ้านโนนเจริญ หมู่ที่ ๙ ตำบล กกปลาซิว อำเภอภูพาน จังหวัดสกลนคร โดยท่าน ส.ส.ดอกเตอร์นิยม เวชกามา นะครับ ต้องขอขอบคุณท่านทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยที่กรุณาให้ เกียรติกับห้องกระทู้แยกเฉพาะของพวกเรานะครับ🔗

๑.๓.๔. กระทู้ถาม ที่ ๒๘๔ เรื่อง การเปิดให้บริการท่าอากาศยาน นานาชาติเบตง จังหวัดยะลา ของท่าน ส.ส. อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม🔗

ด้วย สำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคม ท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมคือ ท่านวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบ กระทู้ถามแยกเฉพาะผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูล ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะคือ นายวิทวัส ภักดีสันติสกุล รองอธิบดีกรมท่าอากาศยาน ด้านโครงสร้างพื้นฐาน กรมท่าอากาศยาน กระทรวงคมนาคม ตอนนี้ท่านรัฐมนตรีพร้อมแล้ว นะครับ เชิญท่าน ส.ส. อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ได้ถามเลยครับ เชิญครับ🔗

นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ยะลา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคพลังประชารัฐ ต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านวีรศักดิ์ที่ได้สละเวลามา ตอบกระทู้ที่ผมได้ยื่นต่อสภาแห่งนี้เพื่อจะได้ให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่และผู้ที่จะได้ใช้บริการ ของสนามบินเบตงได้ทราบความคืบหน้าของสนามบินเบตงนะครับ สนามบินเบตง ในความเข้าใจของคนในจังหวัดยะลาเรามีความรู้สึกว่าสนามบินเบตงนี้เป็นพื้นที่ที่อยู่ห่างไกล จากตัวเมือง เพราะห่างจากตัวเมืองยะลาประมาณ ๑๓๐ กิโลเมตร เส้นทางการคมนาคม ค่อนข้างจะลำบากไม่น้อยไปกว่าที่เราได้ยินทั่วไปก็คือจังหวัดแม่ฮ่องสอนการเดินทางนี่จะ คดเคี้ยวมาก ๑๓๐ กิโลเมตรของเดินทางจากเมืองยะลาไปเบตงใช้เวลาประมาณเกือบ ๒ ชั่วโมง มีสนามบินเบตงหลายคนก็ยังมีความรู้สึกว่ามันคุ้มค่าหรือไม่อย่างไร แต่เมื่อเรามี แล้วเราก็อยากจะให้ได้ใช้ได้ให้สมประโยชน์มากที่สุด สนามบินเบตงในเนื้อที่ ๙๒๐ ไร่ ที่ใช้งบประมาณลงทุนไปไม่ต่ำกว่าบาทหลายพันล้านนะครับ ต้องยอมรับว่า ณ วันนี้ ความเจริญการพัฒนาพื้นที่รอบข้างสนามบินเบตงยังไม่ได้รับการพัฒนาเท่าที่ควร ไม่ว่าจะ เป็นเส้นทางสัญจรเข้าสู่สนามบินยังไม่ได้รับการพัฒนาเพื่อจะตอบโจทย์สิ่งที่สนามบินเบตง ตั้งขึ้นเพื่อทำการรองรับนักท่องเที่ยวเป็นหลักนะครับ ผมคิดอย่างนั้นนะครับ เพราะว่า ตามที่ผมได้ติดตามความคืบหน้าหรือแนววัตถุประสงค์หลักของการเปิดสนามบินเบตง เอาล่ะเปิดแล้วก็อยากจะให้มีการใช้งานให้ได้จริง ๆ นะครับ เพราะที่ผ่านมามีการเลื่อน มาโดยตลอดนะครับ ท้ายที่สุดผมได้ติดตามความคืบหน้าของการเปิดบริการสนามบินเบตง ท่านรัฐมนตรีศักดิ์สยาม ชิดชอบ มีในรายงานข่าวแจ้งว่าในเดือนกันยายนปี ๒๕๖๔ นี่ล่ะ จะออกใบรับรองให้กับสนามบิน ผมไม่ทราบว่าตอนนี้เป็นอย่างไร และสายการบินที่จะบิน ไปสู่สนามบินนานาชาติเบตงนั้นตกลงความคืบหน้าเป็นอย่างไร เหล่านี้เป็นปัญหาที่คน ในพื้นที่อยากจะทราบ เพราะสนามบินเบตงมีแล้วก็ต้องใช้และใช้เพื่อประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการคมนาคมที่จะต้องเดินทาง หรือการขนส่งผลผลิต และในระหว่างประเทศ กับมาเลเซียเอง มาเลเซียเองเราสามารถจะดึงนักท่องเที่ยวหรือผู้ที่จะเดินทางต่อไประหว่าง ประเทศได้เข้าไปใช้ได้ เพราะว่าในมาเลเซียเราจะติดกับรัฐเปรัคกับรัฐเคดาห์ ซึ่ง ๒ รัฐนี้ ได้อยู่ห่างจากสนามบินของมาเลเซียที่รัฐปีนังอีกเป็นประมาณ ๙๐ กิโลเมตร ของเราจะ ใกล้กว่า เหล่านี้เป็นสิ่งที่เราคิดว่าไหน ๆ เปิดแล้วก็อยากจะให้ได้ใช้นะครับ จึงอยากจะ นำเรียนสอบถามท่านรัฐมนตรีว่ารัฐบาลมีนโยบายจะเปิดให้บริการท่าอากาศยานเบตง เมื่อไร อย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ เป็นคำถามที่ ๑ ครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

ท่าน ประธานที่เคารพ กระผม นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ขอตอบกระทู้ถาม เรื่อง การเปิดให้บริการท่าอากาศยานนานาชาติเบตง จังหวัดยะลา ของท่าน ส.ส. อาดิลัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา ดังนี้ครับ กระทรวงคมนาคมมีนโยบายเกี่ยวกับการเปิดให้บริการท่าอากาศยานนานาชาติเบตง โดยมอบหมายให้กรมท่าอากาศยานดำเนินโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานเบตงซึ่งเป็น ท่าอากาศยานแห่งใหม่ตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการพัฒนาเศรษฐกิจและความมั่นคง ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และสนับสนุนพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และจะทำให้ คมนาคมขนส่งภายในจังหวัดยะลาและการเชื่อมต่อสู่ประเทศมาเลเซียที่ด่านเบตงและพื้นที่ ใกล้เคียงสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยมีรายละเอียดการเตรียมเปิดให้บริการดังนี้ ๑. มีประกาศ กระทรวงคมนาคมเรื่อง กำหนดสนามบินอนุญาต ฉบับที่ ๑๑/๒๕๖๒ ประกาศ ณ วันที่ ๒๖ ธันวาคม ๒๕๖๒ ซึ่งปัจจุบันมีท่าอากาศยานส่วนบุคคลและท่าอากาศยานในงานราชการ มาใช้บริการ ณ ท่าอากาศยานเบตงอยู่เป็นประจำ ๒. สำหรับการเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ เพิ่มวันที่ ๑ กันยายนที่ผ่านมา สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทยแจ้งกรมท่าอากาศ ยานว่าไม่มีข้อขัดข้องในการพิจารณา ขณะนี้อยู่ในกระบวนการออกใบรับรองการดำเนินงาน สนามบินให้กับท่าอากาศยานนานาชาติเบตง คาดว่าจะได้รับใบรับรองดังกล่าวกลางเดือน ตุลาคมนี้ ๓. กรมท่าอากาศยานออกมาตรการส่งเสริมเส้นทางบินใหม่เพื่อจูงใจสายการบิน ให้มาเปิดเส้นทางบินใหม่ และลดค่าใช้จ่ายให้แก่สายการบิน โดยลดค่าบริการในการขึ้นลง ท่าอากาศยานและค่าบริการที่เก็บอากาศยานเป็นเวลา ๓ ปีในอัตราร้อยละ ๘๐ ในปีแรก ร้อยละ ๖๕ ในปีที่ ๒ และร้อยละ ๕๐ ในปีที่ ๓ รวมถึงลดค่าเช่าพื้นที่ภายในอาคารสำหรับ สำนักงานสายการบินและระยะเวลา ๓ ปีในอัตราที่ไม่ต่ำกว่าที่กรมธนารักษ์กำหนด ปัจจุบัน ยังไม่มีสายการบินประสานมายังกรมท่าอากาศยานเพื่อขอจัดสรรเวลาและการรองรับ ท่าอากาศยานเบตงครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอาดิลัน ยังมีอะไรที่จะถามเป็นคำถามที่ ๒ ไหมครับ เชิญครับ🔗

นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ยะลา

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับที่มาให้ ข้อมูล ให้ข้อมูลที่กระจ่างว่า ณ วันนี้เราเตรียมความพร้อมหมดแล้วว่าเราพร้อมที่จะเปิด สนามบินให้บินแต่ยังไม่มีสายการบินใดที่แจ้งความประสงค์ว่าจะขอบินในเที่ยวบินที่จะไป ลงเบตง ผมเข้าใจอย่างนั้นนะครับ ผมพยายามฟังเมื่อสักครู่นี้น่าจะเป็นลักษณะอย่างนั้น ทีนี้ จะขออนุญาตท่านประธานนะครับว่า ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทางรัฐบาลเองได้พยายาม จะมีแนวทางในการที่จะพัฒนา เพราะว่าการพัฒนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมันจะยึด โยงไปถึงงานความมั่นคงแล้วก็การส่งเสริมให้เกิดความรักความสงบในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้ เป็นที่มาของเมืองต้นแบบสามเหลี่ยมมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เบตงเป็นหมุดหมายหนึ่ง ของรัฐบาลที่จะพยายามผลักดันให้เกิดความเจริญเพราะว่านอกจากเบตงหลายคนจะรู้จัก มากกว่าเบตงที่มีถ้ำปิยะมิตร มีสวนไม้ดอก มีบ่อน้ำพุร้อน แร่น้ำพุและที่อัยเยอเวงที่หลาย ท่านรู้จักในส่วนของขึ้นชื่อเรื่องของทะเลหมอกอัยเยอเวง อำเภอธารโต จังหวัดยะลา ซึ่งอยู่ ใกล้เบตง เหล่านี้เป็นพื้นที่ที่จะต้องได้รับการพัฒนาเราหวังว่าเมืองเบตงเมื่อสนามบินเปิดเรา ก็จะได้รับการพัฒนาต่อยอดในส่วนที่พื้นที่ข้างเคียงจึงขออนุญาตสอบถามทางรัฐบาลผ่าน ท่านประธานว่ารัฐบาลมีนโยบายมีแผนจะพัฒนาจังหวัดยะลาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและ ส่งเสริมการท่องเที่ยวให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศอย่างไรขอทราบรายละเอียด ครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กระผมขออนุญาตตอบดังนี้ครับ กระทรวงคมนาคมมีนโยบายและแผนที่จะพัฒนาพื้นที่ จังหวัดยะลาเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและส่งเสริมการท่องเที่ยวโดยดำเนินโครงการพัฒนา โครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ เช่น กรมทางหลวงชนบทได้ดำเนินการปรับปรุงถนนทางเข้า ท่าอากาศยานเบตงเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้วอยู่ระหว่างการปรับปรุงระบบไฟฟ้าส่องสว่าง กรมการขนส่งทางบกได้ดำเนินการก่อสร้างสถานีขนส่งผู้โดยสารเบตง พร้อมกำหนดเส้นทาง ให้บริการแล้วเสร็จ ๑ เส้นทาง ได้แก่ เส้นทางท่าอากาศยานเบตง เมืองเบตง ด่านพรมแดน เบตง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว จากการประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาจังหวัด ชายแดนภาคใต้ ครั้งที่ ๑ พ.ศ. ๒๕๖๔ เมื่อวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ โดยมี รองนายกรัฐมนตรี พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นประธานการประชุมมีข้อสั่งการ ในประเด็นการดำเนินโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานเบตง จังหวัดยะลาให้ศูนย์อำนวยการ บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. ตรวจสอบความพร้อมของผู้ประกอบกิจการธุรกิจการ บิน ธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ เพื่อเตรียมความพร้อมในการเปิด ให้บริการท่าอากาศยานในโอกาสต่อไป ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอาดิลัน ก็คงจะชัดเจนนะครับ ท่านรัฐมนตรีก็ได้นำเสนอให้ได้ทราบก็ถือว่าเป็นการจบการถามตอบ กระทู้แยกเฉพาะ ที่ ๒๘๔ เรื่องการเปิดให้บริการท่าอากาศยานนานาชาติเบตง จังหวัดยะลา ถามโดยท่าน ส.ส. อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ต้องขอขอบคุณท่านวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมที่ได้กรุณาให้เกียรติห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗

๑.๓.๒ กระทู้ถาม ที่ ๒๘๒ เรื่องความเดือดร้อนของประชาชนจาก การประกาศพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน ให้เป็น เขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. ๒๕๒๕ (นายรังสรรค์ มณีรัตน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗

ด้วย สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสือแจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน ติดภารกิจสำคัญ จึงมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วย ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ท่านประภัตร โพธสุธน เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือนายสุริยน พัชรครุกานนท์ รองเลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม สำนักงานปฏิรูปที่ดิน เพื่อเกษตรกรรม ขณะนี้ท่านรัฐมนตรีประภัตรอยู่ในห้องประชุมแล้ว เชิญท่าน ส.ส. รังสรรค์ มณีรัตน์ ถามครับ เชิญครับ🔗

นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ลำพูน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน พรรคเพื่อไทย ผมต้องขอกราบ ขอบพระคุณท่านประธานและท่านรัฐมนตรีที่กรุณาสละเวลามาตอบกระทู้ของผมนะครับ เพราะว่าเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องในอำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน แล้วก็ตำบลเหล่ายาว อำเภอบ้างโฮ่งจังหวัดลำพูน เรื่องความเดือดร้อนของประชาชนจากการประกาศพระราช กฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในท้องที่อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูนให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. ๒๕๒๕ ส่วนมากอำเภอป่าซางปลูกลำไย แล้วก็ตำบลเหล่ายาว อำเภอบ้านโฮ่ง ปลูกมะม่วง ซึ่งพี่น้องเกษตรกรแต่ละปีต้องใช้ทุนในการลงทุนปลูกลำไย ปลูกมะม่วง เยอะแยะนะครับในเมื่อพอที่ดินเป็น ส.ป.ก. ในการที่จะแปรสินทรัพย์ให้เป็นทุนก็ได้เงินน้อย บางพื้นที่ก็ยังไม่สามารถที่จะออก ส.ป.ก. ได้เพราะเป็นการทับซ้อน เพราะว่าตามที่พระราช กฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในท้องที่อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน ให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. ๒๕๒๕ เป็นการประกาศเขตปฏิรูปที่ดินครอบคลุมทั้งอำเภอ ทั้งในท้องที่อำเภอป่าซาง แล้วก็ตำบลเหล่ายาว อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน โดยมีเหตุผลในการประกาศพระราช กฤษฎีกาฉบับนี้คือ เนื่องจากท้องที่อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูนมีเกษตรกรผู้ไม่มีที่ดิน ประกอบเกษตรกรรมเป็นของตนเองหรือมีที่ดินเพียงเล็กน้อยไม่เพียงพอแก่การครองชีพ และที่ดินมีผลผลิตต่อไร่ต่ำ สมควรกำหนดที่ดินในท้องที่ดังกล่าวให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดินนั้น ปัจจุบันนี้ทางสำนักการแผนที่และสารบบที่ดิน ได้มีหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือ สำนักงานปฏิรูปที่ดิน จังหวัดลำพูนหรือ ส.ป.ก. ซึ่งเพื่อให้ ส.ป.ก. ไปตรวจสอบความถูกต้อง ของแผนที่ท้ายพระราชกฤษฎีกาที่จะออกใหม่ว่ากำหนดเขตในท้องที่ตำบลน้ำดิบ ตำบล มะกอก ตำบลนครเจดีย์ และตำบลเหล่ายาว อำเภอบ้านโฮ่งเพื่อจะตราเป็นพระราชกฤษฎีกา ฉบับใหม่ซึ่งจะเป็นผลให้มีการยกเลิกพระราชกฤษฎีกา ฉบับปี พ.ศ. ๒๕๒๕ ที่ประกาศคุม ทั้งอำเภอไว้ให้คงเหลือเฉพาะจุดเท่านั้น ส่วนพื้นที่นอกเขตปฏิรูปก็ให้พี่น้องเกษตรกรไปใช้ สิทธิเอาเองว่าจะสามารถเดินออกสำรวจเป็นโฉนดได้ไหมหรือจะออกเป็นเอกสารสิทธิ อย่างหนึ่งอย่างใด ซึ่งพอพี่น้องเกษตรกรตำบลน้ำดิบ ตำบลนครเจดีย์ ตำบลมะกอก พอได้ ทราบก็มีการจัดการเสวนาขึ้นเพราะว่าเป็นที่สนใจมากครับว่าบางส่วนที่ผ่อนชำระซื้อที่ดิน จาก ส.ป.ก. ซื้อมาแล้วจ่ายเงินครบแล้วยังไม่ได้เอกสารก็มี วันนั้นก็มาเสวนากันซึ่งมีท่าน นายกมงคล หมื่นอำไพ นายก อบต. น้ำดิบเป็นเจ้าภาพ มีหน่วยงานราชการจากปฏิรูปที่ดิน เจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดลำพูน สาขาป่าซางก็มา พี่น้องเกษตรกรมาถึง ๒๔๖ คนที่ ลงทะเบียนเสวนาวันนั้น ก็ถกเถียงสอบถามกันหลายเรื่องหลายราวว่าจากการประกาศพื้นที่ ปฏิรูปที่ดินครอบคลุมทั้งอำเภอดังกล่าวทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตหมู่บ้านและตำบล ที่ไม่ได้อยู่ในเขตปฏิรูปที่ดินได้รับความเดือดร้อน โดยเฉพาะตำบลน้ำดิบและนครเจดีย์มีพื้นที่ ปฏิรูปที่ดิน ๕,๖๐๐ ไร่ ทำให้ที่ดินนอกเหนือจาก ๕,๖๐๐ ไร่ ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ ใด ๆ ได้เลย พี่น้องเกษตรกรก็เดือดร้อนไม่สามารถทำนิติกรรมหรือแปลงสินทรัพย์ให้เป็นทุน อย่างใดอย่างหนึ่งได้นะครับถึงแม้พี่น้องเกษตรกรจะอยู่กินกันมาหลายชั่วอายุคนก็ไม่สามารถ ที่จะไปออกเอกสารสิทธิดังกล่าวได้ พอได้รับทราบเรื่องว่าทาง ส.ป.ก. จะออกพระราช กฤษฎีกาฉบับใหม่เป็นผลให้ยกเลิก ๕,๖๐๐ ไร่ ทำให้ที่ดินนอกเหนือ ๕,๖๐๐ ไร่ สามารถเดิน ออกโฉนดหรือเอกสารสิทธิอย่างหนึ่งอย่างใดได้ผมจึงขอสอบถามท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรี สอบถาม ๒ ข้อพร้อมกันไปเลยนะครับท่านประธานเพราะว่าเป็นปัญหา เรื่องข้อกฎหมายด้วยอะไรด้วยนะครับ ท่านรัฐมนตรีจะได้ตอบได้สะดวกขึ้นนะครับว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีแนวทางในการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวที่ได้รับ ความเดือดร้อนจากการประกาศพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินในท้องที่อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน และในตำบลเหล่ายาว อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูนให้เป็นเขตปฏิรูปที่ดิน ปี ๒๕๒๕ อย่างไร และหากมีการยกเลิกพระราชกฤษฎีกาฉบับปี ๒๕๒๕ แล้วจะดำเนินการ ประกาศเขตพื้นที่ใหม่เมื่อใด ผมขอทราบรายละเอียดตรงนี้เพื่อไปชี้แจงพี่น้องชาวบ้านครับ กราบขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่าน ส.ส. รังสรรค์ มณีรัตน์ ซึ่งเป็น คนหนุ่มไฟแรง ผมยินดีสนับสนุนนะครับที่ท่านเป็นห่วงเป็นใยชาวบ้านพี่น้อง ไม่ใช่เฉพาะ ลำพูนนะครับ เวลานี้ผมฐานะเป็นประธานกรรมาธิการแก้ไขปัญหาเอกสิทธิ์และที่ทำกินทั้ง ประเทศ เรื่องของคุณก็อยู่ในนี้อยู่แล้ว ผมชมเชยว่าเอาเรื่องนี้มาพูดอีกครั้งหนึ่งเป็นโอกาสที่ จะทำให้โอกาสราษฎรได้รับเอกสารสิทธิเร็วขึ้น ผมขอทำความเข้าใจอย่างนี้ครับพี่น้องอำเภอ ป่าซางแล้วก็บ้านโฮ่ง ท่านต้องเข้าใจว่าในเขตจังหวัดลำพูนเราประกาศที่มีเขต ส.ป.ก. อยู่ ๘ อำเภอ ๓๐ ตำบล มีเนื้อที่ประมาณ ๑๙๐,๐๐๐ ไร่ แต่อยู่ในเขตอำเภอป่าซาง ๒ ตำบล ประมาณเกือบ ๔๐,๐๐๐ ไร่ ส.ป.ก. ๒๕๒๕ ที่ประกาศเขต ส.ป.ก. ที่ป่าซางเนื่องจากว่าใน ขณะนั้นมีปัญหาเรื่องที่ทำกิน ราษฎรอย่างที่ท่านพูดค่อนข้างจะยากจน สมัยก่อนไม่มีที่ทำกิน รัฐบาลก็ไปซื้อที่มา เริ่มจากการซื้อที่ครั้งนั้นก็ประมาณ ๖,๐๐๐ ไร่ หรือ ๕,๖๐๐ ไร่ อย่างที่ คุณพูด แล้วก็ได้รับมาจากกรมป่าไม้ที่เป็นป่าเสื่อมโทรมอีกประมาณ ๓๐,๐๐๐ กว่าไร่ ดังนั้น ในเขตอำเภอป่าซางมีเขต ส.ป.ก. ประมาณเกือบ ๆ ๔๐,๐๐๐ ไร่ด้วยกัน แต่ว่าใน ๒ ตำบลมี พื้นที่รวมกันประมาณ ๑๒๓,๐๐๐ ไร่ ๒ ตำบลนี้ แต่ประกาศเป็นเขต ส.ป.ก. ประมาณ เกือบ ๆ ๓๐,๐๐๐ ไร่ ดังนั้นอีก ๙๘,๐๐๐ กว่าไร่ ถ้าจะพูดก็คืออยู่นอกเขต ส.ป.ก. แต่ การประกาศครั้งแรก ส.ป.ก. ประกาศคุมหมดเลย คราวนี้ราษฎรก็ไม่สามารถที่จะไปออก เอกสารสิทธิอะไรก็ไม่ได้ก็ได้รับการร้องเรียนจากท่าน ส.ส. และทุกคนมาตลอด วันนี้ ส.ป.ก. ก็มีการปรับปรุงแผนที่ ส.ป.ก. ในเขตตำบลน้ำดิบแล้วก็ตำบลนครเจดีย์ ในเขตนี้เราปรับปรุง แล้ว แผนที่ตอนนี้เราจะขีดเฉพาะที่ได้รับเขต ส.ป.ก. คือประมาณ ๒๔,๗๓๕ ไร่ มีผู้ที่ได้รับ เขต ส.ป.ก. ไปแล้ว ๒,๕๑๒ ราย นอกเหนือจากนี้เราจะเพิกถอนให้ แต่การเพิกถอนขั้นตอน มันมากคือ ๑. ต้องมี ๙ หน่วยงานรับรองว่าเขตที่ดินนี้ถูกต้อง มีกรมที่ดิน มีเขตป่าไม้อุทยาน มีกรมพัฒนาที่ดิน มีกรมส่งเสริมสหกรณ์ ๙ หน่วยงานด้วยกันรับรองแผนที่ฉบับนี้ เมื่อรับรอง แผนที่ฉบับนี้แล้วตอนนี้ของอำเภอป่าซางกับเหล่ายาวขาดอยู่ ๒ กรมยังไม่ได้ตอบมา คือกรม ป่าไม้กับกรมอุทยานยังไม่ได้ยืนยันกลับมา ถ้ายืนยันกลับมาปั๊บทั้ง ๙ หน่วยงานนี้รับรองเขต เราก็จะต้องนำเรื่องนี้เข้าคณะกรรมการวันแมป (One Map) ว่าถูกต้องแล้ว ๙ หน่วยงาน ยืนยัน คณะกรรมการวันแมป (One Map) นี้ซึ่งทุกคนก็เข้าใจดีว่าวันแมป (One Map) คือ เวลานี้พื้นที่ในประเทศไทยมีหลายแผนที่ ตอนนี้ท่านนายกรัฐมนตรีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็พยายามทำให้เหลือแผนที่เดียว คณะกรรมการนี้เมื่อผ่านคณะกรรมการนี้แล้วก็ จะส่งกลับมาที่ ส.ป.ก. ตรวจร่าง ตรวจให้อีกทีหนึ่งแล้วก็ ส.ป.ก. ก็จะไปให้สำนักงาน กฤษฎีกา คณะกรรมการกฤษฎีกาออกประกาศนำเข้า ครม. ออกประกาศว่าแผนที่นี้ถูกต้อง นั่นแหละที่เหลืออีก ๙๘,๐๐๐ ไร่ ราษฎรก็นำไปออกเอกสารสิทธิตามกฎหมายที่ดิน ท่านมี หลักฐานอะไรครอบครองก็ไปว่ากัน แต่ในเขต ๒๔,๐๐๐ กว่าไร่นี้ไม่ได้แล้ว นี่ของ ส.ป.ก. ชัดเจน เพราะเริ่มจากการซื้อที่มานี่คือเหตุผลที่ราษฎรต้องการ การใช้เวลาตามที่ท่านถาม ก็เหลืออีก ๒ หน่วยงานผมก็คิดว่ามันไม่น่าจะเกินสิ้นปีนี้จะได้ข่าวดี ท่านไปยืนยันเลยแล้วผม จะไปเยี่ยมท่าน ผมไปมาครั้งหนึ่งเรื่องที่ดินแปลงนี้จะไปกับท่านอีกทีหนึ่ง คราวนี้ เมื่อประกาศแล้วอีก ๙๘,๐๐๐ ไร่ ท่านก็ไปบอกราษฎรเลย ท่านมีหลักฐานอะไรก็ไปออก เอกสารสิทธิตามกฎหมายนั้น ๆ ผมก็ไม่รู้บางคนมี ภ.บ.ท. ๕ มี น.ส.๓ อะไรอย่างนี้ก็ไม่ทราบ นะก็ใช้การได้🔗

ส่วนเหล่ายาวที่ท่านบอกว่าเวลานี้ตำบลเหล่ายาว อำเภอบ้านโฮ่ง อำเภอ บ้านโฮ่งมันไม่เหมือนป่าของป่าซาง ป่าซางเราเริ่มจากการซื้อที่จากเอกชนมาจัดสรรให้ ปี ๒๕๒๕ แต่ที่ของอำเภอเหล่ายาว อำเภอบ้านโฮ่งนี่เป็นที่ดินป่าจำแนก ที่นี้เป็นของหลวง ไม่ได้ซื้อมอบหมายมาทั้งหมด มอบหมายมาให้กับ ส.ป.ก. ในปี ๒๕๓๗ ๔,๑๒๖ ไร่ ตอนนี้เรา จัดไปแล้ว ๒๓๖ ราย เป็นเนื้อที่มีเอกสารสิทธิ ๑,๗๖๗ ไร่ ดังนั้นในเขตป่าที่เหลืออีก ๒,๐๐๐- ๓,๐๐๐ ไร่นี้ก็จะต้องจัดหาราษฎรเข้าไปเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ได้ตามกฎหมายของ ส.ป.ก. ท่านเป็นผู้แทนท่านต้องไปพูดเลยว่าใครไม่มีที่ทำกินก็ไปสมัครที่ ส.ป.ก. จังหวัด ส่วนที่จะให้ เพิกถอนทำไม่ได้เพราะนี่เป็นที่ของหลวง ของกรมป่าไม้ป่าจำแนกเขามอบมาให้โดยเฉพาะที่ ตำบลเหล่ายาว ส่วนนอกเขตท่านจะทำอย่างไรก็ทำได้หมด ๒ แห่งนี้ไม่เหมือนกันนะครับ แห่งแรกเอาเงินหลวงไปซื้อเริ่มต้นอันนี้เป็นอีกประเภทหนึ่ง เหล่ายาวเป็นป่าจำแนกเสื่อม โทรมที่กรมป่าไม้และกรมพัฒนาที่ดินเขามอบมาให้เมื่อปี ๒๕๓๗ อันนี้ก็ยังเหลืออยู่ส่วนท่าน จะต้องการให้ราษฎรมีที่ทำกินโดยเฉพาะที่เคยครอบครองอยู่แล้วก็ไม่มีที่ก็ไปติดต่อที่ ส.ป.ก. จังหวัดได้ครับ ขอตอบท่านสมาชิกครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่าน รัฐมนตรีครับ ท่านรังสรรค์มีอะไรจะซักถามไหมครับ คำถามที่ ๒ ครับ🔗

นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ลำพูน

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผมต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีที่มาตอบเรื่อง ส.ป.ก. ให้เป็นที่กระจ่างของ พี่น้องประชาชนของอำเภอป่าซางแล้วก็ของตำบลเหล่ายาวครับ อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัด ลำพูน เพราะว่าทางพี่น้องเกษตรกรเขาเดือดร้อนพอได้ยินว่าสิ้นปีนี้อำเภอป่าซางจะมีข่าวดี ผมก็พอใจแล้วครับ แล้วก็ยินดีอย่างยิ่งจะนำความที่ท่านรัฐมนตรีได้มาตอบกระทู้ของผมไป บอกกล่าวพี่น้องชาวอำเภอป่าซาง อำเภอบ้านโฮ่ง ตำบลเหล่ายาวให้เข้าใจว่าท่านรัฐมนตรี ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ ยังดูแลพี่น้องประชาชน พี่น้องชาวบ้านจังหวัดลำพูนเหมือนเดิม กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

แจ้งท่าน รังสรรค์ว่า การถามตอบกระทู้แยกเฉพาะของเรามีการบันทึกเทปเอาไว้และจะไปออกอากาศ ช่วยปิดประชุมสภาในเย็นวันนี้นะครับ ท่านบอกพี่น้องรอชมเลย คือท่านรัฐมนตรีประภัตรมา ตอบกระทู้ทีไร ส.ส. ไม่เคยผิดหวังนะครับ แต่สำเร็จขนาดไหนต้องติดตามกันเองนะครับ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน ที่กรุณาให้เกียรติห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ ของพวกเราก็ถือว่าเป็นการจบการถามตอบกระทู้แยกเฉพาะที่ ๒๘๒ เรื่องความเดือดร้อน ของประชาชนจากประกาศพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดิน ในท้องที่อำเภอป่าซาง จังหวัด ลำพูนในเขตปฏิรูปที่ดิน พ.ศ. ๒๕๒๕ ของท่าน ส.ส. รังสรรค์ มณีรัตน์ ขอบคุณครับ🔗

๑.๓.๖ กระทู้ถาม ที่ ๒๘๗ เรื่องปัญหาราคาลำไยตกต่ำ เป็นกระทู้ ถามของท่าน ส.ส. รังสรรค์ มณีรัตน์ ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์🔗

ด้วย สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ได้มีหนังสือแจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ คือ ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ติดภารกิจสำคัญจึงมอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง พาณิชย์ท่านสินิตย์ เลิศไกร เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุน ข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะคือ นายอาวุธ วงศ์สวัสดิ์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ ขณะนี้ท่านสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ก็อยู่ในห้องประชุมแล้ว เชิญท่าน ส.ส. รังสรรค์ มณีรัตน์ ได้ถามครับ เชิญครับ🔗

นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ลำพูน

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลำพูนพรรคเพื่อไทย ผมมีกระทู้ถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ซึ่งผมได้เขียนกระทู้ถามเรื่องปัญหาราคาลำไยตกต่ำไว้ ตั้งแต่เมื่อวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๔ แต่เพิ่งมีโอกาสได้บรรจุไว้ในวาระในวันนี้นะครับซึ่งถามว่า กระทู้ของผมล่าช้าไปไหม ล่าช้าไปแล้วนะครับ เพราะว่าพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกลำไยปีนี้ นะครับขาดทุนเป็นอย่างยิ่ง ราคาลำไยตกต่ำเหลือกิโลกรัมละ ๓ บาท ๔ บาท ท่านประธาน ครับมีปัญหาหลายอย่าง แต่ก่อนที่ผมจะเขียนกระทู้เมื่อวันที่ ๗ เมษายน นะครับ เมื่อวันที่ ๓ กุมภาพันธ์ เอกสารผมหมายเลข ๑ ๓ กุมภาพันธ์ ท่านประธานครับ ผมได้หารือท่านประธาน ผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่รับผิดชอบทำเอกสารหมายเลข ๒ นะครับ ถามว่าเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วง ลำไย ในจังหวัดลำพูนซึ่งคาดว่าในเดือนเมษายน พฤษภาคม มะม่วงจะออกสู่ท้องตลาด และหลังจากนั้นเดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม ๒๕๖๔ จะเป็น ถึงฤดูลำไย ผมถามว่าท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้เตรียมการไว้อย่างไรบ้าง ถ้าหากราคาลำไยตกต่ำ หลังจากนั้นเอกสารหมายเลข ๓ ครับ ได้มีตอบข้อหารือมาถึงผม นะครับว่าจะจัดการให้คณะกรรมการพัฒนาบริหารผลไม้หรือฟรุตบอร์ด (Fruit Board) ซึ่ง ในนั้นมีคณะกรรมการเป็นอธิบดีกรมการค้าภายในดูแลอยู่ด้วยซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ ท่านรัฐมนตรี ปรากฏว่าหลายเหตุผลนะครับบอกว่าจะจัดให้มีแนวทางบริหารจัดการผลไม้ทั้ง มะม่วง ลำไย ทั้งในระยะสั้นระยะยาวโดยคำนึงถึงทั้งเชิงปริมาณ คุณภาพและไม่เข้าไป แทรกแซงการตลาดตามเอกสารหมายเลข ๓/๒ ซึ่งเหตุผลนี้เป็นเหตุผลที่ทางกระทรวงทาง รัฐบาลได้ตอบมาว่าจะบริหารจัดการลำไยอย่างไรเพื่อไม่ให้ราคาตกต่ำ หลังจากนั้นพอย่าง เข้าเดือนกรกฎาคม ราคาลำไยตกต่ำจริง ๆ ครับเหมือนอย่างที่ผมได้เรียนถามไว้ตั้งแต่เดือน กุมภาพันธ์ ผมก็เลยขอให้ท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ซึ่งท่านเป็นประธานกรรมาธิการ แก้ไขปัญหาราคาผลิตผลเกษตรกรรมช่วยทำหนังสือกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีถึงเรื่อง การแก้ปัญหาลำไยโดยเร่งด่วน มีหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ตามเอกสารหมายเลข ๔ หมายเลข ๕ ซึ่งโดยเฉพาะหนังสือของท่านจุรินทร์ นะครับ หมายเลข ๕ ได้ตอบผมมาว่าจะดำเนินการผลผลิตออกสู่ท้องตลาดจะขยาย ตลาดส่งออกผลไม้โดยเฉพาะลำไยไปยังประเทศต่าง ๆ และมอบหมายให้ทูตพาณิชย์เป็น เซลแมน (Sale man) ดำเนินการจัดกิจกรรมออนไลน์ บิสซิเนส แมตชิง (Online Business Matching) ระหว่างผู้ส่งออกไทยกับผู้นำเข้าสินค้าทางการเกษตร อันนี้เป็นแนวทางแก้ไข หลังจากนั้นก็มีหนังสือมาอีกฉบับหนึ่งครับลงวันที่ ๙ สิงหาคม เอกสารหมายเลข ๖ นะครับ ว่าจะมีการผ่อนปรนเรื่องการเคลื่อนย้ายแรงงานเพราะช่วงนั้นเป็นช่วงโควิดจะให้ กอ.รมน. สนับสนุนกำลังพลช่วยเก็บเกี่ยวขนย้ายผลไม้ ผมไม่เห็นมีครับที่ กอ.รมน. จะยื่นมือไปช่วย มีเหมือนกันครับที่เอาเครื่องบินไปขนมังคุดจากสุราษฎร์ธานีมาเชียงใหม่ แล้วเอาลำไยจาก เชียงใหม่ลำพูนไปสุราษฎร์ธานี ก็มีเท่านั้น ผลการแก้ไขปัญหาของท่านรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีก็ดีนะครับ ทำให้ลำไยราคาตกต่ำ ถ้าท่านประธานไม่เชื่อท่านประธานดู คลิปที่ผมจัดมาให้ดูครับ ขอท่านประธานเปิดคลิปนิดหนึ่งครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรังสรรค์ สรุปเลยดีไหมครับจะได้ไม่เสียเวลา เพราะท่านมีเวลาจำกัดแค่ ๑๐ นาทีนะครับ ท่านสรุป เลยครับ🔗

นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ลำพูน

ขอบพระคุณครับ ท่านประธานคงเห็น ราคาลำไยเป็นเท่าไร แต่ว่าหลังจากมีคลิป (Clip) นี้ออกมาปรากฏว่าลำไยตกต่ำลงไปอีกครับ ท่าน เหลือ ๑๓ ๔ แล้วก็ ๒ แต่ส่วนมากลำไยในภาคเหนือจะเป็นเบอร์เอ (A) ไปเสียส่วนมาก ดังนั้น ๔ บาท ๑ บาท มีหมดล่ะครับ ๔ บาท ๑ บาท ๑๒ บาท ๔ บาท และเบอร์บี (B) ไม่ซื้อเลยก็มี ท่านประธานครับ ด้วยการแก้ไขของทางรัฐบาลท่านครับ ต่อไปเอกสาร หมายเลข ๘ ในวันที่ราคาลำไยตกต่ำที่สุดมีข่าวนี้ออกมาครับ เงินช่วยเหลือเกษตรกรทยอย จ่ายแล้ว อัพเดต (Update) เงินประกันรายได้ เกษตรกรย้ำเช็ก (Check) ธ.ก.ส. ทยอยโอน ส่วนต่าง เงินรายได้เกษตรกรโอนเข้าบัญชีเช็ก (Check) ธ.ก.ส. ได้ อีกเอกสารหนึ่งครับ ชดเชยข้าวครับ ๒,๑๘๖ บาท สำหรับข้าวเปลือกหอมมะลิ ๒๑๘ บาทข้าวเปลือกเจ้า ๔๒๙ บาท ข้าวเปลือกเหนียว ท่านประธานที่เคารพครับ เกษตรกรพี่น้องผู้ปลูกลำไยของผม เป็นราษฎรของประเทศไทยไหมครับ เป็นราษฎรของรัฐบาลท่านนายกประยุทธ์หรือเปล่า ทำไมการปฏิบัติกับเกษตรกรผู้ปลูกลำไยภาคเหนือถึงได้แตกต่างกันกับเกษตรกรที่ปลูกข้าว มัน ยาง ปาล์ม คำถามที่ ๑ ของผมมันมีคำตอบอยู่ในเอกสารของผมหมดแล้วนะครับ ผมจึงไม่ถามแล้วนะครับคำถามที่ ๑ ที่บอกว่าจะแก้ไขปัญหาลำไยอย่างไรเพราะมันตกต่ำ ไปแล้วครับ ผมจะถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่ากระทรวงพาณิชย์มีมาตรการ ที่จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกลำไยอย่างไรหลังจากที่เขาได้ขาดทุนไปแล้วนะครับ และเกษตรกรได้ยื่นหนังสือขอเยียวยาเกษตรกรผู้ปลูกลำไย ๒,๐๐๐ บาทไม่เกิน ๒๕ ไร่ ไปแล้ว อยากสอบถามว่าทางรัฐบาล ทางกระทรวงพาณิชย์ก็ดี ทางกระทรวงเกษตรก็ดี เกษตรผลิต พาณิชย์จำหน่าย จะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกลำไยของภาคเหนือ ได้อย่างไรบ้าง กราบขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านรังสรรค์ มณีรัตน์ ผู้ถามกระทู้ ซึ่งเป็นคนที่มีความสนใจกับ เกษตรกรอย่างมาก ซึ่งรายละเอียดที่คุณรังสรรค์ถามนั้นถามมาตั้งแต่เดือนเมษายน จนกระทั่งบัดนี้ล่วงเลยมาถึงเดือนกันยายน ซึ่งก็ทำให้เห็นว่ากระทู้ถามนั้นล่าช้าไปแล้ว แต่ ณ วันนี้คำถามของคุณรังสรรค์เป็นคำถามที่กระชับและดีมาก ซึ่งผมขอตอบเลย คำถาม ที่คุณรังสรรค์ถามนั้นถามว่ากระทรวงพาณิชย์มีมาตรการช่วยเหลือจากภาครัฐที่มีต่อ เกษตรกรผู้ปลูกลำไย หากได้รับผลกระทบจากลำไยตกต่ำไว้อย่างไรบ้าง ซึ่งปัญหาของ ลำไยนั้นเป็นปัญหาที่หนักมากในปี ๖๔ เพราะว่าผลผลิตลำไยเพิ่มขึ้นจากปี ๖๓ ถึง ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งโควิด (COVID) ทำให้ตลาดในประเทศและต่างประเทศเกิดการชะลอตัว มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ปลูกลำไยนั้นมีคร่าว ๆ ดังนี้ ๑. สนับสนุนค่าบริหารจัดการ กิโลกรัมละ ๓ บาท รวบรวมรับซื้อและกระจายผลผลิตลำไย ๖ จังหวัดภาคเหนือ เช่น ลำพูน เชียงใหม่ เชียงราย เหล่านี้เป็นต้น ๒. ส่งเสริมการขายผ่านข้อตกลงอมก๋อยโมเดล โดยทำ สัญญาซื้อขายลำไยของเกษตรกร ๗ ราย ได้แก่ โลตัส แมคโคร บิ๊กซี ท็อปมาร์เก็ต เดอะมอลล์ ตลาดกลาง และผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ลำไยพี ๘๐ (P80) ๓. รณรงค์บริโภคลำไยผ่าน ห้างค้าส่ง ค้าปลีก ห้างท้องถิ่น ร้านธงฟ้า ททบ. ๕ รถโมบายผลไม้ และสถานีบริการน้ำมัน ส่งเสริมสภาพคล่องให้เกษตรกร สหกรณ์ วิสาหกิจชุมชนโดยการชดเชยดอกเบี้ยร้อยละ ๓ ต่อปี ในระยะเวลาไม่เกิน ๖ เดือน เสริมสภาพคล่องผู้ส่งออกลำไยในอัตรากิโลกรัมละ ๕ บาท สนับสนุนกล่องบรรจุภัณฑ์และสติ๊กเกอร์ (Sticker) ส่งฟรีจำนวน ๒๔,๐๐๐ กล่อง จำนวน ๒๔๐ ตัน แทรกแซงการรับซื้อลำไยเกรดลูกร่วงในราคานำการตลาดปริมาณ ๓,๐๐๐ ตัน ซึ่งมาตรการเชิงรุกที่คุณรังสรรค์ว่าลำไยนั้นมีราคาตกต่ำ ซึ่งผมก็ได้รับ การมอบหมายจากท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ให้ลงพื้นที่ ซึ่งผมก็ได้ลงพื้นที่ไปที่จังหวัดลำพูน และจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งมีมาตรการช่วยเหลือชาวเกษตรลำไยดังต่อไปนี้ ขับเคลื่อน กิโลกรัมละ ๓ บาท เพื่อดูดทรัพย์ลูกรูดร่วง ๒ บาท ขยายตลาดบริโภคภายในประเทศ มากกว่า ๒๐,๐๐๐ ตัน สัญญาข้อตกลงห้าง ๕,๐๐๐ ตัน รถธงฟ้า รถโมบาย ปั๊ม ททบ. ๕ ๒,๐๐๐ ตัน เกรดดูดทรัพย์ เกรดรอง ๓,๐๐๐ ตัน ผลสำเร็จซึ่งที่คุณรังสรรค์บอกว่าราคา ตกต่ำมาก ราคาเฉลี่ยปี ๖๔ ๒๒.๖๙ บาทต่อกิโลกรัม สูงขึ้นกว่าราคาเฉลี่ยปี ๖๓ ที่ ๒๒.๒๘ บาทต่อกิโลกรัม ราคาเกรดส่งออกเกรดเอ (A) สูงสุด ๒๐ บาทในประเทศ เกรดเอ (A) สูงสุด ๒๕ บาท รูดร่วงเกรดเอเอ (AA) ๒๐ บาท เกรดเอ (A) ๘ บาท เกรดบี (B) ๓-๕ บาท การเจรจายกเลิกการนำเข้าลำไยซึ่งมีเชื้อแป้งในลำไย กรมวิชาการเกษตรร่วมกับ สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศประจำกรุงปักกิ่ง เจรจากับฝ่ายจีนให้ยกเลิก การระงับการส่งออกลำไยของโรงคัดบรรจุ ๕๖ แห่ง จาก ๗๕ แห่ง มีผลตั้งแต่วันที่ ๑๗ สิงหาคม ปี ๖๔ ที่ผ่านมา ซึ่งคำถามที่คุณรังสรรค์ถามและเน้นมากที่สุดคือ กรณีชาวสวน ลำไยเมื่อปี ๖๓ ได้มีการชดเชยไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท กรณีเงินชดเชยเยียวยาแก่เกษตรกรผู้ปลูก ลำไยไร่ละ ๒,๐๐๐ บาทนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการบริหารจัดการ ผลไม้หรือฟรุตบอร์ด (Fruit Board ) ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งเป็นเจ้าภาพในวันนี้ ขอขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรังสรรค์ มีคำถามอะไรอีกไหมครับ เชิญครับ🔗

นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ลำพูน

กราบเรียนท่านประธานครับ ถ้าราคาเฉลี่ย รูดร่วงอยู่ที่ ๒๐ บาท แล้วก็ ๘ บาท แล้ว ๓-๕ บาท มันไม่มีป้ายแสดงแบบนี้ครับ ท่านประธาน ผมฝากท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีในฐานะที่หน่วยงานของท่านก็อยู่ใน ฟรุตบอร์ด (Fruit Board) คือกรมการค้าภายใน ผมอยากฝาก ฝากจริง ๆ นะครับ เพราะว่า พี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกลำไยผมตอนนี้สิ้นเนื้อประดาตัวครับ เดี๋ยวหนี้ ธ.ก.ส. หนี้ค่าปุ๋ย ค่ายา เดี๋ยวลูก ๆ เปิดเทอมอีกจะเอาเงินเอาทองที่ไหนไป ไหนจะต้นทุนการผลิตในฤดูกาลหน้าอีก ดังนั้นฝากท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีครับว่าที่ผ่านมามันแก้ไม่ได้ไม่เป็นอะไรครับ มันผ่าน ไปแล้ว ปีหน้าค่อยว่ากันใหม่ แต่เรื่องเงินเยียวยาที่พี่น้องเกษตรกรสมควรที่จะได้นะครับ เพราะเกษตรกรส่วนอื่นเขาได้กันหมด ดังนั้นจึงฝากท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรี อย่างไร ช่วยกรุณาพี่น้องเกษตรผู้ปลูกลำไยด้วยนะครับ ชดเชยเหมือนปีที่แล้วครับ ๒,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๒๕ ไร่ ให้เขาได้เป็นทุนในการดำเนินชีวิตต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านรัฐมนตรีมีอะไรจะเพิ่มเติมไหมครับ ไม่มีแล้วนะครับ ก็ถือว่าเป็นการจบการถามตอบ กระทู้แยกเฉพาะที่ ๒๘๗ เรื่อง ปัญหาราคาลำไยตกต่ำ ของท่าน ส.ส. รังสรรค์ มณีรัตน์ ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์นะครับ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้เกียรติห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเรา ต้องขอกราบขอบพระคุณนะครับ ก็ถือว่าจบนะครับ ขอบคุณทุกท่านครับ🔗

๑.๓.๓ กระทู้ถาม ที่ ๒๘๓ เรื่อง การพิจารณางบประมาณ เพื่อซ่อมแซมอาคารเรียนที่ได้รับผลกระทบจากภัยน้ำท่วม (นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ เป็นผู้ ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี ด้วย นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ได้มีหนังสือแจ้งว่าขอถอน กระทู้ถามแยกเฉพาะ ซึ่งผู้ตั้งกระทู้ถามมีสิทธิถอนกระทู้ถามเมื่อใดก็ได้ตามข้อบังคับ ข้อที่ ๑๕๓ ๑.๓.๓ ก็ได้ถอนไป สำหรับวันนี้จบการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะแล้วนะครับ ผมขอปิดการประชุมครับ🔗

ต่อไปเป็น การพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคล สูญหาย พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ) พิจารณาต่อจากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๓ ครั้งที่ ๒๐ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันพุธที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๔ จำนวน ๔ ฉบับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านอรรถกร มีอะไรหรือครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐจากจังหวัดฉะเชิงเทรานะครับ จริง ๆ แล้วผมต้อง ขออนุญาตเรียนท่านประธานนิดหนึ่งครับว่าในการประชุมวิป เราได้ตกลงกันว่าเดี๋ยวจะมีการ ขอเลื่อนเรื่องอื่น ๆ ขึ้นมาก่อน ก่อนที่เราจะพิจารณาตามระเบียบวาระต่อไป ผมก็เลย ขออนุญาตสอบถามท่านประธานว่าท่านประธานจะเลื่อนเรื่องอื่น ๆ เรื่องที่ ๗.๑ เรื่องที่ ๗.๒ เรื่องที่ ๗.๓ ขึ้นมาก่อนหรือเปล่าครับ เพราะว่าคงใช้เวลาไม่นาน ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็พอถึง วาระนั้นก็จะดำเนินการต่อไปนะครับ🔗

จากการประชุมเมื่อวานนี้ที่ประชุมได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว รวมกับร่างพระราชบัญญัติทำนองเดียวกันอีก ๓ ฉบับ เมื่อรัฐมนตรีได้แถลงหลักการและ เหตุผล ท่านสมาชิกได้อภิปรายแสดงความคิดเห็น รัฐมนตรีและผู้เข้าร่วมชี้แจงได้ตอบชี้แจง ต่อที่ประชุมและปิดการอภิปราย โดยที่ประชุมเห็นชอบให้นำร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว มาพิจารณาต่อในการประชุมครั้งต่อไป ประธานของที่ประชุมในขณะนั้น คือท่านประธาน ชวน หลีกภัย จึงได้สั่งปิดการประชุมและเลื่อนการลงมติไปในการประชุมครั้งต่อไป🔗

สำหรับวันนี้จะเป็นการลงมติในวาระที่ ๑ ขั้นรับหลักการ ดังนั้นผมขอ ดำเนินการต่อเลยนะครับ ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่เราจะลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุม นะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุมนะครับ🔗

(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
นายคำพอง เทพาคำ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม คำพอง เทพาคำ ๔๕ ขอแสดงตนครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เดี๋ยวนะครับ ยังไม่ได้ให้แสดงตนครับ ผมเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกห้องประชุมเข้าห้องประชุมใหญ่ เพื่อที่จะได้มีการลงมติกันนะครับ🔗

นายพยม พรหมเพชร สงขลา

๒๒๙ รายงานตัวครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ท่านสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุมแล้ว ก่อนที่เราจะลงมตินะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิ แสดงตนและโปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนนะครับ โปรดเสียบบัตรแล้วกดปุ่มแสดงตน นะครับ🔗

นายคำพอง เทพาคำ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ คำพอง เทพาคำ ๔๕ ขอแสดงตนครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๔๕ ครับผม อีกท่านหนึ่งเมื่อสักครู่นี้ที่ผมฟังไม่ทัน🔗

นายพยม พรหมเพชร สงขลา

๒๒๙ แสดงตนครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๒๒๙ แสดงตน🔗

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานครับ ๑๓๗ นริศ ขำนุรักษ์ ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๑๓๗ แสดงตน🔗

นางนันทนา สงฆ์ประชา แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานคะ ๓๗๗ แสดงตนค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓๗๗ แสดงตน🔗

นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สุราษฎร์ธานี

ท่านอาจารย์ครับ ขออนุญาตครับ ธีรภัทร พริ้งศุลกะ ๑๖๒🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๑๖๒ แสดงตนครับ สมาชิกท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตนบ้างไหมครับ ถ้ามีก็ขอเชิญนะครับ🔗

นายสาคร เกี่ยวข้อง กระบี่

สาคร เกี่ยวข้อง ๔๐๘ แสดงตนครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๔๐๘ แสดงตน ถ้าท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิแสดงตนกันทุกคนแล้วนะครับ ผมขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่แสดงผลด้วยนะครับ จำนวนผู้เข้าประชุมในขณะนี้นะครับ ๓๒๐ ท่าน เป็นอันว่า มีผู้เข้าร่วมประชุมครบองค์ประชุมนะครับ🔗

ท่านสมาชิกครับ เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๔ ฉบับ มีหลักการทำนองเดียวกัน และที่ประชุมได้มีมติ ให้พิจารณารวมกันนะครับ ดังนั้นผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติทั้ง ๔ ฉบับหรือไม่ ต่อไปขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนน ท่านผู้ใดเห็นควรรับหลักการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าไม่ควร รับหลักการ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ🔗

(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนลงมติ)
(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายคำพอง เทพาคำ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ คำพอง เทพาคำ ๔๕ รับหลักการทั้ง ๔ ฉบับครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

รับหลักการ นะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนมีไหมครับ ถ้าไม่มี ผมขอปิดการลงคะแนน🔗

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานใจเย็นสักครู่ครับ ๖๘ จิรายุ เห็นด้วยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เห็นด้วย นะครับ🔗

พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานครับ ผม ชวลิต ๐๘๕ เห็นด้วยครับ บัตรใช้ไม่ได้นะครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เห็นด้วย นะครับ🔗

นายประเสริฐ บุญเรือง กาฬสินธุ์

ท่านประธานครับ ผม ประเสริฐ บุญเรือง ๒๑๔ รับหลักการครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

รับหลักการครับ🔗

นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ประจวบคีรีขันธ์

ท่านประธานครับ พรเทพ ๒๓๒ รับหลักการครับ ๒๓๒ ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าท่าน ใช้สิทธิลงคะแนนกันหมดแล้ว ผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๖๕ ท่าน เห็นด้วย ๓๖๓ ท่าน บวก ๕ ท่าน🔗

นายนพ ชีวานันท์ พระนครศรีอยุธยา

ท่านประธาน ๑๖๗ เห็นด้วยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมปิดแล้วนะครับ แต่ว่าบันทึกเอาไว้ เห็นด้วย ๓๖๓ ท่าน บวก ๕ ท่าน ก็เป็น ๓๖๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน🔗

ต่อไปขอเชิญ เสนอคณะกรรมาธิการ เชิญครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอให้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา เพื่อพิจารณา จำนวน ๒๕ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ จะมีท่านผู้ใดเสนอเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าไม่มี ก็ถือว่าที่ประชุมมีมติให้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน ๒๕ ท่าน สัดส่วนกรรมาธิการ ของคณะรัฐมนตรี ๕ ท่านนะครับ สัดส่วนกรรมาธิการของแต่ละพรรคการเมือง ๒๐ ท่าน ขอเชิญคณะรัฐมนตรีเสนอรายชื่อกรรมาธิการครับ🔗

นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ คณะรัฐมนตรีขอเสนอรายชื่อของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมาน และกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. …. จำนวน ๕ ท่านดังนี้ครับ ๑. ศาสตราจารย์พิเศษ วิศิษฐ์ วิศิษฐสรอรรถ์ ๒. ว่าที่ร้อยตรี ธนกฤต จิตอารีรัตน์ ๓. นางสาวจรวยพร พงเสาวศรีกุล ๔. นายสุทัศน์ เงินหมื่น ๕. นายธีรทัศน์ เตียวเจริญโสภา ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไป สัดส่วนของแต่ละพรรคการเมืองเป็นดังนี้นะครับ พรรคเพื่อไทย จำนวน ๖ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๕ ท่าน พรรคภูมิใจไทย จำนวน ๓ ท่าน พรรคก้าวไกล จำนวน ๒ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ ท่าน พรรคเสรีรวมไทย จำนวน ๑ ท่าน ขอเชิญแต่ละพรรคการเมืองเสนอรายชื่อกรรมาธิการ ตามสัดส่วนและขอผู้รับรองตามข้อบังคับด้วยนะครับ เชิญตัวแทนพรรคเพื่อไทยครับ🔗

นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน สุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒๙ เขตภาษีเจริญ เขตตลิ่งชัน ๔ แขวง กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำ ให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. …. ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๖ ท่านดังนี้ค่ะ ๑. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ๒. นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ ๓. นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ๔. นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ๕. นายเอกชัย ชัยนุวัฒน์ และ ๖. นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ขอผู้รับรองค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปตัวแทนพรรคพลังประชารัฐ ๕ ท่านครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิก สภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอ รายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนพรรคพลังประชารัฐ ๑. นายวีระกร คำประกอบ ๒. นายสิระ เจนจาคะ ๓. นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ๔. นายสมบัติ อำนาคะ ๕. นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเป็นตัวแทนพรรคภูมิใจไทย เสนอ ๓ ท่านนะครับ🔗

นายเอกการ ซื่อทรงธรรม แพร่

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม เอกการ ซื่อทรงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอ กรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย จำนวน ๓ ท่าน ดังนี้ครับ ๑. นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา ๒. นายศุภชัย ใจสมุทร ๓. พลเอก กฤษณะ บวรรัตนารักษ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเชิญตัวแทนพรรคก้าวไกล ๒ ท่านนะครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. …. ในสัดส่วนของพรรคก้าวไกล ๒ ท่านครับ ๑. รังสิมันต์ โรม ๒. พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเป็นพรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่านครับ🔗

นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ตรัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายนามกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๒ ท่าน ดังต่อไปนี้ ๑. นายสมชาย หอมละออ ๒. นางสาวศิริภา อินทวิเชียร ขอผู้รับรองด้วย🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเป็นพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ🔗

นายเสมอกัน เที่ยงธรรม สุพรรณบุรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอ นายสัมพันธ์ แป้นพัฒน์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ พรรคเสรีรวมไทย จำนวน ๑ ท่านครับ เชิญครับ🔗

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทยครับ พรรคเสรีรวมไทยขอเสนอกรรมาธิการในสัดส่วนของ พรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน ขอเสนอนางอังคณา นีละไพจิตร ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ เชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อกรรมาธิการครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่ แทนเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. .... ๑. ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฐ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ๒. ว่าที่ร้อยตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ ๓. นางสาวจรวยพร พงศาวสีกุล ๔. นายสุทัศน์ เงินหมื่น ๕. นายธีระทัศน์ เตียวเจริญโสภา ๖. นายชวลิต วิชยสุทธิ์ ๗. นายทศพร เสรีรักษ์ ๘. นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ๙. นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ๑๐. นายเอกชัย ไชยนุวัติ ๑๑. นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ๑๒. นายวีระกร คำประกอบ ๑๓. นายสิระ เจนจาคะ ๑๔. นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ๑๕. นายสมบัติ อำนาคะ ๑๖. นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ๑๗. นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา ๑๘. นายศุภชัย ใจสมุทร ๑๙. พลเอก กฤษณะ บวรรัตนารักษ์ ๒๐. นายรังสิมันต์ โรม ๒๑. นางสาวพรเพ็ญ คงขจรเกียรติ ๒๒. นางสาวศิริภา อินทวิเชียร ๒๓. นายสมชาย หอมละออ ๒๔. นายสัมพันธ์ แป้นพัฒน์ ๒๕. นางอังคณา นีละไพจิตร🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ กำหนดระยะเวลาแปรญัตติครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอระยะเวลาแปรญัตติ ๗ วันครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดจะเสนอเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าไม่มี ก็ถือว่ากำหนดระยะเวลาการแปรญัตติ ๗ วันนะครับ ท่านสมาชิกครับ กรณีการรับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติมากกว่า ๑ ฉบับ จะใช้ร่างพระราชบัญญัติฉบับใดเป็นหลักการในการ พิจารณาในวาระที่ ๒ ขอเชิญเสนอครับ เชิญครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเสนอให้ใช้ร่างของรัฐบาลเป็นร่างหลักครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีท่าน อรรถกรเสนอใช้รัฐบาลเป็นร่างหลักนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดเสนอเป็นอื่นไหมครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ผมขอเสนอร่างของท่านสิระ เจนจาคะ ในนามของประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน เป็นร่างหลักครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ วิปทั้ง ๒ ฝ่ายพอคุยกันได้ไหมครับ🔗

นายสิระ เจนจาคะ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานครับ ผม สิระ เจนจาคะ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ขอยืนยันว่าเอาร่างของรัฐบาลเป็นหลักครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวิโรจน์ ท่านประธานสิระขอยืนยันใช้ร่างรัฐบาลเป็นหลัก ท่านสิระถอนแล้วนะครับ เพื่อที่จะให้ การประชุมมันเดินไป ไม่อย่างนั้นก็ต้องได้โหวตนะครับ ท่านรังสิมันต์มีอะไรไหมครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครับ คือต้องเรียนว่าจริง ๆ ร่างของกรรมาธิการ ซึ่งชื่อแรก เป็นชื่อของ ท่านสิระ เจนจาคะ ต้องขออนุญาตที่เอ่ยนามนะครับ จริง ๆ ถ้าเราไปดู คนที่เสนอมีหลายท่าน คือช่วยกันเสนอ ผมก็คิดว่าจริง ๆ ก็คุยกันก่อนก็ได้ครับว่าจะเอา ร่างไหนเป็นร่างหลัก แต่ในเบื้องต้นนี้เราก็ยืนยันว่าร่างที่ดีที่สุดที่เหมาะจะเป็นร่างหลักนี้ คือร่างของกรรมาธิการที่เสนอไปครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็หารือ ท่านณัฐวุฒินะครับ เพื่อจะให้การประชุมเดินไปด้วยความรวดเร็ว ท่านณัฐวุฒิถอนหรือว่า อย่างไร คุยกันนิดหนึ่ง ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องได้โหวตนะครับ คือท่านอรรถกรเสนอให้ใช้ ร่างของรัฐบาลเป็นหลัก แต่ในขณะเดียวกันท่านณัฐวุฒิได้เสนอให้ใช้ร่างของท่านสิระ เจนจาคะ เป็นหลัก คุยกันจบไหมครับ ถ้าไม่จบจะได้โหวตนะครับ ประธานขอทราบผล การเจรจาด้วยนะครับ ถ้าท่านคุยกันไม่ได้ก็คงต้องโหวตนะครับ ผมให้เวลาอีก ๑ นาที หมดเวลาเจรจาแล้วรายงานผลด้วยครับ ใครจะนำเสนอผลการเจรจาเชิญท่านอรรถกร ท่านสิระครับ🔗

นายสิระ เจนจาคะ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม สิระ เจนจาคะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ก็คุยกันเรียบร้อยแล้วว่าเป็นร่างของรัฐบาลเป็นหลักครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าเป็นร่าง ของรัฐบาล ท่านณัฐวุฒิก็ต้องถอนครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ หลังจากที่ปรึกษาหารือกันแล้วเห็นว่าแม้จะรับร่างรัฐบาลเป็นร่างหลัก แต่ในรายละเอียด เนื้อหาก็น่าจะสามารถนำ ๓ ร่างที่เสนอนี้มาพิจารณาประกอบได้ ฉะนั้นผมขออนุญาตถอน ที่เสนอไปครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณ ท่านณัฐวุฒินะครับ ก็สรุปว่าสภาผู้แทนราษฎรกรรมาธิการจะใช้ร่างของรัฐบาลเป็นหลัก ในการพิจารณาในวาระที่ ๒ นะครับ ท่านสมาชิกครับ ก่อนที่ประชุมจะพิจารณาเรื่องตาม ระเบียบวาระต่อไป ผมขอปรึกษาที่ประชุมเพื่อขอนำระเบียบวาระที่ ๓ คือการรับรอง รายงานการประชุม🔗

ระเบียบวาระที่ ๗.๑ ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง🔗

ระเบียบวาระที่ ๗.๖ ขอถอนญัตติออกจากระเบียบวาระการประชุม เรื่องอื่น ๆ ซึ่งไม่ปรากฏในระเบียบวาระ จำนวน ๖ เรื่อง เกี่ยวกับการตั้งกรรมาธิการแทน ตำแหน่งที่ว่างและการขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการ🔗

ระเบียบวาระที่ ๗.๕ การแต่งตั้งคณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิก รัฐสภาขึ้นมาพิจารณาก่อน ซึ่งคงจะใช้เวลาไม่มากนักนะครับ จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็น อย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าไม่มี ถือว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินการตามที่ผมเสนอในที่ประชุมนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม🔗

รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ (สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่สอง) รวม ๒ ครั้ง คือครั้งที่ ๙ วันพุธที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๓ ครั้งที่ ๑๐ วันพฤหัสบดีที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๓ ซึ่งได้วางไว้ให้ท่านสมาชิกดูแล้วนะครับ ก่อนที่จะเสนอ ให้สภารับรอง🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เมื่อไม่มี สมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง ๒ ครั้งดังกล่าวนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ🔗

๗.๑ ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปราม การทุจริตประพฤติมิชอบแทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก🔗

ด้วยประธานคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ประพฤติมิชอบได้มีหนังสือแจ้งว่า ขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจาก นายจุลพันธ์ โนนศรีชัย ได้ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ จึงเป็นอันพ้นจากการเป็น กรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) จึงขอเชิญเสนอชื่อกรรมาธิการพร้อมทั้งขอผู้รับรอง และช่วยพิจารณาด้วยว่าไม่ได้เป็นกรรมาธิการเกินกว่า ๒ คณะ ตามข้อบังคับ ข้อ ๙๐ เชิญเสนอครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเสนอ นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค พรรคไทรักธรรม แทนกรรมาธิการในตำแหน่งที่ว่างลง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีท่านสมาชิกเสนอท่านใดเป็นอื่นไหมครับ🔗

นายธีรัจชัย พันธุมาศ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะ กรรมาธิการ ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร เกี่ยวกับกรรมาธิการ ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎร มันมีเรื่องที่จะต้องคุยกันก่อนหน้านี้แล้ว ก็คือว่ากรณีที่คุณจุลพันธ์ โนนศรีชัย ได้ลาออก ก็บอกว่าจะแบลงก์ (Blank) ไว้ก่อน เพราะว่ามันมีส่วนที่ระหว่างสัดส่วนของฝ่ายค้านและ ฝ่ายรัฐบาล ไม่ใช่เฉพาะว่ามี ๒ ตำแหน่งเท่านั้นเองนะครับ สัดส่วนมันใกล้เคียงกัน เคยมีการ หารือตั้ง ๒ สมัยประชุมแล้ว บอกว่าจะให้เป็นสัดส่วนที่ว่างไว้ก่อน แล้วก็ตกลงกันเรียบร้อย ในฐานะของวิปฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล และตกลงกันอย่างดีแล้ว แต่ตอนนี้จะมาเหมือนกับว่า มาแหกในส่วนข้อสัญญาที่ตกลงกันไว้ แล้วมาตั้งบุคคลอื่นขึ้นมาเพื่อให้มีสัดส่วน ในกรรมาธิการ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นกรรมาธิการที่สำคัญในการตรวจสอบรัฐบาล กรณีนี้ผมคิดว่า อาจจะคลาดเคลื่อนต่อข้อตกลงที่ทำกันไว้ อยากให้ทางฝ่ายรัฐบาลทบทวนเรื่องนี้ด้วยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอรรถกรครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตท่านประธาน ครับ คือจริง ๆ ต้องขออนุญาตนำเรียนท่านประธานและที่ประชุมนะครับ คือต่อเรื่องนี้ ครั้งที่แล้วที่จะมีการตั้งมันก็มีปัญหานะครับ แต่ว่าครั้งที่แล้วที่มีปัญหาที่ไม่ยอมรับ คือผม เป็นผู้เสนอ แล้วก็จะตั้งกรรมาธิการเป็นสัดส่วนของ ส.ส. พรรคพลังประชารัฐ แต่ว่าถ้าเรา ดูจากระเบียบวาระ คุณจุลพันธ์ โนนศรีชัย ท่านก็อยู่ในโควตาพรรคร่วมรัฐบาล และในวันนี้ ผมก็เสนอคุณพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค ซึ่งจริง ๆ แล้วต้องบอกว่ามีความเป็นกลางครับ คือท่านอยากเข้าไปทำหน้าที่ไปเติมเต็มในกรรมาธิการให้เสร็จ แล้วก็ผมเชื่อว่าวันนี้เป็น วันสุดท้ายแล้ว ถ้าเราสามารถตั้งภายในวันนี้ได้ หลังจากนี้ถึงแม้ว่าจะอยู่ในช่วงปิด สมัยประชุมก็ตาม กรรมาธิการก็จะสามารถทำงานได้เต็มรูปแบบครับ🔗

นายธีรัจชัย พันธุมาศ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ขออนุญาตครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน ธีรัจชัยครับ🔗

นายธีรัจชัย พันธุมาศ แบบบัญชีรายชื่อ

ก็คือในข้อตกลงเดิมที่เรา ตกลงกันไว้ ตอนแรกทางพรรคก้าวไกล คุณจุลพันธ์ โนนศรีชัย เดิมอยู่ในพรรคอนาคตใหม่นะ ครับ และท่านได้ลาออกจากตรงนี้ไปเป็นโควตาเดิมของพรรคอนาคตใหม่ ซึ่งเป็น พรรคก้าวไกลนั่นเอง ขณะต่อมาพรรคก้าวไกลเคยให้ท่าน ส.ส. ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ลาออกจากกรรมาธิการเดิมเพื่อที่เตรียมจะมาเป็นคณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. สภาผู้แทนราษฎรแล้ว ๑ ครั้ง ได้เคยหารือกับทางวิปฝ่ายรัฐบาลเรียบร้อยแล้ว จนกระทั่ง วิปรัฐบาลบอกว่ายังไม่อยากให้เป็นเช่นนั้น ดังนั้นทางฝ่ายรัฐบาลก็พยายามอยากจะได้ โควตานี้ เพราะว่าสัดส่วนตอนนี้มันเกินมากนะครับ ไม่ใช่สัดส่วนที่เท่ากันเลยนะครับ ของฝ่ายค้านห่างตั้ง ๔-๕ คะแนน มันแตกต่างกันมากเลย ดังนั้นจึงอยากให้ฝ่ายค้านเข้ามา ใกล้เคียงกันในกรรมาธิการ มิฉะนั้นจะไม่สามารถตรวจสอบรัฐบาลได้เลย เราตกลงกัน คุยกันด้วยดี ด้วยเหตุด้วยผล แล้วก็บอกว่าให้ว่างตำแหน่งนี้ไว้ก็แล้วกัน ทำไมวันนี้ถึงมา แหกมติแบบนี้ ผมไม่เข้าใจครับท่านประธาน ก็เลยอยากจะให้ทางฝ่ายรัฐบาลได้โปรดทบทวน ตรงนี้ด้วย พรรคก้าวไกลเราให้ท่านประเสริฐพงษ์ได้กลับไปในกรรมาธิการเดิม เราเคยทำมาเรียบร้อยแล้ว ทีแรกผมจะให้มาอยู่คณะกรรมาธิการ ป.ป.ช. นะครับ ท่านประธาน ผมไม่แน่ใจว่าทำไมเรื่องนี้ถึงไม่ทำตามที่ตกลงกันไว้เรื่องนี้ครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปจะเอา อย่างไรครับ ตั้งกรรมาธิการก็ยังมีปัญหาเลย กรรมาธิการนี้ยังมีฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล อยู่อีกหรือครับ เชิญท่านอรรถกรครับ จะถอนออกไปก่อนไหม🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ จากที่ได้ฟังท่านธีรัจชัยเพื่อนสมาชิกที่เคารพนะครับ เดี๋ยวถ้าจะมีการสลับหลังจากนี้ ท่านประเสริฐพงษ์จะมาอยู่ตรงนี้ เดี๋ยวผมจะไปคุยนอกรอบ แต่ว่าอยากจะให้กรรมาธิการสามัญทุกคณะมีสมาชิกที่เต็มจำนวน ทุกคนจะได้ช่วยกันทำงาน เพราะว่าในกรรมาธิการส่วนใหญ่ก็ไม่มีการแบ่งพรรคแบ่งพวก ไม่มีการแบ่งพรรคการเมือง อยู่แล้วนะครับ เดี๋ยวจะไปหารือนอกรอบนะครับ แล้วก็จะทำให้เสร็จภายในสมัยประชุมหน้า ทุกคนจะได้มีโอกาสได้ทำงานครับ วันนี้ผมก็ขอถอนก่อนก็ได้ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สรุปว่า ๗.๑ ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติ มิชอบแทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออกนี้ มอบให้วิปทั้ง ๒ ฝ่ายไปหารือกันก่อน ฉะนั้นวันนี้จึงขอถอน ๗.๑ ออกไปก่อน ท่านสมาชิกครับ ต่อไปเป็นระเบียบวาระที่ ๗.๖🔗

ระเบียบวาระที่ ๗.๖ เรื่องขอถอนญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาน้ำทะเลหนุน น้ำท่วมขัง และน้ำเน่าเสีย ของกรุงเทพมหานครและจังหวัดใกล้เคียง และปัญหาภัยแล้งของภาคอีสาน ซึ่งนายภูดิท อินสุวรรณ์ เป็นผู้เสนอ ออกจากระเบียบวาระการประชุมตามข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๖๑🔗

ด้วยนายภูดิท อินสุวรรณ์ ได้มีหนังสือแจ้งขอถอนญัตติเรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาน้ำทะเลหนุน น้ำท่วมขัง และน้ำเน่าเสียของกรุงเทพมหานคร และจังหวัดใกล้เคียง และปัญหาภัยแล้งของภาคอีสาน ซึ่ง นายภูดิท อินสุวรรณ์ เป็นผู้เสนอ ตามระเบียบวาระที่ ๕.๑๔๑ ออกจากระเบียบวาระการประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๖๑ กำหนดว่า การถอนญัตติที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรสั่งบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับความยินยอมของที่ประชุม จึงถามที่ประชุมนะครับว่า เมื่อคุณภูดิท อินสุวรรณ์ ขอถอน ที่ประชุมสมาชิกท่านใดจะเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าไม่มี ถือว่า ที่ประชุมมีมติยินยอมให้ นายภูดิท อินสุวรรณ์ ถอนญัตติตามระเบียบวาระที่ ๕.๑๔๑ ออกจากระเบียบวาระการประชุมนะครับ🔗

ต่อไปเป็นเรื่องอื่น ๆ ซึ่งไม่ปรากฏในระเบียบวาระ จำนวน ๖ เรื่องนะครับ🔗

๑. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาราคาผลิตผล เกษตรกรรมแทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก คือคุณทองแดง เบ็ญจะปัก ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ ท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ได้มีหนังสือแจ้งว่าขอให้ตั้ง กรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจาก นายทองแดง เบ็ญจะปัก ได้ขอลาออกจากตำแหน่ง กรรมาธิการ จึงเป็นอันพ้นจากการเป็นกรรมาธิการ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) กรรมาธิการ ที่ว่างลงเป็นสัดส่วนของพรรคก้าวไกลนะครับ ขอเชิญเสนอชื่อกรรมาธิการ พร้อมทั้งขอผู้ รับรอง และช่วยพิจารณาด้วยนะครับว่าไม่ได้เป็นกรรมาธิการเกิน ๒ คณะ ตามข้อบังคับ ข้อ ๙๐ ขอเชิญเสนอชื่อกรรมาธิการแทนครับ🔗

นายศักดินัย นุ่มหนู ตราด

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกล ขอเสนอคุณญาณธิชา บัวเผื่อน เป็นกรรมาธิการสามัญแก้ไขราคาพืชผลทางการเกษตรแทนตำแหน่งที่ว่าง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดจะเสนอท่านอื่นไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่มีท่านผู้ใด เสนอเป็นอื่น ก็ถือว่าผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างคือ คุณญาณธิชา บัวเผื่อน เป็นกรรมาธิการวิสามัญแทนตำแหน่งที่ว่างนะครับ🔗

๒. คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหายาเสพติด แนวทาง การจัดตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติด การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบ ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๔ ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ คือ พลตำรวจเอก ยงยุทธ เทพจำนงค์ ได้มีหนังสือ ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการ เนื่องจากคณะกรรมาธิการ พิจารณาแล้วเห็นว่าการพิจารณาศึกษาปัญหายาเสพติดยังมีประเด็นที่ต้องศึกษา อย่างละเอียดรอบคอบ เพื่อให้ได้เนื้อหาของรายงานที่สมบูรณ์ อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน ดังนั้นเพื่อประโยชน์ในการทำงานของคณะกรรมาธิการ จึงขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๔ เป็นการขอขยายเวลาเป็นครั้งที่ ๕ แล้วนะครับ จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าไม่มี สมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้คณะกรรมาธิการขยายระยะเวลา การพิจารณาศึกษาออกไปตามที่ขอนะครับ🔗

๓. ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเสนอ ข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. .... แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่งเพราะลาออก ที่ลาออกคือ ท่านวรภพ วิริยะโรจน์ ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ ท่านนิพนธ์ บุญญามณี ได้มีหนังสือ แจ้งว่าขอให้ตั้งคณะกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจากนายวรภพ วิริยะโรจน์ ได้ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ จึงเป็นอันพ้นจากการเป็นกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อที่ ๑๐๘ (๓) นะครับ กรรมาธิการที่ว่างลงเป็นสัดส่วนของพรรคก้าวไกล ขอเชิญเสนอชื่อ กรรมาธิการ พร้อมทั้งขอผู้รับรองตามข้อบังคับด้วยนะครับ เชิญตัวแทนพรรคก้าวไกลเสนอ🔗

นายศักดินัย นุ่มหนู ตราด

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกล ขอเสนอ นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แทนในตำแหน่งที่ว่าง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดเสนอเป็นท่านอื่นอีกไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เมื่อไม่มี ท่านใดเสนอเป็นท่านอื่น ก็ถือว่า ผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งเป็นกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลง ก็คือ ท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ นะครับ🔗

ต่อไปการตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรมแทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก ด้วยประธาน คณะกรรมาธิการ คือท่านสุชาติ อุตสาหะ ได้มีหนังสือแจ้งว่าขอให้ตั้งกรรมาธิการแทน ตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจาก นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา ได้ขอลาออกจากตำแหน่ง กรรมาธิการ จึงเป็นอันพ้นจากการเป็นกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) กรรมาธิการ ที่ว่างลงเป็นสัดส่วนของพรรคก้าวไกล ขอเชิญเสนอชื่อกรรมาธิการพร้อมทั้งขอผู้รับรอง และ ช่วยพิจารณาด้วยว่าไม่ได้เป็นกรรมาธิการเกินกว่า ๒ คณะตามข้อบังคับ ข้อ ๙๐ นะครับ เชิญตัวแทนครับ🔗

นายศักดินัย นุ่มหนู ตราด

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกล ขอเสนอ นายทองแดง เบ็ญจะปัก เป็นกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม แทนตำแหน่ง ที่ว่างครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดเสนอท่านอื่นอีกไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เมื่อไม่มี ท่านใดเสนอท่านอื่นนะครับ ก็ถือว่าผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างก็คือ นายทองแดง เบ็ญจะปัก เป็นกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างนะครับ🔗

๕. ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชนแทนตำแหน่งที่ว่าง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก🔗

ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ คือท่านณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ได้มีหนังสือ แจ้งว่าขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจาก นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน ได้ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ จึงเป็นอันพ้นจากการเป็นกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) กรรมาธิการที่ว่างลงเป็นสัดส่วนของพรรคก้าวไกลนะครับ ขอเชิญเสนอชื่อ กรรมาธิการ พร้อมทั้งขอผู้รับรองและช่วยพิจารณาด้วยว่าไม่ได้เป็นกรรมาธิการเกินกว่า ๒ คณะตามข้อบังคับ ข้อ ๙๐ นะครับ เชิญเสนอกรรมาธิการครับ🔗

นายศักดินัย นุ่มหนู ตราด

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกล ขอเสนอ คุณสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา แทนกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชนแทนตำแหน่งที่ว่างครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดเสนอท่านสมาชิกท่านอื่นไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าไม่มีใคร เสนอเป็นท่านอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมได้มีมติและท่านที่ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมาธิการ แทนตำแหน่งที่ว่างลงคือ นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา เป็นกรรมาธิการ แทนตำแหน่งที่ว่างนะครับ🔗

๖. ตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายเงิน จากการกู้เงินตามพระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ และสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา-๒๐๑๙ เพิ่มเติม พ.ศ. ๒๕๖๔ แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ คือท่าน สรอรรถ กลิ่นประทุม ได้มีหนังสือแจ้งว่าขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจาก นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ได้ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ จึงเป็นอันพ้นจากการเป็น กรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) กรรมาธิการที่ว่างลงเป็นสัดส่วนของพรรคพลัง ประชารัฐ ขอเชิญเสนอชื่อกรรมาธิการ พร้อมทั้งขอผู้รับรองตามข้อบังคับด้วยนะครับ เชิญ เสนอชื่อกรรมาธิการครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอ นายสมศักดิ์ พันธ์เกษม เป็นกรรมาธิการวิสามัญแทนตำแหน่งที่ว่างลงครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดจะเสนอชื่อสมาชิกท่านอื่น มีไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าไม่มี ก็ถือว่าผู้ที่ได้รับเลือกตั้งเป็นกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลงก็คือ นายสมศักดิ์ พันธ์เกษม เป็นกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง🔗

๗.๕ การแต่งตั้งคณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ตามมาตรา ๘ ของพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๖ ตามที่ ได้มีคำสั่งรัฐสภาที่ ๑๐/๒๕๖๒ เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิก รัฐสภา ลงวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ตามพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิก รัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๖ โดยกำหนดให้มีคณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา จำนวน ๒๑ คน ประกอบด้วย ๑. ประธานรัฐสภา เป็นประธานกรรมการ ๒. รองประธาน รัฐสภา เป็นรองประธานกรรมการ ๓. ประธานคณะกรรมาธิการที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับ กิจการสภาผู้แทนราษฎร ๔. ประธานคณะกรรมาธิการที่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับกิจการ วุฒิสภา ๕. ปลัดกระทรวงการคลัง ๖. ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ๗. กรรมการจำนวน ๑๓ คน ซึ่งประธานรัฐสภาแต่งตั้งตามมติของแต่ละสภา ได้แก่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๕ คน ตามจำนวนหรือสัดส่วนของแต่ละพรรคการเมือง สมาชิกวุฒิสภา จำนวน ๓ คน ผู้เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๓ คน ผู้เคยเป็น สมาชิกวุฒิสภา จำนวน ๒ คน ๑. เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร เป็นกรรมการและเลขานุการ ๒. เลขาธิการวุฒิสภา เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ เนื่องจากกรรมการ ซึ่งประธานรัฐสภาแต่งตั้งตามมติ ของแต่ละสภา ตามมาตรา ๘ (๔) ได้ดำรงตำแหน่งครบกำหนดวาระ ๒ ปี เมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ตามมาตรา ๙ ดังนั้นเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามมาตรา ๘ (๔) แห่งพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา พ.ศ. ๒๕๕๖ ผมจึงขอดำเนินการ เพื่อให้ที่ประชุมแต่งตั้งกรรมการกองทุนในส่วนของสภาผู้แทนราษฎร ได้แก่ กรรมการ ในสัดส่วนของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๕ คน ตามจำนวนหรือสัดส่วนของแต่ละ พรรคการเมือง และกรรมการในสัดส่วนของผู้เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๓ คนตามลำดับ ต่อไปขอเชิญสมาชิกเสนอรายชื่อกรรมการกองทุนในส่วนที่ผู้ดำรงตำแหน่ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๕ คน ตามสัดส่วนของแต่ละพรรคการเมือง และขอผู้รับรองตามข้อบังคับด้วยนะครับ โดยมีสัดส่วนกรรมการจากแต่ละพรรคการเมือง ดังนี้นะครับ พรรคเพื่อไทย ๑ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ ๑ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๑ ท่าน พรรคก้าวไกล ๑ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่าน ขอเชิญตัวแทนพรรคต่าง ๆ ได้เสนอรายชื่อ นะครับ เชิญพรรคเพื่อไทยครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมการกองทุน เพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาในสัดส่วนพรรคเพื่อไทย จำนวน ๑ ท่าน นายชลน่าน ศรีแก้ว ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคพลังประชารัฐครับ เสนอรายชื่อจำนวน ๑ ท่านครับ หรือ จะสละสิทธิ🔗

นายสิระ เจนจาคะ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา กระผม นายสิระ เจนจาคะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กทม. ขอเสนอรายชื่อสัดส่วน ของพรรคพลังประชารัฐ ท่านอรรถกร ศิริลัทธยากร ครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปตัวแทนพรรคภูมิใจไทยครับ ๑ ท่านครับ ตัวแทนพรรคภูมิใจไทยครับ ไม่มีการเสนอ ถือว่าสละสิทธิใช่ไหมครับ หรือว่าอย่างไร เชิญเสนอครับ พรรคก้าวไกล เตรียมด้วยนะครับ พรรคประชาธิปัตย์ด้วย ถ้ายังไม่ประชุมพรรค ก็รีบประชุมครับ🔗

นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล ครับ ขออนุญาตเสนอชื่อสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย ๑ ท่านนะครับ นายสนอง เทพอักษรณรงค์ ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอผู้รับรอง ด้วยนะครับ ผู้รับรองถูกต้องครับ เชิญตัวแทนพรรคก้าวไกลครับ🔗

นายศักดินัย นุ่มหนู ตราด

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกล ขอนำเสนอกรรมการ กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ในสัดส่วนของพรรคก้าวไกล เสนอ นายสมชาย ฝั่งชลจิตร ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ครับ🔗

นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ตรัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรค ประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายนามกรรมการในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๑ ท่าน ดังต่อไปนี้ค่ะ คือนายสุทัศน์ เงินหมื่น ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปขอเชิญสมาชิกเสนอรายชื่อกรรมการกองทุนในส่วนผู้เคยเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๓ ท่าน และขอผู้รับรองตามข้อบังคับด้วยนะครับ โดยจะเป็นกรรมการจากแต่ละพรรคการเมืองดังนี้ครับ พรรคเพื่อไทย ๑ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ ๑ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่าน เชิญตัวแทนพรรคเพื่อไทยครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมการ กองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา ในสัดส่วนผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภาของพรรคเพื่อไทย นายอดิศร เพียงเกษ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปพรรคพลังประชารัฐครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร ขอเสนอ นายทศพล เพ็งส้ม เป็นกรรมการครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ตัวแทนพรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่านครับ🔗

นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ ตรัง

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายนามของกรรมการในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ๑ ท่าน ต่อไปนี้ค่ะ คือท่านชนินทร์ รุ่งแสง ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ขอเชิญท่านเลขาธิการอ่านรายชื่อกรรมการ เชิญครับ🔗

นายสุชาติ โรจน์ทองคำ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อกรรมการกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา จำนวน ๘ คน กรรมการซึ่งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๕ คน ๑. นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ๒. นายสุทัศน์ เงินหมื่น ๓. นายสนอง เทพอักษรณรงค์ ๔. นายชลน่าน ศรีแก้ว ๕. นายสมชาย ฝั่งชลจิตร กรรมการผู้เคยเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๓ คน ๑. นายทศพล เพ็งส้ม ๒. นายชนินทร์ รุ่งแสง ๓. นายอดิศร เพียงเกษ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ต่อไปเป็น🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม🔗

๒.๑ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓🔗

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

ท่านประธานครับ ผมขอหารือ นิดหนึ่งครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านวีระกรครับ🔗

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ครับ ผม นายวีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ ท่านประธานที่เคารพครับ สภาเราได้พิจารณาเรื่องที่กรรมาธิการ พิจารณาเสร็จแล้ว เป็นจำนวนขณะนี้รอเข้าอยู่ ๑๓ เรื่อง เรื่องบางเรื่องจ่อมาปีกว่าแล้วครับ และเป็นเรื่องที่สภาผู้แทนราษฎรของเราเห็นความสำคัญ จึงได้พิจารณาเสร็จแล้วพร้อมจะส่ง รายงานไปให้กับรัฐบาล โดยเฉพาะเรื่องข้อสังเกต ท่านประธานครับ แต่เราก็มาเสียเวลากับ เรื่องในวาระที่ ๒ ซึ่งประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ซึ่งเป็นเรื่องรับทราบเยอะมากเลยครับ ๒๓ เรื่อง ปกติสมัยก่อนเรื่องรับทราบก็มีไม่มาก แล้วก็จะไม่ค่อยมีผู้อภิปราย แต่ในปัจจุบันนี้ โดยที่เป็นการบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ หลายเรื่องต้องส่งมาให้เพื่อรับทราบเยอะหมดเลยครับ กว่าจะเปิดสภามา ผมเชื่อว่าไม่ต่ำกว่า ๓๐ เรื่องแน่ แล้วแต่ละเรื่องพิจารณากันครึ่งวัน อย่างนี้ครับ แล้วเมื่อไรจะถึงเรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วล่ะครับ ยกตัวอย่าง เรื่องที่ ๔.๒ ผมเป็นประธานกรรมาธิการวิสามัญดูแลเรื่องการถ่ายโอนถนนทางหลวงชนบท ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จนถึงวันนี้จนจะลืมเรื่องแล้วครับท่านประธาน หรือจะ เป็นเรื่องที่ ๔.๘ เรื่องบริหารจัดการลุ่มน้ำทั้งระบบ จนจะลืมหมดแล้วครับ เรื่องเป็นอย่างไร ก็เดี๋ยวมันจะลืมหมดครับ ผ่านไป ๒ ปี ผมว่ามันไม่สดและมันไม่ฮอต อิชชู (Hot Issue) แล้วครับ หรือว่าประเด็นที่เราได้ศึกษามา จึงกราบเรียนท่านประธานได้ปรึกษากับ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรครับ ทำอย่างไรเราจะสลับกันได้ เช่น เอาเรื่องเพื่อทราบ สัก ๕ เรื่อง แล้วก็สัปดาห์ไม่มี เอาเรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วเอามาพิจารณาบ้าง ครับ เป็นปีแล้วจริง ๆ นะครับท่านประธาน จนจะลืมหมดแล้วครับ แล้วถ้าสภาผู้แทนเรา ไม่เห็นความสำคัญของเรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ผมว่าก็ไม่มีใครเขาจะ ให้ความสำคัญนะครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณท่านวีระกร คำประกอบ นะครับ เดี๋ยวผมขอรับเรื่องนี้ไปหารือกับท่านประธานชวน หลีกภัย เมื่อกฎหมายรัฐธรรมนูญมันบังคับเอาไว้อย่างนี้มันก็เลยต้องทำอย่างนี้ แต่ว่าก็อยู่ที่ ท่านประธาน เป็นเรื่องที่ท่านประธานได้บรรจุในระเบียบวาระการประชุมแล้ว ข้าราชการ ที่เกี่ยวข้องหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องก็เตรียมการมาชี้แจงแล้ว ฉะนั้นจะขอดำเนินการ ตามระเบียบวาระนะครับ🔗

๒.๑ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ด้วยสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ เสนอรายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ตามมาตรา ๔๕ แห่งพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งรายละเอียดของ รายงานดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิกแล้วนะครับ ท่านสมาชิกท่านใดมีประเด็น ปัญหาติดใจที่จะซักถามหรือไม่ครับ🔗

(มีสมาชิกขออภิปราย)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีนะครับ ถ้ามี ในการนี้ผมได้ขออนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริง ต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๓๑ ขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุม ๑. นางสาวพรประไพ กาญจนรินทร์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๒. นางสาวปิติกาญจน์ สิทธิเดช กรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๓. นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๔. นางหรรษา บุญรัตน์ ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ๕. นางสาวชุลีพร เดชขำ ที่ปรึกษาสำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เชิญผู้ที่ ผมได้เอ่ยนามเตรียมการมาชี้แจงครับ ต่อไปขอเชิญท่านประธานคณะกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาติได้แถลงครับ🔗

นางสาวพรประไพ กาญจนรินทร์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ดิฉัน นางสาวพรประไพ กาญจนรินทร์ เป็นประธานกรรมการสิทธิ มนุษยชนแห่งชาตินะคะ ขอกราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า ตามบทบัญญัติในมาตรา ๔๕ แห่งพระราชบัญญัติประกอบธรรมรัฐธรรมนูญว่าด้วย คณะกรรมการสิทธิมนุษย์ชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ กำหนดให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติจัดทำรายงานประจำปีเสนอต่อคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาภายใน ๑๘๐ วัน นับตั้งแต่ สิ้นปีงบประมาณ โดยอย่างน้อยให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติสรุปปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการดำเนินงานด้วย และเผยแพร่ให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป ซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้จัดทำรายงานผลการปฏิบัติงานของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ และเสนอต่อ คณะรัฐมนตรีและรัฐสภาเมื่อวันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๖๔ และต่อมาคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อ วันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๔ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสิทธิ มนุษย์ชนแห่งชาติประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓ แล้ว ในโอกาสนี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติจึงขอแถลงรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓ ต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยจะขอให้คุณวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นผู้ชี้แจงในรายละเอียด จึงกราบเรียนต่อท่านประธาน และที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อโปรดทราบและพิจารณาร่างรายงานผลการปฏิบัติงาน ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ขอบคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ คุณวสันต์ครับ🔗

นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ขอชี้แจงรายงานการปฏิบัติงานของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ กสม. ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ตามยุทธศาสตร์ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งมุ่งส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนของ สังคมเกิดการเคารพในสิทธิมนุษยชน เน้นการดำเนินการที่ก่อให้เกิดการป้องกันและแก้ไข ปัญหาด้านสิทธิมนุษยชนอย่างเป็นระบบ และการทำงานร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ โดย ครอบคลุมภารกิจหลักใน ๕ ด้านดังนี้🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

ด้านที่ ๑ การตรวจสอบและรายงานข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชน ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ กสม. ได้รับเรื่องร้องเรียนกรณีกล่าวอ้างว่ามีการกระทำหรือละเลยการกระทำ อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนทั้งสิ้น ๔๖๕ เรื่อง ส่วนใหญ่เป็นเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับสิทธิ ในกระบวนการยุติธรรม และพื้นที่ที่มีการร้องเรียนสูงที่สุดคือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในแง่ ของการตรวจสอบ กสม. ได้ตรวจสอบคำร้องและจัดทำรายงานผลการตรวจสอบรวมทั้งสิ้น ๓๘๗ เรื่อง พบว่ามีการกระทำหรือละเลยการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยมีข้อเสนอแนะและแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนต่อรัฐสภา คณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจำนวน ๓๔ เรื่อง และไม่ปรากฏว่ามีการกระทำ หรือละเลยการกระทำอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนจำนวน ๙๗ เรื่อง🔗

ด้านที่ ๒ การจัดทำรายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชน ของประเทศ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ มีการจัดทำรายงานผลการประเมินสถานการณ์ ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ปี ๒๕๖๓ ระหว่างวันที่ ๑ มกราคม ถึงวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๓ นอกจากนี้ กสม. ยังได้จัดทำรายงานคู่ขนานตามพันธกรณีระหว่างประเทศอีกจำนวน ๒ ฉบับ🔗

ด้านที่ ๓ การเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครอง สิทธิมนุษยชน กสม. ได้จัดทำข้อเสนอแนะมาตรการหรือแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครอง สิทธิมนุษยชน รวมทั้งการแก้ไขปรับปรุงกฎหมาย กฎ ระเบียบ หรือคำสั่งให้สอดคล้อง กับหลักสิทธิมนุษยชน จำนวน ๖ ฉบับ อาทิเช่น ปัญหาพนักงานจ้างเหมาบริการ ในหน่วยงานของรัฐไม่ได้รับความเป็นธรรมในการปฏิบัติงาน การเข้าถึงระบบขนส่ง สาธารณะของคนพิการ🔗

ด้านที่ ๔ การชี้แจงและรายงานข้อเท็จจริงที่ถูกต้องในกรณีที่มีการรายงาน เกี่ยวกับสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศไทยโดยไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นธรรม ในปีงบประมาณ ๒๕๖๓ กสม. พิจารณาแล้วเห็นว่ามีรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชน ในประเทศไทยบางส่วนซึ่งไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นธรรม และได้ดำเนินการตรวจสอบและชี้แจง ข้อเท็จจริง รวมทั้งได้เผยแพร่ให้ประชาชนทราบเป็นการทั่วไป จำนวนทั้งสิ้น ๕ เรื่องด้วยกัน🔗

ด้านที่ ๕ การสร้างเสริมทุกภาคส่วนของสังคมให้ตระหนักถึงความสำคัญของ สิทธิมนุษยชน ได้มีการจัดทำหลักสูตรสิทธิมนุษยชนศึกษาในกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย มีการพัฒนาเครื่องมือเพื่อการสื่อสารและสร้างแหล่งเรียนรู้สิทธิมนุษยชน มีการเสริมสร้าง กระบวนการเรียนรู้ผ่านนวัตกรรมส่งเสริมสิทธิมนุษยชนในหัวข้อ สิทธิมนุษยชนกับ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) หรือโควิด-๑๙ (COVID-19) มีการกระตุ้นและสร้างบุคคลต้นแบบด้านสิทธิมนุษยชน และ มีการสื่อสารสาธารณะเพื่อสร้างวัฒนธรรมสิทธิมนุษยชน🔗

นอกจากนี้ในปีงบประมาณ ๒๕๖๓ กสม. ได้สร้างสรรค์กิจกรมต่าง ๆ ผ่านความร่วมมือเพื่อส่งเสริมสิทธิมนุษยชนร่วมกับภาคส่วนต่าง ๆ ได้แก่ สถาบันการศึกษา ในภูมิภาค ได้มีการจัดตั้งศูนย์ศึกษาและประสานงานด้านสิทธิมนุษยชน จำนวน ๖ แห่ง ที่จังหวัดปัตตานี ขอนแก่น ชลบุรี สุราษฎร์ธานี เชียงใหม่ และเพชรบุรี ซึ่งตอนหลังได้มีการ ตั้งอีก ๖ แห่ง รวมเป็น ๑๒ แห่ง การตั้งศูนย์ศึกษาและประสานงานดังกล่าวเน้นการจัด กิจกรรมเพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน และการประสานงานให้ความ ช่วยเหลือ ให้การตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการร้องเรียน หรือการกล่าว อ้างว่ามีการกระทำที่ละเมิดหรือส่งผลกระทบต่อสิทธิมนุษยชน นอกจากนี้ยังมีงานด้านวิจัย เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนด้วยนะครับ เป็นเรื่องเกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน🔗

ในการส่งเสริมความร่วมมือด้านสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ กสม. ร่วมมือ กับสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติของประเทศต่าง ๆ ตามกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศ โดยมีทั้งระดับโลก ระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก และระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แล้วก็มีความร่วมมือกับองค์กรสิทธิมนุษยชนอื่น ๆ เช่น สหประชาชาติ คณะกรรมาธิการ ระหว่างรัฐบาลอาเซียนว่าด้วยสิทธิมนุษยชน กสม. ยังได้จัดทำรายงานคู่ขนานเสนอต่อ คณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญระหว่างประเทศที่ได้รับการจัดตั้งตามสนธิสัญญา จำนวน ๒ ฉบับ ได้แก่ รายงานคู่ขนานการปฏิบัติตามอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ ในทุกรูปแบบ และรายงานคู่ขนานตามอนุสัญญาต่อต้านการทรมานและการปฏิบัติ หรือการ ลงโทษที่โหดร้าย ไร้มนุษยธรรม หรือที่ย่ำยีศักดิ์ศรี (ฉบับที่ ๒) รวมทั้งได้เร่งปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานเพื่อขอทบทวนสถานะในกรณีที่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ถูกปรับลดสถานะจากเอ (A) เป็นบี (B) ต่อเครือข่าย พันธมิตรระดับโลกว่าด้วยสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติหรือกานรี (GANHRI)🔗

ด้านการบริหารจัดการและการพัฒนาองค์กรได้มีการดำเนินการ อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้สำนักงาน กสม. ได้รับการประเมินคะแนนคุณธรรมและความโปร่งใส หรือไอทีเอ (ITA) ซึ่งจัดโดยสำนักงาน ป.ป.ช. โดยได้ระดับเอ (A) คะแนนอยู่ที่ ๙๔.๐๖ คะแนน จาก ๑๐๐ คะแนน นอกจากนั้นก็ได้มีการจัดทำแนวปฏิบัติในการรับส่งเรื่อง ระหว่างองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญทั้ง ๕ องค์กร และเตรียมจัดตั้งสำนักงาน กสม. พื้นที่ ภาคใต้ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อที่จะให้ประชาชนในพื้นที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น🔗

สำหรับปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะที่อยากจะขออนุญาตนำเรียนต่อ ท่านประธานและที่ประชุมก็จะเป็นเรื่องเกี่ยวกับบทบาทอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้บัญญัติหน้าที่และอำนาจของ กสม. ในการชี้แจงและรายงานข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง โดยไม่ชักช้า ในกรณีที่มีการรายงานสถานการณ์เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย โดยไม่ถูกต้องหรือไม่เป็นธรรม ซึ่ง กสม. ได้รับการตั้งข้อสังเกตและความห่วงกังวลจาก เครือข่ายองค์กรทั้งในระดับระหว่างประเทศและทั้งในประเทศ ว่าหน้าที่และอำนาจดังกล่าว อาจจะมีผลกระทบต่อความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของ กสม. ไม่สอดคล้องกับหน้าที่ และหลักความเป็นอิสระในการปฏิบัติหน้าที่ของสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตามหลักการ ปารีส แล้วก็ไม่มีประเทศไหนที่กำหนดบทบาทและอำนาจหน้าที่ของสถาบันสิทธิมนุษยชน เอาไว้🔗

อีกประการหนึ่งเป็นเรื่องของข้อจำกัดด้านกฎหมายที่ทาง กสม. เห็นสมควร ดำเนินการไกล่เกลี่ยประนีประนอมข้อพิพาทในด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อที่จะเป็นการปกป้อง คุ้มครองสิทธิมนุษยชนให้กับผู้ที่ได้รับความเสียหายได้รวดเร็วขึ้น แต่ว่าบทบาทหน้าที่ ดังกล่าวนี้ไม่ได้เป็นการบัญญัติเอาไว้ในกฎหมาย ก็ขออนุญาตนำเรียนต่อท่านประธานและ ที่ประชุมเพื่อโปรดทราบแล้วก็พิจารณาครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ มีท่านสมาชิกได้แสดงความจำนงที่จะขออภิปราย ตอนนี้มีอยู่ ๓ ท่าน ท่านที่ ๑ ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ท่านที่ ๒ นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ท่านที่ ๓ พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เชิญท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม เชิญครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัด อ่างทองครับ ผมขอมีส่วนในการอภิปรายต่อรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ อยู่ทั้งหมด ๕ ประเด็นใหญ่ ๆ ด้วยกัน แต่แน่นอนครับท่านประธาน รายงานฉบับนี้เข้ามาตั้งแต่ต้นสมัยประชุม ตอนนั้นผม เตรียมความพร้อมที่จะอภิปรายมากกว่านี้ ฉะนั้นการเว้นเวลาที่ผ่านไปก็อาจจะทำให้เอกสาร การจดประเด็นต่าง ๆ ของผมนั้นได้เปลี่ยนไปหรือสูญหายไปบ้าง ซึ่งเป็นที่น่าเสียดายเป็น อย่างยิ่ง แต่อย่างไรก็ตามครับทั้งหมด ๕ ประการด้วยกัน ผมขออนุญาตเริ่มประการที่ ๑ ครับท่านประธาน ในรายงานของ กสม. ปี ๒๕๖๓ พูดถึงจำนวนรับเรื่องร้องเรียนทั้งสิ้น ๔๖๕ กรณี ถ้าเราดูตัวเลขแบบนี้แต่ไม่ลงรายละเอียดว่าจริง ๆ แล้วท่านทำงานเท่าไร ก็ดูเป็น ตัวเลขที่ดี แต่ผมอยากจะแยกจำนวนสุดท้ายก่อนนะครับ จำนวนสุดท้ายที่ใช้คำว่ารับไว้ ตรวจสอบนั้นมีเพียงแค่ ๙๔ กรณี หรือคิดเป็น ๒๐.๒๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น นั่นหมายถึงว่า ท่านมีกรณีที่ไม่รับ ๑๘๕ กรณี ซึ่งคิดเป็น ๓๙.๗๘ เปอร์เซ็นต์ มีกรณีที่รับ แต่มี การประสานงานถึง ๑๗๒ กรณี ซึ่งคิดเป็น ๓๖.๙๘ เปอร์เซ็นต์ มีประเด็นที่รับไว้แต่แค่ดำเนินการศึกษาอยู่ ๗ กรณี คิดเป็น ๑.๕๐ เปอร์เซ็นต์ มีกรณีที่รับไว้ แล้วบอกว่าจะมีการช่วยเหลืออื่น ๆ ซึ่งผมก็ไม่ทราบว่าเป็นการช่วยเหลือใด ๆ อีก ๗ กรณี หรือ ๑.๕๐ เปอร์เซ็นต์ ผมบวกลบคูณหารตัวเลขทั้งหมดนะครับ เท่ากับว่าใน ๔๖๕ กรณีนั้น ท่านมีถึง ๗๙.๗๖ เปอร์เซ็นต์ที่ท่านไม่ได้รับไว้ตรวจสอบ ท่านขยายความลงรายละเอียด บอกกับพวกเราอย่างชัดเจนตรงไปตรงมาได้หรือไม่ครับ มัน ๒ มุมเลยนะครับ มุมหนึ่งก็คือ ว่าตกลงแล้วพี่น้องประชาชนรู้สิทธิของตนเองในการร้องเรียนต่อกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติหรือไม่ว่าสิทธิของเขามีข้อจำกัด มันมีตั้ง ๔๐๐-๕๐๐ กรณี แต่ท่านรับไว้แค่ ๒๐.๒๑ เปอร์เซ็นต์เอง ฉะนั้นพวกคุณไม่ต้องมาร้องเยอะหรอก อย่างไรฉันก็ไม่ทำ หรือมันชัดเจนแล้ว ว่าสิ่งเหล่านี้ไม่เข้าเงื่อนไขที่จะมีการรับดำเนินการจริง ๆ ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องใหญ่ แล้วขัดต่อเจตนารมณ์ที่ท่านพยายามจะบอกว่าผู้ใดที่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนต้องร้องเรียน ต่อท่าน นั่นเป็นประการที่ ๑ ครับ🔗

ประการที่ ๒ ท่านผู้ชี้แจง ท่านวสันต์ ภัยหลีกลี้ ยกกรณีศึกษาว่าสิ่งที่ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเห็นว่าเป็นเคสสตัดดี (Case Study) ที่สำคัญ สภาเราเอง ก็ให้ความสำคัญนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรรมาธิการแรงงานของท่านประธานสุเทพ อู่อ้น ก็คือเคสสตัดดี (Case Study) กรณีการจ้างเหมาบริการ ท่านพูดเต็มปากเต็มคำ ภาษาอังกฤษเรียกว่าอีควอล เพย์ ฟอร์ อีควอล เวิร์ก (Equal Pay for Equal Work) ด้วยความเคารพครับ ท่านทราบไหมครับ ในรายละเอียดของรายงานฉบับนี้ในหน้าที่พูดถึง อัตราบุคลากรของท่านในหน้า ๑๓ บอกคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีเจ้าหน้าที่ ทั้งหมด ๒๗๖ คน เป็นข้าราชการ ๑๕๐ คน พนักงานราชการ ๕๘ คน ผู้ชำนาญการ เลขานุการ ๑๒ คน พนักงานจ้างเหมาบริการ ๕๖ คน ตกลงพนักงานจ้างเหมาบริการ ๕๖ คนนี้ได้รับสิทธิตามที่ท่านได้มีเคสสตัดดี (Case Study) ศึกษาออกมาว่าเขาเป็นกลุ่มที่ ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน เขาได้รับสิทธิเท่าเทียมกับเจ้าหน้าที่อื่น ๆ ที่เป็นข้าราชการ พนักงานราชการ ผู้ชำนาญการ เลขานุการ ในสำนักงานของท่านเองหรือไม่ อีควอล เพย์ ฟอร์ อีควอล เวิร์ก (Equal Pay for Equal Work) ท่านทำตามที่ท่านได้ศึกษาออกมาเป็น รายงานหรือไม่ ด้วยความเคารพนะครับ คำว่า ท่าน คือท่านที่เป็น กสม. ตอนปี ๒๕๖๓ ซึ่งอาจจะไม่ใช่ท่านที่นั่งอยู่ในการชี้แจงในวันนี้ นั่นเป็นประการที่ ๒ ครับ🔗

ประการที่ ๓ ครับท่านประธาน เพื่อนสมาชิกฝากกันมาเยอะเลยครับ ในปี ๒๕๖๓ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเข้าไปยุ่งเกี่ยว ผมใช้คำนี้นะครับ ในการ ออกแถลงการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมของน้อง ๆ นิสิต นักเรียน นักศึกษา อย่างน้อยที่สุด มีการออกแถลงการณ์ที่อยู่ในมือผม ๖ ฉบับด้วยกัน ฉบับที่มีปัญหาอย่างยิ่งก็คือฉบับที่ลง วันที่ ๒๐ สิงหาคม ปี ๒๕๖๓ บัดนี้ กสม. มีข้อเสนอดังต่อไปนี้ ข้อ ๑ วรรคสอง การใช้ เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการชุมนุมที่จะได้รับการคุ้มครองดังกล่าวจะต้องไม่เป็น การพูดแสดงท่าทางหรือกระทำด้วยวิธีการอื่นที่ก้าวร้าว ดูหมิ่น เหยียดหยามหรือจาบจ้วง การอภิปรายของผมเข้าข่ายก้าวร้าวไหมครับ การอภิปรายของผมเข้าข่ายเป็นการกระทำ อื่น ๆ ที่แสดงท่าทางดูหมิ่นเหยียดหยามหรือจาบจ้วงท่านไหมครับ ที่เพื่อนสมาชิกเขาถาม กันมาเขาบอกว่ารายงานแถลงการณ์ฉบับนี้ใครใน กสม. เป็นคนเขียน ด้วยความเคารพ ท่านอาจจะไม่ทราบ ในการชุมนุมของน้อง ๆ การชุมนุมปี ๒๕๖๓ ที่มีเด็กและเยาวชนเข้าไป เกี่ยวข้อง ผมนี่ล่ะครับเป็นคนเขียนแถลงการณ์ให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในยุคนั้นในฐานะที่เป็นอนุกรรมการด้านเด็กและเยาวชน ในหน้า ๒ ของแถลงการณ์ฉบับนี้ ข้อ ๓ ขอให้ผู้ชุมนุมแจ้งข้อร้องเรียนที่มีความชัดเจน มีเหตุผลที่อธิบายได้ ไม่เลื่อนลอย ไม่ผูกขาดความถูกต้องสมควรแต่ผู้เดียว อันนี้ท่านเป็นศาลซึ่งสูงกว่าศาลรัฐธรรมนูญนะครับ ท่านตัดสินคนได้ด้วยหรือครับว่าข้อร้องเรียนเขาชัดหรือไม่ชัด ไม่เลื่อนลอย ไม่ผูกขาด ความถูกต้องแต่ผู้เดียว ผมฟังท่านไป ๑๐ นาที ผมยังไม่ได้บอกเลยว่าสิ่งที่ท่านพูดนั้นถูก หรือ สิ่งที่ผมพูดออกมานี้ถูก เขาบอกว่าถ้า กสม. ชุดใหม่ ประธานคนใหม่ที่เป็นอดีต นักการทูต อดีตอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ อดีตเอ็นจีโอ (NGO) หลายคนที่มี บทบาทในสังคมช่วยออกแถลงการณ์ ถอนแถลงการณ์ฉบับวันที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๓ ได้ไหม นั่นเป็นประเด็นที่ ๓ และผมไม่อยากจะพูดถึงแถลงการณ์ฉบับอื่น ๆ นะครับที่ไปละเมิดสิทธิของผู้ชุมนุม แต่ดัน ออกโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ในปี ๒๕๖๓ ผมมีเวลาไม่มากพอครับ ที่อยากจะลงรายละเอียดในบางประการที่เกี่ยวข้องกับในภาคใต้และเกี่ยวข้องกับประเด็น การศึกษาที่เกี่ยวข้องกับอายุครรภ์ในการยุติการตั้งครรภ์ที่ปลอดภัย แต่ผมตอบสุดท้าย แล้วกันครับท่านประธาน ผมเห็นด้วยข้อเดียวครับกับ กสม. ก็คือข้อที่ท่านบอกว่าไม่ควร ให้ท่านไปทำหน้าที่แก้ต่างแทนรัฐบาล รัฐบาลเขามีกรมประชาสัมพันธ์ครับ ที่ผมต้องพูด แบบนี้เพราะว่าคำชี้แจงของกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ ๔/๒๕๖๓ กรณีรายงาน ด้านสิทธิมนุษยชนประจำปี ๒๕๖๒ ของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกา ถ้าให้เวลา ผมอีก ๑๐ นาทีผมจะชำแหละให้ดูว่ามันไม่ถูกต้องหรือละเมิดสิทธิอย่างไร แม้กระทั่งกรณี ของคนที่โดนกักตัวในสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ผมฝากท่านกลับไปถามท่านอาจารย์สุชาติ เศรษฐมาลินี ว่าข้อนี้ถ้าอาจารย์สุชาติเป็น กสม. ณ วันนั้น ซึ่งท่านเป็นในวันนี้ ท่านจะเขียน แบบนี้จริงหรือไม่ ฉะนั้นผมขอคำตอบจากรายงานปี ๒๕๖๓ ของกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติชุดเก่าจากกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดใหม่ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญนายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ครับ🔗

นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ นครศรีธรรมราช

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐครับ วันนี้ กระผมได้อ่านรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปี ๒๕๖๓ และตามที่ทางคณะกรรมการได้นำเสนอชี้แจงต่อที่ประชุมสภาแห่งนี้ กระผมได้ดูแล้ว ผมคิดว่าการปฏิบัติภารกิจของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในปี ๒๕๖๓ นั้น ก็ได้ ดำเนินการไปตามกรอบเงื่อนไขภารกิจของหน่วยงาน แต่ว่าก็อาจจะมีบางส่วนที่ผมจะ ขออนุญาตเพิ่มเติมหรือแนะนำในการปฏิบัติภารกิจในโอกาสของปีต่อ ๆ ไปนะครับ อย่างกรณีปัญหา อุปสรรค ข้อเสนอแนะในการดำเนินงาน ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๖๓ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓ นั้น กระผมเห็นว่าสิ่งที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ได้ดำเนินการไปแล้ว ในหน้า ๒๐ เรื่องของการจัดตั้งศูนย์ประสานงาน ก็เห็นว่าในส่วนนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจะได้ให้หน่วยงานในพื้นที่ให้พี่น้องประชาชนสามารถได้เข้าถึง สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้โดยง่าย โดยอาจจะให้มีการจัดตั้ง สำนักงานที่รับเรื่องหรือว่าศูนย์ประสานงานต่าง ๆ ในภูมิภาคให้มากขึ้น เช่น ตามสถานที่ ราชการ ตามหน่วยงานของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นในระดับจังหวัด ระดับอำเภอ หรือในส่วนของ ท้องถิ่น อันนี้ก็เพื่อที่จะให้พี่น้องประชาชนสามารถเข้าถึงหน่วยงานของสำนักงาน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้โดยง่าย แล้วก็ผลการปฏิบัติตามหน้า ๕๕ การเฝ้าระวังและประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศ ก็มีการติดตาม สถานการณ์สิทธิมนุษยชนของประเทศไทยเป็น ๔ ประเด็นนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๑ ด้านสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง การเข้าถึง ความยุติธรรมของพี่น้องประชาชน การกระทำการทรมาน การบังคับให้บุคคลสูญหาย อันนี้ ทางรัฐสภาก็ได้มีการรับกฎหมาย ซึ่งได้มีร่างกฎหมายเมื่อเช้าวันนี้ ก็ได้พิจารณาดำเนินการ ไปแล้ว แล้วก็การใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น ก็อย่างที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายไป เมื่อสักครู่นะครับ ด้านสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม สิทธิในการทำงาน ความคุ้มครองสังคม สิทธิในทางการศึกษา แล้วก็เรื่องสำคัญก็คือสิทธิมนุษยชนที่อยู่ในความห่วงใย ได้แก่ สิทธิชุมชนในการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อันนี้ก็จะพูดถึงสถานการณ์ในจังหวัดภาคใต้ ผมอยากจะนำเรียนถึงปัญหาของสิทธิมนุษยชนในระดับพื้นที่ของจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะเรื่องของปัญหาการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ขออนุญาตใช้สไลด์ (Slide) นะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ นครศรีธรรมราช

มันจะมีรูปภาพ เรื่องของเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหรือว่าพื้นที่ป่าไม้ อันนี้ก็เป็นสิทธิในเรื่องของการทำกิน การเข้าถึงสิทธิในการที่จะใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ในจังหวัดนครศรีธรรมราชโดยเฉพาะ ในจังหวัดในเขตเลือกตั้งที่ ๓ ก็จะมีเรื่องสำคัญก็คือเรื่องของการกำหนดเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ได้กำหนดเรื่องของพื้นที่ทะเลน้อย จังหวัด พัทลุง แต่ว่าในการจัดพื้นที่ก็มีการขยายเขตห้ามล่าออกเป็น ๓ ระยะ จากจังหวัดพัทลุงก็ได้ ขยายเข้ามาสู่จังหวัดนครศรีธรรมราช แล้วก็ในการที่ขยายเข้ามาในพื้นที่จังหวัด นครศรีธรรมราชก็จะทำให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนจากการ ที่ไม่สามารถที่จะใช้ เข้าครอบครอง หรือทำประโยชน์ในที่อยู่อาศัย ในที่ทำกินที่เขาเคย ทำอยู่นะครับ โดยเฉพาะที่จังหวัดนครศรีธรรมราชในอำเภอชะอวดก็จะมีพี่น้องที่ไปทำมา หากินปลูกปาล์ม ก็จะมีพื้นที่ที่ทำมาหากินปลูกปาล์มแล้วก็ทำเป็นที่อยู่อาศัย ตอนนี้ ก็ถูกทางราชการต้องโดนเรื่องของการบังคับกฎหมาย ทำให้ได้รับความเดือดร้อน คนที่ทำมา หากินลงทุนตั้งแต่เริ่มการเตรียมดิน การปลูกสวนปาล์มทำอะไรต่าง ๆ เพื่อจะเลี้ยงครอบครัว ก็ปรากฏว่าในขณะนี้โดนบังคับใช้กฎหมายทำให้ได้รับความเดือดร้อน นี่ครับอย่างที่ ท่านประธานเห็นในสไลด์ (Slide) นี้ก็จะเป็นพื้นที่ที่เป็นที่อยู่อาศัย ที่ทำมาหากิน แต่ว่า ในที่เหล่านี้บางรายก็ถูกดำเนินคดี ต้นปาล์มที่ปลูกแล้วได้ผลแล้วไม่สามารถจะเก็บเกี่ยว ผลผลิตได้ พื้นที่เหล่านี้จะไม่มีเอกสารแล้วก็ถูกบังคับใช้กฎหมาย ไม่สามารถที่จะไปใช้ ประโยชน์ได้ สิ่งนี้ราชการจะต้องไปต่อสู้กับพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนก็ต้องมาต่อสู้กับ รัฐ ผมคิดว่าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเราจะมีมาตรการหรือเรื่องอะไรที่จะเข้าไป ติดตามและให้ความช่วยเหลือพี่น้องเหล่านี้ ก็เป็นบทบาทของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติครับ ผมขอฝากไว้ในการดำเนินงานต่อไปครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญ พลตำรวจตรี สุพิศาลตามด้วยท่านสงวน พงษ์มณี เชิญครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมมาขออภิปรายเรื่องรายงานการปฏิบัติงานของ กสม. ประจำปี ๒๕๖๓ เล่มนี้นะครับเล่มที่ ถืออยู่นี้ครับท่านประธาน ผมเริ่มขึ้นอย่างนี้ครับท่านประธาน ผมจะเข้าไปในบทที่ ๔ บทที่ ๔ คือการวิเคราะห์ประเมินผลของการปฏิบัติงานตามกรอบแนวทางการประเมินผล ภาคราชการ เล่มนี้นะครับ ในเนื้อหานี้เป็นเรื่องของการวิเคราะห์ เพราะว่า กสม. ได้จัดทำ คำรับรอง คำรับรองการปฏิบัติและกำหนดตัวชี้วัดหรือเคพีไอ (KPI) และผลสัมฤทธิ์ในเชิง ปริมาณ เชิงคุณภาพและเชิงเวลา แล้วก็การสร้างความครอบคลุมสถานที่คือเพลส (Place) ไว้ในนี้ แต่ผมจะพูดใน ๒ มิติ ในมิติที่เกี่ยวข้องสำคัญคือมิติภาค ที่เกี่ยวข้องกับมิติภายนอก ๒ ประเด็นนั้นก็คงจะข้ามไปครับ แต่ผมจะเข้ามามิติภายใน ท่านประธานครับ มิติภายใน อันแรกเลย ใน ๒.๑ แล้วก็ ๒.๒ ซึ่งเป็นมิติภายในที่พูดถึงเรื่องการประเมินประสิทธิภาพ และเรื่องของการพัฒนาองค์กร ผมถามเป็นคำถามแรกเลยครับ ท่านประธานครับ ท่าน กสม. ครับ ท่านครับ ขอทราบผลการใช้อำนาจที่ท่านมีอยู่ในมาตรา ๒๔๗ วรรคสอง เขาบอกว่ามันเป็นหน้าที่ของท่านในวรรคหนึ่ง แต่วรรคสองว่า เมื่อคณะรัฐมนตรีรับทราบ รายงานข้อเสนอแนะนี้ ตอนท้ายนะครับ แล้วได้ดำเนินการแก้ไขโดยเร็วอย่างไรหรือไม่ เดี๋ยวช่วยชี้แจงหน่อยครับ เพราะท่านเขียนไว้ในรายงานในหน้า ๑๖๔ คณะรัฐมนตรี ควรพิจารณาสนับสนุนทรัพยากร บลา บลา บลา (Blah Blah Blah) ผมไม่พูดนะครับ ๔ บรรทัดที่ปรากฏอยู่ตรงนี้ แล้วท่านมีอำนาจที่ได้จากรัฐธรรมนูญในมาตรา ๑๔๑ วรรคสอง มาตรา ๑๔๑ วรรคสอง เป็นเรื่องของการใช้งบประมาณที่ไม่พอเพียง มาตรา ๑๔๑ วรรคสอง บอกเลยว่าท่านสามารถของบประมาณที่ไม่พอเพียงได้ เป็นหน้าที่ที่รัฐสภาจะต้องจัดให้ ในอำนาจนี้ท่านเคยขอกับสภาแห่งนี้ต่อกรรมาธิการงบประมาณหรือไม่เมื่อปีที่ผ่านมา นี่เป็น คำถามที่ ๑ ครับ🔗

ต่อไปในเรื่องของมิติในเรื่องการประเมินประสิทธิภาพซึ่งปรากฏอยู่ในเอกสาร ไม่ว่าเรื่องของร้อยละที่ท่านได้ในโครงการและกิจกรรม ซึ่งท่านตั้งค่าเป้าหมายไว้ ๙๐ คืออันดับ ๕ แต่ท่านได้ ๘๐.๓๙ ในแผนงานประจำปีที่ทำเสร็จแล้วไปแล้ว ช่วยชี้แจงด้วยว่า ผลสัมฤทธิ์หรือร้อยละความสำเร็จที่มันหายไป ในระดับ ๕ ที่ไม่ถึง ได้ ๘๐.๓๙ ที่เหลือคือ อะไร เพราะว่าท่านได้ลงรายละเอียดเรื่องของการเน้นวิธีการ เมตทอต (Method) แล้วก็ เรื่องของการคุ้มค่าในการใช้ทรัพยากรคือรีซอร์ซ (Resource) เป็นหัวใจสำคัญ🔗

ถัดไปครับท่านประธาน ในหนังสือเล่มนี้จะมีเรื่องที่พูดเกี่ยวกับเรื่องของ สาเหตุที่ท่านให้ไว้ว่าเกิดจากโควิด (COVID) เกิดจากการปรับรูปแบบรายได้ที่เกิดขึ้นจาก มาตรฐานของสาธารณสุขที่กำหนดจากเรื่องโควิด (COVID) อะไรคือปัญหา ช่วยอธิบายด้วย นะครับว่าอะไรคือปัญหา และท่านได้ปรับภายใต้พื้นฐานรูปแบบอะไรในการทำงานเมื่อเกิด โควิด (COVID) ช่วยอธิบายด้วยว่าที่ท่านเขียนไว้เรื่องของความร่วมมือในประเด็นเรื่องความ ร่วมมือกับพันธมิตร ที่ท่านบอกว่ายังด้อย ยังไม่สามารถดำเนินการได้ชัดเจน คือพันธมิตร ในเวทีระหว่างประเทศ ใช่หรือไม่ว่าท่านยังติดหนี้เรื่องการซ้อมทรมานและบุคคลสูญหาย ในประเทศไทยอยู่ รัฐเองไม่เอาใจใส่เรื่องนี้ท่านถึงไม่สามารถทำให้รัฐแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ได้ จนกระทั่งมีกฎหมายเข้าสภาเมื่อวานนี้ นี่คือประเด็นครับ ใช่หรือไม่ ช่วยตอบด้วยนะครับว่า ท่านไม่สามารถทำให้รัฐบาลเป็นสาเหตุ ช่วยตอบนะครับ ถัดไปครับ ในเรื่องการประชุม ท่านไม่สามารถจัดได้แน่ ท่านใช้เวิร์ก ฟรอม โฮม (Work From Home) หรือการประชุม ทางซูม (Zoom) ทางออนไลน์ (Online) เพื่อสนับสนุน ถามว่าจริง ๆ แล้วรัฐบาลจริงใจ กับท่านที่จะร่วมมือซึ่งเป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องสิทธิมนุษยชน จริงหรือเปล่าครับ จากการตรากฎหมายที่กว่าจะเลื่อนลำดับขึ้นมาได้ การขับเคลื่อน ที่ชัดเจน ต้องรอให้ม็อบ (Mob) ที่เรียกว่าเป็นม็อบ (Mob) เยาวชน ซึ่งจะมีอยู่ในวาระถัดไป การประเมินสถานการณ์ เดี๋ยวผมมีซีรีส์ (Series) ต่อไปครับ ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบเนื้อหา ระเบียบและประกาศคำสั่งของท่าน ของ กสม. เอง จัดลำดับความสำคัญอย่างไร ที่ท่านมีประกาศออกไปในราชกิจจานุเบกษาที่ประกาศไปแล้ว ช่วยชี้แจงด้วยครับว่าท่านให้ความลำดับความสำคัญอะไรในประกาศที่ท่านใช้อำนาจ คำถาม อีกคำถามหนึ่งครับท่านประธานครับ อะไรคือแนวปฏิบัติร่วมขององค์กรอิสระ ตามรัฐธรรมนูญที่ท่านอ้าง นั่นคือคำถามนะครับ ในประเด็นของการพัฒนาองค์กรครับ ท่านประธาน กสม. ใช้กลยุทธ์ที่เรียกว่าองค์กรแห่งการเรียนรู้ คือเลิร์นนิง ออร์แกไนเซชัน (Learning Organization) ภายใต้ยุทธศาสตร์ของ กสม. ๒๕๖๐ ถึง ๒๕๖๕ กราบเรียน ท่านประธานครับ ผมจบปริญญาเอกด้วยแอลโอ (LO) ของเซงเก้ (Senge) เซงเก้ (Senge) มีวินัย ๕ ประการครับท่านประธานที่ใช้ในการขับเคลื่อนองค์กร ปีเตอร์ เซงเก้ เป็นศาสตราจารย์เกี่ยวกับเรื่องของการพัฒนา แล้วการจัดการที่สำคัญคือเรื่องของการทำให้ องค์กรนี้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ไม่ว่าจะใช้ในวินัย ๕ ประการ ที่เราเรียกว่า ขอประทานโทษที่ใช้ภาษาอังกฤษครับ เพอร์ซันนอล แมสทรี่ (Personal Mastery) อันที่ ๒ คือเมนทอลโมเดลส์ (Mental Models) อันที่ ๓ คือแชร์วิชัน (Shared Vision) อันที่ ๔ คือทีมเลิร์นนิง (Team Learning) อันที่ ๕ คือซิสเตมทิงกิง (System Thinking) สำคัญ ที่สุดครับที่ท่านใช้ที่เห็นอยู่ในภาคของท่านคือเรื่องการระดมระบบความคิดคนภายในองค์กร นั่นคือสิ่งที่ท่านณัฐวุฒิถามไปในคำถามที่แล้วว่าคนภายในองค์กรมีกระบวนการ ในความสัมพันธ์ของคุณในองค์กรนั้นอย่างไรในแนวความคิดเรื่องของสิทธิมนุษยชนกับ รัฐบาลที่ปกครองอยู่ขณะนี้ เพราะว่าความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งที่เกิดขึ้นที่เห็นจะต้อง ผสมผสานและเห็นเป็นขั้นเป็นตอน ในประเด็นนี้ของเซงเก้สุดท้ายนี้คือต้องเห็นภาพรวม ให้ได้ ถ้าท่านยังเห็นภาพรวมไม่ได้อย่างเป็นมิติ ๆ นะครับ สมาชิกทุกคนรู้จักหน้าที่ รู้จัก เป้าหมายหรือไม่ นิดเดียวครับท่านประธาน รู้จักองค์กรอยู่ที่ใด กระทำการแบบเดิม ๆ ไม่ได้ แล้วครับ ต้องแก้ปัญหาที่แท้จริงที่เป็นต้นเหตุ ต้องยึดติดกับเหตุการณ์ที่แท้จริง อย่าเข้าใจผิด ว่าการเรียนรู้มาจากประสบการณ์เท่านั้น ขาดความเข้าใจในความแตกต่าง อดีตและปัจจุบัน สรุปครับ ต้องแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ มีการทดลองปฏิบัติอย่างชัดเจน มีการเรียนรู้ในอดีต และจากผู้อื่นอย่างชัดเจน และสุดท้ายมีการถ่ายทอดความรู้ครับท่านประธาน นี่คือบทสรุป ของการประเมินในเนื้องานวันนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสงวน พงษ์มณี ครับ🔗

นายสงวน พงษ์มณี ลำพูน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ท่านครับ เนื่องจากท่านเป็นคณะกรรมการชุดใหม่ ผมก็จะไม่ได้พูดในหนังสือเล่มนี้นัก ผมเองเป็นคนร่างรัฐธรรมนูญในปี ๒๕๔๐ แล้วองค์กรนี้ ก็เกิดมาจากรัฐธรรมนูญฉบับนั้น ตอนนั้นเลขายกร่างท่านเขียนไว้ชัดเจนว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มาตรา ๔ เป็นมาตราที่ใหม่ พูดถึงเรื่องความเป็นมนุษย์ของคนในสังคมว่า เท่าเทียมกัน ท่านครับ ผมจะพูดต่อไปนี้เวลามันสั้น ผมอยากจะพูดเรื่องอะไรบ้าง ผมก็ จะบอกท่านว่าพบเห็นปัญหานี้ท่านคิดอย่างไร ผมกำลังจะตรวจสอบว่าวิธีคิดของผมกับวิธีคิด ของพวกท่านมันต่างกันอย่างไร ทำไมเราต้องมาตรวจสอบวิธีคิดกัน ก็เนื่องจากว่าวิธีคิด มันจะกำหนดวิธีทำงานของท่านเอง ท่านครับ รัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชนเขาเรียกว่า ฉบับที่เรียกว่ารัฐของพลเมือง มาวันนี้ภายใต้รัฐธรรมนูญใหม่เป็นรัฐราชการของใคร ของเสนาบดี เข้มแข็ง ตรวจสอบยาก ผมอยากจะเห็นว่าท่านมองการใช้งบประมาณ ของรัฐบาลไม่ตอบสนองกับปัญหาที่ท่านกำลังดูแลอยู่อย่างไร ท่านควรจะมีความคิดเห็น เรื่องนี้ไหมต่อสาธารณะ ผมยกตัวอย่างเรื่องที่ ๑ คือเรื่องเรือนจำครับท่านประธาน เรือนจำ สามารถบรรจุคนขังไม่เกิน ๒๐๐,๐๐๐ คน แต่มีคนถึง ๓๗๐,๐๐๐ คน รัฐมีเงินมหาศาลทุกปี หลายแสนล้านบาท แต่ไม่เคยคิด ศาลตัดสินให้เขาถูกจำกัดสิทธิ ไม่ได้ตัดสิทธิให้เขาสูญเสียความเป็นมนุษย์นะครับ จุดนี้ ผมอยากให้ท่านลองมาคิดดูว่าท่านมองการใช้เงินงบประมาณของรัฐอย่างไร ไม่เคยตั้ง การเงินอีก เรื่องอาหารการกินอีก มันไม่ใช่ที่จะให้กับคนกิน เขายังมีความเป็นมนุษย์อยู่ หากศาลตัดสินว่าเขาต้องสูญสิ้นความเป็นมนุษย์เขาจะตัดสินประหารชีวิตครับ อันนี้เป็นเรื่อง ที่ ๑ ที่ผมอยากถาม🔗

เรื่องต่อมาคือเรื่องการอุ้มหาย การซ้อมทรมาน มันหนักถึงขั้นว่าซ้อมทรมาน บนโรงพัก บนสถานที่ราชการ มันมากเกินไปแล้ว พวกท่านคิดอย่างไร ท่านมาใหม่ เรื่องเหล่านี้วิธีคิดของท่านคิดอย่างไร จะนำเสนออย่างไรให้เกิดการกำกับดูแลจากรัฐ จากประชาชน ท่านครับ เรื่องต่อไป การจัดการกับผู้ชุมนุมในคืนวันที่ ๑๑ ท่านดูบ้างไหม ขอความกรุณาท่านไปดูหน่อย แบบนั้นมันใช่หรือครับ แบบนั้นมันใช่หรือ ถ้าท่านบอกว่าใช่ ไม่ควรแตะต้อง และมันจะมีคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติทำไมท่านครับ มันลุกลาม ใหญ่โตไปแล้วครับท่านครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะพูด ผมพูดที่อยากพูดก่อน แต่จะพูดได้มากน้อย แค่ไหนก็อยู่ที่เวลาที่ท่านให้ การมองพลังการผลิตของเกษตรกร ท่านคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติครับ การมองพลังการผลิตของเกษตรกรท่านมองอย่างไร กฎหมายไทยมองเกษตรกรต้องยากจน กฎหมายประเภทนี้ท่านควรจะอ่านดูแล้วไปเสนอเขา ว่าอย่างนั้น วันนี้เกษตรกรที่ได้ที่ดินมาในโครงการของรัฐ วันหนึ่งเขาสะสมทุนได้ดี เขาเป็น คนมีวินัย เขามีเงินมีทองซื้อรถซื้อลามาใช้ เขากลายเป็นบอกว่าคนประเภทอย่างนี้ไม่ควร ที่จะได้สิทธินั้นอีก เห็นไหมครับ นั่นหมายความว่าเรากำลังจะใช้กระบวนการผลิต พลังการผลิตของเกษตรกรไปเพื่อว่าคุณจะต้องเป็นคนจนเท่านั้น อันนี้ผมดูว่าองค์กรอื่น จะมองเห็น ผมไม่ได้ถามท่านว่าท่านจะตอบอย่างไร แต่ผมถามว่าท่านมีวิธีคิดอย่างไรกับ เรื่องสิทธิ เรื่องหน้าที่ เรื่องเสรีภาพและเรื่องวินัย เมื่อท่านเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ การละเมิดสิทธิเป็นความเลวร้าย การรอนสิทธิยังพอทนได้ แต่การละเมิดสิทธิ ละเมิดอย่างไรถึงละเมิดไม่ได้ ละเมิดสาระสำคัญแห่งสิทธิ รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ เขียนไว้ ในมาตรา ๒๙ คุณจะรอนสิทธิได้นะ คุณจะตัดสิทธิได้นะ แต่ต้องไม่ละเมิดสาระสำคัญ แห่งสิทธิ วันนี้สภาแห่งนี้อ้างมาตราเหล่านั้นแล้วออกตัดสิทธิ ละเมิดสิทธิ อย่างสบายใจ ถ้ากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มีแนวคิดวิธีคิดนำเสนอต่อรัฐบาล ต่อนิติบัญญัติ มันก็ จะได้ระมัดระวังครับท่านประธานครับ ท่านครับ การซ้อมทรมาน การเผานั่งยาง รู้มาได้ยินมาก็ ตรงหายไม่พบศพ เห็นแล้วเห็นแต่กองกระดูก เห็นแต่กองยาง อยู่นอกสำนักงาน วันนี้มันทำ ในสำนักงาน จะจบแค่คนทำผิดแค่นั้นหรือ ท่านครับ เมื่อเราพูดถึงสิทธิเราต้องพูดถึงหน้าที่ สิทธิของผม ผมก็มีหน้าที่จะไม่ไปละเมิดสิทธิคนอื่น ถ้าเราพูดถึงเสรีภาพ ต้องดูว่าผมใช้ เสรีภาพอย่างมีวินัยไหม แล้วมันจึงจะเสมอภาค วันนี้เราพูดสิทธิคู่กับเสรีภาพ สิทธิและ เสรีภาพ ผมกำลังจะบอกว่าท่านว่าวิธีคิดหรือปรัชญาในเรื่องเหล่านี้มันเป็นศาสตร์และศิลป์ ของการกำกับสังคม องค์กรของท่านไม่ใช่องค์กรลงโทษ องค์กรของท่านคือองค์กรเตือนสติ ประณาม เดินไปดูให้เขาเกรงใจ ผมกำลังจะบอกอะไรกับสังคมไทยครับ วันนี้สังคมนี้มันกำลังกลายเป็นรัฐที่ล้มเหลว ล้มเหลว ตรงไหนครับ ตรงที่เขตองค์กรตามรัฐธรรมนูญต่าง ๆ เขตอำนาจมันล้ำกันไปล้ำกันมา ท่านประธานครับ ผมจะจบการพูดลงที่เรื่องนี้ ในปี ๒๕๔๐ รัฐธรรมนูญมาตราสุดท้าย เขียนว่าถ้าไปถึง ๕ ปีแล้ว เราร่างรัฐธรรมนูญ เราทายกันว่าเขตอำนาจขององค์กรต่าง ๆ ที่เราสร้างขึ้นโดยรัฐธรรมนูญ ปี ๒๖๔๐ มันจะทำให้เกิดปัญหาแน่นอน แล้วก็บอกว่ามีองค์กร ไหนบ้างถึง ๕ ปีแล้วต้องเสนอแก้กฎหมาย องค์กรเหล่านั้นไม่เพียงแต่จะไม่เสนอ ยังร่วมกัน โค่นล้มรัฐธรรมนูญฉบับนั้นด้วย วันนี้ทุกอย่างที่มันเกิดขึ้นมาแล้วมันเป็นสถานการณ์ที่เรา มองเห็นมันถึงเวลาที่จะต้องตรวจสอบวิธีคิดของคนที่ถูกเลือกมากำกับตรงนี้ ท่านเอง เป็นเพียงองค์กรเดียวที่ผมชื่นชมและแอบมองอยู่ตลอดเวลา เพราะว่าท่านเป็นองค์กรที่ควร จะเสนอแนะ ควรจะกำกับ ควรจะมีกระบวนการที่บอกสังคมว่าอย่างนี้ไม่ใช่นะ คุณเลย เขตแดนนี้ไปแล้วนะ ผมอยากให้เห็นเพียงเท่านี้ครับท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนายสุเทพ อู่อ้น ตามด้วย พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ครับ เชิญครับ🔗

นายสุเทพ อู่อ้น แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วนปีกแรงงาน คนนนทบุรี วันนี้ก็ต้องมาขออภิปรายเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่ของ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ซึ่งได้ดูจากรายงานแล้วหลายท่านก็พูดถึงว่าบทบาทนี้ เกิดขึ้นจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดที่แล้ว ดังนั้นในวันนี้ผมก็ต้องมาคุย เพื่อให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้เห็นถึงความลำบากของพี่น้องผู้ใช้แรงงาน ซึ่งพี่น้องผู้ใช้แรงงานถ้าตีตามกฎหมายประกันสังคมก็จะแบ่งออกเป็นแรงงานในระบบและ นอกระบบ พูดถึงแรงงานในระบบวันนี้ เมื่อสักครู่ท่านณัฐวุฒิก็ได้เอ่ยถึงเรื่องของการจ้างงาน ที่มีกฎหมายในการจ้างที่ลิดรอนสิทธิของแรงงาน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการควบคุมการใช้ กฎหมายและการจ้างงานมาตรา ๑๑/๑ ซึ่งก็มีฎีกาอยู่แล้ว ดังนั้นสิทธิเหล่านี้ตกหล่นจาก การดูแลที่ผ่านมาของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติในเรื่องของการจ้างงาน ก็ต้อง ฝากเข้าไปตรวจสอบดูแลเพื่อให้ผลบังคับใช้กฎหมายการคุ้มครองแรงงานด้วย พูดถึงแรงงาน นอกระบบที่เข้าไม่ถึงสิทธิในระบบประกันสังคมก็มีจำนวนมากและมหาศาล ซึ่งตรงนี้เอง ถ้าเรามองในเรื่องของหลักการเรื่องสิทธิมนุษยชน การเข้าถึงสิทธิอย่างประกันสังคม ในกรณีผู้ประกันตนในมาตรา ๓๓ ก็จะมี ๗ กรณีที่ดูแล นั่นหมายความว่าจะมีความมั่นคง โดยเฉพาะเรื่องของบำนาญในวรรคสุดท้าย แต่แรงงานนอกระบบอีก ๒๐ กว่าล้านคนวันนี้ เข้าไม่ถึงสิทธิ สิทธิที่เข้าถึงก็ไม่เท่าเทียมกัน แล้วก็จะขาดในเรื่องความมั่นคงในส่วนของ เงินบำนาญ ในอนาคตจะมีผู้สูงวัยเพิ่มขึ้นจำนวนมาก นั่นก็คือแรงงานที่จะต้องรับเงินจาก รัฐบาล เงินบำนาญเพียง ๖๐๐ บาทต่อเดือนซึ่งไม่เพียงพอ ดังนั้นถ้าเกิดการเข้าถึงสิทธิของ พี่น้องแรงงานนอกระบบให้มีมาตรฐานเดียวกันทั้ง ๗ กรณีมันก็จะมีเรื่องของเงินบำนาญ ซึ่งจะสร้างความมั่นคงพื้นฐานให้กับพี่น้องประชาชนที่มีวัยสูงอายุมากขึ้น นั่นก็คือจะมีเงิน บั้นปลายชีวิตที่เหนือเส้นขีดค่าความยากจน มาดูอีกมุมหนึ่งนั่นก็คือแรงงานที่อยู่ในแคมป์ (Camp) คนงาน อย่างที่ผ่านมาเห็นได้ชัดเจน คำสั่งการปิดแคมป์ (Camp) คนงานทำให้เกิด การลิดรอนสิทธิอย่างมหาศาล พี่น้องแรงงานไทยที่โดนลิดรอนสิทธิก็มีการถูกปิดแล้วก็อพยพ กลับไปบ้านก็ไม่มีเงินที่จะเพียงพอเยียวยา สำคัญยิ่งกว่านั้นส่วนนี้ที่เราจึงมีความจำเป็นต้อง ดูแลเขาก็คือพี่น้องแรงงานข้ามชาติ ซึ่งมีคำสั่งปิดแล้วไม่ได้รับการดูแล เข้าไม่ถึงสิทธิ ไม่ว่าจะ เป็นเรื่องของวัคซีน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการตรวจ และหนำซ้ำเรื่องของการดูแลเยียวยา ที่ตกหล่น ดังนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญ พี่น้องแรงงานฝากให้ผมมาพูดคุยอภิปรายผ่านไปยังท่านประธาน สื่อไปทางคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติวันนี้ว่า ถ้าสิทธิมนุษยชนเหล่านี้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ชุดใหม่ช่วยลงไปตรวจสอบดูแลพี่น้องแรงงาน แรงานในระบบที่ผมกล่าวไปแล้ว นอกระบบ รวมกันแล้วเกือบ ๓๐ ล้านคน ให้ได้รับสิทธิพื้นฐานที่ควรจะได้รับในเรื่องของระบบ ประกันสังคม มองในพี่น้องแรงงานข้ามชาติปัจจุบันนี้มีความลำบากอย่างยิ่ง เมื่อวันจันทร์ ที่ผ่านมมา ผมและคณะได้ลงพื้นที่ไปดูในแคมป์ (Camp) คนงาน เห็นถึงความลำบาก เข้ามา ทำงาน สุดท้ายเรื่องของการต่อใบทำงานเวิร์กเพอร์มิต (Work Permit) ต่อก็มีเงื่อนไขต่าง ๆ แล้วก็โดนกระทำในเรื่องของการที่จะไม่มีการจัดส่งในระบบประกันสังคม แล้วไม่มีเจ้าหน้าที่ เข้าไปตรวจสอบ สิทธิเหล่านี้ของพี่น้องแรงงานข้ามชาติถูกลิดรอนอย่างมาก แม้กระทั่งมีการ ทำงานและมีการเจ็บป่วยก็ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิที่ควรจะได้รับการดูแล สำคัญยิ่งกว่านั้น มีคนท้อง มีคนที่เกิดขึ้นในส่วนของแคมป์ (Camp) คนงานต่าง ๆ มีความลำบาก สิทธิที่ควร จะได้ก็ไม่มี ต่อท้ายด้วยเรื่องการรวมตัวของพี่น้องแรงงาน พ.ร.บ. ไม่รองรับเปิดโอกาสให้มี การรวมตัวของพี่น้องแรงงานที่จะเข้าถึงสิทธิ ถ้าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีความ เข้าใจก็ควรที่จะไปผลักดันและส่งเสริม โดยเฉพาะเรื่องอนุสัญญาไอแอลโอ ฉบับที่ ๘๗ และ ๙๘ (ILO 87, 98) ที่นานาประเทศเขามีการรับรองเรื่องของสิทธิในการรวมตัว อนุสัญญา ๘๗ เป็นเรื่องของการเจรจาต่อรอง สิทธิเหล่านี้ควรจะมีให้เกิดขึ้นกับพี่น้องแรงงานไทย พี่น้อง แรงงานข้ามชาติ สิทธิเหล่านี้ควรจะได้รับการดูแล และสิทธิของอนุสัญญา ๙๘ ว่าด้วย เรื่องของการรวมตัวการจัดตั้งองค์กรสหภาพแรงงาน วันนี้กฎหมายในเรื่องการรวมตัว มีเงื่อนไขมากมาย โดยเฉพาะการรวมตัวของพี่น้องแรงงาน นั่นก็หมายความว่ามีเงื่อนไข ที่จะต้องมีการจดทะเบียน ซึ่งมีการจดทะเบียนแล้วก็จะเป็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้เกิดมีการเลิกจ้าง โดนกระทำจากนายจ้าง แล้วก็ต้องใช้เวลาในการต่อสู้ ซึ่งขั้นตอนในการต่อสู้ในกระบวนศาล ทำให้ลูกจ้างไม่สามารถที่จะดำรงชีพได้เพราะเนื่องจากขาดรายได้ นี่ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้น แม้กระทั่งพี่น้องแรงงานข้ามชาติที่มารวมอยู่ในประเทศไทยก็โดนลิดรอนเรื่องกฎหมายที่ยัง ไม่เปิดให้มีการรวมตัวในเรื่องของการจัดตั้งสหภาพแรงงานได้ จึงขอฝากท่านประธานไปยัง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติให้ลงมาดูแลพี่น้องแรงงานซึ่งมีความลำบากอย่างหนัก ในขณะนี้ในการรวมตัวจัดตั้งองค์กรสหภาพแรงงานเพื่อเป็นอำนาจในการต่อรองและ เรียกร้องด้วยระบบแรงงานสัมพันธ์ ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ครับ เชิญครับ🔗

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ผมขอร่วมทำการซักถาม แล้วก็ส่วนหนึ่งก็ต้องขอให้กำลังใจกับ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่เข้ามาใหม่ รายงานของท่านเป็น ๒ รายงาน คือรายงานการปฏิบัติงานกับรายงานการประเมินสถานการณ์ ผมคงไม่ลงไปในรายละเอียด เพราะว่าเป็นช่วงกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก่อนที่ท่านจะมา แต่สิ่งที่ผมเคยเป็น กรรมาธิการงบประมาณอยู่ ๒ ปี ผมก็เคยถามกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่มีเลขาธิการ มาชี้แจงทุกครั้งว่า ทำไมกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจึงทำหน้าที่เป็นโฆษกของรัฐบาล ในเรื่องสิทธิมนุษยชน เมื่อเป็นโฆษกของรัฐมันเหมือนเป็นศัตรูกับประชาชนในบางช่วงที่ไป ละเมิดสิทธิ ก็ได้รับคำตอบว่าเนื่องจากรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เป็นรัฐธรรมนูญที่เขียนว่า ต้องให้คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติต้องรายงานกรณีที่เห็นว่าไม่ถูกต้องเรื่อง สิทธิมนุษยชน แต่ผมเองก็ยังบอกว่าการรายงานสถานการณ์ที่เกี่ยวกับสิทธิที่ไม่ถูกต้อง หรือไม่เป็นธรรมมันต้องรายงานความไม่เป็นธรรมให้กับประชาชน ไม่ใช่ความไม่เป็นธรรม ไปเอาใจรัฐบาล ผมอยากถามกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติครับว่ารัฐกับชาติ กรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติตีความว่าอย่างไร ท่านตีความว่าชาติคือประชาชน หรือชาติคือรัฐบาล อันนี้ ก็อยากจะเรียนถาม ก็คงไม่ใช่เกี่ยวกับท่าน ประเด็นที่ผมอยากจะเรียนถามท่านก็คือว่า ในฐานะที่ท่านเป็นกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เมื่อสักครู่ท่านกรรมการท่านหนึ่งก็ได้ เรียนว่าตอนนี้สิทธิมนุษยชนของเราในสายตาต่างชาติลดจากเอ (A) เป็นบี (B) แต่ซี (C) ทราบว่าไม่มีแล้ว บี (B) นี่ก็คือสูงสุดแล้ว พอเอ (A) เป็นบี (B) มันมายุคในช่วงรัฐบาลนี้ ดังนั้น ผมจึงถามสถานการณ์สิทธิเสรีภาพในสายตาของชาวโลกที่มองประเทศไทยส่วนที่เห็นว่าด้อย และลดไปมีอะไรบ้าง อยากให้ท่านชี้แจง แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะฝากให้ท่านได้เป็น แง่คิดว่าวันนี้กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติผมคิดว่าไม่ได้รับการเหลียวแลจากรัฐบาล เท่าที่ควร เพราะงบประมาณท่านก็ได้แค่ ๒๒๐ ล้านบาท หรือประมาณนั้น ซึ่งถือว่าน้อยมาก กับประเทศที่เราถูกมองว่าละเมิดสิทธิ แสดงว่าตรงนี้เป็นสิ่งหนึ่งถึงความจริงใจ แต่อย่างไร ก็ตามผมยังอยากให้ท่านสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคม สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน สิ่งที่ผมเห็นที่ชัดเจนก็คือกรณีที่มีการจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกของประชาชน รวมถึงสื่อมวลชน รวมถึงการชุมนุม กรรมการสิทธิต้องกล้าหาญว่าการใช้กฎหมายที่เป็น กฎหมายระดับลูก ระดับกฎกระทรวง ระดับพระราชกำหนดไปใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งขาติต้องมีความกล้า เพราะการเกิดกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติท่านก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าในกฎหมายรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๕ หน้าที่ขององค์กรอิสระ คือหน้าที่หนึ่งที่เขียนไว้เป็นหน้าที่ของท่านคือท่านต้องมีความอิสระโดยสุจริต เที่ยงธรรม กล้าหาญ และปราศจากอคติ ความกล้าหาญเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งสำหรับคนที่สุจริต ในบ้านเมืองที่เกิดความเหลื่อมล้ำ ในบ้านเมืองที่มีการทุจริตคอรัปชัน ในบ้านเมืองที่มองผู้อื่น เป็นปรปักษ์ต่อผู้มีอำนาจรัฐนั้น ความกล้าหาญของบุคคลในองค์กรอิสระและศาล มีความสำคัญ ไม่เช่นนั้นคนชั่วหรือคนไม่ดีที่แข็งแกร่งจะใช้คนซื่อสัตย์ที่อยู่ในองค์กรอิสระ ที่อ่อนแอ ถ้าท่านไม่ออกทำหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญอย่างเคร่งครัด ผมคิดว่าจะมีปัญหา🔗

อีกประการหนึ่งที่เราเห็นอย่างยิ่ง ก็อยากฝากกรรมการสิทธิลองไปพิจารณา คือการใช้ฟ้องคดีปิดปากนักต่อสู้ นักสิทธิมนุษยชน เพื่อไม่ให้ออกมาต่อสู้ โดยเฉพาะอันหนึ่ง ก็ต้องกราบเรียนว่าผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยที่คุมสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติ แล้วไปฟ้องหมิ่นประมาท ซึ่งความผิดพวกนี้กับตำรวจ คือตำรวจเป็นลูกน้อง อยู่แล้ว ท่านมีช่องทาง ถ้าอยากจะฟ้องก็ไปฟ้องศาล ลักษณะอย่างนี้ตำรวจที่รับเรื่องราว ถึงแม้ผิดไม่ผิด ก็ต้องอยู่ในภาวะครอบงำหรือจำยอม ก็อยากฝากกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติลองไปดู ผมคิดว่าคนรอบข้างท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะไม่เฉลียวเรื่องนี้ พอสิ่งที่ท่าน ทำมาเราจึงมองประเทศไทยเป็นการละเมิดสิทธิอย่างมาก แล้วก็ฝากอีกเรื่องหนึ่ง กรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติครับ คือผมอยากจะให้ท่านลองดูว่าแม้แต่วันนี้ท่านไม่มีอำนาจ มีกฎหมายอะไรที่ขัดกับรัฐธรรมนูญ ถ้ามีผู้ร้อง ท่านส่งข้อมูลไปให้ผู้ร้องเพื่อเขาจะหาช่องทาง ไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญ มีการใช้อำนาจอะไรที่ขัดกับศาลปกครอง อยากให้ท่านตรวจสอบ ข้อเท็จจริงแล้วก็ให้ผู้ร้องเพื่อเป็นช่องทาง แล้วในอนาคตผมคิดว่าถ้ามีการจัดรัฐธรรมนูญใหม่ ควรจะมีการแก้อำนาจหน้าที่ของท่านให้มากขึ้น และท้ายที่สุดผมมีความเชื่อมั่นกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติทุกคน หลายคนก็รู้จัก เมื่อวานผมได้อภิปรายไปแล้วว่าคนเรา เลือกเกิดไม่ได้ เลือกเชื้อชาติไม่ได้ แต่สิ่งที่เลือกได้ เขาต้องมีสิทธิเสรีภาพ มีความเสมอภาค มีความยุติธรรม และมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ต้องเท่าเทียมกัน ถ้าสิ่งนี้เขาไม่มี ประเทศจะเกิดความขัดแย้ง กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติตอนนี้ในภาพ ของประชาชนท่านบอกประเมินได้คะแนนสูง แต่ผมคิดว่าคนอาจจะมองท่านไม่มี ความเชื่อมั่น อยากให้ท่านเรียกความเชื่อมั่นกลับมาเหมือนในอดีตครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบพระคุณ ครับ มีท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ขออภิปรายอีกท่านหนึ่ง เชิญท่านประเสริฐพงษ์ครับ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกลครับ ขออนุญาตอภิปรายรายงานผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓ ซึ่งในเอกสารผมอ่านคร่าว ๆ แต่ก็ จับใจความได้บางประเด็น แล้วก็คงจะไม่ซ้ำกับท่านผู้ทรงเกียรติท่านอื่นนะครับ เบื้องต้นผม ให้ความสำคัญกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เพราะท่านคือองค์กรอิสระที่ถูก บรรจุอยู่ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ แปลว่าท่านเป็นองค์กรที่สำคัญมาก ๆ ประชาชนคาดหวัง การทำงานของท่านมากมายมหาศาล แล้วก็ท่านบอกว่าท่านมีกลยุทธ์ ๘ กลยุทธ์ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ ถึงปี ๒๕๖๕ นั่นหมายความว่าการทำงานของท่านแม้จะมีการเปลี่ยนแปลง คณะกรรมการเป็นบุคคลหน้าใหม่ แต่แผนกลยุทธ์ของคนเก่าหรือพนักงานประจำ ข้าราชการประจำที่ทำเอาไว้ ท่านเลี่ยงไม่พ้นที่จะปฏิบัติตามแผนกลยุทธ์ที่วางเอาไว้แบบ ดั้งเดิม อย่างไรก็ตามผมเห็นถึงข้อเสนอแนะของท่านที่บอกกระทั่งว่าให้สภาแห่งนี้แก้ไข กฎหมายรัฐธรรมนูญด้วยซ้ำ ในมาตรา ๒๔๗ (๔) เพื่อท่านจะได้มีอำนาจในการไปไกล่เกลี่ย ข้อพิพาท ซึ่งเดิมท่านมี แต่ปัจจุบันท่านไม่มี อันนี้ผมเห็นด้วยนะครับ ท่านยังมีการรายงานที่ ยังขาดแม้กระทั่งคำว่า คนไทยพลัดถิ่น ท่านอาจจะใช้สถานะคำอื่นเป็นสถานะบุคคลอะไร ต่าง ๆ ก็แล้วแต่ แต่สิ่งที่ปรากฏอยู่ในสังคม สิ่งที่เราพูดกันในสภา สถานะของคนไทยพลัดถิ่น ที่ไม่มีบัตรประจำตัวประชาชน ผมคิดว่าคำเหล่านี้ต้องปรากฏในรายงานครับ ไม่ว่าจะเป็นที่ จังหวัดระนอง จังหวัดพังงา หรืออีกหลายจังหวัดทางภาคเหนือ ผมคิดว่าเรื่องแบบนี้คนที่อยู่ ในพื้นที่เขาน้อยใจครับ มีหลักสูตรอบรมครับ ผมดูรายงานผมดีใจมาก โดยเฉพาะหลักสูตร อบรมที่ ๓ ที่บอกว่าอบรมสิทธิมนุษยชนศึกษาขั้นพื้นฐานในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งมี ผู้พิพากษา อัยการ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ทหาร ตำรวจ ฝ่ายปกครองอยู่ด้วย นี่ท่านจัดปีหนึ่งกี่ครั้ง ครับอยากรู้จริง ๆ ถ้าท่านจัด ได้ดีคงไม่มีเหตุการณ์ถุงดำ คงไม่มีเหตุการณ์ปรากฏในหน้าสื่อ มากมายขนาดนี้ นั่นหมายความว่าการจัดหลักสูตรอบรมของท่านจะต้องมีการขยายผล ในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ให้เจาะลึกไปเลยครับ วันนี้ท่านควรจะเข้าไปอบรมที่โรงเรียน นายร้อย จปร. ท่านทราบไหมครับว่าการปล้นอำนาจประชาชน การปฏิวัติรัฐประหารคือ การละเมิดสิทธิมนุษยชนขั้นร้ายแรงครับ เรื่องนี้ผมเสนอเลยนะครับ ขอให้ท่านจัดอบรม นักเรียนนายร้อย จปร. รวมทั้งอดีตด้วยนะครับว่าให้เคารพสิทธิมนุษยชน เลิกคิดปฏิวัติ รัฐประหาร เลิกคิดปล้นอำนาจประชาชน ซึ่งเป็นการละเมิดสิทธิอย่างร้ายแรง แม้กระทั่ง ปัจจุบัน ส.ส. ฝ่ายค้านอย่างพวกผมยังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตาม ยังมีการคุกคาม คนที่โพสต์ (Post) ทางโซเชียล (Social) แค่ตำหนินายกรัฐมนตรีก็ไปคุกคามเขาถึงบ้าน อย่างที่จังหวัด กระบี่บ้านผมหรืออีกหลายจังหวัด พฤติกรรมแบบนี้ล่ะครับที่ผมคาดหวังว่ารัฐบาลจะต้องฟัง และต้องให้น้ำหนักและคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ช่วยเถอะครับ ช่วยชี้ประเด็น เหล่านี้ให้ถึงรัฐบาล การละเมิดสิทธิในเนื้อตัวร่างกายนักเรียนเป็นข่าวมาตลอดไม่รู้กี่ปีมาแล้ว ตั้งแต่รุ่นพ่อผม รุ่นผม นี่รุ่นลูกรุ่นหลานโดนอีก นักเรียน นักศึกษาถูกครู คนใกล้ชิด ถูกบูลลี่ (Bully) ถูกไถหัว ถูกคีบผม ถูกประจาน ถูกทำให้แปลกแยกในโรงเรียนโดยครูอาจารย์ และมีข่าว ในช่วงเปิดการศึกษาทุกปีการศึกษา ยกเว้นปีนี้ครับโชคดีหน่อย เพราะว่าเรียนออนไลน์ (Online) ผมเชื่อเหลือเกินครับ ถ้าเปิดโรงเรียนเมื่อไรก็จะมีเรื่องของการไถหัวนักเรียนโดยครู ซึ่งละเมิดสิทธิในเนื้อตัวร่างกายคนอื่น แปลว่าขาดองค์ความรู้ นี่คือสิ่งที่จะต้องฝาก คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติรุกเข้าไปตรงนี้ด้วย วันนี้ครับ สิทธิคนพิการ ท่าน ส.ส. ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ ตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถึงความเหลื่อมล้ำของเงินรางวัลครับ นักกีฬาคนพิการคนไทยไปแข่งขันในระดับโลก ได้รางวัลเหรียญเงินกลับมา บรรจุเป็นนายร้อยเหมือนกับประชาชนทั่วไปไม่ได้หรอกครับ ได้แค่ ๘๐๐ ครับ เงินรางวัลรัฐมนตรีบอกได้แค่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ คนทั่วไปได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แปลว่าอะไรครับ แปลว่ามีการเหลื่อมล้ำ แปลว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนครับเรื่องแบบนี้ ฝากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติด้วยนะครับว่าการติดตามผลการปฏิบัติงาน ของท่านในวันนี้ เราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรขอชื่นชมครับ ขอให้กำลังใจท่านซึ่งมาเป็น ชุดใหม่ เฉพาะชุดใหม่นี้ผมให้กำลังใจนะครับ ชุดเก่าอย่าไปพูดถึง และขอประณามยืนยัน อีกครั้งว่าการปล้นอำนาจของประชาชนโดยการทำรัฐประหารคือการละเมิดสิทธิมนุษยชน ที่เลวร้ายที่สุดครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ยังมีท่านเกียรติ สิทธีอมร ขออภิปราย ขอเป็นคนสุดท้ายแล้วนะครับ ทางฝ่ายกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะได้ชี้แจงต่อไปครับ เชิญท่านเกียรติครับ🔗

นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์นะครับ ก็ขอ อนุญาตอภิปรายในส่วนของรายงานจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติใน ๒-๓ ประเด็นสั้น ๆ นะครับ🔗

ประการแรก ผมก็พยายามติดตามปัญหาความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในประเทศอยู่ อย่างใกล้ชิดนะครับ แล้วก็ได้เล็งเห็นแล้วก็สังเกตเห็นว่าจริง ๆ แล้วในสังคมไทย ความเข้าใจ ในเรื่องสิทธิของแต่ละคนหลากหลายมากเลยนะครับ แล้วก็ด้วยความเข้าใจที่หลากหลายเอง ความคาดหวังของแต่ละคนและรวมทั้งหน่วยงานรัฐเองที่เกี่ยวข้องด้วยนี่ไม่ตรงกันนะครับ และมันก็นำไปสู่ปัญหาความรุนแรงหรือความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในรูปแบบต่าง ๆ ผมก็ อยากเห็นว่าจริง ๆ แล้วคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติถ้าสามารถที่จะมีกระบวนการ ในการสร้างความเข้าใจในเรื่องสิทธิพื้นฐานของแต่ละคนนี่ขอบเขตมันอยู่ตรงไหนครับ ทุกคน จะได้เข้าใจไปในทิศทางเดียวกันนะครับ จริง ๆ แล้วพอเราพูดถึงสิทธิและความเสมอภาค ท่านไปดูคอนเวนชัน (Convention) ระหว่างประเทศนะครับ ผมคงไม่มีเวลามาอ้างอิง แล้วก็ลงในรายะเอียด แต่ท่านทราบดีครับ เราหมายถึงอะไรครับ เราไม่ได้หมายถึงว่าเท่ากัน คือทุกคนต้องเป็นเหมือนกันหมด สิทธิที่ใครได้ที่ไม่ใช่สิทธิพื้นฐาน ข้าพเจ้าต้องได้ด้วย เข้าใจ กันอย่างนั้นจริง ๆ นะครับ ถ้าเป็นอย่างนั้นถ้าทุกคนเหมือนกันหมดก็ไม่ใช่ประชาธิปไตย แล้วครับ เป็นระบอบคอมมิวนิสต์กระมังครับ ซึ่งเขาก็มีหลักการและวิธีคิดอีกแบบหนึ่ง แต่ของเราเองภายใต้รัฐธรรมนูญของเราเองนี่สิทธิเสรีภาพคืออะไร ตรงนี้ผมคิดว่าสังคม สับสนนะครับ เราเห็นการแสดงออกของกลุ่มคนต่าง ๆ กลุ่มอายุต่าง ๆ ที่หลากหลายมาก เหลือเกิน อันนี้ผมกังวลครับ และผมคิดว่ากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเองน่าจะมี บทบาทที่สำคัญในการสร้างความเข้าใจในเรื่องนี้ได้ให้กับประชาชนนะครับ ความเสมอภาค จริง ๆ แล้วไม่ใช่ทำให้ทุกคนเหมือนกันนะครับ เท่ากันนะครับ แต่ความเสมอภาคภายใต้ กฎหมายครับ จริง ๆ ท่านประธานชวนได้พูดเรื่องนี้ตั้งหลายสิบปีมาแล้วนะครับ ให้ทุกคน เท่ากันได้ภายใต้กฎหมาย และหลักอันนี้คือความสำคัญมาก แต่ผมก็คิดว่าสิ่งหนึ่งที่เราต้อง เท่าเทียมกันได้นอกจากกฎหมายแล้ว ก็คือโอกาสครับ การที่ให้ทุกคนสามารถมีโอกาสเท่าเทียมกันจำเป็นอย่างยิ่งครับในสังคมไทย ฉะนั้นตรงนี้เอง ผมคิดว่าหลักตรงนี้การทำความเข้าใจกับกลุ่มต่าง ๆ ที่แสดงออกทั้งผ่านโซเชียล มีเดีย (Social Media) ด้วยนะครับ ซึ่งตอนนี้ผ่านโซเชียลมีเดีย (Social Media) ผมคิดว่าแทบจะ ไม่มีใครเอามาพูดครับ เราเอามาพูดก็ต่อเมื่อมันเป็นความขัดแย้งไปแล้ว แต่บางเรื่อง ที่ปรากฏในโซเชียลมีเดีย (Social Media) ซึ่งเป็นต้นเหตุของความขัดแย้งที่อาจจะไม่เป็น ลักษณะของการสร้างความขัดแย้งโดยตรง แต่มันเป็นตัวชี้ตัวกระตุ้นให้เกิดความรู้สึกของ ความไม่เท่าเทียมด้วยความเข้าใจที่ผิด ตรงนี้มันมีมากนะครับ ผมก็ยังไม่เห็นว่าในแง่ของ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติท่านได้ทำอะไรไปบ้างเพื่อสร้างความเข้าใจในประเด็นเหล่านี้ ผมคิดว่าบทบาทท่านมีความสำคัญมาก🔗

อีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะฝากไว้ เพราะผมก็ได้อ่านรายงานของท่านในเรื่องที่ เกี่ยวกับเสรีภาพของสื่อมวลชน ผมจะไม่พยายามพูดซ้ำในเรื่องของบางเรื่องที่เกิดขึ้น ในสังคมไทยนะครับ แต่ผมคิดว่าผมอยากกลับไปประเด็นพื้นฐานว่าสิทธิเสรีภาพของ สื่อมวลชนที่ถูกต้องภายใต้รัฐธรรมนูญมันคืออะไรแน่ เรากำลังเห็นในสังคมไทย สื่อนี่ผมก็ เข้าใจดีว่าธุรกิจสื่อสารมวลชนก็เป็นธุรกิจหนึ่ง มันมีผลประโยชน์เชิงพาณิชย์อยู่ เพราะฉะนั้น เราก็จะสังเกตเห็นว่าหลายค่าย หลายคน ทำหน้าที่ในฐานะสื่อ แต่โน้มเอียงไปในทิศทางของ การที่จะทำให้หยิบยกบางประเด็นขึ้นมาแล้วมันมีประโยชน์เชิงพาณิชย์กับสื่อนั้น ๆ เรามีสื่อ เลือกข้าง ตอนนี้แทบจะหาสื่อที่เป็นกลาง ๆ นำเสนอตามหลักการ หลักการนะครับ หลักการ ของการนำเสนอโดยสื่อมวลชนนี่มันคืออะไร ท่านเคยไปวิเคราะห์กันไหมครับ เพราะว่า รายงานท่านก็กรอบกว้าง แต่จริง ๆ แล้วต้องถามว่าในรอบ ๑๐ ปีที่ผ่านมาด้วยความเป็นเชิง พาณิชย์ของสื่อเองมันกลายเป็นสื่อเลือกข้างสักกี่เปอร์เซ็นต์ไปแล้วครับ แล้วเหลือสื่อที่ เป็นกลางจริง ๆ สักกี่เปอร์เซ็นต์ ที่เป็นกลางหมายความว่าไม่ได้บอกให้ไม่มีความเห็นนะครับ ถ้าท่านไปดูนะครับในโลกนี้มันไม่ใช่ไม่มีหลักจรรยาบรรณนะครับ และในประเทศไทยก็ไม่ใช่ ไม่มีนะครับ ในโลกนี้มันมีไอเอฟเจ โกลเบิล ชาร์เตอร์ (IFJ Global Charter) ของเอทิกส์ (Ethics) ของเจอนาริสต์ (Journalists) ก็คือหลักจรรยาบรรณที่เป็นสากลจริง ๆ มัน หมายถึงอะไร ผมอยากจะย้ำตรงนี้อีกสักนิดหนึ่งนะครับว่าจริง ๆ หลักสำคัญไม่กี่ข้อ หรอกครับ🔗

ข้อแรก ต้องไม่แสดงอารมณ์ความรู้สึกที่จะทำให้เกิดความแตกซ้ำเติม สถานการณ์ ละเมิดศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของผู้ประสบวิกฤติ หรือเป็นอุปสรรคต่อการ ปฏิบัติหน้าที่ในการรายงานข้อเท็จจริง ตรงนี้ท่านได้ไปไล่ดูไหมครับมีสักกี่สื่อที่ปฏิบัติตามนี้🔗

ข้อที่ ๒ ที่เป็นเรื่องที่สำคัญมากว่าเวลาสื่อนำเสนอต้องไม่ละเมิดศักดิ์ศรี ความเป็นมนุษย์ของผู้ประสบวิกฤติและเสมือนกับว่าถูกละเมิดซ้ำต้องไม่มีครับ อันนี้ที่ผม พูดมาทั้งหมดนะครับจริง ๆ แล้วกรมประชาสัมพันธ์เผยแพร่ในเว็บไซต์ (Website) แต่ท่าน เคยไปประเมินไหมครับว่ามีกี่สื่อที่ปฏิบัติตามนี้อย่างแท้จริง🔗

การนำเสนอของเรานี่สับสนมากครับว่าอันไหนคือรายงานข่าว อันไหนคือ ความเห็น พูดกันไปหมดเลยครับ กลายเป็นความเห็นเสียเยอะ แล้วข้อเท็จจริง บางเรื่อง มีการนำเสนอข้อเท็จจริงที่มันค่อนข้างจะดราม่า (Drama) นิดหนึ่งในสังคมไทย แต่เป็น การใส่สีตีข่าวสัก ๒๐ นาทีได้ครับเรื่อง ๆ เดียวทั้ง ๆ ที่ข้อเท็จจริงมีอย่างมากคือ ๕ นาที เห็นไหมครับ แล้วถามว่ากรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติดำเนินการในเรื่องนี้อย่างไรบ้าง การเขียนรายงานอย่างเดียวผมว่าไม่พอนะครับ ผมคิดว่าทำได้มากกว่านี้เยอะเลยครับ แล้วก็ขอให้อ้างอิงหน่อยเถอะครับว่าผลในการดำเนินการในเรื่องนี้ เพราะผมกำลัง เห็นทิศทางของสื่อหลาย ๆ สื่อในหลาย ๆ ค่ายในหลาย ๆ รายการก็ไม่จำเป็นทั้งค่ายที่มันไป โน้มเอียงทางนั้น อาจจะเป็นบางรายการบางคอลัมน์ที่มันไปในทิศทางนั้น โดยที่ไม่ให้ ประชาชนเข้าใจชัดเจนหรือมีการแยกแยะชัดเจนว่าที่เขากำลังเขียนหรือกำลังพูดนั้น เป็นความเห็นของเขา ไม่ใช่ข้อเท็จจริง แล้วข้อเท็จจริงมันคืออะไร ไม่มีการแยกแยะ ตรงนี้ ผมก็ต้องฝากท่านครับ หรือท่านอาจจะช่วยตอบว่าท่านได้ดำเนินการในประเด็นเหล่านี้ อย่างไรบ้าง และเราจะมีโอกาสเห็นไหมครับในรายงานฉบับหน้าที่จะนำมาสู่สภาว่า สถานการณ์ในเรื่องเช่นนี้มันจะดีขึ้นครับ ขอบพระคุณครับ🔗

(การประชุมดำเนินการมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภา ผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ กรรมการ จะชี้แจงโดยสรุปของแต่ละท่านก็จะดีนะครับ เพราะมีกรรมการที่ต้องรายงานอีก ๔ คณะ แล้วก็ทุกคณะกำลังรออยู่ขณะนี้ ขอเชิญเลยครับ🔗

นางสาวพรประไพ กาญจนรินทร์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ

ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน เดี๋ยวจะขอให้ท่านวสันต์ชี้แจงเพียงสั้น ๆ นะคะ เพียงแต่ว่าก็เรียนท่าน ส.ส. ทุกท่านว่าอันนี้ก็เป็นรายงานของปีที่แล้วนะคะ แต่ว่า เราก็จะไม่สามารถปัดได้ว่าเราไม่รู้เรื่องนะคะ เพราะจริง ๆ เราก็ศึกษามา ก็จะขอให้ ท่านวสันต์ช่วยชี้แจงในบางประเด็นหลัก ๆ ที่มีข้อสงสัย ส่วนการดำเนินงานต่อไปก็เข้าใจว่า ของพวกเราเองก็มีแนวทางที่แตกต่างแล้วคงจะมีรายงานอีกทีในปีหน้านะคะ แต่สำหรับ ที่ผ่านมาเดี๋ยวจะขอให้ท่านวสันต์ชี้แจงสั้น ๆ ในเรื่องที่ท่านสนใจค่ะ ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธาน🔗

นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรตินะครับ ก่อนอื่น ก็ต้องขอขอบพระคุณสำหรับความคิดเห็นแล้วก็ข้อเสนอแนะอันเป็นประโยชน์ต่อ การดำเนินงานของ กสม. ผมขออนุญาตเรียนประเด็นหลัก ๆ นะครับ🔗

ประเด็นแรกก็คือว่าขออนุญาตยืนยันว่า กสม. เพิ่งเข้ามารับภาระหน้าที่ ได้ประมาณ ๓ เดือนครึ่ง แล้วก็ได้มีการพูดคุยกัน เรายืนยันในเรื่องของการทำงานที่ เป็นอิสระ เที่ยงธรรม กล้าหาญ และปราศจากอคติทั้งปวง ในการทำงานก็ได้พูดคุยกันว่าจะ พยายามทำงานให้รวดเร็วเพื่อที่จะคุ้มครองสิทธิมนุษยชนให้เร็วที่สุด แล้วก็จะพยายามมอง ในเชิงระบบ ในเชิงนโยบาย หรือว่าในแง่ของกฎหมายด้วย นอกเหนือจากการรับเรื่อง ร้องเรียนแล้วก็ตรวจสอบนะครับ🔗

สำหรับประเด็นที่ท่านได้ถามเรื่องเกี่ยวกับการตรวจสอบนะครับ เรารับเรื่อง ตรวจสอบจากที่ร้องเรียนมา ๓๘๗ เรื่อง รับเอาไว้ ๙๔ เรื่อง แต่ว่านอกเหนือจากนั้น ทางสำนักงานก็ได้มีการประสานให้ความคุ้มครองกับผู้ที่ร้องเรียนจำนวนทั้งหมด ๑๗๒ เรื่อง แล้วก็ได้ให้คำแนะนำแก้ไขปัญหาต่าง ๆ นะครับ ส่วนบางเรื่องที่ไม่ได้รับขึ้นมาตรวจสอบ หรือประสานการคุ้มครองก็อาจจะมีปัญหาในแง่ของที่มีการกำหนดไว้ตามมาตรา ๓๙ แห่ง พ.ร.ป. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ เรื่องที่อยู่ในอำนาจของศาล เรื่องที่อยู่ในอำนาจขององค์กรอิสระอื่นก็ได้มีการประสานกันครับ ซึ่งก็จะโยงกับเรื่องที่ ท่านถามว่าแนวทางในการประสานงานระหว่างองค์กรอิสระเป็นอย่างไร ก็ได้มีการตกลง ร่วมกันว่าถ้ามีเรื่องร้องเรียนเข้ามาแล้วก็มีความซ้ำซ้อนก็จะให้องค์กรที่มีบทบาทภาระหน้าที่ เป็นหลักในการพิจารณา แล้วเราก็จะส่งต่อเรื่องกันเพื่อที่จะลดการทำงานที่ซ้ำซ้อน แล้วก็ เพื่อความรวดเร็วนะครับ🔗

ในส่วนประเด็นที่ท่านถามเกี่ยวกับเรื่องปัญหาพนักงานจ้างเหมาบริการ อันนี้ ก็เป็นข้อเสนอแนะ มาตรการ หรือแนวทางในการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่ กสม. ได้เสนอฝ่ายต่าง ๆ กสม. เองก็ได้ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงในเรื่องนี้นะครับ อย่างที่ท่าน ตั้งข้อสังเกต ในรายงานยังมีพนักงานจ้างเหมาบริการอยู่นะครับ แต่ว่าทางสำนักงานได้ขอ งบประมาณแล้วก็ได้รับการอนุมัติงบประมาณเพื่อดำเนินการเรื่องนี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการรับ พนักงานเป็นลูกจ้างแทนพนักงานจ้างเหมาบริการแล้วครับ🔗

สำหรับประเด็นอื่น ๆ นะครับ ขออนุญาตนำเรียนว่าในเรื่องสถานการณ์ เกี่ยวกับการชุมนุม ทาง กสม. ที่เข้ามาก็ได้ติดตามเรื่องนี้แล้วก็ได้มีการลงพื้นที่ ได้มีการจัด เวที แล้วก็พยายามที่จะดูแลในเรื่องของการคุ้มครองสิทธิของฝ่ายต่าง ๆ ทั้งในส่วนของ ผู้ชุมนุม ทั้งในส่วนของเจ้าหน้าที่ แล้วก็ในส่วนของชุมชนที่ได้รับผลกระทบด้วยนะครับ คือเรื่องสิทธิมนุษยชนอย่างที่ท่านเกียรติ สิทธีอมร ได้กล่าวถึงนะครับ ก็ขออนุญาตเรียนว่า เวลาเราพูดถึงเรื่องสิทธิ บางทีเรามักจะพูดถึงเฉพาะเรื่องสิทธิของตัวเอง แต่จริง ๆ แล้ว สิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องที่เราเคารพสิทธิหวงแหนสิทธิของตัวเอง แต่ขณะเดียวกันก็ต้องเคารพ สิทธิของผู้อื่นด้วยนะครับ แล้วก็นอกจากนั้นเราก็จะต้องดำเนินการโดยที่อยู่คือใช้ สิทธิเสรีภาพในกรอบหลักการสิทธิมนุษยชนแล้วก็กรอบของกฎหมายนะครับ เรากำลัง ตรวจสอบเรื่องนี้โดยเชิญผู้เกี่ยวข้องต่าง ๆ มาให้ข้อมูลข้อเท็จจริง นอกเหนือจากการลงพื้นที่ แล้วก็การรับฟังเรื่องร้องเรียนนะครับ ในวันศุกร์นี้ก็เชิญทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมาให้ข้อมูล ข้อเท็จจริงด้วย เราลงไปเยี่ยมผู้บาดเจ็บทั้งสองฝ่ายนะครับ ทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เจอระเบิด ที่ใบหน้า ในส่วนของครอบครัวของเด็ก เยาวชนที่ถูกยิงแล้วก็ยังไม่รู้สึกตัวนะครับ เราคิดว่า สิ่งสำคัญที่สุดคือไม่อยากเห็นความรุนแรงที่เกิดขึ้น อยากเห็นการชุมนุมเป็นการใช้ สิทธิเสรีภาพในกรอบ ก็คือเป็นไปโดยสงบปราศจากอาวุธ แล้วก็อยากเห็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติ ในกรอบของกฎหมายรัฐธรรมนูญ แล้วก็กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและ สิทธิทางการเมือง ก็คือให้ได้สัดส่วนเป็นไปตามกฎหมาย เหมาะสม🔗

ในเรื่องความเข้าใจสิทธิมนุษยชน ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่สังคมไทยก็ได้เรียนรู้ ร่วมกันแล้วก็อาจจะมีความต่าง แล้วก็เห็นว่าความต่างก็เป็นเรื่องปกติ แต่ว่าการเคารพสิทธิ ของกันและกันเป็นเรื่องที่สำคัญ ในแนวนโยบายหนึ่งที่ทาง กสม. ให้ความสำคัญก็คือ เรื่องของการสร้างวัฒนธรรมเคารพสิทธิมนุษยชน อันนี้เราพร้อมที่จะทำงานร่วมกับ ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม หรือว่าหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อที่จะขับเคลื่อนให้สังคมไทยเป็นสังคมที่เคารพสิทธิมนุษยชนครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ก็เป็นอันว่าเราได้รับทราบรายงานของการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓ นะครับ โดยที่มีวาระเพื่อทราบอีก ๔ วาระ แต่ว่าวาระที่ ๒.๓ เป็นรายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ซึ่งผู้ชี้แจงจะเป็น ชุดเดียวกันนะครับ ผมขออนุญาตที่ประชุมขอเลื่อนวาระที่ ๒.๓ ขึ้นมาก่อน ข้ามวาระที่ ๒.๒ ไปก่อนนะครับ แล้วก็กรรมการชุดเดียวกันจะได้ตอบคำถาม เรียนว่าทั้งหมดนี้เป็นวาระ เพื่อทราบนะครับ ท่านสมาชิกมีสิทธิที่จะสอบถาม แต่ว่าคงไม่ถึงขนาดเป็นญัตติอภิปราย ทั่วไปนะครับ ขอความกรุณาพวกเราได้ใช้สิทธิภายในขอบเขตด้วยเพราะว่ามีกรรมการอีก ๓ คณะรออยู่ครับ ผมขอท่านสมาชิกที่เสนอชื่อมาแล้วได้อภิปราย แล้วหลังจากนั้นก็จะให้ กรรมการได้ตอบคำถามท่าน ขอเชิญ ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทอง ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะอภิปรายรายงานผลการประเมิน สถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนของประเทศไทย ประจำปี ๒๕๖๐ คร่าว ๆ อยู่ทั้งหมดสัก ๔ หรือ ๕ ประการด้วยกัน🔗

ประการที่ ๑ ผมพยายามจะให้น้ำหนักประเด็นที่ท่านเขียน หรือเกี่ยวเนื่อง กับสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่าน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จริง ๆ แล้วในรายงานที่ท่านเขียนเกี่ยวกับ ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้นมีความละเอียดชัดเจนพอสมควรครับ แต่สิ่งที่ผมคิดว่ามันไม่มีอยู่ในการ ตั้งคำถามในรายงานฉบับนี้ก็คือการต่ออายุของการใช้พระราชกำหนดในสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งแต่เดิมพวกเราอยู่กรุงเทพฯ อาจจะไม่ได้รู้สึก ไม่ได้สัมผัสมากนัก แต่พอเราเจอกับตัวเอง ในการถูกใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินในช่วงของสถานการณ์โควิด (COVID) เราถึงเข้าใจหัวอกของ พี่น้องในจังหวัดชายแดนภาคใต้มากยิ่งขึ้น เสียดายวันนี้ผมไม่ได้เตรียมข้อมูลมา แต่ผมเข้าใจ ว่ามีการต่ออายุการใช้ พ.ร.ก. ในจังหวัดชายแดนภาคใต้มามากกว่า ๖๐ ครั้ง ซึ่งมันเกินเลย ไปกว่าความจำเป็น แต่ไม่ได้มีรายละเอียดมากพอในรายงานที่พูดถึงในจังหวัดชายแดน ภาคใต้ เฉกเช่นเดียวกับประเด็นการซ้อมทรมานที่เพื่อนสมาชิกได้พูดไปในรายงานก่อนหน้า นี้แล้วครับ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ยังมีอีก ๒ เรื่อง ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญ และท่านลงรายละเอียดไว้ เช่น ในหน้าที่ ๙๕ ที่ท่านพูดถึงเรื่องการตรวจเก็บดีเอ็นเอ (DNA) ผมคิดว่าคำว่า ข้อกังวล ของภาคประชาสังคมต่อการตรวจเก็บดีเอ็นเอ (DNA) นั้นไม่เพียงพอ เพราะการตรวจเก็บดีเอ็นเอ (DNA) นั้นไม่มีกฎหมายใดในประเทศไทยที่ให้อำนาจในการ ตรวจเก็บ ท่านอย่าลืมว่าในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาก็ระบุแต่เพียงว่าถ้าจะ ใช้กฎหมายในการตรวจเก็บแล้วเขาปฏิเสธถึงถือว่าดีเอ็นเอ (DNA) นั้นอาจจะเป็นของเขา แต่ไม่มีกฎหมายให้อำนาจในการตรวจเก็บ ผมคิดว่าท่านจำเป็นที่จะต้องสะท้อนอย่างชัดเจน และชัดแจ้งตรงไปตรงมาในสถานการณ์การตรวจเก็บดีเอ็นเอ (DNA) ของพี่น้องในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ซึ่งยังมีอยู่ แม้กระทั่งในการตรวจคัดเลือกการเกณฑ์ทหาร และนี่ก็รวมถึง การใช้จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นสนามทดลองในการเก็บข้อมูลอัตลักษณ์ส่วนบุคคล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของอัตลักษณ์ใบหน้า ซึ่งผมว่าวันหนึ่งมันจะมาถึงพวกเราที่อยู่ ในส่วนกลาง โดยเฉพาะจากหน่วยงานด้านความมั่นคง นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ ครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ หัวข้อใหญ่ก็คือการให้กฎหมายปิดปาก ต่อบุคคลที่มีความเห็นต่าง แล้วก็รวมถึงการติดตามการคุกคาม ท่านเห็นข้อมูลแล้วนะครับว่า มีข้อมูลจากหน่วยงานความมั่นคงเพิ่งถูกเปิดเผยในปี ๒๕๖๔ มีรายชื่อ มีข้อมูลส่วนบุคคล มีภาพ มีถิ่นที่อยู่ มีแม้กระทั่งคนในครอบครัว เช่น กรณี ส.ส. วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ต้องขอ ประทานโทษที่เอ่ยนาม ว่าลูกสาวของเขาอายุเพียง ๗ ขวบไปปรากฏรายชื่อที่อยู่ในการ ติดตามของเจ้าหน้าที่รัฐ ไม่ว่าเรื่องนี้จะเป็นความจริงหรือไม่ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญครับ เพราะว่าการใช้สแลป (SLAPP) มีตั้งแต่การคุกคามไปจนถึงการใช้กฎหมายปิดปาก ในนี้ไม่มี รายงานข้อมูลการใช้กฎหมายต่อนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนผู้หญิง ซึ่งตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ขึ้นมา มีนักต่อสู้ด้านสิทธิมนุษยชนด้านผู้หญิงที่เป็นผู้หญิงมากกว่า ๔๐๐ คนที่ถูกดำเนินคดี ฮิวแมน ไรต์ส ออฟ เฟนเดอร์ (Human Rights of Fender) ที่ท่านเคยพูดเมื่อหลายปีที่แล้ว แต่มา จำเพาะเจาะจงใช้ทั้งในกรณีของนักต่อสู้โดยทั่วไปและผู้หญิง วันนี้ท่านวางบทบาทของ การประเมินสถานการณ์ตรงนี้ไว้ประการใด นั่นเป็นประการที่ ๒ ครับ🔗

ประการที่ ๓ ท่านประธานครับ ประเด็นเรื่องของสิทธิของกลุ่มเปราะบาง ต่าง ๆ เช่น ในกรณีของสิทธิเด็กหรือคนในครอบครัวที่อยู่ในหน้า ๑๗๓ เป็นต้นไป ผมเสียดายอย่างยิ่งครับท่านมีคนที่มีความรู้ด้านสิทธิเด็กในระดับนานาอารยประเทศ อยู่กับท่าน แต่ท่านใช้ประโยชน์จากเขาไม่เพียงพอ ในนี้เขียนอะไรครับ เขียนบอกว่า กรมกิจการเด็กและเยาวชนรายงานข้อมูล เช่น ในปีงบประมาณปี ๒๕๕๘ บอกมีเด็กที่ถูก ละเมิดทางเพศ ๔๓๗ ราย ท่านเชื่อเขาจริงหรือครับ ท่านทราบไหมครับในปี ๒๕๕๘ ผมคนเดียวช่วยเด็กผู้หญิงที่ถูกละเมิดทางเพศไปร้อยกว่าราย ผมคนเดียวนะครับ ท่านปิติกาญจน์ท่านทราบดี เพราะเคยประสานงานกันเรื่องการขอเงินชดเชยเยียวยาต่าง ๆ ฉะนั้นอะไรที่มันไม่เป็นจริงอย่าเอามาใส่เลยครับ เราต้องยอมรับความเป็นจริงว่าวันนี้ อย่างน้อยที่สุดเพราะนั่นคือแค่คนที่เดินไปโรงพยาบาล คนที่มีรายงานมาถึงหน่วยราชการ ต่าง ๆ ว่าเขาถูกละเมิด ไม่ว่าจะเป็นเด็กผู้หญิง ไม่ว่าจะเป็นความรุนแรงในครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นเด็กชายที่มากขึ้น ไม่ว่าจะผ่านรายงานออนไลน์ (Online) ต่าง ๆ ฉะนั้นถ้าจะ ประเมินจริง ๆ ท่านต้องประเมินในภาพกว้างกว่านี้ว่าปัจจุบันมีเด็กที่ถูกละเมิด ท่านทราบ ไหมครับเคยมีรายงานที่บอกว่าในประเทศไทยอาจจะมีเด็กอยู่ประมาณ ๒.๓ ล้านคน ที่ต้องการความช่วยเหลือในทุก ๆ มิติ แต่ไม่ปรากฏในรายงานการประเมินสิทธิมนุษยชน ในปี ๒๕๖๓ นั่นเป็นประการที่ ๓ ครับ🔗

ประการที่ ๔ ครับท่านประธาน ในปีนี้สิทธิในกระบวนการยุติธรรม ถือเป็น ความตกต่ำอย่างยิ่งครับ คนที่ไม่ควรออกหมายเรียกก็ออกหมายเรียก คนที่ไม่ควร ออกหมายจับก็ไปจับ คนที่ควรได้รับการประกันตัวก็ไม่ให้ คนที่เขาควรถูกใช้กฎหมาย เป็นการเฉพาะ ท่านอาจจะไม่ทราบนะครับ ผมไปดูคดีน้อง ๆ นักเรียนเลว ดูเด็ก ๆ หลายคน ที่ถูกดำเนินคดีจากการชุมนุม ท่านใช้กฎหมายมั่วไปหมด พ.ร.บ. ศาลเยาวชน ปี ๒๕๕๓ ออกมาตั้งนานแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน. หนึ่งไปใช้กฎหมายศาลเยาวชน ปี ๒๕๓๔ ดำเนินคดีกับตัวเขา เราได้รับปฏิญญาริยาด เรารับกฎแห่งกรุงฮาวานา ถ้าเลกเชอร์ (Lecture) กันอีกยาวเลยนะครับว่าเรารับอะไรมาบ้าง ปรากฏว่าไม่ได้ใช้เลยครับ แล้วไม่ถูก เขียนอยู่ในรายงานการประเมินตรงนี้ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งมาตรฐานการละเมิด สิทธิมนุษยชนในกระบวนการยุติธรรมนั้นเป็นตั้งแต่ต้นทางของตำรวจไปจนถึงปลายทางของ ราชทัณฑ์ ซึ่งผมคิดว่าอันนี้เป็นสิ่งที่ในปีถัด ๆ ไปท่านอาจจำเป็นต้องเขียนให้มันเปลี่ยนแปลง ไปจากเดิมตามข้อเท็จจริงที่เป็นจริง ก็ขออนุญาตให้กำลังใจกรรมการชุดใหม่ แต่ฝากไปถึง การประเมินในปี ๒๕๖๓ ซึ่งไม่ควรจะเป็นเช่นนี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีอีก ๕ ท่านนะครับ มี พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ท่านสมชาย ฝั่งชลจิตร คุณปดิพัทธ์ สันติภาดา คุณณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ เป็นพรรคก้าวไกลทั้งหมด ขอเชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาลครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอเริ่มอภิปรายในรายงานการประเมินผล ผมลงมาเอกสารผมไม่รู้หายไปไหน แต่อย่างนี้ครับท่านประธานครับ วันนี้ผมจะไม่ตะโกนครับท่านประธาน ท่านเปิดหน้า ๕๙ ผมจำไม่ผิดว่าเป็นหน้า ๕๙ ในรายงานนี้เป็นเรื่องของการชุมนุมของเด็ก เยาวชนและ ประชาชน มีรายงานที่เขียนไว้ในหน้านี้เป็นหัวใจของรายงาน ที่เขียนเมื่อปรากฏข้อความ อันเป็นเท็จ เบา ๆ ครับท่านประธาน วันที่ ๑๓ ตุลาคม ๒๕๖๓ มีการชุมนุมของกลุ่มผู้ชุมนุม ที่ปรากฏในรายงานซึ่งรัฐบาลเขียนข้อเท็จจริง แล้ว กสม. เอามาเขียนผิดพลาดครับ ท่านประธาน เพราะผมเสนอญัตติด่วนในสภาแห่งนี้ ท่านประธานคงทราบครับ เป็นญัตติ เรื่องอะไร แต่ไม่ได้อภิปราย แต่ผมจะมาชี้ประเด็นให้ฟังภายใน ๗ นาที เหลือ ๕ นาทีนะครับ ท่านประธาน ว่าทำไมในประเด็นนั้นมันเกี่ยวข้องกับการรายงานของตัว กสม. อย่างไร ท่านประธานครับ ในเหตุการณ์นั้นเป็นเหตุการณ์ที่อุบัติขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และถ้ามีจริง แสดงถึงใครสั่ง ใครวางแผน เพราะมันผิดปกติครับท่านประธาน เหตุการณ์ที่มีการชุมนุม แล้วมีการจับกุมเยาวชน ๔ คน พร้อมกับผู้ชุมนุมที่เป็นประชาชนไปดำเนินคดี แล้วลงโทษ ทางวินัยโดยย้ายตำรวจนายพล ๓ คน แต่กลับมาแล้วนะครับท่าน ได้ดิบได้ดีด้วยครับ ใน ๑ คนเป็นผู้บัญชาการไปแล้วครับ ท่านครับ ความสงสัยที่เกิดขึ้นจากหลักการ ซึ่งอันนี้ ผมหยิบมาเพียงสไลด์ (Slide) เดียวที่ผมจะพูดในเวลา ๔๐-๕๐ นาที ถ้าท่านประธาน ให้โอกาสผมในการใช้ญัตติด่วนอันนั้น ท่านครับ ผมมี ๓ ประเด็นที่ขัดแย้งต่อในรายงาน ฉบับนี้ ท่านเปิดดูได้ครับ มีในเอกสารนี้🔗

๑. สถานการณ์มิเคยเกิดเช่นนี้มาก่อน ที่ปรากฏอยู่ในรายงาน อันเป็น สถานการณ์ที่ถูกประดิษฐ์ขึ้นมาจริงหรือไม่ เดี๋ยวฟังผมนะครับ ใครร่วมกันทำ มันไม่ใช่ อุบัติเหตุอย่างแน่นอน เพราะรัฐบาลสามารถควบคุมได้ ในประเด็นนี้ผมมีอยู่ในการเสนอ ญัตตินั้น แต่ตั้งใจให้เกิด🔗

๒. รูปแบบที่จัดการ รัฐบาลที่จัดการมีพิรุธเป็นจุด ๆ แล้วเขียนมาในรายงาน แบบผิดพลาดอย่างมากมาย เพราะการปรากฏตัวของผู้ที่มาเป็นผู้ปฏิบัติการ หลายคนมิควร อยู่ที่นั่น หลายคนมีการควบคุม หลายคนทำหน้าที่รับคำสั่ง หลายคนไม่ควรจะประจำจุด ตรงนั้น รูปแบบของการทำงานผิดเพี้ยนไปตามโพรโตคอล (Protocol) ที่ กสม. ควรจะไป ศึกษาดูว่าโพรโตคอล (Protocol) เรื่องนี้มีรูปแบบอย่างไรที่ชัดเจน🔗

๓. เจตนาพิเศษที่มีเหตุจูงใจเพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ผู้หนึ่งผู้ใด ไม่ต้องบอก นะครับว่าคือผู้ใด การกระทำของบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร ผมสันนิษฐาน ไว้อย่างนี้ครับ ในเอกสารที่ กสม. ต้องศึกษา ไปดูร่างประกาศที่ยกฐานะจาก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เป็น พ.ร.บ. ร้ายแรง เมื่อวันที่ ๑๕ ใช้ตีหนึ่ง ประกาศตอนตีสี่ เขียนเมื่อไร เขียนบนดราฟต์ (Draft) ของเครื่องเจ้าหน้าที่คนที่พิมพ์ที่อยู่ที่กองราชกิจจานุเบกษา พิมพ์ในเอกสารนั้นเมื่อไร ถ้าก่อนเวลา ๑๖.๐๐ นาฬิกา นั่นหมายความว่าอะไร มันเป็นคำตอบ เพราะว่าเหตุการณ์ ดังกล่าวนี้มันมีรูปแบบที่จะเกิดขึ้นก่อนในเวลา ๑๔.๐๐-๑๖.๐๐ นาฬิกา ที่อนุสาวรีย์ ประชาธิปไตย แต่มันไม่เกิดที่นั่น มันถูกไปเกิดอีกที่หนึ่งเพราะมีการบิดและเลื่อนของเวลา จึงพยายามจะให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นเพื่อประกาศ ท่านครับ เพื่อใช้โอกาสนี้ประกาศ จะมี เวิร์ดดิง (Wording) ๑ เวิร์ดดิง (Wording) อยู่ในนั้น ถึงยกระดับประกาศจากความฉุกเฉิน ธรรมดาเป็นร้ายแรงเพื่อใช้อำนาจตามพระราชกำหนดการบริหารราชการฉุกเฉิน ๒๕๔๘ มาตรา ๑๗ กสม. ต้องไปศึกษาดูนะครับแล้วมาฟังผมพูดถ้าญัตตินี้ได้เข้าสภา ผมมี พยานหลักฐานเป็นมิติ ๆ เลยครับ พยานบุคคล เอาจากที่ไหนครับ ในที่เกิดเหตุแน่นอน พยานเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับกล้อง มีไลฟ์ (Live) สด มีวงจรปิด มีไทม์ไลน์ (Timeline) ของเครื่องมือ แม้กระทั้งพยานเอกสารที่เกี่ยวข้องอะไรครับ การประชุมก่อนมีเหตุการณ์นี้ ๑ เดือน จะต้องมีเจ้าหน้าที่หน่วยที่รับผิดชอบมาประชุมครับท่านประธาน และจะต้องมีการ สื่อสารทางวิทยุว่าใครสั่งวิทยุ สั่งอย่างไร จนกระทั่งมีการติดต่อสื่อสาร ทั้งระบบมันจะเห็น และโพรโตคอล (Protocol) ดังกล่าวนั้นผิดเพี้ยน ไม่ถูกต้องตามแบบฉบับที่เป็นรากเหง้า ของเดิม กสม. ครับ เชิญมาฟังผมได้ที่นี่ครับ ท่านรายงานผิดครับ ขอบคุณครับท่านประธาน ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณสมชาย ฝั่งชลจิตร ครับ🔗

นายสมชาย ฝั่งชลจิตร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม สมชาย ฝั่งชลจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติที่ได้ทำรายงานเสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้พวกเราได้รับทราบว่าการปฏิบัติงานเป็นอย่างไรบ้าง และการประเมิน สถานการณ์ทางด้านสิทธิมนุษยชน เมื่อวันนี้เราก็ได้ผ่านกฎหมายที่พูดถึงเรื่องการป้องกัน ปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย แน่นอนครับ มันได้รับการรับรองมาจากปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนมาตั้งนานแล้ว แต่เราก็เพิ่งเอามาเข้าสู่การพิจารณาในสภา ในความเป็นมนุษย์ของเรา เช้า ๆ ขึ้นมา ออกจากบ้าน แน่นอนครับ เราพบเห็นกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนได้ตลอดเวลา เดินไปตาม ถนนฟุตพาท (Footpath) ที่ควรจะเป็นสิทธิของคนทั่วไปก็มีการถูกยึดครอง ก็เป็นปกติที่เรา รับ นี่คือโครงสร้างทางวัฒนธรรมและค่านิยมของสังคมไทย ยังยอมรับให้มีการละเมิดสิทธิ มนุษยชนได้ตลอดเวลา ยิ่งมีอำนาจมากก็สามารถที่จะทำการละเมิดได้มาก เรื่องราวในการ ประเมินสถานการณ์ทางด้านสิทธิมนุษยชนหลายข้อผมขออนุญาตไม่พูดถึง แต่ผมจะพูดใน ประเด็นสิทธิมนุษยชนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพราะนี่คือเป็น ปัญหาที่รายงานในหน้า ๑๕๐-๑๕๑ ไปเชิดชูหรือไปนิยมชมชอบการใช้อำนาจรัฐภายใต้ กฎหมายพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. ทรัพยากรน้ำ ปี ๒๕๖๑ ไม่ว่าจะเป็นพระราชบัญญัติ อุทยานแห่งชาติ ปี ๒๕๖๒ พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ปี ๒๕๖๒ ไปทำรายงานบอกว่าเห็นด้วยกับการทวงคืนผืนป่าและเอาพี่น้องประชาชนไปเป็นจำเลย ๒๐,๐๐๐ กว่าคน เห็นด้วยกับแนวทางการปฏิรูปประเทศ โดยการนิยมชมชอบว่านี่คือการ จัดการทรัพยากรที่ยั่งยืน พ.ร.บ. ทั้ง ๒ ฉบับ ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ ไม่ว่าจะ เป็น พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ล้วนแต่วันนี้บอกว่ามีการสำรวจแล้ว พี่น้องประชาชน อยู่ในพื้นที่ป่าประมาณ ๔ ล้านกว่าไร่ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าคน เขาถูกกระทำในลักษณะคนร้าย ของแผ่นดิน วันนี้ไม่ธรรมดาครับท่านประธาน ก็ฝากไปถึงคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติด้วยว่ามุมมองแบบนี้ผมไม่เห็นด้วย เพราะกำลังเอาคนที่อยู่ในพื้นที่ ๔ ล้านกว่าไร่ แปลกแยกไปจากคนในสังคม แต่ขณะเดียวกันรัฐ แล้วท่านจะพูดว่ารัฐกับทุนมันร่วมมือกันได้ ง่ายมาก โครงการอีอีซี (EEC) ออกไปได้ง่าย ๆ โครงการที่จะพูดถึงนิคมจะนะหรือว่า อุตสาหกรรมก้าวหน้าก็ล้วนไปกระทบกระทั่งต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เป็นวิถี ชีวิตของพี่น้อง ต้องถามว่านี่คือการละเมิดสิทธิมนุษยชนไหม การประเมินถึงการจัดการ ทรัพยากร ยิ่งการออก พ.ร.บ. น้ำ แน่นอนครับ ลำน้ำทุกสายวันนี้รัฐเป็นเจ้าของ ประเทศนี้มี แต่รัฐหรือครับ ประชาชนไม่มี ทุกอย่างที่เป็นโครงสร้างของการพัฒนาที่รัฐบอกว่านี่คือ ความเจริญรุ่งเรืองของประเทศ นี่คือการพัฒนาที่ยั่งยืน นี่คือชีวิตใหม่ของพี่น้อง แต่ส่วนใหญ่ ก็ไปทำลายรากฐานของการมีชีวิตที่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของพี่น้อง โครงการใหญ่ ๆ ของรัฐล้วนไปเบียดขับคนยากคนจนออกจากพื้นที่ แย่งทรัพยากรน้ำแย่งทรัพยากรทางทะเล เอามาเกื้อหนุนกับคนกลุ่มน้อย ยิ่งผืนที่ป่าซึ่งเป็นวิถีชีวิตของพี่น้องชาติพันธุ์หลายชาติพันธุ์ เขาอยู่กันมาดั้งเดิมก่อนจะมีรัฐไทยด้วยซ้ำ แต่วันนี้ท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ คณะนี้หลายท่านก็เคยลงพื้นที่เรื่องสิทธิมนุษยชนพบปะกับผมอยู่ วันนี้พี่น้องชาติพันธุ์ บนยอดดอย บนยอดภูกลายเป็นผู้บุกรุกป่า และบอกว่าเป็นของรัฐ แล้วเขาก็อยู่ในฐานะที่ บอกว่ารัฐจะจัดให้อยู่แบบไหน สิทธิชุมชนที่เคยออก พ.ร.บ. ว่าด้วยป่าชุมชน ปี ๒๕๖๒ อยู่ตรงไหน นี่คือสิ่งที่คณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะต้องลงไปถึงรากฐานของวัฒนธรรม ถ้าเรานิยมวิธีคิดแบบนี้มันก็คือ เราเสริม สนับสนุนค่านิยมและวัฒนธรรมที่เป็นการตัดสินว่าประเทศนี้คนไม่ควรจะมีศักดิ์ศรี เท่าเทียมกันในความเป็นมนุษย์ ฮิวแมน ไรต์ส (Human Rights) หรือสิทธิมนุษยชนมันอยู่ ตรงไหนล่ะ เราพูดกันตลอดเวลาว่าสิทธิมนุษยชนคือเริ่มต้นของประชาธิปไตย ไม่ต้องพูดถึง เรื่องการใช้อำนาจแบบรัฐประหารหรอกครับ แต่วิถีชีวิตในโครงสร้างของสังคมราชการ ปัจจุบันนี้เขามองคนไม่เท่ากัน เราจะสร้างวัฒนธรรมอย่างไรให้รากฐานของความคิดคน ในสังคม เยาวชนคนรุ่นใหม่ คนหนุ่มสาวเด็ก ๆ ได้เรียนรู้หลักคิดของสิทธิมนุษยชน ฝากท่าน คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดนี้ช่วยทำการบ้านด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณปดิพัทธ์ สันติภาดา ครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา พิษณุโลก

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคก้าวไกล ผมขอใช้ เวลาสั้น ๆ นะครับ ส่วนใหญ่จะเป็นข้อคิดเห็นที่มีต่อข้อเสนอแนะใน ๒ ประเด็นด้วยกัน ก็คือข้อเสนอแนะต่อสถานการณ์การชุมนุมที่ปรากฏอยู่ในหน้า ๖๘ แล้วก็เรื่องของ สิทธิเสรีภาพสื่อ ผมเองทำงานในกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชนและการมี ส่วนร่วมของประชาชน เมื่อวานก็เพิ่งได้มีโอกาสต้อนรับทางรองเลขาธิการของ กสม. เข้ามา หารือร่วมกับ คฝ. แล้วก็ได้พูดคุยกับนักเรียน นักศึกษาที่เข้ามายื่นหนังสือต่อกรรมาธิการ ผมเรียนอย่างนี้นะครับว่ากรรมาธิการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดนี้เป็นชุดที่ผมมีความชื่นชม เพราะว่าผมได้เห็นท่านลงพื้นที่ด้วยตัวเอง เป็นความกล้าหาญ แล้วก็เป็นกำลังใจ แล้วก็ทำให้ เราเห็นภาพที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนนะครับ ทีนี้รายงานที่ท่านไม่ได้ทำและเป็นรายงานของ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดที่แล้ว เมื่อผมอ่านข้อเสนอแนะนะครับ ข้อเสนอแนะ ที่กว้าง ๆ ว่ารัฐบาลควรจะต้องอำนวยความสะดวกให้ประชาชนใช้เสรีภาพ รัฐบาลและ ตำรวจควรจะต้องพึงระมัดระวังแล้วก็ดำเนินการให้สอดคล้องกับมาตรการสากล สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมต้องเรียนด้วยความเคารพว่าปี ๒๕๖๓ แล้วไล่มาถึงปี ๒๕๖๔ นี้สถานการณ์ไม่ได้ดี ขึ้นเลย หนำซ้ำยังหนักข้อขึ้นด้วย คำถามก็คือถ้ารัฐบาลไม่ฟังข้อเสนอเหล่านี้ ผมอยากจะ ถามท่านนะครับว่าถ้ารัฐบาลไม่ฟังข้อเสนอเหล่านี้ทั้งที่มีหลักฐานประจักษ์ชัดเจนถึงความ รุนแรงที่เกิดจากเจ้าหน้าที่รัฐ ตอนนี้ถ้าเราไปสังเกตการณ์นะครับ ผมมีโอกาสเข้าไปอยู่ ในการชุมนุมในหลายครั้งหลายครา ตำรวจไม่ได้มีการแยกผู้ชุมนุมที่เห็นต่างออกจากกัน หลายครั้งปล่อยให้มีการชุมนุมที่ใกล้ชิดกัน แล้วก็มีการปะทะ ซึ่งเป็นข้อสังเกตจากพวกเราว่า นี่คือเหตุผลที่จะมีการประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินอย่างต่อเนื่องยาวนาน และจะมีโอกาส ให้เกิดการปฏิวัติรัฐประหารอีกหรือไม่ถ้ามีความวุ่นวายเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ พ.ร.บ. ต่าง ๆ ผมมีโอกาสได้ถาม คฝ. ว่าตอนนี้เขาใช้กฎหมายอะไรในการที่จะควบคุมฝูงชน คำตอบ ที่ได้นั้นก็คือ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน และเราอยู่ใต้ พ.ร.ก. ฉุกเฉินมาเหมือนกับที่พี่น้อง ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้อยู่กันแล้วหรือเปล่า ในกฎอัยการศึก แทบจะไม่ต้องมีความ รับผิดชอบทางกฎหมายใด ๆ ทั้งสิ้นของเจ้าหน้าที่รัฐที่กระทำเกินเหตุ ไม่ได้สัดส่วน แล้วก็ ไม่เป็นไปตามหลักสากล การใช้กระสุนยางนั้นยิงไปที่บริเวณท่อนบนของลำตัว ไม่ได้มี มาตรการจากเบาไปหาหนัก แต่เป็นการเริ่มต้นโดยการเก็บ โดยการจัดการแกนนำ แล้วก็ สลายการชุมนุมอย่างรวดเร็ว การกระทำเหล่านี้ไม่ได้ทำให้การชุมนุมนั้นมีสถานการณ์ที่ดีขึ้น เพราะว่าข้อเรียกร้องของประชาชนนั้นได้รับและพวกเขามีสิทธิในการแสดงออก แต่กลับเป็น การเพิ่มความกดดัน เป็นการเพิ่มความโกรธแค้น และตอนนี้เยาวชนหลายคนบอกว่าพวกเขา เป็นศัตรูกับรัฐอย่างถาวรแล้ว🔗

ท่านประธานครับ ผมอยากให้ทางกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ลอง พิจารณาดูว่าข้อเสนอที่กว้าง ๆ แบบนี้นั้นจริง ๆ แล้ว ด้วยความเคารพนะครับ เราอ่านจาก หนังสืออะไรก็ได้ เพราะทุกคนรู้ว่านี่คือสิ่งที่ควรจะทำ แต่คำถามก็คือว่าถ้ารัฐบาลไม่ทำ เราจะสามารถทำอะไรได้มากกว่านี้หรือไม่ แล้วถ้ามีการละเมิดข้อตกลงระหว่างประเทศ ผมคิดว่าข้อเสนอในรายงานปี ๒๕๖๔ น่าจะต้องแข็งแรงขึ้นแล้วก็มีมาตรการที่ชัดเจนนะครับ อย่างเช่นข้อที่ ๓ ในข้อสังเกตบอกว่ารัฐมนตรีและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องอาจนำ หลักการบริหารจัดการการชุมนุมอย่างเหมาะสม ๑๐ ประการที่ทำโดยรายงานพิเศษ แห่งองค์การสหประชาชาติมาใช้เป็นแนวทาง ผมอ่านดูก็เหมือนกับว่าจะเอามาใช้ก็ได้ หรือไม่ใช้ก็ได้ เพราะอาจจะเอามาเป็นแค่แนวทางเท่านั้นเองใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้น สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมคิดว่าเรายังคาดหวังว่ามันจะมีข้อเสนอที่แข็งแรงแล้วก็ชัดเจน แล้วก็ ร่วมไม้ร่วมมือกันมากขึ้นนะครับ ทางคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองยินดีมากนะครับที่เรา จะร่วมมือกัน แล้วก็ถ้าเป็นข้อเสนอทางด้านกฎหมายหรือการหารือกับหน่วยงานระหว่าง ประเทศหรือจัดเวทีเพื่อจะทำให้ผู้ชุมนุมหรือว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งหลายคนนะครับตอนนี้ ก็เจ็บปวดมากกับการที่ต้องทำร้ายประชาชน กับการที่ต้องใช้กฎหมายเกินเหตุ แต่ตอนนี้ กฎหมายแทบจะไม่เป็นกฎหมายแล้ว เพราะทุกคนใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน วันที่ ๒๒ นี้เราก็จะจัด ที่ทาง คฝ. แล้วก็ทางแกนนำจะมีโอกาสได้หารือกันที่ดินแดง อันนี้ก็จะเชิญทางท่าน ทาง กสม. อีกทีหนึ่ง🔗

ทีนี้พอมาดูในเสรีภาพสื่อนะครับ ถ้าเราดูการประเมิน แนวโน้มของ เสรีภาพสื่อ ตอนแรกที่เราคุยกันก็คือว่า เอ๊ะ ถ้าเราเทียบกับตอนรัฐประหาร เสรีภาพสื่อ น่าจะดีขึ้นนะครับ ซึ่งก็เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ในช่วงต้น แต่ว่าในปี ๒๐๒๑ นี้เอง ฟรีดอม มีเดีย เพรส (Freedom Media Press) ได้ออกชัดเจนแล้วว่าเราอยู่อันดับที่ ๑๓๗ จาก ๑๔๐ นี่ไม่ได้เป็นสิ่งที่น่ามองผ่านไปได้เลยนะครับ เพราะถึงแม้เราจะมีข้อมูลข่าวสารที่ประชาชน สามารถเข้าถึงได้โดยไม่มีการปิดกั้นจากความชัดเจนของรัฐบาล แต่ยังมีความพยายาม อีกหลายด้านนะครับที่ผมอยากสะท้อนให้ฟัง ยกตัวอย่างเช่นการจับกุมนักข่าว ในช่วงเดือน ตุลาคมปีที่แล้ว นักข่าวของประชาไทโดนจับกุมโดยไม่แจ้งข้อกล่าวหานะครับ เอามือพาด ไขว้หลังด้วยเคเบิล ไท (Cable Tie) แล้วก็อยู่ในรถของผู้ต้องหามากกว่า ๖ ชั่วโมง แล้วก็ เอาไปอยู่ที่ ตชด. มีการพยายามที่จะปิดนะครับ คำสั่งของ ครม. ที่จะปิดสถานีโทรทัศน์ แล้วก็แพลตฟอร์ม ออนไลน์ (Platform Online) ก่อนที่ศาลจะยกเลิกคำสั่งนี้นะครับ หรือเป็นความพยายามในการที่จะออก พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารของทางราชการ พ.ร.บ. ฉบับนี้ เกือบจะได้เอาเข้ามาพิจารณาในสภาแล้ว แต่ว่าโดนแรงต้านจากองค์กรต่อต้านทุจริต คอร์รัปชัน โดนต่อต้านจากองค์กรสื่อ ต่อต้านจากทางมหาวิทยาลัยที่ทำงานในด้านสื่อ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสารราชการนี้กำหนดโทษนะครับ ที่ถ้ามีการเผยแพร่ข้อมูลที่จะทำให้ กระทบต่อความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ อัตราโทษถึง ๑๐ ปี ฟังไม่ผิดนะครับ ไม่ได้ฆ่าคนนะครับ แต่ถ้าเขาเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่กระทบต่อความมั่นคง ตอนนี้อะไรคือ ความมั่นคงครับ ในรายงานหน้า ๑๐๗ ยังพูดอีกว่าสื่อมวลชนก็ต้องคำนึงถึงความมั่นคง ของชาติด้วย ตอนนี้ความมั่นคงของชาตินั้นถูกตีความว่าเป็นความมั่นคงของ พลเอก ประยุทธ์ และรอบประยุทธ์ และรัฐบาลไปเรียบร้อยแล้ว ความมั่นคงของชาติเป็นเรื่องของ วัคซีน คนที่ตรวจสอบเรื่องวัคซีนถูกดำเนินคดี มาตรา ๑๑๒ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ครับทำให้ เห็นว่าสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชนนั้นและสิทธิเสรีภาพของประชาชนคืออยู่ในสภาวะวิกฤติ นะครับ ๑๓๗ จาก ๑๔๐ ประเทศ ผมจึงคิดว่าเป็นการบ้านแล้วก็เป็นงานที่เราต้องทำร่วมกัน ผมขอเป็นกำลังใจ แล้วก็พร้อมจะทำงานกับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญคุณณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ครับ🔗

นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ตัวแทนจาก คนดอย คนป่าคนดอย กลุ่มชาติพันธุ์ครับ ท่านประธานครับ วันนี้เป็นวันดีอีกวันหนึ่งนะครับ ซึ่งเมื่อเช้ามีรายงานร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมาน และการกระทำ ให้บุคคลสูญหาย เราได้ผ่านในวาระที่ ๑ ผมต้องกราบขอขอบคุณท่านประธาน ณ ที่นี้ นะครับ และวันนี้อีก ๑ รายงานที่ผมอยากเสนอมุมมองในมิติของพี่น้องกลุ่มเปราะบาง กลุ่มชายขอบ พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งเป็นรายงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่ตัวย่อว่า กสม. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเป็นความหวัง ได้ยินชื่อนี้ก็เป็นที่พึ่ง ของประชาชนทุกภูมิภาค ทุกกลุ่ม ประชาชนที่อยู่ในประเทศไทย ผมมีข้อเสนอและมีคำถาม ที่จะถามทางกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดนี้ครับ ผมทราบว่าท่านก็เพิ่งมารับปฏิบัติหน้าที่ ผมก็จะขอหารือปรึกษาและเป็นข้อคิดเห็น ในประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนและสถานการณ์กับการประเมิน หลักการปารีสที่จัดตั้งตาม รัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๔๐ และคณะ กสม. ชุดนี้จัดตั้งมาในปีรัฐธรรมนูญที่เราถือว่าเป็น รัฐธรรมนูญที่ได้มาจากประชาชน และมีบทบาทหน้าที่สอดคล้องกับมติที่ประชุมสมัชชา สหประชาชาติ พ.ศ. ๒๕๓๖ มีรายงาน มีข้อเสนอแนะ คำแนะนำ ความเห็นในประเด็นพี่น้อง กลุ่มชาติพันธุ์อย่างไรบ้างต่อฝ่ายบริหาร ท่านประธานครับ พี่น้องกลุ่มวัฒนธรรมชาติพันธุ์ วิถีชีวิตอัตลักษณ์ดั้งเดิม วิถีชีวิตดั้งเดิม เป็นวิถีชีวิตปกติวิสัย รัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๐ ของกฎหมายรัฐธรรมนูญ พ.ศ. ๒๕๖๐ ได้บัญญัติไว้ชัดเจนซึ่งเป็นกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปกครองประเทศนี้ถือว่าเป็นกฎหมายแม่ รัฐพึงส่งเสริมและคุ้มครองชาวไทยกลุ่มชาติพันธุ์ ให้ได้อยู่ตามวิถีชีวิตอัตลักษณ์ดั้งเดิม ผมจะชี้ไปให้เพื่อเป็นคำถามว่าทุกวันนี้วิถีชีวิตอัตลักษณ์ ดั้งเดิมเราอยู่ก่อนกฎหมายลูก โดยเฉพาะกฎหมายลูกที่ออกมาแล้วในปี ๒๕๖๒ ของกรม อุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชกับกรมป่าไม้ พระราชบัญญัติป่าชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๒ พระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๖๒ และพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๒ รวมทั้งมาตรการทวงคืนผืนป่า นั่นคือสิ่งที่ทำให้สิทธิมนุษยชนของเราที่อยู่ใน พื้นที่ดั้งเดิมถูกลิดรอนจากกฎหมายลูก คำถามและข้อเสนอคือกรรมการสิทธิมนุษยชนได้มี รายงาน มีข้อเสนอแนะ มีคำแนะนำ มีความเห็นต่อฝ่ายบริหารอย่างไร เพราะพื้นที่ที่เรา อยู่ก่อนกฎหมายลูก กฎหมายลูกสามารถมีผลถึงก่อนหน้าที่เราอยู่ก่อน นี่คือความเหลื่อมล้ำ ของประเทศนี้ซึ่งเราได้ฝากความหวังไว้กับกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดนี้ ผมได้เห็น ความตั้งใจในการปฏิบัติหน้าที่ของท่านในเรื่องการประกาศพื้นที่ป่าแก่งกระจานให้เป็นมรดก ของโลก ท่านได้มีข้อเสนอแนะ ผมก็ตั้งความหวังไว้กับกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดนี้ พี่น้องของเราเราใช้ชีวิตก่อนหน้าตามวิถีชีวิตอัตลักษณ์ดั้งเดิม ประเด็นปัญหาของพี่น้อง ของเรา สิทธิพลเมืองทุกวันนี้ไม่น้อยเลย เด็กทุกวันนี้ยังไม่มีสถานะสิทธิพลเมือง การเข้าไม่ถึง สิทธิต่าง ๆ ของรัฐ การเข้าถึงสาธารณูปโภค เรื่องการศึกษา การเข้าสู่พื้นที่ชุมชน สาธารณสุข ยังเป็นปัญหา ฉะนั้นจึงเป็นปัญหาที่เราฝากความหวังไว้กับ กสม. ชุดนี้ว่า ในหน้าที่และบทบาทของท่านเราจึงมีความหวังเป็นอย่างสูงในเรื่องที่จะขอฝากและ เป็นคำถามในขณะเดียวกันว่าท่านได้เตรียมหรือท่านมองและมีคำแนะนำต่อฝ่ายบริหาร ในการขจัดเรื่องสิทธิมนุษยชน ไม่รวมถึงผู้ที่คิดต่าง เห็นต่าง แล้วเป็นผู้ที่หายสาบสูญไป เป็นผู้ที่สูญหายไป เราจะไม่พูดถึงประเด็นนี้ที่พวกเรามีความคลางแคลงใจอยู่ในใจ จึงฝาก ความหวังไว้กับกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชุดนี้ว่าท่านจะส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของ พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ให้เดินทางตามสิทธิอย่างก้าวไกล และพบกับสิทธิของความเป็นมนุษย์ เชื้อชาติ และมีอนาคตใหม่ที่สุดได้อย่างไร ขอขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไปท่าน สุดท้าย ท่านวิรัตน์ วรศสิริน ครับ🔗

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบขอบพระคุณท่านประธาน ที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทยครับ ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธาน และกราบขอบพระคุณท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาตินะครับ ท่านประธานครับ สังคมทุกวันนี้เราจะเห็นได้ว่าเด็กถูกทำร้ายทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ซึ่งเรียกว่ามากขึ้น ทุกปี ในปี ๒๕๖๔ ปีนี้ก็ดูจะมากกว่าในรายงานปี ๒๕๖๓ เล่มนี้อย่างมากนะครับ ซึ่งก็เกรงว่า จะเป็นปัญหาสังคมได้ทั้งในอนาคตนะครับ แล้วยิ่งจะมีมากขึ้นในช่วงเกิดปัญหาเศรษฐกิจ โควิด (COVID) ในขณะนี้ สถานะทางครอบครัวก็เป็นอีกปัจจัยที่เป็นแรงกดดันให้เกิด ความเครียดในการทำร้ายเด็กได้นะครับ โดยเฉพาะผู้ปกครองที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิต ซึ่งส่วนใหญ่จะมีลักษณะเป็นพวกขี้โวยวาย หงุดหงิดง่าย เกรี้ยวกราดเก่ง คนลักษณะเช่นนี้ เป็นคนที่น่ากลัวนะครับท่านกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นส่วนหนึ่งที่ก่อให้เกิดปัญหา สังคมได้ เช่นกันครับท่านประธาน หากประเทศมีผู้นำที่มีอุปนิสัยเช่นที่ว่านี้แล้วล่ะก็ไม่เพียง ก่อให้เกิดปัญหาสังคมในอนาคตเท่านั้น ยังจะเป็นปัญหาต่อประเทศชาติในปัจจุบันขณะนั้น และในอนาคตได้ในทุกประเทศ ทุก ๆ ที่เช่นกัน ยิ่งในสถานการณ์ที่บ้านเมืองอย่างเรามีการ ชุมนุมประท้วงอย่างเช่นในปี ๒๕๖๓ ตามรายงานเล่มนี้นะครับ ก็ยืดเยื้อยาวนานตราบมา จนถึงปัจจุบันนี้ ผมใคร่ขอยกตัวอย่างเมื่อวันที่ ๑๐ ตุลาคม ๒๕๖๓ มีการชุมนุมของ กลุ่มเยาวชนเพื่อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลาออกที่แยกปทุมวัน ผมมีความเห็นว่าการปฏิบัติ หน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันนั้นเป็นการกระทำที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ และนำมา ซึ่งเป็นต้นตอของความรุนแรงที่เกิดตามมาภายหลัง ทำให้เด็กเยาวชนของชาติกลายเป็น คนก้าวร้าวนะครับ ไม่ว่าที่ไหนในโลกนี้การพัฒนาการของการต่อต้านอำนาจรัฐก็คือ ความรุนแรงด้วยกันทั้งนั้น หากการปราบปรามนำมาซึ่งสันติภาพได้ในโลกนี้คงไม่มีสงคราม ภายในเกิดขึ้นหรอกครับ ท่านประธานครับ ในวันนั้นที่แยกสยาม ตำรวจชุดปราบจลาจล พร้อมโล่กระบอง รถฉีดน้ำ และประกาศให้ผู้ชุมนุมเลิกการชุมนุมโดยให้เวลาเพียง ๕ นาที เมื่อไม่เลิกเจ้าหน้าที่ก็ได้ใช้กำลังในการสลายการชุมนุมจึงเกิดการปะทะกันขึ้นที่นั่นนะครับ ในคืนนั้นตำรวจได้ใช้รถแรงดันน้ำฉีดที่ผู้ชุมนุมหลายครั้งสลับกับน้ำผสมสีสีฟ้านะครับ ซึ่งผสมด้วยสารเคมี จนทำให้เกิดการบาดเจ็บมากมาย สารเคมีสีฟ้านั้นทำให้แสบตา แสบผิวหนัง การกระทำของเจ้าหน้าที่ในครั้งนั้นอ้างว่าได้ทำตามหลักสากล ท่านประธานครับ หลักสากลเป็นอย่างไร หลักกฎหมายระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับเสรีภาพในการชุมนุม และหลักปฏิบัติ หากเจ้าหน้าที่สลายการชุมนุมมีหลักการ ๔ ประการนะครับ ผมคิดว่า ท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติท่านทราบดีอยู่แล้ว แต่ก็จำเป็นที่ต้องเรียนตรงนี้ อีกครั้งหนึ่งนะครับ🔗

หลักการที่ ๑ กติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิ ทางการเมือง ในข้อ ๒๑ กำหนดว่าสิทธิในการชุมนุมโดยสงบได้รับการรับรองและจำกัด การใช้สิทธินี้จะกระทำมิได้ นอกจากจะกำหนดในกฎหมายเพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น เพื่อประโยชน์แห่งความมั่นคงของรัฐ เพื่อความปลอดภัย เพื่อความสงบ เพื่อการสาธารณสุข หรือเพื่อคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของผู้อื่น นี่เป็นหลักการที่ ๑🔗

หลักการที่ ๒ หลักการพื้นฐานว่าด้วยการใช้กำลังและอาวุธโดยเจ้าหน้าที่รัฐ ที่รับรองโดยสหประชาชาติที่กรุงฮาวานา ประเทศคิวบา กำหนดว่าประชาชนมีสิทธิเข้าร่วม การชุมนุมสาธารณะที่ชอบด้วยกฎหมายโดยสงบ ซึ่งหากการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่รัฐก็ต้อง เป็นไปอย่างจำกัดนะครับ ตามหลักการที่ว่าหากการชุมนุมแม้จะไม่ชอบด้วยกฎหมายก็ตาม แม้จะไม่ชอบ แต่ไม่ก่อให้เกิดความรุนแรง เจ้าหน้าที่รัฐก็ต้องหลีกเลี่ยงการใช้กำลัง หรือหาก หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ให้ใช้ได้เท่าที่จำเป็นเท่านั้น หรืออีกกรณีหากการชุมนุมที่ก่อให้เกิด ความรุนแรง เจ้าหน้าที่รัฐอาจใช้อาวุธได้ หากไม่มีมาตรการที่อันตรายน้อยกว่านี้แล้ว หมายความว่าต้องใช้ได้อย่างจำกัดนะครับ🔗

หลักการที่ ๓ หลักปฏิบัติเจ้าหน้าที่ที่จะบังคับใช้กฎหมายที่ได้รับการรับรอง โดยมติที่ประชุมใหญ่สหประชาชาติ เมื่อวันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๒๒ ในข้อ ๒ กำหนดว่า ในการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐนั้นเจ้าหน้าที่ต้องเคารพและคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็น มนุษย์ สิทธิมนุษยชนของบุคคลทุกคน การใช้กำลังของเจ้าหน้าที่รัฐจะกระทำได้เฉพาะกรณี ที่จำเป็นเท่านั้นนะครับ🔗

หลักการที่ ๔ แนวปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนของสหประชาชาติว่าด้วย การใช้อาวุธที่มีความร้ายแรงต่ำ ในการบังคับใช้กฎหมายได้กำหนดไว้ว่าการใช้ปืนฉีดน้ำ แรงดันสูงนั้นเพื่อจะสลายการชุมนุมควรใช้ในสถานการณ์ที่กระทบต่อความสงบเรียบร้อย อย่างร้ายแรงจริง ๆ ที่มีความเป็นไปได้ว่าจะนำไปสู่การเสียชีวิต บาดเจ็บสาหัส หรือทำลาย ทรัพย์สินอย่างรุนแรงในวงกว้างเท่านั้นนะครับ ท่านประธานที่เคารพครับ สำหรับกรณี การสลายการชุมนุมที่แยกปทุมวันในปีนั้นประจักษ์ชัดว่าความรุนแรงเริ่มจากเจ้าหน้าที่ ตำรวจนะครับได้ใช้น้ำแรงดันสูงฉีดสารเคมีเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุมทำให้การชุมนุมไม่สงบ🔗

ท่านประธานครับ ผมใคร่จะขอให้ตระหนักว่ารัฐเองเป็นผู้กระตุ้นเยาวชน ของชาติให้กลายเป็นคนแข็งแกร่ง กลายเป็นนักสู้ กลายเป็นนักต่อต้านอำนาจรัฐ และอย่าลืม ว่าเยาวชนจะเพิ่มขึ้นทุกปี ๆ มากขึ้นทุกปี และผู้สูงอายุก็จะลดน้อยลงทุกปี อนาคตของชาติ อยู่ที่เยาวชนนะครับ ด้วยความเคารพต่อท่านคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติครับ อนาคตเยาวชนของชาติและอนาคตของชาติเป็นส่วนหนึ่งที่เป็นบทบาทของท่าน อยู่ในกำมือ ของท่านที่ท่านจะช่วยเยาวชนของชาติครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ผมประกาศ ไว้ว่าท่านสุดท้าย ก็มีเสนอชื่อมาใหม่โดยอ้างว่าติดประชุมกรรมาธิการนะครับก็เลยเพิ่งเข้ามา แต่ว่าเนื่องจากว่าเป็นพรรคที่ยังไม่มีผู้อภิปรายนะครับก็ควรจะจัดสรรไปกระจายไป ท่านอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ขอเชิญครับ🔗

นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ยะลา

ขอบคุณท่านประธานครับ เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตอภิปรายรายงานผลการประเมินสถานการณ์ ของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จริง ๆ แล้วในส่วนของผมเองกับคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มีโอกาสทำงานร่วมกัน ประสานกันตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พอสมควรนะครับ วันนี้จะขออนุญาตอภิปรายในประเด็น ๒ เรื่องใหญ่ ๆ เพื่อที่จะให้รายงาน ฉบับนี้ครบถ้วนสมบูรณ์ในโอกาสต่อไปที่กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะได้นำไปพิจารณา และศึกษาต่อไปนะครับ🔗

ประเด็นที่ผมอยากจะอภิปรายประกอบด้วยเรื่องของการประเมินด้าน สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง สิทธิในกระบวนการยุติธรรม หน้า ๗๑ เป็นต้นไปนะครับ จำเลยตามพระราชบัญญัติ ค่าตอบแทนผู้เสียหาย ค่าใช้จ่าย ค่าทดแทนจำเลยในคดีอาญา สภาพปัญหาเฉพาะในส่วนตรงนี้ ในส่วนผู้เสียหายผมจะไม่กล่าวถึง แต่ผมจะขออนุญาต กล่าวถึงในส่วนของจำเลยนะครับ ซึ่งตามสถิติในการจ่ายเงินของกรมคุ้มครองสิทธิและ เสรีภาพนั้นจะมีจำนวนที่น้อยมาก ประมาณ ๓ เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่ร้องขอรับเงินสำหรับบุคคล ที่เป็นจำเลยและถูกปฏิบัติหรือถูกบังคับใช้กฎหมายในระหว่างที่ตัวเองยังเป็นจำเลย จนท้ายสุดศาลพิพากษายกฟ้อง หรือไม่มีการฟ้องเขา เหตุผลเรื่องนี้ผู้ที่อยู่ในแวดวงกฎหมายได้ต่อสู้มาโดยตลอดว่าที่ไม่มีการจ่ายเพราะ ตัวกฎหมายเองเป็นปัญหาอุปสรรค ตัวพระราชบัญญัติค่าตอบแทนผู้เสียหายและค่าทดแทน และค่าใช้จ่ายแก่จำเลยในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๔ เป็นปัญหาสำหรับถ้อยคำที่ปรากฏไว้ใน กฎหมาย ทำให้การจ่ายเงินให้กับจำเลยนั้นมีปัญหา ที่บัญญัติไว้ว่าจำเลยต้องไม่ใช่เป็น ผู้กระทำความผิด หรือการกระทำของจำเลยไม่เป็นความผิด ประโยคเหล่านี้เป็นประโยค ปัญหาที่ทำให้คณะกรรมการไม่จ่าย ไม่จ่ายเงินให้จำเลย ทั้ง ๆ ที่ศาลพิพากษายกฟ้อง เพราะหลักการแล้วนักกฎหมายจะทราบว่าศาลจะพิพากษาในคดีอาญา ศาลจะฟัง พยานหลักฐานโจทก์เป็นสำคัญว่ามีพยานหลักฐานเชื่อได้ จนทำให้ศาลพิพากษาลงโทษ กระทำความผิดจำเลยหรือไม่ ถ้ามีเหตุอันควรสงสัยศาลจะพิพากษายกฟ้อง ศาลจะไม่ฟังไม่ดู ในรายละเอียดของพยานหลักฐานของจำเลย ฉะนั้นร้อยละ ๙๙ ที่เราซึ่งเป็นนักกฎหมาย ได้เห็นในคำพิพากษาของศาลก็คือหากศาลฟังพยานหลักฐานโจทก์ศาลไม่เชื่อได้ว่าจำเลย เป็นผู้กระทำความผิดแล้วก็จะยกฟ้องเหตุอันควรสงสัย พอเป็นการพิพากษาเช่นนี้แล้ว คณะกรรมการก็แทบจะไม่จ่ายเงิน ทำให้เกิดปัญหาว่าจำเลยไม่ได้เข้าถึงสิทธิที่เขาจะต้อง ถูกขังไว้ระหว่างการต่อสู้คดี ผมในฐานะที่เป็นคณะกรรมาธิการกฎหมาย การยุติธรรม และ สิทธิมนุษยชน ได้พิจารณาศึกษากฎหมายฉบับนี้และมีการปรับแก้เสนอ เราขยายกรอบ ความรับผิดชอบกับบุคคล ก็คือรวมถึงผู้ต้องหา ขยายจากจำเลยเป็นผู้ต้องหาด้วย ก่อนที่จะ ถูกฟ้องคดีนะครับ และให้ถือกลับหลักใหม่ว่าจำเลยที่ศาลพิพากษายกฟ้องจะต้องจ่ายเงิน เว้นแต่คณะกรรมการพิจารณาแล้วไม่จ่ายให้ก็ต้องชี้แจงไป นี่คือหลักที่คณะกรรมาธิการ ได้ร่างกฎหมายฉบับนี้ออกไป และได้มีการเสนอ แต่ด้วยความที่เป็นกฎหมายที่เกี่ยวด้วย การเงินจึงเสนอให้รัฐบาลพิจารณารับรอง แต่ก็ไม่ได้รับการรับรอง จึงฝากให้กรรมการ สิทธิมนุษยชนแห่งชาติลองทบทวนมิตินี้ด้วยในโอกาสต่อไปสำหรับกฎหมายฉบับนี้ครับ🔗

เรื่องต่อมาที่อยากจะอภิปรายเพื่อประกอบรายงานฉบับนี้ก็คือเรื่องของ จังหวัดชายแดนภาคใต้ การขยาย พ.ร.ก. ฉุกเฉิน เป็นระยะเวลานานตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ พ.ร.ก. ประกาศใช้ปี ๒๕๔๘ จนถึงปัจจุบัน นับไม่ถ้วน ผมไม่อยากจะจำแล้วว่าเท่าไร การประเมิน ช่วงหลังมีการประเมินก่อนที่จะต่อ พ.ร.ก. ฝากกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ไปดูรายละเอียดการประเมินว่ามีส่วนที่จะได้รับฟังความคิดเห็นจากภาคประชาชน ภาคประชาสังคม ในสัดส่วนที่เหมาะสมหรือไม่ในการจะต่อ พ.ร.ก.🔗

อีกประเด็นหนึ่งเรื่องของการจัดเก็บดีเอ็นเอ (DNA) เมื่อสักครู่นี้มีท่านสมาชิก ได้อภิปรายแล้ว กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาระบุไว้ชัดว่าจะเก็บดีเอ็นเอ (DNA) ได้อย่างไรบ้างเท่านั้นเอง ในกรรมาธิการกฎหมายเคยเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล ให้ชี้แจงก็ยืนยันว่าเก็บได้เฉพาะตามที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา แต่ในทางปฏิบัติในพื้นที่กลับมีสภาพปัญหา ตรวจเก็บก่อน แล้วก็ให้เซ็นยินยอม นี่คือ ทางปฏิบัติ ซึ่งตรงนี้ฝากให้ กสม. กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติจะต้องยืนยันในหลักการ ให้กับหน่วยงานในพื้นที่ได้รับทราบ🔗

รวมถึงประเด็นสุดท้าย เรื่องของการลงทะเบียนซิมการ์ด (SIM Card) แล้วก็ ถ้าไม่ลงก็ถูกตัดสัญญาณ เหล่านี้คือสภาพปัญหาที่หน่วยงานของท่านจะต้องกล้าที่จะระบุ ยืนยันว่าหลักการที่ถูกต้องเป็นอย่างไร และเพื่อที่จะได้ช่วยกันยืนยันให้ความเป็นธรรมกับ พี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างแท้จริงนะครับ ปัญหา พ.ร.ก. ฉุกเฉิน คนส่วนอื่น ในภาคอื่นเริ่มมีความรู้สึกเจ็บปวด แต่คนภาคใต้เจ็บปวดมานานแล้วครับ ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ท่านอาดิลัน มีอีกท่านหนึ่งนะครับ ท่านคารมยังติดใจไหมครับ ท่านคารมครับ เชิญครับ🔗

นายคารม พลพรกลาง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัด ร้อยเอ็ด ผมขออนุญาตเป็นคนที่ท้าย ๆ เนื่องจากว่าผมติดประชุมกรรมาธิการถึง ๒ คณะ แล้วลงมาก็มีเรื่องประเด็นที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานเพื่อแสดงความคิดต่อรายงาน ของกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ต้องเรียนว่าผมเคยเป็นทนายความของกลุ่มคนที่เขา เรียกว่าม็อบ (Mob) เคยกล่าวหา เวลาเราอยู่รัฐบาลฝั่งหนึ่งเราก็กล่าวหาอีกฝั่งหนึ่ง แล้วก็ไป อยู่กับม็อบ (Mob) อีกฝั่งหนึ่ง เวลาที่เราอยู่อีกฝั่งหนึ่ง เวลามีทักษิณเราก็จะมีม็อบ (Mob) ต่อต้านทักษิณ เวลามีรัฐบาล ขออนุญาตรัฐบาลชวน ก็จะมีคนตรงข้ามรัฐบาลชวน เวลามี ประยุทธ์ก็จะมีม็อบ (Mob) ตรงข้ามรัฐบาลประยุทธ์ ผมจึงมีความจำเป็นต้องแสดง ความคิดเห็นในฐานะเป็นตัวแทนปวงชนชาวไทยอย่างเป็นกลาง ผมเคยเข้าใจว่ากรรมการ สิทธิมนุษยชนเมืองไทยใช้ประโยชน์อะไรไม่ได้เลย เมื่อปี ๒๕๕๓ เกี่ยวกับการมีม็อบ (Mob) บนกรุงเทพมหานคร ผมได้ไปที่ศาลโลกไอซีซี (ICC) เพื่อกล่าวหาอดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ขออนุญาตที่จะเอ่ยนามท่าน ก็เป็นเรื่องข้อเท็จจริง ที่ผมต้องพูดเรื่องนี้เนื่องจากว่าปัจจุบันนี้ ท่านประธานที่เคารพ ท่านประธานเป็นนักการเมืองที่ผมพูดได้เลยว่าชื่นชม ไม่มีเจตนาจะมา เอาใจเพราะไม่คิดว่าจะไปเอาใจท่านเรื่องอะไร แต่พอเป็นนักการเมือง คำว่า สิทธิมนุษยชนไม่มีครับ ถ้าท่านไม่ถูกกล่าวหาใส่ร้าย บางทีจริงเท็จบ้างโดยสื่อก็โดยสื่อ โซเชียล (Social) เดี๋ยวถ้าทำไม่ถูกใจคนบางกลุ่มก็ทัวร์ลง ความเป็นนักการเมืองจึงไร้ซึ่งความ เป็นสิทธิมนุษยชน ซึ่งเราเข้าใจได้ แต่การดูแคลนการอะไรที่มันไม่มีเบื้องหลังนี่เราต้อง ยอมรับ ผมจึงขออนุญาตท่านพูดขึ้นในเวลาที่ผมจะเสร็จไม่นาน ผมมีเรื่องที่จะชื่นชมอยู่บ้าง ในรายงานนี้ ซึ่งสิ่งนี้ที่ผมได้ลุกขึ้นพูด ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตกราบเรียนว่า ประเทศเรานะครับ นิ้วทั้งนิ้วที่เราชี้ไปว่าคนอื่น นิ้วที่เหลือเราต้องมองมาดูตัวเองเหมือนกัน เราพยายามที่จะถามหาเรามีสิทธิหรือไม่ อย่างไร แต่เราไม่รู้หรอกครับเราทำอะไรละเมิด คนอื่นเยอะแยะไปหมด ผมอยากเรียนว่าถ้าคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ทำเรื่อง เล็ก ๆ อย่างที่อยู่ในหน้า ๙๔ อันนี้ประโยชน์ของคณะกรรมการสิทธิมนุษย์ชนแห่งชาติผมจะ ให้ความนับถือกับท่านอย่างมากเลย คืออะไรครับ ในหน้า ๙๔ เป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่ผู้ขอ ความช่วยเหลือที่เป็นภรรยาคนจังหวัดอุดรธานี ขอให้สามีกลับไปดูแลพ่อแม่ เขาอาจจะขอ จากหน่วยงานแล้วไปไม่ได้ เป็นตำรวจ เป็นข้าราชการที่ต้องดูแลความปลอดภัย แต่สุดท้าย เขาก็ขอให้ย้ายสามีเขาตำแหน่งแค่ผู้บังคับหมู่ไปอยู่ที่จังหวัดอุดรธานีจากทางภาคใต้ จากตากใบ นราธิวาส อันนี้สิครับยิ่งใหญ่ เรื่องอย่างนี้ผมไม่คิดเลยว่ากรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติจะเข้ามาเกี่ยวข้อง ผมเห็นว่าเราใช้กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไปกล่าวหาว่า หลายเรื่อง คือจริง ๆ ก็เป็นที่รู้ในสังคมว่าแต่ละคนต่างมีสิทธิตามรัฐธรรมนูญในชีวิต ครอบครัว ในความเป็นมนุษย์ ในที่อยู่ ชื่อเสียง แต่ว่าผมอยากให้กรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติทำเรื่องเล็ก ๆ เหล่านี้เป็นเรื่องที่สำคัญ แล้วก็ความน่าเชื่อถือจะกลับมามากกว่า นะครับ ซึ่งทำหน้าที่ในความเห็นต่าง ซึ่งอันนั้นก็ทำหน้าที่ไป ที่ผมขออนุญาตท่านประธานลุกขึ้นพูดก็เนื่องจากเห็นว่าปัจจุบันนี้พลวัตรในเรื่องหลายอย่าง มันไปไกลเหลือเกิน มันหาความเคารพซึ่งกันและกันไม่ค่อยจะมี ซึ่งแตกต่างจากอุปนิสัย ผมซึ่งเคารพคนอื่น และน้อยที่จะไปกล่าวหาใคร เพราะฉะนั้นที่ลุกขึ้นพูดนี้เพื่ออยากจะให้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ฝากหน่อยเถอะครับ สื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะโดยทางใดที่บั่นทอน คนที่เขาอยากทำอะไรที่เขาเห็นต่าง อันนี้กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติก็ต้องดูเหมือนกัน ผมเชื่อว่าเรื่องนี้ไม่ได้เป็นเรื่องซับซ้อนอะไร จากจะไม่ชื่นชมก็ขอชื่นชมสักนิดหนึ่งว่าเป็นเรื่อง ที่ท่านได้ใช้สิทธิได้ใช้หน้าที่ตามรัฐธรรมนูญช่วยเรื่องเล็ก ๆ เรื่องอย่างนี้จะได้บอกให้คนที่เขา คิดว่าเขาประสบปัญหาอยู่มาที่กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ ก็ขอขอบคุณท่านประธาน ที่ให้เวลาสั้น ๆ ผมได้แสดงความคิดเห็นในสิ่งที่ผมอยากจะพูดไป ด้วยความเคารพ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ท่านกรรมการเชิญครับ🔗

นางสาวพรประไพ กาญจนรินทร์ ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชน แห่งชาติ

ขอบคุณท่านประธานค่ะ ก็ขอขอบพระคุณท่านสมาชิกทุกท่านที่กรุณาให้ความ คิดเห็น แล้วก็แสดงความสนใจอย่างกว้างขวางนะคะ หลาย ๆ เรื่องก็อยู่ในความสนใจ แนวทางการทำงานหรือการติดตามตรวจสอบของ กสม. อยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องบวนการ ยุติธรรม เรื่องสิทธิของกลุ่มเปราะบางต่าง ๆ เรื่องสถานการณ์การชุมนุม รวมทั้ง เรื่องทรัพยากรธรรมชาติ หรือว่าเรื่องของกระบวนการยุติธรรม เรื่องของภาคใต้ ซึ่งเราก็จะ รวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่ได้ในวันนี้ในการที่จะประกอบในการทำงานต่อไป เพื่อให้การทำงาน ของ กสม. นี้มีความเข้มแข็ง อิสระรอบด้าน เป็นกลาง แล้วก็เชื่อว่ารายงานปีต่อไปก็คงจะได้ ตอบโจทย์ต่าง ๆ ที่ท่าน ส.ส. ได้กรุณาให้ข้อคิดเห็นมาได้อย่างครอบคลุม เพื่อให้ สิทธิมนุษยชนได้รับการคุ้มครองและส่งเสริมอย่างรอบด้วน วันนี้ก็คงจะแค่ขอตอบสั้น ๆ แค่นี้ แล้วก็จะขอรับข้อคิดเห็นต่าง ๆ ไปพิจารณาดำเนินการต่อไป ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ เรารับทราบรายงานผลการประเมินสถานการณ์ด้านสิทธิมนุษยชนประจำปีของประเทศไทย ปี ๒๕๖๓ อยู่ในวาระที่ ๒.๓ ขอบพระคุณกรรมการทุกท่านนะครับ ขอบพระคุณครับ ต่อไป ย้อนกลับมาวาระที่ ๒.๒ นะครับ🔗

๒.๒ รับทราบรายงานผู้ตรวจการแผ่นดินประจำปี ๒๕๖๓🔗

ท่านสมาชิกเนื่องจากไม่มี ผู้ยื่นความจำนงจะขออภิปราย มีไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกขออภิปราย)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าไม่มี ก็ถือว่ารับทราบ นะครับ เพื่อเราจะได้ไปวาระอื่นต่อไป ผมขอบพระคุณกรรมการการตรวจเงินแผ่นดิน หนังสือเล่มใหญ่เลยครับของท่านเราไปดูอยู่แล้ว ก็ไม่มีผู้อภิปรายครับ ก็ถือว่าที่ประชุม รับทราบนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปวาระที่ ๒.๔ ครับ🔗

๒.๔ รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๒ ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ สำหรับวาระ ๒.๔ นั้นเนื่องจากว่ามีรายงานที่อยู่ในวาระอีกรายงาน หนึ่งเป็นของหน่วยงานเดียวกัน คือรายงานที่ ๒.๒.๒ รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๓ ก็ถือว่าเป็น ๒ ปี เพราะฉะนั้นก็ขออนุญาตที่ประชุมว่าเราพิจารณารับทราบไปพร้อมกัน นะครับกรรมการ เนื่องจากมีผู้ขออภิปรายนะครับ จึงขออนุญาตเชิญเจ้าหน้าที่ซึ่งจะต้องมา ชี้แจงนะครับ มีเจ้าหน้าที่ที่จะชี้แจงคือ ท่านณรงค์ ศิริเลิศวรกุล นางลดาวัลย์ กระแสร์ชล นางจุฬารัตน์ ตันประเสริฐ นางรุ่งทิพย์ ควันเทียน ขอเชิญครับ🔗

ผมขออนุญาตให้สมาชิก ได้สอบถามก่อนนะครับ แล้วเผื่อท่านมีอะไรค่อยชี้แจงทีหลังนะครับ เชิญคุณอนุรักษ์ บุญศล เชิญครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย เรื่องของ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ สวทช. กราบเรียนให้ท่านประธาน ทราบว่าดิฉันเพียงครูบ้านนอกกำลังจะอภิปรายถึงนักวิทยาศาสตร์ระดับประเทศ และอาจจะ มีผลงานระดับโลกต่อไปค่ะ สวทช. หรือสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ครูไกลปืนเที่ยงกำลังคุยกับหัวกะทิของประเทศ นักวิทยาศาสตร์ของประเทศไทย ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ ท่านณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ค่ะ อันแรกเลยดิฉันต้องการให้พัฒนาชิป (Chip) บัตรประชาชนของคนไทยเกือบ ๗๐ ล้านคนให้มีข้อมูลครบทุกด้าน เพราะว่าท่านเก่ง ทั้งการเป็นนักวิทยาศาสตร์และเก่งทั้งเทคโนโลยี เพราะว่าการใช้บัตรประชาชนไม่ใช่ให้ ตำรวจดู ขึ้นเครื่องแค่นั้นเอง หรือไปหาหมอแค่นั้นเอง ข้อมูลควรจะครบถ้วนในชิป (Chip) ที่บัตรประชาชนคนไทย อันนี้ดิฉันฝากไว้ด้วยค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ อยากให้ สวทช. ต่อยอดยาว ๆ ค่ะ ท่านประธานคะ หน้า ๓๒ และ หน้า ๓๓ หน้า ๓๒ สวทช. กล่าวถึงแพลตฟอร์ม (Platform) ให้บริการ เอไอ (AI) สัญชาติไทย หน้า ๓๒ นะคะ แล้วก็บอกว่าเอไอ (AI) สัญชาติไทยก็มีกลุ่มธุรกิจกลุ่มค้าปลีก ใช้แชทบอท (Chatbot) เพื่อตอบคำถามให้บริการลูกค้าแทนพนักงาน ๒. กลุ่มโลจิสติกส์ (Logistics) ใช้ระบบจำใบหน้า เพื่อการตรวจจับใบหน้าของพนักงานขับรถ ลดเสี่ยงอุบัติเหตุ ๓. กลุ่มแพทย์ใช้เอไอ (AI) ของ สวทช. วิเคราะห์แนวโน้มความเสี่ยงโรคส่วนบุคคล หรือแม้กระทั่งการอ่านเอกซเรย์ กลุ่มที่ ๔. กลุ่มการท่องเที่ยวใช้เอไอ (AI) สัญชาติไทย แปลภาษาและวิเคราะห์รูปอาหารและสถานที่ท่องเที่ยวจากภาพถ่าย ตั้งแต่วันที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๒ ถึงวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๖๒ มีผู้เข้าใช้เอไอ (AI) สัญชาติไทยกว่า ๑,๗๐๐ คน ดิฉันว่า น้อยมาก แพลตฟอร์ม (Platform) ของท่านใช้ได้น้อย ฉะนั้นท่านก็ไม่ชนะมือถือ อันนี้ฝาก นักวิทยาศาสตร์ระดับประเทศไปทำให้แพลตฟอร์ม (Platform) ของท่านที่จะกลายมาเป็น แอปพลิเคชัน (Application) สัญชาติไทยต้องแข่งขันได้ในระดับโลกค่ะ ดิฉันถามว่า ทำไมเอไอ (AI) สัญชาติไทยคนใช้น้อยเหลือเกิน ทาง สวทช. จะแก้ปัญหานี้อย่างไร คิดได้ค่ะ ถ้าไม่มีคนใช้ก็ไม่มีประโยชน์ หน้า ๓๓ ค่ะท่านประธาน ทีพีเอ็มเอพี (TPMAP) ระบบ บิ๊กดาต้า (Big data) ของภาครัฐ ท่านบอกว่าที่สามารถระบุว่าคนจนอยู่ที่ไหน โดยใช้ข้อมูล ความจำเป็นพื้นฐาน จปฐ. จากกรมการพัฒนาชุมชนและข้อมูลผู้ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ จากกระทรวงการคลังมายืนยันซึ่งกันและกัน เอ็มพีไอ (MPI) ในการประมวลข้อมูล ความยากจน ๕ มิติ ได้แก่ ด้านสุขภาพ ด้านการศึกษา ด้านการเงิน ด้านความเป็นอยู่ และ การเข้าถึงด้านบริการของรัฐ ผู้กำหนดนโยบายสามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด ท่านบอกว่า อย่างนี้นะคะ มีข้อมูลต่อไปว่าทีพีเอ็มเอพี (TPMAP) จังหวัดสมุทรสงครามนำร่องแก้ปัญหา ความยากจนในปีงบประมาณ ๒๕๖๒ ได้ ๕๐ ครัวเรือนค่ะ กราบเรียนให้ท่านประธานทราบว่าการกรอกข้อมูลโดยระบบทีพีเอ็มเอพี (TPMAP) เกือบแสนคนที่ท่านสำรวจมาจาก ๓๖,๘๙๓,๐๘๔ คน ดิฉันต้องการให้ทาง สวทช. ใช้แพลตฟอร์ม (Platform) นี้เพื่อแก้ปัญหาคนยากจนทั้งประเทศ คนยากจนทั้งประเทศ ที่ท่านบอกว่าสามารถจะแก้ปัญหาได้ ๕๐ ครัวเรือน ที่ท่านสำรวจไว้แล้วเกือบแสนคน มันจะต้องแก้ปัญหาได้มากกว่านี้ ท่านประธานที่เคารพคะ คนฆ่าตัวตายเยอะมากเลยค่ะ ในปัจจุบัน คนติดโควิด (COVID) อดอยากปากแห้ง ร้องไห้น้ำตาไหลเป็นสายเลือดเลยทีเดียว แพลตฟอร์ม (Platform) นี้ควรจะเร่งรีบให้ทุกหน่วยงานของราชการเข้าไปเพื่อตามหาคนที่ เดือดร้อนที่ท่านสำรวจมาแล้ว ๓๖,๘๙๓,๐๘๔ คนนะคะท่านประธาน นี่คือหัวกระทิ ของประเทศที่จะช่วยคนยากคนจน ท่านจะช่วยโรงงานอุตสาหกรรม คนร่ำรวยในเรื่องของ ผลิตภัณฑ์อาหารมากมายก่ายกองมหาศาล แต่ดิฉันสนใจทีพีเอ็มเอพี (TPMAP) แก้ปัญหา ความยากจน ความยากจนเรื้อรังค่ะท่านประธาน ความยากจนรุนแรง และความยากจน พิเศษ ครอบคลุมทุกความยากจนในประเทศอย่างรวดเร็วในภาวะวิกฤติซ้อนวิกฤติ ในภาวะ โรคระบาดที่ระบาดไปทั้งโลก แล้วมันยังระบาดไปถึงรากเศรษฐกิจของพี่น้องประชาชน คนยากจนทั้งประเทศ ดิฉันร้องขอว่าท่านจะต้องรีบนำแพลตฟอร์ม (Platform) ขนาดใหญ่ ของท่านนั้นสู่การบริหารจัดการภาครัฐให้เร็วที่สุด นั่นคือนักวิทยาศาสตร์เพื่อประชาชน หัวกะทิของประเทศวิเศษสุดค่ะท่านประธาน หัวกะทิของประเทศพิเศษสุด เหนือมนุษย์ สร้างมนุษย์บริสุทธิ์ล้ำ วิทยาศาสตร์ปราดเปรื่องเรืองรองงาม เทคโนโลยีค้ำทำเพื่อราษฎร์ ชาติเจริญ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ท่านต่อไปคุณวีระกร คำประกอบ ครับ🔗

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพครับ กระผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ ได้อ่านบ้างนะครับรายงานประจำปี ๒๕๖๒ ของ สวทช. อยากจะเรียนอย่างนี้ว่าผลงานของ สวทช. ความจริงน่าจะมีเยอะ แล้วน่าจะลง ให้มันสามารถเป็นประโยชน์ได้จริงกับพี่น้องประชาชน อย่างน้อยก็คืองบประมาณที่ สวทช. ทำทั้งหมดมันก็เป็นงบการวิจัย ทั้งหมดมันก็มาจากเงินภาษีอากรของประชาชน เราแทบจะ ไม่เห็นภาพของ สวทช. ที่ทำในช่วงของการเกิดโควิด (COVID) นี้เลยว่า สวทช. มีบทบาท อะไรที่จะมาช่วยเหลือแก้ไขปัญหาโรคโควิด (COVID) นี้ได้บ้าง ความจริงนะมี แต่ด้วยความ ไม่ประชาสัมพันธ์หรืออย่างไรก็ไม่ทราบนะครับ สิ่งหนึ่งซึ่งผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานก็คือ สวทช. ขณะนี้ได้ทำเครื่องตรวจโควิด (COVID) อย่างชนิดที่เรียกว่าไม่ต้อง ไปแยงจมูกให้เจ็บจมูก ไม่ต้องเสียเงินค่าตรวจที ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ บาท หรือเอทีเค (ATK) ราคาเป็นร้อย ๒๐๐-๓๐๐ บาท ไม่ต้องใช้ครับ ท่านประธานทราบไหมครับว่าเรามีการตรวจ โดยคณะสัตวแพทย์ เริ่มจากที่คณะสัตวแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขาตรวจโควิด (COVID) โดยใช้สุนัขดมกลิ่นครับ สุนัขดมกลิ่นโดยการใช้สำลี ๑ ก้อนใส่ไว้ที่ ใต้รักแร้หรืออาร์มพิต (Armpit) แล้วก็แช่ไว้ประมาณ ๑๐ นาที เหงื่อออกครับ แล้วก็ไปให้ สุนัขดมกลิ่น สุนัขสามารถดมกลิ่นได้อย่างถูกต้องประมาณ ๙๕ เปอร์เซ็นต์ขึ้นไปนะครับ ท่านประธาน เห็นไหมครับว่ามันง่ายนิดเดียว แต่ปรากฏว่าสุนัขมันก็มีเวลาต้องพักผ่อน ไม่สามารถที่จะดมได้ตลอด เพราะฉะนั้นในช่วงที่สุนัขพักเขาก็มีอาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งอาจารย์คณะวิทยาศาสตร์ท่านนี้ก็ได้เอาสารคัดหลั่งจากเหงื่อ จากอาร์มพิต (Armpit) หรือว่าจากรักแร้ของคน ช่วงที่สุนัขไม่ได้ดมเขาก็เอามาวิจัยดูครับ ท่านประธาน ว่ามันมีสารเคมีที่หลั่งออกมาจากร่างกายของคนเป็นโควิด (COVID) ปรากฏว่ามันมีอยู่ ๕ ตัว ๕ สารด้วยกัน ผมไม่ลงลึกในรายละเอียดเพราะผมก็ฟังเขามาอีกที แต่ว่าคนที่เล่าให้ผมฟังนี้เป็นพ่อของอาจารย์คนที่เขาวิจัยนี่ล่ะครับ ก็เรียกว่ากำลังทำ ต้นแบบอยู่และตอนนี้ส่งไปให้ที่ สวทช. ได้ช่วยทำโดยใช้หลักการเดียวกันนี่ล่ะครับ ท่านประธานลองนึกดูสิว่ามันเป็นเครื่องพอร์ตเทเบิล (Portable) ก็คือเหมือนกระบอก ไฟฉาย เอาสำลีใส่ไว้ที่รักแร้คน ท่านประธานลองนึกถึงนักเรียนที่จะเข้าชั้นเรียน นักเรียน โรงเรียนหนึ่งสมมุติมี ๒๐๐ คน ถ้ามัวมานั่งแยงจมูกกันทุกวัน ท่านประธานครับ เด็กไม่มา มันเจ็บนะครับท่านประธาน เด็กไม่มาเรียนนะครับ แต่ถ้าเป็นเครื่องอย่างที่ผมบอกแล้ว แต่ สวทช. ตอนนี้กำลังทำ แต่ผมไม่ทราบว่าไม่มีงบอัดไปหรืออย่างไร มันอืดอาดล่าช้า ความจริงหลักการเขารู้หมดแล้ว แล้วก็เพียงแต่ว่าทำเครื่องนี้ให้มันใช้ได้อย่างที่เรียกว่าราคา ไม่แพง เดิมทีเขาต้องสั่งเครื่องมาจากฮันนี่เวลล์ (Honeywell) จากอเมริกา เครื่องละ ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ บาท แล้วเอามาใส่ฟิลเตอร์ (Filter) ดัดแปลงโดยใช้ฟิลเตอร์ (Filter) เอาสำลีที่อัดให้มันมีสารตัวนี้ สารเคมีที่หลั่งออกมาจากร่างกายของคนเป็นโควิด (COVID) ผ่านเข้าไปที่ฟิลเตอร์ (Filter) มันก็จะขึ้นตัวเลขขึ้นมาเลยครับว่าอันนี้เป็นบวกหรือเป็นลบ ตัวเลขนี้จะบอกได้เลยว่ามีสารโควิด (COVID) หรือไม่ อย่างไร เป็นเชื้อโควิด (COVID) หรือไม่ อย่างไร อันนี้ครับสามารถจะบอกได้ภายใน ๑๐ วินาที ท่านประธานครับ ท่านลองนึกถึง นักเรียนที่จะเข้าชั้นเรียน นักเรียนที่จะเข้าชั้นเรียนมี ๒๐๐ คน เข้าแถวเลยครับ ให้นักเรียน ที่เข้าแถวเอาสำลีใส่ที่ใต้รักแร้ ที่ผมพูดนี่เขาใกล้จะเสร็จแล้วนะครับ แต่ที่ผมพูดวันนี้เพราะ อยากจะเร่งรัดให้ทาง สวทช. ช่วยเร่งทำให้มันจบ ๆ แล้วมันจะเป็นทางออกของประเทศเลย เด็กเปิดเทอมได้เลยครับ ให้นักเรียนยืนเข้าแถวกัน เอาสำลีใส่รักแร้ ๑๐ นาที แล้วก็เอาสำลี ยื่นให้ในการตรวจ เจ้าหน้าที่ตรวจ ๑๐ วินาทีจะบอกได้ว่าคนนั้นเป็นโควิด (COVID) หรือไม่ มีพรีซิชัน (Precision) หรือว่าความเชื่อถือได้ถึง ๙๘ เปอร์เซ็นต์ครับท่านประธาน ถ้าเดิน เข้ามาแล้วสามารถบอกได้เลยว่าเด็กคนนี้เป็นหรือไม่เป็น เราก็ห้ามไม่ให้เขาเข้า ถ้าเป็น ก็ส่งไปรักษา ถ้าไม่เป็นถึงจะเข้าโรงเรียนได้ เข้าชั้นเรียนได้ ท่านลองนึกดูนะครับ ๒๐๐ คน คูณ ๑๐ วินาที ท่านประธานครับ ใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมงเสร็จหมดครับ ๒๐๐ คน นักเรียน ๒๐๐ คนสามารถเข้าชั้นเรียนได้อย่างปลอดภัย ท่านประธานเห็นไหมครับว่าผลงานที่มันควร จะเป็นควรจะเร่งรัดกันที่มันเป็นประโยชน์ต่อผู้เสียภาษีอากรท่านก็ไม่ค่อยได้ทำ ทั้ง ๆ ที่ ทำแล้ว ขณะนี้ก็ทำแล้ว แต่ก็ไม่ยอมออกมาสักทีครับ ราคาเขาบอกประมาณหมื่นบาท เท่านั้นเองครับ รัฐบาลซื้อแจกทุกโรงเรียนเลยครับเพื่อให้เอาไปใช้ทุกโรงเรียน แล้วก็ ทุกหน่วยราชการ ใครจะเข้าหน่วยราชการไหน เข้าที่ดิน เข้าอำเภอต้องมีสำลีใส่รักแร้แล้วก็ ยื่นให้เขาครับ ที่ผมพูดนี้อยู่ที่ สวทช. แล้วครับ แต่ ๑. ไม่ยอมโฆษณาประชาสัมพันธ์ ๒. ไม่มีงบหรืออย่างไรไม่ทราบครับ มันควรจะเร่งทำออกมาแล้วแจกไปทุกหน่วยงาน ทั่วประเทศไทยโดยเร็วที่สุด และมันจะเป็นการลดภาระในเรื่องของงบประมาณแผ่นดิน ที่ต้องไปเสียค่าเอทีเค (ATK) แอนติเจน เทสต์คิต (Antigen Test Kit) ซึ่งราคาอย่างน้อยก็ ๒๐๐ บาท ๑๐๐ กว่าบาท แล้วมันยากที่จะใช้ คนธรรมดา ผมถามท่านประธานดู แจกกล่อง เอทีเค (ATK) ให้ท่านไปแยงจมูกท่านเอง มันเจ็บนะครับ พอแยงแล้วมันก็ต้องดึงออกครับ ไม่มีใครหรอกครับ ดึงไปจนสุด เพราะฉะนั้นโดยสรุปแล้ว ผมก็เห็นด้วยนะครับ แล้วก็ ขอชื่นชมการทำงานของ สวทช. โดยรวม แต่ขอให้อะไรที่มันเป็นแค่อะคาเดมิก (Academic) วิจัยทางอะคาเดมิก (Academic) ท่านเบา ๆ ลงหน่อยครับ งบประมาณใดที่มันส่งไปถึง พี่น้องประชาชน อย่างเรื่องของการเทสต์โควิด (Test COVID) ก็ดี หรืองบประมาณที่ท่าน จะต้องส่งให้กับกรมการข้าวเขาวิเคราะห์วิจัยพันธุ์ข้าวใหม่ ๆ ก็ดี ท่านให้เขาไปเถอะครับ อะไรที่ประโยชน์ถึงประชาชน แต่อะไรที่มันเป็นวิจัยขึ้นหิ้งหรืออะคาเดมิก (Academic) ในเรื่องของการวิจัยทางอะคาเดมิก (Academic) หรือเป็นการวิจัยเชิงวิชาการอย่างเดียว ท่านเลิกไปบ้างก็ดีนะครับ ผมในฐานะเป็นตัวแทนประชาชนเจ้าของภาษีอยากเห็นท่านทำ อะไรที่มันเข้าถึงประชาชน แก้ไขปัญหาให้กับบ้านเมืองครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณวิรัช พันธุมะผล ครับ🔗

นายวิรัช พันธุมะผล แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณครับ ท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย แบบบัญชีรายชื่อ ความจริงผมรับราชการอยู่ ก่อนจะเกษียณผมไปอยู่กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมา ๑๐ ปี เป็นนิติกร ๑๐ และเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวง แต่ผมอยู่กระทรวงนี้ตั้งแต่สถาบัน พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยียังไม่เกิด ตอนนั้นท่านประจวบ ไชยสาส์น ขอเอ่ยชื่อ ชื่นชมท่านไว้ครับ ท่านเป็นคนเปลี่ยนหน่วยงานที่ผมจำชื่อว่าเอสทีดีบี (STDB) หรืออย่างไร ผมจำไม่ได้ อะไรก็ไม่รู้ เรียกอะไรผมจำชื่อไม่ได้นะครับ เป็นหน่วยงานที่ได้รับการสนับสนุน จากอเมริกาให้มาพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยร่างพระราชบัญญัติพัฒนา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติซึ่งผมมีส่วนในการยกร่างตั้งแต่แรก ตอนนั้นโอนไปเป็น นิติกร ๑๐ ผมเฝ้าดูการเจริญเติบโตของหน่วยงานนี้ ซึ่งเขาแบ่งส่วนงานสำคัญ ๆ คือ ในการพัฒนาและวิจัย คือเอ็มเทค (MTEC) คือเกี่ยวกับวัสดุศาสตร์ แล้วก็ไบโอเทค (Biotech) แล้วก็เนคเทค (NECTEC) ไบโอ (Bio) ก็คือเรื่องเกี่ยวกับพืช สัตว์ สิ่งมีชีวิต แล้วเนคเทค (NECTEC) ก็คือเรื่องเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์พวกนี้นะครับ กระทรวงนี้ใช้เงินจาก ตัวนี้ไปมากเลยครับ ท่านประจวบส่งนักศึกษา เด็ก ๆ ไปเรียนอเมริกาตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๘ ส่งไปเรียน เป็นครั้งแรกที่ส่งนักศึกษาไปเรียนเมืองนอกอย่างมากมายก่ายกองเพื่อกลับมา พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แต่ผมเฝ้าดูมา ๑๐ กว่าปีครับ ตั้งแต่ปี ๒๕๓๐ จนบัดนี้ ปี ๒๕๖๔ แล้ว ตั้งแต่ผมไปอยู่ปี ๒๕๓๑-๒๕๖๔ สถาบันพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ใช้เงินมากมาย แต่ผลงานท่านวีระกรท่านแย่งผมพูดไป🔗

เรื่องที่ ๑ ก็คือการวิจัยและพัฒนาไม่ได้ทำในสิ่งที่มันจำเป็นแก่สถานการณ์ แล้วก็ออกมาให้ทันสถานการณ์ เรื่องโควิด (COVID) ที่ท่านพูดไว้เยอะผมก็ไม่พูด เพราะท่าน จบวิศวะท่านรู้เยอะ🔗

เรื่องที่ ๒ ก็เหมือนกับที่ท่านพูด ผลงานการวิจัยของ สวทช. ไม่ค่อยมีใคร รู้จักหรอก ในห้องนี้คนไม่ค่อยรู้จักว่า สวทช. คืออะไร ทำงานอะไร ผลงานคืออะไร ไม่ค่อย มีใครรู้จัก ขาดการประชาสัมพันธ์ที่ดี ท่านมีศาสตราจารย์ มีดอกเตอร์เยอะแยะเลย เข้าไปนี่ ดอกเตอร์หัวชนกันเลย แต่ขาดการบริหารที่ดีในการที่จะนำสิ่งที่พัฒนามาวิจัยและพัฒนา มาแสดงต่อประชาชน และไม่ได้นำผลของการวิจัยมาทำให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติ อย่างเห็นได้ชัด อาจจะเป็นเรื่องวิทยาศาสตร์ที่สูงมากที่ท่านวิจัย แต่ว่ามันยังเป็นเรื่อง ความฝันต่อไปในอนาคตก็ได้ แล้วก็ผลการวิจัยท่านไม่ได้นำสู่เชิงพาณิชย์ ทำให้เกิดประโยชน์ อย่างที่ท่านวีระกรพูดไปแล้ว แล้วไม่ได้บอกว่าจะไปทำอย่างไรให้มีรายได้เท่าไร เช่น หนังสือ เล่มเบ้อเร่อที่ท่านทำไว้นี้ครับหนาเบ้อเร่อเลย แค่ค่าทำนี่ผมอยู่กระทรวงวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีรับท่านแจกมา ๑๐ กว่าเล่ม ปีละเล่มหนา ๆ ผมก็เอาไปทิ้งเปล่า ๆ ครับ บางที กลัวปลวกขึ้นต้องเอาไปทิ้ง ท่านควรจะรายงานลงในแผ่นดิสก์ (Disk) แผ่นเดียวก็พอ แล้วท่านก็ส่งดิสก์ (Disk) ส่งมาให้สภาเขาดูก็ได้ ประหยัด แผ่นดิสก์ (Disk) แผ่นหนึ่งไม่ถึง บาทเดียว แต่เล่มนี้ ๕๐๐ บาท ท่านทำแจกทั้งประเทศไทยเสียเงินไปเท่าไรครับท่าน ดอกเตอร์ณรงค์ ผมฝากนะครับ นี่คือสิ่งที่ผมอยู่ในกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเฝ้าดูตั้งแต่เริ่มก่อตั้ง ตั้งแต่ดอกเตอร์เถลิง ธำรงนาวาสวัสดิ์ เริ่มจากท่านประจวบ ไชยสาส์น ที่ไปพัฒนาสถาบัน พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไปขอที่ธรรมศาสตร์ไปสร้างที่ท่านบอกว่าทำไมเอาที่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ล่ะ ก็อาศัยมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์จะเปิดคณะวิศวะ คณะวิทยาศาสตร์ จะได้อาศัยอาจารย์จากสถาบันพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ท่าน เอาเงินส่งไปเรียนเมืองนอกกลับมานะครับ นอกจากนี้ผมไม่อยากจะพูด ท่านได้ดูไหมว่า นักวิจัยของท่านได้ทำงานฟูลไทม์ (Full Time) ให้กับสถาบันพัฒนาวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีอย่างเต็มที่ไหม สิ่งเหล่านี้คือสิ่งที่ผมอยู่กับท่านมา ๑๐ กว่าปี ในกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีตั้งแต่ปี ๒๕๓๑ ปี ๒๕๓๒ ถึงปี ๒๕๔๖ แล้วผมก็เฝ้า ตามมา ผมพยายามพูดนะครับ พยายามพูดในกระทรวงว่าท่านปลัดไม่เห็นเอามาแสดงเลย ไม่ได้ออกมาหาเงินเลย ไม่ได้ทำให้เกิดประโยชน์เลย แต่ผมเป็นนักกฎหมายครับ อยู่ใน กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเหมือนลูกเมียน้อย คุณไม่รู้เรื่องหรอก ผมก็ไม่รู้ จะทำอย่างไร นี่ก็มีโอกาสได้พูดครับ ผมอยากพูดเพราะว่าเผอิญผมอยู่กระทรวงวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีมาก่อน อยู่กับท่านมา ๑๐ กว่าปี เห็นเล่มหนัก ๆ มา ๑๐ กว่าปี จนเดี๋ยวนี้ ท่านก็แจกอยู่ ๒ เล่มนี้หนักเท่าไรครับ ๒ กิโลกรัม นี่เศษกระดาษ ผมถามท่านไบโอเทค (Biotech) เสียพืชไปเท่าไร เสียต้นไม้กี่ต้น เสียความร้อนในการทำกระดาษเท่าไร เสร็จแล้ว ก็เป็นขยะต่อไป แต่ในนี้เป็นตำราที่น่าอ่านไหม อ่านได้ประเดี๋ยวประด๋าวครับ ไม่ได้เป็นตำรา แต่ถ้าเป็นตำราผมไม่ว่าเลย แต่ถ้าตำราก็ควรจะเป็นแผ่นดิสก์ (Disk) หรือแฮนดิไดร์ฟ (Handy Drive) ที่ท่านค้นคิดมา ไม่รู้ท่านค้นคิดหรือว่าต่างชาติค้นคิดมาครับ หมดเวลา ขอบพระคุณท่านประธานที่เคารพครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ครับ🔗

นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคภูมิใจไทย ขออนุญาตท่านประธานอภิปรายรายงานประจำปี ๒๕๖๒ ของสำนักงาน พัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติครับ กระผมในฐานะส่วนหนึ่งของกรรมาธิการ การวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งได้ทำงานร่วมกับ สวทช. บ่อยครั้งมาก ประเด็นที่สนใจในรายงานเล่มนี้ กระผมขออนุญาตถือหนังสือนะครับ หน้า ๗๘ เป็นเขต ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือที่เรียกกันว่าอีอีซี (EEC) จริง ๆ สวทช. เป็นฐานะ ผู้รับมอบหมายจากกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ซึ่งให้เป็น เจ้าภาพหลักในการพัฒนาร่วมกับพันธมิตรในทุกภาคส่วนเพื่อการต่อยอด จริง ๆ แล้ว มีจุดมุ่งหมายอยู่ ๖ ด้านครับ การเกษตรสมัยใหม่ การเกษตรเทคโนโลยีชีวภาพ แบตเตอรี่ คุณภาพสูง ขนส่งสมัยใหม่ ระบบหุ่นยนต์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ เทคโนโลยีการบินและ อวกาศ เครื่องมือทางการแพทย์ ซึ่งกระผมต้องบอกว่ากระผมเป็นผู้แทนจากจังหวัด ฉะเชิงเทรามองเห็นในส่วนนี้ค่อนข้างน้อย ในจังหวัดฉะเชิงเทราก็ต้องบอกว่าลักษณะทาง ภูมิศาสตร์อยู่ติดกับเมืองหลวงครับ อยู่ใกล้กรุงเทพมหานคร และจังหวัดฉะเชิงเทราก็เป็น หนึ่งในจังหวัดอีอีซี (EEC) ครับ กระผมขอแยกลงไปอีกนิดหนึ่ง การเกษตรสมัยใหม่ ผมก็จะ บอกว่าการเกษตรสมัยใหม่นี้จังหวัดฉะเชิงเทราทำอะไรบ้าง ทำนา ปลูกข้าว เลี้ยงกุ้ง เลี้ยงปลา มีผลไม้ด้วย พ่อแม่พี่น้องทางการเกษตรได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากทาง สวทช. น้อยมากครับท่านประธาน ก็ต้องฝากเรียนไปถึงทาง สวทช. ด้วยครับ การพัฒนางานวิจัยไม่ว่าจะเป็นงานวิจัยต่าง ๆ สิ่งที่เป็นประโยชน์ไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรมต่าง ๆ มีมาก แต่ไม่ได้มาใช้ แล้วก็ยังยังรวมถึง ในส่วนของนโยบายของ สวทช. ที่เกี่ยวกับการการลดคาร์บอนก็จะมีในหน้า ๙๙ คาร์บอน ลดลงเยอะนะครับในปี ๒๕๖๑ กับปี ๒๕๖๒ เนื่องจากมีการใช้รถใช้ถนนน้อยลง ใช้ไฟฟ้า น้อยลงทำให้เกิดฝุ่นควันน้อยลง อันนี้เป็นความเข้าใจโดยตรง แต่ที่ขัดกันคือพ่อแม่พี่น้องทาง การเกษตรไม่ได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างเหมาะสม กระผมยกตัวอย่างง่าย ๆ เวลาเรา ดูดน้ำเข้านา พ่อแม่พี่น้องก็ยังใช้ท่อหางยาว ท่อพญานาคกันเลยครับ ยังใช้เครื่องที่เป็นน้ำมัน น้ำมันก็เป็นส่วนหนึ่งของเชื้อเพลิงฟอสซิล (Fossil) ซึ่งทำให้เกิดคาร์บอนในส่วนนี้ ทาง สวทช. ผมมั่นใจนะครับว่ามีโครงการหรือนวัตกรรมดี ๆ เกี่ยวกับการดูดน้ำ การตีน้ำ บ่อกุ้งทำให้เกิดออกซิเจนในบ่อ กระผมขอยืนยันว่าการผลักดันให้พ่อแม่พี่น้องเกษตรกรไม่ใช่ เรื่องยากนะครับ คือการทำงานร่วมกับภาคส่วนอื่น ๆ อย่างเช่น กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ให้พ่อแม่พี่น้องทางการเกษตรได้มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ ใช้ ผมไปไหนมาไหนรถไถนาก็ พ่อแม่พี่น้องทางการเกษตรเขาปรับปรุงด้วยตัวเองครับ สมัยก่อนเป็นรถไถเดินตาม สมัยนี้ ต้องบอกว่านำรถไถจริง ๆ มาทำเป็นรถตีเลน ง่ายกว่าแต่ก่อนเยอะ ไม่ได้รับการเห็นใจจาก ทางผู้พัฒนาเท่าไรทั้ง ๆ ที่เป็นสำนักงานพัฒนาเรื่องวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนะครับ ในส่วนของจังหวัดฉะเชิงเทราก็ยังมีอีกหลายส่วนที่เน้นในอีอีซี (EEC) คือบอกว่าอยู่ใกล้ กรุงเทพฯ แล้วก็อยู่ใกล้กับเขตที่เป็นอีอีซี (EEC) และเป็นอีอีซี (EEC) เองด้วย มีพื้นที่ กว้างขวาง แต่สนับสนุนให้เป็นสมาร์ตซิตี (Smart City) ท่านประธานครับ ผมก็จะบอกว่า หลังจากที่ได้พูดคุยกับท่านผู้ว่าราชการจังหวัดฉะเชิงเทรา เป็นที่น่าน้อยใจครับ จังหวัด ฉะเชิงเทรามีศูนย์วัดพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ที่เดียว ย้ำนะครับว่ามีที่เดียวในจังหวัดฉะเชิงเทรา แล้วไม่ใช่ในตัวเมืองครับท่านประธาน ก็ต้องบอกว่าเครื่องวัดพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ของ จังหวัดฉะเชิงเทราตั้งอยู่ที่อำเภอแปลงยาว ต้องบอกว่าอำเภอแปลงยาวเป็นอำเภอที่มีการ เกษตรกรรมค่อนข้างสูง จริง ๆ ก็มีนิคมอุตสาหกรรมอยู่ใกล้ ๆ ครับ แต่เป็นส่วนน้อยส่วนนิด เดียว ทำให้การวัดพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) ของจังหวัดฉะเชิงเทรามีน้อยมาก ซึ่งมันอาจจะเกิด ความคลาดเคลื่อนว่าในเมืองหรือเขตที่ใกล้อุตสาหกรรมจะมีพีเอ็ม ๒.๕ (PM 2.5) มากกว่านี้ ซึ่งทาง สวทช. ก็ได้สนับสนุนในหลาย ๆ ด้าน ผมขอยกตัวอย่างอีกด้านหนึ่งครับ เรื่องเกี่ยวกับการใช้ถุงพลาสติกย่อยได้แล้วก็การแยกเศษอาหาร อันนี้เป็นนโยบายที่ดี ขอสนับสนุนครับ แต่ปัญหาหลัก ๆ คือเมื่อเราแยกเศษอาหารมาแล้ว การเก็บขยะนะครับผม ก็ต้องบอกกับท่านประธานว่ารถคันเดียวเช่นเดิม เราอาจจะมีถังขยะ ๓ ถัง ขยะเปียก ขยะแห้ง ขยะอันตราย ขยะรีไซเคิล (Recycle) อะไรก็แล้วแต่ สุดท้ายรถเก็บขยะคันเดียว ก็เก็บพวกนี้ไปรวม กระผมขออนุญาตต้องบอกท่านประธานว่าการผลักดันในเรื่องพวกนี้ทำ ให้สำเร็จต้องขอความร่วมมือจากท้องถิ่นด้วย ต้องขอความร่วมมือกับทางมหาดไทย ท้องถิ่น ต่าง ๆ ในการใส่ใจในการเก็บขยะ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ท้องถิ่นหนึ่งถังขยะพร้อมครับทุกอย่าง แล้วก็เศษอาหารนะครับ ที่ทาง สวทช. ผลักดันเรื่องถุงพลาสติกย่อยได้ เศษอาหารก็นำไปทำ เป็นปุ๋ย ไปทำปุ๋ยชีวภาพอะไรก็ได้ยังได้ประโยชน์มากกว่าที่จะนำไปทิ้งกองรวมกัน ไม่รู้ว่า ขยะอะไรเป็นขยะอะไร ซึ่งก็ลำบากให้ท้องถิ่นหรือที่อื่น ๆ นำมาแยกอีก หลายปัญหาครับ จริง ๆ วันนี้ผมต้องขอขอบคุณนะครับหนังสืออ่านง่ายอ่านสนุก ไม่ว่าจะเป็นหัวข้อมินิบัส อลูมิเนียม แต่ผมว่ามันก็ไม่ได้ประโยชน์อะไรมากเพราะกว่าจะทำรถบัสอลูมิเนียมใช้ อลูมิเนียมค่อนข้างเยอะ กว่าจะเก็บกระป๋องได้ขนาดนี้สงสัยจะเหนื่อยกันน่าดูครับ สุดท้าย ครับท่านประธาน กระผมขอให้กำลังใจทาง สวทช. ในฐานะกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม ให้คิดค้นพัฒนาสิ่งต่าง ๆ พัฒนาวิจัยไม่ว่าจะเป็นนวัตกรรม หรือเทคโนโลยีต่าง ๆ แต่สิ่งที่สำคัญที่ผมจะบอกว่าการถ่ายทอดสิ่งที่วิจัยหรือพัฒนามาแล้วสู่ พ่อแม่พี่น้องเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดนะครับ เพราะว่าการที่นำไปใช้ได้จริงในชีวิตจริงได้ ประกอบอาชีพได้ สร้างเศรษฐกิจได้ เป็นสิ่งที่ดี ก็ฝากให้ทาง สวทช. ไปปรับปรุงในการผลักดันในการนำไปใช้ วันนี้ก็ขอขอบคุณท่านประธาน มาก ๆ ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณภาสกร เงินเจริญกุล🔗

นายภาสกร เงินเจริญกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ วันนี้ต้องขอบคุณท่านประธานให้โอกาสผมได้อภิปรายรายงานประจำปี ๒๕๖๓ ของ สวทช. หรือที่เรียกกันเต็ม ๆ ว่าสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แห่งชาติ ผมอยากชี้ประเด็นอย่างนี้ครับ พอมีคำว่า แห่งชาติ มันเกิดการคาดหวังกันมาก ในประเทศด้วย ต่างประเทศด้วย ทุกคนมีความคาดหวัง แต่ผมก็ดีใจว่าเรามีสำนักงาน ลักษณะนี้ในประเทศไทย แต่อยากจะชี้ให้เห็นบางประเด็นว่าจากความคิดเห็นแล้วมันควรจะ มีลักษณะเป็นเช่นไรในบางประเด็น จากรายงานนะครับ ผมอ่านรายงานนะครับ แล้วก็ รายงานช่วงหน้า ๒๒ เป็นเรื่องเกี่ยวกับนวัตกรรมเพื่อรองรับต่อการระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) คือผมมีความคิดเห็นแบบนี้ว่าการที่เราจะทำรายงานมา ๑ เล่ม หรือจะรายงาน อะไรก็แล้วแต่จัดเป็นหมวดหมู่ก็ดูดีครับ ตามสถานการณ์ แต่สิ่งที่เราจะทำมันต้องเป็น นวัตกรรมหรือสิ่งที่เราคิดว่ามันเป็นประโยชน์จริง ๆ แล้วยิ่งพอเป็นสถาบันแห่งชาติเราต้อง ทำอะไรที่มันเกินกว่าสังคมหรืออนาคตนี่มันจะต้องเป็นแบบนี้ แต่พอมาดูหน้า ๑๒ ถ้าผม จำไม่ผิด นวัตกรรมที่ ๑๑ มันเป็นเฟซชิลด์ (Face Shield) ที่พิมพ์จากทรีดีพริ้นติ้ง (3D Printing) ถ้าในมุมผมผมไม่คิดว่าการเอาทรีดีพริ้นติ้ง (3D Printing) มาพิมพ์เฟซชิลด์ (Face Shield) มันเป็นนวัตกรรมนะครับ อันที่ ๑ อันที่ ๒ ก็ไม่คิดว่าต้นทุนมันจะถูกเทียบกับ ในตลาด เพราะว่าในตลาดมีราคา ถ้าไปดูในชอปออนไลน์ (Shop Online) ทั้งหลาย ๒๐-๓๐ บาทก็มีนะครับ เราเอาทรีดีพริ้นติ้ง (3D Printing) มาพิมพ์เฟซซิลด์ (Face Shield) แล้วมาใส่ในรายงาน สวทช. ผมว่าอันนี้ไม่ค่อยโอเคเท่าไร ฉะนั้นต้องดูด้วยว่าเราจะเอา นวัตกรรมอะไรมาใส่เราต้องมองเหมือนกันว่ามันเป็นภาพลักษณ์ขององค์กรของประเทศ อันนี้คือประเด็นที่ ๑🔗

ประเด็นต่อไปครับ คือ ณ วันนี้ลองสังเกตว่าในโลกครับ ของเราวิจัยและ นวัตกรรม หรือการรีเสิร์ช (Research) ต่าง ๆ น้อยมาก น้อยจริง ๆ แต่ในโลกวันนี้มันถูกแบ่ง ออกเป็น ๒ ซีก ถ้าให้เห็นคร่าว ๆ และชัด ๆ ถ้าเป็นฝั่งยุโรป ฝั่งอเมริกาลองสังเกตว่า เขาเก่งเรื่องการวิจัย การค้นพบ การค้นหาสิ่งต่าง ๆ เป็นนวัตกรรม แต่คนที่ผลิตเก่ง ๆ มันอยู่ ฝั่งเอเชีย ฝั่งจีน ลองสังเกตว่าจีนกับไต้หวันผลิตเก่งมาก ณ วันนี้ทั้งโลกมีปัญหาเรื่อง ขาดแคลนพวกเซมิคอนดักเตอร์ (Semiconductor) พวกชิป (Chip) ต่าง ๆ จริง ๆ แล้ว แหล่งใหญ่ ๆ ก็มาจากฝั่งนี้ล่ะครับ ฝั่งเราทั้งนั้นเลย ก็เลยอยากจะมองว่าถ้าเราจะมีงานวิจัย เราต้องทำให้สุด แต่ว่าไม่ใช่งานวิจัยที่เราจะเน้นปริมาณที่เยอะ ๆ มาก ๆ ยกตัวอย่าง อย่างเช่น ตั้งแต่หน้า ๑๒๓ ถึงหน้า ๑๗๓ เป็นปริมาณผลงานบทความทรัพย์สินทางปัญญา อะไรก็แล้วแต่ที่เป็นผลงานในปี ๒๕๖๓ ปีเดียวนะครับ อยู่เป็นพัน ๆ ผลงานเลยใน ๑ ปี ผมก็ ไม่แน่ใจว่าพอเป็นพัน ๆ ผลงานแล้ว อดีตที่มันผ่านมาผมก็เชื่อว่ามันก็คงราว ๆ ประมาณนี้ล่ะ ครับ แล้วปีหน้าก็ประมาณนี้อีก ถามว่าเรามีผลงานต่าง ๆ ไม่ว่าเป็นบทความ เป็นนวัตกรรมเป็นอะไรก็แล้วแต่ แล้วเราจะต่อยอดกันแบบไหน ไม่อย่างนั้นมันจะกลายเป็น ว่าเรามีแต่ปริมาณ แต่คุณภาพเราอาจจะไปไม่ได้ ฉะนั้นเราต้องไฮไลต์ (Highlight) สักเรื่องสองเรื่อง หรือเราจะเอาช่วงนี้เป็นเรื่องอะไร ก็แล้วแต่ที่นวัตกรรมแล้วเอาเลยครับ เอาให้มันเก่งแล้วก็ทุกคนรู้จัก ยกตัวอย่างอย่างนี้ ผมว่า แพทย์ทางการแพทย์สาธารณสุขเราก็ไม่ด้อยกว่าประเทศไหน เอาสักเรื่องก็ได้ครับ หรือถ้า ช่วงนี้กลับมาเรื่องเกี่ยวกับโควิด (COVID) นะครับ ท่านก็มีแอปพลิเคชัน (Application) ที่เกี่ยวกับเรื่องโควิด (COVID) อีก ๒-๓ อัน ๓-๔ อัน ซึ่งวันนี้ในประเทศไทยถ้าผมต้องการจะ โหลดแอปพลิเคชัน (Load Application) ที่เกี่ยวกับโควิค (COVID) ผมว่าโหลด (Load) เป็น ๑๐ แอปพลิเคชัน (Application) เต็มโทรศัพท์ก็ยังไม่หมด ท่านอาจจะจับคอนโซลิเดต (Consolidate) รวมกันเป็นสักแอปพลิเคชัน (Application) หนึ่ง เปิดแอปพลิเคชัน (Application) ท่าน แล้วทุกอย่างมันจบก็ได้ เพราะวันนี้หมอพร้อมก็มีครับ เดินทางไป จังหวัดเชียงใหม่ เดินทางไปที่ไหนต้องลงทะเบียน แล้วแอปพลิเคชัน (Application) เต็มไป หมดเลย ก็ลองพิจารณาดูว่าทำอย่างไรให้เรามีจุดยืน แล้วก็ผลงานต่าง ๆ ที่จะลงในรายงาน ประจำปีควรจะดูนิดหนึ่ง อันนี้เป็นข้อเสนอแนะครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณสมชาย ฝั่งชลจิตร🔗

นายสมชาย ฝั่งชลจิตร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม สมชาย ฝั่งชลจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมการสำนักงานพัฒนา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ที่ตรงนั้นมีผู้รู้เขาเรียกว่าอัจฉริยะทางวิทยาศาสตร์ อยู่เยอะมาก แต่วันนี้ผมในฐานะแล็บบอย (Lab Boy) ขออนุญาตคุยกับท่านนักวิทยาศาสตร์ สักหน่อยว่าในสังคมเราถ้าหากว่าโครงสร้างของอำนาจรัฐจริง ๆ คือรัฐบาลไม่มีความตั้งใจ ในการที่จะเน้นการเปลี่ยนสถานะประเทศไปเป็นองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ แน่นอนครับเรากำลังสู้กันระหว่างความคิดหรือความเชื่อ หรือความจริงที่เป็นวิทยาศาสตร์ กับความเชื่อที่ดำรงอยู่ในสังคมไทย โลกมันเปลี่ยนทางด้านสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีทางด้าน ไบโอเทคโนโลยี (Biotechnology) หรือว่านวัตกรรมใหม่ ๆ มันเกิดขึ้นในโลกนี้มากมาย โดยเฉพาะวันนี้วิทยาศาสตร์จะต้องทำให้มันเป็นวาระสำคัญของชาติ ก็อยากจะฝากสถาบัน ซึ่งทำหน้าที่นี้อยู่แล้วว่าทำอย่างไรก็ตามที่ให้มันเป็นยุทธศาสตร์ของชาติว่ามันเป็นองค์ความรู้ ที่จะสามารถลงไปสู่คนทุกคนในประเทศนี้ เพราะบางประเทศกว่าจะสำเร็จเขาใช้ยุทธศาสตร์ ๑๒ ปี วิทยาศาสตร์ก้าวหน้า เริ่ม ๔ ปี รากฐานทางสื่อสารมวลชน การศึกษาในโรงเรียน ข่าวสารทั้งหลายให้เน้นไปที่วิทยาศาสตร์ เราทำได้ไหม แต่วันนี้มันระหว่างความรู้ทาง ไบโอเทคโนโลยี (Biotechnology) ที่มีการคิดค้นพันธุกรรมพืช ขณะเดียวกันเราก็ต้องใช้ เห็นภาพของการแห่นางแมวเพื่อขอฝน นี่คือวัฒนธรรมที่มันขัดแย้งกันทางวิทยาศาสตร์ จริง ๆ ก็ไม่ทราบว่าบ้านท่านนักวิทยาศาสตร์ในสำนักงาน สวทช. จะยังมีศาลพระภูมิ อยู่หรือไม่ นี่ก็เป็นความขัดแย้งในวัฒนธรรม แล้วมันก็ไปสู่การไม่กล้าที่จะเปลี่ยนแปลง วิทยาศาสตร์ในโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ประเทศเราอยู่บนพื้นฐานของเกษตร แล้วทาง สวทช. ก็รู้ว่าเกษตรกรรมที่มันก่อความยากจนให้กับคนส่วนใหญ่ของประเทศก็คือ เกษตรกรรมล้าหลัง ถ้าไม่ล้าหลังก็เป็นเครือข่ายภายใต้กฎของทุนใหญ่ การพูดถึง เกษตรก้าวหน้า ในวันนี้ที่มันเป็นวาระสำคัญ แน่นอนครับสถาบันพัฒนาวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้อง เพราะมันต้องเกี่ยวข้องกันทางวิทยาศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องทางชีววิทยา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกลไกทางด้านกลศาสตร์ ซึ่งก็ต้องมาสัมพันธ์กันว่า จะทำอย่างไรที่จะให้ลดต้นทุน ซึ่งก็มีวาระของสำนักงาน สวทช. อยู่ด้วยว่าจะให้นำประเทศ ไปสู่ความสามารถทางการแข่งขัน แน่นอนครับการแข่งขันในวันนี้มันต้องลดต้นทุนการผลิต แต่ลดต้นทุนการผลิตโดยการกดขี่ แรงงานและกดขี่ราคาสินค้าภาคเกษตรให้ต่ำลงไม่ควรจะทำ มันควรเอาเทคโนโลยีเข้ามา แก้ปัญหาในการลดต้นทุนในความสามารถทางการแข่งขัน ไม่ค่อยเห็นนวัตกรรมและ ความก้าวหน้าที่ลงไปสู่การผลักดันให้พี่น้องภาคเกษตรกรรมเปลี่ยนแปลงจากการขาย ปฐมภูมิกลายเป็นสินค้าที่ยกระดับขึ้นมาเป็นขั้นของการขายสินค้าที่มีการแปรรูปหรือพัฒนา ที่สูงกว่านั้น นี่คือเป็นบทบาทสำคัญของสถาบันพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีนี่ล่ะครับ นี่ก็คือองค์ประกอบเล็ก ๆ แต่ถ้ารัฐโดยอำนาจรัฐบาลส่วนใหญ่ยังมองไม่เห็น โลกถูกทำนาย มาเป็นร้อยแล้วปีว่าแรงงานที่จะใช้ในการผลิตมันจะถูกทดแทนด้วยเทคโนโลยี และวันนี้มันก็ ปรากฏเป็นจริง เพราะฉะนั้นการที่จะให้คนส่วนใหญ่ของประเทศที่อยู่ในภาคเกษตรกรรม เขาสามารถอยู่รอดได้ มันก็ต้องใช้นวัตกรรมทางวิทยาศาสตร์เข้าไปช่วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของการลดต้นทุนการผลิต หรือการใช้พันธุกรรมที่มีประสิทธิภาพในการเพิ่มผลผลิตให้พี่น้อง เกษตรกร รวมทั้งการพยายามที่จะพูดถึงเคมีเกษตรเราจะลดอย่างไร เราจะใช้ ไบโอเทคโนโลยี (Biotechnology) หรือใช้เทคนิคทางด้านชีวภาพอย่างไร เพื่อที่จะเพิ่ม ผลผลิตโดยการสร้างปุ๋ยชีวภาพขึ้นมาภายใต้ความรู้ที่เป็นวิทยาศาสตร์จริง ๆ ไม่ใช่ความเชื่อ เชื่อกันว่าทำอย่างนี้ดี ข้อมูลทางการวิจัยทางวิทยาศาสตร์มันเป็นตัวส่งเสริมอย่างจริงจังต่อ การเปลี่ยนวิถีชีวิต วันนี้อนาคตของชาติอยู่ในมือของนักวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่อยู่ในมือของหมอ ดูและหมอผี ความเชื่อวิทยาศาสตร์กำลังก้าวมาทดแทน เพราะฉะนั้นจะทำอย่างไรให้คน สังคมโดยเฉพาะเยาวชนที่จะเติบโตขึ้นมาในอนาคตข้างหน้าให้เขาอยู่กับความจริง พบกับความจริง เรียนรู้ความจริงที่เป็นวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่เรื่องราวของความเชื่อ วัฒนธรรม แห่งความเชื่อกำลังกดและสู้กันอยู่ นักวิทยาศาสตร์ในสถาบันนี้ล่ะครับที่จะช่วยกันเผยแพร่ ความจริง ความรู้ จากเอกสารที่ทำมานี้ผมก็ขอบคุณว่าทำได้ดี ทำได้สวย งบประมาณก็ใช้ มากพอสมควร แต่ว่าผมอยากให้มันใช้ไปสู่ความจริงในการผลิต ไม่ว่าจะเป็นภาคเกษตร ภาคอุตสาหกรรม ภาคบริการที่จะใช้เครื่องมือที่เป็นนวัตกรรมของการเพิ่มรายได้ให้กับพี่น้อง ประชาชน ก็อยากจะฝากตรงนี้ว่าช่วยผลักดันด้วย แล้วก็ขอบคุณผลงานของท่านทั้งหลายที่ พยายามทำอยู่ แต่ต้องหวังที่นโยบายของรัฐครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ขอมีส่วนร่วมในการอภิปราย เริ่มต้นอย่างนี้ครับ ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ดูที่ เอกสารรายงานการเงินเลยนะครับ รายงานการเงินปีนี้ ปี ๒๕๖๓ พูดง่าย ๆ ว่าท่านมี สถานภาพขาดทุนไปกว่า ๗๐๐ กว่าล้านบาท ๗๑๘ ล้านบาทเศษ ๆ แต่ผมก็ไปดูว่าเงินที่ ท่านใช้ไปไหน ก็เป็นเรื่องของการใช้เงินที่ท่านมีรายได้มากขึ้น ปีนี้ท่านมีรายได้มากขึ้นกว่า ปีที่แล้วถึง ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ จาก ๕,๘๐๐ กว่าล้านบาท มาได้ ๖,๗๐๐ กว่าล้านบาท แต่ค่าใช้จ่ายยังคงเดิมนะครับ ในเรื่องค่าใช้จ่ายคงเดิม สรุปว่าสถานภาพการเงินยังมีเงินใช้ จ่ายอยู่ เพราะว่ายังมีเงินหรือสินทรัพย์ที่เป็นภาพรวมอยู่แล้ว ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทีนี้ในรายงานนี้ผมสนใจในเรื่องการบริหารความเสี่ยงครับท่านประธาน ริสก์เมนเนจเมนต์ (Risk Management) ครับ ท่านครับ ทาง สวทช. ได้รายงานเรื่องของความเสี่ยงที่เกิดขึ้นที่ประกอบกับระดับองค์กร ๑๐ รายการ แล้วก็มีความเสี่ยงเกิดขึ้น ๔ ด้าน ผมเอาสรุปมาง่าย ๆ เลยว่า สวทช. ก็ได้มีการ แก้ไข มีการแก้ไขจากการบริหารจัดการความเสี่ยงทั้งหมดที่เกิดขึ้น ในหน้า ๑๒๐ ที่อยู่ ตอนท้าย ๆ มาเกี่ยวข้องถึงเป้าหมายในเรื่องของความเสี่ยง โดยทาง สวทช. ได้พิจารณา ทบทวนการดำเนินการ ปัจจัยภายในและภายนอก และมีมติในเรื่องการบริหารความเสี่ยง ๓ รายการที่อยู่ในเรื่องของการเกิดความเสี่ยงที่เกิดขึ้นมาทั้งหมด ในอาร์อีเอส-๕ (RES-5) กับ อาร์อีเอส-๗ (RES-7) และอาร์อีเอส-๔ (RES-4) ในเรคอร์ด (Record) นี้ ก็เป็น ความเสี่ยงที่น่าสนใจที่ท่านปรับแล้วก็เอามาใช้เป็นกลยุทธ์ใหม่เพื่อประเมินโอกาสและ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้น สิ่งสำคัญคือความเสี่ยงทั้ง ๔ ด้าน คือด้านกลยุทธ์ ด้านการจัดการ ด้านการเงิน และความเสี่ยงด้านการปฏิบัติการครับท่านประธาน สิ่งที่พบเห็นอันดับแรกคือ อาร์อีเอส-๕ (RES-5) ท่านประธานครับ ถ้าอ่านเอกสารตามไปจะพบว่าเป็นการพัฒนา เขตนวัตกรรมระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษที่มีตัวไอ (I) อยู่ นวัตกรรมคืออินโนเวชัน (Innovation) แล้วบอกเลยว่ามันไม่สัมฤทธิ์ผลตามเป้าหมายที่กำหนด ตรงนี้ล่ะครับสิ่งที่ท่าน มาถูกทาง ผมได้เคยพิจารณาเรื่องงบประมาณที่เข้ามาของโครงการที่เรียกว่าบูรณาการ งบบูรณาการของอีอีซี (EEC) ท่านคณิตท่านก็เดือดร้อน ท่านต้องมาชี้แจงนะครับ แล้วผมก็ เคยพิจารณาแล้วว่าสิ่งที่สำคัญคือการบริหารความเสี่ยงเกิดขึ้นจากการที่ผู้ที่มีความ รับผิดชอบในงบประมาณที่จะไปขับเคลื่อน ใช้วิธีการทำแผนงานโครงการเป็นลิเนียร์ โพรเจกต์ (Linear Project) ครับ ท่านประธานเคยได้ยินคำว่าโพเทนเชียล โพรเจกต์ (Potential Project) ไหมครับ คือการบิดผันโพรเจกต์ (Project) ที่มันครอบคลุมและทำให้ เกิดเม็ดงานหลายเม็ดงาน คือผมก็พูดในเรื่องประเด็นนี้นะครับว่าการทำให้นวัตกรรมนี้ เกิดขึ้นต้องใช้โพเทนเชียล (Potential) ไม่อย่างนั้นมันจะไม่เกิด ถ้าท่านเอางบประมาณมาผูก ติดเป็นแบบลิเนียร์ (Linear) เป็นห้อย ห้อย ห้อย ในแผนบูรณาการที่จะขับเคลื่อน งบประมาณที่รับไปมันไม่เกิดประโยชน์ ผลสัมฤทธิ์ที่ท่านคิดว่าจะให้เกิดขึ้นมันไม่มีเลย ผมเข้าใจว่าท่านอาจารย์คณิตท่านคงเอาไปปรับพอสมควรแล้ว ผลสำเร็จจึงปรากฏออกมา ตามรายงานนี้ว่ามันไม่เกิดผลสัมฤทธิ์ตามเป้าหมายที่กำหนด ส่วนอาร์อีเอส-๗ (RES-7) นั้น คือการเตรียมการขับเคลื่อนไทยแลนด์ ๔.๐ (Thailand 4.0) ตรงนี้ผมว่าอย่าเพิ่งแก้เลยครับ หยุดเลยครับ ๔.๐ ท่านหยุดเลยครับ ยอมรับความผิดพลาดใน ๔.๐ มันเคลื่อนไทยตอนนี้ ๒ ปีกว่า ๆ ตั้งแต่วันที่ ๒๖ มีนาคม ที่โควิด (COVID) ประกาศใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ปี ๒๕๖๓ เป็นต้นมา ท่านครับ ท่านต้องเข้าใจว่ามันไม่สามารถเคลื่อนประเทศได้เพราะว่ามันอยู่ ในภาวะวิกฤติ อันนี้ก็เป็นที่รับรู้ ฉะนั้น ๔.๐ นี้พับไปเลยครับ เหมือนระเบียงเขตเศรษฐกิจ พิเศษ ๑๐ เขตที่กำลังพลิกแล้วก็กลับฟื้นฟูใหม่ กำลังจะเปลี่ยนรูปแบบเป็นเขตเศรษฐกิจ ภูมิภาคอีกระดับหนึ่ง ไปเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น ๕.๐ ก็ได้ หรือ ๔.๕ ก็ได้ ในเรื่องของอาร์อีเอส-๙ (RES-9) คือไม่สามารถส่งเสริมการลงทุนได้ ก็คือแน่นอนครับช่วงนี้ผมเห็นด้วยว่าลงทุนไม่ได้ ส่วนเรื่องความเสี่ยงเรื่องของการปฏิบัติการนั้น กระบวนการสนับสนุนปรับตัวไม่ทัน แน่นอน ครับอันนี้คือการเคลื่อนของรัฐบาลที่เป็นรัฐรวมศูนย์นะครับท่านประธาน ถ้า สวทช. ให้ คำแนะนำว่าการกระจายอำนาจหรือกระจายเม็ดเงิน หรือการมีรายได้ การขับเคลื่อนเงินลง ไปในข้างล่าง ให้หน่วยงานที่รับงบประมาณได้ใช้จ่ายงบประมาณอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย โดยเฉพาะเรื่องนวัตกรรม เรื่องวิทยาศาสตร์ให้บังเกิดผลให้ดูดีมาก แล้วเรื่องการเงินและเรื่อง ของการขาดความมั่นคงทางด้านการเงินมันชัดอยู่แล้ว เพราะตอนนี้กู้แล้วกู้อีก คราวหน้า ก็จะกู้อีก ๑.ล้านล้านบาท เพื่อมาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ตรงนี้ล่ะครับทาง สวทช. ต้องสร้าง เครื่องมือและกลไกให้รัฐบาลไปขับเคลื่อน ๑ ล้านล้านบาท ที่จะกู้ใหม่ว่าจะสร้างเศรษฐกิจที่ เรียกว่าบีซีจี (BCG) ผมก็สนใจบีซีจี (BCG) ครับท่านประธาน คือไบโอ เซอร์คูลาร์ กรีน อีโคโนมิก (Bio-Circular-Green Econamic) นี่คือเครื่องมือที่รัฐเองเดินทางมาถูก แล้ว สามารถที่จะแก้ไขปัญหาได้ ส่วนเรื่องความเสี่ยงทางด้านการปฏิบัติตามกฎระเบียบ ผมคิดว่าเราเสียชื่อเสียงทางด้าน ผลิตภัณฑ์หรือผลผลิตทางงานวิจัยมามากแล้ว แต่ สวทช. ก็ได้เงินไปเยอะนะครับ เพราะ ครั้งสุดท้ายที่ผมเคยเข้างบประมาณพบว่าการที่กระทรวง อว. ได้งบประมาณไปทำวิจัยมาก แต่เป็นงบประมาณที่เกิดขึ้นจากการผูกพันโครงการเก่า ๆ ให้ไปปรับใหม่ครับ แล้วหยิบเอา เฉพาะที่ทำได้มาครับท่านประธาน เอกสารเล่มนี้ดี ดีมาก ๆ จะเป็นเอกสารที่ทำในแผ่นดิสก์ (Disk) ผมไม่เห็นด้วยเพราะว่ามันอ่านไม่ได้ ไม่ได้ลูกหูลูกตาครับ แล้วมันไปใช้อ้างอิง รีเฟอร์ (Refer) หรือเรเฟอเรนซ์ (Reference) ในทางวิชาการไม่ได้ดี ท่านประธานครับ นี่คือเอกสาร ที่สมบูรณ์แบบครับ แล้วก็ขอให้พัฒนาเรื่องการบริหารความเสี่ยงให้มากกว่านี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป นางสาวละออง ติยะไพรัช🔗

นางสาวละออง ติยะไพรัช เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ดิฉันมีความสนใจในเรื่องของเทคโนโลยีและการพัฒนา สวทช. สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ วันนี้ดิฉันได้อ่านหนังสือนะคะ ท่านก็ทำงานวิจัยท่านทำหลายอย่าง ที่ช่วยในเรื่องของชุมชน แต่ในอีกส่วนหนึ่ง ตอนนี้มันเป็นเรื่องของโรคระบาดโควิด (COVID) ก็มีงานวิจัย งานวิจัยเรื่องว่าฟ้าทะลายโจรสามารถที่จะไปฆ่าเชื้อไวรัสโควิด (COVID) ได้ และ ส่วนหนึ่งก็เป็นยาก็คือฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ซึ่งเราจะรู้จักกันดี แต่ในชุมชนเองเราจะ เข้าถึงเทคโนโลยีก็คือว่าเมื่อเราอ่านงานวิจัยว่าฟ้าทะลายโจรมันสามารถที่จะหาเงินได้ เป็นแหล่งผลิตที่จะช่วยชุมชนที่จะมีรายได้ในการผลิตฟ้าทะลายโจรมาเพื่อรักษาโควิด (COVID) บางพื้นที่เขาก็ผลิตกัน ผลิตตามที่ยูทูบ (Youtube) ที่เขาว่าฟ้าทะลายโจร ผลิตแบบนี้ เอาไปปั่น เอาใส่แคปซูลแบบนี้ ในส่วนหนึ่งก็คือการที่จะรู้ว่าสารที่อยู่ใน ฟ้าทะลายโจรอย่างแอนโดรกราโฟไลด์ (Andrographolide) โลหะหนัก ในส่วนของพืชชนิด ต่าง ๆ เราเป็นชาวบ้าน ดิฉันไม่ได้จบวิทยาศาสตร์ แต่ดิฉันก็สนใจที่จะรู้ว่าสารสำคัญที่จะใช้นี้ มันเป็นสารอย่างไร เมื่อเราต้องการทราบเราก็ไปให้ วว. เพื่อที่จะให้รู้ว่าสารชนิดนั้นมันมี กี่เปอร์เซ็นต์เพื่อเราจะเอาไปใช้เพื่อให้เกิดความมั่นใจ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ค่ะท่านประธาน ก็คือ ว่าถ้าเราไปทดสอบหรือชุมชนเข้าไปใช้ แต่ละชุดนี้ราคามันแพงเกินที่พี่น้องประชาชน จะเข้าถึง อย่างดิฉันเองเพื่อความมั่นใจต้องใช้เงินส่วนตัว ชุดหนึ่งคือ ๔,๒๐๐ บาท แล้วต้องมี แวต (VAT) ด้วย อันนี้เราไม่ได้ตำหนิกันนะคะเพราะถือว่าเป็นระเบียบ แต่เราจะทำอย่างไร ว่าเราจะช่วยชุมชนให้มีความรู้ความมั่นใจและจะเข้าถึงเทคโนโลยีให้มีราคาถูกกว่านี้จะทำได้ อย่างไร อันนี้ดิฉันเองก็มีความสนใจในพืชเศรษฐกิจหลายตัว แต่การที่เราจะเอาแต่ละตัว ไปทำวิจัยว่ามันจะมีสารแต่ละตัวอย่างไร บางทีเราทำไม่ได้เพราะมันแพงเกินไป แล้วก็เข้าถึง เทคโนโลยีแบบนี้เราต้องไปสอบถามว่าสิ่งที่เราจะไปหาสารแต่ละตัวเราจะต้องไปที่ สถาบันไหน จะต้องทำอย่างไร จะเข้าไปหาใคร มันยากมากนะคะ แต่ถ้าพี่น้องประชาชนเรา เรามีแพลตฟอร์ม (Platform) หรือมีอะไรที่จะทำให้ประชาชนสามารถเข้าง่าย ดิฉันคิดว่า สวทช. น่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยในการพัฒนาพี่น้องเกษตรกรให้มีชีวิตที่ดีขึ้น และสามารถ นำพาเศรษฐกิจของเราได้ โดยที่ดิฉันเองเราจะเห็นหนังสือตอนที่เราเรียนหนังสือหลักสูตร สวทช. เราก็ใช้หลักสูตรอะไรแบบนี้ แต่วันนี้มันเหมือนความขาดหายระหว่างเทคโนโลยีที่ สวทช. ทำนี้ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของโรงเรียนอัจฉริยะมีหลายอย่าง มีหมอนยางพารา มีอะไร หลายอย่างที่ช่วยพี่น้องเกษตรกร ที่ช่วยธุรกิจของไทย ตามหนังสือเล่มนี้นะคะ แต่ว่าอันนี้ มันเหมือนกับเราช่วยในธุรกิจที่พอที่จะดำเนินการเข้าไปแล้ว เราเข้าไปช่วย แต่นักธุรกิจใหม่ หรือพี่น้องเกษตรกรเมื่อเราทราบข่าวทางงานวิจัยต่าง ๆ ประชาชนสนใจที่จะทำ มันเริ่ม ไม่ถูก เมื่อมันเริ่มไม่ถูก อันนี้เป็นหน้าที่ของ สวทช. ที่เราจะเข้าไปช่วยว่าเมื่อทางสถาบัน อันนี้ดิฉันขออนุญาตอธิบาย นิดหนึ่งนะคะว่า อย่างของมหาวิทยาลัยมหิดลเขาบอกว่าฟ้าทะลายโจรสามารถรักษาได้ สิ่งสำคัญรักษาได้ด้วยวิธีไหน มันมีสารตัวนี้อย่างไร และสามารถทดสอบสารตัวนี้จาก ฟ้าทะลายโจรซึ่งเป็นวัชพืชในท้องถิ่นซึ่งหาไม่ยาก และเราสามารถที่จะเข้าไปผลิตให้มี ราคาถูกได้อย่างไร อันนี้คือเป็นส่วนหนึ่งของนักวิทยาศาสตร์ทุกคนที่จะช่วยพวกเราที่จะ เข้าถึงเทคโนโลยีแบบนี้ แล้วก็ไม่อยากให้ว่าเทคโนโลยีที่เราใช้เราดูจากยูทูบ (YouTube) ก็คือเอาไปตากแห้ง เอาไปคั่วในกระทะ แล้วก็เอามาป่นเอามาใส่แคปซูล (Capsule) อย่างนี้ค่ะ ซึ่งตรงนี้ดิฉันว่ามาตรฐานหรืออะไรมันกลัวไม่ได้ว่าเราจะสามารถรักษาโรคได้ไหม ดิฉันขอฝากทาง สวทช. นะคะว่าขอให้เป็นองค์ความรู้กับพี่น้องโดยเฉพาะเกษตรกร แล้วก็ พี่น้องประชาชนทั่วไปที่จะเข้าถึงว่าการตรวจสารต่าง ๆ เราจะเข้าถึงได้อย่างไร ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ท่านผู้อำนวยการจะกรุณาชี้แจงเฉพาะประเด็นที่เขาถามนะครับ เพื่อประหยัดเวลา เชิญครับ🔗

นายณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยีแห่งชาติ

ขอบพระคุณท่านประธานและท่านกรรมาธิการทุกท่านครับ ผม ณรงค์ ศิริเลิศวรกุล ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ ขอบพระคุณทุกความคิดเห็นนะครับ แล้วก็จะรับข้อสังเกต ข้อคิดเห็นต่าง ๆ ไปพิจารณา ดำเนินการนะครับ ผมเห็นหลายท่านกล่าวถึงเรื่องการใช้ประโยชน์ ผมขออนุญาตให้ข้อมูล ซึ่งเป็นภาพรวมของการดำเนินการในการใช้จ่ายงบประมาณด้วยนะครับ ในส่วนของ สวทช. จากการดำเนินงานในปี ๒๕๖๒ และปี ๒๕๖๓ เนื่องจากครั้งนี้เรานำเสนอผลการดำเนินงาน ๒ ปีนะครับ ปี ๒๕๖๒ และปี ๒๕๖๓ จึงมีเอกสารอยู่ ๒ ฉบับ ในปี ๒๕๖๒ เราเก็บมูลค่า ผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมจากการนำงานวิจัยของ สทวช. ไปใช้ประโยชน์ทั้งในภาค เศรษฐกิจแล้วก็ภาคสังคมได้มูลค่า ๔๘,๗๔๓ ล้านบาท ขณะที่ปี ๒๕๖๓ เพิ่มขึ้นอีก ๑๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท เป็นยอด ๖๕,๒๕๕ ล้านบาท เมื่อเทียบกับงบประมาณแล้ว การใช้ จ่ายงบประมาณ ๑ บาทก็สร้างผลกระทบอยู่ประมาณ ๗-๑๐ เท่า โดยการใช้วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี ในด้านการลงทุนทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงการสร้าง นวัตกรรมในภาคผลิตและภาคบริการ ในปี ๒๕๖๒ มีการลงทุนจากภาคเอกชน แล้วก็ รัฐวิสาหกิจ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการทำงานร่วมกับ สวทช. มูลค่า ๑๒,๑๗๙ ล้านบาท และในปี ๒๕๖๓ มีการลงทุนเพิ่มขึ้นจากปี ๒๕๖๒ อีก ๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท เป็น ๑๓,๗๙๖ ล้านบาท สวทช. มีการถ่ายทอดผลงานต่าง ๆ ไปยังผู้ใช้ประโยชน์ปีละกว่า ๓๐๐ ผลงาน มีผู้รับประโยชน์อยู่ประมาณ ๓๐๐-๔๐๐ รายในทุกปี นอกจากนั้นในเรื่องที่ เกี่ยวข้องกับการดำเนินการในเรื่องเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรม ในภาค ชุมชน ในส่วนของงานชุมชนซึ่งหลายท่านได้ให้ความสนใจต้องขอบคุณนะครับ เราทำงาน ในการถ่ายทอดให้กับเกษตรกรมากกว่า ๑๐,๐๐๐ คนต่อปี ในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศ ในปี ๒๕๖๒ ใน ๕๐๐ ชุมชน และในปี ๒๕๖๓ ใน ๖๐๐ ชุมชน จะปรากฏอยู่ในเอกสารในปี ๒๕๖๒ ในหน้า ๖๖ ถึงหน้า ๗๓ นะครับ ในปี ๒๕๖๓ อยู่ในหน้า ๔๖ ถึงหน้า ๕๙ นะครับ ผมกราบเรียนว่าในรายละเอียดบางประเด็น อย่างเช่นในกรณีที่ท่านอนุรักษ์ได้กล่าว ปัจจุบัน มีการใช้งานตัวนี้เพิ่มขึ้นจำนวนมาก อยู่ที่ประมาณ ๓๐๐ ล้านครั้งแล้วในส่วนของเอไอ (AI) เหตุที่เราต้องทำเอไอ (AI) สำหรับคนไทยเพราะว่ามิฉะนั้นเราจะใช้เอไอ (AI) จากต่างชาติ แล้วก็จะกลายเป็นกล่องดำซึ่งเราไม่มีความเข้าใจ ขณะเดียวกันเอไอ (AI) เหล่านั้น ก็ไม่สามารถตอบโจทย์ของคนไทยได้ ผมยกตัวอย่างนะครับ เอไอ (AI) ต่างชาติอาจจะบอกว่า อันนี้เป็นก๋วยเตี๋ยวได้ ถ้าเราถ่ายรูปออกมาก็จะบอกว่าเป็นนูดเดิล (Noodle) แต่เขาจะไม่สามารถบอกได้ว่ามันเป็นก๋วยเตี๋ยวแห้ง หรือมันเป็นก๋วยเตี๋ยวผัด หรือมันเป็น ผัดไทย ซึ่งมีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิงสำหรับคนไทย รวมถึงภาษาไทยที่มีความจำเป็น ปัจจุบันดีเวลลอปเปอร์ (Developer) ที่ใช้อยู่ที่ประมาณ ๖,๐๐๐ คน แล้วมีการใช้งานอยู่ ประมาณ ๓๐ ล้านครั้งแล้วในปัจจุบัน ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องทีพีแมบ (TPMAP) ผมเรียน ว่าทีพีแมบ (TPMAP) ที่รายงานในปี ๒๕๖๒ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นนะครับ ทีพีแมบ (TPMAP) เราทำงานร่วมกับทางสภาพัฒน์เป็นหลัก แล้วก็ทำงานร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ในการ ทำงานช่วงที่ผ่านมามีการขยายผลอย่างต่อเนื่องไปยังจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งรวมถึง จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดสกลนคร จังหวัดขอนแก่น จังหวัดนครราชสีมา แล้วก็อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องนะครับ ผมขออนุญาตยกตัวอย่าง อย่างเช่น ในภาคอีสานมีการเข้าไปช่วยเหลือถึง ๖,๐๐๐ กว่าครัวเรือน มีรายได้เพิ่มขึ้นถึง ๖๐ ล้านบาท นั่นคือตัวเลขที่เก็บร่วมกับสภาพัฒน์ แล้วก็ยังคงทำงานต่อเนื่องกับกระทรวงมหาดไทยอย่างต่อเนื่อง ต้องกราบเรียนว่า สวทช. เป็นผู้ที่สนับสนุนเรื่องวิทยาศาสตร์ เรื่องเทคโนโลยี เรื่องการทำฐานข้อมูล แต่ขณะเดียวกัน ยังทำงานร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อขยายผลสิ่งเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์นะครับ ของท่านวีระกรที่กล่าวถึงเรื่องโควิด (COVID) ผมกราบเรียนว่าจะปรากฏอยู่ในเอกสารของ ปี ๒๕๖๓ ไม่ได้อยู่ในปี ๒๕๖๒ แต่อยู่ในปี ๒๕๖๓ ก็เรียนว่าในส่วนของโควิด (COVID) เราทำอยู่หลายเรื่อง แล้วก็ท่านอื่นที่กล่าวถึงเรื่องโควิด (COVID) ก็หลายท่านกล่าวถึงด้วย นะครับ ผมเรียนว่าตัวเฟซชิลด์ (Face Shield) ที่กล่าวถึงเมื่อสักครู่นี้เรามีการลงทุนกับ แฟบแล็บ (FabLab) ไปก่อนหน้านั้นให้กับเด็กและเยาวชนเรียนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในช่วงที่เกิดโควิด (COVID) ระบาดช่วงต้น ๆ มีการขาดเยอะมากตั้งแต่หน้ากากอนามัย มาจนถึงเฟซชิลด์ (Face Shield) เราก็ออกสิ่งที่เรียกว่าเป็นพิมพ์เขียวและกระจายไปยัง โรงเรียนทั่วประเทศ เพื่อให้โรงเรียนต่าง ๆ ที่มีเครื่องมือเหล่านั้นนำเครื่องมือเหล่านั้นมาใช้ ในการผลิตเฟซชิลด์ (Face Shield) แล้วก็ใช้ในชุมชน ก็มีการดาวน์โหลด (Download) สิ่งเหล่านี้ แล้วก็เด็กนักศึกษาสามารถทำสิ่งเหล่านี้เพื่อใช้ประโยชน์ในชุมชนได้อย่าง กว้างขวาง อาจจะไม่เป็นนวัตกรรมแต่เป็นการขยายผล มีนวัตกรรมหลายชุดที่ปรากฏอยู่ ในเอกสารของปี ๒๕๖๓ ในหน้า ๒๒-๓๓ และอีกส่วนหนึ่งที่ผมเรียนนะครับเนื่องจากขณะนี้ อยู่ปลายปี ๒๕๖๔ ผมอยากจะยกตัวอย่างผลงานที่ท่านอาจจะเคยได้ยินในช่วงข่าวที่ผ่านมา คือเรื่องการผลิตวัคซีน สวทช. เองมีการพัฒนาวัคซีนซึ่งปัจจุบันมีอยู่ ๓ รูปแบบ จากเดิมที่เรา พัฒนาอยู่ ๕ รูปแบบและสกรีน (Screen) ออก เหลืออยู่ ๓ รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นวัคซีน ประเภทอนุภาคไวรัสเสมือน วัคซีนที่เป็นไวรัล เวกเตอร์ อะดีโนไวรัส ๕ (Viral Vectors Adenovirus 5) แบบเดียวกับกลุ่มที่เราฉีดในแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) แล้วก็วัคซีน ที่เป็นไวรัลเวกเตอร์ (Viral Vectors) ที่ฉีดเข้าไปแล้วสามารถป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่และ โควิด-๑๙ (COVID-19) ในเวลาเดียวกัน ปัจจุบันแพลตฟอร์ม (Platform) ที่เราใช้ก็ใช้ในการ พ่นจมูกเพื่อที่จะให้แน่ใจว่ามีภูมิคุ้มกันตั้งแต่ระบบทางเดินหายใจลงไปมากกว่าการฉีดเข้า กล้ามเนื้อ แล้วยังสามารถติดต่อได้ ขณะนี้ก็อยู่ระหว่างการหารือกับทาง อย. แต่ขั้นตอน ดังกล่าวก็เป็นขั้นตอนใหม่สำหรับประเทศไทยก็ใช้เวลานะครับ เข้าใจว่าเราจะสามารถเข้า ทดสอบในมนุษย์ในปลายปีนี้ในเฟส (Phase) ที่ ๑ และคาดว่าในช่วงไตรมาส ๓ ของปี ๒๕๖๕ น่าจะสามารถที่จะเข้าใช้ประโยชน์ได้ในลักษณะที่เป็นอีเมอร์เจนซียูส (Emergency Use) เช่นเดียวกันนะครับ🔗

ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับอีอีซีไอ (EECi) ต้องกราบขอบพระคุณท่านกิตติชัยด้วย นะครับที่ให้ความสนใจเรื่องอีอีซีไอ (EECi) เราทำงานอยู่หลายภาคส่วนนะครับ แล้วอีอีซีไอ (EECi) ก็เริ่มเป็นการลงทุนในช่วงแรก ยังไม่ได้เข้าไปโอเปอร์เรต (Operate) แต่อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานก็จะทำงานร่วมกับคนในพื้นที่ เพราะเราทราบดีว่าเราไปทำงานในพื้นที่ก็มีความ จำเป็นที่คนในพื้นที่ต้องได้รับประโยชน์จากอีอีซีไอ (EECi) ด้วย ก็มีการทำงานร่วมกับ ภาคประชาชน เกษตรกร ทั้งใน ๓ จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชลบุรี จังหวัดฉะเชิงเทรา แล้วก็ จังหวัดระยองในการขับเคลื่อนอีอีซีไอ (EECi) ไปในทิศทางเดียวกันนะครับ🔗

ท่านสุพิศาลมีความสนใจเรื่องความเสี่ยง ผมกราบเรียนนะครับว่าความเสี่ยง ที่เราเขียนถึงนี้เป็นการหยิบยกขึ้นมาเพื่อใช้ในการบริหารความเสี่ยงว่าอาจจะเกิดไม่เป็น ผลสัมฤทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นอีอีซีไอ (EECi) ก็ตาม เรื่องการพัฒนากำลังคนหรือการเตรียมคน สำหรับไทยแลนด์ ๔.๐ (Thailand 4.0) นะครับ ก็เรียนว่าจากการบริหารความเสี่ยง เราสามารถทำงานได้ตามแผน ไม่ว่าจะเป็นอีอีซีไอ (EECi) เอง การก่อสร้างปัจจุบันก็ล่าช้า กว่าแผนเพียง ๑ เปอร์เซ็นต์ เราสามารถที่จะดำเนินงานได้ตามแผน การเตรียมคนสามารถ จัดฝึกอบรมแล้วก็เตรียมคนในอุตสาหกรรมแล้วก็งานที่เกี่ยวข้องทั้งอัปสกิล (Upskill) รีสกิล (Reskill) ได้ตามแผนครับ ก็ขอบพระคุณนะครับที่ให้คำแนะนำในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ การบริหารความเสี่ยงในอีกหลากหลายมิติที่เราจะรับไปดำเนินการเพิ่มเติม รวมถึงเรื่อง การกระจายการทำงานต่าง ๆ แล้วกราบเรียนว่าในเรื่องของไทยแลนด์ ๔.๐ (Thailand 4.0) ปัจจุบันทาง สวทช. ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลให้ขับเคลื่อนเรื่องบีซีจี (BCG) ซึ่งเป็น ไบโออีโคโนมี (Bioeconomy) เซอร์คูลาร์อีโคโนมี (Circular Economy) แล้วก็กรีนอีโคโนมี (Green Economy) ซึ่งจะตอบโจทย์ในเรื่องเกี่ยวกับภาคเกษตรอย่างชัดเจนว่าเราจะนำ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปใช้ในการพัฒนาเกษตร โดยเฉพาะให้เกษตรเป็นเกษตร มูลค่าสูง คุณค่าสูง แล้วก็ใช้เป็นเกษตรพรีเมียม (Premium) และจะขับเคลื่อน รวมถึง การกระจายจีดีพี (GDP) ภาคเกษตรซึ่งต่ำอยู่แล้วนะครับ แต่ว่ายังอยู่บนพืชหลักข้าว อ้อย ยางพารา มันสำปะหลัง ปาล์ม ข้าวโพด ให้เกิดเกษตรที่มีจีดีพี (GDP) ขยายออกไปในกลุ่ม ต่าง ๆ อย่างเช่นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับแมลงซึ่งมีศักยภาพสูงมากในการที่จะเป็นแหล่ง โปรตีนใหม่หรือโปรตีนที่มาจากพืช จากเดิมที่เราขายออกไปเป็นอาหารสัตว์สามารถที่จะมาทำ เป็นโปรตีนก็อยู่ในแผนเรื่องเกษตร นอกจากนั้นก็มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการใช้สารชีวภัณฑ์ ในการจำกัดศัตรูพืชแล้วก็แมลงด้วยเช่นเดียวกัน ก็อยู่ในแผนที่เราขับเคลื่อนในส่วนของบีซีจี (BCG) ภาคเกษตรนะครับ ยังมีภาคอื่น ๆ ทางด้านอาหาร การแพทย์สาธารณสุข ซึ่งเกี่ยวข้อง กับสมุนไพรที่ท่านให้ความสนใจด้วยนะครับ ในการที่จะนำสมุนไพรต่าง ๆ เป็นส่วนหนึ่งของ เกษตรกลุ่มใหม่ รวมถึงการทำสารสกัดเพื่อนำสารสกัดเหล่านั้นมาใช้เป็นยา มาใช้เป็น เครื่องสำอาง รวมถึงการนำสารสกัดเหล่านั้นมาผลิตเป็นอาหารที่เรียกว่าอาหารฟังก์ชัน (Function) ที่มีคุณสมบัติเฉพาะสำหรับคนที่มีปัญหาทางด้านสุขภาพหรือนักกีฬาโดยเฉพาะ ก็มีโจทย์หลายส่วนที่อยู่ระหว่างการขับเคลื่อน🔗

ผมเรียนว่าในส่วนของ สวทช. มีบุคลากรอยู่ ๓,๐๐๐ คน งบประมาณ ที่ท่านสุพิศาลได้กรุณาดูงบการเงิน กราบเรียนว่าเงินสดคงเหลือที่ สวทช. มีอยู่ลดลง อย่างต่อเนื่อง เนื่องจากเรานำงบประมาณต่าง ๆ มาใช้ในการขับเคลื่อนวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง แล้วก็ยังมีพันธะที่เราต้องใช้จ่ายเงินเหล่าเพื่อการลงทุนใน อีอีซีไอ (EECi) อีกจำนวนมาก ตัวเลขที่เห็นเป็นตัวเลขชั่วขณะเดี๋ยวเราต้องจ่ายตามสัญญา ที่มีการก่อสร้างอีอีซีไอ (EECi) อีกหลายพันล้านบาทนะครับ เพื่อให้แน่ใจว่าอีอีซีไอ (EECi) จะเป็นฐานสำคัญในการนำวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีที่อยู่ในห้องปฏิบัติการไปขยายผลในระดับ สเกล (Scale) ใหญ่และนำไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ ๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับ การแปลงค่าเกษตรให้เป็นวัสดุใหม่ เป็นเคมีชีวภาพ เป็นวัสดุชีวภาพ ซึ่งเป็นตลาดสำคัญของ ตลาดโลกในอนาคตที่มีโพเทนเชียล (Potential) สูงมากครับ ก็กราบขอบพระคุณครับ แล้วก็ ขอบพระคุณและจะรับความคิดเห็นของทุกท่านไปดำเนินการต่อไป ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านผู้อำนวยการ กับคณะนะครับ เรารับทราบรายงานของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ รายงานประจำปี ๒๕๖๒ และปี ๒๕๖๓ ครับ ขอบพระคุณครับ จบแล้วครับ🔗

ต่อไปก็จะเป็นวาระ ๒.๕🔗

๒.๕ รับทราบรายงานการสร้างระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓ จะเป็นรายงานฉบับสุดท้ายสำหรับวันนี้ ที่เป็นอย่างนี้เพราะว่า ไม่ต้องการให้หน่วยงานทั้งหลายต้องมารอดึกดื่นนะครับ เราก็เลยตกลงในที่ประชุมร่วมกันว่า เราจะเสนอรายงานเพื่อทราบครั้งละประมาณสัก ๕ เรื่อง วันนี้ก็ได้ไป ๕ เรื่องนะครับ เพราะว่ามีการนำเรื่อง ๒.๒๒ เข้ามาเพิ่มเติมด้วย เรื่องนี้เป็นเรื่องสุดท้ายมีสมาชิกเข้ามาขอ อภิปรายหลายท่าน ผมจึงขออนุญาตให้บุคคลดังต่อไปนี้ได้เข้ามาชี้แจงครับ ท่านแรก คุณจ เด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการ สปสช. ขอเชิญนะครับ ท่านต่อไป นางลลิตยา กองคำ ท่าน ต่อไปนางวราภรณ์ สุวรรณเวลา ท่านต่อไป นางกิ่งไผ่ จันทร์อยู่ และอีกท่านหนึ่งคือ นายประเทือง เผ่าดิษฐ ขอเชิญนะครับ🔗

ขอเชิญสมาชิก ขณะนี้มีชื่อ แล้ว ๗ ท่านขออภิปราย ซึ่งเมื่อสมาชิก ๗ ท่านอภิปรายแล้ว มีประเด็นอะไรที่เป็นคำถามก็ จะให้ท่านเลขาธิการและคณะได้ชี้แจงต่อไปนะครับ เพราะฉะนั้นเริ่มต้นก็ขอเชิญนายแพทย์ กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ อภิปรายครับ ขอเชิญครับ ทุกคนช่วยรักษาเวลานะครับ🔗

นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ มหาสารคาม

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย วันนี้เป็นการเสนอรายงานของ สปสช. รายงานการสร้างระบบ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ งบประมาณ ๒๕๖๓ นะครับ ซึ่งก่อนอื่นต้องบอกว่าเป็นรายงาน ที่ค่อนข้างสมบูรณ์แบบแล้วก็ถือว่าเป็นเป็นเอกสารที่สำคัญในการที่จะดูเรื่อง ระบบสาธารณสุขของประเทศไทย ก็ต้องขอชื่นชมคณะทำงานที่ทำรายงานข้อมูลต่าง ๆ ที่สมบูรณ์แบบนะครับ ก่อนอื่นท่านประธานครับ ผมเคยทำงานเป็นคณะกรรมการ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติในตัวแทนของท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นบอร์ด (Board) คณะใหญ่ แล้วก็บอร์ด (Board) ของควบคุมคุณภาพก็จะเข้าใจการทำงานของหลักประกันสุขภาพ แห่งชาติ หรือ สปสช. ของเราเป็นอย่างดีนะครับ ก็เรียกว่าหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เป็นของประชาชน แล้วก็เป็นเรื่องที่ประชาชนเขาถือว่าเขาเป็นเจ้าของ แล้วเขารักนะครับ และเขาต้องการให้หลักประกันสุขภาพเป็นสิ่งที่เขาได้มีประโยชน์สูงสุดในการใช้ชีวิตของเขา หลักประกันสุขภาพแห่งชาติจะถือว่าเป็นหลักประกันชีวิตของเรานะครับ ซึ่งหลักประกัน สุขภาพแห่งชาติเขาเรียกว่าบัตรทองนะครับ ผมเข้าใจว่าคนที่ตั้งคำว่า บัตรทอง จะส่ง สัญญาณไปถึงผู้ให้บริการว่าคุณต้องบริการประชาชนเทียบเท่ากับบัตรทอง ก็คือบัตรที่สูงสุด นะครับ แล้วผมสมัยรับราชการก็เข้าใจนะครับว่าเราต้องบริการประชาชนให้ดีที่สุดเท่าที่เรา ทำได้ ซึ่ง สปสช. ก่อตั้งตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ ปีนี้ก็ ๒๕๖๔ ก็ ๑๙ ปีแล้ว งบรายหัวจาก ๑,๐๒๒ บาท เป็น ๓,๖๐๐ บาท ในปี ๒๕๖๓ แล้วปี ๒๕๖๔ ก็ ๓,๘๕๓ บาท ก็เรียกว่ามี การเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ แล้วก็สิทธิประโยชน์ก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ เรียกว่าหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ได้เป็นขวัญใจ ถือว่าเป็นนโยบายรัฐบาลทุกรัฐบาลที่ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่านี่คือนโยบายที่ดี ที่สุดในเรื่องของการที่ประชาชนมีความชื่นชมมากที่สุดนะครับ ในเรื่องของรายงานฉบับนี้ ก็ต้องบอกว่าอยากจะดูเรื่องกรอบแนวคิด โดยเฉพาะเรื่องท่านนายกรัฐมนตรีผมอยากให้ ท่านนายกรัฐมนตรีได้อ่านรายงานฉบับนี้ให้ละเอียดนะครับ โดยเฉพาะกรอบแนวคิด ด้านการเงินการคลัง ถ้าท่านเข้าใจกรอบแนวคิดด้านการเงินการคลังท่านอาจจะให้ งบประมาณของหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้เยอะกว่านี้ ให้งบประมาณด้านสาธารณสุข ให้เยอะกว่านี้ ซึ่งในหน้า ๔๐ รายงานรายจ่ายด้านสุขภาพทั้งหมดของประเทศนะครับ มาตรฐานเป็นอย่างไร ก็บอกว่าไม่ควรน้อยกว่า ๔ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) แล้วก็ไม่ควร เกิน ๔.๖ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) ปัจจุบันของเราในปี ๒๕๖๒ ก็ ๔.๐๒ ถือว่าเรา ผ่านมาแล้วนะครับ ตอนนี้เราก็ดีขึ้นในเรื่องของการที่จะเทียบกับจีดีพี (GDP) นะครับ อันที่ ๒ คือรายจ่ายของรัฐบาลด้านสุขภาพต้องไม่น้อยกว่า ๑๗ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ และ ไม่มากกว่า ๒๐เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ ของเราประมาณ ๑๖.๕๖ ในปี ๒๕๖๒ นะครับ ก็เรียกว่าใกล้แล้ว แต่ผมยังเชื่อมั่นว่าถ้าเรางบประมาณที่เยอะกว่านี้และมีการบริหารจัดการ ที่ดีกว่านี้ก็จะทำให้เงินไปถึงหน่วยบริการได้เยอะกว่านี้ ค่าจัดการลดลง เงินจะสามารถทำให้เกิดสุขภาพที่ดีให้กับประชาชนได้ ระบบประกันสุขภาพ ของเรา ระบบสาธารณสุขของเราถือว่าเข้มแข็ง โดยเฉพาะช่วงโควิด (COVID) ถือว่าเราเป็น พระเอกในการที่จะพาประเทศนี้ฟื้นจากโควิด (COVID) โชคดีระบบสาธารณสุขของเรามี คนเก่ง ๆ คนดี ๆ คนมีคุณธรรม คนมีจริยธรรมมากมาย ก็ถือว่าเป็นเสาหลักของระบบ สุขภาพนะครับ ก็ต้องขอชื่นชมบรรพชนด้านสาธารณสุขในอดีตจนถึงปัจจุบันที่เป็น แบบอย่างให้พวกเราได้เดินตาม หรือว่าปฏิบัติที่งดงามนะครับ ส่วนของ สปสช. เป้าหมาย ก็เรียกว่ามีเป้าหมายชัดเจน มีเคพีไอ (KPI) ที่ชัดเจน ซึ่งอันนี้ก็แตกต่างจากการทำงาน ในระบบราชการ ซึ่งทำให้ สปสช. ของเราถือว่าเป็นระบบนิเวศน์หนึ่งที่สมบูรณ์แบบระหว่าง กระทรวงสาธารณสุขแล้วก็ สปสช. จะบอกว่า สปสช. ทำงานคนเดียวก็ไม่ได้ การทำงาน ก็ต้องมีการทำงานร่วมกันกับกระทรวงสาธารณสุขนะครับ แล้วก็ผมดูแผน ๕ ปี ก็คือ ปี ๒๕๖๑ ถึงปี ๒๕๖๕ ตั้งเป้าประสงค์ไว้ ๓ อย่าง ก็คือประชาชนเข้าถึงบริการ การเงิน การคลังมั่นคง แล้วก็ดำรงธรรมาภิบาล🔗

ประเด็นที่จะอภิปรายในวันนี้ก็คือเรื่องผลงาน ผลงานผมว่าดีมาก ผมให้ เอบวกบวก (A++) การให้สิทธิประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นมาตลอด การล้างไต การดูแลผู้ป่วย โรคหายยาก การปลูกถ่ายสเตมเซลล์ (Stem Cells) การผ่าตัดหัวใจ การผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ เปลี่ยนตับ เปลี่ยนไต การรักษาโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด สเตมมี่ (STEMI) รวมทั้งอื่น ๆ วัคซีน ๕ โรค โรตาวัคซีน (Rotavirus Vaccine) รวมทั้งการตรวจคัดกรองไวรัสตับอักเสบซี และการรักษา ผ่าตัดแบบวันเดียว แล้วก็มีสิทธิประโยชน์ด้านคัดกรองดาวน์ซินโดรม (Down Syndrome) อะไรต่าง ๆ ถือว่ามีเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ ซึ่งนี่คือความสำคัญนะครับ เพราะว่าสมัยก่อนตรวจดาวน์ซินโดรม (Down Syndrome) เราต้องไปตรวจที่เอกชน ก็ต้อง เสียเงิน ตอนนี้ค่าใช้จ่ายประชาชนลดลง นี่คือสิ่งที่งดงามว่าการที่เรามีระบบสุขภาพที่ดี ประกันสุขภาพที่ดีจะลดค่าใช้จ่ายของประชาชน แต่ก่อนไม่มีเงินก็ต้องเสีย พ่อแม่ลูกป่วย ก็ต้องจ่ายเงิน ต้องจำนอง มีหนี้มีสิน ฉะนั้นแล้วในเรื่องของหลักประกันสุขภาพถือว่า เหมือนรัฐซื้อประกันให้ประชาชน แล้วรัฐมาบริหารบริษัทประกันให้เกิดคุณภาพที่ดีที่สุด🔗

ประเด็นที่ ๒ ช่วงโควิด (COVID) ผมขอชื่นชมบทบาทของ สปสช. ในการ สนับสนุนเรื่องของกระทรวงสาธารณสุข บางทีก็คิดก่อนด้วยซ้ำไป เรื่องของล้นเตียง ก็ต้อง บอกว่าโดยรวมแล้วหลักประกันสุขภาพแห่งชาติก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่เราต้องสนับสนุน แล้วก็ต้องขอให้กำลังใจชาว สปสช. ทุกท่านที่ได้ทำงานหนักเพื่อพวกเราทุกคนครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ครับ🔗

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย วันนี้เป็นรายงานของ สปสช. ในระยะของประกันระยะแผน ๕ ในปี ๒๕๖๑- ๒๕๖๕ ซึ่งผมต้องเรียนว่าวันนี้ สปสช. นั้นถือว่าเป็นผู้ซึ่งรับบทหนักที่จะต้องช่วยเหลือพี่น้อง เพราะขณะนี้พี่น้องลำบากมาก สำหรับปัญหาและประเด็นที่ผมจะนำเรียนก็คือเรื่อง เม็ดเงินก่อน เม็ดเงินของปี ๒๕๖๒ ได้รายหัว ได้เงินทั้งสิ้น ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท พอปี ๒๕๖๓ ได้ ๑๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ปี ๒๕๖๔ ได้ ๑๔๒,๐๐๐ ล้านบาท แต่พอปี ๒๕๖๕ ได้น้อยลง ซึ่งปี ๒๕๖๕ ท่านจเด็จจะต้องได้เม็ดเงินน้อยลงทั้งที่มีเรื่องโควิด (COVID) อยู่ เงินหายไปพอสมควรทีเดียว เรื่องของรายหัวก็ลดลงจาก ๓,๖๐๐ บาท แล้วก็ปี ๒๕๖๔ เหลือ ๓,๗๐๐ บาทกว่า ๆ ปี ๒๕๖๕ ก็เหลือ ๓,๗๐๐ บาท ที่ผมมีคำถามและมีประเด็น ที่อยากจะถาม ข้อที่ ๑ ก็คือเรื่องโรคเกี่ยวกับการฟอกไต ท่านประธานครับ เราไปตามพื้นที่ จะมีทุกคนที่มาหาพวกเราบอกว่าเป็นโรคไต ทั้งไตวายเรื้อรังต้องเข้าฟอกไต ซึ่งผมเข้าใจว่า ในโรงพยาบาลเองเขาไม่สามารถจะทำฟอกไตได้ ก็มีเอาต์ซอร์ซ (Outsource) มา ทีนี้ การฟอกไตก็มี ๒ แบบ คือฟอกแบบหน้าท้องกับฟอกแบบเส้นเลือด สปสช. เดิมให้เฉพาะ หน้าท้องที่ฟรี แต่ฟอกหน้าท้องนี้ติดเชื้อง่าย โอกาสที่จะอยู่โฟลว์ไวโอเลต (Flow Violet) น้อย ไม่เกิน ๕ ปี แล้วก็เสียชีวิตไป แต่ถ้าฟอกทางเส้นเลือดจะอยู่ได้เป็น ๑๐ ปี ๒๐ ปี ประเด็นก็คืออยากให้ สปสช. ขยายวงเงิน ซึ่งปีที่แล้วได้ ๖๑,๐๐๐ ปีนี้ก็ได้ ๖๐,๐๐๐ กว่า ขายวงเงินในการดู การฟอกไตทางหน้าท้อง ทางเส้นเลือดให้ครอบคลุมให้ได้ ท่านครับ อย่าคิดว่าถึงแม้ว่าจะฟรี แต่เขาต้องเหมารถมา เขาต้องมากินข้าว ต้องมาอยู่ มีค่าใช้จ่ายเขาก็ลำบาก คนที่เป็นโรค ไตวายเรื้อรังแทบจะหมดเนื้อหมดตัวสำหรับครอบครัวนั้น ๆ เป็นสิ่งที่น่าสนใจและน่าเห็นใจ กับเขามาก🔗

ประเด็นที่ ๒ เรื่องของการที่ขณะนี้เราเป็นยุคโควิด (COVID) เรื่องของระบบ รีเฟอร์ (Refer) ซึ่งในแผนในหนังสือนี้ที่เขียนไว้แล้วว่ามีเพิ่มขึ้น ๔ ประการที่ทำให้ก็คือ หน่วยบริการได้รับสิทธิรีเฟอร์ (Refer) หรือว่าไม่ต้องมีการย้ายสิทธิมีผลได้ทันที ก็ต้องเรียน อีกครับท่านประธาน อย่างเช่นอำเภอกันทรลักษ์ซึ่งติดกับจังหวัดอุบลราชธานีก็ ๗๐ กิโลเมตร ติดกับจังหวัดศรีสะเกษก็ ๗๐ กิโลเมตร เท่ากัน แต่พี่น้องประชาชนก็บอก อยากจะขอไปรับโรงพยาบาลศูนย์ที่สรรพสิทธิประสงค์ แต่ก็มีระบบที่บอกว่าต้องเข้าไป โรงพยาบาลเซคันดารีแคร์ (Secondary Care) ก็คือโรงพยาบาลจังหวัดก่อน แล้วโรงพยาบาลจังหวัดถึงจะส่งเข้าโรงพยาบาลศูนย์ได้ แต่บางอำเภอติดจังหวัดอุบลราชธานี ต้องวนกลับมาจังหวัดศรีสะเกษใหม่แล้วเข้าไปจังหวัดอุบลราชธานี ถ้าเกิดว่าจะได้รีเฟอร์ (Refer) ซึ่งตรงนี้อยากให้เป็นระบบทั้งหมด ซึ่งนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านจเด็จว่า ในระบบรีเฟอร์ (Refer) ท่านจัดให้เขาไม่ต้องผ่านหลายขั้นตอน แล้วก็การรับส่งมันจะได้ง่าย เพราะนั่นคือคำนึงถึงประโยชน์ของเขา แล้วเรื่องของบอกว่าไม่ต้องมีใบส่งตัว เรียนถามว่า ถึงไหนแล้ว ใช้ได้ไหม เห็นว่านำร่องนะครับ ที่บอกไม่ต้องส่งตัวหรือว่านำร่องในเขตต่าง ๆ ขณะนี้ หลังจากนี้ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ จะสำเร็จได้แค่ไหน อย่างไร🔗

ถัดมาก็คือเรื่องการนัดหมาย การนัดหมายนี้ผมเรียนเลยว่าตอนนี้เราต้องใช้ ระบบไอที (IT) คนป่วยมาเขามาทั้งวัน เหมารถเรือมาทั้งวัน ครอบครัวไม่ต้องทำอะไรแล้วได้ ตรวจเอาตอนเย็นก็มี ตอนบ่ายก็มี เพราะว่าอะไร เพราะว่าคนแน่นมาก ถ้าสามารถนัดหมาย ได้ว่ายาย ก ยาย ข มา ๐๙.๔๐ นาฬิกา คนนี้มา ๐๙.๔๕ นาฬิกา ๐๙.๕๐ นาฬิกา ใช้เวลาแค่ ประมาณ ๒๐ นาที ๓๐ นาที แล้วรับยาได้เลยกลับได้เลย นี่คือสิ่งที่ดี ส่วนเรื่องการจ่ายยา ที่บ้านทางไปรษณีย์ผมเห็นด้วย ว่าเป็นประโยชน์แต่ก็ต้องมีการนัดฟอลโลว์อัป (Follow Up) กัน🔗

ถัดมาก็คือที่ท่านเขียนไว้ว่าสิ่งที่ถือเป็นความท้าทายในเรื่องของโคโรนาไวรัส (Corona Virus) นี่ล่ะครับเป็นเรื่องใหญ่มาก ตอนนี้เราต้องมองถึงเรื่องว่าคัดกรองให้ได้มาก ที่สุด เร็วที่สุด ทั่วถึงที่สุด แล้วรักษาให้เร็วที่สุด ตอนแรกท่านบอกว่านำร่องด้วยยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) แล้วก็มาประกาศเมื่อวันที่ ๒๑ กันยายนที่ผ่านมาว่าให้ได้เลยถ้าเกิดว่า มีการสัมผัสเชื้อ ซึ่งตรงนี้ทำให้มีผลการตอบรับดีมาก ผมต้องเรียนว่ายานี้ต้องได้ก่อนเลย ถ้าไม่อย่างนั้นก็ไปรอจนว่ามีอาการมากแล้วค่อยให้ยา เชื้อลงปอดก็ลำบาก เพราะอย่างนั้น ยาตรงนี้ต้องให้พอ แล้วเราก็ผลิตได้เอง แล้วทราบว่าต้นทุนจากเม็ดละ ๑๐๐ บาท เหลือ เม็ดละ ๑๐-๒๐ บาท แล้วเราก็ต้องมองถึงยาตัวเลือกตัวใหม่ซึ่งกำลังจะเข้ามา นี่คือยารักษา วัคซีนท่านต้องเร่งเลยนะครับ เพราะว่าสำคัญมาก ท่านบอกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ของคนก็ ๕๐ ล้านคน ตอนนี้เราได้เข็มหนึ่งแค่ประมาณ ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ เข็ม ๒ ๒๐ กว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ยังไม่ครบ ดังนั้นต้องเร่ง ที่ผมเห็นก็คือเรื่องของโรค คนพิการ ในนี้ท่านเขียนท่านดูเรื่องคนพิการ สัมฤทธิ์ผลนิดเดียว การช่วยเหลือคนพิการ การตอบรับ คนพิการนี่เราต้องเห็นใจเขานะครับ เขาอยู่อย่างลำบาก เราต้องเติมกำลังใจ ให้เขา ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์รถเข็น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการยังชีพ ให้เขาอยู่ได้แบบไม่ต้อง พึ่งพาคนอื่น ซึ่งท่านตั้งเป้าไว้ ยังได้แค่ ๒๘,๐๐๐ ตั้งเป้าไว้ สัมฤทธิ์ผลแค่ ๒๘,๐๐๐ จาก ตั้งเป้าไว้ ๓๐,๐๐๐ คน ผมว่าตั้งเป้าไว้เท่าไรก็ต้องทำให้สัมฤทธิ์เป็นร้อยเลย เพราะว่ากลุ่มนี้ เป็นกลุ่มที่เขาได้รับความเดือดร้อนจริง ๆ เพราะฉะนั้นก็หวังเป็นอย่างยิ่งเห็นว่าปี ๒๕๖๕ จะมีการพัฒนาในเรื่องของการตรวจมะเร็ง แบบเพตสแกน (PET Scan) ซึ่งตรงนี้ผมยืนยันว่าเป็นประโยชน์มาก เพราะว่าการตรวจ มะเร็งที่ถือว่าเออร์ลีดีเทค (Early Detect) เพราะว่ามีการเอกซ์เรย์แบบที่เขาสามารถอัปเทค กลูโคลส (Glucose Uptake) ได้ทำให้คนไข้ที่เป็นหรือไม่เป็นนี่มันชีวิตเลยนะครับ ถ้าทำได้ ตรงนี้ต้องให้เขาเลยเรื่องฟอกไต เรื่องการอินเวสติเกต (Investigate) ต่าง ๆ ซึ่งทาง สวทช. คงจะได้ตอบอีกที ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ ครับ🔗

นายเอกภพ เพียรพิเศษ เชียงราย

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายแพทย์เอกภพ เพียรพิเศษ ผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย ก็มีความยินดีที่จะได้อภิปราย รายงานของ สปสช. อีกครั้งนะครับ หลังจากที่ในสภาชุดนี้ผมได้เคยอภิปรายมาแล้ว ๒ รอบ ในรอบนี้ก็คงไม่ต้องอารัมภบทมาก ก็จะเป็นเรื่องของการยิงคำถามโดยตรงแล้วก็ตามงาน ที่ผมได้เคยอภิปรายไว้เมื่อปีก่อน ๆ นะครับ แต่ว่าก่อนที่จะถึงตรงนั้นผมมีเรื่องหนึ่ง ที่อยากจะให้ท่านเปิดไปหน้า ๘๑ กับหน้า ๘๒ ของรายงานจะเห็นเรื่องของผลการดำเนินงาน เรื่องตัวชี้วัดตามเกณฑ์คุณภาพในปี ๒๕๖๐ ถึงปี ๒๕๖๓ ปรากฏว่าในเกณฑ์นี้ตัวชี้วัดแทบ ทุกข้อ สปสช. สอบตกหมดเลย แล้วก็น่าจะสอบตกอย่างต่อเนื่องมาด้วย แล้วยังไม่มีทีท่าว่า จะกระเตื้องขึ้น ตรงนี้จะต้องขอคำอธิบายว่าจะดำเนินการอย่างไรในปีต่อ ๆ ไปนะครับ เพราะว่าตรงนี้เป็นตัวชี้วัดสำคัญในเรื่องของการดำเนินงานของ สปสช. เพื่อสร้างสุขภาพของ ประชาชนนะครับ เอาล่ะ ในวันนี้ผมมีประเด็นที่จะพูดถึงแล้วก็ถามถึงมี ๓ ประเด็นครับ🔗

ประเด็นแรกคือการดำเนินการตามมาตรา ๙ มาตร ๑๐ มาตรา ๑๑ ของ พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติที่ผมเคยถามไว้ แล้วก็จะถามต่อนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ คือปัญหาการเข้าถึงบริการสาธารณสุขในเขต กทม. ซึ่งปัญหานี้ จะเกี่ยวโยงไปในเรื่องของปัญหาการรับมือกับการระบาดของโคโรนาไวรัส (Coronavirus) ด้วยนะครับที่เราประสบปัญหาอยู่ ณ ตอนนี้🔗

ประเด็นที่ ๓ ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญคือเรื่องของความโปร่งใสในการบริหาร จัดการกองทุนนะครับ🔗

เรื่องของประเด็นแรกก่อนนะครับคือเรื่องของการดำเนินการตามมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ ของ พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ตอนนี้จะครบ ๒๐ ปีแล้ว ตามบทเฉพาะกาลในมาตรา ๖๖ เขาบอกว่าให้ตราพระราชบัญญัติกฤษฎีกาตามมาตรานี้ ภายใน ๑ ปี แต่เปิดโอกาสให้ขยายเวลาได้ปีละครั้ง โดยต้องรายงานให้ประชาชน รับทราบด้วย ในรายงานฉบับนี้อยู่ตรงไหนครับรายงานตรงนั้นให้ประชาชนรับทราบ ถ้าไม่มี เขียนไว้ในรายงานเลย ซึ่งตรงนี้ปีที่แล้วผมก็อภิปรายไว้แล้ว ถ้าไม่มีตรงนี้ถือว่าทำผิดหรือไม่ คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติทำผิดกฎหมาย พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพ แห่งชาติหรือไม่ ตรงนี้เป็นสิ่งสำคัญนะครับ เราจะทำผิดกฎหมายไม่ได้ ผมก็เลยต้องย้ำเตือน แล้วก็ย้ำอีกครั้งว่าต้องมีการรายงานความคืบหน้าครับ แล้วก็บอกเหตุผลว่ามาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ ที่เรายังทำไม่ได้คืออะไร นี่ผิดกฎหมายนะครับ ไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ🔗

ประเด็นที่ ๒ เรื่องของการระบาดโควิด (COVID) การระบาดของโควิด (COVID) ในต่างจังหวัดเราพอรับมือได้ เรามีระบบสาธารณสุขที่ดีต่างจากใน กทม. ครับ ที่ผ่านมาระบบสาธารณสุขของ กทม. ถูกหมักหมมปัญหาไว้ มีการเข้าถึงบริการสาธารณสุข ของ กทม. ผ่านบัตรทองเพียงแค่ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ จากในรายงานเล่มที่รายงานทั่วประเทศ เฉลี่ยแล้วประมาณ ๗๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ ตรงนี้ไม่ได้มีการรายงานไว้ในเล่มนะครับ แสดงว่า สปสช. ไม่เห็นปัญหา หรือพยายามปกปิดปัญหา หรือว่าหมกปัญหานั้นไว้ มองแต่ข้อดีและ นำเสนอแต่ข้อดีของตัวเอง พอปัญหานี้ไม่เคยมีการแก้ไขมาก่อน เมื่อมีโรคระบาดเกิดขึ้น เมื่อมีจำนวนคนไข้มากขึ้นปัญหานี้ก็ปะทุออกมาเหมือนฝีแตก คนไข้ที่อยู่ใน กทม. มีความ ลำบากในการเข้ารับบริการการรักษาพยาบาล ทำให้มีผู้ป่วยเสียชีวิตอยู่ที่บ้าน ทำให้มีการ เข้าถึงบริการได้ยาก เราจะแก้ไขด้วยโฮมไอโซเลชัน (Home Isolation) หรือคอมมูนิตี ไอโซเลชัน (Community Isolation) นั่นมันเป็นปลายเหตุครับ แต่ต้นเหตุคือการเข้าถึง บริการ ที่ผ่านมาเรายังไม่ได้มีการแก้ไขตลอด ๒๐ ปี ของ สปสช. จะทำอย่างไร ไม่มี ในรายงานเล่มนี้ด้วยที่จะบอกไว้ตรงนั้นเช่นกันครับ🔗

ประเด็นที่ ๓ เรื่องสำคัญครับ คือเรื่องของความโปร่งใส ผมตั้งประเด็นว่า การจัดซื้อยาและเวชภัณฑ์ของ สปสช. ผ่านโรงพยาบาลราชวิถีอาจจะเสี่ยงต่อความผิด ทางด้านกฎหมาย เพราะว่าไม่มีกฎหมายรองรับ พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ไม่อนุญาตให้ทำเช่นนี้ การโอนให้โรงพยาบาลราชวิถีซื้อแทนนั้นเป็นการกระทำแบบที่เรา เรียกว่าศรีธนญชัย แต่กฎหมายไม่ได้เปิดโอกาสว่าให้เครือข่ายเป็นการซื้อยา แล้วไป กระจายต่อ กฎหมายตามมาตรา ๒๒ ของ พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพ ผมจำมาตราได้ไม่ชัด แต่น่าจะมาตรา ๒๒ นะครับ เขียนไว้ว่าให้เครือข่ายนั้นทำหน้าที่ คือให้บริการแล้วก็ เบิกค่ารักษา ไม่ใช่เอาเงินงบประมาณแล้วก็ไปซื้อยาหรือเวชภัณฑ์ แล้วไปแจกให้ลูกค้าข่าย ตรงนี้เป็นสิ่งที่เราจะต้องดูกันว่าเราทำผิด แล้วจะทำผิดซ้ำอย่างต่อเนื่องหรือไม่ ซึ่งมันก็มาถึง เรื่องของประเด็นชุดตรวจเอทีเค (ATK) ประเด็นปัญหาที่ผมเจอจากการสืบสวน ในกรรมาธิการการสาธารณสุขพบว่า สปสช. มีคณะกรรมการชุดหนึ่ง มีกรรมการที่กำหนด สเปก (Spec) กำหนดราคาชุดตรวจเอทีเค (ATK) หลังจากที่กำหนดราคาแล้วส่งให้องค์การ เภสัชกรรมไปจัดซื้อ แต่ปัญหาคือบริษัทที่หน่วยงานหรือว่าคณะกรรมการนั้นคาดว่าจะมา เปิดซองไม่มาในการเปิดซองครั้งแรก องค์การเภสัชกรรมเขียนไว้ชัดเจนครับว่ามีข้อทักท้วง จากผู้สังเกตการณ์ ซึ่งมาจากกลุ่มแพทย์กลุ่มหนึ่งซึ่งมีความเชื่อมโยงกับกรรมการชุดนั้น ทักท้วงว่าบริษัทที่มีศักยภาพอาจจะไม่ได้มาเปิดซอง ก็เลยเป็นเหตุผลหนึ่งในการเลื่อน การเปิดซองหรือยกเลิกการเปิดซองในครั้งนั้น อันนี้คือการจงใจทุจริตหรือว่ามีเงื่อนงำอะไร หรือเปล่า ตรงนี้ สปสช. ต้องไปตรวจสอบ การเบิกจ่ายค่าตรวจคัดกรองเอทีเค (ATK) ในชุมชน ต้นทุน ๑๐๐ กว่าบาท เบิก ๔๕๐ บาท มีการนำแพทย์ บุคลากรจากต่างจังหวัด มาตรวจในกรุงเทพฯ ถูกต้องหรือไม่ การเบิกจ่ายค่าโฮมไอโซเลชัน (Home Isolation) หลังจากขึ้นทะเบียนแล้ว ๓,๐๐๐ บาท ๑,๐๐๐ บาทต่อวัน มีการดูแลจริงหรือไม่ มีการ ร้องเรียนว่าไม่ได้รับทั้งยา แล้วก็ไม่ได้รับการดูแลจากประชาชนทั่วไป นี่คือสิ่งที่เจอ นี่คือเป็น สิ่งที่ สปสช. ต้องรายงานความโปร่งใสของการบริหารจัดการ นี่เพียงแค่จุดเล็ก ๆ จุดเดียว ที่ผมนำเสนอ ยังมีอีกหลายจุดที่เราอาจจะต้องพูดถึงต่อไป ฉะนั้นวันนี้ผมก็ขอสรุปว่า มี ๓ ประเด็น เรื่องของมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ เรื่องของการเข้าถึงบริการ สาธารณสุขในกรุงเทพฯ แล้วก็ความโปร่งใส ซึ่ง สปสช. เสี่ยงต่อการกระทำผิดกฎหมาย ก็อยากจะได้คำตอบตรงนี้ แล้วในการรายงานปีหน้าก็น่าจะได้รับคำตอบที่ชัดเจนลงใน รายงานเป็นเอกสารด้วย ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ครับ🔗

นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงราย ต้องกราบเรียนท่านประธานไว้เป็น เบื้องต้นก่อนนะครับว่าเรื่องรายละเอียดของทางการแพทย์นี่คุณหมอทั้งหลายท่านได้พูดจา ไปแล้วนะครับ สิ่งที่ผมจะขออนุญาตเรียนเท้าความให้พี่น้องประชาชนได้รำลึกนึกถึงว่า โครงการหลักประกันสุขภาพว่ากันตามจริงมันก็มาจากทางบัตรทองเมื่อปี ๒๕๔๔ คงต้องขอ ยกย่องรำลึกถึง โดยเฉพาะคุณหมอสงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ซึ่งเป็นคนต้นคิดตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ และในนั้นเองก็มีท่านคุณหมอสุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ได้เอานโยบายต่าง ๆ มามอบให้ท่านทักษิณ ชินวัตร ก็เป็นนโยบายที่ติดหูติดตา ไม่ว่าคุณจะไปเลือกหลักประกันสุขภาพอะไรก็แล้วแต่ แต่ทุกวันนี้เขาก็ยังรู้ว่าคือโครงการ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค🔗

ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมขออนุญาตชื่นชมเอกสารที่ท่านได้กรุณาทำมา แล้วก็ผมเคยประชุมร่วมแล้วท่านก็มาชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องงบประมาณ โดยเฉพาะทางท่าน เลขาธิการ คุณหมอจเด็จ ทีมงานทั้งหมดดีมาก แล้วก็ผมชื่นชมจริง ๆ แต่สิ่งที่อยากจะขอ เสนอเป็นข้อคิดเห็น แล้วก็อยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังทางสำนักงานหลักประกัน สุขภาพแห่งชาติ ในหน้า ๑๐๒ ท่านทำไว้ดี แต่ว่าผมเห็นว่ามันน่าจะเกินความเป็นจริง เพราะทุกสิ่งที่ท่านประเมินท่านคิดว่าปี ๒๕๖๕ ท่านจะทำให้มันได้ถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งข้อเท็จจริงผมคิดว่ามันไม่น่าจะเป็นจริงตามที่ท่านได้ บอกไว้นะครับ ขออนุญาตท่านเลขาธิการได้กรุณาเปิดไปหน้า ๑๐๒ นะครับ เขาบอกตัวชี้วัด ๑๐ ตัวชี้วัด ภายในปี ๒๕๖๕ ผมว่าสิ่งเหล่านี้มันเป็นเรื่องที่ท่านตั้งเป้าไว้ได้ แต่ว่าการกระทำมันคงไม่จริง อย่างที่ท่านว่า เพราะมีข้อบกพร่องหลายเรื่อง สิ่งแรกที่ผมอยากจะขออนุญาตเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านเลขาธิการก็คือว่าตอนนี้เราก็มีแต่ตกใจเรื่องโควิด (COVID) ตกใจ เรื่องเงินกองทุน ปี ๆ หนึ่งเพิ่มขึ้นมาเป็น ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมเรียนว่าสิ่งหนึ่ง ที่ทางท่านเลขาธิการกับสำนักงานลืมไปก็คือว่าตอนนี้เรามีเหมือนกับเงินจ่าย แต่ว่าเราไม่ได้ มีการประกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่มีการส่งเสริมให้พี่น้องประชาชนได้ออกกำลังกาย การออกกำลังกายจะทำให้ร่างกายแข็งแรง งบประมาณในการที่จะใช้จ่ายในเรื่อง การรักษาพยาบาลก็จะน้อย ตอนนี้ต้องเรียนท่านเลขาธิการว่าท่านมุ่งไปถึงเรื่องการ รักษาพยาบาลมากกว่าการป้องกัน เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะขอเรียนฝากไว้ก็คือ เรื่องแรกท่านจะต้องส่งเสริมเรื่องการออกกำลังกายเพื่อที่จะทำให้ร่างกายพี่น้องประชาชน คนไทยเข้มแข็ง แข็งแรง แล้วก็จะได้ปราศจากโรค สิ่งที่ผมอยากจะเรียนต่อมาก็คือว่าสิ่งที่ อยากจะนึกถึงเกี่ยวกับเรื่อง ๑๓ เขตของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในต่างจังหวัดผมคิดว่าหลายท่านได้อภิปรายไปแล้วว่าไม่ค่อยมีปัญหาเพราะว่าท่านเหมาจ่าย แล้วก็ให้แต่ละโรงพยาบาลมีการบริหารจัดการเอง แต่ส่วนหนึ่งในกรุงเทพฯ ผมเห็นว่า มันเป็นเรื่องที่เป็นปัญหาที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เราเห็นชัด ๆ ก็คือช่วงที่มันมีการระบาด ของโควิด-๑๙ (COVID-19) ท่านประธานจะเห็นว่าในกรุงเทพฯ เป็นแหล่งแรก ไม่ว่าจะเป็น เรื่องคลัสเตอร์ (Cluster) ทองหล่อ คลัสเตอร์ (Cluster) สนามมวย คลัสเตอร์ (Cluster) คนงานต่างด้าว บ่อนการพนัน ทุกอย่างมาจากกรุงเทพฯ แต่ว่า สปสช. ไม่มีโอกาสที่จะมา บริหารเขต ๑๓ ของกรุงเทพฯ เท่าที่ควร สาเหตุคืออะไรครับท่านประธาน นั่นหมายถึงว่า โรงพยาบาลต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงพยาบาลที่อยู่ในกำกับดูแลของรัฐ โรงพยาบาลใหญ่ ๆ โรงพยาบาลศิริราช โรงพยาบาลรามาธิบดี โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ซึ่งทั้งหมดนี้ก็อยู่ใน กองทุนที่หลักประกันสุขภาพจะต้องเป็นคนจ่าย ผมกำลังนึกถึงว่าทำไมไม่ให้หลักประกัน สุขภาพเข้าไปมีบทบาทกับโรงพยาบาลเหล่านี้ ในกรุงเทพฯ เองผมต้องเรียนว่ามีปัญหาที่มัน เริ่มระบาดของโควิด (COVID) ไปทั่วประเทศก็เพราะว่ามันมีหน่วยงานที่คร่อมกันไปมา หลายเรื่องครับ สำนักงานแพทย์ของ กทม. ก็ไม่ยอมรับ สปสช. เราเองก็อย่างที่เพื่อนสมาชิก ได้อภิปรายว่าแพทย์ชนบทก็เอาอย่างหนึ่ง ถึงเวลาขึ้นมาองค์การเภสัชกรรมก็จะเอาอีก อย่างหนึ่ง ก็กลายเป็นว่าระดับนโยบายทะเลาะเบาะแว้งกันไปหมด สิ่งที่ผมจะต้อง ขออนุญาตเรียนท่านประธานอีกอันหนึ่งก็คือว่าตัวนี้ครับ ผมมานั่งนึก ๆ สำนักงานหลักประกัน สุขภาพแห่งชาติก่อนหน้านี้เราได้รับการยกย่องทั่วโลกบอกว่าประเทศไทยมีเรื่องการ รักษาพยาบาลดีอันดับต้น ๆ ของโลก แต่ว่าถึงขณะนี้มันเป็นการผิดพลาดของฝ่ายนโยบายที่ ทำให้มีการแพร่ระบาดของโควิด (COVID) จนกระทั่งเดี๋ยวนี้ประเทศไทยเป็นประเทศที่ไปที่ ไหนคนก็ไม่ให้เข้าครับ ประเทศจีนก็ไม่ได้ ประเทศอังกฤษก็ไม่ได้ ประเทศญี่ปุ่นก็ไม่ให้เข้า ซึ่งตรงนี้มันเป็นเรื่องที่น่าขายหน้า น่าอับอาย แล้วก็น่าสลดหดหู่แทนข้าราชการในกระทรวง สาธารณสุขจริง ๆ ผมมั่นใจแล้วก็ดูประวัติของท่านเลขาธิการจเด็จกับทีมงานนะครับผมเชื่อ แต่ว่าท่านเองมีบอร์ด (Board) หลักประกันสุขภาพซึ่งคอยควบคุมอีกทีหนึ่ง สิ่งที่ผมอยากจะ ขออนุญาตฝากท่านประธานไปถึงผู้บริหารของกระทรวงสาธารณสุขนะครับ สำนักงาน หลักประกันสุขภาพแห่งชาติผมถือว่าทำงานได้ดีในระดับหนึ่ง แต่ทำไมท่านไม่เอามารวมกัน ให้ทั้งหมดครับ บริษัทหลักประกันสุขภาพเหมือนกับการประกันชีวิต ใครที่ทำดี ป่วยน้อย รักษาพยาบาลมีประสิทธิภาพก็ควรจะต้องให้รางวัล แต่ขณะนี้ก็แยกกันไป กลายเป็นว่า กองทุนประกันสังคมก็ไปที่หนึ่ง การเบิกจ่ายของข้าราชการก็ไปที่หนึ่ง ทำไมไม่เอา ๓ หน่วยงานนี้มารวมที่หลักประกันสุขภาพแห่งชาติแล้วก็ให้บริหารทีเดียวเลยครับ🔗

ท่านประธานครับ ท้ายสุดผมขออนุญาต มีเวลาจำกัด สิ่งที่ผมจะต้องเรียนให้ ท่านเลขาธิการได้รับทราบคืออะไรครับ ที่ผ่านมาเมื่อเดือนเมษายนมันเริ่มมีคลัสเตอร์ (Cluster) ที่ระบาด และมีผู้บริหารของรัฐบาลนี้บอกว่าต้องเอาคนที่ป่วยออกต่างจังหวัด เดี๋ยวนี้แพร่ระบาดเป็นสายพันธุ์เดลตา (Delta) ทั่วประเทศเลยครับ ประเด็นตามมาคือ อะไรครับ เรามีหมอ แต่โรงพยาบาลเราไม่มีห้อง เสร็จแล้วท่านก็เลยเอาห้องเหล่านี้ ไปให้กับฮอสพิเทล (Hospitel) ผมเรียนท่านเลขาธิการว่าขณะนี้มีการทุจริตคอร์รัปชันฮอสพิเทล (Hospitel) โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ ในต่างจังหวัดทุกที่ ท่านให้ ๑,๒๐๐ บาท ต่อ ๑ หัว ๑ วัน ๑ คน ทั้งอาหารการกิน หมอ โรงพยาบาลไปดูแล แต่โรงพยาบาลเอกชนเหล่านี้ มีโรงพยาบาลบางแห่งคอร์รัปชันและไปเรียกเก็บเงินกับฮอสพิเทล (Hospitel) ๑,๒๐๐ บาท บอกว่าจะจ่ายให้ติดกัน ๑๐ ล้านบาท ๒๐ ล้านบาท เบิกเงินจาก สปสช. มาแล้วและไม่เอา ไปให้ครับ ผมขออนุญาตจะไม่เอ่ยในที่นี้นะครับ แต่ว่าเดี๋ยวผมจะขอยื่นเอกสารให้ ท่านเลขาธิการได้รับรู้เลยครับว่า สปสช. จ่ายเงินไปแล้ว แต่ว่าโรงพยาบาลเอกชนเหล่านี้ ไปขอหักเงินอีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์จากโรงแรมเหล่านั้น ซึ่งตรงนี้ผมว่าผิดชัด ๆ ขอบพระคุณ ครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ รักษาเวลา ต่อไปคุณประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ครับ🔗

นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๕ เขตดินแดง เขตห้วยขวาง พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตนำเรียนท่านประธานเพื่อที่จะได้แสดงความคิดเห็นในรายงานของ การสร้างระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือว่า สปสช. ท่านประธานครับ จากการที่ผม ได้ดูในเอกสารรายงานที่ทาง สปสช. ได้จัดทำมา ก็ยอมรับครับว่าท่านทำมาได้สวยงาม น่าอ่าน แต่ผมพยายามที่จะได้อ่านไปในรายงานจนกระทั่งพบถึงเรื่องของผลงานของ คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ชุดที่ท่านมานั่งอยู่นี้เป็นคณะทำงานชุดที่ ๕ กองทุนหลักประกันสุขภาพแห่งชาติเกิดมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ จนถึงขณะนี้ประมาณ ๑๘ ปี ใน ๑๘ ปีที่ผ่านมามีคณะกรรมการหรือว่าคณะทำงานที่ทำงานอย่างต่อเนื่องและยาวนานถึง ๔ สมัย ใน ๑๘ ปีที่ผ่านมา ท่านประธานครับ ในรายงานผลงานของคณะกรรมการ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ในหน้า ๑๑๗ ที่พูดถึงผลการดำเนินงานของคณะกรรมการ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ปี ๒๕๖๓ มันมีประเด็นที่ต่อเนื่องครับ ผมเคยได้ลุกขึ้นมา อภิปรายในเรื่องของการโกงหรือว่าทุจริตเรื่องบัตรทอง สปสช. เมื่อ ๒ ปีที่แล้วครับ จากการที่ผมได้ หยิบยกเรื่องของการทุจริตบัตรทอง โดยเฉพาะในส่วนของพื้นที่เขต กทม. เขต ๑๓ ซึ่งพบว่า มีการกระทำผิดและทุจริตเกิดขึ้น ผมได้มาดูในรายงานฉบับนี้นะครับบอกว่าจะเร่งดำเนินการ ให้แล้วเสร็จในปี ๒๕๖๓ เพราะว่าการทุจริตนั้นเกิดขึ้นในงบประมาณปี ๒๕๖๒ ท่านประธาน เขียนไว้สั้น ๆ แค่นี้เอง บอกว่าจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จในปี ๒๕๖๓ ถามว่าสิ่งที่ท่าน เร่งดำเนินการ ที่บอกว่าจะแล้วเสร็จ ให้แล้วเสร็จในปี ๒๕๖๓ ท่านทำอะไร ไม่มีปรากฏ ในรายงานนี้เลย ทั้ง ๆ ที่พบว่ามีการกระทำผิดที่ทำให้รัฐเสียหายในส่วนของการเบิกจ่าย อันเป็นเท็จที่มีตัวเลขถึง ๓๒๔ ล้านบาทเศษ ท่านประธานครับ รวมกับระบบการตรวจสอบ ของหน่วยงานที่มีการจัดตั้งให้มีการรวบรวมเอกสารหลักฐานตรวจสอบการทุจริต รวมเป็น เงิน ๖๙๑ ล้านบาทเศษ ไม่ได้มีปรากฏในรายงานนี้แม้แต่ตัวเดียว อย่างนี้ถือว่าเป็นการปกปิด หรือเปล่าครับ อย่างนี้ถือว่าเป็นการปกป้องพรรคพวกตัวเองหรือเปล่าครับ ขออนุญาตขึ้น สไลด์ (Slide) คาไว้ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน )
นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ กรุงเทพมหานคร

เพราะว่าอะไรท่านประธานครับ เพราะว่าในการตรวจสอบมีการพบว่าบอร์ด (Board) หรือว่าคณะกรรมการหลักประกัน สุขภาพแห่งชาติมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำการทุจริต ๓ คน อยู่ในบอร์ด (Board) ชุดใหญ่ มีอนุกรรมการที่ดูแลในส่วนของพื้นที่ กทม. เรียกว่า อปสข. กทม. เขต ๑๓ เกี่ยวข้องอยู่ ๖ คน ถามว่าวันนี้อะไรเกิดขึ้นกับคน ๓ บวก ๖ ครับ ไม่มีอะไรเลย วันที่ผมลุกขึ้นมาอภิปราย รัฐมนตรี ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านรัฐมนตรีอนุทินบอกว่าจะรีบเร่งในการดำเนินการในการ จัดการให้เด็ดขาด มอบหมายให้ดีเอสไอ (DSI) เข้าไปตรวจสอบ ท้ายที่สุดโยนไปให้กองปราบ ในการรับเป็นเจ้าของสำนวนในการติดตามตรวจสอบ ตอนนี้มีความพยายามในการที่จะ วิ่งล้มคดีจากกองปราบกลับไปโอนให้ สน. ในพื้นที่กลุ่มคลินิกที่กระทำการทุจริตได้เป็น ผู้รับผิดชอบในการสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิด ถามว่าอย่างนี้ ท่านประธานครับ พยานหลักฐานเอกสารทุกอย่างถูกส่งไปให้กองปราบรวบรวมไว้ทั้งหมดแล้ว แต่ตอนนี้มีความ พยายามที่จะช่วยกันก็เพราะว่าคนที่เป็นบอร์ด (Board) ที่เกี่ยวข้อง ๓ คน คนที่เป็น อนุกรรมการเกี่ยวข้องอีก ๖ คน อยู่ในแวดวงของคนที่ทำคลินิกที่รับช่วงต่อในการดูแลรักษา สุขภาพของคนทั้งสิ้น อย่างนี้ถือว่าเป็นการช่วยเหลือกันไหมครับท่านประธาน ไม่มีแม้แต่ คำเดียว ไม่มีแม้แต่รายงานในหน้าเดียวว่าจะดำเนินการอย่างไร เพียงแต่รายงานว่าได้มีการตั้ง คณะอนุกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเท่านั้นเอง เพราะเดี๋ยวท่านก็ต้องลุกขึ้นมาชี้แจงบอกว่า ได้มีการตั้งอนุกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ แต่ถามว่าผลการตรวจสอบที่อนุกรรมการเขาเสนอ ไปแล้วถามว่าปัจจุบันนี้ทางคณะกรรมการชุดใหญ่ที่มีท่านรัฐมนตรีอนุทินเป็นประธาน คณะกรรมการ คณะกรรมการควบคุมการดูแลเรื่องคุณภาพได้ลงไปดูแลเรื่องพวกนี้ไหมครับ เพราะว่างบประมาณที่จัดสรรไปปีนี้ประมาณ ๑๙๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เกือบ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เป็นงบประมาณก้อนมหาศาลท่านประธานครับ งบประมาณรายหัว ตอนนี้เพิ่มไป ๓,๘๐๐ บาทต่อหัว งบประมาณสูงมาก ฉะนั้นตรงนี้ก็ฝากนำเรียนท่านประธาน ถามไปถึงคณะกรรมการผู้มาชี้แจงว่าได้ตรวจสอบเรื่องพวกนี้อย่างไรที่เป็นรูปธรรม และจะ ดำเนินการในการแก้ไขปัญหาฟ้องร้องเอาผิดทั้งแพ่งและอาญาผู้ที่กระทำผิดอย่างไร และ รวมทั้งในส่วนของการแปลงร่างจากคลินิกเดิมเปลี่ยนชื่อใหม่ ซึ่งผมมั่นใจว่าคงเป็นผู้บริหาร ชุดเดิมมารับช่วงในการที่จะสวมรอยในการดูแลประชาชนในขณะนี้ จะดำเนินการในการ จัดการกับปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้อย่างไร ขอบคุณท่านประธานมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ รักษา เวลาครับ ต่อไปนางสาวละออง ติยะไพรัช หลังจากนั้นก็จะเป็นนายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ แล้วก็เป็นนายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ ขอเชิญนางสาวละอองครับ🔗

นางสาวละออง ติยะไพรัช เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย ดิฉันก็ต้อง ขอชื่นชมนะคะจากที่ดูเอกสาร ก็คือของ สปสช. เขาตั้งใจที่จะมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลง แต่เป็นคำถามของดิฉันเอง เนื่องจากดิฉันเองเป็นคนในจังหวัดเชียงรายและส่วนใหญ่ก็คือ อยู่ในทางชนบทและจะเห็นถึงความเหลื่อมล้ำ เหลื่อมล้ำนี้หมายความว่าไม่ได้ว่าคุณหมอ คุณภาพหรือความตั้งใจไม่มีนะคะ แต่เรื่องของความแออัดของโรงพยาบาล ดิฉันเองเห็น ไปทุกครั้งที่อำเภอแม่ฟ้าหลวงก็จะเห็นโรงพยาบาลแม่ฟ้าหลวงซึ่งคุณหมอก็จะทำงานหนัก บุคลากรทำงานหนัก เพราะมันอยู่บนเขา บนเขาและความแออัดของโรงพยาบาลเราสามารถ ที่จะเข้าไปดูแลในเรื่องของโรงพยาบาลต่าง ๆ ในชนบทได้อย่างไรคะ ทาง สปสช. มีนโยบาย อย่างไร แล้วก็จะทำให้เรื่องของคุณภาพของเครื่องมือเครื่องใช้และความแออัดจะลดลง ท่านจะทำได้อย่างไรในส่วนของชนบท เพราะว่าในอำเภอแม่ฟ้าหลวงเองจะมีทั้งชาติพันธุ์ คือพูดภาษาก็หลายภาษา ภาษาชาวเขา ภาษาม้ง ภาษาจีน ทุกภาษา ๗-๘ ภาษาอยู่ตรงนั้น คือก็สงสารคุณหมอ และเครื่องมือเครื่องไม้ก็ไม่ค่อยจะทันสมัย แล้วก็ไม่เหมือนกับ โรงพยาบาลที่อยู่ในตัวเมือง แล้วเวลาคนเจ็บไข้ได้ป่วยเวลาเดินทางก็ลำบาก ซึ่งอำเภอแม่ฟ้าหลวงก็มีประชาชนทั้งคนที่มีบัตรและไม่มีสัญชาติไทยก็เยอะ แล้วก็อยู่ใกล้กับ สหภาพพม่าก็คือเป็นแนวชายแดน และสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้มันก็เป็นอุปสรรค ดิฉันเองอยากจะ ให้ทาง สปสช. ช่วยดูแลว่าเราจะสามารถลดความเหลื่อมล้ำตรงนี้ได้อย่างไรค่ะ🔗

ข้อที่ ๒ ดิฉันเห็นว่าตอนนี้ในเรื่องของโรค ไม่ว่าจะโรคไตหรือโรคความดัน โลหิต โรคต่าง ๆ ทำไมมันเพิ่มมากขึ้น แล้วก็ช่วงที่ไม่มีโควิด (COVID) พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะคนเฒ่าคนแก่ก็จะไปโรงพยาบาลตั้งแต่ตอนเช้า ตี ๒ ตี ๓ ก็จะเริ่มออกจากบ้าน แล้วก็ไปแออัดกันอยู่ที่โรงพยาบาล ทาง สปสช. มีแนวที่จะทำหรือเพิ่มค่าใช้จ่ายหรืออะไร ก็ตามที่จะสามารถให้คุณหมอสามารถไปตรวจความดันหรือเบาหวานอะไรตามแต่ละตำบล ที่เหมือนเมื่อปี ๒๕๔๘-๒๕๔๙ ที่ดิฉันเห็น ก็คือเขาตรวจตามที่ รพ.สต. ต่าง ๆ ได้ ก็คือ คุณหมอไป ดิฉันอยากจะให้บรรยากาศแบบนั้นกลับมาอีกครั้งหนึ่งมันสามารถที่จะเป็นไปได้ หรือไม่ แล้วก็มีการที่จะใช้เทคโนโลยีเข้าไปช่วย เพราะว่าตอนนี้เรามีท้องถิ่น เรามี อสม. เรามีเครื่องมือเครื่องไม้ที่จะสามารถนัดเหมือนโรงพยาบาลเอกชน สามารถที่จะเข้าไปทำได้ ที่จะช่วยลดความแออัดของโรงพยาบาลในเรื่องของการไปตรวจโรค วันพุธ วันศุกร์อะไรนี่ค่ะ โรงพยาบาลก็จะแออัด แต่ช่วงนี้เป็นช่วงโควิด (COVID) ส่วนใหญ่คุณหมอเขาก็ส่งยาไปทาง ไปรษณีย์ อันนี้เราก็ทราบกันอยู่ แต่วันนี้ดิฉันอยากจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของ สปสช. ในเรื่องของการดูแลพี่น้องประชาชน และดิฉันเองก็เห็นเรื่องของค่าใช้จ่าย ค่าใช้จ่ายตอนนี้ คุณภาพของประสังคมกับเงินของ สปสช. หรือ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ทางโรงพยาบาล ดิฉันเองก็ใช้ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ถ้าพูดง่าย ๆ นะคะ ก็คือเรารู้สึกมันสะดวกสบายและ มันง่ายกว่า แต่สิ่งหนึ่งที่ดิฉันอยากจะให้ทางท่านได้ลองดูว่าเราจะสามารถควบรวมค่าใช้จ่าย เหล่านี้ให้มันรวมเป็นเงินก้อนเดียวกันเพื่อจะช่วยในการบริหารจัดการง่าย ในเรื่องของ เงินประกันสังคมกับ สปสช. เรารวมได้ไหม และอีกส่วนหนึ่งที่ดิฉันเห็นก็คือเรื่องของประกัน ชีวิตของพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนส่วนหนึ่งคือทำประกันชีวิตเพื่อที่จะได้รับ ความสะดวกสบายและใช้จ่ายเมื่อถึงเวลาที่จะไปโรงพยาบาลต่าง ๆ แต่สิ่งที่เราเห็นก็คือว่า ถ้าคุณมีประกันชีวิตกับ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ถ้าคุณเข้าไปนี่ทาง สปสช. ไม่สามารถที่จะ ตัดเงิน พี่น้องประชาชนจะไม่เลือกประกันชีวิต ที่ดิฉันทราบนะคะจะขอท่านอธิบายให้ ทางเราเข้าใจด้วยก็คือว่า สมมุติดิฉันเป็นโรค เป็นโรคและต้องผ่าตัด ดิฉันทำประกันชีวิตไว้ ๑๐,๐๐๐ บาท แต่ดิฉันรู้เลยว่าตัวเองจะต้องเสียเงินประมาณ ๓๐,๐๐๐ บาท เขาจะถามว่า คุณจะใช้ประกันชีวิตหรือว่าจะใช้ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค ถ้าคุณใช้ประกันชีวิตก็คือคุณจะได้ ค่าใช้จ่าย ๑๐,๐๐๐ บาท แล้วหลังจากนั้นคุณจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง แล้วถ้าเราใช้ ประกันสังคมเราสามารถเบิกได้ทั้ง ๓๐,๐๐๐ บาท ดิฉันอยากให้ทาง สปสช. ลองอธิบาย ให้ว่าสิ่งที่ดิฉันเข้าใจมันถูกต้องหรือไม่ ถ้าถูกต้องก็คืออยากให้ทาง สปสช. เอง เราจะทำ อย่างไรเราจะสามารถที่จะเอาเงินในส่วนของเอกชนมาช่วยในเรื่องของเพิ่มคุณภาพและ เพิ่มรายได้ให้กับโรงพยาบาลที่จะช่วยดูแลรักษาพี่น้องประชาชนให้ดีขึ้น และเราสามารถที่จะ มีเครื่องไม้เครื่องมือ และเราสามารถที่จะมีบุคลากรที่จะดูแลพี่น้องประชาชนได้มากขึ้นค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ขอเชิญครับ🔗

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย จากจังหวัดนครพนม ท่านประธานครับ ผมได้ดูจากรายงานของ คณะกรรมการการสร้างระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ กระผมขอชมเชยนะครับว่า ทำรายงานได้ดี ละเอียด รอบคอบ อ่านง่าย สะดวก เข้าใจ แล้วสิ่งที่กระผมได้ดูในเรื่องของ การใช้งบประมาณน่าชมเชยเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่างบประมาณที่ใช้ในการที่จะให้สำหรับ ไปบริการทั้งหมดก็ประมาณ ๑.๙ แสนล้านบาท แต่ใช้บริหารเพียง ๑,๔๑๑ ล้านบาทเท่านั้นเอง ซึ่งไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ อันนี้เป็นสิ่งที่มันน่าจะ เป็นตัวอย่างในการใช้งบประมาณไปถึงพี่น้องประชาชนอย่างมากทีเดียว ผมได้อ่านได้ทราบ โครงการของท่านซึ่งมี ๑๐ ผลงานเด่น หลาย ๆ ผลงานเด่นก็น่าจะชมเชย ก็มีผลงานที่ ๓ ที่ยกระดับบัตรทอง ๔ บริการสู่หลักประกันสุขภาพยุคใหม่ ซึ่งก็ดีใจที่ใช้ทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่า จะเป็นใช้เทคโนโลยีอันใหม่ให้เข้าถึงพี่น้องประชาชน แต่ผมอยากจะฝากว่าเอา เรื่องเก่า ๆ ด้วย ฝากเรื่องเก่ามีอยู่ ๒ เรื่องนะครับ คือ ๑. เรื่องฟัน ๒. ไต เรื่องฟันเป็นปัญหา สำคัญ กระผมกราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่าสมัยหนึ่งผมรับราชการในต่างจังหวัด เข้าไปในท้องถิ่น คนเป็นโรคฟันผุ เป็นหนองที่คอฟัน เจาะออกมาเป็นหนอง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เลยนะครับ และหลังจากนั้นกระผมก็ได้ทำหมอฟันเถื่อน พูดกันตรง ๆ ก็รักษาโดยใช้อนามัย ก็ป้องกันเขาได้ จนผ่านมาจนเดี๋ยวนี้เป็นเวลาเกือบ ๒๐ กว่าปีแล้ว ก็ดีขึ้นนะครับ แต่ขณะนี้ โรคฟันของเรากลายเป็นโรคซึ่งคิดว่าเป็นโรคที่จะต้องป้องกันและรักษาให้มากที่สุด ซึ่งในหน่วยทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นงบ ๓๐ บาทรักษาทุกโรค หรือข้าราชการทั้งหลาย ในเรื่อง การรักษาโรคฟันบางอย่างเบิกไม่ได้เลยนะครับ ฟันนี่เป็นโรคปกติง่าย ๆ ไม่ยากอะไรเลย ท่านประธานที่เคารพ ตอนกลางคืนเรานอน ปากก็เป็นกรด เชื้อโรคในปากมันก็ไปอยู่ที่ฟันก็ เป็นรู รูก็ทะลุไปที่รากฟันก็เกิดฟันผุ เขาเรียกว่าแมงกินฟันครับ หรือพวกที่มีหินปูนมาเกาะ มาก ๆ ก็ทำให้เหงือกมันลอกออกจากฟัน ฟันก็โยกแล้วก็หลุดออกไปได้ ก็มีแค่ ๒ โรคเท่า นั้นเอง สมัยก่อนก็มีการรักษาป้องกันอย่างที่กระผมได้กราบเรียนไปแล้ว แต่ ณ บัดนี้โรคมัน ผ่านมาจนกระทั่งถึงขั้นที่ต้องซ่อมแซมแล้ว การซ่อมแซมนี่ท่านทั้งหลายก็มีความคิดว่าเป็น โรคฟัน ฟันไม่น่าจะเป็นนะเพราะว่าเกิดมามันต้องหักต้องหลุดไปตามวัย ไม่ใช่อย่างนั้น นะครับท่านประธาน ฟันต้องอยู่กับเราจนกระทั่งเขาตาย ไม่ใช่ว่าต้องหลุดไป เพราะฉะนั้น เมื่อมันหลุดไปหรือเป็นโรคฟันเราก็ต้องรักษา ต้องแก้ไข เขาเรียกรีคอนสตรักชัน (Reconstruction) การแก้ไขนี่นะครับช่วยไม่ได้ ทางองค์กรช่วยไม่ได้ ต้องเสียเงินเสียทอง แม้กระทั่งการครอบฟันก็ต้องเสียเงิน การทำฟันเทียมทั้งปากก็ต้องเสียเงิน การทำ รากฟันเทียมก็ต้องเสียเงิน เบิกไม่ได้ นั่นหมายความว่าอย่างไร หมายความว่าไปตีราคาว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นพลาสติกเซอร์เจอร์รี่ (Plastic Surgery) เป็นการตบแต่ง ท่านประธาน ที่เคารพ อันนี้มันไม่ใช่ตบแต่งนะครับ เป็นรีคอนสตรักชัน (Reconstruction) การแก้ไข ความพิการ เมื่อเสียไปก็ต้องแก้ไขให้มันดีขึ้น เพราะเราก็เชื่ออยู่แล้วว่าตั้งแต่เกิดจนตาย ฟันต้องอยู่กับเรา ท่านประธานครับ การทำฟันแค่ครอบฟันก็เบิกไม่ได้แล้ว หรือทำ รากฟันเทียม รากฟันเทียมนี่ต้องเรียนท่านประธานที่เคารพให้ทราบว่าเราเอาไทเทเนียม (Titanium) มาฝังที่รากฟันเพื่อปลูกฟันใหม่ เป็นที่แน่น ไทเทเนียม (Titanium) ใช้ได้ หลายอย่าง กระดูกสะโพกหักก็ใช้ไทเทเนียม (Titanium) กระดูกข้อเข่าหักก็ใช้ไทเทเนียม (Titanium) กระดูกสันหลังหักหรือกระดูกหูใช้ไทเทเนียม (Titanium) หมดครับ เป็นการ รักษานะครับท่านประธานที่เคารพ เพราะฉะนั้นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็เป็นสิ่งซึ่งผมกราบเรียนว่า ฝากคณะกรรมาธิการว่าสิ่งเหล่านี้ต้องมาพิจารณาแล้ว ต้องให้การช่วยเหลือแล้ว ต้องให้ งบประมาณแล้ว ไม่ว่าเป็นข้าราชการก็ตามหรือประชาชนก็ตาม🔗

เรื่องไตครับ ประการที่ ๒ เมื่อกี้ผมฟังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติก็ได้พูดถึง ตอนนี้เราเป็นโรคไตกันมากนะครับ ผมว่าเท่าที่ผมสังเกตจากเพื่อนฝูงผมหลายคน ลูกของ เพื่อนผมเรียนปริญญาเอก แกก็อยู่แต่ในห้องในหอกินแต่อาหารสำเร็จรูป ซึ่งมันเค็มมาก มีโซเดียม (Sodium) สูง จบได้ดอกเตอร์ยังไม่ทันใช้ปริญญาเลยครับ ต้องมานอนรักษาโรคไต เพราะไตมันวาย เพราะของเค็มมันมาก ปัญหามากมาย สาเหตุมากมายจะเป็นโรคไตอย่างนี้ จึงกราบเรียนว่าเรื่องรักษาโรคไตสำคัญเหลือเกิน ๓๐ บาทหรือบัตรทองช่วยไม่ได้ รักษาต้อง เสียเงิน และโดยเฉพาะอย่างยิ่งโรงพยาบาลทั่วประเทศบางทีมีเครื่องล้างไต เครื่องมือ แต่ว่า ทำได้ไม่มากหรอกครับ เพราะว่าหมอที่ดูแลเรื่องไตเขาเป็นหมอที่ต้องอบรมมา เพราะฉะนั้น เขาก็เป็นหมอที่ทรงคุณวุฒิมาก ใครทำอันนี้ก็ต้องปรึกษาเขา ก็เลยทำไม่ได้ ก็ต้องมาตั้งคลินิก ข้างนอกเขาก็ร่ำรวยกัน เรื่องโรคไตก็ฝากด้วย🔗

เรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากกราบเรียนและขอชมเชยด้วยว่า คณะกรรมการชุดนี้ได้เพิ่มงบประมาณขึ้นมาอีกมากนะครับ งบประมาณปีนี้สำหรับ ด้านสาธารณสุขจำนวน ๑.๙๔๕ แสนล้านบาท ก็อยู่ที่คนละ ๓,๗๑๙.๒๓ บาท เพิ่มขึ้นมาก เมื่อปี ๒๕๖๑ ๒,๕๐๐ บาท ๒,๖๐๐ บาทแค่นั้นเอง แต่ท่านประธานที่เคารพ เมื่อไป เปรียบเทียบกับงบประมาณที่ข้าราชการปีหนึ่ง ๑๒,๖๐๐ บาท ครูเป็น ๑๒,๐๐๐ บาท รัฐวิสาหกิจทั้งหลายก็มากขึ้น ๆ แต่งบบัตรทอง ๓๐ บาท ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากกว่านี้ ผมอยากจะ กราบเรียนว่าน่าจะเพิ่มมากกว่านี้ครับ เพราะว่าประชาชน ๔๘,๔๐๐,๐๐๐ กว่าคน เป็นคน ต้องพึ่งบัตรทองทั้งนั้น เป็นคนที่ไม่มีอะไร ไม่มีคอฟเวอเรจ (Coverage) อะไร แต่เขาต้องเสีย ภาษี เขาเสียภาษีเป็น ๒ เท่านะครับ เสียภาษีให้พวกข้าราชการ ข้าราชการไปเสียภาษี อีกเท่าหนึ่ง ภาษีแวต (VAT) ครับ เพราะฉะนั้นจึงกราบเรียนว่าเมื่อเขาเสียภาษีอย่างนี้ก็เพิ่ม ให้เขาด้วยนะครับ เพิ่มขึ้นมา ๆ เพื่อจะรักษาหลาย ๆ โรคให้มันคอฟเวอเรจ (Coverage) ให้มากขึ้นเท่าที่จะทำได้ ผมกราบเรียนฝากท่านที่เคารพทั้งหลาย ต่อท่านคณะกรรมการ ทั้งหลายในที่นี้ว่าฝากเรื่องนี้ด้วยว่าอย่าลืมครับของเก่า ๆ มันมี ช่วยเหลือเขาด้วยก็แล้วกัน แล้วงบประมาณก็ให้เท่าเทียมกันนะครับ ขอบพระคุณอย่างสูงครับท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ ครับ🔗

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผมขออภิปรายรับทราบรายงานการสร้างระบบประกันสุขภาพ แห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓ ก่อนที่ผมจะอภิปรายผมขออนุญาตท่านสมาชิกแล้วก็ ท่านเลขาธิการและคณะที่มาชี้แจง ตลอดจนท่านผู้ฟังทางบ้านว่าผมขออนุญาตปูพื้น พัฒนาการของโครงการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติจนมาเป็นกฎหมาย พ.ร.บ. หลักประกัน สุขภาพแห่งชาติ ปี ๒๕๔๕ ว่า เมื่อปี ๒๕๓๑ สมัยนั้นท่านประธานชวน หลีกภัย ท่านดำรง ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านเริ่มให้สิทธิรักษาฟรีผู้ที่อายุไม่ถึง ๑๒ ปี กับผู้ที่สูงอายุเกิน ๖๐ ปี ถัดมาอีก ๕ ปี ปี ๒๕๓๖ ท่านประธานชวน หลีกภัย ท่านเป็น นายกรัฐมนตรีสมัยแรก ท่านทำโครงการประกันสุขภาพโดยสมัครใจ ใช้ว่าบัตรครอบครัว ๕๐๐ บาท รัฐบาลสมทบ ๕๐๐ บาท รักษาฟรีทุกคนในครอบครัวและทุกโรคด้วย ถัดมาอีก ๕ ปี ท่านประธานชวน หลีกภัย ท่านเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ ๒ ท่านก็มีโครงการเช่นเดิม ต่อยอดเป็นบัตรครอบครัว ๕๐๐ บาท แต่รัฐบาลสมทบ ๑,๐๐๐ บาท ขณะนั้นเศรษฐกิจ ประเทศไม่ค่อยดี แต่ว่าท่านให้ความสำคัญมาก ถัดมาอีก ๔ ปี สภาผู้แทนราษฎรจึงมี กฎหมาย พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งในกฎหมายฉบับนี้ได้บัญญัติ ว่าจะต้องมีการรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร ในมาตรา ๑๘ คณะกรรมการมีหน้าที่จัดทำ รายงานเกี่ยวกับผลงานและอุปสรรคในการดำเนินงาน รวมทั้งบัญชีและการเงินทุกประเภท เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ต่อคณะรัฐมนตรีและวุฒิสภาเป็นประจำทุกปี แต่ในรายงาน ฉบับนี้ผมขออนุญาตวิเคราะห์นิดหนึ่งว่าก็ยังขาดสิ่งที่เป็นสาระสำคัญที่กฎหมายกำหนดไว้ ดังที่ท่าน ส.ส. เอกภพ เพียรพิเศษ ขออภัยที่เอ่ยนามท่าน ในมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ และมาตรา ๖๖ มาตรา ๑๐ กล่าวถึงเรื่องของ พ.ร.บ. ประกันสังคม ซึ่ง พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติเกิดทีหลัง พ.ร.บ. ประกันสังคม เมื่อ พ.ร.บ. หลักประกันสุขภาพแห่งชาติเกิดขึ้นแล้ว ในเรื่องเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของผู้ประกันตน ให้คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติและคณะกรรมการประกันสังคมคุยกันในส่วน ที่เกี่ยวกับการรักษาพยาบาลก็โอนเงิน ถ้าตกลงกันได้ก็โอนเงินในส่วนการรักษาพยาบาล มาให้ สปสช. ดูแล แต่ตั้งมา ๑๙ ปี ตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ จนถึงปีนี้ ปี ๒๕๖๔ ยังไม่มีร่องรอยของ การตกลงประชุมกันว่ามีผลเป็นอย่างไร ซึ่งจะโยงไปถึงมาตรา ๖๖ ว่าจะต้องรายงานเหตุผล ที่ไม่อาจดำเนินการได้ต่อ ครม. และเผยแพร่ต่อสาธารณชน ซึ่งรายงานนี้ก็จะต้องมีรายงานเช่นนี้ทุกปี แต่ไม่มีในหมวดนี้ อันนี้เป็นสิ่งที่กฎหมายบังคับไว้ ในมาตรา ๑๑ กองทุนทดแทน อันนี้หมายความว่าผู้ทำงานในโรงงานถูกเครื่องจักรตัดนิ้วขาด อันนี้ก็ใช้อีกกฎหมายหนึ่ง กองทุนทดแทนนะครับ สปสช. ก็ต้องมีหน้าที่เป็นคนเคลม (Claim) ให้ ไปเอาเงินมาจากกองทุนทดแทนมาเข้า สปสช. แล้วไปจ่ายให้โรงพยาบาล ในมาตรา ๑๒ ผู้ประสบภัยจากรถ พ.ร.บ. รถ เมื่อมีผู้ประสบภัยจากรถ สปสช. ก็ต้องเป็น เหมือนเคลียริงเฮาส์ (Clearing house) ไปดึงเงินจาก พ.ร.บ. ผู้ประสบภัยจากรถมาเข้า สปสช. แล้วก็เอาไปจ่ายให้โรงพยาบาล เพราะฉะนั้นเจตนารมณ์ของกฎหมายหลักประกัน สุขภาพแห่งชาตินั้น ให้ สปสช. นั้นเป็นแห่งชาติจริง ๆ เป็นเหมือนเจ้าภาพดูแลสุขภาพให้พี่ น้องประชาชน แต่ปัจจุบันเหมือนต่างคนต่างทำ ประกันสังคมเขาก็ทำของเขา ประทานโทษ มาตรา ๙ ผมตกหล่นไป มาตรา ๙ คือกรมบัญชีกลางดูแลข้าราชการ ลูกจ้าง รัฐวิสาหกิจ และครอบครัว ในส่วนนี้ถ้า สปสช. สามารถเข้าไปบริการได้ ไม่ว่าจะเป็นมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ ให้ออกเป็นพระราชกฤษฎีกา แล้วก็โอนเงินมาเข้า สปสช. แต่ สปสช. ก็เหมือนกับว่าเคียง ๆ กันไป เขาก็ทำของเขา เราก็ทำของเรา ซึ่งไม่ใช่ เจตนารมณ์ของเราต้องเป็นเคลียริงเฮาส์ (Clearing house) ดูแลทั้งหมด เพราะว่า เป็นแห่งชาติ สิ่งนี้ผมอยากจะฝากท่านเลขาธิการได้รีบไปดำเนินการเพื่อที่จะตอบว่าทำไมถึง ทำไม่ได้ มันมีอะไรที่เป็นวัฒนธรรมที่แตกต่างจะต้องทำก็ต้องปรับกัน แล้วก็ปัจจุบันมีรอยต่อ ระหว่างสิทธิต่าง ๆ มากมายเหลือเกิน ผู้ประกันสังคมบางอย่างก็เด่นกว่า บางอย่าง ก็ด้อยกว่า สิทธิบัตรทองบางอย่างก็เด่นกว่า เช่น การนั่งรถรีเฟอร์ (Refer) ก็สามารถที่จะ ใช้สิทธินั้นได้ ข้าราชการก็ใช้เงินมากเหลือเกิน ใช้มากเกินไปสำหรับจำนวนข้าราชการและ ครอบครัวที่ไม่กี่ล้านคนนี้ใช้มากเกินไป ถ้าหากประกันสังคมเสนอสิทธิที่ครอบคลุม มีคุณภาพ ผมเชื่อว่ารัฐบาลซื้อแน่นอนนะครับ เพราะฉะนั้นในเรื่องของการที่จะต้องทำตาม กฎหมายผมก็ฝากไว้ด้วยนะครับ นอกจากนั้นถ้า สปสช. มีเวลาที่จะคิด คนทำประกันชีวิต ในประเทศนี้มีหลายล้านคน เขาขายประกันกำไรเยอะแยะ ถ้าหากว่า สปสช. สิทธิขั้นพื้นฐาน ใช้ สปสช. เบี้ยประกันจะถูกลง หรือถ้าเบี้ยประกันเท่าเดิม สิทธิความคุ้มครองจะต้องมากขึ้น เขาเรียกบูรณาการสิทธิ สปสช. ต้องไปดูตรงนี้ด้วย แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งถ้าไม่ป่วย คนในประเทศนี้ไม่เคยป่วย เยอะ ไม่เคยไปโรงพยาบาล ไม่เคยใช้เงินของ สปสช. แล้วให้อะไร แก่เขา เขาอาจจะได้เครดิตไปออกกำลังกายในฟิตเนส (Fitness) ไปต่าง ๆ ในเชิงส่งเสริม สุขภาพเป็นแต้มหรืออย่างไร ท่านต้องไปคิดในส่วนนี้ด้วย แล้วสุดท้ายเรื่องการ ค้างจ่ายโรงพยาบาล ค้างจำนวนมาก จะต้องมีการรายงานไว้ในนี้ด้วยว่า สปสช. ค้างจ่าย โรงพยาบาลทำให้โรงพยาบาลขาดสภาพคล่องก็จะต้องรายงานไว้ด้วย🔗

ท้ายที่สุดครับ การเปรียบเทียบเรื่องของความครอบคลุมด้านบริการสุขภาพ ที่จำเป็น สปสช. ไปใช้ข้อมูลขององค์การอนามัยโลก เซาท์อีสต์ เอเชีย รีเจียน (Southeast Asia Region) ซึ่งเปรียบเทียบกับประเทศด้อยพัฒนาทั้งนั้นเลยก็เลยทำให้เราเด่นขึ้น ผมอยากจะให้ สปสช. ไปเทียบกับประเทศที่ใกล้เคียงกับเราให้มากกว่านี้ เราจะได้ไม่ภูมิใจ หลอก ๆ นะครับท่านประธาน ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านเลขาธิการ เนื่องจากรายงานเอกสารสมบูรณ์อยู่แล้วนะครับ แต่ว่าขอเลขาธิการได้ช่วย กรุณาชี้แจงประเด็นที่สมาชิกสอบถามนะครับ เชิญเลยครับ🔗

นายจเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้ประแทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและ ผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ กระผม นายแพทย์จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงาน หลักประกันสุขภาพแห่งชาติครับ ขออนุญาตชี้แจงในส่วนประเด็นที่เป็นข้อคำถามที่ ท่านสมาชิกได้กรุณาถามคำถามนะครับ🔗

กรณีของท่านจาตุรงค์ที่กล่าวถึงงบการฟอกไต ต้องเรียนว่างบการฟอกไต มีเพิ่มขึ้นทุกปี จากปี ๒๕๖๑ ที่มีจำนวน ๘,๑๖๕ ล้านบาท ปี ๒๕๖๒ ก็ตั้งไว้ที่ ๘,๒๘๒ ล้านบาท แล้วก็ปี ๒๕๖๓ ก็มีตั้งไว้ที่ ๙,๓๗๕ ล้านบาท แล้วก็เรียนว่างบส่วนนี้ก็ได้มีการกระจายให้กับ ผู้ป่วยทั่วประเทศ ทั้งในเรื่องของการล้างไตทางหน้าท้อง และล้างไตทางเส้นเลือด ซึ่งถ้ามี ความจำเป็นในการล้างไตทางเส้นเลือดก็ไม่เสียค่าใช้จ่ายนะครับ ทาง สปสช. ก็จะรับหน้าที่ ในการดูแลตรงนี้🔗

ในส่วนของตัวผลงานต่าง ๆ เดี๋ยวจะรีบไปดูนะครับ เนื่องจากสถานการณ์ ในปี ๒๕๖๓ ต้องเรียนว่าเนื่องจากสถานการณ์โควิด (COVID) ทำให้บางครั้งผลงานที่หน่วย บริการจะดำเนินการอาจจะลดลงไป ตรงนี้ผมจะรับไปดูนะครับ ส่วนของท่านเอกภพแล้วก็ ของอีกหลายท่านที่กล่าวถึงมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ ครับ ในปีนี้ทาง คณะกรรมการหลักประกันสุขภาพแห่งชาติก็ได้นำเสนอเรื่องดังกล่าวว่าเหตุผลว่าทำไมถึง ยังไม่สามารถดำเนินการบูรณาการระบบหลักประกันร่วมกับหน่วยงานะอื่น ๆ เมื่อวันที่ ๒๔ สิงหาคม ไปยัง ครม. นะครับ ครม. ก็ได้มีมติรับทราบถึงข้อจำกัดที่ไม่สามารถดำเนินการได้ ซึ่งหลัก ๆ ก็คือความไม่พร้อมของระบบ แล้วก็ได้มอบหมายให้กับคณะกรรมการได้เร่งรัด ดำเนินการ แล้วก็ในส่วนของเรื่องการจัดสรรงบประมาณให้กับหน่วยบริการต่าง ๆ ก็ต้อง เรียนว่า สปสช. มีหน้าที่ในการกำหนดค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ให้กับหน่วยบริการทุกระบบ ทุกหน่วยบริการ ไม่ว่ารัฐหรือเอกชนนะครับ การเบิกจ่ายต่าง ๆ ถ้าหากเป็นไปตามกติกา เราก็จะเบิกจ่ายให้ในอัตราหรือว่าข้อกำหนดที่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโควิด (COVID) หรือว่าเรื่องค่าบริการต่าง ๆ นะครับ🔗

ส่วนประเด็นปัญหาข้อกฎหมายในเรื่องการจัดซื้อยาต่าง ๆ ก็เป็นไปตาม มาตรา ๔๔ ของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ที่บอกว่า สปสช. อาจจะไม่มีอำนาจ ในการจัดซื้อยาก็ต้องใช้กลไกอื่น ๆ มาช่วย แต่ว่าในคำสั่งดังกล่าวก็เห็นความสำคัญของ การจัดซื้อยาที่จะกระจายให้หน่วยบริการต่าง ๆ นะครับ🔗

ส่วนของท่านวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ที่กรุณาแนะนำเรื่องว่าจะต้องมี งบประมาณในเรื่องการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค อันนี้ก็อยู่ในนโยบายอยู่แล้วที่จะเพิ่มงบ สร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรคนะครับ ส่วนที่ท่านจะมีข้อมูลในเรื่องของการที่เบิกจ่าย ไม่ถูกต้องอย่างไร ผมขออนุญาตรับประเด็นดังกล่าวไปดำเนินการนะครับ🔗

ส่วนของท่านประเดิมชัยที่กรุณาสอบถามในเรื่องของการที่มีกรณี กรุงเทพมหานครที่มีคลินิกการเบิกจ่ายงบประมาณไม่ถูกต้อง ขณะนี้เรื่องได้เสร็จสิ้นและ ได้เข้าคณะกรรมการไปตั้งแต่วันที่ ๕ กรกฎาคม โดยจำนวนคลินิก ๑๘๙ แห่ง โรงพยาบาล ๒๒ แห่ง แล้วก็คลินิกทันตกรรม ๗๐ แห่ง ได้มีการนำเรื่องดังกล่าวในคดีอาญาได้ไป ดำเนินการที่กองปราบหมดแล้วนะครับ ในเรื่องคดีแพ่งนี้ก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการในการ เรียกร้องค่าเสียหาย ส่วนกรณีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทางคณะกรรมการหลักประกันก็ได้พิจารณา ในกรณีผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอยู่แล้ว ก็ดำเนินการแล้วนะครับ🔗

ส่วนท่านละอองที่กรุณาถามในเรื่องของค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ว่าประชาชนจะต้อง มีการเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มหรือไม่ในกรณีรับบริการในระบบหลักประกัน ก็ขอเรียนว่าระบบ หลักประกันสุขภาพแห่งชาติกำหนดให้เก็บค่าธรรมเนียมกับประชาชนได้ ๓๐ บาทต่อครั้ง เท่านั้น ดังนั้นที่มีการไปเก็บบอกว่าเกิน ๑๐,๐๐๐ บาท อะไรไม่สามารถดำเนินการได้ อันนี้ ก็ผิดกฎหมายนะครับ🔗

ในส่วนของท่านบัญญัติที่ให้คำแนะนำเรื่องมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ ก็จะรับไปดำเนินการ แล้วก็ในส่วนของรายงานที่อยากจะให้สำนักงานช่วยบรรจุ ไว้ในรายงานในปีต่อไปในเรื่องของผลการดำเนินการ มาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ ผมจะรับไปครับ ขอบคุณท่านประธานมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านเลขาธิการ นะครับ นายแพทย์จเด็จ🔗

นางสาวละออง ติยะไพรัช เชียงราย

ขออนุญาตค่ะ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช ดิฉันขออธิบายประเด็นเมื่อกี้เรื่องค่าใช้จ่ายนิดหนึ่งนะคะ เรื่องค่าใช้จ่ายนี้ดิฉัน อยากให้ทาง สปสช. ๓๐ บาทนั้นถูกต้องอยู่แล้วเป็นฟรี (Free) แต่ดิฉันอยากจะมีส่วนร่วม ในการคิดที่จะให้ สปสช. มีรายได้มากขึ้น โดยการที่ประกันชีวิต ประกันชีวิตนี้ประชาชน ต้องการที่จะเสียค่าใช้จ่าย เวลาเจ็บป่วยสามารถเบิกประกันชีวิตได้ ถ้าสมมุติว่าการประกัน ชีวิตที่โรงพยาบาลเราสามารถที่จะเอามาช่วยในเรื่องของที่พี่น้องประชาชนประกันชีวิตไว้ เราสามารถหักค่าใช้จ่ายตรงประกันชีวิตเพื่อที่จะให้มาช่วยในค่าใช้จ่ายของ สปสช. ได้หรือไม่ เท่านั้นเองค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเลขาธิการเชิญครับ🔗

นายจเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ

ขออนุญาตกราบเรียนผ่านท่านประธานไปถึงท่านละอองนะครับว่า ของระบบหลักประกัน สุขภาพเป็นระบบพื้นฐานของประชาชนทุกคน ดังนั้นระบบของเราจึงไม่ได้นำระบบประกัน ชีวิตของเอกชนเข้ามาเป็นส่วนเสริมรายได้ของระบบเรานะครับ ส่วนประชาชนท่านใด ต้องการประกันส่วนเพิ่มเติมนอกเหนือจากสิ่งที่ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติให้บริการ อยู่ก็สามารถดำเนินการได้ ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ตกลง เราก็จบการอภิปรายซักถามแล้วนะครับ ถือว่ารับทราบรายงานการสร้างระบบหลักประกัน สุขภาพแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๖๓ แล้ว ขอบพระคุณท่านเลขาธิการกับคณะ ทุกท่านครับ ขอบพระคุณครับ สวัสดีครับ🔗

เพื่อนสมาชิกที่เคารพครับ วันนี้เราได้ประชุมรับรายงานเพื่อทราบทั้งหมด ที่เราได้ตกลงไว้ครบถ้วนแล้วนะครับ ยังค้างอยู่อีกประมาณ ๑๗ เรื่อง ก็ต้องผลัดไปในสมัย ต่อไป วันนี้เราประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นวันสุดท้าย พรุ่งนี้มีรัฐสภาอีกวันหนึ่ง แต่วันนี้เรา ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นวันสุดท้ายครับ ก็พบกันใหม่ในวันที่ ๗ พฤศจิกายน ก็ขอขอบพระคุณท่านสมาชิก ขอบพระคุณเจ้าหน้าที่ ล่ามมือ แล้วก็พี่น้องสื่อมวลชน พี่น้อง ประชาชนที่ติดตามการประชุมของเรา บัดนี้ได้เวลาอันสมควรแล้ว ผมขอปิดประชุมครับ ขอบพระคุณครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๑๙.๐๓ นาฬิกา