รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๓
ครั้งที่ ๘ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง)
วันพฤหัสบดีที่ ๑ กรกฎาคม พุทธศักราช ๒๕๖๔
ณ อาคารรัฐสภา
-------------------
เรียนท่าน สมาชิกครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือ กันตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ โดยผมจะให้ ปรึกษาหารือกันตามลำดับรายชื่อ และเวลาที่ยื่น โดยใช้เวลาท่านละ ๒ นาทีนะครับ ท่านแรกขอเชิญ ท่านสิรินทร รามสูต ตามด้วยท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน สิรินทร รามสูต สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ดิฉันมีปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลกองควาย อำเภอเมือง จากฝายห้วยฮ่อม ที่ก่อสร้างมาเป็นเวลานาน ตั้งแต่ปี ๒๕๓๗ โดยกรมชลประทาน ต่อมาได้มอบให้ อบต. ซึ่งยกสถานะเป็นเทศบาลได้เข้าไปดูแล ครอบคลุมพื้นที่ในการดูแล ๑,๔๐๐ ไร่ ๔ หมู่บ้าน คือ ๑. หมู่บ้านดอนน้ำครก ๒. บ้านดอนเจริญ ๓. บ้านพุฒิมาราม ๔. บ้านนาแห้ว เนื่องจาก การก่อสร้างฝายมาเป็นเวลานานแล้วและเกิดอุทกภัยหลายครั้ง ทำให้หน้าฝายตื้นเขิน ประตู ระบายน้ำพังเสียหายหนักมาก เกินกว่าศักยภาพของเทศบาลที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหาได้ จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กรมชลประทาน หรือสำนักงานชลประทานเขต ภาค ๘ ลำปาง ได้เข้าไปดูแลแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ ขอภาพค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไป ช่วยเร่งรัดการก่อสร้างสถานีสูบน้ำด้วยพลังงานไฟฟ้า ซึ่งได้มีการสำรวจออกแบบแล้ว ที่จะตั้งอยู่ที่หมู่บ้านนาแห้ว หมู่ที่ ๑๑ ตำบลกองควาย อำเภอเมือง ซึ่งได้มีการออกแบบแล้ว ต้องใช้งบประมาณอยู่ประมาณ ๑๖ ล้านบาท จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปดูแล แก้ไขปัญหาเรื่องระบบชลประทาน นี่คือสภาพนาของพี่น้องประชาชนที่ระบบชลประทาน มีปัญหา เพราะฉะนั้นขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าไปดูแลแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชนด้วย ขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านณัฏฐ์ชนน ตามด้วยท่านเกษม อุประ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอ นาทวี อำเภอสะบ้าย้อย สำนักแต้ว สำนักขามของอำเภอสะเดา พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ วันนี้ผมขออนุญาตเป็นตัวแทน ๑๙ ส.ส. ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาชาติ พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคภูมิใจไทย และพี่น้อง ๔ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ก็ขอให้มีความสันติสุข ๒ ปี ของการแพร่ระบาดโควิด (COVID) เป็นปัญหาที่มา ซับซ้อนของคน ๔ จังหวัด คือ สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ซึ่งปัญหาเดิมมันเป็นโครงสร้างที่เป็นโครงสร้างหลายมิติอยู่แล้ว วันนี้พี่น้องพุทธและมุสลิม ที่อยู่ในพื้นที่ ประชากรทั้งหมดประมาณ ๓,๕๐๐,๐๐๐ คน วันนี้มีตัวเลขผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น มีคลัสเตอร์ (Cluster) กระจายไปหลายพื้นที่ใน ๔ จังหวัด ประกาศ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน (ฉบับที่ ๒๕) ครับท่านประธาน ลงวันที่ ๒๗ มิถุนายน ๒๕๖๔ กำหนดให้ ๑๐ จังหวัดเป็นพื้นที่ฉุกเฉิน สูงสุดและเข้มข้นหรือว่าพื้นที่สีแดงเข้ม เพราะฉะนั้น ๑๐ จังหวัดประกอบด้วย กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ๖ จังหวัด และ ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ วันนี้สิ่งที่ พี่น้อง ๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ต้องการก็คือให้ ศบค. ทบทวนแผนกระจายวัคซีน เดิมของ ๔ จังหวัดใหม่ เพราะว่าประชากร ๓.๕ ล้านคนต้องใช้วัคซีน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ๒,๕๐๐,๐๐๐ โดส (Dose) ภายในเดือนกันยายน และสิ่งที่รัฐบาลต้องเยียวยานะครับ ประกาศ ๑๐ จังหวัดครับท่านประธาน มติ ครม. เมื่อวันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๔ ช่วยเหลือกรุงเทพฯ และปริมณฑล ๘,๕๐๐ ล้านบาท ท่านนายกรัฐมนตรีอาจจะลืม ๔ จังหวัดไปนะครับ ไม่เป็นอะไรครับ ประชุม ศบค. ครม. รอบหน้าก็ขอท่านอย่าลืมคน ๔ จังหวัดด้วยครับ เรื่องพักชำระหนี้ หรืออื่น ๆ เพราะฉะนั้นขอให้ท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ลงไปเยี่ยมพี่น้องชาวจังหวัดปัตตานี บ้าน ส.ส. อับดุลบาซิม อาบู ส.ส. เพชรดาว และท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ ลงไปเยี่ยมพี่น้องอำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย ของจังหวัดสงขลาด้วยครับ ขอบคุณครับ วัสสลามครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเกษม ตามด้วยท่านนายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม เกษม อุประ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธาน ผ่านไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และท่านนายกรัฐมนตรี จากการยื่นญัตติเรื่อง โรคระบาดลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่การรักษาเยียวยายังไม่คืบหน้า ผมกลัวจะไม่ทันการณ์ต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ ชาวบ้าน ตกงาน หนีโควิด-๑๙ (COVID-19) จากกรุงเทพมหานครกลับบ้านต่างจังหวัด กู้ยืมเงินซื้อวัว มาเลี้ยงครอบครัวละ ๒ ตัว ๓ ตัว ๕-๖ ตัวบ้างตามกำลัง เมื่อเกิดโรคระบาดเจ้าหน้าที่ ขาดอุปกรณ์ เครื่องมือในการรักษาได้เพียงแต่ฉีดยาฆ่าเชื้อ เกิดในพื้นที่ใดในรัศมี ๕๐ กิโลเมตรจะไม่มีการฉีดวัคซีน ท่านจะต้องแยกสัตว์ที่ติดโรคกับที่ไม่ติดโรคออกจากกัน ไม่ใช่ขังรวมกัน เมื่อคัดกรองเสร็จแล้วก็ต้องมีการฉีดวัคซีนสำหรับตัวที่ไม่เป็นโรคให้ อย่างทั่วถึง ถึงจะแก้ไขปัญหานี้ได้ ท่านประธานครับ การจ่ายค่าชดเชยให้กับครอบครัว เกษตรกร ท่านมีเกณฑ์บอกว่าจ่ายให้ไม่เกินครอบครัวละ ๒ ตัว ซึ่งควรจะต้องจ่ายตาม ความเป็นจริง เพราะว่าเป็นความหวังเป็นสมบัติชิ้นสุดท้ายของพี่น้องประชาชนจริง ๆ ท่านประธานครับ ชาวบ้านเดือดร้อนจากโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) ก็สาหัสอยู่แล้ว มาโดนโรคระบาดลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ก็เหมือนตายทั้งเป็น ท่านประธานครับ ฝากถึง ท่านนายกรัฐมนตรีว่าท่านอย่าฟังแต่เสียงหัวเราะของคนรอบข้างเลย จนลืมฟังเสียงร้องไห้ โอดครวญของคนทั้งแผ่นดิน กราบขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ตามด้วยท่านมานพ คีรีภูวดล เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ กระผมขออนุญาตนำข้อหารือเกี่ยวกับ การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่า ทะเลน้อยมาเพื่อหารือกับสภาแห่งนี้ ก่อนอื่นขออนุญาตกล่าวถึงทะเลน้อยนะครับ ถ้าหากว่าพูดถึงทะเลน้อยก็จะนึกถึงแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่อยู่ในพื้นที่อำเภอควนขนุน จังหวัดพัทลุงนะครับ สถานที่แห่งนี้ทางราชการ โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ประกาศ เป็นเขตห้ามล่าสัตว์ป่า เมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๘ แล้วก็ได้มีการขยายเขตห้ามล่าสัตว์ป่า แห่งนี้ไปต่อเนื่องอีก ๒ ครั้ง ล่าสุดก็เมื่อปี ๒๕๒๕ ผลในการที่ทางราชการได้ประกาศ ให้พื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าทะเลน้อยเป็นพื้นที่ซึ่งเป็นที่อยู่ให้สัตว์ป่า แล้วก็คุ้มครองสัตว์ป่า ทำให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ในเขตที่ประกาศได้รับผลกระทบ ก็คือไม่สามารถที่จะไปทำมาหากิน แล้วก็ทำอะไรที่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาชีพ การสร้างที่อยู่อาศัย ในการนี้ผมจึงเห็นว่า พี่น้องประชาชนจำนวนมากกำลังเดือดร้อนถูกดำเนินคดี จึงหารือไปยังฝ่ายบริหาร ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการ เปลี่ยนแปลงแนวเขตของเขตห้ามล่าสัตว์ป่า เพื่อแบ่งแยกที่อยู่ระหว่างสัตว์ป่ากับคน แล้วก็ดำเนินการ เพื่อที่จะให้การใช้ทรัพยากรเป็นไปด้วยความสมดุลและแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจากการอยู่อาศัยในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าต่อไปครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านมานพ ตามด้วยท่านนพดล แก้วสุพัฒน์ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ขอหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ เรื่องแรกหารือไปยังกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้ลงพื้นที่สำรวจความเหมาะสม แล้วก็แผนที่จะให้มีการสร้างสนามกีฬาประจำอำเภอ จอมทอง จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากว่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่ร้องมาที่ผมว่าอยากจะให้มี สนามกีฬาประจำอำเภอ ซึ่งอำเภอจอมทองถือว่าเป็นศูนย์กลางของอำเภอสายใต้ ของจังหวัดเชียงใหม่ แล้วก็ที่ผ่านมาก็มีการจัดกีฬา เช่น การปั่นจักรยานขึ้นดอยอินทนนท์ เมาเทนไบก์ (Mountain bike) ซึ่งมีคนร่วมประมาณ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ คน เพราะฉะนั้น ถ้าหากว่ามีสนามกีฬาประจำอำเภอก็จะเป็นที่ท่องเที่ยวหรือเป็นที่พักผ่อนของพี่น้องและ เป็นศูนย์กลางในการจัดงานสายใต้ของจังหวัดเชียงใหม่🔗
เรื่องที่ ๒ ถนนหลวงชนบทเส้นบ้านเด่น-บ้านหลวง สัญญาการก่อสร้าง หมดไปแล้ว ๒ ปี ณ วันนี้การก่อสร้างถนนยังไม่แล้วเสร็จนะครับ ช่วงนี้เป็นช่วงที่เกิดพายุ เข้ามา เส้นทางการเดินทางของพี่น้องลำบากมากนะครับ ก็อยากให้ทางกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงชนบทได้ไปตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าทำไมผู้รับเหมารับงานมาแล้ว ทิ้งงานมา หรือไม่ ๒ ปีมาแล้ว ถนนยังไม่เสร็จครับ เพื่อให้การเดินทางตรงนี้ของพี่น้องประชาชนที่อยู่ ในพื้นที่ภูเขาในช่วงฤดูฝนก็จะมีความยากลำบากนะครับ เรื่องนี้ผมได้ปรึกษาในสภาแห่งนี้ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๓ แล้วนะครับท่านประธาน ในส่วนของท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเทศบาล ตำบลบ้านหลวง ทางปกครอง ทางอำเภอก็พยายามติดต่อประสานงานกับส่วนราชการ ที่เกี่ยวข้อง แต่ว่า ณ วันนี้ยังไม่คืบหน้าก็อยากจะนำเรียนท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม แล้วก็อธิบดีกรมทางหลวงให้เร่งรัดตรวจสอบข้อเท็จจริงและเร่งแก้ปัญหา ให้พี่น้องประชาชน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนพดล ตามด้วยท่านสิงหภณ ดีนาง นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายนพดล แก้วสุพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท ขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อนของการบริการ ของพี่น้องประชาชน ๒ เรื่องดังนี้🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้กระทรวงมหาดไทยได้เร่งจัดสรรวัคซีนแก้ไขปัญหาโรคโควิด (COVID) ให้กับบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหาร สมาชิกสภา พนักงาน ลูกจ้างของท้องถิ่น เพราะว่ามีหน้าที่ที่จะร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขในการที่จะ ดูแลแก้ไขปัญหาแต่ยังเป็นบุคคลที่ยังมีความเสี่ยงมากกว่าคนอื่น แล้วยังฉีดกันไม่ครบนะครับ เรื่องนี้ก็ขอฝากท่านประธานช่วยเสนอต่อกระทรวงมหาดไทยเพื่อพิจารณาต่อไป🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้รัฐบาลจัดสรรงบประมาณที่กู้มา ๕๐๐,๐๐๐ ล้านกว่าบาทนี้ สนับสนุนโครงการต่าง ๆ ลงไปยังท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเยียวยาหรือฟื้นฟูกับพี่น้อง เพื่อที่จะให้ครอบคลุมแก่ประชาชนในพื้นที่ทั้งประเทศ เพราะว่าในกรณีที่ปัจจุบันนี้ ทางรัฐบาลได้มีนโยบายให้แรงงานกลับต่างจังหวัด แรงงานพวกนั้นก็คงจะต้องกลับไปสู่พื้นที่ แล้วก็จะรอรับเงินแจกอย่างเดียวคงจะเป็นไปไม่ได้ ควรจะมีโครงการที่รัฐบาลร่วมกับท้องถิ่น ในการที่จะเยียวยาหรือฟื้นฟูเพื่อให้เกิดกิจกรรมได้แรงงาน เช่น การเกษตร หรือต่าง ๆ พวกนี้ให้มีงานทำ โดยใช้เงินที่กู้มาจะได้ให้มีการกระจายเงินไปสู่พื้นที่ได้อย่างครอบคลุม เพราะท้องถิ่นรับทำงานในพื้นที่อยู่แล้วนะครับ ก็ขอขอบคุณท่านประธานมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสิงหภณ ตามด้วยท่านพันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสิงหภณ ดีนาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๖ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีเรื่องจะหารือดังนี้ครับ🔗
เนื่องด้วยกระผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ตำบลชุมแพ อำเภอ ชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ว่ามีถนนในเขตพื้นที่ตำบลชุมแพ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ได้รับความเสียหายเป็นอย่างมาก จำนวน ๕ สาย ดังนี้ครับท่านประธาน🔗
๑. ถนนสาย ขก. หมายเลข ๓๐๔๗ เชื่อมระหว่างบ้านท่าเดื่อ ตำบลไชยสอ ถึงพิพิธภัณฑ์คนโบราณ บ้านโนนเมือง ตำบลชุมแพ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ระยะทาง ๔.๔ กิโลเมตร🔗
๒. ถนนสายบ้านมาลา หมู่ ๓ ถึงบ้านดอนหัน หมู่ ๙ ตำบลชุมแพ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ระยะทาง ๓ กิโลเมตร🔗
๓. ถนนสาย ขก. หมายเลข ๓๐๑๒ เชื่อมระหว่างบ้านหนองจิก ตำบลชุมแพ อำเภอชุมแพ ถึงบ้านโนนคูณ ตำบลโนนคูณ อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ ระยะทาง ๒ กิโลเมตร🔗
๔. ถนนสายบ้านหนองบัว หมู่ ๕ ถึงบ้านเชิญ หมู่ ๖ ตำบลชุมแพ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ระยะทาง ๑.๗ กิโลเมตร เชื่อมระหว่างตำบลชุมแพ ถึงตำบลโนนสะอาด อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิ🔗
๕. ถนนสายร่องโจด บ้านมาลา หมู่ ๓ ถึงบ้านสว่างวารี หมู่ ๑๐ ตำบลชุมแพ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ระยะทาง ๒.๖ กิโลเมตร ซึ่งถนนทั้ง ๕ สายดังกล่าวอยู่ใน ความรับผิดชอบของกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม เป็นเส้นทางที่เสียหาย เป็นหลุมเป็นบ่อตลอดเส้นทาง การสัญจรไปมาของพี่น้องประชาชนทั้งภาคเกษตรกร ในการขนส่งพืชพันธุ์ทางการเกษตรออกสู่ตลาดมีความลำบากในการขนส่งเป็นอย่างมาก ดังนั้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนและความปลอดภัยในการเดินทางมากขึ้น จึงอยากเรียนสอบถามไปทางกรมทางหลวงชนบทผ่านท่านประธานสภาว่า ๑. กรมทางหลวงชนบท มีนโยบายในการที่จะปรับปรุงซ่อมแซมถนนทั้ง ๕ สายดังกล่าวอย่างไรหรือไม่ครับ ๒. หากกรมทางหลวงชนบทมีนโยบายในการปรับปรุงซ่อมแซมถนนทั้ง ๕ สายดังกล่าว จะเริ่มดำเนินการได้เมื่อใด หรือในปีงบประมาณใดครับ ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ พันตำรวจโท ฐนภัทร ตามด้วยนายบุญแก้ว สมวงศ์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๑ อำเภอเมือง อำเภอแหลมสิงห์ พรรคพลังประชารัฐ กระผมขอหารือท่านประธานสภา ถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน กล่าวคือ กระผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากนางนรินทร์สิริ สิริโภไคย ซึ่งเป็นผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๕ ตำบลเกาะเปริด อำเภอแหลมสิงห์ว่าพี่น้อง ๔๐ ครัวเรือน ได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งเป็นปัญหาที่รุนแรง หลายครอบครัว ถูกน้ำทะเลกัดเซาะกินเนื้อที่ไปกว่าปีละ ๕ เมตร บ้านเรือนเสียหาย ประชาชนไร้ที่อยู่อาศัย ส่งผลกระทบทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และสูญเสียความสมบูรณ์สวยงามของธรรมชาติ มีครอบครัวหนึ่งหลังจากกระผมได้รับเรื่องร้องเรียน กระผมไปยังที่เกิดเหตุไปเห็นพื้นที่เหลือ อีก ๑ เมตรเท่านั้นเองจะถึงบ้านแล้ว น้ำทะเลกัดเซาะ อีก ๒ วันต่อมาบ้านหลังดังกล่าวถูกน้ำ ทะเลกัดเซาะพังไปครึ่งหลัง นำความเสียใจมายังเจ้าของบ้านและพี่น้องที่เกิดเหตุตอนนี้ กำลังจะทำบ้านให้กับผู้เสียหายรายนั้นอยู่ซึ่งเป็นคนที่ยากจน ท่านประธานครับ สาเหตุของ การที่น้ำทะเลกัดเซาะชายฝั่งนั้นมีสาเหตุใหญ่ก็คือ มีคลื่นทะเลที่ถาโถมพัดน้ำทะเลเข้าชายฝั่ง อย่างรุนแรง โดยเฉพาะช่วงที่มีลมพายุครับ ดังนั้นแนวทางแก้ไขครับท่านประธาน กระผมเห็นว่าควรจะทำให้เหมือนกับจังหวัดอื่น ๆ ก็คือการสร้างเขื่อนโดยใช้หินทำคันกั้นแรงกระทบของน้ำทะเล ซึ่งที่ผ่านมาประชาชน ต้องลงทุนเองโดยใช้ไม้ไผ่ปักกันคลื่นทะเล ซึ่งใช้ไม่ได้นานครับ เนื่องจากหมดทุนเสียก่อน ทำได้ไม่เท่าไรก็พัง กระผมจึงขอวิงวอนแทนชาวบ้านต่อท่านประธานผ่านไปยังภาครัฐ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกรมโยธาธิการและผังเมือง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หรือแม้กระทั่งจังหวัด นำงบพัฒนาจังหวัดมาดำเนินการแก้ปัญหาให้กับชาวบ้าน หมู่ ๕ ตำบลเกาะเปริด อำเภอแหลมสิงห์ และชุมชนข้างเคียงของกระผมด้วยครับ เพื่อที่จะเป็น การแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน ถาวร และยั่งยืนต่อไป กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณบุญแก้ว ตามด้วยท่านสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบุญแก้ว สมวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร พรรคเพื่อไทย ขอหารือ ท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ คือตอนนี้จังหวัดยโสธรประสบปัญหาภัยแล้งในช่วงฤดูแล้ง แล้วก็ สืบเนื่องมาจากพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนเนื่องจากสถานีสูบน้ำ พี ๑ (P1) พี ๕ (P5) พี ๖ (P6) ตั้งอยู่ที่ตำบลผือฮี ตำบลหัวเมือง แล้วก็ตำบลม่วง ที่ใช้การไม่ได้ เนื่องจากเครื่องชำรุดเสียหาย แล้วก็ไม่มีหน่วยงานไหนที่จะไปรับผิดชอบ โดยเฉพาะ กรมชลประทานได้ไปสำรวจแล้ว แต่ก็ยังไม่ซ่อมให้กับพี่น้องประชาชน สถานีหนึ่งมี ๕ เครื่อง แต่ใช้ได้แค่ ๑ เครื่อง ก็ยังไม่เพียงพอต่อพี่น้องทำการเกษตรนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ก็ไปกรมชลประทานอีกเหมือนเดิม เพราะว่ากรมชลประทาน ไปก่อสร้างสถานีสูบน้ำไว้ บ้านลาดมุณี ท่านประธานดูภาพ ท่านจะเห็นเลยว่าตั้งแต่ทำจนถึง ปัจจุบันน้ำไม่ได้สูบสักหยดก่อนที่ท่านจะทำท่านต้องไปศึกษา ไปสำรวจว่ามีแหล่งน้ำไหม ทำแล้วเงินภาษีพี่น้องประชาชนท่านไม่ได้เอามาใช้เลย แล้วก็ไปเดือดร้อนให้กับพี่น้อง ประชาชน จะโอนให้ อบต. อบต. เขาก็ไม่รับ ผมได้รับร้องเรียนจากกำนันไชยาและผู้นำ หมู่บ้าน โดยเฉพาะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แล้วก็พี่น้องประชาชนได้ร้องเรียนมาหาผมอยู่ตลอด เพราะว่าสถานีสูบน้ำบ้านลาดมุณี ตั้งแต่ทำมาก็ไม่ได้ทำอะไรเลย แล้วเครื่องก็ได้พังเสียหาย แล้วก็บ้านดอนผึ้งด้วยนะครับ ฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมชลประทานก่อนจะทำอะไร ให้ปรึกษา ให้ประชาคมกับพี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ ตามด้วยคุณอับดุลอายี สาแม็ง นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม สัมฤทธิ์ แทนทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคพลังประชารัฐ กระผมขอหารือผ่านท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขอให้เร่งรัด การพิจารณาอนุมัติเบิกจ่ายเงินชดเชยส่วนต่างราคามันสำปะหลังให้กับเกษตรกรครับ ท่านประธานครับ โครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังปีนี้มีปัญหา ๑ ประการ เนื่องจากโครงการได้ระบุการเพาะปลูกเริ่มจากวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๓ เป็นสาเหตุให้มีเกษตรกรจำนวน ๑๕๐,๐๐๐ รายยังไม่ได้รับเงินชดเชย เพราะว่าเขาแจ้ง การเพาะปลูกก่อนวันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๓ ซึ่งปัญหานี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ ข้อมูลแล้ว และคณะอนุกรรมการกำกับดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงได้ประชุม เพื่ออนุมัติและหาแนวทางแก้ปัญหาแล้ว แต่ผมทราบมาว่าคณะกรรมการชุดใหญ่ ก็คือคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการมันสำปะหลัง หรือชื่อย่อเรียกว่า นบมส. ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน ยังไม่ได้กำหนดวัน เวลา และวาระการประชุม กระผมจึงขอให้ทาง นบมส. ได้เร่งรัด เร่งรีบการประชุมเพื่ออนุมัติ เพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติการเบิกจ่ายให้กับเกษตรกรต่อไป กระผมขอนำเรียนเพิ่มเติมว่าเกษตรกรรอคอย รอแล้วรออีก รอมานานครับ เพราะช่วง เวลานี้เป็นช่วงเวลาจำเป็นที่พี่น้องเกษตรกรจะต้องนำเงินไปจ่ายค่าปุ๋ย ค่ายา ค่าแรงงาน กระผมจึงขอให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมทั้งคณะกรรมการนโยบาย และบริหารจัดการมันสำปะหลังได้เร่งดำเนินการเป็นการเร่งด่วนที่สุด ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอับดุลอายี และตามด้วยพลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ นะครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จากจังหวัดยะลา ขอหารือกับ ท่านประธานประมาณ ๔ ประเด็นนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๑ ก็คือเรื่องของนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ที่ประเทศตุรกี ประมาณ ๙ ราย ประสงค์จะกลับบ้าน แล้วก็เงื่อนไขของการกลับนั้นจะต้องถูกกักตัว ๑๔ วัน ในประเทศไทย ณ ขณะนี้ค่าใช้จ่ายก็เปรียบเทียบดูค่าเครื่องบินที่กลับจากประเทศตุรกี มาถึงประเทศไทยยังถูกกว่าการที่ต้องเป็นค่าใช้จ่ายในการกักตัว ๑๔ วัน อย่างไรก็อยากจะ นำเรียนให้ท่านประธานเพื่อผ่อนผันในเรื่องของค่าใช้จ่ายระหว่างการกักตัว ๑๔ วัน ด้วยนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ จากมาตรการที่ปิดหมู่บ้านในพื้นที่ของจังหวัดยะลา ซึ่งมูฟ (Move) ผู้ติดเชื้อที่อยู่โลคัล ควอรันทีน (Local Quarantine) หรือไม่ก็โฮม ควอรันทีน (Home Quarantine) ทาง อบต. ทางท้องถิ่นก็ได้มีการจัดเลี้ยงอาหาร ๓ เวลาแล้ว แต่ยังมี ปัจจัยบางประการที่ยังไม่ครอบคลุมในเรื่องของการที่จะใช้งบประมาณในการใช้จ่าย อย่างเช่นว่าค่านมเด็ก ซึ่งเด็กก็ต้องถูกกักตัวรวมกับผู้ใหญ่ แล้วมีค่าแพมเพิร์ส (Pampers) เป็นปัจจัยที่ไม่สามารถที่จะใช้จ่าย ซึ่งเป็นภาระให้กับผู้ที่ดูแลในศูนย์ควอรันทีน (Quarantine) เหล่านั้น ก็ขอให้ท่านประธานช่วยปรับปรุงแก้ไข แล้วก็เพิ่มเติมในรายการ ที่สามารถจะใช้จ่ายงบประมาณในการที่ดูแลผู้ที่ถูกกักตัวด้วยนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๓ ก็ต้องขอขอบคุณนะครับ เมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้วผมได้พูดในสภา แห่งนี้ ทาง ศบค. ของจังหวัดยะลาได้ทำหนังสือไปถึงท้องถิ่นสามารถที่จะซื้อถุงยังชีพ ไปให้กับพี่น้องที่มีความเดือดร้อนจากโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่อยู่ตามบ้าน ไม่ว่าจะเป็น โฮม ควอรันทีน (Home Quarantine) หรือว่าโลคัล ควอรันทีน (Local Quarantine) พวกครอบครัวที่อยู่ที่บ้านก็สามารถที่จะจัดถุงยังชีพให้กับพี่น้องเหล่านี้ได้นะครับ🔗
ประเด็นที่ ๔ นิดเดียวครับท่านประธาน การแพร่ระบาดในครั้งนี้ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ อสม. ทาง ศอ.บต. รพ.สต. ก็ดำเนินการอยู่เข้าเวรครั้งละ ๒๔ ชั่วโมง แต่ ณ ขณะนี้เบี้ยเลี้ยงอะไรก็ยังไม่มีนะครับ ถ้าท่านสามารถเพิ่มสิ่งเหล่านี้ให้กำลังใจกับ คนเหล่านี้ได้จะเป็นการขอบพระคุณอย่างยิ่ง สำคัญที่สุดเบี้ยเลี้ยงเสี่ยงภัยของจังหวัดยะลา ไม่มีออกนะครับท่านประธาน ช่วยประสานอย่างเร่งด่วนเพื่อให้คนมีค่าใช้จ่ายในการดูแล สิ่งเหล่านี้ด้วยนะครับท่านประธาน ขอขอบคุณครับ🔗
ต่อไป เชิญท่านสุรินทร์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ มีเรื่องหารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของประชาชนครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ถนนสายสงขลา-จะนะ ทางหลวงแผ่นดินได้สร้างถนนขวางทางน้ำ ทำให้เกิดน้ำท่วมเป็นประจำ ในช่วงฤดูฝนตกนี้จะขังอยู่ประมาณสัก ๗-๘ วัน ในพื้นที่หมู่ ๗ หมู่ ๙ และหมู่ ๑๑ ตำบลจะโหนง อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลาครับ🔗
เรื่องที่ ๒ จุดยูเทิร์น (U-Turn) เส้นทางสายจะนะ-ปัตตานี ตรงหมู่ ๑ ตำบลสะกอม อำเภอเทพา ที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ขอให้มีการเปลี่ยนแปลงด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ จุดยูเทิร์น (U-Turn) สายเทพา-ลำไพล ช่วงหมู่บ้านบ้านท่าดี อำเภอเทพา ขอให้ดำเนินการแก้ไขด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๔ ไฟฟ้าส่องถนนสายลำไพล-นาทวี จากบ้านลำไพลถึงบ้านควนหมาก มืดสนิทเลยนะครับ เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ก็ขอให้ทางการช่วยดำเนินการแก้ไขด้วย ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ตามด้วยท่านรุ่งโรจน์ ทองศรี นะครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ผมขอ หารือเกี่ยวกับด้านปัญหาภัยแล้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมชลประทานครับ🔗
ประเด็นที่ ๑ เนื่องจากว่าบึงทะเลน้อย ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองม่วง ปรากฏว่าจะเห็นภาพว่าบึงนั้นมีแต่ดินหมดครับ ไม่มีน้ำเลยครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ คือที่เขื่อนกั้นน้ำถนอมธนชัย ตำบลเกาะแก้ว อำเภอโคกสำโรง ตำบลนี้พี่น้องเกษตรกรจะใช้น้ำหลายตำบลเกือบครึ่งอำเภอ ปรากฏว่าเขื่อน ฝายแตกพัง ประตูกั้นน้ำพังหมด ไม่มีการซ่อมแซมมาหลายปีแล้วครับ ถ้าน้ำมากก็ไหลลง ถ้าน้ำน้อย ก็แห้งแล้ง🔗
ประเด็นที่ ๓ ต่อมาที่ตำบลถลุงเหล็กอำเภอโคกสำโรงเช่นเดียวกัน ท่านจะ เห็นว่าฝายกั้นน้ำแตกหมดเลยครับ ใช้ไม่ได้มาหลายปี ก็หารือไปทางชลประทาน ไม่สามารถแก้ไขได้🔗
ประเด็นที่ ๔ ต่อมาท่านจะเห็นว่าวันนี้พี่น้องชาวจังหวัดลพบุรี เกษตรกร หลายตำบลได้รับภัยธรรมชาติอย่างแสนสาหัสตอนนี้ปลูกข้าวก็แห้งแล้ง🔗
ประเด็นที่ ๕ ต่อมาท่านจะเห็นว่าวันนี้ตำบลโคกตูม อ่างซับเหล็ก อ่างห้วยส้ม ที่เก็บน้ำมหาศาลนั้นปรากฏว่าไม่มีน้ำเลย ต่อมาวันนี้ท่านจะเห็นว่าหน้าเขื่อนป่าสัก ตำบล มะนาวหวาน ตำบลน้ำสุดห้วยขุนราม ปรากฏว่าแห้งแล้งไม่สามารถที่จะดำเนินการหาน้ำได้ แม้แต่น้ำบ่อบาดาล เมื่อประตูน้ำเขื่อนป่าสักเปิดทำให้น้ำแห้งแล้ง ทำให้น้ำไม่สามารถจะ ใช้ได้ตอนบนขอให้ทางเขื่อนป่าสักกรุณาเวลาจะเปิดน้ำไปให้ข้างล่างนั้นควรจะปรึกษาพี่น้อง ชาวตำบลพัฒนานิคมก่อนครับ กราบพระคุณอย่างสูงท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านรุ่งโรจน์ ทองศรี ตามด้วยท่านศรัณย์ ทิมสุวรรณ นะครับ🔗
ท่านประธานศุภชัยที่เคารพ กระผม นายรุ่งโรจน์ ทองศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ ผู้แทนเซราะกราว ขอนำปัญหา ความเดือดร้อนของพี่น้องหารือไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงคมนาคม กรมทางหลวง🔗
เรื่องที่ ๑ ในเรื่องช่องตะโก ช่องตะโกเป็นคอขวดระยะทางแค่ ๓ กิโลเมตร อยู่ในเขตมรดกโลกบนทางหลวงหมายเลข ๓๔๘ เชื่อมภาคอีสานกับภาคตะวันออก มีรถวิ่ง วันละหลายหมื่นคัน และเป็นเส้นทางโลจิสติกส์ (Logistics) ที่สำคัญรถบรรทุก รถเทรลเลอร์ (Trailer) จำนวนมากเกิดอุบัติเหตุแทบทุกวัน ชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้อง ตลอดจนสัตว์ป่า เสียหายจำนวนมาก ผมแนะนำปัญหาช่องตะโกหารือหลาย ๆ ครั้งแล้ว เพราะเป็นเรื่องที่ สำคัญอย่างยิ่ง กราบวิงวอนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมอุทยาน แห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช โดยท่านรัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา ท่านปลัดกระทรวง ท่านอธิบดี ช่วยพิจารณาอนุญาตให้กรมทางหลวงสามารถเข้าไปศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม อีไอเอ (EIA) และที่สำคัญวันนี้ครับ กรมทางหลวง โดยท่านอธิบดีสราวุธ ทรงศิวิไล ได้ตั้งงบ ศึกษาอีไอเอ (EIA) ในปีงบประมาณ ๒๕๖๕ นี้แล้ว เป็นเงิน ๙๐ ล้านบาท ขอกราบวิงวอนครับ และเราเชื่อมั่นว่าผลการศึกษาผลกระทบจะเป็นผลดีต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งในเรื่องป่า สัตว์ป่า ชีวิต และทรัพย์สินของพี่น้องประชาชน ช่วยอนุญาตด้วยครับ อย่าให้งบที่กรมทางหลวง ตั้งไว้ต้องตกไปและสูญเปล่า ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีวราวุธ ศิลปอาชา ท่านรัฐมนตรี ศักดิ์สยาม ชิดชอบ และท่านอธิบดีสราวุธ ทรงศิวิไล ตลอดจนท่านอธิบดีปฐม เฉลยวาเรศ ล่วงหน้าครับ และขอฝากท่านชาดา ไทยเศรษฐ์ กรรมาธิการงบประมาณ และประธาน อนุกรรมาธิการที่ดินสิ่งก่อสร้าง ช่วยติดตามเกาะติดและกระทุ้งต่อด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอขยายถนน ๔ เลน สาย ๒๒๔ จากอำเภอบ้านกรวด ไปอำเภอ ละหานทราย อำเภอเสิงสาง อำเภอปะคำ อำเภอครบุรี อำเภอโชคชัย และสาย ๓๔๘ วันนี้อำเภอ นางรองถึงอำเภอปะคำ ขอต่อไปถึงอำเภอโนนดินแดง-ช่องตะโก สาย ๒๔ แยกตะโกถึงสี่แยก ตาเป๊ก อำเภอเฉลิมพระเกียรติขอต่อถึงละหานทราย ขอแค่นี้ก่อน ขอกราบขอบพระคุณมากครับ🔗
ไปฝาก รัฐมนตรีคมนาคมต่อนะครับที่เหลือ ต่อไปเชิญท่านศรัณย์ ตามด้วยท่านพยม พรหมเพชร นะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย วันนี้มีเรื่องหารือกับท่านประธาน ๓ เรื่อง ฝากไปถึงกระทรวงคมนาคมครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ฝากถึงกรมทางหลวงชนบทได้รับการร้องเรียนจากนายอุดม อินเพชร รองนายก อบต. ผาสามยอดเกี่ยวกับถนนเส้นบ้านหนองตูม-โนนสวรรค์ และโนนสวรรค์-บ้านซำม่วง ทั้ง ๒ ช่วงเป็นถนนที่ชาวบ้านใช้ในการสัญจรบ่อย และตอนนี้ชำรุดมาก แล้วก็ไม่ได้รับการดูแล มาหลายปี เริ่มเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งขึ้น อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเข้าไปดูแล ตรวจสอบแล้วก็ซ่อมแซมด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ถึงกรมทางหลวงชนบทเช่นกัน ตอนนี้ก็ได้รับการร้องเรียนจาก ท่านเกรียงไกร กลิ่นจันทร์ และนายมนูญ บุตรนาม ทั้ง ๒ ท่านเป็นประชาชนที่อาศัยอยู่ใน อำเภอภูหลวง ถนนสายหนองอีเก้ง และถนนบ้านนาโพธิ์-นาฝาย โดยเฉพาะบริเวณ หัวสะพานครับ สะพานรวมใจภูหอ ซึ่งเป็นสะพานที่ใช้ข้ามแม่น้ำเลย ตอนชำรุดแล้วก็ เสียหายเป็นอันตรายในการข้ามแม่น้ำของชาวบ้าน เริ่มมีอุบัติเหตุบ่อยครั้งขึ้นเช่นกัน แล้วก็ ยังขาดการดูแลมาเป็นเวลานาน อยากให้กรมทางหลวงชนบทช่วยเข้าไปดูแลทั้ง ๒ เส้นทาง แล้วก็ บริเวณสะพานด้วย🔗
เรื่องสุดท้ายถึงกรมทางหลวง ได้รับการร้องเรียนจากนายสันติ พรหมมาวัน นายก อบต. เลย-วังใส ถนนเส้นภูหลวง-หล่มเก่า บริเวณบ้านวังมนถึงบ้านไร่สุขสันต์ ซึ่งเป็นถนนทางโค้งแล้วก็เป็นทางลาดขึ้นลงเขา เป็นบริเวณที่มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยมาก ทั้งชาวบ้านเองแล้วก็นักท่องเที่ยวใช้ถนนเส้นนี้ในการสัญจรเป็นถนนสำคัญ แล้วก็เชื่อว่าต้อง ได้รับการพัฒนาอย่างเร่งด่วนในการเพิ่มความปลอดภัยในการเดินทางทั้งชาวบ้าน และนักท่องเที่ยว ถนนเส้นนี้เป็นถนนระหว่างจังหวัด แล้วก็จะช่วยให้ประชาชนแล้วก็นักท่องเที่ยว เดินทางได้มากขึ้นในช่วงโควิด (COVID) แบบนี้ ทุกคนเริ่มกลับมาเดินทางแล้วครับ เพราะฉะนั้นอุบัติเหตุเป็นสิ่งที่เราควรจะหลีกเลี่ยงได้ อยากฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วย ตรวจสอบแล้วก็แก้ไขด้วยครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพยม และตามด้วยท่านสุเทพ อู่อ้น นะครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พยม พรหมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขต ๓ ซึ่งประกอบด้วย ๘ ตำบล ในอำเภอหาดใหญ่ ๔ ตำบลในอำเภอนาหม่อม หลายครั้งหลายคราวที่กระผมหารือท่านประธาน ถึงความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ โดยเฉพาะถนนหนทาง หรือแหล่งน้ำ หรือสิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในพื้นที่ วันนี้ต้องมาขอขอบคุณนะครับ เจ้าของ งบประมาณก็คือกรมทางหลวงแผ่นดิน ซึ่งได้จัดสรรงบประมาณตามที่พี่น้องประชาชนมี ความเดือดร้อน🔗
ประการแรก ก็คือเรื่องของถนนจากถนนสายกาญจนวาณิชย์จากบ้านเกาะหมี ไปยังทางเข้า อบต. ท่าข้าม เป็นถนนสงขลา-หาดใหญ่สายเก่า จำนวน ๘.๙ ล้านบาท🔗
ประการที่ ๒ ราวกั้นอันตรายคลองวงเขตตำบลพะวงถึงน้ำน้อยประมาณ ๒ กิโลเมตร เป็นเงิน ๗,๕๐๐,๐๐๐ บาท ประการที่ ๓ งบประมาณ ๕๐ ล้านบาท จากหน้า โรงเรียนหาดใหญ่รัฐประชาสรรค์ ซึ่งเป็นทางสายสนามบิน จากเดิมเคยขยายไปแล้ว ๕๐ ล้านบาท บัดนี้ได้งบประมาณอีก ๕๐ ล้านบาท เพื่อขยายเส้นทางเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ทางหลวง ระยะทาง ๑.๓ กิโลเมตรจนถึงสนามบิน แล้วก็สิ่งที่พี่น้องประชาชนร้องเรียนมา เป็นประจำ ผมหารือในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้หลาย ๆ ครั้ง บัดนี้ได้รับงบประมาณไปแล้ว ๒ ยอด ยอดแรก ๙๐ ล้านบาท ถนนสายเพชรเกษมซึ่งปัจจุบันเป็นถนนเพชรเกษมสายเก่า ๔๒๘๗ เป็นงบประมาณ ๙๐ ล้านบาท จากการที่ได้ทำสัญญาไว้ปีงบประมาณ ๒๕๖๓ แต่เนื่องจากว่าติดภาระโควิด (COVID) รัฐบาลจึงตัดงบประมาณ บัดนี้ได้ใช้งบเหลือจ่าย ของกรมทางหลวงก็ถือว่าได้รับงบไปอีก ๙๐ ล้านบาท แล้วก็อีก ๕๐ ล้านบาท เป็น ๑๔๐ ล้านบาท ในถนนเพชรเกษมระยะทางประมาณเกือบ ๔ กิโลเมตร ขอฝากขอบพระคุณไปยัง กรมทางหลวงแผ่นดินกับรัฐบาลด้วย ขอขอบพระคุณครับ สวัสดีครับ🔗
ต่อไปเชิญ ท่านสุเทพ ตามด้วยท่านธีรภัทร พริ้งศุลกะ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล สัดส่วน ปีกแรงงาน วันนี้มีเรื่องหารือกับท่านประธาน ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ เรื่องของคำสั่งปิดแคมป์ (Camp) คนงานที่มีคำสั่งออกมาจาก ศูนย์ ศบค. ท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งมีคำถามจากพี่น้องผู้ใช้แรงงานว่าก่อนที่จะมีการปิดแคมป์ (Camp) คนงานทำไมถึงไม่มีแผนมาตรการในการเยียวยา เพื่อจะได้ให้รับ รู้รับทราบ และให้ ความร่วมมือในการควบคุมพื้นที่ เพราะจากการเยียวยาที่ผ่านมาไม่มีแผนล่วงหน้าและ มีตัวเลขกำหนดที่ชัดเจน โครงการเราไม่ทิ้งกันเดือนละ ๕,๐๐๐ บาท พอมาโครงการเราชนะ เหลือเดือนละ ๓,๕๐๐ บาท พอมาโครงการเรารักกันเหลือ ๒,๐๐๐ บาท พอมาปิดแคมป์ (Camp) ก็มีกะปริดกะปรอย ซึ่งถามหามาตรการที่จะมีการเยียวยา คิดมาจากตรรกะอะไร เพื่อที่จะดูแลพี่น้องประชาชน วันนี้คำสั่งปิดทำให้พี่น้องแรงงานอพยพไปอยู่ที่ต่างจังหวัด ขยายการระบาด จึงเรียกร้องความรับผิดชอบจากท่านผู้นำ🔗
เรื่องที่ ๒ วัคซีนที่จะใช้ฉีดตอนนี้มีมาไม่เพียงพอ โดยเฉพาะมาตรการ การตรวจในโรงงานอุตสาหกรรมไม่ทั่วถึง จึงทำให้เกิดการระบาด โดยเฉพาะเมื่อวาน ที่โรงงานทอผ้ามีคนอยู่ ๑,๔๐๐-๑,๕๐๐ คน ตรวจได้เพียง ๑๐๐ คน พบมากกว่า ๖๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วอย่างนี้จะควบคุมได้อย่างไร🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องมาตรการคำสั่งปิดในส่วนของร้านอาหารห้ามนั่งรับประทาน ท่านมีความเข้าใจในบริบทของคนที่จะต้องทานอาหารหรือไม่ เวลาสั่งปิดเคยคิดคำนวณถึง ความเดือดร้อนของประชาชนหรือไม่ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ🔗
ต่อไปเชิญ ท่านธีรภัทร ตามด้วยท่านโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กระผมมีเรื่องหารือเรื่องความเดือดร้อนของราษฎรในจังหวัดสุราษฎร์ธานี จำนวน ๑ เรื่องดังนี้🔗
กระผมได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านหมู่ ๖ บ้านดอนทะเล ตำบลคันธุลี อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ท่านประธานครับ ชาวบ้านที่นี่เขารวมตัวกันขึ้นมา กลุ่มหนึ่งเขาเรียกว่า กลุ่มรักษ์หนองน้ำบ้านดอนทะเล เขาได้ยื่นหนังสือผ่านตัวแทนของเขา ผ่านผู้ใหญ่บ้านประภาส วัตถุ ผ่านสมาชิกสภาจังหวัด บุญยิ่ง ย้งหลี และผ่านมาถึงตัวกระผม ขอคัดค้านการก่อสร้างโครงการเขื่อนป้องกันการกัดเซาะตลิ่งริมชายหาดบ้านดอนทะเล โดยโครงการดังกล่าวเป็นโครงการก่อสร้างเขื่อนกั้นแบบเรียงหินขนาดใหญ่ที่มีความยาว ๑.๒๙ กิโลเมตร หรือ ๑.๓ กิโลเมตร ท่านประธานครับ ชาวบ้านเขารวมตัวกันคัดค้าน เพราะเขา ไม่ต้องการให้มีการก่อสร้างเขื่อนเรียงหินในบ้านของเขา เพราะได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่า เขื่อนประเภทนี้ไม่สามารถที่ใช้งานได้ประโยชน์อย่างแท้จริงในระยะยาว และนอกจากนี้ ยังก่อสร้างปัญหาที่จะต้องตามมาในภายหลัง ท่านประธานครับ โดยสภาพของชายหาด แห่งนี้บ้านดอนทะเล มันจะเป็นลักษณะชายหาดยาวและบริเวณด้านหลังก็จะมีพืชทะเล ปกคลุมอยู่แล้ว ยกตัวอย่าง อย่างเช่น ผักบุ้งทะเล บริเวณด้านในก็จะมีต้นไม้ขนาดใหญ่ อย่างเช่น ต้นสน และลึกเข้าไปกว่านั้นก็จะมีต้นไม้ที่เป็นเบญจพรรณอยู่จำนวนมาก โดยสภาวะแบบนี้ในแต่ละรอบปีมันก็จะได้รับการปกป้องโดยสภาพธรรมชาติ การกัดเซาะตลิ่ง จะได้รับการแก้ไขโดยตัวของมันเองโดยสภาพธรรมชาติอยู่แล้ว ชาวบ้านก็ได้รับประโยชน์ จากโครงการนี้เข้าไปหาปลา ตรงนี้เป็นแหล่งอุดมสมบูรณ์ในการเพาะพันธุ์กุ้งแชบ๊วย เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปูทะเล ชาวบ้านสามารถหาหอย ยกตัวอย่างเช่น หอยกาบ หอยตลับ ในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวได้ตลอดมา และชาวประมงพื้นบ้านก็ได้ใช้พื้นที่ทำมาหากินตรงนี้ ตลอดครับ เพราะฉะนั้นชาวบ้านถึงได้รวมตัวกันคัดค้าน ผมจึงขอให้ท่านประธานได้มีหนังสือ ถึงกระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรมโยธาธิการและผังเมือง ขอให้มีการระงับยับยั้ง หรือยกเลิกการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่เพื่อจะเป็นมรดกบาปสำหรับชาวบ้านในแถบนี้ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านโอชิษฐ์ แล้วก็ตามด้วยท่านประสงค์ บูรณ์พงศ์ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์โอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต ๑ อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ขอปรึกษาหารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ๓ เรื่องด้วยกัน🔗
เรื่องที่ ๑ ปัญหาแม่น้ำชีตื้นเขิน ช่วงที่ผ่านหมู่ ๔ หมู่ ๕ หมู่ ๖ ตำบลโนนสำราญ อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งมีความยาวกว่า ๑๕ กิโลเมตร ส่งผลทำให้ในช่วงฤดูน้ำหลาก เกิดน้ำท่วมพื้นที่เกษตรกว่า ๑๐,๐๐๐ ไร่ โดยปัจจุบันกรมเจ้าท่าได้มีงบประมาณขุดลอกลำชี ไปแล้วเพียงแค่ ๒ กิโลเมตร ช่วงที่ผ่านหมู่ ๖ บ้านโสกหว้า ตำบลโนนสำราญ จึงขอให้ กระทรวงคมนาคมโดยกรมเจ้าท่าพิจารณาขุดลอกลำน้ำชี และทำคันดินกั้นพื้นที่เกษตร เพิ่มเติม โดยเฉพาะช่วงที่ผ่านหมู่ ๔ หมู่ ๕ และหมู่ ๖ ตำบลโนนสำราญด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอซ่อมแซมถนนคอนกรีตแอสฟัลติกส์ (Asphaltic) สายทาง เชื่อมต่อหมู่บ้านชีลองใต้ ไปยังหมู่บ้านชีลองกลาง ตำบลห้วยต้อน อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ ระยะทางกว่า ๓ กิโลเมตร เนื่องจากถนนชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อและทำให้การเดินทาง ไม่สะดวก เกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะในฤดูฝน พร้อมทั้งปรับปรุงท่อระบายน้ำระหว่างถนน ให้มีขนาดใหญ่ขึ้นหรือพิจารณาเปลี่ยนเป็นบ็อกซ์คัลเวิร์ต (Box Culvert) จึงขอให้กระทรวง คมนาคมและกระทรวงมหาดไทยช่วยพิจารณาดำเนินการปรับปรุงด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ขอติดตั้งไฟแสงสว่างบริเวณถนน รพช. กุดตุ้ม-บ้านค่าย ช่วงที่ผ่านหมู่ ๓ หมู่ ๔ หมู่ ๖ หมู่ ๑๑ หมู่ ๑๓ หมู่ ๑๖ ตำบลกุดตุ้ม อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ เนื่องจากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อย โดยเฉพาะในยามวิกาล และเป็นสายทางที่มีผู้ใช้ ปริมาณมากและเป็นสายหลักที่ต้องผ่านทางเข้าหมู่บ้านหลายหมู่บ้าน สำคัญกว่านั้นเป็น สายทางที่ผ่านศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก องค์การบริหารส่วนตำบลกุดตุ้ม จึงขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องและกระทรวงคมนาคมช่วยพิจารณาดำเนินการแก้ไขและเพิ่มเติมอย่างเร่งด่วนด้วยครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านประสงค์ บูรณ์พงศ์ ตามด้วยรองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทยจากจังหวัดนครพนม กระผมมีเรื่องเดือดร้อนจากพี่น้องเกษตรกรที่ร่วมชาติ กำลังจะถูกฟ้องเพื่อยึดทรัพย์สินแล้วก็ไปศาลเป็นล้มละลาย กล่าวคือรัฐบาลในปีพุทธศักราช ๒๕๔๒-๒๕๔๔ โดยกรมส่งเสริมการเกษตร ได้จัดสรรเงินทุนให้เกษตรกรการเกษตรเพื่อเอา มาทำโรงสี ทำฉาง ทำไซโล (Silo) หรือโรงงานแปรรูปเพื่อผลิตผลการเกษตรจำนวนทั่วประเทศก็ ๑๙๑ แห่ง เป็นเงินทั้งหมด ๑,๕๓๘ ล้านบาทที่จังหวัดนครพนมก็ได้เหมือนกัน มี ๓ อำเภอ คืออำเภอท่าอุเทน อำเภอนาแก อำเภอธาตุพนม ได้โรงสี ๔๐ ตันต่อวันขณะนั้น ซึ่งทาง ราชการก็ซื้อมาให้เลย เข้าใจว่าตอนนั้นชาวเกษตรกรคงซื้อไม่เป็น เพราะว่าอยู่บ้านนอก ก็เป็นเงินทั้งหมดที่กล่าวแล้ว ท่านประธานครับ การดำเนินการทั้งหมดที่ผ่านมา จนกระทั่ง ถึงบัดนี้ขาดทุนย่อยยับ สหกรณ์ทั้ง ๓ ขาดทุนหมด เพราะสู้เอกชนไม่ได้นะครับท่านประธาน หนี้ก็ถึงเวลาฟ้องร้องเขาไม่ได้ยึดโรงสีอย่างเดียว เขายึดอย่างอื่นไปด้วยครับ ยึดบ้าน อย่างที่ยกตัวอย่างว่าสมาชิกของอำเภอท่าอุเทน มี ๑,๙๐๐ คนเศษ หุ้น ๑๒ ล้าน เงินฝาก ๒๒ ล้านบาท หมุนเวียน ๑๕ ล้านบาท ทั้ง ๓ แห่ง รวมกันประมาณ ๗๐ ล้านบาท ๕,๐๐๐ คน ผมฝากท่านประธานด้วยครับ การบินไทยขาดทุนเป็นแสน ๆ ล้านบาท แต่รัฐก็ได้ช่วย หนี้พี่น้องเกษตรกรหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินถูกกระทบอย่างแรง โควิด-๑๙ (COVID-19) กำลังจะมา ก็ถูกซ้ำเติม โดยถูกยึดอีก เขาเรียกผีซ้ำด้ำพลอย ฝากท่านประธานด้วยครับ ขอให้ช่วย แก้ไขให้พี่น้องเกษตรกร สหกรณ์การเกษตรทั่วประเทศด้วย ๑๙๑ แห่ง โดยเฉพาะที่จังหวัด นครพนม ๓-๔ อำเภอของเรา ขอฝากท่านประธานด้วยครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านรงค์ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดนครศรีธรรมราชครับ ขออนุญาตหารือ ๔ เรื่องจากการร้องเรียนของพี่น้อง ประชาชนในเขตพื้นที่นะครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ได้รับการร้องเรียนจากผู้อำนวยการโรงเรียนวัดพระมหาธาตุ คณะครู อาจารย์ คณะกรรมการสถานศึกษา เพื่อขอให้ทางสำนักงานเขตพื้นที่ และ สพฐ. กระทรวงศึกษาธิการจัดสรรงบประมาณเพื่อไปซ่อมแซมรั้วโรงเรียนวัดพระมหาธาตุที่จังหวัด นครศรีธรรมราช ซึ่งอายุของรั้วนี้เกินกว่า ๔๐ ปี ถ้าได้ทำรั้วเสร็จก็จะส่งผลต่อการทำ คูระบายน้ำของเทศบาลนครต่อไปนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนเพื่อให้มีการดูดเลนอ่าวปากนคร ซึ่งประกอบไปด้วย ทะเลในอ่าวปากนคร ตำบลท่าซัก ตำบลปากนคร ตำบลท่าไร่ ตำบลบางจาก และตำบล คลองน้อย อำเภอปากพนัง จากกำนันปรีชา แก้วกระจ่าง เป็นนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบล ปากนครและพี่น้องประมงแถบนั้นบอกว่าทะเลหน้าบ้านปากนครตื้นเขิน แล้วก็ถ้าได้ดูดจะ ทำให้เกิดประโยชน์ในการระบายน้ำเวลาน้ำหลากจากโครงการบรรเทาอุทกภัยน้ำ เมืองนครด้วย จึงขออนุญาตให้กรมเจ้าท่าได้ดำเนินการดูแลเรื่องนี้ให้เป็นที่เรียบร้อย เพื่อจะ ได้บรรเทาความเดือดร้อนและสร้างความสมบูรณ์ของทะเลนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ กำนันตำบลท่าเรือพร้อมกับคณะกรรมการหมู่บ้านที่ข้าง ๆ สถานีตำรวจตำบลชะเมาต้องการสร้างยูเทิร์น (U-turn) ที่หน้าสถานีตำรวจชะเมา พี่น้อง แถบนั้นร้องเรียนว่ามีการเกิดอุบัติเหตุ แล้วก็ลำบากมากในการยูเทิร์น (U-turn) เข้ากลับ ออกไปวัด ไปโรงพัก หรือไปตลาดของชาวบ้าน ยูเทิร์น (U-turn) ยังเป็นสิ่งที่ต้องการนะครับ🔗
เรื่องที่ ๔ ได้รับการร้องเรียนจากผู้ใหญ่หมู่บ้านหมู่ ๑๐ ผู้ใหญ่เกม ตำบล ท่าเรือ ขอติดตั้งไฟแดงที่สี่แยกชลประทานบางเตยตัดกับถนนนครหัวไทรของแขวงการทาง สี่แยกตรงนี้ห่างจากศาลามีชัยประมาณ ๑ กิโลเมตร แล้วเมื่อก่อนเกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก ถ้าได้ทำสี่แยก แล้วจะทำให้ลดอุบัติเหตุและการสัญจรไปมาสะดวกครับ นี่คือ ๔ เรื่อง ที่ชาวบ้านในพื้นที่ฝากมานะครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสมชาย ฝั่งชลจิตร ตามด้วย ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม สมชาย ฝั่งชลจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ผมอยากจะนำเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตำบลทุ่งสง อำเภอ นาบอน จังหวัดนครศรีธรรมราช มาหารือกับท่านประธานเพื่อฝากไปถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง คือคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติและกระทรวงพลังงาน พี่น้องประชาชน ได้รับความเดือดร้อนเฉพาะหน้าก็คือเรื่องโควิด (COVID) ที่กำลังระบาดอยู่ ณ เวลานี้ก็ทำให้ ความเดือดร้อนมันดำรงอยู่แล้วก็ยังไม่หมดสิ้นไป แต่ความเดือดร้อนที่กำลังจะกระทบ ต่อพี่น้องไม่น้อยกว่าพันครัวเรือน ก็คือการที่กระทรวงพลังงานโดยคณะกรรมการนโยบาย พลังงานแห่งชาติกำลังจะอนุญาตให้มีการสร้างโรงไฟฟ้าชีวมวลขึ้นในเขตตำบลทุ่งสง และโรงงานไฟฟ้าชีวมวลไปตั้งอยู่ในใจกลางชุมชนซึ่งมีทั้งหมู่บ้าน ทั้งโรงเรียนประมาณ ๗ โรงเรียน วัดอีกประมาณ ๗ วัด และนี่คือสิ่งที่เป็นความกังวลของพี่น้องว่าถ้ามีการก่อสร้าง ได้มันจะกระทบต่อการดำรงชีวิตในอนาคตอย่างยาวนาน และนี่คือความเดือดร้อนที่ถูก ใส่ด้วยบริษัทซึ่งเป็นบริษัทมหาชน แต่ว่าผู้ถือหุ้นก็เป็นบุคคลซึ่งมีฐานะทางสังคมในภายใต้ โครงสร้างอำนาจนำของประเทศ ซึ่งผมไม่สามารถจะเอ่ยชื่อบริษัทและบุคคลที่เป็นผู้ถือหุ้นได้ แต่คนเหล่านี้คือผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองและการบริหารราชการแผ่นดิน เพราะว่าประเทศ เราประชาธิปไตยมันเดินหน้าไม่ค่อยได้ มันถูกฆ่าตัดตอน คนเหล่านี้จึงมีอิทธิพลต่อ การกำหนดนโยบายมาตลอด ผมจึงฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ทบทวน นโยบายนี้ด้วย แล้วเดี๋ยวจะให้เอกสารต่อท่านประธาน เพราะว่าบุคคลที่จะกล่าวถึงนี้เอ่ยชื่อ ในสภาไม่ได้ครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ ร้อยเอก จองชัย ตามด้วยท่านนพพล เหลืองทองนารา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ผม ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี วันนี้ผมมีข้อหารือ กับท่านประธาน ๔ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้รัฐเพิ่มการจัดสรรวัคซีนให้กับพี่น้องชาวจังหวัดชลบุรี โดยด่วนครับ เพื่อที่จะให้พี่น้องจังหวัดชลบุรีเข้าถึงวัคซีนอย่างรวดเร็ว กระผมได้ต่อสู้เรื่องนี้ มาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นการเร่งรัดวัคซีนจากส่วนกลาง หรือการเสนอขอแก้ไขกฎหมาย เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถจัดซื้อวัคซีนเองได้ แต่วันนี้มีเรื่องเร่งด่วนอย่างถึง ที่สุดนะครับ มีการแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ในเขตอำเภอเมือง จังหวัดชลบุรี อย่างมากครับ โดยเฉพาะในเขตคลัสเตอร์ (Cluster) ตลาดใหม่ และในเขตชุมชนแออัด ในเขตเทศบาลเมืองชลบุรี ทำให้เกิดมีการแพร่ระบาดในวงกว้าง ผมจึงขอเรียกร้องไปยัง กรมควบคุมโรคติดต่อเพื่อที่จะขอวัคซีนให้กับพี่น้องชาวจังหวัดชลบุรีโดยด่วนครับ ทั้งนี้ผมยัง มีความเชื่อมั่นในรัฐบาลนะครับ แต่มีความเห็นว่าตอนนี้เกิดมีวิกฤติทางด้านการสื่อสาร ต่อภาคประชาชน อย่างที่เห็นได้ว่าคำสั่งได้มีการสับเปลี่ยนไปมา รวมไปถึงในเรื่องข้อมูลของ วัคซีนที่ไม่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นมาเมื่อไร หรือจำนวนเท่าไร เป็นต้น จึงอยากจะนำเรียนไปยัง รัฐบาลประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเรียบเรียงข้อมูลก่อนนำเสนอต่อสาธารณชน เพื่อป้องกันประชาชนสับสนครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้ป้องกันปราบปราม จับกุม และเสนอแก้ไขกฎหมายเพิ่มโทษ กับผู้นำพาแรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายเข้าประเทศ แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมายที่ลักลอบเข้า มาส่วนใหญ่จะไม่ได้ทำการตรวจโควิด (COVID) ก็จะทำให้มีการแพร่ระบาดต้นตอจากตรงนี้ ก็ขอให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติได้เร่งรัดปราบปราม จับกุมแรงงานต่างด้าวและผู้กระทำผิด แล้วเสนอแก้ไขเพิ่มโทษครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ขอเสนอให้มีการเยียวยากลุ่มคนทำงานกลางคืนและศิลปิน นะครับ กลุ่มคนเหล่านี้อาจจะยังไม่ได้รับการเยียวยาอย่างเหมาะสม จึงขอเสนอไปยัง สภาพัฒน์ กระทรวงการคลัง และสำนักงานประกันสังคม ให้มีการเยียวยาบุคคลเหล่านี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๔ ขอให้มีการขยายการลดค่าน้ำประปาและค่าไฟฟ้า กระผมเห็นว่า นโยบายตรงนี้เป็นนโยบายที่ดี ขอให้การประปาส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง เสนอไปยังคณะรัฐมนตรีให้ขยายระยะเวลา ถือว่าเป็นประโยชน์อย่างมากสำหรับพี่น้อง ที่กักตัวอยู่บ้าน แล้วก็นักเรียนที่เรียนออนไลน์ (Online) ณ ตอนนี้ จนกว่าวิกฤติโควิด (COVID) จะเบาบางลงครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปเชิญ ท่านนพพลนะครับ ตามด้วยท่านพิเชษฐ สถิรชวาล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิราม ท่านครับ วันนี้ผมเองมีเรื่องเกี่ยวกับน้ำในการเพาะปลูกข้าวนาปีของเกษตรกร ในปีการผลิต ๒๕๖๔ ท่านครับ วันนี้ก็ก้าวเข้ามาถึงช่วงเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๔ แล้ว ซึ่งเป็นกลางฤดูฝนแล้วด้วยซ้ำ แต่ว่าในเมืองอู่น้ำอู่ข้าว แล้วก็ต้นน้ำอย่างจังหวัดพิษณุโลก อย่างพรหมพิรามวันนี้เชื่อไหมครับ ท่าน ส.ส. ทั้งหลายที่อยู่ในสภาทั้ง ๕๐๐ คนครับ น้ำเรา ไม่มีทำนา ยังมีการหว่านฉุน คือหว่านแห้งในพื้นที่ทำการเกษตรในอำเภอพรหมพิราม และอำเภอเมืองบางส่วน ผมเองแล้วก็ท่านผู้นำทั้งหลาย ตลอดจนพี่น้องประชาชนชาวไร่ ชาวนา รวมตัวกันกี่ครั้ง เราไปกันโดยสงบ โดยระเบียบเรียบร้อย ไปขอความเห็นใจ ทั้ง ๆ ที่มันน่าจะ เป็นเรื่องที่กรมชลประทานนั้นจะต้องเอาใจใส่ในการแก้ปัญหา ไม่ใช่ให้ประชาชนเดินไปหา แล้วถึงรอคอยว่าคุณจะเอาอย่างไรที่จะช่วยพวกฉัน ช่วยไม่ช่วยก็ไม่รู้ ผมเองขอเรียกร้อง ผ่านทางท่านประธานสภาไปถึงหน่วยงานทุกหน่วยที่เกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำให้กับ พ่อแม่พี่น้องเกษตรกร เฉพาะโควิด (COVID) อย่างเดียวนี้ก็แย่อยู่แล้ว จะเอากันซ้ำกระทืบแล้ว กระทืบเล่าหรือครับกรมชลประทาน ขอให้มีความจริงใจในการแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ที่เพาะปลูกด้วยเถอะครับ ผมเองก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรแล้ว จังหวัดอื่น ๆ ที่บอกมาว่า ขาดแคลนน้ำนั้นผมเข้าใจหัวอกนี้ ท่านครับ ถ้าพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก อำเภอเมืองยังเป็น เช่นนี้ท่านอย่าหวังเลยครับว่าท่านจะได้รับน้ำจากกรมชลประทาน น้ำผ่านหน้าบ้านผม วันหนึ่ง ๒๐-๓๐ ล้านลูกบาศก์เมตร แต่คนที่นั่นแทบจะไม่ได้ใช้น้ำเลย ผมเองขอเรียกร้อง ผ่านท่านประธานสภานะครับ ขอให้บอกกรมชลประทานให้มีจิตสำนึกในการที่จะแก้ไข ปัญหาให้กับพ่อแม่พี่น้องเกษตรกรอย่างจริงจังด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิเชษฐ ตามด้วยท่านศักดินัย นุ่มหนู นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม พิเชษฐ สถิรชวาล จากพรรคประชาธรรมไทย ผมขออนุญาตหารือ ท่านประธานผ่านไปยังท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เนื่องจากการเลื่อนสอบของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งมีผลกระทบกับนักศึกษา🔗
ผมเอาชาร์ต (Chart) ขึ้นให้เห็น ว่าการศึกษาของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ซึ่งได้ค่าบำรุงและค่าหน่วยกิตปีละหรือเทอมละ ไม่ต่ำกว่า ๕๐ ล้านบาท แต่ประเด็นจากโควิด (COVID) เมื่อปี ๒๕๖๓ ได้มีการเลื่อนสอบ ไปแล้ว ๑ ครั้ง พอมาปี ๒๕๖๔ เลื่อนการสอบไปอีก ๕ ครั้ง จนไม่ทราบว่าจะมีกำหนด ในการสอบเมื่อไร ทำให้ความเดือดร้อนของนักศึกษาและผู้ปกครองที่จะต้องคอยส่งค่าใช้จ่าย ต่าง ๆ ให้แก่นักศึกษาเหล่านี้ ท่านประธานทราบไหมครับว่า เมื่อวันที่ ๒๖ ที่แล้วนี้นักศึกษา เกิดความเครียดถึงจะกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย เนื่องจากความไม่ชัดเจนหรือความไม่แน่นอนว่า มหาวิทยาลัยรามคำแหงจะมีการสอบเมื่อไร โดยเฉพาะนักศึกษาปีสุดท้ายซึ่งครอบครัว คาดหวังว่าเมื่อจบการศึกษามาแล้วจะได้ช่วยเหลือเจือจุนครอบครัว แต่ก็ไม่มีกำหนดมา สิ่งที่ผมขออนุญาตท่านประธาน แล้วก็ผ่านถึงนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องนั้นก็คือว่าจะหา มาตรการเยียวยานักศึกษาเหล่านี้ ถ้าเขากลับไปบ้านก็กลัวต้องกักตัว กลับมาสอบไม่ทัน ก็ด้วยความไม่ชัดเจนสักอย่างของทางมหาวิทยาลัย และขณะนี้ทางมหาวิทยาลัยที่มีรายได้นี้ มีการสอบออนไลน์ (Online) จริงครับ แต่สอบออนไลน์ (Online) กับภาคพิเศษที่มีรายได้ มากกว่า ส่วนนักศึกษาที่มาหาผมทั้งหมด ๑,๒๒๑ รายนั้นขาดโอกาส อยากให้ท่าน ประธานสภาอ่านหนังสือที่ผมรวบรวมรายชื่อผู้เกี่ยวข้องแล้วก็ความเดือดร้อนนั้นส่งถึง นายกรัฐมนตรีด้วย ให้ช่วยแก้ปัญหา โดยจะใช้งบตรงไหนก็แล้วแต่ว่าขอค่าใช้จ่าย การเดินทาง ค่าที่พัก หรือค่าหอพักต่าง ๆ นั้นช่วยจุนเจือเหล่านี้ เพราะเท่ากับช่วยแบ่งเบา ภาระครอบครัว ซึ่งขณะนี้เขาเดือดร้อนอยู่แล้วครับ ก็ฝากท่านประธาน ณ ที่นี้ด้วย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศักดินัยนะครับ ตามด้วยท่านอดิพงษ์ ฐิติพิทยา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกล ผมขอหารือ ในประเด็นปัญหาของพี่น้องชาวตราด ใน ๒ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก เป็นปัญหาของพี่น้องบ้านริมน้ำนะครับ ว่าด้วยเรื่องของการจัดเก็บ ค่าธรรมเนียมที่อยู่อาศัย อาชีพประมงเป็นอาชีพที่พี่น้องชาวตราดนั้นทำกันมายาวนาน แล้วก็ พวกเขาก็มักที่จะตั้งบ้านเรือนนั้นอยู่ริมน้ำเพื่อที่จะได้บริหารจัดการในการดูแลเครื่องมือ ดูแลเรือ แล้วก็เป็นความสอดคล้องกับวิถีอาชีพของเขา แต่ว่าเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๖๒ กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคมได้ออกกฎระเบียบว่าผู้ที่อาศัยอยู่บ้านริมน้ำนั้นจะต้องเสียค่าธรรมเนียม ตารางเมตรละ ๕ บาท โดยให้ท้องถิ่นดำเนินการในการจัดเก็บ ซึ่งก็จะเก็บกันในช่วงของ เดือนกรกฎาคม แล้วก็เดือนสิงหาคม ซึ่งก็ถึงแล้วนะครับตอนช่วงนี้ แต่ด้วยสถานการณ์ ที่วิกฤติมาอย่างต่อเนื่องของพี่น้องชาวประมง แล้วก็ประกอบกับเรื่องของสถานการณ์ โควิด (COVID) นั้นทำให้พวกเขาลำบาก แล้วก็ทุกวันนี้ทำมาหากินแทบจะไม่พออยู่แล้วครับ ท่านประธาน จึงอยากจะเรียนผ่านท่านประธานไปยังกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ได้พิจารณาที่จะได้ผ่อนผันปรับลดอัตราค่าธรรมเนียมการจัดเก็บบ้านริมน้ำนี้ไปก่อน เพื่อที่จะให้ พี่น้องชาวจังหวัดตราด แล้วก็พี่น้องชาวประมงที่อาศัยอยู่บ้านริมน้ำในทั่วประเทศได้มี ความรู้สึกผ่อนคลายในสถานการณ์ความทุกข์ยากนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมยังมีอีกเรื่องหนึ่งครับ ก็คือเรื่องที่ ๒ ขอให้กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ได้ดำเนินการโครงการขุดลอกร่องน้ำในพื้นที่ของอำเภอเกาะช้าง ๕ ร่องน้ำด้วยกัน อันได้แก่ ๑. ร่องน้ำสลักเพชร ๒. ร่องน้ำทางเข้าอุทยาน ๓. ร่องน้ำเจ๊กแบ๊ ๔.ร่องน้ำสลักคอก และ ๕.ร่องน้ำบ้านบางเบ้า ทั้งนี้เพื่อเป็นการส่งเสริมให้ชาวประมงพื้นบ้าน ได้ออกทำมาหากินได้ตลอดทั้งปี อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนในเรื่องของธุรกิจการท่องเที่ยว บนเกาะช้างให้เกิดความสะดวกมากยิ่งขึ้นนะครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอดิพงษ์ ตามด้วยท่านโกศล ปัทมะ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายอดิพงษ์ ฐิติพิทยา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ เขตเลือกตั้งที่ ๕ พรรคภูมิใจไทย กระผมขออนุญาตปรึกษาหารือเรื่องความเดือดร้อนของประชาชน ใน ๒ ประเด็นดังต่อไปนี้ครับ🔗
ประเด็นที่ ๑ ปัญหาด้านแหล่งน้ำ สืบเนื่องจากลุ่มน้ำลำชีน้อย ที่มีพื้นที่ ๕,๐๔๒ ตารางกิโลเมตร หรือ ๓.๑๕๑ ล้านไร่ ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดสุรินทร์และจังหวัด บุรีรัมย์ เนื่องจากลำน้ำลำชีน้อยมีปริมาณน้ำค่าเฉลี่ยปีหนึ่งประมาณ ๑,๑๑๒ ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมในฤดูน้ำหลาก และน้ำไม่เพียงพอในการใช้งานในช่วงฤดูแล้ง จึงมี แนวคิดที่จะนำน้ำส่วนเกินในช่วงฤดูฝนที่ไหลทิ้งไปไม่เกิดประโยชน์ให้เก็บกักเอาไว้ในแก้มลิง หรืออ่างเก็บน้ำเพื่อให้ตัดตอนน้ำที่จะเกิดปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่และสำรองใช้ให้แก่พี่น้อง ประชาชนได้อุปโภคบริโภค โดยเห็นการขุดลอกฝายห้วยกระทุ่ม อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่ตำบลสูงเนิน อำเภอกระสัง จังหวัดบุรีรัมย์ ให้สามารถกักเก็บน้ำได้เพิ่มมากขึ้นซึ่งในอนาคต จะสามารถติดตั้งเครื่องสูบน้ำที่ฝายบ้านหนองกระทุ่มอันเนื่องมาจากพระราชดำริเพื่อที่จะผัน น้ำจากลุ่มน้ำลำชีน้อยให้ไปยังอ่างเก็บน้ำห้วยสวาย ซึ่งเป็นแหล่งเก็บน้ำขนาดใหญ่ มีประสิทธิภาพในการเก็บน้ำสูง เพื่อใช้ในแหล่งน้ำช่วยเหลือเกษตรกรเพื่อให้ตำบลสูงเนิน และตำบลใกล้เคียงได้ใช้น้ำในการอุปโภคบริโภคของราษฎรตลอดทั้งปี จึงนำเรียนไปยัง กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนให้ด้วย🔗
ประเด็นที่ ๒ ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ เนื่องจากได้รับแจ้งจาก พี่น้องเกษตรกรว่าจะทำอย่างไรดีเกี่ยวกับเรื่องปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำมา ยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นข้าว ยางพารา ข้าวโพด หรือผักผลไม้ก็ประสบปัญหาอย่างนี้เช่นกัน ประกอบกับผลกระทบวิกฤติโควิด-๑๙ (COVID-19) นั้นจะทำให้เกษตรกรเดือดร้อน กันถ้วนหน้าและยังไม่มีการแก้ไขปัญหา ส่วนใหญ่รัฐบาลที่จะไปช่วยเหลือนั้น มักจะมาแก้ไขปัญหาชั่วคราวเท่านั้น จึงขอนำเรียนปรึกษาไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์ช่วยหาแนวทางแก้ไขปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำด้วย จึงกราบขอบพระคุณนะครับ แล้วก็ขอขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านโกศล ตามด้วยคุณมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายโกศล ปัทมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขอหารือเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ๓ เรื่องดังนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับร้องเรียนจากนายสุพจน์ ตากลม นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลแก้งสนามนาง องค์การบริหารส่วนตำบลโนนสำราญ ผู้นำท้องถิ่น พี่น้องประชาชน กลุ่มผู้ใช้น้ำทั้งอำเภอแก้งสนามนางและอำเภอบัวใหญ่เกี่ยวกับสถานีสูบน้ำแห่งที่ ๑ และแห่งที่ ๒ ของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาชีบน ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลโนนสำราญ ตำบล แก้งสนามนาง อำเภอแก้งสนามนาง ชำรุดเสียหายไม่สามารถใช้การและส่งน้ำให้กับพี่น้อง ประชาชน ปล่อยให้น้ำในลำน้ำชีไหลผ่านโดยพี่น้องประชาชนไม่ได้รับประโยชน์มาเป็น เวลานาน ดังนั้น กระผมจึงขอให้กรมชลประทานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดสรรงบประมาณ ไปซ่อมแซมและวางแนวท่อส่งน้ำมายังอ่างเก็บน้ำโสกงูเหลือมตำบลขุนทองเป็นการด่วน เพื่อสูบน้ำและกระจายน้ำให้กับพี่น้องประชาชนอำเภอแก้งสนามนางและอำเภอบัวใหญ่ ในการขาดแคลนน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคและเกษตรกรรมในช่วงฝนทิ้งช่วงด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากกำนันทองพูน องค์การบริหารส่วนตำบล หนองแจ้งใหญ่และผู้นำผู้ใหญ่บ้านตำบลหนองแจ้งใหญ่ กรณีนี้อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำเค็ม บ้านหญ้าคาตื้นเขินและไม่สามารถเก็บน้ำให้กับพี่น้องประชาชนใช้อุปโภคบริโภคและ เกษตรกรรมได้ และได้ขอให้กรมชลประทานจัดสรรงบประมาณไปดำเนินการขุดลอกมาเป็น เวลานานหลายปี แต่ยังไม่ได้รับการจัดสรรแต่อย่างใด ดังนั้นจึงขอให้กรมชลประทาน เร่งจัดสรรงบประมาณไปดำเนินการเพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำของพี่น้องประชาชน ตำบลหนองแจ้งใหญ่และอำเภอบัวใหญ่อย่างเร่งด่วนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ผมได้รับการร้องเรียนจากนายประเสริฐ แสงวงศ์ อดีตนายก อบต. บึงพะไล และกำนันผู้ใหญ่บ้านสมาชิก อบต. บึงพะไลเกี่ยวกับอุบัติเหตุบริเวณสี่แยกบึงพะไล ซึ่งเป็นจุดตัดทางหลวงหมายเลข ๒๓๖๙ ช่วงดอนไผ่-แก้งสนามนาง และทางหลวงชนบท หมายเลข ๔๐๒๗ ช่วงบ้านสับเพนียด-โมกมันมักเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้งทำให้พี่น้องประชาชน สูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ดังนั้นจึงขอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมไปดำเนินแก้ไขหาโดยการเพิ่มและขยายผิวจราจรติดตั้งไฟส่องสว่าง และสัญญาณไฟจราจรบริเวณสี่แยกดังกล่าวให้กับพี่น้องประชาชนให้ได้รับความปลอดภัย ในการใช้รถใช้ถนนเป็นกรณีเร่งด่วนด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปเชิญ คุณมัลลิกา แล้วก็ตามด้วย คุณเดชอิศม์ ขาวทอง ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขต ๒ พรรคภูมิใจไทย วันนี้มีเรื่องมาขอหารือท่านประธาน ๓ เรื่องค่ะ🔗
เรื่องที่ ๑ เป็นความเดือดร้อนของเกษตรกรตำบลไผ่ใหญ่ อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ซึ่งใช้น้ำในคลอง ๙ จากคลองชัยนาท-ป่าสัก ซึ่งคลอง ๙ นั้นยาวไปถึงจังหวัด สิงห์บุรี จึงอยากได้คลองที่แยกจากคลอง ๙ เป็นคลอง ๙/๑ เพื่อที่จะได้บรรเทาการแย่งกัน ใช้น้ำ รายละเอียดสามารถสอบถามที่กำนันชำนาญ อโหสี กำนันตำบลไผ่ใหญ่ได้ค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ เกษตรกรหลายตำบลในอำเภอบ้านหมี่ใช้แม่น้ำบางขามทั้งทำนา และผลิตน้ำประปา อยากให้กรมชลประทานขุดลอกแม่น้ำบางขาม ซึ่งช่วงที่ ๑ ระยะทาง ประมาณ ๑๘ กิโลเมตรจากวัดห้วยแก้วถึงประตูน้ำวัดท่าช้าง ส่วนที่ ๒ จากประตูน้ำ วัดท่าช้างผ่านตำบลโคกสลุด ตำบลมุจลินท์ อำเภอท่าวุ้ง ระยะทางประมาณ ๒๐ กิโลเมตร🔗
เรื่องที่ ๓ เกษตรกรชาวอำเภอท่าวุ้งมีความต้องการฝายหรือประตูระบายน้ำ บริเวณหมู่ ๗ ตำบลโพธิ์ตลาดแก้ว ซึ่งจะเป็นที่เก็บกักน้ำเอาไว้ใช้ในแม่น้ำลพบุรีได้ ทั้ง ๓ เรื่องฝากถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสภาพัฒน์ขอให้จัดอยู่ในงบประมาณเงินกู้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ขอขอบคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณเดชอิศม์ ขาวทอง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เดชอิศม์ ขาวทอง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานที่เคารพ จังหวัดสงขลาเป็นจังหวัดแรกและเป็นจังหวัดเดียวในจังหวัดสงขลา ในประเทศไทยที่มีคณะกรรมการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมประจำจังหวัด หน้าที่หลัก ของคณะกรรมการชุดนี้คือรักษาเอกราชทางสิ่งแวดล้อมให้กับพี่น้องประชาชนชาว จังหวัดสงขลา ท่านประธานครับ ตั้งแต่ ๒ ปีที่ผ่านมาคณะกรรมการชุดนี้ได้เข้ามาดูแลแก้ไข กวดขันคุณภาพน้ำตามแม่น้ำคลองต่าง ๆ ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ยันปลายน้ำ แต่วันนี้ คณะกรรมการมีปัญหาหนักใจที่สุด ลำบากใจที่สุดครับ เนื่องจากมีโครงการของรัฐโครงการ ขุดลอกปากร่องทะเลสาบสงขลา ซึ่งใช้เงินงบประมาณจำนวนมากต่อปี ผลของการขุดลอก ทะเลสาบสงขลาต้องนำปริมาณดินไปทิ้งจำนวนหลายล้านคิวต่อปี ท่านประธานที่เคารพครับ ดินจำนวนดังกล่าวถ้านำไปทำเป็นที่ท่องเที่ยว เช่น ทำเกาะกลางทะเลสาบสงขลาหรือทำ หาดทรายเทียมบริเวณชายขอบทะเลสาบสงขลาก็น่าจะเป็นการดี แต่ท่านประธานที่เคารพ ทางกรมเจ้าท่าไม่คิดอย่างนั้นครับ กรมเจ้าท่าได้เอาปริมาณดินดังกล่าวไปทิ้งบริเวณ อ่าวไทย บริเวณเกาะหนู เกาะแมว ผลที่ตามมาก็คือน้ำทะเลได้พัดตะกอนดินเหล่านั้น ฟุ้งกระจายเต็มท้องทะเล ระบบนิเวศน์ถูกทำลายโดยสิ้นเชิง และวันนี้ผมได้รับหนังสือ ร้องเรียนอย่างต่อเนื่องจากพี่น้องชาวประมงพื้นบ้านว่าเขาทำอาชีพประมงอยู่บริเวณนั้น แต่วันนี้เขาทำอาชีพประมงไม่ได้เลย เนื่องจากไม่มีสัตว์น้ำเหลืออยู่เลย ผมจึงนำเรียนต่อ ท่านประธานผ่านไปยังผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบ ผู้ที่เกี่ยวข้องให้รีบลงไปดูแลแก้ไขและทบทวน โครงการเหล่านี้อย่างเร่งด่วน ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าจบการหารือประจำวันนี้🔗
ขณะนี้ มีท่านสมาชิกมาประชุมจำนวน ๒๘๐ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุม ผมขอเปิดการประชุม และดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
เรียนท่านสมาชิกครับ ก่อนที่จะมีถามตอบกระทู้ตามระเบียบวาระกระทู้ถาม ผมขอเรียนให้ท่านที่ประชุมได้ทราบว่า สำหรับการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะ ได้ไปดำเนินการถามและตอบในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ ควบคู่กันไปกับการพิจารณา กระทู้ถามสดด้วยวาจาและกระทู้ถามทั่วไปตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป🔗
๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗
เรียนที่ประชุมและผู้ตั้งกระทู้ถามได้ทราบนะครับว่า เนื่องจากได้รับ การประสานจากเจ้าหน้าที่ว่าผู้ที่ตอบกระทู้ถามได้ขอสลับลำดับการถามตอบกระทู้ถามทั่วไป ดังนั้นผมขอปรึกษาที่ประชุมเพื่อขอนำกระทู้ถามลำดับที่ ๑.๒.๓ เรื่อง การส่งเสริม อุตสาหกรรมเนื้อหาสร้างสรรค์ของนายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ไปพิจารณาถามตอบ ในลำดับสุดท้าย ผู้ตั้งกระทู้ถามไม่ขัดข้องนะครับ🔗
ขอโทษทีครับ ผมข้าม ๑.๑ ไปเป็นกระทู้ถามสดด้วยวาจา กระทู้ถามสดด้วยวาจาวันนี้ทั้งหมดมี ๓ กระทู้ ต่อไปจะขอเข้าสู่ระเบียบวาระกระทู้ถาม🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗
๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗
๑.๑.๑ กระทู้ถาม ที่ ๑๒๗ ส. (นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ตอบ🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข ได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถาม เรื่องนี้ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ตอบ กระทู้ถาม แต่เนื่องจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขติดภารกิจสำคัญ จึงได้ มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจาก รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขติดภารกิจสำคัญ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปก่อน หากท่านพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ยังคงประสงค์ที่จะตั้ง กระทู้ถามสดด้วยวาจาอยู่ ก็ให้เสนอใหม่เพื่อพิจารณาในคราวถัดไป นะครับ🔗
๑.๑.๒ กระทู้ถามสด (นายระวี มาศฉมาดล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มอบหมายให้ นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม และนายวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้ตอบ🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมได้มีหนังสือแจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม คือท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ และท่านวีรศักดิ์ หวังศุภกิจโกศล ติดภารกิจสำคัญไม่สามารถมา ตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปก่อน หากท่านระวี มาศฉมาดล ยังคงประสงค์ที่จะตั้งเป็นกระทู้ถามสดด้วยวาจาอยู่ก็ให้เสนอใหม่เพื่อพิจารณาในคราวถัดไป นะครับ🔗
๑.๑.๓ กระทู้ถาม ที่ ๑๒๙ ส. (นางสาวสกุณา สาระนันท์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ มอบหมายให้ นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ เป็นผู้ตอบ🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีหนังสือแจ้งว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน ติดภารกิจสำคัญ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ท่านประภัตร โพธสุธน เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ติดภารกิจสำคัญไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปก่อนนะครับ ฉะนั้นหากนางสาวสกุณา สาระนันท์ ยังคงประสงค์ที่จะตั้งเป็นกระทู้ถามสดด้วยวาจาอยู่ก็ให้เสนอใหม่เพื่อพิจารณาในคราวต่อไป เชิญท่านสกุณาครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน สกุณา สาระนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ จริง ๆ แล้ววันนี้ดิฉันได้ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาในเรื่องโรคระบาดลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ซึ่งยังเป็นปัญหาอยู่ในพื้นที่🔗
ท่านสกุณา ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจา เชิญครับ🔗
แต่เนื่องด้วยท่านรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีช่วยว่าการติดภารกิจ ดิฉันจึงแจ้งความประสงค์ว่าจะขอเลื่อนไปในสัปดาห์ถัดไป ยังยืนยันว่าจะยื่นกระทู้นะคะ เพราะว่าเป็นประเด็นที่ไม่ได้ซ้ำเดิม ขอบคุณค่ะ🔗
แจ้งเรียน ท่านสกุณาได้ทราบว่ากระทู้ถามสดด้วยวาจานี้ ถ้ารัฐมนตรีติดภารกิจไม่สามารถที่จะมาตอบ ได้ก็ถือว่าเลื่อนไป แต่ถ้าหากว่าท่านสมาชิกยังติดใจที่อยากจะถามในประเด็นปัญหานั้นอีก ก็ให้นำเสนอใหม่ในการประชุมคราวต่อไปนะครับ ยังให้โอกาสท่าน ท่านจุลพันธ์ยกมือหารือ อะไรเชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงใหม่ ท่านประธานครับ ท่านประธานก็อยู่ สภามานาน ผมก็อยู่มา ๑๐ กว่าปี ๒๐ ปีแล้วนะครับ เป็นครั้งแรกเลยที่กระทู้สด ตั้งแต่อดีต เรียกกระทู้สด มาวันนี้เรียกกระทู้ถามสดด้วยวาจานี้ ไม่มี ครม. มาตอบสักคนหนึ่ง เป็นที่น่า เสียใจจริง ๆ ผมไม่อยากจะเห็นภาพนี้เกิดขึ้น แต่เอาละจะอ้างว่าติดภารกิจหรืออะไรก็ตาม เรารู้อยู่แล้วว่าวันนี้เป็นวันซึ่งมีกระทู้ของสภาผู้แทนราษฎร สภาผู้แทนราษฎรมีความจำเป็น จะต้องสอบถามจากคณะรัฐมนตรี แต่ไม่มีตัวแทนมาตอบในเรื่องของกระทู้สดด้วยวาจาเลย สักคนเดียว แต่ท่านประธานครับ เมื่อสักครู่นี้ท่านสกุณาก็ได้ยืนยันจะถามอีกครั้ง เพื่อนสมาชิกผมเชื่อเลยครับที่กระทู้สด ไม่ว่าจะเป็นท่านทิม พิธา หรือใครก็ตาม ก็ยืนยัน จะถามอีกครั้งหนึ่ง แต่เมื่อรัฐมนตรีเลื่อนการตอบกระทู้ ผมอยากจะฟัง ให้ท่านประธาน ได้ตอบให้ชัด ๆ อีกทีหนึ่ง เมื่อสักครู่ท่านประธานตอบอาจจะฟังดูคลุมเครือเล็กน้อย ด้วยความเคารพนะครับ การเลื่อนจาก ครม. หมายความว่าสัปดาห์หน้าโควตาในการถาม กระทู้สดด้วยวาจาในสภาแห่งนี้จะเป็น ๖ คำถาม ๖ กระทู้ถูกต้องหรือไม่ ถ้าเป็นเช่นนั้นผม ยอมรับได้ เพราะว่าเราปฏิบัติเช่นนี้มาตลอดสมัยประชุมที่แล้วนะครับ🔗
เรียนท่านจุลพันธ์ นะครับว่าโดยข้อบังคับการประชุมสภานั้น กระทู้ถามสดด้วยวาจาจะบรรจุได้การประชุม ครั้งละ ๓ กระทู้สดเท่านั้น เมื่อสมัยประชุมคราวที่แล้วที่ผมอนุโลมให้ อย่างเลื่อนไปเรื่องหนึ่ง ก็จัดเข้ามาเพิ่มเป็น ๔ ซึ่งก็เป็นดุลพินิจของประธานหรือของผู้บรรจุกระทู้ถาม แต่ว่าใน การประชุมในสมัยนี้ ผมได้พิจารณาว่าถ้าบรรจุกระทู้ถามสด ถ้าสมมุติว่าเลื่อนไปแล้วก็บรรจุ บวกเพิ่ม บวกเพิ่ม อย่างวันนี้เลื่อนไป ๓ ถ้าบวกเพิ่มอีก ๓ ในคราวต่อไปก็เป็น ๖ วันนั้น ทั้งวันก็ไม่ต้องทำอะไรก็มีแต่กระทู้ถามสดด้วยวาจาอย่างเดียว ฉะนั้นผมจึงได้วางมาตรการ ว่าเราจะบรรจุกระทู้ถามสดด้วยวาจาสัปดาห์ละ ๓ กระทู้เท่านั้น ถ้าเลื่อนไปสัปดาห์หน้า ก็ต้องเป็น ๓ เหมือนเดิม🔗
ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ นะครับ ขออนุญาตท่านประธานได้อภิปรายต่อนะครับ ท่านประธานครับ การไม่มาตอบ กระทู้สดนี้ไม่ใช่ความผิดของสมาชิกนะครับ พวกเรานำปัญหาของประชาชนซึ่งมี ความเดือดร้อน เมื่อสักครู่ท่านสกุณา สาระนันท์ ก็บอกได้ชัดเจนบอกว่าเรื่องลัมปีสกิน (Lumpy Skin) บ้านท่านประธานก็เดือดร้อนนะครับ เรื่องลัมปีสกิน (Lumpy Skin) กับวัวนี้ เรากำลังจะถามคำถามซึ่งเป็นประโยชน์ แล้วก็จะหาแนวทางแก้ไขนำเสนอต่อ ครม. แต่ ครม. ไม่มาตอบไม่ใช่ความผิดของสภา แต่กลายเป็นว่าสิ่งซึ่งสภามีช่องทางเดียวในการ สื่อสารไปยังรัฐมนตรีนี้ถูกปิดลงเพราะ ครม. ไม่มาตอบ อย่างนี้ท่านประธานว่าพวกผมจะ ดำเนินการอย่างไรต่อครับ ผมต้องเรียนท่านประธานครับ ถ้าท่านประธานได้อนุโลมเมื่อสมัย ประชุมที่แล้ว สมัยประชุมนี้พรรคร่วมฝ่ายค้านขอยึดกติกาเดิมครับท่านประธาน อย่างน้อย อนุโลมให้กับฝ่ายค้าน ท่านสกุณา ท่านทิม พิธา สัปดาห์หน้าได้ถามอีกครั้งหนึ่งครับ เพราะเป็น ประเด็นสำคัญทั้งคู่ ขอบพระคุณครับ🔗
เรียนท่านสมาชิก ได้ทราบนะครับว่า ผมเองก็ได้ปรึกษาหารือหลายฝ่ายแล้ว เราก็จำเป็นต้องยึดตามข้อบังคับ การที่รัฐมนตรีติดภารกิจไม่อาจที่จะมาตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจาได้ ผมก็ไม่ได้บอกว่าเป็น ความผิดของท่านสมาชิกนะครับ ไม่ได้บอกว่าเป็นความผิดของท่านสมาชิก และไม่ใช่ว่าเป็น ความผิดของใคร รัฐมนตรีอาจจะมีนัดหมายงานล่วงหน้าเอาไว้ นี่ก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา ทางสภาเราก็ยังให้สิทธิในการที่จะยื่นใหม่ในคราวต่อไปนะครับ ก็ขอยืนยันว่าในการบรรจุ กระทู้ถามสดด้วยวาจาเราต้องทำตามข้อบังคับ คือสัปดาห์ละ ๓ กระทู้ ขณะนี้ช่องทาง มีเยอะนะครับท่านจุลพันธ์ ๑. กระทู้ถามสดด้วยวาจาสัปดาห์ละ ๓ กระทู้ ๒. กระทู้ถามแยกเฉพาะอีก บางวันก็ ๖ กระทู้นะครับ ซึ่งขณะนี้ท่านประธานชวน หลีกภัย ไปนั่งเป็นประธานอยู่มีถึง ๖ กระทู้ และกระทู้ถามทั่วไปอีกวันละ ๓ กระทู้ ฉะนั้นช่องทางใน การนำเสนอปัญหาของประชาชนนั้นสภาเราเปิดกว้างมาก ฉะนั้นขอยืนยันว่าเราจะยึด ข้อบังคับนะครับ ต้องขออภัยท่านจุลพันธ์ครับ🔗
ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพ นะครับ ท่านประธานชี้แจงมาว่ามีหลายช่องนี้ทางท่านประธานก็ทราบดีว่ากระทู้แต่ละ ประเภทกระบวนการมันแตกต่าง กระทู้ทั่วไป ถ้ายื่นวันนี้เรื่องลัมปีสกิน (Lumpy Skin) จะได้มาเข้าสู่กระบวนการพิจารณากระทู้ทั่วไปนี้ผมว่าอีก ๒ ปีครับ เพราะว่ามีคิวอยู่ ๑๐๐ กว่าคิว กระทู้แยกเฉพาะก็เป็นเรื่องของพื้นที่ส่วนมากก็จะเป็นการถามในลักษณะของ เรื่องพื้นที่ แต่นี่เรื่องที่ปัจจุบันทันด่วนมีช่องเดียวครับ คือเรื่องของการทำกระทู้สดด้วยวาจา ท่านประธานก็ทราบ แต่ผมไม่โทษว่าท่านประธานครับ เพราะว่าความผิดไม่ใช่อยู่ที่สภาครับ เป็นความผิดของ ครม. ผมต้องโทษอย่างนี้เลย แต่ด้วยความเคารพครับ ผมต้องแย้งกับ คำวินิจฉัยของท่านประธานที่บอกว่าถ้ากรณีที่ ครม. ไม่มาตอบแล้ว เป็นอันว่ากระทู้ตกไป ให้มายื่นใหม่สัปดาห์หน้าด้วยโควตาใหม่ของแต่ละฝ่าย ถ้าเป็นเช่นนั้นผมเรียนท่านประธานเลย ว่าต่อไปนี้จะไม่มี ครม. มาตอบกระทู้สดด้วยวาจาที่สภาอีกแล้ว เพราะไม่มาก็ยกหาย ๆ เพราะฉะนั้นผมเรียนด้วยความเคารพนะครับ ผมต้องแย้งความเห็นประธานในจุดนี้จริง ๆ แต่อย่างไรก็ตามผมเชื่อว่าท่านประธานคงไม่มีอำนาจในการตัดสินใจให้จบในขณะนี้ แต่ประเด็นนี้ผมคัดแย้งไว้แล้ว ผมแย้งค้านไว้แล้ว ผมฝากทางเพื่อนสมาชิกที่เป็น กรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านและรัฐบาลที่ประชุมกับท่านประธานรัฐสภา ขอนำประเด็นนี้เข้าไปถกครับ ไม่อย่างนั้นเพื่อนสมาชิกที่จะถามในเรื่องของกระทู้สด ด้วยวาจานำเรื่องปัจจุบันทันด่วนมาถามนี้จะเสียสิทธิทันที และ ครม. จะไม่มาตอบกระทู้สด ด้วยวาจาอีกแล้ว ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้เลย ขอบพระคุณครับ🔗
ผมเรียน ท่านจุลพันธ์ว่ามันคงไม่ไปไกลถึงขนาดนั้นนะครับ คงไม่ไปไกลถึงขนาดว่ารัฐมนตรี จะเลี่ยงที่จะไม่มาตอบกระทู้ วันนี้กระทู้ถามสดด้วยวาจาทั้ง ๓ กระทู้เป็นของฝ่ายค้าน ๒ กระทู้ เป็นของฝ่ายรัฐบาล ๑ กระทู้ ฝ่ายรัฐบาลก็เลื่อนเหมือนกันครับ ฉะนั้นไม่ได้เลื่อน เฉพาะของฝ่ายค้านนะครับ และประเด็นที่ท่าน ส.ส. สกุณา ได้ยื่นกระทู้ ผมได้อธิบาย ท่านสกุณาได้ทราบตั้งแต่ก่อนที่จะบรรจุแล้วว่าเรื่องลัมปีสกิน (Lumpy Skin) หรือโรคระบาด ในโคกระบือนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วท่านจุลพันธ์จำได้ไหมครับ มีการถามกระทู้เรื่องลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ถึง ๒ กระทู้ในวันเดียวกัน ประธานก็บรรจุให้ทั้ง ๒ กระทู้ โดยให้แยกคำถาม ให้แตกต่างกัน และท่านจุลพันธ์น่าจะจำได้ว่า ส.ส. ในสภาเราได้ยื่นญัตติด่วนด้วยวาจา ขอเปิดอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องโรคระบาดในวัวและโคกระบือลัมปีสกิน (Lumpy Skin) พูดกัน จนค่อนวัน ไม่ใช่ว่าเราไม่เคยพูดกันเรื่องนี้ ฉะนั้นผมไม่ได้ปกป้องรัฐบาลนะครับ แต่ผมชี้แจง ตามข้อเท็จจริงว่าเราได้ดำเนินการมาอย่างนี้ ฉะนั้นเลื่อนก็เลื่อนทุกฝ่ายไม่ได้เลื่อนเฉพาะ ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลก็เลื่อนเช่นกัน ต้องเรียนให้ท่านทราบ ที่ผ่านมาเราก็ไม่มีปัญหาอะไร🔗
ท่านประธานครับ การเลื่อนทุกฝ่าย ผมเข้าใจครับ แต่อย่างที่ผมได้เรียนให้ท่านประธานทราบ วันนี้สภาผู้แทนราษฎรมี การประชุมและมีระเบียบวาระในเรื่องของกระทู้สดและกระทู้ทั่วไป ซึ่ง ครม. ต้องรับทราบ และต้องมอบหมายให้คนมาตอบเป็นปกติอยู่แล้วครับ ไม่มีเหตุเลยที่จะบอกว่าวันนี้อยู่ดี ๆ ไม่มีคนมาตอบเลยสักคนเดียว ท่านประธานบอกว่า ท่านประธานพยายามจะชี้แจงปกป้อง รัฐบาลอาจจะไม่มีเจตนาอะไรต่าง ๆ แต่ท่านประธานครับ ผมฟังดูแล้วเอียงกระเท่เร่เลย ด้วยความเคารพนะครับ อันนี้ขอประทานโทษอาจจะแรงไปนิดหนึ่ง แต่ว่าวันนี้สิ่ง ซึ่งที่เพื่อนสมาชิกจะถามว่าลัมปีสกิน (Lumpy Skin) มันจบหรือยัง มันมีเหตุการณ์ มันมีพฤติการณ์ที่มันอุบัติใหม่ซึ่งเป็นความคืบหน้าของสถานการณ์ ซึ่งประชาชน มีความจำเป็นจะต้องได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากภาครัฐหรือไม่ ๑ ท่าน ซึ่งกำลังจะยื่น กระทู้สดด้วยวาจา ท่านสกุณา สาระนันท์ นี้รับเอาความเดือดร้อนของชาวบ้านมา มาขอที่พรรคเพื่อไทยบอกว่าวันนี้ขอกระทู้สดด้วยวาจาในเรื่องลัมปีสกิน (Lumpy Skin) อีกครั้ง เพราะว่าความเดือดร้อนของชาวบ้านยังไม่จบ แต่ ครม. ไม่มาตอบ รอไป สัปดาห์หน้าวัวชาวบ้านตายหมดแล้วจะไปตอบอะไรอีก นี่คือประเด็นปัญหาที่จะต้องตอบ นี่คือกระทู้สดด้วยวาจา ทำไมเขาถึงตั้งชื่อว่ากระทู้ถามสด สดเพราะว่ามันต้องมาตอบโดยปัจจุบันทันด่วนนะครับ เอาละ ผมไม่เสียเวลาถกเถียงกับท่านประธาน เพราะว่าเรามีภารกิจที่ต้องเดินหน้าต่อ แต่ฝากท่านประธานครับ ประเด็นที่ผมฝากจริง ๆ ก็คือให้สมาชิกที่เป็นกรรมการ ประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านและรัฐบาลไปคุยกันหน่อยสิว่าเรื่องที่ ครม. ไม่มาตอบ แล้วมาปัดตกในเรื่องสัดส่วนโควตาของกระทู้ถามสดด้วยวาจาของสมาชิกนี้ ผมว่าไม่ถูกต้อง ต้องยกไปสัปดาห์หน้าเพื่อให้เพื่อนสมาชิกมีโอกาสถาม และที่สำคัญก็คือสัปดาห์หน้าจะได้มี โควตาในการถามกระทู้มากกว่า ๓ คำถามครับ เพราะเราก็เคยปฏิบัติมาอย่างนี้ ๒ ปีแล้ว มาสมัยประชุมนี้จะมาเปลี่ยนเป็นยึดข้อบังคับบอกว่า ๓ คำถาม แล้วพอ ครม. ไม่มา แล้วสิทธิของประชาชนที่เพื่อนสมาชิกจะเอามาถามมันตกไปนี้ อันนี้ผมไม่เห็นด้วย ก็เป็น ประเด็นฝากให้เพื่อนสมาชิกไปปรึกษาหารือกับท่านประธานสภา ขอบคุณครับ🔗
ผมเพิ่มเติม สั้น ๆ นิดเดียวครับ ประเด็นที่ท่านกล่าวหาว่าผมเอียงกระเท่เร่นะครับ ผมยืนยันว่าผมเอา ข้อเท็จจริงมาเรียนท่านทราบนะครับ🔗
ผมถอนครับ ผมถอน ผมขอประทานโทษ มันหลุดปากไปจริง ๆ ผมถอนครับ🔗
คือผมเข้าใจ ท่านนะครับ แต่ว่าอยากจะให้เข้าใจว่าวันนี้การที่รัฐมนตรีไม่ได้มาตอบ เลื่อนไปนี้เลื่อนทั้ง ของฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาล ย้ำอีกครั้งหนึ่งนะครับ และเรื่องที่ท่าน ส.ส. สกุณาเห็นว่า มีความสำคัญ ผมก็เห็นว่ามีความสำคัญครับ ไม่อย่างนั้นผมไม่บรรจุให้ แต่ผมเรียนให้ทราบ ว่าเมื่อสัปดาห์ที่แล้วทั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจา ๒ กระทู้ ทั้งญัตติด่วนด้วยวาจา ถ้าผมจำ สัปดาห์ก็คงจะไม่เกินสัปดาห์ ๒ สัปดาห์ที่ผ่านมามันได้พูดกันอยู่พอสมควรนะครับ รัฐมนตรี ก็ตอบค่อนข้างชัดเจน ผมไม่ได้เอียงหรอกครับ อันนี้เรียนท่านทราบ เชิญท่านพิจารณ์ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตหารือกับท่านประธาน ประเด็นต่อเนื่องนะครับ จากเมื่อสักครู่ที่ท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ได้ลุกขึ้น หารือกับท่านประธานนะครับ ผมมี ๒ ประเด็นครับท่านประธาน🔗
ประเด็นที่ ๑ ผมคิดว่าเรื่องของโควตาการตั้งกระทู้ถามสดนี้นะครับ ก็อยากจะ กราบเรียนท่านประธาน หากว่าทาง ครม. ทางคณะรัฐมนตรีไม่ได้มาตอบกระทู้ถามนะครับ ผมคิดว่าโควตาตรงส่วนนี้จำเป็นจะต้องกระทำอย่างที่เราเคยทำมาก็คือไปทบต้น ไปทบใน สัปดาห์ถัดไปนะครับ เพื่อให้คำถามเหล่านี้ที่ยังมีความสดอยู่จะได้ถาม แล้วก็ได้คำตอบจาก คณะรัฐมนตรี เพราะอะไรครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ วันนี้หัวหน้าพรรคของผม คุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เตรียมตั้ง กระทู้ถามสดเพื่อจะถามนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการจัดการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของ โควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งเป็นความเดือดร้อนครั้งใหญ่หลวงของพี่น้องประชาชน เราจำเป็น ที่จะต้องได้คำตอบ คำอธิบายที่เจาะจงลงไปต่อคำถามที่คุณพิธาได้เตรียมเอาไว้ครับ ท่านประธาน ดังนั้นไม่เป็นอะไรครับ ถ้าหากว่าทางคณะรัฐมนตรีจะติดภารกิจสำคัญ ในสัปดาห์นี้แล้วก็เลี่ยงที่จะไม่มาตอบคำถาม ผมก็ต้องกราบเรียนท่านประธานว่าสัปดาห์หน้า พรรคก้าวไกลก็คงจะต้องตั้งคำถามอยู่เหมือนเดิมที่จะขอคำชี้แจงจากคณะรัฐมนตรีถึง การแก้ไขปัญหา แล้วก็รวมถึงในวันนี้เราเตรียมที่จะยื่นญัตติด่วนด้วยวาจาต่อปัญหาของ ความด้อยประสิทธิภาพ ความไร้ประสิทธิภาพของรัฐบาลในการจัดการต่อปัญหาโควิด (COVID) เช่นกัน ก็กราบเรียนท่านประธานนะครับ แล้วก็อยากจะได้รับคำยืนยันจาก ท่านประธานครับว่าโควตาที่ถูกเลื่อนออกไปจะถูกบรรจุในสัปดาห์ถัดไปขอบพระคุณครับ🔗
ผมเรียนให้ ท่านพิจารณ์ได้ทราบครับว่า กระทู้ถามของท่านสมาชิกที่ไม่ได้ตอบในสัปดาห์นี้ ถ้าเห็นว่ายังมี ความจำเป็น มีความสำคัญ ท่านสมาชิกสามารถยื่นเป็นกระทู้ถามสดด้วยวาจาในสัปดาห์ ต่อไปได้ ไม่ได้ตัดเรื่องนี้ทิ้งไปเลยนะครับ นี่ก็เรียนให้ทราบอย่างนี้ ผมเข้าใจในปัญหา แต่ว่าประธานก็จำเป็นต้องยึดข้อบังคับ เพราะมีหลายฝ่ายท้วงติงมาว่าผมไม่ยึดข้อบังคับ ในการบรรจุกระทู้ ท่านไปดูข้อบังคับ ข้อ ๑๕๙ นะครับ ประธานจะบรรจุกระทู้ถามสด ด้วยวาจาได้สัปดาห์ละ ๓ กระทู้เท่านั้น จะทำเกินข้อบังคับ ถ้ามีคนท้วงติงว่าทำผิดข้อบังคับ ก็ถือว่าประธานทำผิดข้อบังคับ ฉะนั้นเรียนให้ท่านทราบ ก็มอบให้วิป (Whip) ทั้ง ๒ ฝ่าย ได้ไปหารือกันต่อไปว่าจะมีช่องทางไหนที่จะแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้ คือท่านมีสิทธิที่จะเอาไปถามในสัปดาห์ต่อไป แต่ไม่ใช่ว่าเลื่อนไปโดยอัตโนมัติ อันนี้แจ้งให้ท่านทราบ เชิญคุณหมอชลน่านครับ เราได้คุยเรื่องนี้กันเยอะแล้วนะครับ เอาพอประมาณ จะได้ปรึกษาหารือ จะได้เข้าสู่ระเบียบวาระต่อไปครับ🔗
ขอบพระคุณครับท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน ประเด็นข้อหารือ และข้อวินิจฉัยของท่านประธานกรณีการเลื่อนกระทู้ถามก็ถูกทั้ง ๒ ฝ่ายครับ ท่านประธาน เองก็ยึดข้อบังคับเป็นที่ตั้ง เป็นสรณะ อันนี้ไม่ได้มีใครที่จะไปก้าวล่วงข้อวินิจฉัยท่านประธาน นะครับ แต่ว่าสิทธิของสมาชิกในการเสนอกระทู้ถามสดด้วยวาจาในแต่ละสัปดาห์ ถ้าเลื่อนไป โดยที่สิทธินั้นหายไป สิทธิของสมาชิกก็ถูกละเมิด เพราะฉะนั้นมันต้องมีทางออก ท่านประธานครับ มันต้องมีทางออก ท่านประธานเคยถือธรรมเนียมใช้ดุลยพินิจที่เหมาะสม เพิ่มเติมกระทู้ในสมัยประชุมที่ผ่านมาเป็น ๔ กระทู้ หรือ ๕ กระทู้ในบางครั้ง อันนั้นก็เป็น ข้อที่ชอบ ไม่มีใครตำหนิ เพราะถือเป็นประโยชน์ประชาชน แต่ถ้าจะเอากันจริง ๆ ผมใน ฐานะเป็นกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎร ผมจะนำเรื่องนี้เข้าสู่คณะกรรมาธิการให้มีมติ ไปยังท่านประธาน จริง ๆ ไม่ได้มีข้อเสนออะไรมากมายท่านประธานครับ สามารถที่จะเว้น ข้อบังคับเฉพาะบางกรณีได้ จริงอยู่ครับ ของเราเองจำเป็นต้องใช้เสียงของสภา เราก็อาศัย การประชุมสภาเราครั้งใดครั้งหนึ่งที่มีองค์ประชุม ยกประเด็นนี้มาปรึกษาหารือกัน ก็เว้นข้อบังคับนี้ไว้กรณีเป็นการเลื่อนวาระกระทู้ ท่านประธานก็สบายใจในการทำหน้าที่ พวกผมเองก็ได้สิทธินะครับ รัฐมนตรีก็รู้หน้าที่จะต้องมาตอบ แต่ว่าในช่วงด่วน ๆ ที่ยังไม่มี วิธีการดำเนินการเช่นนั้นก็กราบเรียนท่านประธานว่าดุลยพินิจท่านประธานน่าจะเป็น ประโยชน์กับประชาชนมากกว่านะครับ อาจจะเกลี่ยว่าจาก ๓ กระทู้เป็น ๔ กระทู้ได้ไหม เพื่อชดเชยในสิ่งที่ขาดหายไปมันก็ไม่ทำให้พี่น้องประชาชนเสียโอกาสครับ ขอบพระคุณครับ🔗
คุณหมอ เสนอมีเหตุผลครับ ก็ขอให้วิป (Whip) นำไปปรึกษาหารือกันครับ เพราะประธานทำผิด ข้อบังคับไม่ได้นะครับ ก็ขอฝากวิป (Whip) ไปปรึกษาหารือกันว่าจะแก้ข้อบังคับหรือจะทำ อะไร อย่างไร ก็ไปหารือกัน เสนอมาที่ท่านประธานนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผมขออนุญาตอภิปรายหรือว่าหารือท่านประธานนะครับ คือผมเห็นด้วยกับท่านผู้อภิปราย เมื่อสักครู่ที่หารือ ขออนุญาตเอ่ยนาม ก็คือคุณหมอชลน่านนะครับ🔗
จริง ๆ ถ้าเห็นด้วยแล้วก็ไม่ต้องอภิปรายอีกแล้วหรอกครับ จะได้เข้าสู่ระเบียบวาระต่อไปครับ🔗
คืออย่างนี้ครับ หมายถึงว่า ในประเด็นที่ผมเป็นห่วงก็คือว่ากระทู้ถาม โดยเฉพาะของผมกำลังจะยื่นกระทู้ถามทั่วไปเข้าสู่ สภานะครับ เมื่อมีการเลื่อนไปแล้วในเรื่องที่ผมจะอภิปรายหรือว่ายื่นกระทู้นี่มันเป็น ความสำคัญอย่างเร่งด่วนนะครับ เพราะฉะนั้นการเพิ่มกระทู้ในแต่ละวันเข้าไปผมก็เห็นด้วย แล้วก็อีกอย่างหนึ่งท่านรัฐมนตรีจะมอบหมายรัฐมนตรีช่วยว่าการอย่างนี้ ผมว่าถ้ามี การมอบหมายกันและมีการกำหนดการล่วงหน้า ผมว่าความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ควรที่จะได้มารับฟัง แล้วก็เพื่อที่จะได้แก้ไขโดยด่วน อย่างเช่นของผมในเรื่องน้ำกัดเซาะ ชายฝั่งวัน ๆ หนึ่งพี่น้องผวากันทุกวัน ๆ เลยว่าบ้านของตัวเองจะโดนน้ำกัดเซาะถล่มไป เมื่อไร คืนหนึ่ง ๆ นี้ เพราะฉะนั้นความเร่งด่วนตรงนี้ผมอยากให้นำเรียนท่านรัฐมนตรี ที่เกี่ยวข้องดำเนินการตรงนี้ แล้วก็เข้ามาตอบกระทู้ถาม ถ้าไม่มีความจำเป็นจะต้องไปภารกิจอื่น นะครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ก็ได้ชี้แจงไปแล้วนะครับ ต่อไป🔗
ระเบียบวาระที่ ๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗
ก็เรียนที่ประชุมที่ได้เรียนไปแล้วว่าผู้ตั้งกระทู้ถามที่ได้เสนอมานั้น เนื่องจาก ได้รับการประสานจากเจ้าหน้าที่ว่าผู้ตอบกระทู้ถามขอสลับลำดับการถามตอบกระทู้ถาม ทั่วไปนะครับ ดังนั้นผมจึงขอปรึกษาที่ประชุมเพื่อขอนำกระทู้ถามตามลำดับที่ ๑.๒.๓ เรื่อง การส่งเสริมอุตสาหกรรมเนื้อหาสร้างสรรค์ของท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ไปพิจารณา ถามตอบกันในลำดับสุดท้าย ผู้ตั้งกระทู้ถามไม่ขัดข้องนะครับ🔗
ถ้าไม่มีผู้ใด ขัดข้องก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินการตามนี้นะครับ🔗
๑.๒.๑ กระทู้ถาม ที่ ๓๒๖ เรื่อง ขอให้กระทรวงศึกษาธิการมีนโยบาย ให้นักเรียนได้รับการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น (นางอนุรักษ์ บุญศล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ🔗
ด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ คือคุณตรีนุช เทียนทอง ได้มีหนังสือแจ้งว่า เนื่องจากในวันนี้ติดภารกิจสำคัญ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๔ นะครับ🔗
๑.๒.๒ กระทู้ถาม ที่ ๓๓๔ เรื่อง การบริหารจัดการขยะใน กรุงเทพมหานคร (นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม ท่านนายกรัฐมนตรี🔗
ตามที่สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถาม เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้วมีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ให้เป็นผู้ตอบกระทู้ถามเรื่องนี้แทน แต่เนื่องจากในวันนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยติดภารกิจสำคัญไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๔ นะครับ🔗
๑.๒.๔ กระทู้ถาม ที่ ๓๔๔ เรื่อง ปัญหาการจัดการระบบระบายน้ำ บริเวณถนนกาญจนาภิเษกตัดถนนเพชรเกษม (แยกเดอะมอลล์บางแค) (นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย ได้มีหนังสือแจ้งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยติดภารกิจสำคัญ ไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามในวันนี้ได้ จึงขอเลื่อน การตอบกระทู้ถามดังกล่าวออกไปในการประชุมครั้งถัดไปนะครับ🔗
๑.๒.๕ กระทู้ถาม ที่ ๓๔๕ เรื่อง การสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยขะยุง อำเภอ กันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ (นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม ท่านนายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีหนังสือแจ้งว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีได้มีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เป็นผู้ตอบกระทู้ถามเรื่องนี้แทน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คือ ท่านประภัตร โพธสุธน เป็นผู้ตอบกระทู้ถามเรื่องนี้แทนนั้น แต่เนื่องจากในวันนี้และรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ติดภารกิจสำคัญไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๔ คุณหมอจาตุรงค์ เชิญครับ🔗
ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธาน ผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ต้องขอบคุณท่านประธานและขอบคุณท่านรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี แต่ว่ากระทู้ถามที่ผมถามนี้ ผมถามท่านนายกรัฐมนตรี เพราะเกี่ยวพันกับกระทรวง หลายกระทรวง โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือกรมชลประทานเป็นเจ้าภาพ เขาเตรียมความพร้อมในการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ ซึ่งดูงานตั้งแต่สมัยท่านนายกรัฐมนตรี ชาติชายที่อนุมัติเกือบ ๓๐ ปี แล้วก็ไม่ได้ก่อสร้าง แล้วก็มีเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่ากับ เขตป่าสงวนอยู่บนเนื้อที่ ๑,๐๐๐ กว่าไร่ ทั้ง ๒ แห่ง และกำหนดที่เขาอนุมัติไว้ ๓๐ ปีนี้ มันจะหมดภายในปี ๒๕๖๕ เพราะฉะนั้นผมเกรงว่าถ้าท่านรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี มอบหมายนี้จะเป็นไปได้ไหมว่าทางส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเขาให้ลดพื้นที่จำนวนไร่ลง แล้วก็เรื่องของการอนุมัติตรงนี้ ถ้าท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะตอบตรงนี้ด้วย เพื่อให้พี่น้องประชาชนเขา รอฟังอยู่ จะได้ ๒ กระทรวงที่เป็นหลัก คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกรมโยธาธิการนี้ เขาพร้อมเลย แต่ขาดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งขอความกรุณาท่านประธาน เรียนไปยังทางรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ผมก็ ไม่อาจจะที่จะตอบแทนรัฐมนตรีได้ว่าท่านจะมาตอบได้ไหม แต่ว่าเลื่อนไปก็ไม่นานครับ วันพฤหัสบดีที่ ๘ ประชุมสัปดาห์หน้านะครับคุณหมอ🔗
นานหรือไม่นาน ผมไม่ได้ว่าครับ แต่เกรงว่าท่านรัฐมนตรีประภัตร ท่านตอบนี้คงจะต้องขออนุญาตตอบในส่วนของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมด้วย เพราะมันเกี่ยวพันกัน ๒ งาน ชาวบ้านรออยู่นะครับ คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านรัฐมนตรีว่าการมอบท่านรัฐมนตรีช่วยนี้ไม่เป็นอะไร แต่ว่าส่วนของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เขาถามท่านนายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรีน่าจะมอบทั้ง ๒ ท่าน ความหมายคือเป็นอย่างนั้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมยังไม่ออกมาแล้วก็จะหยุดไปอีก ก็จะเสียเวลา เหลือเวลาไม่ถึงปีครับ🔗
ผมจะให้ เจ้าหน้าที่แจ้งไปที่นายกรัฐมนตรีนะครับ ส่วนท่านจะมอบหมายใคร อย่างไร ให้มาตอบ ทั้ง ๒ กระทรวงหรือไม่ ประธานไม่อาจที่จะไปบังคับนายกรัฐมนตรีหรือบังคับรัฐมนตรีได้ ถ้าสมมุติว่ารัฐมนตรีมาตอบแค่กระทรวงเดียว คุณหมอยังติดใจก็เขียนกระทู้ถาม ยื่นกระทู้ แยกเฉพาะได้ไวครับ ท่านสามารถทำได้หลายช่องทาง ต่อไปเป็นระเบียบวาระที่ ๑.๒.๖ ครับ🔗
๑.๒.๖ กระทู้ถาม ที่ ๓๕๐ เรื่อง ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ในพื้นที่เขตจังหวัดสงขลา เนื่องจากน้ำประปาไม่ได้คุณภาพและไม่เพียงพอกับความต้องการ (ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย🔗
ด้วยสำนักงาน รัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทยได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับงานในหน้าที่รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย คือท่านทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา จึงมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นผู้ตอบกระทู้ถามเรื่องนี้แทน ฉะนั้นขอเชิญร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี ถามกระทู้ได้เลย เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี ขอบคุณมากที่ท่านวันนี้ มีท่านคนเดียวที่มาตอบกระทู้ ปรับรัฐมนตรีสมัยหน้าขอให้ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการนะครับ กระผม ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา วันนี้ตั้งกระทู้ ถาม เรื่อง ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่จังหวัดสงขลา โดยเฉพาะเขตผม เขต ๔ จังหวัดสงขลา อันประกอบด้วย อำเภอระโนด อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอสทิงพระ และอำเภอสิงหนครบางส่วน น้ำประปาไม่มีคุณภาพ ประชาชนมีความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เนื่องจากน้ำประปามีกลิ่นเหม็น มีสีขุ่น ไม่สามารถนำเอามาเป็นอุปโภคบริโภคได้ ถ้าหากนำเอามาใช้ก็เกิดอันตรายต่อผิวหนัง อาการแพ้ อาการคันอย่างนี้เกือบเต็มพื้นที่ นะครับ ทีนี้ก่อนที่จะเล่าเรื่องปัญหาในพื้นที่รายละเอียดก็อยากทำความเข้าใจกับ ท่านรัฐมนตรีว่าพื้นที่บ้านผมจังหวัดสงขลานี้เรียกว่าคาบสมุทรสทิงพระในอดีตนี้มันเป็นทะเล แล้วก็เมื่อหลายพันปีที่ผ่านมานี้ได้ยกตัวขึ้นมาเป็นแหลม เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเราขุดดินลงไป ประมาณสัก ๕ เมตร ๑๐ เมตรนี้ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านประธานครับ ข้างล่างนี้จะเป็นหิน เป็นทรายเป็นทะเลเก่า เพราะฉะนั้นน้ำจะกร่อยน้ำก็จะเค็ม พื้นที่ลักษณะด้านขวามือของ คาบสมุทรสทิงพระ ๔ อำเภอผมนี้ขวามือเป็นทะเลอ่าวไทย ส่วนซ้ายมือนี้เป็นทะเลสาบ สงขลา แต่เป็นทะเลสาบเปิดสามารถเชื่อมโยงกับทะเลอ่าวไทยได้ ในอดีตทะเลสาบนี้ เป็นทะเลน้ำจืดกว่าจะเค็มนี้ก็สามารถจะเอาน้ำในทะเลสาบของสงขลานี้มาทำการอุปโภค บริโภคทำน้ำประปาได้ แต่ในปัจจุบันนี้เนื่องจากว่าทะเลอ่าวไทยได้ยกตัวสูงขึ้นก็ทำให้น้ำทะเลล้นรุกล้ำเข้ามาใน ทะเลสาบสงขลาอย่างรวดเร็วขึ้น เพราะฉะนั้นพอถึงหน้าฝนบ้านผมประมาณเดือนพฤศจิกายน เดือนธันวาคม พอเดือนพฤษภาคมนะครับท่านประธาน น้ำทะเลก็หนุนเข้ามาก็ไม่สามารถ ที่จะนำน้ำจากทะเลสาบสงขลาเอานำมาใช้ในน้ำประปาได้ก็ทำให้ประชาชนเดือดร้อน น้ำประปาในเขตคาบสมุทรสทิงพระผมนี้เขาจะมีวิธีการนำน้ำดิบมาใช้ก็คือ ๑. จากทะเลสาบ ๒. ใช้ขุดครับท่านประธาน ใช้ขุดลึกลงไปก็อย่างที่บอก ข้างล่างนอกจากเป็นน้ำกร่อยแล้วยัง มีน้ำสนิมอีก บางช่วงหลายอำเภอ ถ้าเห็นภาพนี้น้ำทะเลก็จะรุกล้ำเข้ามาอย่างนี้เต็มพื้นที่ สีแดงก็คือความเค็มนะครับ เกิน ๐.๕ ครับท่านรัฐมนตรี พอเกิน ๐.๕ ก็ไม่สามารถนำเอามา บริโภคได้ เพราะฉะนั้นการแก้ปัญหาเมื่อไม่มีแหล่งน้ำดิบที่จะนำมาใช้ในพื้นที่เขาก็ใช้วิธีการขุด ครับท่านประธาน ขุดเป็นบ่อบาดาล พอขุดบาดาลตามที่บอก ข้างล่างเป็นน้ำสนิม เป็นสีขุ่น เป็นตะกอนอย่างที่ว่า อันที่ ๒ นอกจากขุดเป็นบ่อเพื่อจะเก็บน้ำดิบ เก็บน้ำฝนที่ตกมา น้ำผิวดิน แต่พื้นที่ก่อนการขุดในแต่ละตำบล แต่ละ อบต. แต่ละเทศบาลนี้มีพื้นที่จำกัด พอถึงหน้าแล้งก็ไม่มีแหล่งน้ำ น้ำก็ไม่เพียงพอ น้ำก็เป็นตะกอนขุ่นอย่างที่ว่าอีก อันที่ ๓ ก็คือ พื้นที่ที่มาก ๆ ก็อยู่ริมทะเลสาบสงขลาเป็นที่สาธารณะอยู่ใกล้ ๆ กับทะเลสาบสงขลา เหล่านั้น แต่พอช่วงที่น้ำเค็มรุกล้ำนี้น้ำทะเลก็ซึมเข้ามา พอซึมเข้ามาก็เข้าไปในบ่อที่ชาวบ้าน ขุดไว้เพื่อจะเป็นแหล่งน้ำดิบมาทำน้ำประปา พอน้ำเปลี่ยนเป็นน้ำเค็มเข้ามาปลาก็ตาย พืช ไม่ว่าสาหร่าย หรือผักตบ หรือพืชที่ขึ้นในบ่อก็เน่าเสีย สูบน้ำออกมาน้ำก็เน่าเสียอีก เพราะฉะนั้นปัญหาสำคัญของบ้านผมนี้ ท่านรัฐมนตรีครับ คือ ๑. ไม่มีแหล่งน้ำดิบที่จะเอา นำมาใช้เพื่อทำน้ำประปาเพื่ออุปโภคบริโภค แล้วก็ขาดงบประมาณ ถามว่าทางท้องถิ่นเขาทำ เรื่องไหม ขอไปเรื่อย ขอตลอดเลยท้องถิ่นนี้ ได้ไปสอบถามแล้วว่าจะได้รับงบประมาณเพื่อมา ปรับปรุงในการทำน้ำประปาน้อยมาก จนคนขนานนามบ้านผมว่าคาบสมุทรสทิงพระดินแดน ที่ถูกลืมนะครับ จังหวัดสงขลาเรามีทั้งหมด ๑๖ อำเภอ แต่มี ๔ อำเภอครับท่านประธาน ติดกับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ๔ อำเภอนั้นก็จะได้ใช้วิธีพิเศษไม่ต้องอีบิดดิง (e-Bidding) เพราะฉะนั้นเวลาเรามีงบประมาณของจังหวัด ทาง อบจ. หรือว่าทางท้องถิ่นอะไรต่าง ๆ ลงไป ๔ อำเภอนั้น อำเภอของผมคาบสมุทรสทิงพระเขาก็ขนานนามว่าท้องถิ่นคาบสมุทร สทิงพระที่ถูกลืม ก็ฝากท่านรัฐมนตรีท่านช่วยให้หน่วยงานท่านไปดูแล นี่เป็นแหล่งน้ำที่จะทำ น้ำดิบ น้ำประปา พอถึงหน้าแล้งก็เป็นอย่างไรครับ ก็แห้งแล้ง ทีนี้ก็อยากจะสอบถามกับ ท่านรัฐมนตรี🔗
ท่านอรุณ ถามได้เลยนะครับ🔗
สอบถามท่านรัฐมนตรีว่าท่านมี นโยบายที่จะแก้ปัญหาน้ำประปาที่ไม่ได้คุณภาพไม่เพียงพอของประชาชนในคาบสมุทร สทิงพระในจังหวัดสงขลาของเราได้อย่างไร อยากจะทราบรายละเอียดครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยตอบ เชิญครับ🔗
ท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายทรงศักดิ์ ทองศรี ในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้รับมอบหมายจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อมาตอบกระทู้ถามของ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ต้องขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่าน ส.ส. อรุณ สวัสดี ซึ่งท่านเป็น ผู้แทนราษฎรของจังหวัดสงขลาในนามพรรคพลังประชารัฐ ผมต้องขอชื่นชมยินดีท่านนะครับ ที่ท่านมีความกังวลและมีความห่วงใยในเรื่องของน้ำ ซึ่งถือ ว่าเป็นปัจจัยในการดำรงชีวิต แล้วก็ผู้คนทั้งหลายก็ต้องมีน้ำในการดำรงชีวิต ไม่ว่าเรื่องของ ภาคการเกษตร เรื่องการอุปโภคบริโภคทั้งหลาย ผมเห็นใจท่านที่จังหวัดสงขลาเป็นจังหวัด ซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกับอ่าวซึ่งเป็นน้ำเค็มเสียส่วนใหญ่ แล้วก็น้ำใต้ดินที่อยู่ในจังหวัดลึกลงไปก็จะ เป็นปัญหาอุปสรรคในการที่จะนำมาใช้ในการอุปโภคบริโภค🔗
คำถามที่ท่านได้ถามผมมานี้จริง ๆ ผมเรียนท่านว่าเป็นประเด็นซึ่งเกี่ยวโยง กันหลายหน่วยงานด้วยกันนะครับ ทั้งหน่วยงานที่ผมรับผิดชอบโดยตรง ในเรื่องของ การประปาส่วนภูมิภาค อีกหน่วยงานหนึ่งก็เป็นงานของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น เป็นเรื่องของการประปาท้องถิ่น ในจังหวัดสงขลาถ้าจะอนุมานได้ว่าน้ำประปาที่ดำเนินการ คงจะเป็น ๓ ส่วนด้วยกัน ในเรื่องของการประปาส่วนภูมิภาคก็ส่วนหนึ่ง การประปาท้องถิ่น ก็ส่วนหนึ่ง แล้วก็ส่วนหนึ่งก็เป็นของภาคเอกชน ผมเรียนท่านว่าความจริงกระทู้ที่ท่านถามมานี้ เราโดยการประปาส่วนภูมิภาคเองได้เคยตอบเป็นลายลักษณ์อักษรไปส่วนหนึ่งแล้วว่า ในส่วนของการประปาส่วนภูมิภาคนั้นยืนยันว่ามีคุณภาพของน้ำมีมาตรฐาน เพราะเรามี กระบวนการในการกรองตามหลักสากลดับบลิวเอชโอ (WHO) ซึ่งกำหนดว่าการประปา ต้องมีการตรวจวิเคราะห์น้ำอยู่เสมอ ที่จังหวัดสงขลาเองก็มีการตรวจตลอดเวลานะครับว่าน้ำ ได้คุณภาพจริง ๆ อันนี้ผมต้องเรียนยืนยัน เพราะว่าเดี๋ยวพี่น้องประชาชนจะมีความกังวลใจ ว่าน้ำที่ออกมานี้มันขาดคุณภาพ มีบางช่วงเท่านั้นเองที่ว่าน้ำนี้อาจจะกร่อยไปบ้าง แต่ก็มี กระบวนการในการดำเนินการจนเป็นที่เรียบร้อย อย่างเช่นที่อำเภอระโนดอย่างนี้เป็นต้น ในช่วงหน้าแล้งเราก็จะมีการเอาน้ำบาดาลซึ่งมีการตรวจคัดกรองเรียบร้อยว่าเป็นน้ำที่มี คุณภาพ หมุนเวียนเพื่อให้เกิดคุณภาพ ส่วนเรื่องปริมาณก็ยืนยันว่าในส่วนของการประปา ส่วนภูมิภาค เราสามารถบริหารจัดการน้ำได้อย่างเพียงพอ ที่เป็นปัญหาจริง ๆ ผมเรียนว่าคง เป็นการประปาส่วนท้องถิ่นเสียมากกว่า เป็นของ อปท. ซึ่งเป็นพื้นที่ซึ่งมีอยู่ในพื้นที่ของ ท่านเองบางส่วนนะครับ ซึ่งผมเรียนท่านว่าเราก็มีกระบวนการในการจัดการที่จะทำให้ ท้องถิ่นนั้นสามารถที่จะดำเนินการในการแก้ไขปัญหาได้ เดี๋ยวผมจะเรียนท่านประธาน ในเบื้องต้นต่อไปนะครับ🔗
ผมจะเรียนเพื่อให้ท่านสบายใจว่าในส่วนของการประปาส่วนภูมิภาคเอง เราก็มีแผนงานโครงการในการพัฒนาไว้ก่อนว่าวันนี้ยังไม่ได้ขาดแคลนอะไร แต่ว่าในอนาคต ถ้ามีปัญหาเรื่องความขาดแคลน เราก็จัดทำแผนเตรียมรองรับไว้นะครับ ในส่วนของ ทั้งจังหวัด อย่างเช่นของการประปาสงขลา อำเภอสิงหนคร เราจะมีโครงการในการปรับปรุง ขยายการประปาสาขาหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาในปีงบประมาณตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ คือการตั้งงบ ไว้ล่วงหน้านะครับว่า เป็นแผนการปรับปรุงพัฒนาไป ๑,๗๘๓ ล้านบาท มีแผนส่วนที่ ๑ วงเงิน ๗๕๗ ล้านบาท อันนี้อยู่ระหว่างการจัดหาที่ดินในการพัฒนา ส่วนที่ ๒ จำนวน ๕๙๖ ล้านบาท อยู่ระหว่างการประเมินราคาในการดำเนินการก่อสร้างต่อไป ส่วนการประปา สาขาหาดใหญ่ อำเภอนาหม่อม อำเภอกะหล่ำ อำเภอคลองหอยโข่ง อันนี้ส่วนที่ ๓ เรามี แผนงานโครงการปรับปรุง การประปาของ อปท. ควบคู่กับของการประปาส่วนภูมิภาคด้วย นะครับ ส่วนการประปาของอำเภอสะเดาเช่นเดียวกันนะครับ มีโครงการปรับปรุงขยาย การประปาสาขาสะเดา ในปีงบประมาณ ๒๕๖๙ ซึ่งในขณะนี้ตั้งงบประมาณไว้แล้ว อยู่ระหว่างการก่อสร้างก็ได้ไปประมาณสัก ๙๓.๑๕ เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่อำเภอนาทวี อำเภอจะนะ โครงการปรับปรุงขยายการประปาสาขานาทวี ระยะที่ ๑ ปีงบประมาณ ๒๕๖๔ วงเงิน งบประมาณประมาณ ๑๑๒ ล้านบาทเศษ อันนี้อยู่ระหว่างการหาผู้รับจ้างอยู่นะครับ ที่อำเภอระโนดของท่านก็เป็นแผนงานปรับปรุงประปาควบกับอำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอสทิงพระ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา อันนี้อยู่ระหว่างการจัดทำแผนงานโครงการในการพัฒนาเรื่อง ของการประปาส่วนภูมิภาค ที่อำเภอสะเดา เป็นสาขาพังลานี่นะครับ เราก็มีแผนงาน โครงการก่อสร้างปรับปรุงขยายการประปาส่วนภูมิภาค ในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ อันนี้เป็น แผนงานล่วงหน้า ซึ่งเตรียมกำหนดไว้ว่าถ้าเกิดที่จังหวัดสงขลามีการเจริญ มีการพัฒนา การใช้น้ำมีมากกว่า ๑๗๐,๐๐๐ ราย เราก็พร้อมที่จะรองรับในเรื่องของการให้บริการ การประปาส่วนภูมิภาคต่อไปนะครับ🔗
ส่วนอีกประเด็นหนึ่งที่ท่านได้กล่าวในที่ประชุม เรื่องของน้ำที่อาจจะมี กลิ่นเหม็น มีตะกอน มีสี อันนี้ผมเรียนยืนยันว่าคงไม่ใช่เป็นการประปาส่วนภูมิภาค น่าจะเป็น การประปาส่วนท้องถิ่น ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของท้องถิ่นทั้งหลาย ซึ่งท้องถิ่นทั้งหลายนี้ เป็นเรื่องที่ผมคิดว่ากระทรวงมหาดไทยอาจจะเป็นกระทรวงซึ่งกำกับดูแลก็จริง แต่ว่า การบริหารจัดการทั้งหลายเป็นไปตามกฎหมายการกระจายอำนาจ ให้ท้องถิ่นทั้งหลายได้ทำ หน้าที่ในการจัดสรรงบประมาณเป็นของตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องของการประปาส่วนภูมิภาคนี้ ความจริงท้องถิ่นก็ต้องตั้งงบประมาณในการปรับปรุงพัฒนา แต่อย่างไรก็แล้วแต่ โดยกระทรวงมหาดไทยเองเราก็มีแนวทางในการที่จะกำหนดทิศทางในการที่จะทำให้ท้องถิ่น ทั้งหลายได้จัดการบริหารงานประปาให้มีคุณภาพ มีมาตรฐาน โดยมีการจัดทำมาตรฐาน ระบบน้ำสะอาด เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้เป็นแนวทางในการจัดบริหารระบบน้ำ สะอาดให้กับประชาชนในพื้นที่ โดยกำหนดให้มีคณะกรรมการ ซึ่งจัดตั้งขึ้นโดยชุมชน ก็คือใน แต่ละหมู่บ้านของท่านเองในการกำหนดทิศทางของการกำหนดคุณภาพของน้ำ แต่ว่าถ้าเกิด บางหมู่บ้านมีศักยภาพที่มีเพียงพอ ผมเรียนท่านนะครับว่าการประปาส่วนภูมิภาคเองก็มี หน่วยงานลงไปสนับสนุนช่วยเหลือในการที่จะเอาน้ำที่อยู่ในแต่ละหมู่บ้านมาตรวจคุณภาพ ของน้ำว่ามันมีโลหะหนัก มีสารปนเปื้อน เป็นปัญหาอะไรอย่างไร เพื่อนำไปสู่การกำหนด งบประมาณในการแก้ปัญหาของท้องถิ่นเอง นั่นส่วนที่ ๑🔗
อีกส่วนหนึ่งก็เป็นเรื่องที่ท้องถิ่นเองก็ต้องจัดทำแผนงบประมาณในการพัฒนา แหล่งน้ำ ซึ่งเรามีแผนอยู่แล้วว่าแผน ๕ ปีขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยให้องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีความประสงค์และมีความต้องการก่อสร้าง ซ่อมแซม บำรุงรักษา พัฒนาแหล่งน้ำ เพื่อการอุปโภคบริโภคและเพื่อการเกษตร จัดทำแผนในการพัฒนา ซึ่งผมเรียนว่าที่ผ่านมามีโครงการแผนพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคและการเกษตร จำนวนทั้งสิ้น ๒๕,๘๗๖ โครงการ โครงการปรับปรุงระบบประปาขององค์กรท้องถิ่น มีอยู่ ๑๑,๒๕๕ โครงการ ซึ่งโครงการเหล่านี้ ตามแผนเหล่านี้จะใช้เป็นข้อมูลในการวางแผน บูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำแห่งชาติและสำนักงบประมาณใช้ในการจัดสรร งบประมาณเงินอุดหนุนต่อไป เพราะฉะนั้นท้องถิ่นเองถ้าเกิดมีปัญหาเรื่องการแก้ปัญหาของ น้ำประปา ท้องถิ่นต้องจัดทำแผน แล้วก็เสนอแผนเข้ามาตามระบบของทางราชการ โดยเฉพาะมาที่กระทรวงมหาดไทย แล้วกระทรวงมหาดไทยยังมีการประเมินด้วยนะครับ ประสิทธิภาพขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แอลพีเอ (LPA) โดยให้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นมีการตรวจสอบคุณภาพของน้ำ มีการลงไปประเมินดูว่าท้องถิ่นแต่ละแห่งนั้น มีการประเมินเรื่องของน้ำอย่างไร เพื่อให้สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ สำนักงาน สิ่งแวดล้อม เป็นศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นแนวปฏิบัติในการบริหารจัดการเรื่องของ น้ำต่อไป และในแต่ละปีกระทรวงมหาดไทยยังมีการจัดสรรเงินอุดหนุนเฉพาะกิจ อันนี้อยู่ที่ ท้องถิ่นนะครับ ที่จะต้องเสนอโครงการมาในแต่ละปี ๆ โดยเฉพาะตั้งแต่ปี ๒๕๖๒-๒๕๖๔ ที่จังหวัดสงขลาเราได้เสนอโครงการไปทั้งสิ้น ๑๑๘ โครงการ เป็นวงเงินทั้งสิ้น ๔๘๔,๖๖๘,๕๐๐ บาท ซึ่งจำแนกได้ว่าในปี ๒๕๖๒ ๓๕ โครงการก็ทำไปแล้ว ๑๔๕ ล้านบาทเศษ ในปี ๒๕๖๓ ก็ ๕๙ โครงการ ๒๖๖ ล้านบาทเศษ ในปี ๒๕๖๔ ปัจจุบันมี ๒๔ โครงการอยู่ระหว่างการดำเนินการ ๗๒ ล้านบาท ก็เรียนท่านด้วยความกังวล ห่วงใยว่ากระทรวงมหาดไทยก็มีแนวทางในการที่จะเข้าไปดูแล แต่อย่างไรก็แล้วแต่ งานที่ท่านถามมาส่วนใหญ่อยู่ในเรื่องของท้องถิ่น ซึ่งท้องถิ่นเองก็มีอำนาจในการบริหาร จัดการ ต้องใช้งบประมาณเป็นของตัวเองเบื้องต้นก่อนนะครับ ถ้าขาดเหลืออย่างไร ก็ต้องเสนอโครงการตามแผน ๕ ปีมาสู่การพิจารณาของกระทรวงมหาดไทยต่อไป เบื้องต้น ขอตอบเท่านี้ก่อนครับ🔗
เชิญครับ🔗
กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี ที่ได้มาตอบนะครับ ที่ท่านตอบคือจังหวัดสงขลาเรามี ๑๖ อำเภอ อำเภอหาดใหญ่ อำเภอ สะเดาที่ได้รับงบประมาณของการประปาส่วนภูมิภาค ที่ท่านตอบนี้เขาจะไม่ค่อยมีปัญหา แหล่งน้ำ เพราะแถวนั้นมีเทือกเขาสะเดา มีฝนตกจนน้ำท่วมตลอดนะครับ เพราะฉะนั้น ปัญหาแหล่งน้ำไม่มี แต่ถ้าคาบสมุทรสทิงพระ ๔ อำเภอมีปัญหา เป็นไปได้ไหมถ้าเราจะให้ การประปาส่วนภูมิภาคผันน้ำจากเทือกเขาสะเดาผ่านมาทางสงขลาแล้วก็ส่งมาที่คาบสมุทร สทิงพระ ตรงนี้ผมเคยเห็นพูดมาตั้งนานแล้วแต่ไม่ได้มีการปฏิบัติ เราทิ้งน้ำเสียเปล่า ๆ นะครับเข้ามาทางหาดใหญ่ ท่วมหาดใหญ่เกือบทุกปี แล้วก็ทิ้งในทะเลสาบสงขลา แต่ถ้าเรา ผันน้ำจากเทือกเขาสะเดานั้นต่อท่อมาในคาบสมุทรสทิงพระ ผมว่าสามารถจะแก้ปัญหาได้ ฝากท่านรัฐมนตรีช่วยไปพิจารณาแผนตรงนี้ด้วย🔗
อีกเรื่องหนึ่งเป็นไปได้ไหมท้องถิ่นบ้านผมเป็นพื้นที่เกษตรกรรม ท้องถิ่นเขา ไม่มีงบประมาณเพียงพอ หลายครั้งที่ผมไปดู ท้องถิ่นเขาทำเรื่องไปนะครับ พอทำเรื่องไปขอ งบประมาณเพิ่มเติม แต่ไม่ได้รับการพิจารณา ที่ผมมาพูดวันนี้ก็เพราะเหตุนี้ ถ้าเกิดเขามี งบประมาณที่เพียงพอเขาก็สามารถไปแก้ไขปัญหาแล้ว แต่ทีนี้มันแก้ปัญหาไม่ได้เพราะว่า งบประมาณที่ไม่เพียงพอ เขาส่งไป ส่งไป ส่งไปก็โดนทิ้ง ทิ้งก็ต้องส่งใหม่อยู่อย่างนี้ครับ ฝากท่านช่วยไป ที่ผมตั้งกระทู้ถามมาผมตั้งกระทู้ถามให้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งดูแลปกครองกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่นด้วยเพื่อจะมาตอบเรื่องนี้ แต่ท่านส่งท่านที่คุม การประปาส่วนภูมิภาคมาก็ไม่เป็นอะไรนะครับ ฝากท่านว่าถ้าเราจะโอนระบบประปา ท้องถิ่นเข้าสู่ประปาส่วนภูมิภาคไม่ทราบจะได้ไหม ในขณะเดียวกันมีหลายที่หลายจุดที่เป็น ที่สาธารณะ เราสามารถที่จะขุดเพื่อจะกักเก็บน้ำในเขตอำเภอสทิงพระ อำเภอระโนด แล้วก็ อำเภอสิงหนครได้ แต่ตรงนี้ต้องใช้งบประมาณเยอะ อย่างผมเองเคยเสนอโครงการแก้มลิง คาบสมุทรสทิงพระ ตอนนั้นเราสามารถเก็บน้ำได้ประมาณ ๔๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร เพื่อจะผันน้ำเข้ามาคลองอาทิตย์ ได้ทั้งน้ำประปา น้ำอุปโภคบริโภค น้ำเพื่อการเกษตร ครบเลย แต่เป็นไปได้ไหมถ้าเกิดว่าเราเอาโครงการเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นแก้มลิง ไม่ว่าจะอะไรนี้ ให้การประปาส่วนภูมิภาคเป็นผู้ดำเนินการ แล้วก็ได้แก้ปัญหาเรื่องโอนการประปา ส่วนท้องถิ่นให้มาเป็นการประปาส่วนภูมิภาคจะเป็นไปได้ไหมครับท่านรัฐมนตรี ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ผมขออนุญาตตอบคำถามเพิ่มเติม ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้กรุณาถามในเรื่องที่การประปาส่วนภูมิภาคจะรับโอนได้หรือไม่ ผมเรียนว่าความจริงงานที่ผมรับผิดชอบดูแล งานประปา ก็พยายามอยู่นะครับ พยายามที่จะ ไปเชิญชวนท้องถิ่นทั้งหลายที่อาจจะมีอุปสรรค มีศักยภาพ หรือมีปัญหาเรื่องของ การให้บริการน้ำประปาในพื้นที่ตัวเองที่ไม่มีความพร้อมนี้ขอให้โอนกิจการประปาท้องถิ่นให้ การประปาส่วนภูมิภาค อันนี้ผมเรียนยืนยันว่าทางการประปายินดีนะครับ เพียงแต่ว่า ขั้นตอนของการรับโอนนั้นท่านต้องไปสื่อสารกับผู้นำ กับนายก กับผู้บริหารองค์กรท้องถิ่น ทั้งหลายว่าต้องมีการประชาคมชาวบ้าน ต้องมีการประชุมสภาของท้องถิ่น ยืนยันการโอนกิจการประปาทั้งหลาย เพื่อให้การประปา ส่วนภูมิภาคได้ดำเนินการต่อนะครับ ผมเข้าใจว่าท้องถิ่นเองบางแห่งก็อาจจะมีงบประมาณ จำนวนมากสามารถจะทำได้ แต่ว่าบางแห่งเองก็เห็นใจว่างบลงทุนที่มีในการพัฒนาของพื้นที่ ตัวเองจำกัด งบประมาณที่ใช้ในการบริหารงานบุคคลก็หมดแล้ว และทั้งประเทศไทยเรามี อปท. ทั้งหมด ๗๐,๐๐๐ ก็เห็นใจอยู่ว่าหลายท้องที่ หลายท้องถิ่นขอเงินอุดหนุนมาก็ได้ ไม่ทั้งหมด เพราะว่าในแต่ละปี ๆ เราก็มีงบประมาณอย่างที่ท่านได้มีโอกาสพิจารณานะครับ อย่างปีนี้ก็ ๓.๑ ล้านล้านบาท ท้องถิ่นจะได้งบประมาณเท่าไรในการที่จะลงไปอุดหนุนกิจการ ทั้งหลายที่เป็นงาน ซึ่งเกินศักยภาพของท้องถิ่นเอง โดยเฉพาะเรื่องของการประปา ซึ่งเป็น ภารกิจต้องดูอย่างต่อเนื่องทั้งปริมาณของน้ำที่มีการขยายตัวของผู้ใช้น้ำ ทั้งเรื่องของคุณภาพ ซึ่งจะต้องมีการพัฒนาปรับปรุง อย่างเช่น พื้นที่ของท่านเองเป็นพื้นที่ซึ่งมีน้ำกร่อยหรือน้ำเค็ม ลงไปในช่วงฤดูแล้งอย่างนี้จะเป็นปัญหา เพราะว่าระบบการกรองน้ำประปาทั่วไปจะกรอง น้ำเค็มให้เป็นน้ำจืดเป็นการใช้ต้นทุนที่สูงมากนะครับ แต่ผมทราบข่าวว่าในขณะนี้มีคนไทย เราไปคิดค้นเรื่องของนวัตกรรมในการดูแลเรื่องคุณภาพของน้ำ ผมไม่เอ่ยนามว่าเป็นอะไร แต่ว่าทราบข่าวว่าอย่างนั้น แล้วก็เริ่มไปทดลองใช้และเชิญชวนให้ท้องถิ่นทั้งหลายจัดซื้อ นวัตกรรมผลิตน้ำประปาที่มีคุณภาพของน้ำที่มันด้อยอย่างนี้ แล้วก็สามารถใช้ต้นทุนที่ต่ำ แต่ว่าเป็นเรื่องของโครงการที่ต้องใช้เงินของท้องถิ่นเองนะครับ ถ้าเกินศักยภาพก็อาจจะต้อง ขอมาที่กระทรวงมหาดไทยเป็นภาคเงินอุดหนุนนะครับ🔗
ในส่วนของการประปาส่วนภูมิภาคเองผมยินดีที่จะขอให้ทางการประปา เร่งไปสำรวจในพื้นที่ของท่านเอง เพื่อที่จะดูว่าตรงไหนที่มีศักยภาพ มีความพร้อม แล้วก็ใช้ แนวทางอะไรในการแก้ปัญหา โดยเฉพาะเรื่องของพื้นที่น้ำทั้งหลายที่อาจจะต้องไปหา เรื่องของแก้มลิง เรื่องของพื้นที่รับน้ำที่จะนำมาใช้ในการผลิตน้ำประปาต่อไปนะครับ อันนี้ ก็เรียนยืนยันกับท่านว่ายินดีรับโอน แต่ว่าท่านเองก็ต้องไปรบกวนสื่อสารกับพี่น้องท้องถิ่น เราว่าถ้าเกินศักยภาพจริง ๆ ก็ขอให้ทำเรื่องโอนมาให้การประปาส่วนภูมิภาคต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าจบการถาม ตอบกระทู้ถาม เรื่อง ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ เขตจังหวัดสงขลา เนื่องจากน้ำประปาไม่ได้คุณภาพและไม่เพียงพอกับความต้องการ ของท่าน ส.ส. ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี นะครับ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านทรงศักดิ์ ทองศรี ที่กรุณาให้เกียรติมาตอบกระทู้ถาม ในสภาผู้แทนราษฎรของพวกเรา ขอบคุณครับ🔗
๑.๒.๓ กระทู้ถาม ที่ ๓๔๑ เรื่อง การส่งเสริมอุตสาหกรรมเนื้อหาสร้างสรรค์ (Creative Content Industry) (นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม ท่านนายกรัฐมนตรี🔗
ด้วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถาม เรื่องนี้ท่านนายกรัฐมนตรี พิจารณาแล้ว มีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม คือท่านอิทธิพล คุณปลื้ม เป็นผู้ตอบชี้แจงกระทู้ถามแทน ตอนนี้ท่านรัฐมนตรีพร้อมหรือยังครับ ท่านรัฐมนตรี อิทธิพล คุณปลื้ม กรุณาให้เกียรติมาเป็นผู้ตอบกระทู้ถาม ของท่าน ส.ส. เท่าพิภพ ตอนนี้ ท่านรัฐมนตรีพร้อมแล้ว เชิญท่าน ส.ส. เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ได้ถาม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกลครับ วันนี้อาจจะไป ช้า ๆ หน่อย เพราะรู้สึกว่าค่อนข้างเหนื่อยแล้วครับ เมื่อสักครู่ลงไปรับหนังสือจากข้างล่าง จากพี่น้องนักดนตรีที่โดนสั่งปิด แล้วก็ถามไถ่หลาย ๆ คนนี้อาชีพเขาคือได้เล่นครั้งสุดท้าย คือเดือนมีนาคมนะครับ แล้วก็ตกงานมายาว ๆ โดยส่วนใหญ่ไม่ได้รับการเยียวยา เพราะอยู่นอก ซึ่งวันนี้ก่อนต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่มา ในการตอบกระทู้ถาม ผมรู้สึกโชคดีมาก ๆ เพราะว่าหลายกระทู้ กระทู้ถามสดไม่มีใครมา ตอบเลยนะครับ อย่างไรก็ต้องกราบขอบพระคุณท่านที่สละเวลา เพราะผมเข้าใจดีว่า เรื่องกระทู้อยู่ที่ทางรัฐมนตรีจะว่างหรือไม่ว่าง พวกผมว่างพร้อมรอกันอยู่แล้วนะครับ ซึ่งอุตสาหกรรมครีเอทีฟ คอนเทนต์ อินดัสทรี (Creative Content Industry) กระทู้นี้จริง ๆ ผมขออนุญาตเกริ่นนำนิดหน่อยนะครับท่านประธานจะได้เข้าใจกัน เพราะว่าหลาย ๆ คนก็ยังงง อุตสาหกรรมสร้างสรรค์คืออะไร เรื่องนี้ผมได้ไปเจอประชาชนพี่ ๆ ที่ทำจัดคอนเสิร์ต แล้วเขาได้อธิบายให้ผมฟังในคืนที่เขาจัดคอนเสิร์ต แล้วผมก็รู้สึกว่ามันเป็นสิ่งที่ดีมาก วันนี้ ผมจะบอกง่าย ๆ เลยว่านี่มันคือช่องทางรวยของประเทศเราเลยด้วยซ้ำ เชื่อไหมครับ ท่านประธานว่าอุตสาหกรรมครีเอทีฟ คอนเทนต์ อินดัสทรี (Creative Content Industry) ที่เขาบอกว่าพวกภาพยนตร์ หนัง ซีรีย์ ละคร เพลง เค-ป๊อป (K-Pop) อะไรพวกนี้ ที่เกาหลี ทำมาหมดแล้วครับ ทำมาแล้วก็เป็นอุตสาหกรรมที่สร้างชาติเขา แล้วเขาคิดมาตั้งแต่ ปี ๑๙๗๐ แล้วเขาก็คิดนะครับ พอปี ๑๙๘๐ ก็ปรับโอ (O) เรื่อย ๆ พอปี ๑๙๙๐ เขาก็ปรับ โอ (O) เรื่อย ๆ ว่าวันนี้เราจะทำอะไรต่อไป เพราะว่าสุดท้ายพอยุคปี ๑๙๙๐ มามันก็มีเรื่อง ของเกมขึ้นมา มันไม่ใช่มีแค่ละครเวทีแล้ว มันมีเรื่องเกม มันมีเรื่องอีสปอร์ต (e-Sport) เขาก็ปรับตัวไปเรื่อย ตอนประมาณปี ๑๙๙๐ ครับท่านประธาน เขาบอกว่าอีก ๓๐ ปีต้องมี หนังเกาหลีที่ได้ออสการ์ (OSCAR) ครับ ปีที่แล้วทำได้แล้วครับ พาราไซต์ (Parasite) ครับ นี่คือสิ่งที่ภาครัฐได้ผลักดันอย่างเป็นระบบ มีโครงสร้างที่เป็นระบบแล้วก็มาเรื่อย ๆ เชื่อไหม ครับท่านประธานประเทศไทยเราชอบโอ้อวดว่าเราเป็นประเทศท่องเที่ยวคนมาเที่ยวเยอะ การท่องเที่ยวเป็นสิ่งที่นำเงินเข้ามาประเทศ ผมไม่เถียง แต่ทราบไหมครับท่านประธาน อุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เราใช้แบบเปลืองมาก ปะการังก็พัง เขาเรียกว่าอะไร ขยะก็เยอะแยะ ใช่ไหมครับ ทุกที่เลย เราเสียต้นทุนตรงนี้เยอะ การท่องเที่ยวไม่ฟรีอย่างที่ผมเคยบอก แล้วผมบอกว่าอุตสาหกรรมครีเอทีฟ คอนเทนต์ อินดัสทรี (Creative Content Industry) หรือว่าอุตสาหกรรมเนื้อหาสร้างสรรค์นี้ เชื่อไหมครับท่านประธานใช้แค่สมองคนเกาหลีครับ มูลค่าสูงถึง ๑.๘ เท่าของการท่องเที่ยวไทย ไม่ได้ใช้อะไรเลย ไม่ได้ใช้ปลาสักตัว ไม่ได้ใช้วัดสักวัด ใช้แค่สมองคนในการที่คิดออกมา ได้ว่าซีรีย์อย่างนี้ควรจะเป็นอย่างไร หนังนี้เป็นอย่างไร ซึ่งต่อมาก็คือกลายเป็นสร้างซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ขึ้นมา สร้างซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ก็คือเขาเรียกว่าพลัง ผมไม่แน่ใจภาษาไทยแปลว่าอะไร ก็ทำให้หนังต่าง ๆ ซีรีย์อย่างแดจังกึมทำให้เราอยากกินอาหารเกาหลี สุดท้ายไม่ใช่แค่อุตสาหกรรมหนังที่ขายได้ มันคือประเทศ อย่างประเทศสิงคโปร์ก็ทำครับ หนังชื่อว่า เครซี ริช เอเชียนส์ (Crazy Rich Asians) สนับสนุนโดยรัฐบาลสิงคโปร์ด้วยซ้ำ เป็นหนังแบบฮอลลีวูด (Hollywood) นะครับ ท่านประธาน แล้วคราวนี้ทางการท่องเที่ยวสิงคโปร์เขาให้เงินเลยครับ แต่เขาแค่บังคับง่าย ๆ บอกว่าต้องมีตึกอันนี้นะ ต้องมีตึกทุเรียนนะ ต้องมีมารีนาเบย์ (Marina Bay) นะ ต้องไปกิน สตรีตฟู้ด (Street Food) สิงคโปร์นะ เป็นหนังดังระดับโลกถามว่าหนังผมไม่แน่ใจรายได้ เท่าไร แต่ผมว่าได้เต็ม ๆ คือการท่องเที่ยวสิงคโปร์แน่นอน อันนี้สิ่งที่เราควรทำหรือเปล่า อันนี้คือผมก็ไม่แน่ใจว่าเรามาวันนี้ คือผมถามเพื่ออยากให้ท่านอิทธิพลได้พูดด้วย เพราะว่า ไม่ค่อยมีกระทู้ของท่านเข้ามาในสภาเท่าไร ก็ได้เปิดพื้นที่ให้ว่าตอนนี้กระทรวงวัฒนธรรม ทำอะไรอยู่หรือครับ ผมก็อยากจะขอถามคำถามแรกไว้ก่อนนะครับ จะได้ไม่เสียเวลา ว่าปัจจุบันรัฐบาลมีความเข้าใจเกี่ยวกับศักยภาพของอุตสาหกรรมอย่างนี้อย่างไรบ้าง และจะมี การสนับสนุนอย่างไรในปัจจุบันและอนาคตครับ อย่างไรอันนี้ขอทราบรายละเอียดเป็น คำถามแรกครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
เชิญ ท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภา ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่านนะครับ ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิก ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ที่ได้ตั้งกระทู้ถามทั่วไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ซึ่งกระผมได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรีให้มาเป็นผู้ตอบกระทู้นี้นะครับ ซึ่งเรื่องนี้ เป็นเรื่องสำคัญที่เราได้เห็นความสำเร็จของการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการพัฒนา มวลมนุษยชาติ ผมจะไม่เรียนว่าเฉพาะประเทศไทยนะครับ เราได้เห็นร่องรอยความเจริญเติบโตตั้งแต่ยุคอารยธรรม ตั้งแต่แม่น้ำไนล์ อียิปต์ กรีก โรมัน จนถึงประวัติศาสตร์ชาติไทยตั้งแต่โบราณกาลมาจนถึงปัจจุบัน ก็จะมีเรื่องของการใช้ ความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์ในแต่ละช่วง ในเรื่องของการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ รวมไป ถึงการพัฒนาบ้านเมืองจนถึงปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน อย่างเช่น เทคโนโลยีเข้ามาประกอบก็ทำให้อุตสาหกรรมเรียกว่าการใช้ความคิดสร้างสรรค์ พัฒนาเรื่อย ๆ จนสร้างมูลค่าเริ่มจากวิถีชีวิต คิดตั้งแต่เรื่องทำอย่างไรจุดไฟ เราก็ใช้ไม้ ไปปั่นกับหินอย่างนี้เป็นต้น จนเทคโนโลยีเข้ามาถึงในระดับหนึ่งที่มนุษย์นั้นสามารถมีชีวิตที่ สะดวกสบาย มีสุขภาพดี มีอายุยืนยาวขึ้นก็ทำให้เกิดเรื่องของการสร้างสุนทรียภาพหรือ การหาความบันเทิง ฉะนั้นในเรื่องของอุตสาหกรรมเรียกว่าครีเอทีฟ คอนเทนต์ อีโคโนมี (Creative Content Economy) เป็นเรื่องสำคัญที่เราได้เห็นวิวัฒนาการเริ่มมาตั้งแต่เรื่อง ของการทำนวัตกรรมนะครับ เรื่องของกล้องถ่ายภาพยนตร์ การบันทึกภาพจนถึงปัจจุบันนี้ เป็นเรื่องของการใช้ระบบสตรีมมิง (Streaming) เรื่องของไร้สาย ซึ่งในปัจจุบันทางภาครัฐ ผมได้ย้อนไปดูตั้งแต่อดีต นโยบายของทุกรัฐบาลมาก็ให้ความสำคัญกับการใช้ความคิด สร้างสรรค์ไปต่อยอดเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านภาพยนตร์เรามีหลักฐานในเรื่อง ของการเจริญเติบโตทางด้านภาพยนตร์มาตั้งแต่ปี ๒๔๖๖ ก็เป็นปีที่หนังเรื่องแรกเข้าฉายใน ประเทศไทยนะครับ แล้วก็มีการให้ความสำคัญให้กับอุตสาหกรรมนี้จนถึงในเรื่องของการได้ ต้องเรียกว่าบัญญัติให้ทุกวันที่ ๔ เมษายนเป็นวันภาพยนตร์แห่งชาติ ซึ่งวันภาพยนตร์ แห่งชาตินั้นกรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารีท่านได้ทรงพระราชทานให้ นะครับ หลังจากนั้นในเรื่องของการพัฒนาเรื่องของอุตสาหกรรมนี้จะสอดคล้องไปหมดครับ ผมขออนุญาตเท้าความไล่เรียงให้เห็นถึงตั้งแต่ประเด็นของการพัฒนาโดยรวม ซึ่งในปัจจุบัน จะมีตั้งแต่แผนระดับชาติ เราเรียกกันว่ายุทธศาสตร์ชาติใช่ไหมครับ แผนพัฒนาเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๑๒) จนมาถึงแผนระดับ ๓ ก็คือเรื่องของยุทธศาสตร์ การพัฒนาอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดีทัศน์ ปี ๒๕๖๐-๒๕๖๔ ซึ่งในส่วนของงานทางด้าน เศรษฐกิจสร้างสรรค์นี้มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลากหลายหน่วยงาน โดยท่านนายกรัฐมนตรีนั้น ให้ความสำคัญในเรื่องเรื่องของการบูรณาการในแผนพัฒนาที่จะนำไปสู่การสร้างมูลค่า โดยใช้ความคิดสร้างสรรค์ หน่วยงานหลัก ๆ ก็จะมีทั้งกระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม แล้วก็สำนักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ นะครับ ซึ่งเราทั้งหมดนี้รวมตัวกันในนามของทีมไทยแลนด์ ในส่วนของกระทรวงวัฒนธรรม นั้นรับผิดชอบเรื่องของงานเลขานุการคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดีทัศน์แห่งชาติ ซึ่งก็เป็นไปตามพระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดีทัศน์ ปี ๒๕๕๑ ซึ่งก็เป็นฝ่ายเลขานุการ ที่ทำหน้าที่ขับเคลื่อนในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดีทัศน์โดยเฉพาะ ซึ่งก็มีการดำเนินการ ภายใต้ที่ท่านนายกรัฐมนตรีได้มอบหมายท่านรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการ แห่งชาติชุดนี้นะครับ ที่ผ่านมานั้นเราได้ดำเนินการตั้งแต่เรื่องของการกำหนดให้เป็นนโยบาย สำคัญของรัฐบาล ที่ประชุมสภาแห่งนี้ตอนนั้นเป็นที่ทีโอที (TOT) ที่ได้มีการแถลงนโยบาย ตั้งแต่วันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ในนโยบายข้อที่ ๕ ระบุไว้ชัดเจนเรื่องของการพัฒนา เศรษฐกิจแล้วก็ส่งเสริมความสามารถในการแข่งขัน นี่ก็เป็นนโยบายที่ทางรัฐบาล ท่านนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญเกี่ยวกับ การระดมเอาศักยภาพมาพัฒนาร่วมกันจนถึงในปัจจุบันนี้ เรื่องของประเด็นการสร้าง ศักยภาพในการแข่งขัน การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การสร้างโอกาสก็เป็น ๓ ประเด็นหลัก ที่อยู่ในยุทธศาสตร์ชาติในการดำเนินการในการวางรากฐานต่อไปนะครับ เรื่องของ อุตสาหกรรมสร้างสรรค์นั้นในภาพรวมก็คือเราบูรณาการเป็นแผนยุทธศาสตร์ ซึ่งก็จะเป็น แผนการดำเนินการภายใน ๕ ปี ซึ่งเราดำเนินการมาแล้ว ๒ ระยะ ปัจจุบันเป็นระยะที่ ๓ ซึ่งกำลังจะเป็นปีท้ายของระยะที่ ๓ เพราะว่าเรื่องนี้ทุกรัฐบาลให้ความสำคัญร้อยเรียงกัน เป็นต้นมานะครับ ในปัจจุบันนั้นตัวเลขทางอุตสาหกรรมสร้างสรรค์นะครับ ไม่ใช่แต่เฉพาะหนัง ละคร แอนิเมชัน (Animation) เรื่องของธุรกิจบอกรับสมาชิกหรือระบบออนไลน์สตรีมมิง (Online Streaming) อยู่ในตัวเลขที่สูงขึ้นตามลำดับ แต่ว่ามันจะมีแนวโน้มของระบบบอกรับสมาชิก นั้นมีมากขึ้น อุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่ไปชมภาพยนตร์ในโรงนั้นพบอุปสรรคจากโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ผ่านมานะครับ ท่านสมาชิกก็คงจะทราบกันดี กราบเรียนท่านประธานว่า เราก็ได้ทำงานบนสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป อย่างที่ท่านสมาชิกได้กรุณายกตัวอย่าง ของหลาย ๆ ประเทศในเอเชีย (Asia) ก็เป็นพันธมิตรร่วมกันในการทำงาน ตั้งแต่เรื่องที่เรามี ศูนย์วัฒนธรรมไทยอาเซียน ศูนย์วัฒนธรรมไทยร่วมกับศูนย์วัฒนธรรมเกาหลีที่เมืองปูซาน เราเป็นเอ็มโอยู (MOU) ลงนามร่วมกัน เรื่องของเทศกาลภาพยนตร์ที่เรามีการแมตชิง (Matching) ส่งผู้ประกอบการไปแลกเปลี่ยนตั้งแต่ยุคก่อนโควิด (COVID) ก็คือจะไปออกบูธ (Booth) ก็จะไปแมตชิง (Matching) จับคู่เจรจาในช่วงโควิด (COVID) ๒ ปีที่ผ่านมา เราใช้ระบบออนไลน์ (Online) เทศกาลภาพยนตร์ที่สำคัญระดับโลกนั้นเรายังคงเดินหน้าต่อ ในเรื่องของการให้มีความเชื่อมโยง และที่สำคัญก็คือคอนเทนต์ (Content) ในส่วนของ ภาครัฐที่จะเป็นส่วนส่งเสริมให้ภาคเอกชนมีความเติบโตเข้มแข็งนั้นเป็นเพียงส่วน ต้องเรียกว่าเล็ก ๆ เท่านั้นเองครับ เพราะว่าในนโยบายนั้นเราสนับสนุนอยู่แล้ว แต่ในระดับ ของการเข้าไปเป็นผู้อุดหนุน การเข้าไปเป็นแหล่งทุนนั้นถ้าเทียบสัดส่วนในอุตสาหกรรมนี้ ถือว่าเป็นสัดส่วนยังไม่มากหากเทียบกับในสัดส่วนของประเทศที่เป็นตัวอย่าง ที่ท่านสมาชิก ได้กรุณายกตัวอย่างนะครับ ก็จะมีสัดส่วนในเรื่องของงบประมาณในการสนับสนุนลงไป ค่อนข้างมาก อาจจะเป็นเรื่องของสภาวะการคลัง อาจจะเป็นเรื่องของแผนพัฒนาของเขา แต่ในเรื่องอุตสาหกรรมคอนเทนต์ (Content) นี้ทางประเทศไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในนโยบายรัฐบาลในปัจจุบันก็ให้ความสำคัญในเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง เรามีตัวอย่าง ความสำเร็จของการอุดหนุนเป็นรายคอนเทนต์ (Content) ก็มี อย่างที่เราสัมผัสกันในอดีต แล้วก็ทำให้เรายังจำได้ในปัจจุบัน อย่างเช่น การสนับสนุนการสร้างหนังที่ไปรณรงค์ในเรื่อง ของความเป็นไทยในหลาย ๆ กิจกรรม อย่างเช่น เรื่องโหมโรงใช่ไหมครับ จนทำให้เด็กไทย เราหันมาเรียนดนตรีไทย มาตีระนาด หนังเรื่องโขนที่เราสนับสนุนไป หนังเกี่ยวกับเรื่องของ วัฒนธรรมศิลปะแม่ไม้มวยไทย แล้วก็จะมีหนังที่เกี่ยวข้องกับการหยิบยกเอาแง่มุมของ วัฒนธรรมที่ดีงามมาเป็นภาพยนตร์ แม้กระทั่งเรื่องของการใช้ความคิดสร้างสรรค์จาก ภาคเอกชนในยุคปัจจุบัน แล้วก็นำแง่มุมเหล่านี้ส่งออกไปเป็นอุตสาหกรรมดิจิทัล คอนเทนต์ (Digital Content) พวกนี้ด้วยนะครับ ผมยกตัวอย่างจำได้ว่าที่ประเทศจีนเราก็มีการแมตชิง (Matching) กันระหว่างสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์ทั้ง ๒ ประเทศ ไปร่วมงานทั้งปักกิ่ง ฟิล์ม เฟสติวัล (Beijing Film Festival) เซี่ยงไฮ้ ฟิล์ม เฟสติวัล (Shanghai Film Festival) แล้วก็ มีการลงนามเอ็มโอยู (MOU) ในส่วนของศูนย์วัฒนธรรมจีนในประเทศไทยร่วมกับทาง สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการภาพยนตร์และวีดีทัศน์ของทางกระทรวงวัฒนธรรม รับผิดชอบอยู่ เรื่องซีรีส์ (Series) เรื่องสิ่งเล็ก ๆ ที่เรียกว่ารัก อย่างนี้เป็นต้น ก็ไปดังในจีน หนังจีนที่มาถ่ายทำในประเทศไทย เช่น ลอสต์ อิน ไทยแลนด์ (Lost in Thailand) ก็ทำให้ เกิดการท่องเที่ยวในประเทศไทย ผมยกตัวอย่างในมุมของที่เราได้ประสบกันมานะครับ แม้กระทั่งดารานักแสดงของเราที่ไปมีโอกาสได้งานในประเทศจีนหลายคน ป้อง ณวัฒน์ ออม สุชาร์ แม้กระทั่งดาราจีนที่เราคุ้นเคยกันตั้งแต่ดูหนังกำลังภายใน มังกรหยก จนวนกลับมาเป็นมังกรหยกยุคปี ๒๐๒๑ อย่างนี้เป็นต้น มันเป็นครีเอทีฟ คอนเทนต์ (Creative Content) ที่สร้างเงินสร้างรายได้จริง ๆ ครับ อันนี้ผมต้องขอขอบคุณ ขอชื่นชม ในประเด็นที่ท่านสมาชิกได้จับเอามาเป็นประเด็นในการถามกระทู้ด้วยนะครับ ก็ขอสรุป สั้น ๆ ในเชิงนโยบายว่าทางรัฐบาลให้ความสำคัญในเรื่องของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ เป็นอย่างดี แล้วก็มีการขับเคลื่อนมาโดยตลอด โดยเฉพาะในการประเมินแนวโน้มการสร้าง เครือข่ายในผู้คนในอุตสาหกรรม แล้วก็สร้างแนวร่วมในส่วนของภาคประชาชน ซึ่งในส่วนนี้ ตัวท่านนายกรัฐมนตรีเองก็ให้ความสำคัญเรื่องนี้โดยเฉพาะ ก่อนหน้านี้มีการพบปะกันใน ระดับทวิภาคีของเอกอัครราชทูตหลายประเทศ ในทุก ๆ การพบปะจะมีการพูดคุยกันเรื่อง ของความร่วมมือ ความสัมพันธ์ทางการทูต การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม แล้วก็มีเรื่องของภาพยนตร์ด้วยในประเทศที่เรามีความร่วมมือ กันอย่างใกล้ชิดในเรื่องของการสร้างคอนเทนต์ (Content) แล้วก็ที่สำคัญอีกเรื่อง คือการให้ โอกาสคนไทยไปแสดงศักยภาพในเวทีโลก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภาพยนตร์แอนิเมชัน (Animation) หลายเรื่องที่เราส่งไปในงานเอ็กซ์โป (Expo) ต่าง ๆ แล้วก็แม้กระทั่งผ่านกลไก ในการสนับสนุนทุน ขอเรียนตอบคำถามเบื้องต้นว่าเราได้ดำเนินการร้อยเรียงตั้งแต่ ยุทธศาสตร์ระดับชาติลงมาจนถึงยุทธศาสตร์ของการส่งเสริมภาพยนตร์โดยเฉพาะ ขอบคุณครับ เรียนท่านประธานครับ🔗
เชิญเท่าพิภพ คำถามที่ ๒ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกลครับ เข้าใจว่าผมได้สอบถามไว้ ๒ ครั้ง ใช่ไหมครับ ท่านประธาน จริง ๆ แล้วขอบคุณสำหรับคำถามแรก จริง ๆ แล้วคณะกรรมการ ช่วยส่งเสริมกันในการขยายความเกี่ยวกับว่าอุตสาหกรรมนี้มันมีอะไรบ้าง ที่ผมได้พูดไป แล้วก็ท่านรัฐมนตรีช่วยเสริม ทีนี้ผมเห็นความพยายาม แล้วก็ผมได้เรียกหน่วยงานหลาย ๆ หน่วยงาน อย่างดีป้า (DEPA) หรือว่าสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์อะไรอย่างนี้ มาในคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ ซึ่งท่านประธานไหม ศิริกัญญา ตันสกุล ขออนุญาตเอ่ยนาม ก็เป็นพรรคผมนะครับ แล้วก็เราได้ช่วยกันขับเคลื่อน คือต้องบอกจริง ๆ ครับ ในจุดนี้คือผมเข้าใจท่านรัฐมนตรี เข้าใจว่าไปกางดูงบประมาณได้น้อยมาก อย่างดีป้า (DEPA) ได้น้อยมากนะครับ คือผมก็คุยกับหลาย ๆ คนที่เป็นเจ้าหน้าที่ว่ากล้า ๆ ขอหน่อย เดี๋ยวผ่านให้นะครับ ซึ่งขอมาเถอะ บางทีปีหนึ่งงบไม่ถึง ๑๐๐ ล้านบาทนะครับ ถ้าเราจะพูด กันตรง ๆ กับอุตสาหกรรมถ้าเราส่งเสริมดี ๆ มีมูลค่ามากกว่าการท่องเที่ยวถึงเกือบ ๒ เท่า ซึ่งตรงนี้ผมว่าอันนี้ถ้ารัฐบาลเห็นจริง ๆ เชื่อจริง ๆ คือเห็นนะครับ ผมเห็นการกระทำ แต่ยังไม่เชื่อว่ารัฐบาลว่าเชื่อในสิ่งนี้จริง ๆ ผมก็ฝากว่าต้องเชื่อจริง ๆ นะครับ ถึงจะทำได้ ซึ่งด้วยงบประมาณที่น้อยก็จะมานำสู่คำถามที่ ๒ ของผม คือเวลางบประมาณน้อย อย่างเช่น เราสนับสนุนอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ใช่ไหมครับ มันมีหลายอย่างมากครับท่านประธานครับ มีหลายอย่างมาก มีทั้งหนัง มีทั้งเพลง มีทั้งหนังสือ มีทั้งเกม มีทั้งการแข่งขันอีสปอร์ต (e-Sport) คือผมพูดได้ตรง ๆ ว่าคือถ้าประเทศไทยเราส่งเสริมแค่เกมทุกอย่างทำได้หมดครับ เพราะเกม ๆ หนึ่งมีอะไรบ้างครับ มีนักเขียนบทเกม มีนักฟิสิกส์ด้วยซ้ำ มีนักฟิสิกส์ที่จะไป บอกว่าสมมุติว่าถ้าเป็นเกมเตะฟุตบอล ฟุตบอลมันเด้งอย่างไร ต้องใช้นักฟิสิกส์ ปัจจุบันผม ถามจริง ๆ ว่าประเทศไทยถ้าเราไม่สนับสนุนอุตสาหกรรม นักฟิสิกส์ เหรียญทองโอลิมปิก (Olympic) ที่บ้านเรามี โรงเรียนท่านรัฐมนตรีมีเยอะมาก โรงเรียนแบบชายล้วนแห่งหนึ่ง มีเยอะมาก แล้วถามจริง ๆ ครับเพื่อนท่านตอนนี้ที่ได้วิทยาศาสตร์โอลิมปิก (Olympic) ฟิสิกส์โอลิมปิก (Olympic) ไปไหน เป็นอาจารย์ครับ แต่ถ้าเรามีอุตสาหกรรมในการสร้างเกม นักฟิสิกส์เหล่านี้ คือจะเป็นนักสร้างเกมส์ รายได้ก็เยอะกว่าอาจารย์สร้างคอนเทนต์ (Content) ที่แบบมีมูลค่ามากกว่า มีใครอีกครับ มีเด็กอาร์ต (Art) ทำอาร์ต (Art) โน่นนี่นั่น มีโมชัน (Motion) กราฟิกมีคนทำรูปภาพ มีคนเทสต์ (Test) เกมมีคนทำมาร์เกตติง (Marketing) คือสุดท้ายเกม ๆ หนึ่ง ใช้ทุกอย่างที่มากกว่าหนังไปแล้วครับ คือผมบอกว่าถ้าเราโฟกัส (Focus) เรื่องเกมมันก็จะดีที่สุด เพราะว่าสุดท้ายมันอยู่ด้านบนสุดจริง ๆ แต่ทีนี้ ความเป็นจริงเกิดอะไรขึ้น อย่างที่ท่านอิทธิพล ท่านรัฐมนตรีขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ได้พูดมา เราพูดถึงเรื่องหนังเสียเยอะ แล้วจริง ๆ ถ้าไปดูตามงบประมาณจริง เราก็สนับสนุน หนังเยอะจริง แต่จริง ๆ หนัง ผมถึงบอกเลยมันไม่ได้พิสูจน์ เราต้องสนับสนุนเกม เพราะเกม มันใช้ทุกอย่างเลยในอุตสาหกรรม มันเป็นอุตสาหกรรมที่ทำเกม ๆ หนึ่งใช้ทุกคน แต่ทีนี้เรา มาดูงบประมาณครับ ส่วนใหญ่ก็จะแบบสนับสนุนหนัง สมมุติมีงบประมาณก้อนหนึ่ง สนับสนุนหนังสัก ๙๐ เปอร์เซ็นต์แล้ว หนังสือหลุดไปเลย เกมนาน ๆ ทีจะมา ผมว่าเฉลี่ยได้ แค่ ๒ เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นเป็นหนังเสียส่วนใหญ่กับเพลง อันนี้คือสิ่งที่รัฐบาลมองครับ และหนังส่วนใหญ่ก็จะเป็นหนังอะไรครับ หนังของผู้กำกับดังคนหนึ่ง ฟานซิส ฟอร์ด คอปโปลา (Francis Ford Coppola) ของเมืองไทยที่ทำไตรภาค ๖ ภาค ๗ ภาค และได้รับ การสนับสนุน คือเอาเงินของคนอื่นไปหมดเลย ยุติธรรมหรือเปล่า🔗
ท่านเท่าพิภพ ถามคำถามที่ ๒ เลยนะครับ🔗
อันนี้ก็จะเข้าคำถามครับว่า สุดท้ายพอหนังอินดี้ (Indy) ไปของบไม่ได้ครับ ต้องทำเป็นหนังสไตล์ (Style) แบบว่า ต้องทำหนังรุกรบ หนังวัฒนธรรมไทยที่ดี หนังที่ทุกคนคิดว่าดี แต่ผมบอกตรง ๆ ไม่มี วัฒนธรรมไหนที่ดีหรอกครับ วัฒนธรรมมันปรับเปลี่ยนไปตลอดเวลาเราไม่สามารถแช่แข็ง วัฒนธรรมได้ เราควรจะส่งเสริมให้วัฒนธรรมมันเฟลอริช (Flourish) เขาเรียกว่าเติบโต ของมัน ซึ่งคำถามผมถามตรง ๆ ว่ามันมีข้อเรียกร้องบางประการจากวงการศิลปะ คนทำหนัง คนทำดนตรี คนทำครีเอทีฟ คอนเทนต์ อินดัสทรี (Creative Content Industry) ว่าเมื่อเวลาได้รับการสนับสนุนของรัฐคือหากไม่ปฏิบัติตามกฎเกณฑ์อะไรบางอย่าง อย่างเช่น ต้องทำหนังเชิดชูสถาบันกษัตริย์ ผมพูดตรง ๆ หรือหนังที่มีการอวยกองทัพ ก็จะไม่ได้ทุน แล้วผมถามจริง ๆ ว่าวัฒนธรรมที่ดีจริง ๆ สำหรับรัฐบาลไทยหรือคนไทย ผมตั้งคำถามให้ ทุกคนถามว่าอะไรคือวัฒนธรรมไทยจริง ๆ ผมแทบจะไม่ได้เป็นคนไทย ใครคือคนไทยจริง ๆ อะไรคือวัฒนธรรมไทย อะไรคือสิ่งที่เราต้องรักษา เราไม่สามารถรักษาอะไรได้ มันปรับเปลี่ยน ไปหมดแล้วครับ ชุดไทย การรำไทยที่อยู่ในเกมยังโดนแบนเลยอย่างนี้ เกมไทยก็มีข่าว ทำไม ผมก็อยากทราบว่าวัฒนธรรมไทยจริง ๆ วัฒนธรรมไทยคืออะไรครับ อย่างไรผมฝาก ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญท่าน รัฐมนตรีตอบครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ท่านสมาชิกที่ได้ตั้งกระทู้ถามนะครับ ต่อข้อคำถามของท่านสมาชิกนั้นตรงประเด็นครับว่าวัฒนธรรมนั้นต้องมีการเรียนรู้ ศึกษา แลกเปลี่ยน แล้วก็ในมุมหนึ่งเราก็ยังคงมีวัฒนธรรมของการอนุรักษ์ที่ทำให้คนรุ่นปัจจุบัน หรือคนในอนาคตได้เห็นว่ากว่าจะมาถึงความเป็นปัจจุบันในประเทศนั้นในอดีตมีความเจริญ เริ่มต้นอย่างไร มีพัฒนาการอย่างไร จนถึงเราจะพัฒนาไปสู่อนาคตให้ตรงกับสังคม ในช่วงเวลานั้น ๆ อย่างไร ในแง่มุมของฝ่ายนโยบายต้องเรียนว่าเรื่องของวัฒนธรรมนั้นเรามี กฎหมายที่เกี่ยวข้องโดยตรงคือตัวพระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ ปี ๒๕๕๔ ก็จะมี คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติเป็นผู้ที่ดูแลในภาพรวม แต่ในภาพรวมนี้คือไม่ได้จำกัด เป็นกรอบว่าคุณจะต้องอยู่ในกรอบนี้นะครับ แต่สิ่งที่กฎหมายทุกฉบับเขียนไว้ก็คือต้องไม่ขัด กับความสงบเรียบร้อยและศีลธรรมอันดีของประชาชน อันนี้จึงเป็นกรอบในบททั่วไป ที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญอยู่แล้วด้วยนะครับ ในกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการใช้ ความคิดสร้างสรรค์ไปต่อยอดเศรษฐกิจ หรือครีเอทีฟ อีโคโนมี (Creative Economy) ก็จะอยู่ในกรอบซึ่งเราเข้าใจและเราเคารพอิสระทางความคิดนะครับ เราจึงได้มีฟิล์มบอร์ด (Film Board) ที่เรายกเว้นความคิดสร้างสรรค์ให้กับคนในชาติก็คือว่าอะไรที่สร้างโดยคนไทย แล้วก็ผลิตในประเทศไทย แล้วก็ไม่เป็นเรื่องของการทำให้เกิดความขัดแย้งอะไรต่าง ๆ นั้น นะครับ ในปัจจุบันกฎหมายได้แก้ไขมาครั้งหนึ่งแล้ว กำลังจะแก้ไขอีกครั้งหนึ่งในเรื่องที่เรายัง ไปไม่ถึงอย่างที่ท่านสมาชิกได้เรียนคือเรื่องของเกม ในเรื่องของสตรีมมิง (Streaming) ใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ยังไม่มีนะครับ เพราะฉะนั้นขณะนี้อยู่ระหว่างการแก้ไขกฎหมายที่เรา สามารถที่จะเข้าไปอำนวยความสะดวก ดูแลในเรื่องของธุรกิจที่เป็นอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ แบบนี้ได้นะครับ เพราะฉะนั้นตรงนี้ก็เข้าใจในส่วนที่ท่านสมาชิกอาจจะได้เห็นถึงแนวโน้ม หรือว่าผลงานในช่วงที่ผ่านมาในอุตสาหกรรมนี้ก็ค่อนข้างเปิดกว้างเป็นแง่มุม โดยเฉพาะ อย่างยิ่งในอุตสาหกรรมเกมเราเห็นเด็กไทยของเราเก่ง ๆ มากมายเลยนะครับ ผมเอง เมื่อ ๒ ปีก่อนได้ไปประสานกับสมาคมอีสปอร์ต (e-Sport) ในนามของกระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬาในขณะนั้น ก็ทราบว่าเด็กของเรานอกจากเข้าไปอยู่ในลีก (League) ที่เขาแข่งกันอยู่แล้วอย่างลีก (League) ในประเทศสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะในเกมอาร์โอวี (ROV) นั้นเด็กของเราก็เข้าไปสร้างรายได้จากการเข้าไปเล่นในลีก (League) แม้กระทั่ง อุตสาหกรรมคอนเทนต์ (Content) จากเกมที่สร้างขึ้นมานี่นะครับ ทางหน่วยงานของรัฐ โดยเฉพาะทางกระทรวงวัฒนธรรมที่กฎหมายจะไปเกี่ยวก็คือ พ.ร.บ. ภาพยนตร์และวีดีทัศน์ อาจจะยังไม่ครอบคลุมเรื่องนี้โดยตรงในการควบคุมดูแล แต่ในการส่งเสริมเราเข้าไปอยู่แล้ว เราได้เคยร่วมมือกับบริษัท การีนา ออนไลน์ (ประเทศไทย) จำกัด ไปทำเรื่องของ การออกแบบการ์ด (Guard) หรือว่าชุดตัวละครในเกมอาร์โอวี (ROV) นะครับ ออกแบบเป็น ชุดผีตาโขน แล้วก็แม้กระทั่งร่วมมือกับทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย แล้วก็ทางผู้สร้างเกมเรื่องของการผลิตเรื่องของคอนเทนต์ (Content) เข้าไปในเรื่องของ เครื่องแต่งกายไทย ๆ เข้าไปเป็นตัวละครในเกมนะครับ แต่ก็อยากเรียนว่ามีหลาย ๆ ประเด็น ในสังคมที่อาจจะเห็นว่าอาจจะยังถูกจำกัดอยู่ อาจจะยังไม่เปิดกว้าง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ต้องเรียนว่าในมุมของการดูแลในภาพรวมนั้นเราดูในเรื่องของการที่จะไม่ให้เกิดความ ขัดแย้งในเชิงวัฒนธรรมด้วย ในเรื่องของอิสระทางความคิดเราก็เคารพนะครับ เพราะฉะนั้น ในหลาย ๆ กิจกรรมที่เคยปรากฏเป็นหน้าข่าวนั้น เราเข้าใจในมุมที่ความคิดสร้างสรรค์ของ ผู้สร้าง แต่ในมุมของการดูแลความสงบเรียบร้อยในภาพรวมนั้นเราเองไม่ได้มีอำนาจในเรื่อง ของการไปเซนเซอร์ (Sensor) เดี๋ยวนี้คำว่า กองเซนเซอร์ (Sensor) ไม่มีในกฎหมายแล้ว นะครับ เพราะว่ากฎหมายเราไม่ให้เซนเซอร์ (Sensor) เซนเซอร์ (Sensor) ไม่ได้แล้ว ดูเพียงแต่ว่าการสร้างจากต่างประเทศต้องมาขออนุญาตฟิล์มบอร์ด (Film Board) แต่อะไร ที่สร้างโดยคนไทยไม่ต้องขออนุญาตแล้วนะครับ มีแต่จัดเรตติง (Rating) อย่างเดียว ตั้งแต่ อายุ ๑๓ ปีลงไปจนไปถึงอายุ ๑๘ ปีบวกที่ผู้ใหญ่ต้องแนะนำในขณะชม เป็นต้น เรื่องของ หนังนั้นเป็นอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ที่เริ่มต้นในประเทศไทยมานาน เราก็ยอมรับว่าในสัดส่วน ของงบประมาณที่รัฐไปมีส่วนสนับสนุน ส่วนใหญ่ก็เน้นหนักไปทางภาพยนตร์ รองลงมา เดี๋ยวนี้ยุคปัจจุบันก็มากขึ้นในเรื่องของละคร เราได้มีโครงการโดยเฉพาะทางวิชาการร่วมมือ กับสถาบันต่าง ๆ หลายแห่งนะครับ ยกตัวอย่างเช่น สถาบันเอเชียศึกษา จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัย ได้ทำเวิร์กชอป (Workshop) เรื่องของการเขียนบทโทรทัศน์ เขียนบทละคร ยกตัวอย่าง เราก็เชิญผู้เขียนบทดัง ๆ อย่างคุณแดง ศัลยา ที่เขียนบทบุพเพสันนิวาสอย่างนี้ มาเป็นผู้บรรยายให้ความรู้นะครับ ในปัจจุบันก็ปรับรูปแบบเป็นนิวนอร์มอล (New Normal) ด้วย เราก็ยังคงดำเนินการหลายกิจกรรมอยู่ ผ่านการดูออนไลน์ (Online) แล้วก็สามารถเข้าไปดูที่ เฟซบุ๊กสแลชคอนเทนต์ไทยแลนด์(https://www.facebook.com/content.thailand) ได้ตลอดนะครับ ตอนนี้อบรมหลักสูตรกันไปแล้วถึง ๑๐๕ หลักสูตรนะครับ🔗
ต่อข้อคำถามของท่านสมาชิกก็คือในเรื่องของการที่จะต้องมีการกำหนด กรอบในการที่จะเข้าสู่แนวนโยบายของรัฐถึงจะสนับสนุนทุนนั้นเป็นกรอบเพียงกว้าง ๆ เท่านั้นนะครับ ก็คือปัจจุบันการจัดสรรทุนเราก็ได้มี พ.ร.บ. กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัย และสร้างสรรค์ ขึ้นตั้งแต่ปี ๒๕๕๘ ก็เป็นอีกหนึ่งกองทุนที่เป็นการสนับสนุนให้เกิดสื่อดี ๆ เรื่องภาพยนตร์ก็จะเป็นพาร์ต (Part) หนึ่งเล็ก ๆ ที่อยู่ในการจัดสรรทุนครับ ก็จะเป็นเรื่อง ของการสนับสนุนให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ แล้วก็ต่อยอดในเรื่องของการสมทบให้กับ ผู้สร้างนั้นมีทุนนะครับ ก็มีประสบความสำเร็จในหลายโครงการที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น ภาพยนตร์แอนิเมชัน (Animation) เกี่ยวข้องกับการสื่อไปถึงคนตาบอด แล้วก็ทางเนตฟลิกซ์ (Netflix) มาซื้อลิขสิทธิ์ไป ปัจจุบันเราลดข้อจำกัดภาครัฐไปเยอะแล้วนะครับ เรื่องของการที่ ให้ทุนไป รับงบสนับสนุนภาครัฐไปรัฐจะต้องถือลิขสิทธิ์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นั้นไม่มีแล้ว ยกเลิก ไปแล้ว ตอนนี้ก็มีข้อปฏิบัติตรงที่ว่าถ้าเจ้าของโครงการนั้นสามารถที่จะขอเวฟ (Waive) ลิขสิทธิ์ได้ ในเรื่องของการที่จะไปต่อยอดสร้างรายได้ อันนี้ภาครัฐเป็นวัตถุประสงค์หลักที่อยากให้ เกิดงานแล้วเขาไปสร้างเงินนะครับ แม้กระทั่งคนไทยเก่ง ๆ ที่ไปอยู่ในบริษัทผู้สร้างดัง ๆ อย่างที่ดิสนีย์ (Disney) ที่ผ่านมาภาพยนตร์แอนิเมชัน (Animation) เรื่องรายา (Raya) เป็นต้น ในเรื่องของเฮดออฟสตอรี (Head of story) ก็เป็นคนไทยนะครับ อันนี้ก็สะท้อน ให้เห็นถึงมุมมองของวัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ต้องยกตัวอย่างเป็นต้นนะครับ ก็ต้องขอขอบคุณท่านสมาชิก ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ที่ได้ตั้งกระทู้ถาม แล้วก็ยังยืนยันว่าในนโยบายด้านนี้เราไม่ได้จำกัดกรอบว่าจะต้องเป็นการสอดคล้องกับ นโยบายรัฐบาลเพียงอย่างเดียว เพราะว่าเรื่องครีเอทีฟ (Creative) มันเป็นเรื่องค่อนข้าง เปิดกว้างและสร้างสรรค์มากนะครับ เรื่องของความละเอียดอ่อน แม้กระทั่งสมาชิกหลาย ๆ ท่านที่เป็นผู้กำกับที่อยู่ในแวดวงภาพยนตร์ อย่างสมาชิกในพรรคของท่าน ท่านธัญญ์วาริน ก็ให้คำแนะนำมาโดยตลอดในส่วนของงานด้านภาพยนตร์นะครับ ก็จะรับความคิดเห็นของ ท่านไปต่อยอดพัฒนาอุตสาหกรรมครีเอทีฟ (Creative) ด้านอื่นด้วยโดยเฉพาะเรื่องเกม นะครับ ปัจจุบันก็คิดผนวกเอากับการจัดเรื่องของการระดมความคิดหรือว่าระบบพิตชิง (Pitching) คือให้นำเสนอรูปแบบของการสร้างสรรค์เกมที่ให้คนเล่นเกม ไม่ใช่เฉพาะ คนไทยเข้าถึงวัฒนธรรมมากขึ้นนะครับ แต่ในบางเคส (Case) อย่างที่เรียนว่าการนำตัวละคร ในสิ่งที่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ เราเรียกอย่างนี้นะครับ อย่างเช่นท่ารำที่เคยเป็นเคส (Case) ขึ้นมาอย่างนี้ออกไปนี้ก็สามารถดำเนินการได้นะครับ จริง ๆ ที่เป็นข่าวก็คือเราไม่ได้เป็นคนเซ็นเซอร์ (Sensor) หรอก แต่เราให้ข้อคิดเห็นว่าอันนี้ เหมาะสมมากน้อยแค่ไหน แล้วก็ขณะนี้เรื่องกฎหมายกำลังอยู่ที่คณะกรรมการกฤษฎีกาใน การแก้ไข พ.ร.บ. ภาพยนตร์และวีดีทัศน์ให้ครอบคลุมกับอุตสาหกรรมออนไลน์ (Online) มากขึ้น เพราะปัจจุบันเราเห็นตัวเลขเติบโตของอุตสาหกรรมนี้ค่อนข้างมาก ที่สำคัญก็คือ ในเรื่องของการดำเนินการในยุคปัจจุบันเราก็ไม่ได้หยุดเฉพาะช่วงโควิด (COVID) ที่เป็น อุปสรรคนะครับ เราใช้ระบบออนไลน์ (Online) ในปัจจุบันอยู่ ซึ่งกิจกรรมที่เราเคยทำ ออนกราวด์ (On Ground) ตอนนี้ก็ปรับมาเป็นออนไลน์ (Online) แต่ไม่ได้ยกเลิกไปนะครับ เพียงแต่ว่าผู้คนไม่สามารถเดินทางได้เท่านั้นเอง อย่างเช่น เทศกาลภาพยนตร์เมืองคานส์ กำลังจะเริ่มขึ้นในต้นเดือน คือวันที่ ๖ ถึงวันที่ ๑๕ กรกฎาคมนะครับ แล้วก็เทศกาล ภาพยนตร์อาเซียนแห่งกรุงเทพมหานครก็จะจัดขึ้นช่วงต้นเดือนกันยายนบนรูปแบบของ ออนไลน์ (Online) นะครับ แล้วก็ยังมีเรื่องของการประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ (Video Conference) อย่างต่อเนื่องอยู่นะครับ แล้วก็การพบปะของเอกอัครราชทูต การวิดีโอ คอนเฟอเรนซ์ (Video Conference) ทวิภาคี ตอนนี้ทางกระทรวงวัฒนธรรมได้ดำเนินการ ต่อเนื่องหลายประเทศให้งานนั้นต่อเนื่อง ว่าเราจะมีการลงเอ็มโอยู (MOU) ไว้กับหลาย ๆ ประเทศนะครับ แล้วก็จะมีการรีวิว (Review) หรือว่าจะหมดอายุลงของอะกรีเมนต์ (Agreement) หรือว่าเอ็มโอยู (MOU) นั้นก็ต้องมีการพูดคุย แล้วก็ต่อเรื่องของการลงนาม ความร่วมมือ อย่างนี้เป็นต้น งานก็จะได้ดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องนะครับ ต้องขอบคุณ ท่านประธานและท่านสมาชิกที่ตั้งกระทู้ถาม และท่านสมาชิกทุกท่านต่อกระทู้ถามนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้เน้นย้ำว่าอุตสาหกรรมนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในยุคปัจจุบันที่คน ค่อนข้างมีความตึงเครียดกับสภาวะโควิด (COVID) ทั่วโลกนะครับ เพราะฉะนั้นเราก็จะเห็น เรื่องของงานเหล่านี้ออกมาทำให้คนได้มีความสุขจากสถานการณ์ที่ตึงเครียด อย่างน้อยก็คือ มีการผ่อนคลายแล้วก็ให้แง่มุมในจุดที่เราช่วยเหลือกัน เกื้อกูลกัน การเคารพเชื่อฟัง การดูแล ซึ่งกันและกันในสังคมในช่วงโควิด (COVID) เป็นอีกมุมหนึ่งที่เอามาสร้างอะไรในเชิงของ ครีเอทีฟ คอนเทนต์ (Creative Content) ได้อีกเยอะเลยครับ ต้องขอบพระคุณท่านผู้ตั้ง กระทู้ถามและท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าจบการถาม ตอบกระทู้ถาม เรื่อง การส่งเสริมอุตสาหกรรมเนื้อหาสร้างสรรค์ ของท่าน ส.ส. เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม นะครับ ท่านอิทธิพล คุณปลื้ม ที่กรุณาใส่ใจมาตอบกระทู้ถามในสภาของท่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรของพวกเรา ขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ เราได้ดำเนินการถามและตอบที่ห้องกระทู้ถาม แยกเฉพาะ ห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะอยู่บริเวณชั้น ๑ ได้ดำเนินการไปแล้ว🔗
วาระของเราเป็นกระทู้ ถามแยกเฉพาะ ในระหว่างที่สภาใหญ่ดำเนินการกระทู้ถามทั่วไป ผมขอเรียนเรื่อง ที่จำเป็นต้องรีบแจ้งที่ประชุมทราบก่อนก็คือว่าโดยข้อบังคับแล้วกระทู้ถามปฏิบัติเหมือนกับ ที่ห้องประชุมใหญ่ โดยต้องมีการถ่ายทอด แล้วก็ต้องมีล่ามมือ แต่ว่าวันนี้มีเหตุขัดข้องก็คือ ได้รับแจ้งโดยกะทันหันว่า ฝ่ายล่ามมือมีปัญหาเรื่องโควิด-๑๙ (COVID-19) จึงไม่สามารถจัด ล่ามมือมาได้ เขาเพิ่งแจ้งมาเมื่อสักครู่นี้นะครับ แล้วตามข้อบังคับนั้นกำหนดว่าเมื่อมี เหตุขัดข้องต้องแจ้งให้ที่ประชุมทราบ ก็เลยขอถือโอกาสแจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบครับ ถึงแม้ว่าเราจะมีการประชุมมา ๒ ปีกว่าแล้วก็ตาม แต่เพื่อประโยชน์กับพี่น้องประชาชนได้รับ ทราบถึงกระบวนการของสภาผู้แทนราษฎรในการตรวจสอบติดตามการปฏิบัติภารกิจนั้น ได้กำหนดให้มีวาระกระทู้ เราประชุมกันทุกวันพฤหัสบดี โดยข้อบังคับฉบับใหม่ที่เราใช้อยู่ ขณะนี้มีสิ่งที่อยากให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบว่าเรามีเรื่องของกระทู้ถามแยกเฉพาะ ออกมาอีกต่างหาก อย่างที่ท่านได้เห็น แล้วก็หลังจากที่กระทู้นี้จบก็จะมีการบันทึกไว้เพื่อ ถ่ายทอดหลังการประชุมสภา อันนี้เราจะได้ทราบว่าประเด็นต่าง ๆ ที่สมาชิกนำมาถาม ที่รัฐมนตรีได้ตอบนั้นคืออะไร ข้อกำหนดที่มีต่างกันก็คือกระทู้ทั่วไปนั้นเขาจะ ไม่กำหนดเวลา กำหนดให้ซักถามได้ ๒ ครั้ง ไม่กำหนดเวลา แต่มีกระทู้อีกประเภทหนึ่งก็คือ กระทู้ถามสดเขากำหนดเวลาไว้ว่าแต่ละกระทู้ซักได้ ๓ ครั้ง ใช้เวลาไม่เกิน ๓๐ นาที ส่วนกระทู้แยกเฉพาะนั้นกำหนดว่าถือว่าเป็นกระทู้ที่มีลักษณะเฉพาะเรื่อง เฉพาะพื้นที่ เฉพาะบุคคล หรือสมาชิกระบุว่าให้ตอบในห้องกระทู้ถาม กรณีนี้ข้อบังคับเขากำหนดว่าให้ ถามตอบให้เสร็จภายใน ๒๐ นาที โดยถามได้ ๒ ครั้ง เว้นแต่ประเด็นไม่จบจะถามต่อได้ก็ต้อง ประธานอนุญาต อันนี้เป็นแนวปฏิบัติที่สมาชิกทราบดี แต่ว่าผมเรียนเพื่อประโยชน์กับพี่น้อง ประชาชนจะได้ฟังเรื่องนี้จะได้รู้ ทำไมถามจบแค่นี้ และทำไมจบเลย ทำไมไม่ถามต่อ ให้รู้ว่า ข้อบังคับกำหนดไว้อย่างนี้นะครับ วันนี้กระทู้ถามแยกเฉพาะมีทั้งหมด ๖ เรื่อง แต่ว่ามีความ จำเป็นที่รัฐมนตรีผู้ตอบกระทู้ไม่สามารถมาตอบได้ ๓ เรื่อง จึงมีกระทู้ถามที่ถามได้ ที่รัฐมนตรีได้มาแล้ว ๓ เรื่อง ผมขออนุญาตไปตามลำดับนะครับ🔗
๑.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะ🔗
๑.๓.๑ กระทู้ถามที่ ๒๕๕ เรื่อง การผันน้ำจากเขื่อนน้ำอูน อำเภอนิคมน้ำอูน จังหวัดสกลนคร เพื่อให้เกษตรกรได้ใช้นำในการทำเกษตรกรรม (นางอนุรักษ์ บุญศล เป็นผู้กระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ตอบ🔗
รัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ได้แจ้งว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีความจำเป็น มอบหมายให้ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประภัตร โพธสุธน เป็นผู้ตอบชี้แจงกระทู้ถามนี้ครับ จึงขอเริ่มกระทู้ถามแยกเฉพาะ โดยขออนุญาตให้บุคคล ที่จะให้ข้อมูลเข้ามาร่วมในห้องประชุมนี้คือ ท่านเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดี กรมชลประทานครับ ต่อไปขอเชิญคุณอนุรักษ์ ถามครั้งที่ ๑ ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ที่เคารพค่ะ กระทู้แยกเฉพาะที่ ๒๕๕ เรื่อง การผันน้ำจากเขื่อนน้ำอูน อำเภอนิคมน้ำอูน จังหวัดสกลนคร เพื่อให้เกษตรกรได้ใช้น้ำในการทำเกษตรกรรมใน ๓ ตำบล คือตำบลตาลโกน ตำบลตาลเนิ้ง ตำบลแวง เพราะอะไรหรือ ทำไมถึง ๓ ตำบลนี้ กราบเรียนให้ท่านประธาน ทราบว่า ๓ ตำบลนี้นั้น อยู่ติดกับคลองระบายน้ำ คลองชลประทานของเขื่อนน้ำอูน ก็คือ บ้านโน้นก็คือบ้านโน้นจะเป็นบ้านผ้าขาว ตำบลม่วงไข่ อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร ได้ใช้น้ำ แต่ฝั่ง ทางนี้นั้นก็จะเป็นตำบลตาลโกน ตำบลตาลเนิ้ง บ้านนาเตียง บ้านหนองแสง บ้านสร้างแป้น บ้านหนองพรือ ฝั่งนี้ไม่ได้ใช้น้ำค่ะ ท่านประธานคะ ใกล้กันนิดเดียวเอง แล้วทีนี้เขื่อนน้ำอูน ก็กราบเรียนให้ท่านประธานทราบว่าสร้างมาตั้งแต่ปี ๒๕๑๐ เลย ๕๔ ปี กึ่งศตวรรษ กึ่งศตวรรษขนาดนี้ก็ควรจะบริหารจัดการการผันน้ำจากคลองชลประทานตัวนี้ส่งมาใกล้ ๆ เอง ถ้าบริหารจัดการอย่างนี้ก็จะใช้ระยะทางประมาณ ๓๐๐ เมตรเท่านั้น ๓๐๐ เมตรเท่านั้น ก็จะเป็นอีกฝั่งหนึ่งของเขื่อนน้ำอูนได้แล้วตามคลองชลประทาน คือบ้านน้อง อยู่ฝั่งทางโน้น บ้านพี่อยู่ฝั่งทางนี้ แต่นอกเขตชลประทานแค่ ๓๐๐ เมตร ไม่ได้ใช้น้ำมา กึ่งศตวรรษเลย แล้วก็เดือดร้อนกันอย่างมาก ดิฉันกราบเรียนให้ท่านประธานทราบตลอดเลย ว่าอีสานแล้ง ๗ เดือน ตอนนี้พอจะมีน้ำฝน แต่ถ้าหน้าแล้งมาแล้วแม้กระทั่งน้ำประปา หมู่บ้านก็ไม่มี จึงต้องพึ่งพาเขื่อนน้ำอูนตัวนี้ เพื่อที่จะได้ให้ประชาชนได้ใช้น้ำ ท่านประธาน ที่เคารพ ประตูระบายน้ำที่ดิฉันชี้อยู่ตรงนี้ ประตูนี้แค่ผลักเลยออกไปแค่นั้น ๓๐๐ เมตร แค่นั้นเอง แต่ ๕๐ กว่าปีแล้ว กรมชลประทานยังไม่ทำอะไรเลยตัวนี้ ไม่ต้องสร้าง อะไรเพิ่มเลยค่ะ ท่านประธานคะ มีประตูระบายน้ำขนาดใหญ่สามารถที่จะกักเก็บน้ำไว้ ได้เลย แล้วก็ผันน้ำตัวนี้อีก ๓๐๐ เมตร มาสู่ตำบลตาลโกน ตำบลตาลเนิ้ง ตำบลแวง ซึ่งบริเวณนี้นอกจากทำนาหน้าฝนแล้ว หน้าแล้งพี่น้องประชาชนปลูกมะเขือเทศ แล้วบริเวณ ใกล้ ๆ ๓๐๐ เมตรนี้ มีหนองบ่อหลุบขนาดใหญ่ประมาณสัก ๕๐-๖๐ ไร่ แล้วก็มีลำน้ำยาม ลำน้ำธรรมชาติ ลำน้ำธรรมชาตินี้ก็ไม่ไกล ก็ประมาณสัก ๑,๔๐๐ เมตร ๑,๔๐๐ เมตรนี้ ที่ดิฉันออกสำรวจ ดิฉันออกสำรวจโดยการระดมสมองจากทุกภาคส่วน ทั้งนายก อบต. ๒ ท่าน กำนัน ๑ ท่าน ส.อบต. ผู้ใหญ่บ้านอีก ๓ ท่าน สจ. อีก ๒ ท่านเลยทีเดียว อยู่ในวัดจด บันทึก ลายมือที่จดบันทึกดิฉันเอามาด้วย นี่คือความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนจริง ๆ นั่ง ข้าง ๆ ดิฉันตัวแทนผู้ใหญ่บ้านขันธ์ชัย กับผู้ใหญ่บ้านสำเริงค่ะ ก็คืออยู่ในพื้นที่มีนาอยู่ใน บริเวณนั้นจริง ถ้าผันในลักษณะนี้พี่น้องประชาชนจะได้ใช้น้ำ ต้องบอกว่าถ้าเป็นไปได้จะลด ความเดือดร้อนของประชาชนเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว ได้ใช้น้ำในการทำเกษตรกรรม นอกจากนั้นแล้วอาจจะได้ใช้ในการทำประปาหมู่บ้านด้วย เพราะว่าเดี๋ยวนี้ประปาหมู่บ้านมี โคลนตมอยู่ตลอดเวลาเลยค่ะ ปล่อยมานี้โคลนเต็มไปหมด เพราะว่ามันไม่มีน้ำ ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนเป็นความเดือดร้อนที่ยิ่งใหญ่ของผู้แทนราษฎรค่ะ ดิฉัน ถามคำถามแรก ด้วยความเคารพท่านประธานที่บรรจุกระทู้นี้อย่างรวดเร็วให้ดิฉัน เพราะว่า จะต้องการแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องอย่างรวดเร็ว🔗
คำถามที่ ๑ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมชลประทานมีมาตรการ บริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งของเขื่อนน้ำอูนในระยะสั้นหรือระยะยาวหรือไม่อย่างไร โดยเฉพาะฝั่งนอกเขตชลประทาน ๓๐๐ เมตร ต้องการใช้น้ำ ขอทราบรายละเอียดค่ะ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่าน ส.ส. อนุรักษ์ บุญศล ผมให้ฉายาเลย ว่าเป็นผู้แทนที่ขยันที่สุดคนหนึ่งที่นำความเดือดร้อนของประชาชนมาร้องเรียน ผมขอทำ ความเข้าใจในเบื้องต้นให้ตรงกันเสียก่อนว่า เขื่อนน้ำอูนที่ท่านบอกสร้างมาเมื่อปี ๒๕๑๐ ผมเห็นด้วย แต่ว่าต้องทำความเข้าใจว่าเขื่อนอันนี้รับน้ำจากเทือกเขาภูพาน ที่อำเภอกุดโพน แล้วก็มาสร้างเขื่อนที่อำเภอพังโคน เขื่อนน้ำอูนนั้นมีความจุน้ำ ๕๒๐ ล้านคิว การบริหารงาน อย่างที่ทราบดีอยู่แล้วว่าเขื่อนนั้นเก็บไว้เพื่อส่งน้ำให้กับเกษตรกรในฤดูทำนา เขื่อนน้ำอูนก็ส่ง น้ำให้กับพี่น้องเกษตรกรในฤดูทำนาระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงเดือนพฤศจิกายนนี้ไป ประมาณเกือบ ๒๐๐ ล้านคิว แล้วก็พื้นที่ที่ส่งน้ำได้ก็ ๒๐๐,๐๐๐ ไร่ หลังจากนั้นแล้วก็จะเป็น ฤดูหน้าแล้งแล้ว หรือนาปรัง คราวนี้น้ำมันก็จะต้องเก็บเอาไว้เพื่ออุปโภคบริโภคและรักษา นิเวศ น้ำก็จะเหลือประมาณ ๑๐๐ กว่าล้าน ดังนั้น ๑๐๐ กว่าล้านคิวก็จะส่งน้ำไปยังพี่น้อง ลุ่มน้ำ ลุ่มน้ำนี้มีความยาว ๒๙๕ กิโลเมตร ส่งน้ำได้เพียง ๑๕,๐๐๐ ไร่ จาก ๒๐๐,๐๐๐ ไร่ พอฤดูแล้งตั้งแต่เดือนธันวาคม เดือนมกราคม เดือนกุมภาพันธ์ เดือนเมษายน น้ำจะเหลือ ๑๐๐ กว่าล้านที่จะใช้การได้ แต่ต้องอนุรักษ์เอาไว้เก็บเอาไว้ แต่ส่งให้พื้นที่ทำนาได้ประมาณ ๑๕,๐๐๐ ไร่ ดังนั้นถามว่าระยะสั้นทำอย่างไร นี่ละครับคือการบริหารน้ำของน้ำอูน แต่ว่าจะ ทำอย่างไรในระยะยาวที่ท่านถาม ระยะยาวก็จะสร้างสปิลล์เวย์ (Spillway) เพิ่มขึ้นมา อีก ๑ เมตร ก็จะได้อีกประมาณ ๑๐๐ ล้าน ประเด็นที่ ๒ ก็จะขุดลอกทำแก้มลิงบริเวณในตัว เขื่อนน้ำอูน เพื่อจะเก็บน้ำเพื่อส่งน้ำให้กับพี่น้องเกษตรกรที่อยู่ขอบอ่าง แล้วก็สิ่งสำคัญที่สุด ตอนนี้ความตื้นเขินของแม่น้ำสาขาที่จะมาลงเขื่อนน้ำอูนต้องขุดลอกพัฒนาใหม่เพื่อจะเก็บน้ำ ให้ได้มากที่สุด นี่คือระยะยาว ส่วนที่ท่านถามว่า ๓ ตำบล ท่านประธานครับ ผมขออนุญาต ยกกระดาษขึ้นมาชี้แจงตามความเข้าใจ ตำบลแวง ตำบลตาลเนิ้ง และตำบลโกน ซึ่งมีพื้นที่ ประมาณ ๘๐,๐๐๐ ไร่ เข้าใจถูกต้องครับว่าน้ำทำไมอยู่ใกล้เขื่อนน้ำอูนทำไมไม่ผันลงไปให้ ตัวเขื่อนน้ำอูนนั้นในบริเวณนี้ ๓ ตำบล ตัวเขื่อนก่อนนะครับ อยู่ห่างกันประมาณ ๓๐-๔๐ กิโลเมตร แต่ลำน้ำที่จะใช่น้ำให้กับ ๓ ตำบลได้ คือลำน้ำปลาหาง แล้วก็ลำน้ำยาม วันนี้พื้นที่ ๓ ตำบล เราส่งน้ำไปแล้ว แต่ได้ประมาณ ๕,๐๐๐ ไร่ ที่ส่งไปชลประทาน ท่านถาม ว่าจะเปิดตรงนี้ได้ไหม เราคิดอย่างนี้เลยครับ น้ำเวลานี้ที่ลงน้ำไปผ่าน ๓ ตำบล คือน้ำปลาหาง ปีหนึ่งมีน้ำทิ้งไปเฉย ๆ มากกว่าเขื่อนน้ำอูนคือ ๖๐๐ กว่าล้านคิว ผมก็ได้บอกให้ท่าน รองอธิบดีเฉลิมเกียรติไปศึกษาว่าถ้าเราจะช่วย ๓ ตำบล ที่ท่านผู้แทนราษฎรต้องการนี้ ทำอย่างนี้ เวลานี้เราคิดแล้วจะสร้างทั้งฝาย สถานีสูบน้ำ ประตูน้ำ ให้อีก ๑๐ แห่ง ในลำน้ำปลาหาง เพื่อจะได้ล้นเอ่อขึ้นไปช่วยเกษตรกรได้อีกประมาณไม่น้อยกว่า ๕๐,๐๐๐ ไร่ เดิมมีอยู่ ๕๐,๐๐๐ ไร่ ถ้าทำ ๑๐ จุดนี้ก็จะได้ไม่น้อยกว่า ๕๐,๐๐๐ ไร่ ตามที่ท่านผู้แทนราษฎร ต้องการ และจะอยู่อย่างยั่งยืน ท่านบอกว่า ๕๐ ปีแล้วไม่เคย คราวนี้จะอยู่ได้เป็น ๑๐๐ ปี อันนี้ก็กราบเรียนท่านผู้แทนให้เข้าใจ ส่วนจะเอาน้ำจากเขื่อนน้ำอูนตรงไปไม่ได้ ต้องอาศัยน้ำ จากแม่น้ำปลาหาง เพราะว่าระดับเขื่อนกับระดับถนนที่วาริชภูมิไปอำเภอพังโคนมันสูงเท่ากับ ขอบเขื่อน คือสูงกว่าระดับน้ำทะเล ๑๙๐ เมตร เท่ากันเลย ฉะนั้นน้ำจากเขื่อนไปไม่ได้ครับ ต้องอาศัยน้ำปลาหาง ขอกราบเรียนท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณท่านรัฐมนตรี เชิญท่านอนุรักษ์ คำถามที่ ๒ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพคะ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ต้องเรียนกับ พี่น้องประชาชนว่าเมื่อรัฐมนตรีมาตอบคำถามให้แล้วว่ามันมีปัญหาเรื่องของน้ำเหลือ ในหน้าแล้งน้อยในเขื่อนน้ำอูน และขอบเขื่อนซึ่งมันเป็นเรื่องความสูง ถ้าขอบเขื่อน ไม่สามารถจะระบายน้ำมาจากเขื่อนน้ำอูนได้ แต่ท่านรัฐมนตรีซึ่งเข้าใจเรื่องน้ำเป็นอย่างนี้ ท่านประภัตร โพธสุธน บอกว่าจะนำน้ำจากลำปลาหาง และลำน้ำยาม โดยเฉพาะลำปลาหาง ซึ่งมีน้ำแต่ละปีมากกว่าในเขื่อนน้ำอูนอีก มาทำอย่างไรก็ได้ เช่น สร้างฝายชะลอน้ำ ๑๐ แห่ง ซึ่งมีโครงการ แล้วพี่น้องประชาชนจะได้ใช้น้ำทั้ง ๓ ตำบลนี้กว่า ๕,๐๐๐ ไร่ ซึ่งท่านให้ ข้าราชการไปสำรวจมาแล้วว่าถ้าได้ใช้น้ำในบริเวณนี้พี่น้องประชาชน ๓ ตำบล บ้านดิฉันนี้ ตำบลตาลโกน ตำบลตาลเนิ้ง ตำบลแวง ๘๐,๐๐๐ กว่าไร่ จะได้ใช้น้ำ ๕๐,๐๐๐ กว่าไร่ นั่นหมายความว่า ชีวิต และน้ำคือชีวิต น้ำคือชีวิตนี่คือพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในรัชกาลที่ ๙ มีพระบรมราโชวาทได้กล่าวไว้ ชีวิตของคนอีสาน ชีวิตของเกษตรกรจะดีขึ้นค่ะ ท่านประธานที่เคารพคะ เป็นพระคุณอย่างสูงเลยทีเดียว นี่คือเรื่องดี ๆ ในภาวะวิกฤติของ ชาติโควิด (COVID) ในขณะนี้🔗
ดิฉันถามคำถามที่ ๒ ว่า น้ำจากลำปลาหาง และ ๑๐ จุด ที่สร้างฝายชะลอน้ำนี้ จะเกิดขึ้นเมื่อใด ขอทราบรายละเอียดค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผมเข้าใจในความรู้สึกท่าน ส.ส. เป็นอย่างยิ่ง ท่านมี ความต้องการให้ราษฎรอยู่ดีกินดีถ้ามีน้ำ แน่นอนครับ เราก็เหมือนกัน ผมในหัวอกผู้แทนก็มี ความรู้สึกเหมือนท่าน เราได้สั่งแล้วผมจะให้รองอธิบดีเฉลิมเกียรติผู้เป็นวางแผน เข้าแผน ของกรมชลประทานไปศึกษา และลงไปหาท่าน ถ้าผมไปได้ผมจะไปด้วย ผมเห็นดีด้วย เราจะทำในการแปรญัตติครั้งนี้ส่วนหนึ่ง เมื่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพิจารณางบประมาณ ตัด ตัด ตัด ไว้ เราก็จะเข้าแผนอันนี้ให้ส่วนหนึ่งก่อนครับ เช่น สร้างฝายน้ำล้น อัดน้ำเข้าไปที่ ๓ ตำบลก่อน ขอกราบเรียนท่านประธานครับ🔗
ขอบพระคุณมาก คุณอนุรักษ์พอใจนะครับ ต้องขอบพระคุณ คุณอนุรักษ์ และท่านรัฐมนตรีที่ได้ใช้เวลาเป็น ประโยชน์กับพี่น้องของเราจริง ๆ ขออนุญาตต่อไปนะครับ แต่ว่าก่อนจะกระทู้ต่อไปก็เรียนว่า ทางล่ามมือได้ส่งล่ามจากห้องประชุมใหญ่มาช่วยนะครับ🔗
๑.๓.๖ กระทู้ถาม ที่ ๒๖๘ เรื่อง ความคืบหน้าโครงการก่อสร้างอ่าง เก็บน้ำผาแดง บ้านแม่ป๊อกเหนือ หมู่ ๕ ตำบลศรีวิชัย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน (นายรังสรรค์ มณีรัตน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบหมายให้ นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้ตอบ🔗
วันนี้ขออนุญาตให้ ท่านเฉลิมเกียรติ คงวิเชียรวัฒน์ รองอธิบดีเป็นผู้ให้ข้อมูลด้วยครับ ขอเชิญคุณรังสรรค์ ท่านมาหรือยังครับ ท่านรังสรรค์กระทู้ถามของท่าน ท่านรัฐมนตรี ประภัตร โพธสุธน จะเป็น ผู้ตอบนะครับ แล้วก็เรียนอีกครั้งหนึ่งว่ากระทู้ถามแยกเฉพาะกระทู้ที่ ๒ ในวันนี้ก็เป็นเรื่อง เกี่ยวกับความคืบหน้าโครงการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำผาแดง บ้านแม่ป๊อกเหนือ หมู่ ๕ ตำบลศรีวิชัย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ท่านรังสรรค์ถามได้ ๒ ครั้งนะครับ ไม่เกิน ๒๐ นาที ขอเชิญนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน พรรคเพื่อไทย ผมต้อง ขอขอบพระคุณท่านประธานที่ให้โอกาสผมมาสอบถามท่านรัฐมนตรี ท่านประภัตร โพธสุธน กราบขอบพระคุณท่านอย่างยิ่งที่ได้มาตอบกระทู้ผม แล้วก็ขอขอบพระคุณท่าน เมื่อวันอาทิตย์ที่แล้วท่านได้ลงพื้นที่จังหวัดลำพูนไปเยี่ยมเยียนพี่น้องบ้านโฮ่ง ผมต้องกราบ ขออภัยท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับ เพราะว่าวันนั้นผมติดภารกิจเลยไม่ได้ไปรับท่าน แต่ก็ขอขอบคุณแทนพี่น้องอำเภอบ้านโฮ่งจริง ๆ ที่ท่านเอาใจใส่เรื่องความเดือดร้อน ท่านประธานครับ ผมมี ๒ คำถาม แต่ว่าผมใช้เวลาไม่ถึง ๑๐ นาทีของผม แต่ว่าผมจะมีเรื่อง ฝากท่านรัฐมนตรีเป็นเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในจังหวัดลำพูนครับ🔗
เชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานครับ ด้วยราษฎรบ้านแม่ป๊อก เหนือตำบลศรีวิชัย อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำการเกษตร ปลูกลำไย ปลูกมะม่วงปลูกข้าว แล้วก็ปัจจุบันน้ำที่ใช้ในการเกษตรอาศัยจากแหล่งน้ำเดียวคือน้ำจาก ลำห้วยผาแดง แล้วในกรณีที่ถึงหน้าแล้งการเพาะปลูกต้องใช้น้ำจำนวนมาก เมื่อไม่มีอ่าง เก็บน้ำไม่มีฝายกันน้ำ ประกอบกันพื้นที่ในการปลูกการทำเกษตรกรรม ปัจจุบันนี้เพิ่มขึ้น อย่างมากมายเลย ทำให้น้ำไม่พอใช้ โดยลำห้วยผาแดงเป็นลำน้ำย่อยฝั่งขวาของแม่น้ำลี้ มีต้นกำเนิดจากดอยผาแดง และสันเขาสูงทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของอำเภอลี้ แนวเขต ติดต่อกับอำเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดลำพูน ไหลไปทางทิศตะวันตก ไปรวมกับแม่น้ำลี้ที่บริเวณ บ้านแม่ป๊อก ซึ่งต่อมาต้องขอบพระคุณทางกรมชลประทานได้ให้ความสนใจ ได้ริเริ่มที่จะทำ โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านผาแดงนี้ โดยมีเหตุผลที่จะช่วยเหลือพี่น้องบ้านแม่ป๊อกเหนือ พี่น้อง ตำบลศรีวิชัย ในการใช้น้ำเพื่อการเกษตรและการอุปโภคบริโภค โดยถ้าหากอ่างเก็บน้ำแห่งนี้ สำเร็จจะสามารถส่งน้ำให้แก่พี่น้องในการทำเกษตรกรรมได้ถึง ๙๒๖ ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ และสามารถส่งน้ำให้พี่น้องบ้านแม่ป๊อกเหนือได้ถึงเดือนละประมาณ ๔๕๐ ลูกบาศก์เมตร ต่อเดือน พี่น้องแม่ป๊อกเหนือดีใจนะครับที่ทางกรมชลประทานให้ความสำคัญ พอวิเคราะห์ อะไรเสร็จก็บอกว่าที่แห่งนี้เหมาะสมที่จะสร้างอ่างเก็บน้ำผาแดง แต่ปรากฏว่าเวลาผ่านมา เป็นสิบ ๆ ปี แล้วเมื่อเช้าผมสอบถามเรื่องโครงการนี้กับกำนันตำบลศรีวิชัย กำนันมนัส เมธา ท่านก็บอกว่าโครงการนี้พี่น้องมีความหวังมาก แต่ก็ผ่านมาเป็นสิบ ๆ ปี ปรากฏว่าพอ สอบถามต่อไป ปรากฏว่าสำนักนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ให้ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และมหาวิทยาลัยนเรศวรดำเนินการทำรายงานกระทบ สิ่งแวดล้อมเบื้องต้น แต่ปรากฏว่าคณะกรรมการผู้ชำนาญการมีมติไม่ให้ความเห็นชอบ รายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นโครงการอ่างเก็บน้ำผาแดง อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน ของกรมชลประทาน โดยให้กรมชลประทานแก้ไข แก้เพิ่มเติมข้อมูลในรายงานตามแนวทาง รายละเอียดประเด็นหรือหัวข้อที่คณะกรรมการผู้ชำนาญการกำหนด ซึ่งขณะนี้ทางเทศบาล ตำบลศรีวิชัยได้สอบถามไปแล้ว ก็ได้รับคำตอบมาแบบนี้ ผมจึงมีข้อปัญหา เรียนถาม ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าขณะนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทาน มีการดำเนินการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมข้อมูลรายละเอียดประเด็นหรือหัวข้อตาม ที่คณะกรรมการผู้รับผิดชอบ ผู้ชำนาญการมีมติ และดำเนินการแก้ไขแล้วหรือไม่อย่างไร ผมขอทราบรายละเอียดครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่าน ส.ส. รังสรรค์ มณีรัตน์ จังหวัดลำพูน ต้องยอมรับว่าท่านต้องเป็นคนที่เอาใจใส่จริง ๆ วันที่ผมไปบ้านโฮ่ง ก็เกี่ยวกับปัญหาเรื่องน้ำ เหมือนกัน บ้านโฮ่ง อำเภอลี้ เถิน วันนั้นก็ได้แก้ปัญหา เพราะว่าอ่างเก็บน้ำไม่มีน้ำ เพราะว่าฝนตกน้อย ตรงนั้นเป็นที่อับ ประการที่ ๒ ส่วนใหญ่นับเป็นพัน ๆ บ่อ ใช้ระบบบาดาล ตอนนี้ลำไย ต้องการน้ำเราเห็นใจลำไยกำลังออก ราคาก็จะมีปัญหาในอนาคต ผมก็ไปแก้ปัญหาเรื่องนี้ ก็เป็นที่เข้าใจ แล้วพอใจ โดยให้เขาปรับลดค่าไฟฟ้าให้ ที่พี่น้องเดือดร้อนอยู่เป็นพัน ๆ บ่อบาดาล แล้วท่านก็ไปติดตามให้ด้วย โดยมีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดไปร่วมงานด้วย เรื่องที่ท่านถาม อ่างเก็บน้ำผาแดง ขอชี้แจงกับท่าน ท่านเข้าใจดีอยู่แล้วเริ่มต้นจากพี่น้อง ประชาชนร้องขอความว่าตรงนี้น่าจะเก็บอ่าง สร้างอ่างผาแดงเพื่อเก็บน้ำให้เพื่อเกษตรกรได้ ทางกรมชลประทานก็ไปศึกษาแล้วก็เสนอให้คณะ คชก. คชก. เรียกว่า คณะกรรมการ ผู้ชำนาญพิจารณารายงานประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม อันนี้สำคัญที่สุดที่ท่านพูดถึง คณะกรรมการชุดนี้ยาวมาก เราก็ยื่นไปครั้งแรกเดือนมกราคม ๒๕๖๑ แล้วก็คณะกรรมการ ชุดนี้ก็เหมือนที่ท่านบอกไม่อนุมัติให้กลับมาศึกษาใหม่อีก เราก็ศึกษาครั้งที่ ๒ เสนอไปอีก ครั้งที่ ๒ วันที่ ๑๒ กรกฎาคม ๒๕๖๒ คือ ๒ ปีที่แล้ว คณะ คชก. นี้ก็เหมือนกัน ตีกลับมาอีก เป็นครั้งที่ ๒ คราวนี้ทำอย่างไร เราก็ให้กรมชลประทานไปพิจารณาดำเนินงานใหม่ วันนี้ ขอตอบท่านว่าข้อที่ ๑ คณะกรรมการชุดนี้ให้ไปแก้ไข และทางกรมชลประทานก็ยืนยันว่าจะ เข้ามาได้ในเดือนกันยายน ๒๕๖๔ นี้ คิดว่าผ่านแน่นอน เพราะครั้งสุดแล้ว ทางกรมชลประทาน ก็จะออกแบบ ถ้าเมื่อผ่าน คชก. ครั้งที่ ๓ นี้แล้วก็จะออกแบบได้แล้ว ในปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๕ ก็จะตั้งงบประมาณให้ เพราะความจุของอ่างผาแดงเพียง ๕๖๐,๐๐๐ คิวเท่านั้นเอง ไม่ใช่ ใหญ่โตมากนัก เป็นพื้นที่ประมาณ ๑๕๒ ไร่ ก็มีผลกระทบไม่มากนัก ดังนั้นก็ตอบท่านว่าให้ ไปชี้แจงกับพี่น้องราษฎรเลย ปี ๒๕๖๕ เราจะสำรวจให้เสร็จ ปี ๒๕๖๖ ตั้งงบประมาณให้ ก็จะสร้างเสร็จในปี ๒๕๖๗ ครับ ขอกราบเรียนท่านผู้แทนราษฎรแล้วก็ท่านประธานที่เคารพ ครับ🔗
เชิญท่านรังสรรค์ถาม ครั้งที่ ๒ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม รังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน พรรคเพื่อไทย ผมขอขอบพระคุณท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีด้วยนะครับ เพราะว่าคำถามที่ ๒ ท่านได้ตอบผมไปแล้ว เพราะคำถามที่ ๒ ผมจะถามว่าถ้ามีการศึกษาวิจัยผลกระทบ สิ่งแวดล้อมเสร็จสิ้นเรียบร้อย ได้รับการอนุมัติแล้วทางกรมชลประทานจะดำเนินการ ออกแบบและจะก่อสร้างเพื่อประโยชน์ของพี่น้องบ้านแม่ป๊อกเหนือจำนวนร้อยกว่า หลังคาเรือน ถ้ารวมพื้นที่การเพาะปลูก ๑,๒๐๐ กว่าไร่ ซึ่งเป็นประโยชน์มากถ้าพี่น้องบ้านแม่ป๊อกเหนือ วันนี้ได้ทราบว่าท่านรัฐมนตรีรับปากว่าในปี ๒๕๖๗ การก่อสร้างต้องเสร็จเรียบร้อย เป็นพระคุณอย่างยิ่งนะครับ เพราะว่าลำไย มะม่วงลูกโต ๆ สวย ๆ ถ้าไม่มีน้ำไม่มีทางทำ ไม่ได้เด็ดขาดลำไยคุณภาพก็ทำไม่ได้ถ้าไม่มีน้ำ กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีครับ ท่านประธานครับในเมื่อท่านรัฐมนตรีตอบคำถามผมครบถ้วน ท่านประธานครับ ผมมีเรื่อง ฝากท่านรัฐมนตรีอยู่ ๑ เรื่อง🔗
เชิญครับ🔗
เนื่องจากท่านรัฐมนตรีท่านได้ไปพื้นที่ จังหวัดลำพูน เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาท่านคงทราบดีว่ามะม่วงเป็นปัญหาอย่างยิ่ง ผมฝาก ท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีว่าเมื่อสภาผู้แทนราษฎรเราได้เห็นชอบพระราชกฤษฎีกากู้เงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันมีมาตรา ๕ (๒) ว่าให้ใช้เงินนี้ช่วยเหลือเยียวยาประชาชนทุกสาขา อาชีพที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งเป็นประเด็นครับ เกษตรกรผู้ปลูก มะม่วงในจังหวัดลำพูน ๓๗,๐๐๐ กว่าไร่ จังหวัดเชียงใหม่ ๖๔,๐๐๐ กว่าไร่ ได้ทั่วประเทศถึง ๗๖๐,๐๐๐ กว่าไร่ ได้รับผลกระทบ เพราะปัญหาโควิด (COVID) ส่งออกมะม่วงไม่ได้ต้องเอา ไปแจกจ่ายเอาไปเลี้ยงช้าง ต้องเอาไปแบ่งปันกันกิน ไม่มีราคาเลยครับ ราคาตกเหลือแค่ ๓-๕ บาท ดังนั้นผมฝากท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรี อย่างน้อยเงิน ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ตามบัญชีแนบท้ายที่จะให้เยียวยาพี่น้องประชาชนทุกสาขาอาชีพ แบ่งให้พี่น้องเกษตรกร ผู้ปลูกมะม่วงบ้างได้ไหมครับ เขาขอไม่เยอะหรอกครับ เขาขอยื่นเรื่องมาว่าขอ ๒,๐๐๐ บาท ไม่เกิน ๒๕ ไร่ เหมือนที่เคยเยียวยาพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกลำไย เมื่อปีแล้วครับ จะเป็น พระคุณอย่างยิ่ง เพราะตอนนี้ขาดทุนกันมาก เงินที่จะไปเสียค่าดอก ธ.ก.ส. ก็ไม่มี ค่าปุ๋ย ค่ายาที่ติดเขามา เชื่อเขามาก็ไม่มีจ่าย ท่านประธานครับ ฝากท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรี ด้วยนะครับ ช่วยกรุณาเมตตาทางพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงด้วย กราบขอบพระคุณครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีเชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ขอบคุณท่าน ส.ส. เรื่องนี้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รวบรวมแล้วสิ่งใดที่มีผลกระทบ ไม่ใช่เฉพาะมะม่วง ตอนนี้ลำไยก็ต้องกลับไปทบทวนอีก ปีที่แล้วเราก็ให้ไปแล้ว วันนี้พืช ทุกตัวประสบปัญหาโควิด (COVID) ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เฉลิมชัย ศรีอ่อน ท่านก็สั่งเลยไปสำรวจว่าผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้น นอกจากซึ่งข้าวก็รวมด้วย ท่านก็จะไปดูแลให้ ไม่ใช่เฉพาะมะม่วงอย่างเดียว แล้วก็จะใช้เงินก้อนนี้ได้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณท่านรังสรรค์ นะครับ แล้วก็ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ชื่นชมท่านรู้ปัญหาแล้วก็ตอบภายใต้เวลา ที่กำหนดไว้ทำให้เราสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพครับ ขอชื่นชมด้วยความจริงใจ ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ🔗
๑.๓.๔ กระทู้ถาม ที่ ๒๖๓ เรื่อง การออกเอกสารสิทธิให้แก่ประชาชน ในพื้นที่หมู่ ๑๑ ตำบลหนองสาหร่าย อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา (นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี นายกรัฐมนตรีได้ มอบหมายให้ นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ เป็นผู้ตอบ🔗
ท่านรัฐมนตรีได้มาแล้ว นะครับ ขอเรียนย้ำว่ากระทู้ถามแยกเฉพาะนี้ก็ถามได้ ๒ ครั้งนะครับ แล้วก็รวมเวลาทั้งถาม และตอบไม่เกิน ๒๐ นาที ขอเชิญท่านศิรสิทธิ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ผู้แทนจากอำเภอปากช่อง พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ครับ พี่น้องประชาชนคนปากช่องนั้นมีปัญหาปัญหาหลักปัญหาใหญ่เรื่องที่ทำกิน เมื่อวานนี้มี การประชุมสภาผมก็มาไม่ทันเนื่องจากว่าไปรับหนังสือจากพี่น้องประชาชน ชาวบ้าน ท่ามะนาว ตำบลหนองสาหร่าย ก็ถูกขับไล่ที่จึงมาไม่ทัน พี่น้องประชาชนปัญหาที่สร้างความ เดือดร้อนใจให้กับพี่น้องประชาชนมากก็คือไม่มีที่ทำกิน อย่างวันนี้ผมมีกระทู้ถามแยกเฉพาะ ถามท่านรัฐมนตรีก็เรื่องที่ดินครับ ประชาชนมีปัญหาไม่ได้รับการจัดสรรที่ดินทำกินตามที่ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งมีการประชุมได้ลงมติอนุมัติแล้ว ให้นิคมจัดสรรที่ให้กับประชาชน ประเด็นมีว่าเมื่อ ๒๕๐๖ นั้น ในเขตตำบลหนองสาหร่าย หมู่ ๑๑ อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมาได้มีประชาชนอาศัยอยู่โดยประกอบอาชีพทำ การเกษตรมาช้านาน พี่น้องประชาชนชุมชนนี้อยู่มานาน จะเห็นได้จากว่าพี่น้องประชาชนนั้น ได้ไปเสียภาษีให้กับภาษีบำรุงท้องที่ที่อำเภอแสดงให้เห็นชัดเจนว่าพี่น้องประชาชนนั้นเขาอยู่ มานานแล้ว ผมมีเอกสารประกอบคำอภิปรายรูปที่ ๒ ขอสไลด์ (Slide) ได้โปรดขึ้นด้วย นะครับ🔗
คือใบเสียภาษีในรูปที่ ๑ นะครับ ต่อมาได้มีเจ้าหน้าที่กรมประชาสงเคราะห์แจ้งว่าจะขอพื้นที่ส่วนหนึ่งของประชาชน เพื่อก่อตั้งสำนักงานนิคม โดยมีเป้าประสงค์ว่าต้องการที่จะแจกเอกสารหรือจัดสรรที่ดิน ให้กับพี่น้องประชาชนที่ยากจน ผมมีเอกสารประกอบเป็นรูปที่ ๒ ครับ และหลังจากนั้นนิคม ลำตะคองได้จัดสรรที่ดินให้แก่ประชาชน แต่เป็นหมู่บ้านอื่นไม่ใช่หมู่บ้านที่เป็นข้อกรณีพิพาท และเป็นตำบลใกล้เคียง ปี ๒๕๒๑ นั้น มีเจ้าหน้าที่จากนิคมลำตะคองออกมาขับไล่อ้างว่า พี่น้องประชาชนนั้นบุกรุกที่สงวนของนิคม จึงเกิดข้อพิพาทเกิดขึ้น จากปี ๒๕๒๑ ถึงปี ๒๕๔๕ ประชาชน ๑๔ ครอบครัว และประชาชนที่อาศัยอยู่ในที่ดังกล่าว ก่อนที่จะมี นิคมสร้างสำนักงานเขาต่อสู้เรียกร้องสิทธิจนในที่สุดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์คือกรมประชาสงเคราะห์ในขณะนั้นได้เข้ามาสอบสวนข้อเท็จจริงและสรุปว่า สมควรที่จะให้มีการจัดสรรที่ดินแก่ประชาชน จำนวน ๑๔ ราย ตลอดทั้งพี่น้องประชาชน ที่อยู่ในที่ดังกล่าวที่นิคมสร้างตนเองมาทีหลังก็จะพิจารณาให้ ผมมีเอกสารประกอบเป็น ภาพที่ ๓ จากนั้นครับท่านประธาน ปี ๒๕๔๖ เจ้าหน้าที่นิคมประกาศให้ประชาชนเข้ารับ การรังวัดที่ดินเมื่อจัดสรรที่ดินเพื่ออำนวยประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชนตามเอกสารที่ ๔ จากนั้นผ่านไป ๑๐ ปี ไม่มีการจัดการใด ๆ เกิดขึ้นเลย จึงมีหนังสือสอบถามเอกสารที่ ๕ สอบถามไปจนในที่สุด ปี ๒๕๕๖ มีการประชุมกลั่นกรองอนุมัติให้จัดสรรอีกครั้งหนึ่งของ กระทรวง พม. ตามเอกสารที่ ๖ นี่คือมีการประชุมกับรองอธิบดีชั้น ๖ ที่ห้องประชุม แล้วก็มี มติว่าให้มีการจัดสรรที่ดินให้กับประชาชน แต่สุดท้ายท่านประธานก็เงียบไปอีก ทั้ง ๆ ที่กระทรวง พม. นั้นมีมติอนุมัติแล้ว สรุปว่าพี่น้องประชาชนอยู่ตรงนี้มากกว่า ๖๐ ปี ทำประโยชน์มานมนานแต่ก็ถูกปฏิเสธที่จะจัดสรรที่ดินให้กับพี่น้องประชาชน แต่ใน ขณะเดียวกันที่ดินบริเวณข้างเคียงนั้นเขาจัดสรรให้เป็นโฉนดออกโฉนดให้เรียบร้อยแล้วผมจึง เข้าสู่คำถาม🔗
คำถามแรกว่าประชาชนเขาอยู่ก่อนที่นิคมจะมา มีการประชุมลงมติอนุมัติและ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์นั้นได้เห็นความอนุมัติแล้วแล้วทำไมถึงเรื่อง เงียบ แล้วก็ไม่เดินเรื่องให้กับพี่น้องประชาชน ไม่ทราบว่าติดขัดอะไร จึงขอถามท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าพี่น้องประชาชนอยากจะได้ครับ การจัดสรรที่ดินทำกินจึงขอถาม เป็นคำถามแรกครับ🔗
ก่อนที่ท่านรัฐมนตรี จะตอบขออนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมให้การสนับสนุนข้อมูลนะครับ คือนางสาวจารุวรรณ เชิงชาญวิทย์ ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองลำตะคอง จังหวัดนครราชสีมา กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผมได้รับมอบหมาย จากท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและ ความมั่นคงของมนุษย์มาตอบกระทู้ถามของท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติ ท่านศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ผมขอกราบเรียนอย่างนี้ว่า ในคำถามของท่านนั้น ในฐานะที่เราเป็นคนที่มาจากประชาชนด้วยกันก็อยากจะแก้ปัญหา ให้กับประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องที่ทำกินซึ่งเป็นปัญหามาทุกยุคทุกสมัย แล้วก็ที่ดิน ทำกินนั้นจะสามารถทำให้ทุกคนนั้นพ้นจากความยากจน แล้วก็มีความสงบสุขได้ ทีนี้ที่ท่าน ได้กล่าวมาแล้ว ในข้อเท็จจริงซึ่งผู้ปกครองนิคมก็เพิ่งมาทำหน้าที่ได้เพียงปีเศษก็จะเห็นตรงนี้ ว่าผู้ที่ร้องขอที่ทำกินนั้นมีอยู่ ๒ กลุ่ม กลุ่มแรกคือกลุ่มประชาชนที่อยู่เดิม ๑๔ ราย ๑๔ ครอบครัว ส่วนกลุ่มที่ ๒ นั้นก็มีอีกร้อยกว่ารายที่มาร่วมร้องเรียนด้วย ๑๒๕ ราย สำรวจ เมื่อปี ๒๕๖๐ ปัจจุบันนี้มีผู้ที่ร้องเรียน กลุ่มที่ไม่ได้อยู่ดั้งเดิม ๑๔ รายนี้ เพิ่มเป็น ๓๐๐ ราย ทีนี้ประเด็นก็คือว่าข้อมูลที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติให้ผมมาเป็นข้อมูลที่ผมไม่ได้รับทราบ ได้เห็นมาก่อนนะครับ แต่มีความปรารถนาว่าอยากจะช่วยเหลือให้ประชาชนนั้นได้มีที่ทำกิน ถ้าถูกต้องตามกฎหมาย ทีนี้ประเด็นมันก็คือมีพระราชบัญญัติซึ่งทำเรื่องอยู่นี้ก็คือ พระราชบัญญัติของจัดที่ดินทำกินเพื่อการครองชีพ พุทธศักราช ๒๕๖๑ แล้ววัตถุประสงค์ ของการจัดตั้งนิคมสร้างตนเองนั้น ข้อที่ ๑ เขาเขียนไว้เลยว่าเพื่อจัดสรรที่ดินให้แก่ราษฎร ได้รับผลกระทบจากการสร้างเขื่อนลำตะคองและราษฎรทั่วไปครอบครองทำประโยชน์ อยู่เดิม เน้นว่าทำประโยชน์อยู่เดิม ในเขตพื้นที่ตามแผนที่แนบท้ายประกาศคณะปฏิวัติว่า ด้วยการจัดตั้งนิคมสร้างตนเอง เพื่อให้ตั้งถิ่นฐานและประกอบอาชีพการเกษตรตลอดจนให้มี กรรมสิทธิ์ในที่ดิน ในเบื้องต้นอยากจะกราบเรียนท่านว่าผู้ที่มาร้องเรียนรวมกันหลายร้อยราย เคยมีคำให้การอยู่ส่วนหนึ่งว่าเขาได้มาอยู่หลังจัดตั้งนิคม ๒๕๕๕ เพราะฉะนั้นถ้าเราอยากจะ ให้ที่เขาอย่างไรก็ติดขัดในเรื่องของกฎหมาย ซึ่งไม่สามารถที่จะไปจัดสรรให้ได้ แต่ใน ขณะเดียวกันผมได้เห็นคำถามท่านที่มีเอกสารเกี่ยวกับผู้ที่อยู่อาศัยเดิม ๑๔ ครอบครัว ผมคิดว่าจะขอเชิญท่านด้วย แล้วก็อธิบดีของกรมการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แล้วก็ท่านผู้ปกครองนิคม ไปค้นหาข้อเท็จจริงแสวงหาข้อเท็จจริงเพื่อหาหลักฐานพิสูจน์ ให้เป็นไปตามกฎหมายด้วยว่าเขาได้อยู่มาจริง แล้วเขามีสิทธิด้วยชอบธรรม ผมพร้อมที่จะทำ ให้ตรงนี้ให้สำเร็จถ้าไม่ผิดกฎหมาย ถ้าเป็นระเบียบกฎเกณฑ์อะไรที่สามารถช่วยเหลือได้ก็จะทำ แต่ถ้ามันขัดกฎหมายก็ต้องกราบเรียนว่าไม่สามารถทำได้ครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอเชิญท่านสมาชิกถามได้ อีกครั้งหนึ่งครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ พรรคเพื่อไทย จังหวัดนครราชสีมา ตามที่ท่านรัฐมนตรีได้ตอบนั้น วันนี้ มีพี่น้องประชาชน ๑๔ รายได้มาอยู่ทางด้านนอก แต่ไม่สามารถที่จะเข้ามาได้ ผมจึงนำเรียน ว่าอย่างที่ท่านบอกว่าจะลงไปตรวจสอบข้อมูลนั้น ผมยินดีนะครับ เพื่อให้ความเป็นธรรม แก่พี่น้องประชาชนเอาความถูกต้องใครมาอยู่ก่อนอยู่หลัง ผมไม่ใช่ว่าจะเอาให้ทั้งหมดเลยเอา ความถูกต้องคือยึดถือเป็นหลัก ท่านประธานครับ ผมต้องขอกราบขอบพระคุณนะครับ ผมหวังว่าท่านรัฐมนตรีคงไปลงพื้นที่จริง แล้วก็จะได้จัดสรรที่ดินให้กับพี่น้องประชาชน ตามความจริง สืบเนื่องจากวันนี้ที่ดินอย่างที่ผมนำเรียนว่ามีปัญหาในเขตอำเภอปากช่องมาก สืบเนื่องท่านมีอำนาจหน้าที่ดูแลตรงนี้ผมจึงขอต่อเป็นประเด็นคำถามที่ ๒ ปัญหาของการไม่ ออกเอกสารสิทธิของเขตนิคมลำตะคอง อำเภอปากช่องจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งเป็นข่าวโด่งดัง เนื่องจากประชาชนสมาชิกนิคมลำตะคอง ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการกำหนดแนวเขต พื้นที่ของนิคมผิดพลาดเป็นเหตุให้ไม่สามารถออกหนังสือของการทำประโยชน์เป็น เอกสารสิทธิได้ ผมเท้าความอย่างที่ท่านรัฐมนตรีพูดถูกต้องครับ ที่ที่มีข้อผิดพลาดมันมีคน อยู่เดิม แล้วก็มีย้ายมาจากเขื่อนคลองไผ่ เนื่องจากว่าสร้างเขื่อนคลองไผ่จากนั้นนิคมมี การออกเอกสาร น.ค. ๑ ให้ แล้วต่อมาออกเอกสาร น.ค. ๓ ให้แนบท้ายหนังสือคณะปฏิวัติ อย่างที่ท่านกล่าวถูกต้องครับ เท่าที่ผมศึกษามาให้ออกโฉนดได้ แต่สลักหลังว่าห้ามจำหน่าย จ่ายโอนภายใน ๕ ปี ต่อมา ๒๕๓๘ คณะกรรมการจังหวัดนครราชสีมา ประกอบด้วยผู้แทน หลายหน่วยงานออกสำรวจโดยให้ผู้ปกครองนำชี้ในการรังวัดให้หลังมาถึงปี ๒๕๔๗ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ออกสำรวจอีกครั้งหนึ่ง ปรากฏว่า การรังวัด ๒ ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน จึงเป็นประเด็นเกิดขึ้นมีข้อพิพาทตามมา ข้อมูลนิคมมีพื้นที่ ประมาณ ๒๘๐,๐๐๐ ไร่ ครอบคลุมพื้นที่ ๙ ตำบล ๗๑ หมู่บ้าน อยู่ในความรับผิดชอบของ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวง พม. มีปัญหาแนวเขตไม่ตรงกันหลายจุด ยกตัวอย่าง ตำบลคลองม่วง ตำบลหนองสาหร่าย ตำบลบางไทร และตำบลใกล้เคียงที่มี ปัญหา มีปัญหาข้อพิพาทนี้ ๑๒,๐๐๐ กว่าไร่ออกโฉนดแล้วร้อยละ ๘๐ เปอร์เซ็นต์ ยังไม่ออก โฉนดร้อยละ ๒๐ ร้องเรียนมาก็หลายปี ขณะนี้ยังไม่มีทางแก้ไข พี่น้องประชาชนหลาย หมู่บ้านเดือดร้อนอยู่อย่างไม่เป็นสุข แล้วก็หวาดระแวงกลัวเขาจะมายึดที่เนื่องจากว่าไม่มี เอกสารสิทธิ ท่านกำนันธีรพร ทองเพียร และผู้ใหญ่พี่น้องประชาชนก็รวมตัวกันมาเอา หนังสือมายื่น อันนี้ต่อสู้มาหลายสิบปี เอามายื่นให้กับท่านรัฐมนตรี ท่านติดภารกิจก็ให้ รองอธิบดีมารับ แล้วอีกอย่างหนึ่งที่นิคมที่ทหารครอบครองอยู่ อันนี้เป็นประเด็นที่ขัดแย้งมาก ทหารครอบครองอยู่แต่ทหารก็ไม่ได้ใช้ประโยชน์ใด ๆ ผมถามว่าทหารทำไมคืนที่ให้กับนิคม นิคมก็บอกยินดีเอาคืน เพื่อจะจัดสรรให้กับพี่น้องประชาชน แต่ทหารเขาตอบมาว่าจะต้องทำ การรบยกพลขึ้นบก ชาวอำเภอปากช่องไม่มีสงครามนะครับ ประชาชนเขาไม่มีที่อยู่ที่กิน จึงขอเข้าสู่ประเด็นคำถามที่ ๒ ในฐานะที่ท่านรับผิดชอบ ท่านจะแก้ไขปัญหาให้มีการสำรวจ และเร่งออกโฉนดให้กับพี่น้องประชาชนชาวอำเภอปากช่องอย่างไร และที่ทหารอ้างว่าจะใช้ ประโยชน์ ผมอยากจะให้กระทรวง พม. ขอคืนเพื่อนำมาให้พี่น้องประชาชนได้อยู่ทำกินจะได้ เกิดความผาสุก ผมจึงนำเรียนถามท่านเป็นประเด็นที่ ๒ ครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ ในนามของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ขออนุญาต ตอบคำถามท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติว่าถ้าประชาชนที่อยู่เดิม อยู่เดิมมาก่อนที่จะมีกฎหมายนี้ เดี๋ยวเราจะไปตั้งคณะทำงาน ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด แต่จะมีอีกกลุ่มหนึ่งคือที่ดินสงวน เพื่อกิจการนิคมที่อยู่รอบกิจการนิคมเดิม ประชาชนก็เข้ามาใช้พื้นที่โดยไม่ได้ขออนุญาต แล้วในที่สุดนี้จะขอออกเอกสารสิทธิซึ่งเป็นเรื่องที่ยากมาก ต้องกราบเรียนอย่างนี้นะครับ แล้วในขณะเดียวกันนี้ก็มี ๒-๓ รายที่มาขอออกเอกสารสิทธินี้ หรือว่าบางกลุ่มบางคน ในนามบุคคลเดียวมีถึง ๒๐๐ ไร่ ซึ่งจริง ๆ แล้วที่ดินของนิคมที่จัดให้จะไม่ควรเกิน ๕๐ ไร่ หรือ ๒๐ ไร่ เพราะฉะนั้นเราพอจะจำแนกได้ว่าประชาชนที่มีที่ดิน ๒๐ ไร่ ๕๐ ไร่ คือประกอบอาชีพเกษตรของตัวเองจริง ๆ แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องกราบเรียนท่านประธาน ว่ามันเป็นมาหลายสิบปี มีบุคคลบางคนที่ไม่สุจริตก็นำที่ดินนี้ไปขาย แล้วก็ใช้ประชาชนมายื่น ขอบังหน้า ซึ่งตั้งแต่ที่ผมมาดำรงตำแหน่งนี้ก็เรียนตรง ๆ ว่า ไม่ได้ออกเอกสารสิทธิให้ใครเลย เพราะว่ามีปัญหาในการพิสูจน์ แล้วก็มีปัญหาเรื่องของกฎหมายด้วยอยากกราบเรียนไว้ บันทึกเอาไว้ว่าที่ดินที่การนิคมนี้ จริง ๆ แล้ว ทั้งประเทศมีเยอะนะครับ หลายสิบจังหวัด แต่มีปัญหาอยู่ ๒ จังหวัด คือจังหวัดระยอง กับจังหวัดนครราชสีมา คือลำตะคอง เพราะว่า พื้นที่นี้สามารถนำไปขายต่อได้ไร่ละ ๒ ล้านบาท เพราะฉะนั้นพื้นที่ที่มีข้อพิพาท ๑๐,๐๐๐ กว่าไร่นี้ ถ้าเราไม่ระมัดระวังดี ๆ คนจนจริง ๆ จะไม่มีที่ทำกินก็กลายเป็นนายทุน มาเอาต่อไปได้ อย่างไรก็ตามปัญหาแนวเขตขยายขอบในขณะนี้ได้พิสูจน์แล้วว่ามีที่ดิน เพิ่มขึ้นประมาณ ๔๖,๐๐๐ ไร่ เมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๕๘ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ก่อนหน้าผม ได้เสนอขอคณะกรรมการนโยบายที่ดิน ว่าจะขอใช้ที่นี้มาจัดสรรให้กับพี่น้องประชาชน แต่ยังรอการพิจารณาอยู่ก็กราบเรียนให้ทราบ ในขณะเดียวกันก็อยากจะกราบเรียนท่าน ส.ส. ผู้ทรงเกียรติว่าถ้าเราสามารถ คือต้องการให้ ปัญหาจบเพื่อประชาชนคนจนที่แท้จริง แบ่งแยกกลุ่มว่าคนที่จนจริง ๆ ทำเกษตรจริง ๆ ดั้งเดิมนี้ทำได้ไหมกฎหมายหรือจะอนุญาตทำ ๒. คนที่มาใหม่มาอยู่ข้างหลังนี้ถ้าเขา ไม่สามารถมีเอกสารสิทธิ แต่เขาสามารถประกอบอาชีพโดยไม่ถูกขับไล่ได้ไหม กับกลุ่มที่ ๓ คือมาเพื่อจะเอาไปทำการขายต่อ พวกนี้ไม่ควรให้ถูกไหมครับ เราอยากจะให้คนจนได้ที่ดิน ที่แท้จริง ก็อยากจะขออนุญาตท่านประธานว่าเป็นไปได้ผมก็ทำงานเราไม่มีพรมแดนนะครับ เพราะเป็นคนของประชาชนทั้งคู่ ไม่ว่าจะอยู่พรรคไหน ก็อยากจะขอแก้ปัญหานี้ให้เสร็จด้วย ความสุจริตใจ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขอระบุไว้ว่าบ้านเมืองก็ต้องยึดกฎหมายเป็นหลัก อะไรที่มัน สามารถทำได้เลยก็จะทำให้นะครับ อะไรที่ติดขัดกฎหมายถ้าจำเป็นจะต้องแก้ไขกฎหมาย ท่านกับผมก็สามารถทำงานด้วยกันได้ เพื่อขอแก้ไขกฎหมายแก้ปัญหาให้ประชาชนต่อไป ขอกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ🔗
ท่านศิรสิทธิ์ครับ อนุญาต ให้ถามได้อีกครั้ง เวลาท่านหมดแล้วนะครับ แต่ว่าอนุญาตเพราะเวลาท่านรัฐมนตรีมีอยู่ครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีครับ ผมต้องขอ กราบขอบพระคุณที่ท่านตอบนะครับ ก็ตอบประมาณว่าพี่น้องประชาชนที่ยากไร้จริง ๆ และถูกต้องจริง ๆ ท่านจะจัดการให้ต้องขอกราบขอบพระคุณครับ ที่นอกเหนือจากนั้นเอาไป ขายหรืออะไรอย่างนี้ก็คือท่านไม่พิจารณา ทีนี้ผมอยากจะให้ท่านไปลงพื้นที่จริง วันไหนผม จะประสานท่านอีกทีแล้วพี่น้องประชาชนชาวอำเภอปากช่องเอาหนังสือมายื่นให้ท่านด้วย ก็จะขอมอบหลังจากที่ประชุมกระทู้แยกเฉพาะแล้วท่านครับ ท่านจุติ ไกรฤกษ์ ผมมีความ เคารพรักท่านนะครับ เนื่องจากเป็น ส.จ. ก็รู้จักการทำงานของท่าน แล้ววันนี้ท่านมาเป็น รัฐมนตรีกระทรวงสำคัญ ชื่อก็บอกอยู่แล้วครับว่ากระทรวงหัวใจเน้นการพัฒนาสังคม เน้นความเสมอภาค และให้ความสำคัญของความมั่นของชีวิต ผมก็หวังใจเหลือเกินว่าท่านจะ เมตตาพี่น้องประชาชนาชาวอำเภอปากช่องบ้านผมครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขออนุญาตท่านประธานนิดเดียวครับ🔗
เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗
ขออนุญาตท่านประธาน ผม จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ก็จะไม่รับปากไปเพื่อผ่านไปนะครับ ก็ตั้งใจว่าเมื่อมี ความปลอดภัยสำหรับคนพื้นที่ด้วยก็จะไปลงพื้นที่ดูพื้นที่จริง อาจจะต้องเชิญตัวแทนมาคุย กันบางส่วนเบื้องต้นในเรื่องของปัญหาการออกเอกสารสิทธิครับ กราบเรียนท่านประธาน ทราบว่าปัญหาการออกเอกสารสิทธิขณะนี้มันจะมีว่าที่แปลงเดียวมายื่นกัน ๓ ราย ๔ ราย แล้วเราจะให้ใคร ก็ต้องพิสูจน์อีกนะครับ ประการที่ ๒ คือผู้ที่สมัครมาขอตรงนี้สมาชิกนิคมนี้ ไม่มีคุณสมบัติตาม พ.ร.บ. เราจะแก้ไขอย่างไร ปัญหาที่ ๓ คือที่ดินอยู่ในพื้นที่ต้องห้ามตาม กฎหมายที่ไม่สามารถจัดสรรได้ เช่น ที่ทหาร ที่ป่าไม้ ซึ่งยังไม่ได้ยกเลิก แล้วจะทำอย่างไร อันที่ ๔ คือบางทีอย่างที่สุดท้ายคือผู้ที่ขอใช้ประโยชน์หรือขอออกเอกสารสิทธิก็เอาเพื่อไปใน เชิงพาณิชย์มากกว่าที่จะไปทำประโยชน์เรื่องของกิจการแต่ทั้งหมดทั้งนี้ทั้งนั้น ผมก็ตั้งใจจะ แก้ไขปัญหาให้ได้มากที่สุดครับ เพราะว่าเรามาจากประชาชนเหมือนกัน เราก็อยากจะให้ ประชาชนมีความสุขครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านรัฐมนตรีไปด้วยตัวเอง ใช่ไหม🔗
ครับ🔗
ขอบคุณท่านศิรสิทธิ์ แล้วก็ท่านรัฐมนตรีที่กรุณามาทำปัญหาของพี่น้องประชาชนที่มีปัญหา ขอบคุณครับ เราจบ ๓ กระทู้ถามนะครับ กระทู้ถามลำดับที่ ๔ กระทู้ถามลำดับที่ ๕ กระทู้ถามลำดับที่ ๖ ทางรัฐมนตรีเลื่อนนะครับ คือกระทู้ถามที่ ๒๖๑ อยู่ในวาระ ๑.๓.๒ ปัญหาสุนัขและ แมวจรจัด ซึ่งท่านสมาชิกเท่าพิภพถามนะครับ เรื่องนี้ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงมหาดไทย ท่านนิพนธ์ บุญญามณี ขอเลื่อนไปตอบในวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ครับ🔗
กระทู้ถามอีกฉบับหนึ่งที่ขอเลื่อน ก็คือกระทู้ถามอยู่ในลำดับที่ ๑.๓.๓ กระทู้ถาม ที่ ๒๖๒ เรื่อง ปัญหาอัตวินิบาตกรรมของประชาชนเพราะพิษเศรษฐกิจ (นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี สาธิต ปิตุเตชะ ได้รับมอบหมายให้ตอบ ได้แจ้งว่ามีภารกิจไม่สามารถมาได้ ขอเลื่อนตอบในวันที่ ๘ กรกฎาคม ๒๕๖๔🔗
กระทู้ถามสุดท้ายที่ขอเลื่อนคือกระทู้ถาม (นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) เรื่อง การก่อสร้างสะพานข้ามถนนและขยายถนนเพื่อแก้ไขปัญหา การจราจรบนทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๔ ถนนโชคชัย-เดชอุดม และทางหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๒๑ สายศรีสะเกษ-เชิงบันไดเขาพระวิหาร ในเขตพื้นที่อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ ท่านรัฐมนตรี อธิรัฐ รัตนเศรษฐ ซึ่งได้รับมอบหมายให้ตอบ ขอเลื่อน เนื่องจากติดภารกิจ ก็เลยขอเรียนให้ที่ประชุมได้มีโอกาสได้รับทราบนะครับ ขอขอบพระคุณ ทุกฝ่ายครับ เจ้าหน้าที่ รวมทั้งล่ามภาษามือนะครับ ขอปิดการตอบกระทู้ถามแยกเฉพาะครับ🔗
ก่อนที่ ที่ประชุมจะพิจารณาตามระเบียบวาระต่อไปนะครับ ผมขอปรึกษาที่ประชุมเพื่อขอนำ ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ขึ้นมาพิจารณาก่อน และเมื่อจบการพิจารณา ระเบียบวาระที่ ๓ แล้ว ผมขอนำเรื่องการตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง ตามระเบียบวาระที่ ๗.๕ ขึ้นมาพิจารณาต่อกันไป เพื่อเป็นประโยชน์ในการทำงานของ คณะกรรมาธิการซึ่งคงจะใช้เวลาไม่มากนัก จะมีสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มี ถือว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้ดำเนินการตามนี้นะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม🔗
รับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ (สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่สอง) รวม ๒ ครั้ง คือ🔗
ครั้งที่ ๓ วันพุธที่ ๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๓🔗
ครั้งที่ ๔ วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ ซึ่งได้วางไว้ให้ท่านสมาชิก ตรวจดูแล้วก่อนที่จะเสนอให้สภารับรอง🔗
เมื่อไม่มี สมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่น ถือว่าที่ประชุมรับรองรายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง ๒ ครั้งดังกล่าวแล้วนะครับ🔗
ระเบียบที่ ๗ เรื่องอื่น ๆ ตั้งกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการ การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ แทนตำแหน่งที่ว่างลง ๑ ตำแหน่ง เพราะลาออก🔗
ด้วยประธานคณะกรรมาธิการ พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ได้มี หนังสือแจ้งว่าขอให้ตั้งกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่าง เนื่องจากนายภานุ ศรีบุศยกาญจน์ ขอลาออกจากตำแหน่งกรรมาธิการ จึงเป็นอันพ้นจากการเป็นกรรมการตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๘ (๓) ขอเชิญท่านสมาชิกเสนอชื่อกรรมาธิการพร้อมทั้งขอผู้รับรอง และช่วย พิจารณาด้วยว่าไม่ได้เป็นกรรมาธิการเกินกว่า ๒ คณะ ตามข้อบังคับ ข้อ ๙๐ นะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตท่านประธานเสนอชื่อ ท่าน ส.ส. อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เป็นคณะกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบแทนตำแหน่งที่ว่าง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองครบ นะครับ มีท่านผู้ใดจะเสนอชื่อท่านอื่นไหมครับ ถ้าไม่มีผมถือว่าผู้ที่รับเลือกตั้ง เป็นกรรมาธิการแทนตำแหน่งที่ว่างลงคือท่าน ส.ส. ดอกเตอร์อิสระ เสรีวัฒนวุฒิ เป็นกรรมาธิการสามัญในคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ ที่ว่างลงนะครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม🔗
๒.๑ รับทราบเรื่องวุฒิสภาได้พิจารณาและลงมติอนุมัติพระราชกำหนด จำนวน ๒ ฉบับ🔗
ด้วยประธานวุฒิสภาได้มีหนังสือแจ้งว่าในคราวประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ ๓ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันจันทร์ที่ ๗ มิถุนายน ๒๕๖๔ ที่ประชุมได้พิจารณาและ ลงมติอนุมัติพระราชกำหนดจำนวน ๒ ฉบับ คือพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ พ.ศ. ๒๕๖๔ และพระราชกำหนดการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟู ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ พ.ศ. ๒๕๖๔ จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบนะครับ🔗
๒.๒ รับทราบรายงานสรุปผลการดำเนินงานของหน่วยรับงบประมาณ ที่เกี่ยวกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณ รายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ รายงานผลการดำเนินการตามข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการตามข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๒๗ วรรคสอง ประกอบกับ ข้อ ๑๐๕ วรรคสี่🔗
ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบให้ส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติโอนงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ เพื่อให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการนั้น เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มี หนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๔ รับทราบรายงานผล การดำเนินการตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ตามที่สำนักงบประมาณเสนอและให้ เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่จะจัดวางตามที่นั่ง ของท่านสมาชิกแล้ว จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบนะครับ🔗
๒.๓ รับทราบรายงานสรุปผลการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติประจำปี ๒๕๖๓ และรายงานสรุปผลการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ ประจำปี ๒๕๖๓🔗
ด้วยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้เสนอรายงานสรุปผล การดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติประจำปี ๒๕๖๓ และรายงานสรุปผลการดำเนินการตาม แผนการปฏิรูปประเทศประจำปี ๒๕๖๓ ต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ตามมาตรา ๒๔ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐ และมาตรา ๒๕ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูปประเทศ พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งรายละเอียดของรายงานดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิกแล้ว ท่านสมาชิกมี ประเด็นปัญหาติดใจที่จะซักถามหรือไม่ครับ มีรายชื่อท่านสมาชิกได้แจ้งยื่นความจำนงมา ที่จะขออภิปรายแสดงความคิดเห็นจำนวนเยอะเลย🔗
ในการนี้ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจง ข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๓๑ ขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจง ในที่ประชุม ๑. นายสุรพงษ์ มาลี กรรมการปฏิรูปประเทศด้านการบริหารราชการแผ่นดิน ๒. นายปุณณลักขิ์ สุรัสวดี กรรมการและเลขานุการคณะกรรมการปฏิรูปประเทศ ด้านกฎหมาย ๓. นายวิชญ์พิพล ติวะตันสกุล กรรมการและเลขานุการ ๔. นายธงธน เพิ่มบถศรี ผู้ช่วยเลขานุการคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านสาธารณสุข ๕. นายวินัย ดะห์ลัน กรรมการปฏิรูปประเทศด้านสังคม ๖. นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนา การเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ๗. นายวันฉัตร สุวรรณกิตติ รองเลขาธิการสภาพัฒนาการ เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เข้าร่วมชี้แจง เชิญนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกได้อภิปราย ท่านแรกเชิญท่านคารม พลพรกลาง ตามด้วยท่านศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ท่านคารม พลพรกลาง ขอมา ๗ นาที เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดร้อยเอ็ด ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสให้เวลา ๗ นาที ในการอภิปราย รับทราบรายงานสรุปผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ประเทศ ตามยุทธศาสตร์ชาติ ซึ่งจริง ๆ แล้ววาระนี้จะเข้าตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว แต่ก็เลื่อนมาสัปดาห์นี้ซึ่งผมมีความสนใจ ในรายงานฉบับนี้ เนื้อหาสาระจะอย่างไรก็แล้วแต่ถือว่าทางคณะกรรมการที่จัดทำ ได้ทำรูปเล่มออกมา ต้องถือว่าเอกสารนี้ต้องเป็นจริง ผมสนใจอยู่หลายประเด็น แต่ผมจะ เจาะเฉพาะบางประเด็นที่พอจะพูดในเวลา ๗ นาทีได้ รัฐธรรมนูญฉบับนี้เป็นฉบับที่ ๘ เขียนกำกับไว้ให้มียุทธศาสตร์ชาติ นัยก็ต้องเรียนว่าอยากให้ประเทศชาติเดินไปอย่างมี ทิศทาง แต่ท่านประธานรู้ไหมครับ ในนี้ท่านเขียนออกมาชัดเจนถ้าจะบอกว่าฟ้องตัวเองใน หลาย ๆ ส่วน ท่านก็ต้องตอบคำถาม แล้วท่านก็ต้องยอมรับ ในนี้บอกชัดว่าคนที่เป็น เลขานุการคือสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ อันนี้ชัดเจน เป็นคนที่มาเป็น เลขานุการเพื่อกำหนดทิศทางประเทศนี้ ผมจะเจาะไปเลยครับ โดยเฉพาะในประเด็น เกี่ยวกับเรื่องความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอยู่ในหน้า ๔๔ ที่ชัดเจนครับ ปี ๒๕๖๑ จีดีพี (GDP) ดี ปี ๒๕๖๒ จีดีพี (GDP) ลด ปี ๒๕๖๓ มีสถานการณ์ยิ่งลดไปหนัก เราทราบกันดีว่าสถานการณ์โควิด-๑๙ (COVID-19) ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) นี้แพร่ไปทั่วโลก แล้วก็ชัดเจนว่ายุทธศาสตร์จะตามทันไหม นี่คือสิ่งที่อยากจะสอบถามแล้วปรับอย่างไรนะครับ ต่อไปคือในเรื่องของความมั่นคง ความมั่นคงผมเจาะไปที่หน้า ๘๓ ครับ เป็นเรื่องยาเสพติดครับท่านประธาน ผมกลับไป สัปดาห์ที่แล้วท่านประธาน ลงไปพบกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ๓-๔ ตำบล ตำบลห้วยหินลาด ผมยกตัวอย่างนะครับ ตำบลหัวช้าง ที่อำเภอสุวรรณภูมิ สอบถามปัญหาทั้งหมด เขามาจบ กันที่ปัญหายาเสพติด ท่านประธานรู้ไหมครับว่ายุคนี้ยิ่งคนกลับไปอยู่ต่างจังหวัดยิ่งไม่มีงาน มันจะเกิดอะไรขึ้น ท่านรู้ไหมในรายงานฉบับนี้บอกว่า สถานการณ์ด้านยาเสพติด โดยเฉพาะ ชุมชนยาเสพติด ปี ๒๕๖๑ มีจำนวน ๒๔,๒๗๐ แห่ง ปี ๒๕๖๒ ลดมา ๒๔,๒๑๕ แห่ง ลดมา ๒๕ แห่ง ลด ๐.๑ เปอร์เซ็นต์ อันนี้รายงานฉบับนี้ ปี ๒๕๖๕ การสัมฤทธิ์ผลมันอยู่ตรงไหนครับ สังคมจะอยู่ได้อย่างไร จำนวนตำบลในประเทศไทยขณะนี้ ๗๕,๐๓๐ กว่าหมู่บ้าน สมมุติว่า ชุมชนนี้เป็นตำบล เกือบ ๒๐,๐๐๐ กว่าราย ยังติดยาเสพติด แล้วก็ลดได้ ๐.๑๐ ใช้ไม่ได้ครับ เป็นรายงานที่ฟ้องตัวเอง แล้วบอกถึงยุทธศาสตร์ที่ล้มเหลว อันนี้ต้องบอกเลยว่า เป็นเรื่องที่ท่านต้องปรับหรือท่านต้องตอบคำถาม ทำได้แค่นี้หรือครับ ๐.๑๐ เปอร์เซ็นต์ จะลดลงอย่างนี้หรือครับ ยาเสพติด ยาบ้า ยาอะไร บ้านผมไม่อยากจะบอก เดี๋ยวจะเป็น การประจาน แต่จริง ๆ เป็นทุกจังหวัด นี่ชัดเจนครับ ลดลง ๒๕ หมู่บ้าน ปี ๒๕๖๐-๒๕๖๕ ๕ ปี นี่ปี ๒๕๖๔ แล้วนะครับ ทำได้แค่นี้ หย่อนประสิทธิภาพชัดเจน บ้านเมืองมันจะ ล่มสลายจากความไม่มีสวัสดิภาพ ยุทธศาสตร์ทำไว้ เขียนไว้อย่างไร ท่านต้องตอบนะครับ🔗
ประเด็นต่อไปคือการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบ หน้า ๕๕๗-๕๖๑ ท่านไปอ่านดูได้เลยครับ เปิดดูได้เลยครับท่านผู้มาชี้แจง ล้มเหลวหมด ต่ำกว่ามาตรฐาน แล้วเขียนชัดเลยว่าอยู่ในความเสี่ยงก็มี ล้มเหลว ไม่ได้ล้มเหลวเฉพาะตัวหนังสือที่ท่าน เสนอมาให้สภาผู้แทนราษฎรรับทราบ ความเป็นจริงก็ล้มเหลว ผมกลับมาจากบ้านผม ลงพื้นที่อำเภอสุวรรณภูมิ ตอนนี้แล้งจัดท่านประธาน บ้านท่านประธานก็แล้ง บริหารอย่างไรครับ ประเทศไทยมันมีมากี่ปีแล้ว สภาพัฒน์ตั้งมาตั้งแต่สมัยไหนครับ นี่คือความที่ไม่ได้เห็นถึง ความเจริญที่ต้องกระจายไป ผมพูดเสมอครับ และยุคนี้มันก็ฟ้องชัดเจน โควิด-๑๙ (COVID-19) ระบาด คนหนีกลับไปอยู่บ้าน ไปอยู่ต่างจังหวัด ระบบการบริหารจัดการน้ำ แบบนี้ เขาจะไปทำเกษตร เขาจะไปเลี้ยงสัตว์ก็เจอลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ข้าวก็ราคาถูก ข้าวกิโลกรัมละ ๘-๙ บาท ปุ๋ยท่านประธานทราบดี กระสอบละ ๗๐๐-๘๐๐ บาท อันนี้มันจะอยู่ได้อย่างไรครับ ในเมื่อกรุงเทพฯ ก็แออัดอยู่ไม่ได้ เพราะฉะนั้นอันนี้คือ ความล้มเหลว ท่านลองตอบสิครับ มีปัญหาอะไร ระบบการบริหารจัดการน้ำถึงแย่ขนาดนี้ คลองก็ไม่ลอกให้เขา น้ำฝนก็ไม่มี คลองบางคลองเขาเสนองบมาก็ไม่ทำให้เขา มันจะไปได้ อย่างไรครับ รายงานมาฟ้องถึงความล้มเหลว แล้วผมก็ต้องสอบถาม แล้วต้องตอบด้วย นะครับ จะนั่งฟังเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ กราบเรียนด้วยความเคารพ แล้วก็ที่พูดทั้งหมดนี้ อยากจะติติง อยากจะฝากถึงท่านที่อยู่ศูนย์กลางอำนาจ ข้าราชการประจำนะครับ นักการเมืองมาแล้วไป ก้าวก่ายราชการไม่ได้ เสนอแนะไม่ได้ เดี๋ยวขัดรัฐธรรมนูญ งบประมาณก็แตะไม่ได้ พวกท่านที่อยู่ประจำ ท่านต้องคิดให้หนักครับ เพราะฉะนั้นกราบ เรียนท่านประธานในเวลาอันจำกัดนี้ว่า ผมได้อ่านรายงานที่แสดงถึงความล้มเหลวโดยสิ้นเชิง สำหรับยุทธศาสตร์ชาติ เราต้องไปปรับปรุงให้มันดี รายงานนี้ท่านเขียนเอง ผมว่าท่านให้ คะแนนตัวเองบวกมาเยอะแล้วยังแย่ขนาดนี้ ขอบพระคุณท่านประธานที่ให้เวลา กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญท่านศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ตามด้วยท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เชิญครับ🔗
ผม กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาต ที่จะอภิปรายรายงานยุทธศาสตร์ชาติ แล้วก็แผนปฏิรูปประเทศใน ๒ เรื่องที่สำคัญ ๆ ครับ ท่านประธาน จากรายงานทั้ง ๒ ฉบับ ภาพที่เห็นชัดเจนก็คือว่าความสำเร็จที่เกิดขึ้น ตามเป้าหมายของยุทธศาสตร์และแผนปฏิรูปประเทศนั้นยังมีอยู่ในเกณฑ์ต่ำมาก ผมอยากจะขออนุญาตอภิปรายในภาพใหญ่เพื่อจะตอบคำถามว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้นในเชิง การวิเคราะห์ปัญหา แล้วก็ข้อเสนอแนะครับท่านประธาน🔗
ในประเด็นแรกคือการจัดทำแผนงานโครงการที่เรียกว่าขาลงครับ หมายความว่าในหลักการเรามีแผนยุทธศาสตร์ชาติ ภายใต้กรอบของยุทธศาสตร์ชาตินี้ เราก็เอามาจัดทำแผนปฏิรูปประเทศในด้านต่าง ๆ แล้วก็จากแผนปฏิรูปประเทศ เราก็ไป จัดทำแผนงานโครงการของส่วนราชการที่ปรากฏออกมาในงบประมาณรายจ่ายประจำปี ซึ่งคณะกรรมาธิการงบประมาณรายจ่ายประจำปีก็กำลังพิจารณาอยู่ในขณะนี้ นั่นหมายความว่าแผนยุทธศาสตร์ชาติจะขับเคลื่อนได้ สุดท้ายก็คือส่วนราชการเป็นสำคัญ ในการที่จะปฏิบัติ และการปฏิบัติราชการนั้นหัวใจก็คืออยู่ที่งบประมาณรายจ่ายว่าเอาเงินไป ใช้ทำอะไร ในเรื่องอะไร เป็นต้น นั่นคือหลักการของการวางแผนยุทธศาสตร์ชาติซึ่งเป็นเรื่อง ที่น่าสนใจ แต่ในความเป็นจริงครับท่านประธาน พบว่ามันไม่ได้เป็นเช่นนั้นครับ🔗
ประเด็นปัญหาที่สำคัญก็คือเป้าหมายยุทธศาสตร์ไม่สามารถกำกับเป้าหมาย แผนงานและโครงการในงบประมาณรายจ่ายประจำปีได้ครับท่านประธาน นี่คือประเด็น ปัญหาที่เป็นหัวใจ หมายความว่าระบบงบประมาณ สำนักงบประมาณไม่สามารถจัดทำ งบประมาณที่ตอบเป้าหมายยุทธศาสตร์ชาติและเป้าหมายของแผนปฏิรูปประเทศได้ครับ สิ่งที่สำนักงบประมาณทำเป็นเพียงการจัดทำงบประมาณตามเรื่องตามประเด็นที่ยุทธศาสตร์ ชาติและแผนปฏิรูปประเทศได้บอกไว้เท่านั้นครับ ไม่ได้ปฏิบัติตามเป้าหมายอย่างมีเหตุมีผล เพราะฉะนั้นแผนปฏิรูปประเทศจึงไม่สามารถที่จะบรรลุเป้าหมายตามที่กำหนดไว้ได้ และมีตัวอย่างมากมายนะครับ เช่น เป้าหมายทางด้านความเท่าเทียม และการเติบโต อย่างมีส่วนร่วม แต่ในความเป็นจริงเราพบว่าความเหลื่อมล้ำของประเทศถ่างขากว้างขึ้น ตลอดเวลา ความยากจนสูงมากขึ้นตลอดเวลา มันสวนทางกับเป้าหมายของแผนปฏิรูป ประเทศ ผมอยากจะขออนุญาตชี้ประเด็นในรายงานของแผนปฏิรูปประเทศที่ชัดเจน ในปี ๒๕๖๓ ซึ่งมีอยู่ ๑๗๓ เรื่องว่า เรื่องที่เป็นสีแดง สีส้ม ที่ไม่ประสบความสำเร็จนั้น มีประมาณ ๔๕-๕๐ เปอร์เซ็นต์ เรื่องที่เป็นสีเหลืองหรือสีเขียวที่เรียกว่าค่อนข้างจะประสบ ความสำเร็จ แต่ก็ยังไม่บรรลุเป้าหมายมีประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์เช่นเดียวกัน ถ้าจะพูดถึงว่า สำเร็จจริง ๆ ที่เป็นสีเขียวนั้นก็มีเพียงประมาณไม่ถึง ๑๐ เปอร์เซ็นต์ดี คำถามคือทำไม แผนปฏิรูปประเทศจึงไม่ประสบความสำเร็จ จึงไม่บรรลุเป้าหมายครับ นี่คือความเป็นจริง ที่ปรากฏอยู่ในรายงานนี้ ผมถามคำถามนี้กับตัวเองครับท่านประธาน และผมอยากจะ ขออนุญาตนำเสนอวิเคราะห์ในเชิงระบบว่ามันมีสาเหตุสำคัญด้วยกัน ๔ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ขาดการวิเคราะห์ปัญหาจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ภายใต้กรอบแนวคิด เป้าหมายของแผนยุทธศาสตร์ชาติ หมายความว่าเวลาทำงบประมาณ กระบวนการนั้น เราก็ทราบกันอยู่นะครับ ส่วนราชการก็เสนอไป ตรงกับปัญหาประชาชนหรือไม่ก็ไม่รู้ ตรงกับ เป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติหรือไม่ก็ไม่ทราบ รู้แต่เพียงอย่างเดียวว่าเดี๋ยวเราจับให้มันไป อยู่ในกล่องของยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปได้ นี่คือปัญหาอันที่ ๑ ซึ่งสำคัญมาก เมื่อเราวิเคราะห์ปัญหาผิด เราจะมีคำตอบต่อปัญหาถูก ไม่ได้เด็ดขาดครับท่านประธาน นี่คือปัญหาใหญ่ที่สุดของระบบของเราในวันนี้ เหตุผลที่ ๒🔗
สาเหตุที่ ๒ คือส่วนราชการไม่ได้นำปัญหาจริงของประชาชนมาเป็นโจทย์เพื่อ จัดทำคำของบประมาณ อันนี้เป็นรายละเอียดที่ผมได้อภิปรายไปแล้ว และเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด ของประเทศของเรา เราใช้เงินปีละหลายล้านล้านบาทนะครับ แต่เงินหลายล้านล้านบาทนั้น ไม่ได้ตอบโจทย์ปัญหาที่แท้จริงของพี่น้องประชาชนครับ มันเป็นการตอบตามความคิดของ ข้าราชการประจำว่านี่คือ เงินหลายล้านล้านบาทนั้นไม่ได้ตอบโจทย์ปัญหาที่แท้จริงของพี่น้องประชาชนครับ มันเป็น การตอบตามความคิดของข้าราชการประจำว่า นี่คือแนวทางแก้ไขปัญหาประชาชน แต่ความ เป็นจริงไม่ใช่ครับท่านประธาน🔗
สาเหตุที่ ๓ สำนักงบประมาณเห็นชอบโครงการและแผนงานของ ส่วนราชการตามกรอบที่คณะรัฐมนตรีได้ให้ไว้ครับ ซึ่งกรอบที่รัฐมนตรีให้ไว้นั้นก็เป็น กรอบใหญ่ ๆ ครับ แต่ไม่ได้ตอบปัญหาจริงของพี่น้องประชาชน เมื่อเป็นเช่นนี้งบประมาณ ที่ใช้จึงไม่ได้ตอบทั้งปัญหาประชาชน แล้วก็ไม่ได้ตอบทั้งเป้าหมายของแผนปฏิรูปประเทศ ท่านประธานลองถามท่านกรรมการที่รับผิดชอบแผนปฏิรูปประเทศที่นั่งอยู่ในห้องนี้สิครับ ให้ท่านพูดความจริงที่อยู่ในใจท่านครับว่ามันเกิดอะไรขึ้น🔗
สาเหตุประการที่ ๔ สำนักงบประมาณนำแผนงานโครงการที่ได้รับ การอนุมัตินั้นมาจัดเข้ากรอบโครงการของยุทธศาสตร์ชาติแล้วก็แผนปฏิรูปประเทศครับ ที่เราเห็นรายงานอยู่อันนี้ คือการนำเข้ามาวางในกรอบยุทธศาสตร์ชาติเท่านั้นเอง แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ได้เกี่ยวกับยุทธศาสตร์ชาติและไม่ได้เกี่ยวกับแผนปฏิรูปประเทศหรอกครับ มันเกี่ยวกับสิ่งที่ข้าราชการประจำมองเห็นและสำนักงบประมาณจัดให้มันดูดีครับ เพราะฉะนั้นเอกสารงบประมาณที่อ้างว่าปฏิบัติตามแผนยุทธศาสตร์ชาติด้านนั้น ด้านนี้ แผนปฏิรูปประเทศด้านนั้น ด้านนี้ เป็นโวหารทั้งสิ้นครับท่านประธาน แต่ไม่ใช่ความเป็นจริง เพราะฉะนั้นแผนงาน โครงการใน พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีจึงอยู่ในกรอบของ ยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศตามภาษาที่เขียนเท่านั้นเองครับ แต่ไม่ใช่ตามชีวิต จริงของพี่น้องประชาชน นี่คือปัญหา ด้วยเหตุผล ๔ ประการดังกล่าวนี้เองยุทธศาสตร์ชาติ และแผนปฏิรูปประเทศจึงไม่ประสบความสำเร็จครับท่านประธาน คำถามก็คือว่าแล้วเราจะ ทำกันอย่างไร🔗
ผมขออนุญาตไปประเด็นที่ ๒ การติดตามและประเมินผลยุทธศาสตร์ชาติ ในหลักการของเรา ก็คือว่าเมื่อเรามีแผนงานโครงการของส่วนราชการที่ใช้งบประมาณ รายจ่ายประจำปีแล้วเราก็ต้องไปดูว่าใช้ไปแล้วบรรลุแผนเป้าหมายของแผนปฏิรูปประเทศ หรือไม่ และแผนปฏิรูปประเทศที่บรรลุเป้าหมายนั้นบรรลุเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ หรือไม่ นี่คือหลักการครับท่านประธาน ในความเป็นจริงเราพบว่าประเด็นปัญหาก็คือตัวชี้วัด ของแผนงาน โครงการในงบประมาณรายจ่ายประจำปีไม่ได้ตอบเป้าหมายของยุทธศาสตร์ชาติ และไม่ได้ตอบเป้าหมายของแผนปฏิรูปประเทศ ดังตัวอย่างที่ผมได้เรียนไปแล้วว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่ประสบความสำเร็จครับ คำถามที่สำคัญก็คือว่าทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ก่อนที่ ผมจะตอบคำถามนี้ผมคิดว่าเราต้องถามเสียก่อนว่าเคพีไอ (KPI) ที่อยู่ในโครงการ แผนงาน ที่สำนักงบประมาณเห็นชอบในเอกสาร พ.ร.บ. งบประมาณนั้นเกิดผลสำเร็จแค่ไหน เพราะอะไร คำถาม ๒ คำถามนี้ไม่มีคำตอบจากสำนักงบประมาณนะครับ และไม่มีระบบ ของประเทศที่จะตอบเรื่องนี้ด้วยเช่นเดียวกัน ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าเราไม่มีการทำ เปอร์ฟอร์แมนซ์ ออดิต (Performance Audit) หรือการตรวจสัมฤทธิผลของการใช้ งบประมาณตามแผนงาน โครงการที่ได้รับงบประมาณจากสภาไปในแต่ละปี เราไม่มี การประเมินความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการใช้เงิน ๓ ล้านล้านบาทหรือมากกว่า บวกกับเงินกู้อีก สิ่งเหล่านี้เป็นจุดบกพร่องที่สำคัญของระบบงบประมาณและระบบบริหารราชการแผ่นดิน ที่เป็นอันตรายอย่างยิ่ง และเป็นเหตุผลใหญ่ที่สุดที่ทำให้แผนปฏิรูปประเทศและ แผนยุทธศาสตร์ชาติไม่ประสบความสำเร็จครับท่านประธาน ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองจำเป็น ที่เราจะต้องให้ สตง. เข้ามาทำเปอร์ฟอร์แมนซ์ ออดิต (Performance audit) ซึ่งเป็นหน้าที่ ของ สตง. โดยตรง แต่ด้วยภาระงาน สตง. ถูกบีบด้วยงบประมาณและจำนวนคนให้ไปทำ คอมไพลเอนซ์ ออดิต (Compliance audit) คือตรวจเอกสาร ตรวจความถูกต้องของกฎ ระเบียบ แต่ไม่ได้ตรวจความสำเร็จของการใช้งบประมาณ เพราะฉะนั้นการใช้งบประมาณ ตาม พ.ร.บ. งบประมาณประจำปีเพื่อที่จะยืนยันว่าเคพีไอ (KPI) ของส่วนราชการ และโครงการต่าง ๆ ที่สำนักงบประมาณให้ความเห็นชอบไปนั้นเกิดอะไรขึ้นครับ วันนี้ไม่มี คำตอบ แต่ สตง. ต้องมีคำตอบ ผมคิดว่าแผนปฏิรูปประเทศจะต้องเสนอแนะแล้วครับว่า ให้ สตง. ทำหนังสือด่วนถึงท่านนายกรัฐมนตรีว่าขอให้ สตง. เข้าไปทำเปอร์ฟอร์แมนซ์ ออดิต (Performance audit) ของแผนปฏิรูปประเทศเพราะวันนี้ไม่มีใครทำครับ และยิ่งไปกว่านั้น ประการที่ ๒ เคพีไอ (KPI) ที่เรามีอยู่นั้นได้สร้างอิมแพกต์ (Impact) ให้เกิดขึ้นกับ การขับเคลื่อนแผนปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติจริงหรือไม่ ตรงนี้เป็นปัญหาในเชิง การวิเคราะห์ซึ่งจะต้องใช้เวลานานมากในการที่จะอธิบายเรื่องนี้ ให้เกิดขึ้นกับการขับเคลื่อนแผนปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติจริงหรือไม่ ตรงนี้ เป็นปัญหาในเชิงการวิเคราะห์ซึ่งจะต้องใช้เวลานานมากในการที่จะอธิบายเรื่องนี้ ผมขออนุญาตที่จะไม่พูดลงรายละเอียด แต่ผมยินดีที่จะพูดกับสภาพัฒน์ในฐานะที่เป็น เลขานุการของแผนปฏิรูปประเทศว่ารายละเอียดทำอย่างไร แล้วก็จะแก้กันอย่างไรนะครับ ท่านประธาน🔗
ข้อเสนอแนะครับ เพื่อที่จะยกระดับประสิทธิผลของยุทธศาสตร์ชาติ และแผนปฏิรูปประเทศนะครับ ข้อเสนอแนะ ข้อที่ ๑ ปรับวิธีการจัดทำงบประมาณรายจ่าย ประจำปีใหม่ ให้ตอบโจทย์ปัญหาของพี่น้องประชาชนและประเทศชาติตามยุทธศาสตร์ชาติ และแผนปฏิรูปประเทศ วันนี้ผมยืนยันอีกครั้งหนึ่ง การจัดทำงบประมาณไม่เป็นไปตามนี้ครับ ประการที่ ๒ ให้ สตง. เป็นผู้ทำเปอร์ฟอร์แมนซ์ ออดิต (Performance Audit) ของการใช้จ่าย งบประมาณประเทศ เพื่อที่จะประเมินผลสำเร็จของการปฏิบัติราชการตามยุทธศาสตร์ชาติ และแผนปฏิรูปประเทศ และประการที่ ๓ ให้สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง และ สตง. ทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการเพื่อพัฒนาสมรรถนะของระบบราชการให้เกิด สัมฤทธิผลของการปฏิบัติราชการครับ วันนี้เป็นสิ่งที่น่าเสียใจแล้วก็เศร้าใจมาก ผมพูดเรื่องนี้ ปีนี้ปีที่ ๓ แล้วครับท่านประธาน สำนักงบประมาณ กรมบัญชีกลาง และ สตง. ก็ยังต่างคน ต่างทำแล้วก็ไม่เกี่ยวข้องกันเลย ทั้ง ๆ ที่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สัมพันธ์กันอย่างแนบแน่น และแยกออกจากกันไม่ได้ ด้วยเหตุผลดังกล่าวนี้เองครับท่านประธาน ผมขออนุญาต เสนอต่อสภาพัฒน์ในฐานะเลขานุการของแผนปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติว่า ข้อที่ ๑ ขอให้สภาพัฒน์ทำงานในเชิงรุกเพื่อที่จะกำกับให้เป้าหมายของแผนปฏิรูปประเทศเป็นกรอบ การวิเคราะห์โจทย์ปัญหาของประชาชนและประเทศชาติครับ ท่านประธานครับผมพูดตรงนี้ เป็นภาษาวิชาการ ไม่ใช่เป็นภาษาสวย ๆ ใช้เป้าหมายของแผนปฏิรูปเป็นกรอบการวิเคราะห์ โจทย์ปัญหาของประชาชนและประเทศชาติ เพื่อที่จะจัดทำแผนงานโครงการในงบประมาณ รายจ่ายประจำปีของทุกส่วนราชการ เพื่อให้งบประมาณประจำปีนี้ตอบโจทย์เป้าหมายของ แผนปฏิรูปประเทศ และในเวลาเดียวกันตอบโจทย์ปัญหาของพี่น้องประชาชนไปด้วย งานนี้ยากมากครับท่านประธาน แต่สภาพัฒน์จะต้องทำให้ได้ ไม่เช่นนั้นแล้วเราก็จะมี รายงานแบบนี้ซึ่งไม่ได้เกิดผลประโยชน์อะไรทั้งสิ้นกับประเทศชาติของเรา ข้อเสนอแนะ ประการที่ ๒ ครับท่านประธาน🔗
ท่านกนก สรุปได้แล้วนะครับ🔗
ผมสรุปแล้วครับ ท่านประธาน ความจริงผมควรจะได้ ๓๐ นาที เพื่อที่จะได้ให้แผนปฏิรูปประเทศ แล้วก็ แผนยุทธศาสตร์ชาติมีคุณภาพมากขึ้นครับท่านประธาน ผมสรุป ประการที่ ๒ สภาพัฒน์ ควรจะต้องทำงานร่วมกับ สตง. ในเรื่องของการทำเปอร์ฟอร์แมนซ์ ออดิต (Performance Audit) ในเรื่องของการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อการตอบโจทย์ของแผนปฏิรูปประเทศ และยุทธศาสตร์ชาติ เพราะว่าถ้าสภาพัฒน์ไม่ทำงานร่วมกับ สตง. สภาพัฒน์จะไม่มีเครื่องมือ ไม่มีกลไกที่จะไปช่วยยืนยันว่าแผนปฏิรูปประเทศนั้นทำไมจึงไม่สำเร็จ สิ่งที่สภาพัฒน์ทำ เพียงแต่รับเอกสารรายงานจากส่วนราชการต่าง ๆ เข้ามา ตรงนี้เป็นปัญหาของรายงานนี้ เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าแผนปฏิรูปประเทศที่ไม่สำเร็จไม่ใช่เพราะ สภาพัฒน์ แต่ไม่สำเร็จเพราะ ๑. ส่วนราชการไม่ได้ปฏิบัติ และ ๒. สำนักงบประมาณ สตง. และกรมบัญชีกลาง ไม่ได้ใช้ระบบที่จะเอื้อต่อการทำงานให้เกิดความสำเร็จของแผนปฏิรูป ประเทศ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ตามด้วย ท่านนิกร จำนง เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กราบเรียนท่านครับ ผมขอร่วมอภิปรายในวาระนี้ แต่ผมคงใช้เวลาใกล้เคียง กับท่านศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ขออนุญาตด้วย เพราะว่าเนื้อหาและประเด็นนี้ ใกล้เคียงกัน ผมเริ่มอย่างนี้ครับ ผมมีสไลด์ (Slide) ขออนุญาตใช้สไลด์ (Slide)🔗
ในเอกสาร ๒ เล่ม ที่มารายงานนี่ครับ เล่มสีน้ำเงิน จะกล่าวถึงเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ เล่มสีส้ม จะกล่าวถึงเรื่อง แผนปฏิรูปประเทศ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ มาตรา ๖๕ บัญญัติเลยครับว่ารัฐพึงจะต้องมี ยุทธศาสตร์ชาติเป็นเป้าหมายชัดเจน แล้วก็มีพระราชบัญญัติการจัดทำยุทธศาสตร์ชาติ ปี ๒๕๖๐ กำหนดว่าต้องดำเนินการโดยมีสภาพัฒน์ สภาพัฒน์อยู่ที่นี่นะครับ เป็นเลขานุการ🔗
ถัดไปครับ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ ครั้งที่ ๒ ปี ๒๕๖๓ ให้ความ เห็นชอบ ผมเน้นตรงนี้นะครับ ให้ความเห็นชอบระบบติดตามและประเมินผล ภาษาอังกฤษ คืออิเล็กทรอนิกส์ มอนิเตอริง แอนด์ อีเวลูเอชัน ซิสเต็ม ฟอร์ แนชันนัล สตราตีจี แอนด์ คันทรี รีฟอร์ม (Electronic Monitoring and Evaluation System for National Strategy and Country Reform) หรือที่เรียกว่าอีเมนซ์ (eMENSCR) กำหนดหลักเกณฑ์ บนหลักความสัมพันธ์เชิงเหตุผล ประกอบด้วย ๒๑,๘๙๑ โครงการและการดำเนินงาน โดยผ่านการอนุมัติผู้บริหาร เอ็ม ๗ (M7) จำไว้นะครับ เอ็ม ๗ (M7) เดี๋ยวกลับมาจะม้วนไว้ ตรงเอ็ม ๗ (M7) ให้ดูครับตอนท้าย ในการจัดทำนั้น เป็นโครงสร้างของอีเมนซ์ (eMENSCR) แบบนี้นะครับที่เกี่ยวข้อง เกี่ยวกับตรงงบประมาณอย่างนี้ครับ ที่ท่านผู้มีเกียรติท่านที่แล้ว ท่านได้พูดไปแล้ว ผมย้ำนะครับว่าระบบงบประมาณเพื่อภาคประชาชน แต่ไม่เคยคิดถึง หัวประชาชนอย่างจริงจัง นั่นคือหัวสำคัญที่ปรากฏอยู่ในการกำหนดเป้าหมายเพื่อรองรับ ตัวเอกซ์ (X) ตัววาย (Y) ตัวซี (Z) ในการกำหนดแผนงานดังกล่าวนะครับ🔗
วันนี้ผมจะพูดถึง ๒ จุดครับ โควิด (COVID) มา ๓ รอบ ตอนนี้ช่วงนี้คือ ๒ รอบเท่านั้นเองปี ๒๕๖๓ ในการรายงานนี้มีทั้งเขียว เหลือง แดง ส้ม ผมจะพูดเฉพาะแดง กับเขียวนะครับ แดงคือวิกฤติบวกส้มนิดหน่อย เขียวคือบอกว่าซักเซส (Success) ท่านประธานครับ มันซักเซส (Success) อย่างไร ดูที่หน้า ๖ เอกสารเปิดได้ ถัดไปครับ การประเมินผลการพัฒนา ในหน้า ๖ เอกสารในเรื่องของการรายงานผู้บริหารครับ ภาพรวม ยุทธศาสตร์ ปี ๒๕๖๓ พบว่าประเทศไทยมีแนวโน้มที่ดีขึ้นหลายมิติ คนไทยมีคุณภาพชีวิต สุขภาวะและความเป็นอยู่ ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ความหลากหลายหลายมิติมีทิศทางดีขึ้น การเข้าถึงการศึกษา เข้าถึงหลักสุขภาพชีวิตของประชาชนผู้สูงวัยดีขึ้น ด้านประสิทธิภาพ ของภาครัฐในการตอบสนองความต้องการของประชาชนค่อนข้างคงที่🔗
อ่านในรายงาน พลิกไปหน้า ๗ ครับ ขอสไลด์ (Slide) หน้า ๗ นี้พูดถึงสีเขียว อีกครับว่ามีสถานการณ์ในทิศทางที่ดีขึ้น ทั้งการท่องเที่ยว พื้นที่น่าอยู่ การเสริมสร้างให้ คนไทยมีสุขภาวะที่ดีขึ้น ศักยภาพด้านกีฬา พลังงาน ทางสังคม ทางด้านการบริหารจัดการ น้ำทั้งระบบ และการบริการ ที่ผมพูดไปแล้วนะครับ จะเห็นว่า ๓ ตัวท่องเที่ยวดีหรือครับ ปีที่แล้วผ่านมาเจ๊ง เจ๊ง เจ๊ง เจ๊งครับ แซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) จะเป็นโมเดล (Model) แรกที่จะรู้ว่ารัฐบาลนี้มีฝีมือ ไม่มีฝีมือ เสริมสร้างให้คนไทยมีสุขภาวะดี นี่ครับตาย ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ คน ป้องกันได้ไหมครับ ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ารอบ ๒ แล้วยังทำอะไรไม่ได้ การบริการ ประชาชนและภาครัฐ วัคซีนอยู่ไหนครับ กฎหมายรัฐธรรมนูญเขียนไว้ชัด ๆ นะครับว่า ท่านต้องจัดฟรี เปิดได้อย่างไรครับทางเลือก ผมไม่เข้าใจนะครับ🔗
หน้าถัดไปครับ ใน (๙) เขตเศรษฐกิจพิเศษ เป้าหมายการลงทุนที่อยู่ในแผน ว่าจะได้รับการยกระดับ เป็นที่ทราบกันดีนะครับว่าในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ ปี ๒๕๖๕ ไม่มีแผนบูรณาการนี้ ปิดจ๊อบ (Job) ไปเลยครับ ตั้งแต่ท่านรองนายกรัฐมนตรี ที่ชื่อสมคิดเอาเข้ามา หายไปแล้วครับ แน่นอนครับ ๑๐ เขตเศรษฐกิจพิเศษเจ๊ง มีแต่อินฟราสตรักเจอร์ (Infrastructure) ครับท่านประธาน ผลลัพธ์คือไม่เกิดขึ้นครับ ตั้งแต่ปลายยุครัฐบาลที่แล้ว ๖ สีแดงขั้นวิกฤติครับ ที่ผมบอกอยู่ในเอกสารเล่มนี้ มีความมั่นคง เกษตร พื้นที่และเมืองน่าอยู่ การพัฒนาการเรียนรู้ การต่อต้านการทุจริตประพฤติมิชอบ เปลี่ยนจากสีส้มเป็นสีแดง อุตสาหกรรม อุตสาหกรรมและการบริการแห่งอนาคต เห็นไหมครับว่า ๖ ตัวนี้เป็นหลักที่เป็นขั้นวิกฤติ ท่านบอกว่ามันวิกฤติอย่างไร ผมเน้นเลยครับว่าทุจริตยังปรากฏอยู่ชาวบ้าน เขาด่าอยู่ทุกวันครับท่านประธาน เกษตรยังไม่มีการทำกิน ความมั่นคงมีอย่างเดียวครับ มั่นคงสงบนิ่ง เยือกเย็นคลุมได้ไม่วุ่นวายจับเด็กเข้าเรือนจำ นั่นคือยุทธศาสตร์ครับท่าน และผมไม่ทราบว่าคณะกรรมการยุทธศาสตร์ที่มีท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ประชุม กี่ครั้ง ปรับหรือยังครับ กฎหมายสั่งให้ปรับทบทวนทำไหมครับ ไม่ เล่มต่อไปครับ ท่านประธานครับ รายงานสรุปผลของแผนปฏิรูป ผมจะพูดในแค่เรื่องของหมวด ๑๖ ที่ปรากฏว่าการปฏิรูปบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติแผนและขั้นตอนการดำเนินการปฏิรูป ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๐ กำหนดอะไรครับ กำหนดผลสัมฤทธิ์ กำหนดเลยนะครับในแผนปฏิรูปนี้ เขียนไว้ กำหนดให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ถึงเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญภายในระยะเวลา ๕ ปี ปี ๒๕๖๕ ครบครับ ขออีกสัก ๓ นาทีครับท่านประธาน มีเอกสารปรากฏที่อยู่ในเล่ม สีส้มครับท่านประธาน ผมอ่านนี่ครับ พบครับ การบรรจุเป้าหมายแผนปฏิรูป ๑๒ ด้าน ๑๗๓ เรื่อง อันนี้ก็ใช้เหมือนกันครับ สีแดง ส้ม เหลือง เขียว ท่านดูสิครับว่าปี ๒๕๖๒ มียอด เท่าไร แล้วก็ปี ๒๕๖๓ ที่ผ่านมา ก็พูดง่าย ๆ ว่าสีแดงสามารถทำตัวลดลงได้เหลือ ๑๔ สีเขียว สามารถบวกจาก ๑๐ เป็น ๖ ได้ แล้วสีส้มก็ลดลงนิดหน่อย ผมจะพูดถึง ๒๖ เรื่องของสีแดง สีส้ม ๗๑ เรื่อง ที่ปรากฏในขั้นวิกฤติ มีอยู่ใน ๖ ด้านที่มี ๑๔ เรื่อง ด้านการเมือง ด้านกฎหมาย ด้านเศรษฐกิจ ด้านสิ่งแวดล้อม ด้านสาธารณสุขและพลังงานนะครับ อภิปราย ใน ๔ ด้านนี้เท่านั้นเองครับว่า ด้านการเมืองนั้นเน้นสันติวิธี รู้รักสามัคคี รัฐ รัฐ รัฐ รัฐรวมศูนย์ สร้างสันติวิธีหรือครับ จับคนเข้าคุก รู้รักสามัคคีหรือครับ สร้างแตกแยก จับบุคคลบนเน็ต (Net) ใครโพสต์ (Post) เห็นต่าง ความเห็นแตกแยกไม่ได้ ไม่มีทางครับ รัฐเองต้องยอมรับความเห็นต่าง และลดทิฐิการใช้สแลปลอว์ (SLAPP Law) ด้านเศรษฐกิจ รวมกลุ่มในภูมิภาค มีหรือครับภูมิภาคไหน หลักอะไรครับท่าน การพัฒนาการเมืองเป็น ศูนย์กลาง รัฐรวมศูนย์อย่างนี้ทำได้หรือครับ ไม่มีทางครับ ด้านสาธารณสุข การบริการ ด้านการสาธารณสุขปัจจุบัน โควิด-๑๙ (COVID-19) บุก ๓ รอบ จะกลายเป็น ๔ รอบ กำลังพลด้านสุขภาพ รัฐทำอะไรครับ อะไรคือแรงจูงใจ งบประมาณที่จ่ายให้บุคลากร โอกาส ที่จะสร้างเศรษฐกิจมีหรือเปล่าครับ ด้านสุดท้ายครับพลังงาน การปฏิรูปโครงสร้างกิจการ ไฟฟ้า แล้วก็เรื่องโซลาร์ รูฟ (Solar Roof) อย่างเสรีไม่พอครับ ไม่มีครับ มีที่ไหนครับ ท่านประธานครับ สรุปครับปี ๒๕๖๔ ที่ปีนี้กำลังทำครับ ในทั้งหมดนี้สีแดง ถ้าไม่ลด ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แสดงว่าไปไม่ถึงไหนครับ การขับเคลื่อนนี้ปิดไปเหมือนเขตเศรษฐกิจพิเศษ เขตชายแดนได้เลยครับ นั่นคือการขับเคลื่อนประเทศที่ล้มเหลว เพราะตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ เป็นต้นมา ใช้เงินมากกว่า ๑๒ ล้านล้านบาทเศษ ผลสัมฤทธิ์ที่ปรากฏในขาวคาดแดง ที่ท่านกนกพูดนี้ ผมบอกว่ามันแค่ตัวเลขเอามาจิ้มใส่ตามรัฐธรรมนูญให้ปรากฏไว้ว่ามี แล้วก็ ไม่ได้คอมแพร์ (Compare) ความอ่อนแอหรือความล้มเหลวของหน่วยรับงบประมาณ แต่อย่างไรไม่เชื่อไปดูสิครับ บางทีก็หายไปเลยเฉย ๆ ปีนี้ไม่มีผลสัมฤทธิ์ตัวนี้ โผล่มาปีนี้ ปี ๒๕๖๕ มีผลสัมฤทธิ์ใหม่ขึ้นมา เอาอะไรคิดครับ นั่นคือสิ่งหนึ่งที่ผมตั้งคำถามวันนี้ครับ ท่านประธานครับ สุดท้ายจริง ๆ ครับ หนังสือพิมพ์เล่มใหญ่เขาโพสต์ (Post) เลยครับว่า ๗ แผนเคลื่อนประเทศไทยต่อ นี่ครับ ผมส่งกระทู้ถามเมื่อเช้าครับท่านนายกรัฐมนตรี เอาเงินจากที่ไหนครับ เหลือไตรมาส สุดท้าย ปี ๒๕๖๔ ท่านจะโอนงบประมาณ ออก พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปี เสนอใหม่ หรือจะตัดโอนงบประมาณ ในปี ๒๕๖๔ เพื่อขับเคลื่อน ๗ แผนใช้เงินจากไหน หน่วยรับงบประมาณทำหรือยัง ถ้าไม่ใช้ท่านจะใช้ปีหน้า ปี ๒๕๖๕ บรรจุอยู่ในเล่ม ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีหรือเปล่า เปล่าไม่มี มีตอบผมครับ แล้วขอให้ตอบ เร็ว ๆ กระทู้นี้ในสภาเพิ่งยื่นเมื่อเช้านี้ลงเลขรับไว้ครับ เลขรับที่ ๒๓๔ ตามดูได้ครับ ท่านประธาน นี่คือผลงานของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติและคณะกรรมการปฏิรูป ทั้ง ๑๒ ด้านครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านนิกรครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทยพัฒนา ผมขออภิปรายรายงาน ผลของแผนการปฏิรูปประเทศ ประจำปี ๒๕๖๓ ยุทธศาสตร์ชาติไม่อภิปราย มันอยู่ด้วยกัน แต่ว่าจากบุคคลที่มารายงานในวันนี้มาจากปฏิรูปประเทศล้วน ๆ ส่วนของสภาพัฒน์ ก็ไม่ทราบว่าจะมาถึงหรือยัง แต่ว่าเท่าที่ทราบนี้มาจากปฏิรูปล้วน ๆ ผมก็จะขอพูดเฉพาะ ภาพรวมของแผนปฏิรูปประเทศตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ผมพูดรวมทั้งหมดไม่ใช่เฉพาะปีนี้ ท่านประธานครับ ผมขอสรุปหนัก ๆ เลยว่าภาพรวมทั้งหมดจะไม่สามารถสำเร็จลงได้ ตามเป้าประสงค์อย่างแน่นอน อีกครั้งนะครับท่านประธาน สรุปว่าไม่สามารถจะสำเร็จลงได้ ตามเป้าประสงค์อย่างแน่นอน ท่านประธานครับ ผมมีเหตุผลที่จะชี้แจงว่าทำไมผมพูดเช่นนั้น🔗
ประเด็นแรก ก็คือว่าท่านประธานเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่าเริ่มด้วยดีมีชัยไป กว่าครึ่ง แต่แผนปฏิรูปประเทศที่ทำกันครั้งนี้เริ่มต้นไม่ดี ดังนั้นก็มีความปราชัยไปกว่าครึ่ง เหมือนกัน กลับด้านกัน แล้วก็นอกจากนั้นไม่มีงบประมาณสนับสนุนแผนปฏิรูปประเทศ ที่สมควร🔗
ประเด็นต่อไป ที่ผมยืนยันว่าไม่สำเร็จ ตลอดมานี้มีการเสียเวลาส่วนใหญ่ ไปกับการรายงานทุก ๓ เดือน อันเป็นการดำเนินการเร่งด่วนที่ไม่สำคัญหมายความว่า มะรุมมะตุ้มอยู่ ครบ ๓ เดือนต้องรายงาน ครบ ๓ เดือนต้องมาสภา ครบ ๓ เดือนต้องมาสภา นี่ก็เลยเป็นเหตุทำให้งานเร่งด่วนก็คือรายงานสภา งานหลักก็เลยไม่ได้ทำ ท่านประธานครับ ผมขอขยายความว่ารายละเอียดของปัญหาความไม่สำเร็จของแผนปฏิรูปส่วนแรกนี้เกิดจาก การกำหนดเวลาของแผนผิดพลาดในรัฐธรรมนูญนี้เอง ตามมาตรา ๒๕๙ นี้ที่กำหนดว่าจะให้ มีผลสัมฤทธิ์ กำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญภายในระยะเวลา ๕ ปีนับตั้งแต่วันประกาศใช้ รัฐธรรมนูญ ดังนั้นแผนทั้งหมดนี้ตามรัฐธรรมนูญจะครบลงในวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๖๕ ซึ่งจนถึงวันนี้จะเหลือเวลาแค่ ๙ เดือนกับ ๖ วันเท่านั้น ดังนั้นเราสามารถวัดได้เลยว่า ไม่มีทางที่จะบรรลุได้ เวลาเหลือ ๙ เดือนจะสำเร็จได้อย่างไร คือเรื่องนี้ปัญหาต่อมาก็คือที่ผม เรียนว่าเป็นการเริ่มต้นที่ไม่ดี ประเด็นแรก ก็คือแผนที่กำหนดผิดพลาดในรัฐธรรมนูญ ปัญหาที่ ๒ ก็คือว่าทางกรรมการเองต้องยอมรับ พวกเราก็ยอมรับว่าตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงครึ่งแผน คือ ๒ ปี กรรมการไม่ครบ กรรมการตอนนั้นตั้งขึ้นมา ๑๕ คนตามกฎหมาย เราใช้เวลาไป ๑ ปีในการทำแผนปฏิรูป พ.ร.บ. ปฏิรูป ช่วงนั้นผมอยู่ สปท. ก็ได้นำเข้ามาดูกันทำรายงาน อยู่บ้างแล้ว เสียเวลาไป ๑ ปี ๑ ปีต่อมาตั้งคณะกรรมการปฏิรูปขึ้นมา มีการเลือกตั้ง มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ปรากฏว่ากรรมการปฏิรูปลาออกไปมากมายนะครับ ทำให้ กรรมการไม่ครบ อย่างกรรมการปฏิรูปการเมืองเหลือกรรมการแค่ ๒ คนเท่านั้นเอง ดังนั้น กรรมการหายไปจนกระทั่งบางคณะนี้ประชุมไม่ได้ ทำรายงานไม่ได้ ตั้งใหม่ รัฐบาลเองก็ไม่ตั้ง กรรมการปฏิรูปเข้าไปทดแทนนะครับ เพิ่งมาตั้งคณะกรรมการเพิ่งครบนี้ แต่เมื่อมีการปรับแผนใหม่เมื่อวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ ปีนี้เองท่านประธาน ๓ ปีเข้าไปแล้วเพิ่งมี กรรมการครบ แล้วพอตั้งเข้าไปแล้วมีการกำหนดใหม่อีก ๒ คณะ เดิมมี ๑๑ เพิ่มไปอีก ๒ อีก ๒ นั้นเพิ่งตั้งไข่เลยตอนนี้ ในระยะปลายของแผน ดังนั้นกลายเป็นแผนก็ใหม่ กรรมการก็ใหม่ บวกเข้าไปอีก ๒ คณะ แล้วจะสัมฤทธิ์ได้อย่างไรท่านประธานครับ การนำแผนปฏิรูปซึ่งยากมาก มันเป็นเรื่องที่ยากการปฏิรูปประเทศจาก ๕ ปี มาดำเนินการให้บรรลุผลภายใน ๑ ปีสุดท้าย แล้วเหลือเวลาทำงานจริง ๆ เหลืออีก ๑ ปี คือ ๙ เดือนเท่านั้นเองถ้านับจากวันนี้ ดังนั้นต่อ ให้มี ๑๐ เศียร ๑๐ หน้าอย่างทศกัณฑ์ก็ไม่มีทางเป็นไปได้ ท่านประธานครับ ไม่สามารถจะทำได้ ปัญหาอีกอย่างหนึ่ง ผมติดตามมาโดยตลอด ปัญหาด้านงบประมาณ อันเป็นรูปธรรม คือแผนที่มีมันวัดกันด้วยงบประมาณ ปรากฏว่ามีปัญหา ๒ อย่าง อย่างที่ ๑ ในการกำหนดงบประมาณของแผนไม่สมบูรณ์ตั้งแต่ต้น หมายถึงแผนที่เคยทำมาก่อนนะครับ เราไม่นับแผนที่เพิ่งมาทำใหม่ ขณะนี้ไม่ทันอยู่แล้วนะครับ คือแผนไม่สอดคล้อง ท่านประธาน คงจำได้ว่าแผนบางแผนใช้เงินเป็นหมื่นล้าน แต่บางแผนใช้เงินปีละ ๔๕๗ ล้านบาท อย่างเช่น ปฏิรูปการเมือง แล้วแบ่งเท่า ๆ กันทั้ง ๔ ปี ซึ่งเป็นไปไม่ได้ แสดงว่าการกำหนดประเด็นแรก มากเกินไป เขาก็ไม่ให้ ประเด็นที่ ๒ น้อยเกินไปที่จะทำ ก็เลยทำได้แต่เว็บไซต์ (Website) ในการปฏิรูปการเมือง ปัญหาต่อมาก็คือว่ามีแผนบางแผนเหมือนกันใน ๑๑ ปฏิรูปที่ทำ งบประมาณได้ดี แต่สำนักงบประมาณไม่ได้จัดเงินให้ เพราะว่าอยู่คนละส่วน แผนปฏิรูป ก็ปฏิรูปไป เพราะว่าโดยหลักการแล้วคือไม่จัดเงินให้ จัดแผนเงินไม่ดี กับแผนดีแต่ไม่มีเงิน มันก็คือล้มเหลวเหมือนกันทั้ง ๒ อย่าง ท่านประธานครับ ปัญหาที่ ๓ ที่ผมเรียนแล้ว เมื่อสักครู่นี้ว่า ปัญหาการต้องรายงานทุก ๓ เดือน เป็นภาระที่ผิดพลาดมากในการออกแบบ แผนงานตามรัฐธรรมนูญมาตรานี้ ซึ่งท่านกรรมการที่มาชี้แจงท่านหนึ่งเคยเป็น สปท. อยู่ เป็นพยานได้ว่าผมได้เคยพูดเรื่องนี้ตอน สปท. ว่า ๓ เดือนรายงานอย่าทำ ผมเคยนั่งในบอร์ด (Board) บริหารคือใน ครม. มาก่อน ๓ เดือนนี้แผนยังไม่ทันเสร็จเลย งบประมาณไม่มีแล้ว ถ้าทุก ๓ เดือนต้องมารายงานต่อสภานี้ไม่ต้องทำอะไรแล้ว ผมแย้งไว้อย่างนี้ แล้วปรากฏว่า ไปกำหนดไว้ทุก ๓ เดือน คือกำหนดไว้ในนี้ครับ กำหนดไว้ว่านอกจากจะมีหน้าที่นี้ใน รัฐธรรมนูญและอำนาจตามที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญแล้ว ให้วุฒิสภาตามมาตรา ๒๕๙ มีหน้าที่และ อำนาจติดตามเสนอแนะ เร่งรัดการปฏิรูป และระบุว่าเพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามหมวด ๑๖ การปฏิรูปประเทศและการจัดทำให้ดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ ในการนี้ให้คณะรัฐมนตรี แจ้งความคืบหน้าในการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศทราบทุก ๓ เดือน ท่านประธานครับ ด้วยเหตุผลที่ลำดับมาแล้วนี้ ผมสรุปด้วยความมั่นใจว่าแผนปฏิรูปประเทศตามหมวด ๑๖ ว่าด้วยการปฏิรูปประเทศทั้งเก่าและใหม่ ทั้ง ๑๓ แผน จะไม่สามารถมีผลสัมฤทธิ์ตามที่ คาดหวังจะบรรลุได้ในระยะ ๕ ปี หลังการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ เพราะเหลืออีก ๙ เดือน ตามที่บัญญัติไว้อย่างแน่นอน ท่านประธานครับ ขอเวลาสัก ๑ นาที เสนอว่าจะทำอย่างไร สถานการณ์นี้ ผมเสนอประการแรกนะครับ ขอให้คณะกรรมการต่าง ๆ ซึ่งท่านก็ได้กรุณามา เดิมนี้ไม่มีใครมา ท่านก็ได้มาในวันนี้นะครับ ทำงานกันอย่างเต็มกำลังความสามารถ ให้มีผลดี ออกมาเท่าที่ท่านสามารถกระทำได้ตามเวลาที่เหลืออยู่ โดยการเรียนรู้ข้อผิดพลาดจากแผน ปฏิรูปเดิมนะครับ แล้วก็ทำงานทุกวันให้เหมือนเป็นวันสุดท้าย ท่านมีเวลาเหลืออยู่ ๙ เดือน ทำไปเลย ทำให้เต็มที่ แผนอันใหม่นี้พอใช้ได้ ผมดูแล้วนะครับ แต่ว่าเวลาท่านหมดแล้ว อันที่ ๒ ผมขอยืนยันเหมือนทุกครั้งที่ต้องการเห็นมาตลอด ๔ ปีว่า ผมเองดีใจที่รัฐธรรมนูญ ฉบับนี้มีแผนปฏิรูปเป็นหมวด ๑๖ แทรกเข้ามา ผมดีใจ ผมพอใจ แต่ผมไม่พอใจเรื่อง รายละเอียดข้างใน ดังนั้นผมเห็นดีแล้วที่มีหมวดพิเศษ ดังนั้นจึงควรจะต่ออายุการปฏิรูป ประเทศออกไป โดยบัญญัติให้รัฐสภา เดิมเป็นวุฒิ ถ้าตามบทเฉพาะกาล แต่ตอนนี้ให้รัฐสภา โดย ๒ สภาช่วยกันควบคุมดูแล แล้วก็ให้ดำเนินการไปตามรัฐธรรมนูญ และขอให้สามารถ ปรับปรุงแก้ไขขยายอายุออกไป ไม่อย่างนั้นหมวดปฏิรูปเป็นหมวดถาวรในรัฐธรรมนูญ ถ้าไม่ขยายไปมันจะจบไปอีก ๙ เดือน แล้วจะทำอย่างไร ผมยังหวังว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่เสนอร่างเข้าไปนี้มีแผนเรื่องนี้อยู่ด้วย ผมยังหวังอยู่ แต่ตอนนี้ถูกตีตกไปแล้ว ก็ไม่รู้จะหวัง อะไรได้ ดังนั้นก็ขอเสนอความเห็นใน ๒ อย่าง คือ ๑. เวลาที่เหลือทำให้เต็มที่ ๒. หาโอกาส ในการขยายถ้าสามารถทำได้ ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานด้วยความเคารพครับ ขอบพระคุณครับ🔗
สมาชิก อีก ๓ ท่านที่จะอภิปรายต่อไปนะครับ ท่านประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ พรรคเพื่อไทย ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม พรรคพลังท้องถิ่นไท ท่านสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ พรรคก้าวไกล เชิญท่านประเดิมชัยครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดินแดง-ห้วยขวาง พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ขออนุญาตในการที่จะได้แสดงความคิดเห็นต่อรายงาน สรุปผลการดำเนินการติดตามแผนการปฏิรูปประเทศ ประจำปี ๒๕๖๓ ซึ่งเล่มใหญ่มากครับ ที่หน่วยงานได้นำมาเสนอให้สภาแห่งนี้ได้พิจารณา ท่านประธานครับ เรื่องของแผนปฏิรูป ประเทศเกิดจากการกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญที่พวกเรา วิพากษ์วิจารณ์มาโดยตลอดว่าเป็นรัฐธรรมนูญที่ไม่ได้เป็นประชาธิปไตย สิ่งที่ได้มีการกำหนดไว้ มองดูเหมือนว่าจะดูดี ว่าถ้าประเทศของเรามีการปฏิรูปก็จะทำให้พี่น้องประชาชนนั้นอยู่ดีกินดี ภายใต้การกำกับของสภาพัฒน์ ในการที่จะขับเคลื่อนให้มีการปฏิรูปประเทศไทย ของเรา แต่ท่านประธานครับ หลังจากที่ได้มีการประกาศแผนปฏิรูปประเทศ เราเฝ้าติดตาม ดูว่าสิ่งที่จะเกิดการเปลี่ยนแปลงจากแผนปฏิรูปประเทศนี้มีอะไรที่เป็นตัวชี้วัดที่กำหนดทำให้ บรรลุวัตถุประสงค์บ้างหรือไม่ ท่านประธานลองมองย้อนไปดูว่ากลไกที่จะทำให้แผนปฏิรูป ประเทศประสบความสำเร็จ นั่นก็คือในส่วนของราชการ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวง ทบวง กรม ต่าง ๆ หน่วยงานองคาพยพทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับราชการ จะเป็นตัวกลไกในการขับเคลื่อน ให้ประเทศนี้สร้างความอยู่ดีมีสุข ให้กับพี่น้องประชาชน แต่พวกเราเองในฐานะที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอยู่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชน ท่านประธานก็คงเห็นว่า ในสถานการณ์ปัจจุบันจากปี ๒๕๖๐ จนกระทั่งถึงปี ๒๕๖๔ พี่น้องทุกคนที่อยู่ภายใต้ การบริหารงานของนายกรัฐมนตรีที่ชื่อ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มีหน้าที่ใน การขับเคลื่อนกระทรวง ทบวง กรม ให้นำไปสู่การแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้อง ประชาชน สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้พี่น้องร้องกันระงม เรียกร้องกันตลอดเวลาว่าพวกเขาทุกข์ยาก ว่าพวกเขาลำบาก ถามว่าทำไมเป็นอย่างนั้น ท่านประธานครับ จริง ๆ แผนปฏิรูปประเทศจะประสบ ความสำเร็จ มันต้องเริ่มจากล่างไปสู่บน ไม่ใช่เริ่มจากบนมาสู่ล่าง คำว่า เริ่มจากล่างไปสู่บน ก็คือว่าต้องสร้างกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชน สร้างความเข้าใจให้กับพี่น้อง ประชาชน วันนี้อย่าถามเลยว่าประชาชนมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องของแผนปฏิรูปหรือว่ามี ส่วนร่วมมากน้อยแค่ไหน ผมเชื่อว่าท่านประธานก็คงมีคำตอบที่อยู่ในใจอยู่แล้วว่าเป็น อย่างไร หรือแม้แต่ในส่วนของข้าราชการผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด ถ้าวันนี้ท่านประธานไปสอบถาม ว่าเข้าใจไหม ว่ามีแผนปฏิรูปเกิดขึ้นตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ จะต้องทำอย่างไร กันบ้าง ผมเชื่อครับท่านประธานว่าเกินกว่าร้อยละ ๕๐ คนที่เป็นข้าราชการไม่ได้มีความรู้ ความเข้าใจ คอยแต่ว่านายจะสั่งอย่างไรก็ทำอย่างนั้น ผมถามว่าแล้วอย่างนี้ประเทศชาติของเรา จะพัฒนาหรือว่าเดินหน้าไปตามที่แผนปฏิรูปประเทศที่เขียนไว้อย่างสวยหรู ว่าเราจะต้อง ร่วมกันดูแล ซึ่งในนี้มีการกำหนดไว้ทั้งหมดประมาณ ๑๒ ด้าน พูดง่าย ๆ ว่าที่เกี่ยวข้องกับ คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน แต่ถามว่ามีแผนไหนสักแผนไหม ๔ ปีแล้วนี่ ประสบ ความสำเร็จ ล่าสุดท่านประธานครับ โดยเฉพาะเรื่องแผนปฏิรูปการเมือง คณะกรรมการที่มา กำกับดูแลเรื่องแผนปฏิรูปการเมืองนี้เพิ่งมาตั้งกันครบท่านประธานครับ แล้วถามว่าอย่างนี้ การเมืองจะเดินหน้าไปได้ไหม มันก็เป็นไปไม่ได้หรอกครับ เพราะว่าแม้แต่กรรมการ เพิ่งมาตั้งกันได้ครบเมื่อเร็ว ๆ นี้เอง ระยะเวลาในการกำหนดแผนผ่านไป ๓ ปีเพิ่งมีกรรมการครบ อย่างนี้จะถือว่าเป็นการปฏิรูปได้อย่างไรท่านประธานครับ หาคนมาทำงานในการที่จะ ขับเคลื่อนของแผนยังยากเลย แล้วถามว่ากระบวนการในการที่จะทำให้พี่น้องประชาชน มีส่วนร่วมในการดูแลมันจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ยิ่งเลวร้ายไปกว่านั้น ท่านประธานครับ กระบวนการในเรื่องของการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ผมอยู่กรรมาธิการ ป.ป.ช. ของสภาผู้แทนราษฎร เรื่องร้องเรียนเข้ามาเยอะมากในส่วนของการทุจริตและ ประพฤติมิชอบ ซึ่งชี้ให้เห็นว่ายิ่งกลไกการตรวจสอบ โดยเฉพาะสภา ซึ่งถูกกำหนด ไม่สามารถให้เรียกผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจง เขาไม่สามารถมาได้ เพราะว่ามันมีกฎหมายบังคับ ยิ่งทำให้กลไกการตรวจสอบยิ่งยากและล้มเหลว ฉะนั้นตรงนี้ผมคิดว่าถึงเวลาที่จะต้องมี การเปลี่ยนแปลงและจะต้องมีการแก้ไขให้มีการคานอำนาจในการติดตามตรวจสอบได้ อย่างแท้จริง ใครไม่มาเหมือนกับรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ มีบทลงโทษจำคุกไม่มาให้ข้อมูล แต่ปี ๒๕๖๐ บอกว่าไม่จำเป็นต้องมา อย่างนี้กลไกการทำงานของสภาเองก็ไม่สามารถ ตรวจสอบได้ อย่างนี้จะนำไปสู่การปฏิรูปได้อย่างไร ฉะนั้นก็ขออนุญาตนำเรียนท่านประธาน ฝากไปถึงสภาพัฒน์ได้ร่วมกันในการพิจารณาเพื่อที่จะได้นำไปสู่การแก้ไขปัญหาหรือว่า การปฏิรูปอย่างแท้จริง ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านอาจารย์โกวิทย์ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช วันนี้ผมขออภิปราย เฉพาะแผนการปฏิรูปประเทศนะครับ เพราะว่าอีกเล่มหนึ่งเป็นแผนสรุปรายงานของ ยุทธศาสตร์ชาติ ก่อนอื่นก็ต้องขอชมเชยท่านผู้ทำรายงานว่า ทั้ง ๒ เล่มนี้หนามาก แล้วก็อ่านแล้วค่อนข้างจะมึนงง สับสน ที่พูดอย่างนี้เพราะว่ามันอาจจะเป็นประโยชน์ ในการนำเอาไปเข้าห้องสมุดให้นักศึกษาได้ทำรายงาน ทำวิทยานิพนธ์ สารนิพนธ์ นี่เป็นจุดดี แต่อย่างไรก็ตามก็เห็นประโยชน์อยู่บ้างในแง่ของการทำงาน ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า พอเราพูดถึงผลการดำเนินงานการปฏิรูป ก็มีเรื่องของการทำงานที่ผ่านมาว่าเป็นอย่างไรบ้าง แล้วก็ไปกำหนดเรื่องของเป้าหมาย ค่าเป้าหมายที่จะบรรลุว่าเป็นอย่างไร รวมทั้งภาพรวม ที่จะทำงานความท้าทาย อันนี้คือการออกแบบที่ทางคณะกรรมการได้ดำเนินการจัดทำ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมขอเจาะเฉพาะประเด็นเรื่องการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการจัดสรรทรัพยากรที่เป็นธรรมในเวลาอันสั้น เพื่อจะทำให้ เห็นภาพว่าการดำเนินงานที่ผมบอกว่ามันทำให้มึนงงแล้วก็ไม่ชัดเจน ก็เพราะอะไรนะครับ เรียนท่านประธานว่าการเสนอค่อนข้างจะมีปัญหาอยู่บ้างนะครับ ผมอยากจะเรียนว่าใน การปฏิรูปด้านการกระจายอำนาจนี้ อยากเรียนท่านประธานว่าพอเราไปอ่านผล การดำเนินงานที่ผ่านมาเราก็ไม่เห็น เพราะว่าการเขียนทั้งหมดนี้เขียนภาพกว้าง เขียนแล้วทำ ให้เสมือนว่าเราดูดีในเรื่องที่เขียน แต่เราไม่เห็นทิศทางที่จะเดินว่าเป็นอย่างไร ผมจะยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้ทราบ สมมุติว่าการกระจายอำนาจที่ผ่านมาเป็นอย่างไร ในการดำเนินงาน ผมยกตัวอย่างสัก ๒ เรื่อง เช่น ในรายงานเขียนว่า การถ่ายโอนภารกิจ อำนาจของส่วนราชการถ่ายมาให้กับท้องถิ่นนี้เราไม่เห็นว่าการดำเนินงานนี้ดำเนินอย่างไร เท่าไร มีภารกิจอะไรที่ค้าง ยังไม่ถ่ายโอนตาม พ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจาย อำนาจ ผมว่าอันนี้คือปัญหา นี่คือส่วนที่ ๑🔗
ในส่วนที่ ๒ เกี่ยวกับการสนับสนุนการปฏิบัติงานในแง่งบประมาณให้กับ ท้องถิ่น ผมเรียนท่านประธานว่าก็ไม่เห็นว่าจะมีการถ่ายโอนงบประมาณให้กับท้องถิ่น อย่างไร เป็นจำนวนเท่าไรในการดำเนินงาน คือมันเขียนกว้างจนเกินไป ผมอ่านทั้งเล่มแล้ว มันอยู่ในทะเลเลย ไม่ไปทำให้เราเห็นภาพ ทีนี้วกมาสู่เป้าหมายที่ผมพูด เป้าหมายเขียนแล้วดูดี บอกว่าจะกระจายอำนาจและพัฒนานักการเมืองท้องถิ่น ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม และธรรมาภิบาลในท้องถิ่น เขียนอย่างนี้ผมไม่แน่ใจว่าเป้าหมายอยู่ตรงไหนครับ พอไปดูค่า เป้าหมายความสำเร็จก็ไม่เห็นภาพเหมือนกันว่าจะเอาอะไรเป็นค่าสำเร็จของเป้าหมาย ผมจะ บอกคณะกรรมการเสนอแนะก็ได้ว่าจะต้องทำให้ชัดเจนว่าถ้าเราจะพูดถึงการกระจายอำนาจ ในเรื่องการจัดสรรงบประมาณให้ท้องถิ่นเป็นต้นนี้ ก็พูดไปเลยสิครับว่าในปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ เราจะกำหนดค่าเป้าหมายเท่าไร บอกไปเลยครับ แล้วจะดำเนินการ มีอุปสรรค อย่างไร มีความท้าทายอย่างไร ผมดูเหมือนว่าใน พ.ร.บ. กำหนดแผนขั้นตอนระบุไว้ชัดว่า ต้องกำหนดการจัดสรรรายได้ให้ท้องถิ่น ๓๕ เปอร์เซ็นต์กับสัดส่วนรายได้ของรัฐบาล เป็นต้น ถ้าอย่างนี้จะทำให้เห็นเป้าหมายที่ชัดขึ้น🔗
ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของการถ่ายโอนที่ผมพูดถึงก็คือว่าอาจจะต้องระบุ ไปเลยว่าในปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ การถ่ายโอนเพื่อลดอำนาจภาครัฐมีจำนวนเท่าไร อย่างไร ซึ่งในหน้า ๖๕ หน้า ๖๖ หน้า ๖๗ ที่เขียนไว้ ผมอยากจะเรียนว่าไม่มีความชัดเจนแต่อย่างไร อันนี้ก็คือปัญหาในการสรุปผลการดำเนินงานตามแผนปฏิรูปเกือบทุกแผนที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นเวลาเราอ่านเราจะอ่านเป็นภาษาเชิงพรรณนาและเชิงบรรยายทำให้เราไม่เห็น เป้าหมาย ไม่เห็นค่าเป้าหมายที่ชัดเจนและไม่เห็นผลการดำเนินงานที่ผ่านมาแต่อย่างใด อันนี้ คือเป็นปัญหาในเล่มของแผนปฏิรูปประเทศ เพราะฉะนั้นผมอยากจะเสนอแนะว่า การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นเราจะทำอะไร มีเป้าหมายอะไรก็บอกไปเลยสิครับ ประเด็นที่ ๑ อาจจะต้องบอกว่าเราจะลดอำนาจภาครัฐ ส่วนราชการเพื่อถ่ายโอนภารกิจให้กับท้องถิ่นมี จำนวนเท่าไร อย่างไรในการถ่ายโอน ประเด็นที่ ๒ เรื่องงบประมาณที่จะจัดบริการสาธารณะ และกิจกรรมสาธารณะท้องถิ่นก็บอกไปเลยสิครับว่า การพัฒนารายได้ให้ท้องถิ่นในเรื่องของ ภาษี ในเรื่องของการจัดสรรเงินอุดหนุน ในเรื่องของสัดส่วนงบประมาณรัฐบาลต่อท้องถิ่น จำนวน ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ก็บอกไปเลย แล้วไปพูดเรื่องความท้าทายหรือปัญหาอุปสรรคว่ายังมี ปัญหาอะไรที่ทำไม่ได้ในเชิงกฎหมาย ส่วนการมีส่วนร่วมของประชาชนผมไปดูในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ก็เขียนไว้ชัดว่า จะต้องไป ออกกฎหมายระบุให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองท้องถิ่น อันนี้ก็ต้องเสนอว่า เป้าหมายเราจะทำกฎหมายอะไรบ้าง กฎหมายรายได้ กฎหมายการมีส่วนร่วม กฎหมายทำ ให้ท้องถิ่นพัฒนารายได้ของตนเองในเรื่องกิจการพาณิชย์ เป็นต้น สิ่งที่ผมพูดมาทั้งหมดผม อยากเรียนท่านประธานว่าทั้งหมดมีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกัน ที่ผมพูดก็คืออยู่ในแผนปฏิรูป การเมืองซึ่งมีอยู่หลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการบริหารราชการแผ่นดิน เรื่องของ กฎหมาย เรื่องกระบวนการยุติธรรม แล้วไปสัมพันธ์กับความเป็นธรรม ความเหลื่อมล้ำ คุณภาพชีวิตของประชาชน สิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าถ้ากำหนดเป้าหมายไม่ชัดมันจะไม่ออกดอก ออกผลอย่างที่ผมกล่าวแล้ว ก็จึงเสนอแนะไปยังผู้จัดทำว่า ลองไปอ่านดูสิครับว่ามันชัดเจนไหม มันเป็นเพียงวลีที่เขียนให้สวยแต่ไม่เห็นเป้าหมาย เพราะฉะนั้นผมอยากจะเสนอให้ ทุกแผนไปทำเป้าหมายและค่าเป้าหมายที่สำเร็จให้ชัดเจนจะได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้นครับ ท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ ครับ🔗
สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร จากเขตบางนาและเขตพระโขนง พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขออภิปรายในส่วนของรายงานผลสรุปการดำเนินการยุทธศาสตร์ชาติประจำ ปี ๒๕๖๓ ที่ในเล่มนี้ได้แบ่งออกเป็น ๒๓ ประเด็น ผมจะเจาะในส่วนของประเด็นที่ ๗ เพียง ๑ ประเด็นเท่านั้นคือประเด็นในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานระบบโลจิสติกส์ (Logistic) และดิจิทัล (Digital) ในประเด็นนี้อยู่ในหน้า ๒๙๖-๓๓๓ ในเรื่องที่ ๗ นี้แบ่งเป้าหมาย ออกเป็น ๑๐ เรื่อง ทั้ง ๑๐ เรื่องนี้ผมจะขอสรุปและแสดงความคิดเห็นให้กับท่านประธาน และผู้ชมประชาชนนะครับ ๑๐ เรื่องนี้มี ๖ เรื่องที่ไม่ผ่านเกณฑ์เป้าหมาย มีเพียง ๔ เรื่องที่ ผ่านเป้าหมายที่วางไว้ สรุปง่าย ๆ ก็คือสอบตกครับ ใน ๖ เรื่องที่ไม่ผ่านถ้าเข้าไปดูมีถึง ๔ เรื่องที่ต่ำกว่าเกณฑ์เป้าหมายในขั้นวิกฤติ ผมจะขอพูดคร่าว ๆ ถึง ๔ เรื่องที่พูดถึงนะครับ🔗
เรื่องแรก ก็คือต้นทุนโลจิสติกส์ (Logistic) ในประเทศไทยต่อผลิตภัณฑ์มวล รวมควรจะต้องลดลง ซึ่งเป้าหมายในปี ๒๕๖๕ ตั้งไว้ที่ ๑๒ เปอร์เซ็นต์ สถานการณ์ ในปี ๒๕๖๓ อยู่ที่ ๑๓.๔ เปอร์เซ็นต์ ลดลงจากปีที่ผ่านมาคือ ๑๓.๕ เปอร์เซ็นต์ ใน ๑ ปี การดำเนินการลดลงเพียงแค่ ๐.๑ เปอร์เซ็นต์🔗
เรื่องที่ ๒ ที่ต่ำกว่าเป้าหมายในขั้นวิกฤติเช่นกัน ก็คือการขนส่งทางราง ต้องเพิ่มขึ้น เป้าหมายปี ๒๕๖๕ อยู่ที่ ๔ เปอร์เซ็นต์ ส่วนสถานะของปี ๒๕๖๓ สัดส่วน การขนส่งทางรางต่อปริมาณการขนส่งทั้งหมดภายในประเทศอยู่ที่ ๑.๖๖ เปอร์เซ็นต์ ลดลงจากปีก่อนหน้าอยู่ที่ ๑.๖๗ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งใน ๑ ปีก็ลดลงไปเพียงแค่ ๐.๑ เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นเช่นกันครับ🔗
เรื่องที่ ๓ คือเพิ่มสัดส่วนการเดินรถขนส่งสาธารณะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล รวมถึงหัวเมืองใหญ่ ตรงนี้ก็ต่ำกว่าเป้าหมายในขั้นวิกฤติเช่นกันครับ🔗
เรื่องที่ ๔ เป็นเรื่องที่สำคัญเพราะเกี่ยวเนื่องกับชีวิตของประชาชนนะครับ คือเรื่องผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุที่จะต้องลดลง โดยมีเป้าหมายในปี ๒๕๖๕ อยู่ที่ ๑๒ คน ต่อประชากร ๑๐๐,๐๐๐ คน สถานการณ์ในปี ๒๕๖๓ อยู่ที่ ๒๙.๖๘ ลดลงจากปีก่อนหน้า ๓๐.๕๓ คน ทั้ง ๔ เรื่องนี้ เป็นเรื่องที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ ล้วนเป็นเรื่องที่อยู่ในขั้นวิกฤติใน การตรวจสอบผลนะครับ เป้าหมายตัวเลขอาจจะดูไม่มาก ไม่ท้าทาย แต่ก็ยังทำไม่ได้ ตามเป้าหมาย ผมจึงแสดงความคิดเห็นว่าควรจะยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ยกเลิก ผู้ทรงคุณวุฒิในด้านต่าง ๆ ที่มีจำนวนร้อยกว่าท่านที่ได้รับผลตอบแทนที่ค่อนข้างสูง แต่ว่า ผลงานออกมาต่ำอย่างที่เห็น ปล่อยให้ผู้รับผิดชอบแต่ละหน่วยงาน ซึ่งมีผู้ที่ดูแลอยู่แล้ว ก็ได้ดำเนินตามแผนตามนโยบายของเขาไป แล้วก็มีโอกาสที่จะปรับเปลี่ยนสถานการณ์ ตามสถานการณ์ของโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วอย่างเช่นทุกวันนี้ ผมพูดถึงเรื่อง ที่ต่ำกว่าเกณฑ์เป้าหมายไปแล้ว ซึ่งมีทั้งสิ้น ๖ เรื่องจาก ๑๐ เรื่อง มีส่วนที่เกินเกณฑ์ เป้าหมาย ๔ เรื่อง ผมจะขอพูดใน ๑ เรื่อง ที่ผมให้ความสำคัญและเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก ในประเทศไทย นั่นก็คือในเรื่องของประชาชนมีความสามารถในการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต (Internet) เพิ่มมากขึ้น เป้าหมาย ในปี ๒๕๖๕ ก็คือครัวเรือนจะต้องมีการเข้าถึง อินเทอร์เน็ต ๗๐ เปอร์เซ็นต์ หรือร้อยละ ๗๐ สถานการณ์ในปี ๒๕๖๓ ก็อยู่ที่ ๗๔.๖ เปอร์เซ็นต์ เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า คือ ๖๗.๗ เปอร์เซ็นต์ จะเห็นได้ว่าเป้าหมายได้ มากกว่าเป้าหมายของปี ๒๕๖๕ ไปแล้วนะครับ เพียงแค่อยู่ในปี ๒๕๖๓ เพราะว่าเป้าหมาย เป็นเป้าหมายที่ค่อนข้างจะต่ำไปและดูไม่ท้าทายที่ผมพูดถึงหมายความว่า เรา หมายถึง ประเทศไทยได้เสียเงินในการดำเนินการในเรื่องนี้ไปถึงหลักหลายหมื่นล้านบาท ผ่าน ๒ โครงการใหญ่ ๆ ก็คือ โครงการยูโซเน็ต (USO NET) ของสำนักงาน กสทช. และโครงการอินเทอร์เน็ตประชารัฐ ของกระทรวงดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทั้ง ๒ โครงการนี้ก็มีประเด็นข้อสงสัยในส่วนของการติดตั้ง การส่งมอบ หรือการใช้งานจริงว่า คุ้มค่ากับงบประมาณที่เราได้เสียไปหรือเปล่า ยังมีในเรื่องของที่มีประเด็นกันอยู่ คืออาจจะมี เรื่องของการทุจริตทั้งการเซ็นสัญญา หรือการติดตั้ง การส่งมอบที่ยังมีเรื่องค้างคากันอยู่ ในเป้าหมายของปี ๒๕๖๕ นี้ผมมองว่าควรจะอยู่ที่ไม่ต่ำจากร้อยละ ๘๐ จากเดิมที่ตั้งไว้ ร้อยละ ๗๐ และใน ๕ ปีหลังจากนี้ก็ควรจะครอบคลุมไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๙๕ ด้วยซ้ำ ไม่ต้องรอถึงยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ทั้งหมดนี้ผมจึงขอแสดงความคิดเห็นว่ายุทธศาสตร์ชาติ ไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะมีมาตั้งแต่แรกแล้ว และถึงตอนนี้ก็ไม่มีเหตุผลที่จะมีต่อไปครับ ควรหยุดไว้แค่นี้ ขอบคุณครับ🔗
อีก ๓ ท่านนะครับ คุณหมอบัญญัติ เจตนจันทร์ ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม และท่านมานพ คีรีภูวดล นะครับ เชิญนายแพทย์บัญญัติครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออภิปรายประกอบการรับทราบรายงานสรุปผลการดำเนินการตามแผนการปฏิรูป ประเทศ พุทธศักราช ๒๕๖๓ ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เรื่องของทรัพยากรน้ำ ท่านประธานครับ คงเป็นที่ทราบกันอย่างดีแล้วว่าน้ำเป็นปัจจัยสำคัญ สำหรับภาคการเกษตร แล้วก็ภาคอื่น ๆ เช่น ภาคอุตสาหกรรมด้วย แต่ว่าเท่าที่ผมดู ในแผนการดำเนินการตามแผนปฏิรูปประเทศนั้น ในเรื่องของทรัพยากรน้ำนะครับ ผมยัง ไม่เห็นแผนที่เน้นถึงเรื่องการใช้ทรัพยากรน้ำบาดาล ในประเทศของเรานั้นมีทรัพยากร น้ำบาดาลถึง ๑.๑๓ ล้านล้านลูกบาศก์เมตร เยอะมากนะครับ เราได้นำมาใช้ปีหนึ่งแค่ ๑๔,๗๔๑ ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปีเท่านั้นเอง ซึ่งปริมาณน้ำท่าก็คือน้ำผิวดินเราใช้ปีหนึ่ง ๗๐,๐๐๐ ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นน้ำบาดาลเพียง ๒๐ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ขณะที่มีน้ำบาดาลที่สต็อก (Stock) ไว้นี้จำนวนมหาศาลนะครับ แต่ในน้ำผิวดินนี้ก็มีข้อจำกัด เรื่องของอ่างเก็บน้ำก็ดี เรื่องของเขื่อนก็ดี การก่อสร้างแต่ละฝาย แต่ละอ่าง และแต่ละเขื่อน นั้นก็ใช้งบประมาณค่าก่อสร้างจำนวนมาก ถ้าโครงการใหญ่ ๆ ก็จะต้องทำอีไอเอ (EIA) ทำอีเอชไอเอ (EHIA) ต่าง ๆ ซึ่งยุ่งยากมาก ในภาคตะวันออกก็เช่นเดียวกันต้องการน้ำเพื่อ อีอีซี (EEC) เกษตรกรรม อุตสาหกรรม โครงการที่ทำเขื่อนนี้ก็ไม่ใช่ว่าไม่จำเป็นนะครับ จำเป็น แต่ว่ามันได้ช้า แล้วก็บางปีน้ำในท้องฟ้าก็มีน้อยไม่ตกต้องตามฤดูกาล ถ้าหากว่า สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติในฐานะเลขานุการตามแผนปฏิรูป ประเทศนี้ได้คิดคำนึงถึงเรื่องของน้ำบาดาล ซึ่งการนำน้ำบาดาลมาใช้นี้ไม่จำเป็นจะต้องมี การก่อสร้างขนาดใหญ่นะครับ ก็สามารถที่จะนำมาเติมในระบบอ่างเก็บน้ำหรือเขื่อนใน ทั่วประเทศ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากว่าพื้นที่ไหนที่ไม่มีเขตนอกชลประทานสามารถนำ น้ำบาดาลมาทำชลประทานขนาดเล็ก ไม่ว่าจะเป็นฝายชะลอน้ำ ไม่ว่าจะเป็นอ่างเก็บน้ำ ขนาดเล็ก หรือแก้มลิงตามตำบลต่าง ๆ เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้นำน้ำมาเป็นปัจจัยใน การผลิต เพื่อเพิ่มผลผลิตทางภาคเกษตรนะครับ ในภาคตะวันออกโดยเฉพาะที่จังหวัดระยอง จังหวัดจันทบุรี ปัจจุบันยางพารานี้เนื่องจากว่าราคาก็ไม่จูงใจ ก็ปรับเปลี่ยนมาเป็นไม้ผลเยอะมาก โดยเฉพาะปลูกทุเรียนและรายได้เข้าประเทศปีนี้แสนกว่าล้านบาท อนาคตก็จะถึง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งแน่นอนครับ ผมสังเกตดูแล้วว่าถ้าปล่อยสถานการณ์เป็นเช่นนี้ น้ำผิวดินหรือน้ำท่านี้ย่อมไม่เพียงพอแก่การปลูกไม้ผลอย่างแน่นอน เนื่องจากว่าเป็นพืชที่ใช้ น้ำเยอะ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติควรที่จะนำเรื่องของ น้ำบาดาลไปขุดเจาะ แล้วก็เติมน้ำเข้าไปสู่ในระบบของชุมชน ของเกษตรกรให้ทั่วถึง ต้องเร่งทำแผนนี้เนื่องจากว่าเป็นสิ่งที่มีอยู่ใต้ดินอยู่แล้ว แล้วก็ทุก ๆ ปีน้ำฝนที่เราไม่ได้กักเก็บ ด้วยระบบชลประทานนี้ก็จะไหลทิ้งลงทะเลหรือซึมลงใต้ดิน ถ้าหากว่ามีระบบการเติม น้ำใต้ดินลงไปด้วยนี้ก็จะยิ่งทำให้ทรัพยากรน้ำบาดาลนี้ก็จะได้ไม่พร่องไปนะครับ เรื่องนี้เป็น เรื่องที่สำคัญ การทำโครงการขนาดเล็ก ๆ กระจายไปทั่วทุกหมู่บ้านและตำบล ผมเชื่อว่าจะ ตอบโจทย์ของเกษตรกรได้อย่างทั่วถึงและมีประสิทธิภาพนะครับ🔗
โดยเฉพาะอีกเรื่องหนึ่งนะครับ ในป่าอนุรักษ์อย่าคิดว่าจะมีน้ำเพียงพอ สำหรับสัตว์ป่าครบทั้งปี ในภาคตะวันออกเขตป่ารอยต่อนี้มีช้างป่าจำนวนมากออกจาก ป่าอนุรักษ์เนื่องจากว่าไม่มีน้ำในป่า การเข้าไปก่อสร้างอ่างเก็บขนาดใหญ่แสนกว่า ลูกบาศก์เมตรนี้มันเป็นเรื่องที่ยากแล้วก็จะต้องทำลายต้นไม้นะครับ หากว่ามีการนำ โซล่าเซลล์ (Solar Cell) พร้อมด้วยขุดเจาะบาดาลเข้าไปเติมน้ำเป็นฝาย เรียกว่าฝายแม้ว ก็ได้ แล้วก็แหล่งน้ำขนาดเล็ก ขนาดกลาง ๆ กระจายไปหลาย ๆ แห่ง เชื่อว่าสัตว์ป่าเหล่านี้ มีน้ำเพียงพอ เขาจะไม่ออกมารบกวนเกษตรกรอย่างเช่นในปัจจุบันนี้ ก็ขอฝาก สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติได้รับเรื่องของน้ำบาดาลเป็นทรัพยากร น้ำที่จะไปเพิ่มเติมให้แก่ระบบชลประทานของประเทศกระจายไปทั่วทั้งประเทศ ทุกตำบล ต่อไปก็เป็นทุกหมู่บ้าน ขืนจะใช้งบประมาณตามปกติของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลก็ย่อมที่จะ ไม่เพียงพอ ควรที่จะให้ท้องถิ่นซึ่งมีงบประมาณของตัวเองอยู่แล้วสามารถร่วมกันมาในการทำ แผนและบูรณาการให้ท้องถิ่นทุก ๆ ท้องถิ่นนี้ได้นำน้ำบาดาลขึ้นมาใช้ แต่ในบางพื้นที่ถ้ามี การใช้น้ำบาดาลมากทำให้ดินทรุด อันนี้ทางกรมทรัพยากรน้ำบาดาลก็คงจะต้องมีข้อมูล ในด้านนี้ด้วยเช่นเดียวกัน ก็ขอฝากทางสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ว่าอีก ๓ เดือนต่อมา ต่อไปนี้ถ้ามีการรายงานก็ช่วยบรรจุเรื่องของแผนการปฏิรูปประเทศที่นำน้ำบาดาลมาใช้เพื่อ การพัฒนาประเทศ เพื่อเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจให้แก่เกษตรกร รวมไปถึงทางด้าน อุตสาหกรรมด้วยนะครับ จะได้เพิ่มเติมในส่วนที่น้ำผิวดินหรือโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องใช้ งานก่อสร้างจำนวนมาก ใช้งบประมาณจำนวนมากให้เกิดประสิทธิภาพ แล้วก็เกิด ประสิทธิผลแก่พี่น้องเกษตรกรต่อไป กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญท่านณัฐวุฒิครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัด อ่างทองครับ ผมขออนุญาตท่านประธานที่จะมีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงานสรุปผล การดำเนินการยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศประจำปี ๒๕๖๓ อยู่ทั้งหมด ๔ ประการใหญ่ ๆ ด้วยกันครับ🔗
ประการที่ ๑ ท่านประธานครับ ผมพยายามที่จะพิจารณาแล้วก็ดูเนื้อหาสาระ ในเอกสารของท่าน ซึ่งเพื่อนสมาชิกหลายคนได้ชื่นชมว่าเอกสารปีนี้รูปเล่มท่านสวยงาม ชัดเจน ภาพประกอบที่ท่านใช้นั้นน่าจะมีมูลค่าสูงทีเดียวสำหรับบริษัทที่รับจ้างท่านในการ ดำเนินการทำรายงานฉบับดังกล่าว แต่ความสวยงามดังกล่าวผมไม่ได้หมายถึงว่าเราจะรับ หรือไม่ยอมรับยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศของท่านได้ ผมคิดว่ามีหมุดหมายอยู่ ๒ ประการที่จำเป็นต้องพูด แล้วก็ยืนยันจากตัวเลขของท่านเอง อย่างแรกเลยนะครับ ท่านพูดถึงเรื่องของการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ พูดถึงมูลค่าทางเศรษฐกิจที่มีตัวเลข ที่เพิ่มขึ้น เช่น มีการเปรียบเทียบว่าภาคเกษตรในปี ๒๕๖๑ นั้นมีมูลค่าเศรษฐกิจรวมอยู่ ที่เท่าไร คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ ซึ่งในนี้ท่านเขียนว่าเป็น ๘.๑๓ เปอร์เซ็นต์ ของมูลค่า ทางเศรษฐกิจทั้งหมด ในขณะที่ในปี ๒๕๖๒ นั้นมูลค่าของภาคเกษตรลดลงอยู่ที่ ๗.๙๘ เปอร์เซ็นต์ ที่ผมต้องปักหมุดทางภาคเกษตรกรขึ้นมาก่อนเพราะอะไร เพราะผมคิดว่า รายงานฉบับนี้มีการให้ตัวเลขข้อมูลถือว่าชัดเจน สอดคล้องกับสิ่งที่นักวิชาการรุ่นใหม่เกือบ ทั้งประเทศให้ความเห็นตรงกันว่าเราไม่อาจเรียกว่าประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม อีกแล้ว เราไม่อาจเรียกว่าประเทศไทยจะเดินหน้าไปสู่ประเทศอุตสาหกรรมใหม่ที่เรียกว่า นิก (NICs) หรือเสือตัวที่ ๕ ของเอเชียอีกแล้ว เพราะมูลค่าส่วนใหญ่ของการพัฒนาประเทศนั้น อยู่ที่การพัฒนาเศรษฐกิจด้านภาคบริการ และภาคอื่น ๆ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง ๖๑.๑๐ เปอร์เซ็นต์ ในปี ๒๕๖๒ หรือมีตัวเลขที่เพิ่มขึ้นจาก ๙,๑๕๑ ล้านบาท เป็น ๑๐,๓๑๑ ล้านบาทเศษ นี่เป็นหมุดหมายประการสำคัญที่ท่านต้องวางและกำหนดยุทธศาสตร์ของ ชาติว่าท่านจะพัฒนาโคก หนอง นา ใด ๆ ต่าง ๆ นั้น ตกลงมันตอบโจทย์ต่อปัญหาของ ประเทศจริงหรือไม่ แต่ปัญหาของประเทศที่พัฒนามาสู่การพัฒนาด้านงานบริการนั้น วันนี้ที่สภาแห่งนี้ก็มีพี่น้องที่เป็นนักดนตรี คนทำงานกลางคืน มาพบผู้แทนของเขาที่สภา เพื่อเรียกร้องสิทธิของเขาที่ได้รับผลกระทบจากโควิด (COVID) นั่นเป็นความจริงของประเทศ ไทยที่ต้องยอมรับว่าเรามิใช่ประเทศในน้ำมีปลา ในนามีข้าวอีกแล้ว แต่เราต้องพึ่งพิงกลไก หรือตัวจักรขับเคลื่อนด้านเศรษฐกิจบนพื้นฐานภาคงานบริการ นั่นเป็นประเด็นที่ ๑ ครับ🔗
ประการที่ ๒ ท่านประธานครับ ในข้อมูลเกี่ยวกับความเท่าเทียมและ ความเสมอภาคของสังคม ซึ่งในนี้ท่านแบ่งความเสมอภาคทางสังคมออกเป็น ๓ มิติ ก็คือ ความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ ก็คือความเป็นดีอยู่ดีที่เรียกว่าเวลล์ บีอิง (Well-Being) ก็คือเรื่องของโอกาส โอกาสตรงนี้ที่เป็นปัญหาที่สำคัญที่สุดในประเทศไทย ตราบใดที่เรายังมี ความเหลื่อมล้ำด้านการกระจายรายได้ ตราบใดที่เรายังมีความเหลื่อมล้ำด้านการกระจาย การถือครองที่ดิน ตราบใดที่เรายังมีความเหลื่อมล้ำระหว่างความเป็นเมืองกับความเป็น ชนบทซึ่งไม่มีทางที่จะพัฒนาเท่าเทียมกันได้ วันนี้คนเดินทางเข้ากรุงเทพฯ มากกว่าคน กรุงเทพฯ ที่จะออกไปใช้ชีวิตในต่างจังหวัด ไปพัฒนาตัวเอง ไปให้ครอบครัวได้อยู่ใน ต่างจังหวัด ข้อมูลที่ท่านใช้ที่เรียกว่าโซเชียล โปรเกรสส์ อินเดกซ์ (Social Progress Index) หรือเอสพีไอ SPI บอกว่าประเทศไทยอยู่อันดับที่ ๗๙ จาก ๑๖๓ ประเทศ ท่านเขียนไว้ ตรงใดในนี้หรือไม่ครับว่าจะมีการพัฒนาไปที่มีความก้าวหน้าแบบนี้เป็นประการใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งความตกต่ำของการไม่มีโอกาสที่เท่าเทียมกันนั้น ส่วนใหญ่เกี่ยวเนื่องกับ สิทธิและเสรีภาพส่วนบุคคล ส่วนใหญ่เกี่ยวเนื่องกับการแสดงออก ส่วนใหญ่เกี่ยวเนื่องกับปัญหาการมีส่วนร่วม และรวมถึงการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา ซึ่งวันนี้รายงานของกองทุนความเสมอภาคทางการศึกษาบอกว่ากำลังจะมีเด็กนักเรียน อย่างน้อย ๖๕,๐๐๐ คน ที่ต้องออกจากระบบการศึกษา ในปลายปีการศึกษา ๒๕๖๔ ที่กำลังจะถึงนี้ครับ🔗
ประการที่ ๓ ครับ ยุทธศาสตร์ชาติที่ผมพยายามจะเน้นก็คือเรื่องของพลัง ทางสังคม เรื่องของความเสมอภาคและกระบวนการยุติธรรม ท่านเขียนประเด็นเรื่องของ ผู้สูงอายุค่อนข้างเยอะ แต่ท่านเขียนตัวเลข ท่านมีข้อมูล ท่านมีสถิติ ท่านมียุทธศาสตร์ชาติ ระดับชาติ แต่ท่านเห็นไหมครับว่าข่าวคุณยาย ๔ คนที่จังหวัดสุโขทัย ที่โดนหลาน เอาที่ดินไปจำนอง จำนำ ไม่ได้บอกว่าต้องเขียนในรายงานฉบับนี้ครับ แต่ตรงนั้นท่านจะ ปฏิรูปอย่างไร ข่าวของคุณยายหลายคนที่รับบำเหน็จบำนาญซ้ำซ้อนและถูกรัฐเรียกเงินคืน ฟ้องร้องดำเนินคดี อยู่ตรงใดในยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับผู้สูงอายุ กรณีของความไม่ยุติธรรม ดังกล่าว หมายรวมถึงการดำเนินการในด้านหลักประกันทางสังคมที่ท่านแบ่งกลุ่มเป้าหมาย ต่าง ๆ ท่านใช้คำว่า ต้องเข้าถึงด้วยกันทุกเพศสภาพ แต่ด้วยความเคารพนะครับ ผมพยายามจะย้ำและถามนายกรัฐมนตรีตั้งแต่วันแรกที่ท่านแถลงนโยบายว่า ตกลงประเทศ นี้มีคำว่า ความหลากหลายทางเพศหรือไม่ ตกลงกรรมการยุทธศาสตร์ชาติรู้จักไหมครับว่า บุคคลผู้มีความหลากหลายทางเพศคือใคร ไม่ใช่เกย์ (Gay) ไม่ใช่เลสเบี้ยน (Lesbian) แบบยุคสมัยนี้อีกแล้วนะครับ ไม่ใช่แค่แอลจีบีที (LGBT) แต่เขากำลังจะพูดถึง แอลจีบีที คิวไอเอเอ็น บวก (LGBTQIAN+) ซึ่งไม่เคยมีตัวตนในยุทธศาสตร์ชาติและ แผนปฏิรูปประเทศ นั่นเป็นประการที่ ๓🔗
ประการที่ ๔ ในแผนปฏิรูปด้านสังคมและด้านกฎหมาย ผมพยายามจะแตะ แต่เพียงบางประการนะครับ เช่นกรณีของสวัสดิการถ้วนหน้า ซึ่งไม่เคยถูกเขียน หรือวิพากษ์วิจารณ์อย่างเป็นระบบหรือเป็นทางการ กระบวนการด้านการปฏิรูปกฎหมาย หรือกระบวนการยุติธรรม ท่านประธานทราบไหมครับว่าประเทศนี้มีความเหลื่อมล้ำ แม้กระทั่งการคัดเลือก หรือการสอบเป็นผู้พิพากษา หรืออัยการ ท่านประธานทราบไหมครับ ว่าการคัดเลือกเป็นผู้พิพากษาหรืออัยการนั้นแบ่งออกเป็นสนามใหญ่ สนามเล็ก สนามจิ๋ว และสนามจิ๋วที่วางไว้ให้กับลูกท่านหลานเธอ สถิติปี ๒๕๖๑ บอกคนสามารถเข้าสู่สนามจิ๋วได้ ๒๒ เปอร์เซ็นต์ แต่ลูกตาสีตาสาที่จบคณะนิติศาสตร์บัณฑิต เนติบัณฑิตไทย สามารถ เข้าสู่กระบวนการนี้ได้แค่ ๑.๗๖ เปอร์เซ็นต์ ในปี ๒๕๖๒ คนที่เป็นลูกท่านหลานเธอที่ไปจบ ปริญญาจากต่างประเทศ เข้าสอบเป็นผู้พิพากษา อัยการ ได้ ๑๗.๓๑ เปอร์เซ็นต์ แต่คนที่จบ เนติบัณฑิตไทย เข้าได้แค่ ๒.๖๙ เปอร์เซ็นต์ ท่านเห็นไหมครับ ความเหลื่อมล้ำหรือการเข้า ไม่ถึงกระบวนการยุติธรรม มันไม่ได้เริ่มที่กฎหมายหรือที่ศาลนะครับ แต่มันเริ่มตั้งแต่ คนจะสอบเป็นผู้พิพากษา อัยการด้วยซ้ำ ซึ่งผมคิดว่าประเด็นเหล่านี้ และรวมถึงกฎหมาย ดั้งเดิม พ.ร.บ. ควบคุมการเรี่ยไร ปี พ.ศ. ๒๔๘๗ พ.ร.บ. ควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่อง เสียงปี พ.ศ. ๒๔๙๓ ที่ท่านเอามาใช้ดำเนินคดีกับเด็ก ๆ และเยาวชนที่ชุมนุม ท่านไม่ได้เสนอ ที่จะปฏิรูปหรือแก้ไขหรือครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะจบแบบนี้ครับว่า ผมไม่จำเป็นต้องฟังหรือรับฟังคำชี้แจงในเชิงรายละเอียด เพราะผมไม่ได้เห็นด้วยกับ ยุทธศาสตร์และแผนปฏิรูปเช่นนี้ แต่ผมคิดว่าหากท่านจะกรุณาอยู่บ้าง ช่วยปฏิรูปในใจ ของกรรมการปฏิรูปให้เห็นคนเท่าเทียมกันเสียก่อน ถ้าท่านปฏิรูปใจแบบนั้นได้ ไม่จำเป็นต้องมีเลยครับ แต่การปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาติก็จะเกิดขึ้นอย่างแท้จริง ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ท่านต่อไป ครับ ท่านมานพ คีรีภูวดล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ ท่านประธานครับ มันเป็นบทบาทหน้าที่ที่ผมอยู่ในส่วนของนิติบัญญัติ ที่จะต้องแสดง ความเห็นเสนอแนะในเรื่องรายงานของส่วนต่าง ๆ ต่อรัฐสภาแห่งนี้ครับ ผมได้ติดตาม มาตลอดเรื่องยุทธศาสตร์ชาติ แล้วก็เรื่องการปฏิรูปประเทศ ยุทธศาสตร์ทั้งหมดมีอยู่ ๒๓ ด้านนะครับ ถ้าจะทำให้ยุทธศาสตร์บรรลุเป้าหมายก็ต้องมีการปฏิรูปใช่ไหมครับ ในขั้นตอนเป็นอย่างนั้น เรื่องปฏิรูปผมดูแล้วโดยเป้าหมายนี้สำคัญนะครับ แล้วก็ผมคิดว่า ในตัวหนังสือค่อนข้างที่จะดูดีมากเลยนะครับ เราพูดถึงเรื่องความสงบเรียบร้อยของประเทศชาติ เราพูดถึงเรื่องความสุขความเป็นธรรม ความเหลื่อมล้ำ ความเท่าเทียม เราพูดถึงเรื่องของคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนที่มี ความสุข ท่านประธานครับ มีอยู่ทั้งหมด ๑๒ ด้าน ทีนี้ผมพยายามจินตนาการว่า ๑๒ ด้านนี้ มันจะไปแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชนและประเทศชาติได้อย่างไร ท่านประธานครับ ผมอยากจะสื่อสารให้กับคณะกรรมการที่ยกร่างเรื่องของการปฏิรูปประเทศนี้ว่า ผมยกตัวอย่างความเหลื่อมล้ำนี้ เรามีกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายฉบับมากเลยที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง ของผู้คนแล้วก็พื้นที่ ผมนึกภาพไม่ออก ๑๒ ด้าน มันจะไปบูรณาการกันในพื้นที่อย่างไร เพราะว่าเราไม่มีกลไกกระจายอำนาจหรือระบบตัดสินใจในพื้นที่ เราจะมีระบบสนับสนุน งบประมาณอย่างไรที่มันนำไปสู่เป้าหมายจริง ๆ เพื่อแก้ปัญหาจริง ๆ ทั้ง ๑๒ ด้าน ผมดูแล้ว ก็คือว่ามันเป็นแผนของหน่วยงาน แผนของส่วนราชการว่าแต่ละหน่วยงานจะทำอะไร ผมยกตัวอย่างครับท่านประธาน เรามีท้องถิ่นในประเทศไทยนี้ไม่สามารถเข้าถึงงบประมาณ แผ่นดินได้ในแต่ละปี ไม่ว่าจะเป็นงบประจำปีหรืองบพิเศษของรัฐบาล ผมยกตัวอย่างไม่ว่าจะ เป็นงบประมาณโคก หนอง นา โมเดลอย่างนี้ครับ ท่านนายก อบต. ก็บอกว่าทำไป ๑๒ โครงการอย่างไรก็ไม่ผ่าน เพราะว่าอยู่ในเขตป่าเห็นไหมครับ อันนี้คือปัญหาหลัก เรามีพี่น้อง ประชาชนที่อยู่ในที่ดินของรัฐไม่น้อยกว่า ๑๕ ล้านคน ทั้งที่ดินของอุทยาน ป่าสงวน ราชพัสดุ หรือที่ดินอื่น ๆ ของรัฐ เมื่อที่ดินเหล่านี้ไม่ชอบด้วยกฎหมายงบประมาณประจำปี อย่างปีนี้ ๓.๑ ล้านล้านบาท บวกกับ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จะกู้นี้ไม่เคยถึงมือของพี่น้องประชาชนเหล่านี้ ยุทธศาสตร์ที่เราบอกว่า ๒๓ ยุทธศาสตร์ ด้านสังคมก็ดี เรื่องของการลดความเหลื่อมล้ำ แผนปฏิรูปในด้านสังคมก็ดี เรื่องกฎหมายก็ดี ผมคิดว่าถ้าท่านไม่ไปแตะโครงสร้างที่เป็น ปัญหาอยู่ตอนนี้ ๑๒ ด้านอย่างไรมันไม่สามารถที่จะเข้าไปถึงหัวใจของปัญหาของ ประเทศชาติได้ คน ๑๕ ล้านคนที่ไม่มีอาวุธหรือเครื่องไม้เครื่องมือหรือสิทธิที่เท่าเทียมกับคน ทั่วไปจะเข้าถึงระบบ มันจะเข้าถึงอุดมคติหรือว่าความฝันของท่านในร่างนี้ได้อย่างไร เมื่อเขา ไม่สามารถเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานเสมือนคนทั่วไปได้ เราละเลยตรงนี้และในกระบวนการ หรือเครื่องมือที่มีอยู่ผมไม่เห็นนะครับ ไม่ว่ากฎหมายแต่ละส่วนมันจะไปบูรณาการในพื้นที่ อย่างไร สุดท้ายแล้วก็คือว่าส่วนราชการที่ถือกฎหมายก็ต้องเอางบประมาณและแผนงาน ตัวเองเป็นตัวตั้ง ช่วงท้ายนี้ผมอยากจะเสนออย่างนี้ครับท่านประธาน ผมอยากจะเห็น การปฏิรูปประเทศ ท่านจะไปดูกฎหมายกี่ฉบับกี่หมวดแล้วแต่นะครับ ผมอยากจะเห็น ตัวชี้วัดในเชิงพื้นที่ ไม่ใช่ตัวชี้วัดของหน่วยงานว่าราชการกรมนี้ กระทรวงนี้ ได้งบไป กี่หมื่นล้านบาท ได้ทำอะไรไปบ้าง ๑ ๒ ๓ ๔ ที่ผ่านมาเราก็ดูอย่างนี้ครับ มันเป็นตัวชี้วัดของ ส่วนราชการซึ่งเป็นพนักงานตาม พ.ร.บ. พนักงานตามกฎหมายฉบับ ๑ ๒ ๓ ๔ แล้วแต่ละ กระทรวงที่มีอยู่ แล้วก็บอกว่าเกิดอะไร ๑ ๒ ๓ ๔ แต่มันไม่สามารถจะเห็นผลชี้วัดในเชิงพื้นที่ อันนี้คือปัญหาครับ ผมอยากจะเห็นระบบกระจายอำนาจนะครับ เพราะว่าทั้งหมดที่ลงมา เป็นแท่ง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกรม ก ข ค ง ที่ลงไป สุดท้ายก็คือไปทำงานเหมือนแย่งกัน จะทำอย่างไรให้หน่วยงานที่เป็นฝ่ายถืองบประมาณภายใต้ ๒๓ ยุทธศาสตร์นี้ให้ไปปรากฏใน พื้นที่ซึ่งจะต้องมีตัวชี้วัดในพื้นที่ครับ ระบบตัดสินใจกระจายอำนาจผมอยากจะเห็นอยู่ใน ระดับจังหวัด หน่วยงานภูมิภาค หน่วยงานท้องถิ่น หน่วยงานต่าง ๆ ที่อยู่ อย่างจังหวัด เชียงใหม่นี้มีพื้นที่ ๑๓ ล้านไร่ มีประมาณเกือบร้อยหน่วยงานมีประชากรประมาณ ๑,๗๐๐,๐๐๐ คน จะเอาอย่างไรว่าจังหวัดเชียงใหม่นี้ภายใต้ยุทธศาสตร์ต่าง ๆ เหล่านี้ ตัวชี้วัดของมันคืออะไร ด้านทรัพยากร ด้านอาชีพ ด้านการศึกษา ด้านเศรษฐกิจ ด้านสังคม แต่ถ้ามาเป็นแท่ง ๆ อย่างนี้ผมคิดว่าอย่างไรประชาชนก็ไม่ไปถึงนะครับ สุดท้ายครับ ท่านประธาน ผมคิดว่าการปฏิรูปประเทศ ตัวชี้วัดที่สำคัญในทัศนะของผม ผมอยากจะฝาก ไปถึงคณะกรรมการที่ยกร่างนะครับ วันนี้เราบอกว่าที่มันเดินไม่ได้ก็คือระบบราชการมันแข็ง มีระเบียบเยอะแยะ มีการรวมศูนย์อยู่ที่ส่วนกลาง ทุกอย่างก็อยู่ที่ส่วนกลางมันก็เลย ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ ปัญหาการรวมศูนย์ซึ่งมันอยู่ในรัฐธรรมนูญ ข้อเสนอสำคัญก็คือว่า ถ้าจะปฏิรูปประเทศ ก็คือว่าในเนื้อหาการปฏิรูปประเทศจะต้องเขียนให้ชัดเจนเลยว่าจำเป็น จะต้องมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่มาจากการมีส่วนร่วมของพี่น้องประชาชน อย่างนี้ผมถือว่า เป็นเนื้อหาการปฏิรูป ซึ่งถ้าดูเอกสารผมถามว่ามันดีไหมครับ รูปเล่มก็ดีครับท่านประธาน เนื้อหาหลายตัวก็ดีครับ แต่ว่าถ้าจะตอบยุทธศาสตร์ ๒๓ ข้อ แผน ๑๒ ด้านเหล่านี้ ผมคิดว่า มันไปไม่ถูกทางนะครับ ผมอยากจะเห็น อันที่ ๑ ก็คือตัวชี้วัดในเชิงพื้นที่ ซึ่งจะต้องมีระบบ กระจายอำนาจ อันที่ ๒ ก็คือว่าจะต้องมีการบูรณาการในทางงบประมาณ ซึ่งการบูรณาการนี้ ก็คือใช้พื้นที่เป็นตัวตั้ง ใหญ่ที่สุดก็คือว่าเมื่อเห็นว่าปัญหาของประเทศนี้ถ้าจะปฏิรูปกันจริง ๆ ก็คือมันอยู่ในโครงสร้างอำนาจคือรัฐธรรมนูญ ท่านก็เขียนไปเลยครับว่ารัฐธรรมนูญจะต้องมี การปรับแก้ แก้ไข หรือจัดทำใหม่ โดยการมีส่วนร่วมของประชาชนหรือระบบ สสร. ที่เราเคย มีมาครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
สมาชิกอีก ๓ ท่านนะครับ เริ่มจากท่านพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล ท่านอนุรักษ์ บุญศล และท่านเกียรติ สิทธีอมร ครับ เชิญท่านพิมพ์รพีครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์จากจังหวัดกระบี่ วันนี้ดิฉันพูดประเด็นเรื่องของแผน ปฏิรูปประเทศมองในประเด็นเล็กที่สุด เรื่องความหลากหลายทางชีวภาพ หรือไบโอไดเวอร์ซิตี (Biodiversity) ซึ่งเราพูดอยู่เสมอว่านี่คือความยั่งยืนและเป็นปัญหาที่เราต้องพัฒนาและตอบ โจทย์ประเทศของเราให้ได้ จากเอกสารที่ทำมาค่ะ เขียนว่าความหลากหลายชีวภาพมี ประเด็นที่ต้องปฏิรูปมีตั้ง ๖ เรื่อง เรื่องแรก ในเรื่องของกลไกทางด้านกฎหมาย คือ พ.ร.บ. เรื่องที่ ๒ คือการปฏิรูปผ่านระบบการวิจัย เรื่องที่ ๓. เรื่องของข้อมูล ความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศเพื่อการอนุรักษ์ ขีดเส้นใต้ค่ะ คุ้มครองใช้ประโยชน์ และแบ่งปันประโยชน์ที่เป็นธรรม มีการจัดทำคลังข้อมูลความหลากหลายของประเทศ โดยสำนักงานที่ชื่อว่า สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจฐานชีวภาพ (องค์การมหาชน) ชื่อเล่นชื่อ บีโด (BEDO) เรื่องที่ ๔ ปฏิรูประบบและเครือข่ายฐานทรัพยากรท้องถิ่นให้ครอบคลุม และเรื่องที่ ๕ ปฏิรูปบุคลากร เรื่องที่ ๖ กลไกรองรับประโยชน์ ท่านประธานคะ ที่เราจะดู ก็คือว่าปัญหาคืองบประมาณแผ่นดินนี้ตอบโจทย์ไหมคะ ความหลากหลายทางชีวภาพนี้ จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้ประชาชนหลุดพ้นจากความยากจน เราไม่ต้องขายข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ปาล์ม ยางพารา ข้าวโพดอีกต่อไป เราสามารถขายจุลินทรีย์ เราสามารถ ขายเห็ด ขายสาหร่าย ขายพริกแกง ขายสมุนไพร ขายแมลงเป็นสินค้าส่งออก ซึ่งเข้าสู่ นิวเอสเคิร์ฟ (New S-Curve) แต่ท่านประธานคะ งบประมาณแผ่นดินของบีโด (BEDO) ลดลงจาก ๑๒๓ ล้านบาทในปีที่ผ่านมาเหลือ ๑๑๗ ล้านบาท แล้วงบสำคัญที่สุดคืองบพัฒนา ยุทธศาสตร์ สร้างความเติบโตยั่งยืน อนุรักษ์ฟื้นฟูต้องการลดจาก ๖๒ ล้านบาท เหลือ ๑๙ ล้านบาทท่านประธานคะ แล้วงบแค่นี้มันจะแบกภารกิจอันหนักหนาเข้าไป ได้อย่างไร ถ้าประเทศไทยมีถอบแถบสมุนไพรในป่าไม้ แต่ถ้าไม่สามารถจดทะเบียน ในอาร์เซ็ป (RCEP) ในอาร์ซีอีพี (RCEP) ได้สุดท้ายสิทธิบัตรต่าง ๆ ก็จะหายไปหมดค่ะ เราไม่สามารถยืนยันความเป็นเจ้าของของทรัพยากรธรรมชาติเราได้เลย งบประมาณ ท่านประธานคะ งบประมาณในเรื่องของการดูแลพืชเศรษฐกิจที่สร้างมูลค่าได้ ๑๘ ล้านบาท ลดลงอย่างมหาศาล งบประมาณในการจดทะเบียนพันธุ์พืชเหลือแค่ ๑ ล้านบาท และสิ่งต่าง ๆ นี้จะตอบโจทย์ประเทศได้อย่างไรท่านประธานคะ งบประมาณสร้าง ความเข้มแข็ง วิสาหกิจชุมชนชีวภาพเหลือแค่ ๑๐ ล้านบาท แทบจะทำอะไรไม่ได้เลย งบประมาณสร้างความเติบโตยั่งยืน องค์กรชุมชนเหลือแค่ ๓ ล้านบาท มันไม่ตอบโจทย์ค่ะ มันเหมือนกับผิดฝาผิดตัว และบีโด (BEDO) เองก็ไม่สามารถแบกรับหน้าที่หลักอันใหญ่โตนี้ ได้ ลองหลับตาคิดดูว่าวันนี้ที่เราต้องการให้ปลูกป่าทั้งประเทศ ดิฉันถามว่าปลูกป่าทั้ง ประเทศนี้ชาวบ้านจะกินอะไรคะ ชาวบ้านไม่ปลูกหรอกค่ะ ชาวบ้านปลูกปาล์ม ปลูกยาง ดีกว่า ทั้ง ๆ ที่รู้ว่ากำลังจะเข้าสู่แดนประหารจากการปลูกพืชเศรษฐกิจ เพราะรอไม่ไหว จาก ๕ ปี ๑๐ ปี ป่า ๓๐ ปีเมื่อไรจะโต ท่านประธานคะเราลองคิดดูว่าถ้าเรามีนวัตกรรม อินน็อกซ์สารเห็ดลงไปในต้นเล็ก ๆ ของต้นเต็ง ต้นรัง ต้นตะเคียนทอง แล้วเมื่อ ๒ ปี มันโตขึ้นมาด้วยระบบที่มันคู่กันนี้ แล้วต้นไม้ที่มันโตขึ้นมันมีเห็ดต่าง ๆ ในป่าเต็มไปหมด ชาวบ้านมีโปรตีนทานด้วยการใช้เงินแค่ ๓ บาท ๖ บาท โดยใช้นวัตกรรมสร้างความยั่งยืน ทางชีวภาพแบบนี้ และสิ่งต่าง ๆ นี้ถูกจดเป็นสิทธิบัตรของประเทศไทย เราจะมั่นคงยั่งยืนได้ ถึงขนาดไหน ท่านประธานคะ ดิฉันขอสรุปว่าความหลากหลายทางชีวภาพมีความสำคัญมาก ในระบบเศรษฐกิจของไทยในอนาคต เข้าศูนย์นิว เอส-เคิร์ฟ (NEW S-CURVE) สมุนไพร ต่าง ๆ จุลินทรีย์พรีไบโอติก (Prebiotic) โพรไบโอติก (Probiotic) จะสร้างความแตกต่างใน รายได้ประเทศชาติอย่างมหาศาล อนาคตเรื่องนี้ ๑. ต้องใช้ความรู้เทคโนโลยีและการวิจัย ดิฉันไม่ค่อยมั่นใจว่าโจทย์ต่าง ๆ นี้ตอบโจทย์ของประเทศหรือยัง ดิฉันไม่ขอพูดเรื่องของ อว. อาจจะพูดครั้งต่อไป และ ๒. ปรับกฎระเบียบแนวคิดของข้าราชการที่รับผิดชอบ ต้องคิดว่า จะให้ประชาชนอยู่กับป่าอย่างไร ประชาชนของบ้านดิฉันที่จังหวัดกระบี่สามารถเก็บกุ้ง เก็บเคยอย่างไรจากป่าชายเลน ไม่ใช่จับชาวบ้านตลอดเวลา หรือให้เขาอยู่ร่วมกันในป่าชุมชน ได้อย่างไร คนในภาคอีสานสามารถหามดแดงอย่างไร ดิฉันหาหอยอย่างไร กินร่วมกันได้ ข้าราชการต้องปรับมายด์เซต (Mindset) ข้อ ๓ คือต้องปรับโครงสร้างค่ะ ต้องคิดเพื่อจะ พัฒนาเข้าไปช่วยชาวบ้านอย่างยั่งยืน สามารถช่วยชาวบ้านนำมูลค่าเพิ่มเติมได้ และที่สำคัญ ที่สุดนะคะสภาพัฒน์ต้องกำชับให้ส่วนราชการใช้ความหลากหลายทางชีวภาพเพื่อปฏิรูป ประเทศในความสามารถในการยกระดับขีดความสามารถของเกษตรกรในประเทศ และสิ่งที่ สะท้อนในงบประมาณแผ่นดินนี้มันไม่ได้ตอบโจทย์จริง ๆ ฉันหวังว่าสิ่งที่ดิฉันอภิปรายในวันนี้ จะเกิดผลให้กับประชาชน ดิฉันอาจจะเห็นว่าสภาพัฒน์เจรจากับสำนักงบประมาณ ให้งบประมาณให้บีโด (BEDO) มากขึ้น ให้ วว. มากขึ้นในการเพาะเชื้อเห็ดแจกกับพวกเรา ให้ชาวบ้านมีเห็ดเติบโตพร้อมกับต้นเต็ง ต้นรัง มีเห็ดตับเต่าเติบโตตั้งแต่หางนกยูง ต้นมะม่วง และนี่คือประโยชน์ของความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งสร้างความมั่นคง ยั่งยืน แล้วก็ ความร่ำรวยให้กับประเทศไทย ขอบคุณมากค่ะ🔗
เชิญท่าน อนุรักษ์ บุญศล ครับ🔗
กราบขอบพระคุณท่านประธาน เป็นอย่างสูง ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย แผนปฏิรูปประเทศประจำปี พุทธศักราช ๒๕๖๓ ดิฉันเจาะ เลยค่ะท่านประธาน หน้า ๔๗๒ และหน้า ๔๗๕ ซึ่งทั้งหมดทั้งมวลนั้นเป็นความต้องการ ของพี่น้องประชาชน ดิฉันถามผู้เขียนแผนว่านำสู่การปฏิบัติอย่างไร ต้องถามอย่างนี้เลยว่า ท่านนำสู่การปฏิบัติอย่างไร ไฟฟ้าครัวเรือน ไฟฟ้าเพื่อการเกษตรในชนบท ซึ่งเป็นความ ต้องการของพี่น้องประชาชนคนทั้งประเทศอยู่ในขณะนี้ ดิฉันทราบมาว่าการขยายไฟฟ้ามี งบประมาณมากกว่า ๑,๗๐๐ ล้านบาท แล้วใย ดิฉันขอภาพประกอบด้วยค่ะ ดิฉันมีภาพ ประกอบด้วยนะคะ ขอห้องโสตด้วยค่ะจัดส่งภาพประกอบให้ดิฉันด้วย🔗
ดิฉันถามไปว่า แล้วใยประชาชนคนบ้าน ดิฉันยังมาร้องขอไฟฟ้าอยู่ นี่ค่ะเห็นไหมคะคุณยายแก่ ๆ จะ ๘๐ ปีแล้วค่ะ จอนั้นก็ได้ค่ะ นี่ค่ะโผเข้ามากอดว่าคุณตาติดเตียง ไม่มีไฟฟ้า เห็นไหมคะ ท่านเขียนแผนอย่างไรถึงให้เกิดความเหลื่อมล้ำเช่นนี้ ใต้ต้นมะม่วงที่วัด ดิฉันไปรับเรื่อง ร้องเรียน คนมาร้องเรียนเป็น ๑๐๐ ไม่มีไฟฟ้าใช้ ขณะที่เสาไฟฟ้าแรงสูงเรียงกันเป็นตับ แต่ไม่ดึงให้คนที่ออกเรือนใหม่และไฟฟ้าเพื่อการเกษตร มันต้องมีคำถามว่าทำไม เพราะอะไร เพราะแผนปฏิรูปประเทศเยี่ยงนี้หรือ หรือท่านเขียนบนหอคอยงาช้างที่มองขึ้นไปบนที่สูง ตลอด มองฟ้าตลอด ไม่เคยมองดินหรืออย่างไรจึงไม่เห็นสิ่งที่ดิฉันเห็นค่ะ ท่านประธานคะ นี่ดิฉันต้องถามนะคะ แล้วก็ในหน้า ๔๗๒ ต้องบอกว่าท่านเขียนว่าช่วยให้ภาคการผลิตไฟฟ้า สอดคล้องกับศักยภาพเชื้อเพลิงโครงสร้างพื้นฐาน ความมั่นคงเชิงพื้นที่ รวมถึงสามารถบริหาร อัตราค่าไฟฟ้าในภาพรวมให้อยู่ในอัตราที่เหมาะสมสะท้อนต้นทุนที่แท้จริง ไม่เป็นภาระ ต่อผู้ใช้ไฟฟ้าและไม่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศในระยะยาว เกือบ ๑๐๐ คนค่ะ ถ้าท่านที่นั่งอยู่บนบัลลังก์รับไปและสามารถแก้ปัญหาได้ ดิฉันนำ บัตรประชาชนของประชาชนมา ๕๕ คนอยู่ในกระเป๋าถุงผ้าของดิฉัน ถ้าท่านรับดิฉันจะยื่นให้ เลยทันที นี่คือการเขียนแผนของท่านหรือคะ เกิดความเหลื่อมล้ำแน่นอน คำถามทุกคำถาม ว่าทำไม ทำไม และทำไม ไฟฟ้าเขาถึงไม่ถึงเรือนชานเขา นี่คือความต้องการของพี่น้อง ประชาชน ดิฉันเจาะนะคะ ท่านประธานที่เคารพ หน้า ๔๗๕ แล้วก็เรื่องประเด็นปฏิรูปที่ ๖ ปฏิรูปโครงสร้างการบริหารกิจการไฟฟ้านะคะ ถ้าใครอ่านหน้านี้แล้วมันจะมีการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาค การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าฝ่ายผลิต ทุกการไฟฟ้าอยู่ในกระทรวงมหาดไทย ควบคุมโดยกระทรวงมหาดไทย ดิฉันอยู่ในนี้บอกว่าจะบูรณาการอย่างไรให้ไปอยู่ในกระทรวง พลังงาน อยู่ที่ไหนก็ตามลดความเหลื่อมล้ำสร้างเศรษฐกิจขึ้นมาในสังคมชนบท ด้วยไฟฟ้า เขาไม่ได้ใช้ฟรีนะคะ ต่อเข้าไปในเรือกสวนไร่นาเขาก็ไม่ได้ใช้ฟรี มีคนตามไปเก็บ ค่าไฟ ไม่จ่ายค่าไฟจะเขียนว่าอย่างไรก็ช่าง โควิด (COVID) เพิ่งกลับมาจากแคมป์ (Camp) คนงานกรุณาอย่าปลดหม้อ ปลดเหมือนเดิม เก็บค่าไฟ แล้วปีนี้ร้อนมหัศจรรย์ร้อนค่ะ ท่านประธาน ต้องถามว่าแผนปฏิรูปประเทศเรื่องไฟฟ้าเมื่อมันร้อนมหัศจรรย์ร้อนขนาดนี้ ร้อนจนแสบผิวกาย ใครก็ต้องการพัดลม ใครก็ต้องการแอร์ แล้วเป็นอย่างไรบ้างคะ พัดลมยัง ไม่ส่ายหน้าเลย ไฟตกค่ะ นี่ขนาดนี้ฉันอยู่ในอำเภอสว่างแดนดินนะคะ เปิดแอร์ไม่ได้ค่ะ กลางคืนไฟตกค่ะ แล้วคนที่ไม่มีไฟฟ้าใช้แล้วมีผู้ป่วยติดเตียง แล้วมีคนแก่ท่านเคยเห็นน้ำตา ของคนยากจนไหมคะ มันไม่ได้ปริ่มที่ขอบตาหรอกค่ะ มันไหลอาบแก้มเลย เพราะมันล้น มาจากหัวใจ ท่านประธานที่เคารพ เขียนแผนอย่างไรให้เกิดความเป็นธรรมแก่ประชาชน คนยากจนบัตรประชาชน ๑๓ หลักเขาเกิดในประเทศไทยเขาควรได้รับสิ่งเหล่านี้ที่เป็น ปัจจัยพื้นฐานแห่งรัฐในแผนปฏิรูปประเทศ ไม่ใช่อีกฝั่งหนึ่งนี่รวยจนจะกินข้าวกับ ปลาฉลามแต่ละวันอยู่แล้ว อีกคนหนึ่งปลาร้าในไหก็ยังไม่มีเลย มันก็ฟ้ากับเหวดี ๆ นี่เอง เพราะอะไร เพราะมีวีไอพี (VIP) อย่างไรคะ ทุกอย่างมีเส้นมีสายคนที่เกิดมาเป็นคนจนเลือก เกิดไม่ได้ ใช่ ว่าเสือกเกิดมาจน เกิดมาจนไม่ผิดค่ะท่านประธานคะ ตายจนต้องโทษ แผนพัฒนาประเทศแผนปฏิรูปประเทศจะไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดทุกชาติไปเลย จะมีคนสาปแช่ง เพราะมันเกิดความเหลื่อมล้ำ นี่เรื่องของไฟฟ้านะคะ ดิฉันให้เข้าไปดูเลย พอเข้าไปจริง ๆ แล้วเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส ดิฉันนำสู่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้หลายครั้งที่ดิฉันเก็บ บัตรประชาชนของพี่น้องประชาชน ๕๕ คนอยู่ในมือของดิฉันนี้ ตำบลเจริญศิลป์เป็นเทศบาล ๕๕ คนนี้ที่ขอไฟ ไม่มีไฟฟ้าใช้ ไม่มีไฟส่องสว่าง ไม่มีไฟฟ้าเพื่อจะนำไปผลิตเป็นพลังงาน ทางด้านเศรษฐกิจ จึงร้องขอว่าแผนปฏิรูปประเทศอย่างไรก็ได้ลดความเหลื่อมล้ำเห็นแก่ ประชาชนคนยากคนจนให้ทั้งทั่วไทย ขอบพระคุณค่ะ🔗
ท่านต่อไปครับ ท่านเกียรติครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์นะครับ ก็ขออภิปรายในวาระที่นำทั้งยุทธศาสตร์และแผนปฏิรูปประเทศเข้ามาสู่สภาอีกครั้งหนึ่ง จริง ๆ แล้วเราคุยกันทุก ๓ เดือนครับท่านประธาน ทีนี้อันนี้ผมเข้าใจว่าเป็นภาพรวมของ ทั้งปี ก็ต้องยืนยันกับท่านประธานว่าก็รู้สึกเหงา ๆ เป็นกังวลแล้วก็รู้สึกว่ารายงานไม่ได้ ตอบโจทย์ ทำไมผมถึงพูดอย่างนั้นครับ ที่ผมเสนอไปตั้งแต่ครั้งแรกเลยที่เข้าสภามา ๒ ปี มาแล้ว ผมบอกว่าควรจะมีลิสต์ (List) บัญชีแนบท้ายเลยครับ สิ่งที่ ส.ส. พูดคืออะไรบ้าง แล้วมีเรื่องอะไรได้ทำไปแล้วบ้าง ท่านก็ไม่ได้ทำครับ ไม่ได้อยู่ดีครับ มันก็เลยรู้สึกว่าเราพูดไป มันมีประโยชน์อะไร มันเป็นกระบวนการที่เราใช้เวลาใช้งบประมาณมากทีเดียว งบประมาณ ของทุกคนที่มานั่งคุยกันในสภานี้ เสร็จแล้วปรากฏว่าพอไปดูอะไรเกิดเป็นรูปธรรมบ้าง เสียงสะท้อนของสภาเอาเรื่องอะไรไปทำบ้าง ก็ไม่พบครับท่านประธาน มีน้อยมากครับ น้อยมากเมื่อมันตรงกับที่อยากจะทำในบางเรื่องเท่านั้นเอง ตรงนี้ก็ต้องเรียนท่านประธานว่า ก็ต้องพูดด้วยความผิดหวังนิดหนึ่งนะครับว่าการปฏิรูปประเทศเป็นเรื่องสำคัญมาก การดำเนินการมียุทธศาสตร์สำคัญมากเลยครับ แต่วิธีการที่เราทำนั้นไม่ตอบโจทย์ครับ ผมก็เลยคิดว่าจริง ๆ แล้วคงต้องปฏิรูปวิธีการทำรายงานครับ ข้อเสนอท่านช่วยยืนยันชัด ๆ ได้ไหมว่าข้อเสนอของสภานี้มันอยู่ตรงไหนลิสต์ (List) เลยครับ ทุกครั้งที่เข้ามาทุก ๓ เดือนนี้ มีข้อใดบ้าง ในเรื่องไหน มีอะไรบ้าง แล้วคุณไปดำเนินการอะไร ถ้าอย่างนั้นจะเป็นประโยชน์ กับสมาชิกสภา หลาย ๆ กรณี ท่านประธานครับ ไม่สามารถปฏิรูปได้หรือดำเนินการ ตามยุทธศาสตร์ เพราะงบประมาณไม่ตรงกับยุทธศาสตร์ ยกตัวอย่างยุทธศาสตร์บอกว่า ประเทศจะเป็นแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์เกษตรที่ใหญ่ที่สุด ที่สำคัญที่สุดในเอเชียและควรจะมี งบประมาณปีหนึ่ง ๑,๔๐๐ ล้านบาท ๑,๕๐๐ ล้านบาท งบจริง ๑๐๐ กว่าล้านบาท ท่านไป ได้อย่างไรครับ เพราะฉะนั้นท่านต้องปฏิรูปการทำงบประมาณไหมครับ ตรงนี้ถ้าเราซื่อสัตย์ กับตัวเราเองว่าปัญหาเราอยู่ตรงไหน ไม่ใช่เขียนแต่คำพูดที่สวยงามและเชื่อว่าเราคงจะ เดินไปได้ในอนาคต มันหลอกตัวเองเปล่า ๆ ครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นการประเมินของ เราเองผมไปไล่ดูในแต่ละหมวดหมู่ การประเมินของเราผมก็คิดว่าดีเกินจริงครับ ท่านใช้สีแดง สีส้ม สีเขียว สีเหลืองดีเกินจริง เดี๋ยวผมจะยกตัวอย่างครับ เพราะฉะนั้นการปรับโครงสร้าง ซึ่งเป็นเรื่องหนึ่งของการปฏิรูป มีข้อเสนอแนะของสภานี้นะครับท่านประธาน ตอนที่เราตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญซีพีทีพีพี (CPTPP) ว่าเราต้องปฏิรูปในระบบเศรษฐกิจของเรา เยอะแยะไปหมด ปฏิรูปโครงสร้างภาษี ปฏิรูปวิธีการจัดซื้อจัดจ้างเยอะไปหมดเลยครับ ไม่มีในรายงานนี้เลยครับ แล้วประเทศนี้จะเดินไปเจรจาระหว่างประเทศเดินไปอย่างไร ถ้าเราไม่ปรับโครงสร้างภายในให้พร้อม และพร้อมนี้ไม่ใช่เป็นภาระหลายเรื่องทำได้ โดยไม่ต้องใช้งบประมาณด้วยนะครับ แล้วมันเป็นประโยชน์เพราะมันเพิ่มขีดความสามารถ ในการแข่งขันให้ทุกภาคส่วนในประเทศนี้ แต่ไม่ได้ทำครับ ไม่มีการประเมิน ไม่ได้อยู่ในบัญชี ไม่ได้อยู่ในลิสต์ (List) ของการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจ ทำไมครับ ในเมื่อมันอยู่ในเนื้อหาที่สภาได้ดำเนินการไปแล้ว ไม่อยู่ในรายงานฉบับนี้ ท่านต้องช่วยตอบ ทีครับ เพราะว่าอันนั้นผมถือว่าเป็นสาระสำคัญมาก ๆ ทีนี้ลงไปในเนื้อหาครับ ท่านประธาน ผมก็ต้องทวงถาม ๒-๓ เรื่อง ที่ผมพูดทุกครั้ง แล้วก็ยังไม่เห็นผลนะครับ แล้ววันนี้ครั้งนี้รู้สึกจะไปไกล ดีเกินเหตุ เรื่องพลังงาน โครงสร้างพลังงาน ท่านประธานครับ โครงสร้างพลังงานของเรา ผมก็บอกแล้ว น้ำมันแพง ก๊าซแพง ไฟฟ้าแพง ของแพง ประชาชน เดือดร้อนต้องปฏิรูป แล้วผมก็พูดทุกครั้งนะครับ แล้วมีอยู่ครั้งหนึ่งก็ดีครับ ทาง กกพ. ได้ทำ จดหมายมาหาผมเป็นทางการ ตอบผมด้วยตอบคำถามผมด้วย แต่คณะกรรมการชุดนี้ไม่เคย ตอบผมนะครับ กกพ. ตอบมา แล้วตอบมาก็ทำให้ผมรู้สึกสับสนว่าหลักการของเรา คืออะไรแน่ ในแง่ของพลังงาน หน้า ๑๐๐๑ ไปเรื่อยนะครับ เขียนชัดเจนว่าไม่ต้องไม่มี ผลประโยชน์ทับซ้อน ต้องมีหลักธรรมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้ แล้วท่านก็ให้คะแนน ของตัวเองกันไว้ การปฏิรูปองค์กรด้านพลังงาน ให้สีเหลืองในปี ๒๕๖๓ ทั้ง ๆ ที่ไม่มีคำตอบ เลยครับ ไม่มีคำตอบมาถึงผมครับ มีคำตอบจาก กกพ. นิดเดียว แล้วทำไม ที่ผมตั้งคำถาม ทุกครั้งที่ผมอภิปราย ผมบอกว่าทำไมราคาโรงกลั่นของเรามันแพงกว่าของสิงคโปร์ แพงกว่า ไม่ใช่น้อย ๆ นะครับ ไม่ใช่ ๑๐-๒๐ เปอร์เซ็นต์ ๖๐ เปอร์เซ็นต์บ้าง ๘๐ เปอร์เซ็นต์บ้าง ร้อยกว่าเปอร์เซ็นต์บ้าง คำตอบที่ผมได้ก็คือว่าเรามีผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่าราคาควรจะเป็น เท่าไร มีด้วยหรือครับ หลักคิดตรงนี้ไปไม่ได้ ผมถามว่าราคาพลังงานเกลี่ยกันอย่างไร เพราะเรามีส่วนหนึ่งผลิตได้ในประเทศ หาได้ในประเทศ เป็นทรัพยากรของประเทศ ต้นทุน มันต่ำกว่า ไม่มีคำตอบครับ ในรายงานนี้ยังเขียนอยู่เลยว่าต้องยึดโยงกับราคาตลาดโลก ผิดนะครับ ผมบอกได้เลยถ้าท่านคิดอย่างนี้ ประเทศที่เขามีพลังงานส่วนหนึ่ง มีทรัพยากร ส่วนหนึ่งในประเทศ เขาเกลี่ยต้นทุนครับ ส่วนที่ต้องนำเข้ากับส่วนที่มีในประเทศ เพื่อให้ ประชาชนได้ราคาพลังงานที่ถูกที่สุด ที่เป็นไปได้ ท่านไปดูสิครับ รายงานของท่านก็ยังสะท้อน อย่างนี้อยู่ครับ สะท้อนหลักคิดที่ผมคิดว่าไม่มีทางเห็นด้วยได้เลย ท่านบอกว่าเปิดเผย โปร่งใส และในหน้า ๔๙๕ ท่านให้สีเขียวเลยนะครับ ทั้งปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ เรื่อง ก๊าซธรรมชาติ ท่านประธานครับ นี่คือหนังสือที่ตอบผมจาก กกพ. เขาบอกว่าเพื่อให้ได้ราคา ก๊าซธรรมชาติที่ต่ำที่สุดต้องสะท้อนราคาในตลาดโลก อันนี้เป็นหลักสากล ตอบอย่างนี้ครับ ผิดไหมครับ ผิดนะครับท่านประธาน ทำไมไม่มีใครเคยตอบผมเลยว่า แม้กระทั่งหลักคิด ท่านจะทำวิธีไหนที่จะให้ประโยชน์เกิดสูงสุดกับประชาชน ประชาชนบริโภคราคาที่ต่ำที่สุด ผมถามไปเรื่องค่าผ่านท่อ ท่านประธานครับ นี่คือคำตอบนะครับ ฟังแล้วผมยังรู้สึกว่าท่านก็ดี ท่านซื่อสัตย์ ท่านตอบตรง ๆ ท่านบอกว่าเรื่องค่าผ่านท่อไม่มีข้อมูลจริง ๆ ว่าต้นทุนคือเท่าไร ขอ ปตท. ไปแล้วเขายังไม่ตอบให้ ในบัญชีไม่แสดงรายการ และเพิ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา ออกคำสั่งไปให้เขาจัดทำข้อมูลมาให้ และขณะนี้อยู่ระหว่างจัดทำข้อมูล ผมพูด ๒ ปีแล้วครับ ท่านประธาน เราจะปฏิรูปอย่างไรดี อย่างนี้ก็คือปฏิรูปเราก็ล้มเหลว และแถมประเมินให้ สีเขียวบรรลุทุกเป้าหมาย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ สีเขียวของท่าน บรรลุทุกเป้าหมาย ร้อยเปอร์เซ็นต์ในปีที่ผ่านมา ท่านไม่ได้ยินที่ผมพูดหรือครับ ท่านไม่ได้ยินสมาชิกสภาพูดว่า ของแพง น้ำมันแพง ก๊าซแพง และมันเป็นปัญหากับประชาชน และท่านยังให้คะแนนตัวเอง ว่าผ่านหมดร้อยเปอร์เซ็นต์ อันนี้คือปัญหาครับ การทำรายงานเช่นนี้หลอกตัวเอง แล้วก็ เหมือนกับว่าท่านไม่ได้ยินปัญหาของประชาชนที่สะท้อนโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร🔗
อีกเรื่องหนึ่งที่ผมขออนุญาตนิดเดียวครับ ในรายงานของสถาบันการเงิน ที่ท่านพูดถึง เอสเอ็มอีแบงก์ (SME Bank) ผมอภิปรายไปแล้วครับ ตอนรายการของ เอสเอ็มอีแบงก์ (SME Bank) เข้าสภา ผมก็บอกว่าเอาให้แน่ ท่านจะเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนาหรือท่านจะเป็นธนาคารเพื่อแข่งขันกับธนาคารพาณิชย์ รายงานในฉบับนี้ยังสะท้อนชัดเจนเลยครับว่าไม่เข้าใจคอนเซปต์ (Concept) นั้นเลยว่า การเป็นธนาคารเพื่อการพัฒนากับการเป็นธนาคารที่แข่งกับธนาคารพาณิชย์มันคนละเรื่อง มีแต่บอกว่าช่วยเอสเอ็มอี (SMEs) ไปกี่คนไม่บอก ไม่บอกว่าไปร่วมมือกับธนาคารพาณิชย์ ใครบ้าง เพื่อให้ได้ความแตกต่างที่เป็นลักษณะพิเศษของธนาคารเพื่อการพัฒนา ไม่มีนะครับ เพราะฉะนั้นก็ต้องเรียนท่านประธานจริง ๆ ครับว่า ผมเป็นกังวลอย่างยิ่งครับว่าถ้าประเทศนี้ เรายังใช้เวลากับในเรื่องที่ไม่ได้ให้ประโยชน์อะไรเลยที่สามารถที่จะสะท้อนและยึดโยงกับ ปัญหาของประชาชน เรามีปัญหาจริง ๆ ครับ แล้วก็การทำงานของเราจะไปบรรลุ ยุทธศาสตร์นี้ไม่มีทางไปได้ อาจจะไปได้ส่วนหนึ่งครับ ผมไม่สุดโต่ง แต่อีกหลายส่วนที่เป็น ปัญหาที่สะท้อนให้ท่าน ไม่ได้บันทึกไว้ในตรงนี้ และไม่ได้บอกเลยครับว่าจะเดินไปข้างหน้า อย่างไร ขอแสดงความกังวลอีกสักครั้งหนึ่ง เพราะผมพูดเรื่องนี้ทุกครั้งที่ผ่านมา ทุก ๓ เดือน และวันนี้รอบประจำปีก็ต้องพูดอีก เพราะผมถือว่าเป็นหน้าที่ที่ผมต้องรับผิดชอบ แต่เป็น หน้าที่ของท่านครับที่จะต้องตอบ และแก้ปัญหาที่มันเกิดขึ้นเหล่านี้ให้เป็นประโยชน์สูงสุดกับ ประชาชน ขอบพระคุณครับ🔗
ก็ขอฝาก คณะกรรมการปฏิรูปประเทศเกี่ยวกับเรื่องข้อเสนอ ข้อชี้แนะ ข้อสังเกตของท่านสมาชิก ที่ทุกครั้งท่านมารายงานนะครับ ก็จะทวงเรื่องเก่า ๆ ไม่ได้รับการตอบสนอง อย่างน้อย ท่านก็เตรียมข้อมูลในการตอบ เพื่อเราจะได้ประหยัดเวลาสภาด้วยนะครับ ไม่อย่างนั้นแล้ว ก็จะถามซ้ำ ๆ ซาก ๆ ว่าเพราะท่านไม่ได้ปฏิบัติ ก็ฝากคณะกรรมการไว้ด้วยนะครับ ส่วนถ้าท่านจะต้องการข้อมูลอะไรที่เป็นรายละเอียด ท่านไม่มี ท่านก็บอกผ่านท่านเลขาธิการ ให้ถอดบันทึกการประชุมสรุปปัญหา ข้อเสนอแนะให้ได้นะครับ ต่อไปอีก ๓ ท่านนะครับ ท่านสมชาย ฝั่งชลจิตร ท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ และท่านซูการ์โน มะทา เชิญท่านสมชายครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม สมชาย ฝั่งชลจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก็อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าในสภาแห่งนี้มีทั้งนักเศรษฐศาสตร์ นักเศรษฐกิจ หรือผู้ที่มีความรู้ในเรื่องของเศรษฐกิจหรือการพัฒนาประเทศ โดยเฉพาะคณะกรรมการ ยุทธศาสตร์ชาติหรือสภาพัฒน์ แต่ผมก็อาจจะขอพูดในเชิงเศรษฐกิจที่มาจากฐานราก หรือคนชายขอบ อาจจะบอกว่ามาจากท้องไร่ท้องนา หรืออาจจะมาจากกองขยะก็ได้ สภาพัฒน์ซึ่งเป็นผู้ชี้นำทางการพัฒนาประเทศมาตั้งแต่ก่อตั้งและมีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและ สังคมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๑) ก็คงจำได้ว่าท่านพูดว่าโครงสร้างเศรษฐกิจจะต้องเป็นการผลิตเพื่อ ทดแทนการนำเข้า และมันก็สร้างระบบเศรษฐกิจในเชิงของทฤษฎีแบบเสรีนิยม มาตลอดเวลา ผมจำได้ว่าในโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่มันกำลังเป็นบทชี้นำภายใต้สภาพัฒน์ ของสังคมไทยอยู่ มันมีบทเรียนที่สำคัญก็คือเมื่อปี ๒๕๒๓ ที่เราเรียกว่าวอชิงตัน คอนเซนซัส (Washington Consensus) ก็คือแนวคิดเสรีนิยมใหม่ ที่พยายามที่จะให้บทบาทและ สร้างแนวคิดการตลาดเสรีขึ้นมาในประเทศ พยายามลดบทบาทของอำนาจรัฐลง แต่สังคมไทยมันเดินไปข้างหน้าไม่ได้ เพราะเราไม่สามารถสร้างผู้นำที่มีปัญญา แบบวิทยาศาสตร์ได้ มาได้สักพักก็ถูกฆ่าตัดตอนด้วยการรัฐประหาร และเอาผู้นำ ที่ไร้วิสัยทัศน์ แต่มีกองกำลังติดอาวุธหนุนมาเป็นผู้นำประเทศอยู่ตลอดเวลา มันคั่น กระบวนการพัฒนาระบบประชาธิปไตยในประเทศ การวางแผนทางเศรษฐกิจที่จะบรรลุ เป้าหมายเพื่อประชาชนมันจึงเดินไปข้างหน้าไม่ได้ โครงสร้างอำนาจรัฐรวมศูนย์ที่หลายคน พูดมันก็ยังดำรงอยู่ แนวคิดสภาพัฒน์วันนี้ไม่ได้ตอบสนองคนส่วนใหญ่ของประเทศ แต่มันตอบสนองความมั่งคั่ง หรือความสำเร็จของคนกลุ่มน้อย ผมจำได้เมื่อปี ๒๕๓๕ หลังจากการรัฐประหารของ คณะ รสช. นายกรัฐมนตรีพูดว่าจะต้องลดกำลังการผลิตในภาคเกษตรกรรม ถามว่าลดทำไม ก็ลดเพื่อให้เกษตรกรรมหรือคนที่เป็นแรงงานในภาคเกษตรกรรมเข้าสู่ระบบอุตสาหกรรม ซึ่งมีการพัฒนาโครงสร้างตอบสนองอยู่ที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล นั่นคือการวางแผน ต้อนคนชนบทเข้ามาเป็นแรงงาน และแนวคิดตั้งแต่ปี ๒๕๒๓ ที่เข้ามาก็คือวาทกรรมเรื่อง ความสามารถทางการแข่งขัน แน่นอนครับ ประเทศนี้ไม่ได้วางแผนว่าจะเอาประเทศไปสู่ ความเป็นวิทยาศาสตร์ที่ก้าวหน้า ไม่ได้วางแผนว่าจะสร้างกองทัพที่ทันสมัย กองทัพก็ยังเป็น กองทัพที่ล้าหลังอยู่ตลอดเวลา ไม่ได้วางแผนว่าวิทยาศาสตร์ทันสมัย เกษตรทันสมัย ก็ไม่ได้พูดถึง หรืออาจจะพูดว่าปี ๒๕๒๓ ประเทศมหาอำนาจที่อยู่ตอนเหนือของเรา ก็พูดวาทกรรมวิทยาศาสตร์ทันสมัย เทคโนโลยีทันสมัย เกษตรทันสมัย กองทัพทันสมัย และวัฒนธรรมที่ทันสมัย เขาจึงพาประเทศรอดมาจนปัจจุบันนี้ แต่เราสิครับเปลี่ยนผ่าน ที่ไม่เป็นกระบวนการประชาธิปไตยมาตลอด จนกระทั่งว่าแนวคิดในการวางโครงสร้าง เพื่อพัฒนาเศรษฐกิจมันจึงอยู่ที่การชี้นำของสภาพัฒน์มาโดยตลอด แล้วภายใต้แนวคิด เพื่อที่จะเพิ่มตัวเลขในจีดีพี (GDP) ของประเทศ ผ่านกระบวนการการลงทุนของต่างประเทศ แต่สิ่งหนึ่งที่มันเป็นวาทกรรมที่ซ้ำเติมชาวบ้านหรือชาวไร่ ชาวนาอยู่ตลอดเวลา ก็คือทำให้ ภาคเกษตรกรรมล้มเหลว พี่น้องจึงต้องย้ายมาเป็นแรงงานราคาถูกในเมืองใหญ่หรือในเขต ที่เขาประกาศว่าเป็นเขตอุตสาหกรรม แล้วมันตอบสนองประโยคที่ว่าความสามารถทาง การแข่งขันอยู่อย่างหนึ่ง ก็คือต้นทุนภาคเกษตรของพี่น้องต้องต่ำ เพื่อให้มีสินค้าราคาถูก ไปขายแข่งกับต่างประเทศ ลงบนหัวพี่น้องชาวไร่ ชาวนา และกรรมกรของเราทั้งนั้น นี่คือบทบาทที่สภาพัฒน์จะต้องเปลี่ยนวิธีคิด วันนี้ถ้าจะปฏิรูปประเทศจะต้องเปลี่ยน เพื่อปลดปล่อยความคิดของคนที่ทำงานในคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติหรือสภาพัฒน์ เสียก่อน ท่านเป็นเทคโนแครต (Technocrats) ที่รับแนวคิดจากตะวันตกมาโดยตลอด แต่ท่านไม่เคยปกป้องโครงสร้างของคนข้างล่างที่บอบช้ำ ที่อ่อนแอมาตลอดเวลา ท่านไปดู ว่าสิ่งที่ได้ทำมาในโครงการหรือดูนโยบายที่ผ่านงบประมาณของรัฐบาล ปีนี้โครงการที่เป็น ลักษณะงบประมาณบูรณาการน้ำ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แต่ไปดูเขื่อนและอ่างเก็บน้ำ ที่มีอยู่ทั่วประเทศ ๒๐,๐๐๐ กว่าแห่ง ทำไมสภานี้ยังต้องพูดเรื่องขาดน้ำในฤดูแล้งและ น้ำท่วมในฤดูฝนตกตลอดเวลา มันเกิดความผิดพลาดอะไรในโครงการจัดการน้ำ โดยเฉพาะ กรมชลประทานและกรมทรัพยากรน้ำในปัจจุบัน มันจึงเห็นประตูระบายน้ำพัง เห็นอ่างเก็บน้ำพัง เห็นตรงโน่นตรงนี้ใช้งานไม่ได้ โครงสร้างสูบน้ำด้วยเครื่องไฟฟ้าใช้ไม่ได้ เมื่อเช้าก็หารือกันอยู่ นี่คือความล้มเหลวในการจัดการ แล้วมันก็ไปทำร้ายโครงสร้าง ที่เป็นธรรมชาติ อ่างเก็บน้ำก็สร้างในพื้นที่ป่าที่อุดมสมบูรณ์ตลอดเวลา แล้วนโยบาย ยุทธศาสตร์ที่ ๕ ที่ว่าจะให้อยู่กับธรรมชาติ พัฒนาภายใต้การอยู่ร่วมกับธรรมชาติที่ยั่งยืน มันหายไปไหน การสร้างอ่างเก็บน้ำในพื้นที่สมบูรณ์มันทำลายป่า โดยเฉพาะพื้นที่ที่มันเป็น แหล่งผลิตน้ำของข้างล่าง ทำลายโครงสร้างธรรมชาติของระบบน้ำ สภาพัฒน์ยังปล่อยอยู่ได้ และไม่ตรวจสอบว่าเป้าหมายมันสำเร็จได้อย่างไร เพราะว่า ๒๑,๘๙๑ โครงการ มันมีแต่ สีแดง สีเหลือง สีส้ม สำเร็จน้อยมาก เพราะฉะนั้นการผ่านนโยบายในการพัฒนาประเทศโดยสภาพัฒน์เป็นผู้กำกับ แน่นอนครับ โครงสร้างรัฐบาลที่ผู้นำขาดวิสัยทัศน์ท่านชี้นำมาตลอด ท่านคือผู้รับผิดชอบโดยเฉพาะ สภาพัฒน์ ประเทศนี้มันถอยหลังเข้าคลอง เพราะการวางแผนยุทธศาสตร์ชาติที่ผิดพลาด ขอบคุณครับ🔗
ท่านกมลศักดิ์เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ จังหวัดนราธิวาส ประกอบด้วย อำเภอบาเจาะ อำเภอยี่งอ อำเภอรือเสาะ และอำเภอศรีสาคร ท่านประธานครับ ต้องขอบคุณท่านประธานที่เมื่อสักครู่ท่านได้ย้ำไปยังคณะกรรมการปฏิรูปประเทศที่มาชี้แจง ในสภาในวันนี้ ให้ความสำคัญกับการอภิปรายข้อเสนอแนะของสมาชิกที่ได้อภิปราย ก่อนหน้านี้ เพราะผมมีความรู้สึกว่าเวลาเป็นวาระรายงานการรับทราบ เหมือนกับ เป็นที่ระบายของ ส.ส. เป็นที่ระบายของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ใช้สิทธิในการอภิปราย เพื่อเสนอแนะ แต่ในทางปฏิบัติกลับไม่มีอะไรคืบหน้า ผมเคยอภิปรายในเรื่องแผนปฏิรูป ประเทศก่อนหน้านี้ เพราะการมาชี้แจงของคณะกรรมการปฏิรูปประเทศต่อสภาแห่งนี้ ผมถือว่าคณะกรรมการคือตัวแทนของคณะรัฐมนตรี ตามมาตรา ๒๗๐ ของรัฐธรรมนูญ ที่ต้องรายงานทุก ๓ เดือน และในรัฐธรรมนูญกำหนดให้ บัญญัติให้คณะรัฐมนตรีมาแจ้ง ต่อสภาให้ทราบถึงความคืบหน้าตลอดระยะเวลา ๓ เดือนที่ผ่านมา🔗
ท่านประธานครับ ผมในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมาจาก ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้อดที่จะอภิปรายเกี่ยวกับแผนปฏิรูปประเทศ แล้วก็มีข้อเสนอแนะ ฝากไปยังคณะกรรมการปฏิรูปประเทศผ่านท่านประธาน เพราะผมเห็นว่าการปฏิรูปประเทศ ยังไม่เป็นไปตามหมวด ๑๖ ของรัฐธรรมนูญ ผมไม่ได้เอาหลักการหรือไม่ได้เอาทฤษฎีอื่น เลยครับ ผมเอาหลักการตามรัฐธรรมนูญ ในหมวด ๑๖ ว่าด้วยการปฏิรูปประเทศ ในมาตรา ๒๕๗ และมาตรา ๒๕๘ เป็นตัวตั้ง ผมว่าตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาการปฏิรูป ประเทศยังไม่ได้เกิดผล ตามมาตรา ๒๕๘ เพราะรัฐธรรมนูญเขาบอกว่า การปฏิรูปประเทศ ต้องทำให้เกิดผล ใช้คำนี้เลยนะครับ แต่เท่าที่ดูที่ผ่านมาโดยเฉพาะกับพี่น้องผมตัวชี้วัดง่าย ๆ เลย ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้านเศรษฐกิจ ๒-๓ ปีหลังก็ยังเป็นคนยากจนที่สุดในประเทศ ผมไม่รู้ว่าท่านมีแผนปฏิรูปประเทศด้านเศรษฐกิจให้กับพี่น้องใน ๓ จังหวัดอย่างไร ด้านการศึกษาก็ต่ำสุดของประเทศมากี่ปีแล้วครับ แล้วอย่างนี้จะเรียกว่าปฏิรูปประเทศ เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของมาตรา ๒๕๗ นั่นคือมีความสงบสุข มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อย่างไร ผมถึงบอกว่าการปฏิรูปประเทศของคณะกรรมการที่มีอยู่ยังไม่ได้ตรงตาม เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และยังไม่ก่อให้เกิดผล โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้นี้นะครับ ประเด็นปัญหาความขัดแย้งใน ๓ จังหวัด มีมาตลอดระยะเวลา ๑๗ ปี ความไม่เป็นธรรมซึ่งเป็นคำหนึ่งที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๒๕๗ เจตนารมณ์เพื่อให้เกิด ความเป็นธรรม ขจัดความเหลื่อมล้ำก็ยังคงมีอยู่ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ กฎหมายที่มีอยู่ แผนปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา ๒๕๘ แล้วก็ด้านกระบวนการยุติธรรมที่ท่านจะขจัด ความเหลื่อมล้ำมันก็ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมดูรายงานแผนปฏิรูปประเทศในหนังสือ ฉบับนี้ ผมผิดหวังครับ เพราะปัญหา ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ถือเป็นปัญหาหนึ่ง ของประเทศ เพราะแม้แต่งบประมาณยังมีการแยกเป็นงบบูรณาการเฉพาะ แต่ในส่วนของ แผนปฏิรูปประเทศ รายงานที่ท่านเขียนความคืบหน้า ๓ เดือนนี่นะครับไม่มีการกล่าวถึง ปัญหาของ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยเฉพาะในด้านกฎหมายและด้านกระบวนการยุติธรรมเลย เมื่อ ๒ อาทิตย์ที่แล้วผมเพิ่งตั้ง กระทู้สดไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเกี่ยวกับผลกระทบของการบังคับใช้กฎหมาย พิเศษใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่านทราบไหมครับว่าพี่น้องเราใน ๓ จังหวัดถูกปกครอง โดยมีกฎหมายพิเศษทั้งกฎอัยการศึกและ พ.ร.ก. ฉุกเฉินมา ๑๗ ปี ผมไม่รู้ว่า ในคณะกรรมการปฏิรูปของท่านนี้ท่านได้มีการหยิบยกปัญหา ทบทวนกฎหมายที่มีอยู่ ทั้งกฎอัยการศึกและ พ.ร.ก. ฉุกเฉินใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้หรือไม่อย่างไร เพราะในรายงานของท่านไม่มีกล่าวถึงเลย ท่านประธานครับ ผมเรียนต่อท่านประธานว่า ปัญหาความเหลื่อมล้ำในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย ปัญหาความไม่เป็นธรรมของ การบังคับใช้กฎหมายยังคงมีอยู่ในพื้นที่ แม้ตอนนี้ข่าวโควิด (COVID) จะกลบเรื่องเหล่านี้ เพราะอะไรเป็นตัวชี้วัดครับ ยังมีพี่น้องในพื้นที่ที่ยังไม่เข้าใจกฎหมายพิเศษที่ได้รับผลกระทบ ยังเดินเข้ามาหาผมอยู่อีกเป็นจำนวนมาก มันเกิดวิวัฒนาการของการบังคับใช้กฎหมาย จนกลายเป็นเรื่องปกติ ทั้ง ๆ ที่เป็นกฎหมายพิเศษและก่อให้เกิดความไม่เป็นธรรม ก่อให้เกิด ปัญหาในวันข้างหน้า ท่านอย่าเอาจำนวนสถิติที่ลดลงเป็นตัวชี้วัด เพราะสิ่งที่เกิดความไม่เป็นธรรม กับในพื้นที่มันสามารถที่จะก่อตัวให้เกิดปัญหาความขัดแย้งขึ้นในอนาคต แล้วก็ผมหวังว่า รายงานของคณะกรรมการในอีก ๓ เดือนข้างหน้านี้จะมีความคืบหน้าในเรื่องของ การทบทวนการบังคับใช้กฎหมายหรือในด้านเศรษฐกิจ การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับพี่น้องใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านซูการ์โนเชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ วันนี้ก็ต้องขออนุญาต ท่านประธานมาอภิปรายตั้งข้อสังเกตกับรายงานสรุปการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ชาติ และแผนปฏิรูปประเทศประจำปี ๒๕๖๓ นะครับ ผมก็ต้องยอมรับนะครับท่านประธาน จริง ๆ แล้วหนังสือ ๒ เล่มนี้ตั้งมาในสภาเรา ๒ อาทิตย์แล้ว ก็ต้องบอกว่าเป็นรูปเล่มที่ดีขึ้น แล้วก็น่าจะมาจากการตั้งข้อสังเกตของเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรตั้งแต่แรก นะครับ แต่สิ่งที่ผมอยากจะเรียนท่านว่าเอกสารนี้จะเป็นประโยชน์มากขึ้นถ้าได้ส่งไปให้กับ หอสมุดของสถาบันการศึกษา เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้เรื่องของการปฏิรูปประเทศตาม ยุทธศาสตร์ชาติด้วยครับ ท่านประธานครับจากที่ผมได้ศึกษา พยายามนะครับ พยายามศึกษาและอ่านในแผนยุทธศาสตร์ชาติแล้วก็แผนปฏิรูปประเทศ ที่มารายงานวันนี้ ก็ต้องยอมรับว่าก็ไม่มีความเข้าใจดีขึ้นเท่าไร เพราะว่าการเขียนค่อนข้างจะสับสน อ่านยากนิดหนึ่ง แต่ก็อยากสรุปนิดหนึ่งครับ ในประเด็นทั้งหมด ๗๐๐ หน้าที่มีรายงานให้ สภาเราทราบนี้ มีคำว่า ดีขึ้น อยู่แค่ ๒๑๗ จุดเท่านั้น มีคำว่า บรรลุเป้าหมาย อยู่แค่ ๙๐ จุด และอย่างเป็นรูปธรรมแค่ ๑๐๙ จุดเท่านั้น ท่านประธานครับ แล้วในแผนปฏิรูปประเทศตาม ยุทธศาสตร์ชาตินี้กำหนดว่าจะต้องแล้วเสร็จภายในปี ๒๕๖๕ นั้น วันนี้ผมไม่แน่ใจนะครับว่า จะสำเร็จหรือไม่ เพราะว่าเพิ่งบรรลุความสำเร็จไปได้แค่ ๗ เป้าหมายด้วยกัน แล้ววันนี้ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด (COVID) ซึ่งในปี ๒๕๖๓ อาจจะไม่รุนแรง แต่ในปี ๒๕๖๔ ปีนี้ถือว่ารุนแรงและเป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้รับผลกระทบ อย่างมาก ท่านประธานครับ ดูจากแผนแม่บทของแผนยุทธศาสตร์ชาติประเด็นที่ ๙ เรื่องของเขตพื้นที่เศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งเพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่ท่านกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ก็ได้พูดถึง ผมก็ในฐานะที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ก็รู้สึกน้อยใจนะครับว่า ในยุทธศาสตร์ชาติในเรื่องของการปฏิรูปประเทศไม่พูดถึงการแก้ปัญหาความยากจนที่เป็น รูปธรรมในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ไม่พูดถึงเรื่องของการแก้ปัญหาการศึกษา ที่ต่ำกว่ามาตรฐาน พี่น้องลูกหลานคน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ได้รับการศึกษาที่ต่ำกว่า มาตรฐาน ทำให้ขาดโอกาสในการเข้าทำมาหากินหรือการเข้าทำงานในระบบราชการ ที่สำคัญที่สุดข้อกฎหมายนะครับ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากฝากทางคณะกรรมการให้ทราบ นะครับว่าเรามีพูดถึงเรื่องการปฏิรูปประเทศ ในกฎหมายธรรมนูญนี้ต้องยอมรับว่าปัญหา ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ นอกจากความไม่สงบแล้วมันมีปัญหาเรื่องของความต้องการ ของคนในพื้นที่ที่ต้องการที่จะให้มีเศรษฐกิจที่ดีขึ้น วันนี้ปัญหาของคนที่เป็นแรงงาน ที่สร้างรายได้ให้กับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ คือพี่น้องคนงานต้มยำกุ้งไม่สามารถที่จะ เดินทางเข้าไปทำงานในประเทศมาเลเซีย แต่เราไม่พูดถึงเรื่องมาตรการในการเยียวยา การช่วยเหลือให้กับพี่น้องผู้สร้างแรงงานให้กับประเทศไทยเลยนะครับ ท่านประธานครับ ในประเด็นสำคัญเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติผมก็คงจะพูดเพียงเท่านี้ แต่จะขอเน้นไปเรื่องของ การปฏิรูปประเทศในเรื่องของทางด้านการเมือง เพราะว่าสิ่งที่เราอ่านพบในหน้า ๕๑ จะเห็นว่าการปฏิรูปการเมืองนั้นหลาย ๆ อย่างวันนี้ถ้าการเมืองไม่มีความเป็นเอกภาพ ไม่มีเสถียรภาพ การบริหารประเทศหรือเศรษฐกิจประเทศก็จะไม่สามารถดำเนินการไปได้ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมให้ความสำคัญมากที่สุด ก็คือการสร้างความเข้มแข็งให้กับองค์กรปกครอง ท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกระจายอำนาจ แม้ว่าจะเป็นยุทธศาสตร์ชาติหรือแผนปฏิรูป ประเทศพูดเรื่องของการกระจายอำนาจให้กับองค์กรปกครองท้องถิ่นนั้น จะพูดถึงเรื่อง ของการสร้างความเข้มแข็งเท่านั้น ทั้ง ๆ ที่ข้อเท็จจริงแล้วปัญหาเรื่องของรายได้ ปัญหาการถ่ายโอนที่มีแต่งานไป แต่ว่างบประมาณไม่ให้ อันนี้ก็เป็นปัญหาหนึ่งที่สำคัญว่า องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถจะสร้างความเข้มแข็งได้ ถ้าเขามีรายได้ที่ต่ำกว่า แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้สถานการณ์โควิด-๑๙ (COVID-19) วันนี้องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเกิดความเหลื่อมล้ำขึ้น องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีศักยภาพมาก ก็สามารถ ที่จะตั้งงบประมาณในการจัดซื้อวัคซีนได้ แต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ระดับเล็กลง ก็ไม่สามารถจะดำเนินการได้ อันนี้แผนปฏิรูปประเทศหรือปฏิรูปการเมืองขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีความเข้มแข็งนั้น ผมคิดว่า สิ่งสำคัญที่สุดเราต้องพูดให้ชัดว่าเราจัดสรรงบประมาณให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขามี ความเข้มแข็งอย่างไร และที่สำคัญที่สุด สุดท้ายนี้ก็อยากเรียนท่านประธานถึงคณะกรรมการ ปฏิรูปประเทศว่าการกระจายอำนาจ วันนี้เรากระจายอำนาจมา ๒๒ ปี ตามแผนขั้นตอน การกระจายอำนาจพูดกันมากในคณะกรรมการการกระจายอำนาจ แต่ ๒๒ ปีที่ผ่านมาก็ไม่มี อะไรที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมสักเท่าไร นอกจากวิธีการจัดทำงบประมาณเท่านั้น ที่เปลี่ยนแปลงไป แต่โดยพื้นฐานโดยภาพรวมส่วนใหญ่แล้ว การปฏิรูปเรื่องขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นการกระจายอำนาจ ลดบทบาทของผู้ว่าราชการจังหวัดบางจังหวัด จัดให้มีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัดที่มีความพร้อม เช่น จังหวัดจัดการตนเอง อย่างจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดอุดรธานี หรือพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ อาจจะเป็น ประโยชน์ในการแก้ปัญหาก็ได้นะครับ อันนี้อยากฝากเป็นข้อสังเกตให้คณะกรรมการปฏิรูป ประเทศ โดยเฉพาะคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติด้วยว่าลองคิด ลองกล้าทำนะครับ ประเทศที่เขาปกครองในระบบคอมมิวนิสต์อย่างประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน เขายังกล้า ปฏิรูปเรื่องของการกระจายอำนาจ มีเขตปกครองพิเศษ มีการปกครองส่วนท้องถิ่นที่ ประชาชนสามารถเลือกผู้บริหารของเขาได้ วันนี้ความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดว่าเขตปกครอง พื้นที่พิเศษนั้นทำให้พื้นที่มีความเจริญก้าวหน้ามากกว่าที่เป็นอยู่ที่การบริหารด้วยระบบ ราชการ ก็ฝากให้ทางคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ แล้วก็คณะกรรมการปฏิรูปประเทศว่า กระจายอำนาจต้องถามด้วยความจริงใจและจริงจังและต้องเป็นรูปธรรมด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
อีก ๔ ท่านนะครับ มีท่านนายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ท่านนพดล แก้วสุพัฒน์ ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน และท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม เชิญคุณหมอกิตติศักดิ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย วันนี้เป็นการรายงานแผนปฏิรูปประเทศ แล้วก็ยุทธศาสตร์ชาติ ประจำปี ๒๕๖๓ ซึ่งทั้ง ๒ เล่มนี้ต้องบอกว่าทางสภาพัฒน์ทำมาได้สวยงาม แต่ว่าเรื่องเนื้อหา นี้ผมยังมีปัญหาอยู่ ผมจะอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องระบบสาธารณสุข เรื่องทรัพยากรน้ำ เรื่องการเหลื่อมล้ำ แล้วก็เรื่องการปฏิรูประบบบริหารงบประมาณนะครับ ด้านสาธารณสุข ด้านสุขภาพนี้ในแผนปฏิรูปที่ ๑๐ ของระบบสุขภาพบอกว่า มีเป้าหมายให้บรรลุ ในปี ๒๕๖๕ คือรายจ่ายสุขภาพรัฐที่เหมาะสม อันนี้ผมดีใจนะครับ เพราะว่าปีที่แล้วผมได้อภิปรายว่า งบประมาณภาครัฐที่เกี่ยวกับระบบสุขภาพที่เหมาะสม คือ ๑๗ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งท่านก็เอามาใส่ ในรายงานฉบับนี้ แต่ในข้อเท็จจริงก็คือว่าทางรัฐบาลไม่ได้เข้าใจเลยว่า นี่คือเป้าหมาย เพราะระบบสาธารณสุขตอนนี้งบสาธารณสุขในปี ๒๕๖๕ นี้ ๓๓๙,๐๗๔ ล้านบาท เทียบเป็นเงินกับงบประมาณ ปี ๒๕๖๔ นี้คือ ๑๐.๓ เปอร์เซ็นต์ ยังห่างไกลจาก ๑๗ เปอร์เซ็นต์อีกมาก นี่คือประเด็นที่ต้องให้ความสนใจ แล้วก็ที่เหมาะสมก็บอกว่า ไม่น้อยกว่า ๓.๕ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) อันนี้ก็เรียกว่ายังห่างไกล ประเด็นคืองบ ต้องมากขึ้น แต่เงินก้อนเดียวกันนี้ผมจะพูดในเรื่องของการบริหารจัดการงบประมาณของ ภาครัฐที่ให้เกิดความเหมาะสม เงินมี เรียกว่าไม่น้อยไม่มาก แต่ว่าการใช้จ่ายอย่างเหมาะสม ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญของรัฐ🔗
ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าเรื่องของระบบสุขภาพนี้เรายังเห็นว่าปัญหาของ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล รพ.สต. โรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป โรงพยาบาล ชุมชนนี้ยังขาดแคลน ประชาชนยังล้นเตียงนะครับ คือไปที่โรงพยาบาลไหน ทางอีสานก็จะ เห็นว่าเตียงคนนอนระเบียงอะไรต่าง ๆ แต่ดีนะครับ อีสานนี้ยังนอนระเบียง แต่ว่า ไม่มีการปฏิเสธคนไข้นะครับ คือไม่มีบอกว่าเตียงเต็มเหมือนกรุงเทพฯ คือผมอยู่ใน โรงพยาบาลมหาสารคาม คนไข้มาเท่าไร มาจำนวนเท่าไร เรารับหมด เพราะว่านี่คือสิ่งที่ เราทำกันมาตลอดในการบริการประชาชน แต่ว่า รพ.สต. ก็ยังไม่เพียงพอเหมือนกัน งบฟิกคอสต์ (Fix Cost) อะไรต่าง ๆ มากมาย จะสร้างตึกสำนักงบประมาณก็ให้เฉพาะตัวตึก งบอุปกรณ์การแพทย์ งบอื่น ๆ เตียงไม่มี งบบุคลากรไม่มี นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้น ทำอย่างไรครับ รพ.สต. ก็ขาด โรงพยาบาลก็ขาด ก็ต้องไปทำผ้าป่า ซึ่งอันนี้ก็เรียกเป็นประจำของระบบ สาธารณสุขเราคือผ้าป่าในการแก้ปัญหา แต่ที่น่าเสียใจก็คือว่าเงินที่เราไปใช้อย่างอื่น ที่จำเป็นน้อยกว่ากลับไปใช้ เรียกว่าเสียดายงบประมาณ ผมไม่อยากจะบอกว่าสิ่งที่จำเป็น มากกว่าคือเรื่องระบบสาธารณสุข ระบบพวกนี้ผมมองว่ายังมีสิ่งอื่นที่จำเป็นน้อยกว่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกระทรวงกลาโหม หรือบางทีงบกระตุ้นเศรษฐกิจ ชิมช้อปใช้ งบคนละครึ่งนี้ ถามว่าดีไหม ดี แต่ว่าจำเป็นกว่าเตียงกับสิ่งที่จำเป็นกับระบบสาธารณสุขไหม ผมว่าเทียบเท่าไม่ได้นะครับ ก็เสนอในการจัดสรรงบประมาณในการบริหารเรื่องของแผน ให้ได้มากขึ้นถึง ๑๗ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ ส่วนการปฏิรูประบบสาธารณสุขอีก เรื่องหนึ่งที่ผมอยากให้เข้ามาในรายงานฉบับนี้ ก็คือว่างบในการบริหารสาธารณสุขนี้จะต้อง ลดส่วนกลางลง แล้วก็เพิ่ม เพื่อเอาเงินนี้ไปเพิ่มในส่วนบริการ หลายคนบอกว่ากระทรวง สาธารณสุขประเทศไทยอาจจะใหญ่ที่สุดในโลกนะครับ เช่นเดียวกัน กระทรวงศึกษาธิการ ก็เช่นเดียวกันก็อาจจะใหญ่ที่สุดในโลกนะครับ ทำอย่างไรเราจะลดส่วนกลางลงให้เป็นสมาร์ต แอนด์ สมอลล์ (Smart and Small) โดยใช้ ประสิทธิภาพให้มากขึ้น นี่คือสิ่งที่ท่านจะต้องทำในแผนยุทธศาสตร์ชาติแล้วก็แผนปฏิรูป ประเทศว่าเราจะลดส่วนกลางลงอย่างไร เพื่อจะเอาเงินที่มีอยู่น้อย มีอยู่จำกัดนี้ไปให้ ประโยชน์ที่มากกว่าในส่วนพื้นที่ เช่น ครูที่ไม่ได้สอนอาจจะมากกว่าครูที่ได้สอน ซึ่งตรงนี้ งบในการจัดการควรจะน้อยกว่านี้ ควรจะ ๒๐ เปอร์เซ็นต์อะไรอย่างนี้ ซึ่งนี่คือสิ่งที่ ทางคณะกรรมการในเรื่องของการบริหารแผนปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ชาตินี้จะต้องไป คำนึงถึง คือการลดส่วนกลาง เพิ่มส่วนพื้นที่ลง แล้วเรื่องของการปฏิรูประบบบริหารจัดการ ทรัพยากรน้ำ แล้วก็แผนปฏิรูปแผนยุทธศาสตร์ชาติ เรื่องของการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ อันนี้ผมขอนำเรียนว่าความเหลื่อมล้ำเกิดจากระบบชลประทาน คนอีสานระบบชลประทาน ที่ผมจำได้คือ ๑๓ เปอร์เซ็นต์ ระบบชลประทานของพื้นที่ แต่ภาคกลาง ๕๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ รายได้ภาคอีสานแปลตามน้ำเลยนะครับ น้อยกว่าภาคกลาง ๓ เท่า นี่คือความเหลื่อมล้ำ ทำไมเราไม่ให้น้ำกับคนอีสาน เรื่องแจกเงิน เรื่องอะไรไม่สำคัญเท่าเรื่องของการให้น้ำนะครับ เพราะฉะนั้นเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำถือว่าต้องเป็นไพรออริตี (Priority) แรก ๆ หรือความสำคัญแรก ๆ ที่รัฐจะต้องมาจัดการ โดยการที่จะให้การเพิ่มระบบชลประทาน ในพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ขาดแคลนกว่าคนอื่น ก็คือระบบชลประทานให้อีสานก่อนได้ไหม เพิ่มเงินให้ตรงนี้ก่อนได้ไหม ให้เขาทัดเทียมกับภาคอื่น ๆ ก่อนได้ไหม ภาคอื่นก็อาจจะต้อง น้อยลงอะไรอย่างนี้นะครับ แล้วก็การปฏิรูปประเทศเรื่องของการปฏิรูประบบงบประมาณ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำ ระบบชลประทาน บางทีเรายังมีความจำเป็น ถนนในชนบทมี ความจำเป็น ระบบสาธารณสุขมีความจำเป็น แต่เราไปให้น้ำหนักโครงการเมกะโพรเจกต์ (Megaproject) อีอีซี (EEC) รถไฟฟ้า รถความเร็วสูง โพรเจกต์ (Project) ใหญ่ ๆ ก็นำเรียน ด้วยความเคารพว่าดุลยภาพในการบริหารจัดการงบประมาณนี้จะต้องมีระหว่างการพัฒนา ชนบทกับการพัฒนาในเมือง แล้วชนบทนี้ในอนาคตก็จะเป็นตัวสร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศ ก็นำเรียนว่าท่านต้องทำแผนในการบริหารจัดการงบประมาณ เพื่อให้เกิดดุลยภาพ ในการพัฒนาประเทศระหว่างชนบทกับเรื่องของเมกะโพรเจกต์ (Megaproject) หรือความสามารถในการแข่งขันให้มีความเหมาะสม ขอบคุณครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านนพดลเชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธาน ผม นพดล แก้วสุพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท ขออภิปรายแผนการปฏิรูปประเทศตามที่คณะกรรมการได้รายงานมาจากรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๕๗ เป็นต้นไป ในส่วนที่จะพูดในวันนี้ก็คือเกี่ยวกับเรื่องของด้านการบริหารราชการ แผ่นดินและปฏิรูปด้านการเมือง ซึ่งผมคิดว่าในเรื่องของด้านการบริหารราชการแผ่นดิน เราก็มีการพูดถึงในเรื่องของการที่จะให้ภาครัฐมีฐานข้อมูลที่เชื่อมโยงกับส่วนราชการ ด้วยกันเอง และในส่วนของท้องถิ่นก็ควรจะมี แต่ว่าในการเขียนแผนต่าง ๆ นี้ไม่ได้รวมกัน หรือบูรณาการ ในส่วนของท้องถิ่นเองแทบจะไม่ได้พูดถึงเรื่องของการปฏิรูประหว่างท้องถิ่น กับท้องถิ่นที่จะบูรณาการกันอย่างไรในระดับพื้นที่ ซึ่งผมคิดว่าอันนี้เป็นเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่ง นะครับ เพราะว่าในส่วนขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเราได้มีการมอบหมายภารกิจที่เป็น ของส่วนราชการส่วนภูมิภาคแทบจะทั้งหมดหรือส่วนใหญ่ไปอยู่ในพื้นที่ เป็นวิถีชีวิตกับพี่น้อง ประชาชนในชุมชนนั้นตลอด ๒๔ ชั่วโมง ในส่วนของภูมิภาคเองเราก็มีส่วนราชการต่าง ๆ ที่รับผิดชอบในภารกิจต่าง ๆ จำนวนมากมายที่จะต้องปฏิบัติและซ้ำซ้อนกันในพื้นที่ ๒ ส่วนนี้ ผมคิดว่าถ้าพูดถึงข้อเท็จจริงในปัจจุบันนี้เราเองยังแยกกันทำอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของภารกิจ ต่าง ๆ ที่ส่วนภูมิภาคก็มีหน้าที่และอำนาจ ส่วนท้องถิ่นก็มีหน้าที่และอำนาจเช่นกันนะครับ การปฏิรูปซึ่งผมคิดว่าควรจะบูรณาการในเรื่องของภารกิจที่ซ้ำซ้อนกันตรงนี้ ให้สามารถที่จะ ทำให้เกิดประโยชน์และประหยัดงบประมาณ เช่น ในเรื่องของภารกิจในพื้นที่ของท้องถิ่นเอง ที่เป็นหน้าที่ที่ซ้ำซ้อนกัน ก็ควรจะปฏิรูปให้มีกฎหมายรองรับในการที่จะร่วมกันทำให้เกิด ประโยชน์ เพื่อลดความเหลื่อมล้ำในพื้นที่จังหวัด เพราะเราจะได้ยินคำถามว่าท้องถิ่นมีหน้าที่ เหมือนกัน แต่มีความแตกต่างกันในพื้นที่และงบประมาณทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำ แล้วทำไมไม่ปฏิรูปให้ท้องถิ่นสามารถบริการให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน โดยร่วมกันทำ ในพื้นที่ระดับจังหวัดก่อน และถ้าในหลาย ๆ จังหวัดร่วมกันทำบูรณาการแบบนี้ได้ ก็หมายความว่าการบริการพี่น้องประชาชนในพื้นที่ทั้งประเทศจะได้รับบริการที่เท่าเทียมกัน เพราะว่าท้องถิ่นทั้งหมดร่วมกันทำได้ อีกส่วนหนึ่งที่ยังมีประโยชน์อยู่ก็คือส่วนราชการต่าง ๆ ที่มีอยู่ ถ้าไปร่วมกันทำกับท้องถิ่นก็จะเกิดประโยชน์มากยิ่งขึ้นนะครับ ในส่วนนี้ผมคิดว่าเป็น เรื่องที่คณะปฏิรูปควรที่จะมองเล็งเห็น เพราะถ้าพูดถึงในเรื่องของลดรายจ่ายประจำแล้วไป เพิ่มงบลงทุนที่เป็นก้อนเดียวกัน จะทำให้เกิดประโยชน์มากกว่าแยกกันทำในปัจจุบันนี้ นะครับ ซึ่งผมคิดว่าในโอกาสข้างหน้าต่อไปเราใช้ระบบบริหารราชการแบบดิจิทัล (Digital) เข้ามาแล้ว ก็คงจะลดภาระบางอย่างในส่วนราชการ แล้วอาจจะลดงบประมาณในรายจ่าย ประจำนั้นได้ แล้วก็ยังมีฐานข้อมูลที่จะเชื่อมโยงไปในข้อเท็จจริงที่เกิดประโยชน์จริง ๆ ไม่ได้ หลอกกันนะครับ🔗
ในส่วนของการบริหารงบประมาณ คิดว่าการปฏิรูปควรจะลงไปในส่วนระดับ พื้นที่ในระดับจังหวัด คือมีคณะกรรมการงบประมาณบริหารที่ดูแลงบประมาณทั้งแผ่นดิน ในระดับจังหวัด ซึ่งในระดับจังหวัดนั้นก็จะมีทั้งส่วนราชการภูมิภาค และส่วนราชการ ส่วนท้องถิ่นที่บริหารอยู่ในงบประมาณภารกิจอย่างเดียวกัน ถ้ารู้จักการจัดสรรที่ซ้ำซ้อนกัน ก็สามารถที่จะรวมหรือร่วมกันได้ นั่นก็คืออีกส่วนหนึ่ง🔗
อีกอันหนึ่งก็คือในส่วนของบุคลากรของรัฐเอง เรามีบุคลากรของรัฐที่อยู่ใน ส่วนของภูมิภาค และบุคลากรของรัฐที่อยู่ในส่วนของท้องถิ่นที่มีภารกิจหน้าที่ดูแล ที่เหมือน ๆ กัน อันนี้ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่น่าจะบูรณาการเพื่อลดรายจ่ายประจำใน ส่วนตรงนั้นนะครับ อีกส่วนหนึ่งผมก็อยากจะมองว่าคณะปฏิรูปและผู้ที่จะดูแลกำกับ คณะปฏิรูปมีระยะเวลาเหลืออยู่อีกประมาณ ๙ เดือน แล้วหลังจากนั้นใครจะเป็นผู้ดูแล เพราะว่าตอนนี้เราให้สมาชิกวุฒิสภาเป็นผู้กำกับดูแลแล้วรับรายงาน แล้วหลังจากนั้นถ้าหมด ระยะเวลาตรงนี้แล้วโครงสร้างของคณะปฏิรูปจะอยู่อย่างไร อีกส่วนหนึ่งถ้าสมาชิกวุฒิสภา ชุดนี้หมดไปแล้ว อำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแลหรือโครงสร้างของคณะปฏิรูปที่จะบริหาร แผนอันนี้ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบดูแลก็อยากจะตั้งเป็นคำถามในส่วนนี้ ก็ขอฝากไว้เพียงเท่านี้ ขอขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ อนาคตของประเทศไทยขึ้นอยู่กับ ๒ เล่มหนา ๆ นี้ กับคนที่ชี้แจง อยู่ข้างบน วันนี้อนาคตของประเทศอยู่ในกำมือของท่าน ท่านก็มาชี้แจงทุก ๓ เดือน หลายคนไม่เห็นมีใครได้ยกย่องสรรเสริญท่านเลยว่าท่านทำได้ดีมาก ท่านประธานที่เคารพครับ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ปฏิวัติรัฐประหารยึดอำนาจจาก นายกรัฐมนตรี ชื่อยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เมื่อปี ๒๕๕๗ ฉีกรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ แล้วก็ ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เป็นรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ อ้างปฏิรูปประเทศ ปฏิวัติเพื่อปฏิรูปประเทศ สร้างยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี ๒๐ ปี งบประมาณของประเทศทั้งหมดจะต้องขึ้นอยู่กับ ๒ เล่มนี้ จะต้องเป็นแนวทางของ ๒ เล่มนี้เท่านั้น พ้นจากนี้ไม่สามารถเอางบประมาณ ไปใช้ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้ พลเอก ประยุทธ์ได้สร้างวีรกรรมไว้มากมาย บอกว่าจะคืนอำนาจคืนความสุขให้กับประชาชนเร็ว ๆ นี้ วันนี้คืนความหายนะให้กับประเทศ นำประเทศสู่เหวลึก ท่านประธานครับ ๗ ปี กู้ ๒๐ ล้านล้านบาท ๗ ปีนี้ใช้งบประมาณ ของประเทศ ๒๐ ล้านล้านบาท กู้ใช้เองนี่ละครับ ในฐานะนายกรัฐมนตรี ๔.๒ ล้านล้านบาท กู้ทุกปีครับ ทุกปีตั้งแต่เป็นนายกรัฐมนตรีมา หนี้สาธารณะเพิ่ม ๘.๔ ล้านล้านบาท ประเทศเราเกือบล่มสลายแล้ว นี่คือข้อพิสูจน์ภาวะผู้นำของประเทศ ซึ่งขาดวิสัยทัศน์ ยึดอำนาจมาได้แต่บริหารได้หรือไม่ มันจำเป็นจะต้องมีองค์ความรู้ที่หลากหลาย วันนี้ท่านสำเร็จหรือไม่ ไม่ต้องมาอ้างโควิด (COVID) การบริหารประเทศไม่มีข้ออ้างใด ๆ ทั้งสิ้น ผลสรุปก็คือว่าตายสูงสุดต่อวัน วันนี้ติดก็สูงสุด แล้ววันนี้ประยุทธ์ไปไหนครับ ชาวบ้านอยากเห็น พลเอก ประยุทธ์ออกหน้าทีวีแล้วก็พูดอะไรบางอย่างให้มันเป็นที่น่าเชิดชู ให้มั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน ตายทุกวัน ตายมากกว่าโควิด (COVID) อีก ฆ่าตัวตาย ประกาศขายตัว ประกาศขายทุกสิ่งเพราะหนี้นอกระบบ วันนี้คุณรู้ไหมว่าปัญหาของประเทศ มันเหลือจะทนแล้ว ไปทำไมจังหวัดภูเก็ต อีก ๗๗ จังหวัด อีก ๗๕ จังหวัด ทำไมคุณไม่ไป มันมีแค่นั้นหรือประเทศไทย วันนี้ลำบากกันทั้งหมดแล้ว ท่านประธานครับ ปฏิรูปน้ำกิน น้ำใช้ ระบบน้ำของประเทศ ผมถามสภาพัฒน์ ถามผู้ที่เขียนยุทธศาสตร์ คุณปฏิรูปขึ้น หรือปฏิรูปลง กรมทรัพยากรน้ำบาดาลเมื่อก่อนเคยได้งบปีละ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เจาะบ่อ บาดาลทั่วประเทศ วันนี้ได้ ๒,๐๐๐ ล้านบาท หมายความว่าอย่างไร วันนี้น้ำฝนก็ตกไม่มาก น้ำในคูในคลองในแม่น้ำก็ไม่มี ต้องอาศัยน้ำบาดาลเท่านั้น อนาคตของประเทศไทยจำเป็น จะต้องเอาน้ำใต้ดินขึ้นมาใช้ ในโลกนี้ประมาณ ๑๐ ประเทศใช้น้ำบาดาล ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ อนาคตของประเทศคือน้ำบาดาล แต่ท่านไปตัดงบเหลือ ๒,๐๐๐ ล้านบาท นี่หรือครับ การปฏิรูปน้ำของประเทศ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับปฏิรูปการศึกษา วันนี้ท่านปฏิรูปอย่างไรครับ เสนอร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติเข้าสภา ปี ๒๕๖๔ ครูประท้วงทั้งประเทศครับ ครูไปหาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในแต่ละเขตบ้านตัวเองบอกว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ เป็นพระราชบัญญัติรวบอำนาจเข้าสู่ส่วนกลาง มันก็เป็นการศึกษาที่อยู่ดี ๆ อยู่แล้วท่านออก พระราชบัญญัติมาเพื่อรวบอำนาจกลับไปที่ส่วนกลาง ท่านยกเลิกพระราชบัญญัติ การศึกษาแห่งชาติ ฉบับปี ๒๕๔๒ ยกเลิกระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ อันนี้ สำคัญมาก ในแต่ละกระทรวงนั้นมีแค่กระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงกลาโหมเท่านั้น ที่ระเบียบบริหารราชการกระทรวงเป็นเรื่องสำคัญ คุณยกเลิกหมด แต่ไม่ยกเลิกคำสั่งของ คณะปฏิวัติ คำสั่งของ คสช. ๑๙/๒๕๖๐ คุณไม่ยกเลิก อันนี้ละครับ คือการรวบอำนาจการศึกษาในระบบเผด็จการ วันนี้ครูไม่ยอม ขอให้ท่านไปดู หน่อยปฏิรูปอย่างไร ท่านประธานครับ ผมฝากคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้วยว่า ข้าราชการเขามองแต่ ๒ เล่มนี้เท่านั้น เขาไม่สามารถที่จะหลีกเลี่ยงท่านได้ ท่านเป็นเหมือน พระเจ้าที่จะต้องเคารพนับถือ ที่จะต้องดูแลตามนี้ หลายท่านบอกให้ขอยกเลิกได้ไหม ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศนี้ ผมถามท่านว่าจากนี้ไปมีบรรทัดไหนบ้าง มีบรรทัด ไหนบ้างที่จะทำให้ปลดหนี้สาธารณะของประเทศ ๘.๔ ล้านล้านบาท ช่วยบอกผมหน่อย บรรทัดไหนบ้างที่ไม่ต้องกู้ ไม่ต้องกู้อีกต่อไปนี่ ปี ๒๕๖๕ ปี ๒๕๖๖ ปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๘ ปี ๒๕๖๙ ไม่ต้องกู้อีกต่อไป มีบรรทัดไหนบ้างที่มันเป็นวิสัยทัศน์ เป็นนโยบายที่จะไม่ต้องกู้ บรรทัดไหนบ้างที่จะปลดหนี้ให้กับพี่น้องประชาชน บรรทัดไหนที่อยู่ดีกินดี อันดับต่าง ๆ ลดลงทั้งหมด ในระดับโลกทุกอันดับลดลง ท่านเอาแค่ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ ปี ๒๕๖๔ จะประมาณไหน ปี ๒๕๖๔ จะดีกว่านี้หรือ ปี ๒๕๖๔ จะดีกว่านี้หรือ มันไม่จริง ครับ ผมไม่โทษท่านหรอกท่านพูดไม่ได้อยู่ที่นายกรัฐมนตรีคนเดียว ดังนั้นปัญหาอยู่ที่ นายประยุทธ์ จันทร์โอชา ผมว่าท่านออกไปได้แล้ว ออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ออกไป ได้แล้ว ให้คนอื่นเข้ามาบริหารประเทศคนไทยจะได้มีความหวังมากขึ้นครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ท่านต่อไปนะครับ คุณอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ตามที่คณะกรรมการปฏิรูปประเทศได้รายงานแผนการปฏิรูป ประเทศและยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปีนั้น ผมได้ศึกษาจาก ๒ เล่มนี้ดูแล้วเพ้อฝันไม่สามารถ ดำเนินการได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๕ นั้นปรากฏว่า ให้ความสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศยุทธศาสตร์ของชาติ แผนแม่บทภายใต้ ยุทธศาสตร์ของชาติ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตามนโยบายแผนระดับชาตินั้น ท่านประธานที่เคารพครับ จากการศึกษาจากงบประมาณแล้วนั้นปรากฏว่าอยู่ใน ๒ เล่ม ที่เป็นผู้กำหนด ผมถามท่านประธานว่าวันนี้เราตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณไปนั้นไม่สามารถที่จะดำเนินการได้เลยในเล่ม ยกเว้นตัดเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามก็จะกระทบกระเทือนหลายอย่าง จะดูศึกษาตั้งแต่เริ่มต้น ในการพัฒนาประเทศนั้นต้องดูตั้งแต่ภูมิหลัง ตั้งแต่ปฏิสนธิ ก่อนจะปฏิสนธิเป็นมนุษย์ ท่านประธานครับ ไม่มีการวางแผนไว้เลยว่ามนุษย์เกิดมาแล้วจะมีศักยภาพ มีองค์ความรู้ อย่างไร ดูจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีของกระทรวงสาธารณสุขนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บุคลากรของกระทรวงสาธารณสุขนั้นมีจำนวนจำกัด ในขณะนี้ต้องแบกภาระทำหน้าที่แทน พี่น้องประชาชนเรื่องโรคโควิด (COVID) นั้นทั้งวันทั้งคืน สุขภาพทั้งครอบครัว ผมว่าต่อไป ท่านต้องสร้างโรงพยาบาลจิตเวช เพราะวันนี้ผู้บริหารประเทศได้กล่าวทุกวัน ๆ ทำให้ ประชาชนจิตวิปริตกันเกือบทุกคน ดังนั้นไม่มีงบประมาณที่จะสร้างหมอโรคจิตหรือ จิตเวชเลย🔗
ประการต่อมาดูจากการศึกษาจากพื้นฐานก็ดี ตั้งแต่เด็กวัยเรียนหรือเด็ก เยาวชน จนไปถึงขั้นปฏิบัติการ หรือด้านอาชีวศึกษานั้น ผมมองดูแล้วอาชีวะสร้างชาติ ซึ่งองค์ประกอบนั้นถ้าหากอาชีวะที่มีทุกแผนก ทุกสาขาอาชีพ ผมดูจากงบประมาณรายจ่าย ประจำปีแล้วผมไม่เห็นมันสอดคล้องกับที่ท่านจะวางแผนทั้งปฏิรูปประเทศและยุทธศาสตร์ ของชาติ บุคลากรของประเทศนั้นถ้าขาดองค์ความรู้ ผมไม่มั่นใจว่าท่านจะบริหารประเทศไป ได้อย่างไร งบประมาณก็ตัด โดยปัจจุบันนี้จะเห็นได้ชัดเลยว่าบุคลากรด้านการศึกษานั้นขาดบุคลากรจำนวนมาก นักศึกษาเพิ่มขึ้น ผมเคยยกตัวอย่างหลายหนแล้วว่าวันนี้คนที่จบปริญญาตรี ปริญญาโท ในอาชีวะ เงินเดือน ๘,๓๐๐ กว่าบาท มีประมาณ ๑๓,๕๗๗ คน ต้องกราบเรียนว่าวันนี้เขา หมดกำลังใจครับ เขาสอนไปวัน ๆ หนึ่ง แน่นอนเขาจะเอาสติปัญญาที่ไหน หนี้สินล้นพ้นตัว หันมามองด้านปฏิรูปเรื่องอาหารนะครับ อาหารคือชีวิตของพี่น้องประชาชน ของประชาชน ทั้งประเทศ ทั้งโลก โดยเฉพาะต้องเริ่มจากดิน ดินเปรี้ยว ดินเสีย ดินเค็ม ผมไม่เห็นมี งบประมาณรายจ่ายที่สอดคล้อง มีดินก็ต้องมีน้ำ ไม่มีน้ำไม่มีดิน ดินเปรี้ยว ดินเสีย ดินเค็ม ทำอย่างไรครับ จะเห็นว่าภัยธรรมชาติโดยเฉพาะน้ำแล้งนั้นไม่เห็นกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์หรือกรมชลประทานได้ไปวางแผนอะไรเลย ซึ่งขาดองค์ความรู้ ผมมองดูว่าจาก เหตุการณ์เมื่อผ่านมานี้ พี่น้องชาวจังหวัดลพบุรีไม่ได้บริโภคน้ำ ๒-๓ วัน น้ำขาดคลอง ชลประทานครับ ต้องสูบน้ำจากคลองชลประทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนเหนือตั้งแต่ก่อน เขื่อนสิริกิติ์หรือเขื่อนภูมิพล ข้างบนน้ำก็ไม่มี ไม่มีการเตรียมการวางแผนที่จะหาแหล่งน้ำมา จากไหน น้ำบนฟ้า น้ำบนดิน หรือน้ำใต้ดิน หรือน้ำเพื่อนบ้าน ทำอย่างไรก็ไม่มี การเตรียมการวางแผนเลยครับท่านประธานที่เคารพ จะเห็นว่าภาคกลางนั้นก็เกิดปัญหา ภัยแล้งธรรมชาติโดยตลอด เมื่อเช้านี้ผมได้กราบเรียนท่านประธานไปแล้วว่าฝายเขื่อน แตกร้าวก็ไม่มีงบประมาณจะมาดำเนินการ เพราะเนื่องจากว่ารัฐบาลที่วางแผน ถ่ายโอนภารกิจให้กับท้องถิ่น ท้องถิ่นไม่มีศักยภาพ ท้องถิ่นไม่มีบุคลากร ท้องถิ่นไม่มี งบประมาณที่จะมาดำเนินการ จะเห็นว่าทั้งประเทศนั้นเกือบทุกตำบลไม่สามารถบริหารน้ำได้ เมื่อภัยน้ำมากก็หลากลงไปในที่ต่ำ ไม่สามารถจะเก็บได้ ไม่สามารถจะหาภาชนะได้ ถ้าหากน้ำ แล้งก็แห้งแล้งไม่สามารถจะทำได้เลย ในขณะเดียวกันภาคกลางต้องรับผลกระทบ เพื่อเกษตรกรทั้งหลาย การปลูกข้าวไปแล้ว ปลูกพืชผลทางการเกษตรตอนนี้แห้งตาย จำนวนมาก ต้นทุนก็สูง ถามว่าขาดทุนเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว ไม่เห็นมีการวางแผนว่า จะดำเนินการแก้ไขอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่าพี่น้อง เกษตรกรตอนนี้จะเห็นว่ารัฐบาลได้ประกาศเกี่ยวกับเรื่อง ๔-๕ จังหวัดส่วนกลาง ที่หยุดงานนั้น ก็ปรากฏว่าพี่น้องประชาชนไม่รู้จะอยู่อย่างไร ก็ต้องกลับบ้านตัวเอง ก็สร้าง ปัญหาในภูมิภาคแต่ละจังหวัด จะเห็นว่าการตกงานจำนวนมหาศาล ถามว่าจะทำอะไรกิน น้ำไม่มี เมื่อน้ำไม่มีก็ไม่สามารถที่จะดำเนินการเลี้ยงชีพหรือปลูกผักปลูกหญ้าได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากเห็นแผนปฏิรูปประเทศหรือยุทธศาสตร์นั้นต้องก้าวไกล กว่านี้ ดังที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้แล้วว่าวันนี้ประเทศชาติล่มจม เพราะผู้บริหารไม่สามารถจะมีสมอง มีสติปัญญาที่จะแก้ไขปัญหาได้ ดังนั้นผมอยากจะ กราบวิงวอนท่านประธานที่เคารพว่า คณะกรรมการปฏิรูปประเทศหรือยุทธศาสตร์ชาตินั้น ผมคิดว่าท่านก็ลอกกันไปลอกกันมาทุกปี ผมดูจากปีเก่า ๆ ก็จะลอกตัวหนังสือเหมือนกัน แต่เปลี่ยนแปลงตัวเลขเท่านั้นเอง แสดงว่าการทำงานของท่านขาดคุณภาพ ขาดสติปัญญา ขาดความรับผิดชอบ ผมอยากเห็นว่าการเปลี่ยนแปลงในการปฏิรูปที่ดิน ยุทธศาสตร์ของชาติ นั้นควรจะมีความคิดที่ก้าวไกล มองการณ์ไกล มองในอนาคต ปัจจุบันในอนาคตว่า ประเทศชาติจะอยู่อย่างไร ประชาชนจะอยู่อย่างไร ถ้าหากว่าประชาชนอยู่ไม่ได้ประเทศชาติ ก็อยู่ไม่ได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมอยากจะกราบเรียนว่าวันนี้รัฐบาลจะต้องวางแผน เป็นผู้นำอย่างชัดเจนที่เห็นชัดเจนว่า วันนี้ประชาชนสิ้นหวังจริง ๆ ครับท่านประธาน ผมเป็น ห่วงว่าประเทศชาติแน่นอนครับ ถ้าหากว่าประชาชนตกอยู่ในสภาพล้มละลายทั้งหมด แน่นอนครับเศรษฐกิจก็ต้องพังหมด ท่านจะแก้ไขปัญหาอย่างไร ผมมองใน ๒ เล่มแล้วนี้ไม่มี การจะแก้ไขได้เลย กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ท่านต่อไป คุณดะนัย มะหิพันธ์ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ดะนัย มะหิพันธ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอำนาจเจริญ เขต ๒ ครับท่านประธาน ผมขอ อภิปรายรายงานการปฏิรูปประเทศ ซึ่งก็มีผู้อภิปรายไปแล้วในเรื่องของการปฏิรูปการศึกษา แต่ก็จะขอเพิ่มเติม ท่านประธานครับ ก่อนอื่นก็ต้องขอชื่นชมคณะทำงานที่จัดทำเอกสาร เป็นรูปเล่มสวยงามแน่นหนาถาวร เหมาะสมในการเป็นแผนปฏิรูปประเทศแล้วก็ยุทธศาสตร์ ของประเทศ น่าจะเก็บไว้ในหอสมุดแห่งชาติทุกเล่มนะครับ ชื่นชมว่าพิมพ์ได้สวยงาม แล้วก็ พิมพ์จำนวน ๓,๐๐๐ เล่ม ฝากท่านว่าต่อไปให้ใส่ราคาพิมพ์ลงไปด้วยว่าราคาต่อเล่มเท่าไร เราจะได้รู้ว่าท่านทำแต่ละครั้งใช้งบประมาณในการจัดทำเท่าไร ท่านประธานครับ การปฏิรูปประเทศด้านการศึกษานี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ พอพูดเรื่องการปฏิรูปการศึกษา ก็เห็นท่านเสนอกฎหมายเรื่องการปฏิรูป นั่นก็คือ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ แล้วก็เป็น การปฏิรูปที่ปฏิรูปเรื่องโครงสร้างการศึกษา ผมจำได้ว่าท่านนายกรัฐมนตรีเคยปรารภว่า การปฏิรูปนั้นเราจะไม่ไปแตะต้องเรื่องโครงสร้าง เราจะพูดเฉพาะเรื่องการพัฒนาคุณภาพ การศึกษา แต่แล้วทุกอย่างไม่ได้เป็นไปตามที่ท่านพูดเลยครับท่านประธาน พ.ร.บ. การศึกษา แห่งชาติใหม่ ไปยกเลิก พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ปี ๒๕๔๒ และ พ.ร.บ. การศึกษาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเลย แต่สิ่งที่ท่านไม่ยกเลิกก็คือ คำสั่ง คสช. ฉบับที่ ๑๙/๒๕๖๐ ผมเรียน ถามว่า ทำไมท่านไม่ยกเลิก ท่านกลัวอะไร หรือท่านมีเหตุผลอะไร ให้ท่านตอบผมด้วย นะครับ เพราะมันเป็นการปฏิรูปที่ทำลายระบบโดยสิ้นเชิง ท่านประธานครับ ท่านเสนอ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ โดยอ้างว่ามันเป็นกฎหมายปฏิรูป แล้วก็เสนอเข้าการประชุม รัฐสภา มันก็ผ่าน ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ครับ ไม่มีไม่ผ่าน ผมอยากจะเรียนถามท่านผู้มาชี้แจงเพื่อ ฝากไปถึงท่านผู้เขียนกฎหมาย หรือท่านจะตอบ ข้อ ๑ ท่านออกกฎหมาย พ.ร.บ. การศึกษา แห่งชาติฉบับนี้ขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ หรือไม่ เพราะในรัฐธรรมนูญเขียนไว้ว่ากฎหมาย เดิมถ้าไม่ดี ท่านต้องมีเหตุผลว่าไม่ดีอย่างไร ไม่เหมาะสมตรงไหน หรือมีอุปสรรคอะไร ท่านจึงยกเลิกกฎหมายเดิมทั้งหมด ข้อ ๒ ก่อนการตรากฎหมาย ท่านได้จัดให้มีการรับฟัง ความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องโดยรอบด้านหรือไม่ ครู ผู้ปกครอง ผู้บริหาร บุคลากร อื่น ๆ รวมถึงประชาชน เขาจะต้องนำกฎหมายตัวนี้ไปใช้เขารับรู้มากน้อยเพียงใด และข้อ ๓ ท่านนำความคิดเห็นของผู้เสนอแนะในการรับฟังความคิดเห็นมาประกอบการพิจารณา ในทุกขั้นตอนการเขียนกฎหมายหรือไม่ ๓ ประเด็นครับท่านประธาน ถ้าท่านไม่ดำเนินการ ถือว่าท่านทำผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ ใน พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติครับท่านประธาน ที่นำเสนอนั้นไม่มีมาตราใดเลยว่าท่านจะต้องไปทำกฎหมายประกอบ แต่มีอยู่ใน บทเฉพาะกาล มาตรา ๑๐๑ บอกว่า ให้กระทรวงไปทำกฎหมาย เขียนไว้แค่นั้นครับ เป็นการทำกฎหมายแบบซ่อนเร้น ซ่อนเงื่อน สงสัยว่าทำไมเป็นอย่างนั้น เพราะว่าคนเขียน ก็คือคนเขียนรัฐธรรมนูญครับ ก็เลยรู้วิธีซ่อนเร้น ท่านประธานครับ ท่านเคยให้นโยบายเรื่อง การอาชีวศึกษาว่าเป็นการศึกษาที่สำคัญที่สุด แต่ใน พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติฉบับนี้ ไม่ได้ พูดเรื่องอาชีวศึกษาไว้ชัดเจนเลยครับ มีเห็นปรากฏเพียงหนึ่งมาตรา ไม่ทราบว่าท่านซ่อนไว้ ตรงไหน ผมหาไม่เจอ ที่สำคัญคือประเด็นใดที่ครูเรียกร้อง ครูเขาต้องการ เขามายื่นหนังสือ ท่านก็แก้ไขให้เหมือนแก้ผ้าเอาหน้ารอดอย่างเรื่องใบประกอบวิชาชีพ ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ ไม่มีเลยครับท่านประธาน ผมไม่ทราบว่าท่านจะตอบคำถามครูเขาอย่างไร วันนี้เหมือนกับที่ท่านพิเชษฐ์พูดว่าครูทั้ง ประเทศเขาพร้อมกันไปยื่นหนังสือคัดค้านการออกกฎหมายฉบับนี้ เพราะถือว่าเป็น การปฏิรูปโครงสร้างที่ยึดศูนย์อำนาจไว้ที่ส่วนกลาง ไม่ได้กระจายอำนาจไปที่โรงเรียน เหมือนกับว่ากฎหมายฉบับนี้ถ้าท่านประธานคงจำได้ว่าเหมือนกับพระราชบัญญัติการศึกษา ตอนครูประชาบาลโน้น สมัยครูประชาบาลเมื่อ ๔๐ ปีที่แล้ว ท่านประธานครับ ใน พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติได้กำหนดให้มีคณะกรรมการนโยบายการศึกษาแห่งชาติกับ กรรมการนโยบายการศึกษาจังหวัด กรรมการทั้ง ๒ ส่วนนี้ไม่มีผู้มีส่วนได้เสียที่เขารู้เขาเข้าใจ มาเกี่ยวข้องเลย ทั้งครู ทั้งผู้บริหารไม่มีเลยครับ มีแต่มาจากอุตสาหกรรม มาจากหอการค้า มาจากอะไรบ้าง ไม่รู้ วันนี้ท่านประธานถ้าไม่มีโควิด (COVID) เข้ามาเป็นตัวขัดขวางนี้ผมเชื่อว่า พี่น้องเพื่อนครูหลายแสนคนจะมาเยี่ยมกระทรวงศึกษาธิการครับ ท่านเตรียมที่จะตอบปัญหา และที่สำคัญถ้าท่านไม่ชัดเจน ในเรื่องของการแก้กฎหมายทั้งฉบับ ผมจะเสนอให้ครูเขาฟ้อง ศาลครับ เพราะท่านทำผิดรัฐธรรมนูญ มาตรา ๗๗ ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ท่านต่อไปคุณวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม วิสาร เตชะธีราวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงรายครับ ต่อประเด็นที่จะอภิปรายแสดง ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องรายงานสรุปผลการดำเนินงานผลของการปฏิรูปประเทศ และยุทธศาสตร์ชาติ ผมเรียนท่านประธานไว้เป็นเบื้องต้นก่อนว่ากฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ นี้ถูกร่างขึ้นมาโดยบุคคลที่มาจากสงครามโลก ครั้งที่ ๒ แต่คนที่ใช้ทุกวันนี้ คนที่เป็นคณะกรรมการปฏิรูปก็ดี คนที่มาบริหารประเทศ แม้กระทั่งพวกเราหลายคนในที่นี้ เราอยู่ในยุคของสงครามเย็น นั่นหมายถึงว่าตั้งแต่เบบี้ บูมเมอร์ (Baby Boomer) มา แต่ว่า คนที่ต้องรับผิดชอบคนที่จะต้องใช้ต่อไปใน ๒๐ ปีข้างหน้านี้เป็นรุ่นโบว์ขาวครับ รุ่นโบว์ขาว เดี๋ยวนี้เขาไม่ได้ฟังรายละเอียดพวกนี้แล้ว เขาคิดไกลกว่าพวกเรา เขาไม่ จำเป็นต้องสอบถามครูว่ายอดเขาเอเวอเรสต์สูงสุด สิ่งมหัศจรรย์ของโลกมี ๗ อย่าง ไม่มี แต่ว่าทุกวันนี้เขามีครูของเขา ไม่ว่าจะเป็นกูเกิล (Google) ไม่ว่าจะเป็นทวิตเตอร์ (Twitter) ไม่ว่าจะเป็นอินสตาแกรม (Instagram) สิ่งที่ผมต้องพูดเรื่องนี้ก่อนท่านประธาน เพราะว่า อะไรครับ ผมเรียนว่าวันนี้ผมยืนยันว่าสิ่งที่เราต้องแก้ไขก็คือร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ ของประเทศ แต่ว่าไหน ๆ มันใช้ตรงนี้แล้วผมขอวิพากษ์วิจารณ์ครับ คณะกรรมการที่อยู่ ข้างบน ๔-๕ ท่านนะครับ อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้บอกไว้หนังสือเล่มนี้ดีมาก ท่านพิมพ์ ๓,๐๐๐ เล่ม อยากทราบราคาด้วยครับว่า ๒ ชุดนี้เล่มละเท่าไร และดีที่สุดก็คือน่าจะอยู่ในตู้ หนังสือดูเล่มสวยงาม ท่านแนะนำวิธีการอ่านอะไรถูกต้องทุกอย่าง แต่แนะนำท่านว่า สภาพัฒน์กับคณะกรรมการปฏิรูปแห่งชาตินี้ควรจะต้องเอาไปเผยแพร่ให้พี่น้องประชาชน ได้รับรู้เรื่องราวทั้งหมดในเว็บไซต์ (Web site) ในเอกสารทั้งหมดที่เปิดเผยได้ใน อิเล็กทรอนิกส์ ผมจะขออนุญาตชี้ให้ท่านประธานเห็นในเวลาอันสั้น ๆ ๔-๕ เรื่องนะครับ ยกตัวอย่างเล่มที่ท่านได้บอกว่าเราจะมีการปฏิรูปและให้มีการช่วยเหลือโดยเฉพาะในด้าน การลงทุนระหว่างประเทศ ผมขอเรียนท่านประธานว่าผมอภิปรายเรื่องแผนการปฏิรูป ประเทศของคณะกรรมการช่วยตามผมด้วยนะครับ และผมจะเรียนว่าแค่เวลาสั้น ๆ นี้ ผมเปิดดูท่านก็โกหกคำโตแล้วครับ ท่านบอกว่าในหน้า ๒๑๘ บอกว่า ขณะนี้มีการลงทุน ระหว่างประเทศฟอร์เรน ไดเรกต์ อินเวสต์เมนต์ (Foreign Direct Investment) ผมเรียน ท่านประธานว่าประเทศไทยเรานี้หมดหวังแล้วครับ ทุกวันนี้เราฝันหวานมาตั้งแต่ ๑๐ กว่าปี ที่แล้ว หลังจากการย้ายฐานของประเทศญี่ปุ่นมาเมืองไทย เราเติบโตในเรื่องธุรกิจสิ่งทอ อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เดี๋ยวนี้เจ๊งหมดแล้วครับ ข้อเท็จจริงผมขออนุญาตท่านประธานนะครับ ผมได้ขอรายละเอียดเป็นภาพอยู่ประมาณ ๔-๕ ภาพ ขออนุญาตสไลด์ (Slide) ภาพแรกครับ🔗
ท่านแจ้งว่าเรามีการลงทุนดี อย่างโน้นดีอย่างนี้มีอินโฟลว์ (Inflow) เท่านั้น เอาต์โฟลว์ (Outflow) เท่านี้ ตัวเลขอันนี้ ปี ๒๕๖๒ ที่ผ่านมานี้เองครับ ขอเรียนชี้แจงท่านประธานว่าขณะนี้นักลงทุนจากประเทศไทย ไม่เหลือแล้วครับ เราเอาเฉพาะแค่อาเซียนเอง เราเป็นอันดับบ๊วยแล้วครับ ทุกวันนี้ประเทศ อินโดนีเซียนำไป ประเทศเวียดนามตามมา ประเทศมาเลเซียไม่ต้องพูดถึงแซงเราไป เยอะแยะ ที่แย่ที่สุดก็คือของเราลดลง ๆ ทุกปี ๆ อันนี้ที่ท่านแจ้งมาในหน้า ๒๑๘ นะครับ🔗
ขออนุญาตพาท่านประธานไปถึงอีกเรื่องหนึ่งคือ ท่านแจ้งว่าเรื่องสตาร์ตอัป (Start up) สตาร์ตอัป (Start up) ก็เช่นเดียวกัน ท่านบอกว่าท่านมีการลงทุน ขออนุญาต ท่านประธาน เพื่อนสมาชิกด้วยครับ ในหน้า ๒๓๘ วิธีอ่านก็คือตัวสีเขียว ๐๕๓๐ ท่านบอกว่า ท่านเพิ่มเงินให้สตาร์ตอัป (Start up) ตั้งแต่ปี ๒๕๖๐ ปี ๒๕๖๑ ปี ๒๕๖๒ ผมเรียน ท่านประธานว่า ข้อมูลที่มันผิดข้อเท็จจริงคืออะไรครับ บริษัท สตาร์ตอัป (Start up) ณ วันนี้ เราไม่ต้องไปแข่งทั่วโลกหรอกครับ สตาร์ตอัป (Start up) นี่ก็คืออย่างที่ทุกท่านทราบเป็น เรื่องที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ๆ ของเด็กรุ่นใหม่ที่สามารถจะเป็นยูนิคอร์น (Unicorn) สามารถที่ จะทำรายได้ให้กับประเทศได้เป็นพัน ๆ ล้าน ท่านประธานครับ ท่านลงทุนไปขนาดนี้แล้วผม เรียนว่าสตาร์ตอัป (Start up) ของเมืองไทยแข่งเฉพาะเอาเป็น ๖ ประเทศในอาเซียนแล้วกัน นะครับ ประเทศสิงคโปร์มี ๖ ยูนิคอร์น (Unicorn) ประเทศอินโดนีเซียมี ๖ ยูนิคอร์น (Unicorn) ประเทศมาเลเซีย ประเทศเวียดนาม ประเทศฟิลิปปินส์มีอย่างละ ๑ ยูนิคอร์น (Unicorn) ประเทศไทยเรา ณ วันนี้ไม่มีเลย เสียเงินไปเยอะแยะ แพ้เขาครับ และที่สำคัญก็คือท่านก็บอกว่าท่านจะมีแคปปิตอล เวนเจอร์ (Capital Venture) แองเจิล เวนเจอร์ (Angle Venture) อะไรของท่านนี่ครับ ผมว่าผลงานห่วยมาก และที่สำคัญก็คืออัน นี้หรือครับที่เป็นการปฏิรูปประเทศ ผมเรียนถามท่านประธานว่าสาเหตุนี้ ขออนุญาต ท่านประธานผมอาจจะเกินสัก ๒-๓ นาที แต่อยากจะขออนุญาตเรียนให้ท่านประธานเห็น ภาพในทุก ๆ ๓ ปีเราจะมีองค์กรโออีซีดี (OECD) เขาเรียกว่าออแกไนเซชัน ฟอร์ อีโคโนมิค โคโอเปอเรชั น แอนด์ ดิ เวลอปเมนต์ (Organization for Economic Co-operation and Development) องค์กรนี้จะมีการทดสอบเด็กทั่วประเทศครับ อายุ ๑๕ ปีของ ทุกประเทศแข่งขันกัน น่าดีใจนะครับ เมื่อปี ๒๕๕๕ มีการแข่งขันกัน ๖๕ ประเทศ ประเทศ ไทยได้อันดับ ๕๐ และปี ๒๕๕๘ นะครับ มีการแข่งขันกัน ๗๐ ประเทศ ประเทศไทยเราได้ อันดับ ๕๕ ครับ และเมื่อปี ๒๕๖๑ ปีที่ท่านเริ่มทำเกี่ยวกับเรื่องแผนปฏิรูปประเทศกับ ยุทธศาสตร์ชาติ เรามีเข้าประกวดทั้งหมด ๗๙ ประเทศ แต่ประเทศไทยเราได้อันดับ ๖๖ ท่านประธานนึกภาพออกไหมครับ ปี ๒๕๖๔ เราจะได้อันดับที่เท่าไร แล้วผมมั่นใจว่าไม่ดีกว่า นี้แน่นอนครับ เพราะว่ามันต่ำลง ๆ ทุกครั้ง ๆ ท่านประธานครับ เวลาจำกัดผมขออนุญาต ท่านประธานไปเรื่องสาธารณสุขหน่อยครับ สิ่งที่คณะกรรมการปฏิรูปนี้ผมคิดว่ามันสวนทาง หนังสือเล่มนี้ผมอ่านดูแล้วสภาพัฒน์กับคณะกรรมการได้รายงานมา พิมพ์ครั้งแรก ๓,๐๐๐ เล่ม วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ แต่เชิญชวนท่านประธานไปดูในเรื่อง ด้านสาธารณสุขของคณะกรรมการชุดนี้ครับ ท่านแจ้งว่าอันนี้เป็นรายงานประจำปี ๒๕๖๓ ท่านประธานลองดูสิครับ ในหน้า ๓๙๑ ของกระทรวงสาธารณสุขไปประมาณสัก ๑๐ กว่าหน้า มีคำว่าโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) เป็นโรคอุบัติใหม่ไม่สามารถคาดสถานการณ์ ได้ มีคำเดียวโควิด (COVID) ในนี้ในด้านสาธารณสุขไม่ว่าจะเป็นการแพทย์ ไม่ว่าจะเป็น การช่วยเหลือปฐมภูมิ ระบบประกันสุขภาพ คุ้มครองผู้บริโภค ความรู้ในด้านสุขภาพ แพทย์ฉุกเฉิน ไม่มีคำว่าวัคซีน ไม่มีคำว่า โควิด (COVID) เลยครับ อันนี้คือรายงานปี ๒๕๖๓ นะครับท่านประธาน โควิด (COVID) มันเริ่มมาตั้งแต่เมืองอู่ฮั่นที่ปล่อยให้บินเข้ามาเมืองไทย เป็นหมื่น ๆ คนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี ๒๕๖๓ ปีที่แล้ว อันนี้ท่านพิมพ์ปี ๒๕๖๔ ไม่มีเรื่องที่ ท่านคาดเดาอะไรได้ถูกต้องเลย ทุกวันนี้ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตแตะเรื่อง สาธารณสุขอีกนิดเดียว ท่านคณะกรรมการปฏิรูปจะได้รับรู้ ขอชาร์ต (Chart) ด้วยครับ วันนี้ ท่านประธานเห็นไหมครับ ๒๓๐,๐๐๐ กว่าคน ท่านไม่ต้องไปหลบตัวเลขนะครับ เอาตัวเลข คนที่ติดเยอะแยะเลย ตอนนี้กลายเป็นว่าวันนี้วันเดียวเกือบ ๕,๐๐๐ กว่าคน และตาย ๕๗ คน ในนี้สาธารณสุขปฏิรูปไม่มีสักคำเลยในเรื่องวัคซีน ไม่มีสักคำเรื่องโควิด-๑๙ (COVID-19) ผมเห็นคำว่า โควิด-๑๙ (COVID-19) มีคำเดียวจริง ๆ ครับ ในหน้า ๓๙๑ และอย่างนี้จะมี ปฏิรูปทำไม อย่างนี้จะมียุทธศาสตร์ไปทำไม ท่านประธานครับ ผมเรียนท่านประธานว่า ขอ ๒ สไลด์ (Slide) สุดท้ายครับ มีหน้ามาให้ผู้นำประเทศซึ่งถือว่าเป็นทั้งประธาน ยุทธศาสตร์ชาติ เป็นผู้นำสูงสุดของประเทศ และออกมาสาธารณสุขท่านตรงนี้เป็นปัญหา ที่สุดเลยครับ ผมเรียนท่านประธานว่าตัวหนังสืออาจจะเล็กนิดหนึ่ง แต่ผมขออนุญาตอ่านให้ ดูหน่อย อันนี้คือบ่อเกิดปัญหาของการที่จะแพร่ระบาดในเรื่องการรักษาโควิด (COVID) อีกส่วนหนึ่งครับ ทุกวันนี้นอกจากนายกรัฐมนตรีประเภทฝันกลางคืน ตีหนึ่งออกมาประกาศ ล็อกดาวน์ (Lockdown) ไล่คนงานกลับ บอกล็อกดาวน์ (Lockdown) ไม่ใช่ล็อกดาวน์ (Lockdown) เป็นการปิดเฉพาะบางพื้นที่ แต่ปัญหาหลักคือตัวนี้ครับท่านประธาน กระทรวง สาธารณสุขได้ออกประกาศว่าให้โรงพยาบาลเอกชนทุกโรงพยาบาลจะต้องรับผู้ป่วยเข้ามา ถ้าไม่รับฉุกเฉินนะครับ จะต้องผิดมาตรา ๓๖ วรรคห้า มีโทษรุนแรง มาตรา ๖๖ แห่ง พระราชบัญญัติสถานพยาบาล ปี ๒๕๔๑ นั้นจะต้องมีทั้งปรับ ๔๐,๐๐๐ บาท และจำคุกอีก ๒ ปี ปัญหาตัวนี้ผมต้องเรียนท่านประธาน เพราะอะไรครับ เพราะทุกวันนี้เรามี การรักษาพยาบาลอยู่ ๓ ระดับ มีประกันสังคม มีข้าราชการ และมี ๓๐ บาทรักษาทุกโรค การรักษาอย่างที่ผมเรียนท่านประธาน ทุกคนทราบดีครับ ข้าราชการก็รักษาตามไป ประกันสังคมก็แย่หน่อย เวลาไปรักษาที่ไหน ตึก โรงอาหาร หรือว่าโรงตรวจ ก็ต่างจากทาง ข้าราชการทั่ว ๆ ไป ๓๐ บาทไม่ต้องพูดถึง ข้างที่นอน ข้างทางเดินเป็นที่รักษาพยาบาล ทั้งนั้น แต่ว่าพอหลังจากที่คนควรจะต้องได้รับการรักษาจากโรงพยาบาลเอกชน ท่านก็มา ออกกฎหมาย ออกระเบียบฉบับนี้ทำให้ทุกโรงพยาบาลเอกชนเดี๋ยวนี้ไม่มีใครกล้ารับ ใครที่ป่วยฉุกเฉิน คุณอย่ามานะ เพราะถ้าคุณไม่ได้ตรวจโควิด (COVID) ผมต้องรับผิดชอบ ถ้าเขาเข้ามาแล้วเกิดเป็นโควิด (COVID) ขึ้นมา ฉุกเฉินขึ้นมานี้ ไม่รับผิดชอบ ไม่ได้ อธิบดี กรมส่งเสริมการควบคุมโรคไปให้สัมภาษณ์บอกว่า ไม่เป็นอะไร สปสช. จ่าย จ่ายจริง หรือครับ ถึงเวลา ๓๐ วัน ๔๕ วันถึงจะจ่ายเขาที ทุกวันนี้คนเจ็บคนป่วยต่าง ๆ เขาถึงไม่กล้า เข้าไปในโรงพยาบาลไหนก็เต็ม เต็ม เต็ม เพราะอย่างไรครับ เพราะว่าโรงพยาบาลเอกชน พอรับคนไข้เข้ามาแล้วจะต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ เป็นระเบียบที่ท่านออกมาและไม่คิด เป็นระเบียบที่ออกมาแล้วทำให้โรงพยาบาลเอกชนต้องปัดความรับผิดชอบของตนเองไป สิ่งที่ผมเรียนท่านประธานก็คือต้องแก้ระเบียบตัวนี้ เพราะคนที่มีเงิน คนที่พร้อมเขาก็จะได้ไป เข้าโรงพยาบาลตามเอกชน มีเงินมีทองเขาก็จะเข้าของเขาได้ อันนี้ไปบังคับเขาไว้ครับว่า ฉุกเฉินคุณต้องรับ ถ้าไม่รับคุณต้องจ่ายเอง อย่างนี้เป็นต้นครับ🔗
สุดท้ายครับท่านประธาน ทุกวันนี้การสื่อสารของ ศบค. ผมก็ว่าแย่แล้ว นะครับ ไม่ว่าจะเป็นคุณหมอออกมาอธิบายทุกวัน เที่ยงครึ่ง ๆ แต่ถึงเวลาขึ้นมา คนที่แย่ หนักกว่านั้นก็คือผู้นำประเทศครับ ผมพยายามแนะนำ พยายามวิพากษ์วิจารณ์ ตามความคิดเห็นที่พี่น้องประชาชนเขาได้ฝากมา แต่ผู้นำประเทศทุกวันนี้ไม่รู้ร้อนรู้หนาว นะครับ ภาพ ๒ ภาพไม่แน่ใจว่าท่านประธานคงไม่ให้ขึ้น อันนี้มันเป็นภาวะอย่างนี้ได้ หรือครับ คนกำลังจะฆ่าตัวตาย คนกำลังจะไม่มีกิน คนกำลังจะตกงาน คนกำลังไม่มีงานทำ แต่ท่านเป็นเรื่องสนุกหรือครับ ผู้นำอย่างนี้ผมว่าเราอยู่ไม่ได้ครับ สภา คณะกรรมการปฏิรูป ประเทศ แม้กระทั่งเพื่อนสมาชิกเราต้องทำอะไรสักอย่างละครับ ผมไม่อยากจะใช้คำพูดอะไร ที่หนักกว่านี้ แต่ว่าการแสดงออกของท่านนายกรัฐมนตรีกับคณะ อาจารย์หมอทั้งหลาย แม้กระทั่งรัฐมนตรีอีกหลาย ๆ ท่าน พี่น้องจังหวัดเชียงรายผมฝากมาบอกว่าเป็นการแสดง ตลกหน้าเมรุเผาศพของพี่น้องประชาชนคนไทยครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
มีรายชื่อที่เสนอมา หมดแล้วนะครับ ต่อไปนี้อนุญาตให้ท่านให้ผู้ชี้แจง เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ในนามของสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ขอกราบขอบพระคุณ ทุกความเห็นของท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต่อรายงานการสรุปผลการดำเนินการ ตามยุทธศาสตร์ชาติ แล้วก็รายงานสรุปผลการดำเนินการตามแผนการปฏิรูปประเทศ ประจำปี ๒๕๖๓ ซึ่งทางสำนักงานก็จะนำความเห็นแล้วก็ข้อเสนอแนะของทุกท่านไปพิจารณาปรับปรุง การดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการจัดทำรายงานการปรับปรุงเนื้อหาสาระ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ให้คำแนะนำไว้ ท่านประธานสภาและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ สำหรับการขับเคลื่อน ยุทธศาสตร์ชาติ แล้วก็แผนการปฏิรูปประเทศในระยะต่อไปทางสำนักงานสภาพัฒนา การเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติก็จะได้ร่วมกับหน่วยงานเจ้าภาพ แล้วก็คณะกรรมการปฏิรูป ประเทศทุกคณะนำแผนแม่บท แล้วก็โครงการสำคัญต่าง ๆ ไปดำเนินการ แล้วก็ให้เป็นไป ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๔ ที่กำหนดให้การขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ชาติไปสู่ปฏิบัตินี้ต้องดำเนินการโดยใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์ แล้วก็ตั้งอยู่บนความสอดคล้องกับ สถานการณ์ตามที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ให้ความคิดความเห็นไว้นะครับ แล้วก็จะเน้นย้ำ ถึงความสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานต่าง ๆ ในการที่จะจัดทำ โครงการซึ่งท่านสมาชิกจะสามารถติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินการในเรื่องนี้ ผ่านทางเว็บไซต์ (Web site) ของยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศทาง www.nscr.nesdb.go.th ในโอกาสนี้ก็ต้องขอขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ทุกท่านอีกครั้งหนึ่งที่ให้คำแนะนำ ซึ่งทางคณะกรรมการปฏิรูปประเทศทุกคณะ และคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ และสังคมแห่งชาติก็จะได้นำไปปรับปรุง แล้วก็รายงานให้ท่านทราบเป็นระยะต่อไปครับ ขอกราบขอบพระคุณทุกท่านครับ🔗
ท่านสมาชิกยังมีอะไร ที่ติดใจไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ก็ถือว่าจบ การอภิปรายซักถาม ซึ่งถือว่าที่ประชุมรับทราบรายงานสรุปผลการดำเนินการตาม ยุทธศาสตร์ชาติประจำปี ๒๕๖๓ และรายงานสรุปผลการดำเนินการตามแผนการปฏิรูป ประเทศประจำปี ๒๕๖๓ แล้วนะครับ ขอขอบคุณหน่วยงานที่ชี้แจงครับ🔗
ในวาระต่อไปเนื่องจากสมาชิกได้ขออนุญาตแทรกตอนนี้นะครับ ขอเชิญ คุณหมอชลน่านครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ต้องกราบขออนุญาตท่านประธาน ที่จะแทรกระเบียบวาระการประชุมที่ท่านประธานได้กรุณาบรรจุไว้ในระเบียบวาระ กระผมได้รับมอบหมายจากพรรคเพื่อไทยโดยหัวหน้าพรรค ท่านสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ และท่านประธานวิป (Whip) พรรคร่วมฝ่ายค้าน ดอกเตอร์สุทิน คลังแสง ให้เป็นผู้เสนอ ญัตติด่วนด้วยวาจา ตามข้อบังคับ ข้อ ๕๔ (๑) ให้สภาพิจารณาเป็นเรื่องด่วน กระผมจะขอ อนุญาตท่านประธานที่จะเสนอเรื่องด่วนด้วยวาจานี้และขอรับรองจากเพื่อนสมาชิก🔗
ผู้รับรองถูกต้องครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมขออนุญาต เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรเราร่วมกันพิจารณาหามาตรการและ แนวทางในการแก้ไขปัญหาและผลกระทบที่เกิดจากการระบาดของโรคโควิด (COVID) ระลอกที่ ๓ และจากการบริหารจัดการของ ศบค. แล้วมีมติให้รัฐบาลรับไปพิจารณา ดำเนินการ ขอผู้รับรองครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง คือตามปกติแล้วเราจะมีการประชุมไปตามระเบียบวาระนะครับ แต่ว่าเมื่อมีการเสนอวาระ ด่วนเข้ามาเช่นนี้ ท่านสมาชิกไม่ขัดข้องนะครับ ที่คุณหมอชลน่านเสนอ คุณหมอเสนอในนาม ของพรรคของท่านใช่ไหมครับ ไม่ได้เสนอแล้วคนอื่นเสนอตาม ต่างคนต่างเสนอใช่ไหม คุณหมอครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย จังหวัดน่าน เป็นการมอบหมายจากพรรคเพื่อไทยครับ แต่ก็ได้ร่วมหารือกับ พรรคร่วมฝ่ายค้านเราจะมีผู้อภิปรายสนับสนุน แล้วก็ทราบข่าวว่ามีสมาชิกบางท่านพยายาม ที่จะเสนอญัตติเป็นหนังสือประกอบเข้ามา นั่นขึ้นกับข้อวินิจฉัยของท่านประธานครับ เพราะว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องด่วนที่จะต้องเสนอด้วยวาจาครับ🔗
คุณหมอเสนอด้วยวาจา ที่ประชุมรับรองแล้วนะครับ ท่านพิธาเชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมขอเสนอญัตติด่วน ด้วยวาจา เรื่อง การบริหารจัดการสถานการณ์โควิด (COVID) ด้วยเช่นกัน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง เป็นญัตติที่ ๒ นะครับ ยังมีอีกไหมครับ ขอเชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ กระผม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย ผมได้รับมอบหมายจากพรรคภูมิใจไทยให้ขอเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาแก้ไขปัญหาเยียวยาในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ในระลอกใหม่ เพื่อเป็นการบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชน ผู้ประกอบการ ที่ได้รับผลกระทบเพื่อมีมติส่งให้รัฐบาลรับไปดำเนินการต่อ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องครับ ยังมีท่านผู้เสนอต่างหากไหมครับ ที่ส่งชื่อมา คุณหมอเรวัตใช่ไหมครับ เชิญเลยครับ🔗
ท่านจาตุรงค์นะครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ครับ สอบถามกระบวนการท่านประธานนิดหนึ่ง🔗
ครับ🔗
ในเวลาที่มีการยื่นญัตติเป็นเรื่องปกติ นะครับ ก็จะมีการยื่นญัตติประกบท่านประธานก็พิจารณาให้รวมพิจารณา อันนี้เป็นเรื่อง ที่เข้าใจได้ครับ เป็นญัตติด้วยเอกสาร อันนี้ญัตติด้วยวาจา ไม่มีคนเห็นต่างในญัตตินี้ก็รับเลย โดยปกติประเพณีปฏิบัติเรานะครับ แต่พอมีการเสนอซ้ำเข้ามานี้เราดำเนินการอย่างไรครับ ท่านประธาน จะมีผู้เสนอญัตติ ๓-๔ ญัตติเป็นวาจาทั้งหมดอย่างนี้หรือครับ ผมก็ไม่เคยเห็น เหมือนกัน🔗
ถึงได้ถามคุณหมอชลน่าน ตั้งแต่ต้นว่าท่านเสนอคนหนึ่ง แล้วก็คนอื่นจะร่วมพิจารณาหรือต่างคนต่างเสนอ ท่านจุลพันธ์ครับ ปรากฏว่าต่างคนต่างเสนอครับ เป็นการประสานภายในว่าต่างคนต่างเสนอของตัวเอง เมื่อเป็นเช่นนี้ก็เลยต้องถามว่ามีใครเสนอบ้าง แล้วก็เหมือนที่เราพิจารณาญัตติเป็น ลายลักษณ์อักษร คือเมื่อเหมือนกันเราก็มารวมพิจารณา เพราะในขณะนี้ก็มีผู้เสนอญัตติ ทำนองเดียวกันนี้เป็นลายลักษณ์อักษรครับ🔗
ถ้าท่านประธานวินิจฉัยก็ไม่ติดใจครับ🔗
คุณหมอจาตุรงค์ เชิญนะครับ พร้อมไหมครับ คือได้แจ้งภายในมาว่ามีผู้จะเสนอก็เลยให้ท่านเสนอได้ครบถ้วน แล้วเดี๋ยวเราจะขออนุญาตมารวมพิจารณา คุณหมอจาตุรงค์เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ผมและคณะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีคุณหมอโอชิษฐ์ แล้วก็มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย ร่วมกันเสนอญัตติเป็นญัตติด้วยเอกสาร คือขอเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาหามาตรการและแนวทางป้องกันแก้ไขและเยียวยาการระบาด ของเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) ระลอก ๓ ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ซึ่งต้องขออนุญาต รวมกับทางท่านคุณหมอชลน่านครับ🔗
คุณหมอเรวัตมาแล้ว เชิญเลยครับ ยังอยู่ในเวลา🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผมขอเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาหามาตรการแก้ไขปัญหา จากการระบาดของไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Virus Corona 2019) ในระลอกที่ ๓ และระลอก ต่อ ๆ ไป ทั้งในการป้องกัน เฝ้าระวัง และรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อมีมติส่งให้รัฐบาล รับไปดำเนินการต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ ขอผู้รับรองครับ🔗
ขอผู้รับรองครับ🔗
มีผู้รับรองครบนะครับ ก็จะมีฉบับของคุณหมอชลน่าน ของท่านพิธา ของนายแพทย์จาตุรงค์ แล้วก็ ท่านนายแพทย์เรวัต ทั้งหมด ๕ ฉบับ ก็ขออนุญาตที่ประชุม คุณหมอบัญญัติ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมในนามของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาอภิปรายเรื่อง ปัญหาการบริหาร จัดการโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) ในสถานการณ์ที่มีการแพร่ระบาดรุนแรงในประเทศไทย เนื่องจากเกรงว่าหากสถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไปยากที่จะมีการควบคุมเพื่อให้ สถานการณ์สงบลงได้นะครับ จึงอยากที่จะให้สภาผู้แทนราษฎรนี้ได้อภิปรายทั่วไปโดยไม่ต้อง ลงมติ เพื่อให้รัฐบาลรับไปดำเนินการครับท่านประธาน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้อง ก็เป็นฉบับที่ ๖ ผมขอทบทวนนะครับ ขออภัยด้วย ผมตกหล่นของท่านสิริพงศ์ไป ฉบับที่ ๑ นายแพทย์ชลน่าน ฉบับที่ ๒ ท่านพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ฉบับที่ ๓ คุณสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ฉบับที่ ๔ นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ฉบับที่ ๕ นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช ฉบับที่ ๖ นายแพทย์บัญญัติ เพราะฉะนั้นทั้งหมดรวม ๖ ฉบับ ขออนุญาตที่ประชุมว่าเรารวมพิจารณา ในการพิจารณาไปนะครับ และผมจะอนุญาตให้เจ้าของญัตติแต่ละท่านได้อภิปราย ไปตามลำดับนะครับ เริ่มจากนายแพทย์ชลน่าน ขอเชิญครับ🔗
เสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาหามาตรการและ แนวทางการแก้ไขปัญหาและผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโรนา ๒๐๑๙ (COVID-19) ระลอกใหม่ รวม ๕ ฉบับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ต้องกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ ที่ได้กรุณารับญัตติ และกราบขอบคุณเพื่อนสมาชิกครับที่ให้การรับรองในการเสนอญัตติด่วน เพื่อให้สภาพิจารณาเป็นเรื่องด่วนในโอกาสนี้ ส่วนกรณีที่มีเพื่อนสมาชิกเสนอญัตติ ทำนองเดียวกันด้วยวาจาเป็นเรื่องด่วนนี้ ผมเองก็กราบขอบคุณท่านประธานครับที่กรุณา เปิดโอกาส แต่ข้อเท็จจริงแล้วมันไม่จำเป็นถึงขนาดนั้นหรอกครับที่จะต้องเสนอญัตติประกบ เว้นแต่ญัตติที่เขาเสนอนั้นมีลักษณะที่แตกต่างออกไป จำเป็นจะต้องมีมติที่จะเลือกว่า จะพิจารณาญัตติใด ไม่พิจารณาญัตติใด ก็ดำเนินการไปตามข้อบังคับ แต่ว่าเมื่อท่านประธาน กรุณาอนุญาตแล้ว ก็ด้วยความเคารพครับ สิทธิของผู้เสนอญัตติก็ย่อมที่จะอภิปรายได้ ในเวลาที่เหมาะสมนะครับ ท่านประธานเองก็ไม่สามารถที่จะไปกำหนดเวลาเสมือน ผู้อภิปรายสงวนปกติได้ อันนั้นคือข้อดีนะครับ ผมเองดีใจครับ ที่มีเสนอญัตติกันทุกพรรค โดยเฉพาะไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล เหตุผลความจำเป็นที่ผมเสนอเรื่องนี้ เพราะมันเป็นเรื่องด่วนจริง ๆ ครับท่านประธาน เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของพี่น้อง ประชาชนบนคราบน้ำตา บนเสียงร้องไห้ของพี่น้องประชาชน เป็นเรื่องที่มีความจำเป็นมาก เพราะกระทบถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนโดยรวม จำเป็นอย่างยิ่ง ที่สภาของเราในฐานะที่เป็นผู้ได้ถืออำนาจมาจากพี่น้องประชาชนที่เขาเป็นเจ้าของอำนาจ อธิปไตยมอบมาให้เราแล้วนี้ เราจำเป็นอย่างยิ่งจะนำเอาสิ่งเหล่านั้น เอาปัญหาเหล่านั้น เอาความทุกข์เหล่านั้นมาพูดคุยกัน ผลลัพธ์ในการพูดคุยวันนี้เราหวังอย่างยิ่งนะครับ ท่านประธาน จะเป็นมติสภาแห่งนี้ต้องเป็นมติครับ ญัตติต้องมีมติ เรื่องใดเรื่องหนึ่ง ต้องมีมติครับ ในเรื่องนั้น ๆ เพื่อให้สภาส่งไปให้รัฐบาลรับไปพิจารณาดำเนินการตาม ที่เรามีข้อเสนอมีมาตรการออกไป ท่านประธานครับ ก่อนที่ผมจะลงรายละเอียดนั้น ต้องกราบเรียนความเคารพครับว่าเราเสนอญัตติทำนองนี้ในหลาย ๆ เรื่อง โดยเฉพาะเรื่องนี้ ไม่น้อยกว่า ๒ ครั้ง ในการระบาด ๒ ระลอกที่ผ่านมา แต่ผลการดำเนินการตามข้อเสนอ ของสภาผู้แทนราษฎรเรา ไม่เคยปรากฏว่ารัฐบาลได้ให้ความใส่ใจ สนใจ แล้วนำไปสู่ การปฏิบัติที่แท้จริง เพราะฉะนั้นครั้งนี้ผมต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ถ้าเราเสนอไปแล้วสภาจะมีมาตรการติดตามการปฏิบัติตามมติของสภาผู้แทนราษฎร อย่างไร ก่อนหน้านี้ตอนที่ผมเป็นผู้แทนสมัยแรกเรามีคณะกรรมาธิการติดตามผลการปฏิบัติ ตามมติของสภาผู้แทนราษฎร ชัดเจนครับ เราสามารถที่จะเชิญจะเรียกบุคคลเหล่านั้นมา สอบถาม สอบข้อเท็จจริง สมัยนั้นเราใช้ว่า สอบสวน ว่าทำไมคุณถึงไม่ปฏิบัติ แต่ขณะนี้ เราพยายามเอาภารกิจนั้นยุบไปมอบให้กิจการสภาไป ซึ่งกิจการสภาเองด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ มีข้อจำกัดพอสมควรในการที่จะเรียกบุคคลมาสอบข้อเท็จจริงในปัจจุบัน ก็ต้องขออนุญาตท่านประธานว่า ถ้าไม่ปฏิบัติจริง ๆ อาจจะต้องมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญ สักชุดหนึ่งซึ่งไปติดตามการแก้ปัญหาเรื่องนี้ให้กับพี่น้องประชาชนติดตามรัฐบาล ในการทำงาน ท่านประธานครับ เหตุผลความจำเป็นที่ผมเสนอเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องด่วน ให้สภาพิจารณา🔗
ประการแรกสุดครับท่านประธาน มันเป็นความทุกข์ยากของพี่น้องประชาชน อย่างจริง ๆ จากการระบาดของโควิด ระลอกนี้บอกว่าเป็นระลอกใหม่ แต่นับครั้งก็เป็น ระลอกที่ ๓ รัฐบาลเข้าใจในการจะสื่อสารความว่าเป็นระลอกใหม่ เพราะว่ามันจะต้องใหม่ ไปเรื่อย ๆ ใหม่ ๓ ใหม่ ๔ ใหม่ ๕ ใหม่ ๖ จริง ๆ ระลอกนี้ควรเป็นระลอกที่ ๔ แล้วครับท่าน ประธาน เพราะอะไรครับ เพราะสายพันธุ์ที่มันระบาดระลอกใหม่ที่ท่านให้คำนิยามมันคือ สายพันธุ์ที่มาจากประเทศอังกฤษที่เราเรียกว่าสายพันธุ์อัลฟา (Alpha) แต่ขณะนี้มันไปสู่สาย พันธุ์เดลตา (Delta) แล้ว มันมาจากประเทศอินเดียแล้วท่านประธาน จะนิยามกันอย่างไร ก็แล้วแต่นั่นคือสิ่งที่พี่น้องประชาชนทุกข์มาก ทุกข์จนกระทั่งทุกคนบอกว่าผู้นำประเทศเอง รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง บุคคลที่เกี่ยวข้อง ไม่เห็นคราบน้ำตาพี่น้องประชาชน ไม่ได้ยิน เสียงร้องไห้ของพี่น้องประชาชน หนำซ้ำครับ ยังมีนะจ๊ะ เริงร่า มีนะจ๊ะเริงร่า อย่างคณะตลก บนซากศพของพี่น้องประชาชน นี่คือคำพูดของพี่น้องประชาชนที่ทุกข์ ความทุกข์ของเขา นี้เขาพยายามสะท้อนบอกกล่าวกับผู้แทนของเขา ผมยกตัวอย่างกลุ่มต่าง ๆ ที่เข้ามา เรียกร้อง โดยเฉพาะหลังจากที่มีการระบาดระลอกที่ ๓ แล้ว ศบค. โดย พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะ ผอ.ศบค. นี้ไปออกข้อกำหนดลักหลับตอนตี ๑ ที่พี่น้องประชาชนเขา บอกอย่างนั้น ผมขออนุญาตใช้ภาษาพื้น ๆ ท่านประธานครับ เพื่อสื่อสารได้เข้าใจกันง่าย ออกมาเมื่อคืนวันที่ ๒๘ ประกาศบังคับใช้ เป็นข้อกำหนด (ฉบับที่ ๒๕) กระทบไปหมดครับ กระทบบุคคลที่เกี่ยวข้องไปหมด ท่านรู้ ท่านเข้าใจว่าขณะนี้การระบาดมันเป็นคลัสเตอร์ (Cluster) ที่ใหญ่ในภาคของผู้ประกอบการธุรกิจก่อสร้าง แรงงานก่อสร้าง โรงงาน ชุมชน ตลาด ท่านก็อาศัยประกาศนั้นบอกว่าไม่ล็อกดาวน์ (Lockdown) ไม่ล็อกดาวน์ (Lockdown) แต่ใช้คำพูดที่หลีกเลี่ยงคำว่า ล็อกดาวน์ (Lockdown) แต่ปฏิบัติเสมือน ล็อกดาวน์ (Lockdown) ก็คือว่าประกาศเป็นพื้นที่ควบคุมเข้มข้น ระดับเข้มงวด สูงสุด ควบคุมสูงสุดแบบเข้มงวด คือสีแดงไม่รู้จะแดงอย่างไรท่านประธานครับ ประกาศมา ๑๐ จังหวัด นั่นหมายความว่า กทม. ปริมณฑล และ ๓-๔ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แล้วออก ข้อกำหนดมา ๗-๘ ข้อ ท่านประธานครับ หลังจากข้อกำหนดตรงนั้นเสียงระงม เสียงร้องไห้ จากพี่น้องประชาชนออกมาเต็มไปหมด โดยเฉพาะผู้ประกอบการ ผู้ประกอบธุรกิจ เรื่องของ ร้านอาหาร เรื่องของภาคธุรกิจกลางคืน เรื่องของภาคธุรกิจบันเทิงมาร้องเรียนครับ วันนี้เขามา ส่งหนังสือ สมาพันธ์ผู้ประกอบธุรกิจภาคกลางคืน ภาคบันเทิง เขามายื่นเรื่องสัปดาห์ก่อน ก่อนที่จะมีการประกาศฉบับนี้เขาก็ทุกข์หนักแล้ว พอมีประกาศฉบับนี้เข้าไปมันเหมือนกับ เขาโดนทุบหัวครั้งที่ ๓ ท่านประธานครับ คนโดนทุบหัวครั้งที่ ๓ มันไม่ได้ตายท่านประธาน มันพิการจนอเนจอนาถไม่สามารถจะดูร่างกายของเขาได้ ถ้าตายไปเขาคงดีใจท่านประธาน ครับแต่นี่มันไม่ตาย ทุกข์ทรมานมาก อันนี้คือเหตุผลประการแรกสุดเลยที่ผมต้องกราบเรียน ท่านประธาน ท่านประธานที่เคารพครับ เหตุผลประการที่ ๒ ถ้าเราไม่พูดกันการควบคุมการระบาด ของโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่เกิดขึ้นในประเทศเราขณะนี้มันรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ครับ ตัวเลขเมื่อสักครู่ที่ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติขออนุญาตเอ่ยนามท่านครับ ท่านรัฐมนตรี วิสาร เตชะธีราวัฒน์ นำมาแสดงบนจอภาพ นั่นคือตัวเลขล่าสุดครับ ๒๓๐,๐๐๐ กว่าราย นั่นคือผู้ป่วยสะสม วันนี้ ๕,๕๓๓ ราย ตาย ๕๗ ราย จำนวนผู้ติดเชื้อที่ตรวจได้ ท่านประธานครับ อยู่ที่ร้อยละ ๒๐ โดยเฉลี่ยจะเป็นผู้ป่วย จากร้อยละ ๒๐ นี้ไม่น้อยกว่า ร้อยละ ๕ จะเป็นผู้ป่วยหนัก แต่สิ่งที่เราเห็นก็คือตัวเลข ๒ หลักที่เพิ่มขยับเป็นเลข ๕ แล้วคาดการณ์ท่านประธานครับ คาดการณ์จริง ๆ ถ้ามีการตรวจอย่างครบถ้วน ตรวจทุกคน ที่เป็นผู้อยู่ในข่ายที่จะต้องเฝ้าระวังสงสัยนี้ คาดการณ์ว่าขณะนี้ต่อวัน ๑๔,๐๐๐ ราย ไม่ใช่ ๕,๐๐๐ ราย ๕,๐๐๐ รายนี้เฉพาะเข้าไปตรวจได้เท่านั้นเอง นี่คือสถานการณ์ การระบาดที่ไม่หยุดยั้งเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ แล้วที่สำคัญการระบาดครั้งนี้มันเกิด จากการกลายพันธุ์ของตัวเชื้อไวรัสมันเกิดจากการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส เชื้อไวรัสดั้งเดิมหายครับ หายไปจากเมืองไทย สายพันธุ์ประเทศอังกฤษเข้ามา ตอนนี้ถูกตี ด้วยเดลตา (Delta) จากประเทศอินเดีย มี แบตา (Beta) ที่ผ่านมาจาก จังหวัดชายแดนภาคใต้มาถึงกรุงเทพฯ แล้ว ภาพมันเป็นอย่างนั้นท่านประธาน แล้วที่สำคัญท่านประธานครับ การดูแล การรักษาผู้ป่วย อยู่ในขั้นที่ผมต้องกราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพว่าสงสารแพทย์ พยาบาล บุคลากรทางด้านการสาธารณสุข ของเราที่ทำงานหนัก ทำงานหนักอย่างมหันต์นะครับท่านประธาน สงสารผู้ป่วยที่เป็นผู้ป่วย โรคทั่วไปกำลังจะถูกเบียดเบียนเอาเตียงออกไปให้กับผู้ป่วยโควิด (COVID) ถูกทอดทิ้งครับ แพทย์ถึงขั้นว่าจำเป็นต้องเลือกว่าจะให้ใครอยู่ จะให้ใครไป มันเกิดขึ้นในประเทศไทย ท่านประธานครับ มันส่อสัญญาณถึงความล่มสลายของระบบสาธารณสุขของเราที่ได้ชื่อว่า ดีที่สุดในโลกเป็นอันดับ ๖ ในการเผชิญกับการแก้ปัญหาวิกฤติต่าง ๆ ทางด้านสุขภาพ แต่ขณะนี้ถูกทำลายลงย่อยยับ และที่สำคัญการทำลายระบบสาธารณสุขครั้งนี้ท่านประธานครับ ผมกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง ผอ.ศบค. อย่าได้ปฏิเสธความรับผิดชอบครับ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา มันเป็นความรับผิดชอบของท่านเองที่ท่านรู้ตัวหรือเปล่าว่า ขณะนี้ท่านคือผู้ทำลายระบบสุขภาพของประเทศ ทำลายไม่พอ ภาพรวมทำลายไม่พอ ยังทำลายเกียรติภูมิของอาจารย์โรงเรียนแพทย์ อาจารย์ของผม ผมเห็นแล้ว ผมสงสารอาจารย์ผมมาก ผมเห็นแล้วสงสารอาจารย์แพทย์ผู้บริหารระดับสูงกระทรวง สาธารณสุขของผมมาก ผมต้องใช้ว่า ของผมครับ เพราะผมเป็นแพทย์คนหนึ่ง สงสาร เกียรติภูมิของอาจารย์ที่สร้างมากับมือมีลูกศิษย์ลูกหาเคารพนับถือไปทั่วโลกทั่วประเทศ แต่กลับมาถูกทำลายด้วยมุกตลกที่ไม่รู้สึกรู้สากับความทุกข์ร้อนของพี่น้องประชาชน ปล่อยนะจ๊ะออกมาโดยไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ท่านประธานครับ มันสมควรหรือครับ นี่คือ การทำลายเกียรติภูมิ ถ้าผมเป็นอาจารย์โรงเรียนแพทย์ผม คณะที่ปรึกษาด้านการแพทย์ การสาธารณสุขจะประกาศลาออกเลย ไม่ใช่ประกาศลาออกเพราะเสียเกียรติภูมิ ท่านประธานครับ แต่ประกาศลาออกเพราะอัดอั้นตันใจว่าข้อเสนอมาตรการต่าง ๆ ทางการแพทย์ที่เสนอไปแล้วนี้ทำหรือเปล่า แล้วทำ ทำแบบไหน เลือกทำเฉพาะที่คิดว่า เป็นประโยชน์กับแนวคิดของตัวเอง แต่ไม่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนโดยรวม ข้อเสนอที่ดี ๆ ต่าง ๆ นี้ เราไม่รู้ครับ เราไม่รู้ เพราะไม่เคยมีเผยแพร่ออกมา ก็เรียกร้อง ในการกำหนดมาตรการครั้งนี้ทุกครั้งที่คณะปรึกษาทางด้านการแพทย์การสาธารณสุข นักระบาดวิทยาที่เสนอเข้าไปต้องเผยแพร่ต่อประชาชน เราจะได้ฟ้องกันว่ามาตรการ ที่ท่านทำนั้นมันดี ไม่ดีอย่างไร ใครเป็นคนเสนอให้ยกเลิกการกินข้าวในร้านอาหาร มันมีคนถามกันเยอะครับ อาศัยหลักฐานข้อมูลอะไรถึงต้องทำแบบนั้น อันนี้เป็นเหตุที่ผมต้องกราบเรียนท่านประธาน เป็นสาเหตุที่ผมถึงต้องเสนอญัตติ ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่เกิดขึ้นครั้งนี้นอกจาก ข้อเรียกร้องของผู้ได้รับผลกระทบแล้ว พี่น้องประชาชนทั่วประเทศได้รับผลกระทบหมดครับ นี่เฉพาะกลุ่มที่เขามายื่นที่เป็นลายลักษณ์อักษรนะครับ การประกาศข้อกำหนดปิดสถานที่ ก่อสร้างปิดแคมป์ (Camp) คนงานโดยมีเงื่อนงำ ผมกล่าวหาเลยท่านประธานครับ มีเงื่อนงำอย่างไรครับ มีเจตนาเสมือนจะส่งต่อคนที่มีเชื้อส่งออกไปต่างจังหวัด ขณะนี้ ไปหมดแล้ว ทำไมผมพูดอย่างนั้นท่านประธานครับ เพราะท่านเองมีการประชุมกัน เมื่อวันศุกร์ที่ ๒๕ ออกมาแถลงข่าวชู ๒ นิ้วนะจ๊ะ แล้วบอกว่าจะปิดแคมป์ (Camp) คนงาน ทำบับเบิลซีล (Bubble Seal) โรงงาน คนก็หนีหมดท่านประธานครับ ตั้งแต่คืนวันที่ ๒๕ จังหวัดน่านบ้านผมคืนวันที่ ๒๖-๒๗ ๒ รายครับ มีผู้ติดเชื้อ จังหวัดต่าง ๆ มีผู้ติดเชื้อ ไปจากกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพราะคำประกาศของท่านและมีท่านรัฐมนตรี ท่านหนึ่งออกมาให้ข่าวทำนองว่าต่างจังหวัดมีมาตรการดูแลเข้มข้นสามารถที่จะเอาผู้ป่วย ไปกักกัน มีเตียงรองรับ ลดความแออัดจากกรุงเทพฯ นั่นแสดงว่าท่านมีเจตนา ที่จะส่งเขาออกไปโดยผลักไสไล่ส่ง การส่งออกไปไม่ใช่เป็นสิ่งเลวร้ายท่านประธานครับ ผมกำลังจะเสนอด้วยว่า ถ้าคุณหมดปัญญาที่จะรักษาคนเหล่านี้อยู่ในกรุงเทพฯ คุณภาพชีวิต ของเขาที่จังหวัดน่าน ที่จังหวัดเชียงใหม่ ที่จังหวัดมหาสารคาม เขาไปอยู่กับบ้านกับญาติเขา กักกันตัวที่โน่นเขามีคุณภาพชีวิตที่ดีกว่า เขาเลือกอย่างนั้นครับ แต่คุณต้องมีมาตรการ ที่ชัดเจนในการส่งต่อ การขนย้าย การขึ้นทะเบียน แต่ผู้บริหารชุดนี้ ศบค. ชุดนี้ไม่ทำ เลือกใช้ความหวาดกลัว ผลักไสไล่ส่งเขาออกไป แล้วใช้มาตรการไล่จับ ท่านประธานครับ กลุ่มอีกกลุ่มหนึ่งที่แฝงเร้นไม่เห็นเลยนะครับ ก็ได้รับร้องเรียนมา คือกลุ่มผู้ประกอบ ธุรกิจก่อสร้างภาคต่อเนื่อง เจ้าของรถแบ็กโฮ (Backhoe) เจ้าของรถบรรทุก ๖ ล้อ ที่คอย เก็บงานรับจ้างเหมาช่วงต่อ ๆ การก่อสร้างโดนระเนระนาดครับ ที่จังหวัดพะเยามาร้องเรียน กับท่านประธาน วิสุทธิ์ ไชยณรุณ ที่จังหวัดน่านบ้านผมก็หลายร้อย ทั่วประเทศชะงักงันหมด เพราะคำสั่งปิดแคมป์ (Camp) คนงาน ปิดสถานที่ก่อสร้างหรือไซต์ (Site) งาน ท่านประธาน ทราบไหมครับว่าภาคธุรกิจก่อสร้างนี้ทำรายได้ให้กับประเทศปีหนึ่งเท่าไร ประมาณ ๘-๙ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพี (GDP) หรือร้อยละ ๘-๙ ของจีดีพี (GDP) ไม่น้อยครับ ไม่น้อยกว่า ภาคเกษตรเลย ภาคเกษตรคนตั้ง ๔๐ ล้านคน แต่ภาคก่อสร้างเขาไม่มีคนถึงขนาดนั้น แต่เขาทำ เม็ดเงินได้สูงมาก ท่านรู้หรือเปล่าท่านปิดเขา ๑ เดือน ท่านเสียหายเท่าไร อย่างไร ท่านประธานครับ เดี๋ยวจะมีสมาชิกขึ้นมาที่จะพูดถึงประเด็นเหล่านี้อย่างละเอียดว่าเขาจะมี มาตรการเสนอให้กับรัฐบาลอย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ จากปัญหาที่ผมกล่าวมา ทั้งหมด แล้วเหตุผลที่ผมกล่าวมาทั้งหมด จำเป็นที่จะต้องเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาให้สภาเรา ร่วมกันพิจารณาเป็นเรื่องด่วนเลยเพื่อจะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อบอกกล่าวกับผู้บริหาร ศบค. ชุดนี้ ที่คุณรวบอำนาจเอากฎหมาย ๓๑ ฉบับ ไว้ในมือ ของตัวเองทั้งหมด ท่านประธานครับ เรื่องมาตรการและข้อเสนอแนวทางแก้ไขที่ผม จะกราบเรียนท่านประธานเป็นเรื่องต่อไป ผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานด้วย ความเคารพครับว่าเรื่องใหญ่ ๆ นี้ผมจะมองไปที่ระบบการแพทย์การสาธารณสุข แล้วก็ จะลงรายละเอียดให้ท่านประธานได้รับทราบ มองไปที่การแก้ปัญหาทางด้านเศรษฐกิจ และสังคมเชิงโครงสร้าง เรื่องการเยียวยา ซึ่งมีสมาชิกได้เสนอญัตติประเด็นนี้ขึ้นมา เป็นการเฉพาะอาจจะลงรายละเอียดได้เยอะขึ้น และที่สำคัญจริง ๆ อยากพูดเป็น เรื่องแรกด้วย คือการบริหารจัดการของ ศบค. ผมเอาไว้เป็นเรื่องที่ ๓ แต่ถึงโอกาสนี้ ผมขอยกขึ้นมาเป็นเรื่องแรกเลย เพราะปัญหาทั้งหลายทั้งปวงของการเอาไม่อยู่ทำให้การระบาดมากขึ้นในกรุงเทพฯ และปริมณฑล และจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ท่านประกาศไป ๑๐ จังหวัด ควบคุมสูงสุด อย่างเข้มงวดนี้ เพราะอะไรครับ เพราะผลการบริหารงานในสถานการณ์ฉุกเฉินของท่านเอง ใน ศบค. กล่าวหาและโทษเลยครับ นี่คือความล้มเหลวของการบริหารของท่านเอง โครงสร้างการบริหารของท่านเป็นอย่างไร ท่านรู้ ข้อมูลข่าวสารที่ออกมาก็ทราบ การสื่อสาร กับพี่น้องประชาชนก็ล้มเหลว ทั้งตัว ผอ. ศบค. เอง ทั้งทีมงานที่อยู่ใน ศบค. ท่านประธานครับ ต้องปรับครับ ต้องแก้ไขครับ ท่านรู้ว่าท่านเป็นตัวปัญหาทำไมไม่แก้ไข ผมไม่ได้บอกว่า ให้ท่านยุบนะครับ ท่านจะปรับจะแก้อะไรที่จะตอบโจทย์ ตอบปัญหาได้ เมื่อท่านทำมาแล้ว ๑ ปีนี้ ปัญหาไม่ได้สิ้นสุด มันกลับเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะเรื่องแรกสุดเรื่องความเชื่อมั่นครับ คำพูดที่ออกจากตัวนายกรัฐมนตรีในฐานะเป็น ผอ.ศบค. คำพูดที่ผ่านทางทีมงานที่ออกมา ล้วนแต่ทำลายความเชื่อมั่นของพี่น้องประชาชนไม่เฉพาะในชาติอย่างเดียว ข้างนอก เขาก็ไม่เชื่อมั่น ต้องแก้ครับ ต้องแก้ดังนี้ช่องทางการสื่อสารที่ดี ๆ คนในประเทศชาติบ้านเรา นี้เขารู้ เขามีข้อเสนอแนะ ท่านทำไมไม่เอามาปรับใช้ ล้มเหลวและสอบตกนะครับ โดยเฉพาะ นะจ๊ะบนซากศพประชาชน ท่านประธานด้วยความเคารพครับ ท่านต้องอ่านในสื่อสังคม ออนไลน์ (Online) สิครับ ไม่ได้มีคำชมนะครับ มีแต่ความก่นด่า ใช้ภาษาที่ทุกคนอยากจะพูด อย่าไปว่าเขาครับ เพราะเขาเหลืออดเหลือทนจริง ๆ ต้องปรับการสื่อสารท่านประธานครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ครับ การบริหารใน ศบค. ท่านต้องปรับโครงสร้าง ท่านเอา เลขาธิการ สมช. มาเป็นผู้อำนวยการ ศปก.ศบค. ศูนย์ปฏิบัติการของ ศบค. กำหนดแนวทาง ทุกเรื่อง และผมตั้งข้อสังเกตว่าไม่ฟังเสียงผู้เชี่ยวชาญทางด้านการแพทย์การสาธารณสุขด้วย ในมาตรการออกมาทั้งหลายทั้งปวงออกมาแบบทำให้พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน ต้องปรับครับ จะปรับอย่างไร ผมไม่ได้เสนอ แต่คนที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญทางด้าน ระบาดวิทยาในการควบคุมโรค ขณะนี้เรากำลังสู้กับโรคนะครับ เชื้อโรค ไม่ใช่สงครามโลก ที่ต้องเอารถถังเอาอาวุธไปยิงไปต่อสู้กัน ผมเรียกร้องให้ปรับ ท่านประธานที่เคารพครับ นี่คือตัว ศบค. ถ้าอีก ๒ อาทิตย์ไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมเรียกร้องให้ยุบ ศบค. ใช้กฎหมายปกติ กฎหมายควบคุมโรคเหมือนกับต่างจังหวัดที่เขาทำ เขาทำได้ดีกว่าครับ เมื่อสักครู่ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าพี่น้องทะลักออกจากบ้านที่จังหวัดน่านเขารู้ทันทีเลยครับ ๒ ท่าน มาจากไหน อย่างไร ใคร จับส่งโรงพยาบาลสนามเลยครับ นี่คือความร่วมไม้ร่วมมือ ของคนในต่างจังหวัดที่เขามีความชัดเจนมาก อาศัยแค่กฎหมายควบคุมโรคติดต่อเท่านั้นเอง ท่านประธานครับ ประธานกรรมการโรคติดต่อจังหวัดคือท่านผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด เป็นเลขานุการ เขาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่านประธานครับ ศบค. ต้องปรับ นั่นเรื่องแรกสุด🔗
เรื่องที่ ๒ มาตรการที่ ๒ คือมาตรการทางด้านการแพทย์การสาธารณสุขครับ สิ่งที่จำเป็นต้องปรับในเรื่องของมาตรการทางการแพทย์การสาธารณสุขขณะนี้ เรารันทดหดหู่มากที่มีคนตายที่บ้าน เรารันทดหดหู่มากที่คนต้องรอเตียงถึง ๔๐๐-๕๐๐ คน ต่อวันในขณะนี้ เรารันทดหดหู่มากที่เห็นแพทย์ พยาบาลด่านหน้าของคนทำงานด้าน การแพทย์การสาธารณสุขในชุดพีพีอี (PPE) ที่เป็นลมล้มลงทั้งยืน สิ่งที่ต้องปรับในวงการ แพทย์การสาธารณสุขผมให้หลักไว้ ๔ เรื่อง ฝากเป็นข้อเสนอให้รัฐบาลรับไป ต้องทำครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ครับ เรื่องการปรับนโยบายการตรวจหาเชื้อโรคหรือผู้ติดโรค ผู้ติดเชื้อต้องปรับครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ต้องปรับนโยบายเรื่องมาตรการการกักกันโรค หลังจากตรวจพบแล้ว ปัจจุบันมันมีปัญหามากต้องปรับต้องแก้🔗
เรื่องที่ ๓ เป็นมาตรการเรื่องวัคซีนครับ วัคซีนเฉพาะหน้า🔗
เรื่องสุดท้าย เรื่องล็อกดาวน์ (Lockdown) ครับ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่าได้กลัวคำว่า ล็อกดาวน์ (Lockdown) ที่ท่านทำผิดพลาดมาในการระบาดครั้งแรกสูงสุด ๑๘๒ คน ประกาศล็อกดาวน์ (Lockdown) ทั้งประเทศ หวาดกลัว หวาดผวา จนมิกล้า ตัดสินใจ ท่านประธานครับ เฉพาะวัคซีนอาจจะเอาไม่พอ เอาไม่อยู่ จะต้องมีการตัดสินใจ เป็นกรณีพิเศษในแต่ละเรื่องมาประกอบกันถึงจะเอาอยู่ โดยเฉพาะการฟื้นเศรษฐกิจและ การเยียวยา นี่คือสิ่งที่สังคมโดยรวมเรียกร้อง🔗
ผมกลับมามาตรการตรวจหาผู้ติดเชื้อ ท่านประธานครับ การล็อกดาวน์ (Lockdown) กับการตรวจหาผู้ติดเชื้อมีความสัมพันธ์กัน ถ้าท่านล็อกดาวน์ (Lockdown) อย่างมีประสิทธิภาพพี่น้องประชาชนไม่ด่าครับ เขาจะร่วมมืออย่างเต็มที่ เพราะการล็อกดาวน์ (Lockdown) อย่างมีประสิทธิภาพใช้เวลาไม่นาน ๑๔ วัน เอาอยู่ท่านประธาน ๑๔ วันนี้เราเอาอยู่ ๆ แล้ว แต่ใน ๑๔ วัน มาตรการสำคัญที่สุดคือท่านต้องตรวจหาเชื้อทุก คนครับ ทุกคน ไม่ใช่ตรวจเชิงรุกแบบสุ่มสำรวจนะครับ ทุกคนต้องตรวจ ตรวจเสร็จแล้วผู้ติด เชื้อก็แยกกักกัน ต้องแยกกักกัน ผู้ไม่ติดเชื้อสามารถให้เขาไปประกอบอาชีพทำมาหากินได้ แต่ท่านบอกว่าให้เขาอยู่นิ่ง ๆ ๑ เดือน สูญเสียทั้งหมด ระบบการตรวจผู้ติดเชื้อ ขณะนี้ประเทศ เรายอมรับวิธีการตรวจแบบมาตรฐานหลักเท่านั้นเอง ที่เขาเรียกว่าการตรวจหาตัวเชื้อโรค ก็คือแรพิดเทสต์ (Rapid Test) อาร์ที พีซีอาร์ (RT-PCR) เป็นภาษาอังกฤษ ผมขออนุญาต ท่านประธานที่จะพูดแบบนี้ เพราะเป็นที่รู้กันครับ เป็นการตรวจที่แยงภายในจมูกแล้วก็เอา สารคัดหลั่งมาตรวจหาเชื้อ ใช้คนเยอะมาก ใช้เวลา ใช้ค่าใช้จ่ายเยอะ ไม่ยอมรับตรวจ อย่างอื่นบอกว่ากลัวผลบวกปลอม ขณะนี้มีข้อเสนอถ้าจะควบคุมโรคเอาโรคให้อยู่ต้องเอา วิธีการที่ทุกคนสามารถตรวจหาเชื้อด้วยตนเองได้เป็นเซลฟ์ แรพิดเทสต์ (Self-Rapid Test) ตรวจหาเชื้อ ตรวจหาแอนติเจน (Antigen) เลยท่านประธานครับ มีการสืบค้นดูข้อมูล ทางผู้บริหารสูงสุด ผอ.ศบค. เอง แล้วก็ทีมแพทย์ยังไม่ยอมรับเท่านั้นเอง ต้องเรียกร้องให้ ยอมรับว่าทุกคนสามารถตรวจหาเชื้อได้ โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงเพื่อจะแยกโรค แยกคนไม่ป่วย ออกให้เร็วที่สุดในการควบคุมและป้องกัน เทสต์ (Test) หนึ่ง ราคาแค่ประมาณ ๒๓๐ บาท เองครับ กลัวอะไรกับผลบวกปลอมที่เขาเรียกว่าฟาลซ์ โพซิทิฟ (False Positive) มันเป็น ข้อดีเสียด้วยซ้ำไป เมื่อบวกปลอมเราจะได้เอาไปตรวจซ้ำด้วยวิธีมาตรฐานที่ท่านกำหนด อันนี้เรียกร้องนะครับ ถ้าท่านไม่ทำอย่างนี้ท่านเอาไม่อยู่จริง ๆ แล้วผมพูดเองผมไม่ได้ หมายความว่าผมต้องการขายเทสต์คิต (Test Kit) ตรงนี้ ผมไม่รู้จักด้วยซ้ำไป แต่ทางหลัก วิชาการมันช่วยได้ มันช่วยได้จริง ๆ ท่านประธานครับ ที่ทุกคนจะรู้ว่าตัวเองปลอดจาก การติดเชื้อหรือไม่ แล้ววิธีนี้มันเป็นไชน่าโมเดล (China Model) ครับ ประเทศจีนทำสำเร็จ ครับ ทำสำเร็จมาแล้ว ประเทศอื่นเขาทำสำเร็จมาแล้วเอาเขามาเป็นตัวอย่าง ลอกการบ้าน เขาก็ได้เหมือนที่ท่าน ส.ส. ละออง ติยะไพรัช อภิปรายไว้ เหมือนกับท่านทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ อภิปรายไว้ ไม่ต้องไปคิด ๘๔,๐๐๐ เซลล์ ท่านไม่ต้องคิดลอกการบ้านเขามาทำเลย มันก็ดี ด้วยนะท่านประธานไชน่าโมเดล (China Model) เขาถือเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่มากที่ทำให้เขา ควบคุมโรคได้ เมื่อตรวจอย่างนี้มันสามารถทำให้แยกคนติดเชื้อ ไม่ติดเชื้อ ในการควบคุม ป้องกันได้ดี และที่สำคัญไชน่าโมเดล (China Model) เขาล็อกดาวน์ (Lockdown) ครับ ล็อกดาวน์ (Lockdown) อย่างมีประสิทธิภาพ ผมกลับมาย้ำตรงนี้อีกที ประยุทธ์ต้องไม่กลัว คำว่าล็อกดาวน์ (Lockdown) ถ้าล็อกดาวน์ (Lockdown) อย่างมีประสิทธิภาพสามารถควบคุม ภายใน ๑๔ วัน ก็เปิดให้เขาดำเนินกิจการกิจกรรมได้ ธุรกิจ ผู้ประกอบการ ก็กลับมาฟื้นได้ แต่ท่านประกาศไป ๑ เดือน โดยไม่ทำอะไรเลยอย่างนี้มีแต่ตายกับตาย หนีกลับบ้านหมด ท่านประธานที่เคารพครับ ประเด็นของการกักกันแยกโรคนี้มีปัญหามากในประเทศเราขณะนี้ เพราะเราถือว่าถ้าตรวจ เจอโรงพยาบาลไหนตรวจ ถ้าพบว่าเป็นบวกต้องรับเขาไปรักษา มันทำให้โรงพยาบาลหลายแห่ง ปฏิเสธที่จะไม่ตรวจผู้ป่วยครับ ตรงกันข้ามเลย เพราะเขาไม่มีเตียง แล้วถูกข้อกำหนดว่า เขามีโทษด้วย ถ้าไม่ได้รับการรักษา วิธีง่าย ๆ คือไม่ตรวจ ไม่เจอก็ไม่ต้องมารักษา และที่สำคัญเราบอกว่าถ้ามีผลบวกติดเชื้อแล้วนี้ต้องเข้าไปอยู่โรงพยาบาล ต้องเขาไปอยู่ใน โรงพยาบาล ท่านประธานคิดดูว่าโรงพยาบาลในประเทศเรามีเท่าไร ท่านไม่พอ ท่านสร้าง โรงพยาบาลสนาม ท่านก็ต้องอาศัยบุคลากรทางการแพทย์การสาธารณสุขมาดูแล สีเขียว สีเหลือง สีแดง ล้วนแต่ใช้บุคลากรทางการแพทย์ทั้งหมด มาตรการอย่างนี้มีปัญหามาก มีข้อเสนอว่าถ้าท่านมีมาตรการที่จะมีศูนย์กักกันผู้ป่วยติดเชื้ออยู่ในชุมชนหรือกักกันตัวที่บ้าน ถ้ามีศักยภาพพอ เติมความเข้มในการที่จะมี ขออนุญาตท่านประธานครับ เทเลเมดิซิน (Telemedicine) หรือการสื่อสารระหว่างแพทย์กับผู้ป่วยได้ตลอดเวลา จะผ่านแพลตฟอร์ม (Platform) ไหนก็ได้ ท่านประธานครับ และมีเครื่องไม้เครื่องมือให้คนที่เขาสามารถดูแลหรือ ดูแลตัวเองได้ในการที่จะเฝ้าระวังตัวเอง เครื่องตรวจออกซิเจนในเลือดความเข้มข้น หาให้เขา เครื่องวัดไข้ วัดอุณหภูมิหาให้เขา ซึ่งมันไม่ยากเลยที่จะทำเรื่องที่เราเรียกว่า โฮม ไอโซเลชัน (Home Isolation) บนพื้นฐานที่มีความพร้อม ไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องทำมาตรการนี้ นะครับ ต้องเอาข้อเท็จจริงมาตั้งแล้วบริหารจัดการลงไป ถ้าเขาอยู่รวมกัน ๔-๕ คน ในห้องเดียวกันก็ไม่ควรทำ ที่ชุมชนในต่างจังหวัด อันนี้ได้ผลมากครับ คนที่ทะลักไปจาก กรุงเทพฯ จากปริมณฑล เขาได้รับการโอบอุ้มจากชุมชน ทำสถานที่กักกันตัวในชุมชนให้ดูแล กันอย่างดี ผมชอบใจท่านผู้ว่าราชการจังหวัดลำปางที่ประกาศบอกว่ายินดีรับพี่น้อง ชาวลำปางที่มีการติดเชื้อกลับมาดูแลที่บ้านเรา เรียกร้องไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด ด้วยนะครับ กำหนดมาตรการนี้ออกมาเลยแล้วก็เฝ้าระวังกันดูแลกันให้ดี ผมว่าคุณภาพชีวิต พี่น้องประชาชนคนไทยเราดีขึ้น ท่านประธานครับ นี้คือเรื่องของมาตรการที่จะต้องเพิ่มเติมขึ้น🔗
เรื่องต่อไปเรื่องวัคซีนครับ วัคซีนพูดเรื่องนี้มีปัญหา ผมว่าวันนี้คนพูดเรื่อง วัคซีนเยอะมาก แต่ผมจะเอากรอบสั้น ๆ ว่าการบริหารจัดการวัคซีนประเทศนี้มีปัญหา รู้กัน การจัดหาวัคซีนก็มีปัญหานะครับ การกระจายวัคซีนมีปัญหา วิธีที่ท่านใช้อยู่มีปัญหา ไม่สอดคล้อง ไม่เหมาะสม มีการเลือกที่รักมักที่ชัง จังหวัดหนึ่งได้อีกจังหวัดหนึ่งไม่ได้ ข้อมูลนี้ จะถูกเปิดเผยในการอภิปรายไม่ไว้วางใจผมบอกให้ ผมกล้าเปิดในสภานี้เลย แล้วใครจะ รับผิดชอบก็ต้องบอกมา ท่านประธานครับ วัคซีนเฉพาะหน้านี้หมายความว่าถ้าในแหล่ง ระบาดนี้ท่านต้องมีมาตรการชัดเจนต้องเอาให้อยู่ตรงนั้น พื้นที่ที่ไม่ระบาดพื้นฐานก็ให้เขาไป ในสัดส่วนที่เหมาะสมพอกัน แต่ที่สำคัญมันบริหารอย่างนี้ไม่ได้ เพราะท่านจัดหาวัคซีนไม่ได้ เพราะท่านคิดว่าวัคซีนที่มีอยู่ในประเทศไทยขณะนี้ที่ท่านใช้อยู่แล้ว ๒ ตัว ไม่นับซิโนฟาร์ม (Sinopharm) ที่เข้ามาใหม่ ท่านคิดว่าวัคซีน ๒ ตัวนี้ที่ท่านมีอยู่ประสิทธิภาพดีที่สุด ทุกคนเถียงครับ แต่ผมยืนยันว่ามันดีที่สุดเลย เพราะมันสามารถป้องกันวัคซีนตัวอื่นไม่ให้เข้า มาประเทศไทยเราได้ด้วย มันไม่ได้ป้องกันการติดเชื้ออย่างเดียว ไม่ป้องกันการป่วยหนัก อย่างเดียว ไม่ได้ป้องกันการตายอย่างเดียวนะครับ แน่นอนหลักฐานทางการแพทย์ ๒ ตัวนี้ ป้องกันการตายได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ป้องกันป่วยหนักได้สำหรับแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ได้บ้างสำหรับซิโนแวค (Sinovac) แต่ป้องกันการติดเชื้อมิได้เลยพร้อมจะ แพร่เชื้อให้คนอื่นได้ตลอด แต่มันเก่งนะครับท่านประธาน วัคซีน ๒ ตัวนี้ มันป้องกันไม่ให้วัคซีนตัวอื่นเข้ามาประเทศ ไทยเราได้ด้วย มันเก่งขนาดนั้นเลยหรือ รายละเอียดไปว่ากันตอนอภิปราย ไม่ไว้วางใจว่าใครได้ ใครเสีย ใครได้ประโยชน์อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องวัคซีน ผมกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่าสิ่งที่จำเป็น สิ่งที่จำเป็นที่สุดก็คือว่ารัฐต้อง ประกาศให้วัคซีนที่มีประสิทธิภาพทุกตัวที่เข้ามาอยู่ในเมืองไทยเป็นวัคซีนหลัก อย่าเรียกว่า วัคซีนทางเลือก ขอให้เป็นมาตรการของสภาเรานะครับ เพราะอะไรครับ มันมีเหตุจำเป็น ที่จะต้องคุ้มครองสิทธิของพี่น้องประชาชนทุกคนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๗ วรรคสาม บุคคลย่อมได้รับการป้องกันขจัดโรคติดต่ออันตรายโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย กราบเรียนผ่าน ท่านประธานไปยังพี่น้องประชาชนทุกคนนะครับ ไม่ว่าเพศใด อายุใด กลุ่มไหน ถ้าใครเสีย ค่าใช้จ่ายมาร้องต่อสภาได้ครับ ท่านต้องไม่จ่ายเงินนะครับ มันเป็นหน้าที่ของรัฐ ไม่ว่าท่านจะ รับบริการจากใคร จากโรงพยาบาลของรัฐ จากโรงพยาบาลเอกชน หรือจากศูนย์ที่ท่านไปตั้ง ฉีดเป็นการเฉพาะกิจเฉพาะหน้านี้ออนไซต์ (On Site) อะไรของท่าน อย่าได้จ่ายเป็นอันขาด ผมบอกกับพี่น้องประชาชนด้วยความเคารพครับ อย่าได้จ่ายถ้าฟังคำพูดผมนะครับ ถ้าใคร เรียกเก็บเงินท่าน ท่านทำเรื่องร้องเรียนมาได้ว่าท่านไม่ได้รับคุ้มครองตามสิทธิ ท่านร้องตาม รัฐธรรมนูญได้ด้วย ฟ้องร้องรัฐได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ต้องเป็นมติของสภาเราว่าท่าน ต้องไม่กำหนดให้มีวัคซีนทางเลือก ใครจะได้รับวัคซีนไหนแล้วแต่ดุลยพินิจข้อพิจารณาของ ทางการแพทย์เป็นหลัก ส่วนต่างที่เพิ่มขึ้นอาจจะคิดให้เหมาะสมกรณีท่านได้รับบริการพิเศษ เหมือนบริการห้องพิเศษ หลายคนยินดีจะจ่ายห้องพิเศษครับ แต่ค่าวัคซีนหลัก ค่าบริการ หลักนี้ทุกคนต้องได้รับบริการฟรี ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่จำเป็นสำหรับวัคซีนใน ขณะนี้เมื่อมีสายพันธุ์อินเดียเดลตา (Delta) เข้ามา วัคซีนที่ท่านฉีดให้กับบุคลากรทาง การแพทย์ ซึ่งผมเองได้รับไปซิโนแวค (Sinovac) ๒ เข็ม มันป้องกันสายพันธุ์เดลตา (Delta) ไม่ได้ บุคลากรทางการแพทย์จำเป็นที่สุดจะต้องได้รับเอ็มอาร์เอ็นเอไวรัส (mRNA Virus) จะเป็นตัวไหนก็ได้ครับ ไฟเซอร์ (Pfizer) โมเดอร์นา (Moderna) ได้ทั้ง ๒ ตัว รีบสั่งเข้ามาครับ เพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์การสาธารณสุข อันนี้มีความจำเป็นอย่างยิ่งไม่อย่างนั้นแล้ว มันจะมีปัญหากับการบริการของบุคลากรทางการแพทย์การสาธารณสุขเรา ด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ สิ่งที่จำเป็นสำหรับเรื่องการบริหารวัคซีนจริง ๆ ผมพูดไปประเด็นแรก สุดแล้วคือการให้ข้อมูล รัฐเอง ศบค. เองต้องให้ข้อเท็จจริงกับพี่น้องประชาชน อย่าปิดบัง อย่าอ้ำอึ้ง ถ้าพี่น้องประชาชนถามว่าทำไมซิโนแวค (Sinovac) ปีนี้สั่งมา ๑๙.๕ ล้านโดส (Dose) แล้วสั่งอีก ๒๘ ล้านโดส (Dose) นี้เพราะอะไร ในปี ๒๕๖๕ จำเป็นด้วยหรือ แล้วมา บอกว่าซิโนแวค (Sinovac) ๓ เข็ม ไม่มีประสิทธิภาพดีเท่ากับไฟเซอร์ (Pfizer) ๓ เข็ม ซิโนแวค (Sinovac) เท่าไรครับท่านประธาน เอาถูกที่สุด ๕๘๐ คูณ ๓ ๑,๖๐๐-๑,๗๐๐ บาท ขณะที่วัคซีนตัวอื่นไม่ว่าจะเป็นไวรัลเวกเตอร์ (Viral Vector) เช่นแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) เอ็มอาร์เอ็นเอ (mRANA) วัคซีน เช่น ไฟเซอร์ (Pfizer) โมเดอร์นา (Moderna) ราคาไม่ได้แพงกว่านี้เลยครับ แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ถูกกว่าอีกตั้ง ๔-๕ เท่า ประสิทธิภาพดีกว่า ทำไมต้องไปสั่งของแพงราคาแพง ประสิทธิภาพที่ทุกคนสงสัย มาก อย่างผมเป็นผู้สูงอายุ ๖๐ ปี ผมฉีดซิโนแวค (Sinovac) ไปผมยังไม่รู้ว่าตัวเองจะมี ภูมิคุ้มกันได้หรือไม่ อย่างไร ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องวัคซีนเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ผม อยากจะฝากท่านประธานนะครับ เป็นมาตรการว่ารัฐต้องรีบจัดหาวัคซีนตัวอื่นด้วย จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (Johnson & Johnson) ทำไมไม่ทำ ขณะที่ขึ้นทะเบียนได้ ๖ ตัวเองครับ ไฟเซอร์ (Pfizer) เป็นตัวสุดท้ายที่ขึ้นทะเบียน แต่ว่าขั้นตอนการจัดหาจัดซื้อนี้และยังไม่ดำเนินการเลย ร่างสัญญาอยู่กัน ๔-๕ เดือนแล้ว ยังไม่จบ วัคซีนตัวอื่นอย่างโนวาแวกซ์ (Novavax) ท่านประธานครับ เอาละ ประเทศไทย เราไม่เข้าโครงการโคแวกซ์ (COVAX) โนวาแวกซ์ (Novavax) เป็นวัคซีนที่ดีที่เราคุ้นเคยครับ เขาเรียกวัคซีนที่ทำจากโปรตีนซับยูนิต (Subunit) เหมือนกับว่าวัคซีนป้องกัน โรคตับอักเสบ คล้าย ๆ กันสามารถที่จะเอามาใช้ได้ ต้องรีบสั่งจองสิครับ ถ้าไม่รีบจองตอนนี้ท่านจะได้หรือ แล้วที่สำคัญในประเทศไทยเราต้องส่งเสริมให้เราสามารถ ผลิตวัคซีนใช้เองได้ ประเทศไทยควรผลิตวัคซีนใช้เองได้ อย่าไปเหมารวมเอาว่าโรงงาน ที่เขารับจ้างผลิตเป็นของเรา เขารับจ้างผลิต ท่านต้องมาส่งเสริมสิครับ ใบยาของทาง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเขาคิดขึ้นมาใบยารีบส่งเสริมเขาสิครับ มันเป็นโปรตีนซับยูนิต (Subunit) เช่นกัน เอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) ที่อาจารย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขากำลังคิดค้น ส่งเสริมเขาสิครับ ให้ผลิตได้ มันจะได้ช่วยพี่น้องประชาชนหมายถึง การรอดไปในอนาคตได้ วัคซีนและโควิด (COVID) มันจะอยู่กับเราตลอดไปครับท่านประธาน ต้องคิดเผื่อข้างหน้า ไม่ใช่แค่ปีสองปีไปถึงอนาคตด้วย ทำอย่างไรให้มันเป็นโรคประจำถิ่น เหมือนไข้หวัดใหญ่ มันอยู่กับเราได้เราก็อยู่กับมันได้🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ เรื่องต่อไปในวงการแพทย์การสาธารณสุข ที่ไม่พูดเลยไม่ได้คือเรื่องยา ผมเน้นเรื่องยาครับ พี่น้องประชาชนที่เข้าไปอยู่ศูนย์กักกันตัว หรือแยกโรค หรือโรงพยาบาลสนาม เขาไม่เข้าใจหรอกว่าระบบการรักษาเราเป็นอย่างไร มีแต่คนมาบ่นกับผม โทรมาร้องเรียน คุณหมอครับนอนมา ๑๐ วัน ยาตัวก็ไม่ได้กิน ตอนผมเป็นไข้ก็มีพาราเซตามอล ๑ เม็ด เอาผมมานอนไว้ทำไหม จะรอให้เชื้อลงปอดก่อน แล้วให้ยาผมหรืออย่างไร มันมีความจำเป็นครับ ฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ที่เรามีอยู่ต้อง เร่งหาให้พอเพียง ฝากท่านประธานที่เคารพเป็นมาตรการว่าทางสภาเสนอว่าการให้ยา ที่เร็วขึ้นจะเป็นประโยชน์หรือไม่ เพราะยาขณะนี้ไม่บอกว่ามีตัวยาไหนที่ดีที่สุดครับ ท่านจะรอให้เชื้อลงปอดแล้วให้ยาทันหรือไม่ อันนี้เป็นข้อเสนอทางการแพทย์ ผมไม่ละลาบละล้วงถึงแม้ผมเป็นแพทย์เข้าใจครับ แต่ว่าการตัดสินใจเหมือนกับช่วงที่เรา ติดไข้หวัดนกท่านประธานจำได้ครับ เราตัดสินใจให้ทามิฟลู (Tamiflu) กับคนที่สัมผัส ติดเชื้อเลยท่านประธานครับ ป้องกันได้ครับ ไม่มีใครเป็นอันตราย น้ำท่วม โรคฉี่หนูอันตรายมาก เราตัดสินใจให้ยาด็อกซีไซคลิน (Doxycycline) แค่ ๒ เม็ด ป้องกันการตายได้ แม้วงการแพทย์ บอกว่ากลัวดื้อยา แต่ว่าที่จังหวัดน่านผมเลือกใช้แบบนี้ไม่มีคนตายจากติดโรคฉี่หนู จากน้ำท่วม ๒ เม็ด เม็ดละบาท มันคุ้มกับชีวิตพี่น้องประชาชนแล้วไม่ได้ใช้พร่ำเพรื่อ อันนี้ ก็เช่นกันครับ จริงอยู่มันแพงโดส (Dose) หนึ่ง คอร์ส (Course) หนึ่งให้ ๕๐-๖๐ เม็ด แต่แพง มันคุ้มค่ากับชีวิตประชาชนที่จะตายวันละ ๕๐ ๕๐ ๕๐ ท่านประธานที่เคารพนี่คือเรื่องยา🔗
ประเด็นต่อไปเรื่องของข้อเสนอเกี่ยวกับเรื่องของการเยียวยาท่านประธาน ครับ เรื่องของการเยียวยา จริง ๆ แล้วข้อเสนอเรื่องการเยียวยา สิ่งที่ผมอยากจะกราบเรียน ท่านประธานก็คือว่าทำอย่างไรให้ครอบคลุม ทั่วถึง และกล้าที่จะเยียวยาเขา อย่าใช้เลี่ยงบาลี เลี่ยงภาษาว่าไม่ล็อกดาวน์ (Lockdown) และไม่เยียวยา แม้คุณจะใช้ถ้อยคำอะไรก็แล้วแต่ ทำให้เขาเดือดร้อนต้องได้รับการเยียวยา อย่างครั้งนี้ แคมป์ (Camp) คนงาน โรงงานก่อสร้าง โรงงานต่าง ๆ ร้านอาหาร ร้านผู้ประกอบการธุรกิจภาคกลางคืน ภาคบันเทิง เขาต้องได้รับ การเยียวยา เขาเรียกร้องมาเยอะมาก นี่ผมยกตัวอย่างข้อเสนอเขาครับ ข้อเสนอของ สมาพันธ์ผู้ประกอบการธุรกิจภาคกลางคืนกับภาคบันเทิง มี ๘ ข้อ ผมเอาย่อ ๆ เลยครับ เขาบอกว่าเรียกร้องให้ยกเลิกคำสั่งปิดแบบเหมารวม ปิดเป็นการเฉพาะได้ ถ้ามีหลักฐานทาง การแพทย์ว่ามันเป็นแหล่งแพร่เชื้อ นี่ตัวอย่างนะครับ ที่ปิดขอให้ปลดล็อกแล้วก็ใช้มาตรการคุมเข้มอย่างเข้มข้น เขาปฏิบัติตาม เขายินดีครับ ในหนังสือฉบับนี้มีข้อเสนอยาว ๓-๔ หน้า ครับท่านประธาน ส่งไปแล้ว แล้วผมเอามาพูดซ้ำอีกทีหนึ่ง เพราะเขายื่นให้ผมตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว การผ่อนปรนเรื่อง เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผ่อนปรนเรื่องการจัดมหรสพ ภายใต้มาตรการที่เข้มข้น เรียกร้องให้มี วัคซีนเร็วที่สุด เยียวยาที่ชัดเจน พักชำระหนี้ เปิดโอกาสให้เข้าถึงแหล่งทุน เข้าถึงแหล่งทุน ไม่ได้ท่านประธาน สิ่งเหล่านี้เป็นข้อเสนอที่ผมคิดว่ารัฐบาลเองต้องใส่ใจ แล้วตอบเขาว่าให้ได้ อย่างไร ให้ไม่ได้อย่างไร ถ้าไม่ได้นี่ผ่านสภาเราไปท่านประธานครับ เพื่อให้เขาได้ปฏิบัติ เราจะได้ ติดตาม สิ่งที่ผมต้องกราบเรียนอีกครั้งหนึ่งเรื่องการเยียวยา เดี๋ยวเพื่อนสมาชิกคงมาเติมเต็ม เรื่องนี้ คือสิ่งที่ท่านหวังว่าจะเป็นการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ใช้มาตรการการเยียวยาเพื่อกระตุ้น เศรษฐกิจ เช่น คนละครึ่ง เราเที่ยวด้วยกัน ยิ่งใช้ยิ่งได้ ท่านหวังว่ายิงปืนนัดเดียวได้นก ๒ ตัว ๓ ตัว ฝากท่านไปพิจารณาให้ถี่ถ้วนเถอะครับ ขณะนี้เขาไม่มีแม้แต่ข้าวจะกิน เงินในกระเป๋า ก็ไม่มี เขาจะคนละครึ่งได้อย่างไร มันกระตุ้นได้จริงหรือไม่ ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ท่านพยายามทำ ประกาศเปิดประเทศ ๑๒๐ วัน แล้วนำร่อง ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) วันนี้ วันนี้ท่านประธานครับ สังเกต ครม. ไม่มา ตอบกระทู้ครับ ผมตั้งข้อสังเกตว่าไปภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) กับนายกรัฐมนตรีหรือเปล่า ถ้ามีหลักฐานว่ารัฐมนตรีที่ถูกถามกระทู้วันนี้ไปภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) จริงนะครับ ผมกำลังจะให้สมาชิกร่วมกันเข้าชื่อเพื่อเอา ผิดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ วรรคสอง จงใจเจตนาไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญและกฎหมาย ถ้าท่านจะไปเพื่อหลีกเลี่ยงการตอบกระทู้นี้ รัฐมนตรีไม่ตอบกระทู้ ก็ได้ครับ รัฐธรรมนูญเขียนคุ้มครองไว้ให้ ไม่มาตอบกระทู้ก็ได้ เมื่อมีมติ ครม. ว่ามีเหตุจำเป็น มีความสำคัญเรื่องนั้นเป็นจำเป็นเรื่องสำคัญ ที่เปิดเผยไม่ได้เท่านั้น แต่จะติดตาม นายกรัฐมนตรีไปเปิดแซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) นี้ไม่ใช่เรื่องจำเป็น ไม่ใช่เรื่องสำคัญที่จะพูดใน สภามิได้ท่านประธาน มาตรา ๑๕๐ วรรคสอง ผมกราบเรียนท่านประธานครับ เราไม่มี เครื่องมือใด ๆ เลยตามรัฐธรรมนูญใหม่ฉบับนี้ เราตามตัวท่านรัฐมนตรีไม่ได้ ไม่มาก็คือไม่มา แต่ต้องอาศัยวรรคสองให้เป็นประโยชน์ เพื่อที่จะให้รัฐมนตรีรับผิดชอบต่อพี่น้องประชาชน เกลียดสภาไม่ว่าครับ แต่ต้องรับผิดชอบต่อพี่น้องประชาชนมันมีปัญหาจริง ๆ เพราะฉะนั้น ญัตตินี้มันก็ต้องมาชดเชยทดแทน แม้มันจะช้าไม่ฟังคำตอบทันที แต่ผมมั่นใจท่านประธานครับ ท่านประธานจะส่งเรื่องนี้ไปแล้วติดตาม ท่านประธานครับ ด้วยความเคารพครับ ผมใช้เวลา สภามาพอสมควรและมีเพื่อนสมาชิกพูดถึงกันอีกมากเรื่องนี้ โดยสรุปครับ ญัตตินี้เพื่อให้สภา เราช่วยกันพิจารณาหามาตรการในการที่จะแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็นจากตัวการระบาด จากผลกระทบของโรค จากผลกระทบจากการบริหาร การเยียวยาพี่น้องประชาชน ทุกมาตรการจะถูกเสนอให้กับรัฐบาลเพื่อนำสู่การปฏิบัติ ฝากท่านประธานและท่านสมาชิก ช่วยกันเพื่อพี่น้องประชาชนครับ เราจะได้หมดในสิ่งที่เราคาดหวังแล้วมันเป็นไปไม่ได้จริง ๆ ความท้อแท้ ความสิ้นหวัง คราบน้ำตา ซากศพ มันจะได้หายไปสักที ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณนะครับ เรื่องที่ ๒ ของคุณพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอเสนอญัตติด่วน ด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาหามาตรการและแนวทางการแก้ไขปัญหา และผลกระทบของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด (Virus COVID) และเสนอแนะต่อรัฐบาลให้ยกเลิก คำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ ๗๖/๒๕๖๓ ยุบ ศบค. เพื่อมีมติส่งให้รัฐบาลรับไปพิจารณา ดำเนินต่อไปครับ ท่านประธานครับ ๙๐ นาที ต่อ ๑ คนครับ ๙๐ นาที ต่อ ๑ คน คือสถิติการฆ่าตัวตาย ของคนไทยใน ๑ ปีที่ผ่านมา มากที่สุดในรอบ ๒๔ ปี นี่ยังไม่นับอีก ๑,๘๐๐ ชีวิต ที่จะต้อง สูญเสียในช่วงโควิด (COVID) ที่ผ่านมา ต้องใช้น้ำตาอีกกี่หยด ใช้ชีวิตคนไทยอีกกี่ชีวิต กว่าที่รัฐบาลจะตื่น นายกรัฐมนตรีจะตื่น แล้วได้ยินเสียงร้องไห้ของพี่น้องประชาชนคนไทย เสียทีหนึ่ง นี่ยังไม่นับว่าโควิด (COVID) ระลอก ๓ นี้เด็กหลุดออกจากระบบการศึกษา ๖,๕๐๐ คน หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้น ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท คนว่างงานและคนที่ถูกลดชั่วโมงอีก ๕ ล้านคน สิ่งรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีพูดตลอดเวลาเป็นข้ออ้างบอกว่าทุกประเทศ ก็เป็นเหมือนกัน ทุกประเทศก็ลำบาก วันนี้เป็นวันที่ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลต้องเลิก ยกข้ออ้างนั้นมาใช้ เพราะวันนี้ประเทศไทยแย่กว่าประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว แย่กว่า ประเทศอินเดียแล้ว และแย่กว่าค่าเฉลี่ยของเอเชีย (Asia) ถึง ๒ เท่า และนั่นก็คือสาเหตุ ที่ผมมีความจำเป็นในฐานะผู้แทนราษฎรต้องลุกขึ้นมาขอเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ด้วยตัวของผมเอง ปกติผมเชื่ออย่างนี้ครับท่านประธาน การเป็นผู้นำโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในช่วงที่เป็นเรื่องของภาวะวิกฤติ น้ำขุ่นอยู่ใน น้ำใสอยู่นอก ยิ่งวิกฤติแบบนี้เรายิ่งต้อง ควบคุมอารมณ์ของเรา ควบคุมสติของเราในฐานะที่เป็นผู้นำ ตั้งใจที่จะมาตั้งกระทู้ถาม ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ประสานงานวัคซีน ในฐานะนายกรัฐมนตรี ตั้งใจจะมาถามดี ๆ ครับ ไม่ได้ตั้งใจจะมาถล่มท่าน ท่านรองประธาน ศุภชัยท่านเป็นประธาน ท่านเป็นพยานได้ ข้อที่ ๑ ถามว่าเราจะทำอย่างไรให้ตั้งรับปัญหา ให้ดีกว่านี้ พอตอบเสร็จถูกใจ ไม่ถูกใจ ไม่เป็นอะไร ข้อที่ ๒ จะได้มาพูดคุยกันว่า จะทำอย่างไรให้เชิงรับกลายเป็นเชิงรุก ข้อที่ ๓ เรามาถามกันเรื่องคำถามค้างคาใจ เรื่องของวัคซีนเพื่อที่จะให้ประเทศไทยเดินหน้าไปได้ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อวาน สภาก็ไม่มาประชุม ตั้งใจใช้กลไกของรัฐสภาถามกระทู้ ก็ไม่มาตอบ จนถึงวันนี้ผมอดทน มามากพอแล้ว และวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่ผมจะอดทนแบบนี้ เพราะท่านนายกรัฐมนตรี มีทั้งอำนาจ มีทั้งงบประมาณ มีทั้งเวลาในการเตรียมพร้อม แต่ปล่อยให้พี่น้องคนไทยตายกัน แบบใบไม้ร่วงแบบนี้ ผมรับไม่ได้ครับ ผมรับไม่ได้ และนี่ก็คือสาเหตุที่ผมต้องยื่นญัตติด่วน เพื่อที่จะยุบ ศบค. เหตุผลผมเป็นอย่างนี้ครับประธาน แน่นอนในภาวะวิกฤติมีโรคระบาด มีก่อการร้าย มีภัยพิบัติ หลักการของการบริหารภาวะวิกฤติไครซีส แมเนจเมนต์ (Crisis Management) ถูกครับ คุณต้องรวมศูนย์ เพราะอะไรครับ อันที่ ๑ ลดคนตัดสินใจ ๒. ตัดสินใจเร็ว ฉับไว มีเอกภาพ ๓. มีทั้งคนรับผิดแล้วก็คนรับชอบ ปกครองง่าย ๆ เลย คือคุณใช้อำนาจคุณต้องรับผิดชอบ เพาเวอร์ แอนด์ เรสพอนซิบิลิตี (Power and Responsibility) ไม่ใช่ว่าจะมีแต่อำนาจ แล้วไม่รับผิดชอบอะไรเลย นี่คือหลักการ ๔ เสาหลักของการทำไครซีส แมเนจเมนต์ (Crisis Management) หรือการบริหาร ในช่วงภาวะวิกฤติ แต่ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นกับประเทศไทยกับตัวเลขที่ผมพูดไปแล้ว ๙๐ นาที ต่อ ๑ คน กลับตาลปัตรตรงข้ามหลักการหมดเลย แล้วอย่างนี้จะมีไว้ทำไมครับ ศบค. มีไว้เป็นรัฐซ้อนรัฐ งบซ้อนงบ มีทั้งรัฐบาล มีทั้ง ศบค. คนละความคิด คนละวิสัยทัศน์ คนละแผนปฏิบัติคนปฏิบัติปวดหัว มีงบซ่อนงบ งบประมาณประจำก็มีผมเป็นกรรมาธิการงบประมาณต้องถามหน่อย ทุกหน่วยงานที่มาเสนอตกลงคุณมีงบอันนี้แล้วคุณมีงบซ่อนอยู่ใน พ.ร.ก. เงินกู้อีกด้วย หรือเปล่า นอกจากจะไม่ทำตามหลักการการบริหารที่ผู้นำควรจะทำ ทำตรงกันข้ามหมด ทุกอย่าง ตกลงสื่อสารสับสนอลหม่าน ใครผิดใครถูก มองซ้ายมองขวากันไป จะตัดสินใจ ก็ไม่รู้ว่าใครตัดสินใจ ช้า สายเกินไป ช้าเกินไป น้อยเกินไป นี่คือสาเหตุที่ผมคิดว่าไม่เป็นไป ในทางที่ดีของประเทศไทยในการที่จะนำพาออกจากวิกฤติอันนี้ให้ได้ ข้อที่ ๑ คุณต้องยุบ ศบค. ออกให้ได้ กลับมาสู่อำนาจปัจจุบัน กลับมาสู่งบประมาณปกติ กลับมาสู่วิธีคิดวิสัยทัศน์ แบบปกติให้มันตรวจสอบได้ให้มันเป็นทิศทางเดียวกัน ให้คนที่เขาเก่งจริงได้เข้ามาทำงาน แล้วก็บริหารแก้ไขปัญหาอย่างที่ผมได้กล่าวไป ถึงอย่างไรครับท่านประธาน ยุบ ศบค. ไปวงจรอุบาทว์ ๓ คอขวด ที่ยังอยู่ในประเทศไทยก็ไม่หายไป ยุบ ศบค. เสร็จไม่พอ ท่านต้องปรับ ครม. ได้แล้วครับ หารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศที่เขาเก่ง ๆ เข้ามาทำเรื่องวัคซีนดีโพลเมซี (Diplomacy) ทำเรื่องวัคซีนสวอป (Swap) ติดต่อ ต่างประเทศอย่างไร ให้ทำให้ได้เหมือนอย่างที่ประเทศอิสราเอลเขาทำ ประเทศญี่ปุ่นเขาทำ ประเทศฟิลิปปินส์เขาทำ ประเทศมาเลเซียเขาทำ ท่านต้องหารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยเก่ง ๆ ได้แล้วครับ การกระจายความเสี่ยงโดยเฉพาะความเสี่ยงในช่วงโรค ระบาดไม่ใช่การที่กระจายคนอออกไปข้างนอก มันต้องบับเบิล แอนด์ ซีล (Bubble & Seal) ทำอย่างไรให้ตรึงคนอยู่ในพื้นที่ให้เร็วที่สุด แยกน้ำออกจากปลาให้เร็วที่สุด นี่คือการกระจาย ความเสี่ยง การซื้อวัคซีนหลาย ๆ ชนิดให้มันคละกันไป เพราะเราไม่รู้ว่าอนาคตคืออะไร อันนี้คือการกระจายความเสี่ยง การผลักให้คนออกจากกรุงเทพมหานครไปบ้านเกิด อันนี้ไม่ใช่การกระจายความเสี่ยง ท่านต้องหารัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขที่รู้เรื่อง ระบบสาธารณสุขจริง ๆ ท่านต้องหารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคง ของมนุษย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานที่เขารู้เรื่องว่าการที่คุณไปเยียวยาด้วยเงิน ของประกันสังคมมันผิดวัตถุประสงค์ ประกันสังคมคือความมั่นคงของพี่น้องประชาชนตั้งแต่ เกิดจนตาย อุบัติเหตุ ไม่สบาย คลอดบุตร มันไม่ใช่ถังเงินของรัฐบาลที่จะเอามาใช้ ทั้ง ๆ ที่ตัวเองท่านก็มีเงิน พ.ร.ก. ของท่านอยู่แล้ว ท่านจะมาทำให้กองทุนประกันสังคม มั่นคงน้อยลงไปทำไม แล้วจะเยียวยาเฉพาะคนที่อยู่ในประกันสังคม แล้วอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่เขาไม่ได้อยู่ในประกันสังคม แรงงานที่เขาอยู่นอกระบบ แรงงานข้ามชาติ ต่อไปนี้สิทธิ แรงงานการบริหารสาธารณสุขและเศรษฐกิจจะกลายเป็นเรื่องเดียวกันอย่างแยกกันไม่ออก ท่านจะเอาเปรียบแรงงานทำอย่างไรก็ได้ให้ต้นทุนมันถูกที่สุด ท่านไม่สามารถที่จะบริหาร เรื่องเกี่ยวกับสาธารณสุข เรื่องเกี่ยวกับสุขลักษณะให้กับแรงงานข้ามชาติได้ ท่านไม่สามารถ หยุดวิกฤติสาธารณสุขได้ ท่านทำกับเขาเหมือนกับไม่ใช่คน แยกเขาเพราะว่าเขาเป็นคนใหม่ คนเก่า ชาติไทย ไม่สัญชาติไทย พอถึงเวลาที่ท่านต้องการที่จะขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจ ท่านจะไม่มีแรงงานเหลืออยู่ในประเทศนี้ ๓ เรื่องนี้เป็นเรื่องเดียวกันที่จะต้องทำ แล้วท่าน ไม่สามารถที่จะใช้ ครม. ชุดเดิมมาแก้ปัญหาเหมือนเดิมได้ ถึงเวลาต้องเอาคนรุ่นใหม่ คนเก่ง คนที่เขาเข้าใจ คนที่สามารถทำงานได้จริงจัง คนที่เขาอยู่กับประชาชนมาตลอดแล้วทำให้มัน สำเร็จเสียที ประชาชนบอกว่าเธอไม่ทำตามสัญญาให้เวลาไปตั้งนาน วันนี้ถึงเวลาแล้วครับ ที่ท่านต้องเอาจริงเอาจังในการที่จะต้องแก้ปัญหา เอารัฐ ๒ รัฐ ออกไป งบ ๒ งบ ออกไป ยุบ ศบค. เสีย ต่อมาปรับ ครม. ได้แล้ว เราอยู่กันมา ๒ ปีแล้วกับ ครม. ที่ไม่มีประสิทธิภาพพอ ในการที่จะแก้ไขปัญหา ไม่ว่าจะเป็นวิกฤติวัคซีน ไม่ว่าจะเป็นวิกฤติเศรษฐกิจ ไม่ว่าจะเป็น วิกฤติแรงงาน ไม่ว่าจะเป็นวิกฤติในการเยียวยาเศรษฐกิจพี่น้องประชาชนหรือเรื่องของ อนาคต ไม่มีสมาธิที่จะมาคิดเรื่องนี้ทั้งสิ้นถึงเวลาต้องทำ พอได้ ครม. ชุดใหม่ คอขวดแรก ที่จะต้องทลายลง ณ ปัจจุบันฉุกเฉินที่สุดคือคอขวดของระบบสาธารณสุข ตอนนี้ต่อให้มี ไฟเซอร์ (Pfizer) มากองอยู่ในประเทศไทยหลาย ๆ ล้านโดส (Dose) ก็ไม่ทันแล้วครับ ไม่ทันขนาดไหน ไม่ทันขนาดรองปลัดกระทรวงสาธารณสุขร้องไห้เอาอย่างนี้ดีกว่า กว่าจะฉีด กว่าภูมิต้านทานจะขึ้น เตียงที่เต็มอยู่วันนี้ทำอะไรได้ ตอนที่มีระบาดที่ทองหล่อแล้วเอาวัคซีนไปรุมฉีดนั้นเพื่อที่จะลัดคิวคนสูงอายุ มันได้อะไร ขึ้นมาผิดฝาผิดตัวไปหมด ต้องมาเริ่มกันใหม่ที่คอขวดระบบสาธารณสุขแล้วจะต้อง ทลายลงให้ได้มีอยู่ ๔ ข้อครับ ตอนนี้ผมทราบดีครับท่านนายกรัฐมนตรีพอผมพูด ท่านก็หูดับ ทันที ท่านคงไม่ฟังเท่าไร ท่านไม่ฟังอภิปรายทั้งหมดเลยผมก็ไม่ว่าขอฟังอยู่คำเดียวเลย แอนติเจน (Antigen) อันที่ ๑ คือท่านต้องสกรีน (Screen) แยกปลาออกจากน้ำแยกผู้ป่วย ออกจากชุมชนให้ได้เร็วที่สุด และวิธีที่จะทำอย่างนั้นได้คือท่านต้องสกรีน (Screen) ด้วย แอนติเจน (Antigen) และวินิจฉัยด้วยพีซีอาร์ (PCR) ผมไม่ได้พูดมาแบบลอย ๆ แบบ วิชาการ ใช่ครับ ที่ประเทศเกาหลีใต้เขาไปที่ร้านขายยาเขาก็ซื้อแอนติเจน (Antigen) มาได้ ผมนักเรียนศิษย์เก่าเอ็มไอที (MIT) ถามไปที่บอสตัน ที่ประเทศสหรัฐอเมริกาว่านักเรียนไทย ในเอ็มไอที (MIT) ทำอย่างไร ตรวจแอนติเจน (Antigen) ทุก ๓ วัน แล้วไปตรวจด้วยพีซีอาร์ (PCR) ต่อซ้ำอีกที ทำให้โรงเรียนเขาเปิดได้ ทำให้สามารถไปเชียร์กีฬา แข่งฟุตบอล อยู่ด้วยกันโดยที่ไม่ต้องมีแมสก์ (Mask) อยู่ในที่นี่ได้ สามารถตะโกนให้น้ำลายให้เหงื่อ อะไรผสมกันได้ เพราะว่าเขามั่นใจว่าเมืองของเขาเปิดได้แน่นอนอย่างที่ไม่มีความเสี่ยงที่จะ มีการระบาดซ้ำอีกครั้ง ที่ผมบอกว่าแค่เรื่องวิชาการอย่างเดียวปฏิบัติมาแล้ว เพราะ ส.ส. ที่นั่งอยู่ข้างผมคนนี้ครับ ส.ส. ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ มีการระบาดที่เขตของเขา พวกผม เอาแอนติเจน (Antigen) ลงพื้นที่ตรวจกันมากกว่าพัน เพราะว่าเขตของ ส.ส. ณัฐพงษ์ นั้น เป็นเขตชุมชนแออัดเยอะ ถ้าคุณไปตรวจแบบพีซีอาร์ (PCR) อันที่ ๑ ระยะเวลาก่อนที่จะได้ ตรวจพีซีอาร์ (PCR) ลีดไทม์ (Lead Time) ใช่ไหมครับ ถ้าเราคุยกันเหมือนภาษานักบริหาร ภาษาคนที่เรียนวิศวะมานี่ ลีดไทม์ (Lead Time) จากการที่รู้ว่าตัวเองเสี่ยงแล้วได้ตรวจ อันนั้นคือลีดไทม์ (Lead Time) อันที่ ๑ ส่วนตัวของผมตอนนั้น ๔ วัน ที่ต้องวิ่งอุ้มลูก ไปหาตามโรงพยาบาลต่าง ๆ เพราะว่าโรงพยาบาลปิดไม่รับตรวจพีซีอาร์ (PCR) อันที่ ๑ อันที่ ๒ รอตรวจเสร็จก็ต้องรอผลตรวจอีก ๒-๓ วัน รวมตอนนี้เท่าไรแล้ว ๔ บวก ๒ ๖ วัน กว่าจะหาเตียงให้ได้อีก ๖ วัน รวมกันเท่าไร ๖ บวก ๖ ๑๒ วัน ๑๒ วันนั้นพอไปถึงปุ๊บคุณ ก็กลายเป็นผักไปแล้ว พอผู้ป่วยไปถึงปุ๊บก็คือห้องแดงไอซียู (ICU) แล้ว แทนที่จะถึงเร็ว ๆ แยกได้เร็ว ๆ พอไปถึงลงปุ๊บเอายาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ให้กินเลยแข็งแรง ห้องไอซียู (ICU) ไม่จำเป็นที่จะต้องกดดันอย่างที่เป็นอยู่ ส.ส. ณัฐพงษ์ ทำไปเกือบพันกว่าตัวอย่าง เจออยู่ ประมาณ ๖๐-๗๐ เคส (Case) ที่บวกก็คือประมาณ ๖-๗ เปอร์เซ็นต์ หลังจากนั้นเราเอาไป วินิจฉัยด้วยพีซีอาร์ (PCR) ทั้งหมด ๑๐๐ : ๑๐๐ ครับ ผมไม่ได้เถียงว่ามันจะมีเรื่อง ความแม่นยำ ไม่แม่นยำ อันนั้นเป็นเรื่องปลีกย่อยไม่จำเป็น แต่ท่านเข้าใจใช่ไหมครับว่า การเทสต์ (Test) แต่ละอย่างมีจุดประสงค์ไม่เหมือนกัน จุดประสงค์อันหนึ่งคือเอาไปวินิจฉัย เพื่อให้ชัวร์อีกอันหนึ่งเพื่อที่จะเอาไว้สกรีน (Screen) เพื่อจะได้แยกปลาออกจากน้ำ แยกคน ออกจากชุมชนให้ได้เร็วที่สุด ในขณะที่รัฐบาลเกาหลีทุกวันนี้จ้างมหาวิทยาลัยเอ็มไอที (MIT) วินิจฉัยว่าจะทำอย่างไรให้ตรวจโรคโควิด (COVID) จากการใช้โทรศัพท์ได้ เพราะว่าลม หายใจเราที่เข้าออกโทรศัพท์ทุก ๆ วัน อันนี้ละคือแซมเพิล (Sample) ที่ดีที่สุด นี่คือสิ่งที่ รัฐบาลเกาหลีทำ ในขณะที่รัฐบาลไทยยังคิดถึงเรื่องพีซีอาร์ (PCR) อยู่ รัฐบาลสิงคโปร์คิดว่า จะแยกปลาออกจากน้ำให้เร็วที่สุดผ่านเบรตติงเทสต์ (Breathing Test) หรือว่าการทดสอบ ผ่านลมหายใจ หรือการทำด้วยน้ำลาย ทำอย่างไรก็ได้ให้ตรวจบ่อยที่สุด ให้เร็วที่สุด รู้ตัวเมื่อไรแยกออกมาทันที ไม่ต้องไปทำให้ระบาดมากขึ้น ลดความทวีคูณ ลดความทวีคูณ หมายความว่าอะไรครับท่านประธาน ๑. ๑ คน ติด ๔ คน ๔ คน ติด ๑๖ คน ๑๖ คน ติด ๖๔ คน ๖๔ คน ติด ๒๖๐ กว่าคน ถ้าเราใช้แอนติเจน (Antigen) แยกออกให้ได้ภายใน ๑๐ นาที ๒. ตั้งโรงพยาบาลแรกรับหรือว่าดิสแพตเชอร์ (Dispatcher) แยกออกมาได้ปุ๊บเราจะลด ความรุนแรงอาการของผู้ป่วยไปถึงก็แค่ปฐมภูมิห้องเขียว ไม่ใช่วิ่งตรงไปที่ห้องแดงเลย อันที่ ๒ ก็คือจะลดความทวีคูณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่เขากักตัวไม่ได้ พี่น้องประชาชน ที่อยู่ในชุมชนแออัด ที่อยู่ในตลาด ที่อยู่ในโรงงาน ที่อยู่ในแคมป์ (Camp) ไซต์ (Site) ก่อสร้าง แอนติเจน (Antigen) เข้าไป ถ้าจะเอาให้ชัดไปกว่านั้นเลยครับ ตอนนี้มีอยู่ ๑๑๐ คลัสเตอร์ (Cluster) ถูกไหมครับ เป็นก่อสร้าง ๔๒ เป็นโรงงาน ๓๐ เป็นตลาดอยู่ ๒๒ ทั้งหมดนี้ทั้งประเทศไทยท่านต้องปูพรมด้วยแอนติเจน (Antigen) ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ใช้เวลาแค่ ๑๐ นาที งบประมาณน้อยกว่าพีซีอาร์ (PCR) ๓๐-๔๐ เปอร์เซ็นต์ สกรีน (Screen) เสีย แยกตัวออกมาเลย หมอวินิจฉัยเลยถ้าพอสกรีน (Screen) เสร็จแล้วดูแล้วว่าอาการไม่ดี ต้องจ่ายยาจ่ายเลย ไม่ใช่รอ ๑๕ วันแล้วไปจ่าย แล้วจะวินิจฉัยด้วยพีซีอาร์ (PCR) อีกครั้งหนึ่ง แล้วจะต้องรอห้องแล็บ (Lab) จะต้องรอผลประมวลอะไรก็แล้วแต่ก็ว่ากันไป แต่ถ้าเกิดทำอย่างนี้ ๑. แอนติเจน (Antigen) คลัสเตอร์ (Cluster) ทุกคลัสเตอร์ (Cluster) ให้ได้ ๒. ทำดิสแพตเชอร์ (Dispatcher) ทำโรงพยาบาลแรกรับให้ได้ ๓. ทำโฮมไอโซเลชัน (Home Isolation) มีมาตรการที่จะสามารถปฏิบัติได้จริง ถ้าป่วยมีเทเลเมดิซิน (Telemedicine) หมอบอกว่าไม่ไหวแล้วจ่ายฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ไปถึงคนไข้แล้ว ไม่ใช่รอให้คนไข้มาที่โรงพยาบาลยาต้องไปหาคนไข้🔗
สิ่งที่ ๔ ที่รู้สึกหงุดหงิดแล้วก็รู้สึกสะเทือนใจมากที่สุดจนกระทั่งต้องนั่งสมาธิ ในการพูดก็คือการอัปเกรด (Upgrade) ห้องพยาบาล ทั้งห้องแดง ห้องเขียว แล้วก็ ห้องเหลือง สภาแห่งนี้ผ่านงบประมาณไว้ให้แล้วตั้งแต่ปีที่แล้วจาก พ.ร.ก. ๑ ล้านล้านบาท มีงบประมาณที่อนุมัติแล้ว ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อที่จะเอาไว้ใช้อัปเกรด (Upgrade) ห้อง ไม่ว่าจะเป็นเครื่องช่วยหายใจ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องออกซิเจน อะไรก็ตามที่สำคัญกับการบริหาร ไอซียู (ICU) ท่านประธานทราบไหมครับว่าจาก ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นใช้จริงไปเท่าไร ตลอด ๑๔ เดือนนะครับ ในเวลา ๑๔ เดือน ๓ เปอร์เซ็นต์ครับ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท เบิกจ่ายจริงไปแค่ ๓๘๐ ล้านบาท ถ้าจะพูดกันให้ชัด ๆ เครื่องช่วยหายใจ ๔๕๐ เครื่อง ซื้อมา ๓๗ เครื่อง แต่ตอนที่คนกำลังตายเป็นใบไม้ร่วง เด็กกำพร้าอีกไม่รู้กี่คนที่เสียพ่อแม่ ไปจากโควิด (COVID) นี้ รัฐบาลมีงบประมาณ มีเวลา มีอำนาจ แต่ไม่ทำ ซื้อเครื่องหายใจมา ๓๗ เครื่อง สำหรับพี่น้องประชาชน ๗๐ กว่าล้านคน ถ้าเป็นรัฐบาลที่ใส่ใจ ถ้าพวกผม เป็นรัฐบาล สภาอุตส่าห์ให้มาแล้ว ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท พ.ร.ก. ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่ให้มาอีก ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท รวมกันเป็น ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ผมมี พ.ร.ก. ฉุกเฉินอยู่นี่ ทำไมผมต้องรอให้มันเป็นระบบราชการ พี่น้องประชาชนจะด่าผมหรือถ้าผมทำอย่างโปร่งใส แล้วก็ซื้อเอาเครื่องมือในการช่วยชีวิตพี่น้องประชาชนให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วอัปเกรด (Upgrade) ให้พร้อม ห้องเขียวต้องเป็นห้องเขียว แล้วก็เป็นห้องเหลือง ห้องเหลืองต้องเป็น ห้องเหลืองแล้วก็เป็นห้องแดง ห้องแดงแล้วก็ต้องเป็นห้องแดง ลดระยะเวลา ในการจัดส่งระหว่างผู้ป่วยที่รู้ว่าตัวเองมีความเสี่ยงจนไปถึงโรงพยาบาลรักษาได้เร็ว เผลอ ๆ ห้องแดงอาจจะไม่ต้องใช้เยอะขนาดนี้ก็ได้ ไปใช้ห้องเขียวเอา ห้องเขียวจริง ๆ ไม่ต้องใช้อีกแล้วก็ได้ เพราะว่าโฮมไอโซเลชัน (Home Isolation) ไปเรียบร้อยแล้ว โฮมไอโซเลชัน (Home Isolation) นี่เสนอมา ๓-๔ เดือนแล้วนะครับ ประเทศอังกฤษ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เข้าโรงพยาบาล ๑๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ รักษาอยู่ข้างนอก ไม่ได้มีความจำเป็นที่จะต้องไปถึงโรงพยาบาล เพราะเราต้องเลือกว่าจะทำอย่างไร ให้คนที่ป่วยนี่ป่วยน้อยที่สุด ถ้าไปถึงมือหมอรักษาได้เร็วที่สุด รักษาชีวิตเขาให้ได้เร็วที่สุด อันนี้เป็นอะไรที่หงุดหงิดแล้วก็รับไม่ได้จริง ๆ เลย เพราะว่างบประมาณมีเยอะมหาศาลมาก ถ้าอัปเกรด (Upgrade) เสียหน่อย ตอนแรกตั้งมาผมก็โมโหแล้วว่าตั้งมาแค่ ๔๕๐ เครื่อง พอมาเห็นว่าสั่งซื้อไปแค่ ๓๗ เครื่อง ไม่ถึง ๓๐ เปอร์เซ็นต์ นี่ผมไม่รู้จะพูดอย่างไร หมดคำพูด หมดคำพูดกับรัฐบาลที่คิดได้แค่นี้กับแบบนี้ในการที่จะเตรียม พอมันวิกฤติมา ไม่สามารถที่จะทำแบบซิสเตม ทิงก์กิง (System Thinking) หรือว่าการคิดแบบเป็นทั้งระบบ ได้ว่าถ้าเกิดเราไปลดลีดไทม์ (Lead Time) ตั้งแต่ตอนนี้ผู้ป่วยแทนที่จะต้องแดงตลอดเวลา ให้ไปอยู่ที่เขียว เขียวลดลงมาให้เป็นโฮมไอโซเลชัน (Home Isolation) แล้วก็ปรับมิกซ์ (Mix) ของห้องโรงพยาบาล ๑ ๒ ๓ ๔ ระบบเปลี่ยนได้หมดเลยทั้งหมดด้วยการบริหารจัดการ เราจะชนะวิกฤติแบบนี้ได้ เราต้องชนะด้วยวิทยาศาสตร์ครับ เราต้องชนะด้วยข้อมูล เราต้องชนะด้วยการบริหาร เราต้องชนะด้วยเทคโนโลยี เราไม่สามารถที่จะชนะด้วยการทำมือชู ๒ นิ้วอะไรบางอย่าง แน่ ๆ ที่สุดคือเราไม่สามารถ ที่จะชนะด้วยการเมืองด้วย เรื่องเตียง เรื่องวัคซีน นี่ขอเลยเอาการเมืองออกไปให้ห่าง มันคือชีวิตของคน มันคือชีวิตของพ่อใครบางคน มันคือชีวิตของลูกใครบางคน มันคือชีวิต ของเพื่อนใครบางคน ต้องเป็นเรื่องของวิทยาศาสตร์ เป็นเรื่องของข้อมูล เป็นเรื่องของ การบูรณาการ เป็นเรื่องของการบริหารจัดการ ข้อ ๒ เรื่องโรงพยาบาลแรกรับดิสแพตเชอร์ (Dispatcher) อีกอย่างหนึ่งที่โมโหมาก ๆ ก็คือว่าโรงพยาบาลว่างมีนะครับ แต่อยู่กันคนละสังกัด อันนี้เป็นโรงพยาบาลของ กทม. ที่เป็นโรงพยาบาลของ อว. นี่เป็นโรงพยาบาลของกลาโหม ภาวะปกติไม่เคยส่งข้ามกัน อันนี้ภาวะฉุกเฉินเป็นนายกรัฐมนตรี มี พ.ร.ก. ฉุกเฉินอยู่ ๓๑ อำนาจ ๓๑ ฉบับ ตั้งแรกรับขึ้นมาเสียแล้วจ่าย ผมต้องจ่ายข้ามสังกัดกันเพื่อที่จะให้ การรอคอยห้องน้อยลงที่สุด มันทรมานแค่ไหนกับการที่สามีกับภรรยารออยู่ด้วยกันแล้วมี ๑ คน คู่ชีวิตต้องเสียชีวิตไปก่อนเพราะรอเตียง มันโหดร้ายขนาดไหนถ้าจะต้องมีเด็กคนหนึ่ง ๒ ขวบ ที่ยังไม่รู้จนถึงทุกวันนี้ว่าพ่อเสียชีวิตไปแล้ว เพราะเตียงมันยังมาไม่ถึง มันทารุณ เกินไปสำหรับสิ่งที่ประชาชนคนไทย ประเทศที่มีทรัพยากรพร้อมทุกอย่างไม่สามารถ ที่จะรักษาชีวิตของพลเมืองของตัวเองไว้ได้ เมื่อคอขวดมี ๓ คอขวดอย่างนี้ ถ้าคอขวด สาธารณสุขท่านแก้ไม่ได้แบบนี้ วงจรอุบาทว์เกิดขึ้นหมายความว่าอย่างไร หมายความว่า ท่านจะต้องใช้มาตรการสาธารณสุขที่เข้มข้นมากขึ้น ก็จะทำให้เกิดการเป็นคอขวด ของการเยียวยา ของการชดเชยมากขึ้น ที่ผ่านมาเรื่องการชดเชยนี่ต้องพูดให้เป็น ๒ ระดับ ๑. คือการชดเชยแบบบุคคล ในฐานะที่เขาเป็นพลเมืองคนไทยเขามีสิทธิที่จะได้รับ ๒. คือการชดเชยการเยียวยาในภาคธุรกิจแบบครบถ้วนอีกแบบหนึ่งแยกกันให้ชัดเจน ซึ่งตอนนี้ถ้าผมเป็นนายกรัฐมนตรีตอนนี้เตรียมได้เลย คุณเห็นแล้วนี่ว่าเมื่อสักครู่ผมเล่า ให้ฟังแล้วว่าวิกฤติทางสาธารณสุขจะเกิดขนาดไหน ต้องเตรียมได้แล้วนะครับ ถ้าจำเป็น ที่จะต้องล็อกดาวน์ (Lockdown) ซึ่งผมก็ไม่แปลกใจแล้วถ้าเกิดท่านบริหารได้แย่ขนาดนี้ ท่านจำเป็นที่จะต้องล็อกดาวน์ (Lockdown) ต้องเริ่มเยียวยาเป็นบุคคลแบบถ้วนหน้า แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ แบบไร้เงื่อนไข เป็นเงินสด ไม่เอาแล้วแบบเดิม ๆ แบบใช้แอป (App) ให้มาเสี่ยงโชคให้เสียภาษีแบบว่าเป็นสิทธิ แต่ว่าให้มาเสี่ยงโชคกันตั้งแต่เช้ามืดอะไรพวกนี้ ต้องเลิกให้หมด พอเป็นระดับธุรกิจก็ต้องเริ่มคิดได้แล้วว่าจะทำอย่างไรในการที่จะไปบริหาร กระแสเงินสดสายป่านให้กับแต่ละธุรกิจที่ไม่เหมือนกัน นอกจากนั้นยังไม่พอยังต้องคิดถึง เรื่องชีวิตของเขาคิดเหมือนกับว่าเราเป็นผู้ประกอบการจริง ๆ เราจำได้เลยว่าต้นทุนหลัก ๆ ฟิกซ์คอสต์ (Fix Cost) มีอะไรบ้าง ๑. ค่าเช่า ๒. ค่าแรง แล้วภาระหนี้สินต่าง ๆ ที่ยังต้องมี เพราะฉะนั้นเสนอผ่านไปรัฐบาลตรงนี้ครับว่านอกจากจะต้องเริ่มคิดในการที่ท่านเยียวยา อย่างที่ท่านได้ทำไปแล้ว เยียวยาให้ถูกกระเป๋า เยียวยาจาก พ.ร.ก. เงินกู้ ไม่ใช่เยียวยาจาก ประกันสังคม ลดต้นทุนให้เขาเสีย ใครลดค่าเช่าให้รายย่อยเอามาหักภาษีย้อนหลัง คุณเยียวยาเขาอย่างนี้ เขาจะลดค่าเช่าเป็นแรงจูงใจให้ลดค่าเช่าให้กับรายย่อยต่าง ๆ ชะลอหนี้ และชะลอแบบจริง ๆ ด้วย ไม่ใช่ชะลอแบบว่าให้ดอกเบี้ยวิ่งแต่ว่าเงินต้นอยู่ หรือให้เงินต้นอยู่แล้วก็ให้ดอกเบี้ยวิ่ง พวกนี้เป็นเบสิก (Basic) ที่จะต้องทำแล้วก็หวังว่า จะไม่ทำผิดซ้ำซากเหมือนเดิมอีก ไม่ใช่ชักช้าจนกระทั่งต้องมีนักดนตรีที่เสียงไพเราะ สร้างความสุขให้กับพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก ปรับตัวแล้วปรับตัวอีก ปรับตัวแล้ว ปรับตัวอีก จนกระทั่งไม่ไหวแล้วก็ตัดสินใจที่จะต้องกระโดดลงมา ซึ่งผมได้แสดงความเสียใจ แล้วก็ได้ขออนุญาตกับทางครอบครัวว่าจะขอมาอภิปราย และจะทำให้ดีที่สุดเพื่อหวังให้สิ่งที่ เกิดขึ้นกับเขาเป็นเคส (Case) สุดท้ายเป็นเคส (Case) สุดท้ายกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น ในประเทศไทย คอขวดสุดท้ายในเรื่องของวัคซีนประเทศไทยในเรื่องของวัคซีนไม่ว่าจะมองในมิติไหน ล้มเหลวหมดทุกมิติ มิติคุณภาพล้มเหลว ไม่ล้มเหลว มิติปริมาณล้มเหลว ไม่ล้มเหลว มิติการกระจายล้มเหลว ไม่ล้มเหลว ในขณะที่ประเทศอื่นเขาคิดว่าจะเข็มที่ ๓ เมื่อไร ในขณะที่ประเทศอื่นเขาคิดว่าจะสวอป (Swap) อย่างไร ฉันมีทั้งไฟเซอร์ (Pfizer) ฉันมีทั้ง แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) ฉันมีทั้งจอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (Johnson & Johnson) มีไวรัลเวกเตอร์ (Viral Vector) มีเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) แล้วก็มีเชื้อตาย แต่ละอันมีข้อดีคือแต่ละคนในแต่ละประเทศ ถ้าจำเป็นที่จะต้องเอามิกซ์ (Mix) คิดไปถึง กระทั่งนี่คืออำนาจอ่อน วัคซีนมีค่ามากกว่าระเบิด วัคซีนมีค่ามากกว่าปรมาณู จะบริจาคให้ใคร จะทำอะไรให้ใคร คิดดูสิว่าจะทำอย่างไรให้คนที่ห่างเหินกับประเทศเราในสมัยตอนที่ อยู่เอเชีย (Asia) บริจาคให้ประเทศไต้หวันดีกว่า นี่คืออำนาจใหม่ นี่คืออำนาจทรงพลัง ที่รัฐบาลยังคิดไม่ถึง ถ้าเกิดคิดถึงป่านนี้เราต้องมี ๒๐๐-๓๐๐ โดส (Dose) รออยู่ แต่เอาละ ผมรู้ว่าเราไม่สามารถที่จะนั่งไทม์แมชชีน (Time Machine) ไปจัดการบริหารจัดการวัคซีนให้ มันดีกว่านี้ดี ขั้นต่ำที่สุดที่นายกรัฐมนตรีจะทำได้คือการหาวัคซีนเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) อย่างน้อย ๑๐๐,๐๐๐-๒๐๐,๐๐๐ โดส (Dose) ให้กับบุคลากรสาธารณสุขของเรา ให้กับหมอ ให้กับแพทย์ของเรา เขาคือปราการสุดท้ายในภาวะฉุกเฉินของประเทศ ถ้าเขาติด เหมือนอย่างที่จังหวัดเชียงราย ถ้าเขาติดเหมือนอย่างที่ประเทศอินโดนีเซีย ปราการสุดท้ายพัง แล้วถึงวันนั้นมันคือชีวิตของผมแล้วก็คือชีวิตของท่านที่เราเดิมพันอยู่ เมื่อคืนผมนั่งอีเมล์ (e-Mail) หาอีเมล์ (e-Mail) หาที่อยู่ของฟาวเดอร์ (Founder) โมเดอร์นา (Modena) แล้วก็ ของไฟเซอร์ (Pfizer) เป็นรุ่นพี่ที่เอ็มไอที (MIT) ทั้ง ๒ คน ผมเป็นแค่ ส.ส. เป็นแค่ฝ่ายค้าน แต่ว่าต้องมีอะไรที่ทำได้มากกว่านี้ในฐานะที่เป็นมนุษย์คนหนึ่ง เพื่อที่จะทำอย่างไรก็ได้ ไม่ จำเป็นที่จะต้องบอกว่าขอวัคซีนให้ได้ ๑๐ ล้านโดส (Dose) ๒๐ ล้านโดส (Dose) เหมือนกับ ว่าที่มันเป็นลมเป่า ๆ เป็นเหมือนกระดาษเปื้อนหมึก ขอแค่ ๑๐๐,๐๐๐ โดส (Dose) หรือ ๒๐๐,๐๐๐ โดส (Dose) เป็นมาตรฐานขั้นที่ต่ำที่สุดที่รัฐมนตรีประเทศนี้ควรจะทำได้ แล้วนำมาแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนที่เป็นด่านหน้าบุคลากรสาธารณสุข แพทย์ พยาบาล ที่ต่อสู้กันมา ๒๐๐ กว่าวัน ๓๐๐ กว่าวัน ปีกว่า ๆ ที่เขาเหนื่อยล้า จนเต็มที่แล้ว นี่คือคนที่เป็นผู้นำต้องคิดแบบนี้เพื่อที่จะสร้างขวัญกำลังใจให้กับคนที่ เขาทำงานเช้าถึงเย็น เช้าถึงเย็น ทุกวัน ๆ ที่เขาต้องออกไปเสี่ยง ทั้ง ๆ เขาก็มีลูกของเขารอ อยู่ที่บ้านเช่นเดียวกัน ถ้าเราทำแบบนี้ได้อย่างน้อยที่สุดไม่ถึงกับทลายคอขวดได้ แต่ก็ยังนำพาไปสู่อนาคตได้ จนมาถึงตรงนี้ผมไม่อยากจะรบกวนเวลาของสภาแห่งนี้มาก เพราะว่ามีเพื่อน ส.ส. อีกหลายคนที่อยากจะอภิปรายเหมือนกัน แต่ผมอยากจะฝากส่งท้าย อย่างนี้ครับ ไม่ยุบ ศบค. ไม่ปรับ ครม. ก็ถึงเวลาที่ท่านจะต้องถอยแล้วครับ ถอยออกไป ให้คนที่เขาเป็นคนรุ่นใหม่ เป็นคนที่เขาเข้าใจในการบริหาร ให้คนที่เขาทำงานเป็น ให้เข้ามาเสียทีหนึ่ง ผมเริ่มต้นการอภิปรายนี้โดยการพูดถึงครอบครัว ครอบครัวของคนที่ ตัดสินใจปลิดชีวิตตัวเอง ครอบครัวของคนที่ต้องสูญเสียจากการบริหารโควิด (COVID) ที่ล่าช้า ทุกคนก็รักครอบครัวของตัวเอง เขาก็รักครอบครัวของเขา ผมก็รักครอบครัวของผม ท่านก็รักครอบครัวของท่าน ถ้าท่านรักครอบครัวของท่านจริง ท่านกลับไปดูแลครอบครัว ของท่านนะครับ กลับไปดูแลลูกหลานแล้วปล่อยให้คนที่เขาเป็นคนรุ่นใหม่ที่เขาทำงานเป็น ให้เขากลับแก้ไขปัญหานี้จริง ๆ แล้วเราจะดูแลไม่ใช่แค่ลูกหลานของเรา เราจะดูแลลูกหลาน ของท่านได้ เพราะว่าอนาคตของคนไทยคืออนาคตเดียวกันทั้งประเทศ มันเป็นไปไม่ได้ ที่ลูกหลานผมจะได้ดิบได้ดีแล้วลูกหลานของคนอื่นจะไม่ได้ดิบได้ดี ทุกวันนี้เราจะปลอดภัย ก็เมื่อทุกคนในประเทศปลอดภัย ให้คนที่เขาพร้อมที่จะทำงานได้ทำงาน เพราะอะไร รู้ไหมครับ เพราะว่าน้ำตาของคนเวลามันไหลออกมามันเป็นน้ำ แต่เวลาที่มันตกถึงพื้นเมื่อไร มันก็ลุกเป็นไฟได้เช่นเดียวกัน ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ต่อไป ญัตติที่ ๓ คุณสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๑ พรรคภูมิใจไทย กระผมได้ขอเสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอเสนอให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาแก้ไขปัญหาเยียวยาในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ในระลอกใหม่ เพื่อเป็นการบรรเทาทุกข์ให้กับประชาชนผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ เพื่อมีมติส่งให้รัฐบาลได้รับไปดำเนินการต่อไป ผมต้องขอขอบคุณท่านประธานที่ท่านได้ให้ โอกาสกระผมได้ยื่นญัตตินี้ แล้วก็ขอขอบคุณท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่านที่ได้เสนอ ญัตตินี้ขึ้นมาในวันนี้ เพราะเป็นที่ทราบกันดีว่าตอนนี้พี่น้องประชาชนชาวไทยของพวกเรา ไม่รู้จะหันหน้าไปทางไหน ถ้าท่านประธานได้ดูข่าวได้ดูในโซเชียลมีเดีย (Social Media) ต่าง ๆ ตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผู้คนจำนวนมากที่เขาออกมาบ่นอย่างดัง ๆ ออกมาพูดอย่าง ดัง ๆ ไปในทิศทางเดียวกันหมด นั่นเป็นเพราะว่า ผมเชื่อว่าเขาทนไม่ไหวแล้ว เขาอยากจะให้ เสียงของเขาดังไปถึงผู้บริหารให้ผู้บริหารได้หันมามองได้มารับฟัง แต่เสียงของเขาผมไม่ทราบ ว่าจะดังพอหรือไม่ แต่ผมเชื่อว่าพวกเราสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ประชาชนเลือกมาใน วันนี้ ทุกคนล้วนแล้วแต่มีเจตนาที่อยากจะเป็นกระบอกเสียงสะท้อนเสียงนั้นไปสู่ผู้บริหาร พวกผมเช่นเดียวกันครับ ถ้าเราจะพูดถึงวันนี้เราถามเขาว่าอยากจะให้ช่วยเหลืออย่างไร อยากจะให้เยียวยาแบบไหน ฟังง่ายที่สุด จับประเด็นได้ง่ายที่สุด ก็คือวันนี้ประชาชน เขาอยากจะได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึงให้เร็วที่สุดและมีทางเลือกให้เขามากที่สุด ดังนั้นก็ต้องฝากครับ ฝากไปถึงรัฐบาลว่าท่านต้องเร่งจัดหาวัคซีนที่มีความหลากหลายให้ประชาชนเขาเข้าถึงได้ง่าย แผนในการฉีดวัคซีน ต้องรัดกุมกว่านี้ ต้องทั่วถึงกว่านี้ ผมยกตัวอย่างในการระบาดรอบนี้ ในกรุงเทพมหานครเป็นตัวอย่างที่ดีมาก ที่ดีมากในที่นี้ไม่ได้หมายถึงว่าบริหารจัดการการฉีด วัคซีนได้ดีนะครับ แต่ผมกำลังจะบอกว่ากรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ที่บริหารจัดการการฉีด วัคซีนได้มีปัญหามาก มีปัญหามากเพราะอะไร เพราะการฉีดวัคซีนในกรุงเทพมหานคร ไม่เป็นไปตามหลักระบาดวิทยา วันนี้เราจะเห็นแน่นอนครับ ว่าถ้าพื้นที่ใดที่มีการแพร่ระบาด พื้นที่ใดที่มีกลุ่มเสี่ยงมาก จำเป็นจะต้องได้รับการฉีดก่อนอันนี้แน่นอนครับ แต่มันไม่ได้ หมายความว่าทุกพื้นที่ในกรุงเทพมหานครที่มีการระบาดหมด ดังนั้นพื้นที่ใดที่ไม่มีการระบาด จำเป็นที่จะต้องฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเปราะบางก่อน นั่นก็คือกลุ่มผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรค ประจำตัว แต่กรุงเทพมหานครหาได้ทำเช่นนั้นไม่ครับ วันนี้เราจะเห็นภาพที่ลูกได้ฉีดก่อนพ่อ แม่ เราจะได้เห็นภาพที่คนที่ลงทะเบียนก่อนจองสิทธิก่อนแต่ได้ฉีดทีหลัง เพราะการบริหาร จัดการที่ผมคิดว่ามีปัญหา อย่างนี้จึงเป็นเรื่องแรกที่เขาจะต้องมาดูถึงแนวทางแก้ไข วันอาทิตย์ที่ผ่านมาเราตื่นมาพร้อมกับข่าวที่ทางรัฐบาลประกาศฉุกเฉินผลกระทบมีทั่วหน้าครับ แต่ก็ยังดีนะครับ ในสัปดาห์ที่ผ่านมานี้รัฐบาล วันจันทร์ท่านนายกรัฐมนตรีก็บอกว่าเดี๋ยวจะ เยียวยากับคำสั่งประกาศนั้นไป พอวันอังคารก็มีเป็นมติ ครม. ออกมา เยียวยากลุ่มผู้ได้รับ ผลกระทบเหล่านั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มร้านอาหารหรือกลุ่มไซต์ (Site) งานก่อสร้าง แต่การเยียวยาครั้งนี้มันสะท้อนให้เห็นอะไรครับ การเยียวยาครั้งนี้ประกาศสำหรับ ๖ จังหวัด แต่ในความเป็นจริงแล้วเราจะเห็นได้เลยครับว่าผู้ที่ได้รับผลกระทบไม่ได้เกิดขึ้นแค่ ๖ จังหวัด วันนี้จึงเป็นที่มาครับ เป็นที่มาว่ามาตรการที่ทางรัฐบาลประกาศจะเยียวยา ประกาศไปแล้ว บางท่านประกาศว่าเยียวยาไปหมดแล้ว แต่ในความเป็นจริงยังไม่หมดครับ ผมลองไปโพสต์ (Post) ในเฟซบุ๊ก (Facebook) บอกว่า ถ้าอยากจะให้รัฐบาลเยียวยายังมีกลุ่มไหนบ้างที่เรา คิดว่าอาจจะถูกมองข้ามไป แน่นอนครับ ร้านอาหาร ผู้สัมผัสอาหาร การเยียวยาบางที อาจจะง่าย อาจจะง่ายกว่าการจ่ายเงินนะครับ การเยียวยาในเบื้องต้นบางครั้งทำให้เขา เข้าถึงวัคซีนได้เร็วเพื่อชีวิตของเขากลับมาเป็นปกติได้เร็วที่สุด นี่ก็ถือเป็นการเยียวยาแล้ว ยกตัวอย่าง อย่างเช่นในสัปดาห์ที่แล้ว ผมและท่าน ส.ส. ภราดร ก็ได้มีโอกาสพูดคุยกับ ผู้ประกอบการร้านอาหาร แล้วก็ได้ไปคุยกับเขาที่กระทรวงสาธารณสุข กลุ่มผู้ประกอบการ ร้านอาหารเขาบอกเลยครับ เขาบอกว่าผู้ประกอบการร้านอาหารเขามีพนักงานที่อยู่ภายใต้ ม ๓๓ ก็มี ซึ่งถ้าอยู่ภายใต้ ม ๓๓ เขาจะได้รับการจัดสรรวัคซีนให้ไปฉีดกับกระทรวงแรงงาน เขามีพนักงานบางกลุ่มที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ มีทะเบียนบ้านอยู่ในกรุงเทพฯ เขาก็อาจจะ ได้รับการฉีดวัคซีนจาก กทม. แต่เกินครึ่งหนึ่งของผู้สัมผัสอาหารไม่ได้อยู่ใน ม ๓๓ เกินครึ่งหนึ่งเป็นประชากรแฝงที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด แล้วมาทำมาหากินอยู่ใน กรุงเทพฯ กลุ่มเหล่านี้เขาใช้สิทธิใดล่ะครับ เขาไม่สามารถไปใช้สิทธิ ม ๓๓ ได้ เขาไม่สามารถ ไปฉีด ไปลงชื่อกับผู้นำชุมชนใน กทม. ได้ แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือเขายังคงสัมผัสอาหาร กลุ่มแม่ค้าหาบเร่ แผงลอย ที่ขายของ แล้วโดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่รัฐบาลประกาศปิดแต่ละครั้ง ประกาศปิดร้านอาหาร ประกาศห้ามนั่ง ปิดแต่ละครั้งปราการด่านแรกที่จะต้องเจอผู้คนเลย ก็คือ หาบเร่ แผงลอยครับ เพราะเขาจะหันไปซื้ออาหารที่ไหนล่ะครับ เขาก็ต้องไปเจอแม่ค้า หาบเร่ แผงลอย แต่กลุ่มเหล่านี้เขากลับไม่สามารถเข้าถึงวัคซีนได้ด้วยความรวดเร็ว วันนั้น ทางกระทรวงก็รับปัญหาไปนะครับ ทางอธิบดีท่านก็มา ทางท่านรัฐมนตรีท่านก็มาฟังปัญหา ก็ปรากฏว่าทางกระทรวงเขาแก้ปัญหาให้ สิ่งที่เราได้เห็นวันนั้นคือความหวังครับ ความหวัง ของผู้ประกอบการที่เขาคิดว่าอย่างน้อย ๆ ปัญหาของเขาอย่างหนึ่งได้รับการแก้ไขแล้ว เมื่อเช้านี้มีกลุ่มผู้ประกอบอาชีพกลางคืน นักดนตรี ร้านค้ากลางคืน อาชีพกลางคืน มาเสนอ ๘ ข้อ อย่างที่คุณหมอชลน่านท่านพูดไปแล้ว ๘ ข้อเรียกร้องของเขาบางข้อมีถึงขนาดที่ว่า เราประยุกต์ได้ไหม เราพัฒนาได้ไหม ไปถึงขั้นที่ว่าถ้าฉีดวัคซีนครบแล้วสามารถมาใช้บริการ ในร้านเขาได้ ซึ่งอันนี้เป็นข้อเสนอนะครับ แต่ ๑ ใน ๘ ข้อนั้นแน่นอนครับก็คือการเข้าถึง วัคซีน นี่เป็นสิ่งที่ผมอยากจะสะท้อนให้รัฐบาลได้ฟังว่าปัญหามันยังคงมีอยู่ นอกเหนือจากกลุ่มอาชีพเหล่านี้ยังมีอีกหลายอาชีพมากครับท่านประธาน ที่เขาได้รับ ผลกระทบ และไม่เคยได้รับการเยียวยา โรงเรียนกวดวิชา ที่เขามีรายได้เขาต้องจ้างแม่บ้าน ไม่ใช่โรงเรียนกวดวิชา ไม่ใช่แค่เราจะคิดแค่ว่าเขามีรายได้แล้ว เขารวยแล้ว แต่เขาต้องจ้าง แม่บ้าน เขาต้องทำความสะอาด เขาต้องมีการบริหารจัดการสถานที่ เขามีค่าเช่า เขามีค่าน้ำ เขามีค่าไฟเหมือนกัน โรงเรียนกวดวิชามีทั้งเล็ก มีทั้งใหญ่ กลุ่มเหล่านี้ก็กระทบ รถเช่า เราไป พูดถึงธุรกิจท่องเที่ยว บางครั้งเราก็อาจจะมองแค่โรงแรม โรงแรมนี้แน่นอนนะครับต้อง เยียวยา แต่ธุรกิจที่อยู่เรียงรายที่เติบโตไปกับเขา วันนี้สายการบินไปไม่รอด สนามบินไม่ได้ บิน สิ่งที่มันเกิดขึ้นเราก็ต้องไปดูครับว่าอาชีพต่าง ๆ ที่เขาเรียงรายอยู่รอบสนามบินมี อะไรบ้าง รถเช่าก็เป็นหนึ่งในนั้น ฟิตเนส (Fitness) โรงยิมออกกำลังกาย เวลาสั่งปิดก็สั่งปิด เวลาเปิดคนอื่นเปิด ฟิตเนส (Fitness) ก็อาจจะยังไม่ได้ปิด แต่สวนสาธารณะได้เปิดก่อน ค่าพนักงานเขาก็มี ค่าเช่า ค่าน้ำ ค่าไฟ เหล่านี้เขาต้องเสียหมด รัฐบาลเคยประกาศครับ ประกาศลดค่าน้ำค่าไฟช่วยเหลือเขาทุกธุรกิจเลย ลดให้เขาหมดในการระบาดระลอกแรก จากวันนั้นถึงวันนี้ไม่ได้มีการต่ออายุให้เขาเลยนะครับ ผู้ประกอบการเหล่านี้ถึงเราจะช่วยเขา เป็นเงินไม่ได้ ถ้ารัฐบาลไม่รู้ว่าจะช่วยอย่างไร อย่างน้อยลดค่าใช้จ่ายให้กับเขา ธุรกิจเหล่านี้ เขาเสียค่าไฟ บางครั้งเป็นแบบเหมาจ่าย คือไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าจำนวนผู้มาใช้ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ จำนวนห้องพัก เขาเสียแบบเหมาจ่าย เวลาเขาจ่ายเขาก็จ่ายแบบเหมาไป พอรัฐบาลผ่อนผันให้ เขาก็เสียถูก พอรัฐบาลหมดอายุการผ่อนผัน เขาก็กลับมาเสียอัตราเดิมก่อนที่เขาจะได้รับ การลดหย่อน แต่ลูกค้าเขาก็ยังไม่มี นักดนตรี เมื่อสักครู่ผมพูดไปแล้ว และไม่ใช่เฉพาะ นักดนตรีในกรุงเทพฯ เท่านั้นนะครับ นักดนตรีที่อยู่ตามต่างจังหวัด บางครั้งร้องเพลงทั้งคืน ได้เงิน ๔๐๐ บาท สำหรับยังชีพ วิ่งหลายร้านหน่อยก็อาจจะได้เงินสักคืนละ ๑,๐๐๐ กว่าบาท เพื่อเอาไปเลี้ยงครอบครัว ร้านอาหารนี่ ๒ ปีแล้วครับ ต่อให้นั่งได้ต่อให้นั่งไม่ได้ก็ห้ามมีดนตรี กลุ่มคนเหล่านี้เขาได้รับการเยียวยาอย่างไร แน่นอนครับ พอมันจัดกิจกรรมไม่ได้ ธุรกิจ อีเวนต์ (Event) เวดดิง (Wedding) แพลนเนอร์ (Planner) เหล่านี้กระทบหมด เราเยียวยา เขาอย่างไร ธุรกิจองค์ประกอบ อย่างเช่น พวกสื่อสิ่งพิมพ์ตามงานต่าง ๆ เราดูแลเขาอย่างไร เราเยียวยาเขาอย่างไร ช่างภาพ อาชีพอิสระ หรือแม้กระทั่งนักกีฬา นักกีฬาที่เขาต้อง แข่งกีฬาเพื่อหารายได้ แล้ววันนี้แข่งอะไรไม่ได้เลย อย่างนักมวยอย่างนี้ครับ เราเยียวยาเขา อย่างไร ทั้งหมดนี้ไม่ได้มีความชัดเจนในการเยียวยาเลย ผมเคยยกตัวอย่างครั้งหนึ่งว่า ในต่างประเทศเขาเยียวยาร้านค้าหรือผู้ประกอบธุรกิจต่าง ๆ เพื่อที่จะให้ธุรกิจเหล่านั้น เขาสามารถดำรงคงอยู่และมีการจ้างงานได้ ด้วยการที่เอาภาษีในปีก่อน ๆ นั้น มาพิจารณา อันนี้คือเทียบจากในระบบก่อนนะครับ เอาเกณฑ์ของคนที่เสียภาษีจากปีก่อน ๆ นั้นมาดู แล้วก็อุดหนุนกลับไปให้กับผู้เสียภาษีอย่างทั่วถึงนะครับ คือทุกคนที่เข้าระบบเสียภาษีแล้ว อยู่ในเกณฑ์ว่าธุรกิจของคุณได้รับผลกระทบจากโควิด (COVID) ให้เขากลับไป ๔๐ เปอร์เซ็นต์บ้างของปีที่แล้ว ๗๐ เปอร์เซ็นต์บ้างของปีที่แล้ว ให้เขาสามารถจ้างงานอยู่ต่อได้ วันนี้เราถูกถามกันเยอะมาก ครับว่าการเยียวยาการแก้ปัญหาที่ผ่านมานั้นมันถูกฝาถูกตัวหรือเปล่า หรือมันตรงกับ เป้าหมายหรือเปล่า การให้เงินอุดหนุนของรัฐบาลในรอบที่ผ่าน ๆ มา เราจะเห็นว่าบางคน เดือดร้อนจริงควรได้จริง แต่มันปฏิเสธไม่ได้ว่าในบางสิทธินี้ก็มีคนที่เขายังไม่ได้เดือดร้อนถึง ขนาดที่ว่าสมควรจะได้เงินเยียวยา แต่เขาก็ได้ อย่างนี้จึงทำให้มันเกิดข้อกังขาขึ้นมาในสังคม วันนี้หากจะให้เสนอแนะเรื่องการเยียวยา เรื่องมาตรการต่าง ๆ ที่อยากจะนำเสนอรัฐบาล ผมก็ต้องขอฝากไปถึงรัฐบาลครับ🔗
ประเด็นที่ ๑ ก็คือในเรื่องของการสั่งการนับจากนี้ไปไม่ว่าท่านจะมีมาตรการ ที่จะปิดจะล็อกดาวน์ (Lockdown) จะสั่งการอะไรต่าง ๆ ขอให้ท่านชัดเจนในเรื่องของ การสื่อสาร จะเอาแบบไหนผมเชื่อว่าประชาชนเขาพร้อมครับ แต่ต้องสื่อสารให้มันชัดเจน ให้เวลาเขาในการเตรียมตัวที่เพียงพอ ให้เวลาเขาในการเตรียมพร้อมที่เพียงพอ วันนี้ เราจะเห็นว่าบางอย่างความเร็วเป็นเรื่องดี ในเรื่องบางเรื่องการตัดสินใจที่เร็วเป็นเรื่องดี แต่ในบางครั้งการตัดสินใจที่เร็วและไม่มีแผนรองรับมันสร้างความโกลาหล ต้องเริ่มคิดว่า วัคซีนทางเลือกนี้จะเข้าได้เร็วที่สุดเท่าไร และเร็วกว่านั้นได้หรือไม่ เรื่องหนึ่งที่ผมพูดไปแล้ว นั่นก็คือเรื่องเกี่ยวกับการลดค่าใช้จ่าย การลดค่าใช้จ่ายค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าเช่าให้กับ ผู้ประกอบการเหล่านี้ วันนี้ได้ข่าวว่าค่าไฟขึ้นราคาอีกแล้ว เรามาเรียกร้องเรามาพูดคุยกันว่า ทำอย่างไรค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ ค่าเช่าจะได้ลด เมื่อวานชาวบ้านบอกว่าท่าน ส.ส. รู้ไหมว่าไฟฟ้า ขึ้นราคาอีกแล้ว ตัวนี้ต้องฝากทางรัฐบาลไปดูครับ🔗
โครงการพักชำระหนี้เรื่องนี้ได้ยินมาเยอะมาก โครงการพักชำระหนี้วันนี้ ชาวบ้านถามมาเยอะครับ ก่อนหน้านี้เรามองว่าโควิด (COVID) ระลอกแรกมาเรามองว่า ๖ เดือน เราเอาสถานการณ์อยู่ ๑ ปีเราสามารถแก้สถานการณ์ได้ แต่วันนี้มันมา ๒ ปีแล้ว แล้วโครงการพักชำระหนี้ก็ยังมีของปีแรกเท่าเดิม โครงการพักชำระหนี้นอกจากจะต้องขอให้ ทางรัฐบาลทบทวนพิจารณาเพิ่มให้นะครับ ยังต้องขอฝากท่านไปคุยกับแบงก์ชาติให้ไปคุยกับ ธนาคารพาณิชย์ด้วยว่าวันนี้เกณฑ์ที่มันเกิดขึ้นคืออะไร นอกจากไม่พักชำระหนี้เพิ่มให้แล้ว คนที่เคยขอพักชำระหนี้มาแล้ว ซึ่งจริง ๆ มันควรจะเป็นสิทธิของเขาเพราะมันเป็น นโยบายรัฐบาล วันนี้สิ่งที่มันเกิดขึ้นคือคนที่เคยขอพักชำระหนี้มาแล้ว ๑ ครั้งไปขอกู้ใหม่ไม่ได้ และแน่นอนครับว่าในการพักชำระหนี้คราวนี้ทุกคนพูดเหมือนกันหมดว่าพักชำระหนี้ ควรจะพักทั้งต้นทั้งดอกเบี้ย ผมพูดอีกครั้งให้ชัดว่าการพักชำระหนี้ไม่ใช่การไม่จ่ายหนี้ การพักชำระหนี้จะสามารถช่วยเขาให้เขาสามารถดำรงชีวิตอยู่ต่อไปได้🔗
เรื่องต่อไปที่ถูกถามมาเยอะก็คือ เรื่องประกันสังคม วันนี้มีผู้ประกันตนจำนวนมาก ที่เขาถามมาว่าตอนที่เขาเกษียณแล้ว ตอนที่เขาจะเกษียณแล้วมันจะมีเงินชราภาพ ที่ประกันสังคมจะต้องจ่ายให้เขา วันนี้สถานการณ์มันเป็นแบบนี้จะเป็นไปได้ไหมครับที่รัฐบาลท่านจะมีนโยบายว่า เอาละ ประกันสังคมควรจะเปิดให้ประชาชนผู้ประกันตนโดยสมัครใจ เอาโดยสมัครใจนะครับ ถ้าใครอยากได้เงินชราภาพมาใช้ก่อนเขาสามารถไปแจ้งสิทธินั้นได้กับประกันสังคม แล้วเมื่อ สถานการณ์ปกติ ถ้าเขาจ่ายปกติเขาก็สามารถเข้าโครงการนี้ได้ใหม่ เพราะเงื่อนไขการจะ ได้รับเงินชราภาพนี้ก็คือคุณจ่ายประกันสังคมมาแล้ว ๑๘๐ งวด🔗
คุณสิริพงศ์ครับ ก็ไม่อยากจะรบกวนสมาธิ แต่ว่าอย่างไรก็อย่าไกลจากญัตติด่วนมากเกินไป เชิญเลยครับ🔗
ผมพูดอยู่ในญัตติครับ ท่านประธาน เพราะว่าตัวนี้เป็นนโยบายที่รัฐบาลสามารถนำไปทำได้เลยครับ เรื่องสุดท้าย ที่ผมคิดว่าในเชิงนโยบายที่รัฐบาลสามารถทำได้ นั่นก็คือวันนี้มีผู้ที่ไปสอบบรรจุข้าราชการ จำนวนมากที่เขาสอบผ่าน แล้วเขารอเรียกอยู่ วันนี้ในสภาพการณ์ที่มีคนตกงานกัน จำนวนมาก ความหวังเดียวของเขาก็คือการทำงานในภาครัฐ ถึงวันนี้คนที่ยังไม่ถูกเรียกใช้ บัญชีนี้ บัญชีเขาจะหมดอายุสิ้นปีนี้แล้ว มันจะเป็นไปได้ไหมครับ ที่รัฐบาลจะยืดระยะเวลา ออกไปให้กับคนเหล่านี้ ให้เขาสามารถมีรายชื่ออยู่ในบัญชีต่อ เพื่อที่เมื่อเวลาที่เหมาะสม เขาสามารถได้รับการบรรจุได้🔗
สุดท้ายแล้วครับท่านประธาน วันนี้ผมคิดว่ามันถึงเวลาที่เราจะต้องเยียวยา ทุกกลุ่มอาชีพอย่างถ้วนหน้า ที่ผ่านมาในการจ่ายเงินเยียวยาของรัฐบาลต่าง ๆ อย่างที่ได้ บอกครับ มีความรู้สึกว่าไม่ตรงจุด ไม่ตรงเป้าหมาย ไม่ตรงกลุ่ม วันนี้หากท่านประธานฟังผม มาถึงตรงนี้แล้วท่านมีความรู้สึกว่าทำไมกลุ่มที่ต้องเยียวยามันเยอะเหลือเกิน แต่ท่านมั่นใจ เถอะครับว่าที่ผมพูดมายังไม่หมด ยังมีอีกจำนวนมากกว่านี้มากมายนักที่เขาไม่ได้รับ การเยียวยา แล้วคำถามคือแล้วเราจะไปดูแลเขาได้อย่างไรอย่างทั่วถึง มันก็มีทางเดียวครับว่า วันนี้ต้องเป็นรูปแบบของการเยียวยาแบบถ้วนหน้า แต่การเยียวยาแบบถ้วนหน้าก็จะเป็น ภาระกับการคลังมากเกินไป ดังนั้นผมจึงเสนอว่าเยียวยาแบบถ้วนหน้ากับทุกคนที่ไม่ได้มี รายได้ประจำ เพราะคนที่มีรายได้ประจำท่านประธานทราบดีครับ มีสถานการณ์แบบนี้ ถามว่าไม่ใช่ไม่เดือดร้อนนะครับ เดือดร้อน แต่ความเดือดร้อนยังน้อยกว่าผู้ที่ไม่ได้มีรายได้ ประจำ ดังนั้นรัฐบาลจึงควรที่จะพิจารณาการเยียวยาบุคคลในรูปแบบนี้ได้แล้ว🔗
ท้ายที่สุดฝากถึงรัฐบาลครับว่าอย่าให้น้ำตาของประชาชนที่เขาเสียไป ที่เขายอมเสียสละเพื่อให้ประเทศชาติของเราเดินหน้าได้เขาเสียเปล่า เช็ดน้ำตาให้เขาบ้าง เยียวยาให้คนเหล่านั้นบ้าง ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณนะครับ ฉบับต่อไป ฉบับที่ ๔ ของนายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย กระผมและท่านคุณหมอโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย และคณะ ขอเสนอญัตติด่วน เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาหามาตรการและแนวทางป้องกัน แก้ไข เยียวยาการระบาดของเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) ระลอก ๓ ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ขออนุญาตทำตามคำแนะนำท่านประธาน อ่านญัตติสั้น ๆ นะครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากการระบาดของเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก โดยวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๖๔ นี้มีจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ ๕,๕๓๓ ราย เสียชีวิต ๕๗ ราย ทำให้มียอด ผู้ป่วยสะสมตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน ๒๕๖๔ จนถึงปัจจุบันจำนวนถึง ๒๓๕,๙๗๑ ราย🔗
ด้วยสถานการณ์ดังกล่าวรัฐบาลได้มีการสั่งปิดแคมป์ (Camp) คนงาน โดยไม่มีมาตรการเยียวยาชัดเจน ทำให้คนงานได้เดินทางกลับต่างจังหวัด ทำให้เกิด การกระจายของเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) ไปยังจังหวัดต่าง ๆ ได้ อีกทั้งเรื่องวัคซีนที่จะทำ ให้เกิดการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ก็ยังมีจำนวนไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน รวมทั้ง การเยียวยาผู้ได้รับความเดือดร้อนก็ยังมีไม่ทั่วถึงทุกกลุ่ม และอาจเกิดความเหลื่อมล้ำได้🔗
นอกจากนี้ด้านการรักษาผู้ป่วย เตียงผู้ป่วยโรงพยาบาลสนาม รวมถึงอุปกรณ์ ทางการแพทย์ต่าง ๆ ก็ขาดแคลน มีไม่เพียงพอต่อประชาชน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะต้องมี ความพร้อมเพื่อร่วมต่อสู้ฟันฝ่าเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) กรณีดังกล่าวเป็นเรื่องที่มี ความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องได้รับการแก้ไขและช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ของประชาชน🔗
ดังนั้นจึงขอเสนอญัตติด่วนดังกล่าวมา ตามข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๕๐ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาดำเนินการหา มาตรการและแนวทางป้องกันแก้ไข และเยียวยาการระบาดของเชื้อโควิด-๑๙ (COVID-19) ระลอก ๓ ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น และส่งผลการพิจารณาให้รัฐบาลรับไปดำเนินการ ส่วนเหตุผลและรายละเอียดจะได้ชี้แจงในที่ประชุมสภาต่อไปครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมและเพื่อน ส.ส. ของพรรคเพื่อไทย โดยมีท่าน คุณหมอชลน่านได้เสนอญัตติด้วยวาจาไปแล้ว และทางสมาชิกพรรคเพื่อไทยก็มี ความเป็นห่วง เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่สำคัญมาก อันดับแรกเลยอยากให้ดูสไลด์ (Slide) แรกก็คือตัวเลขของวันนี้นะครับ ซึ่งวันนี้ท่านประธานจะเห็นว่าเป็นวันที่มีผู้ติดเชื้อนิวไฮ (New High) มากที่สุดถึง ๕,๕๓๓ ราย ซึ่งในช่วง ๒-๓ วันนี้ก็มีอยู่ก็คือวันที่ ๒๘ มี ๕,๔๐๖ ราย แต่วันนี้คือนิวไฮ (New High) สุดเป็นเรื่องที่เราเสียใจและกังวลใจอย่างมาก ตัวเลขสะสมวันนี้ก็คือ ๒๓๕,๙๗๑ ราย แต่ถ้ารวมถึงระลอก ๑ ระลอก ๒ ระลอก ๓ แล้ว วันนี้ตัวเลขยอดสะสมถึง ๒๖๔,๘๓๔ ราย วันนี้มีผู้เสียชีวิตก็เป็นนิวไฮ (New High) อีก ท่านประธาน ผมเสียใจและขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิตถึง ๕๗ ราย วันที่ ๒๘ ที่มี ๕,๔๐๖ รายนั้นก็เสียชีวิตถึง ๒๙ ราย เพราะฉะนั้นเราเห็นตัวเลขแล้วเป็นเรื่องที่จะต้อง บอกว่ารัฐบาลต้องเร่งดำเนินการ และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับกระแสจากพี่น้อง ประชาชนทางบ้าน คุณหมอ พยาบาลที่เป็นพรรคพวกผม ทีมงาน อสม. ส่งข้อมูลมาทั้งหมด บอกว่าวันนี้จะพูดเรื่องมาตรการโควิด (COVID) ฝากมาหลายเรื่อง แล้วก็ทุกอย่างเป็นเรื่อง ดี ๆ ทั้งนั้นที่จะต้องเร่งแก้ไข🔗
ท่านประธานครับ ขณะนี้ประเทศไทยเมื่อวานนี้เราอยู่ลำดับที่ ๗๓ ของโลก ถ้าลำดับที่ ๑ คือติดเชื้อมากที่สุด แต่เมื่อวานนี้อยู่ลำดับที่ ๗๓ วันนี้เชื่อไหมครับท่านประธาน ลำดับเราขยับมาเป็น ๗๒ แล้วครับ แค่วันเดียวเราลำดับขึ้นมาแสดงว่าเชื้อเรามากขึ้น การบริหารจัดการน่าเป็นห่วงมากขึ้น เมื่อระบาดระลอกแรกนั้นเราอยู่ลำดับที่ ๑๗๐ กว่า พวกเราชื่นชมกับคณะทีมงานนักรบชุดกาวน์ (Gown) แพทย์ พยาบาล สาธารณสุข ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข แล้วก็พวกเราที่ช่วยกัน แล้วก็ที่สำคัญก็คือ ฝ่ายกระทรวงมหาดไทยที่ทำงานเคียงบ่าเคียงไหล่ มีคนหลายคนบอกว่าท่านผู้ว่าราชการ จังหวัด ท่านนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. ท่านปลัดทำงานหนัก แต่ว่าไม่มีใครพูดถึง เราก็เห็นแล้วว่านี่คือสิ่งซึ่งเราได้ชื่นชม แต่ขณะนี้ผมก็ยังคิดว่าเราก้าวมาแบบมาถึงวันนี้ได้อย่างไร วันที่มีคนติดเชื้อสูงสุดถึง ๕,๕๓๓ รายและอันดับโลกเราขึ้นมาถึงเป็น ๗๒ เราเดินมาได้อย่างไร รู้สึกเสียใจกังวลเป็นห่วงรันทด โดยเฉพาะพี่น้องที่ติดเชื้อ เขาติดเชื้อตัวเขาญาติเขาครอบครัวเขา บางท่านรอเตียง ๔-๕ วัน ไม่รู้จะไปไหน ชีวิตว้าเหว่อ้างว้างไปไหนก็ไม่ได้ ตรงนี้คือจุดที่อยากให้พวกเราได้เร่งแก้ไข เยียวยาเขาโทรศัพท์ไปก็บอกว่าเดี๋ยวจะมา ๆ รอไป ๓ วันรถก็ยังไม่มารับ ตรงนี้ต้องเรียนว่า เป็นจุดที่ต้องเร่งแก้ไขด่วน ฮอตไลน์ (Hotline) ต้องรีบดำเนินการถ้าอยู่ในกรุงเทพฯ รีบดำเนินการให้เขารับดำเนินการแก้ไขโดยด่วน ส่วนถ้าอยู่ต่างจังหวัดก็ให้มีศูนย์คอนเซาท์ (Consult) จากโรงพยาบาล จากหมอ จากโรงพยาบาล รพ.สต. ให้เขาเห็นว่าถ้ากลับมาหรือ อยู่ที่ไหนพี่น้องคนไทยโดยเฉพาะญาติพี่น้อง อ้าแขนรับ แพทย์สาธารณสุขทุกคนยินดีต้อนรับ ทุกคน ท่านเป็นคนสำคัญของครอบครัวไม่ต้องอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวเดียวดายแล้วไปคิดกังวล ให้กลับมา ถ้าคิดว่าเรายังมีพี่น้องอยู่ เรามีครอบครัวและสถาบันการแพทย์ที่เข้มแข็งอยู่ ท่านประธานครับ ลำดับของอาเซียนมาเราเป็นลำดับ ๔ ลำดับที่ ๑ อินโดนีเซีย ลำดับที่ ๒ ฟิลิปปินส์ ลำดับที่ ๓ มาเลเซีย แล้วก็ ๔ เป็นระดับที่เมื่อก่อนเราอยู่ท้าย ๆ เดี๋ยวนี้ขึ้นมาแบบ นี้ก็น่าเป็นห่วง การที่รัฐบาลได้ประกาศโดยมีหนังสือแบบเข้มงวดอย่างที่ท่านคุณหมอชลน่าน ได้กล่าวไปสักครู่ ว่าหนังสือนั้นลงวันที่ ๒๖ วันที่ ๒๗ ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เข้าใจว่า ตอนเที่ยงคืน ตอนตีหนึ่ง วันที่ ๒๘ มีผลใช้คือการควบคุมเข้มงวดใน ๑๐ จังหวัด คือ กรุงเทพฯ ปริมณฑลและภาคใต้ ๓ จังหวัด รวมทั้งสงขลา เป็น ๑๐ จังหวัดเรื่องนี้เป็น เรื่องที่มีคนพูดกันมาก และวันนี้ถ้าผมไม่พูดไม่ได้เลยจริง ๆ ครับ เพราะนี่คือกระแสที่พี่น้อง เพื่อนแพทย์ที่อยู่โรงพยาบาลจังหวัดขอนแก่น โรงพยาบาลที่ภูเวียง ที่อะไรต่าง ๆ ส่งกระแส มาหมดเลยว่าต้องบอกกับรัฐบาลให้รู้ว่านี่คือการทำงานที่ถือว่าผิดพลาด ผิดพลาดอย่างไร ครับ ๑. ถามว่าการปิดแคมป์ (Camp) คนงานถึง ๕๕๗ แห่งในกรุงเทพมหานครนั้นมีความ จำเป็นไหม ถ้าปิดท่านมีมาตรการรองรับเยียวยาให้เขามั่นใจได้แค่ไหน ๒. เรื่องนี้คือเรื่อง หลักและการกำหนดทั้งแคมป์ (Camp) คนงานกับร้านอาหารไม่อยู่ในฉบับเดียวกัน ก็ยิ่งเป็น เรื่องที่ผิดใหญ่เลย เพราะมันอยู่คนละบริบท คนละเรื่อง ผิดฝาผิดตัว คำสั่งต้องออกมาคนละฉบับ และการดำเนินงานก็ต้องมีห้วงเวลาที่แตกต่างกัน เรื่องที่จะบอกก็คือเรื่องแคมป์ (Camp) คนงานที่เกิดขึ้นมานั้น พอประกาศแต่ก่อนนั้นวันที่ ๒๕ วันที่ ๒๖ เขาก็รู้วันที่ ๒๗ ก็มีโอกาส กลับมาแต่ท่านไม่ได้ให้ความมั่นใจว่าเขาอยู่คนร้อนอยู่ในแคมป์ (Camp) สังกะสี มีงานไม่ทำ ถึงรัฐบาลกระทรวงแรงงานบอกจะเยียวยา ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นเวลา ๑ เดือนก็จริง แต่อยู่แต่ ละวันไม่ได้ทำอะไรก็ต้องกลับมาหาครอบครัวโดยที่เขาไม่รู้หรอกครับว่าตัวเขานั้นติด หรือเปล่า เพื่อนที่ภูเวียงจังหวัดขอนแก่นบอกนั่งรถมา ๒๓ คนติดเชื้อ ๑๘ คน ตรวจรอบแรก อาจจะยังไม่เจอ ต้องรอวันที่ ๕ ถึงจะต้องตรวจอีกครั้งหนึ่ง เพราะเชื้ออาจจะน้อยหรือพึ่ง ระยะฟักตัว นี่คือเป็นปัญหาที่จังหวัดร้อยเอ็ดก็มี ที่จังหวัดศรีสะเกษ ผมวันที่ ๒๘ ๑๒ คน วันที่ ๒๙ ๑๗ คน และ ๑ กรกฎาคม วันนี้ ๑๓ คน หลักฐานเชิงประจักษ์ถ้าจากตัวเลขของ ประเทศไทย ก็เชิงประจักษ์ชัดเลยครับว่าวันที่ ๒๕ นี้มีแค่ ๓,๖๔๔ พอวันที่ ๒๖ ได้ขึ้นมา ๔,๑๐๐ วันที่ ๒๗ ๓,๙๙๕ วันที่ ๒๘ ๕,๔๐๖ วันที่ ๒๙ ๔,๖๑๒ วันที่ ๓๐ ๔,๗๘๖ แล้ว วันนี้ ๕,๕๓๓ นี่คือที่ตรวจอย่างที่คุณหมอชลน่านพูด ที่ไม่ได้ตรวจอีกผมเชื่อว่าจะมีอีกมาก อาจจะรักษา ตามอาการ อาจจะเชื้อน้อย อาจจะมีร่างกายที่ภูมิต้านทานแข็งแรง เพราะฉะนั้นการปิด แคมป์ (Camp) คนงานนี้เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าผิดฝาผิดตัวไม่ถูกอย่างยิ่ง จริง ๆ แล้วเราควรจะ ระดมตรวจคัดกรอง แล้วคัดคนที่ป่วย ผมเห็นใจว่ากรุงเทพมหานครบอกเตียงเต็ม ปริมณฑล ก็เหนื่อย คุณหมอก็เหนื่อย โรงพยาบาลจากต่างจังหวัดพร้อม เขาพร้อมที่จะรับคนไข้ แต่ให้ รับแบบมีการรับ มีการส่ง มีการตรวจ เพื่อให้รู้ว่าเพื่อให้รู้ว่าเป็นคนป่วยเขาจะได้ไม่ต้องเสี่ยง ครอบครัวจะได้ไม่ต้องเสี่ยง แต่ปล่อยให้กลับไปโดยที่เขาไม่รู้ตัว คนไข้ก็ไม่รู้ว่าเป็นหรือไม่เป็น นั่งรถกันมาติดกันทั้งหมด มันเรื่องที่น่าสะเทือนใจมาก ทำไมรัฐบาลถึงไม่วางแผน ตรวจให้ครบ ระดมทั้งหมดเลย นี่คือเรื่องแรกที่เมื่อวานที่ผมหนักใจแล้วก็อัดอั้น ตันใจมาก ต้องวางแผนสิครับ ว่าอยู่ ต้องอยู่ ประกาศแล้วก็ต้องอยู่เลยไม่ใช่มีช่องว่าง ถ้าจะกลับตรวจดูให้พบ เขาก็จะได้รู้ว่าเขาป่วยหรือไม่ป่วย ถ้าป่วยติดเชื้อก็ไปหาเตียงสนาม เตียงโรงพยาบาลปริมณฑลหรือส่งไปยังจังหวัด แล้วมีรถรับส่ง เราก็ส่งไปโดยที่เชื้อก็ไม่ ระบาด พี่น้องก็ไม่ต้องกังวล รัฐบาลก็ไม่ต้องเสียเงิน ตอนนี้เท่ากับกลายเป็นเชื้อสเปรด (Space) ไปทั่ว เป็นคลัสเตอร์ (Cluster) ของแคมป์ (Camp) คนงานทั่วประเทศ แล้วเป็น อย่างไรครับ บุคลากรสาธารณสุขเหนื่อยหนักแสนสาหัส เขาเหนื่อย เขาอยากจะช่วยเต็มที่ แต่เหนื่อยทำงานหนัก แล้วก็บางครั้งก็ไม่รู้ด้วยว่าถ้าเกิดเจอโดยที่ไม่ได้บอกข่าว ไม่ได้ปิดบัง โอกาสสัมผัสเชื้อก็ยิ่งเสี่ยงสูง เขามีครอบครัวอยู่น่าเป็นห่วง เพราะฉะนั้นจริง ๆ ต้องมี การตรวจเพื่อให้รู้ว่ามี ถ้ามีก็นำส่งไปตามจุดต่าง ๆ ไม่มีก็ให้เขาทำงานไป ตอนนี้สมาคม อสังหาริมทรัพย์ธุรกิจก่อสร้างรับวิกฤติต่อเนื่องทั้งหมดหยุดหมด ๓๐ วัน ผมว่าสาหัสสากรรจ์ จนเขาต้องออกมาร้องว่าเขาเดือดร้อนมาก จริง ๆ คิดว่าแค่หยุดเฉย ๆ แต่ทำงานได้ แต่อันนี้ หยุดหมดเลย เพราะฉะนั้น ๓๐ วันนี้จะยาวเกินไปหรือเปล่า ถึงแม้ว่าจะเยียวยาเขาจริง ถ้าเราไม่ใช้ระบบว่าให้คนไหนที่พร้อม ที่ไม่ป่วยก็ให้เขาทำงานไป ธุรกิจก็เดินได้ เพราะเศรษฐกิจมันต้องไปคู่กันกับทางด้านการสาธารณสุข นี่คือเรื่องที่ ๑🔗
เรื่องที่ ๒ ร้านอาหาร ร้านอาหารเขาเตรียมข้าวเตรียมของไว้หมดทุกอย่าง การจัดการมีการจองอะไรทั้งหมด แต่ว่าให้เวลาระยะสั้น ๆ เพียงแค่วัน ๒ วัน แล้วเจอแบบนี้ เขาก็บอกเหมือนฟ้าผ่ามากลางธุรกิจร้านอาหารที่ต่อเนื่องทั้งหมด เดือดร้อนกัน การเยียวยา ก็มีประกันสังคม กับไม่มีประกันสังคม ถ้าประกันสังคมจะได้เยอะหน่อย ก็จะได้ไม่เกิน ๗,๕๐๐ บาท ได้ครึ่งหนึ่งของเงินเดือน แล้วก็ทางเจ้าของก็ได้ส่วนหนึ่ง ไม่มีประกันสังคม ก็ไม่ได้ นี่ก็เป็นการเหลื่อมล้ำ เรื่องเงินประกันสังคม ก็มีคนพูดว่าเงินแสนล้านที่รัฐบาลเอาไป ใช้ตั้งแต่รอบแรก ใช้เงินไป ๑๐๐,๓๐๐ กว่าล้านบาท แล้วคราวนี้จะใช้อีกประมาณ ๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท เอาไปใช้ในเรื่องเยียวยา ในเรื่องของการบริหารจัดการ มันเป็นเงินของเขา ดั่งที่หลายคนกังวลว่าเงินเขาเก็บหอมรอมริบไว้ใช้ในยามที่อยู่ในช่วงที่เขาอายุมาก เกษียณแล้วเขาจะมีเงินเหลือใช้ไหม ผมเคยดูงานประกันสังคมว่า ปี ๒๕๒๔ ปี ๒๕๘๖ ถ้าเกิดเป็นแบบนี้เงินจะไม่เหลือให้เขาใช้ แล้วเขาจะอยู่กันอย่างไร เรื่องของงานประกันสังคม ก็เป็นเรื่องหนึ่งที่รัฐบาลจะต้องตอบ และต้องชี้แจงให้คนที่อยู่ในระบบ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๙ และมาตรา ๔๐ ซึ่งไม่มีมาตรา ๔๐ ที่ไม่มีนายจ้าง มาตรา ๓๙ ที่ออกจากงานแล้ว แล้วก็มาตรา ๓๓ มีนายจ้าง เขารับทราบทั้งหมดนี้ ๑๔-๑๕ ล้านคน ประกันสังคมส่วนนี้ ช่วงเยียวยารอบแรกเขาก็ได้น้อยกว่าธรรมดา ๕,๐๐๐ บาท ก็มาร้องกับผมบอกว่าเขา เงินเดือน ๓,๐๐๐ บาท ให้เขา ๓,๐๐๐ บาท แต่ทั่วไปได้ ๕,๐๐๐ บาท แล้วกว่าจะได้ ก็ยากเย็นแสนเข็นนี่ก็เรื่องหนึ่ง ท่านประธานครับ ต้องบอกว่าวันนี้หลายจังหวัดในต่างจังหวัด อย่างเช่นที่จังหวัดขอนแก่น วันเดียว ๓๓ ราย ที่โรงพยาบาลสีชมพู ที่กลุ่มของโควิด (COVID) เป็นกลุ่มของเด็ก แต่อันนี้ไม่แน่ใจว่า จากคนงานหรือเปล่า แต่ว่าเป็นการติดเชื้อในกลุ่มเด็กแล้วก็อายุน้อย คุณหมอหนักใจ ผมก็ เป็นกำลังใจให้ ติดเยอะมาก นี่ก็เป็นห่วงที่จะต้องบอกกันนะครับ ท่านประธานครับ วันนี้ เราต้องเรียนว่ามาตรการป้องกันเยียวยา ๑. ก็คือการควบคุมระงับเชื้อ ไม่ให้เชื้อกระจาย เราเข้าไปแอตแทก (Attack) ให้มากที่สุด เข้าไปตรวจให้ได้มากที่สุด แล้วรีบรักษา รีบมี มาตรการชัดเจน โรงพยาบาลสนาม ถ้าอาการไม่มากก็อยู่สักระยะหนึ่งหรืออย่างไรก็ให้มี มาตรการที่ชัดเจนให้เขารู้ ประเด็นที่ ๒ ก็คือเรื่องของวัคซีน ท่านประธานครับ วัคซีน ตอนแรกผมก็ดีใจว่ารัฐบาลประกาศวัคซีนเมื่อวันที่ ๑๘ มิถุนายน ว่าสิ้นปี ๒๕๖๔ จะมีวัคซีน ๑๐๐ ล้านโดส (Dose) ปี ๒๕๖๕ จะมีอีก ๕๐ ล้านโดส (Dose) เป็น ๑๕๐ ล้านโดส (Dose) จะต้องมีการฉีดวัคซีนให้ครบสิ้นปีนี้ ๑๐๐ ล้านโดส (Dose) ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ๕๐ ล้านคน ตีเสียว่า ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของคนไทยทั้งประเทศ ดีใจว่าอย่างน้อยรัฐบาลก็ยังเห็นว่าวัคซีน จากที่เดิมช้ากว่าปกติ แต่มาวันนี้ค่าเฉลี่ยที่ฉีดกันจริง ๆ เราเหลือเวลาอีกแค่ ๑๘๕ วัน ฉีดวัคซีนไปได้ ๙ ล้านโดส (Dose) กว่า ๆ ตีสัก ๙ เปอร์เซ็นต์ เหลืออีกประมาณ ๙๑ เปอร์เซ็นต์ ต้องฉีดอีกวันละ ๔๘๐,๐๐๐ คนต่อโดส (Dose) ต่อวัน ทางแพทย์ พยาบาล สาธารณสุขเขาพร้อม ผมมีพรรคพวกทีมงานที่เป็นญาติพี่น้อง เขาบอกว่าพร้อม ถึงเหนื่อย แค่ไหนขอให้ได้วัคซีนมา เขาพร้อมจะฉีดให้เลย ทำงานหนัก บางวันต้องฉีดติดต่อกัน อย่างไร ก็ขอเถอะ เพราะนี่คือเป็นความรับผิดชอบเป็นความภูมิใจร่วมกัน แต่วัคซีนก็มาไม่ถึง ฉีดได้ จริง ๆ เฉลี่ยแล้วประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ กว่าโดส (Dose) ต่อวัน ยังเหลืออีกนะครับ ช่วงนี้ แก็ป (Gap) รัฐบาลต้องเร่ง ถ้าไม่ครบตามเป้าที่วางไว้ วัคซีนที่มาเป็นอย่างไร โดยเฉพาะ ตอนนี้ความมั่นใจในการได้รับวัคซีน ต้องสร้างความมั่นใจ ท่านประธานครับ วัคซีนมันมีอยู่ ๓ กลุ่ม กลุ่มแรกก็คือเชื้อที่ตาย เชื้อที่ตายแล้วก็คือกลุ่มซิโนแวค (Sinovac) กลุ่มที่ ๒ ก็คือ เชื้อที่เป็นไวรัลเวกเตอร์ (Viral Vector) คือ แอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) และกลุ่มที่ ๓ คือเอ็มแอนด์เอ (M&A) คือกลุ่มไฟเซอร์ (Pfizer) โมเดอร์นา (Moderna) กลุ่มของ จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (Johnson & Johnson) แต่ละอย่างมีภูมิต้านทานอะไรต่างกัน ทีนี้ประชาชนสงสัยว่าเขาจะได้วัคซีนวันไหน กลุ่มไหน และอย่างที่คุณหมอชลน่านพูดว่า วัคซีนนั้นจริง ๆ ผมอยากว่าเป็นพื้นฐานที่ประชาชนจะได้รับ เพราะฉะนั้นถ้าเราได้วัคซีนโดย ที่เปิดกว้างทุกตัว ยิ่งมีงานวิจัยจากออกซฟอร์ดมาว่าถ้ามีฉีดวัคซีนตัวนั้นบวกตัวนี้ภูมิต้านทาน จะมากขึ้นอะไรต่าง ๆ การสลับหรือแม้กระทั่งเข็มที่ ๓ ขณะนี้เชื้อเดลตา (Delta) อินเดียบุก กรุงเทพฯ เชื้อแกรมมา (Gramma) จากแอฟริกา ภาคใต้บุกเข้ามา อังกฤษ อัลฟา (Alpha) ถูกทดแทนหายไป เพราะเชื้อกลุ่มหลังนี้รุนแรงกว่าติดง่ายกว่า มีการกลายพันธุ์ เพราะฉะนั้น กังวลว่า ๓ เดือน ๖ เดือน ไม่ถึงปีประเทศไทยเราจะต้องมีเสริมอีกวัคซีนหนึ่ง และเราก็ต้อง เร่งให้มีการพิจารณาว่าการใช้วัคซีนจะใช้เมื่อไร ซึ่งจะต้องเร่งไป ก็ดีใจว่าประเทศไทยมี หน่วยงาน มีองค์กรที่ทำงานวัคซีนถึง ๕ แห่ง อย่างที่คุณหมอชลน่านพูดว่าเรามี หน่วยงานที่ทำตรงนี้ ก็อยากให้กำลังใจ ให้วิจัยตรงนี้และสนับสนุนว่าจะใช้อย่างไรในเรื่อง ของวัคซีน🔗
ท่านประธานครับ ถัดมาก็คือเรื่องที่เราจะต้องกังวลก็คือกังวลว่า ศบค. จริง ๆ ผมกังวลว่าน่าจะให้กระทรวงสาธารณสุขนำด้วยซ้ำไป ไม่ใช่หมายความว่าผมเป็นแพทย์ ผมจะเชียร์ว่าแพทย์จะต้องมานำ ไม่ใช่อย่างนั้นนะครับ แต่ว่ามีความมั่นใจมั่นคงในเรื่องของ ภาคสาธารณสุข คุณหมอที่ดูแลตรงนี้ เพราะฉะนั้นฝ่ายความมั่นคงน่าจะปล่อยให้ ถ้าบริหาร จัดการในเรื่องของการแก้ปัญหาก็ต้องให้สาธารณสุขนั้นต้องฟังความเห็นต่าง ๆ นะครับ🔗
เรื่องถัดมาก็คือบุคลากรที่อยู่พื้นที่ ท่านต้องเติมกำลังใจเติมขวัญ แล้วก็ ที่สำคัญก็คือวัคซีนที่เขาได้นี้เขาก็ได้พื้นฐานเหมือนผม ผมก็ฉีดซิโนแวค (Sinovac) ๒ เข็ม เขาก็ได้กัน แต่ถ้าเกิดมีโอกาสเสี่ยงเพราะเจอเชื้อที่มีการเปลี่ยนแปลง เช่น เดลต้า (Delta) อินเดียบุกนี่ เขามีโอกาสเสี่ยงสูงเพราะว่าภูมิต้านทานมันไม่ได้เยอะ มีโอกาสที่จะเติมวัคซีน ตัวอื่นอย่างไร รัฐบาลต้องเร่งไปดำเนินการเพื่อเร่งแก้ไขตรงนี้เข้าไป ท่านประธานครับ เมื่อสงกรานต์คราวที่แล้วก็รอบหนึ่งแล้ว คนกลับจากสงกรานต์ ไม่มีมาตรการเยียวยา ก็ไประบาดทำให้พ่อแม่เสียชีวิต ผมพูดไปแล้วในการประชุมครั้งที่แล้ว ผมอยากให้ไปดูสไลด์ (Slide) ที่ ๒ ก็คือตัวเลขการระบาดระลอกแรก กับการระบาดระลอก ๒ และระลอก ๓ คราวที่แล้วเมื่อประมาณ ๑ เดือนที่แล้ว เราดูระลอกแรกไปแล้วนะครับ ซึ่งตอนนั้นเราก็ดีใจ ว่าเราคุมได้อยู่มาก ก็คือเราคุมได้ ระลอกแรกมีแค่ ๔,๒๓๗ ราย ระลอก ๒ ๒๔,๖๒๖ ราย เป็น ๖ เท่าของระลอกแรก แต่ระลอก ๓ วันนี้ขึ้นไป ๒๓๕,๙๗๑ ราย เป็น ๕๐ กว่าเท่า ๕๕ เท่านะครับ สะสมยิ่งหนักเข้าไปเลยครับ ๒๖๔,๘๓๔ ราย แล้ววันต่อ ๆ ไป ผมไม่อยาก คิดว่าวันพรุ่งนี้มันจะขึ้นไปเท่าไร มะรืนขึ้นไปเท่าไร ถ้าขึ้นเป็นเลขยกกำลัง ยิ่งหนักเข้าไปเลย นะครับ เพราะฉะนั้นเราต้องเร่งระดมฉีดวัคซีนให้เร็ว ค้นหาให้เร็ว ตรวจให้มาก ดูแลให้ พร้อมให้เต็มที่ ซึ่งก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง🔗
อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่อง คุณหมอชลน่าน ผม ท่านคุณหมอกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ก็มารับหนังสือจากสมาคมธุรกิจบันเทิง เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว สมาคมภาคกลางคน ซึ่งเขาเหนื่อย เป็นปีแล้ว ยังไม่ได้รับการเยียวยา เขามายื่น ๘ ข้อเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แล้วก็เข้าใจว่ายื่นใน ส.ส. หลาย ๆ พรรคช่วยกัน ซึ่งตรงนี้ผมอยากให้รัฐบาลเร่งดูแลเขา โดยเฉพาะอันที่ ๑ เขายื่นมา ๘ ข้อ ประเด็นหลัก ๆ ก็คือจะปิดก็อย่าเหมารวม ๒. จัดวัคซีนให้เขาและ บูรณาการต่อเนื่องของเขาให้ได้มากที่สุด และสุดท้ายคืออะไรครับ เยียวยาเงินทุน ดอกเบี้ยต่ำ เงินกู้ปลอดดอกเบี้ย พักชำระหนี้ ซึ่งไม่ใช่เฉพาะธุรกิจนี้อย่างเดียวนะครับ เป็นทุกธุรกิจ เป็นทุกกลุ่ม ผมนั่งแท็กซี่ ถามแท็กซี่ เหลือวันละ ๓๐๐ บาท ๔๐๐ บาท แทบจะไม่เหลืออะไรแล้ว กลุ่มที่เขาจะต้องดู กลุ่มอื่น ๆ ที่เป็นอาชีพอิสระ ทั้งหมดหรือแม้กระทั่งขนส่ง หรือแม้กระทั่งในส่วนโรงแรมที่มีความจำเป็น ท่านจะต้องเร่ง เยียวยาให้กับเขาทั้งหมดนะครับ🔗
ถัดมาก็ต้องเรียนว่าวันนี้มีการพูดถึงเรื่องการรักษา นอกจากวัคซีนแล้ว การรักษานอกจากยาที่เราใช้อยู่นะครับ แล้วก็จะมีการพูดถึงในเรื่องของมียาตัวใหม่ขึ้นมา ชื่อไอเวอร์เม็กติน (Ivermectin) ร่วมกับฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) ซึ่งตรงนี้มีคนสนใจว่า เป็นยาที่ใช้รักษาในเรื่องของสัตว์ ซึ่งผมก็ดีใจว่าทางท่านอาจารย์หมอก็บอกว่าให้เร่งทำ การวิจัยด่วนใน ๔ เดือนนี้ว่ายาตัวนี้มันจะเสริมฤทธิ์กันในการทำให้โอกาสติดเชื้อ โอกาสเข้า ไอซียู (ICU) กับตายลดลงหรือไม่อย่างไร ก็ต้องเร่งทำไป ต้องให้กำลังใจภาควิจัยที่ทำงานได้ ทั้งวัคซีนทั้งยารักษา รวมทั้งกลุ่มของสมุนไพรพื้นบ้าน เขาก็วิจัยว่าเอาน้ำขิงกับน้ำมะนาว เพื่อให้ลดเสลด เพื่อกัดไม่ให้เชื้อเพราะเชื้อเข้าไปในคอก็จะฟักตัวอยู่ ๔-๕ เขายังไม่ลงปอด ทันที เขามีสไปก์ (Spike) มีหนาม มีปุ่มเข้าไปถึงจะลงปอดได้ แต่ถ้าเราเอาเชื้อออกได้ ให้เสลดแห้ง ให้น้ำออกขับพิษ น้ำเยอะ ๆ อะไรนี้ อันนี้ก็ต้องเป็นฝ่ายที่ทำงานวิจัยก็ต้องบอกพี่น้องประชาชนให้รับทราบว่าเราจะช่วยเขา อย่างไรในการรักษานะครับ การดำเนินการตรงนี้ผมเข้าใจว่าภาคธุรกิจก็ต้องเดิน เรื่องของ สาธารณสุขก็ต้องเดินให้ได้ เพราะทุกสิ่งทุกอย่างต้องไปร่วมกัน จะได้วินวิน (Win win) ทุกฝ่าย เพราะฉะนั้นจะทำอะไรขอให้ยังตามมติว่า ๑. ต้องอย่าให้มีความเหลื่อมล้ำ ต้องให้ ทุกกลุ่มทุกคนได้ การที่รัฐบาลจะให้เป็นแอป (App) ต่าง ๆ ผมว่าไม่มีใครรู้ดีเท่ากับ ตัวประชาชนหรอกว่าเงินเขาอยากได้เขาจะเอาไปทำอะไร เขาจะไปใช้หนี้ จะไปให้ลูกไป เรียนหนังสือ จะไปอะไร ขอให้เขาได้ตัดสินใจ เพราะฉะนั้นเป็นเงินดีที่สุด เป็นแอป (App) ไปอย่างอื่นต่าง ๆ เขาไม่ต้องการ แต่ว่าได้ส่วนที่ลดราคามา แต่ถ้าเป็นเงินได้เยียวยาได้ก็จะ เกิดผลประโยชน์ให้กับเขาได้มากที่สุด ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมาก ท่านประธานครับ ต้องเรียนอีกเรื่องหนึ่งว่าการเปิดประเทศ ๑๒๐ วันนับตั้งแต่วันนี้ไปถึงเดือนตุลาคม รัฐบาล เตรียมพร้อมหรือยังครับ วัคซีนที่จะสั่งมาอีก ๕๐ ล้านโดส (Dose) การฉีดวัคซีน การดูแลทำ อย่างไร ควบคุมแล้วก็สร้างเกราะกำบังให้กับพี่น้อง ซึ่งอยากให้รัฐบาลเร่งดูให้ครบว่าการจะ เปิดประเทศที่ทำไว้จะต้องเร่งทุกอย่างนะครับ🔗
สุดท้ายเรื่องที่ผมจะเรียนนะครับว่า วันนี้เรามาถึงจุดนี้ได้เมื่อคนป่วย เขาป่วยเขาเจ็บเรานึกถึงหัวอกเขา เวลาเขาป่วย เขาเจ็บ ถ้าไม่มีใครดูแลเขาไม่มีใคร อ้างว้าง ไม่มีใครเจอกับตัวเองไม่รู้หรอก ถ้าคนในครอบครัวล้มคนเดียวล้มทั้งบ้าน ป่วยคนเดียว ป่วยทั้งบ้าน ครอบครัวล่ม ธุรกิจการงานต่าง ๆ เพราะฉะนั้นมันจะต้องมีกำลังใจยืนยันให้เขา นะครับ ใครที่มีกำลังแรงสูงกว่าก็ช่วย เรื่องของสาธารณสุขคุณหมอนี่เต็มที่ช่วยอยู่แล้ว และในเมื่อเขาไม่มีที่จะดูแลอ้าแขนกลับบ้าน พี่น้องประชาชนคนของเรากลับบ้าน สาธารณสุขคุณหมอพร้อมที่จะช่วยเหลือดูแลอย่างเต็มที่🔗
อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องที่ผมเคยพูดไปแล้วเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าในเมื่อเราดูแล ในเรื่องทั้งหมดแล้ว สุดท้ายที่เกิดว่าเขาไปไม่ไหวจริง ๆ ชีวิตจะต้องจากไปจริง ๆ ครอบครัว ไม่มีโอกาสได้เจอเก็บกระเป๋าไปโรงพยาบาล แล้วไม่คิดว่าเก็บกระเป๋าวันนั้นจะเป็นวันสุดท้าย ที่ออกจากบ้านไม่มีโอกาสกลับมาบ้าน ครอบครัวไม่ได้สั่งลา อยู่กับแพทย์แพทย์ก็ต้องช่วย โดยเฉพาะคุณหมอพยาบาลนั้นก็ต้องส่งให้เขาให้ไปในสิ่งที่เขาสบายใจ ตรงนี้ก็ฝากว่า หลาย ๆ โรงพยาบาลมีคุณหมอหลายคนทำ เช่น เขาอยู่คนเดียวอ้างว้างไม่รู้ว่าจะไปไหน จิตใจต้องสงบ แล้วก็มีงานวิจัยท่านประธานว่าชีวิตก่อนตายและหลังตาย ๒๐ นาที ใจยังอยู่ที่ตรงนี้ ถ้าใจเขาสงบมีมือมาจับก็คือถุงมือใส่น้ำจับวางไว้ให้เขารู้ว่ามีคนคอยอยู่ มีโทรศัพท์ให้เขาฟังได้ว่ารักนะ ไม่ต้องเป็นห่วงชีวิตครอบครัวทางนี้จะอยู่ดูแลให้เขาไปได้ จะเป็นสิ่งซึ่งเป็นคุณูประโยชน์คุณูปการให้กับเขาและ ๒๐ นาทีหลังจากนั้นสมองเขายังอยู่ให้ เขาไกลได้ดีก็จะช่วยครอบครัวให้เขามีความสุขว่าคนในครอบครัวจากไปด้วยสิ่งที่ดี เพราะฉะนั้นนี่คือเรื่องของหลังความตายและก่อนความตาย ท้ายที่สุดนี้ก็ต้องเรียนว่า วันนี้ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะต้องเรียนรู้ปัญหาข้อแก้ไขและสิ่งที่คิดว่าอะไร ที่จะทำให้เกิดประโยชน์ความผาสุกให้กับพี่น้องคนไทยให้ได้มากที่สุด สิ่งใดที่คิดว่า จะช่วยเหลือเยียวยาเพราะเพื่อนมนุษย์นั้นถ้าเขาไม่มีกินไม่มีใช้ไม่มีจริง ๆ เงินแต่ละบาท แต่ละสตางค์หาไม่ได้คือไม่ได้จริง ๆ กินข้าวเหนียวจิ้มกับปลาร้าถ้วยหนึ่งกินทั้งครอบครัว นี่คือความยากลำบาก ดังนั้นช่วยแบ่งเบาอย่าให้เกิดความเหลื่อมล้ำให้เขามีอยู่มีกินได้พ้นจาก หนี้สินแล้วก็ครอบครัวมีความสุขนะครับ ก็ขอเป็นกำลังใจให้กับบุคลากรสาธารณสุข และทุกท่าน ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปเป็น ฉบับที่ ๕ นะครับ ท่านเรวัต วิศรุตเวช เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายแพทย์เรวัต วิศรุตเวช พรรคเสรีรวมไทย กราบขอบพระคุณท่านประธาน และขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับที่อนุญาตให้ผมได้เสนอญัตติด่วน ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ด่วน จริง ๆ ครับท่านประธาน ผมจะพยายามหลีกเลี่ยงการพูดซ้ำกับท่านอื่น แล้วก็จะเน้นที่เป็น มิติทางการแพทย์และวิชาการเท่านั้นนะครับ อย่างนี้ครับ หลาย ๆ คนบอกว่าโควิด-๑๙ (COVID-19) มันก็เหมือนไข้หวัดใหญ่ ผมอยากจะเรียนท่านประธานอย่างนี้ครับ ผมอยากให้ เห็นภาพ อยากให้ท่านประธานได้เห็นภาพนี้เลยว่าเวลาที่ติดโรคโควิด (COVID) แล้วเชื้อลง ปอดนี้ มันเหมือนเอาปอดไปทอดในกระทะน้ำมัน มันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ครับ เพราะฉะนั้น ในฐานะที่เป็นแพทย์ก็ห่วงทุกคนว่าอย่าไปติดเขาเลยครับ เพราะมันอันตรายจริง ๆ นะครับ แม้ว่าอัตราการตายจะอยู่ที่ ๑ ๒ หรือ ๓ เปอร์เซ็นต์ก็ตาม แต่เมื่อป่วยแล้ว แล้วต้องใส่ท่อ หายใจมันทรมานมาก เพราะว่าต้องไปนอนคว่ำหลายอาทิตย์ หลายวัน เหมือนอย่างที่ ท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครที่นอนป่วยอยู่หลายสิบวันมาก นั่นคือสภาพที่ทรมาน เพราะฉะนั้นก็เลยคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ แล้วถ้าหากว่าตัวเลขวันนี้ยังสูงอยู่เรื่อย ๆ มันจึงเป็นวิกฤติครับ นั่นคือเหตุผลว่าทำไมวันนี้ผมถึงขอเสนอญัตติด่วน ก็คือเพื่อต้องการให้ สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณามาตรการแก้ไขปัญหาจากการระบาดของโควิด-๑๙ (COVID-19) ในระลอกที่ ๓ และผมใช้คำนี้นะครับ และระลอกต่อ ๆ ไปด้วย หมายความว่า อะไรครับ ผมไม่ได้มองแค่ระลอกที่ ๓ ครับ ผมกำลังมองว่ามันอาจจะมีระลอกที่ ๔ ระลอกที่ ๕ จ่อรออยู่แล้วครับ ท่านประธานตั้งใจฟังผมให้ดี ๆ นะครับ เพื่อจะได้มี การป้องกัน เฝ้าระวัง รักษาอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะฉะนั้นเดี๋ยวสภาจะมีมติส่งไปให้ รัฐบาลดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพต่อไปครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมอยากกราบเรียนอย่างนี้ครับว่าในประวัติศาสตร์ ของมนุษยชาติมีสงครามโลก ๒ ครั้ง ครั้งที่ ๑ ในปี ๑๙๑๔-๑๙๑๘ กับครั้งที่ ๒ ในปี ๑๙๓๙-๑๙๔๕ ทั้ง ๒ ครั้งคร่าชีวิตมนุษย์ไปหลายล้านคน และทำให้เศรษฐกิจทั้งโลก พังพินาศครับ หลังจากสงครามโลก ครั้งที่ ๒ มาอาจจะมีโรคระบาดอีกหลายครั้ง แต่ไม่เคยมี ครั้งไหนเลยที่จะร้ายแรงและรุนแรงเท่ากับการระบาดของโควิด (COVID) ในครั้งนี้ครับ ท่านประธานครับ ขณะนี้ทั้งโลกติดเชื้อไปแล้วทั้งหมด ๑๘๒ ล้านคน แล้วเสียชีวิตเกือบ ๔ ล้านคนแล้วครับ ผมพยายามจะไม่ใช้ตัวเลขซ้ำ ๆ นอกจากที่จำเป็นจริง ๆ แต่ประเทศไทยนี่อยากจะให้เห็นว่าขณะนี้เราติดเชื้อไปแล้วทั้งหมด ๒๖๐,๐๐๐ คน ตัวเลข กลม ๆ และเสียชีวิตไปแล้วประมาณ ๒,๐๐๐ คนครับ ประเด็นก็คือว่าในระลอกที่ ๓ เพียง ๓ เดือน ตั้งแต่เดือนเมษายนจนถึงวันนี้ แค่ ๓ เดือนติดเชื้อไปแล้ว ๒๓๖,๐๐๐ ราย และเสียชีวิตเกือบ ๒,๐๐๐ คนครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเราดูตัวเลขวันนี้มีทั้งหมด ๕,๕๓๓ ตัวเลขสวย ๆ ๕,๕๓๓ ปรากฏว่าเป็นนิวไฮ (New High) ของการติดเชื้อ ที่สำคัญคือเสียชีวิต นิวไฮ (New High) เช่นกันก็คือ ๕๗ รายครับ🔗
ท่านประธานครับ เพราะอะไร ทำไมตัวเลขถึงสูงมากในระลอกนี้ เหตุผล ที่สำคัญก็คือว่าไวรัสกลายพันธุ์ครับ ไวรัสกลายพันธุ์จากสายพันธุ์ดั้งเดิมของอู่ฮั่นมาเป็น เดลตาแวริแอนต์ (Delta variant) หรือที่เรียกว่าสายพันธุ์อังกฤษ คือทางการแพทย์เรา พยายามจะหลีกเลี่ยงไม่พูดถึงประเทศเพราะว่าเดี๋ยวจะกลายเป็นไปคริติไซส์ (Criticize) หรือไปเบลม (Blame) ประเทศต่าง ๆ ก็เลยพยายามที่จะใช้อักษรเป็นอักษรกรีกนี้นะครับ ทีนี้เดลตาแวเรียนต์ (Delta variant) มันเป็นปัญหาอย่างไรครับ คือมันระบาดได้รวดเร็วกว่า สายพันธุ์ดั้งเดิม ประมาณเท่าไร ประมาณที่ ๕๐-๖๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะฉะนั้นนี่คือเหตุผลว่า ทำไมตัวเลขมันสูง นั่นเรื่องแรกเลยนะครับ และที่สำคัญอย่างนี้ครับ วัคซีนหลัก ท่านประธาน ฟังนะครับ วัคซีนหลักของเราคือซิโนแวค (Sinovac) กับแอสตร้าเซนเนก้า (AstraZeneca) มันมีปัญหาครับ เพราะว่า ๒ ตัวหลักของเราที่เรามีอยู่และมีอย่างจำกัดมีประสิทธิภาพไม่ดี เท่าไร สำหรับสายพันธุ์เดลตาแวเรียนต์ (Delta variant) ล่าสุดที่ผมเช็ก (Check) ปรากฏว่า เดลตาแวเรียนต์ (Delta variant) กำลังกินส่วนแบ่งตลาดของการระบาดในประเทศไทยอยู่ที่ ประมาณ ๔๖ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งวันนี้อาจจะเกิน ๔๖ เปอร์เซ็นต์ไปแล้ว คาดว่าน่าจะเกิน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ เท่ากับเกินครึ่งหนึ่งของการระบาดทั้งหมดในประเทศไทย เพราะฉะนั้นจึงคิด ว่ามันเป็นปัญหา และเป็นปัญหาอย่างมาก ถ้าหากว่าเรายังมีเพียง ๒ ตัวนี้เป็นวัคซีนหลักของ ประเทศไทยครับ🔗
ท่านประธานครับ มันมีหลักฐานอย่างนี้ครับที่ต้องเรียนให้ทราบ ก็คือมี หลักฐานว่าหลังจากการฉีดซิโนแวค (Sinovac) ครบ ๒ เข็มแล้ว นี่เป็นประเด็นนะครับ ท่านประธาน หลังจากฉีดซิโนแวค (Sinovac) ๒ เข็มแล้วยังมีการติดโรคแล้วก็ป่วยได้ และที่สำคัญก็คือป่วยไม่อะไรครับ แต่ป่วยแล้วมันป่วยหนักครับ ป่วยหนักแล้วมันไปเชื่อมโยง กับการเสียชีวิตทั้ง ๆ ที่ฉีดแล้ว ๒ เข็ม เพราะฉะนั้นผมก็เลยไปค้นดูว่าในต่างประเทศจาก การใช้จริง ทดลองจริงของซิโนแวค (Sinovac) เป็นอย่างไรนะครับ อันนี้ตีพิมพ์เมื่อวันที่ ๒๗ มิถุนายน ไม่กี่วันนี้เองครับ ในวอลล์ สตรีต เจอร์นัล (Wall Street Journal) พบว่าหมอที่ ประเทศอินโดนีเซียใช้ซิโนแวค (Sinovac) เป็นหลักครับ ใช้ซิโนแวค (Sinovac) เป็นหลัก ปรากฏว่าหมอติดเชื้อไป ๒๖ คน และ ๑๐ คนใน ๒๖ คนได้ฉีดซิโนแวค (Sinovac) ครบ ๒ เข็มไปแล้วครับท่านประธาน เพราะฉะนั้นกำลังชี้ให้เห็นว่านี่คือประเด็นที่ผมกำลัง จะพูดต่อไป🔗
ท่านประธานครับ ผมกำลังจะบอกอะไรครับ ผมกำลังจะบอกว่าวัคซีนหลัก ของเรา ๒ ตัวโดยเฉพาะซิโนแวค (Sinovac) มันเป็นปัญหา และอะไรรู้ไหมครับ ทางการแพทย์ของเรารู้แล้ว รู้แล้วเกิดอะไรขึ้นครับ คุณหมอ พยาบาลทั้งหลาย บุคลากร ทางการแพทย์ ซึ่งจริง ๆ แล้วเขาเป็นกำลังสำคัญอย่างมากในการต่อสู้กับโรคระบาดที่มี ความเสี่ยงที่สุด คือเป็นกลุ่มคนที่เสี่ยงที่สุดเลยครับ ปรากฏว่าเราให้อะไรเขาครับ เราให้ ซิโนแวค (Sinovac) เขาครับ เขาเสี่ยงที่สุดต้องช่วยเหลือผู้ป่วย แต่กลับเสี่ยงได้เกราะ ที่อ่อนแอที่สุดคือซิโนแวค (Sinovac) ๒ เข็ม และปรากฏการณ์นี้ได้เกิดขึ้นที่โรงพยาบาล เชียงรายเรียบร้อยแล้วว่าหลังซิโนแวค (Sinovac) ๒ เข็มเขาก็ติดโรค นั่นคือเป็นการทำลาย ขวัญกำลังใจของหมอและพยาบาลที่ต้องเสียสละต่อสู้กับโรคนะครับ ผมกำลังจะเสนอ อะไรครับ กำลังจะเสนอว่าถ้าเช่นนั้นเราจะต้องมีมติจากสภาไปบอกกับรัฐบาลว่าต้องจัดหา วัคซีนที่มีประสิทธิภาพครับ วัคซีนที่มีประสิทธิภาพที่เป็นที่ยอมรับกันทั่วโลกเลยก็คือวัคซีน แพลตฟอร์ม (Platform) เอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) จะเป็นไฟเซอร์ (Pfizer) ก็ได้ จะเป็น โมเดอร์นา (Moderna) ก็ได้ ผมบอกเอฟฟิเคซี (Efficacy) ให้เลย ไฟเซอร์ (Pfizer) เอฟฟิเคซี (Efficacy) อยู่ที่ ๙๕ เปอร์เซ็นต์ โมเดอร์นา (Moderna) อยู่ที่ ๙๔ เปอร์เซ็นต์ ซิโนแวค (Sinovac) อยู่ที่ ๕๑ เปอร์เซ็นต์ ถ้าได้แพลตฟอร์ม (Platform) เอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) มาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นไฟเซอร์ (Pfizer) ก็ดี โมเดอร์นา (Moderna) ก็ดี ไม่ใช่ให้ เฉพาะบุคลากรทางการแพทย์นะครับ ให้ประชาชนด้วยครับ ให้ประชาชนรู้สึกปลอดภัย ไม่ใช่เอาซิโนแวค (Sinovac) มาเป็นวัคซีนหลัก ซึ่งนอกจากจะไม่คุ้มครองให้คนที่ได้รับปลอดภัยแล้ว ถ้าพูดในแง่ของเฮิร์ด อิมมูนิตี (Herd Immunity) ก็ไม่เกิดครับ เพราะฉะนั้นกำลังห่วงภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์ (Phuket Sandbox) ด้วย วันนี้ที่ไปเปิด ๆ กันระวังนะครับ ถ้า เฮิร์ด อิมมูนิตี (Herd Immunity) ไม่มีการฉีด ๒ เข็มของซิโนแวค (Sinovac) ไม่มีประโยชน์ครับ ท่านประธานครับ เพราะฉะนั้นนี่คือสิ่งที่เรียกร้องจากผมแล้วก็เพื่อนสมาชิกจากสภาแห่งนี้ไปยังรัฐบาลครับ ต้องรีบจัดหาวัคซีนที่มีคุณภาพที่ดีที่ทั้งโลกเขายอมรับ ถ้าเป็นศึกษาเรื่องเอ็มอาร์เอ็นเอ (mRNA) จะเข้าใจเรื่องของเอฟฟิเคซี (Efficacy) เพราะฉะนั้นถ้าจะให้ประเทศปลอดภัย ให้ทุกคนกลับมาใช้ชีวิตปกติได้ เดินหน้าธุรกิจได้ ประกอบกิจกรรมทางธุรกิจได้ ทำมาหากิน ได้ จำเป็นต้องได้วัคซีนที่ดีมีคุณภาพ และที่สำคัญต้องฉีดให้เร็วครับ ต้องฉีดให้เร็ว เราเคย พลาดมาเยอะแล้ว ครั้งนี้ยังมีโอกาสอย่าพลาดนะครับ มี ๒ ก้อนใหญ่ ๆ ผมอยากเสนอครับ ก้อนแรกของไฟเซอร์ (Pfizer) คือประธานของไฟเซอร์ (Pfizer) ประกาศว่าจะลดราคาของ ไฟเซอร์ (Pfizer) ลง ๒,๐๐๐ ล้านโดส (Dose) ไทยมีโอกาสที่จะได้ก้อนนี้มา ผมอยากเห็น ความเคลื่อนไหวของรัฐบาลว่าได้ไปจัดหาซื้อวัคซีนก้อนนี้มาครับ ก้อนที่ ๒ เกิดจาก การประชุมของจี ๗ (G7) ได้บอกว่าจะบริจาคให้กับประเทศยากจนและประเทศรายได้ ปานกลาง อย่างเราประมาณที่ ๑,๐๐๐ ล้านโดส (Dose) โดยที่สหรัฐอเมริกาให้ ๕๐๐ ล้าน แล้วก็ประเทศในยุโรปอีก ๕๐๐ ล้าน เพราะฉะนั้นถ้ามีความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้แล้วก็แถลง ให้ประชาชนทราบ ประชาชนก็จะรู้สึกว่าปลอดภัย ท่านประธานครับ สิ่งที่ผมพูดมาทั้งหมด ผมเป็นห่วงทั้งบุคลากรทางการแพทย์แล้วก็ประชาชน อย่าให้เขาต้องเสียขวัญกำลังใจเลย ท่านประธานครับ ผมพูดถึงเดลตาแวเรียนต์ (Delta Variant) ที่มีการแพร่ระบาดได้รวดเร็ว รุนแรงกว่าตัวอัลฟา (Alpha) หรือสายพันธุ์อังกฤษแล้ว สิ่งที่เคยเตือนไว้ในการอภิปราย ครั้งก่อนก็คือว่าให้ระวังสายพันธุ์อีกสายพันธุ์หนึ่งครับ ก็คือเบตา (Beta) ถ้ายังเอ่ยชื่อเป็น ประเทศก็คือเป็นสายพันธุ์กลายพันธุ์สายพันธุ์แอฟริกาใต้ ตอนที่มีข่าวบอกว่ามีสายพันธุ์นี้ ระบาดอยู่ที่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ก็เคยเตือนว่าอย่าให้เบตา (Beta) หลุดเข้ามา ในกรุงเทพมหานคร เพราะมันอันตรายมาก ๆ เนื่องจากว่าสายพันธุ์นี้เป็นสายพันธุ์ที่ดื้อที่สุด ในบรรดาสายพันธุ์ทั้งหลาย และยิ่งทำให้ประสิทธิภาพของวัคซีนที่เรามี ๒ ตัวนี้ลดลงไปอีก ฉะนั้นประชาชนก็จะอยู่ในความเสี่ยงแล้วก็มีอันตรายอย่างยิ่ง วันนี้เราทราบแล้วว่ามีสาย พันธุ์เบตา (Beta) หลุดเข้ามาในกรุงเทพมหานคร แม้จะยังไม่มีการระบาดในวงกว้าง แต่มีผู้ที่ตรวจพบว่าติดโรคสายพันธุ์เบตา (Beta) เรียบร้อยแล้วครับ ท่านประธานครับ🔗
ต่อไปผมจะพูดถึงเรื่องของปัญหาที่เกี่ยวกับการรักษามันเกิดอะไรขึ้นครับ ท่านประธานครับ เรื่องที่สำคัญมาก ๆ เลยนะครับ ท่านประธานทราบไหมครับว่า ณ ขณะนี้ สถานการณ์เตียงของทุกระบบเลย ผมอยากเรียนรู้ระบบ คืออะไรบ้างครับ ผมแจ้งให้ฟังดังนี้ครับ เรามีโรงพยาบาลสนามที่ประกาศว่าเป็น ๑,๐๐๐ เตียง หลายพันเตียง เป็นหมื่นเตียง รวม ๆ กันแล้วนะครับ โรงพยาบาลสนามก็ดี ฮอสพิทอล (Hospital) ก็ดี แล้วก็โรงพยาบาลหลัก โรงพยาบาลหลักรวมทั้งของรัฐและเอกชนด้วยกัน ท่านประธานครับมันอยู่ที่เท่าไรรู้ไหมครับ ตอนนี้อัตราครองเตียง อัตราครองเตียงรวมทั้งหมดเลยจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ หลายคนตั้งคำถามว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์มันก็ยังไม่เต็มไม่น่าจะเป็นอะไร เพราะฉะนั้นมันน่าจะมีการรับเข้าไปได้หรือแอดมิต (Admit) เข้าไปได้ ไม่ใช่ครับ ท่านประธาน เราไม่ต้องรอให้อัตราครองเตียงเป็นร้อยเปอร์เซ็นต์ แค่ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ ก็บริหารจัดการเรื่องเตียงยากแล้ว เพราะอะไร เพราะว่าก่อนที่จะรับแอดมิต (Admit) ใครได้ มันจะต้องมีการเคลียร์ (Clear) เตียง การเคลียร์ (Clear) เตียงมันต้องใช้เวลา และการใช้เวลานั้น แปลว่าอะไรครับแปลว่าผู้ที่รอเตียงอยู่มันจะต้องรอถึง ๒ วัน ๓ วัน ๔ วัน อะไรก็แล้วแต่ เพราะฉะนั้นก็จะเกิดปรากฏการณ์ที่รอเตียงจนตายอยู่ที่บ้าน และท่านประธานครับ ภาพนี้ นะครับ ภาพนี้กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทย ภาพที่เกิดขึ้นในอิตาลี ภาพที่เกิดขึ้นในอังกฤษ ภาพที่เกิดขึ้นในอินเดีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงก่อนที่จะมีการฉีดวัคซีนได้มากเพียงพอมันเกิด การระบาดและไม่สามารถที่จะรับเข้ารักษาในโรงพยาบาลได้จริง ๆ ครับ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ ผมไม่อยากให้เกิดขึ้นในประเทศไทย แต่ถามว่ามันมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นไหม มีโอกาสอย่างยิ่งเลยครับ และจุดนั้นเราอาจจะเห็นเปรียบเทียบก็เหมือนกับการตายข้างถนนก็ได้ เพราะอะไรครับ เพราะว่า ถึงจะป่วยหนักก็ไม่สามารถที่จะรับคนไข้เอาไว้ได้ แล้วมันจะเกิดปรากฏการณ์นี้ก็คือแม้ว่าจะ มีคนไข้ที่รับการรักษาอยู่ในโรงพยาบาลแล้ว แต่ความจำกัดของอุปกรณ์ของ ทางการแพทย์ก็ดี ความจำกัดของหมอก็ดี ความจำกัดของพยาบาลก็ดี มันจำเป็นต้องมี การตัดสินใจว่าจะให้ใครมีชีวิตอยู่และจะต้องเลือกว่าใครควรจะอยู่ ใครควรจะต้องดึงท่อ หายใจ หรือดึงเครื่องช่วยหายใจออก มันจะเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นและมันเป็นเรื่องที่เหมือน เป็นโศกนาฏกรรมเลยท่านประธานครับ หลาย ๆ คน ไม่เข้าใจระบบ ผมเรียนให้ทราบอย่างนี้ว่า ขณะที่เรามีผู้ติดเชื้อและมีผู้ป่วยจำนวนมากที่ป่วยจากโควิด (COVID) อยู่ในโรงพยาบาล ท่านประธานทราบไหมว่าในโรงพยาบาลนี้มีผู้ที่ได้รับการรักษาอยู่ทุกโรคแล้ว ไม่ว่าจะเป็น โรคหัวใจก็ดี ไม่ว่าจะเป็นโรคมะเร็ง หรือว่าผู้ป่วยที่เกิดจากอุบัติเหตุ รวมทั้งอีกหลาย ๆ โรค เขารักษาอยู่แล้ว ถ้ามีผู้ป่วยโควิด (COVID) เข้าไปครองเตียงอยู่ในโรงพยาบาลจำนวนมาก มันมีผลกระทบต่อการรักษาของทุกโรคเลยครับ ของทุกโรคเลยเพราะอะไรครับ เพราะว่ามัน ต้องไปดึงกำลังทั้งหมอและพยาบาลจากโรคอื่น ๆ มาช่วยกันทำการรักษาให้กับผู้ป่วยโควิด (COVID) เพราะฉะนั้นผลกระทบนี้มันไม่ใช่กระทบเฉพาะเรื่องของโควิด (COVID) แต่ว่ามัน กระทบกับผู้ป่วยของโรงพยาบาลทั้งโรงพยาบาลของทุกระบบเลย เพราะฉะนั้นนี่คือเรื่องหนึ่ง ที่ต้องมีการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพจริง ๆ นอกจากเรื่องวัคซีนแล้วก็คือเรื่องของรักษา เพราะฉะนั้นวันนี้เรามีปัญหาเรื่องคอขวดคือโทรอย่างไร ๆ ก็ยังต้องรอ ๒ วัน ๓ วัน หรือยัง ไม่ได้เตียง อันนี้ผมรับโทรศัพท์บ่อย ๆ เลย เพราะว่าโทร ๑๖๖๘ ก็แล้ว ๑๖๖๙ ก็แล้ว โทรเรียกศูนย์เอราวัณก็แล้ว ก็ยังไม่ได้เตียงอยู่ดีเพราะเตียงมันเต็มมาก ๆ อยู่แล้ว ท่านประธานครับ การขยายเตียงในโรงพยาบาลหลักมันไม่มีประโยชน์อะไรครับ เพราะว่าเรา ไม่สามารถจะเพิ่มทั้งหมอ พยาบาล และบุคลากรอื่น ๆได้เลย รวมทั้งอุปกรณ์ทางการแพทย์ ก็ดี หรือเครื่องช่วยหายใจนี้เราก็เพิ่มไม่ได้ เราเพิ่มไม่ได้อีกแล้วครับ ถึงจะมีเตียงมากขึ้น เพิ่มเตียงสนามมากขึ้น เพิ่มฮอสพิทอล (Hospital) มากขึ้นมันก็ไม่ช่วยครับ เพราะฉะนั้น ท่านจะเห็นอะไรครับ ท่านจะเห็นอัตราการเสียชีวิตพุ่งขึ้นเรื่อย ๆ มากกว่า ๑ เปอร์เซ็นต์ มากกว่า ๒ เปอร์เซ็นต์ มากกว่า ๓ เปอร์เซ็นต์ ในอนาคตครับ นี่คือภาพที่ผมอยากให้ ท่านประธานและพี่น้องประชาชนได้เห็นนะครับ ถ้าหากว่าการบริหารจัดการของรัฐยังทำ ไม่ได้ดี หรือไม่มีประสิทธิภาพ หรือล้มเหลวอย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้ เพราะฉะนั้นนี้นี่คือ ข้อเสนอของผมไปยังรัฐบาลที่จะต้องดำเนินการจัดการเรื่องนี้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุดจริง ๆ ครับ ท่านประธานผมอยากจะพูดเรื่องคลัสเตอร์ (Cluster) นิดหนึ่งว่าวันนี้การระบาด ที่รุนแรงมาก มันกระจายไปหลายจุด แล้วก็หลายคลัสเตอร์ (Cluster) แล้ว ทำให้ การควบคุมนี้มันทำได้ยาก เพราะฉะนั้นแนวโน้มของการระบาดนี้มันจะยิ่งรุนแรงมากขึ้น เพราะฉะนั้นรัฐบาลต้องมีมาตรการที่มีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง วัคซีนที่มีคุณภาพจึงเป็นคำตอบ จริง ๆ เพราะจะยับยั้งการระบาดของโรค ในเวลาเดียวกันก็จะช่วยให้เราสามารถเปิดประเทศให้ทุกคนกลับมาใช้ชีวิตที่ปกติได้ ไม่ว่าจะ เป็นร้านอาหาร ธุรกิจขนาดใหญ่ขนาดเล็ก รวมทั้งสถานบันเทิง ซึ่งเมื่อเช้าก็ได้มายื่นหนังสือ ขอความช่วยเหลือจากพวกเรานะครับ ท่านประธานครับ รัฐบาลจำเป็นจะต้องบริหาร หลักการนี้อย่างมีประสิทธิภาพจริง ๆ ครับ แล้วถ้าไม่ทำหรือทำไม่ได้สถานการณ์นี้จะเลวร้าย ลงกว่านี้มาก และอยากจะบอกไปยังรัฐบาลว่าวันนี้ไม่ใช่จุดต่ำสุดนะครับ สถานการณ์โควิด (COVID) วันนี้ไม่ใช่จุดต่ำสุดครับ ในเร็ว ๆ นี้ท่านจะเห็นโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับพี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน กทม. และปริมณฑลครับ เพราะฉะนั้น การบริหารมันขาดวิสัยทัศน์ นึกภาพไม่ออกว่าจะมีระลอก ๓ ขึ้นมา เพราะฉะนั้นก็เลยไม่ได้ เตรียมงบประมาณใด ๆ ในการรองรับสถานการณ์นี้เลย แล้วที่สำคัญก็คือขาดความมุ่งมั่น ตั้งใจที่จะแก้ปัญหา สุดท้ายครับท่านประธาน ผมจะขอเสนอญัตติให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาหามาตรการแก้ไขปัญหาจากการระบาดขอโควิด-๑๙ (COVID-19) ในระลอก ๓ ผมเน้นนะครับ และในระลอกต่อ ๆ ไปด้วย ซึ่งโอกาสที่จะเกิดระลอกที่ ๔ มีอย่างแน่นอน จริง ๆ ถ้าผมจะเคลม (Claim) ว่ามีระลอกที่ ๔ แล้วยังได้เลย ถ้าเมื่อไรทำให้ตัว จีโนมซีเควนซิง (Genome Sequencing) ออกมา ว่าเชื้อที่ระบาดอยู่ในกรุงเทพฯ มันมากกว่า ๕๐ เปอร์เซ็นต์เป็นเดลตา (Delta) ถ้าเป็นเดลตา (Delta) แปลว่าอะไรครับ แปลว่าขณะนี้เรา มีการระบาดระลอกที่ ๔ เรียบร้อยไปแล้วครับ ขอให้ผลการตรวจจีโนมซีเควนซิง (Genome Sequencing) ออกมาเมื่อไร เมื่อนั้นมันจะเป็นการเคลม (Claim) ว่าประเทศไทยมี การระบาดระลอกที่ ๔ ไปเรียบร้อยแล้วครับ เพราะฉะนั้นก็ขอเสนอญัตตินี้นะครับ เพื่อจะให้ เสนอเป็นมติไปนะครับ เพื่อเสนอต่อรัฐบาลที่จะให้มีมาตรการป้องกันเฝ้าระวังและรักษา อย่างมีประสิทธิภาพ มีมติส่งให้รัฐบาลรับไปดำเนินการตามที่ผมได้เสนอและได้อภิปรายมา ครับ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ก็เหลือญัตติฉบับสุดท้ายของ ท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอเสนอญัตติด่วนด้วยวาจาขอให้สภาผู้แทนราษฎร พิจารณาเรื่องการแก้ปัญหาการบริหารจัดการโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) ในสถานการณ์ ปัจจุบันที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ จนยากที่จะควบคุมได้ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตอ่านญัตติสั้น ๆ นะครับ สืบเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) ตั้งแต่ต้นปี ๒๕๖๓ ถึงสิ้นปี ๒๕๖๓ มีผู้ติดเชื้อทั้งสิ้นประมาณ ๖,๘๐๐ ราย เสียชีวิตประมาณ ๖๐ ราย แต่ตั้งแต่ต้นปี ๒๕๖๔ เป็นต้นมามีการแพร่ระบาดระลอกที่ ๓ ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงวันนี้ ๖ เดือนพอดีนะครับ มีผู้ติดเชื้อเกือบ ๒๔๐,๐๐๐ ราย เสียชีวิต ๑,๙๐๐ กว่าราย การแพร่ระบาดของโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) ได้แพร่กระจายไปทั่วทุกภาคของประเทศ ขณะนี้ผู้ป่วยหาเตียงไม่ได้จำนวนมาก แพทย์ พยาบาล นักสาธารณสุขทำงานสุดกำลังจนไม่มีกำลังสำรองเหลืออยู่แล้ว สถานการณ์ ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ จนยากที่จะควบคุมได้ จึงเห็นว่าสภาผู้แทนราษฎรซึ่งเป็น องค์กรนิติบัญญัติควรจะได้เปิดอภิปรายทั่วไปเพื่อระดมข้อคิดเห็น ข้อเสนอแนะ และข้อสังเกต เพื่อส่งเรื่องให้รัฐบาลดำเนินการแก้ไขปัญหาให้ทันเหตุการณ์ต่อไปตาม ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๕๔ และข้อ ๕๐ ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กระผมและพรรคประชาธิปัตย์รู้สึกเป็นกังวลใจต่อสถานการณ์โรคโควิด-๑๙ (COVID-19) ในปัจจุบันที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ นะครับ แม้ว่ารัฐบาลได้ตั้ง ศบค. ขึ้นมาแล้วก็ พยายามออกมาตรการควบคุมโรค แล้วก็มาตรการเยียวยาต่าง ๆ ก็ตาม แต่ก็ดูเหมือนว่าจะ ยังไม่ดีขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ ปี ๒๕๖๓ ประเทศไทยได้รับคำชมจากองค์การอนามัยโลกว่ามี ระบบการบริหารจัดการ ระบบการสาธารณสุขเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกนะครับ แต่ทำไม ครับเมื่อต้นปี ๒๕๖๔ เกิดอะไรขึ้น จึงมียอดผู้ป่วยเพิ่มจาก ๖,๐๐๐ ราย กลายเป็น ๒๔๐,๐๐๐ ราย แล้วก็ผู้เสียชีวิตจาก ๖๐ ราย เป็น ๑,๙๐๐ กว่าราย กระผมขอวิเคราะห์ จุดอ่อนการบริหารงานของ ศบค. นะครับ เพื่อประโยชน์ในการให้รัฐบาลนำไปปรับปรุง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นจะไม่รวมเงื่อนไขของการ เรียกว่าการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส เพราะการกลาย พันธุ์ของเชื้อไวรัสนั้นอาจจะอยู่นอกเหนือการควบคุมของ ศบค. สิ่งที่กระผมจะได้นำเรียน ต่อไปนี้นั้นนะครับ เป็นเรื่องที่อยู่ในอำนาจการควบคุมของฝ่ายบริหารที่อาจจะมองไม่เห็น ปัญหาของตนเอง แล้วก็ทำให้การแก้ไขปัญหานั้นเกิดช่องโหว่ แล้วก็ปัญหาลุกลามใหญ่โต จนปัจจุบันนี้นะครับ🔗
ข้อ ๑ ศบค. รวมศูนย์อำนาจมากเกินไป ศบค. นั้นเป็นองค์กรที่น่าจะเป็น เรกกูเลเตอร์ (Regulator) คือหน่วยงานควบคุม แต่ปัจจุบัน ศบค. เข้ามาทำงาน เป็นโอเพอเรเตอร์ด้วย (Operator) มาปฏิบัติการด้วย เพราะฉะนั้น ศบค. ต้องจัดระเบียบ ขององค์กรตัวเองให้เป็นเรกูเลเตอร์ (Regulator) คอยควบคุม คอยมอนิเตอร์ (Monitor) อย่าได้เป็นหน่วยงานปฏิบัติ เป็นโอเพอเรเตอร์ (Operator) ให้คืนอำนาจของกระทรวง สาธารณสุขไปให้มากที่สุด ผมสังเกตดู ศบค. แถลงข่าวทุกวัน ๆ ล้วนแต่เป็นภารกิจของ กรมควบคุมโรคทั้งสิ้น เหตุใดจึงดึงงานรูทีน (Routine) งานประจำมารายงานสถานการณ์ โรคที่ ศบค. ทำให้ ศบค. นั้นอุ้ยอ้าย แล้วก็ทุกจังหวัดเวลามีโรคติดต่อ โรคติดเชื้อโควิด (COVID) ก็ไม่กล้าแถลงด้วยตัวเองนะครับ ต้องรอ ศบค. ไม่จำเป็นหรอกครับ เพราะว่า การช่วงชิงในการควบคุมโรคในพื้นที่ท้องถิ่นต่าง ๆ นั้น ไม่จำเป็นจะต้องให้ส่วนกลาง มาเปิดเผยข้อมูลหรอก ต้องกระจายอำนาจไปให้กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งทุกจังหวัดนั้น มีสาธารณสุขจังหวัดอยู่แล้ว ซึ่งท่านสมาชิกผู้เสนอญัตติ ท่านก่อน ๆ นี้ก็บอกว่าในต่างจังหวัด กลับควบคุมโรคได้ดีกว่า ศบค. ส่วนกลาง เพราะองค์ประกอบที่ต่างจังหวัดนั้น มีท่านผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน มีสาธารณสุขจังหวัดเป็นเลขานุการ แต่เหตุใด ศบค. ที่ส่วนกลางกลับใช้ฝ่ายความมั่นคงเป็นเลขานุการ ฝ่ายความมั่นคงนั้นก็ต้องรบกับข้าศึกที่เป็น สงครามนะครับ แต่วิกฤติโรคระบาดนั้นจะมีใครที่จะเข้าใจเรื่องบริบทของเชื้อโรคได้ดี เท่ากระทรวงสาธารณสุขนะครับ ผมว่าในส่วนนี้ผมขอเสนอว่าให้ ศบค. นั้นกระจายอำนาจ ให้กระทรวงสาธารณสุขให้มากขึ้น ให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นเลขานุการ ศบค. เขาจะ เข้าใจ เพราะว่ากลไกของกระทรวงสาธารณสุขนั้น ปัจจุบันนี้ต้องฟัง ศบค. อย่างเดียว ต้องฟังฝ่ายความมั่นคงอย่างเดียว คืนอำนาจให้กรมควบคุมโรคไปแถลงสถิติผู้ป่วย ไม่ต้องไป แถลงที่ทำเนียบ แถลงที่กระทรวงสาธารณสุขนะครับ เพราะทุกอย่างทุกข้อมูลนั้นเป็น ข้อมูลของกรมควบคุมโรค อย่าไปเอาฝ่ายปฏิบัติมาอยู่ที่ฝ่ายเรกูเลเตอร์ (Regulator) นะครับ ต้องคืนอำนาจให้ท้องถิ่น ศบค. นั้นใช้อำนาจท้องถิ่นน้อยมาก อาจจะเป็นจุดอ่อน ของรัฐบาลชุดนี้ก็ได้นะครับ ที่การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นนั้นอ่อนแอและ อ่อนด้อยมาก นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดมีงบประมาณ อย่างจังหวัดระยอง ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท จังหวัดอื่น ๆ อาจจะมากกว่านี้หรือน้อยกว่านี้ก็ตามที มีทั้งเงิน มีทั้งคน มีกองสาธารณสุข นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด นายกเทศมนตรี นายก อบต. มีกองสาธารณสุข มี อสม. ในสังกัด มี รพ.สต. มีศูนย์สาธารณสุขชุมชน อย่างใน กรุงเทพมหานครก็มีศูนย์การแพทย์และสาธารณสุขต่าง ๆ เครื่องมือครบครัน แต่ว่า ศบค. ไม่ได้กระจายอำนาจไปให้ ยังรวมศูนย์อยู่ ยกตัวอย่างกรุงเทพมหานครเคยประกาศว่าให้ปฏิบัติอย่างนั้นอย่างนี้เรื่องของร้านอาหารว่า ให้ปิดกี่โมง ให้ดำเนินการอย่างไร วันรุ่งขึ้น ศบค. ก็ไปกลับประกาศนั้นว่า ให้ยกเลิกเสีย อย่างนี้ท้องถิ่นก็ไม่กล้าทำงาน เพราะว่าทำงานแล้ววันรุ่งขึ้น ศบค. ก็มา ปรับปรุงแก้ไข ผมว่าต้องไว้ใจท้องถิ่นแล้วก็กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ท้องถิ่นไหนปฏิบัติไม่ดี มีโรคระบาดเกิดขึ้นก็ให้ปิดสถานบริการหรือออกมาตรการเฉพาะท้องถิ่นนั้น ๆ อย่าได้ปิดกัน ทั้งจังหวัด ยกตัวอย่างจังหวัดผมนี่จังหวัดระยองเหตุเกิดที่อำเภอเมือง ถ้าจะใช้มาตรการ เดียวปิดทั้งจังหวัดผมก็เห็นว่าไม่มีความเป็นธรรม เพราะฉะนั้นปัจจุบัน ศบค. จัดทำ มาตรการอะไรก็จัดการทั้งประเทศ จัดการทั้งจังหวัด ผมว่ามาตรการนี้ไม่สมควรแก่เหตุ นะครับ ต้องกระจายอำนาจไปให้ท้องถิ่นเขาบริหารจัดการ กระจายอำนาจไปให้กระทรวง สาธารณสุขมากขึ้น กฎหมาย ๓๑ ฉบับที่ท่านนายกรัฐมนตรีในฐานะของหัวหน้า ศบค. ก็ดึง อำนาจมาจากกระทรวงต่าง ๆ ๓๑ ฉบับ แล้วท่านนายกรัฐมนตรีจะมีเวลาบริหารกฎหมาย หรือครับ เพราะฉะนั้นกระทรวงต่าง ๆ ที่เคยถือกฎหมายอยู่นั้นก็เกียร์ว่างนะครับ ก็ทำได้ ไม่เต็มที่มีอะไรก็โยนไปที่นายกรัฐมนตรี นี่ล่ะครับผมเชื่อว่าเป็นจุดอ่อนอย่างยิ่งเลยนะครับ🔗
ข้อ ๒ ศบค. ได้เจือจางหลักการทางการแพทย์และการสาธารณสุขไปมาก เพราะเหตุว่า ศบค. เป็นองค์กรทางการเมืองก็ดูแลอย่างโน่นอย่างนี้ ดูแลเรื่องของ สารทุกข์สุกดิบกลัวเศรษฐกิจจะไม่เดินบ้าง กลัวอย่างโน่นอย่างนี้ ทำให้หลักการทางการแพทย์ การสาธารณสุขของโรคระบาดโรคติดต่อนั้นถูกเจือจางไปมาก นักการแพทย์ นักการสาธารณสุข แม้นว่าจะเป็นกรรมการอยู่ใน ศบค. แต่เนื่องจากว่าองค์กรนี้เป็นองค์กรที่รวมศูนย์ ก็ไม่สามารถจะมีอำนาจในการตัดสินใจได้ เพราะฉะนั้น ศบค. นั้นจะต้องสู้รบกับ โรคภัยไข้เจ็บต้องให้นักการแพทย์ นักการสาธารณสุขเป็นประธานในเรื่องนั้น ๆ ศบค. คอยซัปพอร์ต (Support) คอยช่วยเหลือว่าสิ่งนั้นจะต้องเกี่ยวข้องกับหน่วยงานอื่นอย่างไร ก็ให้หน่วยงานที่มีอำนาจในการช่วยเหลือกระทรวงสาธารณสุขนะครับ🔗
ข้อ ๓ ศบค. ไม่แก้อัตรากำลังนักรบแนวหน้า นักรบแนวหน้าแนวรบของ โควิด (COVID) อยู่ที่ไหน แนวรบโควิด (COVID) อยู่ที่ชุมชนครับ ชุมชนก็คือหมู่บ้านหมู่บ้าน ในต่างจังหวัดดูแลโควิด (COVID) ได้ดีกว่าในกรุงเทพมหานคร รพ.สต. คือโรงพยาบาล หรืออนามัยในสมัยก่อน ท่านประธานเชื่อไหมครับ ๓๐ ปีที่แล้ว สถานีอนามัยมีเจ้าหน้าที่ ๓ คน เดี๋ยวนี้ผ่านไป ๓๐ ปีแล้วครับ รพ.สต. บ้านผมก็มีเจ้าหน้าที่อยู่ ๓ คน แล้วแถม ๓ คนนั้น ก็แก่กว่าเดิมอีกนะครับ แล้ว อสม. กี่ปีแล้วครับ มี ๑,๐๕๐,๐๐๐ คน โรคติดต่อระบาดหนัก ขนาดนี้ท่านไม่เคยคิดที่จะเพิ่ม อสม. บ้างเลยหรือครับ ในกรุงเทพมหานครเรียกว่า อสส. ท่านทำไมถึงไม่เพิ่ม อสม. ในเมื่อท่านเห็นความสำคัญของ อสม. แต่ว่าไม่มีข้อเสนอแนะ ให้เพิ่ม อสม. มีคนสมัครที่จะเป็นสำรอง อสม. อีกจำนวนมหาศาลเลยนะครับ ท่านต้องเพิ่ม แนวรบทางด้านหน้าเวลามีเกิดศึกสงครามทำไมท่านมีทหารเกณฑ์ แต่เวลามีโรคระบาด ท่านไม่เคยคิดจะเพิ่ม อสม. ให้เลยนะครับ ท่านต้องเพิ่มตรงนี้โดยเร่งด่วนเลยนะครับ พื้นที่ไหนมีความสุ่มเสี่ยงท่านต้องเพิ่ม อสม. พื้นที่ในคอนโดในสถานประกอบการต่าง ๆ ต่างด้าวอยู่ตรงไหนท่านก็มี อสม. ที่เป็นต่างด้าว ท่านต้องเสริมตรงนี้อย่างรวดเร็ว เพราะฉะนั้น ศบค. ไม่เคยเพิ่มตรงนี้ เพราะฉะนั้นนักรบของท่านอยู่ตรงไหนผมยังไม่เห็นเลย ท่านใช้แต่โซเชียลมีเดีย (Social Media) ไปออกทีวีให้คนปฏิบัติตัว หลายพฤติกรรม ถ้าไม่มีการลงไปแนะนำด้วยวาจาฝึกปฏิบัติไม่สามารถที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้ ตรงไหนที่เขานั่งมั่วสุมกันถ้ามี อสม. ท่านสั่งการไปกระจายอำนาจไปให้สถานีอนามัย รพ.สต. บอกว่าท้องถิ่นนี้จับมือกันกับ รพ.สต. ทำงานร่วมกัน พื้นที่เสี่ยงตรงไหนไปจัดการเอาเอง ท่านมีองค์ความรู้อยู่แล้ว ศบค. ไม่จำเป็นต้องรู้ด้วย ไม่ต้องรอ ศบค. สั่งให้เขาสั่งเอง ถ้าทำ ไม่ดี ท้องถิ่น อบต. นั้น เทศบาลนั้นถูกปิด ๑๔ วัน ๓๐ วัน ชาวบ้านเขาไม่ยอมหรอกครับ เขาต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตานะครับ มีงานศพที่ไหนมีคนเล่นไพ่ ไม่สวมแมสก์ (Mask) มีคน เล่นการพนัน อสม. แล้วก็พื้นที่ท้องถิ่นตำรวจไปจัดการให้เรียบร้อย ไม่ต้องรอ ศบค. สั่ง คือท่านต้องดูแนวรบทางด้านหน้า สถานการณ์ประกอบการยกตัวอย่างนะครับ แคมป์ (Camp) คนงาน ๕๐๐ กว่าแห่ง ท่านทำไมไม่ออกเกณฑ์ว่าแคมป์ (Camp) คนงานจะต้องมี ระยะห่างเท่าไร อย่างไร ท่านบอกผู้ประกอบการสิครับว่าถ้าแบบนี้ไม่เข้าเกณฑ์จะสั่งปิดนะ จะสั่งปิด เขารีบขยายแคมป์ (Camp) สังกะสี กลางวันท่านปิดแคมป์ (Camp) คนงานเขาอยู่ ไม่ได้หรอกครับ หลังคาสังกะสี ผนังสังกะสี เขานอนไม่ได้หรอครับ ถ้าเขาทำงานเขายังไปอยู่ ตรงไซต์ (Site) งาน แล้วเขาก็มาพักกลางคืน ท่านปิดเขา แล้วเขาจะไปไหน เขาก็ต้อง กระจายกลับต่างจังหวัดอะไรบ้าง แล้วก็หน้างานการก่อสร้างบางแห่งขุดหลุมลึกไว้ มีต้องสูบ น้ำออก ต้องเอาไม้ค้ำยัน ต้องเปลี่ยนต่าง ๆ ต้องมอนิเตอร์ (Monitor) ต่าง ๆ ท่านสั่งปิดเขา ทันทีนะครับ อันตรายมากนะครับ โศกนาฏกรรมจะเกิดขึ้นในระหว่างการปิดไซต์ (Site) งานก่อสร้างขึ้นมาทันที แล้วพออีก ๓๐ วัน ท่านมาให้เขาอยู่ที่เก่าทุกอย่างสิ่งแวดล้อม เหมือนเดิม มันก็ติดโรคเหมือนเดิมครับ ท่านต้องเข้าใจบริบทของโรคภัยไข้เจ็บ ไม่ใช่ว่า โรคภัยไข้เจ็บมันเกิดขึ้นเอง มันเกิดจากสภาพแวดล้อมและพฤติกรรมสุขภาพที่ไม่เหมาะสม เพราะฉะนั้นในเมื่อฝ่ายความมั่นคงท่านไม่ใช่นักการแพทย์ นักการสาธารณสุขก็ย่อมไม่เข้าใจ บริบทของเรื่องพฤติกรรม ท่านก็สั่งการไปตามนี้ผลออกมาเป็นอย่างไรเห็นไหมครับ คนงาน กระจายออกต่างจังหวัดทั่วสารทิศนะครับ ผมก็ไม่แน่ใจว่ารัฐบาลอยากที่จะกระจาย โรงพยาบาลสนามออกไปต่างจังหวัดหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามถ้ากระจายออกไปต่างจังหวัด ก็ไม่แตกต่างจากที่เป็นวันหยุดยาวที่เกิดเมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมานะครับ ทำให้โรคกระจายไปสู่ ต่างจังหวัด เพราะฉะนั้นขอให้รัฐบาลได้เสริมทัพเสริมกำลังแนวรบด้านหน้า เพิ่มกำลังให้ รพ.สต. นะครับ แล้วก็เพิ่มกำลังให้แพทย์ พยาบาล พยาบาลที่รอบรรจุอีกเยอะนะครับ ปัจจุบันทำงานเป็นรายวันก็มี รายคาบก็มีเยอะแยะไปหมดนะครับ ท่านเพิ่มไปตอนนี้นะครับ ทุกคนเห็นด้วย ครม. ก็เห็นด้วย แล้วก็เสริมความแข็งแรงของระบบการแพทย์ การสาธารณสุขที่ระบบปฐมภูมินะครับ ท่านประธานครับ เรื่องของวัคซีนก็เช่นกันนะครับ🔗
เรื่องที่ ๔ เรื่องวัคซีน ปัจจุบันพี่น้องประชาชนบอกว่ารัฐบาลจัดการวัคซีน ไม่โปร่งใส ศบค. จัดการวัคซีนเป็นการเมือง ไม่ได้จัดการวัคซีนเป็นเรื่องของการแพทย์ การสุขภาพ อันนี้พี่น้องประชาชนบอกมานะครับ แล้วก็พี่น้องประชาชนเขาบอกว่าวัคซีน มีหลายยี่ห้อก็ควรที่จะเอาเข้ามาทุกยี่ห้อไปเลยครับ ทำไมจะต้องมาจำกัดยี่ห้อโน้นยี่ห้อนี้ แล้วทุกคนไม่ว่าจะเป็นยี่ห้อไหน ไม่ควรจะมีวัคซีนทางเลือก ทุกคนต้องได้วัคซีนฟรี เขาหิ้ว วัคซีนไปให้เอกชนฉีด เอกชนจะคิดเพิ่ม ๓๐๐ บาท ๕๐๐ บาทก็เป็นเรื่องของงานบริการ แต่ต้นทุนวัคซีนรัฐบาลต้องแบกภาระให้ทุกคนในประเทศไทยได้รับวัคซีนฟรี ก็ต้องไม่จัดการ เป็นแบบการเมืองทุกจังหวัดแม้ว่าไม่มีโรคติดต่อ ไม่มีโรคระบาดก็ต้องให้เขา เช่น ได้วัคซีนมา ๑ ล้านโดส (Dose) ก็ต้องจัดการให้กระทรวงสาธารณสุขไป สมมุติ ๘๐๐,๐๐๐ โดส (Dose) แล้วก็อย่าไปยุ่งกับกระทรวงสาธารณสุข ให้กระทรวงสาธารณสุขเขาจัดการเขาเอง เขาไม่กล้าทำงานเป็นการเมืองหรอกนะครับ ทุกจังหวัดได้ ๒ เปอร์เซ็นต์ ประชากรก็ต้อง ปูพื้นไปก่อน จังหวัดไหนเป็นสีแดงเข้มเขาก็บวกไปอีก ๑ เปอร์เซ็นต์ จังหวัดไหนเป็นแหล่ง รัฐบาลบอกว่าจะทำเป็นแหล่งท่องเที่ยวเป็นแซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) ก็เพิ่มไปอีก ๑ เปอร์เซ็นต์ จังหวัดไหนเป็นพื้นที่ชายแดนมีความเสี่ยงสูงเขาก็เพิ่มไปอีก ๑ เปอร์เซ็นต์ ๒ เปอร์เซ็นต์ ตัวเลขเหล่านี้คือแผนงานที่เรกูเลเตอร์ (Regulator) คือ ศบค. ผู้ควบคุม จะต้องชี้แจงให้โปร่งใส คนทั้งหลายเขาคิดเป็นนะครับ เขาเห็นว่า ศบค. งุบงิบจัดโควตา วัคซีนเขาก็ไม่เชื่อใจ นอกจากทุกข์ใจเรื่องการติดต่อโรค แล้วยังทุกข์ใจว่าได้รับความลำเอียง อีกนะครับ เพราะฉะนั้น ศบค. จะต้องมีคนมาชี้แจงเอฟเอคิว (FAQ) คือฟรีเควนต์ลี อาสก์ เควสชันส์ (Frequently asked questions) ก็คือคำถามที่คนชอบถามกันบ่อยแต่ไม่มีใคร ตอบ ปัจจุบันชาวบ้านก็ตอบกันเอง ตอบกันไปตอบกันมาจะลงที่ไหน ก็ต้องลงมาที่รัฐบาลนะครับ ศรัทธาก็ตกลงทุกวัน เพราะฉะนั้นเรื่องวัคซีนท่านต้องจัดการให้โปร่งใส ที่ผ่านมาแล้วก็แล้วกันไป ท่านต้องมีสูตร ในการจัดการที่ทุกคนต้องเข้าใจสูตร ศบค. คุมแค่สูตรก็พอ จัดการให้กระทรวงสาธารณสุข ๘๐ เปอร์เซ็นต์ อย่าไปยุ่งเขา ให้ปลัดกระทรวงสาธารณสุขเขาจัดการ อีก ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ศบค. จะจัดให้เป็นแซนด์บ็อกซ์ (Sandbox) แหล่งท่องเที่ยว จะให้เป็นกลุ่มคนนักโทษ จะให้ เป็นกลุ่มของโรงพยาบาลจิตเวช หรือกลุ่มชายแดนอะไรก็แล้วแต่ หรือครูช่วงนี้ใกล้เปิดเทอม ก็แล้วแต่ก็อยู่ในส่วนนั้น ก็สั่งกระทรวงสาธารณสุขให้เขาไปจัดการ คุมแต่สูตร อย่าไปคุมเอา วัคซีนเป็นผลประโยชน์ทางด้านความนิยมทางด้านการเมือง อะไรก็แล้วแต่ที่ชาวบ้านเขา นินทามานะครับ ผมก็นำเรียนท่านประธานถึงรัฐบาลด้วยเป็นห่วงอย่างยิ่งนะครับเรื่องวัคซีน🔗
ข้อ ๕ เรื่องของการล็อกดาวน์ (Lockdown) อย่างที่ผมได้นำเรียนไปบ้างแล้ว นะครับ อย่าล็อกดาวน์ (Lockdown) ทั้งจังหวัด กำปั้นทุบดินนี่ครับ ใคร ๆ ก็ทำได้ ต้องล็อกดาวน์ (Lockdown) เป็นท้องถิ่นครับ อบต. นี้เกิดโรคล็อก หมู่บ้านนี้ล็อก ต่ำกว่า อบต. ก็ได้ครับ ล็อกเป็นหมู่บ้าน ล็อกเป็นบ้านจัดสรร หลักการทางด้านระบาดวิทยาเขาล็อก เป็นชุมชน เขาไม่ได้ล็อกเป็นจังหวัดนะครับ ท่านล็อกดาวน์ (Lockdown) ทีหนึ่งเสียหายไป หมดเลย ถ้าล็อกดาวน์ (Lockdown) เป็นเมืองเล็ก ๆ เป็นหมู่บ้านเล็ก ๆ นี่ อย่างบ้านผม มีโรงเห็ด ตำบลเนินค้อ เกิดแพร่ระบาด ๑๐๕ ราย เขาล็อกแค่ตรงนั้นแป๊บเดียวหมู่บ้านอื่น มาช่วยกันนะครับ ไม่ว่าอาหารการกิน อุปโภคบริโภคเต็มไปหมด เพราะฉะนั้นนี่ละครับ ให้อำนาจท้องถิ่นเขาจัดการ ศบค. อย่าไปยุ่งนะครับ ยุ่งแต่สถิติ ทุกวันนี้ ศบค. รู้ปัญหาของ โควิด (COVID) ช้าไป ๑ ก้าวตลอด เพราะต้องรอเขารายงาน เมื่อรายงานเสร็จก็ยังห้ามเขา บอกอีก ให้เขาพูดนะครับ ให้สาธารณสุขอำเภอพูดเลย ไม่ต้องให้ถึงสาธารณสุขจังหวัด ไม่ต้องรอให้ถึงกระทรวงสาธารณสุข ไม่ต้องรอให้ถึง ศบค. เขารู้โรคแล้วเขาก็ควบคุมโรค แล้วใครทำไม่ดีนายกองค์การบริหารส่วนตำบลท้องถิ่นต่าง ๆ คราวหน้า สมัยหน้าก็ตก เพราะเขามีภาระและหน้าที่อยู่แล้ว ท้องถิ่นเป็นเจ้าพนักงานควบคุมโรคท้องถิ่นอยู่แล้ว ศบค. กระจายอำนาจไปแล้วท่านมอนิเตอร์ (Monitor) ดู แล้วก็เรกูเลต (Regulate) นะครับ🔗
สุดท้ายเรื่องเยียวยานะครับ ทำไมท่านต้องมาเยียวยาผ่านแอปพลิเคชัน (Application) กระทรวงการคลัง ท่านให้ท้องถิ่นไปจัดการเลย ท่านอย่ากลัวท้องถิ่นเขา จะได้คะแนนนะครับ เขาจัดการไม่ดีเขาก็ด่าท้องถิ่น ท้องถิ่นคราวหน้าก็สูญเสียความนิยม ทางการเมืองไปเอง เรื่องอะไรที่จัดการไม่เป็นธรรมนี่มันเสียมากกว่าได้นะครับ ท่านอย่าคิด ว่าให้เงินเขาไปแล้วแจกเดี๋ยวท้องถิ่นเขาจะได้ฐานเสียงคะแนน เปล่าครับ แค่แจก ไม่เป็นธรรมนิดเดียวเขาไม่เลี้ยงเอาไว้เลยครับ เพราะฉะนั้นการเยียวยาก็ดี การจัดการโรคก็ดี ท้องถิ่นครับ รัฐบาลนี้อ่อนแอเรื่องของการกระจายอำนาจมา ๗-๘ ปี เผอิญเจอปัญหาโควิด (COVID) เลยขาดกลไกของท้องถิ่นในการแก้ปัญหาโควิด (COVID) ผมนำเรียนทั้ง ๖ ประเด็น ๖ ข้อสังเกตฝากท่านประธานถึงรัฐบาลนะครับ🔗
สุดท้ายก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์โควิด (COVID) จะดีขึ้นภายใน ๑-๒ สัปดาห์ ถ้าหาก ๑-๒ สัปดาห์สถานการณ์โควิด (COVID) ทั้งผู้ป่วยและผู้เสียชีวิต ไม่ลดลง ยังไม่สามารถที่จะมีเตียงเพียงพอในการรองรับ เกินศักยภาพของแพทย์ พยาบาล รัฐบาลต้องรื้อโครงสร้างของ ศบค. และโครงสร้างต่าง ๆ ที่รัฐบาลได้ดึงอำนาจจาก ๓๑ พ.ร.บ. มาไว้ที่ท่านนายกรัฐมนตรีกลับคืนไป ท่านต้องยอมรับความจริงตรงนี้ แล้วก็ หวังเป็นอย่างยิ่งว่ารัฐบาลจะได้ยอมรับความจริงและปรับปรุงแก้ไข เพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้น ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อความผาสุกของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ท่านสมาชิกครับ เราได้เปิดโอกาสให้ท่านผู้เสนอญัตติทั้ง ๖ ท่าน ๖ ฉบับนำเสนอหลักการ และเหตุผลเสร็จเป็นที่เรียบร้อยนะครับ และขณะนี้ได้มีท่านสมาชิกยื่นความจำนงที่จะ ขอร่วมอภิปรายทั้งหมดเยอะมากเลยนะครับ ๓๓ ท่าน นี่เฉพาะที่มีรายชื่ออยู่ในมือผม นะครับ ผมคิดว่าวันนี้เราได้ประชุมกันมาพอสมควรแล้วนะครับ ขอเลื่อนระเบียบวาระนี้ ไปพิจารณาในโอกาสต่อไปนะครับ วันนี้ขอปิดประชุมครับ🔗