unknown · · 603 lines

(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๑๐.๕๑ นาฬิกา)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ผมขออนุญาตที่จะดำเนินการต่อตามหนังสือของท่านประธาน ที่นัดประชุม ในการประชุมของวันพฤหัสบดีที่ ๑๐ มิถุนายน เวลา ๑๐.๓๐ นาฬิกา นะครับ ผมขออนุญาตดำเนินการเปิดประชุมต่อเลยนะครับ แต่ก่อนเข้าสู่🔗

ผมขออนุญาตเปิดประชุมของการประชุม ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๓ ครั้งที่ ๔ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ ในวันพฤหัสที่ ๑๐ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๔ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือตามข้อบังคับ ทุกครั้งที่เราปฏิบัติตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ ซึ่งวันนี้มีชื่อทั้งหมด ๔๐ ท่าน โดยแบ่งเป็นฝ่ายค้าน ๒๐ ท่าน และฝ่ายรัฐบาล ๒๐ ท่าน โดยผมจะประกาศรายชื่อ เชิญครั้งละ ๔ ท่าน แบ่งสลับกันระหว่างฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล แต่ก่อนอื่นขอให้ท่านสมาชิกไปลงชื่อเข้าประชุม ก่อนนะครับ เพราะว่าองค์ประชุมของวันนี้ต่างจากองค์ประชุมเมื่อวานนะครับ คนละชุดกัน ท่านสมาชิกท่านใดยังไม่ไปลงชื่อประชุม กรุณาไปเซ็นชื่อเข้าประชุมด้วยครับ รายชื่อของ ท่านสมาชิกที่ขอปรึกษาหารือ มีพรรคร่วมฝ่ายค้าน ๒๐ ท่าน พรรคร่วมรัฐบาล ๒๐ ท่าน เป็น ๔๐ ท่าน โดยผมจะเชิญครั้งละ ๔ ท่าน ขอเริ่มเลย ท่านแรก ท่านสงวน พงษ์มณี ท่านที่ ๒ ท่านพัชรินทร์ ซำศิริพงศ์ ท่านที่ ๓ ท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ท่านที่ ๔ ท่านไพรินทร์ เทียนสุวรรณ ท่านสงวนอยู่ไหม เชิญครับ🔗

นายสงวน พงษ์มณี ลำพูน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ท่านครับจังหวัดลำพูนเป็นเขตอุตสาหกรรม ต้องแบกรับจีดีพี (GDP) ที่สูงถึง ๑๙๑,๐๐๐ บาทต่อคนต่อปี โดยจีดีพี (GDP) ที่สูง เวลาจัดสรรงบประมาณทางผู้จัดสรรงบประมาณก็จะจัดให้น้อย ๔๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่ผ่านไปไม่กี่วันนี้จังหวัดลำพูนได้น้อยที่สุดใน ๘ จังหวัดภาคเหนือตอนบน คือได้ ๓๘๔ ล้านบาท เท่านั้นเอง จริง ๆ แล้วจังหวัดลำพูนนอกจากจะมีปัญหา ปกติแล้วทางโรงพยาบาลศูนย์ จังหวัดลำพูนยังได้รับภารกิจพิเศษ คือต้องทำงานหนักกว่าปกติ เพราะต้องรับผู้ป่วยวิกฤติ จาก ๘ อำเภอของจังหวัดเชียงใหม่ ๘ อำเภอนี้มีประชากรมากกว่าคนลำพูนอีกนะครับ ทั้ง ๒ เรื่องนี้ผมจึงอยากให้ส่วนราชการรับเป็นเหตุผลในการพิจารณาจัดสรรเงิน เพื่อแก้ปัญหาโควิด (COVID) ในโอกาสต่อไป เพราะว่าท่านจะใช้แต่จีดีพี (GDP) อย่างเดียว ไม่ได้ จังหวัดลำพูนมีปัญหามาก ผมไม่สามารถที่จะอาศัยช่องทางอื่นในการนำเสนอเอกสาร ไปยังกระทรวงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ เนื่องจากข้อจำกัดของ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๘๕ จึงต้องอาศัยช่องทางการหารือนี้ ซึ่งเป็นการดำเนินการในกิจการ ของรัฐสภาเราทำได้ ขอฝากท่านประธานนำทั้ง ๒ เรื่องนี้ นำเรื่องภารกิจของจังหวัดลำพูน มาเป็นส่วนประกอบในการที่จะพิจารณาจัดสรรงบประมาณให้กับจังหวัดต่อไป ต้องขอความ กรุณาให้ท่านได้ส่งให้กระทรวงการคลัง กระทรวงสาธารณสุข สำนักงบประมาณ สภาพัฒน์ และ ศบค. ให้รับทราบปัญหานี้ด้วย ในการพิจารณาต่อไปให้นำ ๒ ประเด็นที่ผมเสนอนี้ มาเป็นประเด็นในการพิจารณาด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ เชิญครับ🔗

นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร เขตปทุมวัน เขตบางรัก เขตสาทร พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกัน🔗

เรื่องแรก คือเรื่องการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ผ่านมาการเคลื่อนย้ายผู้ติดเชื้อในบางเขตก็จะให้ผู้ที่ตรวจพบเชื้อมารวมตัวกันในจุดนัดพบ เพื่อนำตัวไปรักษาพร้อมกัน ซึ่งอาจทำได้ในพื้นที่ที่เป็นชุมชนแออัด แต่ในบางพื้นที่อย่างเช่น เขตบางรัก เขตสาทร เป็นสังคมชุมชนเมืองที่ค่อนข้างจะมีลักษณะห่างไกลกัน ผู้ติดเชื้อ ที่จะต้องเดินทางมาก็จะต้องเดินทางมาโดยรถโดยสาร ไม่ว่าจะเป็นรถเมล์ แท็กซี่ วินมอเตอร์ไซค์ ดังนั้นการนัดผู้ติดเชื้อที่บางครั้งจำนวนมากถึง ๕๐-๖๐ คนมายังจุดนัดพบพร้อมกัน จึงกลายเป็นการเพิ่มความเสี่ยงในการแพร่กระจายเชื้อ ซึ่งก็เข้าใจว่าผู้ติดเชื้อมีจำนวนมาก แล้วก็บุคลากรก็มีจำนวนจำกัด แต่ว่าหากใช้วิธีที่เหมาะสมก็จะช่วยลดการแพร่กระจาย ของโรค เป็นการไม่เพิ่มภาระให้แก่บุคลากรโดยไม่จำเป็น ดิฉันจึงอยากขอให้ทาง กรุงเทพมหานครได้ทบทวนปรับวิธีการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยที่ติดเชื้อให้เหมาะสมมากขึ้น โดยพิจารณาจากปัจจัยของพื้นที่ที่แตกต่างกันนะคะ🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องการขอรับวัคซีนในกรุงเทพมหานคร ปัจจุบันประชาชน ในพื้นที่กรุงเทพมหานครมีความสับสนเป็นอย่างมาก ในการขอรับวัคซีนสำหรับกลุ่มเสี่ยง และผู้สูงอายุ เนื่องจากในบางเขตได้ขอให้ประธานชุมชนได้เข้าสำรวจ แล้วก็รวบรวมข้อมูล รายชื่อในกลุ่มดังกล่าว เพื่อเตรียมความพร้อมลงทะเบียนรับวัคซีนกับทางกรุงเทพมหานคร ทางชุมชนก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ได้รวบรวมรายชื่อให้หลายครั้งตามที่ทางหน่วยงาน ได้แจ้งไว้ ทำให้บุคคลดังกล่าวในกลุ่มดังกล่าวไม่ได้ไปลงทะเบียนที่ไหนอีก แต่สุดท้าย กลับได้คำตอบว่าให้ไปลงทะเบียนในช่องทางที่ กทม. เปิดรับเอง โดยเมื่อสอบถามไปยัง กทม. ก็ให้ข้อมูลว่าให้ไปลงที่ไทยร่วมใจได้ แต่เมื่อสอบถามไปยังคอลเซ็นเตอร์ (Call Center) ของไทยร่วมใจกลับแจ้งว่าให้ไปลงหมอพร้อม ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างพักให้บริการ ทำให้ กลุ่มบุคคลนี้จึงเป็นรายชื่อตกค้าง จึงอยากขอความชัดเจนกับทางกรุงเทพมหานครว่ารายชื่อ ตกค้างของกลุ่มเสี่ยงและผู้สูงอายุจะสามารถรับวัคซีนกับทาง กทม. ได้หรือไม่อย่างไร🔗

สุดท้ายขอฝากไปยัง กทม. อยากจะให้ประสานการทำงานร่วมกับส่วนกลาง ให้มากขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานสื่อสารข้อมูลให้กับประชาชนได้อย่างถูกต้อง ชัดเจน เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ไม่เกิดความสับสนเพื่อที่เราจะได้ผ่านวิกฤตินี้ไปด้วยกัน แล้วก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกหน่วยงานที่กำลังทำงานหนักในขณะนี้ ขอบคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เชิญครับ🔗

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผมขอหารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดชัยภูมิ ๒ เรื่อง🔗

เรื่องที่ ๑ ขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ได้ก่อสร้างถนนแอสฟัลติกคอนกรีต (Asphaltic Concrete) ความยาว ๓ กิโลเมตรเข้าสู่ แหล่งท่องเที่ยวทางศาสนาและวัฒนธรรมสำคัญของจังหวัดชัยภูมิ คือ วัดพระธาตุชัยภูมิ ที่บ้านภูสองชั้น ตำบลเก่าย่าดี อำเภอแก้งคร้อ ด้วยงบอุดหนุนเฉพาะกิจจำนวน ๗ ล้านบาท ให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบลเก่าย่าดี อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งขณะนี้ แหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงผู้คนสนใจมาก แต่ยังขาดถนนที่ขึ้นสู่ แหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้🔗

เรื่องที่ ๒ ขอให้กรมชลประทานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก่อสร้างประตู ระบายน้ำลำน้ำเชิญ ที่บ้านถนนกลาง ตำบลสระพัง อำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ สถานที่ แห่งนี้ได้รับความเห็นชอบจากการประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจรที่จังหวัดสุรินทร์มาแล้ว กรมชลประทานได้ศึกษาความเป็นไปได้ ออกแบบก่อสร้าง รวมทั้งได้ขอบรรจุเข้าแผน งบประมาณของกรมชลประทานตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับบรรจุในงบประมาณ ก่อสร้างใด ๆ และที่สำคัญ แหล่งประตูระบายน้ำแห่งนี้จะเป็นประโยชน์ในการเก็บกักน้ำ เพื่อการเกษตร แหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคของอำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ รวมถึง อำเภอหนองเรือ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งถือว่ามีประโยชน์อย่างมากแต่ยังไม่ได้รับการบรรจุ เข้าในแผนงบประมาณ จึงขอให้กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้บรรจุเข้า แผนงบประมาณก่อสร้างโดยด่วนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านไพลิน เทียนสุวรรณ เชิญครับ🔗

นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๗ จังหวัด สมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันมีเรื่องมาหารือผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ในเรื่องของความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องประชาชนในการใช้รถใช้ถนน ในเขตพื้นที่ อำเภอพระสมุทรเจดีย์และตำบลบางจาก อำเภอพระประแดง เนื่องจากดิฉันเองได้หารือ ผ่านท่านประธานสภามาแล้วทั้งหมด ๒ ครั้ง ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๓ ตั้งแต่ปีงบประมาณ ปี ๒๕๖๒ ค่ะ ปีนี้จะเข้าปีงบประมาณ ๒๕๖๕ แล้วนะคะ โครงการนี้ก็ยังไม่ได้มีการ ดำเนินการแต่อย่างใด แล้วก็ไม่ได้รับการชี้แจงให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชนได้รับทราบ ว่าโครงการนี้ทำได้หรือไม่ ดิฉันขอมาทวงถามติดตามผ่านท่านประธานสภาไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากพ่อแม่พี่น้องประชาชนในการลงพื้นที่ในช่วงวิกฤติ โควิด (COVID) ที่ผ่านมา พี่น้องประชาชนมีความกังวลและเป็นห่วงในเรื่องเกี่ยวกับหลังคา สะพานลอยหน้าโรงเรียนบ้านบางจากและโรงเรียนศิริวิทยา ซึ่งหลังคาสะพานลอยที่ดิฉัน ได้นำเรียนผ่านท่านประธานสภาแห่งนี้ ก็คืออยู่ในเขตพื้นที่ตำบลบางจาก อำเภอพระประแดง ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นของกรมทางหลวง ซึ่งกำกับดูแลโดยกระทรวงคมนาคม ดิฉันเอง ในฐานะผู้แทนประชาชนขอมาทวงถามติดตามครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๓ แล้วค่ะ อยากให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องได้เร่งดำเนินการสร้างหลังคาสะพานลอยให้กับพี่น้องประชาชนแล้วกับเยาวชน ที่จะต้องใช้เส้นทางนี้ แล้วก็สะพานลอยแห่งนี้เป็นเส้นทางหลักให้กับพื้นที่อำเภอพระประแดง ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างยิ่งค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๔ ท่าน ต่อไปครับ ท่านณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ท่านนริศ ขำนุรักษ์ ท่านภควัต ศรีสุรพล ท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เชิญท่านณัฐพลครับ เชิญครับ🔗

นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานครับ ผม นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ๒ นาทีจากนี้ผมขอหารือผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประเด็นนะครับ ขอให้ฉีดวัคซีนทั่วทุกคน ทั่วถึง ทั่วประเทศไทยทุกชุมชนครับ ทำไมผมถึงพูดอย่างนี้ ท่านประธานครับ การได้รับหรือเข้าถึงวัคซีนตอนนี้ต้องจองผ่านการลงทะเบียนครับ ผมมีคำถามว่าถ้าคนไทยผู้ที่ไม่มีเลขบัตร ๑๓ หลักตามที่ผมถือนี้ จะลงทะเบียนผ่านเข้าไป ในคอมพิวเตอร์ในการลงทะเบียนได้อย่างไรครับท่านประธาน ฉะนั้นการที่จะป้องกันโรคโควิด (COVID) ตอนนี้ที่กำลังระบาดอยู่ โรคระบาดนะครับ ย้ำนะครับ โรคระบาดเป็นภาวะวิกฤติ เร่งด่วนที่จะต้องให้ทั่วถึงทุกคนทั่วประเทศไทย โรคระบาดไม่ได้ระบาดเฉพาะผู้ที่มีสถานะ เป็นพลเมืองคนไทยอย่างเดียวนะครับ ระบาดทั่วถึงทุกคนที่เป็นคน วัคซีนจึงเป็นคำตอบ สุดท้ายที่จะช่วยเหลือประชาชนทุกคนทั่วประเทศนี้ จึงขอเป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้อง กลุ่มเปราะบาง พี่น้องกลุ่มชายขอบ พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่ทุกที่ สาธารณูปโภคที่จะ ลงทะเบียนเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากอยู่แล้ว อย่าลำบากซ้ำเติมในวิกฤติขณะนี้ที่ทุกท่าน ลำบากอยู่แล้ว ขอให้ฉีดวัคซีนทั่วถึงทุกคนทั่วประเทศ ยกตัวอย่าง มีตัวอย่างมาแล้ว ท่านประธานครับ บ้านผาผึ้ง คลัสเตอร์ (Cluster) ที่บ้านผาผึ้งติดทั้งหมู่บ้าน ตอนนี้ ๑๐๐ กว่าท่านเกือบ ๒๐๐ ท่านแล้วครับ มีการเสียชีวิตในหมู่บ้านแล้ว อย่าให้เกิด เคส (Case) นี้กับทุกชุมชนพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์หรือพี่น้องกลุ่มเปราะบางทั่วประเทศ อย่าให้ วัคซีนเป็นวัคซีนวีไอพี (VIP) ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนริศ ส.ส. พัทลุง เชิญครับ🔗

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตหารือ เนื่องจาก ในวันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๖๔ นี้ สัมปทานรังนกในพื้นที่จังหวัดพัทลุงจะหมดอายุสัมปทานลง คือในอีก ๔ วันข้างหน้า จึงขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ประมูลให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพราะเป็นประโยชน์ของจังหวัดและเป็นประโยชน์ของประเทศชาติ แต่หากการประมูลไม่สำเร็จขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงาน ตำรวจแห่งชาติและจังหวัดพัทลุง ได้ป้องกันและแก้ไขการขโมยรังนกช่วงรอยต่อ ช่วงสุญญากาศนี้ให้หน่วยงานปฏิบัติไปโดยเคร่งครัด และคาดโทษผู้บังคับบัญชาหน่วยงานนั้น ที่ไม่ปฏิบัติในการรักษารังนกไว้ เป็นเรื่องที่ ๑ ครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและสาธารณสุขจังหวัดพัทลุงแจ้ง อสม. ในพื้นที่จังหวัดพัทลุงทุกท่านว่าในปี ๒๕๖๔ อสม. ท่านใดประสบเหตุติดเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) จากการปฏิบัติหน้าที่ให้แจ้งผมมา จะมีเงินจากกองทุนเพื่อนเฉลิมชัยมอบให้ รายละ ๕๐,๐๐๐ บาท เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้ อสม. ในพื้นที่จังหวัดพัทลุงที่ทำงาน อย่างหนักและเสี่ยงภัยอยู่ในขณะนี้🔗

เรื่องที่ ๓ ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬาสั่งการให้ หน่วยงานในความรับผิดชอบศึกษาความเป็นไปได้ และก่อสร้างสนามกีฬาที่เทศบาลตำบล เขาหัวช้าง ซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการโครงการสร้างสนามกีฬาเขาหัวช้างอารีน่าอยู่แล้ว ในขณะนี้ แต่ลำพังเทศบาลมีงบประมาณไม่เพียงพอ จึงต้องขอการสนับสนุนจากกระทรวง ท่องเที่ยวและกีฬา เพราะจะเป็นที่ท่องเที่ยว จะเป็นที่ออกกำลังกายที่สวยแห่งหนึ่งของ จังหวัดพัทลุง ซึ่งกำลังจะเป็นเมืองท่องเที่ยวและเมืองกีฬา กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านภาควัต ศรีสุรพล🔗

นายภาควัต ศรีสุรพล ขอนแก่น

ท่านประธานที่เคารพ ผม ภาควัต ศรีสุรพล จังหวัดขอนแก่น เขต ๕ พรรคเพื่อไทย วันนี้มีเรื่องจะมาปรึกษาหารือท่านประธานอยู่ ๒ เรื่อง🔗

เรื่องแรก เป็นเรื่องถนนในเขตพื้นที่อำเภอศรีชมพูและอำเภอภูเวียง จากทางแยกออกจากทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๒๘ เส้นบ้านวังเพิ่ม-โสกหาด-ดงลาน อำเภอศรีชมพู และจากทางแยกออกจากทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๒๐๓๘ แยกเข้า บ้านห้วยแคนถึงบ้านหนองกุงธนสาร อำเภอภูเวียง เกิดการชำรุดเสียหายมากมาย และไม่ได้ รับการดูแลมาหลายปี ส่งผลให้พี่น้องประชาชนเดินทางกันอย่างยากลำบาก ซึ่งถนนทั้ง ๒ เส้น ดังกล่าวที่กล่าวมาข้างต้นนี้อยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น แต่งบประมาณของ อบจ. ไม่เพียงพอต่อการมาดูแลแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ในการนี้ อบจ. ขอนแก่นพร้อมและยินดีที่จะโอนถ่ายถนนกลับคืนมาเป็นของทางหลวงชนบท ให้เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบและดูแล เนื่องจากไม่สามารถแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้ หรือหากไม่ได้รับการโอนถ่ายก็ขออนุมัติงบประมาณอุดหนุนเฉพาะกิจหรืองบประมาณ อุดหนุนทั่วไปลงมาแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องอย่างเร่งด่วนด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอติดตั้งไฟส่องสว่างบนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๐๓๘ ช่วงที่ ๑ บ้านถ้ำแข้ ช่วงที่ ๒ บ้านอ่างศิลา อำเภอภูเวียง ซึ่งทั้ง ๒ ช่วงนี้เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง ทาง อบต. สงเปือย อำเภอภูเวียง ได้ทำหนังสือร้องขอไปยังทางหลวงแผ่นดินอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับเลย ผมจึงนำเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องให้ออกมาสำรวจ ติดตามแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ ครับ🔗

นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สุพรรณบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา กระผม ขออนุญาตปรึกษาท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกัน🔗

เรื่องแรก นายกวัชรีย์ นิ่มอนงค์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหัวโพธิ์ อำเภอสองพี่น้อง ได้ทำหนังสือประสานไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค อำเภออู่ทอง จังหวัด สุพรรณบุรี ขอให้มาดำเนินการย้ายเสาไฟฟ้าบริเวณบ้านท่าไชย หมู่ที่ ๗ ถึงวัดศรีประทุนทอง เนื่องจากมีสายไฟฟ้าแรงสูงพาดผ่านมีระยะต่ำใกล้ตัวอาคารบ้านเรือน จึงอาจก่อให้เกิด ความไม่ปลอดภัยต่อพี่น้องประชาชน ขอให้ท่านประธานได้โปรดทำหนังสือถึงผู้ว่าการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเพื่อให้เร่งดำเนินการแก้ไขโดยด่วนด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ขณะนี้กรมชลประทานกำลังดำเนินการก่อสร้างคันกั้นน้ำฝั่งซ้าย คลองระบายใหญ่สองพี่น้อง แต่มีทางรถไฟสายสองพี่น้อง วัดป่าเลไลยก์ขวางและสูงกว่า คันกั้นน้ำบริเวณหมู่ที่ ๕ ตำบลบางพลับ อำเภอสองพี่น้อง กับตำบลวัดโบสถ์ อำเภอ บางปลาม้า ดังนั้นเพื่อให้ใช้ประโยชน์จากคันกั้นน้ำในการสัญจรไปมาได้ด้วย จึงจำเป็นต้อง ยกระดับคันกั้นน้ำให้สูงเท่ากับทางรถไฟ จึงขอท่านประธานได้โปรดทำหนังสือถึง กรมชลประทานดำเนินการออกแบบและจัดสรรงบประมาณ รวมทั้งประสานไปยังการรถไฟ แห่งประเทศไทยให้มีการก่อสร้างบริเวณดังกล่าวด้วยครับ🔗

เรื่องสุดท้าย ด้วยขณะนี้ได้มีการสูบน้ำมันดิบขึ้นมาจากบ่อน้ำมันในพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหลายแห่ง เช่น ในจังหวัดสุพรรณบุรีที่ตำบลวังน้ำเย็น อำเภอ บางปลาม้า ตำบลหัวโพธิ์ อำเภอสองพี่น้อง ไม่ว่าฐานการผลิตสังฆจายหรือฐานการผลิต หนองผักชี เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการสูบน้ำมันดิบแต่ละวัน จึงเห็นควรให้ตัวแทนองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปมีส่วนร่วม ในการตรวจสอบในแต่ละวันว่าสูบน้ำมันดิบขึ้นมา จำนวนเท่าไร หรือมีการติดมิเตอร์ เรียล ไทม์ (Meter Real time) เพื่อความโปร่งใส ในการดำเนินงานของบริษัทน้ำมันด้วยครับ ท่านประธานได้โปรดทำหนังสือถึงกรมเชื้อเพลิง พลังงาน กระทรวงพลังงานด้วย เพื่อให้ดำเนินการต่อไป ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๔ ท่านนะครับ ท่านวัน อยู่บำรุง ท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ท่านจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ และ ท่านพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค เชิญท่านวันครับ🔗

นายวัน อยู่บำรุง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม วัน อยู่บำรุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร บางบอน หนองแขม พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต หารือกับท่านประธานดังนี้ครับ🔗

เรื่องที่ ๑ จากถนนเอกชัยเลี้ยวเข้าถนนบางบอน ๔ มุ่งหน้าสู่สามแยก เลียบคลองภาษีเจริญฝั่งใต้ เลี้ยวซ้ายสามารถออกถนนเพชรเกษม ๘๑ ได้ เลี้ยวขวาสามารถ ออกสู่ถนนเพชรเกษม ๖๙ เป็นแหล่งชุมชน สามแยกแห่งนี้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง อยากจะ ขอให้ติดตั้งสัญญาณจราจรไฟเขียว ไฟแดง เพื่อลดอุบัติเหตุบนท้องถนน🔗

เรื่องที่ ๒ ถนนเลียบคลองภาษีเจริญฝั่งใต้ บริเวณวัดหลักสาม เดินลัดเลาะ ข้างวัดไปจนถึงคลองภาษีเจริญจะมีสะพานไม้ข้ามคลองไปยังโรงเรียนประชาบำรุง มุ่งหน้าสู่ ถนนเลียบคลองภาษีเจริญฝั่งเหนือ สะพานไม้แห่งนี้มีผู้ใช้สัญจรเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น พี่น้องประชาชน พระสงฆ์องค์เจ้า ตลอดจนครูบาอาจารย์ เด็กนักเรียนโรงเรียนประชาบำรุง ปัจจุบันผุพังทรุดโทรม อยากจะขอให้เปลี่ยนเป็นสะพานปูนคอนกรีต เพื่อความสะดวก ในการสัญจรของพี่น้องประชาชนต่อไป🔗

เรื่องที่ ๓ คลองวัดสิงห์ เขตติดต่อระหว่างเขตบางบอนและเขตจอมทอง มีความยาวประมาณ ๑,๕๐๐ เมตร ไม่มีการขุดลอกคูคลองมานานร่วม ๑๐ ปี ปัจจุบัน ตื้นเขิน น้ำแห้งแกรก ๆ คลองแห่งนี้มีความสำคัญ เพราะต้องส่งน้ำไปยังเครื่องสูบน้ำที่ คลองสนามชัย เพื่อเป็นการระบายลงสู่ทะเลต่อไป อยากขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมา ขุดลอกคูคลองวัดสิงห์แห่งนี้ด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๔ ถนนเอกชัยมุ่งหน้าสู่ถนนบางบอน ๓ สามารถไปทะลุเพชรเกษม ๖๙ ได้ ช่วงกลางซอยบางบอน ๓ จะมีสามแยกร่มไทร หรือชาวบ้านแถวนั้นเรียกว่าสามแยกวัดใจ สามแยกแห่งนี้สามารถทะลุไปถนนกาญจนาภิเษกได้ สามแยกร่มไทรเกิดอุบัติเหตุรถชน บ่อยครั้ง อยากขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องติดตั้งสัญญาณไฟจราจรไฟเขียว ไฟแดง เพื่อลดปัญหาอุบัติเหตุการรถชนและการเสียชีวิตของพี่น้องประชาชน🔗

สุดท้ายครับ ชาวบ้านฝากมาถามว่าการเลือกตั้งสมาชิกสภา อบต. นายก อบต. นายกเมืองพัทยา สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร และผู้ว่า กทม. จะมีความแน่ชัดว่าเลือกตั้ง เมื่อไร ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านสฤษฏ์พงษ์ครับ🔗

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กระบี่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทยครับ ผมขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง สืบเนื่องจากเมื่อเช้านี้ทางสมาคมองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย โดยท่านนายกสมศักดิ์ กิตติธรกุล ได้แถลงข่าวและประชุม หารือกันในเรื่องของสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ซึ่งในขณะนี้ขอเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ออกระเบียบหลักการให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในการที่จะจัดซื้อในเรื่องของวัคซีนได้ เพื่อที่จะไปกระจายเพิ่มเติมในพื้นที่ โดยเฉพาะในจังหวัดกระบี่ แล้วก็จังหวัดท่องเที่ยวนั้น ปัญหาเดียวที่จะต้องแก้ได้ ก็คือการที่จะซื้อวัคซีนเข้าไปเพิ่มเติมเสริมให้เต็มในพื้นที่ เพื่อที่จะเปิดการท่องเที่ยวได้ เพราะฉะนั้นวันนี้ทางสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัด แห่งประเทศไทยได้ฝากผมมาว่า ขอให้กระทรวงมหาดไทยมีหนังสือซักซ้อมถึง แนวทางการปฏิบัติในกรณีดังกล่าวให้ชัดเจนตามที่สมาคมได้มีหนังสือหารือไป เมื่อวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๔ ซึ่งในขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน เพราะฉะนั้นจะไม่มีจังหวัดใดซื้อวัคซีน ได้เลย🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องขอออกเอกสารสิทธิ ในขณะนี้พี่น้องประชาชนที่ไม่มีเอกสารสิทธิ เป็นโฉนดที่ดิน หรือ น.ส. ๔ มี ส.ค. ๑ น.ส. ๓ ผมก็ขอเรียนถามในส่วนของหน่วยงานภาครัฐ ที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ขอชื่นชมท่านอธิบดีกรมที่ดิน ท่านนิสิต จันทร์สมวงศ์ ที่ท่านทำ โครงการมองดิน ก็ขอให้ท่านได้ดำเนินการเร่งให้แล้วเสร็จภายในวันที่ ๓๐ มิถุนายนนี้ สำหรับพี่น้องประชาชนที่ไม่มีโฉนดที่ดิน ซึ่งถือครอง ส.ค. ๑ น.ส. ๓ แล้วก็เป็นนโยบายที่ดี แล้วก็ขอให้สร้างความเสมอภาค แล้วก็ให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะในจังหวัดผม อำเภอลำทับ อำเภอคลองท่อม อำเภอเกาะลันตา และอำเภอเขาพนม อำเภอเหนือคลอง มีพี่น้องประชาชนที่ไม่มีเอกสารสิทธิ น.ส. ๔ มากมาย ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ครับ🔗

นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ฉะเชิงเทรา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สมาชิกผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ในเขตพื้นที่อำเภอบ้านโพธิ์ ซึ่งมีตำบลหนองจอก ตำบลเทพราช ตำบลแสนภูดาษ ตำบลเกาะไร่ ในเขตพื้นที่อำเภอบางปะกงและพื้นที่ใกล้เคียงมีตำบลหอมศีล ตำบลสองคลอง ตำบลบางวัว แล้วก็ตำบลพิมพา พี่น้องเกษตรกรและประมงน้ำจืดได้รับความเดือดร้อนมากจากฝนทิ้งช่วง ตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา คุณภาพน้ำก็มีความเค็มสูง ซึ่งมีผลต่อการเพาะปลูกข้าว ในขณะนี้ อยากจะขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยเฉพาะโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา พระองค์เจ้าไชยานุชิตเพื่อขอจัดสรรน้ำจากประตูน้ำเปร็งผ่านมายังคลองประเวศบุรีรมย์ ไปยังคลองพระยาสมุทร คลองแขวงกลั่นล่าง แล้วก็คลองขุนพิทักษ์ สุดท้ายก็จะไปลงที่ คลองสำโรง ซึ่งจะไหลผ่านทุกตำบลที่ผมได้เอ่ยมาครับ🔗

แล้วก็เรื่องเร่งด่วนอีกเรื่องหนึ่งครับ วันนี้มีชาวบ้านมารวมตัวกันมากกว่า ๑๐๐ คนที่วัดพิมพาวาส แล้วก็อยากให้กรมชลประทานช่วยด่วนเลยครับ เร่งผลักดันน้ำจาก คลองประเวศบุรีรมย์นี้เป็นกรณีเร่งด่วน เพราะว่าตอนนี้น้ำเน่าเสีย อาจจะเป็นจากโรงงาน อุตสาหกรรมหรือเปล่า ซึ่งตอนนี้ก็กำลังคุยกันอยู่ครับ เรื่องแรกก็เท่านี้ครับท่านประธาน🔗

เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องทุกข์มาจากเกษตรกรที่เลี้ยงปลากะพงในตำบลหอมศีล ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้รับความชัดเจนในการรอคิวจับปลา เพื่อรับการประกันราคาปลากะพง ก็อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนี้เข้าไปดำเนินการ แล้วก็หาวิธีการจัดการแก้ปัญหาเรื่อง การประกันราคาในพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทราด้วย ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านพีระวิทย์เชิญครับ🔗

นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภา ที่เคารพ กระผม นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคไทยรักธรรม กระผมขอหารือต่อท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีได้แก้ไข สั่งการเร่งด่วน โดยกรมชลประทานและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถึงปัญหาน้ำแห้งของคลองชลประทานชัยนาท-ป่าสัก ความยาว ๑๓๒ กิโลเมตร หล่อเลี้ยง ๘ จังหวัด ๑๖ อำเภอ ๓๐ อปท. พื้นที่ได้รับประโยชน์กว่า ๑ ล้านไร่ เส้นเลือดใหญ่ของ จังหวัดลพบุรี จังหวัดสระบุรี จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่ปัจจุบันน้ำแห้งขอด สำนักชลประทานที่ ๑๐ ได้แจ้งว่าในรอบ ๓๐ ปีนี้ลุ่มน้ำเจ้าพระยาขาดแคลนน้ำ เนื่องจาก ปริมาณน้ำฝนเมื่อเดือนที่ผ่านมาเกิดต่ำกว่าปกติถึง ๖๐ เปอร์เซ็นต์ เบื้องต้นเมื่อวันก่อน กรมชลประทานได้ประสาน กฟผ. ได้ปล่อยน้ำจากเขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์มาช่วย🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายพีระวิทย์ เรื่องลือดลภาค แบบบัญชีรายชื่อ

แต่ระยะทาง ๑๐๐ กว่า กิโลเมตรมันมาไม่ถึงช่วงประตูน้ำเริงราง อำเภอบ้านหมอ จึงทำให้หลายอำเภอไม่มีน้ำ หล่อเลี้ยงต้นข้าว น้ำดิบไม่มีทำประปา จึงอยากให้กรมชลประทานช่วยปล่อยน้ำจาก เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ แล้วปิดประตูน้ำเขื่อนพระราม ๖ ให้น้ำดันขึ้นมาสู่ประตูเริงรางหรือดันไป ถึงประตูโคกกระเทียมระยะทางเพียงแค่ไม่กี่สิบกิโลเมตรก็จะช่วยชาวนาของอำเภอบ้านหมอ อำเภอดอนพุด อำเภอหนองโดน จังหวัดสระบุรี ได้มีน้ำเพียงพอ ทำนาไม่เจ๊งหรือขาดทุน ระเนระนาดไปมากกว่านี้ อำเภอเมืองลพบุรี อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรีมีน้ำดิบ ทำน้ำประปาให้ประชาชนได้อุปโภคบริโภค การแก้ไขปัญหาระยะยาวช่วยสร้างประตูน้ำเปิด-ปิด คลองระบายใหญ่เริงรางบริเวณช่วงสะพานหางชะโด หมู่ที่ ๔ ตำบลไผ่หลิ่ว อำเภอดอนพุด จังหวัดสระบุรี พร้อมทั้งขุดลอกแต่งคลองเส้นนี้ให้สมบูรณ์ เพียงเท่านี้ปัญหาก็จะเบาบางลง มีน้ำเพียงพอต่อตลอดฤดูทำนา ใช้งบประมาณก็ไม่มาก พื้นที่อำเภอดอนพุด อำเภอ หนองโดนได้ประโยชน์มหาศาล ขอท่านนายกรัฐมนตรีได้โปรดรับฟังเสียงชาวนา แล้วสั่งการ แก้ปัญหาเร่งด่วนเถอะครับ ชาวนาจะได้มีรอยยิ้ม หนี้สินลดลงจนหมดไปเสียที ถ้ารัฐบาล ไม่เข้าใจถึงหัวอกชาวนาอย่างแท้จริงก็ขอให้ลองไปนั่งกินข้าวกินปลากับชาวนาดูนะครับ แล้วท่านจะพบทางแก้ไขปัญหาที่แท้จริง ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๔ ท่าน มีท่านสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ท่านกุลวลี นพอมรบดี ท่านวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ดอกเตอร์อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เชิญท่านสุรชาติครับ🔗

นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมขอหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน สืบเนื่องจากผมได้รับ การร้องเรียนจากชาวบ้านบกขี้ยาง หมู่ที่ ๑๑ อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้มี ความประสงค์ขอให้กรมชลประทานขุดลอกห้วยน้ำคำใหญ่ ซึ่งห้วยแห่งนี้ประชาชนใช้เลี้ยงสัตว์ ทำการเกษตร ในช่วงฤดูแล้งห้วยแห่งนี้ก็จะแห้งขอด หน้าฝนน้ำก็ท่วม ฝากท่านประธาน ผ่านไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวบ้านเจี่ย หมู่ที่ ๖ ตำบลทาม บ้านขามป้อม หมู่ที่ ๕ ตำบลหนองบัว บ้านหนองบัวไชยวาน หมู่ที่ ๑๓ หมู่ที่ ๘ หมู่ที่ ๑๓ ตำบลโนนสัง อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ และชาวบ้านลุมพุก หมู่ที่ ๕ ตำบลตองปิด อำเภอน้ำเกลี้ยง ได้รับความเดือดร้อนไม่มีไฟฟ้าใช้เกี่ยวกับการเกษตรกรรม ฝากท่านประธานผ่านไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทย ผมขอส่งเอกสาร ตามข้อหารือนี้ให้กับท่านประธาน ขอขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านกุลวลีครับ🔗

นางสาวกุลวลี นพอมรบดี ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน กุลวลี นพอมรบดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ มีเรื่องขอหารือท่านประธาน ๓ เรื่องนะคะ🔗

เรื่องแรก คือเรื่องของการจัดสรรวัคซีนโควิด-๑๙ (COVID-19) สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ ๗ มิถุนายนที่ผ่านมา มีการฉีดวัคซีนโควิด-๑๙ (COVID-19) พร้อมกันทั่วประเทศ ซึ่งเป็นวาระระดับชาติ ซึ่งจังหวัดราชบุรีของดิฉันเองก็ได้รับการจัดสรร แล้วก็มีการฉีดเช่นกัน ต้องขอชื่นชมคุณหมอ พยาบาล แล้วก็หัวหน้าส่วนราชการที่ได้จัดสถานที่และให้บริการ พี่น้องประชาชนอย่างดีเยี่ยม แต่เนื่องจากจังหวัดราชบุรีได้รับการจัดสรรวัคซีนมาน้อยมาก แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) เพียงแค่ ๗,๕๐๐ โดส ซิโนแวค (Sinovac) เพียงแค่ ๔,๐๘๐ โดส สรุปคือฉีดให้กับพี่น้องดิฉันไม่ถึง ๑๐,๐๐๐ คน และที่สำคัญกว่าจะรู้ยอดว่าจะ ได้วัคซีนมาที่ต่างจังหวัดเท่าไร กี่โดส (Dose) ต้องลุ้นเหมือนลุ้นหวย ทำให้ผู้ปฏิบัติงาน ในพื้นที่ทำงานค่อนข้างลำบาก ตอนนี้พี่น้องประชาชนก็ได้แต่เฝ้ารอ ไม่ว่าจะเป็นภาคแรงงาน ด่านหน้า อสม. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมถึงบุคลากรครูที่จะเปิดเทอมในเร็ววันนี้ดิฉันจึงขอฝาก ท่านประธานผ่านไปยังท่าน ผอ. ศบค. ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์จันทร์โอชา และกระทรวงสาธารณสุข ขอความเป็นธรรมให้กับจังหวัดราชบุรีในเรื่องของการจัดสรร วัคซีนโควิด-๑๙ (COVID-19) ด้วยค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ สืบเนื่องจากดิฉันได้รับการร้องเรียนจากเกษตรกรผู้เลี้ยงวัว จังหวัดราชบุรี ถึงการแพร่ระบาดของโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ทราบมาว่ากรมปศุสัตว์ มีวัคซีนป้องกันโรคอยู่ แต่ว่าจำนวนไม่เพียงพอ พี่น้องเกษตรกรรอไม่ได้ต้องดิ้นรนหากันเอง ดิฉันจึงขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถึงมาตรการในการช่วยเหลือ ช่วยสนับสนุนค่ายาเวชภัณฑ์ให้กับพี่น้องเกษตรกร และได้โปรด ลงพื้นที่ตรวจสอบเชิงรุกถึงความเสียหายของพี่น้องเกษตรกรด้วยค่ะ อย่ารอแต่รับตัวเลข รายงานจากส่วนจังหวัด เพราะว่าตัวเลขนี้ไม่เคยสะท้อนถึงความเป็นจริง🔗

เรื่องที่ ๓ สืบเนื่องจากว่าได้รับการร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้าน มาลี พวงพันธ์งาม หมู่ที่ ๑๒ เกาะพลับพลา ขอให้แขวงทางหลวงชนบทราชบุรี ดำเนินการติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่าง บนถนนเลียบคลองชลประทาน สาย กจ. ๔๐๐๔ ช่วงบ้านเขากรวดถึงบ้านเขาพลอง บริเวณ แยกเข้าบ้านห้วยจำปาถึงแยกปากช่อง พิกัดกิโลเมตรที่ ๗๒+๑๕๐ ถึงกิโลเมตรที่ ๗๕+๒๕๐ ซึ่งเป็นช่วงฟันหลอที่ไม่ได้มีติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่าง ระยะทางเพียงแค่ ๓ กิโลเมตร แต่ว่าพี่น้อง เกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตไปหลายรายแล้วค่ะ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านวิสุทธิ์ครับ🔗

นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ พะเยา

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ หารือเรื่องปากท้องพี่น้องชาวบ้าน ก็ได้รับการร้องเรียนจากชาวนาในอำเภอจุน อำเภอเชียงคำ อำเภอภูซาง โดยเฉพาะนายกถนอม อิ่นคำ จากตำบลทุ่งผาสุข บอกว่าอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ เอาข้าวไปขาย เป็นข้าวนาปรัง เป็นข้าวเหนียว ได้แค่กิโลกรัมละ ๖.๘๐ บาท ข้าวนาปี กิโลกรัมละ ๑๑ บาท วันนี้ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่ว่าขายไม่ได้ราคาแล้วนะครับ ปัญหา ที่เกิดขึ้น โรงสีไม่ยอมรับซื้อข้าวจากชาวนา ผมเองก็เป็นห่วงพี่น้องชาวบ้าน โทรศัพท์ไปถาม โรงสีว่าทำไมไม่ช่วยซื้อข้าวที่ชาวนาเอาไปขาย โรงสีก็บอกว่าถ้าผมรับซื้อผมจะเอาไปขาย ที่ไหน ตอนนี้เป็นความทุกข์ ความมืดมนของพี่น้องเกษตรกรชาวไร่ชาวนาที่บ้านผม เพราะถึงฤดูกาลเพาะปลูกอีกแล้ว กำลังไถนา หว่านข้าว แล้วอนาคตไม่รู้ว่าจะไปขายที่ไหน อีกไม่กี่เดือนข้าวก็จะออกอยู่แล้ว ก็อยากจะฝากมายังท่านประธานไปถึงนายกรัฐมนตรี เข้าใจว่าท่านยุ่งวุ่นวายกับปัญหาโควิด (COVID) แต่ว่าปัญหาปากท้องพี่น้องชาวบ้านก็ต้อง ได้รับการแก้ไข แม้แต่ตอนนี้มะม่วงที่ปลูกไว้พันธุ์โชคอนันต์ขายได้แค่กิโลกรัมละ ๒ บาท ส่วนพันธุ์น้ำดอกไม้ไม่มีพ่อค้าที่ไหนไปซื้อ ความยากลำบาก โรงงานถูกปิด ลูกหลานตกงาน กลับบ้านไปอาศัยพ่อแม่ เมื่อก่อนเคยส่งเงินให้พ่อแม่เดือนละ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ บาท เดี๋ยวนี้ต้องขนลูกขนหลานไปกินข้าวที่บ้านอีก มาช่วยทำไร่ ทำนา ทำการเกษตร แต่พืชผล ขายไม่ได้ เป็นความทุกข์ซ้ำทุกข์ซ้อน ทุกข์อกทุกข์ใจของพี่น้องชาวบ้าน เข้าใจนะครับว่า รัฐบาลวุ่นวาย แต่ว่าสิ่งสำคัญก็อย่าลืมนะครับทุกคนต้องกินข้าวทุกวัน ต้องมีค่าใช้จ่าย ทุกวัน จะมารอรับแต่ส่วนแบ่งจากรัฐบาลเป็นบัตรสวัสดิการต่าง ๆ มันไม่ทันกินครับ แล้วไม่พอกินด้วยครับ ขอบพระคุณท่านประธานอย่างสูงครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอเชิญ ท่านดอกเตอร์อิสระครับ🔗

นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมขอ หารือเรื่องปัญหาค่าเทอมที่ผู้ปกครองยังต้องจ่ายทั้ง ๆ ที่ต้องสอนลูกออนไลน์ (Online) อยู่บ้าน สิ่งที่ผมจะมาหารือวันนี้ ก็คือประกาศทิพย์ของกระทรวงศึกษาธิการฉบับนี้ครับ เรื่อง แนวปฏิบัติในการเก็บค่าเทอม ลงวันที่ ๒๗ พฤษภาคมที่ผ่านมา ที่ผมเรียกว่า ประกาศทิพย์เพราะประกาศฉบับนี้แทบจะไม่มีผลอะไรเลยในทางปฏิบัติ คนที่เดือดร้อนก็ยัง เดือดร้อนอยู่ ล่าสุดเลยครับ เมื่อวานนี้สด ๆ ร้อน ๆ ผู้ปกครองโรงเรียนเอกชนสองภาษา ย่านเกษตร-นวมินทร์ ส่งเรื่องมาที่ผมว่าจ่ายค่าเทอมไปหลายหมื่นได้คืนมา ๓,๕๐๐ บาท เพราะอะไรครับท่านประธาน ท่านประธานดูประกาศฉบับนี้ครับ ข้อ ๑ บอกว่า ในกรณีที่ เก็บค่าเทอมไปแล้วให้คืนค่าเทอม ฟังดูเหมือนดีนะครับ แต่พอไปดูข้อ ๒ บอกว่าในกรณี ที่จำเป็น ต้องเรียกเก็บเงิน ก็ข้อ ๑ บอกว่าให้คืน พอมาข้อ ๒ เปิดช่องให้เก็บอีก และที่สำคัญครับท่านประธาน ยังบอกอีกว่าอาจพิจารณาผ่อนผันตามความเหมาะสม เขียนแบบนี้อย่าเขียนดีกว่าครับ เปลืองหมึก เปลืองกระดาษครับ นี่เมืองไทยนะครับ ไม่ใช่เมืองทิพย์ครับท่านประธาน ดังนั้นผมจึงอยากขอหารือผ่านท่านประธานไปยัง กระทรวงศึกษาธิการครับว่าขอให้สั่งคืนหรือลดค่าเทอมอย่างเป็นรูปธรรมเถอะครับ แล้วเลิก สักทีครับสั่งให้พิจารณา ก็เขาพิจารณาแล้วเขาไม่คืน คนเขาถึงเดือดร้อน ก็เลยต้องมา ร้องท่านแบบนี้ครับ แล้วอย่าบอกนะครับว่าไม่มีอำนาจทำได้ ผมชี้ช่องให้ครับ พ.ร.บ. โรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ ที่ท่านเป็นประธานกรรมการอยู่ มาตรา ๓๓ บอกไว้ชัดว่า ในกรณีที่เห็นว่าค่าเทอมเป็นการแสวงหากำไรเกินควร กรรมการสั่งลดได้ ท่านลองคิดดูครับ เด็กไม่ไปเรียน ค่าน้ำ ค่าไฟ ลดลง ค่าบำรุงรักษาอุปกรณ์ไม่ใช้ ไม่เสีย ก็ไม่ต้องซ่อม หลักเศรษฐศาสตร์ง่าย ๆ เมื่อค่าใช้จ่ายลด ต้นทุนลด กำไรเท่าเดิม ท่านยังเก็บค่าเทอม เหมือนเดิม กำไรเกินควรไหมครับแบบนี้ แล้วอีกมาตราหนึ่งตรง ๆ เลยครับ มาตรา ๓๔ บอก ว่า กระทรวงสามารถสั่งลดค่าเทอมได้ ในกรณีที่ค่าเทอมเป็นภาระกับประชาชนเกินไป ท่าน ประธานครับ ผมย้ำ ๒ เรื่องนี้ว่าท่านทำได้ อยู่ที่ว่าท่านจะทำหรือไม่ทำ🔗

สุดท้ายครับขอฝากไว้นิดเดียวครับว่าขอให้ท่านช่วยเจียดเงินจากเงินกู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทเมื่อสักครู่ เอาไปทำโครงการค่าเทอมคนละครึ่ง หรือค่าอินเทอร์เน็ต (Internet) คนละครึ่งก็ยังดีครับ ดีกว่าไปแจกสะเปะสะปะ อย่างน้อยช่วยต่อลมหายใจให้ได้ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๔ ท่าน ท่านลำพอง เทพาคำ ท่านวัชรพล โตมรศักดิ์ ท่านคุณากร ปรีชาชนะชัย และท่านยศวัฒน์ มาไพศาลสิน เชิญท่านคำพองครับ🔗

นายคำพอง เทพาคำ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม คำพอง เทพาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล มี ๓ เรื่องครับท่านประธาน🔗

เรื่องแรก เรื่องของโครงการพัฒนาและเสริมสร้างความเข้มแข็งของเศรษฐกิจ ฐานราก ซึ่งจะใช้งบเงินกู้ ๔๕,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลก็ได้มีมติคณะรัฐมนตรี เมื่อเดือน มีนาคม ๒๕๖๔ แล้วนะครับ ฟังดูก็ดูดีนะครับท่านประธาน กลุ่มเป้าหมายก็มีทั้งหน่วยงาน ราชการในจังหวัด แล้วก็กลุ่มอาชีพวิสาหกิจ ภาคประชาสังคม แต่ปรากฏว่างบประมาณมันไป โครงการตอนนี้มันไปกองอยู่ที่หน่วยงานราชการทั้งหมด พี่น้องเครือข่ายสภาองค์กรชุมชน ทั่วประเทศเขาก็บอกมาว่าพวกเราเข้าไม่ถึงการใช้จ่ายงบประมาณเงินกู้ก้อนนี้นะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ในการสรรหาบอร์ด (Board) พอช. หรือสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน มันมาหลายเดือนแล้วครับ ยังไม่มีการตัดสินใจว่าจะแต่งตั้งเขา มันทำให้พี่น้องที่ทำงาน ร่วมกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชนตั้งข้อสังเกตนะครับว่ามันเกิดอะไรขึ้นที่สถาบันพัฒนา องค์กรชุมชน หรือ พอช. ในเรื่องของการที่จะตั้งบอร์ด (Board)🔗

อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน โรคระบาดในโค กระบือ ซึ่งขณะนี้ก็ยังมี การระบาดอยู่ ฉะนั้นจึงอยากจะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รีบหาวัคซีน รวมทั้งสนับสนุน สัตวแพทย์ สัตวบาลในเรื่องของเครื่องไม้เครื่องมือ ตลอดจนวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ ในการลงไป ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่เลี้ยงโค กระบือ และที่สำคัญก็คือหาทางในการเยียวยาพี่น้อง ที่ได้รับความเสียหายจากการที่โค กระบือ ล้มตายลง ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านวัชรพลครับ🔗

นายวัชรพล โตมรศักดิ์ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายวัชรพล โตมรศักดิ์ โคราช พรรคชาติพัฒนา ผมมีเรื่องปรึกษาหารือ เร่งด่วนกับท่านประธาน ๑ เรื่องเพื่อจะฝากไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สืบเนื่อง จากปัญหาที่เป็นปัญหาแสนสาหัสที่ผมได้รับการร้องเรียนจากท่านนายก อบต. บ้านเกาะ อำเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา ท่านวัชรพล จอนเกาะ ตัวแทน ของประชาชน คือท่านดอกเตอร์สรายุทธ โตนอก ในเรื่องของพี่น้องชาวบ้านโคกไผ่น้อย หมู่ที่ ๔ ครับท่านประธาน🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายวัชรพล โตมรศักดิ์ นครราชสีมา

โดยถนนเส้นทางที่จะเข้าสู่หมู่บ้าน โคกไผ่น้อย หมู่ที่ ๔ เป็นเส้นทางที่คับแคบ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในเส้นทางนี้ยังมีเสาไฟฟ้า เป็นจำนวนมากทำให้ถนนยิ่งแคบลงไปอีก และนอกเหนือไปกว่านั้นครับ ในหมู่บ้านแห่งนี้ ได้เกิดปัญหาน้ำท่วม ซ้ำซากมาเป็นระยะเวลายาวนาน และนอกเหนือจากนั้นก็คือ ถนนหนทางที่เกิดน้ำท่วมนั้นเป็นถนนที่เกิดการชำรุดเสียหายอย่างยิ่ง สืบเนื่องระยะเวลา อันยาวนาน ทาง อบต. บ้านเกาะก็ดี ส่วนราชการก็ดี พยายามที่จะหาทางแก้ไขหมู่บ้าน แห่งนี้ให้ได้ เพราะเป็นถนนเชื่อมต่อระหว่างตำบลจอหอและตำบลหมื่นไวย มีพี่น้อง ประชาชนจำนวนมาก ผมจึงอยากจะขอนำเสนอท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีให้ท่าน กรุณาได้ดำเนินการสั่งการให้มีการตั้งคณะทำงานขึ้นมา โดยทางผู้ว่าราชการจังหวัด อำเภอ และส่วนราชการต่าง ๆ ในการที่จะหาทางแก้ไข เพราะเนื่องจากพี่น้องประชาชนได้มี หนังสือร้องเรียนไปศูนย์ดำรงธรรม และนอกเหนือจากนั้นก็มีการร้องขอไปเพื่อที่จะ ดำเนินการ ทาง อบต. หางบประมาณให้ แต่ด้วยการติดขัดระบบราชการต่าง ๆ หลายอย่าง จึงไม่สามารถดำเนินการได้ ผมจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการที่ผมได้มาหารือนี้ เพื่อให้ ท่านประธานสภาได้กรุณาเร่งด่วนในการที่จะหาทางแก้ไข โดยประเด็นแรกที่ผมอยากจะให้ทำ ก็คือช่วงนี้น้ำท่วมตลอด อยากให้ทางจังหวัดหรือ ปภ. ได้ตั้งเครื่องสูบน้ำ และนอกเหนือ จากนั้นก็อยากที่จะให้เร่งรัดในการตั้งคณะทำงานเพื่อหาทางแก้ไขในโอกาสต่อไป ผมขอส่ง เป็นเอกสารให้กับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ได้ครับ ต่อไปท่านคุณากร ส.ส. สุรินทร์ เชิญครับ🔗

นายคุณากร ปรีชาชนะชัย สุรินทร์

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายคุณากร ปรีชาชนะชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย วันนี้นำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือกับท่านประธานอยู่ ๓ เรื่องครับ🔗

เรื่องแรก เป็นเรื่องโรคอุบัติใหม่ที่เรียกว่า ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ที่สร้าง ความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงวัวเป็นอย่างมาก ไม่เพียงแต่อีสานบ้านผมจังหวัด สุรินทร์เท่านั้นครับ ยังแพร่ระบาดไปทางภาคเหนือ ภาคกลาง พี่น้องเกษตรกรที่กู้หนี้ยืมสิน มาลงทุนในเรื่องของการซื้อขายวัว ขาดทุน เป็นหนี้เป็นสิน พี่น้องประชาชนเดือดร้อนกันถ้วน หน้า เนื่องจากซื้อขายวัวไม่ได้ บางตัวล้มตายยังไม่ได้รับการเยียวยาจากภาครัฐ จึงอยากจะฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้โปรด ช่วยหาวัคซีนมาแก้โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) โดยเร่งด่วนครับ เพราะว่าทุกวันนี้ พี่น้องเกษตรกรต้องดิ้นรนหาหนทางรักษาวัวที่ติดเชื้อกันเองครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ได้รับเรื่องมาจาก แพทย์หญิงมุกดา วิเศษ ผอ. โรงพยาบาลอำเภอ โนนนารายณ์ และกำนันสมจิต พันบุดดี กำนันตำบลหนองหลวง เนื่องจากทางโนนนารายณ์ ได้รับงบประมาณในการก่อสร้างอาคารผู้ป่วยใน ๒ ชั้น ๑ หลัง ปัจจุบันดำเนินการเสร็จ เรียบร้อยแล้วครับ แต่ยังขาดในเรื่องของครุภัณฑ์และอุปกรณ์ทางการแพทย์ จึงอยากจะฝาก ท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขได้จัดสรรงบประมาณ เพื่อให้บริการ แก่พี่น้องชาวอำเภอโนนนารายณ์ให้เกิดความสมบูรณ์ครับ🔗

เรื่องสุดท้าย ได้รับเรื่องร้องเรียนมาจาก นายวีระศักดิ์ พิมพ์ศรี รองนายก องค์การบริหารส่วนตำบลหนองเมธี ในเรื่องของลำห้วยลึก บ้านนานวล ตำบลหนองเมธี อำเภอท่าตูม มีสภาพตื้นเขินไม่สามารถกักเก็บน้ำได้เต็มศักยภาพในการใช้อุปโภคบริโภค พี่น้องหลากหลายหมู่บ้านใช้น้ำแหล่งนี้ครับ ไม่ว่าจะเป็นบ้านโคกระกา บ้านแร้งไข่ บ้านทุ่งโก และบ้านยางน้อย จึงอยากจะฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้พิจารณาจัดสรร งบประมาณในเรื่องนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านยศวัฒน์ ส.ส. จังหวัดกาญจนบุรี เชิญครับ🔗

นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน กาญจนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย เขต ๓ อำเภอท่ามะกา อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน กาญจนบุรี

เรื่องที่ ๑ วันนี้ผมได้รับ การร้องเรียนจากท่านผู้ใหญ่บ้านณรงค์ชัย นารถวรานนท์ แล้วก็พี่น้องชาวอำเภอท่ามะกา ประกอบไปด้วย ๔ ตำบลนะครับ เรื่อง ขอให้ศูนย์สร้างและบูรณสะพานที่ ๓ ปทุมธานี เร่งเข้าไปดำเนินการก่อสร้างในการขยายสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลอง ระหว่างอำเภอท่ามะกา ไปยังตำบลหวายเหนียว และอีก ๓ ตำบล ไม่ว่าจะเป็นตำบลเขาสามสิบหาบ ตำบลพงตึก แล้วก็ตำบลท่าเสา ซึ่งในการก่อสร้างสะพานเส้นนี้ดำเนินการมาหลายปีแล้ว ปรากฏว่า ศูนย์สร้างและบูรณสะพานที่ ๓ ปทุมธานีเป็นผู้รับผิดชอบ แล้วก็ทำ ๆ หยุด ๆ ครับ เพราะฉะนั้นทำให้พ่อแม่พี่น้อง ประชาชนเดือดร้อนเพราะว่าหากมีเหตุฉุกเฉินต้องไป โรงพยาบาลต้องอ้อมไปไกลเป็น ๑๐ กิโลเมตร เพราะฉะนั้นมันเป็นนาทีชีวิตครับ จึงขอฝาก เรียนท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร่งดำเนินการ🔗

แล้วก็เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากท่านผู้ใหญ่บ้านดวงดาว เหมือนมี ผู้ใหญ่บ้านตำบลตะคร้ำเอน แล้วก็พี่น้องชาวตะค้ำเอน ขอให้กรมชลประทานได้เข้าไป ดำเนินการในการสร้างสะพานเส้นคลองท่าสาร-บางปลา ตำบลตะคร้ำเอน เชื่อมไปยังตำบล พระแท่น ซึ่งสะพานเส้นนี้มีผู้ใช้ตลอดแต่ไม่มีผู้ดูแล แล้วก็ปัจจุบันมันหลายสิบปี จนสภาพพังอย่างที่เห็นครับ แต่ชาวบ้านมีความจำเป็นต้องใช้ไปไร่ไปนาจึงจะต้องเอาไม้ ในการที่จะข้ามไปทำไร่ทำนา เพราะฉะนั้นผมมองว่ามันจะเกิดอุบัติเหตุ แล้วก็ไม่ใช่เพียงแค่ ครอบครัวเดียวนะครับ แต่ว่าหลายครอบครัวระหว่าง ๒ ตำบลด้วยกัน จึงขอเรียนท่านประธาน ไปยังกรมชลประทานครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๔ ท่าน ท่านประเสริฐ บุญเรือง ท่านหมอบัญญัติ เจตนจันทร์ ท่านธนภร โสมทองแดง ท่านอำนาจ วิลาวรรณ เชิญท่านประเสริฐ ส.ส. จังหวัดกาฬสินธุ์ ครับ🔗

นายประเสริฐ บุญเรือง กาฬสินธุ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประเสริฐ บุญเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคเพื่อไทย ถามท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง พี่น้องประชาชนและผู้ปกครองปรึกษาหารือว่ามีความกังวล ในกรณีที่จะเปิดเรียนในวันที่ ๑๔ มิถุนายนนี้ ด้วยเพราะท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการมีคำสั่งเลื่อนการเปิด การเรียนการสอนจากวันที่ ๑ มาเป็นวันที่ ๑๔ อันนั้นถือว่าเข้าใจได้เพราะอยู่ในช่วงที่โควิด (COVID) ระบาดเข้ามาอย่างหนัก ด้วยวัตถุประสงค์เพื่อให้บุคลากรทางการศึกษาได้รับ วัคซีนก่อน เพราะว่าจะทำให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่เกิดขึ้นในโรงเรียน แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือวัคซีน ไม่มาตามนัด ทั้งผู้ปกครอง ครู และประชาชนที่ไม่ได้รับการฉีดวัคซีนตามแผนที่ได้กำหนดไว้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการท่านจะทำอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ถ้าเปิดเรียนวันที่ ๑๔ นี้เท่ากับว่าเอาคนจำนวนมากไปรวมกลุ่มกัน ผมมีความเชื่อว่า จะเกิดคลัสเตอร์ (Cluster) อย่างใหญ่ที่สุดอยู่ที่โรงเรียนเกิดขึ้น ผมมีความเชื่ออย่างนั้น เพราะทุกพื้นที่ในประเทศไทยถึงแม้ว่าจะไม่ใช่พื้นที่สีแดง แต่ปัญหามันก็เกิดขึ้นแน่นอน เพราะว่าทุกพื้นที่มีการระบาดของโควิด (COVID) ดังนั้นจึงขอกำหนดกรอบจาก ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในการเรียนการสอนรูปแบบแนวใหม่ ซึ่งอยากให้ ท่านกำหนด อย่าให้ท่านกำหนดแค่พื้นที่สีแดง และอย่าให้ท่านมอบอำนาจให้ศึกษาธิการ จังหวัด ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดไปบริหารจัดการกันเอง เพราะจะทำให้ข้าราชการฝ่ายปฏิบัติ เขากลัว ดังเช่นที่เกิดมาแล้วจากการกระจายวัคซีนที่กระทรวงสาธารณสุขในกรณีที่ จังหวัดเกิดความกังวลมาก ดังนั้นจึงขอเรียนท่านประธานผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการช่วยดำเนินการเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องตำบลหนองพันทา ตำบลสามขา อำเภอกุฉินารายณ์ จังหวัด กาฬสินธุ์ มีพื้นที่ทั้งหมด ๑๑๕ ไร่ ผมได้หารือเรื่องที่ประชาชนร้องขอในปีที่ผ่านมา และได้รับการออกแบบจากกรมชลประทานแล้วว่าจะจัดสรรงบประมาณในปี ๒๕๖๕ ผมไปดูเล่มขาวคาดแดงมันไม่มี ขอให้กรมชลประทานพิจารณาตามคำพูดด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านนายแพทย์บัญญัติ ส.ส. จังหวัดระยอง เชิญครับ🔗

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง เขต ๒ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอหารือท่านประธานถึงท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อแก้ปัญหา ช้างป่า จังหวัดระยอง ซึ่งนับวันจะมีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ เฉพาะเขตเลือกตั้งของผม จังหวัดระยอง เขต ๒ มีผู้ประสบภัยที่เป็นชาวบ้านเสียชีวิตถึง ๗ ศพในช่วงไม่ถึง ๑๐ เดือน ที่ผ่านมา นับเป็นโศกนาฏกรรมที่มีความรุนแรงเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลจะละเลยเสียมิได้ ไม่เพียงแต่ที่จังหวัดระยองเท่านั้น เขตป่ารอยต่อ ๕ จังหวัดภาคตะวันออกล้วนแต่มีผู้เสียชีวิต ทั้งนั้น ไม่ใช่แต่ผู้เสียชีวิตนะครับ ช้างป่ามีการพัฒนา เดี๋ยวนี้ช้างกินทุเรียนเป็นแล้วนะครับ เวลาเขากินทุเรียนเขาไม่ใช่เด็ดมา ๑ ลูกแล้วมากิน เขาต้องโค่นทั้งต้น ทุเรียน ๑ ต้นมูลค่า ไม่ต่ำกว่า ๕๐,๐๐๐ บาท บางต้นที่ดก ๆ ถึงแสนบาท แล้วก็ทำลายทีหนึ่งก็ไม่ใช่ต้นเดียวนะครับ มาเป็นฝูงแล้วก็ทำลายหลายต้น เสียหายมากมาย รัฐบาลปัจจุบันก็ยังไม่มีงบประมาณ ที่เพียงพอไปจัดการแก้ไขปัญหาช้างป่า อยากจะฝากรัฐบาลถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่า ช้างป่ากับคนนั้นอยู่ร่วมกันในพื้นที่เดียวกันไม่ได้ครับ เพราะทางราชการยังใช้หลักคิดว่า พยายามจะยัดเยียดให้คนกับช้างอยู่ร่วมกันอย่างสมดุล เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ที่ประชาชน ไม่ยอมรับ รัฐบาลจะต้องแก้ไขตามที่ประชาชนเชื่อถือด้วย อยู่ร่วมกันไม่ได้นะครับ เมื่ออยู่ ร่วมกันไม่ได้จึงต้องจัดโซนนิง (Zoning) โซนนิง (Zoning) ก็คือโซน (Zone) ของช้าง และโซน (Zone) ของคนต้องชัดเจนแยกกันนะครับ โซน (Zone) ของช้างอยู่ในป่าอนุรักษ์ โซน (Zone) ของคนอยู่ในพื้นที่ทำกิน ต้องมีแบร์ริเออร์ (Barrier) ปัจจุบันคณะกรรมาธิการ วิสามัญแก้ปัญหาช้างป่านั้นได้ออกแบบแบร์ริเออร์ (Barrier) เป็นคันกั้นช้างสูง ๔ เมตร ดาดด้วยคอนกรีต ความชัน ๖๓ องศา เชื่อว่าจะกันช้างได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์และจะจบนะครับ ป่ารอยต่อ ๕ จังหวัดใช้งบไม่เกิน ๒,๐๐๐ ล้านบาทจบทุกเรื่องนะครับ ก็ขอให้ขนย้ายช้างป่า เกเรไปที่ศูนย์กักกันช้างของทุก ๆ จังหวัด ควรจะสร้างศูนย์กักกันช้างของทุกจังหวัด ไม่อย่างนั้นคนจะเสียชีวิตเพิ่มขึ้น ช้างไม่เกเรต้องกลับสู่ป่าอนุรักษ์โดยเร็ว สร้างกองทุน เยียวยาศพละ ๒,๕๐๐,๐๐๐ บาท ไม่ใช่ ๒๕,๐๐๐ บาทในปัจจุบันนะครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านธนพร ส.ส. พรรคเสรีรวมไทย เชิญครับ🔗

นางสาวธนภร โสมทองแดง แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวธนภร โสมทองแดง แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านประธานคะ ดิฉันได้รับรองจากพี่น้องจำนวนมากได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด (COVID) ซึ่งเป็นวาระแห่งชาติ โควิด (COVID) ระลอก ๑ ๒ ๓ นั้นส่งผลกระทบให้พี่น้อง ประชาชนอย่างกว้างขวาง ทั้งพ่อค้าแม่ขาย โรงงาน โรงแรม รีสอร์ต (Resort) ได้ปิดตัวลง รวมทั้งประชาชนก็ตกงานจำนวนมาก บุคคลที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นลูกหนี้ของ สถาบันการเงินทั้งนั้นนะคะ ไม่ว่าจะกู้เพื่อที่อยู่อาศัย กู้สินเชื่อรถยนต์ กู้หมุนเวียนในธุรกิจ ข้อมูลดังกล่าวนี้จะถูกส่งเข้าบริษัทเครดิตแห่งชาติ หรือเรียกสั้น ๆ ว่าบูโร (Bureau) ก็คือ ในสถานการณ์ปกติถ้าส่งเครดิตลูกค้าเข้าบูโร (Bureau) ก็จะเป็นการกรองข้อมูลในเบื้องต้น ถึงพฤติกรรมการผ่อนชำระของลูกหนี้ แต่ในสถานการณ์อย่างนี้ ท่านประธานคะ เมื่อเกิด ปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจ ธนาคารพาณิชย์ก็จะออกแคมเปน (Campaign) เพื่อช่วยเหลือ แบ่งเบาภาระความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนด้วยการพักชำระหนี้ลูกค้า การพักชำระหนี้ ลูกค้าถ้าลูกค้าไปขอสินเชื่อปรากฏว่าในสถานะบูโร (Bureau) จะขึ้นว่าปรับโครงสร้างหนี้ซึ่ง จะถูกปฏิเสธสินเชื่อ ดังนั้นดิฉันจึงฝากท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีขณะนี้พี่น้อง ประชาชนเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก ท่านประธานคะ กู้สินเชื่อก็ไม่ได้ก็ต้องหันไปกู้หนี้ นอกระบบซึ่งดอกเบี้ยจะสูงและโหดมาก ปัจจุบันนี้มีนักฉวยโอกาสเปิดแอปพลิเคชัน (Application) เงินกู้เถื่อนขึ้นมา ซึ่งเงื่อนไขง่ายมาก เพียงส่งข้อมูลลูกค้าไปและอนุมัติภายใน ๓๐ นาที หลังการอนุมัติก็จะต้องโอนเงินประกันให้นายทุนร้อยละ ๖ เปอร์เซ็นต์ ท่านประธานคะ ดิฉันฝากท่านประธานไปยังท่านนายกรัฐมนตรีที่เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจให้ เร่งแก้ปัญหากรณีนี้อย่างเร่งด่วน ให้กำชับธนาคารแห่งประเทศไทยให้ออกมาตรการช่วย แก้ไขปัญหาลูกค้าที่ติดเครดิตบูโร (Credit Bureau) หรือออกกฎหมายล้างมลทินลูกหนี้ ไม่ได้หมายถึงว่าล้างหนี้นะคะ หนี้ยังคงอยู่ เพื่อเป็นการแบ่งเบาภาระความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชน นำหนี้นอกระบบเข้ามาอยู่ในระบบเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ดิฉันมั่นใจว่า วิธีที่ดิฉันเสนอนี้ดีกว่ารัฐบาลกู้แล้วมาแจกนะคะ เพราะสุดท้ายคนที่ใช้หนี้คือประชาชน ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านอำนาจ ส.ส. ปราจีนบุรีครับ เชิญครับ🔗

นายอำนาจ วิลาวัลย์ ปราจีนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม อำนาจ วิลาวัลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัด ปราจีนบุรี พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ได้รับ การร้องเรียนจากผู้ใหญ่บ้านปัญญา บำรุงสุข ตำบลบางเดชะ และกำนันเสกสรรค์ เอื้ออารี ตำบลบ้านดงกระทงยาม เนื่องจากได้รับความเดือดร้อนจากคลองชลประทาน คลองหัวกรด🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายอำนาจ วิลาวัลย์ ปราจีนบุรี

มีวัชพืชจำนวนมากกีดขวางทางน้ำ ทำให้น้ำเน่าเสียและไม่มีน้ำใช้ในการเพาะปลูก อุปโภคบริโภค คลองหัวกรดเป็นคลอง ชลประทานซึ่งมีความยาวไหลผ่านหลายหมู่บ้าน มีพี่น้องได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก และมีหนังสือร้องเรียนส่งมาถึงผม และผมจะฝากหนังสือนี้ให้ท่านประธานผ่านไปยัง หน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้เร่งดำเนินการไปขุดลอกคลอง ซึ่งคลองที่ชาวบ้านเขาเรียกว่า คลองหัวกรด สภาพของคลองจะมีแต่วัชพืชและปลายคลองก็จะไม่มีน้ำไหลผ่านไป ทำให้ พี่น้องชาวนาช่วงนี้ได้หว่านข้าวลงไปแล้ว เนื่องจากกรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศว่าเป็น หน้าฝนแล้วชาวบ้านก็เลยถือโอกาสทำนา และตอนนี้ฝนทิ้งช่วงเป็นเวลานานทำให้ข้าวในนา ได้รับความเสียหาย เกิดว่าไม่มีน้ำต้นข้าวที่หว่านไปก็จะเสียหายไปหมดนะครับ ก็จึงอยากให้ ท่านประธานได้ประสานไปยังหน่วยงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้เร่งดำเนินการโดยเร่งด่วนนะครับ ก่อนที่ชาวบ้านจะได้รับความเดือดร้อนมากกว่านี้ กราบขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๔ ท่านนะครับ ท่านเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ท่านบุญยิ่ง นิติกาญจนา ท่านอับดุลอายี สาแม็ง ท่านสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ เชิญท่านเลิศศักดิ์ ก่อนครับ ส.ส. จังหวัดเลย เชิญครับ🔗

นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล เลย

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ผมขอหารือท่านประธาน ในความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๓ เรื่องครับ🔗

เรื่องแรก เป็นเรื่องของเส้นทางสายเมืองเลยไปอำเภอนาด้วง ของกรมทางหลวง สาย ๒๑๓๘ ช่วงจากสวนรุกชาติภูข้าวไปตัวอำเภอนาด้วง จะผ่านศูนย์ราชการ ผ่านที่ว่าการอำเภอ ปัจจุบันเป็นถนน ๒ ช่องจราจรทั้งมืดแล้วก็อันตราย พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน จึงขอความกรุณาท่านประธานได้ประสานไปยังกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ได้จัด งบประมาณในการขยายผิวจราจรให้เป็น ๔ ช่องจราจร เพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องชาวบ้านสวนกล้วย ตำบลกกทอง อำเภอเมือง จังหวัดเลย เนื่องจากว่าถนนสายบ้านกกทองไปบ้านสวนกล้วยผิวจราจร เป็นหลุมเป็นบ่อ ขรุขระ พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนมาก ระยะทางประมาณ ๑ กิโลเมตร จึงขอความกรุณาท่านประธานได้ประสานไปยังกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ได้กรุณาจัดสรรงบประมาณประเภทเงินอุดหนุนเฉพาะกิจให้กับ อบต. กกทอง ได้ซ่อมแซมแล้วก็แก้ไขให้พี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗

เรื่องสุดท้าย เป็นความเดือดร้อนของพี่น้องชาวบ้านหาดคัมภีร์ ตำบล หาดคัมภีร์ อำเภอปากชม จังหวัดเลย หมู่บ้านนี้มีเส้นทางน้ำที่เรียกว่า ห้วยคัมภีร์ ไหลผ่าน กลางหมู่บ้าน ปัจจุบันยังไม่มีสะพาน ส่วนใหญ่ก็จะใช้สะพานไม้ข้าม แต่ปัจจุบันนี้ถ้าเป็นช่วง ฤดูน้ำหลากก็จะทำให้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนค่อนข้างมาก ดังนั้นจึงมี ความจำเป็นต้องมีสะพานคอนกรีตครับ ขอความกรุณาท่านประธานได้ประสานไปยัง กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ได้กรุณาจัดสรรงบประมาณทำสะพานคอนกรีตให้ พี่น้องชาวบ้านหาดคัมภีร์ ตำบลหาดคัมภีร์ อำเภอปากชมด้วยครับ กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านบุญยิ่ง ส.ส. จังหวัดราชบุรีครับ🔗

นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา ราชบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๒ พรรคพลังประชารัฐ ดิฉันได้รับเรื่องร้องทุกข์จากพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก ถึงปัญหาการได้รับ การรักษาพยาบาลของคนในชุมชนเวลาเจ็บป่วย ที่ในตำบลสวนผึ้ง โดยเฉพาะพี่น้อง หมู่ ๘ บ้านตะโกล่าง มีประชากรราว ๕,๐๐๐ กว่าคนเศษ ประกอบด้วย ๑,๐๐๐ กว่าครัวเรือน มีทั้งเชื้อชาติไทยและอีกหลายเชื้อชาติอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข พื้นที่ด้านหนึ่งสุดเขต ตำบลบ้านเก่า อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี อีกด้านหนึ่งติดเขตชายแดน ประเทศเมียนมาร์ ประชาชนส่วนใหญ่ไม่มียานพาหนะที่จะเดินทางไปโรงพยาบาลในอำเภอ สวนผึ้งที่อยู่ห่างไกลจากพื้นที่หมู่บ้านตะโกล่างของพวกพี่น้องค่ะ ในช่วงเดือนเมษายน ที่ผ่านมาประชาชนบ้านตะโกล่างได้ระดมกำลังกายกำลังทรัพย์สร้าง รพ.สต. ชั่วคราว เพื่อรองรับผู้เจ็บป่วยในพื้นที่ให้รับการช่วยเหลือรักษาพยาบาลในเบื้องต้น จึงขอรับการ จัดสรรงบประมาณก่อสร้าง รพ.สต. บ้านตะโกล่างจากกระทรวงสาธารณสุข หากโครงการนี้ ได้รับการอนุมัติจะเป็นประโยชน์ เพื่อสุขภาพพลานามัยและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของพี่น้อง ประชาชน เรื่องการขออนุญาตใช้พื้นที่ พื้นที่อยู่ในการดูแลของราชพัสดุ ทางองค์การ บริหารส่วนตำบลสวนผึ้งก็ได้ดำเนินการแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการอนุญาต ดิฉันขอฝาก ท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงานทุกภาคส่วน ช่วยกรุณาลงมาสำรวจในพื้นที่นี้ด้วย ดิฉัน บุญยิ่ง นิติกาญจนา และพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่จะรอต้อนรับแล้วก็พาไปเยี่ยมชม ถึงความเดือดร้อนความเป็นอยู่ของพวกเรา ว่าเราอยู่ห่างไกลจริง ๆ อยู่ติดเขตชายแดน ของประเทศไทย ขอบคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านอับดุลอายี ส.ส. ยะลา เชิญครับ🔗

นายอับดุลอายี สาแม็ง ยะลา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง ส.ส. เขต ๓ จังหวัดยะลา ผมขอหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่อง🔗

เรื่องการแก้ไขปัญหาโรคใบร่วงในยางพาราในเขตพื้นที่จังหวัดภาคใต้ เนื่องจากว่าเหตุการณ์นี้มันเกิดตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๖๒ และ ณ ขณะนี้ระบาดไปแล้วถึง ๑๒ จังหวัด เนื้อที่ทั้งหมดประมาณ ๑ ล้านไร่ ความเสียหายประมาณสักเกือบ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท🔗

อันที่ ๒ เรื่องการแก้ไขปัญหาเชื้อแบคทีเรีย โรคเหี่ยวของต้นกล้วยหิน ของจังหวัดยะลา อันนี้เกิดตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๕๘ จนถึงปัจจุบันก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ความเสียหายนะครับ พื้นที่ประมาณสัก ๕,๐๐๐ ไร่ ปีละประมาณ ๔๐๐ ล้านบาท แล้วเหตุการณ์มันก็เกิดมาประมาณสัก ๕ ปีแล้ว ความเสียหายก็เกิด ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทครับ ท่านประธาน เรื่องนี้ก็อยากจะให้นำเรียนถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วย ว่าความเสียหายขณะนี้ แสดงว่าภาคการเกษตรของเราไม่มีภูมิคุ้มกันเลยนะครับ ท่านประธาน พอเจอโรคระบาดกับพืชเศรษฐกิจ ๒ อย่างแค่นั้นเอง หลายปีก็แก้ปัญหาไม่ได้ สุดท้ายก็บอกว่ามีแนวทางการแก้ปัญหาแล้ว แต่ยังขาดงบประมาณ ผมก็อยากจะทราบว่า งบประมาณที่กู้ไป ๑ ล้านล้านบาทนี้เอาไปทำอะไร แล้วก็แผนการฟื้นฟูทำไมไม่ใช้ในการ แก้ปัญหาในเรื่องนี้ครับท่านประธาน ในเมื่อทุกอย่างมันต้องใช้เงิน แล้วก็การแก้ไขปัญหา เหมือนว่าไปเรื่อย ๆ ปัญหาที่มันเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชน ๒ เรื่องนี้ความเสียหายก็ หลายหมื่นล้าน อย่างที่ท่านประธานเคยทราบมาอยู่แล้ว เรื่องนี้ก็อยากจะนำเรียนให้ ท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อย่าละเลย อย่าเพิกเฉย อย่านิ่งนอนใจ เพราะว่าความเสียหายที่เกิดกับเศรษฐกิจลักษณะอย่างนี้ คนเป็นโรค ประเทศ เป็นโรค เศรษฐกิจก็พิการอย่างที่เห็นนะครับท่านประธาน ขอขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านสิริพงศ์ ส.ส. จังหวัดศรีสะเกษ ครับ🔗

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ วันนี้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลายท่านก็ได้หารือ ท่านไปแล้วเรื่องโรคระบาดในโค กระบือ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ที่กำลังระบาดอยู่ ในขณะนี้ ต้องเรียนว่าภาคอีสานเป็นภาคที่มีการเลี้ยงโค กระบือมากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในจังหวัดศรีสะเกษซึ่งเป็นจังหวัดของผม มีการเลี้ยงโค กระบือ ไม่ต่ำกว่า ๔๐๐,๐๐๐ ตัว แต่ในปัจจุบันนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำลังวัคซีน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กำหนดค่าเยียวยาสำหรับโค กระบือที่ตายด้วยโรคนี้ไปแล้วเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ยังมีอีก ๒ วิธี ที่ยังสามารถช่วยเหลือชาวบ้านได้ นอกจากการเร่งสั่งวัคซีนให้มากขึ้น นั่นก็คือ ๑. การป้องกัน ขณะนี้ปศุสัตว์ในแต่ละจังหวัดไม่มีงบประมาณเลยครับในการไปฉีดป้องกันโรคนี้ ๒. ที่ชาวบ้านอยากได้มากคือยารักษา ทำอย่างไรเขาถึงจะสามารถเข้าถึงยารักษาในกรณี ที่โค กระบือของเขาเป็นโรคนี้ได้ ฝากท่านประธานถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ วันที่ ๑๖ มิถุนายนนี้จะเป็นวันที่กระทรวงศึกษาธิการประกาศ ให้มีการเปิดทำการศึกษาแล้ว มีผู้ปกครองจำนวนมากที่ยังคงเป็นห่วงกับสถานการณ์โควิด (COVID) ในเวลานี้ เขาก็บอกว่าในช่วง ๑ ปีที่ผ่านมาลูกหลานของเขาได้เรียนออนไลน์ (Online) จนชำนาญในระดับหนึ่งแล้ว อย่างไรก็ดีครับ อยากจะขอให้สถานการณ์คลี่คลาย ไปกว่านี้ก่อน หรือบุคลากรทางการศึกษานี้ได้รับการฉีดวัคซีนอย่างครบถ้วนก่อนจึงเปิดเทอม จะได้หรือไม่ นอกเหนือจากนั้นในช่วงที่โรงเรียนไม่ได้เปิดหรือมีการเรียนออนไลน์ (Online) มีหลายโรงเรียนมีนโยบายที่จะลดค่าเทอมให้กับผู้ปกครอง เรื่องนี้ต้องฝาก กระทรวงศึกษาธิการช่วยดูแลด้วยครับให้เป็นแนวทางเดียวกัน ถ้าจะลดก็ต้องลด ให้เขาทั้งหมด เพราะผู้ปฏิบัติงานเขาจะได้ปฏิบัติได้ง่ายครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๔ ท่านนะครับ ท่านบุญฐิน ประทุมลี ท่านจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ท่านองอาจ วงษ์ประยูร และท่านสาธิต อุ๋ยตระกูล เชิญท่านบุญฐิน ส.ส. จังหวัดมุกดาหารครับ🔗

นายบุญฐิน ประทุมลี มุกดาหาร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบุญฐิน ประทุมลี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีเรื่องที่จะหารือท่านประธานอยู่ ๒ เรื่อง🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายบุญฐิน ประทุมลี มุกดาหาร

เรื่องที่ ๑ ผมได้รับเรื่องร้องทุกข์จากพี่น้องชาวอำเภอคำชะอีที่มีบ้านเรือน บนถนนทางหลวงหมายเลข ๑๒ ตอนโรงพยาบาลคำชะอี เนื่องจากเป็นช่องทางคับแคบ ๒ ช่องจราจร เกิดอุบัติเหตุบ่อยเนื่องจากความเร่งด่วนในการส่งผู้ป่วยหรือการสัญจร ดังนั้นอยากจะฝากกรมทางหลวงได้ศึกษาสำรวจและประชาคมทำขยาย ๔ ช่องจราจรให้กับ ชุมชนด้วย🔗

เรื่องที่ ๒ ฝากถึงกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ช่วยจัดสรรงบประมาณ ในการที่ขยายเป็น ๔ ช่องจราจรตรงบริเวณหน้าโรงพยาบาลหนองสูง เนื่องจากว่ามีสะพาน ที่เก่าแก่และคับแคบเกิดอุบัติเหตุบ่อย อำเภอหนองสูงเป็นอำเภอชนเผ่าภูไท มีการจัดกิจกรรม อนุรักษ์ประเพณีของชนเผ่า เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวและมีถนนคนเดิน ดังนั้นถ้าขยาย ตรงนี้ก็จะเป็นการเพิ่มความสะดวกและความปลอดภัยให้กับนักท่องเที่ยว จึงขอขอบคุณ ณ โอกาสนี้ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านจอมขวัญ ส.ส. จังหวัดสมุทรสาครครับ🔗

นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ สมุทรสาคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรสาคร เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือเรื่องปัญหาน้ำเน่าเสียในคลองสี่วาพาสวัสดิ์ คลองแนวลิขิต คลองมะเดื่อ และคลองสาขาอื่น ๆ ในเขตอำเภอกระทุ่มแบนเชื่อมต่อ อำเภอเมืองสมุทรสาครที่มีโรงงานอยู่ ๗,๐๐๐ แห่ง และบางโรงงานมีการลักลอบปล่อยน้ำเสีย ลงคลองทำให้ชาวบ้านเดือดร้อนมาเป็นเวลานานนับเป็นสิบ ๆ ปี ร้องเรียนไปยังหน่วยงานราชการ ในระดับจังหวัดเรื่องก็เงียบ โรงงานก็ยังทำผิดกฎหมาย ลักลอบปล่อยน้ำเสียอยู่เหมือนเดิม จนชาวบ้านสงสัยว่ามีปัญหาเบื้องหลังหรือไม่ อย่างไร มีการละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ หรืออย่างไร แล้วก็อยากจะให้ส่วนกลางลงมาตรวจสอบ ขอวิดีโอ (Video) เปิดเสียงด้วยค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ สมุทรสาคร

ก็ขอให้ท่านประธาน ฝากไปถึงท่านสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมได้โปรดสั่งการให้ กรมโรงงานลงมาตรวจสอบ แล้วก็บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด แก้ไขปัญหาให้กับ ชาวสมุทรสาครโดยเร่งด่วนต่อไปด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เอาหลักฐานให้เจ้าหน้าที่เลยจะได้ทำหนังสือให้ครับ เชิญท่านองอาจ ส.ส. จังหวัดสระบุรีครับ🔗

นายองอาจ วงษ์ประยูร สระบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม องอาจ วงษ์ประยูร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสระบุรี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาต หารือท่านประธาน ๓ เรื่องด้วยกัน🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายองอาจ วงษ์ประยูร สระบุรี

เรื่องที่ ๑ ทางหลวงหมายเลข ๓๒๖๗ จากแยกเจ้าปุกผ่านอำเภอดอนพุดถึงกิโลเมตรที่ ๒๐ ตำบลไผ่ขวาง อำเภอบ้านหมอ ถนนเส้นนี้เป็นถนนสายหลักของจังหวัดสระบุรี ปริมาณรถวิ่งขวักไขว่ วัน ๆ หนึ่งก็เป็นร้อย เป็นพันคัน ปัจจุบันมีแค่ ๒ เลน แถมไหล่ทางชำรุดพัง ใช้การไม่ได้ตลอดสาย รถเยอะ แซงกันยาก เกิดอุบัติเหตุเป็นรายวันก็ขอให้กรมทางหลวงได้เร่งรัดซ่อมแซมไหล่ทางและ ขยายถนนเส้นนี้เป็น ๔ เลนด่วนด้วยครับท่านประธาน🔗

เรื่องที่ ๒ ขอบคุณทางชลประทานที่ได้ส่งรถแบ็กโฮ (Backhoe) พร้อมโป๊ะ ตามที่ขอไว้นะครับ ขณะนี้ได้ขุดลอกที่คลองระพีพัฒน์ คลองที่ ๒๖ ขวา ที่ตำบลกุมหัก ตำบลหนองโรง พี่น้องเกษตรกรที่ใกล้เคียงที่ตำบลหนองจระเข้ก็เดือดร้อนเรื่องน้ำ เช่นเดียวกันเป็นคลองติดต่อ ขอให้ทางชลประทานได้ช่วยขุดลอกด้านขวาด้วย เป็นคลอง ๒๖ ขุดด้านขวาแล้วก็ขอให้ขุดด้านซ้ายด้วย ให้ต่อเนื่องติดต่อกัน ฝากท่านประธานไปถึง กรมชลประทานให้ขุดลอกคลอง ๒๖ ทั้งซ้ายและขวาต่อเนื่องในเวลาเดียวกันด้วยครับ ท่านประธาน🔗

เรื่องที่ ๓ เรื่องสุดท้ายที่จังหวัดสระบุรี ตั้งแต่มีคลัสเตอร์ (Cluster) โควิด (COVID) แหล่งใหญ่ขึ้นที่โรงงานซีพี (CP) แก่งคอยอัตราตัวเลขของผู้ป่วยผู้ติดเชื้อก็พุ่งสูงขึ้น เป็นลำดับ ในระดับต้น ๆ ของประเทศ ในขณะที่วัคซีนก็ไม่เพียงพอต้องเลื่อนนัดฉีดวัคซีน นะครับ พี่น้อง อสม. จังหวัดสระบุรี บุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวเนื่องเป็นด่านหน้า ด้านการบริการเขาทำงานหนักขึ้นหลายเท่าตัว แถมถูกด่า ถูกว่า ถูกตั้งกรรมการสอบ ทั้ง ๆ ที่ไม่ใช่เป็นความผิดของพวกเขา ส่วนใหญ่ขณะนี้ก็ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน ก็ขอให้กระทรวง สาธารณสุขดูแลเขาในด่านแรกให้ฉีดวัคซีนให้ครบทุกคน เพื่อให้เขามีความปลอดภัย ให้เขามีขวัญกำลังใจในการทำงาน ให้เขาได้ฉีดวัคซีนได้ครบโดยด่วนด้วยครับท่านประธาน กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิกที่มีรูปภาพประกอบ ส่งให้เจ้าหน้าที่เลยนะครับ จะได้เอามาประกอบหนังสือ ร้องเรียน ทางสภาทำไปให้นะครับ พร้อมทั้งบอกรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่ทราบด้วย ต่อไปเชิญท่านสาธิต จังหวัดเพชรบุรีครับ🔗

นายสาธิต อุ๋ยตระกูล เพชรบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสาธิต อุ๋ยตระกูล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเพชรบุรี พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ มีเรื่องหารือท่านประธาน ๓ เรื่อง🔗

เรื่องแรก ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ด้วยจังหวัดเพชรบุรีในช่วง ๑-๒ เดือนที่ผ่านมาได้ประสบวิกฤติโรคระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) สร้างความไม่เป็นปกติ ในการใช้ชีวิตให้กับพี่น้องชาวจังหวัดเพชรบุรีทั้ง ๘ อำเภอ โดยเฉพาะอำเภอเขาย้อย ซึ่งมีคลัสเตอร์ (Cluster) โรงงานอุตสาหกรรม สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องชาว จังหวัดเพชรบุรีเป็นอย่างมาก โดยสถานการณ์ปัจจุบันจังหวัดเพชรบุรีมีผู้ติดเชื้อโควิด (COVID) สะสม ข้อมูล ณ วันที่ ๘ มิถุนายน คือ ๗,๕๗๙ คน จากประชากรจังหวัดเพชรบุรี ๔๘๐,๐๐๐ กว่าคน ถ้าเปรียบเทียบโดยหลักคณิตศาสตร์แล้วถือว่ามีเปอร์เซ็นต์สูง จึงอยากฝาก ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขช่วยจัดสรรจำนวนวัคซีนเพิ่มให้กับพี่น้องชาว จังหวัดเพชรบุรีโดยด่วน เพื่อรักษาชีวิตและทรัพย์สินของชาวเพชรบุรีต่อไป เพราะทุกวันนี้ จังหวัดเพชรบุรีลำบากจริง ๆ ครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ถึงนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ผมขอ ขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ท่านได้มีนโยบายปลดล็อก ให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถจัดซื้อวัคซีนโควิด (COVID) เองได้ กระผมขอให้ นโยบายนี้เป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนต่อไป🔗

เรื่องที่ ๓ ถึงอธิบดีกรมทางหลวง ๑. ให้เร่งรัดงบประมาณโครงการก่อสร้าง สะพานข้ามแยกสามแยกอำเภอท่ายาง และ ๒. โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแยก ตลาดหนองบ้วย อำเภอท่ายาง ๓. เร่งรัดโครงการสะพานข้ามแยกเข้าบ้านหุบกะพง อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ขอขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปอีก ๔ ท่าน ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ท่านกฤษณ์ แก้วอยู่ ท่านนพพล เหลืองทองนารา ท่านรณเทพ อนุวัฒน์ เชิญท่านณัฐวุฒิ ส.ส. พรรคก้าวไกล ครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ วันนี้ผมมีอยู่ ๒ เรื่อง ที่เป็นปัญหาของพี่น้องประชาชนในจังหวัดอ่างทองที่จะขอหารือ ผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง🔗

เรื่องที่ ๑ ครับท่านประธาน ก่อนหน้านี้ผมเคยได้หารือเรื่องของการก่อสร้าง เขื่อนริมตลิ่งบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยาในเขตพื้นที่ หมู่ที่ ๓ ตำบลโผงเผง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง ซึ่งต้องขอบพระคุณผู้ว่าราชการจังหวัดและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้อง ที่ได้เร่งรัดการดำเนินการให้ ผมเองก็ได้มีโอกาสไปเยี่ยม ไปตรวจดูว่าผลการดำเนินการ เป็นการดำเนินการเป็นอย่างไร แต่ผมพบว่าในบริเวณต่อเนื่องกัน ท่านประธานครับ ก็คือบริเวณตอนต้นคลองโผงเผง ตำบลโผงเผง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง หลุบจาก แม่น้ำเจ้าพระยาเข้ามาอีกระดับหนึ่งนั้น ถ้าท่านประธานเห็นตามภาพจะเห็นได้ว่ามีการขนส่งทราย ซึ่งเป็นอุตสาหกรรมที่ทำ แล้วเป็นรายได้ให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ เพียงแต่ว่าเรื่องของ การขนส่งทรายนั้นกลับมีผลกระทบต่อบริเวณบ้านช่องของพี่น้องประชาชนริมตลิ่ง และปรากฏว่ากรมโยธาธิการและผังเมืองนั้นได้สร้างสะพานและเขื่อนเฉพาะฝั่งเดียวครับ แต่อีกฝั่งหนึ่งที่ได้รับผลกระทบที่อยู่ในพื้นที่ของหมู่ ๓ หมู่ ๔ หมู่ ๕ หมู่ ๖ ตำบลโผงเผงนั้น ยังมิได้มีการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งแต่ประการใด อันนี้ผมขออนุญาตที่จะฝากท่านประธาน ไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง จังหวัดอ่างทอง และหน่วยราชการอื่นที่เกี่ยวข้องได้กรุณา ดำเนินการเพื่อปกป้องพื้นที่ริมตลิ่งให้กับพี่น้องประชาชนในหมู่ ๓ ตำบลโผงเผง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง ด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องกรณีของความอุดมสมบูรณ์ของจังหวัดอ่างทองที่มีการ ทำปลา มีโรงงานปลาย่างต่าง ๆ ตัวอย่างโรงงานที่เห็นอยู่ในพื้นที่หมู่ ๑๓ ตำบลบางจักอำเภอ วิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง ปรากฏว่าหลายโรงงานนั้นยังไม่ได้ขออนุญาตที่ถูกต้อง บาง โรงงานนั้นอยู่ในระหว่างการขอขยายระยะเวลาการอนุญาต แต่มีกลิ่นควันต่าง ๆ ที่ส่ง ผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน เรื่องเหล่านี้พี่น้องประชาชนร้องเรียนไปแล้วครับ แต่ยังไม่ได้ มีการดำเนินการแก้ไขแต่ประการใด ผมขออนุญาตหารือท่านประธานไปยังกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม องค์การบริหารส่วนตำบลบางจัก และ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดอ่างทอง ได้กรุณาแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านกฤษณ์ ส.ส. จังหวัดเพชรบุรีครับ🔗

นายกฤษณ์ แก้วอยู่ เพชรบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม ทนายกฤษณ์ แก้วอยู่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด เพชรบุรี เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตนำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนหารือ ท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ขณะนี้การรถไฟแห่งประเทศไทยได้ยกเลิกการก่อสร้างสะพาน ข้ามทางรถไฟรางคู่ และไม่ประสงค์ที่จะสร้างทางรถไฟแบบยกระดับในเขตเทศบาลเมืองเพชรบุรี โดยให้ใช้เครื่องกั้นแบบอัตโนมัติแทนทั้ง ๕ จุด แต่เส้นทางที่เป็นจุดตัดทางรถไฟนั้น มีความสำคัญต่อพี่น้องประชาชนเป็นอย่างยิ่ง คือเป็นเส้นทางหลักที่ใช้ในการสัญจรผ่าน อำเภอเมืองเพชรบุรี โรงเรียน โรงพยาบาล และศูนย์ราชการที่สำคัญหลายแห่ง กระผมได้รับ การร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนว่า หากการรถไฟแห่งประเทศไทยไม่อาจสร้างทางรถไฟ แบบยกระดับได้ ก็ขอให้สร้างสะพานข้ามทางรถไฟรางคู่เพื่อจะป้องกันปัญหาการจราจร ที่ติดขัดในชั่วโมงเร่งด่วน ปัญหามลพิษ ปัญหาสิ่งแวดล้อมที่จะเกิดกับพี่น้องชาวจังหวัด เพชรบุรีด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ต้องขอขอบคุณท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการจัดสรรวัคซีนแห่งชาติที่ได้รื้อระบบแผนการกระจายวัคซีนใหม่ ให้เหมาะสมกับการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด ๑๙ (COVID-19) ด้วยครับ ซึ่งขณะนี้จังหวัด เพชรบุรีเป็นจังหวัดที่มีผู้ติดเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) สูงสุด ถ้าเทียบกับจำนวนประชากร ซึ่งท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้เพิ่มอัตราการกระจายวัคซีนให้กับพี่น้องชาวจังหวัดเพชรบุรีแล้ว แต่ขณะนี้สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น จึงขอความเมตตาท่านนายกรัฐมนตรีเพิ่มจำนวนวัคซีนให้กับ พี่น้องชาวจังหวัดเพชรบุรีอีก เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านนพพล ส.ส. พิษณุโลกครับ🔗

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดพิษณุโลก คนพรหมพิรามครับ วันนี้กระผมมีเรื่องที่จะมาขอให้ท่านประธานสภา ได้ทำหนังสือไปถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบ จำนวน ๓ เรื่อง🔗

เรื่องแรก ขอให้ทางสำนักงานโครงการชลประทาน โครงการส่งน้ำและ บำรุงรักษายม น่าน ได้นำเครื่องสูบน้ำไปตั้งในจุดคลองขอน หมู่ที่ ๑๐ ตำบลศรีภิรมย์ อำเภอ พรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก บ้านบึงธรรมโรง ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ได้รับความอนุเคราะห์จาก ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษายมน่านไปติดตั้งช่วยเหลือพ่อแม่ พี่น้องเกษตรกรแล้ว ๑ เครื่อง เมื่อวันที่ ๓ มิถุนายนที่ผ่านมา แต่ว่าตั้งแต่วันที่ ๓ จนถึง ณ วันนี้เพิ่งจะสูบน้ำได้ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ เพราะพื้นที่ในละแวกนั้นที่เดือดร้อน จริง ๆ คือมีเนื้อที่ทั้งหมด ๒,๕๐๐ ไร่ แล้ววันนี้ก็มีเครื่องเสีย แล้วกว่าจะซ่อมเสร็จก็ต้อง ใช้เวลาประมาณ ๓ ทุ่มถึงจะเสร็จ เพราะฉะนั้นก็กราบขอให้ผู้อำนวยการโครงการส่งน้ำและ บำรุงรักษายม น่าน ได้นำเครื่องไปติดตั้งที่คลองขอน ณ จุดเดิมที่บ้านบึงธรรมโรง🔗

เรื่องที่ ๒ ขอให้สำนักงานชลประทานที่ ๓ ที่ตั้งอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก ได้นำ เครื่องสูบน้ำมาติดตั้งในประตูน้ำเล็ก ซึ่งเรียกว่าประตูไส้ไก่ ซึ่งไม่ใช่ตามประตูน้ำใหญ่ที่ส่งน้ำ ไปตามคลองซอยสาขา ที่ว่าซี ๒ (C2) ซี ๓ (C3) ไม่ใช่นะครับ ก็คือว่าในคลองใหญ่ สายใหญ่ ที่ชื่อว่าซี ๑ (C1) จะมีประตูน้ำเล็ก ๆ ขอให้ทางกรมชลประทาน โดยสำนักงานชลประทานที่ ๓ ได้นำเครื่องสูบน้ำขนาด ๘ นิ้ว ๑๒ นิ้ว ไปตั้งจุดละเครื่องไว้ที่หน้าประตูคลองเล็ก ซึ่งในคลอง เล็กถือว่าเป็นคลองที่จะสูบน้ำโดยตรงให้กับชาวไร่ชาวนา แล้วก็ได้ผลสำเร็จที่ดีกว่า และ ๓ ก็คือจะขอฝนหลวงนะครับ ให้กรมฝนหลวงและการบินเกษตรได้ช่วยไปทำฝนหลวง ในบริเวณอำเภอพรหมพิรามและอำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งปัจจุบันมีปัญหา เรื่องการขาดแคลนน้ำ แม้ว่าจะได้รับความอนุเคราะห์เครื่องสูบน้ำแล้ว แต่ว่าสูบเท่าไร ก็ไม่มีทางพอครับ เพราะฉะนั้นจะขอความอนุเคราะห์จากกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้ไปทำฝนหลวงให้ช่วยเหลือพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรที่อำเภอพรหมพิรามและอำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก กราบขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ ท่านรณเทพ ส.ส. จังหวัดชลบุรีครับ🔗

นายรณเทพ อนุวัฒน์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายรณเทพ อนุวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกันครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายรณเทพ อนุวัฒน์ ชลบุรี

เรื่องแรก ผมได้รับการร้องเรียนจาก ผู้ไม่ประสงค์ออกนามว่ามีข้าราชการของอำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี ได้นำรถโตโยต้า รีโว (Toyota Revo) สีดำ ๔ ประตูนำออกไปใช้ในเวลานอกราชการ แล้วก็ไปเกิดอุบัติเหตุทำให้ รถดังกล่าวเสียหาย และนำไปจอดทิ้งไว้ที่ว่าการอำเภอเกาะจันทร์ จังหวัดชลบุรี ซึ่งเหตุ ดังกล่าวนั้นเกิดขึ้นก่อนที่ท่านนายอำเภอคนใหม่จะย้ายเข้ามา ซึ่งกระผมขอนำเรียนฝาก ท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และหน่วยงาน ป.ป.ท. ได้โปรด ดำเนินการสืบหาผู้กระทำความผิดนำมาลงโทษทั้งทางแพ่งและทางอาญา🔗

เรื่องที่ ๒ สืบเนื่องมาจาก บริษัท สวนป่ากิตติ ได้ส่งคืนพื้นที่สวนป่า จำนวน ๑,๕๐๐ ไร่ ที่ตั้งอยู่ที่ตำบลเกษตรสุวรรณ อำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี อันเป็นพื้นที่ที่เป็น ส.ป.ก. ส่งคืนให้กับกรมป่าไม้เนื่องจากว่าหมดสัญญาเช่า ซึ่งจากปัญหาภัยแล้งดังกล่าว เราจำเป็นที่จะต้องจัดหาแหล่งน้ำขนาดใหญ่ เพื่อนำน้ำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมและเกษตรกรรม ในพื้นที่ของอำเภอเกาะจันทร์ อำเภอบ่อทอง อำเภอหนองใหญ่ และอำเภอบ้านบึง กระผมจึงขอกราบเรียนฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ขอได้โปรดจัดสรรงบประมาณในการศึกษา ออกแบบ ประมาณการในการ ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำและเพื่อที่จะนำไปขยายให้กับพื้นที่ดังกล่าวต่อไป ขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

อีก ๔ ท่านสุดท้ายนะครับ ท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ท่านพรรณสิริ กุลนาถศิริ ท่านมนพร เจริญศรี ท่านพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล เชิญท่านเท่าพิภพ ส.ส. กทม. ครับ🔗

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร เขตธนบุรี เขตคลองสาน เขตบางกองใหญ่ พรรคก้าวไกล ผมขอปรึกษาหารือท่านประธาน ๓ เรื่อง🔗

เรื่องแรก ผมลงพื้นที่ไปบริเวณชุมชนวัดใหม่วิเชียร เขตบางกอกใหญ่ ก็ได้พบกับ แม่ค้าขายอาหารในโรงอาหารโรงเรียนทวีธาภิเศก เขาก็บ่นกับผมว่าวันเวลาขายน้อยลง แต่ค่าเช่า ค่าแป๊ะเจี๊ยะนี้เท่าเดิม อย่างไรฝากกระทรวงศึกษาธิการช่วยลดค่าเช่าหรือว่างดเว้น การเก็บค่าเช่า ค่าแป๊ะเจี๊ยะของพ่อค้าแม่ค้าในโรงอาหารทั่วประเทศด้วยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ก็อยากให้รัฐบาลรวมไปถึง กทม. ช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด (COVID) และญาติผู้ป่วยที่อยู่บ้านเดียวกันที่บางครั้งกักตัวอยู่ที่บ้านตัวเอง แต่ผมลงพื้นที่ไป ไม่มีหน่วยงานใดเลยเข้าไปเหลียวแลหรือว่าให้ถุงยังชีพ ซึ่งคนเหล่านี้พอเขาไม่มีถุงยังชีพ หรืออาหารเขาก็ต้องออกมาซื้อของในชุมชน ทำให้ในชุมชนแตกตื่นกันไปหมด ลำพังผมเอง พรรคก้าวไกลเราก็ได้แจกถุงน้ำใจให้กับพ่อแม่พี่น้อง แต่มันไม่พอจริง ๆ นะครับ อย่างชุมชน มัสยิดบ้านสมเด็จเองก็มีคนติดเชื้อทุกวัน วันละเกือบ ๑๐ คน จนจะเป็นคลัสเตอร์ (Cluster) ใหม่อยู่แล้ว อย่างไรฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาล แล้วก็กระทรวงมหาดไทย รวมถึง กทม. ด้วยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ผมได้รับร้องเรียนจากพ่อแม่พี่น้องและขอร้องให้ไปฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ โควิด (COVID) หมอกควัน ซึ่งผมเองก็อธิบายไปหลายครั้งแล้วว่าการพ่นย่าฆ่าเชื้อโควิด (COVID) หมอกควันมันไม่ได้ช่วยอะไร มันอาจจะทำให้เชื้อฟุ้งก็ได้ เพราะผมดูจากประกาศ ของกระทรวงสาธารณสุขมานะครับ แล้วชาวบ้านบางคนก็เข้าใจ บางคนก็ไม่เข้าใจ ผมก็ อยากให้กระทรวงสาธารณสุขออกประกาศมาให้ชัดเจนว่าสรุปแล้วฉีดหมอกควันโควิด (COVID) มันดีหรือไม่ดี หรือฉีดหาเสียงกันเฉย ๆ ฝากท่านประธานด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน พรรณสิริ ส.ส. จังหวัดสุโขทัยครับ🔗

นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ สุโขทัย

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน พรรณสิริ กุลนาถศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุโขทัย พรรคพลังประชารัฐค่ะ ขอนำเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ภายใต้ โครงการแก้มลิงวังทองแดง ตำบลวังทองแดง อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย และตำบลวังใหญ่ อำเภอศรีสำโรง ในเบื้องต้นต้องขอบพระคุณอย่างสูง โครงการนี้มีประโยชน์มากกับ พี่น้องประชาชนในพื้นที่เกษตรกรรมมากกว่า ๑๐,๐๐๐ ไร่ ภายใต้ ๑,๖๐๐ ครอบครัว มีประโยชน์มากในเรื่องของการกักเก็บน้ำ ในเรื่องของการอุปโภคบริโภค แต่มีปัญหา ในเรื่องของการเวนคืนที่ดินและชดใช้ในเรื่องของสิ่งก่อสร้างบ้านเรือนในการดำเนินโครงการ ซึ่งมีเงื่อนไขว่าหลังจากดำเนินโครงการแล้วภายใน ๖ เดือนจะชดใช้และเวนคืนที่ดิน ด้วยวงเงินงบประมาณประมาณ ๒๐๐ ล้านบาทให้แล้วเสร็จ แต่บัดนี้โครงการแล้วเสร็จแล้ว เป็นเวลาประมาณ ๓ ปี การเวนคืนก็ยังไม่เป็นที่เรียบร้อย มีพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อน เป็นจำนวนมาก มากกว่าร้อยละ ๕๐ นั่นคือยังเหลือวงเงินคงค้าง ๙๙,๓๐๐,๐๐๐ บาท ที่พี่น้องประชาชนได้ไปมัดจำที่ดินแปลงใหม่ ในเรื่องของการรื้อถอนสิ่งก่อสร้างบ้านเรือน ทำให้ค่ามัดจำก็ถูกริบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงขอเร่งรัดไปยังในส่วนของผู้เกี่ยวข้อง กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เร่งรัดการเวนคืนที่ดินซึ่งเป็นงบประมาณ ดังกล่าว อย่างไรก็ตามต้องขอขอบคุณสำหรับโครงการที่เป็นประโยชน์นี้ เพราะยังประโยชน์ กับพี่น้องประชาชนในส่วนของตำบลวังใหญ่ ในส่วนของตำบลทับผึ้ง ในส่วนของตำบลบ้านกล้วย แล้วก็ตำบลปากแคว รวมทั้งในพื้นที่ของตำบลวังทองแดงเป็นอย่างยิ่ง และต้องขอขอบคุณไป ยังองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัยที่ได้เชื่อมโครงการนี้ทำลำน้ำสาขา ในระยะนี้กำลังเริ่ม สำรวจที่จะทำให้การระบายน้ำจากแก้มลิงวังทองแดงเกิดประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด ขอบพระคุณมากค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านมนพร ส.ส. จังหวัดนครพนม ครับ🔗

นางมนพร เจริญศรี นครพนม

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือ ต่อท่านประธาน ๒ เรื่อง🔗

เรื่องแรก จากการประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉินของรัฐบาลในสถานการณ์ โควิด (COVID) ทำให้มีผลต่อมาตรการการกำหนดสินค้าและส่งออกสินค้าตามกฎหมาย ว่าด้วยศุลกากรผ่านแดนที่มีความจำเป็นในการเดินทางเข้า-ออก และการกักกันผู้ที่เดินทาง เข้ามาในประเทศไทย ณ จุดผ่านแดนสะพานมิตรภาพที่ ๓ จังหวัดนครพนม แขวงคำม่วน สปป. ลาว จากการกำหนดนำเข้าและส่งออกสินค้าได้อนุญาตให้มีพนักงานขับรถสินค้า จำนวน ๑ คน และคนประจำรถสินค้า จำนวนอีก ๑ คน รวมแล้วไม่เกิน ๒ คน ข้อห้าม ก็คือห้ามพนักงานดังกล่าวไปส่งสินค้าและอยู่นอกประเทศไทยไม่เกิน ๗ ชั่วโมง และเมื่อกลับ เข้ามาประเทศไทยจะต้องเข้าสู่กระบวนการกักกันตัว เพื่อสังเกตอาการเป็นระยะเวลา ๑๔ วัน ตามสถานที่ที่จังหวัดนครพนมได้จัดเตรียมไว้ สิ่งที่ผู้ประกอบการเดือดร้อน และร้องขอนั่นก็คืออยากให้ยกเลิกมาตรการดังกล่าว เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการในการ ลดค่าใช้จ่ายในการที่จะเดินทางไปขนส่งสินค้า เพราะว่ามาตรการดังกล่าวนี้ผู้ประกอบการ หรือว่าคนที่จะขับรถไปหรือนั่งประจำรถจะต้องสวมชุดพีพีอี (PPE) ใส่หน้ากากอนามัย แล้วก็ ไม่ลงจากรถ สวมถุงมือยาง และการกำหนดจุดสินค้าที่ชัดเจน นอกจากนั้นทั้งคนขับรถ แล้วก็คนประจำรถนั้นเวลากลับเข้ามาประเทศไทย ก็สามารถไปตรวจหาเชื้อโดยเอาผลตรวจ ไปยืนยันต่อทางรัฐบาลต่อไป ซึ่งมาตรการอื่น ๆ ที่ทางรัฐบาลพอจะแบ่งเบาภาระนี้ กับผู้ประกอบการได้ ดิฉันขอฝากไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะคณะกรรมการ โรคติดต่อจังหวัดนครพนม แล้วก็ ศบค. ชุดใหญ่ต่อไปค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องความเดือดร้อนของสายการบินที่บินจากกรุงเทพมหานคร ไปจังหวัดนครพนม ปกติในสถานการณ์ปกติก็จะมีสายการบินบินไปทุกวัน แต่ในระยะเวลา ๒ เดือนที่ผ่านมาสายการบินถูกลดนะคะ ดิฉันจึงร้องขอไปยังท่านประธานผ่านไปถึง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้เพิ่มสายการบินที่จังหวัดนครพนม ไม่ว่าจะเป็น แอร์เอเชียหรือว่าไทยสมายล์ แอร์เวย์ เพราะว่าสนามบินจังหวัดนครพนมมีผู้ใช้สายการบิน ดังกล่าวนะคะ ทั้งจังหวัดนครพนม จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดบึงกาฬ และจังหวัดสกลนคร แล้วก็ขอความเป็นธรรมในเรื่องของราคาด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสุดท้าย ท่านพิมพ์ภัทรา ส.ส. จังหวัดนครศรีธรรมราช เชิญครับ🔗

นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ มีเรื่องนำเรียนท่านท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวง มหาดไทยถึงกรมโยธาธิการและผังเมืองค่ะ เรื่องของการจัดการบริหารสร้างเขื่อนป้องกันน้ำท่วม บริเวณคลองท่าหิน เพื่อป้องกันตลิ่งพังและเพื่อวัตถุประสงค์ใช้เพื่อการท่องเที่ยวต่อไป🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล นครศรีธรรมราช

ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียน จากท่านสันติสุข มีคำ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเปลี่ยน นายไพรัตน์ สมเขาใหญ่ และ นางโสภา ช่วยแก้ว สมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลเปลี่ยนค่ะ ซึ่งคลองหินเป็นคลองสายหลัก ของตำบลเปลี่ยน เป็นคลองที่รับน้ำมาจากคลองเปลี่ยนและคลองนมโปร๊ะ ซึ่งบริเวณดังกล่าว จะเป็นบริเวณคดเคี้ยวเป็นอย่างมาก เมื่อเวลาน้ำท่วมน้ำไหลหลากน้ำจะไปกัดเซาะบริเวณ โค้ง บริเวณที่เป็นทางตัน ทำให้บริเวณ ๒ ฝั่งข้างทาง ๒ ฝั่งคลองโดนกัดเซาะ เป็นจำนวนมาก แต่ละปี ๆ ทั้งมะพร้าวและปาล์มน้ำมันลงไปหลายแถวค่ะ แล้วก็มีแนวโน้ม มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น ทางองค์การบริหารส่วนตำบลเปลี่ยนจึงอยากให้ทางโยธาธิการ และผังเมืองจังหวัดนครศรีธรรมราชได้ลงไปสำรวจออกแบบเพื่อที่จะสร้างเป็นตัวป้องกัน ตลิ่งพัง แล้วก็ทำระบบการป้องน้ำท่วมในที่ชุมชน ไม่ใช่แค่วัตถุประสงค์แค่อย่างเดียว แต่นอกจากช่วยรักษาบริเวณฝั่งคลองทั้ง ๒ ข้างไว้ได้แล้วนะคะ อยากให้ไปออกแบบเพื่อที่จะ สนับสนุนเรื่องของการท่องเที่ยว เพราะตอนนี้วัดศิลาชลเขตได้สร้างพ่อท่านโบองค์ใหญ่ แล้วก็มีการนำเรือเอาไว้ให้นักท่องเที่ยวได้เที่ยวชมบริเวณคลองหินไปจนถึงอ่าวไทยค่ะ ซึ่งถ้าทางกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ไปสำรวจออกแบบได้ทั้ง ๒ วัตถุประสงค์ก็จะช่วยเพิ่ม รายได้ สนับสนุนการท่องเที่ยวให้พี่น้องทั้งตำบลเปลี่ยนและตำบลกลายต่อไปค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๗๘ คน
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เป็นการ จบการปรึกษาหรือตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ มีสมาชิกท่านใดยังไม่ลงชื่อเข้าประชุมไหมครับ เพราะขณะนี้มีผู้ลงชื่อ ๔๔๘ ถ้าท่านยังไม่ลงชื่อก็ไปลงชื่อด้วยนะครับ ผมขอดำเนินการเข้าสู่ ระเบียบวาระต่อไปครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗

๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗

๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๑๒๑ ส. (นายเรวัต วิศรุตเวช เป็นผู้ตั้งคำถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มอบหมาย ให้ นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ตอบ🔗

แต่ท่านมีหนังสือแจ้งมาว่าติดภารกิจสำคัญ ขอเลื่อนตอบกระทู้ถามออกไป นะครับ ถ้าหากว่าท่านนายแพทย์เรวัตยังมีความประสงค์จะถามกระทู้สดอันเดิมก็ให้ยื่น ความประสงค์ไปในครั้งต่อไปนะครับ🔗

๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๑๒๒ ส. (นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้ นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ตอบ🔗

เชิญท่าน ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ไม่เกิน ๓๐ นาทีครับ แบ่งเป็นฝ่ายละ ๑๕ นาทีนะครับ🔗

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ จังหวัดอุบลราชธานี เขต ๗ พรรคเพื่อไทย วันนี้ ขอถามกระทู้ถามสด ขอให้รัฐเร่งรัดแก้ไขปัญหาโรคระบาดในโค กระบือ คือโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ขออนุญาตเรียนท่านประธานสภาที่เคารพถึงท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ก็คือด้วยขณะนี้ประเทศไทยของเรากำลังประสบภาวะปัญหา โรคระบาดโควิด (COVID) ในคน และในขณะเดียวกันก็เกิดโรคระบาดในโค กระบือ ซึ่งเรา เรียกโรคนั้นว่า โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) กำลังระบาดหนัก🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

ในภาคอีสาน โดยเฉพาะ จังหวัดร้อยเอ็ด ซึ่งมีผู้แทนราษฎร ท่านศักดา ท่านนิรมิต จังหวัดกาฬสินธุ์มีท่านพีระเพชร ท่านคมเดช จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดขอนแก่น และจังหวัดสกลนครที่มีโคเนื้อโพนยางคำ ก็คือท่านอนุรักษ์ ครูติ๋ว และ ส.ส. พัฒนาฝากมา ส่วนโคราชก็มีผลกระทบเยอะ คือเขตของ ท่านโกศล ท่านสุชาติ จังหวัดชัยภูมิก็เขตท่านมานะ จังหวัดอำนาจเจริญก็ท่านดนัย ท่านสมหญิง จังหวัดศรีสะเกษก็มีท่านธีระ จังหวัดยโสธรก็มีท่าน ส.ส. โอเล่ ครูแก้ว แล้วก็ ดอกเตอร์ธนกร จังหวัดอุดรธานีก็มีผู้แทนราษฎรของพรรคเพื่อไทยเกือบทั้งหมดที่ได้ฝาก ข้อความมาว่าวันนี้สมบัติชิ้นสุดท้ายของเขาคือโค กระบือ ทำนาก็เจ๊ง ปลูกมันสำปะหลังก็เจ๊ง และสุดท้ายก็มาลงทุนหยุดการทำนาบ้าง แบ่งพื้นที่มาปลูกข้าวบ้าง ปลูกหญ้าให้วัวกินบ้าง วันนี้วัวราคาดีครับ ลูกหลานที่กลับจากโควิค (COVID) ก็เอาเงินไปซื้อวัว วัวราคาดี แต่ก็มา ประสบปัญหาโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ในโค ซึ่งเกิดโรคระบาดทั่วไป แล้วก็ต้องเรียน ท่านประธานครับว่าโค กระบือเป็นสมบัติที่สำคัญที่สุดในครอบครัวของเกษตรกร เกิดขึ้นมา ก็ต้องตั้งชื่อ เจ็บป่วยมาก็นอนไม่หลับ วันนี้บอกให้ไปฉีดวัคซีนคนยังไม่อยากฉีดครับ แต่พอวัวป่วยนอนไม่หลับ แล้วก็ไม่รู้จะหาวิธีไหนในการที่จะดูแลรักษา ก็อาจจะได้รับ การบอกเล่าจากเพื่อนบ้านบ้าง บอกว่าถ้ามันเป็นตุ่ม ถ้ามันเป็นแผล เอาดินประสิวแล้วเอา ผสมน้ำมันมะพร้าว เอากำมะถันผสมนี่นะ เอาเปลือกไม้มาผสมนี่นะ ก็ทำกันไป เสร็จแล้ว วันนี้พอวัวป่วยไม่รู้จะทำอย่างไร ไปซื้อยาแก้แพ้ ยาเขียวตราใบโพธิ์ วันนี้ไม่รู้จะทำอย่างไร สุดท้ายก็เรียกหมอปศุสัตว์มาช่วย หมอปศุสัตว์ก็ยังไม่เคยเจอ ก็ฉีดยาตามอาการ ลดไข้บ้าง แก้ แพ้บ้าง โทรไปอีกหมอก็ไม่ว่าง เพราะหมอคนเดียว วัวมันเยอะครับ ก็ยุ่งอยู่กับวัว ใจก็ร้อน วัวก็ไม่กินหญ้า วัวก็นอน ก่อไฟผิงอะไรเสร็จแล้ว สุดท้ายก็เสียชีวิตครับ โคตาย เมื่อโคตายแล้วก็ไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะไม่รู้วิธีรักษา ก็อยากจะเรียนถามท่านประธานถึง ท่านรัฐมนตรี อยากจะถามท่านว่าขอให้ท่านได้อธิบายวิธีรักษาและการป้องกันเบื้องต้น ระยะที่ ๑ จะทำอย่างไร ระยะที่ ๒ จะทำอย่างไร ระยะที่ ๓ ทำอย่างไร และมียาชนิดไหน ที่พี่น้องประชาชนสามารถที่จะไปหาซื้อมารักษาได้ ไปหาซื้อมาดูแลวัวตัวเองได้ เช่น ยาพ่นคอกวัว ยาม่วง ซึ่งมันไม่เป็นพิษต่อสัตว์เลี้ยง ก็อยากจะเรียนถามท่านในประเด็นที่ ๑ ก่อนครับว่าจะมีวิธีดูแลรักษาเกี่ยวกับโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้ได้อย่างไรครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญ รัฐมนตรีช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ ท่านประภัตรครับ🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ผมขอขอบคุณท่านชูวิทย์เป็นอย่างยิ่ง และท่านผู้แทนทุกคนเลยที่มีความเป็นห่วงเป็นใย พี่น้องเกษตรกรอย่างยิ่ง เราเข้าใจกันดีว่าโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นั้นเป็นอุบัติใหม่ ผมได้กราบเรียนไปตอนอภิปรายงบประมาณไปครั้งหนึ่ง ผมจะไม่เท้าความถึง ตัดตอนว่า เมื่อพบอาการโรคนี้แล้วจะทำอย่างไร ตามที่ท่านชูวิทย์ได้เรียนถาม ท่านชูวิทย์นั้นเป็นผู้มี ประสบการณ์สูงสุดคนหนึ่งของประเทศเลยก็ว่าได้ที่มีความรู้ทางด้านปศุสัตว์ ผมเองยังต้อง ไปเรียนรู้มาจากท่านหลายเรื่องเกี่ยวกับด้านปศุสัตว์ ดังนั้นผมขอกราบเรียนทุกคนก็เป็นเรื่องใหม่ โรคใหม่ แม้แต่ปศุสัตว์เองก็ตัดสินใจยากในการรักษาพยาบาล ขอกราบเรียนว่าอาการเบื้องต้น คนเลี้ยงสัตว์หรือเลี้ยงวัวจะรู้เลยว่า ๑. อาการมันเริ่มแล้วมันจะซึม ไม่กินอาหาร ไข้เหมือนคนเลย มีอาการไข้ขึ้นเหมือนอักเสบประมาณวันหรือสองวัน หลังจากนั้นแล้วก็จะเกิดตุ่มที่ผิวหนัง ตรงนี้ล่ะถึงจะรู้ว่าเป็นโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) แล้ว อยู่ประมาณ ๗ วัน ถึง ๑๐ วัน ตุ่มนี้ก็จะแตก แตกแล้วก็มีน้ำเหลือง เห็นแล้วทุกคนก็สงสารเวทนา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เจ้าของนั้น อย่างที่ท่านชูวิทย์พูด สุดเสียดายเป็นอย่างยิ่ง เป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายจริง ๆ ผมก็ พยายามทำเรื่องนี้ให้ทุกคนได้ตื่นตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมปศุสัตว์ ปศุสัตว์จังหวัด ปศุสัตว์อำเภอ ให้ออกพื้นที่เลย แล้วถ้ามีใครร้องเรียนว่าถ้าไม่เอาใจใส่ผมฟันทันที ตอนนี้ ก็มีย้ายไปหลายคนแล้ว เพราะว่าไม่ไปดูแลความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน การบำบัดครั้งแรก ท่านชูวิทย์คงเข้าใจดี ๑. ให้ปศุสัตว์อำเภอเข้าไปดูแลตามอาการก่อน เพราะเป็นโรคอุบัติใหม่ เช่น ให้ยาแล้วก็ฉีดยา ส่วนยารักษานั้นเราบอกว่ามีหลายชื่อหลายยี่ห้อที่ทางปศุสัตว์อำเภอ และปศุสัตว์จังหวัดได้เสนอและไปรักษาให้ แต่ก็ต้องใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งเพราะบางตัวนั้น ไม่ได้ผ่าน อย. เราก็บอกว่าต้องดูให้ดี ถ้าเกิดการเสียหายเราต้องรับผิดชอบ ก็ให้ตามอาการ ๑. พอมีไข้ มีอาการเซื่องซึม ท่านรู้อยู่แล้วให้อาการออกและเราก็ฉีดวัคซีน วัคซีนเป็นการ รักษานะครับ ไม่ใช่วัคซีนที่แจกไป ประการที่ ๒ ยาหลายตัวเป็นภาษาอังกฤษซึ่งเรียกยาก ผมก็เรียกไม่ถูก มีจำหน่าย และเราจึงเปิดภัยพิบัติเป็นเรื่องสำคัญที่สุดให้ปศุสัตว์อำเภอ เมื่อมาเจอปั๊บประกาศเป็นภัยพิบัติได้ทันทีเลยตามพระราชบัญญัติ ๒. เมื่อเปิดแล้ว ให้ขอความร่วมมือจากองค์กรส่วนท้องถิ่น อบต. ก็ดี อบจ. เทศบาล เขาสามารถใช้งบได้เลย สามารถเข้าไปดูแลพวกสัตว์ป่วยได้ ไปซื้อยา สารกันแมลง เพราะโรคนี้เกิดจากมีแมลงวัน เหลือบ ลิ้น ไร ยุง เป็นพาหะ สิ่งแรกต้องแยกคอกออกมาให้ได้ อย่าเอาไปรวมฝูง ประการที่ ๒ เข้าไปดูแลโดยใช้ยา อย่างที่ผมกราบเรียนไปแล้ว ประการที่ ๓ ให้ซื้อแล้วก็แจกสารกันแมลงเลย เพราะให้ยุงแมลงนั้นหมดไป ถ้าไปกัดแล้วนำไปสู่ในฝูงก็จะเกิดโรคติดต่อทันที นี่คือ การบำบัดในเบื้องต้นครับ🔗

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานครับ ขอถามประเด็นที่ ๒ ครับว่าวันนี้เกษตรกรตกใจแล้วก็กลัววัวตัวเองตาย ก็รีบที่จะไปซื้อยามา รักษาวัวตัวเอง ก็อยากจะถามท่านรัฐมนตรีว่า วันนี้ถ้าเกษตรกรช่วยเหลือตัวเองในการที่จะ ไปซื้อยามารักษาแล้ว รักษาหายแล้วจะมีการเยียวยาให้กับเกษตรกรบ้างไหม ซึ่งเกษตรกร จริง ๆ ไม่อยากได้ในการเยียวยาในโคที่เสียชีวิต และการเยียวยาในรอบที่ผ่านมา ขอฝาก ตารางข้างบนนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

ว่าท่านเยียวยาวัวน้อยได้ ๖,๐๐๐ บาท ก็ขอปรับใหม่ให้เป็น ๑๒,๐๐๐ บาท วัวอายุ ๑ เดือนถึง ๑ ปี จาก ๑๒,๐๐๐ บาท ก็ขอปรับใหม่เป็น ๒๔,๐๐๐ บาท จาก ๑ ปีถึง ๒ ปี จาก ๑๖,๐๐๐ บาท เป็น ๓๒,๐๐๐ บาท และมากกว่า ๒ ปี จาก ๒๐,๐๐๐ บาท ขอปรับเป็น ๔๐,๐๐๐ บาท เพราะอะไรครับ เพราะวันก่อนวัวราคาถูก วัวตัวละ ๒๐,๐๐๐-๓๐,๐๐๐ บาท แต่วันนี้วัวตัวละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าไม่ปรับราคาก็ไม่สามารถที่จะช่วยเหลือเยียวยาพี่น้องได้ แล้วก็มีอีกอันหนึ่งที่ท่าน บอกว่า ธ.ก.ส. ให้ประกันชีวิตวัว ๖ เดือน ประกัน ๔๐๐ บาท ถ้า ๑ ปี ประกัน ๘๐๐ บาท ผมว่ามันหนักเกินครับ ตัวหนึ่งร้อยหนึ่งก็หนักพอสมควรแล้ว วัวไม่เสียชีวิตง่าย ๆ ใน ๑๐๐ ตัว ถ้าเลี้ยงครอป (Crop) หนึ่ง ๑๐๐ ตัวผมเชื่อว่าไม่เสียชีวิตสักตัว ถ้ามันไม่ชนกัน ไม่ทำอะไรกัน แต่วันนี้ ๑๐๐ ตัวท่านต้องไปเสีย ๘๐๐ บาท ใน ๑๐๐ ตัวก็เสีย ๘๐,๐๐๐ บาท วัวไม่ตายถึง ๒ ตัวครับ บริษัทประกันตั้งหลักเกณฑ์มากเกิน จึงอยากจะถามท่านว่า พี่น้องประชาชนดูแลรักษาแล้วจะมีค่าเยียวยาในการรักษาไหม ถ้าวัวตายจะขอเพิ่มมากขึ้น ได้ไหมครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอเชิญ รัฐมนตรีครับ🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ขอบคุณเป็นอย่างยิ่งครับที่ท่านเอาเรื่องนี้ขึ้นมา ผมเห็นด้วยกับท่านทุกประการเลยครับท่าน ส.ส. ชูวิทย์ วัววันนี้ราคาแพง ส่วนค่าชดเชย ผมไม่เห็นด้วยตั้งแต่ต้นแล้ว ยินดีที่จะรับไป แล้วเราได้ปรึกษากันแล้ว ผมรับเรื่องวันนี้ ของคุณไปผมจะนำเข้าคณะกรรมการ เขามีคณะกรรมการชุดหนึ่งที่จะพิจารณาชดเชย ผมเห็นด้วยที่จะชดเชยตามที่ท่านเสนอ แต่ต้องไปพูดกันในคณะกรรมการว่ายอมไหม แล้วส่ง เรื่องนี้ไปที่กระทรวงการคลัง ซึ่งมีกรมบัญชีกลางเป็นแม่งานว่าจะยินยอมไหม ที่เราเห็นว่า เกษตรกรเดือดร้อนว่าวัวขณะนี้ราคาเป็นแสน รับรองว่าได้รับการปรับปรุงแน่ แต่จะมาก เท่านี้หรือไม่จะพยายามทำให้ครับ ส่วนที่ป่วยแล้วหายแล้วเยียวยาเรากำลังคิดกันอยู่ คิดกันอยู่ว่าจะชดเชยเขาอย่างไร ส่วนวัคซีนในขณะนี้เราอำนวยความสะดวกเลยที่ผู้เลี้ยง หรือสมาคม ชมรมต่าง ๆ จะซื้อแล้วนำเข้ามาเรายินดีอำนวยความสะดวกให้ ขอขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านชูวิทย์ครั้งสุดท้ายครับ เชิญครับ🔗

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

ท่านประธานครับ ต่อประเด็น ที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบ ต้องกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีประภัตรที่มีความห่วงใย พี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก แล้วก็จะดูแลค่าเยียวยาเบื้องต้นในการที่จะดูแลรักษาสัตว์ ซึ่งเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายของเกษตรกร วัวตายยังต้องยากอีกครับ ไปหาแบ็กโฮ (Backhoe) มาขุดมาฝังต้องเสียสตางค์เพิ่ม ไม่ใช่ตายเฉย ๆ แต่ว่าก็ได้ถ่ายรูปถ่ายอะไรเพื่อจะขอเงิน เยียวยา แต่ว่าอยากได้เพิ่มขึ้น🔗

ต่อประเด็นที่ ๓ ก็อยากจะถามท่านว่าวันนี้เจ้าหน้าที่ของปศุสัตว์ของท่าน ก็มีปศุสัตว์อำเภอคนหนึ่ง มีลูกน้องอยู่คนหนึ่ง บางอำเภอก็มีลูกจ้างอยู่ ก็ไม่สามารถที่จะ ออกไปดูแลสัตว์ที่มีอยู่ อย่างเช่นจังหวัดกาฬสินธุ์ อำเภอสามชัย จังหวัดกาฬสินธุ์ ครูต๋อยอยู่ หรือป้ารื่นอยู่ มีวัวตั้ง ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ตัว มีปศุสัตว์อำเภอ ๑-๒ คน ถ้าใครที่พอจะช่วย ปศุสัตว์ได้ ใครที่สามารถฉีดยาเป็นก็สามารถให้เขาไปฉีดให้พี่น้องประชาชนได้ ไม่ใช่ไปบอก ว่าคุณไม่ได้จบหมอมา คุณไม่ได้จบแพทย์มา คุณอย่าไปฉีด ผมแจ้งจับนะ ไฟจะไหม้บ้าน ไม่ต้องรอ รถดับเพลิงครับ ถ้ามีใครจะช่วยท่านได้ผมว่าน่าจะต้องให้เขาช่วย แล้วก็อีกอันหนึ่งลูกหลาน ตกงานโควิด (COVID) เขาเรียนจบปศุสัตว์มา ให้กรมปศุสัตว์หรือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จ้างอาสาปศุสัตว์เพิ่มขึ้นได้ไหมครับ เงินเดือนไม่ต้องมากหรอกครับ ๙,๐๐๐ บาทเขาก็อยู่ได้ ขอตรงนี้ช่วยพี่น้องเกษตรกรลูกหลานที่ตกงานจากเกษตรให้เขาได้มีงานทำ ให้เขาได้ออกไป ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน วันนี้ในยามยากลำบากแบบนี้ พี่น้องประชาชนลำบากแบบนี้ ก็อยากจะฝากท่านประธานถึงคณะรัฐมนตรี ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน รัฐมนตรีครับ🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานครับ คำถามและสิ่งที่ท่านฝากมาของท่านชูวิทย์นั้นผมขอชมว่า เป็นประโยชน์อย่างยิ่งและเราก็พยายามที่จะทำให้สำเร็จ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าพนักงาน เจ้าหน้าที่ของปศุสัตว์มีน้อยมาก ขณะนี้เราก็มีอาสาสมัครปศุสัตว์ทั่วประเทศ ๖๐,๐๐๐ คน ซึ่งไม่ได้รับการดูแลหรือว่าช่วยเหลือใด ๆ ทั้งสิ้น ผมขอนำเสนออย่างนี้ครับ🔗

ประการแรกเราจะเอาเรื่องนี้ไปขอเงินส่วนหนึ่งเพื่อทำเหมือน อสม. เบื้องต้น เรากำหนดกันแล้วว่าขอจังหวัดที่ประสบภัยอย่างนี้สัก ๑๐,๐๐๐ อัตรา ระยะสั้น ๆ ๖ เดือน หรือ ๑ ปี ลองดูก่อน จะของบกลางว่าจะช่วยเหลือได้ไหม หรือจะงบเงินกู้นี้ด้วย🔗

ประการที่ ๒ ท่านอนุชา ท่านเสนอดีมาก ท่านบอกว่าทำไมไม่ให้ขอ กระทรวงมหาดไทย องค์กรส่วนท้องถิ่นเปิดอัตราล่ะ ทุกตำบล ทุกเทศบาล ต้องมีสัตวแพทย์ ลูกหลานเรียนจบมาเยอะแยะ บรรจุให้เขาแล้วได้ดูแล ผมว่าเป็นความคิดที่ดี ผมจะนำ ๒ เรื่องนี้ ไปดำเนินการให้ แล้วยินดีที่จะสนับสนุนเต็มที่ครับ ขอขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่าน หมดแล้วนะครับ ๓ ครั้งแล้วครับ🔗

นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ อุบลราชธานี

ท่านประธานครับ เวลามีเหลือ นิดหนึ่ง ผมขอฝากถึงท่านรัฐมนตรีอีกได้ไหมครับ นิดเดียวครับท่าน คือต้องกราบ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งที่มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน แล้วก็วันนี้การรักษา เยียวยาที่พี่น้องได้จ่ายเงินไปเบื้องต้น แล้วสัตว์ที่เลี้ยงได้เสียชีวิต และมีโครงการหนึ่งของ รัฐบาลที่ทำประสบความสำเร็จนั่นก็คือโครงการโคบูรพา ซึ่งรัฐบาลได้จัดงบประมาณ ประมาณ ๑,๐๐๐ ล้านบาทได้ไปซื้อโคให้พี่น้องแถวจังหวัดสระแก้วได้เลี้ยงเป็นโครงการ ตัวอย่าง ๓๐,๐๐๐ ตัวก็ประสบความสำเร็จ จากราคาตัวละ ๓๐,๐๐๐ บาท วันนี้มันออก ลูกออกหลานแล้วครับ ก็อยากให้ท่านตั้งโครงการอีกโครงการหนึ่งได้ไหมครับ โคริมโขง ภาคอีสานทั้งหมดส่งเสริมอาชีพเลี้ยงโค ในขณะที่ลูกหลานกลับบ้านตกงานนี้ส่งเสริมอาชีพ เลี้ยงโคให้เกษตรกรมายืมเงินที่ ธ.ก.ส. ก็ได้ แล้วก็ยืมไปเลี้ยง ๕ ปีค่อยผ่อนคืน ผมเชื่อว่า สามารถลุกได้ ลดพื้นที่ทำนาลง เพราะข้าวไม่เป็นราคา ปลูกหญ้าให้วัวกิน ผมคิดว่าโครงการนี้ ก็จะประสบความสำเร็จแล้วก็สร้างรายได้ให้กับพี่น้องประชาชน ต้องกราบขอบคุณท่าน ประธานถึงท่านรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งที่ดูแลพี่น้องประชาชนเป็นอย่างดีครับ แล้วก็นักศึกษา มหาวิทยาลัยทุกมหาวิทยาลัยไปช่วยปศุสัตว์ท่านได้ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีเชิญครับ🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ท่านประธานที่เคารพครับ ขอขอบคุณท่านชูวิทย์อีกครั้งหนึ่งที่เอาโครงการดี ๆ มาเสนอ อย่างนี้ครับ ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านก็มอบหมายภารกิจ แล้วให้เงินกู้มา อันนี้ก็ง่ายกว่าที่จะไปตั้งกองทุนนั้นช้าครับ อย่างที่ผมบอกให้กู้ล้านละร้อย ซื้อไปไหนถ้าล้านละร้อยนี้ก็เหมือนกับฟรีอยู่แล้ว แล้วท่านก็ขุนส่งออกไปประเทศเวียดนาม ไปประเทศจีนได้เลยครับ อันนี้ยินดีรับไปดำเนินการนะครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็เป็น การจบกระทู้ถามสด ฉบับที่ ๒ นะครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๑๒๓ ส. (นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มอบหมายให้ นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ตอบ🔗

ขอเชิญนางสาวแนน🔗

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน แนน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ สืบเนื่องจากในขณะนี้มีโรคระบาดที่เกิดขึ้น หลายท่านอาจจะได้ฟังมา แล้ววันนี้ทั้งวันนะคะ เพราะเนื่องจากช่วงแรก ๆ นี้ท่านสมาชิกหลายท่านได้พูดเรื่องของ โควิด (COVID) แล้วก็สักครึ่งหนึ่งนี้ก็จะเป็นเรื่องของโรคระบาดที่เกิดขึ้นกับโค กระบือ ก็คือ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) แต่ประเด็นของดิฉันที่ต้องการจะสอบถาม ดิฉันได้รับฟัง ที่ท่านรัฐมนตรีประภัตรได้ชี้แจงในงบประมาณ แล้วก็รวมถึงการออกข่าวต่าง ๆ ของ หน่วยงานราชการในเรื่องของโรคระบาดลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ที่เกิดขึ้นมากกว่า ๔๐ จังหวัดทั่วประเทศไทยแล้ว แต่เป็นสิ่งหนึ่งที่ดิฉันต้องถามในวันนี้เนื่องจากสิ่งที่เกิดขึ้น ณ ขณะนี้ถ้าตามจากข่าวหรือตามจากที่ท่านได้ตอบในการประชุมงบประมาณ ชี้แจง งบประมาณเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี้เกี่ยวกับเรื่องของวัคซีนสำหรับโค กระบือ วัคซีนสำหรับ การแก้ไขปัญหาหรือการปกป้องปัญหาที่จะเกิดขึ้นกับโค กระบือ ท่านได้บอกตัวเลขมาว่า วัคซีนนี้จะนำซื้อจากต่างประเทศลอต (Lot) แรกนี้ ๖๐,๐๐๐ โดส แล้วก็ลอต (Lot) ต่อมาอีก ๓๐๐,๐๐๐ โดส รวมทั้งหมดคือ ๓๖๐,๐๐๐ โดส ดิฉันเข้าใจว่าคงจะไม่ได้มาพร้อมกัน อาจจะทยอยมาเหมือนวัคซีนคนนี้ละค่ะ แต่ปัญหาเดียวที่อยากสอบถามคือเรายัง ไม่ได้เคยรับทราบเลยว่าวัคซีนที่มาทั้งหมดนี้ทางปศุสัตว์เองจะกระจายไปที่ไหน อย่างไรบ้าง แล้วใช้หลักเกณฑ์อะไรในการพิจารณา เพื่อที่จะกระจายวัคซีนไปตามจังหวัดต่าง ๆ ที่มี ปัญหาอยู่ เพราะว่าเท่าที่รับทราบ การฉีดวัคซีนไม่ว่าจะคนหรือโค กระบือคล้ายกันค่ะ ก็คือ จะต้องเป็นคนที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรค ถ้าเป็นโค กระบือก็ต้องเป็นโค กระบือ ที่สุขภาพร่างกายแข็งแรงและยังไม่ติดโรค เพราะฉะนั้น ๓๖๐,๐๐๐ โดสนี้ท่านประธาน ดิฉัน ก็เลยอยากจะสอบถามผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าในจำนวนที่นำเข้ามาทั้งหมดนี้ ๑. ก็คือ หลักเกณฑ์ในการแจกจ่ายแล้วก็กระจายไปตามจังหวัดต่าง ๆ ท่านมีหลักเกณฑ์อย่างไร ข้อ ๒ ที่นำเข้ามาแล้วนั้น ท่านได้กระจายไปจังหวัดไหน เท่าไร อะไรอย่างไรบ้าง แล้วต่อมา ในคำถามเดียวกันก็คือจำนวน ๓๖๐,๐๐๐ โดส ถ้าเทียบกับจำนวนโค กระบือ ที่อยู่ในประเทศ ปัจจุบันนี้แน่นอนว่าไม่พอ ๓๖๐,๐๐๐ โดสนี้ ท่านได้มีโครงการหรือได้มีการพิจารณาหรือไม่ ว่าจะจัดซื้อหรือจะนำเข้าเพิ่มอีกหลังจาก ๓๖๐,๐๐๐ โดสนี้ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน คำถามแรกค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรี ตอบคำถามครั้งที่ ๑ ครับ🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ขอบคุณอย่างยิ่งหลานสาว ท่าน ส.ส. แนน ที่ได้ถาม คำถามนี้ตรงประเด็นเลย ซึ่งเป็นข้อข้องใจของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและพี่น้องเกษตรกร ผมขอทำความเข้าใจเรื่องวัคซีนอย่างนี้นะครับ วัคซีนที่เรานำเข้ามานี้คือวัคซีนป้องกัน ไม่ใช่รักษาโรค ป้องกันไม่ให้เกิดโรคต่อไปอีก หยุดยั้งให้ได้ ๖๐,๐๐๐ โดสที่เราสั่งมา เรายอมรับว่ามันน้อยมาก ถึงจะต่อมาอีก ๓๐๐,๐๐๐ โดสก็ยังน้อยอย่างที่หลานพูดสิ่งที่ เราปฏิบัติ คือกระจายวัคซีน ๑. ผมตั้งคณะกรรมการซึ่งมีอธิบดีกรมปศุสัตว์เป็นประธาน ๒. อาจารย์จากมหาวิทยาลัยที่มีความรู้ ๓. กลุ่มเกษตรกรและสมาคมต่าง ๆ มาเป็น ผู้พิจารณาว่าควรจะกระจายวัคซีนให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างไร คณะกรรมการได้พิจารณา อย่างนี้ ข้อ ๑ ให้กับกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง คือที่ใดเกิดโรคแล้วเราต้องตีกรอบไม่ให้ กระจายออกไป เราต้องเข้าไปฉีดวัคซีนไม่ให้เกิดโรคนี้ ก็หมายความว่าอย่างที่เราบอกว่า เกิดที่จังหวัดร้อยเอ็ด เราก็เข้าไปฉีดในจังหวัดร้อยเอ็ด จุดที่เกิดที่อำเภอพนมไพร รอบข้าง ๆ รัศมี ๑๐-๒๐ กิโลเมตรนี้ไม่ให้กระจายออกไป เพราะมันมีพาหะที่ติดต่อได้ง่าย ก็คือยุง เหลือบ ริ้น ไร แมลงต่าง ๆ ทีนี้ ๖๐,๐๐๐ โดสนี้เราได้รับรายงานเข้ามา ขณะนี้เรากระจาย ไปแล้ว เริ่มแล้ว วันพรุ่งนี้ฉีด ตัวผมเองก็จะลงพื้นที่ ลงไปติดตามแล้วก็ไปฉีดทุกจังหวัด ในภาคอีสาน ในเบื้องต้น ๖๐,๐๐๐ โดส มีไปทั้งหมด ๙ จังหวัดด้วยกัน ทำไมจึงเหลือ ๙ จังหวัด ในขณะที่ติด ๓๐-๔๐ จังหวัด คืออย่างนี้ครับ ๖๐,๐๐๐ โดสนี้ เราพิจารณา ในเขตที่เกิดโรคก่อน ก่อนที่จะเกิดอีก ๒๐ จังหวัด เราก็เห็นว่าจังหวัดเหล่านี้ต้องรีบไป แล้วคณะกรรมการก็ได้พิจารณาทั้งหมด เช่น จังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดสกลนคร จังหวัดขอนแก่น จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดหนองคาย จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดพะเยา นี่ ๖๐,๐๐๐ โดส ๓๐๐,๐๐๐ โดสล่ะ ๓๐๐,๐๐๐ โดส เราก็รู้แล้วเรามีเกิดขึ้นมาถึง ๔๐ จังหวัด ก็เอา ๔๐ จังหวัดนี้มาว่าเราจะป้องกันจุดไหน เท่าไร ๆ ตอนนี้เรากำลังพิจารณา แล้วกำลังจะเข้ามาอาทิตย์นี้ครับ ๓๐๐,๐๐๐ โดสนี้ ส่วนที่ หลานถามว่าแล้วจะทำอย่างไรมันก็ไม่พอ วัวมีตั้ง ๖ ล้านตัว เราก็บอกว่าให้ภาคเอกชน ชมรมสมาคมนำหรือสั่งซื้อวัคซีนเข้ามาเองได้ คือบางคนเขารอไม่ได้ที่จะรับส่วนแบ่งนี้ โดยกรมปศุสัตว์จะอำนวยความสะดวก ท่านไปที่กรมเลยครับ เขาจะมีแบบฟอร์มให้เสร็จ ข้าพเจ้านายนั่นนายนี่ ยินดีบริจาค เหมือนบริจาคนะครับ แต่ยิ่งไปกว่านั้นวันนี้เราเห็นว่า ความจำเป็นเกิดขึ้นแล้ว ผมเองได้ทำหนังสือถึงกระทรวงสาธารณสุข ให้กรมปศุสัตว์นี้ ใครก็ แล้วแต่ที่นำวัคซีนที่จะมาช่วยเหลือสัตว์ครั้งนี้ ขอให้ อย. ใช้ช่องพิเศษให้ เพื่อให้ทันกับเหตุการณ์นะครับ ถ้าพิจารณากันตามตัวอักษร ๓ เดือน ๖ เดือนไม่จบ ก็ขอช่องพิเศษให้ช่วยปล่อยวัคซีนเหล่านี้ไป ดังนั้นวัคซีนส่วนเอกชน ยินดีครับ ที่จะให้นำเข้ามาไปที่กรมปศุสัตว์เลย นำเข้ามาวันไหน ราคาอะไรมันเรื่องของท่าน เรายินดีอำนวยความสะดวกทุกประการให้เพื่อให้ทันกับเหตุการณ์ อันนี้เป็นสิ่งที่อยากจะ กราบเรียนเพื่อนสมาชิกให้ได้ทราบครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญคำถามที่ ๒ ครับ🔗

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี นะคะกับคำถามแรก ทีนี้เป็นข้อสงสัยต่อมาค่ะ เพราะเนื่องจากว่าเวลาเรามีข่าวเรื่อง โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) หลาย ๆ ครั้งเราจะใช้คำว่า เป็นโรคอุบัติใหม่ในประเทศไทย ซึ่งก็จริงค่ะ โรคนี้เป็นโรคที่เกิดครั้งแรกในประเทศไทย แต่ก็ปรากฏว่าโรคชนิดนี้เคยเกิด มาแล้วที่แอฟริกาเมื่อหลายสิบปีก่อน ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งแรกของโลก ก็เลยเป็นคำถาม ต่อมาจากเรื่องวัคซีนค่ะท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีได้ตอบว่าวัคซีนสำหรับการป้องกัน ส่วนอาการของโรคขณะนี้ก็คือรักษาตามอาการ ดิฉันจึงมีคำถามค่ะ ในเมื่อ ๓๖๐,๐๐๐ โดส แรกมาแล้ว กำลังมาอีกที่เหลือ ๓๐๐,๐๐๐ โดส แล้วก็ในลอต (Lot) ต่อ ๆ ไปนั้น ทาง ท่านรัฐมนตรีก็ยังไม่ได้ตอบว่าจะได้สั่งมาเพิ่มไหม เพียงแต่ว่าจะเปิดช่องให้กับทางเอกชนได้ นำเข้ามาเพื่อช่วยเหลือกับท่านเกษตรกรที่พร้อม มีทุนส่วนตัวในการที่จะจ่ายเงินเพื่อ ซื้อวัคซีนมาฉีดไว้ก่อน มันเลยเป็นคำถามต่อมาค่ะ เรามีกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย เรามีหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการวิจัย ไม่ว่าจะเป็นยาหรือวัคซีนทั้งหมดนี้ค่ะ จะเป็นไปได้ไหมในอนาคตที่หลังจากโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ได้ซาลงไปแล้ว ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยท่านรัฐมนตรีจะมีการพัฒนาในเรื่องของการผลิตยา ขึ้นมาเอง หรือผลิตวัคซีนขึ้นมาเองเพื่อที่เราจะได้ไม่ต้องไปหวังพึ่งกับการสั่งซื้อวัคซีนมาจาก ต่างประเทศที่ว่าเมื่อเราสั่งแล้วเราต้องมารอว่าไม่รู้เมื่อไรเขาจะส่งมาให้เรา หรือว่าไม่รู้เมื่อไร ว่าเราจะได้ตามจำนวนหรือเปล่า ซึ่งอย่างที่ท่านบอกค่ะ โค กระบือในประเทศไทยมีมากกว่า ๖ ล้านตัว แต่วัคซีนขณะนี้ท่านสั่งได้แค่ ๓๖๐,๐๐๐ โดสมันยังไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของ ที่มีทั้งหมด เพราะฉะนั้นอยากจะสอบว่าในอนาคตจะมีโอกาสไหมที่เราจะมีศูนย์วิจัย ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องวัคซีนหรือเรื่องยาที่เกี่ยวข้องกับทางปศุสัตว์โดยตรงโดยที่ไม่ต้องหวังพึ่ง เทคโนโลยีหรือว่ายาจากต่างประเทศอีกค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

ประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผมขอชมคำถามนี้เป็นอย่างยิ่ง ไม่เคยได้ยินมาก่อน ขอกราบเรียนเพื่อนสมาชิกอย่างนี้ครับ ท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านเอาใจใส่ตั้งแต่เริ่มต้นเลย ท่านไม่ต้องกลัวครับ ท่านบอกเลย ให้กรมปศุสัตว์ โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั้นของบกลางเลย ท่านยินดีสนับสนุน เพราะความ เดือดร้อนครั้งนี้เป็นของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ท่านบอกเลยครับ ขอเพิ่มวัคซีน ขอมุ้ง ขอยาวิตามินได้หมดครับ ท่านยินดีสนับสนุนเต็มที่ครับ ขอกราบเรียนว่าไม่ต้องห่วง หมดนี้แล้วยังมีต่ออีก ที่ผมบอกว่าให้ภาคเอกชน บางคนใจร้อน เขามีเงินมีทองมาก เขาเลี้ยง เป็นพันตัว อย่างนี้เขาก็สามารถนำเข้าเองได้โดยกรมปศุสัตว์อำนวยความสะดวก🔗

เรื่องที่ ๒ ที่ท่านพูดมานี้ถูกใจผมมาก เราไม่คิดหรือ พัฒนาวัคซีนเป็นของ เราเอง อย่างที่ผมกราบเรียนไปแล้วว่าเป็นโรคอุบัติใหม่ โรคนี้เกิดมาตั้ง ๙๒ ปีแล้ว เกิดที่แอฟริกา แต่ในอาเซียน (ASEAN) ไม่เคยมี เพิ่งจะมีปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ มาประเทศ เพื่อนบ้านอย่างที่ผมกราบเรียนไปแล้ว แล้วก็มาติดที่ประเทศเพื่อนบ้านที่เราล็อกประเทศอยู่ ในขณะนี้เกี่ยวกับการไม่ให้เคลื่อนสัตว์ วัคซีนนี้เราได้เห็นแล้ว เราสร้างมีนะครับวัคซีน แต่ ๓๐-๔๐ ปี โรงวัคซีนของกรมปศุสัตว์มีอายุเกือบ ๔๐ ปีแล้ว อยู่ที่อำเภอปากช่อง ไม่ได้รับงบประมาณหรือพัฒนาอะไรเลย ท่านเอาเรื่องนี้มาเป็นโอกาสที่จะให้กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ได้มีโรงงานผลิตวัคซีนเสียที ให้ทันสมัย วันนี้เรารักษาได้ไหม ได้ครับ วันนี้โรคนี้ อุบัติขึ้นเมื่อ ๓ เดือนที่แล้วที่จังหวัดร้อยเอ็ด กรมปศุสัตว์ก็ส่งสัตวแพทย์ไปเก็บเชื้อมา วันนี้เราเพาะเชื้อเสร็จแล้ว เสร็จเดือนกรกฎาคม ปลายเดือนกรกฎาคมก็จะลองเอาเชื้อ ที่ทำวัคซีนนี้ไปปฏิบัติดูว่าเกิดประสิทธิภาพเต็มที่หรือไม่ เราทำแล้วครับ ไม่ใช่ว่าไม่ทำ แต่ว่า เครื่องไม้เครื่องมือเรามันล้าหลัง ที่ทำได้ก็คือโรคปากเท้าเปื่อยที่ทำอยู่ในขณะนี้ โรงวัคซีนนี้ นะครับ ถ้าท่านพูดอย่างนี้เหมือนกับช่วยกันสนับสนุนทางด้านเทคโนโลยี ทางด้าน งบประมาณ เราต้องยอมรับว่าอาชีพปศุสัตว์นั้นสำคัญแล้ว เป็นอาชีพหนึ่งของคนไทย โรงวัคซีนต้องมี ไม่ใช่ว่ารอให้เกิดอีกเราก็จะต้องไปสั่งซื้ออีก วันนี้เราพร้อมครับที่จะพัฒนา วัคซีนให้เกิดแก่ปศุสัตว์ทั้งหมด🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญครั้งที่ ๓ เลยครับ🔗

นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

ขอบพระคุณค่ะ ท่านประธาน ต้องขอขอบพระคุณกับคำตอบของท่านรัฐมนตรีนะคะ เพราะว่าในเรื่อง ของการพัฒนาไม่ว่าจะเป็นยาหรือวัคซีน นอกเหนือจากถ้าประเทศเราสามารถทำได้ อย่างดีแล้ว ดิฉันก็อาจจะมองไปถึงอนาคตเราอาจจะเป็นศูนย์กลางในการส่งออกยาแล้วก็ วัคซีนในโซน (Zone) ภูมิภาคนี้นะคะ เพราะว่าอันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่คำถามเกี่ยวกับ วัคซีนนะคะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย อุบลราชธานี

ประเด็นเรื่องต่อมา ดิฉัน อาจจะมีประเด็นต่อเนื่องจากท่านชูวิทย์ ขออภัยที่เอ่ยนามนะคะ เมื่อสักครู่ที่ท่านได้พูดถึง เรื่องเยียวยา ในประเด็นของเรื่องเยียวยาค่ะ ดิฉันเข้าใจว่าขณะนี้ทางปศุสัตว์ก็ได้แจ้งให้ พี่น้องประชาชนได้ถ่ายรูป ได้ทำตำหนิอะไรต่าง ๆ นานา แล้วก็แยกสัตว์ออกไปคนละคอก เรียบร้อยแล้ว ปัญหาอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นค่ะ มันมี ๒ อย่างที่พัวพันกัน อย่างแรก เมื่อสักครู่ ที่ท่านชูวิทย์ได้บอกว่าเกษตรกรบางท่านมีติด ๑ ตัว หรือ ๒ ตัว ก็รีบขายยกคอกเรียบร้อยแล้ว ปัญหาต่อมาค่ะ ในโซน (Zone) ภาคอีสานบ้านดิฉัน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือซึ่งนิยมบริโภค เนื้อวัวตามเขียง ปัญหานี้จะเป็นปัญหาที่ว่าขณะนี้ความมั่นใจของประชาชนในการซื้อเนื้อ ก็ต่ำลงค่ะ เพราะไม่ทราบว่าในแต่ละชุดที่นำออกมาขาย ในแต่ละเขียงเป็นวัวในคอกที่มีโรค หรือเปล่า ซึ่งความมั่นใจนี้ดิฉันก็อยากจะฝากให้ท่านรัฐมนตรีได้ย้ำกับทางกรมปศุสัตว์ว่า มันจะมีวิธีการไหนบ้างในการที่จะเหมือนทำให้ประชาชนได้มั่นใจเพื่อการค้าขายทุกอย่าง ยังเป็นปกติอยู่ อันนี้คือเรื่องที่ ๑ นะคะ🔗

ประเด็นต่อมาก็คือเรื่องการเยียวยา ดิฉันเข้าใจค่ะว่าความตั้งใจในการ เยียวยาให้ประชาชนต้องมี ไม่ว่าจะตายไปแล้วหรือว่าเกิดอาการเจ็บป่วยอยู่ แต่ก็ต้อง มีมาตรการที่ค่อนข้างรัดกุมค่ะ เพราะว่าถึงแม้ว่าจะมีการถ่ายรูปถ่ายอะไรไปแล้ว ดิฉัน ก็เกรงว่าในบางพื้นที่อาจจะมีการวนเวียน วัว ๑ ตัวอาจจะเวียนไปถึงหลายคอกทีเดียว ก็มีการฝากเอาไว้ก่อน เราต้องป้องกันอย่างนี้ค่ะ เพราะกลายเป็นว่าคนที่ต้องการได้รับ ความช่วยเหลือจริง ๆ อาจจะไม่ถึง อาจจะถึงคนที่อยู่ใกล้ ๆ กันมากกว่า แล้วก็ฝากด้วยค่ะว่า ขณะนี้ประชาชนค่อนข้างบ่นพอสมควรนะคะ บ่นกับการที่แจ้งไปทางปศุสัตว์ และปศุสัตว์ มีแต่บอกว่ากำลังคนไม่พอ ดิฉันก็ต้องฝากค่ะ เพราะว่าเมื่อกี้ท่านได้พูดถึงอยากจะเพิ่ม ทั้งอาสาสมัคร อยากจะเพิ่มทั้งทีมงานที่เข้ามาช่วยกับทางปศุสัตว์ เพื่อให้พี่น้องได้เข้าใจ ว่าการทำงานมันต้องใช้กำลังคนมากพอสมควรกับโรคอุบัติใหม่ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน ๓๐-๔๐ จังหวัดทั่วประเทศนี้ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีเชิญครับ🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานครับ ขอตอบข้อซักถามอีกครั้งหนึ่ง ท่านถามว่าจะสร้างความมั่นใจ ให้กับผู้บริโภคหรือว่าพี่น้องทั่วไปได้อย่างไร ผมขอเอาคำตอบตอนที่อภิปรายพิจารณา งบประมาณ ผมได้สั่งให้ทำแผ่นพับให้ไปมอบให้กับเกษตรกรและผู้บริโภคทุกคน ในที่นี้ หมายถึงเขียงนะครับว่าโรคนี้รักษาหาย และรักษาหายขาดได้ ๒. เนื้อบริโภคได้ ๓. ไม่ติดต่อ ถึงคน เพื่อสร้างความเข้าใจให้เห็นชัดว่าโรคนี้รักษาหาย เนื้อกินได้ ไม่ติดต่อถึงคน ให้ทำแผ่น พับและวิธีรักษาด้วย ให้ปศุสัตว์อำเภอดำเนินการให้ถึงทั่วทุกแห่ง🔗

เรื่องที่ ๒ ที่ท่านห่วงว่าซากที่ตายแล้วจะมีเวียนเทียน อันนี้ดีมากที่ท่านช่วย เตือน เพราะว่าเราต้องการให้โปร่งใสแล้วก็ไม่ให้มีการทุจริตเหมือนกับโครงการต่าง ๆ คืออย่างนี้ครับ วัวเดี๋ยวนี้มีการขึ้นทะเบียน ขึ้นรูปพรรณไว้ ก่อนที่จะจ่ายเงินมีข้อกำหนดไว้ อันหนึ่งคือต้องทำประชาคมครับ ตรงนี้ล่ะที่ค่อนข้างที่จะรัดกุม เมื่อเราจะจ่ายเงินเราก็จะ เชิญประชาคมในหมู่บ้านว่าวัวตัวนี้ของนาย ก ได้ตายไปแล้ว ๒ ตัว จริงไหม ถ้าไม่จริงเขาก็ จะค้านว่าไม่จริง บ้านนี้ไม่ได้เลี้ยงวัวเลยหรือเลี้ยงไม่ถึงในทำนองนี้ และประกอบกับรูปถ่ายที่ ถ่ายเอาไว้ต้องขอขอบคุณ ส.ส. แนน หรือหลานสาวเป็นอย่างยิ่งที่ช่วยเตือนเรื่องนี้มาครับ ยินดีรับไปปฏิบัติครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอขอบคุณเจ้าของกระทู้ ทั้ง ๒ กระทู้นะครับ ท่านบริหารเวลาได้ดีแล้วก็ปฏิบัติตามข้อบังคับซึ่งก็ทำให้ประหยัดเวลา ไปได้มากเลยครับ จบกระทู้ถามในวาระที่ ๑.๑ นะครับ🔗

๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗

๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๓๒๖ เรื่อง ขอให้กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบายให้ นักเรียนได้รับการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น (นางอนุรักษ์ บุญศล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รัฐมนตรีติดภารกิจขอเลื่อนไป🔗

๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๓๒๗ เรื่อง ขอทราบผลการดำเนินโครงการ (One Map) (นางผ่องศรี แซ่จึง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมาย ให้ พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้ตอบ🔗

ขอเชิญคุณผ่องศรีครับ🔗

นางผ่องศรี แซ่จึง ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี แซ่จึง ส.ส. ศรีสะเกษ เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ดิฉันมีกระทู้ที่จะเรียนถาม ท่านนายกรัฐมนตรี ตามที่ได้ทราบกันมาแล้วว่าการแก้ปัญหาในเรื่องที่ดินนั้นเป็นเรื่องที่ ยืดเยื้อยาวนาน ไม่ประสบความสำเร็จ ทำให้พี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนยังรอความหวังค่ะ ท่านประธาน ท่าน ส.ส. ทุกเขตพื้นที่ในประเทศไทยดิฉันเชื่อมั่นว่ารอความหวัง ในการแก้ปัญหาเรื่องที่ดินนี้ และเจ้าหน้าที่ที่จะปฏิบัติก็รอความหวังเหมือนกันจะได้เห็น ความชัดเจน เนื่องจากว่ามาตราส่วนในการรังวัดที่ดินนั้นมันจะไม่เท่ากัน ไม่เหมือนกันค่ะ ท่านประธานมีตั้งแต่ ๒๕๐๐๐๐ ๑ : ๑๐๐๐๐๐ ๑ : ๕๐๐๐๐ และ ๑ : ๔๐๐๐ ทำให้เกิด ปัญหายุ่งยากในการที่จะทำให้ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนั้นแก้ได้ตกไป เพราะฉะนั้นดิฉันจึงขอตั้งกระทู้ถามท่านนายกรัฐมนตรีดังต่อไปนี้🔗

ตามที่คณะรัฐมนตรีได้มติเมื่อวันที่ ๒๒ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๘ เห็นชอบให้ดำเนินการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินของรัฐแบบบูรณาการ มาตราส่วน ๑

๔๐๐๐ หรือที่เราเรียกกันสั้น ๆ ว่าวันแมป (One Map) เพื่อให้ประเทศไทยมีแนวเขต ที่ดินของรัฐที่ถูกต้อง ทันสมัย อยู่บนมาตรฐานแผนที่มาตราส่วน ๑ : ๔๐๐๐ แนวเขตที่ดิน ไม่ว่าจะเป็นที่ดินของรัฐหรือที่ดินของเอกชนจะต่อกันได้สนิท ไม่ทับซ้อนกัน เพื่อให้ ทุกส่วนราชการใช้และยึดถือในแนวทางเดียวกัน สามารถนำไปใช้ในการแก้ไขปัญหา ข้อพิพาทระหว่างรัฐกับภาคเอกชนเกี่ยวกับการบุกรุกและครอบครองที่ดินของรัฐทั้งในที่ป่าไม้ ที่ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม หรือที่เราเรียกกันว่า ส.ป.ก. ที่นิคมสร้างตนเอง ที่ราชพัสดุ ที่ทางหลวง ที่แม่น้ำ ที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกัน เป็นต้น มีกำหนดแล้วเสร็จภายในเดือนกันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ และโดยที่โครงการดังกล่าว เป็นการดำเนินการสืบเนื่องมาจากโครงการจัดทำแผนที่ฐานในการกำหนดแนวเขต การใช้ประโยชน์และการอนุรักษ์ที่ดิน หรือที่เราเรียกกันว่า รีเชป (Reshape) ตามมติ คณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๔๘ และโครงการเร่งด่วนเพื่อแก้ไข ปัญหาการบุกรุกทำลายทรัพยากรป่าไม้ของประเทศ ตามที่คณะรัฐมนตรีรับทราบ เมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๒ บัดนี้ระยะเวลาดำเนินการโครงการได้ล่วงเลย ๔๐๐๐ หรือวันแมป (One Map) รัฐบาล จะดำเนินการแล้วเสร็จสมบูรณ์ได้เมื่อไร ขอทราบรายละเอียด เหตุผลและความสำเร็จที่ผ่านมา ข้อที่ ๑ ค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับมอบหมายจาก ท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้มาตอบกระทู้ถามในเรื่องนี้ ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้กรุณาซักถามติดตามความคืบหน้าในการดำเนินการ ผมขอ อนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่าท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะที่ท่านเป็นประธานกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือ คทช. ได้ให้ความสำคัญ ในการดำเนินการตามนโยบายโครงการปรับปรุงแผนที่แนวเขตที่ดินแบบบูรณาการ มาตราส่วน ๑ : ๔๐๐๐ หรือวันแมป (One Map) ที่ท่านได้กล่าวนะครับ เพื่อให้การบริหาร จัดการที่ดินและทรัพยากรดินของประเทศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ผมขออนุญาต กราบเรียนในการดำเนินการที่ท่านสมาชิกท่านได้กล่าวว่าเมื่อปลายปี ๒๕๕๘ นั้นได้มี นโยบาย ได้มีการดำเนินการจัดทำโครงการนี้ขึ้นเพื่อที่จะทำให้ประเทศไทยนั้นมีแนวเขตที่ดิน ของรัฐที่ถูกต้อง ทันสมัย แล้วก็ไม่ทับซ้อนกันบนพื้นฐานของมาตราส่วนเดียวกันคือมาตราส่วน ๑ : ๔๐๐๐ ซึ่งจะทำให้ทุกส่วนราชการนั้นได้ใช้ยึดถือเป็นแนวทางเดียวกัน ตรงนี้ก็ตามที่ ท่านสมาชิกได้กล่าวว่าก็จะทำให้ปัญหาระหว่างหน่วยงานของรัฐเอง แล้วก็ปัญหาระหว่าง หน่วยงานของรัฐกับเอกชนหรือประชาชนนั้นได้มีการแก้ไขต่อไป ในการดำเนินการ เมื่อปลายปี ๒๕๕๘ ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา แล้วก็มีการดำเนินการ มีการกำหนด หลักเกณฑ์ในการที่จะปรับปรุงพื้นที่แนวเขตแบบบูรณาการหรือวันแมป (One Map) แล้วก็ ได้นำเรียนคณะรัฐมนตรีในเดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งในช่วงนั้นทางคณะรัฐมนตรีก็ได้รับ ทราบความเห็นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ให้คณะกรรมการนั้นได้รับข้อสังเกตจาก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ซึ่งขออนุญาตกราบเรียนว่าในการดำเนินการในพื้นที่ของรัฐ ที่จัดทำวันแมป (One Map) นั้นมี ๕ กระทรวง มีหน่วยงานถึง ๙ หน่วยงานที่เป็น ผู้รับผิดชอบพื้นที่อยู่ ที่มีพื้นที่แนวเขตนั้นพาดทับกัน ในการดำเนินการข้อสังเกตนั้น คณะรัฐมนตรีก็ให้คณะกรรมการได้รับไปดำเนินการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการที่จะไป ตรวจสอบแนวเขตที่ดินของรัฐในส่วนที่มีความทับซ้อนกับที่ดินของประชาชน ซึ่งเรื่องนี้ถือว่า เป็นเรื่องสำคัญ แล้วก็การกำหนดพื้นที่บางส่วนให้เป็นพื้นที่ป่าไม้ ซึ่งยังไม่ได้สอดคล้องกับ หลักการทางกฎหมายที่ใช้ในการดำเนินงานและมติคณะรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง แล้วก็ให้ หน่วยงานที่มีหน้าที่ตามกฎหมายในการดูแลที่ดินของรัฐแต่ละประเภทได้นำข้อยุติดังกล่าว ไปประกอบการดำเนินการตรวจสอบแนวเขตที่ดินของรัฐให้ถูกต้องตรงกันและให้เห็นชอบ ร่วมกันก่อน แล้วจึงเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาให้ความเห็นชอบรับรองแนวเขตอีกครั้งหนึ่ง🔗

ขออนุญาตกราบเรียนว่าจากข้อสังเกตนั้น เมื่อเดือนเมษายน ๒๕๖๒ คณะรัฐมนตรีก็ได้มอบเรื่องนี้ในเรื่องของการแก้ไขปัญหาเรื่องของที่ดิน รวมทั้งเรื่องของ วันแมป (One Map) นี้ไปอยู่ภายใต้ของ คทช. คือเป็นมติคณะกรรมการนโยบายที่ดิน แห่งชาติที่จะไปดำเนินการ และเมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๖๓ ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะที่ท่าน เป็นประธาน คทช. ก็ได้แต่งตั้งอนุกรรมการขึ้นมาดำเนินการ ๙ คณะ อนุกรรมการ ทั้ง ๙ คณะนี้ก็จะดำเนินการรับผิดชอบในการที่จะดูแลเรื่องการบริหารจัดการที่ดินและ ทรัพยากรดินให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งจะเป็นการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน รวมไปถึงการกระจายถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม และเป็นการพัฒนาศักยภาพการใช้ ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด เป็นธรรม ยั่งยืน ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม รวมถึงความมั่นคงของประเทศด้วย ในคณะอนุกรรมการ ๑ ใน ๙ ภายใต้คณะ คทช. นั้น ๔๐๐๐ และแก้ไขปัญหาแนวเขตที่ดินของรัฐ ซึ่งเรียกย่อ ๆ ว่าอนุวันแมป (One Map) ซึ่งหน้าที่สำคัญของอนุกรรมการนี้ คณะอนุกรรมการนี้มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานคณะอนุกรรมการ แล้วก็มีหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่จะร่วมกันพิจารณา กำหนดในเรื่องการพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาและเขตที่ดินของรัฐให้เป็นไปตามมติ คณะรัฐมนตรีที่ผมจะกล่าวแล้วนะครับ ว่าด้วยการปรับปรุงแผนที่วันแมป (One Map) ให้ถูกต้องตามข้อเท็จจริง ให้ความเห็นชอบและเสนอแนะ แก้ไข ปรับปรุงแนวเขตที่ดิน หรือแผนที่แนบท้ายกฎหมายให้สอดคล้องกับแผนที่วันแมป (One Map) ที่สำคัญคือจะต้อง จัดทำข้อเสนอแนะเพื่อให้ได้ข้อยุติแนวเขตที่ดินของรัฐที่ทับซ้อนกันหรือไม่ถูกต้อง ตามกฎหมายที่กำหนด รวมทั้งคณะนี้ก็ต้องเสนอมาตรการที่จะช่วยเหลือและผู้ได้รับ ผลกระทบกรณีที่มีการปรับปรุงแผนที่วันแมป (One Map) ให้เป็นมาตราส่วนเดียวกัน ก็จะมีกำหนดให้มาตรการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการดำเนินการนั้นด้วย ขออนุญาต กราบเรียนว่าในคณะอนุกรรมการวันแมป (One Map) นั้น เรียนว่าเมื่อลงไปดูรายละเอียด ของแต่ละพื้นที่แล้วมีรายละเอียดค่อนข้างมาก ที่ผมกราบเรียนแล้วว่ามี ๕ กระทรวง มี ๙ หน่วยงาน ฉะนั้นในการดำเนินการนั้นเพื่อให้เป็นไปอย่างรวดเร็วก็มีการจัดตั้ง คณะทำงานขึ้นมา ๒ คณะทำงานร่วมกันตามอำนาจหน้าที่ คณะทำงานที่ ๑ ก็จะไปกำหนด เรื่องของปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วก็ไปเสนอมาตรการที่เหมาะสม ผลกระทบต่าง ๆ ในเรื่องของ การปรับปรุงแนวเขต คณะทำงานที่ ๒ อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นคณะทำงานทางเทคนิค คือตรวจสอบตามมติของคณะรัฐมนตรีครั้งหนึ่งว่าที่กำหนดไว้ ที่ทำไว้เดิมนั้นถูกต้องหรือไม่ มันเป็นไปตามมติคณะมนตรีหรือเปล่า ถ้าเป็นกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มีความถูกต้องตรงกัน ทุกหน่วยที่เป็นผู้รับผิดชอบพื้นที่ต้องเห็นชอบร่วมกัน แล้วก็จัดทำข้อเสนอแนะ ซึ่งในขั้นตอน การดำเนินการต่อไปนั้นเมื่อคณะอนุกรรมการวันแมป (One Map) ได้ดำเนินการตรวจสอบ แล้วก็จะเสนอให้ คทช. ได้พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนที่จะนำเรียนคณะรัฐมนตรี เพื่อรับรองเส้นแนวเขตต่อไป ในการดำเนินการขออนุญาตเรียนว่าความคืบหน้าในการดำเนินการ คณะอนุกรรมการวันแมป (One Map) นั้นได้ดำเนินการเข้าไปตรวจสอบโดยไปศึกษาว่า ในจำนวนพื้นที่นั้น จังหวัดทั้งหมดนั้นก็มีบางพื้นที่ บางส่วนนั้นก็มีปัญหาทับซ้อนกันน้อย บางส่วนก็เป็นพื้นที่ปานกลาง และบางส่วนก็มีพื้นที่ที่ทับซ้อนกันอยู่มาก ก็ได้แบ่งเป็น คลัสเตอร์ (Cluster) เป็นกลุ่มไว้ว่ากลุ่มจังหวัดที่มีปัญหาการทับซ้อนพื้นที่ที่ดินของรัฐน้อย ปานกลาง แล้วก็จำนวนมาก ได้กำหนดความเร่งด่วนในการดำเนินการเพื่อให้สามารถที่จะ ดำเนินการได้เป็นผล แล้วก็ใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการต่อไป ในขั้นตอนแรก ความเร่งด่วนแรกก็ได้กำหนดที่จัดในปีงบประมาณ ๒๕๖๔ ปีนี้ก็จะดำเนินการในส่วนของ จังหวัดหรือกลุ่มพื้นที่จังหวัดที่มีพื้นที่ทับซ้อนกันน้อยและปานกลางก่อน ซึ่งปัจจุบัน ได้ดำเนินการไปแล้ว ตรวจสอบไปแล้ว ๑๑ จังหวัด ซึ่งจะมีอยู่ทั้งหมด ๔๔ จังหวัดในขั้นตอนนี้ ซึ่งได้เร่งรัดดำเนินการจะให้เสร็จสิ้นภายในปีงบประมาณ ๒๕๖๔ นี้ ในส่วนที่เหลือที่มีพื้นที่ ที่ทับซ้อนกันค่อนข้างมาก แล้วก็มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็จะเร่งรัดดำเนินการต่อไป นะครับ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อที่จะให้การดำเนินการนั้นเป็นไปตามวัตถุประสงค์ เป็นไปตาม นโยบายของท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมที่เร่งรัดดำเนินการ ในเรื่องวันแมป (One Map) ซึ่งนำไปสู่การบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินภายใต้ คทช. ให้เกิดประโยชน์ แล้วก็เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนตามที่ท่านสมาชิกได้กรุณาซักถาม กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านผ่องศรีมีสิทธิตาม ข้อ ๑๖๗ เมื่อรัฐมนตรีได้ตอบแล้ว ผู้ซักถามมีสิทธิได้อีก ๑ ครั้ง ขอเชิญคุณผ่องศรีครับ🔗

นางผ่องศรี แซ่จึง ศรีสะเกษ

ท่านประธานคะ จากการตอบของ ท่านรัฐมนตรีทำให้ได้ทราบว่าความเคลื่อนไหวนั้นกำลังอยู่ในระหว่างการดำเนินการ ตรวจสอบจังหวัดที่มีที่ซับซ้อนน้อย ส่วนจังหวัดที่ยังมีที่ทับซ้อนกันมากนั้นยังไม่ได้ดำเนินการ ท่านตอบว่าจะแล้วเสร็จในปี ๒๕๖๔ ๔๔ จังหวัด อันนี้ก็เป็นความหวังนะคะที่เราจะต้อง ติดตามกันต่อไป🔗

คำถามข้อที่ ๒ ก็คือว่าถ้าโครงการดังกล่าวสำเร็จแล้วจะสามารถแก้ปัญหา เรื่องที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของประชาชนผู้ได้รับความเดือดร้อนได้หรือไม่ อย่างไร และคาดว่าน่าจะสำเร็จได้เมื่อใด เพราะโครงการนี้เลยเวลาที่กำหนดไว้ ๑ ปี เลยมาเป็นเวลา ๕ ปีแล้ว ตอนนี้ ๖ ปีกว่าแล้ว ประชาชนยังไม่ได้รับทราบ ยังไม่ได้รู้ความเคลื่อนไหวที่จะ ลงไปถึงเขาได้อย่างไรเลย ฉะนั้นคนที่ทำงานนี้ได้ลงไปพื้นที่บ้างแล้วหรือยัง มีการลงไปสำรวจ รังวัดแล้วหรือเพียงแค่สำรวจว่าแค่ ๔๔ จังหวัด ดิฉันกังวล แล้วก็พี่น้องประชาชน ตลอดจน ท่าน ส.ส. ดิฉันเชื่อว่าทุกคนรับทราบปัญหานี้ตลอดมา และเป็นปัญหาเรื้อรัง ปัญหาที่ทำให้ แก้ไม่เสร็จสักที ถ้าปัญหาเรื่องแบบนี้แก้ไม่เสร็จสักทีความหวังของพี่น้องประชาชนก็ริบหรี่ อย่าลืมเรื่องที่ดินเป็นเรื่องของความมั่งคั่ง เป็นเรื่องของความมั่นคง เป็นเรื่องของศักดิ์ศรีของ ความเป็นมนุษย์ ที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน ราษฎรได้รับผลกระทบเยอะมากในการออกกฎหมาย ทับซ้อน ออกกฎหมายให้เขาเป็นผู้ที่ทำกินอยู่มาก่อนแล้วกลายเป็นผู้ผิดกฎหมาย และออก เอกสารสิทธิไม่ได้เป็นจำนวนมาก และหลายปีที่ผ่านมามีการตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณา ศึกษาเป็นกรรมาธิการวิสามัญเยอะมากในเรื่องของที่ดิน ที่ดิฉันดูรายงานประมาณ ๓-๔ ครั้ง แล้วค่ะ แต่การแก้ปัญหายังเหมือนเดิม เวลาเราไปสำรวจกับพี่น้องประชาชนเขาบอกว่า สำรวจอีกแล้วหรือ ไม่เห็นได้เรื่องสักที ก็ยังอยู่เหมือนเดิม ตายไปไม่รู้กี่ชั่วคนแล้วที่ดินเขา ก็ยังไม่ได้รับเอกสารสิทธิอยู่ดี ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็จะเป็นปัญหาแบบนี้ เพราะฉะนั้นมันมีเรื่อง การออกมาตราส่วน ๑

๔๐๐๐ มันมีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาทับซ้อนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ หรือคนทำยังไม่กระจ่างชัดในเรื่องที่จะทำ เพราะดูวิธีการที่จะทำนี่ จากที่ผ่านมาหลายปี มันยังไม่ทำอะไรได้สำเร็จสักที มีหลากหลาย มีตั้งหลายวิธี ทำให้ความหวังของพี่น้อง ประชาชนมันลดลงทุกที และในช่วงโควิด (COVID) นะคะท่านประธานมันลำบาก ขอทำ อะไรให้เขาสักอย่างได้ไหมที่จะทำให้เขารู้สึกว่าเขามีความหวัง เอาเรื่องที่ดินก่อนที่มัน มีปัญหาให้เขาได้เป็นเจ้าของที่ดินจริง ๆ สักครั้งหนึ่งก่อนที่มันจะหมดหวังไปมากกว่านี้ ดิฉัน เชื่อว่ามันทำได้ถ้าจะทำ เพราะฉะนั้นความหวังนี้มันจะแล้วเสร็จเมื่อไร อย่างไร แล้วจะ แก้ปัญหาได้จริงหรือไม่ ขอถามเป็นคำถามที่ ๒ ค่ะท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

พลเอก ชาญชัย ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกครับ ผมขออนุญาตย้อนไปคำตอบ ครั้งที่แล้ว ขออนุญาตเรียนว่าในส่วนของวันแมป (One Map) นั้น ในเส้นกำหนดแนวเขต ที่ดิน ๑ : ๔๐๐๐ นั้น ในทั่วประเทศได้ทำในขั้นต้นจากปี ๒๕๕๘ เสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว เพียงแต่ว่าในมติคณะรัฐมนตรีให้ไปตรวจสอบ ให้มีความชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากว่า ในแต่ละพื้นที่มีปัญหาและมีแนวทางแก้ไขปัญหาที่แตกต่างกันในเรื่องของข้อกฎหมาย เรื่องความเห็นร่วมกันของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพราะฉะนั้นจะต้องดำเนินการด้วยความ รอบคอบ แล้วก็ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน ตรงนี้จึงทำให้คณะอนุกรรมการ วันแมป (One Map) นั้นเข้าไปตรวจสอบ มีการลงพื้นที่ไปดูว่าเส้น ๑ : ๔๐๐๐ ที่กำหนดไว้นั้น เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้หรือไม่ มีหลักเกณฑ์ในการกำหนดเส้นไว้ ๑๓ หัวข้อ ด้วยกัน ก็จะใช้แนวทางหลักเกณฑ์การกำหนดแนวเขตพื้นที่นั้นเป็นหลักในการที่ไป ตรวจสอบ ได้เร่งรัดดำเนินการให้เสร็จโดยเร็ว เมื่อดำเนินการแล้วในคณะ คทช. นั้นก็จะมี อนุกรรมการในส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้องที่จะนำแผนที่แนวเขตตรง ๑ : ๔๐๐๐ นี้ ไปดำเนินการ ในเรื่องของอนุกรรมการจัดหาที่ดิน อนุกรรมการบริหารจัดการที่ดินต่อไปนะครับ🔗

ผมขออนุญาตกราบเรียนอย่างนี้ว่าโครงการปรับปรุงวันแมป (One Map) เมื่อดำเนินการแก้ไขเสร็จแล้ว แล้วก็ ครม. ให้ความเห็นชอบแล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานที่รับผิดชอบพื้นที่จะไปดำเนินการในการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายและแผนที่ แนบท้ายกฎหมายในแต่ละหน่วยงานให้สอดคล้องกันตามที่ท่านได้กล่าวว่าแผนที่แนบท้าย กฎหมายในแต่ละหน่วยงานนั้นไม่ได้ใช้อัตราส่วนเท่ากัน เมื่อเห็นชอบร่วมกันว่าจะใช้ ๑ : ๔๐๐๐ แล้วก็จะไปดำเนินการในการปรับแผนที่ประกอบกฎหมายของแต่ส่วนงาน ซึ่งต่อไปนั้นก็จะทำให้แต่ละพื้นที่นั้นไม่ทับซ้อนกัน ในลักษณะ ๑ พื้นที่ก็จะมี ๑ หน่วยงาน รับผิดชอบที่ชัดเจน ตรงนี้ถามว่าจะเกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างไร ขอเรียนว่าประชาชน ก็จะได้รับทราบแนวเขตที่ดินที่ชัดเจน ส่งผลให้ลดปัญหาข้อพิพาทและลดความขัดแย้ง ในเรื่องการครอบครองที่ดินทำกินของประชาชนกับหน่วยงานรัฐ เกิดความมั่นคงในที่ดิน ทำกิน ที่อยู่อาศัย นอกจากนี้ที่ดินของรัฐอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินก็จะถูกนำมาใช้ อย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประโยชน์สูงสุด เกิดความเป็นธรรม เป็นการช่วยในการลด ความเหลื่อมล้ำ ลดขั้นตอนและความยุ่งยากในการตรวจสอบแนวเขตที่ดิน ทำให้ประชาชน ได้รับความสะดวกรวดเร็วในการรับบริการ เนื่องจากมีแนวเขตที่ดินที่ชัดเจนของรัฐ รวมทั้ง สามารถที่จะออกเอกสารสิทธิที่ดินได้โดยง่ายและรวดเร็วขึ้น ตรงนี้ขออนุญาตกราบเรียนว่า ในการดำเนินการของอนุกรรมการวันแมป (One Map) ซึ่งเป็นจุดที่จะไปกำหนด ๑ : ๔๐๐๐ นั้น ได้เร่งรัดดำเนินการตามที่ผมได้กราบเรียนแล้วว่าเราจะตรวจสอบให้เร็วที่สุด ในขั้นตอนนี้ ก็ได้ตรวจสอบไปในขั้นของ ๒๒ จังหวัด ในขั้น ๒๒ จังหวัดแล้วก็จะทำให้เสร็จภายใน ๔๔ จังหวัดภายในปีนี้ แล้วก็จะเร่งรัดทำให้หมดทั้งประเทศ ไปตรวจสอบ และให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะนำไปดำเนินการในเรื่องของการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินให้เกิด ประโยชน์สูงสุด ขออนุญาตกราบเรียนเบื้องต้นเท่านี้ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จบนะครับ ท่านผ่องศรี ยังมีอะไรติดใจครับ🔗

นางผ่องศรี แซ่จึง ศรีสะเกษ

ท่านประธานคะ ขออีก ๑ นาทีค่ะ ท่านประธาน ขอฝากท่านรัฐมนตรี🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อนุญาต เชิญครับ🔗

นางผ่องศรี แซ่จึง ศรีสะเกษ

ขอฝากท่านรัฐมนตรีว่าอยากให้เร่งรัด เพราะว่าคราวที่แล้ว ๑ ปี มันก็มาเป็น ๖ ปี แต่อันนี้บอกว่าจะเสร็จภายในปี ๒๕๖๔ ดิฉันขอให้ท่านได้โปรดดำเนินการตามที่ท่านได้พูดในสภานี้ ดิฉันสงสารพี่น้องประชาชน นะคะ เพราะว่าตอนนี้ทั้งวัว ทั้งหมู ทั้งคน แล้วก็วันนี้พี่น้องดิฉันในเขต ๘ ศรีสะเกษ มีพวกที่ ขายหอมแล้วยังไม่ได้เงินที่ขายหอมเลยค่ะ เหมือนว่าจะถูกโกงก็ไม่แน่ใจ เป็นหลายล้านบาท ขายแล้วไม่ได้ แล้วเงินที่ลงทุนไปนี่ยังไม่ได้เลย อย่างนี้เป็นต้น แล้วก็อยากฝากท่านว่าอะไร ที่ควรทำให้เขาทำเถอะค่ะ เพราะว่าวันนี้อะไรบางอย่างนี้ที่มันคาราคาซังมานานอยากให้ เร่งรีบ เพื่อให้เขามีขวัญและกำลังใจขึ้นมาสักนิดหนึ่ง ฝากท่านด้วย แล้วก็เรื่องของราคาปุ๋ย เรื่องอะไรอยากให้รัฐบาลได้เข้มงวดดูแลด้วยเพราะมันเดือดร้อนกันมากเลยตอนนี้ ไม่รู้ว่า ชาวบ้านบอกว่าปลูกหอมแล้วจะไปขายให้ใครนะปีนี้ ปีที่แล้วขายไม่ได้เงิน ปีนี้จะมีที่ขายไหม ถ้าปลูกแล้วจะได้ขายไหม แม้แต่ข้าวที่ท่าน ส.ส. ท่านพูดไปเมื่อเช้านี้ ท่านวิสุทธิ์พูดไป ราคาประมาณจะให้เขาอยู่อย่างไร ดิฉันเชื่อว่าท่านรู้ ท่านเข้าใจ ทุกคนเข้าใจ แต่อย่างเรา จะทำให้บางเรื่องมันผ่านไป มันแก้ปัญหาให้ได้สักเรื่อง ๒ เรื่อง หรือการควบคุมราคาสินค้า ให้พี่น้องเขาได้รู้สึกว่าเขาได้รับการช่วยเหลืออย่างแท้จริง โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรนะคะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ🔗

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

ขออนุญาตตอบครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านรัฐมนตรีเลยครับ🔗

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ต้องขอบคุณ นะครับที่ได้กรุณาให้ข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะในการดำเนินการที่จะดูแลพี่น้องประชาชน ในเรื่องของเกษตรกร ขออนุญาตเรียนอีกครั้งให้ความเข้าใจอีกครั้งหนึ่งว่าในการตรวจสอบ วันแมป (One Map) นั้น ในปี ๒๕๖๔ ในปีนี้ก็จะดำเนินการตามพื้นที่กลุ่มจังหวัดที่มีปัญหา ทับซ้อนน้อยและปานกลาง ๔๔ จังหวัด ในส่วนที่เหลือนั้นก็จะดำเนินการในปี ๒๕๖๕ เราจะ เร่งรัดให้การดำเนินการให้เสร็จตามกรอบนี้ครับ เพื่อที่จะให้ทาง คทช. ไปดำเนินการ ตามเรื่องของกำหนดนโยบาย เรื่องการบริหารจัดการที่ดินและทรัพยากรดินให้อย่างมี ประสิทธิภาพต่อไป กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ🔗

๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๓๒๙ เรื่อง ปัญหาการจับกุมการละเมิดทรัพย์สิน ทางปัญญาของผู้ค้ารายย่อย (นายอัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มอบหมายให้ นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เป็นผู้ตอบ🔗

กระทู้ถามนี้ท่านอัครเดช เข้าใจดีอยู่แล้วนะครับ ถามได้ ๒ ครั้งครับ เชิญเลยครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรจังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระผม ได้ทำกระทู้ถามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เกี่ยวกับปัญหาของการละเมิดทรัพย์สิน ทางปัญญาของผู้ค้ารายย่อย ซึ่งวันนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้มอบหมายให้ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านสินิตย์ เลิศไกร ได้มาตอบกระทู้ถามของ กระผม ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์มา ณ โอกาสนี้ กระทู้ที่ผมได้ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานถามไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เนื่องจากมีปัญหาของการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาซึ่งถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ในสังคมไทย เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายจึงได้มีการดำเนินการจับกุมและปราบปราม อย่างจริงจังในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งผู้ที่ถูกจับกุมส่วนใหญ่คือผู้ค้ารายย่อย เป็นพ่อค้า แม่ขายรายเล็กที่หาเช้ากินค่ำที่นำสินค้าที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญามาวางจำหน่าย ตามแหล่งจำหน่ายต่าง ๆ ทั้งในกรุงเทพมหานครและในต่างจังหวัด อย่างไรก็ตามการจับกุม ผู้ค้ารายย่อยที่มีการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาเหล่านี้ยังพบว่ามีปัญหาเกี่ยวกับกระบวนการ และขั้นตอนการจับกุมของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งปัญหาเกี่ยวกับการกำหนดโทษ ที่ไม่เป็นธรรมแก่ผู้ค้ารายย่อยซึ่งได้รับผลกระทบมากที่สุดหรือเทียบกับผู้ผลิตและผู้ค้า รายใหญ่ โดยปัญหาที่พบมากคือมีการแอบอ้างการรับมอบอำนาจจากเจ้าหน้าที่ลิขสิทธิ์ หรือเจ้าของลิขสิทธิ์ การใช้กระบวนการนอกกฎหมาย เช่น การเรียกรับค่าเสียหายจาก ผู้ค้ารายย่อย การไม่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมดำเนินการจับกุม การเข้าค้นโดยไม่มีหมายค้น หรือการไม่อธิบายขึ้นตอนการจับกุมในขณะที่เข้าจับกุม ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้ค้ารายย่อย ได้รับความเดือดร้อนและไม่ได้รับความยุติธรรมในการต่อสู้คดีตามกระบวนการปกติ อีกทั้งยังส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของกระบวนการการจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์หรือ ทรัพย์สินทางปัญญา ท่านประธานที่เคารพ กระผมเองได้มีโอกาสลงพื้นที่ ได้นำภาพมาให้ ท่านประธานได้รับทราบ ในฐานะที่เป็นประธานอนุกรรมาธิการทรัพย์สินทางปัญญา ในกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา สภาผู้แทนราษฎร ได้ไปทำการประชุม แล้วก็ไปประชุมเวิร์กชอป (Workshop) หรือประชุมปฏิบัติการที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัด ราชบุรี เนื่องจากได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่ทำมาค้าขายที่บริเวณตลาดนัด แกรนด์ พลาซา เขตเทศบาลเมืองบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ว่าได้มีผู้ที่แอบอ้างเป็นตัวแทนของ เจ้าของลิขสิทธิ์มาทำการเก็บส่วย ซึ่งในตอนนั้นก็ได้มีการเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือทางจังหวัดราชบุรี ไปประชุมปฏิบัติการ ซึ่งก็พบว่าปัญหาที่พบเจอนั้นเป็นปัญหาที่พี่น้องประชาชนเจอกัน ทั่วประเทศ คือมีการจับกุมแล้วก็ไปปรับกันที่โรงพัก โดยที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการยุติธรรม เราก็ได้มีการประชุมทำเวิร์กชอป (Workshop) กันครับท่านประธานว่าปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น เกิดจากกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม กฎหมายที่มีการกำหนดโทษไว้ค่อนข้างสูง มีการปรับถึง ๔๐๐,๐๐๐-๘๐๐,๐๐๐ บาท ในการละเมิดลิขสิทธิ์โดยไม่มีการแบ่งแยกว่าเป็นผู้ผลิต หรือเป็นผู้ค้ารายใหญ่ หรือเป็นผู้ค้ารายย่อย ฉะนั้นในที่ประชุมจึงได้มีการเสนอให้มีการแก้ไข กฎหมายครับท่านประธาน ก็คือ พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ให้มีการกำหนดโทษให้แตกต่างออกไป โดยมีพระราชบัญญัติยาเสพติดนี้เป็นโมเดล (Model) ครับท่านประธาน คือในอดีต ยาเสพติดเราจะมีการกำหนดโทษที่เหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ผลิต ผู้ค้ารายใหญ่ ผู้ค้ารายย่อย หรือแม้กระทั่งผู้เสพเองมีการกำหนดโทษที่แตกต่างออกไป แต่ว่า พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์นั้น ผู้ผลิต ผู้ค้ารายใหญ่ ผู้ค้ารายย่อยมีโทษเหมือน แม้กระทั่งการค้าขายที่ละเมิดสินค้าลิขสิทธิ์เล็ก ๆ น้อย ๆ ที่มียอดขายไม่กี่สิบบาท ไม่กี่ร้อยบาท เมื่อมีเจ้าหน้าที่ไปจับกุมแล้วก็มีทั้งโทษอาญา และโทษปรับ ซึ่งมีโทษหนักเหมือนกับผู้ผลิตรายใหญ่ ในที่ประชุมในระดับปฏิบัติการที่ สภ. บ้านโป่ง จังหวัดราชบุรีในตอนนั้นก็ได้มีข้อเสนอแนะว่าควรจะมีการแก้กฎหมาย ของ พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ให้เป็นธรรมกับผู้ค้ารายย่อยมากขึ้น โดยมีการกำหนดโทษว่าผู้ผลิต รายใหญ่หรือผู้ผลิตที่มีความจงใจในการละเมิดสินค้าลิขสิทธิ์หรือทรัพย์สินทางปัญญา ก็กำหนดโทษให้สูงไปเลย ผู้ค้ารายใหญ่ก็มีโทษลดหลั่นกันมาจนถึงผู้ค้ารายย่อย ซึ่งปัจจุบันนี้ ถ้าเราไม่มีการแก้ไขกฎหมายตรงนี้ก็จะทำให้มีกระบวนการหากินกับการละเมิดทรัพย์สิน ทางปัญญาหรือละเมิดลิขสิทธิ์ในลักษณะนี้ครับท่านประธาน ที่มีการจับผู้กระทำความผิด ที่เป็นผู้ค้ารายย่อยไปที่โรงพัก แล้วก็มีการปรับกัน แล้วพี่น้องประชาชนก็ได้รับ ความเดือดร้อนต้องไปกู้หนี้ยืมสิน ๓๐,๐๐๐ บาท ๕๐,๐๐๐ บาท ๘๐,๐๐๐ บาทบ้าง ๑๐๐,๐๐๐ บาทบ้าง แล้วแต่การต่อรองในการจับกุมดำเนินคดี ก็จะเป็นความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนในขณะที่ผู้ค้ารายใหญ่หรือผู้ผลิตก็ยังมีการผลิตสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ตรงนี้ผมเลยมีคำถามมายังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่กำกับดูแลกรมทรัพย์สินทางปัญญาว่ากระทรวงพาณิชย์ได้มีแนวทางในการแก้ไขกฎหมาย พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์ หรือ พ.ร.บ. ทรัพย์สินทางปัญญา ในการกำหนดโทษที่ไม่เป็นธรรมนี้มีการ แก้ไขให้เป็นธรรมมากขึ้นหรือไม่ อย่างไร จึงขออนุญาตเรียนถามท่านรัฐมนตรีผ่าน ท่านประธานมา ณ โอกาสนี้ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

ท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบหมาย จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้มาตอบกระทู้ถามที่ ๓๒๙ เรื่อง ปัญหาการจับกุม การละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาของผู้ค้ารายย่อย ซึ่งถามโดย ส.ส. อัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ส.ส. จังหวัดราชบุรี ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับพ่อค้าแม่ค้า ต่อประเด็นคำถาม กรมมีนโยบายและแนวทางในการแก้ไขปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความผิด ด้านทรัพย์สินทางปัญญาเพื่อช่วยเหลือผู้ค้ารายย่อยที่ได้รับผลกระทบอย่างไรบ้าง ปัจจุบัน กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้เสนอแก้ไขปรับปรุงพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดย ๑ ในประเด็นที่ได้มีการแก้ไขและเสนอ ร่างพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... คือการแก้ไขปรับปรุงบทกำหนดโทษ ในมาตรา ๗๐/๑ ซึ่งเป็นบทกำหนดโทษสำหรับความผิดฐานละเมิดข้อมูลการบริการสิทธิ และความผิดฐานละเมิดมาตรการทางเทคโนโลยี ซึ่งในชั้นการตรวจพิจารณาของสำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกาได้มีการตัดอัตราขั้นต่ำออกจากมาตรการดังกล่าวเพื่อให้ศาลสามารถ ใช้ดุลพินิจกำหนดอัตราโทษให้สอดคล้องกับพฤติกรรมและระดับความร้ายแรงของ การกระทำความผิดได้ ทั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้ให้ข้อสังเกตไว้ในบันทึก สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ประกอบร่างพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. .... ว่าเพื่อมิให้ การปรับปรุงอัตราโทษ โดยตัดอัตราโทษขั้นต่ำในการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ ครั้งนี้มีความลักลั่นกับอัตราโทษในมาตราอื่น ๆ ของพระราชบัญญัติดังกล่าว จึงควรที่กระทรวงพาณิชย์จะได้เสนอปรับปรุงอัตราโทษในพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ ให้สอดคล้องกัน กระทรวงพาณิชย์จะดำเนินการตามข้อสังเกตของคณะกรรมการกฤษฎีกา ต่อไป เพื่อให้ศาลสามารถใช้ดุลยพินิจกำหนดอัตราโทษให้สอดคล้องกับพฤติการณ์ และระดับ ความร้ายแรงของการกระทำความผิดได้ ดังนั้นหากผู้ค้ารายย่อย ไม่ว่าจะเป็นผู้ค้าออนไลน์ (Online) หรือผู้ค้าออฟไลน์ (Offline) ถูกดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์ ศาลจะสามารถใช้ ดุลยพินิจกำหนดอัตราโทษที่เหมาะสม เช่น ศาลอาจลงโทษปรับเพียงเล็กน้อย จากเดิมที่ ผู้ค้ารายย่อยอาจจะต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ ๕๐,๐๐๐ บาท ถึง ๔๐๐,๐๐๐ บาท นี่คือ ประเด็นคำถามข้อ ๑ ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านอัครเดชครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ได้ฟังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ได้ชี้แจงมาครับท่านประธาน ว่าทางกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้มีแนวทาง ในการที่จะแก้กฎหมายตามความเห็นของกฤษฎีกาที่ได้ให้ความเห็นมาว่าเมื่อมีการแก้ไข กฎหมาย พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์นี้จะมีในส่วนของการลงโทษผู้ค้าออนไลน์ (Online) หรือที่ตอนนี้ กฎหมายได้อยู่ในชั้นของกรรมาธิการวิสามัญในวาระที่ ๒ ในสภาผู้แทนราษฎรของเรา แล้วก็ เท่าที่ได้รับทราบจากท่านรัฐมนตรีก็คือจะมีการแก้ไขกฎหมายผู้ค้าออฟไลน์ (Offline) หรือผู้ค้ารายย่อยให้ไม่มีการกำหนดอัตราโทษขั้นต่ำ ซึ่งเป็นการปรับที่ค่อนข้างสูง ก็ถือว่า เป็นวิสัยทัศน์ของทางท่านรัฐมนตรีที่จะได้แก้ไขกฎหมายให้กับพี่น้องที่ได้รับความเดือดร้อน อยู่ ณ ปัจจุบันนี้ที่โดนรีดไถจากผู้ที่ได้รับมอบอำนาจอย่างถูกต้องบ้าง ไม่ได้รับมอบอำนาจ อย่างถูกต้องบ้าง ก็เพราะว่าพี่น้องประชาชนปัจจุบันนี้ได้รับความเดือดร้อนอย่างมาก ก็ขอให้ ท่านรัฐมนตรีได้เร่งแก้ไข อยากให้เร่งทางกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้เร่งแก้กฎหมายฉบับนี้ ที่จะแก้ไขเรื่องของอัตราโทษให้ต่ำลง ท่านประธานที่เคารพครับ ได้รับฟังท่านรัฐมนตรีมา ในเรื่องของการแก้ไข เราก็คิดว่าน่าจะมาถูกทางในการแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน เราอยากจะเห็นกฎหมาย พ.ร.บ. ลิขสิทธิ์นี้ที่จะให้ความเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชน โดยแบ่งประเภทโทษของผู้ค้ารายใหญ่ ผู้ค้ารายย่อย แล้วก็ผู้ผลิต แต่ถึงกระนั้นท่านรัฐมนตรี ก็บอกว่าให้เป็นดุลพินิจของศาล ผมก็คิดว่าศาลก็คงจะให้ความเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะพี่น้องที่ทำมาหากิน แล้วปัจจุบันนี้ก็ได้รับความเดือดร้อนจากวิกฤติไวรัสโควิด-๑๙ (Virus COVID-19) ท่านประธานครับ ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้อง ประชาชนอยู่อย่าง ต่อเนื่องว่าพอโดนจับไปก็ต้องไปกู้หนี้ยืมสิน ไปโดนปรับศาลเตี้ยกัน ๓๐,๐๐๐ บาท ๕๐,๐๐๐ บาท ๘๐,๐๐๐ บาท อย่างที่ได้กราบเรียนท่านประธานว่าต้องไปกู้หนี้นอกระบบ มาเสียดอกเบี้ยอีก ก็น่าสงสารพี่น้องประชาชน ก็ขอให้ท่านรัฐมนตรีได้เร่งรัดกรมทรัพย์สิน ทางปัญญาได้แก้ไขกฎหมายฉบับนี้ด้วยครับ🔗

ฉะนั้นคำถามที่ ๒ ขออนุญาตท่านประธานได้กราบเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่า ในระหว่างที่รอการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้อยู่ ที่เป็นพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์สำหรับผู้ค้ารายย่อย ที่เป็นออฟไลน์ (Offline) หรือผู้ค้ารายย่อยที่อยู่ตามแผงตลาดนัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ ทางท่านรัฐมนตรีได้มีนโยบายอย่างไรในการที่จะดูแลพี่น้องประชาชน ระหว่างนี้ที่รอ การแก้ไขกฎหมายนี้ถ้าโดนจับขึ้นมาหรือโดนมิจฉาชีพรีดไถขึ้นมา ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงพาณิชย์ในฐานะกำกับดูแลกรมทรัพย์สินทางปัญญามีมาตรการในการดูแลพี่น้อง ประชาชนที่ถูกกลั่นแกล้งรังแกอย่างไรบ้าง ขออนุญาตเรียนถามท่านรัฐมนตรีผ่าน ท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสินิตย์ เลิศไกร ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง พาณิชย์ ต่อประเด็นคำถามข้อที่ ๒ แนวทางการแก้ไขปัญหามีดังนี้ ปัญหาการแอบอ้าง การรับมอบอำนาจจากเจ้าของลิขสิทธิ์ กระทรวงพาณิชย์โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา ได้มีการจัดระเบียบตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์ โดยเปิดให้ตัวแทนมาขึ้นทะเบียนที่กรมทรัพย์สิน ทางปัญญา ตามประกาศกรมทรัพย์สินทางปัญญา เรื่อง การแจ้งข้อมูลตัวแทนดำเนินคดี ละเมิดลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๖๒ เพื่อสร้างความมั่นใจว่าผู้ที่ถือบัตร ตัวแทน ที่ออกโดยกระทรวง พาณิชย์เป็นตัวแทนที่แท้จริง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้ประกอบการสามารถตรวจสอบข้อมูล ข้อมูลการเป็นตัวแทนเจ้าของลิขสิทธิ์ได้ที่คิวอาร์ โค้ด (QR Code) ของบัตรตัวแทน กระทรวงพาณิชย์จึงขอเชิญชวนให้เจ้าของลิขสิทธิ์ที่มอบอำนาจให้บุคคลต่าง ๆ ไปดำเนินคดี ละเมิดลิขสิทธิ์มาขึ้นทะเบียนตัวแทนกับกระทรวงพาณิชย์เพื่อสร้างความชัดเจนและโปร่งใส ในการดำเนินคดี สำหรับบุคคลที่แอบอ้างเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือเป็นตัวแทนดำเนินคดี ละเมิดลิขสิทธิ์ถือเป็นพฤติกรรมที่มิชอบด้วยกฎหมาย ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุม ดำเนินคดีกับบุคคลดังกล่าวในหลายข้อหา เช่น ปลอมหนังสือมอบอำนาจและใช้หนังสือ มอบอำนาจปลอม แจ้งความเท็จ กรรโชกทรัพย์ เหล่านี้เป็นต้น อย่างไรก็ดีกรณีที่ ผู้ประกอบการหรือประชาชนมีปัญหาเกี่ยวกับการใช้งานลิขสิทธิ์ของกระทรวงพาณิชย์ ก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ มีฝ่ายกฎหมายของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ยินดีให้คำปรึกษาแนะนำ แก้ไขปัญหา รวมทั้งให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ในการดำเนินธุรกิจ ส่งเสริมผู้ประกอบการ ซึ่งสามารถโทรสายด่วนที่ ๑๓๖๘ โดยตรง ส่วนกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจหรือพนักงานสอบสวน ไม่มีความเชี่ยวชาญในการดำเนินคดีลิขสิทธิ์ก็สามารถสอบถามกรมทรัพย์สิน ทางปัญญา เกี่ยวกับข้อมูลตัวแทนดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์ได้ที่สายด่วน ๑๓๖๘ ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาจะอำนวยความสะดวก โดยประสานกับ สำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบเอกสารการเป็นเจ้าของสิทธิ หรือหนังสือมอบอำนาจให้ชัดเจนว่าเป็นตัวแทนจริงหรือไม่ ขอขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

จบกระทู้ถามนะครับ ขอบคุณท่านผู้ถามและท่านรัฐมนตรีครับ🔗

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎรมอบหมายให้ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่ประธานในห้องประชุมกระทู้ถาม แยกเฉพาะ)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิก แล้วก็ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ จากนี้ไปก็จะเป็นระเบียบวาระที่ ๑ ๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมขอเรียนที่ประชุมว่าเพื่อประโยชน์ในการถามและตอบ กระทู้ถามของผู้ตั้งกระทู้ถามและของท่านรัฐมนตรี ผมขอสลับลำดับการถามตอบกระทู้ถาม แยกเฉพาะเป็นดังนี้นะครับ🔗

ลำดับที่ ๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๒๕๔ ของคุณอนุรักษ์ บุญศล🔗

ลำดับที่ ๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๒๕๒ ของคุณสะถิระ เผือกประพันธุ์🔗

ลำดับที่ ๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๒๕๖ ของคุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์🔗

ลำดับที่ ๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๒๕๓ ของคุณอนุรักษ์ บุญศล🔗

ลำดับที่ ๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๒๕๑ ของคุณสะถิระ เผือกประพันธุ์🔗

ลำดับที่ ๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๒๕๐ ของคุณสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ท่านผู้ถามกระทู้ไม่ขัดข้องนะครับ ถ้าไม่ขัดข้องเราไปเริ่มที่กระทู้ที่ ๑.๓.๕ ก่อนที่จะทำการ ผมขอทบทวนนิดหนึ่งนะครับว่ากระทู้ถามแยกเฉพาะการถามตอบกำหนดเวลากระทู้ถามละ ๒๐ นาที ผู้ถามสามารถถามได้ ๒ ครั้ง การถามครั้งที่ ๓ ต้องให้ประธานอนุญาต คือสรุปว่า ทั้ง ๒ ฝ่ายมีเวลาฝ่ายละ ๑๐ นาที ฉะนั้นก็แจ้งท่านผู้ถามและผู้ตอบได้รับทราบ โดยเฉพาะ ผู้ถามก็ขอให้เป็นการถามกระทู้นะครับ อภิปรายเกริ่นนำนิดหน่อยก็เข้าสู่การถามเลย เผื่อว่าท่านจะได้เก็บตกได้นะครับ🔗

๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗

๑.๓.๕ กระทู้ถาม ที่ ๒๕๔ เรื่อง ขอขยายเขตไฟฟ้าแรงสูงบ้านนา ดอกไม้-บ้านโคกสีนวล ตำบลบงใต้ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร (นางอนุรักษ์ บุญศล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗

ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือ นายวินัย บุญรอด ผู้อำนวยการกองจัดการโครงการ ๒ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ต่อไปขอเชิญ ท่านอนุรักษ์ บุญศล ได้ถามครับ แล้วก็เชิญท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้เตรียมตอบนะครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย กระทู้แรก ของห้องแยกเฉพาะในวันนี้เป็นปฐมฤกษ์ที่งดงามค่ะท่านประธาน เรื่อง ขอขยายเขต ไฟฟ้าแรงสูงบ้านนาดอกไม้ถึงบ้านโคกสีนวล ขอภาพเลยค่ะ ตำบลบงใต้นี่ค่ะ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สำรวจกับพี่น้องประชาชนที่อยากได้ไฟประมาณสัก ๖ กิโลเมตร นั่งสกายแลบไปอย่างนี้ล่ะค่ะ ต้องบอกว่าบรรยากาศของพี่น้องประชาชนนั้นใครมีอะไรก็มา มอบให้ วันนั้นได้มะละกอ ๒-๓ ลูก ได้ผักบุ้ง ได้ของฝาก บ้านดิฉันเรียกว่าของฝาก ของต้อนรับนะคะ ถั่วฝักยาว มันเป็นความภาคภูมิใจที่พี่น้องประชาชนกับ ส.ส. เขตในพื้นที่ ที่เห็นกันแล้วมอบความสุขมอบความรักให้กัน นั่งมอเตอร์ไซค์สกายแลบออกไปดูว่าจาก บ้านนาดอกไม้ไปบ้านโคกสีนวลประมาณสัก ๖ กิโลเมตร บริเวณนี้นั้นก็จะเห็นคนที่ตามมา เป็นแก๊งมอเตอร์ไซค์แก่ ๆ เรียนให้ท่านประธานทราบว่าเจ้าของสวนไร่นาตลอดเส้นทาง พาไปดู เส้นทางนี้ยังเป็นลูกรังอยู่ค่ะ แต่อยากได้ไฟก่อน ดิฉันก็ไปดูทุก ๆ ไร่ ทุก ๆ สวน ทุก ๆ นา ว่าเขาต้องการอย่างไรบ้าง กราบเรียนให้ท่านประธานทราบว่าที่เขาอยู่ตามไร่ ตามสวน ตามนา ยังไม่มีไฟฟ้าเลย และครั้งนี้ไม่ต้องการแรงต่ำ เพราะว่าสวนยางพาราก็กรีดยาง เกือบทั้งคืนแล้ว มีสวนเต็มไปหมดเลยในละแวกนั้น แล้วก็ออกจากบ้านมาอยู่ไร่อยู่สวนกัน เต็มไปหมดแล้วก็สงสาร ในสกายแลบที่ดิฉันนั่งไปนั้นจะมีเด็กเล็ก ๆ ด้วย เด็กอ่อนด้วย อยู่แล้วค่ะ ไม่มีไฟฟ้าใช้อยู่กับคุณยายคุณตา คุณยายคุณตาจะต้องพัดทั้งคืนเลย อันนั้น อาจจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ ก็ได้ ถ้าคิดเล็ก แต่ถ้าคิดใหญ่ ๆ แล้วทรัพยากรมนุษย์เขาไม่ควรจะเกิด ความเหลื่อมล้ำในเรื่องของไฟเลย ควรจะเห็นแสงไฟจากภาครัฐตั้งแต่เล็ก ๆ แล้วไฟนี้ค่ะ ท่านประธานสามารถที่จะเพิ่มศักยภาพในระบบเศรษฐกิจให้ดีขึ้นมาก ดังนั้นไฟฟ้า จากภาครัฐคือพลังคือเศรษฐกิจ คือเงิน คือความหวัง โดยเฉพาะเกษตรกรรุ่นใหม่ที่ตกงาน บริษัท ห้าง ร้าน โรงงานปิดตัวอย่างมากมาย เดี๋ยวนี้ก็กลับสู่ภาคเกษตรต้องการไฟเป็น อย่างมากเลยทีเดียว🔗

ดิฉันถามคำถามแรกค่ะว่าท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยวันนี้ ท่านมาตอบเองนะคะ ไฟฟ้า ๖ กิโลเมตร น่าชื่นชมเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว และก่อนที่ดิฉัน จะถามคำถามแรกดิฉันบอกไว้ก่อนว่าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคนั้นงานหนักสาหัสสากรรจ์มาก ไม่ได้เอาท่านมาขายหน้าแต่อย่างใดนะคะ ต้องเรียนให้ท่านรัฐมนตรี ท่านอนุพงษ์ เผ่าจินดา ทราบว่างานหนักสาหัสสากรรจ์มาก เห็นใจเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว แต่เมื่อพี่น้องต้องการไฟ ไฟฟ้าต้องนำเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร นี่คือหน้าที่ของ ส.ส. เขตและ ส.ส. ทุกคนค่ะ🔗

ดิฉันถามคำถามแรกค่ะท่านประธาน กระทรวงมหาดไทยมีนโยบายที่จะ ขยายไฟฟ้าแรงสูงไม่ต้องการแรงต่ำค่ะ แล้วให้ความช่วยเหลือประชาชนบ้านนาดอกไม้-โคกสี นวล ตำบลบงใต้ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ระยะทางประมาณสัก ๖ กิโลเมตร ได้ หรือไม่อย่างไร ขอทราบรายละเอียดค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยตอบครับ🔗

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผมขอเรียนตอบกระทู้กรณีของ เรื่องไฟฟ้าให้ประชาชนดังนี้นะครับ โดยนโยบายแล้วทางรัฐบาลเองโดยการไฟฟ้าส่วน ภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวง ก็มีแนวทางที่จะขยายเขตไฟฟ้าให้กับพี่น้องประชาชน ทั้งในเรื่องของไฟฟ้าที่อยู่อาศัยและไฟฟ้าเพื่อที่ทำกินทางด้านการเกษตรทั้ง ๒ เรื่อง โดยในระยะที่ผ่านมาเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนแล้วก็เพื่อด้านเศรษฐกิจ ด้านการทำมาหากิน ก็ได้มีการดำเนินโครงการมาโดยตลอด แต่ในปัจจุบันนี้เราได้ดำเนินการ มาหลายระยะแล้ว ในปัจจุบันนี้ก็ยังมีโครงการสำหรับบ้านเรือนรายใหม่มีโครงการขยายเขต ไฟฟ้าระยะที่ ๒ จำนวนเป้าหมาย ๑๔๐,๐๐๐ ครัวเรือนเศษ กรอบวงเงิน ๖,๕๐๐ ล้านบาท เศษ กำลังดำเนินการในปี ๒๕๖๑-๒๕๖๘ ขณะนี้ยังมีบ้านเป้าหมายที่สามารถดำเนินการได้ ประมาณ ๗๙,๐๐๐ ครัวเรือนเศษ เกือบ ๆ ๘๐,๐๐๐ ครัวเรือน สรุปแล้วมีงบประมาณที่จะ ขยายเขตสำหรับบ้านที่อยู่อาศัยได้ ก็ยังมีอีกส่วนหนึ่งคือเรื่องของพื้นที่ทำกินด้านการเกษตร ก็จะมีแผนงานเร่งรัดขยายไฟฟ้าให้กับพื้นที่ทำกินทางด้านการเกษตร ปี ๒๕๖๔-๒๕๖๕ มีกลุ่มเกษตรเป้าหมาย ๑๖,๕๐๐ ราย กรอบวงเงิน ๑,๐๐๐ ล้านบาท สรุปในตอนนี้ก็คือว่า ทั้งที่อยู่อาศัยและด้านการเกษตรมีงบประมาณรองรับ ก็มาดูพื้นที่ดังกล่าวที่จะต้องเรียน นะครับ ทางพื้นที่ของ ๒ หมู่ คือบ้านดอกไม้หมู่ ๖ กับบ้านโคกสีนวล หมู่ ๑๑ ของสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนครเป็นที่อยู่อาศัยของราษฎรกระจายอยู่ตามรายทางจำนวนทั้งสิ้น ๑๗ ราย ตรวจแล้วว่าราษฎรดังกล่าวนี้ที่สำคัญยังไม่เคยยื่นขอกับเขตไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในการที่จะขอ ไฟ อันนี้ก็เป็นประเด็นว่าถ้าอยากได้ไฟแล้วมันไม่ได้ขอ มันก็คงอาจจะตกสำรวจ เพราะฉะนั้น การไฟฟ้าก็ต้องไปสอบถามประเด็นสำคัญคือต้องขอนะครับ อย่างไรก็ตามในเบื้องต้นการ ไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เข้าตรวจสอบพื้นที่ทั้ง ๒ หมู่แล้ว ก็ได้รายละเอียดอย่างนี้ครับว่าบริเวณ บ้านนาดอกไม้ หมู่ ๖ ของสว่างแดนดิน สกลนคร มีราษฎรไม่มีไฟฟ้าจำนวน ๙ ราย อยู่ห่าง จากหม้อแปลงประมาณ ๑ กิโลเมตร ต้องมีการขยายเขตไฟฟ้าแรงสูงแรงต่ำและติดตั้งหม้อ แปลง ประมาณการค่าใช้จ่ายทั้งหมดประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ถ้าคิดเป็นเฉลี่ยต่อรายก็ จะประมาณ ๖๗,๐๐๐ บาท ซึ่งสำหรับหมู่ ๖ นี้ไม่เกินเงินสนับสนุนที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จะสนับสนุนให้ได้ โดยมีเกณฑ์อยู่เฉลี่ยประมาณ ๘๐,๐๐๐ บาทต่อครัวเรือน ก็อยู่ในเกณฑ์ ที่ทำให้ได้สำหรับหมู่ ๖ สำหรับบ้านโคกสีนวลหมู่ ๑๑ ยังไม่มีไฟฟ้าใช้จำนวน ๘ ราย อยู่ห่าง หม้อแปลงเกือบ ๓ กิโลเมตรนะครับ อันนี้ต้องมีการขยายเขตทั้งไฟฟ้าแรงสูงแรงต่ำ เช่นเดียวกัน ต้องติดตั้งหม้อแปลงเช่นเดียวกัน ประมาณค่าใช้จ่าย ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาทเศษ เมื่อเฉลี่ยต่อรายแล้วออกมา เนื่องจากคนน้อยก็จะออกมาประมาณ ๑๘๙,๐๐๐ บาทเศษ ซึ่งมันเกินเกณฑ์อยู่ จากข้อมูลสำรวจในขณะนี้ได้สำรวจข้อมูลทั้งหมดแล้วที่จะให้การ สนับสนุน สรุปว่าในคำถามข้อแรก มีงบประมาณที่จะดำเนินการได้ทั้งที่อยู่อาศัยและ ด้านการเกษตร แต่ต้องขอ🔗

อันดับ ๒ ได้สำรวจขั้นต้นแล้วหมู่ ๑ ทำได้เลยถ้ามีการยื่นขอไฟ อีกหมู่หนึ่ง ก็จะมีแนวทางที่จะแก้ไขปัญหาครับ ก็เรียนเพื่อกรุณาทราบ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ คุณอนุรักษ์ถามคำถามที่ ๒ ครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านรัฐมนตรีได้ให้ข้อมูลว่าสำหรับบ้านนาดอกไม้นั้น ๘ ครัวเรือนนั้นก็ไม่เกิน แต่สำหรับบ้าน โคกสีนวลนั้นคือคำนวณมาแล้วเกิน ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาทนี้เกิน สำหรับบ้านนาดอกไม้ไม่มี ปัญหาใช่ไหมคะ ถ้าเป็นอย่างนั้น แต่โคกสีนวลจะมีปัญหา จะมีปัญหาเพราะว่าการคำนวณ ในอัตราของไฟฟ้านี้เกิน คืออย่างนี้ค่ะ ถ้าไฟฟ้าไปคนจะออกมาอยู่เต็มเลย คือ ๘ คนนี้ บ้านนาดอกไม้จะต้องไปขอยื่น ดิฉันทราบค่ะท่านประธาน ดิฉันจะให้ไปพบผู้ใหญ่บ้านทุก ๆ คนที่ขี่มอเตอร์ไซค์ตามดิฉันมีผู้ใหญ่ทั้งผู้ใหญ่บ้านเก่า ผู้ใหญ่บ้านใหม่ด้วย แล้วดิฉันจะให้ ผู้ใหญ่เหล่านี้ให้ ๘ ครัวเรือนนี้ไปขอ เพื่อที่ไฟจะออกไปให้ได้ แล้วทีนี้บ้านโคกสีนวลที่เกินอยู่ นี่หมายความว่าจะต้องให้กระท่อมที่ยังไม่มีบ้านเลขที่ขอบ้านเลขที่เพิ่มอย่างนี้ใช่หรือไม่ นี่คือคำถามที่ซ่อนอยู่ในคำถามนะคะ ท่านประธานคะ ดิฉันถามคำถามต่อไปว่านาดอกไม้ไป โคกสีนวลไม่ไกล แล้ว ๒ ข้างทางนี้ถ้ามีไฟข้างทางในตรอก ซอก ซอยต่าง ๆ ที่ไปตามไร่ตามนา ต่าง ๆ นั้น ไม่ว่าจะเป็นนา ไม่ว่าจะเป็นสวนยางพารา ไม่ว่าจะเป็นมันสำปะหลัง ไม่ว่าจะเป็น ไร่อ้อย มันจะต่อออกไปโดยอัตโนมัติ เพราะว่าดิฉันเข้าไปลึกถึงตรอก ซอก ซอยเล็ก ๆ ด้วย ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉันถามคำถามที่ ๒ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนบ้านนา ดอกไม้ถึงบ้านโคกสีนวล ตำบลบงใต้ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ท่านรัฐมนตรี ท่านอนุพงษ์ เผ่าจินดา นั้น ท่านให้การไฟฟ้าออกไปสำรวจเรียบร้อยแล้ว แต่ทีนี้ดิฉันถามว่า ในกรณีที่แบ่งเป็น ๒ ขยักอย่างนี้นั้น ท่านจะบริหารจัดการอย่างไรจะได้เฉพาะบ้านนา ดอกไม้ใช่หรือไม่ หรือจะได้บ้านโคกสีนวลด้วย และถ้าบ้านโคกสีนวลมีเงื่อนไขแบบนี้จะ ทำวิธีการใดพี่น้องประชาชนถึงจะมีไฟฟ้าใช้ ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผมขอเรียนตอบว่าทั้ง ๒ หมู่บ้านนี้จากการ สำรวจแล้วก็เป็นไปตามที่ผมได้เรียนให้ทราบในขั้นต้นแล้วนะครับ ปัจจุบันนี้การไฟฟ้าส่วน ภูมิภาคได้เข้าชี้แจงหลักเกณฑ์ของโครงการต่าง ๆ ให้ราษฎรทราบ โดยมีนายประเสริฐ จันทร์ขาน ผู้ใหญ่บ้านบ่อร้างหมู่ ๓ เป็นผู้แทนกลุ่มราษฎร เพื่อให้ทราบถึงรายละเอียดต่าง ๆ ที่จะต้องดำเนินการ เช่น การรวบรวมเอกสารตามหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การไฟฟ้าก็เป็นพี่เลี้ยงให้อยู่แล้วนะครับ แล้วก็ยื่นเข้าเสนอโครงการของการไฟฟ้าส่วน ภูมิภาคต่อไป ถ้าดำเนินการยื่นคำร้องขอขยายเขตไฟฟ้าจากกลุ่มราษฎรแล้ว เมื่อเอกสารต่าง ๆ พร้อมการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคดำเนินการตรวจสอบเสร็จ ก็จะเร่งรัดดำเนินการพิจารณาอนุมัติ เข้าดำเนินการขยายเขตไฟฟ้า โดยใช้โครงการขยายเขต ๒๕๖๔-๒๕๖๕ ตามที่ผมได้เรียน ให้ทราบแล้ว ก็คาดว่าใช้เวลา ๑ เดือนก็น่าจะเรียบร้อยในส่วนของหมู่ ๖ ไม่น่าจะมีปัญหา ปัญหาก็คืออยู่ที่หมู่ ๑๑ ก็เรียนอย่างนี้ว่าตามระเบียบที่ใช้ไม่ได้ใช้เฉพาะสกลนคร ใช้ทั่วประเทศนะครับ แล้วการตั้งงบประมาณไว้สำหรับบ้านที่อยู่อาศัยและของที่ทำกิน ทางด้านการเกษตรนี่ก็จะตั้งไว้ทั้งประเทศเช่นเดียวกัน ก็จะอยู่เกณฑ์เดียวกัน อย่างไรก็ตาม เมื่อดูจากตรงนี้แล้วแนวทางเอาตามหลักการก่อนว่าโดยหลักการถ้าเกินปกติก็ต้องพูด ทุกหนทาง หนทางแรกคือเกษตรกรต้องสมทบ หนทางที่ ๒ คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็สามารถดำเนินการได้ตามระเบียบของตัวเองสามารถให้การสมทบได้ หนทางที่ ๓ อันนี้ ก็น่าจะเป็นทางออก โครงการที่ผมเรียนแล้วของด้านการเกษตรปี ๒๕๖๔-๒๕๖๕ ประมาณ พันล้านบาท ขณะนี้ดำเนินการไปทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคประมาณว่าจะทำได้ตาม เป้าหมาย แล้วคาดว่าจะมีงบประมาณเหลือนะครับ ในเรื่องนี้ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคก็จะ ได้พิจารณาใช้เงินส่วนที่เหลือก็จำนวนไม่น้อยนะ พื้นที่ตรงนี้ก็จะขาดประมาณ ๗๐๐,๐๐๐- ๘๐๐,๐๐๐ บาท ประมาณนั้นที่ขาดอยู่นะครับ ดูแล้วงบประมาณโครงการนี้ทั้งหมดเลย พันล้านบาท น่าจะเหลือร้อยกว่าล้านบาท ก็มีหนทางที่การไฟฟ้าจะใช้หนทางที่ ๓ คือใช้เงินนี้ มาอุดหนุนให้กับโครงการนี้ แต่อย่างไรก็ตามก็ต้องให้การไฟฟ้าเป็นผู้พิจารณา เพราะว่าเขาก็ ต้องดูแลพื้นที่อื่น ๆ ด้วย กระจายเงินส่วนนี้ไป ก็เรียนตอบท่านว่าน่าจะมีแนวทาง ที่ดำเนินการได้โดยการไฟฟ้าเขาทราบปัญหาแล้วในขณะนี้นะครับ ก็เรียนเพื่อกรุณาทราบ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็คงเป็นที่ ชัดเจนนะครับ ท่านอนุรักษ์ก็นำไปชี้แจงกับชาวบ้านพี่น้องเรา รีบทำคำขอนะครับ ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยที่กรุณาให้เกียรติกับห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของ พวกเรา ขอบคุณท่านอนุรักษ์ บุญศล นะครับ🔗

๑.๓.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๒๕๒ เรื่อง ขอให้ขยายเขตไฟฟ้าและ ประปาจากเงินอุดหนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗

ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่ เกี่ยวข้องเข้าสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือ นายวินัย บุญรอด ผู้อำนวยการกองจัดการโครงการ ๒ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคนะครับ ต่อไปก็ขอท่านสะถิระ มาถึงหรือยัง เข้าประจำที่แล้วนะครับ เชิญท่านสะถิระถามเชิญครับ🔗

นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐครับ ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณท่านประธานที่ให้ผมได้ตั้ง กระทู้ถามในเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะในเรื่องของระบบ สาธารณูปโภคการไฟฟ้าก็ดีและการประปาก็ดี ท่านประธานครับ ฝากท่านประธานถามไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยครับ อำเภอสัตหีบเป็นอำเภอเดียวในประเทศที่มี กิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ มีบริษัทบริหารจัดการน้ำภาคตะวันออกหรือที่ พี่น้องประชาชนเรียกว่าอีสท์วอเตอร์ (East Water) ผมยืนยันเป็นอำเภอเดียวในประเทศไทย ที่มี ๒ หน่วยงานนี้ ฉะนั้นปัญหาที่เกิดขึ้นคืออะไร เมื่อก่อนปี ๒๕๕๙ ระเบียบมหาดไทยนี้ ยังไม่ออกมา คือเรื่องเงินอุดหนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่สามารถอุดหนุนให้กับ รัฐวิสาหกิจหรือส่วนราชการ เมื่อระเบียบมหาดไทย ปี ๒๕๕๙ ข้อ ๓ (๓) ออกมาในเรื่องของ เงินอุดหนุนให้กับท้องถิ่นสามารถอุดหนุนให้กับส่วนราชการก็ดีหรือรัฐวิสาหกิจก็ดี ก็คือ การไฟฟ้าและการประปา ปี ๒๕๕๙ นั้น มีอยู่ ๒ หน่วยงาน ก็คือไฟฟ้าและประปา ทีนี้ถามว่า เกิดอะไรขึ้นครับ องค์กรปกครองท้องถิ่นของอำเภอสัตหีบทั้ง ๘ ท้องถิ่น ตามระเบียบนั้น สามารถอุดหนุนได้เทศบาลร้อยละ ๓ อบต. ร้อยละ ๕ ถ้าตัวเลขคร่าว ๆ กลม ๆ ก็ประมาณ ปีละ ๓๐ ล้านบาท ในการอุดหนุนการขยายเขตไฟฟ้าหรือประปาให้กับพี่น้องประชาชนตรง ๓๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ตรงนี้สามารถช่วยเหลือพี่น้องได้หลายร้อยครัวเรือนใน อำเภอสัตหีบที่ยังไม่มีไฟใช้ ที่ยังไม่มีประปาใช้🔗

คำถามแรกที่อยากจะนำเรียนไปทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ว่าท่านมีแนวทางอย่างไร เพราะว่าในระเบียบมหาดไทย ปี ๒๕๖๓ ฉบับที่ ๒ ท่านได้เพิ่ม องค์กรการจัดการขยะเข้ามา แต่ท่านไม่ได้เพิ่มกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ เข้ามา ตรงนี้ผมเคยหารือไปแล้วครั้งหนึ่ง เพราะอะไรครับ เพราะว่างบลงทุนท่านได้มา จากหลายทาง หน่วยงานภาครัฐ พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์ เพราะฉะนั้นผมขอถาม ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่าท่านมีนโยบายพิจารณากิจการไฟฟ้าสัมปทาน กองทัพเรือ ซึ่งเป็นผู้ที่รับผิดชอบการให้บริการไฟฟ้าแก่พี่น้องประชาชนอำเภอสัตหีบ และ อีสท์วอเตอร์ (East Water) เข้าลักษณะระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยเงินอุดหนุนการ ปกครองท้องถิ่น ปี ๒๕๖๓ หรือไม่อย่างไร ขออนุญาตครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผมขอตอบกระทู้นะครับ ทั้งประปา ทั้งไฟฟ้าโดยนโยบายแล้ว ก็ขอเรียนว่าโดยนโยบายแล้วทางรัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย โดยการไฟฟ้าในพื้นที่ภูมิภาคนี้คือไฟฟ้าส่วนภูมิภาคแล้วก็การประปาส่วนภูมิภาค ก็มีนโยบายที่จะขยายเขตหรือการบริการด้านไฟฟ้า การบำรุงรักษาไฟฟ้าให้เกิดประโยชน์ สูงสุดกับพี่น้องประชาชนทั้งด้านคุณภาพชีวิต และทั้งในเรื่องของด้านเศรษฐกิจหรือ ด้านการทำมาหากิน ก็มีโครงการด้านไฟฟ้าเป็นต้น ก็มีโครงการที่จะขยายเขตไฟฟ้าทั้ง บ้านเรือนที่อยู่อาศัยแล้วก็พื้นที่ทำกินด้านการเกษตรทั้ง ๒ ส่วน กระผมขอเรียนปัญหาของ พื้นที่สัตหีบด้านการไฟฟ้า อย่างที่ท่านได้กรุณาเรียนถามว่าพื้นที่อำเภอสัตหีบ ผมใช้คำว่า สัตหีบ ก็แล้วกันนะครับ เพราะว่ามันมีบางส่วนมันก็ไม่ได้อยู่ในเขต ในเขตสัตหีบมันก็แปลก อย่างที่ว่านะครับ มันอยู่ในความรับผิดชอบตั้งแต่ในอดีตที่ผ่านมา โดยอยู่ในความรับผิดชอบ ของกิจการไฟฟ้าสวัสดิการสัมปทานกองทัพเรือ ซึ่งไม่ได้อยู่ภายใต้ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การดำเนินการในเรื่องของโครงสร้างก็คือด้านสายไฟ เสาไฟ หม้อแปลงทั้งสิ้น การซื้อไฟจาก การไฟฟ้าฝ่ายผลิต การนำมาจำหน่ายให้กับพี่น้องประชาชนเป็นเรื่องของกิจการสัมปทาน ซึ่งปัจจุบันนี้อายุสัมปทานตั้งแต่ไม่มีการต่อ ปัจจุบันนี้ขยายสัมปทานจากวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๓ มีอายุถึง ๒๕ ปี ที่ว่านี้ไม่ได้ขอกับกระทรวงมหาดไทยเป็นเรื่องของกระทรวงพลังงาน คณะกรรมการ กฟภ. เป็นผู้อนุมัติ ผมคงไม่ไปตอบในส่วนนั้นว่าทำไม ความเป็นมาอย่างไร แต่ขณะนี้อยู่ในสัมปทาน ถามว่ามีผลอย่างไรในขณะนี้ ก็มีผลการไฟฟ้าไม่สามารถเข้าไป ดำเนินการได้ในส่วนนี้ ขณะนี้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคให้ความช่วยเหลือทางธุรการกับทาง กองทัพเรือ ในการที่จะดูแลพี่น้องประชาชนเป็นหน้าที่ของการไฟฟ้าของกองทัพเรือเป็นผู้ที่ ดำเนินการ ถามว่าตรงนี้ถ้าจะมีข้อแนะนำอย่างไร การไฟฟ้าก็มีแนวทางให้ เช่น ถ้าสมมุติว่า จะให้ทางการไฟฟ้าไปช่วยบำรุงรักษาจะไปช่วยในเรื่องของการขยายเขต ก็สามารถ ดำเนินการกับการไฟฟ้าได้โดยมาหารือกันดำเนินการก็สามารถดำเนินการได้ ถ้าการบริการ ของสวัสดิการกองทัพเรือไม่สามารถตอบสนองพี่น้องได้ ก็ไปถึงคำถามเรื่องของงบอุดหนุน ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยกฎหมายงบอุดหนุนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยระเบียบก็สามารถให้ของหน่วยงานภาครัฐ ภาคส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจได้ องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยกันเองได้ องค์กรประชาชนได้ องค์กรทางศาสนาได้ องค์กร การกุศลอื่น ๆ ได้ ก็คงไม่สามารถให้องค์กรรูปแบบอื่นที่จะไปให้การสนับสนุน อันนี้เป็น ระเบียบเรื่องของใช้เงินอุดหนุนของท้องถิ่นในส่วนของไฟฟ้าไม่สามารถดำเนินการได้ แต่ผมเรียนว่าถ้ากองทัพเรือซึ่งดำเนินการอยู่ก็ทราบว่ามีผลกำไรอยู่ ถ้าจะมีปัญหาในการ ดำเนินการจะให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไปช่วยดำเนินการได้🔗

กลับไปเรื่องของประปาด้วยนะครับ ในส่วนของประปาในพื้นที่ดังกล่าว ผมขออธิบายง่าย ๆ เป็น ๓ ส่วนด้วยกัน เนื่องจากผมจะไม่อธิบายตามเขตการปกครอง แต่จะพูดตามเขตของการบริการประปานะครับ ก็จะมีสาขาประปาพัทยา สาขาประปาบ้านฉาง แล้วที่สำคัญคือการประปาของสัตหีบ อันนี้ก็จะมีความแปลกเช่นเดียวกัน พื้นที่ดังกล่าวนี้ ทางการประปาให้ทางอีสท์วอเตอร์ (East Water) หรือบริษัทบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ภาคตะวันออกมหาชนเป็นผู้ดำเนินการ ดำเนินการแต่มีข้อแตกต่างกับไฟฟ้าคืองาน โครงสร้างทั้งหมด ท่อทางทั้งหมดนี้เป็นของการประปาส่วนภูมิภาคทั้งสิ้น พื้นที่บริการ ดังกล่าวทางการประปาอีสท์วอเตอร์ (East Water) ทำน้ำให้แล้วก็ส่งให้พี่น้องประชาชน นะครับ ในอดีตที่ผ่านมามีปัญหาในเรื่องการบริการทางการประปาได้แก้ปัญหาโดยลดพื้นที่ ของอีสท์วอเตอร์ (East Water) ลง ให้การสาขาประปาใกล้เคียงรับผิดชอบแทน โดยพิจารณาตามศักยภาพของอีสท์วอเตอร์ (East Water) ว่าทำได้แค่ไหน อย่างไร สรุปว่า ก็มีแนวทางในการแก้ไข ในปัจจุบันนี้ถ้ามีปัญหาแนวทางแก้ไขจะแตกต่างกับไฟฟ้า คือการประปาสามารถตั้งงบประมาณได้ในส่วนเรื่องของการขยายเขต ส่วนในการบำรุงรักษา เป็นเรื่องของอีสท์วอเตอร์ (East Water) ที่ดำเนินการ อย่างไรก็ตามทางอีสท์วอเตอร์ (East Water) ก็อยู่ภายใต้กำกับของการประปาส่วนภูมิภาค ซึ่งมอบให้สาขาประปาพัทยา ดูแลอยู่ เพราะฉะนั้นถ้ามีปัญหาซึ่งกระผมก็จะรับไป จะไปทำให้การบริการหรือขอทราบ ปัญหาจะไปแก้ปัญหาให้ ส่วนในเรื่องของงบอุดหนุนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อันนี้ สามารถทำได้นะครับสามารถทำได้ตามเกณฑ์ที่ท่านว่าในส่วนนี้ แต่อย่างไรก็ตามที่ผ่านมา การประปาส่วนภูมิภาคก็จะตั้งงบประมาณในการขยายเขตงานให้อยู่แล้วสรุปว่าตรงนี้ การประปาทำเองก็ได้ หรือว่าท้องถิ่นจะมาร่วมถ้ามีงบประมาณตามเกณฑ์ รูปแบบไหนกี่ เปอร์เซ็นต์ก็ดำเนินการได้โดยกฎหมาย แต่ไม่มีเกณฑ์ขั้นต่ำว่าต้องเท่าไร อย่างไร แต่สามารถดำเนินการได้ครับ ก็คงจะเรียนตอบครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน สะถิระครับ🔗

นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สะถิระ ขออนุญาตฝากท่านประธานถามไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยคือเรื่องประปาทางประปาภูมิภาคก็ได้แก้ปัญหาแล้วเบื้องต้นที่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นองค์กรบริหารส่วนจังหวัด หรือเทศบาล หรือองค์กรบริหาร ส่วนตำบล ก็สามารถอุดหนุนได้เป็นที่เรียบร้อย อันนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีของพี่น้อง ประชาชนที่บรรเทาความเดือดร้อน แต่ทีนี้ที่เราติดปัญหาตลอดเวลาก็คือในเรื่องของกิจการ ไฟฟ้า เมื่อสักครู่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ดำริแล้วว่าก็สามารถร่วมงาน หรือว่ามีการทำงานร่วมกันกับการไฟฟ้าภูมิภาคได้🔗

ทีนี้คำถามสุดท้ายของผมเลยนะครับ ซึ่งคำถามนี้พี่น้องประชาชนสัตหีบ ถ้าได้ยินหรือว่าต้องการคำถามนี้ถ้าเป็นคำตอบที่ดีจะเป็นสิ่งที่ดีมาก การไฟฟ้าภูมิภาค มีนโยบายมาบริหารการให้บริการไฟฟ้าที่อำเภอสัตหีบโดยตรงหรือไม่อย่างไรในอนาคตครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ อย่างที่ผมได้เรียนแล้วว่ามันอยู่ ในสัมปทาน ผมยังไม่ได้ไปศึกษานะครับ แต่เข้าใจว่าสัมปทานก็คงต้องไม่ใช่หน่วยงานผม เพราะว่าสัมปทานทางกองทัพเรือได้รับสัมปทานจากคณะกรรมการ กพพ. ของกระทรวง พลังงาน การที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคซึ่งมีความพร้อมจะไปดำเนินการในพื้นที่ทั้งหมดเลย ผมสามารถเรียนได้ว่าจะให้การไฟฟ้าไปช่วยบำรุงรักษาก็ได้ จะไปช่วยขยายเขตก็ได้ ผมอาจจะพูดเลยไปได้ผมไม่แน่ใจครับว่าถ้าจะเจรจากันจะโอนมาให้ทางการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาครับผิดชอบก็สามารถดำเนินการได้ แต่อยู่ที่ตัวผู้ได้รับสัมปทานคือกองทัพเรือน อันนี้ผมคงไม่ไปตอบก้าวล่วงถึงด้านนั้นนะครับว่าจะสามารถดำเนินการได้อย่างไร แต่ก็พร้อม ที่จะช่วยแก้ไขปัญหา ถ้ามันเป็นปัญหาทางกฎหมายก็ได้รับสัมปทานอยู่ แต่ผมไม่ได้ตัด ช่องทางนะครับ ถ้ามีช่องทางดำเนินการแล้วการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคก็พร้อมที่จะไปทำให้พี่น้อง ประชาชนได้รับการบริการด้านสาธารณูปโภคให้มีคุณภาพสามารถดำเนินการได้ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ก็ต้อง ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่กรุณาให้เกียรติ ห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ ขอบคุณท่านสะถิระนะครับที่ได้มาใช้บริการ ขอบคุณครับ🔗

๑.๓.๖ กระทู้ถามที่ ๒๕๖ เรื่อง การถ่ายโอนภารกิจการดูแล และรับผิดชอบสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลองบริเวณรอยต่อเทศบาลเมืองบ้านโป่งกับเทศบาล ตำบลเบิกไพร (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

การที่สำนัก เลขาธิการนกยกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้วมี บัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นผู้ตอบ กระทู้ถามแทน ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะคือ ๑. นายนิติกร คล้ายชม ผู้อำนวยการกลุ่มติดตามและประเมินผลทางหลวงท้องถิ่น สำนัก ส่งเสริมการพัฒนาทางหลวงท้องถิ่น กรมทางหลวงชนบท ต่อไปขอเชิญท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ได้ถามเชิญครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานได้ถามกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๒๕๖ เรียนถามท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ซึ่งทราบว่าท่านนายกรัฐมนตรีให้ท่าน พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยได้มาตอบกระทู้แทน ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่าน พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา มา ณ โอกาสนี้ด้วยนะครับ เนื่องจาก ที่ได้ถามกระทู้ท่านรัฐมนตรีไปผ่านท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร เนื่องด้วยที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรีของกระผมนั้นมีสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลองเชื่อมอำเภอบ้านโป่งในฝั่งทิศ ตะวันตกแล้วก็ทิศตะวันออกหลายสะพานด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นสะพานดั้งเดิมเลย ก็คือ สะพานที่เทศบาลตำบลเบิกไพรที่เชื่อมระหว่างตำบลเบิกไพรกับเทศบาลเมืองบ้านโป่ง หลังจากนั้นก็ได้มีการก่อสร้างสะพานขึ้นมาอีกหลายสะพาน ไม่ว่าจะเป็นสะพานที่ค่ายหลวง ที่เชื่อมระหว่างบ้านค่ายหลวงกับที่ตำบลเบิกไพร หมู่ ๔ หรือที่บ้านปักแลบ แล้วก็ที่สะพาน วัดบ้านโป่ง ซึ่งสะพานที่มีปัญหาในส่วนที่นำมาเรียนถามท่านประธานนั้นเป็นสะพานที่สร้าง เชื่อมระหว่างตำบลเบิกไพรกับเทศบาลเมืองบ้านโป่ง บริเวณหมู่ ๔ ตำบลเบิกไพร แล้วก็ที่ บ้านค่ายหลวงนั้น ปัจจุบันนี้มีการชำรุดทรุดโทรมได้นำภาพมาเรียนให้ท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรนำเรียนมายังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในภาพผมได้ให้ทีมงาน ลงไปถ่ายรูปนะครับ สะพานแห่งนี้สร้างมาเป็นระยะเวลา ๒๐ กว่าปี ปัจจุบันนี้ภาพนั้น ก็แสดงให้เห็นถึงความชำรุดทรุดโทรมของสะพาน สะพานแห่งนี้สร้างโดยกรมโยธาธิการครับ ท่านประธาน แล้วผมเองเมื่อได้รับข้อร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนว่าสะพานแห่งนี้มีความชำรุด แล้วก็ทรุดโทรมตามกาลเวลาแต่พอประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คือ กรมโยธาธิการ ที่สังกัดกระทรวงมหาดไทยก็ได้รับคำตอบมาว่าสะพานแห่งนี้ไม่ได้อยู่ในความดูแลของ กรมโยธาธิการแล้ว ถึงแม้ว่ากรมโยธาธิการจะได้สร้างขึ้นก็ได้ให้ตรวจสอบไปที่กรมทางหลวง ชนบทที่จังหวัดราชบุรี กรมทางหลวงชนบท จังหวัดราชบุรีก็แจ้งกลับมาก็ไม่ได้ดูแล เหมือนกันนะครับ ก็เลยสอบถามไปที่เทศบาลเมืองบ้านโป่ง แล้วก็เทศบาลตำบลเบิกไพรก็ได้ รับทราบว่าสะพานแห่งนี้ก็ไม่ได้อยู่ในความดูแลของ ๒ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามที่ กล่าวมา ก็เลยทำให้มีปัญหาครับว่าปัจจุบันสะพานแห่งนี้มีผู้ใช้งานวันหนึ่งผ่านข้ามไปเป็น พี่น้องชาวจังหวัดราชบุรีแล้วพื้นที่ใกล้เคียง วันหนึ่งนับหลายพันคนนะครับก็ต้องกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ปัจจุบันนี้ ๒๐ กว่าปีไม่ได้มีการดูแล ไม่ได้มีการ บำรุงรักษา ที่ท่านประธานเห็นนะครับที่มียางมะตอยไปโป๊ะไปปะปิดเหล็กโครงสร้างก็เกิด จากการที่พี่น้องประชาชนบางส่วน แล้วก็เจ้าหน้าที่กองช่างของเทศบาลบางส่วนรวมถึง ผมด้วยบางส่วนก็ไปปิดไปซ่อมเป็นบางจุด ซึ่งหาหน่วยงานที่ดูแลไม่ได้ ผมเองก็มาคิดถึง สภาพการณ์การบริหารจัดการในภาพรวมของประเทศว่าขนาดสะพานซึ่งมีความยาว หลายร้อยเมตร แล้วก็มีพี่น้องประชาชนใช้วันหนึ่งหลายพันคน ช่วงเทศกาลเป็นหมื่นคน แต่สะพานใช้มาเป็นระยะเวลาหลายสิบปี แต่กลับไม่มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดูแล เมื่อประสานไปยังจังหวัดหน่วยงานที่ดูแลระดับจังหวัดก็ไม่มีหน่วยงานไหนดูแล ผมก็คิดว่า สะพานแห่งนี้แล้วก็มีปัญหาแบบนี้คงไม่ใช่แห่งเดียวนะครับ ที่จะมีปัญหาหาผู้รับผิดชอบไม่ได้ แต่คงจะมีหลาย ๆ สะพานที่ใช้งานกันจนชำรุดทรุดโทรมแล้วไม่มีเจ้าภาพมาดูแลนะครับ ผมก็คิดว่าจะเป็นอันตรายต่อพี่น้องประชาชน ไม่ใช่เฉพาะสะพานแห่งนี้ที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรีแห่งเดียว แต่คงจะมีสะพานแบบนี้อีกหลาย ๆ จังหวัด เมื่อใช้ไปแล้วไม่มี คนดูแล วันหนึ่งก็อาจจะฟังทะลายลงมาจนเป็นอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้อง ประชาชนได้ ผมจึงขออนุญาตท่านประธานได้กราบเรียนครับว่ารัฐบาลมีแนวโยบายและ แผนงานในการสร้างความชัดเจนและความเข้าใจในความรับผิดชอบ ในการดูแลภารกิจที่ ได้รับการถ่ายโอนระหว่างหน่วยงานด้วยกันเองนะครับหรือไม่ อย่างไร ขอทราบรายละเอียด จากท่านรัฐมนตรี กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผมขอเรียนตอบกระทู้ถามดังนี้ นะครับว่า สะพานดังกล่าวคือสะพานค่ายหลวงนะครับ โดยในแผนที่ก็เป็นไปตามที่ท่านได้ เรียนแล้วเป็นสะพานที่ข้ามแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งเป็นสะพานที่ข้ามแม่น้ำซึ่งเป็นรอยต่อระหว่าง ท้องถิ่นหนึ่งก็คือเทศบาลตำบลเบิกไพรและเทศบาลเมืองบ้านโป่งนะครับ สะพานดังกล่าว ปัญหาอย่างที่ท่านกรุณาเรียนให้ทราบแล้วนะครับ ในขั้นต้นนี้ผมไม่ทราบว่าในพื้นที่ได้ สอบถามกันอย่างไร กระผมมาตอบแทนท่านนายกรัฐมนตรีได้ตรวจสอบแล้วว่าสะพาน ดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบทอย่างแน่นอน ตัวกรมทางหลวงชนบท ก็มาในขณะนี้นะครับ ก็สรุปแล้วว่าอยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบทคงมีเฉพาะ ถนนที่เชื่อมต่อจากสะพานเข้าไปในพื้นที่ของ ๒ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเท่านั้นที่อยู่ ในความรับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งผมก็ไปตรวจสอบแล้วนะครับถนน ต่าง ๆ ก็อยู่ในสภาพที่ที่น่าจะรับได้ คงมีปัญหาตามที่ท่านว่าคือบนสะพานเท่านั้น แล้วก็มี การดำเนินการในขั้นต้นตามที่ท่านว่าไป แต่ว่าตอบคำถามของท่าน ท่านถามว่ารัฐบาล มีแนวทางอย่างไรนะครับ ก็ต้องพูดโดยกฎหมายว่าการถ่ายโอนภารกิจไปให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนั้นก็มีกฎหมายที่เราทราบกันดีคือกฎหมายถ่ายโอน พ.ร.บ. ถ่ายโอน รวมทั้ง มีแผนปฏิบัติการทั้ง ๒ ฉบับที่ดำเนินการอยู่ในขณะนี้เป็นหลักในการดำเนินการ อย่างไรก็ตาม ในการถ่ายโอนไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยหลักการก็จะมีการทำบันทึกการส่งมอบ รับมอบ เช่น ถนนก็จะมีการทำหลักฐานทั้งส่งมอบ รับมอบนะครับมีการจัดทำรายละเอียด อื่น ๆ เป็นองค์ประกอบ ไม่ว่าเป็นเรื่องของการจัดทำเอกสารรับมอบ ส่งมอบ การฝึกอบรม การจัดทำแบบมาตรฐานการมอบคู่มือปฏิบัติการ การประชุมชี้แจงเชิงปฏิบัติการ อย่างต่อเนื่อง อันนี้เป็นข้อมูลที่ทางกรมทางหลวงชนบทให้มานะครับว่าจะมีขั้นตอน การดำเนินการ ถ้าโดยหลักการตามที่ว่ามันก็จะต้องสามารถพูดได้ว่ามีความชัดเจนว่า มีขั้นตอนจะทำอย่างไร โดยกฎหมายนะครับ อย่างไรก็ตามในการถ่ายโอนไม่ว่าจะเป็นตาม ภารกิจถ่ายโอนแล้ว ก็อาจจะยังมีข้อพิจารณาอย่างอื่น เช่นตัวอย่างสะพานแห่งนี้ เป็นต้น เป็นสะพานที่มีความยาวมากนะครับ แล้วก็อาจจะเกินความสามารถในการดูแลขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดเล็ก เช่น เทศบาลตำบลนะครับเป็นต้น อันนี้ก็เรียนข้อมูลเฉย ๆ เป็นข้อพิจารณาว่ามีกฎหมายในเรื่องของถ่ายโอนตาม พ.ร.บ. กระจายอำนาจ แล้วมีการถ่าย โอนนะครับ แล้วก็มีขั้นตอนถ่ายโอนมีประวัติการบำรุงรักษาให้กับองค์กรปกครองส่วน ท้องถิ่นไปดูแลต่อนะครับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเองก็จะต้องไปดูแลตั้งงบประมาณดู ในส่วนตัวเองถ้าได้รับโอนมานะครับ ก็เรียนโดยหลักการกว้าง ๆ ที่ท่านถามว่ามีความชัดเจน อย่างไรนะครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านอัคร เดชถามคำถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับได้รับฟังท่านรัฐมนตรีชี้แจงแล้วก็ได้ ทราบว่าสะพานค่ายหลวงแห่งนี้ปัจจุบันนี้ปัจจุบันอยู่ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวง ชนบท แต่อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าคงจะเป็นการสื่อสารกันนะครับ ตามการถ่าย โอนที่ท่านรัฐมนตรีชี้แจงมาคือการถ่ายโอนระหว่างส่วนกลาง ไม่ว่าจะเป็นกรมโยธาธิการ ไปท้องถิ่น แล้วก็ทางหลวงชนบทไปท้องถิ่น แต่อันนี้น่าจะเป็นปัญหาการถ่ายโอนภารกิจ ระหว่างกรมโยธาธิการไปที่ทางหลวงชนบท ถ้าปัจจุบันนี้เป็นไปตามที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจง ว่าเป็นภารกิจที่ทางหลวงชนบทได้ดูแล ฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าปัญหาสำคัญนะครับ ท่านประธาน เพราะว่าถ้ากรมทางหลวงชนบทดูแล ผมได้มีการประสานงานไปกับทาง โยธาธิการจังหวัด แล้วก็ให้ทางโยธาธิการจังหวัดได้ประสานงานหน่วยงานที่ดูแลก็คือ ทางหลวงชนบท ก็ได้รับคำตอบว่าไม่ได้อยู่ในความดูแลของทั้ง ๒ หน่วยงาน เนื่องจาก กรมโยธาธิการก็แจ้งว่าทางโยธาธิการจังหวัดได้ถ่ายโอนภารกิจออกไปแล้วไม่ได้ดูแลสะพาน ที่ได้ก่อสร้างไปแล้ว ทางหลวงชนบทก็บอกไม่มีเลขรับ ปัจจุบันนี้สะพานแห่งนี้ก็ไม่มี หน่วยงานไหนมาดูแล ถ้าถ่ายโอนไปให้ท้องถิ่นดูแลก็จะเป็นไปตามที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ สผ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรีครับ🔗

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพนะครับ กระผมขอเรียนในเรื่องปัญหาของ การดูแลก็เรียนยืนยันอีกครั้งนะครับว่าได้โอนกรมโยธาธิการและผังเมืองนะครับได้ ดำเนินการก่อสร้างตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ แล้วก็โอนสะพานให้กับกรมทางหลวงชนบทไปเรียบร้อย ไปแล้ว ไม่ใช่อยู่ในขั้นตอนการกระจายอำนาจคนละส่วนกัน ถ้าจะต้องโอนของกรมทางหลวง ไปให้ท้องถิ่น อันนั้นอยู่ในแผนขั้นตอนของการกระจายอำนาจตามแผนกระจายอำนาจ นะครับ อันนี้สร้างแล้วต่อมาก็โอนให้กับกรมทางหลวงชนบทดูแลรักษา กระผมเรียนยืนยัน ณ ทีนี้นะครับว่าชัดเจนเพราะตัวแทนกรมทางหลวงก็อยู่ที่นี่ กรมทางหลวงชนบทก็อยู่ที่นี่ ก็เรียนยืนยันว่าอยู่ในความรับผิดชอบในพื้นที่จะสอบถามใคร อย่างไร กระผมไม่ทราบ แต่ว่าตัวแทนกรมทางหลวงชนบทได้เรียนชี้แจงแล้วว่ามี ในอดีตที่ผ่านมาก็มีความชำรุด ดังกล่าวที่ว่านี้ ท่านก็เอาลูกมาก็ถูกนะครับ กระผมก็เห็นอย่างไรก็ตามท้องถิ่นร่วมกับ ส่วนเกี่ยวข้องอื่น ๆ ก็ช่วยไปดูแลรักษาพื้นที่บนสะพานในขั้นต้นนะครับ กระผมก็ได้สอบถาม ทางหลวงชนบทว่ามีแนวทางอย่างไร กรมทางหลวงชนบทเรียนชี้แจงว่าทั้งเส้นทาง และสะพานต่าง ๆ ในความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบทนี่ก็จะมีมาตรฐาน ในการที่จะบำรุงรักษา เช่นมีการตรวจสภาพทุก ๆ ปี อันนี้จากคำชี้แจงว่ามีการตรวจสอบ ทุก ๆ ปี แล้วก็มีการเตรียมแผนที่จะซ่อมแซมใหญ่ก็แล้วกัน มีการที่จะซ่อมแซมใหญ่ จากกรมทางหลวงชนบทชี้แจงมาว่าในปี ๒๕๖๓ เองก็ได้มีการดูแลรักษามีการปรับปรุง สะพานมีการเอาสาดทาสี มีการดูแลเรื่องราวสะพานในปี ๒๕๖๓ อันนี้จากคำชี้แจง กรมทางหลวงชนบท อย่างไรก็ตามผมก็เรียนถามว่าแล้วมีแผนงานอย่างไรหรือไม่ กรมทางหลวงชนบทก็เรียนชี้แจงว่าในปี ๒๕๖๕ มีแผนงานที่จะซ่อมบำรุงผิวทางบนสะพาน นะครับ บนผิวทางบนสะพานดังกล่าว โดยใช้งบประมาณปี ๒๕๖๕ ในการที่จะดูแล ก็คงจะเรียนท่านผู้ซักถาม อันนี้สรุปแล้วไม่ใช่หน้าที่ที่ผมตอบทั้งสิ้นเลย เพราะเป็นเรื่องของ กรมทางหลวงทั้งสิ้นเลยนะครับ คำตอบที่มีก็เป็นคำตอบที่ท่านศักดิ์สยามต้องตอบ แต่กลายเป็นว่าให้ผมมาตอบนะครับ ก็เรียนตอบให้ฟังตามที่ได้ติดตามข้อมูลมาครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ที่จริง ท่านถาม ๒ ครั้งแล้วนะครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

ขออนุญาตท่านประธานได้ใช้เวลา ที่เหลือสักนิดหนึ่งครับ ท่านประธานเพื่อเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ขออนุญาต ท่านประธานสักนิดเดียวครับ ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยนะครับที่ท่านได้เป็นตัวแทนท่านนายกรัฐมนตรีมาตอบคำถามให้กับพี่น้อง ชาวจังหวัดราชบุรี ผมในนามตัวแทนของพี่น้องชาวจังหวัดราชบุรีก็ต้องกราบขอบพระคุณ ท่าน พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นอย่างยิ่งที่ท่านให้เกียรติสภาผู้แทนราษฎรมาตอบ คำถามนะครับ ก็ขอบพระคุณท่าน แต่จริง ๆแล้วอยากจะกราบเรียนท่านประธาน นะครับว่ากระทู้นี้ถามท่านนายกรัฐมนตรี เนื่องจากก็ไม่รู้ว่าจะถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยหรือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เพราะว่าไม่รู้หน่วยงานที่ใดเป็น คนดูแลสะพานนี้ ก็เลยกราบเรียนท่านรัฐมนตรีแล้วก็ที่สำคัญครับว่าตามที่ทางท่านรัฐมนตรี ได้เรียนชี้แจงต่อพี่น้องประชาชนนะครับว่ามีการตรวจสอบทุกปี มีการทาสีในปี ๒๕๖๓ ก็อยากจะกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีผ่านท่านประธานว่าด้วยรูปสะพานเพิ่งถ่ายมา เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมามันไม่มีการทาสีครับ แล้วก็ไม่มีการตรวจสอบ ผมก็ได้สอบถาม พี่น้องประชาชนในพื้นที่ก็เลยอยากจะขออนุญาตท่านรัฐมนตรีได้ประสานทางกรมทางหลวง ชนบทได้ขออนุญาตได้ส่งข้อมูลการตรวจสอบให้กับผมได้ไหม จะได้ชี้แจงพี่น้องประชาชน เพราะว่าวันนี้พี่น้องประชาชนมีความสงสัย แล้วก็เดือดร้อนถึงร้องเรียนมาถึงผม ผมก็พยายามประสานไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ แล้วก็ขอบคุณกรมทางหลวงชนบท ที่จะซ่อมแซมผิวจราจรในปี ๒๕๖๕ ให้กับพี่น้องชาวจังหวัดราชบุรีตามที่ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยได้ชี้แจง โอกาสนี้ก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมา ณ โอกาสนี้อีกครั้งนะครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านมีอะไร เพิ่มเติม ความจริงก็ชัดเจนกันหมดแล้วนะครับ🔗

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน นิดเดียวครับ ผมไม่ได้เรียนตอบท่านที่ท่านฝากไว้ ในกรณีที่ท่านได้เรียนว่าก็น่าจะมีการ ตรวจสอบทั้งถนนและสะพานทั้งหมดทั้งหมดทั่วประเทศเลย รวมทั้งข้อเสนอแนะของท่าน ในการที่ไปดูแลรักษาหลายปีที่ว่านี้ให้กำชับ ก็จะเรียนเท่านั้นว่ากระผมก็จะเอาข้อเสนอของ ท่านเรียนท่านนายกรัฐมนตรีให้ได้แจ้งกับกระทรวงคมนาคมได้ดำเนินการทั้งหมด ทั้งถนน และสะพานด้วยเลยนะครับ ก็เรียนเพื่อกรุณาทราบเท่านั้นครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ครับ ก็ถือว่า เป็นการจบการถามตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๒๕๖ เรื่อง การถ่ายโอนภารกิจการดูแล รับผิดชอบสะพานข้ามแม่น้ำแม่กลองบริเวณรอยต่อเทศบาลเมืองบ้านโป่งกับเทศบาลตำบล เบิกไพรของท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ นะครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีครับ ท่านสมาชิกครับ🔗

๑.๓.๔ กระทู้ถามที่ ๒๕๓ เรื่อง การสร้างฝายชะลอน้ำกั้นแม่น้ำ สงครามบริเวณบ้านนาถ่อน ตำบลบงเหนือ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร (นางอนุรักษ์ บุญศล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗

ด้วย สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์คือ ท่านประภัตร โพธสุธน เป็นผู้ตอบชี้แจงกระทู้ถามแทน ในการนี้ เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะคือ นายวิทยา แก้วมี ผู้อำนวยการกองแผนงานกรมชลประทาน ตอนนี้ท่านรัฐมนตรีประภัตรก็มาถึงแล้วนะครับ จบจากเวทีใหญ่มาต่อยเวทีเล็กอีกนะครับ วันนี้ท่านก็ตอบทั้งวัน เชิญท่านอนุรักษ์ บุญศล ถามเลยครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย วันนี้ถามกระทู้ แยกเฉพาะเป็นความกรุณาเป็นอย่างยิ่งที่ท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน ได้มาตอบเพื่อจะ แก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนของดิฉันนะคะ ดิฉันถามเรื่องการสร้างฝายชะลอน้ำกั้นแม่น้ำ สงครามบริเวณบ้านนาถ่อน ตำบลบงเหนือ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ท่านประธานคะ เพราว่าบ้านนาถ่อนนี้นั้นเกษตรกรเป็นคนที่ขยันขันแข็งมาก ๆ เลยค่ะ ทั้งหมู่บ้านก็ว่าได้นะคะ ก็กราบเรียนให้ท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีได้ทราบว่าเฉพาะ หมู่บ้านเดียวบ้านนาถ่อน ดิฉันไปดูเรื่องลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ๒๐๐ กว่าครัวเรือน มีคอกวัวอยู่ถึง ๖๒ คอกวัวนะคะ แล้วก็มีวัวติดเชื้อแล้ว ๑ ตัวเป็นที่หวาดผวาของเกษตรกร เป็นอย่างยิ่ง นั่นคือทรัพย์สินอาจจะเป็นชิ้นสุดท้ายในชีวิตเขาก็ได้ ก็คือลงไปที่วัวทั้งหมด เพราะว่าตอนนี้วัวแพงมากนะคะ ที่ดิฉันแถลงข่าวบ่อย ๆ เพราะว่าจังหวัดสกลนครนั้น มีโคขุนโพนยางคำบริเวณใกล้ ๆ บ้านดิฉันเลี้ยง พี่น้องตระกูลดิฉันเลี้ยง ถ้าลมไป ๑ ตัว ตายไป ๑ ตัว ตัวละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท โอ๊ยหัวใจจะวายค่ะท่านประธานที่เคารพคะ สงสารเกษตรกรจับจิตจับใจเลยทีเดียว ความหวังทั้งหมดอยู่ที่ท่านประภัตร โพธสุธน หวังว่าวัว ควาย จะหายจากโรคนี้ด้วยความสามารถบริหารจัดการของท่านค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอนุรักษ์ จะถามเรื่องอะไร🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ฝายชะลอน้ำค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เห็นไป เรื่องลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เชิญครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ค่ะ เพราะว่าเล่าให้ฟังเพราะว่าเดือดร้อน เป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว เพราะว่าไม่มีโอกาสที่จะถามกระทู้ถามสดค่ะ ก็เลยเล่าให้ท่าน รัฐมนตรีฟังว่าเดือดร้อนจริง ๆ ค่ะ แล้วดิฉันจะถามเรื่องฝายชะลอน้ำกั้นแม่น้ำสงคราม บริเวณบ้านนาถ่อน ตำบลบงเหนือ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร ท่านประธาน ที่เคารพคะบ้านนาถ่อน ตำบลบงเหนือ อำเภอสว่างแดนดินได้ประโยชน์ บ้านนาคำ ตำบลคำเลาะ อำเภอไชยวาน จังหวัดอุดรธานีได้ประโยชน์ บ้านท่าวารี ตำบลท่าศิลา อำเภอส่องดาว จังหวัดสกลนครได้ประโยชน์ นั่นคือสิ่งที่ประชาชนจะได้ประโยชน์หากสร้างฝายชะลอน้ำกั้น แม่น้ำสงครามบริเวณบ้านนาถ่อน ตำบลบงเหนือ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนครแห่งนี้ ดิฉันถามคำถามแรกค่ะท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีค่ะ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีนโยบายที่จะพัฒนาและช่วยเหลือหรือไม่ เพื่อลดปัญหาการขาดแคลนน้ำใช้เพื่อการเกษตร ของประชาชนในพื้นที่บ้านนาถ่อน ตำบลบงเหนือ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร หรือไม่อย่างไร ขอทราบรายละเอียดค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรีครับ แม่น้ำสงครามเป็นบ้านผมครับ ท่านรัฐมนตรีตอบไม่ตรงผมมีสิทธิที่จะใช้สิทธิ ความเป็น ส.ส.🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ยินดีครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกท่านอนุรักษ์ บุญศล ท่านบอกว่าเกษตรกรท่านขยัน ผมว่า ส.ส. อนุรักษ์ไม่แพ้เกษตรกรท่าน ทุกวันท่านจะต้องนำ เรื่องเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาเสนอ แล้วก็หาทางแก้ไขก่อนที่จะไปตอบฝายชะลอน้ำ เพราะท่านเกริ่นมาก่อนเรื่องลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ผมก็เพิ่งไปตอบที่สภาใหญ่มา ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เป็นอุบัติใหม่ คราวนี้ที่ท่านเป็นห่วงก็คือเรื่องวัคซีน วัคซีนเรา กระจายลงไปแล้วมีจังหวัดสกลนครด้วย แล้วผมเองจะไปคลิกออฟ (Click off) วันมะรืน วันเสาร์ไปฉีดวัคซีน ๔-๕ จังหวัดในภาคอีสานที่เกิดภัยลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้ แล้วไปคุยกันในพื้นที่ ส่วนการพัฒนาหรือการจะสร้างฝายชะลอน้ำแม่น้ำสงคราม ถูกไหมครับ แม่น้ำสงครามผมก็ทำความเข้าใจกับเพื่อนสมาชิกก่อน แม่น้ำสงคราม เป็นแม่น้ำที่ยาว ๔๐๐ กว่ากิโลเมตร ผ่านพรมแดนจังหวัดมีประมาณอยู่ ๕ จังหวัด ผมให้เจ้าหน้าที่กรมชลประทานคือนายวิทยามาชี้แจงว่าโครงสร้างเป็นอย่างไรของแม่น้ำนี้ ก่อนที่เราจะตอบว่าสร้างหรือไม่สร้าง ท่านก็อธิบายให้ฟังว่าพื้นที่จังหวัดสกลนครใหญ่ มีพื้นที่เพาะปลูก ๓.๕ ล้านไร่ แต่พื้นที่ทั้งหมดมีประมาณ ๖ ล้านไร่ แล้วมีแม่น้ำสงคราม ผ่านบริเวณในเขตจังหวัดท่านประมาณ ๓๐๐ กิโลเมตร ออกไปจังหวัดอุดรธานี ออกไปสิ้นสุดบ้านท่านประธานคือจังหวัดนครพนม อำเภอท่าอุเทน น้ำไปลงทะเล ดังนั้น น้ำที่ผ่านแม่น้ำนี้ปีหนึ่งฝนตกมากพอสมควร อย่างปีที่แล้วตัวเลขมีน้ำผ่านแม่น้ำสงคราม ๑,๖๔๐ ล้านไม่น้อย แต่ว่าได้เก็บไว้ใช้เพียงไม่กี่ร้อยล้านนะครับ เพราะว่าลำน้ำเท่าที่ เจ้าหน้าที่ชี้แจงว่ามันเป็นทางฟลัด แล้วก็ลาดชัน การสร้างฝายมีประโยชน์อย่างยิ่งตามที่ ท่านร้องขอ ตำบลนาถ่อนอยู่ต้นน้ำของแม่น้ำสงครามในเขตของจังหวัดสกลนครมีฝาย ชะลอน้ำแล้ว ๕ ฝาย ถ้าจะสร้างตัวนี้คือตัวที่ ๖ ขอกราบเรียนอย่างนี้ครับว่ากรมชลประทาน ก็ได้เตรียมการจากท่านร้องเรียนมาไปเตรียมการแล้ว ปี ๒๕๖๔ ออกไปสำรวจเร็ว ๆ นี้ ท่านจะได้เจอกับเจ้าหน้าที่ต้องไปหาท่านแล้วศึกษาว่าจะสร้างแบบไหน สร้างอย่างไร ชะลอแบบไหนที่จะไม่สร้างให้คนอื่นเดือดร้อนหรือว่ากักกันน้ำแล้วไม่ไหลลงไปข้างล่างไม่ได้ เพราะฝายนาถ่อนอยู่ต้นเลย ดังนั้นปี ๒๕๖๔ กราบเรียนท่านเลยว่าให้เรียนกับ พี่น้องประชาชน เราออกไปสำรวจ ปี ๒๕๖๕ งบประมาณมันเข้าไปแล้ว ไม่ทัน เราก็จะ ประเมินว่าจะสร้างใช้งบประมาณเท่าไร รู้แล้วปี ๒๕๖๕ ปีนี้จะต้องประชาคมทุกอย่างให้ พอปี ๒๕๖๖ ก็จะตั้งงบประมาณปี ๒๕๖๖ ให้กับนาถ่อน ขอกราบเรียนพี่น้องประชาชน แทนท่าน ส.ส. อนุรักษ์ บุญศล ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอนุรักษ์ ยังมีอะไรข้องใจอีกไหม ก็ค่อนข้างชัดเจนนะครับ ท่านจะตั้งงบประมาณให้ปี ๒๕๖๖ ครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพคะ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย เป็นพระคุณ อย่างสูงที่สามารถที่จะผ่อนร้อนเป็นเย็นด้วยฝายชะลอน้ำ ต้นแม่น้ำสงคราม บ้านนาถ่อน ที่ท่านจะบรรจุในงบประมาณ ปี ๒๕๖๖ ให้ ปี ปี ๒๕๖๖ นั้นเป็นพระคุณอย่างสูงเลยทีเดียว ต้องเรียนกับท่านประธานว่าไม่มีปัญหาในเรื่องของคนอุทิศที่ดิน อาจารย์ณรงค์ แก้วมงคล มีที่อยู่บริเวณนั้น ที่จะก่อสร้าง มี ๒๐ กว่าไร่ ทางเจ้าหน้าที่บอกว่ามันจะต้องกินถึง ๑๐ กว่าไร่ เขาบอกเหลือให้เขาแค่ ๒-๓ ไร่ก็ได้ ขอให้พี่น้องประชาชนได้ประโยชน์ ทีนี้คนที่ อุทิศที่ดินอีกคนหนึ่งก็คือพ่อทองสา แสนโคตร เขาบอกอยากได้เท่าไรเอาไปเลย ขอให้เกิด ฝายชะลอน้ำแห่งนี้ และดิฉันได้เรียนสอบถามไปแล้วว่ามีประโยชน์ถึง ๓ หมู่บ้าน ๓ ตำบล ๒ จังหวัดเลยทีเดียวค่ะ นี่คือได้ยินวันนี้แล้วเหมือนพระมาโปรดนะคะ พี่น้องบ้านนาถ่อน ว่าปี ๒๕๖๖ นั้นจะตั้งงบประมาณให้ ดิฉันถามคำถามสุดท้ายค่ะ ด้วยความดีใจเป็นอย่างยิ่ง และในเวลานี้ดิฉันจะบอกให้คนทั้งประเทศทราบว่าแม้นจะต่างพรรคกัน แต่เมื่อการทำงาน ในสภาผู้แทนราษฎรก็มีความเป็นธรรม ไม่เหลื่อมล้ำแต่อย่างใด กระทู้ที่ดิฉันอยู่ในห้องแยก เฉพาะหรือห้องใหญ่ก็ตาม บรรจุในงบประมาณ ๒๕๖๔ การสร้างฝายชะลอน้ำ ถึง ๓ ฝาย ชะลอน้ำเลยทีเดียว ทั้งกั้นแม่น้ำสงครามและลำน้ำยาม ต้องบอกว่า ขอบพระคุณเป็นอย่าง สูงในกระบวนการประชาธิปไตยค่ะ ดิฉันถามคำถามสุดท้ายด้วยความดีใจว่าอย่างนี้ค่ะ ที่พี่น้องบ้านนาถ่อนจะได้ในปี ๒๕๖๖ ตามที่ท่านรัฐมนตรีได้ชี้แจงได้ตอบคำถามของดิฉันว่า จะให้เจ้าหน้าที่ไปเรียกดิฉันเพื่อออกสำรวจเมื่อไรค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน รัฐมนตรีครับ🔗

นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

กราบเรียนท่านประธานครับ คำถามสุดท้าย เอาสั้น ๆ นะครับ ท่าน ส.ส. ไม่ถามว่าอีก ๒๐ ปีจะทำอะไรให้กับจังหวัดสกลนครหรือ ผมก็ตั้งใจอย่างนี้ครับ การที่จะไปพบท่านก็คงจะ รอท่านพร้อมเมื่อไร เพราะว่าตอนนี้กำลังประชุมสภา เพราะผมได้แจ้ง ผอ. กองแผนที่นั่งอยู่ ข้างหน้าท่านแล้วว่า คนนี้อยู่ที่คนนี้เลย ว่าท่านพร้อมค่อยไปนะ อย่าไปทำโดยไม่แจ้งเจ้าของ เขาให้รู้ ไม่ได้ เพราะว่าการทำงานครั้งนี้เป็นการร้องขอจากท่าน ส.ส. อนุรักษ์ บุญศล ท่านต้องแจ้งให้เขารู้ ให้เขาไปด้วย เพราะเขาจะได้ชี้แล้วก็เชิญประชาชนมา แล้วเขาจะได้ เข้าใจว่าถูกแล้วนะ จุดนี้ ๆ ผมได้แจ้งท่าน ผอ. ไปแล้ว ก็ยืนยันว่าอยู่ที่ท่านแล้วครับจะให้ไป ตอนไหน พร้อมที่จะไปช่วยดำเนินการให้ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านอนุรักษ์ บุญศล คงพอใจนะครับ ประเด็นนี้ผมฝากท่านรัฐมนตรี ท่าน ผอ. กองแผนนิดหนึ่งครับ ลำน้ำสงคราม ไหลผ่านหลายจังหวัด โดยเฉพาะที่ราบลุ่มแม่น้ำสงครามตอนล่าง มีพื้นที่ไม่ต่ำ กว่า ๘๐๐,๐๐๐ ไร่สำหรับทำการเกษตร ตอนบนอาจจะมีฝายชะลอน้ำ ๕ แห่ง ๖ แห่ง อย่างที่ท่านอนุรักษ์ได้ขอเมื่อสักครู่ แต่ว่าลุ่มน้ำสงครามตอนล่าง ไม่มีฝายชะลอน้ำ ไม่มี การสร้างเขื่อนสร้างฝาย สร้างประตูปิดเปิดลำน้ำสงครามเลย ยังเป็นลำน้ำที่บริสุทธิ์ หน้าฝน น้ำท่วมเจิ่งนองไปทั่ว แต่หน้าแล้งไหลลงแม่น้ำโขงหมด แห้งขอดไม่มีน้ำจะทำการเกษตร ไม่ต้องรอให้ ส.ส. ตั้งกระทู้ครับ ท่าน ผอ. กองแผน ชลประทานควรจะสำรวจภาพรวม ทั้งหมดของลำน้ำสงคราม แล้วก็จะสร้างเขื่อน สร้างฝายชะลอน้ำ สร้างประตูปิดเปิดอะไร ก็ควรจะเร่งดำเนินการนะครับ ภาคอีสานมีปัญหาจุดอ่อนก็คือ ระบบชลประทานมีแค่ ๕ เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ ซึ่งแตกต่างจากภาคอื่นมาก รัฐบาลทุกยุคทุกสมัยก็บอกว่ารู้ประเด็น ปัญหาของประชาชน แต่ว่าก็ไม่เคยให้ความสำคัญ ไม่ให้ความใส่ใจเรื่องการจัดงบประมาณ ไปแก้ปัญหาของภาคอีสานเลย ฝากท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับ ก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี ครับ ที่ได้มาตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะของท่านอนุรักษ์ วันนี้ผมขออนุญาตใช้สิทธิความเป็น ส.ส. ในลุ่มน้ำสงครามด้วย เพราะผมเป็นคนลุ่มน้ำสงครามนะครับ ขอขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีประภัตรครับ แล้วก็อีกไม่กี่วันก็คงได้เจอกัน ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นะครับ🔗

๑.๓.๒ กระทู้ถามแยก ที่ ๒๕๑ เรื่อง การสร้างถนนหลายเส้นทาง รองรับการขยายตัวของเขตพัฒนาเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ (EEC) (นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม ได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ เป็นผู้ตอบชี้แจงกระทู้ถามแทน ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการตอบ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมสนับสนุน ข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือ นายพงศธร เหลืองเพิ่มพูน วิศวกรโยธาชำนาญ การ กรมทางหลวง ทุกท่านพร้อมแล้ว ขอเชิญท่านสะถิระ เผือกประพันธ์ ถามเลยนะครับ เชิญครับ🔗

นายสะถิระ เผือกประพันธ์ ชลบุรี

กราบขอบพระคุณ กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม สะถิระ เผือกประพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรเขตอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ต้องกราบขอบพระคุณที่ ท่านประธานให้ผมได้ตั้งกระทู้ เป็นกระทู้ที่ ๒ ของวันในเรื่องของการขยายเขตถนนของ กรมทางหลวง ในพื้นที่ของอำเภอสัตหีบ ซึ่งมีหลายเส้นทางด้วยเช่นกันตลอด ๒ ปีที่ผ่านมา เนื่องจากว่าการก่อสร้างถนนในแต่ละพื้นที่นั้นมีผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของพี่น้อง ประชาชน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความปลอดภัย ความสะดวกสบายในการใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะในเรื่องของความปลอดภัยนั้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างถนนทั้ง ๓ ตอน สายสัตหีบ พัทยาตอนที่ ๑ ตอนที่ ๒ และตอนที่ ๓ แล้วก็สาย ๓๓๒ แยกเจ แยกอู่ตะเภา สายทางหลวง หมายเลข ๓ สายอำเภอสัตหีบ สายบ้านฉาง และทางรอดทางแยกจุดทางหลวง แยกบ้าน กม. ๑๐ เพราะฉะนั้นทุกสายที่ผมนำเรียน ท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ซึ่งวันนี้ได้มอบหมายให้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มาเป็นผู้ตอบกระทู้ของผมนั้น เหมือนสร้างถนนรอบเมืองอำเภอสัตหีบเลยครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นคำถามแรกที่ผมจะถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมนั้น ซึ่งเป็น ในเรื่องของความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ปลอดภัยของชีวิตพี่น้องประชาชนอำเภอ สัตหีบ ซึ่งก็คือกระทรวงคมนาคมมีการวางแผนป้องกันและแก้ไขปัญหาไฟส่องสว่าง และปัญหาฝุ่น และปัญหาการวางท่อระบายน้ำอย่างไรในการก่อสร้างถนนครับ เพราะว่าไฟ ส่องสว่างสร้างกี่ครั้งก็ดับทุก ๆ ๒ อาทิตย์หรือทุก ๆ ๑ เดือนก็ต้องแจ้งทุกครั้ง แจ้งไปทุกครั้ง อีก ๒ อาทิตย์ก็ดับอีกแล้ว โดยเฉพาะเรื่องไฟฟ้า ส่วนปัญหาฝุ่นเราก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่า หน้าหนาวหน้าร้อนมีฝุ่น ผู้ที่อยู่อาศัยบริเวณถนนสุขุมวิท ก็อยู่ไม่ได้ ร้านค้าปิดไปเป็น หลายร้อยร้านแล้วครับท่านประธาน ตรงนี้จึงขอนำเรียนท่านประธานผ่านไปยังกระทรวง คมนาคมว่าท่านมีแนวทางการป้องกันอย่างไรในการก่อสร้างถนนของกรมทางหลวง ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมครับ วันนี้ผมได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้มาตอบกระทู้ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านสะถิระ เผือกประพันธุ์ ก่อนอื่น ก็ขออนุญาตชื่นชมท่านสมาชิกที่ท่านมีความเป็นห่วงพ่อแม่พี่น้องตลอด ๒ ข้างทาง ในถนน เส้นสายสัตหีบ ก็ต้องนำเรียนนะครับ กระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงตอนนี้เราก็ได้มี การก่อสร้าง การขยายการพัฒนาหลายเส้นทาง โดยเฉพาะเส้นที่ทางท่านสมาชิกกล่าวถึง ก็คือเส้นสัตหีบ ก็แบ่งเป็น ๓ ตอน หรือ ๔ ตอนอย่างที่ท่านบอกไป แล้วก็แน่นอนครับในเมื่อ มีการก่อสร้างมันก็ย่อมเกิดปัญหาเกิดผลกระทบต่อผู้ข้างเคียงบ้างนะครับ แต่อย่างไรก็ตาม ทางกรมทางหลวงเราก็ไม่ได้นิ่งนอนใจ เราก็ได้กำชับไปทางผู้ประกอบการหรือผู้รับจ้างมา โดยตลอด เรื่องแรก เรื่องการติดตั้งไฟแสงสว่างตรงนี้ก็ได้กำชับไปแล้วนะครับว่าให้มี การติดตั้งไฟแสงสว่างให้ครบทุกจุด เรื่องน้ำ น้ำท่วมตอนนี้ก็บอกว่ายิ่งช่วงนี้อาจจะมีช่วงที่ เป็นฤดู มีฝนตกหนักอาจจะมีน้ำขังอยู่บ้าง นอกจากให้ทำท่อระบายน้ำแล้ว ตอนนี้ทาง กรมทางหลวงก็ให้ติดเครื่องสูบน้ำเพิ่ม สูบน้ำชั่วคราวในกรณีที่น้ำขังเร่งด่วน🔗

ในเรื่องฝุ่น ตอนนี้ก็ได้ให้ทางผู้ประกอบการเพิ่มรถวิ่งที่จะคอยมาพ่นน้ำจาก เดิม ตอนนี้ก็ให้เพิ่มมาเป็น ๔ ครั้งต่อวัน ก็คือเช้า ๒ เย็น ๒ ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็กำชับขอ ความร่วมมือไปทางผู้ประกอบการผู้รับจ้างอย่างเต็มที่ให้ดูแลความสะดวกสบายของ พี่น้องประชาชนผู้ใช้ถนน แต่อย่างไรก็ตามถ้ามีข้อมูลว่าจุดไหน ตรงไหนบกพร่อง ก็ฝาก ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติก็สะท้อนมาที่กรมทางหลวง กรมทางหลวงก็จะรับไปดำเนินการ ต่อไป ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านสะถิระ ถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗

นายสะถิระ เผือกประพันธ์ ชลบุรี

ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งในเรื่องฝุ่น จริง ๆ ผมก็ขอทาง กรมทางหลวง แขวงทางหลวงชลบุรีที่ ๒ ไป ขอไป ๒ รอบต่อวันนะ แต่ท่านรัฐมนตรีให้ ๔ รอบต่อวัน ถือเป็นเรื่องที่ดีต่อพี่น้องประชาชนอย่างยิ่งนะครับ ผมก็จะนำเรียนพี่น้อง ประชาชนว่าเวลาหน้าหนาวหรือหน้าร้อน รถผู้รับจ้างก็จะสามารถเอารถมารดน้ำตามถนน ๔ รอบต่อวัน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง ต้องกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นอย่างสูงนะครับ🔗

ส่วนเรื่องที่ ๒ นั้น ระยะทางประมาณ ๔๐ กิโลเมตรที่ทางกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ก่อสร้างในพื้นที่อำเภอสัตหีบ ตลอดถนนสุขุมวิทนั้น ก็จะมีสถานศึกษา ก็จะมีตลาด มีชุมชนแออัด สิ่งที่เราเห็นห่วงเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในการ ข้ามถนน ตรงนี้ไม่ทราบว่าทางกระทรวงคมนาคมมีแผนการติดตั้งสะพานลอยไว้บน สถานศึกษาแต่ละพื้นที่อย่างไร เพราะผมสำรวจมาว่าตลอดเส้นทางที่ท่านกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงได้สร้างนั้น มีสถานศึกษาจำนวน ๑๗-๑๘ สถานศึกษาที่อยู่บริเวณริมถนนที่ ท่านกำลังสร้างอยู่ ตรงนี้ก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เมื่อท่านสร้างเสร็จแล้วจำนวนเยาวชนหรือ นักเรียนในการข้ามถนนเป็นเรื่องของความปลอดภัยเป็นอย่างยิ่งครับ กราบเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียนท่านประธานนะครับ ต่อคำถามที่ ๒ เรื่องการกำหนดจุดข้ามสะพานลอยแล้วก็ จุดกลับรถนะครับ ต้องกราบเรียนเบื้องต้นจากเพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ที่ทำให้ดู ถนนเส้นนี้ก็ทั้งหมดประมาณอยู่ ๒๒ กิโลเมตร เบื้องต้นทางกรมทางหลวงเราได้เตรียมแผน ทำจุดข้ามสะพานลอยทั้งหมด ๘ แห่ง แล้วก็จุดกลับรถ ๒๐ แห่ง ซึ่งก็ตกประมาณ ๘๐๐ เมตรถึง ๑ กิโลเมตรครึ่งก็จะมีจุดกลับรถ ๑ ครั้ง ส่วนจุดสร้างสะพานลอย เบื้องต้นที่ เรากำหนดไว้ก็คือจะเป็นหน้าสถานศึกษาทั้งสิ้น จุดแรกก็จะเป็นหน้าโรงเรียนสัตหีบวิทยาคม จุด ๒ โรงเรียนบ้านอำเภอ จุด ๓ วิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ จุด ๔ โรงเรียนชุมพลทหารเรือ โรงเรียนบางเสร่ โรงเรียนอนุบาลบ้านเตาถ่าน หน้าโรงเรียนธรรมศิริศึกษา หน้าโรงเรียนสิน สมุทร อันนี้ก็เป็นแผนที่กระทรวงคมคมนาคม โดยกรมทางหลวงกำหนดไว้เบื้องต้นนะครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วก็ขึ้นอยู่กับความต้องการของพ่อแม่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ จุดตรงนี้ยัง สามารถขยับเปลี่ยนแปลงได้ ถ้าท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติเห็นว่าจุดนี้อาจจะยังไม่เหมาะ จุดนี้ มีคนใช้เยอะกว่าก็สามารถเสนอความคิดเห็นมายังกรมทางหลวงได้นะครับ แต่ทั้งนั้นทั้งนั้น การทำสะพานลอยก็ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของที่ทั้ง ๒ ข้าง แล้วก็ชุมชนละแวกนั้น🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ยังพอมีเวลา ท่านสะถิระมีคำถามอะไรอีกไหมครับ🔗

นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ชลบุรี

มีคำถามที่ ๓ ครับ แต่ก็ต้อง ขอบพระคุณท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมอีกครั้งหนึ่ง นะครับที่ยังเห็นความสำคัญของสถานศึกษาทั้ง ๘ แห่งที่ท่านกำลังจะสร้างนะครับ แต่ก็ อย่างที่ผมนำเรียนไปแล้วว่าเรามีสถานศึกษาที่อยู่ในพื้นที่ของถนนสุขุมวิทประมาณ ๑๘ สถานศึกษา ถ้ามีความเป็นไปได้ในการเพิ่ม ก็ขอให้ทางท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคมประสานไปยังกรมทางหลวง ในการพิจารณาดูว่ามีโอกาสเป็นไปได้ไหม ถ้าทางเจ้าของพื้นที่ด้วยยินยอมก็จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ปกครองและนักเรียนในการใช้รถใช้ ถนนครับก็เป็นสิ่งที่ดี แล้วอีกเรื่องหนึ่งก็คือในเรื่องของบวรก็คือวัดก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่พี่น้อง ประชาชนผู้สูงอายุจะได้ใช้ ถ้าเป็นไปได้มีบันไดเลื่อนก็ดีนะครับ ผู้สูงอายุข้ามถนนไม่ได้เลย ครับแต่คงเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าเป็นไปได้ก็ดี ส่วนคำถามที่ ๓ เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่า สถานการณ์เช่นนี้การก่อสร้างถนนทางหลวงทุกเส้นทางก็จะเกิดความล่าช้า เพราะฉะนั้น ผมก็ต้องถามทางท่านรัฐมนตรี ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง คมนาคมว่าท่านมีการแก้ไขอย่างไรกับปัญหาความล่าช้าของการก่อสร้างถนน โดเฉพาะถนน หมายเลข ๓ อำเภอสัตหีบถึงอำเภอบ้านฉางระยะทาง ๑๐ กิโลเมตร ใช้กว่าแผนไปถึง ๒๔.๒๙๙ เปอร์เซ็นต์ แล้วผมดูทั้งหมด ๕ เส้นทางช้ากว่าทุกเส้นทางครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นผมจึงกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมว่ามี แนวทางการแก้ปัญหาอย่างไรเกี่ยวกับความล่าช้าในการก่อสร้างถนนในพื้นที่อำเภอสัตหีบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียนท่านประธานนะครับ ก็ตอบคำถามข้อที่ ๓ นะครับเรื่องปัญหาความล่าช้า การก่อสร้างถนนนะครับ โดยกรมทางหลวงยอมรับว่าเราก็มีความล่าช้าอย่างที่ท่านสมาชิก ท่านบอก จริง ๆ ก็เนื่องด้วยว่าปัญหาหลาย ๆ ปัญหาเหตุการณ์ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาในการ เจรจาขอพื้นที่ก่อสร้างจากผู้อาศัยเดิมประชาชนในพื้นที่ อันนี้ก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่ง ปัญหาฝน อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง แล้วไหนจะปัญหาโควิด (COVID) ที่กระทบกับเรื่องแรงงานต่าง ๆ อันนี้ก็ เป็นส่วนหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตามครับทางกรมทางหลวงก็ได้ให้เรียกประชุมบริษัททั้งหมด ที่ได้มารับจ้างตรงนั้น แล้วก็กำชับว่าให้ทำตามแผนให้เร็วที่สุดนะครับ ก็ยังขอยืนยันว่า ตามแผนเดิมจะแล้วเสร็จตามสัญญาก็จะมีทั้งปี ๒๕๖๕ และปี ๒๕๖๖ ก็จะพยายามเร่งให้ เสร็จตามแผนให้อยู่ในกระบวนการ ไม่ว่าจะ ๒ ตอนในปี ๒๕๖๕ แล้วก็อีก ๒ ตอน ในปี ๒๕๖๖ นะครับ ก็ขอบคุณท่านสมาชิกที่ท่านเป็นห่วงผู้ใช้ถนน รวมถึงพี่น้องประชาชน ที่อาศัยอยู่รอบ ๆ นะครับก็ต้องนำเรียน รัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคมเราเห็นความสำคัญ แล้วก็เราจะไม่ทอดทิ้งปัญหานะครับ ตรงไหนที่ท่านได้รับกระทบท่านก็ให้ข้อมูลผ่านมายัง กรมทางหลวง ผ่านมาทางท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เลยนะครับ รัฐบาลกระทรวง คมนาคมก็จะรับไปดำเนินการแก้ไขต่อไปครับ ชอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต้องขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีและท่านสะถิระนะครับ ผมให้โอกาสท่านถาม ๓ รอบแล้วนะครับเกินกว่าที่ตั้ง ไว้ปกติ ๒ ครั้ง แต่ว่าก็มีเวลาเหลือก็เลยให้ท่านนะครับ ก็คงเป็นที่ชัดเจนและเข้าใจถือว่าจบ การถามตอบกระทู้แยกเฉพาะที่ ๒๕๑ เรื่อง การสร้างถนนหลายเส้นทางรองรับการขยายตัว ของเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกของท่านสะถิระ เผือกประพันธุ์ นะครับ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยการกระทรวงคมนาคม ท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ นะครับ🔗

๑.๓.๑ กระทู้ถาม ที่ ๒๕๐ เรื่อง ขอให้เร่งสำรวจและออกแบบทาง หลวง ๓๓๔๐ ตอนหนองเสม็ดถึงบ่อทอง กม. ๐+๐๐๐ ถึง กม. ๒๐+๐๐๐ ระยะทาง ๒๐ กิโลเมตร เป็นถนน ๔ ช่องจราจรโดยเร่งด่วน (นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม🔗

ด้วย สำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม คือ ท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ เป็นผู้ตอบชี้แจงกระทู้ถามแทนนะครับ ในการนี้เพื่อประโยชน์ ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม สนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะคือ นายช่อฉัตร ชุมศรี วิศวกรโยธาชำนาญ การพิเศษ กรมทางหลวง ทุกท่านพร้อมแล้วก็เชิญท่านสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ถามเชิญครับ🔗

นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ ผม สรวุฒิ เนื่องจำนงค์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี พรรคพลัง ประชารัฐ วันนี้ผมต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรนะครับ ท่านศุภชัย โพธิ์สุ และท่านรัฐมนตรีอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ที่ท่านได้กรุณาเสียสละเวลา วันนี้มาตอบกระทู้ ของผม ผมเองขอเข้าเรื่องเลยครับว่าพื้นที่จังหวัดชลบุรีนั้นเราทราบกันดีว่าเป็นพื้นที่พัฒนา อย่างพิเศษนะครับคำว่า พิเศษ ก็คือทุกมิติมันมีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วมาก บางทีสิ่งที่ เป็นสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น ถนนหนทางมันไปไม่ทันกับความเจริญ ดังนั้น สิ่งที่ผมจะมากราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีในวันนี้จนไป ถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็คือความเดือดร้อนที่พี่น้องชาวอำเภอบ่อทอง จังหวัดชลบุรี เดือดร้อนอย่างแสนสาหัสเพราะว่าการพัฒนาอย่างเข้มข้นแล้ว ถนนที่เข้าสู่อำเภอบ่อทองนั้น ยังเป็น ๒ เลนอยู่ครับ ทั้ง ๆ ที่บางที่เป็นถนน ๖ เลนแล้ว ๘ เลนแล้วมีถนน ๒ ชั้นด้วยครับ ท่านประธานครับบางที แต่ว่าอำเภอนี้แม้ว่าจะเป็นอำเภอเกษตรกรรม แต่ว่ามีผู้ใช้ทางเยอะ มากครับ เกณฑ์ตามที่กรมทางหลวงได้แจ้งมา เกณฑ์ที่จะขยายเป็น ๔ เลนก็คือ ๘,๐๐๐ คัน ต่อวัน แต่ตอนนี้อยู่ประมาณ ๗,๗๐๐ คันซึ่งถือว่าเข้าเกณฑ์ แล้วก็มีการทำแผนรอไว้นะครับ ตั้งแต่ ๕ ปี ๑๐ ปีทำมานานแล้วครับ ผมเองก็เฝ้ารอครับว่าตั้งแต่เป็นผู้แทนราษฎรมา อยากจะได้ทางด่วนเส้นนี้เพื่ออำนวยความสะดวกให้พี่น้องประชาชน เหตุผลหลัก ๆ ว่าแม้ว่า ระยะทางที่เข้าสู่ตัวอำเภอจากตรง ๔ แยกหนองเสม็ดเข้าสู่อำเภอบ่อทองนั้นจะเป็นระยะทาง ประมาณ ๒๐ กิโลเมตรก็ถือว่าไม่ใกล้ไม่ไกล แต่ว่าเป็นถนนที่มีความโค้งครับ แล้วก็บางทีเป็น เนินเขาสลับเป็นระยะ ๆ ซึ่งทำให้ลับตาคน สถิติการเกิดอุบัติเหตุต่อปี มีการบาดเจ็บล้มตาย พอสมควรครับ แล้วก็โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีการปลูกอ้อยนะครับ ปลูกมัน ปลูกยางพารา ปลูกปาล์มน้ำมันนั้น รถที่ขนส่งพืชผลทางการเกษตรนั้นมีการใช้กันเยอะครับ แล้วก็มีคนที่ เสียชีวิตจำนวนมากครับ เพราะฉะนั้นผมเองขอกราบเรียนตามเหตุผลไปทางท่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎรไปสู่ท่านรัฐมนตรีอธิรัฐ ผมขอตั้งคำถามครับว่ากระทรวงคมนาคม มีนโยบายและแผนงานในการขยายช่องทางจราจรในถนนดังกล่าว เส้นดังกล่าวเป็น ๔ ช่องทางหรือไม่ อย่างไร ขออนุญาตทราบรายละเอียดครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงตอบครับ🔗

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพนะครับ ผม นายนายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคมนะครับ วันนี้ผมได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมให้มาตอบกระทู้ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ท่านสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ก่อนอื่นก็ขออนุญาตชื่นชมแล้วก็ขอบคุณท่านสมาชิกที่ท่านมีความเป็นห่วงเป็นใยพี่น้องที่ใช้ ถนนต้องการจาก ๒ เลนขยายเป็น ๔ เลนนะครับ ทางที่ท่านถามก็คือทางหลวงหมายเลข ๓๓๔๐ นะครับ สายหนองเสม็ดบ่อทอง ระยะทาง ๒๐ กิโลเมตรนะครับ เป็นเส้นทางเชื่อม ระหว่างทางหลวงหมายเลข ๓๓๑ สายสัตหีบ เขาหินซ้อนและทางหลวงหมายเลข ๓๒๔๕ สายอ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล แล้วก็ลาดกระทิง ช่วงที่ท่านสมาชิกสอบถามมาก็อยู่ระหว่าง กม. ที่ ๐ ถึง กม. ที่ ๒๐ นะครับก็ในสถานะปัจจุบันใน ๒๐ กิโลเมตรทั้งหมดนี้ก็ได้มีบางช่วง ที่ทางกรมทางหลวงได้ปรับปรุงเป็นขนาด ๖ ช่องจราจร เราก็คือเลี่ยงมาตรงชุมชนที่เป็น ชุมชนก็คือบริเวณแยกหนองเสม็ด บริเวณอำเภอบ่อทองตรงนี้ระยะทางประมาณ ๒.๘ กิโลเมตร ฉะนั้นแล้วก็ยังเหลืออยู่อีกประมาณ ๑๗.๒ กิโลเมตรที่ยังเป็นขนาด ๒ ช่องจราจรนะครับ แต่อย่างไรก็ตามกระทรวงคมนาคมเราให้ความสำคัญนะครับ แล้วก็ได้ สั่งการไปให้ทางกรมทางหลวงให้รีบสำรวจออกแบบภายในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ อันนี้มันก็ กำลังจะอยู่ในขั้นตอนพิจารณาของสภาคงมาใส่ตอนนี้ไม่ทัน แต่ก็บอกไว้แล้วว่าในปี ๒๕๖๖ ทางกรมทางหลวงให้เสนอของบจ้างที่ปรึกษาเพื่อทำการสำรวจและออกแบบนะครับ ตรงนี้ เบื้องต้นเพื่อที่จะขยายถนนให้เป็น ๔ ช่องการจราจรนะครับภายในปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๘ ต่อไปครับ ขออนุญาตตอบคำถามแรกเบื้องต้นครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสรวุฒิ ยังมีคำถามอะไรอีกไหมครับ🔗

นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ชลบุรี

ขออนุญาตท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีอธิรัฐครับ ผมเองขออนุญาตสอบถามคำถาม สั้น ๆ ครับ อีกสัก ๒ คำถาม แต่ว่าขอเรียงลำดับไปตามลำดับนะครับ คำถามที่ ๒ ท่าน รัฐมนตรีครับ ผมขออนุญาตสอบถามว่ากระทรวงคมนาคมสามารถดำเนินการสำรวจและ ออกแบบถนนเส้นดังกล่าวได้ภายในระยะเวลานานเท่าใด อย่างไรครับ ขออนุญาตขอทราบ รายละเอียดท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียนท่านประธานนะครับ โดยกรมทางหลวงเราวางแผนเราก็จะตั้งงบขอสำรวจ ออกแบบภายในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ นะครับ ซึ่งเราก็จะทำทั้งการออกแบบ แล้วก็ทำ การมีส่วนร่วมของประชาชนควบคู่ไปพร้อมกันเลย เราคาดว่าเบื้องต้นน่าจะใช้เวลา ๑-๒ ปี ถ้าไม่ได้เร่งรัดอะไรมากก็คาดว่าทำปี ๒๕๖๖ เราจะสามารถตั้งงบถนนทั้งเส้นก่อสร้างภายใน ปี ๒๕๖๘ แต่อย่างไรก็ตามครับ ผมก็จะพยายามเร่งรัดเพราะรู้ว่าเป็นความต้องการของ พี่น้องประชาชนตรงนั้น ถ้าสามารถทำสำรวจออกแบบได้เสร็จทันก็จะตั้งงบก่อสร้างภายใน ปี ๒๕๖๗ ครับ ก็ขออนุญาตเรียนไปยังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านสรวุฒิ อนุญาตเป็นคำถามครั้งสุดท้ายนะครับ🔗

นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ชลบุรี

กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีครับ ผมเองซาบซึ้งใจมากครับที่ทางท่านได้ช่วยกรุณาหารายละเอียดมาให้ ทางชาวบ้าน ชาวบ่อทองได้สบายใจ แล้วพวกผมเองก็เฝ้ารอถนนตรงนี้มานานมากนะครับ ตามเทคนิคอย่างที่ท่านรัฐมนตรีตอบว่าจริง ๆ แล้วปีนี้ปีงบประมาณ ๒๕๖๕ ซึ่งผมเอง ก็เป็นกรรมาธิการงบประมาณ มันก็คงใส่ปีนี้ไม่ทันก็คงต้องใช้ปี ๒๕๖๖ ซึ่งก็คือปีหน้าใช่ไหม เพราะเราพิจารณาปีหน้า ทีนี้ถ้าเป็นงบประมาณที่ท่านใช้ผมจะขออนุญาตฝากท่านประธาน ไปสู่ท่านรัฐมนตรีครับว่าขออนุญาตให้กำชับว่าขอให้ใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า แล้วก็ ค่าที่ปรึกษาออกแบบผมคิดว่าไม่อยากให้สูงเกินไป เพราะว่าถนนไม่ได้มีสภาพที่ซับซ้อน นะครับ เพียงแต่ว่าโค้งมันเยอะ เนินมันเยอะไปหน่อย ก็ขออนุญาตสอบถามคำถามสุดท้าย เลยแล้วกันว่า ถ้าสมมุติว่าจะใช้งบประมาณเหลือจ่ายของกระทรวงคมนาคมมาออกแบบ สำรวจมาออกแบบสำรวจโดยการจ้างที่ปรึกษาให้เร็วที่สุดภายในปีนี้หรือไม่เกินปีหน้า พอจะ มีทางเป็นได้ไหมครับ แล้วจะฝากท่านประธานไปสู่ท่านรัฐมนตรีว่าถ้าขอความกรุณาตรงนี้ เนื่องจากเป็นงบประมาณไม่เยอะ แล้วถ้ามีความพร้อมเมื่อไร ความพร้อมเรื่องงบประมาณ ต่าง ๆ จะได้เร่งบรรจุให้ชาวบ้านได้สบายใจนะครับ ฝากเรียนท่านประธานไปสู่ท่านรัฐมนตรี ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรี จะตอบไหมครับ เชิญครับ🔗

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพนะครับ ก็ขอบคุณความห่วงใยของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ นะครับ ก็อยากให้พี่น้องเรามีถนน ๔ ช่องจราจรใช้ไว ๆ ผมก็เข้าใจความรู้สึกท่านนะครับ ก็กราบเรียนนะครับว่ากรมทางหลวงเราก็จะพยายามก็เดี๋ยวเราจะให้ตั้งเรื่องในเรื่อง การสำรวจออกแบบไว้ เรื่องราคาเรามีระเบียบก็ให้เป็นไปตามระเบียบของกระทรวง คมนาคมนะครับ ไม่อยากให้วงเงินที่มันใช้ฟุ่มเฟือยเกินเหตุก็ให้เป็นไปตามสมเหตุสมผล แล้วก็ไม่ว่าจะเป็นงบเหลือจ่ายของปี ๒๕๖๕ หรือจะเป็นงบประมาณของปี ๒๕๖๖ ผมเชื่อว่า เวลาก็ค่อนข้างใกล้เคียงกันเพราะงบเหลือจ่ายปี ๒๕๖๕ กว่าเราจะได้ใช้จริงก็คือปลายปี ซึ่งมันก็ไปเข้างบประมาณของปี ๒๕๖๖ แต่อย่างไรก็ตามทางไหนที่มันเร็วและเป็นประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชน ทางรัฐบาลและกระทรวงคมนาคมเองก็จะรีบดำเนินการให้กับพี่น้องประชาชน แล้วก็ขอขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ท่านเป็นห่วงเป็นใยพี่น้องประชาชน ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

หมดแล้ว นะครับ น่าจะได้ครบกระบวนความแล้วนะครับ ถือว่าจบการถามตอบแยกกระทู้ถามแยก เฉพาะที่ ๒๕๐ เรื่องขอให้เร่งสำรวจและออกแบบทางหลวง ๓๓๔๐ ตอนหนองเสม็ด ถึงบ่อทอง ถามโดยท่านสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผมต้อง ขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ที่กรุณาให้เกียรติห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเรานะครับ ก็ขอขอบคุณทุกท่าน ที่เกี่ยวข้องนะครับ ที่ประชุมครับสำหรับวันนี้ก็ถือว่าเราได้พิจารณามาทั้งหมด ๖ กระทู้ นะครับ ถือว่าจบการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมขอปิดการประชุมนะครับ ขอบคุณ มากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก่อนที่เราจะดำเนินการ ในวาระเพื่อทราบต่อไป ผมขออนุญาตที่ประชุมว่าเพื่อประโยชน์ของพวกเราที่เป็น กรรมาธิการ แล้วก็มีการเปลี่ยนแปลงเนื่องจากตำแหน่งกรรมาธิการว่างลงและต้อง ตั้งกรรมาธิการใหม่นะครับ เพื่อให้สมาชิกได้มีโอกาสได้ไปทำงาน ขออนุญาตนำวาระ เรื่องที่ ๗.๒ ถึง ๗.๘ เฉพาะที่มีความพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลง คือขออนุญาตนำวาระนี้ขึ้นมา ให้ที่ประชุมอนุมัติก่อนนะครับว่าจะขอเปลี่ยนแปลงบุคคลที่เป็นกรรมาธิการ ที่ประชุม ไม่ขัดข้องนะครับ กรรมาธิการได้ขออนุญาตมาดังนี้ครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ🔗

๗.๔ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาติดตาม ตรวจสอบ การใช้เงิน ตามพระราชกำหนด ๓ ฉบับ เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับ ผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ขอตั้ง กรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างเพราะลาออก โดยประธานกรรมาธิการชุดดังกล่าวนี้ได้แจ้งว่า กรรมาธิการ นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ได้ลาออกจากตำแหน่ง จึงพ้นจากการเป็น กรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) ตำแหน่งที่ว่างนี้เป็นสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ จึงขอเชิญเสนอกรรมาธิการขึ้นมาแทน เชิญครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ผมขอเรียนเสนอตั้ง นายยุทธนา โพธสุธน เป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาติดตาม ตรวจสอบ การใช้เงินตามพระราชกำหนด ๓ ฉบับ เพื่อแก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากการระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ แทนตำแหน่งที่ว่างลง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ตั้ง คุณยุทธนา โพธสุธน แทนนะครับ🔗

๗.๕ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติอ้อยและน้ำตาลทราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีกรรมาธิการว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออกนะครับ โดยประธาน กรรมาธิการแจ้งขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจาก นายสุทัศน์ สิวาภิรมย์รัตน์ ได้ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ จึงเป็นอันพ้นจากการเป็นกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) เป็นสัดส่วนของพรรคเศรษฐกิจใหม่ครับ ขอเชิญพรรคเศรษฐกิจใหม่เสนอ กรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างครับ🔗

นายภาสกร เงินเจริญกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ขออนุญาตเสนอชื่อตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ อ้อยและน้ำตาล (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ท่าน ขอเสนอ นายบุญเลิศ เหลียงกอบกิจ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ ตั้งคุณบุญเลิศขึ้นมาแทนตำแหน่งที่ว่างครับ🔗

๗.๖ กรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรว่างลง ๑ ตำแหน่ง โดย นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ได้ลาออกนะครับ ประธานคณะกรรมาธิการ จึงขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เป็นสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ขอเชิญ เสนอครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อพรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเสนอตั้ง นายยุทธนา โพธสุธน เป็นกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการ กิจการสภาแทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่างลงครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ ตั้งคุณยุทธนา โพธสุธน แทนตำแหน่งกรรมาธิการตำแหน่งที่ว่างนะครับ ความจริงยังมี มากกว่านี้ แต่วันนี้ได้รับแจ้งว่ามีความพร้อม ๓ คณะ เพราะฉะนั้นขออนุมัติในส่วน ๓ คณะนี้ ไปก่อนครับ🔗

สมาชิกวันนี้อย่าเบื่อนะครับ เพราะมันจะมีเรื่องที่ค้างในสมัยปิดประชุมมาก หลายเรื่องและต้องแจ้งเพื่อทราบตามวาระที่เราจะต้องแจ้งตามข้อบังคับนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม🔗

๒.๑ รับทราบการพิจารณาของวุฒิสภา🔗

๑. ลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติ เห็นชอบแล้ว จำนวน ๓ ฉบับ🔗

๑.๑ ร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับ การประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗

๑.๒ ร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดี ปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗

๑.๓ ร่างพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗

๒. รับทราบการพิจารณารายงาน จำนวน ๔ เรื่อง🔗

๒.๑ ร่างพระราชกฤษฎีกาการกำหนดให้ผู้รับใบอนุญาตชำระ🔗

ค่าธรรมเนียมการต่อใบอนุญาตแทนการยื่นคำขอต่ออายุใบอนุญาต พ.ศ. ....🔗

๒.๒ (ร่าง) แผนการปฏิรูปประเทศ (ฉบับปรับปรุง)🔗

๒.๓ รายงานประจำปี ๒๕๖๒ กองทุนการออมแห่งชาติ🔗

๒.๔ รายงานความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนการปฏิรูป ประเทศ ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (เดือนกรกฎาคม- กันยายน ๒๕๖๓)🔗

๒.๒ รับทราบผลการพิจารณารายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง ผลกระทบ จากประกาศ คสช. คำสั่ง คสช. และคำสั่งหัวหน้า คสช. ศึกษากรณีการดำเนินคดี ต่อพลเรือนในศาลทหาร การจำกัดเสรีภาพการแสดงออกและการจำกัดเสรีภาพสื่อมวลชน ของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน🔗

๒.๓ รับทราบผลการพิจารณารายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง การปฏิรูป กระบวนการยุติธรรมทางอาญาในชั้นสอบสวน ของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน🔗

๒.๔ รับทราบผลการพิจารณารายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง แนวทาง การสร้างความปรองดอง สมานฉันท์ของคนในชาติ ของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน🔗

๒.๕ รับทราบรายงานผลการดำเนินการตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา🔗

๒.๖ รับทราบผลการพิจารณารายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง แนวทาง ป้องกันและแก้ไขปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและการล่วงละเมิดทางเพศ ของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการข่มขืนกระทำชำเราและ การล่วงละเมิดทางเพศ🔗

๒.๗ รับทราบผลการพิจารณารายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง ร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. .... ของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน🔗

๒.๘ รับทราบรายงานผลการพิจารณาตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาการเกษตร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา🔗

๒.๙ รับทราบรายงานผลการพิจารณาศึกษาญัตติ เรื่อง การศึกษามาตรการ ป้องกันการเกิดโรคระบาดหรือโรคติดต่อในประเทศไทย ของคณะกรรมาธิการ การสาธารณสุข🔗

๒.๑๐ รับทราบผลการพิจารณารายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM ๒.๕ อย่างเป็นระบบ ของ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละออง ขนาดเล็ก PM ๒.๕ อย่างเป็นระบบ🔗

๒.๑๑ รับทราบผลการพิจารณารายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง การทบทวนกระบวนการพิจารณาคำสั่งไม่ฟ้องของพนักงานอัยการ ของคณะกรรมาธิการ การกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน🔗

๒.๑๒ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๓🔗

๒.๑๓ รับทราบผลการพิจารณารายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง แนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM ๒.๕ ของคณะกรรมาธิการ การป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย🔗

๒.๑๔ รับทราบข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ สภาผู้แทนราษฎร และข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ วุฒิสภา🔗

๒.๑๕ รับทราบรายงานผลการพิจารณาตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา🔗

๒.๑๖ รับทราบผลการพิจารณารายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง สภาพ ปัญหาและแนวทางส่งเสริมและคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ในประเทศไทย ของคณะกรรมาธิการ กิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ🔗

๒.๑๗ รับทราบผลการพิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณามีมติให้รับฟังความคิดเห็นของนักเรียน นิสิต นักศึกษา เยาวชน และประชาชน🔗

๒.๑๘ รับทราบรายงานผลการดำเนินงานตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการ วิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของ สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา🔗

๒.๑๙ รับทราบเรื่อง ประธานสภาผู้แทนราษฎรอนุญาตให้คณะกรรมาธิการ ขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษา ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๖๐ วรรคสอง จำนวน ๑๗ คณะ🔗

๑. คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหา คลื่นทะเลกัดเซาะชายฝั่งและการพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลอย่างเป็นระบบ ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาต่อไปอีก ๑๒๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๔🔗

๒. คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาอุปสรรคในการจัด บริการสาธารณะ กิจกรรมสาธารณะ และหาแนวทางในการแก้ปัญหาเรื่องการถ่ายโอน ภารกิจด้านพัฒนาแหล่งน้ำให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ขอขยายระยะเวลาการ พิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วัน ตั้งแต่วันที่ ๑๘ มีนาคม ๒๕๖๔🔗

๓. คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหาที่ดินและการออกเอกสารสิทธิ ในที่ดิน ขอขยายระยะเวลาพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๖๐ วัน นับตั้งแต่ วันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๖๔ และอีก ๖๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๔🔗

๔. คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาการออกประทานบัตร เหมืองแร่และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองแร่ ขอขยายระยะเวลา การพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๔ เมษายน ๒๕๖๔ และอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๔🔗

๕. คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาปัญหายาเสพติด แนวทาง การจัดตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติด การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างเป็นระบบ ขอขยายระยะเวลาพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวไปอีก ๑๒๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๕ มีนาคม ๒๕๖๔🔗

๖. คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาติดตาม ตรวจสอบการใช้เงิน ตามพระราชกำหนด ๓ ฉบับ เพื่อแก้ไขปัญหาเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับ ผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ขอขยายระยะเวลาพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๑๒๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๖๔🔗

๗. คณะกรรมาธิการการพาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา ขอขยายระยะเวลา การพิจารณาศึกษาญัตติเพื่อศึกษาพิจารณาการปรับปรุงแบบฟอร์มการจดทะเบียน ในหนังสือบริคณห์สนธิ ออกไปอีก ๖๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๔ และอีก ๓๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๔🔗

๘. คณะกรรมาธิการการคมนาคม ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาญัตติ จำนวน ๒ เรื่อง🔗

๘.๑ ญัตติเพื่อพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหารถรับจ้างสาธารณะออกไป อีก ๖๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๖๔ และอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๗ พฤษภาคม ๒๕๖๔🔗

๘.๒ ญัตติเพื่อพิจารณาศึกษา ตรวจสอบ และติดตามการดำเนินการ โครงการรถไฟความเร็วสูงช่วงกรุงเทพมหานคร-นครราชสีมา และช่วงนครราชสีมา- หนองคาย ออกไปอีก ๖๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๔ และอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่ วันที่ ๒ มิถุนายน ๒๕๖๔🔗

๙. คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหาช้างป่า ขอขยาย ระยะเวลาการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๔🔗

๑๐. คณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขอขยายการระยะเวลาการพิจารณาศึกษาญัตติ จำนวน ๒ เรื่อง🔗

๑๐.๑ ญัตติเพื่อพิจารณาศึกษาสอบหาข้อเท็จจริงกรณีปิดอ่าวมาหยา จังหวัดกระบี่ ออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๖๔🔗

๑๐.๒ ญัตติเพื่อพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหาที่ดินหมดสัญญา สัมปทานในพื้นที่ภาคใต้ ออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๖๔🔗

๑๑. คณะกรรมาธิการการพลังงาน ขอขยายระยะเวลาพิจารณาศึกษาญัตติ เพื่อพิจารณาศึกษาการปรับโครงสร้างราคาพลังงานและกองทุนน้ำมันให้เป็นระบบและยั่งยืน ออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๑๗ เมษายน ๒๕๖๔🔗

๑๒. คณะกรรมาธิการการศึกษา ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาญัตติ จำนวน ๒ เรื่อง🔗

๑๒.๑ ญัตติเพื่อพิจารณาศึกษากลุ่มญัตติเรื่องเกี่ยวกับการศึกษา ออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๖๔🔗

๑๒.๒ ญัตติเพื่อพิจารณาศึกษากลุ่มญัตติเกี่ยวกับปัญหาความเหลื่อมล้ำ ทางการศึกษาและผลกระทบจากการยุบเลิกโรงเรียนขนาดเล็กออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่ วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๔🔗

๑๓. คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการขุดคลองไทยและ การพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ ขอขยายระยะเวลาพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าว ออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๖๔🔗

๑๔. คณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษา ญัตติเพื่อพิจารณาศึกษาแนวทางในการส่งเสริม แก้ไขปัญหา และพัฒนาการท่องเที่ยวของ ประเทศไทย ออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๒๕ เมษายน ๒๕๖๔🔗

๑๕. คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และแนวทางการบริหารจัดการปัญหาหนี้สินครูและบุคลาการทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ ขอขยายระยะเวลาพิจารณาศึกษา เรื่องดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๖๔🔗

๑๖. คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการจัดระเบียบสายไฟฟ้า สายสื่อสารและการบริหารจัดการไฟฟ้าส่องสว่างอย่างทั่วถึงทั้งประเทศ ขอขยายระยะเวลา การพิจารณาศึกษาดังกล่าวออกไปอีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่วันที่ ๗ พฤษภาคม ๒๕๖๔🔗

๑๗. คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการบริหารจัดการปาล์มน้ำมัน อย่างเป็นระบบ ขอขยายระยะเวลาการพิจารณาศึกษาดังกล่าวออกไป อีก ๙๐ วัน นับตั้งแต่ วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๖๔🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอเรียนเพิ่มเติมที่ไม่อยู่ ในระเบียบวาระและเพิ่งแจ้งมานะครับ คือประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา ปัญหาอุปสรรคในการจัดบริการสาธารณะ กิจกรรมสาธารณะ และหาแนวทางในการแก้ไข เรื่องการถ่ายโอนภารกิจด้านการพัฒนาแหล่งน้ำให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เรื่องนี้ ยังไม่บรรจุระเบียบวาระนะครับ แต่ว่าประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญดังกล่าวได้มีหนังสือ ขอขยายระยะเวลา เนื่องจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) เป็นเหตุให้ไม่สามารถประชุมกรรมาธิการได้ จึงขอขยายระยะเวลา การพิจารณาศึกษาออกไปอีก ๑๒๐ วันนับตั้งแต่วันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๔ เพื่อประโยชน์ ในการดำเนินการกรรมาธิการ ขออนุมัติจากที่ประชุมนี้ด้วย🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าสมาชิกไม่ขัดข้อง ก็ขออนุมัตินะครับ ส่วนเรื่องที่รายงานมาทั้งหมดนั้นส่วนใหญ่เป็นช่วงปิดสมัยประชุม ซึ่งเป็นอำนาจประธานอนุมัติ ก็เป็นเรื่องที่กรรมาธิการหลายคณะทำงานยังไม่จบ ผมไม่ได้ให้ รายละเอียดนะครับว่าบางคณะได้ขยายแล้ว ๒ ครั้ง ๓ ครั้ง ๔ ครั้งก็มี เพราะฉะนั้นก็อาจจะ ต้องเตือนว่าอาจจะต้องเร่งเพื่อให้งานกรรมาธิการได้จบไป คุณจิรายุ เชิญเลยครับ🔗

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร คนกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย เรียนสอบถามวิธีปฏิบัติ ท่านประธานครับ ผมอยู่ในสภามาก็ ๓ สภาแล้ว ตั้งแต่ที่เก่า ทีโอที (TOT) มาจนถึงที่นี่ ระเบียบวาระมันหนาตึ๊บเลยครับท่านประธาน🔗

ประเด็นที่ ๑ ที่อยากจะสอบถามท่านก็คือว่าเรื่องที่รับทราบโดยกรรมาธิการสามัญ และวิสามัญจะเป็นไปได้ไหมครับ โดยเฉพาะกรรมาธิการสามัญให้มีคณะกรรมการขึ้นมากลั่นกรอง แล้วไม่ต้องนำเข้าสู่รัฐสภา อย่างคณะที่ผมเป็นประธานคณะกรรมาธิการบางทีบางเรื่อง ทำเสร็จแล้วครับท่านประธาน อำนาจหน้าที่ก็สามารถส่งตรงไปยังหน่วยงาน เช่น นายกรัฐมนตรี ป.ป.ช. อัยการ ป.ป.ท. ได้ แต่พอมาเข้าเป็นระเบียบวาระ ท่านประธานครับ เรื่องบางเรื่องก็เป็น เรื่องที่พิจารณาในกรรมาธิการสามัญ ผมจึงสอบถามท่านประธานว่าเป็นไปได้ไหมว่า ถ้าอะไร ก็แล้วแต่ที่เป็นเรื่องของกรรมาธิการสามัญ ท่านพิจารณาแล้วส่งเป็นเอกสาร หรือดำเนินการ ต่อไปโดยยกเว้นข้อบังคับ ข้อ ๑๐๕ จะสามารถทำได้หรือไม่ เพื่อประหยัดเวลาของรัฐสภา🔗

ประเด็นต่อมา ก็คือว่าเรื่องบางเรื่องเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ แต่ว่าเป็นเรื่อง สำคัญของชาติ ไม่ได้หมายความว่าเรื่องเล็กน้อย แต่ว่าพอมันเข้ามาสภาใหญ่มันใช้เวลา ค่อนข้างมาก ๔๐ เรื่อง เรื่องละ ๓ ชั่วโมง ก็ปาเข้าไปเกือบ ๑๕ วัน จึงฝากท่านประธาน ลองพิจารณาดูนะครับ ไม่อย่างนั้นคณะผมนี้เสร็จไป ๑๐ กว่าเรื่อง ผมจะได้ส่งเข้ามาบ้าง เรื่องที่ ๒ ที่เกี่ยวข้องกับคณะกรรมาธิการวิสามัญซึ่งผมเห็นด้วย บางเรื่องกลั่นกรองเรียบร้อย ก็ต้องกลับเข้ามา เพราะว่าตั้งเป็นวิสามัญโดยรัฐสภา แต่ ๓๕ คณะของกรรมาธิการสามัญ ถ้า คูณเจ้าละ ๑๐ เรื่อง ก็ ๓๕๐ เรื่อง เลือกตั้งอีก ๒ ครั้ง ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะได้อภิปรายหรือว่า รับทราบจบหรือไม่ อันนี้ประเด็นที่ ๑ ครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับระเบียบวาระ การประชุม ก็คือเรื่องที่ค้างการพิจารณา ผมเคยพูดไว้ตั้งแต่ปีที่ ๑ ของสภาว่าเรื่องที่ค้าง ทั้งหมดวันนี้มีทั้งหมด ๑๓๗ เรื่อง คือมันค้าง ค้าง ค้าง ค้างมาไม่รู้กี่สมัย ท่านประธานครับ จึงขอรบกวนท่านประธานลองพิจารณาดูว่าเรื่องค้างการพิจารณาที่เป็นญัตติต่าง ๆ ถ้าคณะทำงานของท่านประธานตั้งกรรมการขึ้นมาแล้วกลั่นกรอง ส่งไปยังกรรมาธิการสามัญ ผมว่าจะเป็นประโยชน์ เพราะบางเรื่องไม่จำเป็นต้องมาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญครับ ส่งไปยังคณะกรรมาธิการสามัญก็สามารถทำได้ ผมยกตัวอย่างเช่น ๕.๑๒๑ ญัตติขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแนวทางจัดสวัสดิการขั้นพื้นฐานของ ประชาชนถ้วนหน้า กรรมาธิการสวัสดิการสังคมเราก็มี ก็คาอยู่ในเรื่องแบบนี้ แล้วมัน ก็ไม่เป็นประโยชน์เลย ผู้เสนอก็เสนออย่างถูกต้อง แต่มันก็คาอยู่ในระเบียบวาระ ผมจึง สอบถามท่านประธานว่าวิธีบริหารจัดการญัตติที่มันค้างจะต้องทำอย่างไร ผมยกตัวอย่าง อีกเรื่องหนึ่งครับ ญัตติขอให้สภาตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาจัดตั้งกระทรวง ทรัพยากรน้ำของท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม จริง ๆ เข้าไปอยู่ในคณะกรรมาธิการสามัญ ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สัปดาห์เดียวก็จบ ท่านก็จะได้นำเสนอต่อไป อันนี้ ผมยกตัวอย่างนะครับ ท่านประธานครับ อาจจะรบกวนเวลาสักนิดหนึ่ง แต่ผมเชื่อว่าจะเป็น แนวทางในการประหยัดเรื่องต่าง ๆ ได้ เรื่องที่เสนอใหม่เช่นเดียวกัน ท่านประธานครับ ผมไป อ่านหลายเรื่องก็เป็นเรื่องซ้ำซ้อนกับเรื่องที่เคยเสนอมาแล้ว แต่เข้าใจฝ่ายเลขานุการก็ทำครับ ก็ใส่เข้ามา เขาเสนอตามกฎหมายก็ต้องทำ แต่ท่านประธานในฐานะประมุขของ ฝ่ายนิติบัญญัติสามารถสั่งการได้ว่า เรื่องเสนอใหม่กับเรื่องเก่ามันเรื่องละม้ายคล้ายกัน มันพูดแค่อวกาศมันก็เหมือนกัน อย่างนี้เป็นต้น ท่านประธานครับ ผมจึงขออนุญาตนำเสนอ ท่านประธานนะครับ จริง ๆ อยากให้สภาได้มีเรื่องสำคัญ ๆ อย่างวันนี้เรื่องรับทราบ ผมก็ต้อง มานั่งฟังเรื่องรับทราบของคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน ถ้าคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน มีคนอภิปรายสัก ๓-๔ ชั่วโมง สมาชิกก็กลับบ้านกันหมดแล้ว เพราะเดี๋ยวก็ปิดแล้ว ก็ได้แค่เรื่องเดียว แล้วอีกเรื่องหนึ่ง ที่อยากจะนำเรียนท่านประธานครับ ก็คือเรื่องด่วน หลายเรื่องมันไม่ด่วนแล้ว ท่านประธานครับ เพราะเวลาเสนอนี้มันตั้งแต่สมัยที่แล้วเป็นเรื่องด่วน นี่มันหยุดไปประมาณ ๒-๓ เดือน มันไม่ด่วนแล้วครับท่านประธาน ทำอย่างไรว่าสภาของเราจะได้กลั่นกรองเรื่องต่าง ๆ เรื่องรับทราบ เรื่องรายงาน เรื่องด่วน เรื่องญัตติ จึงนำเรียนท่านประธานนะครับ อย่าหาว่าผม อย่างโน้นอย่างนี้ ผมอ่านระเบียบวาระการประชุมแล้ว ผมคิดว่าเรื่องของผมอยู่อันดับ ๗๐ กว่า เลือกตั้งอีก ๓ สมัยยังไม่รู้จะได้เข้าญัตติหรือเปล่า นำเรียนท่านประธานที่เคารพครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมยินดีมากนะครับ ที่มีความรู้สึกอย่างนี้ เพราะว่านี่คือเหตุผลหนึ่งที่ต้องขอความร่วมมือพวกเราประชุมวันศุกร์ เพราะเรื่องที่ค้างเราสะสางไปทีหนึ่ง ๒๐-๓๐ ฉบับ มันก็เข้ามา บางเรื่องก็เป็นอย่างที่ คุณจิรายุพูด แต่ว่าประธานไม่มีสิทธิที่จะไปตัดเขาว่าเรื่องนี้ซ้ำกับเรื่องเดิม เพราะฉะนั้น ตีกลับไปมันทำไม่ได้ครับ อย่างที่เราเห็นนะครับ สมมุติคนส่งมา ๑ เรื่อง เดี๋ยวเพื่อนก็เสนอเข้ามา เรื่องคล้าย ๆ กันอีก ๕ เรื่อง เป็น ๖ เรื่อง เป็น ๗ เรื่อง ขณะนี้ที่จำได้เฉพาะเรื่องที่ค้างก็คือว่า เราแยกเรื่อง อย่างที่เราทำมาสมัยประชุมที่แล้ว แล้วพิจารณาวันเดียวผ่านไป ๒๐ เรื่อง ๑๕ เรื่อง โดยเป็นเรื่องที่คล้ายกัน เพราะว่าพวกเราเสนอปั๊บ เพื่อนไปเห็นปั๊บ เห็นเสนอเรื่องนี้ ก็เสนอตามเข้ามาด้วย อันนี้คือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น🔗

ส่วนประเด็นที่ว่าเราจะทำอย่างไร สมมุติมีคนเสนอญัตติมาแล้วส่งไปยัง คณะกรรมาธิการสามัญนี้มันทำไม่ได้ครับคุณจิรายุ โดยกฎหมายและข้อบังคับต้องให้สภา เป็นคนส่ง ประธานจะส่งไปเองในเรื่องที่เป็นญัตติที่เขาเสนอสภานี้ไม่สามารถทำได้ ถ้าทำได้ ก็ทำไปแล้ว ถ้าเป็นอย่างนั้นสมาชิกก็โวยวายแน่ เพราะว่าเขาเสนอญัตติไม่ได้เข้ามาในสภา ไม่ใช่ประธานสั่งส่งไปที่นั่น ที่นี่ จนกว่าเราจะพิจารณาในนี้ ที่ผมคิดว่าเราจะร่วมกันได้ก็คือว่า ต้องบริหารเวลา ที่ผมย้ำเสมอนะครับ แม้กระทั่งกระทู้ถามนี้ต้องเอาข้อบังคับมาอ่านว่า กระทู้ถามต้องไม่มีลักษณะเป็นการอภิปราย อย่างวันนี้ใช้ได้เลยครับ ทุกท่านที่ถามกระทู้ ไม่เกินเวลาแม้แต่ท่านเดียว เพราะว่าส่วนใหญ่ที่กระทู้เราเสียเวลามาก เพราะเป็น การอภิปรายกระทู้ ไม่ได้ถาม แต่ว่าต้องการแสดงความรู้ ความเห็นของตัวเอง แล้วมาถาม นิด ๆ หน่อย ๆ แต่ว่าใช้เวลาทั้งหมดในการอภิปราย ข้อบังคับก็คงจะรู้ เขาเลยเขียนมาเลย ว่ากระทู้ต้องไม่มีลักษณะเป็นการอภิปราย ผมพยายามย้ำ แต่ผมเข้าใจว่าเมื่อเราเลือกตั้ง เสร็จใหม่ ๆ ยังไม่เคยชิน แต่วันนี้เราย่างเข้ามาปีที่ ๓ แล้วครับ ผมเชื่อว่าทุกคน ได้มีประสบการณ์พอเข้าใจเรื่องเหล่านี้แล้วสามารถร่วมกันได้ อะไรที่สามารถทำให้ ประหยัดเวลาได้ก็พยายามทำ เพราะผมไม่อยากให้เรื่องค้าง ผมไม่อยากให้เมื่อเราเสร็จวาระ สภาสมัยก่อนนี้ผมเห็นเลยนะครับ ค้างเป็นปึกเลย เดี๋ยวยังดีถือว่าเป็นช่วงที่ดีที่สุดที่เรา สามารถสะสางงานไปได้มาก แต่ว่าญัตติเมื่อเราผ่านไป ๒๐ เรื่อง เพื่อนก็เสนอเข้ามาใหม่อีก ๓๐ เรื่อง อย่างที่เราเห็นกันอยู่ มันก็ไม่มีวันจบ แต่ว่าต้องยอมให้เขาผ่าน แต่ว่าถ้าเราเข้า ใจประเด็นนี้แล้ว เวลาเราอภิปรายที่ต่อมาเราได้กำหนดเวลา ซึ่งเราก็ได้รับความร่วมมืออย่างดี เช่น ๗ นาที ๕ นาที ๑๐ นาที เหล่านี้ก็ทำให้เราสามารถให้โอกาส เพราะว่าสภาก็เป็น ที่พูดอย่างที่เราทราบ ก็ต้องพยายามให้โอกาสสมาชิกได้พูด แล้วสมาชิกก็ได้พูดมากนะครับ สมัยก่อนไม่ได้อย่างนี้ครับ ผมอยู่มา ๕๐ ปีผมรู้ เรายกมือกัน ๒๐ คน ได้พูดสัก ๗ คน ก็เก่งแล้ว เพราะบางคนก็พูด ๑ ชั่วโมงครึ่ง บางคนก็พูดเกือบ ๒ ชั่วโมง แต่ปัจจุบันนี้ ศักยภาพจะอยู่ที่ว่าไม่ใช่พูดยาวแล้วเก่งกว่าพูดสั้น มันไม่ใช่ อยู่ที่เนื้อหาสาระ สิ่งที่ผมอนุโลม และต้องเตือนว่าต่อไปนี้อาจจะต้องระวัง เพราะเมื่อสัปดาห์ก่อนงบประมาณนึกออกไหมครับ มีคนท้วงนายกรัฐมนตรีเรื่องอ่าน แล้วท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็บอกว่าท่านเขียนมาเอง แต่พวกเราก็อ่านนะครับ ไม่น้อยทีเดียวก้มหน้าอ่านไอแพด (iPad) ซึ่งความจริงแล้วเขาห้ามอ่าน แต่ผมเห็นว่าเพื่อประโยชน์ของพวกเราได้แสดงออกก็อนุโลม แต่เมื่อถึงจุดหนึ่งแล้วก็ต้อง เตือนว่าต้องพัฒนาตัวเองขึ้นมาจนกระทั่งไม่อ่าน คือสามารถอภิปรายได้โดยไม่ต้องอ่าน ไอโฟน (iPhone) ไอแพด (iPad) อันนี้ก็คือสิ่งที่อยากจะเรียน เพราะข้อบังคับเขาเขียนเอาไว้ แต่ว่าก็ต้องขอบคุณความห่วงใย ก็พยายาม ถ้าหากว่าคุณจิรายุมีความคิดอย่างนั้นจริง ๆ เวลาประชุมร่วมกันต้องขอร้องพวกเราว่าเราช่วยกันบริหารเวลา เช่น เรื่องเพื่อทราบต่อไปนี้ ตั้งแต่เรื่องที่ ๒๐ เป็นต้นไปที่ผมจะเรียนต่อไปนี้ มีค้างอยู่ขณะนี้ ๒๐ เรื่อง ได้หารือในประชุม ตัวแทนของผู้ควบคุมเสียงมาแล้ว เราบรรจุไว้ทั้งหมดแต่เราพิจารณาครั้งละ ๔-๕ เรื่อง เพราะไม่ต้องการให้ผู้ที่จะต้องมาชี้แจงคือราชการต้องมาอยู่ยาว ๓ อาทิตย์ยังไม่ถึงตัวเองเลย เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ก็จำกัดว่าอาทิตย์นี้ขอสัก ๔ เรื่อง ๕ เรื่อง แล้วขอความร่วมมือพวกเราว่า อย่าพูดทุกเรื่องครับ เพราะบางท่านพูดทุกเรื่องเลย เอาเรื่องที่สำคัญแล้วก็ใช้เวลา เป็นประโยชน์ เราก็จะสามารถผ่านเรื่องเหล่านี้ไปได้ ผมคิดว่าเป็นช่วงเวลาที่เราสามารถ ทำได้ผลดีพอสมควร แต่ว่าไม่สามารถที่จะล้างได้หมด เอาเป็นว่าร่วมมือกันนะครับ ถ้ามีความคิดอย่างนี้ก็จะประโยชน์อย่างยิ่ง เพราะงานเราที่รออยู่ข้างหน้าสมัยประชุมนี้ จะหนักพอสมควรในท่ามกลางวิกฤติโรคติดเชื้อนี้ แต่ว่าขณะเดียวกันงานท้าทายพวกเรา อยู่มาก ก็ขอความร่วมมือพวกเรานะครับ🔗

ก่อนที่ไป ๒.๒๐ ซึ่งพวกเราขออภิปรายมา ผมขออนุญาตว่ามันมีเรื่องที่ ขออนุญาตที่ประชุมว่าไม่ได้บรรจุ แต่ว่าควรจะรับทราบก็คือเรื่องที่กรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎรเกี่ยวข้องกับพวกเรา เพราะพวกเราในห้องนี้ก็มีคนถูกร้องอยู่ ซึ่งไม่ได้อยู่ใน ระเบียบวาระนะครับ ขอให้ที่ประชุมรับทราบคำสั่งของคณะกรรมการจริยธรรมสภา ผู้แทนราษฎร จำนวน ๒ ฉบับ ฉบับที่ ๑ คือ คำสั่งของคณะกรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎรที่ ๑/๒๕๖๔ เรื่อง แต่งตั้งคณะอนุกรรมการจริยธรรมสภาผู้แทนราษฎร สั่ง ณ วันที่ ๗ มกราคม ๒๕๖๔ อีกคำสั่งหนึ่งคือ ฉบับที่ ๒ คำสั่งกรรมการจริยธรรม สภาผู้แทนราษฎร ที่ ๒/๒๕๖๔ เรื่อง แต่งตั้งประธานอนุกรรมการและรองประธาน อนุกรรมการ ในคณะอนุกรรมการจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎร สั่ง ณ วันที่ ๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ เรียนที่ประชุมรับทราบ🔗

ต่อไปจะเข้า ๒.๒๐ ที่พวกเราขออภิปรายนะครับ แต่ว่าท่านนิกร จำนง มีประเด็นข้อหารือ ขอเชิญท่านนิกรครับ🔗

นายนิกร จำนง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม นิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทยพัฒนา ผมมีประเด็นจะหารือ ท่านประธานเกี่ยวกับเรื่องที่ท่านสมาชิกเพิ่งพูดเรื่องการรับทราบตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๕ คือเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ผมได้ศึกษาเรื่องนี้มาก่อนที่จะมีสภานี้ว่ากิจกรรม ของสภาผู้แทนราษฎร ตอนเราทำกรรมาธิการแล้วเราจะมีข้อสังเกต ข้อสังเกตนี้จริง ๆ จะมีอำนาจมากในเชิงกฎหมายความผูกพันกับฝ่ายบริหาร แล้วก็ข้อสังเกตดังกล่าวทางฝ่ายบริหาร จะต้องมีการตอบ อันนี้เราทำเป็นข้อบังคับกันมายาวนานพอสมควรแล้ว ๖๐ วัน ถึงจะตอบ ว่าความเห็นของคณะกรรมาธิการที่เป็นข้อสังเกต ซึ่งเราจะต้องโหวต อีกครั้งหนึ่ง สมมุติ ถ้าเรามีรายงานของการศึกษา เสร็จแล้วเรามีข้อสังเกต เราต้องโหวต อีกครั้งว่าเราจะส่งไป หรือไม่ส่งไป ทีนี้พอส่งไปจากการติดตามศึกษามาตลอด ปรากฏว่าฝ่ายบริหารเองเพียงแต่ว่า ๑. ไม่ปฏิบัติตาม ไม่ตอบ ตอบก็ช้า แล้วมันก็จะจมหายไป ผมตามเรื่องนี้อยู่นานครับ ท่านประธาน แล้วเห็นว่าตรงนี้มันเป็นหลุมขนาดใหญ่ของฝ่ายนิติบัญญัติของเรา ดังนั้น ถ้าท่านประธานจำได้ ผมทำรายงานเรื่องความปลอดภัยทางถนน หมายถึงว่ามีข้อสังเกต ซึ่งสภาเห็นชอบไป ๒๓ หน่วยงาน ผมตั้งใจว่าทำอะไร เขียนชัดว่าต้องทำอะไร ภายในเมื่อไร ปรากฏว่าจนบัดนี้ยังไม่ตอบกลับมา คือเขาใช้เวลาเกิน ๖๐ วัน นี่จะเป็นปีแล้วยังไม่ตอบ ทีนี้เวลาเรื่องเข้าไปที่สำนักนายกรัฐมนตรีก็จะมีการส่งต่อไปยังหน่วยราชการต่าง ๆ หน่วยราชการต่าง ๆ กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ก็ตอบมา พอตอบมา ทางทำเนียบรัฐบาล ก็จะรวบรวมเรื่องทั้งหมดแล้วส่งกลับมา แต่วันนี้เรามี ๑๘ ข้อ ใน ๑๘ ข้อตรงนี้จะมี รายละเอียดว่าบางอย่างทำได้บ้าง บางอย่างทำไม่ได้ บางอย่างมีความเห็นเป็นอย่างอื่น ซึ่งสภาของเราเองก็นำมารับทราบแค่นี้ แล้วไม่มีผู้มาชี้แจง ทีนี้ผมเป็นห่วงว่ากรรมาธิการ วิสามัญบางคณะ ท่านประธานครับ ใช้เงินไปหลายล้านบาท ศึกษากันบางที ๓ เดือน ๔ เดือนกว่าจะได้ค่าเบี้ยประชุม ค่าไปดูงานต่างประเทศ พอได้ข้อสรุปมาแล้วผลมันได้ น้อยกว่าที่ควรจะเป็น ทีนี้ก็เลยกำลังรอว่าพอรายงานที่ผมทำไป เพราะผมตั้งใจที่จะทำ เพื่อศึกษาเรื่องนี้ ผมจะส่งไปยังกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ช่วยกันพิจารณาว่า เราจะถมหลุมใหญ่ของเราตรงนี้ได้อย่างไรผมมองเห็นเบื้องต้นขณะนี้ ก็คือว่าถ้าเป็นเรื่อง ข้อสังเกตจากกรรมาธิการสามัญ รายงานฉบับนี้ควรที่จะส่งกลับไปที่กรรมาธิการวิสามัญ เพราะ ส.ส. ของเราที่ให้มีข้อสังเกตจะได้ทราบว่าข้อสังเกตนี้ เรื่องนี้เขาไม่ทำ เขาทำเรื่องนี้ เขาเห็นว่าควรจะดำเนินการต่อไป หมายถึงว่าฝ่ายบริหาร แต่เรื่องที่เป็นกรรมาธิการวิสามัญ มันไม่มีหน่วยรับครับท่านประธาน ดังนั้นของส่วนนี้ผมจะหารือกับทางคณะกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร เรามาช่วยกัน วางโครงสร้างของระบบสภาของเราเองว่าเราจะไปติดตามเรื่องพวกนั้นอย่างไร ไม่อย่างนั้น มันจะสูญเสียไปมากมาย ที่เราศึกษาไว้แล้วมันจะหายไป หายไป หายไป ไม่เป็นมรรคเป็นผล แต่ว่าพูดไว้ชั้นหนึ่งก่อน แล้วผมจะทำเรื่องไปหารือกับทางคณะกรรมาธิการกิจการ สภาผู้แทนราษฎรว่าเราควรจะมีการปรับปรุงข้อบังคับกันอย่างไร เรามีกลไกอย่างไรเพื่อให้ งานของเราประสบความสำเร็จครับท่านประธาน ก็นำเรียนเพื่อทราบไว้ชั้นหนึ่งก่อนครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรื่องนี้ คนแรกที่ท้วงเรื่องนี้ คือท่านจุลพันธ์ ว่าถ้ารัฐมนตรีไม่ตอบมา หลังจาก ๖๐ วันแล้วผมก็เลยตามไป ซึ่งบัดนี้ ก็รายงานมาเยอะแยะเลยนะครับ เพราะว่าทางคณะรัฐมนตรีก็ดำเนินการตามที่เราแจ้งไป ก็เรียนที่ประชุมได้รับทราบนะครับ🔗

๒.๒๐ รับทราบการแจ้งผลการตรวจสอบงบการเงิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๐ และการตรวจสอบการประเมินผลการใช้จ่ายเงินและทรัพย์สินสำหรับ ปี ๒๕๖๐ ของสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการ โทรคมนาคมแห่งชาติ🔗

เรื่องนี้เพื่อประโยชน์ ที่สมาชิกที่มีความประสงค์จะสอบถาม จึงได้มีบุคคลสำคัญขององค์กรที่ขออนุญาตเข้ามา ชี้แจง ผมขออ่านรายชื่อนะครับ แต่พวกเราจะซักถามหรือไม่ก็เป็นสิทธิของเราครับ นางเกล็ดนที มโนสันติ์ นายประวิทย์ ตันตราจินต์ นางสาวรัชนู ทั่วจบ นางสาวณิชาภา ไพรวรรณ์ นางสาวภัทรินทร์ นุเคราะห์วัด ท่านแรกเป็นรองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินนะครับ แล้วมีผู้ช่วย นักวิชาการพร้อมนะครับ🔗

(ผู้แทนจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเข้าชี้แจงต่อที่ประชุม)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกขออภิปราย ๑ ท่าน คือคุณสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ขอเชิญเลยครับ ก็เรียนย้ำว่ารายงานนี้เป็นข้อมูล ข่าวสารลับนะครับ ตามระเบียบรัฐสภาว่าด้วยการเสนอข้อมูลข่าวสารลับต่อสภา พ.ศ. ๒๕๕๑ แต่เนื่องจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งเป็นผู้ส่งดำเนินการได้มีการ ยกเว้นชั้นความลับของรายงานดังกล่าว เฉพาะเพื่อใช้ในการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ตามระเบียบข้อ ๖ วรรคสอง ดังนั้นขอสมาชิกใช้รายงานดังกล่าวเฉพาะในที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎรเท่านั้น เชิญท่านสมเกียรติครับ🔗

นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากกรุงเทพมหานคร เขตบางนา และเขตพระโขนง พรรคก้าวไกลครับ และสวัสดีท่านสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินนะครับ วันนี้ผมจะขออภิปรายงบการเงินของสำนักงานคณะกรรมการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือที่เราเรียกกันว่าสำนักงาน กสทช. ปี ๒๕๖๐ โดยสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ในปี ๒๕๖๐ นี้ทางสำนักงาน กสทช. ตั้งงบประมาณ รายจ่ายอยู่ที่ ๕,๔๘๕ ล้านบาท ในข้อสังเกตของผู้ตรวจการแผ่นดินมีข้อสังเกตไว้ว่า ใน ๓ ปีหลังนั้นสำนักงาน กสทช. ได้ตั้งงบประมาณมากเกินไป ทำให้การเบิกจ่ายจริงเบิกได้ ไม่เกิน ๕,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้น ๓ ปีหลังทุก ๆ ปีก็จะมีเงินเหลือค้างที่เบิกจ่ายไม่ได้มากกว่า ๑,๐๐๐ ล้านบาท ข้อสังเกตก็ยังได้อภิปรายไว้ว่าการตั้งเงินที่สูงเกินไปของสำนักงาน กสทช. นั้น ทำให้มีการจ่ายเงินอย่างไม่ระมัดระวัง ไม่รอบคอบ ไม่ประหยัด และไม่รักษาวินัยการคลัง นอกจากนี้การตั้งงบประมาณเป็นจำนวนเงินที่เหมาะสมนั้น ก็จะทำให้สามารถนำเงินไปส่ง แผ่นดินได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพครับ🔗

ในส่วนข้อสังเกตที่ ๒ คือสำนักงาน กสทช. เองอาจจะมีศักยภาพในการ ตั้งงบประมาณและเบิกจ่ายงบประมาณเพียงแค่ประมาณ ๕,๐๐๐ ล้านบาทเท่านั้น เพราะว่า กระบวนการหรือพนักงานอาจจะมีไม่เพียงพอหรือเปล่า ตรงนี้ผมเข้าไปดูในงบรายจ่าย ปี ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา กสทช. เองก็ตั้งงบอยู่ที่ ๖,๕๐๐ ล้านบาท ผมก็มีคำถามอยู่ว่า ข้อสังเกต ที่ทางผู้ตรวจการแผ่นดินสังเกตให้ไปนั้นมีผลถึงการตั้งงบประมาณหรือไม่ เพราะว่ายังไม่มี การเปลี่ยนแปลงที่ดีเกิดขึ้น ผมขอเปรียบเทียบคร่าว ๆ งบประมาณของสำนักงาน กสทช. ใน ๑ ปีของปีที่ตรวจอยู่นะครับ คือปี ๒๕๖๐ ๕,๔๐๐ ล้านบาทนั้น ถ้าเทียบกับสำนักงาน เขตบางนาเพียงแค่เขตเดียวของจังหวัดกรุงเทพมหานครที่ผมเป็นผู้แทนราษฎรอยู่นั้น ก็คือ เปรียบเทียบได้ว่าสามารถใช้งบประมาณที่เขามีอยู่ ปี ๒๕๖๔ ๓๐๐ กว่าล้านบาท สามารถใช้ งบประมาณได้ถึง ๑๘ ปีเลยทีเดียว ถ้าเทียบเป็นระดับจังหวัด เทียบง่าย ๆ คือจังหวัด อ่างทองประมาณ ๓๐๐ ล้านบาทก็ใช้ได้ประมาณ ๑๘ ปีเช่นกันครับ🔗

มาที่ข้อสังเกตถัดมาครับ ในหนังสือเอกสารเล่มสีฟ้ามีระบุไว้ว่างบการเงิน ประจำปีของ กสทช. สำนักงาน กสทช. ที่นำส่ง ในส่วนของเงินเหลือนำส่งรายได้แผ่นดิน ระบุไว้ที่ ๓,๓๗๘.๙๕ ล้านบาท ส่วนงบการเงินที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ได้ตรวจสอบนั้น จะต้องนำส่งรายได้แผ่นดิน ๖,๓๔๘.๗๕ ล้านบาท ทำให้ตรงนี้มีผลต่างถึง เกือบ ๓,๐๐๐ ล้านบาท คือ ๒,๙๖๙.๘๐ ล้านบาท ตรงนี้มีข้อมูลอยู่ แต่ว่าไม่ได้มีสเตป (Step) ถัดไปว่าหลังจากที่ตรวจพบผลต่างถึงเกือบ ๓,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว เกิดอะไรขึ้น หรือดำเนินการอะไรต่อ ขอคำชี้แจงนะครับ สำหรับหน่วยงานสำนัก กสทช. ที่ผมอภิปราย ก็เพราะว่าเป็นหน่วยงานที่มีความสำคัญระดับประเทศในการขับเคลื่อนเทคโนโลยี หรือโทรคมนาคมของประเทศ เป็นหน่วยงานที่ส่งเงินเข้ากองทุนดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและ สังคมด้วย โครงการหนึ่งที่พูดถึงในรายงานงบการเงินนี้ คือโครงการยูโซเน็ต (USO Net) หรือโครงการจัดให้มีสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่และบริการอินเทอร์เน็ต (Internet) ความเร็วสูง ในพื้นที่ชายขอบ ในปี ๒๕๖๐ ใช้เงินงบประมาณไปทั้งสิ้น ๑๒,๙๘๙ ล้านบาท จำนวน ๑๐ สัญญา ครอบคลุมหมู่บ้านทั้งสิ้น ๓,๙๒๐ หมู่บ้าน อันนี้เป็นโครงการเฉพาะปีเดียว แต่ว่าโครงการยูโซเน็ต (USO Net) เป็นโครงการต่อเนื่องที่ดำเนินการไปถึงปี ๒๕๖๔ ที่ถึงนี้ จะครอบคลุมไปถึงหมู่บ้านทั้งสิ้น ๑๕,๗๓๒ หมู่บ้าน ในข้อสังเกตของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ก็มีข้อสังเกตไว้อยู่แล้ว และโครงการนี้จริง ๆ เป็นโครงการที่มีความสำคัญทำให้ประชาชน ในพื้นที่ห่างไกลเข้าถึงอินเทอร์เน็ต (Internet) เข้าถึงเทคโนโลยีได้ดีขึ้น แล้วความเหลื่อมล้ำ ก็จะลดน้อยลงนะครับ อยากให้ในปีถัด ๆ มาที่สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ใส่ใจ ลงรายละเอียดก็ติดตามเรื่องนี้นะครับ เพราะมีข่าวมาว่าในการตรวจรับหรือในการใช้งานจริง อาจจะไม่คุ้มค่ากับเงินที่ใส่ลงไปในระยะเวลาโครงการทั้งหมดหลายหมื่นล้านบาทนะครับ🔗

ผมมีข้อสังเกตอีก ๑ เรื่องเท่านั้นครับ คือในเรื่องที่ทางสำนักงาน กสทช. เอง ถูกฟ้องในฐานความผิดเกี่ยวกับการละเว้นปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่ล่าช้า คืองบประกอบการเงิน ข้อ ๔๐ หน้าย่อย ๒.๒๔ ในหนังสือเล่มสีฟ้า ในเรื่องนี้ได้ปรากฏไว้ว่า กสทช. เองอาจจะต้องมีการถูกปรับเงินเป็นจำนวนทั้งสิ้นถึง ๑๙,๖๔๘.๓๗ ล้านบาท ย้ำนะครับ ๑๙,๖๔๘.๓๗ ล้านบาท อยากทราบว่าปัจจุบันนี้ตัวเลขดังกล่าวได้มีการสูญเสียไป จริง ๆ หรือไม่ และสำนักงาน กสทช. ต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง ผมขอพูดถึงที่ทาง ท่านประธานได้กล่าวไว้เล็กน้อย ในวาระการประชุมผมได้ทราบประมาณปลายสัปดาห์ที่แล้ว ส่วนเอกสารที่ผมสนใจและเข้าไปตรวจสอบมันสามารถที่จะดาวน์โหลด (Download) ได้ คือ หนังสือเล่มสีฟ้านี้ แต่เมื่อวานผมเข้ามาดูเพื่อที่จะดูเป็นเล่มจริง ๆ มันไม่มีถูกวางไว้ ก็เลย เข้าไปขอที่สำนักการประชุมก็ได้เล่มนี้มา แต่แตกต่างจากเล่มอื่น ๆ ที่มีวางไว้ แต่ตรงนั้น ผมไม่ได้สนใจ ยังไม่ได้ใส่ใจที่จะอภิปราย ก็เลยได้ทราบว่ามีหนังสืออีกเล่มหนึ่งที่เป็น เล่มสีชมพูนี้ที่เป็นหนังสือเล่มลับ แต่ว่าจะถูกวางไว้เพียงแค่ภายในเช้าวันนี้เท่านั้น ก็ทำให้ ผมตั้งข้อสังเกต ผมไม่ได้วิพากษ์ถึงหลักเกณฑ์ แต่ตั้งข้อสังเกตว่าก็ทำให้เพื่อนสมาชิกทุกคน ที่สนใจที่จะตรวจสอบดู มีเวลาในการเตรียมตัว มีเวลาในการวิจารณ์หรือแสดงความคิดเห็น น้อยลง ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านต่อไป นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ขอเชิญครับ🔗

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพค่ะ ศิริกัญญา ตันสกุล ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ปีนี้ก็เป็นปีที่ ๒ ที่ดิฉันได้อภิปรายตัวรายงานการประเมินผลการใช้จ่ายและทรัพย์สินของ กสทช. ซึ่งวันนี้ก็มี สตง. ที่รับผิดชอบในการทำรายงานฉบับนี้มาชี้แจงให้กับเรานะคะ จริง ๆ ดิฉันก็เห็นด้วย กับที่ท่านสมเกียรติได้พูดเมื่อสักครู่นี้ ขออภัยที่เอ่ยนาม ว่าเราก็เพิ่งได้รับรายงานฉบับนี้ เมื่อเช้าวันนี้ แล้วก็พยายามอย่างยิ่งที่จะตรวจสอบอ่านรายงานให้ครบทั้งฉบับ แต่ว่ามัน ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะสามารถทำงานได้ทันเวลา ดิฉันเข้าใจดีว่าอันนี้มันเป็นเรื่อง ของ พ.ร.บ. องค์การ หมายความว่า พ.ร.บ. เฉพาะของ กสทช. ที่ไม่ได้ให้อำนาจสำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดินมีอำนาจที่จะเปิดเผยรายงานฉบับนี้โดยสาธารณะ แล้วก็คงจะต้องเป็น หน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ที่จะยื่นเสนอขอแก้ไขกฎหมายของ พ.ร.บ. กสทช. เพื่อให้ สตง. เมื่อตรวจสอบเสร็จแล้วให้มีอำนาจในการเปิดเผยรายงานในการตรวจสอบบัญชี ได้โดยตรง ที่สำคัญมันเป็นรายงานของปี ๒๕๖๐ ๒ ปีที่แล้วดิฉันอภิปรายของปี ๒๕๕๙ ก็ไม่มั่นใจว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมเราถึงมาพิจารณาปี ๒๕๖๐ กันในเวลานี้ ซึ่งห่างจากครั้งเดิม ๒ ปี แล้วก็ยังล่าช้ากว่าปีปัจจุบันไปอีกหลายปีด้วยกัน ดิฉันเข้าใจว่า สตง. ทำรายงาน ผู้สอบบัญชีสำหรับ กสทช. ของปี ๒๕๖๒ เสร็จเรียบร้อยแล้ว เพราะว่าเข้าไปดูในรายงาน ประจำปีของ กสทช. ก็เป็นงบการเงินที่ตรวจสอบแล้ว แต่ว่าก็ไม่มั่นใจว่าทำไมวันนี้เราถึงมา พิจารณา ๒ รายงานนี้ที่เป็นของปี ๒๕๖๐ แต่ไม่เป็นอะไรค่ะ ดิฉันยังยืนยันคำเดิมว่า ตัวรายงานฉบับนี้มีประโยชน์มาก ๆ นะคะ เป็นรายงานการประเมินการใช้จ่ายและทรัพย์สิน ปีที่แล้วดิฉันได้พูดถึงว่าตัวรายงานจะเป็นการตรวจสอบในลักษณะของการตรวจสอบ ทางการเงิน ในลักษณะของไฟแนนเชียล ออดิต (Financial Audit) ปีนี้ก็เริ่มเห็นความเป็น เพอฟอร์แมนซ์ ออดิต (Performance Audit) มากขึ้น มีการพูดถึงวัตถุประสงค์ เป้าหมาย แล้วก็ความคุ้มค่ามากขึ้น แต่ว่าดิฉันยังอยากเห็นมากกว่านี้นะคะ ประเด็นหลาย ๆ ประเด็น ถึงจะเก่าแต่ว่ายังไม่ล้าสมัย ยกตัวอย่างเช่น ในเรื่องของปัญหาการจัดซื้อจัดจ้างที่ในนี้ก็มีการ พูดถึงว่า มีการจัดซื้อจัดจ้างในแบบที่เราเรียกว่าวิธีที่เป็นการตกลงราคา แล้วก็วิธีพิเศษต่าง ๆ ซึ่งตรงนั้นน่าจะยังเป็น พ.ร.บ. จัดซื้อจัดจ้างแบบเดิม ก็คือใช้วิธีตกลงราคาและวิธีพิเศษ มากถึง ๘๐.๙ เปอร์เซ็นต์ ซึ่ง ๒ ปีที่แล้วที่ดิฉันอภิปรายมันอยู่ที่ประมาณ ๘๔ เปอร์เซ็นต์ แนวโน้มเหมือนจะดีขึ้น แต่ว่าเมื่อดิฉันดูปีปัจจุบัน ปี ๒๕๖๓ เท่าที่ตรวจสอบเฉพาะสัญญา การจัดซื้อจัดจ้างของ กสทช. แล้วก็ดูเฉพาะของส่วนกลาง ยังไม่ได้ดูของส่วนภูมิภาคนะคะ ทำไม่ทันจริง ๆ ก็พบว่าจาก ๗๓๓ สัญญา มีเพียงแค่ ๗๘ สัญญาเท่านั้นที่เป็นการจัดซื้อจัดจ้าง แบบทั่วไป หรือว่าอีบิดดิง (e-Bidding) หรือว่าอีมาร์เกต (e-Market) ส่วนที่เหลืออีกเกือบ ๆ ๗๐๐ สัญญาเป็นวิธีการจัดซื้อจัดจ้างแบบเฉพาะเจาะจงหรือว่าตกลงราคา ซึ่งก็ยังคง แสดงให้เห็นว่า กสทช. เองยังไม่ได้มีการปรับปรุงความโปร่งใสในเรื่องของการจัดหา พัสดุ ครุภัณฑ์ต่าง ๆ ก็ไม่มั่นใจว่าทาง สตง. จะมีมาตรการอะไรที่มากไปกว่านี้ นอกจากที่เรา กำลังทำกันอยู่ กำลังตรวจสอบกันอยู่ เราจะมีวิธีการที่จะเสนอแนะไปที่ กสทช. ให้ปรับปรุง กระบวนการการจัดหาพัสดุได้อย่างไรบ้าง🔗

ในเรื่องของการเบิกจ่ายที่ยังล่าช้า ดิฉันก็ยังคิดว่าอันนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจาก ตัวปัญหาของข้อกฎหมายเช่นเดียวกันที่ไม่ได้สร้างระบบการถ่วงดุลเอาไว้ ถึงแม้ว่าจะมี การตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ หรือชื่อย่อว่า กตป. แต่ว่าคณะกรรมการชุดนี้ไม่ได้มีโอกาสที่ จะเข้ามาตรวจสอบงบประมาณก่อนที่จะมีการจัดสรร วิธีการจัดสรรงบประมาณของ กสทช. ยังเป็นการจัดสรรแบบที่ทางสำนักงาน กสทช. เป็นผู้เสนอ แล้วบอร์ด (Board) กสทช. เป็นผู้อนุมัติยังอยู่เหมือนเดิม ซึ่งแน่นอนว่าอันนี้ก็เป็นเรื่องของ พ.ร.บ. กสทช. ได้ให้อำนาจไว้ จึงไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด ก็ต้องเป็นหน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎรในการที่จะ แก้ไขกฎหมายนี้อีกทางหนึ่ง🔗

สำหรับเรื่องอื่น ๆ ดิฉันก็คิดว่าด้วยความที่มันเป็นของปี ๒๕๖๐ เรากำลัง พยายามที่จะพิจารณาหลายเรื่องที่ได้ผ่านไปแล้ว อย่างเช่นโครงการบางโครงการในนี้ ถ้าเกิดทาง สตง. ได้มารายงานกับทางสภาแต่เนิ่น ๆ อาจจะทำให้เราสามารถที่จะยับยั้ง อะไรได้บ้าง อย่างเช่นโครงการยูโซเน็ต (USO Net) ที่ตอนนั้นโครงการในปี ๒๕๖๐ ยังเป็น การทำดีเทลดีไซน์ (Detail Design) อยู่เลย แล้วก็มีการเปิดประมูลในที่สุด แล้วตอนนี้ก็ต้อง มีการระงับโครงการไปบางส่วนในส่วนที่ทางทีโอที (TOT) ประมูลได้ไป เนื่องจากว่า มีการกระทำที่ล่าช้า แล้วสุดท้ายก็ต้องมีการยกเลิกโครงการไป ถ้าเราได้เห็นรายงานฉบับนี้ ก่อนล่วงหน้าก็อาจจะทำให้เราสามารถที่จะยับยั้งโครงการนี้ได้เร็วขึ้นหรือไม่ ก็อยากทราบ จากทาง สตง. ด้วยว่าเพราะเหตุใดจึงเป็นการดีเลย์ (Delay) ไปถึง ๓-๔ ปี ขอบพระคุณมากค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ สมาชิก มีอะไรจะสอบถามไหม เดี๋ยวจะได้ตอบพร้อมกันไปครับ ถ้าไม่มีแล้ว ขอเชิญผู้ชี้แจงครับ🔗

นางเกล็ดนที มโนสันติ์ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพค่ะ ดิฉัน เกล็ดนที มโนสันติ์ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ขออนุญาตตอบคำถาม ของท่านสมาชิกในประเด็นเรื่องของการบริหารงบประมาณนะคะ การบริหารงบประมาณ ของทางสำนักงาน กสทช. เนื่องจากจะเห็นได้ว่ามีสถิติของการจัดสรรงบประมาณ แล้วก็เงินเหลือจ่ายในแต่ละปีค่อนข้างเยอะ ก็เกิดจากในกรณีที่การตั้งงบประมาณ ของ กสทช. มีบางส่วนที่เมื่อตั้งงบประมาณแล้วก็ไม่ได้ใช้จ่ายตามแผนงบประมาณ ที่กำหนดไว้ แล้วบางส่วนเป็นการดำเนินการภายใต้ของเงินกันเหลื่อมปีที่ถูกกันไว้ ตั้งแต่ปีก่อนหรือ ๒ ปีก่อน แล้วก็มาดำเนินการ ทำให้กระบวนการที่จะต้องดำเนินการ มันก็มีเงื่อนเวลา แล้วก็ต้องใช้บุคลากรในการดำเนินงาน เพราะฉะนั้นก็จะทำให้ในเรื่องของ การจัดสรรงบประมาณมีเรื่องของการที่จะต้องกันเหลื่อมอยู่ตลอดเวลา แล้วก็มีความล่าช้า อันนี้คือในส่วนการบริหารงบประมาณ ทั้งนี้ทางสำนักงาน กสทช. ก็ได้มีการจัดตั้ง คณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาทั้งในส่วนของการจัดสรรงบประมาณและติดตามการบริหาร งบประมาณเพื่อให้เป็นไปตามแผนงาน เพื่อทำให้การบริหารงานมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น🔗

ประเด็นในเรื่องของรายได้รอรับรู้เมื่อสักครู่อาจจะเป็นเรื่องของรายได้แผ่นดิน รายได้แผ่นดินรอนำส่ง เนื่องจากว่าตัวเลขทางบัญชีกับตัวเลขที่เกิดจากการวิเคราะห์อาจจะ มีความขัดแย้งกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในตัวเม็ดเงินจริง ๆ ที่ทางสำนักงาน กสทช. ต้องนำส่ง กระทรวงการคลังก็ได้นำสั่งครบถ้วนทั้งหมดแล้ว🔗

ถัดไปประเด็นคดีความ ในส่วนของคดีความที่ปรากฏอยู่ในหมายเหตุ ประกอบงบการเงินเป็นการเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับคดีความที่เกิดขึ้นของสำนักงาน ในส่วนนี้ ยังอยู่ระหว่างดำเนินกระบวนการทางศาลอยู่ ยังไม่ปรากฏผล🔗

ถัดไปในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้าง คือการจัดซื้อจัดจ้างของทาง กสทช. ก็ยังคงเห็นจากตัวเลขก็คือเป็นวิธีเฉพาะเจาะจง ในช่วงปี ๒๕๖๐ ที่เราตรวจสอบเป็นช่วง คาบเกี่ยวของการเปลี่ยนผ่านระหว่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุ กับในส่วนของพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุ ทำให้มีวิธีการที่ เปลี่ยนผ่านกัน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในเรื่องของวิธีการที่ใช้นี้ ส่วนใหญ่การใช้วิธีการเฉพาะเจาะจง สำนักงาน กสทช. จะใช้กับในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างที่มีวงเงินที่ถูกกำหนดไว้เป็นวงเงิน ที่จำนวนไม่สูง แต่ถึงแม้จำนวนไม่สูงก็มีข้อตรวจพบที่เราตรวจพบในเรื่องของการกระทำ ความผิดทั้งในเรื่องของการจัดทำทีโออาร์ (TOR) ไม่ถูกต้องเป็นไปตามระเบียบ ในเรื่องของ การคำนวณราคากลาง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราได้มีข้อเสนอและกลับไปที่ กสทช. แล้วในเรื่องใด ที่จะต้องดำเนินกระบวนการในเรื่องของการสอบข้อเท็จจริง ในเรื่องของการตั้งกรรมการสอบ หรือว่าชดใช้ค่าความเสียหาย เราได้มีหนังสือแจ้งตามกฎหมายพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พุทธศักราช ๒๕๖๐ เราดำเนินตามกระบวนการ ครบถ้วน🔗

ในประเด็นสุดท้าย ก็คือในเรื่องของความล่าช้าของการจัดทำรายงาน ก็ต้อง นำเรียนเหมือนดังเช่นปีที่แล้ว ก็คือเนื่องจากกระบวนการตรวจสอบตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ เรื่อยมา สตง. เราถูกกำหนดในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การตรวจเงินแผ่นดิน ประกอบกับพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังที่เราต้องตรวจสอบ รายงานการเงินให้แล้วเสร็จทั้งหมดทุกหน่วยภายใน ๑๘๐ วัน ซึ่งเราไม่ได้มีการปรับเปลี่ยน หรือเพิ่มเติมบุคลากรใด ๆ เลย เพราะฉะนั้นบุคลากรส่วนใหญ่ก็จะถูกระดมไปในเรื่องของ ตรวจสอบรายงานการเงิน ทีนี้พอมีบางหน่วยงาน อย่างเช่น กสทช. ที่เราจะต้องตรวจ ประเมินผลเพิ่มเติม ซึ่งก็ต้องเรียนว่ามันเป็นลักษณะของการตรวจสอบแบบเพอฟอร์แมนซ์ (Performance) ดูผลสัมฤทธิ์ประสิทธิภาพ ซึ่งจะต้องมีการวางแผนกระบวนการตรวจสอบ และต้องใช้บุคลากร ทรัพยากร ในการตรวจสอบค่อนข้างเยอะ ก็ทำให้เราต้องใช้เวลา ในส่วนนี้ด้วย ประกอบกับเอกสารหลักฐานที่เราได้รับจากทางสำนักงานก็ค่อนข้างมีความล่าช้า หลาย ๆ เรื่องอาจจะต้องขอความร่วมมือไปที่ทางฝ่ายบริหารให้ช่วยเร่งรัด ก็เลยทำให้ งานล่าช้าไป แต่อย่างไรก็ตามในปีงบประมาณ ๒๕๖๔ เราได้ปรับแผนและได้เร่งดำเนินการ รายงานของปี ๒๕๖๓ ก็คาดว่าจะแล้วเสร็จได้ทันภายในสิ้นปี ๒๕๖๔ นี้ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ มีสมาชิก คุณนิคม บุญวิเศษ ประสงค์จะสอบถาม เชิญเลยครับ🔗

นายนิคม บุญวิเศษ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคพลังปวงชนไทย กระผมเองเมื่อได้รับข้อมูลจากเอกสารลับที่เขียนว่าลับนี้ ก็ได้มานั่งอ่าน ผมก็มีความรู้สึกว่าสำนักงาน กสทช. ก็ได้ปฏิบัติหน้าที่มาตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ จนถึงปัจจุบันนี้ก็เป็นสิบ ๆ ปีแล้วครับท่านประธาน แต่ในการทำงบประมาณต่าง ๆ แล้วก็ การใช้จ่าย โดยเฉพาะเงินใช้จ่ายในสำนักงานของ กสทช. ที่มีการตั้งขึ้นมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๔ เป็นต้นมา เท่าที่ผมทราบผมติดตามมาโดยตลอด ใช้เงินในการดำเนินงานปีแรก ๆ ประมาณ ๒,๐๐๐ ล้านบาท แล้วไล่ขึ้นมาเป็น ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ ล้านบาท โดยเฉพาะปี ๒๕๖๐ อันนี้คือ ปี ๒๕๖๐ ยังไม่ใช่ปี ๒๕๖๔ เรากำลังพิจารณาย้อนหลังไป ๔ ปี ปี ๒๕๖๐ ตั้งงบประมาณไว้ ๕,๐๐๐-๗,๐๐๐ ล้านบาท ใช้ไปประมาณ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ถามว่าใช้เยอะไหม ใช้เยอะครับ องค์กรนี้เป็นองค์กรที่ใช้เงินค่อนข้างจะฟุ่มเฟือย ผมได้มีการอภิปรายหลายครั้ง เพราะการใช้ เงินนั้นหลายอย่างที่ท่านได้รายงานมา ผมเชื่อว่าท่านก็อึดอัด ท่านจะเจาะจงไปบอกว่าไปใช้เงิน แบบสุจริต ผมเชื่อว่าท่านไม่กล้าฟันธงหรอกครับ เพราะว่าเท่าที่ผมนั่งอ่านผิดหลักทั้งนั้นเลยครับ ไม่ว่าจะเป็นค่าจ้างที่ปรึกษา สำนักงาน กสทช. สามารถจ้างที่ปรึกษาได้ ที่เขาเขียนไว้ในกฎ ของเขา ให้เงินเดือนเองได้ จ้างที่ปรึกษาแบบไม่อั้นเลย ไม่รู้กี่สิบคน ผมอยากจะทราบ เหมือนกันว่าที่ปรึกษาของสำนักงาน กสทช. มีทั้งหมดกี่คน เพราะใช้เงินไป ๓๐๐ กว่าล้านบาท ปีเดียวที่ปรึกษากี่คน เงินเดือนเดือนละเท่าไร อยากจะทราบเหมือนกันว่าเงินเหล่านี้เป็นเงิน ของประชาชน ถึงแม้ กสทช. ที่บอกว่าเป็นองค์กรอิสระก็ตาม แต่ กสทช. ก็คือองค์กรของรัฐ เป็นองค์กรของรัฐที่ทำงานเป็นอิสระตั้งขึ้นมาใหม่ มาบริหารคลื่นความถี่ที่เป็นทรัพยากร สื่อสารของชาติ แล้วตอนนี้เงินอยู่ในสำนักงาน กสทช. มีจำนวนเท่าไรผมอยากทราบ เงินกองทุนตอนนี้มีเท่าไร เพราะเหตุที่เงินของท่านเยอะใช่ไหมจึงใช้จ่ายแบบฟุ่มเฟือยขนาดนี้ ค่าที่ปรึกษา ๓๐๐ กว่าล้านบาท ผมมานั่งดูค่ารับรอง โดยที่นำใบเสร็จของปี ๒๕๕๗ และปี ๒๕๕๙ มาเบิกเป็นค่ารับรอง ปี ๒๕๖๐ ทำกันในลักษณะนี้ มีการรูดบัตรเครดิต ไปก่อน แล้วก็ยังไม่รู้ว่าเอาไปทำอะไร การรายงานมาลักษณะนี้ผมถามว่าสภาจะให้ผ่าน หรือครับ การทำงานแบบนี้มันส่อถึงการทุจริตชัด ๆ เลย แล้วทำอย่างนี้มาหลายปี และยัง ไม่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลง ก็ยังทำแบบนี้อยู่ แล้วคนที่รับผิดชอบก็ไม่รู้ใครจะรับผิดชอบ ถูกไหมครับ เพราะว่าเป็นสำนักงานทำงานโดยคณะกรรมการ เวลาจะอนุมัติทีก็ตั้งบอร์ด (Board) ขึ้นมาโดยไม่รู้จะเอาผิดกับใคร เสียดายองค์กรนี้เป็นองค์กรสำคัญของชาติ ของประเทศไทย แล้วเป็นองค์กรที่ทำงานให้กับประเทศได้เยอะ ถ้าเกิดว่ามีการทำงาน ตรงไปตรงมา ผมเชื่อว่าเงินเข้าประเทศไทยจะเยอะกว่านี้ แต่การทำงานของคณะกรรมการ กสทช. หรือแม้กระทั่ง สำนักงาน กสทช. เท่าที่ผมนั่งดู จริง ๆ ไม่อยากจะเปิดเผยมันอยู่ใน ความลับมันพูดไปก็เท่านั้นเอง เพียงแต่ว่าอยากจะขอเตือนว่าอยากจะให้สำนักงาน กสทช. ไปปรับปรุงหน่อย ใช้เงินให้มันคุ้มค่าหน่อย สิ่งใดที่ไม่ควรจะจ่ายก็ไม่ควรจ่าย แล้วเงินที่มีอยู่ ในกองทุนต่าง ๆ ก็ควรจะเอามาใช้ประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะช่วงนี้เป็นช่วง โควิด (COVID) เราต้องประหยัดเงิน แล้วก็นำเงินมาใช้ให้เกิดประโยชน์มากที่สุด คำถาม ที่ผมถามก็คือว่าท่านจะเอาผิดอะไร ท่านจะเอาผิดอย่างไร ในเมื่อท่านรายงานแบบนี้มาว่า กสทช. ทำงานแบบไม่สุจริต แล้วผู้ตรวจการแผ่นดินจะเอาผิดอย่างไร ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ คุณมานพ คีรีภูวดล ขอ ๕ นาที เชิญเลยครับ🔗

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล ส.ส. กลุ่มชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ ผมต้องขออนุญาตจริง ๆ นะครับ เพราะว่าเป็นประเด็นที่ตรงสิ่งที่ ผมทำงานในกรรมาธิการสามัญซึ่งเกี่ยวข้องในเรื่องนี้ที่ สตง. ได้ไปทำรายงานเกี่ยวกับ เรื่องขององค์กร กสทช. ท่านประธานครับ ผมมีทั้งคำถามและอยากจะฝากด้วยนะครับ เนื่องจากว่าผมไม่มีเวลาอ่านเรื่องนี้ ต้องขอโทษด้วยนะครับ เพราะว่าเพิ่งเสร็จจากภารกิจที่อื่น คืออย่างนี้ครับท่านประธาน ผมอยู่คณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน สิ่งที่ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน คือเน็ตประชารัฐ (Net Pracharat) ที่ดูแลโดย กสทช. ทุกพื้นที่ ทั้งในพื้นที่ราบ ที่บนดอย ที่ทุรกันดาร ตอนนี้ก็คืองบประมาณที่ลงไปแล้วจำนวนมหาศาลใช้ไม่ได้ เน็ต (Net) ใช้ไม่ได้ เลยครับท่านประธาน ปัญหาที่เราถามเขาบอกว่าไม่สามารถปล่อยสัญญาณได้ครับท่าน ประธาน เพราะว่าอยู่ในเขตป่า อยู่ในเขตที่ของรัฐ ตอนที่ทำ ทำไมทำได้ครับ ตอนที่จะปล่อย สัญญาณโทรศัพท์มันทำไม่ได้ ทั้งนักเรียน ทั้งประชาชนใช้ไม่ได้ ไล่ตั้งแต่จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ขึ้นไปถึงจังหวัดแม่ฮ่องสอน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ผมอยากจะฝาก ทาง สตง. นะครับ คือในการรายงานครั้งต่อไปผมคิดว่าเรื่องพวกนี้ต้องออกมา คือมีการ ลงทุนไปแล้ว แล้วไปตั้งชื่อค่อนข้างที่จะสวยหรู เป็นเน็ตประชารัฐ (Net Pracharat) เราดูแล้วก็น่าจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ปรากฏว่าสิ่งที่ผมลงพื้นที่พร้อมกับ ประธานคณะกรรมาธิการและหลาย ๆ คน แล้วก็ผู้เชี่ยวชาญลงไป เราเจอในสิ่งที่ผมคิดว่า มันเป็นการใช้งบประมาณที่ผมไม่แน่ใจว่ามีการทุจริตหรือไม่ ผมไม่แน่ใจว่ามันเกิดอะไรขึ้น เมื่อมีการติดตั้งแล้วใช้งบประมาณของแผ่นดินแล้วใช้ไม่ได้ทั้งหมด อย่างนี้เกิดอะไรขึ้น อันนี้ เป็นประเด็นที่ผมอยากจะนำเรียนในที่ประชุมแห่งนี้ ต่อท่านประธานสภาแล้วก็ ทาง สตง. ถ้าอยากจะไปดูพื้นที่ วันนี้ผมพร้อมทั้งพื้นที่ที่จังหวัดตาก ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน และที่จังหวัดเชียงใหม่ ผมขออนุญาตนำเรียนท่านประธานและที่ประชุมเท่านี้ ขอบคุณ มากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ขอเชิญ ท่านผู้ชี้แจงเลยครับ🔗

นางเกล็ดนที มโนสันติ์ รองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกนะคะ ในส่วนของคำถามเมื่อสักครู่ก็จะเป็น เรื่องของการจัดจ้างที่ปรึกษาของทาง กสทช. ในส่วนนี้เนื่องจากกระบวนการจัดจ้างที่ปรึกษา เป็นไปตามระเบียบพัสดุ เขาดำเนินการตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการพัสดุ ซึ่งในกระบวนการตรวจสอบของเรา เราตรวจสอบวิเคราะห์ในส่วนของอัตรากำลังที่มี อันนี้ก็จะมีอยู่ในรายงานด้วยแล้วว่าในเรื่องของการวิเคราะห์อัตรากำลังที่มีเขาจะต้องให้ ชัดเจนว่ามีอัตรากำลังที่ใช้ในแต่ละสำนัก แต่ละงาน แต่ละตำแหน่งเท่าใด อย่างไร ซึ่งจาก กรอบอัตรากำลังที่กำหนดไว้ก็ยังมีอัตรากำลังว่างอยู่ ในขณะที่ในส่วนของการจ้างที่ปรึกษานี้ ก็จะเป็นการจ้างที่ปรึกษาเพื่อมาดำเนินการศึกษาวิจัยในแต่ละงาน ในส่วนนี้ก็เป็นข้อสังเกต อยู่เหมือนกันว่ามีการดำเนินการค่อนข้างเยอะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในเรื่องของกระบวนการ เราก็ได้ดูว่ามีการดำเนินการตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการพัสดุหรือไม่ ถ้าดำเนินการ ตามนั้นก็ไม่มีข้อขัดแย้ง แต่หากมิได้ดำเนินการเราก็มีการพิจารณาในเรื่องของความผิด ที่เกิดขึ้น ซึ่งในลักษณะของการแจ้งความผิดนี้ ทาง สตง. เองก็มีพระราชบัญญัติประกอบ รัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดินกับ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังของรัฐที่กำหนด แนวทางการดำเนินการในเรื่องของการแจ้งความผิดไว้อยู่แล้ว กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ สมาชิก ยังมีอะไรจะสอบถามไหมครับ อันนี้ก็เป็นไปตามมาตรา ๖๙ ของพระราชบัญญัติองค์กร จัดสรรคลื่นความถี่ และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์และ กิจการโทรคมนาคม พุทธศักราช ๒๕๕๓ ซึ่งมีหน้าที่จะต้องทำรายงานทุกรอบปี เพื่อรายงานต่อ คณะรัฐมนตรีและรัฐสภา อันนี้ก็เป็นการรายงานต่อเราเพื่อรับทราบ ไม่มีการลงมติอะไร ก็รับทราบ ขอบพระคุณผู้ชี้แจงนะครับ ขอบคุณสมาชิกที่สอบถามครับ🔗

๒.๒๑ รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนจัดรูปที่ดิน เพื่อพัฒนาพื้นที่ กรมโยธาธิการและผังเมือง สำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๒🔗

ขอเชิญผู้ชี้แจงนะครับ ว่าที่ร้อยเอก ธีรพงศ์ ครุธดิลกานันท์ รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง นางบงกช สุวรรณ เดช ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนจัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่ นางสาวจุฑารัตน์ โชติเวทย์ศิลป์ สถาปนิกชำนาญการ นางสาวณัฐกฤตา สุขขุม พนักงานการเงินและบัญชี🔗

(ผู้แทนจากกรมโยธาธิการและผังเมืองเข้าชี้แจงต่อที่ประชุม)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกที่มีความ ประสงค์จะสอบถามเชิญเลยครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกขออภิปราย)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่มีสมาชิกสอบถามนะครับ ถ้าไม่มีสอบถาม ก็ถือว่าที่ประชุมเรารับทราบตามที่ผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุน จัดรูปที่ดินเพื่อพัฒนาพื้นที่แจ้งมาเพื่อให้สภาได้รับทราบนะครับ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบพระคุณนะครับ🔗

๒.๒๒ รับทราบรายงานของผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุน ประกันสังคม สำนักงานประกันสังคม สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒🔗

เรื่องนี้เลขาธิการ คณะรัฐมนตรีแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีรับทราบว่ารายงานของผู้สอบบัญชีรายงานการเงินกองทุน ประกันสังคม สำหรับสำนักงานประกันสังคม สำหรับปีสิ้นสุดปี ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ ตามที่ กระทรวงแรงงานเสนอ และจะเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบตามมาตรา ๒๗ แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติ ประกันสังคม (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๗ และ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๕๘ รายละเอียดตามที่ สมาชิกได้เห็นแล้วนะครับ เพื่อพวกเราที่มีความประสงค์จะสอบถาม ผมขอเชิญผู้ชี้แจง ดังต่อไปนี้ นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม นายประพนธ์ ศิลปรัศมี รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม นางบุปผา พันธุ์เพ็ง รองเลขาธิการสำนักงาน ประกันสังคม นางสาวพรรณิกา เหลืองสุรีย์ ผู้อำนวยการกองบริหารการเงินและการบัญชี นางสาวชมพูเพ็ญ ศิริธร ผู้อำนวยการกองบริหารการลงทุน🔗

(ผู้แทนจากสำนักงานประกันสังคมเข้าชี้แจงต่อที่ประชุม)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกมีอะไรสอบถาม ขอเชิญเลยครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตสอบถามท่านเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม มี ๒ ประเด็นนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๑ ก็คือเรื่องของวิกฤติโควิด (COVID) ครั้งนี้รัฐบาลให้มีการยุติ หรือเลื่อนการส่งเงินสมทบ ก็อยากจะขอทราบจากท่านเลขาธิการว่ามีผลกระทบต่อเงินของ ประกันสังคมอย่างไรบ้าง ท่านประเมินว่ามันเป็นความเสียหายที่อาจจะส่งผลระยะยาว เพียงใด นั่นประเด็นที่ ๑🔗

ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของการที่รัฐวิสาหกิจ ๒ แห่งมีการเปลี่ยนสถานภาพ ก็คือ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ได้แปลงจากการเป็นรัฐวิสาหกิจมาเป็นเอกชน ก็คือไม่ใช่ รัฐวิสาหกิจ รวมไปถึงธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ที่ได้เปลี่ยนสถานภาพไม่เป็นรัฐวิสาหกิจ ทั้ง ๒ แห่งนี้จะต้องมีการจ่ายเงินให้กับประกันสังคมด้วยหรือไม่ แล้วการจ่ายนี้มีผลตั้งแต่ เมื่อไร ขออนุญาตครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านสมาชิกเลยครับ🔗

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพค่ะ ดิฉัน ศิริกัญญา ตันสกุล สมาชิกผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลค่ะ มีคำถามที่จะสอบถาม จากรายงานของผู้สอบบัญชีเล่มนี้ผู้ตรวจสอบบัญชีมีการแสดง ความเห็นอย่างมีเงื่อนไขใน ๒ เรื่องด้วยกัน🔗

เรื่องแรก ก็คือเรื่องของยอดที่มีการสมทบเงินประกันสังคมจากสถานประกอบการ เป็นเช็คธนาคาร แต่ว่าไม่สามารถขึ้นเงินได้ แล้วก็ทำให้มีปัญหาในรายการที่เป็นรายการ สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น ทำให้ไม่สามารถที่จะตรวจสอบได้ว่าเงินที่มีการสมทบสูงกว่าตรงนี้มัน เกิดมาด้วยเหตุการณ์ใด แล้วได้มีการแก้ไขในเงื่อนไขนี้แล้วหรือไม่ เงื่อนไขที่ ๒ ก็น่าสนใจค่ะ เรื่องของค่าบริการทางการแพทย์ เรื่องแรกก็คือค่าบริการทางการแพทย์ยาต้าน ไวรัสเอดส์ (Virus AIDS) ที่ไม่ได้มีการส่งมอบจริง แต่ว่ามีการบันทึกรายการใช้จ่าย แล้วก็ เป็นค่าบริการทางการแพทย์ยาบัญชียาหลักที่บันทึกมูลค่าสูงเกินจริง ทำให้รายงานของ งบการเงินนี้มันต่ำเกินจริง อันนี้ก็เป็นเรื่องของเงื่อนไข ก็อยากสอบถามว่าได้มีการแก้ไขตามนี้ แล้วหรือไม่🔗

เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องของการลงทุนของสำนักงานประกันสังคม ดิฉันเข้าใจดีว่า กองทุนประกันสังคมเป็นกองทุนที่มีเม็ดเงินลงทุนค่อนข้างสูง แล้วก็เป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ ของประเทศไทย ที่เคยสอบถามก็เลยได้คำตอบมาเกี่ยวกับว่าทำไมกองทุนประกันสังคม ถึงไม่เคยเปิดเผยว่าถือสินทรัพย์ประเภทใดเป็นสัดส่วนเท่าใดบ้าง เพราะว่าอาจจะ มีผลกระทบต่อราคาของสินทรัพย์ในตลาดก็เป็นไปได้ ถ้าหากทราบว่าประกันสังคม ถือสินทรัพย์ตัวใดบ้าง แต่ในทางตรงกันข้ามก็น่าจะเป็นสิทธิของผู้ประกันตนเช่นเดียวกัน ที่น่าจะมีสิทธิที่จะรู้ได้ว่าเงินสมทบของตัวเองที่สมทบไปให้กับกองทุนประกันสังคมนั้น สัดส่วนของการถือครองในสินทรัพย์แต่ละประเภทนั้นเป็นอย่างไรบ้าง เท่าที่ดิฉันจำได้ ปีก่อนหน้าที่ดูนี้จะมีการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงค่อนข้างสูง อย่างเช่น กองทุนอสังหาริมทรัพย์หรือว่าลีดฟันด์ (Lead Fund) ก็อยากทราบว่ายังคงมีนโยบายที่จะ ลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงในประเภทใดบ้าง แล้วก็มีสัดส่วนเท่าไรบ้างใน ณ เวลานี้ แล้วของ ปี ๒๕๖๒ ได้มีการพูดถึงผลตอบแทนเฉลี่ยอยู่ที่ ๔.๘๑ เปอร์เซ็นต์ ก็เลยอยากทราบว่า ตัวเบนช์มาร์ก (Benchmark) ของตลาดที่สามารถไปเปรียบเทียบได้ หรือว่าจะเป็นการทำ เป็นอัตราเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักที่จะเป็นเบนช์มาร์ก (Benchmark) ที่กองทุนประกันสังคม สามารถที่จะได้เทียบเคียงได้ในราคาตลาดอยู่ที่อัตราผลตอบแทนประมาณเท่าไร แล้วปี ๒๕๖๒ สำนักงานประกันสังคมทำผลการดำเนินงานได้สูงกว่าหรือต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ของตลาด ถ้ามีตรงนี้จะทำให้ผู้ประกันตนมีความไว้วางใจ แล้วก็เชื่อมั่นในกองทุนมากขึ้น🔗

เรื่องสุดท้าย ก็อยากที่จะชวนอภิปรายเรื่องของการที่จะแก้ปัญหาให้กับ กองทุนประกันสังคมได้อย่างยั่งยืน ช่วง ๑ ปีที่ผ่านมาที่มีปัญหาโควิด (COVID) กองทุน ประกันสังคมก็ได้มีบทบาทสำคัญที่จะช่วยเหลือพี่น้องผู้ประกันตนมาโดยตลอด โดยที่ บางครั้งอาจจะมากเกินไปด้วยซ้ำ หลาย ๆ เรื่องควรจะเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะต้อง ให้เงินชดเชยหรือว่าใช้งบประมาณในการช่วยเหลือพี่น้องแรงงาน แต่กลับมาใช้กลไก ของกองทุนประกันสังคมโดยที่ไม่ได้มีการชดเชยงบประมาณมาในภายหลัง ก็อาจจะทำให้ กองทุนประกันสังคมอาจจะมีปัญหาสภาพคล่องได้ ก็เลยอยากทราบว่าอย่างกองทุนว่างงาน ในรายงานผู้สอบบัญชีฉบับนี้อาจจะยังไม่มีตัวเลขที่เป็นปัจจุบัน ก็อยากจะสอบถามว่า สถานะของกองทุนว่างงานเป็นอย่างไรบ้างในปัจจุบัน รวมถึงไปถึงกองทุนชราภาพด้วยว่า ถ้ามีปัญหาของการที่เงินสมทบนี้ถูกปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง จะมีปัญหาส่งผลกระทบ อย่างไรบ้างกับกองทุนชราภาพในอนาคตหรือไม่ ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไปมี ท่านสุเทพ อู่อ้น นะครับ หลังจากท่านสุเทพแล้วก็จะให้เจ้าหน้าที่ได้ชี้แจง เชิญเลยครับ🔗

นายสุเทพ อู่อ้น แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วน ปีกแรงงาน อยากจะมีเรื่องสอบถามกับสำนักงานประกันสังคม ผมเองในฐานะที่เป็น ผู้ประกันตน แล้วก็เป็นคนที่ทำงานในระบบประกันสังคม ทำงานมามากกว่า ๓๐ ปี จากการ เป็นผู้ประกันตนของผมเอง แล้วก็พี่น้องผู้ใช้แรงงาน สิ่งที่อยากเห็นในเรื่องของงบประมาณ ของสำนักงานประกันสังคม ก็คือเรื่องของการดูแลเยียวยาให้ผู้ประกันตนได้รับการดูแล ใน ๗ กรณี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องคลอดบุตร สงเคราะห์บุตร แล้วก็รักษาพยาบาล รวมทั้งทุพพลภาพ และบำนาญ ดังนั้นสิ่งสำคัญตอนนี้ เรื่องของบำนาญที่ต้องมีเงื่อนไขในการที่จะต้องรับ เมื่ออายุ ๕๕ ปี แต่มีพี่น้องผู้ประกันตนหลายคนที่ต้องการเป็นบำเหน็จก่อน เนื่องจาก หลายท่านไม่ได้ประกอบอาชีพทำงานแล้ว อยากเรียกร้องกับสำนักงานประกันสังคมให้มี การจ่ายเงินในกรณีบำเหน็จนี้ออกมาให้ก่อน อยากถามว่าในเรื่องพวกนี้ทางสำนักงาน ประกันสังคมมีนโยบายอย่างไรบ้าง🔗

สำคัญยิ่งกว่าอีกนะครับ ขณะนี้พี่น้องผู้ใช้แรงงานในมาตรา ๓๓ มีการ ปิดกิจการเป็นจำนวนมาก แล้วก็ย้ายไปอยู่ในมาตรา ๓๙ และที่สำคัญไปกว่านั้นคือพี่น้อง แรงงานนอกระบบที่อยากเห็นระบบประกันสังคมในมาตรา ๔๐ ที่พัฒนาให้ได้ ๗ กรณี เท่าเทียมกับผู้ประกันตนในมาตรา ๓๓ ชัดเจนครับ ตอนนี้พี่น้องแรงงานจากในระบบ ไหลออกไปนอกระบบจำนวนมาก ถามว่าในส่วนของมาตรา ๔๐ นั้น ไม่มีการดูแลครอบคลุม ๗ กรณี และกรณีที่สำคัญก็คือกรณีของบำนาญ พี่น้อง ๒๐ กว่าล้านคน เรียกร้องให้ผม ผลักดันและสอบถามแนวทางการปฏิบัติของสำนักงานประกันสังคมในการยกระดับ มาตรา ๔๐ ให้เท่าเทียมกับมาตรา ๓๓ โดยเฉพาะกรณีที่อายุ ๕๕ ปี จะได้รับเงินบำนาญ เพราะปัจจุบันนี้ในมาตรา ๔๐ ไม่มีระบบบำนาญให้กับผู้ประกันตน ขณะนี้พี่น้องประชาชน ที่สูงวัย อายุเฉลี่ยเข้าสู่วัยสูงวัยมากขึ้น แต่ระบบประกันสังคม มาตรา ๔๐ ไม่มีเรื่องบำนาญ รอในเรื่องเบี้ยคนชราภาพ ๖๐๐ บาทนั้นไม่เพียงพอกับการดำรงชีพ จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้อง มีการพัฒนาประกันสังคมให้ถ้วนหน้าให้กับพี่น้องประชาชน พี่น้องใช้แรงงาน ให้มีความ มั่นคงต่อไป ดังนั้นเองจากการที่ผมเป็นผู้แทนราษฎร ก็อยากมีการสอบถามว่าในส่วนของ การส่งมาตรา ๓๙ ที่มีเงื่อนไขว่าถ้าส่งมาตรา ๓๙ แล้วจะไม่ได้รับเงินบำนาญ ซึ่งทำให้ ผู้ประกันตนที่ส่งมาตลอดในการทำงานเมื่ออายุ ๕๕ ปี มี ๒ ทางเลือก ทางเลือกที่ ๑ ก็คือ รับบำนาญ ทางเลือกที่ ๒ ก็คือส่งต่อมาตรา ๓๙ เพื่อได้รับการรักษาพยาบาล อยากจะ ผลักดันว่าควรจะมีการให้ส่งต่อได้เพื่อเป็นการรักษาพยาบาลและสามารถได้รับบำนาญ เคียงคู่กันไปด้วย นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นจากการจัดเกี่ยวกับการดูแลทั้ง ๗ กรณีให้กับพี่น้อง ผู้ประกันตน พี่น้องผู้ประกันตนเองฝากบอกว่าในส่วนของการที่นำเงินออกมาเยียวยา จากการประกาศกฎกระทรวงตั้งแต่วันที่ ๑๗ เดือนเมษายน ปี ๒๕๖๓ งบประมาณ ของการใช้ไปมากเท่าไรแล้ว แล้วเสถียรภาพของกองทุนจะเป็นอย่างไร เพราะว่า เนื่องจากขณะนี้ก็มีการใช้ประกาศในกรณีที่เข้าข่ายการหยุดงานจ่ายอีก ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ความเชื่อมั่นของกองทุนประกันสังคมในขณะนี้เป็นอย่างไรบ้าง และโดยเฉพาะเรื่องของ กองทุนเงินบำนาญที่เอาไปลงทุนไว้ในแหล่งต่าง ๆ เสถียรภาพเป็นอย่างไร อยากเห็นข้อมูล เหล่านี้จากสำนักงานประกันสังคมสื่อสารออกมาให้กับผู้ประกันตนได้รับรู้ รับทราบ อย่างชัดเจน เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกันตน🔗

สุดท้ายเรื่องที่รัฐบาลยังมีการค้างชำระในอัตราส่วนที่ไม่ได้สมทบให้ สำนักงานประกันสังคมมีการติดตามอย่างไรบ้างกับทางฝ่ายรัฐบาล เพราะว่าขณะนี้ จากตัวเลขหลัก ๗๐,๐๐๐ ล้านบาท ๘๐,๐๐๐ ล้านบาทแล้ว และงบประมาณปี ๒๕๖๕ ก็ไม่ได้มีการจะจ่ายเพิ่มเติม ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ประชาชน พี่น้องผู้ใช้แรงงานมีความ เป็นห่วงในเสถียรภาพของสำนักงานประกันสังคม ขอบคุณมากครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านตัวแทนหน่วยงานชี้แจงครับ🔗

นางบุปผา พันธุ์เพ็ง รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางบุปผา พันธุ์เพ็ง รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน ขอนำเรียนชี้แจงในกรณี ที่ท่านสมาชิกได้มีข้อห่วงใยในเรื่องของการที่สำนักงานประกันสังคมได้ลดอัตราเงินสมทบ แล้วก็ขยายการส่งเงินสมทบให้กับผู้ประกันตนและนายจ้างว่าจะมีเสถียรภาพกองทุนอย่างไร ก็อยากจะเรียนให้ท่านสมาชิกทุกท่านทราบว่า ก่อนที่เราจะมีการลดอัตราเงินสมทบหรือ เพิ่มประโยชน์ทดแทนทุกกรณี ก็จะมีการคำนวณทางคณิตศาสตร์ประกันภัยและประเมิน สถานะกองทุนทุกครั้งไปว่าเราจะต้องมีเสถียรภาพในการที่ไม่ว่าจะลดเงินสมทบหรือว่า เพิ่มประโยชน์ทดแทนว่ากองทุนจะต้องมีเสถียรภาพ แล้วการที่เราจะเพิ่มสิทธิประโยชน์ใด ๆ ก็จะต้องมีเงินที่เพียงพอแล้วก็มีสภาพคล่อง อันนี้เราขอยืนยันว่าเราจะลดหรือเพิ่ม สิทธิประโยชน์ใด ๆ เราจะมีการคำนวณคณิตศาสตร์ประกันภัยและประเมินสถานะกองทุน ทุกครั้ง🔗

สำหรับประเด็นที่ ๒ ในการที่เปลี่ยนสถานภาพของ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) แล้วก็ของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ทั้ง ๒ หน่วยงานนี้ได้ขึ้นทะเบียนกับ ประกันสังคมเรียบร้อยแล้ว นับตั้งแต่วันที่เขามีการเปลี่ยนสภาพจากรัฐวิสาหกิจเป็น บริษัทเอกชน🔗

สำหรับในกรณีที่ท่านสมาชิกถามในเรื่องของกรณีที่ผู้ประกันตน มาตรา ๓๓ ที่สิ้นสภาพการเป็นผู้ประกันตนแล้วได้รับบำนาญต้องการเป็นสิทธิผู้ประกันตนต่อ โดยสมัคร เป็นผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๙ จะไม่ได้รับสิทธิกรณีของประกันสังคมต่อ ในเรื่องนี้ ประกันสังคมได้มีการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติประกันสังคม ฉบับที่ ๕ ก็คือให้ผู้ประกันตน ที่สิ้นสภาพการเป็นลูกจ้างแล้วมีสิทธิรับบำนาญ ให้สามารถสมัครเป็นประกันสังคมต่อได้ โดยให้ส่งเงินสมทบแค่ ๓ กรณีเท่านั้น คือในกรณีเจ็บป่วย ทุพพลภาพ แล้วก็เสียชีวิต ซึ่งขณะนี้ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้ร่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว อยู่ในขั้นตอนที่จะต้องนำส่ง คณะรัฐมนตรีพิจารณา🔗

สำหรับในกรณีที่มีความห่วงใยในเรื่องของผู้ประกันตนมาตรา ๔๐ ว่าให้มี ความเท่าเทียมในเรื่องของสิทธิประโยชน์เท่ากับผู้ประกันตนตามมาตรา ๓๓ ในส่วนนี้ของ ของประกันสังคมท่านได้อยู่ใน พ.ร.บ. ที่เราแก้ไขได้ทันทีหรือว่าช่วยเหลือได้ทันที ในการที่จะ ช่วยเหลือ ซึ่งขณะนี้เราก็ได้มีการเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้เท่าเทียมกับประกันสังคม ในเรื่องของ กรณีเสียชีวิต อันนี้เราเพิ่มให้กับผู้ประกันตนตามมาตรา ๔๐ แล้ว สำหรับในกรณีเรื่องของ กรณีบำนาญหรือบำเหน็จ เนื่องจากว่าของประกันสังคมในมาตรา ๔๐ นี้เราจะครอบคลุม เฉพาะในเรื่องของบำเหน็จชราภาพ ส่วนในบำนาญนี้จะไปขึ้นอยู่กับของกองทุนการออม แห่งชาติ อันนี้ผู้ประกันตนตามมาตรา ๔๐ ก็จะไปส่งเงินสมทบในกรณีของบำนาญในกองทุน การออมแห่งชาติ🔗

กรณีที่มีสมาชิกห่วงใยในเรื่องว่าขณะนี้มีการที่ประสบสภาวะเศรษฐกิจ ในเรื่องของโควิด (COVID) นี้ต้องการให้นำเงินในส่วนของชราภาพมาใช้ก่อนล่วงหน้า ขณะนี้เราก็อยู่ในขั้นตอนเรื่องของการที่จะร่างแก้ไข พ.ร.บ. ซึ่งจะอยู่ในฉบับที่ ๕ เช่นกัน ในการที่จะนำเงินชราภาพในบางส่วนมาใช้ก่อน ก็คือมีผู้เรียกร้องทั้ง ๓ เรื่อง ในเรื่องของ การขอเงินบางส่วนมาใช้ก่อน แล้วก็มีเรื่องของการที่จะขอเงินชราภาพไปค้ำประกันเพื่อขอกู้เงิน🔗

แล้วอีกเรื่องหนึ่งในเรื่องของการที่จะขอเลือกรับบำเหน็จหรือบำนาญ อันนี้ ก็อยู่ในขั้นตอนของการร่าง พ.ร.บ. ที่เราจะแก้ไข เพราะว่าในส่วนที่จะเลือกบำนาญ หรือบำเหน็จจะอยู่ในขั้นตอนของ พ.ร.บ. เพราะฉะนั้นจะต้องมีการแก้ไข พ.ร.บ. ซึ่งของ ประกันสังคมกำลังอยู่ในการร่าง พ.ร.บ. ที่จะเสนอเพื่อจะให้แก้ไขทันในฉบับที่ ๕ เช่นกัน ก็ขอนำเรียนท่านสมาชิกเท่านี้ก่อนค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านผู้ชี้แจง ชี้แจงต่อครับ ท่านสมาชิกรอสักครู่นะครับ🔗

นางสาวพรรณิกา เหลืองสุรีย์ ผู้อำนวยการกองบริหารการเงินและการบัญชี

ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสภาเพื่อขอชี้แจงค่ะ กราบเรียนท่านประธานสภา และท่านสมาชิกนะคะ ดิฉัน นางสาวพรรณิกา เหลืองสุรีย์ ผู้อำนวยการกองบริหารการเงิน และการบัญชี จากคำถามของท่านศิริกัญญา ตันสกุล จากที่ สตง. มีข้อคิดเห็นในงบการเงิน ในเรื่องของรายละเอียดลูกหนี้เช็คขัดข้องนั้น สำนักงานประกันสังคมได้ดำเนินการตรวจสอบ แล้วก็ดำเนินการแก้ไขในรายละเอียด เป็นเพียงรายละเอียดประกอบและได้แจ้งให้ทาง สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินทราบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมถึงในเรื่องของรายการยา พอดีว่ารายการยานั้นมีใบสั่งซื้อเมื่อปลายงวด แล้วเรารับรู้เป็นค่าใช้จ่ายไว้แต่ยังไม่ได้ จ่ายออกไป เพียงแต่ในรายการนั้นมีบางรายการที่ทางสำนักงานยังไม่ได้ตรวจรับ แต่เราไป รับรู้ด้วย ทั้งนี้ทั้งนั้นในต้นปี ๒๕๖๓ จะมีการตรวจรับทั้งหมด แล้วถึงจะมีการชำระเงิน ออกไป🔗

สำหรับในเรื่องของที่ท่านสุเทพ อู่อ้น ได้พูดถึงเรื่องการค้างชำระเงินสมทบ ของรัฐบาล ขอเรียนชี้แจงว่าในเงินสมทบของรัฐบาล ทางสำนักงานประกันสังคมได้รับ การชำระเงินสมทบรัฐบาลค้างชำระมาโดยตลอด เช่น ในปี ๒๕๖๐ สำนักงานประกันสังคม ได้รับชำระเงินสมทบจากรัฐบาลมา ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ซึ่งจะเพียงพอจ่ายในปี ๒๕๖๐ และมีการชำระหนี้เก่าในบางส่วน สำหรับปี ๒๕๖๑ เรารับมา ๔๒,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ก็เช่นเดียวกัน แล้วในปี ๒๕๖๒ ๔๖,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ในปี ๒๕๖๓ เราได้รับมาถึง ๖๕,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ทำให้ชำระหนี้เก่าไปได้ลดลงอย่างมากเลย สำหรับในปี ๒๕๖๔ เราได้รับมาทั้งหมด ๖๓,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ซึ่งชำระของปี ๒๕๖๔ ด้วย แล้วบางส่วนนำไป ชำระหนี้เก่าที่ผ่านมาในอดีต สำหรับในปี ๒๕๖๕ รัฐบาลอนุมัติในเบื้องต้นคือ ๔๔,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งเพียงพอสำหรับในปี ๒๕๖๕ หนี้เก่าที่ค้างกันมานานจาก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จาก การดำเนินการชำระทั้งเงินต้นแล้วก็หนี้เก่าด้วย หมายถึงเงินสมทบประจำปี แล้วก็มีหนี้เก่า บางส่วนด้วย ทำให้ขณะนี้หนี้ของรัฐบาลลดลงเหลือประมาณ ๖๖,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งสำนักงานประกันสังคมก็จะได้มีการติดตาม แล้วก็เสนอในญงบประมาณทุกครั้งสำหรับ หนี้ชำระค้างเดิมกับเงินสมทบที่จะต้องสมทบในงวดปัจจุบัน กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ต่อไปเชิญ ท่านพิสิฐครับ เห็นท่านยกมือ เชิญครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณครับท่านประธาน ผมได้สอบถาม ๒ คำถามนั้น ประสงค์อยากจะให้ท่านได้ช่วยตอบเป็นตัวเลขครับว่าผลจาก โควิด (COVID) ที่ท่านได้มีการคำนวณคณิตศาสตร์ประกันภัยไปแล้ว ขอทราบเป็นตัวเลข ว่าได้มีตัวเลขของความเสียหายเท่าไร หรือว่าลดลงจากที่ควรจะได้เท่าไร นี่คือประการที่ ๑🔗

ประการที่ ๒ สำหรับกรณีของรัฐวิสาหกิจ ๒ แห่งนี้ ในเมื่อเขาต้องจ่ายเงิน เราก็ต้องย้อนหลังไปใช่ไหม เพราะว่าสภาพของความเป็นรัฐวิสาหกิจได้สิ้นสุดลง แล้วก็ย้อนหลัง ก็ขอทราบว่าในกรณีของ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) อยู่ในภาวะฟื้นฟู ยอดเงิน ที่ท่านเรียกเก็บคงจะจ่ายไม่ได้ใช่ไหมครับ นั่นประการที่ ๑ แต่กรณีของ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) น่าจะต้องจ่าย ขอทราบตัวเลขด้วยครับ เพื่อจะได้ไปยันกับทางเขาอีกทีหนึ่ง ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญผู้ชี้แจง จะชี้แจงไหม เชิญครับ🔗

นางสาวชมพูเพ็ญ ศิริธร ผู้อำนวยการกองบริหารการลงทุน

ระหว่าง หาข้อมูลให้กับท่าน ส.ส. ท่านพิสิฐ ขออนุญาตชี้แจงเกี่ยวกับเรื่องการลงทุนของ กองทุนประกันสังคมในระหว่างนี้นะคะ ดิฉัน นางสาวชมพูเพ็ญ ศิริธร เป็นผู้อำนวยการ กองบริหารการลงทุน สำนักงานประกันสังคมค่ะ ตามที่ได้มีข้อสอบถามจากท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติ เกี่ยวกับการลงทุนของสำนักงานประกันสังคม โดยสอบถามเกี่ยวกับเรื่องสัดส่วน การลงทุน แล้วก็เรื่องของกองทุนว่างงานว่ายังมีเงินที่เพียงพอต่อการจ่ายสิทธิประโยชน์หรือไม่ ขออนุญาตนำเรียนดังนี้ สำนักงานประกันสังคม โดยกองทุนประกันสังคม ณ สิ้นปี ๒๕๖๒ มีเงินลงทุนอยู่ ๒.๐๙ ล้านบาท ซึ่งสัดส่วนการลงทุนแบ่งเป็นสินทรัพย์ที่เป็นหลักทรัพย์มั่นคงสูงอยู่ ๘๑ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็หลักทรัพย์เสี่ยงอยู่ ๑๙ เปอร์เซ็นต์ ซึ่ง ๑๙ เปอร์เซ็นต์นี้ก็ยังเป็นไปตาม กรอบระเบียบที่ทางคณะกรรมการประกันสังคมได้กำหนดไว้ว่าสินทรัพย์เสี่ยงจะลงทุนได้ ไม่เกิน ๔๐ เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าเราลงทุนอยู่ประมาณ ๑๙ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งใน ๑๙ เปอร์เซ็นต์นี้ ก็ประกอบไปด้วยหลักทรัพย์ประเภทต่าง ๆ เช่น ตราสารทุนไทยประมาณ ๑๑ เปอร์เซ็นต์ หน่วยลงทุนตราสารทุนต่างประเทศประมาณ ๔.๓ เปอร์เซ็นต์ แล้วในส่วนที่เหลือ อีกประมาณ ๓ เปอร์เซ็นต์ก็จะเป็นหน่วยลงทุน เช่น อสังหาริมทรัพย์ โครงสร้างพื้นฐาน หรือทองคำ🔗

สำหรับการลงทุนในหน่วยลงทุนอสังหาริมทรัพย์หรือรีต (REIT) ในประเทศไทย ก็มีอยู่ประมาณ ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือคิดเป็นประมาณ ๑ เปอร์เซ็นต์ของพอร์ต (Port) การลงทุน ซึ่งผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง ๕ ปีของกองทุนประกันสังคม ตั้งแต่ปี ๒๕๕๙-๒๕๖๓ อันนี้ใช้เกณฑ์มาตรฐานบัญชีที่วัดเช่นเดียวกับภาคเอกชน อยู่ที่ ๔.๒๖ เปอร์เซ็นต์ สำหรับ เบนช์มาร์ก (Benchmark) ของเราก็จะใช้ดัชนีที่เป็นดัชนีตามที่ภาคเอกชนใช้ เช่น เซตอินเดกซ์ (SET Index) หรือว่าดัชนีตราสารหนี้ไทย เป็นต้น อยู่ที่ ๔.๓ เปอร์เซ็นต์ ก็มีความใกล้เคียงกันกับดัชนีชี้วัด ก็ต้องเรียนว่าพอร์ต (Port) การลงทุนของสำนักงาน เป็นพอร์ต (Port) ที่ค่อนข้างใหญ่มาก การขยับก็จะต้องใช้ระยะเวลาในการปรับพอร์ต (Port) แล้วกลยุทธ์การลงทุนก็จะเป็นการลงทุนในระยะยาว🔗

สำหรับการลงทุนของกองทุนว่างงาน ขออนุญาตนำเรียนว่าในเงิน ๒ ล้านล้านบาท ของกองทุนประกันสังคมก็มีส่วนที่เป็นเงินกองทุนว่างงานอยู่ สำหรับสิ้นปี ๒๕๖๒ มีจำนวน ๑๗๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ ณ สิ้นเดือนมีนาคม ๒๕๖๔ คือปีนี้ก็มีเงินลงทุนอยู่ ๑๕๘,๐๐๐ ล้านบาท ก็ต้องเรียนว่าจำนวนเงินลงทุนลดลงไปบ้าง จากการที่เราต้องจ่าย สิทธิประโยชน์กรณีว่างงานในปี ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา ซึ่งก็มีการจ่ายไปจำนวน ๔๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แล้วปีนี้ก็คิดว่ายังจะต้องจ่ายต่อเนื่อง แต่ขออนุญาตนำเรียนว่าในเงินกองทุนที่เรายังมีอยู่ถึง ๑๕๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ก็เป็นเงินจำนวนมากที่เราคิดว่ามีเงินเพียงพอที่จะจ่าย สิทธิประโยชน์ได้อย่างไม่มีปัญหาใด ๆ รวมถึงว่าเราได้สำรองสภาพคล่องไว้กว่า ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ที่สามารถชำระเงินให้แก่ผู้ประกันตนได้ทุกเมื่อ ดังนั้นอันนี้ก็ขอเรียน เพื่อให้เป็นความมั่นใจของท่านสมาชิกว่ากองทุนก็ยังมีความมั่นคง แล้วก็มีเงินเพียงพอ ที่จะจ่ายสำหรับกรณีว่างงานให้กับผู้ประกันตน ในส่วนของลงทุนขออนุญาตนำเรียนแต่เพียง เท่านี้ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิก ครับ เมื่อจบการอภิปรายซักถามแล้วนะครับ ถือว่าที่ประชุมได้รับทราบรายงานของ ผู้สอบบัญชีและรายงานการเงินกองทุนประกันสังคม สำนักงานประกันสังคม สำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ แล้วนะครับ ผู้ชี้แจงยังมีเพิ่มเติม เชิญครับ🔗

นางบุปผา พันธุ์เพ็ง รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม

เรียน ท่านประธานจะขออนุญาตชี้แจงท่านพิสิฐเพิ่มเติมนะคะ ในเรื่องที่ว่าเรามีการประเมินสถานะ กองทุนก่อนที่มีการลดเงินสมทบหรือว่าการเพิ่มประโยชน์ทดแทน ก็คือ ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๖๔ เรามีเงินสะสมใน ๔ กรณี คือเจ็บป่วย ทุพพลภาพ คลอดบุตรเสียชีวิต อยู่ประมาณ ๑๐๓,๕๐๐ กว่าล้านบาทเศษ แล้วก็กรณีว่างงานที่เรามีเงินสะสมไว้ ๑๖๑,๒๐๐ ล้านบาทเศษ เพราะฉะนั้นเงินส่วนนี้ที่เราสะสมเอาไว้ ก็เพื่อใช้ในยามที่มีสภาวะวิกฤติที่จะต้องนำเงินส่วนนี้ ออกมาใช้ และการลดเงินสมทบนั้นก็ทำให้ ๒ กรณีนี้ได้รับเงินรายรับน้อยลง แต่ว่ารายจ่าย เพิ่มขึ้น ถึงต้องนำเงินสะสมที่มีไว้นี้เอามาใช้จ่ายในยามเกิดสภาวะวิกฤติเศรษฐกิจขึ้นมา ก็กราบเรียนชี้แจงเพิ่มเติมค่ะ ในส่วนของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) แล้วก็ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) จะขออนุญาตนำเสนอตัวเลขส่งให้ภายหลัง เผอิญไม่ได้นำตัวเลขมา กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็ถือว่า จบการอภิปราย ที่ประชุมได้รับทราบรายงานของสำนักงานประกันสังคมนะครับ ต้องขอขอบคุณท่านตัวแทนของหน่วยงานสำนักงานประกันสังคมที่ให้เกียรติกับสภาเรา ขอบคุณครับ🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ต่อไป🔗

๒.๒๓ รับทราบรายงานกิจการประจำปี งบดุล และบัญชีกำไรขาดทุน ของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย สำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๑🔗

เนื่องจาก มีเรื่องตามระเบียบวาระที่ ๒.๒๔ รับทราบรายงานกิจการประจำปี งบดุล และบัญชีกำไร ขาดทุนของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย สำหรับ ปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ ซึ่งเสนอมาจากหน่วยงานเดียวกัน เพียงแต่เสนอมา ต่างรอบปีบัญชี ผมเห็นว่าน่าจะนำมาพิจารณาในคราวเดียวกัน จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็น อย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๒.๒๔ รับทราบรายงานกิจการประจำปี งบดุล และบัญชีกำไรขาดทุนของ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒🔗

ถ้าไม่มี ผมขอดำเนินการตามนี้นะครับ🔗

ด้วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้รับทราบ รายงานกิจการประจำปีงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุนของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมแห่งประเทศไทย สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๑ และสำหรับ ปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ และได้เสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบตามมาตรา ๔๕ แห่งพระราชบัญญัติธนาคารพัฒนาวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งรายละเอียดของ รายงานประจำปีดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้จัดวางตามที่นั่งของท่านสมาชิกแล้วนะครับ ท่านสมาชิกมีประเด็นปัญหาติดใจที่จะซักถามหรือไม่ครับ ถ้าไม่มี ผมถือว่าที่ประชุมได้รับ ทราบกิจการประจำปีงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุนของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมแห่งประเทศไทย มีท่านสมาชิกติดใจอยู่นะครับ เมื่อมีท่านสมาชิกติดใจ ผมขออนุญาตให้ตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุม ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ ขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุมนะครับ ๑. นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ๒. นายสมานพงษ์ เกลี้ยงลำยอง รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคาร พัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ๓. นายพิชิต มิทราวงศ์ ผู้ช่วย กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ๔. นางสาวกัลยา เฉลิมโชคชัย ผู้อำนวยการอาวุโส ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและ ขนาดย่อมแห่งประเทศไทย🔗

(ผู้ชี้แจงจากธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย เข้าชี้แจงต่อที่ประชุม)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เตรียมชี้แจง นะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกที่สนใจที่จะอภิปรายแสดงความคิดเห็น ขอเชิญท่านส่งรายชื่อ เลยนะครับ🔗

เมื่อสักครู่ เห็นท่านสมาชิกยกมือ เชิญคุณศิริกัญญาครับ เห็นยกมือ🔗

นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพค่ะ ดิฉัน ศิริกัญญา ตันสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากการที่ดิฉันอ่านรายงานประจำปีของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ก็มีคำถามหลายคำถาม ก็เลยอยากจะให้ผู้ชี้แจงได้ให้ ความกระจ่างกับดิฉัน🔗

ประการแรก ในตัวรายงานประจำปีเองก็ดีหรือว่าผลการดำเนินงาน ดิฉัน พยายามที่จะมองหาสัดส่วนของหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ทั้งที่เป็นในส่วนของสินเชื่อทั่วไป แล้วก็สินเชื่อที่เป็นนโยบายของรัฐ แต่ว่าพลิกเร็ว ๆ แล้วหาไม่เจอ ก็อยากให้ทางผู้ชี้แจง ได้ตอบคำถามด้วยว่า สำหรับเอ็นพีแอล (NPL) แยกเป็นสินเชื่อทั่วไปกับสินเชื่อที่เป็นสินเชื่อ ตามนโยบายของรัฐเป็นสัดส่วนเท่าไร🔗

ประเด็นที่ ๒ ในรายงานการตรวจสอบบัญชีของ สตง. ได้มีการพูดถึง เหตุการณ์ที่ควรเน้นเป็นพิเศษในเรื่องของซีซีเอส (CCS) กับสัญญาเออาร์เอส (ARS) ที่บอกว่าเป็นคดีความที่ธนาคารถูกฟ้องเป็นจำเลยในคดีผิดสัญญา ถึงแม้ว่าจะไม่ได้มีการ แสดงความคิดเห็นอย่างมีเงื่อนไข แต่ว่าดิฉันก็อยากที่จะทราบรายละเอียดในเบื้องต้น🔗

ประเด็นที่ ๓ ก็คือเรื่องของธุรกรรมตามนโยบายของรัฐ อยากทราบว่า ณ ขณะนี้ อันนี้ก็น่าจะเป็นรายงานประจำปีตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ ของปี ๒๕๖๒ ด้วยก็ได้ แล้วก็ ของปี ๒๕๖๓ ว่าทางเอสเอ็มอี ดี แบงก์ (SME D Bank) เป็นเจ้าหนี้ของภาครัฐที่รอการชดใช้ ค่าใช้จ่ายหรือความเสียหายตามมาตรา ๒๘ ของ พ.ร.บ. วินัยการเงินการคลังของรัฐอยู่เท่าไร แล้วก็ปีนี้ที่ได้รับจัดสรรงบประมาณจะเป็นการชดใช้ค่าเสียหาย ตามมาตรา ๒๘ เป็นของปีนี้ หรือว่าเป็นของปีหน้า เข้าใจว่าน่าจะมีเป็นพับลิก เซอร์วิส แอกเคานต์ (Public Service Account) ใช่ไหม ก็อยากสอบถามตรงนี้ ๓ เรื่อง ขอบพระคุณมากค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชิญครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ชื่อว่าธนาคารเอสเอ็มอี ผมอยากจะเรียนถามท่านว่าสถานการณ์ โควิด (COVID) นี้ ที่รัฐบาลได้กู้เงิน ๑ ล้านล้านบาทเพื่อเยียวยากับผู้ค้ารายย่อย แล้วก็ บริษัทเล็ก ๆ ทั้งหลาย ผมอยากจะเรียนถามว่าธนาคารเอสเอ็มอีมีส่วนแบ่ง มีส่วนร่วม ในการที่จะช่วยเหลือเยียวยาบริษัทต่าง ๆ ขนาดเล็กที่เดือดร้อนกันทุกวันนี้ ในฐานะที่ท่าน เป็นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับธุรกิจขนาดเล็ก ท่านได้รับการจัดสรรงบประมาณ เพื่อนำมาให้เอสเอ็มอี (SMEs) ได้เยียวยาตัวเองหรือไม่ แล้วก็ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ แล้วก็ปี ๒๕๖๕ ที่จะถึงนี้ ท่านมีส่วนร่วมอย่างไรบ้าง ในฐานะชื่อท่านก็คือเอสเอ็มอี (SMEs) ช่วยตอบกระผมด้วย ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม เชิญครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณท่านประธานครับ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ คำถามของกระผมก็จะเกี่ยวเนื่องกับเพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่ ก็คือเรื่องของบทบาทของ ธนาคารของท่านในสถานการณ์ที่ต้องแข่งกับแบงก์พาณิชย์ในยามปกติ ขอให้ท่านช่วยให้ ความกระจ่างว่าท่านมีความแตกต่างกับแบงก์พาณิชย์โดยทั่วไปอย่างไร ที่จะเข้าไปสู่วงการ ให้สินเชื่อต่อธุรกิจ นั่นประการที่ ๑🔗

ประการที่ ๒ ในยามที่มีโควิด (COVID) ครั้งนี้ แน่นอนมันก็ต้องเกิดเอ็นพีแอล (NPL) ขึ้นมา ท่านจะมีบทบาทอย่างไรในการช่วยลูกหนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกหนี้จำนวน ไม่น้อยคงไม่อยู่ในสถานภาพที่จะมีการกู้เพิ่มขึ้นได้อีก เนื่องจากมีการขาดทุน ไม่มีรายได้ แล้ว ก็ทำให้ทุนลดลง เพราะฉะนั้นสัดส่วนหนี้ต่อทุนก็คงจะมีปัญหา เพราะฉะนั้นวิธีการหนึ่ง ที่ผมได้เห็นท่านมีปรากฏอยู่ในหน้า ๗๘ ของรายงานฉบับปี ๒๕๖๒ แล้วก็ในหน้า ๗๐ ของ ปี ๒๕๖๑ ของท่านมีการร่วมทุนกับภาคธุรกิจ ซึ่งก็จะเป็นวิธีที่ผมคิดว่าน่าจะเป็นวิธีที่ เป็นประโยชน์ต่อเอสเอ็มอี (SMEs) ทั้งหลาย ซึ่งประสบกับภาวะของการที่ทุนหด แล้วความต้องการ ตอนนี้ก็คือเงินที่จะมาใช้เป็นสภาพคล่องก็ดี หรือเป็นการให้มีกำลังในการที่จะกู้ได้มากขึ้น ก็คือต้องมีทุนมากขึ้น แต่เผอิญ ๒ หน้านี้ ใน ๒ ปีนี้ เป็นจำนวนบริษัทที่ไม่เปลี่ยนแปลง ดูเสมือนหนึ่งว่าท่านไม่ได้มีการเพิ่มเติมในธุรกิจลักษณะนี้ในการเพิ่มทุน ผมคิดว่าวิธีการแบบนี้ น่าจะเป็นวิธีการที่จะมีส่วนช่วยเอสเอ็มอี (SMEs) ที่มีอนาคต ผมย้ำนะครับ มีอนาคต ที่จะได้ สภาพคล่อง ที่จะได้ทุนมาต่อยอด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเอสเอ็มอี (SMEs) ที่อยู่ในภาคของ การท่องเที่ยวที่กำลังมีปัญหามากในขณะนี้ ก็อยากจะขอทราบนโยบายของธนาคารว่าท่าน มีแนวคิดที่จะมุ่งในเรื่องของการเข้าไปร่วมทุนนี้อย่างไร แล้วเมื่อมีการร่วมทุนแล้วจะมีการ เอกซิต (Exit) อย่างไร ทั้งในรูปที่ว่าให้เจ้าของซื้อคืนก็ดี หรือรวมกันเพื่อตั้งเป็นทรัสต์ฟันด์ (Trust Fund) เข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ถ้าท่านทำอย่างนี้ได้ผมคิดว่าจะเป็น หนทางหนึ่งที่จะทำให้เอสเอ็มอี (SMEs) เหล่านี้อยู่รอดได้ แล้วก็ไม่ถูกนายทุนใหญ่ซื้อไป หรือว่าถูกต่างชาติมากว้านซื้อไปในราคาถูกในยามที่เขากำลังลำบาก ก็ขออนุญาตสอบถาม นโยบายของท่านครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีท่านสมาชิก ท่านใดยังสนใจที่อยากจะอภิปรายแสดงความคิดเห็นซักถามไหม ถ้าไม่มี ก็เชิญตัวแทน หน่วยงานตอบชี้แจงครับ🔗

นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมแห่งประเทศไทย

ขอเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรนะคะ ดิฉัน นารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจ ขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย หรือเอสเอ็มอี ดี แบงก์ (SME D Bank) นะคะ ขอนำเรียนชี้แจงข้อสอบถามที่ท่านได้กรุณาสอบถามมาทั้ง ๓ ท่าน🔗

ในประเด็นเรื่องของเอ็นพีแอล (NPL) ของธนาคาร ต้องนำเรียนว่าธนาคาร เป็นธนาคารของรัฐ กระทรวงการคลังเราถือหุ้นอยู่ ๙๙ เปอร์เซ็นต์ ในการดำเนินงานของเรา ในภาพรวม เราอำนวยสินเชื่อให้แก่ลูกค้าที่เป็นเอสเอ็มอี (SMEs) ในระบบเศรษฐกิจของเรา ด้วยพันธกิจของเราก็คือช่วยเหลือผู้ประกอบการ นอกจากการให้สินเชื่อแล้ว สิ่งที่สำคัญ อีกเรื่องหนึ่งก็คือการเป็นดีเวลลอปเมนต์ แบงก์ (Development Bank) ก็คือต้องมี การพัฒนาควบคู่ไปด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทำควบคู่ เรียกว่าให้เงินทุนควบคู่กับความรู้ เหตุที่ เป็นเช่นนั้น เพราะว่าลูกค้าของเราเป็นลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่าเป็นกลุ่มที่อ่อนแออยู่ระดับ สามเหลี่ยมด้านล่างของประชากรเอสเอ็มอี (SMEs) ทั้งหมด ดังนั้นแน่นอนสัดส่วนเอ็นพีแอล (NPL) แล้วก็การอำนวยสินเชื่อจะต้องมีการผ่อนปรน แล้วก็แตกต่างจากธนาคารพาณิชย์ ทั่วไป การอำนวยสินเชื่อของธนาคารในช่วงตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ต้องนำเรียนว่ามีการเปลี่ยนแปลง ธนาคารก่อตั้งมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ การอำนวยสินเชื่อของธนาคาร มีตั้งแต่การให้สินเชื่อสูงสุด ตั้งแต่ ๕๐ ล้านบาท ๑๐๐ ล้านบาท ๒๐๐ ล้านบาท ๕๐๐ ล้านบาท จนกระทั่งปี ๒๕๕๗ เราก็ได้มีการปรับภารกิจเพื่อที่จะมุ่งเน้นอำนวยสินเชื่อให้แก่ลูกค้ารายที่เล็กลง ดังนั้น ปัจจุบันนี้ธนาคารให้สินเชื่อไม่เกินกว่า ๑๕ ล้านบาท อันนี้จะเป็นส่วนที่มีความแตกต่างแล้วก็ จะแตกต่างจากธนาคารพาณิชย์ เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าลูกค้าในกลุ่มที่ธนาคารให้การดูแลจะ เป็นกลุ่มที่ระดับไซส์ (Size) ของวงเงินหรือรายได้นี้ไม่น่าจะเกินไปกว่า ๔๐-๕๐ ล้านบาท ต่อปีสูงสุด คอนเซนเทรชัน (Concentration) ของธนาคารตั้งแต่ปรับเปลี่ยนเครดิตลิมิต (Credit Limit) เป็น ๑๕ ล้านบาท ส่วนใหญ่สินเชื่อเฉลี่ยที่เราให้มาในช่วง ๕-๖ ปีข้างหลัง อยู่ที่ประมาณ ๒ ล้านกว่าบาทเท่านั้น แต่แน่นอนผลที่เกิดขึ้นตามมาในความอ่อนแอของ ผู้ประกอบการ ก็คือเรามีเอ็นพีแอล (NPL) เกิดขึ้น แล้วธนาคารก็ได้มีการปรับปรุง หรือพยายามที่จะแก้ไขด้วยการที่ผ่อนปรนปรับโครงสร้างหนี้ รวมถึงให้ความรู้ควบคู่ไปด้วย ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของตัวชี้วัดของธนาคารด้วยกันว่าเราต้องมีการดูแลลูกค้าในกลุ่มนี้ สำหรับเอ็นพีแอล (NPL) ของธนาคารในปี ๒๕๖๑ มีจำนวน ๑๗,๖๑๘ ล้านบาท ขณะนั้น ในปี ๒๕๖๑ ธนาคารมีสินเชื่อรวมอยู่ ๙๖,๑๔๙ ล้านบาท ในปี ๒๕๖๑ เมื่อสักครู่คำถาม คือแยกเป็นพีเอสเอ (PSA) กับสินเชื่อทั่วไปเท่าไร แยกเป็นเอ็นพีแอล (NPL) ของพีเอสเอ (PSA) อยู่ที่ ๒,๙๔๔ ล้านบาท สินเชื่อทั่วไปอยู่ประมาณ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท รวมกันได้ ๑๗,๐๐๐ ล้านบาท นำเรียนว่าสินเชื่อทั่วไปนี้มาจากไหน เหตุใดที่ตัวเลขมันถึงมากกว่า สินเชื่อที่เป็นพีเอสเอ (PSA) เมื่อสักครู่ได้เรียนว่าธนาคารได้มีการให้สินเชื่อตั้งแต่ ๕๐๐ ล้านบาท แล้วลดลงเหลือ ๑๕ ล้านบาท ในช่วงปี ๒๕๕๗ เหตุหนึ่งก็คือว่าการปล่อยสินเชื่อในช่วงนั้น ได้มีความเสียหายมาก แล้วเราก็ได้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู เราก็เป็นหนึ่งในรัฐวิสาหกิจที่เข้าสู่ การฟื้นฟู ในส่วนนั้นเราก็ได้มีการแก้ไขหนี้เดิมที่เป็นหนี้เสียในขณะนั้น ปี ๒๖๖๗ ซึ่งมี ประมาณ ๓๕,๐๐๐ ล้านบาท การแก้ไขต่าง ๆ ได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ดังนั้นในสัดส่วนสินเชื่อทั้งหมด ๑๗,๐๐๐ ล้านบาทเป็นสินเชื่อเก่า ค้างเก่าที่เป็นหนี้เก่า ที่มีปัญหาและยังแก้ไขไม่ได้ คั่งค้างอยู่ประมาณ ๑๔,๐๐๐ ล้านบาท ที่นำเรียนเป็นสัดส่วน ตรงนี้นะคะ ในปี ๒๕๖๒ เรามีเอ็นพีแอล (NPL) สูงขึ้น ในปีดังกล่าวก็มีประเด็นในเรื่องของ สงครามการค้า ซัปพลายเชน (Supply Chain) ต่าง ๆ เอ็นพีแอล (NPL) เราสูงขึ้นเป็น ๑๙,๕๕๕ ล้านบาท แบ่งเป็นสินเชื่อที่เป็นกลุ่มพีเอสเอ (PSA) อยู่ประมาณ ๒,๐๘๗ ล้านบาท แล้วก็เป็นสินเชื่อทั่วไป ๑๕,๕๓๐ ล้านบาท สำหรับประเด็นของสินเชื่อที่เป็นเอ็นพีแอล (NPL) ของธนาคาร🔗

ถัดมาในประเด็นที่กล่าวถึงที่มีในงบการเงินที่กล่าวถึงคดีความซีซีเอส (CCS) ที่ปรากฏอยู่ ประเด็นนี้มันเป็นประเด็นที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ธนาคารได้มีการกู้เงินต่างประเทศ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๙ ในขณะนั้นก็ได้มีการกู้เงินสกุลดอลลาร์ แล้วภายหลังก็ได้มีข้อขัดแย้ง แล้วก็ มีการฟ้องร้องคดีความกันตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ เป็นต้นมา ศาลชั้นต้นได้มีการลงคำพิพากษา ในปี ๒๕๕๘ ศาลชั้นต้นขณะนั้นได้ให้ธนาคารชนะคดี แล้วก็มีการอุทธรณ์ ในห้วงของ การอุทธรณ์ระหว่างนั้น เดิมตั้งแต่ธนาคารมีคดีความก็ได้มีการทยอยตั้งสำรองสำหรับ เรื่องคดีความคอนทินเจนต์ (Contingent) นี้เอาไว้ในงบการเงิน หลังจากที่ศาลชั้นต้น ได้มีการพิพากษาให้ธนาคารชนะ ธนาคารก็ได้มีการปรึกษาที่ปรึกษาทางกฎหมายว่าความเสี่ยง ของธุรกรรมนี้กับทางศาลจะเป็นเท่าไร ทางที่ปรึกษากฎหมายก็ได้ให้ตัวเลขมาว่า หากธนาคารแพ้หรือชนะ แม้ว่าจะชนะก็มีความเสี่ยงที่จะต้องชำระเงินให้กับคู่ความจำนวนหนึ่ง ประมาณ ๒,๘๐๐ ล้านบาท ธนาคารก็เลยได้หยุดการสำรองธุรกรรมนี้ไว้ นับตั้งแต่นั้นอยู่ที่ ประมาณ ๒,๘๐๐ ล้านบาท หรือ ๒,๙๐๐ ล้านบาท สำหรับคดีนี้ก็ได้มีคำพิพากษาอุทธรณ์มา ในปี ๒๕๖๐ แล้วปี ๒๕๖๐ ก็ได้มีคำอุทธรณ์ออกมา ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้กลับคำพิพากษา ศาลชั้นต้น ดังนั้นตั้งแต่นั้นธนาคารก็เลยต้องเริ่มตั้งสำรองเพิ่มเติมขึ้นมาอีกให้มันเต็ม ตามคำฟ้อง แต่เนื่องจากว่าสิ่งที่เราได้ประเมินเอาไว้ ก็คือประเมินการสำรองธุรกรรมนี้เอาไว้ ประมาณ ๕ ปี เราก็คาดว่าคำพิพากษาศาลฎีกาก็จะลงมาในประมาณนั้น แต่ปรากฏว่าได้มี นัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาในปี ๒๕๖๓ ซึ่งเป็นเหตุให้ตอนนั้นศาลนัดออกมาแล้วในปี ๒๕๖๒ ในปี ๒๕๖๒ เราจึงยังตั้งสำรองขณะนั้นยังไม่ครบตามคำฟ้อง ธนาคารจึงตั้งสำรองเข้าไป จนเต็มจำนวน จะเห็นว่าในงบการเงินในปี ๒๕๖๒ เราได้สำรองตรงนี้เพิ่มเติมเข้าไปอยู่ที่ ๔,๗๕๑ ล้านบาท ส่งผลให้ในปี ๒๕๖๒ ธนาคารมีผลขาดทุนเป็น ๕,๘๕๘ ล้านบาท🔗

สำหรับในประเด็นของเอสเอ็มอี (SMEs) เป็นเจ้าหนี้รอการชดเชย เข้าใจว่า ในประเด็นนี้น่าจะเป็นเรื่องของโครงการที่เราได้เข้าไปช่วยเหลือผู้ประกอบการ แล้วก็ได้มีมติ ของ ครม. ที่จะให้ชดเชยความเสียหายกับโครงการต่าง ๆ ที่ธนาคารได้เข้าไปดูแล ขณะนั้น มันมีเรื่องของอุทกภัย ภัยน้ำท่วม ดินโคลนถล่ม ประมาณ ๕-๖ โครงการที่ได้เข้าไป ช่วยเหลือในขณะนั้นเป็นการเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประกอบการ ยอดเงิน ตรงนี้ขณะนี้น่าจะเป็นเงินประมาณ ๒,๖๐๐ ล้านบาท แต่ว่าในขณะนี้ธนาคารก็ยังตั้งไว้ ในบัญชี ยังไม่ได้มาขอตัวชดเชย ในการชดเชยงบประมาณในแต่ละปีที่ธนาคารตั้งงบขอกับ สำนักงบประมาณในแต่ละปีในขณะนี้ จะเป็นโครงการที่ได้ให้ความช่วยเหลือกับ ผู้ประกอบการ แล้วก็ขอเป็นเงินชดเชยเรื่องของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย พบว่าเป็นโครงการ ที่ให้ความช่วยเหลือที่ให้ดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าอัตราตลาดโดยทั่วไป โครงการที่เราได้ขอไป ในปี ๒๕๖๕ แล้วก็ต่อเนื่องมาเนื่องจากเป็นโครงการต่อเนื่อง ขณะนี้มีอยู่ ๔ โครงการ ก็คือโครงการฟื้นฟูเอสเอ็มอี (SMEs) จากอุทกภัยปี ๒๕๖๐ ปีนี้น่าจะขอเป็นปีสุดท้ายแล้ว โครงการเอสเอ็มอี ทรานส์ฟอร์เมชัน โลน (SMEs Transformation Loan) โครงการนี้ จะเป็นโครงการที่ช่วยผู้ประกอบการเพื่อสนับสนุนอัตราดอกเบี้ยที่ถูกในการปรับเปลี่ยน เครื่องจักร โครงการที่ ๓ ก็คือโครงการยกระดับเศรษฐกิจชุมชน อันนี้เป็นโครงการที่รัฐ เข้ามาซับซิไดซ์ (Subsidize) อัตราดอกเบี้ยให้กับผู้ประกอบการอัตรา ๒ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ โครงการสุดท้ายคือเป็นโครงการที่ทำขึ้นมาเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่เดือดร้อนจาก โควิด (COVID) ในปีที่แล้ว เรียกว่า โครงการเอกซ์ตราแคช (Extra Cash) อันนี้ก็จะเป็น การชดเชยรับความเสียหาย อันนี้ไม่ได้ชดเชยเป็นตัวเงินส่วนต่างดอกเบี้ย สำหรับปี ๒๕๖๕ ที่เราได้เสนอของบประมาณเพื่อชดเชยในสิ่งเหล่านี้ อยู่ที่ ๑,๗๒๑ ล้านบาท แล้วก็ได้รับ การจัดสรรอยู่ที่ ๕๔๖ ล้านบาท อันนี้ในส่วนที่ ๒🔗

สำหรับในเรื่องของร่วมลงทุน อีกธุรกรรมหนึ่งที่ธนาคารได้ทำ นอกจาก ให้สินเชื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ อีกเรื่องหนึ่งที่เราทำก็คือการร่วมลงทุนกับภาคธุรกิจ ลักษณะของการร่วมลงทุนของธนาคารจะมีอยู่ ๓ อย่าง อย่างแรก ธนาคารลงไปเป็นผู้ถือหุ้น ตรงเลยกับธุรกิจ อันนี้เราจะทำได้น้อย เพราะเนื่องจากว่ามันไม่ได้เป็นธุรกรรมหลัก อันนี้เรา จะมีลูกค้าที่เราไปร่วมลงทุนอยู่ ๒ ราย ถัดมามันมีมติ ครม.ประมาณปี ๒๕๕๙ ได้มีนโยบาย ให้ธนาคารรัฐ ๓ แห่ง ทำกองทุนร่วมลงทุนให้กับผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี (SMEs) ก็เป็น หน่วยงานหนึ่งที่จะต้องทำกองทุนร่วมลงทุนจำนวน ๒,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเราก็ได้เปิด กองทุนนี้ขึ้นมา กองทุนนี้เป็นลักษณะของกองพีอี ทรัสต์ (PE Trust) ค่ะ กองพีอี ทรัสต์ (PE Trust) ก็คือต้องมีคนเข้ามาดูแลเงินของกองทุน มีการจดทะเบียนที่ ก.ล.ต. อย่างถูกต้อง โดยวัตถุประสงค์หลักเนื่องจากว่าเราเป็นเอสเอ็มอี ดี แบงก์ (SME D Bank) ดังนั้น ผู้ประกอบการที่เราจะเข้าไปร่วมลงทุนด้วย เรามุ่งเน้นธุรกิจที่เป็นเอสเอ็มอี (SMEs) แล้วก็ ต้องการที่จะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการมีการเจริญเติบโต เอกซิตเวย์ (Exit Way) ที่เรา ได้ตั้งเอาไว้ ขณะนี้เราได้เปิดทั้งหมด ๒ กอง กองแรกมุ่งเน้นไปที่ลูกค้าที่มีศักยภาพ แล้วก็ มีการจัดเตรียมกิจการที่ดี มีงบการเงินที่ดี เอกซิต (Exit) หรือเป้าหมายของลูกค้ากลุ่มนี้ก็คือ การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ขณะนี้เราก็ได้มีการร่วมลงทุนในกองนี้มาแล้ว ๒-๓ ปี แล้วก็มีลูกค้าที่พร้อม มีการยื่นไฟล์ลิง (Filing) แล้ว ๑ ราย แล้วก็น่าจะมีความพร้อม ที่จะยื่นไฟล์ลิง (Filing) ในลำดับถัดไปอีก ๒ ราย อีกกองหนึ่งเป็นกองทุนร่วมลงทุน ที่ร่วมลงทุนกับธุรกิจที่เป็นเอสเอ็มอี (SMEs) ที่อาจจะเป็นไซส์ (Size) ที่ย่อมลงมาหน่อย แต่ว่าเป็นธุรกิจเกิดใหม่ เป็นแนวคิดใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้น อันนี้ก็จะเป็นอีกกองหนึ่ง แต่ว่า ทางออก เอกซิต (Exit) ของการร่วมลงทุนของกลุ่มนี้ก็น่าจะเป็นเรื่องของการที่เจ้าของ สามารถที่จะยืนได้ แล้วก็ซื้อหุ้นหรือมีผู้ถือหุ้นที่เป็นภาคธุรกิจมาช่วยให้เขาเจริญเติบโต แล้วก็จัมป์อัป (Jump Up) ขึ้นไป แต่ว่าถ้าธุรกิจที่สามารถที่จะเติบโตได้ถึงขนาดที่จะ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ ก็คงจะไปในแนวทางนั้นได้เช่นเดียวกัน ก็จะมี เรื่องหลัก ๆ อย่างนี้🔗

สำหรับเรื่องความช่วยเหลือของธนาคารที่ได้เข้าไปช่วยเหลือตั้งแต่เกิดวิกฤติ โควิด (COVID) ในปี ๒๕๖๓ คือในปี ๒๕๖๓ ธนาคารได้ทำสิ่งแรกก็คือว่าการพักชำระเงินต้น ให้กับผู้ประกอบการทั้งหมด ในขณะเดียวกันต้องนำเรียนว่าในปี ๒๕๖๓ โดยปกติธนาคาร จะมีการเบิกจ่ายเงินกู้อัดฉีดเงินเข้าไปในระบบ เติบโตมาตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ จนถึงปี ๒๕๖๒ ปีละประมาณ ๓๓,๐๐๐ ล้านบาท เติบโตเป็น ๓๗,๐๐๐ ล้านบาท ๓๘,๐๐๐ ล้านบาท ในปีที่ผ่านมาปี ๒๕๖๓ ขออนุญาตพูดไปถึงปี ๒๕๖๓ เลยเพราะว่ามันเป็นปีที่มีโควิด (COVID) มาพอดี ธนาคารได้เข้าไปอัดฉีดหรือช่วยเหลือผู้ประกอบการ เป็นปีที่น่าจะเรียกว่า สูงที่สุด ย้อนหลัง ๕ ปีคือ ๔๒,๔๑๗ ล้านบาท ช่วยเหลือผู้ประกอบการไปประมาณ ๑๗,๐๐๐ กว่าราย นอกจากนั้นในช่วงปีที่ผ่านมาสิ่งที่เป็นดีเวลลอปเมนต์ แบงก์ (Development Bank) เราเห็นปัญหาว่าลูกค้าหรือผู้ประกอบการที่อยู่กับเรา หรือแม้แต่ ลูกค้าที่เป็นเอสเอ็มอี (SMEs) รายเล็ก ๆ สิ่งหนึ่งที่ช็อก ผู้ประกอบการอย่างมาก ก็คือการค้าขาย วิธีการค้าขายที่ยังมีความไม่พร้อม ยังไม่สามารถที่จะปรับเปลี่ยนตัวเองได้ทัน เนื่องจากว่าเมื่อโควิด (COVID) มา การขายออฟไลน์ (Offline) ถูกตัดโดยสิ้นเชิง ปัญหานี้ ของผู้ประกอบการที่ปรับตัวไม่ทันไม่ได้มีแค่รายเล็ก ๆ รายที่ขนาดกลาง ๆ หรือขนาดที่ ใหญ่ขึ้นมาหน่อยที่มีความแข็งแรงระดับหนึ่ง แต่ว่าไปตั้งอยู่ในบริเวณที่มีการท่องเที่ยวเป็นหลัก มีใช้วิธีการขายเป็นเอาต์เลต (Outlet) เป็นหลัก เมื่อนักท่องเที่ยวไม่มาก็ได้รับผลเดือดร้อนมาก เช่นเดียวกัน สิ่งเหล่านี้ธนาคารได้รีบเร่งทำในปีที่แล้ว ก็คือได้รวมกลุ่มกับผู้ประกอบการ แล้วก็จับมือกับแพลตฟอร์ม (Platform) ต่าง ๆ เพื่อให้ความรู้กับผู้ประกอบการในการที่จะ ค้าขายในเชิงอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) เพิ่มมากขึ้น ในขณะนี้หลักสูตรทั้งหมดที่ ธนาคารออนเชลฟ์ (On-shelf) ของเว็บไซต์ (Website) ของธนาคารเองน่าจะมีมากกว่า ๑๕๐ คอนเทนต์ (Content) แล้วก็ ๔๗ รายวิชา แล้วก็สอนหลัก ๆ ที่ผู้ประกอบการสนใจมาก ๆ ก็คือการค้าขายออนไลน์ (Online) แล้วก็การปรับปรุงระบบธุรกิจของตัวเองในช่วงที่ผ่านมา ในแง่ของการพักชำระหนี้จนถึงปัจจุบันได้มีลูกค้าที่เข้าการพักชำระหนี้แล้วกว่า ๔๐,๐๐๐ ราย เป็นวงเงินประมาณ ๕๖,๐๐๐ ล้านบาท ต้องนำเรียนว่าผู้ประกอบการก็มีความเดือดร้อน เป็นอย่างมาก ประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของลูกค้าที่อยู่กับธนาคารเอง ก็เข้าสู่กระบวนการ พักชำระหนี้แล้วทั้งนั้น ลูกค้าที่ยังมีสถานะที่เป็นปกติอยู่ก็อาจจะเหลือสักประมาณ ๔๐ กว่าเปอร์เซ็นต์เท่านั้นเอง ในช่วงที่ผ่านมาลูกค้าเหล่านั้นแม้ว่าจะได้รับผลกระทบ ธนาคารก็ได้มีความช่วยเหลือด้วยการที่ทั้งอัดฉีดเงินเข้าไปในรูปของการให้ซอฟต์โลน (Soft Loan) แล้วก็โลน (Loan) ประเภทอื่น ๆ ที่เป็นอัตราที่เป็นความช่วยเหลือ อย่างที่นำเรียน ว่าทางรัฐบาลเองก็ได้ช่วยเหลือในเรื่องของการออกโครงการสำคัญ ก็คือตัวเอกซ์ตราแคช (Extra Cash) ออกมา🔗

แล้วลำดับถัดไปที่ธนาคารจะเข้าร่วมก็คือในภาคท่องเที่ยว เพื่อเตรียมการ ที่จะเปิดการท่องเที่ยวในช่วงปลายปี หรือว่าช่วงไตรมาส ๔ ที่คาดว่าถ้าวัคซีนมีความคืบหน้า และทั่วถึงก็มีโอกาสที่จะเปิดการท่องเที่ยวได้ และผู้ประกอบการหลายรายก็ได้เข้ามา ซึ่งเราได้ทำงานร่วมกับสมาคม เนื่องจากว่าเราเป็นธนาคารขนาดเล็ก เรามีอยู่ ๙๕ สาขา เท่านั้น สิ่งสำคัญที่เป็นกลยุทธ์ในการทำงานของเราก็คือ เราทำงานร่วมกับพันธมิตรต่าง ๆ ไม่ว่าจะสมาคมอาหาร สมาคมภัตตาคาร สมาคมพวกท่องเที่ยวต่าง ๆ ล่าสุดก็ได้มีการ พูดคุยกันเพื่อที่จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว ในแต่ละกลุ่มว่ามีการติดขัดในประการใดที่จะต้องมีการผ่อนปรนเกณฑ์ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ในแง่ของการเป็นสถาบันการเงินที่เราต้องมีวินัยการเงินที่ดี เราก็คงมีการคุยควบคู่กับ ทางกระทรวง ทางหน่วยงานรัฐที่เป็นผู้กำกับดูแลแต่ละเซกเตอร์ (Sector) อย่างเป็นระบบ ว่าจะมีการเข้ามาชดเชยหรือการดูแลผู้ประกอบการกลุ่มเหล่านี้อย่างไร ถ้าเกิดว่า มีความเสียหายเกิดขึ้น โดยภาพรวมก็นำเรียนชี้แจงตามนี้ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ยังมีท่านสมบัติ ศรีสุรินทร์ เชิญครับ🔗

นายสมบัติ ศรีสุรินทร์ สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สมบัติ ศรีสุรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทยครับ ตามที่ท่านกรรมการผู้จัดการ ของธนาคารเอสเอ็มอี ดี แบงก์ (SME D Bank) ได้แจ้งต่อพวกเราถึงผลงานดำเนินการ แล้วก็ ตอบคำถามไปเบื้องต้น อันที่จริงผมในฐานะที่เป็นกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบัน การเงินและตลาดการเงินก็คงได้เคยคุยกับท่านอยู่หลายครั้งแล้ว ก็เห็นความสำคัญ แล้วก็ บทบาทที่สำคัญของธนาคารเอสเอ็มอี ดี แบงก์ (SME D Bank) เพราะว่าท่านก็อยู่ในหมวดที่ ในช่วงนี้เป็นตัวสำคัญ และที่จะช่วยเอสเอ็มอี (SMEs) แล้วก็ช่วยพวกผู้ประกอบการรายเล็ก รายน้อยต่าง ๆ ให้มีโอกาสลืมตาอ้าปากได้ สมกับตามที่เป็นวัตถุประสงค์ที่จัดตั้งขึ้นมา ทีนี้มีเรื่องที่อยากจะให้ท่านตอบสั้น ๆ ง่าย ๆ ในที่ประชุม เพราะว่าในฐานะผู้แทนราษฎรก็ได้ ยินได้ฟังคำบ่น ซึ่งบางอย่างก็รู้ดีว่ามันเป็นเรื่องที่จะต้องชี้แจง แต่บางทีในฐานะผู้แทนราษฎร จะชี้แจงแทนท่านก็คงจะชี้แจงไม่ได้ ก็คงอยากจะถามเพื่อให้ท่านชี้แจงในที่ประชุมแห่งนี้ จะได้เรคอร์ด (Record) เอาไว้ แล้วก็กลายเป็นว่าท่านจะได้มีโอกาสตอบด้วยตัวเอง🔗

เรื่องแรก ก็คือว่าบทบาทของท่านดีนะครับ แต่บางทีส่วนใหญ่แล้วเขาก็ มักจะวิจารณ์กันว่าทำงานค่อนข้างจะล่าช้า บางทีในเรื่องของการที่กระทรวงการคลังหรือ รัฐบาลมีนโยบายบอกให้ลดภาระดอกเบี้ยตามโครงการต่าง ๆ ที่จะเป็นการแก้ไขปัญหา เรื่องโควิด (COVID) ก็จะได้ยินจากพี่น้องประชาชนบ่นกันเรื่อย ๆ ว่าการพิจารณา เพื่อลดดอกเบี้ยค้างชำระต่าง ๆ ของเอสเอ็มอีแบงก์ (SME Bank) นั้น เป็นไปโดยล่าช้า อันนี้ผมก็ไม่ทราบว่าเป็นจริงแค่ไหน หรือมันเป็นอุปสรรคอย่างไร ก็อยากจะขอให้ท่าน ได้มีโอกาสตอบในที่ประชุมแห่งนี้เพื่อจะได้เป็นที่รับรู้ของประชาชนด้วยกัน🔗

เรื่องที่ ๒ ก็คือว่ามักจะมีคำพูดอีกเหมือนกันว่าการพิจารณาของเอสเอ็มอี (SMEs) เห็นท่านมีโครงการต่าง ๆ ตามที่ท่านได้ชี้แจงไปเมื่อสักครู่นี้ ทั้งเป็นโครงการของ ธนาคารเองและเป็นโครงการของรัฐซึ่งธนาคารรับไปดำเนินการ แล้วก็ได้มีการประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนได้รับทราบ เป็นโครงการที่ดีทั้งนั้นครับ แต่ข้อที่เขาติงกันอยู่อย่างหนึ่งก็คือว่า การพิจารณาของท่านเป็นไปโดยล่าช้า โดยมากแล้วจะติดอยู่ที่ฝ่ายวิเคราะห์ของท่าน ติดอยู่ที่ว่าวิเคราะห์ใช้เวลานาน แล้วบางอย่างบางเรื่องมันควรจะทำได้เสร็จเร็ว ก็ทำค่อนข้างจะช้า ก็ไม่ทราบเหตุผลประการใด อาจจะขอให้ท่านช่วยชี้แจงในที่ประชุมด้วย จะได้เป็นเรื่องที่ ประชาชนโดยทั่วกันเขาจะได้รู้ว่ามันเกิดจากอะไร🔗

เรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องที่พวกเราในฐานะผู้แทนราษฎร แล้วก็พูดกันอยู่ ในที่ประชุมสภาแห่งนี้บ่อย ๆ ถึงเรื่องเงื่อนไขที่ผ่อนปรน เพราะว่าในช่วงนี้เมื่อมีเศรษฐกิจ ที่กำลังมีปัญหา มีทั้งเรื่องเงินฝืด มีทั้งเรื่องเงินเฟ้อ มีทั้งเรื่องที่ต้องการความช่วยเหลือ ของธนาคาร ฉะนั้นบางทีบางอย่างมันก็ต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจกัน ซึ่งผมเชื่อว่า เอสเอ็มอีแบงก์ (SME Bank) มีบุคลากรที่เข้มแข็ง แล้วก็มีเจตนาที่ดีมีความเข้มแข็ง แต่ดูเสมือนว่าการจะพิจารณาต่าง ๆ จะติดด้วยเงื่อนไข อาจจะเป็นเพราะว่าท่านต้องระวัง ในหลาย ๆ เรื่อง อยากจะขอให้ท่านช่วยตอบเราในที่นี้ว่าท่านติดปัญหาอะไร บางทีเรื่อง เงื่อนไขต่าง ๆ ที่ควรจะแก้ไขช่วยเขาได้ ท่านมีปัญหาอะไร ทั้งหมดที่ผมถามมานี้ด้วยความ ปรารถนาดีต้องการให้ธนาคารแห่งนี้เป็นที่พึ่งของคนเอสเอ็มอี (SMEs) คนรากหญ้า แล้วก็ เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ได้ก่อตั้งขึ้น แล้วดูเหมือนกับว่าตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งขึ้นมันจะเป็น ความหวังของคนในประเทศทีเดียวครับ ฉะนั้นในสิ่งนี้มันมีคำพูดคำหนึ่งที่ผมอยากจะ พูดไว้ตรงนี้เผื่อท่านจะเอาไปเป็นข้อคิด เพราะคำพูดของผมอยากจะพูดว่า ธนาคารเอสเอ็มอี ดี แบงก์ นี้ คำว่า ดี (D) หมายถึง ดีเวลลอปเมนต์ (Development) แต่บางทีหลายคนบอก ท่านทำงานล่าช้ามาก บางคนเขาก็ไปพิจารณาว่า ถ้าไปขอสินเชื่อ ไปทำงานกับเอสเอ็มอี (SMEs) กว่าจะได้เงิน ธุรกิจที่ลงไปก็เสียหายหมดแล้ว ทำไปเป็นปีกว่าจะพิจารณาสินเชื่อเสร็จ กว่าจะอนุมัติโครงการนี้ บางคนก็บอกว่าถั่วสุกงาก็ไหม้ก่อน หรือไม่อย่างนั้นกว่าจะได้ อนุมัติเงินก็เจ๊งกันไปก่อนแล้ว บางแห่งเขาก็เลยเรียกว่า เอสเอ็มอี เดสทรักทีฟ แบงก์ (SME Destructive Bank) อันนี้ฟังแล้วไม่ดีเลย วันนี้จึงขอให้ท่านได้มีโอกาสพูดตรงนี้ ที่ในสภา พวกผมจะได้นำสิ่งที่ท่านได้ชี้แจง ไปชี้แจงต่อพี่น้องประชาชนเพื่อให้เกิด ความเข้าใจที่ดีต่อกัน และจะทำให้ท่านสามารถทำตัวเป็นธนาคารที่เป็นความหวังของ คนรากหญ้าต่อไป ขอขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านพิเชษฐ์ ขออีกรอบ เชิญครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ผมฟัง การชี้แจงของทางเอสเอ็มอี (SMEs) ท่านบอกว่าท่านมี ๙๐ กว่าสาขา เป็นธนาคารขนาดเล็ก คือสาขามันไม่ใช่มากำหนดว่าท่านเป็นขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ เดี๋ยวนี้ธนาคารเขาก็ลดสาขา ลงไปเยอะ มันอยู่ที่อี (E) แล้ว ดังนั้นท่านอย่าคิดว่าท่านเป็นขนาดเล็ก เล็กต้องมีคุณภาพ อย่างที่เมื่อสักครู่นี้ท่านผู้อภิปรายได้พูด ถูกต้องเลยครับ กว่าท่านจะอนุมัติ ท่านตรวจแล้ว ตรวจอีก ตรวจสอบเขาอยู่นั่นล่ะ จนวางแผนไว้ว่าจะเริ่มดำเนินการเดือนนี้ ก็ไปอีก ๕-๖ เดือน กว่าจะเริ่มดำเนินการได้ เมื่อได้แล้วงวดงาน งวดเบิกเงินของท่านช้ามาก ช้าจนทำให้เขาเจ๊ง เจ๊งจริง ๆ เอสเอ็มอี (SMEs) นี้ คือเมื่อได้เงินแล้วเขาจะต้องดำเนินการตามแผน แต่การอนุมัติของท่านนี้มันช้ามาก กว่าจะได้อีกงวด อีกงวด อีกงวด พอดีว่าหนี้ทบดอก ดอกทบต้น กลายเป็นเอ็นพีแอล (NPL) ทันที นี่คือตัวอย่าง เจอมาแล้ว ท่านต้องปรับปรุงนะครับ หาบุคลากร หาคน เพื่อให้การอนุมัติเหล่านี้มีประสิทธิภาพ มีศักยภาพมากกว่านี้ แล้วท่าน ตอบชัด ๆ สิว่าที่เขากู้เป็น ๑ ล้านล้านบาทอะไรทั้งหลายนี้ ๔-๕ ปีมานี้ ตกลงว่าท่านมีส่วนร่วม ที่จะแก้ไข ชัด ๆ นี่ท่านยังไม่ได้พูดว่าท่านประยุทธ์ให้เงินมาเท่าไร ให้ท่านมาจัดการเท่าไร เพิ่มวงเงินให้ท่านเท่าไร ให้สิทธิแบงก์ของท่านมาดำเนินการสักเท่าไร เพราะท่านเป็น หน่วยงานรับงบประมาณโดยตรงเลยนะครับ เขาน่าจะให้ท่านมาได้เยอะกว่านี้ แล้วก็ มาแก้ปัญหาที่ตรงจุด เอาไปให้ใครก็ไม่รู้ วันนี้ขอคำตอบชัด ๆ นะครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ มีท่านสมาชิกท่านใดยังประสงค์จะอภิปรายไหม เชิญท่านเกียรติครับ เดี๋ยวท่านผู้ชี้แจง ค่อยรวบรวมประเด็นแล้วชี้แจงนะครับ🔗

นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ขอขอบคุณที่นำรายงานนี้เข้ามาให้พวกเราได้มีโอกาสทบทวนรับทราบนะครับ สิ่งหนึ่งที่ผมพยายามพูดในหลายปีที่ผ่านมา รวมทั้งเมื่อหลายวันที่แล้ว ทุกโอกาสนะครับว่า สิ่งที่เราต้องมีความชัดเจนในแง่ของธนาคาร เช่น เอสเอ็มอีแบงก์ (SME Bank) คืออะไร สถานะของท่านคืออะไร ท่านเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนาหรือท่านจะเป็นธนาคารพาณิชย์ แห่งหนึ่งที่ปล่อยกู้ในลักษณะแข่งขันกับธนาคารพาณิชย์อื่น ๆ ซึ่งเขาก็ปล่อยเงินกู้ให้กับ เอสเอ็มอี (SMEs) อยู่แล้ว อะไรคือจุดที่สร้างความแตกต่างของความเป็นเอสเอ็มอีแบงก์ (SME Bank) ของท่าน และอะไรเป็นจุดที่จะไปเสริมในการสร้างเศรษฐกิจ หรือในการ ช่วยเหลือบริษัทขนาดกลาง ขนาดย่อมให้เข้มแข็ง โดยที่ท่านสามารถทำได้ในขณะที่ ธนาคารพาณิชย์ทั่วไปทำไม่ได้ เพราะไม่เช่นนั้นท่านก็กลายเป็นธนาคารพาณิชย์อีกแห่งหนึ่ง ซึ่งเล็กและไม่สามารถจะไปแข่ง หรือไม่สามารถที่จะสร้างเศรษฐกิจให้กับเอสเอ็มอี (SMEs) ในวงกว้างได้ ตรงนี้ที่ผ่านมาผมก็ติดตามการทำงานของเอสเอ็มอีแบงก์ (SME Bank) อย่างใกล้ชิด แล้วก็รู้สึกว่าตรงนี้ไม่ชัดครับ ในหลายกรณีเราก็จะพบว่ากระบวนการนอกจาก ที่เพื่อนสมาชิกได้พูดถึงว่ามันอาจจะมีความที่ล่าช้าบ้าง แต่เรื่องล่าช้าคงเป็นเรื่องหนึ่งนะครับ เพียงแต่ว่าขีดความสามารถในการปล่อยนี้อะไรคือความพิเศษของท่านครับ ตรงนี้ถ้าท่านเอง ไม่ชัด บทบาทของธนาคารในการที่จะมีส่วนพัฒนาเศรษฐกิจและช่วยเหลือกลุ่มผู้ประกอบการ ขนาดกลางและขนาดย่อมก็จะไม่ชัดตามไปด้วย ผมก็ติดตามงานของท่าน จริง ๆ ความเห็น ของผม และผมได้แนะนำตอนที่เราอภิปราย พ.ร.บ. เงินกู้ตั้งแต่ ๑ ล้านล้านบาท มาจนถึง ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนี้ รวมทั้งงบประมาณปีที่ผ่านไป ที่เพิ่งผ่านวาระ ๑ ไป ผมชัดเจนครับ ว่าท่านควรจะเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนา หรือในโลกนี้เราใช้คำว่า ดีเวลลอปเมนต์ แบงก์ (Development Bank) ซึ่งท่านต้องมีความพิเศษ ท่านต้องมีความเป็นพิเศษและท่านต้อง มีความสามารถในการไปร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์ของไทยในการปล่อยกู้ ในกรณีที่ ธนาคารพาณิชย์เองไม่สามารถปล่อยกู้ในเงื่อนไขที่ท่านสามารถทำได้ ตรงนี้ผมยังไม่เห็นครับ ผมเห็นเพียงแค่ว่าท่านก็เป็นอีกธนาคารหนึ่ง เอาล่ะ ท่านโฟกัส (Focus) ท่านเน้นธนาคาร ในลักษณะที่ดูแลเอสเอ็มอี (SMEs) โดยเฉพาะ แต่ความพิเศษของความเป็นเอสเอ็มอีแบงก์ (SME Bank) ของท่านยังไม่เด่นชัด ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ ความจริงท่านสามารถที่จะเป็น เครื่องมือสำคัญในการที่จะให้สินเชื่อ เช่น สินเชื่อที่เป็นเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ ถ้าท่านร่วมมือกับ ธนาคารพาณิชย์ทั่วไป ในการชดเชยแค่ส่วนต่างดอกเบี้ยเล็กน้อย เงินที่ท่านมีอยู่น้อยนิดนี้ ไปไกลมากเลยนะครับ เช่น ถ้าปกติเราปล่อยสินเชื่อที่ ๕ เปอร์เซ็นต์ ธนาคารพาณิชย์ทั่วไป ปล่อยที่ ๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านเองเข้าไปร่วมมือทำเป็นแพ็กกิง เครดิต (Packing Credit) กับธนาคารพาณิชย์ โดยจ่ายส่วนต่างดอกเบี้ยเพื่อให้เหลือ ๒ เปอร์เซ็นต์ ท่านจ่าย ๓ เปอร์เซ็นต์ เงินของท่าน ๓ เปอร์เซ็นต์ ทำให้สามารถปล่อยเงินกู้ได้ถึง ๑๐๐ บาท เงิน ๓ บาท ปล่อยเงินกู้ได้ถึง ๑๐๐ บาท เห็นไหมครับ แล้วในหลายประเทศที่เขาพัฒนาไปไกลกันแล้ว รวมทั้งประเทศในภูมิภาคนี้ด้วย เขาก็เอาหลักคิดนี้ไปใช้ ถ้าเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนา ก็จะมีบทบาทที่ไปเสริมเติม ไม่ใช่ไปแข่ง แล้วการทำเช่นนี้ข้อดีก็คือว่าธนาคารพาณิชย์เอง มองท่านเป็นพันธมิตร มองท่านเป็นเครื่องมือพิเศษในการที่จะช่วยให้ธนาคารพาณิชย์เอง สามารถตอบโจทย์ของบริษัทที่เป็นขนาดกลาง ขนาดย่อมได้ดีขึ้น และเงินของท่าน ที่มีอยู่ไม่มากสามารถสร้างเศรษฐกิจผ่านการดำเนินการของเอสเอ็มอี (SMEs) บริษัทที่เป็นขนาดกลาง ขนาดย่อมได้ดีมากขึ้นมาก จริง ๆ แล้วเป็น ๑๐ เท่า ๕๐ เท่าก็มี ขึ้นอยู่กับกรณีว่าเงื่อนไขในการปล่อยกู้เป็นอย่างไร ตรงนี้ผมอยากฟังจริง ๆ ครับ วิสัยทัศน์ของท่านในฐานะธนาคารเอสเอ็มอี ท่านจะเดินไปแนวนี้หรือไม่ ผมเป็นคนหนึ่ง ที่มีส่วนในการออกกฎหมายตั้งแต่ยุคแรกเลย ในการก่อตั้งเอสเอ็มอีแบงก์ (SME Bank) แล้วเราก็พูดชัดเจนนะครับว่าตอนนั้นเลยนะครับ เรามีวิสัยทัศน์ที่ท่านจะเป็นตัวเสริม ไม่ใช่ตัวแข่ง แต่ปัจจุบันในหลายปีที่ผ่านมาท่านกลายเป็นตัวแข่ง เป็นตัวแข่งที่ผม ยังไม่เห็นชัดในเรื่องความได้เปรียบ เสียเปรียบ และในการที่จะไปเสริมเติมธนาคารพาณิชย์ ในการที่ให้สินเชื่อกับกลุ่มผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ตรงนี้ขอทราบ วิสัยทัศน์ชัด ๆ เพราะท่านมีเงินไม่เยอะหรอกครับ แต่มีเงินไม่เยอะสร้างระบบการปล่อย สินเชื่อที่ปริมาณสูงมากขึ้นได้มาก โดยการไปร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์ของประเทศไทย ทุกธนาคาร ก็ขอทราบในประเด็นนี้ ในการประกอบการอย่างอื่น ผมก็รู้สึกว่าท่านก็ทำตาม นโยบาย แต่ละช่วง แต่ละตอน อาจจะมีนโยบายที่แตกต่างกันออกไป ตรงนั้นก็คงไม่ได้ติดใจ อะไรมากนะครับ แล้วผมคิดว่าท่านเริ่มจากคำตอบแรกเลย เอาให้ชัดนะครับ ท่านเป็น ธนาคารเพื่อการพัฒนาหรือท่านเป็นธนาคารเพื่อปล่อยกู้เอสเอ็มอี (SMEs) แข่งกับ ธนาคารเอกชน เอาตรงนี้ให้ชัด ๆ ครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ยังมีท่านสมาชิกท่านใดสนใจอภิปรายอีกไหมครับ ถ้าไม่มี เชิญตัวแทนหน่วยงานชี้แจงครับ🔗

นางสาวนารถนารี รัฐปัตย์ กรรมการผู้จัดการธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมแห่งประเทศไทย

ขอบพระคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านนะคะ สำหรับประเด็นในเรื่องของความล่าช้า อันนี้น่าจะเป็นเรื่องที่เราก็มีความกังวลแล้วก็ยอมรับ อันนี้ต้องเรียกว่าธนาคารยอมรับด้วยดี โดยเฉพาะในเรื่องของภาวะโควิด (COVID) ที่เกิดขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการที่ต้องการได้รับการบริการ หรือว่าต้องการได้รับเงินทุนอย่างรวดเร็วมีมาก นำเรียนอย่างนี้ค่ะ ขออนุญาตพูดรวม ๆ ไปด้วยนะคะว่า เนื่องจากลูกค้าของธนาคาร อันนี้ แน่นอนว่าตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ที่เราเข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู แล้วก็มีการจำกัดเรื่องของวงเงิน สินเชื่อลดลงเหลือ ๑๕ ล้านบาท รวมถึงได้มาโฟกัส (Focus) รายที่ย่อยไปกว่านั้นอีก ก็คือว่า ในพอร์ต (Port) ของเราได้มีการปล่อยสินเชื่อในระดับไซส์ (Size) เล็ก ๆ ประมาณ ๒-๓ ล้านบาท เติบโตขึ้นตามลำดับ ในส่วนนี้วิธีการทำงานของเราไม่ได้มีความตั้งใจหรือว่าไปแข่งกับ ธนาคารพาณิชย์แต่อย่างใด จะเห็นได้ว่าในวิธีการทำงานที่ผ่านมาเราทำงานร่วมกับพันธมิตรต่าง ๆ ในการพยายามที่จะส่งเสริมผู้ประกอบการที่ไม่สามารถที่จะกู้กับธนาคารพาณิชย์ได้รวมถึง การเข้าไปให้ความรู้เพื่อให้เกิดความพร้อม ต้องนำเรียนอย่างนี้ค่ะ เนื่องจากว่าพอเป็น ลูกค้ารายเล็ก ๆ ธนาคารเอสเอ็มอีแบงก์ เราไม่ได้รับฝากเงินฝากรายย่อย เราเป็นธนาคาร เพื่อการให้สินเชื่อโดยแท้ ดังนั้นธุรกรรมต่าง ๆ อย่างที่นำเรียนก็คือว่าการที่เราจะพิจารณา สินเชื่อ โดยปกติทั่วไปของธนาคารก็ต้องดูรายรับ รายจ่าย แล้วก็จะทำการประมาณการ แน่นอนถ้าเราไม่รู้จักลูกค้ามันก็มีการขอเอกสารมากมาย ซึ่งอันนี้เป็นประเด็นสำคัญเลย ที่เมื่อสักครู่ท่านสมบัติได้พูดถึงว่ามันทำให้เกิดความล่าช้า แล้วผู้ประกอบการที่เป็นรายเล็ก ๆ เขาไม่มี หรือว่าอาจจะมีแต่ไม่ครบถ้วน เรื่องนี้เราไม่ได้นิ่งนอนใจนะคะ สิ่งที่ท่านที่เป็นผู้แทน ของประชาชนได้คอมเมนต์ (Comment) มา เราเราน้อมรับนะคะ แล้วก็ในช่วง ๑ เดือนนี้ เราเห็นประเด็นปัญหานี้ แล้วเราต้องการปรับปรุงอย่างเร่งด่วนในการปรับที่จะให้เร็วขึ้น แล้วก็สะดวกขึ้นสำหรับผู้ประกอบการ เราพยายามที่จะหาหลักฐานเชิงประจักษ์ด้านอื่น ๆ ที่เรียกว่าอัลเทอเนทีฟ อีวีเดนต์ (Alternative Evident) เอามาทดแทนชดเชยในกลุ่มลูกค้า ในแต่ละกลุ่ม ต่างจังหวัดก็จะมีมาก ๆ อาจจะเป็นบางช่วง เช่น เป็นพืชไร่ ซึ่งธนาคารเอง ก็อาจจะต้องการตัวเอกสาร ซึ่งลูกค้าก็ไม่ได้มี มีความไม่สะดวกหลายอย่าง เราก็พยายาม เข้าไปศึกษาในธุรกิจต่าง ๆ ของผู้ประกอบการ เพื่อที่จะกำหนดหลักเกณฑ์อย่างนี้ เพื่อให้พนักงานที่ทำงานมีความเข้าใจแล้วก็ทำได้ชัดเจนมากขึ้น แต่แน่นอนค่ะ ในธุรกิจต่าง ๆ ที่อยู่ตามต่างจังหวัดมันมีหลากหลายมาก ดังนั้นในการทำงานเราก็ได้ร่วมกับทางพันธมิตรต่าง ๆ ที่อยู่ในจังหวัดทุกที่ สภาอุตสาหกรรม สภาหอการค้า สภาท่องเที่ยว รวมถึงสมาพันธ์ต่าง ๆ ที่อยู่ในต่างจังหวัด เพื่อรวบรวมประเด็นปัญหาต่าง ๆ เพื่อเอามาแก้ไขเราก็มีความคาดหวัง แล้วก็เป้าหมายว่าเราจะปรับปรุงเรื่องนี้ให้ดีขึ้นนะคะ ในประเด็นนี้ไม่ได้มีข้อชี้แจงที่เป็นอื่น ก็น้อมรับและเห็นด้วย ในการทำงานในเรื่องอื่น ๆ เพื่อให้งานมีความคืบหน้าแล้วก็ชัดเจน เรา ได้ใช้วิธีที่จะเข้าไปร่วม อาจจะเป็นโมเดล (Model) ต่าง ๆ ตามจังหวัดต่าง ๆ ตามพื้นที่ เพื่อให้มีผู้นำชุมชนหรือผู้นำการค้าในแต่ละที่ให้ข้อมูลต่าง ๆ กับเรา เมื่อสักครู่ที่นำเรียนว่า เราได้เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟู แต่ตอนนี้เราออกแล้วตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ตั้งแต่ตอนนั้นเราได้ ช่วยเหลือเอสเอ็มอี (SMEs) ที่แยกเป็นกลุ่ม ๆ แล้วก็มีความอ่อนแอ ส่วนหนึ่งที่จะเห็นได้ ชัดเจนก็คือว่าตั้งแต่ ๒๕๕๗ จนถึงปัจจุบัน ลูกค้าของเรา ธนาคารได้ให้สินเชื่อโดยที่ใช้ บสย. เป็นหลักประกันสินเชื่ออย่างเดียว ส่วนน้อยมากที่ธนาคารจะไปเรียกสินทรัพย์ประเภทอื่น ๆ ที่จะเอามาจำนองหรือจำนำกับธนาคาร อันนี้เราจะเป็นธนาคารที่มีการใช้ บสย. เดี่ยว ๆ ใน พอต (Port) ถึงประมาณ ๖๐-๗๐ เปอร์เซ็นต์ทีเดียวในช่วงที่ผ่านมา อันนี้ก็จะเป็นสิ่งที่มัน แตกต่างอย่างมากกับธนาคารพาณิชย์ที่อาจจะใช้ บสย. เป็นตัวเสริมเท่านั้นเอง แต่ว่า หลักประกันหลัก ๆ ของลูกค้ายังต้องมีอยู่🔗

ในส่วนที่เราเข้าไปมีส่วนร่วมกับเงิน ๑ ล้านล้านบาท ในส่วนนี้ของเอสเอ็มอี ดีแบงก์ (SME D Bank) เอง เราคงเข้าไปในส่วนของซอฟต์โลน (Soft Loan) ในส่วนของ โครงการอื่น ๆ เราไม่ได้ขอเข้าไปเพิ่มเติม ในส่วนของซอฟต์โลน (Soft Loan) ที่ธนาคาร แห่งประเทศไทยได้ทำออกมา ในปีที่แล้วเราได้ช่วยเหลือเงินไปประมาณ ๓,๖๐๒ ล้านบาท ถึงแม้ว่ามันจะดูเป็นเงินจำนวนน้อย แต่ว่าจำนวนผู้ประกอบการที่เราได้เข้าไปช่วยเหลือเป็น จำนวนถึงประมาณ ๖,๔๐๐ ราย ก็ขออนุญาตนำเรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ตามนี้นะคะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีท่านสมาชิก ท่านใด ท่านเกียรติ เชิญครับ🔗

นายเกียรติ สิทธีอมร แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธิอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก็ขอบคุณที่ท่าน ได้กรุณาตอบ แต่จริง ๆ คำถามผมนี้ว่าท่านคือธนาคารประเภทใด ท่านยังไม่ชัดนะครับ ในรายงานของท่าน ซึ่งผมดูหลายรอบ หลายปี ไม่ได้ชี้ถึงสถานะของความเป็นดีเวลลอปเมนต์ แบงก์ (Development Bank) และที่ท่านบอกท่านร่วมกับ กกล. สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย หอการค้าจังหวัด ไม่ได้สะท้อนในรายงานนี้ ท่านเข้าใจประเด็นผมใช่ไหมครับ จริง ๆ แล้ว ดีเวลลอปเมนต์แบงก์ (Development Bank) เวลาทำรายงานนี้ เขาจะบอกเลยครับ ว่าเขาปล่อยกู้ร่วมกับธนาคารพาณิชย์เป็นเงินเท่าไร แล้วจริง ๆ ถ้าท่านใช้เงินที่ท่านมีน้อยนิด ไปต่อยอดการปล่อยกู้ของธนาคารพาณิชย์ท่านทำได้เยอะกว่านี้มากเลยครับ ท่านเห็น ประเด็นผมใช่ไหม แล้วท่านจะบอกว่าท่านไม่ได้แข่งได้อย่างไร คือท่านไปปล่อยกู้ในกรณี ที่ธนาคารพาณิชย์เขาไม่ปล่อย แล้วท่านก็ประกันความเสี่ยงของท่าน โดยเอา บสย. ไปช่วย แต่ท่านเคยดูไหมครับเงื่อนไขของ บสย. นั้นมันทำให้เอสเอ็มอี (SMEs) แข่งได้หรือเปล่า คือเอสเอ็มอี (SMEs) เวลาเขาต้องการเงินกู้ แล้วไปที่ไหนมันก็ไม่ได้แล้ว ต้องมาที่ท่าน แล้วท่านก็บอกไป บสย. ด้วย แล้ว บสย. คิด ๑.๗๕ เปอร์เซ็นต์ อย่างนี้เขาแข่งไหวไหมครับ เราเคยทำเคพีไอ (KPI) ไหมครับว่าเอสเอ็มอี (SMEs) เวลาไปกู้ในประเทศไทยกับกู้ประเทศอื่น ค่าต้นทุนการเงินมันแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ผมไม่เห็นนะครับ ในรายงานไม่ได้เปรียบเทียบ ในสิ่งเหล่านี้เลย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญในการดำเนินกิจการของเอสเอ็มอี (SMEs) ผมยกตัวอย่าง ให้ท่านฟังง่าย ๆ ถ้าท่านเปรียบเทียบการออกแบงก์การันตี (Bank Guarantee) ของธนาคาร ในประเทศไทย ถ้าฟรี ถ้าท่านมีทรัพย์สินเยอะไปต๊ะไว้ที่แบงก์ก็ประมาณ ๑.๕-๒.๕ เปอร์เซ็นต์ ท่านทราบไหมครับ แบงก์การันตี (Bank Guarantee) แบบเดียวกัน พันธบัตรรัฐบาลหนังสือ ค้ำประกันของธนาคาร ในประเทศที่ไปไกลแล้ว ค่าฟรีเท่าไรรู้ไหมครับ ๐.๓ เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ของเราอยู่ที่ ๑.๕ เปอร์เซ็นต์ อย่างนี้มันก็เริ่มต้นไม่ต้องแข่งแล้ว แล้วถ้าท่านต้องใช้แบงก์การันตี (Bank Guarantee) ๕ ปี ท่านคูณไปสิครับ แล้วแถมท่าน ต้องเอาทรัพย์สินไปอยู่กับธนาคารอีก ทรัพย์สินนั้นก็ขยับไม่ได้ ตรงนี้คือขีดความสามารถ ในการที่เราจะให้ผู้ประกอบการของเราสามารถแข่งขันได้ ตรงนี้ธนาคารจะมีบทบาทสำคัญ มาก โดยเฉพาะธนาคารเอสเอ็มอีก็วิงวอนท่านนะครับ ตัดสินใจให้ดีว่าท่านจะเป็นธนาคาร ประเภทไหน ถ้าท่านจะเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนาท่านต้องมีจุดแข็งและท่านไปร่วมมือกับ คนอื่นมาก ๆ รายงานท่านยังไม่ได้สะท้อนครับ ท่านเข้าใจประเด็นตรงนี้ไหม ถ้าท่าน จะบอกว่าสะท้อน ท่านช่วยบอกผมทีว่าหน้าไหน เพราะผมเปิดดูยังไม่เห็น มันก็คือ ผลประกอบการของเอสเอ็มอี (SMEs) ในฐานะนิติบุคคลหนึ่ง ซึ่งก็โอเค (OK) อันนั้นไม่ได้ผิด อะไร ท่านไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ผมยังมองเห็นว่าศักยภาพและวิสัยทัศน์ของความเป็น เอสเอ็มอีแบงก์ (SME Bank) ถ้าท่านตัดสินใจให้ชัดเจนว่าท่านจะเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนา และมีความแตกต่างจากธนาคารพาณิชย์ทั่วไป และสามารถเป็นจุดเป็นเครื่องมือในการเสริม เติมธนาคารพาณิชย์ทั่วไป ปล่อยกู้ในกรณีที่เอสเอ็มอี (SMEs) ที่เขาอยู่ปริ่ม ๆ ที่เขาลำพัง โดยตัวเองไม่สามารถไปขอกู้ได้ แต่เมื่อร่วมกับเอสเอ็มอีแบงก์ (SME Bank) ร่วมกับธนาคาร พาณิชย์ ทำให้เขาไปได้ นั่นล่ะครับคือจุดที่จะเป็นจุดแข็งและเป็นจุดที่แตกต่างของธนาคาร เอสเอ็มอี ก็ฝากไว้เท่านี้ครับ ถ้าท่านเห็นด้วยกรุณาช่วยยืนยันกับพวกเรานิดหนึ่งว่า ท่านจะนำไปพิจารณาในการดำเนินการในปีต่อ ๆ ไป ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ตัวแทนหน่วยงานจะชี้แจงไหมครับ ถ้าจะชี้แจงก็เชิญ ถ้าไม่ ก็ไม่เป็นอะไร รับเอาข้อสังเกต ท่านเกียรติไปนะครับ ท่านสมาชิกครับ ถ้าไม่มีท่านสมาชิกติดใจแล้ว ก็ถือว่าจบการอภิปราย ซักถามแล้วถือว่าที่ประชุมได้รับทราบรายงานกิจการประจำปีงบดุลและบัญชีกำไรขาดทุน ของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย สำหรับปีสิ้นสุด วันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๑ และสำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ แล้วนะครับ ต้องขอขอบคุณผู้แทนของหน่วยงานที่ให้เกียรติสภาเรา ขอบคุณครับ ๒.๒๔ รับทราบ รายงานกิจการประจำปี งบดุล และบัญชีกำไรขาดทุนของธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลาง และขนาดย่อมแห่งประเทศไทย สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๒ ได้นำไปพิจารณา ร่วมกับระเบียบวาระที่ ๒.๒๓ แล้วนะครับ🔗

๒.๒๕ รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการ ปราบปรามยาเสพติด ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๑ และ พ.ศ. ๒๕๖๒🔗

ด้วย เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่า คณะรัฐมนตรีได้รับทราบรายงานผลการปฏิบัติงาน ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการปราบปรามยาเสพติด ประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๑ และ พ.ศ. ๒๕๖๒ ตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอ และได้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบตามมาตรา ๑๔ วรรคท้ายแห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๑๙ และที่แก้ไข เพิ่มเติม (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งรายละเอียดของรายงานประจำปีดังกล่าวเจ้าหน้าที่ได้ จัดวางตามที่นั่งของท่านสมาชิกแล้วนะครับ ท่านสมาชิกมีประเด็นปัญหาติดใจที่จะซักถาม หรือไม่ครับ ได้มีท่านสมาชิกสนใจที่จะอภิปรายซักถาม ดังนั้นจึงขอเชิญผู้มีชื่อดังต่อไปนี้ เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุม ๑. นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. ๒. นางสาวจิตติมา อุดมกุศลศรี นิติกรชำนาญการพิเศษ ขอเชิญนะครับ🔗

(ผู้แทนจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เข้าชี้แจงต่อที่ประชุม)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านสมาชิกได้อภิปราย เชิญท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัด อ่างทองครับ ผมขออนุญาตที่จะร่วมอภิปรายรายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการปราบปรามยาเสพติด ที่ได้รายงานต่อสภาแห่งนี้ ทั้งหมด ๕ ประเด็นด้วยกัน🔗

ประเด็นที่ ๑ ท่านประธานครับ ความจริงในหลาย ๆ รายงานที่มาถึงสภา แม้จะมีความล่าช้า เช่น รายงานของเอสเอ็มอีแบงก์ (SME Bank) ที่ผ่านมา แต่ทุกรายงาน ก็จะมีการแยกออกมาเป็นปีต่าง ๆ แยกกันชัดเจน ไม่มีการนำแต่ละปีมาปะปนกัน ของเอสเอ็มอีแบงก์ (SME Bank) ที่ส่งมาเมื่อสักครู่ก็เป็นของปี ๒๕๖๑ ของปี ๒๕๖๒ แต่ผม พบว่าในรายงานของการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เป็นการรวบรายงานประจำปี ๒๕๖๑ และปี ๒๕๖๒ มารวมอยู่ในเล่มเดียวกัน ซึ่งผมพยายามจะอ่านว่าในมาตราที่ท่านอ้างถึง ว่าท่านต้องมีการจัดทำรายงานส่งคณะรัฐมนตรี คือความในมาตรา ๑๔ วรรคท้าย ของ พ.ร.บ. ปราบปรามยาเสพติด ปี ๒๕๑๙ นั้น ได้มีการให้ส่งรายงานทุก ๆ ๒ ปีหรือไม่ ซึ่งผมไม่พบข้อความดังกล่าว ฉะนั้นอันนี้ต้องขอความชัดเจนเพื่อประกอบการพิจารณา สักนิดหนึ่งครับว่า เพราะเหตุใดรายงานฉบับนี้ถึงเป็นการรวบยอด ๒ ปี รวมเป็นรายงาน ฉบับเดียวกัน นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ ครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ท่านประธานครับ ในเนื้อหาของรายงานแม้จะเป็น ๒ ปี แต่ว่า ก็มีรายละเอียดที่อ่านแล้วมีความชัดเจนอยู่หลายประเด็น ผมยกตัวอย่างเช่น กรณีของ การจับกุมผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด เช่น ในปี ๒๕๖๑ นั้น เป็นจำนวน ๗,๖๐๐ ราย ในปี ๒๕๖๒ นั้น เป็นจำนวน ๗,๒๔๐ ราย แต่พอแตกออกมาเป็นรายงานคดี จาก ๗,๖๐๗ ราย ในปี ๒๕๖๑ แตกไปเป็นจำนวนคดีถึง ๒๐๒,๕๔๘ คดี ในปี ๒๕๖๒ จาก ๗,๒๔๐ ราย แตกออกไปเป็น ๒๓๐,๐๑๕ คดี ผมไม่มั่นใจว่าความหมายคืออย่างไร ความหมายคือว่า ในกรณีการจับกุมแต่ละรายนั้นพบว่ามีการกระทำความผิดหลายครั้ง หรือต่างกรรมต่างวาระ หรือเป็นการแยกข้อกล่าวหาว่า ในการกระทำความผิดครั้งเดียวกันนั้นมีข้อกล่าวหา หลายอย่าง หรือเป็นการแยกแบบไหน ประการใด เพราะว่าท่านเอาตารางที่ใส่จำนวน การจับกุมว่ามีจำนวนหลักแสนรายต่อคดีเข้ามาให้สภาพิจารณา พวกผมก็ชื่นชมนึกว่า เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ที่มีอยู่ ๑๐,๐๐๐ กว่าคนนั้นมีการจับกุมตั้ง ๒๐๐,๐๐๐ ราย แต่จริง ๆ ไม่ใช่ ถ้าเทียบกันโดยอัตราส่วน เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ประมาณ ๑๕,๐๐๐ รายนั้น ถ้านับเป็น จำนวนรายของการจับกุมมีอยู่เพียงแค่ ๗,๐๐๐ กว่ารายเองครับ นั่นหมายถึงว่าผมไม่คิด ตัวเลขแบบนั้น แต่เปรียบเทียบให้เห็นว่าเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. สัก ๒ คน อาจจะจับผู้กระทำ ความผิดยาเสพติดได้ ๑ คน ตัวเลขมันไม่สามารถหลอกได้ แต่มันมีวิธีการอภิปราย หรือการอภิปรายที่จะทำให้เห็นว่าตกลง แล้วข้อมูลหรือข้อเท็จจริงนั้นเป็นอย่างไร ผมขออนุญาตที่จะขอความชัดเจนเพื่อจะนำไปสู่เป็นประการอื่น ๆ สักนิดหนึ่ง นั่นเป็น ประเด็นที่ ๒ ครับ🔗

ประเด็นที่ ๓ ครับท่านประธาน มีการพูดถึงว่าในหลายครั้งสังคมกริ่งเกรง ว่าเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เองจะเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด แต่ก็โชคดีในรายงานนั้น มีรายงานการกระทำความผิดของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. น้อยมาก รวม ๆ ๒ ปี อยู่ที่ประมาณ ๑๓ คน ใน ๑๓ คนนั้นก็เป็นความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดน้อยลงไปอีก แต่ผมประหลาดใจ อยู่รายหนึ่ง คือกรณีของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ที่ถูกยกเลิกเพิกถอนการเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เพราะเขาได้ต่อสู้ในการจับกุมผู้กระทำความผิด แล้วกลายเป็นผู้ตกเป็นต้องหา ถ้าข้อเท็จจริงเป็นแบบนั้น คนแบบนี้ต้องได้รับการชื่นชมครับ เพราะเขาทำหน้าที่ได้สมศักดิ์ศรี เขาต้องปกป้องตัวเอง เขาต้องดูแลเพื่อนร่วมงานของเขาที่มีส่วนในการจับกุม แต่เพราะเหตุใด มันดูย้อนแย้งกันนะครับ กลายเป็นว่าเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. คนนี้ ซึ่งอยู่ที่จังหวัดเลย ตามรายงาน กลายเป็นถูกยกเลิกการเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ผมคิดว่าถ้าข้อเท็จจริง เป็นแบบนั้นไม่เป็นธรรมต่อตัวเขา ผมต้องขอความชัดเจนเป็นประเด็นที่ ๓ ครับ🔗

ประเด็นที่ ๔ ครับท่านประธาน ผมอ่านรายงานซึ่งขนาดไม่ยาวมากนัก นะครับ พยายามจะดูว่านอกเหนือจากปัญหาอุปสรรคที่เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ได้รับอยู่นั้น มีประเด็นเรื่องของการส่งเสริมหรือการให้สิทธิและสวัสดิการต่าง ๆ หรือไม่ ผมคาดหวัง อยากจะเห็นในลักษณะแบบนี้นะครับ เพราะว่าเป็นที่ทราบกันดีว่าหลายครั้งเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. นั้นมีข้อจำกัดเรื่องเครื่องมือในการพยายามนำไปสู่การจับกุมผู้กระทำความผิด มีข้อจำกัดเรื่องงบประมาณ มีข้อจำกัดเรื่องการประสานงาน มีข้อจำกัดเรื่องสิทธิของ สวัสดิการ แน่นอนครับ ท่านอาจจะได้รับเงินสนับสนุน ผมไม่แน่ใจภาษากฎหมายเรียกว่า อย่างไร แต่คล้าย ๆ เป็นสินบนนำจับ หรือค่าตอบแทนที่ได้รับจากการปฏิบัติหน้าที่ในการ จับกุม แต่ว่ารายงานฉบับนี้ผมไม่เห็นรายละเอียดว่าสิทธิและสวัสดิการที่เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ควรจะได้รับในการปฏิบัติหน้าที่ของเขา ผมไม่ได้เรียกร้องเอกสิทธิ์ แต่เรียกร้องความปลอดภัย เรียกร้องการตอบแทนที่สมเหตุสมผลในการที่เขาทำหน้าที่เป็นประโยชน์ต่อแผ่นดิน ซึ่งผมไม่เห็นในรายงานฉบับนี้ ต้องขออนุญาตที่จะขอคำอธิบายเป็นประเด็นที่ ๔ ครับ🔗

ประเด็นที่ ๕ ท่านประธานทราบไหมครับว่าวันนี้องค์การสหประชาชาติ หน่วยงานที่ทำประเด็นเรื่องยาเสพติดที่เรียกว่า ยูเอ็นโอดีซี (UNODC) ท่านแถลงข่าวเอง ครับสด ๆ ร้อน ๆ มีการรายงานไม่ถึง ๑ ชั่วโมงที่ผ่านมาว่าเขามีความห่วงใยต่อปัญหายาเสพติด ที่เกิดขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ท่านทราบตัวเลขไหมครับว่ายาเสพติดในเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้นั้น โดยเฉพาะเมตแอมเฟตามีน (Methamphetamine) มีมูลค่าที่มี การจับกุมกันรวมแล้วถึง ๑.๙ ล้านล้านบาท ผมขออนุญาตขอรายละเอียดเพิ่มเติม ขอความชัดเจนนิดหนึ่งครับ ถึงแม้รายงานจะเป็นปี ๒๕๖๑ กับปี ๒๕๖๒ แต่ว่าจากสิ่งที่ เกิดขึ้นในรายงานฉบับนี้ ยูเอ็นโอดีซี (UNODC) ได้แถลงวันนี้ ป.ป.ส. จะมีการแถลง การแสดงเหตุและผล การตอบโจทย์ต่อสังคมไทยให้เห็นว่าปัญหายาเสพติดที่เกิดขึ้นมากนั้น เราจะมีกระบวนการจัดการอย่างไร แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งผมสนับสนุนท่านเต็มที่ในการ รวบรวมกฎหมายทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดมาเป็นกระประมวลกฎหมายยาเสพติด ซึ่งผมเองนั่งเป็นหนึ่งในกรรมาธิการในการพิจารณา ต้องให้กำลังใจครับ แต่ก็ต้องมีคำถาม ที่ถาม ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้กลับมาขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ครับ🔗

นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ ชัยภูมิ

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผมคิดว่าวันนี้ถือเป็นโอกาสดีที่เราจะได้พูดคุยกับผู้รับผิดชอบในเรื่องของยาเสพติด ซึ่งท่านเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกับคณะของท่าน ก็คงจะให้รายละเอียด ถึงแม้ว่าวันนี้จะเป็นการรายงานผลการปฏิบัติงานของพนักงาน ป.ป.ส. ในการปราบปรามยาเสพติด ประจำปี ๒๕๖๑-๒๕๖๒ แต่เนื่องจากเรื่องนี้เรื่องยาเสพติด เป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศกำลังปวดหัว กำลังมีปัญหาอย่างมาก ผมในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ช่วงนี้จะลงไปพูดคุยกับพี่น้องประชาชนในเรื่องของ โควิด (COVID) แต่จะมีคำถามตามมา คำแนะนำตามมาเกี่ยวกับเรื่องของยาเสพติด อยู่เป็นประจำ ในสัปดาห์ที่แล้วก็มีสอบถามมา ซึ่งผมจะขอตั้งเป็นคำถามในช่วงท้าย ก็กราบเรียนว่าดีใจที่ในส่วนของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. นั้น เป็นบุคคลที่มาจากส่วนราชการ ต่าง ๆ ได้เข้ามามีส่วนร่วม ถือเป็นกำลังสำคัญที่ทำให้การป้องกันการปราบปรามยาเสพติด ที่ได้ผล ในส่วนอำนาจหน้าที่ต่าง ๆ นั้นก็คงจะไม่กล่าวถึง เพราะว่ากำหนดไว้ชัดเจน ในกฎหมาย ผมเรียนถามในส่วนที่ ๑ นะครับว่า อาจจะไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นปี ๒๕๖๑ ปี๒๕๖๒ เพราะว่าในปัจจุบันในช่วงนี้ ปีนี้ มีข่าวคราวอย่างมากว่ายาเสพติดจากประเทศไทย ไปโผล่ที่ประเทศใกล้เคียงประเทศอื่น อันนี้ไม่ใช่เป็นปีที่เกิดขึ้นในปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ นะครับ แต่ผมเห็นว่าผู้ที่มาชี้แจงเป็นผู้ที่ควรจะมีข้อมูลต่าง ๆ อยู่ คำตอบของท่านอาจจะทำให้ ผู้ที่กำลังสงสัยอยู่ในปัจจุบันได้รับความกระจ่างขึ้นบ้าง กรณีการจับยาเสพติดที่ ประเทศออสเตรเลีย ที่ประเทศเกาหลี หรือทางประเทศฮ่องกง ประเทศสิงคโปร์ต่าง ๆ นั้น หรือประเทศอื่นก็ตามมีความคืบหน้า หรือคิดว่าเราจะป้องกันแก้ไขอย่างไร เพราะว่า พรรคพวกผมที่อยู่ต่างประเทศ เขาไม่ได้พูดว่าใครเอาไปขายนะครับ เขาบอกว่าประเทศไทย มีการส่งยาเสพติดเป็นสินค้าออกทำนองนี้ ซึ่งผมเองผมไม่พอใจครับว่าประเทศเรา มันเสียหาย เขาบอกว่านำเข้าอาวุธสงคราม แต่ส่งออกยาเสพติด อันนี้ท่านก็คงจะได้ยิน จะเป็นสื่อมวลชนก็ดี หรือใครก็ดีพูดแบบนี้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญ ถึงแม้ว่า จะเกิดขึ้นก่อนรายงานปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ แต่ผมอยากจะให้ท่านได้กรุณาให้ข้อมูล เท่าที่จะทำได้นะครับ🔗

อันที่ ๒ มีพี่น้องประชาชนสอบถามอีกว่ายาเสพติดที่จับได้จำนวนมาก ทั้งในประเทศไทยหรือที่เราจะสามารถเอามาได้นี้ เขาถามว่าปัจจุบันการทำลายยาเสพติด ที่จับได้ทั้งหลายนั้นยังมีอยู่หรือไม่ หรือว่านำไปทำอย่างอื่น ไปแปรรูป แปรสภาพ หรือไป สร้างมูลค่าเพิ่มอะไร อย่างไร ผมคิดว่าเรื่องนี้พี่น้องประชาชนก็ฝากถามมา🔗

แล้วอีกเรื่องหนึ่งข่าวการจับกุมเรื่องกระท่อม ซึ่งหลายคนก็ยังสับสนว่า มีกฎหมายเกี่ยวกับการยกเลิกความผิดการครอบครองหรือการจำหน่ายกระท่อม ปัจจุบัน มีผลบังคับใช้อย่างไร ผมขอเรียนถาม ๓ ข้อ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ปี ๒๕๖๔ นี้ถือว่าเป็นปีที่เป็นมิติใหม่ของยาเสพติด โดยเฉพาะเรื่องของ กัญชง กัญชา และกระท่อม ถือเป็นสมุนไพรอันล้ำค่าที่มีมายาวนานของประเทศไทย แต่ก็ ถูกทำลาย เรื่ององค์ความรู้ก็ถูกทำลาย งานวิจัยต่าง ๆ ก็ไม่มี วันนี้ถือว่าเป็นมิติใหม่ที่เรา จำเป็นจะต้องเร่งศึกษาวิจัยเกี่ยวกับกัญชง กัญชา แล้วก็กระท่อม เพราะว่าในต่างประเทศ เขาได้ศึกษาวิจัยกันอย่างต่อเนื่องมาเป็นร้อย ๆ ปี ทำให้โอกาสที่เขาจะสร้างเป็นพืชเศรษฐกิจ ของเขานั้นทำเงินรายได้ให้กับประเทศมหาศาล แต่ประเทศไทยเราเสียโอกาสไปมากเหลือเกิน ท่านประธานครับ ป.ป.ส. ถือว่าเป็นหน่วยงานที่มีความเกี่ยวข้อง ยิ่ง ณ วันนี้จะต้องควบคุม สารสกัดกัญชง สารสกัดกัญชา แล้วก็อุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับยาเสพติด แล้วกระท่อม ซึ่งเป็นพืชพื้นเมืองของประเทศไทย เป็นพืชของอาเซียน (ASEAN) ก็เห็นว่าจะครบ ๙๐ วัน ในเดือนสิงหาคมนี้ที่เราจะปลดพืชกระท่อมออกจากยาเสพติด ดังนั้นการดูแลควบคุมให้พี่น้อง ประชาชนใช้กระท่อมเป็นยาสามัญประจำบ้าน เอาใบมากินเพื่อแก้โรคนั้นโรคนี้ เดี๋ยวอยากจะให้ ท่านได้ชี้แจงต่อพี่น้องประชาชน บางคนก็เอาไปปลูก บางคนก็เก็บไปขายก็ยังโดนจับอยู่ เพราะว่ายังไม่ครบ ๙๐ วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ท่านช่วยชี้แจงด้วย เผื่อพี่น้อง ประชาชนได้นั่งฟังอยู่ว่าพืชกระท่อมนั้นเห็นเขาปลดแล้ว ทำไมต้องโดนจับอีก อย่างไรก็อยากให้ ท่านได้ชี้แจงว่า ในโอกาสข้างหน้าของกระท่อม ถ้าเกิดหลังเดือนสิงหาคมนี้ประชาชนเขาจะ ปฏิบัติอย่างไร เขาจะปลูกได้ไหม แล้วถ้าเป็นอุตสาหกรรม ทำเป็นอุตสาหกรรม ทำเป็นผง ทำเป็นเม็ดแคปซูล (Capsule) ลดความอ้วน ลดโรคเบาหวานอะไรทั้งหลายนี้ เขาจะต้อง ปฏิบัติตัวอย่างไร ภาระหน้าที่ของ ป.ป.ส. ตอนนี้ขยายใหญ่โตขึ้น ท่านจำเป็นจะต้องเพิ่ม ปริมาณนักวิชาการเพิ่มปริมาณผู้ที่ดูแลควบคุมที่มีความรู้ มีวุฒิภาวะสูงที่จะมาควบคุม พืชเหล่านี้ ซึ่งจะเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศที่จะทำเงินอีกตัวหนึ่ง ไม่แพ้การปลูกข้าว ไม่แพ้การปลูกยางพารา ท่านต้องกำกับดูแล กัญชง กัญชา กระท่อมอย่างเข้มข้น แม้แต่ ฝิ่น ฝิ่นซึ่งเป็นพืชที่ปลูกทางภาคเหนือของประเทศไทย โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดเชียงราย ของผม สามเหลี่ยมทองคำก็มีการปราบฝิ่น จนวันนี้ไม่มีดอกฝิ่นให้เห็นมาหลายปีแล้ว แต่วันนี้ท่านสามารถควบคุมกัญชา กัญชงให้อยู่ในธุรกิจได้ ควบคุมได้ ดังนั้นผมอยากจะฝาก ท่านทาง ป.ป.ส. ว่า ถ้าเป็นไปได้ทางด้านการท่องเที่ยวกลับเอาฝิ่นมาปลูกเพื่อการท่องเที่ยว ทำเป็นเฮโรอีน ทำเป็นมอร์ฟีนเพื่อการศึกษา ผมมีคำถามที่สงสัยอยู่มากว่าทุกวันนี้ โรงพยาบาลทุกโรงพยาบาลในประเทศไทยนั้นใช้มอร์ฟีนสำหรับแก้ปวด ผู้ป่วยที่เป็น โรคมะเร็งซึ่งเจ็บปวดในร่างกาย ท่านก็ฉีดมอร์ฟีนให้ ตกลงว่ามอร์ฟีนในโรงพยาบาลนี้ มันมาจากไหน มันนำเข้าจากต่างประเทศ ประเทศไหนที่มันผลิตมอร์ฟีนแล้วมาขายให้เรา แล้วก็มาปราบปรามฝิ่น ปราบปรามเฮโรอีนในประเทศไทย เป็นไปได้ไหมว่ากระบวนการ อุตสาหกรรมมอร์ฟีนสำหรับทางการแพทย์ทางยานี้เราสามารถจะผลิตได้ไหม ด้วยการ ควบคุมอย่างเข้มข้น ถ้าทำได้จะทำให้มอร์ฟีนเป็นสารที่สามารถผลิตจากพืช จากฝิ่น ในประเทศไทย ซึ่งมีศักยภาพที่จะผลิตได้ตามเขา ตามป่าได้ มันจะเป็นพืชเศรษฐกิจอีกตัว หนึ่ง ผมถามท่านว่าทุกวันนี้ที่ฉีดให้คนป่วยนี้เอามาจากไหน ดังนั้นอยากจะให้ท่านได้เพิ่มคน เพิ่มงบประมาณขอจากทางรัฐบาล เพราะว่าวันนี้ท่านสำคัญแล้ว ถ้าเกิดว่ามีดอกฝิ่นบาน อยู่ที่จังหวัดเชียงรายเพื่อการท่องเที่ยว แต่อยู่ในการควบคุมของ ป.ป.ส. ผมคิดว่ามันจะเป็น การท่องเที่ยวระดับโลกอีกชิ้นหนึ่งที่จะเป็นประโยชน์กับประเทศไทย ฝากท่านช่วยพิจารณา แล้วก็ทำให้กัญชง กัญชา กระท่อม แล้วก็ฝิ่นอยู่ในการควบคุมที่เข้มงวด แล้วเป็นพืช เศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทยต่อไป ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ สมาชิก มีอะไรจะสอบถามไหม เดี๋ยวจะได้ตอบไปพร้อมกัน ถ้าไม่มี ขอเชิญผู้ชี้แจงครับ🔗

นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ และสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ทั้ง ๓ ท่าน ที่ได้กรุณาสอบถาม แล้วในข้อคำถามของท่านก็เป็นเรื่องที่ทางสำนักงาน ป.ป.ส. อยากจะได้ชี้แจงให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบอยู่แล้ว ก็ถือว่าเป็นโอกาสดีในวันนี้ที่มีโอกาส ได้มาที่แห่งนี้ แล้วก็ได้ทำความเข้าใจให้กับพี่น้องประชาชน แล้วท่านก็ได้เป็นตัวแทน ในคำถาม ซึ่งเป็นคำถามที่น่าสนใจที่อยากจะนำเรียนผ่านสภาแห่งนี้ไปยังพี่น้องประชาชน ผมขออนุญาตรวบรวมทั้งหมดที่ท่านได้กรุณาสอบถามทั้งหมด ทั้ง ๓ ท่านเพื่อไม่ให้เป็นการ เสียเวลานะครับ🔗

ในข้อแรกที่สอบถามว่า ทำไมรายงานอันนี้ถึงรวบยอดเป็น ๒ ปี ขอชี้แจง อย่างนี้นะครับ เนื่องจากว่าข้อมูลบางอย่างมันได้มาล่าช้า เพราะว่าทาง ป.ป.ส. เองก็ต้อง รอรวบรวมจากหลายหน่วยงาน อันนี้เราจะพยายามปรับใหม่ให้เป็นรายงานที่เป็นปีต่อปี อันนี้ก็ต้องขอขอบคุณท่านมากนะครับ ก่อนที่จะไปข้อ ๒ ผมขออนุญาตอย่างนี้ครับว่า คำว่า เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. นี้ ไม่ใช่หมายถึงว่าเฉพาะคนที่ทำงานอยู่สำนักงาน ป.ป.ส. เท่านั้น คนที่ทำเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. หมายถึงผู้ที่มีหน้าที่ในการจับกุมแก้ไขปัญหายาเสพติด ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่จากสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเอง เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง หรือเจ้าหน้าที่ของศุลกากรที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับยาเสพติด เพราะฉะนั้นคำว่า เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. จะรวมทั้งหมด ซึ่งปัจจุบันนี้เรามีอยู่ประมาณ ๒๐,๐๐๐ กว่าคน อันนี้ขอผ่านไปยังพี่น้องประชาชนให้เข้าใจตรงนี้กันก่อนนะครับ สำหรับ รายละเอียดจำนวนรายกับจำนวนคดีที่ท่านมีข้อสงสัยเมื่อสักครู่นี้ คำว่า จำนวนราย ที่ว่า ๗,๐๐๐ กว่าราย หมายถึงจำนวนเจ้าหน้าที่ที่รายงานมา สำหรับจำนวนคดีที่เป็น ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคดี หมายความว่าเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. คนหนึ่งอาจจะทำหลายคดีในปีหนึ่ง เพราะใน ๑ ปี เขาจะต้องรายงาน ทุกครั้งที่เขาทำงานเขาจะต้องรายงานเข้ามา จับ ๕ ครั้ง ก็เป็น ๕ คดี อาจจะเป็นคนเดียวกัน อันนี้ก็คงจะชัดเจน อันนี้เนื่องจากว่าการเขียนอาจจะ ไม่ชัดเจน ก็ขอชี้แจงให้ทราบดังกล่าวไปแล้วนะครับ🔗

สำหรับเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ที่เข้าไปเกี่ยวกับการกระทำความผิด ถึงแม้จะ มีน้อยมากในแต่ละปี แต่เนื่องจากว่าเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. จะต้องมีจริยธรรม คุณธรรม ที่สูงกว่าทั่ว ๆ ไป เพราะว่าการใช้อำนาจของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. นี้เป็นอำนาจ อย่างเช่น กรณีเข้าตรวจค้นโดยที่ไม่มีหมายจับ อันนี้ก็ต้องมีมาตรฐานพอสมควร เพราะฉะนั้นหากว่า เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. คนไหนมีสิ่งที่มัวหมอง มีอะไร ก็จะต้องถูกยกเลิกไม่ให้เป็น อย่างกรณี ที่ท่านยกตัวอย่างที่เกิดขึ้นที่จังหวัดเลย เนื่องจากว่าผู้ที่ได้รับแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เป็นพนักงานฝ่ายปกครอง แล้วในครั้งนั้นมีการต่อสู้กัน แล้วทางเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ที่ได้รับ แต่งตั้งนี้ยิงผู้ต้องหาเสียชีวิต ในเมื่อเขาตกเป็นผู้ต้องหา ทางสำนักงาน ป.ป.ส. เองมันเป็นการ ขาดคุณสมบัติก็ต้องยกเลิกไปก่อน แต่ถ้าหากว่าเขาต่อสู้ในชั้นศาลจนเป็นผู้บริสุทธิ์แล้ว ก็จะได้รับแต่งตั้งต่อไป คือถ้าหากใครก็ตามที่ปฏิบัติหน้าที่เป็นข้าราชการ ป.ป.ส. แล้ว มีเรื่องมัวหมอง มีเรื่องที่ถูกร้องเรียน ไม่ว่าจะไปตบทรัพย์ไปอะไรเขาก็ตาม ถ้ามีข้อมูลว่าเป็นจริง จะต้องถูกปลดจากเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ทุกราย อันนี้ก็ขอนำเรียนให้ท่านทราบสั้น ๆ นะครับ🔗

ข้อต่อไปในเรื่องข้อจำกัด เรื่องเครื่องมือ เรื่องงบประมาณ อันนี้ ทางสำนักงาน ป.ป.ส. เอง แล้วก็ทางรัฐบาลเอง ได้ให้ความสนใจแล้วก็เพิ่ม ตอนนี้ปีนี้เราก็ ได้รับเพิ่มเรื่องของอุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ เพื่อที่ให้ทันสมัยกับการเปลี่ยนแปลงของ นักค้ายาเสพติด ซึ่งทางนี้เราก็ได้จัดหาเพิ่มอยู่นะครับ🔗

ส่วนในเรื่องที่ว่ายูเอ็น (UN) ที่ได้แถลงข่าวพวกนี้ว่ามีเงินในเรื่องของยาเสพติด ๑.๙ ล้านล้านบาท ขอนำเรียนอย่างนี้นะครับว่าอันนี้หมายถึงภาพรวมทั้งหมดที่เขาคำนวณ จากว่ายาเสพติดที่ผลิตจากแหล่งผลิตในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ แล้วกระจายไปยังทั่วโลก มันไม่ใช่เฉพาะประเทศไทยประเทศเดียว แล้วในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำมันจะอยู่ชายขอบ ชายตะเข็บของประเทศเพื่อนบ้านเรา ซึ่งเป็นของเขตพื้นที่ของชนกลุ่มน้อยที่ไม่สามารถที่จะ เข้าไปดำเนินการได้ แต่ว่ากระจายไปหลายพื้นที่ ของประเทศไทยเองจริง ๆ แล้วเป็น ประเทศทางผ่านเป็นส่วนใหญ่ แต่การใช้ยาเสพติดของเรานี้เพียงแต่เป็นยาบ้านี้ใช้ แต่ถ้าเป็นเฮโรอีน เป็นไอซ์ที่มีมูลค่ามหาศาลมันแค่เป็นทางผ่าน ซึ่งผมจะได้นำเรียน ในข้อต่อไปที่มันเกี่ยวกับที่ท่านสมาชิกได้สอบถามไป อันนี้ก็นำแจ้งให้ทราบนะครับ🔗

สำหรับข้อต่อไปที่บอกว่ามีความคืบหน้าหรือว่าการดำเนินการอย่างไร กับข่าวช่วงนี้ที่ว่ามียาเสพติดส่งผ่านไปยังต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นประเทศเกาหลี ประเทศฮ่องกงหรือประเทศออสเตรเลียที่ผ่านมา ขอเรียนอย่างนี้ครับว่าก่อนสถานการณ์ ที่จะมีโควิด (COVID) ในการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ผู้ลำเลียงยาเสพติดส่วนมาก จะซุกซ่อนไปกับตัวบุคคลผู้โดยสาร ไม่ว่าจะพันไปกับรอบตัว ไม่ว่าจะกลืนลงท้อง ไม่ว่าจะ ซุกซ่อนทำเป็นช่องลับในกระเป๋า หรือซุกซ่อนในสัมภาระ หรือว่าสิ่งเครื่องใช้ในกระเป๋า ในยาสระผม ในอะไรก็ดี นั่นก่อนโควิด (COVID) มันก็มี แต่ว่ายังไม่ค่อยปรากฏเป็นข่าว แต่ปัจจุบันนี้หลังจากที่มีโควิด (COVID) ผู้โดยสารไม่สามารถเดินทางได้ ทางผู้ค้ายาเสพติด ก็ใช้วิธีการส่งทางพัสดุภัณฑ์ลักลอบไปยังต่างประเทศ แต่ก็ไม่ใช่ว่าทางเราจะละเลยนะครับ ในหน่วยงานยาเสพติดของเราเอง เรามีหน่วยสกัดกั้นยาเสพติดทางท่าอากาศยานกับ หน่วยสกัดกั้นยาเสพติดทางท่าเรือ ซึ่งเป็นหน่วยประกอบกำลังระหว่างสำนักงาน ป.ป.ส. กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด กรมศุลกากร แล้วก็ศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการทหารสูงสุด ที่ทำงานร่วมกันอยู่ที่ท่าอากาศยาน แล้วก็ที่ท่าเรือ แล้วก็ มีการดำเนินการอยู่มาตลอด แม้ว่าบางคดีที่หลุดรอดไปยังต่างประเทศ แต่ก็มิใช่ว่าเรา จะไม่รู้เรื่องนะครับ บางคดีเรามีข่าวสารแต่ว่ายังไม่ชัดเจน คือสิ่งของที่ไปนั้นอาจจะอยู่ ในตู้คอนเทนเนอร์ (Container) แล้ว หรือว่าลงเรือไปแล้ว เราก็มีการประสานกับตำรวจ ของประเทศปลายทางตลอดในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันเอง หรือแม้แต่ประเทศ เกาหลีเองก็มีเจ้าหน้าที่ของประเทศเกาหลีเขามาประจำอยู่ที่สำนักงาน ป.ป.ส. ๒ คน ในการ แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกัน เพราะฉะนั้นในเรื่องของการปฏิบัติงานนี้เราจะมีการแลกเปลี่ยน ข้อมูลข่าวสารกันอยู่แล้ว แต่ถ้าเทียบกับที่เราสกัดกั้นได้ภายในประเทศก่อนที่จะออกไป ก็มีจำนวนมากกว่าที่ส่งออกไป แต่เนื่องจากว่าบางคดีมันเป็นคดีที่ยังไม่สิ้นสุด เราก็ยังไม่ได้แถลง ให้กับพี่น้องประชาชนได้รับทราบ ก็มีการขยายผลไป วันนี้เองเราก็จับ กำลังซุกซ่อนไป ในอะไหล่ของรถจักรยานยนต์ เมื่อเวลา ๑๓.๐๐ นาฬิกาของวันนี้ ทางหน่วยสกัดกั้นยาเสพติด ที่ผมกล่าวไปนี้ ก็มีการตรวจยึดยาไอซ์ที่จะส่งไปประเทศนิวซีแลนด์ เมื่อวานซืนก็ลักษณะ คล้าย ๆ กัน ส่งไปที่ประเทศออสเตรเลียอีก แต่เราก็ตรวจยึดได้ก่อน อันนี้คือการทำงาน ปฏิบัติงานเราทำ ๒๔ ชั่วโมง ก็มีการจับกุมอยู่ตลอดเวลา อันนี้ขอนำเรียนว่าทุกคดีแม้ว่า จะไปที่ประเทศออสเตรเลียที่ผ่านมา ๓๑๖ กิโลเมตรก็ดี ไม่ว่าจะไปประเทศฮ่องกง ไปที่ประเทศเกาหลีก็ดี เรามีการขยายผลอยู่ ซึ่งตอนนี้เราทราบในขบวนการเครือข่ายทั้งหมดแล้ว ก็ปรากฏว่ากลุ่มที่ลักลอบลำเลียงขนไปนั้น กลุ่มที่ ๑ เป็นกลุ่มคนผิวดำ เป็นพวกแอฟริกัน ตะวันตก กลุ่มหนึ่งนะครับ กลุ่มที่ ๒ ก็จะเป็นกลุ่มประเทศปลายทางเข้ามาดำเนินการเอง อย่างประเทศสิงคโปร์นี้ก็มีคนสิงคโปร์บินแล้วเข้ามาพักอาศัยในประเทศไทย แล้วก็มี การลักลอบขน อันนี้คือปลายทางที่ขนมาเอง กลุ่มที่ ๓ ก็คือกลุ่มคนไทยของเรากับพี่น้องชนเผ่า ที่ร่วมมือกัน อันนี้ ๓ กลุ่มหลักที่เราสืบสวน ที่ผมมาแจ้งให้ทราบนี้ก็เพื่อจะให้เห็นว่า เรายังดำเนินการสืบสวนขยายผลอยู่ทุกคดี อันนี้ก็ขอตอบคร่าว ๆ แบบนี้นะครับ🔗

สำหรับเรื่องของการทำลายยาเสพติด เรามีการทำลายอยู่ตลอดทุกปี อย่างน้อยปีละครั้ง แล้วปีนี้ก็น่าจะเป็นวันที่ ๒๖ มิถุนายน วันต่อต้านยาเสพติดโลก ก็ยังมี การทำลายอยู่ ในขั้นตอนการเก็บอะไรต่าง ๆ ก็จะมีขั้นตอน มีเจ้าหน้าที่ มีหลายกระทรวง ทบวง กรม ที่ช่วยกันในการเก็บรักษาไม่ให้หลุดรอดไปได้ แต่เนื่องจากว่าในกฎหมายปัจจุบันนี้ ในการที่จะทำลายยาเสพติดจะต้องเป็นยาเสพติดที่ศาลชั้นต้นพิพากษาเรียบร้อยแล้วถึงจะให้ ทำลายได้ มีข้อจำกัดกฎหมายที่เราไม่สามารถที่จะจับกุมแล้วก็ตรวจพิสูจน์ แล้วเรา ไม่สามารถที่จะไปทำลายได้ เพราะว่ากฎหมายเรากำหนดไว้ว่าต้องศาลชั้นต้นพิพากษาก่อน ถึงจะเอาไปทำลายได้ แต่ในร่างประมวลกฎหมายใหม่ที่เราเสนอไปนี้ที่จะเข้าสภา อันนี้เรา แก้ไขว่า ถ้าในกรณีที่มีการตรวจยึดของกลางได้ แล้วมีการตรวจพิสูจน์ก็ใช้ผลพิสูจน์นี้ แล้วก็ ให้ทำลายของกลางเลย ซึ่งถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่านมันจะไม่มียาเสพติดค้างไว้ ก็สามารถที่จะ ทำลายได้เลย เพราะว่าหลังจากที่ตรวจยึดได้ก็จะใช้เวลาประมาณ ๑ เดือน ถ้าหากเป็นลอต (Lot) ใหญ่ ๆ ในการที่จะตรวจพิสูจน์ จากนั้นก็สามารถทำลายได้ ผมว่าถ้าหากร่างประมวล กฎหมายฉบับนี้ผ่านจะแก้ปัญหาเรื่องของการเก็บของกลาง แล้วก็เรื่องที่พี่น้องประชาชน เคลือบแคลงสงสัยว่าเอาไปทำอะไรบ้าง ผมว่าจะช่วยแก้ปัญหาได้เป็นอย่างดีนะครับ🔗

สำหรับเรื่องกระท่อม ตามที่มีพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ ปี ๒๕๒๒ (ฉบับที่ ๘) ก็ได้ประกาศยกเลิกพืชกระท่อมออกจากยาเสพติด ประเภท ๕ ประกาศไปเมื่อ วันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา แต่มีผลใช้บังคับหลังจาก ประกาศ ๙๐ วัน เพราะฉะนั้นก็จะขอแจ้งผ่านที่นี่ไปเลยนะครับ ให้พี่น้องประชาชน ได้รับทราบว่า ณ วันนี้กระท่อมยังผิดกฎหมายอยู่ แต่จะยกเลิกไม่ผิดกฎหมายก็ตั้งแต่ วันที่ ๒๔ สิงหาคมที่จะถึงนี้ จากนั้นกระท่อมก็จะไม่ผิดกฎหมายแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ถ้าหากว่าใช้พืชกระท่อมในทางที่ผิด ก็คือเด็กและเยาวชนเอาไปใช้ผสมอย่างที่ว่า ๔ คูณ ๑๐๐ เอาไปผสมกับยาบ้า ผสมกับสารเสพติดชนิดอื่น อันนี้ก็ยังผิดกฎหมายอยู่ แต่ถ้าใช้แบบ วิถีชาวบ้านที่จะเคี้ยว ที่จะต้มเป็นน้ำดื่มไม่ผิดกฎหมาย แล้วก็สามารถปลูกได้ แต่ตอนนี้เรามี กฎหมายฉบับหนึ่ง กฎหมายพืชกระท่อมที่จะมาควบคุมในเรื่องของการที่จะเอาไปใช้ในทางที่ผิด โดยเฉพาะกับเด็กและเยาวชน อันนี้กำลังจะตามมา แต่ว่าถ้าหากวันที่ ๒๔ นี้กฎหมาย ตัวพืชกระท่อมปลดล็อกจากยาเสพติดประเภท ๕ ได้เลยนะครับ🔗

อีกข้อหนึ่งที่ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ได้สอบถามในเรื่องของฝิ่น เรื่องของ การปลูกฝิ่น แต่ก่อนการปลูกฝิ่นก็คือเรื่องกระท่อมอีกนิดหนึ่ง ก็คือถ้าหากว่าเอาไปทำเป็น เวชภัณฑ์หรือเป็นผลิตภัณฑ์ในการใช้ อันนี้ก็ต้องไปขออนุญาตจาก อย. ก่อนนะครับ เพราะว่า อย. เขามีกฎหมายในการควบคุมในเรื่องที่จะทำผลิตภัณฑ์อยู่ ก็เหมือนกับตัวอื่น ๆ เหมือนกัน แต่ว่าถ้าหากเอามาใช้ต้มหรือเอามาเคี้ยวสด ๆ หรือว่าแบบวิถีชาวบ้านนี่ไม่ผิด เราก็แจงไปอย่างนี้ สำหรับเรื่องการปลูกฝิ่นนะครับ มอร์ฟีนตอนนี้ที่เอามาใช้ในประเทศ เรานำเข้าจากต่างประเทศทั้งนั้น ทีนี้ท่านบอกว่าถ้าหากว่าเราสามารถที่จะปลูกฝิ่นและมีการ ควบคุมแบบกัญชง กัญชานี้จะได้ไหม อันนี้เป็นไปได้ครับ ถ้าหากว่าร่างประมวลกฎหมาย ยาเสพติดฉบับที่เราเสนออยู่นี้ผ่าน คือมีอยู่มาตราหนึ่งที่ว่าให้สามารถที่จะทดลอง ในแต่ละพื้นที่ในการผลิต เขาใช้คำว่า ผลิต ผลิต หมายถึงรวมทั้งปลูกของยาเสพติดได้ ถ้าร่างประมวลกฎหมายฉบับนี้ผ่านเราก็สามารถที่จะใช้พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งในการทดลองปลูก ก็อาจจะปลูกฝิ่น แต่มีการควบคุม แล้วให้มีการควบคุมเหมือนกับกัญชา ก็สามารถที่จะกระทำได้ ถ้าหากร่างประมวลกฎหมายยาเสพติดผ่าน เพราะฉะนั้นผมจึงขอร้อง แล้วก็ให้ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติทั้งหลายช่วยสนับสนุนร่างประมวลกฎหมายยาเสพติดที่จะเข้าสภานี้ ช่วยกรุณา ให้การสนับสนุน ซึ่งจะได้แก้ปัญหาหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำลายยาเสพติดของกลาง ไม่ว่าจะเป็นการทดลองปลูกฝิ่นที่ท่านได้กรุณาเสนอไปเมื่อสักครู่ได้สำเร็จ ในส่วนของผม ก็ขออนุญาตจบคำชี้แจงเท่านี้ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ เชิญท่านสาทิตย์ครับ🔗

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ก็ต้องถือว่า เป็นโอกาสที่ดีที่ได้มีรายงานของทาง ป.ป.ส. เข้าสภา ไม่ว่าจะเป็นวาระของการรับทราบก็ตาม เพราะในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปัญหายาเสพติดถือเป็นปัญหาใหญ่ปัญหาหนึ่ง ที่เราจะได้รับข้อร้องเรียนหรือว่าการสอบถามจากพี่น้องประชาชน รวมถึงผู้นำท้องถิ่น มากทีเดียวครับ เพราะว่าปัญหายาเสพติดดูเหมือนว่าลุกลามใหญ่โต แล้วก็ยากแก่การที่จะ จัดการในการป้องกันหรือในการปราบปรามอย่างมากทีเดียว แต่ว่าบังเอิญรายงานฉบับนี้ มีข้อจำกัดอยู่นิดหนึ่ง ก็คือว่าเป็นรายงานตามมาตรา ๑๔ ซึ่งจำกัดเฉพาะการรายงานผล การปฏิบัติของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. แต่ความจริงในกฎหมาย ป.ป.ส. ปี ๒๕๑๙ ได้เขียน เรื่องของคณะกรรมการ ป.ป.ส. เอาไว้ชุดหนึ่ง และเขียนเรื่องของสำนักงาน ป.ป.ส. เอาไว้ด้วย เพราะฉะนั้นเวลาท่านจัดทำรายงานมา จึงจำกัดเฉพาะผลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เท่านั้น แต่ว่าในส่วนที่ท่านรายงานเรื่องผลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เอง ก็มีประเด็นบางประเด็นที่น่าสนใจในปัญหาอุปสรรคที่ท่านเขียนเอาไว้ในรายงานนะครับว่า เช่น เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ไปปฏิบัติแล้วไม่รายงานเลขาธิการในเวลาที่กำหนดบ้าง ซึ่งอันนี้ถือว่า เป็นปัญหาที่ผมเองก็ประหลาดใจที่ปัญหานี้เกิดขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงสายการบังคับบัญชา ของทาง ป.ป.ส. เองที่ค่อนข้างมีปัญหา เพราะว่าตัวกฎหมายนี้ไปออกแบบให้สามารถที่จะ แต่งตั้งข้าราชการในสังกัดหน่วยต่าง ๆ มาเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ได้ ในทางหนึ่งกฎหมาย อาจจะต้องการว่าให้มีเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. อยู่ในหลาย ๆ หน่วยงานเผื่อจะมีหูตาที่มัน กว้างขวางขึ้น แล้วก็จะมีการข่าวที่ดี นำไปสู่การจับกุมได้ แต่อีกทางหนึ่งก็มีปัญหาเรื่องของ สายการบังคับบัญชา บังเอิญว่าที่ท่านเขียนมานี้ไม่ได้เขียนเรื่องแนวทางของการที่จะแก้ไข ในเรื่องนี้เอาไว้อย่างไร แต่ท่านพูดถึงประมวลกฎหมายฉบับหนึ่งที่มีการเสนอเข้ามา ซึ่งผม ไม่แน่ใจว่าจะมีการแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้หรือไม่ อย่างไร ที่ผมจะถามในข้อนี้ก็คือว่าแล้ว ปัญหาข้อนี้มีการรายงานไปในคณะกรรมการ ป.ป.ส. หรือไม่ แล้วก็มีแนวทางในการแก้ไข ปัญหานี้อย่างไร นี่คือเรื่องที่ ๑🔗

แต่เรื่องที่ ๒ ที่ผมคิดว่าใหญ่กว่า ก็คือว่าท่านเองเป็นเลขาธิการของสำนักงาน ป.ป.ส. ในหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการ ป.ป.ส. ตามกฎหมายที่เขียนเอาไว้เป็นงาน ของสำนักงานข้อหนึ่ง ได้มีการเขียนเรื่องของการประสานตรวจสอบตลอดจนติดตาม ประเมินผลการดำเนินงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประเด็นที่ผมจะถามก็คือว่าเราอ่านเฉพาะผลการปฏิบัติงานเจ้าพนักงาน แต่เราขาด ภาพรวมอันหนึ่ง ก็คือสถานการณ์ยาเสพติดของประเทศไทยตอนนี้เป็นอย่างไร มันใหญ่โตขึ้น มันยุ่งยากขึ้นในการแก้ไขปัญหา ในการเข้าไปแก้ไขปัญหามันไม่สามารถที่จะจัดการได้หรือไม่ อย่างไร ตรงนี้เรื่องใหญ่มาก เพราะสิ่งที่ผมสอบถามท่าน อยากให้ท่านเลขาธิการ ป.ป.ส. ช่วยกรุณาชี้แจงต่อสภานี้ว่าสถานการณ์ยาเสพติดที่สำนักงาน ป.ป.ส. ประเมินผลไว้ เป็นอย่างไร🔗

ข้อสุดท้าย ก็คือว่าอันนี้เป็นประเด็นฝาก ท่านครับ ฝากไปถึงคณะกรรมการ ป.ป.ส. ด้วย ปัญหาหนึ่งของยาเสพติดที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แล้วหนักอกหนักใจทุกท้องถิ่นมาก ก็คือคนที่เสพยาถึงจุดที่พูดง่าย ๆ ภาษาชาวบ้านคือเพี้ยนไปแล้ว แล้วก็อาละวาด เป็นปัญหา ในทุกหมู่บ้าน แล้วในทุกหมู่บ้านจะมี ๑ คน ๒ คน ๓ คน แล้วปรากฏเป็นข่าวเนือง ๆ เลยว่า พอเสพยาเกินขนาดและมีอาการเพี้ยนก็จะไปทำร้าย ไปเผาบ้าน ไปเผาทรัพย์สิน เอาอาวุธ ของมีคมไปทำร้ายคนนั้น คนนี้ คนโน้น ในเขตเลือกตั้งของผมที่จังหวัดตรังตำบลหนึ่ง คือตำบลวังคีรี ผู้ใหญ่บ้านจะโทรศัพท์มาหาบ่อยมากเลยว่าเกิดกรณีนี้อีกแล้ว พอเกิดกรณีปั๊บ ผู้ใหญ่บ้านเองก็ไม่มีกำลังไปจัดการ ก็ไปตามเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ง่าย ที่จะเข้าไปจัดการ เพราะว่าคนกำลังคลุ้มคลั่ง ก็ตามเจ้าหน้าที่มูลนิธิ ๓ ฝ่ายมาช่วย บางที พอช่วยพอจับได้แล้วก็เป็นปัญหาอีกว่าจะเอาไปไหน ที่โรงพักเขาก็ไม่รับ ไปโรงพยาบาล โรงพยาบาลก็มีข้อจำกัด เหล่านี้เป็นต้น อันนี้คืออีกประเด็นหนึ่งที่เรียนถามท่านหรือฝากท่าน ไปยังสำนักงาน ป.ป.ส. ว่าจะมีแนวทางในการที่จะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ อีก ๓ ท่าน ท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ศาตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม คุณมานพ คีรีภูวดล ขอท่านละ ๕ นาทีนะครับ เชิญท่านอุบลศักดิ์เลยครับ🔗

นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านเลขาธิการสำนักงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมให้กำลังใจที่ท่าน ปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ เป็นที่ทราบกันดี อยู่แล้วว่าขณะนี้ยาเสพติดมันเต็มบ้านเต็มเมือง วิธีการปราบเท่าไรก็ไม่หมดสักทีหนึ่งมาจาก สาเหตุอะไร เพราะฉะนั้นวันนี้ท่านต้องวิเคราะห์ให้เห็นว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ยาเสพติดจะผ่านด่าน แต่ละด่านได้นั้น ถ้าไม่มีบุคคลในเครื่องแบบที่เปิดช่องว่างหรือเป็นพาหนะที่ดำเนินการด้วยนั้น ยากครับ ดังนั้นต้องกราบเรียนว่าในพื้นที่หลายจังหวัดปรากฏว่าไม่ว่าเด็กนักเรียน หรือเยาวชนติดยาเสพติดเกือบทุกหมู่บ้าน ผมมีโอกาสเข้าไปในเรือนจำไปบรรยายเกี่ยวกับ เรื่องด้านอาชีพให้กับบุคคลที่อยู่ในเรือนจำนั้น ผมจะสอบถามว่าท่านมาจากอะไร สาเหตุจากอะไร ส่วนใหญ่มีทุกอำเภอในพื้นที่ผม แล้วก็ถามว่าวันนี้อยากจะกลับมาอีกไหม เขาบอกไม่อยากกลับ แต่ออกไปไม่กี่วันกลับมาอีกแล้ว เพราะเหตุอะไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ปกครองของเยาวชน ทั้งหลายนั้นมาปรารภกับผมว่าไปแจ้งให้ตำรวจดำเนินการจับลูกหลานเพราะอยากให้ ไปบำรุงรักษา แต่ในขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่ก็ไม่ยอมจับ เพราะถ้าอยู่ข้างนอกนั้นก็สามารถ ที่จะเสพ เมื่อเสพไปหนัก ๆ เข้า เหมือนกับผู้อภิปรายที่อภิปรายไปแล้ว ๓-๔ ท่านนั้น ก็จะตรงกันว่าก็ไปทำร้ายบรรพบุรุษตัวเองก็มี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้ทรัพยากรของมนุษย์ ของคนไทยด้วยกันเสียหายไปเยอะแยะ แทนที่บุคคลดังกล่าวมนุษย์นั้นอยู่ในพื้นที่แล้วนั้น แทนที่จะทำประโยชน์ให้ประเทศชาติ มันสมองที่ดีก็เสื่อมไปด้วย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ผมอยาก ให้ท่าน ป.ป.ส. ได้ช่วยวิเคราะห์ สรุปและหาเหตุที่แท้จริง และหาวิธีการป้องปราม ทำอย่างไรครับ ผมเห็นที่จับได้ก็มีแต่ตัวใหญ่ ๆ รู้จักกันหมด โดยเฉพาะพื้นที่ผมนั้น จังหวัดลพบุรีนี้เยอะมาก ไม่รู้มาอย่างไร ในพื้นที่ไม่ได้มีการผลิต แต่มีการถ่ายเทมาจากที่อื่น แล้วบางคนที่จับได้นั้นจับทีหนึ่งเยอะแยะเลย ไม่รู้จำนวนเท่าไร มหาศาลมาได้อย่างไร ถ้าไม่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเปิดช่องทางให้ มาไม่ได้หรอกครับ ก็อยากจะกราบเรียนด้วย ความเคารพด้วยความตั้งใจที่ท่านตั้งใจจะทำงานด้านนี้ให้บรรลุตามเป้าหมาย โดยเฉพาะ อย่างยิ่งผมเห็นด้วยว่าควรจะผลักดันงบประมาณให้บุคลากรใน ป.ป.ส. นั้นได้มีความรู้เพิ่มเติม แล้วมีองค์กร มีพนักงาน หรือมีบุคคลเข้าไปดำเนินการทุกพื้นที่จะแฝงด้วยหน่วยงานอื่น ร่วมมือด้วย ส่วนใหญ่แล้วฝ่ายปกครองนั้นก็จะมีเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ว่าจะผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ก็จะไปช่วยสอดส่องดูแลในหมู่บ้านนั้นก็คิดว่าเขาก็เสี่ยงภัยพอสมควร เมื่อไปแจ้งเจ้าหน้าที่ เดี๋ยวก็โดนอิทธิพลมาบังคับขู่เข็ญอันตรายกับชีวิต ดังนั้นก็ควรจะหาวิธีการป้องกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็อยากจะให้ท่าน ป.ป.ส. นั้นช่วยจับที่ต้นตอที่มาที่ไป ผมไม่เห็นด้วยครับ ที่จะให้ยาเสพติดมันเต็มบ้านเต็มเมืองเสียหาย แทนที่บุคลากรของไทยจะได้มาช่วยกัน สร้างชาติ ก็ต้องไปทำลายชาติทางตรงหรือทางอ้อม ต้องกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณมานพ คีรีภูวดล ครับ🔗

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วน กลุ่มชาติพันธุ์ครับ ท่านประธานครับ ต้องยอมรับว่าปัญหาเรื่องยาเสพติดเป็นปัญหา ค่อนข้างที่จะหนัก แล้วก็ใหญ่จริง ๆ ผมคิดว่าในช่วงรัฐบาล ๔-๕ ปีมานี้ มาตรการหรือว่า ความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะแก้ปัญหาเรื่องยาเสพติดนี้ดูจะเบาบางนะครับ ผมคิดว่าสิ่งที่เป็น ตัวชี้วัดและสะท้อนได้ดีที่สุดเวลาผมลงพื้นที่ คือจะเป็นผู้หญิงที่เป็นแม่บ้าน ผู้หญิง ออกมาพูดและมาหารือว่า ท่าน ส.ส. ตอนนี้ทั้งลูก ทั้งสามีติดหมดแล้ว อันนี้ผมคิดว่า ก็เห็นด้วยกับท่านสมาชิกในสภาว่า ป.ป.ส. จำเป็นจะต้องมีการประมวลและประเมิน สถานการณ์ปัญหายาเสพติดโดยภาพรวมทั้งหมด ว่าสถานการณ์ในวันนี้ที่กระทบ รุนแรงหรือไปเข้าถึงในระดับครอบครัว ชุมชน ความรุนแรงของปัญหาขนาดไหน เพราะฉะนั้นผมคิดว่าถ้าเราไม่มีข้อมูล ถ้าหากว่ามันมีแผนเรื่องการปราบอย่างเดียว หรือจัดการในปลายทางอย่างเดียว ผมคิดว่าเราไม่สามารถที่จะออกแบบหรือว่าจัดการได้ เมื่อกี้ท่านเลขาธิการก็พูดถึงเรื่องบางพื้นที่ที่อยู่ห่างออกไป หมายถึงว่าต้นทางหรืออาจจะเป็น ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำที่เกิดขึ้นในขบวนการยาเสพติดนี้ ในส่วนที่เราไม่สามารถเกี่ยวข้องได้ อาจจะอยู่นอกขอบเขตอำนาจของกฎหมายในประเทศเรา ผมคิดว่าอันนี้ก็เป็นที่เข้าใจ สิ่งที่ผมอยากจะเห็นก็คือว่าถ้าเราวางเป้าหมายว่าภายใน ๑๐ ปี ภายใน ๕ ปีนี้เราจะจัดการ เรื่องนี้อย่างไร มันต้องมีโรดแมป (Roadmap) มันต้องมีแผนยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ซึ่งผมดู ในรายงานนี้ ในข้อเสนอแนะนี้ผมก็เห็นด้วย อย่างที่ท่านเลขาธิการได้นำเสนอว่าถ้าเรา มี พ.ร.บ. เรื่องยาเสพติดฉบับใหม่นี้มันจะช่วยแก้ปัญหา ซึ่งตอนนี้ผมคิดว่าถ้าเข้าสภานี้ อย่างไรพวกเราก็สนับสนุนอยู่แล้ว เพราะว่ามันจะช่วยคลี่คลายแก้ปัญหา แต่อย่างไร ก็ตามแต่ ในรายงานผมคิดว่าถ้าเราเห็นเชิงเป้าหมายว่าเป้าหมายที่เราจะไปถึงเพื่อที่จะ แก้ปัญหานี้มันจะเป็นอย่างไร แล้วแผนที่ออกมานี้มันก็จะติดตามแล้วก็เห็นได้ชัดเจน แล้วสิ่งที่มันไปไม่ถึงนี้เพราะว่าอุปสรรคปัญหา ไม่ว่าจะเป็นบุคลากรที่มาจากหลายหน่วยงาน ซึ่งก็อยู่ในรายงานนี้ ผมคิดว่ารูปแบบรูปธรรมนี้มันจะหาทางออกได้ ในเชิงข้อเสนอแนะนี้ ผมเข้าใจว่าผมเองก็มาจากพี่น้องชาติพันธุ์และชนเผ่า ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ในข้อกล่าวหนึ่งนอกจากเรื่องของอยู่ต้นน้ำทำลายป่า ปัญหาเรื่องความมั่นคง ผมคิดว่าอันนี้ จะต้องทำ ยิ่งจะต้องทำข้อมูลนะครับว่าข้อมูลที่มีอยู่นี้ คนเหล่านี้ที่เกี่ยวข้อง พี่น้องคนไทย ทั่วไป พี่น้องคนไทยที่เป็นชาติพันธุ์หรือชนเผ่า ถ้ามันมีสถิติข้อมูลผมคิดว่ามันจะเกิดความ กระจ่าง ยิ่งลงลึกไปว่าเป็นชาติพันธุ์ไหน เป็นชนเผ่าไหน แล้วเขาเข้าไปเกี่ยวข้องในขบวนการ ขั้นตอนไหน เป็นต้นน้ำ หรือเป็นกลางน้ำ หรือเป็นปลายน้ำ ผมคิดว่าอันนี้จะเป็นข้อมูลที่จะ นำมาประมวล มาสรุป มาวิเคราะห์ เพื่อที่จะให้เกิดกระบวนการแก้ไขปัญหาและสามารถ ที่จะแบ่งบทบาทหน้าที่ว่าใครจะทำอะไร ผมคิดว่ากรณีเรื่องนี้ถ้าเรามีเป้าที่ชัดเจน มีแผน แล้วก็ออกมาแต่ละด้าน แล้วก็ที่สำคัญคือแยกแยะในข้อมูลที่ท่านเลขาธิการได้กล่าวมานี้ ว่าผู้ที่เกี่ยวข้องแต่ละกลุ่มให้ลงรายละเอียด แล้วก็เป็นข้อมูลว่าสถิติในการจับกุมแต่ละพื้นที่ แต่ละครั้งนี้ คือใคร อย่างไร เพราะเวลาเราตีเหมารวมว่าเป็นชนเผ่า อย่างนี้ผมก็ไม่รู้ว่า กลุ่มไหน อย่างไร ผมเชื่อว่าในทุกสังคมเป็นคนดีและมีการประกอบอาชีพแบบสัมมาอาชีพ ก็เยอะแยะ แล้วก็มีคนที่ออกนอกลู่นอกทางก็เยอะแยะ เพราะฉะนั้นก็คือว่าการมอง บางอย่างที่มันเป็นทัศนคติเมื่อประมาณ ๕๐ ปี ๔๐ ปีที่แล้ว ซึ่งมันเขียนไว้ในเรื่องของ หมวดความมั่นคง พอเป็นเรื่องหมวดความมั่นคง ผมคิดว่ากระบวนการพัฒนาถึงการเข้าสิทธิ หรือการพัฒนาคุณภาพชีวิตในมิติอื่น ๆ อันนี้ก็ถูกเหมารวม ผมคิดว่าอันนี้เป็นกระบวนทัศน์ ในการมองที่อาจจะมีลักษณะในอดีตที่เป็นอคติหรือเป็นว่ามายาคติที่ไม่เข้าใจ แต่ถ้าหากว่า เราวางเป้าหมายที่มีความชัดเจนว่าในระยะเวลา ๕ ปี ๑๐ ปีนี้ มันจะมียุทธศาสตร์กี่เรื่อง แต่ละเรื่องจะต้องทำอะไร แล้วจะต้องใช้งบประมาณอะไร แล้วของบประมาณจากรัฐสภาแห่งนี้ แล้วที่สำคัญพอมันมีแผนนี้ มันก็ต้องมีข้อมูลรายละเอียดของแต่ละแผน แล้วเราก็สามารถ ที่จะแยกแยะว่าขบวนการยาเสพติดตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ ผู้ที่เกี่ยวข้องนี้ เป็นอย่างไร แล้วก็นำไปสู่กระบวนการแก้ไขปัญหาได้ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงามครับ🔗

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมเรียนท่านประธาน ในรายงานผลการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในปี ๒๕๖๑ และปี ๒๕๖๒ ก็อยาก แลกเปลี่ยนและจะเป็นคำถาม บังเอิญเปิดไปดูในหน้า ๒๘ กับหน้า ๒๙ มี ๒ ประเด็นครับ ท่านประธาน🔗

ประเด็นที่ ๑ ก็คือว่าเราจะทำอย่างไรในการควบคุมการใช้อำนาจของ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ผมเข้าใจว่าในหน้านี้ก็พยายามที่จะกำกับควบคุมเจ้าพนักงาน ป.ป.ส ซึ่งอาจจะมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคล แต่ว่าในข้อเสนอแนะนี้ดูเผิน ๆ แล้วมันอาจจะ มีปัญหาอยู่บ้าง เช่น การให้ผู้บังคับบัญชาของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. โดยตรงไปกำกับ ตรวจสอบการใช้อำนาจ คำถามอาจจะมีว่าจะกำกับการใช้อำนาจเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. อย่างไร อาจจะต้องมีกลไกอะไรบ้าง เช่น ในเรื่องของการให้ทำรายงานก่อนที่จะมีการ ออกบัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. เป็นต้น อันนี้ก็จะเป็นข้อเสนอแนะในรายงาน แต่ผมก็ยังติดใจ ว่าอาจจะมีอะไรมากกว่านี้ไหม ก็อาจจะถามว่าทางสำนักงานได้มีมาตรการอื่น ๆ ที่นอกเหนือ ไปจากนี้หรือไม่ นั่นคือเรื่องที่ ๑🔗

ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าเจ้าพนักงานที่ไปปฏิบัติงานในพื้นที่นั้น เขียนไว้ว่าไม่ได้ รับความร่วมมือจากประชาชน หน่วยงาน องค์กร หรือห้างร้านต่าง ๆ อันนี้ก็เป็นเรื่อง ที่น่าสนใจว่าทำไมปัญหาไม่ได้รับความร่วมมือของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ในการปฏิบัติงาน ผมคิดว่าอาจจะต้องมาแก้โจทย์ดี ๆ ว่าจะมีมาตรการอย่างไรที่ประชาชนจะให้ความร่วมมือ ผมคิดว่าอาจจะต้องไปลดกลไกการเสพที่ประชาชนฝักใฝ่เรื่องนี้หรือไม่อย่างไร ก็มีข้อเสนอ แล้วกันนะครับว่าที่เขียนไว้หน้า ๓๐ นี้ ผมอยากจะเพิ่มเติมแล้วก็อาจจะเป็นคำถามว่า ในปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ มีปัญหานี้ แล้วปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ ป.ป.ส. มีแนวทางให้เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ไปใช้อำนาจมีความร่วมมือกับประชาชนอย่างไร ข้อเสนอที่ ๑ ผมคิดว่าอาจจะต้องใช้ กลไกครอบครัว กลไกชุมชน หรือบูรณาการการมีส่วนร่วมกับเจ้าพนักงาน โดยที่ผมเคยเห็น ศูนย์ครอบครัวในชุมชน ก็จะเป็นคนที่รู้เรื่องนี้ดีว่าครอบครัวไหน ทำอย่างไร ในระดับชุมชน ก็อาจจะมีกฎของชุมชนขึ้นมาในการที่จะไปทำให้เกิดความร่วมมือกับเจ้าพนักงาน ให้เขา ดำเนินการด้วยการจัดการชุมชนเขาเองในเรื่องยาเสพติด แล้วก็ให้เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. อาจจะไปบูรณาการ หรืออาจจะต้องมีการให้เขาเรียนรู้ มีการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ในการ ทำงานกับชุมชนแบบมีส่วนร่วม ในสิ่งที่ผมขอเสนอไว้ ผมคิดว่าจุดนี้อยากให้ทางสำนักงาน ป.ป.ส. ลองพิจารณาดูว่าการที่จะทำให้ยับยั้งการเสพหรือการมียาเสพติดไว้เพื่อเสพนี้ ผมคิดว่าอาจจะต้องดูในครอบครัว ในชุมชนตรงนี้ นี่คือสิ่งที่ผมเสนอแนะ แล้วก็อยากจะถาม ทางสำนักงาน ป.ป.ส. ทั้ง ๒ เรื่อง ทั้งการควบคุมการใช้อำนาจของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ซึ่งมีความสำคัญต่อชีวิตของพี่น้องประชาชน กับส่วนที่ ๒ ก็คือว่าจะให้ได้รับความร่วมมือ จากประชาชนให้มากขึ้นได้อย่างไร ในการมีส่วนร่วมการทำงานกับการใช้อำนาจของ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ก็เรียนทั้ง ๒ ประเด็นนี้ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ผมขอ ๒ ท่านสุดท้ายนะครับ เพราะประเด็นก็ใกล้เคียงกันหมดแล้ว ๒ ท่านสุดท้าย คือ พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ขอเชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ วันนี้ผมขอมาอภิปรายในรายงานของ ป.ป.ส. ปี ๒๕๖๑ กับปี ๒๕๖๒ โดยเฉพาะส่วนที่ ๓ ส่วนที่ ๔ ส่วนที่ ๓ เรื่องการกระทำผิดของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. แล้วก็ส่วนที่ ๔ ปัญหาและอุปสรรค ส่วนที่ ๓ นั้นผมอยากจะบอกเลยนะครับว่า การกระทำผิดของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ขณะนี้มีเจ้าพนักงานซึ่งทำหน้าที่เป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่านาย แล้วเป็นข้าราชการทหารประมาณ ๒,๐๐๐ กว่านาย สิ่งสำคัญคือการปรากฏรายงานในท้ายรายงาน ปี ๒๕๖๑ กับปี ๒๕๖๒ เรื่องของการกระทำผิดนั้น ยังเล็กน้อย ไม่ถึงขั้นอุกฤษฏ์ แต่เมื่อมีการกระทำผิดอย่างนี้เกิดขึ้นแล้ว สิ่งที่ต้องทำครับ ท่านประธาน ประมวลยาเสพติดกำลังเข้ารัฐสภา แล้วจะทลายสิ่งที่จะเกิดขึ้น งานค้างเก่า ๆ จะหายไปหมด โดยเฉพาะการไปจับกุมผู้เสพ ซึ่งอนาคตจะกลายเป็นผู้ป่วย งาน ป.ป.ส. นี้จริง ๆ แล้วจะต้องเป็นงานระดับรายใหญ่ ไม่ใช่รายย่อย ๆ นั่นคือให้ท้องที่จับไป รายใหญ่คือผู้ที่ถือบัตรเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. จะต้อง ทำคดีใหญ่ ๆ ไม่ใช่ล่อซื้อรายย่อย ต้องทำรายใหญ่และรายที่เป็นคดีสมคบ คดีฟอกเงิน แล้วจะต้องมีการดำเนินคดีแบบนี้ครับ บัตร ป.ป.ส. ที่มีจะต้องทำอะไรครับท่าน มิใช่ แค่ควบคุมกำกับเท่านั้นที่จะแก้ไขปัญหา ต้องมารีไรต์ (Rewrite) หมดครับท่านประธาน รื้อให้หมดเลยครับ มาตรวจว่าใครไร้ประสิทธิภาพ ๑ ปี ไม่มีผลงาน ยกเลิกบัตร ๒ ปี ไปจับรายย่อย ยกเลิกบัตร ปิดจ๊อบ (Job) ครับ เอาเหลือเฉพาะเจ้าพนักงานที่มีความรู้ ความสามารถเท่านั้นเอง แล้วทำคดีใหญ่ ๆ ขณะนี้โลกมันเปลี่ยนไปครับท่านประธาน ไวต์ คอลลาร์ (White Collar) บลู คอลลาร์ (Blue Collar) ไม่ใช่มีแค่ ๒ ครับ มันมี ไลต์ บราวน์ คอลลาร์ (Light Brown Collar) นักการเมือง รัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องถูกลงโทษ โดยเฉพาะคดีที่ไปเกี่ยวข้องหรืออำนวยความสะดวกให้กับผู้ค้า ทำลายประเทศต้องถูกลงโทษ ดังนั้นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. จะต้องมีความรู้ มีขีดความสามารถสูง ต้องทำคดีสมคบเป็น ต้องทำคดีฟอกเงินเป็น ต้องฝึกอบรมใหม่ครับท่านประธาน หลังจาก ประมวลยาเสพติดออกมาใหม่ สิ่งสำคัญคือต้องรีเฟรช (Refresh) บัตร ป.ป.ส. ทั้งหมด และขึ้นทะเบียนใหม่ จัดฝึกอบรม ทำอินเซอร์วิส เทรนนิง (In-service Training) อย่างรุนแรง โดยเฉพาะเรื่องกระบวนการสืบสวนสอบสวน การใช้เครื่องมือพิเศษครับท่านประธาน ๓๐ ปีที่แล้วผมเคยเป็นครับ ผมมาถามน้อง ๆ ที่อยู่ปัจจุบันนี้ เคยใช้แบบที่ผมเคยใช้ไหม ยังไม่เคยมีเลยครับ ขณะนี้เทคโนโลยีมันไปไกลแล้วท่านประธาน การติดตาม การสะกดรอย การอำพราง การปลอมตัวเป็นอันเดอร์คัฟเวอร์ (Undercover) การแทรกซึมเข้าไปในองค์กร อาชญากรรมใหญ่ ๆ เคยทำหรือไม่ เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ต้องมีบุคลากรพวกนี้ และถ้าอันไหน อยู่นานเกิดด่างพร้อยต้องเอาออกครับ มันคือรอยตำหนิ สิ่งสำคัญคือการอินเซอร์วิส เทรนนิง (In-service Training) โดยเฉพาะเรื่องของการรวบรวมพยานหลักฐานที่มั่นคง เชื่อไหมครับ ท่านประธาน สมัยผมเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ผมจับผู้ต้องหาจากเหนือจดใต้ เข้ามา ๓๓ คน ๒-๓ คน ผมไม่เคยถามเลยว่าคุณจะรับสารภาพ คุณจะให้การว่าอย่างไร เขาบอกเขาไม่รู้เรื่อง ไม่รู้เรื่อง ไม่รู้เรื่อง ผมบอกเขียนไปเลยครับพี่ ไม่รู้เรื่อง ไม่มีการซ้อม เพราะหลักฐานมั่นคง จับตั้งแต่เหนือจดใต้ มีรูปถ่าย มีกล้องวิดีโอ (Video) มีการอัดเสียงสนทนา ทุกอย่างมีหมด ติดคุกหมดครับ ประหารชีวิตครับท่านประธาน เป็นหนังซีรีย์ (Series) เลยครับ สมัยก่อน ไม่มีวิดีโอ (Video) นะครับ กล้องถ่ายเป็นช็อต ๆ (Shot) ครับท่าน นี่คือสิ่งที่ต้องฝึกอบรม และสิ่งสำคัญคือการให้การในการสอบสวนจะต้องร้อยเรียงเรื่องของประเด็นที่สืบสวนนี้ อย่างมั่นคงและเป็นเรื่องเป็นราว จนกระทั่งถึงหน้าบัลลังก์ศาล นำคดีนี้สู่ศาล เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ต้องมีความรู้อย่างนี้ครับท่านประธาน นั่นคือการรีเฟรช (Refresh) แล้วจะทลาย องค์กรที่เป็นไลต์บราวน์ (Light Brown) คืออาชญากรเสื้อปกน้ำตาลอ่อนลงได้แน่นอน นั่นคือสิ่งสำคัญครับ ผมอยากฝากไว้ตรงนี้ครับว่าประมวลที่กำลังจะออกนี้จะต้องรื้อ รายงาน คราวหน้าก็คงไม่ใช่แบบนี้ ไม่ใช่รายงานการปฏิบัติหน้าที่ จะเป็นรายการอย่างไร ท่านประธานครับ ฝากท่านเลขาธิการ ป.ป.ส. ไว้ด้วยว่าต้องปรับลุก (Look) ใหม่ให้มี ขีดความสามารถ สิ่งสำคัญคือสุดท้ายเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ต้องไม่ใช้เงินเดือนของตัวเอง ในการทำงานโดยเด็ดขาด ๕ ปี ผมไม่เคยใช้เงินเดือนครับ รถมี น้ำมันมี งานสืบสวน เงินสืบสวนมี จ่ายหมดครับ นั่นคือขวัญและกำลังใจของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ ครับ🔗

นายประสงค์ บูรณ์พงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย ท่านประธานครับ จากการรายงานของ ป.ป.ส. ในหน้า ๒๐ ไม่ว่าจะเป็น การปราบปรามที่เป็นคน เป็นเงิน แล้วก็เป็นยาเสพติด มันมากมายเหลือเกินนะครับ ก็เป็น สิ่งซึ่งกระผมก็ต้องขอขอบคุณทาง ป.ป.ส. ของเราที่ได้ทำงานกันอย่างเต็มที่ แต่ยังมีที่ซ่อนเร้น อีกมากมายครับท่านประธาน เงินทองที่มันหมุนอยู่นอกระบบนี้มากมายเหลือเกิน แล้วสถิติ ก็เพิ่มขึ้น พูดกันตรง ๆ ว่าที่ผ่านมานี้การปราบปรามมันไม่ได้ผลเท่าไร มันมีแต่เพิ่มขึ้นทุกปี ๆ จนกระทั่งบัดนี้คุกของเราซึ่งประมาณ ๑๕๐ เปอร์เซ็นต์ เต็มไปหมดด้วยยาเสพติด ๘๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นยาเสพติดนะครับ งบประมาณปีหนึ่ง ๆ สำหรับบ้านเราก็ถึงประมาณ ๑,๒๐๐ ล้านบาทต่อปี เป็นค่าอาหารประมาณ ๘,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี และสถิตินี้สูงลิ่วเลยครับ ประเทศไทยมีสถิติ ยาเสพติดที่ติดในเรือนจำถึงอันดับ ๑ ของอาเซียน (ASEAN) เป็นอันดับ ๖ ของโลก ซึ่งก็มากมายครับท่านประธาน มีหมุนเวียนประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ คนที่ติดคุกอยู่ เป็นอันดับ ๑ ของอาเซียน (ASEAN) อันดับ ๓ ของโลก อันดับ ๓ ของเอเชีย (Asia) ซึ่งก็ตรงกับประเทศ สหรัฐอเมริกา อันดับ ๑ ของโลก ปีหนึ่งก็ประมาณ ๓๐ ล้านคน เกี่ยวกับยาเสพติดนี้ ซึ่งทั้งนี้ ทำไมมันถึงแตกต่าง มันสูงขึ้น ๆ เพราะผมคิดว่านโยบายที่เกี่ยวกับการปราบคงจะต้อง เปลี่ยนแปลงแล้วครับ ผมขอเปรียบเทียบเรียนท่านประธานครับ ในการศึกษา หรือการทำงานของหมู่ประเทศในยุโรป ไม่ว่าจะเป็นประเทศเยอรมัน ประเทศฝรั่งเศส ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ประเทศเนเธอร์แลนด์ เขาใช้วิธีการไม่ได้ปราบปรามแล้วล่ะครับ ใช้วิธีถือว่าผู้ที่เสพยาหรือเสพยาเสพติด ไม่ใช่เป็นอาชญากรรมที่ร้ายแรงเลยนะครับ เขาใช้วิธีการรักษาเสียส่วนใหญ่ เขารักษาครับ เขารักษาอย่างไรครับ บางทีคลินิกเขาเปิด ให้ฟรี คนที่ติดยามาหาเขา แล้วเขาก็แจกยาให้ ก็เป็นการตัดตอนผู้ที่เสพติด แต่ผู้ที่ ทำมาค้าขายก็ต้องปราบปรามอย่างเต็มที่ นี่ในหมู่ประเทศที่อยู่ในยุโรป ซึ่งขณะนี้ ประเทศเนเธอร์แลนด์ได้ประกาศแล้วว่าคุกเขาว่างแล้ว ประเทศใดประเทศหนึ่งที่คุกแน่น ก็ไปเช่าเขาได้ เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าเราต้องเปลี่ยนใหม่แล้ว เปลี่ยนจากว่ามันไม่ใช่ อาชญากรรมที่รุนแรง ไม่ใช่เป็นที่น่ารังเกียจ แล้วก็เปลี่ยนแปลงวิธีการใช้อำนาจปราบปรามเสีย รักษาให้เขา รอให้เขาหาย นอกจากว่าสิ่งที่มันรุนแรงเราก็ดำเนินการอย่างรุนแรงไป แล้วบางสิ่งบางอย่างมันควรจะถูกต้องตามกฎหมายได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นกัญชาให้มันถูกจริง ๆ บ้างเสียที เพราะมันรุนแรงกว่าแอลกอฮอล์ กว่าเหล้าอีก หลายสิ่งหลายอย่างเขาใช้ยาที่แก้ไขได้ อย่างเช่นแก้ไขเฮโรอีนก็มียาให้กิน ให้ทานอย่างนี้ก็แจกเขา ผมกราบเรียนว่าเราต้อง เปลี่ยนแปลงกันแล้วครับท่านประธานที่เคารพ เปลี่ยนแปลงจากนโยบายปราบปราม เป็นนโยบายให้การศึกษา รักษาเขาเสียทีหนึ่ง เมืองไทยเราเคยมีมา ผมจำได้ว่าในปี ๒๕๔๑ รู้สึกจะเป็นปีที่ท่านประธานเป็นนายกรัฐมนตรี ในคุกนักโทษยาเสพติดลดลงถึง ๔๐,๐๐๐ กว่าคน เพราะฉะนั้นวิธีการให้การศึกษา ให้ความรักต่อเขา ศึกษาเขา ออกมาก็รักษาให้เขาหาย แต่เมื่อเปลี่ยนแปลงเป็นการปราบอย่างรุนแรงว่าพวกนี้เป็นอาชญากรรมรุนแรง มันก็เลยเพิ่มขึ้นอย่างที่เห็นนี่ล่ะครับ ก็ทำให้เราปราบปรามไม่ได้เสียที ขณะนี้คุก ก็เต็มแน่นแล้ว แล้วมีหลายอย่างที่ได้ยินได้ฟังมาว่าคุกก็พยายามจะถ่ายทอดให้คนมาอยู่ นอกคุกโดยใช้กำไลเท้า มีการประกันอย่างง่าย ๆ สำหรับยาเสพติด ผมว่าก็เป็นสิ่งที่ดี น่าชมเชย เพราะว่าอันนี้อันตรายเหลือเกิน แล้วขณะนี้โควิด (COVID) ในคุกนอนก่ายกัน ผมมีภาพ แต่ไม่สามารถที่จะเอามาออกได้ น่ากลัวเหลือเกิน นอนก่ายกันนะครับ นอนตะแคง ๆ กัน เพราะฉะนั้นก็น่าสงสารมาก ชีวิตมนุษย์เหมือนไม่ใช่เป็นมนุษย์ เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าเรื่องของการปราบปรามยาเสพติดนั้น ผมฝากท่านประธานครับว่า เราน่าจะเปลี่ยนแปลงวิธีการเสียแล้ว เราก็ปราบด้วย สำหรับรายใหญ่ ๆ ถ้าค้าขาย ส่วนที่เสพนั้นผมคิดว่าเราน่าจะตัดตอนโดยให้การศึกษา ให้การรักษา ให้การติดตาม ประเมินผล ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณมากครับ ท่านเลขาธิการกรุณาสรุปที่สมาชิกได้สอบถาม เชิญเลยครับ🔗

นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพและสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผมขออนุญาตสรุปโดยภาพรวมที่ท่านกรุณาได้สอบถามสำนักงาน ป.ป.ส. มาทั้งหมดเลย บางเรื่องก็เป็นเรื่องคำถามที่ใกล้เคียงกัน จะขออนุญาตตอบรวมอย่างนี้ว่าในเรื่องของ การปฏิบัติงานของ ป.ป.ส. เรามีแผนปฏิบัติงานทั้งแผนประจำปี แล้วก็แผนราย ๓ ปี มีทั้ง แผนด้านการป้องกัน ด้านปราบปราม แล้วก็ด้านบำบัด แล้วก็ในเรื่องของสถานการณ์เราก็มี การรวบรวมสถานการณ์ สรุปเป็นรายไตรมาสที่ทำเป็นเล่มไว้แล้ว จะขอท่านสาทิตย์นะครับ เดี๋ยวเราจะส่งเป็นเอกสารรายงานสถานการณ์ให้ท่านในภายหลังที่ท่านได้กรุณาสอบถามมา🔗

แล้วก็เรื่องของการรายงานข้อขัดข้องต่อคณะกรรมการยาเสพติด เราก็ได้ รายงานแล้วก็มีการให้ข้อแนะนำอะไรมา แล้วก็แก้ปัญหาได้ระดับหนึ่งในเรื่องของ การรายงานการใช้บัตรเจ้าพนักงานหรือการปฏิบัติงานของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ซึ่งเดิมเรา กรอกเป็นตัวหนังสือลงแผ่นกระดาษ ตอนนี้ก็ใช้ในระบบที่สามารถจะกรอกลงในโทรศัพท์ได้แล้ว สำหรับเรื่องที่รายงานนี้เฉพาะเรื่องการใช้บัตรเนื่องจากกฎหมาย เรื่องการใช้บัตรเจ้าพนักงาน เกิดจากกฎหมายฉบับนี้ได้กำหนดไว้เท่านี้ แต่ว่าในร่างประมวลกฎหมายใหม่ก็ได้มีการแก้ไข ว่าให้รายงานในภาพรวมทั้งหมด ซึ่งจำได้ว่าท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล เป็นผู้เสนอในกรรมาธิการ ถ้าหากร่างประมวลกฎหมายฉบับใหม่ก็จะรายงานทั้งด้านสถานการณ์ป้องกัน ปราบปราม และบำบัดทั้งหมดเลยนะครับ ในส่วนเรื่องของการควบคุมการใช้บัตรเจ้าพนักงาน จริง ๆ มันมีระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการประสานงานคดียาเสพติดอยู่ ซึ่งก็ใช้อยู่ แล้วก็มีการปรับปรุงให้ทันสมัยมากขึ้น🔗

ในเรื่องของดำเนินกับผู้เกี่ยวข้องกับกระบวนการค้ายาเสพติด ในส่วนของ ผู้ค้าเราก็จับมาลงโทษ แล้วก็ใช้มาตรการที่สำคัญตอนนี้ ก็คือในเรื่องของการยึดทรัพย์สิน คดียาเสพติดที่เป็นนโยบายของรัฐบาลที่จะดำเนินการกับผู้ค้ารายใหญ่ ส่วนของผู้เสพนั้น ก็ถือว่าผู้เสพคือผู้ป่วยตามที่ยูเอ็น (UN) เขาได้กำหนดไว้ว่าทำไมไม่จับ เราก็ถือว่าเป็นผู้ป่วย ที่จะต้องบำบัดรักษาต่อไป🔗

ส่วนในเรื่องของการแก้ไข การป้องกัน ตอนนี้สำนักงาน ป.ป.ส. เองได้ร่วมกับ กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดหลักสูตรความรู้เรื่องของยาเสพติดไว้ในหลักสูตรของ กระทรวงศึกษาธิการ ตั้งแต่ระดับชั้นประถมจนถึงชั้นมัธยม ซึ่งได้ดำเนินการเสร็จแล้ว และจะเริ่มใช้ในภาคการศึกษาที่จะเปิดนี้ อันนี้คือเป็นการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนที่เราคิดว่า จะให้เด็กมีความรู้ตั้งแต่ชั้นพื้นฐานขึ้นไป อันนี้ก็เป็นการแก้ไข🔗

ส่วนเรื่องอื่น ๆ ที่ท่านกรุณาให้ข้อเสนอแนะ สำนักงาน ป.ป.ส. ก็น้อมรับที่จะ นำไปปรับปรุงในการแก้ไขในข้อคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ที่ท่านผู้ทรงเกียรติหลาย ๆ ท่านที่ได้เสนอแนะในวันนี้ก็จะนำไปปรับปรุงต่อไปนะครับ ส่วนรายละเอียดบางอันไม่สามารถที่จะมาพูดที่นี่ได้เพราะว่ามันมีรายละเอียดเยอะ ก็จะขออนุญาตเอาเป็นหนังสือมาให้ท่านก็แล้วกัน ที่เราทำไว้แล้วไม่ว่าจะเป็นการสรุป สถานการณ์เรื่องการแก้ไขในทางการป้องกันยาเสพติด ในเรื่องการปราบปราม ในเรื่อง การบำบัดรักษา ก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านครับ ขออนุญาตแค่นี้ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านเลขาธิการ นะครับ เราได้อภิปรายเรื่องนี้กระจายไปได้ ๙ ท่าน แล้วก็ท่านเลขาธิการได้กรุณาชี้แจง ครบถ้วนหมดแล้ว ผมคิดว่าวาระนี้เป็นวาระเพื่อทราบสุดท้ายที่เรากำหนดไว้ในวันนี้🔗

(ที่ประชุมรับทราบ)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

กราบเรียนท่านสมาชิก นะครับว่าเราได้กำหนดวาระเพื่อทราบไว้ ที่บรรจุอยู่นี้ประมาณ ๒๐ เรื่อง แต่ว่า ด้วยระมัดระวังว่าผู้มาชี้แจงเขาจะต้องมารอนาน แล้วก็มีปัญหา ก็เลยตกลงกันในที่หารือ ๓ ฝ่ายว่าเราจะบรรจุเรื่องวาระเพื่อทราบนี้สัปดาห์ละประมาณ ๕ เรื่อง พอจบแล้วก็จบ ไปเลย สำหรับสัปดาห์ต่อไปก็พิจารณาเพื่อทราบนี้อีก คาดว่าประมาณสัก ๔ สัปดาห์ ถึงจะหมดเฉพาะกรณีนี้ ผมขอขอบพระคุณท่านเลขาธิการและเจ้าหน้าที่นะครับ🔗

ต่อไปจะเป็นวาระรับรองรายงานการประชุม รายงานการประชุมที่ขอรับรอง ในครั้งนี้มีทั้งหมด ๑๓ ครั้ง เป็นรายงานการประชุมของสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒🔗

ครั้งที่ ๑๗ วันพฤหัสบดีที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๓🔗

ครั้งที่ ๑๘ วันพุธที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๖๓🔗

ครั้งที่ ๑๙ วันพฤหัสบดีที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๓🔗

ครั้งที่ ๒๐ วันพฤหัสบดีที่ ๑๓ สิงหาคม ๒๕๖๓🔗

ครั้งที่ ๒๑ เป็นพิเศษ วันศุกร์ที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๓🔗

ครั้งที่ ๒๒ วันพุธที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๓🔗

ครั้งที่ ๒๓ วันพฤหัสบดีที่ ๒๐ สิงหาคม ๒๕๖๓🔗

ครั้งที่ ๒๔ วันพุธที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๖๓🔗

ครั้งที่ ๒๕ วันพฤหัสบดีที่ ๒๗ สิงหาคม ๒๕๖๓🔗

ครั้งที่ ๒๖ วันพุธที่ ๒ กันยายน ๒๕๖๓🔗

ครั้งที่ ๒๗ วันพฤหัสบดีที่ ๓ กันยายน ๒๕๖๓🔗

ครั้งที่ ๒๘ เป็นพิเศษ วันพุธที่ ๙ กันยายน ๒๕๖๓🔗

ครั้งที่ ๒๙ วันพฤหัสบดีที่ ๑๐ กันยายน ๒๕๖๓🔗

ซึ่งทั้งหมดนี้ได้วางให้ท่านสมาชิกได้ตรวจดูแล้วนะครับ ก่อนที่จะเสนอ ให้สภารับรอง🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าท่านสมาชิกไม่มีอะไร ที่จะทักท้วงหรือเห็นเป็นอย่างอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง ๑๓ ครั้ง ดังที่ได้กล่าวมานะครับ🔗

ท่านสมาชิกครับ เราได้พิจารณาวาระที่ได้หารือกันไว้ครบถ้วนครับ ที่ไปไม่ถึง ก็คือเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว เพราะฉะนั้นวันนี้ก็ได้ใช้เวลาประชุม พอสมควร ผมขอขอบพระคุณท่านสมาชิกทุกท่าน ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ด้วยครับ ขอปิดประชุมครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๑๗.๔๓ นาฬิกา