รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๓
ครั้งที่ ๖ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง)
วันพฤหัสบดีที่ ๑๗ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๔
ณ อาคารรัฐสภา
-------------------
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมได้อนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือ ๓๐ ท่าน จะไม่อ่านรายชื่อ ทุกท่านทราบลำดับแล้วจะได้เตรียมตัวนะครับ โดยขอช่วยรักษาเวลา อย่างที่ท่านสมาชิกได้ทำมาแล้วนะครับ เป็นการฝึกเรื่องการใช้เวลา ตรงเวลา จะเป็น ประโยชน์กับสมาชิกต่อไปในอนาคตครับ ท่านแรกคุณประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ ครับ ขอเชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดินแดง ห้วยขวาง พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือท่านประธาน ๓ เรื่องนะครับ🔗
ในเรื่องที่ ๑ ขอให้ทางการเคหะแห่งชาติได้พิจารณาในเรื่องของการที่จะลด การจัดเก็บค่าเช่าทั้งแผงค้าที่อยู่ในพื้นที่ของการเคหะแห่งชาติและในส่วนของที่พักอาศัย ไม่ว่าจะเป็นแฟลตหรือว่าบ้านเอื้ออาทร เพื่อเป็นการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับ ผลกระทบจากเรื่องของโควิด (COVID) ในขณะนี้ โดยกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์🔗
ในเรื่องที่ ๒ ก็ขออนุญาตให้ในส่วนของการรถไฟแห่งประเทศไทยได้พิจารณา ในเรื่องของมาตรการในการให้การช่วยเหลือสำหรับผู้ทำการค้าในตลาดนัดจตุจักร ซึ่งผู้ค้า เหล่านี้มีการค้างชำระค่าเช่า รวมทั้งค่าดอกเบี้ย โดยเฉพาะตอนนี้ผู้ค้าต้องการที่จะให้ การทางรถไฟยกเว้นในเรื่องของดอกเบี้ย แต่พร้อมที่จะชำระเงินต้น โดยขอขยายระยะเวลา ในการชำระเงินต้นไปเป็นเวลา ๑๐ ปี ท่านประธานคงทราบดีว่าเรื่องของตลาดนัดจตุจักร เป็นการต่อยอดจากแผงค้าประมาณ ๑๐,๐๐๐ แผง ก็จะต่อยอดไปถึงพี่น้องประชาชนที่เป็น ผู้ผลิตในต่างจังหวัดอีกจำนวนเรือนแสนคนนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ถ้าสามารถช่วยได้ ก็จะทำให้เศรษฐกิจ และพี่น้องประชาชนได้อานิสงส์ในเรื่องของการที่จะประคองเรื่องของ ตลาดนัดจตุจักรให้ยังคงอยู่ต่อไปได้นะครับ🔗
ในเรื่องที่ ๓ ขออนุญาตให้ทางกรุงเทพมหานครได้ไปปรับปรุงผิวจราจร ในส่วนของบริเวณซอยรัชดา ๑๘ ซึ่งทางการไฟฟ้านครหลวงได้มาขุดถนนทำให้เกิด ความเสียหายชำรุดมากในขณะนี้นะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณสมศักดิ์ คุณเงิน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สมศักดิ์ คุณเงิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอหนองเรือ อำเภอมัญจาคีรี พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ขออนุญาตนำข้อร้องเรียนความทุกข์ร้อนของพี่น้องราษฎรในพื้นที่มากราบหารือ ท่านประธานด้วยความเคารพ ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ คือเรื่องของความแห้งแล้งซ้ำซาก ท่านประธานครับ เป็นที่รับผิดชอบอยู่แล้วว่าภาคอีสานขาดแคลนน้ำ และพื้นที่ผมก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ตำบลยางคำ ๑๔ หมู่บ้าน และตำบลจระเข้ ๑๑ หมู่บ้าน น้ำประปา น้ำบาดาลของหมู่บ้านไม่ไหล น้ำใต้ดินมีปัญหา แหล่งน้ำผิวดินไม่พอ เพราะฉะนั้น ต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยการที่เอารถน้ำไปแจกและได้ซื้อน้ำรถเข็น รถเข็นน้ำคันหนึ่ง ๒๐ บาท เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ด้วยเหตุดังกล่าว ท่านประธานที่เคารพครับ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ทั้งกำนันตำบลจระเข้ จากการนำของท่านผู้ใหญ่พิภพ จันทคุณ ก็ดี ท่านนายกเทศมนตรีตำบลยางคำ ท่านวรวุฒิ หล้าทุม ก็ดี ได้ทำประชาคมทั้ง ๒ ตำบล และในที่สุดมีมติให้เสนอเรื่องไปยังการประปาภูมิส่วนภาค สาขาอำเภอหนองเรือ เพื่อขอให้ สำรวจออกแบบขยายเขต ซึ่งก็ต้องขยายเขตออกมาวางท่อขนาด ๒๐๐ มิลลิเมตร ยาว ๑๓ กิโลเมตรเข้ามาในพื้นที่ก็จะแก้ไขปัญหาให้หมู่บ้าน ให้คนมากกว่า ๒,๐๐๐ ๓,๐๐๐ ครอบครัว แล้วก็จะแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำกินน้ำใช้ให้กับพี่น้อง ท่านประธานครับ ขออีกนิดหนึ่งนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องโรคระบาดลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ท่านประธานครับ จังหวัดของแก่นมีโค กระบือทั้งหมด ๓๐๐,๐๐๐ ตัว ตอนนี้เจ็บป่วย ๘,๘๖๖ ตัว ท่านประธานครับ วัคซีนไม่มี ยาไม่พอ เบี้ยเลี้ยงไม่มี ความคนยังไม่หายความควายเข้ามาแทรก เพราะฉะนั้น รอการจัดสรรจากกรมปศุสัตว์ว่าเมื่อไร ส่งไปขอ ๗๖,๐๐๐ โดส ได้มา ๖๔๐ โดส เฉลี่ย ตำบลละ ๒๔ โดส เท่านั้น จึงขอความกรุณาฝากกราบเรียนผ่านไปด้วย เพราะฉะนั้นด้วย ความเคารพครับ ท่านประธาน ด้วยเหตุผลและความจำเป็นดังกล่าว รวมทั้งเรื่องการเยียวยา รักษา และขอประกาศพื้นที่ภัยพิบัติให้ด้วย มิฉะนั้นการเยียวยาก็จะไม่เกิดขึ้น กระผมใคร่ขอ อนุญาตกราบฝากไปยังกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และท่านผู้ว่า ราชการจังหวัดขอนแก่นด้วยครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไป คุณนิคม บุญวิเศษ ครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมไม่ใช่ท่านนิคมครับ เปลี่ยนคนครับ ผม นิยม เวชกามา นะครับท่านประธาน🔗
ท่านนิยมแทนนะครับ เชิญ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ขอหารือ นำความเดือดร้อนของพี่น้องในพื้นที่มากราบเรียนไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง🔗
ข้อ ๑ ขอขยายถนนให้นักเรียนเทียวไปโรงเรียน ที่โรงเรียนบ้านหนองบึงทวาย จากบ้านบึงทวาย หมู่ ๑ และหมู่ ๙ ถนนแคบ เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ขอขยายช่องถนน ออกไปอีกข้างละ ๑ เมตร🔗
ข้อ ๒ ขอให้ขุดลอกและซ่อมแซมบึงกลาง บ้านเชียงสือ ตำบลเชียงสือ อำเภอ โพนนาแก้ว จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นหน่วยงานที่อยู่ในความดูแลของกรมชลประทาน ดำเนินการตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ จนบัดนี้ไม่ได้รับการดูแลซ่อมแซม ทำให้หนองบึงกลางดังกล่าว ไม่มีน้ำ เพราะประตูน้ำแตกระแหง ซึม ใช้การไม่ได้เป็นเวลา ๒๐ กว่าปีแล้วครับท่านประธาน🔗
ข้อสุดท้าย ซึ่งต้องขอกราบเรียนท่านประธานว่าเป็นเรื่องจำเป็น ซึ่งหน่วยงานของท้องถิ่นต้องเข้ามาจัดการดูแลทางนี้ เนื่องจากชาวบ้านเดือดร้อนมาก ขอให้ ขุดลอกลำห้วยนาน้อยตอนเหนือ ติดกับลำน้ำก่ำ หมู่ที่ ๓ บ้านโนนกุง ตำบลเชียงสือ อำเภอ โพนนาแก้ว ซึ่งมีพื้นที่เก็บกักน้ำ ๕๐๐ ไร่ จากคน ๔ หมู่บ้านได้ใช้ ปรากฏว่าเปลี่ยนนายก มาแล้วถึง ๓ คน วันนี้ก็ยังไม่ได้รับการดูแล หากว่าบึงลำห้วยนาน้อยได้รับการขุดลอก พี่น้องประชาชน ๔ หมู่บ้านจะไม่ขาดแคลนน้ำ จะมีน้ำทางด้านการเกษตรทำไร่นา ได้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไป คุณนริศ ขำนุรักษ์ ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือ ท่านประธาน🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สนับสนุนงบประมาณเพื่อให้เทศบาลตำบลป่าบอน อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง จัดทำ โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์คลองป่าบอน ซึ่งเป็นโครงการเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว และเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจของชุมชน🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมที่ดิน เร่งรัดออกเอกสารสิทธิ ที่ดินในพื้นที่อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง เพราะชาวบ้านรอคอยมาอย่างยาวนานและจะได้ ครอบครองที่ดินอย่างมีเสถียรภาพต่อไป🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้กระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงจัดทำโครงการพัฒนา ย่านชุมชน บริเวณชุมชนบ้านหารเทา อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง เพราะมีบ้านเรือน มีร้านค้ามากมาย เพื่อสร้างความสวยงามให้กับชุมชนเพื่อการท่องเที่ยว และเพื่อเศรษฐกิจ ของชุมชน🔗
เรื่องสุดท้าย ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย กรมทรัพยากรน้ำบาดาลสำรวจ และก่อสร้างโครงการน้ำบาดาลพื้นที่บ้านทะเลเหมียง ตำบลหารเทา อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวขาดแคลนน้ำอย่างหนักอยู่ ในขณะนี้ และผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าในพื้นที่ดังกล่าวนี้เป็นพื้นที่ที่ไม่มีแหล่งน้ำ ผิวดิน มีเฉพาะน้ำใต้ดิน คือต้องทำโครงการน้ำบาดาลเท่านั้น🔗
เรื่องสุดท้าย ขอให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครองพิจารณา แยกหมู่บ้าน บ้านทุ่งผีปั้นรูป อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง ซึ่งมีขนาด ๘๓๖ ครัวเรือน แยกออกมาอีก ๑ หมู่บ้าน เพื่อความสะดวกในการปกครองและเพื่อสะดวกในการพัฒนา หมู่บ้านดังกล่าว ซึ่งมีขนาดใหญ่ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไป คุณองค์การ ชัยบุตร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน กระผม องค์การ ชัยบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธาน กระผมได้รับข้อร้องเรียนจากท่านกำนันประสิทธิ์ วรนุช พร้อมชาวบ้านตำบลนิคมคำสร้อย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร กรณีพื้นที่อ่างเก็บน้ำห้วยขี้เหล็กทับที่ทำกิน ของชาวบ้านเป็นเวลานานแล้ว ชาวบ้านเรียกร้องดังนี้ครับท่านประธาน ๑. คัดค้านประกาศ ของธนารักษ์จังหวัดมุกดาหาร ๒. ให้ปรับลดแนวเขตของชลประทานที่ทับที่ทำกินของ ชาวบ้านและให้ตรวจสอบสิทธิพร้อมออกเอกสารสิทธิให้กับชาวบ้านต่อไป กระผมได้รับข้อร้องเรียนจากผู้นำชุมชนพร้อมชาวบ้าน บ้านด่านมน หมู่ ๔ กรณีถนน สายบ้านด่านมนไปบ้านเหล่าสามัคคี หมู่ ๑๔ ตำบลนิคมคำสร้อย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ระยะทางประมาณ ๑,๕๐๐ เมตร ที่ได้รับทราบว่าได้รับจัดสรร เข้างบประมาณแล้ว เท็จจริงประการใดชาวบ้านฝากติดตามมา เพราะถนนสายนี้สัญจรไปมา ลำบากมากครับท่านประธาน🔗
ได้รับข้อร้องเรียนจากผู้นำชุมชนพร้อมชาวบ้านในเขตตำบลน้ำเที่ยง ตำบลบ้านเหล่า ตำบลบ้านค้อ และตำบลโพนงาม อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร กรณี ถนนหมายเลข ๑๒ ซึ่งเป็นถนน ๔ ช่องจราจรตัดใหม่ ซึ่งตัดทับกับถนนสายท้องถิ่น สายบ้านน้ำเที่ยงไปบ้านดอนป่าแคนไม่มีอุโมงค์ลอด หรือสะพานข้ามเลยครับท่านประธาน จุดนี้เป็นสี่แยกใกล้ชุมชนพอดีนะครับท่านประธาน ไม่รู้ออกแบบอย่างไรให้ชาวบ้าน เดือดร้อน ชาวบ้านก็ต้องการให้สร้างอุโมงค์หรือสะพานข้ามในจุดที่ใกล้ ทุกวันนี้ไกลมาก ทั้ง ๓ ข้อร้องเรียนนี้เรียกร้องไปยังท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งหาทาง ช่วยเหลือและแก้ไขให้กับชาวบ้านโดยเร่งด่วน ขออนุญาตส่งเอกสารประกอบการหารือ ด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ🔗
ต่อไปนายแพทย์ระวี มาศฉมาดล ครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์ระวี มาศฉมาดล ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ วันนี้กระผม จะขอหารือเรื่องเกี่ยวกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวง มนัญญา ไทยเศรษฐ์ และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ ศาลจะมีการตัดสินแผนฟื้นฟูของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ในวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๔ นี้ ซึ่งจุดที่สำคัญที่สุดที่จะผ่านแผนฟื้นฟูได้ อยู่ที่การที่สหกรณ์เจ้าหนี้ของสหกรณ์ คลองจั่นได้ตกลงร่วมกันที่จะให้เงินกู้ ๓,๕๐๐ ล้านบาท โดยทางคลองจั่นจะใช้หลักทรัพย์ มูลค่ามากกว่า ๓,๕๐๐ ล้านบาทค้ำประกันการกู้นี้ จึงเป็นการกู้ที่มีหลักประกัน ซึ่งข้อตกลงนี้ ปรากฏว่าติดอยู่ที่ระเบียบของแต่ละสหกรณ์ ซึ่งควบคุมโดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ห้ามมิให้ สหกรณ์ต่าง ๆ นำเงินไปฝากหรือไปกู้ให้กับสหกรณ์อื่นมากกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของเงินหุ้น บวกเงินสำรอง ซึ่งถ้าใช้ระเบียบนี้จะทำให้สหกรณ์เจ้าหนี้ต่าง ๆ ที่พร้อมใจกันจะไปช่วยฟื้นฟู กิจการของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นไม่สามารถจะทำได้ จึงขอเรียนให้ท่านรัฐมนตรี ช่วยพิจารณาผ่อนผันเป็นการชั่วคราวก่อนวันที่ ๒๖ มิถุนายนนี้ ซึ่งการผ่อนผันชั่วคราวนี้ สามารถทำได้ เพราะเป็นอำนาจของอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ การผ่อนผันให้กู้มากกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ในครั้งนี้จะเป็นประเด็นที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ศาลพิจารณาอนุมัติแผนฟื้นฟู ของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นต่อไป ถ้าไม่ผ่านจุดนี้จะทำให้สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่นต้องล้มละลาย ซึ่งจะกระทบต่อสหกรณ์เจ้าหนี้ต่าง ๆ มากมายอาจจะส่งผลให้ หลายสหกรณ์ต้องล้มละลายตาม ผมจึงขออนุญาตเรียนปรึกษาไปยังท่านรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่าน ให้ช่วยดำเนินการโดยรีบด่วนด้วยครับ ขอขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปนายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย มีเรื่องปรึกษาหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จังหวัดมหาสารคาม ๒ เรื่องด้วยกันนะครับ🔗
๑. ปัญหาถนนทางหลวง ๒๓๖๗ สายมหาสารคาม บ้านม่วง แล้วก็ทางหลวง ๒๓๘๐ สายหนองปลิง-แกดำ มีไหล่ทางคับแคบ แล้วก็มีสภาพทรุดโทรม แล้วก็เป็นอันตราย แก่พี่น้องประชาชน ภาพที่ผมไปวัดมาได้ประมาณ ๑ เมตร ซึ่งหลังจากที่พี่น้องประชาชนจะมี ความเดือดร้อนและมีอุบัติเหตุหลายครั้ง ก็นำเรียนท่านประธานว่าถนนเส้นนี้สร้างตั้งแต่ ปี ๒๕๓๖ แล้วก็ทรุดโทรมเป็นถนนสายหลักในการขนส่งสินค้าเกษตรกรรมสู่โรงงาน อุตสาหกรรม สู่สถานที่ท่องเที่ยว จึงขอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม แก้ไขปัญหา ปรับปรุงผิวจราจรพร้อมขยายไหล่ทาง ซึ่งน่าจะเป็นสัก๒.๕ เมตรจะเป็นสิ่งที่ดี จะเป็นความ ปลอดภัยกับพี่น้องประชาชนในการสัญจรนะครับ🔗
ปัญหาที่ ๒ ปัญหาทางหลวงท้องถิ่นมีสภาพทรุดโทรม ผมได้รับการร้องเรียน จาก ๒ จุดนะครับ ก็คือถนนทางหลวงท้องถิ่นของ อบต. มิตรภาพแกดำ ซึ่งตรงนี้ได้ไปถ่าย เห็นนะครับว่ามันทรุดโทรมขนาดไหน เป็นถนนท้องถิ่นสายทางแยกวัดป่าแดงกับวัดบ้านยาง ตำบลมิตรภาพ อำเภอแกดำ ท่านนายกทองอินทร์ มาตรา นายกเทศมนตรีตำบลมิตรภาพ อำเภอแกดำ ได้ร้องเรียนว่าเนื่องจากมีความทรุดโทรม แล้วก็เป็นอันตรายต่อพี่น้องประชาชน เส้นที่ ๒ ถนนทางหลวงท้องถิ่นสายหนองเจริญ หนองเส็ง อันนี้ตำบลแวงน่าง ท่านนายกสุร ฤทธิ์ รักษาชาติ นายกเทศมนตรีตำบลแวงน่าง ได้มาหาผมเพื่อจะนำความเดือดร้อนมาเสนอ ซึ่งเป็นแอ่งกระทะ แล้วก็มีน้ำท่วมขังประจำนะครับ ก็ขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้สนับสนุนงบประมาณ งบอุดหนุนเฉพาะกิจในการดำเนินการต่อไป ขอบพระคุณมากครับ🔗
ต่อไปคุณอภิชา เลิศพชรกมล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อภิชา เลิศพชรกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา เขต ๙ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องจะหารือ ท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากสมาชิกสมาคมชาวไร่ผู้ปลูกมันสำปะหลัง แห่งประเทศไทย สืบเนื่องมาจากเกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลังได้รับเงินชดเชย ซึ่งมี คณะอนุกรรมการเกณฑ์กลางราคาโครงการประกันรายได้ ได้ตั้งหลักเกณฑ์เอาไว้ว่าช่วยเหลือ พี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๓ เป็นต้นมา เพราะฉะนั้นข้อเท็จจริงก็คือว่าเกษตรกรได้มีการปลูกมันสำปะหลัง แล้วก็เก็บเกี่ยวผลผลิต ตั้งแต่ช่วงปลายฝน นั่นหมายความว่าตั้งแต่เดือนตุลาคม เพราะฉะนั้นเกษตรกรที่มาปลูกใหม่ เขาก็จะเริ่มปลูกเดือนธันวาคม เพราะฉะนั้นถึงอยากจะให้คณะอนุกรรมการเกณฑ์กลาง ราคาโครงการประกันรายได้ ได้มีการปรับเปลี่ยนแล้วก็ขยับเวลาเพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ก็คือให้เริ่มต้นตั้งแต่เดือนธันวาคม ๒๕๖๒ จนถึงวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๓ เป็นต้นมา จึงจะช่วยพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังได้ถึง ๒๖๐,๐๐๐ กว่าครอบครัว จึงอยากจะฝาก ท่านประธานไปยังกระทรวงพาณิชย์ได้ช่วยปรับหลักเกณฑ์ แล้วก็ช่วยเหลือพี่น้องผู้ปลูก มันสำปะหลังให้ด้วยนะครับ🔗
ส่วนเรื่องที่ ๒ เรื่องของสินค้าราคาเกษตรตกต่ำ อยากจะกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้นะครับว่าพี่น้องเกษตรกร ณ วันนี้ประสบปัญหาเรื่องของการค้าขาย สินค้าเพื่อการเกษตรนั้นไม่มีที่จะขาย แล้วก็ขายไม่ได้ราคาดีอย่างที่เคยเป็นมา ซึ่งเป็นที่ ทราบดีนะครับว่า ณ วันนี้บ้านเราเกิดสถานการณ์โควิด (COVID) เพราะฉะนั้นจึงอยากจะให้ ท่านประธานฝากไปยังกระทรวงพาณิชย์ได้ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกฟักทอง ปลูกขนุน ปลูกมันเทศอย่างนี้นะครับ ใครจะคิดว่าฟักทองกิโลกรัมละ ๒ บาท ขนุนกิโลกรัมละ ๑ บาทครับท่านประธาน จึงอยากจะให้ภาครัฐได้หาจุดที่แสดงสินค้าเพื่อบรรเทา ความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร แล้วก็ช่วยพักหนี้ให้กับพี่น้องเกษตรกร ที่สำคัญที่สุด วันนี้หนี้ครัวเรือนสูงมาก จึงอยากจะให้ท่านประธานบอกไปยังกระทรวงพาณิชย์นะครับว่า หาแนวทางการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรให้ได้ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอเตือนท่านสมาชิกปฏิบัติ ตามนโยบายของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขนะครับ ทิ้งระยะการนั่ง ให้ปฏิบัติไปตามระเบียบเพื่อป้องกันนะครับ ไม่ประมาทตลอดเวลา ต่อไปท่านปริญญา ช่วยเกตุ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนเท่ากัน ขอหารือท่านประธานนะครับ จากการที่ผมและทีมงานพรรคก้าวไกลได้รับฟัง ปัญหาความเดือดร้อนของเพื่อน ๆ พี่น้องคนพิการและคนทำงานกลางคืนซึ่งเป็นนักดนตรี ในจังหวัดตรัง จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-๑๙ (Virus COVID-19) นี้ พี่น้องประชาชนทุกคนล้วนได้รับผลกระทบกันอย่างถ้วนหน้า ทั้งทางด้านสิทธิการศึกษา การทำมาหากิน รวมถึงพี่น้องคนพิการกว่า ๒ ล้านคน ซึ่งอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ทางด้านสุขภาพ เสียชีวิต ทั้งคนพิการติดเตียง ออทิสติก (Autistic) สติปัญญา ยิ่งคนหูหนวกที่อ่านหนังสือ ไม่ออก คนตาบอด การลงทะเบียนจองวัคซีนก็ยากเย็นแสนเข็ญยิ่งนัก จึงหารือไปยังรัฐบาล โดย ศบค. กระทรวงสาธารณสุข กระทรวง พม. ว่าไม่ต้องจองให้มันยุ่งยากได้ไหม แค่จัดหา วัคซีนที่มีคุณภาพ มีทางเลือกให้มากพอ และมีแผนงานกระจายวัคซีนอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การเข้าถึงสิทธิได้รับวัคซีนโดยสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัยในเชิงรุก ถึงบ้าน หรือ รพ.สต. ได้เลยนะครับ🔗
ประเด็นต่อมานะครับ เป็นเรื่องของเงินอุดหนุนทางการศึกษาอาชีวะ ของพี่น้องคนพิการ ด้วยระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยเงินอุดหนุนรายบุคคล ที่มีข้อจำกัดในเรื่องของอายุไม่เกิน ๒๕ ปี ทำให้ทางโรงเรียนที่สอนคนพิการได้รับแค่ ๒๐,๐๐๐ บาท แต่ในความเป็นจริงต้องใช้งบถึง ๑๐๐,๐๐๐ บาทนะครับ เพราะฉะนั้น เป็นหน้าที่โดยตรงของโรงเรียนในการหางบเพื่อดูแลนักเรียนอาชีวะของคนพิการเรา จึงหารือไปยังกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ปรับปรุงแก้ไขปัญหา เหล่านี้ด้วย🔗
และประเด็นท้ายสุดนะครับ ก็คือการดูแลเยียวยาคนทำงานกลางคืน ทั้งนักดนตรี คนพิการ และไม่พิการ พนักงานเสิร์ฟ เจ้าของร้าน ร้านอาหาร เขาเหล่านี้ก็ต้อง ทำมาหากินนะครับ แต่ก็ยังไม่ได้รับการดูแลเยียวยา เพราะฉะนั้นหารือไปยังรัฐบาล กระทรวงการคลังที่ได้ขอกู้เงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ให้นำมาใช้กับการช่วยเหลือเยียวยา กลุ่มคนกลางคืนเหล่านี้โดยด่วนด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป คุณจีรเดช ศรีวิราช ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจีรเดช ศรีวิราช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคมอยู่ ๒ เรื่อง เนื่องจากได้รับเรื่อง ร้องเรียนจากท่านพิเชษฐ์ ศักดิ์สูง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดอกคำใต้ และพี่น้อง ประชาชน ตำบลดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ได้ร้องเรียนถึงปัญหาถนน หนทางเข้าสู่ หมู่บ้านสันป่าหนาด ซึ่งเป็นเส้นทางที่แยกมาจากเส้นทางหลวงหมายเลข ๑๒๐๑ เป็น ถนนลาดยาง ระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตร เส้นทางสายนี้เสียหายมานานหลายปี ทำให้การสัญจรเป็นไปอย่างยากลำบาก ขอฝากท่านประธานด้วยครับ อีกเส้นทางหนึ่ง ซึ่งเชื่อมต่อเส้นทางสายนี้เช่นกัน คือเส้นทางที่เชื่อมระหว่างบ้านสันป่าหนาด ไปยังวัดอนุมัติวงศ์ ระยะทางประมาณ ๕ กิโลเมตร ผิวทางจราจรชำรุดเสียหายไม่ต่างกัน เต็มไปด้วยหลุมบ่อ โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนมักมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเป็นประจำ ทราบว่าเส้นทางทั้ง ๒ แห่งนี้ อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท ขอฝากท่านประธานได้ประสานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งรัดจัดสรรงบประมาณเข้ามาดำเนินการแก้ไขด้วยครับ🔗
สุดท้าย ต้องขอขอบคุณท่านพูนศักดิ์ เมาะราษี ผู้อำนวยการแขวงทางหลวง พะเยา ที่ได้ติดตามเอาใจใส่ในปัญหาของพี่น้องชาวบ้าน โดยเฉพาะถนนบนเส้นทางหลวง หมายเลข ๑๒๕๑ ซึ่งผมได้อภิปรายถึงปัญหาในสภานี้ไปหลายครั้ง เพราะเป็นเส้นทาง ยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ทั้งการคมนาคมขนส่งสินค้า และการท่องเที่ยว เส้นทางสายนี้ เป็นเส้นทางที่เชื่อมระหว่างอำเภอดอกคำใต้ไปอำเภอเชียงม่วน อีกทั้งสามารถเชื่อมต่อไปยัง จังหวัดแพร่ และจังหวัดน่านได้อีกทาง หลายช่วงได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว บางช่วงยังอยู่ ในระหว่างการก่อสร้าง เช่น เส้นทางจากดอกคำใต้ไปตำบลบ้านถ้ำ และจากบ้านถ้ำ ไปตำบลหนองหล่ม คาดว่าอีกไม่กี่วันคงเสร็จสิ้นสมบูรณ์ ต้องขอขอบคุณแทนพี่น้อง ประชาชนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป คุณบัลลังก์ อรรณนพพร ครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบัลลังก์ อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๑๐ พรรคเพื่อไทย ประกอบไปด้วยอำเภอบ้านไผ่ อำเภอบ้านแฮด และอำเภอพระยืน วันนี้ มีเรื่องหารือกับท่านประธานอยู่ ๓ เรื่องด้วยกันดังนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ได้รับการร้องเรียนจาก นางสาวเยาวภา ธาตุดี ผู้ใหญ่บ้าน บ้านหนองผือ หมู่ที่ ๑ จะของบประมาณในการก่อสร้างฝายน้ำล้น ในพื้นที่ห้วยจิก บ้านหนองผือ หมู่ที่ ๑ ตำบลบ้านไผ่ อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งชาวบ้านต้องสัญจร ไปมา ข้ามลำห้วยเพื่อไปทำมาหากินและทำการเกษตร ช่วงหน้าฝนชาวบ้านได้รับ ความเดือดร้อนมาก ถึงกับรวมกันทำไม้เพื่อจะข้ามไป ก็ขอฝากกรมชลประทาน หรือชลประทานจังหวัดขอนแก่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากนายสุรพงษ์ วงษ์ชาลี กำนันตำบลเมืองเพีย ขอรับการสนับสนุนขยายเขตประปาภูมิภาค บ้านละว้า หมู่ ๕ หมู่ ๖ หมู่ ๑๐ และ หมู่ ๑๔ ตำบลเมืองเพีย อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ด้วยจำนวนครัวเรือนทั้งหมด ๘๕๓ ครัวเรือน และจำนวนประชากรเพิ่มขึ้น ๒,๙๗๑ คน ทำให้ชาวบ้านได้รับความ เดือดร้อน น้ำใช้อุปโภค บริโภคของพี่น้องไม่เพียงพอ ก็ขอฝากทางกระทรวงมหาดไทย ได้จัดสรรงบประมาณให้การประปาภูมิภาค เขต ๖ จังหวัดขอนแก่น เพื่อเอามาแก้ปัญหา ให้กับพี่น้องชาวอำเภอบ้านไผ่นะครับ🔗
เรื่องสุดท้ายที่จะหารือท่านประธาน เรื่องนี้ได้หารือไปเมื่อวันที่ ๒๙ เดือน ๗ พ.ศ. ๒๕๖๓ เรื่องขอสนับสนุนงบประมาณทำฝายน้ำล้นให้บ้านกอบง หมู่ ๑๑ ตำบลบ้านไผ่ อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ของหน่วยงานที่รับผิดชอบ คือชลประทานจังหวัดขอนแก่น ได้ออกไปสำรวจแล้ว แต่ยังไม่ได้จัดสรรงบประมาณลงมาให้ ก็ขอฝากทางกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ และกรมชลประทานได้ดำเนินการให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไป นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ วันนี้ดิฉันขออนุญาตหารือท่านประธาน ๑ เรื่องค่ะ แต่ก่อนอื่น ดิฉันต้องขอกราบขอบพระคุณกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ที่ได้จัดสรรงบประมาณ ลงมาเป็นจำนวนเงิน ๕๐ ล้านบาท ในการปรับปรุงขยายถนนสาย ๔๐๑๕ จากบ้านส้องไปยัง ห้วยปริกคาดการณ์ว่าจะเสร็จในเดือนกรกฎาคมนี้ค่ะ ระยะทางที่ปรับปรุงเป็นระยะทาง ทั้งสิ้น ๗ กิโลเมตร แต่ว่าจริง ๆ แล้วถนนเส้นนี้ถนน ๔๐๑๕ มีระยะทางจริง ๆ ก็คือ ๑๒ กิโลเมตร ยังขาดอีก ๕ กิโลเมตรที่ต้องการงบจัดสรรเพิ่ม ซึ่งความสำคัญของถนนสายนี้ คือเป็นถนนของ ๒ จังหวัด อันได้แก่จังหวัดสุราษฎร์ธานี แล้วก็จังหวัดนครศรีธรรมราช จากตำบลบ้านส้อง อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ไปยังตำบลห้วยปริก อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช ถนนเส้นนี้เป็นถนนที่ทั้ง ๒ จังหวัดใช้สัญจรไปมา แล้วก็มีรถวิ่งเฉลี่ย ไม่ต่ำกว่า ๑๐,๐๐๐ คัน แต่มักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เพราะว่าเป็นถนนที่มีลักษณะ เป็น ๒ เลนวิ่งสวนกัน ดิฉันจึงอยากฝากท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคมให้เร่ง ดำเนินการในการจัดสรรเพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่พ่อแม่พี่น้องที่ใช้เส้นทางนี้ เพราะว่า จริง ๆ แล้วก็ยังเหลืออีกแค่ ๕ กิโลเมตรเพียงเท่านั้นเองค่ะ ฝากท่านประธานด้วยนะคะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ครับ ต่อไปคุณกูเฮง ยาวอหะซัน ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกูเฮง ยาวอหะซัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติครับ ผมขอหารือ ๒ เรื่องวันนี้🔗
เรื่องแรก เรื่องของกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงผึ้งชันโรง มันแตกต่างจากผึ้งทั่วไป ก็คือรสชาติจะมีเปรี้ยวหวาน แล้วก็เป็นพืชที่ดูดน้ำหวานจากสมุนไพร เป็นที่นิยมเลี้ยง ในแถบประเทศบราซิล ประเทศนิวซีแลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ อะไรพวกนี้ครับ แล้ววันนี้บ้านผมมีกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงผึ้งชันโรง เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดของประเทศไทยมีประมาณ ๔๐๐ กว่าคน วันนี้อยากจะขอให้ช่วยให้ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ช่วยเข้ามาดูแลเรื่องการส่งเสริมในการ หาตลาด แล้วก็ส่งเสริมราคา แล้วก็อยากจะให้ช่วยในเรื่องการทำวิจัยเพื่อเพิ่มความรู้ และความมีคุณภาพของน้ำผึ้งชันโรงต่อไปนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ที่ผมอยากจะฝากวันนี้คือฝากถึงกระทรวงศึกษาธิการ อยากจะให้ นำเรื่องนี้ไปตรวจสอบแล้วก็แก้ไขนะครับ คือวันนี้ปัญหาน้อง ๆ ที่เป็นครูผู้สอนอิสลามศึกษา ในจังหวัดนราธิวาสโดยเฉพาะเลยครับ มีปัญหาคือว่าน้อง ๆ เขาในสัญญาจ้างของ กระทรวงศึกษาธิการไม่มีคำว่า ครู นำหน้า ผิดจากจังหวัดปัตตานีหรือว่าจังหวัดยะลา ที่จะมีคำว่า ครูผู้สอน หรือว่า ครูสอนอิสลามศึกษา ก็อยากจะฝากเรื่องนี้ เพราะว่ามันมี ปัญหาตรงที่ว่าน้อง ๆ เขา ทางคุรุสภาไม่สามารถจะออกหนังสืออนุญาตการปฏิบัติ การสอนได้เนื่องจากไม่มีคำว่า ครู นำหน้า เมื่อไม่สามารถออกหนังสือตัวนี้ได้ทำให้น้องเขา ไม่มีสิทธิจะเข้าศึกษาเพื่อรับใบประกอบวิชาชีพครูหรือว่าเรียนวุฒิครูครับ ขอบคุณครับ🔗
ครับ ต่อไป นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทยค่ะ สืบเนื่องจากการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ ๒๕๖๕ มีการตั้งงบประมาณประมาณ ๖๐๐ กว่าล้านบาท สร้างกำแพงรั้วชายแดนไทย-มาเลเซีย อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ทำให้มีผู้สงสัยและให้ดิฉันหารือในสภาถึงกำแพง ที่สร้างเกือบเสร็จกั้นระหว่างชายแดนไทย-มาเลเซียตลอดแนวริมฝั่งแม่น้ำโกลกที่สร้าง เมื่อปี ๒๕๖๐ เป็นลักษณะคันกั้นน้ำแบบกำแพงพร้อมถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก มีบ่อสูบน้ำ และกำแพงแอล (L) แบบสอดเมื่อน้ำท่วม และถอดออกได้เมื่อสถานการณ์ปกติ ระบุว่าเป็นจุดชมวิว ท่องเที่ยว เส้นทางปั่นจักรยาน แต่เมื่อลงดูพื้นที่จริงเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมานะคะ สิ่งที่พบนั่นก็คือกำแพงทึบ ๆ หน้าบ้านปิดกั้น โลกทัศน์ภายนอก ชาวบ้านที่เจอบอกว่าไม่อยากได้แบบนี้ ไม่ชอบ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร วิถี ชีวิตความสัมพันธ์ฉันท์เครือญาติพี่น้อง ๒ ฝั่ง ตลอดจนการค้าขาย การค้าขายตอนนี้ซื้อของ ผ่านการชักรอกค่ะ🔗
สไลด์ (Slide) ถัดไปจะเห็น ว่ารอกเชือกของชิ้นละ ๒๐ บาท ค่ารอกไป-กลับหมดไปอีกเที่ยวละ ๑๐ บาท ท่านประธานที่เคารพคะ ขอเรียนฝากคำถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๓ คำถามค่ะ🔗
คำถามแรก ฟังเสียงชาวบ้านให้ได้ยิน ประชาพิจารณ์ที่ได้ทำ ทำไมชาวบ้าน บอกว่าไม่ได้เข้าร่วม ทำที่ไหน เมื่อไร อย่างไร ขอผลการทำประชาพิจารณ์ด้วยค่ะ🔗
คำถามที่ ๒ ระยะเวลาดำเนินงาน ๙๐๐ วัน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน เดือนกันยายน ๒๕๖๓ ใช้งบประมาณกว่า ๓๗๒ ล้านบาท จนถึงวันนี้ทำไมยังไม่แล้วเสร็จ บางจุดท่อระบายน้ำเริ่มมีน้ำขัง สร้างไม่ได้มาตรฐานค่ะ🔗
คำถามสุดท้าย ท่านได้ฟังข้อมูลรอบด้านเพื่อความมั่นคงของมนุษย์ เหนือความมั่นคงของรัฐหรือไม่ ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไป คุณศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขตอำเภอ ปากช่อง พรรคเพื่อไทย สืบเนื่องจากถนนสายบ้านซับใต้ ถนนสายบ้านหัวโกรก ตำบล พญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมาพังชำรุดทรุดโทรมมาก ผมได้เคยขอให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และกระทรวงที่เกี่ยวข้องจัดสรรงบประมาณลงไปช่วย ขณะนี้ถนนสายดังกล่าวได้รับงบประมาณแล้ว โครงการกำลังก่อสร้างอยู่ ชาวอำเภอปากช่องนั้น ฝากกราบขอบพระคุณไว้ ณ โอกาสนี้🔗
เรื่องต่อมาครับ เนื่องจากเขตอำเภอปากช่องนั้นมีอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ แหล่งท่องเที่ยวมากมาย อีกทั้งยังมีพระตำหนักทิพย์พิมานมาศ ซึ่งเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน เสด็จเป็นประจำ นับว่าเป็นมิ่งขวัญและกำลังใจของพสกนิกรชาวไทยและชาวปากช่อง เป็นอย่างยิ่ง ผมจึงเห็นว่าสมควรที่จะปรับปรุงพัฒนาถนน ไม่ว่าจะเป็นทางหลวงชนบท ทุกเส้นทาง และทางหลักต่าง ๆ ทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม พร้อมทั้งติดไฟส่องสว่างให้เกิด ความปลอดภัย โดยเฉพาะเขตตำบลขนงพระ วังกะทะ โป่งตาลอง บางไทร คลองม่วง หมูสี และอีกหลายตำบลที่ไม่ได้กล่าว ณ ที่นี้ จึงเรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม และองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมาให้จัดสรรงบประมาณ ช่วยเหลือด้วย🔗
เรื่องสุดท้ายครับ ตอนนี้โควิด-๑๙ (COVID-19) กำลังระบาดอย่างรุนแรง พี่น้องประชาชนชาวปากช่องกังวลเรื่องวัคซีนครับ ต้องการที่จะให้มีวัคซีนฉีดเร็ว ทั่วถึง และครอบคลุม และอยากได้วัคซีนทางเลือก หากเสียเงินเองก็ยอม จึงนำเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ชาวอำเภอปากช่องด้วย ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณสายัณห์ ยุติธรรม🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สายัณห์ ยุติธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมขอปรึกษาหารือไปถึงกระทรวงพาณิชย์ ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ เรื่องมะพร้าว เมื่อปี ๒๕๖๓ ผมได้ปรึกษาหารือ ตอนนั้นมะพร้าว ลูกละ ๓.๕๐ บาท เมื่อผมอภิปรายเสร็จมะพร้าวก็ไต่ราคาไปอยู่ ๑๐ บาท ถึง ๒๐ บาท อยู่ ๒ ปี ประมาณเกือบ ๑ เดือนแล้วที่มะพร้าวราคาตกต่ำเหลือลูกละ ๕ บาท ลิงที่จ้าง ขึ้นมะพร้าวเอาที่ ๒ บาท เกษตรกรเหลือ ๓ บาท ซึ่งอยู่ไม่ได้ ผมอยากให้หน่วยงานที่ เกี่ยวข้องดำเนินการเรื่องนี้โดยด่วนครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องราชินีแห่งผลไม้ มังคุดครับ ตอนนี้ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะอำเภอท่าศาลา อำเภอพรหมคีรี อำเภอนบพิตำ อำเภอลานสกา มังคุดออกลูก จำนวนมากสวยมากพร้อมส่งออก แต่ ๒ ปีที่ผ่านมาการบริหารจัดการไม่ดี ล้งเอาเปรียบ เกษตรกร มังคุดตอนเช้าล้งซื้อ ๑๐๐ บาท พอเที่ยงซื้อ ๖๐ บาท พอตอนเย็นซื้อ ๓๐ บาท ใส่ตู้คอนเทนเนอร์ (Container) ตู้เดียวกันเลยครับท่านประธาน ผมอยากให้พาณิชย์จังหวัด กรมการค้าภายในหรือฝ่ายการเมืองที่เกี่ยวข้องวางแผนเรื่องนี้ก่อนที่จะมีเหตุการณ์เกิดขึ้น ครับท่านประธาน โดยเฉพาะมะพร้าว เปลือกทำปุ๋ยใส่ต้นไม้ กะลาทำถ่าน เนื้อมะพร้าว ทำกะทิ น้ำมะพร้าวทำวุ้น กากมะพร้าวทำอาหารสัตว์ ทั้งลูกใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด แต่เหลือ ๕ บาทครับท่านประธาน บ้าน ส.ส. รังสิมา รอดรัศมี มะพร้าวน้ำหอมท่านบอกผมว่าลูกละ ๓๒ บาท ผมอยากให้ มะพร้าวที่จังหวัดนครศรีธรรมราชลูกละ ๑๐-๒๐ บาท อยากขอเรื่องนี้ครับ แล้วก็มังคุด ก็วางแผนล่วงหน้าด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปนางสาวละออง ติยะไพรัช ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันหารือท่านประธานผ่านไปกระทรวงพาณิชย์และคณะรัฐบาล เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรโดยเฉพาะพี่น้องชาวนา ที่ผ่านมานาปรังราคาข้าวตกต่ำมาก แล้วก็หาคนซื้อก็ยาก และโดยเฉพาะอำเภอแม่ฟ้าหลวงก็เหมือนกันค่ะ ในช่วงที่ผ่านมา ทั้งเชอร์รี่ ทั้งบ๊วยเป็นแสนตันเลย ไม่มีใครมารับซื้อและตลาดล้งส่งออกก็ส่งออกไม่ได้ วันนี้ ขอให้รัฐบาลช่วยมีมาตรการที่จะรองรับเหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ที่จะเกิดขึ้นค่ะ และชาวนา ตอนนี้เป็นช่วงที่กำลังจะหว่านข้าวหว่านกล้า ชาวนาก็ยังไม่รู้เลยค่ะว่าจะปลูกข้าวเจ้า หรือข้าวเหนียวดี เพราะไม่รู้ว่าราคาข้าวชนิดไหนจะราคาสูง และขอให้ทางกระทรวงพาณิชย์ และรัฐบาลว่าเรื่องของประกันรายได้ ขอให้ทบทวนราคากลางค่ะ ราคากลางซึ่งดิฉันมองแล้ว มันไม่เป็นธรรมสำหรับชาวนา โดยเฉพาะชาวจังหวัดเชียงรายและภาคเหนือ เพราะราคา เขาจะหักค่าขนส่ง ทำให้ราคาที่ซื้อมันต่ำมาก และเวลาราคากลางที่บางท่านเอามา เปรียบเทียบ ราคามันสูงชาวนาแทบไม่ได้อะไรเลยค่ะ และตอนนี้ก็เป็นช่วงที่สับปะรดภูแล ราคาตกต่ำมาก ราคากิโลละ ๑ บาท ก็ขอให้กระทรวงพาณิชย์ได้เข้าไปดูแลพี่น้องเกษตรกร ในจังหวัดเชียงรายด้วยค่ะ🔗
ข้อที่ ๒ ดิฉันขอให้ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสำนักงานที่ดินแห่งชาติช่วยดูแลในเรื่องของอำเภอแม่ฟ้าหลวงมี ๔ ตำบลนะคะ ตอนนี้ เป็นปัญหาเรื่องน้ำอุปโภคบริโภค ช่วงฤดูแล้งน้ำไม่มี ช่วงฤดูฝนเดี๋ยวก็จะเกิดว่าน้ำท่วม น้ำท่วมบนเขานะคะ ดินสไลด์ (Slide) ขอให้ท่านประธานช่วยผ่านไปทางกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่าขอให้ช่วยจัดการอย่างมีระบบด้วยค่ะ เรามีทรัพยากร น้ำที่ดีแล้ว แล้วก็มีสิ่งต่าง ๆ ที่ดีขอให้ทางกระทรวงช่วยจัดการเป็นระบบด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปคุณธีรภัทร พริ้งศุลกะ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตหารือเรื่องความเดือดร้อนของราษฎร ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน ๑ เรื่อง ดังนี้ครับ🔗
ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสรับการประสานจากท่านกำนัน เบญจพร นิลเวช กำนันตำบลน้ำหัก อำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ว่ามีราษฎร หมู่ ๒ หมู่ ๖ หมู่ ๑๐ หมู่ ๑๑ ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากมีกลุ่มนายทุนเข้ามา ขอรังวัดในพื้นที่ ซึ่งทับซ้อนกับที่ดินทำมาหากินของราษฎรในพื้นที่ดังกล่าว ทั้งนี้ช่วงสัปดาห์ ที่ผ่านมากลุ่มนายทุนและมีเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาขอทำการรังวัดเพื่อออกโฉนดให้กับกลุ่ม ของตนเอง ท่านประธานครับ จำนวน ๘๐๐ ไร่ ซึ่งทั้งหมดนี้ทับไปบนพื้นที่ของราษฎร จำนวน ๑๒๐ ไร่ บนที่ดิน ๑๒ แปลง ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านกว่า ๕๐ ครัวเรือน ซึ่งกระผมได้สอบถามกับชาวบ้านที่เคยอยู่อาศัยมาที่นั่นเขากล่าวกันว่า พื้นที่แห่งนี้ก่อนหน้านี้ประมาณปี ๒๕๒๙ ซึ่งชาวบ้านได้เข้ามาอาศัยอยู่แล้ว ทางราชการ ได้เคยประกาศด้วยซ้ำว่าเป็นพื้นที่สาธารณะ เป็นทุ่งเลี้ยงสัตว์ ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิได้ ซึ่งทำให้ราษฎรไม่เคยได้รับเอกสารสิทธิตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แต่ถามว่าทำไมกลุ่มนายทุน ถึงได้รับเอกสารสิทธิ กระผมจึงใคร่ขอให้ท่านประธานได้ทำหนังสือไปถึง ๓ หน่วยงานดังนี้🔗
๑. ขอให้ทำหนังสือถึงกรมที่ดิน ขอให้ทำการตรวจสอบว่าเอกสารสิทธิ ที่กลุ่มนายทุนถืออยู่นี้ได้ออกมาได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่พื้นที่นี้เป็นพื้นที่สาธารณะ🔗
๒. ขอให้มีหนังสือถึงกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ส่งกำลังเข้าไปช่วยดูแล และคุ้มครองชาวบ้าน เนื่องจากปัจจุบันนี้ได้ทราบว่ามีการข่มขู่ชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว🔗
๓. ขอให้ทำหนังสือถึงท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะท่านเป็นประธาน คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าไปทำการสำรวจพื้นที่ดังกล่าวซึ่งมีปัญหา ซึ่งไม่ใช่แต่บริเวณนี้เท่านั้น ทั้งนี้ขอให้ได้มี ตัวแทนของชาวบ้านเข้าเป็นตัวแทนในกรรมการด้วยครับ ส่วนหนังสือร้องเรียนของชาวบ้าน ผมจะขออนุญาตนำเสนอผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานต่อไป ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปคุณปดิพัทธ์ สันติภาดา🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคก้าวไกลครับ ความเดือดร้อนของชาวพิษณุโลกตอนนี้นะครับ ผมอยากจะพูดถึงพี่น้องในธุรกิจบริการ จริง ๆ พรรคก้าวไกลของเราก็พูดในสภาแห่งนี้หลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้น เพราะว่า พวกเขาเป็นกลุ่มแรกที่ถูกปิดจากสถานการณ์โควิด (COVID) แล้วก็เป็นกลุ่มสุดท้ายที่จะเปิด ทุกคนเข้าใจดีในการปิดสถานบริการในระลอกที่ ๑ แล้วก็พยายามปรับตัว แต่ตอนนี้ ระลอกที่ ๓ แล้วไม่มีอะไรดีขึ้น มาตรการของรัฐก็ยังเหมือนเดิม และชีวิตของพวกเขาก็ แย่ลงทุกวันนะครับ เวลาเราพูดถึงสถานบริการเราพูดถึงเจ้าของที่ต้องแบกค่าเช่า ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ ซึ่งตอนนี้เป็นหนี้สินที่รุมเร้าพวกเขาเป็นอย่างมาก ต้องขายรถ ต้องเริ่มขายทรัพย์สิน ต่าง ๆ เพื่อประทังธุรกิจของเขาแล้ว เราพูดถึงพ่อครัว เด็กเสิร์ฟ คนที่มาช่วยล้างจาน พวกนี้เป็นคนที่อาศัยอยู่ในชุมชนเล็ก ๆ น้อย ๆ ต่าง ๆ และมีรายได้แค่วันต่อวันเท่านั้น นายกรัฐมนตรีบอกอีก ๑๒๐ วันจะเปิดประเทศ แต่พวกเขาอดอยากมาเป็นปีแล้วครับท่าน แล้วก็พวกนักดนตรี รปภ. โดยเฉพาะนักดนตรี แล้วก็คนที่ทำเครื่องเสียงตอนนี้ ต้องขายอุปกรณ์หมดแล้วนะครับ พวกเขาไม่มีอาชีพจริง ๆ ผมไปเยี่ยมบางครอบครัวมา ตั้งแต่ปีที่แล้ว หลายคนมีลูกเล็ก ๆ พวกเขาอายุไม่มากเลย และพวกเขาต้องเผชิญชะตากรรม แบบนี้ ข้อเสนอของพวกเขาที่ฝากมาถึงสภาแห่งนี้คือเรื่องของเงินเยียวยา จริง ๆ ต้องเป็น ความผิดรับชอบของรัฐบาลแล้วนะครับ เพราะเยียวยาเท่าไรก็ไม่มีทางพอ แล้วเยียวยา แบบเดือนละ ๒๐๐ บาท พวกเรารับไม่ได้นะครับ ทางจังหวัดควรจะต้องเปิดเวที ให้ผู้ประกอบการได้เสนอมาตรการ โดยเฉพาะร้านที่สามารถจัดการทานอาหารแล้วก็มี ดนตรีฟังในสถานที่เปิดได้ ควรจะต้องได้รับการเปิดนะครับ รวมไปถึงการพักหนี้ที่จะทำให้ พวกเขาสามารถหายใจ แล้วก็รอวันที่ประเทศจะเปิดจากการทำวัคซีนได้ แล้วสุดท้ายคือ ต้องมีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำครับ เพื่อพวกเขาจะมีเงินก้อนอีกก้อนหนึ่งเพื่อจะรอในการเปิดร้าน ในหลังจากนี้ได้ เพราะฉะนั้นพี่น้องของเราเสียสละเพื่อชาติมามากแล้วครับ ผมคิดว่า มาตรการที่จะเป็นประโยชน์ต่อพวกเขาจะต้องรีบทำอย่างเร่งด่วนนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป คุณสุรชาติ ศรีบุศกร ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรชาติ ศรีบุศกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิจิตร เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือท่านประธานสภาผ่านไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗
เนื่องด้วยกระผมได้รับหนังสือจาก เทศบาลอำเภอบางมูลนาก จำนวน ๒ เรื่องด้วยกันครับท่านประธาน🔗
เรื่องแรกกรณีที่เทศบาลเมืองบางมูลนากได้รับการมอบและดูแลบำรุงรักษา เขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำน่านจากกรมโยธาธิการและผังเมือง แต่ปัจจุบันเขื่อน ถนนประเวศใต้เกิดการทรุดตัวลง ความยาวประมาณ ๖๘๐ เมตร จุดนี้เองทำให้เกิดอุบัติเหตุ บ่อยครั้ง อีกทั้งทำให้บ้านเรือนพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหาย การซ่อมแซม ก็เกินศักยภาพของเทศบาลเมืองบางมูลนาก กระผมจึงใคร่ขอให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ลงพื้นที่สำรวจเพื่อจัดสรรงบประมาณต่อไปครับ🔗
ต่อมาเป็นจุดที่ ๒ ขอรับการสนับสนุนงบประมาณการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แบบโต๊ะ บริเวณพื้นที่ชุมชนประเวศใต้ตั้งแต่ศาลเจ้าพ่อแก้วหลังเก่าไปบรรจบกับ เขื่อนป้องกันตลิ่งเดิม ความยาว ๑๘๐ เมตร บริเวณนี้เองเป็นพื้นที่เศรษฐกิจขนาดใหญ่ มีตลาดสดเชื่อมต่อกับถนนริมเขื่อน เป็นบริเวณที่มีพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนอาศัยอยู่เป็น จำนวนมาก รวมถึงอาคารบ้านเรือนหรือร้านค้าต่าง ๆ ในละแวกนี้ล้วนเป็นอาคารเก่า แบบพาณิชยกรรมโบราณควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามี เทศบาลเมืองบางมูลนาก และมูลนิธิแก้วคุ้มครองเป็นแนวร่วมที่สำคัญที่จะพยายามพัฒนา เมืองบางมูลนากให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น จุดนี้เองเมื่อสร้างสำเร็จแล้วจะถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรมท้องถิ่น เป็นจุดออกกำลังกาย เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ริมแม่น้ำน่าน และเป็น จุดเช็กอิน (Check in) เพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวหลังจากโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ผ่านพ้น จากประเทศไทยไปแล้ว กระผมจึงใคร่ขอความเมตตาจากกรมโยธาธิการและผังเมืองได้โปรด อนุมัติงบประมาณทั้งซ่อมและสร้างต่อไปครับท่านประธานครับ🔗
ต่อไปคุณณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ ส.ส. น่าน เขต ๓ พรรคเพื่อไทย วันนี้กระผมขอหารือท่านประธานเรื่อง ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดน่านครับ จากผลกระทบจากพายุโซนร้อน โคะงุมะ (Koguma) ส่งผลให้จังหวัดน่านประสบอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ทั้งในพื้นที่อำเภอบ่อเกลือ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอสองแคว อำเภอทุ่งช้าง อำเภอเชียงกลาง อำเภอปัว อำเภอท่าวังผา ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สิน บ้านเรือน พื้นที่ทำไร่ทำนาของเกษตรกร รวมถึงถนนหนทาง แล้วก็เส้นทางสัญจรของ พี่น้องในจังหวดน่าน ยกตัวอย่างเช่น บ้านห้วยโป่ง หมู่ ๑๕ ตำบลบ่อเกลือใต้ อำเภอบ่อเกลือ ก็เกิดเหตุดินสไลด์ (Slide) เข้าบ้านเรือนประชาชนทำให้ชุมชนต้องช่วยกันอพยพชาวบ้านออกจากบ้าน ของตนเองไปอยู่ในที่ปลอดภัย สะพานข้ามแม่น้ำน่าน เส้นบ้านงอบเข้าสู่บ้านห้วยสะแตง น้ำกัดเซาะคอสะพานขาด ทำให้พี่น้องบ้านห้วยสะแตง บ้านภูคำ รวมกว่า ๒๐๐ หลังคาเรือน ไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ทางการเกษตรของพี่น้องในอีก หลาย ๆ อำเภอ ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยนี้ ก็อยากจะขอหารือท่านประธานได้ช่วย ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม พม. แล้วก็รวมถึงท่านนายกรัฐมนตรีด้วย ได้ช่วยแก้ไขบรรเทา ความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องชาวจังหวัดน่านโดยด่วน และที่สำคัญอยากให้เตรียมการในเรื่อง ของการชดเชยเยียวยาให้แก่ประชาชนด้วยนะครับ ไม่ใช่ว่ากว่าที่ชาวบ้านจะได้รับ ในเรื่องของการชดเชยก็ปาไปรวมกับภัยแล้งปีหน้าโน้นนะครับ ถ้าจะให้ดีก็ควรจะให้มีการ ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำเพื่อการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และน้ำแล้งของจังหวัดน่านอย่างยั่งยืน ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สัณหพจน์ สุขศรีเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช แบบแบ่งเขต ผมขอเรียนปรึกษาหารือท่านประธานเรื่องปัญหา สังคม ปัญหายาเสพติดในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะในจังหวัดนครศรีธรรมราชตอนนี้นะครับ ๑ ปีที่ผ่านมาจาก ปี ๒๕๖๓ ที่เคยหารือไว้ ๑ ครั้ง วันนี้ไม่ได้ดีขึ้นเลยครับ กลับเพิ่มปริมาณ ยาเสพติดมากขึ้น ในการจับพี่น้องชาวบ้านบอกว่าตอนนี้มีการแยกประเภทของยาด้วย ถ้ายายี่ห้อนี้ไม่จับ แต่ถ้าอีกยี่ห้อจับนะครับ โดยชาวบ้านระบุชัดว่ามีเป็นกระบวนการโดยที่มี เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนร่วมหรือไม่ อย่างไร พบเพิ่มมากขึ้นอย่างน่ากลัวครับ ถ้าหากเป็นไปได้ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยดูแล โดยเฉพาะ ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ ตอนนี้เด็กเข้าไปเป็นผู้ขายเยอะนะครับ ใช้เด็กเป็นเครื่องมือเพราะฉะนั้นต้องดูแลอย่าง เข้มงวดเป็นปัญหาสังคมอย่างยิ่งนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน เรื่องของปัญหาการเรียนออนไลน์ (Online) ที่จะฝากไปยังกระทรวงศึกษาธิการ ตอนนี้พี่น้องประชาชนบอกว่าถ้าหากเขามีลูกอยู่ ๒ คน เรียนคนละชั้นปีกัน ป. ๒ และ ป. ๓ มีโทรศัพท์แค่เครื่องเดียว ลูกจะเรียนอย่างไร อันนี้ ฝากให้รัฐมนตรีช่วยพิจารณาด้วยนะครับ หาทางแก้ไข🔗
ในส่วนของเรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องของปัญหาสินค้าทางการเกษตรตกต่ำ เหมือนที่ท่านสายัณห์ได้พูดถึงมะพร้าว ตอนนี้ในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังก็เช่นกัน มีการปลูก พืชเป็นแหล่งอาหารของภาคใต้ โดยเฉพาะฟักทอง ฟักเขียว แตงโม แล้วก็พริกเขียวมัน ราคาตอนนี้ก็คือตกต่ำแทบทุกตัวเลย ตอนนี้ก็ได้พยุงไปในส่วนของพริกเขียวก็ราคาดีขึ้นมา ในระดับหนึ่ง แต่ในส่วนของตอนนี้ฟักทองเองไม่มีราคาเลยครับ จึงฝากท่านผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าภายใน ช่วยดูแลสินค้า ทางการเกษตรทุกตัวด้วย ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ🔗
ต่อไปคุณพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่องจะขอหารือท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ผมขอให้กระทรวงมหาดไทยช่วยหาที่ทิ้งขยะให้กับศูนย์รวบรวม กำจัดขยะ เขต ๑ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งประกอบด้วย อำเภอปราณบุรี อำเภอหัวหิน และอำเภอในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ๘ อำเภอ สืบเนื่องจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีศูนย์กำจัดขยะเขต ๑ ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอปราณบุรี ซึ่งได้ขอใช้พื้นที่จากศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ของกองทัพบก และในปัจจุบันนี้ทางทหารขอให้งดใช้พื้นที่ในสิ้นเดือนนี้ ประมาณเดือนหน้า ท้องถิ่นทั่วจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ต้องไปหาที่ทิ้งขยะเองนะครับ สิ่งที่ตามมาก็คือตอนนี้วุ่นนะครับ ต้องหาที่ทิ้งขยะในแต่ละ อบต. ต้องซื้อรถขยะจำนวนมาก จะสังเกตได้จากงบประมาณที่ขอกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมาจะมีแต่รถขยะ ซึ่งก็ค่อนข้างจะเป็นปัญหาใหญ่ที่จะเกิดขึ้นภายในเดือนหน้านี้นะครับ จึงอยากขอให้ กระทรวงมหาดไทย ขอใช้พื้นที่เดิมหรือหาพื้นที่ใหม่ให้กับศูนย์รวบรวมกำจัดขยะ เขต ๑ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในเขตหัวหิน ปราณบุรี และ ชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เกี่ยวกับเรื่องขาดวัคซีน ซึ่งต้องรอคิวจำนวนมาก ซึ่งคล้าย ๆ กับ เพื่อนสมาชิกนะครับ จึงอยากจะให้กระทรวงสาธารณสุขเร่งหาวัคซีนโควิด-๑๙ (COVID-19) ให้กับคนในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์นะครับ เน้นโดยเฉพาะจังหวัดที่เกิดคลัสเตอร์ (Cluster) ติดเชื้อ อยากให้กระทรวงได้แบ่งวัคซีนไปให้มาก ๆ หน่อยครับ เพราะประชาชนเขากลัว เวลามีข่าวที เขาก็อยากฉีดให้มาก ๆ ในจังหวัดที่มีการติดเชื้อคลัสเตอร์ (Cluster) นั้น ๆ จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุขช่วยจัดการแก้ไขปัญหาการขาดวัคซีนโควิด-๑๙ (COVID-19) ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ด้วย ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป คุณสฤษดิ์ บุตรเนียร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี พรรคภูมิใจไทยครับ วันนี้กระผมมีเรื่องปรึกษาหารือ เนื่องจาก ได้รับคำร้องทุกข์จากประชาชน และนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสะพานหิน นายณรงค์ศักดิ์ ลือคำหาญ🔗
เรื่องที่ ๑ เรื่องขอให้กรมป่าไม้เพิกถอนโครงการป่าชุมชนบ้านสะพานหิน หมู่ ๕ ตำบลสะพานหิน อำเภอนาดี เพื่อให้กรมชลประทานใช้ดำเนินการขุดวางท่อ ผ่านป่าชุมชน ตามโครงการสูบน้ำด้วยพลังงานไฟฟ้า หมู่ ๕ ตำบลสะพานหินจาก แควสาวน้อยสาวใหญ่ส่งไปยังหมู่บ้านที่ ๕ หมู่ ๖ และหมู่ ๑๐ ตำบลสะพานหิน เพื่อให้ ชาวบ้านและประชาชนได้บริโภคทำการเกษตร ทำนาและเลี้ยงสัตว์เพื่อประกอบอาชีพ ในยามวิกฤติขณะนี้ ขณะนี้การวางท่อได้ดำเนินการไปกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว สัญญาว่าจ้าง จะสิ้นสุดลงในวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๔ อุปสรรคอยู่ที่ความล่าช้าของกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่จะอนุมัติเพิกถอนโครงการดังกล่าว ดังนั้น เพื่อให้โครงการสำเร็จลุล่วงไป จึงขอกราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ได้โปรดเร่งรัดให้ กรมป่าไม้อนุมัติเพิกถอนโครงการป่าชุมชนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับคำร้อง ขอความอนุเคราะห์จากท่านนายกสมาคม คณะกรรมการประสานงานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน ท่านดอกเตอร์ศุภเสกข์ คุณากร ตัวแทนครูและบุคลากรทางการศึกษากว่า ๘๐,๐๐๐ คน กราบเรียนมายังท่านประธานสภา ที่เคารพ ได้โปรดขอความอนุเคราะห์จากท่านนายกรัฐมนตรี ประธาน ศบค. และท่านผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดได้โปรดพิจารณาครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้ได้รับวัคซีนอย่างเร่งด่วน เพราะครูต้องทำงานใกล้ชิดกับนักเรียนเป็นจำนวนมาก เร่งรัดการเปิดโรงเรียนต่อไป ขอกราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ🔗
ต่อไป นายแพทย์ประสงค์ บูรณพงศ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย จากจังหวัดนครพนม กระผมมีเรื่องปรึกษาหารือเรื่องความเดือดร้อน ของนักธุรกิจผู้ทำท่าดูดทรายจากจังหวัดทางเหนือลงมาถึงจังหวัดนครพนม ไปจังหวัดมุกดาหาร จังหวัดบึงกาฬนะครับ สำหรับที่จังหวัดนครพนมนั้นมีเขตที่จะต้องทำ ประมาณสัก ๑๕๐ กิโลเมตร แต่มันมีปัญหาเรื่องคำสั่งครับ คำสั่งของประเทศเราว่า จะต้องทำท่าดูดท่าทรายนี้ห่างจากฝั่ง ๑ กิโลเมตร แต่เป็นคำสั่งเฉพาะประเทศไทยนะครับ ที่ประเทศลาวปฏิบัติได้ เพราะเหตุจากกระแสน้ำจะทำลายกัน กราบเรียนว่าในเรื่องนี้ มีความเดือดร้อนของนักธุรกิจมาก เพราะข้อที่ ๑ ก็ต้องสั่งซื้อทรายจากประเทศลาว ข้อที่ ๒ นักธุรกิจไทยตกลงกับลาวทำด้วยกัน แต่ให้เสียค่าเสียผลประโยชน์ให้แก่ประเทศลาว ข้อที่ ๓ ต้องเสียค่าใต้โต๊ะกับเจ้าหน้าที่ของไทย ซึ่งมีทั้งทางกระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม โดย ตม. มีคณะกรรมการทั้งหลาย เป็นที่เดือดร้อนมาก ทำให้เศรษฐกิจของเราเสียหาย เพราะว่าต้องซื้อต่างประเทศมา ต้องมาทำก่อสร้างกับต่างประเทศทั้งหมด เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ จำเป็นมาก ผมจึงมากราบเรียนท่านประธานว่าขอให้แก้ไขเรื่องนี้ด้วย ถ้าพูดถึงการทำเขื่อน ทำให้กระแสน้ำฝั่งเสียหายนั้นก็เป็นโดย ๑. ธรรมชาติก็เกิดขึ้นอยู่ได้ ๒. การสร้างสิ่ง ซึ่งเรียกว่าสร้างเขื่อน สร้างท่าเรือก็เกิดขึ้นได้ทั้ง ๒ ฝั่งนะครับ อย่างฝั่งประเทศไทยนี้บริเวณอำเภอท่าอุเทน มียอดเจดีย์อยู่กลางน้ำประมาณ ๕๐๐ เมตร ซึ่งก็เป็นเหตุทำให้มีการสร้างเขื่อนบ้านเรา ขณะเดียวกันทางประเทศลาวเขาก็สร้างของเขา ขณะเดียวกันเมื่อกระแสน้ำไปทางประเทศลาวก็เกิดแผ่นดินงอกในประเทศไทย เช่นเดียวกัน อันนี้เป็นธรรมชาติครับ จึงกราบเรียนไปยังท่านประธานว่าขอให้ทางประเทศของเราได้แก้ไข เรื่องนี้ เพื่อแก้ไขความเดือดร้อนและเป็นธรรมสำหรับประชาชนทั้งในประเทศของเรา และประเทศลาว ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปคุณภาคภูมิ บูลย์ประมุข ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคพลังประชารัฐ กระผมมีเรื่องหารือผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดตากได้ทำหนังสือไปยังกรมป่าไม้ เรื่องการที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ขอใช้พื้นที่ปักเสา พาดสายในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่ระมาด และป่าสงวนแห่งชาติท่าสองยาง เพื่อขยาย เขตไฟฟ้าให้ราษฎรที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ในทั้งพื้นที่อำเภอแม่ระมาดและอำเภอท่าสองยาง ซึ่งการขออนุญาตในลักษณะอย่างนี้ในจังหวัดตากจะมีอีกมากในอนาคต ซึ่งมีหลายแห่ง ที่อยู่ในระหว่างรวบรวมโครงการ ไม่ว่าจะเป็นการขออนุญาตขยายเขตขุนห้วยแม่ต้าน อำเภอท่าสองยาง การขยายเขตบ้านละเผ่ใหม่ ตำบลสามหมื่น ตำบลแม่ตื่น อำเภอแม่ระมาด บ้านม้งใหม่พัฒนา อำเภอบ้านตาก และอีกหลาย ๆ แห่งในพื้นที่จังหวัดตาก เนื่องจากจังหวัด ตากทั้งจังหวัด ๗๕ เปอร์เซ็นต์เป็นพื้นที่ป่า และประชาชนอยู่ในพื้นที่ป่าเยอะ และประชากรส่วนใหญ่ไม่มีไฟฟ้าใช้ ทั้งหมู่บ้าน ทั้งตำบลหลาย ๆ ที่นะครับ🔗
ในเรื่องโครงการโคก หนอง นา โมเดล โดยสำนักพัฒนาชุมชนจังหวัดตาก ก็ได้ขออนุญาตใช้พื้นที่เหมือนกัน จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขณะนี้ กรมป่าไม้ได้อนุมัติการใช้พื้นที่เรียบร้อย ยังเหลือแต่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ยังไม่อนุมัติให้ใช้พื้นที่ในโครงการโคก หนอง นา โมเดล โดยกรมพัฒนาชุมชน นโยบาย คทช. คทช. ถือว่าเป็นนโยบายที่ดีมาก เป็นการออกเอกสารสิทธิให้ประชาชนที่ยังไม่ได้รับโอกาส แต่ปัจจุบันยังมีปัญหาอุปสรรคอย่างมาก เช่น การสร้างความเข้าใจกับชาวบ้าน ชาวบ้าน ยังมีความหวังได้เอกสารสิทธิรูปแบบอื่น และสำคัญนะครับผู้ปฏิบัติคือเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องยังขาดงบประมาณดำเนินการ ๒ วันที่ผ่านมา ท่านผู้ว่าราชการ จังหวัดตาก ท่านพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ได้นัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และให้ มีการติดตามทุก ๑๕ วัน ในการติดตามเรื่องการขออนุญาตใช้พื้นที่นี้ จึงเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โปรดพิจารณาเร่งรัด โดยเร่งด่วนนะครับ ชาวบ้านเขารอมานานแล้วครับ ขอบคุณครับ🔗
ครับ ต่อไป นางสาวชนก จันทาทอง ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวชนก จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๒ จากพรรคเพื่อไทยค่ะ วันนี้ดิฉันมีปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่หารือ ด้วยกัน ๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรก รถบรรทุกน้ำหนักเกินส่งผลให้ผิวการจราจรเสียหายอย่างมาก เสี่ยงต่อการเกิดอันตรายค่ะ ดิฉันได้รับการร้องทุกข์จากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ว่า ถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๑๒ ช่วงอำเภอโพนพิสัยจนถึงอำเภอรัตนวาปี ระยะทาง ประมาณ ๓๐ กิโลเมตร มีรถบรรทุกทรายบรรทุกน้ำหนักเกิน ช่วงแรกก็วิ่งในเลนซ้าย พอเลนซ้ายเสียหายหนัก ตอนนี้ก็คือไปวิ่งในเลนขวา หนักเข้าค่ะตอนนี้วิ่งเสียหายทั้ง ๒ เลน ผิวการจราจร ๔ ช่องจราจรตอนนี้เสียหายหนักมากค่ะ ดิฉันจึงนำเรียนผ่านท่านประธานสภา ไปยังหน่วยงานที่กำกับดูแลเกี่ยวกับรถบรรทุกน้ำหนักเกินให้เข้าไปช่วยควบคุม ดูแล และแก้ไขอย่างเร่งด่วนด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องห้วยน้ำเป บ้านโนนฤาษี ตำบลกุดบง อำเภอโพนพิสัย ไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ ดิฉันได้รับการร้องทุกข์จากผู้ใหญ่บ้านบ้านโนนฤาษี หมู่ ๑๒ ตำบล กุดบง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ว่าห้วยน้ำเปนั้นเป็นห้วยน้ำที่ใช้ผลิตน้ำประปา และใช้เพื่อการเกษตรของพี่น้องประชาชนจำนวน ๒ หมู่บ้าน หลายร้อยครอบครัวค่ะ ช่วงหน้าฝนน้ำล้น ช่วงหน้าแล้งลำน้ำแห้งขอด ดิฉันจึงนำเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า หากทำเป็นฝายน้ำล้นหรือทำเป็นประตูกักเก็บระบายน้ำจะช่วย บรรเทาทุกข์ให้พี่น้องประชาชนบ้านโนนฤาษีนั้นสามารถแก้ไขปัญหาในการกักเก็บน้ำ ได้หรือไม่ ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗
ต่อไปคุณโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี เชิญเลยครับ🔗
สวัสดีครับ ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขตจอมทอง เขตธนบุรี พรรคภูมิใจไทย เนื่องจากผมได้รับเรื่องร้องเรียน จากพี่น้องประชาชนในบริเวณหมู่บ้านสินทวี ซึ่งตั้งอยู่บริเวณถนนพระราม ๒ ซอย ๔๓ เขตจอมทอง กรุงเทพฯ เวลาเข้าหน้าฝนทุกปีจะมีปัญหาเรื่องน้ำท่วมขัง ซึ่งสร้างความลำบาก และความเดือดร้อนกับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก ต้องรับโชคชะตาแบบตามมีตามเกิด ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ โครงการหมู่บ้านสินทวีมีลักษณะส่วนใหญ่เป็นทาวน์เฮาส์ (Townhouse) ซึ่งมีประมาณ ๔,๐๐๐ กว่าหลังคาเรือน สร้างมาแล้วกว่า ๓๐ ปี เนื่องจาก ๓๐ ปีที่แล้วโครงการหมู่บ้านต่าง ๆ ส่วนใหญ่ยังไม่มีการจัดตั้งเป็นนิติบุคคลและมีการเก็บ ค่าส่วนกลางเพื่อเป็นการบริหารจัดการภายในของหมู่บ้าน เวลาเกิดปัญหาน้ำท่วมแจ้งไปยัง ทางสำนักงานเขตก็มาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและเป็นการชั่วคราวเท่านั้น เพราะติดปัญหา ที่ดินส่วนบุคคล และไม่สามารถจัดตั้งงบประมาณประจำปีเพื่อปรับปรุงแก้ไขเป็นรูปธรรมได้ ลักษณะแบบนี้ ผมเชื่อว่าเกิดขึ้นในหลายเขตและในหลายโครงการของหมู่บ้าน ในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด กระผมจึงขออนุญาตฝากท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวงมหาดไทย หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขข้อกฎหมายโครงการหมู่บ้านที่ ขายไปแล้วเกิน ๑๕ ปีโดยไม่ได้รับการเหลียวแลหรือดูแลรับผิดชอบจากบริษัทหรือ เจ้าของโครงการนั้น ๆ ให้ถือว่าตกเป็นทรัพย์สินของรัฐ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อจะได้สามารถดูแลแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้ต่อไป ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณศักดินัย นุ่มหนู🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขอนำ ปัญหาความเดือดร้อน และความต้องการของพี่น้องชาวจังหวัดตราดมาหารือกับ ท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรกครับ ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้จัดสรรวัคซีนแล้วก็เร่งฉีดให้กับ พี่น้องชาวจังหวัดตราด โดยเฉพาะที่อำเภอเกาะช้าง แล้วก็อำเภอเกาะกูด เนื่องจากว่า ทั้ง ๒ อำเภอนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว แล้วก็เป็นแหล่งที่สร้างรายได้ที่สำคัญให้กับจังหวัดตราด แล้วก็ประเทศของเรามาอย่างยาวนาน แต่ด้วยจากสถานการณ์โควิด (COVID) ที่ระบาดอย่าง ต่อเนื่องทำให้ธุรกิจภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดนั้นได้รับผลกระทบอย่างยิ่ง ทั้งผู้ประกอบการ เรื่องของที่พัก โรงแรม รีสอร์ต (Resort) โฮมสเตย์ (Homestay) แล้วก็ ผู้ที่ประกอบการร้านอาหารไม่น้อยกว่า ๔,๕๐๐ แห่ง อีกทั้งผู้ที่มีส่วนที่ใกล้ชิดกับนักท่องเที่ยว ราว ๆ ๒๐,๐๐๐ คน ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับ การท่องเที่ยว เป็นเรื่องของการสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวนะครับ อีกทั้งยังเป็นการ กระตุ้นให้เกิดเศรษฐกิจนั้นได้ฟื้นตัวโดยเร็ว ก็จึงอยากที่จะให้มีการฉีดวัคซีนได้อย่างทั่วถึง เพื่อที่จะกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจของจังหวัดตราดนะครับ จึงขอเรียนผ่าน ท่านประธานสภาไปยังท่านนายกรัฐมนตรีได้จัดสรรวัคซีนแล้วก็ฉีดให้แก่พี่น้อง ชาวจังหวัดตราดในพื้นที่ของการท่องเที่ยวอำเภอเกาะช้างแล้วก็อำเภอเกาะกูดด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการประสานจาก นายชัยยันต์ เรืองกิจ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ ๔ บ้านเนินยาง ตำบลห้วยแร้ง อำเภอเมือง จังหวัดตราด ในความเดือดร้อนเรื่องของน้ำ เพื่อการเกษตร แล้วก็ผลิตน้ำประปาที่ยังมีไม่เพียงพอ ก็จะขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ทำแผนงานโครงการเพื่อแก้ไข ปัญหาแหล่งน้ำให้พี่น้องบ้านเนินยาง หมู่ ๔ มีน้ำกินน้ำใช้อย่างเพียงพอ ก็ขอขอบคุณ เป็นอย่างสูงครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณนพดล แก้วสุพัฒน์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่ เคารพ กระผม นายนพดล แก้วสุพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท ขอหารือผ่านท่านประธาน ๓ เรื่อง ดังนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้รัฐบาลช่วยเหลือชดเชยงบประมาณที่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนำไปช่วยเหลือประชาชนในช่วงโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ผ่านมาอย่างมากมาย เพราะไปกระทบกับงบประมาณที่จะเป็นไปตามแผนพัฒนาของท้องถิ่น ไม่ว่าจะ ด้านการศึกษา โครงสร้างพื้นฐาน และงบรายจ่ายประจำต่าง ๆ โดยนำเงินที่กู้มาช่วยชดเชย ตามความเป็นจริงด้วยครับ ให้ส่วนราชการ คือกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง และ ศบค. พิจารณาดำเนินการ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้มีระเบียบกฎหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถ ร่วมกันแก้ไขปัญหาการบริการที่แตกต่างกัน ด้วยความแตกต่างทางด้านการเงิน หรือว่า แตกต่างทางด้านบุคลากร ในหน้าที่ต่าง ๆ เดียวกัน เพื่อให้เกิดความเสมอภาคกับพี่น้อง ประชาชนด้วยครับ ขอให้กรรมการกระจายอำนาจ กระทรวงมหาดไทย และรัฐบาล ช่วยพิจารณาดำเนินการด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้ออกระเบียบกฎหมายที่กำหนดให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น และส่วนราชการภูมิภาคที่สามารถให้มีการบูรณาการ ทั้งด้านภารกิจทางด้าน งบประมาณและบุคลากร แม้แต่ภายในจังหวัดเดียวกัน ให้เกิดมาตรฐานเดียวกัน เนื่องด้วย เป็นภารกิจที่ซ้ำซ้อนกันอยู่แล้วเพื่อประโยชน์สูงสุดกับประชาชน ทั้งนี้ให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง คณะกรรมการกระจายอำนาจ และศูนย์บริการ ศบค. พิจารณาดำเนินการ จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างมาก ขอขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ผมขอขอบคุณท่านสมาชิก ทั้ง ๓๐ ท่านนะครับ ทุกคนก็ได้ฟังปัญหาความเดือดร้อนพี่น้องประชาชนมาเสนอ แล้วก็ ขอเรียนว่าในเรื่องด่วนหลายเรื่องตั้งแต่เมื่อวาน ได้กำชับเจ้าหน้าที่ฝ่ายสำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรให้เร่งรัดในการส่งเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยด่วน เพราะ หลายเรื่องเป็นเรื่องด่วนนะครับ ที่สมาชิกได้สอบถามเสนอเข้ามา ส่วนเรื่องไหนที่ท่าน ไม่สามารถเสนอได้ทัน ขอให้ทำเรื่องเป็นหนังสือมา เพราะว่าไม่ต้องรอการเสนอ ผมเข้าใจดี ว่ามีข้อจำกัดอยู่ว่าไม่เกิน ๓๐ คน เพราะฉะนั้นพวกเราที่มีเรื่องนอกเหนือจากนี้ ทำเรื่องมา นะครับ ไม่ช้าไปกว่าที่เสนอในนี้ครับ ขอบคุณที่ทุกคนพยายามรักษาระเบียบกฎเกณฑ์ เพื่อป้องกัน ผมคิดว่าเราจำเป็นต้องทำงานอยู่ภายใต้เงื่อนไขของโรคติดเชื้อที่ยังไม่ลดลง เพราะฉะนั้นเราต้องพยายามระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้ลุกลามมาถึงที่นี่ครับ🔗
ขณะนี้มีสมาชิกมา ลงชื่อแล้ว ๒๘๘ ท่านนะครับ ครบองค์ประชุม องค์ประชุมคือ ๒๔๒ เพราะฉะนั้น ครบองค์ประชุม ผมขออนุญาตเปิดประชุมครับ🔗
ต่อไปจะเข้าสู่ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
๑.๑ กระทู้ถามสด🔗
ในระหว่างที่มีการตั้งกระทู้ถามสดนี้ ก็ขอเรียนว่าจะมีการพิจารณากระทู้ถาม แยกเฉพาะไปในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ ซึ่งขณะนี้ท่านรองประธานศุภชัย ทำหน้าที่ เป็นประธานอยู่นะครับ ก็จะมีการซักถามกระทู้ไปพร้อม ๆ กัน เพราะฉะนั้นรัฐมนตรี บางท่านก็ต้องไปทั้ง ๒ ที่ครับ ก็เลยแจ้งมาว่าบางท่านอาจจะจำเป็นที่ช้าไปบ้าง หรือเร็ว ไปบ้าง เพราะว่าต้องไปทั้ง ๒ ที่🔗
กระทู้ถามสด วันนี้มี ๓ กระทู้ครับ กระทู้ถามสดนั้น สมาชิกเราอยู่มา ย่างเข้าปีที่ ๓ นะครับ ทราบระเบียบดีอยู่แล้วว่าแต่ละกระทู้ซักได้ไม่เกินครึ่งชั่วโมง ก็แยกออกไประหว่างผู้ถาม ๑๕ นาที ผู้ตอบ ๑๕ นาที ถามได้ ๓ ครั้งครับ🔗
๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗
๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๑๒๔ ส. เรื่อง โรคติดเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) (นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ตอบ🔗
ซึ่งรัฐบาลได้มอบหมายให้ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านรัฐมนตรีสาธิต ปิตุเตชะ มาแล้วครับ ขอเชิญ คุณหมอเรวัต ตั้งกระทู้ถามได้ครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช พรรคเสรีรวมไทย ท่านประธานครับ โควิด (COVID) ระบาดอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่เดือนมกราคม ปี ๒๕๖๓ จนถึงวันนี้มีผู้ติดเชื้อสะสม ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ราย แล้วก็มีผู้เสียชีวิตไปแล้วประมาณ ๑,๕๕๕ ราย ที่สำคัญก็คือว่า ในการระบาดระลอกที่ ๓ นี้ร้ายแรงมาก ตั้งแต่เดือนเมษายนมา ประมาณ ๒ เดือนครึ่ง มีผู้ติดเชื้อสะสมแล้ว ประมาณที่ ๑๗๐,๐๐๐ กว่าราย แล้วก็เสียชีวิตไปแล้วประมาณ ๑,๔๐๐ กว่ารายนะครับ สถานการณ์ของวันนี้ก็ต้องบอกว่า ประชาชนกำลังอยู่ในอันตราย ทั้งอันตรายในเรื่องของสุขภาพ แล้วก็ในเรื่องของเศรษฐกิจ ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ครับท่านประธานว่าในกรณีที่ผู้นำบริหารผิดพลาด แล้วเกิด ผลกระทบร้ายแรงต่อประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทั้งสุขภาพแล้วก็ความหายนะ ทางเศรษฐกิจ การแสดงความรับผิดชอบก็คือต้องลาออกจากตำแหน่งครับ การที่ออกมา พูดว่าผมขอรับผิดชอบเองบ่อย ๆ แล้วไม่มีการกระทำอะไรที่มันเป็นผลดีติดตามมานั้น คำพูดเหล่านั้นมันไม่มีความหมายอะไร แล้วมันก็ไม่สร้างความเชื่อมั่นใด ๆ เช่น การประกาศ ว่าให้วันที่ ๗ มิถุนายน เป็นวาระแห่งชาติ ปรากฏว่าเอาเข้าจริง ๆ คนไม่ได้ฉีดวัคซีน มีการเลื่อนฉีดวัคซีนออกไป แล้วมีคนจำนวนมากเดือดร้อนเพราะไม่มีวัคซีนจะฉีด อย่างนี้เป็นต้น เมื่อวานนี้ท่านนายกรัฐมนตรีมาประกาศบอกว่าอีก ๑๒๐ วันจะเปิดประเทศ คำถามก็คือจะเปิดอย่างไรครับ ถ้าพูดลอย ๆ ว่าอีก ๑๒๐ วันจะเปิดประเทศ ก็ต้องถามว่า ท่านมีแอ็กชันแพลน (Action Plan) อย่างไรครับ แอ็กชันแพลน (Action Plan) ที่ชัดเจน ทั้งจำนวน ทั้งเวลา ผมยกตัวอย่างเช่นท่านต้องกำหนดตัวไมล์สโตน (Milestone) ออกมา ท่านมีไมล์สโตน (Milestone) อย่างไร เพราะฉะนั้นคำถามแรกของผมก็คือว่าอยากจะเห็น แผนที่ชัดเจน และกำหนดแผนที่ชัดเจนออกมาเลยครับว่าท่านมีแผนตรงนี้อย่างไร โดยเฉพาะ อย่างยิ่งผมขอทราบไมล์สโตน (Milestone) เป็นคำถามแรก ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่าน รัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุข วันนี้ได้รับมอบอำนาจให้มาตอบกระทู้ถามของเพื่อนสมาชิก คุณหมอเรวัต สำหรับสถานการณ์โควิด (COVID) ที่กำลังระบาดอยู่ในระลอกที่ ๓ นี้ ก็ต้องเรียนว่า เป็นสถานการณ์ที่หนักกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ครั้งแรก ครั้งที่ ๒ แต่สถานการณ์โควิด (COVID) ในระลอกที่ ๓ นี้ก็ถือว่าเป็นสถานการณ์ที่ใกล้เคียงกันกับต่างประเทศหลาย ๆ ประเทศ คู่กันไปกับการรณรงค์การฉีดวัคซีนว่าการควบคุมโรคและการฉีดวัคซีนนั้นก็ทำคู่ขนานกันไป สผ ๖/๒๕๖๔ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) จิตตานันท์ ๑๖/๒ ผมก็เรียนกับท่านเรวัตว่าเรื่องโควิด (COVID) หรือเรื่องวัคซีนมันไม่ใช่เรื่องของใคร คนใดคนหนึ่งเป็นเรื่องของคนไทยทุกคนต้องร่วมมือกัน การเดินหน้าไปสู่การเปิดประเทศ ได้มีหลายปัจจัยหรือท่านใช้คำว่า แอ็กชันแพลน (Action Plan) ก็ตาม แล้วก็ไม่ใช่ เป็นแอ็กชันแพลน (Action Plan) ที่จะเกิดได้จากฝั่งผู้มีอำนาจรัฐโดยรัฐบาลฝ่ายเดียว ในตัวแผนทั้งหมดก็ต้องติดตามรอว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะประกาศเป็นแผนปฏิบัติการ อย่างไร ซึ่งก็อาจจะมีความแตกต่างกันในแต่ละส่วน แต่แน่นอนที่สุดการจัดการในเรื่องนี้ การที่จะเปิดประเทศให้ได้ภายใน ๑๒๐ วัน ผมเข้าใจว่าบนพื้นฐานของการจัดหาซื้อวัคซีน จำนวนประมาณ ๕๐ ล้านคน หรือประมาณ ๑๐๐ ล้านโดส และสถานการณ์การติดเชื้อของคน ไทยในต่างจังหวัดก็เริ่มดีขึ้น เพียงแต่ว่าเราจะต้องมาควบคุมในคลัสเตอร์ (Cluster) ใน กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ถ้าเราจัดการควบคู่กันไปใน ๒ เรื่องนี้ได้ ผมคิดว่าเป้าหมาย ก็จะประสบความสำเร็จ เพราะฉะนั้นการประกาศของท่านนายกรัฐมนตรี ก็ถือว่าเป็นการประกาศเพื่อความชัดเจนว่ารัฐบาลเป็นหลักที่จะขอความร่วมมือของคนไทย ทั้งประเทศที่จะเดินหน้าร่วมกันในการที่จะสู้กับโควิด (COVID) และให้เสร็จสิ้นภายใน ๑๒๐ วัน ก็ฝากท่านเรวัตว่าต้องติดตามนะครับ ที่ท่านเรียกว่าแอ็กชันแพลน (Action Plan) หรือไมล์สโตน (Milestone) ต่อไปว่ารัฐบาลจะมีมาตรการต่าง ๆ อย่างไรนะครับ🔗
ขอเชิญท่านเรวัต เชิญถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานครับ ก็ต้องขอชมที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้มีการกำหนดเป้าหมาย ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยได้ยินนะครับ แต่ว่าคราวนี้ก็คือมีการกำหนดเป้าหมาย แต่ท่านรัฐมนตรี ยังไม่ได้ตอบคำถามผม เพราะว่าผมต้องการทราบไมล์สโตน (Milestone) ไมล์สโตน (Milestone) ในที่นี้หมายถึงว่า เช่น เมื่อสิ้นเดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม เดือนกันยายน เดือนตุลาคม ท่านมีไมล์สโตน (Milestone) แบบนี้ คือจำนวนที่จะฉีดเท่าไร อย่างไร แล้วก็ตัวการจัดหาวัคซีนเป็นอย่างไร ไม่เป็นอะไร เดี๋ยวท่านตอบทีเดียวนะครับ เพราะว่าผมจะขออนุญาตท่านประธานไปคำถามที่ ๒ เลยครับ🔗
ท่านประธานครับ รัฐบาลได้ทำสัญญาไว้กับ บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า ในเงื่อนไขสัญญานั้น ถ้าหากว่า บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า ไม่สามารถส่งวัคซีนให้ได้ตามกำหนด ระยะเวลา แล้วทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อประชาชน คำถามของผมก็คือว่า อยากทราบ แล้วก็พี่น้องประชาชนก็อยากทราบ แล้วก็เป็นเสียงสะท้อนมาจาก พี่น้องประชาชนนะครับว่าในเงื่อนไขสัญญานั้น สามารถที่จะทำการปรับหรือฟ้องร้อง เรียกค่าเสียหายได้มากน้อยเพียงใด แล้วสัญญาเหล่านี้จะสามารถเปิดเผยให้กับประชาชน ได้รับทราบได้หรือไม่ เพื่อจะเกิดความโปร่งใส แล้วถ้าไม่ได้เป็นเพราะอะไรถึงไม่ได้ นี่คือคำถามที่ ๒ ครับ คำถามแรกที่ท่านยังไม่ได้ตอบ กรุณาตอบด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุข ผมเข้าใจว่าคำถามนี้ท่านเรวัตได้เคยถามกระทู้ หรือเพื่อนสมาชิกได้พูด ในประเด็นนี้หลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเปิดเผยในสัญญาที่รัฐบาล หรือกรมควบคุมโรค ได้ทำสัญญาไว้กับบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า🔗
ขออนุญาตครับท่านประธาน ผมไม่ได้เสียมารยาทพูดแทรกนะครับ เพียงแต่ว่าจะเคยมีคนถามหรือไม่ ผมไม่ทราบ แต่ว่าตัวผมเองไม่เคย ไม่เคยถามคำถามนี้เลยครับ กราบเรียนท่านประธานครับ🔗
ผมเรียนท่านเรวัตว่าเราน่าจะทราบตรงกันนะครับว่าความต้องการหรือดีมานด์ (Demand) ในการจัดซื้อวัคซีนในขณะนี้มีความต้องการมาก ประชากรโลกประมาณ ๗,๐๐๐ ล้านคน ต้องการวัคซีนพร้อมกัน ซึ่งในขณะนี้เป็นเฟส (Phase) แรก ๆ ของบริษัทวัคซีนต่าง ๆ ที่กำลังจะผลิตวัคซีนออกมา ถึงแม้ว่าจะมีหลายบริษัทผลิตสำเร็จแล้วก็ตาม แต่ว่าอย่างไรก็ตามความต้องการหรือปริมาณดีมานด์ (Demand) กับซัปพลาย (Supply) กลไกตลาดเป็นอำนาจของผู้ผลิตวัคซีนในขณะนี้ เพราะฉะนั้นเราโชคดีที่เรามีการพูดถึง หรือมีข้อตกลงกับบริษัทผลิตวัคซีนที่เป็นวัคซีนต้นทุนหลักของเราก็คือแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี ๒๕๖๓ ในสถานการณ์ขณะนั้น ผมเรียนว่าเรากำลัง เผชิญหน้ากับการระบาดระลอกแรก ๆ แต่ว่ากระทรวงสาธารณสุข โดยสถาบันวัคซีนได้มีการ ทำความตกลงเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีในการเจรจากับบริษัทวัคซีนหลายบริษัท ๑ ในบริษัทนั้นก็คือแอสตร้าเซนเนก้า บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า เป็นบริษัทใหญ่ที่ผลิตวัคซีน และมีความน่าเชื่อถือในระดับโลก ก่อนที่จะเจรจา สถาบันวัคซีนได้พูดคุยกับหลายบริษัทแต่ เงื่อนไขที่ดีที่สุดและเป็นประโยชน์ที่สุด ไม่ว่าจะเป็นในด้านราคา ถ้าเปรียบเทียบในขณะนี้ เพื่อนสมาชิกก็คงทราบว่าถ้าเปรียบเทียบราคาและคุณภาพแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) มีราคาที่ถูกที่สุด และประสิทธิภาพก็ถือว่าอยู่ในอันดับต้น ๆ ของโลก เราเจรจาในขณะนั้นต้องเรียนว่ามีความเสี่ยงว่าการค้นคว้าวิจัย การทดลองของบริษัท แอสตร้าเซนเนก้าจะสำเร็จหรือไม่เราไม่ทราบ เราก็ได้มีการพูดคุยตกลง สัญญาที่เราทำ ระหว่างแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) กับเรานั้นมีความละเอียดอ่อนอย่างมาก ไม่ว่า จะเป็นการเจรจา ไม่ว่าจะเป็นสัญญา เรื่องจำนวนหรือเรื่องของวันเวลาที่ชัดเจน เขาใช้คำว่า คอนฟิเดนเชียล (Confidential) ซึ่งมีความละเอียดอ่อนอย่างมาก เพราะว่าเขาเป็นผู้ผลิต ที่ไม่ได้ขายให้กับประเทศเราประเทศเดียว เพราะฉะนั้นความจำเป็นหรือการเปิดเผยข้อมูล ต่าง ๆ ก็ต้องเป็นความร่วมมือระหว่างเรากับบริษัท ผมก็เรียนท่านว่ามีความละเอียดอ่อนใน การที่จะนำมาพูดในตรงนี้นะครับ แล้วก็ท่านก็จะเห็นข่าวคราว ไม่ว่าจะเป็นประธานาธิบดี ประเทศไต้หวัน ได้ออกมาพูดเรื่องเกี่ยวกับการจัดสรรวัคซีนของบริษัท ทั้งหมดนี้คือความ ละเอียดอ่อนที่ผมอาจจะไม่ได้ตอบตรงไปตรงมา แต่ว่าในเนื้อหาที่ท่านอยากรู้นั้น ผมคิดว่า มีความละเอียดอ่อนเป็นอย่างมากสำหรับที่เราจะนำมาเปิดเผย เพราะว่าข้อตกลงของเราที่ เป็นหลักการ ก็คือว่าบริษัท แอสตร้าเซนเนก้าจะต้องจัดส่งวัคซีนให้เรา ซึ่งเป็นวัคซีน ต้นทุนหลักทั้งหมดนี้ ๖๑ ล้านโดส โดยให้เราทำแผนที่จะจัดฉีดโดยศักยภาพของเรา ทั่วประเทศให้กับเขา ซึ่งเขาก็ยอมรับแผนโดยที่ไม่มีการปฏิเสธแผน นั่นก็คือในเดือนมิถุนายน บริษัทจะส่งวัคซีนให้เรา บริษัท แอสตร้าเซนเนก้าจะส่งให้เรา ๖ ล้านโดส หลังจากนั้น ส่งเดือนละ ๑๐ ล้านโดส ๑๐ ล้านโดส ๑๐ ล้านโดส ไปจนถึงเดือนธันวาคม ๕ ล้านโดส ก็รวมทั้งสิ้นเป็น ๖๑ ล้านโดส นี่คือหลักการที่คุยกันนะครับ เพราะฉะนั้นในส่วนแผนในการ จัดฉีดตามแผนนี้ ผมยังเชื่อมั่นว่าบริษัท แอสตร้าเซนเนก้าจะส่งวัคซีนตามแผนที่กำหนด ซึ่งขณะนี้ล่าสุดในเดือนมิถุนายน ล่าสุดแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ส่งมาเมื่อวานนี้อีก ๖๐๐,๐๐๐ ก็รวมเป็นประมาณ สำหรับเดือนนี้ ล็อต (Lot) แรกมา ๒ ล้านแล้ว คือล็อต (Lot) ๒๔๐,๐๐๐ โดส บวกกับ ๑,๘๐๐,๐๐๐ โดส เมื่อวาน ๖๐๐,๐๐๐ แล้วก็จะเพิ่มขึ้น ในอาทิตย์หน้า ๑ ล้านโดส ก็จะประมาณ ๔ ล้านโดส เพราะฉะนั้นผมยังมั่นใจว่า บริษัท แอสตร้าเซนเนก้าจะปฏิบัติตามแผนที่เราเสนอการจัดสรรวัคซีนในการฉีดให้กับ ประชาชนคนไทย ๖๑ ล้านโดส ตามที่เราเคยตกลงกัน ส่วนในเรื่องรายละเอียด ในสัญญานั้น ผมขอเรียนว่าอันนี้เป็นเรื่องที่ต้องขออภัยจริง ๆ ว่าไม่อาจตอบคำถามท่านได้ กราบขอบพระคุณครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผมคงไม่กดดันท่านรัฐมนตรีที่จะต้องมาเปิดเผยสัญญา แต่คำถามก็คือว่า ท่านพอจะทราบไหมล่ะครับว่าถ้าการผลิตไม่ต่อเนื่องหรือมีปัญหาเรื่องเทคนิคัล (Technical) อะไร แล้วก็ไม่สามารถส่งได้ตามกำหนดเราสามารถจะฟ้องร้องได้หรือไม่อย่างไร เดี๋ยวท่านตอบทีหลังก็ได้นะครับ แต่อยากจะเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าในฐานะที่ผม เป็นหมอ ผมไม่เคยเบลม (Blame) หรือตำหนิคุณภาพของวัคซีนทั้ง ๒ ตัวที่รัฐบาลจัดหาเลย สิ่งที่ผมทำตลอดเวลาก็คืออธิบายทุกวันให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในการฉีดวัคซีนทั้ง ๒ ตัวนี้ เพื่ออะไรครับ เพื่อให้ทุกคนปลอดภัยครับ ไม่ว่าเอฟฟิเคซี (Efficacy) เมื่อเทียบกับ ตัวอื่นแล้วมันจะสู้ไม่ได้ก็ตาม แต่ผมคิดว่าชีวิตของประชาชนนั้นมีความสำคัญมาก เราเซฟ (Safe) ชีวิตไว้ก่อน ส่วนเอฟฟิเคซี (Efficacy) จะต่ำค่อยว่ากัน นั่นคือสิ่งที่ผมทำ ทุกวัน ทำทุกวันก็คือพยายามพูดให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในการฉีดวัคซีน แล้วอย่ากลัว ในเรื่องของผลข้างเคียงที่เกิดจากวัคซีน นั่นคือสิ่งที่ผมทำนะครับ ก็เลยอยากจะกราบเรียน ท่านประธานครับ🔗
คำถามที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพครับ คือเมื่อวานนี้จากการที่ประชาชน เดือดร้อนมายาวนานมาก แล้วกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มได้รับผลกระทบ อย่างมาก เพราะฉะนั้นเมื่อวานก็เลยมีตัวแทนจากสมาคมร้านอาหาร ผับ (Pub) บาร์ (Bar) แล้วคราฟต์เบียร์ (Craft Beer) แห่งประเทศไทยมายื่นหนังสือให้กับผมเพื่อจะยื่นให้กับ ท่านประธานต่อไป ก็คือเรียกร้องให้รัฐบาลได้รับทราบถึงความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น จากมาตรการของรัฐ จากการที่เขาถูกกระทบทุกครั้งที่มีการระบาดทั้ง ๓ ระลอกนี้ การกระทบหรือผลกระทบที่เกิดขึ้นมันไม่ได้กระทบเฉพาะเจ้าของกิจการ แต่ปรากฏว่า มันมีพนักงานจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบตรงนี้ไปด้วย ตั้งแต่พนักงานเสิร์ฟ พนักงาน ทำความสะอาด พนักงานในครัว รวมทั้งผู้จัดหาและส่งสินค้าทุกประเภทตั้งแต่ ต้นทางจนถึงปลายทางครับ เพราะฉะนั้นเขาก็เลยเรียกร้องมาอย่างนี้ครับก็คือว่า ข้อที่ ๑ ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ คือสามารถจะเยียวยาด้วยเรื่องเงินช่วยเหลือ แล้วออกมาตรการเงินกู้เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาการดำเนินธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจาก การระบาดของโควิด (COVID) ได้อย่างไรหรือไม่นะครับ ข้อที่ ๒ การเยียวยาเรื่องการ ชำระภาษีให้กับผู้นำเข้าอาหารและเครื่องดื่มด้วยการจ่ายภาษีเป็นงวด ๆ หรืองดเก็บภาษี บางประเภทเพื่อช่วยลดภาระของผู้ประกอบการครับ มาตรการข้อที่ ๓ ที่ขอความช่วยเหลือมา ก็คือสามารถที่จะออกมาตรการและแก้ไขกฎหมายให้ขายแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร และให้โฆษณา รวมถึงขายออนไลน์ (Online) และให้ซื้อกลับบ้านได้หรือไม่อย่างไร อันนี้ก็คือคำถามที่เป็นการร้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล ก็เลยเป็นคำถามที่ได้รับฝากมา ก็จะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเพื่อจะถามท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ขอเชิญรัฐมนตรี ท่านมีเวลาอยู่ประมาณ ๕ นาที เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุข ก็เรียนท่านเรวัตนะครับ และต้องขอบคุณที่ท่านได้เป็นตัวแทนของ ผู้ประกอบการ ซึ่งถ้าผมเข้าใจไม่ผิดก็คือเป็นประเภทสถานบันเทิงหรือประเภทร้านอาหาร แล้วก็นำเข้าเครื่องดื่ม ผมคิดว่าโดยภาพรวมการเยียวยา รัฐบาลโดย ศบค. ได้รับเรื่อง ในทุกกลุ่มที่มีความเดือดร้อน แล้วก็ ครม. ก็ได้พิจารณาในการที่จะเยียวยาในทุกกลุ่ม แต่แน่นอนที่สุดนะครับ คำว่า ทุกกลุ่ม ที่ว่านี้ก็ต้องเป็นการวอยซ์ (Voice) หรือนำเสนอ มาจากกลุ่มที่เดือดร้อน วันนี้ก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ผมก็ได้รับเรื่องร้องเรียนประเภทนี้เช่นกัน คือต้องยอมรับว่าการเยียวยาในแต่ละกลุ่มนั้นก็มีประชากรกลุ่มใหญ่ ๆ แต่อาจจะมีบางกลุ่ม ที่เรายังเข้าไม่ถึง ซึ่งเขาก็ได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบจากสถานการณ์ จากมาตรการ ของรัฐบาล ซึ่งอันนี้ผมคิดว่าการที่ท่านเอาความต้องการของกลุ่มต่าง ๆ เหล่านี้นำเข้ามา ในสภาแห่งนี้ สภาแห่งนี้ก็จะนำเรื่องนี้เข้าไปที่ ศบค. แล้วก็ต้องเรียนว่าในเงื่อนไขการเยียวยา ต่าง ๆ ก็จะต้องถูกพิจารณาโดย ศบค. แล้วก็นำเข้า ครม. ก็จะเหมือนกับทุกกลุ่ม ที่เราได้ดำเนินการมา ไม่ว่าจะเป็นเราชนะ คนละครึ่ง ซึ่งก็มีประชาชนที่ได้เข้าร่วมโครงการ หลายสิบล้านคน แต่อาจจะมีบางกลุ่มที่ยังไม่สามารถมีข้อมูลเข้าถึงการเยียวยาของรัฐบาลได้ อันนี้ก็จะขอรับไป อย่างเช่นเมื่อวานนี้คนที่มาพบผมก็เป็นกลุ่ม อีกกลุ่มหนึ่งอาจจะเป็น ส่วนหนึ่งที่ท่านพูดก็คือกลุ่มสถานบันเทิง ที่เขาพยายามบอกว่ามีคนจะตีตราเขาว่า สถานบันเทิงนั้นจะเป็นคลัสเตอร์ (Cluster) แต่เขายืนยันว่ากิจการของเขา ถึงแม้จะมี ความเสี่ยงถ้าเขาปฏิบัติได้ตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุขนิวนอร์มอล (New Normal) เขาก็จะสามารถดำเนินกิจกรรมได้ เพราะว่าเขาได้รับผลกระทบโดยที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา เป็นจำนวนมาก รวมทั้งอาชีพอิสระ นักดนตรี ที่ร้านอาหารเปิดไม่ได้เขาก็ไม่ได้ถูกจ้าง รถรา ที่ผ่อนชำระอยู่ก็มีปัญหา เพราะฉะนั้นความเดือดร้อนนี้ ในสถานการณ์โควิด (COVID) นี้ ไปทุกหย่อมหญ้ารัฐบาลก็อาจจะยังขาดตกบกพร่องในบางกลุ่มบางส่วนที่ยังอาจจะเยียวยา ไม่ครบ ก็ต้องขอขอบคุณท่าน เรื่องนี้ก็จะถูกนำเข้าไปพิจารณาใน ศบค. ว่าเราจะสามารถ เอาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในกลุ่มต่าง ๆ เพื่อที่จะไปเยียวยาได้แค่ไหน อย่างไร ตามหลักเกณฑ์ แต่ก็ต้องเรียนว่าสถานการณ์ขณะนี้เราก็เยียวยาในแต่ละกลุ่มไปค่อนข้างมาก พอสมควรนะครับ ก็ใช้เงินไปจำนวนมากเหมือนที่เราอภิปรายกันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพราะฉะนั้นก็จะพยายามให้ความเดือดร้อนนั้นได้รับการเยียวยาให้มากที่สุดและ เป็นธรรมที่สุด ก็ต้องเรียนขอบคุณท่านเพื่อนสมาชิก เราจะได้นำกลุ่มนี้เข้าไปพิจารณาต่อไป เพื่อดำเนินการที่จะเยียวยาได้หรือไม่อย่างไรครับ🔗
ขอบคุณครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผมจะขออนุญาตท่านประธานที่จะนำหนังสือร้องเรียนที่ผมได้รับมานี้ยื่นต่อท่านประธาน ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอชื่นชมคุณหมอ แล้วก็ท่านรัฐมนตรีผู้ตอบ ท่านรักษาเวลาและบริหารเวลาสมกับเป็นผู้บริหารนะครับ ขอขอบคุณครับ🔗
๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๑๒๕ ส. (นายมณฑล โพธิ์คาย เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ตอบ แต่ประเด็นอีกต่างหาก คือเกี่ยวกับวัคซีน ขอเชิญท่านมณฑลครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายมณฑล โพธิ์คาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขตสวนหลวง เขตประเวศ แขวงหนองบอน และแขวงดอกไม้ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมได้รับการร้องเรียน ได้รับการฝากจากพี่น้องประชาชน คนกรุงเทพมหานครและ คนต่างจังหวัดให้ผมมาตั้งกระทู้ถาม เรื่อง การจัดสรรวัคซีนป้องกันโควิด-๑๙ (COVID-19) กับรัฐบาลในวันนี้ ท่านประธานที่เคารพ กระทู้ถามในวันนี้จะเป็นกระทู้ที่มีความสำคัญต่อ พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ และวันนี้ผมต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ท่านสาธิต ปิตุเตชะ ท่านได้ให้ความสำคัญในเรื่องปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ท่านได้มารับฟังและมาตอบกระทู้ของพี่น้องประชาชน ในวันนี้ ท่านประธานครับ ที่ผ่านมาในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) พี่น้องประชาชนมีความเดือดร้อน มีความทุกข์ยาก มีความลำบาก ชีวิตต้องเปลี่ยนไป ที่สำคัญส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ร่างกายและจิตใจของพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนมีความวิตกกังวล มีความตื่นกลัวต่าง ๆ เช่น กลัวจะติดเชื้อ กลัวติดเชื้อแล้ว จะเสียชีวิต อันนี้เกิดจากที่พี่น้องประชาชนบางกลุ่มไม่มีความรู้ ไม่มีความสามารถ ไม่เข้าใจ ในเรื่องการป้องกันรักษาตัว หรือไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง รวมทั้ง ขาดความมั่นใจในกระบวนการรักษาและกระบวนการจัดสรรวัคซีนที่ล่าช้าของรัฐบาล เพื่อให้พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศคลายความวิตกกังวลและทราบข้อมูลข่าวสาร ที่แท้จริง เนื่องจากพี่น้องประชาชนจำนวนมากได้ถูกเลื่อนการฉีดวัคซีนและปรากฏภาพ ในสื่อต่าง ๆ ว่าโรงพยาบาลต้องรอการจัดสรรวัคซีน จากกระทรวงสาธารณสุข คำถามที่ ๑ ผมขอถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุขว่าการจัดสรรวัคซีนป้องกันโควิด-๑๙ (COVID-19) ให้กับพี่น้องประชาชน คนไทยมีปัญหาหรือไม่ แล้วถ้ามี ท่านมีแนวทางแก้ไขอย่างไรครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ ถามครั้งที่ ๑ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุขได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรองนายกรัฐมนตรีให้ตอบ คำถามของเพื่อนสมาชิก ท่าน ส.ส. มณฑล โพธิ์คาย ซึ่งเพื่อนสมาชิกได้ทำหน้าที่ในความ ห่วงใยพี่น้องประชาชนที่มีความกังวลกับสถานการณ์โควิด (COVID) แล้วก็เรื่องวัคซีน ผมเรียนเป็นหลักการนะครับว่ารัฐบาลได้เตรียมวัคซีนต้นทุนประมาณ ๖๑ ล้านโดส จากแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZanica) และวัคซีนเสริมจากซิโนแวค (Sinovac) ประมาณ ๗ ล้านโดส รวมเป็นประมาณ ๖๗ ล้านโดส ตัวเลขอาจจะไม่เป๊ะนะครับ แต่ว่าให้ท่านได้เห็น ภาพว่าเราได้มีการเตรียมการอย่างไรบ้าง นอกจากนี้รัฐบาลก็ได้มีการเจรจากับวัคซีน ทางเลือกอีก ๓-๔ ยี่ห้อ ซึ่งก็จะมีการดำเนินการอยู่ในระหว่างการเจรจาและเข้าสู่ขั้นการ เจรจา ซึ่งก็จะมาเติมในส่วนที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงไปแล้วอีก ๒ ยี่ห้อ ก็คือทั้ง ไฟเซอร์ (Pfizer) แล้วก็จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (Johnson & Johnson) ตัวเลขประมาณ ๒๕ ล้านโดส แล้วก็อีก ๕ ล้านโดส นอกจากนี้เราก็จะพบว่าวัคซีนทางเลือกที่จะถูกนำเข้าจาก ภาคเอกชน โดยรัฐบาลให้หน่วยงานของรัฐไปเป็นหน่วยงานกลางในการประสานกับบริษัท วัคซีน ก็คือวัคซีนยี่ห้อโมเดอร์นา (Moderna) ซึ่งอันนี้ก็จะมีจำนวนตามที่บริษัทเอกชนจะสั่ง จากบริษัทผลิตวัคซีนจำนวนหนึ่ง แล้วก็ที่เป็นข่าวแล้วก็ทราบกันดีก็คือวัคซีนซิโนฟาร์ม (Sinopharm) ที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ก็จะนำเข้าอีก ๑ ล้านโดส ในช่วงแรก ทั้งหมดนี้ ก็จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ตั้งเป้าว่าจะต้องได้วัคซีนประมาณ ๑๐๐ ล้านโดส เพื่อที่จะฉีดให้คนไทยได้ประมาณ ๕๐ ล้านคน ในการที่จะสร้างภูมิต้านทานหมู่ ให้กับประเทศไทย ส่วนการเจรจาและการได้มาของวัคซีนในแต่ละส่วนในแต่ละยี่ห้อนั้นก็ เป็นไปตามปัจจัยและเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ ซึ่งผมเรียนเมื่อสักครู่ในการตอบคำถามท่านเรวัต ไปว่าในสถานการณ์ตอนนี้ที่เราคนทั้งโลกกำลังต้องการวัคซีนจำนวนมาก เราโชคดีที่เรามีการ เจรจากับวัคซีนต้นทุนของเรา คือบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า ๖๑ ล้านโดส แล้วเราก็ มีการเจรจา และได้เพิ่มเติมจำนวนวัคซีนเข้ามาเรื่อย ๆ ก็คือวัคซีนซิโนแวค (Sinovac) จากประเทศจีน ซึ่งเป็นมิตรประเทศ เวลาเราเจรจาหรือท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีไปพูดคุยเราต้องการให้เข้ามาเสริมในช่วงเวลาไหนเขาก็พยายามส่งมา ให้เราโดยที่เป็นการพูดคุยแบบมิตรประเทศ อันนี้ก็มาช่วยแก้ไขปัญหาในบางสถานการณ์ ที่วัคซีนในต้นทุนหลักของเราขาดแคลน ส่วนแผนการจัดกระจายวัคซีนไปยังพี่น้องประชาชน ก็เป็นไปตามแผนที่เราวางไว้ เดิมเราจัดกลุ่มความสำคัญให้กับ ๒ กลุ่มแรก ก็คือกลุ่มผู้สูงอายุ ตั้งแต่ ๖๐ ปีขึ้นไป แล้วก็กลุ่มที่เป็น ๗ โรคเสี่ยง อันนี้ให้ลงทะเบียนกับหมอพร้อมก่อน ลงทะเบียนเสร็จเมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ก็มีจำนวนคนลงทะเบียนประมาณ ๘ ล้านคน หลังจากนั้นเกิดการระบาดในกรุงเทพมหานคร ท่านนายกรัฐมนตรีก็สั่งการว่าถ้าเป็น พื้นที่ระบาดก็จะต้องมีความสำคัญในพื้นที่นั้น ก็เลยเพิ่มสัดส่วนจำนวนวัคซีนที่นำเข้ามา ให้มาฉีดให้กับคนในกรุงเทพฯ คนในกรุงเทพฯ ก็จะมีการแบ่งเป็นหลายกลุ่ม เช่น อาชีพเสี่ยง กลุ่มเสี่ยง รวมทั้งความสำคัญแรก ๆ ก็คือบุคลากรทางการแพทย์ ประชาชนที่ทำงาน ด่านหน้า ไม่ว่าจะเป็น อสม. เจ้าหน้าที่ทั้งหมดนี้ก็มีการจัดลำดับ แล้วก็จัดความสำคัญว่า ถ้ามีวัคซีนจำนวนจำกัด กลุ่มที่ต้องได้รับวัคซีนก่อนจะเป็นกลุ่มไหน อย่างไร ในส่วนแรกอาจจะมีปัญหาอยู่บ้างนะครับ เพราะว่าการจัดส่งวัคซีนในแต่ละช่วงกับแผน ที่วางไว้อาจจะมีความคลาดเคลื่อนกันก็จึงเป็นปัญหาให้เกิดมีการเลื่อน แต่ผมมั่นใจว่า ในช่วงเดือนกรกฎาคม แล้วก็แผนหรือการตอบรับในการจัดส่งวัคซีน ไม่ว่าจะเป็นเมื่อวาน แล้วก็วันที่ ๑๙ ที่จะถึง แล้วก็ซิโนแวค (Sinovac) อีก ๒ ล้านโดส ในปลายสัปดาห์หน้า ก็จะมาช่วยเติมให้สถานการณ์การจัดสรรวัคซีนลงไปในทั้งกรุงเทพฯ และในต่างจังหวัด ในทุกกลุ่มที่ถูกจัดลำดับความสำคัญ ไม่ให้มีปัญหาเหมือนตอนแรก ๆ เพราะฉะนั้นผมมีความ มั่นใจว่าในเดือนถัดไปวัคซีนก็จะทยอยมา การจัดสรรการฉีดวัคซีนให้กับพี่น้องประชาชน ก็จะทำได้ดียิ่งขึ้น ก็ต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิก ท่านมณฑล โพธิ์คาย ที่ได้มีความเป็นห่วง พี่น้องประชาชนในเรื่องของการฉีดวัคซีน เราทางรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขก็จะ เดินหน้าทำหน้าที่ให้เต็มที่ให้มีปัญหาให้น้อยที่สุด ขอยืนยันครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่านมณฑล ถามครั้งที่ ๒ ได้ครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมได้เห็นภาพ การฉีดวัคซีนให้กับบุคคลทั่วไปที่ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง กลุ่มเปราะบาง หรือกลุ่มต่าง ๆ เพื่อเป็นการ สร้างภูมิคุ้มกันตามหลักการระบาดวิทยา ที่ผ่านมาท่านทำได้ดีนะครับ เช่น ที่จังหวัดระยอง ที่จังหวัดสมุทรสาคร หรือที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศ ผมจะขอถามท่านรัฐมนตรีว่าท่านจะสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน คนไทยทั้งประเทศได้อย่างไร ว่าพี่น้องประชาชนจะได้วัคซีนโดยทั่วถึงและครอบคลุม และเป็นไปตามที่รัฐบาลได้วางแผนไว้ครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผมขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งนะครับว่าตามแผนการจัดหาวัคซีนของรัฐบาล ทั้งวัคซีนต้นทุน และวัคซีนเสริม และวัคซีนทางเลือกที่จะถูกทยอยลำเลียงเข้ามากับศักยภาพในการฉีด เรียนท่านมณฑลว่าเมื่อวานนี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ประกาศว่าประมาณ ๑๒๐ วันก็จะ เปิดประเทศอันนั้นหมายความว่าก่อนที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะพูดกับพี่น้องประชาชน ท่านต้องมีข้อมูลและท่านต้องมั่นใจอย่างแน่นอนว่าวัคซีนที่ได้มีการจัดหา มีการตกลงกัน ในหลักการ แล้วก็เริ่มเจรจาวัคซีนในทุกส่วนก็จะทยอยเข้ามา ส่วนศักยภาพหรือคาพาซิตี (Capacity) ในการฉีด ณ วันนี้แรก ๆ มีความเป็นห่วงว่าจะฉีดได้วันละไม่ถึง ๓๐๐,๐๐๐ คน ๔๐๐,๐๐๐ คน แต่วันนี้ถ้าวัคซีนมาได้เต็มจำนวนก็พิสูจน์ได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นกรุ๊ป วัคซีน เนชัน (Group Vaccination) ที่ไปฉีดในสถานที่นอกโรงพยาบาล แต่ว่ามีโรงพยาบาลไป ซัปพอร์ต (Support) เพื่อความปลอดภัยในมาตรการของบริษัทที่ผลิตวัคซีนเอง เพราะฉะนั้น โดยศักยภาพ ณ วันนี้ผมมั่นใจว่าถ้าวัคซีนมามีจำนวนที่เพียงพอ วันหนึ่งขั้นต่ำน่าจะได้สัก ๕๐๐,๐๐๐ โดส ก็สามารถที่จะฉีดได้ เพราะฉะนั้นเหลืออย่างเดียว ครับ เราช่วยกันตรวจสอบว่าการจัดลำดับความสำคัญของการฉีดวัคซีนในกลุ่มต่าง ๆ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านมณฑล ผม หน้างานกับการทำนโยบายก็เรื่องหนึ่ง เราประกาศนโยบายไปแล้ว แต่ว่ารัฐบาลก็จะพยายามทำเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องของคนไทย ทั้งประเทศนะครับ เป็นเรื่องของความโปร่งใส เป็นธรรม ว่าคนที่จะต้องได้รับวัคซีน ในลำดับต้น ๆ ยกตัวอย่างเช่น คนที่ลงทะเบียนไว้กับหมอพร้อม ก็คือคนอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป หรือคนที่เป็นกลุ่ม ๗ โรคเสี่ยง สาเหตุหรือเหตุผลที่แพทย์เขาบอกว่าต้องฉีด ๒ กลุ่มนี้ เพราะว่า ๒ กลุ่มนี้ถ้าเขาติดเชื้อมีโอกาสที่เขาจะเสียชีวิตสูง หรือมีอาการรุนแรงมากกว่า กลุ่มอื่น นอกจากนั้นถ้าเขามีอาการรุนแรง คุณหมอ พยาบาลที่ทำหน้าที่ในโรงพยาบาล ก็ต้องทำงานหนัก ซึ่งขณะนี้หน้างานก็ทำงานกันอย่างหนัก เพราะว่าเราก็จะเห็นตัวเลข ผู้ติดเชื้อที่มีอาการรุนแรงอยู่ในห้องไอซียู (ICU) ใส่เครื่องช่วยหายใจ ทั้งหมดนี้ต้องอยู่บน การปฏิบัติหน้าที่ของคุณหมอและพยาบาลที่ต้องทำงานอย่างหนัก เพราะฉะนั้นถ้า ๒ กลุ่มนี้ ติดน้อยที่สุด ฉีดให้ครบเร็วที่สุด ผมก็มั่นใจว่าระบบมันก็จะเดินได้นะครับ คนทำงานหน้างานก็จะลดการทำงานลง กลุ่มเสี่ยงต่าง ๆ ในแง่ของความจำเป็น ด้านเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นอาชีพที่เราจะเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดมา แล้วก็มีความพร้อม ในการที่จะรับนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นคนขับรถขนส่งสาธารณะ หรือเราให้ความสำคัญ กลุ่มครู หรือเราควรจะบอกว่าพี่น้องมัคคุเทศก์ หรือว่าสถานประกอบการสปาต่าง ๆ เหล่านี้ จะถูกจัดลำดับความสำคัญจากคุณหมอ เรื่องเศรษฐกิจ รัฐบาลก็ต้องให้นโยบายว่า จะฉีดกลุ่มไหนก่อน อันนี้ล่ะครับจะเป็นเรื่องที่เราต้องช่วยกันตรวจสอบว่ากลุ่มที่มี ความสำคัญกว่าจะต้องได้รับการเข้าถึงวัคซีนให้ได้เร็วกว่ากลุ่มปกติทั่วไป แน่นอนที่สุด วัคซีนค่อย ๆ ทยอยมา มีความต้องการมากกว่าจำนวนวัคซีน จะจัดสรรอย่างไรก็ไม่สามารถ ที่จะให้ความพอใจได้ครบทั้งหมด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ คนได้ทีหลังต้องตำหนิว่าทำไมเขาได้ ทีหลังคนที่ฉีดก่อน ต้องใช้หลักวิชาทางการแพทย์บอก แล้วก็ต้องใช้หลักของเศรษฐกิจ ที่รัฐบาลต้องบอกว่าคนกลุ่มนี้ทำไมต้องได้ก่อน นี่คือสิ่งที่รัฐบาลจะต้องทำ และผมฝาก ทุกท่านให้ช่วยกันตรวจสอบว่าในหน้างานถ้าเห็นความผิดปกติว่ามีการแซงคิว หรือมีวัคซีน ที่มีเส้นสาย อันนี้ต้องช่วยกันตรวจสอบ เพื่อให้วัคซีนเป็นวัคซีนของคนไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่ วัคซีนเพื่อใคร ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านมณฑลจะถามอีกครั้ง ได้ครับ เชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผมมีคำถามเพียง ๒ ข้อ ส่วนสุดท้ายก็ขอฝากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะที่ท่านเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก็อยากจะฝากท่านและ คณะทำงานช่วยเร่งรีบกระจายวัคซีนสู่มือพี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วนและครอบคลุม ทั่วถึง เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับพี่น้องประชาชน ให้พี่น้องประชาชนคนไทยมีสุขภาพ ร่างกายที่แข็งแรง และถ้ามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงแล้วก็จะลดการแพร่ระบาดนะครับ ถ้าลดการแพร่ระบาดแล้วก็จะทำให้วิถีชีวิตพี่น้องประชาชนคนไทยได้กลับมาเหมือนเดิม อยู่กันอย่างมีความสุข ตลอดทั้งเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศก็จะกลับมาเหมือนเดิมครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบพระคุณท่านมณฑล นะครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีด้วยครับ ท่านบริหารเวลาได้อย่างดียิ่งครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมนิดเดียวครับ กราบเรียนท่านมณฑลนะครับ ผมยังเชื่อมั่นว่ารัฐบาล โดยท่านนายกรัฐมนตรีมีเจตจำนงที่แน่วแน่ในการที่จะจัดการกับสถานการณ์โควิด (COVID) ทั้งเรื่องของการควบคุมโรค ทั้งเรื่องของการจัดฉีดวัคซีนไปให้ทั่วถึงพี่น้องประชาชน ทั่วประเทศในการจัดลำดับความสำคัญในแต่ละกลุ่มให้เร็วที่สุด แต่ผมเรียนท่านมณฑล เพื่อนสมาชิกกับท่านประธานอย่างนี้ครับว่า การควบคุมโรคในสถานการณ์โควิด (COVID) หรือการจัดการฉีดวัคซีนไม่ได้ทำได้สำเร็จเพียงแต่รัฐบาลฝ่ายเดียว แต่ต้องเกิดจาก ความเข้าใจของพวกเราคนไทยทุกคน ผมยกตัวอย่างเช่น กรณีการควบคุมโรคนะครับ ถ้าสมมุติการรณรงค์ให้ปฏิบัติตามมาตรการที่ท่านประธานรัฐสภาได้เคร่งครัดในสภาแห่งนี้ ถ้าพวกเราให้ความร่วมมือ มันก็จะไม่เกิดคลัสเตอร์ (Cluster) ใหม่ เหมือนกันครับ ถ้าบางกลุ่มยังไม่กลัว ยังไม่ปฏิบัติตาม การควบคุมโรคก็มักจะเกิดคลัสเตอร์ (Cluster) ใหม่ ๆ ขึ้น การไปตามไล่หลังคลัสเตอร์ (Cluster) ใหม่ ๆ ถ้าคนเราทำงานไม่พอ ตามไล่หลัง ช้าเกินไป โรคนี้มันก็จะยังอยู่กับประชาชนที่ไม่มีอาการซ่อนอยู่ข้างใน ผมยังกังวลว่า ถ้าเราเดินหน้าไปแบบเข้าใจตรงกัน และมีความชัดเจนและร่วมมือกันทำ ผมคิดว่า เราจะสู้สำเร็จ แต่ว่าถ้าเราทำโดยขาดความเข้าใจ ถ้ายังพบการแพร่ระบาดไปซ่อนอยู่ในคนที่ ไม่มีอาการซ่อนอยู่ในชุมชน แล้วมันกลับมาระบาดในรอบที่ ๔ อันนี้เราต้องช่วยกันว่า เราจะทำอย่างไร เราต้องมีมาตรการป้องกันตัวเองเป็นอันดับแรกที่สุด ให้คนในครอบครัว ให้สังคมได้เข้าใจร่วมกัน รัฐบาลก็เดินหน้าในการฉีดวัคซีนไปด้วย ถ้าเราทำคู่กันไปแบบนี้ ผมยังมั่นใจว่าเราจะสามารถเปิดประเทศได้ประสบความสำเร็จในระยะเวลาที่ ท่านนายกรัฐมนตรีประกาศไว้นะครับ ก็ขอขอบคุณท่านมณฑลครับ🔗
ขอบคุณนะครับ🔗
๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๑๒๖ (นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้ตอบ🔗
ท่านมาแล้วครับ เชิญท่านกมลศักดิ์ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดนราธิวาส ประกอบด้วย อำเภอบาเจาะ อำเภอยี่งอ อำเภอรือเสาะ และอำเภอศรีสาคร ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณ พรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ที่ได้ให้สิทธิโควตาในการตั้งกระทู้ถามสด ให้กับพรรคประชาชาติในวันนี้ ท่านประธานครับ ประเด็นที่ผมจะตั้งกระทู้ถาม กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้รับผิดชอบหน่วยงานเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอยู่ ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมไม่แน่ใจว่าเคส (Case) ที่ผมจะตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรี ที่มาตอบแทนท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพิ่งจะทราบ ข้อเท็จจริงเช้านี้หรือทราบก่อนหน้านี้ ผมจำได้ว่าเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานก็คงทราบว่ายังคงมีพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. ๒๔๕๗ และ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ใช้บังคับอยู่จนถึงทุกวันนี้ เป็นระยะเวลา ๑๗ ปี ก่อนหน้านี้ผมเคยตั้งคำถามกระทู้สดเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้นกับ นายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ที่เสียชีวิต แล้วก็ท่าน ส.ส. กูเฮง ก็เคยตั้งกระทู้สดเกี่ยวกับการเสียชีวิตของพี่น้อง บนเขาอาแน แล้วก็ท่านรัฐมนตรี ท่านชัยชาญ ช้างมงคล ก็เป็นผู้มาตอบทั้ง ๒ ครั้ง ครั้งนี้ เป็นครั้งที่ ๓ ที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมาย ท่านนายกรัฐมนตรียังไม่เคยมาตอบชี้แจง ด้วยตนเอง ผมเชื่อว่าเรื่องทาง ๓ จังหวัด ท่านรอรับรายงานจากผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเดียว แต่สิ่งที่ผมจะสะท้อนก็คือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ ความเก่ายังไม่ทันหาย ความใหม่เข้ามาแทรก คดีอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ที่เสียชีวิตในระหว่างการควบคุมตัวตามกฎอัยการศึก ๗ วัน หรือที่ชาวบ้านในพื้นที่ จะเรียกว่า ๗ วันอันตราย ก็ยังไม่ทันได้ความ เพราะคดีอยู่ในระหว่างการไต่สวนการตาย ที่ศาลจังหวัดสงขลา คดีการเสียชีวิตของพี่น้องที่เขาตะเว บ้านอาแน ตำบลบ่องอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส บัดนี้ก็อยู่ในระหว่างการไต่สวนการตายของศาล จังหวัดนราธิวาส แต่เรื่องเหล่านี้ยังไม่ทันจางหายไปกับสังคม ยังไม่ได้ข้อยุติ ปรากฏว่า ข่าวโควิด (COVID) กลบข่าวในเรื่องของกระบวนการความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นกับพี่น้อง ในพื้นที่ กล่าวคือการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ ในฐานะผู้ต้องสงสัยกับพี่น้องในพื้นที่ เพื่อไปควบคุมตัว ๗ วัน ตามกฎอัยการศึก เมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๔ เวลาประมาณ ตอนเช้า ได้มีเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ ไปนำตัว พี่น้องประชาชน ๒ คนในพื้นที่บ้านตันหยง ตำบลสุวารี อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งอยู่ในเขตเลือกตั้งของผม เพื่อเอาไปทำอะไรครับ พาบุคคล ๒ คนนี้ในฐานะเป็น ผู้ต้องสงสัย ไม่ใช่ผู้ต้องหานะครับ เพื่อไปเข้าสู่กระบวนการซักถาม โดยมีข้อสงสัยว่าเกี่ยวข้อง กับการปาระเบิดใส่ฐานปฏิบัติการ นปพ. ที่บ้านปราลี อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๖๔ ซึ่งหลังจากเกิดเหตุการณ์แล้ว ๑ เดือน โดยประมาณ บุคคลทั้ง ๒ นี้ก็พาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลรือเสาะ ก่อนที่จะเข้าไปสู่ กระบวนการซักถาม ปรากฏว่าบุคคลทั้ง ๒ สภาพร่างกายปกติทุกอย่าง พอเข้าสู่กระบวนการ ตรวจร่างกายเสร็จแล้วก็พาไปที่ศูนย์ซักถาม กรมทหารพรานที่ ๔๖ เขาตันหยง จังหวัด นราธิวาส ท่านประธานครับ พอครบ ๗ วัน เท่าที่ทราบ บุคคลทั้ง ๒ ให้การปฏิเสธว่าไม่มี ส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ พอครบ ๗ วัน วันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๔ บุคคลทั้ง ๒ ได้รับการปล่อยตัว สิ่งที่ผมจะตั้ง กระทู้ถามท่านรัฐมนตรีให้ตอบคำถามก็คือว่าผลกระทบกับการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ ที่เข้าสู่กระบวนการซักถาม ๗ วันนี้ ปรากฏว่ามี ๑ ท่านที่ถูกปล่อยตัวคือนายตอเละยะ กลับมาถึงบ้านมีอาการหวาดผวา จิตหลอน กลัว ไม่เหมือนเช่นปกติก่อนที่เขาจะถูกควบคุมตัว เพราะก่อนหน้านี้เขาทำงานซ่อมมอเตอร์ไซค์ เลี้ยงวัว แล้วก็ทำสวน มีลูก ๒ คน แล้วก็ภรรยา กำลังตั้งท้องอยู่ในครรภ์อีก ๑ คน หลังจากเกิดเหตุการณ์จนถึงทุกวันนี้ผมไปเยี่ยม เมื่ออาทิตย์ที่แล้วก็ยังมีอาการซึมเศร้า พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง ซึ่งถ้าเปรียบเทียบง่าย ๆ ก็คือว่า ปัจจุบันเรากำลังพูดคุยถึงโรคโควิด (COVID) เรื่องการฉีดวัคซีน ฉีดวัคซีนคนที่มีอาการปกติ แล้วเสียชีวิตก็อาจจะเป็นผลสืบเนื่องมาจากการฉีดวัคซีน กรณีนี้ก็เช่นกันครับ นายตอเละยะ อาการก่อนหน้านี้ปกติ แต่พอถูกควบคุมตัว ๗ วันแล้วอาการออกมากลายเป็นคนจิตหลอน ประสาท พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง หวาดผวา ผมก็เลยอยากตั้งคำถามคำถามแรก ท่านรัฐมนตรี ให้ตอบก่อนว่ากรณีบุคคลที่ถูกควบคุมตัว ๗ วันอย่างกรณีนี้ แล้วพอปล่อยตัวออกมาแล้ว มีอาการลักษณะอย่างนี้ ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องโดยตรงจากการที่ถูกควบคุมตัว ถามว่า ใครจะรับผิดชอบครับ คำถามแรกครับ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับมอบหมายจาก ท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้มาตอบกระทู้ถามของท่าน ในวันนี้ครับ ก่อนอื่นขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน และท่านสมาชิกว่าในเรื่องของ การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น รัฐบาลก็ได้มุ่งเน้นในเรื่องของ การพัฒนาความเป็นอยู่ เศรษฐกิจในพื้นที่ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน ในการดำเนินการนั้นได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนได้ปฏิบัติงาน ด้วยความระมัดระวังรอบคอบ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือว่าในเรื่องของการดำเนินการ ตามกระบวนการยุติธรรมต่าง ๆ นั้น จะต้องยึดหลักกฎหมายเป็นสำคัญ จะต้องยึดหลัก ในเรื่องของหลักสิทธิมนุษยชน แล้วก็ให้ดำเนินการอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย อย่างเคร่งครัด ก่อนที่จะตอบคำถามท่าน ผมขออนุญาตเรียนก่อนนะครับว่าในเรื่องของ ศูนย์ซักถามเราถือว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการที่จะนำไปสู่การติดตาม แล้วก็จับกุมผู้ก่อเหตุ รุนแรงมาดำเนินการตามกฎหมาย ในการดำเนินการของศูนย์ซักถามนั้นหน่วยที่รับผิดชอบ ก็ได้ดำเนินการโดยยึดถือระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มีขั้นตอนการปฏิบัติ ก่อนที่จะ เชิญตัวผู้ต้องสงสัยมาซักถามนั้นจะต้องแจ้งให้ญาติ แล้วก็ผู้นำ ๔ เสาหลักทราบก่อน โดยจะต้องปฏิบัติตามกรอบของกฎหมาย จะต้องไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนนะครับ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องลงบันทึกประจำวันไว้ ณ สถานีตำรวจภูธรพื้นที่นั้นเป็นหลักฐาน มีการตรวจร่างกายโดยแพทย์ แล้วนอกจากนั้นก็ยังมีการพัฒนาสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่ ที่ซักถามที่กำหนดให้เป็นพี่เลี้ยงเพื่อให้เป็นที่ปรึกษา มีการรับฟังคำสอนตามศาสนา โดยผู้นำศาสนาประจำหน่วยซักถาม รวมถึงมีการพูดคุยกับนักจิตวิทยาสังเกตอาการ ทางจิตใจด้วยนะครับ นอกจากนั้นแล้วที่ผ่านมาในเรื่องของศูนย์ซักถามนั้นก็ได้มีการปรับปรุง เพิ่มเติมทั้งในเรื่องของการติดตั้งกล้องวงจรปิดให้สามารถที่จะเห็นอิริยาบถของผู้ถูกเชิญตัว ก็ตาม และทุกกิจกรรมที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติ เว้นเฉพาะในส่วนของห้องนอน ห้องสุขาเท่านั้น มีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ทุกคนให้ทราบในเรื่องของการปฐมพยาบาล มีการปรับปรุงบรรยากาศศูนย์ซักถามให้ถูกลักษณะ ห้องรับประทานอาหารก็ตาม ห้องละหมาด สถานที่พักผ่อน นอกจากนั้นยังจัดให้มีการเล่นกีฬาพัฒนาสัมพันธ์ในช่วงเย็น ระหว่างเจ้าหน้าที่ซักถามกับผู้ที่ถูกเชิญตัวมาด้วยนะครับ ทุกขั้นตอนก็จะมีการบันทึก ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวเป็นหลักฐาน ครอบครัวก็สามารถที่จะเข้ามาดูได้ มาประสานงานได้ กรณีที่มีข้อสงสัยเกิดขึ้น🔗
ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า ต่อกรณีคำถามของท่านสมาชิก ก็เช่นเดียวกัน และทั้ง ๒ ท่านที่สงสัย แล้วก็มีส่วนที่อาจจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีความเชื่อมโยง ก็ได้เชิญมาที่ศูนย์ซักถาม ก็มีการดำเนินการตามขั้นตอน กระบวนการ ที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานแล้ว แล้วก็เมื่อเข้ามาสอบถามข้อมูลแล้วก็พบว่าไม่ได้มี ส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงก็จึงได้ปล่อยตัวไป เมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๔ ก่อนปล่อยตัวไปนั้น ก็ได้ตรวจร่างกายกับแพทย์ที่โรงพยาบาลรือเสาะ ผลก็ปกติ พร้อมกับได้ลงบันทึกประจำวัน ไว้ที่สถานีตำรวจภูธรรือเสาะ แล้วก็มอบตัวบุคคลนั้นให้กับญาติ รวมทั้งได้ชี้แจงการปฏิบัติ ของเจ้าหน้าที่ให้ญาติทราบ ซึ่งในขณะนั้นญาติก็ได้มีความเข้าใจถึงการปฏิบัติงาน ของเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี ต้องกราบเรียนว่าหลังจากที่นั้นแล้ว อย่างที่ท่านสมาชิกได้กล่าวนั้น ทางเจ้าหน้าที่เองก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา แล้วก็ได้ไปสอบถามผู้ที่ถูกเชิญตัวขึ้นมา ที่กล่าวว่ามีลักษณะของทางจิตนั้น แล้วก็มีการเผยแพร่ในคลิป โดยเรื่องของเพจ (Page) นั้น ก็เรียนว่าในขั้นต้นนั้นเจ้าหน้าที่ หรือคณะกรรมการไปสอบถามบุคคลดังกล่าวนั้นให้ข้อมูลว่า ที่อยู่ในคลิป (Clip) นั้นไม่ใช่ตนเอง ตรงนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าเราคงจะต้องให้ คณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งว่าตามที่ท่านสมาชิกได้กล่าวนั้น เป็นอย่างนั้นจริงหรือไม่ อย่างไรนะครับ ในกรณีที่หากมีการดำเนินการหรือพบว่ามีลักษณะ ที่ได้กล่าวนั้นก็ควรจะต้องมีการพิสูจน์ แล้วก็ดำเนินการเยียวยาตามระเบียบปฏิบัติ ที่กำหนดไว้ครับ ขอกราบเรียนในข้อที่ ๑ ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
เชิญครับ🔗
ผมต้องการความกระจ่างกับ ข้อเท็จจริงที่มีอยู่ ๒ ด้านในพื้นที่ ตอนนี้มันมีคลิป (Clip) ที่ออกมา แล้วก็ผมยืนยันว่าผมไปดู แล้วก็ยืนยันว่าคนในคลิป (Clip) ก็คือ นายมาเละยะ ผู้ที่ถูกควบคุมตัวจริงนะครับ แล้วก็ สิ่งที่เป็นห่วงก็คือตอนนี้มีการตอบโต้ในสื่อโซเชียล (Social) กลายเป็นข้อเท็จจริง ๒ ด้าน ผมไม่แน่ใจว่าท่านรัฐมนตรีได้ดูคลิป (Clip) หรือยัง ผมอยากเปิดคลิป (Clip) ให้ท่านดู แล้วท่านจะได้เข้าใจความรู้สึกของคนในพื้นที่นะครับว่าการถูกควบคุมตัวแม้ไม่ได้เสียชีวิต แต่ หากควบคุมตัวครบ ๗ วันแล้วออกมามีอาการลักษณะที่ผมจะเปิดคลิป (Clip) ให้ดูนี้นะครับ ถึงแม้ไม่เสียชีวิต แต่มันทรมานไปทั้งชีวิต แล้วก็มันไม่ได้ทรมานแค่ผู้ที่ได้รับ ผลกระทบ ครอบครัวก็ทรมาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าบุคคลเหล่านั้นเป็นผู้นำครอบครัว ขออนุญาตเปิดคลิปให้ท่านรัฐมนตรีได้ดูด้วยครับ ท่านประธานครับ🔗
นี่ครับ อาการของนายมาเละยะ หลังจากที่ถูกปล่อยตัว ๗ วัน มีอาการหวาดผวา หวาดกลัว จิตหลอน ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นคน ปกติ แล้วก็เกิดอาการคลุ้มคลั่ง ดูสภาพของครอบครัวครับ คนในครอบครัวทั้งหมด มีความหวาดผวากับอาการของนายมาเละยะที่เกิดขึ้น ภรรยาเขาตั้งท้องแล้วก็มีลูกเล็ก ๒ คน สิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ในช่วงที่มีโควิด (COVID) ระบาด แต่ว่า ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ นอกจากผลกระทบในเรื่องของโควิด (COVID) ปากท้องแล้ว บางครอบครัวหลาย ครอบครัวก็ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายพิเศษตามที่เห็นในคลิปนี้นะครับ🔗
เพราะฉะนั้นคำถามที่ ๒ ที่ผมอยากถามท่านรัฐมนตรีก็คือว่าจะทำอย่างไร มาตรการที่ท่านตอบผมเมื่อสักครู่นี้ ผมก็ทราบ ระเบียบปฏิบัติมันมีอยู่อย่างนั้นล่ะครับ แต่จะทำอย่างไร ท่านมีมาตรการอย่างไรที่จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับการ บังคับใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นผลในทางปฏิบัติ ก่อนหน้านี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็บอกว่าเคส (Case) ของอับดุลเลาะ อิซอมูซอ เป็นเคส (Case) สุดท้าย เคส (Case) ของอาแน ก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก แต่ดูเสมือนว่าเหมือนมีการวิวัฒนาการในเรื่อง ของการบังคับใช้กฎหมายจากการเสียชีวิตเป็นการทรมานด้านจิตใจ กฎหมายอาจจะเข้าไป ไม่ถึง แต่ความรู้สึกเจ็บปวดมันเข้าไปลึกกับพี่น้องในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมก็เลย เรียนถามคำถามที่ ๒ ท่านรัฐมนตรีช่วยตอบหน่อยสิครับว่าให้ความสบายใจว่า ท่านมีมาตรการอย่างไรที่จะให้ลายลักษณ์อักษร ระเบียบปฏิบัติที่มีอยู่มันมีผลจริง ในทางปฏิบัติ🔗
ขอเชิญรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ที่ผมได้ กราบเรียนเมื่อสักครู่แล้วว่าในเรื่องของเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น ทางหน่วยก็ต้องตั้ง คณะกรรมการขึ้นมาแล้วก็ลงไปตรวจสอบ แล้วก็ได้ลงไปในพื้นที่แล้วก็ไปพบอย่างที่ ท่านสมาชิกได้กล่าว จากข้อมูลตรงนี้นะครับ ผมก็จะให้ทางหน่วยนั้นได้ไปตรวจสอบ ให้ชัดเจนนะครับว่าการดำเนินการนั้นเป็นจริงอย่างที่ท่านสมาชิกท่านได้ให้ข้อมูลวันนี้หรือไม่🔗
ประเด็นที่ท่านถามต่อไปว่าในเรื่องของจะมีมาตรการอะไร ก็ต้องกราบเรียน ท่านสมาชิกว่า ในมาตรการต่าง ๆ นั้นมีการกำกับดูแลกันทุกระดับ ทั้งหน่วยที่เป็น ผู้บังคับบัญชาของหน่วยซักถาม การปฏิบัติของหน่วยซักถามทั้งหมดก็ได้ถูกบันทึกไว้ด้วย ภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ผู้ใดที่กระทำความผิด ผู้ใดที่ไปลักษณะที่ไปข่มขู่หรือไป ทำร้ายจิตใจให้กับผู้ที่เข้ามาให้ข้อมูล เข้ามาได้รับการซักถามนั้นจะต้องถูกลงโทษทั้งทางวินัย และทางอาญา ตรงนี้ถือว่าเป็นมาตรการที่กำหนด แล้วก็ให้ทุกหน่วยได้ยึดถือปฏิบัติ เราได้กำชับให้ติดตามในเรื่องของการดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบคำสั่งที่เกี่ยวข้อง ย้ำอีกทีนะครับว่าสำหรับกรณีที่ท่านสมาชิกได้ให้ข้อมูลในวันนี้ ส่วนหนึ่งหน่วยก็ได้ลงไป ในพื้นที่เช่นเดียวกัน แล้วก็ได้รับทราบข้อมูลอีกส่วนหนึ่ง ก็สั่งการให้ทางหน่วยนั้น ไปตรวจสอบให้ได้ข้อเท็จจริงอีกครั้งหนึ่งนะครับ ส่วนว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วจะมีมาตรการในการดำเนินการเยียวยาดูแลอย่างไร ก็เป็นกระบวนการ ขั้นตอนอีกขั้นหนึ่งครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านกมลศักดิ์ถามได้ อีกครั้งครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ คำถามสุดท้าย ผมอยากเรียนให้ท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานว่าท่านอาจจะมองตัวเลขในเรื่องของ ความรุนแรงลดลง ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ตอนนี้ เหมือนงบประมาณที่ลดลง ที่สภาเราได้พิจารณางบประมาณไปก่อนนี้ แต่ผมอยากเรียนให้ท่านทราบว่าในพื้นที่ ถ้าเป็นอยู่ในลักษณะอย่างนี้การบังคับใช้กฎหมายโดยใช้ดุลพินิจลุแก่อำนาจ ผมเป็นห่วงว่าเงื่อนไขใหม่มันกำลังจะก่อขึ้น เหตุการณ์ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มันเคยเหตุการณ์ลดลง และมันก่อตัวใหม่เกิดขึ้นเมื่อ ๒๕๔๗ อีกครั้ง ผมก็เลยไม่อยากให้ท่าน ยินดีกับเหตุการณ์ที่ลดลง ตราบใดที่เงื่อนไขกำลังมีอยู่ ผมเกรงว่าสถานการณ์มันจะ กลับมาใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ ท่านประธานครับ ตอนนี้ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้หลายพื้นที่ถูกประกาศยกเลิก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน โดยเฉพาะ ในจังหวัดนราธิวาส อำเภอสุไหงโก-ลก อำเภอสุคิริน และอำเภอศรีสาคร ส่วนจังหวัดยะลา ก็คืออำเภอเบตง จังหวัดปัตตานีก็คืออำเภอแม่ลาน ถูกประกาศยกเลิก พ.ร.ก ฉุกเฉิน แต่ท่านทราบไหมครับว่ายกเลิกเหมือนไม่มีความหมายเลย เพราะอะไรครับ เพราะในพื้นที่ ที่มีการยกเลิก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ที่สามารถควบคุมตัว ๓๐ วัน หลังจากที่ครบ ๗ วัน ตามกฎอัยการศึกแล้ว หลายพื้นที่ยังใช้กฎหมายแบบศรีธนญชัย เพราะอะไร เวลาเกิด เหตุการณ์ในพื้นที่ที่ประกาศยกเลิก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ไปนำตัวบุคคลที่ต้องสงสัยไปควบคุม ตามกฎอัยการศึก ๗ วันแล้ว เจ้าหน้าที่ชอบแอบอ้างว่า แม้มีการยกเลิก พ.ร.ก. ฉุกเฉินแล้ว แต่มีการประชุมวางแผนในพื้นที่อื่นที่มีการใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ใช้ดุลพินิจเพื่อให้มีอำนาจ ในการควบคุมตัว ๓๐ วัน ผมก็เลยอยากเรียนคำถามสุดท้ายฝากไปยังท่านรัฐมนตรีผ่าน ท่านประธานนะครับว่าสิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นจริงในพื้นที่ตอนนี้ ฉะนั้นผมก็เลยอยากให้ท่าน ชี้แจงในที่ประชุมแห่งนี้เผื่อไปถึงผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านที่ได้ฟังว่ากรณีพื้นที่ที่ยกเลิก พ.ร.ก. ฉุกเฉินแล้ว ยังสามารถที่จะใช้อำนาจควบคุมตัวต่อ ๓๐ วันได้หรือไม่ อย่างไร ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ขออนุญาตเรียนว่าในเหตุผลความจำเป็นที่เราต้องใช้กฎหมายด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้น ก็ต้องเรียนว่าในพื้นที่นั้นก็มีกลุ่มที่ก่อเหตุรุนแรง ซึ่งเป็นกระบวนการที่มี ความเชื่อมโยงกัน แต่การใช้กฎหมายปกตินั้นจะไม่สามารถที่จะบังคับแล้วก็ดำเนินการได้ อย่างรวดเร็ว และระงับเหตุที่เกิดขึ้นได้ที่จะจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินการ ตามกระบวนการตามกฎหมาย ในห้วงที่ผ่านมาหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ได้เน้นย้ำว่าในการดำเนินการได้ใช้กฎหมายความมั่นคงนั้นจะต้องระมัดระวังแล้วก็ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกฎหมายนั้น ๆ เลือกใช้เฉพาะเท่าที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน เพื่อประโยชน์ต่อการสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์ ในพื้นที่เป็นหลัก ที่สำคัญก็คือว่าได้เน้น แล้วก็มีการอบรมเจ้าหน้าที่ทุกนายที่ก่อนจะลง ปฏิบัติ หรือปฏิบัติอยู่ในพื้นที่ได้เข้าใจและรู้เรื่องของการดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชน มีการตรวจสอบในการดำเนินการ แล้วเปิดโอกาสให้ผู้ได้รับความเสียหายนั้นได้ร้องทุกข์ เรียกร้องความเสียหายจากการกระทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่🔗
ท่านสมาชิกถามว่าในเรื่องของการใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่นั้นจะมีทั้งยกเลิก ในพระราชกำหนดไปถึงปัจจุบันนี้ก็ ๑๐ อำเภอ รวมทั้ง ๔ อำเภอของจังหวัดสงขลาด้วย รวมทั้งในเดือนนี้ก็มีจะมีการยกเลิกพระราชกำหนดในพื้นที่กระบังรวมเป็น ๑๑ อำเภอ ในเรื่องของการปฏิบัติงานที่ความต่อเนื่องกันในระหว่างกฎหมายนั้น ตรงนี้ที่ผมกราบเรียน แล้วว่าในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายนั้น เพื่อประโยชน์ในการที่จะดำเนินการ ตามกระบวนการเรื่องของการสืบสวน การนำไปสู่ของการจับกุมแล้วก็ดำเนินการตาม กระบวนการยุติธรรม ตรงนี้ก็เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในพื้นที่ที่จะพิจารณาการใช้กฎหมาย ในแต่ละกฎหมายนั้นให้เหมาะสม อย่างระมัดระวังและเท่าที่จำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อประโยชน์ในการที่จะดูแลรักษาความปลอดภัย ชีวิต ทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้ง เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ผมขอขอบคุณ ท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ และท่านรัฐมนตรีนะครับ ที่ได้ถามตอบกระทู้ภายใต้กำหนดเวลาอย่างดีนะครับ จบกระทู้ถามสดนะครับ ๓ กระทู้🔗
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗
๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๓๓๔ เรื่อง การบริหารจัดหาขยะ ในกรุงเทพมหานคร (นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมาย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็น ผู้ตอบ ท่านได้แจ้งว่าเนื่องจากติดภาระสำคัญ ไม่สามารถตอบกระทู้ในวันนี้ได้ จึงขอเลื่อน การตอบกระทู้ถามนี้ไป🔗
๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๓๔๑ เรื่อง การส่งเสริมอุตสาหกรรมเนื้อหา สร้างสรรค์ (Creative Content Industry) (นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวัฒนธรรม เป็นผู้ตอบ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม อิทธิพล ได้แจ้งมา ว่าติดภารกิจสำคัญ ไม่สามารถตอบกระทู้ถามวันนี้ได้ ขอเลื่อนตอบกระทู้ถามนี้ไปในวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๔ จึงมีกระทู้ถามเหลืออยู่🔗
๑.๒.๔ กระทู้ถามที่ ๓๔๐ เรื่อง การอำนวยความยุติธรรมในการ ดำเนินคดีในคราวเดียวกัน (นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็น ผู้ตอบ🔗
รัฐมนตรีมาแล้วครับ ขอเชิญท่านอาดิลันครับ กระทู้ถามทั่วไปถามได้ ๒ ครั้งนะครับ ขอเชิญครับ🔗
ขอบพระคุณท่านประธานครับ เรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคพลังประชารัฐ ต้องขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้มอบหมายให้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน มาตอบกระทู้ถามของผม ในวันนี้นะครับ ผมตั้งเรื่องกระทู้ถามว่าการอำนวยความยุติธรรมในการดำเนินคดี ในคราวเดียวกัน ท่านประธานครับ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๓ จังหวัด จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส และ ๔ อำเภอจังหวัดสงขลามีการบังคับใช้กฎหมายอาญา ปกติเหมือนกับทั่วประเทศแล้วยังมีกฎหมายพิเศษอีก ๒ ฉบับ คือพระราชบัญญัติ กฎอัยการศึก และพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อสักครู่นี้ ผมได้รับฟังข้อมูลจากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนราธิวาส ท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ได้พูดถึงสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ซึ่งท่านกมลศักดิ์นี้ ท่านเป็นอดีตหัวหน้าสำนักงานประจำจังหวัดนราธิวาสของ มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม ท่านทราบปัญหา ก็เช่นเดียวกันนะครับ วันนี้ผมได้ตั้งกระทู้ถาม ท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมาตอบเป็นประเด็นเรื่องของ มิติในการบังคับใช้กฎหมาย ในส่วนของการที่เมื่อบุคคลถูกจับกุมและดำเนินคดีในชั้นที่เป็น ผู้ต้องหา ชั้นสอบสวน และชั้นพิจารณา ซึ่งในกฎหมายในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญานั้นได้บัญญัติไว้ว่า กรณีที่จะต้องมีการสอบสวนหรือในชั้นพิจารณานั้นมันมี หลายมิติที่ยังมีเหตุขัดข้องอยู่ ยังมีข้อเหตุขัดข้องในทางปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกรณีที่บุคคล ที่ยังเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลย หรือนักโทษที่ถูกคุมขังในคดีแล้ว แต่ยังมีหมายจับที่จะต้อง ถูกดำเนินคดีในคดีอื่นอีก ยังไม่ได้รับการปฏิบัติในทางคดีให้ได้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรม อย่างรวดเร็วต่อเนื่องและเป็นธรรม กล่าวคือยังปรากฏข้อเท็จจริงว่าบางครั้งที่ผู้ต้องหา หรือจำเลย หรือนักโทษที่ถูกคุมขังในเขตอำนาจในการพิจารณาของศาลหนึ่ง ยังมีข้อกล่าวหาว่ากระทำความผิดและปรากฏหมายจับของต่างศาล แต่พนักงานสอบสวนเอง กลับไม่ดำเนินการสอบสวนเพื่อสรุปสำนวนคดีเสนอต่อพนักงานอัยการเพื่อสั่งคดี ด้วยเหตุขัดข้องที่ว่าการส่งสำนวนคดีต้องนำส่งพร้อมตัวผู้ต้องหา หรือกรณีต้องส่งสำนวน ฟ้องต่อศาลพร้อมตัวให้กับอัยการในการสั่งฟ้องคดี เหล่านี้คือปัญหาอุปสรรคที่ปรากฏอยู่ ในบทกฎหมายที่ยังบัญญัติไว้และบังคับใช้อยู่ในปัจจุบันนะครับ ผมมองว่าการที่จำเลย คนหนึ่งที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดหลายคดีและถูกจับตัว เขาได้มีโอกาสที่จะถูกฟ้องคดี พร้อม ๆ กันในวาระเวลาเดียวกัน เพื่อให้เขาได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ตามสิทธิที่บัญญัติไว้ ในรัฐธรรมนูญและในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กลับที่จะต้องถูกทยอยฟ้อง ทีละคดี ๆ และพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองทีละคดี เมื่อพ้นความผิดในคดีที่ ๑ คดีที่ ๒ คดี ที่ ๓ ผมว่าย่อมแตกต่างกันนะครับ การอำนวยความยุติธรรมให้กับพี่น้องประชาชนเหล่านี้ จึงขออนุญาตเรียนสอบถามท่านรัฐมนตรีว่ารัฐบาลเองมีนโยบายปรับปรุงแก้ไขกฎหมายหรือ ข้อกำหนด หรือระเบียบเพื่ออำนวยความยุติธรรมให้ได้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมต่อกรณี ตามกระทู้ข้างต้นอย่างไร ขอเรียนถามครับ🔗
ขอเชิญรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผมได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี ให้มาตอบกระทู้ถามแทน ในกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา ในคำถามนี้ถ้าหากว่าเราไม่มีพื้นฐานในส่วนของ การพิจารณากำหนดโทษหรือในการพักโทษในเหตุต่าง ๆ ให้กับผู้ต้องขังในเรือนจำแล้ว แต่ดูแล้วไม่ใช่เป็นเรื่องสลักสำคัญอันใดเลยที่ถามมา แต่การที่ท่านอาดิลันได้นำเอาคำถาม ดังกล่าวนี้มา ถือว่าเป็นความเข้าใจและได้เห็นความยุ่งยากในการที่จะพิจารณาคดีต่าง ๆ ให้กับผู้ต้องขังหรือให้กับนักโทษ ในกรณีผู้ต้องขังหรือนักโทษคนนั้นมีเรื่องหลายเรื่อง มีหลายคดีที่เกิดขึ้นในระยะเวลาต่อเนื่องกันหรือพร้อมกัน ผมยกตัวอย่างให้เข้าใจง่าย ๆ เพราะผมไม่ใช่เป็นนักกฎหมาย ก็อาจจะใช้คำที่ไม่ได้สละสลวยเหมือนกับนักกฎหมาย อาจจะฟังยากหรืออาจจะทำให้ผู้คนเข้าใจไขว้เขว ก็ขออนุญาตใช้ภาษาธรรมดา ๆ เช่นกรณี นักโทษคนหนึ่ง ชื่อนาย ก และนาย ก ถูกจำคุกที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นโทษ ๕ ปีเด็ดขาดแล้ว แต่นาย ก นั้นก็ยังมีเรื่องที่อยู่ในจังหวัดอื่น เช่นมีเรื่องอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลกอีก ๑ เรื่อง จังหวัดปทุมธานีอีก ๑ เรื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง ๒ จังหวัด คือทั้งจังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดปทุมธานีก็ต้องดำเนินการทำคดีสืบสวนให้ครบถ้วนกระบวนความ แต่ในกรณี ที่นักโทษถูกจำคุกอยู่จังหวัดภาคเหนือซึ่งไกล การดำเนินคดีถ้าไม่มีผู้ต้องขังหรือนักโทษ เข้ามาเพื่อจะมาดำเนินการสั่งฟ้องในอำนาจศาลในจังหวัดพิษณุโลก หรือในจังหวัดปทุมธานี ไม่สามารถดำเนินการทำได้ เมื่อทำไม่ได้ ไม่สามารถดำเนินการได้ พนักงานสอบสวนก็รอให้คดีแรกที่ถูกจำคุกไว้ที่เรือนจำ ในภาคเหนือดังกล่าวนั้นจนหมดคดี แล้วก็เริ่มมาดำเนินการสืบสาวราวเรื่องต่ออำนาจศาล ที่ตัวนักโทษคนนั้นทำผิดที่จังหวัดพิษณุโลกก่อน หรือจังหวัดปทุมธานีก่อน เรียงลำดับไป ในลักษณะนั้น มันอาจจะมองดูเห็นเป็นธรรมดา แต่ในข้อเท็จจริงแล้วนักโทษเสียโอกาส มาก ๆ ตามที่ท่านอาดิลันได้กรุณาตั้งกระทู้ถามมานี้ อันนี้ถือว่ามันเป็นความก้าวหน้าหรือ ความเข้าใจในเรื่องของการดำเนินการคดี ถ้าหากว่าเราสามารถได้พิจารณาไปพร้อมกันนะครับ เช่น โทษที่ ๑ เขาโดน ๕ ปี แล้วโทษในคดีที่ ๒ ถ้าพิจารณาพร้อมกันได้ เขาโดนอีก ๕ ปี รวมแล้ว เป็น ๑๐ ปี และโทษในศาลที่ ๓ ที่จังหวัดปทุมธานีเขาโดนอีก ๕ ปี เป็น ๑๕ ปี ถ้าพิจารณา พร้อมกันเขามีโทษเด็ดขาดแล้วรวม ๑๕ ปี แต่ในชั้นของการบริหารในกรมราชทัณฑ์นั้น เขาได้จัดชั้นนักโทษให้ ชั้นกลางเวลามีพระราชทานอภัยโทษเข้ามาได้รับโทษส่วนหนึ่ง อาจจะ ๑ ใน ๖ ๑ ใน ๕ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของคดีความต่าง ๆ เหล่านั้น แต่ว่าถ้าหากว่าไม่ได้ พิจารณาเอาจำนวนโทษทั้ง ๓ คดีเอามารวมกัน หมายความว่าจำคุกครั้งแรก ๕ ปีจบไปแล้ว เขาขาดความเป็นนักโทษ ชั้นลำดับที่เขาได้รับการโพรโมต (Promote) เข้าไว้ เริ่มต้นคือ ชั้นกลาง แล้วก็มาชั้นดี ดีมาก และชั้นเยี่ยม อย่างในกรณีถ้าเป็นนักโทษชั้นเยี่ยม ใน ๕ ปีแรก เขาทำตัวประพฤติดี ปฏิบัติดี เป็นนักโทษชั้นเยี่ยม และอีก ๒ คดีที่ตามมานั้นเป็นโทษธรรมดา เป็นโทษเรื่องลหุโทษ หรือโทษเช็ค โทษอะไรต่าง ๆ เหล่านั้น เขาจะได้นับต่อเนื่อง เพราะการที่ เป็นนักโทษชั้นเยี่ยมมีพระราชทานอภัยโทษลงมาก็จะได้ลดครึ่งหนึ่ง แต่ถ้านับรวมกันทั้ง ๓ คดี มัน ๑๕ ปี เอามาต่อรวมกัน ๑๕ ปีมันก็จะเหลือ ๗ ปีครึ่ง แต่ว่าถ้าปล่อยให้คดีแรกดำเนินการ ไปจนจบแล้วไม่สามารถพิจารณาดำเนินการในคดีที่ ๒ ได้ พอจบก็ต้องนับหนึ่งใหม่นะครับ ถ้าเขาจำไปครบ ๕ ปี แล้วต้องมานับหนึ่งใหม่มันเสียเวลาและเสียโอกาส การอำนวยความยุติธรรมตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญที่สุด ท่านอาดิลันก็ได้สอบถามมาตรงนี้ คือหมายความว่าคงอยากเร่งรัดให้รัฐบาลได้ดำเนินการทำอย่างไรที่ให้สามารถพิจารณาคดี ไปพร้อมกันได้ ต้องเรียนครับว่าศาลก็ได้มีคำสั่ง ถ้าหากว่าเรามีทนายความเก่ง ๆ ได้ขอดำเนินการไปเสียพร้อมกัน อาจจะต้องขออนุญาตว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในจังหวัดพิษณุโลก เราขอตัวผู้ต้องขังที่มีอยู่ในจังหวัดอื่นนั้นมาพิจารณาที่จังหวัดพิษณุโลกก็ได้ หรือจะขอเอา สำนวนที่รวบรวมจากพนักงานสอบสวน ในจังหวัดพิษณุโลก แล้วกลับไปดำเนินการขอให้ ศาลในจังหวัดที่ผู้ต้องขังถูกจำจองอยู่ในลักษณะนั้น แต่ต้องเป็นอำนาจของศาล ท่านคงคิดว่า มันเป็นเรื่องที่ยุ่งยากที่จะต้องขอดำเนินการตรงนั้น อยากให้รัฐบาลได้คิดและออกกฎหมาย ในแนวทางต่าง ๆ เหล่านั้น ผมก็ต้องเรียนว่าต้องขอขอบคุณที่ท่านได้ชี้แนะ และผมคิดว่า ถ้าหากว่าพวกเราสนใจกันจริง ๆ ไม่ใช่เฉพาะคุณอาดิลันครับ ลองพิจารณาทำเรื่องนี้ให้เป็นเรื่อง ของกรรมาธิการวิสามัญสักคณะหนึ่งหรืออย่างไร ผมยินดีครับ เพราะผมเห็นตัวปัญหาของมันแล้ว ถ้าหากว่าเรามาดำเนินการ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดภาคใต้ผู้คนจะสัญจรไปมาโดย การนำเอาตัวผู้ต้องขังจากจังหวัดโน้นไปจังหวัดนี้มันไม่ใช่เรื่องง่าย มันเป็นเรื่องที่ยากและ เข้าใจ ผมยินดีที่อยากช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ ผมอยากจะตอบคำถามรวมไปเลย ทั้งหมดนะครับ ในเรื่องของการดำเนินการเราจะอำนวยความยุติธรรมให้กับบุคคลที่จะต้อง ถูกคดี หรือถูกดำเนินคดีในส่วนต่าง ๆ เหล่านั้น ในส่วนของกระทรวงยุติธรรมมีกองทุน เรียกกองทุนยุติธรรม ก็จะดูว่าในแนวโน้มของผู้ที่จะมาถูกกระทำดังกล่าวเหล่านั้น ในลักษณะเอารัดเอาเปรียบของผู้คนอื่นเขาหรือไม่ อย่างไร เช่นในกรณีที่มีรถสี่ล้อ เป็นรถพิกอัป (Pickup) ถอยตกคู แล้วมีประวัติเคยลักวัวควายพี่น้องเกษตรกร แล้วตกมา เป็นจำเลยแล้วถูกขัง แล้วสุดท้ายศาลก็ปล่อยเพราะว่าพยานหลักฐานไม่ครบ ในลักษณะนี้จะ มาขอเยียวยา ขอค่าเสียหาย ค่าทดแทน ค่าเสียหายจากจำเลยในคดีอาญาตามกฎหมาย อันนี้เราก็ไม่ให้ เพราะเรามองเห็นว่าการอำนวยความยุติธรรมเราจะต้องให้กับผู้คนที่เรามี ความรู้สึกเขาบริสุทธิ์ หรือเป็นแพะ เป็นแกะที่ไปถูกคุมขังโดยที่ไม่มีความผิดในส่วนต่าง ๆ เหล่านั้น ซึ่งจะต้องช่วยกันดูนะครับว่าเราจะออกกฎหมายหรือดำเนินการเพื่อช่วยคนบริสุทธิ์ ในขั้นตอน แล้วรัฐธรรมนูญก็ได้กำหนดไว้ว่าผู้ต้องขังหรือผู้ถูกกล่าวหาสามารถที่จะนำเสนอ เอกสาร พยาน หรือสิ่งต่าง ๆ ได้ในขั้นตอนเริ่มต้นจากทนายที่จะต้องไปดำเนินการให้ ถ้าหากว่าทนายไม่สามารถจะทำให้พร้อมในระยะแรกได้ก็ขอเพิ่มเติมเอกสาร พยานต่าง ๆ ที่อัยการ หรือแม้แต่ในการพิจารณาในขั้นตอนของศาล รัฐธรรมนูญก็สามารถจะให้เราได้ ต่อสู้คดีได้อย่างถึงที่สุดในระยะต้น ในระยะกลางระหว่างการพิจารณา ผมได้อธิบายความ ไปแล้วว่าผมเห็นด้วยกับการพิจารณาในหลาย ๆ คดีกับผู้ต้องขัง หรือนักโทษคนเดียวให้มัน เสร็จสิ้นกระบวนความไป เพราะราชทัณฑ์หรือราชทัณฑ์คุกไม่ต้องการอยากขังคนหรอกครับ ในวันนี้ผมพิจารณาดำเนินการว่าเราจะใช้มาตรฐานของคนไทย ๑.๒ ตารางเมตรต่อคน มันก็ แน่นแออัดมาก ผมให้ในส่วนราชการไปพิจารณาว่าห้องน้ำ ห้องส้วม หรือส่วนอื่น ๆ ใด มันเพียงพอกับผู้คนที่เราจะขังเขาไว้ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ คนหรือไม่ อย่างไร ก็ให้ดำเนินการ กันให้อย่างเป็นรูปธรรมที่สุด แล้วก็ในส่วนของการดำเนินการที่จะมาถึงในแต่ละงวด แต่ละครั้ง ต้องขอพระราชทาน มีคนเจ็บไข้ได้ป่วย ในขณะนี้ท่านทราบไหมครับว่า การพิจารณาให้ชั้นผู้ต้องขังนี้เราอำนวยความยุติธรรมให้ ในขณะที่เขาต้องสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ ถ้าเป็นข้าราชการก็จะให้ ๒ ขั้นนั่นล่ะ ผู้ต้องขัง เราก็จะมีขั้นพิเศษ ใน ๖ เดือนเราจะพิจารณาจากชั้นกลางเป็นชั้นดี ชั้นดีเป็นดีมาก เป็นชั้นเยี่ยมอะไรต่าง ๆ เราก็อาจจะลดหย่อนให้ เอาแค่พิจารณา ๓ เดือน เพราะต้องการ อยากให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรมตามแนวทางของการดำเนินการ และอีกส่วนหนึ่ง ที่ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรกรุณาพวกเราอย่างมากเลย ผู้ต้องขังที่อยู่ในเรือนจำ มันมีผู้ต้องขังที่รับโทษในอัตราโทษเก่าที่สูงมากนะครับ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กรุณาบรรจุระเบียบวาระประมวลกฎหมายยาเสพติด เพราะฉะนั้นในส่วนที่ญาติพี่น้อง ของผู้คนทั้งหลายที่มาติดคุกอยู่ในเรือนจำมากตั้ง ๑๕ ปี ๒๐ ปี ทั้ง ๆ ที่โทษสูงสุด ขั้นตอนใหม่สุดมันแค่ ๑๐ ปี ต่าง ๆ เหล่านี้ จะมีบุคคลกลุ่มหนึ่งที่ได้รับการลดโทษ ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านชวน หลีกภัย ที่ท่านมองเห็น ในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ผู้คนอยู่ในเรือนจำล้วนแต่เป็นค่าใช้จ่าย คนหนึ่งปีหนึ่งก็ ๒๑,๐๐๐ บาท เศษ ต่อคนต่อหัวต่อปีมันมากมาย เป็นการลดงบประมาณอะไรต่าง ๆ ก็ต้องขอกราบ ขอบพระคุณในส่วนของการดำเนินการของท่านอาดิลัน ที่ถามมาทั้งหมด ผมอาจจะตอบ เกินเลยไปบ้างนะครับ เพราะไม่อยากตอบเป็นข้อ ๆ เพราะส่วนที่ท่านปรารถนา นั่นคือ ท่านต้องการให้ผู้คนได้รับโทษอย่างยุติธรรม คือไม่ได้ถูกกลั่นแกล้งว่าเราพิจารณาต่อเนื่อง เพราะการลดโทษ ถ้าหากว่าได้ชั้นโทษมันจะต่อเนื่องกันไป แล้วมันจะออกเร็ว ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ก็ขอบคุณนะครับ ท่านรัฐมนตรีได้ใช้เวลาไปเกือบ ๑๕ นาที แต่ว่าท่านอาดิลัน ถามคำถามที่ ๒ ได้ครับ เชิญเลยครับ🔗
ขอบพระคุณท่านประธานครับ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีนะครับที่ได้ให้ความรู้ ข้อมูลที่เราในฐานะที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ จะได้นำไปสื่อสารกับพี่น้องประชาชนว่าแนวคิดหลักคิดของฝ่ายบริหารที่จะอำนวย ความยุติธรรมให้กับพี่น้องประชาชนมีอย่างไรในสถานการณ์ปัจจุบันนี้นะครับ จะขอนำเรียน ขออนุญาตท่านประธานนะครับว่าในส่วนของกระบวนการยุติธรรมที่สามารถที่จะ อำนวยความยุติธรรมให้กับพี่น้องประชาชนได้ แม้จะมีข้อกฎหมายที่ยังเป็นข้อขัดข้อง ยังไม่ได้มีการปรับแก้ แก้ไข ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการที่จะต้องนำตัวผู้ต้องหาส่งอัยการ ในการที่จะเสนอสำนวนฟ้องหรือไม่ฟ้อง หรืออัยการจะต้องนำบุคคลที่ต้องถูกฟ้องเป็นจำเลย ส่งศาลในวันที่จะฟ้องคดี เหล่านี้แม้จะมีบัญญัติไว้ แต่ผมเชื่อว่าหากศาลมีข้อระเบียบกำหนด ออกมาว่าสามารถจะส่งตัวผ่านจอภาพได้ เหมือนเช่นการฝากขังผ่านจอ เหล่านี้เป็นวิธีปฏิบัติ ที่สามารถจะทำได้ ซึ่งผมยังมองว่าเป็นเรื่องของการอำนวยความยุติธรรมอย่างแท้จริง เบื้องต้นที่สามารถจะทำได้ไม่ลำบาก และเป็นการอำนวยความยุติธรรมที่ให้จำเลย ๑ คน ที่จะถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดมีโอกาสที่จะได้รับพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในคราวเดียวกัน🔗
คำถามของผมในคำถามที่ ๒ นั้น กรณีที่พนักงานสอบสวนจะทำหน้าที่ พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหาได้อย่างแท้จริงอย่างไรนั้น ผมเข้าใจได้ว่าแม้ในตัวบท กฎหมายจะเขียนไว้ชัดเจนว่าเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะต้องให้โอกาสพิสูจน์ ความบริสุทธิ์ให้กับผู้ที่ถูกกล่าวหาด้วยก็เช่นกัน แต่ยังคงมีระเบียบหรือข้อขัดข้อง หรือทางปฏิบัติของพนักงานสอบสวนเองที่จะต้องฝากทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรมในฐานะที่เป็นฝ่ายบริหาร ขอให้กำชับผู้ปฏิบัติ ก็คือพนักงานสอบสวน ต้องอำนวย ความยุติธรรม ให้โอกาสกับบุคคลที่ถูกกล่าวหาได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง ชี้แนะ แนะนำว่าอะไรที่สามารถจะนำมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองตามข้อกล่าวหา อย่าทำตัว เสมือนว่าตนเองเป็นผู้พิพากษาบุคคลที่ถูกกล่าวหา แล้วในเบื้องต้นอยากจะให้ทำตัวเป็น คนกลางให้ชี้แจง แนะนำให้ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้บริสุทธิ์สามารถจะนำพยานหลักฐานมา พิสูจน์โดยผ่านพนักงานสอบสวนได้ เหล่านี้คือสิ่งที่อยากจะนำเรียนในชั้นนี้นะครับ เพราะว่าผมเข้าใจว่าท่านรัฐมนตรีได้ตอบคำถามผมแล้ว ได้ด้วยเช่นกันเมื่อสักครู่นี้ เรื่องของการคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหาที่จะได้เข้าถึงกระบวนการ ยุติธรรมโดยผ่านพนักงานสอบสวนนะครับ ก็ขออนุญาตในการตอบคำถามครั้งที่ ๒ ของท่านรัฐมนตรีนะครับ หากท่านยังมีประเด็นเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ท่านได้ตอบผมแล้ว เมื่อสักครู่นี้ ผมจะได้นำเรียนกับพี่น้องประชาชนต่อไป ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีมีอะไร จะตอบเพิ่มเติมได้นะครับ เชิญเลยครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพครับ คือในการพิจารณาคดี หรือพนักงานสอบสวนที่จะดำเนินคดีต่าง ๆ ให้กับ ผู้ถูกกล่าวหาตรงนั้นมันเป็นเรื่องของนิสัยใจคอของบุคคล บางคนก็สุภาพ บางคนก็ไม่สุภาพ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างลำบาก บางคนก็เข้าใจ แต่เข้าใจไม่ลึกซึ้ง ก็ทำอะไรไป ครึ่ง ๆ กลาง ๆ มันก็คงเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยถูกใจ มันมีหลายเรื่อง ผมยินดีนะครับว่าถ้าหากว่า พวกเรามองดูว่าอะไรที่จะปรับให้มันเป็นกฎหมายเอามาเลยครับ แล้วเอามาทำกัน เราต้องเร่งด้วย เพราะวันนี้เรามีเวลาของสภาผู้แทนราษฎรไม่ถึง ๒ ปีแล้วครับ ๑ ปี กับ ๙ เดือน ใน ๑ ปีกับ ๙ เดือนท่านมั่นใจไหมว่าท่านจะแก้ปัญหาทางการร่างกฎหมาย ให้จบได้ ผมดูแล้วกฎหมายแต่ละฉบับใช้เวลาปีกว่าทั้งนั้นนะครับ ท่านต้องรีบทำ ถ้าเราจะต้องทำให้เป็นรูปธรรมจริง ในเรื่องของการกำชับ ก็กำชับกันไปอย่างนั้นล่ะครับ ผมดูแล้วบางทีบางคนก็ไม่ปกติธรรมดา ถึงแม้ว่าผู้คนส่วนใหญ่จะมีกรอบระเบียบวินัย ของทางราชการที่ต้องปฏิบัติ แต่บางทีเขาก็ปฏิบัติในมาตรฐานขั้นต่ำอะไรต่าง ๆ เหล่านั้น ผมเชื่อว่าในพื้นที่บริเวณภาคใต้ของท่านมันต้องจริงใจ จริงจัง แล้วจะแก้ปัญหาต่าง ๆ เหล่านั้นนะครับ เราคิดว่าเราต้องเอามานั่งคุยและหารือกัน ผมยินดีและผมอยากจะทำให้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านอาดิลัน แล้วก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ เราจบกระทู้ถามทั่วไปนะครับ🔗
ท่านรัฐมนตรี ท่านสมาชิก แล้วก็ท่านผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านนะครับ จากนี้ไปห้องกระทู้แยกเฉพาะของ พวกเราก็จะพิจารณาให้มีการถามการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะนะครับ ก่อนที่จะเข้าสู่ ระเบียบวาระกระทู้ถามแยกเฉพาะผมขออนุญาตทำความเข้าใจกับท่านผู้มีส่วนร่วมนิดหนึ่ง ครับว่า กระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเราหากในการถามการตอบใช้เวลารวมทั้งหมด ประมาณ ๒๐ นาที คือฝ่ายละ ๑๐ นาที พูดถาม ๑๐ นาที ผู้ตอบ ๑๐ นาที ผู้ถามสามารถ ถามได้ ๒ ครั้ง แต่ถ้าจำเป็นต้องถามเป็นครั้งที่ ๓ ท่านต้องขออนุญาตประธาน ประธาน อนุญาตท่านถึงจะถามได้นะครับ การถามกระทู้แยกเฉพาะก็เหมือนกับการถามกระทู้ทั่วไป หรือกระทู้ถามสดด้วยวาจา คือการตั้งกระทู้ถามต้องชัดเจน ไม่ฟุ่มเฟือย วนเวียน ซ้ำซาก หรือมีลักษณะเป็นการอภิปราย ถ้าท่านจะอภิปรายเกริ่นนำบ้างก็พอประมาณแล้วท่านก็ถาม คำถามเผื่อมีอะไรข้องใจท่านจะได้ถามเป็นคำถามที่ ๒ ครั้งที่ ๒ ต่อไป ผมขอเรียนที่ประชุม ทราบว่าเพื่อประโยชน์ในการถามและตอบกระทู้ถามของผู้ตั้งกระทู้ถามและของท่าน รัฐมนตรี ผมขอสลับลำดับการถามตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะเป็นดังนี้ ลำดับที่ ๑ กระทู้ถาม แยกเฉพาะ ที่ ๒๕๙ ของ ท่านอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ลำดับที่ ๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๒๕๗ ของ ท่านอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ลำดับที่ ๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๒๕๘ ของ ท่านอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ท่านอนุรักษ์เหมา ๒ กระทู้เลยนะครับ ลำดับที่ ๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๒๖๐ ของ ท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ลำดับที่ ๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๒๕๕ ของ ส.ส. อนุรักษ์ บุญศล ลำดับที่ ๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๒๖๑ ของ ส.ส. เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร แล้ว ก็คิดว่าแจ้งให้ท่านผู้ตั้งกระทู้ถามได้ทราบนะครับ คิดว่าผู้ตั้งกระทู้ถามคงไม่ขัดข้อง นะครับ🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
๑.๓.๔ กระทู้ถามที่ ๒๕๙ เรื่อง การปรับปรุงซ่อมแซมและปรับ ภูมิทัศน์สถานีรถไฟยะลา (นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ตอบ🔗
ด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่า ตามที่ได้รับมอบหมายจาก นายกรัฐมนตรีให้เป็นผู้ตอบกระทู้ถามเรื่องนี้แทนนั้น แต่เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมติดภารกิจสำคัญ จึงได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม คือ ท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ เป็นผู้ตอบชี้แจงกระทู้ถามแทน ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการ ตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุน ข้อมูลในการตอบกระทู้แยกเฉพาะคือ นายศักดิ์ชัย ทรัพย์ใจเที่ยง รองผู้อำนวยการ ฝ่ายด้านแผนพัฒนา ฝ่ายปฏิบัติการเดินรถ การรถไฟแห่งประเทศไทย ทุกท่านพร้อมแล้ว ขอเชิญท่าน ส.ส. อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ได้ถามครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จังหวัด ยะลา ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้มอบหมายให้กับทางท่านรัฐมนตรี มาตอบกระทู้ของผมนะครับ ท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กระทู้ถามของผมเป็นเรื่องของการปรับปรุงซ่อมแซมและปรับภูมิทัศน์สถานีรถไฟยะลา ตามภาพฉายนะครับ ในส่วนของจังหวัดยะลาถือว่าเป็นจังหวัดที่มีผังเมืองที่สวยที่สุด ในประเทศ ซึ่งหลายท่านน่าจะเคยได้ยินข้อมูลเหล่านี้ และในส่วนของสถานีรถไฟยะลาเอง เป็นศูนย์กลางระบบการขนส่งสาธารณะที่มีเส้นทางผ่ากลางเมืองยะลา จากกรุงเทพมหานคร ถึงจังหวัดยะลาผ่านทางรถไฟนั้นใช้เส้นทางประมาณ ๑,๐๕๕ กิโลเมตร การขนส่งสินค้า อุปโภคบริโภคส่วนใหญ่แล้วนอกจากทางรถยนต์แล้ว ทางรถไฟนี้เป็นทางหลัก จำเป็นให้มี โกดังสินค้ารอบ ๆ สถานีรถไฟจำนวนมากที่พ่อค้าค้าส่งจะตั้งสถานประกอบการไว้รอบ ๆ สถานีรถไฟนะครับ ปลายทางของสถานีรถไฟยะลาก็คืออำเภอสุไหงโก-ลกซึ่งอยู่ชายแดน ติดประเทศมาเลเซีย ในอดีตสถานีรถไฟยะลามีพื้นที่ใช้สอยที่เป็นสัดส่วนชัดเจนและเด่นสง่า เพราะมันอยู่กลางเมืองยะลา ต่อมาการรถไฟเองได้มีการจัดทำรูปแบบในการบริหารจัดการ ที่ดินอย่างไรไม่ทราบ มีการสร้างอาคารพาณิชย์แล้วก็จัดสรรที่ให้กับเอกชนใช้สิทธิ และของ การรถไฟเองก็ไปใช้ในส่วนของอาคารพาณิชย์ประมาณ ๑๐ กว่าห้อง ๑๐ กว่าคูหา เขาใช้ คำว่า ทะลุกำแพง ใช้เป็นอาคารทำเป็นที่ขายตั๋วรถไฟ ให้เป็นที่พักคอยของประชาชน ที่คอยขึ้นรถไฟ เป็นอาคารปรากฏตามภาพ ทำให้ตัวอาคารที่ใช้สอยของสถานีรถไฟมีเสา เต็มไปหมดเลยข้างใน เพราะในโครงสร้างไม่ได้สร้างเพื่อจะเป็นอาคารใหญ่ของการรถไฟ เป็นอาคารที่จะให้เป็นอาคารพาณิชย์ และจึงทำให้มีเสาที่คอยค้ำยันตัวอาคาร เหล่านี้ เป็นปัญหาที่ความสวยงามหมดไปนะครับ แต่จะบอกว่านอกจากประเด็นเรื่องของตัวอาคาร แล้วตัวชานชาลาเองสำหรับพักคอยผู้โดยสารที่จะขึ้นรถไฟก็ยังจะทำเป็นคล้ายกับเพิงชายคา ของอาคารพาณิชย์ออกมาปรากฏตามภาพถ่าย เวลาฝนตก เวลาแดดออก ฝนสาดมา ชาวบ้านอยู่ไม่ได้ครับ ต้องวิ่งเข้าไปอยู่ใต้อาคาร ถือว่าเป็นสถานีใหญ่สถานีหนึ่งของการรถไฟ ไม่ใช่เป็นสถานีย่อยของตามอำเภอนะครับ นอกจากนั้นแล้วสถานีรถไฟเองสภาพที่เห็น จะไม่มีโดมอาคารที่คอยบังแดดให้กับพี่น้องประชาชน หลังคาก็รั่วไม่มีความมั่นคง ความปลอดภัยของประชาชนนะครับ เรื่องนี้ผมเองเคยได้ตั้งหารือในสภาเมื่อปี ๒๕๖๒ แล้วครั้งหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ได้รับการดำเนินการหรือพิจารณาใด ๆ หรือได้รับการพิจารณาแล้ว อย่างไรก็ไม่ทราบ แต่ผลยังไม่ปรากฏในพื้นที่ ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่าท่านรัฐมนตรีอาจจะยัง ไม่ได้รับข้อมูลรายงานจากผู้ใต้บังคับบัญชา วันนี้ผมจึงจำเป็นที่จะต้องขออนุญาตตั้งกระทู้ เพื่อที่จะให้ท่านรัฐมนตรีได้ทราบสภาพปัญหาโดยตรงของท่านเองนะครับ ในส่วนของตัว สถานีรถไฟเองผมยังถือว่าหากเราได้มีการทำสถานีที่มันได้มาตรฐาน มีโดมอาคารปิดรอบ โดมรอบของตัวชานชาลาเอง สร้างให้ความปลอดภัยกับพี่น้องประชาชนที่ได้ใช้ถือว่าจะเป็น ประโยชน์และเป็นการสร้างมูลค่าที่สำหรับจังหวัดยะลานะครับ ผมถือว่าจังหวัดยะลา ไม่มีสนามบินนะครับ เบตงจะอยู่อีกฟากต่างหากเลยของจังหวัดยะลา คนจังหวัดยะลา แทบจะไม่ค่อยได้ใช้สนามบินเบตง เพราะมันอยู่คนละฝั่งเป็นร้อย ๆ กิโลเมตรเดินทางลำบาก ข้ามเขา ผมถือว่าสถานีรถไฟเป็นระบบสาธารณูปโภคที่สำคัญของจังหวัดยะลา จึงขออนุญาต เรียนถามท่านรัฐมนตรีนะครับว่ารัฐบาลเองมีนโยบายในการพัฒนาก่อสร้างอาคารสถานี รถไฟยะลา และชานชาลาทดแทนอาคารปัจจุบัน เพื่อให้มีมาตรฐานทั้งด้านการให้บริการ ความปลอดภัย ความสะอาด อย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมนะครับ ท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ได้ตอบครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม วันนี้ผมได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้มา ตอบกระทู้ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านอาดิลันนะครับ ก่อนอื่นก็ขอชื่นชมที่ท่านมีความ เป็นห่วงเป็นใยพี่น้องประชาชนสายใต้ที่ใช้การขนส่งทางรางมาตลอด จะเห็นว่าท่านได้เคยตั้ง คำถามหารือในสภามาครั้งหนึ่งนะครับ ก็ต้องกราบเรียนนะครับว่าทางท่านนายก รัฐบาล กระทรวงคมนาคมเราได้ให้ความสำคัญในการขนส่งทางรางมาตลอด และสิ่งที่ท่านเคยได้ หารือไปในสภาเราก็ไม่ได้ปล่อยปละละเลย ต้องกราบเรียนนะครับ โดยการรถไฟ แห่งประเทศไทยได้ให้สถาบันพระจอมเกล้าลาดกระบังได้ดำเนินโครงการศึกษาสำรวจ ก็คือ นโยบายในการพัฒนาก่อสร้างอาคารใน ๔ จังหวัดชายแดนใต้ ก็คือจังหวัดสงขลา จังหวัด ยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส ทั้งหมด ๒๖ สถานี ซึ่งสถานีรถไฟยะลาที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้สอบถามก็เป็น ๑ ใน ๒๖ ซึ่งผลสำรวจก็เพิ่งแล้วเสร็จเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา จากผลสำรวจคร่าว ๆ ผมก็ขอสรุปอย่างนี้นะครับว่า สภาพอาคารโครงสร้างโดยรวม ที่จาก สถาบันไปสำรวจมาก็คือโครงสร้างยังแข็งแรงใช้ได้ แต่ก็ยังมีการเก่าตามอายุของอาคาร เช่น สีซีด ผนังมีรอยขีดข่วน แสงสว่างไม่พอ งานระบบยังพอใช้ได้ แต่อย่างไรก็ตามทางการรถไฟ แห่งประเทศไทยก็ได้วางแผนที่จะปรับปรุงอาคารสถานีหลักให้มีความทันสมัยและ ให้ตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชน ให้โมเดิร์น (Modern) หรือรีโนเวต (Renovate) มาใหม่ เช่น เราจะทำห้องละหมาด ห้องน้ำ พื้นที่ร้านค้า ชานชาลาพักคอย ที่จอดรถรถจักรยานยนต์ ที่จอดรถสำหรับผู้พิการ แล้วก็พื้นที่สีเขียวตรงนี้ก็จะมีการปรับปรุง รีโนเวต (Renovate) ใหม่ทั้งหมด สถานีจะควบคุมการเข้าออกเพียงทางเดียวจากถนนรถไฟ โดยรถยนต์สามารถมาจอดรับส่งคนได้บริเวณหน้าสถานี สำหรับประชาชนที่เข้ามาใช้บริการ จะต้องผ่านจุดตรวจด้านหน้าของอาคารก่อนถึงจะเข้ามาในอาคารได้ ในอาคารจะมีส่วน ให้บริการจำหน่ายตั๋ว พื้นที่พักคอยก่อนที่จะเข้าไปยังพื้นที่ชานชาลา จะมีส่วนกั้นเพื่อแยก ผู้ที่มีตั๋วและไม่มีตั๋วก่อนจะขึ้นรถไฟ สำหรับผู้โดยสารเมื่อมาถึงสถานีจะมีทางลงแยกไป คนละทาง ไม่ให้สัญจรปะปนกันนะครับ ก็ต้องกราบเรียนนะครับว่าตอนนี้ทางการรถไฟ แห่งประเทศไทยปัจจุบันจัดทำออกแบบรายละเอียดเรียลคิวแล้วเสร็จแล้วนะครับ อยู่ระหว่างการของบประมาณที่จะมาปรับปรุงรีโนเวต (Renovate) ในปี ๒๕๖๖ ก็คือ งบประมาณปีหน้านะครับ ก็คาดว่าเราจะดำเนินการก่อสร้างแล้วก็ปรับปรุงจะแล้วเสร็จ ภายในปี ๒๕๖๗ ก็ขอตอบคำถามแรกครับ🔗
เชิญท่าน อาดิลันคำถามที่ ๒ ครับ🔗
ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีที่ได้ให้ให้ ข้อมูล อย่างน้อยพี่น้องในจังหวัดยะลาหรือจังหวัดใกล้เคียงที่ใช้บริการรถไฟก็จะได้ทราบถึง การพัฒนาที่จะเราจะได้ใช้สถานีรถไฟที่ได้มาตรฐานและที่ปลอดภัยนะครับ ในระบบ ขนส่งทางรางที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้เคยไปให้คำมั่นสัญญาไว้ในครั้งที่ลงไปจังหวัดชายแดน ภาคใต้ก็คือการพัฒนารถไฟรางคู่ขนาน ที่จากอำเภอสุไหงโก-ลกจนถึงปลายทางกรุงเทพฯ ผมย้อนกลับจากสุไหงโก-ลกถึงกรุงเทพฯ ฉะนั้นผมอยากจะสอบถามท่านรัฐมนตรีเพื่อเป็น ข้อมูลประกอบให้กับพี่น้องประชาชน และนักธุรกิจ หรือผู้ที่จะประกอบกิจการในพื้นที่ว่ารัฐ ได้มีการจัดสวัสดิการอะไรเพื่อเป็นการรองรับการพัฒนาของระบบเศรษฐกิจในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ จึงจะขอเรียนถามท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานนะครับว่ารัฐบาลมีนโยบาย พัฒนาระบบการขนส่งแบบราง คือรถไฟจากกรุงเทพฯ สู่อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เป็นระบบรางคู่ขนาน เพื่อความสะดวกรวดเร็วลดเวลาการเดินทางอย่างไร เพื่อขอทราบ รายละเอียดครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีอธิรัฐตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ รัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคมมีนโยบายพัฒนาระบบรถไฟ ทางคู่ก็คือสายใต้จากกรุงเทพฯ จนไปถึงสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ปัจจุบันทางรถไฟ สายใต้เป็นทางคู่จากสถานีบางซื่อถึงสถานีนครปฐมตรงนี้ก็ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว นะครับ โดยในเบื้องต้นรัฐบาลโดยแผนแม่บทใหญ่ของแผนพัฒนารถไฟเราแบ่งระยะเป็น ๓ ระยะ ก็คือมีระยะเร่งด่วนก็คือจะดำเนินการตั้งแต่ปี ๒๕๖๐-๒๕๖๔ จำนวน ๓ เส้นทาง🔗
เส้นทางแรกก็คือนครปฐม-หัวหิน เส้นทางที่ ๒ หัวหินไปประจวบ แล้วก็ เส้นทางที่ ๓ ประจวบไปชุมพร ซึ่งในช่วงแรกตรงนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้างการดำเนินการ ผลการก่อสร้างตอนนี้ก็ทราบว่าประมาณกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ คาดว่าจะเสร็จภายในปี ๒๕๖๕ ปีหน้านี้นะครับ🔗
ส่วนระยะที่สองก็คือระยะกลางก็มีจำนวน ๓ เส้นทางก็คือจากจังหวัดชุมพร ไปจังหวัดสุราษฎร์ธานี ๑๖๘ กิโลเมตร จากจังหวัดสุราษฎร์ธานีไปอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ๓๒๑ กิโลเมตร จากชุมทางหาดใหญ่ไปปาดังเบซาร์อีก ๔๕ กิโลเมตรนะครับ ในระยะกลางนี้อยู่ในระหว่างออกแบบรายละเอียดซึ่งก็ออกแบบแล้วเสร็จแล้วครับ เตรียมที่ จะนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อจะพิจารณาอนุมัติโครงการต่อไป🔗
ส่วนระยะยาวระยะสุดท้ายก็คือจะอยู่ที่ชุมทางหาดใหญ่ลงไปถึงสุไหงโก-ลก ใต้สุด ระยะทางประมาณ ๒๑๖ กิโลเมตร ก็ขออนุญาตตอบคำถามข้อที่ ๒ ให้แก่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติครับ🔗
ก็เป็น ที่ชัดเจนนะครับ ท่านอาดิลันก็น่าจะพอใจพี่น้องชาวจังหวัดยะลาใช่ไหมครับ ก็น่าจะได้รับฟัง ก็ถือว่าเป็นการจบการถามตอบกระทู้แยกเฉพาะ เรื่อง การปรับปรุงซ่อมแซมและปรับปรุง ภูมิทัศน์สถานีรถไฟยะลาของท่าน ส.ส. อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ถาม ท่านนายกรัฐมนตรี ก็ต้อง ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่กรุณาให้เกียรติห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเรา ขอบคุณ ท่านอาดิลันครับ🔗
๑.๓.๒ กระทู้ถาม ที่ ๒๕๗ เรื่อง ปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณที่ถูกพับ ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ โครงการก่อสร้างตลาดสินค้า OTOP เทศบาลเมืองมุกดาหาร (นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง🔗
ด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านอาคม เติมพิทยาไพสิฐ ได้มีหนังสือแจ้งว่า ตามที่ได้รับ มอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้เป็นผู้ตอบกระทู้ถามเรื่องนี้แทนนั้น แต่เนื่องจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังติดภารกิจสำคัญจึงได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลังคือ ท่านรัฐมนตรีสันติ พร้อมพัฒน์ เป็นผู้ตอบชี้แจงกระทู้ถามแทน ในการ นี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะคือ นายสมมิตร โตรัก ตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ทุกท่านพร้อมแล้วเชิญ ท่านอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ได้ถามกระทู้เลยครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร ผมมี เรื่องที่จะถาม ๒ เรื่องแต่เป็นเรื่องเดียวกัน ก็คือเกี่ยวกับเรื่องการก่อสร้างศูนย์สินค้าและ โอทอป (OTOP) ของเทศบาลเมืองมุกดาหาร ซึ่งได้รับเงินอุดหนุนจากกระทรวงมหาดไทย ประมาณ ทีนี้เงินมันได้รับงบประมาณทั้งหมด ๖๕ ล้านบาท ประกวดราคาได้ ๖๗,๗๖๐,๐๐๐ บาท แล้วก็เป็นเงินอุดหนุน ๖๕,๒๕๐,๐๐๐ บาท เทศบาลสมทบ ๒,๕๑๐,๐๐๐ บาท เบิกไป แล้ว ๒๐,๓๒๘,๐๐๐ บาท เงินพับไป ๔๔,๙๒๒,๐๐๐ บาท เงินพับไปจาก พ.ร.บ. วิธี งบประมาณปี ๒๕๖๑ บังคับใช้ปี ๒๕๖๑ บังคับใช้ปี ๒๕๖๑ และเงินพับ ปี ๒๕๖๓ เป็นปีแรกของเงินที่พับ ฉะนั้นหลังจากเงินพับไปแล้วเทศบาลก็มีปัญหาเรื่อง งบประมาณ เพราะว่าเงินพับไปประมาณเกือบ ๕๐ ล้านบาท อยากเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่า เรื่องเงินพับตามวิธีงบประมาณปี ๒๕๖๑ นั้นผมเชื่อว่าทั้งประเทศพับไปเยอะมาก ทั้งประเทศนะครับ ฉะนั้นเมื่อโครงการของรัฐได้ทำไปแล้วส่วนหนึ่ง ถ้าไม่มีเงินไปเพิ่มหรือ ไปจ่ายให้เขาเพิ่ม งานรัฐบาลต่าง ๆ ที่ให้เงินไปมันก็ค้างคา จะทำให้เสียหายต่อประเทศชาติ เสียหายต่องบประมาณ เสียหายต่อทุกสิ่งทุกอย่าง ฉะนั้นคำถามแรกจะถามท่านว่าเมื่อเงิน พับไปแล้วทางกระทรวงการคลังมีนโยบายที่จะแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไรครับ คำถามแรกครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีสันติตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสันติ พร้อมพัฒน์ ขอตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะของ ท่านอนุรักษ์นะครับ เนื่องจากตามมาตรา ๕๕ ของพระราชบัญญัติงบประมาณปี ๒๕๖๑ นั้น ถ้าหากว่าการเบิกจ่ายงบประมาณเบิกไม่ทันในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓ ซึ่งก็ได้ขยายเวลา มาจนถึงวันดังกล่าวแล้ว หากยังไม่สามารถที่จะเบิกจ่ายงบประมาณได้ตาม พ.ร.บ. ดังกล่าว ก็ให้แนวทางนั้นเป็นพับไป แต่เนื่องจากก็เป็นครั้งแรกอย่างที่ท่าน ส.ส. ได้กล่าวถึงนั้น แล้วก็ โครงการดังกล่าวก็ทราบว่าคงจะต้องเป็นโครงการที่มีประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะเป็นศูนย์ตลาดเกี่ยวกับเรื่องโอทอป (OTOP) ก็มีความจำเป็น เพราะฉะนั้น สำนักงบประมาณเองได้ทำความเข้าใจกับส่วนราชการ ไม่ว่าจะเป็นท่านปลัดกระทรวง หัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่น ๆ ได้แก้ปัญหาอันนี้เอาไว้ แล้วในเบื้องต้น เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับโครงการที่เราจะไปพัฒนาท้องถิ่นหรือจะไปสร้างความเจริญ ความสะดวกสบายของพี่น้องประชาชน ก็จึงได้วางมาตรการไว้ว่าหากเงินดังกล่าวพับไปตาม กฎหมายอย่างที่ ว่าแล้วก็คงจะเปิดโอกาสให้ทางเทศบาล ตาม ที่ท่าน ได้กล่าวถึงนั้นสามารถที่จะไปปรับปรุงงบประมาณ เงินนอกงบประมาณของทางเทศบาลที่ยัง สามารถมีใช้ได้ เพื่อนำมาใช้ในโครงการนี้นะครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ หากยังขัดข้องอยู่นั่นก็สามารถที่จะปรับงบในปี ๒๕๖๔ ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนน้อยหรือลำดับท้าย ๆ นำเงินอันนั้นขึ้นมาใช้แทนตรงนี้ได้ โดยอาจจะ ตกลงกับทางสำนักงบประมาณนะครับ ก็ตามที่กฎระเบียบหรือกฎหมายกำหนดว่าจะทำเอง ได้หรือเงินบางส่วนถ้ามันเกินจากจำนวนเท่านั้นเท่านี้ก็จะสามารถที่จะตกลงกับสำนัก งบประมาณได้ และในกรณีถ้าหากว่ายังไม่สามารถกันเงินหรือปรับเปลี่ยนเงินภายในของ ตนเองได้ก็สามารถที่จะไปตั้งงบประมาณในปีถัดไปได้ ถ้าตั้งปี ๒๕๖๕ ไม่ทันก็อาจจะไปตั้ง เอาปี ๒๕๖๖ ซึ่งก็จะทำให้โครงการยังสามารถดำเนินการได้ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านอนุรักษ์ เชิญคำถามที่ ๒ ครั้งที่ ๒ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ผม อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ คือผมเรียนว่าเขาร้องเรียนมาหมายความว่าเขาประสานไปที่ สำนักงบแล้วหรือว่าไปที่กระทรวงการคลัง กระทรวงการคลังก็พูดอย่างที่ท่านว่านะครับว่า จะต้องหาเงินมาใช้จ่ายเอง ถ้าเป็นกระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ ทำอย่างที่ท่านว่าได้ แต่ท้องถิ่นมันมีเงินน้อยมาก เงินพับไป ๕๐ ล้านบาท ถ้าจะไปปรับงบประมาณเพื่อจะมาทำ ๕๐ ล้านบาท งบประมาณของเทศบาลทั้งปีมีประมาณ ๓๐๐ ล้านบาท ๓๐๐ ล้านบาท เป็นรายจ่ายประจำก็ร่วม ๒๖๐-๒๗๐ ล้านแล้ว ถ้าเอาเงิน ๕๐ ล้านบาทไปใช้ตรงนี้ อย่างอื่น ทำไม่ได้เลย อันนี้คือปัญหาของท้องถิ่นซึ่งขนาดเล็ก แต่ถ้าเป็นขนาดใหญ่ที่ท้องถิ่น มีงบประมาณ มีเงินสะสมสักเป็นพัน ๆ ล้านมันไม่ใช่ปัญหา แต่ตอนนี้ปัญหาของเทศบาล ก็คือมีเงินสะสมน้อยมาก ใช้เงินสะสมนั้นเป็นระยะหนึ่งแล้ว ฉะนั้นหากเป็นไปได้ทางเทศบาล จะขอทำความตกลงกับสำนักงบว่าจ่ายส่วนที่เหลือในปีถัดไปได้ไหม เพราะว่าเราก็ต้องเอาไป ใช้จ่ายในเงินสะสมตามกฎหมายอยู่แล้ว ตอนนี้ก็ทำไปแบบกระท่อนกระแท่นครับ ผู้รับจ้าง ก็ไม่อยากจะทำเท่าไรเพราะว่าเงินมันได้ยาก ได้น้อย แทนที่ตลาดมันจะไม่เสร็จมันก็ไม่เสร็จ เพราะว่ามันติดขัดเรื่องงบประมาณ งบประมาณ ๕๐ ล้านบาทสำหรับเทศบาลเมือง มุกดาหารมันถือว่าเยอะครับ แต่ถ้าเป็นหน่วยงานใหญ่ ๆ มันก็ไม่เยอะ ฉะนั้นอยากถามว่า ถ้าทางเทศบาลจะทำหนังสือขอให้ทางกระทรวงการคลังอุดหนุนให้กับกระทรวงมหาดไทย เพื่อไปใช้จ่ายตรงนี้ที่มันพับไปจะได้หรือไม่ เพราะว่าเรื่องนี้ผมเองรู้จักกับนายกเทศมนตรี เกือบทั่วประเทศเขาก็ฝากผมมาอย่างนี้ ไม่ใช่มีเฉพาะมุกดาหาร มีหลายที่ หากเป็นแบบนี้ การบริหารงานท้องถิ่นเกิดปัญหา ฉะนั้นเวลารัฐบาลมีปัญหาอะไรก็ใช้แต่ท้องถิ่น แต่พอ ท้องถิ่นจะแย่รัฐบาลก็เลยทอดทิ้งท้องถิ่นอย่างนี้ อยากฝากเรียนถึงท่านรัฐมนตรีว่าช่วยกัน พิจารณาด้วย เพราะว่ามันเป็นปัญหากับท้องถิ่นขนาดเล็ก ถ้าเป็นท้องถิ่นขนาดใหญ่ เมืองนนท์ ปากเกร็ด พวกนี้ไม่มีปัญหาไม่มีปัญหา เชียงใหม่ ภูเก็ต เขามีเงินสะสม หลายพันล้าน แต่เทศบาลเล็ก ๆ มีปัญหาแน่ครับ อยากฝากท่านว่าช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ ให้ด้วยครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรคเพื่อไทย ก็ต้องขอบคุณท่านเป็นอย่างสูงที่ท่านได้เป็นห่วงเป็นใยถึงการพัฒนาท้องถิ่น ซึ่งก็ต้องเรียนว่าน่าเห็นใจแล้วก็เป็นที่ควรจะเห็นใจอย่างมาก เนื่องจากว่าโครงการในช่วง ปีก่อนแล้วก็ปีนี้ก็เป็นโครงการที่มีวิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) พวกเราก็ทราบกันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องของแรงงาน เรื่องของการถูกทางราชการสั่งหยุด สั่งชะลอ อะไรต่าง ๆ มันเกิดขึ้นมากมาย ดังนั้นตามที่ท่านเองก็บอกเป็นห่วงเทศบาลแห่งอื่น ๆ ด้วยซึ่งเป็น ขนาดเล็กนั้น แล้วก็ไม่มีเงินเหลือจ่าย เงินสะสม หรือเงินนอกงบมากมายเหมือนอย่างบางแห่ง ซึ่งแห่งที่มีเงินนอกงบหรือเงินสะสมมาก ๆ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นท้องถิ่นขนาดใหญ่ อยู่ใน เมืองใหญ่ ๆ เป็นส่วนมาก ซึ่งการเก็บเงินของเขาก็มีประสิทธิภาพแล้วก็ได้จำนวนมาก อันนี้กระทรวงการคลังเข้าใจ ดังนั้นในกรณีที่ผมได้เรียนไปแล้วว่าให้ไปปรับงบในปีนั้น หรือปรับงบนอกงบประมาณ งบสะสมของท้องถิ่น ซึ่งก็ตามที่ท่านได้กล่าวมาว่ามีงบปีหนึ่ง ก็ประมาณ ๓๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ ถ้าหากว่าจะไปปรับถึง ๕๐ ล้านบาท เอาเข้ามาชดเชย ตรงนี้ทั้ง ๆ ที่เงินมันถูกพับไปตามกฎตามเกณฑ์ ก็คงเป็นเรื่องที่ยากลำบาก กระทรวงการคลัง ได้คุยกับทางสำนักงบประมาณมาโดยตลอดในเรื่องนี้ ก็ได้ข้อสรุปว่าถ้าหากว่าทางท้องถิ่น ของบตั้งงบมาที่สำนักงบประมาณ สำนักงบประมาณก็จะจัดให้ความสำคัญแล้วก็จะจัดให้ เป็นอันดับแรกนะครับเพราะว่าสำนักงบประมาณเองได้เรียนกับผมไว้ว่าการก่อสร้าง การพัฒนาท้องถิ่นที่ยังไม่แล้วเสร็จ มีความจำเป็นนะครับที่พี่น้องประชาชนรอคอย ในสิ่งอำนวยความสะดวกตลาดกลางต่าง ๆ เหล่านี้มีความจำเป็นนะครับ ทางสำนักงบก็จะ ให้เป็นอันดับแรก ก็คือพูดแบบภาษาชาวบ้านนะครับว่าให้รีบขอไป ทางสำนักงบจะดูแลให้ แต่ซึ่งตามที่ท่านบอกว่าให้ไปจัดสรรงบประมาณของกระทรวงมหาดไทยก็ดี ของส่วนราชการ ต่าง ๆ นี้ล่ะครับก็คงเรียนว่าอันนั้นผมไม่มั่นใจว่ากฎหมายจะให้ทำได้ถึงขนาดไหนอย่างไร นะครับ ก็คงต้องเรียนว่าทางที่ดีที่สุดรีบขอไปที่สำนักงบประมาณแล้วก็สำนักงบประมาณก็จะ จัดให้เป็นอันดับต้น ๆ เลย มีเงินในส่วนไหน ๆ ก็ไปพูดคุยกับสำนักงบประมาณ ขอบคุณครับ🔗
ท่านอนุรักษ์ ก็คงจะเกิดความชัดเจนนะครับ ก็ตามต่อแล้วกัน ถือว่าเป็นการจบกระทู้ถามแยกเฉพาะ เรื่อง ปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณที่ถูกพับตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ โครงการก่อสร้างตลาดสินค้าโอทอป (OTOP) เทศบาลเมืองมุกดาหาร ของท่านอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต้องขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ท่านสันติ พร้อมพัฒน์ ที่กรุณาให้เกียรติห้องกระทู้ ถามแยกเฉพาะเรา ขอบคุณท่านอนุรักษ์นะครับ🔗
๑.๓.๓ กระทู้ถาม ที่ ๒๕๘ เรื่อง ปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณ ที่ถูกพับตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ โครงการก่อสร้างซ่อมแซม โครงสร้างและปรับปรุงตลาดอินโดจีน จังหวัดมุกดาหาร (นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง🔗
ด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้มีหนังสือแจ้งว่า ตามที่ได้รับมอบหมายจาก นายกรัฐมนตรีให้เป็นผู้ตอบกระทู้ถามเรื่องนี้แทนนั้น แต่เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังติดภารกิจสำคัญ จึงได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง คือ ท่านสันติ พร้อมพัฒน์ เป็นผู้ตอบชี้แจงกระทู้ถามแทน ในการนี้เพื่อเป็นประโยชน์ ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพา ผมได้อนุญาตให้ตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม สนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือท่านสมมิตร โตรักตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ทุกท่านพร้อมแล้วขอเชิญ ท่านอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ถาม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร ปัญหาเรื่องตลาดอินโดจีนผมเรียนว่าตลาดอินโดจีนสร้างเมื่อปี ๒๕๔๔ ในขณะนั้นผมเป็น นายกเทศมนตรี ผ่านมา ๒๐ ปีแล้ว จากเงินที่รัฐบาลให้เทศบาลไปประมาณ ๑๐๐ ล้านบาท สร้างเศรษฐกิจให้กับจังหวัดมุกดาหารประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อปี ๒๕๖๑ ก็ได้รับ งบประมาณปรับปรุงซ่อมแซมประมาณ ๑๗๐ ล้าน แต่พออี-บิดดิง (e-Bidding) แล้วได้ราคา เหลือที่ ๑๔๙ ล้านบาท ใน ๑๔๙ ล้านบาทเบิกไปแล้ว ๓๑ งวด เบิกไปแล้ว ๕๗ ล้านกว่าบาท ทำให้เงินพับไปตาม พ.ร.บ. ดังกล่าวที่เหมือนเทศบาล พับไปประมาณ ๙๒ ล้านบาทเศษ ทีนี้ผมเรียนว่าเดี๋ยวนี้ตลาดอินโดจีนผู้รับจ้างไม่ได้สตางค์ก็เลยหยุด หยุดมาร่วมปีแล้ว เพราะฉะนั้นที่จริงแล้วตลาดอินโดจีนควรจะเสร็จ ถ้าไม่มี พ.ร.บ. งบประมาณเงินจะพับ แล้วก็มันน่าจะเสร็จไปแล้ว ทีนี้พับมา ๒ ปีแล้ว ทีนี้ทำให้การก่อสร้างล่าช้าไปมาก แล้วก็ เงินงบประมาณนี้ก็ได้จากเงินกลุ่มจังหวัด กลุ่มจังหวัดกลุ่มสนุกก็มีสกลนคร นครพนม มุกดาหาร เป็นเงินกลุ่มจังหวัด ซึ่งจังหวัดเป็นคู่สัญญา พอเงินพับไปจังหวัดเองไม่มีเงินสะสม เหมือนท้องถิ่น จังหวัดทำอะไรไม่ได้เลย ปัจจุบันนี้ก็เลยทำอะไรไม่ได้ ผู้รับจ้างก็ไม่ทำ เพราะว่าไม่มีเงินจะจ่าย โครงการตลาดอินโดจีนก็เลยค้างไว้เป็นปีแล้ว ฉะนั้นผมเรียนว่า ตลาดอินโดจีนมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจจังหวัดมุกดาหารมาก เพราะฉะนั้นเพิ่งมาพับไป เป็นปีแล้วไม่ได้เปิด ปิดไว้อยู่ มันทำให้เสียหายต่อเศรษฐกิจ เสียหายต่อประเทศชาติมาก แล้วก็อยากเรียนย้ำว่าจังหวัดไม่มีงบประมาณ ไม่มีเลย ไม่มีงบประมาณที่จะมาอุดหนุน เงินสะสมจังหวัดก็ไม่มี ฉะนั้นปัญหามาก ที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็ฝากผมมาเรื่องนี้ว่า ให้ถาม ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อ ผู้ว่าก็ไปไม่ถูกเหมือนกัน ฉะนั้นอย่างกรณีแรกเป็นเทศบาลก็ยัง พอขยับขยายแล้วก็ทำไปได้ แต่ตลาดอินโดจีนพับเลย หยุดเลย ไม่มีเงินจ่าย เพราะฉะนั้น ตรงนี้ถ้าทางกระทรวงการคลังหาทางแก้ปัญหาเร่งด่วน และผมชื่อว่าไม่ใช่เฉพาะมีมุกดาหาร ที่เดียว มีทั่วประเทศนะครับเรื่องแบบนี้ เพราะฉะนั้นถ้าทางกระทรวงการคลังสำรวจดูว่า พ.ร.บ. วิธีงบประมาณปี ๒๕๖๑ นั้นเมื่อออกมาแล้วเกิดปัญหาอย่างนี้มันจะเกิดปัญหาทุกปี ปี ๒๕๖๒ เดือนตุลาคม เดือนกันยายนนี้ก็ต้องพับอีก ฉะนั้นเราจะแก้ปัญหานี้อย่างไร ในระยะยาว ผมอยากจะถามทางกระทรวงการคลังว่าระยะยาวท่านจะแก้อย่างไร ถ้าจะอ้าง ว่า พ.ร.บ. ออกมาอย่างนั้นต้องทำตามอย่างนั้น ตอนนั้นไม่มีสภาผู้แทน ตอนออกวันนั้น มี สนช. ออกกฎหมายมาแล้วก็เกิดปัญหาเช่นนี้ทางสภาผู้แทนเราจะต้องทำอย่าง ถ้าทาง กระทรวงการคลังยังไม่สามารถแก้ปัญหาตรงนี้ได้ผมก็จำเป็นจะต้องถามต่อไปอีก เพราะว่า มันมีปัญหาเยอะแยะมาก อยากถามเรียนเบื้องต้นว่าเป็นจังหวัดนะ เมื่อกี้ท้องถิ่น ตอนนี้ เป็นจังหวัด ทางกระทรวงการคลังจะมีแนวทางอย่างไรครับ คำถามแรกครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีสันติตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่าน ส.ส. อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ผู้แทนของจังหวัดมุกดาหาร ก็ต้อง ขอกราบขอบคุณท่านอีกครั้งหนึ่งนะครับว่าจังหวัดมุกดาหารเป็นจังหวัดหน้าด่านของ ประเทศไทย แล้วก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่มีความสำคัญ อีกเรื่องหนึ่งก็คือจังหวัด มุกดาหารนั้นเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านที่นักท่องเที่ยวมาจากหลายแห่ง เมื่อจะไป ท่องเที่ยวที่ประเทศเพื่อนบ้านก็จะต้องผ่านมุกดาหารซึ่งเป็นเมืองสำคัญ การที่เมืองมุกดาหาร ได้ก่อสร้างตลาดอินโดจีนมาเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้วนั้นก็ถือว่าเป็นวิสัยทัศน์ของภูมิภาคทางภาค อีสานนั้น ในวันนี้ผมมีความเชื่อมั่นว่าตลาดเมื่อถูกก่อสร้างมา ๒๐ กว่าปีด้วยเทคโนโลยี ด้วย นวัตกรรมต่าง ๆ เมื่อ ๒๐ ปีที่แล้วก็คงชำรุดทรุดโทรมไปเยอะนะครับ เพราะฉะนั้น การปรับปรุงเพื่อให้เกิดความทันสมัย ความสะดวกสบาย จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนอย่างยิ่งยวด ท่านในฐานะผู้แทนจังหวัดมุกดาหารได้นำเรื่องนี้มาหารือกับสภา แล้วก็ให้กระทรวงการคลัง มาตอบเพื่อแก้ปัญหา เพื่อชี้แจงในปัญหานี้ว่าจะมีทางออกอย่างไรนั้นก็ต้องขอขอบคุณท่าน ที่ทำหน้าที่ของท่านอย่างดีที่สุด ดังนั้นประเด็นนี้ก็คงคล้ายกับประเด็นของตลาดโอทอป (OTOP) ที่ว่านะครับ เพราะฉะนั้นกฎระเบียบในเรื่องของการเบิกจ่ายเงินตาม พ.ร.บ. ที่เกิดขึ้น รวมถึงมาตรา ๕๕ ตามที่ได้กล่าวว่าการใช้เงินงบประมาณหากมีการกันเงินไว้ เกี่ยวกับเรื่องการกันเงินไว้นะครับ เมื่อครบเวลาภายในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓ ทุกส่วน ราชการก็จะต้องถูกตัดเงินอันนั้นให้เป็นพับไปนะครับ แล้วก็เป็นปัญหาจริง ๆ ทั่วประเทศ รายละเอียดลึก ๆ ตามที่ผมได้เรียนชี้แจงไปแล้ว ผมจะขออนุญาตท่านประธานให้ทางสำนัก งบประมาณช่วยรายงานข้อมูลไม่ทราบว่าได้ไหม ถ้าได้ก็อยากจะขออนุญาตท่านประธาน🔗
คือตามปกติ ตามข้อบังคับคนตอบกระทู้เป็นหน้าที่ของท่านรัฐมนตรีเป็นคนตอบกระทู้ แต่ว่าผู้เกี่ยวข้อง มีหน้าที่สนับสนุนข้อมูลได้เท่านั้นนะครับ ถ้าสมมุติว่าอย่างนี้ครับ ถ้าข้อมูลท่านรัฐมนตรี ยังไม่พร้อมก็สามารถที่จะตอบส่งข้อมูลเป็นเอกสารไปที่ท่าน ส.ส. ก็ได้ครับ เผื่อจะได้ ประหยัดเวลาครับ🔗
ก็คงเรียนว่า ทางจังหวัดสามารถที่จะเกลี่ยเงินสะสมของจังหวัดแล้วก็เงินนอกงบประมาณเอามาใช้ใน โครงการนี้ได้นะครับ นอกเหนือจากนั้นยังสามารถที่จะไปเกลี่ยในลำดับโครงการต่าง ๆ ของตัวจังหวัดเองเพื่อนำมาใช้ตรงนี้นะครับ แล้วก็ถ้าหากวงเงินมันมากขนาดนี้ก็อาจจะต้อง หารือสำนักงบประมาณ และถ้าหากยังไม่สามารถที่จะไม่มีเงินหรือไม่สามารถที่จะเกลี่ย เงินได้ เพราะว่าทุกโครงการของจังหวัดอาจจะมีความสำคัญเท่า ๆ กันนะครับ ก็อาจจะต้อง ตั้งงบประมาณในปีถัดไป ซึ่งผมเองได้หารือกับสำนักงบประมาณไว้ล่วงหน้าแล้ว สำนักงบประมาณบอกว่าไม่ว่าจะเป็นจังหวัดมุกดาหารหรือจังหวัดใด ๆ หรือเทศบาลใด ๆ ถ้าเกิดในกรณีเช่นนี้สำนักงบประมาณจะถือเป็นความสำคัญอันดับแรกที่จะจัดสรร งบประมาณเพื่อไปทำให้โครงการเหล่านั้นได้แล้วเสร็จ ก็ขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณ ท่าน ส.ส. ครับ🔗
ท่านอนุรักษ์ มีคำถามอะไรต่อไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร ท่านรัฐมนตรีตอบ ถูกแล้วครับ แต่ทีนี้ประเด็นก็คือจังหวัดไม่มีเงินสะสม ไม่รู้จะเกลี่ยอย่างไร ทีนี้ประเด็นต่อมา ก็คือตอนนี้มันค้างเติ่งอยู่เป็นปีแล้ว แล้วแทนที่มันจะได้ประโยชน์ เกิดประโยชน์ เกิดเศรษฐกิจ ผมเรียนว่าจังหวัดมุกดาหารเป็นจังหวัดที่นำเงินเข้าประเทศไม่น้อย การนำเข้าส่งออกปีหนึ่ง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ด่านมุกดาหาร ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ ทางประเทศไทยได้เปรียบดุลการค้าปีหนึ่งประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็แสดงว่าจังหวัด มุกดาหารนำเงินเข้าประเทศปีละ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเรียนทางกระทรวงการคลังและ ท่านประธานนะว่าความจำเป็นเรื่องนี้มันเป็นความจำเป็นที่ไม่รู้จะไปหาใคร ไม่รู้จะแก้ อย่างไร ท่านผู้ว่าก็ถามไปที่กระทรวง กระทรวงก็บอกว่าเงินมันพับไปแล้วไม่รู้จะทำอย่างไร ผมก็เลยถามว่าแล้วจะให้ทำอย่างไร เพราะว่าทำไปครึ่งหนึ่งแล้ว เบิกเงินไป ๕๗ ล้านบาท แล้ว เหลือ ๙๒ ล้านบาท ไม่จ่ายก็เป็นตลาดอินโดจีนร้างไปเลย มันเสียหายต่อเศรษฐกิจมาก ฉะนั้นผมกราบเรียนว่าท้องถิ่นแก้ปัญหาอย่างที่ท่านว่าได้ แต่ว่าจังหวัดมันแก้ไม่ได้ ไม่มีเงิน สะสม ไม่มีเงินนอกงบประมาณ ไม่มีอะไร ถ้าจะขอเงินปีต่อมาว่าจะไปจ่ายเงินที่มันพับไป ก็ไม่มีหมวดที่จะตั้งได้ ผมก็เคยเป็นกรรมาธิการงบประมาณ ในหมวดนั้นไม่มี จะไปตั้งตรงนั้น จะไปตั้งอย่างไร มันต้องเป็นเงินที่เป็นกรณีพิเศษ ถ้าจังหวัดจะไปตั้งว่าตั้ง ๙๒ ล้านบาท เพื่อจะไปแก้ปัญหาเงินพับไป ปีนี้เลยไม่ต้องทำอะไร ฉะนั้นจังหวัดก็ไม่มีหมวดหรือว่าไม่มี ช่องที่จะเข้าได้ ผมเรียนอย่างนี้ว่าไม่มีช่องที่จะเข้าได้ ฉะนั้นเรื่องนี้ผมว่าขอให้ ทางกระทรวงการคลังตอบเป็นหนังสือก็ได้ว่าวิธีปฏิบัติจะทำอย่างไรเพื่อจะให้งานมันเดินไป ถ้าอย่างนั้นแล้วมันไปไม่ได้ครับท่านประธาน เพราะว่ามันติด ท่านประธานก็คงจะทราบว่า มันติด ติดที่มันไม่มีช่องที่จะไปขอ ขอมาปี ๒๕๖๕ บอกว่าขอไปเพื่อจะไปจ่ายเงินมันพับไป มันไม่มีช่อง มันไม่มีรายการที่จะตั้งตรงนั้นได้ ฉะนั้นผมเรียนว่ามันต้องเป็นเรื่องพิเศษ แต่ว่าใน พ.ร.บ. ปี ๒๕๖๑ อยู่ท้าย พ.ร.บ. เขาก็บอกว่าผู้รักษาการตาม พ.ร.บ. นี้ก็คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผมว่าน่าจะยกเว้นได้ เพราะว่าท่านมีอำนาจตาม พ.ร.บ. นี้ ฉะนั้นช่องทางที่ผมนำเสนอนี้ก็คือว่าเป็นช่องทางใช้อำนาจของรัฐมนตรีเพื่อจะนำเงินที่มันตก ทั่วประเทศที่มีปัญหากลับออกมา อย่างเงินส่วนกลาง ลักษณะของเงินของงบกลางมันใช้ ตรงนี้ได้ เพราะมันเกิดปัญหา มันเป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่จะ นำเสนอ ครม. เพื่อจะอนุมัติตรงนี้ได้ ผมว่ามีช่องนี้ช่องเดียวที่จะทำได้ ก็อยากถามว่า ทางกระทรวงการคลังพอจะทำได้ไหม เพราะว่า พ.ร.บ. นี้รักษาการโดยรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ก็น่าจะแก้ปัญหาเรื่องนี้นำเสนอ ครม. ขอบคุณครับ🔗
ท่านรัฐมนตรี จะตอบไหมครับ เชิญครับ🔗
ขอบคุณ ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วก็มีช่องทางในการที่จะดำเนินการได้ เนื่องจากว่ามีการขยาย สัญญาไปสิ้นสุดเอาวันที่ ๒๖ ตุลาคม คือมันก็ใช้งบประมาณปี ๒๕๖๕ ไปแล้วตอนนั้น เพราะฉะนั้นผมว่าทางจังหวัดสามารถที่จะขอเกลี่ยงบประมาณปี ๒๕๖๕ หรือเกลี่ย งบประมาณในกลุ่มจังหวัดไปใช้ทดแทนตรงนี้ได้ โดยอาจจะต้องหารือกับสำนักงบประมาณ เพราะว่าเงินมันเป็นจำนวนมาก หรือ ๒ ก็อาจจะต้องตั้งงบประมาณในปีถัดไปอย่างที่ ผมได้กราบเรียนไว้แล้วว่าสำนักงบให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ในขณะเดียวกันในขณะนี้ กำลังพิจารณางบประมาณอยู่ ผมไม่ทราบว่าหากมีการตัดงบอาจจะไปดูตรงนั้นได้นะครับ แต่เนื่องจากว่าผมก็ยังไม่แม่นตรงนี้ ถ้าสามารถทำได้ก็เดี๋ยวจะให้ทางสำนักงบประมาณ ตอบข้อหารือไปให้อีกครั้งหนึ่งว่าช่องทางวิธีการที่ดีที่สุดเร็วที่สุด เพื่อประโยชน์ของพี่น้อง ชาวมุกดาหารตามที่ท่าน ส.ส. อนุรักษ์ได้พยายามเร่งรัดพยายามที่จะต่อสู้เพื่อให้ได้ งบประมาณได้เงินก้อนนี้ไปพัฒนาตลาดอินโดจีน ซึ่งเป็นหน้าเป็นตาของจังหวัดมุกดาหาร ก็จะให้ทางสำนักงบประมาณตอบเป็นหนังสืออีกครั้งหนึ่งเพิ่มเติมเข้าไปด้วย เพื่อให้ท่าน เกิดความมั่นใจว่าชาวมุกดาหารจะได้พัฒนาตลาดอินโดจีนให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด ขอบคุณครับ🔗
ก็เป็นที่ ชัดเจนนะครับ ถ้าส่วนไหนที่ยังให้คำตอบท่าน ส.ส. อนุรักษ์ไม่ได้ คือมันเป็นข้อมูลก็คงต้อง อาศัยทางส่วนราชการที่เกี่ยวข้องคือสำนักงบประมาณต้องช่วยชี้แจงช่วยตอบ แล้วผมอยู่ใน พื้นที่แถวนั้นก็พอเข้าใจนะครับว่าชีวิตของพี่น้องมุกดาหาร เศรษฐกิจมุกดาหารฝากไว้กับ ตลาดอินโดจีนค่อนข้างมากเลยทีเดียว ฉะนั้นก็ไม่อยากจะให้ได้รับคำตอบแค่ว่ารอตั้ง งบประมาณปีต่อ ๆ ไป เพราะว่าแต่ละปีมันมีงบประมาณอยู่แล้วเพียงแต่ว่าจะได้รับการ จัดสรรให้หรือไม่ ก็ฝากทางสำนักงบประมาณว่าช่วยไปคิดในแง่ที่ว่าจะสามารถช่วยสนับสนุน งบลงไปแก้ไขปัญหานี้อย่างไรด้วยไม่ใช่ตอบเพียงผ่าน ๆ ก็ถือว่าเป็นการถามตอบกระทู้ แยกเฉพาะปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณที่ถูกพับตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ โครงการก่อสร้างซ่อมแซมโครงสร้างและปรับปรุงตลาดอินโดจีนจังหวัด มุกดาหาร ของท่านอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ก็ต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลังที่ให้เกียรติห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเรา ขอบคุณท่านอนุรักษ์ นะครับ ขอบคุณครับ🔗
๑.๓.๕ กระทู้ถาม ที่ ๒๖๐ เรื่อง การจัดสรรการเข้าถึงทรัพยากรน้ำ (นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามนายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้นายกรัฐมนตรี พิจารณาแล้วมีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม คือท่านวราวุธ ศิลปะอาชา เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทนท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการถามกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือคุณสาธิต สื่อประเสริฐสุข รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ตอนนี้ทั้งผู้ถามผู้ตอบพร้อมแล้วก็ขอเชิญ ท่าน ส.ส. เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ได้ถาม ท่านเท่าพิภพจะมีปัญหาเรื่องขาไมค์ไหมครับ🔗
เดี๋ยวผมพูดดัง ๆ ก็ได้ครับ ท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกลครับ ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีวราวุธที่มาตอบนะครับ จริง ๆ ถาม นายกไป แต่ผมด้วยความไม่แน่ใจมันจะเป็นเรื่องอุตสาหกรรมหรือเรื่องทรัพยากรน้ำ กันแน่ ก็ขอบคุณครับที่ท่านวราวุธน่ามีความรู้เรื่องนี้แน่นอนครับ ต้นสายปลายเหตุ ผมเกริ่นหน่อยครับท่านประธาน เพราะเดี๋ยวอาจจะงงเพราะเรื่องน้ำในสภาเราเยอะเหลือเกิน ส่วนใหญ่ที่ผมฟังมาก็จะเป็นเรื่องการเกษตรเสียส่วนใหญ่ เรื่องน้ำไม่พอทำการเกษตร ทำการปศุสัตว์ซึ่งผมเองในฐานะ ส.ส. กรุงเทพฯ จริง ๆ แล้วเราก็อยู่ปลายน้ำและบางที เราอาจจะไม่ได้พบกับปัญหาน้ำ แต่ผมอยากถามแทนคนไทยทั้งประเทศนะครับ เพราะว่า น้ำในอุตสาหกรรมเราก็ใช้เยอะจริง ๆ และน้ำอุตสาหกรรมก็เป็นปัญหาในทั่วโลกเหมือนกัน จากที่ผมได้ดูมาก็เลยอยากจะตั้งกระทู้นี้เพื่อถามและเป็นประเด็นขึ้นมาให้เป็นที่สนใจของ ทางรัฐบาลด้วยแต่ลึก ๆ ผมก็เชื่อว่ารัฐบาลน่าจะดูเรื่องนี้อยู่ อย่างผมยกตัวอย่างในคำถามนี้ ก็คือก็เป็นตัวแทนของอุตสาหกรรมได้ดีนะครับ ก็คืออย่างเช่นอุตสาหกรรมน้ำเปล่า คือน้ำเปล่าส่วนใหญ่ในประเทศไทย ก็โรงงานแม่น้ำใหญ่ ๆ ใช้น้ำบาดาลในการทำ ซึ่งน้ำบาดาลถ้าเราพูดถึงเรื่องทรัพยากรน้ำปีหนึ่งมีฝนตกลงมาเติมน้ำใต้ดินเราก็จริงนะครับ อัตราการเติมบางแหล่งก็ไม่ทัน ถ้าไม่ทันก็เกิดการอีโรชัน (Erosion) หรือการที่แผ่นดิน มันทรุดได้นะครับ ดังนั้นถ้ามองว่าทรัพยากรน้ำมีอย่างจำกัดมันก็เหมือนกับพวกน้ำมัน ใช่ไหมครับ ซึ่งน้ำมันมันก็ไม่ฟรีก็ต้องได้รับสัมปทานแล้วก็ต้องมีการจ่ายไป ซึ่งผมก็ยกตัวเลข มานะครับว่าในอุตสาหกรรมน้ำดื่มคือมีมูลค่ากว่า ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ซึ่ง ๔๐,๐๐๐ ล้านนี้ถามว่าต้นทุนของการผลิตจริง ๆ มันเท่าไร อันนี้ก็เลยเป็นปัญหาที่บอกว่าคนไทย ทุกคน ตอนนี้เราไม่ได้ดื่มน้ำประปานะครับ เราต้องซื้อน้ำดื่มขวดใช่ไหมครับ หลากหลาย ยี่ห้อ บางยี่ห้อเป็นโลเคิลแบรนด์ (Local Brand) ก็มีส่วนแบ่งทางการตลาดลดหลั่นกันไป แต่ ทีนี้คำถามของคุณก็คือถ้ามีคนทำน้ำถามว่าเขาจ่ายการใช้ทรัพยากรน้ำของคนทุกคน เท่าเทียมกันหรือเปล่า อันนี้เป็นหลักใหญ่ใจความที่ผมตั้งกระทู้ ผมก็เลยจะเข้าคำถามแรก นะครับว่ารัฐบาลมีการออกแบบการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างไร ในปัจจุบันมีมาตรการ ทางกฎหมายการใช้น้ำในอุตสาหกรรมหลายฉบับ แต่อาจจะไม่สามารถบังคับใช้ได้มากหรือมี ช่องโหว่อะไรหรือเปล่าก็อยากทราบรายละเอียดเพื่อไขข้อข้องใจจะได้ทราบว่ามีการจัดการ มีการควบคุม อันนี้ไม่ใช่ว่ามีนายทุนมาก็จะไปที่หนึ่งได้บุฟเฟ่ต์ (Buffet) ไปเลยอย่างนี้ก็จะ แปลก ๆ ใช่ไหมครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ก่อนที่คณะรัฐมนตรีจะตอบผมขออนุญาตแก้ไขข้อมูลนิดหนึ่งนะครับ เมื่อกี้ผมได้แจ้งว่า ผู้สนับสนุนข้อมูลของท่านรัฐมนตรีเป็นคุณสาธิตนะครับ แต่ว่าข้อมูลที่ถูกต้องคือ คุณอธิวัฒน์ สุคนธประดิษฐ รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ที่เข้ามาช่วยสนับสนุนข้อมูลให้ท่านรัฐมนตรี เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม วราวุธ ศิลปะอาชา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี ให้ชี้แจงตอบกระทู้ถามเรื่องการจัดสรรการเข้าถึงทรัพยากรน้ำ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ ท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ที่ท่านได้ให้ความสำคัญและเป็นห่วงเป็นใยกับเรื่องนี้ ทุกครั้งที่ตอบกระทู้ผมเองจะชอบมาก พอสมควร เพราะว่าตัวผมเองจะได้ความรู้ใหม่ด้วยเช่นกัน อย่างเช่นในกรณีนี้ครับ ท่านประธานต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่าประเทศไทยเราตั้งแต่ไหนแต่ไร มาไม่เคยมีกฎหมายเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำโดยตรง พึ่งมามีเอาครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๖๑ ที่ผ่านมาแล้วถามว่าก่อนหน้าปี ๒๕๖๑ ประเทศไทยเราบริหารจัดการน้ำกันอย่างไร อย่างเช่นที่ท่านสมาชิกได้กล่าวเมื่อสักครู่นี้ครับท่านประธานว่ามีทั้งภาคอุตสาหกรรมเอย อะไรเอยต้องเรียนว่าที่ผ่านมาจริง ๆ เรามีกฎหมายหลายฉบับมากเกี่ยวกับการบริหารจัดการ น้ำอยู่หลาย ๆ หน่วยงานมีทั้งหมด ๔๒ หน่วยงานครับท่านประธานครับ ที่ดูแลเกี่ยวกับ เรื่องน้ำไม่ว่าจะเป็นน้ำใต้ดิน น้ำบนดิน น้ำในเขตชลประทาน น้ำเพื่อการอะไรต่าง ๆ ทั้งหลายแหล่ ทีนี้ในประเทศไทยเมื่อสักครู่ท่านสมาชิกได้ถามว่ารัฐบาลออกแบบการจัดสรร ทรัพยากรน้ำอย่างไรเบื้องต้นต้องขอเรียนว่าการจัดลำดับความสำคัญหรือไพรออริตี (Priority) ของการใช้น้ำในประเทศไทยครับท่านประธานครับ เราแบ่งเป็น ๔ ส่วนด้วยกัน🔗
ประเด็นแรก น้ำจะต้องให้พี่น้องประชาชนได้ใช้อุปโภคบริโภคเสียก่อน อย่าอะไรก็แล้วแต่จะแล้งจะฝน แต่พี่น้องประชาชนต้องมีน้ำกินน้ำใช้อย่างพอเพียง เมื่อมี น้ำกินน้ำใช้อย่างพอเพียงแล้ว🔗
ประเด็นต่อมาก็คือต้องเอาไว้รักษาระบบนิเวศ ผมเชื่อว่าท่านประธานคงจะ ทราบดีผ่านไปยังท่านสมาชิกว่าการรักษาระบบนิเวศก็คือยกตัวอย่างเช่นเขื่อนต่าง ๆ จะต้อง ปล่อยน้ำออกมาดันน้ำเค็มเพื่อไม่ให้ลุกขึ้นมาในแม่น้ำเจ้าพระยา ยกตัวอย่างเช่นปัจจุบัน ถ้าไม่ได้ด้วยพระปรีชาและพระเนตรอันกว้างไกลของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตรหรือล้นเกล้ารัชกาลที่ ๙ ของเราในการสร้าง เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ของเรานั้น เราอาจจะได้กินปลาเก๋าแถว ๆ นครสวรรค์ก็ได้นะครับ ท่านประธาน ถ้าหากเราไม่รักษาระบบนิเวศเอาไว้ ดังนั้นปัจจัยสำคัญอันดับที่ ๒ ของการใช้ น้ำก็คือการรักษาระบบนิเวศเพื่อพี่น้องประชาชนและเกษตรกรทั้งหลาย ต่อมาก็คือการใช้ เพื่อการอุตสาหกรรมพอใช้อุตสาหกรรม พอมีทุกอย่างพอแล้วก็จะมีทั้งอุตสาหกรรมขนาด เล็กและอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ กฎหมายพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำที่ผมกล่าวเมื่อสักครู่ ท่านประธานครับ พ.ร.บ. ทรัพยากรน้ำปี ๒๕๖๑ นั้นเป็นกฎหมายกลางที่จะรวบรวมเอา ทุก ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำมาแก้ไขปัญหาที่ซ้ำซ้อนช่องโหว่อาจจะ ไม่มากเท่าไรแต่ที่มันมีหนักหนัก ๆ ก็คือการซ้ำซ้อนของหลาย ๆ กฎหมายด้วยกัน ดังนั้น พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำปี ๒๕๖๑ นั้นได้แบ่งออกมามีความรับผิดชอบอยู่ ๓-๔ ส่วนหลัก ๆ ในส่วนแรกจะเป็นกฎหมายลำดับรองที่อยู่ภายใต้อำนาจของท่านนายกรัฐมนตรีจะมี สผ คำถามที่ ๒ ของผม ยินดีที่ได้รับทราบว่ามีการจัดทำกฎหมายลำดับรองอยู่นะครับ ก็คือสิ่งที่ ผมเป็นห่วงและอยากฝากไปทางรัฐบาลก็คืออย่างที่ผมไปเปิดพลิก ๆ ดูผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่าอย่างอุตสาหกรรมเจาะน้ำบาดาล ๑ ลูกบาศก์เมตรหรือ ๑,๐๐๐ ลิตร เสียแค่ ๒๐ สตางค์ ท่านประธานครับ เราคิดดูแล้วไปซื้อน้ำขวดละ ๗ บาท ๕๐๐ มิลลิลิตร ผมรู้สึกว่าตรงนี้ เราจะไปใส่ในกฎกระทรวงหรือกฎหมายลำดับรองได้หรือไม่ในการที่แบบว่าแบ่งประเภท อุตสาหกรรม หมายความว่าถ้าเขาขายน้ำมันควรจะได้สัดส่วนเพราะอย่างที่ผมเรียน ท่านประธานไปนะครับว่าสมมุติอย่างบ้านท่านประธานนครพนมเกษตรกรเขาใช้น้ำรดต้นไม้ น้ำบาดาลมันก็คือเหมือนโรงงานที่เขาเอามา คือทุกคนต่างมีสิทธิที่ต้องใช้น้ำด้วยกันมันควร จะต้องมีความแฟร์ (Fair) กว่านี้ อาจจะคล้าย ๆ กับหลักในสิ่งแวดล้อมที่เรียกว่าโพลลูเตอร์ เพย์ส (Polluter Pays) ก็คือหมายความว่าคนที่ทำโพลลูต (Pollute) หรือทำให้สิ่งแวดล้อม เสียไปก็คือเป็นคนจ่าย มันอาจจะมีการจัดสรรที่เท่าเทียมกว่า ดังนั้นคนที่อยู่รอบ ๆ โรงงาน อย่างที่ผมไปเจอชาวบ้านแต่ก่อนเขาขุดไป ๒๐ เมตร ๕๐ เมตรเขาได้น้ำใช้ แต่ตอนนี้โรงงาน มาก็สูบไปน้ำในดินก็หายไปอย่างนี้ก็มี อันนี้ก็ต้องฝาก จริง ๆ แล้วคำถามที่ ๒ ผมก็คล้าย ๆ กับคำถามแรกนะครับ ถ้ารัฐมนตรีอยากเพิ่มเติมเรื่องหลักเกณฑ์การพิจารณาความจำเป็นใน การใช้ทรัพยากรหรือว่าเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องอุตสาหกรรมแบบชี้ชัดไปเลยว่าตอนนี้ราคามัน เท่าไรอะไร อย่างไร โรงงานเขาจ่ายเพียงพอหรือไม่ อันนี้ก็จะเป็นพระคุณอย่างมากครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้องขอบคุณท่านสมาชิกครับท่านประธาน แล้วก็ดีใจ แทนพี่น้องประชาชนที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นห่วงเป็นใยทั้งเรื่องความแตกต่าง ระหว่างในส่วนของการใช้น้ำภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรม ต่อเนื่องจากคำตอบใน คำถามแรกท่านประธานครับ ต้องขออนุญาตเรียนว่าภายใต้การจัดความสำคัญเรียงลำดับ ความสำคัญนั้นภายใต้พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำปี ๒๕๖๑ นั้น ในมาตรา ๔๑ ทางกระทรวงเอง กฎกระทรวงจะต้องแบ่งประเภทการใช้น้ำ เป็นผู้ใช้น้ำประเภท ๑ ประเภท ๒ และประเภท ๓ สิ่งที่ท่านสมาชิกได้เป็นห่วงเมื่อสักครู่ว่าเกษตรกรใช้น้ำมีค่าใช้จ่ายอย่างไร เมื่อเทียบกับภาคอุตสาหกรรมที่ต้องสูบน้ำขึ้นมามีราคาที่ดูเหมือนจะถูกแต่ว่าไปขายแล้วแพง จะมีการแบ่งสรรอย่างไร ประเด็นนี้คือต่อเนื่องจากที่ผมได้อธิบายเบื้องต้นว่าการหาเส้นแบ่ง ตรงนี้เป็นอะไรที่ใช้เวลาแล้วก็จะเป็นการที่กำหนดอยู่ในกฎหมายลูกแต่ละฉบับที่ภายใน ปีหน้าจะเสร็จสิ้นลง ยกตัวอย่างครับท่านประธานครับ การจัดประเภทการใช้น้ำภายใต้ พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ เขาแบ่งประเภทการใช้น้ำสาธารณะออกเป็น ๓ ประเภท🔗
ผู้ใช้น้ำประเภทที่ ๑ จะเป็นคนส่วนใหญ่พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่รวมไป ถึงพี่น้องเกษตรกรจะทำการอุปโภคบริโภคเลี้ยงสัตว์ทำการเกษตรต่าง ๆ เหล่านี้ไม่จำเป็นที่ จะต้องขอใบอนุญาตการใช้น้ำแล้วก็ไม่ต้องชำระค่าใช้น้ำ คราวนี้บางที่ต้องเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านสมาชิกว่าบางที่ใช้น้ำบาดาล การสูบน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ถ้าเป็นพี่น้องเกษตรกร ใช้เพื่อการเกษตรค่าธรรมเนียมแทบจะไม่มีเลย แต่ว่าบางครั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีหน้าที่ดูแลระบบบาดาลที่ทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้มอบให้นั้น จำเป็นที่จะต้องเก็บ ค่าดูแลรักษาเพราะว่าระบบเหล่านี้พอผ่านไปช่วงระยะเวลาหนึ่งประมาณปีหนึ่งแล้วระบบ เหล่านี้ทางท้องถิ่นจะต้องเป็นคนดูแล การที่จะดูแลนั้นจะต้องมีงบประมาณในการดูแล ก็เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าพอสมควรที่ผู้ที่ใช้ในแต่ละคนจะต้องช่วยกัน เรียกว่าช่วยกันเจียดจ่าย รายได้บางส่วนเพื่อมาดูแลระบบของตน อันนั้นก็จะเป็นเรื่องของท้องถิ่นไป ดังนั้นภาพรวม แล้วผู้ใช้น้ำประเภทที่ ๑ ก็คือพี่น้องประชาชนพี่น้องเกษตรกรนั้นจะสามารถใช้น้ำได้ โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตแล้วก็ไม่เสียค่าใช้จ่าย🔗
ส่วนผู้ใช้น้ำประเภทที่ ๒ ก็จะเป็นตามที่ท่านสมาชิกได้ตั้งข้อสังเกตเป็นการ ใช้น้ำเพื่อการอุตสาหกรรม เพื่อการท่องเที่ยวรวมไปทั้งการผลิตพลังงานไฟฟ้า การประปา และกิจกรรมอื่น ๆ ในประเด็นนี้ก็จะเป็นส่วนที่กระทรวงมหาดไทยจะเข้ามามีบทบาทในการ ที่จะกำหนดอัตราค่าใช้จ่าย แน่นอนเมื่อสักครู่ที่ท่านสมาชิกบอกว่าค่าน้ำบาดาลที่สูงขึ้นมา นั้นมันดูเหมือนถูกเหลือเกิน อาจจะเป็นไปได้ว่ากฎกติกาที่ใช้นั้นมันอยู่ภายใต้ระเบียบเก่า ดังนั้นภายใต้ พ.ร.บ. ทรัพยากรน้ำปี ๒๕๖๑ และกฎหมายลูกที่เรากำลังจะออกนั้น ค่าธรรมเนียมค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะมีการปรับขึ้นตามความเหมาะสมซึ่งต้องใช้เวลา พอสมควรในการที่จะไปสอบถามแล้วก็ทำการศึกษาในแต่ละส่วน🔗
และผู้ใช้น้ำประเภทที่ ๓ ครับท่านประธานครับ เป็นการใช้น้ำเพื่อกิจกรรม ขนาดใหญ่ใช้ปริมาณน้ำมาก มากนี่คือมาก ๆ เลย ถึงขนาดอาจจะกระทบกับเสถียรภาพ ของลุ่มน้ำในแต่ละลุ่มน้ำมีการใช้น้ำข้ามลุ่มน้ำกันเกิดขึ้น แล้วก็ครอบคลุมพื้นที่อย่างมากมาย และใช้ประโยชน์ทางธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่า ผู้ใช้น้ำประเภท ๓ ในประเทศไทยมีอยู่เพียงไม่กี่เจ้าเท่านั้นเอง ดังนั้นการที่จะกำหนดการใช้ น้ำทั้ง ๓ ประเภท ทั้งประเภท ๑ ประเภท ๒ ประเภท ๓ นั้นจะมีกฎหมายลูกที่จะกำหนดว่า แต่ละประเภทจะมีค่าใช้จ่ายอย่างไร จะมีค่าธรรมเนียมอย่างไร จะมีการดำเนินการมีลิมิต (Limit) อย่างไรบ้าง ขอบเขตการใช้น้ำภาคประชาชนเอยอะไรเอยสิ่งต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิก เป็นห่วงนั้นต้องเรียนว่าเป็นสิ่งที่มีเหตุผล แล้วก็ขอขอบคุณท่านสมาชิกที่ตั้งกระทู้นี้ขึ้นมา เพราะให้โอกาสทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มีโอกาสชี้แจง และผม เชื่อว่าพี่น้องประชาชนก็คงจะได้รับทราบรายละเอียดเพิ่มเติมอีกในระดับหนึ่ง ถ้าหากว่า มีข้อสงสัยอย่างไรเพิ่มเติมทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรายินดีที่จะ ส่งเอกสารเพิ่มเติมให้กับท่านสมาชิกครับ ขอบคุณครับ🔗
ผู้เข้าร่วม ประชุมครับก็ถือว่าเป็นการถามตอบกระทู้แยกกระทู้ที่ ๒๖๐ เรื่องการจัดสรรการเข้าถึง ทรัพยากรน้ำของท่าน ส.ส. เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ถามท่านนายกรัฐมนตรี วันนี้ต้องขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านวราวุธ ศิลปอาชาที่ให้ เกียรติห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเรา ขอบคุณท่าน ส.ส. เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกรนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปก็เป็นระเบียบวาระที่ ๑.๓.๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๒๕๕ เรื่อง การผันน้ำจากเขื่อนน้ำอูน อำเภอนิคมน้ำอูน จังหวัดสกลนคร เพื่อให้เกษตรกรได้ใช้น้ำ ในการทำเกษตรกรรมของท่านอนุรักษ์ บุญศล ถามนายกรัฐมนตรี เนื่องจากว่ารัฐมนตรี ที่ได้รับมอบหมายติดภารกิจ จึงขอเลื่อนการถามตอบกระทู้ ๒๕๕ ไปในการประชุม คราวต่อไป🔗
ต่อไปเป็นกระทู้ที่ ๑.๓.๖ เป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๒๖๑ เรื่อง ปัญหาสุนัข และแมวจรจัดของท่าน ส.ส. เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ท่านรัฐมนตรีที่รับหน้าที่ในการตอบ ติดภารกิจสำคัญก็เลยขอเลื่อนการถามตอบกระทู้ ๒๖๑ ไปในการประชุมคราวต่อไป สำหรับ วันนี้ถือว่าจบการพิจารณากระทู้แยกเฉพาะครับ🔗
ก่อนที่จะไปสู่วาระต่อไป ผมขออนุญาตที่ประชุมนะครับ เนื่องจากว่ามีวาระที่ไม่ได้มีปัญหา คือเพียงเพื่อรับรอง รายงานการประชุม แล้วก็ตั้งกรรมาธิการที่มีผู้ลาออก เพื่อสมาชิกจะได้มีโอกาสได้ทำงาน จึงขออนุญาตที่ประชุมว่าขอนำวาระรับรองรายงานการประชุม ซึ่งอยู่ในระเบียบวาระที่ ๓ ขึ้นมาขอให้สมาชิกรับรองก่อนนะครับ🔗
ท่านสมาชิกไม่ขัดข้อง นะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๓.๑ รับรองรายงานการประชุม🔗
๓.๑ รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ครั้งที่ ๓๐ เป็นพิเศษ วันพุธที่ ๑๖ ถึงวันศุกร์ที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๓ และ🔗
๓.๒ รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) ครั้งที่ ๑ วันพุธที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ ครั้งที่ ๒ วันพฤหัสบดีที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ ซึ่งสมาชิกได้เห็นแล้วนะครับ ได้วางไว้ให้แล้ว ถ้าสมาชิกไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุม สภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๓ ครั้ง ดังที่ได้กล่าวมานะครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งที่ขออนุญาตที่ประชุมก็คืออยู่ในระเบียบวาระที่ ๗ นะครับ เกี่ยวกับเรื่องของคณะกรรมาธิการที่ประธานคณะกรรมาธิการแต่ละคณะได้ขอมา โดยประธานคณะกรรมาธิการ นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ในคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาคลื่นทะเลกัดเซาะชายฝั่ง และการพัฒนา ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลอย่างเป็นระบบ มีแจ้งว่า นายปรีชา แก้วกระจ่าง กรรมาธิการ ขอลาออกจากตำแหน่ง จึงพ้นจากการเป็นกรรมาธิการ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) ตำแหน่งนี้เป็นกรรมาธิการสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ขอเชิญพรรคพลังประชารัฐ เสนอ ผู้ทำหน้าที่กรรมาธิการแทนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร พรรคพลังประชารัฐ แบบบัญชีรายชื่อจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ในสัดส่วนของกรรมาธิการวิสามัญคณะนี้ ก็ต้อง ขออนุญาตเรียนท่านประธานว่ากำลังประสานกับทาง ครม. อยู่นะครับว่าทาง ครม. จะส่งใคร มาทำงานแทนในส่วนนี้ ก็เลยขอเรียนท่านประธานว่าคณะนี้เราขอเลื่อนไปก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวพร้อมเดี๋ยวจะขอแจ้งท่านประธานอีกทีครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ถ้าอย่างนั้น ขออนุญาตไปที่กรรมาธิการใน ๗.๓ คือกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการกระจาย อำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่นและการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ ซึ่งมีตำแหน่งว่างลง เนื่องจากประธานคณะกรรมาธิการ นายซูการ์โน มะทา แจ้งว่า นายสินิตย์ เลิศไกร ได้ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ จึงพ้นจากการเป็นกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) โดยที่คณะกรรมาธิการชุดนี้เป็นสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์นะครับ ขอเชิญ พรรคประชาธิปัตย์เสนอแทนนะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอเสนอกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารรูปแบบพิเศษ แทนตำแหน่งที่ว่าลงเพราะการลาออกของ นายสินิตย์ เลิศไกร คือ นายภานุ ศรีบุศยกาญจน์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ เรียบร้อยครับ ขออนุญาตไปอีกคณะหนึ่งนะครับ กรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแผนปฏิรูป ประเทศด้านการศึกษาและแนวทางการบริหารจัดการปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการ ศึกษาอย่างเป็นระบบ โดยประธานคณะกรรมาธิการ นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ได้แจ้งว่าขอให้ ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจาก รองศาสตราจารย์ประวิต เอราวรรณ์ ได้ขอ ลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ จึงพ้นจากการเป็นกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) เป็นสัดส่วนของคณะรัฐมนตรีครับ พร้อมไหมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา เหมือนกับคณะก่อนครับ คณะนี้ขอเลื่อนไปก่อน เอาไว้ตั้งในการประชุม ครั้งถัดไปครับ ขอขอบพระคุณครับ🔗
ได้ครับ ขอบคุณครับ ขออีกชุดนะครับ🔗
๗.๕ กรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการศึกษามีตำแหน่งว่างลง โดยท่านประธานคณะกรรมาธิการ นายนพคุณ รัฐผไท ได้แจ้งว่า นางสาวตรีนุช เทียนทอง ได้ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ จึงพ้นจากการเป็นกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) จึงขอให้เสนอชื่อกรรมาธิการขึ้นมาแทน เป็นสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ใช่ไหมครับ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตเสนอชื่อ นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เป็นกรรมาธิการการศึกษา แทนตำแหน่งที่ว่างลงครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ คุณวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ แทนตำแหน่งที่ว่าง อีกชุดหนึ่งที่ประธานกรรมาธิการแจ้งมา ก็คือ🔗
๗.๖ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาการออกประทานบัตร เหมืองแร่ และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองแร่ มีตำแหน่งว่างลง โดยประธาน กรรมาธิการ คุณประทวน สุทธิอำนวยเดช ได้ทำหนังสือแจ้งว่า นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ กรรมาธิการได้ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ จึงพ้นจากการเป็นกรรมาธิการ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) นะครับ ตำแหน่งนี้ว่างลงเป็นสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา ขออนุญาตเสนอชื่อ นายรณเทพ อนุวัฒน์ เป็นคณะกรรมาธิการชุดนี้ แทนตำแหน่งที่ว่างลงครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ🔗
๗.๗ กรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และแนวทางการบริหารจัดการปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ มีกรรมาธิการว่างลง โดยนางทัศนียา รัตนเศรษฐ ประธานกรรมาธิการแจ้งว่า นายชัยสิทธิ กิตติวิบูลย์ กรรมาธิการได้ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ จึงพ้นจากการเป็นกรรมาธิการ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) ตำแหน่งนี้เป็นสัดส่วนของพรรคก้าวไกลครับ ขอเชิญพรรคก้าวไกลเสนอชื่อกรรมาธิการแทนครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูในสัดส่วนของพรรคก้าวไกล ๑ คน คือ เถกิง ศักดิ์ดานุวงศ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ🔗
๗.๘ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการบริหารจัดการปาล์มน้ำมัน อย่างเป็นระบบ โดย นายวีระกร คำประกอบ ประธานกรรมาธิการได้แจ้งว่านายวัชระ ยาวอหะซัน กรรมาธิการได้ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ จึงพ้นจากการเป็นกรรมาธิการตาม ข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) ตำแหน่งดังกล่าวนี้เป็นสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ขอเชิญเสนอเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา ขออนุญาตเสนอชื่อ นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ เป็นคณะกรรมาธิการชุดนี้แทนตำแหน่งที่ว่างลง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ🔗
ต่อไป เป็นการตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรมหาชนและกองทุน แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก โดยประธานกรรมาธิการคือ คุณจิรายุ ห่วงทรัพย์ ได้มีหนังสือ แจ้งว่าขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจาก นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ได้ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ จึงเป็นอันพ้นจากการเป็นกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) เป็นสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐนะครับ ขอเชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา ขออนุญาตเสนอชื่อ นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ เป็นคณะกรรมาธิการสามัญ กิจการศาลแทนตำแหน่งที่ว่างลง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ก็หมดกรรมาธิการที่ขอเปลี่ยนแปลงนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม🔗
๒.๑ รับทราบเรื่องวุฒิสภาได้ลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติยกฐานะ ศาลแขวงนครไทย ศาลแขวงพยัคฆภูมิพิสัย และศาลแขวงเวียงป่าเป้าเป็นศาลจังหวัด พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบแล้ว โดยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่า ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติยกฐานะศาลแขวงนครไทย ศาลแขวง พยัคฆภูมิพิสัย และศาลแขวงเวียงป่าเป้าเป็นศาลจังหวัด พ.ศ. .... และลงมติเห็นชอบด้วย กับสภาผู้แทนราษฎรในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑ (สมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๔ แล้ว จึงแจ้งที่ประชุมรับทราบครับ🔗
วาระรับทราบที่ ๒.๒ คือรับทราบผลการพิจารณารายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง แนวทางการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการลอบประทุษร้ายประชาชน ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา และแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน และการลอบประทุษร้ายประชาชน ซึ่งเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้แจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๔ รับทราบรายงานตามที่กระทรวงยุติธรรมและได้เสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ อันนี้ก็เลยขอแจ้งที่ประชุมรับทราบตามวาระปกตินะครับ🔗
๒.๓ รับทราบผลการพิจารณารายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง ความปลอดภัยทางถนนและคมนาคม ซึ่งคณะกรรมาธิการการคมนาคมรายงาน ผลการดำเนินงานตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการตามข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ๒๕๖๒ ข้อ ๑๐๕ วรรคสี่ นั้น โดยขณะนี้เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มี หนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๔ รับทราบรายงาน ที่กระทรวงคมนาคมเสนอ และเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อรับทราบต่อไปนะครับ จึงแจ้ง ที่ประชุมรับทราบครับ🔗
เชิญท่านนิยมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ขอกราบเรียนท่านประธานขอเสนอญัตติเร่งด่วนด้วยปากเปล่าเพื่อเป็นการ พิจารณาเรื่องซึ่งกำลังเดือดร้อนเพื่อให้รัฐบาลรับไปดำเนินการอย่างรีบด่วนตามข้อ ๕๔ (๑) ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ๕ ท่านครับ ผู้รับรองถูกต้องครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๑) ขอเชิญท่านนิยมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ🔗
ท่านนิยมครับ เดี๋ยวขอ นิดเดียวนะครับ เจ้าหน้าที่ผู้ที่มาชี้แจงในวาระเพื่อทราบที่ ๒.๔ ๒.๕ ๒.๖ ๒.๗ ๒.๘ กรุณารับทราบด้วยว่าขณะนี้มีวาระด่วนเข้ามา ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าจะจบตอนไหน ก็เรียน เพื่อขออภัยด้วยที่อาจจะต้องรอ เชิญท่านนิยมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมต้องกราบเรียนท่านประธาน ด้วยคณะ ส.ส. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในสภาแห่งนี้ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ได้รับความเดือดร้อน อย่างแสนสาหัสเนื่องจากได้เกิดการแพร่ระบาดของโรคอุบัติภัยใหม่ ซึ่งเป็นภัยพิบัติของ โค กระบือและสุกร ได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมด้านปศุสัตว์ในหลายประเทศ ซึ่งโรคนี้ เริ่มระบาดเข้ามาในประเทศไทย เมื่อปลายปี ๒๕๖๓ ซึ่งเริ่มทีเดียวจากในประเทศภูฏาน เนปาล ศรีลังกา ฮ่องกง ไต้หวัน เวียดนาม และเมียร์มาร์ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒-๒๕๖๓ จนเดือนมีนาคม ๒๕๖๔ ได้แพร่ระบาดเข้ามาในประเทศไทย ทำให้โค กระบือ ที่ทราบจาก เหตุการณ์ว่าเริ่มที่จังหวัดร้อยเอ็ด ทำให้โค กระบือที่เกษตรกรเลี้ยงไว้เกิดล้มป่วย อย่างมหาศาล ตายไปแล้ววันนี้จากข้อมูลเบื้องต้นทราบว่า ๗,๐๐๐ ตัว ทำให้เกษตรกรได้รับ ผลกระทบและเกิดความเสียหายต่ออาชีพปศุสัตว์ กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่มีความจำเป็น เร่งด่วน ไม่สามารถที่จะปล่อยให้ดำเนินการตามปกติได้ เพื่อให้เป็นการรักษาความมั่นคง ทางด้านเศรษฐกิจ ด้านปศุสัตว์ สังคม และสาธารณสุขของประเทศ ดังนั้นกระผมจึงขอเสนอญัตติอย่างเร่งด่วนโดยปากเปล่าเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ได้ร่วมกันพิจารณาเป็นภาระด่วนที่จะหาทางป้องกันรักษา เยียวยาให้เกษตรกรที่ ได้รับผลกระทบจากโรคภัยไวรัสใหม่นี้ ซึ่งเขาเรียกว่า โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ท่านประธานครับ ดังนั้นผมจึงกราบเรียนประธาน ซึ่งต่อไปจะมีพี่น้อง ส.ส. ในหลายพื้นที่ ได้มาร่วมแสดงความคิดเห็นพิจารณาเพื่อให้รัฐบาลนำไปดำเนินการโดยเร่งด่วน ท่านประธานครับ ผมขอนำเสนอรายละเอียดเป็นเบื้องต้นว่าเมื่อประมาณต้นปี ๒๕๖๔ ประเทศไทยได้มีการแพร่ระบาดของโรคไวรัสในโค กระบือ หรือเป็นที่รู้จักกันคือ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ซึ่งถือเป็นภัยพิบัติที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมด้านปศุสัตว์ ดังนั้นผมจึงต้องขอกราบเรียนว่า โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ที่เกิดระบาดในโค กระบือ ซึ่งตอนนี้กำลังลุกลามมาถึงสุกรเป็นโรคอุบัติใหม่ของประเทศไทย ซึ่งมาถึงปัจจุบันนี้ระบาด อย่างรวดเร็ว เป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งซึ่งจะพบในโคกระบือและสัตว์เลี้ยงที่เคี้ยวเอื้อง เกิดขึ้น ในประเทศไทยเป็นวิกฤติหนักของเกษตรกร ท่านประธานครับ ตอนนี้พบแล้วใน ๖๒ จังหวัด ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันตก และภาคใต้ ซึ่งมีเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ จากรายงานต่าง ๆ วันนี้ถึงวันที่ ๑๖ มิถุนายน ทราบว่าตอนนี้มีสัตว์ โคกระบือได้รับ ผลกระทบแล้วไม่น้อยกว่า ๕๙,๖๖๕ ตัว มีโค กระบือที่ล้มป่วยและตายบ้างกว่า ๗,๐๐๐ ตัว โดยมีพาหะนำโรคเป็นแมลงวันดูดเลือด เช่น เห็บ แมลงวัน ยุง ท่านประธานครับ สำหรับ สถานการณ์ระบาดของโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ในพื้นที่บ้านผม คือจังหวัดสกลนคร ซึ่งต่อไปจะมีเพื่อนสมาชิกขึ้นมาอภิปรายในส่วนของจังหวัดของแต่ละบุคคล จังหวัดสกลนคร ของผมได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านเกษตรกร ติดตามการรายงานจากปศุสัตว์จังหวัดด้วย มีตัวเลขน่าตกใจท่านประธาน เป็นโรคระบาดที่ยังไม่สามารถที่จะเข้ารักษาได้อย่างจริงจัง ถ้าหากรัฐบาลไม่ให้ความสนใจ ไม่ดูแลอย่างเอาจริงเอาจัง ผมคิดว่าพี่น้องเกษตรกร ผู้เลี้ยงปศุสัตว์บ้านผมมีปัญหา ตอนนี้ของจังหวัดสกลนครเองทราบว่าล้มป่วยตายแล้ว ๓,๕๑๕ ตัว โดยแยกเป็นโคเนื้อ ๓,๔๐๐ ตัว โคนม ๙๐ ตัว กระบือ ๒๕ ตัว ส่วนสุกรเดี๋ยวผม จะรายงานต่อไป ท่านประธานครับ เนื่องจากการระบาดของโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ขยายวงกว้างทั้งในจังหวัดสกลนครและจังหวัดข้างเคียง ของเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ พื้นที่ผมเห็นชัดเจนคือในพื้นที่ ในเขตเลือกตั้งผมทั้ง ๕ อำเภอ ไม่ว่าอำเภอกุสุมาลย์ อำเภอโพนนาแก้ว อำเภอโคกศรีสุพรรณ อำเภอเต่างอย อำเภอภูพาน อำเภอเมือง ซึ่งผมก็เห็นอยู่ใกล้เคียง ตอนนี้พี่น้องเดือดร้อน อย่างแสนสาหัสสากรรจ์ แล้วโรคหนึ่งซึ่งกำลังจะเกิดขึ้น แล้วเกิดขึ้นแล้ว ถ้าหากภาคราชการ ซึ่งรัฐบาลกำกับดูแลอยู่ โดยเฉพาะหน่วยงานคือกรมปศุสัตว์ ซึ่งวันนี้ยังดำเนินการ มะงุมมะงาหราอยู่นี้ท่านประธาน ผมจึงคิดว่าปัญหาจะตามมา โรคสุกรซึ่งพี่น้องลูกหลาน ประชาชนในเขตเลือกตั้งผมเห็นชัดเจน ที่เรียกว่าโรคเพิร์ส (PRRS) อะไรนี้ หรือโรคตัวเชื้อ ที่ว่าพีอาร์อาร์เอส (PRRS) ที่เป็นโรคระบาดอย่างร้ายแรงในสุกรในบางคอก บางพี่น้อง บางประชาชนบางคน ตอนนี้ได้รับผลกระทบแล้ว เริ่มมีการตายเกิดขึ้นของสุกร อันนี้ผมจึงเห็นว่าปล่อยไว้ไม่ได้ ท่านประธาน ปล่อยไม่ได้ ราชการต้องเข้ามาดำเนินการ อย่างเฉียบขาด ท่านประธานครับ ที่ผมถือว่าเหมือนกับผีซ้ำด้ำพลอย ซึ่งเกิดขึ้นในเกษตรกร พี่น้องประชาชนบ้านผมในวันนี้ นอกจากโควิด-๑๙ (COVID-19) พี่น้องประชาชนโดนแล้ว อันนี้ถึงแม้จะรักษาได้ แต่เรายังไม่รักษา ก็คือโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้มันเป็นเรื่องที่ รักษาได้ แต่เราไม่ดำเนินการแบบเฉียบขาด เท่าที่ผมทราบรัฐบาลมีมาตรการจ่ายเงินชดเชย เยียวยาให้เกษตรกร ในราคา ๖,๐๐๐ บาทถึง ๒๒,๐๐๐ บาทต่อตัว ที่สำคัญเจ้าของ รายหนึ่งถ้าเกิดโคหรือกระบือตายจะให้ได้แค่ ๒ ตัวเท่านั้นครับ ท่านรัฐมนตรีผมมานั่งอยู่นี้ ท่านรับฟังผมไป แล้วทราบว่าท่านไปแล้วล่ะ ไปบ้านผมมาแล้ว แต่ผมต้องกราบเรียนว่าวันนี้ ๒ ตัว ถ้าเกิดมันตาย ๓ ตัว ๔ ตัวไม่ได้รับการเยียวยา นี่คือเป็นปัญหาซึ่งผมต้องมาพูดในสภา แล้วเป็นอัตราที่ต่ำที่ผมว่านี้ ๖,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ โคขุนโพนยางคำ บ้านผม ตัวหนึ่ง ๑๐๐,๐๐๐-๒๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าเกิดตายให้ ๖,๐๐๐ บาท ผมไม่รู้จะพูด อย่างไร พี่น้องบ้านผมเดือดร้อนไปทั่ว โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรซึ่งตั้งสหกรณ์ เขียนว่า สหกรณ์โคขุนโพนยางคำ ท่านประธาน ตอนนี้ได้รับความเดือดร้อนอย่างสาหัสสากรรจ์ นอกจากพี่น้องเกษตรกรเลี้ยงโคทั่ว ๆ ไป คือโคขุนโพนยางคำเป็นโคขุนที่มีสมาชิกมาก เป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย คือมีถึงขนาด ๒๑ กลุ่ม รวมแล้วมีสมาชิกเป็นครัวเรือน ไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ ครอบครัวเป็นสมาชิก นี่ล่ะคือปัญหา คือโคขุนโพนยางคำนี้ เขามีมาตรฐานสากลว่าโคที่จะเอาลงชำแหละได้นี้ต้องผ่านการตรวจสอบ คือขุนไม่น้อยกว่า ๑๕ เดือน ท่านประธาน ต้องขุนไม่น้อยกว่า ๑๕ เดือน แล้วการตรวจสอบเขามาตรฐาน จริง ๆ มีเจ้าหน้าที่ มีนักวิชาการ จึงจะนำมาชำแหละได้ คือไม่น้อยกว่า ๑๕ เดือน วันนี้ โคขุนโพนยางคำนี้ เป็น ๒๑ กลุ่ม มีไปทั่วทั้งจังหวัดนครพนม จังหวัดสกลนครมีมากที่สุด จังหวัดนครพนม จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดกาฬสินธุ์ ในกลุ่ม ๒๑ กลุ่ม แต่ละกลุ่มก็มีสมาชิกของตัวเอง ๑๐๐ ๒๐๐ ๓๐๐ ว่ากันไป แต่ตอนนี้ในรหัสนี้มีไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ ครอบครัว นั่นล่ะคือเป็นปัญหาใหญ่ที่ผมต้องพูดต่อไปคือว่าเมื่อโคขุนโพนยางคำ ๑๕ เดือนได้เวลาที่จะลง เขาเรียกว่าลงเข้าห้องชำแหละ มีการตรวจสอบผ่านขั้นตอน ตามวิธีการ วันนี้ชำแหละไม่ได้ ท่านประธาน เนื้อขายไม่ออก หรือในช่วงเป็นโรค สหกรณ์ ก็เข้มงวด ไม่ชำแหละ หรือชำแหละแล้วขายไม่ได้ เพราะสื่อทั้งหลาย ทั้งกระแสหลัก กระแสต้าน ทั้งหลายออกมาว่า โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี่พี่น้องประชาชนไม่กล้า ไม่กล้าจะบริโภค มันเลยกระทบไปถึงสมาชิกผู้เลี้ยงโคขุนทั้งหลายว่ายังไม่ชำแหละ ปัญหาตามมาคือหลังจาก ครบกำหนดก็ต้องยืดเวลาออกไปอย่างน้อยก็ ๕-๖ เดือน ๕-๖ เดือนถ้าฟังดูก็เป็นเรื่อง ธรรมดา ท่านประธาน แต่ถ้าคนขุนวัวแบบท่านไพจิต ขุนเป็นอาชีพนี้ จะรู้สึกว่าเจ็บปวดเลย ๕-๖ เดือนต้องมีค่าใช้จ่าย เพราะวัวที่ขุนจะต้องกินหัวอาหารทุกวัน ไม่ได้กินหญ้าปกติ หญ้านั้นเป็นส่วนประกอบ ที่สำคัญคือต้องหัวอาหาร น้ำตาล กากน้ำตาล ต้องใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นแทนที่จะขายได้ในราคาที่พออยู่ได้ พอเลี้ยงครอบครัวได้ วันนี้อยู่ไม่ได้แล้วครับ ท่านประธาน อันนี้ล่ะผมจึงนำเรียนมาในสภาแห่งนี้ว่าถึงเวลาที่สภาจะช่วยกันคิด แล้วรัฐบาลต้องนำไปปรับปรุงแก้ไขอย่างเร่งด่วน ผมไม่มีแนวคิดที่จะให้ตั้งกรรมาธิการ มีแนวคิดว่าให้พี่น้องแสดงความคิดเห็น แล้วรัฐบาลโดยวันนี้ต้องขอบคุณรัฐมนตรี ท่านประภัตร โพธสุธน ท่านมารับรู้เรื่องแล้วต้องนำไปบอกนายกรัฐมนตรีด้วย เพราะต้อง ดำเนินการอย่างเร่งด่วน ท่านประธานครับที่ผมกล่าวมานี้เป็นเครื่องยืนยันว่าพี่น้องบ้านผม แล้วก็พี่น้องในหลายจังหวัดมีปัญหาคล้าย ๆ กัน ที่ผมต้องยกสหกรณ์โคขุนโพนยางคำก็เพราะ เป็นองค์กรใหญ่ที่อยู่มา ๕๐-๖๐ ปี เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง เลี้ยงครอบครัว บางคนมีโคขุน อยู่ ๒ ตัว ลงทุนกู้เงิน ธ.ก.ส. ไปซื้อโคขุนมาเพื่อจะขุน ก็เป็นความหวังว่าขายโคขุน ๒ ตัว จะมีกำไรเหลือบ้างเล็กน้อย หักต้นทุน หักราคาโคออก เพราะอย่างน้อยซื้อตัวหนึ่งก็ ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ บาท ขุน ๑๕ เดือนก็ขายได้ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาท เหลืออยู่หักค่าอาหาร ก็เป็นทุนให้ลูกให้หลานเสียค่าเทอม เห็นไหมเปิดเทอมเมื่อกี้นี้ก็หวังจะขายโคนี่ล่ะ ให้อีแดง มันได้เรียนหนังสือ ให้บักหำได้เรียนหนังสือ แถวบ้านผมบอก แต่วันนี้ไปไม่ออกครับ ท่านประธาน ไปไม่ออกแล้ว ขุนแล้วขายไม่ได้ ไม่ได้ลง ต้องเสียเงินขุนต่อ ก็พอยืดหยุ่นไปได้ ตรงที่ว่าสหกรณ์เขาให้สมาชิกกู้เบิกอาหาร จ่ายไปก่อน ยังไม่ต้องจ่ายเงินสด นี่คือหายใจได้ แต่ว่าเบิกไปก่อนนั้นไม่ได้หมายถึงว่าเขาให้เลยนะครับ หักเอาทุกบาททุกสตางค์ เพราะ นั่นคือเป็นธุรกิจหนึ่ง ผมจึงต้องขอขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรี นายประภัตร โพธสุธน ว่าท่านได้มานั่งฟัง ฟังปัญหาแล้วผมไม่อยากได้ยินคำว่า ภาคราชการไม่มีเงิน ไม่มีสตางค์ โดยเฉพาะกรมปศุสัตว์วันนี้ต้องเต้น ต้องออกมารบอยู่หน้าศึก เพราะผมเห็นแต่รัฐมนตรี ประภัตรลงไปในหลายจังหวัด หลายอำเภอ ผมยังไม่เห็นกรมปศุสัตว์ ซึ่งเป็นเจ้าของเรื่อง มาเต้นมาวิ่งอะไรเลย มีเจ้าหน้าที่ในจังหวัดออกไปร่วมกับ ส.ส. บ้างเป็นบางส่วน เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นใจนะ แต่เห็นใจนี่ราชการอย่านอนหลับทับสิทธิ วันนี้ประชาชนกำลัง เดือดร้อน เกิดภัยพิบัติอย่างใหญ่หลวง มันก็เหมือนโรคโควิด (COVID) นี่ล่ะครับ แต่เป็น โควิด (COVID) สัตว์ รักษาได้ แต่ถ้าไม่รักษา ท่านประธานครับ บ้านผมวันนี้ไม่มีอะไร จะรักษาแล้ว หมายความว่ารักษาตามอาการ ผมถามชาวบ้านทำอย่างไรตามอาการ ก็ให้กินยาเขียวบ้าง เอามาดมาทาตรงแผล ผมเอารูปมาให้ดู วัวนอนเป็นตะปุ่มตะป่า เอายาแก้ไข้บ้าง อะไรบ้าง คือไม่มีวิธีการรักษา ไปไม่ได้ ผมต้องฝากท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีว่าวันนี้ทางปศุสัตว์ บอกวัวมันติดโรคแล้วฉีดวัคซีนไม่ได้ ก็ไม่เป็นอะไร แต่ท่านต้องจัดการในการรักษาช่วยเขา ไม่ใช่ปล่อยให้เขารักษาตามบุญตามกรรม เอายาเขียว เอายาแก้ไข้ แล้วก็ปล่อยให้มันตาย บางตัวที่บ้านผมเป็น บอก ส.ส. ตายแล้วมันเป็นอยู่ ๓ วันตาย ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็จะได้เงิน ๖,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๐ บาทนี่ล่ะ ถ้าตัวเล็ก ตัวใหญ่ มันไม่คุ้มท่านรัฐมนตรี ผมต้อง ฝากท่านด้วย หัวจิตหัวใจของคนที่อยู่กับชาวบ้านว่าถ้าเรายังปล่อยให้เขารักษาตามบุญ ตามกรรม กินยาเขียว ฉีดตามมีตามเกิด พี่น้องบ้านผมได้รับผลกระทบจากโควิด (COVID) ก็มากพออยู่แล้ว อย่าให้เขาต้องมีชีวิตอยู่ด้วยความลำเค็ญกว่านี้เลย ท่านจะมียารักษาอะไร ท่านก็หามา ดำเนินการโดยเร่งด่วน ส่วนสัตว์ที่ยังไม่ติดโรคไวรัสตัวนี้ ท่านจะฉีดวัคซีน ก็ดำเนินการไป ท่านจะบอกยังไม่มี ไม่มา ผมไม่ทราบ แต่ว่าวันนี้มาแล้ว ผมได้รับการยืนยัน จากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคว่านำเข้าจากประเทศเวียดนาม แต่เสียค่านำเข้ารายละ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ บาท จากคนกลุ่มที่เอาเข้ามา รัฐบาลเราลงไปดำเนินการเลย รักษา ผมไม่อยากได้ยินคำว่า ไม่มีเงิน เพราะเป็น ๓ เดือนสุดท้ายของปีงบประมาณ ผมไม่อยาก ได้ยินครับ มันเป็นภัยพิบัติ งบกลาง เงินกู้มีเท่าไรว่ามา ให้พี่น้องประชาชนเขากำลังเดือดร้อน เลือดตากำลังจะกระเด็น ท่านประธานอันนี้คือเป็นประเด็น ผมไม่อยากได้ยิน คำว่า ไม่มีเงิน เพราะเป็น ๓ เดือนสุดท้ายของงบประมาณ แล้วที่สำคัญผมได้ยินมาจาก ภาคราชการว่าให้ท้องถิ่นเข้ามาจัดซื้อจัดจ้างช่วยแรงหนึ่ง อันนั้นก็ช่วยแรงหนึ่ง แต่ท่าน ต้องเข้าใจว่าท้องถิ่นเปลี่ยนถ่ายนายก เปลี่ยนอะไรบ้าง เทศบาล เงินบางอันใช้ไม่เหลือแล้ว เขาไม่รู้จะเอาเงินส่วนไหนมาให้ เงินสะสมท่าน ผมต้องฝากรัฐมนตรี มันไม่มีเงิน รัฐบาล ต้องเข้ามาจัดการในเรื่องนี้เลย ด้วยความเคารพจริง ๆ ว่าผมขอเปิดประเด็นให้พี่น้อง ส.ส. เราได้ออกมาแสดงความคิดเห็น ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอให้รายละเอียดเท่านี้ และขอให้สภาแห่งนี้ได้พิจารณาร่วมกัน แล้วให้รัฐมนตรีรับไปดำเนินการโดยเร่งด่วน ผมไม่ได้ มีความประสงค์ให้ไปตั้งกรรมาธิการศึกษา ๒-๓ เดือน ไม่มีความประสงค์ครับ นั่นมันจะช้าไป ไม่ทันการณ์ ขณะนี้ก็ตายไปเกือบ ๗,๐๐๐ ตัวแล้ว ถ้าอีก ๓ เดือน พี่น้องไม่มีข้าวกินครับ บ้านผมลำบากมาก ที่อื่นผมไม่ทราบ ต้องกราบเรียนว่าผมขอให้รัฐบาลรับฟังความคิดเห็นของ พี่น้องประชาชน ซึ่งเป็น ส.ส. เป็นตัวแทนได้มานำเสนอ แล้วรับไปดำเนินการโดยเร่งด่วน ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณนะครับ เข้าใจว่า สมาชิกจะอภิปรายหลายท่านนะครับ เพราะฉะนั้นพวกเราต้องช่วยกันเพื่อแบ่งเวลาให้ เพื่อน ๆ นะครับ จะได้ทั่วถึงครับ ขณะนี้มีเข้าชื่อมาแล้ว ๗ ท่านในเบื้องต้น แต่ผมเรียนว่า เรื่องนี้พวกเราได้หารือเมื่อวานนี้ ผมก็เลยสั่งทางสภาเมื่อวานนี้ว่าขอให้เร่งส่งเรื่องนี้ ไปให้รัฐบาลโดยด่วน เพราะเป็นเรื่องที่เดือดร้อนและเรื่องด่วนจริง ๆ ครับ เลยเรียน ให้ทราบครับ ต่อไปคุณชวลิต วิชยสุทธิ์ จากนั้นเป็นคุณอนุรักษ์ บุญศล คุณคารม พลพรกลาง นางสาวสกุณา สาระนันท์ นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ นายโกศล ปัทมะ ศาสตราจารย์ดอกเตอร์กนก วงษ์ตระหง่าน นะครับ เชิญท่านชวลิตครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย สาเหตุที่พวกกระผมจำเป็นต้องยื่นญัตติด่วนต่อ ท่านประธานสภาในวันนี้ เพราะโรคระบาดสัตว์ในโค กระบือครั้งนี้เกิดความเสียหาย ในวงกว้างจริง ๆ โคเป็นโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) มากมาย ทั้งป่วย ทั้งตายจำนวนมาก กระทบต่อวิถีชีวิตของเกษตรกร ซึ่งยากลำบากอยู่แล้วจากปัญหา โควิด (COVID) ยังมาพบปัญหาโคจะตายอีกต่างหาก นอกจากนั้นตลาดโค กระบือ พลอยได้รับผลกระทบมหาศาล เพราะเมื่อเกิดโรคระบาดก็ต้องมีการประกาศห้ามเคลื่อนย้าย สัตว์ ตลาดโคกระบือก็นิ่งสนิทไปด้วย กระทบไปยังพ่อค้าแม่ค้ามากมาย การยื่นญัตติด่วน ในวันนี้เพื่อสอบถามมาตรการของรัฐบาลในการระงับยับยั้งโรคระบาด และมาตรการในการ เยียวยาพี่น้องเกษตรกร รวมทั้งจะได้มีข้อเสนอแนะซึ่งรับฟังมาจากพี่น้องเกษตรกร ให้รัฐบาลรับไปพิจารณา ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้รับทราบข่าวการเกิด โรคระบาด ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) จากผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่ง ชื่อผู้ใหญ่สมพงษ์ วงค์ตาเทพ เป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ ๑๐ ตำบลพิมาน อำเภอนาแก แจ้งข่าวเมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคมที่ผ่านมา ผมรับทราบข่าวก็ลงพื้นที่ทันทีนะครับ ไปดูเห็นสภาพตามภาพที่ปรากฏในสไลด์ (Slide)🔗
ก็จะเป็นที่น่าเวทนา ที่วัวเป็นโรค ตะปุ่มตะป่า เป็นท้าวแสนปม แล้วก็ทรมานร่างกายอย่างยิ่ง ผมคิดว่าเขาเจ็บป่วยอย่างยิ่ง ก็คงเจ็บปวดเหมือนมนุษย์ เพียงแต่พูดกับเราไม่ได้ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) มันเป็นโรค อุบัติใหม่มาจากแอฟริกา แต่มาถึงบ้านเรา แล้วในประเทศของเราเกิดมาแล้วหลายเดือน พวกเราจึงประมาณการกันว่ารัฐบาล ขออนุญาตท่านรัฐมนตรีว่า ช้ามากในการตั้งรับ ป้องกัน รวมทั้งน่าจะมีการปกปิดตัวเลขการเจ็บป่วย การตายของโรค ซึ่งมีมากในพื้นที่ แต่กระผม ก็เข้าใจดี เข้าใจเจ้าหน้าที่นะครับว่าเกรงว่าจะเกิดความแตกตื่น ถ้าได้บอกตัวเลขว่ามีการเจ็บ การป่วย การตายเท่านั้นเท่านี้ แต่จะว่าช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวไปปิดไม่มิด เดี๋ยวนี้เป็นวัวตาย ทั้งตัวเอาใบบัวไปปิดมันก็ไม่มิด มันถึงมีพี่น้อง ส.ส. จำนวนมากจำเป็นจะต้องยื่นญัตติด่วน ในวันนี้ ก็อยากจะเดินหน้าร่วมกันครับ จากนี้ไปจะต้องร่วมกันเดินหน้าแก้ปัญหาให้ พี่น้องเกษตรกรของเราอย่างไร กระผมมีประเด็นที่จะสอบถามท่านรัฐมนตรี รวมทั้ง ให้ข้อเสนอแนะ ซึ่งรับฟังมาจากพี่น้องเกษตรกรดังนี้🔗
ข้อแรก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รวบรวมตัวเลขจำนวนโคกระบือ ที่ป่วยที่ตายแต่ละจังหวัด ตั้งแต่เกิดโรคระบาดจนถึงปัจจุบัน มีจำนวนโคที่ป่วยเท่าไร ตายเท่าไร ขอข้อมูล ถ้าได้ด้วยวาจาก็ดี เป็นเอกสารแจกให้ ส.ส. แต่ละจังหวัดด้วย เพราะเวลาเยียวยา ถ้าตัวเลขไม่ตรงกันรัฐบาลจะเบิกงบอย่างไร ในข้อเท็จจริงถ้าตัวเลข ในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ให้ตัวเลขตัวหนึ่ง แต่พี่น้องเกษตรกรมีตายจำนวนมาก เราจะเยียวยากัน อย่างไรให้ตรงจุด ตรงนี้กระผมก็มั่นใจว่าเท่าที่ฟังเพื่อน ส.ส. นั่งคุยล้อมวงกัน ตัวเลขตาย ไม่น้อยครับ ไม่ตรง ไม่ตรงกับสิ่งที่ทางราชการได้ให้ข้อมูล ผมเข้าใจเอาว่าคงจะกลัว การแตกตื่น แต่ในข้อเท็จจริงถ้าตัวเลขนั้นไม่ตรง กลับจะยิ่งเสียหายในการที่จะดูแล พี่น้องเกษตรกร🔗
ในประการที่ ๒ มาตรการในการป้องกันด้วยการฉีดวัคซีน กรมปศุสัตว์ ได้รับงบประมาณน้อยมาก รอบแรกเพียง ๖๐,๐๐๐ โดส รอบ ๒ ทราบว่าจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ โดส ในขณะที่โค กระบือมีนับล้าน ๆ ตัว รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาความไม่พอเพียงอย่างไร ได้ รายงานท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อของบกลางมาดูแลพี่น้องเกษตรกรมากน้อยแค่ไหน อย่างไร🔗
ในประการที่ ๓ มาตรการในการเยียวยาวัวที่ตาย น้อยมาก ขอดูภาพ มาตรการในการเยียวยาครับ อายุน้อยกว่า ๖ เดือน เพียง ๖,๐๐๐ บาท ๖ เดือนถึง ๑ ปี ๑๒,๐๐๐ บาท ๑ ปีถึง ๒ ปี ๑๖,๐๐๐ บาท มากกว่า ๒ ปี ๒๐,๐๐๐ บาท ในขณะที่ วัวตัวหนึ่งตัวหลายหมื่นบาท บางตัวเป็นแสนบาท และในขณะเดียวกันให้แค่ ๒ ตัวเท่านั้น การเยียวยา แม้ว่าในครอบครัวนั้นจะตายกี่ตัวก็ตามแต่ แต่ให้ไม่เกิน ๒ ตัว พี่น้องเกษตรกร ขอร้องมาว่าอย่างน้อยได้ครึ่งหนึ่งของราคาจริงก็ยังดี แล้วก็เป็นไปตามความเสียหาย จำนวนตัวที่ตายจริง ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี ประภัตร โพธสุธน ชื่นชมท่านจริง ๆ ท่านลงพื้นที่ทันทีหลังจากที่พวกผมได้ให้ข่าว ได้ให้ข้อมูลต่อสภา ท่านลงพื้นที่ทันที ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการอีกท่านหนึ่ง มนัญญา ไทยเศรษฐ์ ท่านก็ลงพื้นที่ทันทีนะครับ อย่างน้อยลงไปเยี่ยมไปให้กำลังใจ ต้องขอขอบคุณ ต้องชื่นชมรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่าน🔗
ในประการสุดท้ายครับ เพื่อประหยัดเวลาในส่วนของผม อยากจะเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่ารัฐบาลควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะโคเปรียบเสมือนเงินออมก้อนสุดท้ายของเกษตรกร ผมใช้คำว่า เงินออมก้อนสุดท้าย ของเกษตรกร การสูญเสียเงินออมก้อนสุดท้ายมันคือความเจ็บปวด เพราะเป็นเงินที่จะเอามา ใช้จ่ายในยามจำเป็น เช่น ช่วงเปิดเทอม เป็นค่าเทอมของลูกหลาน ค่าชุดนักเรียน เงินเยียวยาดังกล่าวไม่เพียงพอนะครับ🔗
และในประการสำคัญ ขณะนี้วัคซีน วัคซีนเถื่อนรัฐบาลจะแก้ไขปัญหา วัคซีนเถื่อน ยาเถื่อนที่มาจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างไร เล่ากันเป็นตุเป็นตะนะครับ ท่านประธานว่าประเทศเพื่อนบ้านเกิดโรคระบาดมาก่อนเรา อย่างน้อย ๒ ปี จนเขาผลิต วัคซีนเองได้ ผมไม่เชื่อนะครับข่าวนี้ แต่พี่น้องประชาชนเชื่อ ซื้อกันเกลื่อนตลาด ก็อยากจะ ถามทางรัฐบาลว่าทราบไหมว่ามันมีวัคซีนตัวนี้ แล้ววัคซีนนี้มีการรับรองไหม ตำรับยาอย่างไร ได้ตรวจสอบแล้วหรือยังว่ายาดังกล่าวใช้ได้หรือไม่ เป็นยาที่เป็นตำรับของใคร ได้รับ การขึ้นทะเบียนแล้วหรือยัง ทำไมมีวัคซีนมาจำหน่ายกันเกลื่อนตลาด แต่ในส่วนของเราเอง ไม่มี รวมทั้งยาด้วยนะครับ กระผมก็ขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ เพียงเท่านี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณอนุรักษ์ บุญศล ท่านรัฐมนตรีจะตอบตอนไหนกรุณาแจ้งให้ทราบด้วยครับ เชิญคุณอนุรักษ์ครับ🔗
ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ ท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ความวัวยังไม่หาย ความควายเข้ามาแทรก โควิด-๑๙ (COVID-19) ก็ทำให้ ประชาชนคนทำมาหากินทั้งประเทศเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสแล้ว วัวควายก็มาเป็น โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) อีก หรือที่ดิฉันเรียกว่าโรคหูดวัวค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ เดือดร้อนอย่างแสนสาหัสจริง ๆ ค่ะ ถึงวันนี้จังหวัดสกลนครโดยท่านนิยม เวชกามา ถึงได้ยื่น ญัตติด้วยปากเปล่า เพราะว่าลุกลามไปทั่ว🔗
อันนี้ในภาพนี้ดิฉันไปมอบน้ำยาให้กับ พี่น้องประชาชนค่ะท่านประธาน ตั้งแต่เริ่มโรคเกิดขึ้นเลยตั้งแต่ต้น ๆ เดือน ปลายเดือน ที่แล้วเลยค่ะ ท่านประธานทราบไหมคะว่าน้ำยาทั้งภาคอีสานไม่มีค่ะ ที่ฆ่าเห็บ ไร เรือด เห็บหมัดทุกอย่าง แม้กระทั่งยุงจะต้องซื้อจากภาคกลางไปให้เกษตรกร แล้วเกษตรกร มากมายที่มารอรับน้ำยา ดิฉันให้คนละเท่าไรคะท่านประธาน น่าเห็นใจเป็นอย่างมากเลย ทีเดียว ที่ดิฉันมีไซริงค์ (Syringe) และแจกให้ เห็นไหมคะคนมืดฟ้ามัวดิน คนเลี้ยงวัว บ้านดิฉันนี่ค่ะ ให้คนละ ๑๐ ซีซีค่ะ เอาไซริงค์ (Syringe) มาดูดเลยนะคะ ให้ไปคนละ ๑๐ ซีซี (CC) เท่านั้น เพราะว่าน้ำยาไม่มี ในเบื้องแรก เราก็เลยป้องกันได้ส่วนหนึ่ง ป้องปรามได้ส่วนหนึ่งในอำเภอสว่างแดนดิน อำเภอ เจริญศิลป์ และจังหวัดสกลนครนั้นก็ตายไม่เยอะสักเท่าไรค่ะ เกือบ ๓๐๐ ตัวค่ะ แต่ว่าหวั่นไหวมากเลย เพราะว่าเป็นจังหวัดที่เลี้ยงโคขุนค่ะ โรคระบาดวัว ควาย โรคอุบัติใหม่ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ดิฉันถามว่าโรคนี้เกิดมาหลายประเทศแล้ว เมื่อ ๓ ปีที่แล้ว ใยรัฐบาลนิ่งดูดายให้โรคระบาดเหล่านี้มากินวัวกินควาย แล้วก็สะเทือนไปทั้ง ประเทศไทย โดยเฉพาะภาคอีสาน วัว ควายก็คือเลือดเนื้อและวิญญาณของพี่น้องประชาชน คนเลี้ยงวัว ควาย สมบัติชิ้นสุดท้ายใต้ถุนบ้าน ท่านประธานที่เคารพ แสนสาหัสอยู่แล้ว กับโควิด-๑๙ (COVID-19) ดิฉันต้องบอกว่าบอกว่าสมบัติชิ้นสุดท้ายใต้ถุนบ้านตายไปต่อหน้า ต่อตา จังหวัดสกลนครเกือบ ๓๐๐ ตัว ดิฉันเรียกร้องให้รัฐบาลเยียวยาต่อเกษตรกรดังนี้ค่ะ ควรเยียวยาทุกตัว คอกหนึ่ง คอกหนึ่งให้ ๒ ตัวไม่ควรจะเป็นอย่างนั้นในภาวะวิกฤติเช่นนี้ เกณฑ์เก่าเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว เดี๋ยวนี้วัวตัวหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นชาร์โรเล่ส์ (Charolais) ลิมูซีน (Limousin) ซิมเมนทอล (Simmental) ที่จะขุนในคอกวัวโคขุน ท่านประธานคะ มันแพงกว่า ๑๐ ปีที่แล้วถึง ๒ เท่า ฉะนั้นเกณฑ์เก่าของรัฐบาล ถ้าสมมุติว่าเกณฑ์ท่าน ๑๐,๐๐๐ บาท คูณ ๒ เข้าไปเลยค่ะ ถ้าเกณฑ์เก่าท่าน ๒๐,๐๐๐ บาทก็คูณ ๒ ให้เป็น ๔๐,๐๐๐ บาทเลยอย่างนี้ค่ะ แล้วก็ทุกตัว คอกหนึ่งบางครั้งตายไป ๓-๔ ตัว ไปขึ้นทะเบียนไว้ให้ ๒ ตัวค่ะท่านประธาน แล้วเขาจะอยู่อย่างไร นี่ค่ะดิฉันเรียกร้อง🔗
ข้อที่ ๒ ยารักษาโรคควรเยียวยาเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นยาแก้ไข้ ยาแก้อักเสบ ยาแก้แพ้ อันนี้ไม่ควรให้เกษตรกรจ่ายเอง สมมุติว่าเข็มละ ๕๐๐ บาท ๑ ตัว ๑,๕๐๐ บาท ถ้าฉีด ๓ ครั้งล่ะคะ ต้องไปกู้เงินนอกระบบดอกร้อยละ ๒๐ มาฉีดให้เพื่อที่จะให้ วัวตัวนี้รอดเพื่อที่จะเลี้ยงต่อไปให้ได้ราคา ดิฉันไม่ให้ทุกจังหวัดประกาศ เขตภัยพิบัติหรอกค่ะ🔗
ท่านประธานคะ งบกลางของนายกรัฐมนตรีอยู่ไหน ช่วยเหลือเกษตรกร โดยด่วนค่ะ ดิฉันไม่ได้เรียกร้องให้แต่เฉพาะจังหวัดสกลนครเท่านั้น เรียกร้องให้ ทั้งประเทศ งบกลางอยู่ไหน ช่วยเหลือเกษตรกรประชาชนคนเลี้ยงวัว ควาย ด่วนที่สุดค่ะ ท่านประธานคะ วัคซีนจังหวัดสกลนครได้มากกว่าเพื่อน ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี ประภัตร โพธสุธน เป็นอย่างสูง แต่ว่าฉีดไม่ได้ ระยะห่าง ๕ กิโลกรัมถึง ๒๕ กิโลกรัมมันระบาด ไปหมดแล้วค่ะ ฉีดไม่ได้ ฉะนั้นก็คือยารักษาเท่านั้น อย่าให้เขาต้มยาสมุนไพรเลยค่ะ ไม่รอด เพราะว่าเป็นโรคระบาด งบกลางอยู่ไหนช่วยประชาชนคนเลี้ยงวัว ควาย ณ บัดเดี๋ยวนี้ค่ะ🔗
ข้อ ๔ แล้วสัตว์ที่โดนฟ้าผ่าล่ะคะท่านประธาน ไม่เคยเยียวยาเขาเลย แก้ไขมติ ครม. สิคะ สมบัติชิ้นสุดท้ายใต้ถุนบ้าน บางบ้านตายทั้งคอกเลยค่ะ พอวัว ควาย ตายไป ๔-๕ ตัว ไม่ถึง ๒ เดือนเจ้าของวัว ควายตายตามไปด้วย เงินเป็น ๑๐๐,๐๐๐ บาท ๒๐๐,๐๐๐ บาท นี่คือการออมที่น่าประทับใจที่สุดค่ะ นั่นก็คือสมบัติชิ้นสุดท้ายใต้ถุนบ้าน ท่าน ส.ส. ดนัย จังหวัดอำนาจเจริญ ฝากดิฉันมาว่าป่วยเดี๋ยวนี้กว่า ๑,๐๐๐ ตัวแล้ว ตายตอนนี้ ๒๐ ตัวยังไม่เยอะสักเท่าไร รัฐบาลควรเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิดทั้งวัว ควาย หมู ตอนนี้เริ่มเป็นโรคกันแล้ว ฝากมาเพื่อที่จะประหยัดเวลาของสภาผู้แทนราษฎร ๔ ข้อที่ดิฉัน เรียกร้องค่ะท่านประธาน ดิฉันอยู่ปุถุชนคนเลี้ยงวัวควาย ออกไปเยี่ยมทุกบ้านที่ตายค่ะ ในอำเภอสว่างแดนดิน และอำเภอเจริญศิลป์ในเขตของดิฉัน โควิดคนซ้ำร้าย ทำลายล้าง แทบสิ้นทางทุกข์ทน หมองหม่นศรี ทั้งไร่นาทั้งบ้านเรือนเตือนชีวี แหล่งรวมหนี้นอกระบบประสบมา มาปีนี้ปีร้ายกาจมุ่งมาดฆ่า โรคนำพาฆ่าวัวควายไม่ขายค้า ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) คร่าสินทรัพย์นับคณนา อาบน้ำตาในคอกวัวหมองมัวเจือ คงร้องขอเทวดาบนฟ้ากว้าง สิ้นหนทางหมดหนทางสร้างเอื้อเฟื้อ รัฐบาลไม่ขานขับขยับเจือ ดั่งแล่เนื้อเอาเกลือทาฆ่าทั้งเป็น ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณคารม พลพรกลาง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดร้อยเอ็ด ขอกราบขอบคุณท่านประธาน แล้วก็ขอขอบพระคุณญัตติเกี่ยวกับ โรคระบาดสัตว์ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ท่านประธานครับ สถานการณ์ขณะนี้ต้องถือว่าเป็น สถานการณ์ที่มีหลายเรื่องเหลือเกินที่เกิดขึ้นกับประชาชน ผมเป็นคนที่พูดในสภานี้ว่า ผมหลงใหลกับวิถีชีวิตชนบท และผมยังเห็นว่าหากวิถีชีวิตในชนบทตั้งหลักได้ แข็งแรงได้ ประเทศจะแข็งแรง ผมพูดเสมอ แล้ววันนี้ก็ชัดเจนครับ เมื่อผมว่างจากงานสภาผมกลับไป ที่บ้านผมที่จังหวัดร้อยเอ็ด ขอสไลด์ (Slide) ภาพที่ ๑ ครับ🔗
ผมพยายามอย่างมากเลยครับ ที่จะออกไปเจอ นี่คือผมไปดูเมื่อสัก ๒ สัปดาห์ที่แล้วนะครับ ที่บ้านคำบอน ตำบลหัวโทน อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด นี่เป็นวัวตัวเล็ก ๆ เป็นลูกวัวใหม่ ๆ โรคนี้ท่านทราบดีว่า เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานที่วันนี้ญัตตินี้เป็นญัตติที่ดีมาก ปัญหา เฉพาะหน้าขณะนี้อยากจะเรียนท่านประธานว่ามันเกิดขึ้นแล้ว และมันช้ามากที่เราไม่เคย มีวัคซีนมาฉีดกัน ปศุสัตว์อำเภอสุวรรณภูมิประสานมาว่ามันมีโรคนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ เดือนพฤษภาคม ผมก็เจียดเงินเดือนไปในตามกฎหมายที่ให้ได้ ๓,๐๐๐ บาท ไปช่วย แต่ก็ ไม่ทัน เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีครับ เพื่อน ๆ ผมไม่ว่าจะ ส.ส. สนอง เทพอักษรณรงค์ จากจังหวัดบุรีรัมย์ ท่าน ส.ส. เกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ที่นั่งอยู่ข้างหลัง จากจังหวัดลพบุรี ปัญหาเดียวกันหมดครับ คือปัญหาของโรคที่เกิดระบาดสัตว์ ซึ่งวันนี้ มันเกิดไปแล้ว ยกตัวอย่างก่อนก่อนที่จะไปในการที่จะนำเสนอการแก้ปัญหา ขอเอาภาพของ สถานการณ์โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ในจังหวัดร้อยเอ็ดภาพที่ ๒ นี่คือภาพที่ จังหวัดร้อยเอ็ดครับ ภาพวันนี้ครับ ให้ส่งมาจากจังหวัดร้อยเอ็ดวันนี้ ท่านรัฐมนตรีช่วย กรุณาดูนะครับ ฝากท่านประธานไปว่านี่คือวัวควายตายไป ๕๗๗ ตัว แล้วก็หายไปแล้ว ๙,๐๐๐ ตัวเศษ ยังเหลืออีก ๕,๙๐๐ ตัว เกือบ ๖,๐๐๐ ตัวเศษ คำถามมีว่ารัฐบาลนิ่งเฉย หรือว่าเห็นแล้วพูดไปวัน ๆ ปกติผมไม่ขอใครแล้ว ไม่ค่อยอยู่ในวิสัยที่จะมาด่าใครแรง ๆ แต่ฝากท่านรัฐมนตรีประภัตร ซึ่งสัปดาห์ที่แล้วไปที่หนองฮี วิ่งผ่านอำเภอสุวรรณภูมิผมเสียนี่ ไม่แวะด้วย แต่ไม่เป็นอะไร ผมอยากจะกราบเรียนผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ผ่านไปยัง นายกรัฐมนตรี เหมือนกับที่หลายท่านพูดเรื่องงบกลาง ท่านจะเปิดประเทศท่านจะอะไร ก็แล้วแต่ ถ้าคนที่อยู่ข้างล่างเขาไม่แข็งแรง คนบ้านนอกครับ ถ้าไม่ได้ทำการเกษตร แล้วมีสตางค์ ก็มีเลี้ยงสัตว์นี่ล่ะครับ ผมเลี้ยงวัวมาก่อนครับท่านประธาน สมัยที่เรียน มัธยมศึกษา รู้จิตสำนึกรู้ความลำบากของชาวบ้านดี เหมือนกับท่านประธานที่เป็นเด็ก บ้านนอก เพราะฉะนั้นวันนี้อย่าพูดแล้วลอยลมนะครับ ฟังแล้วรับเฉย ๆ พูดไปพูดมาเอาเท่ห์ บนความทุกข์ของคน ท่านประธานต้องกราบเรียนฝากผ่านไปยังรัฐมนตรีแล้วก็ ท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งอาจจะฟังอยู่ จากผม ส.ส. บ้านนอก วันนี้เขาทุกข์นะครับ ทุกข์จาก โควิด-๑๙ (COVID-19) ก็ทุกข์แล้ว ทุกข์จากเงินที่เขาเก็บหอมรอมริบเลี้ยงวัวมา วัวตัวหนึ่งไม่ใช่ตัวละหมื่นนะครับ ตัว ๔๐,๐๐๐ บาท ๕๐,๐๐๐ บาท ของอาจารย์เทวาที่ อำเภอสุวรรณภูมิ กระบือหรือว่าควายนี่นะครับ กระบือตัวละ ๑ ล้านบาทครับ ท่าน ส.ส. พรรคเพื่อไทย ท่านชูวิทย์มีฟาร์มด้วย ปัญหาของท่านคือช้ามาก ช้ามากที่จะแก้โรคนี้ รัฐบาลช้ามาก ไม่คิดไม่สำเหนียกเลยครับ แล้วยังถามต่อว่าโรคนี้มาได้อย่างไร โรคนี้เกิดที่ต่างประเทศ มันเดินทางมาอย่างไรครับ ติดจากประเทศพม่า ใครเอาวัวเถื่อนเข้ามา ใครเอาเนื้อเถื่อน เข้ามาครับมันถึงเกิดโรคนี้ ชาวบ้านถึงลำบาก ท่านรัฐมนตรีประภัตรท่านชำนาญ ท่านประธานครับ แล้วท่านคลุกคลีอยู่กับสัตว์ ท่านต้องตีโจทย์ให้แตก ท่านต้องรีบแก้ปัญหา ผมอยากจะเรียนต่อนะครับว่า จะต้องขอบคุณอีกท่านหนึ่งคือ ท่านรัฐมนตรี มนัญญา ไทยเศรษฐ์ ได้ให้สารไซเปอร์เมท ๒๕ (Cypermethrin 25) เมื่อสัก ๒ สัปดาห์ที่แล้ว ไปฉีดพ่นเพื่อให้แมลงที่มันมากัดผิวที่มันป่วยเป็นโรคไม่ไปที่สัตว์ตัวอื่น ก็แก้ได้แค่นั้น แล้วยาที่รักษาตามอาการทำไมไม่จัดงบมา หรือว่าเห็นปัญหาชาวบ้านนี้มันสะใจหรืออย่างไร เรานี่นะครับ คำก็อ้างประชาชน ๒ คำก็อ้างประชาชน แต่ประชาชนเขาเดือดร้อนนี่ เราเมินเฉย นี่คือความเดือดร้อนที่ชัดเจน สัมผัสได้ ประจักษ์พยานมันเห็นอยู่ทนโท่ นี่ครับ คือทีมงานผมนะครับ ผมนั่งอยู่สภา ให้ทีมงานเจียดเงินไปแจกเพื่อฉีดขับไล่แมลงครับ ทำเท่าที่ทำได้ เพราะเป็น ส.ส. รู้เห็น เพราะมาจากประชาชนครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ มาจากประชาชน จะมาโดยไซด์โค้งมาอ้อม ๆ ก็ต้องคิดถึง🔗
สุดท้ายจริง ๆ อยากจะถามว่าท่านชดเชยเขา ๒ ตัวนี่ท่านเอาสูตรมา จากไหนครับเวลาวัวที่เขาตาย สมมุติว่าครอบครัวนั้นคอกนั้นเขามีวัวอยู่สัก ๗ ตัว เขาตายหมดล่ะครับ ชดเชย ๒ ตัวเอาหลักคิดอะไรมาครับ ถ้าบอกว่าชดเชยสัก ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของจำนวนทั้งหมดที่เสียหายมันยังมีตรรกะนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่ารัฐบาลต้องดูแลให้เป็นกิจจะลักษณะนะครับ และผลกระทบต่อมาก็คือว่าจังหวัดร้อยเอ็ดหรือภาคอีสาน หรือจังหวัดอื่น ๆ เป็นเหมือนกัน หมดครับ ที่สำคัญคืออะไรรู้ไหมครับ จังหวัดบุรีรัมย์ก็เป็น จังหวัดสุรินทร์ก็เป็น คือตอนนี้ คนไม่กล้าทานเนื้อ ลาบหรืออะไรแล้วแต่ คนไม่ทาน มันมีผลกระทบเยอะ เพราะฉะนั้น สุดท้ายในเวลาที่ท่านอนุญาตกรุณาให้ผม ฝากถึงรัฐบาลว่าต้องเร่งรีบแก้ไขปัญหาอันนี้ให้ยุติ โดยเร็วครับ อันไหนที่ยังไม่เป็นก็ฉีดวัคซีน อันไหนที่มันเป็นแล้วก็รักษา แล้วก็เยียวยาครับ ทุกข์ของประชาชนมันเป็นทุกข์ที่สะสม แล้วก็รวบรวม วันไหนที่มันไม่ไหวแล้วไม่มีใคร อยู่ได้หรอกครับ ท่านต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ครับ🔗
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะอภิปรายวิกฤตการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นคือโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ท่านประธานครับ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) คือบททดสอบ ขีดความสามารถของระบบราชการต่อการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนครับท่านประธาน สิ่งที่เราต้องการคำตอบมากที่สุดในขณะนี้ก็คือโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้มีสาเหตุมา จากอะไร ซึ่งเป็นที่เข้าใจว่าเป็นไวรัสที่ผ่านแมลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งยุง แต่นั่นก็เป็นการ คาดการณ์เบื้องต้น สิ่งที่เราต้องการก็คือการใช้ความรู้ที่เป็นวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีที่แท้จริง ในการที่จะให้คำตอบนี้ เพราะฉะนั้นสัตวแพทย์ สัตวบาลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือแม้กระทั่งของมหาวิทยาลัยจะต้องเร่งทำความร่วมมือในการที่จะหาคำตอบต่อคำถาม เหล่านี้ว่าเป็นอย่างไร และในเวลาเดียวกันมาตรการของการแก้ไขวันนี้ที่ผมตั้งใจใช้คำว่า วิกฤติโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เพื่อต้องการที่จะบอกท่านประธานครับว่ามันเป็นเรื่อง เร่งด่วน นั่นหมายความว่าการกระจายยา การกระจายการรักษา แม้กระทั่งการชดเชย ช่วยเหลือจะต้องถึงพื้นที่ ถึงพี่น้องประชาชนอย่างรวดเร็ว แล้วก็ทั่วถึง ที่ผมจะต้องพูดเช่นนี้ครับ ท่านประธาน เพราะว่าผมลงไปทำงานในพื้นที่ที่จังหวัดสกลนคร และผมเห็นว่า วัวที่จังหวัดสกลนครนั้นที่ติดโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้มีจำนวนมาก และยิ่งไปกว่านั้น ผมก็พบว่าในพื้นที่ภาคใต้ขณะนี้ก็มีสถานการณ์ที่มีการแพร่กระจายโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้ไปถึงภาคใต้แล้ว เช่นที่จังหวัดสงขลา จังหวัดกระบี่ แล้วก็จังหวัดสุราษฎร์ธานี สิ่งที่ผมเป็นห่วงมากกว่านั้น ก็คือว่าโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้จะกลายพันธุ์และทำให้สัตว์ชนิดอื่นติดอีกหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีของภาคใต้ ถ้าติดแพะผมคิดว่าพี่น้องมุสลิมในภาคใต้ก็จะเดือดร้อนมาก จังหวัดกระบี่ที่เราไปทำโครงการเรื่องแพะก็จะเดือดร้อนเป็นอย่างยิ่ง จากตัวอย่างดังกล่าวนี้เองครับ ท่านประธาน แน่นอนครับการแก้ไขปัญหาด้านหนึ่งคือการให้เงินชดเชยครับท่านประธาน การให้เงินชดเชยนั้นเป็นส่วนหนึ่งนะครับ แต่ไม่ใช่เป็นมาตรการในการแก้ไขปัญหาทั้งหมด สิ่งที่เกษตรกรต้องการอย่างยิ่งครับท่านประธาน ขออนุญาตเรียนไปยังท่านรัฐมนตรีประภัตร สิ่งที่เกษตรกรต้องการไม่ใช่เงินชดเชยเท่านั้น เราต้องการชีวิตวัวของเราให้อยู่รอดครับ เพราะฉะนั้นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กรุณาให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชน ของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนเลี้ยงวัวที่จังหวัดสกลนคร แล้วก็คนเลี้ยงแพะที่จังหวัดกระบี่ ที่ผมทำงานอยู่ กรุณายืนยันกับเราว่าจะรักษาชีวิตวัว ชีวิตแพะให้ได้ เพราะวัวนั้น เป็นเงินออมที่สำคัญมากของเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนภาคอีสาน ซึ่งสมาชิก หลายท่านได้พูดไปแล้ว สำหรับในการจ่ายเงินชดเชย ท่านประธานครับ มันมีเรื่องของ กฎระเบียบของทางราชการ ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่า กระบวนการของระเบียบราชการนี้จะต้องมีการพิสูจน์ซาก ผมถามว่าถ้าวัวตายนี้ต้องให้เก็บ ซากไว้ แล้วก็รอให้กรมปศุสัตว์ไปพิสูจน์หรือเปล่า ถ้าเป็นอย่างนั้นการระบาดก็จะ มากยิ่งขึ้นไปอีก ผมจำได้ว่าเมื่อปีที่แล้ว เราลงไปทำงานที่จังหวัดนครราชสีมา แล้วก็เกิด โรคใบด่างขาวของมันสำปะหลังครับ ในขณะนั้นพื้นที่ที่จังหวัดนครราชสีมามีเพียงประมาณ ๒,๐๐๐ ไร่เท่านั้น แล้วเราก็รายงานอย่างรวดเร็วไปที่กระทรวง กระทรวงก็บอกว่า จะรีบดำเนินการแก้ไขครับท่านประธาน แต่ปรากฏว่าใช้เวลาอีกหลายเดือนมากกว่าจะแก้ไข วันนั้นโรคใบขาวของมันสำปะหลังมันแพร่กระจายไปกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ไร่ครับท่านประธาน ผมไม่อยากเห็นลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ซึ่งวันนี้ตัวเลขในภาคอีสานตายไปประมาณ หลายหมื่นตัว ผมไม่อยากที่จะได้ยินว่าถึงวันที่วัวในภาคอีสานตายหมดแล้ว เงินเยียวยา ก็ยังไปไม่ถึง นั่นหมายความว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมปศุสัตว์จะต้อง นั่งลงกับกรมบัญชีกลาง พูดกันให้ชัดเจนว่าจะดำเนินการเยียวยานี้ให้กับเกษตรกร อย่างรวดเร็วและทั่วถึงอย่างไร อย่าใช้กฎระเบียบที่เป็นราชการปกติมาแก้ปัญหาที่เป็น เรื่องวิกฤติ ซึ่งอันนี้เราได้พูดกันเยอะแล้วสำหรับโควิด-๑๙ (COVID-19) อย่าให้ปัญหา โควิด-๑๙ (COVID-19) มาเกิดขึ้นกับโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ครับ ท่านประธาน เมื่อเป็นเช่นนี้ท่านประธาน คำถามก็คือว่าการเกิดครั้งนี้ถ้าเราแก้เป็น ครั้ง ๆ ไปก็จบไป แต่ท่านประธานครับ ไม่มีใครประกันได้นะครับว่าปีหน้าจะเกิดขึ้นหรือไม่ ความรู้เบื้องต้นทางไวรัสวิทยาบอกกับเราว่าการเกิดโรคระบาดนี้มันมีวงจรของมัน แล้ว ๑ ปี โดยประมาณมันจะกลับมาอีก นั่นก็หมายความว่าในปีหน้า โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ก็จะกลับมาอีกครับท่านประธาน เราก็ไม่อยากเห็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แก้ปัญหา ด้วยวิธีการเดิม ๆ ต้องให้ท่านนิยม เวชกามา ลุกขึ้นมาหารือในวาระเร่งด่วน แล้วก็แก้ แจกเงินไป แล้วก็จบไป เราไม่อยากอย่างนั้นครับท่านประธาน เราอยากเห็นการแก้ไขปัญหา ที่เป็นระบบมากกว่านั้น นั่นหมายความว่าเราจะทำอะไร และทำอย่างไรกับโรคระบาดอันนี้ ตั้งแต่เรื่องของการป้องกัน การรักษา ยกตัวอย่างเช่น วัคซีนสัตว์จะมีได้ไหม ยารักษาโรค จะมีได้หรือไม่ นั่นหมายความว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ควรจะต้องจัดงบวิจัยให้กับ กรมปศุสัตว์ ผมเชื่อว่าตรงนี้เป็นเงินไม่มากเลย โดยเร่งด่วนเพื่อทำการวิจัยไวรัสโรคนี้ และหาทางแก้ให้ได้ และจะช่วยให้องค์ความรู้นั้นนำไปสู่การแก้ไขสัตว์เศรษฐกิจอื่น ๆ ของประเทศอีกด้วย และยิ่งไปกว่านั้นเรายังจะสามารถขายวัคซีนสัตว์ที่เราพัฒนาได้อีกต่อไป นั่นก็เป็นประโยชน์ของทั้งประเทศ ท่านประธานครับ ขออนุญาตอีกนิดเดียวครับ เพราะฉะนั้นการช่วยเหลือเยียวยา ให้กับเกษตรกรดังที่ผมได้กล่าวแล้ว ผมขออนุญาตฝากนะครับว่าให้คิดทางบัญชี บอกกับ กรมบัญชีกลางว่าให้คิดทางบัญชีของราคาปัจจุบันของโคนั้น ไม่ใช่ชดเชยตามตัวเลข ที่เขียนในกฎระเบียบ เราต้องการราคาความเป็นจริง เพราะนั่นก็คือการสูญเสียจริง ของพี่น้องเกษตรกรของผม ไม่ว่าจะเป็นที่จังหวัดสกลนคร หรือในอนาคตที่หวังว่า จะไม่เกิดขึ้นที่จังหวัดกระบี่และจังหวัดสงขลา เป็นต้น เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมขออนุญาตให้ฝ่ายเลขาธิการของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรกรุณาบันทึก เรื่องราวนี้ส่งไปยังรัฐบาลว่าขอให้มีการถอดบทเรียนวิกฤติลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ เพื่อที่เราจะได้เฝ้าระวังและป้องกันโรคระบาดที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เราไม่อยากเห็นปัญหาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เราคิดว่าคนไทยมีสติปัญญา มีความรู้พอที่จะสรุป บทเรียน และป้องกันไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้นในอนาคตได้ครับท่านประธาน ขอขอบพระคุณครับ🔗
อีก ๓ ท่านนะครับ ท่านนายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ท่านสกุณา สาระนันท์ และท่าน สำลี รักสุทธี เชิญคุณหมอกิตติศักดิ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย วันนี้เป็นเรื่องการหารือเกี่ยวกับเรื่องของโรคลัมปีสกิน ดิซีส (Lumpy Skin Disease) ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหญ่นะครับ แล้วก็เป็นไวรัสที่ระบาด ในโค กระบือ แล้วก็โดยเฉพาะภาคอีสานถือว่าเป็นปัญหาหนักมากนะครับ ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี ประภัตร โพธสุธน ซึ่งท่านได้ไปเยี่ยมที่จังหวัดมหาสารคาม ในวันเสาร์ที่ผ่านมา ก็ถือว่าแนวทางในการจัดการของรัฐบาลนี้ท่านก็ได้ให้แนวทาง ในการชดเชย ในการที่จะรักษา ในการป้องกันนะครับ ท่านประธานครับ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้ถือว่าเป็นโรคระบาดในสัตว์ ก็คือโค กระบือนะครับ จังหวัดมหาสารคาม ของผมนี้มีประชากรโค ๑๙๖,๐๐๐ ตัว แล้วก็เป็นกระบืออยู่ ๕๖,๐๐๐ ตัว ทั้งหมด ก็ประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ ตัว ป่วยประมาณ ๑๒,๐๐๐ ตัว แล้วก็ตายเป็นตัวเลข ๑,๐๙๑ ตัว อันนี้เป็นตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการนะครับ รอการตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง แต่เป็นการรายงาน จากทางผู้ใหญ่บ้าน ทางกำนัน ซึ่งถือว่าชาวบ้านประสบปัญหาเยอะ เพราะว่าอะไรครับ วัว กระบือของเขาแต่ละตัวนี้ต้องไปกู้ ไปลงทุนเอาทรัพย์เอาสินไปจำนองจำนำแล้วเอามาซื้อ เพื่อเป็นการลงทุนให้กับครอบครัว ถือว่าเป็นทรัพย์ที่มีค่าที่สุดของครอบครัวของเขา เพราะฉะนั้นแล้วการที่โคกระบือได้เสียไปถือว่าเป็นเรื่องใหญ่นะครับ🔗
ประการที่ ๒ ก็คือเรื่องการรักษา ตอนนี้ชาวบ้านก็เหนื่อยครับ เพราะว่า ค่ารักษาโรคนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ เพราะว่าแต่ละครั้งเข็มหนึ่ง ๓๐๐ บาทบ้าง ๕๐๐ บาทบ้าง ไม่รู้กี่เข็ม ชาวบ้านก็ไม่มีสตางค์ แล้วก็มาเสียค่ารักษาของโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ผมนี่เป็นหมอคนนะครับ ก็ไปศึกษาเรื่องนี้ครับ ก็มาเป็นสัตวแพทย์จำเป็น ก็ทราบว่าเป็นโรคไวรัส แล้วก็มีระยะฟักตัว ๓๐ วัน แล้วก็รักษานี้ จริง ๆ ถ้ารักษาตามอาการ เพราะว่าไวรัสรักษาตามอาการ แล้วก็ถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อนนะครับ อัตราตายก็ไม่สูง ๕-๑๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ส่วนใหญ่ก็จะฟื้นกลับคืนมา ช่วงอาทิตย์แรกชาวบ้านตกใจ เพราะว่า วัว กระบือก็จะซึมนะครับ ตรงนี้ที่เรียกว่าคอกของวัวเลย ซึ่งตอนนี้โรคนี้ปัญหาก็คือว่า อันนี้เป็นรูปท่านประภัตร โพธสุธนไปที่จังหวัดมหาสารคามนะครับ ท่านไปฉีดวัคซีน🔗
คือจริง ๆ วัคซีนก็เป็นเรื่อง ที่ผมจะอภิปรายต่อไปนะครับ และโรคนี้ในอนาคตอาจจะเป็นโรคตามฤดูกาล เหมือน โรคไข้เลือดออกของคนนี่ล่ะครับ เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าเดี๋ยวก็จะหายไป แล้วก็ จะกลับมาเป็นโรคตามฤดูกาล เพราะฉะนั้นการวางแผนเรื่องวัคซีนนี้เป็นเรื่องสำคัญ วัคซีนตอนนี้อาจจะไม่สำคัญแล้ว เพราะว่ามาไม่ทัน ติดไปแล้ว หรือบางคนมีเชื้อไปแล้ว แล้วไปฉีดวัคซีนยิ่งทำให้โรคยิ่งแย่ลงนะครับ นี่ก็คือเรื่องที่จะต้องเกิดขึ้นในอนาคต ก็คือว่า รัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญในการที่จะเป็นฐานผลิตวัคซีน ซึ่งตอนนี้ได้สนทนากับ ท่านประภัตร โพธสุธน ก็ชื่นชมนะครับ ท่านมีวิสัยทัศน์ที่ทำให้ประเทศไทยของเรา เป็นฐานผลิตวัคซีน ซึ่งโรคนี้ในอนาคตอาจจะเป็นโรคประจำท้องถิ่น แล้วก็เป็นโรคประจำ ฤดูกาล และอาจจะต้องฉีดวัคซีนเป็นประจำ ทีนี้อัตราการชดเชยที่ทางรัฐบาลได้กำหนดไว้ กรมบัญชีกลางได้กำหนดไว้ ตอนนี้มีกำหนดแค่ไม่เกิน ๒ ตัว แล้วก็อายุน้อยกว่า ๖ เดือน วัวให้ ๖,๐๐๐ บาท กระบือให้ ๘,๐๐๐ บาท ๖ เดือนถึง ๑ ปีได้ ๑๒,๐๐๐ บาท กระบือได้ ๑๔,๐๐๐ บาท ๑ ปีถึง ๒ ปีก็ ๑๖,๐๐๐ บาท กับ ๑๘,๐๐๐ บาท มากกว่า ๒ ปี ก็ ๒๐,๐๐๐-๒๒,๐๐๐ บาท ซึ่งท่านประธานครับ ค่าชดเชยนี้ไม่ตรงกับราคาของกระบือ ของโคที่แท้จริง ชาวบ้านก็ต้องขาดทุน แล้วก็ต้องเป็นหนี้เป็นสินกับสหกรณ์ต่าง ๆ นะครับ ก็นำเรียนรัฐบาล เพื่อจะจัดงบชดเชยเป็นพิเศษ คือว่าตอนนี้โรคคนก็เกิดขึ้นแล้ว เงินกู้ เราก็มากมายนะครับ ขอให้ท่านอย่าช้าเหมือนโรคโควิด (COVID) วัคซีนช้า ทุกสิ่งช้า ทำให้เกิดปัญหาที่ไม่ทันท่วงที ฉะนั้นแล้วโรคนี้ก็เหมือนโรคโควิด (COVID) ของคน ก็คือโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) อยากให้มีการขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว เพราะว่าตอนนี้ ระบาดไปทั่วแล้ว จังหวัดมหาสารคามของผมตอนนี้ก็ตายไป ๑,๐๐๐ กว่าตัวแล้ว แล้วก็มี อำเภอเมืองป่วย ๕๐๖ ตัว ตาย ๑๐๔ ตัว อำเภอแกดำป่วย ๓,๐๐๖ ตัว ตาย ๑๐๘ ตัว แล้วก็ทางปศุสัตว์ จริง ๆ ผมก็ไปหาท่านปศุสัตว์นะครับ ท่านก็ทำเต็มที่ แต่ว่างบประมาณ น้อย คนน้อย ก็ต้องสนับสนุนเวชภัณฑ์จาก อบต. อบจ. ซึ่งก็ยังไม่เพียงพอนะครับ ซึ่งอันนี้ ก็ต้องขอสนับสนุนจากรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเวชภัณฑ์ การวางแผนในการที่จะสั่งวัคซีน ตอนนี้เห็นว่าท่านสั่งมา ๓๐๐,๐๐๐ โดส ๖๐,๐๐๐ โดส ตอนนี้ก็อาจจะ ไม่ทันท่วงทีนะครับ แล้วก็เวชภัณฑ์อีกอย่างหนึ่งคือยาฆ่าแมลง แล้วก็ยารักษาโรค ที่แทรกซ้อน ซึ่งตอนนี้ทางพื้นที่ก็ยังขาดแคลนนะครับ แล้วก็ชาวบ้านเสียเข็มละ ๓๐๐ บาท ๕๐๐ บาท เงินเขาก็จะหมดไป ก็นำเรียนท่านประธานว่าตอนนี้อยากให้รัฐบาลสั่งการ ให้ชัดเจน ท่านประภัตรบอกว่าจะเสนอรัฐบาลให้มีการชดเชยให้เป็น ๒ เท่าของราคาปัจจุบัน แล้วก็ไม่จำกัดจำนวนกระบือ โคที่ ๒ ตัว ก็ฝากรัฐบาลว่าขอให้อย่าจำกัดจำนวนโค กระบือ ๒. ให้ชดเชยให้เร็ว ให้เต็มราคา แล้วก็ต้องแก้ไขปัญหาล่วงหน้า อย่าให้ชักช้านะครับ แล้วก็ในท้ายที่สุดนี้ก็ต้องขอขอบคุณท่านประภัตร โพธสุธน อีกครั้งหนึ่งที่ไปเยี่ยมเยือน ที่จังหวัดมหาสารคาม แล้วก็ให้คำแนะนำแล้วก็ให้การสนับสนุนหลาย ๆ อย่าง ขอบพระคุณ มากครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านสกุณาครับเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สกุณา สาระนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ จากการที่มีการแพร่ระบาดของโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ในโค กระบือ ได้สร้างความเสียหายต่อเกษตรกรเป็นวงกว้าง แม้ว่าตัวเลขความเสียหายที่ได้รับการรายงาน จากภาครัฐจะคลาดเคลื่อน และนำเสนอตัวเลขที่ต่ำกว่าความเป็นจริง แม้กระนั้นก็ตามค่ะ ตัวเลขนี้ก็ได้สะท้อน ก็มากพอที่จะทำให้เราจินตนาการถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ท่านประธานคะ ในช่วงนี้คือเป็นช่วงเวลาที่เกษตรกรทั่วไป โดยเฉพาะในเขตภาคอีสาน ก็จะต้องดำนาค่ะ ซึ่งเฉพาะภารกิจการทำไร่ ไถนาก็หนักหนามากพออยู่แล้ว วันนี้แรงงาน บางส่วนของเกษตรกรก็ต้องแบ่งมาดูแลวัวที่เป็นโรค สภาพที่ดิฉันลงพื้นที่ในอำเภอวานร อำเภอบ้านม่วง พบว่าลูกวัว แล้วก็วัวเปรียบเสมือนสมาชิกในครอบครัวของเกษตรกร แล้วอาการป่วยที่หนักหนาสาหัสแล้วไม่รู้ว่าอาจจะต้องรักษาด้วยอะไร ทิศทางการรักษา ก็ไม่ชัดเจน อันนี้เป็นความทุกข์อย่างแสนสาหัสของเกษตรกรค่ะ ท่านประธานคะ ข้อมูลที่ น่ากังวลไปมากกว่าตัวเลขที่วัวล้มตาย นั่นก็คือดิฉันได้อ่านข้อมูลจากบทความของ ดีพาร์ตเมนต์ ออฟ แอกริคัลเจอร์ ฟอเรสตี แอนด์ ฟิชเชอรี (Department of Agriculture Forestry and Fisheries) ของสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ซึ่งเขาเป็นประเทศที่ประสบปัญหา โรคระบาดนี้มาก่อนนะคะ เขารายงานเกี่ยวกับพฤติกรรมของโรคนี้ว่า การระบาดอาจเกิดได้ มากถึง ๔๕ เปอร์เซ็นต์ และอัตราการตายอาจจะถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่า ในสัตว์ ๑๐๐ ตัวก็จะสามารถเกิดโรคที่เป็นแผลพุพองได้ถึง ๔๕ ตัว แล้วก็มีโอกาสที่จะตาย ได้ถึง ๕ ตัวค่ะ มากไปกว่านั้นผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น ซึ่งดิฉันเองก็ไม่แน่ใจว่าท่านรัฐมนตรี จะทราบข้อมูลนี้หรือไม่ว่า โค กระบือที่ติดโรคนี้ไปแล้วถึงแม้ว่าจะรักษาหาย สัตว์เหล่านั้น อาจจะสูญเสียความสามารถในการเจริญพันธุ์ได้อย่างถาวร นั่นหมายความว่าโค กระบือ ที่เป็นโรคนี้รักษาหาย แล้วก็จะเป็นหมัน เพราะฉะนั้นที่จังหวัดสกลนครของดิฉันเป็นโค สายพันธุ์ชาร์โรเล่ส์ (Charolais) บ้าง สายพันธุ์ที่มีราคาสูงก็จะมีมูลค่าลดลงค่ะ อันนี้เป็นสิ่งที่ น่ากังวล ท่านประธานคะ จริง ๆ แล้วการแก้ปัญหาโรคระบาดนี้ไม่ได้มีความซับซ้อนใด ๆ เลยค่ะ แนวทางการแก้ปัญหาก็สามารถทำได้อย่างเรียบง่าย ตรงไปตรงมาที่ใคร ๆ เขาก็ คิดได้ ดังที่หลายท่านก็ได้กล่าวไปแล้ว นั่นก็คือในพื้นที่ที่ยังไม่มีการระบาด รัฐก็ต้องรีบสกัด และป้องกันโดยทำการสำรวจปูพรมค้นจุดที่มีความเสี่ยงสูง ตรงไหนที่มีสัตว์ที่ติดเชื้อนี้แล้ว ก็ต้องฉีดพ่นสารควบคุมพาหะ ก็คือแมลงนำโรคต่าง ๆ และกระจายการฉีดลงไปอย่างมี แบบแผน วันนี้รัฐบาลยังไม่ทำแบบนั้น อย่างเช่นเมื่อสักครู่ ส.ส. ท่านอนุรักษ์ บุญศล ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะคะ ก็ได้บอกแล้วว่าวัคซีนที่กระจายลงไปที่จังหวัดสกลนคร ก็ไม่สามารถฉีดได้ เพราะว่าข้อจำกัดก็คือในระยะทาง ๕-๕๐ กิโลเมตรที่มีสัตว์ที่ติดเชื้อ ไม่สามารถฉีดได้ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ ซึ่งทั้งหมดนั้นแม้รัฐมนตรีที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ก็ควรจะสามารถทำให้สำเร็จลุล่วงได้ภายในเวลาไม่มากนัก ๑ เดือนก็น่าจะฉีดวัคซีน กระจายไปได้ทั่วนะคะ🔗
ข้อที่ ๒ ในพื้นที่ที่มีการระบาด ก็ต้องมีกำหนดแนวทางการรักษาให้ชัดเจน และจัดหายารักษาตามอาการได้อย่างทั่วถึง วันนี้รัฐบาลก็ไม่ได้ทำค่ะ แต่ละพื้นที่อย่างที่ ท่าน ส.ส. ทั้งหลายก็ได้รายงานว่าก็ต่างหาวิธีการไปตามยถากรรม ที่จังหวัดสกลนคร ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานก็ได้กรุณาช่วยนำสูตรยาแผนโบราณที่สมัยก่อน ใช้ในการรักษาเซลล์ที่ผิดปกติ อย่างเช่นเซลล์มะเร็ง เป็นต้น โดยใช้สูตร มีดินประสิว มีสารส้ม มีจุนสี มีเกลือก็เอามาผสม ปรากฏว่าก็รักษาได้ผลเป็นอย่างดีนะคะ อันนี้ก็อยากจะ ฝากถึงท่านรัฐมนตรีว่างานวิจัยที่ดี ๆ เหล่านี้อยู่ตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ท่านก็ควรจะ รวบรวมข้อมูล แล้วก็รีบเอาเงินลงไปสนับสนุนให้เขาได้ทำวิจัยต่อยอด ให้ขยายผลได้ใช้ ประโยชน์ได้ค่ะ🔗
ข้อ ๓ สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นไปแล้วก็ต้องมีมาตรการเยียวยา สำหรับ วัวที่ตาย ส่วนวัวที่หายจากโรคก็ต้องประเมินความเสียหาย อย่างเช่นที่ดิฉันได้เรียนมาแล้ว เมื่อหายไปแล้วก็ไม่สามารถที่จะเป็นพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ต่อไปแล้ว แล้วเราจะต้องชดเชยเขา อย่างไร ท่านประธานคะมาตรการที่มีอยู่ ณ ตอนนี้ให้การชดเชยมากที่สุดแค่ ๒ ตัว ต่อเกษตรกร ๑ ราย ราคาชดเชยที่มีอยู่ตอนนี้ก็ไม่เพียงพออย่างที่เราได้พูดกันนะคะ อัตรานี้ เหมือนไม่มีการอัปเดต (Update) มามากกว่า ๑๐ ปีค่ะ เพราะวันนี้ราคาลูกวัว เฉพาะลูกวัว ก็ทะลุเกินหมื่นบาทไปแล้ว ดิฉันก็สงสัยนะคะว่าเพราะเหตุใดรัฐบาลจึงไม่ชดเชย ความเสียหายให้สัตว์ทุกตัวในราคาที่เป็นปัจจุบัน ทั้งที่ความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างมากมาย ในขณะนี้เกิดจากการทำงานอย่างไร้ประสิทธิภาพของเจ้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยโรคนี้เริ่มมาตั้งแต่เดือนมีนาคม เข้าเดือนที่ ๓ แล้ว ปัญหาถูกปล่อยปละละเลยและปกปิด แล้วทิ้งบาปให้กับเกษตรกรและบุคลากรในพื้นที่ เมื่อได้ลงพื้นที่ดิฉันรู้สึกเห็นใจบุคลากร ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างมากค่ะ เพราะทุกคนรู้ว่าปัญหานี้ควรจะจัดการอย่างไร แต่ว่ามันไม่สามารถที่จะทำอะไรได้มาก ไปกว่า ก็ทำไปตามยถากรรมค่ะ ท่านประธานคะ การแก้ปัญหา ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ อย่างที่ พูดไปแล้วนั้น ต้องขับเคลื่อนด้วยงบประมาณค่ะ แต่เนื่องจากตอนนี้สถานะในพื้นที่เหล่านี้ เป็นแค่เขตสาธารณภัย ทำให้ต้องพึ่งพิงได้เพียงงบประมาณจากท้องถิ่นเท่านั้นค่ะ ซึ่งไม่เพียงพอ ปศุสัตว์อำเภอ ปศุสัตว์จังหวัดวิ่งวุ่นนะคะ ช่วยเกษตรกรตามมีตามเกิด ไปร้องของบประมาณจากส่วนท้องถิ่น อย่างนี้เป็นสภาพที่น่าเห็นใจมาก ๆ ท่านประธานคะ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ และจะต้องได้รับความดูแลโดยตรงในระดับกระทรวงและระดับประเทศ จึงขอให้ทางกระทรวงประกาศให้ทางภาคอีสานและทั่วประเทศเป็นเขตภัยพิบัติ เพื่อสามารถ นำงบประมาณจากกระทรวง หรือว่าเอางบกลางมาใช้ได้อย่างเร่งด่วนค่ะ🔗
ท่านประธานคะ นอกจากโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้ มีรายงานว่า เกิดการแพร่ระบาดได้สูงสุดถึง ๔๕ เปอร์เซ็นต์ การตายเกิดขึ้นได้ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ นอกจากจะทำให้วัวควายสูญเสียผลิตภาพแล้ว สัตว์ที่ติดโรคยังมีโอกาสเป็นหมันถาวร ดิฉันห่วงใยในจุดนี้มากค่ะ โดยเฉพาะวัวพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ที่มีมูลค่าสูง ท่านประธานคะ การระบาดของโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) มิได้เป็นเพียงเรื่องของวัวควายนะคะ แต่เป็นเรื่องของปากท้องพี่น้องประชาชน ประชาชนนับหมื่นคนที่จังหวัดสกลนคร ประชาชน หลายแสนคนในภาคอีสาน ท่ามกลางการระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) เมื่อตกงาน ก็ควักเงินสะสมลงทุนด้านการเกษตรเพื่อหวังจะอยู่รอด เมื่อเจอสถานการณ์เช่นนี้ อย่างที่ท่านชวลิตได้กล่าวไว้ ขออนุญาตเอ่ยนามค่ะ ที่บอกว่าวัวนี้เป็นเงินออมก้อนสุดท้าย ของเกษตรกรค่ะ สถานะทางการเงินของพี่น้องที่ขัดสนก็ยิ่งทรุดตัว มีความง่อนแง่น ไปมากกว่าเดิม พี่น้องเหล่านี้ต้องดำเนินชีวิตกระทำทุกการตัดสินใจอย่างระมัดระวังยิ่งค่ะ เพราะคนเหล่านี้เผชิญความเสี่ยงในชีวิตที่มากเกินกว่าพวกเราในที่นี้จะจินตนาการได้ค่ะ ท่านประธานคะหากความมั่นคงอันเปราะบางของชีวิตพี่น้องเหล่านี้ต้องมาพังทลายลง เพียงเพราะการบริหารจากรัฐบาลคุณภาพต่ำเช่นนี้ นับว่าเป็นความอยุติธรรมที่ยากต่อการที่ จะยอมรับได้ค่ะ ดิฉันหวังว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องมีคำอธิบาย ให้กับความเสียหายที่ถูกละเลยมามากกว่า ๓ เดือน ดิฉันหวังว่าท่านรัฐมนตรีคงจะระลึกได้ ว่าตำแหน่งแห่งที่ของท่านนั้นต้องรับผิดชอบต่อประเทศชาติ และพี่น้องประชาชน อย่างไรบ้าง ขอขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗
ต่อไป ท่านสำลี รักสุทธี ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สำลี รักสุทธี แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จากจังหวัดมหาสารคาม ท่านประธานครับ ผมขึ้นมาพูดด้วยความรู้สึกเห็นใจ เห็นใจประการแรกคือเห็นใจพี่น้องประชาชนผู้เลี้ยงโค นะครับ เห็นใจประการที่ ๒ ก็คือเห็นใจท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีว่าการ หรือรัฐมนตรีช่วย ซึ่งท่านก็คงจะเป็นทุกข์เป็นร้อนแทนพี่น้องอย่างแน่นอนครับ เห็นใจ ประการที่ ๓ ก็คือผมรู้สึกเห็นใจทางรัฐบาลที่ต้องเจอวิกฤติ ทั้งโรคคน แล้วก็โรคโค ซึ่งเกิดมา พร้อม ๆ กันในภาวะที่ประเทศชาติกำลังมีปัญหา ซึ่งเห็นใจประการสุดท้ายก็คือผมรู้สึก เห็นใจประเทศไทยนะครับ ซึ่งไม่รู้เป็นเพราะอะไรประเทศไทยเราเจอปัญหาอย่างรอบด้าน มากมายเลยทีเดียวนะครับ แทนที่โรคคนจะซบเซาลง โรคสัตว์ก็กลับมาซ้ำเติมประเทศชาติ ท่านประธานครับ เกี่ยวกับโรคโคนี้ พอผมได้รับเรื่องได้รับปัญหาจากพี่น้อง ผมไม่รอช้าครับ รีบไปหาพี่น้องทันที พร้อมกับยาป้องกันสัตว์ ป้องกันแมลง ซึ่งผมถามพี่น้องประชาชน ที่เขาได้รับความเดือดร้อน ผมถามว่ามีใคร หน่วยงานไหนมาช่วยเหลือบ้าง อันนี้ ผมไม่อยากจะโทษเจ้าหน้าที่ แต่บางครั้งก็ต้องโทษระบบครับ ระบบราชการบางครั้ง ช้าเหลือเกินนะครับ ประเทศไทยเราถ้าเราจะพัฒนาเราจะเปลี่ยนระบบคำว่า ราชการที่ล่าช้าจะได้ไหม พอเกิด ปัญหาอะไรให้แก้ได้ทันที ให้รีบลงมือทำทันที ซึ่งผมเองอันนี้ไม่ได้มาพูดว่าเอาดีใส่ตัวนะครับ พอได้รับเรื่องผมก็ไปทันที ไม่เกี่ยวกับระบบราชการ ซึ่งราชการนั้นผมถามโดยตรงเลย ทั้งท้องถิ่น ทั้งเกี่ยวกับปศุสัตว์ด้วยนะครับ คำตอบคล้ายกันนะครับคืองบประมาณไม่มี งบประมาณลงไปสู่คนแล้ว นั่นก็คือลงไปแก้ไขปัญหาเรื่องโควิด (COVID) หมดแล้วนะครับ อันนี้คือปัญหาของประเทศไทย ผมถึงใช้คำว่า ผมรู้สึกเห็นใจ เห็นใจเจ้าหน้าที่ เห็นใจ ประเทศชาติ เราในฐานะตัวแทนพี่น้องประชาชนได้ทำหน้าที่นี้ ซึ่งภาพที่ขึ้นเมื่อสักครู่นี้ เป็นภาพที่น่าสงสารน่าเห็นใจทั้งทีมงานของผม แล้วก็ทั้งพี่น้องด้วย เพราะว่าเรามียาไป ขวดหนึ่งนะครับ มียาไปขวดหนึ่งให้ใช้ทั้งตำบลครับท่านประธาน เพราะขณะนั้น ยาไม่มีนะครับ ยาสำหรับป้องกันแมลงมันขาดตลาดครับ ตามภาพที่เห็นนี้ผมต้องเอายา ไปผสมให้พี่น้องเขานำภาชนะมาบรรจุไปใช้เองครับ ท่านประธานครับ อันนี้คือสิ่งที่พวกเรา ต้องช่วยกันนะครับ🔗
สิ่งที่ผมอยากจะเสนอทางรัฐบาล ซึ่งแน่นอนล่ะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการ ท่านเป็นคนที่แก้ปัญหาได้ฉับพลัน แล้วก็เป็นคนที่ใจกว้างขวางพอสมควรนะครับ ท่านรับปากหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นโคล้านตัวหรืออะไรต่อมิอะไร ท่านครับเรื่องเกี่ยวกับ การเยียวยานี้หลายท่านพูดไปแล้ว ผมเองเห็นคล้อยเห็นตามครับ นั่นก็คือการเยียวยา ควรเยียวยาตามสภาพจริง หรือที่เรียกว่าเชิงประจักษ์ นั่นก็คือวัวเขาเสียหายหรือตายไปกี่ตัว ก็ควรจะเยียวยาไปตามนั้น ไม่ต้องไปกำหนดว่าตัว ๒ ตัว แล้วก็เยียวยาตามสภาพจริง นั่นก็คือตามราคาของโค กระบือที่ตายไปนั้นด้วยครับ อยากจะให้ท่านช่วยเหลือพี่น้องชาวนา อย่างจริง ๆ จัง ๆ นะครับ นั่นก็คือไม่ต้องไปกำหนดว่าจะต้องเป็น ๒ ตัว ให้เยียวยา ตามสภาพความเป็นจริงของพี่น้องนะครับ🔗
อันต่อไปก็คือสิ่งที่ผมต้องการอยากจะให้รัฐบาลได้ช่วยเหลืออย่างจริง ๆ จัง ๆ นั่นก็คือให้ท่านใช้งบประมาณส่วนไหนก็ได้นำยา ไม่ว่าจะเป็นยาฉีดป้องกันสัตว์ ป้องกัน แมลง แล้วก็วัคซีนลงไปสู่พื้นที่ให้เพียงพอ ไม่ใช่วัวหายแล้วล้อมคอกนะครับ เดี๋ยวนี้เท่าที่ผม ได้ทราบได้ยินพี่น้องประชาชนเขากำลังไปลงทะเบียนผู้เลี้ยงโค อันนี้เขาเรียกว่าวัวหายแล้ว ล้อมคอก แทนที่จะทำไว้ก่อนมีทะเบียนมีอะไรไว้ก่อน หรือมีแล้วผมก็ยังไม่รู้ แต่ว่า ผมเห็นผู้ใหญ่บ้านประกาศผ่านหอกระจายข่าวบอกว่าให้รีบมาลงทะเบียนผู้เลี้ยงโค แล้วก็บอกว่าตายเท่าไรอะไรเท่าไร อันนี้ถือว่าเป็นการล่าช้านะครับ เราควรจะทำให้เป็น ระบบนั่นก็คือจะต้องมีทะเบียนไว้ก่อน แม้จะเป็นการล่าช้าก็ยังดีอยู่นะครับ ก็ถือว่าใช้ได้ สำหรับการลงทะเบียน แต่ว่าการเยียวยานั้นควรจะเป็นไปตามสภาพจริงตามที่ผมได้กล่าว ไปแล้วนะครับ ท่านประธานครับ เกี่ยวกับโคนี้ท่านก็ทราบดีนะครับว่ามันคือเป็นการออม เป็นเงินออมของพี่น้อง แต่ว่าเป็นเงินออมที่ยังไม่แปรสภาพเป็นเงิน เมื่อโคตายไปแล้ว มันก็หายนะครับถ้าเราไม่เยียวยา เพราะว่าเป็นเงินออม แต่ว่าคล้าย ๆ กับว่ามันเป็น ลอย ๆ อยู่ เขาก็หวังนะครับ เหตุผลสำคัญที่ผมต้องการอยากจะให้เยียวยาตามสภาพจริง เพราะว่าโรคนี้มันไม่ได้เกิดจากการดูแล ไม่ได้เกิดจากพี่น้องรักษาหรือเลี้ยงดู มันไม่ได้ตาย จากการเลี้ยงดู แต่มันตายนะครับจากสภาพของโรคที่มีมา เรียกว่าเป็นอุบัติที่เกิดจากโรคที่มันมาโดยพี่น้อง ไม่ได้ตั้งใจ ถ้าเป็นโรคเกิดจากการดูแล การรักษา อันนั้นเป็นเรื่องของบุคคล ซึ่งรัฐ ก็ไม่จำเป็นต้องไปดูแล แต่ว่าอย่างนี้เขาเรียกว่าโรคระบาด รัฐจะต้องดูแล แล้วก็ขอเสนอให้ ดูแลตามสภาพจริงด้วย คือตายกี่ตัวก็ต้องดูแล แล้วก็สภาพจริงของราคาด้วย ถ้าทำอย่างนี้ได้ รัฐบาลถือว่าเป็นรัฐบาลที่เห็นใจพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ขอบพระคุณมากครับ🔗
ท่านสมาชิกอีก ๓ ท่านนะครับ ท่านนายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ พรรคเพื่อไทย ท่านนริศ ขำนุรักษ์ พรรคประชาธิปัตย์ และท่านคำพอง เทพาคำ พรรคก้าวไกลนะครับ เชิญคุณหมอ จาตุรงค์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย วันนี้ต้องขอขอบคุณท่านประธาน ท่านชวน หลีกภัย ท่านรัฐมนตรี ท่าน ส.ส. นิยม เวชกามา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย และทุกพรรคของสภาแห่งนี้ที่เราเห็นพ้องต้องกันว่าความเดือดร้อนที่สำคัญแสนสาหัส ในภาวะยากลำบากขณะนี้ก็คือพี่น้องที่เป็นกลุ่มเกษตรกร ปศุสัตว์ที่เลี้ยงวัว เลี้ยงควาย เลี้ยงสัตว์เคี้ยวเอื้องซึ่งเกิดโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ขึ้น แล้วก็ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรี ประภัตร โพธสุธน ที่ท่านได้นั่งฟัง แล้วก็ไปดูพื้นที่ไปเยี่ยมยามให้กำลังใจและเร่งแก้ไขปัญหา ท่านประธานครับ ถ้าเรามาดูกัน ตั้งหลักกันจริง ๆ ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นั้นเกิดในช่วงปี ๒๕๖๒ ที่ประเทศจีน คล้าย ๆ กับโควิด-๑๙ (COVID-19) เหมือนกัน แล้วก็ระบาดมา มาเข้าประเทศไทยปี ๒๕๖๓ แล้วก็ปี ๒๕๖๔ แล้วก็กระจายมา ของเรา ๓ เดือนที่แล้ว ตั้งแต่เดือนมีนาคมเข้ามา เข้าใจว่ามาจากวัวควายที่ลักลอบนำเข้าและมีเชื้อนี้อยู่และติดต่อ มาจากสัตว์ แมลงที่กัดและมีเชื้ออยู่ การติดต่อก็ต้องเรียนว่าโชคดีว่าไม่ติดต่อไปยังคน แต่สัตว์นี้ก็ใกล้เคียงกันนะครับถ้าใช้น้ำลาย มีการอยู่ใกล้กันก็ติดได้ โรคนี้นะครับ ท่านประธานเป็นเรื่องที่เราพี่น้องประชาชนเดือดร้อนจริง ๆ ในพื้นที่ผมที่จังหวัดศรีสะเกษ มีเกษตรกรที่เลี้ยงวัวอยู่ ๔๐๐,๐๐๐ ตัว มีผู้ที่ติดเชื้อขณะนี้ วัว ๑๑,๐๐๐ ตัว รักษาหายไป ๔,๐๐๐ ตัว ยังป่วยอยู่ประมาณ ๖,๐๐๐ ตัว ที่อำเภอกันทรลักษ์ก็มีอยู่จำนวนเยอะ แล้วก็ วันพรุ่งนี้ทางปศุสัตว์จังหวัด ปศุสัตว์อำเภอก็จะดำเนินการเร่งในการแจกยา ล้างคอก ฉีดไล่แมลง ยานี้ดีตรงที่ว่าสามารถไล่แมลง ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ได้และยังไล่โรคอื่น ๆ เช่น ไข้เลือดออกได้ เป็นต้น ท่านประธานครับ ก็ต้องเรียนว่าวันนี้เป็นนิมิตหมายที่พวกเรา จะต้องร่วมกัน ปัญหาอุปสรรคหลายคนได้พูดไปแล้ว ผมต้องเรียนเลยครับ🔗
อันดับแรกเลยนะครับ ๑. เราจะต้องมีมาตรการที่เร่งด่วน เฉียบพลัน แล้วก็ แก้ไขปัญหาใดอย่างทันท่วงที พี่น้องประชาชนเขาเดือดร้อน เมื่อป่วย เราไม่มีวัคซีนเราต้องนำเข้า ซึ่งทราบว่านำเข้ามาแล้ว ๖๐,๐๐๐ โดส แล้วก็ ๓๐๐,๐๐๐ โดส เข้าใจว่า ๓๐๐,๐๐๐ โดส น่าจะมาแล้วด้วย เพราะว่าจังหวัดศรีสะเกษได้ ๑๘,๐๐๐ โดส แล้ว แต่ก็ยังไม่เพียงพอเพราะ มีอยู่ ๔๐๐,๐๐๐ ตัว ถ้าฉีดจริง ๆ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ต้อง ๒๐๐,๐๐๐ โดส เพราะฉะนั้นเรื่อง วัคซีนที่ปัญหาเฉพาะหน้าต้องนำมา วัคซีนปัญหาระยะกลาง ระยะยาว ก็คือทราบว่าทางกรม ปศุสัตว์ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยอื่น ๆ ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรนวัตกรรม หรือศูนย์เอไอซี (AIC) กำลังจะผลิตวัคซีน แพลนต์-เบส วัคซีน (Plant-based Vaccine) ซึ่ง คาดว่าอีก ๒ เดือนจะดำเนินการ ตรงนี้ขอให้รัฐบาลไปเร่ง ไปดู ไปช่วย ให้เขาได้ผลิตได้เร็ว ขึ้น เพราะต่อไปเราไม่ต้องไปซื้อวัคซีนจากที่อื่นถ้าเราผลิตได้เอง เราสามารถนำออกขาย ต่างประเทศ และเป็นศูนย์รวมของประเทศไทยที่เรามีวัว ควายเป็นล้าน ๆ ตัว🔗
ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของการรักษาเยียวยา การรักษาเยียวยาตามระเบียบ ที่กระทรวงการคลังกำหนดไว้ผมว่านานแล้วนะครับ บอกว่าชดเชยได้แค่ ๒ ตัว แล้วก็ราคา ๖,๐๐๐-๒๒,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นเรื่องที่ขัดแย้งกับความเป็นจริง ถ้าเราเป็นเกษตรกร ผมก็ต้อง บอกว่าเขาลงทุนขนาดว่าเขากู้เงินมานะครับ บางคนเป็นเงินออม บางคนเป็นเงินกู้ ไปยืม เลี้ยงวัวมาเพื่อจะขาย แล้วก็ไปต่อแล้วก็เลี้ยงวัวแล้วก็ขายต่ออีก ได้กำไรพอสมควร แต่เงิน ก้อนนี้หายไป เพราะฉะนั้นการชดเชย ระเบียบกระทรวงการคลังก็ต้องแก้ แก้อย่างไรครับ ตามความจริงกี่ตัวต้องว่าไปตามนั้น จะกี่เปอร์เซ็นต์ จะ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของราคาประเมิน ก็ขอให้เป็นอย่างนั้น ถ้าเราชดเชยแค่ ๖,๐๐๐-๒๒,๐๐๐ บาทนั้น มันน้อยเกินไป ซึ่งขณะนี้ ประชาชนเดือดร้อนลำบาก การที่เราชดเชยนอกจากนี้แล้วทราบว่าน่าจะมีการทำประกัน ถ้าเราชดเชยไม่ได้ถึงครบตามที่กำหนด ก็คือประกันว่ารัฐบาลต้องเป็นหลักในการทำประกัน ให้ เพื่อให้เกษตรกรสบายใจว่าถึงวัวจะตายเขาก็มีประกัน ได้เงินคืน อย่างน้อยก็ได้ทุนคืน การรักษา โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสรักษาตามอาการ ก็เป็นตุ่มเป็นไข้ที่ผิวหนังก็รักษา ตามอาการ ให้ยาลดไข้ ให้ยารักษาตุ่ม แต่ว่าการรักษากับการพ่นยาคอกก็อยากให้รัฐบาล เป็นเจ้าภาพ โดยเฉพาะกรมปศุสัตว์ เป็นเจ้าภาพทั้งหมดนะครับ ไม่ต้องให้เกษตรกร เดือดร้อนต้องมาหาเงินเองในการจ่าย ในการหารักษาตรงนี้นะครับ เพราะฉะนั้นมาตรการ ระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาวต้องเร่งด่วน ต้องรู้เร็ว เข้าฉีดวัคซีนในระยะรัศมี ๕ กิโลเมตร ให้ได้เร็ว ประชากรมีมาก ต้องเร่งให้ความรู้ แล้วก็เป็นกำลังให้กับพี่น้องประชาชนที่เขา ไม่มีใครพึ่ง เขาเจอใครได้เขาก็คว้า เหมือนกับคนกำลังจะจมน้ำ มีขอนไม้ลอยมาก็คว้า ใครมาก็ต้องให้เขาช่วยได้เขาก็ช่วย เขาก็ต้องไปหา เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะต้องเร่งตรงนี้ ต้องเรียนว่าวันนี้ถ้าเป็นไปได้ อปท. ก็มีโอกาสที่ช่วยเหลือเกษตรกรได้ตามระเบียบ กระทรวงมหาดไทยที่ว่าด้วยการช่วยเหลือประชาชนตามอำนาจหน้าที่ของ อปท. โดยองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นปี ๒๕๖๐ ข้อ ๑๖ (๑) แต่ก็ช่วยตามระเบียบ ซึ่งผมคิดว่าบางครั้งอนุโลม แต่ถ้า อปท. สามารถช่วยได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย บางแห่งอย่างจังหวัดศรีสะเกษ อปท. ครึ่งหนึ่ง ช่วยไปแล้ว ใช้เงินสะสมหมดไปแล้ว แล้วก็อีกครึ่งหนึ่งต้องทำเรื่องมาถึงจังหวัด ถึงกรมปศุสัตว์ ก็ต้องบอกว่า อปท. กับกระทรวงการคลัง เราได้อภิปรายวันนี้ ผมก็ฝาก ขอบคุณท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน ซึ่งท่านดูแลตรงนี้ ท่านจะได้นำเรื่องนี้ไปถึง นายกรัฐมนตรี ไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้แก้ไขระเบียบ ให้ดูแล ชดเชย การเยียวยา แล้วก็เงินงบกลาง ตลอดจนการวางแผนระยะสั้น ระยะยาว งานวิจัย ก็คิดว่าจะเป็นประโยชน์ แล้วก็หวังว่าพี่น้องประชาชนที่กำลังรอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ตรงนี้ทางรัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินการแก้ไขเพื่อให้เขาได้ลืมตาอ้าปาก ขอกราบขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
เชิญ ท่านนริศครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่าแม้จังหวัดพัทลุง โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ยังไม่ระบาดนะครับ แต่ว่า ผมมีความจำเป็นจะอภิปราย เพราะว่าโอกาสของโรคระบาดนี้ที่จะระบาดขยายต่อไป ยังมีโอกาสอยู่🔗
๒. โรคระบาดลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้เป็นโรคที่ได้ทำลายเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นเศรษฐกิจของชาวบ้าน เป็นเศรษฐกิจของเกษตรกร และท้ายที่สุดแล้วก็จะทำลาย เศรษฐกิจของชาติบ้านเมือง สำคัญก็คือโรคนี้หากไม่ยับยั้งได้ ก็จะเป็นการทำลายความหวัง ทำลายอนาคตของเกษตรกร เพราะว่าการปศุสัตว์ถือเป็นความหวังเป็นอนาคตของ เกษตรกรไทยที่แท้จริง เพราะมันเป็นรายได้ มันเป็นเงินออม มันเป็นต้นทุนที่สำคัญของ เกษตรกร การปศุสัตว์ใช้ที่ดินน้อย แต่ว่ามีรายได้สูง จากรายงานพบว่าโคและกระบือประเทศ เรามีประมาณ ๖ ล้านตัว ขณะนี้ป่วย ๑๐๐,๐๐๐ กว่าตัว แล้วก็ที่ตายแล้วก็ประมาณ ๓,๐๐๐ ตัว เกือบ ๔,๐๐๐ ตัว โดยประมาณ ผมจึงมีข้อเสนอแนะ ดังต่อไปนี้ ๑. ผมอยากให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐบาลได้จัดหาวัคซีนสัก ประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของจำนวนโคกระบือที่มีอยู่ ผมคำนวณคร่าว ๆ ก็น่าจะ ตกอยู่ประมาณสัก ๔,๒๐๐,๐๐๐ โดส ไว้สำรองไว้เผื่อสักจำนวน ๖ ล้านตัว ๗๐ เปอร์เซ็นต์ คิดคำนวณเท่ากับวัคซีนไวรัสโคโรนา (Virus Corona) นะครับ ผมพูดตรงนี้ขออนุญาต ได้ชื่นชมทางรัฐบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้สั่งวัคซีนมาทันที จนขณะนี้มีถึง ๓๖๐,๐๐๐ โดส แล้ว ซึ่งวัคซีนนี่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าไม่มีประเทศใดที่เขาผลิตไว้ในสต็อก (Stock) มาก ๆ หรอกครับ เขาผลิตตามออเดอร์ (Order) ๓๖๐,๐๐๐ โดส ผมคิดว่าทั่วโลกก็มีปริมาณ เท่านี้ ไม่มากกว่านี้ไปมากมาย จึงขอบคุณทางรัฐบาลที่ได้สั่งมาในจำนวนมากที่สุด ที่หาได้แล้วในขณะนี้ คือ ๓๖๐,๐๐๐ โดส แต่ผมคิดว่าหลังจากเกิดวิกฤติลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เกิดขึ้น หลายประเทศก็คงจะผลิต แล้วก็รัฐบาลต้องหาทางที่จะหาวัคซีนมา ให้ครบในจำนวน ๔,๒๐๐,๐๐๐ โดส หรือ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของจำนวนโค กระบือที่มีอยู่ นอกจากนั้นก็ขอให้จัดหาเวชภัณฑ์และสารกำจัดแมลง ซึ่งจะทำให้เป็นการกำจัดโรคนี้ ลงได้โดยสิ้นเชิง🔗
ข้อเสนอข้อที่ ๒ ก็คือขอให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอแก้ไข หลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลังที่กำหนดอัตราการช่วยเหลือเกษตรกรครัวละ ๒ ตัว ให้แก้ เป็นช่วยเหลือตามความเป็นจริงทั้งจำนวนและราคาโค กระบือ🔗
ข้อเสนอข้อที่ ๓ ขอให้ทางรัฐบาลได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งในส่วนที่เป็น อาสาสมัครด้านปศุสัตว์ให้ครบถ้วนทุกหมู่บ้าน และให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เปิดตำแหน่งเจ้าหน้าที่ทางด้านปศุสัตว์ในพื้นที่ที่มีการทำการปศุสัตว์ หรือให้เปิดตำแหน่ง ทางด้านการเกษตรให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีพื้นที่เกษตร🔗
ประการที่ ๔ ขอให้ทางรัฐบาลได้เข้มงวดในการเคลื่อนย้ายสัตว์ เพราะว่า อีกไม่กี่วันข้างหน้าในพื้นที่ ๓ จังหวัด ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็จะมีการ เคลื่อนย้ายสัตว์ โดยปกติจะมีการเคลื่อนย้ายสัตว์เข้าไปเพื่อเชือดพลีตามความเชื่อ หรือกุรบาน จะมีการย้ายสัตว์จากภาคกลาง ภาคอีสานเข้าไปเชือดในพื้นที่ของพี่น้องมุสลิม ผมจึงขออนุญาตเรียกร้องให้มีการเข้มงวดต่อเรื่องดังกล่าวเพื่อไม่ให้มีการระบาดเกี่ยวกับ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) พร้อมทั้งขอให้เข้มงวดในการนำสัตว์เข้าสู่โรงฆ่าสัตว์ ก่อนที่จะ เชือดก็ต้องมีการตรวจโรคอย่างเข้มงวด🔗
ประการที่ ๕ ขอให้สถาบันทางการเงินโดยเฉพาะ ธ.ก.ส. ได้มีมาตรการ พักชำระหนี้ให้กับพี่น้องเกษตรกรที่กู้มาเพื่อเลี้ยงสัตว์ แล้วก็ให้มีมาตรการในการปรับปรุง โครงสร้างหนี้ ขยายเวลาผ่อนชำระไปสัก ๓๐ ปี เพราะว่าขณะนี้ถือว่าพี่น้องเกษตรกร ที่เลี้ยงสัตว์อยู่ในภาวะวิกฤติที่รุนแรงมาก รวมทั้งหากทางรัฐบาลจะได้ส่งเสริมโครงการจัดทำ ประกันภัยภาคสมัครใจให้กับพี่น้องที่ประกอบอาชีพปศุสัตว์นั้น โดยรัฐบาลได้สมทบ เป็นบางส่วนก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดให้กับพี่น้องเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์อยู่ในขณะนี้🔗
ประการที่ ๖ ขอให้ทางรัฐบาลได้เร่งผลิตวัคซีน ซึ่งขณะนี้ทราบว่า ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีความร่วมมือกับสถาบันทางการศึกษาแล้วหลายสถาบัน เราควรจะผลิตเองให้ได้และเราควรมีสต็อก (Stock) เองได้ เพราะว่าการควานหาจากสต็อก (Stock) ต่างประเทศทำได้ยากในวันที่เรามีวิกฤติ🔗
สุดท้ายจังหวัดพัทลุงเป็นจังหวัดที่มีจีดีพี (GDP) ทางด้านปศุสัตว์ขณะนี้ เท่ากับด้านพืชแล้ว ผมหวั่นมากว่าหากเราไม่สามารถที่จะยับยั้งโรคระบาดนี้ได้ก็จะทำให้ รายได้ของจังหวัดพัทลุงหายไปครึ่งหนึ่ง เราจึงมีความหวังกับด้านการปศุสัตว์ และเรามี ความหวังว่าทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์จะได้ทุ่มเทแก้ไขปัญหาให้กับเราเพื่อที่จะบรรลุการแก้ไขปัญหานี้ร่วมกัน กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ท่าน คำพอง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ผม คำพอง เทพาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในส่วนตัวแทนของภาคอีสานครับ ท่านประธานที่เคารพครับ โรคระบาด ในโค กระบือ ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ตอนนี้ถ้าดูจากข้อมูลของกรมปศุสัตว์ก็อยู่ที่ ๕๑ จังหวัด หนักมากก็คืออยู่ที่ภาคอีสาน ตอนนี้พื้นที่สีแดงกระจายเต็มพื้นที่ภาคอีสานแล้ว ส่วนภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคใต้ก็ปรากฏว่ามีการระบาดไปแล้ว ส่วนที่น่าวิตกอีกอย่างหนึ่ง ในการแพร่ระบาดโดยเฉพาะพี่น้องในพื้นที่ภาคกลาง ในจังหวัดสระบุรี พื้นที่โคนมเป็นพื้นที่ที่ อยู่ใกล้กับภาคอีสาน พื้นที่ติดต่อกัน แล้วที่สำคัญก็คือเป็นเส้นทางในการขนย้ายสัตว์ลงมาใน ภาคกลาง เพราะฉะนั้นก็ต้องมีการเฝ้าระวังกันอย่างเต็มที่ ซึ่งเรื่องของด่านกักสัตว์ ต้องระมัดระวังเพราะว่าต้องมีการเข้มงวด ถ้ากระจายเข้าไปในพื้นที่โคนมของจังหวัดสระบุรี พื้นที่นั้นมีฟาร์มโคนมจำนวนมาก เพราะฉะนั้นผมคิดว่าในพื้นที่นี้ต้องเฝ้าระวังให้เข้มงวดที่สุด🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ในขณะที่เรากำลังอภิปรายกันอยู่นี้ วัว ควาย โดยเฉพาะวัวที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึง ๖ เดือนตายลงอย่างน่าวิตก ตายอย่างกับ ใบไม้ร่วงเลยครับ พี่น้องเกษตรกรขนไปทิ้งไม่หวาดไม่ไหว ขนไปฝังนะครับ พี่น้องเกษตรกร ผู้เลี้ยงวัวยืนมองการฝังกลบ ความหวังที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้นจากการทำอาชีพเลี้ยงวัวเลือนหายไป ในชั่วอึดใจ ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้วว่า ภาคอีสานตอนนี้พื้นที่สีแดงเกือบจะเต็มพื้นที่แล้ว พี่น้องเราเรียกว่า โรคห่าหนังเปื่อย สถานการณ์นี้แม้ว่าทางกรมปศุสัตว์จะบอกว่าสามารถที่จะควบคุมได้ภายใน ๔-๕ เดือน โดยวัคซีนล็อต (Lot) แรกจะเข้ามา ๖๐,๐๐๐ โดส แล้วก็เตรียมไว้ ๓๐๐,๐๐๐ โดส แต่เข้าใจ ว่ามีการกระจายลงไปบ้างแล้ว และภายในอีก ๓-๔ เดือนข้างหน้าเรื่องของวัคซีนที่ผลิตใน ประเทศไทยก็จะได้มีการทดสอบประสิทธิภาพ แต่นั่นเราก็จะมานั่งรออยู่เฉย ๆ ไม่ได้ วัว ควายตายลงทุกวันนะครับ มันไม่ใช่แค่เงินออมนะครับท่านประธาน มันคือทุน มันคือหนี้ มันคือดอกเบี้ยซึ่งมีระยะเวลาใช้คืนให้กับ ธ.ก.ส. การโตวันโตคืนของลูกวัวอายุ ๑-๖ เดือน มันคือเงินต้น ดอกเบี้ย ส่วนกำไรก็ต้องรอเวลา หลังจากที่เราจะต้องขายวัว ต้องใช้เวลา นะครับท่านประธาน วันนี้วัวตายลง ทุนหาย กำไรหด หนี้สินและดอกเบี้ยเดินหน้าต่อ ผมได้หารือกับท่านประธานแล้วเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่ารัฐบาลจะต้องรีบออกมาตรการ อย่างเร่งด่วนในการที่จะป้องกันแก้ไข ๑. ก็คือการป้องกันโดยวัคซีน ต้องเร่งดำเนินการ อย่างเร่งด่วน สต็อก (Stock) วัคซีนที่มีอยู่ที่ไหนต้องระดมแล้วครับ ต้องระดมแล้วนะครับ และที่สำคัญก็คือตอนนี้ทางกรมปศุสัตว์ก็จะมีการเปิดให้เอกชนได้นำเข้าวัคซีน ซึ่งอันนี้ต้องมี การควบคุมราคาวัคซีนอย่าให้แพงเกินไป และที่สำคัญก็คือการที่จะตรวจสอบวัคซีนเถื่อน ซึ่งอันตราย อันนี้ผมคิดว่าจะต้องรีบเร่งอย่างที่สุดในเรื่องของวัคซีน การรักษาต้องระดม สัตวแพทย์ สัตวบาล อาสาสมัครปศุสัตว์ เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ป้องกันการแพร่ระบาดจากสัตว์ ที่ป่วย เช่น คอก ตาข่าย มุ้ง ควบคุมราคาเวชภัณฑ์ และอุปกรณ์อื่น ๆ อย่าให้มีการ ฉวยโอกาสงานนี้ครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งครับ การจัดการหนี้การลงทุนของเกษตรกรที่จะต้องแบกรับ รวมถึงการที่จะให้สินเชื่อที่ปลอดดอกเบี้ยในการที่จะฟื้นฟูอาชีพหลังจากที่เราควบคุม สถานการณ์ของโรคระบาดวัวได้แล้ว ซึ่งเขาควรจะมีโอกาสที่จะต้องฟื้นฟูอาชีพนี้ขึ้นมาใหม่ เพราะถือว่าเป็นอาชีพที่เป็นความหวังนะครับ การเยียวยาครับท่านประธาน การเยียวยานี้ คิดว่าต้องมีอัตราราคาที่เหมาะสม ไม่อย่างนั้นชาวบ้านที่ลงทุนไป ซึ่งบางคนก็ลงทุน ด้วยเงินออม บางคนก็ลงทุนด้วยการกู้หนี้ยืมสิน ถ้าหากการเยียวยาในวงเงินที่ไม่เหมาะสม เอาตามอัตราที่ทางราชการกำหนดโดยไม่รู้ว่าต้นทุนจริง ๆ มันเท่าไร เกษตรกรก็จะขาดทุน ย่อยยับ ในกรณีที่มีการประกันภัยต้องเร่งรีบให้บริษัทประกันภัยได้รีบจ่ายสินไหมให้เร็วที่สุด ให้มีการลดเบี้ยประกันภัย ขยายวงเงินการประกันภัยให้มากขึ้น อันนี้ในกลุ่มที่มีประกันภัย ซึ่งผมคิดว่ามันไม่น่าที่จะครอบคลุมทุกพื้นที่ ให้มีคณะทำงานติดตามสถานการณ์ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงให้มีกระบวนการในการมีส่วนร่วมของเกษตรกรและท้องถิ่นร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการควบคุมสถานการณ์โรคระบาดในวัวควายนี้ด้วย ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
อีก ๓ ท่านนะครับ ท่านอนุชา น้อยวงศ์ พรรคพลังประชารัฐ ท่านโกศล ปัทมะ พรรคเพื่อไทย ท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ พรรคประชาธิปัตย์ เชิญท่านอนุชาครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทน ราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม อนุชา น้อยวงศ์ จากเขตเลือกตั้งที่ ๓ อำเภอวังทอง อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก วันนี้เป็นเรื่องญัตติด่วนเรื่อง โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ขอแสดงความเสียใจต่อพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศที่ได้รับ ความเสียหายจากโรคระบาดนี้ แล้วก็ขอขอบพระคุณพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลายท่านที่ได้อภิปรายในญัตติด่วนวันนี้ ช่วงเช้าวันนี้คณะกรรมาธิการการเกษตรและ สหกรณ์ของสภาแห่งนี้ได้เรียนเชิญท่านรองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นายสัตวแพทย์ ชัยวัฒน์ โยธคล ท่านผู้อำนวยการสำนักควบคุมป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ นายสัตวแพทย์ บุญญกฤช ปิ่นประสงค์ ท่านผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ ท่านวิวัฒน์ ไชยชะอุ่ม มาที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เราเพิ่งประชุมร่วมกัน เป็นทุกข์เป็นร้อนแทนพี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศเกี่ยวกับเรื่องโรคระบาดตัวนี้🔗
ท่านประธานที่เคารพ โรคระบาดดังกล่าวนี้ในมุมมองของผมเองมันยัง ไม่ร้ายแรงเท่าโรคคอบวม หรือที่เรียกว่าโรคเฮโมรายิกเซพติซีเมีย (Hemorrhagic Septicemia) โรคดังกล่าวนี้เป็นโรคที่สามารถจะทำให้ตายได้ทันทีเลยครับท่านประธาน แต่โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้ยังเป็นตุ่ม เป็นแผลพุพองยังมีเวลารักษาได้หลายวัน แล้วมันก็เป็นโรคระบาดเหมือนกัน แต่ว่ามันเป็นโรคระบาดที่เกิดใหม่ซึ่งเรายังไม่มีวัคซีน ก็กลายเป็นเรื่องลุกลาม เป็นเรื่องเดือดร้อนกันทั่วประเทศ ท่านประธานที่เคารพ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้ระบาดได้ไวในประเทศของเรา เพราะโคในประเทศของเรา ที่มีอยู่มันถูกผสมมาด้วยความที่ไม่เหมาะสมหลาย ๆ เรื่อง ไม่เหมาะสมเรื่องอะไรครับ ท่านประธาน ๒๐ กว่าปีก่อนนั้นผมเป็นกรรมการสมาคมโคเนื้อแห่งประเทศไทย อยู่ที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม สมัยนั้นเขา ผสมโคพันธุ์กำแพงแสน ผมเคยคิดในใจเสมอเลยว่าวันหนึ่งต้องเกิดเรื่องเกี่ยวกับความ ต้านทานโรค เพราะโคกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม มันมาจากสายพันธุ์ชาร์โรเล่ส์ (Charolais) ซึ่งมันเป็นวัวในหิมะ วัวเมืองหนาว มันไม่ใช่วัวที่จะเหมาะที่จะอยู่ในประเทศไทย แล้วภูมิต้านทานมันต้องต่ำแน่นอน จริง ๆ แล้ววัวสายพันธุ์ยุโรปซึ่งเขามาพัฒนาในประเทศ ไทยเรา เมื่อสมัยก่อนก็มีครับ ชื่อพันธุ์เดราท์มาสเตอร์ (Drouhhtmaster) ภาษาอังกฤษก็ เรียกว่า ดรอทมาสเตอร์ (Droughtmaster) แปลว่าราชันผู้พิชิตความแห้งแล้ง วัวพันธุ์นี้ถูก เพาะพันธุ์ในออสเตรเลียมาเป็นร้อยปีแล้ว และมันทนต่อความแห้งแล้ง มันทนต่อทุกสภาพ อากาศ มันกินหญ้าเก่ง แต่เสียดายว่าประเทศไทยเรา วัวที่มันไม่ค่อยมีการโฆษณาอะไร เท่าที่ควรก็ไม่เป็นที่นิยม ทางกรมปศุสัตว์สมัยนั้นก็เคยสั่งเข้ามา แล้วทุกวันนี้ก็สูญพันธุ์ไป ถ้า วัวพันธุ์นั้นเป็นแม่หลักในการผสมทุกวันนี้ ผมเชื่อว่าโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้ไม่สะทก สะเทือนเลยครับ เพราะภูมิต้านทานมันสูงมาก ประเทศไทยเรานี้ดีทุกอย่างครับท่านประธาน เรามีสภาพอากาศ มีพื้นที่ดี มีหญ้าฟาง มีอุณหภูมิเหมาะสม แต่ไม่รู้ว่าเราเกิดอะไรขึ้น สัตว์ที่ เ รำ นำ มำ เผยแพร่ ในประเทศเราแทนที่ จะเอาสั ตว์ ที่ มั นเป็ นประโยชน์ ต่อเศรษฐศาสตร์จริง ๆ เราก็ไม่ได้นำมันมา ยกตัวอย่างโคพันธุ์ฮินดูบราซิล (Indu Brazil) โคพันธุ์ฮินดูบราซิล (Indu Brazil) อยู่ในประเทศบราซิลเขามีแค่ ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ ตัว เท่านั้น ใครเลี้ยงโคพันธุ์นี้ในบราซิลครับท่านประธาน มหาเศรษฐีลูกครึ่งชาวโปรตุเกส ซึ่งมีบ่อน้ำมัน เขาเลี้ยงไว้ประดับบารมีเขาเลี้ยงไว้เพื่อประดับศักดิ์ศรีของเขา แต่คนไทยเรา ก็ไปนำวัวที่มันเลี้ยงยากพวกนี้มาแพร่พันธุ์ กลายเป็นลูกผสมไปทั่วประเทศเลย จริง ๆ ในบราซิลมีวัวอีกพันธุ์หนึ่งชื่อวัวพันธุ์เนลลอร์ (Nellore) พันธุ์เดียวนี่ล่ะครับชื่อพันธุ์เนลลอร์ (Nellore) ที่นั่นมี ๑๐๐ กว่าล้านตัวครับท่านประธานในประเทศของเขา ผมกราบเรียน ด้วยความเคารพหากทางกรมปศุสัตว์วันหน้านำวัวพันธุ์เนลลอร์ (Nellore) มาผสม ในประเทศเรา มันจะต้านทานโรค มันจะแพร่ลูกไป วัวพันธุ์นี้มีคุณสมบัติพิเศษในการ ป้องกันแมลง แล้วแข็งแรงครับ ออกลูกวันเดียวลูกวิ่งตามแม่ในทุ่งเลย ไม่ต้องมาพะเน้าพะนอ อะไร ในประเทศบราซิลมีวัวนี้ ๑๐๐ กว่าล้านตัว ฉะนั้นเมื่อเรานำพันธุ์สัตว์ ที่ไม่เหมาะสมมาเผยแพร่เป็นพันธุ์หลักในประเทศมันก็เกิดปัญหา วันนี้มันเกิดปัญหาแล้ว เราก็ต้องหาวิธีการแก้ไขนะครับ ท่านประธานที่เคารพ วัวในประเทศไทยเรานี้ก็มีสายพันธุ์ ที่เหมาะสมกับประเทศเราก็คือวัวพันธุ์พื้นเมือง วัวชนภาคใต้ ผมขอแนะนำให้ทาง กรมปศุสัตว์นำวัวชนตัวที่มันใหญ่ที่มันหาคู่ชนไม่ได้ เพราะตัวใหญ่มาก ๆ ไม่มีใครชนด้วย แล้วเอาวัวที่มีคุณสมบัติเชื่อง ไม่ดุร้าย นำมาเป็นพ่อพันธุ์ นำมารีดน้ำเชื้อแล้วผสมพันธุ์ เพื่อให้โคพันธุ์พื้นเมืองตัวใหญ่นี้มันแพร่หลายไปทั่วประเทศเรา🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผมเป็น ส.ส. คนเดียวของสภาแห่งนี้ เมื่ออภิปราย งบประมาณเมื่อ ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมเป็นส.ส. คนเดียวของสภานี้ผู้ที่พูดว่าขอให้ งบประมาณของกรมปศุสัตว์ได้รับถึง ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท จากที่เขามี ๕,๐๐๐ ล้านบาท เท่านั้น เพราะอะไรครับท่านประธาน กราบเรียนด้วยความเคารพ พืชเชิงเดี่ยวที่เราปลูกกันทุกวันนี้ ในฐานะที่ผมอยู่ใน คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ด้วย มันประสบปัญหาไม่คุ้มทุนแล้ว มันประสบ ปัญหาที่พี่น้องเกษตรกรต้องลำบาก ต้องอยู่โดยไม่มีอนาคต ฉะนั้นโอกาสเดียวเท่านั้นก็คือ การเลี้ยงปศุสัตว์ที่มันกินหญ้า เอาหญ้าเอาฟาง เปลี่ยนเป็นเงินก็คือโค กระบือ แพะ แกะ เท่านั้น เมื่อสักครู่นี้มีพี่น้องสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านหนึ่งพูดถึงเรื่องแพะ ท่านพูดถึงเรื่องแพะ ผมก็กราบเรียนว่าแพะในสุภาษิตของต่างประเทศเขาบอกมันคือวัวของคนจนครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผมก็คิดว่าทางกรมปศุสัตว์ควรจะได้งบพัฒนา งบประมาณเพิ่มขึ้นเพื่อนำไปปรับปรุงในการมาดูแลพี่น้องประชาชน ผมขอกราบ ขอบพระคุณท่านประภัตร โพธสุธน ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านทำงานโดยไม่มีวันหยุดราชการ ท่านทำงานไม่รู้จักความเหน็ดเหนื่อย ท่านทำหน้าที่ อย่างเต็มที่ที่ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรครั้งนี้ มีพี่น้อง ส.ส. อีกท่านหนึ่งชื่อท่าน ส.ส. อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ จากจังหวัดยะลา แจ้งว่าเดี๋ยวนี้โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ถึงบ้านท่านแล้วที่ จังหวัดยะลา ขอให้ทางกรมปศุสัตว์ช่วยเหลือด้วย🔗
ท้ายสุดนะครับท่านประธานที่เคารพ กระผมขอให้โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้มันหายไปอย่างเร็วไว ด้วยความช่วยเหลือของพวกท่านกรมปศุสัตว์และพี่น้อง เกษตรกร แล้วก็ขอให้วงการปศุสัตว์ของเราดีขึ้น เป็นกำลังหลักเพื่อพัฒนาประเทศชาติต่อไป กราบขอบพระคุณครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านโกศลครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายโกศล ปัทมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ก็ขอขอบคุณท่าน ส.ส. นิยม เวชกามา ที่ท่านได้ยื่นญัตติด่วน ด้วยวาจาเพื่อสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และขอบคุณเพื่อนสมาชิก ทั้งสภาที่ได้พยายามช่วยกันสะท้อนปัญหาต่าง ๆ ให้กับท่านรัฐมนตรี แล้วก็กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ แล้วก็รัฐบาลเพื่อนำไปแก้ไขปัญหา🔗
ท่านประธานครับ ผมเป็น ส.ส. จังหวัดนครราชสีมา พื้นที่ผมประกอบด้วย อำเภอบัวใหญ่ อำเภอบัวลาย อำเภอสีดา อำเภอแก้งสนามนาง และอำเภอบ้านเหลื่อม ท่านประธานทราบไหมครับว่าทั้ง ๕ อำเภอพี่น้องประชาชนได้มีการเลี้ยงโค กระบือเพื่อเป็น อาชีพเสริม แล้วก็เป็นรายได้หลัก เพราะวิถีพี่น้องประชาชนจะทำพืชไร่ ไม่ว่าอ้อย มันสำปะหลังและข้าว ท่านประธานครับ หลังจากการแพร่ระบาดที่จังหวัดร้อยเอ็ดเมื่อช่วง ต้นปี พวกเราสมาชิกพรรคเพื่อไทย ตัวแทนพี่น้องประชาชนได้พยายามสื่อสารไปถึงภาครัฐ ให้เร่งแก้ไขปัญหาเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผ่านช่องทางต่าง ๆ ท่านประธานครับ เรามี โครงการลัมปีสกิน (Lumpy Skin) วัวตายควายล้ม ประชาชนเดือดร้อนถ้วนหน้า ท่านประธานทราบไหมครับว่าเราพยายามสะท้อนไป แต่การแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาด ก็ล่าช้า โดยเฉพาะกรมปศุสัตว์ โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอย่างยิ่งก็คือ รัฐบาล การแพร่ระบาดของลัมปีสกิน (Lumpy Skin) มีมานานหลายสิบปี แต่เข้ามา ทวีปเอเชีย (Asia) เราเมื่อปี ๒๕๖๒ เพื่อนบ้านหลายประเทศพบเมื่อปี ๒๕๖๓ ผมอยากถาม ครับว่าทางกรมปศุสัตว์ท่านทำอะไรอยู่ ท่านเฝ้าระวัง การเฝ้าระวังของท่านก็ล้มเหลว ท่านปล่อยให้เชื้อเข้ามาแพร่ระบาดในประเทศไทยได้อย่างไร ท่านผิดพลาดอะไร คำขวัญ การแพร่ระบาดท่านบอกว่า รู้เร็ว สงบโรคเร็ว ท่านเคยบอกไหมครับว่าติดอย่างไร อาการ แบบไหน ป้องกันอย่างไร รักษาได้ไหม และติดต่อใครผมกลับไปพื้นที่ผมเห็นพี่น้องนั่งร้องไห้ ท่านประธานครับ วัวเขาตาย ผมขอรูปภาพหน่อยครับ🔗
วัวเขาตาย แล้วรูปโดยเฉพาะ ท่านรัฐมนตรีครับ เห็นเด็ก ๒ คนไหมครับ วัวเป็นเหมือนบัญชีเงินฝากที่เขาทำงาน เอาแรงกายเอาเงินทุนที่เขามีนำไปซื้อแล้วก็มาเลี้ยง แล้วเห็นเด็กผู้ชายอีกคนหนึ่งไหมครับ เหมือนเขาหมดหวังในชีวิต พี่น้องประชาชนทุกข์ยากแสนสาหัสครับ สิ่งที่ท่านเคย ออกนโยบาย ไม่ว่าประกาศภัยพิบัติ ผมถามว่าท่านกำลังเอาปัญหาไปให้ท้องถิ่น ทำได้ หรือไม่ครับ ให้กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือรัฐบาลเป็นวาระแห่งชาติเลย เป็นวาระของประเทศ ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรอย่างเร่งด่วน🔗
ประเด็นที่ ๒ เรื่องการรักษา ถามว่าฟาร์ม หรือพี่น้องที่เขามีเงินทุน เขาสามารถซื้อยารักษาไปรักษาด้วยตัวเองได้ เขาป้องกันได้ เขาหาซื้อวัคซีนไปฉีดได้ แต่พี่น้องยากจนล่ะครับ เขาไม่มีเงินครับ รัฐบาลจะแบกภาระไปให้ท้องถิ่น ถามว่าท้องถิ่น แต่ละท้องถิ่นความสามารถไม่เหมือนกันครับ ความเอาใจใส่ไม่เหมือนกัน และที่สำคัญ ทรัพยากรมีไม่เท่ากันครับ ท่านครับ ให้กรมปศุสัตว์เป็นคนจัดหาได้ไหมครับ ซื้อยารักษา ให้กับพี่น้องประชาชน แจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึง🔗
ประการที่ ๓ เรื่องการเยียวยา ที่รัฐบาลได้ออกนโยบายบอกว่าสูงสุด ได้ ๒๐,๐๐๐ บาท ได้ ๒ ตัว ถามว่าพี่น้องอยู่ได้ไหมครับ บางคนมีวัว ๕ ตัว ตายไป ๔ ตัว เหลือตัวเดียว เขาจะหาเงินที่ไหนล่ะครับมาเป็นเงินทุนต่อชีวิตต่อลมหายใจ แล้วก็ครอบครัว ของเขา ท่านประธานครับ ผมอยากเห็นรัฐบาลนี้ไม่ว่าโดยวิธีไหนไปแก้ไขระเบียบต่าง ๆ เอาเงินมาเยียวยาให้กับพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึง รวดเร็ว โดยเฉพาะการเยียวยาตามราคา ที่เกิดขึ้นจริง ตามความเป็นจริงที่พี่น้องค้าขายอยู่ในตลาด แล้วก็เยียวยาทุกตัว เพื่อให้ พี่น้องประชาชนคลายความทุกข์ในครั้งนี้ วันนี้นะครับก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี ท่านบอกว่าพยายามพูดพยายามช่วยกัน เพื่อที่ท่านจะไปดำเนินการต่อ เพื่อหาเงิน หาทรัพยากรต่าง ๆ มาแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน วันนี้ก็ดีใจนะครับ ผมขอเป็น กำลังใจให้กับท่านรัฐมนตรี แก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน เพราะพี่น้องต้องการความมั่นใจ พี่น้องอยากจะออกจากโรคระบาดนี้ไปให้เร็วที่สุดดังคำกล่าวเขาบอกว่าทุกข์ของเกษตรกรคือ ทุกข์ของแผ่นดิน และผมเชื่อว่าเป็นทุกข์ของพี่น้องประชาชนและพวกเราที่เป็น ส.ส. เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน กราบขอบพระคุณครับ🔗
อีก ๓ ท่านนะครับ ท่านละออง ติยะไพรัช พรรคเพื่อไทย ท่านสฤษดิ์ บุตรเนียร พรรคภูมิใจไทย ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม พรรคก้าวไกล เชิญท่านละอองครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ดิฉันได้รับทราบข่าวเกี่ยวกับโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ตั้งแต่ ๓-๔ เดือนที่แล้ว จากเพื่อน ส.ส. ภาคอีสาน เขาได้มาแชร์ (Share) ความรู้ ไม่ว่าจะเรื่องของการใช้ยา การรักษา ดิฉันก็คิดว่ามันเป็นเรื่องไกลตัว วันนี้ดิฉันคาดไม่ถึงจริง ๆ ว่ามันเกิดหายนะจริง ๆ และเพื่อน ส.ส. ได้พูดในพรรคว่าเราจะช่วยกันอย่างไร แล้วดิฉันเองก็เป็นห่วงเป็นใยผู้เลี้ยง โค กระบือในจังหวัดเชียงราย ซึ่งท่านประภัตรเองท่านรัฐมนตรีก็ให้การสนับสนุนอยู่ วันนี้ ดิฉันได้ถามทางปศุสัตว์เชียงรายว่าเรามีการช่วยกันป้องกันอะไรบ้าง ตอนนี้ยังไม่มีนโยบาย ของรัฐบาลที่เข้าไปช่วยในเรื่องของการป้องกันการพ่นยาเพื่อป้องกันพาหะที่จะนำโรคมาให้ โค กระบือ🔗
อันที่ ๒ เรื่องของการฉีดวัคซีน ฉีดวัคซีนนี่ดิฉันได้ทราบจากเพื่อน ส.ส. ว่า ถ้าโรคระบาดแล้วในรัศมี ๕ กิโลเมตร ถึง ๒๐ กิโลเมตร จะไม่สามารถฉีดวัคซีนได้ แล้ววันนี้ ดิฉันได้ทราบว่าในเชียงรายก็มี ๔๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ ตัวของโค กระบือที่เลี้ยงไว้ แต่วันนี้ ตายไป ๑ ตัว แล้วก็มีเป็นโรคประมาณ ๗๐ ตัว ดิฉันคิดว่าถ้าสมมุติว่าวันนี้ทางปศุสัตว์ หรือรัฐบาลเองไม่สนใจในการที่จะป้องกันและการฉีดวัคซีน ดิฉันว่าโรคระบาดตรงนี้มันคงจะ ระบาดไปทั่วประเทศ และเราก็ไม่สามารถที่จะยับยั้งหรือช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรได้ วันนี้สิ่งที่ดิฉันเป็นห่วงก็คือว่าหลังจากที่เกิดโรคระบาดนี้แล้ว เราจะชดเชยพี่น้องเกษตรกร อย่างไร ๒. และเพื่อน ส.ส. ก็ได้คุยถึงว่าได้อ่านงานวิจัยหลายฉบับว่าหลังจากเกิดโรคนี้ รักษาหายแล้ว โค กระบือตรงนั้นจะเป็นหมัน งานวิจัยตรงนี้ทางหน่วยงานปศุสัตว์ หรือคนที่รับผิดชอบได้มีการศึกษามีการเรียนรู้หรือเปล่าว่าถ้ามันเกิดขึ้นเราจะช่วย พี่น้องเกษตรกรอย่างไร วันนี้ถึงแม้จังหวัดเชียงรายจะไม่ระบาดหนัก แต่ดิฉันกลัวความหายนะ มันจะเกิดขึ้นเหมือนกับโรคโควิด (COVID) ที่เกิดขึ้นในตอนนี้นะคะ ถึงแม้จังหวัดเชียงราย ช่วยกันป้องกันมากในการที่จะไม่ให้เกิดโรคโควิด (COVID) โดยการที่พี่น้องของเราที่ทำงาน โรงงานอุตสาหกรรมเราจะไม่ให้เข้าหมู่บ้าน แล้วก็ทางพี่น้องในหมู่บ้านเองก็ช่วยกันในเรื่อง ของค่าใช้จ่าย พี่น้องที่ไม่ได้ทำงาน ตกงานที่จังหวัดสมุทรสาครหรือจังหวัดชลบุรีก็ทำให้พื้นที่ ในจังหวัดเชียงรายค่อนข้างที่จะปลอดภัยเป็นพื้นที่สีเขียว แต่ความหายนะมันเกิดขึ้นอย่างไร บ้างคะท่านประธาน ก็คือว่าตอนนี้พืชผลการเกษตรของอำเภอแม่ฟ้าหลวงทั้งเชอรี่แล้วก็บ๊วย เสียหายเป็นแสนตันนะคะ ไม่มีใครรับซื้อ แล้วก็ไม่มีการเยียวยา ไม่เคยเข้าไปดูแลพี่น้อง ที่ร่วมมือร่วมใจกันช่วย แล้ววันนี้ทางทีมงานดิฉันได้เข้าหมู่บ้านจงตาใส ทั้งชาทั้งกาแฟ ก็ขายไม่ได้ พืชผลทางการเกษตรขายไม่ได้ ท่องเที่ยวไม่มี วันนี้ลำบากกันไปทั่ว วันนี้ ถ้าความหายนะมันเกิดขึ้น ถ้าเกิดโรคระบาดลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เกิดที่จังหวัดเชียงรายอีก ดิฉันว่ามันเป็นสมบัติอันสุดท้ายของพี่น้องเกษตรกรชาวนาชาวไร่ ซึ่งดิฉันเชื่อมั่นว่า ท่านประภัตรท่านทราบดี เพราะว่าถ้าเราเปิดด่านทั้งโค กระบือส่งไปจีนก็พักที่ จังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะที่อำเภอเชียงแสนนะคะ ถ้าโรควันนี้ถ้าท่านยังไม่ป้องกันและไม่มี นโยบาย ไม่มีงบประมาณให้ทั้งท้องถิ่นทั้งจังหวัด ดิฉันว่าความหายนะมันเกิดขึ้นแน่นอน วันนี้ขอฝากนะคะท่านประธานผ่านทางรัฐมนตรีขอช่วยดูโค กระบือในจังหวัดเชียงราย ด้วยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ🔗
ท่านต่อไป ท่านสฤษดิ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี พรรคภูมิใจไทยครับ วันนี้ผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านนิยม เวชกามา ที่ท่าน ได้กรุณานำญัตติด่วนเรื่องโรคระบาดในสัตว์ชนิดโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ซึ่งก็ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในภาวะวิกฤติเช่นนี้ ไหนจะปัญหาโควิด-๑๙ (COVID-19) กับผู้คน ซึ่งต้องแก้ปัญหาทั้งหวาดระแวง หวาดกลัว ไหนจะผีซ้ำด้ามพลอย ต่อเกษตรกรอย่างมากทีเดียว เกิดความวิตกกังวล ของจังหวัดปราจีนบุรีก็เช่นเดียวกันครับ . ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัด วรพันธุ์ สุวัณณุสส์ ที่ท่านได้รีบประกาศ กำหนดเป็นเขตโรคระบาดสัตว์ชนิดลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ทุกท้องที่ทุกหมู่บ้าน ตำบล อำเภอในจังหวัด ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้เริ่มเกิดขึ้นมาจากตำบลบุพราหมณ์ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี เพราะเป็นเขตรอยต่อระหว่างจังหวัดปราจีนบุรีกับจังหวัดนครราชสีมานะครับ ก็ต้องขอ กราบขอบพระคุณเพื่อน ๆ ส.ส. ร่วมนะครับ ไม่ว่าจะเป็นท่านพรชัย อำนวยทรัพย์ ซึ่งอยู่ใน เขตติดต่อกับอำเภอกบินทร์บุรี ตำบลบุพราหมณ์ที่โรคได้สื่อสารมานะครับ ก็ขอขอบคุณ ท่านรุ่งโรจน์ ทองศรี อยู่ในเขตเชื่อมโยงของการต่อเนื่องให้เกิด สามารถทำงานสัมพันธ์กัน อย่างมีคุณภาพทีเดียวครับ จากความเดือดร้อนที่ตำบลบุพราหมณ์นี้ก่อให้เกิดโรคระบาด ในสัตว์ แล้วผมก็ได้ลงไปในพื้นที่นะครับ ได้ไปตรวจ และต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการ มนัญญา ไทยเศรษฐ์ ได้ห่วงใยประชาชนอย่างมาก ได้มอบยาฉีด พ่นคอกเพื่อ ป้องกันแมลงซึ่งเป็นตัวพาหนะนำเชื้อโรคในครั้งนี้เป็นจำนวนพอสมควรครับ ได้จำนวน ประมาณสักเกือบ ๒๐ ขวดไปแจกจ่ายเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนพื้นฐานก่อนนะครับ และขณะนี้โรคระบาดก็ยังมิสามารถจะหยุดยั้งไปได้ ก็ต้องกราบขอบพระคุณอย่างมากทีเดียว นะครับ สำหรับท่านปศุสัตว์อำเภอ ปศุสัตว์จังหวัด ท่านเพิ่มพร ฉายเพิ่มศักดิ์ ปศุสัตว์จังหวัด และด้วยการทำงานที่เข้มแข็งเด็ดเดี่ยวและหนักแน่นก็คือ ท่านสุระชัย รักสละ ซึ่งท่านลง ปฏิบัติการเชื่อมโยงและติดต่อประสานงานอย่างดีเยี่ยมในเขตจังหวัดนั้น ในเขตตำบล บุพราหมณ์ซึ่งมีการระบาดตอนนี้หลายคอกครับ สัตว์น่าสงสารมาก ผมลงไปเยี่ยมพื้นที่ก็เจอ ประชาชนเจ้าของคอกหน้าเหี่ยวแห้ง ถดถอยนะครับ หมดกำลังใจ ไหนจะหวาดระแวง คนที่จะติดต่อโรคอยู่แล้ว แล้วซ้ำมาเจออย่างนี้อีก ผมถึงรู้สึกปลื้มปีติที่ในเขตอำเภอนาดีนั้น มี อบต. บุพราหมณ์ ท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่านมนัญญา แสงสวรรค์ ท่านได้ จัดงบประมาณซึ่งกำลังจะลงไปสู่คอกวัวภายในอาทิตย์นี้ ไม่ว่าจะเป็นยาพ่น ยาที่จะป้องกัน ต่าง ๆ ครับ ก็ต้องรู้สึกว่าเรามีการทำงานเชื่อมโยงกันอย่างแข็งขันมากทีเดียว แต่อย่างไร ก็ตามครับข้อเสนอยังบอกว่าด้วยกำลังบุคลากรนั้นน้อยมาก จึงอยากให้ทางภาครัฐ ตั้งคณะกรรมการติดตาม ไม่ว่าจะเป็น อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครเพราะคอกวัว แต่ละคอกนั้นอยู่ห่างไกลกัน ถ้าลำพังแต่หน่วยราชการนั้นคงจะไม่สามารถที่จะบรรเทา ตรงนี้ได้ จึงอยากจะให้เร่งด่วนตั้งทีมเฉพาะกิจครับ แล้ววัคซีนที่กำลังจะเข้ามา ๖๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ โดส ในเดือนกรกฎาคมนั้น อยากจะเรียนให้ทางกระทรวง เกษตรและสหกรณ์นั้นได้ลงมาตรการครับว่าจะแจกจ่ายอย่างไร จะไปที่ไหน จำนวนเท่าไร เพื่อให้เกิดความมั่นใจกับประชาชนกับทุกจังหวัดที่ได้รับความเดือดร้อนนี้จะได้มี ความสบายใจที่จะทำอย่างไรโรคนี้ถึงจะต่อสู้ได้🔗
อีกอันหนึ่งครับที่รับทราบมาจากวันที่ผมได้ร่วมประชุมกันกับหน่วยงาน ที่รับผิดชอบนั้นได้กล่าวถึงเรื่องประกันชีวิตสัตว์นะครับ ผมก็เลยมีความรู้สึกว่าอาจจะเป็น ทางเลือกที่จะให้เกษตรกรหรือคอกสัตว์ที่สามารถที่จะช่วยตัวเองได้ แบ่งเบาความเสี่ยง หรือภาระตรงนี้ ดังนั้นจึงต้องการที่จะให้หน่วยงานได้ให้ความรู้แก่เกษตรกรเพื่อที่จะสามารถ ลดบรรเทาความเดือดร้อนในอนาคตต่อไปได้ ดังนั้นวันนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะร่วมมือ ร่วมใจ และประโยชน์กับประชาชนอย่างสูง ต้องขอกราบขอบพระคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมกันรณรงค์ ต่อสู้ ป้องกัน ไม่ว่าจะเป็นโควิด-๑๙ (COVID-19) แล้วมาอีกทางลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ขอบพระคุณมากครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัด อ่างทองครับ ผมได้รับมอบหมายจากพรรคก้าวไกลให้เป็นตัวแทนของพรรคในการมีส่วนร่วม ที่จะอภิปรายญัตติของท่านนิยม เวชกามา ขออภัยที่ต้องเอ่ยนาม ที่ได้นำเสนอสถานการณ์ แล้วก็ปัญหาของโรคติดเชื้อในโค กระบือที่เรียกว่าลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ก่อนอื่นที่จะ เข้าสู่เนื้อหาของผมซึ่งมีทั้งหมด ๕ ประเด็นด้วยกัน🔗
ผมขออนุญาตครับว่าผมเพิ่งเป็น ส.ส. ของภาคกลางคนแรกที่ได้อภิปราย เรื่องนี้ในสภาในวันนี้ ถ้าพูดแบบนี้นั่นหมายถึงว่าสถานการณ์ในภาคกลางนั้นมีมากน้อย ประการใด หรือมีน้อยกว่าที่จะมาอภิปรายหรืออย่างไรซึ่งจริง ๆ ไม่ใช่เดี๋ยวผมจะชี้ข้อมูล ให้เห็นว่าในภาคกลางก็มีสถานการณ์เรื่องลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ที่ไม่แตกต่างจากภาคอื่น เช่นเดียวกัน ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อหาทั้ง ๕ ประเด็นครับ ที่ผมมายืนตรงนี้เพราะนี่คือที่นั่ง ของ ส.ส. ทวีศักดิ์ ทักษิณ ซึ่งเพิ่งลงพื้นที่ร่วมกับ จ่าเอก อดิศักดิ์ สมบัติคำ ผู้ช่วย ส.ส. ในพื้นที่อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม เขาส่งเป็นคลิปการลงพื้นที่มาให้เพื่อนสมาชิก พรรคก้าวไกล ถ้าท่านเข้าไปในเว็บไซต์ (Website) ทวิตเตอร์ (Twitter) ของพรรค วันนี้คลิป วิดีโอ (Clip Video) ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ของพรรค ก้าวไกลก็อยู่ในคลิป (Clip) ดังกล่าวครับ ที่ต้องเอ่ยชื่อทั้ง ๒ ท่านเพื่อจะบอกว่าน้ำตาของ พี่น้องที่อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม ที่บอกว่าเขาอยู่กันตามยถากรรมโดยไม่มีเจ้าหน้าที่ รัฐท่านใดเข้าไปดูแล เขาใช้คำนี้นะครับ บอกว่ามีแต่อาสาสมัครเข้าไป เสียงของเขาจาก อำเภอบรบือเดินทางเกือบ ๕๐๐ กิโลเมตรมาถึงกรุงเทพมหานครแห่งนี้แล้วครับ อย่างไรก็ ตามใน ๕ ประเด็นต่อไปนี้ผมจะอภิปรายอะไรครับ🔗
ประเด็นที่ ๑ ที่มาของโรค ท่านประธานครับข้อมูลตัวเลขสถิติต่าง ๆ นั้น ไม่ตรงกันครับ มีข้อมูลที่บอกว่าลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นั้นอาจจะเกิดขึ้นในประเทศไทย ครั้งแรกในเดือนมีนาคม ๒๕๖๔ ที่อยู่ดี ๆ ก็มีโค กระบือในหลายพื้นที่มีตุ่มเนื้อขึ้นตามลำตัว พี่น้องเกษตรกรก็แตกตื่น ข้อมูลที่ผมมีอยู่ในมือบอกลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เกิดขึ้น ครั้งแรก ๒๗ กุมภาพันธ์ที่มีปรากฏการณ์ของโรคในประเทศไทย แต่ผมมีรายงานบางตัวครับ ที่บอกว่าลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นั้นซึ่งเป็นโรคที่เกิดขึ้นอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่าโรคฝีดาษ ในตระกูล คาพรีพอกซ์ไวรัส (Capripoxvirus) นั้นเข้ามาสู่ประเทศไทยตั้งแต่ปลายเดือน ธันวาคม ๒๕๖๓ ฉะนั้นข้อมูลที่บอกว่าเอาเข้าจริง ๆ แล้วนะครับมีโรคติดต่ออันนี้เกิดขึ้นและ ปรากฏชัดเป็นหลักฐานที่จังหวัดร้อยเอ็ดนั้นผมคิดว่าเป็นประเด็นแรกที่จำเป็นต้องพูดคุยกัน ให้ชัดว่าอุบัติการณ์แรกสุดของโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ในประเทศไทยนั้นเกิดเมื่อไร เพราะนี่จะเกี่ยวข้องกับการแก้ไขและการป้องกันปัญหา ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดที่เรา จำเป็นต้องพิจารณากัน และแน่นอนครับข้อมูลที่บอกว่าปลายเดือนธันวาคม ๒๕๖๓ นั้น มันมีข้อมูลที่เชื่อกันว่าน่าจะเกิดขึ้นจากการนำเข้าสัตว์และไม่ผ่านกระบวนการกักกันสัตว์ นั่นเป็นประเด็นที่ ๑🔗
ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน การกระจายตัวของโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นั้นฟังดูก็ดูเหมือนเป็นโรคที่น่าจะควบคุมได้ เพราะบอกว่าเกิดขึ้นจากแมลง ดูดเลือดหรือการสัมผัสกันระหว่างของสัตว์ที่เป็นโรคโดยตรง มีรายงานทางวิชาการ บางรายงานยืนยันนะครับว่าลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นั้นจะไม่สามารถแพร่ระบาดไปไกล เกินกว่าระยะ ๓๐ กิโลเมตร แมลงดูดเลือดไม่สามารถบินไปไกลเกินนั้นได้แน่ ๆ ครับ สัตว์ที่ ระบาดที่ได้รับโรคนี้อยู่ เจ็บป่วย ถ้าไม่มีการเคลื่อนย้ายก็ไม่สามารถไปไกลกว่า ๓๐ กิโลเมตรแน่ ๆ ฉะนั้นตกลงแล้วการระบาดที่ดูเสมือนว่าท่านบอกว่าสามารถควบคุม ได้นั้น รัฐเองก็มีการประกาศทั้งในระดับส่วนกลาง ในระดับจังหวัด ผมเข้าไปดูในเอกสาร ก็พบว่าทางปศุสัตว์จังหวัดอ่างทองก็ห้ามมิให้มีการเคลื่อนย้ายสัตว์ ทางปศุสัตว์จังหวัดสิงห์บุรี ก็ห้ามมิให้มีการเคลื่อนย้ายสัตว์ ตกลงรัฐบาลได้สรุปหรือยังว่าการแพร่กระจายตัวของโรคที่ เกิดการระบาดนั้นเกิดขึ้นจากความบกพร่องตรงใด ในเมื่อท่านบอกว่าท่านมีมาตรการ ควบคุมการย้ายสัตว์ที่ชัดเจน แล้วโรคนี้ไม่ไปไกลกว่าระยะ ๓๐ กิโลเมตร นั่นเป็นประเด็น ที่ ๒ ครับ🔗
ประเด็นที่ ๓ ครับท่านประธาน ก็คือกรณีของวัคซีน วัคซีนที่ทางกรมปศุสัตว์ นำเข้าในล็อต (Lot) แรก ๒๐,๐๐๐ โดส เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม ณ วันนี้เข้าใจว่าจะมีการ นำเข้ามาแล้วอีก ๒๖๔,๐๐๐ โดส ในวันที่ ๑๔ มิถุนายน ท่านต้องยอมรับก่อนครับว่าวัคซีนตัวนี้มีการเข้ามาล่าช้า ไม่แตกต่างกับกรณีของวัคซีน โควิด-๑๙ (COVID-19) แสดงว่าท่านประเมินสถานการณ์ว่าอย่างไรครับ สถานการณ์ที่วันนี้ ยาซองที่เขาฉีกให้เราดู ซองละ ๑๕ บาท ขยับไปเป็น ๓๐ บาท เจนเชียลไวโอเลต (GentianViolet) ผมคิดว่าผมจะไม่เจออีกแล้ว ขวดสีม่วงนี้นะครับ พี่น้องปศุสัตว์ พี่น้อง เกษตรกรเอาไปใช้ในการรักษา เอาขมิ้นมาต้ม เพราะว่าเขาเข้าไม่ถึงวัคซีน แน่นอนครับ มันอาจจะมีการบรรเทาไปในบางส่วน มันอาจจะมีการแก้ไขปัญหาการฉีดไล่แมลงต่าง ๆ แต่ วัคซีนที่ไม่เพียงพอนั้นกลับปรากฏว่าอาจจะมีวัคซีนเถื่อนที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับ อย. ผมคิดว่า ประเด็นเหล่านี้ต้องโดนกระบวนการในแง่ของการพิสูจน์ว่าขั้นตอนกระบวนการในการนำเข้า วัคซีน แม้กระทั่งวัคซีนที่ควรจะได้รับการยอมรับนั้นเข้าไม่ถึงได้อย่างไร🔗
ผมมีข้อมูลการกระจายตัวของวัคซีนในวันนี้นะครับ ซึ่งเป็นตัวเลขล่าสุดว่า เขตปศุสัตว์ต่าง ๆ ได้อย่างไร จังหวัดอ่างทองบ้านผม ๗๕๔ โดส จังหวัดสิงห์บุรีที่มีวัว กระบือ อยู่ ๒,๗๐๐ ตัว ได้ไป ๑๖๖ โดส เขตปศุสัตว์ภาคเหนือได้เยอะหน่อยครับ ไม่แปลกอะไรครับ ทั้งเหนือตอนบนและเหนือตอนล่าง รวม ๆ กันประมาณ ๖๐,๐๐๐ กว่าโดส ตัวเลขเหล่านี้มี หมด แต่ตัวเลขไม่ได้สะท้อนว่าในแต่ละพื้นที่ในแต่ละจังหวัดนั้นมีความต้องการจำเป็นผมใช้ คำว่า นีด (Need) ของวัคซีนเท่าไร นั่นเป็นประเด็นที่ ๓ ครับ🔗
ผมขออนุญาตอีกสักเล็กน้อยครับท่านประธาน เพราะว่าพรรคก้าวไกลเอง เราไม่ได้รับแจ้งว่าจะมีญัตตินี้ที่เข้าสู่สภา เพื่อนสมาชิกหลายคนของผมไม่ได้อยู่ในที่ประชุม ตอนนี้นะครับ แต่อยู่ในห้องประชุมกรรมาธิการ อยู่ข้างนอก🔗
ประเด็นที่ ๔ ที่ผมจำเป็นต้องพูดถึงก็คือกรณีของการเยียวยา ผมไปอ่าน รายละเอียดแล้วพบว่าหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือเกษตร ผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินนั้นเป็นการอ้างอิงราคามาตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ ท่านไปใช้ระเบียบ ปี ๒๕๖๒ อ้างอิงปี ๒๕๕๖ มันมีรายละเอียดหมดเลยว่าสัตว์อายุไม่เกิน ๖ เดือนจะชดเชย อย่างไร อายุไม่เกิน ๑ ปีจะชดเชยอย่างไร ๑ ปี ถึง ๒ ปี ชดเชยอย่างไร แต่ทั้งหมดแล้ว รวมกันแล้วไม่เกินไปกว่า ๒ ตัว ซึ่งอันนี้ไม่สะท้อนครับ ท่านรัฐมนตรีทราบดีครับ อธิบดี กรมปศุสัตว์บอกว่าถ้าอยากได้เงินเยียวยาก็ให้เข้าโครงการประกันชีวิตโค ผมคิดว่า นั่นไม่ตอบโจทย์ความต้องการจำเป็นของพี่น้องประชาชนขณะนี้ผมสนับสนุนความคิด ท่าน ส.ส. กนก วงษ์ตระหง่าน ที่ให้ประเมินสถานการณ์การจ่ายที่ตรงกับความเป็นจริงครับ🔗
ประเด็นที่ ๕ เป็นประการสุดท้ายครับท่านประธาน พรรคก้าวไกลเอง มีข้อเสนอที่เรียบง่ายที่สุด ข้อเสนอที่เรียบง่ายก็คือภาครัฐต้องเร่งควบคุมการระบาดด้วยการ สั่งให้มีการกักสัตว์และห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์อย่างเข้มงวด ภาครัฐต้องเร่งนำเข้าวัคซีน ให้เพียงพอกับจำนวนโค กระบือที่มีมากกว่า ๗ ล้านตัวทั่วประเทศ ท่านรัฐมนตรี กล้าประกาศแบบนายกรัฐมนตรีไหมครับว่าอีก ๑๒๐ วันจะมั่นใจว่าลัมปีสกิน (Lumpy Skin) จะหมดไปจากประเทศไทย ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้ประกาศเรื่องนี้นะครับ ประกาศ เรื่องอื่น แต่ผมเปรียบเทียบให้ท่านฟัง พรรคก้าวไกลเสนอว่าต้องลดขั้นตอนเอกสารระเบียบ ราชการต่าง ๆ ที่เป็นข้อจำกัดในการนำเข้าวัคซีน แล้วก็ที่สำคัญที่สุดต้องสืบต้นตอของ การแพร่ระบาด เราไม่อยากให้ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ในโค กระบือเป็นเหมือนกับโควิด (COVID) ที่คนไทยได้รับอยู่ในวันนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
อีก ๓ ท่านครับ ท่านไพจิต ศรีวรขาน ท่านอับดุลอายี สาแม็ง และท่านปกรณ์ มุ่งเจริญพร ครับ เชิญท่านไพจิตครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย กระผมต้องขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานว่าการที่ต้องอภิปรายวันนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่มีความหมาย มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพี่น้องคนอีสานนะครับ ภาระที่เราได้ทราบกันอยู่ตลอดมาว่า ภาคอีสานนั้นเราทำงานกันด้วยความเป็นชีวิตจิตใจที่ต้องการความร่มเย็นเป็นสุข การมีผลผลิตที่เป็นภาคเกษตรกรรมที่เกี่ยวกับการเลี้ยงวัวเป็นชีวิตจิตใจที่ได้สั่งสมกันมา แล้วก็ทำอย่างมีเกียรติและมีผลผลิตที่ผมเชื่อมั่นว่าเราไม่ได้เป็นสองรองใคร เพราะฉะนั้น การที่จะมีโคขุนอยู่ในหลายจังหวัดที่มีคุณภาพ แปลว่าเกิดจากความเอาใจใส่และความจริงจัง ต่อการทุ่มเททำงาน ผมเห็นว่าภาระแบบนี้เป็นเรื่องที่มีความหมาย มีความสำคัญต่อหลาย ๆ คนที่ยังไม่ได้มีโอกาสได้อภิปราย เชื่อมั่นว่าแม้จะทุ่มเทกันอย่างยิ่งแล้ว โอกาสที่จะทำให้ ประสบความสำเร็จ อย่างภาระที่เกิดขึ้นนี้ต้องถือว่าเรามีผลผลิตในอีสานที่ผมมีตัวเลข ที่อาจจะไม่สอดคล้องกับตัวเลขของทางกรมปศุสัตว์นะครับ ที่บอกว่ามีโคที่เสียชีวิตเพียง ๓๗๔ ตัว ในขณะที่ผมมีที่จังหวัดนครพนม จังหวัดเดียวนะครับท่านประธาน มีวัวที่ป่วย แล้วก็ตาย ๔,๖๘๕ ตัว นี่เป็นตัวเลขที่ได้จากปศุสัตว์จังหวัด จากท่านผู้ว่าราชการจังหวัด นครพนมนะครับ ที่เขาออกประกาศทำงานกันแบบหามรุ่งหามค่ำนะครับ จนมีตัวเลข ขนาดนี้ จังหวัดเดียวนะครับ ท่านประภัตรครับ ผมไม่อยากเชื่อว่าตัวเลขที่มาจากหน่วยงาน ที่เป็นชีวิตจิตใจของคนทั้งประเทศจะมีตัวเลขสัตว์ที่เป็นโรคภัยไข้เจ็บขนาดเพียงเล็กน้อย นะครับ เพราะฉะนั้นต้องฝากกราบเรียนว่ากรมปศุสัตว์เป็นกรมที่มีความหมาย แล้วคนที่อยู่ ในแต่ละจังหวัดไม่ใช่คนที่ขาดคุณภาพนะครับ แต่ว่ามีจำนวนประมาณ ๕๐-๖๐ คน เป็นอย่างต่ำแต่ละจังหวัด ๆ ทุ่มเทจะทำงานให้กับพี่น้องประชาชน อย่างในจังหวัดนครพนม มี ๑๒ อำเภอ ถ้าเทียบเคียงก็จะมีคนที่จะทำงานให้ที่เป็นข้าราชการจริง ๆ ก็ประมาณ ๔๐๐-๕๐๐ คนต่อ ๑ อำเภอ ความทุ่มเทที่จะต้องทำงานให้กับเกษตรกรต้องทำกัน อย่างจริงจัง ที่อยู่ได้ทุกวันนี้เพราะปศุสัตว์ที่เกิดจากอาสาสมัคร ที่เกิดจากผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ที่เขารักในงานแบบนี้ ทุ่มเททำงานแล้วก็ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่เลี้ยงวัว ผมอยากเห็น ความเอาจริงเอาจังของฝ่ายปศุสัตว์จังหวัด กรมปศุสัตว์ทั้งกรม เผอิญผมทำหน้าที่เป็น ประธานกรรมาธิการการปกครองนำเรื่องนี้เข้ามาเจรจากันแบบจริงจังว่าทำอย่างไรที่จะต้อง ได้ยามาให้พี่น้องที่มีโรคภัยไข้เจ็บซึ่งไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลยตลอดชีวิต เพิ่งมาเป็น คราวนี้ เมื่อก่อนก็วุ่นวายอยู่กับการที่จะต้องกำชับให้ช่วยทำการป้องกันรักษา พอถึงวันนี้แล้ว จะบอกว่าพยายามหาวัคซีนมา แล้วได้ช้า ได้ไม่ทัน เงินไม่มี ก็อยากจะบอกว่าคนที่เขาขอ ความช่วยเหลือ พี่น้องคนอีสานมีวัคซีนมาให้ ให้พี่น้องประชาชนชักช้าจะไม่ทันการอยู่แล้ว แล้วยังมีโรคระบาดเกิดขึ้นอีก ผมฟังแล้วผมทราบว่าทางกรมปศุสัตว์สามารถผลิตเองได้ ขอให้ทำอย่างจริงจังนะครับ ทำอย่างจริงจัง แล้วก็งบประมาณท่านนายกรัฐมนตรี ก็มีเยอะแยะ ก็เอามาให้กับพี่น้องเรา ได้ช่วยเหลือกันอย่างเป็นจริงเป็นจัง เฉพาะที่ จังหวัดนครพนมที่เดียวก็คงจะเป็นตัวอย่างให้เห็นนะครับ คนจังหวัดสกลนครก็คงจะ ไม่น้อยกว่า ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ ตัว ที่มีปัญหาที่ฟังวันนี้นะครับ จังหวัดมุกดาหารยังไม่ได้อภิปราย ทั้ง ๓ จังหวัดนี้เป็นจังหวัดที่ผลิตวัวขุนที่มีคุณภาพ ผมต้อง ขอบคุณท่านประภัตรที่กรุณาได้ไปเยี่ยมผมเยี่ยมคณะพี่น้องชาวธาตุพนม ชาวเรณูนคร ที่ท่านได้ไปเพื่อให้กำลังใจ แล้วก็เป็นผลที่ได้ทราบว่าท่านวิ่งตะลอน ๆ อยู่ แต่วันนี้วิ่ง อย่างเดียวแล้วใช้ความทุ่มเททำงานให้กับพวกเรานะครับ ของท่านคนเดียวมันจะไม่ถึง ที่หมาย ผมอยากฝากว่าทั้งทีมที่เป็นทีมภาคเกษตรกรรมที่ทำเรื่องการผลิตสินค้า เป็นหน้า เป็นตาของคนประเทศไทย ที่ผมบอกว่าวันนี้เรามีผลผลิตทางด้านการเกษตรที่เป็นวัวที่ ขึ้นหน้าขึ้นตา เขาร้องห่มร้องไห้กันนะครับ บอกว่าจะต้องได้เงิน ถ้าวัวตายเท่านั้นได้เท่านั้น เท่านี้ มันไม่เป็นภาระที่อยากจะเห็นแบบนั้น แต่ว่าทำอย่างไรถึงจะเป็นชีวิตจิตใจที่ต้อง ช่วยกันทำอย่างจริงจัง ปศุสัตว์จังหวัดแต่ละท่าน ๆ ท่านประภัตรครับ ผมไม่มีตัวเลขว่ามีคน อีสานสักเท่าไรที่เป็นปศุสัตว์จังหวัด เป็นปศุสัตว์อำเภอ ช่วยลูกหลานของผมพวกเหล่านี้มา เขาจะทุ่มเทชีวิตจิตใจที่ทำงานให้ ใครที่ถือว่าจะต้องไปทำงานอย่างอื่นที่ร่ำรวยกว่า มีเงิน มีทองมากกว่าก็ไปเถอะครับ แต่ว่าขอให้มีคนที่ทุ่มเททำงานให้กับพี่น้องชาวอีสานเรา ซึ่งหลายคนก็บ่นมาโดยตลอดนะครับ ขณะที่จะต้องหาวัคซีนมายังต้องบอกว่าจะต้องเอา ที่ไหน แล้วมันคอยไม่ได้ ถ้ามีที่ไหนที่จะมอบให้กับพี่น้องประชาชนให้เขาได้ไปรักษาวัวที่เป็น โรคที่มีอยู่ในขณะนี้ เป็นความต้องการอย่างยิ่ง ผมทราบว่าท่านได้วิ่งเพื่อที่จะไปทำงานพวกนี้ ให้กับพวกผมอยู่ เพราะฉะนั้นขอความจริงจังเถอะครับ ช่วยทำแล้วทำให้เกิดภาระที่จะเป็น ประโยชน์กับบ้านกับเมืองจริง ๆ เพราะฉะนั้นก็ขอถือโอกาสนี้ได้กราบเรียนด้วยความเคารพ นะครับ ทางจังหวัดนครพนมต้องขอบคุณท่านนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนมที่ใช้ เงินของจังหวัดนครพนมขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ๕๒๙,๐๐๐ บาท เพื่อซื้อยามาช่วย พี่น้อง ๑๒ จังหวัดเรา แต่ยังไม่พอหรอกครับ ก็ต้องขอถือโอกาสนี้ได้กราบเรียนเพื่อเป็นการ เชิดชูในความจริงจังความตั้งใจของภาคเกษตรกรรมที่เรายังมีอยู่อีก ๔-๕ จังหวัดที่ทำ เช่นเดียวกัน กราบขอบพระคุณอย่างสูงครับท่านประธาน🔗
ต่อไป ท่านอับดุลอายี สาแม็ง ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง ส.ส. เขต ๓ ของจังหวัดยะลา ความจริงแล้วเรื่องของโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นั้นเป็นเรื่องที่มันเกิดขึ้นในภาคเหนือ ภาคอีสานเป็นส่วนใหญ่ เราก็อาจจะ ไม่ได้คาดว่าจะเกิดในพื้นที่ของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่วันนี้เราก็มีข้อมูลว่า ที่จังหวัดยะลาและจังหวัดชุมพรก็เกิดโรคชนิดนี้เช่นกัน ทีนี้ประเด็นว่าโรคระบาดที่มันเกิด ทางภาคใต้แล้ว สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดก็คืออีกประมาณสัก ๑ เดือนเศษ ๆ ที่จะเกิดขึ้น ข้างหน้านี้ เนื่องจากว่า ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็มีพี่น้องที่เป็นมุสลิมเป็นจำนวนมาก ก็จะต้องทำกุรบานในพิธีอีดิลอัฎฮา ก็คือเป็นเรื่องของการทำพิธีเชือดสัตว์พลี ต้องใช้วัว เป็นจำนวนมากในการที่จะทำพิธีเหล่านี้ จากข้อมูลเดิม พื้นที่ในเขต ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีประมาณ ๑,๕๑๔ หมู่บ้าน โดยปกติ แล้วถัวเฉลี่ยในการที่จะทำสัตว์พลีพวกนี้ก็ประมาณหมู่บ้านละ ๕ ตัว ใช้วัวทั้งหมดเกือบ ๆ ๘,๐๐๐ ตัว ตัวหนึ่งโดยประมาณเฉลี่ยตัวละประมาณสัก ๒๕,๐๐๐ บาท ก็เฉลี่ยเกือบ ๒๐๐ ล้านบาท นี่คือเป็นเรื่องของการที่จะใช้วัวในการบริโภคหรือว่าทำพิธีสัตว์พลีในแต่ละ ๑ ปี ในวันอีดิลอัฎฮา ซึ่งสิ่งเหล่านี้สิ่งที่น่าเป็นกังวลและเป็นห่วงมากที่สุดเนื่องจากว่าตอนนี้ใน เขตพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เป็นปัญหาผลกระทบระหว่าง ๒ โรคระบาด ๑. โควิด-๑๙ (COVID-19) ๒. เรื่องของลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ที่มันเกิดจากวัว เนื่องจากว่าในพิธีสัตว์พลีอีก ๑ เดือนข้างหน้าเราต้องใช้วัวจำนวนมากอย่างที่กล่าวเบื้องต้น ทีนี้ถามว่า ๒ เรื่องนี้มันเป็นมาตรการที่เกิดขึ้นที่ระดับจังหวัด อย่างเช่นจังหวัดยะลาก็มี การห้ามในการรวมชุมนุมละหมาดที่ตามมัสยิดต่าง ๆ ห้ามจัดเลี้ยง ห้ามเปิดร้านอาหาร แต่เนื่องจากว่าในรอบ ๑ ปีพิธีสัตว์พลีจะต้องไปฆ่าวัวเพื่อที่จะเอาเนื้อมาทำจัดเลี้ยง เหล่านี้ จะต้องมีการรวมตัวอย่างแน่นอน ผมก็เกรงว่าหากไม่มีมาตรการที่มันชัดเจนที่จะเกิดขึ้น ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้อาจจะเกิดปัญหาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เกิดที่วัวก็จริงอยู่ เนื่องจากว่าในเขต ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ วัวไม่พอที่จะ ใช้ในเรื่องของการทำพิธีเหล่านี้ มันก็ต้องนำวัวจากภาคอื่นเข้ามา ทีนี้การขนย้ายวัว อย่างเช่น ว่าจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จากจังหวัดเพชรบุรี หรือจากจังหวัดอีกหลาย ๆ จังหวัด ในประเทศไทยก็ไม่แน่ใจว่าวัวเหล่านี้จะทะลักมาทางประเทศเพื่อนบ้านหรือเปล่า แต่เอามา ใช้ในพื้นที่ ๓ จังหวัด ณ วันนี้ก็ยืนยันชัดเจนว่า ๓ จังหวัดก็เกิดเชื้อโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เกิดขึ้นแล้วในเขตอำเภอเมืองของจังหวัดยะลา สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือว่าการทำ กุรบานหรือการทำสัตว์พลีนั้น คุณสมบัติที่ต้องใช้วัวต้องเป็นวัวที่สมบูรณ์ วัวต้องไม่เป็นโรค เหล่านี้ต้องเป็นเรื่องสัตว์ที่ต้องสมบูรณ์ในการที่จะทำสัตว์พลี ทีนี้ถ้าเกิดวัวเป็นโรคขึ้นมา เนื่องจากว่ามาตรการในเรื่องของการที่จะขนย้ายสัตว์เหล่านี้ ทราบข่าวมาว่าจะต้องมีการ กักวัวตัวสัตว์ใช้เวลา ๒๘ วัน ตรงนั้นมันไม่เป็นปัญหานะครับ แต่ ณ ขณะนี้ ก่อนหน้านี้ ชาวบ้านถ้าก่อนถึงวันกุรบาน วันทำสัตว์พลีนั้น ชาวบ้านก็หาวิธีการซื้อวัวมาเลี้ยงกันก่อน จนถึงวันสัตว์พลี เขาก็สามารถที่จะดำเนินการไปเลย แต่ ณ ขณะนี้การเตรียมตรงนั้น ไม่เกิดขึ้นเพราะชาวบ้านเขากลัวที่จะเอาสัตว์มาเลี้ยง กลัวสัตว์จะเป็นโรค แล้วก็ไม่สามารถ ที่จะทำกุรบานได้ นี่คือเป็นปัญหาหนึ่ง ถามว่าปศุสัตว์ของเขตในพื้นที่จังหวัด ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ก็คงไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามหาวิธีการที่จะจัดการเรื่องเหล่านี้ แต่ถ้าเกิดวัว ที่เคลื่อนย้ายเข้ามา ทันทีที่มีการกักตัว ผู้ประกอบการที่จะเอาวัวมาขายเพื่อจะทำสัตว์พลีนั้น เอามาเตรียมตัวก่อน พอเตรียมตัวเสร็จ เกิดเป็นโรคในระหว่างนั้นเขาก็อาจจะมีปัญหา ในเรื่องของการที่จะขายเพื่อทำพิธีเชือดสัตว์พลี ตรงนี้เขาเข้าใจว่าวัวอาจจะไม่ตาย เพราะว่า การกักตัวการอะไรต่าง ๆ ในขั้นเบื้องต้นแล้วถ้ายังมีเชื้ออยู่วัคซีนก็คงฉีดทันที แล้วก็คงไม่ได้ เกิดผลทันทีหลังจากที่ฉีดวัคซีน เหล่านี้อาจจะมีผลตามมานะครับท่านประธาน🔗
สิ่งที่น่ากลัวก็คือว่าในเมื่อเอาวัวมาตุน เอาวัวมากักบริเวณในพื้นที่ของเขต พื้นที่ ๓ จังหวัด อย่างเช่นว่าผู้ประกอบการที่จะค้าวัวเหล่านี้คนละ ๑๐๐ ตัว ๒๐๐ ตัว ๓๐๐ ตัว แล้วแต่กำลัง มารวบรวมในพื้นที่เหล่านี้เกิดเป็นโรคขึ้นมา เขาก็ไม่สามารถที่จะ ขายได้ ทีนี้ประเด็นว่าเราก็อยากจะให้ทางประธานนำเรียนไปทางจังหวัด โดยเฉพาะ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งมีพี่น้องมุสลิมเป็นจำนวนมาก ที่อื่นก็เช่นกันนะครับ ที่อื่น ก็เช่นกัน แต่ว่าผลกระทบเนื่องจากว่าผมเป็น ส.ส. ในเขตพื้นที่ของจังหวัดยะลานั้นก็เห็น ลักษณะความเป็นอยู่ของคน เมื่อก่อนที่จะถึงวันกุรบานนั้นเขาจะต้องเตรียมตัวอย่างไร วัวต้องสมบูรณ์ อะไรก็ต้องสมบูรณ์ สิ่งเหล่านี้เราก็จะต้องหาวิธีการว่าหลังจากเคลื่อนย้ายวัว มาจากในภาคอื่นแล้ว อย่างเช่นภาคใต้ตอนบนหรือว่าภาคกลาง ภาคตะวันตก เข้ามาในพื้นที่ ของเขต ๓ จังหวัด จะต้องสมบูรณ์และไม่เป็นโรคที่นำเข้ามาก่อนหน้าที่จะมีการทำสัตว์พลี เหล่านี้ผมอยากจะเน้นย้ำให้ท่านประธานประสานไปทางจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะ ๓ จังหวัดว่า ณ ขณะนี้เพราะโควิด (COVID) ก็ไม่สามารถที่จะละหมาดวันศุกร์ มีคำสั่ง ห้ามแล้ว คนในพื้นที่ก็ให้ความร่วมมือนั่นล่ะครับ แต่เนื่องจากว่าพิธีการที่จะเกิดขึ้นในอีก ๑ เดือนกว่า ๆ ข้างหน้านั้นจะต้องมีมาตรการ อย่าให้ ๒ เรื่องนี้มันเป็นอุปสรรคกับวิถี ความเป็นอยู่ การทำสัตว์พลีก็เป็นสิ่งที่จำเป็น การที่จะต้องดูแลเรื่องโรคระบาดเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) ก็เป็นสิ่งที่จะต้องทำ ๒ เรื่องเหล่านี้อยากจะให้ท่านประธานประสานไปที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อแก้ปัญหาในเรื่องของการเตรียมการที่จะทำกุรบานในวัน อิดิลอัฎฮาที่จะถึงเร็ว ๆ นี้นะครับ สิ่งที่เขาพูดเมื่อสักครู่จากผู้ประกอบการเขาบอกว่า วัวอาจจะไม่ตาย แต่ว่าผู้ค้าวัวที่จะทำสัตว์พลีอาจจะตายก่อนนะครับท่านประธาน ขอขอบคุณครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านปกรณ์ พรรคภูมิใจไทยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย ผมต้องขอกราบขอบพระคุณผู้เสนอญัตติด่วนเข้ามาสภาในวันนี้ ที่สำคัญขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน เป็นอย่างสูงยิ่ง ซึ่งท่านให้ความสำคัญกับเรื่องของเกษตรกร ผู้เลี้ยงโคกระบือเป็นอย่างมาก จากเหตุการณ์โรคระบาดที่อุบัติขึ้นใหม่ ไม่ว่าจะเกิดขึ้น กับมนุษย์ แล้วก็กำลังเกิดขึ้นกับสัตว์เลี้ยงของเราก็คือโค กระบือ สร้างความวิตกกังวลให้กับ พี่น้องเกษตรกรเป็นอย่างมาก ท่านประธานครับ ผมเองต้องเรียนด้วยความเคารพว่า วันนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยของเราครับ พี่น้องเกษตรกรทุกหย่อมหญ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พี่น้องเกษตรกรที่ทำพืชสวน พืชไร่ ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำไม่สามารถส่งออกไปได้ ขนุนที่เคยส่งออกไปต่างประเทศกิโลกรัมละเกือบ ๓๐ บาท วันนี้เหลือ ๒ บาท ถูกกว่าหญ้า ที่ผมซื้อเลี้ยงวัวอีกครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่พี่น้องเกษตรกร พี่น้องปศุสัตว์ วันนี้พอจะมี ความหวังก็คือโค กระบือครับ มันคือสัตว์วิเศษครับท่านประธาน มันไม่มีสัตว์ประเภทไหน หรอกครับที่ไปกินวัชพืช กินหญ้า แล้วกลับมาเป็นเนื้อ แปลงมาเป็นเงิน เป็นทรัพย์สิน แต่วันนี้ทรัพย์สินของเขากำลังจะสูญสลายไปจากโรคอุบัติใหม่ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ฟังชื่อนี้แล้วหนาวแทนพี่น้องเกษตรกรครับ ทุกคนตื่นเต้นว่าเมื่อไรจะรักษาหาย เมื่อไรวัคซีน จะมาถึง ผมต้องกราบเรียนไปยังท่านอธิบดีครับ เรียนท่านรัฐมนตรี ท่านประภัตรครับ จังหวัดสุรินทร์ของผมรับแจ้งข้อมูลเมื่อสักครู่ มีสัตว์ป่วยสะสมทั้งโค กระบือ ๑๓,๒๕๙ ตัว รักษาหายแล้ว ๗๓๔ ตัว ที่กำลังป่วยอยู่ ๑๒,๒๖๖ ตัว แล้วที่เสียชีวิตที่ตาย ๒๕๙ ตัว เงินชดเชยเยียวยาวันนี้ต้องอัปเดต (Update) นะครับ ราคาวัว กระบือ วันนี้ไม่ใช่หลักพัน หรือหลักหมื่นแล้วนะครับ มันเป็นทรัพย์สินครับ เป็นหลักแสน หลักล้านแล้วนะครับ ท่านประธาน แต่วันนี้สิ่งที่ชาวจังหวัดสุรินทร์ได้รับก็คือลมครับ วัคซีน ๐ โดส ให้กับจังหวัด สุรินทร์ ผมจะโทษใครดีครับ ปศุสัตว์จังหวัดหรือเปล่า หรือเขาจัดสรรครับ แน่นอนครับ พี่น้องเกษตรกรวันนี้ต้องจ่ายเงินซื้อวัคซีนลักลอบนำเข้า จ่ายเอง ฉีดเอง โดส (Dose) หนึ่ง ก็ประมาณเกือบ ๒๐๐ บาทครับท่านประธาน สิ่งเหล่านี้เองครับ ผมเชื่อว่าวันนี้ผมในฐานะ ที่มาจากตัวแทนของพี่น้องเกษตรกรขออนุญาตนะครับ วันนี้เพราะปศุสัตว์ขาดความเอาใจใส่ ให้ความสำคัญจากรัฐบาลครับ ผมขออนุญาตถอดแมสก์ (Mask) นะครับ วันนี้ปศุสัตว์ น่าเห็นใจมากครับ ผมได้เรียนกับท่านรัฐมนตรีประภัตรบ่อยครั้งมากว่าขาดบุคลากรครับ สำหรับปศุสัตว์ของเรา ถ้าเปรียบเทียบกับหน่วยงานอื่น เจ้าหน้าที่นั่งกันไขว่ห้าง ไม่มีงานทำ แต่ปศุสัตว์ของเราดูแลสัตว์ทั้งประเทศ มีแค่ปศุสัตว์จังหวัด ปศุสัตว์อำเภอ ไม่มีหรอกครับที่จะลงไปดูระดับตำบล ระดับหมู่บ้าน มีแต่อาสาครับท่านประธาน นี่คือสิ่งที่ต้องสร้างความเข้าใจครับ สะท้อนไปถึงผู้บริหาร ท้องถิ่น วันนี้ถือโอกาสตรงนี้ครับ ฝากไปยังผู้บริหารท้องถิ่นทุกท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบจ. อบต. เทศบาล ท่านสามารถเปิดกรอบครับ บรรจุเจ้าหน้าที่สัตวบาลได้ครับ เพื่อจะมา ช่วยเหลือเยียวยาในการช่วยบรรเทาสาธารณภัยที่มันเกิดขึ้น และต้องขอบคุณท่านนายก องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ ท่านเปิดกรอบแล้วครับ บรรจุตำแหน่งสัตวบาลเพื่อมา ช่วยเหลือปศุสัตว์ของเรา ที่สำคัญครับ ผมคิดว่านโยบายเหล่านี้จะปล่อยให้ปศุสัตว์ของเรา เดินตามลำพังไม่ได้หรอกครับ อยู่ที่นโยบายของภาครัฐ การเปิดกรอบรับเจ้าหน้าที่ของ ปศุสัตว์จังหวัด ปศุสัตว์ตำบล ปศุสัตว์อำเภอ สำคัญมากครับ วันนี้พี่น้องเกษตรกรครับ ต้องเห็นใจมาก สัตว์ป่วย มันคือทรัพย์สิน คือเงินทอง คือความหวังของเขาครับ แน่นอนครับ หลายท่านอาจจะอยู่ในที่นี้ก็มี ได้เรียนจบ ได้มีหน้าที่การงานทำสมบูรณ์ เพราะท่านมาจาก ชีวิตวัวควายนะครับ เรื่องนี้ผมต้องเรียนไปยังท่านรัฐมนตรีโดยตรง ท่านครับ ผมขอเถอะครับ วัคซีนจังหวัดสุรินทร์ยังไม่ได้สักโดส (Dose) ครับ ผมกลับไปบ้านเมืองสุรินทร์ของผม ผมจะ ตอบคำถามอย่างไร เมื่อสัปดาห์ที่แล้วครับต้องเรียนด้วยความเคารพว่าผมทำเกินหน้าที่ ผมเชิญตัวแทนท่านอธิบดีกรมปศุสัตว์ ตัวแทนองค์การอาหารและยา ตัวแทนของกรม ส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นมาหารือครับ เพื่อที่จะลดขั้นตอนการนำเข้าวัคซีน มาช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ก็โชคดีครับ ท่านประภัตร โพธสุธน ท่านรัฐมนตรีท่านเอาใจใส่ ท่านบอกว่าถ้าเผื่อว่าบริษัทไหนที่มีความพร้อมจะบริจาควัคซีนให้กับกรมปศุสัตว์ ท่านพร้อม ที่จะคืนครับ ให้ไปฉีดรักษา ฉีดป้องกันให้กับพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ของท่าน นี่คือสิ่งที่ต้อง ให้ความเห็นใจ ต้องการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ที่สำคัญที่สุดครับ กราบเรียนไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีครับ งบกลางของท่านวันนี้ท่านต้องแบ่งให้กับกรมปศุสัตว์ ให้กับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อเยียวยาสัตว์ที่เสียชีวิตกับพี่น้องเกษตรกรครับ โอกาสนี้ ต้องขอขอบพระคุณท่านประภัตร โพธสุธน เป็นอย่างสูงยิ่งครับที่ท่านเป็นตัวแทน เป็นปาก เป็นเสียงแทนพี่น้องประชาชนอีกทางหนึ่งครับ ขอกราบขอบพระคุณมากครับ สวัสดีครับ🔗
อีก ๓ ท่านครับ ท่านนพพล เหลืองทองนารา ท่านสมบัติ ศรีสุรินทร์ ท่านปดิพัทธ์ สันติภาดา เชิญท่านนพพลครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ ผมเองก็มีในส่วนของโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ที่ได้พูดจากันในวันนี้ ผมเองต้องกราบขอบพระคุณท่าน ส.ส. นิยม เวชกามา ที่ท่านได้นำเสนอเรื่องนี้เข้าสู่สภาเพื่อที่จะให้ทางรัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบถึงปัญหา ในจังหวัดต่าง ๆ ว่า ณ ปัจจุบันโรคอันนี้มีปัญหาก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับพี่น้องเกษตรกร ที่เลี้ยงโคกระบือมากขนาดไหน ท่านครับ จังหวัดพิษณุโลก ณ เวลานี้นะครับ มีสัตว์เลี้ยงคือ โคกระบือได้ติดโรคระบาดโรคนี้จำนวนพันกว่าตัวเศษ แล้วก็มีสัตว์ตายไปแล้วจำนวนหนึ่ง ซึ่งก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับพี่น้องประชาชน แล้วก็โรคนี้สำหรับในจังหวัดพิษณุโลก ก็มีการตรวจพบ แล้วก็ระบาดมาตั้งแต่เมื่อเดือนที่แล้ว แต่ว่าวันนี้ทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัด เพิ่งจะเรียกประชุมด่วนในเรื่องนี้เมื่อวานนี้เอง ผมเองก็ไม่ทราบว่าจะช้าไปหรือไม่ ท่านครับ วัคซีนที่ท่านบอกว่านำมาแล้วล็อต (Lot) แรก ๖๐,๐๐๐ โดส สำหรับจะเอามาฉีด โค กระบือ แล้วก็แบ่งจังหวัดต่าง ๆ ออกเป็น ๒ กลุ่ม ซึ่งกลุ่มแรกก็มีโคราช มีจังหวัดพะเยา และกลุ่มที่ ๒ ก็จะมีจังหวัดพิษณุโลกด้วย แต่ว่าต้องรอวัคซีนในจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ โดส ที่จะเข้ามา ผมเองก็ไม่รู้ว่า ๓๐๐,๐๐๐ โดส ที่จะเข้ามาเพื่อเป็นวัคซีนฉีดให้กับโคกระบือนั้น จะมาเมื่อไร แล้วก็จะกระจาย ไม่รู้ว่าจังหวัดพิษณุโลกผมจะได้รับเป็นจำนวนเท่าไร ตอนนี้จริงอยู่ว่าโคกระบือที่ติดเชื้อที่จังหวัดพิษณุโลกตอนนี้จะมีแค่เพียง ๑,๐๐๐ กว่าตัว แต่ว่าแนวโน้มของการติดเชื้อนั้นที่ได้รับทราบมาก็จะมีอีกจำนวนไม่น้อย ซึ่งจังหวัดพิษณุโลก ก็มีการเลี้ยงสัตว์ เลี้ยงโค กระบือจำนวนแสนกว่าตัว เพราะฉะนั้นแล้วตอนนี้คนในจังหวัดพิษณุโลก ก็มีปัญหาเรื่องน้ำ ซึ่งแค่น้ำทำนาพวกเราก็ปวดหัวกันแย่อยู่แล้ว น้ำตาชาวนาเกษตรกร ก็ชอกช้ำอยู่แล้ว แล้วก็ยังจะมามีเรื่องในส่วนของสัตว์เลี้ยงที่เกษตรกรนั้นได้เลี้ยงไว้ แล้ว อีกสิ่งหนึ่งในการชดเชยที่ทางกรมปศุสัตว์ได้บอกมาว่าจะชดเชยตามจริง แต่ว่าเพียง ไม่เกินรายละ ๒ ตัว ซึ่งตรงนี้มันไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงเหมือนอย่างที่ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลาย ๆ ท่านได้กล่าวมา ในกรมปศุสัตว์เคยมีระเบียบบอกว่า การชดเชยก็คือให้จำนวนที่เสียหายชดเชยได้ ๗๕ เปอร์เซ็นต์ของที่เสียหายจริง ท่านครับ ท่านเอาตรงนี้ก็ได้ถือว่าเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร แต่ว่าท่านไปจำกัดว่า ๒ ตัวต่อรายในการ ชดเชย ผมถือว่าทุกสิ่งทุกอย่างทางรัฐเอาเปรียบพี่น้องเกษตรกรมากเกินไปนะครับ ฉะนั้น แล้วผมก็อยากให้มีการจ่ายค่าชดเชยให้กับเกษตรกรนั้นตามความเป็นจริง แล้วอีกอย่างหนึ่ง ตัวเลขที่ทางราชการได้บอกมาสำหรับโค กระบือที่ติดเชื้อ ตัวเลขแต่ละตัวเลขเหมือนอย่างที่ ท่าน ส.ส. หลาย ๆ ท่านได้บอกไปก็คือว่าไม่ได้มีความสอดคล้องตรงกันเลยนะครับ ดูข้อมูล อันหนึ่งก็บอก ๖๐,๐๐๐ ตัว ดูข้อมูลอันหนึ่งก็บอก ๒๙,๐๐๐ ตัว แล้วยิ่งจำนวนการตายเดี๋ยว ๓๗๐ กว่าตัว แต่เท่าที่รวบรวมตัวเลขจากท่าน ส.ส. ที่ได้ขึ้นมาบอกถึงสถานการณ์ ในแต่ละจังหวัดนั้น รวม ๆ แล้ววันนี้ ณ เวลานี้โคกระบือตายไปแล้วนับพันตัว แล้วก็ติดเชื้อ จำนวนไม่น้อย เพราะฉะนั้นผมเองผมก็งงมากสำหรับตัวเลขเหล่านี้ที่ทางราชการนั้น ได้บอกมา ซึ่งมันไม่ตรงกันเลย ผมเองก็เห็นใจ โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน ซึ่งท่านเองท่านเอาใจใส่ในเรื่องของด้านการเกษตรไม่ว่าจะเป็นทางน้ำ หรือแม้แต่สิ่งที่ท่าน รับผิดชอบโดยตรงก็คือในเรื่องของปศุสัตว์ ท่านเองท่านเอาใจใส่แล้วก็ท่านพยายามทุ่มเท แรงกายแรงใจ แต่ว่าท่านครับถ้าเกิดว่าทุกอย่างถ้ามันชักช้ามันก็จะไม่ทันการณ์ ผมเอง ก็อยากจะขอเรียกร้องให้ทางรัฐบาลได้นำงบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณในส่วนของ งบกลางได้เร่งรีบนำมาซื้อวัคซีน จัดหาวัคซีน เพื่อจะให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ ก็อย่าให้ มันชักช้าเหมือนกับวัคซีนที่รักษาโควิด (COVID) ณ ตอนนี้เลยนะครับ กราบขอบพระคุณ ครับ🔗
เชิญท่าน สมบัติ ศรีสุรินทร์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สมบัติ ศรีสุรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ ตามที่ท่านนิยม เวชกามา ได้เสนอญัตติโดยเป็นวาจาต่อสภาและสมาชิกทั้งหลายก็ได้ร่วมกัน แสดงความคิดเห็นต่อปัญหาที่เกิดขึ้น กระผมก็อยากจะอภิปรายเสริม โดยเฉพาะเกี่ยวกับ เรื่องของการปศุสัตว์และการบริหารราชการในกรมปศุสัตว์ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับ ท่านรัฐมนตรีประภัตรซึ่งท่านก็นั่งอยู่ตรงนี้นะครับ เรื่องจริง ๆ แล้วก็คือว่าสัตว์เลี้ยงที่มันเกิด โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ที่ว่าเป็นปุ่มป่าขึ้นนะครับ ที่จริงมันเป็นเรื่องที่ทางกรมปศุสัตว์ ก็ทราบเรื่องกันมานานแล้ว ทราบกันมาตั้งแต่ ๗-๘ เดือนที่แล้ว แล้วก็ทำให้มีการเฝ้าระวัง แต่ก็แค่เพียงเฝ้าระวัง แต่ไม่ได้มีการสั่งวัคซีนมาเตรียมเอาไว้ จนกระทั่งเมื่อมันเกิดขึ้นจริง ๆ ที่อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อสักประมาณ ๒-๓ เดือนที่แล้วนี้ก็เลยเกิดการ ตื่นตระหนก แล้วก็เกิดการระบาดของโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ทำให้ประชาชนที่เลี้ยง โค เลี้ยงกระบือนั้นเกิดความเสียหาย เป็นการเสียหาย ๒-๓ ต่อนะครับ🔗
ประการที่ ๑ ก็คือเมื่อมีโรคระบาดขึ้น ทางกรมปศุสัตว์ก็สั่งห้ามไม่ให้มีการ เคลื่อนย้าย ก็ทำให้เศรษฐกิจอันเกี่ยวการค้าสัตว์แล้วก็ซื้อขายโค กระบือก็กระทบกระเทือน ก็ไม่เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ🔗
ประการที่ ๒ ก็คือว่าเมื่อมีโรคระบาดลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เกิดขึ้น ก็จำเป็นต้องรักษา ก็ขาดยารักษาโรคและขาดความเอาใจใส่ ก็ปรากฏว่ายังถูกซ้ำเติมอีก เพราะว่ายาต่าง ๆ ที่เตรียมเอาไว้ก็ไม่เพียงพอ รวมทั้งบุคลากรของกรมปศุสัตว์ก็มีไม่พอ ผมก็ค่อนข้างจะเห็นใจเพื่อน ๆ สมาชิกหลายคน เพราะว่าพวกเราหน้าที่เป็นผู้แทนราษฎร งานเป็นงานฝ่ายนิติบัญญัติ แต่พอเราเห็นชาวบ้านเดือดร้อน ทุกคนที่เลี้ยงสัตว์เดือดร้อน พวกเราก็ร่วมเดือดร้อนไปกับเขาด้วย ต้องพากันไปศึกษาว่าโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) มัน มาอย่างไร ไปอย่างไร มันรักษาอย่างไร โดยเฉพาะของผมเองผมยังต้องไปขวนขวายดูสิว่าเขา จะรักษากันอย่างไร ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ลองขึ้นให้ผมดูด้วยครับ🔗
กว่าเราจะรู้ว่ามันเป็นโรคที่สามารถรักษา ได้ตามอาการ แต่ว่าตามอาการก็คือการอักเสบก็ต้องไปซื้อยาพวกยาแก้อักเสบเป็นประเภทนี้ นะครับ พวกออกซี (Oxy) หรือยาที่เป็นลองแอ็กติง (Long Acting) ก็คือยาที่ป้องกัน รักษาการอักเสบ แล้วก็ยาพวกฟลูนิซิน มีกลูไมน์ (Flunixin Meglumine) อะไรนี่เพื่อที่ จะต้องทำให้มันหายได้ กว่าพวกเราจะไปรู้ยาเหล่านี้ แล้วไปบอกชาวบ้านว่าคุณควรจะต้อง หาซื้อยาเหล่านี้มาใช้ เราก็มารู้อีกว่ากรมปศุสัตว์ก็ปล่อยปละละเลย ปล่อยให้ยาพวกเหล่านี้ ขึ้นราคา จากราคาไม่กี่บาท ต่อขวดขึ้นเป็น ๒๗๐-๒๘๐ บาท มิหนำซ้ำตอนนี้พอเกิดระบาด แรง ๆ อย่างยาม่วงที่รักษาแผลสัตว์ต่าง ๆ ในจังหวัดสุรินทร์ก็ขาดตลาดนะครับ ไม่มี พอมี โรคเหล่านี้ก็ไม่สามารถจะซื้อยาได้ ส่วนทางกรมปศุสัตว์เองท่านก็ชี้แจงว่ากำลังสั่งยาเข้ามา สั่งวัคซีนเข้ามา แต่ตอนนี้ถ้าพูดตรง ๆ ก็คือว่าวัวมันเสียหาย มันเกิดโรคแล้วกลายเป็น คล้าย ๆ กับว่าวัวหายล้อมคอกนะครับ มันมาช้าไปแล้ว ผมถึงขอวิพากษ์วิจารณ์ สักนิดหนึ่งเถอะ งานของกรมปศุสัตว์ ผมก็ไม่ทราบว่าท่านรัฐมนตรีซึ่งผมดูว่าท่านก็มีความ ขยันขันแข็งนะ ทุกวันเสาร์ วันอาทิตย์ ผมก็เห็นว่าท่านก็ตระเวนไปทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ไปหมด แล้วก็เท่าที่ฟังเพื่อน ๆ ส.ส. ที่อยู่จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด เขาก็ทราบกันดีว่าท่านไปเยี่ยมไปให้กำลังใจเขา แต่เวลาท่านไปเยี่ยม ผมก็ไม่เห็นจะมีอธิบดีหรือมีข้าราชการฝ่ายประจำเดินตามไปรับนโยบายและไปรีบแก้ไข ให้มันสอดคล้องกับเรื่องที่เกิดขึ้น ผมเห็นเพื่อน ส.ส. หลายคนเที่ยวเดินไปตามท่านว่า ท่านรัฐมนตรีช่วยผมหน่อยเถอะ บ้านผมกำลังเกิดเรื่องโรคระบาด ผมจะหาวัคซีนได้ที่ไหน ผมจะหายาได้ที่ไหนผมก็เห็นท่านพยายามจะทำ แต่การทำอย่างวันนี้ที่เราพูดกันทำกัน มันก็อยู่ในฝ่ายการเมือง ฝ่ายการเมืองเรารู้ถึงความเดือดร้อนของชาวบ้าน เราเข้ามาพูดกัน ตัวท่านเป็นรัฐมนตรีก็ฝ่ายการเมือง ท่านก็ออกเยี่ยมเยียน ทั้ง ๆ ที่หน้าที่ของท่านก็เป็นหน้าที่ ในเรื่องของการบริหาร แต่ท่านก็ยังอุตส่าห์เสียสละเวลาราชการออกไปเยี่ยม แต่ที่ท่าน ออกไปเยี่ยมจริง ๆ ผมถามท่านเถอะครับ มันมีปัญหาอะไรหรือครับในกรมปศุสัตว์ ผมไม่เห็น จะมีอธิบดี ไม่เห็นจะมีรองอธิบดีหรือคนที่ท่านจะสามารถสั่งการทันทีเลยว่ามันมีปัญหานี้ แล้วให้รีบจัดการให้มันได้ ผมก็ไม่เห็นว่าจะมีคนเดินตาม ดังนั้นผมก็เลยคิดว่าหรือจะคิดว่า พวกเราบ่นไปก็แค่นั้นเอง ท่านรัฐมนตรีก็เป็นแค่รัฐมนตรี ท่านก็คงจะไม่สามารถไปสั่งการ ใครได้ใช่หรือเปล่า ไม่แน่ใจนะครับ ทีนี้สิ่งที่ผมอยากจะพูดต่อไปก็คือว่าเรื่องลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ก็เป็นเรื่องหนึ่ง มันเป็นเรื่องที่มันทำให้เรารู้ว่าชาวบ้านเขาเลี้ยงโค เลี้ยงกระบือ ซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจ แล้วโดยเฉพาะภาคอีสานมันเป็นภาคที่เหมาะกับการเลี้ยง โค เลี้ยงกระบือ ทีนี้เมื่อเดือดร้อนขึ้นมาแล้วมันก็เสียหาย เสียหายมาก กระทบกระเทือน จิตใจมาก อย่างเวลาวัวมันป่วยตัวหนึ่งนะครับ ผมก็ไปพบมาว่ากว่าจะฉีดยาได้ มันต้องใช้ยา ๓ โดส ไปรักษาโรคอักเสบ แล้วก็ไปรักษาเรื่องที่เกิดขึ้นโดส (Dose) หนึ่งก็ประมาณ ๓๐๐-๕๐๐ บาท ๓ วันก็เข้าไป ๑,๕๐๐ บาท ก็เป็นเงินที่ต้องจ่ายไป ถ้าไม่จ่ายวัวที่เลี้ยงไว้ ก็ตาย ควายที่เลี้ยงไว้ก็ตายก็เสียหายมากกว่า นอกจากนั้นแล้วเขาไม่มีเงินจะรักษา ส่วนเจ้าหน้าที่ก็ไม่พอ วัคซีนก็มีมาช้า ทีนี้นอกจากนั้นอีกแล้วเวลาวัว กระบือเป็น โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) มันจะมีผลกระทบต่อการเจริญพันธุ์ของเขาครับ บางทีพวกเรานึกถึงเรื่องโค กระบือที่เลี้ยงปล่อยตามทุ่ง แต่ยังมีเกษตรกรบางพวกที่เขา ทำเป็นพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ แล้วเวลาเกิดโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ขึ้นมาแล้วมันจะไม่ค่อยเจริญพันธุ์ ก็คือ เป็นหมันบ้าง หรือมันสืบพันธุ์ช้าลง หรือว่ามันเป็นหมันบ้างอะไรอย่างนี้มันก็ทำให้กระเทือน ตอนนี้ก็ดีที่มีการเยียวยาให้กับวัวที่ตาย ผมฝากท่านรัฐมนตรีนะครับ วัวที่เป็นโรคและ ไม่สามารถจะเจริญพันธุ์ได้ แล้วก็เชื้อของเขาเป็นวัวราคาแพง ๆ ก็ควรจะต้องเยียวยาเขาด้วย🔗
ที่พูดมาตรงนี้ผมก็อยากจะพูดต่อไปอีกสักนิดหนึ่งครับ วันนี้ตัวอย่าง ของการมีโรคระบาดลัมปีสกิน (Lumpy Skin) มันเป็นเพียงตัวอย่าง หรือพูดถึงหนัง ก็หนังตัวอย่างเท่านั้น แต่โรคที่มันเสียหายมากกว่านี้ อย่างเช่น โรคที่กำลังระบาดอยู่ในทวีป เอเชีย อย่างเอเอสเอฟ (ASF) ที่ทำให้ประเทศจีนต้องทำลายสุกรของจีนเป็นจำนวนมาก แล้วเวียดนามก็ทำลายสุกรทิ้ง ลาวและเขมรรอบ ๆ เรา เพื่อนบ้านเราเกิดอุบัติของโรค เอเอสเอฟ (ASF) ทำให้พวกเขาขาดสุกรมีชีวิตในการบริโภคต่าง ๆ ส่งผลให้ประเทศไทย โดยกรมปศุสัตว์ในอดีตได้มีการทำงานมาดีคือป้องกันจนกระทั่งเอเอสเอฟ (ASF) ไม่อยู่ ในประเทศไทย แล้วประเทศไทยก็สามารถส่งสุกรออกไปขายยังต่างประเทศได้ แต่ทีนี้เรา กำลังดีใจที่ว่าตัวเลขของการส่งออกของประเทศไทย อย่างวันนี้ผมเล่าให้ฟังเพื่อท่านสมาชิก จะได้ทราบกัน ก็คือว่าวันนี้เราส่งออก เมื่อปี ๒๕๖๓ ผมเพิ่งประสานงานกับทางนายด่าน ศุลกากรแจ้งว่า ปี ๒๕๖๓ ทางช่องจอมทางด่านอีสานส่งออกสุกรมีชีวิต ๘๐๐,๐๐๐ กว่าตัว มูลค่า ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ส่วนในปี ๒๕๖๔ ยังไม่ถึงครึ่งปีนะครับ แล้วก็ขณะที่โรคโควิด (COVID) กำลังระบาดทำให้ปิดประเทศหลายประเทศ แล้วการบริโภคน้อยลง แต่ถึงกระนั้น ก็ตามก็มีการส่งออกสุกรถึง ๓๕๐,๐๐๐ ตัว เป็นมูลค่าเกือบ ๓,๐๐๐ ล้านบาท นี่เพียงครึ่งปี นะครับ ทีนี้อุตสาหกรรมตรงนี้ผมก็อยากให้ประเทศไทยรักษาเอาไว้ เพราะว่าโรคเอเอสเอฟ (ASF) พอถึงเวลามันเกิดขึ้นมาแล้วก็ไม่อยากให้เป็นอย่างลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เกิดวัวหายแล้วล้อมคอก หรือหมูตายหมูเป็นเอเอสเอฟ (ASF) แล้วก็มาเดือดร้อนภายหลัง ซึ่งมันจะหนักหนาสากรรจ์ยิ่งกว่าการที่วัวเป็นโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เสียอีก ดังนั้น อยากจะฝากว่า ท่านรัฐมนตรีครับท่านก็ทำงานของท่านเต็มที่ท่านกวดขันส่วนราชการที่ เกี่ยวกับท่านหน่อยสิครับ ผมยกตัวอย่างที่สุรินทร์มีการส่งออกสุกร แต่ขณะเดียวกัน มีชาวบ้านเขาไปเห็นมีการปฏิบัติไม่ถูกต้อง เช่น มีการกักกันสัตว์ที่ไม่ถูกตามระเบียบ ไม่ถูกวิธี แล้วก็อาจจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกต่อไปข้างหน้า ชาวบ้านเขาร้องเรียนมายัง กรมปศุสัตว์ ร้องเรียนไปยังกระทรวง ร้องเรียนไปประมาณ ๓-๔ เดือนแล้ว แล้วก็เห็น ๆ กันอยู่แต่ก็ไม่เห็นมีการทำอะไร คงจะปล่อยให้มีการเสียหายไปจนกระทั่งส่งออกไม่ได้กระมัง จึงจะได้แก้ไขเรื่องนี้ ฉะนั้นก็ประมาณนี้นะครับผมก็อยากจะเรียนจริง ๆ ว่าเศรษฐกิจ ของประเทศตอนนี้กำลังจะต้องฟื้นฟูให้ได้ แล้วการเลี้ยงสัตว์ การปศุสัตว์อย่างที่ ท่านรัฐมนตรีท่านเป็นคนที่มีความคิดไปข้างหน้า ท่านไปดำริเรื่องโคสร้างชาติ ปศุสัตว์ สร้างชาติ แล้วก็ให้เงินสินเชื่อล้านละร้อย ส่งให้มีความกระตือรือร้นอยากที่จะเลี้ยงสัตว์ เป็นอาชีพเสริม แต่สิ่งที่ท่านผลักดันมานี้มันไม่เกิดขึ้นเท่าไร ฝ่ายประจำของท่านไม่สนองเลย วันนี้เรื่องล้านละร้อยผ่านมาปีครึ่งมันก็ไม่ไปตรงไหนหรอกครับ เพราะว่าแพะกับแกะ ไม่ชนกันก็คือธนาคารกับผู้เลี้ยงมันก็ไม่ได้เงิน มันก็ต้องรีบแก้ไขต่อไป แล้วก็ การรักษาพยาบาลสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็ไม่ดี ผมเล่าอีกต่อหนึ่งครับตอนนี้ในเฟซบุ๊ก (Facebook) ของทางภาคอีสาน เขาก็กำลังบ่นกันหนักเลยครับว่าขณะที่ทางราชการ ทางกรมปศุสัตว์ส่งวัคซีนเข้ามาช้า แต่ในขณะเดียวกันก็ไปออกเหมือนกับมีการให้ตั้งรางวัล นำจับว่า ใครมีวัคซีนจะถูกจับปรับ ๑๐,๐๐๐ บาท ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ลองขึ้นภาพดูนะครับ ผมส่งภาพไปให้ดูมีหรือเปล่า ก็มีอยู่ในเฟซบุ๊ก (Facebook) นะครับว่าถ้าหากว่าใครมีวัคซีน ก็จะถูกปรับ แต่ความจริงแล้ววัคซีนที่ฝ่ายเอกชน แม็กบีฟ (MAXBEEF) ผมจำได้ว่าเป็น แม็กบีฟ (MAXBEEF) อันนี้ครับ เขาเขียนกันว่า เขาเขียนบอกว่า ใครมีอยู่บ้างแสดงตัวหน่อย เรานัดมันไปมอบตัวที่กรมปศุสัตว์กันเถอะ ก็เป็นวัคซีนเถื่อน ตั้งรางวัลนำจับ ๑๐,๐๐๐ บาท ขณะเดียวกันวัคซีน ๑ โดส มันมี ๕๐ ซีซี (CC) มันฉีดวัวได้ ๒๕ ตัว ฉะนั้นเขาอุตส่าห์ขวนขวายซื้อ ราคาที่ซื้อมาจากแม็กบีฟ (MAXBEEF) ราคาน่าจะประมาณโดส (Dose) ละ ๒,๗๐๐ บาทถึง ๓,๐๐๐ บาท แล้วก็ ถ้าใครมีก็ถือว่าได้ฉีด ได้ฉีดให้วัวตัวเอง บางคนก็เอาไปกักไว้แล้วก็ไปขายให้เพื่อน ๆ ราคา แพงขึ้น ๓,๐๐๐ บาท ๓,๕๐๐ บาท แต่เอามาจริง ๆ แล้วมีเท่าไรเขาก็ซื้อกันครับ ดีกว่า ที่วัวของเขาจะตาย วันนี้กลับกลายเป็นว่าเขาช่วยตัวเอง แต่มีการตั้งรางวัลนำจับ ๑๐,๐๐๐ บาทอีก อันนี้ไม่ดีนะครับ บางทีคนเราเจ็บไข้ได้ป่วยอย่างไรเราก็ต้องอยากรักษา ผมจึงอยากจะฝากในเรื่องของข้อวิตกกังวลในเรื่องของการบริหารกรมปศุสัตว์ ผมอยากให้ ท่านรัฐมนตรีเชิญท่านอธิบดีมาคุยปรับความเข้าใจกัน แล้วช่วยกันเพื่อให้เกิดประโยชน์ขึ้นกับ เกษตรกรผู้เลี้ยงโค ผู้ที่ทำการปศุสัตว์ให้เขามีอนาคตให้เขารู้ว่ากรมปศุสัตว์นั้นมองไปข้างหน้า อย่างที่ท่านรัฐมนตรีมอง แล้วก็มองไป แล้วก็มองแก้ไขปัญหาไปข้างหน้า อย่าปล่อยให้มัน เกิดเสียหายแล้วมาแก้ไขภายหลัง เหมือนอย่างที่พวกเราต้องมาพูดกันในวันนี้ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ท่านต่อไป ท่านปดิพัทธ์ สันติภาดา พรรคก้าวไกลครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ จังหวัดพิษณุโลกของผมเองก็เหมือนที่ท่านนพพลได้พูดไปว่าก็มีการระบาด ของโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เช่นกัน โดยเฉพาะที่อำเภอเนินมะปราง แล้วก็ อำเภอวังทอง แล้วก็ตอนนี้มีการพบเป็นฮอตสปอต (Hotspot) เกิดขึ้นมาที่อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลกด้วย แต่สิ่งที่ผมอยากอภิปรายนอกจากความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ผมอยากจะเข้าไปที่หัวใจของการระบาดเลย คือข้อสังเกตของผมที่พบว่าในรอบ ๒-๓ ปี ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีโรคอุบัติใหม่มากขึ้นเรื่อย ๆ เราไม่เคยเจอนะครับ ตอนที่ผมเรียน สัตวแพทย์ผมไม่เคยเจอโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) มาก่อนเป็นโรคในตำรา ตอนที่ผมเรียน สัตวแพทย์ผมไม่เคยเจอนะครับ แอฟริกันฮอร์สดีซิส (African Horse Disease) หรือกาฬโรคม้า นี่ก็โรคในตำรา นั่นแปลว่าอะไรครับท่านประธาน นั่นแปลว่าโรคนี้ไม่ได้ เกิดขึ้นตามธรรมชาตินะครับ แน่นอนโรคอุบัติใหม่เกิดขึ้นได้เพราะโกลบอไลเซชัน (Globalization) แต่เกิดจากการหละหลวมครับ เกิดจากกระบวนการทำผิดกฎหมายของ การนำเข้าสัตว์หรือเปล่า เรื่องนี้ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีได้คิดให้ไตร่ตรองให้ดี และ ท่านน่าจะเข้าใจปัญหานี้ดีที่สุด เพราะว่าเป็นไปไม่ได้ครับ แอฟริกัน ฮอร์ส ดิซีส (African Horse Disease) ที่เป็นโรคที่อยู่ในแอฟริกาจะมาระบาดทำให้ม้าในประเทศไทยตายเป็น จำนวนมาก อัตราตายมากกว่า ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ม้าในประเทศไทยไม่มีภูมิคุ้มกันเรื่องนี้เลย และเราไม่มีวัคซีน จะมีข่าวลือเป็นจำนวนมากว่าประเทศไทยเป็นฮับ (Hub) ของการนำเข้า สัตว์จากแอฟริกาและส่งต่อไปที่ประเทศอื่นหรือเปล่า เรื่องนี้เป็นคำถามที่เกิดขึ้นในปีที่แล้ว เกิดขึ้นมาแป๊บเดียว แล้วก็ยังไม่มีข้อเท็จจริงเกิดขึ้น ปีนี้ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เป็นโรคใน แอฟริกา แน่นอนมันมีการทยอยติดไปที่อินเดียมาที่เซาท์อีสต์เอเชีย (Southeast Asia) แล้ว ก็มาที่เวียดนาม แต่ในประเทศไทยเมื่อมีการอุบัติใหม่เกิดขึ้น และระบาดไปทั่วประเทศก็ แสดงว่ามันมีการนำเข้าสัตว์โดยไม่ผ่านกระบวนการกักกันและการตรวจสอบโรค เรื่องนี้ เกษตรกรไม่ผิดนะครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นการรับผิดชอบของรัฐบาลและหน่วยงานราชการ แอฟริกัน สะไวน์ ฟีเวอร์ (African Swine Fever) ที่ทำให้หมูจำนวนมากตาย โดยเฉพาะ ในชายแดน จนถึงวันนี้ก็ยังประกาศกันว่าไม่ใช่แอฟริกัน สะไวน์ ฟีเวอร์ (African Swine Fever) แต่เป็นพีอาร์อาร์เอส (PRRS) การปิดบังข้อมูลเหล่านี้ การที่ไม่ทำข้อมูล อย่างตรงไปตรงมา และการปล่อยให้มีช่องว่างของการนำเข้าสัตว์ที่ผิดกฎหมาย และส่งออก สัตว์ที่ผิดกฎหมาย ประเทศไทยจะต้องเจอโรคอุบัติใหม่ซ้ำแล้วซ้ำอีก ผมไม่ได้เอาการเมือง มาพูดถึงเรื่องโรคระบาดนะครับ แต่เพราะการเมืองที่ไม่ดี การบริหารงานของรัฐบาลที่ไม่ดีนี้ ล่ะครับเป็นโอกาสที่ทำให้เกิดโรคระบาดขึ้น เราเรียนรู้จากโควิด (COVID) แล้วว่าทุกประเทศ ที่เจอโควิด (COVID) เหมือนกัน แต่บริหารราชการไม่เหมือนกันนั้นจัดการโรคได้ต่างกัน โรคระบาดในสัตว์ก็เช่นเดียวกัน🔗
ท่านประธานครับ การกระจายไปทั่วประเทศตอนนี้พวกเรามีความรู้ชัดเจน แล้วว่าพาหะของโรคนี้นั้นเป็นแมลงดูดเลือด แต่แมลงดูดเลือดนั้นบินไปไม่ได้ไกลมาก หรอกครับ ๓๐ กิโลเมตรเป็นอย่างมาก แล้วก็มีการพ่นทำลาย แต่มันแปลว่าตอนนี้ เราไม่มีประสิทธิภาพในการกักกันโรคของสัตว์เลย และผมเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่งนะครับว่า ถ้ามีการเคลื่อนย้ายสัตว์ โดยเฉพาะโคในระลอกใหญ่ที่จะไปถึงภาคใต้ในเดือนกุรบานนี้ ถ้าเรายังไม่มีกระบวนการกักกันที่ดีและยังปล่อยให้มีการนำเข้าที่ผิดกฎหมาย อย่างไร โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ก็จะไปทั่วประเทศได้ในเวลาที่รุนแรง รวดเร็วและทำความ เสียหายได้มากกว่าที่เราคิดไว้🔗
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากให้สภาแห่งนี้รับทราบคือเรื่องของวัคซีน วัคซีนโควิด (COVID) โกลาหลอย่างไรนี่วัคซีนลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ก็คงจะโกลาหล อาจจะน้อยกว่า แต่ก็จะโกลาหลเหมือนกัน เพราะตอนนี้ก็เป็นโจทย์เดียวกัน คือวัคซีนน้อยแต่มีปริมาณ สัตว์เยอะ ของจังหวัดพิษณุโลกได้มาหลักพัน แต่ว่าจำนวนโคในจังหวัดพิษณุโลกก็มีเป็น หลักแสน เพราะฉะนั้นการที่จะฉีดเป็นวงรอบให้สามารถปกป้องสัตว์ที่ยังไม่ติดเชื้อให้มี ภูมิคุ้มกันได้ อย่างไรวัคซีนในระลอกแรกก็ไม่พอ คำชี้แจงจากกรมปศุสัตว์ว่าตอนนี้กำลังจะมี การผลิตวัคซีนเชื้อตายเป็นอินแอกทิเวเทดวัคซีน (Inactivated Vaccine) ตอนนี้จะพร้อมใช้ ในเดือนสิงหาคม ผมเกรงเหลือเกินว่าถ้ารัฐบาลยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนก็จะเกิดสภาวะ ของมือใครยาวสาวได้สาวเอา นักการเมือง ผู้มีอิทธิพลเจรจาดึงวัคซีนไปในจังหวัดในพื้นที่ ของตัวเองและนักการเมืองหลายท่านก็เป็นเจ้าของวัวที่ปริมาณมหาศาล สิ่งนี้เองเกษตรกร รายเล็กรายย่อยเป็นกังวลมากว่าจะมีความเป็นธรรมในการกระจายวัคซีนหรือเปล่า และเขา ต้องการแนวทางที่ชัดเจนจากรัฐบาลตั้งแต่วันนี้เลย เพราะว่าวัคซีนจะมาในเดือนสิงหาคม แล้วยังเป็นวัคซีนในระยะที่เรายังกังวลอยู่ว่าจะปลอดภัยหรือเปล่า เพราะว่ามีรายงาน ในบางประเทศว่ามีการระบาดจากการใช้วัคซีนในสภาวะที่ฉุกเฉินแบบนี้🔗
อันต่อมาประเด็นที่เราต้องคุยกันให้จริงจังก็คือตอนนี้ภารกิจไม่สามารถ จะเป็นของเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ลำพังได้หรอกครับ เขาขาดแคลนกำลังมาก ยาปฏิชีวนะ ที่ออกไปช่วยเหลือชาวบ้านไม่ว่าจะเป็นออกซีเททราไซคลีน (Oxytetracycline) เป็นเพนิซิลลิน (Penicillin) หรือเป็นกลุ่มเซฟาโลสปอริน (Cephalosporins) ตอนนี้ ขาดแคลนทั้งหมดเลย ไม่ได้มีกำลังเสริมเลยนะครับ ใช้ของในสต็อก (Stock) ปกติ ยาลดไข้ ยาแก้อักเสบ ยาทำแผล ทุกอย่างตอนนี้อยู่ในสภาวะที่ขาดแคลนจริง ๆ แต่พวกเขาต้องถูก ส่งออกไปปฏิบัติหน้าที่ เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องเดียวกันที่เราไม่สามารถจะโยนความรับผิดชอบไปที่ เจ้าหน้าที่ในระดับท้องถิ่นได้ และถ้าเรื่องของการเยียวยาเราปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ อปท. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เรื่องวัคซีนโควิด (COVID) ก็โยนให้ท้องถิ่นซื้อ เรื่องวัคซีน ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ก็จะโยนให้ท้องถิ่นซื้อ สุดท้ายรัฐบาลมีไว้ทำอะไรครับ ท่านประธานครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่นะครับ แล้วท้องถิ่นแบกภาระเรื่องนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว ท้องถิ่นในจังหวัดพิษณุโลกใช้เงิน ๑๐ ล้านบาท ๕๐ ล้านบาท เพื่อจะซื้อวัคซีนโควิด (COVID) ให้กับพี่น้องประชาชน แต่ถ้าเขาต้องมารับเรื่องของวัคซีนลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ไปอีก ผมเกรงเหลือเกินว่าพวกเขาจะขาดแคลนกำลัง แล้วก็อยู่ในสภาพที่น่าหดหู่จริง ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นตอนนี้ผมคิดว่าทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เองก็จำเป็นที่จะต้อง ตระหนักในเรื่องนี้ว่า ถ้าเราแก้ปัญหาเพียงแค่เยียวยา เยียวยาเท่าไรก็ไม่เพียงพอ ถ้าเรา แก้ปัญหาเพียงแค่จะเอาวัคซีนมาฉีดให้ได้เป็นปริมาณเพื่อลดแรงกดดัน แต่เรายังไม่มี แผนการกระจายวัคซีนที่เป็นธรรม เรายังไม่มีแผนการผลิตวัคซีนที่ชัดเจนว่ากำลังการผลิต และกำลังฉีดเป็นเท่าไร สุดท้ายในช่วงกลางปีหรือปลายปีนี้ผมคิดว่าอย่างไรเราก็ไม่สามารถ จะจัดการโรคระบาดนี้ได้ และประเทศไทยก็จะซวยซ้ำซวยซ้อนจากโควิด (COVID) แล้วก็ ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) จากการบริหารของรัฐบาลที่ล้มเหลวแบบนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
อีก ๓ ท่านนะครับ ท่านสงวน พงษ์มณี ท่านผ่องศรี แซ่จึง ท่านพีรเดช คำสมุทร เชิญท่านสงวนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ท่านประธานครับ เป็นโอกาสดีของพี่น้องประชาชน แล้วก็ทางสถานการณ์บ้านเมืองที่ท่าน ส.ส. ขึ้นมาเสนอกระทู้สดก็ยังไม่ได้ผ่าน เป็นญัตติ สำคัญของท่านนิยมว่าให้เรามาคุยกันเรื่องว่าวัวนี่มันติดโรคอีกแล้วนะจะทำอย่างไร ท่านครับ ผมจะฉายภาพของการแก้ปัญหาภัยพิบัติให้ท่านรัฐมนตรีทราบว่าวันนี้ท่านต้อง ปกป้องฝ่ายปฏิบัติให้หลุดพ้นจากกฎหมายบริหารราชการแผ่นดินที่มีปัญหา ผมยกตัวอย่าง เรื่องหนึ่งก่อนที่จะพูดเรื่องวัวนะครับ ในปี ๒๕๔๒ วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๒ เกิดระเบิดขึ้น ที่อำเภอสันกำแพง เป็นภัยพิบัติ เส้นผ่าศูนย์กลางการระเบิด ๑ กิโลเมตร เสียหายมาก ตาย ๓๖ คน ครั้งนั้นทั้งจังหวัดช่วยกันระดม ช่วยแก้ปัญหา ท่านเชื่อไหมครับ หลายปีต่อมานี้ ท่านนายอำเภอท่านนั้นและท่านรองผู้ว่าขณะนั้นถูกสอบสวนอย่างหนักเลยครับ ข้อหาว่า จ่ายเงินก่อนมีการประกาศภัยพิบัติ ฝ่ายตรวจสอบและราชการกระทรวงมหาดไทยไม่เคย ปกป้องสิ่งที่ข้าราชการประจำทำ สิ่งนี้มันจึงเป็นผลกระทบต่อการระบาดของโรควัววันนี้ ท่าน หลายคนรอว่าจะประกาศเมื่อไร อันนี้ผมว่าเป็นภารกิจที่ท่านรัฐมนตรีที่มานั่งฟังจะได้ นำเรียนท่านผู้ว่าราชการจังหวัดว่าจะทำอย่างไรกับประเด็นนี้เพื่อให้เกิดความมั่นใจกับ สถานการณ์ ท่านครับ ท้องถิ่นแบกรับปัญหาของรัฐบาลตลอดเลย นโยบายไหนก็ท้องถิ่น รับไป แม้กระทั่งสั่งมาว่าถ้าเก็บเงินได้ ๑๐๐ บาท คราวนี้เก็บได้แค่ ๑๐ บาท ก็เอา ๑๐ บาท ยกให้คนไป เป็นนโยบาย แต่ก็ไม่เคยเอาเงิน ๙๐ บาทที่จะถึงท้องถิ่นไปคืนเขา วันนี้เขาก็ เดือดร้อน เชียงใหม่ ลำพูน ลำพูน ๒ อำเภอครับ แม่ทากับบ้านธิ แล้วก็เชียงใหม่ที่ติดกันก็ แม่ออน เฉพาะวัวนมอย่างเดียว ๑๐๐,๐๐๐ กว่าตัว ชาวบ้าน ๑ ครอบครัว บางครอบครัว เลี้ยง ๑๕๐ ตัวอย่างนี้ นี่เป็นวัวเลี้ยงซึ่งมีมุ้งมีอะไร แต่วันนี้มันเริ่มมีแล้วครับ และวัวชาวบ้าน ที่เดินตามทุ่งนาเป็นหมื่น ๆ ตัว ผมคิดว่าอันนี้มันเป็นภัยพิบัติ ถ้าเราอ่านเกมเรามองเกมแล้ว ไปปรึกษาหารือกับข้าราชการประจำในท้องถิ่นนี้ อุปสรรคจริง ๆ อยู่ที่ว่ารอคำสั่งของผู้ว่า ราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ต้องมีเงื่อนไขว่ามันจะพร้อมเมื่อไร นี่มันต้องแก้แล้ววันที่ มีการรายงานเรื่องกฎหมายปฏิรูปประเทศผมจะพูดเรื่องนี้ว่ากฎหมายประเภทอย่างนี้จะ เปลี่ยนไหม ท่านครับ วันนี้ท่านขอใช้งบกลาง ไม่ต้องใช้งบอื่น งบท้องถิ่นนี่ให้เขา ประคับประคองไว้ก่อน ทำไมถึงชี้อย่างนี้ครับ งบกลางมีมากที่เตรียมไว้สำหรับการใช้ปกติ วันนี้มีเงินกู้อีก ๑,๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมาแก้ด้วย ตัวนี้ใช้งบกลางไม่เป็นเรื่องเหลือกำลังคิด นะครับ มันเป็นเรื่องที่จะต้องทำ ท่านครับ ถ้าท่านไม่มีการสรุปงานเราจะซ้ำรอย สรุปงาน อย่างไรครับ เอาโควิด (COVID) ด่านักการเมือง ด่านายกรัฐมนตรี ท่านไปดูคำสั่งที่ ๗ สิครับ คำสั่งที่ ๗ ใครเป็นประธานในการแก้ปัญหาโควิด (COVID) เลขาธิการสภาความมั่นคง แห่งชาติ เป็นทุกคณะ รัฐมนตรีไป ๒ คน คนหนึ่งว่าการ อีกคนหนึ่งช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุขไปเป็นที่ปรึกษาพูดเรื่องนี้มันเกี่ยวกับวัวอย่างไร มันก็เป็นเรื่องระบาดเหมือนกัน วันนี้ท่านไปดูที่ท้องถิ่น ท่านก็ไม่มีคำสั่งที่จะไปสั่งให้ ปภ. หรือว่าผู้ว่าราชการจังหวัดทำอะไร ได้เลย วันนี้บูรณาการในการบริหารมันไม่มีครับท่านประธาน ทุกคนพูดแต่ความเดือดร้อน แต่ปัญหาจริง ๆ มันอยู่ตรงนี้ ผมอยากจะตะโกนดัง ๆ ผ่านสภาไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่า ช่วยแก้ปัญหานี้อย่างเป็นระบบ กฎหมายใดที่มันล้าสมัยเอาออกไป ทำไมโควิด (COVID) จึงต้องตั้งทหาร เพราะเราใช้กฎหมายความมั่นคง เราใช้กฎหมายฉุกเฉินที่เป็นกฎหมาย โบราณ และวันนี้ทุกอย่างถ้าทำอย่างนี้มันดูที่วิธีคิดของระบบที่บริหารประเทศขณะนี้ ดูแล้ว เป็นรัฐราชการที่เข้มข้น ไม่เปิดโอกาสให้มีสะท้อนปัญหา วันนี้ท้องถิ่นอยากจะซื้อ อยากจะ ช่วย ทำได้ไหม ไม่มีใครกล้าทำ โควิด (COVID) ครั้งก่อนท้องถิ่นโดนไล่ออกตั้งหลายคน ทั้ง ๆ ที่เขียนยกเว้นหมด แล้วเวลาพูดถึงเรื่องสำคัญ ๆ มักจะพูดหลอกชาวบ้าน เมื่อก่อนท่านจำได้ ไหมครับ ไม่สามารถจะซื้อวัคซีนได้เพราะว่าเอาเงินวางล่วงหน้าไม่ได้ ขอโทษครับ ประกาศ ฉุกเฉินทั่วประเทศ วันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๓ วันที่ ๒๗ ออกกฎหมายระเบียบการเงินเลย ทำอย่างไรได้หมด แม้แต่การตรวจรับงานยังเป็นเรื่องอนุโลมเลย อันนี้ก็เหมือนกันถ้ามา รอกฎหมายปกติจะไม่ทัน และอยากให้ท่านรัฐมนตรีที่นั่งฟังอยู่วันนี้ เมื่อวานผมปรึกษาหารือ กับท่าน ท่านเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์กว้างมาก แต่ผมไปไล่ดูกฎหมายแล้วผมก็สงสารว่ากระทรวง เกษตรและสหกรณ์ไม่สามารถจะดูแลเรื่องนี้ได้ทั้งหมด กระทรวงมหาดไทย ไม่มาและทำอะไรไม่ได้เลยนะครับ เรื่องนี้ที่เราพูดกันเพื่อจะส่งสัญญาณในการมีมุมมองของ คนที่แตกต่าง เพื่ออะไรครับ เพื่อเราจะสะท้อนปัญหาถึงนายกรัฐมนตรีว่าปัญหาเรื่องวัว เรื่องสัตว์เลี้ยงมันจะกระทบอีกทีที่เราตายนะครับ ผมอยากจะจบลงอย่างนี้นะครับ ท่านประธาน ผมฝากชีวิตลูกหลานของคนเลี้ยงสัตว์ ผมฝากอนาคตของครอบครัวเขา วันนี้ วัวชาวบ้านหนักกว่าวัวนม เพราะเขาขายวัวเพื่อส่งลูกเรียนหนังสือ ขายวัวเพื่อรักษาลูกหลาน วันนี้ถ้ามันตายไปจะทำอย่างไร จะเยียวยาทีหลังไม่คุ้ม ต้องมี การป้องกัน วิสัยทัศน์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าคุณต้องคิดล่วงหน้า ป้องกันเป็นหลัก ต่อสู้เพื่อป้องกันเป็นหลัก คาดการณ์ล่วงหน้าทำเลย วันนี้วัคซีนต้องออกมาครับ เอางบกลางมาไม่ถึง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทหรอก ๑,๐๐๐ ล้านบาทก็แก้ได้ทั่วประเทศแล้ว แล้วนโยบายที่บอกว่า ที่จังหวัดไหน จังหวัดไหน ฟังผมนะครับ ถ้าคุณประกาศจับยาที่เขาซื้อมาฉีดช่วยตัวเองนี้ ไม่น่าจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนะครับ ผมพูดอย่างนี้หนัก ๆ เลยนะครับ เพราะว่าคุณ ไม่เห็นใจใครเลย ถ้าคุณจับเขานี่วัวมันจะหายหรือเปล่า เขารับผิดชอบชีวิตเขา แล้วเขาต่อสู้ ด้วยตัวเขาเอง กลับไปถูกทำลายอีก ผมจบลงตรงนี้ล่ะครับ ฝากท่านรัฐมนตรีซึ่งผมคิดว่า มีวิสัยทัศน์ดีมาก ดูแลงานนี้ โดยรีบส่งรายงานนี้ต่อนายกรัฐมนตรีครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านผ่องศรีครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี แซ่จึง จังหวัดศรีสะเกษ เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ขออนุญาตอภิปรายกับเพื่อน ๆ ในญัตติของท่านนิยม เวชกามา ท่านประธานคะ หลายท่านก็ได้อภิปรายไปเยอะแล้ว ข้อมูลก็ น่าจะไม่ต่างกันมาก แต่ดิฉันอยากจะเรียนท่านประธานว่าอย่างนี้ การเลี้ยงวัว เลี้ยงควายมัน เป็นวัฒนธรรม มันเป็นวิถีชีวิตของชาวบ้าน โดยเฉพาะคนอีสาน ถ้าท่านได้ไปเห็นไปรู้ว่าพวก เราอยู่กันอย่างไร ใต้ถุนบ้านของแต่ละคนก็จะมีวัว มีควายเลี้ยงไว้บ้านละ ๓ ตัว ๔ ตัว ๕ ตัว เมื่อก่อนนี้จะมีเป็ด มีไก่ด้วยนะคะท่านประธาน เลี้ยงหมู เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ เช้า ๆ ก็ไป เก็บไข่มาให้ลูกต้มกินไปโรงเรียน ทอดกินไปโรงเรียน วันนี้วัฒนธรรมเหล่านั้นหลายอย่าง มันเปลี่ยนไป เป็ด ไก่แทบไม่ได้เลี้ยงแล้วค่ะ กินเป็ดซีพี (CP) ไปแล้วค่ะ หมูก็แทบไม่ได้เลี้ยง เลยค่ะ นิดเดียว แต่อันหนึ่งที่มันยังเหลืออยู่ก็คือเลี้ยงโค เลี้ยงกระบือค่ะท่านประธาน เลี้ยงใต้ถุนบ้าน อันนี้มันเป็นอนาคต มันเป็นความหวัง ถ้าจะสร้างบ้าน ต่อเติมบ้าน ซ่อมแซมบ้าน ขายวัวสัก ๒ ตัวนะ จะแต่งงานลูกขายวัวตัวนี้นะ อย่างนี้มันเป็นชีวิต มันเป็น ความหวัง มันเป็นสมบัติ วันนี้โควิด (COVID) ก็เหลือเกินแล้วนะคะท่านประธาน พี่น้องไม่มี จะกินแล้ว หนี้นอกระบบนี่ไม่รู้ว่าจะใช้กันได้หมดเมื่อไร ไปทำงานก็ไม่ได้ ขายของก็ไม่ได้ ของที่เคยมีก็ขายไม่ได้ มะม่วงนี่เกลื่อนเลยค่ะ ไม่ได้ขายเลย หอม กระเทียม บ้านดิฉันนี่ ขายหอมแล้วยังถูกโกงค่ะท่านประธาน ไม่ได้เงินนะคะ ไม่ได้เงินเลย ยืม ธ.ก.ส. มาลงทุน วันนี้ยังไม่ได้เงินหลายล้านบาท ลูกเต้าไปทำงานที่กรุงเทพฯ กลับมาบ้านมาจุ้มกันอยู่ ภาษาอีสานใช้คำว่า จุ้ม กันอยู่ มาอยู่ร่วมกันเพราะว่าไม่มีอะไรจะทำ ไม่มีอะไรจะกินแล้ว ท่านประธาน เพราะฉะนั้นเหลือวัวก็ยังมาเป็นแบบนี้อีก จังหวัดศรีสะเกษเป็นจังหวัดหนึ่งที่ ล้มป่วยเยอะมาก เอาแค่อำเภอราษีไศลของดิฉันนะคะ วันนั้นมีโอกาสไปต้อนรับ ท่านรัฐมนตรี ต้องชื่นชมนะคะ ท่านประภัตรท่านเร็วมาก ตอนหมูป่วยท่านก็ไปถึง จังหวัดศรีสะเกษ ไปประชุมเรียกประชุมผู้ที่เกี่ยวข้อง พอวัวปุ๊บท่านก็บอกว่าท่านลง ปั๊บ ๆ เลย ก็ถือว่าเป็นกำลังใจ เป็นสิ่งที่ต้องชื่นชม ไปต้อนรับท่านดิฉันมีข้อมูลในมือ ก็คือ อำเภอราษีไศลวันนั้น ๒,๒๐๐ กว่าตัว วันนี้เพิ่มขึ้นเยอะมาก เรามีไลน์ (Line) ปกครอง ที่จะแจ้งกัน เดี๋ยวก็ไลน์ (Line) มาบอกบ้านนั้นตาย บ้านนี้ตาย บ้านนี้ป่วยเพิ่ม ท่านคะ แล้วรูปภาพที่เราเห็นมันสะเทือนใจ พี่น้องก็ไลน์ (Line) มาบอก คุณป้า ส.ส. เงินก็ไม่มี ค่าหยูกค่ายาก็ต้องหาเอง เงินก็ไม่มีแล้วจะทำอย่างไร ช่วยพูดให้หน่อย เพราะฉะนั้นอันนี้เป็น สิ่งที่มันสะท้อนถึงความหมดหวัง ไม่ว่าจะเป็นโรคร้ายที่เกิดกับคน โรคร้ายที่เกิดกับสัตว์ วิถีชีวิตที่มันเหลืออยู่อันสุดท้ายนี้ดิฉันอยากเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีได้ช่วย เขาด้วย การช่วยเหลือนั้นต้องช่วยให้เหมาะสม มี ๓-๔ ประเด็นที่ฉันอยากเสนอ ก็คือกรณีที่ วัวตายมีระเบียบให้ช่วยเหลือเยียวยา แต่ระเบียบนั้นล้าหลังมาก ไม่ทันสมัย ไม่ทันเหตุการณ์ ท่านสมาชิกหลายท่านอภิปรายไปแล้วดิฉันจะไม่พูดถึง เพราะว่ากรณีที่วัวตายนั้นมันหมายถึงความสูญสิ้นความหวังสุดท้ายของเขา หมดเลยค่ะ ที่เช้า ๆ เคยจูงไป ไล่ไป ๔-๕ ตัว หมดไปทีละตัว ๒ ตัว หยูกยาที่หาช่วยเหลือตัวเองไม่มีแล้ว ไม่มีปัญญา เอาไม่อยู่ และที่น่าตกใจมากก็คือข้อมูลที่ท่าน ส.ส. สกุณาได้พูดเมื่อเช้านี้ น่าตกใจนะคะ ๔๕ เปอร์เซ็นต์ที่มันจะป่วย แล้ว ๑๐ เปอร์เซ็นต์ที่มันจะตาย แล้วที่น่ากลัว มากกว่านั้นก็คือวัวที่เจ็บป่วยแล้วมันจะไม่สามารถที่จะทำเป็นพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ได้เลย อันนี้ น่าวิตกกังวลมากเลย เป็นข้อมูลที่เราจะต้องตระหนักว่าจะต้องรีบเร่ง เพราะฉะนั้น ๓-๔ ประเด็นที่ดิฉันอยากเสนอก็คือการช่วยเหลือเยียวยา ๑. ต้องรวดเร็ว ๒. ต้องพอเพียง ให้เขาอยู่ได้ โควิด (COVID) เป็นโรคระบาดในคน รัฐบาลก็ใช้จ่ายเงินไปในการซื้อวัคซีน ในการเยียวยาคนละครึ่งบ้างอะไรต่ออะไรบ้าง วัวนี้มันก็เป็นทรัพย์สินของคน มันก็เป็น โรคระบาดเหมือนกัน เพราะฉะนั้นกฎกติกาต่าง ๆ ที่มันล้าสมัย วัวตายชดเชยได้ ๒ ตัว แล้วราคาก็สมัยดึกดำบรรพ์มาก วันนี้มันไม่ใช่แล้ว วัวที่ไม่ตาย ที่ป่วยแล้วเขาดูแลรักษา เยียวยาได้ไหมคะ ท่านรัฐมนตรีคะ ผ่านท่านประธานไป ช่วยเหลือเขาได้ไหมคะ แต่ดิฉัน ได้ฟังท่านพูดนะคะ การประชุมคราวที่แล้วท่านบอกว่าท่านจะไปปรึกษาหารือ จะไปหา ทางออกร่วมกันเพื่อช่วยเหลือและเยียวยาเกษตรกรเหล่านั้น ในเรื่องของการรักษาพยาบาล หยูกยาต่าง ๆ ที่วัวไม่ตาย กรณีที่วัวตาย ถ้าไม่ลงทะเบียนเกษตรกร ถ้าไม่ลงทะเบียนสัตว์ไว้ ลงทะเบียนเกษตรกรได้ไหม กรณีที่ไม่ลงทะเบียนเลยอะไรเลยจะให้เขามีความหวังได้ไหมคะ เรื่องนี้ดิฉันขอร้องว่าต้องช่วยเหลือ ลงทะเบียนหรือไม่ลงทะเบียนก็ต้องช่วยเหลือ แต่ดิฉัน คิดว่าท่านรัฐมนตรี ท่านประธาน ท่านมีวิสัยทัศน์ ท่านเห็นใจชาวบ้าน เพราะว่าท่านก็ เลี้ยงควายเหมือนกัน ท่านเลี้ยงควาย เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะลงทะเบียนหรือไม่ลงทะเบียน จะต้องได้รับการเยียวยา จะต้องได้รับการช่วยเหลือ ควาย วัวจะตายหรือไม่ตาย ค่ารักษาพยาบาลก็ควรจะได้รับการช่วยเหลือเยียวยา เพราะมันก็หมายถึงความหวัง ความสูญสิ้นเหมือนกัน เขาไม่มีเงินไม่มีทองแม้แต่จะหาแล้วนะคะตอนนี้🔗
อีกอันหนึ่งที่น่าสนใจก็คือการที่จะได้วัคซีนมา จังหวัดศรีสะเกษทราบว่า จะได้มาประมาณ ๑๗,๐๐๐ กว่าโดส ทีนี้การบริหารจัดการวัคซีน การกระจายวัคซีน จะทำอย่างไร เอาแค่อำเภอราษีไศลบ้านดิฉันนะคะ ทั้ง ๑๓ ตำบลเลยค่ะ วัวที่ป่วยทั้ง ๑๓ ตำบล เพราะฉะนั้นจะกระจายอย่างไร แล้วก็ได้รับข้อมูล อันนี้ไม่แน่ใจ เรียนถามท่าน ผ่านไปทางท่านรัฐมนตรีว่า วันนั้นฟังข้อมูลว่าถ้าพื้นที่ใดมีวัวที่ป่วยจะฉีดวัคซีนไม่ได้ อันนี้ดิฉันขอถามเป็นความรู้ด้วยว่า ถ้าได้วัคซีนไปแล้ว เพราะมันมีป่วยทุกตำบลเลย จะทำอย่างไรกัน จะปล่อยให้ตัวที่มันยังไม่ป่วยติดเชื้อไปด้วยกันหรืออย่างไร ปัญหาการใช้ วัคซีนตรงนี้ต้องชัดเจน🔗
สุดท้ายแล้วนะคะท่านประธาน ก็คือว่าท่านต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับ ประชาชน ข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน เป็นธรรม แล้วก็เจ้าหน้าที่ของปศุสัตว์น้อยมาก เพิ่มเจ้าหน้าที่ได้ไหมคะ อาสาสมัครให้ความรู้ให้เขาทำงานได้ไหม เพราะว่าปศุสัตว์ มีเจ้าหน้าที่น้อย ทำงานไม่ทัน แล้วก็กระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ ต้องเตรียมพร้อมที่จะ รับมือกับโรคระบาด ไม่ใช่แต่โรคคน โรคสัตว์ ไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้น เพราะมันมาเร็ว แล้วก็มา น่ากลัวเหมือนกัน เพราะฉะนั้นก็ฝากความหวังทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้อง ประชาชน หวังว่าท่านรัฐมนตรีจะได้นำไปพิจารณาและหาทางแก้ไขอย่างรวดเร็ว ทันใจ ทันเวลาค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ท่านต่อไป ท่านพีรเดชเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพีรเดช คำสมุทร ผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงรายครับ ขอขอบคุณครับท่านประธานที่วันนี้ เราได้รับเอาปัญหาของเกษตรกรเข้ามา เรื่องปัญหาเกี่ยวกับโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ที่เกิดในวัว จังหวัดเชียงรายคือหนึ่งในจังหวัดที่เกิดปัญหาขึ้นครับ โดยเฉพาะในตำบล โยนก อำเภอเชียงแสน เป็นเขตพื้นที่ที่มีการระบาด แล้วก็มีการกักวัวโดยปศุสัตว์ ปัญหาที่มันเกิดขึ้นครับท่านประธานครับ ขอฝากไปยังท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับ คือ ๑. ราคาที่เกษตรกรต้องแบกรับมีต้นทุนที่สูง เช่น ๑. วัคซีน ก่อนที่จะมีการระบาด วัคซีน ตรงนี้ราคาอยู่ที่ ๓,๕๐๐ บาท ถึง ๕,๐๐๐ บาท ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าบาท แต่ท่านประธานครับ มันคือวัคซีนที่เราจะบอกว่าเป็นวัคซีนเถื่อนหรือเปล่าก็ไม่ทราบนะครับ เพราะว่าเรานำเข้ามาจากต่างประเทศ นี่คือต้นทุนที่เกษตรกรต้องรับ ต้นทุนอีกอย่างหนึ่ง ที่เกษตรกรรับคือค่าเดินทางของเจ้าหน้าที่ในการที่จะเข้าไปฉีด แล้วก็ไปกักพื้นที่ให้กับ เกษตรกร ตรงนี้ก็เป็นต้นทุนเหมือนกัน ซึ่งค่าเดินทางของเจ้าหน้าที่ขึ้นอยู่กับระยะทางในการ ที่จะเดินทางไปดำเนินการ วันนี้หากเราเปรียบวัวก็เหมือนกับสินทรัพย์ ราคาวัวบางตัว ราคา ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ บาท ราคาสูงมากครับ หากวันนี้วัวที่เป็นโรคตายความหมาย คืออะไรครับท่านประธานครับ เงินในกระเป๋าเป็น ๐ ครับท่านประธาน บางคนมีอาชีพ เลี้ยงวัว ต้องการที่จะขายวัวเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว ยิ่งตอนนี้เปิดเทอม วัวเกิดตาย เอาเงินจากไหนไปจ่าย ท่านประธานครับ เกษตรกรบางคนกู้ยืมจาก ธ.ก.ส. มีทั้งดอกเบี้ย มีทั้งเงินต้นครับ เกิดการระบาด วัวตาย ดอกเบี้ยไม่ตาย เงินต้นก็ไม่ตายครับ แต่วัวตาย รายได้หดหาย ยิ่งเกิดในสถานการณ์อย่างนี้ลำบากครับ ผมเห็นใจพ่อแม่พี่น้องที่เป็นผู้เลี้ยงวัว ฉะนั้นผมจึงฝากท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรี อยากเสนอดังนี้ครับ🔗
๑. คือการเข้มงวดในการเคลื่อนย้ายวัวของแต่ละจังหวัด ผมว่าเราควรจะ ปูพรม แล้วก็หยุดการเคลื่อนย้ายทั่วประเทศเลยสัก ๑ เดือน ผมรู้ว่ามันมีต้นทุนในการ ที่จะต้องกักตัววัว ๑ เดือนเต็ม ๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็เหมือนกับโควิด (COVID) ครับ ในช่วง ต้น ๆ ถ้าเกิดเราสามารถที่จะกักไม่ให้มีการเดินทางของโรคได้ แล้วปูพรมในการฉีดวัคซีน ทุกพื้นที่ มันก็อาจจะช่วยหยุดการระบาดได้ แต่ถ้าเกิดเมื่อไรที่เราหยุดเป็นจุด จุดที่เราไม่ได้ กักไว้ก็มีโอกาสที่จะระบาด แล้วก็ต้องย้อนกลับมาเหมือนเดิม ตรงนี้เรามีตัวอย่าง ก็คือเรื่อง เกี่ยวกับโควิด (COVID) อันนี้ก็เหมือนกันครับ ในวัวก็เหมือนกัน ผมจึงอยากเสนอ ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีก็คือเรื่องการเข้มงวดในการกักตัวและการขนส่งภายใน ระยะเวลา ๑ เดือนหลังจากนี้ครับ🔗
๒. คือการจัดหาวัคซีนและการฉีดอย่างเร่งด่วน ท่านสามารถที่จะดูได้เลยว่า แต่ละจังหวัดเรามีวัวเท่าไร เราควรจัดหาวัคซีนมาเท่าไร เพราะอะไรครับ เพราะทุกอย่าง ที่ผมพูดมานี่ถ้าเกิดเราไม่ช่วย เกษตรกรเป็นผู้รับทั้งหมด วันนี้นะครับท่านประธาน เกษตรกร เลี้ยงวัวไปด้วย กลัวไปด้วยนะครับ บ้านใกล้เรือนเคียงเกิดการระบาด เอาล่ะครับ ต้องป้องกันของตัวเองละ ปัญหาที่มันเกิดขึ้นตอนนี้สำหรับวัวที่มีอายุน้อย ๆ มีปัญหา ประมาณ ๒๐-๓๐ เปอร์เซ็นต์ที่มีโอกาสที่จะตายได้ ฉะนั้นการเลี้ยงวัวมันมีความจำเป็น ตั้งแต่เล็กยันโต ความหมายคือหากวัวที่อายุยังน้อยเป็นโรค โตขึ้นไปก็จะไม่ได้ราคา บางคน เลี้ยงวัวพันธุ์ราคา ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท เลี้ยงตั้งแต่ซื้อมาตั้งแต่แรกเกิดจนถึง ๕ ปี มูลค่า ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ บาท คิดว่าปีที่ ๔ ปีที่ ๕ จะสามารถมีลูกได้ เกิดโรคระบาด ก็ไม่สามารถที่จะได้ลูกพันธุ์ที่มันดีขึ้น หรือว่าไม่สามารถที่จะสืบพันธุ์ได้เลย ตรงนี้ผมอยาก ฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าให้ช่วยเกษตรกรเถอะครับ🔗
สุดท้ายครับ ทุกสิ่งทุกอย่างผมก็เชื่อว่าเราจะต้องใส่ใจในเรื่องของปัญหา ก็อยากฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับว่า อย่าปล่อยให้เกษตรกรสู้กับโรคนี้ โดยลำพังครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ ท่านขจิตร ชัยนิคม ตามด้วยท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีซึ่งมารับฟังเวลานี้ ผมขออนุญาตท่านประธานว่า ในเขตเลือกตั้งของผมหรือในจังหวัดอุดรธานีมีการระบาดมากเหมือนกัน ในอำเภอทุ่งฝน ในอำเภอพิบูลย์รักษ์ อำเภอสร้างคอม อำเภอเล็กๆ มีวัวป่วยอำเภอเล็ก ๆ ประมาณ ๑๐๐ ตัว แล้วก็ตายไปแล้วจำนวนหนึ่ง ท่านประธานครับ ผมอยากจะเรียนท่านว่าในจังหวัด อุดรธานีมีสัตว์เลี้ยงทั้งหมดประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ตัว เลี้ยง ๑๕๐,๐๐๐ ตัว ทั้งโค ทั้งกระบือ ผมอยากเรียนท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุดรธานีได้รับจัดสรรยา เร็ว ๆ นี้จากเขต ๔ ท่านรัฐมนตรีลองดูนะครับ ยาลดไข้ผมไม่ขอเอ่ยชื่อยานะครับ ยาลดไข้ ที่บรรจุ ๑๐๐ ซีซี ภาษาชาวบ้านว่า ๑๐๐ ซีซี ได้ ๑๕ ขวด ๑๕ ขวดนี่ฉีดได้ตัวหนึ่งถ้า ๕ ซีซี ผมคิดเองนะวัวจะได้ ๓๐๐ ตัว แล้วยาปฏิชีวนะที่จะใช้ทั้งจังหวัดอุดรธานีได้ ๗ ขวด ได้รับ จากเขต ๔ ๗ ขวดนี่นะท่านประธานฉีดได้ ๑๔๐ ตัว แล้วก็ยาปฏิชีวนะอีกชนิดหนึ่งได้ ๖ ขวด นี่ทั้งจังหวัดอุดรธานีนะ ท่านประธานครับ ผมฝากไปยังรัฐมนตรีช่วยที่ท่านขึงขังมากในการ แก้ไขปัญหาให้เกษตรกร ช่วยไปดูหน่อยครับงบประมาณนี้ คืออันนี้งบประมาณปกติ ภาวะนี้ มันเกิดภาวะวิกฤติแล้วท่านจะทำอย่างไร จังหวัดอุดรธานีกำลังจะประกาศเขตภัยพิบัติจาก โรคนี้ก็ได้ประกาศมาแล้วประมาณ ๒ หมู่บ้านในเดือนพฤษภาคม ก็อาศัยงบประมาณของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดซึ่งกำลังจัดสรรให้กับปศุสัตว์จังหวัดอยู่จำนวน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ตอนนี้กำลังจัดซื้ออยู่ เข้าใจว่าวันอังคารจะส่งมอบกัน ก็คงจะช่วยให้พี่น้องเกษตรกรจังหวัด อุดรธานี ปศุสัตว์อำเภอก็คงจะมียาไปรักษาตามอาการ เวลาป่วยก็ยาแก้ไข้ เวลาเป็น บาดแผลก็ใช้ยาปฏิชีวนะ แล้วก็ยาพ่นกันแมลงที่จะนำพาโรคนี้ก็ยังไม่มี อันนี้ คือข้อมูลที่อยากเรียนท่านรัฐมนตรีไว้ว่าท่านจะทำอย่างไร ปฏิบัติการอย่างไรถึงจะทัน เพราะโรคมันระบาดแรงขึ้นทุกวันนะครับ ทีนี้ผมอยากจะกราบเรียนท่านว่าวัคซีนที่ใคร บอกว่าไม่มี ๆ ทั้งประเทศไทยไม่มี แต่ว่าจากความดิ้นรนของประชาชนมันมีข่าวมา ผมไม่ทราบว่าเท็จจริงอย่างไร แต่ว่าคงจะเป็นเรื่องจริง เพราะเขาฉีดวัคซีนกันแล้ว ในการป้องกัน เกษตรกรที่ราคาโคตามที่หลายท่านบรรยายมานี่ตัวละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ๒๐๐,๐๐๐ บาท เขารออยู่ไม่ได้หรอกครับ ที่จะรอเฉพาะราชการ ในเวลานี้ท่านมีปศุสัตว์ อำเภอที่ทำงานทั้งอำเภอมีอยู่ท่านเดียวทั้งอำเภอ ระบบราชการมันปรับไปอย่างไรไม่รู้ก็เหลือ แค่นั้น แต่ว่าท่านก็มีอาสาสมัครปศุสัตว์อยู่ทุกหมู่บ้าน ท่านเพียงแต่มียาแล้วก็หาวิธีการ บริหารจัดการให้ด่วนหน่อยครับ ถ้าไม่ด่วนไม่ทันหรอกครับ โดยเฉพาะยาพ่นกันแมลง หรือว่าที่จะนำพาโรคนี่ต้องทำก่อน เสร็จแล้วก็รักษาให้ทันเร็ว แล้วการตายนี่ตายไปแล้วครับ ตายไปแล้ว เพราะฉะนั้นในช่วงนี้ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีได้ใช้อำนาจของท่านในการ ประกาศให้ประชาชนได้เข้าใจหน่อยครับว่าประชาชนที่ลงทะเบียนแล้ว ถ้าเกิดสัตว์ป่วย สัตว์ตายให้ไปแจ้งใครอย่างไร แล้วมีกระบวนการอย่างไรจะรับเงินค่าชดเชยที่ท่านจะให้ ประกาศประชาสัมพันธ์ให้เร็ว ในเขตไหนที่เป็นเขตอำเภอหรือเขตตำบล เขตอำเภอ นายอำเภอคนไหนรับผิดชอบ ปศุสัตว์ รับผิดชอบ หรือจังหวัดนี่ให้เร็ว ถ้าจังหวัดไหนช้าท่านช่วยจัดการหน่อยในการบริการ ประชาชน แล้วก็ อบต. เทศบาลที่มีหน้าที่ให้ความร่วมมือกับปศุสัตว์ก็ช่วยประสานให้เกิด การชดใช้ที่เร็วนะครับ เพราะฉะนั้นการชดใช้แล้วท่านต้องปรับ ผมได้ฟังท่าน แต่ผมจำ ไม่ได้มาก แต่ว่าลูกโคท่านให้ ๖,๐๐๐ บาท วันนี้ลูกโค ๖,๐๐๐ บาทไม่มีแล้วครับ ท่านซื้อ ๕ ปีก่อนโน้นได้ แต่ปีนี้ไม่ได้หรอกครับลูกโค ยังไม่หย่านมก็ยังมัดจำกันเลยเป็นหมื่น ๒๕,๐๐๐ บาท อย่างน้อย ๖ เดือน เพราะฉะนั้นถ้าท่านจะช่วยเกษตรกรก็ช่วยปรับราคา ชดเชยหรือเยียวยา ทดแทนความเดือดร้อนของเกษตรกรซึ่งหลายท่านพูดมาตั้งแต่เช้า ผมไม่ พูดซ้ำ แต่ผมเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับ ท่านกำชับให้ออกประกาศทั้ง สถานีวิทยุ ทั้งของรัฐบาล ของอะไรบอกเลยว่าวัวใครตายแล้วก็ต้องทำอะไร สำหรับคนที่ยัง ไม่ได้ไปแจ้งการเลี้ยงสัตว์กับปศุสัตว์ เพราะปกติชาวบ้านเลี้ยงก็เลี้ยงเลย ไม่ได้แจ้งหรอก แต่หลายท่านก็ไปแจ้ง ต้องไปแจ้งกับปศุสัตว์อำเภอลงทะเบียนเป็นผู้เลี้ยงโค เป็นผู้เลี้ยง กระบือ แล้วสั่งกำชับปศุสัตว์อำเภอให้บริการลงทะเบียนให้มันสะดวก อย่าให้มีอุปสรรคมาก โดยเฉพาะคนที่วัวควายตายไปแล้ว เสียชีวิตไปแล้วจะดำเนินการอย่างไร ถ้าต่อไปนี้ ให้ลงทะเบียน ถ้าตายแล้วสักเดือนสองเดือน เพราะโรคนี้ท่านจะย้อนหลังไปอย่างไร ให้คิดด้วย คิดให้ประชาชนให้ได้ประโยชน์🔗
ท่านประธานครับ ผมไม่มีเรื่องที่จะต้องพูดยืดยาว พูดแค่นี้ แล้วผมฝาก ท่านประธานเป็นพิเศษไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการนะครับ ท่านขึงขังมาก ท่านประกาศ มาตรการน่าอุ่นใจ แต่ท่านประธานผมเรียนท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการนะครับ เอาสิ่งที่ เกิดขึ้นแล้ว โครงการวัว โคล้านตัวอะไรที่จะส่งเสริมให้ ธ.ก.ส. ให้กู้ ๑ ล้าน ๑๐๐ ปีหนึ่ง ผมก็ส่งเสริมประชาชน โฆษณาใหญ่ในเขตผม ให้เขาไปลงทะเบียนวิสาหกิจ เกษตรจดทะเบียนวิสาหกิจ มีปัญหาผมก็ประสานให้ชาวบ้าน ทำเยอะแยะเลยครับ แต่ท่านประธานผมฝากไปยังรัฐมนตรี ในเขตผมยังกู้ไม่ได้สักรายเลยครับ มันเกิดอะไรขึ้น มันเกิดเพราะลึก ๆ ธ.ก.ส. เขาไม่อยากปล่อยหรือเปล่า เขาเกรงใจท่านหรือเปล่า เพราะฉะนั้นท่านแก้ปัญหาด้วยนะครับ ในเขตเลือกตั้งผมยังกู้ไม่ได้สักรายเลย เหตุอะไร ไม่รู้ล่ะ คนกู้ก็อยากกู้ จดวิสาหกิจเขาก็จด นี่พูดอดีตนะครับ ผู้ที่จะเลี้ยงโคล้านตัว ไม่ได้ เขตผมไม่ได้ ผมติดต่อท่านรัฐมนตรีอยู่เป็นประจำ ธ.ก.ส. ปศุสัตว์ร่วมมือกันอย่างไร ร่วมมือ กันแล้วเกษตรกรไม่ได้กู้นี่ท่านแก้ไข ผมรายงานท่าน ส่วนปัญหาเรื่องนี้ท่านกำชับขั้นตอน ประชาสัมพันธ์ให้ผู้เลี้ยงโคที่ยังไม่ลงทะเบียนต้องไปลงทะเบียนได้ เสร็จแล้วเขาจะต้องไปแจ้ง อย่างไรเวลาตาย เวลาป่วย แล้วก็เร่งหาวิธีที่จะเอางบฉุกเฉินของรัฐบาลลงไปเลย อย่าให้มี สภาพเป็นยาฉีดได้ทีละ ๑๔๐ ตัว แล้วมีโคมีอะไรเป็นแสนตัว ตอนนี้ป่วยเป็นหมื่นตัวอยู่ที่ จังหวัดอุดรธานี🔗
สุดท้ายจริง ๆ เรื่องสุดท้ายที่ผมอยากจะคุยก็คืออยากจะรายงานหรือว่า อยากจะเล่าให้ท่านรัฐมนตรีฟัง วัคซีนที่บอกไม่มี เขามีนะครับ เขามีฉีดกันนะครับชาวบ้าน คนเลี้ยงโคเขาอยู่ไม่ได้หรอก เขาก็หามา ผมทราบว่าเขาเอามาจากประเทศเวียดนาม เสร็จแล้วท่านรู้ไหมว่าราคาขณะนี้ที่เขาฉีด เขาซื้อมาเท่าไรผมไม่รู้นะครับ แต่เขาฉีดกัน ก็เฉลี่ยตัวละประมาณ ๒๐๐ บาท ซื้อมาขวดหนึ่งฉีดได้ ๒๕ ตัว ก็เป็นเงินขวดละ ๕,๐๐๐ บาท แล้วชาวบ้านก็รวบรวมกันได้ ๒๕ ตัว แล้วก็ไปซื้อมาฉีด วัคซีนมีแล้ว ฉีดแล้ว ในจังหวัดผม เพราะฉะนั้นท่านก็ไปหาวิธีจะซื้อวัคซีนมาด้วย มันมีแน่ในโลกนี้ ท่านมีเงิน ก็ไปซื้อสิ ไม่ใช่บอกไม่มี ๆ อยู่นี่ไม่ได้ ฝากด้วย วันนี้ก็พูดเบา ๆ เพื่อเป็นเครื่องประกอบการ ทำงานของท่านรัฐมนตรี ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ตามด้วยท่านชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระผมจะขอ เรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องเกี่ยวกับ การแพร่ระบาดของลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ซึ่งในเขตจังหวัดราชบุรีของกระผมเองนั้นก็มี พี่น้องเกษตรกรเลี้ยงทั้งโคนม แล้วก็โคเนื้อเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยง โคนม ถ้าพูดอย่างนี้ท่านประธานคงนึกออกถึงสหกรณ์โคนมหนองโพในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งผลิตนม ไม่ว่าจะเป็นนมกล่องหรือนมพาสเจอร์ไรซ์ (Pasteurize) ในยี่ห้อของหนองโพ ซึ่งเป็นกิจการที่ล้นเกล้าในหลวงรัชกาลที่ ๙ ได้พระราชทานให้กับพสกนิกรชาวจังหวัดราชบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง ตอนนี้ก็ประสบปัญหาเหมือนกับจังหวัดอื่น ๆ ที่มีเพื่อนสมาชิก ได้อภิปรายไปก็คือการระบาดของโรคระบาดติดต่อในโคเนื้อและโคนม ซึ่งในจังหวัดราชบุรี ก็ต้องเรียนท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานว่าเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์นั้นไม่ว่าจะเป็นปศุสัตว์ จังหวัด ปศุสัตว์อำเภอบ้านโป่งที่ผมได้สัมผัสในเขตพื้นที่ก็ทำงานด้วยความเข้มแข็ง ดูแล พี่น้องประชาชนที่เลี้ยงโคได้เป็นอย่างดี นอกจากจะฉีดในเรื่องของลัมปีสกิน (Lumpy Skin) แล้วยังต้องฉีดในเรื่องของโควิด (COVID) ด้วย ถือว่ากรมปศุสัตว์ปีนี้แล้วก็ปีที่แล้ว เป็นหน่วยงานที่สำคัญในการที่จะควบคุมการแพร่ระบาดโรคติดต่อจากสัตว์ไปสู่คน ไม่ว่าจะ เป็นเรื่องของโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ออกมาช่วยพี่น้องประชาชน ผมในนามของ พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดราชบุรีก็ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ทุกระดับ รวมถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการประภัตร โพธสุธน ท่านรัฐมนตรีช่วยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่กำกับดูแล กรมปศุสัตว์มา ณ โอกาสนี้ด้วยที่ส่งเจ้าหน้าที่มาควบคุมโควิด-๑๙ (COVID-19) นอกจากนี้ยัง ไปฉีดลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโค🔗
เรียนท่านประธานครับ จากที่ผมได้ลงพื้นที่ แล้วก็ไปทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ กรมปศุสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ด่านกักกันโรคสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ในระดับปศุสัตว์ อำเภอ ปศุสัตว์จังหวัด เขามีปัญหาที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี ว่าเขาขาด ๔ อย่างครับ ๑. เขาขาดเครื่องมือ ผมไปดูเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ เป็นลูกจ้างประจำบ้าง ลูกจ้างชั่วคราวบ้าง ที่เป็นเจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์ต้องควักเงินครับ ท่านประธาน เงินส่วนตัวนี่ครับมาซื้อเครื่องพ่นยา เครื่องพ่นยาลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ที่เป็นเครื่องมือ ถ้าท่านประธานเห็นจะเป็นปืนฉีดที่ใช้ฉีดเพื่อให้เกิดหมอกควันในการกำจัด เหลือบไร หรือแมลงที่เป็นพาหะนำโรคของลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ท่านประธาน เชื่อไหมครับที่เจ้าหน้าที่ฉีดไม่ใช่เป็นงบประมาณที่ซื้อโดยกรมปศุสัตว์นะครับ เป็นเงิน งบประมาณของเจ้าหน้าที่ เงินส่วนตัวที่ปฏิบัติหน้าที่ซึ่งเงินก็น้อยอยู่แล้ว ยังต้องเอา เงินส่วนตัวมาซื้ออุปกรณ์ในการฉีดพ่น อันนี้ก็เรียนให้ท่านรัฐมนตรีทราบ ไม่ทราบว่า ท่านรัฐมนตรีท่านทราบหรือเปล่าว่าเครื่องมือเหล่านั้น บางส่วนผมคิดว่าน่าจะเป็น ส่วนใหญ่ด้วยเป็นเครื่องมือของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานเอง ไม่ใช่เป็นเครื่องมือของทางกรม ปศุสัตว์นะครับ อันนี้คือขาดเรื่องที่ ๑ ก็คือขาดเครื่องมือ อยากให้ท่านรัฐมนตรีได้สนับสนุน ให้เจ้าหน้าที่ด้วย เพราะเจ้าหน้าที่ดีมาก ๆ เลยครับ น้อง ๆ พี่ ๆ ทุกคนที่ลงไปปฏิบัติหน้าที่ ร่วมกับผมในการฉีดพ่นยาฆ่าแมลงลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ให้กับพี่น้องเกษตรกร ผู้เลี้ยงโค ไม่ว่าจะเป็นโคเนื้อ โคนมในอำเภอบ้านโป่ง อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ปฏิบัติ หน้าที่ด้วยความเข้มแข็งแต่ขาดเครื่องมือ🔗
ขาดที่ ๒ ครับ บุคลากร บุคลากรไม่เพียงพอครับท่านรัฐมนตรี เรียนท่าน ประธานว่าบุคลากรก็มีจำกัด พื้นที่กว้างใหญ่ การที่เราจะควบคุมโรคระบาด ท่านประธาน ก็ทราบว่าต้องทำงานแข่งกับเวลา แต่พอเจ้าหน้าที่น้อย การที่ท่านจะควบคุมพื้นที่ให้ได้ท่านก็ ต้องใช้ระยะเวลาที่นานขึ้น แล้วการที่ท่านทำงานแข่งกับเวลาและบุคลากรน้อย ไม่มีทางที่ ท่านจะควบคุมโรคระบาดได้ครับ เหมือนอย่างวันนี้ที่รัฐบาลกำลังฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-๑๙ (COVID-19) ยิ่งทอดเวลาออกไปผู้ติดเชื้อก็มากขึ้น ๆ การแพร่ระบาดก็มากขึ้น สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือการทำงานแข่งกับเวลา ทำอย่างไรเราจะ ฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุด ทำอย่างไรเราจะฉีดวัคซีนให้ได้เร็วที่สุดเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด วัวก็เหมือนกันครับ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ครับท่านประธาน ต้องทำงานแข่งกับเวลา แต่เจ้าหน้าที่บุคลากรของกรมปศุสัตว์มีไม่เพียงพอ อันนี้คือขาดที่ ๒ ครับ🔗
ขาดที่ ๓ ท่านประธานครับ ขาดวัคซีน วัคซีนที่นำเข้ามาที่ท่านไปแถลงข่าว เปิดโครงการฉีดวัคซีนลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ไม่ได้มาที่จังหวัดราชบุรีแม้แต่เข็มเดียวเลย ทั้ง ๆ ที่จังหวัดราชบุรีเป็นจังหวัดที่มีการเลี้ยงโคนมเยอะเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย มีโคเนื้อก็ไม่แพ้จังหวัดอื่น แต่วัคซีนไม่มาแม้แต่เข็มเดียวในจังหวัดราชบุรี ผมฟังแล้วก็ ตกใจครับเพราะว่าก็ไปจังหวัดอื่นหมด ก็บอกว่าที่จังหวัดอื่นมีการแพร่ระบาดมากกว่า แต่วันนี้ที่จังหวัดราชบุรีก็มีการแพร่ระบาดแต่ก็ยังสามารถควบคุมโรคได้ แต่วัคซีนไม่มาเลย และผมคิดว่า ๖๐,๐๐๐ โดส ที่ท่านนำเข้ามามันก็ไม่สอดคล้องกับจำนวนประชากรวัวที่มีอยู่ ในประเทศไทย ไปจังหวัดเดียวก็หมดแล้วครับ แต่ประเทศไทยนี่พี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคมี แทบจะทุกจังหวัดทั่วประเทศ มากบ้างน้อยบ้าง แต่จังหวัดราชบุรีโคนมเยอะติดอันดับต้น ของประเทศเลย ก็เรียนท่านประธานว่าขาดที่ ๓ คือขาดวัคซีน ท่านรัฐมนตรีท่านก็ต้องเร่ง เข้ามาเพื่อที่จะมาฉีดให้กับวัวของพี่น้องประชาชน🔗
ขาดที่ ๔ คือขาดยาฉีดพ่นฆ่าแมลงที่เป็นพาหะนำโรค ไม่มีครับท่านประธาน ฉีดได้อยู่พักหนึ่งก็ต้องหยุดฉีด ผมก็ถามเจ้าหน้าที่ว่าทำไมหยุดฉีด บอกยาหมด ก็ต้องทำ อย่างไรครับท่านประธาน ไปประสานกับสหกรณ์โคนมหนองโพจังหวัดราชบุรี ขอความ อนุเคราะห์ยาฉีด ซึ่งก็ดีครับ สหกรณ์โคนมหนองโพในพระบรมราชูปถัมภ์ก็สนับสนุนยาฉีดมา ให้ในการควบคุม ซึ่งจริง ๆ แล้วภารกิจเหล่านี้เป็นภารกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ต้องจัดซื้อยาควบคุมฆ่าพาหะที่เป็นโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ให้กับพี่ น้องประชาชนผู้เลี้ยงโคนมหรือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมให้เพียงพอต่อการควบคุมการแพร่ ระบาดของโรค แต่ยาที่พ่นฆ่าเหลือบไรที่เป็นพาหะนำโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ก็ไม่พอ เรียนท่านประธานครับว่า ๔ ขาดนี้ ท่านรัฐมนตรีท่านต้องรับไปดำเนินการให้กับ พี่น้องประชาชน แล้วเพื่อนสมาชิกก็อภิปรายกันว่าตอนนี้โรคระบาดมันก็ยังไม่มีทีท่าว่า จะเบาบางลง ฉะนั้นท่านรัฐมนตรีโดยเฉพาะกรมปศุสัตว์นั้นก็จะต้องไปทำงานแข่งกับเวลา แล้วก็ฝากท่าน ๔ ขาดนี้จัดให้เพียงพอให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม โคเนื้อทั่วประเทศ ด้วยครับ ไม่ใช่เฉพาะที่จังหวัดราชบุรี แล้วก็ที่อำเภอบ้านโป่ง อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ตอนนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคก็รอในอีกหลายจุด แต่ก็ทำไปได้เยอะแล้ว แต่ก็เรียนกับ ท่านรัฐมนตรีว่าข้าราชการ ตลอดจนลูกจ้างของกรมปศุสัตว์ทำงานด้วยความเข้มแข็ง ก็เป็น กำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ทุกท่านด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ตามด้วยท่านมานพ คีรีภูวดล เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ จังหวัดอุบลราชธานี เขต ๗ พรรคเพื่อไทย ต่อกรณี วัวป่วยเป็นโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ท่านประธานครับ วันนี้อาชีพเกษตรกรของพี่น้อง ประชาชนที่ทำการดำรงชีพอยู่ในขณะนี้ ทำนาก็ขาดทุน ปลูกยางพาราก็ขาดทุน ปลูกมัน สำปะหลังก็ขาดทุน เกษตรกรตอนนี้ที่ยังพอดำรงชีพอยู่ได้ก็คือการเลี้ยงปศุสัตว์ ก็คือการ เลี้ยงโค กระบือ แพะ แกะ สุกร ซึ่งเป็นโอกาสของประเทศไทยที่สามารถส่งออกไปขาย ต่างประเทศในช่วงบ้านเมืองเป็นโควิด (COVID) แต่ในขณะเดียวกันวันนี้โค กระบือซึ่งเป็น สมบัติชิ้นสำคัญของพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นสมบัติที่อยู่คู่กับเขามานานได้ล้มป่วยด้วย โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่ที่เกิดขึ้นมาคู่กับโควิด-๑๙ (COVID-19) ท่านประธานครับ การช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้นผมอยากจะฝากและเป็นประสบการณ์ โดยตรงของผมที่ทำการปศุสัตว์เลี้ยงโค กระบือในขณะนี้ก็ไม่มากครับ ประมาณสัก ๑,๐๐๐ ตัว อันดับแรกเมื่อพบโคป่วย โคที่ป่วยเป็นโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เราต้องแยกโคออกจากคอก แล้วก็ดำเนินการซึ่งมีอยู่ตามบ้านเราก็คือฟ้าทะลายโจรครับ วัวเด็กให้กินสัก ๔ เม็ด วัวรุ่น ๆ ให้กิน ๖ เม็ด วัวอายุมากให้กิน ๘ เม็ดต่อวัน ถ้ากรมปศุสัตว์ มีซีลีเนียม (Selenium) ก็นำซีลีเนียม (Selenium) ไปแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชน ที่มีวัวป่วย เมื่อเสร็จแล้วเราก็ต้องพ่นคอกทุกวัน เพราะในขณะนี้พี่น้องทำมะม่วงกวนครับ ก็เอามะม่วงไปให้วัวกิน เมล็ดของมะม่วงก็เหลืออยู่แมลงวันก็มาตอมก็เกิดแมลงวันขึ้นมาใหม่ แล้วโรคนี้ถามผู้ที่เกี่ยวข้องเขาบอกว่าวิ่งเร็ว ๖๐๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง จึงทำให้โรคระบาด ไปทั่วประเทศในขณะนี้นะครับ เมื่อวัวป่วยแยกออกแล้ว วัวที่ยังไม่ป่วยนี่ต้องฝากท่าน รัฐมนตรีว่าวันนี้ทางกรมปศุสัตว์บอกว่าวัวที่ป่วย คอกที่ป่วยห้ามฉีดวัคซีน ผมต้องเรียนท่าน ครับว่าวัวที่ป่วยแยกออกแล้ว วัวที่ไม่ป่วยต้องฉีดวัคซีนครับ พอฉีดวัคซีนใน ๑๐๐ ตัวอาจจะ กลับมาเป็นสักตัว ๒ ตัว เราก็รักษาตามอาการมันก็จะหาย วันนี้ท่านบอกว่าคอกไหน มีวัวป่วยห้ามฉีดวัคซีน วันนี้วัคซีนที่ซื้อมาไม่ได้ใช้เลยครับ เพราะวันนี้ก็เหมือนโควิด (COVID) ใครป่วยก็แยกออกไปไว้ที่โรงพยาบาล คนที่ไม่ป่วยก็ต้องฉีดวัคซีนป้องกันนะครับ วันนี้วัคซีน ที่ท่านนำมาถ้าบอกว่าคอกที่ป่วยแล้วไม่ได้ฉีดก็แทบจะไม่ได้ใช้นะครับ ก็อยากจะฝากว่า วัวตัวไหนที่มันป่วยเราก็รักษาตามอาการ วัวตัวไหนที่ป่วยก็รักษาไป วัวไม่ป่วยก็ฉีดวัคซีน นะครับ ซึ่งการฉีดวัคซีนก็จะทำให้วัวไม่ป่วยแล้วก็ไม่ขยายนะครับ และเสร็จแล้วผมอยากจะ ให้ท่านได้ประชาสัมพันธ์บอกพี่น้องประชาชนว่าวันนี้ใครที่เป็นเกษตรกร ใครที่ทำนาต้องไป ขึ้นทะเบียนเกษตรกรทำนาเพื่อจะรับส่วนต่างรายได้ ใครที่ปลูกมันสำปะหลังต้องไป ขึ้นทะเบียนปลูกมันสำปะหลัง ใครที่ปลูกยางพาราต้องไปขึ้นทะเบียนปลูกยางพารา วันนี้ เกษตรกรที่เลี้ยงปศุสัตว์ต้องไปขึ้นทะเบียนเลี้ยงปศุสัตว์ ถ้าใครไม่ได้ขึ้นทะเบียนรอบนี้ ท่านต้องขยายเวลาให้ขึ้นทะเบียนใหม่ เราจะได้รู้เลยว่ามีเกษตรกรที่เลี้ยงปศุสัตว์กี่ราย เสร็จแล้วเมื่อเลี้ยงปศุสัตว์กี่รายต้องลดขั้นตอนครับ วันนี้ไปที่ปศุสัตว์อำเภอนี่บางอำเภอ ยังไม่เข้าใจเลยว่าหมดเวลาแล้ว กลับเถอะ วัวตายแล้วไม่รับแจ้ง วันนี้ฝากถึงพี่น้องประชาชนว่า ใครที่เป็นเกษตรกรที่เลี้ยงปศุสัตว์ท่านต้องมาขึ้นทะเบียนที่ปศุสัตว์อำเภอทุกอำเภอ นำบัตร ประชาชน ทะเบียนบ้านมาแล้วขึ้นทะเบียน มีวัวกี่ตัวก็แจ้งไป วันหลังกลับบ้านไปวัวตายก็มา แจ้งใหม่ว่าวัว ๕ ตัวที่ผมแจ้งนี่มันตายไป ๑ ตัว มันป่วยไป ๒ ตัว เพื่อจะให้ท่าน นายกรัฐมนตรีได้เยียวยาการรักษาพยาบาลเบื้องต้น เยียวยาโคที่เสียชีวิตไป เพราะอะไรครับ วันนี้เกษตรกรไม่อยากให้โคตัวเองตายนะครับ พยายามรักษาจนสุดวิสัย วัวตายก็อยากจะได้ ค่าเยียวยา ซึ่งค่าเยียวยาผมก็เคยขอท่านครับว่าในอดีตราคาวัวมันถูก วันนี้ราคาวัวมันแพง ก็ขอท่านว่าจาก ๖,๐๐๐ บาท เป็น ๑๒,๐๐๐ บาทได้ไหม จาก ๑๒,๐๐๐ บาท เป็น ๒๔,๐๐๐ บาทได้ไหม จาก ๑๘,๐๐๐ บาท เป็น ๓๖,๐๐๐ บาท แล้ววัวตายจาก ๒๐,๐๐๐ บาท ให้เป็น ๔๐,๐๐๐ บาทได้ไหม ท่านก็รับปากว่าจะช่วยผลักดันให้เกิด แล้วนอกจากนั้นสุดท้ายนี้ต้องขอบคุณปศุสัตว์ โดยเฉพาะอย่างจังหวัดอุบลราชธานี ท่านปศุสัตว์จังหวัด ปศุสัตว์อำเภอก็ออกไปช่วยเหลือพี่น้อง แต่ว่าคนของท่านน้อยมากครับ จังหวัดอุบลราชธานีมีวัวทั้งหมด ๔๐๐,๐๐๐ ตัว ๔๐๐,๐๐๐ ตัวนี้แยกแต่ละอำเภอ ๆ ในขณะนี้มีวัวป่วยอยู่ประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าตัว เสียชีวิตไปแล้ว ๓๐๐ กว่าตัว แต่จำนวน อาสาปศุสัตว์มีน้อยครับ วันนี้ไฟจะไหม้บ้าน ท่านอย่าได้ห้ามนะครับว่าต้องเป็น รปภ. ต้องมี น้ำสะอาดมารดเพื่อให้ไฟดับ น้ำอะไรก็ได้ที่ใครจะช่วย ช่วยให้ไฟดับเร็ว ๆ เอาวัคซีน มาจากไหน เอายามาจากไหน ใครช่วยได้ ใครฉีดยาได้ ต้องช่วยกัน วันนี้ต้องผลักดันเอาอาสา ปศุสัตว์ ๗๐,๐๐๐ ตำบลต้องมีอีก ๗๐,๐๐๐ คน สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างอาชีพ ให้เขา จึงกราบเรียนท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีที่เอาใจใส่ดูแลพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อน ในขณะนี้นะครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านมานพ คีรีภูวดล ตามด้วยท่านสิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ ผมก็อยู่กับวัวกับควายมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วครับ คือนึกภาพนะครับว่า ถ้านึกถึงซูปเปอร์มาร์เกต (Supermarket) ของคนในเมืองต้องนึกถึงป่า ถ้านึกถึงธนาคาร พี่น้องชนบทต้องนึกถึงวัวควายครับ คือตอนนี้เขาบอกว่าวัวของชาวบ้านมันเป็นวัวที่พึ่งพา ตัวเองได้ แต่วัวที่มันเป็นวัวต่างชาติมันเป็นวัวที่แบบขี้เกียจ เป็นวัวเจ้านาย ซึ่งผมคิดว่าอันนี้ มีเหตุผลของประชาชนนะครับท่านประธาน สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าสถานการณ์ตอนนี้ ท่านรัฐมนตรีที่มีวิสัยทัศน์อยู่แล้ว แล้วก็ผู้บริหารหลาย ๆ ท่านผมคิดว่าเพื่อไม่ให้เป็นแบบ วัคซีนของโควิด (COVID) ๒ เรื่องที่จะต้องตัดสินใจโดยด่วนก็คือการตัดสินใจที่เร่งด่วน เด็ดขาดพร้อมกับงบประมาณซึ่งเรื่องนี้ผมคิดว่าไม่ยากเกินอำนาจของรัฐมนตรี สำคัญที่สุด คือจะต้องกระจายอำนาจให้กับระดับพื้นที่ตัดสินใจได้ พร้อมงบประมาณนะครับ ผมย้ำ🔗
อันที่ ๒ ก็คือผมคิดว่าพื้นที่ ในระดับการตัดสินใจเมื่อก่อนนี้ผมเป็นเด็ก ผมจำได้เรามีอาสาสมัครหมอวัวหมอควายเต็มเลย เป็นผู้ช่วยปศุสัตว์อำเภอ เรื่องการ ฉีดวัคซีน เรื่องการรายงานผลต่าง ๆ มันมีอยู่แล้วนะครับ ผมคิดว่าตรงนี้จะเป็นเครื่องมือ จะเป็นกลไกสำคัญที่จะเร่งการแก้ไขปัญหา เพราะว่า ๒ เรื่องนี้ผมคิดว่าเรื่องรายละเอียด ต่าง ๆ ท่านสมาชิกอภิปรายหมดแล้วครับ ท่านประธานครับ ผมมีประเด็นอย่างนี้ว่าแค่ชื่อ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ผมคิดว่ามันไม่ใช่โรคที่เกิดขึ้นในพื้นที่ประเทศไทย ชื่อมันแปลก ๆ ชื่อมันไม่ใช่ชื่อที่เป็นภาษาไทย เพราะฉะนั้นแสดงว่ามันเกิดเกี่ยวกับกระบวนการนำเข้า ท่านสมาชิกก็อภิปรายไปแล้วว่าทำไมเราต้องเอาสัตว์ในต่างประเทศที่มีภูมิอากาศ ภูมิประเทศที่แตกต่างกันเข้ามา ซึ่งหลายคนอาจจะบอกว่ามีเนื้อเยอะ อร่อย แต่ว่าบรรพบุรุษ ของสังคมไทยผมคิดว่าเติบโตกับสัตว์ที่เป็นสัตว์พื้นบ้าน สัตว์ท้องถิ่นอยู่แล้ว แล้วก็โตมา ทำไมเราไม่พัฒนาตรงนี้ ทำไมเราไม่ดูแลรักษาและพัฒนาชี้ชัดในแง่ของอาหาร คุณค่าทาง อาหารหรือสุขภาพที่แข็งแรงส่งขายต่างประเทศนะครับ ในจังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่ ภาคเหนือ โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มีการเลี้ยงวัวนมเยอะ ในพื้นที่อำเภอสันกำแพง อำเภอแม่ออน อำเภอสันทราย และมีอีกกลุ่มหนึ่งเขาเรียกว่าวัวชาวบ้านที่เลี้ยงในป่า ตรงนี้ค่อนข้างที่จะเยอะนะครับ ที่ผมได้นำเรียนเมื่อสักครู่นี้ว่าวัวเหล่านี้มันเป็นธนาคาร เมื่อมีความเจ็บป่วย เมื่อมีความจำเป็นต้องการใช้เงิน วัวควายนี้ล่ะครับจะเป็นคำตอบ เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นที่ประชาชนจะต้องรักษาทรัพย์สินตรงนี้ไว้ หลาย ๆ ครั้งมีความจำเป็น ในการเจ็บป่วยต้องรักษา แต่ถ้าทนได้เขาจะไม่ขาย ถ้าทนได้เขาจะไม่ขาย แต่เมื่อไรที่มันมี ความจำเป็นสุด ๆ โดยเฉพาะเรื่องของการศึกษาของลูกหลาน ผมคิดว่าหลายท่านที่อายุเกิน ๔๐ กว่าปีขึ้นไปคงจะทราบว่าการที่คนบ้านนอกได้มาเรียนหนังสือนะครับวัวควายต้อง เสียสละชีวิตตัวเอง เพื่อที่ขายแล้วได้ไปเรียนหนังสือ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะชี้ประเด็นนี้ ท่านประธานครับ ผมอยากจะเห็นการพัฒนาสายพันธุ์วัว ควายที่เป็นสายพันธุ์พื้นบ้าน ไปดูที่ บ้านผมที่เชียงใหม่ ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนหรือว่าหลาย ๆ พื้นที่ วัวขึ้นดอยความชันนี่ผม ว่าสโลป (Slope) น่าจะเกิน ๗๐ องศา ก็ขึ้นไปสบาย หญ้าต่าง ๆ ที่มันมีอยู่นี้ไม่จำเป็นต้อง เป็นหญ้าสายพันธุ์ต่างประเทศอีกแล้ว ต้องมีสูตรอาหารอย่างนั้นอย่างนี้ไม่มีครับ ขึ้นดอย อย่างแข็งแรงนะครับ แล้วก็ไม่ต้องจัดการอะไรเยอะ ผมคิดว่านี่คือต้นทุน คือศักยภาพของ ประเทศเรา และผมเชื่อว่าสายพันธุ์วัวพื้นบ้านนี้มีเยอะแยะ ท่านสมาชิกก็ได้พูดไปแล้วว่าทาง ภาคใต้มีสายพันธุ์วัวชนที่แข็งแรง สายพันธุ์ที่มีเนื้อเยอะ เพราะฉะนั้นทำอย่างไร ประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้และเคยเกิดขึ้นในอดีตหลายครั้งแล้ว กรณีการนำเข้าสัตว์ เลี้ยงที่มาจากต่างประเทศ ซึ่งภูมิประเทศ ภูมิอากาศ อาหาร บริบทพื้นที่มีความแตกต่างกับ ในประเทศเราโดยสิ้นเชิง และมักจะพบกับเหตุการณ์อย่างนี้ เพราะฉะนั้นโดยสรุปของผมแล้ว ผมอยากจะสรุปอย่างนี้ครับว่าเรื่องกรณีที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ที่มีความเสี่ยงที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว ผมคิดว่าอันนี้ต้องเร่งตัดสินใจเด็ดขาดเพราะงบประมาณ เร่งกระจายอำนาจในการตัดสินใจให้กับคนพื้นที่และส่วนราชการที่จะต้องตัดสินใจ ในพื้นที่ ที่ยังมีการแพร่ระบาดน้อยหรือว่าพื้นที่ที่ยังไม่มีการแพร่ระบาด ผมคิดว่าถึงแม้ว่าจะเป็นวัว ที่มันไม่ใช่เป็นวัวสายพันธุ์หรือไม่ได้อยู่ในโครงการวัว ๑ ล้านตัวของท่านรัฐมนตรีก็ตาม เพื่อเป็นการป้องกัน ป้องกันไม่ให้มีการกระจายของเชื้อโรคเหล่านี้ การแก้ปัญหาเชิงรุก จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสั่งการอย่างเร่งด่วนและเด็ดขาด พร้อมงบประมาณ และกระจาย อำนาจในพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะในพื้นที่บนดอยที่เขายังมีอาชีพในการเลี้ยงวัวพื้นบ้านอยู่ เพื่อที่จะให้การรักษาสายพันธุ์พื้นบ้าน🔗
สุดท้ายที่ผมได้นำเรียนเมื่อสักครู่นี้ครับ ผมอยากจะเห็นมิติการเห็นคุณค่า ของทรัพยากร สมบัติของชาติที่มันเป็นสมบัติที่อยู่คู่กับบรรพบุรุษได้ถูกพัฒนาและได้นำ สินค้า ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นพืช ถ้าเป็นสายพันธุ์สัตว์ก็คือวัวท้องถิ่นที่แข็งแรงอยู่ตาม บนดอยนี่ล่ะครับได้นำสู่การเป็นสินค้าส่งออกและเป็นสินค้าท้องถิ่น ต่างประเทศเขาทำได้ บ้านเราย่อมทำได้ครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปเชิญ ท่านสิริพงศ์ ตามด้วยท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสิริพงศ์ อังสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมได้มีโอกาสหารือเป็นข้อหารือเรื่องโรคระบาด ในโค กระบือ ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ยังคงถูก ชาวบ้านถามอยู่โดยตลอดว่าเรื่องนี้ไปถึงไหน วันนี้ต้องขอบคุณนะครับที่ท่านประธาน ได้กรุณาบรรจุวาระนี้เป็นญัตติด่วนให้ ท่านประธานครับ ผมไม่ใช่เกษตรกรครับ แต่ผมได้รับ โทรศัพท์สายแรกจากตำบลโพนเขวาเมื่อประมาณต้นเดือนพฤษภาคม แล้วก็บอกว่า ส.ส. ทำอย่างไร ตอนนี้โรคระบาดวัวมาถึงบ้านฉันแล้ว ผมต้องเรียนนะครับว่าผมฟังครั้งแรกผมก็งง งงว่าโรคระบาดวัวที่ระบาดอยู่ตอนนี้คืออะไร หาข้อมูลไป แล้วก็ถามคนที่เขามีประสบการณ์ เขาก็บอกว่าให้กินยาเขียวสิ ให้กินยาเขียว ไปถามทางปศุสัตว์ ทางปศุสัตว์ก็บอกว่าวัวตัวหนึ่ง หนักเป็นร้อยเป็นพันกิโลให้กินยาเขียวที่ต้องให้กินตามน้ำหนักตัว ตัวหนึ่งต้องให้กินยาเขียว กี่ถุง ไม่ใช่ทางแก้ปัญหาที่ถูกต้อง มารู้ว่านี่คือโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ตอนที่ไปประชุม ที่พรรคภูมิใจไทยครับ ส.ส. หลายท่านก็ได้พูดคุยกันถึงปัญหานี้ แล้วก็โชคดีครับ ตอนนั้นท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ท่านมนัญญา ท่านก็ได้กรุณามอบอย่าไซเปอร์เมทริน ๒๕ (Cypermethrin 25) บอกว่ายาตัวนี้ใช้ฉีดฆ่าแมลงที่เป็นพาหะนำโรคได้ ส.ส. อาสพลธ์ เขต ๗ เขาก็นำมาให้ ก็เริ่มลงไปฉีดให้กับชาวบ้านตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน เราได้เห็นปัญหา มากมายครับ ปัญหาความไม่พร้อมของภาครัฐเอง วันที่ผมได้ยามาผมก็บอกว่าฉีดทันที ชาวบ้านเขาอยากให้ฉีดมาก ติดปัญหาโน่นนี่นั่นเยอะแยะไปหมดครับ เพราะมันก็มีกฎหมาย บอกว่าชาวบ้านที่ไปขึ้นทะเบียนสัตว์เหล่านี้ไม่สามารถที่จะฉีดได้ด้วยตนเอง การจะไปฉีดยา พวกนี้จำเป็นจะต้องให้ปศุสัตว์ไปด้วย เพราะถ้าหากชาวบ้านฉีดเอง วัวตัวไหนตายก็จะไม่ได้ รับเงินชดเชย เราก็ไปคุยกับทางปศุสัตว์ว่าให้ทางปศุสัตว์ไปช่วย ทางปศุสัตว์ก็ติดปัญหา ตรงเรื่องงบประมาณ แต่ท่านก็ดีนะครับ ท่านก็ดีว่าท่านอาจจะไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือ ท่านอาจจะไม่มีงบประมาณ ในการซื้อยา แต่ท่านก็อาสา บอกไม่มีงบประมาณก็ไม่เป็นอะไร ถ้าไปช่วยชาวบ้านท่านก็ ไปด้วย เบี้ยเลี้ยงไม่เอาก็ไม่เป็นอะไร เราก็ไปเท่าที่เราไปได้ เครื่องพ่นไม่มี เราก็อาศัยไปยืม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อย่างผมนี่ผมไปยืมตำบลน้ำคำ เราก็พยายามหาวิธีครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ท่านประภัตรก็ได้กรุณาบอกว่าวัคซีนใกล้จะมาแล้ว เดี๋ยววัคซีนมา ก็จะไปฉีดให้พี่น้องได้ ปัญหาต่อไปครับ วันนี้เราพูดถึงการแก้ปัญหานี้ ปัญหานี้มีอยู่ ๔ ขา ๑. ก็คือวัคซีน ซึ่งแน่นอนล่ะ ชาวบ้านหวัง ๒. การฉีดป้องกัน ก็ต้องเรียนท่านรัฐมนตรีครับ งบประมาณในส่วนของการฉีดป้องกันก็ยังมีไม่เพียงพอครับ ๓. ท่านทำไปแล้วคือการเยียวยา ในกรณีที่โค กระบือตาย แต่ยังมีอีกอย่างหนึ่งก็คือยารักษา วันนี้เราเปิดตามสูตร หมอชาวบ้าน เราไปดูฟาร์มใหญ่เขาเลี้ยงแบบไหนเราก็ไปถามเขา บางคนก็บอกว่าวัวที่ยัง ไม่มีอาการก็ต้องถ่ายพยาธิ ฉีดวิตามินบำรุง บางคนก็แนะนำยามาต่าง ๆ หลายสูตรครับ แต่สิ่งที่ผมคิดว่ามันจะออกมาและเป็นความมั่นใจได้นั่นก็คือประกาศจากทางราชการ ประกาศให้เขารู้ว่ายานี้ต้องใช้ยาอะไร ยาเหล่านี้หาได้ที่ไหน ในกรณีที่มันเร่งด่วนไม่ทันจริง ๆ แต่ถ้าเป็นไปได้วันนี้ผมเชื่อว่าท่านประธานได้เห็นแล้วครับว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวนมากพูดถึงปัญหานี้ ท่านรัฐมนตรีสามารถที่จะไปของบกลางได้ เพราะตอนนี้มันเป็น ภัยพิบัติแล้ว เกณฑ์ในการฉีดวัคซีนก็เป็นปัญหาอีกอย่างหนึ่งครับ วัวตัวใดที่เป็นโรคนี้ ไม่สามารถฉีดวัคซีนได้เพราะวัคซีนนี้เป็นเชื้อเป็น ถ้าฉีดเข้าไปแล้วอาจจะทำให้วัวตายได้ ดังนั้นเขาจึงแบ่งเกณฑ์ว่าถ้าเขตใดมีโรคระบาดวัว มีวัวที่เป็น เขาก็จะขีดเส้นสีแดงเอาไว้ว่า บริเวณนี้ห้ามฉีด แต่เกณฑ์ของท่านอาจจะแข็งเกินไป เพราะท่านขีดวงทั้งตำบลเลย ผมยกตัวอย่างครับ สมมติว่าตำบลคูซอดมีอยู่ ๑๐ หมู่ เกิดมีวัวเป็นโรคที่บ้านเวาะ หมู่ที่ ๖ หมายความว่าอีก ๙ หมู่ที่เหลือก็ไม่มีโอกาสได้ฉีดวัคซีนเหมือนกัน ฉะนั้นเกณฑ์เหล่านี้ก็ต้อง ไปปรับเปลี่ยนให้กับเขา สิ่งสำคัญที่สุดก็คือความเร็วในการแก้ปัญหา ท่านประธานครับ อย่าง ที่ผมเรียนไปตอนต้นครับว่าผมไม่ใช่เกษตรกร แต่จากการแก้ปัญหาตลอดระยะเวลา ๑ เดือนเศษ ๆ ที่ผ่านมาผมได้เห็นว่าเราแก้ปัญหาได้ค่อนข้างช้า อันนี้เรียนท่านด้วยความ เคารพนะครับ เราแก้ปัญหาได้ค่อนข้างช้า วันนี้เปิดเฟซบุ๊ก (Facebook) เลื่อนเฟซบุ๊ก (Facebook) ขึ้นมา ๑๐ เปอร์เซ็นต์ คนระบายเรื่องวัว เราต้องแก้ปัญหาให้เร็วกว่านี้ จากการแก้ปัญหาของผมตลอด ๑ เดือน มันทำให้ผมรู้ว่าโคกระบือมันไม่ใช่แค่สินทรัพย์ของ ชาวบ้านครับ โค กระบือมันไม่ใช่แค่การลงทุน การเก็งกำไรของชาวบ้าน แต่สิ่งนี้มันคือวิถี ชีวิตของชาวบ้าน ฉะนั้นฝากท่านประธานไปถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยครับว่า ปัญหานี้ต้องแก้ให้เร็วยิ่ง ๆ ขึ้นครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุรวิทย์ ตามด้วยท่านบัลลังก์ อรรณนพพร ครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ดอกเตอร์นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผมขออภิปรายเกี่ยวกับโรคติดเชื้อระบาดในโคกระบือ ที่เราเรียกกันว่า ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ซึ่งเป็นโรคที่เห็นแล้วสงสารโคกระบือเป็นอย่างยิ่ง เห็นเป็นเม็ด เป็นผื่นเกิดขึ้น มีไข้ แล้วก็เบื่ออาหาร โรคนี้นอกจากสงสารโคกระบือแล้วก็สงสารพี่น้อง เกษตรกร เพราะโค กระบือเหมือนกับเป็นชีวิตจิตใจของพี่น้องเกษตรกร อย่างไรก็ตามครับ โรคนี้เราพบว่าในทวีปเอเชียเราระบาดที่ประเทศจีน ประเทศบังคลาเทศ ประเทศอินเดีย ในปี ๒๕๖๒ และในปี ๒๕๖๓ ก็มาระบาดอยู่ที่ประเทศภูฏาน ประเทศ เนปาล ประเทศศรีลังกา ประเทศไต้หวัน ประเทศเวียดนาม และประเทศพม่า ท่านประธาน ที่เคารพครับ สำหรับที่จังหวัดชัยภูมิ มีโคกระบืออยู่ ๑๒๐,๐๐๐ ตัว ขณะนี้เท่าที่สำรวจพบว่า มีโคกระบือป่วยจากโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ๑,๖๐๐ ตัว มีเสียชีวิตไปแล้ว ๒๑ ตัว ส่วนใหญ่ที่เสียชีวิตมักจะเป็นโคกระบือตัวเล็ก ๆ ที่ยังไม่โต ทราบว่าทางจังหวัดชัยภูมิ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านนายอำเภอ ท่านปศุสัตว์จังหวัด ปศุสัตว์อำเภอ ตลอดถึงองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นและพี่น้องเกษตรกรกำลังเตรียมที่จะรณรงค์ทำความสะอาด ฉีดยา พ่นยาฆ่าเชื้อ ซึ่งทราบว่าสารเคมีที่ใช้ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกไซเปอร์เมทริน (Cypermetrin) เป็น สารเคมีที่ใช้ฉีดพ่น แล้วก็ยังมีบางส่วนที่ใช้พวกต้นใบยูคาลิปตัส (Eucalyptus) สมุนไพร ในบ้านของเราเอง โดยต้มใบยูคาลิปตัส (Eucalyptus) ใบน้อยหน่า ใบตระไคร้หอม ใบสะเดา ต้มเข้าไปด้วยกัน เอาน้ำมาฉีดพ่นเป็นยาฆ่าเชื้อ ฉีดใส่คอกปศุสัตว์ ฉีดใส่ตัวสัตว์ ใส่ตัววัวควาย บางครั้งอาจจะมีสูตรว่าใช้ยาฉุน ยาเส้น ๑ กิโลกรัมต่อน้ำ ๒๐ ลิตร ก็ถือว่าเป็น การใช้ภูมิปัญญาในบ้านเรา ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี ปัจจุบันเจ้าของโค กระบือที่ป่วย ก็จะไปตามเจ้าหน้าที่ไปหายามาฉีด ตัวหนึ่ง ๓ เข็ม เข็มละ ๓๐๐ บาท ก็ได้รับความร่วมมือ อย่างดี เจ้าของโค กระบือในทุกวันนี้เท่าที่เราเห็น จังหวัดชัยภูมิได้รับวัคซีนไปประมาณ ๒,๐๐๐ โดส ซึ่งไม่พอครับ โค กระบือเรามีอยู่ ๑๒๐,๐๐๐ ตัว ดังนั้นพี่น้องเกษตรกร ซึ่งเขา ได้ทราบข่าวคราว และมีการเล่าลือกันว่ามีวัคซีนเข้ามา ซึ่งเราพูดได้ว่าเป็นวัคซีนเถื่อน ทำให้ เราก็เป็นห่วงว่าวัคซีนที่ซื้อมานี้ไม่ใช่ของรัฐบาล เป็นวัคซีนที่ไม่ได้ผ่าน อย. แต่เป็นวัคซีนไม่ ทราบว่าจะตรงกับเชื้อโรคสเตรน (Strain) ของเชื้อโรคหรือไม่ จะเป็นอันตรายต่อ โค กระบือที่ฉีดวัคซีนไปหรือไม่ อันนี้ก็น่าเป็นห่วง ปัจจุบันก็ถือว่ารัฐบาลช้าในเรื่องของการ จัดหาวัคซีน เพราะโรคนี้มันไม่ได้เกิดขึ้นในประเทศไทยในขณะนี้ ปีที่แล้วก็มี ปีก่อนก็มี ในประเทศเพื่อนบ้านรอบข้างของเรา รัฐบาลไม่ได้แจ้ง ไม่ได้เตือน ไม่ได้บอกพี่น้องประชาชน ไม่ได้ศึกษาวิจัย ซึ่งถือว่ารัฐบาลต้องเร็วกว่านี้ วัคซีนต้องเร็ว การดูแลรักษาต้องแนะนำ ทำให้ ทั่วถึงและไม่มีค่าใช้จ่าย เปรียบเทียบกับโควิด (COVID) ในคน ผู้ที่ป่วยจากโควิด (COVID) จะได้รับการรักษาฟรี วัคซีนก็ฟรี แต่โคกระบือครั้งนี้รัฐบาลหาวัคซีนแต่ช้า ทำให้คนรอไม่ไหว ต้องไปเสียเงินซื้อวัคซีนมาฉีด วัวตัวเดียวก็พอไหว แต่บางคนมีหลายตัวเป็นภาระอย่างมาก ก็ฝากรัฐบาลในเรื่องดังกล่าวนี้ครับ ผมฝากถึงรัฐบาลว่ากรมปศุสัตว์ต้องทำงานเชิงรุก ต้องเร็ว กว่านี้ ต้องมีข้อมูลของโรคในสัตว์แต่ละชนิด แต่ละตัวว่าในประเทศเพื่อนบ้านของเรามีโรค อะไรที่ระบาดบ้าง ในโลกเรานี้มีโรคอะไรระบาดบ้าง จะได้เตือนพี่น้องประชาชน จะได้เตรียม พวกวัสดุครุภัณฑ์ที่จะใช้ เวชภัณฑ์ต่าง ๆ ในการที่จะใช้ป้องกัน ประเทศข้างบ้านของเราก็ เห็นได้ชัดเจนว่าอย่างพม่า เวียดนามก็เข้ามาก่อนเราปีหนึ่ง เราน่าจะเร็วกว่านี้ นอกจากนี้ในเรื่องของค่าชดเชย ขณะนี้พี่น้องเกษตรกรต้องไปจัดหายามาฉีดรักษา ตามอาการก็เสียเงินไปเป็น ๑,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาทต่อตัว สิ่งนี้เราจะชดเชยให้อย่างไร จะมีวิธีการอย่างไรว่าผู้ที่จ่ายเงินไปแล้วควรจะได้รับชดเชย เพราะพี่น้องเกษตรกรช่วงนี้ ก็ลำบากมาก เศรษฐกิจก็แย่นะครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งการเยียวยามีหลายท่านได้อภิปรายไปแล้วว่าอัตราที่เราตั้งไว้ ในการเยียวยาโคกระบือที่เสียชีวิตนั้นต่ำเกินไป เป็นการตั้งอัตราเมื่อ ๑๐ ปี ๒๐ ปีที่แล้ว ทำให้ไม่เหมาะสม ตัวละ ๖,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๐ บาทอย่างนี้ เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้วครับ ควรต้อง ปรับอัตราต่าง ๆ เกิดขึ้น จะต้องใช้เงินเยียวยาจากเงินกู้หรือเงินงบกลางก็เชื่อว่ารัฐบาล สามารถทำได้🔗
ท่านประธานที่เคารพ การจัดหาวัคซีน วิจัยเรื่องวัคซีน จัดทำวัคซีน ในประเทศของเราซึ่งเชื่อว่าศักยภาพของเราสูงน่าจะต้องเร่งรัดในเรื่องดังกล่าว การศึกษาวิจัยในเรื่องโรคสัตว์ต่าง ๆ หมู วัว ควาย ไก่ สัตว์อื่น ๆ และฝากอันสุดท้าย ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) มีชื่อภาษาไทยจะเรียกอะไรดี หลายคนก็บอกว่าเอาไหม อาจจะ เป็นโรคหูดโคกระบือ หรือเป็นโรคอะไรต่าง ๆ เกษตรกรจะได้เรียกง่ายขึ้น ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณบัลลังก์ แล้วตามด้วยคุณไตรรงค์ ติธรรม นะครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบัลลังก์ อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๑๐ พรรคเพื่อไทย ประกอบไปด้วยอำเภอบ้านไผ่ อำเภอบ้านแฮดและอำเภอพระยืน วันนี้ก็ต้อง ขอขอบพระคุณท่าน ส.ส. นิยม เวชกามา ที่ได้เสนอญัตติด่วนเรื่องโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ซึ่งเป็นโรคที่ร้ายแรงกับโคกระบือ โดยเฉพาะในเขตอำเภอบ้านไผ่ได้ระบาด มาตั้งแต่ปีที่แล้ว ก็ยังได้คุยกันในกรรมาธิการ ร้องเรียนกับอธิบดีกรมปศุสัตว์ ก็ได้รับเรื่องแต่ ก็ไม่ได้รับการแก้ไขเยียวยาจนระบาดหนักทั่วประเทศ จนได้ถึงยื่นญัตติด่วนที่ปัญหาพี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศให้ตัวแทนของเขาคือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มาพูดในสภาสะท้อน ปัญหานะครับ โดยเฉพาะเขตอำเภอบ้านไผ่ที่ได้รับโรคนี้เนื่องมาจากอำเภอข้างเคียงได้จัดมี ตลาดนัดโคกระบือ มีตลาดนัดโคกระบือเข้ามาโรคก็เลยได้กระจายเข้ามาแล้วก็ได้ระบาดหนัก ตอนนี้กรมปศุสัตว์ ปศุสัตว์ของอำเภอบ้านไผ่ อำเภอบ้านแฮดและอำเภอพระยืนได้ลง พื้นที่และได้สำรวจออกมาว่าตอนนี้ในเขต ๓ อำเภอนี้มีทุกหมู่บ้านที่เป็นโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เพราะฉะนั้นงานหนักก็ตกอยู่ที่ปศุสัตว์อำเภอ ปศุสัตว์จังหวัดที่จะมาแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน แต่การแก้ไขปัญหาในการระบาดของลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ของกรมปศุสัตว์เที่ยวนี้ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ล่าช้า ไม่ทันการณ์ทำให้เกิดความเสียหาย กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคกระบือ โดยเฉพาะแก่งละว้า บ้านละว้า ตำบลเมืองเพีย บ้านไผ่ ได้มี การเลี้ยงโคนับเป็นร้อย ๆ ตัว เชื่อไหมครับท่านประธานฝากถึงท่านรัฐมนตรีว่าเขาเลี้ยงเพื่อ ขายมูล เพื่อขายมูล อันนี้คือเป็นกิจกรรมหรือเป็นธุรกิจอย่างหนึ่ง เป็นเกษตรพอเพียงอย่าง หนึ่งของชาวบ้านในชุมชนนั้น ตอนนี้ก็หวาดผวาเพราะว่าลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เข้ามา ถ้าตายหมู่เที่ยวนี้เขาบอกว่าก็คงจะฆ่าตัวตายไปกับวัวกับควาย เพราะว่าหมดเนื้อหมดตัว นะครับ🔗
เรื่องที่ชาวบ้านจะให้รัฐบาลช่วยเหลือในการที่จะแก้ไขปัญหาในโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้ ชาวบ้านก็ฝากกระผมมาเรียนถึงท่านรัฐมนตรี ท่านประภัตร โพธสุธน ท่าน เป็นคนที่ขยันและรับฟังปัญหากับ ส.ส. ในพื้นที่แต่ละจังหวัด แต่ละเขต ก็ถือว่าท่าน เป็นคนทำงานที่ทันเหตุการณ์และทันเวลา ก็ขอชื่นชมท่านนะครับ ปัญหาที่เกษตรกร ชาวบ้านอยากให้ช่วยเหลือ🔗
ปัญหาที่ ๑ ท่านรัฐมนตรีครับ ฝากท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรี ช่วยหายา เพื่อมารักษาตามอาการให้กับเกษตรกรให้ทั่วถึงโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้นของเกษตรกร อันนี้ข้อที่ ๑ ที่ทางเกษตรกรขอมา🔗
เรื่องที่ ๒ ฉีดพ่นยาไล่แมลงซึ่งเป็นพาหะนำโรคตามคอกหรือที่อยู่อาศัย ของโคกระบือให้กับเกษตรกร ท่านจะเห็นว่าตามภูมิปัญญาชาวบ้านที่ท่านสมาชิกได้เสนอ ในสภาแห่งนี้ก็เสนอมาทุกอย่าง ทุกแบบ ทุกรูปแบบ🔗
อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ที่ชาวบ้านได้ทำมาตั้งแต่สมัยผมเป็นเด็กก็คือการสุมไฟ หรือสุมควายตามคอก ตรงนั้นก็ถือว่าเป็นการไล่แมลงได้อีกอย่างหนึ่ง แต่ก็จะเกิดมลพิษ ทางอากาศ ก็อยากฝากถึงรัฐบาลให้ดูแลในตรงนี้ เพราะว่าโค กระบือเป็นสมบัติชิ้นสุดท้าย ของเกษตรกรจริง ๆ ถ้าตัวนี้สูญไปเท่ากับสูญอนาคต ตามที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายไว้ว่า เป็นเงินฝาก เป็นเงินก้อนสุดท้าย อันนั้นเป็นเรื่องจริงนะครับที่พี่น้องเกษตรกรลำบากมาก🔗
เรื่องที่ ๓ ที่ทางเกษตรกรผู้เลี้ยงวัว โค กระบืออยากให้รัฐบาลช่วยเหลือก็คือ เรื่องเงินเยียวยา ท่านสมาชิกได้อภิปรายไปหมดแล้วว่าการเยียวยา พ.ร.บ. เดิมที่ใช้ มันล้าสมัย เงินมันน้อย เพราะฉะนั้นต้องมีวิธีการนะครับ ฝากท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรี เราไม่มีมาตรการที่จะช่วยเหลือเกษตรกรได้ตามความเป็นจริง แล้วก็ราคาในปัจจุบันของ โค กระบือที่เสียชีวิต ผมคิดว่าเรื่องนี้ไม่เกินกำลังของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน ที่จะช่วยเหลือเกษตรกรชาวอีสานโดยแท้จริง🔗
เรื่องที่ ๔ ที่เกษตรกรต้องการให้ช่วยเหลือโดยเร่งด่วน ก็คือเร่งฉีดวัคซีนให้ โค กระบือที่ยังไม่ติดเชื้อเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ในพื้นที่นะครับ🔗
และเรื่องสุดท้ายผมอยากขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ตั้ง ศูนย์บริหารลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ขึ้นมา โดยให้ท่านรัฐมนตรีว่าการหรือท่านประภัตร โพธสุธน เป็นผู้อำนวยการศูนย์ในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ ตรงนี้ก็ขอฝากท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีด้วย แล้วขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี ประภัตร โพธสุธน ขออนุญาตเอ่ยนามท่านหลายครั้ง เพราะว่าท่านเป็นคนทำงานจริง ๆ หน้าห้องประชุมท่านก็ได้คุยกับผู้แทนเขตแต่ละจังหวัดโดยไม่คำนึงถึงว่าเป็นฝ่ายค้าน เป็นฝ่ายรัฐบาล เพื่อจะช่วยแก้ปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่นะครับ ก็ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านไตรรงค์ ติธรรม ตามด้วยท่านสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ นะครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ไตรรงค์ ติธรรม เขต ๒ พรรคเพื่อไทย จังหวัดบึงกาฬครับ ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ก่อนนะครับ ท่านประภัตร เพราะว่าท่านประภัตรเคยไป บ้านผมเมื่อปี ๒๕๔๘ ผมเคยอยู่กับท่าน ท่านก็มารับฟัง ๒ ชั่วโมงกว่าแล้วท่านไม่พูดสักคำ ถ้าเป็นรัฐมนตรีท่านอื่นผมว่าพูดไม่ต่ำกว่า ๓ ครั้งแล้วนะครับ ท่านฟังสรุป และต้องขอบคุณ ท่านประธานที่ให้โอกาสในฐานะเป็นคนจังหวัดใกล้เคียงกันและเป็นคนในพื้นที่ติดกัน กับท่านนะครับ หลายท่านก็พูดหลาย ๆ ประเด็นแล้ว ผมจะพูดประเด็นที่ ๑ นะครับ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ตัวนี้ ผมไม่เรียกชื่อเต็มหรอกครับ โรคตัวนี้เป็นโรคระบาด ขณะนี้ ผมอยากให้ท่านประธานฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าอยากให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัดที่เกิดโรคนี้ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ เหตุผลก็คือคนที่เลี้ยงวัว วัวที่ตายจะได้รับเงิน ชดเชย ถ้าเป็นแค่โรคระบาดจะไม่ได้เงินสักบาทนะครับ และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือวัวตาย เท่าไรให้เท่านั้น อย่ามามีเกณฑ์ให้ ๒ ตัว ถ้าวัวผมตาย ๕ ตัว ตัวละ ๕๐,๐๐๐ บาท ๒๕๐,๐๐๐ บาท ได้ตัวละ ๑๖,๐๐๐ บาท เป็นเงินเท่าไรครับ ยกตัวอย่างวันนี้ผมถามเช็ก (Check) ไป ๔ หมู่บ้าน บ้านที่ ๑ ได้ ๑๖,๐๐๐ บาท บ้านที่ ๒ ได้ ๑๒,๐๐๐ บาท บ้านที่ได้ ๑๒,๐๐๐ บาทตอนที่มันยังไม่ตายเขามาขอซื้อตัวละ ๕๐,๐๐๐ บาทนะครับ เขาร้องห่ม ร้องไห้ เขามีวัว ๓ ตัว ฉะนั้นผมอยากให้ท่านตายเท่าไรให้เท่านั้น แล้วเกณฑ์หลายท่านก็พูด ไปแล้วว่าเงิน ๖,๐๐๐ บาท ถึง ๒๒,๐๐๐ บาทตามอายุนั้นขอยกเลิกนะครับ ท่านบอกว่า มันขัดกฎหมายท่านก็แก้กฎหมายสิครับ ปัญหามีไว้ให้แก้ไข ทั้งประเทศถ้าท่านจะชดเชยไม่เกิน ๑,๐๐๐ ล้านบาทหรอกครับ นายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประยุทธ์ บอกว่ามีเงินเยอะทำไมใช้ไม่ได้ ปัจจุบันนี้ผมสอบถาม ไปทางปศุสัตว์แล้ววันนี้ว่าปศุสัตว์จังหวัดบึงกาฬไม่มีงบประมาณสักบาท สลึงเดียวก็ไม่มี ต้องรอจากไหนครับ รอจากท้องถิ่น จังหวัดผมมี ๕๓ ตำบล มี ๖๑๗ หมู่บ้าน ถ้ามีเฉลี่ย วัวบ้านละ ๕๐ ตัวก็เป็นวัว ๓๐,๐๐๐ ตัว อันนี้คิดต่ำ ๆ นะครับ บางหมู่บ้านมี ๗๐-๘๐ ตัว ฉะนั้นถ้ามันเกิดตายไป เดี๋ยวนี้ตายเป็นร้อยนะครับ จังหวัดเล็ก ๆ ๔๒๐,๐๐๐ คน ฉะนั้น ผมฝากท่าน ท่านมีทางเดียวที่จะช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ก็คือให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศ เป็นภัยพิบัติทันทีเลย จังหวัดไหนที่มีโรคระบาดนี้เพื่อชาวบ้านจะได้เงินชดเชย ผมถามไป ๔ บ้าน ได้ ๖,๐๐๐ บาท ๒ บ้าน ได้ ๑๒,๐๐๐ บาท ๑ บ้าน ได้ ๑๖,๐๐๐ บาท ๑ บ้าน วัวตัวละ ๕๐,๐๐๐ บาท ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากนะครับ สิ่งที่ขาดแคลน เดี๋ยวนี้จังหวัดบึงกาฬ ผมยกตัวอย่างจังหวัดบึงกาฬยังไม่ได้รับวัคซีนแม้แต่เข็มเดียว ยาพ่น ฆ่าแมลงที่เป็นเชื้อติดต่อนี้ก็ยังไม่ได้สักกระปุก ต้องรอจัดสรรจากเขต ๔ ขอนแก่น ซึ่งรับผิดชอบอยู่ ๑๑ จังหวัด ฉะนั้นอยากฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เดี๋ยวนี้รองบจากท้องถิ่นอย่างเดียว ท้องถิ่นก็บอกว่าไม่มีงบประมาณ เมื่อไม่มีงบประมาณ กรมปศุสัตว์ไม่มีงบประมาณ ใช้งบกลางของรัฐบาลสิครับ เอามาสิครับสักหมื่นล้าน มีเงินตั้ง ๘๐,๐๐๐-๙๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาเงินไปไหนหมด เอามาใช้สิ ท่านชดเชยไปผมว่าอย่างมาก ใช้เงินงวดนี้ไม่น้อยกว่า ๑๐,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ช่วยชาวบ้านสิครับ ค่าเสียหาย ชาวบ้าน ราคาวัวที่ผมเรียนท่านประธานว่า ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ได้ชดเชย ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ขาดไป ๓๘,๐๐๐ ล้านบาท ชาวบ้านจะอยู่อย่างไร เงินชาวบ้านนะครับ เงินงบกลางก็เป็นเงินชาวบ้าน ไม่ใช่เงินรัฐบาล เงินรัฐบาลไม่มีสักบาท รัฐบาลเป็นคนนำมาใช้ ฉะนั้นก็ฝากท่านนะครับว่าสิ่งเหล่านี้มันมีความจำเป็น กฎหมายถ้ามันไม่มีระเบียบให้ ท่านแก้ไขสิครับ แก้วันนี้ก็ได้ พรุ่งนี้ประกาศใช้เลย ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ประกาศก็แจ้ง ไปสิครับ ให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศภัยพิบัติมันก็เรียบร้อย ฉะนั้นที่มาฉีดนี้ครับ กำนันอีกท่านหนึ่ง ตำบลป่งไฮ อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ แจ้งผมมาเมื่อกี้ว่าตอนนี้ ๔ หมู่บ้าน ใน ๑๘ หมู่บ้านของตำบลป่งไฮ ได้รับยาแล้วครับ ๔ หมู่บ้าน แต่ต้องเอาไปฉีดเอง ยาอะไรครับ โรคเท้าเปื่อย ก็ไม่รู้ว่ายาประเภทไหน ไปฉีดยาโรคเท้าเปื่อย ก็ฝากท่านประธาน ไปยังท่านรัฐมนตรีด้วยว่าให้รีบแก้ไข ผมถามทางปศุสัตว์แล้วว่าโรคนี้จะระบาดอีก เป็นภัย พิบัติอีกไม่น้อยกว่า ๖ เดือน ฉะนั้นท่านต้องเร่งรีบโควิด (COVID) คนก็กลัวตายแล้ว ออกไปไหนก็ไม่ได้ อยู่บ้านผมนี่กลับไม่ได้เลย เกิดคลัสเตอร์ (Cluster) งานศพ คนเป็น ๑๐๐- ๒๐๐ จำเป็นต้องไปตั้งเต็นท์อยู่หน้าบ้านเพื่อตรวจโควิด -๑๙ (COVID-19) ผมยังกลับบ้านไม่ได้เลยสัปดาห์นี้ มีแต่โทรศัพท์ไปถามข่าวคราว กลัวโควิด (COVID) ฉะนั้น ฝากท่านด้วยนะครับ เงินที่ท่านจะจ่ายท่านต้องรีบเร่ง และอีกสิ่งหนึ่งผมฝากท่าน ก่อนจะหมดเวลา นั่นก็คืออาสาสมัครปศุสัตว์มีอยู่ทุกหมู่บ้านให้ท่านเรียกปศุสัตว์นั้นไปอบรม สักครึ่งวันเพื่อให้ความรู้แก่เขาเหล่านั้น ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ตามด้วยท่านจตุพร เจริญเชื้อ ครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ประกอบด้วยอำเภอกันทรารมย์ อำเภอน้ำเกลี้ยง อำเภอโนนคูณ วันนี้ผมต้อง ขอขอบคุณท่านนิยม เวชกามา ผู้เสนอญัตติด่วนที่ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแสดงความ คิดเห็นปัญหาโครงการ ปัญหาโรคระบาดของโคกระบือ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin Disease) ท่านประธานที่เคารพครับ เขตเลือกตั้งของผมประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ เกษตรกรรมและเลี้ยงสัตว์ ช่วงหน้าฝนก็ทำนา หน้าแล้งก็เลี้ยงโค กระบือ ท่านประธานครับ ระยะนี้ข้าวเปลือกหอมมะลิราคาก็ตกต่ำ ราคาไม่ถึงกิโลกรัมละ ๑๐ บาท แถมโคกระบือ มีเจอโรคระบาดลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ประชาชนก็เจอโควิด (COVID) หาเงิน ก็ไม่ได้ ค่าครองชีพก็เพิ่ม ประชาชนจำนวนมากเดือดร้อน รัฐบาลเอาเงินไปให้ก็ไม่พอกิน ท่านประธานครับ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ทำให้พี่น้องประชาชนที่เลี้ยงสัตว์นั้น เพราะยารักษาโรคไม่มี ไม่รู้จะไปหาที่ไหน ไปหาปศุสัตว์ก็ตอบไม่มียารักษา ต้องไปหาซื้อเอง การรักษานั้นทำให้ล่าช้าเพราะเงินของรัฐบาลไม่ค่อยสนใจ ทำให้โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ระบาดไปอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันนี้อำเภอกันทรารมย์ โดยเฉพาะตำบลทาม อำเภอน้ำเกลี้ยง เกือบทุกตำบล อำเภอโนนคูณเกือบทุกตำบลระบาดไปทั่ว ส่วนอำเภอกันทรารมย์นั้น มีวัวล้มตาย ชาวบ้านไม่กล้าไปติดต่อที่ปศุสัตว์เพราะไม่รู้ระเบียบ เพราะไม่มีใครไปแนะนำ ผมก็เห็นใจทางปศุสัตว์ งบประมาณที่จะออกไปดูแลหรือออกไปให้คำแนะนำนั้น ผู้เลี้ยงโค กระบือก็มีน้อย อยากให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณไปให้ปศุสัตว์จังหวัด ปศุสัตว์อำเภอ เพราะว่าทางปศุสัตว์นั้นก็ลำบากเวลาจะออกไป โดยเฉพาะอำเภอกันทรารมย์ อำเภอน้ำเกลี้ยงนั้นรถที่จะใช้ออกไปก็ไม่มี ต้องใช้รถตัวเองและใช้น้ำมันตัวเอง ฝากท่านรัฐมนตรีใจดีนะครับ ช่วยจัดสรรงบประมาณไปให้ปศุสัตว์แต่ละอำเภอด้วย🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ทุกวันนี้ประชาชนนั้นเดือดร้อนเพราะโรคลัมปี สกิน (Lumpy Skin) ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีให้ช่วยดูแลพี่น้อง ที่เลี้ยงโคกระบือ ผมเชื่อมั่นรัฐมนตรีประภัตรที่เคยไปอำเภอกันทรารมย์ ท่านไปแจกไก่ แจกไข่ให้กับพี่น้องประชาชน ท่านพูดดีมาก ท่านก็รับปากพี่น้องประชาชนว่าต้องการอะไร ท่านจะจัดสรรมาให้ และในวันนี้พี่น้องประชาชนในเขตจังหวัดศรีสะเกษเดือดร้อนมาก อยากจะให้ท่านออกไปดูออกไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ช่วงนี้ก็ลำบาก อยากจะให้รัฐ มีความจริงใจต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ แก้ปัญหาให้พี่น้องเกษตรกรด้วยในภาวะที่ เศรษฐกิจตกต่ำ ไม่ว่าจะเป็นราคาพืชผลทางการเกษตร ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่เลี้ยง โคกระบือ อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือหรือเยียวยาในช่วงโค กระบือที่ป่วยในระยะนี้ เพราะชาวบ้านไม่มีเงินที่จะรักษาโค กระบือ รัฐบาลจะเยียวยาวัวที่ล้มตายด้วยโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) รัฐบาลบอกว่า ๖ เดือน จะจ่าย ๖,๐๐๐ บาท ๑๒ เดือน จะจ่าย ๑๒,๐๐๐ บาท ๒๔ เดือน จะจ่าย ๒๒,๐๐๐ บาท ผมว่าน่าจะเพิ่มให้เขา ผมว่า ๖ เดือน น่าจะให้เพิ่มสัก ๑๒,๐๐๐ บาท ๑๒ เดือน ๒๐,๐๐๐ บาท ๒๔ เดือน สัก ๔๐,๐๐๐ บาท ขั้นตอนในการจะจ่ายเงินให้ง่ายขึ้น ผมขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีประภัตรที่ท่านดูแลและสนใจ ในการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคกระบือเป็นอย่างดี และมีความจริงใจต่อ เกษตรกร ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจตุพร ตามด้วยท่านวันนิวัติ สมบูรณ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร เจริญเชื้อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น อำเภอน้ำพอง อำเภอกระนวน ญัตติเพื่อให้ มีการพิจารณาพิจารณาเกี่ยวกับการระบาดของไวรัสในวัว ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ที่เสนอ ในวันนี้ ผมดีใจมากครับที่สภาเราหยิบยกเรื่องนี้มาพูดคุยกัน เนื่องจากว่าสถานการณ์ ในขณะนี้การระบาดนั้นรุนแรงแล้วก็แผ่ขยายวงกว้างออกไป โดยที่หาจุดสิ้นสุดยังไม่ได้ เลยครับท่านประธาน ฝากเรียนไปถึงท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับ จังหวัดขอนแก่นมี ๒๖ อำเภอ ขณะนี้ระบาดไปทุกอำเภอครอบคลุมพื้นที่หมดแล้ว ในภาคอีสานก็ครอบคลุม ไปทุกจังหวัดในภาคอีสานนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลนะครับ🔗
ประการแรกครับ ขอให้ท่านเปลี่ยนมุมมองในการมองเรื่องนี้ใหม่ เพราะว่า ที่ผ่านมาผมคิดว่ารัฐบาลมองปัญหาการระบาดในวัวเป็นปัญหาที่เล็กมาก จนกระทั่งว่า จากการมองปัญหาเล็ก ๆ มันไม่ใช่เล็กอีกต่อไป มันมีการระบาดแล้วก็ระบาดไปเรื่อย ๆ ต่อเนื่อง ๆ กันไป จากคอกหนึ่งไปสู่อีกคอกหนึ่งซึ่งน่ากลัวมากนะครับ ดังนั้นการเปลี่ยน มุมมองการมองปัญหาเรื่องนี้ต้องฝากท่านรัฐมนตรีว่าท่านต้องให้ท่านนายกรัฐมนตรี ต้องรับทราบเรื่องนี้ว่ามันเป็นปัญหาที่รุนแรงจริง ๆ ปล่อยอย่างนี้ไปไม่ได้โดยเด็ดขาด เพราะตราบใดที่รัฐบาลโดยหัวหน้ารัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังไม่เข้าใจ ในสถานการณ์นี้เราจะแก้ไขไม่ได้เลย ต้องมองสถานการณ์การระบาดในครั้งนี้รุนแรงเท่า ๆ กับการระบาดของไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ที่เกิดขึ้นในมนุษย์ ที่เกิดขึ้นในคนในขณะนี้ ถ้าเรามองอย่างนั้นได้ผมคิดว่ากระบวนการแก้ไขปัญหามันจะนำมาสู่ความสำเร็จได้ ฝากท่าน รัฐมนตรี ต้องกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีให้รับทราบด้วยว่ามันรุนแรงจริง ๆ เรื่องที่ ๑ ครับ🔗
ประการต่อมาเรื่องที่ ๒ เรื่องวัคซีน ในขณะนี้ผมคิดว่าวัคซีนอาจจะไม่ใช่ คำตอบที่เกษตรกรต้องการ เนื่องมาจากว่าวัวในขณะนี้มีการติดเชื้อไปแล้วเป็นจำนวนมาก เพราะฉะนั้นเมื่อวัวติดเชื้อแล้วมันก็จะเกิดอาการเจ็บป่วยขึ้นมา เพราะฉะนั้นสิ่งที่ประชาชน ต้องการ เกษตรกรต้องการในขณะนี้ก็คือยารักษาตามอาการครับ ยาลดไข้ ยาแก้อักเสบ ยาลดบวม ยาทาแผล ขณะนี้เราต้องรักษาชีวิตของวัวไว้ครับ ถ้าไม่รักษาชีวิตแน่นอนครับ ตายแน่นอน ผมไปดูพี่น้องเกษตรกรผมสงสารมาก วัวก็น้ำตาไหลครับร้องไห้ คนที่เลี้ยงวัว ก็ร้องไห้ไปกับวัว เพราะว่าสงสารวัว มันเจ็บปวดมากมีแผลพุพองเต็มทั้งตัว บางตัวทนพิษ บาดแผลไม่ไหวก็ตายลงไป เพราะฉะนั้นวัคซีนในขณะนี้น่าจะไม่ใช่คำตอบในขณะนี้ คำตอบก็คือเรื่องยาสำหรับรักษาตามอาการ รัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณในการจัดซื้อยา และเวชภัณฑ์เพื่อแจกจ่ายไปยังปศุสัตว์อำเภอให้เขาเอายาไปแจกให้กับพี่น้องประชาชน ผมถามปศุสัตว์อำเภอแต่ละอำเภอเขาบอกว่าไม่มีอาวุธตรงนี้เลยครับท่าน เขามาร้องเรียน ที่ผมว่าเวลาเขาออกไปเยี่ยมประชาชน ไปหาประชาชน ประชาชนเข้ามา เกษตรอำเภอ มาตัวเปล่าครับ เพราะว่าไม่มีงบประมาณ ไม่มียา ไม่มีเวชภัณฑ์ไปให้พี่น้องเกษตรกร ดังนั้น เรื่องยาและวัคซีน เรื่องยาสำคัญครับในขณะนี้ ท่านต้องรีบสั่งการครับ ต้องจัดงบประมาณ ในการจัดซื้อเวชภัณฑ์เพื่อไปให้ปศุสัตว์อำเภอและไปแจกจ่ายต่อพี่น้องประชาชนครับ รักษา ชีวิตวัวในขณะนี้ครับ ประการที่ ๒ ครับ🔗
ประการต่อมาเรื่องการเยียวยา ผมกราบเรียนว่าอัตราค่าเยียวยาเราใช้กันมา หลายปีมาก เริ่มตั้งแต่ ๖,๐๐๐ บาท สูงสุดคือ ๒๐,๐๐๐ บาทต่อตัว มันไม่สะท้อนกับ ความเป็นจริงในปัจจุบันนี้ เนื่องจากว่าราคาวัวในปัจจุบันนี้มันไม่ใช่ ๑๐,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๐ บาทแล้วครับ มันเป็นหลายหมื่นบาท ดังนั้นขอให้รัฐบาลลองพิจารณาว่า จะสามารถปรับอัตราค่าเยียวยาค่าชดเชยสำหรับวัวที่ตายลงไปเพิ่มขึ้นได้ขนาดไหน ผมคิดว่า ถ้าคิดกันง่าย ๆ เอา ๒ คูณครับ เริ่มต้น ๖,๐๐๐ บาท ก็เอา ๒ คูณเลยครับ เป็น ๑๒,๐๐๐ บาท จ่ายสูงสุด ๒๐,๐๐๐ บาท เอา ๒ คูณก็เป็น ๔๐,๐๐๐ บาท ผมคิดว่าถ้าราคาประมาณแบบนี้ เราทดแทนเขา เยียวยาพี่น้องประชาชนแบบนี้ผมคิดว่าน่าจะเป็นสิ่งที่สามารถสร้างขวัญ และกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนได้ จึงกราบเรียนท่านประธาน ๓ เรื่องครับ และที่สำคัญที่สุดต้องขอให้ดำเนินการเรื่องนี้โดยเร็ว ที่สุดครับ การระบาดมันไม่รอเรา ต้องรีบดำเนินการครับท่าน กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณวันนิวัติ สมบูรณ์ ตามด้วยคุณคุณากร ปรีชาชนะชัย เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม วันนิวัติ สมบูรณ์ ส.ส. จังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย เขต ๙ ท่านประธานครับ ปัจจุบันโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ระบาดแพร่กระจายไปทั่วประเทศกว่า ๔๐-๔๑ จังหวัด จังหวัดขอนแก่นเอง ก็หนักเอาการครับท่าน ขณะนี้มีโค กระบือรวมกันทั้งสิ้นในจังหวัด ๓๑๒,๑๓๑ ตัว ป่วยแล้ว ๘,๘๖๖ ตัว ที่ตายไปอีก ๓๗๖ ตัว แล้วผมเชื่อว่าจะมีมากกว่านี้นะครับ อันนี้เป็นแค่ที่พี่น้อง ประชาชนแจ้งเข้ามา ท่านประธานครับ ชีวิตคนอีสานเราพึ่งพาผูกพันกับโคกระบือมาอย่าง ช้านานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ใช้เป็นสัตว์เลี้ยงควบคู่ไปกับการทำเกษตร ทั้งยังเป็นสัตว์ เลี้ยงที่มีความผูกพันกับชุมชน เนื่องจากเราทั้งใช้งานแล้วก็ใช้ผลิตปุ๋ยคอกด้วย เป็นสิ่งที่แสดง ถึงสถานะทางสังคม เป็นสมบัติเป็นมูลมังให้ลูกหลานเมื่อยามแต่งงานออกเหย้าออกเรือน เมื่อเวลาที่แต่งงาน ยิ่งในสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ครับท่านประธาน ในเวลาที่ทุกข์ยากวัวยัง เปรียบเสมือนเงินก้อนสุดท้าย ผู้แทนจากหลายพรรคจากหลายพื้นที่ก็ได้พูดเหมือนกัน เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาผมรับโทรศัพท์จากพี่น้องประชาชนไม่ต่ำกว่า ๒๐ สายถึง ๓๐ สาย อธิบายความทุกข์ร้อน ประสบการณ์ต่าง ๆ ในความทุกข์ยากของโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ที่พวกเขาได้รับ บางรายที่มีแรงก็ยังพอจัดหายารักษามารักษาตามอาการได้ แต่บางรายครับท่านประธาน แรงดูแลตนเองตัวเขาเองยังแทบจะไม่มี ต้องมาดูแลวัวอีก🔗
อย่างภาพนี้นะครับ ลูกตาย แม่ป่วยหนัก พี่น้องเกษตรกรไม่เป็นอันทำอะไรเลยครับ ด้วยความที่ผูกพันกับสัตว์เลี้ยง นั่งเฝ้าคอย ประคบประหงม เห็นแล้วเจ็บปวดครับ โดยเฉพาะเด็กเล็ก ๆ ร้องไห้ตามลูกวัว ตัวผมเอง ในฐานะผู้แทนในพื้นที่พยายามอย่างถึงที่สุดในการประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ผมเห็นใจครับ เห็นใจคนที่อยู่หน้างาน โดยเฉพาะท่านปศุสัตว์อำเภอ ท่านอาสา ท่านปศุสัตว์ จังหวัด หรือแม้กระทั่งอธิบดี แล้วก็ท่านรัฐมนตรีเอง สิ่งที่เขาขาดตอนนี้คืองบประมาณ ที่จะแปรไปเป็นสิ่งที่ช่วยชีวิตของโค กระบืออีกหลายตัว วันนี้ทราบข่าวว่าวัคซีนจะมาถึง อีกหลายแสนโดส (Dose) ผมก็ดีใจครับ แต่ในสถานการณ์ ณ ปัจจุบันนี้ ยิ่งในพื้นที่ของผม ๔ อำเภอ อำเภอชนบท อำเภอหนองสองห้อง อำเภอเปือยน้อย อำเภอโนนศิลา ระบาด ไปทั่วแล้วครับ ระบาดไปทั่ว ยิ่งมาจำกัดรัศมี ๕๐ กิโลเมตร หากมีโคกระบือที่ติดโรคแล้ว ไม่สามารถให้วัคซีนได้ อันนี้ผมเข้าใจครับ เพราะมันเป็นเกณฑ์ที่สัตว์ดูดเลือดจะสามารถ กระจายไปยังรัศมีเหล่านั้นได้ ผมอยากจะขอฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับ ขออนุญาตเสนอทั้งแนวทางป้องกันแล้วก็ดูแลรักษาไปพร้อมกัน วันนี้หน่วยงานในพื้นที่ ขาดกระสุน ขาดยาที่จะรักษา แม้กระทั่งยาป้องกันเองก็ตาม ฉีดพ่นไม่มีครับในพื้นที่ของผม มีก็น้อยมาก ต้องควักเงินตัวเอง ยิ่งยาฉีดรักษาตามอาการนี้แทบจะไม่มีเลย พี่น้องประชาชนต้องนั่งดูสัตว์เลี้ยงของเขาตายไป ต่อหน้าต่อตา เจ็บปวดนะครับ ค่อนข้างเจ็บปวด วันนี้อยากให้รัฐบาลออกมาทำงานเชิงรุก มากกว่านี้ครับ อยากให้สนับสนุนคนที่อยู่หน้างาน คนที่อยู่หน้างานเขาพร้อมครับ พร้อมกัน มากเลย รออย่างเดียวก็คืองบประมาณ ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับ ทุกวันนี้เดือดร้อนกันทุกอย่าง แม้กระทั่งวัคซีนคน วัคซีนวัว ในฐานะผู้แทนที่มาจากการ เลือกตั้งยืนข้างประชาชนอยู่แล้ว ถ้าพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลคงจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ขอให้มองเห็นความสำคัญ ความผูกพันของพี่น้องประชาชน แล้วก็สัตว์เลี้ยงของเขาด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณคุณากร ปรีชาชนะชัย ตามด้วยท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายคุณากร ปรีชาชนะชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๓ จังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณท่านดอกเตอร์นิยม เวชกามา ที่ท่านได้เสนอญัตติด่วน ด้วยวาจาในเรื่องของการแก้ไขศึกษาปัญหาผลกระทบจากโรคอุบัติใหม่ในโคและกระบือ โรคอุบัติใหม่ที่เรียกว่าลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ที่แพร่ระบาดในประเทศไทยตั้งแต่ กลางเดือนมีนาคมเป็นต้นมา ทั้งพื้นที่ในภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง ปัจจุบันนี้ลามไป จนถึงภาคใต้ สร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคกระบือประมาณ ๔๔ จังหวัดทั่วประเทศไทย🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้เราต้องยอมรับความเป็นจริงว่าในการแก้ไข ปัญหาของภาครัฐนั้น ในเรื่องของการจัดการเรื่องวัคซีนล่าช้าครับ รวมไปถึงยารักษาก็ล่าช้า เช่นกันครับ ส่งผลกระทบให้พี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคกระบือนั้นต้องลำบาก แม้วันนี้ทาง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะนำเข้าวัคซีนมา ๖๐,๐๐๐ โดส แต่จังหวัดสุรินทร์นั้นยังไม่ได้ รับสักโดส (Dose) เดียวเลยครับ แล้วประกาศจะนำเข้าอีก ๓๐๐,๐๐๐ โดส ผมก็คิดว่า ยังไม่เพียงพอ เหตุที่พูดเช่นนี้เนื่องจากว่าประชากรโคและกระบือนั้นทั้งประเทศมีกว่า ๑๐ ล้านตัว เพียงแค่จังหวัดสุรินทร์จังหวัดเดียวนั้นนับไปแล้วก็อยู่ประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ ตัว ข้อมูลจากจังหวัดสุรินทร์เมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน โค กระบือที่ป่วย ๑๓,๒๕๙ ตัว ตายไปอีก ๒๕๙ ตัว สร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องเกษตรกรชาวจังหวัดสุรินทร์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอชุมพลบุรี อำเภอท่าตูม อำเภอสนม อำเภอรัตนบุรี อำเภอ โนนนารายณ์ และอำเภอจอมพระ ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับ ผลกระทบในหลาย ๆ พื้นที่ทั่วจังหวัดสุรินทร์ ทำให้ได้รับทราบถึงปัญหาว่าวันนี้พี่น้อง เกษตรกรยังคงเดียวดาย เนื่องจากบุคลากรทางด้านปศุสัตว์นั้นไม่เพียงพอในการที่จะเข้าไป ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ในเรื่องของการให้ความรู้ความเข้าใจ วิธีการจัดการในเรื่องของ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้ ชาวบ้านต้องรักษาโรคนี้ตามอาการครับ ให้ยาแก้ไข้บ้าง ให้ยาปฏิชีวนะบ้าง เรียกว่ารักษาตามบุญตามกรรมครับ ท่านประธานครับ หน่วยงานปศุสัตว์ จังหวัดสุรินทร์นั้นมีบุคลากรเพียงแค่ ๘๐ ชีวิตเท่านั้น ซึ่งหากจะเปรียบเทียบกับประชากรโค และกระบือในจังหวัดสุรินทร์นั้นที่มีกว่า ๖๐๐,๐๐๐ ตัว ผมคิดว่ายังไม่พอครับ วันนี้จริง ๆ แล้วในพื้นที่มีอาสาปศุสัตว์หรือเขาเรียกว่า อสป. ที่คอยช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร อย่างใกล้ชิดในการที่จะเก็บข้อมูล ในการที่จะให้บริการเป็นเบื้องต้น ทุกวันนี้ อสป. ที่ช่วย พี่น้องในทุก ๆ ตำบลนั้นทำงานอย่างหนักครับ ๑ คนดูแลทั้งตำบล ไม่มีค่าตอบแทนใด ๆ ผมเห็นว่ารัฐบาลควรจะสนับสนุนเครื่องไม้เครื่องมือ รวมไปถึงค่าป่วยการให้พี่น้อง อสป. เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่พวกเขาครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งในเรื่องของการชดเชยวัวที่ตายไปให้แก่พี่น้องเกษตรกร ในการ ประกาศว่าวัวที่อายุน้อยกว่า ๖ เดือนนั้นชดเชย ๖,๐๐๐ อายุ ๖ เดือนถึง ๑ ปีนั้นชดเชย ๑๒,๐๐๐ บาท ๑ ปีถึง ๒ ปีชดเชย ๑๖,๐๐๐ และมากกว่า ๒ ปีชดเชย ๒๐,๐๐๐ บาท ผมคิดว่า มันไม่เพียงพอครับ เพราะว่าทุกวันนี้ราคาวัวราคาเป็นหมื่นเป็นแสน อยากให้พิจารณาชดเชย เพิ่มในส่วนนี้ และพี่น้องเกษตรกรก็ยังฝากมาถามท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีครับว่า วัวที่ป่วยยังมีชีวิตอยู่ยังพอจะเยียวยาให้เขาบ้างได้หรือไม่ ผมขอเสนอแนะนะครับว่าวันนี้ งบกลางของทางรัฐบาลนั้นเอามาช่วยพี่น้องเกษตรกรเป็นการเฉพาะหน้าได้ครับ เพราะว่า ตอนนี้พี่น้องเกษตรกรเดือดร้อนกันทั่วหน้า เมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายนที่ผ่านมาเป็นวันเปิดเทอม ลูกหลานต้องไปโรงเรียน เกษตรกรไม่มีเงินส่งให้ลูกหลานไปโรงเรียน คนรวยขายทองครับ ท่านประธาน คนจนต้องขายวัวกับควาย วันนี้ไม่มีค่าเทอมส่งให้ลูกหลานไปโรงเรียนเพราะ วัวควายขายไม่ได้ ก็ต้องฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ท่านประภัตร โพธสุธน ที่กำกับดูแลกรมปศุสัตว์โดยตรงในการแก้ไขเรื่องนี้นะครับ ต้องขอขอบคุณท่านที่ท่านให้ความเป็นห่วงเป็นใยพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ จากโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้ในจังหวัดสุรินทร์ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทางพี่น้อง จังหวัดสุรินทร์จะได้รับความช่วยเหลือ ทั้งในเรื่องวัคซีน ทั้งในเรื่องยารักษา รวมไปถึงเงิน ชดเชยเยียวยาให้แก่พี่น้องเกษตรกรเป็นการด่วน อย่าปล่อยให้เกษตรกรต้องสู้กับ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้โดยลำพังเลยครับ กราบขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอุบลศักดิ์ครับ ตามด้วยท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าปัญหาเรื่องกระบือเป็นโรค ดังที่ทราบกันดีอยู่แล้วนั้น ก็ต้องกราบเรียนว่าวันนี้ประเทศไทยมี ๗๗ จังหวัด ปรากฏว่า โรคดังกล่าวนั้นมีทั้งหมด ๕๑ จังหวัด ประกอบด้วย ภาคกลาง ๘ จังหวัด ภาคตะวันออก ๓ จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๒๐ จังหวัด ภาคเหนือ ๑๒ จังหวัด ภาคตะวันตก ๖ จังหวัด และภาคใต้อีก ๒ จังหวัด ที่จะกราบเรียนว่าวันนี้การแก้ปัญหานั้นโดยเฉพาะ อย่างยิ่งสัตว์ก็มีชีวิตเหมือนมนุษย์ ขณะนี้ทราบว่ากระบือที่ป่วยสะสมทั้งสิ้น ๑๒๕,๕๖๓ ตัว ท่านประธานครับ ท่านทราบไหมว่าวันนี้สัตว์ตายไปทั้งหมด ๓,๙๙๓ ตัว ดังนั้นจะเห็นว่า ชีวิตสัตว์ก็เหมือนมนุษย์เหมือนคนพวกเรา วันนี้ท่านจะสั่งยามาฉีดนั้นผมว่าไม่เพียงพอครับ ซึ่งทราบว่าทางราชการจะสั่งมาอีก ๓๖๐,๐๐๐ โดส จะเพียงพอหรือไม่ อยากถาม ท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีว่าสัตว์เหมือนคนหรือไม่ ต้องฉีด ๒ เข็มหรือไม่ อันนี้ต้อง กราบเรียนด้วยความเคารพ ในขณะเดียวกันพี่น้องเกษตรที่เลี้ยงโค กระบือนั้นเป็นหนี้สินอยู่รวมเบ็ดเสร็จประมาณ ๑๔๔,๐๘๘ ล้านบาทเศษ แน่นอนครับ สัตว์ เมื่อเสียชีวิต พี่น้องเกษตรกรที่เลี้ยงโค กระบือ นั้นล้มหายตายจาก ราคาก็ตกต่ำ ถามว่ารัฐจะชดเชยหรือไม่ ในขณะเดียวกันนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากเห็นว่าปัญหาหนี้สินของเกษตรกรก็เช่นเดียวกัน รัฐจะเจียดยาได้ตามเนื้อผ้าหรือไม่ ซึ่งทราบว่ารัฐบาลเมื่อก่อนให้ ๒ ตัว ขณะนี้ขยายไป ๕ ตัว ในขณะเดียวกันผู้ที่เลี้ยงสัตว์ ครอบครัวหนึ่งเกิน ๕ ตัว ๑๐ ตัวครับ ถามว่าจะเสียชีวิตถ้าถึง ๑๐ ตัว อีก ๕ ตัวใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ เกษตรกรรับกรรมครับท่านประธานที่เคารพ ดังนั้น ต้องกราบเรียนสั้น ๆ ว่ารัฐบาลจะมีนโยบายแก้ไขกับพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทราบว่าท่านการันตี (Guarantee) ทางปศุสัตว์ การันตี (Guarantee) ว่าจะรักษาให้เสร็จ ภายใน ๔ เดือน ถ้าไม่หายใครจะรับผิดชอบ ในขณะเดียวกันโรคนี้ก็ขยะ ถ้าหากว่าสัตว์ตาย ทราบจากทางปศุสัตว์ว่าเป็นโรคติดเฉพาะผิวหนังเท่านั้น เนื้อสัตว์ไม่ถึง ถ้าหากว่าประชาชน ไปบริโภคจะเกิดอันตรายหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องชาวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็ทานลาบ เลือดสด เลือดนี่อันตรายมากพอสมควร ดังนั้นอยากให้ทาง รัฐบาลช่วยตอบให้ประชาชนได้เข้าใจ แล้วก็ให้ยืนยันอย่างชัดเจนว่าสัตว์ส่วนหนึ่งที่เกิน ครอบครัวละ ๕ ตัวนั้นท่านจะรับผิดชอบเพิ่มเติมได้อีกหรือไม่ ในขณะเดียวกันสินเชื่อ รัฐบาล ก็มีนโยบายหลายครั้งว่าไปช่วยพี่น้องเกษตรกรที่เดือดร้อนในการกู้เงินเพิ่ม แต่ในขณะเดียวกันธนาคารเพื่อเกษตรกรนั้นเมื่อกู้ไปแล้วก็เอาไปใช้หนี้เดิมอีก ใช้หนี้เก่า วนไปวนมาเหมือนสร้างหนี้ให้พี่น้องเกษตรกรไม่มีสิ้นสุด ดังนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากเห็นการบริหารจัดการของรัฐบาล สัตว์ก็บอกแล้วว่ามีชีวิต แน่นอนครับ ปศุสัตว์ ซึ่งมีความชำนาญการมีไม่มาก ก็ให้จิตอาสาที่ดูแล ในขณะเดียวกันจิตอาสาผู้ดูแลเหมือน หมอ เหมือน อสม. ท่านไม่มีค่าใช้จ่ายตอบแทนเขาเลยหรือ อันนี้เสนอแนะว่าท่านควรจะหา งบประมาณส่วนหนึ่ง จิตอาสาที่ไปรักษาสัตว์ควรจะมีค่าตอบแทนเป็นรายเดือนบ้างเพื่อขวัญ กำลังใจ แน่นอนครับ เมื่อท่านไปรักษาสัตว์ สัตว์มีโรคเป็นโรค อาจจะติดเชื้อมาถึงประชาชน ก็ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียนด้วยความกังวลแทนพี่น้อง พี่น้อง ชาวจังหวัดลพบุรี ในฐานะที่ผมเป็นประธานคณะกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกรระดับประเทศ ได้มีตัวแทนเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์ เพราะกลุ่มเกษตรกรมี ๕ ประเภท คือกลุ่มทำนา ทำไร่ทำสวน และปศุสัตว์ ส่วนใหญ่ก็เลี้ยงสัตว์เลี้ยงวัว วัวเป็นอาชีพหลักเหมือนกัน วัวราคาแพง ต้นทุนแพง แต่ถ้าหากว่าสัตว์ตายในราคาแพง ๆ แล้ว รัฐบาลรับผิดชอบเพียงส่วนหนึ่ง ผมคิดว่าไม่เพียงพอ อาจจะทำให้พี่น้องเกษตรกรตกอยู่ในสภาพเป็นหนี้สินล้นพ้นตัวและ ล้มละลายในที่สุด ดังนั้นผมคิดว่ารัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณมาชดเชยผู้ที่เลี้ยงสัตว์ และเกิดโรคตาย แน่นอนครับ ทางปศุสัตว์บอกว่าสัตว์ที่เสียชีวิตนั้นสามารถเอาไปบริโภคได้ แต่ท่านประธานทราบไหมครับว่าราคาของมันนั้นมันไม่กี่บาทหรอกครับ อย่างไรก็ตามหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการแก้ปัญหาของรัฐบาลเกี่ยวกับสัตว์นั้นผมอยากเห็นว่า มีตัวแทนทุกตำบลเหมือนกรมส่งเสริมการเกษตร มีเกษตรตำบลทุกตำบล วันนี้อยากให้ กรมปศุสัตว์ฝากไปถึงรัฐมนตรีที่รับผิดชอบควรจะมีอัตรากำลังบุคลากรที่มีความรู้ด้าน ปศุสัตว์อยู่ทุกตำบล เพราะไม่เฉพาะสัตว์โค กระบือเท่านั้น สัตว์อย่างอื่นอีกเยอะแยะอาจจะ มีโรคตามมาในอนาคตก็ได้🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผมต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ฝากไปถึง รัฐบาลให้มีการวางแผนเตรียมการล่วงหน้าว่าสัตว์ก็เป็นอาหารของมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สัตว์ที่มาจากเพื่อนบ้านเข้ามานี่เข้ามาง่ายดายเหลือเกิน ท่านทราบไหมว่ามันเป็นโรคติดมา อย่างไร เหมือนโควิด (COVID) ผมขออนุญาตเรียกคำว่า โรคควายขวิด เข้ามาในประเทศไทย เพื่อนบ้านเราได้เอาสัตว์มาเราได้มีการตรวจสอบหรือไม่ว่าเป็นโรคหรือไม่ ดังนั้นก็อยากให้มี การสกัดกั้นให้หมอตรวจสอบคุณภาพสัตว์ที่เข้ามาจากเพื่อนบ้านชายแดนนั้นเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามครับท่านประธานต้องขอกราบขอบพระคุณ หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาล จะแก้ปัญหาความเดือดร้อนพี่น้องที่เลี้ยงสัตว์อย่างรวดเร็ว ต้องขอบพระคุณโดยปัญหาหนี้สิน ย้ำสุดท้ายของสุดท้ายถ้าสัตว์เสียชีวิต อยากให้รัฐบาลชดเชยตามมูลค่าเป็นจริงครับ กราบ ขอบพระคุณอย่างสูงครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิเชษฐ์ครับ ตามด้วยท่านนิคม บุญวิเศษ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) พูดกันมาตั้งแต่เช้าแล้ว ต้องขอบคุณ ท่านดอกเตอร์นิยม เวชกามา ที่เป็น ส.ส. ภาคอีสาน ซึ่งเป็นแหล่งสัตว์เลี้ยงทั้งวัวทั้งควาย ท่านประธานครับ ผมอยู่ชายแดนลุ่มน้ำโขง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เป็นแหล่งที่ส่งออกวัวควายไปประเทศจีนล่องน้ำโขงไป วันนี้ประเทศจีนฟังการระบาดโรคนี้ มา ๑ เดือนแล้ว เขาบอกว่าจะไม่รับซื้อวัว ควายจากประเทศไทยเพราะโรคระบาด เดือดร้อน ทั้งคน ทั้งฟาร์ม ทั้งคนค้า คนขาย ทั้งระบบ ท่านประธานครับ ปล่อยมาเป็นเดือน ไม่มีการ บริหารจัดการ พูดมาเป็นเดือน กรมปศุสัตว์จะนำเข้า ๓๖๐,๐๐๐ โดส ๖๐ บาท โดสละ ๖๐ บาท เป็นเงินเท่าไรครับ เป็นเงินไม่กี่บาทเอง เสร็จแล้ววัว ควายตายก็ชดเชย เขาไปตามราคาตลาด ท่านประธานครับ ผมคิดแล้วใช้เงินไม่เกิน ๕๐ ล้านบาทเพื่อหยุดยั้ง ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้ แค่นี้เองครับ เงิน ๕๐ ล้านบาททำไมไม่มีมาบริหารจัดการ งบโควิด-๑๙ (COVID-19) บอกว่าถ้าไม่พอโยกงบจากส่วนอื่นเอางบกลางมาจ่ายให้โควิด (COVID) วันนี้โรคระบาดสัตว์ เกษตรกรได้รับผลกระทบโดยตรง ตัวหนึ่ง ๓๐,๐๐๐ บาท ๕๐,๐๐๐ บาทครับ เลี้ยงมาอย่างสวยงามเลยจะต้องมาล้มตาย ร้องไห้แทบเป็นสายเลือด ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั่งฟังตั้งแต่เช้าแล้ว สงสารท่านครับ เห็นใจท่านครับ ท่านเป็นพรรคเล็กร่วมรัฐบาลกับเขา ถ้าท่านเป็นพรรคของ เขาเขาให้มาแล้วครับเงิน ๕๐ ล้านบาท เดือดร้อน ส.ส. ต้องมาพูดทั้งวันเลย ท่าน นายกรัฐมนตรีประยุทธ์ทราบไหมว่านี่เงินแค่ ๕๐ ล้านบาทหยุดยั้งทุกอย่างได้เลย ทำไมไม่ให้ เขา เพราะมันไม่มีการตั้งงบประมาณไว้ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เอางบกลางมาให้ท่าน รัฐมนตรีจัดการสิครับ เงินเอาไปแจกเยอะแยะไปหมด แค่เงิน ๕๐ ล้านบาทเอามาแก้ปัญหาโรคระบาดวัวควายไม่ได้ นี่คือต้นตอของปัญหาอยู่ที่ นายกรัฐมนตรีไม่รู้จักบริหารจัดการ วันนี้ไปอยู่ไหนครับ ละทิ้ง ไม่ดูแลกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ บอกว่ารักประชาชน มันไม่ใช่ข้าว มันไม่ใช่มันสำปะหลัง แต่มันเป็นสัตว์เลี้ยง กว่ามันจะโต กว่ามันจะเกิดลูกปีละครั้ง ดูแลเขาหน่อยครับ เห็นใจท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มานั่งตั้งแต่เช้า เขาไม่มีเงิน เอางบให้เขาสิครับ ฝากท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา เงิน ๕๐ ล้านบาท เอางบกลางมาใช้โดยด่วน เอาไปแจกนี่เป็นหมื่น ๆ ล้าน แค่ ๕๐ ล้านบาทให้ไม่ได้หรือครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนิคม บุญวิเศษ เชิญครับ แล้วตามด้วยท่านบุญแก้ว สมวงศ์ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค พลังปวงชนไทย ท่านประธานที่เคารพครับ เราได้ฟังเพื่อนสมาชิกได้มีการอภิปรายในเรื่อง โรคระบาดลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ผมเชื่อว่ารัฐบาลถ้าท่านไม่หูหนวกหรือตาบอดนะครับ ผมเชื่อว่าท่านก็คงจะได้อนุมัติงบภายในเร็ว ๆ นี้ ท่านประธานครับ โรคนี้ไม่ใช่โรคใหม่ นะครับ เป็นโรคที่ระบาดอยู่ต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศแอฟริกานะครับ แล้วมาระบาด อยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้านเรา ระบาดมานานแล้วครับ ผมก็สงสัยว่าทำไมรัฐบาลเองไม่มีการ ป้องกัน ไม่นำวัคซีนเข้ามาฉีดป้องกันตั้งแต่ทีแรก ทำไมปล่อยให้มีการระบาดแล้วระบาดอีก แม้กระทั่งระบาดแล้วก็ยังไม่มีวัคซีนครับ จริง ๆ แล้วรัฐบาลต้องมีข้อมูลว่าโรคนี้เป็นโรคที่ ระบาดแล้วทำให้วัว ควายเสียชีวิต วัคซีนต้องมาแล้วครับท่านประธาน เพราะวัคซีนคือฉีด เพื่อป้องกันครับ แต่นี่ยังปล่อยให้มันเข้ามาอีกโดยการนำเข้าโค กระบือจากต่างประเทศเข้ามา โดยเฉพาะเพื่อนบ้านเรา เกิดความเสียหายกับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรบ้านผม มันแล้งครับ รัฐบาลส่งเสริมให้เลี้ยงโคครับ ทุกคนก็มีความหวังว่ามีอาชีพใหม่เพื่อจะมีรายได้ ประทังชีวิต ส่งลูกเรียนหนังสือ แต่มาเกิดโรคระบาดแบบนี้รัฐบาลยังไม่มีท่าทีที่จะ อนุมัติงบเลยครับ ผมถามท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ครับ งบประมาณทั้งหลายที่ท่านกู้มา โดยเฉพาะงบฉุกเฉินเร่งด่วนหรืองบกลางมีจำนวนมากทำไมไม่รีบอนุมัติครับ เห็นใจ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการครับ ท่านลงไปพื้นที่ภาคอีสาน ๒ ครั้งแล้ว ถึงแม้ท่านอยากจะช่วย แต่ถ้าท่านประยุทธ์ไม่อนุมัติงบมาอย่างไรมันก็ช่วยไม่ได้ครับท่านประธาน โรคนี้มันเกิดขึ้น แล้วครับผมอยากให้รัฐบาลเองสั่งไปยังกระทรวงที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะปศุสัตว์อำเภอ ปศุสัตว์จังหวัด สัตวแพทย์ ให้คำแนะนำกับพี่น้องประชาชนว่าเราต้องช่วยเหลือรักษา แบบฉุกเฉินก่อนก่อนที่วัคซีนจะมาครับ ปัจจุบันนี้เท่าที่ผมหาข่าว แล้วก็เพื่อนผมได้โทรศัพท์ มาบอกว่าการรักษาโดยใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน บางคนใช้สมุนไพร บางคนเขาใช้ยาลดไข้ ในการฉีด ยาแก้อักเสบฉีดเข้าไปครับ ถามว่าได้ผลไหม มันได้ผลนะครับท่านประธาน ฉีดยาลดไข้ ฉีดยาแก้อักเสบได้ผลครับ บางคนใช้กำมะถันบดละเอียดผสมกับน้ำมันพืช แล้วยัดเข้าไปในตุ่มที่แตกออกมา แล้วมันหายครับ นี่คือการใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านที่ประชาชน ต้องช่วยเหลือตัวเอง ก็ต้องทำครับ ทำอย่างไรได้ในเมื่อรัฐบาลช่วยไม่ได้🔗
และอีกประการหนึ่งที่ยังไม่มีใครพูดถึง ที่บอกว่าวัคซีนเถื่อน ทำไมมันจึงเกิด วัคซีนเถื่อนได้ วัคซีนเถื่อนในที่นี้คือวัคซีนที่เป็นวัคซีนจริงนะครับ เพียงแต่ว่าไม่ได้ผ่านการ ขออนุญาต หน่วยงานเอกชน สัตวแพทย์ที่เขาเห็นความเดือดร้อนของประชาชน รัฐบาลไม่มีงบ เขาก็พยายามดิ้นรนหาวัคซีนเหล่านี้เข้ามาโดยไม่ผ่าน อย. ก็มาช่วยกันฉีดครับ ขวดละ ๔,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๐ บาท ฉีดประมาณ ๒๕ ตัวครับ ตกตัวละ ๑๐๐ กว่าบาทก็สามารถ ช่วยได้ทัน แต่พอมามีประกาศว่าถ้าเจอใครนำวัคซีนเถื่อนเข้ามา ประกาศจับ ตอนนี้ครับ สัตวแพทย์ สัตวบาลทั้งหลายไม่กล้าฉีดครับ ไม่กล้าช่วยเหลือประชาชนเพราะกลัวถูกยึด ใบอนุญาต ท่านประธานลองมองดูสิครับว่าด้วยความที่ประชาชนเขาอยากจะให้สัตว์ของเขา หายจากเป็นโรค ทุกคนต้องดิ้นรนเอง แต่รัฐบาลช่วยไม่ได้ครับ พอดิ้นรนไปก็กลายว่า ผิดกฎหมาย ผมเชื่อว่าการนำเข้าสัตว์จากต่างประเทศเข้ามาไม่ใช่ประชาชนธรรมดาทำได้ หรอกครับ ต้องมีหน่วยงานราชการ ต้องมีรัฐเข้ามาเกี่ยวข้องแน่นอน ฉะนั้นท่านต้องเยียวยา พี่น้องประชาชน เยียวยาให้เขาอย่างน้อยได้ทุนคืนก่อน แล้วเขาเลี้ยงไปกี่วันกี่เดือน ก็คูณเข้าไปครับ อย่างน้อยได้เท่าทุนก็ยังดี ไม่ต้องมีกำไรหรอกครับ และที่สำคัญคือหาวัวมา ทดแทนก็ได้ นอกจากชดเชยแล้วท่านต้องผสมพันธุ์ให้เขาใหม่ฟรี หรือหาวัวมาให้เขาเลี้ยง ใหม่เพื่อชดเชย ถ้าท่านบอกว่าเงินท่านไม่พอ แต่ผมเชื่อว่าท่านมีเงิน เพียงแต่ว่าท่านล่าช้า ท่านไม่เห็นความสำคัญ ไม่เห็นความมั่นคงของเกษตรกรเท่านั้นเอง อย่าลืมนะครับว่า ประเทศไทยจะมั่นคงได้ถ้าประชาชนมีความมั่นคง โดยเฉพาะเกษตรกรของเมืองไทย ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมกร ประชาชนส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร ถ้าท่านไม่ช่วย เกษตรกรท่านจะช่วยใครครับ งบความมั่นคงมีตั้งเยอะแยะมากมายเจียดมาซื้อวัคซีน แบบฉุกเฉินเร่งด่วน ๕๐ ล้านบาท ๑๐๐ ล้านบาท ๑,๐๐๐ ล้านบาท มันจะเป็นอะไรไปครับ เพื่อรักษาเศรษฐกิจของประชาชนผู้ทำงานเกษตรกร โดยเฉพาะคนที่เลี้ยงสัตว์ ท่านคิดดู ถ้าเกิดวัวตายไปสัก ๑,๐๐๐ ตัว ตัวหนึ่งประมาณ ๕๐,๐๐๐ บาท ๑,๐๐๐ ตัว ๕๐ ล้านบาท นะครับ ๑๐๐,๐๐๐ ตัว ๕๐๐ ล้านบาทนะครับ เกิดเอาไม่อยู่ตายเป็นล้านตัว ๕,๐๐๐ ล้านบาท เจ๊งเลยนะครับประเทศไทย ฉะนั้นท่านอย่าคิดเยอะครับ งบฉุกเฉินเร่งด่วนรีบอนุมัติ ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้กรมปศุสัตว์ ให้รัฐมนตรีท่านลงไปช่วยเกษตรกร ให้ทันท่วงทีครับ แต่ถ้ามันระบาดเป็นหนักแล้วถึงแม้วัคซีนจะเข้ามาไม่มีประโยชน์ครับ ท่านประธาน มันเป็นแล้วตายแล้วเอาวัคซีนเข้ามาวัคซีนไม่มีค่าครับ ฉะนั้นวัคซีนมีค่า คือตอนนี้ขอเถอะครับท่านประธาน ขอฝากไปยังท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ท่านรีบ อนุมัติงบภายในวันนี้พรุ่งนี้เถอะครับ อย่างน้อย ๆ อนุมัติแล้วการนำวัคซีนเข้ามาก็ต้องใช้ เวลา ก็ต้องมาขออนุญาต อย. อีก อย. ก็เช่นกันครับวัคซีนเข้ามาก็ต้องรีบอนุมัติแบบฉุกเฉิน เร่งด่วนเพื่อฉีดให้ทันท่วงทีก่อนที่มันจะระบาดมากกว่านี้ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณบุญแก้ว สมวงศ์ ท่านสุดท้ายนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม บุญแก้ว สมวงศ์ จังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นผมก็ต้องขอขอบคุณท่าน ส.ส. ดอกเตอร์นิยม เวชกามา ที่ได้ตั้งญัตติด่วน เพื่อให้ ส.ส. แต่ละท่านได้แสดงความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะผมซึ่งเป็น ส.ส. เขตที่จังหวัดยโสธร เป็น ส.ส. ของ จังหวัดยโสธร ซึ่งจังหวัดผมพี่น้องประชาชนก็ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ซึ่งมันเป็นโรคที่ทำให้พี่น้องเกษตรกรที่เลี้ยงโคกระบือ ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก เพราะว่าจังหวัดยโสธรนั้นมีอยู่ ๙ อำเภอ มี ส.ส. อยู่ ๓ ท่าน ซึ่งได้ลงพื้นที่ไปดูพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อน น่าสงสารมากครับ บางคนร้องไห้เห็นวัวตัวเองเป็นโรค วัวน้ำตาก็ไหลออก เจ้าของ ทั้ง ๆ ที่ ผมเป็น ส.ส. ผมไปดูในพื้นที่ ผมยังน้ำตาไหลตามเจ้าของวัว น่าสงสารมาก และผมก็ ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการที่ได้มานั่งฟัง ส.ส. สะท้อนไปให้ท่านทราบ ไปให้รัฐบาล ทราบว่าความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนั้นต้องมาก่อน เราต้องดูแลก่อน แล้วก็วัว อยู่ที่จังหวัดยโสธรนั้นมีหลายหมื่นตัวได้เป็นโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นั้นอยู่ประมาณ พันกว่าตัว แล้วก็ได้เสียชีวิตได้ล้มตายไปหลายร้อยตัว แล้วก็ตอนนี้กำลังรักษาอยู่เกือบ พันตัว ก็อยากฝากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ท่านประภัตรซึ่งเป็นคนที่มีความตั้งใจเพื่อจะ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในทุก ๆ เขต ไม่ว่าจะเป็นพรรคฝ่ายรัฐบาลหรือพรรคฝ่ายค้าน ท่านก็ลงไป ผมเห็นท่านออกทีวีไปช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรหลาย ๆ จังหวัด ผมอยาก เชิญชวนท่านไปดูจังหวัดยโสธรบ้าง ท่านไปให้กำลังใจท่านปศุสัตว์อำเภอ ปศุสัตว์จังหวัด ซึ่งปศุสัตว์จังหวัด ปศุสัตว์อำเภอ แล้วก็ท่านนายอำเภอ ท่านนายก อบต. นายก อบจ. ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดได้ร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อจะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ก็อยากฝาก ท่านถ้าท่านสะดวกไปทานข้าวบ้านผมก็ได้ผมจะต้อนรับท่านเป็นอย่างดี ไปให้กำลังใจ พี่น้องชาวจังหวัดยโสธรด้วย หลาย ๆ พื้นที่ที่ผมไป โดยเฉพาะอำเภอคำเขื่อนแก้ว อำเภอมหาชนะชัย อำเภอค้อวัง อำเภอป่าติ้ว อำเภอไทยเจริญ ในเขตพื้นที่ที่ผมได้เป็น ตัวแทนของพี่น้อง เป็น ส.ส. ในเขตนั้น ผมได้ไปดูหลายหมู่บ้าน ต้องเห็นใจ วัวคือหัวใจของ พี่น้องประชาชนเลย พี่น้องเกษตรกร เพราะว่าในพื้นที่ถ้าล้มตายไปตัวหนึ่งครอบครัวหนึ่ง ก็เสียเงินไปแล้ว ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ บาท รัฐบาลจะช่วยตัวละ ๑๐,๐๐๐ บาท ตัวละ ๘,๐๐๐-๙,๐๐๐ บาท ไม่คุ้มหรอกครับ ผมอยากให้ท่านแก้ไขใหม่ เอาตามราคาเป็นจริงเลย วัวบ้านหนึ่ง สมมุติว่าหลังคาหนึ่งได้ตายไป ๕ ตัว ท่านก็จ่ายไปเลย ๕ ตัว ตัวละ ๕๐,๐๐๐ บาท วัวทุกวันนี้มีแต่ตัวละ ๑๐๐,๐๐๐ บาทนะครับ ๕๐,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๐ บาท ๓๐,๐๐๐ บาท หลาย ๆ คนก็สะท้อนมา ผมได้รับร้องเรียนมา อยากให้สะท้อนไปยังรัฐมนตรีช่วยว่าการ ท่าน ประภัตรได้กรุณาผลักดันในจุดนี้🔗
แล้วอีกประเด็นหนึ่งก็คือวัคซีน ซึ่งเป็นที่กล่าวขานกันมาตลอดว่าท่านต้องหา มาให้พี่น้องประชาชนเถอะครับ ผมสงสารเกษตรกร ผมสงสารปศุสัตว์จังหวัด ปศุสัตว์อำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอทุกอำเภอของจังหวัดยโสธร ท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ท่านกำนันผู้ใหญ่บ้าน ท่านนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ได้ร่วมแรงร่วมใจ กันตลอด สงสารเถอะครับ หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินคือเกษตรกรครับ ถ้าท่านมีโอกาสไปเยี่ยม จังหวัดยโสธรด้วยนะครับ ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอนแรกก็จะปิดการอภิปรายแล้วนะครับ แต่คุณหมอขอสรุปสั้น ๆ นิดหน่อย เพราะว่าฟังมา ตั้งแต่เช้าก็ซ้ำประเด็นเดิม ๆ นะครับเชิญคุณหมอครับ เอาสรุป ๆ เลยนะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความ เคารพครับ ผมใช้เวลาสั้น ๆ ครับ เนื่องจากผมมาจากจังหวัดที่มีการระบาดของโรคนี้ เป็นโรคระบาดสัตว์ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่ ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณท่านประธานผ่านไปยังทาง ท่านรัฐมนตรี แล้วก็ทางกรมปศุสัตว์ หลังจากที่ผมได้อภิปรายเรื่องนี้ในวาระที่อภิปรายเรื่อง งบประมาณก็ได้รับความกรุณา ที่จังหวัดน่านบ้านผมสามารถใช้เป็นโมเดล (Model) ได้เลยครับท่านประธานครับในการที่จะดูแลรักษาโรคนี้ ญัตติที่ท่านดอกเตอร์มหานิยม ได้กรุณาเสนอต่อสภาในนามพรรคเพื่อไทย ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนที่มีโอกาส ได้ช่วยกันเสนอแนวทางและมาตรการในการที่จะยับยั้ง แก้ไข เยียวยา ช่วยเหลือพี่น้อง เกษตรกร และที่สำคัญที่สุดทำอย่างไรไม่ให้โรคอุบัติใหม่มันเกิดขึ้นได้อีก ก็คือแนวทาง การป้องกัน🔗
ท่านประธานครับ ที่จังหวัดน่านบ้านผม ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเอาข้อมูลนำเรียนท่านประธานเพื่อจะใช้เป็นต้นแบบ เป็นต้นแบบในการที่จะ ควบคุมโรค ทำไมเขาทำได้ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพครับ ตั้งแต่มีการระบาด มีจำนวน สัตว์ป่วยสะสมทั้งหมดแค่ ๙๖ ตัวเองครับ มีจำนวนเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบแค่ ๓๗ ราย หายแล้ว ๓๒ ตัว ท่านประธานครับ ที่ดีที่สุดคือไม่มีตายเลยครับ น่าสนใจ ท่านประธานครับ ทำไมเป็นอย่างนั้น เพราะระบบที่เขาวางไว้ทั้งพี่น้องเกษตรกรที่เลี้ยงวัว ตัวปศุสัตว์ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด หรือทุกคนที่เกี่ยวข้องพอเขาทราบข่าวอย่างนี้ เขามีมาตรการชัด เขารู้เลยว่าสัตว์ป่วยนี้เข้ามาได้อย่างไร มาที่ไหน เพราะฉะนั้นเขาสามารถควบคุมพื้นที่ที่มี สัตว์ป่วยอยู่ จังหวัดน่านบ้านผมมีอำเภอเดียวครับไม่ขยายเลย เขาสามารถเข้าไปกักกันพื้นที่ นั้นได้ทันท่วงที เขารู้ว่าสัตว์มาจากไหน ต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี โดยตรงว่าสัตว์มาจากอีสานครับ เพราะว่าเขามีการติดต่อค้าขายกัน ก็เห็นว่าสัตว์ราคาถูก ก็ไปซื้อมาเพื่อจะมาบริโภค โดยหารู้ไม่ว่าสัตว์นั้นเป็นโรคแล้วก็นำเผยแพร่แน่นอนครับ แมลงนำโรคมันก็ติดมากับสัตว์ มันก็ขยาย แต่วิธีการที่เขาเข้าไปจัดการ นอกจากที่จะมีการ รักษาอย่างทันท่วงทีกับสัตว์ที่ป่วยนะครับ สัตว์ป่วยต้องรักษาอย่างทันท่วงทีครับ เรื่องยา เรื่องเวชภัณฑ์ จะภูมิปัญญาอะไร ยาแผนปัจจุบันพื้นบ้านเขาใส่ได้หมดเขาก็ทำ แม้รัฐ ไม่จัดให้เขาก็ต้องช่วยตนเอง ๒. เขาป้องกันไม่ให้มีการเคลื่อนย้าย ก็คือกักกัน ๓. กำจัด ตัวพาหะ ทำความสะอาดคอก หรือบ้านเรือนต่าง ๆ ๔. อาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะทางองค์การบริหารส่วนตำบลที่เกี่ยวข้องเข้าไปกำจัดแหล่งพาหะ ก็คือการพ่น หมอกควัน เขาทำร่วมกัน สามารถที่จะควบคุมอยู่ในพื้นที่ได้ ถ้าทุกที่เป็นอย่างนี้ผมว่า มันสามารถที่จะเอาอยู่ครับ แต่ว่าสิ่งสำคัญที่สุดครับท่านประธานครับ พูดแค่นี้ ไม่จบครับ ผมเองสนใจประเด็นว่าท่านรัฐมนตรีต้องตอบกับสภาและหาสาเหตุให้ได้ว่า มันเข้ามาได้อย่างไร มันเข้ามาได้อย่างไรครับ เพราะมันนำเข้ามาจากต่างประเทศ มันเป็นโรค อุบัติใหม่ เพื่อนบ้านเขามีวัคซีนก่อนเราตั้ง ๒ ปี เวียดนามไม่มีวัคซีนขาย ไม่มีวัคซีนฉีด พี่น้องเกษตรกรก็กระเสือกกระสนไปนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านนำมาฉีด ผมกราบเรียน ท่านประธานบอกว่านำมา ๒,๐๐๐ บาท มาขาย ๕,๐๐๐ บาท ๑ หลอด ๒๕ ตัว เขาก็เอา ครับ เอานี่หมายความว่านำไปฉีดเพื่อป้องกัน เพราะฉะนั้นมาตรการต่อไปหลังจากที่ท่าน รักษาดูแลแหล่งแพร่ต่าง ๆ จัดการแล้ว มาตรการที่ไม่ให้แพร่กระจายไป อันนี้สำคัญครับ วัคซีนเป็นตัวหนึ่ง เป็นตัวหนึ่งเลยที่จะต้องจัดการ🔗
ท่านประธานครับ สิ่งที่ต้องเสริมศักยภาพของคนที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย ท่านรู้อยู่แล้วว่าจากการลดอัตรากำลังคน มีแค่ปศุสัตว์อำเภอ ท่านจะหากลไกอย่างไรที่จะ ควบคุมดูแลปศุสัตว์หรือสัตว์ที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนให้ได้ ไม่เฉพาะแต่เรื่อง โรคระบาดหรือโรคสัตว์ จะส่งเสริมให้สัตว์เป็นสัตว์เศรษฐกิจได้อย่างไร อย่างจังหวัดน่าน บ้านผมเหมาะอย่างยิ่งกับการปศุสัตว์ ขออนุญาตท่านประธานครับ ใช้คำพูดบ้าน ๆ บ้านผม มีคอกควายครับ เขาเรียกคอกควายใหญ่ที่สุดในโลก เพราะอะไรครับ เขาเลี้ยงในป่าครับ ท่านประธานครับ วางแนวรั้วกั้นไว้เลย ปล่อยเขาไปเลย แล้วเขาคอยดูแล อันนี้เป็นสิ่งที่ สามารถทำได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี มาตรการที่จะเสริมสร้างศักยภาพคนของท่านต้องทำอย่างไร ถึงเวลาหรือยังครับที่จะต้อง ไปดูเรื่องการกระจายอำนาจ ท่านไม่ต้องคิดไปที่จะเติมปศุสัตว์อำเภอ ปศุสัตว์ตำบล กลับมาใหม่ครับ เป็นไปได้ยากมากตอนนี้ ทำอย่างไรที่จะผนวกกับการกระจายอำนาจ ให้ท้องถิ่นมาช่วยท่านให้มากที่สุดจะทำอย่างไร โอนภารกิจไปบางส่วนได้หรือไม่ ถ้าท่าน ไม่ทำนะครับ โอกาสที่พี่น้องจะได้รับการดูแลเรื่องสัตว์เลี้ยงของเขา การส่งเสริมการปศุสัตว์ ที่ดี โดยเฉพาะขณะนี้สัตว์เลี้ยงกลายเป็นอาชีพหลักของพี่น้องแถบชนบทเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะในพื้นที่ต้นน้ำนี่นะครับท่านประธาน จังหวัดน่านบ้านผมมีศูนย์อนุรักษ์พันธุ์ ควายไทย ควายน้ำว้า ท่านรัฐมนตรีทราบดีเลยครับ ควายน้ำว้ามีความสำคัญมากครับ จะเป็นต้นแบบเป็นควายแม่แบบที่จะกระจายพันธุ์ไป แล้วโครงการนี้เป็นโครงการที่จังหวัด น่านภูมิใจมากครับ ขณะนี้มีเกือบ ๑,๐๐๐ ตัวนะครับ หลังจากผมอภิปรายแล้วทางปศุสัตว์ ได้เข้าไปดูแลภาพรวมอย่างดียิ่งเพื่อป้องกันไม่ให้ควายไทยที่ชื่อควายน้ำว้าได้รับผลกระทบ ผมต้องกราบขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งครับ มาตรการทั้งหลายที่เพื่อนสมาชิกพูดมา ท่านดอกเตอร์มหานิยมจะเป็นผู้สรุป ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ มันจำเป็นและสำคัญที่พวกเราต้องช่วยกัน ฝากท่านรัฐมนตรีนำสู่การปฏิบัติด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ระหว่างท่านรัฐมนตรีจะชี้แจง กับท่านดอกเตอร์มหานิยมสรุป เชิญท่าน ส.ส. ดอกเตอร์ มหานิยมนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ๕ ชั่วโมง กับท่าน ส.ส. ๔๑ ท่าน ที่ลุกขึ้นมาอภิปรายขอความเห็นใจ จากรัฐบาล ซึ่งวันนี้ผมต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ประภัตร โพธสุธน ที่เมตตา พวกผมมานั่งฟัง แล้วผมฝากด้วยว่านั่งฟังแล้วฝากท่านรับเอากลับไปที่ ครม. ไปคุยกับ ท่านนายกรัฐมนตรี จาก ๕ ชั่วโมง ที่ท่าน ส.ส. ทั้งหลายซึ่งเป็นตัวแทนชาวบ้าน ๔๑ คน ได้ลุกขึ้นมาอภิปราย มี ๒ ประเด็นเท่านั้นครับ โดยเฉพาะคุณหมอชลน่านสรุป สุดท้ายบอก เราไม่มีวัคซีนเท่านั้นเอง ท่านบอกไม่มีวัคซีน ถ้ามีแล้วไม่เป็นแบบนี้ ท่านประธานครับ ตอนนี้ ในการรักษา ผมใช้เวลาสั้น ๆ ไม่มีครับ ที่บ้านผมไม่มีเลย รักษาตามสภาพ อันนี้คือ ปศุสัตว์บอก ตามสภาพหมายความว่าอย่างไร หมายความว่ามันเจ็บมันไข้ กินยาไป ที่จะ รักษาเป็นทางการอะไรไม่มี รักษาแบบตัวใครตัวมัน เพราะฉะนั้นผมต้องขอกราบเรียน ท่านประธานฝากไปยังท่านรัฐมนตรีประภัตรว่า จาก ส.ส. ทั้งหมดที่ลุกขึ้นแสดงความคิดเห็น ๔๑ ท่าน ใช้เวลา ๕ ชั่วโมงครึ่ง ก็ชัดเจนว่าเราบกพร่อง โดยเฉพาะท่านคุณหมอชลน่าน บอกเลยว่าเราไม่มีวัคซีนเลย เท่าที่ฟังดู ไม่มีวัคซีนมาฉีดป้องกันเลยทั้งที่รู้แต่แรกแล้ว เพราะมันเริ่มขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๖๔ นี้ครับ ไม่มีวัคซีนมาฉีด วันนี้ถึงแม้ทางกรมปศุสัตว์ จะอุ้ยอ้ายช้าเป็นเต่า ดีนะยังมีรัฐมนตรีประภัตรเต้นอยู่คนเดียว ถ้าไม่อย่างนั้นหนักกว่านี้ ท่านเปลี่ยนวิธีการเสีย จากเฉื่อยกลับมาให้กระฉับกระเฉง ทำเลย พี่น้องยังรอความหวังจาก ท่านรัฐมนตรีนะครับ ผมฟังดูว่าเอาล่ะมันเป็นผีซ้ำด้ำพลอย ถ้าโบราณว่าก็วัคซีนคนก็ขาด วัคซีนวัวก็ไม่มี แต่ต้องฝากแบบนี้ท่านรัฐมนตรี ผมไม่อยากให้ภาคราชการส่วนกลางโยนไปให้ ท้องถิ่น บอกว่าเอาล่ะท้องถิ่นกลับมาจัดซื้อจัดอะไรช่วยประชาชน ท้องถิ่นอยากซื้อ อย่างน้อยเขาอยู่ใกล้ประชาชน แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าไตรมาสสุดท้ายเงินก็เหลือน้อย เงินคงคลัง ก็แทบไม่มี ใช้กันหมดแล้ว แล้วที่ประเด็นอย่างหนึ่งคือท้องถิ่นวันนี้เปลี่ยนถ่ายหัว อะไรมันก็ ติดขัดไปมาก ผมต้องฝากท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีประภัตรว่าเรื่องแบบนี้อย่าโยน ความระกำลำบากไปให้ท้องถิ่นเลย ส่วนกลางทำอะไรทำ แล้วก็ไม่ต้องบอกมีเงิน ไม่มีเงิน เงิน ส่วนงบกลางมีเท่าไรเอามาใช้ก่อน อันนี้คือความไม่ธรรมดา มันระบาดไปทุกหย่อมหญ้า สำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงโค ขอฝากท่านประภัตรครับ เพราะท่านเข้าใจอยู่แล้วท่านเป็นผู้ที่ อยู่กับควายกับวัว คนบ้านผมไม่ได้ร่ำรวย ท่านประธานครับ ต้องยืนยันแบบนั้นนะ ซื้อวัว ก็เอาเงิน ธ.ก.ส. กู้มาซื้อ ก็หวังจะได้กำไรเล็ก ๆ น้อย ๆ เดี๋ยวนี้โคที่จะเอามาขุน สมมุติขุนนะ ตกตัวละ ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ บาท ขุนแล้วก็ขายได้ตัวละ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาท หักค่าอาหาร เหลือไม่เท่าไร แต่จำเป็นต้องทำ ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย เขาบอกก็มีรายได้เพื่อจะมาเป็น ค่าเทอมลูก ค่าเสื้อผ้าให้ลูก อันนี้คือประเด็นผมต้องฝากท่าน จึงมีแค่ ๒ ประเด็น ๑. ท่านต้องช่วยเหลือโดยวิธีการรักษา คือตอนนี้มันจะตายไปก็ตายไปแล้วล่ะ แต่ที่ยังไม่ตาย ท่านประธานครับ ฝากท่านรัฐมนตรีด้วยให้ช่วยเขารักษา ไม่ต้องรอวัคซีน ส่วนวัคซีนผมฟัง จากท่าน ส.ส. หลายท่านก็บอกว่าวัคซีนนี่อยากให้แยกว่าตัวไหนยังไม่ติดต้องหาให้ได้ ฉีด ไม่ต้องรอ ฉีดเลย เพราะผมถามทางปศุสัตว์ในพื้นที่สกลนครก็บอกว่าคงฉีดไม่ได้ เพราะมัน ติดไปหมดแล้ว ติดโรคไวรัสตัวนี้ ความจริงไม่หมดหรอก มันก็ต้องมีส่วนไม่ติด อันนี้ฝาก ท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีท่านประภัตรซึ่งมานั่งรับเรื่องราว วันนี้ท่านพิเชษฐ์บอกว่า เอาละโดส (Dose) ละ ๕๐ บาท ทำไมจะซื้อไม่ได้ ผมนั่งฟังด้วยความตั้งใจนะ เป็นความจริง ท่านประธานฝากท่านรัฐมนตรีเลย ซื้อได้ รัฐบาลต้องใจป้่า นี่คือชีวิตสุดท้ายของชาวบ้านแล้ว ๓๖๐,๐๐๐ โดส อะไรของท่านนี่จัดการเถอะ ซื้อได้ซื้อไป แบบพี่สงวน ส.ส. จังหวัดลำพูน ท่านก็บอกเอาล่ะ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทำไมไม่เอาเงินมาให้ประชาชนที่เขาเดือดร้อน อยู่บ้าง อันนี้ผมฝากเลยนะครับ ผมยังเห็นด้วยกับท่าน ส.ส. นิคม ท่านบอกว่าหาวัวมาชดเชย เพราะท่านไปติดระเบียบเยอะแยะ บอกต้อง ๖,๐๐๐ บาท ๖ เดือนอะไร ซึ่งมันไม่มี หรอกครับ วัว ๖,๐๐๐ บาทก็ไม่มีแล้ว มันมีลูกมัน ที่จะเอามาขุนจะเอามาเลี้ยงใหญ่โต มันไม่มีหรอก ตัวละ ๒๒,๐๐๐ บาทเท่านั้น ถ้าทำได้ไม่ต้องชดเชยเงิน หาวัวมาชดเชยดีที่สุด ให้เขาได้ต่อชีวิตไป แล้วที่ไม่เอ่ยไม่ได้ ท่านหมอชลน่านพูด วัคซีนเรามีปัญหาเพราะเราไม่ฉีดแต่แรก ไม่มีครับ ไม่ฉีดเลย ไปดูเวียดนามที่ท่านบอก ศักยภาพไม่ได้แตกต่างกันกับประเทศไทย อันนี้ กราบเรียนว่าวัคซีนที่ยังเหลือต้องฉีดนะครับ ยังหลายจังหวัดยังไม่ติดเลย ไปติดที่บ้านผม เท่านั้นเอง จังหวัดสกลนครติด ผมได้รับคำร้องเมื่อสักครู่นี้จากประธานกลุ่มสหกรณ์โคขุน สกลนคร โพนนาแก้ว ตระกูลสัมพันธ์ กลุ่มที่ ๒๑ สมาชิก ๕๐๐ คนในกลุ่มกำลังใกล้จะ สิ้นชีวิตในเรื่องความยากจน ในเรื่องความขาดแคลนของเงินทอง ท่านประธาน เพราะว่า ยืดไป ๕-๖ เดือน โคขุนไม่ลง ชาวบ้านลำบากเลือดตากระเด็นแน่ อันนี้ถึงฝากอยู่ ๒ ประเด็น ชดเชยไปเลย ถ้าไม่มีวัคซีนก็ซื้อ ถ้าซื้อวัวชดเชยได้ ผมฝากท่านประธานไปถึงรัฐมนตรี แล้วขอให้รับเรื่องนี้ไปดำเนินการอย่างรีบด่วน พวกเรารอความหวังในฐานะตัวแทนชาวบ้าน ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗
พอดี ท่านรัฐมนตรีขอชี้แจง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ก่อนอื่นต้อง ขอบคุณท่านดอกเตอร์นิยม เวชกามา ท่านหยิบยกประเด็นนี้มาเป็นญัตติด้วยวาจา เป็นครั้งแรกที่ได้นำเรื่องนี้เข้ามา ผมภูมิใจมากครับ ผมก็หัวอกผู้แทน ได้เห็นผู้แทนทุกคน ได้แสดงออกถึงจิตวิญญาณของการเป็นผู้แทนอย่างชัดเจนในวันนี้ ที่มีความห่วงใยต่อพี่น้อง ประชาชน เอาเรื่องนี้ขึ้นมาพูด ๔๒ คนครับท่าน ไม่ใช่ ๔๑ ผมโน้ตไว้หมดเลยว่าใครฝาก อะไรไป บ้านไหนมีปัญหาอย่างไร แม้กระทั่งเรื่องวัคซีนท่านพูดด้วยความเป็นห่วง ท่านนิคม ที่ท่านพูดนั้นผมฟังไว้ ๑๐,๐๐๐ บาทนั้นเดี๋ยวจะตอบให้ฟังทีหลัง เพื่อนสมาชิกครับ ทุกคน ซาบซึ้งเข้าใจดีถึงความรันทดใจของพี่น้องประชาชนในขณะนี้ ผมขอกราบเรียนว่า ท่านนายกรัฐมนตรีเองท่านมีบัญชาให้ผมมานั่งจดรับฟังไปตั้งแต่ต้น ผมบอกว่าผมมา แล้วครับ ท่านเช็ก (Check) มากับเจ้าหน้าที่สภาว่ามีใครมาฟังบ้าง ใครมารับ ผมบอกว่า ผมมาแล้ว และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็มานะครับ ท่านประชุมอยู่ เราต้องการประเด็นที่ท่านสะท้อนวันนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการแก้ไข ต่อการช่วยเหลือ พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผมไม่ได้มาพูดเอาหน้าหรือมาแก้ตัวแทนท่าน ท่านมีบัญชาตั้งแต่วันประชุมงบประมาณแล้ว ที่ผมตอบไปเกี่ยวกับโรคนี้ ตอนนั้นยังไม่เต็มที่เพียง ๓๐ จังหวัดเท่านั้น ท่านมีบัญชาเลยว่า งบกลางเรามี ประภัตรไปทำเรื่องมาว่าชาวบ้านต้องการอะไรให้ช่วยเหลือ เราต้องนึกถึงว่า จะใช้งบกลางและท่านให้แล้ว ให้ตั้งแต่ ๒ อาทิตย์ที่แล้ว แต่เราต้องมาทำครับ มาทำ รายละเอียดว่าเราจะเอาอะไร เอาอะไรให้ถึงตัวให้ถูกต้อง ให้ทันการ เงินงบกลางก็เป็นของ พี่น้องประชาชน ท่านก็บอกตลอดเวลา ไม่ใช่เงินของเรา เงินภาษีอากรของพี่น้องทั้งนั้น เอามาแล้วก็เอาคืนไปให้เขา อะไรที่ทำได้ให้เร่งด่วน วันนี้เราทำเสร็จแล้วต้องเอาเข้า ครม. ในวันอังคาร มีทั้งหมด ๑๕ รายการครับที่เราจะเข้าไปช่วยอย่างเร่งด่วน เริ่มตั้งแต่ป้องกัน ที่ ส.ส. ชลน่านพูด เริ่มตั้งแต่การฉีดยา มุ้งเขียว ฆ่าเชื้อ ให้วัคซีน ให้วิตามิน ทั้งหมด ๑๐ กว่ารายการที่ชาวบ้านร้องขอมา แล้วก็ต้องป้องกันให้ได้ ท่านนายกรัฐมนตรีบอก ต้องหยุดให้ได้นะ อย่าให้เขามาโจมตี วันนี้ไม่มีใครโจมตีเลย มีแต่สะท้อนเอาความรู้สึกดี ๆ มาให้ เดี๋ยวผมจะอ่านให้ฟัง ดีใจครับได้ฟังอย่างนี้ อีก ๕ ชั่วโมงก็ไม่เบื่อ เพราะมันเป็น เรื่องจริง ไม่ได้มาเสแสร้ง ไม่ได้มาโจมตีใคร หาทางแก้ไขร่วมกัน ผมได้ประโยชน์จากท่าน มากที่สุดวันนี้ จากที่ผมไม่รู้ เราจะได้บอกทางกรมปศุสัตว์ว่าต้องแก้ตามที่ชาวบ้านต้องการ วิชาการของคุณก็ว่าไป แต่เหตุการณ์ปัจจุบันต้องทำอย่างไรต้องฟังเขา ผมให้มานั่งอยู่นี่ ๕ คน ให้จดอยู่ข้างหลัง จะได้ปลดปล่อยถึงความทุกข์ความยากลำบากของพี่น้องเกษตรกร พี่น้องเกษตรกรเวลานี้อยากฟังมากที่สุด ผมจำต้องลำดับเรื่องนิดหนึ่งว่าโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin ) เป็นชื่อใหม่ที่คนไทยเพิ่งจะรู้จัก และเพิ่งจะมารู้จักกันจริง ๆ จัง ๆ เมื่อ ๒ อาทิตย์นี้ เพราะเหตุการณ์มันลามอย่างรวดเร็ว วันนี้กลายเป็น ๕๒ จังหวัด มีวัวป่วย แล้ว ๗๕,๐๐๐ ตัว วันที่ผมตอบท่านนั้น ที่ไปจังหวัดมหาสารคาม ไปจังหวัดกาฬสินธุ์ ไปจังหวัดร้อยเอ็ด ไปหลายจังหวัด วันนั้นเพียง ๕๐,๐๒๑ ตัว เราบอกว่าอย่างนี้เราผิดพลาดแล้ว ถ้าเราจะหยุดเขา ตัวเลขต้องหยุด วันนี้ตัวเลขมันพุ่งมา ๗๕,๐๐๐ ตัว เราต้องหาทางแก้ไข ผมบอกอธิบดีและทุกคนต้องพิจารณาเร่งด่วนว่าเราขาดอะไร เพราะท่านนายกรัฐมนตรี เปิดโอกาสให้แล้ว ผมก็ปรึกษากับรัฐมนตรีว่าการบอกเอาล่ะเป็นพันล้านบาทก็ต้องเป็น พันล้านบาท ท่านให้ ท่านไม่ได้ติดขัดเรื่องเงินเลย แต่ช้าที่เจ้าหน้าที่ ผมว่าเลยที่อยู่ข้างหลัง บอกคุณทำไมทำ ๒ อาทิตย์นี้ไม่จบว่าเขาต้องการอะไร เขาบอกต้องให้สะท้อนมาจากอำเภอ จังหวัด แล้วก็มาถึงกรม เขามีขั้นตอนของเขาเหมือนกัน แล้วผมบอกอย่างนี้ที่วันนี้เขาพูดมา อย่างนี้แล้วจะทันไหม เขาบอกว่าเร็วที่สุดก็วันอังคารนี้เอาเข้า ครม. ท่านที่เคารพครับ อาการของวัวที่เป็นลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ผมอยากจะฝากท่านดอกเตอร์นิยมครับ ท่านซื้ออันนี้ไปแจกได้ไหมครับ ที่วัด หมอชลน่าน อันหนึ่งประมาณ ๑๐๐ บาท ผมศึกษามา ว่าจะดูอย่างไรวัวเป็นโรคหรือไม่เป็นโรค🔗
ประการแรก เกษตรกรเขารู้แล้ว แต่เขาขาดเครื่องมืออันนี้ วัวจะเริ่มเซื่องซึม แล้วก็ไม่กินอาหาร แต่เราไม่รู้หรอกว่ามีไข้ มีอาการอะไรไหม จนกว่าเราจะได้ปรอทอันนี้ เหมือนเราที่เราบอกว่าใครที่มีไข้เกินกว่า ๓๗ องศาเซลเซียส อันนั้นเริ่มมีไข้แล้ว ต้องเป็นห่วงแล้ว วัว ควายก็เหมือนกันใช้ปรอทอันนี้เอาไปยัดที่ก้นเขา ไม่เกิน ๓๐ วินาที รู้แล้ว ถ้าเกิน ๔๐ องศาเซลเซียส นั่นคือมีไข้ เพราะเราจะไปจับตัววัวนี่ไม่รู้ ตุ่มก็ไม่เกิด ต้องอันนี้วัดเข้าไป ถ้า ๔๐ องศาเซลเซียสจับแยกได้ทันทีเลย อยู่ในอาการที่น่าเป็นห่วงแล้ว ถ้ามีเชื้อโรคไวรัสตัวนี้ ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ถ้ามีไข้ถึง ๔๐ องศาเซลเซียสแล้วอีก ๓ วัน จะมีอาการแล้ว อาการอะไร ขึ้นเป็นตุ่มเล็ก ๆ ตุ่มนี้จะโตไปเรื่อย ๆ ไปถึงวันที่ ๗ ไม่เกิน วันที่ ๑๐ จะขยายเต็มที่ ตรงนี้ล่ะครับที่เราเห็นวัวร้องไห้ อาการตรงนี้เหมือนคน เป็นโรคอีสุกอีใส ปวดแสบปวดร้อน แล้วก็น้ำเหลืองแตก น่าสงสาร น่าสงสารอย่างยิ่ง ผมเห็นกับท่านทุกประการ เรารักสิ่งไหน สิ่งนั้นมีอาการเราก็เสียใจ วัวร้องไห้จริงครับ ควาย บ้านผมก็ร้องไห้ ผมรู้แล้วเขามีอาการ เราเป็นเจ้าของด้วยความรักเราก็เป็นห่วง เราก็ร้องไห้ อันนี้ไม่ได้เสแสร้งมารยาเลย เป็นเรื่องจริงทั้งสิ้น ใครก็ไม่อยากให้เกิด เอาล่ะท่านพูดมาถูกอีก สะท้อนให้เห็นเลยว่ากรมปศุสัตว์นั้นไม่ได้เชื่องช้า ๑. เราได้ประกาศปิดพรมแดนมา ตั้งแต่เดือนมกราคม ตั้งแต่ท่านบอกว่าเดือนธันวาคมท่านรู้แล้ว จริง เราก็รู้พร้อมท่าน เราปิดด่านอย่างสนิทเลย วันนี้ก็ยังปิดอยู่ อย่างที่ท่านพูด ถูกอีก พ่อค้าก็ต้องการค้าวัว ค้าควาย พรมแดนมันยาวเป็น ๑,๐๐๐ กิโลเมตร แน่นอนครับเล็ดลอดตรงไหน ตรงไหน มีด่านเขาก็ไม่ผ่าน เขาก็ผ่านทางลัด มันอดไม่ได้ เพราะว่าทุกอย่างเป็นธุรกิจ เมื่อเป็นอย่างนี้ การสกัดกั้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เป็นไปไม่ได้เลย ทำไมมันไปโผล่ที่พนมไพร ทำไมกลับมา จังหวัดน่าน ท่านพูดถูกเพราะมันเล็ดลอดมาจากชายแดนก่อน คนภาคอีสานนิยมวัวขาว วัวพม่า ก็เอาไปเลี้ยงที่ภาคอีสาน เพราะมันโตเร็ว ซากเยอะ และสิ่งสำคัญที่สุดคืออดทน ไม่เหมือนวัวฝรั่ง คนอีสานชอบเลี้ยง เขาก็ไม่รู้ ตอนเอาไปนี่มันไม่มีอาการ มันจะออกอาการ อย่างที่ผมบอกแล้ว ๗ วัน ๑๕ วัน และเป็นแล้วรักษาหาย รักษาตามอาการ อย่างที่ หมอชลน่านพูดถูกเพราะเขาเป็นหมอ พวกเราก็รักษาตามอาการ แต่วันนี้โรคนี้เป็นอุบัติใหม่ การเตรียมยาต่าง ๆ ไม่ได้มีพอ ไม่ใช่ว่าไม่มี ไม่มีพอ เมื่อวานซืนผมก็สั่งให้สมาคมผู้ค้ายาสัตว์ ให้ตกลงกันให้ช่วยกระจายเท่าที่มีไปจังหวัดที่มีมาก ๆ เอาไปก่อน เพราะเรารู้แล้ว เมื่อสักครู่ เรารู้แล้วเป็นแล้ว รักษาตามอาการ ฉีดวัคซีนแก้ไข้ ลดความร้อน อะไรสารพัด แล้วก็มา ฉีดยาแก้อักเสบ แล้วก็มาให้วิตามินดี วิตามินบี วิตามินดี ๓ เพื่อให้ร่างกายมันแข็งแรง เหมือนคนเลย รักษาสัตว์เหมือนกัน ต้องให้วิตามิน เหมือนกัน แล้วใช้เวลารักษานานไหม ตามรายงานบอกว่าไม่เกิน ๓ อาทิตย์ แต่ถ้ารักษาทัน ๓ วันหาย แต่ถ้ามีอาการเกิดแล้ว อย่างที่ผมบอกถ้าแตกไปแล้วต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า ๓ อาทิตย์ ให้ยา เช็ดบ้าง อะไรก็แล้วแต่ แต่ไม่ตาย ไม่ตายแล้วหาย จุดมีบ้าง แต่อย่างที่บอก เขาน้ำตาไหลเพราะมันเจ็บหลังจากนั้น ก็เลี้ยงต่อไปได้ครับ เอาไปขายได้ กินได้ครับ บริโภคได้ นี่เป็นการรับรองขององค์การสุขภาพ สัตว์โรค เขาประกาศเลยโรคนี้รักษาหาย เนื้อบริโภคได้ ไม่ติดต่อถึงคน ตรงนี้เราถึงมั่นใจว่า เอาล่ะต้องช่วยกันรักษา ยาอย่างที่ท่านพูด วันนี้เราเร่งแล้วครับ สมาคมยาที่มียาเยอะแยะ เป็นธรรมดาครับ ของขาดก็ขึ้นราคา เราก็ขอร้องในขณะที่พี่น้อง เดือดร้อนก็อย่าเอาเปรียบกันมากนัก เขาก็ยินดีนะครับ ยินดี มีบางบริษัทให้เอาไปใช้ฟรี ก่อนได้เลย ก็ต้องชมเชยบางบริษัทที่ให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ คราวนี้หลังจากนั้น เนื้อบริโภคได้ แต่แน่นอนคนที่เห็นตะปุ่มตะป่าอย่างนี้ ในเฟซบุ๊ก (Facebook) มันมีเต็ม ไปหมด ก็ไม่มีใครอยากกิน ก็ไปกระทบเรื่องตลาดซื้อขาย แน่นอนราคามันก็ตก เฉพาะเนื้อ บริโภคนะ วัวเป็นไม่ตก วัวเป็นตัว ๆ นี่ยังไม่ตกครับเพราะปริมาณมันน้อย ดังนั้นเราก็ พยายามอีก วันนี้เราก็จะหาแม่วัว วัวขุนมาเพิ่มเติม เราจะต้องปรับปรุงให้ดีกว่าเดิม เราจะเอาวัวมาจากต่างประเทศ นี่บอกเลย ราคาไม่แพง เอามาให้พี่น้องได้ขุน แล้วเราก็เอา แม่วัวที่มีลูกมาเลย เอามีลูกมาให้พี่น้องได้เลี้ยง ผมพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้สอดคล้องกับ ความต้องการของตลาด ตลาดที่ไหนครับ เวียดนาม จีน วันนี้เขายังเชื่อมั่นในการเลี้ยงวัว คุณภาพของคนไทย ราคาตัวเป็นยังไม่ตก เอาล่ะครับ ต่อไปนี้ท่านอยากฟังมากที่สุดทุกคน คือการเยียวยา การช่วยเหลือ ผมตอบท่านแล้วเมื่อตอนงบประมาณ ผมไม่เห็นด้วยเลย ที่การเยียวยาช่วยเหลือต่ำกว่า ๖ เดือน ให้ ๖,๐๐๐ บาท มาจากไหน ไม่มีกฎมีเกณฑ์ ตอนนั้นท่านว่ามา วันนี้ผมรับปากท่าน ผมไปประชุมเอง แล้วให้คณะกรรมการของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประชุมร่วมกับกรมบัญชีกลาง เพิ่งตัดสินกันได้เมื่อวานนี้ สด ๆ ร้อน ๆ แต่ยังประกาศใช้ไม่ได้ ต้องไปผ่านปลัดกระทรวง ประกาศเป็นกฎกระทรวง ออกมาอีก แต่ในเบื้องต้น ประกาศให้พี่น้องเกษตรกร เพื่อนสมาชิกทุกคนที่เป็นห่วงเป็นใยว่า วัวเป็นสมบัติชิ้นสุดท้าย ผมฟังท่านผ่องศรีพูดแล้วก็เศร้า เลี้ยงไว้ใต้ถุนบ้านนี่เป็นออมสิน เมื่อกี้ ส.ส. ท่านเอารูปวัวตายมีเด็ก ๒ คนมานั่งดู มันสะท้อนครับ สะท้อนทุกคน🔗
ท่านรัฐมนตรี ช่วยสรุปด้วยนะครับ🔗
ผมสรุปให้ฟังตรงนี้ว่าเราปรับไปอย่างไร ท่านที่เคารพครับ ตรงนี้ทุกคนอยากรู้แน่นอน อันนี้ของจริงแล้ว มาจากไหน ในการชดเชยครั้งนี้ วัว ๖ เดือน เดิมเราพูดบอก ๖,๐๐๐ บาท วันนี้เราให้ ๑๓,๐๐๐ บาท ไม่ใช่ ๑๒,๐๐๐ บาทนะ ไม่ใช่ ๒ คูณ มากกว่า ๒ คูณ วัวสูงกว่า ๖ เดือน เดิมเราให้ ๑๒,๐๐๐ บาท ที่ท่านพูดกันว่ามันไม่สมศักดิ์ศรี ไม่สมค่าราคา เราก็ให้ เป็น ๒๒,๐๐๐ บาท สูงกว่า ๖ เดือนนะครับ ๑ ปี ถึง ๒ ปี เดิมเราให้ ๑๖,๐๐๐ บาท วันนี้ อาจารย์นิยมครับ ท่านต้องชื่นใจ เป็น ๒๙,๐๐๐ บาทครับ โตจาก ๒ ปีขึ้นไป เดิมเราให้ไว้ ๒๐,๐๐๐ บาท วันนี้เป็น ๓๕,๐๐๐ บาท เราเอามาจากไหนครับตัวเลขเหล่านี้ มาจากประกาศของตลาดและของกรมปศุสัตว์ว่าวันนี้ราคาเท่าไร ส่วนกระบือหรือควาย มากกว่าครับ เดิมเราพูดไว้ ๘,๐๐๐ บาท ที่ ๖ เดือน วันนี้เป็น ๑๖,๐๐๐ บาท กระบือ มากกว่า ๖ เดือนถึง ๑ ปี ๑๔,๐๐๐ บาท เป็น ๒๕,๐๐๐ บาท จาก ๑ ปี ถึง ๒ ปี ๑๘,๐๐๐ บาท เป็น ๓๔,๐๐๐ บาท ๒ ปีขึ้นไป ๒๒,๐๐๐ บาท เป็น ๔๑,๐๐๐ บาท ผมก็คิดว่าราคาอย่างนี้ท่านให้ชดเชย ผมก็คิด ว่าดีกว่าเก่าอีกเท่าตัวตามที่พี่น้องเกษตรกรได้เล่าถึงความยากลำบาก ส่วนสมาชิกสะท้อน ให้เห็นว่ามันต่ำเกินไปให้ได้ ๒ เท่า วันนี้ได้ ๒ เท่าแล้วนะครับ แต่ยังไม่จบนะครับต้องไปผ่าน กรรมการ แต่ตอนนี้กรรมการเรากับกรมบัญชีกลางเห็นพ้องต้องกันแล้ว กระบวนการก็ไป อีกหน่อย พี่น้องที่เคารพครับ นอกจากชดเชยตรงนี้แล้วท่านได้ฝากผมว่าจะทำอย่างไรให้ได้ เงินเร็ว เราของบกลางเลยครับวันอังคารเข้าไป การที่จะชดเชยได้ ท่านไม่ต้องกลัวครับ ที่ตกหล่นวันนี้ไปหาปศุสัตว์อำเภอได้เลยไปเพิ่มได้ สิ่งที่เราฝากไว้ก็คือต้องมีรูปถ่าย มีท่าน สมาชิกถามว่ามันตายเมื่อ ๒ เดือนก่อนเขาไม่รู้ ไม่เป็นอะไรครับ เรามีประชาคม ก่อนจะ จ่ายเงินต้องประกาศก่อน ๓ วัน แล้วทำประชาคม ถ้ายืนยันว่ามีจริงเป็นตัวจริงนะครับ ประชาชนทั้งตำบลโอเค ท่านเลี้ยง เราก็ยินดีให้ คราวนี้บางคนบอกว่าเกษตรกรรับไปแล้ว ไม่มีปัญหาครับ เมื่อประกาศใหม่ออกมาเรายินดีย้อนหลังให้ เรารู้ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสุดท้าย ของพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีท่านสนใจให้ผมรายงาน ทุก ๆ อาทิตย์ว่าไปถึงไหนเรื่องราวต่าง ๆ ผมก็เพิ่งรายงานท่านไปนะครับว่าเวลานี้วัว มันเท่านี้แล้ว ๗๕,๐๐๐ ตัว ตายจริง ๆ ที่ประกาศกันเราต้องมีรูปถ่ายนะครับ วันนี้ผม บอกเลยให้ปศุสัตว์จังหวัดถ้าใครรายงานเรามานี่ต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่บอกกันเดาสุ่ม ทำให้ ตัวเลขมันสูง พี่น้องเกษตรกรก็ตกใจ ต้องมีลายเซ็นครับ เพราะมิฉะนั้นแล้วการแก้ปัญหา มันจะไม่ตรงกัน วันนี้ที่ประกาศได้เกือบ ๆ ๗,๐๐๐ ตัว แต่มีภาพชัดเจน ๓,๐๐๐ ตัว อีก ๔,๐๐๐ ตัว กำลังรอการยืนยันว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ตายจริงไหม แล้วมีรูปถ่ายอย่างไร มีกรรมการไหม เพราะว่าเดิมสุพรรณบุรีตาย ๕๐ ตัว ก็ไม่ได้ดูหลักฐาน ผมบอกวันนี้ ไม่ถูกต้องแล้ว มิฉะนั้นการแก้ปัญหาจะไม่ถูก แต่สัตว์ป่วย ๗๕,๐๐๐ ตัวนั้นจริง แล้วรักษา หายแล้วครึ่งหนึ่งนะครับ การดำเนินการวัคซีนขอกราบเรียนอย่างนี้ครับ วัคซีนนี่แน่นอน ท่านพูดผมก็ไม่เถียงว่าเราเตรียมตัวช้า มันก็ไม่ช้าแต่เรามีวัคซีนเพียง ๓ ประเทศที่มี โรงงานผลิตและที่ อย. รับรอง มาจากตุรกี แอฟริกาและอียิปต์ ส่วนวัคซีนที่ท่านพูดผมก็ ไม่เถียงครับ ถูก ที่นี่มาจากเวียดนามแต่ไม่ได้ผ่าน อย. คราวนี้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด นครราชสีมาที่ลงในเฟซบุ๊ก (Facebook) ว่า ๑๐,๐๐๐ บาทอะไรนี่ผมก็เช็ก (Check) ข่าวไป ท่านเป็นห่วง ทางกรมปศุสัตว์ก็เห็นด้วยว่าถ้าเอาวัคซีนที่ไม่ผ่าน อย. มาแล้วไปฉีดกันเอง แล้วมันก็เกิดปรากฏการณ์แล้วบางจุด เพราะไม่รู้ว่าวัวมันเป็นโรคอยู่แล้ว พอเอาวัคซีนไปฉีด มันก็ระเบิดขึ้นมามันก็ลามปามไปใหญ่มากกว่าเดิม วัคซีนอันนี้เพื่อป้องกันครับ ไม่ใช่ รักษาโรค ดังนั้นผมเลยบอกว่าต้องมีปรอทตัวหนึ่ง อันละ ๑๐๐ บาท ได้ไหมครับหมอชลน่าน ให้ชาวบ้านวัดก่อนเลย ยัดไปที่ก้น ถ้าไม่มี แยกออกไป ฉีดได้ครับ ผมศึกษากับหมอแล้ว นายสัตวแพทย์บอกว่าถ้าอย่างนี้ได้ ถ้าชัดเจน ที่ฉีดทุกวันนี้เราไม่รู้ว่ามีเชื้อในตัวเขาหรือยัง ถ้ามีแล้วฉีดไปมีปัญหาแน่นอน ดังนั้น เรื่องต่าง ๆ ที่เพื่อนสมาชิก ๔๐ กว่าท่าน ผมจะนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุม แล้วผมก็จะรายงานให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เฉลิมชัย ศรีอ่อน ได้ทราบ เพราะเรื่องเราต้อง แก้ปัญหาร่วมกัน เพราะงานจะไปของบกลางผมเป็นคนเสนอ การเข้า ครม. รัฐมนตรีว่าการ ต้องเซ็น ดังนั้นเราจะพยายามทำให้ดีที่สุดให้เร็วและพยายามไปให้ทั่วถึงครับ วัคซีนที่ท่าน ถามมา ๓๐๐,๐๐๐ ที่มาถึงใหม่ ๆ เสร็จแล้วครับ บางจังหวัดกระจายไปแล้ว กระจายไปตาม อัตราประชากรวัว คือหมอเขาก็มีหลักการและเหตุผล ผมถามว่าทำไมต้องแจกเท่านี้ เขาบอกว่ารัศมีไม่น้อยกว่า ๕ กิโลเมตร เพราะรัศมีของ ๕ กิโลเมตรมาจากไหน เขาบอกว่า พาหะตรงนี้เราไม่ได้ตรวจ ยุง แมลง เหลือบ ริ้น ไร มันขยายไปได้ เราก็ไม่มีเครื่องไปวัดว่า ตัวนี้เป็นโรคหรือเปล่า อันนี้จะเป็นอาวุธใหม่สำหรับตรวจความร้อนของสัตว์ ถ้าเราได้ปุ๊บ หมอก็บอกว่าฉีดได้ ถ้าเราดูแล้ววัวตัวนั้นไม่มีโรค ไม่มีเชื้อ แล้วก็จะไม่เป็นอันตราย🔗
ประการสุดท้ายครับ ขอกราบเรียนว่าเรายินดี ผมพร้อมตั้งศูนย์ปฏิบัติการ ตามที่เพื่อนสมาชิกเสนอเพื่อจะได้รับข้อมูลจากท่าน ท่านจะได้ขอให้ไปชี้แจง แต่เรื่องนี้ผมไป คิกออฟ (Kick off) มา ๒ อาทิตย์แล้ว แล้วเรามีใบปลิวแจกนะครับ ผมสั่งให้ปศุสัตว์จังหวัด ทุกจังหวัดทำแผ่นพับ มีรูป ให้ดูอย่างไร ป้องกันเริ่มต้นอย่างไร อาการต่าง ๆ ผมให้ ทางปศุสัตว์อำเภอไปแจก ไปดูสิว่าหลายคนไม่เข้าใจ และหลายคนก็ไม่รู้ว่าเป็นหรือไม่เป็น เราสั่งเลย ใบแผ่นพับมีทั่ว🔗
เรื่องประกันขอแถมนิดหนึ่งเพื่อนสมาชิก การประกันวัวผมเป็นคนทำ ควายผมเป็นคนเริ่ม เนื่องจากว่าเรามีประกันชีวิต ผมก็คิดว่าทางนี้ล่ะที่จะช่วยให้เกษตรกร ได้มีส่วนรับมาอีกทางหนึ่ง เราได้เยียวยาชดเชยก็รับไป อันนี้เป็นการประกันเหมือนกับ ประกันส่วนตัว ประกันชีวิต ๔๐๐ บาท ได้เงินชดเชย ๓๐,๐๐๐ บาท ซึ่งบริษัท ทิพยประกันภัย อาคเนย์ ซึ่งเขาตอบตกลงมาเรียบร้อยแล้ว ใครทำก็ได้ ตายทุกกรณี ไม่เกี่ยวกับลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ก็ได้ อย่างที่ผมบอกรถชนตายก็ได้ งูกัด ตะขาบกัดก็ได้ ได้ทุกกรณี ก็ฝากพี่น้องเกษตรที่มีฟาร์มเยอะ ๆ ใหญ่ ๆ น่าจะต้องทำประกันนะครับ ๔๐๐ บาทต่อตัว วัวนมยิ่งต้องน่าทำ แล้วก็ได้ค่าชดเชย ๓๐,๐๐๐ บาท ทันที มีแต่รูปส่งมา ได้เงินเลยครับ วันรุ่งขึ้นเขาโอนให้กับบัญชีเกษตรกร ท่านสบายใจได้ เงินเยียวยาก็โอนให้ เกษตรกร ไม่มีการผ่านคนนั้นคนนี้ทั้งสิ้น ขอกราบเรียนเพื่อนสมาชิกด้วยความห่วงใย และ ที่ท่านมีความเป็นห่วง ขอขอบคุณแทนพี่น้องประชาชนอีกครั้งหนึ่งครับ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านสมาชิกครับ จากการอภิปรายของท่านสมาชิกทั้ง ๔๐ กว่าท่าน นะครับ ก็ได้ฟังมาตลอด เห็นว่ามีความเห็นไปในทางเดียวกัน แล้วก็ไม่มีท่านผู้ใดคัดค้าน ดังนั้นผมขอใช้อำนาจประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ในการถามมติว่าจะส่งเรื่องที่ สภาพิจารณาไปให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการ จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น หรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มี ผมถือว่าที่ประชุมลงมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องที่สภาพิจารณาไปให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการ ต่อไปนะครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ วันนี้ได้ประชุมมาพอสมควรแล้ว ขอปิดประชุมครับ🔗
ในเรื่องที่ ๒ ก็ขออนุญาตให้ในส่วนของการรถไฟแห่งประเทศไทยได้พิจารณา ในเรื่องของมาตรการในการให้การช่วยเหลือสำหรับผู้ทำการค้าในตลาดนัดจตุจักร ซึ่งผู้ค้า เหล่านี้มีการค้างชำระค่าเช่า รวมทั้งค่าดอกเบี้ย โดยเฉพาะตอนนี้ผู้ค้าต้องการที่จะให้ การทางรถไฟยกเว้นในเรื่องของดอกเบี้ย แต่พร้อมที่จะชำระเงินต้น โดยขอขยายระยะเวลา ในการชำระเงินต้นไปเป็นเวลา ๑๐ ปี ท่านประธานคงทราบดีว่าเรื่องของตลาดนัดจตุจักร เป็นการต่อยอดจากแผงค้าประมาณ ๑๐,๐๐๐ แผง ก็จะต่อยอดไปถึงพี่น้องประชาชนที่เป็น ผู้ผลิตในต่างจังหวัดอีกจำนวนเรือนแสนคนนะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ถ้าสามารถช่วยได้ ก็จะทำให้เศรษฐกิจ และพี่น้องประชาชนได้อานิสงส์ในเรื่องของการที่จะประคองเรื่องของ ตลาดนัดจตุจักรให้ยังคงอยู่ต่อไปได้นะครับ🔗
ในเรื่องที่ ๓ ขออนุญาตให้ทางกรุงเทพมหานครได้ไปปรับปรุงผิวจราจร ในส่วนของบริเวณซอยรัชดา ๑๘ ซึ่งทางการไฟฟ้านครหลวงได้มาขุดถนนทำให้เกิด ความเสียหายชำรุดมากในขณะนี้นะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไป คุณสมศักดิ์ คุณเงิน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม สมศักดิ์ คุณเงิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอหนองเรือ อำเภอมัญจาคีรี พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ขออนุญาตนำข้อร้องเรียนความทุกข์ร้อนของพี่น้องราษฎรในพื้นที่มากราบหารือ ท่านประธานด้วยความเคารพ ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ คือเรื่องของความแห้งแล้งซ้ำซาก ท่านประธานครับ เป็นที่รับผิดชอบอยู่แล้วว่าภาคอีสานขาดแคลนน้ำ และพื้นที่ผมก็เป็นตัวอย่างหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ตำบลยางคำ ๑๔ หมู่บ้าน และตำบลจระเข้ ๑๑ หมู่บ้าน น้ำประปา น้ำบาดาลของหมู่บ้านไม่ไหล น้ำใต้ดินมีปัญหา แหล่งน้ำผิวดินไม่พอ เพราะฉะนั้น ต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยการที่เอารถน้ำไปแจกและได้ซื้อน้ำรถเข็น รถเข็นน้ำคันหนึ่ง ๒๐ บาท เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ด้วยเหตุดังกล่าว ท่านประธานที่เคารพครับ ผู้นำท้องที่ ผู้นำท้องถิ่น ทั้งกำนันตำบลจระเข้ จากการนำของท่านผู้ใหญ่พิภพ จันทคุณ ก็ดี ท่านนายกเทศมนตรีตำบลยางคำ ท่านวรวุฒิ หล้าทุม ก็ดี ได้ทำประชาคมทั้ง ๒ ตำบล และในที่สุดมีมติให้เสนอเรื่องไปยังการประปาภูมิส่วนภาค สาขาอำเภอหนองเรือ เพื่อขอให้ สำรวจออกแบบขยายเขต ซึ่งก็ต้องขยายเขตออกมาวางท่อขนาด ๒๐๐ มิลลิเมตร ยาว ๑๓ กิโลเมตรเข้ามาในพื้นที่ก็จะแก้ไขปัญหาให้หมู่บ้าน ให้คนมากกว่า ๒,๐๐๐ ๓,๐๐๐ ครอบครัว แล้วก็จะแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำกินน้ำใช้ให้กับพี่น้อง ท่านประธานครับ ขออีกนิดหนึ่งนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือเรื่องโรคระบาดลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ท่านประธานครับ จังหวัดของแก่นมีโค กระบือทั้งหมด ๓๐๐,๐๐๐ ตัว ตอนนี้เจ็บป่วย ๘,๘๖๖ ตัว ท่านประธานครับ วัคซีนไม่มี ยาไม่พอ เบี้ยเลี้ยงไม่มี ความคนยังไม่หายความควายเข้ามาแทรก เพราะฉะนั้น รอการจัดสรรจากกรมปศุสัตว์ว่าเมื่อไร ส่งไปขอ ๗๖,๐๐๐ โดส ได้มา ๖๔๐ โดส เฉลี่ย ตำบลละ ๒๔ โดส เท่านั้น จึงขอความกรุณาฝากกราบเรียนผ่านไปด้วย เพราะฉะนั้นด้วย ความเคารพครับ ท่านประธาน ด้วยเหตุผลและความจำเป็นดังกล่าว รวมทั้งเรื่องการเยียวยา รักษา และขอประกาศพื้นที่ภัยพิบัติให้ด้วย มิฉะนั้นการเยียวยาก็จะไม่เกิดขึ้น กระผมใคร่ขอ อนุญาตกราบฝากไปยังกระทรวงมหาดไทยและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และท่านผู้ว่า ราชการจังหวัดขอนแก่นด้วยครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไป คุณนิคม บุญวิเศษ ครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมไม่ใช่ท่านนิคมครับ เปลี่ยนคนครับ ผม นิยม เวชกามา นะครับท่านประธาน🔗
ท่านนิยมแทนนะครับ เชิญ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ขอหารือ นำความเดือดร้อนของพี่น้องในพื้นที่มากราบเรียนไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง🔗
ข้อ ๑ ขอขยายถนนให้นักเรียนเทียวไปโรงเรียน ที่โรงเรียนบ้านหนองบึงทวาย จากบ้านบึงทวาย หมู่ ๑ และหมู่ ๙ ถนนแคบ เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ขอขยายช่องถนน ออกไปอีกข้างละ ๑ เมตร🔗
ข้อ ๒ ขอให้ขุดลอกและซ่อมแซมบึงกลาง บ้านเชียงสือ ตำบลเชียงสือ อำเภอ โพนนาแก้ว จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นหน่วยงานที่อยู่ในความดูแลของกรมชลประทาน ดำเนินการตั้งแต่ปี ๒๕๔๔ จนบัดนี้ไม่ได้รับการดูแลซ่อมแซม ทำให้หนองบึงกลางดังกล่าว ไม่มีน้ำ เพราะประตูน้ำแตกระแหง ซึม ใช้การไม่ได้เป็นเวลา ๒๐ กว่าปีแล้วครับท่านประธาน🔗
ข้อสุดท้าย ซึ่งต้องขอกราบเรียนท่านประธานว่าเป็นเรื่องจำเป็น ซึ่งหน่วยงานของท้องถิ่นต้องเข้ามาจัดการดูแลทางนี้ เนื่องจากชาวบ้านเดือดร้อนมาก ขอให้ ขุดลอกลำห้วยนาน้อยตอนเหนือ ติดกับลำน้ำก่ำ หมู่ที่ ๓ บ้านโนนกุง ตำบลเชียงสือ อำเภอ โพนนาแก้ว ซึ่งมีพื้นที่เก็บกักน้ำ ๕๐๐ ไร่ จากคน ๔ หมู่บ้านได้ใช้ ปรากฏว่าเปลี่ยนนายก มาแล้วถึง ๓ คน วันนี้ก็ยังไม่ได้รับการดูแล หากว่าบึงลำห้วยนาน้อยได้รับการขุดลอก พี่น้องประชาชน ๔ หมู่บ้านจะไม่ขาดแคลนน้ำ จะมีน้ำทางด้านการเกษตรทำไร่นา ได้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไป คุณนริศ ขำนุรักษ์ ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือ ท่านประธาน🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น สนับสนุนงบประมาณเพื่อให้เทศบาลตำบลป่าบอน อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง จัดทำ โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์คลองป่าบอน ซึ่งเป็นโครงการเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว และเพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจของชุมชน🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมที่ดิน เร่งรัดออกเอกสารสิทธิ ที่ดินในพื้นที่อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง เพราะชาวบ้านรอคอยมาอย่างยาวนานและจะได้ ครอบครองที่ดินอย่างมีเสถียรภาพต่อไป🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้กระทรวงคมนาคม โดยกรมทางหลวงจัดทำโครงการพัฒนา ย่านชุมชน บริเวณชุมชนบ้านหารเทา อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง เพราะมีบ้านเรือน มีร้านค้ามากมาย เพื่อสร้างความสวยงามให้กับชุมชนเพื่อการท่องเที่ยว และเพื่อเศรษฐกิจ ของชุมชน🔗
เรื่องสุดท้าย ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดย กรมทรัพยากรน้ำบาดาลสำรวจ และก่อสร้างโครงการน้ำบาดาลพื้นที่บ้านทะเลเหมียง ตำบลหารเทา อำเภอปากพะยูน จังหวัดพัทลุง ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวขาดแคลนน้ำอย่างหนักอยู่ ในขณะนี้ และผมกราบเรียนท่านประธานครับว่าในพื้นที่ดังกล่าวนี้เป็นพื้นที่ที่ไม่มีแหล่งน้ำ ผิวดิน มีเฉพาะน้ำใต้ดิน คือต้องทำโครงการน้ำบาดาลเท่านั้น🔗
เรื่องสุดท้าย ขอให้กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการปกครองพิจารณา แยกหมู่บ้าน บ้านทุ่งผีปั้นรูป อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง ซึ่งมีขนาด ๘๓๖ ครัวเรือน แยกออกมาอีก ๑ หมู่บ้าน เพื่อความสะดวกในการปกครองและเพื่อสะดวกในการพัฒนา หมู่บ้านดังกล่าว ซึ่งมีขนาดใหญ่ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไป คุณองค์การ ชัยบุตร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน กระผม องค์การ ชัยบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธาน กระผมได้รับข้อร้องเรียนจากท่านกำนันประสิทธิ์ วรนุช พร้อมชาวบ้านตำบลนิคมคำสร้อย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร กรณีพื้นที่อ่างเก็บน้ำห้วยขี้เหล็กทับที่ทำกิน ของชาวบ้านเป็นเวลานานแล้ว ชาวบ้านเรียกร้องดังนี้ครับท่านประธาน ๑. คัดค้านประกาศ ของธนารักษ์จังหวัดมุกดาหาร ๒. ให้ปรับลดแนวเขตของชลประทานที่ทับที่ทำกินของ ชาวบ้านและให้ตรวจสอบสิทธิพร้อมออกเอกสารสิทธิให้กับชาวบ้านต่อไป กระผมได้รับข้อร้องเรียนจากผู้นำชุมชนพร้อมชาวบ้าน บ้านด่านมน หมู่ ๔ กรณีถนน สายบ้านด่านมนไปบ้านเหล่าสามัคคี หมู่ ๑๔ ตำบลนิคมคำสร้อย อำเภอนิคมคำสร้อย จังหวัดมุกดาหาร ระยะทางประมาณ ๑,๕๐๐ เมตร ที่ได้รับทราบว่าได้รับจัดสรร เข้างบประมาณแล้ว เท็จจริงประการใดชาวบ้านฝากติดตามมา เพราะถนนสายนี้สัญจรไปมา ลำบากมากครับท่านประธาน🔗
ได้รับข้อร้องเรียนจากผู้นำชุมชนพร้อมชาวบ้านในเขตตำบลน้ำเที่ยง ตำบลบ้านเหล่า ตำบลบ้านค้อ และตำบลโพนงาม อำเภอคำชะอี จังหวัดมุกดาหาร กรณี ถนนหมายเลข ๑๒ ซึ่งเป็นถนน ๔ ช่องจราจรตัดใหม่ ซึ่งตัดทับกับถนนสายท้องถิ่น สายบ้านน้ำเที่ยงไปบ้านดอนป่าแคนไม่มีอุโมงค์ลอด หรือสะพานข้ามเลยครับท่านประธาน จุดนี้เป็นสี่แยกใกล้ชุมชนพอดีนะครับท่านประธาน ไม่รู้ออกแบบอย่างไรให้ชาวบ้าน เดือดร้อน ชาวบ้านก็ต้องการให้สร้างอุโมงค์หรือสะพานข้ามในจุดที่ใกล้ ทุกวันนี้ไกลมาก ทั้ง ๓ ข้อร้องเรียนนี้เรียกร้องไปยังท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งหาทาง ช่วยเหลือและแก้ไขให้กับชาวบ้านโดยเร่งด่วน ขออนุญาตส่งเอกสารประกอบการหารือ ด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ🔗
ต่อไปนายแพทย์ระวี มาศฉมาดล ครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์ระวี มาศฉมาดล ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ วันนี้กระผม จะขอหารือเรื่องเกี่ยวกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวง มนัญญา ไทยเศรษฐ์ และท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ครับ ศาลจะมีการตัดสินแผนฟื้นฟูของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ในวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๖๔ นี้ ซึ่งจุดที่สำคัญที่สุดที่จะผ่านแผนฟื้นฟูได้ อยู่ที่การที่สหกรณ์เจ้าหนี้ของสหกรณ์ คลองจั่นได้ตกลงร่วมกันที่จะให้เงินกู้ ๓,๕๐๐ ล้านบาท โดยทางคลองจั่นจะใช้หลักทรัพย์ มูลค่ามากกว่า ๓,๕๐๐ ล้านบาทค้ำประกันการกู้นี้ จึงเป็นการกู้ที่มีหลักประกัน ซึ่งข้อตกลงนี้ ปรากฏว่าติดอยู่ที่ระเบียบของแต่ละสหกรณ์ ซึ่งควบคุมโดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ห้ามมิให้ สหกรณ์ต่าง ๆ นำเงินไปฝากหรือไปกู้ให้กับสหกรณ์อื่นมากกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของเงินหุ้น บวกเงินสำรอง ซึ่งถ้าใช้ระเบียบนี้จะทำให้สหกรณ์เจ้าหนี้ต่าง ๆ ที่พร้อมใจกันจะไปช่วยฟื้นฟู กิจการของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นไม่สามารถจะทำได้ จึงขอเรียนให้ท่านรัฐมนตรี ช่วยพิจารณาผ่อนผันเป็นการชั่วคราวก่อนวันที่ ๒๖ มิถุนายนนี้ ซึ่งการผ่อนผันชั่วคราวนี้ สามารถทำได้ เพราะเป็นอำนาจของอธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ การผ่อนผันให้กู้มากกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ในครั้งนี้จะเป็นประเด็นที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ศาลพิจารณาอนุมัติแผนฟื้นฟู ของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นต่อไป ถ้าไม่ผ่านจุดนี้จะทำให้สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน คลองจั่นต้องล้มละลาย ซึ่งจะกระทบต่อสหกรณ์เจ้าหนี้ต่าง ๆ มากมายอาจจะส่งผลให้ หลายสหกรณ์ต้องล้มละลายตาม ผมจึงขออนุญาตเรียนปรึกษาไปยังท่านรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่าน ให้ช่วยดำเนินการโดยรีบด่วนด้วยครับ ขอขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปนายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย มีเรื่องปรึกษาหารือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จังหวัดมหาสารคาม ๒ เรื่องด้วยกันนะครับ🔗
๑. ปัญหาถนนทางหลวง ๒๓๖๗ สายมหาสารคาม บ้านม่วง แล้วก็ทางหลวง ๒๓๘๐ สายหนองปลิง-แกดำ มีไหล่ทางคับแคบ แล้วก็มีสภาพทรุดโทรม แล้วก็เป็นอันตราย แก่พี่น้องประชาชน ภาพที่ผมไปวัดมาได้ประมาณ ๑ เมตร ซึ่งหลังจากที่พี่น้องประชาชนจะมี ความเดือดร้อนและมีอุบัติเหตุหลายครั้ง ก็นำเรียนท่านประธานว่าถนนเส้นนี้สร้างตั้งแต่ ปี ๒๕๓๖ แล้วก็ทรุดโทรมเป็นถนนสายหลักในการขนส่งสินค้าเกษตรกรรมสู่โรงงาน อุตสาหกรรม สู่สถานที่ท่องเที่ยว จึงขอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม แก้ไขปัญหา ปรับปรุงผิวจราจรพร้อมขยายไหล่ทาง ซึ่งน่าจะเป็นสัก๒.๕ เมตรจะเป็นสิ่งที่ดี จะเป็นความ ปลอดภัยกับพี่น้องประชาชนในการสัญจรนะครับ🔗
ปัญหาที่ ๒ ปัญหาทางหลวงท้องถิ่นมีสภาพทรุดโทรม ผมได้รับการร้องเรียน จาก ๒ จุดนะครับ ก็คือถนนทางหลวงท้องถิ่นของ อบต. มิตรภาพแกดำ ซึ่งตรงนี้ได้ไปถ่าย เห็นนะครับว่ามันทรุดโทรมขนาดไหน เป็นถนนท้องถิ่นสายทางแยกวัดป่าแดงกับวัดบ้านยาง ตำบลมิตรภาพ อำเภอแกดำ ท่านนายกทองอินทร์ มาตรา นายกเทศมนตรีตำบลมิตรภาพ อำเภอแกดำ ได้ร้องเรียนว่าเนื่องจากมีความทรุดโทรม แล้วก็เป็นอันตรายต่อพี่น้องประชาชน เส้นที่ ๒ ถนนทางหลวงท้องถิ่นสายหนองเจริญ หนองเส็ง อันนี้ตำบลแวงน่าง ท่านนายกสุร ฤทธิ์ รักษาชาติ นายกเทศมนตรีตำบลแวงน่าง ได้มาหาผมเพื่อจะนำความเดือดร้อนมาเสนอ ซึ่งเป็นแอ่งกระทะ แล้วก็มีน้ำท่วมขังประจำนะครับ ก็ขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ได้สนับสนุนงบประมาณ งบอุดหนุนเฉพาะกิจในการดำเนินการต่อไป ขอบพระคุณมากครับ🔗
ต่อไปคุณอภิชา เลิศพชรกมล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อภิชา เลิศพชรกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา เขต ๙ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องจะหารือ ท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากสมาชิกสมาคมชาวไร่ผู้ปลูกมันสำปะหลัง แห่งประเทศไทย สืบเนื่องมาจากเกษตรกรที่ปลูกมันสำปะหลังได้รับเงินชดเชย ซึ่งมี คณะอนุกรรมการเกณฑ์กลางราคาโครงการประกันรายได้ ได้ตั้งหลักเกณฑ์เอาไว้ว่าช่วยเหลือ พี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลัง เริ่มตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๓ เป็นต้นมา เพราะฉะนั้นข้อเท็จจริงก็คือว่าเกษตรกรได้มีการปลูกมันสำปะหลัง แล้วก็เก็บเกี่ยวผลผลิต ตั้งแต่ช่วงปลายฝน นั่นหมายความว่าตั้งแต่เดือนตุลาคม เพราะฉะนั้นเกษตรกรที่มาปลูกใหม่ เขาก็จะเริ่มปลูกเดือนธันวาคม เพราะฉะนั้นถึงอยากจะให้คณะอนุกรรมการเกณฑ์กลาง ราคาโครงการประกันรายได้ ได้มีการปรับเปลี่ยนแล้วก็ขยับเวลาเพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ก็คือให้เริ่มต้นตั้งแต่เดือนธันวาคม ๒๕๖๒ จนถึงวันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๓ เป็นต้นมา จึงจะช่วยพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังได้ถึง ๒๖๐,๐๐๐ กว่าครอบครัว จึงอยากจะฝาก ท่านประธานไปยังกระทรวงพาณิชย์ได้ช่วยปรับหลักเกณฑ์ แล้วก็ช่วยเหลือพี่น้องผู้ปลูก มันสำปะหลังให้ด้วยนะครับ🔗
ส่วนเรื่องที่ ๒ เรื่องของสินค้าราคาเกษตรตกต่ำ อยากจะกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้นะครับว่าพี่น้องเกษตรกร ณ วันนี้ประสบปัญหาเรื่องของการค้าขาย สินค้าเพื่อการเกษตรนั้นไม่มีที่จะขาย แล้วก็ขายไม่ได้ราคาดีอย่างที่เคยเป็นมา ซึ่งเป็นที่ ทราบดีนะครับว่า ณ วันนี้บ้านเราเกิดสถานการณ์โควิด (COVID) เพราะฉะนั้นจึงอยากจะให้ ท่านประธานฝากไปยังกระทรวงพาณิชย์ได้ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่ปลูกฟักทอง ปลูกขนุน ปลูกมันเทศอย่างนี้นะครับ ใครจะคิดว่าฟักทองกิโลกรัมละ ๒ บาท ขนุนกิโลกรัมละ ๑ บาทครับท่านประธาน จึงอยากจะให้ภาครัฐได้หาจุดที่แสดงสินค้าเพื่อบรรเทา ความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกร แล้วก็ช่วยพักหนี้ให้กับพี่น้องเกษตรกร ที่สำคัญที่สุด วันนี้หนี้ครัวเรือนสูงมาก จึงอยากจะให้ท่านประธานบอกไปยังกระทรวงพาณิชย์นะครับว่า หาแนวทางการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรให้ได้ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอเตือนท่านสมาชิกปฏิบัติ ตามนโยบายของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขนะครับ ทิ้งระยะการนั่ง ให้ปฏิบัติไปตามระเบียบเพื่อป้องกันนะครับ ไม่ประมาทตลอดเวลา ต่อไปท่านปริญญา ช่วยเกตุ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนเท่ากัน ขอหารือท่านประธานนะครับ จากการที่ผมและทีมงานพรรคก้าวไกลได้รับฟัง ปัญหาความเดือดร้อนของเพื่อน ๆ พี่น้องคนพิการและคนทำงานกลางคืนซึ่งเป็นนักดนตรี ในจังหวัดตรัง จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-๑๙ (Virus COVID-19) นี้ พี่น้องประชาชนทุกคนล้วนได้รับผลกระทบกันอย่างถ้วนหน้า ทั้งทางด้านสิทธิการศึกษา การทำมาหากิน รวมถึงพี่น้องคนพิการกว่า ๒ ล้านคน ซึ่งอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ทางด้านสุขภาพ เสียชีวิต ทั้งคนพิการติดเตียง ออทิสติก (Autistic) สติปัญญา ยิ่งคนหูหนวกที่อ่านหนังสือ ไม่ออก คนตาบอด การลงทะเบียนจองวัคซีนก็ยากเย็นแสนเข็ญยิ่งนัก จึงหารือไปยังรัฐบาล โดย ศบค. กระทรวงสาธารณสุข กระทรวง พม. ว่าไม่ต้องจองให้มันยุ่งยากได้ไหม แค่จัดหา วัคซีนที่มีคุณภาพ มีทางเลือกให้มากพอ และมีแผนงานกระจายวัคซีนอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การเข้าถึงสิทธิได้รับวัคซีนโดยสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัยในเชิงรุก ถึงบ้าน หรือ รพ.สต. ได้เลยนะครับ🔗
ประเด็นต่อมานะครับ เป็นเรื่องของเงินอุดหนุนทางการศึกษาอาชีวะ ของพี่น้องคนพิการ ด้วยระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยเงินอุดหนุนรายบุคคล ที่มีข้อจำกัดในเรื่องของอายุไม่เกิน ๒๕ ปี ทำให้ทางโรงเรียนที่สอนคนพิการได้รับแค่ ๒๐,๐๐๐ บาท แต่ในความเป็นจริงต้องใช้งบถึง ๑๐๐,๐๐๐ บาทนะครับ เพราะฉะนั้น เป็นหน้าที่โดยตรงของโรงเรียนในการหางบเพื่อดูแลนักเรียนอาชีวะของคนพิการเรา จึงหารือไปยังกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ปรับปรุงแก้ไขปัญหา เหล่านี้ด้วย🔗
และประเด็นท้ายสุดนะครับ ก็คือการดูแลเยียวยาคนทำงานกลางคืน ทั้งนักดนตรี คนพิการ และไม่พิการ พนักงานเสิร์ฟ เจ้าของร้าน ร้านอาหาร เขาเหล่านี้ก็ต้อง ทำมาหากินนะครับ แต่ก็ยังไม่ได้รับการดูแลเยียวยา เพราะฉะนั้นหารือไปยังรัฐบาล กระทรวงการคลังที่ได้ขอกู้เงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ให้นำมาใช้กับการช่วยเหลือเยียวยา กลุ่มคนกลางคืนเหล่านี้โดยด่วนด้วยนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป คุณจีรเดช ศรีวิราช ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจีรเดช ศรีวิราช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพะเยา เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคมอยู่ ๒ เรื่อง เนื่องจากได้รับเรื่อง ร้องเรียนจากท่านพิเชษฐ์ ศักดิ์สูง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดอกคำใต้ และพี่น้อง ประชาชน ตำบลดอกคำใต้ จังหวัดพะเยา ได้ร้องเรียนถึงปัญหาถนน หนทางเข้าสู่ หมู่บ้านสันป่าหนาด ซึ่งเป็นเส้นทางที่แยกมาจากเส้นทางหลวงหมายเลข ๑๒๐๑ เป็น ถนนลาดยาง ระยะทางประมาณ ๓ กิโลเมตร เส้นทางสายนี้เสียหายมานานหลายปี ทำให้การสัญจรเป็นไปอย่างยากลำบาก ขอฝากท่านประธานด้วยครับ อีกเส้นทางหนึ่ง ซึ่งเชื่อมต่อเส้นทางสายนี้เช่นกัน คือเส้นทางที่เชื่อมระหว่างบ้านสันป่าหนาด ไปยังวัดอนุมัติวงศ์ ระยะทางประมาณ ๕ กิโลเมตร ผิวทางจราจรชำรุดเสียหายไม่ต่างกัน เต็มไปด้วยหลุมบ่อ โดยเฉพาะในช่วงหน้าฝนมักมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นเป็นประจำ ทราบว่าเส้นทางทั้ง ๒ แห่งนี้ อยู่ในความดูแลรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท ขอฝากท่านประธานได้ประสานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งรัดจัดสรรงบประมาณเข้ามาดำเนินการแก้ไขด้วยครับ🔗
สุดท้าย ต้องขอขอบคุณท่านพูนศักดิ์ เมาะราษี ผู้อำนวยการแขวงทางหลวง พะเยา ที่ได้ติดตามเอาใจใส่ในปัญหาของพี่น้องชาวบ้าน โดยเฉพาะถนนบนเส้นทางหลวง หมายเลข ๑๒๕๑ ซึ่งผมได้อภิปรายถึงปัญหาในสภานี้ไปหลายครั้ง เพราะเป็นเส้นทาง ยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ทั้งการคมนาคมขนส่งสินค้า และการท่องเที่ยว เส้นทางสายนี้ เป็นเส้นทางที่เชื่อมระหว่างอำเภอดอกคำใต้ไปอำเภอเชียงม่วน อีกทั้งสามารถเชื่อมต่อไปยัง จังหวัดแพร่ และจังหวัดน่านได้อีกทาง หลายช่วงได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไปแล้ว บางช่วงยังอยู่ ในระหว่างการก่อสร้าง เช่น เส้นทางจากดอกคำใต้ไปตำบลบ้านถ้ำ และจากบ้านถ้ำ ไปตำบลหนองหล่ม คาดว่าอีกไม่กี่วันคงเสร็จสิ้นสมบูรณ์ ต้องขอขอบคุณแทนพี่น้อง ประชาชนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป คุณบัลลังก์ อรรณนพพร ครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบัลลังก์ อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๑๐ พรรคเพื่อไทย ประกอบไปด้วยอำเภอบ้านไผ่ อำเภอบ้านแฮด และอำเภอพระยืน วันนี้ มีเรื่องหารือกับท่านประธานอยู่ ๓ เรื่องด้วยกันดังนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ได้รับการร้องเรียนจาก นางสาวเยาวภา ธาตุดี ผู้ใหญ่บ้าน บ้านหนองผือ หมู่ที่ ๑ จะของบประมาณในการก่อสร้างฝายน้ำล้น ในพื้นที่ห้วยจิก บ้านหนองผือ หมู่ที่ ๑ ตำบลบ้านไผ่ อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ซึ่งชาวบ้านต้องสัญจร ไปมา ข้ามลำห้วยเพื่อไปทำมาหากินและทำการเกษตร ช่วงหน้าฝนชาวบ้านได้รับ ความเดือดร้อนมาก ถึงกับรวมกันทำไม้เพื่อจะข้ามไป ก็ขอฝากกรมชลประทาน หรือชลประทานจังหวัดขอนแก่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากนายสุรพงษ์ วงษ์ชาลี กำนันตำบลเมืองเพีย ขอรับการสนับสนุนขยายเขตประปาภูมิภาค บ้านละว้า หมู่ ๕ หมู่ ๖ หมู่ ๑๐ และ หมู่ ๑๔ ตำบลเมืองเพีย อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ด้วยจำนวนครัวเรือนทั้งหมด ๘๕๓ ครัวเรือน และจำนวนประชากรเพิ่มขึ้น ๒,๙๗๑ คน ทำให้ชาวบ้านได้รับความ เดือดร้อน น้ำใช้อุปโภค บริโภคของพี่น้องไม่เพียงพอ ก็ขอฝากทางกระทรวงมหาดไทย ได้จัดสรรงบประมาณให้การประปาภูมิภาค เขต ๖ จังหวัดขอนแก่น เพื่อเอามาแก้ปัญหา ให้กับพี่น้องชาวอำเภอบ้านไผ่นะครับ🔗
เรื่องสุดท้ายที่จะหารือท่านประธาน เรื่องนี้ได้หารือไปเมื่อวันที่ ๒๙ เดือน ๗ พ.ศ. ๒๕๖๓ เรื่องขอสนับสนุนงบประมาณทำฝายน้ำล้นให้บ้านกอบง หมู่ ๑๑ ตำบลบ้านไผ่ อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ของหน่วยงานที่รับผิดชอบ คือชลประทานจังหวัดขอนแก่น ได้ออกไปสำรวจแล้ว แต่ยังไม่ได้จัดสรรงบประมาณลงมาให้ ก็ขอฝากทางกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ และกรมชลประทานได้ดำเนินการให้กับพี่น้องประชาชนด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไป นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ค่ะ วันนี้ดิฉันขออนุญาตหารือท่านประธาน ๑ เรื่องค่ะ แต่ก่อนอื่น ดิฉันต้องขอกราบขอบพระคุณกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ที่ได้จัดสรรงบประมาณ ลงมาเป็นจำนวนเงิน ๕๐ ล้านบาท ในการปรับปรุงขยายถนนสาย ๔๐๑๕ จากบ้านส้องไปยัง ห้วยปริกคาดการณ์ว่าจะเสร็จในเดือนกรกฎาคมนี้ค่ะ ระยะทางที่ปรับปรุงเป็นระยะทาง ทั้งสิ้น ๗ กิโลเมตร แต่ว่าจริง ๆ แล้วถนนเส้นนี้ถนน ๔๐๑๕ มีระยะทางจริง ๆ ก็คือ ๑๒ กิโลเมตร ยังขาดอีก ๕ กิโลเมตรที่ต้องการงบจัดสรรเพิ่ม ซึ่งความสำคัญของถนนสายนี้ คือเป็นถนนของ ๒ จังหวัด อันได้แก่จังหวัดสุราษฎร์ธานี แล้วก็จังหวัดนครศรีธรรมราช จากตำบลบ้านส้อง อำเภอเวียงสระ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ไปยังตำบลห้วยปริก อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช ถนนเส้นนี้เป็นถนนที่ทั้ง ๒ จังหวัดใช้สัญจรไปมา แล้วก็มีรถวิ่งเฉลี่ย ไม่ต่ำกว่า ๑๐,๐๐๐ คัน แต่มักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เพราะว่าเป็นถนนที่มีลักษณะ เป็น ๒ เลนวิ่งสวนกัน ดิฉันจึงอยากฝากท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคมให้เร่ง ดำเนินการในการจัดสรรเพื่อสร้างความปลอดภัยให้แก่พ่อแม่พี่น้องที่ใช้เส้นทางนี้ เพราะว่า จริง ๆ แล้วก็ยังเหลืออีกแค่ ๕ กิโลเมตรเพียงเท่านั้นเองค่ะ ฝากท่านประธานด้วยนะคะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ครับ ต่อไปคุณกูเฮง ยาวอหะซัน ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกูเฮง ยาวอหะซัน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนราธิวาส พรรคประชาชาติครับ ผมขอหารือ ๒ เรื่องวันนี้🔗
เรื่องแรก เรื่องของกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงผึ้งชันโรง มันแตกต่างจากผึ้งทั่วไป ก็คือรสชาติจะมีเปรี้ยวหวาน แล้วก็เป็นพืชที่ดูดน้ำหวานจากสมุนไพร เป็นที่นิยมเลี้ยง ในแถบประเทศบราซิล ประเทศนิวซีแลนด์ ประเทศออสเตรเลีย ประเทศมาเลเซีย ประเทศสิงคโปร์ อะไรพวกนี้ครับ แล้ววันนี้บ้านผมมีกลุ่มเกษตรกรเลี้ยงผึ้งชันโรง เป็นกลุ่มใหญ่ที่สุดของประเทศไทยมีประมาณ ๔๐๐ กว่าคน วันนี้อยากจะขอให้ช่วยให้ ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ช่วยเข้ามาดูแลเรื่องการส่งเสริมในการ หาตลาด แล้วก็ส่งเสริมราคา แล้วก็อยากจะให้ช่วยในเรื่องการทำวิจัยเพื่อเพิ่มความรู้ และความมีคุณภาพของน้ำผึ้งชันโรงต่อไปนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ที่ผมอยากจะฝากวันนี้คือฝากถึงกระทรวงศึกษาธิการ อยากจะให้ นำเรื่องนี้ไปตรวจสอบแล้วก็แก้ไขนะครับ คือวันนี้ปัญหาน้อง ๆ ที่เป็นครูผู้สอนอิสลามศึกษา ในจังหวัดนราธิวาสโดยเฉพาะเลยครับ มีปัญหาคือว่าน้อง ๆ เขาในสัญญาจ้างของ กระทรวงศึกษาธิการไม่มีคำว่า ครู นำหน้า ผิดจากจังหวัดปัตตานีหรือว่าจังหวัดยะลา ที่จะมีคำว่า ครูผู้สอน หรือว่า ครูสอนอิสลามศึกษา ก็อยากจะฝากเรื่องนี้ เพราะว่ามันมี ปัญหาตรงที่ว่าน้อง ๆ เขา ทางคุรุสภาไม่สามารถจะออกหนังสืออนุญาตการปฏิบัติ การสอนได้เนื่องจากไม่มีคำว่า ครู นำหน้า เมื่อไม่สามารถออกหนังสือตัวนี้ได้ทำให้น้องเขา ไม่มีสิทธิจะเข้าศึกษาเพื่อรับใบประกอบวิชาชีพครูหรือว่าเรียนวุฒิครูครับ ขอบคุณครับ🔗
ครับ ต่อไป นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทยค่ะ สืบเนื่องจากการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ ๒๕๖๕ มีการตั้งงบประมาณประมาณ ๖๐๐ กว่าล้านบาท สร้างกำแพงรั้วชายแดนไทย-มาเลเซีย อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ทำให้มีผู้สงสัยและให้ดิฉันหารือในสภาถึงกำแพง ที่สร้างเกือบเสร็จกั้นระหว่างชายแดนไทย-มาเลเซียตลอดแนวริมฝั่งแม่น้ำโกลกที่สร้าง เมื่อปี ๒๕๖๐ เป็นลักษณะคันกั้นน้ำแบบกำแพงพร้อมถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก มีบ่อสูบน้ำ และกำแพงแอล (L) แบบสอดเมื่อน้ำท่วม และถอดออกได้เมื่อสถานการณ์ปกติ ระบุว่าเป็นจุดชมวิว ท่องเที่ยว เส้นทางปั่นจักรยาน แต่เมื่อลงดูพื้นที่จริงเมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมานะคะ สิ่งที่พบนั่นก็คือกำแพงทึบ ๆ หน้าบ้านปิดกั้น โลกทัศน์ภายนอก ชาวบ้านที่เจอบอกว่าไม่อยากได้แบบนี้ ไม่ชอบ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร วิถี ชีวิตความสัมพันธ์ฉันท์เครือญาติพี่น้อง ๒ ฝั่ง ตลอดจนการค้าขาย การค้าขายตอนนี้ซื้อของ ผ่านการชักรอกค่ะ🔗
สไลด์ (Slide) ถัดไปจะเห็น ว่ารอกเชือกของชิ้นละ ๒๐ บาท ค่ารอกไป-กลับหมดไปอีกเที่ยวละ ๑๐ บาท ท่านประธานที่เคารพคะ ขอเรียนฝากคำถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๓ คำถามค่ะ🔗
คำถามแรก ฟังเสียงชาวบ้านให้ได้ยิน ประชาพิจารณ์ที่ได้ทำ ทำไมชาวบ้าน บอกว่าไม่ได้เข้าร่วม ทำที่ไหน เมื่อไร อย่างไร ขอผลการทำประชาพิจารณ์ด้วยค่ะ🔗
คำถามที่ ๒ ระยะเวลาดำเนินงาน ๙๐๐ วัน คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน เดือนกันยายน ๒๕๖๓ ใช้งบประมาณกว่า ๓๗๒ ล้านบาท จนถึงวันนี้ทำไมยังไม่แล้วเสร็จ บางจุดท่อระบายน้ำเริ่มมีน้ำขัง สร้างไม่ได้มาตรฐานค่ะ🔗
คำถามสุดท้าย ท่านได้ฟังข้อมูลรอบด้านเพื่อความมั่นคงของมนุษย์ เหนือความมั่นคงของรัฐหรือไม่ ขอบคุณค่ะ🔗
ต่อไป คุณศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขตอำเภอ ปากช่อง พรรคเพื่อไทย สืบเนื่องจากถนนสายบ้านซับใต้ ถนนสายบ้านหัวโกรก ตำบล พญาเย็น อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมาพังชำรุดทรุดโทรมมาก ผมได้เคยขอให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และกระทรวงที่เกี่ยวข้องจัดสรรงบประมาณลงไปช่วย ขณะนี้ถนนสายดังกล่าวได้รับงบประมาณแล้ว โครงการกำลังก่อสร้างอยู่ ชาวอำเภอปากช่องนั้น ฝากกราบขอบพระคุณไว้ ณ โอกาสนี้🔗
เรื่องต่อมาครับ เนื่องจากเขตอำเภอปากช่องนั้นมีอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ แหล่งท่องเที่ยวมากมาย อีกทั้งยังมีพระตำหนักทิพย์พิมานมาศ ซึ่งเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน เสด็จเป็นประจำ นับว่าเป็นมิ่งขวัญและกำลังใจของพสกนิกรชาวไทยและชาวปากช่อง เป็นอย่างยิ่ง ผมจึงเห็นว่าสมควรที่จะปรับปรุงพัฒนาถนน ไม่ว่าจะเป็นทางหลวงชนบท ทุกเส้นทาง และทางหลักต่าง ๆ ทำให้ดีขึ้นกว่าเดิม พร้อมทั้งติดไฟส่องสว่างให้เกิด ความปลอดภัย โดยเฉพาะเขตตำบลขนงพระ วังกะทะ โป่งตาลอง บางไทร คลองม่วง หมูสี และอีกหลายตำบลที่ไม่ได้กล่าว ณ ที่นี้ จึงเรียนผ่านท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม และองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมาให้จัดสรรงบประมาณ ช่วยเหลือด้วย🔗
เรื่องสุดท้ายครับ ตอนนี้โควิด-๑๙ (COVID-19) กำลังระบาดอย่างรุนแรง พี่น้องประชาชนชาวปากช่องกังวลเรื่องวัคซีนครับ ต้องการที่จะให้มีวัคซีนฉีดเร็ว ทั่วถึง และครอบคลุม และอยากได้วัคซีนทางเลือก หากเสียเงินเองก็ยอม จึงนำเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ชาวอำเภอปากช่องด้วย ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณสายัณห์ ยุติธรรม🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สายัณห์ ยุติธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมขอปรึกษาหารือไปถึงกระทรวงพาณิชย์ ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ เรื่องมะพร้าว เมื่อปี ๒๕๖๓ ผมได้ปรึกษาหารือ ตอนนั้นมะพร้าว ลูกละ ๓.๕๐ บาท เมื่อผมอภิปรายเสร็จมะพร้าวก็ไต่ราคาไปอยู่ ๑๐ บาท ถึง ๒๐ บาท อยู่ ๒ ปี ประมาณเกือบ ๑ เดือนแล้วที่มะพร้าวราคาตกต่ำเหลือลูกละ ๕ บาท ลิงที่จ้าง ขึ้นมะพร้าวเอาที่ ๒ บาท เกษตรกรเหลือ ๓ บาท ซึ่งอยู่ไม่ได้ ผมอยากให้หน่วยงานที่ เกี่ยวข้องดำเนินการเรื่องนี้โดยด่วนครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องราชินีแห่งผลไม้ มังคุดครับ ตอนนี้ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะอำเภอท่าศาลา อำเภอพรหมคีรี อำเภอนบพิตำ อำเภอลานสกา มังคุดออกลูก จำนวนมากสวยมากพร้อมส่งออก แต่ ๒ ปีที่ผ่านมาการบริหารจัดการไม่ดี ล้งเอาเปรียบ เกษตรกร มังคุดตอนเช้าล้งซื้อ ๑๐๐ บาท พอเที่ยงซื้อ ๖๐ บาท พอตอนเย็นซื้อ ๓๐ บาท ใส่ตู้คอนเทนเนอร์ (Container) ตู้เดียวกันเลยครับท่านประธาน ผมอยากให้พาณิชย์จังหวัด กรมการค้าภายในหรือฝ่ายการเมืองที่เกี่ยวข้องวางแผนเรื่องนี้ก่อนที่จะมีเหตุการณ์เกิดขึ้น ครับท่านประธาน โดยเฉพาะมะพร้าว เปลือกทำปุ๋ยใส่ต้นไม้ กะลาทำถ่าน เนื้อมะพร้าว ทำกะทิ น้ำมะพร้าวทำวุ้น กากมะพร้าวทำอาหารสัตว์ ทั้งลูกใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด แต่เหลือ ๕ บาทครับท่านประธาน บ้าน ส.ส. รังสิมา รอดรัศมี มะพร้าวน้ำหอมท่านบอกผมว่าลูกละ ๓๒ บาท ผมอยากให้ มะพร้าวที่จังหวัดนครศรีธรรมราชลูกละ ๑๐-๒๐ บาท อยากขอเรื่องนี้ครับ แล้วก็มังคุด ก็วางแผนล่วงหน้าด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปนางสาวละออง ติยะไพรัช ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันหารือท่านประธานผ่านไปกระทรวงพาณิชย์และคณะรัฐบาล เพื่อช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรโดยเฉพาะพี่น้องชาวนา ที่ผ่านมานาปรังราคาข้าวตกต่ำมาก แล้วก็หาคนซื้อก็ยาก และโดยเฉพาะอำเภอแม่ฟ้าหลวงก็เหมือนกันค่ะ ในช่วงที่ผ่านมา ทั้งเชอร์รี่ ทั้งบ๊วยเป็นแสนตันเลย ไม่มีใครมารับซื้อและตลาดล้งส่งออกก็ส่งออกไม่ได้ วันนี้ ขอให้รัฐบาลช่วยมีมาตรการที่จะรองรับเหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ที่จะเกิดขึ้นค่ะ และชาวนา ตอนนี้เป็นช่วงที่กำลังจะหว่านข้าวหว่านกล้า ชาวนาก็ยังไม่รู้เลยค่ะว่าจะปลูกข้าวเจ้า หรือข้าวเหนียวดี เพราะไม่รู้ว่าราคาข้าวชนิดไหนจะราคาสูง และขอให้ทางกระทรวงพาณิชย์ และรัฐบาลว่าเรื่องของประกันรายได้ ขอให้ทบทวนราคากลางค่ะ ราคากลางซึ่งดิฉันมองแล้ว มันไม่เป็นธรรมสำหรับชาวนา โดยเฉพาะชาวจังหวัดเชียงรายและภาคเหนือ เพราะราคา เขาจะหักค่าขนส่ง ทำให้ราคาที่ซื้อมันต่ำมาก และเวลาราคากลางที่บางท่านเอามา เปรียบเทียบ ราคามันสูงชาวนาแทบไม่ได้อะไรเลยค่ะ และตอนนี้ก็เป็นช่วงที่สับปะรดภูแล ราคาตกต่ำมาก ราคากิโลละ ๑ บาท ก็ขอให้กระทรวงพาณิชย์ได้เข้าไปดูแลพี่น้องเกษตรกร ในจังหวัดเชียงรายด้วยค่ะ🔗
ข้อที่ ๒ ดิฉันขอให้ทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสำนักงานที่ดินแห่งชาติช่วยดูแลในเรื่องของอำเภอแม่ฟ้าหลวงมี ๔ ตำบลนะคะ ตอนนี้ เป็นปัญหาเรื่องน้ำอุปโภคบริโภค ช่วงฤดูแล้งน้ำไม่มี ช่วงฤดูฝนเดี๋ยวก็จะเกิดว่าน้ำท่วม น้ำท่วมบนเขานะคะ ดินสไลด์ (Slide) ขอให้ท่านประธานช่วยผ่านไปทางกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมว่าขอให้ช่วยจัดการอย่างมีระบบด้วยค่ะ เรามีทรัพยากร น้ำที่ดีแล้ว แล้วก็มีสิ่งต่าง ๆ ที่ดีขอให้ทางกระทรวงช่วยจัดการเป็นระบบด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ต่อไปคุณธีรภัทร พริ้งศุลกะ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตหารือเรื่องความเดือดร้อนของราษฎร ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน ๑ เรื่อง ดังนี้ครับ🔗
ช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้มีโอกาสรับการประสานจากท่านกำนัน เบญจพร นิลเวช กำนันตำบลน้ำหัก อำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี ว่ามีราษฎร หมู่ ๒ หมู่ ๖ หมู่ ๑๐ หมู่ ๑๑ ได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากมีกลุ่มนายทุนเข้ามา ขอรังวัดในพื้นที่ ซึ่งทับซ้อนกับที่ดินทำมาหากินของราษฎรในพื้นที่ดังกล่าว ทั้งนี้ช่วงสัปดาห์ ที่ผ่านมากลุ่มนายทุนและมีเจ้าหน้าที่ได้เข้ามาขอทำการรังวัดเพื่อออกโฉนดให้กับกลุ่ม ของตนเอง ท่านประธานครับ จำนวน ๘๐๐ ไร่ ซึ่งทั้งหมดนี้ทับไปบนพื้นที่ของราษฎร จำนวน ๑๒๐ ไร่ บนที่ดิน ๑๒ แปลง ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านกว่า ๕๐ ครัวเรือน ซึ่งกระผมได้สอบถามกับชาวบ้านที่เคยอยู่อาศัยมาที่นั่นเขากล่าวกันว่า พื้นที่แห่งนี้ก่อนหน้านี้ประมาณปี ๒๕๒๙ ซึ่งชาวบ้านได้เข้ามาอาศัยอยู่แล้ว ทางราชการ ได้เคยประกาศด้วยซ้ำว่าเป็นพื้นที่สาธารณะ เป็นทุ่งเลี้ยงสัตว์ ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิได้ ซึ่งทำให้ราษฎรไม่เคยได้รับเอกสารสิทธิตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แต่ถามว่าทำไมกลุ่มนายทุน ถึงได้รับเอกสารสิทธิ กระผมจึงใคร่ขอให้ท่านประธานได้ทำหนังสือไปถึง ๓ หน่วยงานดังนี้🔗
๑. ขอให้ทำหนังสือถึงกรมที่ดิน ขอให้ทำการตรวจสอบว่าเอกสารสิทธิ ที่กลุ่มนายทุนถืออยู่นี้ได้ออกมาได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่พื้นที่นี้เป็นพื้นที่สาธารณะ🔗
๒. ขอให้มีหนังสือถึงกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น ให้ส่งกำลังเข้าไปช่วยดูแล และคุ้มครองชาวบ้าน เนื่องจากปัจจุบันนี้ได้ทราบว่ามีการข่มขู่ชาวบ้านในพื้นที่ดังกล่าวแล้ว🔗
๓. ขอให้ทำหนังสือถึงท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะท่านเป็นประธาน คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ให้คณะกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัดสุราษฎร์ธานี เข้าไปทำการสำรวจพื้นที่ดังกล่าวซึ่งมีปัญหา ซึ่งไม่ใช่แต่บริเวณนี้เท่านั้น ทั้งนี้ขอให้ได้มี ตัวแทนของชาวบ้านเข้าเป็นตัวแทนในกรรมการด้วยครับ ส่วนหนังสือร้องเรียนของชาวบ้าน ผมจะขออนุญาตนำเสนอผ่านท่านประธานไปยังหน่วยงานต่อไป ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปคุณปดิพัทธ์ สันติภาดา🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคก้าวไกลครับ ความเดือดร้อนของชาวพิษณุโลกตอนนี้นะครับ ผมอยากจะพูดถึงพี่น้องในธุรกิจบริการ จริง ๆ พรรคก้าวไกลของเราก็พูดในสภาแห่งนี้หลายครั้งแล้ว แต่ก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้น เพราะว่า พวกเขาเป็นกลุ่มแรกที่ถูกปิดจากสถานการณ์โควิด (COVID) แล้วก็เป็นกลุ่มสุดท้ายที่จะเปิด ทุกคนเข้าใจดีในการปิดสถานบริการในระลอกที่ ๑ แล้วก็พยายามปรับตัว แต่ตอนนี้ ระลอกที่ ๓ แล้วไม่มีอะไรดีขึ้น มาตรการของรัฐก็ยังเหมือนเดิม และชีวิตของพวกเขาก็ แย่ลงทุกวันนะครับ เวลาเราพูดถึงสถานบริการเราพูดถึงเจ้าของที่ต้องแบกค่าเช่า ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ ซึ่งตอนนี้เป็นหนี้สินที่รุมเร้าพวกเขาเป็นอย่างมาก ต้องขายรถ ต้องเริ่มขายทรัพย์สิน ต่าง ๆ เพื่อประทังธุรกิจของเขาแล้ว เราพูดถึงพ่อครัว เด็กเสิร์ฟ คนที่มาช่วยล้างจาน พวกนี้เป็นคนที่อาศัยอยู่ในชุมชนเล็ก ๆ น้อย ๆ ต่าง ๆ และมีรายได้แค่วันต่อวันเท่านั้น นายกรัฐมนตรีบอกอีก ๑๒๐ วันจะเปิดประเทศ แต่พวกเขาอดอยากมาเป็นปีแล้วครับท่าน แล้วก็พวกนักดนตรี รปภ. โดยเฉพาะนักดนตรี แล้วก็คนที่ทำเครื่องเสียงตอนนี้ ต้องขายอุปกรณ์หมดแล้วนะครับ พวกเขาไม่มีอาชีพจริง ๆ ผมไปเยี่ยมบางครอบครัวมา ตั้งแต่ปีที่แล้ว หลายคนมีลูกเล็ก ๆ พวกเขาอายุไม่มากเลย และพวกเขาต้องเผชิญชะตากรรม แบบนี้ ข้อเสนอของพวกเขาที่ฝากมาถึงสภาแห่งนี้คือเรื่องของเงินเยียวยา จริง ๆ ต้องเป็น ความผิดรับชอบของรัฐบาลแล้วนะครับ เพราะเยียวยาเท่าไรก็ไม่มีทางพอ แล้วเยียวยา แบบเดือนละ ๒๐๐ บาท พวกเรารับไม่ได้นะครับ ทางจังหวัดควรจะต้องเปิดเวที ให้ผู้ประกอบการได้เสนอมาตรการ โดยเฉพาะร้านที่สามารถจัดการทานอาหารแล้วก็มี ดนตรีฟังในสถานที่เปิดได้ ควรจะต้องได้รับการเปิดนะครับ รวมไปถึงการพักหนี้ที่จะทำให้ พวกเขาสามารถหายใจ แล้วก็รอวันที่ประเทศจะเปิดจากการทำวัคซีนได้ แล้วสุดท้ายคือ ต้องมีสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำครับ เพื่อพวกเขาจะมีเงินก้อนอีกก้อนหนึ่งเพื่อจะรอในการเปิดร้าน ในหลังจากนี้ได้ เพราะฉะนั้นพี่น้องของเราเสียสละเพื่อชาติมามากแล้วครับ ผมคิดว่า มาตรการที่จะเป็นประโยชน์ต่อพวกเขาจะต้องรีบทำอย่างเร่งด่วนนะครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป คุณสุรชาติ ศรีบุศกร ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุรชาติ ศรีบุศกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิจิตร เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือท่านประธานสภาผ่านไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗
เนื่องด้วยกระผมได้รับหนังสือจาก เทศบาลอำเภอบางมูลนาก จำนวน ๒ เรื่องด้วยกันครับท่านประธาน🔗
เรื่องแรกกรณีที่เทศบาลเมืองบางมูลนากได้รับการมอบและดูแลบำรุงรักษา เขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำน่านจากกรมโยธาธิการและผังเมือง แต่ปัจจุบันเขื่อน ถนนประเวศใต้เกิดการทรุดตัวลง ความยาวประมาณ ๖๘๐ เมตร จุดนี้เองทำให้เกิดอุบัติเหตุ บ่อยครั้ง อีกทั้งทำให้บ้านเรือนพี่น้องประชาชนได้รับความเสียหาย การซ่อมแซม ก็เกินศักยภาพของเทศบาลเมืองบางมูลนาก กระผมจึงใคร่ขอให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ลงพื้นที่สำรวจเพื่อจัดสรรงบประมาณต่อไปครับ🔗
ต่อมาเป็นจุดที่ ๒ ขอรับการสนับสนุนงบประมาณการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แบบโต๊ะ บริเวณพื้นที่ชุมชนประเวศใต้ตั้งแต่ศาลเจ้าพ่อแก้วหลังเก่าไปบรรจบกับ เขื่อนป้องกันตลิ่งเดิม ความยาว ๑๘๐ เมตร บริเวณนี้เองเป็นพื้นที่เศรษฐกิจขนาดใหญ่ มีตลาดสดเชื่อมต่อกับถนนริมเขื่อน เป็นบริเวณที่มีพี่น้องชาวไทยเชื้อสายจีนอาศัยอยู่เป็น จำนวนมาก รวมถึงอาคารบ้านเรือนหรือร้านค้าต่าง ๆ ในละแวกนี้ล้วนเป็นอาคารเก่า แบบพาณิชยกรรมโบราณควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามี เทศบาลเมืองบางมูลนาก และมูลนิธิแก้วคุ้มครองเป็นแนวร่วมที่สำคัญที่จะพยายามพัฒนา เมืองบางมูลนากให้น่าอยู่ยิ่งขึ้น จุดนี้เองเมื่อสร้างสำเร็จแล้วจะถือว่าเป็นแหล่งท่องเที่ยว เชิงวัฒนธรรมท้องถิ่น เป็นจุดออกกำลังกาย เป็นจุดชมวิวทิวทัศน์ริมแม่น้ำน่าน และเป็น จุดเช็กอิน (Check in) เพื่อเปิดรับนักท่องเที่ยวหลังจากโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ผ่านพ้น จากประเทศไทยไปแล้ว กระผมจึงใคร่ขอความเมตตาจากกรมโยธาธิการและผังเมืองได้โปรด อนุมัติงบประมาณทั้งซ่อมและสร้างต่อไปครับท่านประธานครับ🔗
ต่อไปคุณณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์ ส.ส. น่าน เขต ๓ พรรคเพื่อไทย วันนี้กระผมขอหารือท่านประธานเรื่อง ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดน่านครับ จากผลกระทบจากพายุโซนร้อน โคะงุมะ (Koguma) ส่งผลให้จังหวัดน่านประสบอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ทั้งในพื้นที่อำเภอบ่อเกลือ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอสองแคว อำเภอทุ่งช้าง อำเภอเชียงกลาง อำเภอปัว อำเภอท่าวังผา ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายแก่ทรัพย์สิน บ้านเรือน พื้นที่ทำไร่ทำนาของเกษตรกร รวมถึงถนนหนทาง แล้วก็เส้นทางสัญจรของ พี่น้องในจังหวดน่าน ยกตัวอย่างเช่น บ้านห้วยโป่ง หมู่ ๑๕ ตำบลบ่อเกลือใต้ อำเภอบ่อเกลือ ก็เกิดเหตุดินสไลด์ (Slide) เข้าบ้านเรือนประชาชนทำให้ชุมชนต้องช่วยกันอพยพชาวบ้านออกจากบ้าน ของตนเองไปอยู่ในที่ปลอดภัย สะพานข้ามแม่น้ำน่าน เส้นบ้านงอบเข้าสู่บ้านห้วยสะแตง น้ำกัดเซาะคอสะพานขาด ทำให้พี่น้องบ้านห้วยสะแตง บ้านภูคำ รวมกว่า ๒๐๐ หลังคาเรือน ไม่สามารถสัญจรผ่านไปมาได้ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่ทางการเกษตรของพี่น้องในอีก หลาย ๆ อำเภอ ได้รับความเสียหายจากอุทกภัยนี้ ก็อยากจะขอหารือท่านประธานได้ช่วย ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม พม. แล้วก็รวมถึงท่านนายกรัฐมนตรีด้วย ได้ช่วยแก้ไขบรรเทา ความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องชาวจังหวัดน่านโดยด่วน และที่สำคัญอยากให้เตรียมการในเรื่อง ของการชดเชยเยียวยาให้แก่ประชาชนด้วยนะครับ ไม่ใช่ว่ากว่าที่ชาวบ้านจะได้รับ ในเรื่องของการชดเชยก็ปาไปรวมกับภัยแล้งปีหน้าโน้นนะครับ ถ้าจะให้ดีก็ควรจะให้มีการ ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำเพื่อการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม และน้ำแล้งของจังหวัดน่านอย่างยั่งยืน ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สัณหพจน์ สุขศรีเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช แบบแบ่งเขต ผมขอเรียนปรึกษาหารือท่านประธานเรื่องปัญหา สังคม ปัญหายาเสพติดในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะในจังหวัดนครศรีธรรมราชตอนนี้นะครับ ๑ ปีที่ผ่านมาจาก ปี ๒๕๖๓ ที่เคยหารือไว้ ๑ ครั้ง วันนี้ไม่ได้ดีขึ้นเลยครับ กลับเพิ่มปริมาณ ยาเสพติดมากขึ้น ในการจับพี่น้องชาวบ้านบอกว่าตอนนี้มีการแยกประเภทของยาด้วย ถ้ายายี่ห้อนี้ไม่จับ แต่ถ้าอีกยี่ห้อจับนะครับ โดยชาวบ้านระบุชัดว่ามีเป็นกระบวนการโดยที่มี เจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนร่วมหรือไม่ อย่างไร พบเพิ่มมากขึ้นอย่างน่ากลัวครับ ถ้าหากเป็นไปได้ให้หน่วยงานที่รับผิดชอบช่วยดูแล โดยเฉพาะ ป.ป.ส. กระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงศึกษาธิการ ตอนนี้เด็กเข้าไปเป็นผู้ขายเยอะนะครับ ใช้เด็กเป็นเครื่องมือเพราะฉะนั้นต้องดูแลอย่าง เข้มงวดเป็นปัญหาสังคมอย่างยิ่งนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน เรื่องของปัญหาการเรียนออนไลน์ (Online) ที่จะฝากไปยังกระทรวงศึกษาธิการ ตอนนี้พี่น้องประชาชนบอกว่าถ้าหากเขามีลูกอยู่ ๒ คน เรียนคนละชั้นปีกัน ป. ๒ และ ป. ๓ มีโทรศัพท์แค่เครื่องเดียว ลูกจะเรียนอย่างไร อันนี้ ฝากให้รัฐมนตรีช่วยพิจารณาด้วยนะครับ หาทางแก้ไข🔗
ในส่วนของเรื่องที่ ๓ เป็นเรื่องของปัญหาสินค้าทางการเกษตรตกต่ำ เหมือนที่ท่านสายัณห์ได้พูดถึงมะพร้าว ตอนนี้ในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังก็เช่นกัน มีการปลูก พืชเป็นแหล่งอาหารของภาคใต้ โดยเฉพาะฟักทอง ฟักเขียว แตงโม แล้วก็พริกเขียวมัน ราคาตอนนี้ก็คือตกต่ำแทบทุกตัวเลย ตอนนี้ก็ได้พยุงไปในส่วนของพริกเขียวก็ราคาดีขึ้นมา ในระดับหนึ่ง แต่ในส่วนของตอนนี้ฟักทองเองไม่มีราคาเลยครับ จึงฝากท่านผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ กรมการค้าภายใน ช่วยดูแลสินค้า ทางการเกษตรทุกตัวด้วย ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ🔗
ต่อไปคุณพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่องจะขอหารือท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ผมขอให้กระทรวงมหาดไทยช่วยหาที่ทิ้งขยะให้กับศูนย์รวบรวม กำจัดขยะ เขต ๑ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งประกอบด้วย อำเภอปราณบุรี อำเภอหัวหิน และอำเภอในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ๘ อำเภอ สืบเนื่องจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีศูนย์กำจัดขยะเขต ๑ ซึ่งตั้งอยู่ที่อำเภอปราณบุรี ซึ่งได้ขอใช้พื้นที่จากศูนย์การทหารราบ ค่ายธนะรัชต์ของกองทัพบก และในปัจจุบันนี้ทางทหารขอให้งดใช้พื้นที่ในสิ้นเดือนนี้ ประมาณเดือนหน้า ท้องถิ่นทั่วจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ต้องไปหาที่ทิ้งขยะเองนะครับ สิ่งที่ตามมาก็คือตอนนี้วุ่นนะครับ ต้องหาที่ทิ้งขยะในแต่ละ อบต. ต้องซื้อรถขยะจำนวนมาก จะสังเกตได้จากงบประมาณที่ขอกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นมาจะมีแต่รถขยะ ซึ่งก็ค่อนข้างจะเป็นปัญหาใหญ่ที่จะเกิดขึ้นภายในเดือนหน้านี้นะครับ จึงอยากขอให้ กระทรวงมหาดไทย ขอใช้พื้นที่เดิมหรือหาพื้นที่ใหม่ให้กับศูนย์รวบรวมกำจัดขยะ เขต ๑ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนในเขตหัวหิน ปราณบุรี และ ชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เกี่ยวกับเรื่องขาดวัคซีน ซึ่งต้องรอคิวจำนวนมาก ซึ่งคล้าย ๆ กับ เพื่อนสมาชิกนะครับ จึงอยากจะให้กระทรวงสาธารณสุขเร่งหาวัคซีนโควิด-๑๙ (COVID-19) ให้กับคนในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์นะครับ เน้นโดยเฉพาะจังหวัดที่เกิดคลัสเตอร์ (Cluster) ติดเชื้อ อยากให้กระทรวงได้แบ่งวัคซีนไปให้มาก ๆ หน่อยครับ เพราะประชาชนเขากลัว เวลามีข่าวที เขาก็อยากฉีดให้มาก ๆ ในจังหวัดที่มีการติดเชื้อคลัสเตอร์ (Cluster) นั้น ๆ จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุขช่วยจัดการแก้ไขปัญหาการขาดวัคซีนโควิด-๑๙ (COVID-19) ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ด้วย ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป คุณสฤษดิ์ บุตรเนียร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี พรรคภูมิใจไทยครับ วันนี้กระผมมีเรื่องปรึกษาหารือ เนื่องจาก ได้รับคำร้องทุกข์จากประชาชน และนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสะพานหิน นายณรงค์ศักดิ์ ลือคำหาญ🔗
เรื่องที่ ๑ เรื่องขอให้กรมป่าไม้เพิกถอนโครงการป่าชุมชนบ้านสะพานหิน หมู่ ๕ ตำบลสะพานหิน อำเภอนาดี เพื่อให้กรมชลประทานใช้ดำเนินการขุดวางท่อ ผ่านป่าชุมชน ตามโครงการสูบน้ำด้วยพลังงานไฟฟ้า หมู่ ๕ ตำบลสะพานหินจาก แควสาวน้อยสาวใหญ่ส่งไปยังหมู่บ้านที่ ๕ หมู่ ๖ และหมู่ ๑๐ ตำบลสะพานหิน เพื่อให้ ชาวบ้านและประชาชนได้บริโภคทำการเกษตร ทำนาและเลี้ยงสัตว์เพื่อประกอบอาชีพ ในยามวิกฤติขณะนี้ ขณะนี้การวางท่อได้ดำเนินการไปกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว สัญญาว่าจ้าง จะสิ้นสุดลงในวันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๔ อุปสรรคอยู่ที่ความล่าช้าของกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่จะอนุมัติเพิกถอนโครงการดังกล่าว ดังนั้น เพื่อให้โครงการสำเร็จลุล่วงไป จึงขอกราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ได้โปรดเร่งรัดให้ กรมป่าไม้อนุมัติเพิกถอนโครงการป่าชุมชนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับคำร้อง ขอความอนุเคราะห์จากท่านนายกสมาคม คณะกรรมการประสานงานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน ท่านดอกเตอร์ศุภเสกข์ คุณากร ตัวแทนครูและบุคลากรทางการศึกษากว่า ๘๐,๐๐๐ คน กราบเรียนมายังท่านประธานสภา ที่เคารพ ได้โปรดขอความอนุเคราะห์จากท่านนายกรัฐมนตรี ประธาน ศบค. และท่านผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดได้โปรดพิจารณาครูและบุคลากรทางการศึกษา ให้ได้รับวัคซีนอย่างเร่งด่วน เพราะครูต้องทำงานใกล้ชิดกับนักเรียนเป็นจำนวนมาก เร่งรัดการเปิดโรงเรียนต่อไป ขอกราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ🔗
ต่อไป นายแพทย์ประสงค์ บูรณพงศ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย จากจังหวัดนครพนม กระผมมีเรื่องปรึกษาหารือเรื่องความเดือดร้อน ของนักธุรกิจผู้ทำท่าดูดทรายจากจังหวัดทางเหนือลงมาถึงจังหวัดนครพนม ไปจังหวัดมุกดาหาร จังหวัดบึงกาฬนะครับ สำหรับที่จังหวัดนครพนมนั้นมีเขตที่จะต้องทำ ประมาณสัก ๑๕๐ กิโลเมตร แต่มันมีปัญหาเรื่องคำสั่งครับ คำสั่งของประเทศเราว่า จะต้องทำท่าดูดท่าทรายนี้ห่างจากฝั่ง ๑ กิโลเมตร แต่เป็นคำสั่งเฉพาะประเทศไทยนะครับ ที่ประเทศลาวปฏิบัติได้ เพราะเหตุจากกระแสน้ำจะทำลายกัน กราบเรียนว่าในเรื่องนี้ มีความเดือดร้อนของนักธุรกิจมาก เพราะข้อที่ ๑ ก็ต้องสั่งซื้อทรายจากประเทศลาว ข้อที่ ๒ นักธุรกิจไทยตกลงกับลาวทำด้วยกัน แต่ให้เสียค่าเสียผลประโยชน์ให้แก่ประเทศลาว ข้อที่ ๓ ต้องเสียค่าใต้โต๊ะกับเจ้าหน้าที่ของไทย ซึ่งมีทั้งทางกระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม โดย ตม. มีคณะกรรมการทั้งหลาย เป็นที่เดือดร้อนมาก ทำให้เศรษฐกิจของเราเสียหาย เพราะว่าต้องซื้อต่างประเทศมา ต้องมาทำก่อสร้างกับต่างประเทศทั้งหมด เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ จำเป็นมาก ผมจึงมากราบเรียนท่านประธานว่าขอให้แก้ไขเรื่องนี้ด้วย ถ้าพูดถึงการทำเขื่อน ทำให้กระแสน้ำฝั่งเสียหายนั้นก็เป็นโดย ๑. ธรรมชาติก็เกิดขึ้นอยู่ได้ ๒. การสร้างสิ่ง ซึ่งเรียกว่าสร้างเขื่อน สร้างท่าเรือก็เกิดขึ้นได้ทั้ง ๒ ฝั่งนะครับ อย่างฝั่งประเทศไทยนี้บริเวณอำเภอท่าอุเทน มียอดเจดีย์อยู่กลางน้ำประมาณ ๕๐๐ เมตร ซึ่งก็เป็นเหตุทำให้มีการสร้างเขื่อนบ้านเรา ขณะเดียวกันทางประเทศลาวเขาก็สร้างของเขา ขณะเดียวกันเมื่อกระแสน้ำไปทางประเทศลาวก็เกิดแผ่นดินงอกในประเทศไทย เช่นเดียวกัน อันนี้เป็นธรรมชาติครับ จึงกราบเรียนไปยังท่านประธานว่าขอให้ทางประเทศของเราได้แก้ไข เรื่องนี้ เพื่อแก้ไขความเดือดร้อนและเป็นธรรมสำหรับประชาชนทั้งในประเทศของเรา และประเทศลาว ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ต่อไปคุณภาคภูมิ บูลย์ประมุข ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคพลังประชารัฐ กระผมมีเรื่องหารือผ่านท่านประธานไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่ ๑๑ มิถุนายน ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จังหวัดตากได้ทำหนังสือไปยังกรมป่าไม้ เรื่องการที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ขอใช้พื้นที่ปักเสา พาดสายในเขตป่าสงวนแห่งชาติแม่ระมาด และป่าสงวนแห่งชาติท่าสองยาง เพื่อขยาย เขตไฟฟ้าให้ราษฎรที่ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ในทั้งพื้นที่อำเภอแม่ระมาดและอำเภอท่าสองยาง ซึ่งการขออนุญาตในลักษณะอย่างนี้ในจังหวัดตากจะมีอีกมากในอนาคต ซึ่งมีหลายแห่ง ที่อยู่ในระหว่างรวบรวมโครงการ ไม่ว่าจะเป็นการขออนุญาตขยายเขตขุนห้วยแม่ต้าน อำเภอท่าสองยาง การขยายเขตบ้านละเผ่ใหม่ ตำบลสามหมื่น ตำบลแม่ตื่น อำเภอแม่ระมาด บ้านม้งใหม่พัฒนา อำเภอบ้านตาก และอีกหลาย ๆ แห่งในพื้นที่จังหวัดตาก เนื่องจากจังหวัด ตากทั้งจังหวัด ๗๕ เปอร์เซ็นต์เป็นพื้นที่ป่า และประชาชนอยู่ในพื้นที่ป่าเยอะ และประชากรส่วนใหญ่ไม่มีไฟฟ้าใช้ ทั้งหมู่บ้าน ทั้งตำบลหลาย ๆ ที่นะครับ🔗
ในเรื่องโครงการโคก หนอง นา โมเดล โดยสำนักพัฒนาชุมชนจังหวัดตาก ก็ได้ขออนุญาตใช้พื้นที่เหมือนกัน จากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขณะนี้ กรมป่าไม้ได้อนุมัติการใช้พื้นที่เรียบร้อย ยังเหลือแต่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ยังไม่อนุมัติให้ใช้พื้นที่ในโครงการโคก หนอง นา โมเดล โดยกรมพัฒนาชุมชน นโยบาย คทช. คทช. ถือว่าเป็นนโยบายที่ดีมาก เป็นการออกเอกสารสิทธิให้ประชาชนที่ยังไม่ได้รับโอกาส แต่ปัจจุบันยังมีปัญหาอุปสรรคอย่างมาก เช่น การสร้างความเข้าใจกับชาวบ้าน ชาวบ้าน ยังมีความหวังได้เอกสารสิทธิรูปแบบอื่น และสำคัญนะครับผู้ปฏิบัติคือเจ้าหน้าที่ป่าไม้ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องยังขาดงบประมาณดำเนินการ ๒ วันที่ผ่านมา ท่านผู้ว่าราชการ จังหวัดตาก ท่านพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ได้นัดประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และให้ มีการติดตามทุก ๑๕ วัน ในการติดตามเรื่องการขออนุญาตใช้พื้นที่นี้ จึงเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โปรดพิจารณาเร่งรัด โดยเร่งด่วนนะครับ ชาวบ้านเขารอมานานแล้วครับ ขอบคุณครับ🔗
ครับ ต่อไป นางสาวชนก จันทาทอง ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวชนก จันทาทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองคาย เขต ๒ จากพรรคเพื่อไทยค่ะ วันนี้ดิฉันมีปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่หารือ ด้วยกัน ๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรก รถบรรทุกน้ำหนักเกินส่งผลให้ผิวการจราจรเสียหายอย่างมาก เสี่ยงต่อการเกิดอันตรายค่ะ ดิฉันได้รับการร้องทุกข์จากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ว่า ถนนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๑๒ ช่วงอำเภอโพนพิสัยจนถึงอำเภอรัตนวาปี ระยะทาง ประมาณ ๓๐ กิโลเมตร มีรถบรรทุกทรายบรรทุกน้ำหนักเกิน ช่วงแรกก็วิ่งในเลนซ้าย พอเลนซ้ายเสียหายหนัก ตอนนี้ก็คือไปวิ่งในเลนขวา หนักเข้าค่ะตอนนี้วิ่งเสียหายทั้ง ๒ เลน ผิวการจราจร ๔ ช่องจราจรตอนนี้เสียหายหนักมากค่ะ ดิฉันจึงนำเรียนผ่านท่านประธานสภา ไปยังหน่วยงานที่กำกับดูแลเกี่ยวกับรถบรรทุกน้ำหนักเกินให้เข้าไปช่วยควบคุม ดูแล และแก้ไขอย่างเร่งด่วนด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องห้วยน้ำเป บ้านโนนฤาษี ตำบลกุดบง อำเภอโพนพิสัย ไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ ดิฉันได้รับการร้องทุกข์จากผู้ใหญ่บ้านบ้านโนนฤาษี หมู่ ๑๒ ตำบล กุดบง อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย ว่าห้วยน้ำเปนั้นเป็นห้วยน้ำที่ใช้ผลิตน้ำประปา และใช้เพื่อการเกษตรของพี่น้องประชาชนจำนวน ๒ หมู่บ้าน หลายร้อยครอบครัวค่ะ ช่วงหน้าฝนน้ำล้น ช่วงหน้าแล้งลำน้ำแห้งขอด ดิฉันจึงนำเรียนผ่านท่านประธานสภาไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า หากทำเป็นฝายน้ำล้นหรือทำเป็นประตูกักเก็บระบายน้ำจะช่วย บรรเทาทุกข์ให้พี่น้องประชาชนบ้านโนนฤาษีนั้นสามารถแก้ไขปัญหาในการกักเก็บน้ำ ได้หรือไม่ ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗
ต่อไปคุณโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี เชิญเลยครับ🔗
สวัสดีครับ ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขตจอมทอง เขตธนบุรี พรรคภูมิใจไทย เนื่องจากผมได้รับเรื่องร้องเรียน จากพี่น้องประชาชนในบริเวณหมู่บ้านสินทวี ซึ่งตั้งอยู่บริเวณถนนพระราม ๒ ซอย ๔๓ เขตจอมทอง กรุงเทพฯ เวลาเข้าหน้าฝนทุกปีจะมีปัญหาเรื่องน้ำท่วมขัง ซึ่งสร้างความลำบาก และความเดือดร้อนกับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก ต้องรับโชคชะตาแบบตามมีตามเกิด ไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ โครงการหมู่บ้านสินทวีมีลักษณะส่วนใหญ่เป็นทาวน์เฮาส์ (Townhouse) ซึ่งมีประมาณ ๔,๐๐๐ กว่าหลังคาเรือน สร้างมาแล้วกว่า ๓๐ ปี เนื่องจาก ๓๐ ปีที่แล้วโครงการหมู่บ้านต่าง ๆ ส่วนใหญ่ยังไม่มีการจัดตั้งเป็นนิติบุคคลและมีการเก็บ ค่าส่วนกลางเพื่อเป็นการบริหารจัดการภายในของหมู่บ้าน เวลาเกิดปัญหาน้ำท่วมแจ้งไปยัง ทางสำนักงานเขตก็มาแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและเป็นการชั่วคราวเท่านั้น เพราะติดปัญหา ที่ดินส่วนบุคคล และไม่สามารถจัดตั้งงบประมาณประจำปีเพื่อปรับปรุงแก้ไขเป็นรูปธรรมได้ ลักษณะแบบนี้ ผมเชื่อว่าเกิดขึ้นในหลายเขตและในหลายโครงการของหมู่บ้าน ในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด กระผมจึงขออนุญาตฝากท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวงมหาดไทย หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขข้อกฎหมายโครงการหมู่บ้านที่ ขายไปแล้วเกิน ๑๕ ปีโดยไม่ได้รับการเหลียวแลหรือดูแลรับผิดชอบจากบริษัทหรือ เจ้าของโครงการนั้น ๆ ให้ถือว่าตกเป็นทรัพย์สินของรัฐ หรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อจะได้สามารถดูแลแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนได้ต่อไป ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณศักดินัย นุ่มหนู🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขอนำ ปัญหาความเดือดร้อน และความต้องการของพี่น้องชาวจังหวัดตราดมาหารือกับ ท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรกครับ ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้จัดสรรวัคซีนแล้วก็เร่งฉีดให้กับ พี่น้องชาวจังหวัดตราด โดยเฉพาะที่อำเภอเกาะช้าง แล้วก็อำเภอเกาะกูด เนื่องจากว่า ทั้ง ๒ อำเภอนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยว แล้วก็เป็นแหล่งที่สร้างรายได้ที่สำคัญให้กับจังหวัดตราด แล้วก็ประเทศของเรามาอย่างยาวนาน แต่ด้วยจากสถานการณ์โควิด (COVID) ที่ระบาดอย่าง ต่อเนื่องทำให้ธุรกิจภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดตราดนั้นได้รับผลกระทบอย่างยิ่ง ทั้งผู้ประกอบการ เรื่องของที่พัก โรงแรม รีสอร์ต (Resort) โฮมสเตย์ (Homestay) แล้วก็ ผู้ที่ประกอบการร้านอาหารไม่น้อยกว่า ๔,๕๐๐ แห่ง อีกทั้งผู้ที่มีส่วนที่ใกล้ชิดกับนักท่องเที่ยว ราว ๆ ๒๐,๐๐๐ คน ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับ การท่องเที่ยว เป็นเรื่องของการสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวนะครับ อีกทั้งยังเป็นการ กระตุ้นให้เกิดเศรษฐกิจนั้นได้ฟื้นตัวโดยเร็ว ก็จึงอยากที่จะให้มีการฉีดวัคซีนได้อย่างทั่วถึง เพื่อที่จะกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจของจังหวัดตราดนะครับ จึงขอเรียนผ่าน ท่านประธานสภาไปยังท่านนายกรัฐมนตรีได้จัดสรรวัคซีนแล้วก็ฉีดให้แก่พี่น้อง ชาวจังหวัดตราดในพื้นที่ของการท่องเที่ยวอำเภอเกาะช้างแล้วก็อำเภอเกาะกูดด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการประสานจาก นายชัยยันต์ เรืองกิจ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ ๔ บ้านเนินยาง ตำบลห้วยแร้ง อำเภอเมือง จังหวัดตราด ในความเดือดร้อนเรื่องของน้ำ เพื่อการเกษตร แล้วก็ผลิตน้ำประปาที่ยังมีไม่เพียงพอ ก็จะขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ทำแผนงานโครงการเพื่อแก้ไข ปัญหาแหล่งน้ำให้พี่น้องบ้านเนินยาง หมู่ ๔ มีน้ำกินน้ำใช้อย่างเพียงพอ ก็ขอขอบคุณ เป็นอย่างสูงครับท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณนพดล แก้วสุพัฒน์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่ เคารพ กระผม นายนพดล แก้วสุพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท ขอหารือผ่านท่านประธาน ๓ เรื่อง ดังนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้รัฐบาลช่วยเหลือชดเชยงบประมาณที่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนำไปช่วยเหลือประชาชนในช่วงโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ผ่านมาอย่างมากมาย เพราะไปกระทบกับงบประมาณที่จะเป็นไปตามแผนพัฒนาของท้องถิ่น ไม่ว่าจะ ด้านการศึกษา โครงสร้างพื้นฐาน และงบรายจ่ายประจำต่าง ๆ โดยนำเงินที่กู้มาช่วยชดเชย ตามความเป็นจริงด้วยครับ ให้ส่วนราชการ คือกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง และ ศบค. พิจารณาดำเนินการ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้มีระเบียบกฎหมายให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถ ร่วมกันแก้ไขปัญหาการบริการที่แตกต่างกัน ด้วยความแตกต่างทางด้านการเงิน หรือว่า แตกต่างทางด้านบุคลากร ในหน้าที่ต่าง ๆ เดียวกัน เพื่อให้เกิดความเสมอภาคกับพี่น้อง ประชาชนด้วยครับ ขอให้กรรมการกระจายอำนาจ กระทรวงมหาดไทย และรัฐบาล ช่วยพิจารณาดำเนินการด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้ออกระเบียบกฎหมายที่กำหนดให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น และส่วนราชการภูมิภาคที่สามารถให้มีการบูรณาการ ทั้งด้านภารกิจทางด้าน งบประมาณและบุคลากร แม้แต่ภายในจังหวัดเดียวกัน ให้เกิดมาตรฐานเดียวกัน เนื่องด้วย เป็นภารกิจที่ซ้ำซ้อนกันอยู่แล้วเพื่อประโยชน์สูงสุดกับประชาชน ทั้งนี้ให้กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง คณะกรรมการกระจายอำนาจ และศูนย์บริการ ศบค. พิจารณาดำเนินการ จะเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างมาก ขอขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ผมขอขอบคุณท่านสมาชิก ทั้ง ๓๐ ท่านนะครับ ทุกคนก็ได้ฟังปัญหาความเดือดร้อนพี่น้องประชาชนมาเสนอ แล้วก็ ขอเรียนว่าในเรื่องด่วนหลายเรื่องตั้งแต่เมื่อวาน ได้กำชับเจ้าหน้าที่ฝ่ายสำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎรให้เร่งรัดในการส่งเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยด่วน เพราะ หลายเรื่องเป็นเรื่องด่วนนะครับ ที่สมาชิกได้สอบถามเสนอเข้ามา ส่วนเรื่องไหนที่ท่าน ไม่สามารถเสนอได้ทัน ขอให้ทำเรื่องเป็นหนังสือมา เพราะว่าไม่ต้องรอการเสนอ ผมเข้าใจดี ว่ามีข้อจำกัดอยู่ว่าไม่เกิน ๓๐ คน เพราะฉะนั้นพวกเราที่มีเรื่องนอกเหนือจากนี้ ทำเรื่องมา นะครับ ไม่ช้าไปกว่าที่เสนอในนี้ครับ ขอบคุณที่ทุกคนพยายามรักษาระเบียบกฎเกณฑ์ เพื่อป้องกัน ผมคิดว่าเราจำเป็นต้องทำงานอยู่ภายใต้เงื่อนไขของโรคติดเชื้อที่ยังไม่ลดลง เพราะฉะนั้นเราต้องพยายามระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้ลุกลามมาถึงที่นี่ครับ🔗
ขณะนี้มีสมาชิกมา ลงชื่อแล้ว ๒๘๘ ท่านนะครับ ครบองค์ประชุม องค์ประชุมคือ ๒๔๒ เพราะฉะนั้น ครบองค์ประชุม ผมขออนุญาตเปิดประชุมครับ🔗
ต่อไปจะเข้าสู่ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
๑.๑ กระทู้ถามสด🔗
ในระหว่างที่มีการตั้งกระทู้ถามสดนี้ ก็ขอเรียนว่าจะมีการพิจารณากระทู้ถาม แยกเฉพาะไปในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ ซึ่งขณะนี้ท่านรองประธานศุภชัย ทำหน้าที่ เป็นประธานอยู่นะครับ ก็จะมีการซักถามกระทู้ไปพร้อม ๆ กัน เพราะฉะนั้นรัฐมนตรี บางท่านก็ต้องไปทั้ง ๒ ที่ครับ ก็เลยแจ้งมาว่าบางท่านอาจจะจำเป็นที่ช้าไปบ้าง หรือเร็ว ไปบ้าง เพราะว่าต้องไปทั้ง ๒ ที่🔗
กระทู้ถามสด วันนี้มี ๓ กระทู้ครับ กระทู้ถามสดนั้น สมาชิกเราอยู่มา ย่างเข้าปีที่ ๓ นะครับ ทราบระเบียบดีอยู่แล้วว่าแต่ละกระทู้ซักได้ไม่เกินครึ่งชั่วโมง ก็แยกออกไประหว่างผู้ถาม ๑๕ นาที ผู้ตอบ ๑๕ นาที ถามได้ ๓ ครั้งครับ🔗
๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗
๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๑๒๔ ส. เรื่อง โรคติดเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) (นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ตอบ🔗
ซึ่งรัฐบาลได้มอบหมายให้ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านรัฐมนตรีสาธิต ปิตุเตชะ มาแล้วครับ ขอเชิญ คุณหมอเรวัต ตั้งกระทู้ถามได้ครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช พรรคเสรีรวมไทย ท่านประธานครับ โควิด (COVID) ระบาดอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่เดือนมกราคม ปี ๒๕๖๓ จนถึงวันนี้มีผู้ติดเชื้อสะสม ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ราย แล้วก็มีผู้เสียชีวิตไปแล้วประมาณ ๑,๕๕๕ ราย ที่สำคัญก็คือว่า ในการระบาดระลอกที่ ๓ นี้ร้ายแรงมาก ตั้งแต่เดือนเมษายนมา ประมาณ ๒ เดือนครึ่ง มีผู้ติดเชื้อสะสมแล้ว ประมาณที่ ๑๗๐,๐๐๐ กว่าราย แล้วก็เสียชีวิตไปแล้วประมาณ ๑,๔๐๐ กว่ารายนะครับ สถานการณ์ของวันนี้ก็ต้องบอกว่า ประชาชนกำลังอยู่ในอันตราย ทั้งอันตรายในเรื่องของสุขภาพ แล้วก็ในเรื่องของเศรษฐกิจ ผมอยากจะเรียนอย่างนี้ครับท่านประธานว่าในกรณีที่ผู้นำบริหารผิดพลาด แล้วเกิด ผลกระทบร้ายแรงต่อประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทั้งสุขภาพแล้วก็ความหายนะ ทางเศรษฐกิจ การแสดงความรับผิดชอบก็คือต้องลาออกจากตำแหน่งครับ การที่ออกมา พูดว่าผมขอรับผิดชอบเองบ่อย ๆ แล้วไม่มีการกระทำอะไรที่มันเป็นผลดีติดตามมานั้น คำพูดเหล่านั้นมันไม่มีความหมายอะไร แล้วมันก็ไม่สร้างความเชื่อมั่นใด ๆ เช่น การประกาศ ว่าให้วันที่ ๗ มิถุนายน เป็นวาระแห่งชาติ ปรากฏว่าเอาเข้าจริง ๆ คนไม่ได้ฉีดวัคซีน มีการเลื่อนฉีดวัคซีนออกไป แล้วมีคนจำนวนมากเดือดร้อนเพราะไม่มีวัคซีนจะฉีด อย่างนี้เป็นต้น เมื่อวานนี้ท่านนายกรัฐมนตรีมาประกาศบอกว่าอีก ๑๒๐ วันจะเปิดประเทศ คำถามก็คือจะเปิดอย่างไรครับ ถ้าพูดลอย ๆ ว่าอีก ๑๒๐ วันจะเปิดประเทศ ก็ต้องถามว่า ท่านมีแอ็กชันแพลน (Action Plan) อย่างไรครับ แอ็กชันแพลน (Action Plan) ที่ชัดเจน ทั้งจำนวน ทั้งเวลา ผมยกตัวอย่างเช่นท่านต้องกำหนดตัวไมล์สโตน (Milestone) ออกมา ท่านมีไมล์สโตน (Milestone) อย่างไร เพราะฉะนั้นคำถามแรกของผมก็คือว่าอยากจะเห็น แผนที่ชัดเจน และกำหนดแผนที่ชัดเจนออกมาเลยครับว่าท่านมีแผนตรงนี้อย่างไร โดยเฉพาะ อย่างยิ่งผมขอทราบไมล์สโตน (Milestone) เป็นคำถามแรก ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่าน รัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุข วันนี้ได้รับมอบอำนาจให้มาตอบกระทู้ถามของเพื่อนสมาชิก คุณหมอเรวัต สำหรับสถานการณ์โควิด (COVID) ที่กำลังระบาดอยู่ในระลอกที่ ๓ นี้ ก็ต้องเรียนว่า เป็นสถานการณ์ที่หนักกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ครั้งแรก ครั้งที่ ๒ แต่สถานการณ์โควิด (COVID) ในระลอกที่ ๓ นี้ก็ถือว่าเป็นสถานการณ์ที่ใกล้เคียงกันกับต่างประเทศหลาย ๆ ประเทศ คู่กันไปกับการรณรงค์การฉีดวัคซีนว่าการควบคุมโรคและการฉีดวัคซีนนั้นก็ทำคู่ขนานกันไป สผ ๖/๒๕๖๔ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) จิตตานันท์ ๑๖/๒ ผมก็เรียนกับท่านเรวัตว่าเรื่องโควิด (COVID) หรือเรื่องวัคซีนมันไม่ใช่เรื่องของใคร คนใดคนหนึ่งเป็นเรื่องของคนไทยทุกคนต้องร่วมมือกัน การเดินหน้าไปสู่การเปิดประเทศ ได้มีหลายปัจจัยหรือท่านใช้คำว่า แอ็กชันแพลน (Action Plan) ก็ตาม แล้วก็ไม่ใช่ เป็นแอ็กชันแพลน (Action Plan) ที่จะเกิดได้จากฝั่งผู้มีอำนาจรัฐโดยรัฐบาลฝ่ายเดียว ในตัวแผนทั้งหมดก็ต้องติดตามรอว่าท่านนายกรัฐมนตรีจะประกาศเป็นแผนปฏิบัติการ อย่างไร ซึ่งก็อาจจะมีความแตกต่างกันในแต่ละส่วน แต่แน่นอนที่สุดการจัดการในเรื่องนี้ การที่จะเปิดประเทศให้ได้ภายใน ๑๒๐ วัน ผมเข้าใจว่าบนพื้นฐานของการจัดหาซื้อวัคซีน จำนวนประมาณ ๕๐ ล้านคน หรือประมาณ ๑๐๐ ล้านโดส และสถานการณ์การติดเชื้อของคน ไทยในต่างจังหวัดก็เริ่มดีขึ้น เพียงแต่ว่าเราจะต้องมาควบคุมในคลัสเตอร์ (Cluster) ใน กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ถ้าเราจัดการควบคู่กันไปใน ๒ เรื่องนี้ได้ ผมคิดว่าเป้าหมาย ก็จะประสบความสำเร็จ เพราะฉะนั้นการประกาศของท่านนายกรัฐมนตรี ก็ถือว่าเป็นการประกาศเพื่อความชัดเจนว่ารัฐบาลเป็นหลักที่จะขอความร่วมมือของคนไทย ทั้งประเทศที่จะเดินหน้าร่วมกันในการที่จะสู้กับโควิด (COVID) และให้เสร็จสิ้นภายใน ๑๒๐ วัน ก็ฝากท่านเรวัตว่าต้องติดตามนะครับ ที่ท่านเรียกว่าแอ็กชันแพลน (Action Plan) หรือไมล์สโตน (Milestone) ต่อไปว่ารัฐบาลจะมีมาตรการต่าง ๆ อย่างไรนะครับ🔗
ขอเชิญท่านเรวัต เชิญถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานครับ ก็ต้องขอชมที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้มีการกำหนดเป้าหมาย ซึ่งที่ผ่านมาไม่เคยได้ยินนะครับ แต่ว่าคราวนี้ก็คือมีการกำหนดเป้าหมาย แต่ท่านรัฐมนตรี ยังไม่ได้ตอบคำถามผม เพราะว่าผมต้องการทราบไมล์สโตน (Milestone) ไมล์สโตน (Milestone) ในที่นี้หมายถึงว่า เช่น เมื่อสิ้นเดือนมิถุนายน เดือนกรกฎาคม เดือนสิงหาคม เดือนกันยายน เดือนตุลาคม ท่านมีไมล์สโตน (Milestone) แบบนี้ คือจำนวนที่จะฉีดเท่าไร อย่างไร แล้วก็ตัวการจัดหาวัคซีนเป็นอย่างไร ไม่เป็นอะไร เดี๋ยวท่านตอบทีเดียวนะครับ เพราะว่าผมจะขออนุญาตท่านประธานไปคำถามที่ ๒ เลยครับ🔗
ท่านประธานครับ รัฐบาลได้ทำสัญญาไว้กับ บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า ในเงื่อนไขสัญญานั้น ถ้าหากว่า บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า ไม่สามารถส่งวัคซีนให้ได้ตามกำหนด ระยะเวลา แล้วทำให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อประชาชน คำถามของผมก็คือว่า อยากทราบ แล้วก็พี่น้องประชาชนก็อยากทราบ แล้วก็เป็นเสียงสะท้อนมาจาก พี่น้องประชาชนนะครับว่าในเงื่อนไขสัญญานั้น สามารถที่จะทำการปรับหรือฟ้องร้อง เรียกค่าเสียหายได้มากน้อยเพียงใด แล้วสัญญาเหล่านี้จะสามารถเปิดเผยให้กับประชาชน ได้รับทราบได้หรือไม่ เพื่อจะเกิดความโปร่งใส แล้วถ้าไม่ได้เป็นเพราะอะไรถึงไม่ได้ นี่คือคำถามที่ ๒ ครับ คำถามแรกที่ท่านยังไม่ได้ตอบ กรุณาตอบด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุข ผมเข้าใจว่าคำถามนี้ท่านเรวัตได้เคยถามกระทู้ หรือเพื่อนสมาชิกได้พูด ในประเด็นนี้หลายครั้ง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเปิดเผยในสัญญาที่รัฐบาล หรือกรมควบคุมโรค ได้ทำสัญญาไว้กับบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า🔗
ขออนุญาตครับท่านประธาน ผมไม่ได้เสียมารยาทพูดแทรกนะครับ เพียงแต่ว่าจะเคยมีคนถามหรือไม่ ผมไม่ทราบ แต่ว่าตัวผมเองไม่เคย ไม่เคยถามคำถามนี้เลยครับ กราบเรียนท่านประธานครับ🔗
ผมเรียนท่านเรวัตว่าเราน่าจะทราบตรงกันนะครับว่าความต้องการหรือดีมานด์ (Demand) ในการจัดซื้อวัคซีนในขณะนี้มีความต้องการมาก ประชากรโลกประมาณ ๗,๐๐๐ ล้านคน ต้องการวัคซีนพร้อมกัน ซึ่งในขณะนี้เป็นเฟส (Phase) แรก ๆ ของบริษัทวัคซีนต่าง ๆ ที่กำลังจะผลิตวัคซีนออกมา ถึงแม้ว่าจะมีหลายบริษัทผลิตสำเร็จแล้วก็ตาม แต่ว่าอย่างไรก็ตามความต้องการหรือปริมาณดีมานด์ (Demand) กับซัปพลาย (Supply) กลไกตลาดเป็นอำนาจของผู้ผลิตวัคซีนในขณะนี้ เพราะฉะนั้นเราโชคดีที่เรามีการพูดถึง หรือมีข้อตกลงกับบริษัทผลิตวัคซีนที่เป็นวัคซีนต้นทุนหลักของเราก็คือแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ตั้งแต่เดือนสิงหาคม ปี ๒๕๖๓ ในสถานการณ์ขณะนั้น ผมเรียนว่าเรากำลัง เผชิญหน้ากับการระบาดระลอกแรก ๆ แต่ว่ากระทรวงสาธารณสุข โดยสถาบันวัคซีนได้มีการ ทำความตกลงเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยีในการเจรจากับบริษัทวัคซีนหลายบริษัท ๑ ในบริษัทนั้นก็คือแอสตร้าเซนเนก้า บริษัท แอสตร้าเซนเนก้า เป็นบริษัทใหญ่ที่ผลิตวัคซีน และมีความน่าเชื่อถือในระดับโลก ก่อนที่จะเจรจา สถาบันวัคซีนได้พูดคุยกับหลายบริษัทแต่ เงื่อนไขที่ดีที่สุดและเป็นประโยชน์ที่สุด ไม่ว่าจะเป็นในด้านราคา ถ้าเปรียบเทียบในขณะนี้ เพื่อนสมาชิกก็คงทราบว่าถ้าเปรียบเทียบราคาและคุณภาพแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) มีราคาที่ถูกที่สุด และประสิทธิภาพก็ถือว่าอยู่ในอันดับต้น ๆ ของโลก เราเจรจาในขณะนั้นต้องเรียนว่ามีความเสี่ยงว่าการค้นคว้าวิจัย การทดลองของบริษัท แอสตร้าเซนเนก้าจะสำเร็จหรือไม่เราไม่ทราบ เราก็ได้มีการพูดคุยตกลง สัญญาที่เราทำ ระหว่างแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) กับเรานั้นมีความละเอียดอ่อนอย่างมาก ไม่ว่า จะเป็นการเจรจา ไม่ว่าจะเป็นสัญญา เรื่องจำนวนหรือเรื่องของวันเวลาที่ชัดเจน เขาใช้คำว่า คอนฟิเดนเชียล (Confidential) ซึ่งมีความละเอียดอ่อนอย่างมาก เพราะว่าเขาเป็นผู้ผลิต ที่ไม่ได้ขายให้กับประเทศเราประเทศเดียว เพราะฉะนั้นความจำเป็นหรือการเปิดเผยข้อมูล ต่าง ๆ ก็ต้องเป็นความร่วมมือระหว่างเรากับบริษัท ผมก็เรียนท่านว่ามีความละเอียดอ่อนใน การที่จะนำมาพูดในตรงนี้นะครับ แล้วก็ท่านก็จะเห็นข่าวคราว ไม่ว่าจะเป็นประธานาธิบดี ประเทศไต้หวัน ได้ออกมาพูดเรื่องเกี่ยวกับการจัดสรรวัคซีนของบริษัท ทั้งหมดนี้คือความ ละเอียดอ่อนที่ผมอาจจะไม่ได้ตอบตรงไปตรงมา แต่ว่าในเนื้อหาที่ท่านอยากรู้นั้น ผมคิดว่า มีความละเอียดอ่อนเป็นอย่างมากสำหรับที่เราจะนำมาเปิดเผย เพราะว่าข้อตกลงของเราที่ เป็นหลักการ ก็คือว่าบริษัท แอสตร้าเซนเนก้าจะต้องจัดส่งวัคซีนให้เรา ซึ่งเป็นวัคซีน ต้นทุนหลักทั้งหมดนี้ ๖๑ ล้านโดส โดยให้เราทำแผนที่จะจัดฉีดโดยศักยภาพของเรา ทั่วประเทศให้กับเขา ซึ่งเขาก็ยอมรับแผนโดยที่ไม่มีการปฏิเสธแผน นั่นก็คือในเดือนมิถุนายน บริษัทจะส่งวัคซีนให้เรา บริษัท แอสตร้าเซนเนก้าจะส่งให้เรา ๖ ล้านโดส หลังจากนั้น ส่งเดือนละ ๑๐ ล้านโดส ๑๐ ล้านโดส ๑๐ ล้านโดส ไปจนถึงเดือนธันวาคม ๕ ล้านโดส ก็รวมทั้งสิ้นเป็น ๖๑ ล้านโดส นี่คือหลักการที่คุยกันนะครับ เพราะฉะนั้นในส่วนแผนในการ จัดฉีดตามแผนนี้ ผมยังเชื่อมั่นว่าบริษัท แอสตร้าเซนเนก้าจะส่งวัคซีนตามแผนที่กำหนด ซึ่งขณะนี้ล่าสุดในเดือนมิถุนายน ล่าสุดแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ส่งมาเมื่อวานนี้อีก ๖๐๐,๐๐๐ ก็รวมเป็นประมาณ สำหรับเดือนนี้ ล็อต (Lot) แรกมา ๒ ล้านแล้ว คือล็อต (Lot) ๒๔๐,๐๐๐ โดส บวกกับ ๑,๘๐๐,๐๐๐ โดส เมื่อวาน ๖๐๐,๐๐๐ แล้วก็จะเพิ่มขึ้น ในอาทิตย์หน้า ๑ ล้านโดส ก็จะประมาณ ๔ ล้านโดส เพราะฉะนั้นผมยังมั่นใจว่า บริษัท แอสตร้าเซนเนก้าจะปฏิบัติตามแผนที่เราเสนอการจัดสรรวัคซีนในการฉีดให้กับ ประชาชนคนไทย ๖๑ ล้านโดส ตามที่เราเคยตกลงกัน ส่วนในเรื่องรายละเอียด ในสัญญานั้น ผมขอเรียนว่าอันนี้เป็นเรื่องที่ต้องขออภัยจริง ๆ ว่าไม่อาจตอบคำถามท่านได้ กราบขอบพระคุณครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผมคงไม่กดดันท่านรัฐมนตรีที่จะต้องมาเปิดเผยสัญญา แต่คำถามก็คือว่า ท่านพอจะทราบไหมล่ะครับว่าถ้าการผลิตไม่ต่อเนื่องหรือมีปัญหาเรื่องเทคนิคัล (Technical) อะไร แล้วก็ไม่สามารถส่งได้ตามกำหนดเราสามารถจะฟ้องร้องได้หรือไม่อย่างไร เดี๋ยวท่านตอบทีหลังก็ได้นะครับ แต่อยากจะเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่าในฐานะที่ผม เป็นหมอ ผมไม่เคยเบลม (Blame) หรือตำหนิคุณภาพของวัคซีนทั้ง ๒ ตัวที่รัฐบาลจัดหาเลย สิ่งที่ผมทำตลอดเวลาก็คืออธิบายทุกวันให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในการฉีดวัคซีนทั้ง ๒ ตัวนี้ เพื่ออะไรครับ เพื่อให้ทุกคนปลอดภัยครับ ไม่ว่าเอฟฟิเคซี (Efficacy) เมื่อเทียบกับ ตัวอื่นแล้วมันจะสู้ไม่ได้ก็ตาม แต่ผมคิดว่าชีวิตของประชาชนนั้นมีความสำคัญมาก เราเซฟ (Safe) ชีวิตไว้ก่อน ส่วนเอฟฟิเคซี (Efficacy) จะต่ำค่อยว่ากัน นั่นคือสิ่งที่ผมทำ ทุกวัน ทำทุกวันก็คือพยายามพูดให้ประชาชนมีความเชื่อมั่นในการฉีดวัคซีน แล้วอย่ากลัว ในเรื่องของผลข้างเคียงที่เกิดจากวัคซีน นั่นคือสิ่งที่ผมทำนะครับ ก็เลยอยากจะกราบเรียน ท่านประธานครับ🔗
คำถามที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพครับ คือเมื่อวานนี้จากการที่ประชาชน เดือดร้อนมายาวนานมาก แล้วกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มได้รับผลกระทบ อย่างมาก เพราะฉะนั้นเมื่อวานก็เลยมีตัวแทนจากสมาคมร้านอาหาร ผับ (Pub) บาร์ (Bar) แล้วคราฟต์เบียร์ (Craft Beer) แห่งประเทศไทยมายื่นหนังสือให้กับผมเพื่อจะยื่นให้กับ ท่านประธานต่อไป ก็คือเรียกร้องให้รัฐบาลได้รับทราบถึงความเดือดร้อนที่เกิดขึ้น จากมาตรการของรัฐ จากการที่เขาถูกกระทบทุกครั้งที่มีการระบาดทั้ง ๓ ระลอกนี้ การกระทบหรือผลกระทบที่เกิดขึ้นมันไม่ได้กระทบเฉพาะเจ้าของกิจการ แต่ปรากฏว่า มันมีพนักงานจำนวนมากที่ได้รับผลกระทบตรงนี้ไปด้วย ตั้งแต่พนักงานเสิร์ฟ พนักงาน ทำความสะอาด พนักงานในครัว รวมทั้งผู้จัดหาและส่งสินค้าทุกประเภทตั้งแต่ ต้นทางจนถึงปลายทางครับ เพราะฉะนั้นเขาก็เลยเรียกร้องมาอย่างนี้ครับก็คือว่า ข้อที่ ๑ ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีครับ คือสามารถจะเยียวยาด้วยเรื่องเงินช่วยเหลือ แล้วออกมาตรการเงินกู้เพื่อช่วยบรรเทาปัญหาการดำเนินธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจาก การระบาดของโควิด (COVID) ได้อย่างไรหรือไม่นะครับ ข้อที่ ๒ การเยียวยาเรื่องการ ชำระภาษีให้กับผู้นำเข้าอาหารและเครื่องดื่มด้วยการจ่ายภาษีเป็นงวด ๆ หรืองดเก็บภาษี บางประเภทเพื่อช่วยลดภาระของผู้ประกอบการครับ มาตรการข้อที่ ๓ ที่ขอความช่วยเหลือมา ก็คือสามารถที่จะออกมาตรการและแก้ไขกฎหมายให้ขายแอลกอฮอล์ในร้านอาหาร และให้โฆษณา รวมถึงขายออนไลน์ (Online) และให้ซื้อกลับบ้านได้หรือไม่อย่างไร อันนี้ก็คือคำถามที่เป็นการร้องขอความช่วยเหลือจากรัฐบาล ก็เลยเป็นคำถามที่ได้รับฝากมา ก็จะขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานเพื่อจะถามท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ขอเชิญรัฐมนตรี ท่านมีเวลาอยู่ประมาณ ๕ นาที เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุข ก็เรียนท่านเรวัตนะครับ และต้องขอบคุณที่ท่านได้เป็นตัวแทนของ ผู้ประกอบการ ซึ่งถ้าผมเข้าใจไม่ผิดก็คือเป็นประเภทสถานบันเทิงหรือประเภทร้านอาหาร แล้วก็นำเข้าเครื่องดื่ม ผมคิดว่าโดยภาพรวมการเยียวยา รัฐบาลโดย ศบค. ได้รับเรื่อง ในทุกกลุ่มที่มีความเดือดร้อน แล้วก็ ครม. ก็ได้พิจารณาในการที่จะเยียวยาในทุกกลุ่ม แต่แน่นอนที่สุดนะครับ คำว่า ทุกกลุ่ม ที่ว่านี้ก็ต้องเป็นการวอยซ์ (Voice) หรือนำเสนอ มาจากกลุ่มที่เดือดร้อน วันนี้ก็เป็นอีกกลุ่มหนึ่งที่ผมก็ได้รับเรื่องร้องเรียนประเภทนี้เช่นกัน คือต้องยอมรับว่าการเยียวยาในแต่ละกลุ่มนั้นก็มีประชากรกลุ่มใหญ่ ๆ แต่อาจจะมีบางกลุ่ม ที่เรายังเข้าไม่ถึง ซึ่งเขาก็ได้รับความเดือดร้อนจากผลกระทบจากสถานการณ์ จากมาตรการ ของรัฐบาล ซึ่งอันนี้ผมคิดว่าการที่ท่านเอาความต้องการของกลุ่มต่าง ๆ เหล่านี้นำเข้ามา ในสภาแห่งนี้ สภาแห่งนี้ก็จะนำเรื่องนี้เข้าไปที่ ศบค. แล้วก็ต้องเรียนว่าในเงื่อนไขการเยียวยา ต่าง ๆ ก็จะต้องถูกพิจารณาโดย ศบค. แล้วก็นำเข้า ครม. ก็จะเหมือนกับทุกกลุ่ม ที่เราได้ดำเนินการมา ไม่ว่าจะเป็นเราชนะ คนละครึ่ง ซึ่งก็มีประชาชนที่ได้เข้าร่วมโครงการ หลายสิบล้านคน แต่อาจจะมีบางกลุ่มที่ยังไม่สามารถมีข้อมูลเข้าถึงการเยียวยาของรัฐบาลได้ อันนี้ก็จะขอรับไป อย่างเช่นเมื่อวานนี้คนที่มาพบผมก็เป็นกลุ่ม อีกกลุ่มหนึ่งอาจจะเป็น ส่วนหนึ่งที่ท่านพูดก็คือกลุ่มสถานบันเทิง ที่เขาพยายามบอกว่ามีคนจะตีตราเขาว่า สถานบันเทิงนั้นจะเป็นคลัสเตอร์ (Cluster) แต่เขายืนยันว่ากิจการของเขา ถึงแม้จะมี ความเสี่ยงถ้าเขาปฏิบัติได้ตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุขนิวนอร์มอล (New Normal) เขาก็จะสามารถดำเนินกิจกรรมได้ เพราะว่าเขาได้รับผลกระทบโดยที่ยังไม่ได้รับการเยียวยา เป็นจำนวนมาก รวมทั้งอาชีพอิสระ นักดนตรี ที่ร้านอาหารเปิดไม่ได้เขาก็ไม่ได้ถูกจ้าง รถรา ที่ผ่อนชำระอยู่ก็มีปัญหา เพราะฉะนั้นความเดือดร้อนนี้ ในสถานการณ์โควิด (COVID) นี้ ไปทุกหย่อมหญ้ารัฐบาลก็อาจจะยังขาดตกบกพร่องในบางกลุ่มบางส่วนที่ยังอาจจะเยียวยา ไม่ครบ ก็ต้องขอขอบคุณท่าน เรื่องนี้ก็จะถูกนำเข้าไปพิจารณาใน ศบค. ว่าเราจะสามารถ เอาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในกลุ่มต่าง ๆ เพื่อที่จะไปเยียวยาได้แค่ไหน อย่างไร ตามหลักเกณฑ์ แต่ก็ต้องเรียนว่าสถานการณ์ขณะนี้เราก็เยียวยาในแต่ละกลุ่มไปค่อนข้างมาก พอสมควรนะครับ ก็ใช้เงินไปจำนวนมากเหมือนที่เราอภิปรายกันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เพราะฉะนั้นก็จะพยายามให้ความเดือดร้อนนั้นได้รับการเยียวยาให้มากที่สุดและ เป็นธรรมที่สุด ก็ต้องเรียนขอบคุณท่านเพื่อนสมาชิก เราจะได้นำกลุ่มนี้เข้าไปพิจารณาต่อไป เพื่อดำเนินการที่จะเยียวยาได้หรือไม่อย่างไรครับ🔗
ขอบคุณครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผมจะขออนุญาตท่านประธานที่จะนำหนังสือร้องเรียนที่ผมได้รับมานี้ยื่นต่อท่านประธาน ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอชื่นชมคุณหมอ แล้วก็ท่านรัฐมนตรีผู้ตอบ ท่านรักษาเวลาและบริหารเวลาสมกับเป็นผู้บริหารนะครับ ขอขอบคุณครับ🔗
๑.๑.๒ กระทู้ถาม ที่ ๑๒๕ ส. (นายมณฑล โพธิ์คาย เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ตอบ แต่ประเด็นอีกต่างหาก คือเกี่ยวกับวัคซีน ขอเชิญท่านมณฑลครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายมณฑล โพธิ์คาย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขตสวนหลวง เขตประเวศ แขวงหนองบอน และแขวงดอกไม้ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมได้รับการร้องเรียน ได้รับการฝากจากพี่น้องประชาชน คนกรุงเทพมหานครและ คนต่างจังหวัดให้ผมมาตั้งกระทู้ถาม เรื่อง การจัดสรรวัคซีนป้องกันโควิด-๑๙ (COVID-19) กับรัฐบาลในวันนี้ ท่านประธานที่เคารพ กระทู้ถามในวันนี้จะเป็นกระทู้ที่มีความสำคัญต่อ พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศ และวันนี้ผมต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงสาธารณสุข ท่านสาธิต ปิตุเตชะ ท่านได้ให้ความสำคัญในเรื่องปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ท่านได้มารับฟังและมาตอบกระทู้ของพี่น้องประชาชน ในวันนี้ ท่านประธานครับ ที่ผ่านมาในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) พี่น้องประชาชนมีความเดือดร้อน มีความทุกข์ยาก มีความลำบาก ชีวิตต้องเปลี่ยนไป ที่สำคัญส่งผลกระทบต่อสุขภาพ ร่างกายและจิตใจของพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนมีความวิตกกังวล มีความตื่นกลัวต่าง ๆ เช่น กลัวจะติดเชื้อ กลัวติดเชื้อแล้ว จะเสียชีวิต อันนี้เกิดจากที่พี่น้องประชาชนบางกลุ่มไม่มีความรู้ ไม่มีความสามารถ ไม่เข้าใจ ในเรื่องการป้องกันรักษาตัว หรือไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง รวมทั้ง ขาดความมั่นใจในกระบวนการรักษาและกระบวนการจัดสรรวัคซีนที่ล่าช้าของรัฐบาล เพื่อให้พี่น้องประชาชนคนไทยทั้งประเทศคลายความวิตกกังวลและทราบข้อมูลข่าวสาร ที่แท้จริง เนื่องจากพี่น้องประชาชนจำนวนมากได้ถูกเลื่อนการฉีดวัคซีนและปรากฏภาพ ในสื่อต่าง ๆ ว่าโรงพยาบาลต้องรอการจัดสรรวัคซีน จากกระทรวงสาธารณสุข คำถามที่ ๑ ผมขอถามท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุขว่าการจัดสรรวัคซีนป้องกันโควิด-๑๙ (COVID-19) ให้กับพี่น้องประชาชน คนไทยมีปัญหาหรือไม่ แล้วถ้ามี ท่านมีแนวทางแก้ไขอย่างไรครับ🔗
ขอบคุณครับ ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีครับ ถามครั้งที่ ๑ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุขได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี และท่านรองนายกรัฐมนตรีให้ตอบ คำถามของเพื่อนสมาชิก ท่าน ส.ส. มณฑล โพธิ์คาย ซึ่งเพื่อนสมาชิกได้ทำหน้าที่ในความ ห่วงใยพี่น้องประชาชนที่มีความกังวลกับสถานการณ์โควิด (COVID) แล้วก็เรื่องวัคซีน ผมเรียนเป็นหลักการนะครับว่ารัฐบาลได้เตรียมวัคซีนต้นทุนประมาณ ๖๑ ล้านโดส จากแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZanica) และวัคซีนเสริมจากซิโนแวค (Sinovac) ประมาณ ๗ ล้านโดส รวมเป็นประมาณ ๖๗ ล้านโดส ตัวเลขอาจจะไม่เป๊ะนะครับ แต่ว่าให้ท่านได้เห็น ภาพว่าเราได้มีการเตรียมการอย่างไรบ้าง นอกจากนี้รัฐบาลก็ได้มีการเจรจากับวัคซีน ทางเลือกอีก ๓-๔ ยี่ห้อ ซึ่งก็จะมีการดำเนินการอยู่ในระหว่างการเจรจาและเข้าสู่ขั้นการ เจรจา ซึ่งก็จะมาเติมในส่วนที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้แถลงไปแล้วอีก ๒ ยี่ห้อ ก็คือทั้ง ไฟเซอร์ (Pfizer) แล้วก็จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (Johnson & Johnson) ตัวเลขประมาณ ๒๕ ล้านโดส แล้วก็อีก ๕ ล้านโดส นอกจากนี้เราก็จะพบว่าวัคซีนทางเลือกที่จะถูกนำเข้าจาก ภาคเอกชน โดยรัฐบาลให้หน่วยงานของรัฐไปเป็นหน่วยงานกลางในการประสานกับบริษัท วัคซีน ก็คือวัคซีนยี่ห้อโมเดอร์นา (Moderna) ซึ่งอันนี้ก็จะมีจำนวนตามที่บริษัทเอกชนจะสั่ง จากบริษัทผลิตวัคซีนจำนวนหนึ่ง แล้วก็ที่เป็นข่าวแล้วก็ทราบกันดีก็คือวัคซีนซิโนฟาร์ม (Sinopharm) ที่ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ก็จะนำเข้าอีก ๑ ล้านโดส ในช่วงแรก ทั้งหมดนี้ ก็จะเป็นไปตามเป้าหมายที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้ตั้งเป้าว่าจะต้องได้วัคซีนประมาณ ๑๐๐ ล้านโดส เพื่อที่จะฉีดให้คนไทยได้ประมาณ ๕๐ ล้านคน ในการที่จะสร้างภูมิต้านทานหมู่ ให้กับประเทศไทย ส่วนการเจรจาและการได้มาของวัคซีนในแต่ละส่วนในแต่ละยี่ห้อนั้นก็ เป็นไปตามปัจจัยและเงื่อนไขที่ตกลงกันไว้ ซึ่งผมเรียนเมื่อสักครู่ในการตอบคำถามท่านเรวัต ไปว่าในสถานการณ์ตอนนี้ที่เราคนทั้งโลกกำลังต้องการวัคซีนจำนวนมาก เราโชคดีที่เรามีการ เจรจากับวัคซีนต้นทุนของเรา คือบริษัท แอสตร้าเซนเนก้า ๖๑ ล้านโดส แล้วเราก็ มีการเจรจา และได้เพิ่มเติมจำนวนวัคซีนเข้ามาเรื่อย ๆ ก็คือวัคซีนซิโนแวค (Sinovac) จากประเทศจีน ซึ่งเป็นมิตรประเทศ เวลาเราเจรจาหรือท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีไปพูดคุยเราต้องการให้เข้ามาเสริมในช่วงเวลาไหนเขาก็พยายามส่งมา ให้เราโดยที่เป็นการพูดคุยแบบมิตรประเทศ อันนี้ก็มาช่วยแก้ไขปัญหาในบางสถานการณ์ ที่วัคซีนในต้นทุนหลักของเราขาดแคลน ส่วนแผนการจัดกระจายวัคซีนไปยังพี่น้องประชาชน ก็เป็นไปตามแผนที่เราวางไว้ เดิมเราจัดกลุ่มความสำคัญให้กับ ๒ กลุ่มแรก ก็คือกลุ่มผู้สูงอายุ ตั้งแต่ ๖๐ ปีขึ้นไป แล้วก็กลุ่มที่เป็น ๗ โรคเสี่ยง อันนี้ให้ลงทะเบียนกับหมอพร้อมก่อน ลงทะเบียนเสร็จเมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ก็มีจำนวนคนลงทะเบียนประมาณ ๘ ล้านคน หลังจากนั้นเกิดการระบาดในกรุงเทพมหานคร ท่านนายกรัฐมนตรีก็สั่งการว่าถ้าเป็น พื้นที่ระบาดก็จะต้องมีความสำคัญในพื้นที่นั้น ก็เลยเพิ่มสัดส่วนจำนวนวัคซีนที่นำเข้ามา ให้มาฉีดให้กับคนในกรุงเทพฯ คนในกรุงเทพฯ ก็จะมีการแบ่งเป็นหลายกลุ่ม เช่น อาชีพเสี่ยง กลุ่มเสี่ยง รวมทั้งความสำคัญแรก ๆ ก็คือบุคลากรทางการแพทย์ ประชาชนที่ทำงาน ด่านหน้า ไม่ว่าจะเป็น อสม. เจ้าหน้าที่ทั้งหมดนี้ก็มีการจัดลำดับ แล้วก็จัดความสำคัญว่า ถ้ามีวัคซีนจำนวนจำกัด กลุ่มที่ต้องได้รับวัคซีนก่อนจะเป็นกลุ่มไหน อย่างไร ในส่วนแรกอาจจะมีปัญหาอยู่บ้างนะครับ เพราะว่าการจัดส่งวัคซีนในแต่ละช่วงกับแผน ที่วางไว้อาจจะมีความคลาดเคลื่อนกันก็จึงเป็นปัญหาให้เกิดมีการเลื่อน แต่ผมมั่นใจว่า ในช่วงเดือนกรกฎาคม แล้วก็แผนหรือการตอบรับในการจัดส่งวัคซีน ไม่ว่าจะเป็นเมื่อวาน แล้วก็วันที่ ๑๙ ที่จะถึง แล้วก็ซิโนแวค (Sinovac) อีก ๒ ล้านโดส ในปลายสัปดาห์หน้า ก็จะมาช่วยเติมให้สถานการณ์การจัดสรรวัคซีนลงไปในทั้งกรุงเทพฯ และในต่างจังหวัด ในทุกกลุ่มที่ถูกจัดลำดับความสำคัญ ไม่ให้มีปัญหาเหมือนตอนแรก ๆ เพราะฉะนั้นผมมีความ มั่นใจว่าในเดือนถัดไปวัคซีนก็จะทยอยมา การจัดสรรการฉีดวัคซีนให้กับพี่น้องประชาชน ก็จะทำได้ดียิ่งขึ้น ก็ต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิก ท่านมณฑล โพธิ์คาย ที่ได้มีความเป็นห่วง พี่น้องประชาชนในเรื่องของการฉีดวัคซีน เราทางรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุขก็จะ เดินหน้าทำหน้าที่ให้เต็มที่ให้มีปัญหาให้น้อยที่สุด ขอยืนยันครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญท่านมณฑล ถามครั้งที่ ๒ ได้ครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมได้เห็นภาพ การฉีดวัคซีนให้กับบุคคลทั่วไปที่ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง กลุ่มเปราะบาง หรือกลุ่มต่าง ๆ เพื่อเป็นการ สร้างภูมิคุ้มกันตามหลักการระบาดวิทยา ที่ผ่านมาท่านทำได้ดีนะครับ เช่น ที่จังหวัดระยอง ที่จังหวัดสมุทรสาคร หรือที่จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศ ผมจะขอถามท่านรัฐมนตรีว่าท่านจะสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน คนไทยทั้งประเทศได้อย่างไร ว่าพี่น้องประชาชนจะได้วัคซีนโดยทั่วถึงและครอบคลุม และเป็นไปตามที่รัฐบาลได้วางแผนไว้ครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ผมขอยืนยันอีกครั้งหนึ่งนะครับว่าตามแผนการจัดหาวัคซีนของรัฐบาล ทั้งวัคซีนต้นทุน และวัคซีนเสริม และวัคซีนทางเลือกที่จะถูกทยอยลำเลียงเข้ามากับศักยภาพในการฉีด เรียนท่านมณฑลว่าเมื่อวานนี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ประกาศว่าประมาณ ๑๒๐ วันก็จะ เปิดประเทศอันนั้นหมายความว่าก่อนที่ท่านนายกรัฐมนตรีจะพูดกับพี่น้องประชาชน ท่านต้องมีข้อมูลและท่านต้องมั่นใจอย่างแน่นอนว่าวัคซีนที่ได้มีการจัดหา มีการตกลงกัน ในหลักการ แล้วก็เริ่มเจรจาวัคซีนในทุกส่วนก็จะทยอยเข้ามา ส่วนศักยภาพหรือคาพาซิตี (Capacity) ในการฉีด ณ วันนี้แรก ๆ มีความเป็นห่วงว่าจะฉีดได้วันละไม่ถึง ๓๐๐,๐๐๐ คน ๔๐๐,๐๐๐ คน แต่วันนี้ถ้าวัคซีนมาได้เต็มจำนวนก็พิสูจน์ได้แล้ว ไม่ว่าจะเป็นกรุ๊ป วัคซีน เนชัน (Group Vaccination) ที่ไปฉีดในสถานที่นอกโรงพยาบาล แต่ว่ามีโรงพยาบาลไป ซัปพอร์ต (Support) เพื่อความปลอดภัยในมาตรการของบริษัทที่ผลิตวัคซีนเอง เพราะฉะนั้น โดยศักยภาพ ณ วันนี้ผมมั่นใจว่าถ้าวัคซีนมามีจำนวนที่เพียงพอ วันหนึ่งขั้นต่ำน่าจะได้สัก ๕๐๐,๐๐๐ โดส ก็สามารถที่จะฉีดได้ เพราะฉะนั้นเหลืออย่างเดียว ครับ เราช่วยกันตรวจสอบว่าการจัดลำดับความสำคัญของการฉีดวัคซีนในกลุ่มต่าง ๆ เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านมณฑล ผม หน้างานกับการทำนโยบายก็เรื่องหนึ่ง เราประกาศนโยบายไปแล้ว แต่ว่ารัฐบาลก็จะพยายามทำเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องของคนไทย ทั้งประเทศนะครับ เป็นเรื่องของความโปร่งใส เป็นธรรม ว่าคนที่จะต้องได้รับวัคซีน ในลำดับต้น ๆ ยกตัวอย่างเช่น คนที่ลงทะเบียนไว้กับหมอพร้อม ก็คือคนอายุ ๖๐ ปีขึ้นไป หรือคนที่เป็นกลุ่ม ๗ โรคเสี่ยง สาเหตุหรือเหตุผลที่แพทย์เขาบอกว่าต้องฉีด ๒ กลุ่มนี้ เพราะว่า ๒ กลุ่มนี้ถ้าเขาติดเชื้อมีโอกาสที่เขาจะเสียชีวิตสูง หรือมีอาการรุนแรงมากกว่า กลุ่มอื่น นอกจากนั้นถ้าเขามีอาการรุนแรง คุณหมอ พยาบาลที่ทำหน้าที่ในโรงพยาบาล ก็ต้องทำงานหนัก ซึ่งขณะนี้หน้างานก็ทำงานกันอย่างหนัก เพราะว่าเราก็จะเห็นตัวเลข ผู้ติดเชื้อที่มีอาการรุนแรงอยู่ในห้องไอซียู (ICU) ใส่เครื่องช่วยหายใจ ทั้งหมดนี้ต้องอยู่บน การปฏิบัติหน้าที่ของคุณหมอและพยาบาลที่ต้องทำงานอย่างหนัก เพราะฉะนั้นถ้า ๒ กลุ่มนี้ ติดน้อยที่สุด ฉีดให้ครบเร็วที่สุด ผมก็มั่นใจว่าระบบมันก็จะเดินได้นะครับ คนทำงานหน้างานก็จะลดการทำงานลง กลุ่มเสี่ยงต่าง ๆ ในแง่ของความจำเป็น ด้านเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็นอาชีพที่เราจะเตรียมพร้อมสำหรับการเปิดมา แล้วก็มีความพร้อม ในการที่จะรับนักท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นคนขับรถขนส่งสาธารณะ หรือเราให้ความสำคัญ กลุ่มครู หรือเราควรจะบอกว่าพี่น้องมัคคุเทศก์ หรือว่าสถานประกอบการสปาต่าง ๆ เหล่านี้ จะถูกจัดลำดับความสำคัญจากคุณหมอ เรื่องเศรษฐกิจ รัฐบาลก็ต้องให้นโยบายว่า จะฉีดกลุ่มไหนก่อน อันนี้ล่ะครับจะเป็นเรื่องที่เราต้องช่วยกันตรวจสอบว่ากลุ่มที่มี ความสำคัญกว่าจะต้องได้รับการเข้าถึงวัคซีนให้ได้เร็วกว่ากลุ่มปกติทั่วไป แน่นอนที่สุด วัคซีนค่อย ๆ ทยอยมา มีความต้องการมากกว่าจำนวนวัคซีน จะจัดสรรอย่างไรก็ไม่สามารถ ที่จะให้ความพอใจได้ครบทั้งหมด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ คนได้ทีหลังต้องตำหนิว่าทำไมเขาได้ ทีหลังคนที่ฉีดก่อน ต้องใช้หลักวิชาทางการแพทย์บอก แล้วก็ต้องใช้หลักของเศรษฐกิจ ที่รัฐบาลต้องบอกว่าคนกลุ่มนี้ทำไมต้องได้ก่อน นี่คือสิ่งที่รัฐบาลจะต้องทำ และผมฝาก ทุกท่านให้ช่วยกันตรวจสอบว่าในหน้างานถ้าเห็นความผิดปกติว่ามีการแซงคิว หรือมีวัคซีน ที่มีเส้นสาย อันนี้ต้องช่วยกันตรวจสอบ เพื่อให้วัคซีนเป็นวัคซีนของคนไทยทั้งประเทศ ไม่ใช่ วัคซีนเพื่อใคร ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านมณฑลจะถามอีกครั้ง ได้ครับ เชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผมมีคำถามเพียง ๒ ข้อ ส่วนสุดท้ายก็ขอฝากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะที่ท่านเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก็อยากจะฝากท่านและ คณะทำงานช่วยเร่งรีบกระจายวัคซีนสู่มือพี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วนและครอบคลุม ทั่วถึง เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับพี่น้องประชาชน ให้พี่น้องประชาชนคนไทยมีสุขภาพ ร่างกายที่แข็งแรง และถ้ามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงแล้วก็จะลดการแพร่ระบาดนะครับ ถ้าลดการแพร่ระบาดแล้วก็จะทำให้วิถีชีวิตพี่น้องประชาชนคนไทยได้กลับมาเหมือนเดิม อยู่กันอย่างมีความสุข ตลอดทั้งเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศก็จะกลับมาเหมือนเดิมครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบพระคุณท่านมณฑล นะครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีด้วยครับ ท่านบริหารเวลาได้อย่างดียิ่งครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมนิดเดียวครับ กราบเรียนท่านมณฑลนะครับ ผมยังเชื่อมั่นว่ารัฐบาล โดยท่านนายกรัฐมนตรีมีเจตจำนงที่แน่วแน่ในการที่จะจัดการกับสถานการณ์โควิด (COVID) ทั้งเรื่องของการควบคุมโรค ทั้งเรื่องของการจัดฉีดวัคซีนไปให้ทั่วถึงพี่น้องประชาชน ทั่วประเทศในการจัดลำดับความสำคัญในแต่ละกลุ่มให้เร็วที่สุด แต่ผมเรียนท่านมณฑล เพื่อนสมาชิกกับท่านประธานอย่างนี้ครับว่า การควบคุมโรคในสถานการณ์โควิด (COVID) หรือการจัดการฉีดวัคซีนไม่ได้ทำได้สำเร็จเพียงแต่รัฐบาลฝ่ายเดียว แต่ต้องเกิดจาก ความเข้าใจของพวกเราคนไทยทุกคน ผมยกตัวอย่างเช่น กรณีการควบคุมโรคนะครับ ถ้าสมมุติการรณรงค์ให้ปฏิบัติตามมาตรการที่ท่านประธานรัฐสภาได้เคร่งครัดในสภาแห่งนี้ ถ้าพวกเราให้ความร่วมมือ มันก็จะไม่เกิดคลัสเตอร์ (Cluster) ใหม่ เหมือนกันครับ ถ้าบางกลุ่มยังไม่กลัว ยังไม่ปฏิบัติตาม การควบคุมโรคก็มักจะเกิดคลัสเตอร์ (Cluster) ใหม่ ๆ ขึ้น การไปตามไล่หลังคลัสเตอร์ (Cluster) ใหม่ ๆ ถ้าคนเราทำงานไม่พอ ตามไล่หลัง ช้าเกินไป โรคนี้มันก็จะยังอยู่กับประชาชนที่ไม่มีอาการซ่อนอยู่ข้างใน ผมยังกังวลว่า ถ้าเราเดินหน้าไปแบบเข้าใจตรงกัน และมีความชัดเจนและร่วมมือกันทำ ผมคิดว่า เราจะสู้สำเร็จ แต่ว่าถ้าเราทำโดยขาดความเข้าใจ ถ้ายังพบการแพร่ระบาดไปซ่อนอยู่ในคนที่ ไม่มีอาการซ่อนอยู่ในชุมชน แล้วมันกลับมาระบาดในรอบที่ ๔ อันนี้เราต้องช่วยกันว่า เราจะทำอย่างไร เราต้องมีมาตรการป้องกันตัวเองเป็นอันดับแรกที่สุด ให้คนในครอบครัว ให้สังคมได้เข้าใจร่วมกัน รัฐบาลก็เดินหน้าในการฉีดวัคซีนไปด้วย ถ้าเราทำคู่กันไปแบบนี้ ผมยังมั่นใจว่าเราจะสามารถเปิดประเทศได้ประสบความสำเร็จในระยะเวลาที่ ท่านนายกรัฐมนตรีประกาศไว้นะครับ ก็ขอขอบคุณท่านมณฑลครับ🔗
ขอบคุณนะครับ🔗
๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๑๒๖ (นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้ตอบ🔗
ท่านมาแล้วครับ เชิญท่านกมลศักดิ์ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดนราธิวาส ประกอบด้วย อำเภอบาเจาะ อำเภอยี่งอ อำเภอรือเสาะ และอำเภอศรีสาคร ก่อนอื่นผมต้องขอขอบคุณ พรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทย ที่ได้ให้สิทธิโควตาในการตั้งกระทู้ถามสด ให้กับพรรคประชาชาติในวันนี้ ท่านประธานครับ ประเด็นที่ผมจะตั้งกระทู้ถาม กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะผู้รับผิดชอบหน่วยงานเจ้าหน้าที่ที่ทำงานอยู่ ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมไม่แน่ใจว่าเคส (Case) ที่ผมจะตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรี ที่มาตอบแทนท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพิ่งจะทราบ ข้อเท็จจริงเช้านี้หรือทราบก่อนหน้านี้ ผมจำได้ว่าเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานก็คงทราบว่ายังคงมีพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พ.ศ. ๒๔๕๗ และ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘ ใช้บังคับอยู่จนถึงทุกวันนี้ เป็นระยะเวลา ๑๗ ปี ก่อนหน้านี้ผมเคยตั้งคำถามกระทู้สดเกี่ยวกับผลกระทบที่เกิดขึ้นกับ นายอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ที่เสียชีวิต แล้วก็ท่าน ส.ส. กูเฮง ก็เคยตั้งกระทู้สดเกี่ยวกับการเสียชีวิตของพี่น้อง บนเขาอาแน แล้วก็ท่านรัฐมนตรี ท่านชัยชาญ ช้างมงคล ก็เป็นผู้มาตอบทั้ง ๒ ครั้ง ครั้งนี้ เป็นครั้งที่ ๓ ที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมาย ท่านนายกรัฐมนตรียังไม่เคยมาตอบชี้แจง ด้วยตนเอง ผมเชื่อว่าเรื่องทาง ๓ จังหวัด ท่านรอรับรายงานจากผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างเดียว แต่สิ่งที่ผมจะสะท้อนก็คือข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านประธานครับ ความเก่ายังไม่ทันหาย ความใหม่เข้ามาแทรก คดีอับดุลเลาะ อีซอมูซอ ที่เสียชีวิตในระหว่างการควบคุมตัวตามกฎอัยการศึก ๗ วัน หรือที่ชาวบ้านในพื้นที่ จะเรียกว่า ๗ วันอันตราย ก็ยังไม่ทันได้ความ เพราะคดีอยู่ในระหว่างการไต่สวนการตาย ที่ศาลจังหวัดสงขลา คดีการเสียชีวิตของพี่น้องที่เขาตะเว บ้านอาแน ตำบลบ่องอ อำเภอระแงะ จังหวัดนราธิวาส บัดนี้ก็อยู่ในระหว่างการไต่สวนการตายของศาล จังหวัดนราธิวาส แต่เรื่องเหล่านี้ยังไม่ทันจางหายไปกับสังคม ยังไม่ได้ข้อยุติ ปรากฏว่า ข่าวโควิด (COVID) กลบข่าวในเรื่องของกระบวนการความไม่เป็นธรรมที่เกิดขึ้นกับพี่น้อง ในพื้นที่ กล่าวคือการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ ในฐานะผู้ต้องสงสัยกับพี่น้องในพื้นที่ เพื่อไปควบคุมตัว ๗ วัน ตามกฎอัยการศึก เมื่อวันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๔ เวลาประมาณ ตอนเช้า ได้มีเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ ไปนำตัว พี่น้องประชาชน ๒ คนในพื้นที่บ้านตันหยง ตำบลสุวารี อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ซึ่งอยู่ในเขตเลือกตั้งของผม เพื่อเอาไปทำอะไรครับ พาบุคคล ๒ คนนี้ในฐานะเป็น ผู้ต้องสงสัย ไม่ใช่ผู้ต้องหานะครับ เพื่อไปเข้าสู่กระบวนการซักถาม โดยมีข้อสงสัยว่าเกี่ยวข้อง กับการปาระเบิดใส่ฐานปฏิบัติการ นปพ. ที่บ้านปราลี อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส เมื่อวันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๖๔ ซึ่งหลังจากเกิดเหตุการณ์แล้ว ๑ เดือน โดยประมาณ บุคคลทั้ง ๒ นี้ก็พาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลรือเสาะ ก่อนที่จะเข้าไปสู่ กระบวนการซักถาม ปรากฏว่าบุคคลทั้ง ๒ สภาพร่างกายปกติทุกอย่าง พอเข้าสู่กระบวนการ ตรวจร่างกายเสร็จแล้วก็พาไปที่ศูนย์ซักถาม กรมทหารพรานที่ ๔๖ เขาตันหยง จังหวัด นราธิวาส ท่านประธานครับ พอครบ ๗ วัน เท่าที่ทราบ บุคคลทั้ง ๒ ให้การปฏิเสธว่าไม่มี ส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ พอครบ ๗ วัน วันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๔ บุคคลทั้ง ๒ ได้รับการปล่อยตัว สิ่งที่ผมจะตั้ง กระทู้ถามท่านรัฐมนตรีให้ตอบคำถามก็คือว่าผลกระทบกับการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ ที่เข้าสู่กระบวนการซักถาม ๗ วันนี้ ปรากฏว่ามี ๑ ท่านที่ถูกปล่อยตัวคือนายตอเละยะ กลับมาถึงบ้านมีอาการหวาดผวา จิตหลอน กลัว ไม่เหมือนเช่นปกติก่อนที่เขาจะถูกควบคุมตัว เพราะก่อนหน้านี้เขาทำงานซ่อมมอเตอร์ไซค์ เลี้ยงวัว แล้วก็ทำสวน มีลูก ๒ คน แล้วก็ภรรยา กำลังตั้งท้องอยู่ในครรภ์อีก ๑ คน หลังจากเกิดเหตุการณ์จนถึงทุกวันนี้ผมไปเยี่ยม เมื่ออาทิตย์ที่แล้วก็ยังมีอาการซึมเศร้า พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง ซึ่งถ้าเปรียบเทียบง่าย ๆ ก็คือว่า ปัจจุบันเรากำลังพูดคุยถึงโรคโควิด (COVID) เรื่องการฉีดวัคซีน ฉีดวัคซีนคนที่มีอาการปกติ แล้วเสียชีวิตก็อาจจะเป็นผลสืบเนื่องมาจากการฉีดวัคซีน กรณีนี้ก็เช่นกันครับ นายตอเละยะ อาการก่อนหน้านี้ปกติ แต่พอถูกควบคุมตัว ๗ วันแล้วอาการออกมากลายเป็นคนจิตหลอน ประสาท พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง หวาดผวา ผมก็เลยอยากตั้งคำถามคำถามแรก ท่านรัฐมนตรี ให้ตอบก่อนว่ากรณีบุคคลที่ถูกควบคุมตัว ๗ วันอย่างกรณีนี้ แล้วพอปล่อยตัวออกมาแล้ว มีอาการลักษณะอย่างนี้ ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องโดยตรงจากการที่ถูกควบคุมตัว ถามว่า ใครจะรับผิดชอบครับ คำถามแรกครับ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับมอบหมายจาก ท่านนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้มาตอบกระทู้ถามของท่าน ในวันนี้ครับ ก่อนอื่นขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน และท่านสมาชิกว่าในเรื่องของ การแก้ไขปัญหาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น รัฐบาลก็ได้มุ่งเน้นในเรื่องของ การพัฒนาความเป็นอยู่ เศรษฐกิจในพื้นที่ควบคู่ไปกับการเสริมสร้างความปลอดภัยในชีวิต และทรัพย์สินของประชาชน ในการดำเนินการนั้นได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ทุกคนได้ปฏิบัติงาน ด้วยความระมัดระวังรอบคอบ สิ่งสำคัญที่สุดก็คือว่าในเรื่องของการดำเนินการ ตามกระบวนการยุติธรรมต่าง ๆ นั้น จะต้องยึดหลักกฎหมายเป็นสำคัญ จะต้องยึดหลัก ในเรื่องของหลักสิทธิมนุษยชน แล้วก็ให้ดำเนินการอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมาย อย่างเคร่งครัด ก่อนที่จะตอบคำถามท่าน ผมขออนุญาตเรียนก่อนนะครับว่าในเรื่องของ ศูนย์ซักถามเราถือว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการที่จะนำไปสู่การติดตาม แล้วก็จับกุมผู้ก่อเหตุ รุนแรงมาดำเนินการตามกฎหมาย ในการดำเนินการของศูนย์ซักถามนั้นหน่วยที่รับผิดชอบ ก็ได้ดำเนินการโดยยึดถือระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง มีขั้นตอนการปฏิบัติ ก่อนที่จะ เชิญตัวผู้ต้องสงสัยมาซักถามนั้นจะต้องแจ้งให้ญาติ แล้วก็ผู้นำ ๔ เสาหลักทราบก่อน โดยจะต้องปฏิบัติตามกรอบของกฎหมาย จะต้องไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชนนะครับ เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องลงบันทึกประจำวันไว้ ณ สถานีตำรวจภูธรพื้นที่นั้นเป็นหลักฐาน มีการตรวจร่างกายโดยแพทย์ แล้วนอกจากนั้นก็ยังมีการพัฒนาสัมพันธ์กับเจ้าหน้าที่ ที่ซักถามที่กำหนดให้เป็นพี่เลี้ยงเพื่อให้เป็นที่ปรึกษา มีการรับฟังคำสอนตามศาสนา โดยผู้นำศาสนาประจำหน่วยซักถาม รวมถึงมีการพูดคุยกับนักจิตวิทยาสังเกตอาการ ทางจิตใจด้วยนะครับ นอกจากนั้นแล้วที่ผ่านมาในเรื่องของศูนย์ซักถามนั้นก็ได้มีการปรับปรุง เพิ่มเติมทั้งในเรื่องของการติดตั้งกล้องวงจรปิดให้สามารถที่จะเห็นอิริยาบถของผู้ถูกเชิญตัว ก็ตาม และทุกกิจกรรมที่เจ้าหน้าที่ปฏิบัติ เว้นเฉพาะในส่วนของห้องนอน ห้องสุขาเท่านั้น มีการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ทุกคนให้ทราบในเรื่องของการปฐมพยาบาล มีการปรับปรุงบรรยากาศศูนย์ซักถามให้ถูกลักษณะ ห้องรับประทานอาหารก็ตาม ห้องละหมาด สถานที่พักผ่อน นอกจากนั้นยังจัดให้มีการเล่นกีฬาพัฒนาสัมพันธ์ในช่วงเย็น ระหว่างเจ้าหน้าที่ซักถามกับผู้ที่ถูกเชิญตัวมาด้วยนะครับ ทุกขั้นตอนก็จะมีการบันทึก ทั้งภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวเป็นหลักฐาน ครอบครัวก็สามารถที่จะเข้ามาดูได้ มาประสานงานได้ กรณีที่มีข้อสงสัยเกิดขึ้น🔗
ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานนะครับว่า ต่อกรณีคำถามของท่านสมาชิก ก็เช่นเดียวกัน และทั้ง ๒ ท่านที่สงสัย แล้วก็มีส่วนที่อาจจะเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีความเชื่อมโยง ก็ได้เชิญมาที่ศูนย์ซักถาม ก็มีการดำเนินการตามขั้นตอน กระบวนการ ที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานแล้ว แล้วก็เมื่อเข้ามาสอบถามข้อมูลแล้วก็พบว่าไม่ได้มี ส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงก็จึงได้ปล่อยตัวไป เมื่อวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๔ ก่อนปล่อยตัวไปนั้น ก็ได้ตรวจร่างกายกับแพทย์ที่โรงพยาบาลรือเสาะ ผลก็ปกติ พร้อมกับได้ลงบันทึกประจำวัน ไว้ที่สถานีตำรวจภูธรรือเสาะ แล้วก็มอบตัวบุคคลนั้นให้กับญาติ รวมทั้งได้ชี้แจงการปฏิบัติ ของเจ้าหน้าที่ให้ญาติทราบ ซึ่งในขณะนั้นญาติก็ได้มีความเข้าใจถึงการปฏิบัติงาน ของเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี ต้องกราบเรียนว่าหลังจากที่นั้นแล้ว อย่างที่ท่านสมาชิกได้กล่าวนั้น ทางเจ้าหน้าที่เองก็ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา แล้วก็ได้ไปสอบถามผู้ที่ถูกเชิญตัวขึ้นมา ที่กล่าวว่ามีลักษณะของทางจิตนั้น แล้วก็มีการเผยแพร่ในคลิป โดยเรื่องของเพจ (Page) นั้น ก็เรียนว่าในขั้นต้นนั้นเจ้าหน้าที่ หรือคณะกรรมการไปสอบถามบุคคลดังกล่าวนั้นให้ข้อมูลว่า ที่อยู่ในคลิป (Clip) นั้นไม่ใช่ตนเอง ตรงนี้ผมขออนุญาตกราบเรียนว่าเราคงจะต้องให้ คณะกรรมการและเจ้าหน้าที่ลงไปตรวจสอบอีกครั้งหนึ่งว่าตามที่ท่านสมาชิกได้กล่าวนั้น เป็นอย่างนั้นจริงหรือไม่ อย่างไรนะครับ ในกรณีที่หากมีการดำเนินการหรือพบว่ามีลักษณะ ที่ได้กล่าวนั้นก็ควรจะต้องมีการพิสูจน์ แล้วก็ดำเนินการเยียวยาตามระเบียบปฏิบัติ ที่กำหนดไว้ครับ ขอกราบเรียนในข้อที่ ๑ ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
เชิญครับ🔗
ผมต้องการความกระจ่างกับ ข้อเท็จจริงที่มีอยู่ ๒ ด้านในพื้นที่ ตอนนี้มันมีคลิป (Clip) ที่ออกมา แล้วก็ผมยืนยันว่าผมไปดู แล้วก็ยืนยันว่าคนในคลิป (Clip) ก็คือ นายมาเละยะ ผู้ที่ถูกควบคุมตัวจริงนะครับ แล้วก็ สิ่งที่เป็นห่วงก็คือตอนนี้มีการตอบโต้ในสื่อโซเชียล (Social) กลายเป็นข้อเท็จจริง ๒ ด้าน ผมไม่แน่ใจว่าท่านรัฐมนตรีได้ดูคลิป (Clip) หรือยัง ผมอยากเปิดคลิป (Clip) ให้ท่านดู แล้วท่านจะได้เข้าใจความรู้สึกของคนในพื้นที่นะครับว่าการถูกควบคุมตัวแม้ไม่ได้เสียชีวิต แต่ หากควบคุมตัวครบ ๗ วันแล้วออกมามีอาการลักษณะที่ผมจะเปิดคลิป (Clip) ให้ดูนี้นะครับ ถึงแม้ไม่เสียชีวิต แต่มันทรมานไปทั้งชีวิต แล้วก็มันไม่ได้ทรมานแค่ผู้ที่ได้รับ ผลกระทบ ครอบครัวก็ทรมาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าบุคคลเหล่านั้นเป็นผู้นำครอบครัว ขออนุญาตเปิดคลิปให้ท่านรัฐมนตรีได้ดูด้วยครับ ท่านประธานครับ🔗
นี่ครับ อาการของนายมาเละยะ หลังจากที่ถูกปล่อยตัว ๗ วัน มีอาการหวาดผวา หวาดกลัว จิตหลอน ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นคน ปกติ แล้วก็เกิดอาการคลุ้มคลั่ง ดูสภาพของครอบครัวครับ คนในครอบครัวทั้งหมด มีความหวาดผวากับอาการของนายมาเละยะที่เกิดขึ้น ภรรยาเขาตั้งท้องแล้วก็มีลูกเล็ก ๒ คน สิ่งเหล่านี้ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ในช่วงที่มีโควิด (COVID) ระบาด แต่ว่า ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ นอกจากผลกระทบในเรื่องของโควิด (COVID) ปากท้องแล้ว บางครอบครัวหลาย ครอบครัวก็ได้รับผลกระทบเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมายพิเศษตามที่เห็นในคลิปนี้นะครับ🔗
เพราะฉะนั้นคำถามที่ ๒ ที่ผมอยากถามท่านรัฐมนตรีก็คือว่าจะทำอย่างไร มาตรการที่ท่านตอบผมเมื่อสักครู่นี้ ผมก็ทราบ ระเบียบปฏิบัติมันมีอยู่อย่างนั้นล่ะครับ แต่จะทำอย่างไร ท่านมีมาตรการอย่างไรที่จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับการ บังคับใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้เป็นผลในทางปฏิบัติ ก่อนหน้านี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็บอกว่าเคส (Case) ของอับดุลเลาะ อิซอมูซอ เป็นเคส (Case) สุดท้าย เคส (Case) ของอาแน ก็ไม่อยากให้เกิดขึ้นอีก แต่ดูเสมือนว่าเหมือนมีการวิวัฒนาการในเรื่อง ของการบังคับใช้กฎหมายจากการเสียชีวิตเป็นการทรมานด้านจิตใจ กฎหมายอาจจะเข้าไป ไม่ถึง แต่ความรู้สึกเจ็บปวดมันเข้าไปลึกกับพี่น้องในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมก็เลย เรียนถามคำถามที่ ๒ ท่านรัฐมนตรีช่วยตอบหน่อยสิครับว่าให้ความสบายใจว่า ท่านมีมาตรการอย่างไรที่จะให้ลายลักษณ์อักษร ระเบียบปฏิบัติที่มีอยู่มันมีผลจริง ในทางปฏิบัติ🔗
ขอเชิญรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ที่ผมได้ กราบเรียนเมื่อสักครู่แล้วว่าในเรื่องของเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น ทางหน่วยก็ต้องตั้ง คณะกรรมการขึ้นมาแล้วก็ลงไปตรวจสอบ แล้วก็ได้ลงไปในพื้นที่แล้วก็ไปพบอย่างที่ ท่านสมาชิกได้กล่าว จากข้อมูลตรงนี้นะครับ ผมก็จะให้ทางหน่วยนั้นได้ไปตรวจสอบ ให้ชัดเจนนะครับว่าการดำเนินการนั้นเป็นจริงอย่างที่ท่านสมาชิกท่านได้ให้ข้อมูลวันนี้หรือไม่🔗
ประเด็นที่ท่านถามต่อไปว่าในเรื่องของจะมีมาตรการอะไร ก็ต้องกราบเรียน ท่านสมาชิกว่า ในมาตรการต่าง ๆ นั้นมีการกำกับดูแลกันทุกระดับ ทั้งหน่วยที่เป็น ผู้บังคับบัญชาของหน่วยซักถาม การปฏิบัติของหน่วยซักถามทั้งหมดก็ได้ถูกบันทึกไว้ด้วย ภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ผู้ใดที่กระทำความผิด ผู้ใดที่ไปลักษณะที่ไปข่มขู่หรือไป ทำร้ายจิตใจให้กับผู้ที่เข้ามาให้ข้อมูล เข้ามาได้รับการซักถามนั้นจะต้องถูกลงโทษทั้งทางวินัย และทางอาญา ตรงนี้ถือว่าเป็นมาตรการที่กำหนด แล้วก็ให้ทุกหน่วยได้ยึดถือปฏิบัติ เราได้กำชับให้ติดตามในเรื่องของการดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบคำสั่งที่เกี่ยวข้อง ย้ำอีกทีนะครับว่าสำหรับกรณีที่ท่านสมาชิกได้ให้ข้อมูลในวันนี้ ส่วนหนึ่งหน่วยก็ได้ลงไป ในพื้นที่เช่นเดียวกัน แล้วก็ได้รับทราบข้อมูลอีกส่วนหนึ่ง ก็สั่งการให้ทางหน่วยนั้น ไปตรวจสอบให้ได้ข้อเท็จจริงอีกครั้งหนึ่งนะครับ ส่วนว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร ถ้าเป็นอย่างนั้นแล้วจะมีมาตรการในการดำเนินการเยียวยาดูแลอย่างไร ก็เป็นกระบวนการ ขั้นตอนอีกขั้นหนึ่งครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านกมลศักดิ์ถามได้ อีกครั้งครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ คำถามสุดท้าย ผมอยากเรียนให้ท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานว่าท่านอาจจะมองตัวเลขในเรื่องของ ความรุนแรงลดลง ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ตอนนี้ เหมือนงบประมาณที่ลดลง ที่สภาเราได้พิจารณางบประมาณไปก่อนนี้ แต่ผมอยากเรียนให้ท่านทราบว่าในพื้นที่ ถ้าเป็นอยู่ในลักษณะอย่างนี้การบังคับใช้กฎหมายโดยใช้ดุลพินิจลุแก่อำนาจ ผมเป็นห่วงว่าเงื่อนไขใหม่มันกำลังจะก่อขึ้น เหตุการณ์ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ มันเคยเหตุการณ์ลดลง และมันก่อตัวใหม่เกิดขึ้นเมื่อ ๒๕๔๗ อีกครั้ง ผมก็เลยไม่อยากให้ท่าน ยินดีกับเหตุการณ์ที่ลดลง ตราบใดที่เงื่อนไขกำลังมีอยู่ ผมเกรงว่าสถานการณ์มันจะ กลับมาใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ ท่านประธานครับ ตอนนี้ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้หลายพื้นที่ถูกประกาศยกเลิก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน โดยเฉพาะ ในจังหวัดนราธิวาส อำเภอสุไหงโก-ลก อำเภอสุคิริน และอำเภอศรีสาคร ส่วนจังหวัดยะลา ก็คืออำเภอเบตง จังหวัดปัตตานีก็คืออำเภอแม่ลาน ถูกประกาศยกเลิก พ.ร.ก ฉุกเฉิน แต่ท่านทราบไหมครับว่ายกเลิกเหมือนไม่มีความหมายเลย เพราะอะไรครับ เพราะในพื้นที่ ที่มีการยกเลิก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ที่สามารถควบคุมตัว ๓๐ วัน หลังจากที่ครบ ๗ วัน ตามกฎอัยการศึกแล้ว หลายพื้นที่ยังใช้กฎหมายแบบศรีธนญชัย เพราะอะไร เวลาเกิด เหตุการณ์ในพื้นที่ที่ประกาศยกเลิก พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ไปนำตัวบุคคลที่ต้องสงสัยไปควบคุม ตามกฎอัยการศึก ๗ วันแล้ว เจ้าหน้าที่ชอบแอบอ้างว่า แม้มีการยกเลิก พ.ร.ก. ฉุกเฉินแล้ว แต่มีการประชุมวางแผนในพื้นที่อื่นที่มีการใช้ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ใช้ดุลพินิจเพื่อให้มีอำนาจ ในการควบคุมตัว ๓๐ วัน ผมก็เลยอยากเรียนคำถามสุดท้ายฝากไปยังท่านรัฐมนตรีผ่าน ท่านประธานนะครับว่าสิ่งเหล่านี้มันเกิดขึ้นจริงในพื้นที่ตอนนี้ ฉะนั้นผมก็เลยอยากให้ท่าน ชี้แจงในที่ประชุมแห่งนี้เผื่อไปถึงผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านที่ได้ฟังว่ากรณีพื้นที่ที่ยกเลิก พ.ร.ก. ฉุกเฉินแล้ว ยังสามารถที่จะใช้อำนาจควบคุมตัวต่อ ๓๐ วันได้หรือไม่ อย่างไร ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ขออนุญาตเรียนว่าในเหตุผลความจำเป็นที่เราต้องใช้กฎหมายด้านความมั่นคงในพื้นที่จังหวัด ชายแดนภาคใต้นั้น ก็ต้องเรียนว่าในพื้นที่นั้นก็มีกลุ่มที่ก่อเหตุรุนแรง ซึ่งเป็นกระบวนการที่มี ความเชื่อมโยงกัน แต่การใช้กฎหมายปกตินั้นจะไม่สามารถที่จะบังคับแล้วก็ดำเนินการได้ อย่างรวดเร็ว และระงับเหตุที่เกิดขึ้นได้ที่จะจับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินการ ตามกระบวนการตามกฎหมาย ในห้วงที่ผ่านมาหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น ได้เน้นย้ำว่าในการดำเนินการได้ใช้กฎหมายความมั่นคงนั้นจะต้องระมัดระวังแล้วก็ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกฎหมายนั้น ๆ เลือกใช้เฉพาะเท่าที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน เพื่อประโยชน์ต่อการสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์ ในพื้นที่เป็นหลัก ที่สำคัญก็คือว่าได้เน้น แล้วก็มีการอบรมเจ้าหน้าที่ทุกนายที่ก่อนจะลง ปฏิบัติ หรือปฏิบัติอยู่ในพื้นที่ได้เข้าใจและรู้เรื่องของการดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชน มีการตรวจสอบในการดำเนินการ แล้วเปิดโอกาสให้ผู้ได้รับความเสียหายนั้นได้ร้องทุกข์ เรียกร้องความเสียหายจากการกระทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่🔗
ท่านสมาชิกถามว่าในเรื่องของการใช้กฎหมายพิเศษในพื้นที่นั้นจะมีทั้งยกเลิก ในพระราชกำหนดไปถึงปัจจุบันนี้ก็ ๑๐ อำเภอ รวมทั้ง ๔ อำเภอของจังหวัดสงขลาด้วย รวมทั้งในเดือนนี้ก็มีจะมีการยกเลิกพระราชกำหนดในพื้นที่กระบังรวมเป็น ๑๑ อำเภอ ในเรื่องของการปฏิบัติงานที่ความต่อเนื่องกันในระหว่างกฎหมายนั้น ตรงนี้ที่ผมกราบเรียน แล้วว่าในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมายนั้น เพื่อประโยชน์ในการที่จะดำเนินการ ตามกระบวนการเรื่องของการสืบสวน การนำไปสู่ของการจับกุมแล้วก็ดำเนินการตาม กระบวนการยุติธรรม ตรงนี้ก็เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในพื้นที่ที่จะพิจารณาการใช้กฎหมาย ในแต่ละกฎหมายนั้นให้เหมาะสม อย่างระมัดระวังและเท่าที่จำเป็นในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อประโยชน์ในการที่จะดูแลรักษาความปลอดภัย ชีวิต ทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้ง เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ผมขอขอบคุณ ท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ และท่านรัฐมนตรีนะครับ ที่ได้ถามตอบกระทู้ภายใต้กำหนดเวลาอย่างดีนะครับ จบกระทู้ถามสดนะครับ ๓ กระทู้🔗
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗
๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๓๓๔ เรื่อง การบริหารจัดหาขยะ ในกรุงเทพมหานคร (นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมาย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็น ผู้ตอบ ท่านได้แจ้งว่าเนื่องจากติดภาระสำคัญ ไม่สามารถตอบกระทู้ในวันนี้ได้ จึงขอเลื่อน การตอบกระทู้ถามนี้ไป🔗
๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๓๔๑ เรื่อง การส่งเสริมอุตสาหกรรมเนื้อหา สร้างสรรค์ (Creative Content Industry) (นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้นายอิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวัฒนธรรม เป็นผู้ตอบ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม อิทธิพล ได้แจ้งมา ว่าติดภารกิจสำคัญ ไม่สามารถตอบกระทู้ถามวันนี้ได้ ขอเลื่อนตอบกระทู้ถามนี้ไปในวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๔ จึงมีกระทู้ถามเหลืออยู่🔗
๑.๒.๔ กระทู้ถามที่ ๓๔๐ เรื่อง การอำนวยความยุติธรรมในการ ดำเนินคดีในคราวเดียวกัน (นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เป็น ผู้ตอบ🔗
รัฐมนตรีมาแล้วครับ ขอเชิญท่านอาดิลันครับ กระทู้ถามทั่วไปถามได้ ๒ ครั้งนะครับ ขอเชิญครับ🔗
ขอบพระคุณท่านประธานครับ เรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคพลังประชารัฐ ต้องขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้มอบหมายให้ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน มาตอบกระทู้ถามของผม ในวันนี้นะครับ ผมตั้งเรื่องกระทู้ถามว่าการอำนวยความยุติธรรมในการดำเนินคดี ในคราวเดียวกัน ท่านประธานครับ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๓ จังหวัด จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส และ ๔ อำเภอจังหวัดสงขลามีการบังคับใช้กฎหมายอาญา ปกติเหมือนกับทั่วประเทศแล้วยังมีกฎหมายพิเศษอีก ๒ ฉบับ คือพระราชบัญญัติ กฎอัยการศึก และพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เมื่อสักครู่นี้ ผมได้รับฟังข้อมูลจากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดนราธิวาส ท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ได้พูดถึงสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นในการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่จังหวัดชายแดน ภาคใต้ ซึ่งท่านกมลศักดิ์นี้ ท่านเป็นอดีตหัวหน้าสำนักงานประจำจังหวัดนราธิวาสของ มูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม ท่านทราบปัญหา ก็เช่นเดียวกันนะครับ วันนี้ผมได้ตั้งกระทู้ถาม ท่านนายกรัฐมนตรีและท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมาตอบเป็นประเด็นเรื่องของ มิติในการบังคับใช้กฎหมาย ในส่วนของการที่เมื่อบุคคลถูกจับกุมและดำเนินคดีในชั้นที่เป็น ผู้ต้องหา ชั้นสอบสวน และชั้นพิจารณา ซึ่งในกฎหมายในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา ความอาญานั้นได้บัญญัติไว้ว่า กรณีที่จะต้องมีการสอบสวนหรือในชั้นพิจารณานั้นมันมี หลายมิติที่ยังมีเหตุขัดข้องอยู่ ยังมีข้อเหตุขัดข้องในทางปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกรณีที่บุคคล ที่ยังเป็นผู้ต้องหาหรือจำเลย หรือนักโทษที่ถูกคุมขังในคดีแล้ว แต่ยังมีหมายจับที่จะต้อง ถูกดำเนินคดีในคดีอื่นอีก ยังไม่ได้รับการปฏิบัติในทางคดีให้ได้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรม อย่างรวดเร็วต่อเนื่องและเป็นธรรม กล่าวคือยังปรากฏข้อเท็จจริงว่าบางครั้งที่ผู้ต้องหา หรือจำเลย หรือนักโทษที่ถูกคุมขังในเขตอำนาจในการพิจารณาของศาลหนึ่ง ยังมีข้อกล่าวหาว่ากระทำความผิดและปรากฏหมายจับของต่างศาล แต่พนักงานสอบสวนเอง กลับไม่ดำเนินการสอบสวนเพื่อสรุปสำนวนคดีเสนอต่อพนักงานอัยการเพื่อสั่งคดี ด้วยเหตุขัดข้องที่ว่าการส่งสำนวนคดีต้องนำส่งพร้อมตัวผู้ต้องหา หรือกรณีต้องส่งสำนวน ฟ้องต่อศาลพร้อมตัวให้กับอัยการในการสั่งฟ้องคดี เหล่านี้คือปัญหาอุปสรรคที่ปรากฏอยู่ ในบทกฎหมายที่ยังบัญญัติไว้และบังคับใช้อยู่ในปัจจุบันนะครับ ผมมองว่าการที่จำเลย คนหนึ่งที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดหลายคดีและถูกจับตัว เขาได้มีโอกาสที่จะถูกฟ้องคดี พร้อม ๆ กันในวาระเวลาเดียวกัน เพื่อให้เขาได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ตามสิทธิที่บัญญัติไว้ ในรัฐธรรมนูญและในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กลับที่จะต้องถูกทยอยฟ้อง ทีละคดี ๆ และพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองทีละคดี เมื่อพ้นความผิดในคดีที่ ๑ คดีที่ ๒ คดี ที่ ๓ ผมว่าย่อมแตกต่างกันนะครับ การอำนวยความยุติธรรมให้กับพี่น้องประชาชนเหล่านี้ จึงขออนุญาตเรียนสอบถามท่านรัฐมนตรีว่ารัฐบาลเองมีนโยบายปรับปรุงแก้ไขกฎหมายหรือ ข้อกำหนด หรือระเบียบเพื่ออำนวยความยุติธรรมให้ได้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมต่อกรณี ตามกระทู้ข้างต้นอย่างไร ขอเรียนถามครับ🔗
ขอเชิญรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผมได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี ให้มาตอบกระทู้ถามแทน ในกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา ในคำถามนี้ถ้าหากว่าเราไม่มีพื้นฐานในส่วนของ การพิจารณากำหนดโทษหรือในการพักโทษในเหตุต่าง ๆ ให้กับผู้ต้องขังในเรือนจำแล้ว แต่ดูแล้วไม่ใช่เป็นเรื่องสลักสำคัญอันใดเลยที่ถามมา แต่การที่ท่านอาดิลันได้นำเอาคำถาม ดังกล่าวนี้มา ถือว่าเป็นความเข้าใจและได้เห็นความยุ่งยากในการที่จะพิจารณาคดีต่าง ๆ ให้กับผู้ต้องขังหรือให้กับนักโทษ ในกรณีผู้ต้องขังหรือนักโทษคนนั้นมีเรื่องหลายเรื่อง มีหลายคดีที่เกิดขึ้นในระยะเวลาต่อเนื่องกันหรือพร้อมกัน ผมยกตัวอย่างให้เข้าใจง่าย ๆ เพราะผมไม่ใช่เป็นนักกฎหมาย ก็อาจจะใช้คำที่ไม่ได้สละสลวยเหมือนกับนักกฎหมาย อาจจะฟังยากหรืออาจจะทำให้ผู้คนเข้าใจไขว้เขว ก็ขออนุญาตใช้ภาษาธรรมดา ๆ เช่นกรณี นักโทษคนหนึ่ง ชื่อนาย ก และนาย ก ถูกจำคุกที่จังหวัดเชียงใหม่เป็นโทษ ๕ ปีเด็ดขาดแล้ว แต่นาย ก นั้นก็ยังมีเรื่องที่อยู่ในจังหวัดอื่น เช่นมีเรื่องอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลกอีก ๑ เรื่อง จังหวัดปทุมธานีอีก ๑ เรื่อง เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง ๒ จังหวัด คือทั้งจังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดปทุมธานีก็ต้องดำเนินการทำคดีสืบสวนให้ครบถ้วนกระบวนความ แต่ในกรณี ที่นักโทษถูกจำคุกอยู่จังหวัดภาคเหนือซึ่งไกล การดำเนินคดีถ้าไม่มีผู้ต้องขังหรือนักโทษ เข้ามาเพื่อจะมาดำเนินการสั่งฟ้องในอำนาจศาลในจังหวัดพิษณุโลก หรือในจังหวัดปทุมธานี ไม่สามารถดำเนินการทำได้ เมื่อทำไม่ได้ ไม่สามารถดำเนินการได้ พนักงานสอบสวนก็รอให้คดีแรกที่ถูกจำคุกไว้ที่เรือนจำ ในภาคเหนือดังกล่าวนั้นจนหมดคดี แล้วก็เริ่มมาดำเนินการสืบสาวราวเรื่องต่ออำนาจศาล ที่ตัวนักโทษคนนั้นทำผิดที่จังหวัดพิษณุโลกก่อน หรือจังหวัดปทุมธานีก่อน เรียงลำดับไป ในลักษณะนั้น มันอาจจะมองดูเห็นเป็นธรรมดา แต่ในข้อเท็จจริงแล้วนักโทษเสียโอกาส มาก ๆ ตามที่ท่านอาดิลันได้กรุณาตั้งกระทู้ถามมานี้ อันนี้ถือว่ามันเป็นความก้าวหน้าหรือ ความเข้าใจในเรื่องของการดำเนินการคดี ถ้าหากว่าเราสามารถได้พิจารณาไปพร้อมกันนะครับ เช่น โทษที่ ๑ เขาโดน ๕ ปี แล้วโทษในคดีที่ ๒ ถ้าพิจารณาพร้อมกันได้ เขาโดนอีก ๕ ปี รวมแล้ว เป็น ๑๐ ปี และโทษในศาลที่ ๓ ที่จังหวัดปทุมธานีเขาโดนอีก ๕ ปี เป็น ๑๕ ปี ถ้าพิจารณา พร้อมกันเขามีโทษเด็ดขาดแล้วรวม ๑๕ ปี แต่ในชั้นของการบริหารในกรมราชทัณฑ์นั้น เขาได้จัดชั้นนักโทษให้ ชั้นกลางเวลามีพระราชทานอภัยโทษเข้ามาได้รับโทษส่วนหนึ่ง อาจจะ ๑ ใน ๖ ๑ ใน ๕ ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของคดีความต่าง ๆ เหล่านั้น แต่ว่าถ้าหากว่าไม่ได้ พิจารณาเอาจำนวนโทษทั้ง ๓ คดีเอามารวมกัน หมายความว่าจำคุกครั้งแรก ๕ ปีจบไปแล้ว เขาขาดความเป็นนักโทษ ชั้นลำดับที่เขาได้รับการโพรโมต (Promote) เข้าไว้ เริ่มต้นคือ ชั้นกลาง แล้วก็มาชั้นดี ดีมาก และชั้นเยี่ยม อย่างในกรณีถ้าเป็นนักโทษชั้นเยี่ยม ใน ๕ ปีแรก เขาทำตัวประพฤติดี ปฏิบัติดี เป็นนักโทษชั้นเยี่ยม และอีก ๒ คดีที่ตามมานั้นเป็นโทษธรรมดา เป็นโทษเรื่องลหุโทษ หรือโทษเช็ค โทษอะไรต่าง ๆ เหล่านั้น เขาจะได้นับต่อเนื่อง เพราะการที่ เป็นนักโทษชั้นเยี่ยมมีพระราชทานอภัยโทษลงมาก็จะได้ลดครึ่งหนึ่ง แต่ถ้านับรวมกันทั้ง ๓ คดี มัน ๑๕ ปี เอามาต่อรวมกัน ๑๕ ปีมันก็จะเหลือ ๗ ปีครึ่ง แต่ว่าถ้าปล่อยให้คดีแรกดำเนินการ ไปจนจบแล้วไม่สามารถพิจารณาดำเนินการในคดีที่ ๒ ได้ พอจบก็ต้องนับหนึ่งใหม่นะครับ ถ้าเขาจำไปครบ ๕ ปี แล้วต้องมานับหนึ่งใหม่มันเสียเวลาและเสียโอกาส การอำนวยความยุติธรรมตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญที่สุด ท่านอาดิลันก็ได้สอบถามมาตรงนี้ คือหมายความว่าคงอยากเร่งรัดให้รัฐบาลได้ดำเนินการทำอย่างไรที่ให้สามารถพิจารณาคดี ไปพร้อมกันได้ ต้องเรียนครับว่าศาลก็ได้มีคำสั่ง ถ้าหากว่าเรามีทนายความเก่ง ๆ ได้ขอดำเนินการไปเสียพร้อมกัน อาจจะต้องขออนุญาตว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในจังหวัดพิษณุโลก เราขอตัวผู้ต้องขังที่มีอยู่ในจังหวัดอื่นนั้นมาพิจารณาที่จังหวัดพิษณุโลกก็ได้ หรือจะขอเอา สำนวนที่รวบรวมจากพนักงานสอบสวน ในจังหวัดพิษณุโลก แล้วกลับไปดำเนินการขอให้ ศาลในจังหวัดที่ผู้ต้องขังถูกจำจองอยู่ในลักษณะนั้น แต่ต้องเป็นอำนาจของศาล ท่านคงคิดว่า มันเป็นเรื่องที่ยุ่งยากที่จะต้องขอดำเนินการตรงนั้น อยากให้รัฐบาลได้คิดและออกกฎหมาย ในแนวทางต่าง ๆ เหล่านั้น ผมก็ต้องเรียนว่าต้องขอขอบคุณที่ท่านได้ชี้แนะ และผมคิดว่า ถ้าหากว่าพวกเราสนใจกันจริง ๆ ไม่ใช่เฉพาะคุณอาดิลันครับ ลองพิจารณาทำเรื่องนี้ให้เป็นเรื่อง ของกรรมาธิการวิสามัญสักคณะหนึ่งหรืออย่างไร ผมยินดีครับ เพราะผมเห็นตัวปัญหาของมันแล้ว ถ้าหากว่าเรามาดำเนินการ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดภาคใต้ผู้คนจะสัญจรไปมาโดย การนำเอาตัวผู้ต้องขังจากจังหวัดโน้นไปจังหวัดนี้มันไม่ใช่เรื่องง่าย มันเป็นเรื่องที่ยากและ เข้าใจ ผมยินดีที่อยากช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ ผมอยากจะตอบคำถามรวมไปเลย ทั้งหมดนะครับ ในเรื่องของการดำเนินการเราจะอำนวยความยุติธรรมให้กับบุคคลที่จะต้อง ถูกคดี หรือถูกดำเนินคดีในส่วนต่าง ๆ เหล่านั้น ในส่วนของกระทรวงยุติธรรมมีกองทุน เรียกกองทุนยุติธรรม ก็จะดูว่าในแนวโน้มของผู้ที่จะมาถูกกระทำดังกล่าวเหล่านั้น ในลักษณะเอารัดเอาเปรียบของผู้คนอื่นเขาหรือไม่ อย่างไร เช่นในกรณีที่มีรถสี่ล้อ เป็นรถพิกอัป (Pickup) ถอยตกคู แล้วมีประวัติเคยลักวัวควายพี่น้องเกษตรกร แล้วตกมา เป็นจำเลยแล้วถูกขัง แล้วสุดท้ายศาลก็ปล่อยเพราะว่าพยานหลักฐานไม่ครบ ในลักษณะนี้จะ มาขอเยียวยา ขอค่าเสียหาย ค่าทดแทน ค่าเสียหายจากจำเลยในคดีอาญาตามกฎหมาย อันนี้เราก็ไม่ให้ เพราะเรามองเห็นว่าการอำนวยความยุติธรรมเราจะต้องให้กับผู้คนที่เรามี ความรู้สึกเขาบริสุทธิ์ หรือเป็นแพะ เป็นแกะที่ไปถูกคุมขังโดยที่ไม่มีความผิดในส่วนต่าง ๆ เหล่านั้น ซึ่งจะต้องช่วยกันดูนะครับว่าเราจะออกกฎหมายหรือดำเนินการเพื่อช่วยคนบริสุทธิ์ ในขั้นตอน แล้วรัฐธรรมนูญก็ได้กำหนดไว้ว่าผู้ต้องขังหรือผู้ถูกกล่าวหาสามารถที่จะนำเสนอ เอกสาร พยาน หรือสิ่งต่าง ๆ ได้ในขั้นตอนเริ่มต้นจากทนายที่จะต้องไปดำเนินการให้ ถ้าหากว่าทนายไม่สามารถจะทำให้พร้อมในระยะแรกได้ก็ขอเพิ่มเติมเอกสาร พยานต่าง ๆ ที่อัยการ หรือแม้แต่ในการพิจารณาในขั้นตอนของศาล รัฐธรรมนูญก็สามารถจะให้เราได้ ต่อสู้คดีได้อย่างถึงที่สุดในระยะต้น ในระยะกลางระหว่างการพิจารณา ผมได้อธิบายความ ไปแล้วว่าผมเห็นด้วยกับการพิจารณาในหลาย ๆ คดีกับผู้ต้องขัง หรือนักโทษคนเดียวให้มัน เสร็จสิ้นกระบวนความไป เพราะราชทัณฑ์หรือราชทัณฑ์คุกไม่ต้องการอยากขังคนหรอกครับ ในวันนี้ผมพิจารณาดำเนินการว่าเราจะใช้มาตรฐานของคนไทย ๑.๒ ตารางเมตรต่อคน มันก็ แน่นแออัดมาก ผมให้ในส่วนราชการไปพิจารณาว่าห้องน้ำ ห้องส้วม หรือส่วนอื่น ๆ ใด มันเพียงพอกับผู้คนที่เราจะขังเขาไว้ประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ คนหรือไม่ อย่างไร ก็ให้ดำเนินการ กันให้อย่างเป็นรูปธรรมที่สุด แล้วก็ในส่วนของการดำเนินการที่จะมาถึงในแต่ละงวด แต่ละครั้ง ต้องขอพระราชทาน มีคนเจ็บไข้ได้ป่วย ในขณะนี้ท่านทราบไหมครับว่า การพิจารณาให้ชั้นผู้ต้องขังนี้เราอำนวยความยุติธรรมให้ ในขณะที่เขาต้องสู้กับโรคภัยไข้เจ็บ ถ้าเป็นข้าราชการก็จะให้ ๒ ขั้นนั่นล่ะ ผู้ต้องขัง เราก็จะมีขั้นพิเศษ ใน ๖ เดือนเราจะพิจารณาจากชั้นกลางเป็นชั้นดี ชั้นดีเป็นดีมาก เป็นชั้นเยี่ยมอะไรต่าง ๆ เราก็อาจจะลดหย่อนให้ เอาแค่พิจารณา ๓ เดือน เพราะต้องการ อยากให้ทุกฝ่ายได้รับความเป็นธรรมตามแนวทางของการดำเนินการ และอีกส่วนหนึ่ง ที่ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรกรุณาพวกเราอย่างมากเลย ผู้ต้องขังที่อยู่ในเรือนจำ มันมีผู้ต้องขังที่รับโทษในอัตราโทษเก่าที่สูงมากนะครับ ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร กรุณาบรรจุระเบียบวาระประมวลกฎหมายยาเสพติด เพราะฉะนั้นในส่วนที่ญาติพี่น้อง ของผู้คนทั้งหลายที่มาติดคุกอยู่ในเรือนจำมากตั้ง ๑๕ ปี ๒๐ ปี ทั้ง ๆ ที่โทษสูงสุด ขั้นตอนใหม่สุดมันแค่ ๑๐ ปี ต่าง ๆ เหล่านี้ จะมีบุคคลกลุ่มหนึ่งที่ได้รับการลดโทษ ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านชวน หลีกภัย ที่ท่านมองเห็น ในสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ ผู้คนอยู่ในเรือนจำล้วนแต่เป็นค่าใช้จ่าย คนหนึ่งปีหนึ่งก็ ๒๑,๐๐๐ บาท เศษ ต่อคนต่อหัวต่อปีมันมากมาย เป็นการลดงบประมาณอะไรต่าง ๆ ก็ต้องขอกราบ ขอบพระคุณในส่วนของการดำเนินการของท่านอาดิลัน ที่ถามมาทั้งหมด ผมอาจจะตอบ เกินเลยไปบ้างนะครับ เพราะไม่อยากตอบเป็นข้อ ๆ เพราะส่วนที่ท่านปรารถนา นั่นคือ ท่านต้องการให้ผู้คนได้รับโทษอย่างยุติธรรม คือไม่ได้ถูกกลั่นแกล้งว่าเราพิจารณาต่อเนื่อง เพราะการลดโทษ ถ้าหากว่าได้ชั้นโทษมันจะต่อเนื่องกันไป แล้วมันจะออกเร็ว ขอกราบขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ก็ขอบคุณนะครับ ท่านรัฐมนตรีได้ใช้เวลาไปเกือบ ๑๕ นาที แต่ว่าท่านอาดิลัน ถามคำถามที่ ๒ ได้ครับ เชิญเลยครับ🔗
ขอบพระคุณท่านประธานครับ ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีนะครับที่ได้ให้ความรู้ ข้อมูลที่เราในฐานะที่เป็นฝ่ายนิติบัญญัติ จะได้นำไปสื่อสารกับพี่น้องประชาชนว่าแนวคิดหลักคิดของฝ่ายบริหารที่จะอำนวย ความยุติธรรมให้กับพี่น้องประชาชนมีอย่างไรในสถานการณ์ปัจจุบันนี้นะครับ จะขอนำเรียน ขออนุญาตท่านประธานนะครับว่าในส่วนของกระบวนการยุติธรรมที่สามารถที่จะ อำนวยความยุติธรรมให้กับพี่น้องประชาชนได้ แม้จะมีข้อกฎหมายที่ยังเป็นข้อขัดข้อง ยังไม่ได้มีการปรับแก้ แก้ไข ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการที่จะต้องนำตัวผู้ต้องหาส่งอัยการ ในการที่จะเสนอสำนวนฟ้องหรือไม่ฟ้อง หรืออัยการจะต้องนำบุคคลที่ต้องถูกฟ้องเป็นจำเลย ส่งศาลในวันที่จะฟ้องคดี เหล่านี้แม้จะมีบัญญัติไว้ แต่ผมเชื่อว่าหากศาลมีข้อระเบียบกำหนด ออกมาว่าสามารถจะส่งตัวผ่านจอภาพได้ เหมือนเช่นการฝากขังผ่านจอ เหล่านี้เป็นวิธีปฏิบัติ ที่สามารถจะทำได้ ซึ่งผมยังมองว่าเป็นเรื่องของการอำนวยความยุติธรรมอย่างแท้จริง เบื้องต้นที่สามารถจะทำได้ไม่ลำบาก และเป็นการอำนวยความยุติธรรมที่ให้จำเลย ๑ คน ที่จะถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดมีโอกาสที่จะได้รับพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในคราวเดียวกัน🔗
คำถามของผมในคำถามที่ ๒ นั้น กรณีที่พนักงานสอบสวนจะทำหน้าที่ พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของผู้ต้องหาได้อย่างแท้จริงอย่างไรนั้น ผมเข้าใจได้ว่าแม้ในตัวบท กฎหมายจะเขียนไว้ชัดเจนว่าเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะต้องให้โอกาสพิสูจน์ ความบริสุทธิ์ให้กับผู้ที่ถูกกล่าวหาด้วยก็เช่นกัน แต่ยังคงมีระเบียบหรือข้อขัดข้อง หรือทางปฏิบัติของพนักงานสอบสวนเองที่จะต้องฝากทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรมในฐานะที่เป็นฝ่ายบริหาร ขอให้กำชับผู้ปฏิบัติ ก็คือพนักงานสอบสวน ต้องอำนวย ความยุติธรรม ให้โอกาสกับบุคคลที่ถูกกล่าวหาได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง ชี้แนะ แนะนำว่าอะไรที่สามารถจะนำมาพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเองตามข้อกล่าวหา อย่าทำตัว เสมือนว่าตนเองเป็นผู้พิพากษาบุคคลที่ถูกกล่าวหา แล้วในเบื้องต้นอยากจะให้ทำตัวเป็น คนกลางให้ชี้แจง แนะนำให้ผู้ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้บริสุทธิ์สามารถจะนำพยานหลักฐานมา พิสูจน์โดยผ่านพนักงานสอบสวนได้ เหล่านี้คือสิ่งที่อยากจะนำเรียนในชั้นนี้นะครับ เพราะว่าผมเข้าใจว่าท่านรัฐมนตรีได้ตอบคำถามผมแล้ว ได้ด้วยเช่นกันเมื่อสักครู่นี้ เรื่องของการคุ้มครองสิทธิของผู้ต้องหาที่จะได้เข้าถึงกระบวนการ ยุติธรรมโดยผ่านพนักงานสอบสวนนะครับ ก็ขออนุญาตในการตอบคำถามครั้งที่ ๒ ของท่านรัฐมนตรีนะครับ หากท่านยังมีประเด็นเพิ่มเติมนอกเหนือจากที่ท่านได้ตอบผมแล้ว เมื่อสักครู่นี้ ผมจะได้นำเรียนกับพี่น้องประชาชนต่อไป ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีมีอะไร จะตอบเพิ่มเติมได้นะครับ เชิญเลยครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพครับ คือในการพิจารณาคดี หรือพนักงานสอบสวนที่จะดำเนินคดีต่าง ๆ ให้กับ ผู้ถูกกล่าวหาตรงนั้นมันเป็นเรื่องของนิสัยใจคอของบุคคล บางคนก็สุภาพ บางคนก็ไม่สุภาพ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ค่อนข้างลำบาก บางคนก็เข้าใจ แต่เข้าใจไม่ลึกซึ้ง ก็ทำอะไรไป ครึ่ง ๆ กลาง ๆ มันก็คงเป็นเรื่องที่ไม่ค่อยถูกใจ มันมีหลายเรื่อง ผมยินดีนะครับว่าถ้าหากว่า พวกเรามองดูว่าอะไรที่จะปรับให้มันเป็นกฎหมายเอามาเลยครับ แล้วเอามาทำกัน เราต้องเร่งด้วย เพราะวันนี้เรามีเวลาของสภาผู้แทนราษฎรไม่ถึง ๒ ปีแล้วครับ ๑ ปี กับ ๙ เดือน ใน ๑ ปีกับ ๙ เดือนท่านมั่นใจไหมว่าท่านจะแก้ปัญหาทางการร่างกฎหมาย ให้จบได้ ผมดูแล้วกฎหมายแต่ละฉบับใช้เวลาปีกว่าทั้งนั้นนะครับ ท่านต้องรีบทำ ถ้าเราจะต้องทำให้เป็นรูปธรรมจริง ในเรื่องของการกำชับ ก็กำชับกันไปอย่างนั้นล่ะครับ ผมดูแล้วบางทีบางคนก็ไม่ปกติธรรมดา ถึงแม้ว่าผู้คนส่วนใหญ่จะมีกรอบระเบียบวินัย ของทางราชการที่ต้องปฏิบัติ แต่บางทีเขาก็ปฏิบัติในมาตรฐานขั้นต่ำอะไรต่าง ๆ เหล่านั้น ผมเชื่อว่าในพื้นที่บริเวณภาคใต้ของท่านมันต้องจริงใจ จริงจัง แล้วจะแก้ปัญหาต่าง ๆ เหล่านั้นนะครับ เราคิดว่าเราต้องเอามานั่งคุยและหารือกัน ผมยินดีและผมอยากจะทำให้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านอาดิลัน แล้วก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ เราจบกระทู้ถามทั่วไปนะครับ🔗
ท่านรัฐมนตรี ท่านสมาชิก แล้วก็ท่านผู้เข้าร่วมประชุมทุกท่านนะครับ จากนี้ไปห้องกระทู้แยกเฉพาะของ พวกเราก็จะพิจารณาให้มีการถามการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะนะครับ ก่อนที่จะเข้าสู่ ระเบียบวาระกระทู้ถามแยกเฉพาะผมขออนุญาตทำความเข้าใจกับท่านผู้มีส่วนร่วมนิดหนึ่ง ครับว่า กระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเราหากในการถามการตอบใช้เวลารวมทั้งหมด ประมาณ ๒๐ นาที คือฝ่ายละ ๑๐ นาที พูดถาม ๑๐ นาที ผู้ตอบ ๑๐ นาที ผู้ถามสามารถ ถามได้ ๒ ครั้ง แต่ถ้าจำเป็นต้องถามเป็นครั้งที่ ๓ ท่านต้องขออนุญาตประธาน ประธาน อนุญาตท่านถึงจะถามได้นะครับ การถามกระทู้แยกเฉพาะก็เหมือนกับการถามกระทู้ทั่วไป หรือกระทู้ถามสดด้วยวาจา คือการตั้งกระทู้ถามต้องชัดเจน ไม่ฟุ่มเฟือย วนเวียน ซ้ำซาก หรือมีลักษณะเป็นการอภิปราย ถ้าท่านจะอภิปรายเกริ่นนำบ้างก็พอประมาณแล้วท่านก็ถาม คำถามเผื่อมีอะไรข้องใจท่านจะได้ถามเป็นคำถามที่ ๒ ครั้งที่ ๒ ต่อไป ผมขอเรียนที่ประชุม ทราบว่าเพื่อประโยชน์ในการถามและตอบกระทู้ถามของผู้ตั้งกระทู้ถามและของท่าน รัฐมนตรี ผมขอสลับลำดับการถามตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะเป็นดังนี้ ลำดับที่ ๑ กระทู้ถาม แยกเฉพาะ ที่ ๒๕๙ ของ ท่านอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ลำดับที่ ๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๒๕๗ ของ ท่านอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ลำดับที่ ๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๒๕๘ ของ ท่านอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ท่านอนุรักษ์เหมา ๒ กระทู้เลยนะครับ ลำดับที่ ๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๒๖๐ ของ ท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ลำดับที่ ๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๒๕๕ ของ ส.ส. อนุรักษ์ บุญศล ลำดับที่ ๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่ ๒๖๑ ของ ส.ส. เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร แล้ว ก็คิดว่าแจ้งให้ท่านผู้ตั้งกระทู้ถามได้ทราบนะครับ คิดว่าผู้ตั้งกระทู้ถามคงไม่ขัดข้อง นะครับ🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
๑.๓.๔ กระทู้ถามที่ ๒๕๙ เรื่อง การปรับปรุงซ่อมแซมและปรับ ภูมิทัศน์สถานีรถไฟยะลา (นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามนายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ตอบ🔗
ด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่า ตามที่ได้รับมอบหมายจาก นายกรัฐมนตรีให้เป็นผู้ตอบกระทู้ถามเรื่องนี้แทนนั้น แต่เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมติดภารกิจสำคัญ จึงได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม คือ ท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ เป็นผู้ตอบชี้แจงกระทู้ถามแทน ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการ ตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุน ข้อมูลในการตอบกระทู้แยกเฉพาะคือ นายศักดิ์ชัย ทรัพย์ใจเที่ยง รองผู้อำนวยการ ฝ่ายด้านแผนพัฒนา ฝ่ายปฏิบัติการเดินรถ การรถไฟแห่งประเทศไทย ทุกท่านพร้อมแล้ว ขอเชิญท่าน ส.ส. อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ได้ถามครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จังหวัด ยะลา ก่อนอื่นต้องขอขอบพระคุณท่านนายกรัฐมนตรีที่ได้มอบหมายให้กับทางท่านรัฐมนตรี มาตอบกระทู้ของผมนะครับ ท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กระทู้ถามของผมเป็นเรื่องของการปรับปรุงซ่อมแซมและปรับภูมิทัศน์สถานีรถไฟยะลา ตามภาพฉายนะครับ ในส่วนของจังหวัดยะลาถือว่าเป็นจังหวัดที่มีผังเมืองที่สวยที่สุด ในประเทศ ซึ่งหลายท่านน่าจะเคยได้ยินข้อมูลเหล่านี้ และในส่วนของสถานีรถไฟยะลาเอง เป็นศูนย์กลางระบบการขนส่งสาธารณะที่มีเส้นทางผ่ากลางเมืองยะลา จากกรุงเทพมหานคร ถึงจังหวัดยะลาผ่านทางรถไฟนั้นใช้เส้นทางประมาณ ๑,๐๕๕ กิโลเมตร การขนส่งสินค้า อุปโภคบริโภคส่วนใหญ่แล้วนอกจากทางรถยนต์แล้ว ทางรถไฟนี้เป็นทางหลัก จำเป็นให้มี โกดังสินค้ารอบ ๆ สถานีรถไฟจำนวนมากที่พ่อค้าค้าส่งจะตั้งสถานประกอบการไว้รอบ ๆ สถานีรถไฟนะครับ ปลายทางของสถานีรถไฟยะลาก็คืออำเภอสุไหงโก-ลกซึ่งอยู่ชายแดน ติดประเทศมาเลเซีย ในอดีตสถานีรถไฟยะลามีพื้นที่ใช้สอยที่เป็นสัดส่วนชัดเจนและเด่นสง่า เพราะมันอยู่กลางเมืองยะลา ต่อมาการรถไฟเองได้มีการจัดทำรูปแบบในการบริหารจัดการ ที่ดินอย่างไรไม่ทราบ มีการสร้างอาคารพาณิชย์แล้วก็จัดสรรที่ให้กับเอกชนใช้สิทธิ และของ การรถไฟเองก็ไปใช้ในส่วนของอาคารพาณิชย์ประมาณ ๑๐ กว่าห้อง ๑๐ กว่าคูหา เขาใช้ คำว่า ทะลุกำแพง ใช้เป็นอาคารทำเป็นที่ขายตั๋วรถไฟ ให้เป็นที่พักคอยของประชาชน ที่คอยขึ้นรถไฟ เป็นอาคารปรากฏตามภาพ ทำให้ตัวอาคารที่ใช้สอยของสถานีรถไฟมีเสา เต็มไปหมดเลยข้างใน เพราะในโครงสร้างไม่ได้สร้างเพื่อจะเป็นอาคารใหญ่ของการรถไฟ เป็นอาคารที่จะให้เป็นอาคารพาณิชย์ และจึงทำให้มีเสาที่คอยค้ำยันตัวอาคาร เหล่านี้ เป็นปัญหาที่ความสวยงามหมดไปนะครับ แต่จะบอกว่านอกจากประเด็นเรื่องของตัวอาคาร แล้วตัวชานชาลาเองสำหรับพักคอยผู้โดยสารที่จะขึ้นรถไฟก็ยังจะทำเป็นคล้ายกับเพิงชายคา ของอาคารพาณิชย์ออกมาปรากฏตามภาพถ่าย เวลาฝนตก เวลาแดดออก ฝนสาดมา ชาวบ้านอยู่ไม่ได้ครับ ต้องวิ่งเข้าไปอยู่ใต้อาคาร ถือว่าเป็นสถานีใหญ่สถานีหนึ่งของการรถไฟ ไม่ใช่เป็นสถานีย่อยของตามอำเภอนะครับ นอกจากนั้นแล้วสถานีรถไฟเองสภาพที่เห็น จะไม่มีโดมอาคารที่คอยบังแดดให้กับพี่น้องประชาชน หลังคาก็รั่วไม่มีความมั่นคง ความปลอดภัยของประชาชนนะครับ เรื่องนี้ผมเองเคยได้ตั้งหารือในสภาเมื่อปี ๒๕๖๒ แล้วครั้งหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ได้รับการดำเนินการหรือพิจารณาใด ๆ หรือได้รับการพิจารณาแล้ว อย่างไรก็ไม่ทราบ แต่ผลยังไม่ปรากฏในพื้นที่ ซึ่งอาจจะเป็นไปได้ว่าท่านรัฐมนตรีอาจจะยัง ไม่ได้รับข้อมูลรายงานจากผู้ใต้บังคับบัญชา วันนี้ผมจึงจำเป็นที่จะต้องขออนุญาตตั้งกระทู้ เพื่อที่จะให้ท่านรัฐมนตรีได้ทราบสภาพปัญหาโดยตรงของท่านเองนะครับ ในส่วนของตัว สถานีรถไฟเองผมยังถือว่าหากเราได้มีการทำสถานีที่มันได้มาตรฐาน มีโดมอาคารปิดรอบ โดมรอบของตัวชานชาลาเอง สร้างให้ความปลอดภัยกับพี่น้องประชาชนที่ได้ใช้ถือว่าจะเป็น ประโยชน์และเป็นการสร้างมูลค่าที่สำหรับจังหวัดยะลานะครับ ผมถือว่าจังหวัดยะลา ไม่มีสนามบินนะครับ เบตงจะอยู่อีกฟากต่างหากเลยของจังหวัดยะลา คนจังหวัดยะลา แทบจะไม่ค่อยได้ใช้สนามบินเบตง เพราะมันอยู่คนละฝั่งเป็นร้อย ๆ กิโลเมตรเดินทางลำบาก ข้ามเขา ผมถือว่าสถานีรถไฟเป็นระบบสาธารณูปโภคที่สำคัญของจังหวัดยะลา จึงขออนุญาต เรียนถามท่านรัฐมนตรีนะครับว่ารัฐบาลเองมีนโยบายในการพัฒนาก่อสร้างอาคารสถานี รถไฟยะลา และชานชาลาทดแทนอาคารปัจจุบัน เพื่อให้มีมาตรฐานทั้งด้านการให้บริการ ความปลอดภัย ความสะอาด อย่างไร ขอทราบรายละเอียดครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอเชิญ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมนะครับ ท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ ได้ตอบครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม วันนี้ผมได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้มา ตอบกระทู้ของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านอาดิลันนะครับ ก่อนอื่นก็ขอชื่นชมที่ท่านมีความ เป็นห่วงเป็นใยพี่น้องประชาชนสายใต้ที่ใช้การขนส่งทางรางมาตลอด จะเห็นว่าท่านได้เคยตั้ง คำถามหารือในสภามาครั้งหนึ่งนะครับ ก็ต้องกราบเรียนนะครับว่าทางท่านนายก รัฐบาล กระทรวงคมนาคมเราได้ให้ความสำคัญในการขนส่งทางรางมาตลอด และสิ่งที่ท่านเคยได้ หารือไปในสภาเราก็ไม่ได้ปล่อยปละละเลย ต้องกราบเรียนนะครับ โดยการรถไฟ แห่งประเทศไทยได้ให้สถาบันพระจอมเกล้าลาดกระบังได้ดำเนินโครงการศึกษาสำรวจ ก็คือ นโยบายในการพัฒนาก่อสร้างอาคารใน ๔ จังหวัดชายแดนใต้ ก็คือจังหวัดสงขลา จังหวัด ยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส ทั้งหมด ๒๖ สถานี ซึ่งสถานีรถไฟยะลาที่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติได้สอบถามก็เป็น ๑ ใน ๒๖ ซึ่งผลสำรวจก็เพิ่งแล้วเสร็จเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา จากผลสำรวจคร่าว ๆ ผมก็ขอสรุปอย่างนี้นะครับว่า สภาพอาคารโครงสร้างโดยรวม ที่จาก สถาบันไปสำรวจมาก็คือโครงสร้างยังแข็งแรงใช้ได้ แต่ก็ยังมีการเก่าตามอายุของอาคาร เช่น สีซีด ผนังมีรอยขีดข่วน แสงสว่างไม่พอ งานระบบยังพอใช้ได้ แต่อย่างไรก็ตามทางการรถไฟ แห่งประเทศไทยก็ได้วางแผนที่จะปรับปรุงอาคารสถานีหลักให้มีความทันสมัยและ ให้ตอบสนองความต้องการของพี่น้องประชาชน ให้โมเดิร์น (Modern) หรือรีโนเวต (Renovate) มาใหม่ เช่น เราจะทำห้องละหมาด ห้องน้ำ พื้นที่ร้านค้า ชานชาลาพักคอย ที่จอดรถรถจักรยานยนต์ ที่จอดรถสำหรับผู้พิการ แล้วก็พื้นที่สีเขียวตรงนี้ก็จะมีการปรับปรุง รีโนเวต (Renovate) ใหม่ทั้งหมด สถานีจะควบคุมการเข้าออกเพียงทางเดียวจากถนนรถไฟ โดยรถยนต์สามารถมาจอดรับส่งคนได้บริเวณหน้าสถานี สำหรับประชาชนที่เข้ามาใช้บริการ จะต้องผ่านจุดตรวจด้านหน้าของอาคารก่อนถึงจะเข้ามาในอาคารได้ ในอาคารจะมีส่วน ให้บริการจำหน่ายตั๋ว พื้นที่พักคอยก่อนที่จะเข้าไปยังพื้นที่ชานชาลา จะมีส่วนกั้นเพื่อแยก ผู้ที่มีตั๋วและไม่มีตั๋วก่อนจะขึ้นรถไฟ สำหรับผู้โดยสารเมื่อมาถึงสถานีจะมีทางลงแยกไป คนละทาง ไม่ให้สัญจรปะปนกันนะครับ ก็ต้องกราบเรียนนะครับว่าตอนนี้ทางการรถไฟ แห่งประเทศไทยปัจจุบันจัดทำออกแบบรายละเอียดเรียลคิวแล้วเสร็จแล้วนะครับ อยู่ระหว่างการของบประมาณที่จะมาปรับปรุงรีโนเวต (Renovate) ในปี ๒๕๖๖ ก็คือ งบประมาณปีหน้านะครับ ก็คาดว่าเราจะดำเนินการก่อสร้างแล้วก็ปรับปรุงจะแล้วเสร็จ ภายในปี ๒๕๖๗ ก็ขอตอบคำถามแรกครับ🔗
เชิญท่าน อาดิลันคำถามที่ ๒ ครับ🔗
ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีที่ได้ให้ให้ ข้อมูล อย่างน้อยพี่น้องในจังหวัดยะลาหรือจังหวัดใกล้เคียงที่ใช้บริการรถไฟก็จะได้ทราบถึง การพัฒนาที่จะเราจะได้ใช้สถานีรถไฟที่ได้มาตรฐานและที่ปลอดภัยนะครับ ในระบบ ขนส่งทางรางที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้เคยไปให้คำมั่นสัญญาไว้ในครั้งที่ลงไปจังหวัดชายแดน ภาคใต้ก็คือการพัฒนารถไฟรางคู่ขนาน ที่จากอำเภอสุไหงโก-ลกจนถึงปลายทางกรุงเทพฯ ผมย้อนกลับจากสุไหงโก-ลกถึงกรุงเทพฯ ฉะนั้นผมอยากจะสอบถามท่านรัฐมนตรีเพื่อเป็น ข้อมูลประกอบให้กับพี่น้องประชาชน และนักธุรกิจ หรือผู้ที่จะประกอบกิจการในพื้นที่ว่ารัฐ ได้มีการจัดสวัสดิการอะไรเพื่อเป็นการรองรับการพัฒนาของระบบเศรษฐกิจในจังหวัด ชายแดนภาคใต้ จึงจะขอเรียนถามท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานนะครับว่ารัฐบาลมีนโยบาย พัฒนาระบบการขนส่งแบบราง คือรถไฟจากกรุงเทพฯ สู่อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส เป็นระบบรางคู่ขนาน เพื่อความสะดวกรวดเร็วลดเวลาการเดินทางอย่างไร เพื่อขอทราบ รายละเอียดครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีอธิรัฐตอบครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ รัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคมมีนโยบายพัฒนาระบบรถไฟ ทางคู่ก็คือสายใต้จากกรุงเทพฯ จนไปถึงสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ปัจจุบันทางรถไฟ สายใต้เป็นทางคู่จากสถานีบางซื่อถึงสถานีนครปฐมตรงนี้ก็ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว นะครับ โดยในเบื้องต้นรัฐบาลโดยแผนแม่บทใหญ่ของแผนพัฒนารถไฟเราแบ่งระยะเป็น ๓ ระยะ ก็คือมีระยะเร่งด่วนก็คือจะดำเนินการตั้งแต่ปี ๒๕๖๐-๒๕๖๔ จำนวน ๓ เส้นทาง🔗
เส้นทางแรกก็คือนครปฐม-หัวหิน เส้นทางที่ ๒ หัวหินไปประจวบ แล้วก็ เส้นทางที่ ๓ ประจวบไปชุมพร ซึ่งในช่วงแรกตรงนี้อยู่ในระหว่างการก่อสร้างการดำเนินการ ผลการก่อสร้างตอนนี้ก็ทราบว่าประมาณกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์ คาดว่าจะเสร็จภายในปี ๒๕๖๕ ปีหน้านี้นะครับ🔗
ส่วนระยะที่สองก็คือระยะกลางก็มีจำนวน ๓ เส้นทางก็คือจากจังหวัดชุมพร ไปจังหวัดสุราษฎร์ธานี ๑๖๘ กิโลเมตร จากจังหวัดสุราษฎร์ธานีไปอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ๓๒๑ กิโลเมตร จากชุมทางหาดใหญ่ไปปาดังเบซาร์อีก ๔๕ กิโลเมตรนะครับ ในระยะกลางนี้อยู่ในระหว่างออกแบบรายละเอียดซึ่งก็ออกแบบแล้วเสร็จแล้วครับ เตรียมที่ จะนำเสนอคณะรัฐมนตรีเพื่อจะพิจารณาอนุมัติโครงการต่อไป🔗
ส่วนระยะยาวระยะสุดท้ายก็คือจะอยู่ที่ชุมทางหาดใหญ่ลงไปถึงสุไหงโก-ลก ใต้สุด ระยะทางประมาณ ๒๑๖ กิโลเมตร ก็ขออนุญาตตอบคำถามข้อที่ ๒ ให้แก่ท่านสมาชิก ผู้ทรงเกียรติครับ🔗
ก็เป็น ที่ชัดเจนนะครับ ท่านอาดิลันก็น่าจะพอใจพี่น้องชาวจังหวัดยะลาใช่ไหมครับ ก็น่าจะได้รับฟัง ก็ถือว่าเป็นการจบการถามตอบกระทู้แยกเฉพาะ เรื่อง การปรับปรุงซ่อมแซมและปรับปรุง ภูมิทัศน์สถานีรถไฟยะลาของท่าน ส.ส. อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ถาม ท่านนายกรัฐมนตรี ก็ต้อง ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่กรุณาให้เกียรติห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเรา ขอบคุณ ท่านอาดิลันครับ🔗
๑.๓.๒ กระทู้ถาม ที่ ๒๕๗ เรื่อง ปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณที่ถูกพับ ตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ โครงการก่อสร้างตลาดสินค้า OTOP เทศบาลเมืองมุกดาหาร (นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง🔗
ด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านอาคม เติมพิทยาไพสิฐ ได้มีหนังสือแจ้งว่า ตามที่ได้รับ มอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้เป็นผู้ตอบกระทู้ถามเรื่องนี้แทนนั้น แต่เนื่องจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังติดภารกิจสำคัญจึงได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลังคือ ท่านรัฐมนตรีสันติ พร้อมพัฒน์ เป็นผู้ตอบชี้แจงกระทู้ถามแทน ในการ นี้เพื่อประโยชน์ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะคือ นายสมมิตร โตรัก ตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ทุกท่านพร้อมแล้วเชิญ ท่านอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ได้ถามกระทู้เลยครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร ผมมี เรื่องที่จะถาม ๒ เรื่องแต่เป็นเรื่องเดียวกัน ก็คือเกี่ยวกับเรื่องการก่อสร้างศูนย์สินค้าและ โอทอป (OTOP) ของเทศบาลเมืองมุกดาหาร ซึ่งได้รับเงินอุดหนุนจากกระทรวงมหาดไทย ประมาณ ทีนี้เงินมันได้รับงบประมาณทั้งหมด ๖๕ ล้านบาท ประกวดราคาได้ ๖๗,๗๖๐,๐๐๐ บาท แล้วก็เป็นเงินอุดหนุน ๖๕,๒๕๐,๐๐๐ บาท เทศบาลสมทบ ๒,๕๑๐,๐๐๐ บาท เบิกไป แล้ว ๒๐,๓๒๘,๐๐๐ บาท เงินพับไป ๔๔,๙๒๒,๐๐๐ บาท เงินพับไปจาก พ.ร.บ. วิธี งบประมาณปี ๒๕๖๑ บังคับใช้ปี ๒๕๖๑ บังคับใช้ปี ๒๕๖๑ และเงินพับ ปี ๒๕๖๓ เป็นปีแรกของเงินที่พับ ฉะนั้นหลังจากเงินพับไปแล้วเทศบาลก็มีปัญหาเรื่อง งบประมาณ เพราะว่าเงินพับไปประมาณเกือบ ๕๐ ล้านบาท อยากเรียนถามท่านรัฐมนตรีว่า เรื่องเงินพับตามวิธีงบประมาณปี ๒๕๖๑ นั้นผมเชื่อว่าทั้งประเทศพับไปเยอะมาก ทั้งประเทศนะครับ ฉะนั้นเมื่อโครงการของรัฐได้ทำไปแล้วส่วนหนึ่ง ถ้าไม่มีเงินไปเพิ่มหรือ ไปจ่ายให้เขาเพิ่ม งานรัฐบาลต่าง ๆ ที่ให้เงินไปมันก็ค้างคา จะทำให้เสียหายต่อประเทศชาติ เสียหายต่องบประมาณ เสียหายต่อทุกสิ่งทุกอย่าง ฉะนั้นคำถามแรกจะถามท่านว่าเมื่อเงิน พับไปแล้วทางกระทรวงการคลังมีนโยบายที่จะแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไรครับ คำถามแรกครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีสันติตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายสันติ พร้อมพัฒน์ ขอตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะของ ท่านอนุรักษ์นะครับ เนื่องจากตามมาตรา ๕๕ ของพระราชบัญญัติงบประมาณปี ๒๕๖๑ นั้น ถ้าหากว่าการเบิกจ่ายงบประมาณเบิกไม่ทันในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓ ซึ่งก็ได้ขยายเวลา มาจนถึงวันดังกล่าวแล้ว หากยังไม่สามารถที่จะเบิกจ่ายงบประมาณได้ตาม พ.ร.บ. ดังกล่าว ก็ให้แนวทางนั้นเป็นพับไป แต่เนื่องจากก็เป็นครั้งแรกอย่างที่ท่าน ส.ส. ได้กล่าวถึงนั้น แล้วก็ โครงการดังกล่าวก็ทราบว่าคงจะต้องเป็นโครงการที่มีประโยชน์แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะเป็นศูนย์ตลาดเกี่ยวกับเรื่องโอทอป (OTOP) ก็มีความจำเป็น เพราะฉะนั้น สำนักงบประมาณเองได้ทำความเข้าใจกับส่วนราชการ ไม่ว่าจะเป็นท่านปลัดกระทรวง หัวหน้าส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่น ๆ ได้แก้ปัญหาอันนี้เอาไว้ แล้วในเบื้องต้น เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับโครงการที่เราจะไปพัฒนาท้องถิ่นหรือจะไปสร้างความเจริญ ความสะดวกสบายของพี่น้องประชาชน ก็จึงได้วางมาตรการไว้ว่าหากเงินดังกล่าวพับไปตาม กฎหมายอย่างที่ ว่าแล้วก็คงจะเปิดโอกาสให้ทางเทศบาล ตาม ที่ท่าน ได้กล่าวถึงนั้นสามารถที่จะไปปรับปรุงงบประมาณ เงินนอกงบประมาณของทางเทศบาลที่ยัง สามารถมีใช้ได้ เพื่อนำมาใช้ในโครงการนี้นะครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ หากยังขัดข้องอยู่นั่นก็สามารถที่จะปรับงบในปี ๒๕๖๔ ที่มีความจำเป็นเร่งด่วนน้อยหรือลำดับท้าย ๆ นำเงินอันนั้นขึ้นมาใช้แทนตรงนี้ได้ โดยอาจจะ ตกลงกับทางสำนักงบประมาณนะครับ ก็ตามที่กฎระเบียบหรือกฎหมายกำหนดว่าจะทำเอง ได้หรือเงินบางส่วนถ้ามันเกินจากจำนวนเท่านั้นเท่านี้ก็จะสามารถที่จะตกลงกับสำนัก งบประมาณได้ และในกรณีถ้าหากว่ายังไม่สามารถกันเงินหรือปรับเปลี่ยนเงินภายในของ ตนเองได้ก็สามารถที่จะไปตั้งงบประมาณในปีถัดไปได้ ถ้าตั้งปี ๒๕๖๕ ไม่ทันก็อาจจะไปตั้ง เอาปี ๒๕๖๖ ซึ่งก็จะทำให้โครงการยังสามารถดำเนินการได้ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านอนุรักษ์ เชิญคำถามที่ ๒ ครั้งที่ ๒ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ผม อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ คือผมเรียนว่าเขาร้องเรียนมาหมายความว่าเขาประสานไปที่ สำนักงบแล้วหรือว่าไปที่กระทรวงการคลัง กระทรวงการคลังก็พูดอย่างที่ท่านว่านะครับว่า จะต้องหาเงินมาใช้จ่ายเอง ถ้าเป็นกระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ ทำอย่างที่ท่านว่าได้ แต่ท้องถิ่นมันมีเงินน้อยมาก เงินพับไป ๕๐ ล้านบาท ถ้าจะไปปรับงบประมาณเพื่อจะมาทำ ๕๐ ล้านบาท งบประมาณของเทศบาลทั้งปีมีประมาณ ๓๐๐ ล้านบาท ๓๐๐ ล้านบาท เป็นรายจ่ายประจำก็ร่วม ๒๖๐-๒๗๐ ล้านแล้ว ถ้าเอาเงิน ๕๐ ล้านบาทไปใช้ตรงนี้ อย่างอื่น ทำไม่ได้เลย อันนี้คือปัญหาของท้องถิ่นซึ่งขนาดเล็ก แต่ถ้าเป็นขนาดใหญ่ที่ท้องถิ่น มีงบประมาณ มีเงินสะสมสักเป็นพัน ๆ ล้านมันไม่ใช่ปัญหา แต่ตอนนี้ปัญหาของเทศบาล ก็คือมีเงินสะสมน้อยมาก ใช้เงินสะสมนั้นเป็นระยะหนึ่งแล้ว ฉะนั้นหากเป็นไปได้ทางเทศบาล จะขอทำความตกลงกับสำนักงบว่าจ่ายส่วนที่เหลือในปีถัดไปได้ไหม เพราะว่าเราก็ต้องเอาไป ใช้จ่ายในเงินสะสมตามกฎหมายอยู่แล้ว ตอนนี้ก็ทำไปแบบกระท่อนกระแท่นครับ ผู้รับจ้าง ก็ไม่อยากจะทำเท่าไรเพราะว่าเงินมันได้ยาก ได้น้อย แทนที่ตลาดมันจะไม่เสร็จมันก็ไม่เสร็จ เพราะว่ามันติดขัดเรื่องงบประมาณ งบประมาณ ๕๐ ล้านบาทสำหรับเทศบาลเมือง มุกดาหารมันถือว่าเยอะครับ แต่ถ้าเป็นหน่วยงานใหญ่ ๆ มันก็ไม่เยอะ ฉะนั้นอยากถามว่า ถ้าทางเทศบาลจะทำหนังสือขอให้ทางกระทรวงการคลังอุดหนุนให้กับกระทรวงมหาดไทย เพื่อไปใช้จ่ายตรงนี้ที่มันพับไปจะได้หรือไม่ เพราะว่าเรื่องนี้ผมเองรู้จักกับนายกเทศมนตรี เกือบทั่วประเทศเขาก็ฝากผมมาอย่างนี้ ไม่ใช่มีเฉพาะมุกดาหาร มีหลายที่ หากเป็นแบบนี้ การบริหารงานท้องถิ่นเกิดปัญหา ฉะนั้นเวลารัฐบาลมีปัญหาอะไรก็ใช้แต่ท้องถิ่น แต่พอ ท้องถิ่นจะแย่รัฐบาลก็เลยทอดทิ้งท้องถิ่นอย่างนี้ อยากฝากเรียนถึงท่านรัฐมนตรีว่าช่วยกัน พิจารณาด้วย เพราะว่ามันเป็นปัญหากับท้องถิ่นขนาดเล็ก ถ้าเป็นท้องถิ่นขนาดใหญ่ เมืองนนท์ ปากเกร็ด พวกนี้ไม่มีปัญหาไม่มีปัญหา เชียงใหม่ ภูเก็ต เขามีเงินสะสม หลายพันล้าน แต่เทศบาลเล็ก ๆ มีปัญหาแน่ครับ อยากฝากท่านว่าช่วยแก้ปัญหาเรื่องนี้ ให้ด้วยครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร พรรคเพื่อไทย ก็ต้องขอบคุณท่านเป็นอย่างสูงที่ท่านได้เป็นห่วงเป็นใยถึงการพัฒนาท้องถิ่น ซึ่งก็ต้องเรียนว่าน่าเห็นใจแล้วก็เป็นที่ควรจะเห็นใจอย่างมาก เนื่องจากว่าโครงการในช่วง ปีก่อนแล้วก็ปีนี้ก็เป็นโครงการที่มีวิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) พวกเราก็ทราบกันอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องของแรงงาน เรื่องของการถูกทางราชการสั่งหยุด สั่งชะลอ อะไรต่าง ๆ มันเกิดขึ้นมากมาย ดังนั้นตามที่ท่านเองก็บอกเป็นห่วงเทศบาลแห่งอื่น ๆ ด้วยซึ่งเป็น ขนาดเล็กนั้น แล้วก็ไม่มีเงินเหลือจ่าย เงินสะสม หรือเงินนอกงบมากมายเหมือนอย่างบางแห่ง ซึ่งแห่งที่มีเงินนอกงบหรือเงินสะสมมาก ๆ ส่วนใหญ่ก็จะเป็นท้องถิ่นขนาดใหญ่ อยู่ใน เมืองใหญ่ ๆ เป็นส่วนมาก ซึ่งการเก็บเงินของเขาก็มีประสิทธิภาพแล้วก็ได้จำนวนมาก อันนี้กระทรวงการคลังเข้าใจ ดังนั้นในกรณีที่ผมได้เรียนไปแล้วว่าให้ไปปรับงบในปีนั้น หรือปรับงบนอกงบประมาณ งบสะสมของท้องถิ่น ซึ่งก็ตามที่ท่านได้กล่าวมาว่ามีงบปีหนึ่ง ก็ประมาณ ๓๐๐ ล้านบาทเศษ ๆ ถ้าหากว่าจะไปปรับถึง ๕๐ ล้านบาท เอาเข้ามาชดเชย ตรงนี้ทั้ง ๆ ที่เงินมันถูกพับไปตามกฎตามเกณฑ์ ก็คงเป็นเรื่องที่ยากลำบาก กระทรวงการคลัง ได้คุยกับทางสำนักงบประมาณมาโดยตลอดในเรื่องนี้ ก็ได้ข้อสรุปว่าถ้าหากว่าทางท้องถิ่น ของบตั้งงบมาที่สำนักงบประมาณ สำนักงบประมาณก็จะจัดให้ความสำคัญแล้วก็จะจัดให้ เป็นอันดับแรกนะครับเพราะว่าสำนักงบประมาณเองได้เรียนกับผมไว้ว่าการก่อสร้าง การพัฒนาท้องถิ่นที่ยังไม่แล้วเสร็จ มีความจำเป็นนะครับที่พี่น้องประชาชนรอคอย ในสิ่งอำนวยความสะดวกตลาดกลางต่าง ๆ เหล่านี้มีความจำเป็นนะครับ ทางสำนักงบก็จะ ให้เป็นอันดับแรก ก็คือพูดแบบภาษาชาวบ้านนะครับว่าให้รีบขอไป ทางสำนักงบจะดูแลให้ แต่ซึ่งตามที่ท่านบอกว่าให้ไปจัดสรรงบประมาณของกระทรวงมหาดไทยก็ดี ของส่วนราชการ ต่าง ๆ นี้ล่ะครับก็คงเรียนว่าอันนั้นผมไม่มั่นใจว่ากฎหมายจะให้ทำได้ถึงขนาดไหนอย่างไร นะครับ ก็คงต้องเรียนว่าทางที่ดีที่สุดรีบขอไปที่สำนักงบประมาณแล้วก็สำนักงบประมาณก็จะ จัดให้เป็นอันดับต้น ๆ เลย มีเงินในส่วนไหน ๆ ก็ไปพูดคุยกับสำนักงบประมาณ ขอบคุณครับ🔗
ท่านอนุรักษ์ ก็คงจะเกิดความชัดเจนนะครับ ก็ตามต่อแล้วกัน ถือว่าเป็นการจบกระทู้ถามแยกเฉพาะ เรื่อง ปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณที่ถูกพับตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ โครงการก่อสร้างตลาดสินค้าโอทอป (OTOP) เทศบาลเมืองมุกดาหาร ของท่านอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ต้องขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ท่านสันติ พร้อมพัฒน์ ที่กรุณาให้เกียรติห้องกระทู้ ถามแยกเฉพาะเรา ขอบคุณท่านอนุรักษ์นะครับ🔗
๑.๓.๓ กระทู้ถาม ที่ ๒๕๘ เรื่อง ปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณ ที่ถูกพับตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ โครงการก่อสร้างซ่อมแซม โครงสร้างและปรับปรุงตลาดอินโดจีน จังหวัดมุกดาหาร (นายอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง🔗
ด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้มีหนังสือแจ้งว่า ตามที่ได้รับมอบหมายจาก นายกรัฐมนตรีให้เป็นผู้ตอบกระทู้ถามเรื่องนี้แทนนั้น แต่เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังติดภารกิจสำคัญ จึงได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง คือ ท่านสันติ พร้อมพัฒน์ เป็นผู้ตอบชี้แจงกระทู้ถามแทน ในการนี้เพื่อเป็นประโยชน์ ในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพา ผมได้อนุญาตให้ตัวแทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม สนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือท่านสมมิตร โตรักตระกูล รองผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ทุกท่านพร้อมแล้วขอเชิญ ท่านอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ถาม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร ปัญหาเรื่องตลาดอินโดจีนผมเรียนว่าตลาดอินโดจีนสร้างเมื่อปี ๒๕๔๔ ในขณะนั้นผมเป็น นายกเทศมนตรี ผ่านมา ๒๐ ปีแล้ว จากเงินที่รัฐบาลให้เทศบาลไปประมาณ ๑๐๐ ล้านบาท สร้างเศรษฐกิจให้กับจังหวัดมุกดาหารประมาณ ๔,๐๐๐ ล้านบาท เมื่อปี ๒๕๖๑ ก็ได้รับ งบประมาณปรับปรุงซ่อมแซมประมาณ ๑๗๐ ล้าน แต่พออี-บิดดิง (e-Bidding) แล้วได้ราคา เหลือที่ ๑๔๙ ล้านบาท ใน ๑๔๙ ล้านบาทเบิกไปแล้ว ๓๑ งวด เบิกไปแล้ว ๕๗ ล้านกว่าบาท ทำให้เงินพับไปตาม พ.ร.บ. ดังกล่าวที่เหมือนเทศบาล พับไปประมาณ ๙๒ ล้านบาทเศษ ทีนี้ผมเรียนว่าเดี๋ยวนี้ตลาดอินโดจีนผู้รับจ้างไม่ได้สตางค์ก็เลยหยุด หยุดมาร่วมปีแล้ว เพราะฉะนั้นที่จริงแล้วตลาดอินโดจีนควรจะเสร็จ ถ้าไม่มี พ.ร.บ. งบประมาณเงินจะพับ แล้วก็มันน่าจะเสร็จไปแล้ว ทีนี้พับมา ๒ ปีแล้ว ทีนี้ทำให้การก่อสร้างล่าช้าไปมาก แล้วก็ เงินงบประมาณนี้ก็ได้จากเงินกลุ่มจังหวัด กลุ่มจังหวัดกลุ่มสนุกก็มีสกลนคร นครพนม มุกดาหาร เป็นเงินกลุ่มจังหวัด ซึ่งจังหวัดเป็นคู่สัญญา พอเงินพับไปจังหวัดเองไม่มีเงินสะสม เหมือนท้องถิ่น จังหวัดทำอะไรไม่ได้เลย ปัจจุบันนี้ก็เลยทำอะไรไม่ได้ ผู้รับจ้างก็ไม่ทำ เพราะว่าไม่มีเงินจะจ่าย โครงการตลาดอินโดจีนก็เลยค้างไว้เป็นปีแล้ว ฉะนั้นผมเรียนว่า ตลาดอินโดจีนมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจจังหวัดมุกดาหารมาก เพราะฉะนั้นเพิ่งมาพับไป เป็นปีแล้วไม่ได้เปิด ปิดไว้อยู่ มันทำให้เสียหายต่อเศรษฐกิจ เสียหายต่อประเทศชาติมาก แล้วก็อยากเรียนย้ำว่าจังหวัดไม่มีงบประมาณ ไม่มีเลย ไม่มีงบประมาณที่จะมาอุดหนุน เงินสะสมจังหวัดก็ไม่มี ฉะนั้นปัญหามาก ที่ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็ฝากผมมาเรื่องนี้ว่า ให้ถาม ไม่รู้จะทำอย่างไรต่อ ผู้ว่าก็ไปไม่ถูกเหมือนกัน ฉะนั้นอย่างกรณีแรกเป็นเทศบาลก็ยัง พอขยับขยายแล้วก็ทำไปได้ แต่ตลาดอินโดจีนพับเลย หยุดเลย ไม่มีเงินจ่าย เพราะฉะนั้น ตรงนี้ถ้าทางกระทรวงการคลังหาทางแก้ปัญหาเร่งด่วน และผมชื่อว่าไม่ใช่เฉพาะมีมุกดาหาร ที่เดียว มีทั่วประเทศนะครับเรื่องแบบนี้ เพราะฉะนั้นถ้าทางกระทรวงการคลังสำรวจดูว่า พ.ร.บ. วิธีงบประมาณปี ๒๕๖๑ นั้นเมื่อออกมาแล้วเกิดปัญหาอย่างนี้มันจะเกิดปัญหาทุกปี ปี ๒๕๖๒ เดือนตุลาคม เดือนกันยายนนี้ก็ต้องพับอีก ฉะนั้นเราจะแก้ปัญหานี้อย่างไร ในระยะยาว ผมอยากจะถามทางกระทรวงการคลังว่าระยะยาวท่านจะแก้อย่างไร ถ้าจะอ้าง ว่า พ.ร.บ. ออกมาอย่างนั้นต้องทำตามอย่างนั้น ตอนนั้นไม่มีสภาผู้แทน ตอนออกวันนั้น มี สนช. ออกกฎหมายมาแล้วก็เกิดปัญหาเช่นนี้ทางสภาผู้แทนเราจะต้องทำอย่าง ถ้าทาง กระทรวงการคลังยังไม่สามารถแก้ปัญหาตรงนี้ได้ผมก็จำเป็นจะต้องถามต่อไปอีก เพราะว่า มันมีปัญหาเยอะแยะมาก อยากถามเรียนเบื้องต้นว่าเป็นจังหวัดนะ เมื่อกี้ท้องถิ่น ตอนนี้ เป็นจังหวัด ทางกระทรวงการคลังจะมีแนวทางอย่างไรครับ คำถามแรกครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีสันติตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่าน ส.ส. อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ผู้แทนของจังหวัดมุกดาหาร ก็ต้อง ขอกราบขอบคุณท่านอีกครั้งหนึ่งนะครับว่าจังหวัดมุกดาหารเป็นจังหวัดหน้าด่านของ ประเทศไทย แล้วก็เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งหนึ่งที่มีความสำคัญ อีกเรื่องหนึ่งก็คือจังหวัด มุกดาหารนั้นเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้านที่นักท่องเที่ยวมาจากหลายแห่ง เมื่อจะไป ท่องเที่ยวที่ประเทศเพื่อนบ้านก็จะต้องผ่านมุกดาหารซึ่งเป็นเมืองสำคัญ การที่เมืองมุกดาหาร ได้ก่อสร้างตลาดอินโดจีนมาเมื่อ ๒๐ ปีที่แล้วนั้นก็ถือว่าเป็นวิสัยทัศน์ของภูมิภาคทางภาค อีสานนั้น ในวันนี้ผมมีความเชื่อมั่นว่าตลาดเมื่อถูกก่อสร้างมา ๒๐ กว่าปีด้วยเทคโนโลยี ด้วย นวัตกรรมต่าง ๆ เมื่อ ๒๐ ปีที่แล้วก็คงชำรุดทรุดโทรมไปเยอะนะครับ เพราะฉะนั้น การปรับปรุงเพื่อให้เกิดความทันสมัย ความสะดวกสบาย จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนอย่างยิ่งยวด ท่านในฐานะผู้แทนจังหวัดมุกดาหารได้นำเรื่องนี้มาหารือกับสภา แล้วก็ให้กระทรวงการคลัง มาตอบเพื่อแก้ปัญหา เพื่อชี้แจงในปัญหานี้ว่าจะมีทางออกอย่างไรนั้นก็ต้องขอขอบคุณท่าน ที่ทำหน้าที่ของท่านอย่างดีที่สุด ดังนั้นประเด็นนี้ก็คงคล้ายกับประเด็นของตลาดโอทอป (OTOP) ที่ว่านะครับ เพราะฉะนั้นกฎระเบียบในเรื่องของการเบิกจ่ายเงินตาม พ.ร.บ. ที่เกิดขึ้น รวมถึงมาตรา ๕๕ ตามที่ได้กล่าวว่าการใช้เงินงบประมาณหากมีการกันเงินไว้ เกี่ยวกับเรื่องการกันเงินไว้นะครับ เมื่อครบเวลาภายในวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๓ ทุกส่วน ราชการก็จะต้องถูกตัดเงินอันนั้นให้เป็นพับไปนะครับ แล้วก็เป็นปัญหาจริง ๆ ทั่วประเทศ รายละเอียดลึก ๆ ตามที่ผมได้เรียนชี้แจงไปแล้ว ผมจะขออนุญาตท่านประธานให้ทางสำนัก งบประมาณช่วยรายงานข้อมูลไม่ทราบว่าได้ไหม ถ้าได้ก็อยากจะขออนุญาตท่านประธาน🔗
คือตามปกติ ตามข้อบังคับคนตอบกระทู้เป็นหน้าที่ของท่านรัฐมนตรีเป็นคนตอบกระทู้ แต่ว่าผู้เกี่ยวข้อง มีหน้าที่สนับสนุนข้อมูลได้เท่านั้นนะครับ ถ้าสมมุติว่าอย่างนี้ครับ ถ้าข้อมูลท่านรัฐมนตรี ยังไม่พร้อมก็สามารถที่จะตอบส่งข้อมูลเป็นเอกสารไปที่ท่าน ส.ส. ก็ได้ครับ เผื่อจะได้ ประหยัดเวลาครับ🔗
ก็คงเรียนว่า ทางจังหวัดสามารถที่จะเกลี่ยเงินสะสมของจังหวัดแล้วก็เงินนอกงบประมาณเอามาใช้ใน โครงการนี้ได้นะครับ นอกเหนือจากนั้นยังสามารถที่จะไปเกลี่ยในลำดับโครงการต่าง ๆ ของตัวจังหวัดเองเพื่อนำมาใช้ตรงนี้นะครับ แล้วก็ถ้าหากวงเงินมันมากขนาดนี้ก็อาจจะต้อง หารือสำนักงบประมาณ และถ้าหากยังไม่สามารถที่จะไม่มีเงินหรือไม่สามารถที่จะเกลี่ย เงินได้ เพราะว่าทุกโครงการของจังหวัดอาจจะมีความสำคัญเท่า ๆ กันนะครับ ก็อาจจะต้อง ตั้งงบประมาณในปีถัดไป ซึ่งผมเองได้หารือกับสำนักงบประมาณไว้ล่วงหน้าแล้ว สำนักงบประมาณบอกว่าไม่ว่าจะเป็นจังหวัดมุกดาหารหรือจังหวัดใด ๆ หรือเทศบาลใด ๆ ถ้าเกิดในกรณีเช่นนี้สำนักงบประมาณจะถือเป็นความสำคัญอันดับแรกที่จะจัดสรร งบประมาณเพื่อไปทำให้โครงการเหล่านั้นได้แล้วเสร็จ ก็ขอบคุณท่านประธานครับ ขอบคุณ ท่าน ส.ส. ครับ🔗
ท่านอนุรักษ์ มีคำถามอะไรต่อไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม อนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร ท่านรัฐมนตรีตอบ ถูกแล้วครับ แต่ทีนี้ประเด็นก็คือจังหวัดไม่มีเงินสะสม ไม่รู้จะเกลี่ยอย่างไร ทีนี้ประเด็นต่อมา ก็คือตอนนี้มันค้างเติ่งอยู่เป็นปีแล้ว แล้วแทนที่มันจะได้ประโยชน์ เกิดประโยชน์ เกิดเศรษฐกิจ ผมเรียนว่าจังหวัดมุกดาหารเป็นจังหวัดที่นำเงินเข้าประเทศไม่น้อย การนำเข้าส่งออกปีหนึ่ง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ด่านมุกดาหาร ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็ ทางประเทศไทยได้เปรียบดุลการค้าปีหนึ่งประมาณ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็แสดงว่าจังหวัด มุกดาหารนำเงินเข้าประเทศปีละ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมเรียนทางกระทรวงการคลังและ ท่านประธานนะว่าความจำเป็นเรื่องนี้มันเป็นความจำเป็นที่ไม่รู้จะไปหาใคร ไม่รู้จะแก้ อย่างไร ท่านผู้ว่าก็ถามไปที่กระทรวง กระทรวงก็บอกว่าเงินมันพับไปแล้วไม่รู้จะทำอย่างไร ผมก็เลยถามว่าแล้วจะให้ทำอย่างไร เพราะว่าทำไปครึ่งหนึ่งแล้ว เบิกเงินไป ๕๗ ล้านบาท แล้ว เหลือ ๙๒ ล้านบาท ไม่จ่ายก็เป็นตลาดอินโดจีนร้างไปเลย มันเสียหายต่อเศรษฐกิจมาก ฉะนั้นผมกราบเรียนว่าท้องถิ่นแก้ปัญหาอย่างที่ท่านว่าได้ แต่ว่าจังหวัดมันแก้ไม่ได้ ไม่มีเงิน สะสม ไม่มีเงินนอกงบประมาณ ไม่มีอะไร ถ้าจะขอเงินปีต่อมาว่าจะไปจ่ายเงินที่มันพับไป ก็ไม่มีหมวดที่จะตั้งได้ ผมก็เคยเป็นกรรมาธิการงบประมาณ ในหมวดนั้นไม่มี จะไปตั้งตรงนั้น จะไปตั้งอย่างไร มันต้องเป็นเงินที่เป็นกรณีพิเศษ ถ้าจังหวัดจะไปตั้งว่าตั้ง ๙๒ ล้านบาท เพื่อจะไปแก้ปัญหาเงินพับไป ปีนี้เลยไม่ต้องทำอะไร ฉะนั้นจังหวัดก็ไม่มีหมวดหรือว่าไม่มี ช่องที่จะเข้าได้ ผมเรียนอย่างนี้ว่าไม่มีช่องที่จะเข้าได้ ฉะนั้นเรื่องนี้ผมว่าขอให้ ทางกระทรวงการคลังตอบเป็นหนังสือก็ได้ว่าวิธีปฏิบัติจะทำอย่างไรเพื่อจะให้งานมันเดินไป ถ้าอย่างนั้นแล้วมันไปไม่ได้ครับท่านประธาน เพราะว่ามันติด ท่านประธานก็คงจะทราบว่า มันติด ติดที่มันไม่มีช่องที่จะไปขอ ขอมาปี ๒๕๖๕ บอกว่าขอไปเพื่อจะไปจ่ายเงินมันพับไป มันไม่มีช่อง มันไม่มีรายการที่จะตั้งตรงนั้นได้ ฉะนั้นผมเรียนว่ามันต้องเป็นเรื่องพิเศษ แต่ว่าใน พ.ร.บ. ปี ๒๕๖๑ อยู่ท้าย พ.ร.บ. เขาก็บอกว่าผู้รักษาการตาม พ.ร.บ. นี้ก็คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผมว่าน่าจะยกเว้นได้ เพราะว่าท่านมีอำนาจตาม พ.ร.บ. นี้ ฉะนั้นช่องทางที่ผมนำเสนอนี้ก็คือว่าเป็นช่องทางใช้อำนาจของรัฐมนตรีเพื่อจะนำเงินที่มันตก ทั่วประเทศที่มีปัญหากลับออกมา อย่างเงินส่วนกลาง ลักษณะของเงินของงบกลางมันใช้ ตรงนี้ได้ เพราะมันเกิดปัญหา มันเป็นอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่จะ นำเสนอ ครม. เพื่อจะอนุมัติตรงนี้ได้ ผมว่ามีช่องนี้ช่องเดียวที่จะทำได้ ก็อยากถามว่า ทางกระทรวงการคลังพอจะทำได้ไหม เพราะว่า พ.ร.บ. นี้รักษาการโดยรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลัง ก็น่าจะแก้ปัญหาเรื่องนี้นำเสนอ ครม. ขอบคุณครับ🔗
ท่านรัฐมนตรี จะตอบไหมครับ เชิญครับ🔗
ขอบคุณ ท่านประธานครับ จริง ๆ แล้วก็มีช่องทางในการที่จะดำเนินการได้ เนื่องจากว่ามีการขยาย สัญญาไปสิ้นสุดเอาวันที่ ๒๖ ตุลาคม คือมันก็ใช้งบประมาณปี ๒๕๖๕ ไปแล้วตอนนั้น เพราะฉะนั้นผมว่าทางจังหวัดสามารถที่จะขอเกลี่ยงบประมาณปี ๒๕๖๕ หรือเกลี่ย งบประมาณในกลุ่มจังหวัดไปใช้ทดแทนตรงนี้ได้ โดยอาจจะต้องหารือกับสำนักงบประมาณ เพราะว่าเงินมันเป็นจำนวนมาก หรือ ๒ ก็อาจจะต้องตั้งงบประมาณในปีถัดไปอย่างที่ ผมได้กราบเรียนไว้แล้วว่าสำนักงบให้ความสำคัญเป็นอันดับต้น ในขณะเดียวกันในขณะนี้ กำลังพิจารณางบประมาณอยู่ ผมไม่ทราบว่าหากมีการตัดงบอาจจะไปดูตรงนั้นได้นะครับ แต่เนื่องจากว่าผมก็ยังไม่แม่นตรงนี้ ถ้าสามารถทำได้ก็เดี๋ยวจะให้ทางสำนักงบประมาณ ตอบข้อหารือไปให้อีกครั้งหนึ่งว่าช่องทางวิธีการที่ดีที่สุดเร็วที่สุด เพื่อประโยชน์ของพี่น้อง ชาวมุกดาหารตามที่ท่าน ส.ส. อนุรักษ์ได้พยายามเร่งรัดพยายามที่จะต่อสู้เพื่อให้ได้ งบประมาณได้เงินก้อนนี้ไปพัฒนาตลาดอินโดจีน ซึ่งเป็นหน้าเป็นตาของจังหวัดมุกดาหาร ก็จะให้ทางสำนักงบประมาณตอบเป็นหนังสืออีกครั้งหนึ่งเพิ่มเติมเข้าไปด้วย เพื่อให้ท่าน เกิดความมั่นใจว่าชาวมุกดาหารจะได้พัฒนาตลาดอินโดจีนให้แล้วเสร็จโดยเร็วที่สุด ขอบคุณครับ🔗
ก็เป็นที่ ชัดเจนนะครับ ถ้าส่วนไหนที่ยังให้คำตอบท่าน ส.ส. อนุรักษ์ไม่ได้ คือมันเป็นข้อมูลก็คงต้อง อาศัยทางส่วนราชการที่เกี่ยวข้องคือสำนักงบประมาณต้องช่วยชี้แจงช่วยตอบ แล้วผมอยู่ใน พื้นที่แถวนั้นก็พอเข้าใจนะครับว่าชีวิตของพี่น้องมุกดาหาร เศรษฐกิจมุกดาหารฝากไว้กับ ตลาดอินโดจีนค่อนข้างมากเลยทีเดียว ฉะนั้นก็ไม่อยากจะให้ได้รับคำตอบแค่ว่ารอตั้ง งบประมาณปีต่อ ๆ ไป เพราะว่าแต่ละปีมันมีงบประมาณอยู่แล้วเพียงแต่ว่าจะได้รับการ จัดสรรให้หรือไม่ ก็ฝากทางสำนักงบประมาณว่าช่วยไปคิดในแง่ที่ว่าจะสามารถช่วยสนับสนุน งบลงไปแก้ไขปัญหานี้อย่างไรด้วยไม่ใช่ตอบเพียงผ่าน ๆ ก็ถือว่าเป็นการถามตอบกระทู้ แยกเฉพาะปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณที่ถูกพับตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ โครงการก่อสร้างซ่อมแซมโครงสร้างและปรับปรุงตลาดอินโดจีนจังหวัด มุกดาหาร ของท่านอนุรักษ์ ตั้งปณิธานนท์ ก็ต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลังที่ให้เกียรติห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเรา ขอบคุณท่านอนุรักษ์ นะครับ ขอบคุณครับ🔗
๑.๓.๕ กระทู้ถาม ที่ ๒๖๐ เรื่อง การจัดสรรการเข้าถึงทรัพยากรน้ำ (นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามนายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้นายกรัฐมนตรี พิจารณาแล้วมีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม คือท่านวราวุธ ศิลปะอาชา เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทนท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ ในการนี้เพื่อประโยชน์ในการถามกระทู้ถามแยกเฉพาะ ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมสนับสนุนข้อมูลในการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะ คือคุณสาธิต สื่อประเสริฐสุข รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ตอนนี้ทั้งผู้ถามผู้ตอบพร้อมแล้วก็ขอเชิญ ท่าน ส.ส. เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ได้ถาม ท่านเท่าพิภพจะมีปัญหาเรื่องขาไมค์ไหมครับ🔗
เดี๋ยวผมพูดดัง ๆ ก็ได้ครับ ท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกลครับ ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีวราวุธที่มาตอบนะครับ จริง ๆ ถาม นายกไป แต่ผมด้วยความไม่แน่ใจมันจะเป็นเรื่องอุตสาหกรรมหรือเรื่องทรัพยากรน้ำ กันแน่ ก็ขอบคุณครับที่ท่านวราวุธน่ามีความรู้เรื่องนี้แน่นอนครับ ต้นสายปลายเหตุ ผมเกริ่นหน่อยครับท่านประธาน เพราะเดี๋ยวอาจจะงงเพราะเรื่องน้ำในสภาเราเยอะเหลือเกิน ส่วนใหญ่ที่ผมฟังมาก็จะเป็นเรื่องการเกษตรเสียส่วนใหญ่ เรื่องน้ำไม่พอทำการเกษตร ทำการปศุสัตว์ซึ่งผมเองในฐานะ ส.ส. กรุงเทพฯ จริง ๆ แล้วเราก็อยู่ปลายน้ำและบางที เราอาจจะไม่ได้พบกับปัญหาน้ำ แต่ผมอยากถามแทนคนไทยทั้งประเทศนะครับ เพราะว่า น้ำในอุตสาหกรรมเราก็ใช้เยอะจริง ๆ และน้ำอุตสาหกรรมก็เป็นปัญหาในทั่วโลกเหมือนกัน จากที่ผมได้ดูมาก็เลยอยากจะตั้งกระทู้นี้เพื่อถามและเป็นประเด็นขึ้นมาให้เป็นที่สนใจของ ทางรัฐบาลด้วยแต่ลึก ๆ ผมก็เชื่อว่ารัฐบาลน่าจะดูเรื่องนี้อยู่ อย่างผมยกตัวอย่างในคำถามนี้ ก็คือก็เป็นตัวแทนของอุตสาหกรรมได้ดีนะครับ ก็คืออย่างเช่นอุตสาหกรรมน้ำเปล่า คือน้ำเปล่าส่วนใหญ่ในประเทศไทย ก็โรงงานแม่น้ำใหญ่ ๆ ใช้น้ำบาดาลในการทำ ซึ่งน้ำบาดาลถ้าเราพูดถึงเรื่องทรัพยากรน้ำปีหนึ่งมีฝนตกลงมาเติมน้ำใต้ดินเราก็จริงนะครับ อัตราการเติมบางแหล่งก็ไม่ทัน ถ้าไม่ทันก็เกิดการอีโรชัน (Erosion) หรือการที่แผ่นดิน มันทรุดได้นะครับ ดังนั้นถ้ามองว่าทรัพยากรน้ำมีอย่างจำกัดมันก็เหมือนกับพวกน้ำมัน ใช่ไหมครับ ซึ่งน้ำมันมันก็ไม่ฟรีก็ต้องได้รับสัมปทานแล้วก็ต้องมีการจ่ายไป ซึ่งผมก็ยกตัวเลข มานะครับว่าในอุตสาหกรรมน้ำดื่มคือมีมูลค่ากว่า ๔๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี ซึ่ง ๔๐,๐๐๐ ล้านนี้ถามว่าต้นทุนของการผลิตจริง ๆ มันเท่าไร อันนี้ก็เลยเป็นปัญหาที่บอกว่าคนไทย ทุกคน ตอนนี้เราไม่ได้ดื่มน้ำประปานะครับ เราต้องซื้อน้ำดื่มขวดใช่ไหมครับ หลากหลาย ยี่ห้อ บางยี่ห้อเป็นโลเคิลแบรนด์ (Local Brand) ก็มีส่วนแบ่งทางการตลาดลดหลั่นกันไป แต่ ทีนี้คำถามของคุณก็คือถ้ามีคนทำน้ำถามว่าเขาจ่ายการใช้ทรัพยากรน้ำของคนทุกคน เท่าเทียมกันหรือเปล่า อันนี้เป็นหลักใหญ่ใจความที่ผมตั้งกระทู้ ผมก็เลยจะเข้าคำถามแรก นะครับว่ารัฐบาลมีการออกแบบการจัดการทรัพยากรน้ำอย่างไร ในปัจจุบันมีมาตรการ ทางกฎหมายการใช้น้ำในอุตสาหกรรมหลายฉบับ แต่อาจจะไม่สามารถบังคับใช้ได้มากหรือมี ช่องโหว่อะไรหรือเปล่าก็อยากทราบรายละเอียดเพื่อไขข้อข้องใจจะได้ทราบว่ามีการจัดการ มีการควบคุม อันนี้ไม่ใช่ว่ามีนายทุนมาก็จะไปที่หนึ่งได้บุฟเฟ่ต์ (Buffet) ไปเลยอย่างนี้ก็จะ แปลก ๆ ใช่ไหมครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ก่อนที่คณะรัฐมนตรีจะตอบผมขออนุญาตแก้ไขข้อมูลนิดหนึ่งนะครับ เมื่อกี้ผมได้แจ้งว่า ผู้สนับสนุนข้อมูลของท่านรัฐมนตรีเป็นคุณสาธิตนะครับ แต่ว่าข้อมูลที่ถูกต้องคือ คุณอธิวัฒน์ สุคนธประดิษฐ รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำ ที่เข้ามาช่วยสนับสนุนข้อมูลให้ท่านรัฐมนตรี เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม วราวุธ ศิลปะอาชา รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี ให้ชี้แจงตอบกระทู้ถามเรื่องการจัดสรรการเข้าถึงทรัพยากรน้ำ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ท่านประธานครับ ท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ที่ท่านได้ให้ความสำคัญและเป็นห่วงเป็นใยกับเรื่องนี้ ทุกครั้งที่ตอบกระทู้ผมเองจะชอบมาก พอสมควร เพราะว่าตัวผมเองจะได้ความรู้ใหม่ด้วยเช่นกัน อย่างเช่นในกรณีนี้ครับ ท่านประธานต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่าประเทศไทยเราตั้งแต่ไหนแต่ไร มาไม่เคยมีกฎหมายเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำโดยตรง พึ่งมามีเอาครั้งแรกเมื่อปี ๒๕๖๑ ที่ผ่านมาแล้วถามว่าก่อนหน้าปี ๒๕๖๑ ประเทศไทยเราบริหารจัดการน้ำกันอย่างไร อย่างเช่นที่ท่านสมาชิกได้กล่าวเมื่อสักครู่นี้ครับท่านประธานว่ามีทั้งภาคอุตสาหกรรมเอย อะไรเอยต้องเรียนว่าที่ผ่านมาจริง ๆ เรามีกฎหมายหลายฉบับมากเกี่ยวกับการบริหารจัดการ น้ำอยู่หลาย ๆ หน่วยงานมีทั้งหมด ๔๒ หน่วยงานครับท่านประธานครับ ที่ดูแลเกี่ยวกับ เรื่องน้ำไม่ว่าจะเป็นน้ำใต้ดิน น้ำบนดิน น้ำในเขตชลประทาน น้ำเพื่อการอะไรต่าง ๆ ทั้งหลายแหล่ ทีนี้ในประเทศไทยเมื่อสักครู่ท่านสมาชิกได้ถามว่ารัฐบาลออกแบบการจัดสรร ทรัพยากรน้ำอย่างไรเบื้องต้นต้องขอเรียนว่าการจัดลำดับความสำคัญหรือไพรออริตี (Priority) ของการใช้น้ำในประเทศไทยครับท่านประธานครับ เราแบ่งเป็น ๔ ส่วนด้วยกัน🔗
ประเด็นแรก น้ำจะต้องให้พี่น้องประชาชนได้ใช้อุปโภคบริโภคเสียก่อน อย่าอะไรก็แล้วแต่จะแล้งจะฝน แต่พี่น้องประชาชนต้องมีน้ำกินน้ำใช้อย่างพอเพียง เมื่อมี น้ำกินน้ำใช้อย่างพอเพียงแล้ว🔗
ประเด็นต่อมาก็คือต้องเอาไว้รักษาระบบนิเวศ ผมเชื่อว่าท่านประธานคงจะ ทราบดีผ่านไปยังท่านสมาชิกว่าการรักษาระบบนิเวศก็คือยกตัวอย่างเช่นเขื่อนต่าง ๆ จะต้อง ปล่อยน้ำออกมาดันน้ำเค็มเพื่อไม่ให้ลุกขึ้นมาในแม่น้ำเจ้าพระยา ยกตัวอย่างเช่นปัจจุบัน ถ้าไม่ได้ด้วยพระปรีชาและพระเนตรอันกว้างไกลของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตรหรือล้นเกล้ารัชกาลที่ ๙ ของเราในการสร้าง เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ของเรานั้น เราอาจจะได้กินปลาเก๋าแถว ๆ นครสวรรค์ก็ได้นะครับ ท่านประธาน ถ้าหากเราไม่รักษาระบบนิเวศเอาไว้ ดังนั้นปัจจัยสำคัญอันดับที่ ๒ ของการใช้ น้ำก็คือการรักษาระบบนิเวศเพื่อพี่น้องประชาชนและเกษตรกรทั้งหลาย ต่อมาก็คือการใช้ เพื่อการอุตสาหกรรมพอใช้อุตสาหกรรม พอมีทุกอย่างพอแล้วก็จะมีทั้งอุตสาหกรรมขนาด เล็กและอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ กฎหมายพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำที่ผมกล่าวเมื่อสักครู่ ท่านประธานครับ พ.ร.บ. ทรัพยากรน้ำปี ๒๕๖๑ นั้นเป็นกฎหมายกลางที่จะรวบรวมเอา ทุก ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการน้ำมาแก้ไขปัญหาที่ซ้ำซ้อนช่องโหว่อาจจะ ไม่มากเท่าไรแต่ที่มันมีหนักหนัก ๆ ก็คือการซ้ำซ้อนของหลาย ๆ กฎหมายด้วยกัน ดังนั้น พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำปี ๒๕๖๑ นั้นได้แบ่งออกมามีความรับผิดชอบอยู่ ๓-๔ ส่วนหลัก ๆ ในส่วนแรกจะเป็นกฎหมายลำดับรองที่อยู่ภายใต้อำนาจของท่านนายกรัฐมนตรีจะมี สผ คำถามที่ ๒ ของผม ยินดีที่ได้รับทราบว่ามีการจัดทำกฎหมายลำดับรองอยู่นะครับ ก็คือสิ่งที่ ผมเป็นห่วงและอยากฝากไปทางรัฐบาลก็คืออย่างที่ผมไปเปิดพลิก ๆ ดูผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ว่าอย่างอุตสาหกรรมเจาะน้ำบาดาล ๑ ลูกบาศก์เมตรหรือ ๑,๐๐๐ ลิตร เสียแค่ ๒๐ สตางค์ ท่านประธานครับ เราคิดดูแล้วไปซื้อน้ำขวดละ ๗ บาท ๕๐๐ มิลลิลิตร ผมรู้สึกว่าตรงนี้ เราจะไปใส่ในกฎกระทรวงหรือกฎหมายลำดับรองได้หรือไม่ในการที่แบบว่าแบ่งประเภท อุตสาหกรรม หมายความว่าถ้าเขาขายน้ำมันควรจะได้สัดส่วนเพราะอย่างที่ผมเรียน ท่านประธานไปนะครับว่าสมมุติอย่างบ้านท่านประธานนครพนมเกษตรกรเขาใช้น้ำรดต้นไม้ น้ำบาดาลมันก็คือเหมือนโรงงานที่เขาเอามา คือทุกคนต่างมีสิทธิที่ต้องใช้น้ำด้วยกันมันควร จะต้องมีความแฟร์ (Fair) กว่านี้ อาจจะคล้าย ๆ กับหลักในสิ่งแวดล้อมที่เรียกว่าโพลลูเตอร์ เพย์ส (Polluter Pays) ก็คือหมายความว่าคนที่ทำโพลลูต (Pollute) หรือทำให้สิ่งแวดล้อม เสียไปก็คือเป็นคนจ่าย มันอาจจะมีการจัดสรรที่เท่าเทียมกว่า ดังนั้นคนที่อยู่รอบ ๆ โรงงาน อย่างที่ผมไปเจอชาวบ้านแต่ก่อนเขาขุดไป ๒๐ เมตร ๕๐ เมตรเขาได้น้ำใช้ แต่ตอนนี้โรงงาน มาก็สูบไปน้ำในดินก็หายไปอย่างนี้ก็มี อันนี้ก็ต้องฝาก จริง ๆ แล้วคำถามที่ ๒ ผมก็คล้าย ๆ กับคำถามแรกนะครับ ถ้ารัฐมนตรีอยากเพิ่มเติมเรื่องหลักเกณฑ์การพิจารณาความจำเป็นใน การใช้ทรัพยากรหรือว่าเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องอุตสาหกรรมแบบชี้ชัดไปเลยว่าตอนนี้ราคามัน เท่าไรอะไร อย่างไร โรงงานเขาจ่ายเพียงพอหรือไม่ อันนี้ก็จะเป็นพระคุณอย่างมากครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ต้องขอบคุณท่านสมาชิกครับท่านประธาน แล้วก็ดีใจ แทนพี่น้องประชาชนที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นห่วงเป็นใยทั้งเรื่องความแตกต่าง ระหว่างในส่วนของการใช้น้ำภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรม ต่อเนื่องจากคำตอบใน คำถามแรกท่านประธานครับ ต้องขออนุญาตเรียนว่าภายใต้การจัดความสำคัญเรียงลำดับ ความสำคัญนั้นภายใต้พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำปี ๒๕๖๑ นั้น ในมาตรา ๔๑ ทางกระทรวงเอง กฎกระทรวงจะต้องแบ่งประเภทการใช้น้ำ เป็นผู้ใช้น้ำประเภท ๑ ประเภท ๒ และประเภท ๓ สิ่งที่ท่านสมาชิกได้เป็นห่วงเมื่อสักครู่ว่าเกษตรกรใช้น้ำมีค่าใช้จ่ายอย่างไร เมื่อเทียบกับภาคอุตสาหกรรมที่ต้องสูบน้ำขึ้นมามีราคาที่ดูเหมือนจะถูกแต่ว่าไปขายแล้วแพง จะมีการแบ่งสรรอย่างไร ประเด็นนี้คือต่อเนื่องจากที่ผมได้อธิบายเบื้องต้นว่าการหาเส้นแบ่ง ตรงนี้เป็นอะไรที่ใช้เวลาแล้วก็จะเป็นการที่กำหนดอยู่ในกฎหมายลูกแต่ละฉบับที่ภายใน ปีหน้าจะเสร็จสิ้นลง ยกตัวอย่างครับท่านประธานครับ การจัดประเภทการใช้น้ำภายใต้ พระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ เขาแบ่งประเภทการใช้น้ำสาธารณะออกเป็น ๓ ประเภท🔗
ผู้ใช้น้ำประเภทที่ ๑ จะเป็นคนส่วนใหญ่พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่รวมไป ถึงพี่น้องเกษตรกรจะทำการอุปโภคบริโภคเลี้ยงสัตว์ทำการเกษตรต่าง ๆ เหล่านี้ไม่จำเป็นที่ จะต้องขอใบอนุญาตการใช้น้ำแล้วก็ไม่ต้องชำระค่าใช้น้ำ คราวนี้บางที่ต้องเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านสมาชิกว่าบางที่ใช้น้ำบาดาล การสูบน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ถ้าเป็นพี่น้องเกษตรกร ใช้เพื่อการเกษตรค่าธรรมเนียมแทบจะไม่มีเลย แต่ว่าบางครั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่มีหน้าที่ดูแลระบบบาดาลที่ทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้มอบให้นั้น จำเป็นที่จะต้องเก็บ ค่าดูแลรักษาเพราะว่าระบบเหล่านี้พอผ่านไปช่วงระยะเวลาหนึ่งประมาณปีหนึ่งแล้วระบบ เหล่านี้ทางท้องถิ่นจะต้องเป็นคนดูแล การที่จะดูแลนั้นจะต้องมีงบประมาณในการดูแล ก็เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าพอสมควรที่ผู้ที่ใช้ในแต่ละคนจะต้องช่วยกัน เรียกว่าช่วยกันเจียดจ่าย รายได้บางส่วนเพื่อมาดูแลระบบของตน อันนั้นก็จะเป็นเรื่องของท้องถิ่นไป ดังนั้นภาพรวม แล้วผู้ใช้น้ำประเภทที่ ๑ ก็คือพี่น้องประชาชนพี่น้องเกษตรกรนั้นจะสามารถใช้น้ำได้ โดยที่ไม่ต้องขออนุญาตแล้วก็ไม่เสียค่าใช้จ่าย🔗
ส่วนผู้ใช้น้ำประเภทที่ ๒ ก็จะเป็นตามที่ท่านสมาชิกได้ตั้งข้อสังเกตเป็นการ ใช้น้ำเพื่อการอุตสาหกรรม เพื่อการท่องเที่ยวรวมไปทั้งการผลิตพลังงานไฟฟ้า การประปา และกิจกรรมอื่น ๆ ในประเด็นนี้ก็จะเป็นส่วนที่กระทรวงมหาดไทยจะเข้ามามีบทบาทในการ ที่จะกำหนดอัตราค่าใช้จ่าย แน่นอนเมื่อสักครู่ที่ท่านสมาชิกบอกว่าค่าน้ำบาดาลที่สูงขึ้นมา นั้นมันดูเหมือนถูกเหลือเกิน อาจจะเป็นไปได้ว่ากฎกติกาที่ใช้นั้นมันอยู่ภายใต้ระเบียบเก่า ดังนั้นภายใต้ พ.ร.บ. ทรัพยากรน้ำปี ๒๕๖๑ และกฎหมายลูกที่เรากำลังจะออกนั้น ค่าธรรมเนียมค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เหล่านี้ก็จะมีการปรับขึ้นตามความเหมาะสมซึ่งต้องใช้เวลา พอสมควรในการที่จะไปสอบถามแล้วก็ทำการศึกษาในแต่ละส่วน🔗
และผู้ใช้น้ำประเภทที่ ๓ ครับท่านประธานครับ เป็นการใช้น้ำเพื่อกิจกรรม ขนาดใหญ่ใช้ปริมาณน้ำมาก มากนี่คือมาก ๆ เลย ถึงขนาดอาจจะกระทบกับเสถียรภาพ ของลุ่มน้ำในแต่ละลุ่มน้ำมีการใช้น้ำข้ามลุ่มน้ำกันเกิดขึ้น แล้วก็ครอบคลุมพื้นที่อย่างมากมาย และใช้ประโยชน์ทางธุรกิจ ซึ่งปัจจุบันต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกว่า ผู้ใช้น้ำประเภท ๓ ในประเทศไทยมีอยู่เพียงไม่กี่เจ้าเท่านั้นเอง ดังนั้นการที่จะกำหนดการใช้ น้ำทั้ง ๓ ประเภท ทั้งประเภท ๑ ประเภท ๒ ประเภท ๓ นั้นจะมีกฎหมายลูกที่จะกำหนดว่า แต่ละประเภทจะมีค่าใช้จ่ายอย่างไร จะมีค่าธรรมเนียมอย่างไร จะมีการดำเนินการมีลิมิต (Limit) อย่างไรบ้าง ขอบเขตการใช้น้ำภาคประชาชนเอยอะไรเอยสิ่งต่าง ๆ ที่ท่านสมาชิก เป็นห่วงนั้นต้องเรียนว่าเป็นสิ่งที่มีเหตุผล แล้วก็ขอขอบคุณท่านสมาชิกที่ตั้งกระทู้นี้ขึ้นมา เพราะให้โอกาสทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มีโอกาสชี้แจง และผม เชื่อว่าพี่น้องประชาชนก็คงจะได้รับทราบรายละเอียดเพิ่มเติมอีกในระดับหนึ่ง ถ้าหากว่า มีข้อสงสัยอย่างไรเพิ่มเติมทางกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเรายินดีที่จะ ส่งเอกสารเพิ่มเติมให้กับท่านสมาชิกครับ ขอบคุณครับ🔗
ผู้เข้าร่วม ประชุมครับก็ถือว่าเป็นการถามตอบกระทู้แยกกระทู้ที่ ๒๖๐ เรื่องการจัดสรรการเข้าถึง ทรัพยากรน้ำของท่าน ส.ส. เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ถามท่านนายกรัฐมนตรี วันนี้ต้องขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ท่านวราวุธ ศิลปอาชาที่ให้ เกียรติห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะของพวกเรา ขอบคุณท่าน ส.ส. เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกรนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปก็เป็นระเบียบวาระที่ ๑.๓.๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๒๕๕ เรื่อง การผันน้ำจากเขื่อนน้ำอูน อำเภอนิคมน้ำอูน จังหวัดสกลนคร เพื่อให้เกษตรกรได้ใช้น้ำ ในการทำเกษตรกรรมของท่านอนุรักษ์ บุญศล ถามนายกรัฐมนตรี เนื่องจากว่ารัฐมนตรี ที่ได้รับมอบหมายติดภารกิจ จึงขอเลื่อนการถามตอบกระทู้ ๒๕๕ ไปในการประชุม คราวต่อไป🔗
ต่อไปเป็นกระทู้ที่ ๑.๓.๖ เป็นกระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๒๖๑ เรื่อง ปัญหาสุนัข และแมวจรจัดของท่าน ส.ส. เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ท่านรัฐมนตรีที่รับหน้าที่ในการตอบ ติดภารกิจสำคัญก็เลยขอเลื่อนการถามตอบกระทู้ ๒๖๑ ไปในการประชุมคราวต่อไป สำหรับ วันนี้ถือว่าจบการพิจารณากระทู้แยกเฉพาะครับ🔗
ก่อนที่จะไปสู่วาระต่อไป ผมขออนุญาตที่ประชุมนะครับ เนื่องจากว่ามีวาระที่ไม่ได้มีปัญหา คือเพียงเพื่อรับรอง รายงานการประชุม แล้วก็ตั้งกรรมาธิการที่มีผู้ลาออก เพื่อสมาชิกจะได้มีโอกาสได้ทำงาน จึงขออนุญาตที่ประชุมว่าขอนำวาระรับรองรายงานการประชุม ซึ่งอยู่ในระเบียบวาระที่ ๓ ขึ้นมาขอให้สมาชิกรับรองก่อนนะครับ🔗
ท่านสมาชิกไม่ขัดข้อง นะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๓.๑ รับรองรายงานการประชุม🔗
๓.๑ รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) ครั้งที่ ๓๐ เป็นพิเศษ วันพุธที่ ๑๖ ถึงวันศุกร์ที่ ๑๘ กันยายน ๒๕๖๓ และ🔗
๓.๒ รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) ครั้งที่ ๑ วันพุธที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ ครั้งที่ ๒ วันพฤหัสบดีที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ ซึ่งสมาชิกได้เห็นแล้วนะครับ ได้วางไว้ให้แล้ว ถ้าสมาชิกไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุม สภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๓ ครั้ง ดังที่ได้กล่าวมานะครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งที่ขออนุญาตที่ประชุมก็คืออยู่ในระเบียบวาระที่ ๗ นะครับ เกี่ยวกับเรื่องของคณะกรรมาธิการที่ประธานคณะกรรมาธิการแต่ละคณะได้ขอมา โดยประธานคณะกรรมาธิการ นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ในคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาคลื่นทะเลกัดเซาะชายฝั่ง และการพัฒนา ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลอย่างเป็นระบบ มีแจ้งว่า นายปรีชา แก้วกระจ่าง กรรมาธิการ ขอลาออกจากตำแหน่ง จึงพ้นจากการเป็นกรรมาธิการ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) ตำแหน่งนี้เป็นกรรมาธิการสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ขอเชิญพรรคพลังประชารัฐ เสนอ ผู้ทำหน้าที่กรรมาธิการแทนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร พรรคพลังประชารัฐ แบบบัญชีรายชื่อจากจังหวัดฉะเชิงเทรา ในสัดส่วนของกรรมาธิการวิสามัญคณะนี้ ก็ต้อง ขออนุญาตเรียนท่านประธานว่ากำลังประสานกับทาง ครม. อยู่นะครับว่าทาง ครม. จะส่งใคร มาทำงานแทนในส่วนนี้ ก็เลยขอเรียนท่านประธานว่าคณะนี้เราขอเลื่อนไปก่อนนะครับ แล้วเดี๋ยวพร้อมเดี๋ยวจะขอแจ้งท่านประธานอีกทีครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ถ้าอย่างนั้น ขออนุญาตไปที่กรรมาธิการใน ๗.๓ คือกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการกระจาย อำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่นและการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ ซึ่งมีตำแหน่งว่างลง เนื่องจากประธานคณะกรรมาธิการ นายซูการ์โน มะทา แจ้งว่า นายสินิตย์ เลิศไกร ได้ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ จึงพ้นจากการเป็นกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) โดยที่คณะกรรมาธิการชุดนี้เป็นสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์นะครับ ขอเชิญ พรรคประชาธิปัตย์เสนอแทนนะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ขอเสนอกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารรูปแบบพิเศษ แทนตำแหน่งที่ว่าลงเพราะการลาออกของ นายสินิตย์ เลิศไกร คือ นายภานุ ศรีบุศยกาญจน์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ เรียบร้อยครับ ขออนุญาตไปอีกคณะหนึ่งนะครับ กรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแผนปฏิรูป ประเทศด้านการศึกษาและแนวทางการบริหารจัดการปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการ ศึกษาอย่างเป็นระบบ โดยประธานคณะกรรมาธิการ นางทัศนียา รัตนเศรษฐ ได้แจ้งว่าขอให้ ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจาก รองศาสตราจารย์ประวิต เอราวรรณ์ ได้ขอ ลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ จึงพ้นจากการเป็นกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) เป็นสัดส่วนของคณะรัฐมนตรีครับ พร้อมไหมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา เหมือนกับคณะก่อนครับ คณะนี้ขอเลื่อนไปก่อน เอาไว้ตั้งในการประชุม ครั้งถัดไปครับ ขอขอบพระคุณครับ🔗
ได้ครับ ขอบคุณครับ ขออีกชุดนะครับ🔗
๗.๕ กรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการการศึกษามีตำแหน่งว่างลง โดยท่านประธานคณะกรรมาธิการ นายนพคุณ รัฐผไท ได้แจ้งว่า นางสาวตรีนุช เทียนทอง ได้ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ จึงพ้นจากการเป็นกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) จึงขอให้เสนอชื่อกรรมาธิการขึ้นมาแทน เป็นสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ใช่ไหมครับ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตเสนอชื่อ นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ เป็นกรรมาธิการการศึกษา แทนตำแหน่งที่ว่างลงครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ คุณวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ แทนตำแหน่งที่ว่าง อีกชุดหนึ่งที่ประธานกรรมาธิการแจ้งมา ก็คือ🔗
๗.๖ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาการออกประทานบัตร เหมืองแร่ และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองแร่ มีตำแหน่งว่างลง โดยประธาน กรรมาธิการ คุณประทวน สุทธิอำนวยเดช ได้ทำหนังสือแจ้งว่า นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ กรรมาธิการได้ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ จึงพ้นจากการเป็นกรรมาธิการ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) นะครับ ตำแหน่งนี้ว่างลงเป็นสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา ขออนุญาตเสนอชื่อ นายรณเทพ อนุวัฒน์ เป็นคณะกรรมาธิการชุดนี้ แทนตำแหน่งที่ว่างลงครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ🔗
๗.๗ กรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และแนวทางการบริหารจัดการปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ มีกรรมาธิการว่างลง โดยนางทัศนียา รัตนเศรษฐ ประธานกรรมาธิการแจ้งว่า นายชัยสิทธิ กิตติวิบูลย์ กรรมาธิการได้ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ จึงพ้นจากการเป็นกรรมาธิการ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) ตำแหน่งนี้เป็นสัดส่วนของพรรคก้าวไกลครับ ขอเชิญพรรคก้าวไกลเสนอชื่อกรรมาธิการแทนครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูในสัดส่วนของพรรคก้าวไกล ๑ คน คือ เถกิง ศักดิ์ดานุวงศ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ🔗
๗.๘ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการบริหารจัดการปาล์มน้ำมัน อย่างเป็นระบบ โดย นายวีระกร คำประกอบ ประธานกรรมาธิการได้แจ้งว่านายวัชระ ยาวอหะซัน กรรมาธิการได้ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ จึงพ้นจากการเป็นกรรมาธิการตาม ข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) ตำแหน่งดังกล่าวนี้เป็นสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ขอเชิญเสนอเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครราชสีมา ขออนุญาตเสนอชื่อ นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ เป็นคณะกรรมาธิการชุดนี้แทนตำแหน่งที่ว่างลง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ🔗
ต่อไป เป็นการตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรมหาชนและกองทุน แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก โดยประธานกรรมาธิการคือ คุณจิรายุ ห่วงทรัพย์ ได้มีหนังสือ แจ้งว่าขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจาก นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์ ได้ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ จึงเป็นอันพ้นจากการเป็นกรรมาธิการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) เป็นสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐนะครับ ขอเชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา ขออนุญาตเสนอชื่อ นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ เป็นคณะกรรมาธิการสามัญ กิจการศาลแทนตำแหน่งที่ว่างลง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องนะครับ ก็หมดกรรมาธิการที่ขอเปลี่ยนแปลงนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม🔗
๒.๑ รับทราบเรื่องวุฒิสภาได้ลงมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติยกฐานะ ศาลแขวงนครไทย ศาลแขวงพยัคฆภูมิพิสัย และศาลแขวงเวียงป่าเป้าเป็นศาลจังหวัด พ.ศ. .... ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบแล้ว โดยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่า ที่ประชุมวุฒิสภาได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติยกฐานะศาลแขวงนครไทย ศาลแขวง พยัคฆภูมิพิสัย และศาลแขวงเวียงป่าเป้าเป็นศาลจังหวัด พ.ศ. .... และลงมติเห็นชอบด้วย กับสภาผู้แทนราษฎรในการประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๑ (สมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เมื่อวันจันทร์ที่ ๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๔ แล้ว จึงแจ้งที่ประชุมรับทราบครับ🔗
วาระรับทราบที่ ๒.๒ คือรับทราบผลการพิจารณารายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง แนวทางการแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนและการลอบประทุษร้ายประชาชน ของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษา และแก้ไขปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชน และการลอบประทุษร้ายประชาชน ซึ่งเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้แจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๔ รับทราบรายงานตามที่กระทรวงยุติธรรมและได้เสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ อันนี้ก็เลยขอแจ้งที่ประชุมรับทราบตามวาระปกตินะครับ🔗
๒.๓ รับทราบผลการพิจารณารายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง ความปลอดภัยทางถนนและคมนาคม ซึ่งคณะกรรมาธิการการคมนาคมรายงาน ผลการดำเนินงานตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการตามข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ๒๕๖๒ ข้อ ๑๐๕ วรรคสี่ นั้น โดยขณะนี้เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มี หนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๔ รับทราบรายงาน ที่กระทรวงคมนาคมเสนอ และเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อรับทราบต่อไปนะครับ จึงแจ้ง ที่ประชุมรับทราบครับ🔗
เชิญท่านนิยมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ขอกราบเรียนท่านประธานขอเสนอญัตติเร่งด่วนด้วยปากเปล่าเพื่อเป็นการ พิจารณาเรื่องซึ่งกำลังเดือดร้อนเพื่อให้รัฐบาลรับไปดำเนินการอย่างรีบด่วนตามข้อ ๕๔ (๑) ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรอง ๕ ท่านครับ ผู้รับรองถูกต้องครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๑) ขอเชิญท่านนิยมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ🔗
ท่านนิยมครับ เดี๋ยวขอ นิดเดียวนะครับ เจ้าหน้าที่ผู้ที่มาชี้แจงในวาระเพื่อทราบที่ ๒.๔ ๒.๕ ๒.๖ ๒.๗ ๒.๘ กรุณารับทราบด้วยว่าขณะนี้มีวาระด่วนเข้ามา ซึ่งก็ไม่แน่ใจว่าจะจบตอนไหน ก็เรียน เพื่อขออภัยด้วยที่อาจจะต้องรอ เชิญท่านนิยมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมต้องกราบเรียนท่านประธาน ด้วยคณะ ส.ส. สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในสภาแห่งนี้ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ได้รับความเดือดร้อน อย่างแสนสาหัสเนื่องจากได้เกิดการแพร่ระบาดของโรคอุบัติภัยใหม่ ซึ่งเป็นภัยพิบัติของ โค กระบือและสุกร ได้ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมด้านปศุสัตว์ในหลายประเทศ ซึ่งโรคนี้ เริ่มระบาดเข้ามาในประเทศไทย เมื่อปลายปี ๒๕๖๓ ซึ่งเริ่มทีเดียวจากในประเทศภูฏาน เนปาล ศรีลังกา ฮ่องกง ไต้หวัน เวียดนาม และเมียร์มาร์ ตั้งแต่ปี ๒๕๖๒-๒๕๖๓ จนเดือนมีนาคม ๒๕๖๔ ได้แพร่ระบาดเข้ามาในประเทศไทย ทำให้โค กระบือ ที่ทราบจาก เหตุการณ์ว่าเริ่มที่จังหวัดร้อยเอ็ด ทำให้โค กระบือที่เกษตรกรเลี้ยงไว้เกิดล้มป่วย อย่างมหาศาล ตายไปแล้ววันนี้จากข้อมูลเบื้องต้นทราบว่า ๗,๐๐๐ ตัว ทำให้เกษตรกรได้รับ ผลกระทบและเกิดความเสียหายต่ออาชีพปศุสัตว์ กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่มีความจำเป็น เร่งด่วน ไม่สามารถที่จะปล่อยให้ดำเนินการตามปกติได้ เพื่อให้เป็นการรักษาความมั่นคง ทางด้านเศรษฐกิจ ด้านปศุสัตว์ สังคม และสาธารณสุขของประเทศ ดังนั้นกระผมจึงขอเสนอญัตติอย่างเร่งด่วนโดยปากเปล่าเพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ได้ร่วมกันพิจารณาเป็นภาระด่วนที่จะหาทางป้องกันรักษา เยียวยาให้เกษตรกรที่ ได้รับผลกระทบจากโรคภัยไวรัสใหม่นี้ ซึ่งเขาเรียกว่า โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ท่านประธานครับ ดังนั้นผมจึงกราบเรียนประธาน ซึ่งต่อไปจะมีพี่น้อง ส.ส. ในหลายพื้นที่ ได้มาร่วมแสดงความคิดเห็นพิจารณาเพื่อให้รัฐบาลนำไปดำเนินการโดยเร่งด่วน ท่านประธานครับ ผมขอนำเสนอรายละเอียดเป็นเบื้องต้นว่าเมื่อประมาณต้นปี ๒๕๖๔ ประเทศไทยได้มีการแพร่ระบาดของโรคไวรัสในโค กระบือ หรือเป็นที่รู้จักกันคือ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ซึ่งถือเป็นภัยพิบัติที่ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมด้านปศุสัตว์ ดังนั้นผมจึงต้องขอกราบเรียนว่า โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ที่เกิดระบาดในโค กระบือ ซึ่งตอนนี้กำลังลุกลามมาถึงสุกรเป็นโรคอุบัติใหม่ของประเทศไทย ซึ่งมาถึงปัจจุบันนี้ระบาด อย่างรวดเร็ว เป็นเชื้อไวรัสชนิดหนึ่งซึ่งจะพบในโคกระบือและสัตว์เลี้ยงที่เคี้ยวเอื้อง เกิดขึ้น ในประเทศไทยเป็นวิกฤติหนักของเกษตรกร ท่านประธานครับ ตอนนี้พบแล้วใน ๖๒ จังหวัด ทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันตก และภาคใต้ ซึ่งมีเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ จากรายงานต่าง ๆ วันนี้ถึงวันที่ ๑๖ มิถุนายน ทราบว่าตอนนี้มีสัตว์ โคกระบือได้รับ ผลกระทบแล้วไม่น้อยกว่า ๕๙,๖๖๕ ตัว มีโค กระบือที่ล้มป่วยและตายบ้างกว่า ๗,๐๐๐ ตัว โดยมีพาหะนำโรคเป็นแมลงวันดูดเลือด เช่น เห็บ แมลงวัน ยุง ท่านประธานครับ สำหรับ สถานการณ์ระบาดของโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ในพื้นที่บ้านผม คือจังหวัดสกลนคร ซึ่งต่อไปจะมีเพื่อนสมาชิกขึ้นมาอภิปรายในส่วนของจังหวัดของแต่ละบุคคล จังหวัดสกลนคร ของผมได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านเกษตรกร ติดตามการรายงานจากปศุสัตว์จังหวัดด้วย มีตัวเลขน่าตกใจท่านประธาน เป็นโรคระบาดที่ยังไม่สามารถที่จะเข้ารักษาได้อย่างจริงจัง ถ้าหากรัฐบาลไม่ให้ความสนใจ ไม่ดูแลอย่างเอาจริงเอาจัง ผมคิดว่าพี่น้องเกษตรกร ผู้เลี้ยงปศุสัตว์บ้านผมมีปัญหา ตอนนี้ของจังหวัดสกลนครเองทราบว่าล้มป่วยตายแล้ว ๓,๕๑๕ ตัว โดยแยกเป็นโคเนื้อ ๓,๔๐๐ ตัว โคนม ๙๐ ตัว กระบือ ๒๕ ตัว ส่วนสุกรเดี๋ยวผม จะรายงานต่อไป ท่านประธานครับ เนื่องจากการระบาดของโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ขยายวงกว้างทั้งในจังหวัดสกลนครและจังหวัดข้างเคียง ของเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ พื้นที่ผมเห็นชัดเจนคือในพื้นที่ ในเขตเลือกตั้งผมทั้ง ๕ อำเภอ ไม่ว่าอำเภอกุสุมาลย์ อำเภอโพนนาแก้ว อำเภอโคกศรีสุพรรณ อำเภอเต่างอย อำเภอภูพาน อำเภอเมือง ซึ่งผมก็เห็นอยู่ใกล้เคียง ตอนนี้พี่น้องเดือดร้อน อย่างแสนสาหัสสากรรจ์ แล้วโรคหนึ่งซึ่งกำลังจะเกิดขึ้น แล้วเกิดขึ้นแล้ว ถ้าหากภาคราชการ ซึ่งรัฐบาลกำกับดูแลอยู่ โดยเฉพาะหน่วยงานคือกรมปศุสัตว์ ซึ่งวันนี้ยังดำเนินการ มะงุมมะงาหราอยู่นี้ท่านประธาน ผมจึงคิดว่าปัญหาจะตามมา โรคสุกรซึ่งพี่น้องลูกหลาน ประชาชนในเขตเลือกตั้งผมเห็นชัดเจน ที่เรียกว่าโรคเพิร์ส (PRRS) อะไรนี้ หรือโรคตัวเชื้อ ที่ว่าพีอาร์อาร์เอส (PRRS) ที่เป็นโรคระบาดอย่างร้ายแรงในสุกรในบางคอก บางพี่น้อง บางประชาชนบางคน ตอนนี้ได้รับผลกระทบแล้ว เริ่มมีการตายเกิดขึ้นของสุกร อันนี้ผมจึงเห็นว่าปล่อยไว้ไม่ได้ ท่านประธาน ปล่อยไม่ได้ ราชการต้องเข้ามาดำเนินการ อย่างเฉียบขาด ท่านประธานครับ ที่ผมถือว่าเหมือนกับผีซ้ำด้ำพลอย ซึ่งเกิดขึ้นในเกษตรกร พี่น้องประชาชนบ้านผมในวันนี้ นอกจากโควิด-๑๙ (COVID-19) พี่น้องประชาชนโดนแล้ว อันนี้ถึงแม้จะรักษาได้ แต่เรายังไม่รักษา ก็คือโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้มันเป็นเรื่องที่ รักษาได้ แต่เราไม่ดำเนินการแบบเฉียบขาด เท่าที่ผมทราบรัฐบาลมีมาตรการจ่ายเงินชดเชย เยียวยาให้เกษตรกร ในราคา ๖,๐๐๐ บาทถึง ๒๒,๐๐๐ บาทต่อตัว ที่สำคัญเจ้าของ รายหนึ่งถ้าเกิดโคหรือกระบือตายจะให้ได้แค่ ๒ ตัวเท่านั้นครับ ท่านรัฐมนตรีผมมานั่งอยู่นี้ ท่านรับฟังผมไป แล้วทราบว่าท่านไปแล้วล่ะ ไปบ้านผมมาแล้ว แต่ผมต้องกราบเรียนว่าวันนี้ ๒ ตัว ถ้าเกิดมันตาย ๓ ตัว ๔ ตัวไม่ได้รับการเยียวยา นี่คือเป็นปัญหาซึ่งผมต้องมาพูดในสภา แล้วเป็นอัตราที่ต่ำที่ผมว่านี้ ๖,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ บาท ท่านประธานครับ โคขุนโพนยางคำ บ้านผม ตัวหนึ่ง ๑๐๐,๐๐๐-๒๐๐,๐๐๐ บาท ถ้าเกิดตายให้ ๖,๐๐๐ บาท ผมไม่รู้จะพูด อย่างไร พี่น้องบ้านผมเดือดร้อนไปทั่ว โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกรซึ่งตั้งสหกรณ์ เขียนว่า สหกรณ์โคขุนโพนยางคำ ท่านประธาน ตอนนี้ได้รับความเดือดร้อนอย่างสาหัสสากรรจ์ นอกจากพี่น้องเกษตรกรเลี้ยงโคทั่ว ๆ ไป คือโคขุนโพนยางคำเป็นโคขุนที่มีสมาชิกมาก เป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย คือมีถึงขนาด ๒๑ กลุ่ม รวมแล้วมีสมาชิกเป็นครัวเรือน ไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ ครอบครัวเป็นสมาชิก นี่ล่ะคือปัญหา คือโคขุนโพนยางคำนี้ เขามีมาตรฐานสากลว่าโคที่จะเอาลงชำแหละได้นี้ต้องผ่านการตรวจสอบ คือขุนไม่น้อยกว่า ๑๕ เดือน ท่านประธาน ต้องขุนไม่น้อยกว่า ๑๕ เดือน แล้วการตรวจสอบเขามาตรฐาน จริง ๆ มีเจ้าหน้าที่ มีนักวิชาการ จึงจะนำมาชำแหละได้ คือไม่น้อยกว่า ๑๕ เดือน วันนี้ โคขุนโพนยางคำนี้ เป็น ๒๑ กลุ่ม มีไปทั่วทั้งจังหวัดนครพนม จังหวัดสกลนครมีมากที่สุด จังหวัดนครพนม จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดบึงกาฬ จังหวัดกาฬสินธุ์ ในกลุ่ม ๒๑ กลุ่ม แต่ละกลุ่มก็มีสมาชิกของตัวเอง ๑๐๐ ๒๐๐ ๓๐๐ ว่ากันไป แต่ตอนนี้ในรหัสนี้มีไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ ครอบครัว นั่นล่ะคือเป็นปัญหาใหญ่ที่ผมต้องพูดต่อไปคือว่าเมื่อโคขุนโพนยางคำ ๑๕ เดือนได้เวลาที่จะลง เขาเรียกว่าลงเข้าห้องชำแหละ มีการตรวจสอบผ่านขั้นตอน ตามวิธีการ วันนี้ชำแหละไม่ได้ ท่านประธาน เนื้อขายไม่ออก หรือในช่วงเป็นโรค สหกรณ์ ก็เข้มงวด ไม่ชำแหละ หรือชำแหละแล้วขายไม่ได้ เพราะสื่อทั้งหลาย ทั้งกระแสหลัก กระแสต้าน ทั้งหลายออกมาว่า โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี่พี่น้องประชาชนไม่กล้า ไม่กล้าจะบริโภค มันเลยกระทบไปถึงสมาชิกผู้เลี้ยงโคขุนทั้งหลายว่ายังไม่ชำแหละ ปัญหาตามมาคือหลังจาก ครบกำหนดก็ต้องยืดเวลาออกไปอย่างน้อยก็ ๕-๖ เดือน ๕-๖ เดือนถ้าฟังดูก็เป็นเรื่อง ธรรมดา ท่านประธาน แต่ถ้าคนขุนวัวแบบท่านไพจิต ขุนเป็นอาชีพนี้ จะรู้สึกว่าเจ็บปวดเลย ๕-๖ เดือนต้องมีค่าใช้จ่าย เพราะวัวที่ขุนจะต้องกินหัวอาหารทุกวัน ไม่ได้กินหญ้าปกติ หญ้านั้นเป็นส่วนประกอบ ที่สำคัญคือต้องหัวอาหาร น้ำตาล กากน้ำตาล ต้องใช้จ่ายเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นแทนที่จะขายได้ในราคาที่พออยู่ได้ พอเลี้ยงครอบครัวได้ วันนี้อยู่ไม่ได้แล้วครับ ท่านประธาน อันนี้ล่ะผมจึงนำเรียนมาในสภาแห่งนี้ว่าถึงเวลาที่สภาจะช่วยกันคิด แล้วรัฐบาลต้องนำไปปรับปรุงแก้ไขอย่างเร่งด่วน ผมไม่มีแนวคิดที่จะให้ตั้งกรรมาธิการ มีแนวคิดว่าให้พี่น้องแสดงความคิดเห็น แล้วรัฐบาลโดยวันนี้ต้องขอบคุณรัฐมนตรี ท่านประภัตร โพธสุธน ท่านมารับรู้เรื่องแล้วต้องนำไปบอกนายกรัฐมนตรีด้วย เพราะต้อง ดำเนินการอย่างเร่งด่วน ท่านประธานครับที่ผมกล่าวมานี้เป็นเครื่องยืนยันว่าพี่น้องบ้านผม แล้วก็พี่น้องในหลายจังหวัดมีปัญหาคล้าย ๆ กัน ที่ผมต้องยกสหกรณ์โคขุนโพนยางคำก็เพราะ เป็นองค์กรใหญ่ที่อยู่มา ๕๐-๖๐ ปี เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง เลี้ยงครอบครัว บางคนมีโคขุน อยู่ ๒ ตัว ลงทุนกู้เงิน ธ.ก.ส. ไปซื้อโคขุนมาเพื่อจะขุน ก็เป็นความหวังว่าขายโคขุน ๒ ตัว จะมีกำไรเหลือบ้างเล็กน้อย หักต้นทุน หักราคาโคออก เพราะอย่างน้อยซื้อตัวหนึ่งก็ ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ บาท ขุน ๑๕ เดือนก็ขายได้ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาท เหลืออยู่หักค่าอาหาร ก็เป็นทุนให้ลูกให้หลานเสียค่าเทอม เห็นไหมเปิดเทอมเมื่อกี้นี้ก็หวังจะขายโคนี่ล่ะ ให้อีแดง มันได้เรียนหนังสือ ให้บักหำได้เรียนหนังสือ แถวบ้านผมบอก แต่วันนี้ไปไม่ออกครับ ท่านประธาน ไปไม่ออกแล้ว ขุนแล้วขายไม่ได้ ไม่ได้ลง ต้องเสียเงินขุนต่อ ก็พอยืดหยุ่นไปได้ ตรงที่ว่าสหกรณ์เขาให้สมาชิกกู้เบิกอาหาร จ่ายไปก่อน ยังไม่ต้องจ่ายเงินสด นี่คือหายใจได้ แต่ว่าเบิกไปก่อนนั้นไม่ได้หมายถึงว่าเขาให้เลยนะครับ หักเอาทุกบาททุกสตางค์ เพราะ นั่นคือเป็นธุรกิจหนึ่ง ผมจึงต้องขอขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรี นายประภัตร โพธสุธน ว่าท่านได้มานั่งฟัง ฟังปัญหาแล้วผมไม่อยากได้ยินคำว่า ภาคราชการไม่มีเงิน ไม่มีสตางค์ โดยเฉพาะกรมปศุสัตว์วันนี้ต้องเต้น ต้องออกมารบอยู่หน้าศึก เพราะผมเห็นแต่รัฐมนตรี ประภัตรลงไปในหลายจังหวัด หลายอำเภอ ผมยังไม่เห็นกรมปศุสัตว์ ซึ่งเป็นเจ้าของเรื่อง มาเต้นมาวิ่งอะไรเลย มีเจ้าหน้าที่ในจังหวัดออกไปร่วมกับ ส.ส. บ้างเป็นบางส่วน เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นใจนะ แต่เห็นใจนี่ราชการอย่านอนหลับทับสิทธิ วันนี้ประชาชนกำลัง เดือดร้อน เกิดภัยพิบัติอย่างใหญ่หลวง มันก็เหมือนโรคโควิด (COVID) นี่ล่ะครับ แต่เป็น โควิด (COVID) สัตว์ รักษาได้ แต่ถ้าไม่รักษา ท่านประธานครับ บ้านผมวันนี้ไม่มีอะไร จะรักษาแล้ว หมายความว่ารักษาตามอาการ ผมถามชาวบ้านทำอย่างไรตามอาการ ก็ให้กินยาเขียวบ้าง เอามาดมาทาตรงแผล ผมเอารูปมาให้ดู วัวนอนเป็นตะปุ่มตะป่า เอายาแก้ไข้บ้าง อะไรบ้าง คือไม่มีวิธีการรักษา ไปไม่ได้ ผมต้องฝากท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีว่าวันนี้ทางปศุสัตว์ บอกวัวมันติดโรคแล้วฉีดวัคซีนไม่ได้ ก็ไม่เป็นอะไร แต่ท่านต้องจัดการในการรักษาช่วยเขา ไม่ใช่ปล่อยให้เขารักษาตามบุญตามกรรม เอายาเขียว เอายาแก้ไข้ แล้วก็ปล่อยให้มันตาย บางตัวที่บ้านผมเป็น บอก ส.ส. ตายแล้วมันเป็นอยู่ ๓ วันตาย ไม่รู้จะทำอย่างไร ก็จะได้เงิน ๖,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๐ บาทนี่ล่ะ ถ้าตัวเล็ก ตัวใหญ่ มันไม่คุ้มท่านรัฐมนตรี ผมต้อง ฝากท่านด้วย หัวจิตหัวใจของคนที่อยู่กับชาวบ้านว่าถ้าเรายังปล่อยให้เขารักษาตามบุญ ตามกรรม กินยาเขียว ฉีดตามมีตามเกิด พี่น้องบ้านผมได้รับผลกระทบจากโควิด (COVID) ก็มากพออยู่แล้ว อย่าให้เขาต้องมีชีวิตอยู่ด้วยความลำเค็ญกว่านี้เลย ท่านจะมียารักษาอะไร ท่านก็หามา ดำเนินการโดยเร่งด่วน ส่วนสัตว์ที่ยังไม่ติดโรคไวรัสตัวนี้ ท่านจะฉีดวัคซีน ก็ดำเนินการไป ท่านจะบอกยังไม่มี ไม่มา ผมไม่ทราบ แต่ว่าวันนี้มาแล้ว ผมได้รับการยืนยัน จากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคว่านำเข้าจากประเทศเวียดนาม แต่เสียค่านำเข้ารายละ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ บาท จากคนกลุ่มที่เอาเข้ามา รัฐบาลเราลงไปดำเนินการเลย รักษา ผมไม่อยากได้ยินคำว่า ไม่มีเงิน เพราะเป็น ๓ เดือนสุดท้ายของปีงบประมาณ ผมไม่อยาก ได้ยินครับ มันเป็นภัยพิบัติ งบกลาง เงินกู้มีเท่าไรว่ามา ให้พี่น้องประชาชนเขากำลังเดือดร้อน เลือดตากำลังจะกระเด็น ท่านประธานอันนี้คือเป็นประเด็น ผมไม่อยากได้ยิน คำว่า ไม่มีเงิน เพราะเป็น ๓ เดือนสุดท้ายของงบประมาณ แล้วที่สำคัญผมได้ยินมาจาก ภาคราชการว่าให้ท้องถิ่นเข้ามาจัดซื้อจัดจ้างช่วยแรงหนึ่ง อันนั้นก็ช่วยแรงหนึ่ง แต่ท่าน ต้องเข้าใจว่าท้องถิ่นเปลี่ยนถ่ายนายก เปลี่ยนอะไรบ้าง เทศบาล เงินบางอันใช้ไม่เหลือแล้ว เขาไม่รู้จะเอาเงินส่วนไหนมาให้ เงินสะสมท่าน ผมต้องฝากรัฐมนตรี มันไม่มีเงิน รัฐบาล ต้องเข้ามาจัดการในเรื่องนี้เลย ด้วยความเคารพจริง ๆ ว่าผมขอเปิดประเด็นให้พี่น้อง ส.ส. เราได้ออกมาแสดงความคิดเห็น ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขอให้รายละเอียดเท่านี้ และขอให้สภาแห่งนี้ได้พิจารณาร่วมกัน แล้วให้รัฐมนตรีรับไปดำเนินการโดยเร่งด่วน ผมไม่ได้ มีความประสงค์ให้ไปตั้งกรรมาธิการศึกษา ๒-๓ เดือน ไม่มีความประสงค์ครับ นั่นมันจะช้าไป ไม่ทันการณ์ ขณะนี้ก็ตายไปเกือบ ๗,๐๐๐ ตัวแล้ว ถ้าอีก ๓ เดือน พี่น้องไม่มีข้าวกินครับ บ้านผมลำบากมาก ที่อื่นผมไม่ทราบ ต้องกราบเรียนว่าผมขอให้รัฐบาลรับฟังความคิดเห็นของ พี่น้องประชาชน ซึ่งเป็น ส.ส. เป็นตัวแทนได้มานำเสนอ แล้วรับไปดำเนินการโดยเร่งด่วน ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณนะครับ เข้าใจว่า สมาชิกจะอภิปรายหลายท่านนะครับ เพราะฉะนั้นพวกเราต้องช่วยกันเพื่อแบ่งเวลาให้ เพื่อน ๆ นะครับ จะได้ทั่วถึงครับ ขณะนี้มีเข้าชื่อมาแล้ว ๗ ท่านในเบื้องต้น แต่ผมเรียนว่า เรื่องนี้พวกเราได้หารือเมื่อวานนี้ ผมก็เลยสั่งทางสภาเมื่อวานนี้ว่าขอให้เร่งส่งเรื่องนี้ ไปให้รัฐบาลโดยด่วน เพราะเป็นเรื่องที่เดือดร้อนและเรื่องด่วนจริง ๆ ครับ เลยเรียน ให้ทราบครับ ต่อไปคุณชวลิต วิชยสุทธิ์ จากนั้นเป็นคุณอนุรักษ์ บุญศล คุณคารม พลพรกลาง นางสาวสกุณา สาระนันท์ นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ นายโกศล ปัทมะ ศาสตราจารย์ดอกเตอร์กนก วงษ์ตระหง่าน นะครับ เชิญท่านชวลิตครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายชวลิต วิชยสุทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย สาเหตุที่พวกกระผมจำเป็นต้องยื่นญัตติด่วนต่อ ท่านประธานสภาในวันนี้ เพราะโรคระบาดสัตว์ในโค กระบือครั้งนี้เกิดความเสียหาย ในวงกว้างจริง ๆ โคเป็นโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) มากมาย ทั้งป่วย ทั้งตายจำนวนมาก กระทบต่อวิถีชีวิตของเกษตรกร ซึ่งยากลำบากอยู่แล้วจากปัญหา โควิด (COVID) ยังมาพบปัญหาโคจะตายอีกต่างหาก นอกจากนั้นตลาดโค กระบือ พลอยได้รับผลกระทบมหาศาล เพราะเมื่อเกิดโรคระบาดก็ต้องมีการประกาศห้ามเคลื่อนย้าย สัตว์ ตลาดโคกระบือก็นิ่งสนิทไปด้วย กระทบไปยังพ่อค้าแม่ค้ามากมาย การยื่นญัตติด่วน ในวันนี้เพื่อสอบถามมาตรการของรัฐบาลในการระงับยับยั้งโรคระบาด และมาตรการในการ เยียวยาพี่น้องเกษตรกร รวมทั้งจะได้มีข้อเสนอแนะซึ่งรับฟังมาจากพี่น้องเกษตรกร ให้รัฐบาลรับไปพิจารณา ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมได้รับทราบข่าวการเกิด โรคระบาด ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) จากผู้ใหญ่บ้านคนหนึ่ง ชื่อผู้ใหญ่สมพงษ์ วงค์ตาเทพ เป็นผู้ใหญ่บ้านหมู่ ๑๐ ตำบลพิมาน อำเภอนาแก แจ้งข่าวเมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคมที่ผ่านมา ผมรับทราบข่าวก็ลงพื้นที่ทันทีนะครับ ไปดูเห็นสภาพตามภาพที่ปรากฏในสไลด์ (Slide)🔗
ก็จะเป็นที่น่าเวทนา ที่วัวเป็นโรค ตะปุ่มตะป่า เป็นท้าวแสนปม แล้วก็ทรมานร่างกายอย่างยิ่ง ผมคิดว่าเขาเจ็บป่วยอย่างยิ่ง ก็คงเจ็บปวดเหมือนมนุษย์ เพียงแต่พูดกับเราไม่ได้ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) มันเป็นโรค อุบัติใหม่มาจากแอฟริกา แต่มาถึงบ้านเรา แล้วในประเทศของเราเกิดมาแล้วหลายเดือน พวกเราจึงประมาณการกันว่ารัฐบาล ขออนุญาตท่านรัฐมนตรีว่า ช้ามากในการตั้งรับ ป้องกัน รวมทั้งน่าจะมีการปกปิดตัวเลขการเจ็บป่วย การตายของโรค ซึ่งมีมากในพื้นที่ แต่กระผม ก็เข้าใจดี เข้าใจเจ้าหน้าที่นะครับว่าเกรงว่าจะเกิดความแตกตื่น ถ้าได้บอกตัวเลขว่ามีการเจ็บ การป่วย การตายเท่านั้นเท่านี้ แต่จะว่าช้างตายทั้งตัวเอาใบบัวไปปิดไม่มิด เดี๋ยวนี้เป็นวัวตาย ทั้งตัวเอาใบบัวไปปิดมันก็ไม่มิด มันถึงมีพี่น้อง ส.ส. จำนวนมากจำเป็นจะต้องยื่นญัตติด่วน ในวันนี้ ก็อยากจะเดินหน้าร่วมกันครับ จากนี้ไปจะต้องร่วมกันเดินหน้าแก้ปัญหาให้ พี่น้องเกษตรกรของเราอย่างไร กระผมมีประเด็นที่จะสอบถามท่านรัฐมนตรี รวมทั้ง ให้ข้อเสนอแนะ ซึ่งรับฟังมาจากพี่น้องเกษตรกรดังนี้🔗
ข้อแรก กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รวบรวมตัวเลขจำนวนโคกระบือ ที่ป่วยที่ตายแต่ละจังหวัด ตั้งแต่เกิดโรคระบาดจนถึงปัจจุบัน มีจำนวนโคที่ป่วยเท่าไร ตายเท่าไร ขอข้อมูล ถ้าได้ด้วยวาจาก็ดี เป็นเอกสารแจกให้ ส.ส. แต่ละจังหวัดด้วย เพราะเวลาเยียวยา ถ้าตัวเลขไม่ตรงกันรัฐบาลจะเบิกงบอย่างไร ในข้อเท็จจริงถ้าตัวเลข ในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ให้ตัวเลขตัวหนึ่ง แต่พี่น้องเกษตรกรมีตายจำนวนมาก เราจะเยียวยากัน อย่างไรให้ตรงจุด ตรงนี้กระผมก็มั่นใจว่าเท่าที่ฟังเพื่อน ส.ส. นั่งคุยล้อมวงกัน ตัวเลขตาย ไม่น้อยครับ ไม่ตรง ไม่ตรงกับสิ่งที่ทางราชการได้ให้ข้อมูล ผมเข้าใจเอาว่าคงจะกลัว การแตกตื่น แต่ในข้อเท็จจริงถ้าตัวเลขนั้นไม่ตรง กลับจะยิ่งเสียหายในการที่จะดูแล พี่น้องเกษตรกร🔗
ในประการที่ ๒ มาตรการในการป้องกันด้วยการฉีดวัคซีน กรมปศุสัตว์ ได้รับงบประมาณน้อยมาก รอบแรกเพียง ๖๐,๐๐๐ โดส รอบ ๒ ทราบว่าจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ โดส ในขณะที่โค กระบือมีนับล้าน ๆ ตัว รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาความไม่พอเพียงอย่างไร ได้ รายงานท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อของบกลางมาดูแลพี่น้องเกษตรกรมากน้อยแค่ไหน อย่างไร🔗
ในประการที่ ๓ มาตรการในการเยียวยาวัวที่ตาย น้อยมาก ขอดูภาพ มาตรการในการเยียวยาครับ อายุน้อยกว่า ๖ เดือน เพียง ๖,๐๐๐ บาท ๖ เดือนถึง ๑ ปี ๑๒,๐๐๐ บาท ๑ ปีถึง ๒ ปี ๑๖,๐๐๐ บาท มากกว่า ๒ ปี ๒๐,๐๐๐ บาท ในขณะที่ วัวตัวหนึ่งตัวหลายหมื่นบาท บางตัวเป็นแสนบาท และในขณะเดียวกันให้แค่ ๒ ตัวเท่านั้น การเยียวยา แม้ว่าในครอบครัวนั้นจะตายกี่ตัวก็ตามแต่ แต่ให้ไม่เกิน ๒ ตัว พี่น้องเกษตรกร ขอร้องมาว่าอย่างน้อยได้ครึ่งหนึ่งของราคาจริงก็ยังดี แล้วก็เป็นไปตามความเสียหาย จำนวนตัวที่ตายจริง ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี ประภัตร โพธสุธน ชื่นชมท่านจริง ๆ ท่านลงพื้นที่ทันทีหลังจากที่พวกผมได้ให้ข่าว ได้ให้ข้อมูลต่อสภา ท่านลงพื้นที่ทันที ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการอีกท่านหนึ่ง มนัญญา ไทยเศรษฐ์ ท่านก็ลงพื้นที่ทันทีนะครับ อย่างน้อยลงไปเยี่ยมไปให้กำลังใจ ต้องขอขอบคุณ ต้องชื่นชมรัฐมนตรีทั้ง ๒ ท่าน🔗
ในประการสุดท้ายครับ เพื่อประหยัดเวลาในส่วนของผม อยากจะเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่ารัฐบาลควรให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ เพราะโคเปรียบเสมือนเงินออมก้อนสุดท้ายของเกษตรกร ผมใช้คำว่า เงินออมก้อนสุดท้าย ของเกษตรกร การสูญเสียเงินออมก้อนสุดท้ายมันคือความเจ็บปวด เพราะเป็นเงินที่จะเอามา ใช้จ่ายในยามจำเป็น เช่น ช่วงเปิดเทอม เป็นค่าเทอมของลูกหลาน ค่าชุดนักเรียน เงินเยียวยาดังกล่าวไม่เพียงพอนะครับ🔗
และในประการสำคัญ ขณะนี้วัคซีน วัคซีนเถื่อนรัฐบาลจะแก้ไขปัญหา วัคซีนเถื่อน ยาเถื่อนที่มาจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างไร เล่ากันเป็นตุเป็นตะนะครับ ท่านประธานว่าประเทศเพื่อนบ้านเกิดโรคระบาดมาก่อนเรา อย่างน้อย ๒ ปี จนเขาผลิต วัคซีนเองได้ ผมไม่เชื่อนะครับข่าวนี้ แต่พี่น้องประชาชนเชื่อ ซื้อกันเกลื่อนตลาด ก็อยากจะ ถามทางรัฐบาลว่าทราบไหมว่ามันมีวัคซีนตัวนี้ แล้ววัคซีนนี้มีการรับรองไหม ตำรับยาอย่างไร ได้ตรวจสอบแล้วหรือยังว่ายาดังกล่าวใช้ได้หรือไม่ เป็นยาที่เป็นตำรับของใคร ได้รับ การขึ้นทะเบียนแล้วหรือยัง ทำไมมีวัคซีนมาจำหน่ายกันเกลื่อนตลาด แต่ในส่วนของเราเอง ไม่มี รวมทั้งยาด้วยนะครับ กระผมก็ขออนุญาตใช้เวลาสั้น ๆ เพียงเท่านี้ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณอนุรักษ์ บุญศล ท่านรัฐมนตรีจะตอบตอนไหนกรุณาแจ้งให้ทราบด้วยครับ เชิญคุณอนุรักษ์ครับ🔗
ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ ท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ความวัวยังไม่หาย ความควายเข้ามาแทรก โควิด-๑๙ (COVID-19) ก็ทำให้ ประชาชนคนทำมาหากินทั้งประเทศเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสแล้ว วัวควายก็มาเป็น โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) อีก หรือที่ดิฉันเรียกว่าโรคหูดวัวค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ เดือดร้อนอย่างแสนสาหัสจริง ๆ ค่ะ ถึงวันนี้จังหวัดสกลนครโดยท่านนิยม เวชกามา ถึงได้ยื่น ญัตติด้วยปากเปล่า เพราะว่าลุกลามไปทั่ว🔗
อันนี้ในภาพนี้ดิฉันไปมอบน้ำยาให้กับ พี่น้องประชาชนค่ะท่านประธาน ตั้งแต่เริ่มโรคเกิดขึ้นเลยตั้งแต่ต้น ๆ เดือน ปลายเดือน ที่แล้วเลยค่ะ ท่านประธานทราบไหมคะว่าน้ำยาทั้งภาคอีสานไม่มีค่ะ ที่ฆ่าเห็บ ไร เรือด เห็บหมัดทุกอย่าง แม้กระทั่งยุงจะต้องซื้อจากภาคกลางไปให้เกษตรกร แล้วเกษตรกร มากมายที่มารอรับน้ำยา ดิฉันให้คนละเท่าไรคะท่านประธาน น่าเห็นใจเป็นอย่างมากเลย ทีเดียว ที่ดิฉันมีไซริงค์ (Syringe) และแจกให้ เห็นไหมคะคนมืดฟ้ามัวดิน คนเลี้ยงวัว บ้านดิฉันนี่ค่ะ ให้คนละ ๑๐ ซีซีค่ะ เอาไซริงค์ (Syringe) มาดูดเลยนะคะ ให้ไปคนละ ๑๐ ซีซี (CC) เท่านั้น เพราะว่าน้ำยาไม่มี ในเบื้องแรก เราก็เลยป้องกันได้ส่วนหนึ่ง ป้องปรามได้ส่วนหนึ่งในอำเภอสว่างแดนดิน อำเภอ เจริญศิลป์ และจังหวัดสกลนครนั้นก็ตายไม่เยอะสักเท่าไรค่ะ เกือบ ๓๐๐ ตัวค่ะ แต่ว่าหวั่นไหวมากเลย เพราะว่าเป็นจังหวัดที่เลี้ยงโคขุนค่ะ โรคระบาดวัว ควาย โรคอุบัติใหม่ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ดิฉันถามว่าโรคนี้เกิดมาหลายประเทศแล้ว เมื่อ ๓ ปีที่แล้ว ใยรัฐบาลนิ่งดูดายให้โรคระบาดเหล่านี้มากินวัวกินควาย แล้วก็สะเทือนไปทั้ง ประเทศไทย โดยเฉพาะภาคอีสาน วัว ควายก็คือเลือดเนื้อและวิญญาณของพี่น้องประชาชน คนเลี้ยงวัว ควาย สมบัติชิ้นสุดท้ายใต้ถุนบ้าน ท่านประธานที่เคารพ แสนสาหัสอยู่แล้ว กับโควิด-๑๙ (COVID-19) ดิฉันต้องบอกว่าบอกว่าสมบัติชิ้นสุดท้ายใต้ถุนบ้านตายไปต่อหน้า ต่อตา จังหวัดสกลนครเกือบ ๓๐๐ ตัว ดิฉันเรียกร้องให้รัฐบาลเยียวยาต่อเกษตรกรดังนี้ค่ะ ควรเยียวยาทุกตัว คอกหนึ่ง คอกหนึ่งให้ ๒ ตัวไม่ควรจะเป็นอย่างนั้นในภาวะวิกฤติเช่นนี้ เกณฑ์เก่าเมื่อ ๑๐ ปีที่แล้ว เดี๋ยวนี้วัวตัวหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นชาร์โรเล่ส์ (Charolais) ลิมูซีน (Limousin) ซิมเมนทอล (Simmental) ที่จะขุนในคอกวัวโคขุน ท่านประธานคะ มันแพงกว่า ๑๐ ปีที่แล้วถึง ๒ เท่า ฉะนั้นเกณฑ์เก่าของรัฐบาล ถ้าสมมุติว่าเกณฑ์ท่าน ๑๐,๐๐๐ บาท คูณ ๒ เข้าไปเลยค่ะ ถ้าเกณฑ์เก่าท่าน ๒๐,๐๐๐ บาทก็คูณ ๒ ให้เป็น ๔๐,๐๐๐ บาทเลยอย่างนี้ค่ะ แล้วก็ทุกตัว คอกหนึ่งบางครั้งตายไป ๓-๔ ตัว ไปขึ้นทะเบียนไว้ให้ ๒ ตัวค่ะท่านประธาน แล้วเขาจะอยู่อย่างไร นี่ค่ะดิฉันเรียกร้อง🔗
ข้อที่ ๒ ยารักษาโรคควรเยียวยาเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นยาแก้ไข้ ยาแก้อักเสบ ยาแก้แพ้ อันนี้ไม่ควรให้เกษตรกรจ่ายเอง สมมุติว่าเข็มละ ๕๐๐ บาท ๑ ตัว ๑,๕๐๐ บาท ถ้าฉีด ๓ ครั้งล่ะคะ ต้องไปกู้เงินนอกระบบดอกร้อยละ ๒๐ มาฉีดให้เพื่อที่จะให้ วัวตัวนี้รอดเพื่อที่จะเลี้ยงต่อไปให้ได้ราคา ดิฉันไม่ให้ทุกจังหวัดประกาศ เขตภัยพิบัติหรอกค่ะ🔗
ท่านประธานคะ งบกลางของนายกรัฐมนตรีอยู่ไหน ช่วยเหลือเกษตรกร โดยด่วนค่ะ ดิฉันไม่ได้เรียกร้องให้แต่เฉพาะจังหวัดสกลนครเท่านั้น เรียกร้องให้ ทั้งประเทศ งบกลางอยู่ไหน ช่วยเหลือเกษตรกรประชาชนคนเลี้ยงวัว ควาย ด่วนที่สุดค่ะ ท่านประธานคะ วัคซีนจังหวัดสกลนครได้มากกว่าเพื่อน ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี ประภัตร โพธสุธน เป็นอย่างสูง แต่ว่าฉีดไม่ได้ ระยะห่าง ๕ กิโลกรัมถึง ๒๕ กิโลกรัมมันระบาด ไปหมดแล้วค่ะ ฉีดไม่ได้ ฉะนั้นก็คือยารักษาเท่านั้น อย่าให้เขาต้มยาสมุนไพรเลยค่ะ ไม่รอด เพราะว่าเป็นโรคระบาด งบกลางอยู่ไหนช่วยประชาชนคนเลี้ยงวัว ควาย ณ บัดเดี๋ยวนี้ค่ะ🔗
ข้อ ๔ แล้วสัตว์ที่โดนฟ้าผ่าล่ะคะท่านประธาน ไม่เคยเยียวยาเขาเลย แก้ไขมติ ครม. สิคะ สมบัติชิ้นสุดท้ายใต้ถุนบ้าน บางบ้านตายทั้งคอกเลยค่ะ พอวัว ควาย ตายไป ๔-๕ ตัว ไม่ถึง ๒ เดือนเจ้าของวัว ควายตายตามไปด้วย เงินเป็น ๑๐๐,๐๐๐ บาท ๒๐๐,๐๐๐ บาท นี่คือการออมที่น่าประทับใจที่สุดค่ะ นั่นก็คือสมบัติชิ้นสุดท้ายใต้ถุนบ้าน ท่าน ส.ส. ดนัย จังหวัดอำนาจเจริญ ฝากดิฉันมาว่าป่วยเดี๋ยวนี้กว่า ๑,๐๐๐ ตัวแล้ว ตายตอนนี้ ๒๐ ตัวยังไม่เยอะสักเท่าไร รัฐบาลควรเข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิดทั้งวัว ควาย หมู ตอนนี้เริ่มเป็นโรคกันแล้ว ฝากมาเพื่อที่จะประหยัดเวลาของสภาผู้แทนราษฎร ๔ ข้อที่ดิฉัน เรียกร้องค่ะท่านประธาน ดิฉันอยู่ปุถุชนคนเลี้ยงวัวควาย ออกไปเยี่ยมทุกบ้านที่ตายค่ะ ในอำเภอสว่างแดนดิน และอำเภอเจริญศิลป์ในเขตของดิฉัน โควิดคนซ้ำร้าย ทำลายล้าง แทบสิ้นทางทุกข์ทน หมองหม่นศรี ทั้งไร่นาทั้งบ้านเรือนเตือนชีวี แหล่งรวมหนี้นอกระบบประสบมา มาปีนี้ปีร้ายกาจมุ่งมาดฆ่า โรคนำพาฆ่าวัวควายไม่ขายค้า ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) คร่าสินทรัพย์นับคณนา อาบน้ำตาในคอกวัวหมองมัวเจือ คงร้องขอเทวดาบนฟ้ากว้าง สิ้นหนทางหมดหนทางสร้างเอื้อเฟื้อ รัฐบาลไม่ขานขับขยับเจือ ดั่งแล่เนื้อเอาเกลือทาฆ่าทั้งเป็น ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณคารม พลพรกลาง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดร้อยเอ็ด ขอกราบขอบคุณท่านประธาน แล้วก็ขอขอบพระคุณญัตติเกี่ยวกับ โรคระบาดสัตว์ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ท่านประธานครับ สถานการณ์ขณะนี้ต้องถือว่าเป็น สถานการณ์ที่มีหลายเรื่องเหลือเกินที่เกิดขึ้นกับประชาชน ผมเป็นคนที่พูดในสภานี้ว่า ผมหลงใหลกับวิถีชีวิตชนบท และผมยังเห็นว่าหากวิถีชีวิตในชนบทตั้งหลักได้ แข็งแรงได้ ประเทศจะแข็งแรง ผมพูดเสมอ แล้ววันนี้ก็ชัดเจนครับ เมื่อผมว่างจากงานสภาผมกลับไป ที่บ้านผมที่จังหวัดร้อยเอ็ด ขอสไลด์ (Slide) ภาพที่ ๑ ครับ🔗
ผมพยายามอย่างมากเลยครับ ที่จะออกไปเจอ นี่คือผมไปดูเมื่อสัก ๒ สัปดาห์ที่แล้วนะครับ ที่บ้านคำบอน ตำบลหัวโทน อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด นี่เป็นวัวตัวเล็ก ๆ เป็นลูกวัวใหม่ ๆ โรคนี้ท่านทราบดีว่า เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นกราบเรียนท่านประธานที่วันนี้ญัตตินี้เป็นญัตติที่ดีมาก ปัญหา เฉพาะหน้าขณะนี้อยากจะเรียนท่านประธานว่ามันเกิดขึ้นแล้ว และมันช้ามากที่เราไม่เคย มีวัคซีนมาฉีดกัน ปศุสัตว์อำเภอสุวรรณภูมิประสานมาว่ามันมีโรคนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ เดือนพฤษภาคม ผมก็เจียดเงินเดือนไปในตามกฎหมายที่ให้ได้ ๓,๐๐๐ บาท ไปช่วย แต่ก็ ไม่ทัน เพราะฉะนั้นฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีครับ เพื่อน ๆ ผมไม่ว่าจะ ส.ส. สนอง เทพอักษรณรงค์ จากจังหวัดบุรีรัมย์ ท่าน ส.ส. เกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ที่นั่งอยู่ข้างหลัง จากจังหวัดลพบุรี ปัญหาเดียวกันหมดครับ คือปัญหาของโรคที่เกิดระบาดสัตว์ ซึ่งวันนี้ มันเกิดไปแล้ว ยกตัวอย่างก่อนก่อนที่จะไปในการที่จะนำเสนอการแก้ปัญหา ขอเอาภาพของ สถานการณ์โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ในจังหวัดร้อยเอ็ดภาพที่ ๒ นี่คือภาพที่ จังหวัดร้อยเอ็ดครับ ภาพวันนี้ครับ ให้ส่งมาจากจังหวัดร้อยเอ็ดวันนี้ ท่านรัฐมนตรีช่วย กรุณาดูนะครับ ฝากท่านประธานไปว่านี่คือวัวควายตายไป ๕๗๗ ตัว แล้วก็หายไปแล้ว ๙,๐๐๐ ตัวเศษ ยังเหลืออีก ๕,๙๐๐ ตัว เกือบ ๖,๐๐๐ ตัวเศษ คำถามมีว่ารัฐบาลนิ่งเฉย หรือว่าเห็นแล้วพูดไปวัน ๆ ปกติผมไม่ขอใครแล้ว ไม่ค่อยอยู่ในวิสัยที่จะมาด่าใครแรง ๆ แต่ฝากท่านรัฐมนตรีประภัตร ซึ่งสัปดาห์ที่แล้วไปที่หนองฮี วิ่งผ่านอำเภอสุวรรณภูมิผมเสียนี่ ไม่แวะด้วย แต่ไม่เป็นอะไร ผมอยากจะกราบเรียนผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ผ่านไปยัง นายกรัฐมนตรี เหมือนกับที่หลายท่านพูดเรื่องงบกลาง ท่านจะเปิดประเทศท่านจะอะไร ก็แล้วแต่ ถ้าคนที่อยู่ข้างล่างเขาไม่แข็งแรง คนบ้านนอกครับ ถ้าไม่ได้ทำการเกษตร แล้วมีสตางค์ ก็มีเลี้ยงสัตว์นี่ล่ะครับ ผมเลี้ยงวัวมาก่อนครับท่านประธาน สมัยที่เรียน มัธยมศึกษา รู้จิตสำนึกรู้ความลำบากของชาวบ้านดี เหมือนกับท่านประธานที่เป็นเด็ก บ้านนอก เพราะฉะนั้นวันนี้อย่าพูดแล้วลอยลมนะครับ ฟังแล้วรับเฉย ๆ พูดไปพูดมาเอาเท่ห์ บนความทุกข์ของคน ท่านประธานต้องกราบเรียนฝากผ่านไปยังรัฐมนตรีแล้วก็ ท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งอาจจะฟังอยู่ จากผม ส.ส. บ้านนอก วันนี้เขาทุกข์นะครับ ทุกข์จาก โควิด-๑๙ (COVID-19) ก็ทุกข์แล้ว ทุกข์จากเงินที่เขาเก็บหอมรอมริบเลี้ยงวัวมา วัวตัวหนึ่งไม่ใช่ตัวละหมื่นนะครับ ตัว ๔๐,๐๐๐ บาท ๕๐,๐๐๐ บาท ของอาจารย์เทวาที่ อำเภอสุวรรณภูมิ กระบือหรือว่าควายนี่นะครับ กระบือตัวละ ๑ ล้านบาทครับ ท่าน ส.ส. พรรคเพื่อไทย ท่านชูวิทย์มีฟาร์มด้วย ปัญหาของท่านคือช้ามาก ช้ามากที่จะแก้โรคนี้ รัฐบาลช้ามาก ไม่คิดไม่สำเหนียกเลยครับ แล้วยังถามต่อว่าโรคนี้มาได้อย่างไร โรคนี้เกิดที่ต่างประเทศ มันเดินทางมาอย่างไรครับ ติดจากประเทศพม่า ใครเอาวัวเถื่อนเข้ามา ใครเอาเนื้อเถื่อน เข้ามาครับมันถึงเกิดโรคนี้ ชาวบ้านถึงลำบาก ท่านรัฐมนตรีประภัตรท่านชำนาญ ท่านประธานครับ แล้วท่านคลุกคลีอยู่กับสัตว์ ท่านต้องตีโจทย์ให้แตก ท่านต้องรีบแก้ปัญหา ผมอยากจะเรียนต่อนะครับว่า จะต้องขอบคุณอีกท่านหนึ่งคือ ท่านรัฐมนตรี มนัญญา ไทยเศรษฐ์ ได้ให้สารไซเปอร์เมท ๒๕ (Cypermethrin 25) เมื่อสัก ๒ สัปดาห์ที่แล้ว ไปฉีดพ่นเพื่อให้แมลงที่มันมากัดผิวที่มันป่วยเป็นโรคไม่ไปที่สัตว์ตัวอื่น ก็แก้ได้แค่นั้น แล้วยาที่รักษาตามอาการทำไมไม่จัดงบมา หรือว่าเห็นปัญหาชาวบ้านนี้มันสะใจหรืออย่างไร เรานี่นะครับ คำก็อ้างประชาชน ๒ คำก็อ้างประชาชน แต่ประชาชนเขาเดือดร้อนนี่ เราเมินเฉย นี่คือความเดือดร้อนที่ชัดเจน สัมผัสได้ ประจักษ์พยานมันเห็นอยู่ทนโท่ นี่ครับ คือทีมงานผมนะครับ ผมนั่งอยู่สภา ให้ทีมงานเจียดเงินไปแจกเพื่อฉีดขับไล่แมลงครับ ทำเท่าที่ทำได้ เพราะเป็น ส.ส. รู้เห็น เพราะมาจากประชาชนครับ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ มาจากประชาชน จะมาโดยไซด์โค้งมาอ้อม ๆ ก็ต้องคิดถึง🔗
สุดท้ายจริง ๆ อยากจะถามว่าท่านชดเชยเขา ๒ ตัวนี่ท่านเอาสูตรมา จากไหนครับเวลาวัวที่เขาตาย สมมุติว่าครอบครัวนั้นคอกนั้นเขามีวัวอยู่สัก ๗ ตัว เขาตายหมดล่ะครับ ชดเชย ๒ ตัวเอาหลักคิดอะไรมาครับ ถ้าบอกว่าชดเชยสัก ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของจำนวนทั้งหมดที่เสียหายมันยังมีตรรกะนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่ารัฐบาลต้องดูแลให้เป็นกิจจะลักษณะนะครับ และผลกระทบต่อมาก็คือว่าจังหวัดร้อยเอ็ดหรือภาคอีสาน หรือจังหวัดอื่น ๆ เป็นเหมือนกัน หมดครับ ที่สำคัญคืออะไรรู้ไหมครับ จังหวัดบุรีรัมย์ก็เป็น จังหวัดสุรินทร์ก็เป็น คือตอนนี้ คนไม่กล้าทานเนื้อ ลาบหรืออะไรแล้วแต่ คนไม่ทาน มันมีผลกระทบเยอะ เพราะฉะนั้น สุดท้ายในเวลาที่ท่านอนุญาตกรุณาให้ผม ฝากถึงรัฐบาลว่าต้องเร่งรีบแก้ไขปัญหาอันนี้ให้ยุติ โดยเร็วครับ อันไหนที่ยังไม่เป็นก็ฉีดวัคซีน อันไหนที่มันเป็นแล้วก็รักษา แล้วก็เยียวยาครับ ทุกข์ของประชาชนมันเป็นทุกข์ที่สะสม แล้วก็รวบรวม วันไหนที่มันไม่ไหวแล้วไม่มีใคร อยู่ได้หรอกครับ ท่านต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ครับ🔗
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะอภิปรายวิกฤตการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นคือโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ท่านประธานครับ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) คือบททดสอบ ขีดความสามารถของระบบราชการต่อการแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชนครับท่านประธาน สิ่งที่เราต้องการคำตอบมากที่สุดในขณะนี้ก็คือโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้มีสาเหตุมา จากอะไร ซึ่งเป็นที่เข้าใจว่าเป็นไวรัสที่ผ่านแมลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งยุง แต่นั่นก็เป็นการ คาดการณ์เบื้องต้น สิ่งที่เราต้องการก็คือการใช้ความรู้ที่เป็นวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีที่แท้จริง ในการที่จะให้คำตอบนี้ เพราะฉะนั้นสัตวแพทย์ สัตวบาลของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หรือแม้กระทั่งของมหาวิทยาลัยจะต้องเร่งทำความร่วมมือในการที่จะหาคำตอบต่อคำถาม เหล่านี้ว่าเป็นอย่างไร และในเวลาเดียวกันมาตรการของการแก้ไขวันนี้ที่ผมตั้งใจใช้คำว่า วิกฤติโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เพื่อต้องการที่จะบอกท่านประธานครับว่ามันเป็นเรื่อง เร่งด่วน นั่นหมายความว่าการกระจายยา การกระจายการรักษา แม้กระทั่งการชดเชย ช่วยเหลือจะต้องถึงพื้นที่ ถึงพี่น้องประชาชนอย่างรวดเร็ว แล้วก็ทั่วถึง ที่ผมจะต้องพูดเช่นนี้ครับ ท่านประธาน เพราะว่าผมลงไปทำงานในพื้นที่ที่จังหวัดสกลนคร และผมเห็นว่า วัวที่จังหวัดสกลนครนั้นที่ติดโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้มีจำนวนมาก และยิ่งไปกว่านั้น ผมก็พบว่าในพื้นที่ภาคใต้ขณะนี้ก็มีสถานการณ์ที่มีการแพร่กระจายโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้ไปถึงภาคใต้แล้ว เช่นที่จังหวัดสงขลา จังหวัดกระบี่ แล้วก็จังหวัดสุราษฎร์ธานี สิ่งที่ผมเป็นห่วงมากกว่านั้น ก็คือว่าโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้จะกลายพันธุ์และทำให้สัตว์ชนิดอื่นติดอีกหรือไม่ ยกตัวอย่างเช่น ในกรณีของภาคใต้ ถ้าติดแพะผมคิดว่าพี่น้องมุสลิมในภาคใต้ก็จะเดือดร้อนมาก จังหวัดกระบี่ที่เราไปทำโครงการเรื่องแพะก็จะเดือดร้อนเป็นอย่างยิ่ง จากตัวอย่างดังกล่าวนี้เองครับ ท่านประธาน แน่นอนครับการแก้ไขปัญหาด้านหนึ่งคือการให้เงินชดเชยครับท่านประธาน การให้เงินชดเชยนั้นเป็นส่วนหนึ่งนะครับ แต่ไม่ใช่เป็นมาตรการในการแก้ไขปัญหาทั้งหมด สิ่งที่เกษตรกรต้องการอย่างยิ่งครับท่านประธาน ขออนุญาตเรียนไปยังท่านรัฐมนตรีประภัตร สิ่งที่เกษตรกรต้องการไม่ใช่เงินชดเชยเท่านั้น เราต้องการชีวิตวัวของเราให้อยู่รอดครับ เพราะฉะนั้นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กรุณาให้ความมั่นใจกับพี่น้องประชาชน ของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนเลี้ยงวัวที่จังหวัดสกลนคร แล้วก็คนเลี้ยงแพะที่จังหวัดกระบี่ ที่ผมทำงานอยู่ กรุณายืนยันกับเราว่าจะรักษาชีวิตวัว ชีวิตแพะให้ได้ เพราะวัวนั้น เป็นเงินออมที่สำคัญมากของเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนภาคอีสาน ซึ่งสมาชิก หลายท่านได้พูดไปแล้ว สำหรับในการจ่ายเงินชดเชย ท่านประธานครับ มันมีเรื่องของ กฎระเบียบของทางราชการ ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่า กระบวนการของระเบียบราชการนี้จะต้องมีการพิสูจน์ซาก ผมถามว่าถ้าวัวตายนี้ต้องให้เก็บ ซากไว้ แล้วก็รอให้กรมปศุสัตว์ไปพิสูจน์หรือเปล่า ถ้าเป็นอย่างนั้นการระบาดก็จะ มากยิ่งขึ้นไปอีก ผมจำได้ว่าเมื่อปีที่แล้ว เราลงไปทำงานที่จังหวัดนครราชสีมา แล้วก็เกิด โรคใบด่างขาวของมันสำปะหลังครับ ในขณะนั้นพื้นที่ที่จังหวัดนครราชสีมามีเพียงประมาณ ๒,๐๐๐ ไร่เท่านั้น แล้วเราก็รายงานอย่างรวดเร็วไปที่กระทรวง กระทรวงก็บอกว่า จะรีบดำเนินการแก้ไขครับท่านประธาน แต่ปรากฏว่าใช้เวลาอีกหลายเดือนมากกว่าจะแก้ไข วันนั้นโรคใบขาวของมันสำปะหลังมันแพร่กระจายไปกว่า ๒๐๐,๐๐๐ ไร่ครับท่านประธาน ผมไม่อยากเห็นลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ซึ่งวันนี้ตัวเลขในภาคอีสานตายไปประมาณ หลายหมื่นตัว ผมไม่อยากที่จะได้ยินว่าถึงวันที่วัวในภาคอีสานตายหมดแล้ว เงินเยียวยา ก็ยังไปไม่ถึง นั่นหมายความว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะกรมปศุสัตว์จะต้อง นั่งลงกับกรมบัญชีกลาง พูดกันให้ชัดเจนว่าจะดำเนินการเยียวยานี้ให้กับเกษตรกร อย่างรวดเร็วและทั่วถึงอย่างไร อย่าใช้กฎระเบียบที่เป็นราชการปกติมาแก้ปัญหาที่เป็น เรื่องวิกฤติ ซึ่งอันนี้เราได้พูดกันเยอะแล้วสำหรับโควิด-๑๙ (COVID-19) อย่าให้ปัญหา โควิด-๑๙ (COVID-19) มาเกิดขึ้นกับโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ครับ ท่านประธาน เมื่อเป็นเช่นนี้ท่านประธาน คำถามก็คือว่าการเกิดครั้งนี้ถ้าเราแก้เป็น ครั้ง ๆ ไปก็จบไป แต่ท่านประธานครับ ไม่มีใครประกันได้นะครับว่าปีหน้าจะเกิดขึ้นหรือไม่ ความรู้เบื้องต้นทางไวรัสวิทยาบอกกับเราว่าการเกิดโรคระบาดนี้มันมีวงจรของมัน แล้ว ๑ ปี โดยประมาณมันจะกลับมาอีก นั่นก็หมายความว่าในปีหน้า โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ก็จะกลับมาอีกครับท่านประธาน เราก็ไม่อยากเห็นกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แก้ปัญหา ด้วยวิธีการเดิม ๆ ต้องให้ท่านนิยม เวชกามา ลุกขึ้นมาหารือในวาระเร่งด่วน แล้วก็แก้ แจกเงินไป แล้วก็จบไป เราไม่อยากอย่างนั้นครับท่านประธาน เราอยากเห็นการแก้ไขปัญหา ที่เป็นระบบมากกว่านั้น นั่นหมายความว่าเราจะทำอะไร และทำอย่างไรกับโรคระบาดอันนี้ ตั้งแต่เรื่องของการป้องกัน การรักษา ยกตัวอย่างเช่น วัคซีนสัตว์จะมีได้ไหม ยารักษาโรค จะมีได้หรือไม่ นั่นหมายความว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ควรจะต้องจัดงบวิจัยให้กับ กรมปศุสัตว์ ผมเชื่อว่าตรงนี้เป็นเงินไม่มากเลย โดยเร่งด่วนเพื่อทำการวิจัยไวรัสโรคนี้ และหาทางแก้ให้ได้ และจะช่วยให้องค์ความรู้นั้นนำไปสู่การแก้ไขสัตว์เศรษฐกิจอื่น ๆ ของประเทศอีกด้วย และยิ่งไปกว่านั้นเรายังจะสามารถขายวัคซีนสัตว์ที่เราพัฒนาได้อีกต่อไป นั่นก็เป็นประโยชน์ของทั้งประเทศ ท่านประธานครับ ขออนุญาตอีกนิดเดียวครับ เพราะฉะนั้นการช่วยเหลือเยียวยา ให้กับเกษตรกรดังที่ผมได้กล่าวแล้ว ผมขออนุญาตฝากนะครับว่าให้คิดทางบัญชี บอกกับ กรมบัญชีกลางว่าให้คิดทางบัญชีของราคาปัจจุบันของโคนั้น ไม่ใช่ชดเชยตามตัวเลข ที่เขียนในกฎระเบียบ เราต้องการราคาความเป็นจริง เพราะนั่นก็คือการสูญเสียจริง ของพี่น้องเกษตรกรของผม ไม่ว่าจะเป็นที่จังหวัดสกลนคร หรือในอนาคตที่หวังว่า จะไม่เกิดขึ้นที่จังหวัดกระบี่และจังหวัดสงขลา เป็นต้น เพราะฉะนั้นท่านประธานครับ ผมขออนุญาตให้ฝ่ายเลขาธิการของสำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรกรุณาบันทึก เรื่องราวนี้ส่งไปยังรัฐบาลว่าขอให้มีการถอดบทเรียนวิกฤติลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ เพื่อที่เราจะได้เฝ้าระวังและป้องกันโรคระบาดที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เราไม่อยากเห็นปัญหาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เราคิดว่าคนไทยมีสติปัญญา มีความรู้พอที่จะสรุป บทเรียน และป้องกันไม่ให้ปัญหาเกิดขึ้นในอนาคตได้ครับท่านประธาน ขอขอบพระคุณครับ🔗
อีก ๓ ท่านนะครับ ท่านนายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ท่านสกุณา สาระนันท์ และท่าน สำลี รักสุทธี เชิญคุณหมอกิตติศักดิ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย วันนี้เป็นเรื่องการหารือเกี่ยวกับเรื่องของโรคลัมปีสกิน ดิซีส (Lumpy Skin Disease) ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหญ่นะครับ แล้วก็เป็นไวรัสที่ระบาด ในโค กระบือ แล้วก็โดยเฉพาะภาคอีสานถือว่าเป็นปัญหาหนักมากนะครับ ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี ประภัตร โพธสุธน ซึ่งท่านได้ไปเยี่ยมที่จังหวัดมหาสารคาม ในวันเสาร์ที่ผ่านมา ก็ถือว่าแนวทางในการจัดการของรัฐบาลนี้ท่านก็ได้ให้แนวทาง ในการชดเชย ในการที่จะรักษา ในการป้องกันนะครับ ท่านประธานครับ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้ถือว่าเป็นโรคระบาดในสัตว์ ก็คือโค กระบือนะครับ จังหวัดมหาสารคาม ของผมนี้มีประชากรโค ๑๙๖,๐๐๐ ตัว แล้วก็เป็นกระบืออยู่ ๕๖,๐๐๐ ตัว ทั้งหมด ก็ประมาณ ๒๕๐,๐๐๐ ตัว ป่วยประมาณ ๑๒,๐๐๐ ตัว แล้วก็ตายเป็นตัวเลข ๑,๐๙๑ ตัว อันนี้เป็นตัวเลขอย่างไม่เป็นทางการนะครับ รอการตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง แต่เป็นการรายงาน จากทางผู้ใหญ่บ้าน ทางกำนัน ซึ่งถือว่าชาวบ้านประสบปัญหาเยอะ เพราะว่าอะไรครับ วัว กระบือของเขาแต่ละตัวนี้ต้องไปกู้ ไปลงทุนเอาทรัพย์เอาสินไปจำนองจำนำแล้วเอามาซื้อ เพื่อเป็นการลงทุนให้กับครอบครัว ถือว่าเป็นทรัพย์ที่มีค่าที่สุดของครอบครัวของเขา เพราะฉะนั้นแล้วการที่โคกระบือได้เสียไปถือว่าเป็นเรื่องใหญ่นะครับ🔗
ประการที่ ๒ ก็คือเรื่องการรักษา ตอนนี้ชาวบ้านก็เหนื่อยครับ เพราะว่า ค่ารักษาโรคนี้ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ เพราะว่าแต่ละครั้งเข็มหนึ่ง ๓๐๐ บาทบ้าง ๕๐๐ บาทบ้าง ไม่รู้กี่เข็ม ชาวบ้านก็ไม่มีสตางค์ แล้วก็มาเสียค่ารักษาของโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ผมนี่เป็นหมอคนนะครับ ก็ไปศึกษาเรื่องนี้ครับ ก็มาเป็นสัตวแพทย์จำเป็น ก็ทราบว่าเป็นโรคไวรัส แล้วก็มีระยะฟักตัว ๓๐ วัน แล้วก็รักษานี้ จริง ๆ ถ้ารักษาตามอาการ เพราะว่าไวรัสรักษาตามอาการ แล้วก็ถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อนนะครับ อัตราตายก็ไม่สูง ๕-๑๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ส่วนใหญ่ก็จะฟื้นกลับคืนมา ช่วงอาทิตย์แรกชาวบ้านตกใจ เพราะว่า วัว กระบือก็จะซึมนะครับ ตรงนี้ที่เรียกว่าคอกของวัวเลย ซึ่งตอนนี้โรคนี้ปัญหาก็คือว่า อันนี้เป็นรูปท่านประภัตร โพธสุธนไปที่จังหวัดมหาสารคามนะครับ ท่านไปฉีดวัคซีน🔗
คือจริง ๆ วัคซีนก็เป็นเรื่อง ที่ผมจะอภิปรายต่อไปนะครับ และโรคนี้ในอนาคตอาจจะเป็นโรคตามฤดูกาล เหมือน โรคไข้เลือดออกของคนนี่ล่ะครับ เพราะว่าอะไรครับ เพราะว่าเดี๋ยวก็จะหายไป แล้วก็ จะกลับมาเป็นโรคตามฤดูกาล เพราะฉะนั้นการวางแผนเรื่องวัคซีนนี้เป็นเรื่องสำคัญ วัคซีนตอนนี้อาจจะไม่สำคัญแล้ว เพราะว่ามาไม่ทัน ติดไปแล้ว หรือบางคนมีเชื้อไปแล้ว แล้วไปฉีดวัคซีนยิ่งทำให้โรคยิ่งแย่ลงนะครับ นี่ก็คือเรื่องที่จะต้องเกิดขึ้นในอนาคต ก็คือว่า รัฐบาลจะต้องให้ความสำคัญในการที่จะเป็นฐานผลิตวัคซีน ซึ่งตอนนี้ได้สนทนากับ ท่านประภัตร โพธสุธน ก็ชื่นชมนะครับ ท่านมีวิสัยทัศน์ที่ทำให้ประเทศไทยของเรา เป็นฐานผลิตวัคซีน ซึ่งโรคนี้ในอนาคตอาจจะเป็นโรคประจำท้องถิ่น แล้วก็เป็นโรคประจำ ฤดูกาล และอาจจะต้องฉีดวัคซีนเป็นประจำ ทีนี้อัตราการชดเชยที่ทางรัฐบาลได้กำหนดไว้ กรมบัญชีกลางได้กำหนดไว้ ตอนนี้มีกำหนดแค่ไม่เกิน ๒ ตัว แล้วก็อายุน้อยกว่า ๖ เดือน วัวให้ ๖,๐๐๐ บาท กระบือให้ ๘,๐๐๐ บาท ๖ เดือนถึง ๑ ปีได้ ๑๒,๐๐๐ บาท กระบือได้ ๑๔,๐๐๐ บาท ๑ ปีถึง ๒ ปีก็ ๑๖,๐๐๐ บาท กับ ๑๘,๐๐๐ บาท มากกว่า ๒ ปี ก็ ๒๐,๐๐๐-๒๒,๐๐๐ บาท ซึ่งท่านประธานครับ ค่าชดเชยนี้ไม่ตรงกับราคาของกระบือ ของโคที่แท้จริง ชาวบ้านก็ต้องขาดทุน แล้วก็ต้องเป็นหนี้เป็นสินกับสหกรณ์ต่าง ๆ นะครับ ก็นำเรียนรัฐบาล เพื่อจะจัดงบชดเชยเป็นพิเศษ คือว่าตอนนี้โรคคนก็เกิดขึ้นแล้ว เงินกู้ เราก็มากมายนะครับ ขอให้ท่านอย่าช้าเหมือนโรคโควิด (COVID) วัคซีนช้า ทุกสิ่งช้า ทำให้เกิดปัญหาที่ไม่ทันท่วงที ฉะนั้นแล้วโรคนี้ก็เหมือนโรคโควิด (COVID) ของคน ก็คือโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) อยากให้มีการขับเคลื่อนอย่างรวดเร็ว เพราะว่าตอนนี้ ระบาดไปทั่วแล้ว จังหวัดมหาสารคามของผมตอนนี้ก็ตายไป ๑,๐๐๐ กว่าตัวแล้ว แล้วก็มี อำเภอเมืองป่วย ๕๐๖ ตัว ตาย ๑๐๔ ตัว อำเภอแกดำป่วย ๓,๐๐๖ ตัว ตาย ๑๐๘ ตัว แล้วก็ทางปศุสัตว์ จริง ๆ ผมก็ไปหาท่านปศุสัตว์นะครับ ท่านก็ทำเต็มที่ แต่ว่างบประมาณ น้อย คนน้อย ก็ต้องสนับสนุนเวชภัณฑ์จาก อบต. อบจ. ซึ่งก็ยังไม่เพียงพอนะครับ ซึ่งอันนี้ ก็ต้องขอสนับสนุนจากรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเวชภัณฑ์ การวางแผนในการที่จะสั่งวัคซีน ตอนนี้เห็นว่าท่านสั่งมา ๓๐๐,๐๐๐ โดส ๖๐,๐๐๐ โดส ตอนนี้ก็อาจจะ ไม่ทันท่วงทีนะครับ แล้วก็เวชภัณฑ์อีกอย่างหนึ่งคือยาฆ่าแมลง แล้วก็ยารักษาโรค ที่แทรกซ้อน ซึ่งตอนนี้ทางพื้นที่ก็ยังขาดแคลนนะครับ แล้วก็ชาวบ้านเสียเข็มละ ๓๐๐ บาท ๕๐๐ บาท เงินเขาก็จะหมดไป ก็นำเรียนท่านประธานว่าตอนนี้อยากให้รัฐบาลสั่งการ ให้ชัดเจน ท่านประภัตรบอกว่าจะเสนอรัฐบาลให้มีการชดเชยให้เป็น ๒ เท่าของราคาปัจจุบัน แล้วก็ไม่จำกัดจำนวนกระบือ โคที่ ๒ ตัว ก็ฝากรัฐบาลว่าขอให้อย่าจำกัดจำนวนโค กระบือ ๒. ให้ชดเชยให้เร็ว ให้เต็มราคา แล้วก็ต้องแก้ไขปัญหาล่วงหน้า อย่าให้ชักช้านะครับ แล้วก็ในท้ายที่สุดนี้ก็ต้องขอขอบคุณท่านประภัตร โพธสุธน อีกครั้งหนึ่งที่ไปเยี่ยมเยือน ที่จังหวัดมหาสารคาม แล้วก็ให้คำแนะนำแล้วก็ให้การสนับสนุนหลาย ๆ อย่าง ขอบพระคุณ มากครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านสกุณาครับเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สกุณา สาระนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทยค่ะ ท่านประธานคะ จากการที่มีการแพร่ระบาดของโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ในโค กระบือ ได้สร้างความเสียหายต่อเกษตรกรเป็นวงกว้าง แม้ว่าตัวเลขความเสียหายที่ได้รับการรายงาน จากภาครัฐจะคลาดเคลื่อน และนำเสนอตัวเลขที่ต่ำกว่าความเป็นจริง แม้กระนั้นก็ตามค่ะ ตัวเลขนี้ก็ได้สะท้อน ก็มากพอที่จะทำให้เราจินตนาการถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ท่านประธานคะ ในช่วงนี้คือเป็นช่วงเวลาที่เกษตรกรทั่วไป โดยเฉพาะในเขตภาคอีสาน ก็จะต้องดำนาค่ะ ซึ่งเฉพาะภารกิจการทำไร่ ไถนาก็หนักหนามากพออยู่แล้ว วันนี้แรงงาน บางส่วนของเกษตรกรก็ต้องแบ่งมาดูแลวัวที่เป็นโรค สภาพที่ดิฉันลงพื้นที่ในอำเภอวานร อำเภอบ้านม่วง พบว่าลูกวัว แล้วก็วัวเปรียบเสมือนสมาชิกในครอบครัวของเกษตรกร แล้วอาการป่วยที่หนักหนาสาหัสแล้วไม่รู้ว่าอาจจะต้องรักษาด้วยอะไร ทิศทางการรักษา ก็ไม่ชัดเจน อันนี้เป็นความทุกข์อย่างแสนสาหัสของเกษตรกรค่ะ ท่านประธานคะ ข้อมูลที่ น่ากังวลไปมากกว่าตัวเลขที่วัวล้มตาย นั่นก็คือดิฉันได้อ่านข้อมูลจากบทความของ ดีพาร์ตเมนต์ ออฟ แอกริคัลเจอร์ ฟอเรสตี แอนด์ ฟิชเชอรี (Department of Agriculture Forestry and Fisheries) ของสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ซึ่งเขาเป็นประเทศที่ประสบปัญหา โรคระบาดนี้มาก่อนนะคะ เขารายงานเกี่ยวกับพฤติกรรมของโรคนี้ว่า การระบาดอาจเกิดได้ มากถึง ๔๕ เปอร์เซ็นต์ และอัตราการตายอาจจะถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ นั่นหมายความว่า ในสัตว์ ๑๐๐ ตัวก็จะสามารถเกิดโรคที่เป็นแผลพุพองได้ถึง ๔๕ ตัว แล้วก็มีโอกาสที่จะตาย ได้ถึง ๕ ตัวค่ะ มากไปกว่านั้นผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น ซึ่งดิฉันเองก็ไม่แน่ใจว่าท่านรัฐมนตรี จะทราบข้อมูลนี้หรือไม่ว่า โค กระบือที่ติดโรคนี้ไปแล้วถึงแม้ว่าจะรักษาหาย สัตว์เหล่านั้น อาจจะสูญเสียความสามารถในการเจริญพันธุ์ได้อย่างถาวร นั่นหมายความว่าโค กระบือ ที่เป็นโรคนี้รักษาหาย แล้วก็จะเป็นหมัน เพราะฉะนั้นที่จังหวัดสกลนครของดิฉันเป็นโค สายพันธุ์ชาร์โรเล่ส์ (Charolais) บ้าง สายพันธุ์ที่มีราคาสูงก็จะมีมูลค่าลดลงค่ะ อันนี้เป็นสิ่งที่ น่ากังวล ท่านประธานคะ จริง ๆ แล้วการแก้ปัญหาโรคระบาดนี้ไม่ได้มีความซับซ้อนใด ๆ เลยค่ะ แนวทางการแก้ปัญหาก็สามารถทำได้อย่างเรียบง่าย ตรงไปตรงมาที่ใคร ๆ เขาก็ คิดได้ ดังที่หลายท่านก็ได้กล่าวไปแล้ว นั่นก็คือในพื้นที่ที่ยังไม่มีการระบาด รัฐก็ต้องรีบสกัด และป้องกันโดยทำการสำรวจปูพรมค้นจุดที่มีความเสี่ยงสูง ตรงไหนที่มีสัตว์ที่ติดเชื้อนี้แล้ว ก็ต้องฉีดพ่นสารควบคุมพาหะ ก็คือแมลงนำโรคต่าง ๆ และกระจายการฉีดลงไปอย่างมี แบบแผน วันนี้รัฐบาลยังไม่ทำแบบนั้น อย่างเช่นเมื่อสักครู่ ส.ส. ท่านอนุรักษ์ บุญศล ขออนุญาตที่เอ่ยนามนะคะ ก็ได้บอกแล้วว่าวัคซีนที่กระจายลงไปที่จังหวัดสกลนคร ก็ไม่สามารถฉีดได้ เพราะว่าข้อจำกัดก็คือในระยะทาง ๕-๕๐ กิโลเมตรที่มีสัตว์ที่ติดเชื้อ ไม่สามารถฉีดได้ อย่างนี้เป็นต้นนะคะ ซึ่งทั้งหมดนั้นแม้รัฐมนตรีที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลย ก็ควรจะสามารถทำให้สำเร็จลุล่วงได้ภายในเวลาไม่มากนัก ๑ เดือนก็น่าจะฉีดวัคซีน กระจายไปได้ทั่วนะคะ🔗
ข้อที่ ๒ ในพื้นที่ที่มีการระบาด ก็ต้องมีกำหนดแนวทางการรักษาให้ชัดเจน และจัดหายารักษาตามอาการได้อย่างทั่วถึง วันนี้รัฐบาลก็ไม่ได้ทำค่ะ แต่ละพื้นที่อย่างที่ ท่าน ส.ส. ทั้งหลายก็ได้รายงานว่าก็ต่างหาวิธีการไปตามยถากรรม ที่จังหวัดสกลนคร ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสานก็ได้กรุณาช่วยนำสูตรยาแผนโบราณที่สมัยก่อน ใช้ในการรักษาเซลล์ที่ผิดปกติ อย่างเช่นเซลล์มะเร็ง เป็นต้น โดยใช้สูตร มีดินประสิว มีสารส้ม มีจุนสี มีเกลือก็เอามาผสม ปรากฏว่าก็รักษาได้ผลเป็นอย่างดีนะคะ อันนี้ก็อยากจะ ฝากถึงท่านรัฐมนตรีว่างานวิจัยที่ดี ๆ เหล่านี้อยู่ตามมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ท่านก็ควรจะ รวบรวมข้อมูล แล้วก็รีบเอาเงินลงไปสนับสนุนให้เขาได้ทำวิจัยต่อยอด ให้ขยายผลได้ใช้ ประโยชน์ได้ค่ะ🔗
ข้อ ๓ สำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นไปแล้วก็ต้องมีมาตรการเยียวยา สำหรับ วัวที่ตาย ส่วนวัวที่หายจากโรคก็ต้องประเมินความเสียหาย อย่างเช่นที่ดิฉันได้เรียนมาแล้ว เมื่อหายไปแล้วก็ไม่สามารถที่จะเป็นพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ต่อไปแล้ว แล้วเราจะต้องชดเชยเขา อย่างไร ท่านประธานคะมาตรการที่มีอยู่ ณ ตอนนี้ให้การชดเชยมากที่สุดแค่ ๒ ตัว ต่อเกษตรกร ๑ ราย ราคาชดเชยที่มีอยู่ตอนนี้ก็ไม่เพียงพออย่างที่เราได้พูดกันนะคะ อัตรานี้ เหมือนไม่มีการอัปเดต (Update) มามากกว่า ๑๐ ปีค่ะ เพราะวันนี้ราคาลูกวัว เฉพาะลูกวัว ก็ทะลุเกินหมื่นบาทไปแล้ว ดิฉันก็สงสัยนะคะว่าเพราะเหตุใดรัฐบาลจึงไม่ชดเชย ความเสียหายให้สัตว์ทุกตัวในราคาที่เป็นปัจจุบัน ทั้งที่ความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างมากมาย ในขณะนี้เกิดจากการทำงานอย่างไร้ประสิทธิภาพของเจ้ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยโรคนี้เริ่มมาตั้งแต่เดือนมีนาคม เข้าเดือนที่ ๓ แล้ว ปัญหาถูกปล่อยปละละเลยและปกปิด แล้วทิ้งบาปให้กับเกษตรกรและบุคลากรในพื้นที่ เมื่อได้ลงพื้นที่ดิฉันรู้สึกเห็นใจบุคลากร ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่อย่างมากค่ะ เพราะทุกคนรู้ว่าปัญหานี้ควรจะจัดการอย่างไร แต่ว่ามันไม่สามารถที่จะทำอะไรได้มาก ไปกว่า ก็ทำไปตามยถากรรมค่ะ ท่านประธานคะ การแก้ปัญหา ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ อย่างที่ พูดไปแล้วนั้น ต้องขับเคลื่อนด้วยงบประมาณค่ะ แต่เนื่องจากตอนนี้สถานะในพื้นที่เหล่านี้ เป็นแค่เขตสาธารณภัย ทำให้ต้องพึ่งพิงได้เพียงงบประมาณจากท้องถิ่นเท่านั้นค่ะ ซึ่งไม่เพียงพอ ปศุสัตว์อำเภอ ปศุสัตว์จังหวัดวิ่งวุ่นนะคะ ช่วยเกษตรกรตามมีตามเกิด ไปร้องของบประมาณจากส่วนท้องถิ่น อย่างนี้เป็นสภาพที่น่าเห็นใจมาก ๆ ท่านประธานคะ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ และจะต้องได้รับความดูแลโดยตรงในระดับกระทรวงและระดับประเทศ จึงขอให้ทางกระทรวงประกาศให้ทางภาคอีสานและทั่วประเทศเป็นเขตภัยพิบัติ เพื่อสามารถ นำงบประมาณจากกระทรวง หรือว่าเอางบกลางมาใช้ได้อย่างเร่งด่วนค่ะ🔗
ท่านประธานคะ นอกจากโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้ มีรายงานว่า เกิดการแพร่ระบาดได้สูงสุดถึง ๔๕ เปอร์เซ็นต์ การตายเกิดขึ้นได้ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ นอกจากจะทำให้วัวควายสูญเสียผลิตภาพแล้ว สัตว์ที่ติดโรคยังมีโอกาสเป็นหมันถาวร ดิฉันห่วงใยในจุดนี้มากค่ะ โดยเฉพาะวัวพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ที่มีมูลค่าสูง ท่านประธานคะ การระบาดของโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) มิได้เป็นเพียงเรื่องของวัวควายนะคะ แต่เป็นเรื่องของปากท้องพี่น้องประชาชน ประชาชนนับหมื่นคนที่จังหวัดสกลนคร ประชาชน หลายแสนคนในภาคอีสาน ท่ามกลางการระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) เมื่อตกงาน ก็ควักเงินสะสมลงทุนด้านการเกษตรเพื่อหวังจะอยู่รอด เมื่อเจอสถานการณ์เช่นนี้ อย่างที่ท่านชวลิตได้กล่าวไว้ ขออนุญาตเอ่ยนามค่ะ ที่บอกว่าวัวนี้เป็นเงินออมก้อนสุดท้าย ของเกษตรกรค่ะ สถานะทางการเงินของพี่น้องที่ขัดสนก็ยิ่งทรุดตัว มีความง่อนแง่น ไปมากกว่าเดิม พี่น้องเหล่านี้ต้องดำเนินชีวิตกระทำทุกการตัดสินใจอย่างระมัดระวังยิ่งค่ะ เพราะคนเหล่านี้เผชิญความเสี่ยงในชีวิตที่มากเกินกว่าพวกเราในที่นี้จะจินตนาการได้ค่ะ ท่านประธานคะหากความมั่นคงอันเปราะบางของชีวิตพี่น้องเหล่านี้ต้องมาพังทลายลง เพียงเพราะการบริหารจากรัฐบาลคุณภาพต่ำเช่นนี้ นับว่าเป็นความอยุติธรรมที่ยากต่อการที่ จะยอมรับได้ค่ะ ดิฉันหวังว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ต้องมีคำอธิบาย ให้กับความเสียหายที่ถูกละเลยมามากกว่า ๓ เดือน ดิฉันหวังว่าท่านรัฐมนตรีคงจะระลึกได้ ว่าตำแหน่งแห่งที่ของท่านนั้นต้องรับผิดชอบต่อประเทศชาติ และพี่น้องประชาชน อย่างไรบ้าง ขอขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗
ต่อไป ท่านสำลี รักสุทธี ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สำลี รักสุทธี แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จากจังหวัดมหาสารคาม ท่านประธานครับ ผมขึ้นมาพูดด้วยความรู้สึกเห็นใจ เห็นใจประการแรกคือเห็นใจพี่น้องประชาชนผู้เลี้ยงโค นะครับ เห็นใจประการที่ ๒ ก็คือเห็นใจท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรีว่าการ หรือรัฐมนตรีช่วย ซึ่งท่านก็คงจะเป็นทุกข์เป็นร้อนแทนพี่น้องอย่างแน่นอนครับ เห็นใจ ประการที่ ๓ ก็คือผมรู้สึกเห็นใจทางรัฐบาลที่ต้องเจอวิกฤติ ทั้งโรคคน แล้วก็โรคโค ซึ่งเกิดมา พร้อม ๆ กันในภาวะที่ประเทศชาติกำลังมีปัญหา ซึ่งเห็นใจประการสุดท้ายก็คือผมรู้สึก เห็นใจประเทศไทยนะครับ ซึ่งไม่รู้เป็นเพราะอะไรประเทศไทยเราเจอปัญหาอย่างรอบด้าน มากมายเลยทีเดียวนะครับ แทนที่โรคคนจะซบเซาลง โรคสัตว์ก็กลับมาซ้ำเติมประเทศชาติ ท่านประธานครับ เกี่ยวกับโรคโคนี้ พอผมได้รับเรื่องได้รับปัญหาจากพี่น้อง ผมไม่รอช้าครับ รีบไปหาพี่น้องทันที พร้อมกับยาป้องกันสัตว์ ป้องกันแมลง ซึ่งผมถามพี่น้องประชาชน ที่เขาได้รับความเดือดร้อน ผมถามว่ามีใคร หน่วยงานไหนมาช่วยเหลือบ้าง อันนี้ ผมไม่อยากจะโทษเจ้าหน้าที่ แต่บางครั้งก็ต้องโทษระบบครับ ระบบราชการบางครั้ง ช้าเหลือเกินนะครับ ประเทศไทยเราถ้าเราจะพัฒนาเราจะเปลี่ยนระบบคำว่า ราชการที่ล่าช้าจะได้ไหม พอเกิด ปัญหาอะไรให้แก้ได้ทันที ให้รีบลงมือทำทันที ซึ่งผมเองอันนี้ไม่ได้มาพูดว่าเอาดีใส่ตัวนะครับ พอได้รับเรื่องผมก็ไปทันที ไม่เกี่ยวกับระบบราชการ ซึ่งราชการนั้นผมถามโดยตรงเลย ทั้งท้องถิ่น ทั้งเกี่ยวกับปศุสัตว์ด้วยนะครับ คำตอบคล้ายกันนะครับคืองบประมาณไม่มี งบประมาณลงไปสู่คนแล้ว นั่นก็คือลงไปแก้ไขปัญหาเรื่องโควิด (COVID) หมดแล้วนะครับ อันนี้คือปัญหาของประเทศไทย ผมถึงใช้คำว่า ผมรู้สึกเห็นใจ เห็นใจเจ้าหน้าที่ เห็นใจ ประเทศชาติ เราในฐานะตัวแทนพี่น้องประชาชนได้ทำหน้าที่นี้ ซึ่งภาพที่ขึ้นเมื่อสักครู่นี้ เป็นภาพที่น่าสงสารน่าเห็นใจทั้งทีมงานของผม แล้วก็ทั้งพี่น้องด้วย เพราะว่าเรามียาไป ขวดหนึ่งนะครับ มียาไปขวดหนึ่งให้ใช้ทั้งตำบลครับท่านประธาน เพราะขณะนั้น ยาไม่มีนะครับ ยาสำหรับป้องกันแมลงมันขาดตลาดครับ ตามภาพที่เห็นนี้ผมต้องเอายา ไปผสมให้พี่น้องเขานำภาชนะมาบรรจุไปใช้เองครับ ท่านประธานครับ อันนี้คือสิ่งที่พวกเรา ต้องช่วยกันนะครับ🔗
สิ่งที่ผมอยากจะเสนอทางรัฐบาล ซึ่งแน่นอนล่ะครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการ ท่านเป็นคนที่แก้ปัญหาได้ฉับพลัน แล้วก็เป็นคนที่ใจกว้างขวางพอสมควรนะครับ ท่านรับปากหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นโคล้านตัวหรืออะไรต่อมิอะไร ท่านครับเรื่องเกี่ยวกับ การเยียวยานี้หลายท่านพูดไปแล้ว ผมเองเห็นคล้อยเห็นตามครับ นั่นก็คือการเยียวยา ควรเยียวยาตามสภาพจริง หรือที่เรียกว่าเชิงประจักษ์ นั่นก็คือวัวเขาเสียหายหรือตายไปกี่ตัว ก็ควรจะเยียวยาไปตามนั้น ไม่ต้องไปกำหนดว่าตัว ๒ ตัว แล้วก็เยียวยาตามสภาพจริง นั่นก็คือตามราคาของโค กระบือที่ตายไปนั้นด้วยครับ อยากจะให้ท่านช่วยเหลือพี่น้องชาวนา อย่างจริง ๆ จัง ๆ นะครับ นั่นก็คือไม่ต้องไปกำหนดว่าจะต้องเป็น ๒ ตัว ให้เยียวยา ตามสภาพความเป็นจริงของพี่น้องนะครับ🔗
อันต่อไปก็คือสิ่งที่ผมต้องการอยากจะให้รัฐบาลได้ช่วยเหลืออย่างจริง ๆ จัง ๆ นั่นก็คือให้ท่านใช้งบประมาณส่วนไหนก็ได้นำยา ไม่ว่าจะเป็นยาฉีดป้องกันสัตว์ ป้องกัน แมลง แล้วก็วัคซีนลงไปสู่พื้นที่ให้เพียงพอ ไม่ใช่วัวหายแล้วล้อมคอกนะครับ เดี๋ยวนี้เท่าที่ผม ได้ทราบได้ยินพี่น้องประชาชนเขากำลังไปลงทะเบียนผู้เลี้ยงโค อันนี้เขาเรียกว่าวัวหายแล้ว ล้อมคอก แทนที่จะทำไว้ก่อนมีทะเบียนมีอะไรไว้ก่อน หรือมีแล้วผมก็ยังไม่รู้ แต่ว่า ผมเห็นผู้ใหญ่บ้านประกาศผ่านหอกระจายข่าวบอกว่าให้รีบมาลงทะเบียนผู้เลี้ยงโค แล้วก็บอกว่าตายเท่าไรอะไรเท่าไร อันนี้ถือว่าเป็นการล่าช้านะครับ เราควรจะทำให้เป็น ระบบนั่นก็คือจะต้องมีทะเบียนไว้ก่อน แม้จะเป็นการล่าช้าก็ยังดีอยู่นะครับ ก็ถือว่าใช้ได้ สำหรับการลงทะเบียน แต่ว่าการเยียวยานั้นควรจะเป็นไปตามสภาพจริงตามที่ผมได้กล่าว ไปแล้วนะครับ ท่านประธานครับ เกี่ยวกับโคนี้ท่านก็ทราบดีนะครับว่ามันคือเป็นการออม เป็นเงินออมของพี่น้อง แต่ว่าเป็นเงินออมที่ยังไม่แปรสภาพเป็นเงิน เมื่อโคตายไปแล้ว มันก็หายนะครับถ้าเราไม่เยียวยา เพราะว่าเป็นเงินออม แต่ว่าคล้าย ๆ กับว่ามันเป็น ลอย ๆ อยู่ เขาก็หวังนะครับ เหตุผลสำคัญที่ผมต้องการอยากจะให้เยียวยาตามสภาพจริง เพราะว่าโรคนี้มันไม่ได้เกิดจากการดูแล ไม่ได้เกิดจากพี่น้องรักษาหรือเลี้ยงดู มันไม่ได้ตาย จากการเลี้ยงดู แต่มันตายนะครับจากสภาพของโรคที่มีมา เรียกว่าเป็นอุบัติที่เกิดจากโรคที่มันมาโดยพี่น้อง ไม่ได้ตั้งใจ ถ้าเป็นโรคเกิดจากการดูแล การรักษา อันนั้นเป็นเรื่องของบุคคล ซึ่งรัฐ ก็ไม่จำเป็นต้องไปดูแล แต่ว่าอย่างนี้เขาเรียกว่าโรคระบาด รัฐจะต้องดูแล แล้วก็ขอเสนอให้ ดูแลตามสภาพจริงด้วย คือตายกี่ตัวก็ต้องดูแล แล้วก็สภาพจริงของราคาด้วย ถ้าทำอย่างนี้ได้ รัฐบาลถือว่าเป็นรัฐบาลที่เห็นใจพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ขอบพระคุณมากครับ🔗
ท่านสมาชิกอีก ๓ ท่านนะครับ ท่านนายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ พรรคเพื่อไทย ท่านนริศ ขำนุรักษ์ พรรคประชาธิปัตย์ และท่านคำพอง เทพาคำ พรรคก้าวไกลนะครับ เชิญคุณหมอ จาตุรงค์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย วันนี้ต้องขอขอบคุณท่านประธาน ท่านชวน หลีกภัย ท่านรัฐมนตรี ท่าน ส.ส. นิยม เวชกามา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย และทุกพรรคของสภาแห่งนี้ที่เราเห็นพ้องต้องกันว่าความเดือดร้อนที่สำคัญแสนสาหัส ในภาวะยากลำบากขณะนี้ก็คือพี่น้องที่เป็นกลุ่มเกษตรกร ปศุสัตว์ที่เลี้ยงวัว เลี้ยงควาย เลี้ยงสัตว์เคี้ยวเอื้องซึ่งเกิดโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ขึ้น แล้วก็ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรี ประภัตร โพธสุธน ที่ท่านได้นั่งฟัง แล้วก็ไปดูพื้นที่ไปเยี่ยมยามให้กำลังใจและเร่งแก้ไขปัญหา ท่านประธานครับ ถ้าเรามาดูกัน ตั้งหลักกันจริง ๆ ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นั้นเกิดในช่วงปี ๒๕๖๒ ที่ประเทศจีน คล้าย ๆ กับโควิด-๑๙ (COVID-19) เหมือนกัน แล้วก็ระบาดมา มาเข้าประเทศไทยปี ๒๕๖๓ แล้วก็ปี ๒๕๖๔ แล้วก็กระจายมา ของเรา ๓ เดือนที่แล้ว ตั้งแต่เดือนมีนาคมเข้ามา เข้าใจว่ามาจากวัวควายที่ลักลอบนำเข้าและมีเชื้อนี้อยู่และติดต่อ มาจากสัตว์ แมลงที่กัดและมีเชื้ออยู่ การติดต่อก็ต้องเรียนว่าโชคดีว่าไม่ติดต่อไปยังคน แต่สัตว์นี้ก็ใกล้เคียงกันนะครับถ้าใช้น้ำลาย มีการอยู่ใกล้กันก็ติดได้ โรคนี้นะครับ ท่านประธานเป็นเรื่องที่เราพี่น้องประชาชนเดือดร้อนจริง ๆ ในพื้นที่ผมที่จังหวัดศรีสะเกษ มีเกษตรกรที่เลี้ยงวัวอยู่ ๔๐๐,๐๐๐ ตัว มีผู้ที่ติดเชื้อขณะนี้ วัว ๑๑,๐๐๐ ตัว รักษาหายไป ๔,๐๐๐ ตัว ยังป่วยอยู่ประมาณ ๖,๐๐๐ ตัว ที่อำเภอกันทรลักษ์ก็มีอยู่จำนวนเยอะ แล้วก็ วันพรุ่งนี้ทางปศุสัตว์จังหวัด ปศุสัตว์อำเภอก็จะดำเนินการเร่งในการแจกยา ล้างคอก ฉีดไล่แมลง ยานี้ดีตรงที่ว่าสามารถไล่แมลง ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ได้และยังไล่โรคอื่น ๆ เช่น ไข้เลือดออกได้ เป็นต้น ท่านประธานครับ ก็ต้องเรียนว่าวันนี้เป็นนิมิตหมายที่พวกเรา จะต้องร่วมกัน ปัญหาอุปสรรคหลายคนได้พูดไปแล้ว ผมต้องเรียนเลยครับ🔗
อันดับแรกเลยนะครับ ๑. เราจะต้องมีมาตรการที่เร่งด่วน เฉียบพลัน แล้วก็ แก้ไขปัญหาใดอย่างทันท่วงที พี่น้องประชาชนเขาเดือดร้อน เมื่อป่วย เราไม่มีวัคซีนเราต้องนำเข้า ซึ่งทราบว่านำเข้ามาแล้ว ๖๐,๐๐๐ โดส แล้วก็ ๓๐๐,๐๐๐ โดส เข้าใจว่า ๓๐๐,๐๐๐ โดส น่าจะมาแล้วด้วย เพราะว่าจังหวัดศรีสะเกษได้ ๑๘,๐๐๐ โดส แล้ว แต่ก็ยังไม่เพียงพอเพราะ มีอยู่ ๔๐๐,๐๐๐ ตัว ถ้าฉีดจริง ๆ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ก็ต้อง ๒๐๐,๐๐๐ โดส เพราะฉะนั้นเรื่อง วัคซีนที่ปัญหาเฉพาะหน้าต้องนำมา วัคซีนปัญหาระยะกลาง ระยะยาว ก็คือทราบว่าทางกรม ปศุสัตว์ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยอื่น ๆ ศูนย์เทคโนโลยีเกษตรนวัตกรรม หรือศูนย์เอไอซี (AIC) กำลังจะผลิตวัคซีน แพลนต์-เบส วัคซีน (Plant-based Vaccine) ซึ่ง คาดว่าอีก ๒ เดือนจะดำเนินการ ตรงนี้ขอให้รัฐบาลไปเร่ง ไปดู ไปช่วย ให้เขาได้ผลิตได้เร็ว ขึ้น เพราะต่อไปเราไม่ต้องไปซื้อวัคซีนจากที่อื่นถ้าเราผลิตได้เอง เราสามารถนำออกขาย ต่างประเทศ และเป็นศูนย์รวมของประเทศไทยที่เรามีวัว ควายเป็นล้าน ๆ ตัว🔗
ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของการรักษาเยียวยา การรักษาเยียวยาตามระเบียบ ที่กระทรวงการคลังกำหนดไว้ผมว่านานแล้วนะครับ บอกว่าชดเชยได้แค่ ๒ ตัว แล้วก็ราคา ๖,๐๐๐-๒๒,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นเรื่องที่ขัดแย้งกับความเป็นจริง ถ้าเราเป็นเกษตรกร ผมก็ต้อง บอกว่าเขาลงทุนขนาดว่าเขากู้เงินมานะครับ บางคนเป็นเงินออม บางคนเป็นเงินกู้ ไปยืม เลี้ยงวัวมาเพื่อจะขาย แล้วก็ไปต่อแล้วก็เลี้ยงวัวแล้วก็ขายต่ออีก ได้กำไรพอสมควร แต่เงิน ก้อนนี้หายไป เพราะฉะนั้นการชดเชย ระเบียบกระทรวงการคลังก็ต้องแก้ แก้อย่างไรครับ ตามความจริงกี่ตัวต้องว่าไปตามนั้น จะกี่เปอร์เซ็นต์ จะ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของราคาประเมิน ก็ขอให้เป็นอย่างนั้น ถ้าเราชดเชยแค่ ๖,๐๐๐-๒๒,๐๐๐ บาทนั้น มันน้อยเกินไป ซึ่งขณะนี้ ประชาชนเดือดร้อนลำบาก การที่เราชดเชยนอกจากนี้แล้วทราบว่าน่าจะมีการทำประกัน ถ้าเราชดเชยไม่ได้ถึงครบตามที่กำหนด ก็คือประกันว่ารัฐบาลต้องเป็นหลักในการทำประกัน ให้ เพื่อให้เกษตรกรสบายใจว่าถึงวัวจะตายเขาก็มีประกัน ได้เงินคืน อย่างน้อยก็ได้ทุนคืน การรักษา โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัสรักษาตามอาการ ก็เป็นตุ่มเป็นไข้ที่ผิวหนังก็รักษา ตามอาการ ให้ยาลดไข้ ให้ยารักษาตุ่ม แต่ว่าการรักษากับการพ่นยาคอกก็อยากให้รัฐบาล เป็นเจ้าภาพ โดยเฉพาะกรมปศุสัตว์ เป็นเจ้าภาพทั้งหมดนะครับ ไม่ต้องให้เกษตรกร เดือดร้อนต้องมาหาเงินเองในการจ่าย ในการหารักษาตรงนี้นะครับ เพราะฉะนั้นมาตรการ ระยะสั้น ระยะกลาง ระยะยาวต้องเร่งด่วน ต้องรู้เร็ว เข้าฉีดวัคซีนในระยะรัศมี ๕ กิโลเมตร ให้ได้เร็ว ประชากรมีมาก ต้องเร่งให้ความรู้ แล้วก็เป็นกำลังให้กับพี่น้องประชาชนที่เขา ไม่มีใครพึ่ง เขาเจอใครได้เขาก็คว้า เหมือนกับคนกำลังจะจมน้ำ มีขอนไม้ลอยมาก็คว้า ใครมาก็ต้องให้เขาช่วยได้เขาก็ช่วย เขาก็ต้องไปหา เพราะฉะนั้นรัฐบาลจะต้องเร่งตรงนี้ ต้องเรียนว่าวันนี้ถ้าเป็นไปได้ อปท. ก็มีโอกาสที่ช่วยเหลือเกษตรกรได้ตามระเบียบ กระทรวงมหาดไทยที่ว่าด้วยการช่วยเหลือประชาชนตามอำนาจหน้าที่ของ อปท. โดยองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นปี ๒๕๖๐ ข้อ ๑๖ (๑) แต่ก็ช่วยตามระเบียบ ซึ่งผมคิดว่าบางครั้งอนุโลม แต่ถ้า อปท. สามารถช่วยได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย บางแห่งอย่างจังหวัดศรีสะเกษ อปท. ครึ่งหนึ่ง ช่วยไปแล้ว ใช้เงินสะสมหมดไปแล้ว แล้วก็อีกครึ่งหนึ่งต้องทำเรื่องมาถึงจังหวัด ถึงกรมปศุสัตว์ ก็ต้องบอกว่า อปท. กับกระทรวงการคลัง เราได้อภิปรายวันนี้ ผมก็ฝาก ขอบคุณท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน ซึ่งท่านดูแลตรงนี้ ท่านจะได้นำเรื่องนี้ไปถึง นายกรัฐมนตรี ไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังให้แก้ไขระเบียบ ให้ดูแล ชดเชย การเยียวยา แล้วก็เงินงบกลาง ตลอดจนการวางแผนระยะสั้น ระยะยาว งานวิจัย ก็คิดว่าจะเป็นประโยชน์ แล้วก็หวังว่าพี่น้องประชาชนที่กำลังรอความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ตรงนี้ทางรัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินการแก้ไขเพื่อให้เขาได้ลืมตาอ้าปาก ขอกราบขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
เชิญ ท่านนริศครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานว่าแม้จังหวัดพัทลุง โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ยังไม่ระบาดนะครับ แต่ว่า ผมมีความจำเป็นจะอภิปราย เพราะว่าโอกาสของโรคระบาดนี้ที่จะระบาดขยายต่อไป ยังมีโอกาสอยู่🔗
๒. โรคระบาดลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้เป็นโรคที่ได้ทำลายเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นเศรษฐกิจของชาวบ้าน เป็นเศรษฐกิจของเกษตรกร และท้ายที่สุดแล้วก็จะทำลาย เศรษฐกิจของชาติบ้านเมือง สำคัญก็คือโรคนี้หากไม่ยับยั้งได้ ก็จะเป็นการทำลายความหวัง ทำลายอนาคตของเกษตรกร เพราะว่าการปศุสัตว์ถือเป็นความหวังเป็นอนาคตของ เกษตรกรไทยที่แท้จริง เพราะมันเป็นรายได้ มันเป็นเงินออม มันเป็นต้นทุนที่สำคัญของ เกษตรกร การปศุสัตว์ใช้ที่ดินน้อย แต่ว่ามีรายได้สูง จากรายงานพบว่าโคและกระบือประเทศ เรามีประมาณ ๖ ล้านตัว ขณะนี้ป่วย ๑๐๐,๐๐๐ กว่าตัว แล้วก็ที่ตายแล้วก็ประมาณ ๓,๐๐๐ ตัว เกือบ ๔,๐๐๐ ตัว โดยประมาณ ผมจึงมีข้อเสนอแนะ ดังต่อไปนี้ ๑. ผมอยากให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐบาลได้จัดหาวัคซีนสัก ประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของจำนวนโคกระบือที่มีอยู่ ผมคำนวณคร่าว ๆ ก็น่าจะ ตกอยู่ประมาณสัก ๔,๒๐๐,๐๐๐ โดส ไว้สำรองไว้เผื่อสักจำนวน ๖ ล้านตัว ๗๐ เปอร์เซ็นต์ คิดคำนวณเท่ากับวัคซีนไวรัสโคโรนา (Virus Corona) นะครับ ผมพูดตรงนี้ขออนุญาต ได้ชื่นชมทางรัฐบาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ได้สั่งวัคซีนมาทันที จนขณะนี้มีถึง ๓๖๐,๐๐๐ โดส แล้ว ซึ่งวัคซีนนี่ผมกราบเรียนท่านประธานว่าไม่มีประเทศใดที่เขาผลิตไว้ในสต็อก (Stock) มาก ๆ หรอกครับ เขาผลิตตามออเดอร์ (Order) ๓๖๐,๐๐๐ โดส ผมคิดว่าทั่วโลกก็มีปริมาณ เท่านี้ ไม่มากกว่านี้ไปมากมาย จึงขอบคุณทางรัฐบาลที่ได้สั่งมาในจำนวนมากที่สุด ที่หาได้แล้วในขณะนี้ คือ ๓๖๐,๐๐๐ โดส แต่ผมคิดว่าหลังจากเกิดวิกฤติลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เกิดขึ้น หลายประเทศก็คงจะผลิต แล้วก็รัฐบาลต้องหาทางที่จะหาวัคซีนมา ให้ครบในจำนวน ๔,๒๐๐,๐๐๐ โดส หรือ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของจำนวนโค กระบือที่มีอยู่ นอกจากนั้นก็ขอให้จัดหาเวชภัณฑ์และสารกำจัดแมลง ซึ่งจะทำให้เป็นการกำจัดโรคนี้ ลงได้โดยสิ้นเชิง🔗
ข้อเสนอข้อที่ ๒ ก็คือขอให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอแก้ไข หลักเกณฑ์ของกระทรวงการคลังที่กำหนดอัตราการช่วยเหลือเกษตรกรครัวละ ๒ ตัว ให้แก้ เป็นช่วยเหลือตามความเป็นจริงทั้งจำนวนและราคาโค กระบือ🔗
ข้อเสนอข้อที่ ๓ ขอให้ทางรัฐบาลได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งในส่วนที่เป็น อาสาสมัครด้านปศุสัตว์ให้ครบถ้วนทุกหมู่บ้าน และให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เปิดตำแหน่งเจ้าหน้าที่ทางด้านปศุสัตว์ในพื้นที่ที่มีการทำการปศุสัตว์ หรือให้เปิดตำแหน่ง ทางด้านการเกษตรให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีพื้นที่เกษตร🔗
ประการที่ ๔ ขอให้ทางรัฐบาลได้เข้มงวดในการเคลื่อนย้ายสัตว์ เพราะว่า อีกไม่กี่วันข้างหน้าในพื้นที่ ๓ จังหวัด ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็จะมีการ เคลื่อนย้ายสัตว์ โดยปกติจะมีการเคลื่อนย้ายสัตว์เข้าไปเพื่อเชือดพลีตามความเชื่อ หรือกุรบาน จะมีการย้ายสัตว์จากภาคกลาง ภาคอีสานเข้าไปเชือดในพื้นที่ของพี่น้องมุสลิม ผมจึงขออนุญาตเรียกร้องให้มีการเข้มงวดต่อเรื่องดังกล่าวเพื่อไม่ให้มีการระบาดเกี่ยวกับ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) พร้อมทั้งขอให้เข้มงวดในการนำสัตว์เข้าสู่โรงฆ่าสัตว์ ก่อนที่จะ เชือดก็ต้องมีการตรวจโรคอย่างเข้มงวด🔗
ประการที่ ๕ ขอให้สถาบันทางการเงินโดยเฉพาะ ธ.ก.ส. ได้มีมาตรการ พักชำระหนี้ให้กับพี่น้องเกษตรกรที่กู้มาเพื่อเลี้ยงสัตว์ แล้วก็ให้มีมาตรการในการปรับปรุง โครงสร้างหนี้ ขยายเวลาผ่อนชำระไปสัก ๓๐ ปี เพราะว่าขณะนี้ถือว่าพี่น้องเกษตรกร ที่เลี้ยงสัตว์อยู่ในภาวะวิกฤติที่รุนแรงมาก รวมทั้งหากทางรัฐบาลจะได้ส่งเสริมโครงการจัดทำ ประกันภัยภาคสมัครใจให้กับพี่น้องที่ประกอบอาชีพปศุสัตว์นั้น โดยรัฐบาลได้สมทบ เป็นบางส่วนก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดให้กับพี่น้องเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์อยู่ในขณะนี้🔗
ประการที่ ๖ ขอให้ทางรัฐบาลได้เร่งผลิตวัคซีน ซึ่งขณะนี้ทราบว่า ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีความร่วมมือกับสถาบันทางการศึกษาแล้วหลายสถาบัน เราควรจะผลิตเองให้ได้และเราควรมีสต็อก (Stock) เองได้ เพราะว่าการควานหาจากสต็อก (Stock) ต่างประเทศทำได้ยากในวันที่เรามีวิกฤติ🔗
สุดท้ายจังหวัดพัทลุงเป็นจังหวัดที่มีจีดีพี (GDP) ทางด้านปศุสัตว์ขณะนี้ เท่ากับด้านพืชแล้ว ผมหวั่นมากว่าหากเราไม่สามารถที่จะยับยั้งโรคระบาดนี้ได้ก็จะทำให้ รายได้ของจังหวัดพัทลุงหายไปครึ่งหนึ่ง เราจึงมีความหวังกับด้านการปศุสัตว์ และเรามี ความหวังว่าทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์จะได้ทุ่มเทแก้ไขปัญหาให้กับเราเพื่อที่จะบรรลุการแก้ไขปัญหานี้ร่วมกัน กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ท่าน คำพอง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎร ผม คำพอง เทพาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในส่วนตัวแทนของภาคอีสานครับ ท่านประธานที่เคารพครับ โรคระบาด ในโค กระบือ ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ตอนนี้ถ้าดูจากข้อมูลของกรมปศุสัตว์ก็อยู่ที่ ๕๑ จังหวัด หนักมากก็คืออยู่ที่ภาคอีสาน ตอนนี้พื้นที่สีแดงกระจายเต็มพื้นที่ภาคอีสานแล้ว ส่วนภาคกลาง ภาคเหนือ ภาคใต้ก็ปรากฏว่ามีการระบาดไปแล้ว ส่วนที่น่าวิตกอีกอย่างหนึ่ง ในการแพร่ระบาดโดยเฉพาะพี่น้องในพื้นที่ภาคกลาง ในจังหวัดสระบุรี พื้นที่โคนมเป็นพื้นที่ที่ อยู่ใกล้กับภาคอีสาน พื้นที่ติดต่อกัน แล้วที่สำคัญก็คือเป็นเส้นทางในการขนย้ายสัตว์ลงมาใน ภาคกลาง เพราะฉะนั้นก็ต้องมีการเฝ้าระวังกันอย่างเต็มที่ ซึ่งเรื่องของด่านกักสัตว์ ต้องระมัดระวังเพราะว่าต้องมีการเข้มงวด ถ้ากระจายเข้าไปในพื้นที่โคนมของจังหวัดสระบุรี พื้นที่นั้นมีฟาร์มโคนมจำนวนมาก เพราะฉะนั้นผมคิดว่าในพื้นที่นี้ต้องเฝ้าระวังให้เข้มงวดที่สุด🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ในขณะที่เรากำลังอภิปรายกันอยู่นี้ วัว ควาย โดยเฉพาะวัวที่มีอายุตั้งแต่แรกเกิดไปจนถึง ๖ เดือนตายลงอย่างน่าวิตก ตายอย่างกับ ใบไม้ร่วงเลยครับ พี่น้องเกษตรกรขนไปทิ้งไม่หวาดไม่ไหว ขนไปฝังนะครับ พี่น้องเกษตรกร ผู้เลี้ยงวัวยืนมองการฝังกลบ ความหวังที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้นจากการทำอาชีพเลี้ยงวัวเลือนหายไป ในชั่วอึดใจ ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างที่ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้วว่า ภาคอีสานตอนนี้พื้นที่สีแดงเกือบจะเต็มพื้นที่แล้ว พี่น้องเราเรียกว่า โรคห่าหนังเปื่อย สถานการณ์นี้แม้ว่าทางกรมปศุสัตว์จะบอกว่าสามารถที่จะควบคุมได้ภายใน ๔-๕ เดือน โดยวัคซีนล็อต (Lot) แรกจะเข้ามา ๖๐,๐๐๐ โดส แล้วก็เตรียมไว้ ๓๐๐,๐๐๐ โดส แต่เข้าใจ ว่ามีการกระจายลงไปบ้างแล้ว และภายในอีก ๓-๔ เดือนข้างหน้าเรื่องของวัคซีนที่ผลิตใน ประเทศไทยก็จะได้มีการทดสอบประสิทธิภาพ แต่นั่นเราก็จะมานั่งรออยู่เฉย ๆ ไม่ได้ วัว ควายตายลงทุกวันนะครับ มันไม่ใช่แค่เงินออมนะครับท่านประธาน มันคือทุน มันคือหนี้ มันคือดอกเบี้ยซึ่งมีระยะเวลาใช้คืนให้กับ ธ.ก.ส. การโตวันโตคืนของลูกวัวอายุ ๑-๖ เดือน มันคือเงินต้น ดอกเบี้ย ส่วนกำไรก็ต้องรอเวลา หลังจากที่เราจะต้องขายวัว ต้องใช้เวลา นะครับท่านประธาน วันนี้วัวตายลง ทุนหาย กำไรหด หนี้สินและดอกเบี้ยเดินหน้าต่อ ผมได้หารือกับท่านประธานแล้วเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่ารัฐบาลจะต้องรีบออกมาตรการ อย่างเร่งด่วนในการที่จะป้องกันแก้ไข ๑. ก็คือการป้องกันโดยวัคซีน ต้องเร่งดำเนินการ อย่างเร่งด่วน สต็อก (Stock) วัคซีนที่มีอยู่ที่ไหนต้องระดมแล้วครับ ต้องระดมแล้วนะครับ และที่สำคัญก็คือตอนนี้ทางกรมปศุสัตว์ก็จะมีการเปิดให้เอกชนได้นำเข้าวัคซีน ซึ่งอันนี้ต้องมี การควบคุมราคาวัคซีนอย่าให้แพงเกินไป และที่สำคัญก็คือการที่จะตรวจสอบวัคซีนเถื่อน ซึ่งอันตราย อันนี้ผมคิดว่าจะต้องรีบเร่งอย่างที่สุดในเรื่องของวัคซีน การรักษาต้องระดม สัตวแพทย์ สัตวบาล อาสาสมัครปศุสัตว์ เวชภัณฑ์ อุปกรณ์ป้องกันการแพร่ระบาดจากสัตว์ ที่ป่วย เช่น คอก ตาข่าย มุ้ง ควบคุมราคาเวชภัณฑ์ และอุปกรณ์อื่น ๆ อย่าให้มีการ ฉวยโอกาสงานนี้ครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งครับ การจัดการหนี้การลงทุนของเกษตรกรที่จะต้องแบกรับ รวมถึงการที่จะให้สินเชื่อที่ปลอดดอกเบี้ยในการที่จะฟื้นฟูอาชีพหลังจากที่เราควบคุม สถานการณ์ของโรคระบาดวัวได้แล้ว ซึ่งเขาควรจะมีโอกาสที่จะต้องฟื้นฟูอาชีพนี้ขึ้นมาใหม่ เพราะถือว่าเป็นอาชีพที่เป็นความหวังนะครับ การเยียวยาครับท่านประธาน การเยียวยานี้ คิดว่าต้องมีอัตราราคาที่เหมาะสม ไม่อย่างนั้นชาวบ้านที่ลงทุนไป ซึ่งบางคนก็ลงทุน ด้วยเงินออม บางคนก็ลงทุนด้วยการกู้หนี้ยืมสิน ถ้าหากการเยียวยาในวงเงินที่ไม่เหมาะสม เอาตามอัตราที่ทางราชการกำหนดโดยไม่รู้ว่าต้นทุนจริง ๆ มันเท่าไร เกษตรกรก็จะขาดทุน ย่อยยับ ในกรณีที่มีการประกันภัยต้องเร่งรีบให้บริษัทประกันภัยได้รีบจ่ายสินไหมให้เร็วที่สุด ให้มีการลดเบี้ยประกันภัย ขยายวงเงินการประกันภัยให้มากขึ้น อันนี้ในกลุ่มที่มีประกันภัย ซึ่งผมคิดว่ามันไม่น่าที่จะครอบคลุมทุกพื้นที่ ให้มีคณะทำงานติดตามสถานการณ์ อย่างต่อเนื่อง รวมถึงให้มีกระบวนการในการมีส่วนร่วมของเกษตรกรและท้องถิ่นร่วมกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการควบคุมสถานการณ์โรคระบาดในวัวควายนี้ด้วย ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
อีก ๓ ท่านนะครับ ท่านอนุชา น้อยวงศ์ พรรคพลังประชารัฐ ท่านโกศล ปัทมะ พรรคเพื่อไทย ท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ พรรคประชาธิปัตย์ เชิญท่านอนุชาครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทน ราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม อนุชา น้อยวงศ์ จากเขตเลือกตั้งที่ ๓ อำเภอวังทอง อำเภอเนินมะปราง จังหวัดพิษณุโลก วันนี้เป็นเรื่องญัตติด่วนเรื่อง โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ขอแสดงความเสียใจต่อพี่น้องเกษตรกรทั่วประเทศที่ได้รับ ความเสียหายจากโรคระบาดนี้ แล้วก็ขอขอบพระคุณพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลายท่านที่ได้อภิปรายในญัตติด่วนวันนี้ ช่วงเช้าวันนี้คณะกรรมาธิการการเกษตรและ สหกรณ์ของสภาแห่งนี้ได้เรียนเชิญท่านรองอธิบดีกรมปศุสัตว์ นายสัตวแพทย์ ชัยวัฒน์ โยธคล ท่านผู้อำนวยการสำนักควบคุมป้องกันและบำบัดโรคสัตว์ นายสัตวแพทย์ บุญญกฤช ปิ่นประสงค์ ท่านผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนาการปศุสัตว์ ท่านวิวัฒน์ ไชยชะอุ่ม มาที่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ เราเพิ่งประชุมร่วมกัน เป็นทุกข์เป็นร้อนแทนพี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศเกี่ยวกับเรื่องโรคระบาดตัวนี้🔗
ท่านประธานที่เคารพ โรคระบาดดังกล่าวนี้ในมุมมองของผมเองมันยัง ไม่ร้ายแรงเท่าโรคคอบวม หรือที่เรียกว่าโรคเฮโมรายิกเซพติซีเมีย (Hemorrhagic Septicemia) โรคดังกล่าวนี้เป็นโรคที่สามารถจะทำให้ตายได้ทันทีเลยครับท่านประธาน แต่โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้ยังเป็นตุ่ม เป็นแผลพุพองยังมีเวลารักษาได้หลายวัน แล้วมันก็เป็นโรคระบาดเหมือนกัน แต่ว่ามันเป็นโรคระบาดที่เกิดใหม่ซึ่งเรายังไม่มีวัคซีน ก็กลายเป็นเรื่องลุกลาม เป็นเรื่องเดือดร้อนกันทั่วประเทศ ท่านประธานที่เคารพ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้ระบาดได้ไวในประเทศของเรา เพราะโคในประเทศของเรา ที่มีอยู่มันถูกผสมมาด้วยความที่ไม่เหมาะสมหลาย ๆ เรื่อง ไม่เหมาะสมเรื่องอะไรครับ ท่านประธาน ๒๐ กว่าปีก่อนนั้นผมเป็นกรรมการสมาคมโคเนื้อแห่งประเทศไทย อยู่ที่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม สมัยนั้นเขา ผสมโคพันธุ์กำแพงแสน ผมเคยคิดในใจเสมอเลยว่าวันหนึ่งต้องเกิดเรื่องเกี่ยวกับความ ต้านทานโรค เพราะโคกำแพงแสน จังหวัดนครปฐม มันมาจากสายพันธุ์ชาร์โรเล่ส์ (Charolais) ซึ่งมันเป็นวัวในหิมะ วัวเมืองหนาว มันไม่ใช่วัวที่จะเหมาะที่จะอยู่ในประเทศไทย แล้วภูมิต้านทานมันต้องต่ำแน่นอน จริง ๆ แล้ววัวสายพันธุ์ยุโรปซึ่งเขามาพัฒนาในประเทศ ไทยเรา เมื่อสมัยก่อนก็มีครับ ชื่อพันธุ์เดราท์มาสเตอร์ (Drouhhtmaster) ภาษาอังกฤษก็ เรียกว่า ดรอทมาสเตอร์ (Droughtmaster) แปลว่าราชันผู้พิชิตความแห้งแล้ง วัวพันธุ์นี้ถูก เพาะพันธุ์ในออสเตรเลียมาเป็นร้อยปีแล้ว และมันทนต่อความแห้งแล้ง มันทนต่อทุกสภาพ อากาศ มันกินหญ้าเก่ง แต่เสียดายว่าประเทศไทยเรา วัวที่มันไม่ค่อยมีการโฆษณาอะไร เท่าที่ควรก็ไม่เป็นที่นิยม ทางกรมปศุสัตว์สมัยนั้นก็เคยสั่งเข้ามา แล้วทุกวันนี้ก็สูญพันธุ์ไป ถ้า วัวพันธุ์นั้นเป็นแม่หลักในการผสมทุกวันนี้ ผมเชื่อว่าโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้ไม่สะทก สะเทือนเลยครับ เพราะภูมิต้านทานมันสูงมาก ประเทศไทยเรานี้ดีทุกอย่างครับท่านประธาน เรามีสภาพอากาศ มีพื้นที่ดี มีหญ้าฟาง มีอุณหภูมิเหมาะสม แต่ไม่รู้ว่าเราเกิดอะไรขึ้น สัตว์ที่ เ รำ นำ มำ เผยแพร่ ในประเทศเราแทนที่ จะเอาสั ตว์ ที่ มั นเป็ นประโยชน์ ต่อเศรษฐศาสตร์จริง ๆ เราก็ไม่ได้นำมันมา ยกตัวอย่างโคพันธุ์ฮินดูบราซิล (Indu Brazil) โคพันธุ์ฮินดูบราซิล (Indu Brazil) อยู่ในประเทศบราซิลเขามีแค่ ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ ตัว เท่านั้น ใครเลี้ยงโคพันธุ์นี้ในบราซิลครับท่านประธาน มหาเศรษฐีลูกครึ่งชาวโปรตุเกส ซึ่งมีบ่อน้ำมัน เขาเลี้ยงไว้ประดับบารมีเขาเลี้ยงไว้เพื่อประดับศักดิ์ศรีของเขา แต่คนไทยเรา ก็ไปนำวัวที่มันเลี้ยงยากพวกนี้มาแพร่พันธุ์ กลายเป็นลูกผสมไปทั่วประเทศเลย จริง ๆ ในบราซิลมีวัวอีกพันธุ์หนึ่งชื่อวัวพันธุ์เนลลอร์ (Nellore) พันธุ์เดียวนี่ล่ะครับชื่อพันธุ์เนลลอร์ (Nellore) ที่นั่นมี ๑๐๐ กว่าล้านตัวครับท่านประธานในประเทศของเขา ผมกราบเรียน ด้วยความเคารพหากทางกรมปศุสัตว์วันหน้านำวัวพันธุ์เนลลอร์ (Nellore) มาผสม ในประเทศเรา มันจะต้านทานโรค มันจะแพร่ลูกไป วัวพันธุ์นี้มีคุณสมบัติพิเศษในการ ป้องกันแมลง แล้วแข็งแรงครับ ออกลูกวันเดียวลูกวิ่งตามแม่ในทุ่งเลย ไม่ต้องมาพะเน้าพะนอ อะไร ในประเทศบราซิลมีวัวนี้ ๑๐๐ กว่าล้านตัว ฉะนั้นเมื่อเรานำพันธุ์สัตว์ ที่ไม่เหมาะสมมาเผยแพร่เป็นพันธุ์หลักในประเทศมันก็เกิดปัญหา วันนี้มันเกิดปัญหาแล้ว เราก็ต้องหาวิธีการแก้ไขนะครับ ท่านประธานที่เคารพ วัวในประเทศไทยเรานี้ก็มีสายพันธุ์ ที่เหมาะสมกับประเทศเราก็คือวัวพันธุ์พื้นเมือง วัวชนภาคใต้ ผมขอแนะนำให้ทาง กรมปศุสัตว์นำวัวชนตัวที่มันใหญ่ที่มันหาคู่ชนไม่ได้ เพราะตัวใหญ่มาก ๆ ไม่มีใครชนด้วย แล้วเอาวัวที่มีคุณสมบัติเชื่อง ไม่ดุร้าย นำมาเป็นพ่อพันธุ์ นำมารีดน้ำเชื้อแล้วผสมพันธุ์ เพื่อให้โคพันธุ์พื้นเมืองตัวใหญ่นี้มันแพร่หลายไปทั่วประเทศเรา🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผมเป็น ส.ส. คนเดียวของสภาแห่งนี้ เมื่ออภิปราย งบประมาณเมื่อ ๒ อาทิตย์ที่ผ่านมา ผมเป็นส.ส. คนเดียวของสภานี้ผู้ที่พูดว่าขอให้ งบประมาณของกรมปศุสัตว์ได้รับถึง ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท จากที่เขามี ๕,๐๐๐ ล้านบาท เท่านั้น เพราะอะไรครับท่านประธาน กราบเรียนด้วยความเคารพ พืชเชิงเดี่ยวที่เราปลูกกันทุกวันนี้ ในฐานะที่ผมอยู่ใน คณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ด้วย มันประสบปัญหาไม่คุ้มทุนแล้ว มันประสบ ปัญหาที่พี่น้องเกษตรกรต้องลำบาก ต้องอยู่โดยไม่มีอนาคต ฉะนั้นโอกาสเดียวเท่านั้นก็คือ การเลี้ยงปศุสัตว์ที่มันกินหญ้า เอาหญ้าเอาฟาง เปลี่ยนเป็นเงินก็คือโค กระบือ แพะ แกะ เท่านั้น เมื่อสักครู่นี้มีพี่น้องสมาชิกผู้ทรงเกียรติท่านหนึ่งพูดถึงเรื่องแพะ ท่านพูดถึงเรื่องแพะ ผมก็กราบเรียนว่าแพะในสุภาษิตของต่างประเทศเขาบอกมันคือวัวของคนจนครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผมก็คิดว่าทางกรมปศุสัตว์ควรจะได้งบพัฒนา งบประมาณเพิ่มขึ้นเพื่อนำไปปรับปรุงในการมาดูแลพี่น้องประชาชน ผมขอกราบ ขอบพระคุณท่านประภัตร โพธสุธน ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านทำงานโดยไม่มีวันหยุดราชการ ท่านทำงานไม่รู้จักความเหน็ดเหนื่อย ท่านทำหน้าที่ อย่างเต็มที่ที่ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรครั้งนี้ มีพี่น้อง ส.ส. อีกท่านหนึ่งชื่อท่าน ส.ส. อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ จากจังหวัดยะลา แจ้งว่าเดี๋ยวนี้โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ถึงบ้านท่านแล้วที่ จังหวัดยะลา ขอให้ทางกรมปศุสัตว์ช่วยเหลือด้วย🔗
ท้ายสุดนะครับท่านประธานที่เคารพ กระผมขอให้โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้มันหายไปอย่างเร็วไว ด้วยความช่วยเหลือของพวกท่านกรมปศุสัตว์และพี่น้อง เกษตรกร แล้วก็ขอให้วงการปศุสัตว์ของเราดีขึ้น เป็นกำลังหลักเพื่อพัฒนาประเทศชาติต่อไป กราบขอบพระคุณครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านโกศลครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายโกศล ปัทมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ วันนี้ก็ขอขอบคุณท่าน ส.ส. นิยม เวชกามา ที่ท่านได้ยื่นญัตติด่วน ด้วยวาจาเพื่อสะท้อนปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน และขอบคุณเพื่อนสมาชิก ทั้งสภาที่ได้พยายามช่วยกันสะท้อนปัญหาต่าง ๆ ให้กับท่านรัฐมนตรี แล้วก็กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ แล้วก็รัฐบาลเพื่อนำไปแก้ไขปัญหา🔗
ท่านประธานครับ ผมเป็น ส.ส. จังหวัดนครราชสีมา พื้นที่ผมประกอบด้วย อำเภอบัวใหญ่ อำเภอบัวลาย อำเภอสีดา อำเภอแก้งสนามนาง และอำเภอบ้านเหลื่อม ท่านประธานทราบไหมครับว่าทั้ง ๕ อำเภอพี่น้องประชาชนได้มีการเลี้ยงโค กระบือเพื่อเป็น อาชีพเสริม แล้วก็เป็นรายได้หลัก เพราะวิถีพี่น้องประชาชนจะทำพืชไร่ ไม่ว่าอ้อย มันสำปะหลังและข้าว ท่านประธานครับ หลังจากการแพร่ระบาดที่จังหวัดร้อยเอ็ดเมื่อช่วง ต้นปี พวกเราสมาชิกพรรคเพื่อไทย ตัวแทนพี่น้องประชาชนได้พยายามสื่อสารไปถึงภาครัฐ ให้เร่งแก้ไขปัญหาเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผ่านช่องทางต่าง ๆ ท่านประธานครับ เรามี โครงการลัมปีสกิน (Lumpy Skin) วัวตายควายล้ม ประชาชนเดือดร้อนถ้วนหน้า ท่านประธานทราบไหมครับว่าเราพยายามสะท้อนไป แต่การแก้ไขปัญหาการแพร่ระบาด ก็ล่าช้า โดยเฉพาะกรมปศุสัตว์ โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอย่างยิ่งก็คือ รัฐบาล การแพร่ระบาดของลัมปีสกิน (Lumpy Skin) มีมานานหลายสิบปี แต่เข้ามา ทวีปเอเชีย (Asia) เราเมื่อปี ๒๕๖๒ เพื่อนบ้านหลายประเทศพบเมื่อปี ๒๕๖๓ ผมอยากถาม ครับว่าทางกรมปศุสัตว์ท่านทำอะไรอยู่ ท่านเฝ้าระวัง การเฝ้าระวังของท่านก็ล้มเหลว ท่านปล่อยให้เชื้อเข้ามาแพร่ระบาดในประเทศไทยได้อย่างไร ท่านผิดพลาดอะไร คำขวัญ การแพร่ระบาดท่านบอกว่า รู้เร็ว สงบโรคเร็ว ท่านเคยบอกไหมครับว่าติดอย่างไร อาการ แบบไหน ป้องกันอย่างไร รักษาได้ไหม และติดต่อใครผมกลับไปพื้นที่ผมเห็นพี่น้องนั่งร้องไห้ ท่านประธานครับ วัวเขาตาย ผมขอรูปภาพหน่อยครับ🔗
วัวเขาตาย แล้วรูปโดยเฉพาะ ท่านรัฐมนตรีครับ เห็นเด็ก ๒ คนไหมครับ วัวเป็นเหมือนบัญชีเงินฝากที่เขาทำงาน เอาแรงกายเอาเงินทุนที่เขามีนำไปซื้อแล้วก็มาเลี้ยง แล้วเห็นเด็กผู้ชายอีกคนหนึ่งไหมครับ เหมือนเขาหมดหวังในชีวิต พี่น้องประชาชนทุกข์ยากแสนสาหัสครับ สิ่งที่ท่านเคย ออกนโยบาย ไม่ว่าประกาศภัยพิบัติ ผมถามว่าท่านกำลังเอาปัญหาไปให้ท้องถิ่น ทำได้ หรือไม่ครับ ให้กรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือรัฐบาลเป็นวาระแห่งชาติเลย เป็นวาระของประเทศ ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรอย่างเร่งด่วน🔗
ประเด็นที่ ๒ เรื่องการรักษา ถามว่าฟาร์ม หรือพี่น้องที่เขามีเงินทุน เขาสามารถซื้อยารักษาไปรักษาด้วยตัวเองได้ เขาป้องกันได้ เขาหาซื้อวัคซีนไปฉีดได้ แต่พี่น้องยากจนล่ะครับ เขาไม่มีเงินครับ รัฐบาลจะแบกภาระไปให้ท้องถิ่น ถามว่าท้องถิ่น แต่ละท้องถิ่นความสามารถไม่เหมือนกันครับ ความเอาใจใส่ไม่เหมือนกัน และที่สำคัญ ทรัพยากรมีไม่เท่ากันครับ ท่านครับ ให้กรมปศุสัตว์เป็นคนจัดหาได้ไหมครับ ซื้อยารักษา ให้กับพี่น้องประชาชน แจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึง🔗
ประการที่ ๓ เรื่องการเยียวยา ที่รัฐบาลได้ออกนโยบายบอกว่าสูงสุด ได้ ๒๐,๐๐๐ บาท ได้ ๒ ตัว ถามว่าพี่น้องอยู่ได้ไหมครับ บางคนมีวัว ๕ ตัว ตายไป ๔ ตัว เหลือตัวเดียว เขาจะหาเงินที่ไหนล่ะครับมาเป็นเงินทุนต่อชีวิตต่อลมหายใจ แล้วก็ครอบครัว ของเขา ท่านประธานครับ ผมอยากเห็นรัฐบาลนี้ไม่ว่าโดยวิธีไหนไปแก้ไขระเบียบต่าง ๆ เอาเงินมาเยียวยาให้กับพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึง รวดเร็ว โดยเฉพาะการเยียวยาตามราคา ที่เกิดขึ้นจริง ตามความเป็นจริงที่พี่น้องค้าขายอยู่ในตลาด แล้วก็เยียวยาทุกตัว เพื่อให้ พี่น้องประชาชนคลายความทุกข์ในครั้งนี้ วันนี้นะครับก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี ท่านบอกว่าพยายามพูดพยายามช่วยกัน เพื่อที่ท่านจะไปดำเนินการต่อ เพื่อหาเงิน หาทรัพยากรต่าง ๆ มาแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน วันนี้ก็ดีใจนะครับ ผมขอเป็น กำลังใจให้กับท่านรัฐมนตรี แก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน เพราะพี่น้องต้องการความมั่นใจ พี่น้องอยากจะออกจากโรคระบาดนี้ไปให้เร็วที่สุดดังคำกล่าวเขาบอกว่าทุกข์ของเกษตรกรคือ ทุกข์ของแผ่นดิน และผมเชื่อว่าเป็นทุกข์ของพี่น้องประชาชนและพวกเราที่เป็น ส.ส. เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน กราบขอบพระคุณครับ🔗
อีก ๓ ท่านนะครับ ท่านละออง ติยะไพรัช พรรคเพื่อไทย ท่านสฤษดิ์ บุตรเนียร พรรคภูมิใจไทย ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม พรรคก้าวไกล เชิญท่านละอองครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ดิฉันได้รับทราบข่าวเกี่ยวกับโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ตั้งแต่ ๓-๔ เดือนที่แล้ว จากเพื่อน ส.ส. ภาคอีสาน เขาได้มาแชร์ (Share) ความรู้ ไม่ว่าจะเรื่องของการใช้ยา การรักษา ดิฉันก็คิดว่ามันเป็นเรื่องไกลตัว วันนี้ดิฉันคาดไม่ถึงจริง ๆ ว่ามันเกิดหายนะจริง ๆ และเพื่อน ส.ส. ได้พูดในพรรคว่าเราจะช่วยกันอย่างไร แล้วดิฉันเองก็เป็นห่วงเป็นใยผู้เลี้ยง โค กระบือในจังหวัดเชียงราย ซึ่งท่านประภัตรเองท่านรัฐมนตรีก็ให้การสนับสนุนอยู่ วันนี้ ดิฉันได้ถามทางปศุสัตว์เชียงรายว่าเรามีการช่วยกันป้องกันอะไรบ้าง ตอนนี้ยังไม่มีนโยบาย ของรัฐบาลที่เข้าไปช่วยในเรื่องของการป้องกันการพ่นยาเพื่อป้องกันพาหะที่จะนำโรคมาให้ โค กระบือ🔗
อันที่ ๒ เรื่องของการฉีดวัคซีน ฉีดวัคซีนนี่ดิฉันได้ทราบจากเพื่อน ส.ส. ว่า ถ้าโรคระบาดแล้วในรัศมี ๕ กิโลเมตร ถึง ๒๐ กิโลเมตร จะไม่สามารถฉีดวัคซีนได้ แล้ววันนี้ ดิฉันได้ทราบว่าในเชียงรายก็มี ๔๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ ตัวของโค กระบือที่เลี้ยงไว้ แต่วันนี้ ตายไป ๑ ตัว แล้วก็มีเป็นโรคประมาณ ๗๐ ตัว ดิฉันคิดว่าถ้าสมมุติว่าวันนี้ทางปศุสัตว์ หรือรัฐบาลเองไม่สนใจในการที่จะป้องกันและการฉีดวัคซีน ดิฉันว่าโรคระบาดตรงนี้มันคงจะ ระบาดไปทั่วประเทศ และเราก็ไม่สามารถที่จะยับยั้งหรือช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรได้ วันนี้สิ่งที่ดิฉันเป็นห่วงก็คือว่าหลังจากที่เกิดโรคระบาดนี้แล้ว เราจะชดเชยพี่น้องเกษตรกร อย่างไร ๒. และเพื่อน ส.ส. ก็ได้คุยถึงว่าได้อ่านงานวิจัยหลายฉบับว่าหลังจากเกิดโรคนี้ รักษาหายแล้ว โค กระบือตรงนั้นจะเป็นหมัน งานวิจัยตรงนี้ทางหน่วยงานปศุสัตว์ หรือคนที่รับผิดชอบได้มีการศึกษามีการเรียนรู้หรือเปล่าว่าถ้ามันเกิดขึ้นเราจะช่วย พี่น้องเกษตรกรอย่างไร วันนี้ถึงแม้จังหวัดเชียงรายจะไม่ระบาดหนัก แต่ดิฉันกลัวความหายนะ มันจะเกิดขึ้นเหมือนกับโรคโควิด (COVID) ที่เกิดขึ้นในตอนนี้นะคะ ถึงแม้จังหวัดเชียงราย ช่วยกันป้องกันมากในการที่จะไม่ให้เกิดโรคโควิด (COVID) โดยการที่พี่น้องของเราที่ทำงาน โรงงานอุตสาหกรรมเราจะไม่ให้เข้าหมู่บ้าน แล้วก็ทางพี่น้องในหมู่บ้านเองก็ช่วยกันในเรื่อง ของค่าใช้จ่าย พี่น้องที่ไม่ได้ทำงาน ตกงานที่จังหวัดสมุทรสาครหรือจังหวัดชลบุรีก็ทำให้พื้นที่ ในจังหวัดเชียงรายค่อนข้างที่จะปลอดภัยเป็นพื้นที่สีเขียว แต่ความหายนะมันเกิดขึ้นอย่างไร บ้างคะท่านประธาน ก็คือว่าตอนนี้พืชผลการเกษตรของอำเภอแม่ฟ้าหลวงทั้งเชอรี่แล้วก็บ๊วย เสียหายเป็นแสนตันนะคะ ไม่มีใครรับซื้อ แล้วก็ไม่มีการเยียวยา ไม่เคยเข้าไปดูแลพี่น้อง ที่ร่วมมือร่วมใจกันช่วย แล้ววันนี้ทางทีมงานดิฉันได้เข้าหมู่บ้านจงตาใส ทั้งชาทั้งกาแฟ ก็ขายไม่ได้ พืชผลทางการเกษตรขายไม่ได้ ท่องเที่ยวไม่มี วันนี้ลำบากกันไปทั่ว วันนี้ ถ้าความหายนะมันเกิดขึ้น ถ้าเกิดโรคระบาดลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เกิดที่จังหวัดเชียงรายอีก ดิฉันว่ามันเป็นสมบัติอันสุดท้ายของพี่น้องเกษตรกรชาวนาชาวไร่ ซึ่งดิฉันเชื่อมั่นว่า ท่านประภัตรท่านทราบดี เพราะว่าถ้าเราเปิดด่านทั้งโค กระบือส่งไปจีนก็พักที่ จังหวัดเชียงราย โดยเฉพาะที่อำเภอเชียงแสนนะคะ ถ้าโรควันนี้ถ้าท่านยังไม่ป้องกันและไม่มี นโยบาย ไม่มีงบประมาณให้ทั้งท้องถิ่นทั้งจังหวัด ดิฉันว่าความหายนะมันเกิดขึ้นแน่นอน วันนี้ขอฝากนะคะท่านประธานผ่านทางรัฐมนตรีขอช่วยดูโค กระบือในจังหวัดเชียงราย ด้วยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ🔗
ท่านต่อไป ท่านสฤษดิ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอนาดี พรรคภูมิใจไทยครับ วันนี้ผมต้องขอกราบขอบพระคุณท่านนิยม เวชกามา ที่ท่าน ได้กรุณานำญัตติด่วนเรื่องโรคระบาดในสัตว์ชนิดโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ซึ่งก็ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนในภาวะวิกฤติเช่นนี้ ไหนจะปัญหาโควิด-๑๙ (COVID-19) กับผู้คน ซึ่งต้องแก้ปัญหาทั้งหวาดระแวง หวาดกลัว ไหนจะผีซ้ำด้ามพลอย ต่อเกษตรกรอย่างมากทีเดียว เกิดความวิตกกังวล ของจังหวัดปราจีนบุรีก็เช่นเดียวกันครับ . ก็ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านผู้ว่าราชการจังหวัด วรพันธุ์ สุวัณณุสส์ ที่ท่านได้รีบประกาศ กำหนดเป็นเขตโรคระบาดสัตว์ชนิดลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ทุกท้องที่ทุกหมู่บ้าน ตำบล อำเภอในจังหวัด ซึ่งเหตุการณ์เหล่านี้เริ่มเกิดขึ้นมาจากตำบลบุพราหมณ์ อำเภอนาดี จังหวัดปราจีนบุรี เพราะเป็นเขตรอยต่อระหว่างจังหวัดปราจีนบุรีกับจังหวัดนครราชสีมานะครับ ก็ต้องขอ กราบขอบพระคุณเพื่อน ๆ ส.ส. ร่วมนะครับ ไม่ว่าจะเป็นท่านพรชัย อำนวยทรัพย์ ซึ่งอยู่ใน เขตติดต่อกับอำเภอกบินทร์บุรี ตำบลบุพราหมณ์ที่โรคได้สื่อสารมานะครับ ก็ขอขอบคุณ ท่านรุ่งโรจน์ ทองศรี อยู่ในเขตเชื่อมโยงของการต่อเนื่องให้เกิด สามารถทำงานสัมพันธ์กัน อย่างมีคุณภาพทีเดียวครับ จากความเดือดร้อนที่ตำบลบุพราหมณ์นี้ก่อให้เกิดโรคระบาด ในสัตว์ แล้วผมก็ได้ลงไปในพื้นที่นะครับ ได้ไปตรวจ และต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการ มนัญญา ไทยเศรษฐ์ ได้ห่วงใยประชาชนอย่างมาก ได้มอบยาฉีด พ่นคอกเพื่อ ป้องกันแมลงซึ่งเป็นตัวพาหนะนำเชื้อโรคในครั้งนี้เป็นจำนวนพอสมควรครับ ได้จำนวน ประมาณสักเกือบ ๒๐ ขวดไปแจกจ่ายเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนพื้นฐานก่อนนะครับ และขณะนี้โรคระบาดก็ยังมิสามารถจะหยุดยั้งไปได้ ก็ต้องกราบขอบพระคุณอย่างมากทีเดียว นะครับ สำหรับท่านปศุสัตว์อำเภอ ปศุสัตว์จังหวัด ท่านเพิ่มพร ฉายเพิ่มศักดิ์ ปศุสัตว์จังหวัด และด้วยการทำงานที่เข้มแข็งเด็ดเดี่ยวและหนักแน่นก็คือ ท่านสุระชัย รักสละ ซึ่งท่านลง ปฏิบัติการเชื่อมโยงและติดต่อประสานงานอย่างดีเยี่ยมในเขตจังหวัดนั้น ในเขตตำบล บุพราหมณ์ซึ่งมีการระบาดตอนนี้หลายคอกครับ สัตว์น่าสงสารมาก ผมลงไปเยี่ยมพื้นที่ก็เจอ ประชาชนเจ้าของคอกหน้าเหี่ยวแห้ง ถดถอยนะครับ หมดกำลังใจ ไหนจะหวาดระแวง คนที่จะติดต่อโรคอยู่แล้ว แล้วซ้ำมาเจออย่างนี้อีก ผมถึงรู้สึกปลื้มปีติที่ในเขตอำเภอนาดีนั้น มี อบต. บุพราหมณ์ ท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท่านมนัญญา แสงสวรรค์ ท่านได้ จัดงบประมาณซึ่งกำลังจะลงไปสู่คอกวัวภายในอาทิตย์นี้ ไม่ว่าจะเป็นยาพ่น ยาที่จะป้องกัน ต่าง ๆ ครับ ก็ต้องรู้สึกว่าเรามีการทำงานเชื่อมโยงกันอย่างแข็งขันมากทีเดียว แต่อย่างไร ก็ตามครับข้อเสนอยังบอกว่าด้วยกำลังบุคลากรนั้นน้อยมาก จึงอยากให้ทางภาครัฐ ตั้งคณะกรรมการติดตาม ไม่ว่าจะเป็น อบต. กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัครเพราะคอกวัว แต่ละคอกนั้นอยู่ห่างไกลกัน ถ้าลำพังแต่หน่วยราชการนั้นคงจะไม่สามารถที่จะบรรเทา ตรงนี้ได้ จึงอยากจะให้เร่งด่วนตั้งทีมเฉพาะกิจครับ แล้ววัคซีนที่กำลังจะเข้ามา ๖๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ โดส ในเดือนกรกฎาคมนั้น อยากจะเรียนให้ทางกระทรวง เกษตรและสหกรณ์นั้นได้ลงมาตรการครับว่าจะแจกจ่ายอย่างไร จะไปที่ไหน จำนวนเท่าไร เพื่อให้เกิดความมั่นใจกับประชาชนกับทุกจังหวัดที่ได้รับความเดือดร้อนนี้จะได้มี ความสบายใจที่จะทำอย่างไรโรคนี้ถึงจะต่อสู้ได้🔗
อีกอันหนึ่งครับที่รับทราบมาจากวันที่ผมได้ร่วมประชุมกันกับหน่วยงาน ที่รับผิดชอบนั้นได้กล่าวถึงเรื่องประกันชีวิตสัตว์นะครับ ผมก็เลยมีความรู้สึกว่าอาจจะเป็น ทางเลือกที่จะให้เกษตรกรหรือคอกสัตว์ที่สามารถที่จะช่วยตัวเองได้ แบ่งเบาความเสี่ยง หรือภาระตรงนี้ ดังนั้นจึงต้องการที่จะให้หน่วยงานได้ให้ความรู้แก่เกษตรกรเพื่อที่จะสามารถ ลดบรรเทาความเดือดร้อนในอนาคตต่อไปได้ ดังนั้นวันนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีที่จะร่วมมือ ร่วมใจ และประโยชน์กับประชาชนอย่างสูง ต้องขอกราบขอบพระคุณทุกหน่วยงานที่ร่วมกันรณรงค์ ต่อสู้ ป้องกัน ไม่ว่าจะเป็นโควิด-๑๙ (COVID-19) แล้วมาอีกทางลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ขอบพระคุณมากครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัด อ่างทองครับ ผมได้รับมอบหมายจากพรรคก้าวไกลให้เป็นตัวแทนของพรรคในการมีส่วนร่วม ที่จะอภิปรายญัตติของท่านนิยม เวชกามา ขออภัยที่ต้องเอ่ยนาม ที่ได้นำเสนอสถานการณ์ แล้วก็ปัญหาของโรคติดเชื้อในโค กระบือที่เรียกว่าลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ก่อนอื่นที่จะ เข้าสู่เนื้อหาของผมซึ่งมีทั้งหมด ๕ ประเด็นด้วยกัน🔗
ผมขออนุญาตครับว่าผมเพิ่งเป็น ส.ส. ของภาคกลางคนแรกที่ได้อภิปราย เรื่องนี้ในสภาในวันนี้ ถ้าพูดแบบนี้นั่นหมายถึงว่าสถานการณ์ในภาคกลางนั้นมีมากน้อย ประการใด หรือมีน้อยกว่าที่จะมาอภิปรายหรืออย่างไรซึ่งจริง ๆ ไม่ใช่เดี๋ยวผมจะชี้ข้อมูล ให้เห็นว่าในภาคกลางก็มีสถานการณ์เรื่องลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ที่ไม่แตกต่างจากภาคอื่น เช่นเดียวกัน ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อหาทั้ง ๕ ประเด็นครับ ที่ผมมายืนตรงนี้เพราะนี่คือที่นั่ง ของ ส.ส. ทวีศักดิ์ ทักษิณ ซึ่งเพิ่งลงพื้นที่ร่วมกับ จ่าเอก อดิศักดิ์ สมบัติคำ ผู้ช่วย ส.ส. ในพื้นที่อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม เขาส่งเป็นคลิปการลงพื้นที่มาให้เพื่อนสมาชิก พรรคก้าวไกล ถ้าท่านเข้าไปในเว็บไซต์ (Website) ทวิตเตอร์ (Twitter) ของพรรค วันนี้คลิป วิดีโอ (Clip Video) ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ของพรรค ก้าวไกลก็อยู่ในคลิป (Clip) ดังกล่าวครับ ที่ต้องเอ่ยชื่อทั้ง ๒ ท่านเพื่อจะบอกว่าน้ำตาของ พี่น้องที่อำเภอบรบือ จังหวัดมหาสารคาม ที่บอกว่าเขาอยู่กันตามยถากรรมโดยไม่มีเจ้าหน้าที่ รัฐท่านใดเข้าไปดูแล เขาใช้คำนี้นะครับ บอกว่ามีแต่อาสาสมัครเข้าไป เสียงของเขาจาก อำเภอบรบือเดินทางเกือบ ๕๐๐ กิโลเมตรมาถึงกรุงเทพมหานครแห่งนี้แล้วครับ อย่างไรก็ ตามใน ๕ ประเด็นต่อไปนี้ผมจะอภิปรายอะไรครับ🔗
ประเด็นที่ ๑ ที่มาของโรค ท่านประธานครับข้อมูลตัวเลขสถิติต่าง ๆ นั้น ไม่ตรงกันครับ มีข้อมูลที่บอกว่าลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นั้นอาจจะเกิดขึ้นในประเทศไทย ครั้งแรกในเดือนมีนาคม ๒๕๖๔ ที่อยู่ดี ๆ ก็มีโค กระบือในหลายพื้นที่มีตุ่มเนื้อขึ้นตามลำตัว พี่น้องเกษตรกรก็แตกตื่น ข้อมูลที่ผมมีอยู่ในมือบอกลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เกิดขึ้น ครั้งแรก ๒๗ กุมภาพันธ์ที่มีปรากฏการณ์ของโรคในประเทศไทย แต่ผมมีรายงานบางตัวครับ ที่บอกว่าลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นั้นซึ่งเป็นโรคที่เกิดขึ้นอยู่ในกลุ่มที่เรียกว่าโรคฝีดาษ ในตระกูล คาพรีพอกซ์ไวรัส (Capripoxvirus) นั้นเข้ามาสู่ประเทศไทยตั้งแต่ปลายเดือน ธันวาคม ๒๕๖๓ ฉะนั้นข้อมูลที่บอกว่าเอาเข้าจริง ๆ แล้วนะครับมีโรคติดต่ออันนี้เกิดขึ้นและ ปรากฏชัดเป็นหลักฐานที่จังหวัดร้อยเอ็ดนั้นผมคิดว่าเป็นประเด็นแรกที่จำเป็นต้องพูดคุยกัน ให้ชัดว่าอุบัติการณ์แรกสุดของโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ในประเทศไทยนั้นเกิดเมื่อไร เพราะนี่จะเกี่ยวข้องกับการแก้ไขและการป้องกันปัญหา ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่สุดที่เรา จำเป็นต้องพิจารณากัน และแน่นอนครับข้อมูลที่บอกว่าปลายเดือนธันวาคม ๒๕๖๓ นั้น มันมีข้อมูลที่เชื่อกันว่าน่าจะเกิดขึ้นจากการนำเข้าสัตว์และไม่ผ่านกระบวนการกักกันสัตว์ นั่นเป็นประเด็นที่ ๑🔗
ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน การกระจายตัวของโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นั้นฟังดูก็ดูเหมือนเป็นโรคที่น่าจะควบคุมได้ เพราะบอกว่าเกิดขึ้นจากแมลง ดูดเลือดหรือการสัมผัสกันระหว่างของสัตว์ที่เป็นโรคโดยตรง มีรายงานทางวิชาการ บางรายงานยืนยันนะครับว่าลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นั้นจะไม่สามารถแพร่ระบาดไปไกล เกินกว่าระยะ ๓๐ กิโลเมตร แมลงดูดเลือดไม่สามารถบินไปไกลเกินนั้นได้แน่ ๆ ครับ สัตว์ที่ ระบาดที่ได้รับโรคนี้อยู่ เจ็บป่วย ถ้าไม่มีการเคลื่อนย้ายก็ไม่สามารถไปไกลกว่า ๓๐ กิโลเมตรแน่ ๆ ฉะนั้นตกลงแล้วการระบาดที่ดูเสมือนว่าท่านบอกว่าสามารถควบคุม ได้นั้น รัฐเองก็มีการประกาศทั้งในระดับส่วนกลาง ในระดับจังหวัด ผมเข้าไปดูในเอกสาร ก็พบว่าทางปศุสัตว์จังหวัดอ่างทองก็ห้ามมิให้มีการเคลื่อนย้ายสัตว์ ทางปศุสัตว์จังหวัดสิงห์บุรี ก็ห้ามมิให้มีการเคลื่อนย้ายสัตว์ ตกลงรัฐบาลได้สรุปหรือยังว่าการแพร่กระจายตัวของโรคที่ เกิดการระบาดนั้นเกิดขึ้นจากความบกพร่องตรงใด ในเมื่อท่านบอกว่าท่านมีมาตรการ ควบคุมการย้ายสัตว์ที่ชัดเจน แล้วโรคนี้ไม่ไปไกลกว่าระยะ ๓๐ กิโลเมตร นั่นเป็นประเด็น ที่ ๒ ครับ🔗
ประเด็นที่ ๓ ครับท่านประธาน ก็คือกรณีของวัคซีน วัคซีนที่ทางกรมปศุสัตว์ นำเข้าในล็อต (Lot) แรก ๒๐,๐๐๐ โดส เมื่อปลายเดือนพฤษภาคม ณ วันนี้เข้าใจว่าจะมีการ นำเข้ามาแล้วอีก ๒๖๔,๐๐๐ โดส ในวันที่ ๑๔ มิถุนายน ท่านต้องยอมรับก่อนครับว่าวัคซีนตัวนี้มีการเข้ามาล่าช้า ไม่แตกต่างกับกรณีของวัคซีน โควิด-๑๙ (COVID-19) แสดงว่าท่านประเมินสถานการณ์ว่าอย่างไรครับ สถานการณ์ที่วันนี้ ยาซองที่เขาฉีกให้เราดู ซองละ ๑๕ บาท ขยับไปเป็น ๓๐ บาท เจนเชียลไวโอเลต (GentianViolet) ผมคิดว่าผมจะไม่เจออีกแล้ว ขวดสีม่วงนี้นะครับ พี่น้องปศุสัตว์ พี่น้อง เกษตรกรเอาไปใช้ในการรักษา เอาขมิ้นมาต้ม เพราะว่าเขาเข้าไม่ถึงวัคซีน แน่นอนครับ มันอาจจะมีการบรรเทาไปในบางส่วน มันอาจจะมีการแก้ไขปัญหาการฉีดไล่แมลงต่าง ๆ แต่ วัคซีนที่ไม่เพียงพอนั้นกลับปรากฏว่าอาจจะมีวัคซีนเถื่อนที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับ อย. ผมคิดว่า ประเด็นเหล่านี้ต้องโดนกระบวนการในแง่ของการพิสูจน์ว่าขั้นตอนกระบวนการในการนำเข้า วัคซีน แม้กระทั่งวัคซีนที่ควรจะได้รับการยอมรับนั้นเข้าไม่ถึงได้อย่างไร🔗
ผมมีข้อมูลการกระจายตัวของวัคซีนในวันนี้นะครับ ซึ่งเป็นตัวเลขล่าสุดว่า เขตปศุสัตว์ต่าง ๆ ได้อย่างไร จังหวัดอ่างทองบ้านผม ๗๕๔ โดส จังหวัดสิงห์บุรีที่มีวัว กระบือ อยู่ ๒,๗๐๐ ตัว ได้ไป ๑๖๖ โดส เขตปศุสัตว์ภาคเหนือได้เยอะหน่อยครับ ไม่แปลกอะไรครับ ทั้งเหนือตอนบนและเหนือตอนล่าง รวม ๆ กันประมาณ ๖๐,๐๐๐ กว่าโดส ตัวเลขเหล่านี้มี หมด แต่ตัวเลขไม่ได้สะท้อนว่าในแต่ละพื้นที่ในแต่ละจังหวัดนั้นมีความต้องการจำเป็นผมใช้ คำว่า นีด (Need) ของวัคซีนเท่าไร นั่นเป็นประเด็นที่ ๓ ครับ🔗
ผมขออนุญาตอีกสักเล็กน้อยครับท่านประธาน เพราะว่าพรรคก้าวไกลเอง เราไม่ได้รับแจ้งว่าจะมีญัตตินี้ที่เข้าสู่สภา เพื่อนสมาชิกหลายคนของผมไม่ได้อยู่ในที่ประชุม ตอนนี้นะครับ แต่อยู่ในห้องประชุมกรรมาธิการ อยู่ข้างนอก🔗
ประเด็นที่ ๔ ที่ผมจำเป็นต้องพูดถึงก็คือกรณีของการเยียวยา ผมไปอ่าน รายละเอียดแล้วพบว่าหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือเกษตร ผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินนั้นเป็นการอ้างอิงราคามาตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ ท่านไปใช้ระเบียบ ปี ๒๕๖๒ อ้างอิงปี ๒๕๕๖ มันมีรายละเอียดหมดเลยว่าสัตว์อายุไม่เกิน ๖ เดือนจะชดเชย อย่างไร อายุไม่เกิน ๑ ปีจะชดเชยอย่างไร ๑ ปี ถึง ๒ ปี ชดเชยอย่างไร แต่ทั้งหมดแล้ว รวมกันแล้วไม่เกินไปกว่า ๒ ตัว ซึ่งอันนี้ไม่สะท้อนครับ ท่านรัฐมนตรีทราบดีครับ อธิบดี กรมปศุสัตว์บอกว่าถ้าอยากได้เงินเยียวยาก็ให้เข้าโครงการประกันชีวิตโค ผมคิดว่า นั่นไม่ตอบโจทย์ความต้องการจำเป็นของพี่น้องประชาชนขณะนี้ผมสนับสนุนความคิด ท่าน ส.ส. กนก วงษ์ตระหง่าน ที่ให้ประเมินสถานการณ์การจ่ายที่ตรงกับความเป็นจริงครับ🔗
ประเด็นที่ ๕ เป็นประการสุดท้ายครับท่านประธาน พรรคก้าวไกลเอง มีข้อเสนอที่เรียบง่ายที่สุด ข้อเสนอที่เรียบง่ายก็คือภาครัฐต้องเร่งควบคุมการระบาดด้วยการ สั่งให้มีการกักสัตว์และห้ามเคลื่อนย้ายสัตว์อย่างเข้มงวด ภาครัฐต้องเร่งนำเข้าวัคซีน ให้เพียงพอกับจำนวนโค กระบือที่มีมากกว่า ๗ ล้านตัวทั่วประเทศ ท่านรัฐมนตรี กล้าประกาศแบบนายกรัฐมนตรีไหมครับว่าอีก ๑๒๐ วันจะมั่นใจว่าลัมปีสกิน (Lumpy Skin) จะหมดไปจากประเทศไทย ท่านนายกรัฐมนตรีไม่ได้ประกาศเรื่องนี้นะครับ ประกาศ เรื่องอื่น แต่ผมเปรียบเทียบให้ท่านฟัง พรรคก้าวไกลเสนอว่าต้องลดขั้นตอนเอกสารระเบียบ ราชการต่าง ๆ ที่เป็นข้อจำกัดในการนำเข้าวัคซีน แล้วก็ที่สำคัญที่สุดต้องสืบต้นตอของ การแพร่ระบาด เราไม่อยากให้ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ในโค กระบือเป็นเหมือนกับโควิด (COVID) ที่คนไทยได้รับอยู่ในวันนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
อีก ๓ ท่านครับ ท่านไพจิต ศรีวรขาน ท่านอับดุลอายี สาแม็ง และท่านปกรณ์ มุ่งเจริญพร ครับ เชิญท่านไพจิตครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไพจิต ศรีวรขาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย กระผมต้องขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานว่าการที่ต้องอภิปรายวันนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่มีความหมาย มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อพี่น้องคนอีสานนะครับ ภาระที่เราได้ทราบกันอยู่ตลอดมาว่า ภาคอีสานนั้นเราทำงานกันด้วยความเป็นชีวิตจิตใจที่ต้องการความร่มเย็นเป็นสุข การมีผลผลิตที่เป็นภาคเกษตรกรรมที่เกี่ยวกับการเลี้ยงวัวเป็นชีวิตจิตใจที่ได้สั่งสมกันมา แล้วก็ทำอย่างมีเกียรติและมีผลผลิตที่ผมเชื่อมั่นว่าเราไม่ได้เป็นสองรองใคร เพราะฉะนั้น การที่จะมีโคขุนอยู่ในหลายจังหวัดที่มีคุณภาพ แปลว่าเกิดจากความเอาใจใส่และความจริงจัง ต่อการทุ่มเททำงาน ผมเห็นว่าภาระแบบนี้เป็นเรื่องที่มีความหมาย มีความสำคัญต่อหลาย ๆ คนที่ยังไม่ได้มีโอกาสได้อภิปราย เชื่อมั่นว่าแม้จะทุ่มเทกันอย่างยิ่งแล้ว โอกาสที่จะทำให้ ประสบความสำเร็จ อย่างภาระที่เกิดขึ้นนี้ต้องถือว่าเรามีผลผลิตในอีสานที่ผมมีตัวเลข ที่อาจจะไม่สอดคล้องกับตัวเลขของทางกรมปศุสัตว์นะครับ ที่บอกว่ามีโคที่เสียชีวิตเพียง ๓๗๔ ตัว ในขณะที่ผมมีที่จังหวัดนครพนม จังหวัดเดียวนะครับท่านประธาน มีวัวที่ป่วย แล้วก็ตาย ๔,๖๘๕ ตัว นี่เป็นตัวเลขที่ได้จากปศุสัตว์จังหวัด จากท่านผู้ว่าราชการจังหวัด นครพนมนะครับ ที่เขาออกประกาศทำงานกันแบบหามรุ่งหามค่ำนะครับ จนมีตัวเลข ขนาดนี้ จังหวัดเดียวนะครับ ท่านประภัตรครับ ผมไม่อยากเชื่อว่าตัวเลขที่มาจากหน่วยงาน ที่เป็นชีวิตจิตใจของคนทั้งประเทศจะมีตัวเลขสัตว์ที่เป็นโรคภัยไข้เจ็บขนาดเพียงเล็กน้อย นะครับ เพราะฉะนั้นต้องฝากกราบเรียนว่ากรมปศุสัตว์เป็นกรมที่มีความหมาย แล้วคนที่อยู่ ในแต่ละจังหวัดไม่ใช่คนที่ขาดคุณภาพนะครับ แต่ว่ามีจำนวนประมาณ ๕๐-๖๐ คน เป็นอย่างต่ำแต่ละจังหวัด ๆ ทุ่มเทจะทำงานให้กับพี่น้องประชาชน อย่างในจังหวัดนครพนม มี ๑๒ อำเภอ ถ้าเทียบเคียงก็จะมีคนที่จะทำงานให้ที่เป็นข้าราชการจริง ๆ ก็ประมาณ ๔๐๐-๕๐๐ คนต่อ ๑ อำเภอ ความทุ่มเทที่จะต้องทำงานให้กับเกษตรกรต้องทำกัน อย่างจริงจัง ที่อยู่ได้ทุกวันนี้เพราะปศุสัตว์ที่เกิดจากอาสาสมัคร ที่เกิดจากผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ที่เขารักในงานแบบนี้ ทุ่มเททำงานแล้วก็ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่เลี้ยงวัว ผมอยากเห็น ความเอาจริงเอาจังของฝ่ายปศุสัตว์จังหวัด กรมปศุสัตว์ทั้งกรม เผอิญผมทำหน้าที่เป็น ประธานกรรมาธิการการปกครองนำเรื่องนี้เข้ามาเจรจากันแบบจริงจังว่าทำอย่างไรที่จะต้อง ได้ยามาให้พี่น้องที่มีโรคภัยไข้เจ็บซึ่งไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนเลยตลอดชีวิต เพิ่งมาเป็น คราวนี้ เมื่อก่อนก็วุ่นวายอยู่กับการที่จะต้องกำชับให้ช่วยทำการป้องกันรักษา พอถึงวันนี้แล้ว จะบอกว่าพยายามหาวัคซีนมา แล้วได้ช้า ได้ไม่ทัน เงินไม่มี ก็อยากจะบอกว่าคนที่เขาขอ ความช่วยเหลือ พี่น้องคนอีสานมีวัคซีนมาให้ ให้พี่น้องประชาชนชักช้าจะไม่ทันการอยู่แล้ว แล้วยังมีโรคระบาดเกิดขึ้นอีก ผมฟังแล้วผมทราบว่าทางกรมปศุสัตว์สามารถผลิตเองได้ ขอให้ทำอย่างจริงจังนะครับ ทำอย่างจริงจัง แล้วก็งบประมาณท่านนายกรัฐมนตรี ก็มีเยอะแยะ ก็เอามาให้กับพี่น้องเรา ได้ช่วยเหลือกันอย่างเป็นจริงเป็นจัง เฉพาะที่ จังหวัดนครพนมที่เดียวก็คงจะเป็นตัวอย่างให้เห็นนะครับ คนจังหวัดสกลนครก็คงจะ ไม่น้อยกว่า ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ ตัว ที่มีปัญหาที่ฟังวันนี้นะครับ จังหวัดมุกดาหารยังไม่ได้อภิปราย ทั้ง ๓ จังหวัดนี้เป็นจังหวัดที่ผลิตวัวขุนที่มีคุณภาพ ผมต้อง ขอบคุณท่านประภัตรที่กรุณาได้ไปเยี่ยมผมเยี่ยมคณะพี่น้องชาวธาตุพนม ชาวเรณูนคร ที่ท่านได้ไปเพื่อให้กำลังใจ แล้วก็เป็นผลที่ได้ทราบว่าท่านวิ่งตะลอน ๆ อยู่ แต่วันนี้วิ่ง อย่างเดียวแล้วใช้ความทุ่มเททำงานให้กับพวกเรานะครับ ของท่านคนเดียวมันจะไม่ถึง ที่หมาย ผมอยากฝากว่าทั้งทีมที่เป็นทีมภาคเกษตรกรรมที่ทำเรื่องการผลิตสินค้า เป็นหน้า เป็นตาของคนประเทศไทย ที่ผมบอกว่าวันนี้เรามีผลผลิตทางด้านการเกษตรที่เป็นวัวที่ ขึ้นหน้าขึ้นตา เขาร้องห่มร้องไห้กันนะครับ บอกว่าจะต้องได้เงิน ถ้าวัวตายเท่านั้นได้เท่านั้น เท่านี้ มันไม่เป็นภาระที่อยากจะเห็นแบบนั้น แต่ว่าทำอย่างไรถึงจะเป็นชีวิตจิตใจที่ต้อง ช่วยกันทำอย่างจริงจัง ปศุสัตว์จังหวัดแต่ละท่าน ๆ ท่านประภัตรครับ ผมไม่มีตัวเลขว่ามีคน อีสานสักเท่าไรที่เป็นปศุสัตว์จังหวัด เป็นปศุสัตว์อำเภอ ช่วยลูกหลานของผมพวกเหล่านี้มา เขาจะทุ่มเทชีวิตจิตใจที่ทำงานให้ ใครที่ถือว่าจะต้องไปทำงานอย่างอื่นที่ร่ำรวยกว่า มีเงิน มีทองมากกว่าก็ไปเถอะครับ แต่ว่าขอให้มีคนที่ทุ่มเททำงานให้กับพี่น้องชาวอีสานเรา ซึ่งหลายคนก็บ่นมาโดยตลอดนะครับ ขณะที่จะต้องหาวัคซีนมายังต้องบอกว่าจะต้องเอา ที่ไหน แล้วมันคอยไม่ได้ ถ้ามีที่ไหนที่จะมอบให้กับพี่น้องประชาชนให้เขาได้ไปรักษาวัวที่เป็น โรคที่มีอยู่ในขณะนี้ เป็นความต้องการอย่างยิ่ง ผมทราบว่าท่านได้วิ่งเพื่อที่จะไปทำงานพวกนี้ ให้กับพวกผมอยู่ เพราะฉะนั้นขอความจริงจังเถอะครับ ช่วยทำแล้วทำให้เกิดภาระที่จะเป็น ประโยชน์กับบ้านกับเมืองจริง ๆ เพราะฉะนั้นก็ขอถือโอกาสนี้ได้กราบเรียนด้วยความเคารพ นะครับ ทางจังหวัดนครพนมต้องขอบคุณท่านนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครพนมที่ใช้ เงินของจังหวัดนครพนมขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ๕๒๙,๐๐๐ บาท เพื่อซื้อยามาช่วย พี่น้อง ๑๒ จังหวัดเรา แต่ยังไม่พอหรอกครับ ก็ต้องขอถือโอกาสนี้ได้กราบเรียนเพื่อเป็นการ เชิดชูในความจริงจังความตั้งใจของภาคเกษตรกรรมที่เรายังมีอยู่อีก ๔-๕ จังหวัดที่ทำ เช่นเดียวกัน กราบขอบพระคุณอย่างสูงครับท่านประธาน🔗
ต่อไป ท่านอับดุลอายี สาแม็ง ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง ส.ส. เขต ๓ ของจังหวัดยะลา ความจริงแล้วเรื่องของโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นั้นเป็นเรื่องที่มันเกิดขึ้นในภาคเหนือ ภาคอีสานเป็นส่วนใหญ่ เราก็อาจจะ ไม่ได้คาดว่าจะเกิดในพื้นที่ของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่วันนี้เราก็มีข้อมูลว่า ที่จังหวัดยะลาและจังหวัดชุมพรก็เกิดโรคชนิดนี้เช่นกัน ทีนี้ประเด็นว่าโรคระบาดที่มันเกิด ทางภาคใต้แล้ว สิ่งที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดก็คืออีกประมาณสัก ๑ เดือนเศษ ๆ ที่จะเกิดขึ้น ข้างหน้านี้ เนื่องจากว่า ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็มีพี่น้องที่เป็นมุสลิมเป็นจำนวนมาก ก็จะต้องทำกุรบานในพิธีอีดิลอัฎฮา ก็คือเป็นเรื่องของการทำพิธีเชือดสัตว์พลี ต้องใช้วัว เป็นจำนวนมากในการที่จะทำพิธีเหล่านี้ จากข้อมูลเดิม พื้นที่ในเขต ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้มีประมาณ ๑,๕๑๔ หมู่บ้าน โดยปกติ แล้วถัวเฉลี่ยในการที่จะทำสัตว์พลีพวกนี้ก็ประมาณหมู่บ้านละ ๕ ตัว ใช้วัวทั้งหมดเกือบ ๆ ๘,๐๐๐ ตัว ตัวหนึ่งโดยประมาณเฉลี่ยตัวละประมาณสัก ๒๕,๐๐๐ บาท ก็เฉลี่ยเกือบ ๒๐๐ ล้านบาท นี่คือเป็นเรื่องของการที่จะใช้วัวในการบริโภคหรือว่าทำพิธีสัตว์พลีในแต่ละ ๑ ปี ในวันอีดิลอัฎฮา ซึ่งสิ่งเหล่านี้สิ่งที่น่าเป็นกังวลและเป็นห่วงมากที่สุดเนื่องจากว่าตอนนี้ใน เขตพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็เป็นปัญหาผลกระทบระหว่าง ๒ โรคระบาด ๑. โควิด-๑๙ (COVID-19) ๒. เรื่องของลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ที่มันเกิดจากวัว เนื่องจากว่าในพิธีสัตว์พลีอีก ๑ เดือนข้างหน้าเราต้องใช้วัวจำนวนมากอย่างที่กล่าวเบื้องต้น ทีนี้ถามว่า ๒ เรื่องนี้มันเป็นมาตรการที่เกิดขึ้นที่ระดับจังหวัด อย่างเช่นจังหวัดยะลาก็มี การห้ามในการรวมชุมนุมละหมาดที่ตามมัสยิดต่าง ๆ ห้ามจัดเลี้ยง ห้ามเปิดร้านอาหาร แต่เนื่องจากว่าในรอบ ๑ ปีพิธีสัตว์พลีจะต้องไปฆ่าวัวเพื่อที่จะเอาเนื้อมาทำจัดเลี้ยง เหล่านี้ จะต้องมีการรวมตัวอย่างแน่นอน ผมก็เกรงว่าหากไม่มีมาตรการที่มันชัดเจนที่จะเกิดขึ้น ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้อาจจะเกิดปัญหาเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เกิดที่วัวก็จริงอยู่ เนื่องจากว่าในเขต ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ วัวไม่พอที่จะ ใช้ในเรื่องของการทำพิธีเหล่านี้ มันก็ต้องนำวัวจากภาคอื่นเข้ามา ทีนี้การขนย้ายวัว อย่างเช่น ว่าจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ จากจังหวัดเพชรบุรี หรือจากจังหวัดอีกหลาย ๆ จังหวัด ในประเทศไทยก็ไม่แน่ใจว่าวัวเหล่านี้จะทะลักมาทางประเทศเพื่อนบ้านหรือเปล่า แต่เอามา ใช้ในพื้นที่ ๓ จังหวัด ณ วันนี้ก็ยืนยันชัดเจนว่า ๓ จังหวัดก็เกิดเชื้อโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เกิดขึ้นแล้วในเขตอำเภอเมืองของจังหวัดยะลา สิ่งที่น่าเป็นห่วงก็คือว่าการทำ กุรบานหรือการทำสัตว์พลีนั้น คุณสมบัติที่ต้องใช้วัวต้องเป็นวัวที่สมบูรณ์ วัวต้องไม่เป็นโรค เหล่านี้ต้องเป็นเรื่องสัตว์ที่ต้องสมบูรณ์ในการที่จะทำสัตว์พลี ทีนี้ถ้าเกิดวัวเป็นโรคขึ้นมา เนื่องจากว่ามาตรการในเรื่องของการที่จะขนย้ายสัตว์เหล่านี้ ทราบข่าวมาว่าจะต้องมีการ กักวัวตัวสัตว์ใช้เวลา ๒๘ วัน ตรงนั้นมันไม่เป็นปัญหานะครับ แต่ ณ ขณะนี้ ก่อนหน้านี้ ชาวบ้านถ้าก่อนถึงวันกุรบาน วันทำสัตว์พลีนั้น ชาวบ้านก็หาวิธีการซื้อวัวมาเลี้ยงกันก่อน จนถึงวันสัตว์พลี เขาก็สามารถที่จะดำเนินการไปเลย แต่ ณ ขณะนี้การเตรียมตรงนั้น ไม่เกิดขึ้นเพราะชาวบ้านเขากลัวที่จะเอาสัตว์มาเลี้ยง กลัวสัตว์จะเป็นโรค แล้วก็ไม่สามารถ ที่จะทำกุรบานได้ นี่คือเป็นปัญหาหนึ่ง ถามว่าปศุสัตว์ของเขตในพื้นที่จังหวัด ๓ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ก็คงไม่ได้นิ่งนอนใจ พยายามหาวิธีการที่จะจัดการเรื่องเหล่านี้ แต่ถ้าเกิดวัว ที่เคลื่อนย้ายเข้ามา ทันทีที่มีการกักตัว ผู้ประกอบการที่จะเอาวัวมาขายเพื่อจะทำสัตว์พลีนั้น เอามาเตรียมตัวก่อน พอเตรียมตัวเสร็จ เกิดเป็นโรคในระหว่างนั้นเขาก็อาจจะมีปัญหา ในเรื่องของการที่จะขายเพื่อทำพิธีเชือดสัตว์พลี ตรงนี้เขาเข้าใจว่าวัวอาจจะไม่ตาย เพราะว่า การกักตัวการอะไรต่าง ๆ ในขั้นเบื้องต้นแล้วถ้ายังมีเชื้ออยู่วัคซีนก็คงฉีดทันที แล้วก็คงไม่ได้ เกิดผลทันทีหลังจากที่ฉีดวัคซีน เหล่านี้อาจจะมีผลตามมานะครับท่านประธาน🔗
สิ่งที่น่ากลัวก็คือว่าในเมื่อเอาวัวมาตุน เอาวัวมากักบริเวณในพื้นที่ของเขต พื้นที่ ๓ จังหวัด อย่างเช่นว่าผู้ประกอบการที่จะค้าวัวเหล่านี้คนละ ๑๐๐ ตัว ๒๐๐ ตัว ๓๐๐ ตัว แล้วแต่กำลัง มารวบรวมในพื้นที่เหล่านี้เกิดเป็นโรคขึ้นมา เขาก็ไม่สามารถที่จะ ขายได้ ทีนี้ประเด็นว่าเราก็อยากจะให้ทางประธานนำเรียนไปทางจังหวัด โดยเฉพาะ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งมีพี่น้องมุสลิมเป็นจำนวนมาก ที่อื่นก็เช่นกันนะครับ ที่อื่น ก็เช่นกัน แต่ว่าผลกระทบเนื่องจากว่าผมเป็น ส.ส. ในเขตพื้นที่ของจังหวัดยะลานั้นก็เห็น ลักษณะความเป็นอยู่ของคน เมื่อก่อนที่จะถึงวันกุรบานนั้นเขาจะต้องเตรียมตัวอย่างไร วัวต้องสมบูรณ์ อะไรก็ต้องสมบูรณ์ สิ่งเหล่านี้เราก็จะต้องหาวิธีการว่าหลังจากเคลื่อนย้ายวัว มาจากในภาคอื่นแล้ว อย่างเช่นภาคใต้ตอนบนหรือว่าภาคกลาง ภาคตะวันตก เข้ามาในพื้นที่ ของเขต ๓ จังหวัด จะต้องสมบูรณ์และไม่เป็นโรคที่นำเข้ามาก่อนหน้าที่จะมีการทำสัตว์พลี เหล่านี้ผมอยากจะเน้นย้ำให้ท่านประธานประสานไปทางจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะ ๓ จังหวัดว่า ณ ขณะนี้เพราะโควิด (COVID) ก็ไม่สามารถที่จะละหมาดวันศุกร์ มีคำสั่ง ห้ามแล้ว คนในพื้นที่ก็ให้ความร่วมมือนั่นล่ะครับ แต่เนื่องจากว่าพิธีการที่จะเกิดขึ้นในอีก ๑ เดือนกว่า ๆ ข้างหน้านั้นจะต้องมีมาตรการ อย่าให้ ๒ เรื่องนี้มันเป็นอุปสรรคกับวิถี ความเป็นอยู่ การทำสัตว์พลีก็เป็นสิ่งที่จำเป็น การที่จะต้องดูแลเรื่องโรคระบาดเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) ก็เป็นสิ่งที่จะต้องทำ ๒ เรื่องเหล่านี้อยากจะให้ท่านประธานประสานไปที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อแก้ปัญหาในเรื่องของการเตรียมการที่จะทำกุรบานในวัน อิดิลอัฎฮาที่จะถึงเร็ว ๆ นี้นะครับ สิ่งที่เขาพูดเมื่อสักครู่จากผู้ประกอบการเขาบอกว่า วัวอาจจะไม่ตาย แต่ว่าผู้ค้าวัวที่จะทำสัตว์พลีอาจจะตายก่อนนะครับท่านประธาน ขอขอบคุณครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านปกรณ์ พรรคภูมิใจไทยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคภูมิใจไทย ผมต้องขอกราบขอบพระคุณผู้เสนอญัตติด่วนเข้ามาสภาในวันนี้ ที่สำคัญขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน เป็นอย่างสูงยิ่ง ซึ่งท่านให้ความสำคัญกับเรื่องของเกษตรกร ผู้เลี้ยงโคกระบือเป็นอย่างมาก จากเหตุการณ์โรคระบาดที่อุบัติขึ้นใหม่ ไม่ว่าจะเกิดขึ้น กับมนุษย์ แล้วก็กำลังเกิดขึ้นกับสัตว์เลี้ยงของเราก็คือโค กระบือ สร้างความวิตกกังวลให้กับ พี่น้องเกษตรกรเป็นอย่างมาก ท่านประธานครับ ผมเองต้องเรียนด้วยความเคารพว่า วันนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยของเราครับ พี่น้องเกษตรกรทุกหย่อมหญ้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พี่น้องเกษตรกรที่ทำพืชสวน พืชไร่ ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำไม่สามารถส่งออกไปได้ ขนุนที่เคยส่งออกไปต่างประเทศกิโลกรัมละเกือบ ๓๐ บาท วันนี้เหลือ ๒ บาท ถูกกว่าหญ้า ที่ผมซื้อเลี้ยงวัวอีกครับ ท่านประธานครับ สิ่งที่พี่น้องเกษตรกร พี่น้องปศุสัตว์ วันนี้พอจะมี ความหวังก็คือโค กระบือครับ มันคือสัตว์วิเศษครับท่านประธาน มันไม่มีสัตว์ประเภทไหน หรอกครับที่ไปกินวัชพืช กินหญ้า แล้วกลับมาเป็นเนื้อ แปลงมาเป็นเงิน เป็นทรัพย์สิน แต่วันนี้ทรัพย์สินของเขากำลังจะสูญสลายไปจากโรคอุบัติใหม่ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ฟังชื่อนี้แล้วหนาวแทนพี่น้องเกษตรกรครับ ทุกคนตื่นเต้นว่าเมื่อไรจะรักษาหาย เมื่อไรวัคซีน จะมาถึง ผมต้องกราบเรียนไปยังท่านอธิบดีครับ เรียนท่านรัฐมนตรี ท่านประภัตรครับ จังหวัดสุรินทร์ของผมรับแจ้งข้อมูลเมื่อสักครู่ มีสัตว์ป่วยสะสมทั้งโค กระบือ ๑๓,๒๕๙ ตัว รักษาหายแล้ว ๗๓๔ ตัว ที่กำลังป่วยอยู่ ๑๒,๒๖๖ ตัว แล้วที่เสียชีวิตที่ตาย ๒๕๙ ตัว เงินชดเชยเยียวยาวันนี้ต้องอัปเดต (Update) นะครับ ราคาวัว กระบือ วันนี้ไม่ใช่หลักพัน หรือหลักหมื่นแล้วนะครับ มันเป็นทรัพย์สินครับ เป็นหลักแสน หลักล้านแล้วนะครับ ท่านประธาน แต่วันนี้สิ่งที่ชาวจังหวัดสุรินทร์ได้รับก็คือลมครับ วัคซีน ๐ โดส ให้กับจังหวัด สุรินทร์ ผมจะโทษใครดีครับ ปศุสัตว์จังหวัดหรือเปล่า หรือเขาจัดสรรครับ แน่นอนครับ พี่น้องเกษตรกรวันนี้ต้องจ่ายเงินซื้อวัคซีนลักลอบนำเข้า จ่ายเอง ฉีดเอง โดส (Dose) หนึ่ง ก็ประมาณเกือบ ๒๐๐ บาทครับท่านประธาน สิ่งเหล่านี้เองครับ ผมเชื่อว่าวันนี้ผมในฐานะ ที่มาจากตัวแทนของพี่น้องเกษตรกรขออนุญาตนะครับ วันนี้เพราะปศุสัตว์ขาดความเอาใจใส่ ให้ความสำคัญจากรัฐบาลครับ ผมขออนุญาตถอดแมสก์ (Mask) นะครับ วันนี้ปศุสัตว์ น่าเห็นใจมากครับ ผมได้เรียนกับท่านรัฐมนตรีประภัตรบ่อยครั้งมากว่าขาดบุคลากรครับ สำหรับปศุสัตว์ของเรา ถ้าเปรียบเทียบกับหน่วยงานอื่น เจ้าหน้าที่นั่งกันไขว่ห้าง ไม่มีงานทำ แต่ปศุสัตว์ของเราดูแลสัตว์ทั้งประเทศ มีแค่ปศุสัตว์จังหวัด ปศุสัตว์อำเภอ ไม่มีหรอกครับที่จะลงไปดูระดับตำบล ระดับหมู่บ้าน มีแต่อาสาครับท่านประธาน นี่คือสิ่งที่ต้องสร้างความเข้าใจครับ สะท้อนไปถึงผู้บริหาร ท้องถิ่น วันนี้ถือโอกาสตรงนี้ครับ ฝากไปยังผู้บริหารท้องถิ่นทุกท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบจ. อบต. เทศบาล ท่านสามารถเปิดกรอบครับ บรรจุเจ้าหน้าที่สัตวบาลได้ครับ เพื่อจะมา ช่วยเหลือเยียวยาในการช่วยบรรเทาสาธารณภัยที่มันเกิดขึ้น และต้องขอบคุณท่านนายก องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุรินทร์ ท่านเปิดกรอบแล้วครับ บรรจุตำแหน่งสัตวบาลเพื่อมา ช่วยเหลือปศุสัตว์ของเรา ที่สำคัญครับ ผมคิดว่านโยบายเหล่านี้จะปล่อยให้ปศุสัตว์ของเรา เดินตามลำพังไม่ได้หรอกครับ อยู่ที่นโยบายของภาครัฐ การเปิดกรอบรับเจ้าหน้าที่ของ ปศุสัตว์จังหวัด ปศุสัตว์ตำบล ปศุสัตว์อำเภอ สำคัญมากครับ วันนี้พี่น้องเกษตรกรครับ ต้องเห็นใจมาก สัตว์ป่วย มันคือทรัพย์สิน คือเงินทอง คือความหวังของเขาครับ แน่นอนครับ หลายท่านอาจจะอยู่ในที่นี้ก็มี ได้เรียนจบ ได้มีหน้าที่การงานทำสมบูรณ์ เพราะท่านมาจาก ชีวิตวัวควายนะครับ เรื่องนี้ผมต้องเรียนไปยังท่านรัฐมนตรีโดยตรง ท่านครับ ผมขอเถอะครับ วัคซีนจังหวัดสุรินทร์ยังไม่ได้สักโดส (Dose) ครับ ผมกลับไปบ้านเมืองสุรินทร์ของผม ผมจะ ตอบคำถามอย่างไร เมื่อสัปดาห์ที่แล้วครับต้องเรียนด้วยความเคารพว่าผมทำเกินหน้าที่ ผมเชิญตัวแทนท่านอธิบดีกรมปศุสัตว์ ตัวแทนองค์การอาหารและยา ตัวแทนของกรม ส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นมาหารือครับ เพื่อที่จะลดขั้นตอนการนำเข้าวัคซีน มาช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ก็โชคดีครับ ท่านประภัตร โพธสุธน ท่านรัฐมนตรีท่านเอาใจใส่ ท่านบอกว่าถ้าเผื่อว่าบริษัทไหนที่มีความพร้อมจะบริจาควัคซีนให้กับกรมปศุสัตว์ ท่านพร้อม ที่จะคืนครับ ให้ไปฉีดรักษา ฉีดป้องกันให้กับพี่น้องเกษตรกรในพื้นที่ของท่าน นี่คือสิ่งที่ต้อง ให้ความเห็นใจ ต้องการช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ที่สำคัญที่สุดครับ กราบเรียนไปยัง ท่านนายกรัฐมนตรีครับ งบกลางของท่านวันนี้ท่านต้องแบ่งให้กับกรมปศุสัตว์ ให้กับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพื่อเยียวยาสัตว์ที่เสียชีวิตกับพี่น้องเกษตรกรครับ โอกาสนี้ ต้องขอขอบพระคุณท่านประภัตร โพธสุธน เป็นอย่างสูงยิ่งครับที่ท่านเป็นตัวแทน เป็นปาก เป็นเสียงแทนพี่น้องประชาชนอีกทางหนึ่งครับ ขอกราบขอบพระคุณมากครับ สวัสดีครับ🔗
อีก ๓ ท่านครับ ท่านนพพล เหลืองทองนารา ท่านสมบัติ ศรีสุรินทร์ ท่านปดิพัทธ์ สันติภาดา เชิญท่านนพพลครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ ผมเองก็มีในส่วนของโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ที่ได้พูดจากันในวันนี้ ผมเองต้องกราบขอบพระคุณท่าน ส.ส. นิยม เวชกามา ที่ท่านได้นำเสนอเรื่องนี้เข้าสู่สภาเพื่อที่จะให้ทางรัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบถึงปัญหา ในจังหวัดต่าง ๆ ว่า ณ ปัจจุบันโรคอันนี้มีปัญหาก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับพี่น้องเกษตรกร ที่เลี้ยงโคกระบือมากขนาดไหน ท่านครับ จังหวัดพิษณุโลก ณ เวลานี้นะครับ มีสัตว์เลี้ยงคือ โคกระบือได้ติดโรคระบาดโรคนี้จำนวนพันกว่าตัวเศษ แล้วก็มีสัตว์ตายไปแล้วจำนวนหนึ่ง ซึ่งก่อให้เกิดความเดือดร้อนกับพี่น้องประชาชน แล้วก็โรคนี้สำหรับในจังหวัดพิษณุโลก ก็มีการตรวจพบ แล้วก็ระบาดมาตั้งแต่เมื่อเดือนที่แล้ว แต่ว่าวันนี้ทางท่านผู้ว่าราชการจังหวัด เพิ่งจะเรียกประชุมด่วนในเรื่องนี้เมื่อวานนี้เอง ผมเองก็ไม่ทราบว่าจะช้าไปหรือไม่ ท่านครับ วัคซีนที่ท่านบอกว่านำมาแล้วล็อต (Lot) แรก ๖๐,๐๐๐ โดส สำหรับจะเอามาฉีด โค กระบือ แล้วก็แบ่งจังหวัดต่าง ๆ ออกเป็น ๒ กลุ่ม ซึ่งกลุ่มแรกก็มีโคราช มีจังหวัดพะเยา และกลุ่มที่ ๒ ก็จะมีจังหวัดพิษณุโลกด้วย แต่ว่าต้องรอวัคซีนในจำนวน ๓๐๐,๐๐๐ โดส ที่จะเข้ามา ผมเองก็ไม่รู้ว่า ๓๐๐,๐๐๐ โดส ที่จะเข้ามาเพื่อเป็นวัคซีนฉีดให้กับโคกระบือนั้น จะมาเมื่อไร แล้วก็จะกระจาย ไม่รู้ว่าจังหวัดพิษณุโลกผมจะได้รับเป็นจำนวนเท่าไร ตอนนี้จริงอยู่ว่าโคกระบือที่ติดเชื้อที่จังหวัดพิษณุโลกตอนนี้จะมีแค่เพียง ๑,๐๐๐ กว่าตัว แต่ว่าแนวโน้มของการติดเชื้อนั้นที่ได้รับทราบมาก็จะมีอีกจำนวนไม่น้อย ซึ่งจังหวัดพิษณุโลก ก็มีการเลี้ยงสัตว์ เลี้ยงโค กระบือจำนวนแสนกว่าตัว เพราะฉะนั้นแล้วตอนนี้คนในจังหวัดพิษณุโลก ก็มีปัญหาเรื่องน้ำ ซึ่งแค่น้ำทำนาพวกเราก็ปวดหัวกันแย่อยู่แล้ว น้ำตาชาวนาเกษตรกร ก็ชอกช้ำอยู่แล้ว แล้วก็ยังจะมามีเรื่องในส่วนของสัตว์เลี้ยงที่เกษตรกรนั้นได้เลี้ยงไว้ แล้ว อีกสิ่งหนึ่งในการชดเชยที่ทางกรมปศุสัตว์ได้บอกมาว่าจะชดเชยตามจริง แต่ว่าเพียง ไม่เกินรายละ ๒ ตัว ซึ่งตรงนี้มันไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงเหมือนอย่างที่ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหลาย ๆ ท่านได้กล่าวมา ในกรมปศุสัตว์เคยมีระเบียบบอกว่า การชดเชยก็คือให้จำนวนที่เสียหายชดเชยได้ ๗๕ เปอร์เซ็นต์ของที่เสียหายจริง ท่านครับ ท่านเอาตรงนี้ก็ได้ถือว่าเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร แต่ว่าท่านไปจำกัดว่า ๒ ตัวต่อรายในการ ชดเชย ผมถือว่าทุกสิ่งทุกอย่างทางรัฐเอาเปรียบพี่น้องเกษตรกรมากเกินไปนะครับ ฉะนั้น แล้วผมก็อยากให้มีการจ่ายค่าชดเชยให้กับเกษตรกรนั้นตามความเป็นจริง แล้วอีกอย่างหนึ่ง ตัวเลขที่ทางราชการได้บอกมาสำหรับโค กระบือที่ติดเชื้อ ตัวเลขแต่ละตัวเลขเหมือนอย่างที่ ท่าน ส.ส. หลาย ๆ ท่านได้บอกไปก็คือว่าไม่ได้มีความสอดคล้องตรงกันเลยนะครับ ดูข้อมูล อันหนึ่งก็บอก ๖๐,๐๐๐ ตัว ดูข้อมูลอันหนึ่งก็บอก ๒๙,๐๐๐ ตัว แล้วยิ่งจำนวนการตายเดี๋ยว ๓๗๐ กว่าตัว แต่เท่าที่รวบรวมตัวเลขจากท่าน ส.ส. ที่ได้ขึ้นมาบอกถึงสถานการณ์ ในแต่ละจังหวัดนั้น รวม ๆ แล้ววันนี้ ณ เวลานี้โคกระบือตายไปแล้วนับพันตัว แล้วก็ติดเชื้อ จำนวนไม่น้อย เพราะฉะนั้นผมเองผมก็งงมากสำหรับตัวเลขเหล่านี้ที่ทางราชการนั้น ได้บอกมา ซึ่งมันไม่ตรงกันเลย ผมเองก็เห็นใจ โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน ซึ่งท่านเองท่านเอาใจใส่ในเรื่องของด้านการเกษตรไม่ว่าจะเป็นทางน้ำ หรือแม้แต่สิ่งที่ท่าน รับผิดชอบโดยตรงก็คือในเรื่องของปศุสัตว์ ท่านเองท่านเอาใจใส่แล้วก็ท่านพยายามทุ่มเท แรงกายแรงใจ แต่ว่าท่านครับถ้าเกิดว่าทุกอย่างถ้ามันชักช้ามันก็จะไม่ทันการณ์ ผมเอง ก็อยากจะขอเรียกร้องให้ทางรัฐบาลได้นำงบประมาณ ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณในส่วนของ งบกลางได้เร่งรีบนำมาซื้อวัคซีน จัดหาวัคซีน เพื่อจะให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ ก็อย่าให้ มันชักช้าเหมือนกับวัคซีนที่รักษาโควิด (COVID) ณ ตอนนี้เลยนะครับ กราบขอบพระคุณ ครับ🔗
เชิญท่าน สมบัติ ศรีสุรินทร์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม สมบัติ ศรีสุรินทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทยครับ ท่านประธานครับ ตามที่ท่านนิยม เวชกามา ได้เสนอญัตติโดยเป็นวาจาต่อสภาและสมาชิกทั้งหลายก็ได้ร่วมกัน แสดงความคิดเห็นต่อปัญหาที่เกิดขึ้น กระผมก็อยากจะอภิปรายเสริม โดยเฉพาะเกี่ยวกับ เรื่องของการปศุสัตว์และการบริหารราชการในกรมปศุสัตว์ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับ ท่านรัฐมนตรีประภัตรซึ่งท่านก็นั่งอยู่ตรงนี้นะครับ เรื่องจริง ๆ แล้วก็คือว่าสัตว์เลี้ยงที่มันเกิด โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ที่ว่าเป็นปุ่มป่าขึ้นนะครับ ที่จริงมันเป็นเรื่องที่ทางกรมปศุสัตว์ ก็ทราบเรื่องกันมานานแล้ว ทราบกันมาตั้งแต่ ๗-๘ เดือนที่แล้ว แล้วก็ทำให้มีการเฝ้าระวัง แต่ก็แค่เพียงเฝ้าระวัง แต่ไม่ได้มีการสั่งวัคซีนมาเตรียมเอาไว้ จนกระทั่งเมื่อมันเกิดขึ้นจริง ๆ ที่อำเภอพนมไพร จังหวัดร้อยเอ็ด เมื่อสักประมาณ ๒-๓ เดือนที่แล้วนี้ก็เลยเกิดการ ตื่นตระหนก แล้วก็เกิดการระบาดของโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ทำให้ประชาชนที่เลี้ยง โค เลี้ยงกระบือนั้นเกิดความเสียหาย เป็นการเสียหาย ๒-๓ ต่อนะครับ🔗
ประการที่ ๑ ก็คือเมื่อมีโรคระบาดขึ้น ทางกรมปศุสัตว์ก็สั่งห้ามไม่ให้มีการ เคลื่อนย้าย ก็ทำให้เศรษฐกิจอันเกี่ยวการค้าสัตว์แล้วก็ซื้อขายโค กระบือก็กระทบกระเทือน ก็ไม่เกิดการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจ🔗
ประการที่ ๒ ก็คือว่าเมื่อมีโรคระบาดลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เกิดขึ้น ก็จำเป็นต้องรักษา ก็ขาดยารักษาโรคและขาดความเอาใจใส่ ก็ปรากฏว่ายังถูกซ้ำเติมอีก เพราะว่ายาต่าง ๆ ที่เตรียมเอาไว้ก็ไม่เพียงพอ รวมทั้งบุคลากรของกรมปศุสัตว์ก็มีไม่พอ ผมก็ค่อนข้างจะเห็นใจเพื่อน ๆ สมาชิกหลายคน เพราะว่าพวกเราหน้าที่เป็นผู้แทนราษฎร งานเป็นงานฝ่ายนิติบัญญัติ แต่พอเราเห็นชาวบ้านเดือดร้อน ทุกคนที่เลี้ยงสัตว์เดือดร้อน พวกเราก็ร่วมเดือดร้อนไปกับเขาด้วย ต้องพากันไปศึกษาว่าโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) มัน มาอย่างไร ไปอย่างไร มันรักษาอย่างไร โดยเฉพาะของผมเองผมยังต้องไปขวนขวายดูสิว่าเขา จะรักษากันอย่างไร ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ลองขึ้นให้ผมดูด้วยครับ🔗
กว่าเราจะรู้ว่ามันเป็นโรคที่สามารถรักษา ได้ตามอาการ แต่ว่าตามอาการก็คือการอักเสบก็ต้องไปซื้อยาพวกยาแก้อักเสบเป็นประเภทนี้ นะครับ พวกออกซี (Oxy) หรือยาที่เป็นลองแอ็กติง (Long Acting) ก็คือยาที่ป้องกัน รักษาการอักเสบ แล้วก็ยาพวกฟลูนิซิน มีกลูไมน์ (Flunixin Meglumine) อะไรนี่เพื่อที่ จะต้องทำให้มันหายได้ กว่าพวกเราจะไปรู้ยาเหล่านี้ แล้วไปบอกชาวบ้านว่าคุณควรจะต้อง หาซื้อยาเหล่านี้มาใช้ เราก็มารู้อีกว่ากรมปศุสัตว์ก็ปล่อยปละละเลย ปล่อยให้ยาพวกเหล่านี้ ขึ้นราคา จากราคาไม่กี่บาท ต่อขวดขึ้นเป็น ๒๗๐-๒๘๐ บาท มิหนำซ้ำตอนนี้พอเกิดระบาด แรง ๆ อย่างยาม่วงที่รักษาแผลสัตว์ต่าง ๆ ในจังหวัดสุรินทร์ก็ขาดตลาดนะครับ ไม่มี พอมี โรคเหล่านี้ก็ไม่สามารถจะซื้อยาได้ ส่วนทางกรมปศุสัตว์เองท่านก็ชี้แจงว่ากำลังสั่งยาเข้ามา สั่งวัคซีนเข้ามา แต่ตอนนี้ถ้าพูดตรง ๆ ก็คือว่าวัวมันเสียหาย มันเกิดโรคแล้วกลายเป็น คล้าย ๆ กับว่าวัวหายล้อมคอกนะครับ มันมาช้าไปแล้ว ผมถึงขอวิพากษ์วิจารณ์ สักนิดหนึ่งเถอะ งานของกรมปศุสัตว์ ผมก็ไม่ทราบว่าท่านรัฐมนตรีซึ่งผมดูว่าท่านก็มีความ ขยันขันแข็งนะ ทุกวันเสาร์ วันอาทิตย์ ผมก็เห็นว่าท่านก็ตระเวนไปทั้งภาคเหนือ ภาคอีสาน ไปหมด แล้วก็เท่าที่ฟังเพื่อน ๆ ส.ส. ที่อยู่จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดมหาสารคาม จังหวัดร้อยเอ็ด เขาก็ทราบกันดีว่าท่านไปเยี่ยมไปให้กำลังใจเขา แต่เวลาท่านไปเยี่ยม ผมก็ไม่เห็นจะมีอธิบดีหรือมีข้าราชการฝ่ายประจำเดินตามไปรับนโยบายและไปรีบแก้ไข ให้มันสอดคล้องกับเรื่องที่เกิดขึ้น ผมเห็นเพื่อน ส.ส. หลายคนเที่ยวเดินไปตามท่านว่า ท่านรัฐมนตรีช่วยผมหน่อยเถอะ บ้านผมกำลังเกิดเรื่องโรคระบาด ผมจะหาวัคซีนได้ที่ไหน ผมจะหายาได้ที่ไหนผมก็เห็นท่านพยายามจะทำ แต่การทำอย่างวันนี้ที่เราพูดกันทำกัน มันก็อยู่ในฝ่ายการเมือง ฝ่ายการเมืองเรารู้ถึงความเดือดร้อนของชาวบ้าน เราเข้ามาพูดกัน ตัวท่านเป็นรัฐมนตรีก็ฝ่ายการเมือง ท่านก็ออกเยี่ยมเยียน ทั้ง ๆ ที่หน้าที่ของท่านก็เป็นหน้าที่ ในเรื่องของการบริหาร แต่ท่านก็ยังอุตส่าห์เสียสละเวลาราชการออกไปเยี่ยม แต่ที่ท่าน ออกไปเยี่ยมจริง ๆ ผมถามท่านเถอะครับ มันมีปัญหาอะไรหรือครับในกรมปศุสัตว์ ผมไม่เห็น จะมีอธิบดี ไม่เห็นจะมีรองอธิบดีหรือคนที่ท่านจะสามารถสั่งการทันทีเลยว่ามันมีปัญหานี้ แล้วให้รีบจัดการให้มันได้ ผมก็ไม่เห็นว่าจะมีคนเดินตาม ดังนั้นผมก็เลยคิดว่าหรือจะคิดว่า พวกเราบ่นไปก็แค่นั้นเอง ท่านรัฐมนตรีก็เป็นแค่รัฐมนตรี ท่านก็คงจะไม่สามารถไปสั่งการ ใครได้ใช่หรือเปล่า ไม่แน่ใจนะครับ ทีนี้สิ่งที่ผมอยากจะพูดต่อไปก็คือว่าเรื่องลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ก็เป็นเรื่องหนึ่ง มันเป็นเรื่องที่มันทำให้เรารู้ว่าชาวบ้านเขาเลี้ยงโค เลี้ยงกระบือ ซึ่งเป็นสัตว์เศรษฐกิจ แล้วโดยเฉพาะภาคอีสานมันเป็นภาคที่เหมาะกับการเลี้ยง โค เลี้ยงกระบือ ทีนี้เมื่อเดือดร้อนขึ้นมาแล้วมันก็เสียหาย เสียหายมาก กระทบกระเทือน จิตใจมาก อย่างเวลาวัวมันป่วยตัวหนึ่งนะครับ ผมก็ไปพบมาว่ากว่าจะฉีดยาได้ มันต้องใช้ยา ๓ โดส ไปรักษาโรคอักเสบ แล้วก็ไปรักษาเรื่องที่เกิดขึ้นโดส (Dose) หนึ่งก็ประมาณ ๓๐๐-๕๐๐ บาท ๓ วันก็เข้าไป ๑,๕๐๐ บาท ก็เป็นเงินที่ต้องจ่ายไป ถ้าไม่จ่ายวัวที่เลี้ยงไว้ ก็ตาย ควายที่เลี้ยงไว้ก็ตายก็เสียหายมากกว่า นอกจากนั้นแล้วเขาไม่มีเงินจะรักษา ส่วนเจ้าหน้าที่ก็ไม่พอ วัคซีนก็มีมาช้า ทีนี้นอกจากนั้นอีกแล้วเวลาวัว กระบือเป็น โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) มันจะมีผลกระทบต่อการเจริญพันธุ์ของเขาครับ บางทีพวกเรานึกถึงเรื่องโค กระบือที่เลี้ยงปล่อยตามทุ่ง แต่ยังมีเกษตรกรบางพวกที่เขา ทำเป็นพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ แล้วเวลาเกิดโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ขึ้นมาแล้วมันจะไม่ค่อยเจริญพันธุ์ ก็คือ เป็นหมันบ้าง หรือมันสืบพันธุ์ช้าลง หรือว่ามันเป็นหมันบ้างอะไรอย่างนี้มันก็ทำให้กระเทือน ตอนนี้ก็ดีที่มีการเยียวยาให้กับวัวที่ตาย ผมฝากท่านรัฐมนตรีนะครับ วัวที่เป็นโรคและ ไม่สามารถจะเจริญพันธุ์ได้ แล้วก็เชื้อของเขาเป็นวัวราคาแพง ๆ ก็ควรจะต้องเยียวยาเขาด้วย🔗
ที่พูดมาตรงนี้ผมก็อยากจะพูดต่อไปอีกสักนิดหนึ่งครับ วันนี้ตัวอย่าง ของการมีโรคระบาดลัมปีสกิน (Lumpy Skin) มันเป็นเพียงตัวอย่าง หรือพูดถึงหนัง ก็หนังตัวอย่างเท่านั้น แต่โรคที่มันเสียหายมากกว่านี้ อย่างเช่น โรคที่กำลังระบาดอยู่ในทวีป เอเชีย อย่างเอเอสเอฟ (ASF) ที่ทำให้ประเทศจีนต้องทำลายสุกรของจีนเป็นจำนวนมาก แล้วเวียดนามก็ทำลายสุกรทิ้ง ลาวและเขมรรอบ ๆ เรา เพื่อนบ้านเราเกิดอุบัติของโรค เอเอสเอฟ (ASF) ทำให้พวกเขาขาดสุกรมีชีวิตในการบริโภคต่าง ๆ ส่งผลให้ประเทศไทย โดยกรมปศุสัตว์ในอดีตได้มีการทำงานมาดีคือป้องกันจนกระทั่งเอเอสเอฟ (ASF) ไม่อยู่ ในประเทศไทย แล้วประเทศไทยก็สามารถส่งสุกรออกไปขายยังต่างประเทศได้ แต่ทีนี้เรา กำลังดีใจที่ว่าตัวเลขของการส่งออกของประเทศไทย อย่างวันนี้ผมเล่าให้ฟังเพื่อท่านสมาชิก จะได้ทราบกัน ก็คือว่าวันนี้เราส่งออก เมื่อปี ๒๕๖๓ ผมเพิ่งประสานงานกับทางนายด่าน ศุลกากรแจ้งว่า ปี ๒๕๖๓ ทางช่องจอมทางด่านอีสานส่งออกสุกรมีชีวิต ๘๐๐,๐๐๐ กว่าตัว มูลค่า ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ส่วนในปี ๒๕๖๔ ยังไม่ถึงครึ่งปีนะครับ แล้วก็ขณะที่โรคโควิด (COVID) กำลังระบาดทำให้ปิดประเทศหลายประเทศ แล้วการบริโภคน้อยลง แต่ถึงกระนั้น ก็ตามก็มีการส่งออกสุกรถึง ๓๕๐,๐๐๐ ตัว เป็นมูลค่าเกือบ ๓,๐๐๐ ล้านบาท นี่เพียงครึ่งปี นะครับ ทีนี้อุตสาหกรรมตรงนี้ผมก็อยากให้ประเทศไทยรักษาเอาไว้ เพราะว่าโรคเอเอสเอฟ (ASF) พอถึงเวลามันเกิดขึ้นมาแล้วก็ไม่อยากให้เป็นอย่างลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เกิดวัวหายแล้วล้อมคอก หรือหมูตายหมูเป็นเอเอสเอฟ (ASF) แล้วก็มาเดือดร้อนภายหลัง ซึ่งมันจะหนักหนาสากรรจ์ยิ่งกว่าการที่วัวเป็นโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เสียอีก ดังนั้น อยากจะฝากว่า ท่านรัฐมนตรีครับท่านก็ทำงานของท่านเต็มที่ท่านกวดขันส่วนราชการที่ เกี่ยวกับท่านหน่อยสิครับ ผมยกตัวอย่างที่สุรินทร์มีการส่งออกสุกร แต่ขณะเดียวกัน มีชาวบ้านเขาไปเห็นมีการปฏิบัติไม่ถูกต้อง เช่น มีการกักกันสัตว์ที่ไม่ถูกตามระเบียบ ไม่ถูกวิธี แล้วก็อาจจะส่งผลกระทบต่อการส่งออกต่อไปข้างหน้า ชาวบ้านเขาร้องเรียนมายัง กรมปศุสัตว์ ร้องเรียนไปยังกระทรวง ร้องเรียนไปประมาณ ๓-๔ เดือนแล้ว แล้วก็เห็น ๆ กันอยู่แต่ก็ไม่เห็นมีการทำอะไร คงจะปล่อยให้มีการเสียหายไปจนกระทั่งส่งออกไม่ได้กระมัง จึงจะได้แก้ไขเรื่องนี้ ฉะนั้นก็ประมาณนี้นะครับผมก็อยากจะเรียนจริง ๆ ว่าเศรษฐกิจ ของประเทศตอนนี้กำลังจะต้องฟื้นฟูให้ได้ แล้วการเลี้ยงสัตว์ การปศุสัตว์อย่างที่ ท่านรัฐมนตรีท่านเป็นคนที่มีความคิดไปข้างหน้า ท่านไปดำริเรื่องโคสร้างชาติ ปศุสัตว์ สร้างชาติ แล้วก็ให้เงินสินเชื่อล้านละร้อย ส่งให้มีความกระตือรือร้นอยากที่จะเลี้ยงสัตว์ เป็นอาชีพเสริม แต่สิ่งที่ท่านผลักดันมานี้มันไม่เกิดขึ้นเท่าไร ฝ่ายประจำของท่านไม่สนองเลย วันนี้เรื่องล้านละร้อยผ่านมาปีครึ่งมันก็ไม่ไปตรงไหนหรอกครับ เพราะว่าแพะกับแกะ ไม่ชนกันก็คือธนาคารกับผู้เลี้ยงมันก็ไม่ได้เงิน มันก็ต้องรีบแก้ไขต่อไป แล้วก็ การรักษาพยาบาลสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ก็ไม่ดี ผมเล่าอีกต่อหนึ่งครับตอนนี้ในเฟซบุ๊ก (Facebook) ของทางภาคอีสาน เขาก็กำลังบ่นกันหนักเลยครับว่าขณะที่ทางราชการ ทางกรมปศุสัตว์ส่งวัคซีนเข้ามาช้า แต่ในขณะเดียวกันก็ไปออกเหมือนกับมีการให้ตั้งรางวัล นำจับว่า ใครมีวัคซีนจะถูกจับปรับ ๑๐,๐๐๐ บาท ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ลองขึ้นภาพดูนะครับ ผมส่งภาพไปให้ดูมีหรือเปล่า ก็มีอยู่ในเฟซบุ๊ก (Facebook) นะครับว่าถ้าหากว่าใครมีวัคซีน ก็จะถูกปรับ แต่ความจริงแล้ววัคซีนที่ฝ่ายเอกชน แม็กบีฟ (MAXBEEF) ผมจำได้ว่าเป็น แม็กบีฟ (MAXBEEF) อันนี้ครับ เขาเขียนกันว่า เขาเขียนบอกว่า ใครมีอยู่บ้างแสดงตัวหน่อย เรานัดมันไปมอบตัวที่กรมปศุสัตว์กันเถอะ ก็เป็นวัคซีนเถื่อน ตั้งรางวัลนำจับ ๑๐,๐๐๐ บาท ขณะเดียวกันวัคซีน ๑ โดส มันมี ๕๐ ซีซี (CC) มันฉีดวัวได้ ๒๕ ตัว ฉะนั้นเขาอุตส่าห์ขวนขวายซื้อ ราคาที่ซื้อมาจากแม็กบีฟ (MAXBEEF) ราคาน่าจะประมาณโดส (Dose) ละ ๒,๗๐๐ บาทถึง ๓,๐๐๐ บาท แล้วก็ ถ้าใครมีก็ถือว่าได้ฉีด ได้ฉีดให้วัวตัวเอง บางคนก็เอาไปกักไว้แล้วก็ไปขายให้เพื่อน ๆ ราคา แพงขึ้น ๓,๐๐๐ บาท ๓,๕๐๐ บาท แต่เอามาจริง ๆ แล้วมีเท่าไรเขาก็ซื้อกันครับ ดีกว่า ที่วัวของเขาจะตาย วันนี้กลับกลายเป็นว่าเขาช่วยตัวเอง แต่มีการตั้งรางวัลนำจับ ๑๐,๐๐๐ บาทอีก อันนี้ไม่ดีนะครับ บางทีคนเราเจ็บไข้ได้ป่วยอย่างไรเราก็ต้องอยากรักษา ผมจึงอยากจะฝากในเรื่องของข้อวิตกกังวลในเรื่องของการบริหารกรมปศุสัตว์ ผมอยากให้ ท่านรัฐมนตรีเชิญท่านอธิบดีมาคุยปรับความเข้าใจกัน แล้วช่วยกันเพื่อให้เกิดประโยชน์ขึ้นกับ เกษตรกรผู้เลี้ยงโค ผู้ที่ทำการปศุสัตว์ให้เขามีอนาคตให้เขารู้ว่ากรมปศุสัตว์นั้นมองไปข้างหน้า อย่างที่ท่านรัฐมนตรีมอง แล้วก็มองไป แล้วก็มองแก้ไขปัญหาไปข้างหน้า อย่าปล่อยให้มัน เกิดเสียหายแล้วมาแก้ไขภายหลัง เหมือนอย่างที่พวกเราต้องมาพูดกันในวันนี้ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ท่านต่อไป ท่านปดิพัทธ์ สันติภาดา พรรคก้าวไกลครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา ผู้แทนราษฎรจากจังหวัดพิษณุโลก เขต ๑ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ จังหวัดพิษณุโลกของผมเองก็เหมือนที่ท่านนพพลได้พูดไปว่าก็มีการระบาด ของโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เช่นกัน โดยเฉพาะที่อำเภอเนินมะปราง แล้วก็ อำเภอวังทอง แล้วก็ตอนนี้มีการพบเป็นฮอตสปอต (Hotspot) เกิดขึ้นมาที่อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลกด้วย แต่สิ่งที่ผมอยากอภิปรายนอกจากความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ผมอยากจะเข้าไปที่หัวใจของการระบาดเลย คือข้อสังเกตของผมที่พบว่าในรอบ ๒-๓ ปี ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีโรคอุบัติใหม่มากขึ้นเรื่อย ๆ เราไม่เคยเจอนะครับ ตอนที่ผมเรียน สัตวแพทย์ผมไม่เคยเจอโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) มาก่อนเป็นโรคในตำรา ตอนที่ผมเรียน สัตวแพทย์ผมไม่เคยเจอนะครับ แอฟริกันฮอร์สดีซิส (African Horse Disease) หรือกาฬโรคม้า นี่ก็โรคในตำรา นั่นแปลว่าอะไรครับท่านประธาน นั่นแปลว่าโรคนี้ไม่ได้ เกิดขึ้นตามธรรมชาตินะครับ แน่นอนโรคอุบัติใหม่เกิดขึ้นได้เพราะโกลบอไลเซชัน (Globalization) แต่เกิดจากการหละหลวมครับ เกิดจากกระบวนการทำผิดกฎหมายของ การนำเข้าสัตว์หรือเปล่า เรื่องนี้ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีได้คิดให้ไตร่ตรองให้ดี และ ท่านน่าจะเข้าใจปัญหานี้ดีที่สุด เพราะว่าเป็นไปไม่ได้ครับ แอฟริกัน ฮอร์ส ดิซีส (African Horse Disease) ที่เป็นโรคที่อยู่ในแอฟริกาจะมาระบาดทำให้ม้าในประเทศไทยตายเป็น จำนวนมาก อัตราตายมากกว่า ๙๕ เปอร์เซ็นต์ ม้าในประเทศไทยไม่มีภูมิคุ้มกันเรื่องนี้เลย และเราไม่มีวัคซีน จะมีข่าวลือเป็นจำนวนมากว่าประเทศไทยเป็นฮับ (Hub) ของการนำเข้า สัตว์จากแอฟริกาและส่งต่อไปที่ประเทศอื่นหรือเปล่า เรื่องนี้เป็นคำถามที่เกิดขึ้นในปีที่แล้ว เกิดขึ้นมาแป๊บเดียว แล้วก็ยังไม่มีข้อเท็จจริงเกิดขึ้น ปีนี้ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เป็นโรคใน แอฟริกา แน่นอนมันมีการทยอยติดไปที่อินเดียมาที่เซาท์อีสต์เอเชีย (Southeast Asia) แล้ว ก็มาที่เวียดนาม แต่ในประเทศไทยเมื่อมีการอุบัติใหม่เกิดขึ้น และระบาดไปทั่วประเทศก็ แสดงว่ามันมีการนำเข้าสัตว์โดยไม่ผ่านกระบวนการกักกันและการตรวจสอบโรค เรื่องนี้ เกษตรกรไม่ผิดนะครับ ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นการรับผิดชอบของรัฐบาลและหน่วยงานราชการ แอฟริกัน สะไวน์ ฟีเวอร์ (African Swine Fever) ที่ทำให้หมูจำนวนมากตาย โดยเฉพาะ ในชายแดน จนถึงวันนี้ก็ยังประกาศกันว่าไม่ใช่แอฟริกัน สะไวน์ ฟีเวอร์ (African Swine Fever) แต่เป็นพีอาร์อาร์เอส (PRRS) การปิดบังข้อมูลเหล่านี้ การที่ไม่ทำข้อมูล อย่างตรงไปตรงมา และการปล่อยให้มีช่องว่างของการนำเข้าสัตว์ที่ผิดกฎหมาย และส่งออก สัตว์ที่ผิดกฎหมาย ประเทศไทยจะต้องเจอโรคอุบัติใหม่ซ้ำแล้วซ้ำอีก ผมไม่ได้เอาการเมือง มาพูดถึงเรื่องโรคระบาดนะครับ แต่เพราะการเมืองที่ไม่ดี การบริหารงานของรัฐบาลที่ไม่ดีนี้ ล่ะครับเป็นโอกาสที่ทำให้เกิดโรคระบาดขึ้น เราเรียนรู้จากโควิด (COVID) แล้วว่าทุกประเทศ ที่เจอโควิด (COVID) เหมือนกัน แต่บริหารราชการไม่เหมือนกันนั้นจัดการโรคได้ต่างกัน โรคระบาดในสัตว์ก็เช่นเดียวกัน🔗
ท่านประธานครับ การกระจายไปทั่วประเทศตอนนี้พวกเรามีความรู้ชัดเจน แล้วว่าพาหะของโรคนี้นั้นเป็นแมลงดูดเลือด แต่แมลงดูดเลือดนั้นบินไปไม่ได้ไกลมาก หรอกครับ ๓๐ กิโลเมตรเป็นอย่างมาก แล้วก็มีการพ่นทำลาย แต่มันแปลว่าตอนนี้ เราไม่มีประสิทธิภาพในการกักกันโรคของสัตว์เลย และผมเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่งนะครับว่า ถ้ามีการเคลื่อนย้ายสัตว์ โดยเฉพาะโคในระลอกใหญ่ที่จะไปถึงภาคใต้ในเดือนกุรบานนี้ ถ้าเรายังไม่มีกระบวนการกักกันที่ดีและยังปล่อยให้มีการนำเข้าที่ผิดกฎหมาย อย่างไร โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ก็จะไปทั่วประเทศได้ในเวลาที่รุนแรง รวดเร็วและทำความ เสียหายได้มากกว่าที่เราคิดไว้🔗
ประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากให้สภาแห่งนี้รับทราบคือเรื่องของวัคซีน วัคซีนโควิด (COVID) โกลาหลอย่างไรนี่วัคซีนลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ก็คงจะโกลาหล อาจจะน้อยกว่า แต่ก็จะโกลาหลเหมือนกัน เพราะตอนนี้ก็เป็นโจทย์เดียวกัน คือวัคซีนน้อยแต่มีปริมาณ สัตว์เยอะ ของจังหวัดพิษณุโลกได้มาหลักพัน แต่ว่าจำนวนโคในจังหวัดพิษณุโลกก็มีเป็น หลักแสน เพราะฉะนั้นการที่จะฉีดเป็นวงรอบให้สามารถปกป้องสัตว์ที่ยังไม่ติดเชื้อให้มี ภูมิคุ้มกันได้ อย่างไรวัคซีนในระลอกแรกก็ไม่พอ คำชี้แจงจากกรมปศุสัตว์ว่าตอนนี้กำลังจะมี การผลิตวัคซีนเชื้อตายเป็นอินแอกทิเวเทดวัคซีน (Inactivated Vaccine) ตอนนี้จะพร้อมใช้ ในเดือนสิงหาคม ผมเกรงเหลือเกินว่าถ้ารัฐบาลยังไม่มีแนวทางที่ชัดเจนก็จะเกิดสภาวะ ของมือใครยาวสาวได้สาวเอา นักการเมือง ผู้มีอิทธิพลเจรจาดึงวัคซีนไปในจังหวัดในพื้นที่ ของตัวเองและนักการเมืองหลายท่านก็เป็นเจ้าของวัวที่ปริมาณมหาศาล สิ่งนี้เองเกษตรกร รายเล็กรายย่อยเป็นกังวลมากว่าจะมีความเป็นธรรมในการกระจายวัคซีนหรือเปล่า และเขา ต้องการแนวทางที่ชัดเจนจากรัฐบาลตั้งแต่วันนี้เลย เพราะว่าวัคซีนจะมาในเดือนสิงหาคม แล้วยังเป็นวัคซีนในระยะที่เรายังกังวลอยู่ว่าจะปลอดภัยหรือเปล่า เพราะว่ามีรายงาน ในบางประเทศว่ามีการระบาดจากการใช้วัคซีนในสภาวะที่ฉุกเฉินแบบนี้🔗
อันต่อมาประเด็นที่เราต้องคุยกันให้จริงจังก็คือตอนนี้ภารกิจไม่สามารถ จะเป็นของเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ลำพังได้หรอกครับ เขาขาดแคลนกำลังมาก ยาปฏิชีวนะ ที่ออกไปช่วยเหลือชาวบ้านไม่ว่าจะเป็นออกซีเททราไซคลีน (Oxytetracycline) เป็นเพนิซิลลิน (Penicillin) หรือเป็นกลุ่มเซฟาโลสปอริน (Cephalosporins) ตอนนี้ ขาดแคลนทั้งหมดเลย ไม่ได้มีกำลังเสริมเลยนะครับ ใช้ของในสต็อก (Stock) ปกติ ยาลดไข้ ยาแก้อักเสบ ยาทำแผล ทุกอย่างตอนนี้อยู่ในสภาวะที่ขาดแคลนจริง ๆ แต่พวกเขาต้องถูก ส่งออกไปปฏิบัติหน้าที่ เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องเดียวกันที่เราไม่สามารถจะโยนความรับผิดชอบไปที่ เจ้าหน้าที่ในระดับท้องถิ่นได้ และถ้าเรื่องของการเยียวยาเราปล่อยให้เป็นหน้าที่ของ อปท. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เรื่องวัคซีนโควิด (COVID) ก็โยนให้ท้องถิ่นซื้อ เรื่องวัคซีน ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ก็จะโยนให้ท้องถิ่นซื้อ สุดท้ายรัฐบาลมีไว้ทำอะไรครับ ท่านประธานครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่นะครับ แล้วท้องถิ่นแบกภาระเรื่องนี้ต่อไปไม่ไหวแล้ว ท้องถิ่นในจังหวัดพิษณุโลกใช้เงิน ๑๐ ล้านบาท ๕๐ ล้านบาท เพื่อจะซื้อวัคซีนโควิด (COVID) ให้กับพี่น้องประชาชน แต่ถ้าเขาต้องมารับเรื่องของวัคซีนลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ไปอีก ผมเกรงเหลือเกินว่าพวกเขาจะขาดแคลนกำลัง แล้วก็อยู่ในสภาพที่น่าหดหู่จริง ๆ นะครับ เพราะฉะนั้นตอนนี้ผมคิดว่าทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เองก็จำเป็นที่จะต้อง ตระหนักในเรื่องนี้ว่า ถ้าเราแก้ปัญหาเพียงแค่เยียวยา เยียวยาเท่าไรก็ไม่เพียงพอ ถ้าเรา แก้ปัญหาเพียงแค่จะเอาวัคซีนมาฉีดให้ได้เป็นปริมาณเพื่อลดแรงกดดัน แต่เรายังไม่มี แผนการกระจายวัคซีนที่เป็นธรรม เรายังไม่มีแผนการผลิตวัคซีนที่ชัดเจนว่ากำลังการผลิต และกำลังฉีดเป็นเท่าไร สุดท้ายในช่วงกลางปีหรือปลายปีนี้ผมคิดว่าอย่างไรเราก็ไม่สามารถ จะจัดการโรคระบาดนี้ได้ และประเทศไทยก็จะซวยซ้ำซวยซ้อนจากโควิด (COVID) แล้วก็ ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) จากการบริหารของรัฐบาลที่ล้มเหลวแบบนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
อีก ๓ ท่านนะครับ ท่านสงวน พงษ์มณี ท่านผ่องศรี แซ่จึง ท่านพีรเดช คำสมุทร เชิญท่านสงวนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ท่านประธานครับ เป็นโอกาสดีของพี่น้องประชาชน แล้วก็ทางสถานการณ์บ้านเมืองที่ท่าน ส.ส. ขึ้นมาเสนอกระทู้สดก็ยังไม่ได้ผ่าน เป็นญัตติ สำคัญของท่านนิยมว่าให้เรามาคุยกันเรื่องว่าวัวนี่มันติดโรคอีกแล้วนะจะทำอย่างไร ท่านครับ ผมจะฉายภาพของการแก้ปัญหาภัยพิบัติให้ท่านรัฐมนตรีทราบว่าวันนี้ท่านต้อง ปกป้องฝ่ายปฏิบัติให้หลุดพ้นจากกฎหมายบริหารราชการแผ่นดินที่มีปัญหา ผมยกตัวอย่าง เรื่องหนึ่งก่อนที่จะพูดเรื่องวัวนะครับ ในปี ๒๕๔๒ วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๒ เกิดระเบิดขึ้น ที่อำเภอสันกำแพง เป็นภัยพิบัติ เส้นผ่าศูนย์กลางการระเบิด ๑ กิโลเมตร เสียหายมาก ตาย ๓๖ คน ครั้งนั้นทั้งจังหวัดช่วยกันระดม ช่วยแก้ปัญหา ท่านเชื่อไหมครับ หลายปีต่อมานี้ ท่านนายอำเภอท่านนั้นและท่านรองผู้ว่าขณะนั้นถูกสอบสวนอย่างหนักเลยครับ ข้อหาว่า จ่ายเงินก่อนมีการประกาศภัยพิบัติ ฝ่ายตรวจสอบและราชการกระทรวงมหาดไทยไม่เคย ปกป้องสิ่งที่ข้าราชการประจำทำ สิ่งนี้มันจึงเป็นผลกระทบต่อการระบาดของโรควัววันนี้ ท่าน หลายคนรอว่าจะประกาศเมื่อไร อันนี้ผมว่าเป็นภารกิจที่ท่านรัฐมนตรีที่มานั่งฟังจะได้ นำเรียนท่านผู้ว่าราชการจังหวัดว่าจะทำอย่างไรกับประเด็นนี้เพื่อให้เกิดความมั่นใจกับ สถานการณ์ ท่านครับ ท้องถิ่นแบกรับปัญหาของรัฐบาลตลอดเลย นโยบายไหนก็ท้องถิ่น รับไป แม้กระทั่งสั่งมาว่าถ้าเก็บเงินได้ ๑๐๐ บาท คราวนี้เก็บได้แค่ ๑๐ บาท ก็เอา ๑๐ บาท ยกให้คนไป เป็นนโยบาย แต่ก็ไม่เคยเอาเงิน ๙๐ บาทที่จะถึงท้องถิ่นไปคืนเขา วันนี้เขาก็ เดือดร้อน เชียงใหม่ ลำพูน ลำพูน ๒ อำเภอครับ แม่ทากับบ้านธิ แล้วก็เชียงใหม่ที่ติดกันก็ แม่ออน เฉพาะวัวนมอย่างเดียว ๑๐๐,๐๐๐ กว่าตัว ชาวบ้าน ๑ ครอบครัว บางครอบครัว เลี้ยง ๑๕๐ ตัวอย่างนี้ นี่เป็นวัวเลี้ยงซึ่งมีมุ้งมีอะไร แต่วันนี้มันเริ่มมีแล้วครับ และวัวชาวบ้าน ที่เดินตามทุ่งนาเป็นหมื่น ๆ ตัว ผมคิดว่าอันนี้มันเป็นภัยพิบัติ ถ้าเราอ่านเกมเรามองเกมแล้ว ไปปรึกษาหารือกับข้าราชการประจำในท้องถิ่นนี้ อุปสรรคจริง ๆ อยู่ที่ว่ารอคำสั่งของผู้ว่า ราชการจังหวัด ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ต้องมีเงื่อนไขว่ามันจะพร้อมเมื่อไร นี่มันต้องแก้แล้ววันที่ มีการรายงานเรื่องกฎหมายปฏิรูปประเทศผมจะพูดเรื่องนี้ว่ากฎหมายประเภทอย่างนี้จะ เปลี่ยนไหม ท่านครับ วันนี้ท่านขอใช้งบกลาง ไม่ต้องใช้งบอื่น งบท้องถิ่นนี่ให้เขา ประคับประคองไว้ก่อน ทำไมถึงชี้อย่างนี้ครับ งบกลางมีมากที่เตรียมไว้สำหรับการใช้ปกติ วันนี้มีเงินกู้อีก ๑,๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทมาแก้ด้วย ตัวนี้ใช้งบกลางไม่เป็นเรื่องเหลือกำลังคิด นะครับ มันเป็นเรื่องที่จะต้องทำ ท่านครับ ถ้าท่านไม่มีการสรุปงานเราจะซ้ำรอย สรุปงาน อย่างไรครับ เอาโควิด (COVID) ด่านักการเมือง ด่านายกรัฐมนตรี ท่านไปดูคำสั่งที่ ๗ สิครับ คำสั่งที่ ๗ ใครเป็นประธานในการแก้ปัญหาโควิด (COVID) เลขาธิการสภาความมั่นคง แห่งชาติ เป็นทุกคณะ รัฐมนตรีไป ๒ คน คนหนึ่งว่าการ อีกคนหนึ่งช่วยว่าการกระทรวง สาธารณสุขไปเป็นที่ปรึกษาพูดเรื่องนี้มันเกี่ยวกับวัวอย่างไร มันก็เป็นเรื่องระบาดเหมือนกัน วันนี้ท่านไปดูที่ท้องถิ่น ท่านก็ไม่มีคำสั่งที่จะไปสั่งให้ ปภ. หรือว่าผู้ว่าราชการจังหวัดทำอะไร ได้เลย วันนี้บูรณาการในการบริหารมันไม่มีครับท่านประธาน ทุกคนพูดแต่ความเดือดร้อน แต่ปัญหาจริง ๆ มันอยู่ตรงนี้ ผมอยากจะตะโกนดัง ๆ ผ่านสภาไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่า ช่วยแก้ปัญหานี้อย่างเป็นระบบ กฎหมายใดที่มันล้าสมัยเอาออกไป ทำไมโควิด (COVID) จึงต้องตั้งทหาร เพราะเราใช้กฎหมายความมั่นคง เราใช้กฎหมายฉุกเฉินที่เป็นกฎหมาย โบราณ และวันนี้ทุกอย่างถ้าทำอย่างนี้มันดูที่วิธีคิดของระบบที่บริหารประเทศขณะนี้ ดูแล้ว เป็นรัฐราชการที่เข้มข้น ไม่เปิดโอกาสให้มีสะท้อนปัญหา วันนี้ท้องถิ่นอยากจะซื้อ อยากจะ ช่วย ทำได้ไหม ไม่มีใครกล้าทำ โควิด (COVID) ครั้งก่อนท้องถิ่นโดนไล่ออกตั้งหลายคน ทั้ง ๆ ที่เขียนยกเว้นหมด แล้วเวลาพูดถึงเรื่องสำคัญ ๆ มักจะพูดหลอกชาวบ้าน เมื่อก่อนท่านจำได้ ไหมครับ ไม่สามารถจะซื้อวัคซีนได้เพราะว่าเอาเงินวางล่วงหน้าไม่ได้ ขอโทษครับ ประกาศ ฉุกเฉินทั่วประเทศ วันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๖๓ วันที่ ๒๗ ออกกฎหมายระเบียบการเงินเลย ทำอย่างไรได้หมด แม้แต่การตรวจรับงานยังเป็นเรื่องอนุโลมเลย อันนี้ก็เหมือนกันถ้ามา รอกฎหมายปกติจะไม่ทัน และอยากให้ท่านรัฐมนตรีที่นั่งฟังอยู่วันนี้ เมื่อวานผมปรึกษาหารือ กับท่าน ท่านเป็นคนที่มีวิสัยทัศน์กว้างมาก แต่ผมไปไล่ดูกฎหมายแล้วผมก็สงสารว่ากระทรวง เกษตรและสหกรณ์ไม่สามารถจะดูแลเรื่องนี้ได้ทั้งหมด กระทรวงมหาดไทย ไม่มาและทำอะไรไม่ได้เลยนะครับ เรื่องนี้ที่เราพูดกันเพื่อจะส่งสัญญาณในการมีมุมมองของ คนที่แตกต่าง เพื่ออะไรครับ เพื่อเราจะสะท้อนปัญหาถึงนายกรัฐมนตรีว่าปัญหาเรื่องวัว เรื่องสัตว์เลี้ยงมันจะกระทบอีกทีที่เราตายนะครับ ผมอยากจะจบลงอย่างนี้นะครับ ท่านประธาน ผมฝากชีวิตลูกหลานของคนเลี้ยงสัตว์ ผมฝากอนาคตของครอบครัวเขา วันนี้ วัวชาวบ้านหนักกว่าวัวนม เพราะเขาขายวัวเพื่อส่งลูกเรียนหนังสือ ขายวัวเพื่อรักษาลูกหลาน วันนี้ถ้ามันตายไปจะทำอย่างไร จะเยียวยาทีหลังไม่คุ้ม ต้องมี การป้องกัน วิสัยทัศน์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังรัฐมนตรีว่าคุณต้องคิดล่วงหน้า ป้องกันเป็นหลัก ต่อสู้เพื่อป้องกันเป็นหลัก คาดการณ์ล่วงหน้าทำเลย วันนี้วัคซีนต้องออกมาครับ เอางบกลางมาไม่ถึง ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทหรอก ๑,๐๐๐ ล้านบาทก็แก้ได้ทั่วประเทศแล้ว แล้วนโยบายที่บอกว่า ที่จังหวัดไหน จังหวัดไหน ฟังผมนะครับ ถ้าคุณประกาศจับยาที่เขาซื้อมาฉีดช่วยตัวเองนี้ ไม่น่าจะเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดนะครับ ผมพูดอย่างนี้หนัก ๆ เลยนะครับ เพราะว่าคุณ ไม่เห็นใจใครเลย ถ้าคุณจับเขานี่วัวมันจะหายหรือเปล่า เขารับผิดชอบชีวิตเขา แล้วเขาต่อสู้ ด้วยตัวเขาเอง กลับไปถูกทำลายอีก ผมจบลงตรงนี้ล่ะครับ ฝากท่านรัฐมนตรีซึ่งผมคิดว่า มีวิสัยทัศน์ดีมาก ดูแลงานนี้ โดยรีบส่งรายงานนี้ต่อนายกรัฐมนตรีครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านผ่องศรีครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ผ่องศรี แซ่จึง จังหวัดศรีสะเกษ เขต ๘ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ขออนุญาตอภิปรายกับเพื่อน ๆ ในญัตติของท่านนิยม เวชกามา ท่านประธานคะ หลายท่านก็ได้อภิปรายไปเยอะแล้ว ข้อมูลก็ น่าจะไม่ต่างกันมาก แต่ดิฉันอยากจะเรียนท่านประธานว่าอย่างนี้ การเลี้ยงวัว เลี้ยงควายมัน เป็นวัฒนธรรม มันเป็นวิถีชีวิตของชาวบ้าน โดยเฉพาะคนอีสาน ถ้าท่านได้ไปเห็นไปรู้ว่าพวก เราอยู่กันอย่างไร ใต้ถุนบ้านของแต่ละคนก็จะมีวัว มีควายเลี้ยงไว้บ้านละ ๓ ตัว ๔ ตัว ๕ ตัว เมื่อก่อนนี้จะมีเป็ด มีไก่ด้วยนะคะท่านประธาน เลี้ยงหมู เลี้ยงเป็ด เลี้ยงไก่ เช้า ๆ ก็ไป เก็บไข่มาให้ลูกต้มกินไปโรงเรียน ทอดกินไปโรงเรียน วันนี้วัฒนธรรมเหล่านั้นหลายอย่าง มันเปลี่ยนไป เป็ด ไก่แทบไม่ได้เลี้ยงแล้วค่ะ กินเป็ดซีพี (CP) ไปแล้วค่ะ หมูก็แทบไม่ได้เลี้ยง เลยค่ะ นิดเดียว แต่อันหนึ่งที่มันยังเหลืออยู่ก็คือเลี้ยงโค เลี้ยงกระบือค่ะท่านประธาน เลี้ยงใต้ถุนบ้าน อันนี้มันเป็นอนาคต มันเป็นความหวัง ถ้าจะสร้างบ้าน ต่อเติมบ้าน ซ่อมแซมบ้าน ขายวัวสัก ๒ ตัวนะ จะแต่งงานลูกขายวัวตัวนี้นะ อย่างนี้มันเป็นชีวิต มันเป็น ความหวัง มันเป็นสมบัติ วันนี้โควิด (COVID) ก็เหลือเกินแล้วนะคะท่านประธาน พี่น้องไม่มี จะกินแล้ว หนี้นอกระบบนี่ไม่รู้ว่าจะใช้กันได้หมดเมื่อไร ไปทำงานก็ไม่ได้ ขายของก็ไม่ได้ ของที่เคยมีก็ขายไม่ได้ มะม่วงนี่เกลื่อนเลยค่ะ ไม่ได้ขายเลย หอม กระเทียม บ้านดิฉันนี่ ขายหอมแล้วยังถูกโกงค่ะท่านประธาน ไม่ได้เงินนะคะ ไม่ได้เงินเลย ยืม ธ.ก.ส. มาลงทุน วันนี้ยังไม่ได้เงินหลายล้านบาท ลูกเต้าไปทำงานที่กรุงเทพฯ กลับมาบ้านมาจุ้มกันอยู่ ภาษาอีสานใช้คำว่า จุ้ม กันอยู่ มาอยู่ร่วมกันเพราะว่าไม่มีอะไรจะทำ ไม่มีอะไรจะกินแล้ว ท่านประธาน เพราะฉะนั้นเหลือวัวก็ยังมาเป็นแบบนี้อีก จังหวัดศรีสะเกษเป็นจังหวัดหนึ่งที่ ล้มป่วยเยอะมาก เอาแค่อำเภอราษีไศลของดิฉันนะคะ วันนั้นมีโอกาสไปต้อนรับ ท่านรัฐมนตรี ต้องชื่นชมนะคะ ท่านประภัตรท่านเร็วมาก ตอนหมูป่วยท่านก็ไปถึง จังหวัดศรีสะเกษ ไปประชุมเรียกประชุมผู้ที่เกี่ยวข้อง พอวัวปุ๊บท่านก็บอกว่าท่านลง ปั๊บ ๆ เลย ก็ถือว่าเป็นกำลังใจ เป็นสิ่งที่ต้องชื่นชม ไปต้อนรับท่านดิฉันมีข้อมูลในมือ ก็คือ อำเภอราษีไศลวันนั้น ๒,๒๐๐ กว่าตัว วันนี้เพิ่มขึ้นเยอะมาก เรามีไลน์ (Line) ปกครอง ที่จะแจ้งกัน เดี๋ยวก็ไลน์ (Line) มาบอกบ้านนั้นตาย บ้านนี้ตาย บ้านนี้ป่วยเพิ่ม ท่านคะ แล้วรูปภาพที่เราเห็นมันสะเทือนใจ พี่น้องก็ไลน์ (Line) มาบอก คุณป้า ส.ส. เงินก็ไม่มี ค่าหยูกค่ายาก็ต้องหาเอง เงินก็ไม่มีแล้วจะทำอย่างไร ช่วยพูดให้หน่อย เพราะฉะนั้นอันนี้เป็น สิ่งที่มันสะท้อนถึงความหมดหวัง ไม่ว่าจะเป็นโรคร้ายที่เกิดกับคน โรคร้ายที่เกิดกับสัตว์ วิถีชีวิตที่มันเหลืออยู่อันสุดท้ายนี้ดิฉันอยากเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีได้ช่วย เขาด้วย การช่วยเหลือนั้นต้องช่วยให้เหมาะสม มี ๓-๔ ประเด็นที่ฉันอยากเสนอ ก็คือกรณีที่ วัวตายมีระเบียบให้ช่วยเหลือเยียวยา แต่ระเบียบนั้นล้าหลังมาก ไม่ทันสมัย ไม่ทันเหตุการณ์ ท่านสมาชิกหลายท่านอภิปรายไปแล้วดิฉันจะไม่พูดถึง เพราะว่ากรณีที่วัวตายนั้นมันหมายถึงความสูญสิ้นความหวังสุดท้ายของเขา หมดเลยค่ะ ที่เช้า ๆ เคยจูงไป ไล่ไป ๔-๕ ตัว หมดไปทีละตัว ๒ ตัว หยูกยาที่หาช่วยเหลือตัวเองไม่มีแล้ว ไม่มีปัญญา เอาไม่อยู่ และที่น่าตกใจมากก็คือข้อมูลที่ท่าน ส.ส. สกุณาได้พูดเมื่อเช้านี้ น่าตกใจนะคะ ๔๕ เปอร์เซ็นต์ที่มันจะป่วย แล้ว ๑๐ เปอร์เซ็นต์ที่มันจะตาย แล้วที่น่ากลัว มากกว่านั้นก็คือวัวที่เจ็บป่วยแล้วมันจะไม่สามารถที่จะทำเป็นพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์ได้เลย อันนี้ น่าวิตกกังวลมากเลย เป็นข้อมูลที่เราจะต้องตระหนักว่าจะต้องรีบเร่ง เพราะฉะนั้น ๓-๔ ประเด็นที่ดิฉันอยากเสนอก็คือการช่วยเหลือเยียวยา ๑. ต้องรวดเร็ว ๒. ต้องพอเพียง ให้เขาอยู่ได้ โควิด (COVID) เป็นโรคระบาดในคน รัฐบาลก็ใช้จ่ายเงินไปในการซื้อวัคซีน ในการเยียวยาคนละครึ่งบ้างอะไรต่ออะไรบ้าง วัวนี้มันก็เป็นทรัพย์สินของคน มันก็เป็น โรคระบาดเหมือนกัน เพราะฉะนั้นกฎกติกาต่าง ๆ ที่มันล้าสมัย วัวตายชดเชยได้ ๒ ตัว แล้วราคาก็สมัยดึกดำบรรพ์มาก วันนี้มันไม่ใช่แล้ว วัวที่ไม่ตาย ที่ป่วยแล้วเขาดูแลรักษา เยียวยาได้ไหมคะ ท่านรัฐมนตรีคะ ผ่านท่านประธานไป ช่วยเหลือเขาได้ไหมคะ แต่ดิฉัน ได้ฟังท่านพูดนะคะ การประชุมคราวที่แล้วท่านบอกว่าท่านจะไปปรึกษาหารือ จะไปหา ทางออกร่วมกันเพื่อช่วยเหลือและเยียวยาเกษตรกรเหล่านั้น ในเรื่องของการรักษาพยาบาล หยูกยาต่าง ๆ ที่วัวไม่ตาย กรณีที่วัวตาย ถ้าไม่ลงทะเบียนเกษตรกร ถ้าไม่ลงทะเบียนสัตว์ไว้ ลงทะเบียนเกษตรกรได้ไหม กรณีที่ไม่ลงทะเบียนเลยอะไรเลยจะให้เขามีความหวังได้ไหมคะ เรื่องนี้ดิฉันขอร้องว่าต้องช่วยเหลือ ลงทะเบียนหรือไม่ลงทะเบียนก็ต้องช่วยเหลือ แต่ดิฉัน คิดว่าท่านรัฐมนตรี ท่านประธาน ท่านมีวิสัยทัศน์ ท่านเห็นใจชาวบ้าน เพราะว่าท่านก็ เลี้ยงควายเหมือนกัน ท่านเลี้ยงควาย เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะลงทะเบียนหรือไม่ลงทะเบียน จะต้องได้รับการเยียวยา จะต้องได้รับการช่วยเหลือ ควาย วัวจะตายหรือไม่ตาย ค่ารักษาพยาบาลก็ควรจะได้รับการช่วยเหลือเยียวยา เพราะมันก็หมายถึงความหวัง ความสูญสิ้นเหมือนกัน เขาไม่มีเงินไม่มีทองแม้แต่จะหาแล้วนะคะตอนนี้🔗
อีกอันหนึ่งที่น่าสนใจก็คือการที่จะได้วัคซีนมา จังหวัดศรีสะเกษทราบว่า จะได้มาประมาณ ๑๗,๐๐๐ กว่าโดส ทีนี้การบริหารจัดการวัคซีน การกระจายวัคซีน จะทำอย่างไร เอาแค่อำเภอราษีไศลบ้านดิฉันนะคะ ทั้ง ๑๓ ตำบลเลยค่ะ วัวที่ป่วยทั้ง ๑๓ ตำบล เพราะฉะนั้นจะกระจายอย่างไร แล้วก็ได้รับข้อมูล อันนี้ไม่แน่ใจ เรียนถามท่าน ผ่านไปทางท่านรัฐมนตรีว่า วันนั้นฟังข้อมูลว่าถ้าพื้นที่ใดมีวัวที่ป่วยจะฉีดวัคซีนไม่ได้ อันนี้ดิฉันขอถามเป็นความรู้ด้วยว่า ถ้าได้วัคซีนไปแล้ว เพราะมันมีป่วยทุกตำบลเลย จะทำอย่างไรกัน จะปล่อยให้ตัวที่มันยังไม่ป่วยติดเชื้อไปด้วยกันหรืออย่างไร ปัญหาการใช้ วัคซีนตรงนี้ต้องชัดเจน🔗
สุดท้ายแล้วนะคะท่านประธาน ก็คือว่าท่านต้องให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับ ประชาชน ข้อมูลที่ถูกต้อง ชัดเจน เป็นธรรม แล้วก็เจ้าหน้าที่ของปศุสัตว์น้อยมาก เพิ่มเจ้าหน้าที่ได้ไหมคะ อาสาสมัครให้ความรู้ให้เขาทำงานได้ไหม เพราะว่าปศุสัตว์ มีเจ้าหน้าที่น้อย ทำงานไม่ทัน แล้วก็กระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ ต้องเตรียมพร้อมที่จะ รับมือกับโรคระบาด ไม่ใช่แต่โรคคน โรคสัตว์ ไม่รู้อะไรจะเกิดขึ้น เพราะมันมาเร็ว แล้วก็มา น่ากลัวเหมือนกัน เพราะฉะนั้นก็ฝากความหวังทั้งหมดทั้งมวลนี้เป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้อง ประชาชน หวังว่าท่านรัฐมนตรีจะได้นำไปพิจารณาและหาทางแก้ไขอย่างรวดเร็ว ทันใจ ทันเวลาค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ท่านต่อไป ท่านพีรเดชเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพีรเดช คำสมุทร ผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงรายครับ ขอขอบคุณครับท่านประธานที่วันนี้ เราได้รับเอาปัญหาของเกษตรกรเข้ามา เรื่องปัญหาเกี่ยวกับโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ที่เกิดในวัว จังหวัดเชียงรายคือหนึ่งในจังหวัดที่เกิดปัญหาขึ้นครับ โดยเฉพาะในตำบล โยนก อำเภอเชียงแสน เป็นเขตพื้นที่ที่มีการระบาด แล้วก็มีการกักวัวโดยปศุสัตว์ ปัญหาที่มันเกิดขึ้นครับท่านประธานครับ ขอฝากไปยังท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับ คือ ๑. ราคาที่เกษตรกรต้องแบกรับมีต้นทุนที่สูง เช่น ๑. วัคซีน ก่อนที่จะมีการระบาด วัคซีน ตรงนี้ราคาอยู่ที่ ๓,๕๐๐ บาท ถึง ๕,๐๐๐ บาท ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าบาท แต่ท่านประธานครับ มันคือวัคซีนที่เราจะบอกว่าเป็นวัคซีนเถื่อนหรือเปล่าก็ไม่ทราบนะครับ เพราะว่าเรานำเข้ามาจากต่างประเทศ นี่คือต้นทุนที่เกษตรกรต้องรับ ต้นทุนอีกอย่างหนึ่ง ที่เกษตรกรรับคือค่าเดินทางของเจ้าหน้าที่ในการที่จะเข้าไปฉีด แล้วก็ไปกักพื้นที่ให้กับ เกษตรกร ตรงนี้ก็เป็นต้นทุนเหมือนกัน ซึ่งค่าเดินทางของเจ้าหน้าที่ขึ้นอยู่กับระยะทางในการ ที่จะเดินทางไปดำเนินการ วันนี้หากเราเปรียบวัวก็เหมือนกับสินทรัพย์ ราคาวัวบางตัว ราคา ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ บาท ราคาสูงมากครับ หากวันนี้วัวที่เป็นโรคตายความหมาย คืออะไรครับท่านประธานครับ เงินในกระเป๋าเป็น ๐ ครับท่านประธาน บางคนมีอาชีพ เลี้ยงวัว ต้องการที่จะขายวัวเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว ยิ่งตอนนี้เปิดเทอม วัวเกิดตาย เอาเงินจากไหนไปจ่าย ท่านประธานครับ เกษตรกรบางคนกู้ยืมจาก ธ.ก.ส. มีทั้งดอกเบี้ย มีทั้งเงินต้นครับ เกิดการระบาด วัวตาย ดอกเบี้ยไม่ตาย เงินต้นก็ไม่ตายครับ แต่วัวตาย รายได้หดหาย ยิ่งเกิดในสถานการณ์อย่างนี้ลำบากครับ ผมเห็นใจพ่อแม่พี่น้องที่เป็นผู้เลี้ยงวัว ฉะนั้นผมจึงฝากท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรี อยากเสนอดังนี้ครับ🔗
๑. คือการเข้มงวดในการเคลื่อนย้ายวัวของแต่ละจังหวัด ผมว่าเราควรจะ ปูพรม แล้วก็หยุดการเคลื่อนย้ายทั่วประเทศเลยสัก ๑ เดือน ผมรู้ว่ามันมีต้นทุนในการ ที่จะต้องกักตัววัว ๑ เดือนเต็ม ๆ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็เหมือนกับโควิด (COVID) ครับ ในช่วง ต้น ๆ ถ้าเกิดเราสามารถที่จะกักไม่ให้มีการเดินทางของโรคได้ แล้วปูพรมในการฉีดวัคซีน ทุกพื้นที่ มันก็อาจจะช่วยหยุดการระบาดได้ แต่ถ้าเกิดเมื่อไรที่เราหยุดเป็นจุด จุดที่เราไม่ได้ กักไว้ก็มีโอกาสที่จะระบาด แล้วก็ต้องย้อนกลับมาเหมือนเดิม ตรงนี้เรามีตัวอย่าง ก็คือเรื่อง เกี่ยวกับโควิด (COVID) อันนี้ก็เหมือนกันครับ ในวัวก็เหมือนกัน ผมจึงอยากเสนอ ท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีก็คือเรื่องการเข้มงวดในการกักตัวและการขนส่งภายใน ระยะเวลา ๑ เดือนหลังจากนี้ครับ🔗
๒. คือการจัดหาวัคซีนและการฉีดอย่างเร่งด่วน ท่านสามารถที่จะดูได้เลยว่า แต่ละจังหวัดเรามีวัวเท่าไร เราควรจัดหาวัคซีนมาเท่าไร เพราะอะไรครับ เพราะทุกอย่าง ที่ผมพูดมานี่ถ้าเกิดเราไม่ช่วย เกษตรกรเป็นผู้รับทั้งหมด วันนี้นะครับท่านประธาน เกษตรกร เลี้ยงวัวไปด้วย กลัวไปด้วยนะครับ บ้านใกล้เรือนเคียงเกิดการระบาด เอาล่ะครับ ต้องป้องกันของตัวเองละ ปัญหาที่มันเกิดขึ้นตอนนี้สำหรับวัวที่มีอายุน้อย ๆ มีปัญหา ประมาณ ๒๐-๓๐ เปอร์เซ็นต์ที่มีโอกาสที่จะตายได้ ฉะนั้นการเลี้ยงวัวมันมีความจำเป็น ตั้งแต่เล็กยันโต ความหมายคือหากวัวที่อายุยังน้อยเป็นโรค โตขึ้นไปก็จะไม่ได้ราคา บางคน เลี้ยงวัวพันธุ์ราคา ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ บาท เลี้ยงตั้งแต่ซื้อมาตั้งแต่แรกเกิดจนถึง ๕ ปี มูลค่า ๓๐๐,๐๐๐-๔๐๐,๐๐๐ บาท คิดว่าปีที่ ๔ ปีที่ ๕ จะสามารถมีลูกได้ เกิดโรคระบาด ก็ไม่สามารถที่จะได้ลูกพันธุ์ที่มันดีขึ้น หรือว่าไม่สามารถที่จะสืบพันธุ์ได้เลย ตรงนี้ผมอยาก ฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าให้ช่วยเกษตรกรเถอะครับ🔗
สุดท้ายครับ ทุกสิ่งทุกอย่างผมก็เชื่อว่าเราจะต้องใส่ใจในเรื่องของปัญหา ก็อยากฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับว่า อย่าปล่อยให้เกษตรกรสู้กับโรคนี้ โดยลำพังครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ ท่านขจิตร ชัยนิคม ตามด้วยท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีซึ่งมารับฟังเวลานี้ ผมขออนุญาตท่านประธานว่า ในเขตเลือกตั้งของผมหรือในจังหวัดอุดรธานีมีการระบาดมากเหมือนกัน ในอำเภอทุ่งฝน ในอำเภอพิบูลย์รักษ์ อำเภอสร้างคอม อำเภอเล็กๆ มีวัวป่วยอำเภอเล็ก ๆ ประมาณ ๑๐๐ ตัว แล้วก็ตายไปแล้วจำนวนหนึ่ง ท่านประธานครับ ผมอยากจะเรียนท่านว่าในจังหวัด อุดรธานีมีสัตว์เลี้ยงทั้งหมดประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ตัว เลี้ยง ๑๕๐,๐๐๐ ตัว ทั้งโค ทั้งกระบือ ผมอยากเรียนท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าสำนักงานปศุสัตว์จังหวัดอุดรธานีได้รับจัดสรรยา เร็ว ๆ นี้จากเขต ๔ ท่านรัฐมนตรีลองดูนะครับ ยาลดไข้ผมไม่ขอเอ่ยชื่อยานะครับ ยาลดไข้ ที่บรรจุ ๑๐๐ ซีซี ภาษาชาวบ้านว่า ๑๐๐ ซีซี ได้ ๑๕ ขวด ๑๕ ขวดนี่ฉีดได้ตัวหนึ่งถ้า ๕ ซีซี ผมคิดเองนะวัวจะได้ ๓๐๐ ตัว แล้วยาปฏิชีวนะที่จะใช้ทั้งจังหวัดอุดรธานีได้ ๗ ขวด ได้รับ จากเขต ๔ ๗ ขวดนี่นะท่านประธานฉีดได้ ๑๔๐ ตัว แล้วก็ยาปฏิชีวนะอีกชนิดหนึ่งได้ ๖ ขวด นี่ทั้งจังหวัดอุดรธานีนะ ท่านประธานครับ ผมฝากไปยังรัฐมนตรีช่วยที่ท่านขึงขังมากในการ แก้ไขปัญหาให้เกษตรกร ช่วยไปดูหน่อยครับงบประมาณนี้ คืออันนี้งบประมาณปกติ ภาวะนี้ มันเกิดภาวะวิกฤติแล้วท่านจะทำอย่างไร จังหวัดอุดรธานีกำลังจะประกาศเขตภัยพิบัติจาก โรคนี้ก็ได้ประกาศมาแล้วประมาณ ๒ หมู่บ้านในเดือนพฤษภาคม ก็อาศัยงบประมาณของ องค์การบริหารส่วนจังหวัดซึ่งกำลังจัดสรรให้กับปศุสัตว์จังหวัดอยู่จำนวน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ตอนนี้กำลังจัดซื้ออยู่ เข้าใจว่าวันอังคารจะส่งมอบกัน ก็คงจะช่วยให้พี่น้องเกษตรกรจังหวัด อุดรธานี ปศุสัตว์อำเภอก็คงจะมียาไปรักษาตามอาการ เวลาป่วยก็ยาแก้ไข้ เวลาเป็น บาดแผลก็ใช้ยาปฏิชีวนะ แล้วก็ยาพ่นกันแมลงที่จะนำพาโรคนี้ก็ยังไม่มี อันนี้ คือข้อมูลที่อยากเรียนท่านรัฐมนตรีไว้ว่าท่านจะทำอย่างไร ปฏิบัติการอย่างไรถึงจะทัน เพราะโรคมันระบาดแรงขึ้นทุกวันนะครับ ทีนี้ผมอยากจะกราบเรียนท่านว่าวัคซีนที่ใคร บอกว่าไม่มี ๆ ทั้งประเทศไทยไม่มี แต่ว่าจากความดิ้นรนของประชาชนมันมีข่าวมา ผมไม่ทราบว่าเท็จจริงอย่างไร แต่ว่าคงจะเป็นเรื่องจริง เพราะเขาฉีดวัคซีนกันแล้ว ในการป้องกัน เกษตรกรที่ราคาโคตามที่หลายท่านบรรยายมานี่ตัวละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ๒๐๐,๐๐๐ บาท เขารออยู่ไม่ได้หรอกครับ ที่จะรอเฉพาะราชการ ในเวลานี้ท่านมีปศุสัตว์ อำเภอที่ทำงานทั้งอำเภอมีอยู่ท่านเดียวทั้งอำเภอ ระบบราชการมันปรับไปอย่างไรไม่รู้ก็เหลือ แค่นั้น แต่ว่าท่านก็มีอาสาสมัครปศุสัตว์อยู่ทุกหมู่บ้าน ท่านเพียงแต่มียาแล้วก็หาวิธีการ บริหารจัดการให้ด่วนหน่อยครับ ถ้าไม่ด่วนไม่ทันหรอกครับ โดยเฉพาะยาพ่นกันแมลง หรือว่าที่จะนำพาโรคนี่ต้องทำก่อน เสร็จแล้วก็รักษาให้ทันเร็ว แล้วการตายนี่ตายไปแล้วครับ ตายไปแล้ว เพราะฉะนั้นในช่วงนี้ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีได้ใช้อำนาจของท่านในการ ประกาศให้ประชาชนได้เข้าใจหน่อยครับว่าประชาชนที่ลงทะเบียนแล้ว ถ้าเกิดสัตว์ป่วย สัตว์ตายให้ไปแจ้งใครอย่างไร แล้วมีกระบวนการอย่างไรจะรับเงินค่าชดเชยที่ท่านจะให้ ประกาศประชาสัมพันธ์ให้เร็ว ในเขตไหนที่เป็นเขตอำเภอหรือเขตตำบล เขตอำเภอ นายอำเภอคนไหนรับผิดชอบ ปศุสัตว์ รับผิดชอบ หรือจังหวัดนี่ให้เร็ว ถ้าจังหวัดไหนช้าท่านช่วยจัดการหน่อยในการบริการ ประชาชน แล้วก็ อบต. เทศบาลที่มีหน้าที่ให้ความร่วมมือกับปศุสัตว์ก็ช่วยประสานให้เกิด การชดใช้ที่เร็วนะครับ เพราะฉะนั้นการชดใช้แล้วท่านต้องปรับ ผมได้ฟังท่าน แต่ผมจำ ไม่ได้มาก แต่ว่าลูกโคท่านให้ ๖,๐๐๐ บาท วันนี้ลูกโค ๖,๐๐๐ บาทไม่มีแล้วครับ ท่านซื้อ ๕ ปีก่อนโน้นได้ แต่ปีนี้ไม่ได้หรอกครับลูกโค ยังไม่หย่านมก็ยังมัดจำกันเลยเป็นหมื่น ๒๕,๐๐๐ บาท อย่างน้อย ๖ เดือน เพราะฉะนั้นถ้าท่านจะช่วยเกษตรกรก็ช่วยปรับราคา ชดเชยหรือเยียวยา ทดแทนความเดือดร้อนของเกษตรกรซึ่งหลายท่านพูดมาตั้งแต่เช้า ผมไม่ พูดซ้ำ แต่ผมเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับ ท่านกำชับให้ออกประกาศทั้ง สถานีวิทยุ ทั้งของรัฐบาล ของอะไรบอกเลยว่าวัวใครตายแล้วก็ต้องทำอะไร สำหรับคนที่ยัง ไม่ได้ไปแจ้งการเลี้ยงสัตว์กับปศุสัตว์ เพราะปกติชาวบ้านเลี้ยงก็เลี้ยงเลย ไม่ได้แจ้งหรอก แต่หลายท่านก็ไปแจ้ง ต้องไปแจ้งกับปศุสัตว์อำเภอลงทะเบียนเป็นผู้เลี้ยงโค เป็นผู้เลี้ยง กระบือ แล้วสั่งกำชับปศุสัตว์อำเภอให้บริการลงทะเบียนให้มันสะดวก อย่าให้มีอุปสรรคมาก โดยเฉพาะคนที่วัวควายตายไปแล้ว เสียชีวิตไปแล้วจะดำเนินการอย่างไร ถ้าต่อไปนี้ ให้ลงทะเบียน ถ้าตายแล้วสักเดือนสองเดือน เพราะโรคนี้ท่านจะย้อนหลังไปอย่างไร ให้คิดด้วย คิดให้ประชาชนให้ได้ประโยชน์🔗
ท่านประธานครับ ผมไม่มีเรื่องที่จะต้องพูดยืดยาว พูดแค่นี้ แล้วผมฝาก ท่านประธานเป็นพิเศษไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการนะครับ ท่านขึงขังมาก ท่านประกาศ มาตรการน่าอุ่นใจ แต่ท่านประธานผมเรียนท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการนะครับ เอาสิ่งที่ เกิดขึ้นแล้ว โครงการวัว โคล้านตัวอะไรที่จะส่งเสริมให้ ธ.ก.ส. ให้กู้ ๑ ล้าน ๑๐๐ ปีหนึ่ง ผมก็ส่งเสริมประชาชน โฆษณาใหญ่ในเขตผม ให้เขาไปลงทะเบียนวิสาหกิจ เกษตรจดทะเบียนวิสาหกิจ มีปัญหาผมก็ประสานให้ชาวบ้าน ทำเยอะแยะเลยครับ แต่ท่านประธานผมฝากไปยังรัฐมนตรี ในเขตผมยังกู้ไม่ได้สักรายเลยครับ มันเกิดอะไรขึ้น มันเกิดเพราะลึก ๆ ธ.ก.ส. เขาไม่อยากปล่อยหรือเปล่า เขาเกรงใจท่านหรือเปล่า เพราะฉะนั้นท่านแก้ปัญหาด้วยนะครับ ในเขตเลือกตั้งผมยังกู้ไม่ได้สักรายเลย เหตุอะไร ไม่รู้ล่ะ คนกู้ก็อยากกู้ จดวิสาหกิจเขาก็จด นี่พูดอดีตนะครับ ผู้ที่จะเลี้ยงโคล้านตัว ไม่ได้ เขตผมไม่ได้ ผมติดต่อท่านรัฐมนตรีอยู่เป็นประจำ ธ.ก.ส. ปศุสัตว์ร่วมมือกันอย่างไร ร่วมมือ กันแล้วเกษตรกรไม่ได้กู้นี่ท่านแก้ไข ผมรายงานท่าน ส่วนปัญหาเรื่องนี้ท่านกำชับขั้นตอน ประชาสัมพันธ์ให้ผู้เลี้ยงโคที่ยังไม่ลงทะเบียนต้องไปลงทะเบียนได้ เสร็จแล้วเขาจะต้องไปแจ้ง อย่างไรเวลาตาย เวลาป่วย แล้วก็เร่งหาวิธีที่จะเอางบฉุกเฉินของรัฐบาลลงไปเลย อย่าให้มี สภาพเป็นยาฉีดได้ทีละ ๑๔๐ ตัว แล้วมีโคมีอะไรเป็นแสนตัว ตอนนี้ป่วยเป็นหมื่นตัวอยู่ที่ จังหวัดอุดรธานี🔗
สุดท้ายจริง ๆ เรื่องสุดท้ายที่ผมอยากจะคุยก็คืออยากจะรายงานหรือว่า อยากจะเล่าให้ท่านรัฐมนตรีฟัง วัคซีนที่บอกไม่มี เขามีนะครับ เขามีฉีดกันนะครับชาวบ้าน คนเลี้ยงโคเขาอยู่ไม่ได้หรอก เขาก็หามา ผมทราบว่าเขาเอามาจากประเทศเวียดนาม เสร็จแล้วท่านรู้ไหมว่าราคาขณะนี้ที่เขาฉีด เขาซื้อมาเท่าไรผมไม่รู้นะครับ แต่เขาฉีดกัน ก็เฉลี่ยตัวละประมาณ ๒๐๐ บาท ซื้อมาขวดหนึ่งฉีดได้ ๒๕ ตัว ก็เป็นเงินขวดละ ๕,๐๐๐ บาท แล้วชาวบ้านก็รวบรวมกันได้ ๒๕ ตัว แล้วก็ไปซื้อมาฉีด วัคซีนมีแล้ว ฉีดแล้ว ในจังหวัดผม เพราะฉะนั้นท่านก็ไปหาวิธีจะซื้อวัคซีนมาด้วย มันมีแน่ในโลกนี้ ท่านมีเงิน ก็ไปซื้อสิ ไม่ใช่บอกไม่มี ๆ อยู่นี่ไม่ได้ ฝากด้วย วันนี้ก็พูดเบา ๆ เพื่อเป็นเครื่องประกอบการ ทำงานของท่านรัฐมนตรี ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ตามด้วยท่านชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ กระผมจะขอ เรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องเกี่ยวกับ การแพร่ระบาดของลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ซึ่งในเขตจังหวัดราชบุรีของกระผมเองนั้นก็มี พี่น้องเกษตรกรเลี้ยงทั้งโคนม แล้วก็โคเนื้อเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยง โคนม ถ้าพูดอย่างนี้ท่านประธานคงนึกออกถึงสหกรณ์โคนมหนองโพในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งผลิตนม ไม่ว่าจะเป็นนมกล่องหรือนมพาสเจอร์ไรซ์ (Pasteurize) ในยี่ห้อของหนองโพ ซึ่งเป็นกิจการที่ล้นเกล้าในหลวงรัชกาลที่ ๙ ได้พระราชทานให้กับพสกนิกรชาวจังหวัดราชบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง ตอนนี้ก็ประสบปัญหาเหมือนกับจังหวัดอื่น ๆ ที่มีเพื่อนสมาชิก ได้อภิปรายไปก็คือการระบาดของโรคระบาดติดต่อในโคเนื้อและโคนม ซึ่งในจังหวัดราชบุรี ก็ต้องเรียนท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานว่าเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์นั้นไม่ว่าจะเป็นปศุสัตว์ จังหวัด ปศุสัตว์อำเภอบ้านโป่งที่ผมได้สัมผัสในเขตพื้นที่ก็ทำงานด้วยความเข้มแข็ง ดูแล พี่น้องประชาชนที่เลี้ยงโคได้เป็นอย่างดี นอกจากจะฉีดในเรื่องของลัมปีสกิน (Lumpy Skin) แล้วยังต้องฉีดในเรื่องของโควิด (COVID) ด้วย ถือว่ากรมปศุสัตว์ปีนี้แล้วก็ปีที่แล้ว เป็นหน่วยงานที่สำคัญในการที่จะควบคุมการแพร่ระบาดโรคติดต่อจากสัตว์ไปสู่คน ไม่ว่าจะ เป็นเรื่องของโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ออกมาช่วยพี่น้องประชาชน ผมในนามของ พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดราชบุรีก็ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่กรมปศุสัตว์ทุกระดับ รวมถึง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน ท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการประภัตร โพธสุธน ท่านรัฐมนตรีช่วยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่กำกับดูแล กรมปศุสัตว์มา ณ โอกาสนี้ด้วยที่ส่งเจ้าหน้าที่มาควบคุมโควิด-๑๙ (COVID-19) นอกจากนี้ยัง ไปฉีดลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโค🔗
เรียนท่านประธานครับ จากที่ผมได้ลงพื้นที่ แล้วก็ไปทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ กรมปศุสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ด่านกักกันโรคสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ในระดับปศุสัตว์ อำเภอ ปศุสัตว์จังหวัด เขามีปัญหาที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรี ว่าเขาขาด ๔ อย่างครับ ๑. เขาขาดเครื่องมือ ผมไปดูเจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ เป็นลูกจ้างประจำบ้าง ลูกจ้างชั่วคราวบ้าง ที่เป็นเจ้าหน้าที่ของกรมปศุสัตว์ต้องควักเงินครับ ท่านประธาน เงินส่วนตัวนี่ครับมาซื้อเครื่องพ่นยา เครื่องพ่นยาลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ที่เป็นเครื่องมือ ถ้าท่านประธานเห็นจะเป็นปืนฉีดที่ใช้ฉีดเพื่อให้เกิดหมอกควันในการกำจัด เหลือบไร หรือแมลงที่เป็นพาหะนำโรคของลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ท่านประธาน เชื่อไหมครับที่เจ้าหน้าที่ฉีดไม่ใช่เป็นงบประมาณที่ซื้อโดยกรมปศุสัตว์นะครับ เป็นเงิน งบประมาณของเจ้าหน้าที่ เงินส่วนตัวที่ปฏิบัติหน้าที่ซึ่งเงินก็น้อยอยู่แล้ว ยังต้องเอา เงินส่วนตัวมาซื้ออุปกรณ์ในการฉีดพ่น อันนี้ก็เรียนให้ท่านรัฐมนตรีทราบ ไม่ทราบว่า ท่านรัฐมนตรีท่านทราบหรือเปล่าว่าเครื่องมือเหล่านั้น บางส่วนผมคิดว่าน่าจะเป็น ส่วนใหญ่ด้วยเป็นเครื่องมือของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานเอง ไม่ใช่เป็นเครื่องมือของทางกรม ปศุสัตว์นะครับ อันนี้คือขาดเรื่องที่ ๑ ก็คือขาดเครื่องมือ อยากให้ท่านรัฐมนตรีได้สนับสนุน ให้เจ้าหน้าที่ด้วย เพราะเจ้าหน้าที่ดีมาก ๆ เลยครับ น้อง ๆ พี่ ๆ ทุกคนที่ลงไปปฏิบัติหน้าที่ ร่วมกับผมในการฉีดพ่นยาฆ่าแมลงลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ให้กับพี่น้องเกษตรกร ผู้เลี้ยงโค ไม่ว่าจะเป็นโคเนื้อ โคนมในอำเภอบ้านโป่ง อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ปฏิบัติ หน้าที่ด้วยความเข้มแข็งแต่ขาดเครื่องมือ🔗
ขาดที่ ๒ ครับ บุคลากร บุคลากรไม่เพียงพอครับท่านรัฐมนตรี เรียนท่าน ประธานว่าบุคลากรก็มีจำกัด พื้นที่กว้างใหญ่ การที่เราจะควบคุมโรคระบาด ท่านประธาน ก็ทราบว่าต้องทำงานแข่งกับเวลา แต่พอเจ้าหน้าที่น้อย การที่ท่านจะควบคุมพื้นที่ให้ได้ท่านก็ ต้องใช้ระยะเวลาที่นานขึ้น แล้วการที่ท่านทำงานแข่งกับเวลาและบุคลากรน้อย ไม่มีทางที่ ท่านจะควบคุมโรคระบาดได้ครับ เหมือนอย่างวันนี้ที่รัฐบาลกำลังฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-๑๙ (COVID-19) ยิ่งทอดเวลาออกไปผู้ติดเชื้อก็มากขึ้น ๆ การแพร่ระบาดก็มากขึ้น สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดคือการทำงานแข่งกับเวลา ทำอย่างไรเราจะ ฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุด ทำอย่างไรเราจะฉีดวัคซีนให้ได้เร็วที่สุดเพื่อควบคุมการแพร่ระบาด วัวก็เหมือนกันครับ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ครับท่านประธาน ต้องทำงานแข่งกับเวลา แต่เจ้าหน้าที่บุคลากรของกรมปศุสัตว์มีไม่เพียงพอ อันนี้คือขาดที่ ๒ ครับ🔗
ขาดที่ ๓ ท่านประธานครับ ขาดวัคซีน วัคซีนที่นำเข้ามาที่ท่านไปแถลงข่าว เปิดโครงการฉีดวัคซีนลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ไม่ได้มาที่จังหวัดราชบุรีแม้แต่เข็มเดียวเลย ทั้ง ๆ ที่จังหวัดราชบุรีเป็นจังหวัดที่มีการเลี้ยงโคนมเยอะเป็นอันดับต้น ๆ ของประเทศไทย มีโคเนื้อก็ไม่แพ้จังหวัดอื่น แต่วัคซีนไม่มาแม้แต่เข็มเดียวในจังหวัดราชบุรี ผมฟังแล้วก็ ตกใจครับเพราะว่าก็ไปจังหวัดอื่นหมด ก็บอกว่าที่จังหวัดอื่นมีการแพร่ระบาดมากกว่า แต่วันนี้ที่จังหวัดราชบุรีก็มีการแพร่ระบาดแต่ก็ยังสามารถควบคุมโรคได้ แต่วัคซีนไม่มาเลย และผมคิดว่า ๖๐,๐๐๐ โดส ที่ท่านนำเข้ามามันก็ไม่สอดคล้องกับจำนวนประชากรวัวที่มีอยู่ ในประเทศไทย ไปจังหวัดเดียวก็หมดแล้วครับ แต่ประเทศไทยนี่พี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคมี แทบจะทุกจังหวัดทั่วประเทศ มากบ้างน้อยบ้าง แต่จังหวัดราชบุรีโคนมเยอะติดอันดับต้น ของประเทศเลย ก็เรียนท่านประธานว่าขาดที่ ๓ คือขาดวัคซีน ท่านรัฐมนตรีท่านก็ต้องเร่ง เข้ามาเพื่อที่จะมาฉีดให้กับวัวของพี่น้องประชาชน🔗
ขาดที่ ๔ คือขาดยาฉีดพ่นฆ่าแมลงที่เป็นพาหะนำโรค ไม่มีครับท่านประธาน ฉีดได้อยู่พักหนึ่งก็ต้องหยุดฉีด ผมก็ถามเจ้าหน้าที่ว่าทำไมหยุดฉีด บอกยาหมด ก็ต้องทำ อย่างไรครับท่านประธาน ไปประสานกับสหกรณ์โคนมหนองโพจังหวัดราชบุรี ขอความ อนุเคราะห์ยาฉีด ซึ่งก็ดีครับ สหกรณ์โคนมหนองโพในพระบรมราชูปถัมภ์ก็สนับสนุนยาฉีดมา ให้ในการควบคุม ซึ่งจริง ๆ แล้วภารกิจเหล่านี้เป็นภารกิจของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมปศุสัตว์ต้องจัดซื้อยาควบคุมฆ่าพาหะที่เป็นโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ให้กับพี่ น้องประชาชนผู้เลี้ยงโคนมหรือเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมให้เพียงพอต่อการควบคุมการแพร่ ระบาดของโรค แต่ยาที่พ่นฆ่าเหลือบไรที่เป็นพาหะนำโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ก็ไม่พอ เรียนท่านประธานครับว่า ๔ ขาดนี้ ท่านรัฐมนตรีท่านต้องรับไปดำเนินการให้กับ พี่น้องประชาชน แล้วเพื่อนสมาชิกก็อภิปรายกันว่าตอนนี้โรคระบาดมันก็ยังไม่มีทีท่าว่า จะเบาบางลง ฉะนั้นท่านรัฐมนตรีโดยเฉพาะกรมปศุสัตว์นั้นก็จะต้องไปทำงานแข่งกับเวลา แล้วก็ฝากท่าน ๔ ขาดนี้จัดให้เพียงพอให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม โคเนื้อทั่วประเทศ ด้วยครับ ไม่ใช่เฉพาะที่จังหวัดราชบุรี แล้วก็ที่อำเภอบ้านโป่ง อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ตอนนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคก็รอในอีกหลายจุด แต่ก็ทำไปได้เยอะแล้ว แต่ก็เรียนกับ ท่านรัฐมนตรีว่าข้าราชการ ตลอดจนลูกจ้างของกรมปศุสัตว์ทำงานด้วยความเข้มแข็ง ก็เป็น กำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ทุกท่านด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ตามด้วยท่านมานพ คีรีภูวดล เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ จังหวัดอุบลราชธานี เขต ๗ พรรคเพื่อไทย ต่อกรณี วัวป่วยเป็นโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ท่านประธานครับ วันนี้อาชีพเกษตรกรของพี่น้อง ประชาชนที่ทำการดำรงชีพอยู่ในขณะนี้ ทำนาก็ขาดทุน ปลูกยางพาราก็ขาดทุน ปลูกมัน สำปะหลังก็ขาดทุน เกษตรกรตอนนี้ที่ยังพอดำรงชีพอยู่ได้ก็คือการเลี้ยงปศุสัตว์ ก็คือการ เลี้ยงโค กระบือ แพะ แกะ สุกร ซึ่งเป็นโอกาสของประเทศไทยที่สามารถส่งออกไปขาย ต่างประเทศในช่วงบ้านเมืองเป็นโควิด (COVID) แต่ในขณะเดียวกันวันนี้โค กระบือซึ่งเป็น สมบัติชิ้นสำคัญของพี่น้องประชาชน ซึ่งเป็นสมบัติที่อยู่คู่กับเขามานานได้ล้มป่วยด้วย โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่ที่เกิดขึ้นมาคู่กับโควิด-๑๙ (COVID-19) ท่านประธานครับ การช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้นผมอยากจะฝากและเป็นประสบการณ์ โดยตรงของผมที่ทำการปศุสัตว์เลี้ยงโค กระบือในขณะนี้ก็ไม่มากครับ ประมาณสัก ๑,๐๐๐ ตัว อันดับแรกเมื่อพบโคป่วย โคที่ป่วยเป็นโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เราต้องแยกโคออกจากคอก แล้วก็ดำเนินการซึ่งมีอยู่ตามบ้านเราก็คือฟ้าทะลายโจรครับ วัวเด็กให้กินสัก ๔ เม็ด วัวรุ่น ๆ ให้กิน ๖ เม็ด วัวอายุมากให้กิน ๘ เม็ดต่อวัน ถ้ากรมปศุสัตว์ มีซีลีเนียม (Selenium) ก็นำซีลีเนียม (Selenium) ไปแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชน ที่มีวัวป่วย เมื่อเสร็จแล้วเราก็ต้องพ่นคอกทุกวัน เพราะในขณะนี้พี่น้องทำมะม่วงกวนครับ ก็เอามะม่วงไปให้วัวกิน เมล็ดของมะม่วงก็เหลืออยู่แมลงวันก็มาตอมก็เกิดแมลงวันขึ้นมาใหม่ แล้วโรคนี้ถามผู้ที่เกี่ยวข้องเขาบอกว่าวิ่งเร็ว ๖๐๐ กิโลเมตรต่อชั่วโมง จึงทำให้โรคระบาด ไปทั่วประเทศในขณะนี้นะครับ เมื่อวัวป่วยแยกออกแล้ว วัวที่ยังไม่ป่วยนี่ต้องฝากท่าน รัฐมนตรีว่าวันนี้ทางกรมปศุสัตว์บอกว่าวัวที่ป่วย คอกที่ป่วยห้ามฉีดวัคซีน ผมต้องเรียนท่าน ครับว่าวัวที่ป่วยแยกออกแล้ว วัวที่ไม่ป่วยต้องฉีดวัคซีนครับ พอฉีดวัคซีนใน ๑๐๐ ตัวอาจจะ กลับมาเป็นสักตัว ๒ ตัว เราก็รักษาตามอาการมันก็จะหาย วันนี้ท่านบอกว่าคอกไหน มีวัวป่วยห้ามฉีดวัคซีน วันนี้วัคซีนที่ซื้อมาไม่ได้ใช้เลยครับ เพราะวันนี้ก็เหมือนโควิด (COVID) ใครป่วยก็แยกออกไปไว้ที่โรงพยาบาล คนที่ไม่ป่วยก็ต้องฉีดวัคซีนป้องกันนะครับ วันนี้วัคซีน ที่ท่านนำมาถ้าบอกว่าคอกที่ป่วยแล้วไม่ได้ฉีดก็แทบจะไม่ได้ใช้นะครับ ก็อยากจะฝากว่า วัวตัวไหนที่มันป่วยเราก็รักษาตามอาการ วัวตัวไหนที่ป่วยก็รักษาไป วัวไม่ป่วยก็ฉีดวัคซีน นะครับ ซึ่งการฉีดวัคซีนก็จะทำให้วัวไม่ป่วยแล้วก็ไม่ขยายนะครับ และเสร็จแล้วผมอยากจะ ให้ท่านได้ประชาสัมพันธ์บอกพี่น้องประชาชนว่าวันนี้ใครที่เป็นเกษตรกร ใครที่ทำนาต้องไป ขึ้นทะเบียนเกษตรกรทำนาเพื่อจะรับส่วนต่างรายได้ ใครที่ปลูกมันสำปะหลังต้องไป ขึ้นทะเบียนปลูกมันสำปะหลัง ใครที่ปลูกยางพาราต้องไปขึ้นทะเบียนปลูกยางพารา วันนี้ เกษตรกรที่เลี้ยงปศุสัตว์ต้องไปขึ้นทะเบียนเลี้ยงปศุสัตว์ ถ้าใครไม่ได้ขึ้นทะเบียนรอบนี้ ท่านต้องขยายเวลาให้ขึ้นทะเบียนใหม่ เราจะได้รู้เลยว่ามีเกษตรกรที่เลี้ยงปศุสัตว์กี่ราย เสร็จแล้วเมื่อเลี้ยงปศุสัตว์กี่รายต้องลดขั้นตอนครับ วันนี้ไปที่ปศุสัตว์อำเภอนี่บางอำเภอ ยังไม่เข้าใจเลยว่าหมดเวลาแล้ว กลับเถอะ วัวตายแล้วไม่รับแจ้ง วันนี้ฝากถึงพี่น้องประชาชนว่า ใครที่เป็นเกษตรกรที่เลี้ยงปศุสัตว์ท่านต้องมาขึ้นทะเบียนที่ปศุสัตว์อำเภอทุกอำเภอ นำบัตร ประชาชน ทะเบียนบ้านมาแล้วขึ้นทะเบียน มีวัวกี่ตัวก็แจ้งไป วันหลังกลับบ้านไปวัวตายก็มา แจ้งใหม่ว่าวัว ๕ ตัวที่ผมแจ้งนี่มันตายไป ๑ ตัว มันป่วยไป ๒ ตัว เพื่อจะให้ท่าน นายกรัฐมนตรีได้เยียวยาการรักษาพยาบาลเบื้องต้น เยียวยาโคที่เสียชีวิตไป เพราะอะไรครับ วันนี้เกษตรกรไม่อยากให้โคตัวเองตายนะครับ พยายามรักษาจนสุดวิสัย วัวตายก็อยากจะได้ ค่าเยียวยา ซึ่งค่าเยียวยาผมก็เคยขอท่านครับว่าในอดีตราคาวัวมันถูก วันนี้ราคาวัวมันแพง ก็ขอท่านว่าจาก ๖,๐๐๐ บาท เป็น ๑๒,๐๐๐ บาทได้ไหม จาก ๑๒,๐๐๐ บาท เป็น ๒๔,๐๐๐ บาทได้ไหม จาก ๑๘,๐๐๐ บาท เป็น ๓๖,๐๐๐ บาท แล้ววัวตายจาก ๒๐,๐๐๐ บาท ให้เป็น ๔๐,๐๐๐ บาทได้ไหม ท่านก็รับปากว่าจะช่วยผลักดันให้เกิด แล้วนอกจากนั้นสุดท้ายนี้ต้องขอบคุณปศุสัตว์ โดยเฉพาะอย่างจังหวัดอุบลราชธานี ท่านปศุสัตว์จังหวัด ปศุสัตว์อำเภอก็ออกไปช่วยเหลือพี่น้อง แต่ว่าคนของท่านน้อยมากครับ จังหวัดอุบลราชธานีมีวัวทั้งหมด ๔๐๐,๐๐๐ ตัว ๔๐๐,๐๐๐ ตัวนี้แยกแต่ละอำเภอ ๆ ในขณะนี้มีวัวป่วยอยู่ประมาณ ๑๐,๐๐๐ กว่าตัว เสียชีวิตไปแล้ว ๓๐๐ กว่าตัว แต่จำนวน อาสาปศุสัตว์มีน้อยครับ วันนี้ไฟจะไหม้บ้าน ท่านอย่าได้ห้ามนะครับว่าต้องเป็น รปภ. ต้องมี น้ำสะอาดมารดเพื่อให้ไฟดับ น้ำอะไรก็ได้ที่ใครจะช่วย ช่วยให้ไฟดับเร็ว ๆ เอาวัคซีน มาจากไหน เอายามาจากไหน ใครช่วยได้ ใครฉีดยาได้ ต้องช่วยกัน วันนี้ต้องผลักดันเอาอาสา ปศุสัตว์ ๗๐,๐๐๐ ตำบลต้องมีอีก ๗๐,๐๐๐ คน สร้างงาน สร้างรายได้ สร้างอาชีพ ให้เขา จึงกราบเรียนท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีที่เอาใจใส่ดูแลพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อน ในขณะนี้นะครับ ขอบคุณท่านรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่งครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านมานพ คีรีภูวดล ตามด้วยท่านสิริพงษ์ อังคสกุลเกียรติ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ ผมก็อยู่กับวัวกับควายมาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วครับ คือนึกภาพนะครับว่า ถ้านึกถึงซูปเปอร์มาร์เกต (Supermarket) ของคนในเมืองต้องนึกถึงป่า ถ้านึกถึงธนาคาร พี่น้องชนบทต้องนึกถึงวัวควายครับ คือตอนนี้เขาบอกว่าวัวของชาวบ้านมันเป็นวัวที่พึ่งพา ตัวเองได้ แต่วัวที่มันเป็นวัวต่างชาติมันเป็นวัวที่แบบขี้เกียจ เป็นวัวเจ้านาย ซึ่งผมคิดว่าอันนี้ มีเหตุผลของประชาชนนะครับท่านประธาน สิ่งหนึ่งที่ผมคิดว่าสถานการณ์ตอนนี้ ท่านรัฐมนตรีที่มีวิสัยทัศน์อยู่แล้ว แล้วก็ผู้บริหารหลาย ๆ ท่านผมคิดว่าเพื่อไม่ให้เป็นแบบ วัคซีนของโควิด (COVID) ๒ เรื่องที่จะต้องตัดสินใจโดยด่วนก็คือการตัดสินใจที่เร่งด่วน เด็ดขาดพร้อมกับงบประมาณซึ่งเรื่องนี้ผมคิดว่าไม่ยากเกินอำนาจของรัฐมนตรี สำคัญที่สุด คือจะต้องกระจายอำนาจให้กับระดับพื้นที่ตัดสินใจได้ พร้อมงบประมาณนะครับ ผมย้ำ🔗
อันที่ ๒ ก็คือผมคิดว่าพื้นที่ ในระดับการตัดสินใจเมื่อก่อนนี้ผมเป็นเด็ก ผมจำได้เรามีอาสาสมัครหมอวัวหมอควายเต็มเลย เป็นผู้ช่วยปศุสัตว์อำเภอ เรื่องการ ฉีดวัคซีน เรื่องการรายงานผลต่าง ๆ มันมีอยู่แล้วนะครับ ผมคิดว่าตรงนี้จะเป็นเครื่องมือ จะเป็นกลไกสำคัญที่จะเร่งการแก้ไขปัญหา เพราะว่า ๒ เรื่องนี้ผมคิดว่าเรื่องรายละเอียด ต่าง ๆ ท่านสมาชิกอภิปรายหมดแล้วครับ ท่านประธานครับ ผมมีประเด็นอย่างนี้ว่าแค่ชื่อ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ผมคิดว่ามันไม่ใช่โรคที่เกิดขึ้นในพื้นที่ประเทศไทย ชื่อมันแปลก ๆ ชื่อมันไม่ใช่ชื่อที่เป็นภาษาไทย เพราะฉะนั้นแสดงว่ามันเกิดเกี่ยวกับกระบวนการนำเข้า ท่านสมาชิกก็อภิปรายไปแล้วว่าทำไมเราต้องเอาสัตว์ในต่างประเทศที่มีภูมิอากาศ ภูมิประเทศที่แตกต่างกันเข้ามา ซึ่งหลายคนอาจจะบอกว่ามีเนื้อเยอะ อร่อย แต่ว่าบรรพบุรุษ ของสังคมไทยผมคิดว่าเติบโตกับสัตว์ที่เป็นสัตว์พื้นบ้าน สัตว์ท้องถิ่นอยู่แล้ว แล้วก็โตมา ทำไมเราไม่พัฒนาตรงนี้ ทำไมเราไม่ดูแลรักษาและพัฒนาชี้ชัดในแง่ของอาหาร คุณค่าทาง อาหารหรือสุขภาพที่แข็งแรงส่งขายต่างประเทศนะครับ ในจังหวัดเชียงใหม่และพื้นที่ ภาคเหนือ โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่มีการเลี้ยงวัวนมเยอะ ในพื้นที่อำเภอสันกำแพง อำเภอแม่ออน อำเภอสันทราย และมีอีกกลุ่มหนึ่งเขาเรียกว่าวัวชาวบ้านที่เลี้ยงในป่า ตรงนี้ค่อนข้างที่จะเยอะนะครับ ที่ผมได้นำเรียนเมื่อสักครู่นี้ว่าวัวเหล่านี้มันเป็นธนาคาร เมื่อมีความเจ็บป่วย เมื่อมีความจำเป็นต้องการใช้เงิน วัวควายนี้ล่ะครับจะเป็นคำตอบ เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นที่ประชาชนจะต้องรักษาทรัพย์สินตรงนี้ไว้ หลาย ๆ ครั้งมีความจำเป็น ในการเจ็บป่วยต้องรักษา แต่ถ้าทนได้เขาจะไม่ขาย ถ้าทนได้เขาจะไม่ขาย แต่เมื่อไรที่มันมี ความจำเป็นสุด ๆ โดยเฉพาะเรื่องของการศึกษาของลูกหลาน ผมคิดว่าหลายท่านที่อายุเกิน ๔๐ กว่าปีขึ้นไปคงจะทราบว่าการที่คนบ้านนอกได้มาเรียนหนังสือนะครับวัวควายต้อง เสียสละชีวิตตัวเอง เพื่อที่ขายแล้วได้ไปเรียนหนังสือ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะชี้ประเด็นนี้ ท่านประธานครับ ผมอยากจะเห็นการพัฒนาสายพันธุ์วัว ควายที่เป็นสายพันธุ์พื้นบ้าน ไปดูที่ บ้านผมที่เชียงใหม่ ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอนหรือว่าหลาย ๆ พื้นที่ วัวขึ้นดอยความชันนี่ผม ว่าสโลป (Slope) น่าจะเกิน ๗๐ องศา ก็ขึ้นไปสบาย หญ้าต่าง ๆ ที่มันมีอยู่นี้ไม่จำเป็นต้อง เป็นหญ้าสายพันธุ์ต่างประเทศอีกแล้ว ต้องมีสูตรอาหารอย่างนั้นอย่างนี้ไม่มีครับ ขึ้นดอย อย่างแข็งแรงนะครับ แล้วก็ไม่ต้องจัดการอะไรเยอะ ผมคิดว่านี่คือต้นทุน คือศักยภาพของ ประเทศเรา และผมเชื่อว่าสายพันธุ์วัวพื้นบ้านนี้มีเยอะแยะ ท่านสมาชิกก็ได้พูดไปแล้วว่าทาง ภาคใต้มีสายพันธุ์วัวชนที่แข็งแรง สายพันธุ์ที่มีเนื้อเยอะ เพราะฉะนั้นทำอย่างไร ประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้และเคยเกิดขึ้นในอดีตหลายครั้งแล้ว กรณีการนำเข้าสัตว์ เลี้ยงที่มาจากต่างประเทศ ซึ่งภูมิประเทศ ภูมิอากาศ อาหาร บริบทพื้นที่มีความแตกต่างกับ ในประเทศเราโดยสิ้นเชิง และมักจะพบกับเหตุการณ์อย่างนี้ เพราะฉะนั้นโดยสรุปของผมแล้ว ผมอยากจะสรุปอย่างนี้ครับว่าเรื่องกรณีที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ที่มีความเสี่ยงที่เกิดขึ้นอยู่แล้ว ผมคิดว่าอันนี้ต้องเร่งตัดสินใจเด็ดขาดเพราะงบประมาณ เร่งกระจายอำนาจในการตัดสินใจให้กับคนพื้นที่และส่วนราชการที่จะต้องตัดสินใจ ในพื้นที่ ที่ยังมีการแพร่ระบาดน้อยหรือว่าพื้นที่ที่ยังไม่มีการแพร่ระบาด ผมคิดว่าถึงแม้ว่าจะเป็นวัว ที่มันไม่ใช่เป็นวัวสายพันธุ์หรือไม่ได้อยู่ในโครงการวัว ๑ ล้านตัวของท่านรัฐมนตรีก็ตาม เพื่อเป็นการป้องกัน ป้องกันไม่ให้มีการกระจายของเชื้อโรคเหล่านี้ การแก้ปัญหาเชิงรุก จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสั่งการอย่างเร่งด่วนและเด็ดขาด พร้อมงบประมาณ และกระจาย อำนาจในพื้นที่ต่าง ๆ โดยเฉพาะในพื้นที่บนดอยที่เขายังมีอาชีพในการเลี้ยงวัวพื้นบ้านอยู่ เพื่อที่จะให้การรักษาสายพันธุ์พื้นบ้าน🔗
สุดท้ายที่ผมได้นำเรียนเมื่อสักครู่นี้ครับ ผมอยากจะเห็นมิติการเห็นคุณค่า ของทรัพยากร สมบัติของชาติที่มันเป็นสมบัติที่อยู่คู่กับบรรพบุรุษได้ถูกพัฒนาและได้นำ สินค้า ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ ไม่ว่าจะเป็นพืช ถ้าเป็นสายพันธุ์สัตว์ก็คือวัวท้องถิ่นที่แข็งแรงอยู่ตาม บนดอยนี่ล่ะครับได้นำสู่การเป็นสินค้าส่งออกและเป็นสินค้าท้องถิ่น ต่างประเทศเขาทำได้ บ้านเราย่อมทำได้ครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปเชิญ ท่านสิริพงศ์ ตามด้วยท่านสุรวิทย์ คนสมบูรณ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสิริพงศ์ อังสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมได้มีโอกาสหารือเป็นข้อหารือเรื่องโรคระบาด ในโค กระบือ ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ยังคงถูก ชาวบ้านถามอยู่โดยตลอดว่าเรื่องนี้ไปถึงไหน วันนี้ต้องขอบคุณนะครับที่ท่านประธาน ได้กรุณาบรรจุวาระนี้เป็นญัตติด่วนให้ ท่านประธานครับ ผมไม่ใช่เกษตรกรครับ แต่ผมได้รับ โทรศัพท์สายแรกจากตำบลโพนเขวาเมื่อประมาณต้นเดือนพฤษภาคม แล้วก็บอกว่า ส.ส. ทำอย่างไร ตอนนี้โรคระบาดวัวมาถึงบ้านฉันแล้ว ผมต้องเรียนนะครับว่าผมฟังครั้งแรกผมก็งง งงว่าโรคระบาดวัวที่ระบาดอยู่ตอนนี้คืออะไร หาข้อมูลไป แล้วก็ถามคนที่เขามีประสบการณ์ เขาก็บอกว่าให้กินยาเขียวสิ ให้กินยาเขียว ไปถามทางปศุสัตว์ ทางปศุสัตว์ก็บอกว่าวัวตัวหนึ่ง หนักเป็นร้อยเป็นพันกิโลให้กินยาเขียวที่ต้องให้กินตามน้ำหนักตัว ตัวหนึ่งต้องให้กินยาเขียว กี่ถุง ไม่ใช่ทางแก้ปัญหาที่ถูกต้อง มารู้ว่านี่คือโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ตอนที่ไปประชุม ที่พรรคภูมิใจไทยครับ ส.ส. หลายท่านก็ได้พูดคุยกันถึงปัญหานี้ แล้วก็โชคดีครับ ตอนนั้นท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ท่านมนัญญา ท่านก็ได้กรุณามอบอย่าไซเปอร์เมทริน ๒๕ (Cypermethrin 25) บอกว่ายาตัวนี้ใช้ฉีดฆ่าแมลงที่เป็นพาหะนำโรคได้ ส.ส. อาสพลธ์ เขต ๗ เขาก็นำมาให้ ก็เริ่มลงไปฉีดให้กับชาวบ้านตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน เราได้เห็นปัญหา มากมายครับ ปัญหาความไม่พร้อมของภาครัฐเอง วันที่ผมได้ยามาผมก็บอกว่าฉีดทันที ชาวบ้านเขาอยากให้ฉีดมาก ติดปัญหาโน่นนี่นั่นเยอะแยะไปหมดครับ เพราะมันก็มีกฎหมาย บอกว่าชาวบ้านที่ไปขึ้นทะเบียนสัตว์เหล่านี้ไม่สามารถที่จะฉีดได้ด้วยตนเอง การจะไปฉีดยา พวกนี้จำเป็นจะต้องให้ปศุสัตว์ไปด้วย เพราะถ้าหากชาวบ้านฉีดเอง วัวตัวไหนตายก็จะไม่ได้ รับเงินชดเชย เราก็ไปคุยกับทางปศุสัตว์ว่าให้ทางปศุสัตว์ไปช่วย ทางปศุสัตว์ก็ติดปัญหา ตรงเรื่องงบประมาณ แต่ท่านก็ดีนะครับ ท่านก็ดีว่าท่านอาจจะไม่มีเครื่องไม้เครื่องมือ ท่านอาจจะไม่มีงบประมาณ ในการซื้อยา แต่ท่านก็อาสา บอกไม่มีงบประมาณก็ไม่เป็นอะไร ถ้าไปช่วยชาวบ้านท่านก็ ไปด้วย เบี้ยเลี้ยงไม่เอาก็ไม่เป็นอะไร เราก็ไปเท่าที่เราไปได้ เครื่องพ่นไม่มี เราก็อาศัยไปยืม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อย่างผมนี่ผมไปยืมตำบลน้ำคำ เราก็พยายามหาวิธีครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ท่านประภัตรก็ได้กรุณาบอกว่าวัคซีนใกล้จะมาแล้ว เดี๋ยววัคซีนมา ก็จะไปฉีดให้พี่น้องได้ ปัญหาต่อไปครับ วันนี้เราพูดถึงการแก้ปัญหานี้ ปัญหานี้มีอยู่ ๔ ขา ๑. ก็คือวัคซีน ซึ่งแน่นอนล่ะ ชาวบ้านหวัง ๒. การฉีดป้องกัน ก็ต้องเรียนท่านรัฐมนตรีครับ งบประมาณในส่วนของการฉีดป้องกันก็ยังมีไม่เพียงพอครับ ๓. ท่านทำไปแล้วคือการเยียวยา ในกรณีที่โค กระบือตาย แต่ยังมีอีกอย่างหนึ่งก็คือยารักษา วันนี้เราเปิดตามสูตร หมอชาวบ้าน เราไปดูฟาร์มใหญ่เขาเลี้ยงแบบไหนเราก็ไปถามเขา บางคนก็บอกว่าวัวที่ยัง ไม่มีอาการก็ต้องถ่ายพยาธิ ฉีดวิตามินบำรุง บางคนก็แนะนำยามาต่าง ๆ หลายสูตรครับ แต่สิ่งที่ผมคิดว่ามันจะออกมาและเป็นความมั่นใจได้นั่นก็คือประกาศจากทางราชการ ประกาศให้เขารู้ว่ายานี้ต้องใช้ยาอะไร ยาเหล่านี้หาได้ที่ไหน ในกรณีที่มันเร่งด่วนไม่ทันจริง ๆ แต่ถ้าเป็นไปได้วันนี้ผมเชื่อว่าท่านประธานได้เห็นแล้วครับว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวนมากพูดถึงปัญหานี้ ท่านรัฐมนตรีสามารถที่จะไปของบกลางได้ เพราะตอนนี้มันเป็น ภัยพิบัติแล้ว เกณฑ์ในการฉีดวัคซีนก็เป็นปัญหาอีกอย่างหนึ่งครับ วัวตัวใดที่เป็นโรคนี้ ไม่สามารถฉีดวัคซีนได้เพราะวัคซีนนี้เป็นเชื้อเป็น ถ้าฉีดเข้าไปแล้วอาจจะทำให้วัวตายได้ ดังนั้นเขาจึงแบ่งเกณฑ์ว่าถ้าเขตใดมีโรคระบาดวัว มีวัวที่เป็น เขาก็จะขีดเส้นสีแดงเอาไว้ว่า บริเวณนี้ห้ามฉีด แต่เกณฑ์ของท่านอาจจะแข็งเกินไป เพราะท่านขีดวงทั้งตำบลเลย ผมยกตัวอย่างครับ สมมติว่าตำบลคูซอดมีอยู่ ๑๐ หมู่ เกิดมีวัวเป็นโรคที่บ้านเวาะ หมู่ที่ ๖ หมายความว่าอีก ๙ หมู่ที่เหลือก็ไม่มีโอกาสได้ฉีดวัคซีนเหมือนกัน ฉะนั้นเกณฑ์เหล่านี้ก็ต้อง ไปปรับเปลี่ยนให้กับเขา สิ่งสำคัญที่สุดก็คือความเร็วในการแก้ปัญหา ท่านประธานครับ อย่าง ที่ผมเรียนไปตอนต้นครับว่าผมไม่ใช่เกษตรกร แต่จากการแก้ปัญหาตลอดระยะเวลา ๑ เดือนเศษ ๆ ที่ผ่านมาผมได้เห็นว่าเราแก้ปัญหาได้ค่อนข้างช้า อันนี้เรียนท่านด้วยความ เคารพนะครับ เราแก้ปัญหาได้ค่อนข้างช้า วันนี้เปิดเฟซบุ๊ก (Facebook) เลื่อนเฟซบุ๊ก (Facebook) ขึ้นมา ๑๐ เปอร์เซ็นต์ คนระบายเรื่องวัว เราต้องแก้ปัญหาให้เร็วกว่านี้ จากการแก้ปัญหาของผมตลอด ๑ เดือน มันทำให้ผมรู้ว่าโคกระบือมันไม่ใช่แค่สินทรัพย์ของ ชาวบ้านครับ โค กระบือมันไม่ใช่แค่การลงทุน การเก็งกำไรของชาวบ้าน แต่สิ่งนี้มันคือวิถี ชีวิตของชาวบ้าน ฉะนั้นฝากท่านประธานไปถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยครับว่า ปัญหานี้ต้องแก้ให้เร็วยิ่ง ๆ ขึ้นครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุรวิทย์ ตามด้วยท่านบัลลังก์ อรรณนพพร ครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ดอกเตอร์นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย กระผมขออภิปรายเกี่ยวกับโรคติดเชื้อระบาดในโคกระบือ ที่เราเรียกกันว่า ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ซึ่งเป็นโรคที่เห็นแล้วสงสารโคกระบือเป็นอย่างยิ่ง เห็นเป็นเม็ด เป็นผื่นเกิดขึ้น มีไข้ แล้วก็เบื่ออาหาร โรคนี้นอกจากสงสารโคกระบือแล้วก็สงสารพี่น้อง เกษตรกร เพราะโค กระบือเหมือนกับเป็นชีวิตจิตใจของพี่น้องเกษตรกร อย่างไรก็ตามครับ โรคนี้เราพบว่าในทวีปเอเชียเราระบาดที่ประเทศจีน ประเทศบังคลาเทศ ประเทศอินเดีย ในปี ๒๕๖๒ และในปี ๒๕๖๓ ก็มาระบาดอยู่ที่ประเทศภูฏาน ประเทศ เนปาล ประเทศศรีลังกา ประเทศไต้หวัน ประเทศเวียดนาม และประเทศพม่า ท่านประธาน ที่เคารพครับ สำหรับที่จังหวัดชัยภูมิ มีโคกระบืออยู่ ๑๒๐,๐๐๐ ตัว ขณะนี้เท่าที่สำรวจพบว่า มีโคกระบือป่วยจากโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ๑,๖๐๐ ตัว มีเสียชีวิตไปแล้ว ๒๑ ตัว ส่วนใหญ่ที่เสียชีวิตมักจะเป็นโคกระบือตัวเล็ก ๆ ที่ยังไม่โต ทราบว่าทางจังหวัดชัยภูมิ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ท่านนายอำเภอ ท่านปศุสัตว์จังหวัด ปศุสัตว์อำเภอ ตลอดถึงองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นและพี่น้องเกษตรกรกำลังเตรียมที่จะรณรงค์ทำความสะอาด ฉีดยา พ่นยาฆ่าเชื้อ ซึ่งทราบว่าสารเคมีที่ใช้ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกไซเปอร์เมทริน (Cypermetrin) เป็น สารเคมีที่ใช้ฉีดพ่น แล้วก็ยังมีบางส่วนที่ใช้พวกต้นใบยูคาลิปตัส (Eucalyptus) สมุนไพร ในบ้านของเราเอง โดยต้มใบยูคาลิปตัส (Eucalyptus) ใบน้อยหน่า ใบตระไคร้หอม ใบสะเดา ต้มเข้าไปด้วยกัน เอาน้ำมาฉีดพ่นเป็นยาฆ่าเชื้อ ฉีดใส่คอกปศุสัตว์ ฉีดใส่ตัวสัตว์ ใส่ตัววัวควาย บางครั้งอาจจะมีสูตรว่าใช้ยาฉุน ยาเส้น ๑ กิโลกรัมต่อน้ำ ๒๐ ลิตร ก็ถือว่าเป็น การใช้ภูมิปัญญาในบ้านเรา ซึ่งผมคิดว่าเป็นเรื่องที่ดี ปัจจุบันเจ้าของโค กระบือที่ป่วย ก็จะไปตามเจ้าหน้าที่ไปหายามาฉีด ตัวหนึ่ง ๓ เข็ม เข็มละ ๓๐๐ บาท ก็ได้รับความร่วมมือ อย่างดี เจ้าของโค กระบือในทุกวันนี้เท่าที่เราเห็น จังหวัดชัยภูมิได้รับวัคซีนไปประมาณ ๒,๐๐๐ โดส ซึ่งไม่พอครับ โค กระบือเรามีอยู่ ๑๒๐,๐๐๐ ตัว ดังนั้นพี่น้องเกษตรกร ซึ่งเขา ได้ทราบข่าวคราว และมีการเล่าลือกันว่ามีวัคซีนเข้ามา ซึ่งเราพูดได้ว่าเป็นวัคซีนเถื่อน ทำให้ เราก็เป็นห่วงว่าวัคซีนที่ซื้อมานี้ไม่ใช่ของรัฐบาล เป็นวัคซีนที่ไม่ได้ผ่าน อย. แต่เป็นวัคซีนไม่ ทราบว่าจะตรงกับเชื้อโรคสเตรน (Strain) ของเชื้อโรคหรือไม่ จะเป็นอันตรายต่อ โค กระบือที่ฉีดวัคซีนไปหรือไม่ อันนี้ก็น่าเป็นห่วง ปัจจุบันก็ถือว่ารัฐบาลช้าในเรื่องของการ จัดหาวัคซีน เพราะโรคนี้มันไม่ได้เกิดขึ้นในประเทศไทยในขณะนี้ ปีที่แล้วก็มี ปีก่อนก็มี ในประเทศเพื่อนบ้านรอบข้างของเรา รัฐบาลไม่ได้แจ้ง ไม่ได้เตือน ไม่ได้บอกพี่น้องประชาชน ไม่ได้ศึกษาวิจัย ซึ่งถือว่ารัฐบาลต้องเร็วกว่านี้ วัคซีนต้องเร็ว การดูแลรักษาต้องแนะนำ ทำให้ ทั่วถึงและไม่มีค่าใช้จ่าย เปรียบเทียบกับโควิด (COVID) ในคน ผู้ที่ป่วยจากโควิด (COVID) จะได้รับการรักษาฟรี วัคซีนก็ฟรี แต่โคกระบือครั้งนี้รัฐบาลหาวัคซีนแต่ช้า ทำให้คนรอไม่ไหว ต้องไปเสียเงินซื้อวัคซีนมาฉีด วัวตัวเดียวก็พอไหว แต่บางคนมีหลายตัวเป็นภาระอย่างมาก ก็ฝากรัฐบาลในเรื่องดังกล่าวนี้ครับ ผมฝากถึงรัฐบาลว่ากรมปศุสัตว์ต้องทำงานเชิงรุก ต้องเร็ว กว่านี้ ต้องมีข้อมูลของโรคในสัตว์แต่ละชนิด แต่ละตัวว่าในประเทศเพื่อนบ้านของเรามีโรค อะไรที่ระบาดบ้าง ในโลกเรานี้มีโรคอะไรระบาดบ้าง จะได้เตือนพี่น้องประชาชน จะได้เตรียม พวกวัสดุครุภัณฑ์ที่จะใช้ เวชภัณฑ์ต่าง ๆ ในการที่จะใช้ป้องกัน ประเทศข้างบ้านของเราก็ เห็นได้ชัดเจนว่าอย่างพม่า เวียดนามก็เข้ามาก่อนเราปีหนึ่ง เราน่าจะเร็วกว่านี้ นอกจากนี้ในเรื่องของค่าชดเชย ขณะนี้พี่น้องเกษตรกรต้องไปจัดหายามาฉีดรักษา ตามอาการก็เสียเงินไปเป็น ๑,๐๐๐ บาท ๒,๐๐๐ บาทต่อตัว สิ่งนี้เราจะชดเชยให้อย่างไร จะมีวิธีการอย่างไรว่าผู้ที่จ่ายเงินไปแล้วควรจะได้รับชดเชย เพราะพี่น้องเกษตรกรช่วงนี้ ก็ลำบากมาก เศรษฐกิจก็แย่นะครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งการเยียวยามีหลายท่านได้อภิปรายไปแล้วว่าอัตราที่เราตั้งไว้ ในการเยียวยาโคกระบือที่เสียชีวิตนั้นต่ำเกินไป เป็นการตั้งอัตราเมื่อ ๑๐ ปี ๒๐ ปีที่แล้ว ทำให้ไม่เหมาะสม ตัวละ ๖,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๐ บาทอย่างนี้ เดี๋ยวนี้ไม่มีแล้วครับ ควรต้อง ปรับอัตราต่าง ๆ เกิดขึ้น จะต้องใช้เงินเยียวยาจากเงินกู้หรือเงินงบกลางก็เชื่อว่ารัฐบาล สามารถทำได้🔗
ท่านประธานที่เคารพ การจัดหาวัคซีน วิจัยเรื่องวัคซีน จัดทำวัคซีน ในประเทศของเราซึ่งเชื่อว่าศักยภาพของเราสูงน่าจะต้องเร่งรัดในเรื่องดังกล่าว การศึกษาวิจัยในเรื่องโรคสัตว์ต่าง ๆ หมู วัว ควาย ไก่ สัตว์อื่น ๆ และฝากอันสุดท้าย ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) มีชื่อภาษาไทยจะเรียกอะไรดี หลายคนก็บอกว่าเอาไหม อาจจะ เป็นโรคหูดโคกระบือ หรือเป็นโรคอะไรต่าง ๆ เกษตรกรจะได้เรียกง่ายขึ้น ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณบัลลังก์ แล้วตามด้วยคุณไตรรงค์ ติธรรม นะครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบัลลังก์ อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๑๐ พรรคเพื่อไทย ประกอบไปด้วยอำเภอบ้านไผ่ อำเภอบ้านแฮดและอำเภอพระยืน วันนี้ก็ต้อง ขอขอบพระคุณท่าน ส.ส. นิยม เวชกามา ที่ได้เสนอญัตติด่วนเรื่องโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ซึ่งเป็นโรคที่ร้ายแรงกับโคกระบือ โดยเฉพาะในเขตอำเภอบ้านไผ่ได้ระบาด มาตั้งแต่ปีที่แล้ว ก็ยังได้คุยกันในกรรมาธิการ ร้องเรียนกับอธิบดีกรมปศุสัตว์ ก็ได้รับเรื่องแต่ ก็ไม่ได้รับการแก้ไขเยียวยาจนระบาดหนักทั่วประเทศ จนได้ถึงยื่นญัตติด่วนที่ปัญหาพี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศให้ตัวแทนของเขาคือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มาพูดในสภาสะท้อน ปัญหานะครับ โดยเฉพาะเขตอำเภอบ้านไผ่ที่ได้รับโรคนี้เนื่องมาจากอำเภอข้างเคียงได้จัดมี ตลาดนัดโคกระบือ มีตลาดนัดโคกระบือเข้ามาโรคก็เลยได้กระจายเข้ามาแล้วก็ได้ระบาดหนัก ตอนนี้กรมปศุสัตว์ ปศุสัตว์ของอำเภอบ้านไผ่ อำเภอบ้านแฮดและอำเภอพระยืนได้ลง พื้นที่และได้สำรวจออกมาว่าตอนนี้ในเขต ๓ อำเภอนี้มีทุกหมู่บ้านที่เป็นโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เพราะฉะนั้นงานหนักก็ตกอยู่ที่ปศุสัตว์อำเภอ ปศุสัตว์จังหวัดที่จะมาแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน แต่การแก้ไขปัญหาในการระบาดของลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ของกรมปศุสัตว์เที่ยวนี้ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาที่ล่าช้า ไม่ทันการณ์ทำให้เกิดความเสียหาย กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโคกระบือ โดยเฉพาะแก่งละว้า บ้านละว้า ตำบลเมืองเพีย บ้านไผ่ ได้มี การเลี้ยงโคนับเป็นร้อย ๆ ตัว เชื่อไหมครับท่านประธานฝากถึงท่านรัฐมนตรีว่าเขาเลี้ยงเพื่อ ขายมูล เพื่อขายมูล อันนี้คือเป็นกิจกรรมหรือเป็นธุรกิจอย่างหนึ่ง เป็นเกษตรพอเพียงอย่าง หนึ่งของชาวบ้านในชุมชนนั้น ตอนนี้ก็หวาดผวาเพราะว่าลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เข้ามา ถ้าตายหมู่เที่ยวนี้เขาบอกว่าก็คงจะฆ่าตัวตายไปกับวัวกับควาย เพราะว่าหมดเนื้อหมดตัว นะครับ🔗
เรื่องที่ชาวบ้านจะให้รัฐบาลช่วยเหลือในการที่จะแก้ไขปัญหาในโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้ ชาวบ้านก็ฝากกระผมมาเรียนถึงท่านรัฐมนตรี ท่านประภัตร โพธสุธน ท่าน เป็นคนที่ขยันและรับฟังปัญหากับ ส.ส. ในพื้นที่แต่ละจังหวัด แต่ละเขต ก็ถือว่าท่าน เป็นคนทำงานที่ทันเหตุการณ์และทันเวลา ก็ขอชื่นชมท่านนะครับ ปัญหาที่เกษตรกร ชาวบ้านอยากให้ช่วยเหลือ🔗
ปัญหาที่ ๑ ท่านรัฐมนตรีครับ ฝากท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรี ช่วยหายา เพื่อมารักษาตามอาการให้กับเกษตรกรให้ทั่วถึงโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้นของเกษตรกร อันนี้ข้อที่ ๑ ที่ทางเกษตรกรขอมา🔗
เรื่องที่ ๒ ฉีดพ่นยาไล่แมลงซึ่งเป็นพาหะนำโรคตามคอกหรือที่อยู่อาศัย ของโคกระบือให้กับเกษตรกร ท่านจะเห็นว่าตามภูมิปัญญาชาวบ้านที่ท่านสมาชิกได้เสนอ ในสภาแห่งนี้ก็เสนอมาทุกอย่าง ทุกแบบ ทุกรูปแบบ🔗
อีกเรื่องหนึ่งนะครับ ที่ชาวบ้านได้ทำมาตั้งแต่สมัยผมเป็นเด็กก็คือการสุมไฟ หรือสุมควายตามคอก ตรงนั้นก็ถือว่าเป็นการไล่แมลงได้อีกอย่างหนึ่ง แต่ก็จะเกิดมลพิษ ทางอากาศ ก็อยากฝากถึงรัฐบาลให้ดูแลในตรงนี้ เพราะว่าโค กระบือเป็นสมบัติชิ้นสุดท้าย ของเกษตรกรจริง ๆ ถ้าตัวนี้สูญไปเท่ากับสูญอนาคต ตามที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายไว้ว่า เป็นเงินฝาก เป็นเงินก้อนสุดท้าย อันนั้นเป็นเรื่องจริงนะครับที่พี่น้องเกษตรกรลำบากมาก🔗
เรื่องที่ ๓ ที่ทางเกษตรกรผู้เลี้ยงวัว โค กระบืออยากให้รัฐบาลช่วยเหลือก็คือ เรื่องเงินเยียวยา ท่านสมาชิกได้อภิปรายไปหมดแล้วว่าการเยียวยา พ.ร.บ. เดิมที่ใช้ มันล้าสมัย เงินมันน้อย เพราะฉะนั้นต้องมีวิธีการนะครับ ฝากท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรี เราไม่มีมาตรการที่จะช่วยเหลือเกษตรกรได้ตามความเป็นจริง แล้วก็ราคาในปัจจุบันของ โค กระบือที่เสียชีวิต ผมคิดว่าเรื่องนี้ไม่เกินกำลังของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ท่านรัฐมนตรีประภัตร โพธสุธน ที่จะช่วยเหลือเกษตรกรชาวอีสานโดยแท้จริง🔗
เรื่องที่ ๔ ที่เกษตรกรต้องการให้ช่วยเหลือโดยเร่งด่วน ก็คือเร่งฉีดวัคซีนให้ โค กระบือที่ยังไม่ติดเชื้อเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ในพื้นที่นะครับ🔗
และเรื่องสุดท้ายผมอยากขอให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ตั้ง ศูนย์บริหารลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ขึ้นมา โดยให้ท่านรัฐมนตรีว่าการหรือท่านประภัตร โพธสุธน เป็นผู้อำนวยการศูนย์ในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วนให้กับเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ ตรงนี้ก็ขอฝากท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีด้วย แล้วขอกราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี ประภัตร โพธสุธน ขออนุญาตเอ่ยนามท่านหลายครั้ง เพราะว่าท่านเป็นคนทำงานจริง ๆ หน้าห้องประชุมท่านก็ได้คุยกับผู้แทนเขตแต่ละจังหวัดโดยไม่คำนึงถึงว่าเป็นฝ่ายค้าน เป็นฝ่ายรัฐบาล เพื่อจะช่วยแก้ปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่นะครับ ก็ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านไตรรงค์ ติธรรม ตามด้วยท่านสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ นะครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ไตรรงค์ ติธรรม เขต ๒ พรรคเพื่อไทย จังหวัดบึงกาฬครับ ก่อนอื่นต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการเกษตรและสหกรณ์ก่อนนะครับ ท่านประภัตร เพราะว่าท่านประภัตรเคยไป บ้านผมเมื่อปี ๒๕๔๘ ผมเคยอยู่กับท่าน ท่านก็มารับฟัง ๒ ชั่วโมงกว่าแล้วท่านไม่พูดสักคำ ถ้าเป็นรัฐมนตรีท่านอื่นผมว่าพูดไม่ต่ำกว่า ๓ ครั้งแล้วนะครับ ท่านฟังสรุป และต้องขอบคุณ ท่านประธานที่ให้โอกาสในฐานะเป็นคนจังหวัดใกล้เคียงกันและเป็นคนในพื้นที่ติดกัน กับท่านนะครับ หลายท่านก็พูดหลาย ๆ ประเด็นแล้ว ผมจะพูดประเด็นที่ ๑ นะครับ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ตัวนี้ ผมไม่เรียกชื่อเต็มหรอกครับ โรคตัวนี้เป็นโรคระบาด ขณะนี้ ผมอยากให้ท่านประธานฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าอยากให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด ทุกจังหวัดที่เกิดโรคนี้ประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ เหตุผลก็คือคนที่เลี้ยงวัว วัวที่ตายจะได้รับเงิน ชดเชย ถ้าเป็นแค่โรคระบาดจะไม่ได้เงินสักบาทนะครับ และสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือวัวตาย เท่าไรให้เท่านั้น อย่ามามีเกณฑ์ให้ ๒ ตัว ถ้าวัวผมตาย ๕ ตัว ตัวละ ๕๐,๐๐๐ บาท ๒๕๐,๐๐๐ บาท ได้ตัวละ ๑๖,๐๐๐ บาท เป็นเงินเท่าไรครับ ยกตัวอย่างวันนี้ผมถามเช็ก (Check) ไป ๔ หมู่บ้าน บ้านที่ ๑ ได้ ๑๖,๐๐๐ บาท บ้านที่ ๒ ได้ ๑๒,๐๐๐ บาท บ้านที่ได้ ๑๒,๐๐๐ บาทตอนที่มันยังไม่ตายเขามาขอซื้อตัวละ ๕๐,๐๐๐ บาทนะครับ เขาร้องห่ม ร้องไห้ เขามีวัว ๓ ตัว ฉะนั้นผมอยากให้ท่านตายเท่าไรให้เท่านั้น แล้วเกณฑ์หลายท่านก็พูด ไปแล้วว่าเงิน ๖,๐๐๐ บาท ถึง ๒๒,๐๐๐ บาทตามอายุนั้นขอยกเลิกนะครับ ท่านบอกว่า มันขัดกฎหมายท่านก็แก้กฎหมายสิครับ ปัญหามีไว้ให้แก้ไข ทั้งประเทศถ้าท่านจะชดเชยไม่เกิน ๑,๐๐๐ ล้านบาทหรอกครับ นายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประยุทธ์ บอกว่ามีเงินเยอะทำไมใช้ไม่ได้ ปัจจุบันนี้ผมสอบถาม ไปทางปศุสัตว์แล้ววันนี้ว่าปศุสัตว์จังหวัดบึงกาฬไม่มีงบประมาณสักบาท สลึงเดียวก็ไม่มี ต้องรอจากไหนครับ รอจากท้องถิ่น จังหวัดผมมี ๕๓ ตำบล มี ๖๑๗ หมู่บ้าน ถ้ามีเฉลี่ย วัวบ้านละ ๕๐ ตัวก็เป็นวัว ๓๐,๐๐๐ ตัว อันนี้คิดต่ำ ๆ นะครับ บางหมู่บ้านมี ๗๐-๘๐ ตัว ฉะนั้นถ้ามันเกิดตายไป เดี๋ยวนี้ตายเป็นร้อยนะครับ จังหวัดเล็ก ๆ ๔๒๐,๐๐๐ คน ฉะนั้น ผมฝากท่าน ท่านมีทางเดียวที่จะช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ก็คือให้ผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศ เป็นภัยพิบัติทันทีเลย จังหวัดไหนที่มีโรคระบาดนี้เพื่อชาวบ้านจะได้เงินชดเชย ผมถามไป ๔ บ้าน ได้ ๖,๐๐๐ บาท ๒ บ้าน ได้ ๑๒,๐๐๐ บาท ๑ บ้าน ได้ ๑๖,๐๐๐ บาท ๑ บ้าน วัวตัวละ ๕๐,๐๐๐ บาท ฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากนะครับ สิ่งที่ขาดแคลน เดี๋ยวนี้จังหวัดบึงกาฬ ผมยกตัวอย่างจังหวัดบึงกาฬยังไม่ได้รับวัคซีนแม้แต่เข็มเดียว ยาพ่น ฆ่าแมลงที่เป็นเชื้อติดต่อนี้ก็ยังไม่ได้สักกระปุก ต้องรอจัดสรรจากเขต ๔ ขอนแก่น ซึ่งรับผิดชอบอยู่ ๑๑ จังหวัด ฉะนั้นอยากฝากท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง เดี๋ยวนี้รองบจากท้องถิ่นอย่างเดียว ท้องถิ่นก็บอกว่าไม่มีงบประมาณ เมื่อไม่มีงบประมาณ กรมปศุสัตว์ไม่มีงบประมาณ ใช้งบกลางของรัฐบาลสิครับ เอามาสิครับสักหมื่นล้าน มีเงินตั้ง ๘๐,๐๐๐-๙๐,๐๐๐ ล้านบาท เอาเงินไปไหนหมด เอามาใช้สิ ท่านชดเชยไปผมว่าอย่างมาก ใช้เงินงวดนี้ไม่น้อยกว่า ๑๐,๐๐๐-๒๐,๐๐๐ ล้านบาท ช่วยชาวบ้านสิครับ ค่าเสียหาย ชาวบ้าน ราคาวัวที่ผมเรียนท่านประธานว่า ๕๐,๐๐๐ ล้านบาท ได้ชดเชย ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ขาดไป ๓๘,๐๐๐ ล้านบาท ชาวบ้านจะอยู่อย่างไร เงินชาวบ้านนะครับ เงินงบกลางก็เป็นเงินชาวบ้าน ไม่ใช่เงินรัฐบาล เงินรัฐบาลไม่มีสักบาท รัฐบาลเป็นคนนำมาใช้ ฉะนั้นก็ฝากท่านนะครับว่าสิ่งเหล่านี้มันมีความจำเป็น กฎหมายถ้ามันไม่มีระเบียบให้ ท่านแก้ไขสิครับ แก้วันนี้ก็ได้ พรุ่งนี้ประกาศใช้เลย ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดไม่ประกาศก็แจ้ง ไปสิครับ ให้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศภัยพิบัติมันก็เรียบร้อย ฉะนั้นที่มาฉีดนี้ครับ กำนันอีกท่านหนึ่ง ตำบลป่งไฮ อำเภอเซกา จังหวัดบึงกาฬ แจ้งผมมาเมื่อกี้ว่าตอนนี้ ๔ หมู่บ้าน ใน ๑๘ หมู่บ้านของตำบลป่งไฮ ได้รับยาแล้วครับ ๔ หมู่บ้าน แต่ต้องเอาไปฉีดเอง ยาอะไรครับ โรคเท้าเปื่อย ก็ไม่รู้ว่ายาประเภทไหน ไปฉีดยาโรคเท้าเปื่อย ก็ฝากท่านประธาน ไปยังท่านรัฐมนตรีด้วยว่าให้รีบแก้ไข ผมถามทางปศุสัตว์แล้วว่าโรคนี้จะระบาดอีก เป็นภัย พิบัติอีกไม่น้อยกว่า ๖ เดือน ฉะนั้นท่านต้องเร่งรีบโควิด (COVID) คนก็กลัวตายแล้ว ออกไปไหนก็ไม่ได้ อยู่บ้านผมนี่กลับไม่ได้เลย เกิดคลัสเตอร์ (Cluster) งานศพ คนเป็น ๑๐๐- ๒๐๐ จำเป็นต้องไปตั้งเต็นท์อยู่หน้าบ้านเพื่อตรวจโควิด -๑๙ (COVID-19) ผมยังกลับบ้านไม่ได้เลยสัปดาห์นี้ มีแต่โทรศัพท์ไปถามข่าวคราว กลัวโควิด (COVID) ฉะนั้น ฝากท่านด้วยนะครับ เงินที่ท่านจะจ่ายท่านต้องรีบเร่ง และอีกสิ่งหนึ่งผมฝากท่าน ก่อนจะหมดเวลา นั่นก็คืออาสาสมัครปศุสัตว์มีอยู่ทุกหมู่บ้านให้ท่านเรียกปศุสัตว์นั้นไปอบรม สักครึ่งวันเพื่อให้ความรู้แก่เขาเหล่านั้น ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ตามด้วยท่านจตุพร เจริญเชื้อ ครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ประกอบด้วยอำเภอกันทรารมย์ อำเภอน้ำเกลี้ยง อำเภอโนนคูณ วันนี้ผมต้อง ขอขอบคุณท่านนิยม เวชกามา ผู้เสนอญัตติด่วนที่ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแสดงความ คิดเห็นปัญหาโครงการ ปัญหาโรคระบาดของโคกระบือ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin Disease) ท่านประธานที่เคารพครับ เขตเลือกตั้งของผมประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพ เกษตรกรรมและเลี้ยงสัตว์ ช่วงหน้าฝนก็ทำนา หน้าแล้งก็เลี้ยงโค กระบือ ท่านประธานครับ ระยะนี้ข้าวเปลือกหอมมะลิราคาก็ตกต่ำ ราคาไม่ถึงกิโลกรัมละ ๑๐ บาท แถมโคกระบือ มีเจอโรคระบาดลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ประชาชนก็เจอโควิด (COVID) หาเงิน ก็ไม่ได้ ค่าครองชีพก็เพิ่ม ประชาชนจำนวนมากเดือดร้อน รัฐบาลเอาเงินไปให้ก็ไม่พอกิน ท่านประธานครับ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ทำให้พี่น้องประชาชนที่เลี้ยงสัตว์นั้น เพราะยารักษาโรคไม่มี ไม่รู้จะไปหาที่ไหน ไปหาปศุสัตว์ก็ตอบไม่มียารักษา ต้องไปหาซื้อเอง การรักษานั้นทำให้ล่าช้าเพราะเงินของรัฐบาลไม่ค่อยสนใจ ทำให้โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ระบาดไปอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันนี้อำเภอกันทรารมย์ โดยเฉพาะตำบลทาม อำเภอน้ำเกลี้ยง เกือบทุกตำบล อำเภอโนนคูณเกือบทุกตำบลระบาดไปทั่ว ส่วนอำเภอกันทรารมย์นั้น มีวัวล้มตาย ชาวบ้านไม่กล้าไปติดต่อที่ปศุสัตว์เพราะไม่รู้ระเบียบ เพราะไม่มีใครไปแนะนำ ผมก็เห็นใจทางปศุสัตว์ งบประมาณที่จะออกไปดูแลหรือออกไปให้คำแนะนำนั้น ผู้เลี้ยงโค กระบือก็มีน้อย อยากให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณไปให้ปศุสัตว์จังหวัด ปศุสัตว์อำเภอ เพราะว่าทางปศุสัตว์นั้นก็ลำบากเวลาจะออกไป โดยเฉพาะอำเภอกันทรารมย์ อำเภอน้ำเกลี้ยงนั้นรถที่จะใช้ออกไปก็ไม่มี ต้องใช้รถตัวเองและใช้น้ำมันตัวเอง ฝากท่านรัฐมนตรีใจดีนะครับ ช่วยจัดสรรงบประมาณไปให้ปศุสัตว์แต่ละอำเภอด้วย🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ทุกวันนี้ประชาชนนั้นเดือดร้อนเพราะโรคลัมปี สกิน (Lumpy Skin) ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีให้ช่วยดูแลพี่น้อง ที่เลี้ยงโคกระบือ ผมเชื่อมั่นรัฐมนตรีประภัตรที่เคยไปอำเภอกันทรารมย์ ท่านไปแจกไก่ แจกไข่ให้กับพี่น้องประชาชน ท่านพูดดีมาก ท่านก็รับปากพี่น้องประชาชนว่าต้องการอะไร ท่านจะจัดสรรมาให้ และในวันนี้พี่น้องประชาชนในเขตจังหวัดศรีสะเกษเดือดร้อนมาก อยากจะให้ท่านออกไปดูออกไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ช่วงนี้ก็ลำบาก อยากจะให้รัฐ มีความจริงใจต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือ แก้ปัญหาให้พี่น้องเกษตรกรด้วยในภาวะที่ เศรษฐกิจตกต่ำ ไม่ว่าจะเป็นราคาพืชผลทางการเกษตร ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรที่เลี้ยง โคกระบือ อยากให้รัฐบาลช่วยเหลือหรือเยียวยาในช่วงโค กระบือที่ป่วยในระยะนี้ เพราะชาวบ้านไม่มีเงินที่จะรักษาโค กระบือ รัฐบาลจะเยียวยาวัวที่ล้มตายด้วยโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) รัฐบาลบอกว่า ๖ เดือน จะจ่าย ๖,๐๐๐ บาท ๑๒ เดือน จะจ่าย ๑๒,๐๐๐ บาท ๒๔ เดือน จะจ่าย ๒๒,๐๐๐ บาท ผมว่าน่าจะเพิ่มให้เขา ผมว่า ๖ เดือน น่าจะให้เพิ่มสัก ๑๒,๐๐๐ บาท ๑๒ เดือน ๒๐,๐๐๐ บาท ๒๔ เดือน สัก ๔๐,๐๐๐ บาท ขั้นตอนในการจะจ่ายเงินให้ง่ายขึ้น ผมขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีประภัตรที่ท่านดูแลและสนใจ ในการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคกระบือเป็นอย่างดี และมีความจริงใจต่อ เกษตรกร ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านจตุพร ตามด้วยท่านวันนิวัติ สมบูรณ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จตุพร เจริญเชื้อ พรรคเพื่อไทย จังหวัดขอนแก่น อำเภอน้ำพอง อำเภอกระนวน ญัตติเพื่อให้ มีการพิจารณาพิจารณาเกี่ยวกับการระบาดของไวรัสในวัว ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ที่เสนอ ในวันนี้ ผมดีใจมากครับที่สภาเราหยิบยกเรื่องนี้มาพูดคุยกัน เนื่องจากว่าสถานการณ์ ในขณะนี้การระบาดนั้นรุนแรงแล้วก็แผ่ขยายวงกว้างออกไป โดยที่หาจุดสิ้นสุดยังไม่ได้ เลยครับท่านประธาน ฝากเรียนไปถึงท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับ จังหวัดขอนแก่นมี ๒๖ อำเภอ ขณะนี้ระบาดไปทุกอำเภอครอบคลุมพื้นที่หมดแล้ว ในภาคอีสานก็ครอบคลุม ไปทุกจังหวัดในภาคอีสานนะครับ ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังรัฐบาลนะครับ🔗
ประการแรกครับ ขอให้ท่านเปลี่ยนมุมมองในการมองเรื่องนี้ใหม่ เพราะว่า ที่ผ่านมาผมคิดว่ารัฐบาลมองปัญหาการระบาดในวัวเป็นปัญหาที่เล็กมาก จนกระทั่งว่า จากการมองปัญหาเล็ก ๆ มันไม่ใช่เล็กอีกต่อไป มันมีการระบาดแล้วก็ระบาดไปเรื่อย ๆ ต่อเนื่อง ๆ กันไป จากคอกหนึ่งไปสู่อีกคอกหนึ่งซึ่งน่ากลัวมากนะครับ ดังนั้นการเปลี่ยน มุมมองการมองปัญหาเรื่องนี้ต้องฝากท่านรัฐมนตรีว่าท่านต้องให้ท่านนายกรัฐมนตรี ต้องรับทราบเรื่องนี้ว่ามันเป็นปัญหาที่รุนแรงจริง ๆ ปล่อยอย่างนี้ไปไม่ได้โดยเด็ดขาด เพราะตราบใดที่รัฐบาลโดยหัวหน้ารัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังไม่เข้าใจ ในสถานการณ์นี้เราจะแก้ไขไม่ได้เลย ต้องมองสถานการณ์การระบาดในครั้งนี้รุนแรงเท่า ๆ กับการระบาดของไวรัสโคโรนา (Virus Corona) ที่เกิดขึ้นในมนุษย์ ที่เกิดขึ้นในคนในขณะนี้ ถ้าเรามองอย่างนั้นได้ผมคิดว่ากระบวนการแก้ไขปัญหามันจะนำมาสู่ความสำเร็จได้ ฝากท่าน รัฐมนตรี ต้องกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีให้รับทราบด้วยว่ามันรุนแรงจริง ๆ เรื่องที่ ๑ ครับ🔗
ประการต่อมาเรื่องที่ ๒ เรื่องวัคซีน ในขณะนี้ผมคิดว่าวัคซีนอาจจะไม่ใช่ คำตอบที่เกษตรกรต้องการ เนื่องมาจากว่าวัวในขณะนี้มีการติดเชื้อไปแล้วเป็นจำนวนมาก เพราะฉะนั้นเมื่อวัวติดเชื้อแล้วมันก็จะเกิดอาการเจ็บป่วยขึ้นมา เพราะฉะนั้นสิ่งที่ประชาชน ต้องการ เกษตรกรต้องการในขณะนี้ก็คือยารักษาตามอาการครับ ยาลดไข้ ยาแก้อักเสบ ยาลดบวม ยาทาแผล ขณะนี้เราต้องรักษาชีวิตของวัวไว้ครับ ถ้าไม่รักษาชีวิตแน่นอนครับ ตายแน่นอน ผมไปดูพี่น้องเกษตรกรผมสงสารมาก วัวก็น้ำตาไหลครับร้องไห้ คนที่เลี้ยงวัว ก็ร้องไห้ไปกับวัว เพราะว่าสงสารวัว มันเจ็บปวดมากมีแผลพุพองเต็มทั้งตัว บางตัวทนพิษ บาดแผลไม่ไหวก็ตายลงไป เพราะฉะนั้นวัคซีนในขณะนี้น่าจะไม่ใช่คำตอบในขณะนี้ คำตอบก็คือเรื่องยาสำหรับรักษาตามอาการ รัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณในการจัดซื้อยา และเวชภัณฑ์เพื่อแจกจ่ายไปยังปศุสัตว์อำเภอให้เขาเอายาไปแจกให้กับพี่น้องประชาชน ผมถามปศุสัตว์อำเภอแต่ละอำเภอเขาบอกว่าไม่มีอาวุธตรงนี้เลยครับท่าน เขามาร้องเรียน ที่ผมว่าเวลาเขาออกไปเยี่ยมประชาชน ไปหาประชาชน ประชาชนเข้ามา เกษตรอำเภอ มาตัวเปล่าครับ เพราะว่าไม่มีงบประมาณ ไม่มียา ไม่มีเวชภัณฑ์ไปให้พี่น้องเกษตรกร ดังนั้น เรื่องยาและวัคซีน เรื่องยาสำคัญครับในขณะนี้ ท่านต้องรีบสั่งการครับ ต้องจัดงบประมาณ ในการจัดซื้อเวชภัณฑ์เพื่อไปให้ปศุสัตว์อำเภอและไปแจกจ่ายต่อพี่น้องประชาชนครับ รักษา ชีวิตวัวในขณะนี้ครับ ประการที่ ๒ ครับ🔗
ประการต่อมาเรื่องการเยียวยา ผมกราบเรียนว่าอัตราค่าเยียวยาเราใช้กันมา หลายปีมาก เริ่มตั้งแต่ ๖,๐๐๐ บาท สูงสุดคือ ๒๐,๐๐๐ บาทต่อตัว มันไม่สะท้อนกับ ความเป็นจริงในปัจจุบันนี้ เนื่องจากว่าราคาวัวในปัจจุบันนี้มันไม่ใช่ ๑๐,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๐ บาทแล้วครับ มันเป็นหลายหมื่นบาท ดังนั้นขอให้รัฐบาลลองพิจารณาว่า จะสามารถปรับอัตราค่าเยียวยาค่าชดเชยสำหรับวัวที่ตายลงไปเพิ่มขึ้นได้ขนาดไหน ผมคิดว่า ถ้าคิดกันง่าย ๆ เอา ๒ คูณครับ เริ่มต้น ๖,๐๐๐ บาท ก็เอา ๒ คูณเลยครับ เป็น ๑๒,๐๐๐ บาท จ่ายสูงสุด ๒๐,๐๐๐ บาท เอา ๒ คูณก็เป็น ๔๐,๐๐๐ บาท ผมคิดว่าถ้าราคาประมาณแบบนี้ เราทดแทนเขา เยียวยาพี่น้องประชาชนแบบนี้ผมคิดว่าน่าจะเป็นสิ่งที่สามารถสร้างขวัญ และกำลังใจให้กับพี่น้องประชาชนได้ จึงกราบเรียนท่านประธาน ๓ เรื่องครับ และที่สำคัญที่สุดต้องขอให้ดำเนินการเรื่องนี้โดยเร็ว ที่สุดครับ การระบาดมันไม่รอเรา ต้องรีบดำเนินการครับท่าน กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณวันนิวัติ สมบูรณ์ ตามด้วยคุณคุณากร ปรีชาชนะชัย เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม วันนิวัติ สมบูรณ์ ส.ส. จังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทย เขต ๙ ท่านประธานครับ ปัจจุบันโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ระบาดแพร่กระจายไปทั่วประเทศกว่า ๔๐-๔๑ จังหวัด จังหวัดขอนแก่นเอง ก็หนักเอาการครับท่าน ขณะนี้มีโค กระบือรวมกันทั้งสิ้นในจังหวัด ๓๑๒,๑๓๑ ตัว ป่วยแล้ว ๘,๘๖๖ ตัว ที่ตายไปอีก ๓๗๖ ตัว แล้วผมเชื่อว่าจะมีมากกว่านี้นะครับ อันนี้เป็นแค่ที่พี่น้อง ประชาชนแจ้งเข้ามา ท่านประธานครับ ชีวิตคนอีสานเราพึ่งพาผูกพันกับโคกระบือมาอย่าง ช้านานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ใช้เป็นสัตว์เลี้ยงควบคู่ไปกับการทำเกษตร ทั้งยังเป็นสัตว์ เลี้ยงที่มีความผูกพันกับชุมชน เนื่องจากเราทั้งใช้งานแล้วก็ใช้ผลิตปุ๋ยคอกด้วย เป็นสิ่งที่แสดง ถึงสถานะทางสังคม เป็นสมบัติเป็นมูลมังให้ลูกหลานเมื่อยามแต่งงานออกเหย้าออกเรือน เมื่อเวลาที่แต่งงาน ยิ่งในสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ครับท่านประธาน ในเวลาที่ทุกข์ยากวัวยัง เปรียบเสมือนเงินก้อนสุดท้าย ผู้แทนจากหลายพรรคจากหลายพื้นที่ก็ได้พูดเหมือนกัน เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมาผมรับโทรศัพท์จากพี่น้องประชาชนไม่ต่ำกว่า ๒๐ สายถึง ๓๐ สาย อธิบายความทุกข์ร้อน ประสบการณ์ต่าง ๆ ในความทุกข์ยากของโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ที่พวกเขาได้รับ บางรายที่มีแรงก็ยังพอจัดหายารักษามารักษาตามอาการได้ แต่บางรายครับท่านประธาน แรงดูแลตนเองตัวเขาเองยังแทบจะไม่มี ต้องมาดูแลวัวอีก🔗
อย่างภาพนี้นะครับ ลูกตาย แม่ป่วยหนัก พี่น้องเกษตรกรไม่เป็นอันทำอะไรเลยครับ ด้วยความที่ผูกพันกับสัตว์เลี้ยง นั่งเฝ้าคอย ประคบประหงม เห็นแล้วเจ็บปวดครับ โดยเฉพาะเด็กเล็ก ๆ ร้องไห้ตามลูกวัว ตัวผมเอง ในฐานะผู้แทนในพื้นที่พยายามอย่างถึงที่สุดในการประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ผมเห็นใจครับ เห็นใจคนที่อยู่หน้างาน โดยเฉพาะท่านปศุสัตว์อำเภอ ท่านอาสา ท่านปศุสัตว์ จังหวัด หรือแม้กระทั่งอธิบดี แล้วก็ท่านรัฐมนตรีเอง สิ่งที่เขาขาดตอนนี้คืองบประมาณ ที่จะแปรไปเป็นสิ่งที่ช่วยชีวิตของโค กระบืออีกหลายตัว วันนี้ทราบข่าวว่าวัคซีนจะมาถึง อีกหลายแสนโดส (Dose) ผมก็ดีใจครับ แต่ในสถานการณ์ ณ ปัจจุบันนี้ ยิ่งในพื้นที่ของผม ๔ อำเภอ อำเภอชนบท อำเภอหนองสองห้อง อำเภอเปือยน้อย อำเภอโนนศิลา ระบาด ไปทั่วแล้วครับ ระบาดไปทั่ว ยิ่งมาจำกัดรัศมี ๕๐ กิโลเมตร หากมีโคกระบือที่ติดโรคแล้ว ไม่สามารถให้วัคซีนได้ อันนี้ผมเข้าใจครับ เพราะมันเป็นเกณฑ์ที่สัตว์ดูดเลือดจะสามารถ กระจายไปยังรัศมีเหล่านั้นได้ ผมอยากจะขอฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับ ขออนุญาตเสนอทั้งแนวทางป้องกันแล้วก็ดูแลรักษาไปพร้อมกัน วันนี้หน่วยงานในพื้นที่ ขาดกระสุน ขาดยาที่จะรักษา แม้กระทั่งยาป้องกันเองก็ตาม ฉีดพ่นไม่มีครับในพื้นที่ของผม มีก็น้อยมาก ต้องควักเงินตัวเอง ยิ่งยาฉีดรักษาตามอาการนี้แทบจะไม่มีเลย พี่น้องประชาชนต้องนั่งดูสัตว์เลี้ยงของเขาตายไป ต่อหน้าต่อตา เจ็บปวดนะครับ ค่อนข้างเจ็บปวด วันนี้อยากให้รัฐบาลออกมาทำงานเชิงรุก มากกว่านี้ครับ อยากให้สนับสนุนคนที่อยู่หน้างาน คนที่อยู่หน้างานเขาพร้อมครับ พร้อมกัน มากเลย รออย่างเดียวก็คืองบประมาณ ขอฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับ ทุกวันนี้เดือดร้อนกันทุกอย่าง แม้กระทั่งวัคซีนคน วัคซีนวัว ในฐานะผู้แทนที่มาจากการ เลือกตั้งยืนข้างประชาชนอยู่แล้ว ถ้าพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลคงจะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ ขอให้มองเห็นความสำคัญ ความผูกพันของพี่น้องประชาชน แล้วก็สัตว์เลี้ยงของเขาด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณคุณากร ปรีชาชนะชัย ตามด้วยท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายคุณากร ปรีชาชนะชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๓ จังหวัดสุรินทร์ พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นต้องกราบขอบพระคุณท่านดอกเตอร์นิยม เวชกามา ที่ท่านได้เสนอญัตติด่วน ด้วยวาจาในเรื่องของการแก้ไขศึกษาปัญหาผลกระทบจากโรคอุบัติใหม่ในโคและกระบือ โรคอุบัติใหม่ที่เรียกว่าลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ที่แพร่ระบาดในประเทศไทยตั้งแต่ กลางเดือนมีนาคมเป็นต้นมา ทั้งพื้นที่ในภาคอีสาน ภาคเหนือ ภาคกลาง ปัจจุบันนี้ลามไป จนถึงภาคใต้ สร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคกระบือประมาณ ๔๔ จังหวัดทั่วประเทศไทย🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้เราต้องยอมรับความเป็นจริงว่าในการแก้ไข ปัญหาของภาครัฐนั้น ในเรื่องของการจัดการเรื่องวัคซีนล่าช้าครับ รวมไปถึงยารักษาก็ล่าช้า เช่นกันครับ ส่งผลกระทบให้พี่น้องเกษตรกรผู้เลี้ยงโคกระบือนั้นต้องลำบาก แม้วันนี้ทาง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะนำเข้าวัคซีนมา ๖๐,๐๐๐ โดส แต่จังหวัดสุรินทร์นั้นยังไม่ได้ รับสักโดส (Dose) เดียวเลยครับ แล้วประกาศจะนำเข้าอีก ๓๐๐,๐๐๐ โดส ผมก็คิดว่า ยังไม่เพียงพอ เหตุที่พูดเช่นนี้เนื่องจากว่าประชากรโคและกระบือนั้นทั้งประเทศมีกว่า ๑๐ ล้านตัว เพียงแค่จังหวัดสุรินทร์จังหวัดเดียวนั้นนับไปแล้วก็อยู่ประมาณ ๖๐๐,๐๐๐ ตัว ข้อมูลจากจังหวัดสุรินทร์เมื่อวันที่ ๑๕ มิถุนายน โค กระบือที่ป่วย ๑๓,๒๕๙ ตัว ตายไปอีก ๒๕๙ ตัว สร้างความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องเกษตรกรชาวจังหวัดสุรินทร์เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอชุมพลบุรี อำเภอท่าตูม อำเภอสนม อำเภอรัตนบุรี อำเภอ โนนนารายณ์ และอำเภอจอมพระ ผมได้มีโอกาสไปเยี่ยมเยียนพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับ ผลกระทบในหลาย ๆ พื้นที่ทั่วจังหวัดสุรินทร์ ทำให้ได้รับทราบถึงปัญหาว่าวันนี้พี่น้อง เกษตรกรยังคงเดียวดาย เนื่องจากบุคลากรทางด้านปศุสัตว์นั้นไม่เพียงพอในการที่จะเข้าไป ช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ในเรื่องของการให้ความรู้ความเข้าใจ วิธีการจัดการในเรื่องของ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้ ชาวบ้านต้องรักษาโรคนี้ตามอาการครับ ให้ยาแก้ไข้บ้าง ให้ยาปฏิชีวนะบ้าง เรียกว่ารักษาตามบุญตามกรรมครับ ท่านประธานครับ หน่วยงานปศุสัตว์ จังหวัดสุรินทร์นั้นมีบุคลากรเพียงแค่ ๘๐ ชีวิตเท่านั้น ซึ่งหากจะเปรียบเทียบกับประชากรโค และกระบือในจังหวัดสุรินทร์นั้นที่มีกว่า ๖๐๐,๐๐๐ ตัว ผมคิดว่ายังไม่พอครับ วันนี้จริง ๆ แล้วในพื้นที่มีอาสาปศุสัตว์หรือเขาเรียกว่า อสป. ที่คอยช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร อย่างใกล้ชิดในการที่จะเก็บข้อมูล ในการที่จะให้บริการเป็นเบื้องต้น ทุกวันนี้ อสป. ที่ช่วย พี่น้องในทุก ๆ ตำบลนั้นทำงานอย่างหนักครับ ๑ คนดูแลทั้งตำบล ไม่มีค่าตอบแทนใด ๆ ผมเห็นว่ารัฐบาลควรจะสนับสนุนเครื่องไม้เครื่องมือ รวมไปถึงค่าป่วยการให้พี่น้อง อสป. เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้แก่พวกเขาครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งในเรื่องของการชดเชยวัวที่ตายไปให้แก่พี่น้องเกษตรกร ในการ ประกาศว่าวัวที่อายุน้อยกว่า ๖ เดือนนั้นชดเชย ๖,๐๐๐ อายุ ๖ เดือนถึง ๑ ปีนั้นชดเชย ๑๒,๐๐๐ บาท ๑ ปีถึง ๒ ปีชดเชย ๑๖,๐๐๐ และมากกว่า ๒ ปีชดเชย ๒๐,๐๐๐ บาท ผมคิดว่า มันไม่เพียงพอครับ เพราะว่าทุกวันนี้ราคาวัวราคาเป็นหมื่นเป็นแสน อยากให้พิจารณาชดเชย เพิ่มในส่วนนี้ และพี่น้องเกษตรกรก็ยังฝากมาถามท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีครับว่า วัวที่ป่วยยังมีชีวิตอยู่ยังพอจะเยียวยาให้เขาบ้างได้หรือไม่ ผมขอเสนอแนะนะครับว่าวันนี้ งบกลางของทางรัฐบาลนั้นเอามาช่วยพี่น้องเกษตรกรเป็นการเฉพาะหน้าได้ครับ เพราะว่า ตอนนี้พี่น้องเกษตรกรเดือดร้อนกันทั่วหน้า เมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายนที่ผ่านมาเป็นวันเปิดเทอม ลูกหลานต้องไปโรงเรียน เกษตรกรไม่มีเงินส่งให้ลูกหลานไปโรงเรียน คนรวยขายทองครับ ท่านประธาน คนจนต้องขายวัวกับควาย วันนี้ไม่มีค่าเทอมส่งให้ลูกหลานไปโรงเรียนเพราะ วัวควายขายไม่ได้ ก็ต้องฝากท่านประธานไปยังรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ท่านประภัตร โพธสุธน ที่กำกับดูแลกรมปศุสัตว์โดยตรงในการแก้ไขเรื่องนี้นะครับ ต้องขอขอบคุณท่านที่ท่านให้ความเป็นห่วงเป็นใยพี่น้องเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ จากโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้ในจังหวัดสุรินทร์ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทางพี่น้อง จังหวัดสุรินทร์จะได้รับความช่วยเหลือ ทั้งในเรื่องวัคซีน ทั้งในเรื่องยารักษา รวมไปถึงเงิน ชดเชยเยียวยาให้แก่พี่น้องเกษตรกรเป็นการด่วน อย่าปล่อยให้เกษตรกรต้องสู้กับ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้โดยลำพังเลยครับ กราบขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอุบลศักดิ์ครับ ตามด้วยท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าปัญหาเรื่องกระบือเป็นโรค ดังที่ทราบกันดีอยู่แล้วนั้น ก็ต้องกราบเรียนว่าวันนี้ประเทศไทยมี ๗๗ จังหวัด ปรากฏว่า โรคดังกล่าวนั้นมีทั้งหมด ๕๑ จังหวัด ประกอบด้วย ภาคกลาง ๘ จังหวัด ภาคตะวันออก ๓ จังหวัด ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ๒๐ จังหวัด ภาคเหนือ ๑๒ จังหวัด ภาคตะวันตก ๖ จังหวัด และภาคใต้อีก ๒ จังหวัด ที่จะกราบเรียนว่าวันนี้การแก้ปัญหานั้นโดยเฉพาะ อย่างยิ่งสัตว์ก็มีชีวิตเหมือนมนุษย์ ขณะนี้ทราบว่ากระบือที่ป่วยสะสมทั้งสิ้น ๑๒๕,๕๖๓ ตัว ท่านประธานครับ ท่านทราบไหมว่าวันนี้สัตว์ตายไปทั้งหมด ๓,๙๙๓ ตัว ดังนั้นจะเห็นว่า ชีวิตสัตว์ก็เหมือนมนุษย์เหมือนคนพวกเรา วันนี้ท่านจะสั่งยามาฉีดนั้นผมว่าไม่เพียงพอครับ ซึ่งทราบว่าทางราชการจะสั่งมาอีก ๓๖๐,๐๐๐ โดส จะเพียงพอหรือไม่ อยากถาม ท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีว่าสัตว์เหมือนคนหรือไม่ ต้องฉีด ๒ เข็มหรือไม่ อันนี้ต้อง กราบเรียนด้วยความเคารพ ในขณะเดียวกันพี่น้องเกษตรที่เลี้ยงโค กระบือนั้นเป็นหนี้สินอยู่รวมเบ็ดเสร็จประมาณ ๑๔๔,๐๘๘ ล้านบาทเศษ แน่นอนครับ สัตว์ เมื่อเสียชีวิต พี่น้องเกษตรกรที่เลี้ยงโค กระบือ นั้นล้มหายตายจาก ราคาก็ตกต่ำ ถามว่ารัฐจะชดเชยหรือไม่ ในขณะเดียวกันนั้น ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากเห็นว่าปัญหาหนี้สินของเกษตรกรก็เช่นเดียวกัน รัฐจะเจียดยาได้ตามเนื้อผ้าหรือไม่ ซึ่งทราบว่ารัฐบาลเมื่อก่อนให้ ๒ ตัว ขณะนี้ขยายไป ๕ ตัว ในขณะเดียวกันผู้ที่เลี้ยงสัตว์ ครอบครัวหนึ่งเกิน ๕ ตัว ๑๐ ตัวครับ ถามว่าจะเสียชีวิตถ้าถึง ๑๐ ตัว อีก ๕ ตัวใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ เกษตรกรรับกรรมครับท่านประธานที่เคารพ ดังนั้น ต้องกราบเรียนสั้น ๆ ว่ารัฐบาลจะมีนโยบายแก้ไขกับพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ทราบว่าท่านการันตี (Guarantee) ทางปศุสัตว์ การันตี (Guarantee) ว่าจะรักษาให้เสร็จ ภายใน ๔ เดือน ถ้าไม่หายใครจะรับผิดชอบ ในขณะเดียวกันโรคนี้ก็ขยะ ถ้าหากว่าสัตว์ตาย ทราบจากทางปศุสัตว์ว่าเป็นโรคติดเฉพาะผิวหนังเท่านั้น เนื้อสัตว์ไม่ถึง ถ้าหากว่าประชาชน ไปบริโภคจะเกิดอันตรายหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องชาวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วก็ทานลาบ เลือดสด เลือดนี่อันตรายมากพอสมควร ดังนั้นอยากให้ทาง รัฐบาลช่วยตอบให้ประชาชนได้เข้าใจ แล้วก็ให้ยืนยันอย่างชัดเจนว่าสัตว์ส่วนหนึ่งที่เกิน ครอบครัวละ ๕ ตัวนั้นท่านจะรับผิดชอบเพิ่มเติมได้อีกหรือไม่ ในขณะเดียวกันสินเชื่อ รัฐบาล ก็มีนโยบายหลายครั้งว่าไปช่วยพี่น้องเกษตรกรที่เดือดร้อนในการกู้เงินเพิ่ม แต่ในขณะเดียวกันธนาคารเพื่อเกษตรกรนั้นเมื่อกู้ไปแล้วก็เอาไปใช้หนี้เดิมอีก ใช้หนี้เก่า วนไปวนมาเหมือนสร้างหนี้ให้พี่น้องเกษตรกรไม่มีสิ้นสุด ดังนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากเห็นการบริหารจัดการของรัฐบาล สัตว์ก็บอกแล้วว่ามีชีวิต แน่นอนครับ ปศุสัตว์ ซึ่งมีความชำนาญการมีไม่มาก ก็ให้จิตอาสาที่ดูแล ในขณะเดียวกันจิตอาสาผู้ดูแลเหมือน หมอ เหมือน อสม. ท่านไม่มีค่าใช้จ่ายตอบแทนเขาเลยหรือ อันนี้เสนอแนะว่าท่านควรจะหา งบประมาณส่วนหนึ่ง จิตอาสาที่ไปรักษาสัตว์ควรจะมีค่าตอบแทนเป็นรายเดือนบ้างเพื่อขวัญ กำลังใจ แน่นอนครับ เมื่อท่านไปรักษาสัตว์ สัตว์มีโรคเป็นโรค อาจจะติดเชื้อมาถึงประชาชน ก็ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียนด้วยความกังวลแทนพี่น้อง พี่น้อง ชาวจังหวัดลพบุรี ในฐานะที่ผมเป็นประธานคณะกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกรระดับประเทศ ได้มีตัวแทนเกษตรกรที่เลี้ยงสัตว์ เพราะกลุ่มเกษตรกรมี ๕ ประเภท คือกลุ่มทำนา ทำไร่ทำสวน และปศุสัตว์ ส่วนใหญ่ก็เลี้ยงสัตว์เลี้ยงวัว วัวเป็นอาชีพหลักเหมือนกัน วัวราคาแพง ต้นทุนแพง แต่ถ้าหากว่าสัตว์ตายในราคาแพง ๆ แล้ว รัฐบาลรับผิดชอบเพียงส่วนหนึ่ง ผมคิดว่าไม่เพียงพอ อาจจะทำให้พี่น้องเกษตรกรตกอยู่ในสภาพเป็นหนี้สินล้นพ้นตัวและ ล้มละลายในที่สุด ดังนั้นผมคิดว่ารัฐบาลต้องจัดสรรงบประมาณมาชดเชยผู้ที่เลี้ยงสัตว์ และเกิดโรคตาย แน่นอนครับ ทางปศุสัตว์บอกว่าสัตว์ที่เสียชีวิตนั้นสามารถเอาไปบริโภคได้ แต่ท่านประธานทราบไหมครับว่าราคาของมันนั้นมันไม่กี่บาทหรอกครับ อย่างไรก็ตามหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการแก้ปัญหาของรัฐบาลเกี่ยวกับสัตว์นั้นผมอยากเห็นว่า มีตัวแทนทุกตำบลเหมือนกรมส่งเสริมการเกษตร มีเกษตรตำบลทุกตำบล วันนี้อยากให้ กรมปศุสัตว์ฝากไปถึงรัฐมนตรีที่รับผิดชอบควรจะมีอัตรากำลังบุคลากรที่มีความรู้ด้าน ปศุสัตว์อยู่ทุกตำบล เพราะไม่เฉพาะสัตว์โค กระบือเท่านั้น สัตว์อย่างอื่นอีกเยอะแยะอาจจะ มีโรคตามมาในอนาคตก็ได้🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผมต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ฝากไปถึง รัฐบาลให้มีการวางแผนเตรียมการล่วงหน้าว่าสัตว์ก็เป็นอาหารของมนุษย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สัตว์ที่มาจากเพื่อนบ้านเข้ามานี่เข้ามาง่ายดายเหลือเกิน ท่านทราบไหมว่ามันเป็นโรคติดมา อย่างไร เหมือนโควิด (COVID) ผมขออนุญาตเรียกคำว่า โรคควายขวิด เข้ามาในประเทศไทย เพื่อนบ้านเราได้เอาสัตว์มาเราได้มีการตรวจสอบหรือไม่ว่าเป็นโรคหรือไม่ ดังนั้นก็อยากให้มี การสกัดกั้นให้หมอตรวจสอบคุณภาพสัตว์ที่เข้ามาจากเพื่อนบ้านชายแดนนั้นเป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตามครับท่านประธานต้องขอกราบขอบพระคุณ หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาล จะแก้ปัญหาความเดือดร้อนพี่น้องที่เลี้ยงสัตว์อย่างรวดเร็ว ต้องขอบพระคุณโดยปัญหาหนี้สิน ย้ำสุดท้ายของสุดท้ายถ้าสัตว์เสียชีวิต อยากให้รัฐบาลชดเชยตามมูลค่าเป็นจริงครับ กราบ ขอบพระคุณอย่างสูงครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิเชษฐ์ครับ ตามด้วยท่านนิคม บุญวิเศษ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) พูดกันมาตั้งแต่เช้าแล้ว ต้องขอบคุณ ท่านดอกเตอร์นิยม เวชกามา ที่เป็น ส.ส. ภาคอีสาน ซึ่งเป็นแหล่งสัตว์เลี้ยงทั้งวัวทั้งควาย ท่านประธานครับ ผมอยู่ชายแดนลุ่มน้ำโขง อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เป็นแหล่งที่ส่งออกวัวควายไปประเทศจีนล่องน้ำโขงไป วันนี้ประเทศจีนฟังการระบาดโรคนี้ มา ๑ เดือนแล้ว เขาบอกว่าจะไม่รับซื้อวัว ควายจากประเทศไทยเพราะโรคระบาด เดือดร้อน ทั้งคน ทั้งฟาร์ม ทั้งคนค้า คนขาย ทั้งระบบ ท่านประธานครับ ปล่อยมาเป็นเดือน ไม่มีการ บริหารจัดการ พูดมาเป็นเดือน กรมปศุสัตว์จะนำเข้า ๓๖๐,๐๐๐ โดส ๖๐ บาท โดสละ ๖๐ บาท เป็นเงินเท่าไรครับ เป็นเงินไม่กี่บาทเอง เสร็จแล้ววัว ควายตายก็ชดเชย เขาไปตามราคาตลาด ท่านประธานครับ ผมคิดแล้วใช้เงินไม่เกิน ๕๐ ล้านบาทเพื่อหยุดยั้ง ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นี้ แค่นี้เองครับ เงิน ๕๐ ล้านบาททำไมไม่มีมาบริหารจัดการ งบโควิด-๑๙ (COVID-19) บอกว่าถ้าไม่พอโยกงบจากส่วนอื่นเอางบกลางมาจ่ายให้โควิด (COVID) วันนี้โรคระบาดสัตว์ เกษตรกรได้รับผลกระทบโดยตรง ตัวหนึ่ง ๓๐,๐๐๐ บาท ๕๐,๐๐๐ บาทครับ เลี้ยงมาอย่างสวยงามเลยจะต้องมาล้มตาย ร้องไห้แทบเป็นสายเลือด ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์นั่งฟังตั้งแต่เช้าแล้ว สงสารท่านครับ เห็นใจท่านครับ ท่านเป็นพรรคเล็กร่วมรัฐบาลกับเขา ถ้าท่านเป็นพรรคของ เขาเขาให้มาแล้วครับเงิน ๕๐ ล้านบาท เดือดร้อน ส.ส. ต้องมาพูดทั้งวันเลย ท่าน นายกรัฐมนตรีประยุทธ์ทราบไหมว่านี่เงินแค่ ๕๐ ล้านบาทหยุดยั้งทุกอย่างได้เลย ทำไมไม่ให้ เขา เพราะมันไม่มีการตั้งงบประมาณไว้ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เอางบกลางมาให้ท่าน รัฐมนตรีจัดการสิครับ เงินเอาไปแจกเยอะแยะไปหมด แค่เงิน ๕๐ ล้านบาทเอามาแก้ปัญหาโรคระบาดวัวควายไม่ได้ นี่คือต้นตอของปัญหาอยู่ที่ นายกรัฐมนตรีไม่รู้จักบริหารจัดการ วันนี้ไปอยู่ไหนครับ ละทิ้ง ไม่ดูแลกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ บอกว่ารักประชาชน มันไม่ใช่ข้าว มันไม่ใช่มันสำปะหลัง แต่มันเป็นสัตว์เลี้ยง กว่ามันจะโต กว่ามันจะเกิดลูกปีละครั้ง ดูแลเขาหน่อยครับ เห็นใจท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มานั่งตั้งแต่เช้า เขาไม่มีเงิน เอางบให้เขาสิครับ ฝากท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา เงิน ๕๐ ล้านบาท เอางบกลางมาใช้โดยด่วน เอาไปแจกนี่เป็นหมื่น ๆ ล้าน แค่ ๕๐ ล้านบาทให้ไม่ได้หรือครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนิคม บุญวิเศษ เชิญครับ แล้วตามด้วยท่านบุญแก้ว สมวงศ์ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค พลังปวงชนไทย ท่านประธานที่เคารพครับ เราได้ฟังเพื่อนสมาชิกได้มีการอภิปรายในเรื่อง โรคระบาดลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ผมเชื่อว่ารัฐบาลถ้าท่านไม่หูหนวกหรือตาบอดนะครับ ผมเชื่อว่าท่านก็คงจะได้อนุมัติงบภายในเร็ว ๆ นี้ ท่านประธานครับ โรคนี้ไม่ใช่โรคใหม่ นะครับ เป็นโรคที่ระบาดอยู่ต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศแอฟริกานะครับ แล้วมาระบาด อยู่ที่ประเทศเพื่อนบ้านเรา ระบาดมานานแล้วครับ ผมก็สงสัยว่าทำไมรัฐบาลเองไม่มีการ ป้องกัน ไม่นำวัคซีนเข้ามาฉีดป้องกันตั้งแต่ทีแรก ทำไมปล่อยให้มีการระบาดแล้วระบาดอีก แม้กระทั่งระบาดแล้วก็ยังไม่มีวัคซีนครับ จริง ๆ แล้วรัฐบาลต้องมีข้อมูลว่าโรคนี้เป็นโรคที่ ระบาดแล้วทำให้วัว ควายเสียชีวิต วัคซีนต้องมาแล้วครับท่านประธาน เพราะวัคซีนคือฉีด เพื่อป้องกันครับ แต่นี่ยังปล่อยให้มันเข้ามาอีกโดยการนำเข้าโค กระบือจากต่างประเทศเข้ามา โดยเฉพาะเพื่อนบ้านเรา เกิดความเสียหายกับพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกรบ้านผม มันแล้งครับ รัฐบาลส่งเสริมให้เลี้ยงโคครับ ทุกคนก็มีความหวังว่ามีอาชีพใหม่เพื่อจะมีรายได้ ประทังชีวิต ส่งลูกเรียนหนังสือ แต่มาเกิดโรคระบาดแบบนี้รัฐบาลยังไม่มีท่าทีที่จะ อนุมัติงบเลยครับ ผมถามท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ครับ งบประมาณทั้งหลายที่ท่านกู้มา โดยเฉพาะงบฉุกเฉินเร่งด่วนหรืองบกลางมีจำนวนมากทำไมไม่รีบอนุมัติครับ เห็นใจ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการครับ ท่านลงไปพื้นที่ภาคอีสาน ๒ ครั้งแล้ว ถึงแม้ท่านอยากจะช่วย แต่ถ้าท่านประยุทธ์ไม่อนุมัติงบมาอย่างไรมันก็ช่วยไม่ได้ครับท่านประธาน โรคนี้มันเกิดขึ้น แล้วครับผมอยากให้รัฐบาลเองสั่งไปยังกระทรวงที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะปศุสัตว์อำเภอ ปศุสัตว์จังหวัด สัตวแพทย์ ให้คำแนะนำกับพี่น้องประชาชนว่าเราต้องช่วยเหลือรักษา แบบฉุกเฉินก่อนก่อนที่วัคซีนจะมาครับ ปัจจุบันนี้เท่าที่ผมหาข่าว แล้วก็เพื่อนผมได้โทรศัพท์ มาบอกว่าการรักษาโดยใช้ภูมิปัญญาชาวบ้าน บางคนใช้สมุนไพร บางคนเขาใช้ยาลดไข้ ในการฉีด ยาแก้อักเสบฉีดเข้าไปครับ ถามว่าได้ผลไหม มันได้ผลนะครับท่านประธาน ฉีดยาลดไข้ ฉีดยาแก้อักเสบได้ผลครับ บางคนใช้กำมะถันบดละเอียดผสมกับน้ำมันพืช แล้วยัดเข้าไปในตุ่มที่แตกออกมา แล้วมันหายครับ นี่คือการใช้ภูมิปัญญาชาวบ้านที่ประชาชน ต้องช่วยเหลือตัวเอง ก็ต้องทำครับ ทำอย่างไรได้ในเมื่อรัฐบาลช่วยไม่ได้🔗
และอีกประการหนึ่งที่ยังไม่มีใครพูดถึง ที่บอกว่าวัคซีนเถื่อน ทำไมมันจึงเกิด วัคซีนเถื่อนได้ วัคซีนเถื่อนในที่นี้คือวัคซีนที่เป็นวัคซีนจริงนะครับ เพียงแต่ว่าไม่ได้ผ่านการ ขออนุญาต หน่วยงานเอกชน สัตวแพทย์ที่เขาเห็นความเดือดร้อนของประชาชน รัฐบาลไม่มีงบ เขาก็พยายามดิ้นรนหาวัคซีนเหล่านี้เข้ามาโดยไม่ผ่าน อย. ก็มาช่วยกันฉีดครับ ขวดละ ๔,๐๐๐ บาท ๕,๐๐๐ บาท ฉีดประมาณ ๒๕ ตัวครับ ตกตัวละ ๑๐๐ กว่าบาทก็สามารถ ช่วยได้ทัน แต่พอมามีประกาศว่าถ้าเจอใครนำวัคซีนเถื่อนเข้ามา ประกาศจับ ตอนนี้ครับ สัตวแพทย์ สัตวบาลทั้งหลายไม่กล้าฉีดครับ ไม่กล้าช่วยเหลือประชาชนเพราะกลัวถูกยึด ใบอนุญาต ท่านประธานลองมองดูสิครับว่าด้วยความที่ประชาชนเขาอยากจะให้สัตว์ของเขา หายจากเป็นโรค ทุกคนต้องดิ้นรนเอง แต่รัฐบาลช่วยไม่ได้ครับ พอดิ้นรนไปก็กลายว่า ผิดกฎหมาย ผมเชื่อว่าการนำเข้าสัตว์จากต่างประเทศเข้ามาไม่ใช่ประชาชนธรรมดาทำได้ หรอกครับ ต้องมีหน่วยงานราชการ ต้องมีรัฐเข้ามาเกี่ยวข้องแน่นอน ฉะนั้นท่านต้องเยียวยา พี่น้องประชาชน เยียวยาให้เขาอย่างน้อยได้ทุนคืนก่อน แล้วเขาเลี้ยงไปกี่วันกี่เดือน ก็คูณเข้าไปครับ อย่างน้อยได้เท่าทุนก็ยังดี ไม่ต้องมีกำไรหรอกครับ และที่สำคัญคือหาวัวมา ทดแทนก็ได้ นอกจากชดเชยแล้วท่านต้องผสมพันธุ์ให้เขาใหม่ฟรี หรือหาวัวมาให้เขาเลี้ยง ใหม่เพื่อชดเชย ถ้าท่านบอกว่าเงินท่านไม่พอ แต่ผมเชื่อว่าท่านมีเงิน เพียงแต่ว่าท่านล่าช้า ท่านไม่เห็นความสำคัญ ไม่เห็นความมั่นคงของเกษตรกรเท่านั้นเอง อย่าลืมนะครับว่า ประเทศไทยจะมั่นคงได้ถ้าประชาชนมีความมั่นคง โดยเฉพาะเกษตรกรของเมืองไทย ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมกร ประชาชนส่วนใหญ่เป็นเกษตรกร ถ้าท่านไม่ช่วย เกษตรกรท่านจะช่วยใครครับ งบความมั่นคงมีตั้งเยอะแยะมากมายเจียดมาซื้อวัคซีน แบบฉุกเฉินเร่งด่วน ๕๐ ล้านบาท ๑๐๐ ล้านบาท ๑,๐๐๐ ล้านบาท มันจะเป็นอะไรไปครับ เพื่อรักษาเศรษฐกิจของประชาชนผู้ทำงานเกษตรกร โดยเฉพาะคนที่เลี้ยงสัตว์ ท่านคิดดู ถ้าเกิดวัวตายไปสัก ๑,๐๐๐ ตัว ตัวหนึ่งประมาณ ๕๐,๐๐๐ บาท ๑,๐๐๐ ตัว ๕๐ ล้านบาท นะครับ ๑๐๐,๐๐๐ ตัว ๕๐๐ ล้านบาทนะครับ เกิดเอาไม่อยู่ตายเป็นล้านตัว ๕,๐๐๐ ล้านบาท เจ๊งเลยนะครับประเทศไทย ฉะนั้นท่านอย่าคิดเยอะครับ งบฉุกเฉินเร่งด่วนรีบอนุมัติ ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้กรมปศุสัตว์ ให้รัฐมนตรีท่านลงไปช่วยเกษตรกร ให้ทันท่วงทีครับ แต่ถ้ามันระบาดเป็นหนักแล้วถึงแม้วัคซีนจะเข้ามาไม่มีประโยชน์ครับ ท่านประธาน มันเป็นแล้วตายแล้วเอาวัคซีนเข้ามาวัคซีนไม่มีค่าครับ ฉะนั้นวัคซีนมีค่า คือตอนนี้ขอเถอะครับท่านประธาน ขอฝากไปยังท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ให้ท่านรีบ อนุมัติงบภายในวันนี้พรุ่งนี้เถอะครับ อย่างน้อย ๆ อนุมัติแล้วการนำวัคซีนเข้ามาก็ต้องใช้ เวลา ก็ต้องมาขออนุญาต อย. อีก อย. ก็เช่นกันครับวัคซีนเข้ามาก็ต้องรีบอนุมัติแบบฉุกเฉิน เร่งด่วนเพื่อฉีดให้ทันท่วงทีก่อนที่มันจะระบาดมากกว่านี้ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณบุญแก้ว สมวงศ์ ท่านสุดท้ายนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม บุญแก้ว สมวงศ์ จังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ก่อนอื่นผมก็ต้องขอขอบคุณท่าน ส.ส. ดอกเตอร์นิยม เวชกามา ที่ได้ตั้งญัตติด่วน เพื่อให้ ส.ส. แต่ละท่านได้แสดงความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะผมซึ่งเป็น ส.ส. เขตที่จังหวัดยโสธร เป็น ส.ส. ของ จังหวัดยโสธร ซึ่งจังหวัดผมพี่น้องประชาชนก็ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ โรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ซึ่งมันเป็นโรคที่ทำให้พี่น้องเกษตรกรที่เลี้ยงโคกระบือ ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก เพราะว่าจังหวัดยโสธรนั้นมีอยู่ ๙ อำเภอ มี ส.ส. อยู่ ๓ ท่าน ซึ่งได้ลงพื้นที่ไปดูพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อน น่าสงสารมากครับ บางคนร้องไห้เห็นวัวตัวเองเป็นโรค วัวน้ำตาก็ไหลออก เจ้าของ ทั้ง ๆ ที่ ผมเป็น ส.ส. ผมไปดูในพื้นที่ ผมยังน้ำตาไหลตามเจ้าของวัว น่าสงสารมาก และผมก็ ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการที่ได้มานั่งฟัง ส.ส. สะท้อนไปให้ท่านทราบ ไปให้รัฐบาล ทราบว่าความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนั้นต้องมาก่อน เราต้องดูแลก่อน แล้วก็วัว อยู่ที่จังหวัดยโสธรนั้นมีหลายหมื่นตัวได้เป็นโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) นั้นอยู่ประมาณ พันกว่าตัว แล้วก็ได้เสียชีวิตได้ล้มตายไปหลายร้อยตัว แล้วก็ตอนนี้กำลังรักษาอยู่เกือบ พันตัว ก็อยากฝากท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ท่านประภัตรซึ่งเป็นคนที่มีความตั้งใจเพื่อจะ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในทุก ๆ เขต ไม่ว่าจะเป็นพรรคฝ่ายรัฐบาลหรือพรรคฝ่ายค้าน ท่านก็ลงไป ผมเห็นท่านออกทีวีไปช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรหลาย ๆ จังหวัด ผมอยาก เชิญชวนท่านไปดูจังหวัดยโสธรบ้าง ท่านไปให้กำลังใจท่านปศุสัตว์อำเภอ ปศุสัตว์จังหวัด ซึ่งปศุสัตว์จังหวัด ปศุสัตว์อำเภอ แล้วก็ท่านนายอำเภอ ท่านนายก อบต. นายก อบจ. ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดได้ร่วมแรงร่วมใจกันเพื่อจะช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกร ก็อยากฝาก ท่านถ้าท่านสะดวกไปทานข้าวบ้านผมก็ได้ผมจะต้อนรับท่านเป็นอย่างดี ไปให้กำลังใจ พี่น้องชาวจังหวัดยโสธรด้วย หลาย ๆ พื้นที่ที่ผมไป โดยเฉพาะอำเภอคำเขื่อนแก้ว อำเภอมหาชนะชัย อำเภอค้อวัง อำเภอป่าติ้ว อำเภอไทยเจริญ ในเขตพื้นที่ที่ผมได้เป็น ตัวแทนของพี่น้อง เป็น ส.ส. ในเขตนั้น ผมได้ไปดูหลายหมู่บ้าน ต้องเห็นใจ วัวคือหัวใจของ พี่น้องประชาชนเลย พี่น้องเกษตรกร เพราะว่าในพื้นที่ถ้าล้มตายไปตัวหนึ่งครอบครัวหนึ่ง ก็เสียเงินไปแล้ว ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ บาท รัฐบาลจะช่วยตัวละ ๑๐,๐๐๐ บาท ตัวละ ๘,๐๐๐-๙,๐๐๐ บาท ไม่คุ้มหรอกครับ ผมอยากให้ท่านแก้ไขใหม่ เอาตามราคาเป็นจริงเลย วัวบ้านหนึ่ง สมมุติว่าหลังคาหนึ่งได้ตายไป ๕ ตัว ท่านก็จ่ายไปเลย ๕ ตัว ตัวละ ๕๐,๐๐๐ บาท วัวทุกวันนี้มีแต่ตัวละ ๑๐๐,๐๐๐ บาทนะครับ ๕๐,๐๐๐ บาท ๒๐,๐๐๐ บาท ๓๐,๐๐๐ บาท หลาย ๆ คนก็สะท้อนมา ผมได้รับร้องเรียนมา อยากให้สะท้อนไปยังรัฐมนตรีช่วยว่าการ ท่าน ประภัตรได้กรุณาผลักดันในจุดนี้🔗
แล้วอีกประเด็นหนึ่งก็คือวัคซีน ซึ่งเป็นที่กล่าวขานกันมาตลอดว่าท่านต้องหา มาให้พี่น้องประชาชนเถอะครับ ผมสงสารเกษตรกร ผมสงสารปศุสัตว์จังหวัด ปศุสัตว์อำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอทุกอำเภอของจังหวัดยโสธร ท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบล ท่านกำนันผู้ใหญ่บ้าน ท่านนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด ได้ร่วมแรงร่วมใจ กันตลอด สงสารเถอะครับ หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินคือเกษตรกรครับ ถ้าท่านมีโอกาสไปเยี่ยม จังหวัดยโสธรด้วยนะครับ ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอนแรกก็จะปิดการอภิปรายแล้วนะครับ แต่คุณหมอขอสรุปสั้น ๆ นิดหน่อย เพราะว่าฟังมา ตั้งแต่เช้าก็ซ้ำประเด็นเดิม ๆ นะครับเชิญคุณหมอครับ เอาสรุป ๆ เลยนะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความ เคารพครับ ผมใช้เวลาสั้น ๆ ครับ เนื่องจากผมมาจากจังหวัดที่มีการระบาดของโรคนี้ เป็นโรคระบาดสัตว์ซึ่งเป็นโรคอุบัติใหม่ ก่อนอื่นผมต้องขอบคุณท่านประธานผ่านไปยังทาง ท่านรัฐมนตรี แล้วก็ทางกรมปศุสัตว์ หลังจากที่ผมได้อภิปรายเรื่องนี้ในวาระที่อภิปรายเรื่อง งบประมาณก็ได้รับความกรุณา ที่จังหวัดน่านบ้านผมสามารถใช้เป็นโมเดล (Model) ได้เลยครับท่านประธานครับในการที่จะดูแลรักษาโรคนี้ ญัตติที่ท่านดอกเตอร์มหานิยม ได้กรุณาเสนอต่อสภาในนามพรรคเพื่อไทย ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกคนที่มีโอกาส ได้ช่วยกันเสนอแนวทางและมาตรการในการที่จะยับยั้ง แก้ไข เยียวยา ช่วยเหลือพี่น้อง เกษตรกร และที่สำคัญที่สุดทำอย่างไรไม่ให้โรคอุบัติใหม่มันเกิดขึ้นได้อีก ก็คือแนวทาง การป้องกัน🔗
ท่านประธานครับ ที่จังหวัดน่านบ้านผม ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเอาข้อมูลนำเรียนท่านประธานเพื่อจะใช้เป็นต้นแบบ เป็นต้นแบบในการที่จะ ควบคุมโรค ทำไมเขาทำได้ ผมกราบเรียนด้วยความเคารพครับ ตั้งแต่มีการระบาด มีจำนวน สัตว์ป่วยสะสมทั้งหมดแค่ ๙๖ ตัวเองครับ มีจำนวนเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบแค่ ๓๗ ราย หายแล้ว ๓๒ ตัว ท่านประธานครับ ที่ดีที่สุดคือไม่มีตายเลยครับ น่าสนใจ ท่านประธานครับ ทำไมเป็นอย่างนั้น เพราะระบบที่เขาวางไว้ทั้งพี่น้องเกษตรกรที่เลี้ยงวัว ตัวปศุสัตว์ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด หรือทุกคนที่เกี่ยวข้องพอเขาทราบข่าวอย่างนี้ เขามีมาตรการชัด เขารู้เลยว่าสัตว์ป่วยนี้เข้ามาได้อย่างไร มาที่ไหน เพราะฉะนั้นเขาสามารถควบคุมพื้นที่ที่มี สัตว์ป่วยอยู่ จังหวัดน่านบ้านผมมีอำเภอเดียวครับไม่ขยายเลย เขาสามารถเข้าไปกักกันพื้นที่ นั้นได้ทันท่วงที เขารู้ว่าสัตว์มาจากไหน ต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี โดยตรงว่าสัตว์มาจากอีสานครับ เพราะว่าเขามีการติดต่อค้าขายกัน ก็เห็นว่าสัตว์ราคาถูก ก็ไปซื้อมาเพื่อจะมาบริโภค โดยหารู้ไม่ว่าสัตว์นั้นเป็นโรคแล้วก็นำเผยแพร่แน่นอนครับ แมลงนำโรคมันก็ติดมากับสัตว์ มันก็ขยาย แต่วิธีการที่เขาเข้าไปจัดการ นอกจากที่จะมีการ รักษาอย่างทันท่วงทีกับสัตว์ที่ป่วยนะครับ สัตว์ป่วยต้องรักษาอย่างทันท่วงทีครับ เรื่องยา เรื่องเวชภัณฑ์ จะภูมิปัญญาอะไร ยาแผนปัจจุบันพื้นบ้านเขาใส่ได้หมดเขาก็ทำ แม้รัฐ ไม่จัดให้เขาก็ต้องช่วยตนเอง ๒. เขาป้องกันไม่ให้มีการเคลื่อนย้าย ก็คือกักกัน ๓. กำจัด ตัวพาหะ ทำความสะอาดคอก หรือบ้านเรือนต่าง ๆ ๔. อาศัยความร่วมมือของทุกภาคส่วน โดยเฉพาะทางองค์การบริหารส่วนตำบลที่เกี่ยวข้องเข้าไปกำจัดแหล่งพาหะ ก็คือการพ่น หมอกควัน เขาทำร่วมกัน สามารถที่จะควบคุมอยู่ในพื้นที่ได้ ถ้าทุกที่เป็นอย่างนี้ผมว่า มันสามารถที่จะเอาอยู่ครับ แต่ว่าสิ่งสำคัญที่สุดครับท่านประธานครับ พูดแค่นี้ ไม่จบครับ ผมเองสนใจประเด็นว่าท่านรัฐมนตรีต้องตอบกับสภาและหาสาเหตุให้ได้ว่า มันเข้ามาได้อย่างไร มันเข้ามาได้อย่างไรครับ เพราะมันนำเข้ามาจากต่างประเทศ มันเป็นโรค อุบัติใหม่ เพื่อนบ้านเขามีวัคซีนก่อนเราตั้ง ๒ ปี เวียดนามไม่มีวัคซีนขาย ไม่มีวัคซีนฉีด พี่น้องเกษตรกรก็กระเสือกกระสนไปนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านนำมาฉีด ผมกราบเรียน ท่านประธานบอกว่านำมา ๒,๐๐๐ บาท มาขาย ๕,๐๐๐ บาท ๑ หลอด ๒๕ ตัว เขาก็เอา ครับ เอานี่หมายความว่านำไปฉีดเพื่อป้องกัน เพราะฉะนั้นมาตรการต่อไปหลังจากที่ท่าน รักษาดูแลแหล่งแพร่ต่าง ๆ จัดการแล้ว มาตรการที่ไม่ให้แพร่กระจายไป อันนี้สำคัญครับ วัคซีนเป็นตัวหนึ่ง เป็นตัวหนึ่งเลยที่จะต้องจัดการ🔗
ท่านประธานครับ สิ่งที่ต้องเสริมศักยภาพของคนที่เกี่ยวข้องทั้งหลาย ท่านรู้อยู่แล้วว่าจากการลดอัตรากำลังคน มีแค่ปศุสัตว์อำเภอ ท่านจะหากลไกอย่างไรที่จะ ควบคุมดูแลปศุสัตว์หรือสัตว์ที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนให้ได้ ไม่เฉพาะแต่เรื่อง โรคระบาดหรือโรคสัตว์ จะส่งเสริมให้สัตว์เป็นสัตว์เศรษฐกิจได้อย่างไร อย่างจังหวัดน่าน บ้านผมเหมาะอย่างยิ่งกับการปศุสัตว์ ขออนุญาตท่านประธานครับ ใช้คำพูดบ้าน ๆ บ้านผม มีคอกควายครับ เขาเรียกคอกควายใหญ่ที่สุดในโลก เพราะอะไรครับ เขาเลี้ยงในป่าครับ ท่านประธานครับ วางแนวรั้วกั้นไว้เลย ปล่อยเขาไปเลย แล้วเขาคอยดูแล อันนี้เป็นสิ่งที่ สามารถทำได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมเองต้องกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี มาตรการที่จะเสริมสร้างศักยภาพคนของท่านต้องทำอย่างไร ถึงเวลาหรือยังครับที่จะต้อง ไปดูเรื่องการกระจายอำนาจ ท่านไม่ต้องคิดไปที่จะเติมปศุสัตว์อำเภอ ปศุสัตว์ตำบล กลับมาใหม่ครับ เป็นไปได้ยากมากตอนนี้ ทำอย่างไรที่จะผนวกกับการกระจายอำนาจ ให้ท้องถิ่นมาช่วยท่านให้มากที่สุดจะทำอย่างไร โอนภารกิจไปบางส่วนได้หรือไม่ ถ้าท่าน ไม่ทำนะครับ โอกาสที่พี่น้องจะได้รับการดูแลเรื่องสัตว์เลี้ยงของเขา การส่งเสริมการปศุสัตว์ ที่ดี โดยเฉพาะขณะนี้สัตว์เลี้ยงกลายเป็นอาชีพหลักของพี่น้องแถบชนบทเกือบทั้งหมด โดยเฉพาะในพื้นที่ต้นน้ำนี่นะครับท่านประธาน จังหวัดน่านบ้านผมมีศูนย์อนุรักษ์พันธุ์ ควายไทย ควายน้ำว้า ท่านรัฐมนตรีทราบดีเลยครับ ควายน้ำว้ามีความสำคัญมากครับ จะเป็นต้นแบบเป็นควายแม่แบบที่จะกระจายพันธุ์ไป แล้วโครงการนี้เป็นโครงการที่จังหวัด น่านภูมิใจมากครับ ขณะนี้มีเกือบ ๑,๐๐๐ ตัวนะครับ หลังจากผมอภิปรายแล้วทางปศุสัตว์ ได้เข้าไปดูแลภาพรวมอย่างดียิ่งเพื่อป้องกันไม่ให้ควายไทยที่ชื่อควายน้ำว้าได้รับผลกระทบ ผมต้องกราบขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่งครับ มาตรการทั้งหลายที่เพื่อนสมาชิกพูดมา ท่านดอกเตอร์มหานิยมจะเป็นผู้สรุป ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ มันจำเป็นและสำคัญที่พวกเราต้องช่วยกัน ฝากท่านรัฐมนตรีนำสู่การปฏิบัติด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ระหว่างท่านรัฐมนตรีจะชี้แจง กับท่านดอกเตอร์มหานิยมสรุป เชิญท่าน ส.ส. ดอกเตอร์ มหานิยมนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ๕ ชั่วโมง กับท่าน ส.ส. ๔๑ ท่าน ที่ลุกขึ้นมาอภิปรายขอความเห็นใจ จากรัฐบาล ซึ่งวันนี้ผมต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ ประภัตร โพธสุธน ที่เมตตา พวกผมมานั่งฟัง แล้วผมฝากด้วยว่านั่งฟังแล้วฝากท่านรับเอากลับไปที่ ครม. ไปคุยกับ ท่านนายกรัฐมนตรี จาก ๕ ชั่วโมง ที่ท่าน ส.ส. ทั้งหลายซึ่งเป็นตัวแทนชาวบ้าน ๔๑ คน ได้ลุกขึ้นมาอภิปราย มี ๒ ประเด็นเท่านั้นครับ โดยเฉพาะคุณหมอชลน่านสรุป สุดท้ายบอก เราไม่มีวัคซีนเท่านั้นเอง ท่านบอกไม่มีวัคซีน ถ้ามีแล้วไม่เป็นแบบนี้ ท่านประธานครับ ตอนนี้ ในการรักษา ผมใช้เวลาสั้น ๆ ไม่มีครับ ที่บ้านผมไม่มีเลย รักษาตามสภาพ อันนี้คือ ปศุสัตว์บอก ตามสภาพหมายความว่าอย่างไร หมายความว่ามันเจ็บมันไข้ กินยาไป ที่จะ รักษาเป็นทางการอะไรไม่มี รักษาแบบตัวใครตัวมัน เพราะฉะนั้นผมต้องขอกราบเรียน ท่านประธานฝากไปยังท่านรัฐมนตรีประภัตรว่า จาก ส.ส. ทั้งหมดที่ลุกขึ้นแสดงความคิดเห็น ๔๑ ท่าน ใช้เวลา ๕ ชั่วโมงครึ่ง ก็ชัดเจนว่าเราบกพร่อง โดยเฉพาะท่านคุณหมอชลน่าน บอกเลยว่าเราไม่มีวัคซีนเลย เท่าที่ฟังดู ไม่มีวัคซีนมาฉีดป้องกันเลยทั้งที่รู้แต่แรกแล้ว เพราะมันเริ่มขึ้นเมื่อเดือนมีนาคม ๒๕๖๔ นี้ครับ ไม่มีวัคซีนมาฉีด วันนี้ถึงแม้ทางกรมปศุสัตว์ จะอุ้ยอ้ายช้าเป็นเต่า ดีนะยังมีรัฐมนตรีประภัตรเต้นอยู่คนเดียว ถ้าไม่อย่างนั้นหนักกว่านี้ ท่านเปลี่ยนวิธีการเสีย จากเฉื่อยกลับมาให้กระฉับกระเฉง ทำเลย พี่น้องยังรอความหวังจาก ท่านรัฐมนตรีนะครับ ผมฟังดูว่าเอาล่ะมันเป็นผีซ้ำด้ำพลอย ถ้าโบราณว่าก็วัคซีนคนก็ขาด วัคซีนวัวก็ไม่มี แต่ต้องฝากแบบนี้ท่านรัฐมนตรี ผมไม่อยากให้ภาคราชการส่วนกลางโยนไปให้ ท้องถิ่น บอกว่าเอาล่ะท้องถิ่นกลับมาจัดซื้อจัดอะไรช่วยประชาชน ท้องถิ่นอยากซื้อ อย่างน้อยเขาอยู่ใกล้ประชาชน แต่ประเด็นอยู่ที่ว่าไตรมาสสุดท้ายเงินก็เหลือน้อย เงินคงคลัง ก็แทบไม่มี ใช้กันหมดแล้ว แล้วที่ประเด็นอย่างหนึ่งคือท้องถิ่นวันนี้เปลี่ยนถ่ายหัว อะไรมันก็ ติดขัดไปมาก ผมต้องฝากท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีประภัตรว่าเรื่องแบบนี้อย่าโยน ความระกำลำบากไปให้ท้องถิ่นเลย ส่วนกลางทำอะไรทำ แล้วก็ไม่ต้องบอกมีเงิน ไม่มีเงิน เงิน ส่วนงบกลางมีเท่าไรเอามาใช้ก่อน อันนี้คือความไม่ธรรมดา มันระบาดไปทุกหย่อมหญ้า สำหรับเกษตรกรผู้เลี้ยงโค ขอฝากท่านประภัตรครับ เพราะท่านเข้าใจอยู่แล้วท่านเป็นผู้ที่ อยู่กับควายกับวัว คนบ้านผมไม่ได้ร่ำรวย ท่านประธานครับ ต้องยืนยันแบบนั้นนะ ซื้อวัว ก็เอาเงิน ธ.ก.ส. กู้มาซื้อ ก็หวังจะได้กำไรเล็ก ๆ น้อย ๆ เดี๋ยวนี้โคที่จะเอามาขุน สมมุติขุนนะ ตกตัวละ ๕๐,๐๐๐-๖๐,๐๐๐ บาท ขุนแล้วก็ขายได้ตัวละ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาท หักค่าอาหาร เหลือไม่เท่าไร แต่จำเป็นต้องทำ ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย เขาบอกก็มีรายได้เพื่อจะมาเป็น ค่าเทอมลูก ค่าเสื้อผ้าให้ลูก อันนี้คือประเด็นผมต้องฝากท่าน จึงมีแค่ ๒ ประเด็น ๑. ท่านต้องช่วยเหลือโดยวิธีการรักษา คือตอนนี้มันจะตายไปก็ตายไปแล้วล่ะ แต่ที่ยังไม่ตาย ท่านประธานครับ ฝากท่านรัฐมนตรีด้วยให้ช่วยเขารักษา ไม่ต้องรอวัคซีน ส่วนวัคซีนผมฟัง จากท่าน ส.ส. หลายท่านก็บอกว่าวัคซีนนี่อยากให้แยกว่าตัวไหนยังไม่ติดต้องหาให้ได้ ฉีด ไม่ต้องรอ ฉีดเลย เพราะผมถามทางปศุสัตว์ในพื้นที่สกลนครก็บอกว่าคงฉีดไม่ได้ เพราะมัน ติดไปหมดแล้ว ติดโรคไวรัสตัวนี้ ความจริงไม่หมดหรอก มันก็ต้องมีส่วนไม่ติด อันนี้ฝาก ท่านประธานไปถึงรัฐมนตรีท่านประภัตรซึ่งมานั่งรับเรื่องราว วันนี้ท่านพิเชษฐ์บอกว่า เอาละโดส (Dose) ละ ๕๐ บาท ทำไมจะซื้อไม่ได้ ผมนั่งฟังด้วยความตั้งใจนะ เป็นความจริง ท่านประธานฝากท่านรัฐมนตรีเลย ซื้อได้ รัฐบาลต้องใจป้่า นี่คือชีวิตสุดท้ายของชาวบ้านแล้ว ๓๖๐,๐๐๐ โดส อะไรของท่านนี่จัดการเถอะ ซื้อได้ซื้อไป แบบพี่สงวน ส.ส. จังหวัดลำพูน ท่านก็บอกเอาล่ะ ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ทำไมไม่เอาเงินมาให้ประชาชนที่เขาเดือดร้อน อยู่บ้าง อันนี้ผมฝากเลยนะครับ ผมยังเห็นด้วยกับท่าน ส.ส. นิคม ท่านบอกว่าหาวัวมาชดเชย เพราะท่านไปติดระเบียบเยอะแยะ บอกต้อง ๖,๐๐๐ บาท ๖ เดือนอะไร ซึ่งมันไม่มี หรอกครับ วัว ๖,๐๐๐ บาทก็ไม่มีแล้ว มันมีลูกมัน ที่จะเอามาขุนจะเอามาเลี้ยงใหญ่โต มันไม่มีหรอก ตัวละ ๒๒,๐๐๐ บาทเท่านั้น ถ้าทำได้ไม่ต้องชดเชยเงิน หาวัวมาชดเชยดีที่สุด ให้เขาได้ต่อชีวิตไป แล้วที่ไม่เอ่ยไม่ได้ ท่านหมอชลน่านพูด วัคซีนเรามีปัญหาเพราะเราไม่ฉีดแต่แรก ไม่มีครับ ไม่ฉีดเลย ไปดูเวียดนามที่ท่านบอก ศักยภาพไม่ได้แตกต่างกันกับประเทศไทย อันนี้ กราบเรียนว่าวัคซีนที่ยังเหลือต้องฉีดนะครับ ยังหลายจังหวัดยังไม่ติดเลย ไปติดที่บ้านผม เท่านั้นเอง จังหวัดสกลนครติด ผมได้รับคำร้องเมื่อสักครู่นี้จากประธานกลุ่มสหกรณ์โคขุน สกลนคร โพนนาแก้ว ตระกูลสัมพันธ์ กลุ่มที่ ๒๑ สมาชิก ๕๐๐ คนในกลุ่มกำลังใกล้จะ สิ้นชีวิตในเรื่องความยากจน ในเรื่องความขาดแคลนของเงินทอง ท่านประธาน เพราะว่า ยืดไป ๕-๖ เดือน โคขุนไม่ลง ชาวบ้านลำบากเลือดตากระเด็นแน่ อันนี้ถึงฝากอยู่ ๒ ประเด็น ชดเชยไปเลย ถ้าไม่มีวัคซีนก็ซื้อ ถ้าซื้อวัวชดเชยได้ ผมฝากท่านประธานไปถึงรัฐมนตรี แล้วขอให้รับเรื่องนี้ไปดำเนินการอย่างรีบด่วน พวกเรารอความหวังในฐานะตัวแทนชาวบ้าน ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗
พอดี ท่านรัฐมนตรีขอชี้แจง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนที่เคารพ เพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ก่อนอื่นต้อง ขอบคุณท่านดอกเตอร์นิยม เวชกามา ท่านหยิบยกประเด็นนี้มาเป็นญัตติด้วยวาจา เป็นครั้งแรกที่ได้นำเรื่องนี้เข้ามา ผมภูมิใจมากครับ ผมก็หัวอกผู้แทน ได้เห็นผู้แทนทุกคน ได้แสดงออกถึงจิตวิญญาณของการเป็นผู้แทนอย่างชัดเจนในวันนี้ ที่มีความห่วงใยต่อพี่น้อง ประชาชน เอาเรื่องนี้ขึ้นมาพูด ๔๒ คนครับท่าน ไม่ใช่ ๔๑ ผมโน้ตไว้หมดเลยว่าใครฝาก อะไรไป บ้านไหนมีปัญหาอย่างไร แม้กระทั่งเรื่องวัคซีนท่านพูดด้วยความเป็นห่วง ท่านนิคม ที่ท่านพูดนั้นผมฟังไว้ ๑๐,๐๐๐ บาทนั้นเดี๋ยวจะตอบให้ฟังทีหลัง เพื่อนสมาชิกครับ ทุกคน ซาบซึ้งเข้าใจดีถึงความรันทดใจของพี่น้องประชาชนในขณะนี้ ผมขอกราบเรียนว่า ท่านนายกรัฐมนตรีเองท่านมีบัญชาให้ผมมานั่งจดรับฟังไปตั้งแต่ต้น ผมบอกว่าผมมา แล้วครับ ท่านเช็ก (Check) มากับเจ้าหน้าที่สภาว่ามีใครมาฟังบ้าง ใครมารับ ผมบอกว่า ผมมาแล้ว และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็มานะครับ ท่านประชุมอยู่ เราต้องการประเด็นที่ท่านสะท้อนวันนี้เป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อการแก้ไข ต่อการช่วยเหลือ พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผมไม่ได้มาพูดเอาหน้าหรือมาแก้ตัวแทนท่าน ท่านมีบัญชาตั้งแต่วันประชุมงบประมาณแล้ว ที่ผมตอบไปเกี่ยวกับโรคนี้ ตอนนั้นยังไม่เต็มที่เพียง ๓๐ จังหวัดเท่านั้น ท่านมีบัญชาเลยว่า งบกลางเรามี ประภัตรไปทำเรื่องมาว่าชาวบ้านต้องการอะไรให้ช่วยเหลือ เราต้องนึกถึงว่า จะใช้งบกลางและท่านให้แล้ว ให้ตั้งแต่ ๒ อาทิตย์ที่แล้ว แต่เราต้องมาทำครับ มาทำ รายละเอียดว่าเราจะเอาอะไร เอาอะไรให้ถึงตัวให้ถูกต้อง ให้ทันการ เงินงบกลางก็เป็นของ พี่น้องประชาชน ท่านก็บอกตลอดเวลา ไม่ใช่เงินของเรา เงินภาษีอากรของพี่น้องทั้งนั้น เอามาแล้วก็เอาคืนไปให้เขา อะไรที่ทำได้ให้เร่งด่วน วันนี้เราทำเสร็จแล้วต้องเอาเข้า ครม. ในวันอังคาร มีทั้งหมด ๑๕ รายการครับที่เราจะเข้าไปช่วยอย่างเร่งด่วน เริ่มตั้งแต่ป้องกัน ที่ ส.ส. ชลน่านพูด เริ่มตั้งแต่การฉีดยา มุ้งเขียว ฆ่าเชื้อ ให้วัคซีน ให้วิตามิน ทั้งหมด ๑๐ กว่ารายการที่ชาวบ้านร้องขอมา แล้วก็ต้องป้องกันให้ได้ ท่านนายกรัฐมนตรีบอก ต้องหยุดให้ได้นะ อย่าให้เขามาโจมตี วันนี้ไม่มีใครโจมตีเลย มีแต่สะท้อนเอาความรู้สึกดี ๆ มาให้ เดี๋ยวผมจะอ่านให้ฟัง ดีใจครับได้ฟังอย่างนี้ อีก ๕ ชั่วโมงก็ไม่เบื่อ เพราะมันเป็น เรื่องจริง ไม่ได้มาเสแสร้ง ไม่ได้มาโจมตีใคร หาทางแก้ไขร่วมกัน ผมได้ประโยชน์จากท่าน มากที่สุดวันนี้ จากที่ผมไม่รู้ เราจะได้บอกทางกรมปศุสัตว์ว่าต้องแก้ตามที่ชาวบ้านต้องการ วิชาการของคุณก็ว่าไป แต่เหตุการณ์ปัจจุบันต้องทำอย่างไรต้องฟังเขา ผมให้มานั่งอยู่นี่ ๕ คน ให้จดอยู่ข้างหลัง จะได้ปลดปล่อยถึงความทุกข์ความยากลำบากของพี่น้องเกษตรกร พี่น้องเกษตรกรเวลานี้อยากฟังมากที่สุด ผมจำต้องลำดับเรื่องนิดหนึ่งว่าโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin ) เป็นชื่อใหม่ที่คนไทยเพิ่งจะรู้จัก และเพิ่งจะมารู้จักกันจริง ๆ จัง ๆ เมื่อ ๒ อาทิตย์นี้ เพราะเหตุการณ์มันลามอย่างรวดเร็ว วันนี้กลายเป็น ๕๒ จังหวัด มีวัวป่วย แล้ว ๗๕,๐๐๐ ตัว วันที่ผมตอบท่านนั้น ที่ไปจังหวัดมหาสารคาม ไปจังหวัดกาฬสินธุ์ ไปจังหวัดร้อยเอ็ด ไปหลายจังหวัด วันนั้นเพียง ๕๐,๐๒๑ ตัว เราบอกว่าอย่างนี้เราผิดพลาดแล้ว ถ้าเราจะหยุดเขา ตัวเลขต้องหยุด วันนี้ตัวเลขมันพุ่งมา ๗๕,๐๐๐ ตัว เราต้องหาทางแก้ไข ผมบอกอธิบดีและทุกคนต้องพิจารณาเร่งด่วนว่าเราขาดอะไร เพราะท่านนายกรัฐมนตรี เปิดโอกาสให้แล้ว ผมก็ปรึกษากับรัฐมนตรีว่าการบอกเอาล่ะเป็นพันล้านบาทก็ต้องเป็น พันล้านบาท ท่านให้ ท่านไม่ได้ติดขัดเรื่องเงินเลย แต่ช้าที่เจ้าหน้าที่ ผมว่าเลยที่อยู่ข้างหลัง บอกคุณทำไมทำ ๒ อาทิตย์นี้ไม่จบว่าเขาต้องการอะไร เขาบอกต้องให้สะท้อนมาจากอำเภอ จังหวัด แล้วก็มาถึงกรม เขามีขั้นตอนของเขาเหมือนกัน แล้วผมบอกอย่างนี้ที่วันนี้เขาพูดมา อย่างนี้แล้วจะทันไหม เขาบอกว่าเร็วที่สุดก็วันอังคารนี้เอาเข้า ครม. ท่านที่เคารพครับ อาการของวัวที่เป็นลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ผมอยากจะฝากท่านดอกเตอร์นิยมครับ ท่านซื้ออันนี้ไปแจกได้ไหมครับ ที่วัด หมอชลน่าน อันหนึ่งประมาณ ๑๐๐ บาท ผมศึกษามา ว่าจะดูอย่างไรวัวเป็นโรคหรือไม่เป็นโรค🔗
ประการแรก เกษตรกรเขารู้แล้ว แต่เขาขาดเครื่องมืออันนี้ วัวจะเริ่มเซื่องซึม แล้วก็ไม่กินอาหาร แต่เราไม่รู้หรอกว่ามีไข้ มีอาการอะไรไหม จนกว่าเราจะได้ปรอทอันนี้ เหมือนเราที่เราบอกว่าใครที่มีไข้เกินกว่า ๓๗ องศาเซลเซียส อันนั้นเริ่มมีไข้แล้ว ต้องเป็นห่วงแล้ว วัว ควายก็เหมือนกันใช้ปรอทอันนี้เอาไปยัดที่ก้นเขา ไม่เกิน ๓๐ วินาที รู้แล้ว ถ้าเกิน ๔๐ องศาเซลเซียส นั่นคือมีไข้ เพราะเราจะไปจับตัววัวนี่ไม่รู้ ตุ่มก็ไม่เกิด ต้องอันนี้วัดเข้าไป ถ้า ๔๐ องศาเซลเซียสจับแยกได้ทันทีเลย อยู่ในอาการที่น่าเป็นห่วงแล้ว ถ้ามีเชื้อโรคไวรัสตัวนี้ ลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ถ้ามีไข้ถึง ๔๐ องศาเซลเซียสแล้วอีก ๓ วัน จะมีอาการแล้ว อาการอะไร ขึ้นเป็นตุ่มเล็ก ๆ ตุ่มนี้จะโตไปเรื่อย ๆ ไปถึงวันที่ ๗ ไม่เกิน วันที่ ๑๐ จะขยายเต็มที่ ตรงนี้ล่ะครับที่เราเห็นวัวร้องไห้ อาการตรงนี้เหมือนคน เป็นโรคอีสุกอีใส ปวดแสบปวดร้อน แล้วก็น้ำเหลืองแตก น่าสงสาร น่าสงสารอย่างยิ่ง ผมเห็นกับท่านทุกประการ เรารักสิ่งไหน สิ่งนั้นมีอาการเราก็เสียใจ วัวร้องไห้จริงครับ ควาย บ้านผมก็ร้องไห้ ผมรู้แล้วเขามีอาการ เราเป็นเจ้าของด้วยความรักเราก็เป็นห่วง เราก็ร้องไห้ อันนี้ไม่ได้เสแสร้งมารยาเลย เป็นเรื่องจริงทั้งสิ้น ใครก็ไม่อยากให้เกิด เอาล่ะท่านพูดมาถูกอีก สะท้อนให้เห็นเลยว่ากรมปศุสัตว์นั้นไม่ได้เชื่องช้า ๑. เราได้ประกาศปิดพรมแดนมา ตั้งแต่เดือนมกราคม ตั้งแต่ท่านบอกว่าเดือนธันวาคมท่านรู้แล้ว จริง เราก็รู้พร้อมท่าน เราปิดด่านอย่างสนิทเลย วันนี้ก็ยังปิดอยู่ อย่างที่ท่านพูด ถูกอีก พ่อค้าก็ต้องการค้าวัว ค้าควาย พรมแดนมันยาวเป็น ๑,๐๐๐ กิโลเมตร แน่นอนครับเล็ดลอดตรงไหน ตรงไหน มีด่านเขาก็ไม่ผ่าน เขาก็ผ่านทางลัด มันอดไม่ได้ เพราะว่าทุกอย่างเป็นธุรกิจ เมื่อเป็นอย่างนี้ การสกัดกั้น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เป็นไปไม่ได้เลย ทำไมมันไปโผล่ที่พนมไพร ทำไมกลับมา จังหวัดน่าน ท่านพูดถูกเพราะมันเล็ดลอดมาจากชายแดนก่อน คนภาคอีสานนิยมวัวขาว วัวพม่า ก็เอาไปเลี้ยงที่ภาคอีสาน เพราะมันโตเร็ว ซากเยอะ และสิ่งสำคัญที่สุดคืออดทน ไม่เหมือนวัวฝรั่ง คนอีสานชอบเลี้ยง เขาก็ไม่รู้ ตอนเอาไปนี่มันไม่มีอาการ มันจะออกอาการ อย่างที่ผมบอกแล้ว ๗ วัน ๑๕ วัน และเป็นแล้วรักษาหาย รักษาตามอาการ อย่างที่ หมอชลน่านพูดถูกเพราะเขาเป็นหมอ พวกเราก็รักษาตามอาการ แต่วันนี้โรคนี้เป็นอุบัติใหม่ การเตรียมยาต่าง ๆ ไม่ได้มีพอ ไม่ใช่ว่าไม่มี ไม่มีพอ เมื่อวานซืนผมก็สั่งให้สมาคมผู้ค้ายาสัตว์ ให้ตกลงกันให้ช่วยกระจายเท่าที่มีไปจังหวัดที่มีมาก ๆ เอาไปก่อน เพราะเรารู้แล้ว เมื่อสักครู่ เรารู้แล้วเป็นแล้ว รักษาตามอาการ ฉีดวัคซีนแก้ไข้ ลดความร้อน อะไรสารพัด แล้วก็มา ฉีดยาแก้อักเสบ แล้วก็มาให้วิตามินดี วิตามินบี วิตามินดี ๓ เพื่อให้ร่างกายมันแข็งแรง เหมือนคนเลย รักษาสัตว์เหมือนกัน ต้องให้วิตามิน เหมือนกัน แล้วใช้เวลารักษานานไหม ตามรายงานบอกว่าไม่เกิน ๓ อาทิตย์ แต่ถ้ารักษาทัน ๓ วันหาย แต่ถ้ามีอาการเกิดแล้ว อย่างที่ผมบอกถ้าแตกไปแล้วต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า ๓ อาทิตย์ ให้ยา เช็ดบ้าง อะไรก็แล้วแต่ แต่ไม่ตาย ไม่ตายแล้วหาย จุดมีบ้าง แต่อย่างที่บอก เขาน้ำตาไหลเพราะมันเจ็บหลังจากนั้น ก็เลี้ยงต่อไปได้ครับ เอาไปขายได้ กินได้ครับ บริโภคได้ นี่เป็นการรับรองขององค์การสุขภาพ สัตว์โรค เขาประกาศเลยโรคนี้รักษาหาย เนื้อบริโภคได้ ไม่ติดต่อถึงคน ตรงนี้เราถึงมั่นใจว่า เอาล่ะต้องช่วยกันรักษา ยาอย่างที่ท่านพูด วันนี้เราเร่งแล้วครับ สมาคมยาที่มียาเยอะแยะ เป็นธรรมดาครับ ของขาดก็ขึ้นราคา เราก็ขอร้องในขณะที่พี่น้อง เดือดร้อนก็อย่าเอาเปรียบกันมากนัก เขาก็ยินดีนะครับ ยินดี มีบางบริษัทให้เอาไปใช้ฟรี ก่อนได้เลย ก็ต้องชมเชยบางบริษัทที่ให้การช่วยเหลืออย่างเต็มที่ คราวนี้หลังจากนั้น เนื้อบริโภคได้ แต่แน่นอนคนที่เห็นตะปุ่มตะป่าอย่างนี้ ในเฟซบุ๊ก (Facebook) มันมีเต็ม ไปหมด ก็ไม่มีใครอยากกิน ก็ไปกระทบเรื่องตลาดซื้อขาย แน่นอนราคามันก็ตก เฉพาะเนื้อ บริโภคนะ วัวเป็นไม่ตก วัวเป็นตัว ๆ นี่ยังไม่ตกครับเพราะปริมาณมันน้อย ดังนั้นเราก็ พยายามอีก วันนี้เราก็จะหาแม่วัว วัวขุนมาเพิ่มเติม เราจะต้องปรับปรุงให้ดีกว่าเดิม เราจะเอาวัวมาจากต่างประเทศ นี่บอกเลย ราคาไม่แพง เอามาให้พี่น้องได้ขุน แล้วเราก็เอา แม่วัวที่มีลูกมาเลย เอามีลูกมาให้พี่น้องได้เลี้ยง ผมพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้สอดคล้องกับ ความต้องการของตลาด ตลาดที่ไหนครับ เวียดนาม จีน วันนี้เขายังเชื่อมั่นในการเลี้ยงวัว คุณภาพของคนไทย ราคาตัวเป็นยังไม่ตก เอาล่ะครับ ต่อไปนี้ท่านอยากฟังมากที่สุดทุกคน คือการเยียวยา การช่วยเหลือ ผมตอบท่านแล้วเมื่อตอนงบประมาณ ผมไม่เห็นด้วยเลย ที่การเยียวยาช่วยเหลือต่ำกว่า ๖ เดือน ให้ ๖,๐๐๐ บาท มาจากไหน ไม่มีกฎมีเกณฑ์ ตอนนั้นท่านว่ามา วันนี้ผมรับปากท่าน ผมไปประชุมเอง แล้วให้คณะกรรมการของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประชุมร่วมกับกรมบัญชีกลาง เพิ่งตัดสินกันได้เมื่อวานนี้ สด ๆ ร้อน ๆ แต่ยังประกาศใช้ไม่ได้ ต้องไปผ่านปลัดกระทรวง ประกาศเป็นกฎกระทรวง ออกมาอีก แต่ในเบื้องต้น ประกาศให้พี่น้องเกษตรกร เพื่อนสมาชิกทุกคนที่เป็นห่วงเป็นใยว่า วัวเป็นสมบัติชิ้นสุดท้าย ผมฟังท่านผ่องศรีพูดแล้วก็เศร้า เลี้ยงไว้ใต้ถุนบ้านนี่เป็นออมสิน เมื่อกี้ ส.ส. ท่านเอารูปวัวตายมีเด็ก ๒ คนมานั่งดู มันสะท้อนครับ สะท้อนทุกคน🔗
ท่านรัฐมนตรี ช่วยสรุปด้วยนะครับ🔗
ผมสรุปให้ฟังตรงนี้ว่าเราปรับไปอย่างไร ท่านที่เคารพครับ ตรงนี้ทุกคนอยากรู้แน่นอน อันนี้ของจริงแล้ว มาจากไหน ในการชดเชยครั้งนี้ วัว ๖ เดือน เดิมเราพูดบอก ๖,๐๐๐ บาท วันนี้เราให้ ๑๓,๐๐๐ บาท ไม่ใช่ ๑๒,๐๐๐ บาทนะ ไม่ใช่ ๒ คูณ มากกว่า ๒ คูณ วัวสูงกว่า ๖ เดือน เดิมเราให้ ๑๒,๐๐๐ บาท ที่ท่านพูดกันว่ามันไม่สมศักดิ์ศรี ไม่สมค่าราคา เราก็ให้ เป็น ๒๒,๐๐๐ บาท สูงกว่า ๖ เดือนนะครับ ๑ ปี ถึง ๒ ปี เดิมเราให้ ๑๖,๐๐๐ บาท วันนี้ อาจารย์นิยมครับ ท่านต้องชื่นใจ เป็น ๒๙,๐๐๐ บาทครับ โตจาก ๒ ปีขึ้นไป เดิมเราให้ไว้ ๒๐,๐๐๐ บาท วันนี้เป็น ๓๕,๐๐๐ บาท เราเอามาจากไหนครับตัวเลขเหล่านี้ มาจากประกาศของตลาดและของกรมปศุสัตว์ว่าวันนี้ราคาเท่าไร ส่วนกระบือหรือควาย มากกว่าครับ เดิมเราพูดไว้ ๘,๐๐๐ บาท ที่ ๖ เดือน วันนี้เป็น ๑๖,๐๐๐ บาท กระบือ มากกว่า ๖ เดือนถึง ๑ ปี ๑๔,๐๐๐ บาท เป็น ๒๕,๐๐๐ บาท จาก ๑ ปี ถึง ๒ ปี ๑๘,๐๐๐ บาท เป็น ๓๔,๐๐๐ บาท ๒ ปีขึ้นไป ๒๒,๐๐๐ บาท เป็น ๔๑,๐๐๐ บาท ผมก็คิดว่าราคาอย่างนี้ท่านให้ชดเชย ผมก็คิด ว่าดีกว่าเก่าอีกเท่าตัวตามที่พี่น้องเกษตรกรได้เล่าถึงความยากลำบาก ส่วนสมาชิกสะท้อน ให้เห็นว่ามันต่ำเกินไปให้ได้ ๒ เท่า วันนี้ได้ ๒ เท่าแล้วนะครับ แต่ยังไม่จบนะครับต้องไปผ่าน กรรมการ แต่ตอนนี้กรรมการเรากับกรมบัญชีกลางเห็นพ้องต้องกันแล้ว กระบวนการก็ไป อีกหน่อย พี่น้องที่เคารพครับ นอกจากชดเชยตรงนี้แล้วท่านได้ฝากผมว่าจะทำอย่างไรให้ได้ เงินเร็ว เราของบกลางเลยครับวันอังคารเข้าไป การที่จะชดเชยได้ ท่านไม่ต้องกลัวครับ ที่ตกหล่นวันนี้ไปหาปศุสัตว์อำเภอได้เลยไปเพิ่มได้ สิ่งที่เราฝากไว้ก็คือต้องมีรูปถ่าย มีท่าน สมาชิกถามว่ามันตายเมื่อ ๒ เดือนก่อนเขาไม่รู้ ไม่เป็นอะไรครับ เรามีประชาคม ก่อนจะ จ่ายเงินต้องประกาศก่อน ๓ วัน แล้วทำประชาคม ถ้ายืนยันว่ามีจริงเป็นตัวจริงนะครับ ประชาชนทั้งตำบลโอเค ท่านเลี้ยง เราก็ยินดีให้ คราวนี้บางคนบอกว่าเกษตรกรรับไปแล้ว ไม่มีปัญหาครับ เมื่อประกาศใหม่ออกมาเรายินดีย้อนหลังให้ เรารู้ว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งสุดท้าย ของพี่น้องเกษตรกร โดยเฉพาะอย่างยิ่งรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีท่านสนใจให้ผมรายงาน ทุก ๆ อาทิตย์ว่าไปถึงไหนเรื่องราวต่าง ๆ ผมก็เพิ่งรายงานท่านไปนะครับว่าเวลานี้วัว มันเท่านี้แล้ว ๗๕,๐๐๐ ตัว ตายจริง ๆ ที่ประกาศกันเราต้องมีรูปถ่ายนะครับ วันนี้ผม บอกเลยให้ปศุสัตว์จังหวัดถ้าใครรายงานเรามานี่ต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่บอกกันเดาสุ่ม ทำให้ ตัวเลขมันสูง พี่น้องเกษตรกรก็ตกใจ ต้องมีลายเซ็นครับ เพราะมิฉะนั้นแล้วการแก้ปัญหา มันจะไม่ตรงกัน วันนี้ที่ประกาศได้เกือบ ๆ ๗,๐๐๐ ตัว แต่มีภาพชัดเจน ๓,๐๐๐ ตัว อีก ๔,๐๐๐ ตัว กำลังรอการยืนยันว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร ตายจริงไหม แล้วมีรูปถ่ายอย่างไร มีกรรมการไหม เพราะว่าเดิมสุพรรณบุรีตาย ๕๐ ตัว ก็ไม่ได้ดูหลักฐาน ผมบอกวันนี้ ไม่ถูกต้องแล้ว มิฉะนั้นการแก้ปัญหาจะไม่ถูก แต่สัตว์ป่วย ๗๕,๐๐๐ ตัวนั้นจริง แล้วรักษา หายแล้วครึ่งหนึ่งนะครับ การดำเนินการวัคซีนขอกราบเรียนอย่างนี้ครับ วัคซีนนี่แน่นอน ท่านพูดผมก็ไม่เถียงว่าเราเตรียมตัวช้า มันก็ไม่ช้าแต่เรามีวัคซีนเพียง ๓ ประเทศที่มี โรงงานผลิตและที่ อย. รับรอง มาจากตุรกี แอฟริกาและอียิปต์ ส่วนวัคซีนที่ท่านพูดผมก็ ไม่เถียงครับ ถูก ที่นี่มาจากเวียดนามแต่ไม่ได้ผ่าน อย. คราวนี้ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด นครราชสีมาที่ลงในเฟซบุ๊ก (Facebook) ว่า ๑๐,๐๐๐ บาทอะไรนี่ผมก็เช็ก (Check) ข่าวไป ท่านเป็นห่วง ทางกรมปศุสัตว์ก็เห็นด้วยว่าถ้าเอาวัคซีนที่ไม่ผ่าน อย. มาแล้วไปฉีดกันเอง แล้วมันก็เกิดปรากฏการณ์แล้วบางจุด เพราะไม่รู้ว่าวัวมันเป็นโรคอยู่แล้ว พอเอาวัคซีนไปฉีด มันก็ระเบิดขึ้นมามันก็ลามปามไปใหญ่มากกว่าเดิม วัคซีนอันนี้เพื่อป้องกันครับ ไม่ใช่ รักษาโรค ดังนั้นผมเลยบอกว่าต้องมีปรอทตัวหนึ่ง อันละ ๑๐๐ บาท ได้ไหมครับหมอชลน่าน ให้ชาวบ้านวัดก่อนเลย ยัดไปที่ก้น ถ้าไม่มี แยกออกไป ฉีดได้ครับ ผมศึกษากับหมอแล้ว นายสัตวแพทย์บอกว่าถ้าอย่างนี้ได้ ถ้าชัดเจน ที่ฉีดทุกวันนี้เราไม่รู้ว่ามีเชื้อในตัวเขาหรือยัง ถ้ามีแล้วฉีดไปมีปัญหาแน่นอน ดังนั้น เรื่องต่าง ๆ ที่เพื่อนสมาชิก ๔๐ กว่าท่าน ผมจะนำเรื่องนี้เข้าที่ประชุม แล้วผมก็จะรายงานให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เฉลิมชัย ศรีอ่อน ได้ทราบ เพราะเรื่องเราต้อง แก้ปัญหาร่วมกัน เพราะงานจะไปของบกลางผมเป็นคนเสนอ การเข้า ครม. รัฐมนตรีว่าการ ต้องเซ็น ดังนั้นเราจะพยายามทำให้ดีที่สุดให้เร็วและพยายามไปให้ทั่วถึงครับ วัคซีนที่ท่าน ถามมา ๓๐๐,๐๐๐ ที่มาถึงใหม่ ๆ เสร็จแล้วครับ บางจังหวัดกระจายไปแล้ว กระจายไปตาม อัตราประชากรวัว คือหมอเขาก็มีหลักการและเหตุผล ผมถามว่าทำไมต้องแจกเท่านี้ เขาบอกว่ารัศมีไม่น้อยกว่า ๕ กิโลเมตร เพราะรัศมีของ ๕ กิโลเมตรมาจากไหน เขาบอกว่า พาหะตรงนี้เราไม่ได้ตรวจ ยุง แมลง เหลือบ ริ้น ไร มันขยายไปได้ เราก็ไม่มีเครื่องไปวัดว่า ตัวนี้เป็นโรคหรือเปล่า อันนี้จะเป็นอาวุธใหม่สำหรับตรวจความร้อนของสัตว์ ถ้าเราได้ปุ๊บ หมอก็บอกว่าฉีดได้ ถ้าเราดูแล้ววัวตัวนั้นไม่มีโรค ไม่มีเชื้อ แล้วก็จะไม่เป็นอันตราย🔗
ประการสุดท้ายครับ ขอกราบเรียนว่าเรายินดี ผมพร้อมตั้งศูนย์ปฏิบัติการ ตามที่เพื่อนสมาชิกเสนอเพื่อจะได้รับข้อมูลจากท่าน ท่านจะได้ขอให้ไปชี้แจง แต่เรื่องนี้ผมไป คิกออฟ (Kick off) มา ๒ อาทิตย์แล้ว แล้วเรามีใบปลิวแจกนะครับ ผมสั่งให้ปศุสัตว์จังหวัด ทุกจังหวัดทำแผ่นพับ มีรูป ให้ดูอย่างไร ป้องกันเริ่มต้นอย่างไร อาการต่าง ๆ ผมให้ ทางปศุสัตว์อำเภอไปแจก ไปดูสิว่าหลายคนไม่เข้าใจ และหลายคนก็ไม่รู้ว่าเป็นหรือไม่เป็น เราสั่งเลย ใบแผ่นพับมีทั่ว🔗
เรื่องประกันขอแถมนิดหนึ่งเพื่อนสมาชิก การประกันวัวผมเป็นคนทำ ควายผมเป็นคนเริ่ม เนื่องจากว่าเรามีประกันชีวิต ผมก็คิดว่าทางนี้ล่ะที่จะช่วยให้เกษตรกร ได้มีส่วนรับมาอีกทางหนึ่ง เราได้เยียวยาชดเชยก็รับไป อันนี้เป็นการประกันเหมือนกับ ประกันส่วนตัว ประกันชีวิต ๔๐๐ บาท ได้เงินชดเชย ๓๐,๐๐๐ บาท ซึ่งบริษัท ทิพยประกันภัย อาคเนย์ ซึ่งเขาตอบตกลงมาเรียบร้อยแล้ว ใครทำก็ได้ ตายทุกกรณี ไม่เกี่ยวกับลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ก็ได้ อย่างที่ผมบอกรถชนตายก็ได้ งูกัด ตะขาบกัดก็ได้ ได้ทุกกรณี ก็ฝากพี่น้องเกษตรที่มีฟาร์มเยอะ ๆ ใหญ่ ๆ น่าจะต้องทำประกันนะครับ ๔๐๐ บาทต่อตัว วัวนมยิ่งต้องน่าทำ แล้วก็ได้ค่าชดเชย ๓๐,๐๐๐ บาท ทันที มีแต่รูปส่งมา ได้เงินเลยครับ วันรุ่งขึ้นเขาโอนให้กับบัญชีเกษตรกร ท่านสบายใจได้ เงินเยียวยาก็โอนให้ เกษตรกร ไม่มีการผ่านคนนั้นคนนี้ทั้งสิ้น ขอกราบเรียนเพื่อนสมาชิกด้วยความห่วงใย และ ที่ท่านมีความเป็นห่วง ขอขอบคุณแทนพี่น้องประชาชนอีกครั้งหนึ่งครับ🔗
ขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านสมาชิกครับ จากการอภิปรายของท่านสมาชิกทั้ง ๔๐ กว่าท่าน นะครับ ก็ได้ฟังมาตลอด เห็นว่ามีความเห็นไปในทางเดียวกัน แล้วก็ไม่มีท่านผู้ใดคัดค้าน ดังนั้นผมขอใช้อำนาจประธานตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ในการถามมติว่าจะส่งเรื่องที่ สภาพิจารณาไปให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการ จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น หรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มี ผมถือว่าที่ประชุมลงมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องที่สภาพิจารณาไปให้รัฐบาลพิจารณาดำเนินการ ต่อไปนะครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ วันนี้ได้ประชุมมาพอสมควรแล้ว ขอปิดประชุมครับ🔗