unknown · · 520 lines

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๙.๒๘ นาฬิกา)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมนะครับก็จะขอให้ท่านสมาชิกได้นำปัญหาของ ความเดือดร้อนของประชาชนมาหารือในห้องประชุมนี้ ๓๐ ท่าน ผมขออนุญาตท่านสมาชิก ที่เข้าชื่อไว้แล้วเตรียมตัวนะครับ ขออนุญาตให้ท่านแรก ท่านธนกร ไชยกุล แล้วหลังจากนั้น จะเป็นท่านนริศ ขำนุรักษ์ แล้วก็เป็นไปตามโดยตามลำดับ ท่านละ ๒ นาที บริหารเวลาให้ดี นะครับ เชิญธนกรครับ🔗

นายธนกร ไชยกุล ยโสธร

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายธนกร ไชยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยโสธร เขต ๓ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมมีข้อหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ ๑. ด้วยขณะนี้พื้นที่ภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ โดยเฉพาะเขตจังหวัดยโสธร อำเภอเลิงนกทา อำเภอกุดชุม อำเภอ ไทยเจริญ ได้เกิดความแห้งแล้งอย่างมาก นาข้าวของเกษตรกรไม่มีน้ำ ต้นกล้าที่หว่านเอาไว้ กำลังแห้งตาย แม้กระทั่งน้ำดิบที่จะเอามาทำน้ำประปาอุปโภคบริโภคก็ขาดแคลน กระผมจึงฝาก ท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขอให้ศูนย์ปฏิบัติการ ฝนหลวงภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างได้ทำฝนหลวงฝนเทียมให้เกษตรกรด้วยครับ ๒. กระผมได้รับการร้องเรียนจากนายกเทศบาลตำบลสามแยก เทศบาล ตำบลเลิงนกทา เทศบาลตำบลสามัคคี เทศบาลตำบลห้องแซง และ อบต. สามแยก ว่าทางหลวงหมายเลข ๒๑๑๖ ซึ่งเป็นถนนสายหลักที่ประชาชนสัญจรจากอำเภอเลิงนกทาไปจังหวัดร้อยเอ็ด จังหวัดขอนแก่น มีปริมาณยานพาหนะผ่านไม่ต่ำกว่าวันละ ๑๐,๐๐๐ คัน เป็นถนน ที่อันตรายที่สุด ไม่ปลอดภัย ประชาชนเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิตและทรัพย์สินเสียหายไม่ต่ำกว่าร้อยราย มีโรงเรียนเลิงนกทา โรงเรียนเทศบาลเลิงนกทา โรงเรียนสมนึก ตลาดสดเทศบาลสามแยก ตลาดสดเทศบาล เลิงนกทา ตลาดสดแม่ลำไย โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเลิงนกทา อยู่ ๒ ข้างทางหลวง เส้นนี้ กระผมจึงฝากท่านประธานผ่านไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมขอให้ มีการปรับปรุงถนน ๒๑๑๖ ๑. ให้มีการก่อสร้างเกาะกลางถนนพร้อมติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่าง ระหว่างเทศบาลสามแยกถึงเทศบาลเลิงนกทา ๒. ติดตั้งสัญญาณไฟจราจร ไฟเขียวไฟแดง จุดสามแยกบ้านหวาย ตำบลสามัคคี ๓. ติดตั้งไฟฟ้าและแสงสว่างจุดที่เป็นชุมชนหมู่บ้าน บ้านไพรเจริญ บ้านนาจาน บ้านห้องคลองร่องคำ บ้านหนองแซง บ้านป่าชาด และ ๔. ขยาย ไหล่ทางแยกกุดโจดถึงบ้านห้วยค้อ อำเภอหนองพอก จังหวัดร้อยเอ็ด ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณนริศ ขำนุรักษ์ ครับ🔗

นายนริศ ขำนุรักษ์ พัทลุง

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายนริศ ขำนุรักษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือ ท่านประธาน เรื่องแรก ขอให้รัฐบาลเร่งมอบวัคซีนป้องกันโควิด (COVID) ให้กับจังหวัดพัทลุง ในจำนวนที่เพียงพอและด้วยความรวดเร็ว เพราะขณะนี้จำนวนคนจังหวัดพัทลุง ซึ่งมีทั้งหมด ๕๐๐,๐๐๐ กว่าคน ได้ฉีดวัคซีนแค่ ๓๐,๐๐๐ คน ซึ่งถือว่าต่ำมาก แล้วก็ ให้จังหวัดพัทลุงได้กระจายวัคซีนด้วยความเป็นธรรมให้กับทุกสาขาอาชีพ ไม่กระจุกตัวอยู่กับ กลุ่มอาชีพหนึ่งกลุ่มอาชีพใด แล้วค่อยดูแลกลุ่มครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็นกรณีพิเศษ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอให้กระทรวงคมนาคมจัดทำโครงการพัฒนาย่านชุมชนบริเวณ บ้านห้วยเนียง ตำบลโคกสัก อำเภอบางแก้ว เพราะบริเวณดังกล่าวมีร้านค้าและบ้านเรือน เป็นจำนวนมาก ถ้าโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จก็จะทำให้บ้านเมืองสวยงาม และจะเป็น ที่ท่องเที่ยวอีกที่หนึ่งของจังหวัดพัทลุง🔗

เรื่องที่ ๓ ขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมสำรวจและ ดำเนินการประกาศเขตบ้านควนพระ ตำบลฝาละมี อำเภอปากพะยูน เป็นเขตพื้นที่เมืองเก่า เพื่ออนุรักษ์เมืองเก่าที่มีคุณค่าของพื้นที่เอาไว้ เพราะบ้านควนพระเป็นบ้านเมืองเก่าแก่ ที่มีคุณค่าอยู่ในตัวแล้ว🔗

เรื่องสุดท้าย ขอให้กระทรวงคมนาคมสั่งการให้กรมทางหลวงชนบทสำรวจ ก่อสร้างถนนสายบ้านสมหวังถึงบ้านพังกิ่ง ทั้ง ๒ หมู่บ้านนี้ที่จริงห่างกันเพียง ๓ กิโลเมตร แต่ว่าไม่มีถนนเชื่อมจึงต้องอ้อมถึง ๑๐ กว่ากิโลเมตร ทั้งสองคือชุมชนสมหวังกับชุมชนพังกิ่ง เป็นชุมชนขนาดใหญ่ มีวัด มีศูนย์ราชการ แล้วก็มีการสัญจรไปมากันเป็นจำนวนมาก แต่ว่า เราไม่มีถนนเชื่อมต่อระหว่าง ๒ ชุมชนนี้ ซึ่งถ้าเชื่อมต่อกันจริงก็เพียง ๓ กิโลเมตรเท่านั้นครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณประสิทธิ์ วุฒินันชัย🔗

นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย เชียงใหม่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ขอหารือท่านประธานเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องเกษตรกรไทยทั่วประเทศ ต้นทุน การผลิตสูง ปุ๋ย ยา น้ำมัน ขึ้นราคาเป็นรายวัน เช่น ที่อำเภอฝาง อำเภอแม่อาย เกษตรกรไทย ขายข้าวนาปรังกิโลกรัมละ ๗ บาท ขาดทุน เจ๊งครับท่านประธาน ต้องแบกหน้าไปหาเจ้าหนี้ ธนาคาร ธ.ก.ส. เพื่อขอพักหนี้ ธนาคารใจถึงพึ่งได้ครับท่านประธาน ให้กู้ทำนาปีรอบ ๒ เดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายนนี้ถึงโรงสี ผ่านท่านประธานสภาไปยังรัฐบาลไทย ขอให้ รัฐบาลไทยออกมาตรการช่วยเหลือชาวนาไทยที่ได้ชื่อว่ากระดูกสันหลังของชาติให้เขา ลืมตาอ้าปากได้ ข้าวนาปีขอให้ได้ราคา ๑๐ บาทขึ้นไป กระดูกสันหลังของชาติได้เฮ กลับบ้านได้ ๓ มี ๑. มีกิน ๒. มีใช้ ๓. มีความสุข ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปคุณสะถิระ เผือกประพันธุ์🔗

นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๘ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับ วันนี้ผมใคร่ขอหารือ ท่านประธานอีกครั้งครับ ครั้งที่แล้วผมหารือในการเยียวยาธุรกิจให้กับผู้ประกอบการอาชีพ ตอนกลางคืน แต่ครั้งนี้ผมขอหารือให้กับธุรกิจอีกธุรกิจหนึ่งที่รัฐต้องเยียวยา ท่านประธานครับ และผมจะพยายามย้ำต่อสภานะครับจนกว่ากระทรวงการคลังจะเยียวยา ด้วยความเคารพ ครับท่านประธาน ประเด็นสำคัญประเด็นแรก จากธุรกิจตามคำสั่งให้ปิดกิจการชั่วคราวของ รัฐทุกระดับครับ ไม่ว่าจะเป็นจากส่วนกลาง ส่วนจังหวัด หรือระดับอำเภอ รวมถึงการประกาศ ไทม์ไลน์ (Timeline) ของรัฐด้วย ทำให้ธุรกิจเหล่านี้ได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างเช่น เมื่อสัปดาห์ที่แล้วในพื้นที่อำเภอสัตหีบหรือตลาดในจังหวัดชลบุรี ประกาศปิดโดยคำสั่งของรัฐทำให้อะไรครับ พ่อค้า แม่ค้า ร้านค้า ลูกจ้าง รวมถึงร้านอาหาร ร้านค้าในตลาดบริเวณใกล้เคียงซึ่งหาเช้ากินค่ำ ไม่มีรายได้ครับท่านประธาน แล้วทีนี้เราต้อง ทำอย่างไรครับ กระทรวงการคลังที่กู้เงิน ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ดังนั้นกระทรวงการคลัง ต้องควรเร่งพิจารณาเยียวยาอาชีพเหล่านี้ตามคำสั่งปิดสถานที่ชั่วคราวตามคำสั่งของรัฐ ด้วยครับ และยังมีอีกหลายกลุ่มอาชีพธุรกิจที่ต้องได้รับการเยียวยา ตามคำสั่งปิดสถานที่ ชั่วคราวของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจเกี่ยวกับการจัดนิทรรศการออกาไนซ์ (Organize) สถาบันกวดวิชา สถาบันสอนทุกแขนง ครูสอนของสถาบัน สถานรับดูแลผู้สูงอายุ สถานรับเลี้ยงเด็ก และอาชีพ นักกีฬา เพราะท่านไม่ให้มีการแข่งขันกีฬา ไม่ว่าจะเป็นนักฟุตบอล แคดดี้หรือว่านักมวย และประเด็นที่สำคัญอีกประเด็นหนึ่งครับ การเยียวยาผู้ประกอบการนายจ้างท่านปล่อยกู้ให้กับ ผู้ประกอบการ แต่ผู้ประกอบการไม่ได้เอาเงินมาใช้เองนะครับ เอามาจ่ายเงินให้กับลูกจ้าง เพราะฉะนั้นสิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญที่รัฐจะต้องเยียวยานายจ้างช่วยเหลือนายจ้างโดยตรง ไม่ใช่ให้เขา มากู้ แล้วเขาก็มาใช้ให้ กู้ให้กับการช่วยเหลือการพยุงการจ้างงาน รัฐควรจะต้องเยียวยา นายจ้างโดยตรงเช่นกัน ผมจึงใคร่ขอท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี และท่านรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการคลังให้พิจารณาขอหารือเรื่องนี้โดยเร็วที่สุดครับ เพื่อความอยู่รอดของ พี่น้องประชาชน และผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด (COVID) และคำสั่งของรัฐ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณทศพร ทองศิริ🔗

นายทศพร ทองศิริ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายทศพร ทองศิริ ผู้แทนราษฎรชาวราษฎร์บูรณะ-ทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล วันนี้มีประเด็นที่จะขอหารือเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน กับท่านประธาน จำนวน ๒ เรื่อง ดังนี้นะครับ เรื่องที่ ๑ เป็นที่ทราบกันดีครับว่าในทุกเขต พื้นที่ของ กทม. ล้วนแต่มีคนติดโควิด (COVID) ที่กระจายอยู่ ซึ่งทางหน่วยงานทุกหน่วย ผมเชื่อว่าล้วนให้ความสำคัญและพร้อมให้การช่วยเหลือเพื่อป้องกัน ป้องปราม และหยุดเชื้อ เพื่อชาติ หากแต่เรายังลืมกลุ่มคนที่เป็นคนไร้บ้าน ไร้ที่อยู่ และคนงานต่างด้าวที่ไม่สามารถ เข้าถึงสิทธิของวัคซีนได้ ซึ่งจากการลงพื้นที่ของผมตลอดระยะเวลาที่โควิด (COVID) แพร่ระบาดในระลอก ๓ นี้ทำให้พบกลุ่มของพี่น้องประชาชนกลุ่มนี้จำนวนมากครับ ที่นั่งรอ และนอนรอความตาย ที่ย่างกรายเข้ามาแบบไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว อย่าลืมนะครับว่าโควิด (COVID) ไม่ได้เลือกเพศ โควิด (COVID) ไม่ได้เลือกเชื้อชาติ ทุกคนมีความเสี่ยงเท่า ๆ กัน ในการเป็นผู้แพร่เชื้อหรือผู้ติดเชื้อ นอกจากนี้ยังมีกลุ่มคนที่โดนเลื่อนจากการฉีดวัคซีน จึงอยากฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานกระทรวง สาธารณสุข หรือผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนนี้สำคัญครับ ในการช่วยเร่งเรื่องการจัดสรร วัคซีนเพื่อกระจายให้แก่พี่น้องประชาชนทุกคน และกลุ่มที่ถูกลืมกลุ่มนี้ด้วยนะครับ เรื่องที่ ๒ ปัญหาฝุ่นละอองบริเวณถนนเลียบทางด่วนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครฝั่งใต้ เขตทุ่งครุ ที่มีการก่อสร้างไหล่ทางนั้นส่งผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจและการมองเห็น ของประชาชนผู้สัญจรไปมา โดยเฉพาะกลุ่มของเด็กเล็กและผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ จึงอยาก ฝากท่านประธานผ่านไปยังกรมทางหลวงในการกำชับ ในการกำกับให้กับผู้รับเหมาให้ช่วย ดูแลปัญหาฝุ่นละอองนี้ให้ด้วยนะครับ เพื่อความสุขของประชาชนต่อไป ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณศิริพงษ์ รัสมี ครับ🔗

นายศิริพงษ์ รัสมี กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม ศิริพงษ์ รัสมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑๗ หนองจอก กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานครับ วันนี้มีเรื่องที่จะหารือและฝากท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีอยู่ ๒ เรื่อง เรื่องแรก ในเรื่องของการลอกท่อระบายน้ำ ถนนเลียบวารี ระยะทางประมาณ ๖ กิโลเมตร แถว ๆ หมู่บ้านสินอนันต์ ถนนเส้นนี้สร้างมาได้ประมาณสัก ๗ ปีนะครับท่านประธาน ตามสไลด์ (Slide) ที่เห็นหน้าจอนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายศิริพงษ์ รัสมี กรุงเทพมหานคร

ขณะนี้ได้มีดินโคลนแล้วก็ขยะขึ้นมา ล้นท่อ แล้วน้ำไหลย้อนเข้าไปในหมู่บ้านต่าง ๆ ตลอดถนนเลียบวารี ก็ฝากท่านประธานไปยัง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ลอกท่อระบายน้ำก่อนหน้าฝน ที่ฝนจะตกนะครับ🔗

ส่วนเรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน ถนนเลียบวารี ๒๕ บริเวณนั้นมีพี่น้อง ประชาชนใช้ข้ามถนนวันหนึ่งประมาณสัก ๑๐,๐๐๐ คนได้ มีประธานชุมชนของหมู่บ้าน ได้ร้องเรียนมา ๓ หมู่บ้านใหญ่ ๆ หมู่บ้านอมรทรัพย์ ประธานก็คือคุณคะนอง นาแจ้ง หมู่บ้านทรัพย์เจริญ คุณไพศาล ใหญ่สัมนานัง หมู่บ้านพิบูลย์ทรัพย์ ๑ ก็คือคุณศราวุธ แก้วมณี อยากจะได้ไฟเขียว ไฟแดง เบื้องต้นครับท่านประธาน เพราะว่าถนนเส้นกลางท่านประธาน ได้เห็นนะครับว่าเป็นแบริเออร์ (Barrier) แล้วพี่น้องประชาชนปีนข้ามซึ่งเกิดอันตราย เป็นอย่างมาก ได้ไฟเขียว ไฟแดง หรือจะเป็นสะพานลอยเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเรื่อง ของการเกิดอุบัติเหตุแล้วก็เสียชีวิตกันอย่างต่อเนื่อง อย่างที่ภาพสไลด์ (Slide) ได้เห็นนะครับ มีคนต้องปีนข้ามวันหนึ่งหลายพันคนนับหมื่นคน เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของ พี่น้องประชาชน มีประธานชุมชนและประชาชนฝากมาว่าทางถนนเลียบวารีพี่น้อง ชาวเขตหนองจอกก็เสียภาษีเช่นเดียวกันก็อยากจะได้ไฟเขียว ไฟแดง หรืออยากจะได้ สะพานลอย เพราะถนนเส้นนี้สร้างเสร็จมาประมาณสัก ๘ ปีแล้วครับท่านประธาน ขอความกรุณาไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ ขอบคุณมากครับ สวัสดีครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ต่อไปคุณจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์🔗

นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ มหาสารคาม

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมหาสารคาม พรรคเพื่อไทย วันนี้ กระผมมีเรื่องมาขอปรึกษาหารือท่านประธานอยู่ ๒ เรื่องดังต่อไปนี้ครับ เรื่องที่ ๑ กระผม ได้รับการร้องเรียนจาก นางมณฑกานต์ แก้วศรีหา ผู้ใหญ่บ้านบ้านเก่าใหญ่ ตำบลหนองแดง อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม ว่าถนนคอนกรีตเสริมเหล็กสายทางบ้านเก่าใหญ่ไปยัง บ้านหัวฝาย อำเภอเปือยน้อย จังหวัดขอนแก่น ระยะทางประมาณ ๘๕๐ เมตร สภาพเป็น ผิวจราจรคอนกรีตเสริมเหล็ก แต่ว่าขรุขระเสียหายหนักมากครับ อยู่ในความดูแลของ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองแดง🔗

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจาก นายถาวร ภูวงศ์ กำนันตำบลหนองแวง อำเภอกุดรัง จังหวัดมหาสารคาม ว่าถนนลาดยางสายทางบ้านโนนสวรรค์ ตำบลหนองแวง ไปถึงบ้านปอแดง ตำบลเลิงแฝก อำเภอกุดรัง จังหวัดมหาสารคาม ผิวจราจรเป็นลาดยาง ขรุขระ เสียหาย เป็นหลุมเป็นบ่อ ระยะทางประมาณ ๑๑.๗๕ กิโลเมตร จึงอยากจะขอให้ ท่านประธานประสานไปยังกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นในการที่จะจัดสรร งบประมาณให้กับองค์การบริหารส่วนตำบลหนองแดง องค์การบริหารส่วนจังหวัด มหาสารคาม ในการที่จะจัดสรรงบประมาณมาให้กับทั้ง ๒ หน่วยงาน เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับ พี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ🔗

นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ สมุทรสาคร

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสาคร เขต ๓ พรรคพลังประชารัฐ ขอหารือท่านประธานเรื่องวิกฤตสถานการณ์ โควิด-๑๙ (COVID-19) ในจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งมีผู้ติดเชื้อมากเป็นอันดับ ๒ ของประเทศ ตัวเลขล่าสุดเมื่อวานนี้ ๔๓๔ ราย โรงพยาบาลของรัฐเตียงไอซียู (ICU) เต็มทุกแห่งนะคะ โรงพยาบาลเอกชนปฏิเสธการรักษา โรงพยาบาลสนามเริ่มเต็มแล้ว ขณะนี้กำลังเร่งสร้างใหม่ เชื้อก็ยังคงแพร่ระบาดจากโรงงานสู่ชุมชนและครอบครัวมากขึ้นทุกวัน เจ้าหน้าที่ด่านหน้า ก็เริ่มอ่อนล้าอ่อนแรงนะคะ แพทย์ พยาบาล บุคลากรสาธารณสุข ก็ขอให้ ศบค. และกระทรวงสาธารณสุขได้เร่งช่วยเหลือแก้ปัญหาวิกฤตการณ์นี้โดยเร่งด่วนนะคะ ข้อ ๑ ขอให้จัดสรรวัคซีนให้ประชาชนชาวสมุทรสาครในจำนวนที่เหมาะสมตามสถานการณ์จริง จากที่ สสจ. ได้เสนอขอมา ๓๓๐,๐๐๐ โดส และท่านผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้เสนอ ขอทบทวนมาแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับนะคะ ข้อ ๒ ขอให้บูสเตอร์ โดส (Booster Dose) ให้กับแพทย์ พยาบาล บุคลากรสาธารณสุขให้ได้ฉีดวัคซีนเข็มที่ ๓ โดยเร่งด่วนนะคะ เนื่องจากว่ามีการฉีดเข็ม ๒ ไปแล้ว ๙๖ วัน ภูมิลดลงมาก เช่น นายมานะ เปาทุย สาธารณสุขอำเภอเมืองสมุทรสาคร ภูมิลดลงเหลือ ๒๐.๘ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น แล้วในบางคน ก็ลดลงเป็น ๐ เลยนะคะ แล้วก็ขอให้พิจารณาเรื่องค่าเสี่ยงภัยปี ๒๕๖๓ ซึ่งบุคลากร ทางสาธารณสุขยังไม่ได้รับนะคะ แล้วก็ค่าเสี่ยงภัยปี ๒๕๖๔ได้รับถึงเดือนมีนาคม เฉลี่ยรับได้ ไม่ทั่วถึงนะคะ ขอให้จัดสรรให้เพียงพอถึงตลอดระยะเวลาที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่ และขอให้ กระทรวงสาธารณสุขโดยกองคลังแก้ไขเกณฑ์การจ่ายเงิน ค่าเสี่ยงภัยให้ค่าเสี่ยงภัยใหม่ เนื่องจากจังหวัดสมุทรสาครเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงสุดตามที่ ศบค. ประกาศ จะเอาเกณฑ์การจ่ายเงิน ปี ๒๕๖๓ มาใช้ไม่ได้ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณชัยยันต์ ผลสุวรรณ์🔗

นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ ปทุมธานี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย เขต ๔ จังหวัด ปทุมธานี ผมมีเรื่องที่จะหารือท่านประธาน ๒-๓ เรื่องครับ เรื่องแรกคือเรื่องราคาแก๊สเอ็นจีวี (Gas NGV) ที่ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการขนส่ง ไม่ว่าจะเป็นรถขนส่งสาธารณะหรือ รถบรรทุกได้รับความเดือดร้อน ทุกทีกระทรวงพลังงานเคยมีการเยียวยาโดยการปรับลด ราคาก๊าซให้กับผู้ประกอบการขนส่ง แต่ว่าในช่วงหลังนี้โควิด (COVID) ในรอบที่ ๒ รอบที่ ๓ นี้ กระทรวงพลังงานไม่ทราบว่าท่านรัฐมนตรีท่านลืมหรืออย่างไร ไม่เยียวยาให้กับผู้ประกอบการ ขนส่งนะครับ ขอให้ทางรัฐบาลและทางกระทรวงพลังงานได้ช่วยดูแลในเรื่องนี้ด้วยนะครับ เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลเมืองรังสิต แล้วก็เทศบาล เมืองลำสามแก้วว่าตอนนี้โควิด (COVID) ระบาดมากในเขตของอำเภอลำลูกกา จังหวัด ปทุมธานี แต่ว่าการเยียวยาก็ดี ไม่ว่าการฉีดวัคซีนก็ล่าช้า แล้วก็เตียงสนามหรือว่า โรงพยาบาลสนามก็ไม่เพียงพอรองรับผู้ป่วยซึ่งจำนวนมากของจังหวัดปทุมธานี จึงขอให้ รัฐบาลให้การสนับสนุน ไม่ว่าจะเป็นสนับสนุนนายก อบจ. ก็ดี สนับสนุนเทศบาลต่าง ๆ ให้ประชาสัมพันธ์แล้วก็ให้ช่วยดูแลพี่น้องประชาชนเราเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล แล้วก็ ให้ประชาสัมพันธ์เรื่องโรงพยาบาลหรือว่าโรงพยาบาลสนามให้จัดให้เพียงพอกับชาวบ้าน ในจังหวัดปทุมธานีซึ่งมีแรงงานต่างด้าวก็มาก แล้วก็พี่น้องประชาชนเราเป็นคลัสเตอร์ (Cluster) เยอะมาก อาจจะลามปามเข้ามาในกรุงเทพฯ นะครับ ก็อยากจะให้ท่านผู้ว่า ราชการจังหวัดแล้วก็ทางท่านนายกรัฐมนตรีช่วยดูแลพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะกระทรวง สาธารณสุขรีบจัดหาวัคซีนให้กับทาง อบจ. หรือว่าทางเทศบาลต่าง ๆ ให้ดูแลพี่น้อง ประชาชนครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณวุฒิพงษ์ นามบุตร🔗

นายวุฒิพงษ์ นามบุตร อุบลราชธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วุฒิพงษ์ นามบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้มีเรื่องหารือท่านประธาน ๒ เรื่องครับ เรื่องที่ ๑ ผมได้ลงพื้นที่ ไปชี้แจงเรื่องโควิด-๑๙ (COVID-19) เรื่องวัคซีน แล้วก็วัคซีนลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ที่บ้านสว่าง แล้วก็ได้รับการร้องเรียนจากผู้นำชุมชน ผู้ใหญ่ต๋อง พระวุฒิพงษ์ แล้วก็คุณแม่ ระเบียบ รวมทั้ง สท. บุษบาว่าวัดสว่างอารมณ์ตอนนี้ชำรุดทรุดโทรม ไม่มีสถานที่จัดกิจกรรม ทางศาสนา จึงได้ขอร้องเรียนกับผมผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือสำนักพระพุทธศาสนา แห่งชาติ สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อที่จะให้จัดสร้างโดมอเนกประสงค์ กว้าง ๑๐ เมตร ยาว ๒๐ เมตร เพื่อใช้ในกิจกรรมทางศาสนาและกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ในชุมชนของ เทศบาลตำบลเขื่องใน อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานีต่อไปนะครับ เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่อง ของการก่อสร้างระบบประปา วอเตอร์ ทรีตเมนต์ ซิสเตม (Water Treatment System) ตามรูปแบบของโครงการนะครับ ต้องขอบคุณทางท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านจะไปตรวจราชการที่จังหวัดอุบลราชธานี จังหวัดศรีสะเกษ จังหวัดอำนาจเจริญ วันศุกร์ วันเสาร์ วันอาทิตย์ สัปดาห์นี้นะครับ ท่านได้อนุมัติโครงการ ระบบประปาอันนี้ในพื้นที่ของผมไปแล้วหลายตัว แต่ไม่เพียงพอครับ ก็มีเพื่อนสมาชิก หลาย ๆ ท่านที่ต้องการระบบประปา วอเตอร์ ทรีตเมนต์ ซิสเตม (Water Treatment System) ตามบัญชีนวัตกรรมไทย สำนักงบประมาณ จึงได้ร้องขอผ่านผมมา ไม่ว่าจะเป็นที่ ตำบลศรีสุข ตำบลก่อเอ้ และตำบลชีทวน แต่ตอนนี้ที่อยากให้เร่งก่อสร้างก็คือสถานที่ บ้านมะพริกแล้วก็บ้านหนองดูน ตำบลชีทวน อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานี ตามรูปแบบงบกลางรายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วนในอำนาจของรอง นายกรัฐมนตรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ จึงฝากนำเรียนกับท่านรองนายกรัฐมนตรีด้วยนะ ครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน ครับ🔗

นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน จันทบุรี

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคก้าวไกลค่ะ ท่านประธานคะ เมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๖๔ ดิฉันได้ลงพื้นที่หมู่บ้านเขาขาด หมู่ ๔ ตำบลบ่อเวฬุ อำเภอขลุง จังหวัดจันทบุรี ชาวบ้านมาร้องเรียนว่าเขาอยู่ในพื้นที่ซึ่งเป็นเขต ทับซ้อนกับพื้นที่ป่า แนวเขตป่าไม่ชัดเจน ไร้สาธารณูปโภคใด ๆ ทั้งสิ้น ชาวบ้านกล่าวว่า ยุคนี้เป็นยุคไทยแลนด์ ๐.๔ (Thailand 0.4) หรือยุคผู้ใหญ่ลีตีกลองประชุมหรือเปล่าคะ พื้นที่ที่ชาวบ้านอยู่เป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้กับพื้นที่เขตป่าสงวนและเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า อยู่ตาม มติ ครม. วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๔๑ แต่แนวเขตป่าไม่ชัดเจน ทำให้ชาวบ้านสับสนและ มีข้อพิพาทกับเจ้าหน้าที่รัฐบ่อยครั้ง ชาวบ้านต้องการให้ระบุแนวเขตป่าให้ชัดเจน เพื่อที่จะได้ ไม่มีปัญหากันอีกค่ะ ประเด็นที่ ๒ ไม่มีไฟฟ้าใช้ อันนี้ก็คือเราน่าจะรู้กันอยู่แล้วว่าพื้นที่ที่ไม่มี ไฟฟ้าใช้ลำบากกันแค่ไหน ลูกเล็กเด็กแดงจะต้องไปเรียนหนังสือ จะต้องทำการบ้าน แล้วจะทำอย่างไรกันคะ ประเด็นที่ ๓ ชาวบ้านต้องการสะพานข้ามคลองสะตอ ซึ่งตอนนี้เก่า ผุพัง แล้วก็ใช้เป็นเส้นทางในการลำเลียงผลไม้ ช่วงที่หน้าผลไม้รถบรรทุกหนัก จะต้องข้าม สะพานนี้ ดังนั้นอันตรายมากค่ะท่านประธาน ชาวบ้านก็อยากได้สะพานแล้วก็อยากได้ ถนนลาดยางค่ะ เพราะว่าฝุ่น แล้วก็ไม่สะดวกในการสัญจรเลยนะคะ มิหนำซ้ำในหมู่บ้านนี้ ยังไม่มีสัญญาณโทรศัพท์ด้วยนะคะ จะโทรศัพท์แต่ละทีนั้นต้องขับรถ หรือว่าขี่รถมอเตอร์ไซค์ ไปประมาณ ๑๐ กิโลเมตรถึงจะมีสัญญาณโทรศัพท์ แล้วก็ต้องการที่จะแยกหมู่บ้าน เนื่องจาก ว่าปัจจุบันนี้รวมกับหมู่บ้านอื่น ระยะทางไกลมากไม่สะดวกในการติดต่อสื่อสารกันเลย ท่านประธานขอบคุณมากค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณอัฏฐพล โพธิพิพิธ🔗

นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ กาญจนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี เขต ๕ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมมีข้อหารือที่จะขอหารือกับทางท่านประธานสภา ๔ ข้อนะครับ เรื่องที่ ๑ สืบเนื่องจากผมได้รับการร้องเรียนจาก นายจิตรกร ว่องประเสริฐ นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ รวมทั้งพ่อแม่พี่น้องชาวเขตเทศบาลตำบลท่าขนุน อำเภอทองผาภูมิ เรื่องปัญหาน้ำอุปโภคและบริโภค รวมทั้งน้ำในการเกษตร ก็อยากจะให้ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือกรมชลประทานช่วยไปดูฝาย เพื่อที่จะสร้างฝายให้กับเทศบาล ที่เขตบ้านอู่ล่อง แล้วก็บ้านองธิ ซึ่งได้รับความเดือดร้อน เรื่องที่ ๒ คือ ผมได้รับการร้องเรียน จาก นายเฉลิมชัย จันแปลง นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลสหกรณ์นิคม แล้วก็ได้ร่วมกันลงไป ดูพื้นที่ที่บ้านดินโส ที่นั่นมีฝาย ซึ่งปัจจุบันได้ชำรุดแล้วก็ทรุดโทรม ดินสไลด์ (Slide) ปูนพังนะครับ ก็อยากให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องนั้นได้ช่วยไปดำเนินการแล้วก็ช่วยแก้ไข ให้ด้วย เรื่องที่ ๓ ก็คือที่บ้านทุ่งก้างย่าง ในเขตเทศบาลตำบลไทรโยคใหญ่ ซึ่งมีแหล่งน้ำ แต่ไม่สามารถที่จะกักเก็บน้ำ ไม่เพียงพอกับพี่น้องประชาชนในเขตเทศบาลนะครับ ก็อยากจะฝากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ไปช่วยแก้ไข เรื่องที่ ๔ ก็คืออยากจะมาติดตามเรื่อง สะพานข้ามที่บ้านปากกิเลน แล้วก็ข้ามไปบ้านท่ามะเดื่อ ตำบลศรีมงคล ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ครับ🔗

นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ผมขอเอาปัญหาของพี่น้องประชาชนมาหารือท่านประธานเพื่อบอกกล่าว ไปยังรัฐบาล ได้โปรดสั่งการไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบ ได้ดำเนินการแก้ไข ๒ เรื่อง เรื่องที่ ๑ ผมได้รับคำร้องทุกข์จาก นางมัณฑนา ไสยยา ผู้ใหญ่บ้านบ้านหนองปลาซิว ตำบลเสียว อำเภอเบญจลักษ์ ว่าขณะนี้พี่น้องประชาชนอำเภอเบญจลักษณ์ได้รับความเดือดร้อน ในการสัญจรไปมา บนถนนเส้นทางบ้านหนองปลาซิว มาบ้านโนนไหล่ ไปบ้านเสียว หมู่ ๑ หมู่ ๗ หมู่ ๑๒ หมู่ ๑๔ เชื่อมต่อไปยังถนนหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๐๘๕ ระยะทาง ๓.๕ กิโลเมตร ขณะนี้ได้ชำรุดเสียหาย เดิมเป็นถนนลาดยาง เดี๋ยวนี้ยางหายหมดแล้วผมได้นำหารือ ในที่แห่งนี้ ๓ ครั้งแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขแต่อย่างใด🔗

เรื่องที่ ๒ ผมได้รับหนังสือจาก นายสมบูรณ์ พวงยอด นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลไพรบึง ได้ร้องขอให้ช่วยประสานงานกับกระทรวงมหาดไทยได้รับทราบว่าขณะนี้ ตำบลไพรบึงได้รับความเดือดร้อนในการสัญจรไปมา เนื่องจากว่าสะพานข้ามห้วยชะลัง เป็นสะพานเล็กรถผ่านได้ครั้งละคัน ที่สำคัญที่สุดก็คือในช่วงน้ำหลากไม่สามารถระบายน้ำได้ ทำให้พื้นที่นาน้ำท่วม จึงขอให้ทางรัฐบาลได้สั่งการไปยังกระทรวงมหาดไทยได้โปรด จัดงบประมาณในการสร้างสะพานใหม่ให้กับพี่น้องชาวอำเภอไพรบึงด้วย และท่านประธาน ที่เคารพครับ ขอเรียนท่านประธานว่าในการหารือของผู้แทนราษฎรทุกท่านนั้นอยากให้ตอบ คำตอบโดยเร็วด้วย เนื่องจากว่ามีหนังสือตอบไปยังผู้หารือนั้นบางครั้ง ๔ เดือนเพิ่งได้รับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป คุณภราดร ปริศนานันทกุล ครับ🔗

นายภราดร ปริศนานันทกุล อ่างทอง

ท่านประธานที่เคารพครับ ภราดร ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอ่างทอง พรรคภูมิใจไทยครับ ขอหารือ ประธาน ๒-๓ เรื่องครับ เรื่องแรกครับ ขอให้ทางกรมชลประทานไปสำรวจสถานที่เพื่อตั้ง สถานีสูบน้ำ ๒ แห่ง แห่งที่ ๑ ที่โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาน้ำยางมณี ที่ตำบลศาลเจ้า โรงทอง หมู่ ๘ สูบน้ำจากแม่น้ำน้อยเพื่อเข้าสู่คลอง ๑ ขวา ยางมณี และจุดที่ ๒ สำหรับ โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษามหาราช ที่ตำบลชัยฤทธิ์ สูบน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาเพื่อที่จะ เข้าสู่คลองชัยนาท อยุธยา เพื่อให้พี่น้องชาวอำเภอไชโย อำเภอเมือง และอำเภอป่าโมก ได้ใช้น้ำครับ เรื่องที่ ๒ ขอท่านประธานส่งไปถึงทางจังหวัดอ่างทองครับ ขณะนี้ผู้ป่วยโควิด (COVID) เพิ่มจำนวนสูงมากขึ้น วันหนึ่ง ๓๐-๔๐ ราย ทำให้โรงพยาบาลสนามค่อนข้างที่จะมี จำกัด แม้ว่าขณะนี้ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดอ่างทองได้อนุญาตให้ใช้สถานที่สนามกีฬา องค์การบริหารส่วนจังหวัดทำโรงพยาบาลสนามแล้ว แต่เนื่องจากว่าผู้ป่วยเพิ่มขึ้น จำนวนมากอย่างที่ได้เรียนท่านประธานไป ก็ขอให้ได้เตรียมหาสถานที่อื่นเพื่อที่จะให้ใช้ทำ โรงพยาบาลสนามเพื่อรองรับผู้ป่วยสีเขียวเพิ่มขึ้นต่อไปครับ เรื่องที่ ๓ หารือไปทาง กรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่องเขื่อนป้องกันตลิ่งที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาครับ ผมหารือเรื่องนี้ มาหลายรอบแล้วก็ได้ประสานงานกับทางกรมโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดอ่างทอง หลายรอบครับ แต่ว่ายังไม่ได้ดำเนินการ นั่นก็คือที่หมู่ ๔ หมู่ ๕ และหมู่ ๖ เชื่อมต่อกันของ ตำบลโพสะ อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง พี่น้องประชาชนร้องเรียนมาเยอะมากครับ และ อีกจุดหนึ่งที่หมู่ ๒ ตำบลป่าโมก อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เช่นเดียวกัน ก็ต้องการได้รับการซ่อมบำรุงจากทางกรมโยธาธิการและผังเมือง ขอบพระคุณ ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ครับ🔗

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย เขตลาดกระบังค่ะ ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชนนะคะ เรื่องแรก ในจุดกลับรถใต้สะพานข้ามคลองลำกอไผ่ฝั่งทิศเหนือ กลับรถ เพื่อมุ่งหน้าเข้าสู่วัดทิพพาวาส พบปัญหาที่จุดกลับรถตรงทางออกมีขนาดที่แคบทำให้ใช้ได้ เฉพาะรถที่มีขนาดเล็กเท่านั้น ส่วนรถที่เป็น ๔ ล้อขนาดใหญ่ หรือ ๖ ล้อจะไม่สามารถ ผ่านได้เลย ดิฉันเล็งเห็นว่าตรงนี้เป็นงบประมาณที่ทางกรุงเทพมหานครได้จัดสรรลงไปแล้ว แต่ไม่สามารถใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถ้าหากว่าเราจะทำสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นและ ประชาชนได้ใช้เพื่อความปลอดภัยในการเดินทาง ก็เป็นความจำเป็นที่ทางกรุงเทพมหานคร ต้องไปคุยกับ บริษัท เนชั่นแนลคัสตอม แพคเกจจิ้ง จำกัด ที่เป็นที่ของเขาเอง แล้วขอ ขยายทางเพื่อเปิดทางให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น ดิฉันคิดว่าถ้าหากว่าได้เกิดการพูดคุย ปัญหาก็จะ ได้รับการประสานแล้วก็ได้รับการแก้ไขในที่สุดค่ะ🔗

อีกเรื่องหนึ่งนะคะ ดิฉันต้องขอประสานทั้งการไฟฟ้านครหลวงแล้วก็ สำนักงานเขตลาดกระบัง ในเรื่องของปัญหาไฟส่องสว่างบริเวณสะพานข้ามถนนร่มเกล้า ช่วงถนนเฉลิมพระเกียรติ เป็นการเชื่อมถนนจากแขวงคลองสองต้นนุ่นกับคลองสามประเวศ เข้าด้วยกัน จุดนี้เป็นสะพานกลับรถด้วยแล้วก็สะพานข้ามถนนร่มเกล้าด้วย ขนาดใหญ่ค่ะ แต่ปัญหาที่พบคือไฟที่ส่องสว่างไม่เพียงพอนะคะ ดิฉันเคยทำเรื่องประสานไปหลายครั้ง แล้วแต่ไม่มีความคืบหน้า รวมถึงเจ้าหน้าที่ราชการยังบอกให้ดิฉันหางบประมาณไปให้ ดิฉันก็ยังสงสัยว่าดิฉันจะหางบไปให้ได้อย่างไร ถ้าหากว่าหน่วยงานราชการไม่ดำเนินการแล้ว แล้วประชาชนจะไปพึ่งใครได้🔗

อีกเรื่องหนึ่งค่ะ ความจริงดิฉันอยากจะพูดตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วนะคะ ในเรื่อง ของการตรวจหาเชื้อโควิด (COVID) ค่ะ ตอนนี้มีการระบาดไปอย่างมาก แล้วก็ไม่ว่าจะเป็น รถพระราชทานหรือหน่วยงานรัฐที่ลงไปก็ยังจำกัดในเรื่องของผู้ที่จะตรวจหาเชื้ออยู่ ดิฉัน ขอเรียนท่านประธานได้โปรดดำเนินการเร่งในเรื่องนี้อย่างเร่งด่วน ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณวิวรรธน์ นิลวัชรมณี🔗

นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัด สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตที่จะหารือกับท่านประธานดังนี้ครับ กระผม ได้รับทราบความเดือดร้อนในพื้นที่ชุมชนทองไมล์ หมู่ ๕ ตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จากนายขุย วงษ์กุล นายปราโมทย์ สุขโข ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ ๕ และนายสมใจ วิชัยดิษฐ สมาชิกสภาเทศบาลดอนสัก ซึ่งประมาณ ๓๐๐ ครัวเรือน หรือประชากรราว ๑,๐๐๐ คนเศษ ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพประมงชายฝั่ง เรือขนาดเล็กจะเกิดความเดือดร้อนช่วงมรสุม มีคลื่น มีลมกรรโชกแรงมานานหลายปีทำให้เรือที่จอดเกิดการกระแทกเชือกขาดและนำไปสู่ การทำให้เรืออับปางลงได้ รวมถึงสร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนที่อยู่บริเวณชายฝั่ง เป็นวงกว้าง กระผมจึงขอฝากท่านประธานนำเรียนปัญหาดังกล่าวไปยังกรมเจ้าท่า สังกัดกระทรวงคมนาคมให้รีบเข้ามาช่วยเหลือทำแนวกันคลื่นให้กับประชาชนในพื้นที่ ดังกล่าวด้วยครับ เรื่องที่ ๒ กระผมได้ลงพื้นที่ไปรับฟังปัญหาจาก นายพิศาล พร้อมสุวรรณ นายธนู มีสิทธิ์ หมู่ ๑ บ้านพอด ตำบลชนคราม อำเภอดอนสัก ซึ่งมีปัญหาในเรื่องของ ประชาชนผู้ประกอบอาชีพประมงชายฝั่งกว่า ๕๐ ลำ ชาวบ้านกว่า ๒๐๐ คน ไม่สามารถ ออกทะเลทำการประมงได้ เนื่องจากการเข้าออกคลองปากตั๋วในช่วงฤดูน้ำทะเลแห้ง ตลอดชายฝั่งเกิดการตื้นเขิน กระผมจึงขอฝากท่านประธานนำเรียนไปยังสำนักงานพัฒนา และรักษาทางน้ำที่ ๖ เพื่อเข้ามาสำรวจทำการขุดลอกร่องน้ำ รวมถึงการทำเขื่อนกันคลื่น เพื่อให้ชาวประมงสามารถที่จะออกทำการประมงได้อย่างราบรื่นครับ สุดท้ายนี้กระผมจะขอ ฝากท่านประธานถึงทาง ศบค. และกระทรวงสาธารณสุขให้เร่งดำเนินการกระจายวัคซีนให้กับ พี่น้องชาว อสม. ซึ่งเป็นนักรบแนวหน้าของจังหวัดสุราษฎร์ธานีอย่างเร่งด่วนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณนิติพล ผิวเหมาะ🔗

นายนิติพล ผิวเหมาะ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิติพล ผิวเหมาะ บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ขอนำเรื่องหารือไปถึงท่านประธาน ๓ เรื่องครับ จากพี่น้องประชาชนจังหวัดเชียงใหม่นะครับ🔗

เรื่องที่ ๑ จากนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ขอให้ช่วยพิจารณาลดค่าเทอม เนื่องจากว่าทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้มีการประกาศในการเปิดเรียนในวันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๔ โดยในตอนช่วงก่อนการเปิดเรียนได้มีการแจ้งว่าจะมีการเรียนทั้งแบบออนไลน์ (Online) และแบบออนไซต์ (Onsite) คือนั่งเรียนในห้อง แต่ว่าเมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๖๔ ทางมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ได้มีการเปลี่ยนเป็นการเรียนแบบออนไลน์ (Online) ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับ ปัญหาของนักศึกษาก็คือว่าทางนักศึกษามหาวิทยาลัยเชียงใหม่ต้องแบกรับ ค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหาร ค่ากิน ค่าน้ำมัน ทั้งที่จริง ๆ แล้วการเรียน ออนไลน์ (Online) ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์สามารถเรียนที่บ้านได้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น🔗

เรื่องที่ ๒ ส่งไปถึงเทศบาลตำบลสุเทพ บริเวณถนนตลอดเส้นจากหลัง มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ตั้งต้นจากบริเวณซอยวัดอุโมงค์ไปจนกระทั่งถึงสำนักงานเทศบาล ตำบลสุเทพมีความคับแคบอยู่แล้วนะครับ แต่ว่ายังมีร้านค้าแล้วก็ร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์ที่มี การวางข้าวของรุกล้ำเข้ามาในบริเวณเขตถนนนะครับ ขอให้ทางเทศบาลตำบลสุเทพกวดขัน เรื่องความเป็นระเบียบเรียบร้อยเพื่อความสะดวกในการสัญจรของพี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ สืบเนื่องจากสถานการณ์โควิด-๑๙ (COVID-19) ทำให้เศรษฐกิจ ที่จังหวัดเชียงใหม่ซบเซาเป็นอย่างมากนะครับ คนก็ตกงาน ความคึกคักถนนคนเดิน ไม่ว่าจะเป็นวันเสาร์ที่ถนนวัวลายนะครับ ถนนคนเดินวันอาทิตย์ตั้งแต่ประตูท่าแพยาวไป จนกระทั่งถึงวัดพระสิงห์ตอนนี้เงียบเหงาไปหมดแล้วครับ จึงอยากขอนำเรียนกับ ท่านประธานให้พิจารณานำงบประมาณสำหรับการสัมมนาในกรรมาธิการสามัญให้กับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสามารถนำไปช่วยเหลือประชาชนในยามยากลำบากนี้ได้ด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณเกียรติ เหลืองขจรวิทย์🔗

นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ลพบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย มีเรื่องปรึกษาหารือให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมฝนหลวงช่วยทำฝนหลวงให้กับ อำเภอชัยบาดาล อำเภอท่าหลวง แล้วก็อำเภอลำสนธิ อำเภอสระโบสถ์ อำเภอโคกเจริญ อำเภอพัฒนานิคม เพราะว่าพื้นที่นี้เป็นพื้นที่เพาะปลูกการเกษตรประสบความแห้งแล้งมา ตกประมาณเดือนกว่า ๒ เดือนแล้ว ข้าวโพด อ้อย แล้วก็มันสำปะหลังเฉาตาย แล้วเกษตรกร ก็ไม่มีรายได้อะไร อยากจะให้กรมฝนหลวงช่วยทำฝนหลวงให้หน่อย🔗

แล้วก็เรื่องที่ ๒ คือเรื่องไข้โควิด-๑๙ (COVID-19) ซึ่งจังหวัดลพบุรีตอนนี้ มีการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นอย่างมากมาย โดยเฉพาะโรงงานในอำเภอพัฒนานิคม อำเภอชัยบาดาล หลายโรงงานที่ติดเชื้อขึ้นมา วันหนึ่งยอดพุ่งเป็นร้อยคน อยากจะให้ กระทรวงสาธารณสุขแล้วก็รัฐบาลช่วยจัดสรรวัคซีนให้กับประชาชนชาวจังหวัดลพบุรีให้ได้ ครบถ้วน เพราะว่าโรงงานต่าง ๆ ที่ทำงานอยู่ คนงานมากมายติดเชื้อเสร็จแล้วเตียงนอน เตียงที่โรงพยาบาลจัดสรรไว้ก็ไม่เพียงพอ ตอนนี้โรงพยาบาลสนามอำเภอชัยบาดาลแล้วก็ อำเภอใกล้เคียงที่ทำขึ้นมาก็ทำท่าว่าจะไม่พอแล้ว อยากจะให้รัฐบาลช่วยดูแลแล้วก็ประสาน ให้ได้วัคซีนให้กับจังหวัดลพบุรีให้มากขึ้น เพราะว่าจะทำให้ประชาชนมีความอบอุ่นใจครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ ครับ🔗

นายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ เชียงราย

ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม วิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย วันนี้ครับ ก็จะขอนำเรื่องการใช้งบประมาณของทางราชการในการก่อสร้างในเขตพื้นที่ ซึ่งอยู่ในความ รับผิดชอบของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมครับ เพราะว่าต้องขออนุญาต ในจังหวัดเชียงรายต้องยอมรับว่าเป็นพื้นที่สูง ในอำเภอแม่สรวยมีหลัก ๆ คือตำบลวาวี ตำบลท่าก๊อ ในอำเภอเวียงป่าเป้า มีตำบลเวียง ตำบลแม่เจดีย์ แม่เจดีย์ใหม่ ตำบลสันสลี และอำเภอแม่ลาอีกบางส่วนครับ ทั้งหมด ๖๐ กว่าหมู่บ้าน ประชากรประมาณ ๕๐,๐๐๐ กว่าคนครับท่านประธาน ที่ผ่านมาในการพัฒนา ใช้งบประมาณในการทำพื้นที่ ผมได้ประสานขออนุมัติไปที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะ ท่านวราวุธ ศิลปอาชา ท่านรับปากว่าจะเร่งดำเนินการให้ แต่ปรากฏว่าการประสานงาน ก็ยังล่าช้าอยู่นะครับ ป่านนี้หลายโครงการยังไม่ได้รับการดำเนินการ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ครับ ท่านประธาน การขยายเขตไฟฟ้า ซึ่งการไฟฟ้าพร้อมนะครับ เมื่อ ๓ ปีที่แล้วนำเสาไปกอง ไว้แล้ว ในบ้านแม่ตะละ ตำบลสันสลี อำเภอเวียงป่าเป้า บ้านปางน้ำอ้าย อำเภอแม่สรวย ป่านนี้ทราบว่าอยู่ระหว่างการดำเนินการขออนุมัติอยู่ ก็ฝากท่านรัฐมนตรีช่วยเร่งในประเด็น นี้ด้วยนะครับ เป็นได้ครับ อยากจะให้ท่านได้กระจายอำนาจให้ไปในส่วนของจังหวัด ในการ อนุมัติจะได้เกิดความคล่องตัวและเร็วขึ้นนะครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่งครับ สืบเนื่องมาจากการใช้พื้นที่ทำให้องค์การบริหารส่วนตำบล วาวี อำเภอแม่สรวย ทั้งตำบลได้รับการร้องขอจากทางฝ่ายปกครอง ท่านนายอำเภอ กำนัน ในพื้นที่ครับ กำนันเล่าเอ๋อ แจ้งมาว่าปัจจุบันนี้มีเงินสะสมตกค้างอยู่ ๓๐๐ กว่าล้านบาทครับ ไม่สามารถดำเนินการพัฒนาได้เลย ก็ฝากนำเรียนไปที่กระทรวงมหาดไทยได้ช่วยหาวิธีการ ผ่อนคลายให้ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณกษิดิ์เดช ชุติมันต์🔗

นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๘ กรุงเทพมหานคร เขตลาดพร้าว เขตวังทองหลาง พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ผมขอปรึกษาหารือท่านประธาน ๒ เรื่องนะครับ เรื่องแรก ขอให้กรุงเทพมหานครติดไฟฟ้าแสงสว่าง โดยเฉพาะระบบ โซลาร์เซลล์ (Solar Cell) บริเวณทางเดินเลียบคลองทรงกระเทียม จากถนนประดิษฐ์มนูธรรม ถึงถนนนาคนิวาส เพื่อประโยชน์ในการสัญจรแล้วก็เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องชาว เขตลาดพร้าวจึงเรียนมาเพื่อขอให้กรุงเทพมหานครมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไป ดำเนินการ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอให้กรุงเทพมหานครเข้าไปจัดระเบียบตลาดนัดในซอยลาดพร้าว ๑๐๑ แยก ๓๕ เขตบางกะปิ ซึ่งปัจจุบันนี้ก็ไม่ค่อยมีอะไร สงบเรียบร้อยดี แต่ก่อนหน้านี้ มีผู้จับจ่ายจอดรถเกะกะมากครับ แล้วก็พ่อค้าแม่ขายวางของไม่เป็นระเบียบแล้วก็อีกเรื่องหนึ่ง บริเวณถนนแห่งนี้ แยกที่จะเข้าซอย ๓๕ อยากให้หน่วยงานไปฉีดสีที่เส้นนะครับ ห้ามจอด ขวางหน้าปากซอย เพราะว่าผู้สัญจรในซอย ๓๕ เข้าออกไม่สะดวกนะครับ ก็จึงเรียนมา เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ครับ🔗

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่องหารือกับท่านประธาน ๒ เรื่องใหญ่ ๆ เรื่องแรกคือเรื่องถนน ได้รับการร้องเรียนจาก พี่น้องในเขตของบ้านโนนคำแก้ว บ้านโนนกลาง ตำบลสังเม็ก ซึ่งถนนเป็นหลุมเป็นบ่ออย่าง จำนวนมาก แล้วก็นี่เป็นตัวอย่างบางตอนนะครับ จุดที่ ๒ ก็คือบ้านโตนด หมู่ ๒ หมู่ ๑๑ หมู่ ๑๕ ซึ่งเป็นหลุมเป็นบ่อ แล้วก็ต้องเอาหินคลุกมาลง ตอนนี้ก็ยังไม่ได้ลาดยาง ทั้ง ๒ นี้ ก็อยากให้ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซ่อมแซมแล้วก็ทำถนนลาดยาง เรื่องถัดไปคือเรื่องของจุดกลับรถบ้านศรีอุดม ตำบลจานใหญ่ ซึ่งขอมาตั้งแต่ ๒-๓ ปีแล้ว เป็นจุดที่อันตรายมากเป็นทางหลวง ๒๔ โชคชัย-เดชอุดม ก็ยังไม่ได้จุดกลับรถ ซึ่งท่าน ผู้ใหญ่บ้านและคณะได้หารือมาหลายครั้ง ก็คิดว่าเป็นจุดที่ทำให้เสี่ยงอันตราย ทำให้พี่น้อง ประชาชนต้องสูญเสียนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ คือเรื่องราคาข้าวหอมมะลิตกต่ำอย่างมาก โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ ซึ่งราคาข้าวเปลือกข้าวสารขณะนี้ใกล้เคียงกับราคาข้าวหอมปทุม ข้าวหอมจังหวัด ซึ่งเกรงว่า ต่อไปข้าวหอมมะลิในภาคอีสาน ในเมื่อราคาตกต่ำผลผลิตจำนวนที่ผลิตได้ก็แค่ประมาณ ไร่ละ ๔๕๐ ซึ่งน้อยกว่าข้าวหอมจังหวัดซึ่งเป็นตัน ดังนั้นจึงเรียนผ่านไปยังกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้เร่งพิจารณาหามาตรการในการช่วยเหลือเรื่องของการผลิต ให้มีจำนวนผลผลิตที่มากขึ้น คุณภาพหอมและราคาขอให้ได้ราคาที่มีสูงกว่าที่เห็นอยู่ขณะนี้ คือทางโรงสีบอกว่าข้าวไม่รู้จะเอาไปขายที่ไหน เพราะว่าจนบัดนี้เหลืออยู่ ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ ยังมีข้าวอยู่ อยากให้กระทรวงพาณิชย์เร่งในการช่วยหาตลาดให้เขาครับ กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณเอกการ ซื่อทรงธรรม ครับ🔗

นายเอกการ ซื่อทรงธรรม แพร่

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเอกการ ซื่อทรงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ ผมมีเรื่องหารืออยู่ ๓ ประเด็น เรื่องแรก ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายสมหมาย สุขมี ผู้ใหญ่บ้านปรง หมู่ ๖ ตำบลแม่คำมี อำเภอเมือง จังหวัดแพร่ และนายอาณัติ ระมัง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ ๘ ตำบลตำหนักธรรม อำเภอหนองม่วงไข่ จังหวัดแพร่ ซึ่งได้รับความ เดือดร้อนจากการขาดน้ำในการทำการเกษตรเนื่องจากลำน้ำแม่คำมีมีลักษณะตื้นเขิน และตลิ่งพังไม่สามารถกักเก็บน้ำเพื่อใช้ในการอุปโภคบริโภคได้ ประกอบกับฤดูน้ำหลาก มวลน้ำได้เข้ามากัดเซาะในพื้นที่ของราษฎรที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น ทำให้พื้นที่ได้รับความ เสียหายและอันตรายนะครับ ผมจึงขอให้สำนักงานทรัพยากรน้ำภาค ๙ กรมทรัพยากรน้ำ และกรมเจ้าท่าได้สนับสนุนงบประมาณในโครงการอนุรักษ์ฟื้นฟูแหล่งน้ำลำห้วยแม่คำมี และซ่อมแซมคอสะพาน ฝายน้ำล้นที่พังทลาย และทำการขุดลอกด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายอังกูร แสนกือ ผู้ใหญ่บ้านห้วยฮ่อม หมู่ ๑๓ ตำบลบ้านเวียง อำเภอร้องกวาง จังหวัดแพร่ ขอรับการขอขยายถนนครับ ตอนนี้ ถนนเป็นถนนลาดชัน รถยนต์สวนกันลำบาก ฤดูฝนเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เกิดความเสี่ยง ที่รถยนต์จะตกหน้าผาได้นะครับ ถนนเส้นนี้ยังอยู่ในเขตความรับผิดชอบของทางหลวงชนบท จังหวัดน่าน รหัส นน. ๔๐๑๐ ช่วงกม. ๓๕ จึงขอฝากให้หน่วยงานดังกล่าวและทางหลวงชนบท จังหวัดแพร่ช่วยประสานงานแก้ไขปัญหานี้ด้วยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ผมได้รับเรื่องจาก นายภูมิทรัพย์ เลิศศิริกุลดิเรก ผู้ใหญ่บ้านหมู่ ๒ ตำบลตำหนักธรรม อำเภอหนองม่วงไข่ จังหวัดแพร่ เรื่องขอให้สำนักทรัพยากรน้ำบาดาล จังหวัดลำปาง ช่วยเร่งดำเนินการโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อความมั่นคงระดับชุมชน ปัจจุบันน้ำที่ใช้มีตะกอน มีความขุ่น เป็นสนิมนะครับ แล้วก็ขอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ช่วยเร่งโครงการก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็กในหมู่ ๒ ซอยบ้านจัดสรรใหม่ ตำบลตำหนักธรรม ถนนเป็นหลุมเป็นบ่อชาวบ้านเดือดร้อนหนักมากในการสัญจรไปมาครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี🔗

นายณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี หนองบัวลำภู

ท่านประธานที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ชาวบ้านเลือกมา จังหวัดหนองบัวลำภู เขต ๓ พรรคเพื่อไทย ขอหารือถึงปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนดังต่อไปนี้ครับ เรื่องที่ ๑ สืบเนื่องจาก นายพลวัฒน์ อุดวงษ์ ประชาชนในจังหวัดหนองบัวลำภูได้เสียชีวิตจากการติดเชื้อ โรคโควิด ๒๐๑๙ (COVID 2019) ในโรงพยาบาลสถานกักตัวของทางรัฐบาล แต่ก็ยังไม่มี หน่วยงานไหนเข้าให้การช่วยเหลือเลยครับ กระผมจึงอยากจะขอฝากไปยังทางรัฐบาล หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง องค์กรการกุศลได้โปรดช่วยเหลือให้การเยียวยากับครอบครัวผู้เสียชีวิต ด้วยนะครับ โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี ท่านสั่งการเร่งด่วนด้วยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เนื่องจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโค กระบือในจังหวัดหนองบัวลำภูได้รับ ความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) เพราะขาดแคลนเวชภัณฑ์ ในการป้องกัน เวชภัณฑ์ในการรักษา ไม่มีเงินเพียงพอที่จะไปซื้อยาป้องกัน ยารักษา กระผม จึงอยากจะขอฝากไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กรมปศุสัตว์ ได้โปรดจัดสรรเวชภัณฑ์ ในการป้องกันในการรักษาหรือจ่ายเงินชดเชยเยียวยาให้กับเกษตรกรในจังหวัดหนองบัวลำภู ด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ขอให้พิจารณาจัดตั้งสาขาธนาคารกรุงไทยประจำอำเภอสุวรรณคูหา เนื่องจากประชาชนในอำเภอสุวรรณคูหามากกว่า ๔๐,๐๐๐ ชีวิตได้รับความเดือดร้อน เพราะต้องเดินทางไกลไปรับบริการจากธนาคารกรุงไทยในสาขาอำเภออื่นในจังหวัดอื่น โดยเฉพาะผู้สูงอายุต้องตื่นตั้งแต่เช้ามืดเพื่อเดินทางไปลงทะเบียนรับสิทธิสวัสดิการ ตามโครงการของทางภาครัฐ ซึ่งถือว่าเป็นความเดือดร้อนอย่างมากครับ กระผมจึงอยากจะ ขอฝากไปยังกระทรวงการคลังได้โปรดพิจารณาจัดตั้งสาขาธนาคารกรุงไทยประจำ อำเภอสุวรรณคูหา จังหวัดหนองบัวลำภู เพื่อแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับพี่น้อง ประชาชนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณสฤษดิ์ บุตรเนียร🔗

นายสฤษดิ์ บุตรเนียร ปราจีนบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสฤษดิ์ บุตรเนียร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี เขต ๓ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมมีเรื่องปรึกษาหารือที่ได้รับคำร้องทุกข์จากโรงเรียนเอกชน ทั้งประเทศ โดยผ่านทางท่านด็อกเตอร์ศุภเสกข์ คณากูล นายกสมาคมคณะกรรมการ ประสานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน จะสถานการณ์โควิด-๑๙ (COVID-19) ที่ผ่านมานี้ นับวันจะรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ เป็นปีที่ ๒ แล้ว และยังไม่มีวี่แววว่าจะลดเข้าสู่ภาวะปกติ ที่ควบคุมได้ ตลอดเวลาที่ผ่านมานี้แม้แต่ในปีการศึกษาที่ ๑/๒๕๖๔ กระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศเลื่อนมาเรื่อย ๆ เดือนพฤษภาคมสู่เดือนมิถุนายน และ ณ วันนี้บางจังหวัด ก็ประกาศไปถึงสิ้นเดือนกรกฎาคม ห้ามจัดการเรียนการสอนที่โรงเรียนในระบบออนไซต์ (Onsite) สร้างความเดือดร้อนให้กับคุณครู นักเรียน และผู้ปกครองอย่างมากทีเดียวครับ ดังนั้นทางสมาคมประสานงานและส่งเสริมการศึกษาเอกชนได้มีจดหมายเปิดผนึกถึง ท่านนายกรัฐมนตรี ท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา ผ่านท่านรัฐมนตรีท่านตรีนุช เทียนทอง ได้ขอความเมตตาในเรื่องต่าง ๆ ดังต่อไปนี้ ๑. ได้เมตตากรุณาเร่งฉีดวัคซีนครูทุก ๆ คน โดยด่วน ๒. ในกรณีของวัคซีนเด็กนั้นได้ช่วยกันพิจารณาว่าสมควรจะจัดหามาอย่างไร เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ แม้แต่การคาดการณ์ในอนาคตก็ยังดีครับ เพื่อให้นักเรียนได้เข้าสู่ สภาวะจิตที่สมบูรณ์แบบครับ ๓. เรื่องอินเทอร์เน็ต (Internet) ฟรีสำหรับในการจัดการเรียน การสอนออนไลน์ (Online) ควรจะให้ทางรัฐบาลได้เห็นใจหรือว่าวันนี้เป็นการเพิ่มภาระครู นักเรียนอย่างมากทีเดียวนะครับ ๔. ในงบประมาณของเงินเดือนครูซึ่งเอกชนต้องรับภาระ อย่างสูง เนื่องจากว่าโรงเรียนยังไม่เปิดภาคเรียน ผู้ปกครองส่วนใหญ่ก็ยังไม่ได้จ่ายค่า การเรียนไปอีกอันหนึ่งครับ เรื่องเงินกู้ฟื้นฟูเพื่อเพิ่มสภาพคล่องในสภาวะวิกฤตินี้ อยากจะ กราบเรียนให้ทางรัฐบาลช่วยเร่งรัดและจัดการโดยเร่งด่วนเพื่อให้ทันต่อเหตุการณ์ กราบขอบคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร ครับ🔗

นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร ขอนแก่น

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพค่ะ ดิฉัน นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขต ๘ พรรคเพื่อไทย วันนี้ดิฉันมี ๒ ความเดือดร้อน ที่นำเรียนท่านประธานนะคะ เรื่องแรก ก็คือดิฉันได้รับการติดต่อจากพี่น้องจังหวัดขอนแก่นหลายท่านที่อาศัยอยู่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล แล้วก็จังหวัดที่เป็นพื้นที่สีแดงที่กำลังประสบการระบาดโควิด (COVID) อย่างหนัก ที่แย่ไปกว่านั้นคือสถานการณ์เตียงเต็มค่ะ ทำให้หลาย ๆ ท่านที่ได้รับการตรวจเชื้อ ติดเชื้อ แต่ว่าไม่มีเตียง สิ่งที่ตามมาคือเขาถูกกักตัว และไม่สามารถได้รับการรักษาค่ะ ดิฉันได้รับการร้องเรียนมาหลายท่านว่าอยากจะกลับภูมิลำเนา แต่ว่าไม่มีความเป็นไปได้ ดิฉันได้โทรไปหาสาธารณสุขจังหวัดเพื่อถามถึงมาตรการดังกล่าว แต่ได้รับคำตอบคือ ไม่มีมาตรการใด ๆ เพื่อที่จะปฏิบัติ แล้วก็พร้อมรับกับสถานการณ์ลักษณะนี้ไม่มีหน่วยงาน กลางที่จะเป็นศูนย์กลางในการรับเรื่องเพื่อแก้ไขปัญหานี้เลย ดิฉันจึงอยากนำเรียนต่อ ท่านประธานนะคะ นำเสนอไปยัง ศบค. แล้วก็สาธารณสุขให้เร่งจัดตั้งหน่วยประสานงาน เพื่อที่จะกระจายผู้ป่วยเข้ารับรักษาโรงพยาบาลสนามต่าง ๆ ที่มีศักยภาพ รับผู้ป่วย อย่างรัดกุมและเป็นระบบก่อนที่จะเกิดสถานการณ์ที่ควบคุมไม่ได้ ประชาชนเดินทาง กลับบ้านกันเอง แล้วก็นำมาซึ่งความเสี่ยงระบาดอย่างเป็นวงกว้างนะคะ🔗

อีกเรื่องหนึ่งก็คือความเสียหายของโรคลัมปีสกิน (Lumpy Skin) ที่ได้รับการ ระบาดในทุก ๆ พื้นที่จังหวัดของภาคอีสาน โดยเฉพาะจังหวัดขอนแก่น พรรคเพื่อไทยมีการ ร้องเรียนไปหลายครั้ง ให้รัฐบาลช่วยเร่งแก้ไขให้ได้รับความเยียวยาจากความเสียหายต่าง ๆ มาจนถึงทุกวันนี้ยังไม่มีความเยียวยาใด ๆ ทั้งสิ้น ยังไม่มียาที่เข้าไปช่วยบรรเทาอาการป่วย พี่น้องจะต้องดูแลกันเอง จึงอยากนำเรียนท่านประธานไปถึงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อีกรอบหนึ่งเพื่อที่จะเป็นการให้เห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้ ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป คุณปรีดา บุญเพลิง🔗

นายปรีดา บุญเพลิง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายปรีดา บุญเพลิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ อย่างยิ่งต่อการพัฒนาชาติด้านการศึกษา คุณภาพมาตรฐานของประชาชนเท่านั้นที่จะพัฒนา ประเทศให้เจริญก้าวหน้าได้ นับเป็นความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ของรัฐบาลดังนั้นจึงมีร่าง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... เกิดขึ้น ที่จะเสนอเข้าสู่สภา ในเร็ววันนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ ในนามพรรคครูไทยเพื่อประชาชน ได้เฝ้าติดตาม ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้อย่างใกล้ชิด ทำให้ทราบว่าขณะนี้เกิดปัญหาอุปสรรคมากมาย ในร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ครูส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย ผมเชื่อมั่น นายกรัฐมนตรีท่านรับฟังความเห็นต่างเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาชาติ ผมจึง ขอเสนอนายกรัฐมนตรีทบทวนร่างพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... อีกครั้งหนึ่ง เพราะ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. .... ฉบับนี้ จะกระทบต่อคุณภาพของเด็กและ เยาวชนของชาติ มีผลกระทบต่อมาตรฐานขวัญกำลังใจของครู ขอให้รับฟังความเห็นจาก ทุกภาคส่วน โดยยึดประโยชน์ชาติเป็นที่ตั้ง อย่าเห็นแก่ประโยชน์ของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ที่จะเอาชนะคะคานกัน ขอให้ศึกษาประวัติศาสตร์การจัดการศึกษาของทุกรัฐบาลที่ผ่านมา แล้วนำมาแก้ไขให้ถูกต้องก่อนที่จะสายเกินไป ขอบคุณครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ขอหารือไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เรื่องการติดตั้ง ไฟสัญญาณจราจร ผมได้รับหนังสือร้องเรียนจาก นายไพฑูรย์ กิตติปัญจมาศ นายกเทศมนตรี ตำบลแวงน้อย อำเภอแวงน้อย จังหวัดขอนแก่น ขอติดตั้งไฟสัญญาณจราจรสี่แยก บ้านศรีเมือง เขตเทศบาล ตำบลแวงน้อย ก็ขอมาหลายครั้ง ยังไม่ได้รับการแก้ไข ขอให้ ดำเนินการด้วย ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านต่อไป คุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร🔗

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร แบบแบ่งเขต เขตธนบุรี เขตคลองสาน เขตบางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล ก็มีเรื่องอยากหารือท่านประธาน ๒ เรื่องด้วยกันครับ เรื่องแรก ก็คือปัญหาหนักจริง ๆ ปัญหาหนักสุด ๆ เรียกว่าคือทำให้ผม รู้สึกว่าผมไม่อยากเป็นผู้แทนราษฎรอีกต่อไปเลยก็คือเรื่องปัญหาโควิด-๑๙ (COVID-19) เพราะว่าผู้คนประชาชนในเขตธนบุรี เขตคลองสาน เขตบางกอกใหญ่ โทรศัพท์มาหาผมร่วม ๔๐ สายต่อวัน ผมอยากให้นายกรัฐมนตรีเอามือถือของผมไปใช้สักวันหนึ่ง แล้วท่านจะรู้เลยว่า ปัญหามันหนักแค่ไหน คนรอเตียง ๖ วัน ไม่ได้เตียง อย่างเมื่อวานครับ เมื่อวานเช้า คือมีคน กระโดดตึกลงมาเสียชีวิตครับ แล้ววันนี้ตอนเช้าก่อนมาสภา เดี๋ยวนี้ผมไปลงพื้นที่มา ก่อนหน้านี้ ไปเจอญาติผู้เสียชีวิตมา ทุกคนแววตาสิ้นหวัง อยู่บ้านอีก ๓ คน ตายไป ๑ คน กระโดดตึกเมื่อวาน นายกรัฐมนตรีอยู่ไหน เอามือถือผมไปใช้ มาลงพื้นที่แบบผมบ้าง คนคาดหวัง คนก็ด่าผม ผมก็บอกว่าผมช่วยที่สุดแล้ว ผมแทบจะกราบเขาครับวันนี้ ผมยืนร้องไห้อยู่หน้าบ้านเขามันเป็นอย่างนี้ได้จริง ๆ หรือครับ ประเทศไทย ยกเลิก ที่บอกว่าถ้าตรวจแล้วต้องรับ เพราะตอนนี้ไม่มีที่ตรวจแล้วครับ ท่านประธาน อยากให้ ศบค. เห็นใจบ้าง เป็นหมอ แต่เป็นคนบ้างก็ได้ ก็คือบอกว่าให้ โรงพยาบาลมารับตรวจ โอเค (OK) จะรับ เตียงไม่พอก็ค่อยว่ากันเขาจะได้ไปโฮมไอโซเลชัน (Home Isolation) ได้🔗

เรื่องที่ ๒ ครับท่านประธาน เป็นปัญหาร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่ ที่บอกว่าเครือข่ายของคราฟต์เบียร์ (Craft Beer) ที่ไปทำเกี่ยวกับแบบสอบถามของ พ.ร.บ. เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ฉบับของที่รัฐบาลจะยื่นเข้าครับ เว็บไซต์ (Website) สวยหรู สวยงามครับ แต่กดไปแล้วกดไม่ได้ เว็บไซต์ (Website) พัง แล้วคือเว็บไซต์ (Website) บอกว่าให้แสดงความเห็นเกี่ยวกับกฎหมายคือเริ่มต้นมาดีฟอลต์ (Default) คือเห็นไว้ก่อน อย่างนี้ผมว่ามันไม่ค่อยชอบมาพากลเท่าไรนะครับท่านประธาน อย่างไรฝาก ๒ เรื่องครับ เรื่องโควิด (COVID) สำคัญที่สุดครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปคุณวัชรพล โตมรศักดิ์ครับ🔗

นายวัชรพล โตมรศักดิ์ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม วัชรพล โตมรศักดิ์ โคราช พรรคชาติพัฒนา ผมมีเรื่องหารือที่จะฝากผ่าน ท่านประธานไป ๑ เรื่องครับ ส่งต่อไปยังกรมโยธาธิการและผังเมืองโดยกระทรวงมหาดไทย และ กรมชลประทานโดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จากข้อร้องเรียนของท่านผู้นำ ๒ ตำบล โดยท่านนายกวัชรพล จอนเกาะ นายก อบต. บ้านเกาะ และท่านกำนันสังวรณ์ จอนเกาะ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งครับ ท่านนายกธูป รอดจอหอ นายกเทศบาลตำบลตลาด กำนันวิฑูร รอดจอหอ กำนันตำบลตลาด อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา สืบเนื่องจากการที่เมือง เจริญขึ้นทำให้เกิดปัญหาพี่น้องประชาชนเดือดร้อนในเขตหมู่บ้านตลาด หมู่ที่ ๓ ตำบลตลาด ซึ่งในผังที่ผมเสนอต่อท่านประธานนั้นจะเห็นได้ว่าวันนี้ในเขตหมู่ ๓ ตำบลตลาดนั้นเป็นการ เชื่อมต่อถนนจากถนนสาย ๒๐๔ ที่จะผ่านไปยังหมู่บ้าน หมู่ ๓ ได้เกิดปัญหาเดือดร้อน เนื่องจากว่าถนนคับแคบ แต่สำคัญไปกว่านั้นครับในบริเวณหมู่บ้านหมู่ ๓ นั้นยังประกอบ ไปด้วย โครงการบ้านจัดสรรขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นสุรนารีวิลล์ อาณาสรา ลากูน่าวิลล์ และ เดอะไนซ์ รวมไปถึงพี่น้องประชาชนจำนวนเกือบ ๓,๐๐๐ หลังคาเรือน มีประชาชนทั้งสิ้น เกือบ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ คน เขาเดือดร้อนมากครับ เนื่องจากถนนที่เข้าหมู่บ้านนั้น เป็นถนนเลียบคลองข่อยงามฝั่งซ้ายใช้ได้เพียงข้างเดียว ปัญหาก็คือการจราจรที่ติดขัด ถ้าเป็นไปได้ผมถึงอยากจะฝากท่านประธานไปถึงกรมโยธาธิการและผังเมืองให้ออกแบบ โครงการในเรื่องของการพัฒนาเมืองเพื่อเปิดทางเข้าให้กว้างขึ้น รวมฝากไปถึงทาง กรมชลประทานเพื่อจะพัฒนาคลองข่อยงามฝั่งซ้ายในการที่จะพัฒนาเป็นถนน ๒ เลน ไปเชื่อมต่อกับถนนสาย ทช. ๑๑๑๑ หรือสาย ฉ. เพื่อเป็นการที่จะทำให้คนในเมืองนั้น ระบายรถออกได้ง่าย เป็นการแก้ไขปัญหาการจราจร และสำคัญไปกว่านั้นก็คือการแก้ไข ปัญหาเรื่องน้ำท่วมอย่างยั่งยืนให้กับพี่น้องประชาชน กราบฝากท่านประธานด้วยครับ ขอบพระคุณอย่างสูงครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านต่อไปคุณจิรายุ ห่วงทรัพย์ ครับ🔗

นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขตคลองสามวา แถวถนนรามอินทราครับ ท่านประธานครับ ประชาชนผู้นับถือศาสนาพุทธ ในพื้นที่เขตคลองสามวา ขอให้กรมการศาสนาช่วยตรวจสอบการก่อสร้างวัดจีนขนาดใหญ่ บนถนนคู้บอน โดยมีมูลนิธิจากต่างประเทศ มีการเปิดให้เข้าไปชมเป็นสถานที่ท่องเที่ยว และมีการเปิดรับบริจาคเหมือนกับวัดไทยทุกประการ ประชาชนจึงขอฝากสอบถามไปยัง กรมการศาสนาให้ช่วยตรวจสอบที่มาด้วยว่าถูกต้องหรือไม่ ถ้าถูกต้องจะได้ไปทำบุญเพิ่ม🔗

เรื่องที่ ๒ ท่านประธานที่เคารพครับ ขอให้สำนักงานการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานครเข้าตรวจสอบการทำแผนการแก้ไขการจราจรบริเวณห้าแยกลำกระโหลก ที่ถนนปัญญาตัดกับถนนพระยาสุเรนทร์ ซึ่งมีสภาพการจราจรติดขัดอย่างหนัก ควรทำ สะพานข้ามแยกดังกล่าวเนื่องจากเป็นบริเวณห้าแยก🔗

เรื่องที่ ๓ ท่านประธานที่เคารพครับ ในสถานการณ์โควิด (COVID) นี้ วัน ๆ ผู้แทนราษฎรก็รับแต่โทรศัพท์ ถามว่ามีวัคซีนไหม มีวัคซีนไหม มีวัคซีนไหม ส.ส. ก็ไม่มีปัญญา เพราะเป็น ส.ส. ฝ่ายค้าน จึงอยากจะฝากให้รัฐบาลและกรุงเทพมหานครช่วยสั่งการ เพิ่มงบประมาณให้กับสำนักงานเขตและโรงพยาบาลคลองสามวา แถวถนนนิมิตใหม่ ในการจัดการมอบหน้ากากอนามัยและถุงยังชีพด้วยเพื่ออำนวยความสะดวกในการตรวจหา โควิด (COVID) ให้กับประชาชนในพื้นที่🔗

เรื่องสุดท้ายครับ เป็นเรื่องที่สภาผู้แทนราษฎร อยากจะฝากไปยัง ผบ.สตช. ก็คือผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติครับ วิธีแก้ปัญหาแบบบูรณาการตามแผนยุทธศาสตร์ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีเคยอวดอ้างไว้ ควรจะสั่งการให้ตำรวจผลัดดึก ท่านประธานครับ ในพื้นที่ผม เช่น สน. คันนายาว นิมิตใหม่ มีนบุรี บางชัน เวลาออกตรวจราชการกลางคืน คนหลับตีสองตีสามเขาไม่รู้ครับว่าไฟทางสาธารณะนั้นดับหรือไม่ คนที่รู้ก็คือสายตรวจ ตอนกลางคืนครับ ก็เลยอยากจะฝากไปถึง ผบ.ตร. สั่งการให้ตำรวจสายตรวจกลางคืน ทำบันทึกข้อความ แล้วก็แจ้งผู้กำกับ ผู้กำกับก็แจ้ง ส.ส. พื้นที่ หรือแจ้งผู้อำนวยการเขต หรือนายอำเภอ เพื่อที่จะประสานการไฟฟ้าต่อไปอันนี้ก็เป็นแนวทางที่ฝากเรียน ท่านประธานผ่านไปยังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไปนางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์🔗

นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๒ กรุงเทพมหานคร เขตปทุมวัน เขตบางรัก เขตสาทร พรรคพลังประชารัฐค่ะ วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธาน เกี่ยวกับการพัฒนาพื้นที่รกร้างในกรุงเทพมหานครชั้นใน ท่านประธานคะบริเวณ กรุงเทพมหานครชั้นในถือว่าเป็นพื้นที่เศรษฐกิจที่มีประชากรอาศัยอยู่อย่างหนาแน่น จึงต้องการพื้นที่สาธารณะให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์อย่างทั่วถึง แต่ในขณะที่บริเวณที่จะ จัดสรรนี้เป็นพื้นที่สาธารณะที่มีไม่มากนัก แต่ยังคงมีพื้นที่รกร้างให้เห็นกันอยู่ ขอยกตัวอย่าง พื้นที่ดิฉันนะคะ บริเวณใต้ทางด่วนเพลินจิตเขตปทุมวัน บริเวณนี้เป็นพื้นที่ที่หน่วยงาน ภาครัฐสามารถที่จะเข้ามาพัฒนาได้ แต่ว่าที่ผ่านมากลับกลายมีสภาพรกร้างเป็นที่อาศัย ของคนเร่ร่อน เป็นแหล่งมั่วสุมยาเสพติด จึงกลายเป็นจุดเสี่ยงอันตรายที่พร้อมจะเกิด อาชญากรรมได้ทุกเมื่อค่ะ หากเราเปลี่ยนพื้นที่เหล่านี้ให้เป็นพื้นที่สาธารณะที่ประชาชน สามารถที่จะมาใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นห้องสมุด แหล่งเรียนรู้ สวนสาธารณะ ที่จะเป็นปอดให้กับคนกรุงเทพมหานครได้มาออกกำลังกายพักผ่อนหย่อนใจก็จะเกิด ประโยชน์กับชาวกรุงเทพมหานคร และสามารถเปลี่ยนพื้นที่เสี่ยงอันตรายให้เป็นพื้นที่ ปลอดภัยได้ ซึ่งพื้นที่ปลอดภัยก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่ดิฉันก็พยายามจะผลักดันอยู่ ดิฉันจึงอยาก ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอให้ประสานความร่วมมือกัน ในช่วงสถานการณ์นี้ที่ผู้คนไม่ออกมาสัญจรมากนัก ให้กลายเป็นโอกาสในการที่จะพัฒนา พื้นที่รกร้างบริเวณใต้ทางด่วนเพลินจิตเขตปทุมวัน รวมถึงพื้นที่ที่มีลักษณะใกล้เคียงกัน ให้เป็นพื้นที่สาธารณะ โดยเริ่มจากสิ่งที่สามารถทำได้ก่อน อย่างเช่น การสำรวจ การเตรียม ปรับปรุงพื้นที่หรือการปรับปรุงทางเท้าที่เป็นหลุมเป็นบ่อจำนวนมากให้พร้อมใช้งาน เพื่อเตรียมเปิดพื้นที่สาธารณะแห่งใหม่ให้กับชาวกรุงเทพมหานครเมื่อเข้าสู่สภาวะปกติ และเมื่อถึงเวลานั้นหากมีการจัดพื้นที่ค้าขายให้เหมาะสมเป็นระเบียบเรียบร้อย เกิดเป็น สภาพแวดล้อมที่ดีน่าอยู่ก็จะมีผู้คนสัญจรไปมามากขึ้น พ่อค้า แม่ค้า ก็จะมีรายได้ เพิ่มตามมา ถือว่าเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจอีกทางหนึ่งด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ผมก็ต้องขอขอบคุณ ท่านสมาชิกนะครับ ตั้งแต่ท่านแรกคุณธนกรมาถึงคนสุดท้ายนางสาวพัชรินทร์นะครับ ไม่ได้เอ่ยชื่อทุกคน แต่ว่าขอบคุณที่เราได้นำปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนมาจริง ๆ แล้วก็ใช้เวลา บริหารเวลาด้วยความสามารถของแต่ละคนนะครับ อันนี้ก็ขอชื่นชม แล้วก็ ให้กำลังใจ ส.ส. ที่มีปัญหานะครับ บ้านเมืองกับปัญหาเป็นของคู่กัน อย่าไปท้อถอยนะครับ เราก็แก้ปัญหาให้ประชาชนกันไป ก็จบการปรึกษานะครับ🔗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๖๗ คน
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เรียนว่าขณะนี้มีสมาชิก มาลงชื่อแล้ว ๓๑๗ คนองค์ประชุมคือ ๒๔๒ คน เพราะฉะนั้นครบองค์ประชุมนะครับ ผมขอเปิดประชุม ขออนุญาตไปตามระเบียบวาระนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม ไม่มี🔗

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗

ก่อนเข้าระเบียบวาระที่ ๔ เชิญคุณจุลพันธ์ครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทยจากจังหวัดเชียงใหม่ ท่านประธานครับ ได้รับมอบหมายจากวิป (Whip) ฝ่ายค้านให้มาหารือท่านประธานในเรื่องของกระบวนการทำงานของพวกเรา โดยเฉพาะในเรื่องของกระทู้ถามสดด้วยวาจา ท่านประธานครับ เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เป็นปรากฏการณ์ใหม่ครับ ไม่มีคณะรัฐมนตรีมาตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจาเลยสักคนเดียว เมื่อผมเองเป็นผู้หารือกับท่านประธานที่ปฏิบัติหน้าที่ขณะนั้น ได้รับคำตอบว่าเมื่อ ครม. ไม่มาตอบก็ถือว่ากระทู้นี้ตกไป สัปดาห์นี้ที่เราเคยปฏิบัติกันมาใน ๒ ปีที่ผ่านมา เราจะยก กระทู้ที่ ครม. เลื่อนนี้มาตอบในสัปดาห์ถัด ๆ ไปได้ ถ้าท่านประธานพิจารณาแล้วว่าเนื้อหานี้ยังมีความจำเป็นอยู่ก็ยกมานะครับ แต่ครั้งนี้เป็นการ ตัดสิทธิสมาชิก ตัดสิทธิประชาชนที่จะได้รับฟังคำตอบจากรัฐบาลในปัญหาที่มีความปัจจุบัน ทันด่วน สัปดาห์ที่แล้วเพื่อนสมาชิกจะถามเรื่องโควิด (COVID) จะถามเรื่องโรคในวัว คราวนี้ เมื่อ ครม. ไม่มาตอบก็กลายเป็นว่ากระทู้ถามสดด้วยวาจาซึ่งควรจะได้ถามถูกปัดตก ผมจะเรียนถามท่านประธานว่าเราจะดำเนินการอย่างไรครับ ในประเด็นแรกนั้นเราจะยก กระทู้ถามสดด้วยวาจาที่ ครม. เลื่อนมาในสัปดาห์นี้ได้หรือไม่ วันพรุ่งนี้เพื่อนสมาชิกจะได้ เตรียมการถามกระทู้นะครับ🔗

๒. ท่านประธานมีแนวทางอย่างไรในการที่จะให้ ครม. มาตอบกระทู้หลังจากนี้ เพราะถ้าเกิดว่าเราใช้วิธีการว่าถ้า ครม. ไม่มาก็ถือว่าสมาชิกเสียสิทธิโดยที่สมาชิกไม่ได้ทำผิด อะไรเลย แต่เป็น ครม. เองต่างหากที่ไม่รับผิดชอบต่อการมาตอบกระทู้สภา หลังจากนี้ ผมเชื่อเลยครับกระทู้ถามสดด้วยวาจานี้เราจะไม่เห็น ครม. มาตอบอีกแล้ว จะน้อยมาก เพราะว่าไม่มาก็ไม่มีผลอะไร ไม่มาแล้วก็ไม่ต้องตอบ ไม่ต้องมารับภาระหน้าที่ในการตอบ คำถามที่ประชาชนฝากมาถามนะครับ จะเรียนถามท่านประธานใน ๒ ประเด็นนี้ก่อนครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมไปนั่ง เป็นประธานกระทู้ถามแยกนะครับ ปกติแล้วกระทู้ถามแยกและกระทู้ถามทั่วไปนั้นถ้าไม่มา ก็จะเลื่อนไป แต่กระทู้ถามสดก็รู้อยู่ว่าเป็นของสดนะครับ เพราะฉะนั้นก็จะให้เสนอใหม่ ดังนั้นก็จะดำเนินการไปตามข้อบังคับ แล้วก็จะขอถามรัฐมนตรี ความจริงผมประสาน รัฐมนตรีบ่อย ผมก็ต้องขอบคุณรัฐมนตรีหลายท่าน เช่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก็จะมาเป็นประจำและมาด้วยตนเอง ส่วนรัฐมนตรีท่านอื่นนั้นก็จะให้รัฐมนตรีช่วยมา โดยทั่วไปแล้ว เรียนคุณจุลพันธ์นะครับ ด้วยความเคารพส่วนตัวว่า โดยทั่วไปแล้วผมว่า มีกันนานแล้วที่กระทู้ถามสดไม่มี ปกติจะมี ๑ หรือ ๒ เสมอครับอย่างน้อย สัปดาห์ที่แล้ว ผมก็ไม่ทราบเหตุผล ก็ไปถามเหมือนกัน ก็ปรากฏว่ารัฐมนตรีไม่ได้มา บังเอิญผมอยู่ใน กระทู้แยก เราก็สลับกันไป แต่ว่าจะติดตามให้ครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตามเราก็ต้องปฏิบัติตาม ข้อบังคับ คุณจุลพันธ์ครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ผมเข้าใจครับท่านประธาน ในเรื่อง ข้อบังคับ ข้อ ๑๕๗ นะครับ แต่ว่าอย่างไรก็ตามในสมัยประชุมที่ผ่าน ๆ มา ใน ๒ ปีที่ผ่านมา ที่เราเป็นสภาชุดนี้นะครับท่านประธาน เราก็อะลุ้มอล่วย เมื่อ ครม. ตอบว่าขอเลื่อน เราก็เลื่อนกระทู้ถามสดด้วยวาจา เราก็มีมาแล้วหลายครั้งที่บางสัปดาห์มีการถามกระทู้สด ด้วยวาจา ๔ หรือ ๕ กระทู้ก็เคย ก็อยากจะเรียนถามท่านประธานว่าทำไมเราถึงเปลี่ยน วิธีปฏิบัติที่เราได้ทำมาใน ๒ ปี ผมเข้าใจครับท่านประธานคงจะตอบว่า เราจะใช้ข้อ ๑๕๗ นะครับ จะยึดข้อบังคับการประชุมอันนี้เราเข้าใจ แต่ว่าสิทธิของสมาชิก สิทธิของประชาชน ควรจะต้องรักษาไว้หรือไม่นะครับ🔗

ในประเด็นที่ ๒ อย่างที่ท่านประธานได้เรียนต่อที่ประชุมนี้นะครับ คือเรายึด ข้อ ๑๕๗ แล้ว ครม. มาตอบก็อาจจะมีเหตุผลใด ๆ ก็ตาม แต่เมื่อ ครม. ไม่มาและ ไม่ขอเลื่อน ผมเรียนเลยนะครับ วันพรุ่งนี้ถ้า ครม. ไม่มาตอบในกระทู้ใด พวกผมจะยกเอา รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ ร้องถอดถอนท่านนะครับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๕๐ บอกชัดว่า ต้องมาตอบกระทู้ที่สภา ในกรณีที่ไม่มาตอบกระทู้นั้นมีได้กรณีเดียวครับ คือกรณีที่เรื่องนั้น ยังไม่ควรเปิดเผยเพราะเกี่ยวกับความปลอดภัยหรือประโยชน์สำคัญของแผ่นดิน และต้อง ตอบมาว่า ไม่ตอบเพราะเป็นมติ ครม. ครับ ถ้าไม่มีมติ ครม.แล้วไม่มาตอบ พวกผมจะยื่น ถอดถอนนะครับ ถ้าเป็นอย่างนี้ ก็ต้องฝากท่านประธานไว้ครับว่า ฝากให้สภานี้เป็นสถานที่ แห่งความศักดิ์สิทธิ์นะครับ ท่านประธานโปรดประสานไปยัง ครม. ว่ากระทู้ถามสดด้วยวาจา นี่สัปดาห์หนึ่งมีแค่วันเดียว เป็นช่องทางในการที่จะสื่อสารจากประชาชนผ่านสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรไปยังรัฐบาล ก็ขอฝากท่านประธานได้ช่วยย้ำได้ช่วยกำชับด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ต่อไป🔗

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว🔗

๔.๑ ร่างพระราชบัญญัติวัตถุอันตราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗

ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว (พิจารณาต่อจากการประชุม สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๓ ครั้งที่ ๗ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) พุทธศักราช ๒๕๖๔)🔗

ขอเชิญคณะกรรมาธิการ เข้าประจำที่🔗

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผมขอเรียนที่ประชุม ได้รับทราบถึงลำดับของการพิจารณาวาระนี้ว่า เรื่องนี้ค้างมา ๒ สัปดาห์แล้วนะครับ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วอยู่ในระหว่างการพิจารณามาตรา ๖ ซึ่งได้มีการสงวนความเห็นของ กรรมาธิการ ได้มีการอภิปราย มีการชี้แจงจบแล้วนะครับ ในระหว่างการลงมติก็ปรากฏว่า ผู้แสดงตนไม่ครบองค์ประชุม ประธานสภาก็ปิดประชุมไปนะครับ วันนี้ก็ต้องมาเริ่มที่เดิม ก็คือการลงมติในมาตรา ๖ ท่านประธานกรรมาธิการมีอะไรเชิญนะครับ🔗

นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ประธานคณะกรรมาธิการ

ขอบคุณท่านประธาน ผม นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติวัตถุ อันตราย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขออนุญาตปรึกษาหารือท่านประธานครับว่าผมเองอยากจะ ขอถอนร่างฉบับนี้กลับไปพิจารณาใหม่ กราบเรียนท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ตามข้อบังคับก็ถอนได้ นะครับ ถ้าที่ประชุมอนุมัตินะครับ ท่านประธานกรรมาธิการแจ้งที่ประชุมว่าจะขอถอน เรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว คือร่างพระราชบัญญัติวัตถุอันตรายนี้ออกไปนะครับ ซึ่งตามข้อบังคับก็อนุญาตให้ถอนได้ถ้าหากว่าที่ประชุมไม่ขัดข้อง ผมเรียนถามว่าที่ประชุม ขัดข้องไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าที่ประชุมไม่ขัดข้อง ก็ถือว่าที่ประชุมอนุญาตให้ถอนเรื่องนี้ไปนะครับ เรื่องนี้ก็จะพ้นไปจากวาระนะครับ ขอบคุณ ท่านประธานกรรมาธิการและเจ้าหน้าที่ทุกท่านนะครับ ขอขอบพระคุณครับ🔗

ต่อไปเป็นวาระพิจารณาเรื่องด่วนนะครับ🔗

๑. ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ🔗

เรื่องนี้คณะรัฐมนตรี ได้เสนอร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มายัง สภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาตามมาตรา ๑๓๓ (๑) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และคณะรัฐมนตรีได้รายงานการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง และผลกระทบที่อาจจะ เกิดขึ้นจากการตรากฎหมายนี้ตามมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญแล้วนะครับ ต่อไปนี้ก็จะ ขออนุญาตให้บุคคลที่จะมาร่วมชี้แจงในการเสนอของคณะรัฐมนตรี ท่านแรกก็คือ นางสาวณัฏฐ์พัชร์ ยงใจยุทธ นายเรืองศักดิ์ สุวารี อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ นางศิรสา ไชยหมาน ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายกระบวนการยุติธรรมทางอาญา สำนักงาน คณะกรรมการกฤษฎีกา นายพรชัย ตระกูลวรานนท์ นายดิสทัต คำประกอบ ๕ ท่าน อนุญาตให้ เข้ามาได้ครับ ต่อไปท่านรัฐมนตรี เชิญครับ สมาชิกมีความประสงค์อภิปรายส่งชื่อมานะครับ🔗

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ขอเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติคุ้มครองพยาน ในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยมีหลักการและเหตุผล ดังนี้ หลักการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ ดังต่อไปนี้🔗

๑. แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๓ เพิ่มบทนิยามคำว่า พยาน เพื่อให้ครอบคลุมถึง ผู้แจ้งเบาะแสในคดีอาญาและจำเลยในคดีอาญาให้ได้รับการคุ้มครอง🔗

๒. แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๓ เพิ่มบทนิยามคำว่า พนักงาน เจ้าหน้าที่ เพื่อให้ เกิดความชัดเจนว่าต้องเป็นบุคคลที่ได้รับการแต่งตั้งจากรัฐมนตรีผู้รักษาการ🔗

๓. แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๖ วรรคสอง เพิ่มเติมเนื้อความในมาตรการทั่วไป ในการคุ้มครองพยานให้หน่วยงานที่ทำหน้าที่ในการคุ้มครองพยานมีการประเมินพฤติการณ์ ความไม่ปลอดภัยของพยานประกอบการพิจารณาดำเนินการ🔗

๔. แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๘ (๒) และ (๓) แก้ไขเพิ่มเติมมูลฐานความผิด ฐานก่อการร้าย และความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ เป็นฐานความผิดที่ร้องขอใช้มาตรการพิเศษ🔗

๕. แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๑๐ (๒) ตัดอายุความการจ่ายค่าเลี้ยงชีพของพยาน และมาตรา ๑๐ (๓) ให้สามารถแก้ไขการเปลี่ยนแปลงข้อมูลทางทะเบียนราษฎร์ของพยานได้🔗

๖. เพิ่มเติม มาตรา ๑๒ (๖) เหตุสิ้นสุดในการคุ้มครองพยาน ให้สำนักงาน คุ้มครองพยานเสนอเหตุสิ้นสุดในการคุ้มครองพยานได้🔗

๗. แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๑๓ วรรคแรก ให้สำนักงานคุ้มครองพยานมีหน้าที่ ในการจัดฝึกอบรมเกี่ยวกับการปฏิบัติภารกิจคุ้มครองพยาน และเพิ่ม มาตรา ๑๓ วรรคสอง กำหนดให้มีการช่วยเหลือพยานที่ได้รับผลกระทบจากการมาเป็นพยานให้ได้รับการช่วยเหลือ เยียวยาจากรัฐ🔗

๘. เพิ่ม มาตรา ๑๓/๑ เติมอำนาจหน้าที่ของพนักงาน เจ้าหน้าที่ ให้มีอำนาจ หน้าที่ตรวจค้น ควบคุมบุคคล หรือยานพาหนะต้องสงสัยที่อาจก่อภัยอันตรายแก่พยาน🔗

๙. แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๑๗ วรรคแรก ให้พยานมีสิทธิได้รับค่าตอบแทน และค่าใช้จ่ายจากการที่ได้เดินทางมาให้ข้อเท็จจริง และเพิ่มมาตรา ๑๗ วรรคสอง ให้พยาน มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายกรณีที่เดินทางมาแล้วแต่ไม่ได้ให้การหรือขึ้นเบิกความ ที่ไม่ได้มีสาเหตุจากพยานให้มีสิทธิได้รับค่าตอบแทนและค่าใช้จ่าย🔗

เหตุผล จากการบังคับใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ มาช่วงระยะเวลาหนึ่งพบว่ามีบทบัญญัติบางมาตราไม่สอดคล้องกับ การปฏิบัติการสภาพเศรษฐกิจ ภาระค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นกับพยานที่มาทำหน้าที่เป็นพยาน ในการพิจารณาคดีอาญา รวมทั้งยังไม่มีบทบัญญัติเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ของพนักงาน เจ้าหน้าที่ ในการปฏิบัติงานตามพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. ๒๕๔๖ กระทรวงยุติธรรมจึงได้เสนอร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ได้มีการปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้พยานได้รับการคุ้มครองความปลอดภัย อย่างมีประสิทธิภาพ การจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายแก่พยานที่มาทำหน้าที่เป็นพยาน ในคดีอาญาสอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและไม่เป็นภาระแก่พยาน กระผมในนามของ กระทรวงยุติธรรมจึงขอกราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้ที่ประชุมสภา ผู้แทนราษฎรได้ร่วมกันพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีท่านสมาชิก มีความประสงค์อภิปรายเข้าชื่อกันมาแล้ว ๔ ท่านนะครับ ผมขออนุญาตเรียนเพื่อจะได้ เตรียมตัวนะครับ ท่านแรก พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ จากนั้นก็เป็น คุณณัฐวุฒิ บัวประทุม คุณคารม พลพรกลาง คุณนิยม เวชกามา ขอเชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ขอร่วมอภิปรายในวาระรับหลักการของพระราชบัญญัตินี้ครับ ผมมีสไลด์ (Slide) ท่านประธานครับ ช่วยนำเสนอด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

ปี ๒๕๔๓ ท่านประธานครับประเทศไทยลงนามในอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้าน อาชญากรรมข้ามชาติครับท่านประธาน ตั้งลักษณะองค์กรที่เรียกว่า ยูไนเตต เนชัน คอนเวนชัน อะเกนสต์ ทรานส์เนชันนัล ออร์กาไนซ์ ไครม์ (United Nations Convention against Transnational Organized Crime) หรือที่เรียกว่า ยูเอ็นทีโอซี (UNTOC) นะครับ พระราชบัญญัตินี้เป็นพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานที่เกิดขึ้นมาแล้วนะครับ ตั้งแต่ ปี ๒๕๔๖ เดิม เกิดการขัดข้องในการปฏิบัติงานของหน่วยงานที่เกี่ยวกับการคุ้มครองพยาน นะครับ ส่งผลต่อความเชื่อมั่นของพยานในกระบวนการคุ้มครองพยาน ถึงปรับกฎหมาย ฉบับนี้เข้ามานะครับ และรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ท่านประธานครับ มาตรา ๖๘ รัฐพึงจัดให้มี การบริหารในกระบวนการยุติธรรมทุกด้านให้มีประสิทธิภาพ ให้เป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ ครับท่านประธาน ประชาชนเข้าถึงความยุติธรรมได้ สะดวกรวดเร็ว ไม่เสียค่าใช้จ่าย การคุ้มครองพยาน จึงถือเป็นสิ่งจำเป็น และเป็นหัวใจของกระบวนการยุติธรรมอย่างที่สุด ครับท่านประธาน อันนี้คือหัวใจครับ ประเด็นที่ผมจะพูดในวาระนี้คือมี ๕ ประเด็นด้วยกัน ครับ ภาระหน้าที่ของการคุ้มครองพยาน พยานในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ บวก ๕ ที่เกิดขึ้นนะครับ กระบวนการหรือวิธีการที่ขอบัญญัติใหม่เพิ่มนะครับ แล้วก็ ๓. งบประมาณ และคำขอในค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ผลสัมฤทธิ์คือความสำเร็จของกระบวนการคุ้มครองที่จะได้รับ ๕. คือปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากการคุ้มครองที่บกพร่องของรัฐตอนสุดท้าย🔗

ประเด็นที่ ๑ ท่านประธานครับ ภาระหน้าที่การคุ้มครองพยานนี้จะมีการ เพิ่มขึ้นในการดูแลบุคคลที่เกี่ยวข้องในกฎหมายฉบับนี้ ที่เป็นค่าใช้จ่าย คือ สามี ภรรยา บุพการี ผู้สืบสันดานและบุคคลอื่น ๆ อีกนะครับ แต่สิ่งสำคัญคือภาระหน้าที่ที่เพิ่มนี้มันมี การเพิ่มกฎหมาย เพิ่มในความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้ายครับท่านประธาน การก่อการร้าย เป็นหัวใจสำคัญครับ ผมไม่รู้ว่ารัฐบาลกำลังคิดอะไร การก่อการร้ายมีนนิง (Meaning) ของมันมีกว่า ๑๐๐ แบบนะครับ และสิ่งสำคัญในมีนนิง (Meaning) ของมันในลักษณะ การก่อการร้ายมันเป็นเรื่องการเมือง มีจุดประสงค์เรื่องทางศาสนา เรื่องการเมือง อุดมการณ์ อย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้ครับ ที่คนผู้กระทำมีเจตนาหรือพฤติการณ์รุนแรง นี่คือสิ่งที่ผมกำลัง มองว่าเป็นจุดที่อยู่ใต้พรมนี้หรือเปล่า ว่ารัฐบาลต้องการเปลี่ยนกฎหมายนี้เพื่ออะไร เพื่อจะ มาควบคุมหรือลดความเป็นธรรมของศัตรูทางการเมืองหรืออื่น ๆ ครับประธาน และเพิ่ม ศักยภาพของรัฐเอง รัฐรวมศูนย์ที่ขณะนี้มี เพิ่มความชอบธรรมครับ เพื่อในการค้นหาพยาน หรือตั้งเซตอัป (Set up) ขึ้นมาครับ ผมมีประเด็นอยู่แค่นี้🔗

๒. กระบวนการในเรื่องของการที่บัญญัติใหม่ที่เพิ่มเติมนั้น โดยเฉพาะความ ในมาตรา ๑๐ ครับท่านประธาน ในมาตรา ๑๐ ให้สำนักงานคุ้มครองพยานดำเนินการ เพิ่มการคุ้มครองพยานเป็นมาตรการพิเศษ ซึ่งอยู่ใน ๗ วงเล็บนะครับ แล้วก็ในวรรคสอง ก็เน้นเรื่องของการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเกี่ยวกับทะเบียนราษฎร์ บัตรประชาชนและการ รับแจ้ง มีหน้าที่ตามหลักเกณฑ์ที่หน่วยที่จะกำหนดตามวรรคสามครับ🔗

- ๑ ๙ /๑ โดยให้ถือว่าข้อมูลทั้งหมดเป็นความลับ ห้ามมิให้หน่วยนี้เปิดเผย เปิดเผยผิดกฎหมาย เว้นแต่ ท่านสมศักดิ์ที่อยู่ตรงนั้นเป็นคนอนุญาต นั่นคืออำนาจที่กำลังให้กับท่านสมศักดิ์ แต่ดีครับ ผมว่าดีครับ แต่ผมเป็นห่วงแค่นักการเมืองที่เข้าไปเป็นรัฐมนตรี ถ้าไม่อยู่ในความชอบธรรม ไม่อยู่ในศีลธรรม ความลับตรงนี้มันตายกับตายครับ พยานหรือผู้ที่ถูกคุ้มครองพยานนั้น ไปแน่ครับ🔗

๓. งบประมาณและคำขอในค่าใช้จ่าย จะพบว่าเหตุอื่นใดที่เห็นสมควร โดยคำนึงถึงความปลอดภัยและการดำรงชีพตามปกติของพยานที่เพิ่มในมาตรา ๑๒ (๖) เช่น ค่าใช้จ่าย ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าต่าง ๆ เป็นเรื่องสำคัญ สิ่งสำคัญคือรัฐเองต้องกำหนดในการ คุ้มครองกลุ่มบุคคลเหล่านี้ครับ ที่พยานบวก ๕ ว่าต้องมีชั้นของมันครับท่านประธาน ฝากท่านสมศักดิ์ไว้ว่าสิ่งสำคัญคือต้องปกปิด นั่นอันแรกครับ อันที่ ๒ คือซ่อนเร้นและ คุ้มครอง ระดับที่ ๓ คือลับสุดยอดครับท่านประธาน คือการเปลี่ยนแปลงตัวคน ถิ่นที่อยู่ ซึ่งอยู่ในมาตราที่กำหนดใหม่ ซึ่งทะเบียนราษฎร์ต้องทำ🔗

๔. ผลสัมฤทธิ์หรือความสำเร็จของกระบวนการคุ้มครอง ผลดีทางคดีคือ จำเลยถูกลงโทษแน่ครับ มูลค่าทรัพย์สินที่ได้ถูกยึดมากขึ้น ทำลายเครือข่ายแน่นอนครับ สภาพสังคมลดความหวาดระแวง เพิ่มความเชื่อมั่นในเรื่องความยุติธรรม พยานได้รับความ คุ้มครองอย่างต่อเนื่องและพ้นภัย🔗

สุดท้ายครับท่านประธาน ปัญหาที่จะเกิดขึ้นในการคุ้มครองพยานที่เกิดความ บกพร่องคือความลับรั่วครับท่านประธาน ความลับรั่ว บุคคลที่ถูกคุ้มครองถูกเปิดเผยตัว ถูกคุกคามอย่างต่อเนื่อง สูญเสียทรัพย์สินที่มีอยู่ สูญเสียที่อยู่ สูญเสียรายได้ ถูกลอบทำร้าย ถูกทำร้ายถึงขั้นเสียชีวิต ท่านประธาน ถ้ากระบวนการยุติธรรมถูกทำลายความเชื่อมั่นแล้ว สังคมจะขาดความร่วมมืออย่างชัดเจนครับท่านประธาน และจะทิ้งองค์กรของรัฐที่บอกว่า ยุติธรรมที่สุด ไม่ว่าจะเป็นองค์กรใหม่ที่เกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญ หรือองค์กรที่ให้ความเป็น ธรรมแก่รัฐ ถ้าไม่ปกป้องคุ้มครองอย่างมีสุจริต ถ้าอย่างนั้นเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ในพระราชบัญญัตินี้ทุกท่านต้องสุจริตดังที่ท่านพูด ท่านประธานเคยกล่าวไว้ทุกคำครับ ขอบคุณครับ ความสุจริตเท่านั้นที่จะปกป้องคนด้วยความยุติธรรมครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณณัฐวุฒิ บัวประทุม ครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ผมขออนุญาตที่จะมีส่วนร่วมในการอภิปรายในขั้นรับหลักการของ ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา พ.ศ. .... ใน ๔ ประเด็นใหญ่ ๆ ด้วยกันครับ🔗

ในประการที่ ๑ ครับท่านประธาน ผมอยากจะย้อนกลับไปในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมาตรา ๒๔๔ ที่มีการพูดถึงเรื่องของการคุ้มครองพยาน สักนิดหนึ่งครับ รัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๔๔ ในปี ๒๕๔๐ นั้นบอกบุคคลที่เป็นพยาน ในคดีอาญามีสิทธิได้รับการคุ้มครอง การปฏิบัติที่เหมาะสม และค่าตอบแทนที่จำเป็น และสมควรจากรัฐ พูดง่าย ๆ ก็คือว่าในมาตรานี้มิได้พูดถึงแต่เรื่องของการคุ้มครองพยาน อย่างเดียวนะครับ แต่พูดถึงการปฏิบัติงานที่เหมาะสม และพูดถึงค่าตอบแทนที่จำเป็น และสมควรจากรัฐด้วย นั่นหมายถึงว่าตัว พ.ร.บ. คุ้มครองพยานตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ ที่ใช้มาจน ปัจจุบันนี้เป็นระยะเวลา ๑๘ ปีเต็มนั้นท่านได้ตอบโจทย์นี้หรือไม่ ข้อความดังกล่าว ไม่ได้เขียนเหมือนกันเสียทีเดียวในรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ นะครับ แต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ นั้นก็วางหลักการที่เราเรียกว่าการคุ้มครองส่วนได้เสีย ซึ่งท่านแบ่งหรือบาลานซ์ (Balance) ออกเป็นใน ๓ ส่วนด้วยกัน ก็คือการคุ้มครองส่วนได้เสียของสังคม ส่วนได้เสียของบุคคล แล้วก็พิจารณาดูว่าของสังคมและบุคคลนั้นจะเป็นอย่างไรครับ ประการที่ ๑ ที่ผมอยากจะ ย้อนกลับไปให้พิจารณาก็คือว่ามันเคยมีงานวิจัยที่บอกว่า พ.ร.บ. คุ้มครองพยานในปี ๒๕๔๖ นั้นมีปัญหาอยู่ทั้งหมด ๙ ประการด้วยกัน และผมอยากจะฟังคำตอบจากผู้ชี้แจงว่า พ.ร.บ. ฉบับใหม่ที่เข้ามานั้นตอบโจทย์ทั้ง ๙ ประการหรือไม่ ๙ ประการมีตั้งแต่กรณีของอัตรากำลังพล ที่ไม่เพียงพอครับ ผมคิดว่านี่เป็นงานบริหารครับ ไม่ได้ติดใจเท่าไร ประการที่ ๒ บอกงบประมาณเครื่องมือเครื่องใช้ท่านมีข้อจำกัด ประการที่ ๓ บอกว่ามัน ต้องมีการประสานงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ประเด็นตัวที่ ๓ นี้ครับที่ผมเริ่มติดใจว่ากฎหมาย ฉบับนี้จะตอบโจทย์หรือไม่ ด้วยความเคารพนะครับแค่เข้าไปใน เวิร์ดไวด์เว็บอาร์แอลพีดี ดอท จีโอ ดอท ทีเอช (www.rlpd.go.th) ผมก็ไปหน้าที่ ๒ ต่อไม่ได้แล้วครับ ติดตั้งแต่หน้า แรกว่าจะเข้าเว็บไซต์ (Website) ต่ออย่างไร ประการที่ ๔ ก็คือต้องมีการบูรณาการหรือการ แก้ไขกฎหมายระเบียบและแนวทางที่ชัดเจน ประการที่ ๕ ระยะยาวต้องมีเจ้าหน้าที่โดยตรง อย่างจำเพาะเจาะจง ประการที่ ๖ บางหน่วยมองว่าภารกิจในการคุ้มครองพยานนั้นเป็นสิ่ง ที่ไม่จำเป็น ประการที่ ๗ บอกเจ้าหน้าที่ขาดความรู้ ประการที่ ๘ บอกไม่มีการศึกษาอบรม ประการที่ ๙ เป็นสิ่งที่สำคัญนะครับ ก็คือว่าประชาชนจำนวนมากไม่ทราบหรือไม่เข้าถึงสิทธิ ที่จะได้รับการคุ้มครองพยาน ผมคิดว่าท่านต้องตอบประเด็นแรกเหล่านี้ก่อนนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ กฎระเบียบและแนวทาง ที่ไม่ชัดเจน แล้วก็ประเด็นเรื่องที่ประชาชน ซึ่งควรจะได้รับสิทธินั้นไม่ทราบหรือไม่อาจเข้าถึง สิทธิได้ ท่านประธานทราบหรือไม่ครับว่าในข้อมูลทางวิชาการนะครับ บอกตั้งแต่ ปี ๒๕๔๗ จนถึงปี ๒๕๖๔ มีบุคคลที่ยื่นคำร้องขอเข้าคุ้มครองพยานแล้วจำนวน ๒,๑๑๑ เรื่อง คิดเป็นคนคือ ๔,๐๑๐ คน แต่ในบรรดาทั้งหมด ๔,๐๑๐ คน คณะกรรมการ หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบในการคุ้มครองพยานยกคำร้องมากกว่า ๒๕ เปอร์เซ็นต์ คือ ๑,๑๖๘ คน มีการดำเนินการคุ้มครองในระยะสั้นจนสิ้นสุดนะครับ รวมแล้วอีก ๒,๐๐๐ กว่าคน พูดง่าย ๆ ก็คือว่าปัจจุบันเหลือบุคคลที่อยู่ในระบบคุ้มครองพยาน ไม่มากนัก อันนี้ใช่หรือไม่ที่เป็นคำตอบหนึ่งที่ท่านบอกว่าระยะเวลามีข้อจำกัด งบประมาณ มีข้อจำกัด คนมีข้อจำกัด ซึ่งเป็นโจทย์แรกที่ผมตั้งคำถามครับ🔗

โจทย์ที่ ๒ ท่านประธานครับ ก็คือโจทย์ในเนื้อหาสาระของร่างพระราชบัญญัติ คุ้มครองพยาน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในรายละเอียดผมไม่ติดใจเท่าไรนะครับในการเพิ่มเติม เข้ามาแต่ผมติดใจในแง่ของการที่ท่านตัดออกกับการที่มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ผมยกตัวอย่างเช่นกรณีของการที่จำเลยอ้างตนเองเป็นพยานนั้น เหตุผลหรือความจำเป็นใด ๆ ที่ท่านต้องตัดออกในเมื่อเขาเองถ้าเขามั่นใจและกระบวนการยุติธรรมยังสันนิษฐานว่า เขาเป็นผู้บริสุทธิ์ เขาจะไม่สามารถเข้าสู่ระบบการคุ้มครองพยานแบบนี้ได้จริงหรือ หรือแม้กระทั่งในกรณีการแก้ไขเพิ่มเติมความผิดในมาตรา ๖ ที่มีการแก้ไขมาตรา ๘ ท่านลง รายละเอียด ยกตัวอย่างคดีความผิดเกี่ยวกับเพศ แต่ผมสงสัยว่าในเมื่อท่านบอกว่าความผิด เกี่ยวกับการก่อการร้ายความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ท่านพูดในภาพรวม แต่เพราะเหตุใด ท่านถึงไม่ยกหมวดว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับเพศทั้งหมดมาเป็นส่วนหนึ่งของการคุ้มครอง พยาน ท่านไม่ทราบหรอกครับ ทุกวันนี้ผมยังต้องใช้เงินส่วนตัวในการดูแลผู้หญิง ที่ถูกรุมโทรมที่ไปชูป้ายในการชุมนุม เพราะว่าคดีรุมโทรมหลายคดีนั้นตัวผู้ต้องหาหรือจำเลย หรือแม้คดีล่วงละเมิดทางเพศโดยทั่วไปล้วนมีอิทธิพล หรือกำลัง หรืออำนาจที่เหนือกว่า ซึ่งความผิดเหล่านี้อยู่ในมาตราต้น ๆ ของความผิดเกี่ยวกับเพศ เช่น ในมาตรา ๒๗๖ มาตรา ๒๗๗ ของประมวลกฎหมายอาญา ท่านอย่าลืมคดีนกฮูกที่อยู่ที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ผมไม่อยากเท้าความนะครับ แต่นั่นก็คือส่วนหนึ่งของความผิดพลาดที่เกิดขึ้นในระบบ ของการคุ้มครองพยาน ไม่รวมถึงคดีของดีเอสไอ (DSI) ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการคุ้มครอง พยานในคดีที่มีการฆ่าตัดตอนที่เกิดขึ้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์หรือในภาคอีสานหลายคดี เป็นต้น นั่นเป็นประเด็นที่ ๒ ครับ🔗

ประเด็นที่ ๓ เป็นในเชิงรายละเอียดครับ ผมไม่แน่ใจท่านผู้ชี้แจงโดยเฉพาะ อย่างยิ่งเจ้าหน้าที่ท่านได้ชี้แจงหรือไม่ครับว่าใน พ.ร.บ. คุ้มครองพยานมีคำร้อง คำขอ แบบคำร้อง แบบคำขอเยอะแยะไปหมดเลยครับ ผมเป็นประชาชนไม่เข้าใจหรอกครับว่า รอบใดต้องใช้คำขอ รอบใดต้องใช้คำร้อง ทำไมถึงมีแบบฟอร์มที่เรียกว่า สคพ. ๑ สคพ. ๑ เขียนเป็นคำร้องขอในรายละเอียดบอกแบบคำร้อง ท่านใช้คำเดียวกันได้หรือไม่ ในรายละเอียดเหล่านี้ที่ทำให้เห็นชัดเจนว่ามันเป็นเรื่องหลักการแบบเดียวกันมิให้ผู้ปฏิบัติ หรือประชาชนสับสน และด้วยความเคารพนะครับ ตกลงใครเป็นซับเจกต์ (Subject) หรือ องค์ประธานแห่งสิทธิ ถ้าประชาชนเป็นองค์ประธานแห่งสิทธิเขาควรจะเป็นผู้แจ้ง ไม่ใช่ต้อง กราบหรือไปร้องขอความคุ้มครองจากพวกท่านที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่รับภาษีประชาชน ประเด็นเรื่องทะเบียนราษฎร์ท่านสุพิศาลพูดไปแล้ว แต่วันนี้ต้องยอมรับคนจำนวนมาก ยังเข้าถึงข้อมูลทะเบียนราษฎร์ส่วนบุคคลย้อนกลับไปสู่รู้ว่าพยานคนใดเปลี่ยนชื่อเสียง เรียงนามใด ๆ ต่าง ๆ มาได้ นั่นเป็นสิ่งที่ต้องระวังครับ🔗

ประเด็นที่ ๔ สั้น ๆ ครับ เป็นประเด็นสุดท้ายท่านประธานครับ เมื่อตรวจ ร่างกฎหมายทั้งฉบับแล้ว ไม่มีการออกระเบียบใด ๆ ใหม่มากนัก มีแต่เพียงระเบียบตัวเดียว ที่ควรจะเป็นกฎกระทรวง ฉะนั้นระยะเวลาการบังคับใช้ ๙๐ วัน ผมคิดว่าค่อนข้าง มากเกินไปครับ เป็นไปได้หรือไม่ ขอแบบประมวลกฎหมายยาเสพติดนะครับท่านรัฐมนตรี ที่ท่านขอสภาแห่งนี้ ก็คือขอสัก ๓๐ วัน ก่อนที่ผมจะตัดสินใจรับหลักการกฎหมายฉบับนี้ ขอคำตอบด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขออนุญาตท่านต่อไป คุณคารม พลพรกลาง ครับ🔗

นายคารม พลพรกลาง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายคารม พลพรกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จังหวัดร้อยเอ็ด ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานที่ได้ให้โอกาสและให้เวลาผมอภิปราย ต่อร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ต้องเรียนอย่างนี้ว่า ประเทศไทยเป็นระบบที่ดำเนินคดีในระบบกล่าวหา การที่เรามีพยานที่เป็นพยานจริง ไม่ใช่ พยานเท็จ เป็นเรื่องสำคัญ ไม่อย่างนั้นการที่มีพยานเท็จมาให้การปรักปรำจนจำเลยหรือ ผู้ต้องหาต้องถูกดำเนินคดีขัดกับเรื่องสิทธิมนุษยชน ขัดกับหลักการดำเนินการคดีอาญา ซึ่งเราจะเห็นอยู่แล้วว่าคดีใหญ่ ๆ ที่มีการปั้นพยานขึ้นมานี้ นั่นคือตัวทำลายระบบ กระบวนการยุติธรรม ประเด็นที่ผมจะพูดอาจจะแตกต่างจาก ๒ ท่าน เพื่อจะไม่ได้ซ้ำประเด็น และเพื่อเป็นประโยชน์ กราบเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเป็นผู้เสนอกฎหมายฉบับนี้ กฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายปฏิรูป ซึ่งดูเนื้อหาสาระ และความจำเป็นแล้วก็เห็นว่าจำเป็น ผมดูหลักการแล้วก็สนับสนุนได้ เห็นชอบได้ เพียงแต่ว่า ต้องเรียนนะครับว่าการประชาสัมพันธ์หรือการที่จะคุ้มครองพยาน รวมทั้งบุพการีญาติเขา ที่เกี่ยวข้องและเป็นวัตถุประสงค์ในการแก้กฎหมายฉบับนี้ ท่านประธานครับในต่างจังหวัด คดียาเสพติด ท่านรัฐมนตรีครับ เยอะมากครับ เยอะจริง ๆ สมมุติว่าในชุมชนนั้นตำรวจค้ายา อันนี้พูดหลักการนะครับ ไม่ได้กล่าวหาบุคคลใดบุคคลหนึ่ง อยู่ในเขตตำบลอำเภอนี้ จังหวัดนี้ แล้วมีพยานรู้เห็น แล้วเขาจะให้ข้อมูลเริ่มต้นคดีด้วยการแจ้งความ ท่านประธานลองคิดดู ครับ คนที่จะข่มขู่พยานคือเจ้าหน้าที่ตำรวจ แล้วอย่างไรครับ เพราะฉะนั้นการร้องเรียนมายัง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมตามพระราชบัญญัติคุ้มครองคดีอาญา ซึ่งต้นเรื่องคือ ปี ๒๕๔๖ อันนี้สำคัญกว่าที่จะบอกว่า สำคัญเหมือนกันครับ ขยายฐานความผิดแต่ความ มั่นคง ความผิดฐานก่อการร้าย เรื่องอื่นจำเป็น เพราะคดีอาญาก็คือคดีอาญา การกล่าวหาว่า คนทำผิดอาญาต้องพิสูจน์แน่ชัด ปราศจากข้อสงสัยจึงจะลงโทษเขาได้ ผมวกกลับมาครับ การที่พยานถูกข่มขู่แล้วเขาต้องร้องมานี้มีสักกี่คนครับท่านรัฐมนตรี ท่านประธานที่เคารพ ที่จะรู้ ถ้าไม่ใช่วงการกฎหมายรู้น้อยครับ เพราะฉะนั้นกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ สำนักงานคุ้มครองพยาน ต้องประชาสัมพันธ์นะครับ ผมก็ตรวจดูเท่าที่ดู ผมจะดูงบประมาณ ว่าท่านใช้ในเรื่องนี้สักเท่าไร ปีงบประมาณ ๒๕๖๔ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้ไป ๗๐๐ กว่าล้านบาท ตัวเลข ๗๗๗,๖๐๐,๐๐๐ กว่าบาท ปี ๒๕๖๕ ลดมาเหลือ ๖๗๔ ล้าน บาท ท่านมีค่าใช้จ่ายอื่นที่เป็นค่าใช้จ่ายในการตอบแทนพยานและคุ้มครองพยาน ๑๕ ล้านบาท ท่านไปดูอยู่ในหน้า ๗๐ ซึ่งท่านต้องดูนะครับ บริหาร สถิติคดีอาญาของประเทศ ไทยที่สำนักงานศาลยุติธรรมดูตั้งแต่ศาลชั้นต้น ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา สถิติเข้ากว่าจะไปจบ แล้วมีทั้งลงโทษและยกฟ้องเยอะมาก ฟังข้อมูลของท่าน ส.ส. ณัฐวุฒิ ไม่กี่พันคนเองที่ได้ เข้ากระบวนการคุ้มครอง ประเด็นคืออะไร ประเด็นคือเขาไม่รู้เรื่อง เขาไม่รู้ด้วยซ้ำไป ถ้าเขา ให้ข้อเท็จจริงต่อกระบวนการยุติธรรมไป ค่าตอบแทนได้ แต่เขาปลอดภัยไหม เขาจะได้รับ ผลกระทบอย่างไร อันนี้ท่านต้องพยายามที่จะตอบคำถามผมด้วยว่าสำนักคุ้มครองพยานซึ่งมีหน้าที่โดยตรง จะต้องทำอย่างไร เพราะเหตุว่าถ้าเราทำหลักการขึ้นดีแต่ประชาชนไม่รู้สิ่งที่ได้รับผลกระทบ จริง ๆ คือไม่ได้สัมฤทธิ์ตามกฎหมายนี้ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนว่าในฐานะที่เป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและเห็นในต่างจังหวัดมันคดีอาญา ท่านจะเห็นนะครับตามข่าว คดีรุนแรงขึ้น คดีเพศก็รุนแรงขึ้น คดีความผิดความมั่นคงก็รุนแรงขึ้น สิ่งที่กฎหมายฉบับนี้ จะต้องทำให้ได้มีประสิทธิภาพที่สุดก็คือคุ้มครองพยานเพื่อให้สถิติคดีนั้น ๆ คดีอาญานั้น ๆ ลงโทษคนกระทำผิดจริง ไม่ใช่ไปยกฟ้องเพราะว่าปราศจากพยานที่จะมาเยือน คือพยานบุคคล คือประจักษ์พยาน พยานเอกสารไม่สำคัญเท่าพยานบุคคลในบางกรณี บางกรณีพยานเอกสารเปลี่ยนแปลงไม่ได้ แต่พยานบุคคลเท่านั้นที่จะยืนยันได้ว่าคนนั้น กระทำผิดจริงหรือไม่ เพราะฉะนั้นจึงขออภิปรายต่อพระราชบัญญัตินี้ว่าเป็นหลักการที่ดี แต่ผมอยากให้ท่านประชาสัมพันธ์แล้วก็ให้ค่าป่วยการคุ้มครองกับพยานและบุพการี ให้เหมาะสมนะครับท่านประธาน ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป ท่านนิยม เวชกามา หลังจากนั้นก็มีรายชื่อเพิ่มอีก ๓ ชื่อ ท่านขจิตร ชัยนิคม ท่านซูการ์โน มะทา แล้วก็ท่านวิรัช พันธุมะผล ขอเชิญท่านนิยมครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมให้ความสนใจมากเกี่ยวกับการแก้ไขพระราชบัญญัติคุ้มครองพยาน ในคดีอาญาฉบับนี้ ผมเองไม่ใช่ภาคราชการ ไม่ใช่ส่วนหนึ่งส่วนใด แต่ขอกราบเรียน ท่านประธานเพื่อจะแสดงความคิดเห็นในฐานะตัวแทนของพี่น้องประชาชน ท่านประธาน เนื่องจากกฎหมายฉบับนี้ผมก็ต้องยอมรับว่าตั้งแต่ปี ๒๕๔๖ มาถึงวันนี้ปี ๒๕๖๔ ก็ ๑๘ ปี ก็ถือว่าสมควรที่จะมีการแก้ไข คือกฎหมายคุ้มครองพยานเดิมทีเดียวมันก็ไม่มีแบบนี้ ผมเองอยู่ในลักษณะเป็นพยานหลายครั้งในยุคที่ผมเป็นนิติกรขึ้นเป็นพยานหลายครั้ง ก็ไม่มี การคุ้มครองพยานอะไรผมจึงให้ความสำคัญว่าถ้ากฎหมายนี้ออกมาแล้วพี่น้องประชาชน ซึ่งไม่รู้อีโหน่อีเหน่แต่ว่าอยู่ในที่เกิดเหตุ ดูรู้เห็น มีความจำเป็นต้องเป็นพยาน ท่านประธาน นี่ คือปัญหาว่าผมเห็นด้วยในลักษณะต้องแก้ไข แล้วก็มีกฎหมายคุ้มครองพยาน จากที่ผมกล่าวว่า ในยุคที่ผมเป็นนิติกรเป็นหน่วยงานของรัฐต้องขึ้นเบิกความเป็นพยานในศาลหลายครั้ง ในฐานะเป็นนักกฎหมายของสำนักงาน ไม่มีกฎหมายคุ้มครองพยานครับ ไปคนเดียวแล้ว ขึ้นเบิกความ ส่วนใหญ่เป็นคดีทุจริตใน สปจ. อันนี้คือเป็นปัญหามา ผมเห็นแล้วผมให้ความ สนใจมาก เสนอแต่แรกว่าขออภิปรายด้วย เห็นด้วยแต่ก็มีข้อติติงหลายประเด็นซึ่งต้อง ฝากไปถึงกรรมาธิการซึ่งดำเนินแก้ไข โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมซึ่งเป็น ผู้มีส่วนได้เสียในการแก้ไขกฎหมายฉบับนี้โดยตรง ผมจึงขอกราบเรียนว่าจะกำหนด ๙๐ วัน ผมก็เห็นด้วย ยิ่งใช้เร็วขึ้นเท่าไร เพราะมีการแก้ไขในบางมาตราซึ่งไปเพิ่มในส่วนที่มันดีขึ้น ท่านประธาน ร่างเดิม กฎหมายเดิมในปี ๒๕๔๖ โดยเฉพาะมาตรา ๗ ในมาตรา ๗ มายกเลิก มาตรา ๑๐ แล้วใช้ข้อความใหม่ ในกฎหมายเดิม (๒) ไม่ได้ระบุชัดเจน นี่คือผมก็เห็นด้วยอย่างยิ่งในลักษณะแบบนี้ เพราะของเดิมยังพูดคลุมเครืออยู่ ผมเอง ต้องกราบเรียนว่าถ้าบุคคลซึ่งเป็นพยาน โดยเฉพาะพยานบุคคลคือประจักษ์พยานที่สำคัญนี้ ภาคราชการซึ่งเป็นหน่วยงานสำนักงานคุ้มครองพยานให้ความสำคัญแก่บุคคลเหล่านี้ ให้มากที่สุด จากการที่ผมเคยไปเป็นพยานขึ้นไปคนเดียวแล้วก็กลับมาคนเดียว สุดท้ายศาล ก็บอกว่าให้พยานไปรับค่าตอบแทนใส่ซองมาให้ ๒๐๐ บาท สมัยนั้นนะครับ ๓๐ กว่าปี ผมก็บอกว่าพยานแทบจะไม่มีสิทธิอะไรเลยเขาเรียกไปอย่างไรก็ไปอย่างนั้น เพราะฉะนั้น ในมาตรา ๗ ยกเลิกมาตรา ๑๐ ใส่ข้อความใหม่บอกว่า จ่ายค่าเลี้ยงชีพพอสมควรแก่พยาน สามี ภรรยา บุพการี ผู้สืบสันดานคือบุตรนี่ล่ะ บุคคลอื่นที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพยาน ผมเห็นว่าเป็นเรื่องที่ต้องสนับสนุน เพราะในกฎหมายเดิมไม่ได้เขียนแบบนี้ แต่ต้องติติง นิดหนึ่งฝากไปถึงกรรมาธิการซึ่งจะดำเนินการต่อไปในลักษณะสำนักงานคุ้มครองพยาน ก็ให้ตั้งอยู่ในกระทรวงยุติธรรม ประเทศไทยไม่ใช่อยู่ที่กรุงเทพฯ ที่เดียว ผมเกรงว่าต่อไปนี้ หน่วยงานคือสำนักงานคุ้มครองพยานมีอยู่ที่กรุงเทพฯ ที่เดียว แล้ววิธีการที่จะไปดูแลพี่น้อง ซึ่งเป็นพยานในต่างจังหวัดไกล ๆ แบบบ้านผมจังหวัดสกลนครนี้แล้วจะทำอย่างไร ท่านบอกว่า ไม่เป็นอะไร เดี๋ยวให้ฝากเจ้าหน้าที่ตำรวจไป เพราะฉะนั้นบางทีมันก็ไม่ใช่ ท่านประธาน พยานเขามาบางทีไม่ได้อะไรเลย แต่มาเพื่อให้ความเป็นธรรมเกิดขึ้น ในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะต้นน้ำจากพนักงานสอบสวนคือตำรวจ ผมยังสงสัยว่า พยานที่จะให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนในกฎหมายฉบับนี้ไม่ได้เขียนไว้ว่าให้มีค่าตอบแทน ด้วยหรือไม่ จากบ้านนอกเดินเข้ามาบางทีเกิดเหตุอยู่สถานีตำรวจในเมืองต้องมีค่าพาหนะมา ผมยังไม่เห็นเขียนไว้นะว่า เห็นบอกให้ศาลเท่านั้น ขึ้นศาลจึงได้ แต่การมาให้ปากคำ ซึ่งเป็นกระบวนการต้นน้ำของกระบวนการยุติธรรมคือตำรวจ แล้วพยานไม่มีค่าตอบแทนเลย หรือท่านประธาน ฝากถึงคณะกรรมาธิการกลับไปดูสิว่าในลักษณะของชั้นพนักงานสอบสวน ชั้นอัยการได้ไหม อันนี้ผมก็ติดใจอยู่นะ ผมพยามอ่านดูในลักษณะของกฎหมายฉบับนี้ ความจริงกฎหมายฉบับนี้ส่วนใหญ่ก็ล้อกฎหมายปี ๒๕๔๖ มาส่วนใหญ่ จะมีเพิ่มเติมบ้าง บางมาตรา โดยเฉพาะในมาตรา ๙ แก้ไขมาตรา ๑๓ แล้วก็มาตรา ๗ แก้ไขในวรรคท้าย ๆ ก็เขียนไว้ค่อนข้างละเอียด เพียงแต่ว่าผมต้องคำนึงถึงพี่น้องประชาชนบ้านผมซึ่งเป็นพยาน เป็นบุคคลสำคัญของคดี พยานบุคคลนี้สำคัญมากครับโดยเฉพาะคดีอาญา เพราะฉะนั้น ถ้าพยานบุคคลไม่ได้รับการคุ้มครองแล้วจะให้เขายืนอยู่มุมไหน นี่ผมพูดถึงว่าในส่วน ชั้นพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการด้วย ไม่ใช่ชั้นศาลอย่างเดียวที่ผมไปขึ้นในชั้นศาล แล้วก็รับค่าตอบแทน ๑๐๐ บาท ๒๐๐ บาทที่หลายปีผ่านมา อันนั้นอยู่ชั้นศาล ผมจึงเห็นว่า วันนี้ถ้าจะทำกฎหมาย จะแก้กฎหมายอยากจะให้ไปถึงต้นน้ำด้วยท่านประธาน ต้นน้ำ หมายถึงพนักงานสอบสวนและอัยการ บุคคลที่มาให้การเป็นพยานทั้งนั้นควรมีสิทธิที่จะ ได้รับค่าตอบแทน ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณขจิตร ชัยนิคม ครับ🔗

นายขจิตร ชัยนิคม อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม ขจิตร ชัยนิคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๓ จังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ต้องขอขอบคุณ ท่านรัฐมนตรีที่ได้เสนอเรื่องกฎหมายร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ตามหลักการที่ท่านเสนอมานี้มันสามารถที่จะช่วยให้ความมั่นใจและกระบวนการ ยุติธรรมได้ดำเนินไปดีขึ้น ที่ผมบอกว่าดีขึ้น เพราะว่าปัญหาเท่าที่พบในฐานะที่เป็น ผู้แทนราษฎร ลักษณะหนึ่งเมื่อเกิดคดีเกิดอะไรขึ้นก็ตาม โดยเฉพาะคดีอาญา จะไม่มี คนที่อยากมาเกี่ยวข้องเป็นพยาน ด้วยเหตุผลที่ว่าคนที่เป็นพยาน ๑. ได้รับอันตราย ๒. การคุ้มครองจากรัฐที่เป็นเรื่องเป็นราวมีน้อยมาก การดูแลสวัสดิการน้อยมาก นอกจากนั้นยังมีลักษณะที่ผมอยากจะฝากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมไปว่า สิ่งหนึ่งที่ไม่ได้มีในนี้ก็คือด้านกลับกัน มันจะมีประเภทที่มาเป็นพยาน พยานที่จ้างมา ก็ฝากท่านด้วย แต่ว่าหลักการในนี้บางมาตราบอกว่าระเบียบการคุ้มครองพยาน ให้ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติแล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดผมไม่ค่อย เห็นด้วย ทำไมไม่เห็นด้วยครับ เวลาจะออกคุ้มครองอะไรถ้าออกโดยเจ้าหน้าที่รัฐมักจะ ไม่รอบด้านและไม่ได้คำนึงถึงความเดือดร้อนและไม่ได้เข้าใจอย่างลึกซึ้งในความเดือดร้อน ของการเป็นพยาน แล้วก็จะออกมาช้ามาก ถ้าผมจะเสนอว่าโดยหลักการ มาตรา ๕ ถ้าท่านจะแก้ว่าลักษณะที่จะให้เป็นไปตามที่สมาคมทนายความแห่งประเทศไทยเป็นผู้เสนอ หรือผู้กำหนด มันจะได้คุ้มครองพยาน ได้ปรากฏเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนเร็วขึ้น เพราะในปัจจุบันนี้ถ้าหากยังไม่สามารถปฏิรูปข้าราชการตำรวจได้ การที่จะให้ผู้บัญชาการ ตำรวจแห่งชาติมาดำเนินการในเรื่องนี้ผมไม่ค่อยเห็นด้วยในหลักการในมาตรานี้ ส่วนเรื่องอื่น ๆ การกำหนดให้พยานได้มีที่อยู่ จัดที่อยู่ที่พักให้เหมาะสมก็เป็นเรื่องจำเป็น รวมทั้งเปลี่ยนชื่อนามสกุลอำนวยความสะดวก แต่ที่แน่ ๆ ก็คือการเสียเวลาในการที่จะมา เป็นพยาน ไม่ว่าจะมาแล้วไม่ได้เบิกความ ไม่ว่าจะมาแล้วเกิดเรื่องจำเป็นสุดวิสัยหรืออะไร ผมคิดว่าเรื่องดำเนินการในค่าใช้จ่ายสำหรับพยานจะต้องมี ยกเว้นว่ากรณีนั้นเกิดจาก พยานเอง อันนี้สมควรที่จะไม่ต้องจ่าย แต่ว่าเรื่องอื่นจากที่ไม่เกิดจากตัวพยาน รัฐ หรือ ระเบียบ หรือว่ากฎหมายจะต้องจ่ายค่าดำเนินการ หรือค่าเสียหายอะไรต่าง ๆ ของพยาน ผมเห็นด้วยในหลักการในกฎหมายข้อนี้ แต่ในเรื่องรายละเอียดก็จะต้องไปขอดูอีกครั้งหนึ่ง แล้วจะแปรญัตติในเรื่องนี้เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนมากขึ้น ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณวิรัช พันธุมะผล ครับ🔗

นายวิรัช พันธุมะผล แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายวิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย วันนี้กระผมมีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้เห็นร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้เสนอมา เพราะตลอดชีวิตของผม ผมอยู่กับพยาน อยู่กับการพิจารณาในชั้นศาล คดีจะลงโทษหรือไม่อยู่ที่ประจักษ์พยานหรือพยานแวดล้อม ซึ่งพยานบุคคลเป็นพยาน ที่สำคัญที่สุดในวงการพิจารณาคดีอาญา พยานนี้มันเริ่มจากอะไรครับ เริ่มจากเกิดเหตุ เกิดเหตุปุ๊บตำรวจไปที่เกิดเหตุช้าหรือเร็ว เพราะเป็นที่มาของพยานที่ดีหรือไม่ดี เมื่อตำรวจไปที่เกิดเหตุแล้ว ตำรวจก็จะได้พยานจากบุคคลที่อยู่ใกล้ชิดที่ไปถึงได้สอบถาม จากประชาชนที่เห็นในเหตุการณ์นำมาเป็นพยาน เมื่อนำมาเป็นพยาน ตำรวจก็ต้องสอบ บุคคลเหล่านั้นเป็นพยานเพื่อจะได้สรุปไว้ในสำนวนการสอบสวนคดีอาญา นี่คือเริ่มต้น คดีอาญาตำรวจเริ่มต้น พยานจะเป็นคนที่ใกล้ชิดกับตำรวจที่สุด ต่อมาเมื่อทำสำนวน เสร็จแล้ว สำนวนอยู่ระหว่างการดำเนินการ มีระยะเวลา พยานก็มีการแปรเปลี่ยนไป เมื่อพยานแปรเปลี่ยนไปหรืออย่างไร ตอนนี้เรายังไม่รู้ เพราะว่ามันสอบไว้ในเอกสารแล้ว เมื่อพนักงานสอบสวนส่งสำนวนมาให้พนักงานอัยการ พนักงานอัยการโดยปกติ ๙๐ เปอร์เซ็นต์ก็จะเชื่อในคำพยานที่ตำรวจสอบสวนมา เว้นแต่มีข้อพิรุธ อัยการก็จะสั่งสอบ เพิ่มเติม ตอนนี้สอบเพิ่มเติมนี่ล่ะมีปัญหา พอสอบเพิ่มเติมพยานก็จะมีการแปรเปลี่ยนไป เพราะว่าเมื่อมีการกระทำความผิด ก็มีผู้เสียหาย ก็มีผู้ต้องหา ผู้ต้องหาก็ต้องพยายาม ทุกอย่างที่จะให้ตัวเองพ้นจากความรับผิด พ้นจากที่ถูกอัยการฟ้องหรือไปศาลพิพากษา ลงโทษ นี่ล่ะครับที่เริ่มต้นการแปรเปลี่ยนเมื่อสำนวนมาถึงอัยการแล้ว ว่าถ้ามีการสอบ เพิ่มเติมจะเห็นมีการเปลี่ยนแปลงแล้ว อันที่ ๒ เมื่ออัยการสั่งฟ้องไปศาล ผมไม่พูดถึงกรณี สั่งไม่ฟ้อง กรณีสั่งฟ้องไปศาลปุ๊บ พยานมันมีความผูกพันในการดำเนินคดีอาญาเริ่มจาก อัยการขอหมายต่อศาล ศาลก็สั่งทำหมายให้ ส่งให้อัยการ อัยการทำอย่างไร อัยการไม่ได้ส่งเอง อัยการไม่มีคน ก็ส่งให้ตำรวจ นายร้อยสอบสวนก็ส่งให้สายสืบไปส่งมา ทีนี้บางครั้งก็ส่งได้ นี่ล่ะคือการเปลี่ยนแปลงของพยาน พยานบางคน ก็ขออนุญาตกล่าวตรง ๆ นะครับ ไม่ได้ เอ่ยชื่อครับ ผู้ต้องหาก็เอาเงินไป แกหลบให้พ้นไป หรือบางทีผู้ต้องหาไปปรึกษาทนายความ ผมไม่ได้ว่าทนายความท่านไม่เลวนะครับ เป็นอาชีพครับ พยานหลบ ๆ ไปสิ เอาเงินเดือนไป เอาค่าใช้จ่ายไป นี่ล่ะคือเริ่มต้นการแปรเปลี่ยนของพยานอย่างมากครับ นี่คือการเริ่มต้น แปรเปลี่ยน ทีนี้เมื่อมาถึงชั้นศาลอีก พยานแต่ละคนมาศาลนั้นมีค่าใช้จ่ายมากครับ เมื่อตอนผมเป็นอัยการ ปีหนึ่งอัยการได้ค่าเบี้ยพยานนี่นะครับ สมัยโน้นเขาเรียกกรมอัยการ ได้ปีหนึ่งไม่ถึง ๕๐,๐๐๐ บาท พยานแต่ละคนมาศาลนี่นะครับ บางทีวันหนึ่งต้องใช้มาศาลนี่ บางทีก็ใช้เงินมากครับ วันหนึ่งคนหนึ่งเป็นพันบาทนะครับ ต้องเดินทาง ค่าเดินทาง ค่าเบี้ยเลี้ยง ค่าที่พัก แล้วพยานที่อยู่ต่างอำเภอซึ่งไกล ๆ ค่าใช้จ่ายก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาของมัน แต่ว่าอัยการเขาได้แค่ จริง ๆ แค่เบี้ยเลี้ยงพยานก็ไม่พอจ่ายให้พยานทุกคน อัยการก็ต้อง ขออนุญาตใช้ว่า มั่ว ๆ ไปก่อน ไม่จ่าย ไม่ค่อยจ่ายครับ นี่คือที่มาของพยานว่าพยานก็ ไม่อยากมา มาแล้วไหนเขาจะถูกจำเลยมองหน้า ทนายขู่บ้าง บนบัลลังก์ในศาล นี่คือการ เริ่มต้นครั้งแรกถ้าได้สืบพยาน ส่วนมากถ้าได้สืบพยานครั้งแรกก็ไม่ค่อยมีประเด็น เรื่องเกี่ยวกับการทำให้พยานเปลี่ยนแปลงไปได้ แต่ถ้าโดยหลักสมมุติว่าผมเป็นทนายความ ผมก็ต้องทำอย่างนี้ล่ะครับ ขอเลื่อนครับ เลื่อนคดีครับ ครั้งที่ ๑ ก็เลื่อน ติดคดีอื่น ครั้งที่ ๒ ก็ติดโน่นติดนี่ บางที ๔ ครั้งยังไม่ได้สืบพยานเลย เพราะฉะนั้นพยานเป็นตัวเบี้ยที่ถูกเดิน อย่างมากครับ ทำอย่างไรล่ะครับ ทีนี้คนที่ติดต่อกับพยานได้คือใครรู้ไหมครับ คือตำรวจครับ คือผมเข้าใจในความหวังดีของ ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่เคารพของผมนะครับ ท่านก็ อยากจะให้ – ทีนี้ผมก็อยากให้คนที่มีหน้าที่ดูแล อยากให้ตำรวจเป็นผู้มีหน้าที่ดูแลเต็มที่ เพราะตำรวจ จะรู้เลยว่าพยานคนไหนเป็นอย่างไร พยานเป็นอย่างไร เพราะฉะนั้นตำรวจและอัยการ จึงควรเป็นผู้ที่ ขออนุญาตเรียกว่าถือเงินไว้ในมือ แล้วก็มีกระบวนการดูแล ปกครอง การดูแลเงินที่จะให้กับพยานว่าคดีไหนควรจะดูแลอย่างไร เพราะว่าตำรวจกับอัยการเท่านั้น ที่จะรู้ว่าพยานนั้นจะมีลักษณะการแปรเปลี่ยนอย่างไร บางคนก็หนีครับ ตอนผมเป็นอัยการ ฟ้องที่อำเภอเบตง ปรากฏว่าผู้เสียหายมีภูมิลำเนาอยู่ที่จังหวัดเชียงราย ส่งสำนวนไปสืบที่ จังหวัดเชียงราย ไป ๓ ครั้ง ๓ ครั้งศาลจังหวัดเชียงรายส่งกลับอำเภอเบตง คดีไม่มีพยาน ผู้เสียหาย อัยการไม่รู้จะทำอย่างไรก็ส่งแต่คำให้การ นี่คือตัวอย่างที่พยานแปรเปลี่ยนไป นอกจากนี้พยานเคยบอกว่าเห็นจำเลย จำได้ ต่อมาก็เปลี่ยนเป็นว่า คลับคล้ายคลับคลา จำไม่ได้ นานแล้ว นี่คือการเปลี่ยนแปลงของลักษณะพยาน เพราะว่าถูกการคุกคาม เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นด้วยอย่างยิ่งที่มีกฎหมายตัวนี้ เมื่อสักครู่มี ส.ส. บางท่านพูดว่า ความผิดบางอันไม่แก้ไข จริง ๆ มันมีอยู่ในมาตรา ๘ มีมากมายแล้วครับ มาตรา ๘ เดิม ได้บัญญัติไว้อย่างกว้างขวาง แต่ผมก็ไม่แน่ใจว่ามาตรา ๘ ที่แก้ไขนี้จะกว้างขวางกว่า มาตรา ๘ (๓) เก่าหรือไม่ เพราะว่าใช้มาตรานะครับ ความผิดตามมาตรา ๒๘๒ มาตรา ๒๘๓ มาตรา ๓๑๗ มาตรา ๓๑๘ มาตรา ๓๑๙ หรือความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกัน และปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปราม การค้าประเวณี ทีนี้ความผิดเกี่ยวข้องพวกนี้ นอกจากประมวลกฎหมายอาญาแล้วยังมี กฎหมายอื่น ๆ เพราะฉะนั้นผมฝากกรรมาธิการไป ๒ เรื่อง เรื่องที่ ๑ ว่าใครควรจะเป็นคน ดูแลกระบวนการที่จะดูแลพยานไม่ให้มีการแปรเปลี่ยนไปเพื่อเอาผู้กระทำความผิดมาลงโทษ กรณีที่ ๒ ก็อยากให้ดูแลว่าความผิดต่าง ๆ ที่เขียนไว้นี้เราควรจะแก้ไขให้มันกว้างไว้ ดีกว่าแคบ นี่คือประเด็นต่าง ๆ ที่ผมกราบเรียนท่านประธาน ขอขอบคุณท่านประธานที่ให้ ผมพูดเกินเวลา ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ครับ🔗

พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ท่านประธานที่เคารพครับ ในกฎหมายคุ้มครองพยาน ผมคิดว่าในคดีอาญา มีความสำคัญ แล้วอยากให้มีการพิจารณาให้รอบคอบ เนื่องจากว่าในกฎหมายดังกล่าว พอเริ่มต้นเราเขียนคำว่า พยาน เราไปหมายถึงพยานบุคคล แต่ในคดีอาญาปัจจุบัน พยานที่มี ความสำคัญก็คือพยานเอกสาร พยานวัตถุและพยานบุคคลจะต้องร่วมกัน ดังนั้นเมื่อเรามา นิยามคำว่า พยาน คือหลักการมันเขียนว่าพยาน ก็อยากจะให้พิจารณาให้รอบคอบ เนื่องจากว่าในทางปฏิบัติบุคคลจะมีการเปลี่ยนแปลงเสมอ แล้วคำพูดของผู้คนจะเปลี่ยนไป เปลี่ยนมา ยิ่งมีการคุ้มครองพยานในปัจจุบันถูกมองว่าจะทำให้มีการครอบงำ และมีการ เปลี่ยนแปลงความจริงได้ง่าย ดังนั้นในส่วนนี้ผมจึงถือว่ามีความสำคัญ เพราะบุคคลบางครั้ง จะเป็นช่องทางสื่อสารไปยังเอกสารและวัตถุที่สำคัญที่สามารถจะพิสูจน์ในเรื่องนี้🔗

ในประการต่อมาก็คือ ผมอาจจะข้าม พูดรวม ๆ การที่จะให้พยานได้รับการ คุ้มครองเปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนสกุล หลักฐานทะเบียนราษฎร์ อันนี้มันมีความจำเป็น แต่ว่า พอไปเขียนยึดโยงไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวกับ พ.ร.บ. บัตรประชาชน พ.ร.บ. ทะเบียนราษฎร์ ต้องให้ความร่วมมือ อันนี้เป็นการทำลายความจริงของประเทศ เพราะว่าสำนักงานทะเบียน ราษฎร์หรือบัตรประชาชนของคนไทยทุกคนจะต้องเป็นเรื่องจริง แล้วแอปพลิเคชัน (Application) เป็นงานบริการ ถ้าเราให้เขาสามารถเปลี่ยนเป็นเรื่องโกหกได้ประเทศไทย จะถูกเปลี่ยนแปลงว่าเป็นประเทศที่โกหก แล้วเป็นการต้องการจะปกป้องหรือจะทำ ในเรื่อง ๆ เดียว แต่ไปทำลายระบบของประเทศ ซึ่งใน พ.ร.บ. สอบสวนคดีพิเศษก็มีลักษณะ เช่นนี้ เคยมีการร่างแล้วก็ผมยังคุยกับกรมการปกครองว่าถ้ากรมการปกครองกล้าเปลี่ยน อุดมการณ์ประเทศไทยจะไม่มีการยอมรับ ใน พ.ร.บ. การสอบสวนคดีพิเศษนั้นก็จะบอกให้ อธิบดีกรมการสอบสวนสามารถจัดทำเอกสารเพื่อการแฝงตัวเข้าสืบสวนสอบสวนและถือว่า ชอบด้วยกฎหมาย ผมว่าทำแค่นี้ก็พอ ถ้าท่านสั่งให้ทะเบียนราษฎร์ไปโกหกประชาชนด้วย ไปเปลี่ยนแปลงด้วย อันนี้ผมคิดว่าเป็นอันตรายอย่างยิ่ง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมคิดว่า ปัจจุบันคดีอาจจะต้องไม่มีลงมาตรานั้นมาตรานี้ เราควรจะกำหนดเป็นความผิด เช่น ความผิดที่สลับซับซ้อนมีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ ความมั่นคง แล้วก็เป็นการทุจริต คอร์รัปชันที่เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเราไปกำหนดว่าเป็นความผิดหมวดนั้นหมวดนี้ จริง ๆ แล้ว คนในกลุ่มนี้เป็นผู้ต้องหาของประชาชน แล้วเมื่อมีการไปคุ้มครองพยานเอง ด้วยความเคารพ นะครับ ผมก็เชื่อว่ากระทรวงยุติธรรมอาจจะเป็นกลาง แต่วันนี้คนไม่เชื่อรัฐ คนยังมีความเชื่อ ศาลอยู่บ้าง ผมยังคิดว่าสำนักงานคุ้มครองพยานควรจะไปคุยในขั้นวาระที่ ๒ มันเป็น หลักการ ควรจะไปคุยกับศาลยุติธรรมว่าควรจะไปอยู่กับศาลยุติธรรม มิเช่นนั้นแล้วพยาน กลุ่มนี้คือพยานเท็จเป็นส่วนใหญ่ พยานกลุ่มนี้คือพยานที่อาจจะทำอย่างไรก็ได้ที่จะมาให้ ประโยชน์กับรัฐเป็นส่วนใหญ่ เพราะว่าวันนี้ผู้ต้องหาที่ประชาชนมองว่าเป็นการละเมิด สิทธิมนุษยชน การซ้อมทรมานหรือการทุจริตคอร์รัปชันนั้น อาจจะถูกผู้มีอิทธิพลไปสั่งให้ สำนักคุ้มครองพยานและให้เจ้าหน้าที่รัฐ เราจึงเห็นว่ากฎหมายนี้อาจจะไม่เกิดประโยชน์ เท่าที่ควรครับ ท่านประธานที่เคารพครับ มีหลายประการในเรื่องนี้ที่มีประโยชน์ เพราะคนที่ เป็นพยานนั้นก็ต้องยอมรับว่าในเรื่องสำคัญ คือเขายอมเสียสละชีวิตทั้งชีวิตเขา เรื่องอาชีพไป ตลอดไปแล้ว เพราะว่าเมื่อคุณกล้ามาเป็นพยานเพื่อเปิดโปงผู้ทรงอิทธิพล ความไม่ปลอดภัย มันจะมีตลอดชีวิต ดังนั้นการไปช่วยเหลือ เยียวยา ฟื้นฟู หรือเปลี่ยนแปลง บางครั้งอาจจะ ต้องไปอยู่นอกประเทศ บางครั้งอาจจะต้องไปอยู่ในที่ปลอดภัย อันนี้ผมเห็นด้วย ดังนั้น ผมอยากให้ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ผู้ที่เป็นกรรมาธิการอยากจะให้มีความรอบคอบ รอบด้าน แล้วก็ ให้เกิดประโยชน์ วันนี้การจับกุมผู้ต้องหาไม่ได้จับจากพยานบุคคลนะครับ เขาจับ กลางอากาศทั้งนั้น ข้อมูลต่าง ๆ จะไปเก็บอยู่ในคลาวด์ (Cloud) ในเทคโนโลยีต่าง ๆ หมด ดังนั้นผมจึงคิดว่าต้องขยายการคุ้มครองพยาน ต้องนิยามพยานให้เป็นไปตามกฎหมาย วิธีพิจารณาความอาญาครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ขออีก ๓ ท่าน แล้วรัฐมนตรีจะได้ตอบนะครับ ท่านซูการ์โน มะทา ครับ🔗

นายซูการ์โน มะทา ยะลา

ท่านประธานที่เคารพ ผม ซูการ์โน มะทา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดยะลา เขต ๒ พรรคประชาชาติ ผมได้ศึกษาเรื่องของ ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมได้เป็นผู้เสนอ ก็มีความสนใจเป็นอย่างมาก เพราะว่าความจริงแล้ว อยากสะท้อนว่ายังมีกฎหมายอื่นที่มีความสำคัญมากกว่านี้ที่เราควรจะมีการแก้ไข อย่างเช่น พ.ร.บ. เรื่องของ พ.ร.ก. บริหารในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือกฎอัยการศึก ซึ่งเป็นกฎหมายที่ ใช้มาเป็น ๑๐๐ ปีมาแล้ว แต่ก็ยังไม่มีการแก้ไข ยังเสียดาย อยากฝากท่านรัฐมนตรีว่า ประเด็นอย่างนี้ควรจะเอามาแก้ไขในคณะกรรมาธิการโดยใช้สภาเป็นหลักด้วย ท่านประธาน ครับ เรื่องการคุ้มครองพยานนั้นผมก็ได้ฟังเพื่อนสมาชิก แล้วก็ได้อ่านในเอกสารที่ทาง กระทรวงยุติธรรมได้เสนอให้ทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้อ่านนั้น ผมอยากตั้งข้อสังเกต ในเรื่องของคำว่า พยาน ซึ่งจริง ๆ แล้วเพื่อนสมาชิกในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้คงจะทราบ กันดีแล้วว่าปัญหาเรื่องการสร้างพยานเท็จ หรือการว่าจ้างให้มีพยานเท็จนั้นในสังคมเกิดขึ้น มีอยู่มากมาย แต่สำคัญที่สุดผมอยากจะพูดถึงในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเป็นพื้นที่ ที่มีการบังคับใช้กฎหมายพิเศษ แล้วก็มีการให้อำนาจสิทธิพิเศษให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคง ท่านประธานครับ อยากเรียน ผ่านถึงท่านรัฐมนตรีว่าในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดยะลา จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาสนั้นมีพี่น้องผู้บริสุทธิ์ที่ต้องมาถูกดำเนินคดีโดยการสร้างพยานเท็จ ฉะนั้น นิยามคำว่า พยานที่จะได้รับความคุ้มครองนั้น ผมคิดว่าทางคณะกรรมาธิการควรจะให้ ความสำคัญว่าเราจะนิยามเรื่องพยานอย่างไร ประเด็นเหล่านี้มันไม่ใช่เป็นประเด็นเล็ก ๆ มันเคยเกิดขึ้นกระทั่งผู้พิพากษาฆ่าตัวตายที่ศาลจังหวัดยะลา สิ่งเหล่านี้ผมอยากจะสะท้อน ให้ท่านรัฐมนตรีได้รับทราบว่าการสร้างพยานเท็จหรือการว่าจ้างโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อเอาความผิดเรื่องของคดีความมั่นคงในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมีอยู่หลายคดี ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และผมคิดว่าแต่ละคดีนั้นสร้างปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งโดย ปกติแล้วก็เป็นคนที่มีฐานะทางครอบครัวก็ไม่ค่อยดี ต้องมาสูญเสียรายได้ของครอบครัว มาในการว่าจ้างเพื่อสู้คดี ท่านประธานครับ สิ่งสำคัญที่อยากฝากอันหนึ่งก็คือว่าเราจะ คุ้มครองพยานแล้ว ถ้าเจ้าหน้าที่ของรัฐสร้างพยานเท็จแล้วต่อสู้คดีจนถึงที่สุดแล้ว ฝ่ายประชาชนที่ถูกกล่าวหาเป็นผู้ชนะคดี ทางกระทรวงยุติธรรมหรือฝ่ายกระบวนการ ยุติธรรมก็ไม่มีการชดใช้ค่าเสียหายให้กับประชาชนผู้บริสุทธิ์เลย มันมีคดีหนึ่งที่เกิดขึ้นที่ บ้านบัวทองเป็นคดีความมั่นคง โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจของ สภ. ธารโต ได้สร้างพยานเท็จขึ้นมา โดยเอาบุคคลที่เป็นศัตรู บุคคลที่มีความขัดแย้งในสังคมชุมชนนั้นมาเป็นพยาน และจาก พี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ไปเข้าสู่กระบวนการชั้นศาล ท่านประธานครับ เขาต้องใช้เวลา หลายปี เขาต้องใช้เวลาในการต่อสู้หลายปีก็ทำให้เขาถูกลิดรอนสิทธิ อันนี้สิ่งหนึ่งก็อยากฝาก เป็นประเด็นสำคัญว่าในพื้นที่ของประเทศไทยนั้น พื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นพื้นที่ ที่ท่านรัฐมนตรีจะต้องให้ความสำคัญว่าเราจะคุ้มครองพยานนั้น ท่านจะต้องพิจารณาให้ รอบคอบว่าพยานที่จะมาคุ้มครองตาม พ.ร.บ. นี้นั้นจะต้องเป็นพยานที่ไม่ใช่พยานเท็จ หรือเป็นพยานที่เจ้าหน้าที่สร้างขึ้นมาเพื่อให้เกิดเป็นผลงานแค่นั้นนะครับ อันนี้เป็นเรื่อง สำคัญที่ผมอยากฝากผ่านท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบ🔗

ส่วนประเด็นอีกประเด็นหนึ่งที่ผมให้ความสำคัญอีกมาก และอยากฝากถึง คณะกรรมาธิการก็คือว่าการให้อำนาจในเรื่องของการคุ้มครองพยานนั้นอยู่ที่รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมนั้น ผมยังให้ความสำคัญว่าอยากให้คณะกรรมาธิการลองพิจารณาดูว่า ถ้าเราให้อำนาจอยู่กับคนการเมืองเขาจะเอาอำนาจตรงนี้มาใช้ในทางการเมืองหรือไม่ เพราะข้อเท็จจริงก็ปรากฏชัดแล้วว่าเมื่อคนการเมืองหรือข้าราชการที่เข้าสู่การเมืองและ มีอำนาจก็มักจะสร้างอำนาจนั้นไปให้เกิดผลกระทบกับคู่ต่อสู้ทางการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผมอยากยกตัวอย่าง ถ้าไม่พูดก็ไม่ได้ พูดถึง พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านปฏิวัติ รัฐประหารท่านก็เอาอำนาจของหัวหน้าคณะปฏิวัติรัฐประหารมาใช้กับพวกเราที่เป็น นักการเมือง ต้องถูกควบคุมตัว ต้องถูกสอบสวน ต้องถูกกักบริเวณ อันนี้ผมอยากฝาก ท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีว่าเป็นไปได้หรือไม่ว่าอำนาจในการคุ้มครองพยานนั้นหรือ การตัดสินทั้งหมดให้เป็นหน้าที่ของกระบวนการศาลหรือกระบวนการยุติธรรมจะดีหรือไม่ อันนี้เป็นประเด็นสุดท้ายที่ผมอยากฝากผ่านท่านประธานถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ยุติธรรม และคิดว่ากฎหมายฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนอย่างมากก็ต้องอยู่ที่ เรื่องของการประชาสัมพันธ์ เพราะผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดน ภาคใต้ยังไม่สามารถเข้าถึงการคุ้มครองพยานอย่างแท้จริงได้นะครับ ขอขอบคุณมากครับ ท่านประธาน สวัสดีครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ ครับ หลังจากนั้นจะเป็น คุณสะถิระ เผือกประพันธุ์ ครับ เชิญเลยครับ🔗

นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ นราธิวาส

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม กมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๔ นราธิวาส พรรคประชาชาติ ขอบคุณท่านประธานครับที่ให้โอกาสผมได้อภิปรายเกี่ยวกับพระราชบัญญัติคุ้มครองพยาน โดยหลักการเบื้องต้นผมเห็นด้วยครับที่จะให้มีการแก้ไขกฎหมายลักษณะคุ้มครองพยาน แต่ที่ผมจะอภิปรายผมอยากฟังคำชี้แจงของท่านรัฐมนตรีถึงข้อห่วงใยที่จะสะท้อนเผื่อเป็น ประโยชน์ในการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการ ท่านประธานครับ ผมจะอภิปรายประเด็นแรกเลย นะครับ เพราะว่าตาม พ.ร.บ. คุ้มครองพยานในมาตรา ๓ ได้ให้ความหมายของคำว่า พยาน ต่างออกไปจากความหมายของคำนิยามคำว่า พยาน ของกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา เราทราบกันดีว่าพยานในที่นี้ก็คือบุคคลซึ่งจะให้ข้อเท็จจริงในคดี บุคคลซึ่งทราบข้อเท็จจริง ในคดีและจะไปให้การต่อศาล แต่ในมาตรา ๓ ของ พ.ร.บ. ฉบับแก้ไขนี้นะครับ ใช้ความหมายคำนิยามของคำว่า พยาน หมายความว่าบุคคลซึ่งจะมาให้หรือได้ให้ข้อเท็จจริง ต่อพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญา พนักงานผู้มีอำนาจสอบสวนคดีอาญา พนักงาน ผู้มีอำนาจฟ้องคดีอาญา หรือศาลในการดำเนินคดีอาญา รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญ ถ้าอ่านความหมาย ตามคำนิยามของมาตรา ๓ นั่นหมายความว่าคนที่จะได้รับการคุ้มครองเป็นพยานตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ ใช้คำว่า บุคคลซึ่งจะมาให้หรือได้ให้ข้อเท็จจริง ผมนึกภาพเหมือนกับว่าเขาเหล่านั้น กำลังจะเดินไปหาพนักงานสืบสวนหรือพนักงานสอบสวน เหมือนที่ท่านสมาชิกได้อภิปราย ก่อนนี้ว่าการตั้งคำนิยามความหมายของคำว่า พยาน ที่จะได้รับการคุ้มครองตาม พ.ร.บ. นี้ ในทางปฏิบัติเราจะทำอย่างไรที่จะไม่ให้เกิดพยานเท็จ ผมเป็นห่วงมากครับ เพราะว่า เกี่ยวข้องในมาตรา ๖ ที่ท่านแก้ไข เกี่ยวข้องกับความผิดเกี่ยวกับความมั่นคง แห่งราชอาณาจักร แล้วก็ความผิดเกี่ยวกับการก่อการร้าย ซึ่งมีอยู่เป็นจำนวนมาก ประชาชน เกี่ยวข้องเป็นจำนวนมากโดยเฉพาะในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยประสบการณ์ ผมจะเล่าให้ท่านประธานทราบผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี มันเคยเกิดกรณีการต่อรองบุคคล ผู้ต้องสงสัยที่ยังไม่ใช่ผู้ต้องหา เพราะว่าวิธีพิจารณาความอาญาเขาห้ามไม่ให้โจทก์อ้างจำเลย เป็นพยาน แต่กรณีบุคคลที่ต้องสงสัยตามกฎหมายพิเศษไม่ว่าจะเป็นกฎอัยการศึกหรือ พ.ร.ก. ฉุกเฉิน ที่ถูกควบคุมตัว ๓๗ วันนี้นะครับมีการต่อรองให้มาเป็นพยานกับบุคคลที่จะตกเป็นผู้ต้องหา ในอนาคต จริงเท็จแค่ไหนไม่ทราบ แต่ในระหว่าง ๓๗ วันที่มีการต่อรองเพื่อให้มาเป็นพยาน ผมเกรงว่าจะเกิดกรณีการสร้างพยานเท็จมากขึ้น สิ่งที่น่าเป็นห่วงอีกประเด็นหนึ่งครับ ท่านประธาน กฎหมายทุกฉบับที่มีการร่างผ่านสู่สภาจนบังคับใช้ เราจะเห็นว่ามีการแก้ไข อยู่ตลอดเวลา เพราะเวลานำไปปฏิบัติแล้วมันก่อให้เกิดปัญหาจึงมีการแก้ไข ผมดู พ.ร.บ. ฉบับนี้แล้ว หากกฎหมายที่มีการแก้ไขผ่านสภาแล้วจะมีระเบียบต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องหลายฉบับ เกี่ยวข้องกับหลายหน่วยงาน ผมก็เลยอยากเรียนถามท่านรัฐมนตรีเพื่อป้องกันไม่ให้เกิด พยานเท็จ ยกตัวอย่างครับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ถ้าดูหลักจริง ๆ แล้วกระทรวงที่เกี่ยวข้องก็คือ กระทรวงยุติธรรม สำนักงานคุ้มครองพยานอยู่ภายใต้กระทรวงยุติธรรม แต่ว่าประตูด่านแรก ที่คนจะได้รับการคุ้มครองตามความหมายของพยาน ในมาตรา ๓ ก็จะไปอยู่ในมาตรา ๕ ก็คือระเบียบที่จะออกมาหลังจากนี้เราไม่ทราบเลยว่าเป็นอะไร เป็นอย่างไร แต่หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องก็คือ มาตรา ๕ ได้กำหนดให้ระเบียบที่จะกำหนดในการที่จะระบุว่าบุคคลใด ที่จะได้รับการคุ้มครองเป็นพยานกลับเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไม่ใช่กระทรวง ยุติธรรมหรือสำนักงานคุ้มครองพยาน ผมก็เลยอยากเรียนถามท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธาน นะครับว่าเหตุใดในมาตรา ๕ จึงให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้ออกระเบียบ ในการกำหนดบุคคลที่จะได้รับการคุ้มครองพยานนั้นให้เป็นไปตามระเบียบที่กำหนด โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เพราะเหตุใดกระทรวงยุติธรรมหรือสำนักงานคุ้มครองพยาน จึงไม่ออกระเบียบกฎเกณฑ์กำหนดให้ชัดแจ้งโดยหน่วยงานของตนเองไว้เลย เพราะผม เกรงว่าจะเกิดปัญหาความขัดแย้งระเบียบระหว่างหน่วยงาน ท่านประธานครับ ผมในฐานะ ที่อยู่ในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ว่าหลังจากกฎหมายฉบับนี้ ผ่านสภาเราแล้ว เวลานำไปปฏิบัติแล้วมันจะก่อให้เกิดการต่อรองเพื่อให้มีการลงโทษ ผู้กระทำความผิดโดยอ้างพยานซึ่งไม่ใช่เป็นพยานที่รู้เห็นจริงในเหตุการณ์ แต่เป็นพยาน ที่ได้รับการคุ้มครองพยานตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ เพราะถูกข่มขู่ ข่มเหง หรือเกรงว่าตัวเอง จะถูกดำเนินคดีจึงได้รับการคุ้มครองตามความหมายของมาตรา ๓ ตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ ขอขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ต่อไป คุณสะถิระ เผือกประพันธุ์ ครับ🔗

นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ชลบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๘ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พรรคพลังประชารัฐครับ ก่อนอื่นต้องขอบพระคุณท่านประธาน ที่ให้ผมได้มีโอกาสอภิปรายร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญาครับ โดยเฉพาะ ในเรื่องของการแบ่งกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ไม่ว่าจะเป็นมาตรา ๒๖ เรื่องการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล หรือแม้กระทั่งมาตรา ๕๓ คือรัฐต้องให้การดูแลการปฏิบัติตามข้อบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด คือผมขออนุญาต ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรวมถึงคณะกรรมาธิการ คณะกรรมการ ในเรื่องของมาตรการและขั้นตอนของการคุ้มครองพยาน ตรงนี้มันมีอยู่ ๒ มาตรการ มีมาตรการปกติ ตามมาตรา ๘ หรือมาตรา ๑๐ มาตรา ๘ ครับท่านประธาน และมาตรการพิเศษตรงนี้ขออนุญาตขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายสะถิระ เผือกประพันธุ์ ชลบุรี

การคุ้มครองพยานครับ โดยเฉพาะ เรื่องของการพิจารณาคดีความอาญาเป็นคดีที่มีความมั่นคงต่อทรัพย์สิน ชีวิต ความปลอดภัย ของพยาน หรือแม้กระทั่งบุพการี ผู้สืบสันดาน หรือผู้ใกล้ชิด คนในครอบครัวของพยาน ตรงนี้เป็นสิ่งที่เราควรที่จะต้องมีข้อสังเกตนะครับ คือผมเห็นด้วยนะครับกับพระราชบัญญัติ คุ้มครองพยานในคดีอาญาฉบับนี้ แต่อยากมีข้อสังเกตให้กับทางท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรีครับ ในเรื่องของมาตรการพิเศษและมาตรการปกติตามสไลด์ (Slide) นะครับ อันนี้คือมาตรการคุ้มครองพยานในมาตรการพิเศษคือพยาน หรือผู้ใกล้ชิด หรือบุพการี ผู้สืบสันดาน ผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้อง พนักงานสืบสวน พนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ มีหน้าที่ยื่นคำร้องต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม หรือผู้ที่ได้รับหมายพิจารณาสั่งการ สำนักงานคุ้มครองพยาน ท่านประธานครับ ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ทำไมข้อแรกมาตรการ ทั่วไปกับมาตรการพิเศษมันได้มีความแตกต่างกันมากนะครับ โดยเฉพาะในเรื่องของ คดีอาญา โดยเฉพาะในมาตรา ๘ เขากำหนดไว้ว่าพยานในคดีอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ อาจได้รับการคุ้มครองตามมาตรการพิเศษ ก็จะมีกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติด ปราบปราม ทุจริต กฎหมายว่าด้วยการศุลกากร กฎหมายว่าด้วยความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร คดีเกี่ยวกับเพศ ประมวลตามกฎหมายอาญา คดีเกี่ยวกับองค์กรอาชญากรรม หรืออั้งยี่ ซ่องโจร แล้วก็คดีเกี่ยวกับมีอัตราโทษต่ำ อัตราโทษอย่างต่ำให้จำคุก ๑๐ ปีขึ้นไป แล้วก็คดี สำนักคุ้มครองพยานเห็นสมควรให้การคุ้มครองพยาน แต่มีอีกหลาย ๆ คดีซึ่งพยานอาจจะ ได้รับผลกระทบ มีเหตุที่จะทำให้ไม่ได้รับความปลอดภัยทั้งชีวิต ร่างกายและทรัพย์สิน แม้กระทั่งตัวพยาน หรือแม้กระทั่งบุคคลใกล้ชิดของพยาน ก็คือในประมวลกฎหมาย ของคดีอาญา มันมีผลกระทบอย่างมากครับท่านประธาน เพราะอะไรครับ คดีต่าง ๆ ที่ ผู้กระทำความผิด หรือแม้กระทั่งผู้เสียหายไม่กล้าแม้กระทั่งไปแจ้งความ หรือไม่กล้า แม้กระทั่งร้องขอ เพราะขณะนี้มีพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนในเรื่องนี้อย่างมาก โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนตาดำ ๆ ชาวนาชาวไร่ เกษตรกร แม่ค้าพ่อค้า คือเกรงกลัว อะไรครับ สิ่งที่ผมเป็นกังวลคือเกรงกลัวผู้มีอิทธิพล เพราะฉะนั้นมาตรการพิเศษกับมาตรการ ปกติควรเป็นมาตรการเดียวกันครับท่านประธาน เพราะในกรณีที่ผู้กระทำความผิด เป็นผู้มีอิทธิพล มาตรการพิเศษก็ต้องเอามาใช้ โดยเฉพาะคดีอาญาทั่วไป ผู้มีอิทธิพลทั้งผู้มี อำนาจทางการเงินและผู้มีอำนาจทางการเมือง หรือเรียกว่าทุก ๆ เรื่องครับท่านประธาน พี่น้องประชาชน อย่าว่าแต่เป็นพยานเลยครับ แม้กระทั่งเข้าไปแจ้งความดำเนินคดีผู้เสียหาย ยังไม่กล้าเลยครับ เราไม่ต้องคิดถึงพยานนะครับ ผู้เสียหายยังไม่กล้าไปเลย ถ้ามีการกระทำ ความผิดจากผู้กระทำความผิดที่เป็นผู้มีอิทธิพล ตรงนี้ผมอยากฝากท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าอย่ากำหนดเลยครับมาตรการพิเศษกับมาตรการทั่วไป เพราะอย่างไร คดีอาญาก็คือคดีอาญา เพราะอะไรครับ ท่านประธานลองดูนะครับ คดีอาญาที่อยู่นอกเหนือ ตามมาตรา ๘ ที่เป็นคดีพิเศษที่อาจทำให้พยานรู้สึกไม่ปลอดภัยมีหลาย ๆ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของคดีพิพาทเกี่ยวกับสิทธิที่ดินระหว่างนายทุนกับชาวบ้าน เรื่องนี้ผมเชื่อว่าพี่น้อง เพื่อน ๆ สมาชิกในห้องนี้มีพี่น้องประชาชนมาร้องเรียนแน่นอน การบุกรุกโดยผู้มีอิทธิพล การบุกรุกโดยที่ผู้กระทำความผิดที่มีอิทธิพลและมีอำนาจทางการเงินหรือทางการเมือง หรือแม้กระทั่งนายทุนเงินกู้ที่กระทำความผิดตามพระราชบัญญัติเงินกู้นอกระบบ กฎหมาย อาญา คดีอาญาที่เกี่ยวกับทำร้ายร่างกาย คดีอาญาเกี่ยวกับฉ้อโกง คดีอาญาเกี่ยวกับฉ้อโกง ประชาชน คดีอาญาที่ทำให้เกิดการเสียทรัพย์ คดีอาญาจากการบุกรุกตามมาตราต่าง ๆ ของ คดีอาญา เหล่านี้ถ้าผู้กระทำความผิดเป็นผู้ที่มีพฤติกรรมหรือมีการกระทำในลักษณะ ออกแนวผู้มีอิทธิพลเราจะทำอย่างไร เพราะฉะนั้นผมตั้งข้อสังเกตท่านประธานผ่านไปยัง รัฐมนตรีว่าควรที่จะเป็นมาตรการขั้นตอนในการคุ้มครองพยานเหมือนเช่นเดียวกับมาตรการ พิเศษ คือให้สำนักงานคุ้มครองพยานยุติธรรมเข้ามาดูแลด้วย และที่สำคัญไม่จำเป็นต้องให้ พี่น้องประชาชนร้องขอ เราหน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ ต้องร้องขอปกป้องพี่น้อง ประชาชน และเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในห้องนี้ผมเชื่อว่าทุกท่านประชาชนเลือกมา เป็นหน้าที่เลือกเรามาปกป้องเขา เรามีหน้าที่ที่ต้องปกป้องพี่น้องประชาชนให้เกิดความ ปลอดภัย ให้มีชีวิตที่มีปกติสุขครับ🔗

ท่านประธานครับ และเรื่องสุดท้ายที่จะฝากท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรี ในเรื่องของค่าตอบแทน โดยที่ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี เรื่องของค่าตอบแทน คือในประเทศสหรัฐอเมริกาผมไปเช็ก (Check) ดูข้อมูลมานะครับ ค่าตอบแทนคือเขาให้พยานหรือแม้กระทั่งผู้ใกล้ชิดมีงานทำ แต่ในระเบียบของ กระทรวงยุติธรรมซึ่งที่ผมไปตามมา ขอหน้าสุดท้าย มาตรา ๑๐ ในระเบียบมันจะไปล้อกับ มาตรา ๑๐ ของพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ ค่าเลี้ยงชีพที่สมควรอันเนื่องมาจากการ ขาดประโยชน์ทำมาหากิน ได้เบิกจ่ายในอัตราค่าแรงขั้นต่ำ ตรงนี้ผมฝากท่านประธานผ่านไปยังรัฐมนตรี ถ้าเกิดพยานหรือบุคคลใกล้ชิดมีอัตราเงินเดือน ที่มากกว่า มีมากกว่าของอัตราค่าแรงขั้นต่ำ อย่างเช่นรายได้เดือนละ ๑๕,๐๐๐ บาท ๓๐,๐๐๐ บาท ผมเชื่อว่าเขาก็ต้องคิดนะครับว่าจะต้องมาเป็นพยานดีไหมเพราะเขา ขาดรายได้ ๑๔ วัน หรือแม้กระทั่งเป็นพยาน ๒ ปี อันนี้เป็นสิ่งที่ต้องพิจารณาด้วย รวมเฉพาะถึงค่าเดินทางด้วย ในกรณีที่คดีอาญาที่ต้องเป็นพยานถึง ๑๐ ปี แล้วพยานต้องไป อยู่ต่างประเทศ หรือพยานต้องไปอยู่ต่างจังหวัดที่ไกล ตรงนี้ก็เป็นสิ่งที่พยานจะต้องมี ค่าใช้จ่าย ถ้าเบิกตามจริงได้อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ดีซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาคดีความทุก ๆ เรื่องนะครับ สุดท้ายนี้ท่านประธานครับ ก่อนอื่นผมก็ขออนุญาตว่าผมเคารพในหลักการของ พระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา แต่ขออนุญาตตั้งเป็นข้อสังเกตเพื่อพี่น้อง ประชาชนที่เลือกเรามา เพราะเราอย่างไรเราก็ต้องเป็นองครักษ์ปกป้องเขาครับ พี่น้องประชาชนไม่มีเงินจ้างบอดี้การ์ด (Bodyguard) เรานี่ล่ะจะต้องเป็นบอดี้การ์ด (Bodyguard) ให้พี่น้องประชาชน ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิก ได้อภิปราย ๑๐ ท่านนะครับ ไม่มีผู้ใดคัดค้าน แต่ว่ามีคำถาม ท่านรัฐมนตรีจะตอบหรือ ให้ผู้ใดตอบเชิญเลยครับ🔗

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม ได้ฟังคำอภิปรายของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพทั้ง ๑๑ ท่าน ล้วนแล้วแต่ให้การสนับสนุนในส่วนต่าง ๆ ท่านอาจจะมีในส่วนของคำถามในรายละเอียด เกี่ยวกับของการปฏิบัติและในบางพื้นที่ต่าง ๆ เหล่านั้น ผมเชื่อมั่นว่าในขั้นกรรมาธิการก็คง จะได้ปรับหรือทำให้ถูกใจท่านทั้งหลายได้มากที่สุด ในคำถาม ในรายละเอียดต่าง ๆ เหล่านี้ ผมอยากให้ผู้ปฏิบัติได้ตอบท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรตินะครับ ก็มีท่านอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิ และเสรีภาพ ท่านเรืองศักดิ์ สุวารี แล้วก็ท่านผู้อำนวยการสำนักงานคุ้มครองพยาน พันตำรวจโท ธัญญะ ระย้า มานั่งช่วยชี้แจงอยู่ที่นี่ ขออนุญาตให้ทั้ง ๒ ท่านได้ช่วย ตอบคำถามชี้แจงท่านสมาชิกขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเลยครับ🔗

นายเรืองศักดิ์ สุวารี อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านครับ ผม นายเรืองศักดิ์ สุวารี อธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ขออนุญาตตอบประเด็นที่ท่านสมาชิก ได้กรุณาถามแล้วก็ให้คำแนะนำไว้นะครับ ในเรื่องของงานวิจัยเรื่องอัตรากำลังไม่พอ เรื่องการประสานงานกับหน่วยงานอื่น ผมเรียนว่าในการทำงานคุ้มครองพยานนั้น กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้ทำความตกลงหรือเอ็มโอยู (MOU) ร่วมกันกับ ๗ หน่วยงาน ทั้งตำรวจ กรมการปกครอง กระทรวงกลาโหม ดีเอสไอ (DSI) กรมราชทัณฑ์ กรมพินิจ และคุ้มครองเยาวชน แล้วก็สำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ก็เป็นหน่วยที่ช่วย ทำให้การบริหารงานด้านการคุ้มครองพยานนั้นที่ผ่านมาเป็นไปด้วยความเรียบร้อยครับ เรื่องสถิติของการคุ้มครองพยานที่ผ่านมา ท่านกรุณาหาข้อมูล ก็เรียนอย่างนี้ครับว่าตั้งแต่เรา ใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองพยานมา เราอนุมัติให้คุ้มครองพยานไปทั้งสิ้น ๒,๘๔๖ ราย แล้วก็ สิ้นสุดการคุ้มครองพยานไปแล้ว ๒,๗๕๔ ราย ขณะนี้อยู่ระหว่างการคุ้มครอง ๙๒ ราย ในเรื่องของความปลอดภัยก็เป็น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นะครับคือที่เราคุ้มครองอยู่ปลอดภัยทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็มีผลทางคดี คดีเสร็จสิ้นแล้วก็ลงโทษไป ขอโทษครับ อันนี้เป็นในช่วง ตั้งแต่วันที่ ๖ กรกฎาคม ข้อมูล ณ วันที่ ๖ กรกฎาคม ผลคดีก็พิพากษาไป ๑๒๐ คดี ลงโทษไป ๑๐๘ คดี ๑๐๘ ราย ยกฟ้อง ๑๓ ราย แล้วก็มีข้อมูลเรื่องของความเชื่อมั่นของ พยาน แล้วก็เรื่องของการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่ เรื่องของการคุ้มครอง เรื่องของความ ปลอดภัย ได้ความเชื่อมั่นมา ๙๔ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ความพึงพอใจของพยานนี้ก็อยู่ที่ ๙๒ เปอร์เซ็นต์ อันนี้ก็เป็นตัวเลขที่ทางสำนักงานคุ้มครองพยานได้รวบรวมข้อมูลไว้นะครับ ในเรื่องของจำเลย กฎหมายเดิมไม่ได้คุ้มครองจำเลยที่จะอ้างตนเป็นพยานนะครับ แต่กฎหมายฉบับที่เราแก้ไข เราจะให้สามารถไปคุ้มครองจำเลยที่อ้างตนเองเป็นพยานได้ครับ🔗

ในเรื่องของคำร้องที่มีเอกสารยุ่งยาก อันนี้ก็ขออนุญาตรับไว้นะครับ เป็นข้อเสนอแนะที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพจะได้นำไปปรับปรุง ในเรื่องของ การประชาสัมพันธ์ก็เช่นเดียวกันครับ ส่วนในเรื่องของค่าใช้จ่ายนี้เรียนว่าพยานที่มาให้การ หรือมาแล้วไม่ได้ขึ้นให้การด้วยเหตุที่ไม่เกี่ยวกับตัวพยานแล้ว ในร่างพระราชบัญญัติ ฉบับใหม่นี้ก็สามารถให้พยานเบิกค่าใช้จ่ายได้ด้วย นอกจากค่าตอบแทนแล้วก็มีค่าใช้จ่าย อันนี้ก็เรียนที่ประชุมครับ🔗

สำหรับประเด็นอื่น ๆ ที่เป็นข้อเสนอแนะของท่านสมาชิกที่กรุณา ให้ข้อแนะนำไว้ กระผมขอรับไว้แล้วก็เพื่อประโยชน์ในการแก้ไขของกฎหมายฉบับนี้ แล้วก็ จะได้นำไปประกอบการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการต่อไป ต้องกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ สมาชิก ยังมีอะไรติดใจไหมครับ เพื่อจะสอบถามก่อนลงมติครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าไม่มี ท่านรัฐมนตรีครับ ท่านจะสรุปอะไรท่านมีสิทธิ ถ้าไม่สรุปก็ไม่เป็นอะไร ท่านไม่สรุปนะครับ ท่านสมาชิกครับ ก็จบยุติการอภิปรายนะครับ ต่อไปก็ต้องขอมติที่ประชุมว่าจะรับหลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ หรือไม่ ผมขอเชิญสมาชิกเข้ามาลงมตินะครับ🔗

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกกรุณาเข้ามา เพื่อตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ ให้เวลานะครับ ท่านที่เข้ามาแล้วกดบัตรแสดงตน เพื่อตรวจสอบองค์ประชุมครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานค่ะ ๐๐๕ กรณิศ แสดงตนค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ เข้ามาแล้วแสดงตน นะครับ จะรอครับ🔗

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ศรีสะเกษ

ท่านประธานครับ สิริพงศ์ ๔๑๙ แสดงตนครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ🔗

นายยงยุทธ สุวรรณบุตร สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ ยงยุทธ ๒๘๙ ครับ🔗

นายธีรัจชัย พันธุมาศ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ ๑๖๖ แสดงตนครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เจ้าหน้าที่บันทึกไว้ด้วย นะครับ🔗

นายพีระเพชร ศิริกุล กาฬสินธุ์

ท่านประธานครับ ผม พีระเพชร ศิริกุล ๒๕๒ ขอแสดงตนครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

บันทึกด้วยครับ🔗

นายชาดา ไทยเศรษฐ์ อุทัยธานี

ท่านประธานครับ ผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ ๙๕ แสดงตนครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกกดบัตรแสดงตน นะครับ🔗

นายรังสิกร ทิมาตฤกะ บุรีรัมย์

เรียนท่านประธานครับ รังสิกร ๒๙๙ แสดงตนครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๗ แล้วครับ พร้อมพอสมควรแล้วครับ ผมขอปิดการแสดงตน มีจำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตน ๒๙๒ บวก ๗ ก็ ๒๙๙ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ องค์ประชุมคือ ๒๔๒ ท่านครับ🔗

ต่อไปก็จะขอมติที่ประชุม นะครับ ขออนุญาตอีกครั้งหนึ่งครับ🔗

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขออนุญาตถาม มติที่ประชุมว่าจะเห็นควรรับหลักการร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่ สมาชิกเห็นควรรับหลักการ กรุณากดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใด ไม่เห็นควรรับหลักการ กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียง กดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อยู่ระหว่างลงมตินะครับ🔗

นายยงยุทธ สุวรรณบุตร สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ ๒๘๙ เห็นด้วยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๑ ครับ🔗

นายรังสิกร ทิมาตฤกะ บุรีรัมย์

ท่านประธานที่เคารพครับ รังสิกร ทิมาตฤกะ ๒๙๙ เห็นด้วยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกพร้อมนะครับ พร้อมปิดการลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๓๐๔ บวก ๒ ก็เป็น ๓๐๖ ท่าน เห็นด้วย ๓๐๑ บวก ๒ ก็ ๓๐๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่านครับ🔗

มติที่ประชุมรับหลักการ นะครับ ขั้นตอนต่อไปก็กรรมาธิการ ขอเชิญท่านรัฐมนตรีเสนอนะครับ กรรมาธิการ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ขออนุญาตครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเลยครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตกราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ อรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา เห็นว่าจะตั้งกรรมาธิการผมก็เลยขออนุญาต เสนอให้ตั้งจำนวนกรรมาธิการวิสามัญทั้งหมด ๒๕ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

กรรมาธิการวิสามัญ นะครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ ที่ประชุมมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าไม่มีก็อนุมัติหลักการให้ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญ ๒๕ ท่านครับ สัดส่วนก็จะเป็นของคณะรัฐมนตรี ๕ ท่าน เป็นสัดส่วนของแต่ละพรรคการเมือง ๒๐ ท่านครับ ก็จะเป็นพรรคเพื่อไทย ๖ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ ๕ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน พรรคก้าวไกล ๒ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน พรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน ขอเชิญสัดส่วนของคณะรัฐมนตรีครับ🔗

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ คุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี ๕ ท่าน ดังนี้ ๑. นางสาวณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ๒. ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฏ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ๓. นางศิรสา ไชยหมาน ๔. นายวีระกร คำประกอบ ๕. นางภัทธมน เพ็งส้ม ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ของคณะรัฐมนตรีไม่ต้อง รับรองนะครับ รัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ต่อไปพรรคเพื่อไทย ๖ ท่าน ขอเชิญครับ🔗

นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ เลย

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ศรัณย์ ทิมสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเลย พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๖ ท่าน ดังนี้ครับ ๑. นายฉลาด ขามช่วง ๒. นายสิงหภณ ดีนาง ๓. นายนิยม เวชกามา ๔. นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ๕. พลตำรวจโท อนุรุต กฤษณะการะเกตุ ๖. นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไป พรรคพลังประชารัฐ ๕ ท่านครับ🔗

นายกษิดิ์เดช ชุติมันต์ กรุงเทพมหานคร

ผมขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๕ ท่าน นะครับ ๑. นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ๒. นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ๓. นายศิริพงษ์ รัสมี ๔. นายพรชัย อินทร์สุข ๕. นายดิสทัต คำประกอบ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรอง ๕ ท่าน ต่อไป พรรคภูมิใจไทย ๓ ท่านครับ🔗

นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครอง พยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย จำนวน ๓ ท่าน ดังนี้ครับ ๑. ส.ส. คารม พลพรกลาง ๒. ส.ส. วิรัช พันธุมะผล ๓. ส.ส. วิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไป พรรคก้าวไกล ๒ ท่านครับ🔗

นายวุฒินันท์ บุญชู สมุทรปราการ

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม วุฒินันท์ บุญชู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ เขต ๔ พรรคก้าวไกล ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยาน ในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคก้าวไกล จำนวน ๒ คน ๑. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ๒. นางสาวพูนสุข พูนสุขเจริญ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไป พรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่านครับ🔗

นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญร่างพระราชบัญญัติคุ้มครอง พยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่าน ดังนี้ครับ ๑. นายสุทัศน์ เงินหมื่น ๒. นายราเมศ รัตนะเชวง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไป พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ🔗

นายนิกร จำนง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อ คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในนามพรรคชาติไทยพัฒนา คือ นายอภิวัฒน์ บัวพันธ์ ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไป พรรคเสรีรวมไทยอีก ๑ ท่านครับ🔗

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ ในสัดส่วนของพรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน ขอเสนอ นายเกษม ศุภสิทธิ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ ท่านเลขาธิการกรุณาอ่านรายชื่อนะครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ๑. นางสาวณัฐธ์ภัสส์ ยงใจยุทธ ๒. ศาสตราจารย์พิเศษวิศิษฎ์ วิศิษฏ์สรอรรถ ๓. นางศิรสา ไชยหมาน ๔. นายวีระกร คำประกอบ ๕. นางภัทธมน เพ็งส้ม ๖. นายฉลาด ขามช่วง ๗. นายสิงหภณ ดีนาง ๘. นายนิยม เวชกามา ๙. นายรังสรรค์ มณีรัตน์ ๑๐. พลตำรวจโท อนุรุต กฤษณะการะเกตุ ๑๑. นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ๑๒. นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ๑๓. นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ๑๔. นายศิริพงษ์ รัสมี ๑๕. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ พรชัย อินทร์สุข ๑๖. นายดิสทัต คำประกอบ ๑๗. นายวิรัตน์ พันธุมะผล ๑๘. นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ๑๙. นายคารม พลพรกลาง ๒๐. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ๒๑. นางสาวพูนสุข พูนสุขเจริญ ๒๒. นายราเมศ รัตนะเชวง ๒๓. นายสุทัศน์ เงินหมื่น ๒๔. นายอภิวัฒน์ บัวพันธ์ ๒๕. นายเกษม ศุภสิทธิ์🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านกรรมาธิการที่เสนอ จะมีเปลี่ยนแปลงอะไรไหมครับ ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงก็ขอกำหนดระยะเวลาแปรญัตติครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญเลยครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธาน ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงใหม่ ขอแก้ไขรายชื่อในสัดส่วน ของพรรคเพื่อไทยอีก ๑ ท่านครับ ต่อร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองพยานในคดีอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จากท่านรังสรรค์ มณีรัตน์ เปลี่ยนเป็น นายแพทย์ทศพร เสรีรักษ์ ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ก็เปลี่ยนแปลง ๑ ท่านต่อไปขอกำหนดระยะเวลาแปรญัตติ เชิญเลยครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอระยะเวลาแปรญัตติอีก ๗ วันครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ ๗ วันนะครับ สมาชิกเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าไม่เห็นเป็นอย่างอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมอนุญาตให้แปรญัตติใน ๗ วันนะครับ ก็จบการพิจารณาในวาระ ขั้นรับหลักการ วาระที่ ๑ นะครับ ขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี แล้วก็คณะผู้ชี้แจงนะครับ🔗

เรื่องด่วนที่ ๒ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)🔗

โดยคณะรัฐมนตรีได้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาตามมาตรา ๑๓๓ (๑) ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย และคณะรัฐมนตรีได้เสนอรายงานการรับฟังความเห็นของผู้เกี่ยวข้อง และรายงานวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการตรากฎหมายเพื่อประกอบการ พิจารณาในกระบวนการตรากฎหมาย ตามมาตรา ๗๗ มาแล้วด้วยครับ ซึ่งได้เสนอให้สมาชิก ได้รับทราบแล้วครับ ต่อไปก็ขออนุญาตว่าในการเสนอหลักการนี้ ท่านรัฐมนตรีขอให้บุคคล ต่อไปนี้เข้ามาร่วมชี้แจง นางสาวปัทมาวดี บุญโญภาส รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า นายสมบุญ โมจนกุล ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย กรมพัฒนาธุรกิจการค้า นายจิตรกร ว่องเขตกร ผู้อำนวยการกองทะเบียนธุรกิจ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า อนุญาตทั้ง ๓ ท่านครับ ขอเชิญรัฐมนตรีเสนอครับ🔗

นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่านครับ กระผม นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยมีเหตุผล ความจำเป็นและสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ ฉบับดังกล่าวดังนี้🔗

เหตุผลและความจำเป็น โดยที่ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๓ ลักษณะ ๒๒ หุ้นส่วนและบริษัทมีบทบัญญัติบางประการไม่เหมาะสมกับ สภาพการณ์ในปัจจุบัน เนื่องจากไม่เอื้อต่อการนำเทคโนโลยีมาใช้ในการปฏิบัติงาน และ สร้างภาระโดยไม่จำเป็นแก่ประชาชน นอกจากนี้ยังเป็นอุปสรรคต่อการเสริมสร้างศักยภาพ ในการแข่งขันของประเทศ สมควรแก้ไขเพิ่มเติมบทบัญญัติเพื่อขจัดอุปสรรคดังกล่าว รวมทั้งเพิ่มความคล่องตัวในการประกอบธุรกิจ โดยเพิ่มหลักการรวมบริษัทซึ่งเดิมมีแต่ การควบบริษัท ให้มีการผนวกบริษัทจึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้เพื่อแก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์🔗

ส่วนสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีดังนี้🔗

๑. กำหนดให้การยื่นขอจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนหรือบริษัทสามารถยื่น ณ สำนักงานทะเบียนหุ้นส่วน บริษัทที่สำนักงานแห่งใหญ่ตั้งอยู่ หรือตามที่รัฐมนตรี ประกาศกำหนดเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชน🔗

๒. กำหนดให้รัฐมนตรีมีอำนาจกำหนด ลด หรือยกเว้นค่าธรรมเนียม การจดทะเบียน การขอตรวจเอกสาร การขอสำเนาเอกสารพร้อมคำรับรอง และ ค่าธรรมเนียมอื่นที่เกี่ยวข้องกับห้างหุ้นส่วนและบริษัท หรือกำหนดค่าธรรมเนียมให้ แตกต่างกันตามรูปแบบการทำธุรกรรมก็ได้ เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนใช้บริการผ่าน ระบบสารสนเทศมากขึ้น🔗

๓. แก้ไขเพิ่มเติมให้บุคคลใด ๆ ตั้งแต่ ๒ คนขึ้นไป จะเริ่มก่อการและตั้งเป็น บริษัทจำกัดก็ได้ เพื่อส่งเสริมให้มีความคล่องตัวในการจัดตั้งบริษัทจำกัด โดยลดผู้เริ่มก่อการ จากเดิม ๓ คน🔗

๔. กำหนดให้หนังสือบริคณห์สนธิที่จดทะเบียนไว้สิ้นผลลง หากมิได้ ดำเนินการจดทะเบียนบริษัทภายใน ๓ ปี เพื่อแก้ไขปัญหากรณีจดทะเบียนหนังสือบริคณห์สนธิแล้ว ไม่ได้จัดตั้งบริษัท ซึ่งเป็นผลให้บุคคลอื่นที่ประสงค์จะประกอบธุรกิจไม่สามารถใช้ชื่อบริษัทที่ ปรากฏในหนังสือบริคณห์สนธิที่จดทะเบียนไว้นั้น🔗

๕. กำหนดให้ชัดเจนว่าบริษัทใดมีตราประทับต้องประทับตราในใบหุ้นทุกใบ🔗

๖. กำหนดให้นำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้กับการประชุมกรรมาธิการ ได้เพิ่มอีก ๑ วิธี นอกจากต้องมาประชุม ณ สถานที่นัดประชุมวิธีเดียว🔗

๗. ยกเลิกการนำหนังสือเชิญประชุมไปลงประกาศในหนังสือพิมพ์ ยกเว้นแต่ บริษัทมีหุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือหุ้นที่ต้องโฆษณาในหนังสือพิมพ์🔗

๘. แก้ไขเพิ่มเติมให้จ่ายเงินปันผลให้แล้วเสร็จภายใน ๑ เดือน นับแต่วันที่ ประชุมใหญ่หรือกรรมการลงมติเพื่อคุ้มครองให้ผู้ถือหุ้นรายย่อย🔗

๙. แก้ไขหลักการเกี่ยวกับการควบบริษัทโดยกำหนดให้บริษัทสามารถรวมกัน ได้ใน ๒ ลักษณะ คือการควบบริษัทและการผนวกบริษัท ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ ได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๗๗ ผ่านทาง เว็บไซต์ (Website) กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเรียบร้อยแล้ว ซึ่งผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็น ได้เห็นด้วยกับหลักการในการแก้ไขกฎหมาย สำหรับข้อคิดเห็นเพิ่มเติมกระทรวงพาณิชย์ ได้นำมาพิจารณาแก้ไขปรับปรุงในร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวแล้ว ส่วนประโยชน์ที่คาดว่า จะได้รับจากการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์จะส่งผลให้ประกอบธุรกิจ มีความคล่องตัว ลดภาระที่ไม่จำเป็นแก่ประชาชน สามารถนำเทคโนโลยีมาใช้ในการ ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันของประเทศ และสร้างภาพลักษณ์อันดีในการประกอบธุรกิจในประเทศไทย🔗

ดังนั้น กระผมจึงขอเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมาย แพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้เพื่อท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ทุกท่านพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณท่านรัฐมนตรีครับ ต่อไปท่านสมาชิกที่ขออภิปราย ๒ ท่านแรกก็คือ พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ และ นางสาวณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ ขอเชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาลครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาต มีส่วนร่วมในการอภิปรายวาระรับหลักการท่านประธานครับ ของร่างพระราชบัญญัติแก้ไข เพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติ กำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด สมาคม และมูลนิธิ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ประเด็นของผมที่จะอภิปรายในเรื่องนี้ในส่วนที่ ๙ ท่านประธานครับ ส่วนที่ ๙ คือการรวมบริษัทเข้าด้วยกันครับ มีสไลด์ (Slide) ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

แก้ไขความ ในมาตรา ๑๒๓๘ มาตรา ๑๒๓๙ มาตรา ๑๒๓๔ มาตรา ๑๒๔๐ มาตรา ๑๒๔๑ มาตรา ๑๒๔๒ และมาตรา ๑๒๔๓ ที่ปรากฏในลักษณะที่ ๒ ว่าด้วยการควบบริษัทและ ผนวกบริษัท ที่ผมจะอภิปรายในเรื่องนี้ การควบบริษัท ในมาตรา ๑๒๓๘ (๑) การควบกัน โดยการเกิดบริษัทขึ้นใหม่ แล้วก็บริษัทที่ควบนั้นหมดสภาพไปนะครับ กลายเป็นนิติบุคคล ส่วนการผนวกบริษัท คือในมาตรา ๑๒๓๘ (๒) คือผนวกกันโดยบริษัทหนึ่งบริษัทใดที่ยังมี สภาพเป็นนิติบุคคลครับท่านประธาน และบริษัทอื่นที่ผนวกหมดสภาพกลายเป็นนิติบุคคล ตรงนี้ครับที่เอกชนเขาเดินทางไปไกลกว่าเราพอสมควรแล้วครับ กฎหมายเราเพิ่งเราย่างก้าว เข้าไป เขาเรียกการบริหารจัดการที่เรียกว่า รวมกิจการ ภาษาอังกฤษเรียกว่า เมเจอร์ แอนด์ แอกควิซิชัน (Merger and Acquisition) หรือการซื้อกิจการครับ อันนี้เป็นธุรกิจที่เขา เดินทางมาถึงนานแล้วนะครับ แล้วก็เขาดำเนินการในภาคธุรกิจไปกว่ากฎหมายนี้ ที่จะเพิ่ง มาเขียนเพื่อให้เกิดความคล่องตัวนะครับ แต่มาช้าก็ยังดีกว่าไม่มาครับท่านประธาน เพื่อให้ เกิดความคล่องตัวของนักธุรกิจของทุนต่าง ๆ ที่ต้องการเข้ามาจดทะเบียน การควบรวม กิจการมีหลักการครับท่านประธานครับ ทำไมถึงต้องควบรวมกิจการเกิดขึ้น หลังจากการ ควบรวมกิจการต่าง ๆ คือจะเกิดอะไรครับ จะเกิดการได้ทรัพย์สินมากขึ้นแน่นอนครับ และขนาดของการดำเนินการก็จะเพิ่มขึ้น บริษัทจะได้รับการควบรวมกิจการเพื่อประโยชน์ครับ ท่านประธาน ผู้ถือหุ้นขององค์กรเดิมจะได้รับหุ้นในบริษัทใหม่ครับ หลังจากที่ควบรวม บริษัทอาจจะตกลง กับการควบรวมกิจการครับเพื่อเข้าสู่ตลาดใหม่หรือกระจายเสนอผลผลิตและบริการของตน เพื่อส่งผลให้เพิ่มกำไรครับ หรือการควบรวมกิจการนั้นเกิดขึ้นในบริษัทต้องการซื้อสินทรัพย์ เพื่อลดภาระภาษีครับ บริษัทมีรายได้ที่ต้องเสียภาษีจำนวนมาก อาจจะต้องรวบรวม และ ๕. ในการควบรวมกิจการระหว่างบริษัทคือคัดจากการแข่งขันระหว่างกัน ซึ่งจะทำให้ราคา โฆษณาและของผลิตลดลง และนอกจากแล้วก็คือการลดราคา จะเป็นประโยชน์ต่อลูกค้าครับ ลูกค้าคือผู้รับบริการครับ และเพิ่มยอดขายในการควบรวมกิจการ นั่นคือที่มาหรือทำไมครับ ท่านประธาน และนี่คือข้อดีของการควบรวมกิจการครับ คือเป็นการเพิ่มตลาด เพิ่มการ แบ่งส่วนตลาด ลดต้นทุนของการดำเนินการ หลีกเลี่ยงการกระทำซ้ำ ซึ่งบริษัทผลิตมีลักษณะ คล้ายคลึงกันก็หลีกเลี่ยงการที่จะทำซ้ำได้ ขยายธุรกิจไปสู่พื้นที่ภูมิภาคใหม่ ๆ เพื่อให้มีธุรกิจ กว้างขวางขึ้น อันสุดท้ายครับ ข้อดีคือป้องกันการเปิดกิจการที่ไม่ทำกำไรครับ บริษัทจะมี เศรษฐกิจเกิดขึ้น นี่คือข้อดีครับ ส่วนข้อเสียครับท่านประธาน การควบรวมกิจการนั้นข้อเสีย คือการขึ้นราคาสินค้าหรือการบริโภคในการร่วมกิจการ คือส่งผลให้ตลาดแข่งขันลดลง เกิดตลาดใหม่ ๆ และใหญ่ ๆ ขึ้นครับ สร้างช่องว่างของการสื่อสาร บริษัทจะตกลงควบคุม การดำเนินงาน แล้วก็ทำให้เกิดการว่างงาน เพราะการควบรวมจะบีบคนให้เหลือน้อยลง นะครับ ใช้เทคโนโลยีเข้ามา ป้องกันการประหยัดต่อขนาดด้วยครับ เพราะว่ามีสิ่งที่ เหมือนกันก็จะได้มารวมให้เหลือเล็กน้อยลง และนอกจากนั้นแล้วบริษัทขนาดใหญ่อาจจะ ไม่สามารถจูงใจพนักงานและบรรลุของการควบรวมในระดับเดียวกันได้ ดังนั้นบริษัทใหม่ ๆ อาจจะไม่สามารถบรรลุในการประหยัดของขนาด นี่คือข้อเสียครับ สิ่งที่ตามมาในกฎหมาย ฉบับนี้คือผู้ซื้อเข้าและผู้ถูกซื้อออก ซึ่งจะเกี่ยวข้องกับสินทรัพย์หรือแอกเซส (Access) ที่เป็น ภาษาอังกฤษและหุ้นสต็อก (Stock) ครับ ผู้ประกอบการธุรกิจจะต้องมีความคล่องตัวและ ช่วยลดต้นทุนในการทำธุรกิจ สิ่งสำคัญตรงนี้ครับท่านประธาน สิ่งสำคัญคือการใช้กฎหมาย ฉบับนี้ที่เน้นเพื่อให้เกิดเทคโนโลยี สำคัญคือทุนใหญ่จะกินพวกบริษัทเน่านะครับ ทุนใหญ่ จะแฮฟ (Have) ไปหลาย ๆ ที่นะครับ ทุนใหญ่จะเข้าไปกินมากกว่า เพราะเทคโนโลยีสามารถ จดร่วม ใครมีทุนหนานั่นคือประโยชน์ที่คิดว่าจะต้องทำและได้รับมากขึ้นครับท่านประธาน สิ่งสำคัญครับ ผลที่คาดว่าจะได้รับคือสำคัญแน่นอนครับ คือลดขั้นตอนการเริ่มธุรกิจจาก ๕ ขั้นตอน ๖ วันที่เขียนไว้ตามรายงานของดูอิง บิสซิเนส ๒๐๒๐ (Doing Business 2020) เพื่ออะไรครับ เป็น ๓ ขั้นตอน ใช้เวลา ๒.๕ วัน ผมคิดว่าถ้ากฎหมายนี้ออกไปจริง ๆ ถ้าได้ ตามนี้นะครับ ผมว่าผู้ประกอบการทุกแห่งพร้อมครับ และจะใช้เทคโนโลยีที่สามารถเป็น ปลาเร็วกินปลาใหญ่ แต่ผมกลัวอย่างเดียวคือปลาใหญ่จะกินปลาเล็กที่ขาดทักษะ เพราะฉะนั้นการจองชื่อในบริษัทก็จะลดเหลือแค่ครึ่งวันนะครับ การชำระทุนเข้าธนาคาร ก็จะเหลือแค่ ๑ วัน การจดทะเบียน การตั้งบริษัท จดทะเบียนและภาษีมูลค่าเกิดขึ้นกับ ลูกจ้างนายจ้างก็ใช้เวลา ๑ วันครับ ๒.๕ วันครับ คือ ๒ วันครึ่งเท่านั้นเองที่จะลดความเร็ว ก็ถือว่าเป็นประโยชน์ครับ ถ้าทำได้จริง ๆ ครับท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ ต่อไป คุณณธีภัสร์ เชิญเลยครับ🔗

นางสาวณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนประธานสภา ที่เคารพ ผม ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ ตามร่าง พ.ร.บ. แก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ที่พิจารณาอยู่นี้ มีวัตถุประสงค์ก็เพื่อเพิ่มศักยภาพและความคล่องตัวในการประกอบธุรกิจและนำเทคโนโลยี มาใช้ในการปฏิบัติงาน ซึ่งโดยรวมแล้วผมเห็นด้วยกับการแก้ไขครั้งนี้นะครับ แต่ผมเอง ยังมีข้อคิดเห็นบางประการว่าหากเรามีการปรับเปลี่ยนบางอย่างเพิ่มเติมก็จะทำให้การแก้ไข ครั้งนี้นั้นตรงตามวัตถุประสงค์และเกิดประโยชน์ต่อผู้ประกอบธุรกิจอย่างแท้จริงครับ ท่านประธานครับ ข้อคิดเห็นของผมในประการแรกในเรื่องของการปรับลดจำนวนบุคคล ในการจัดตั้งบริษัท เนื่องด้วยมาตรา ๖ ซึ่งเป็นการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๙๗ แก้ไขโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มความง่ายในการจัดตั้งธุรกิจและส่งเสริม ให้มีการประกอบธุรกิจในรูปแบบบริษัทมากขึ้น โดยการลดจำนวนผู้จัดตั้งบริษัทจากเดิม ๓ คนไปเป็น ๒ คน ผมเห็นควรในการปรับลดจำนวนบุคคลที่ใช้ในการจัดตั้งบริษัท ตามเหตุผลที่ได้มีการเสนอมานะครับ แต่คำถามคือในเมื่อเราจะแก้แล้ว ทำไมเราไม่ทำให้ กฎหมายนั้นรองรับให้เพียงแค่คน ๆ เดียวก็สามารถจัดตั้งบริษัทไปได้เลยล่ะครับ ซึ่งในปัจจุบันต่างประเทศหลาย ๆ ประเทศก็ได้มีกฎหมายรองรับการจัดตั้งบริษัทด้วยตัว คนคนเดียวมากมาย ท่านประธานครับ จากดัชนีดูอิง บิสซิเนส แรงกิง (Doing Business Rankings) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดของธนาคารโลกที่ได้มีการจัดอันดับความยากง่ายในการประกอบ ธุรกิจในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก โดย ๑ ใน ๑๒ ปัจจัยที่ใช้ในการพิจารณาความยากง่าย ก็คือความสะดวกในการจัดตั้งธุรกิจ ท่านประธานทราบไหมครับว่าประเทศที่มีดัชนี ดูอิง บิสซิเนส (Doing Business) ที่อยู่ในอันดับท็อปเทน (Top Ten) หรือ ๑๐ อันดับแรก เกือบทุกประเทศก็ได้มีการอนุญาตให้จัดตั้งบริษัทจำกัด โดยบุคคลอย่างน้อยเพียง ๑ คน เท่านั้น ประกอบกับจากการสำรวจข้อมูลของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ข้อมูลการจดทะเบียน จำนวน ๔๐๐,๐๐๐ บริษัทพบว่าบริษัทที่มีผู้ถือหุ้นคนเดียวเกินกว่า ๙๐ เปอร์เซ็นต์ของ ทั้งบริษัทมีมากถึง ๘๒ เปอร์เซ็นต์ของบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด ซึ่งหมายความว่ามีบริษัท จำนวนถึง ๓๓๐,๐๐๐ บริษัท จาก ๔๐๐,๐๐๐ บริษัท ที่ในทางปฏิบัติจริง ๆ แล้วแทบจะ เรียกได้ว่ามีผู้ถือหุ้นเพียงคนเดียว จากข้อมูลนี้ยิ่งสะท้อนให้เห็นว่าปัจจุบันความต้องการ ที่บุคคลจะเปิดบริษัทร่วมกับบุคคลอื่นนั้นมีน้อยลงและต้องการที่จะเปิดบริษัทด้วยตัวคน เดียวมากขึ้น ซึ่งมาตรา ๖ ที่อนุญาตให้จัดตั้งบริษัทได้ตั้งแต่ ๒ คนขึ้นไป จึงไม่สามารถ ตอบสนองกับความต้องการของสังคมได้อย่างแท้จริง และไม่สอดรับกับตัวชี้วัดของ ธนาคารโลก ดังนั้นการแก้ไขครั้งนี้อาจจะไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ที่สูงสุดจริง ๆ จึงเหมือนเป็น การแก้ไขไปพลาง ๆ ก่อนครับ ท่านประธานครับ แม้ปัจจุบันจะมีการผลักดันร่าง พ.ร.บ. บริษัทจำกัดคนเดียว ซึ่งเป็นการสนับสนุนให้จดทะเบียนบริษัทคนเดียวได้ แต่จากการที่ผม ได้อ่านร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็ยังเห็นว่ามีปัญหาในเรื่องของการจำกัดสิทธิอีกหลายประการ ที่ไม่เอื้อต่อการขยายธุรกิจอำนวยความสะดวกเพียงครึ่ง ๆ กลาง ๆ ไม่ทัดเทียมกับ นานาอารยะประเทศ และที่สำคัญ ครม. ก็ได้มีมติเห็นชอบให้มีกฎหมายนี้ไปตั้งแต่ ต้นปี ๒๕๖๐ แล้ว แต่จนบัดนี้ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็ยังไม่เข้ามาให้สภาพิจารณา ไม่รู้ว่า ประชาชนจะต้องรอไปถึงเท่าไรครับ ผมว่าเราต้องเอาให้ชัดครับท่านประธาน ถ้าหากเรารู้ แล้วว่าการจัดตั้งบริษัทจำกัดคนเดียวสอดรับกับความต้องการของสังคมและทำให้เรา ก้าวหน้าเท่าทันนานาอารยะประเทศ ก็ควรจะทำให้สมบูรณ์โดยเร็ว ถ้าทำครึ่ง ๆ กลาง ๆ แบบนี้แล้วเมื่อไรประเทศไทยจะก้าวไกลเท่าทันเขาสักทีครับ🔗

ข้อคิดเห็นของผมในประเด็นที่ ๒ เป็นเรื่องของการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ ในการปฏิบัติงาน โดยการเพิ่มช่องทางคำบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้นด้วยการ ส่งจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ ท่านประธานครับ ตามมาตรา ๑๒ ที่มีใจความสรุปได้ว่าขอแก้ไข วิธีการบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น จากเดิมกระทำโดยวิธีการลงโฆษณา ในหนังสือพิมพ์ท้องที่และส่งทางไปรษณีย์ตอบรับไปยังผู้ถือหุ้นทุกคน เปลี่ยนการส่งไปรษณีย์ ตอบรับไปยังผู้ถือหุ้นทุกคน เว้นแต่บริษัทมีหุ้นชนิดออกให้แก่ผู้ถือที่ต้องโฆษณา ในหนังสือพิมพ์แห่งท้องที่ด้วย ตามร่าง พ.ร.บ. แก้ไขฉบับนี้นั้นผมเห็นควรให้เพิ่มรูปแบบ การบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น โดยให้สามารถส่งทางอีเมล (e-Mail) หรือ จดหมายอิเล็กทรอนิกส์เป็นช่องทางเพิ่มเติม เพื่อช่วยให้กระบวนการในการติดต่อสื่อสารของบริษัทนั้นมีความคล่องตัวมากขึ้น ตอบโจทย์ กับโลกปัจจุบันที่เราอยู่ในยุคดิจิทัล (Digital) และทำให้สอดคล้องกับ พ.ร.ก. ว่าด้วยการ ประชุมผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๖๓ โดยที่มาตรา ๘ ระบุไว้ว่าการส่งหนังสือ เชิญประชุมและเอกสารประกอบการประชุมนั้นจะส่งโดยจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้ หากมี ความกังวลในด้านความปลอดภัยและผลทางกฎหมายในเรื่องของลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ นั้นเรามีกฎหมายรับรองอยู่แล้วคือ พ.ร.บ. ว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. ๒๕๔๔ ที่แก้เพิ่มเติม ฉบับที่ ๓ พ.ศ. ๒๕๖๒ ซึ่งได้แบ่งประเภทของลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ไว้เป็น ๓ ประเภท คือลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ทั่วไป ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้และ ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อถือได้ซึ่งใช้ใบรับรองที่ออกโดยผู้ให้บริการออกใบรับรอง ทั้งนี้ ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ทั้ง ๓ ประเภทที่ผมได้กล่าวมา ล้วนแล้วแต่มีผลทางกฎหมาย เท่าเทียมเช่นเดียวกับการลงลายมือชื่อบนเอกสารกระดาษครับ เราสามารถพิจารณา แนวทางและมาตรฐานของประเภทของลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์เพื่อวิเคราะห์ว่า ประเภทไหนเหมาะสมที่สุดที่ตอบโจทย์วัตถุประสงค์การบอกกล่าวเรียกประชุมใหญ่ผู้ถือหุ้น ท่านประธานครับ ความพยายามในการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ครั้งนี้ถือว่ามีความตั้งใจที่ดีครับ แต่ก็ยังมีอีกหลาย ๆ ประเด็นดังที่ผมได้อภิปรายยกตัวอย่าง มาข้างต้นที่ควรจะต้องมีการปรับปรุงและแก้ไข การที่เราจะแก้ไขทั้งทีผมก็อยากให้การแก้ไข ครั้งนี้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนที่ต้องการจะประกอบอาชีพโดยสุจริต ซึ่งปัจจุบัน ก็ตกอยู่ในสภาวะที่ยากลำบาก อย่าให้พวกเขาต้องมีอุปสรรคในการที่จะเริ่มต้นทำมาหากิน เลยครับ หวังว่าในขั้นกรรมาธิการจะไปพิจารณาแก้ไขทำให้กฎหมายตัวนี้เกิดประโยชน์สูงสุด แก่ประชาชนในการดำเนินกิจกรรมทางธุรกิจ ก่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ยกระดับ การแข่งขันของประเทศ และได้รับการจัดอันดับตามตัวชี้วัดเรื่องความยากง่ายในการ ประกอบธุรกิจหรือ ดูอิง บิสซิเนส แรงกิง (Doing Business Ranking) ของธนาคารโลกได้ดี ยิ่งขึ้นครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ รัฐมนตรี จะให้ท่านรองอธิบดีชี้แจงใช่ไหมครับ เชิญเลยครับ🔗

นางสาวปัทมาวดี บุญโญภาส อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ และท่านสมาชิกค่ะ ขออนุญาตกราบเรียนชี้แจงนะคะ ในกรณีที่ ท่านได้อภิปรายถึงว่ากฎหมายฉบับนี้ได้มีการแก้ไขผู้เริ่มก่อการจาก ๓ คน เป็น ๒ คน อันนี้ เนื่องจากว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ บรรพ ๓ อยู่ภายใต้หลักของสัญญา ดังนั้น ผู้เริ่มก่อการอย่างน้อยจะต้องเป็น ๒ คน ตามหลักของสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ อย่างไรก็ตามการที่จะให้คนเดียวจัดตั้งบริษัทจำกัดได้ก็มีด้วยการร่างกฎหมาย ควบคู่กันมาแล้ว ซึ่งขณะนี้ก็อยู่ในขั้นของการรับฟังความคิดเห็นตามมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญ เหตุที่จะต้องแยกออกมาเป็นต่างหากเนื่องจากว่าจะต้องมีกลไกบางอย่างที่ อาจจะแตกต่างจากประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งอาจจะทำให้มีความคล่องตัวยิ่งขึ้น🔗

สำหรับประเด็นอิเล็กทรอนิกส์ จริง ๆ แล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ ในหลาย ๆ เรื่องที่เราได้ดำเนินการทำอยู่แล้ว โดยดำเนินตามพระราชบัญญัติ ที่เกี่ยวกับธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งเป็นกฎหมายกลางอยู่แล้ว แต่ในบางเรื่อง อย่างการประชุมที่มากำหนดไว้ อาจจะกำหนดไว้เป็นการเฉพาะเพื่อว่าในบริษัทต่าง ๆ อาจจะมีข้อกำหนดเฉพาะลงไปในแต่ละบริษัทก็เลยกำหนดไว้ในกฎหมาย ขอกราบเรียนค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ สมาชิก ยังมีอะไรจะสอบถามไหมครับ ถ้าไม่มีก็จบการอภิปราย รัฐมนตรีมีสรุปอะไรไหม รัฐมนตรีจะ สรุปอะไรหรือเปล่าครับ ไม่มีนะครับ สมาชิกครับ ขอรบกวนพวกเรามาลงมติรับหลักการ หรือไม่รับหลักการร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ขอเชิญสมาชิกมาลงมติครับ🔗

(นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร มีสัญญาณให้สมาชิกที่มา ประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุมและลงมติ)
นายยงยุทธ สุวรรณบุตร สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ ๒๘๙ ครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ🔗

นางทัศนาพร เกษเมธีการุณ นครราชสีมา

ท่านประธานคะ ๑๔๑ ค่ะ รายงานตัวค่ะ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ เจ้าหน้าที่บันทึกด้วย นะครับ🔗

นายรังสิกร ทิมาตฤกะ บุรีรัมย์

กราบเรียนท่านประธานครับ รังสิกร ๒๙๙ แสดงตนครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ท่านที่เข้ามาแล้ว กดบัตรนะครับ อยู่ระหว่างการแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมครับ🔗

เรื่องด่วนที่ ๒ กับ เรื่องด่วนที่ ๓ คงไม่ใช้เวลามากนะครับ เรื่องด่วนที่ ๔ อาจจะมีผู้อภิปรายมากเป็นพิเศษ เรื่องพืชกระท่อม แต่เรื่องด่วนที่ ๒ กับเรื่องด่วนที่ ๓ นี้เป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกัน และไม่ใช้ เวลามากครับ ขอเชิญสมาชิกเข้ามาแสดงตนนะครับ ตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติว่าจะ รับหลักการร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่ สมาชิกแสดงตนนะครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

สมาชิกแสดงตนนะครับ พร้อมพอสมควรแล้วครับ ผมขอปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตน ๒๕๙ บวก ๓ เป็น ๒๖๒ ท่านนะครับ ครบองค์ประชุมครับ🔗

ต่อไปจะขอมติที่ประชุมว่า จะเห็นควรรับหลักการร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่ ท่านผู้ใดเห็นควรรับหลักการ กดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นไม่ควร รับหลักการ กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียง กดปุ่ม งดออกเสียง กรุณา ลงมติครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

อยู่ระหว่างลงมตินะครับ🔗

นายยงยุทธ สุวรรณบุตร สมุทรปราการ

ท่านประธานครับ ๒๘๙ เห็นด้วยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ สมาชิกพร้อม พอสมควรแล้วนะครับ ปิดการลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๖๑ บวก ๑ ก็ ๒๖๒ ท่านนะครับ เห็นด้วย ๒๕๕ บวก ๑ ก็ ๒๕๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๔ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน🔗

มติที่ประชุมรับหลักการ นะครับ ขอเชิญเสนอตั้งกรรมาธิการครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร ขอเรียนเสนอตั้งกรรมาธิการ วิสามัญจำนวนทั้งหมด ๒๕ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง มีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าไม่มีความเห็นเป็น อย่างอื่น กรรมาธิการวิสามัญจำนวน ๒๕ ท่านครับ เป็นสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี ๕ ท่าน เป็นของพรรคเพื่อไทย ๖ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ ๕ ท่าน พรรคภูมิใจไทย ๓ ท่าน พรรคก้าวไกล ๒ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน พรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน ต่อไปเชิญคณะรัฐมนตรีเสนอครับ🔗

นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ขอเสนอคณะกรรมาธิการวิสามัญ ในสัดส่วนของ ครม. ซึ่งมีรายชื่อดังต่อไปนี้ นางสาวปัทมาวดี บุญโญภาส นายดิเรก บุญแท้ นายจิตพันธุ์ ทังสุบุตร นายสันติ กีระนันทน์ นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ ผมขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ไม่เป็นอะไร คณะรัฐมนตรี เสนอ ไม่ต้องครับ ได้ครับ ต่อไปพรรคเพื่อไทย ๖ ท่าน เชิญครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานครับ ผม จุลพันธ์ ขอเวลาสักครู่หนึ่งครับ เดี๋ยวพรรคเพื่อไทยจะเสนอทีหลังครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครับ ผมขออนุญาต ให้พรรคอื่นเสนอก่อนนะครับ พรรคพลังประชารัฐ ๕ ท่าน เชิญครับ🔗

นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ สมุทรปราการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน ไพลิน เทียนสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๗ จังหวัดสมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ สัดส่วนของ พรรคพลังประชารัฐ ๑. นายยุทธนา โพธสุธน ๒. ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง ๓. นางสาวนพวรรณ หัวใจมั่น ๔. นายสรชาติ วิชย สุวรรณพรหม ๕. นายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ พรรคภูมิใจไทย ๓ ท่านครับ🔗

นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไข เพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย จำนวน ๓ ท่าน ดังต่อไปนี้ ๑. ท่าน ส.ส. มารุต มัสยวาณิช ๒. ท่าน ส.ส. อำนาจ วิลาวัลย์ ๓. ท่าน ส.ส. วิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ พรรคก้าวไกลอีก ๒ ท่านครับ🔗

นางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน กรุงเทพมหานคร

ดิฉัน นางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตยานนาวา เขตบางคอแหลม กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไข เพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนพรรคก้าวไกล ๒ ท่าน ๑. นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล ๒. นายปรีติ เจริญศิลป์ ขอผู้รับรองด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่านครับ🔗

นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของ พรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่าน ดังนี้ครับ ๑. นายเกียรติ สิทธีอมร ๒. นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ครบถ้วน ครับ ต่อไปพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่านครับ🔗

นายเสมอกัน เที่ยงธรรม สุพรรณบุรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม เสมอกัน เที่ยงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี จากพรรคชาติไทยพัฒนา ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนาขอเสนอ นายพิสิษฐ์ คงสมพรต ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

มีผู้รับรองถูกต้องครับ ต่อไปพรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่านครับ🔗

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ขอเสนอสัดส่วนกรรมาธิการ ในสัดส่วนของ พรรคเสรีรวมไทย ขอเสนอ นายบุญส่ง ชเลธร ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง ครบถ้วน พรรคเพื่อไทย ๖ ท่าน ขอเชิญครับ🔗

นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา กรุงเทพมหานคร

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน สุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๒๙ ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๖ ท่าน ดังนี้ค่ะ ๑. นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ๒. นายสุรชัย เบ้าจรรยา ๓. นายจำนงค์ ไชยมงคล ๔. นายกิตติกร โล่ห์สุนทร ๕. นายทิวา ลี้จากภัย และ ๖. นายธิติพงษ์ ศรีแสน ขอผู้รับรอง ด้วยค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้องครับ ท่านเลขาธิการกรุณาอ่านรายชื่อครับ🔗

นายคุณวุฒิ ตันตระกูล รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่.. ) พ.ศ. .... ๑. นางสาวปัทมาวดี บุญโญภาส ๒. นายดิเรก บุญแท้ ๓. นายจินตพันธุ์ ทังสุบุตร ๔. นายสันติ กีระนันทน์ ๕. นายธีระชาติ ปางวิรุฬห์รักษ์ ๖. นายประยุทธ์ ศิริพานิชย์ ๗. นายสุรชัย เบ้าจรรยา ๘. นายจำนง ไชยมงคล ๙. นายกิตติกร โล่สุนทร ๑๐. นายทิวา ลี้จากภัย ๑๑. นายธิติพงษ์ ศรีแสน ๑๒. นายยุทธนา โพธสุธน ๑๓. ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง ๑๔. นางสาว นพวรรณ หัวใจมั่น ๑๕. ว่าที่พันตรี สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม ๑๖. นายเนวินธุ์ ช่อชัยทิพฐ์ ๑๗. นายมารุต มัสยวาณิช ๑๘. นายอำนาจ วิลาวัลย์ ๑๙. นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์ ๒๐. นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล ๒๑. นายปรีติ เจริญศิลป์ ๒๒. นายเกียรติ สิทธีอมร ๒๓. นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ ๒๔. นายพิสิษฐ์ คงสมพรต ๒๕. นายบุญส่ง ชเลธร🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ครบถ้วนนะครับ ท่านสมาชิกมีอะไรจะเปลี่ยนแปลงไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ถ้าไม่มีก็เสนอระยะเวลา การแปรญัตติครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ขออนุญาตเรียนเสนอระยะเวลาแปรญัตติ ๗ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ผู้รับรองถูกต้อง สมาชิก มีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ที่ประชุมก็อนุมัติให้ แปรญัตติใน ๗ วันนะครับ จบการพิจารณาในขั้นวาระรับหลักการนะครับ🔗

ต่อไปเรื่องด่วนที่ ๓ ร่างพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วน จดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ)🔗

โดยคณะรัฐมนตรี ได้เสนอมาตามมาตรา ๑๓๓ (๑) ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และคณะรัฐมนตรี ได้เสนอรายงานการรับฟังความคิดเห็นของผู้เกี่ยวข้อง และรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบ ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการตรากฎหมายเพื่อประกอบการพิจารณาในการตรากฎหมาย ตามมาตรา ๗๗ แล้ว เรื่องนี้ทางรัฐมนตรีได้ขอให้ผู้ที่มีรายชื่อดังต่อไปนี้ นางสาวปัทมาวดี บุญโญภาส รองอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า นายสมบุญ โมจนกุล ผู้อำนวยการ สำนักกฎหมาย กรมทะเบียนธุรกิจการค้า นายจิตรกร ว่องเขตกร ผู้อำนวยการกองทะเบียน ธุรกิจ ก็คือชุดเดิมนะครับ ก็อยู่ในห้องประชุมเพื่อชี้แจงได้ครับ ต่อไปรัฐมนตรีเสนอหลักการ และเหตุผล ขอเชิญเลยครับ🔗

นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่านครับ กระผม นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้รับมอบหมายจากคณะรัฐมนตรีให้เสนอ ร่างพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ (ฉบับที่ .. ) พ.ศ. .... ต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยมีเหตุผลและ ความจำเป็น และสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติดังนี้🔗

เหตุผลและความจำเป็น โดยที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ บรรพ ๓ ลักษณะ ๒๒ หุ้นส่วนและบริษัท ในส่วนของการจ่ายเงินปันผล และการควบบริษัทจำกัดเข้ากัน จึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการกำหนดความผิด เกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิเพื่อให้ การกำหนดความผิดและบทกำหนดโทษให้สอดคล้องกับบทบัญญัติในประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ ที่แก้ไขเพิ่มเติม🔗

ส่วนสาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วน จดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีดังต่อไปนี้ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วน จดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ พ.ศ. ๒๔๙๙ เพื่อให้การ กำหนดความผิดและบทกำหนดโทษสอดคล้องกับการแก้ไขประมวลกฎหมายแพ่งและ พาณิชย์ เช่น กรณีบริษัทไม่จ่ายเงินปันผลตามที่กำหนด เป็นต้น ทั้งนี้กระทรวงพาณิชย์ ได้ดำเนินการรับฟังความคิดเห็นจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๗๗ ผ่านทาง เว็บไซต์ (Website) กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเรียบร้อยแล้ว ซึ่งผู้เข้ามาแสดงความคิดเห็น ได้เห็นด้วยกับหลักการในการแก้ไขกฎหมาย🔗

สำหรับข้อคิดเห็นเพิ่มเติม กระทรวงพาณิชย์ได้นำมาพิจารณาปรับปรุง ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้ว ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมาย ว่าด้วยกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ เป็นการแก้ไขเพิ่มเติมเพื่อให้สอดคล้องกับการแก้ไขเพิ่มเติมประมวล กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ซึ่งจะมีส่วนช่วยให้การบังคับใช้กฎหมายมีประสิทธิภาพ ดังนั้น กระผมจึงขอเสนอร่างพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้ เพื่อให้ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพทุกท่านได้ให้ความเห็นชอบพิจารณาต่อไปครับ ขอขอบพระคุณครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ลงจากบัลลังก์ โดยมอบให้ นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ปฏิบัติหน้าที่แทน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิก มีท่านผู้ใดติดใจที่จะอภิปรายแสดงความคิดเห็น มีไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าไม่มี ผมจะได้ขอมติจากที่ประชุมว่าเราจะรับร่างพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับ ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่ ก่อนลงมติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ🔗

(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานรัฐสภา คนที่สอง มีสัญญาณให้สมาชิก ที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกได้เข้าสู่ห้องประชุมนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุม เพื่อได้มีการตรวจสอบองค์ประชุมครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุมนะครับ เมื่อท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมแล้ว เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตน โปรดเสียบบัตรและ กดปุ่มแสดงตนครับ โปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายเรวัติ วิศรุตเวช แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ ท่านมีอะไรหารือ🔗

นายเรวัติ วิศรุตเวช แบบบัญชีรายชื่อ

ผม นายแพทย์เรวัติ วิศรุตเวช ๓๐๔ แสดงตนครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓๐๔ แสดงตนนะครับ ท่านสมาชิกท่านใดยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตนบ้างครับ ถ้ามีก็ขอเชิญแสดงตน นะครับ เพราะเห็นท่านสมาชิกกำลังเดินเข้าสู่ห้องประชุมอีกหลายท่าน เชิญครับ รอท่านอยู่ นะครับ🔗

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

ท่านประธานครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา ๑๗๑ ขอใช้สิทธิแสดงตนครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๑๗๑ แสดงตนนะครับ เจ้าหน้าที่บันทึกด้วยครับ เชิญนะครับ ที่เข้ามาทีหลังเสียบบัตรแสดงตน นะครับ รอเพื่อนสมาชิกเราที่กำลังเดินเข้ามานิดหนึ่ง ท่านสมาชิกที่เดินเข้าห้องประชุมทีหลัง ขอเชิญใช้สิทธิแสดงตนนะครับ ถ้าท่านสมาชิกใช้สิทธิแสดงตนกันหมดแล้ว ผมขอ ปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่ช่วยแสดงผลครับ ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้ได้มีสมาชิกอยู่ ในห้องประชุมแล้วก็แสดงตนจำนวน ๒๕๑ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ บวกอีก ๒ เป็น ๒๕๓ ท่านนะครับ🔗

ต่อไป ผมจะขอมติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับ ห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคมและมูลนิธิ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วยควร รับหลักการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญใช้สิทธิ ลงคะแนนครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สมาชิกท่านใด ยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนเชิญนะครับ ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ถ้าไม่มี ผมขอ ปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ ท่านสมาชิกครับ ผลของการลงคะแนน เป็นดังนี้ จำนวนผู้ลงมติ ๒๖๐ ท่าน เห็นด้วย ๒๕๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้นะครับ🔗

ต่อไปขอเชิญ ท่านสมาชิกเสนอคณะกรรมาธิการครับ เชิญครับ ท่านอรรถกรครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรานะครับ ก็ต้องขอเรียนท่านประธานและที่ประชุมครับ เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ซึ่งเกี่ยวกับ ความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ ซึ่งพิจารณาแล้วเนื้อหาเกี่ยวข้องและคล้ายคลึงไปกับร่างพระราชบัญญัติที่เราเพิ่งพิจารณา จบไป นั่นก็คือร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นะครับ ผมจึงขออนุญาตเสนอท่านประธานไปยังที่ประชุม ขอให้ใช้ กรรมาธิการวิสามัญชุดที่แล้วที่เราเพิ่งตั้งไป ๒๕ ท่าน พิจารณารวมกันครับ ขอผู้รับรอง ด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ก็สรุปว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้มีการใช้คณะกรรมาธิการชุดเดียวกันกับ คณะกรรมาธิการชุดพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่ง และพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอื่นไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าไม่มี สมาชิกท่านใดเห็นเป็นอื่น ผมก็ถือว่าที่ประชุมให้ความเห็นชอบตามที่ท่าน ส.ส. อรรถกร เสนอนะครับ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีนะครับ ขอบคุณครับ🔗

ต่อไป เรื่องด่วนที่ ๔ ร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)🔗

ด้วยคณะรัฐมนตรีได้เสนอร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. .... มายังสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาตามมาตรา ๑๓๓ (๑) รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังได้นำเสนอรายงานการรับฟังความคิดเห็นของผู้ที่เกี่ยวข้องและรายงาน การวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการตรากฎหมายมาเพื่อประกอบการพิจารณา ในกระบวนการตรากฎหมายตามมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญแล้ว รายละเอียดปรากฏ ตามเอกสารที่ได้จัดไว้ให้สมาชิกทุกท่านแล้วนะครับ🔗

ในการนี้ผมได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจง ข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ ได้แก่🔗

๑. นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด🔗

๒. นายไพศิษฎ์ สังคหะพงศ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและ ปราบปรามยาเสพติด สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด🔗

๓. นายมานะ ศิริพิทยาวัฒน์ ผู้อำนวยการกองกฎหมาย สำนักงาน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด อนุญาตให้เป็นผู้เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุม ด้วยนะครับ ท่านรัฐมนตรีพร้อมแล้ว ขอเชิญท่านรัฐมนตรีแถลงหลักการและเหตุผลครับ🔗

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม ในนามของคณะรัฐมนตรี ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. .... ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีหลักการและเหตุผลดังต่อไปนี้🔗

หลักการ กฎหมายฉบับนี้มีหลักการสำคัญคือเพื่อให้รองรับพระราชบัญญัติ ยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๖๔ และมีกฎหมายว่าด้วยพืชกระท่อมเพื่อควบคุม และกำกับดูแลการใช้พืชกระท่อมเท่าที่จำเป็น เพื่อมิให้มีการบริโภคพืชกระท่อมมากเกิน สมควรจนเกิดอันตรายต่อสุขภาพและป้องกันการนำพืชกระท่อมไปใช้ในทางที่ผิด โดยการ กำหนดให้การเพาะปลูกพืชกระท่อมเพื่อประโยชน์ในเชิงอุตสาหกรรมการขาย การนำเข้า หรือส่งออกใบกระท่อมเพื่อประโยชน์ในเชิงอุตสาหกรรมจะต้องได้รับอนุญาตก่อน โดยให้ คำนึงถึงการใช้ประโยชน์ของประชาชนตามวิถีชุมชนด้วย🔗

ร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. .... มีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้🔗

๑. การปลูกพืชกระท่อม การนำเข้า ส่งออกใบกระท่อมในเชิงอุตสาหกรรม และการขายใบกระท่อมเชิงอุตสาหกรรม หรือเกินปริมาณที่กำหนดจะต้องขอรับ อนุญาตก่อน🔗

๒. กำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ลักษณะต้องห้ามของผู้ขอรับ ใบอนุญาตเพาะปลูกพืชกระท่อม ผู้ขาย ผู้นำเข้าหรือส่งออกพืชกระท่อม รวมทั้งกำหนด หน้าที่ของผู้ได้รับใบอนุญาตเพื่อควบคุมและกำกับดูแลการเพาะปลูก การขาย การนำเข้า และการส่งออก🔗

๓. กำหนดมาตรการในการควบคุม ผู้รับใบอนุญาตกรณีที่มีการฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่กำหนด ผู้อนุญาตมีอำนาจสั่งพักใช้ใบอนุญาตหรือเพิกถอน ใบอนุญาตได้🔗

๔. กำหนดมาตรการคุ้มครองผู้ที่อาจได้รับอันตรายจากการบริโภค ใบกระท่อมในปริมาณมากเกินสมควร และมาตรการป้องกันการนำใบกระท่อมไปใช้ในทาง ที่ผิด เช่น ห้ามขายใบกระท่อม น้ำต้มใบกระท่อม หรืออาหารที่มีใบกระท่อมเป็นวัตถุดิบ หรือส่วนประกอบแก่ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี สตรีมีครรภ์ และสตรีให้นมบุตร🔗

๕. ห้ามขายใบกระท่อม หรือน้ำต้มใบกระท่อมในบางสถานที่ เช่น สถานศึกษา หอพัก หรือขายโดยวิธีการที่ไม่สามารถควบคุมดูแลการขายได้ เช่น ขายโดยใช้ เครื่องขาย หรือขายโดยวิธีทางอิเล็กทรอนิกส์เป็นต้น🔗

๖. ห้ามบริโภคใบกระท่อม หรือน้ำต้มใบกระท่อมที่ปรุงหรือผสมกับ ยาเสพติดให้โทษ วัตถุออกฤทธิ์ วัตถุอันตราย ยกเว้นกรณีเพื่อการรักษาโรค หรือเพื่อการ ศึกษาวิจัย🔗

๗. ให้มีการแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อควบคุมและกำกับดูแล การเพาะปลูก การขาย การนำเข้า ส่งออก เพื่อป้องกันการนำพืชกระท่อมไปใช้ในทางที่ผิด🔗

๘. กำหนดบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนเพาะปลูกในเชิงอุตสาหกรรม ผู้ขายใบกระท่อม ผู้นำเข้าหรือส่งออกใบกระท่อมในเชิงอุตสาหกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต หรือผู้ขาย ใบกระท่อมในลักษณะอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด🔗

เหตุผล ตามที่ได้มีกฎหมายยกเลิกพืชกระท่อมจากการเป็นยาเสพติดให้โทษ ประเภท ๕ ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งจะมีผลใช้บังคับวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๔ ซึ่งจะทำให้สามารถนำพืชกระท่อมไปใช้ประโยชน์ในด้านต่าง ๆ ได้อย่าง กว้างขวาง ประกอบกับพืชกระท่อมเป็นพืชที่สามารถนำไปพัฒนาเป็นสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ ที่สามารถสร้างมูลค่าในทางเศรษฐกิจได้ จึงสมควรกำหนดมาตรการในการกำกับดูแล การเพาะปลูกพืชกระท่อม การขาย การนำเข้าหรือส่งออกใบกระท่อมเพื่อให้เกิดประโยชน์ ในทางเศรษฐกิจแก่ประชาชนอย่างแท้จริง🔗

อย่างไรก็ตามเนื่องจากการบริโภคพืชกระท่อมในปริมาณที่มากเกินสมควร ก็อาจจะเป็นอันตรายแก่ผู้บริโภคได้ จึงสมควรที่จะกำหนดมาตรการในการกำกับดูแล การขาย การโฆษณา และการบริโภคใบกระท่อมเพื่อคุ้มครองสุขภาพของผู้ที่มีอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี รวมถึงบุคคลบางกลุ่มที่มีความเสี่ยงในด้านสุขภาพจากการบริโภคใบกระท่อม จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้🔗

กระผมในนามของคณะรัฐมนตรีจึงขอกราบเรียนมายังท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรเพื่อขอให้ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาและให้ความเห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. .... เพื่อใช้เป็นกฎหมายต่อไป ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นท่านสมาชิกที่สนใจที่จะร่วมอภิปรายแสดงความคิดเห็นนะครับ ผมขออนุญาต แจ้งรายชื่อทีละ ๒ ท่านนะครับ เพื่อจะได้มีการเตรียมตัว ท่านแรกคือท่านวิรัตน์ วรศสิริน ท่านที่ ๒ คือท่านศุภชัย ใจสมุทร เชิญท่านวิรัตน์ ครับ🔗

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทยครับ ท่านประธานครับสำหรับร่างพระราชบัญญัติ พืชกระท่อมนี้ก็เป็นกฎหมายรองของพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษที่ผ่าน สภาผู้แทนราษฎรไปเมื่อสมัยประชุมที่แล้ว สภานั้นมีมติเพื่อปลดล็อกทั้งกัญชาทั้งกระท่อม เพราะว่าไปปลดออกจากบัญชีรายชื่อยาเสพติดให้โทษที่ใช้บังคับมาแล้วนานถึง ๗๘ ปี ท่านประธานครับผมเชื่อว่าสภานี้สมาชิกทุกท่านเข้าใจดีว่าพี่น้องประชาชนส่วนหนึ่ง มีวัฒนธรรมการใช้ชีวิตที่ผูกพันอยู่กับการใช้กระท่อมเป็นยาพื้นบ้านใช้รักษาโรค ทั้งดื่มกิน ชูกำลังฟิตเปรี๊ยะต่าง ๆ นะครับ ผมไปหาเสียงที่นครศรีธรรมราชได้ยินคำว่า ฟิตเปรี๊ยะ ท่านประธานผมขอมา ๒ ใบ เล่าให้ท่านประธานฟัง เหี่ยวครับท่านประธาน เหี่ยว ๒ ใบนั้น เหี่ยว หมายถึง ๒ ใบนั้นนะครับท่านประธาน ท่านประธานครับ เดิมทีกัญชากระท่อมเป็น ยาเสพติดให้โทษในอดีต แต่ปัจจุบันถือว่าเป็นกัญชาใช้ประโยชน์ได้ ประเทศไทยถือว่า มีกัญชาที่ดีที่สุดในโลก สูบแล้วตาเยิ้มตาหวาน ท่านประธาน เขาบอกว่า สไมล์ ออฟ ไทยแลนด์ (Smile of Thailand) นี่ของแท้ ปลูกมากแถวบ้านท่านประธาน ที่จังหวัด นครพนมถือว่าดีที่สุดแล้วครับท่านประธานกระท่อมก็เช่นกันปลูกมากแล้วก็ดีที่สุด ทางภาคใต้ คนใต้ทำงานขยันขันแข็งไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อยเพราะว่ากระท่อมสู้แดดสู้ลม ถ้าได้กินแล้วจะสู้แดดสู้ลมจะสังเกตได้คนใต้ดำทุกคน เห็นดำ ๆ ท่านประธานใจดี ใจดีจริง ๆ ผมไปหาเสียงประทับใจ ท่านประธานครับการที่สภาปลดล็อกทั้งกัญชาทั้งกระท่อมทุกอย่าง ก็เป็นไปตามกระแสโลก ยาเสพติดให้โทษในอดีต วันนี้เมื่อโลกเจริญขึ้นมีการศึกษา เรียนรู้ ค้นคว้า วิจัยก็รู้ว่ากัญชากระท่อมมีสารที่เป็นประโยชน์ไว้รักษาโรคได้ หลายประเทศ ก็นำไปใช้ในทางการแพทย์อุตสาหกรรม ทั้งผลิต ทั้งเพาะปลูก เป็นพืชเศรษฐกิจกันทั้งนั้น ดังนั้นการปลดล็อก ทั้งกัญชากระท่อมจึงเป็นไปตามสถานการณ์โลกตามสภาวะที่เป็นจริง ใครก็หยุดยั้งไม่ได้หรอกครับท่านประธานเมื่อถึงเวลา เมื่อกระแสโลกมาถึง อย่างเช่นผมเล่า ให้ท่านประธานฟังโทรศัพท์มือถือประเทศไทยใช้โทรศัพท์มือถือก่อนประเทศญี่ปุ่น ท่านประธานรู้ไหมเป็นเรื่องที่แปลก คนญี่ปุ่นมาเมืองไทยเห็นคนไทยถือกระดูกหมาขาว ๆ คุย คนญี่ปุ่นงงไม่รู้ว่าอะไร อุทาน ท่านประธานงง อันบิลีฟเวเบิล (Unbelievable) ไม่น่าเชื่อ คืออะไร อีก ๖ เดือน เอ็นทีที นิปปอน เทเลกราฟ แอนด์ เทเลโฟน คอร์ปอเรชัน (NTT Nippon Telegraph and Telephone Corporation) ญี่ปุ่นถึงจะผลิตโทรศัพท์มือถือ ออกมาใช้ โลกเมื่อถึงจุดเปลี่ยนแปลงใครก็ยั้งไว้ไม่ได้ ท่านประธาน วันนี้วิทยาศาสตร์ การแพทย์เจริญก้าวหน้าใช้สิ่งเสพติด ใช้กระท่อมมาทำเป็นยาก็เป็นไปตามวัฏจักรโลก วันนี้ ถ้ารัฐบาล ท่านรัฐมนตรีท่านไม่ทำ ผมเชื่อว่ารัฐบาลต่อไปที่มาเขาก็ทำเหมือนกัน เพราะมัน จะเป็นไปตามวัฏจักรโลก ท่านประธานครับ รัฐบาลนำร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อมนี้ เข้ามา ผมอ่านแล้วก็มีสาระสำคัญ ๑. อุตสาหกรรมจะผลิตส่งออกต้องขออนุญาต ๒. ควบคุม ปริมาณวิธีการขายไม่ให้แพร่กระจาย ไม่ให้เร่ขาย ถูกต้องหมด ๓. ห้ามโฆษณาขายให้เด็กต่ำ กว่าอายุ ๑๘ ปี อันนี้ก็ถูกต้องนะครับ ๔. ห้ามนำไปผสมกับสิ่งเสพติด กลายเป็น ๔ คูณ ๑๐๐ ที่เขาพูดกันกินแล้วแอ๋ ไม่ได้ ๕. อนุญาตให้ใช้ประโยชน์ด้านอาหารและยา ถูกต้องแล้วครับท่านประธาน ประเด็นสำคัญ อยู่ที่ว่าเมื่อรัฐบาลปล่อยเสรีแล้วท่านจะอนุญาตให้ปลูกได้เท่าไร อย่างไร ท่านจะควบคุม ได้อย่างไร เช่น จะอนุญาตให้ปลูกบ้านละกี่ต้น ๓ ต้น ๕ ต้น ต้องขึ้นทะเบียนหรือไม่ และ ถ้าปลูกมากกว่านั้นแล้วท่านจะไปควบคุมได้อย่างไร การซื้อขายใบกระท่อมโดยทั่วไปของ ชาวบ้านท่านจะควบคุมกำหนดให้ขายได้ครั้งละเท่าไรเป็นต้น🔗

ท่านประธานครับ ผมขอเข้าสู่ความเห็นในร่างพระราชบัญญัตินะครับ ก็ขอความกรุณาแสดงความเห็นต่อท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีท่านนั่งอยู่ด้วยความ เคารพ มาตรา ๒๕ ในกรณีผู้อนุญาตไม่ออกใบอนุญาตหรือไม่ต่อใบอนุญาต ผู้ขออนุญาต มีสิทธิจะอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมถือเป็นที่สุด ถือเป็นที่สุดแสดงว่าเด็ดขาด จะไม่สามารถไปขอความเป็น ธรรมได้อีก เหลือแต่ไปฟ้องศาลอย่างเดียว ถ้าไปฟ้องศาล ไปขอความเป็นธรรมจากศาล ใบอนุญาตก็ไม่มี ก็ถูกแขวนไว้ จะประกอบธุรกิจก็ไม่ได้ สุดท้ายต้องเชื่อครับ นักธุรกิจเขาก็ ต้องยินยอมตามท่านรัฐมนตรีนั่นล่ะ ท่านประธานครับ ผมคิดว่าการเขียนกฎหมายอย่างนี้ เปิดช่องเพื่อให้เรียกรับประโยชน์กันหรือไม่ ตรงนี้ผมกราบเรียนถามท่านรัฐมนตรีด้วยความ เคารพนะครับ การเขียนกฎหมายของกระทรวงยุติธรรมอย่างนี้ผมเกรงว่ามันจะยุติธรรม แต่ชื่อ แต่ชื่อกระทรวงเท่านั้นนะครับ แต่ความเป็นธรรมมันจะยุติด้วยคน ๆ เดียวผมว่ามัน ไม่น่าจะยุติธรรมแล้วครับ อย่างศาลก็เหมือนกัน ท่านประธานจะเห็นว่าศาลนี้ต้องเป็น องค์คณะ ท่านก็ไม่ยุติด้วยท่านคนเดียว เป็นองค์คณะ และยังมี ๓ ศาลอีกด้วยนะครับ ท่านประธาน ที่จริงแล้วอำนาจฝ่ายบริหารสูงที่สุดอยู่ที่ตัวนายกรัฐมนตรี ไม่ได้อยู่ที่ท่าน รัฐมนตรีนะครับ ถ้าหากประชาชนไม่ได้รับความเป็นธรรม จะขอความเป็นธรรมจาก ท่านนายกรัฐมนตรีก็ขอไม่ได้ เพราะท่านยุติ ใช้อำนาจของท่านตรงนี้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด รัฐธรรมนูญที่อ้างว่าเป็นรัฐธรรมนูญปราบโกง ผมเกรงมันจะกลายเป็นรัฐธรรมนูญเปิดช่องให้ โกงหรือเปล่าก็ไม่ทราบนะครับ อันนี้ก็ฝากเรียนถามท่านประธาน คำวินิจฉัยรัฐมนตรี เป็นที่สุด ผมฟังดูก็คล้าย ๆ ประกาศ คสช. นะครับ ประกาศ คสช. ทุกอย่างเลยเป็นที่สุดหมด ก็สงสัยท่านรัฐมนตรีคงไปลอกเลียนแบบเขามา ท่านประธานครับ เวลาหมดพอดี ก็กราบขอบพระคุณท่านประธาน ฝากความเห็นนี้ไปยังท่านรัฐมนตรีด้วย กราบขอบพระคุณ ท่านรัฐมนตรีและท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ ท่านศุภชัย ใจสมุทร ตามด้วย ท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เชิญครับ🔗

นายศุภชัย ใจสมุทร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ผมต้องขอบคุณโดยเฉพาะเจาะจงไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่เมื่อท่าน ได้เข้าดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม แล้วท่านก็ได้เห็นว่าเรื่องพืชกระท่อม เป็นเรื่องเร่งด่วนที่ควรจะต้องเร่งดำเนินการเพื่อจะแก้ปัญหาในสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เพราะสิ่งที่เราเองต้องยอมรับก็คือว่าดูเหมือนว่าประเทศไทยเองนั่นล่ะเป็นประเทศแรกที่มี การประกาศควบคุมการใช้พืชกระท่อม โดยตราพระราชบัญญัติพืชกระท่อมมาตั้งแต่ ปี ๒๔๘๖ ซึ่งระบุห้ามการปลูกและครอบครอง รวมทั้งห้ามจำหน่ายและเสพใบกระท่อม จนมาถึงปี ๒๕๒๒ กระท่อมก็ถูกบรรจุไว้ให้เป็นยาเสพติดประเภท ๕ มาตั้งแต่ตอนนั้น ทั้ง ๆ ที่ ความจริงก็คือไม่มีข้อมูลทางวิทยาศาสตร์หรือทางการแพทย์ที่ยืนยันว่าพืชกระท่อมมีผล ที่จะก่อให้เกิดการเสพติดเช่นยาเสพติดประเภทอื่น เช่น พืชฝิ่น แล้วก็จริง ๆ ก็คือ นานาอารยประเทศหรือสากล หรือยูเอ็น (UN) เองก็ไม่ได้มีการบรรจุให้กระท่อมเป็นยาเสพติด หรือเป็นสิ่งผิดกฎหมาย และเทศไทยเราก็ดำเนินรักษาความเป็นยาเสพติดของพืชกระท่อม มาโดยตลอด จนกระทบต่อวิถีชีวิตของพี่น้องประชาชนผู้ที่ใช้ชีวิตอยู่กับพืชซึ่งเติบโตมาพร้อม กับการเกิดของคนแถวนั้น โดยเฉพาะอย่างทางภาคใต้ ผมเป็นจังหวัดตรังผมก็เห็นพืชกระท่อม มาตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วคนก็ได้เคี้ยวแล้วก็ได้ทำงานอยู่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นเมื่อเราได้มีโอกาสศึกษาเรื่องของ กระท่อมกันมามากขึ้น เราก็พบว่าจริง ๆ พืชกระท่อมเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ มีความ หลากหลายทางชีวภาพ มีศักยภาพที่สามารถที่จะนำมาใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ได้ มีสาระสำคัญอยู่หลายสาร ซึ่งผมคิดว่าหลายท่านก็คงทราบแล้ว ไม่ว่าจะเป็นไมทราไจนีน (Mitragynine) ไดนีน (Dynein) ซึ่งในที่สุดแล้วแพทย์แผนปัจจุบันก็ได้พบว่าสารที่อยู่ในนี้ จะเป็นประโยชน์ในการที่จะสามารถพัฒนาและวิจัยนำมาใช้ในประโยชน์ในทางการแพทย์ เพื่อฟื้นฟูภูมิปัญญาทางแพทย์แผนไทย แล้วก็เป็นแพทย์แผนปัจจุบัน เราก็เห็นว่าในที่สุด สิ่งเหล่านี้มันเป็นประโยชน์ แล้วท่านรัฐมนตรีก็ได้ผลักดันจนเอาพืชกระท่อมออกจาก พ.ร.บ. ยาเสพติดมาได้ ซึ่งผมคิดว่านี่คือเป็นคุณูปการอันยิ่งใหญ่ที่ทำให้กับพี่น้องประชาชน แต่วันนี้ สิ่งที่ต้องมองกันเป็นโจทย์อันสำคัญก็คือว่าในที่สุดแล้วการที่เราให้พืชกระท่อมออกมาจาก ความเป็นยาเสพติด สิ่งที่ท่านกำลังเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร มันก็เป็นกลไกอีกกลไกหนึ่งที่ดูเสมือนว่ารัฐก็มีมุมมองเหมือนว่าพืชกระท่อมเป็นยาเสพติด เพราะฉะนั้นท่านก็ต้องเข้ามาควบคุม ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่ได้มีปัญหาสำหรับผมนะครับ ถ้าท่านจะสามารถควบคุมโดยใช้กลไกที่ถูกต้องและเป็นธรรมและเป็นความสะดวกสบายต่อ พี่น้องประชาชนในการที่จะมีวิถีชีวิต ดำรงชีวิตต่อไปได้กับพืชกระท่อม ในขณะเดียวกันก็คือ สามารถที่จะส่งเสริม สนับสนุนให้พืชกระท่อม ซึ่งบางประเทศ อาทิเช่น ใกล้เคียงกับเรา อาเซียน (ASEAN) อย่างอินโดนีเซีย พืชกระท่อมผมเชื่อว่าท่านก็ทราบนะครับว่าวันนี้เป็นพืช เศรษฐกิจตัวหนึ่ง วันนี้คำถามของเราก็คือว่าหากว่าเราจะทำให้พืชกระท่อมเป็นพืชเศรษฐกิจ การปลูกในเชิงอุตสาหกรรมก็มีการกำหนดไว้ในร่างพระราชบัญญัติที่ท่านเสนอเข้ามามันควร ที่จะเป็นการควบคุมโดยสามารถที่จะเป็นการอำนวยความสะดวก แต่ไม่ใช่เป็นข้อขัดข้อง อุปสรรคที่ไม่สามารถที่จะส่งเสริมให้พืชกระท่อมอันเป็นพืชที่ควรจะเป็นพืชเศรษฐกิจของเรา กลับสะดุดหยุดลง ไม่สามารถที่จะเติบโตในทางเศรษฐกิจได้ด้วยเหตุผล เพราะมีกฎเกณฑ์ เข้ามาควบคุม การขออนุญาตไม่ได้เป็นไปด้วยความสะดวก แต่ในทางกลับกันอาจจะมีความ ยุ่งยากและลำบาก ซึ่งในที่สุดแล้วความคาดหวังที่เราจะได้ตรงนี้มันก็จะมีผลกระทบ แน่นอนครับสิ่งที่ท่านเองเข้ามาควบคุมในเรื่องของเยาวชนหรือเด็กที่จะต้องเข้ามาควบคุม ในเรื่องของการที่เยาวชนหรือเด็กจะไม่ต้องนำเอายาเหล่านี้ พืชกระท่อมไปผสมกับตัวยาอื่น เพื่อจะนำไปเสพเป็นยาเสพติดชนิดอื่น เป็นการป้องกันไม่ให้เยาวชนเข้าสู่ยาเสพติด อย่างกระท่อมก็เป็นสิ่งที่น่าสนับสนุน แล้วก็สามารควบคุมได้ แต่สิ่งที่ผมยังยืนยันว่าเมื่อเรา กำลังจะมองเห็นสิ่งที่เป็นประโยชน์คือสารที่อยู่ในกระท่อมเป็นสิ่งที่สามารถที่จะนำเป็น ประโยชน์ในเชิงทางการแพทย์ได้ สิ่งสำคัญที่สุดผมคิดว่าเรื่องหนึ่งซึ่งท่านเองไม่ทราบจะ ดำเนินการอย่างไรได้ในกฎหมายฉบับนี้หรือในฐานะท่านเป็นเรกูเลเตอร์ (Regulator) ในการควบคุม ผมอยากจะเสนอให้ท่านได้มีการไปควบคุมแม้กระทั่งเมล็ดพันธุ์ของมัน เลยครับ ท่านสามารถที่จะควบคุมเรื่องเมล็ดพันธุ์ได้ไหม ถ้าเรารู้ว่าวันนี้มันมีสารที่อยู่ในนี้ และเป็นประโยชน์ในเรื่องของการนำเอามาเป็นทางการแพทย์ เราจะทำอย่างไรให้สารที่มี ในเมล็ดพันธุ์เมื่อไปปลูกแล้วมันมีสารที่จะเป็นประโยชน์อย่างมากและเป็นประโยชน์ เพราะ ในที่สุดแล้วถ้าท่านจะเอาไปผลิตเป็นยา ไม่ว่าจะเป็นยาเพื่อที่จะแก้เรื่องเบาหวานหรืออะไร ก็ตาม สิ่งเหล่านั้นถ้ามีการสืบย้อนกลับไปเห็นว่าพันธุ์ใดที่มีคนปลูก และปลูกแล้วพันธุ์นั้น มีสารตัวนี้อยู่มาก ผมว่าแทนที่เราจะปล่อยปละละเลย ท่านก็ไปควบคุมตรงนั้นด้วยก็น่าจะ สามารถเป็นประโยชน์และมีคุณค่าในเชิงเศรษฐกิจยิ่งกว่าที่จะปล่อย ใครอยากจะปล่อย ใครอยากจะปลูกพันธุ์ไหนก็ปลูก พันธุ์ไหนก็ปล่อยปละละเลยไป ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย เพราะฉะนั้นจึงขออนุญาตที่จะเรียนท่านว่าเราปลดล็อกแล้ว กำลังจะออกกฎหมายเข้ามาคุม ก็ขอให้ว่าเราจะทำอย่างไรให้องค์เภสัชกรรม หรือมหาวิทยาลัย หรือภาคอุตสาหกรรมที่จะ เข้ามาลงทุนในเรื่องนี้ในอนาคตสามารถที่จะผลิตผลิตภัณฑ์ มีผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องอาหารก็ดี เครื่องดื่มก็ดี หรือยารักษาโรคที่มาจาก พืชกระท่อมสามารถที่จะเป็นประโยชน์สร้างมูลค่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีอนาคตอีกด้วย ก็ขออนุญาตฝากท่านประธานตามเวลาที่มีอยู่แค่นี้ครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเท่าพิภพ ตามด้วยท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ เชิญครับ🔗

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกลครับ วันนี้ผมจะขออนุญาตอภิปรายเกี่ยวกับ ร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อมที่ทางรัฐมนตรี ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ขออนุญาตเอ่ยนาม ได้เสนอแล้วก็ผลักดันมา ผมทราบดีครับว่าท่านผลักดันมา ว่ากันง่าย ๆ ครับท่านประธาน ผมและท่านเป็นแก๊งกระท่อมในสภาครับ เราเจอกันทุกกรรมาธิการเลย แล้วก็เห็นตั้งแต่ การเอาพืชกระท่อมออกไป ก็มีการได้แลกเปลี่ยนหลายครั้งเกี่ยวกับการปลดล็อกพืชกระท่อม ซึ่งวันนี้ผมจะมาอภิปรายในมุมมองของผม ซึ่งท่านรัฐมนตรีเองก็น่าจะพอทราบดีอยู่แล้วว่า เป็นเช่นไรครับ พระราชบัญญัติฉบับนี้ผมพูดตรง ๆ ครับท่านประธาน มันคล้าย ๆ กับ รวมพระราชบัญญัติสรรพสามิต รวมพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาอยู่ ในฉบับเดียวกัน ถ้าจะให้เปรียบกระท่อมกับเหล้าเบียร์ คล้าย ๆ กันครับ ก็คือให้อำนาจ ท่านรัฐมนตรีไปออกเป็นกฎกระทรวง ซึ่งก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะออกมาเป็นกฎกระทรวง อย่างไร แต่โชคดีที่ในมาตราที่บอกให้ท่านไปออกกฎกระทรวงสลับใบอนุญาต แบบอุตสาหกรรมนี้ก็มีห้ามผูกขาดด้วย อันนี้ผมก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีที่ใส่ตรงนี้มาด้วย นะครับ เอาว่าวาระนี้เราจะอภิปรายกันในหลักการ ซึ่งผมต้องขอประทานอภัยจริง ๆ ครับ ท่านประธานว่าผมไม่สามารถเห็นชอบกับพระราชบัญญัติและหลักการนี้ได้ ก็เนื่องจากว่า ผมคิดว่ากระท่อมเป็นพืชปกติธรรมดา มันก็คือต้นไม้ต้นหนึ่ง ซึ่งตามที่เพื่อนสมาชิกหลายคน ได้อภิปรายไปแล้วว่าจริง ๆ แล้วมันก็ไม่ได้มีอันตรายอะไรขนาดนั้น คือจะบริโภคมากจริง ๆ ต้องบริโภคแบบอันตราย คือต้องเป็นหลัก ๑๐ กิโลกรัม ๒๐ กิโลกรัม ซึ่งคนปกติเขาไม่กิน เราเป็นคนนะครับ เราไม่ใช่ยีราฟ เราจะไปกินกระท่อมได้ ๒๐ กิโลกรัมกันจริง ๆ หรือ ถ้ามีคนบอกว่าแล้วเอากระท่อมไปใส่ยาเสพติด ซึ่งผมอ่านก็มีมาตราบอกว่าถ้ากระท่อม นำไปใส่ยาเสพติดไปต้ม หรือที่เรียกกันว่า ๔ คูณ ๑๐๐ ก็มีบทกำหนดโทษไว้ ผมถามจริง ๆ ว่าจำเป็นหรือเปล่าครับ เพราะว่ายาเสพติดในตัวมันเองก็ผิดกฎหมายอยู่แล้ว ยาบ้า ก็ผิดกฎหมายอยู่แล้ว มันไม่จำเป็นว่าต้องมาใส่กระท่อมหรอกครับ เอายาบ้า เอายาเสพติด ไปชงกับกาแฟมันก็เหมือนกัน กระท่อมไม่ได้มีผลอะไรในตรงนี้เลย แต่เข้าใจความห่วงใยของ ท่าน ผมคิดว่าในเมื่อเราจะปลดล็อกทั้งทีแล้วนี้เราก็ควรปลดล็อกไปเลยทำให้มันเป็น นอร์มอลไลซ์ (Normalize) ไปเลย ถามว่าถ้าเอากระท่อมไปทำยา ทำเป็นแคปซูลแปรรูปก็มี พระราชบัญญัติเกี่ยวกับอาหารและยา อย. อยู่แล้วใช่ไหม ซึ่งถามว่าเราต้องมีพระราชบัญญัติ นี้อีกไหม อันนี้ก็เป็นคำถามครับ ถามว่าห้ามเด็กต่ำกว่า ๑๘ ปีใช้ เราก็มีพระราชบัญญัติ เกี่ยวกับการคุ้มครองเด็กอยู่แล้ว เราไปแก้ตรงนั้น ไปเพิ่มตรงนั้น ซึ่งผมว่าเป็นแค่การเพิ่ม ในประกาศระเบียบต่าง ๆ ผมจึงไม่เห็นด้วยกับสิ่งนี้ครับ แต่ผมจะขออภิปรายเพิ่มเติม หลังจากหลักการก็คือในเรื่องของหมวด ๖ เกี่ยวกับการโฆษณา ผมอยากทิ้งประเด็นตรงนี้ไว้ ว่าการร่างออกมาอย่างนี้มันเป็นปัญหาอย่างยิ่งนะครับ และควรจะแก้ไขอย่างยิ่ง ถ้าผมมีโอกาสได้เป็นกรรมาธิการ แล้วก็ถ้าผมไม่มีโอกาสก็ฝากเพื่อนสมาชิกที่ได้ เป็นกรรมาธิการในการไปแก้ไขด้วย อย่างในมาตรา ๒๙ (๕) ห้ามขายโดยวิธีการทาง อิเล็กทรอนิกส์ ผมถามจริง ๆ ครับ ห้ามขายทางอิเล็กทรอนิกส์ คือถ้าผมจะซื้อใบกระท่อมนี้ ผมต้องเดินไปซื้อได้อย่างหนึ่ง อันที่ ๒ ผมต้องส่งจดหมายทางไปรษณีย์ไปสั่งซื้อนะครับ ถ้าผม จะขายเมืองนอกผมต้องส่งไปรษณีย์ไทยไปซื้อ ผมอีเมล์ (e-Mail) ไม่ได้เลยครับ อิเล็กทรอนิกส์ ผมโทรศัพท์ไม่ได้ครับ อิเล็กทรอนิกส์ ผมส่งไลน์ (Line) กันไม่ได้ครับ อิเล็กทรอนิกส์ จะเอากันอย่างนี้จริง ๆ หรือ อันนี้คือลอกของคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาเลย ที่ห้ามขายพวกออนไลน์ (Online) ซึ่งเขาต้องการไม่ให้ขายออนไลน์ (Online) เพราะว่าตรวจอายุไม่ได้ แต่กลับกลายเป็นว่า ทางอิเล็กทรอนิกส์ บังคับอย่างไรก็จับได้หมด ไลน์ (Line) ส่งหากันก็โดนจับหมดล่ะครับ อย่างนี้ถามว่าอันนี้มันได้จริง ๆ ไหม แล้วในมาตรา ๓๐ เกี่ยวกับเรื่องของการโฆษณา ผมถาม จริง ๆ ครับว่าการโฆษณากระท่อมโดยมีวัตถุประสงค์จูงใจสาธารณะให้บริโภคกระท่อม น้ำต้มกระท่อม หรือว่าเอากระท่อมไปปรุงกับยาเสพติด ถามจริง ๆ ครับ มันจะเหมือนตอนที่ โพสต์ (Post) รูปภาพเบียร์ โพสต์ (Post) รูปขวดเบียร์ แก้วเบียร์ลงโซเชียลมีเดีย (Social Media) หรือเปล่า อะไรคือโฆษณา ใครคือคนโฆษณา ควรระบุไหมว่าคนขายคือผู้โฆษณา หรือว่าควรจะโฆษณาได้ทางไหนบ้าง อันนี้จะดีกว่าหรือเปล่า หรือว่าจริง ๆ แล้วถ้าจะให้ อำนาจท่านรัฐมนตรีไปกำหนดเป็นกฎกระทรวง ก็เอาเรื่องนี้ไปกำหนดเป็นกฎกระทรวงให้ ชัดเจน คือบังคับว่าจริง ๆ แล้วเราต้องโฆษณาได้ ไม่อย่างนั้นธุรกิจรายเล็ก มันจะเกิดขึ้นมาได้อย่างไร สุดท้ายธุรกิจรายใหญ่เท่านั้นล่ะครับที่มีปัญญาในการทำการตลาด ทางอ้อม รายเล็ก ๆ ไม่มีอำนาจไปเสียค่าปรับ ไม่มีเงินไปเสียค่าปรับหรอกครับ ดังนั้น ผมจึงแนะนำในเรื่องของการโฆษณา ก็คือเราควรจะจำกัดอายุของสื่อให้เห็น อย่างเช่น ถ้าออนไลน์ (Online) ก็ควรจะเข้าเว็บไซต์ (Website) ไป มีกำหนดอายุว่า ๑๘ ปีใช่ไหมครับ ถึงจะเข้าไปดูได้ในเว็บ (Web) ของกระท่อมอะไรก็ว่ากันไป แล้วควรจะมีขั้นต่ำของเงินหรือ เขาเรียกว่าทุนในการที่จะโฆษณาให้เท่ากันไปเลย เพื่อป้องกันรายใหญ่ในการโหม ทำการตลาด ถ้าคิดว่ากระท่อมมันแย่ ซึ่งผมไม่คิดว่ากระท่อมมันแย่นะครับ ตรงนี้นี่เอง ด้วยหลักการที่เราจะมาจำกัดพืชที่ผมมองว่ามันไม่ได้เป็นอันตรายอะไร ถ้าใช้อย่างธรรมชาติ แล้วก็ถูกวัตถุประสงค์ อีกทั้งยังมีพระราชบัญญัติกฎหมายอื่นที่ควบคุมดูแลอยู่แล้วด้วย ผมจึงไม่สามารถเห็นชอบในหลักการนี้ได้ครับ ถ้าเราเห็นชอบกับหลักการนี้วันหลังก็เสนอ อันนี้กันดีกว่าครับ พ.ร.บ. ควบคุมกาแฟ พ.ร.บ. ควบคุมชา พ.ร.บ. ควบคุมน้ำเปล่า เพราะทุกอย่างมันเยอะไปมันก็ไม่ดีหมดล่ะครับ ขอบคุณครับท่านประธานด้วยความเคารพ ท่านรัฐมนตรีครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ ตามด้วยท่านสมชาย ฝั่งชลจิตร ครับ🔗

นายบัญญัติ เจตนจันทร์ ระยอง

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออภิปรายประกอบการรับหลักการแห่ง ร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. .... ท่านประธานที่เคารพครับ สืบเนื่องจากพืชกระท่อม นั้นแท้ที่จริงแล้วเป็นพืชสมุนไพร ซึ่งคนไทยและคนอาเซียน (ASEAN) ใช้กันมานาน แต่ติดว่า ประเทศไทยเป็นเพียงไม่กี่ประเทศที่นำพืชกระท่อมไปบรรจุไว้อยู่ในยาเสพติดให้โทษ ประเภทที่ ๕ แม้ว่าจะได้มีการปลดพืชกระท่อมออกจาก พ.ร.บ. ยาเสพติดในชั้น พ.ร.บ. แล้ว แต่ว่ากฎหมายระดับรอง ๆ นั้นพืชกระท่อมก็ยังเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท ๕ อยู่ ดังนั้น การที่กระทรวงยุติธรรมได้ร่าง พ.ร.บ. ในนามของ ครม. ร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม ฉบับนี้ขึ้นมาให้สภาผู้แทนราษฎรรับหลักการ เพื่อที่จะได้ตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นพิจารณา ในรายละเอียด เพื่อให้พืชกระท่อมนั้นได้เป็นพืชสมุนไพรที่มีประโยชน์ แล้วก็ระมัดระวัง สิ่งที่จะเป็นโทษ เหตุที่ว่าเป็นโทษก็เพราะว่าพืชกระท่อมมีสาร หากว่าใช้เกินขนาดก็จะมีผล ต่อจิตประสาท สารไมทราไจนีน (Mitragynine) ถ้ามีมากเกินไปก็มีผลต่อจิตประสาท มีฤทธิ์ ในการกระตุ้นระบบประสาท แล้วก็จริง ๆ แล้วพืชกระท่อมเป็นพืชที่เป็นสมุนไพรใหญ่ ลดการปวด ลดอาการเจ็บปวดได้ สมัยก่อนใช้คำว่า เสพ สมัยนี้ถ้าเป็นสมุนไพรก็ต้องว่าบริโภค มีความอดทน โดยเฉพาะทนแดด ซึ่งสามารถนำมาเป็น ผลิตภัณฑ์สุขภาพได้ ทำเพื่อเป็นยาสมุนไพรก็ได้ ทำเพื่อเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ ที่เราเรียกว่า เอนเนอร์จีดริงค์ (Energy Drink) คือทำให้มีพลัง กาแฟอะไรต่าง ๆ นี้ก็เป็นสารที่ทุกคน บริโภค แล้วเขาเอามาใช้ประโยชน์ เพราะฉะนั้นพืชกระท่อมก็เช่นเดียวกัน เหตุที่จะต้องมี ร่าง พ.ร.บ. นี้ ผมเห็นด้วยกับหลักการนะครับ ทีนี้นอกจากที่ว่าประโยชน์ของพืชกระท่อม เพื่อลดการปวดแล้ว ในการศึกษาที่จากการสังเกตนะครับ ลดน้ำตาลในเลือด ซึ่งจำเป็น จะต้องมีการศึกษาวิจัยพัฒนาต่อไป อาจจะนำมาใช้เพื่อประโยชน์ในการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน ในระยะเริ่มแรกก็เป็นได้ แล้วก็ทราบว่าพืชกระท่อมสามารถนำมาใช้ประกอบในการถอน ผู้เสพติดยา ฝิ่น เฮโรอีน ได้ด้วยแทนเมทาโดน (Methadone) นะครับเพราะฉะนั้นสิ่งที่ กระผมยกขึ้นมานำเรียนท่านประธานก็คือว่าประโยชน์ของพืชกระท่อมมีมากมาย แต่ว่า พืชกระท่อมถูกจับเป็นตัวประกันอยู่ในกฎหมายยาเสพติดเสียนานตั้งแต่ ๒๕๒๐ กว่าเป็นต้น มา ๔๐ กว่าปี ก็ดีใจที่กระทรวงยุติธรรม กระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งกรรมาธิการวิสามัญ ที่เคยศึกษาเรื่องนี้ กรรมาธิการสามัญ กรรมาธิการการสาธารณสุขก็ได้ศึกษาเรื่องนี้มา แล้วก็ นักวิชาการ เภสัชกรก็ได้ศึกษาเรื่องนี้ แล้วก็ไม่ได้ติดกฎหมายระหว่างประเทศมากมายนัก เพราะฉะนั้นประเทศไทยต้องถือว่าเป็นการเปิดโอกาสให้พืชกระท่อมนั้นเข้ามาสู่ในครัวเรือน เป็นสมุนไพรใกล้ตัวอีกตัวหนึ่ง แล้วก็ยังเปิดโอกาสให้พืชสมุนไพรตัวนี้ พืชกระท่อมได้เพิ่ม มูลค่าทางเศรษฐกิจชุมชนเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจของท้องถิ่น ของประเทศด้วย นอกจากนั้น มีผู้กล่าวว่าประเทศเกาหลีเขามีโสม เรียกว่าสมุนไพรที่เป็นพระเอก ชูโรงการท่องเที่ยว ประเทศไทยสิ่งที่เหนือกว่านั้นก็คือเรามีพืชกระท่อม ซึ่งสามารถนำมาเป็นผลิตภัณฑ์สุขภาพ และสมุนไพรได้ด้วย แต่ผมดูร่าง พ.ร.บ. นี้แล้วก็เป็นห่วงการใช้ในครอบครัวหรือโฮมยูส (Home Use) หรือแพทย์แผนไทย จะปลูกพืชกระท่อมไว้หลังคลินิกแพทย์แผนไทย หรือปลูกพืชกระท่อมไว้หลังบ้านนะครับยังไม่เห็นรายละเอียด ก็เป็นกังวลว่าถ้าพืชกระท่อม นั้นลำบากยากเย็นในการที่จะต้องไปขออนุญาต ปลูกสักต้นหนึ่งก็ต้องไปขออนุญาต ผมว่า รังแต่จะเป็นภาระแก่ทางราชการ เบื้องต้นผมขอเสนอว่าปลูกบ้านละต้น เนื่องจากเป็นพืช ยืนต้น ได้ร่มเงาด้วย ได้สมุนไพรด้วย จะดีไหม แต่ถ้าเกิดว่าขออนุญาตเพื่อการอุตสาหกรรม จำนวนมาก ปลูกเป็นแปลงใหญ่ อันนี้ต้องขออนุญาตต่อทางราชการ คือขออนุญาตต่อ ป.ป.ส. ก็อย่าให้ประชาชนเกิดความยุ่งยากเพราะกฎหมายนี้มากจนเกินไป แล้วก็ขอให้กฎหมายนี้ เอื้ออำนวยให้มีการวิจัยและพัฒนาให้พืชกระท่อมนี้ได้ประโยชน์ แล้วก็ป้องกันโทษต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ขอให้กรมการแพทย์แผนไทยเข้ามามีส่วนในการวิจัยพัฒนา แล้วก็ในการที่จะให้ คำแนะนำกับพี่น้องประชาชน เพราะว่าทุกคนจะไปหาแพทย์แผนไทยเพื่อจะใช้ใบกระท่อม มันก็จะเป็นภาระมากเกินไป แต่อย่างไรก็ตามเมื่อมีกฎหมายนี้แล้วก็ขอให้ได้นำพืชกระท่อม มาใช้ให้สมประโยชน์ แล้วก็ป้องกันโทษที่เกิดขึ้นโดยไม่ยุ่งยากจนเกินไป เพื่อประโยชน์ของ สุขภาพและเศรษฐกิจของประเทศ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสมชาย ตามด้วยท่านวีระกร คำประกอบ เชิญท่านสมชายครับ🔗

นายสมชาย ฝั่งชลจิตร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม สมชาย ฝั่งชลจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมขออนุญาตท่านประธานอภิปรายร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. .... ที่คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ ท่านประธานที่เคารพครับ ในฐานะที่เป็นคนภาคใต้ซึ่งได้เห็นวิถีชีวิตของพี่น้อง ชาวบ้านซึ่งใช้พืชกระท่อมเป็นชีวิตประจำวันในการบริโภคหรือการกินพืชกระท่อมให้เป็น ประโยชน์ในเรื่องของการดูแลรักษาสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มที่เป็นโรคเบาหวาน ขณะเดียวกัน ในวิถีชีวิตของคนทำงาน ไม่ว่าจะเป็นชาวไร่ ชาวนา หรือคนขับรถรับจ้าง เขาใช้พืชกระท่อม เป็นเครื่องมือหรือเป็นสิ่งที่จะบริโภคเพื่อที่จะกระตุ้นความขยันขันแข็งในการทำงาน เขาใช้มาอย่างยาวนาน พืชกระท่อมเคยผิดกฎหมายในสมัยที่ฝิ่นรัฐบาลผูกขาดอยู่ และ หลังจากนั้นเมื่อฝิ่นผิดกฎหมาย กระท่อมก็ไม่ค่อยผิด แต่ปี ๒๕๒๒ กระท่อมก็กลับมาเป็น พืชยาเสพติดประเภทที่ ๕ อีกครั้งหนึ่ง ก็คงมีอะไรที่อยากจะกราบเรียนท่านประธานว่าวันนี้ หลักการของกฎหมายฉบับนี้อำนาจรัฐกำลังปะทะกับสิทธิเสรีภาพของประชาชน เช่นเดียวกับการปลูกใบยาสูบ เมื่อก่อนพี่น้องชาวบ้านของผมมีที่ดินอยู่สัก ๑ งาน ๒ งาน ก็ลุกขึ้นมาปลูกใบยาสูบกันเพื่อใช้ในชีวิตประจำวัน ในครอบครัว ส่วนที่เหลือก็ออกมา จำหน่ายแบ่งปันให้กับคนที่สูบบุหรี่ วันนี้ พ.ร.บ. และกฎหมายเกี่ยวกับการควบคุมการปลูก ใบยาสูบก็ออกมาเรียบร้อย การปลูกใบยาสูบสักแปลง สัก ๑๐ ต้น ๒๐ ต้นต้องขออนุญาต นี่คือรัฐไปเพิ่มภาระให้กับพี่น้องประชาชน ก็ต้องถามว่ารัฐไปกดทับสิทธิเสรีภาพของ ประชาชนในการประกอบอาชีพหรือการปลูกพืชแบบใบยาสูบไปตอบสนองกลุ่มผลประโยชน์ กลุ่มใด หรือไปตอบสนองผลประโยชน์ของผู้ค้าบุหรี่รายใหญ่ในประเทศหรือในโลกนี้หรือไม่ ใบกระท่อมก็เหมือนกันครับ เมื่อเราบอกว่าใบกระท่อมหรือต้นกระท่อมมันไม่ผิด กฎหมายแล้ว แต่วันนี้รัฐบาลก็พยายามที่จะมาออกกฎ พยายามใช้อำนาจรัฐขึ้นมาและ ไปกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชน นี่คือสิ่งที่เราเห็น รัฐกำลังจะเข้าไปกดทับวิถีชีวิตว่า ถ้าปลูกต้นกระท่อมสัก ๑ ต้น ท่านจะต้องขออนุญาต และมีธรรมเนียมปฏิบัติอย่างไร ก็ไม่ทราบ และตั้งข้อสังเกตไว้ว่าการบริโภคใบกระท่อมน่าจะมีส่วนที่ทำให้ผิดกฎหมาย ผมยกตัวอย่างที่เราพูดกันว่า ๔ คูณ ๑๐๐ นั่นก็คือเยาวชนในกลุ่มที่ไม่บริโภคแอลกอฮอล์ อยากจะมีความรู้สึกว่าได้ดื่มเครื่องดื่มแบบพวกดื่มแอลกอฮอล์บ้าง ก็เอาส่วนผสมของ การทำ ๔ คูณ ๑๐๐ ที่พวกเราเรียกกันว่าเป็นยาเสพติด สารตั้งต้นอันดับแรกก็คือ ใบกระท่อม แต่ตัวที่ตามมาก็คือโค้ก และยาแก้ไอ มันไม่ได้ผิดกฎหมายด้วย นี่คือสิ่งซึ่งมัน เป็นความจริงว่าการต้มใบกระท่อมกับน้ำโค้ก แล้วก็ยาแก้ไอเป็นไซรัป (Syrup) เป็นน้ำเชื่อม ก็เป็นส่วนหนึ่ง ทีนี้พอรัฐกำลังจะบอกว่าจะควบคุมกำกับก็ไปกดทับสิทธิเสรีภาพในการที่จะ ให้พืชใบกระท่อมมันขึ้นโดยธรรมชาติอยู่หลังบ้าน หลังครัว และค่อย ๆ เก็บมาบริโภค ในตอนเช้า ตอนบ่าย ใบ ๒ ใบ วันนี้กำลังจะเอื้อมมือไปควบคุม กำกับ โดยอำนาจรัฐไป กดทับว่าจะต้องเป็นอย่างนี้ ๆ โดยเฉพาะกำลังจะเปิดช่องทาง เมื่อสักครู่พูดว่าการโฆษณาและการขายทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือออนไลน์ (Online) ไม่ได้ เหมือนกับที่กำลังจะบอกว่าประชาชนทั้งหลายที่ผลิตเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ห้ามขาย ทางออนไลน์ (Online) กำลังจะบอกว่าการขายพืชใบกระท่อมที่ผลิตเป็นเครื่องดื่มในอนาคต ข้างหน้าวางขายได้แต่ในร้านสะดวกซื้อใช่ไหม เพราะว่านั่นเขามีเครื่องมือในการทำการตลาด มีระบบขนส่งที่สมบูรณ์แบบและมีร้านขายอยู่ทั่วประเทศ คนเล็กคนน้อยถูกปิดกั้นอาชีพ ถูกปิดกั้นสิทธิเสรีภาพในการประกอบอาชีพ เราจะพูดถึงการสร้างสตาร์ตอัป (Startup) ในหมู่คนรุ่นใหม่ แต่ทุกอย่างไม่เปิดช่องทางให้มีการจัดจำหน่ายผ่านระบบออนไลน์ (Online) หรือระบบอีเล็กทรอนิกส์ทั้งหลาย แน่นอนครับ ร้านสะดวกซื้อมันมีเป็นหมื่น ๆ ร้านที่อยู่ ทั่วประเทศ เขาพร้อมที่จะเป็นเอาต์เลต (Outlet) เป็นพื้นที่ขายให้กับพวกทุนรายใหญ่ ขนาด ใบกระท่อมกำลังเปิดช่องทางให้ทุนรายใหญ่อีกแล้ว ไม่เห็นหัวชาวบ้าน ไม่เห็นหัว คนเล็กคนน้อยที่อยู่ในพื้นที่ประเทศไทยนี้เลยหรือครับ ไม่ต้องพูดถึงการจัดซื้อซิโนแวค (Sinovac) เมื่อวาน ๑๐ ล้านโดส นั่นก็คือการเปิดช่องทางแบบเดียวกันนั่นล่ะ ผมอยากจะ กราบเรียนว่าถ้าจะออกกฎหมายแบบนี้ขอให้รัฐบาลผู้บริหารประเทศเห็นคนข้างล่างบ้าง พืชกระท่อมมันเป็นวิถีชีวิต จะขึ้นอยู่หลังบ้านสักต้น ๒ ต้นตามธรรมชาติก็ควรจะมีสิทธิ ที่จะเป็นเจ้าของต้นนั้น ไม่ใช่จะต้องขออนุญาตต่อรัฐอยู่เสมอ นี่คือสิ่งที่เห็นว่ารัฐไทยกำลัง จะกดทับสิทธิเสรีภาพของประชาชนผ่านกฎหมายอยู่หลาย ๆ ฉบับ ผ่านคำสั่งคณะรัฐมนตรี อยู่หลายเรื่อง ทำให้โอกาสในการสร้างเศรษฐกิจส่วนตัวในครอบครัวของชนบทเกิดยากขึ้น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ห้ามจัดจำหน่ายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มาแล้ว นี่กำลังจะพูดถึงการ ห้ามจัดจำหน่ายพืชกระท่อม น้ำกระท่อม ใบกระท่อม ผ่านอิเล็กทรอนิกส์ได้ เมื่อเราบอกว่า กระท่อมมันไม่ผิดกฎหมาย มันก็ควรจะไม่มีอะไรมาควบคุมมากมายนัก ยกเว้นว่าการขออนุญาต ที่จะขายในระบบอุตสาหกรรมมันต้องผ่าน อย. ตามที่คุณเท่าพิภพได้อภิปรายไว้เมื่อสักครู่ นี่คือสิ่งที่รัฐจะต้องเปิดช่องทางและกำหนดท่าทีให้ได้ว่าจะใช้อำนาจรัฐกดทับประชาชนอีกหรือไม่ ผ่านกฎหมายฉบับนี้ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ ท่านวีระกร คำประกอบ ตามด้วย ท่านธีรภัทร พริ้งศุลกะ นะครับ🔗

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ สืบเนื่องจากการถอนใบกระท่อมออกจาก ยาเสพติดประเภท ๕ ก็จึงทำให้รัฐบาลจะต้องดูว่าเราจะจำกัด จะมีการควบคุมดูแลในเรื่อง ของการเพาะ การปลูก การขาย การนำเข้า การส่งออกใบกระท่อมอย่างไร และโดยที่ มันจะต้องมีการกำหนดมาตรฐานว่ามาตรการในการควบคุมดูแลนี่ล่ะ จึงเป็นเรื่องที่มาของ พระราชบัญญัติฉบับนี้ เนื่องจากว่าเป็นการขัดหรือว่าจำกัดสิทธิของประชาชนจะกระทำได้ โดยอาศัยบทบัญญัติทางกฎหมายเท่านั้น ตามมาตรา ๒๖ ของรัฐธรรมนูญ ประกอบ มาตรา ๒๘ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ ก็เลยพอสรุปได้ว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้จึงออกมา เพื่อวัตถุประสงค์ ๒ อย่างด้วยกันนะครับ🔗

๑. ก็คือเพื่อกำหนดมาตรการในการกำกับดูแล การเพาะ การปลูก การขาย การนำเข้า การส่งออกใบกระท่อมเพื่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ🔗

๒. ก็คือเรื่องของการคุ้มครองตามหมวด ๖ คุ้มครองผู้บริโภค แล้วก็ดูแล เรื่องการใช้ใบกระท่อมในทางที่ผิดนะครับ คุ้มครองใครบ้าง คุ้มครองเด็กที่อายุต่ำกว่า ๑๘ ปี คุ้มครองสตรีมีครรภ์ คุ้มครองสตรีที่กำลังให้นมบุตร อย่างนี้เป็นต้น ซึ่งการคุ้มครองดังกล่าวนี้ ก็เป็นเรื่องที่กำหนดไว้ในหมวด ๖ นะครับ ขอประทานโทษที่จะต้องเอ่ยนาม เมื่อสักครู่ เพื่อนสมาชิก คุณเท่าพิภพอภิปราย ผมเห็นด้วยเป็นส่วนใหญ่เลยนะ ผมเห็นด้วยถึงแม้ว่า จะอยู่พรรครัฐบาลก็ตาม ซึ่งอย่างไรก็จะต้องโหวตสนับสนุนอยู่แล้วล่ะพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ แต่ก็ฝากไปยังท่านกรรมาธิการและท่านรัฐมนตรีด้วยว่าในการคุ้มครองผู้บริโภค แล้วก็ดูแลเรื่องการใช้ใบกระท่อมในทางที่ผิด ในมาตรา ๓๐ ที่ห้ามการโฆษณาสรรพคุณ อย่างนี้เป็นต้น ก็เห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกนะครับว่าในเมื่อจะให้มันเป็นประโยชน์ทาง เศรษฐกิจ ท่านจะให้ประโยชน์ทางเศรษฐกิจกับเฉพาะผู้ลงทุนหรือว่าบริษัทใหญ่ ๆ เท่านั้น หรือ ถ้าเด็กรุ่นใหม่ที่เขาจะเอาใบกระท่อมมาทำ สมมุติว่าเครื่องดื่มชูกำลัง อย่างนี้เป็นต้น ก็ห้ามโฆษณาสรรพคุณ แล้วมันจะขายกันได้อย่างไรนะครับ ก็ต้องดูว่าเราจะควบคุมไม่ให้ โฆษณาสรรพคุณ ไม่ให้ขายในระบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างนี้เป็นต้น เห็นด้วยเลยนะครับ กับท่านผู้อภิปรายที่ผมขออนุญาตเอ่ยนามเมื่อสักครู่ ว่าที่ท่านพูดมีเหตุผลเลยล่ะ ก็อยากจะ ให้ทางกรรมาธิการและท่านรัฐมนตรีช่วยทบทวนในส่วนนี้ด้วยนะครับ ส่วนมาตรา ๓๒ หลอกลวง บังคับขืนใจให้บริโภค อันนี้ก็ถูกต้องแล้วว่ามันก็เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องนะครับ ในส่วนของมาตรา ๒๙ ที่บังคับไว้ในเรื่องของที่ห้ามเด็กที่อายุต่ำกว่า ๑๘ ปี ไม่ให้ขายให้กับ เด็กอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี สตรีมีครรภ์หรือผู้ให้นมบุตร ก็มีเพื่อนสมาชิกคุยกันเล่น ๆ นะครับว่า แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าสตรีคนไหนมีครรภ์ หรือสตรีคนไหนไม่มีครรภ์ จะไปทำขายให้สตรี มีครรภ์และผิดกฎหมาย ก็บังเอิญสตรีมีครรภ์นั้นเพิ่งจะมีครรภ์ได้เดือนหนึ่งหรือครึ่งเดือน อะไรอย่างนี้ แล้วจะไปหาเรื่องให้เขาผิดกฎหมายก็คงไม่ได้ แต่นอกนั้นแล้วในมาตรา ๒๙ ก็เห็นด้วยนะครับในส่วนโดยรวม ก็คือห้ามขายในโรงเรียน ห้ามขายในที่สาธารณะ ห้ามขาย ในหอพัก แล้วก็การเดินเร่ขายนะครับ แต่ก็อีกนั่นล่ะในเมื่อมันถอนออกจากยาเสพติด ประเภท ๕ แล้ว แล้วก็กฎหมายฉบับนี้ก็เน้นในเรื่องของการที่ให้มีผู้ขอรับใบอนุญาต เพื่อเพาะ เพื่อปลูก เพื่อการอุตสาหกรรม ซึ่งระบุไว้ในมาตรา ๙ มาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๒ ก็ในเมื่อจะทำเป็นเรื่องของอุตสาหกรรม ก็หมายถึงว่าเราก็อยากจะให้ผลิตภัณฑ์ในส่วนของ ใบกระท่อมเอามาให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ แต่ในขณะเดียวกันพระราชบัญญัติ ฉบับเดียวกันนี้ก็ห้ามนั่นห้ามนี่ห้ามโน่น ก็แล้วมันจะไปทำประโยชน์ทางอุตสาหกรรม ทางเศรษฐกิจ ตามมาตรา ๙ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ ได้อย่างไรล่ะ ก็ห้ามขายอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) ห้ามขายโฆษณา พอโดยรวม ๆ แล้วก็คือว่าเห็นด้วยกับหลักการของ พระราชบัญญัติฉบับนี้ แต่อยากจะฝากเพื่อนสมาชิกที่จะเข้าไปเป็นกรรมาธิการช่วยปรับปรุง แก้ไขตามที่เพื่อนสมาชิกทั้งพรรคก้าวไกลซึ่งอภิปรายเมื่อสักครู่ผมเห็นด้วย แล้วก็ที่ผม ได้กราบเรียนในขณะนี้ก็คือว่าอะไรที่พอปรับไม่ให้มันขัดกันเอง กฎหมายฉบับนี้มีทั้งส่งเสริม ให้ทำเป็นการอุตสาหกรรม ทำการค้า ให้เพาะให้ปลูก ให้แม้กระทั่งส่งเสริมการส่งออก แต่ท่านห้ามโฆษณาสรรพคุณ ห้ามขายอีคอมเมิร์ซ (e-Commerce) ห้ามโน่นห้ามนี่ ห้ามเยอะเกินไปหรือเปล่านะครับ อยากฝากท่านด้วยนะครับว่าในเมื่อเราเองก็ดูเหมือนว่า ทางกระทรวงยุติธรรมโดยเลขาธิการ ป.ป.ส. ซึ่งเป็นผู้ดูแลในเรื่องใบอนุญาตมุ่งหมายที่จะให้ บริษัทต่าง ๆ หรือว่าห้างร้านทำการค้าเพื่อเพาะ เพื่อปลูก เพื่อการอุตสาหกรรม อย่างน้อย รัฐบาลเก็บค่าใบอนุญาตได้ เก็บค่าบำรุงได้นะครับ แต่ทำไมจะไปห้ามเขาเยอะแยะไปหมด เลยนะครับ ก็ฝากท่านแล้วกันนะครับ นอกนั้นแล้วก็ยังคงเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกจากพรรคก้าวไกล คุณเท่าพิภพเมื่อสักครู่ที่บอกว่าแต่ละอันมันก็มีกฎหมายควบคุมของมัน แล้วอยู่ ๆ ท่านจะ ห้ามเอาใบกระท่อมไปผสมยาเสพติด ก็ยาเสพติดแต่ละประเภทมันก็มีกฎหมายของมัน อยู่แล้ว ถ้าอย่างนั้นก็จะต้องมีกฎหมายควบคุมไม่ให้เอาโค้กไปผสมโน่น ไม่ให้เอากาแฟ ไปผสมยาเสพติด ไม่ให้เอาโค้กไปผสมยาเสพติด มันก็ยุ่งกันไปหมดนะครับ ก็ฝากด้วยนะครับ หลาย ๆ เรื่องเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ในชั้นกรรมาธิการก็ฝากด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบพระคุณ ครับ ต่อไปเชิญท่านธีรภัทร พริ้งศุลกะ ตามด้วย ท่านธีรัจชัย พันธุมาศ นะครับ🔗

นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. .... ซึ่งรัฐบาลเป็นผู้เสนอครับ อย่างแรกสุด ผมต้องขออนุญาตขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมครับ ท่านสมศักดิ์ที่ท่านได้นำร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เข้ามา และ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาท่านก็ได้มีส่วนสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ทำให้สามารถ นำเข้ามา และผมก็หวังใจเป็นอย่างยิ่งว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้สามารถทำให้สิ้นสุดได้และ ประกาศใช้ได้ในสมัยของพวกเราครับ ท่านประธานครับที่มาของกฎหมายฉบับนี้มันเป็น เพราะว่าปัจจุบันนี้พืชกระท่อมกำลังจะเป็นพืชที่ถูกกฎหมายตามพระราชบัญญัติยาเสพติด ให้โทษ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๖๔ ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๒๖ พฤษภาคม ๒๕๖๔ และมันกำลังจะมีผลที่ผ่านมาในอีก ๙๐ วันจะต้องนำพระราชบัญญัติที่ใกล้เคียง เพื่อนำมาทดแทนในการใช้ ท่านประธานครับ พระราชบัญญัติพืชกระท่อมฉบับนี้สาระสำคัญ ก็คือว่าจะได้กำหนดหลักเกณฑ์ในการปลูก การขออนุญาตปลูก แล้วก็จำหน่ายในการใช้ ใบกระท่อมซึ่งเป็นวัตถุดิบหรือเป็นส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์สมุนไพร เป็นยา เป็นอาหาร แล้วก็เป็นเครื่องสำอาง รวมทั้งการนำเข้าและการส่งออก การขาย และการโฆษณา ปัจจุบัน นี้พืชใบกระท่อมได้มีการทดลองทำมาแล้วหลายอย่าง แต่ว่าถ้าเรามี พ.ร.บ. ฉบับนี้ มันสามารถที่จะทำต่อยอดให้สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่มีมูลค่าและถูกกฎหมายได้ ใบกระท่อม ได้มีการสกัดและแปรรูปมาเป็นแคปซูล (Capsule) มาเป็นยา มาเป็นยาลดความดัน มาเป็น ยาลดเบาหวาน ซึ่งเป็นหลักของพืชสมุนไพรเป็นหลักสูตรโบราณ ซึ่งเราได้รับการเชื่อถือ และใช้ต่อกันมานาน ๆ พืชกระท่อมเป็นพืชสมุนไพรที่ใช้มากในภาคใต้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้คนที่เป็นชาวบ้านโดยทั่วไปที่ประกอบอาชีพไม่ว่าจะทำสวนยางพารา หรือว่าทำสวนปาล์ม หรือแม้แต่บุคคลทั่วไปเขาก็จะใช้กับใบกระท่อมนี้เคี้ยวเพื่อเป็นการกระตุ้นทำให้ตัวเองมีพลัง และมีเวลาในการทำงานมากขึ้น วันนี้เขาก็น่าจะมีส่วนที่จะได้ดีใจมากครับว่าพืชเหล่านี้ วันนี้ เขาสามารถได้ใช้อย่างถูกกฎหมายแล้วท่านประธานครับ กระท่อมวันนี้โดยทั่วไปยังไม่มีใคร รู้เลยครับว่าสายพันธุ์ที่แท้จริงมันคืออะไร หลายท่านบอกว่ามันมี ๓ สายพันธุ์ ๖ สายพันธุ์ ส่วนใหญ่ ๆ ที่พูดถึงก็ถือว่าจะมีสายพันธุ์อย่างเช่นสายพันธุ์แตงกวาซึ่งก้านจะเป็นสีเขียว หรือสายพันธุ์ก้านแดง หรือสายพันธุ์ยักษาใหญ่ ซึ่งมีลักษณะใบเป็นใบใหญ่ ซึ่งตรงนี้ไม่มีการ ทดลองที่ชัดเจนเลยว่าสายพันธุ์ที่แท้จริงของมันคืออะไร เพราะว่าพืชกระท่อมถูกกำหนด ให้เป็นพืชยาเสพติด และไม่เคยมีการส่งเสริมและการปลูกและการค้นหาสายพันธุ์ที่แท้จริง ที่เป็นประโยชน์มาตลอด ทุกอย่างเหมือนเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายว่ามันถูกกดอยู่ใต้ดิน วันนี้ ถ้าได้มีการส่งเสริม มีการเพาะปลูกอย่างแท้จริงแล้วผมเชื่อว่าจะสามารถนำประโยชน์และ มีมูลค่ามหาศาล และทำรายได้ให้กับประเทศให้เป็นจำนวนมากครับ เพราะพืชกระท่อมเป็น พืชที่คนโดยทั่วไปวันนี้ซึ่งท่านก็ได้เห็นว่าในวิถีชีวิตของเขาได้มีการปลูกและมีการใช้อยู่แล้ว ขณะนี้ประชาชนหรือแม้แต่ละรัฐวิสาหกิจต่าง ๆ มีความพร้อมและมีความสนใจ ทราบว่า ท่านรัฐมนตรีเองก็จะให้การสนับสนุนครับ เห็นว่ามีรายชื่อที่คนให้ความสนใจถึง ๑๓๐ กว่าชุมชน ในจังหวัด ๑๐ จังหวัดใช่ไหมครับที่เป็นจังหวัดนำร่องที่จะมีการปลูกพืชกระท่อม ถัดจากนี้ และผมก็หวังว่าคงจะมีหลายหน่วยงานที่จะต้องเข้ามาสนับสนุน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในส่วนของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อย่างเช่นกรมวิชาการเกษตรซึ่งจะต้องหาข้อมูลพันธุ์สายพันธุ์ที่ดี กรมส่งเสริมการเกษตร หรือแม้แต่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่จะมีส่วนช่วยในการควบคุมเพื่อทำให้พืชกระท่อม ในวันนี้ได้เป็นพืชเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้กับประเทศต่อไปครับ แต่สิ่งที่ผมอยากจะฝาก คณะกรรมาธิการที่จะมีต่อไปในวันนี้เพิ่มเติมในส่วนนี้ก็คือว่าขอให้มีการนิรโทษกรรมครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับประชาชนในหลาย ๆ พื้นที่ที่ได้มีการปลูกพืชกระท่อมไปบ้างแล้ว ถ้าโดยข้อเท็จจริงก็คงจะพอทราบว่าพืชกระท่อมนี้มีการปลูกมากพอสมควรอยู่แล้ว ถ้าเรา จะนับถัดจากนี้ไปอีกเพียง ๙๐ วันนั่นก็คือหมายความว่าเม็ดแรกคงจะต้องปลูก แต่โดย ข้อเท็จจริงแล้วครับมันมีการปลูกมานานแล้ว แม้แต่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานีซึ่งเป็นจังหวัด นำร่องของผมเองด้วยครับจะมีตำบล ๆ หนึ่งซึ่งท่านกำนันรวมทั้งประชาชนในหมู่บ้าน ที่ร่วมกันปลูกกระท่อมอยู่แล้ว เป็นธรรมาภิบาลช่วยกันดูแลอยู่แล้วครับ ชื่อตำบลน้ำพุ อำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตรงนี้มันสามารถจะต่อยอดไปได้อยู่แล้วว่าถ้าการ เพาะปลูกที่ถูกต้องมันสามารถกระทำได้ แต่ขณะเดียวกันที่ผมเสนอให้มีการนิรโทษกรรม เพราะว่าเป็นที่รู้กันครับว่าในหลาย ๆ ส่วนที่มีการปลูกกันอยู่แล้ว วันนี้ถ้ามีการแจ้งมีการ บอกว่ามีการปลูกอยู่แล้วนะครับ มันจะกลายเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายทันที เพราะฉะนั้น ถ้าคณะกรรมาธิการจะได้มีการพิจารณานำเอาเรื่องนี้ขึ้นมาว่าในส่วนที่ประชาชนที่ปลูกบ้าง อยู่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผมเชื่อว่าในรายละเอียดอาจจะลงไปลึกถึงกระทั่งที่ว่า กฎกระทรวงอาจจะออกไปว่าให้ประชาชนปลูกได้ไม่ถึงไม่เกินท่านละ ๓ ต้น ถ้ามิใช่วิสาหกิจ ชุมชน ผมเรียนว่าถ้าตรงนี้ได้มีการให้เขามาลงทะเบียนในส่วนที่เขาได้ปลูกกันอยู่แล้วนะครับ และขณะเดียวกันก็ได้มีการนิรโทษกรรม ผมเชื่อว่าก็จะเป็นคุณให้กับประชาชนที่ได้มีการ ปลูกพืชกระท่อม และเพื่อใช้เป็นการบริโภคที่ผ่านมาอยู่แล้ว ตรงนี้ก็จะเป็นปัจจัยอย่างยิ่ง ที่เราสามารถที่จะต่อยอดได้โดยทันที โดยที่ไม่ต้องรอว่าเมื่อกฎหมายที่ครบ ๙๐ วันแล้ว เราถึงจะมีเม็ดแรกและขณะเดียวกันครับต้นทุนเหล่านี้มันจะช่วยให้ประชาชนสามารถที่จะ ดำรงอยู่ได้แล้วก็ขณะเดียวกันก็จะเป็นประโยชน์และผมก็หวังใจเป็นอย่างยิ่งว่า คณะกรรมาธิการและ พ.ร.บ. ฉบับนี้ โดยเฉพาะ พ.ร.บ. พืชกระท่อม พ.ศ. .... จะเป็น ประโยชน์แล้วก็ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของพวกเราในอีกทางหนึ่งครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ ท่านธีรัจชัย พันธุมาศ ตามด้วยท่านสาธิต วงศ์หนองเตย นะครับ เชิญครับ🔗

นายธีรัจชัย พันธุมาศ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคก้าวไกล ท่านประธานที่เคารพครับ เกี่ยวกับพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. .... เดิมเราอยู่ใน พ.ร.บ. ยาเสพติดมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๒ คือ ๔๒ ปี เป็นยาเสพติดประเภท ที่ ๕ แต่พืชกระท่อมเป็นพืชที่คนไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ได้ใช้เป็นการรักษาโรคเรื้อรัง ได้แก่ ท้องร่วง ปวดฟัน เบาหวาน หรือโรคอื่น ๆ หรือใช้บำบัดแทนยาเสพติดอื่นได้ หรือคนติดแอลกอฮอล์ต่าง ๆ ก็ทำได้ โดยพืชกระท่อมมีความรุนแรงทางด้านสารเสพติด ต่ำกว่ามอร์ฟีน (Morphine) ประมาณ ๑๐ เท่า มีข้อดีกว่ามอร์ฟีน (Morphine) คือไม่กด ระบบทางเดินหายใจ กระท่อมไม่ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียน และไม่มีปัญหาอาการ อยากได้ยาสิ่งเหล่านี้กระท่อมก็ไม่ต่างอะไรกับกาแฟของเราดี ๆ นี่เองครับ คือถ้าทานมาก ก็จะนอนไม่หลับอะไรเท่านั้นเอง แต่สิ่งที่สำคัญพืชกระท่อมนั้นสามารถทำให้คนนั้นมีแรง กระปรี้กระเปร่าทำงานได้ดีสดชื่นขึ้นมา ดังนั้นตามที่รัฐบาลได้ออกกฎหมายฉบับนี้มา ผมดู ในตรงเหตุผลเขาบอกว่าเพื่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประชาชนมากที่สุดและเพื่อ คุ้มครองสุขภาพของบุคคลที่มีอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี และกลุ่มอื่นที่เสี่ยงในพืชกระท่อม ผมดูแล้ว ตามหลักการและเหตุผลมันได้ แต่พอดูเนื้อหานั้นก็มีที่น่าแปลกใจครับท่านประธาน เนื้อหา ในการรักษาจำเป็นที่จะต้องผ่านแพทย์แผนไทยอะไรเท่านั้น แพทย์แผนไทย ผู้ประกอบ วิชาชีพเวชกรรม หรือแพทย์แผนไทยประยุกต์หรือหมอพื้นบ้านตามกฎหมายวิชาชีพ การแพทย์แผนไทย ในอดีตคนในพื้นที่ภาคใต้เขาใช้รักษาโรคกันอยู่แล้ว ถามว่าถ้าเขา รักษากันเองโรคปวด โรคปวดฟัน โรคเบาหวานต่าง ๆ ถามว่าเขาต้องถูกจับไหมครับตรงนี้ เราดูเหมือนปล่อยจากการควบคุม แต่เราก็มาควบคุมซ้ำซ้อนไป ฝืนจากวิถีชีวิตเดิมของ พ่อแม่พี่น้องประชาชน ตรงนี้อยากให้ทางคณะกรรมาธิการ ทางรัฐมนตรีไปลองจัดการดู และแก้ไข🔗

ประเด็นที่ ๒ ที่อยากจะเรียนท่านประธานก็คือในเรื่องของเพื่อให้เกิด ประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประชาชนมากที่สุด เราเห็นชัดเจนครับในประโยชน์ ทางเศรษฐกิจก็คือมีการควบคุมการผลิตขาย นำเข้าส่งออกในเชิงอุตสาหกรรม กรณีอย่างนี้ การทำผมว่าชอบแล้วครับ ก็ควบคุมกำกับไป แต่สิ่งที่มันสวนทางกับผลประโยชน์กับ ประชาชนมากที่สุดก็อยู่ในส่วนของมาตรา ๒๙ มาตรา ๒๙ เขาบอกห้ามผู้ใดขายใบกระท่อม หรือน้ำต้มใบกระท่อมในสถานที่โดยวิธีการหรือในลักษณะดังต่อไปนี้ คือ ๑. สถานศึกษา ตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ ๒. หอพักตามกฎหมายว่าด้วยหอพัก ๓. สวนสาธารณะ สวนสัตว์ และสวนสนุก ๔. ขายโดยใช้เครื่องขาย ๕. ขายโดยวิธีการ ทางอิเล็กทรอนิกส์ ๖. เร่ขายในลักษณะจูงใจให้บริโภคน้ำกระท่อม ใบต้มกระท่อม ๗. ขายใน สถานที่โดยวิธีการหรือลักษณะอื่นใดตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมกำหนด ตรงนี้คืออะไรครับ มันเปิดเผยทางเศรษฐกิจ มันส่งเสริมเศรษฐกิจมากที่สุดหรือครับ ตรงนี้ คือกีดกันประชาชนรายเล็กรายน้อยรายย่อยไม่ให้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับใบกระท่อมเลย แต่มอบให้กับนายทุนใหญ่ครับ ทางอุตสาหกรรมเท่านั้นที่ทำ และนายทุนใหญ่มีเซเว่น-อีเลฟเว่น (7-Eleven) มีร้านสะดวกซื้อเต็มไปหมดทั่วราชอาณาจักร สามารถมีช่องทางจำหน่ายได้ ทั้งหมด ไม่ต้องมาขายตรงนี้ก็ได้ แล้วประชาชนล่ะครับ ออกมาเหมือนกับว่าปลดปล่อย ส่งเสริม แต่เนื้อแท้คือให้นายทุน ซึ่งบางทีนายทุนเครื่องดื่มยาชูกำลังเขาได้ประโยชน์จาก กลุ่มนี้เต็ม ๆ ท่านมีมาตรา ๒๙ นี้ไว้ทำไมครับ ไว้ขัดขวางไม่ให้รวมตัวเป็นวิสาหกิจขนาดย่อม ธุรกิจขนาดเล็กเอสเอ็มอี (SMEs) รวมตัวกันเพื่อขายใบกระท่อมเพื่อรักษาโรค เพื่อเครื่องดื่ม ท่านยังบอกเรื่อง ๔ คูณ ๑๐๐ เอาส่วนที่ไม่เป็นยาเสพติดมารวมกันและเป็นยาเสพติด นั่นคือท่านกันทุกวิถีทางเพื่อจะไม่ให้ประชาชนหรือคนเล็กคนน้อยได้เติบโต ได้ใช้ประโยชน์ ทางเศรษฐกิจมากที่สุด เหมือนกับที่เขียนไว้ในเหตุผลในร่างพระราชบัญญัตินี้ คนที่ขายตาม มาตรา ๒๙ แบบนี้นะครับ ถูกปรับ ๕๐,๐๐๐ บาทครับ มาดูอีกมาตราหนึ่งก็คือมาตรา ๓๔ ให้อำนาจเจ้าพนักงานเข้าไปในสถานที่เพาะปลูกพืชกระท่อม สถานที่ส่งออก สถานที่ขาย ใบกระท่อม สมมุติว่าประชาชนเขากำลังต้มน้ำกระท่อมจะเอาไปขาย เขาเข้าไปเลยไม่ต้อง มีหมายค้นนะครับ เราบอกว่าให้พ้นจากยาเสพติดประเภท ๕ แล้ว ทำไมนี่ทำเหมือนกับ กระท่อมเป็นพืชเสพติดอยู่ ให้เข้าไปค้นได้ ตรวจค้นโดยไม่ต้องมีหมายค้นได้ เรื่องอย่างนี้ การออกกฎหมายท่านคำนึงถึงประชาชนรายเล็กรายน้อย รากหญ้า ธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) ขนาดกลาง ขนาดย่อม หรือคำนึงถึงแต่ธุรกิจขนาดใหญ่ออกมาเอื้อให้ธุรกิจขนาดใหญ่ แล้วขาย กระท่อมก็คือเป็นเครื่องดื่มชูกำลังอีก ๑ อย่าง แทนเครื่องดื่มในท้องตลาดที่มีอยู่ ซึ่งมีมูลค่าเป็นหมื่น ๆ ล้านต่อปี ท่านจะตัดช่องทางของคนทั่วไปไม่ให้ทำมาหากินเลย หรือครับ ให้อยู่เฉพาะคนกลุ่มใหญ่ขาย เอาน้ำโหลมาขาย ต้มใบกระท่อมมาขายถูกจับครับ ขายตรงสวนสาธารณะโดนจับ ปรับ ๕๐,๐๐๐ บาท คนจนคนเล็กคนน้อยเรียบร้อยไม่กล้า ที่จะทำอะไรได้ ท่านประธานครับ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เราต้องระมัดระวังและต้องคำนึงถึง ประชาชนส่วนใหญ่ และให้ตรงตามเจตนารมณ์ที่เขียนไว้ในหลักการและเหตุผลให้ได้ แต่ที่ทำมาในเนื้อในที่ผมเห็นด้วย อ่านดูแล้วเห็นแล้วมันไม่ได้ช่วยเลยครับ มีบางท่านผมเห็น เรื่องโรคเบาหวาน ๒๗๐ เขากินแค่ ๒ เดือน เหลือมาต่ำกว่า ๑๒๐ มันน่าสนใจมาก พืชกระท่อม ดังนั้นถ้าเกิดเราปล่อยให้เขาทำ อย่าไปควบคุม อย่าไปเอาโทษมาชนักติดหลัง เขาปรับ ๕๐,๐๐๐ บาท หรือทำอย่างอื่นได้ ให้เขาปลูกโดยเสรี นิรโทษกรรมที่ลุโทษไปแล้ว อย่าไปควบคุม อย่าไปออกประกาศควบคุม รวบอำนาจไปอยู่ที่กระทรวงการยุติธรรม แล้วออกประกาศโน้นประกาศนี้จนกระทั่งทำอะไรไม่ได้และไปเอื้อต่อกลุ่มทุน ตรงนี้ผมคิดว่า มันออกกฎหมายแบบมีวาระซ่อนเร้นหรือไม่ ผมจึงขอให้กรรมาธิการได้โปรดได้แก้ไขนะครับ ฝากไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการยุติธรรมด้วยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตามด้วยท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน นะครับ🔗

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมก็เป็นคนปักษ์ใต้ คนหนึ่งนะครับ เป็น ส.ส. ในสภานี้ที่ได้ติดตามแล้วก็ให้ความเห็นชอบ ในกรณีที่สภา เมื่อ ๒-๓ เดือนที่ผ่านมาที่เราได้ออกกฎหมายปลดล็อกตัวพืชกระท่อมตัวนี้นะครับ แล้วก็ประกาศในราชกิจจานุเบกษาไปเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ความจริงแล้ว ในพรรคประชาธิปัตย์เราก็มีคุณเทพไท เสนพงศ์ ประทานโทษเอ่ยชื่อท่าน ไม่ได้อยู่สภานี้ เป็นคนที่ผลักดันมากคนหนึ่ง ประเด็นของกฎหมายฉบับนี้จะเกี่ยวเนื่องกันครับกับตัว กฎหมายฉบับที่ปลดล็อกไปแล้วที่ประกาศเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เรื่องของ พืชกระท่อมเป็นเรื่องที่โต้แย้งกันมานานว่าสมควรจะกำหนดไว้เป็นเรื่องของยาเสพติดหรือไม่ ซึ่งมันมีบทความอยู่บทความหนึ่งซึ่งน่าสนใจมากครับ เขียนไว้นานมาแล้วครับ หลายปีมาแล้วโดยคนเขียนเป็นอาจารย์ที่สอนภาควิชาเภสัชเวทและเภสัชพฤกษศาสตร์ที่ มหาวิทยาลัย สงขลานครินทร์ คือตัวกฎหมายพืชกระท่อมที่ถูกกำหนดไว้เป็นยาเสพติด กำหนดไว้เมื่อปี ๒๔๘๖ ซึ่งในยุคนั้นเขาบอกว่าเนื่องจากฝิ่นที่รัฐเป็นผู้ผูกขาดผลิตฝิ่นสุก ฝิ่นดิบมีราคาแพง ทำให้ประชาชนหันมาสูบกระท่อมแทนฝิ่น ในที่สุดรัฐก็เลยออกกฎหมาย ให้กระท่อมเป็นยาเสพติด ในยุคนั้นเรียกว่าพระราชบัญญัติพืชกระท่อม ปี ๒๔๘๖ เพราะฉะนั้นเหตุผลในการออกนั้นเป็นเหตุผลในบทความนี้บอกว่าเป็นเหตุผลหลักการเรื่อง ของการค้าทางภาษีของรัฐ ไม่ใช่เพราะเหตุที่พืชกระท่อมเป็นพืชเสพติดเองไม่ เพราะฉะนั้น การที่สภาไปออกกฎหมายปลดล็อกมาเป็นเรื่องของยาเสพติดก็ปลดล็อกออกไปนั้นเป็นเรื่อง ที่ถูกต้องแล้ว ทีนี้พอมาออกตัวกฎหมายที่จะไปควบคุมเรื่องของพืชกระท่อมโดยกฎหมาย ฉบับนี้เรื่องของพืชกระท่อมมันมี ๓ มิติที่ซ้อนกันอยู่ มิติหนึ่งก็คือมิติการบริโภคแบบ วิถีชาวบ้านหรือวิถีชุมชน บ้านหนึ่งจะมีต้น ๒ ต้น ๓ ต้น แล้วก็มีการบริโภคทั่วไป ในชีวิตประจำวัน จะเป็นสมุนไพรก็ดี เพื่อให้มีกำลังก็ดี หรืออื่น ๆ ก็ดี ก็เป็นบริโภคแบบ ชาวบ้าน นี่เป็นมิติหนึ่ง มิติถัดมาก็คือเป็นมิติที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของการบริโภคที่มากเกินไป หรือไปผสมกับสิ่งที่ทำให้เกิดการมึนเมาหรือเป็นยาเสพติด ซึ่งอันนี้ก็เป็นเรื่องที่เป็นอีก มิติหนึ่งที่จะต้องคิดถึงเช่นเดียวกัน กับมิติที่ ๓ ก็คือเรื่องของการนำไปจำหน่ายหรือทำให้เป็น พืชเศรษฐกิจ กฎหมายฉบับนี้ผมไปดูเหตุผลประกอบหลักการทั้งหลายแล้วพยายามบอกว่า พอปลดล็อกตัวนี้แล้วจะให้พืชกระท่อมนั้นเป็นพืชเศรษฐกิจ ซึ่งการตั้งไว้ในลักษณะอย่างนี้ พอมาดูการออกแบบกฎหมายปรากฏว่า ๓ มิตินี้มันขาดความสมดุลอย่างชัดเจนเลยครับ ตัวที่ ๑ ที่จะเป็นปัญหาต่อไปมากก็คือเมื่อปลดล็อกออกจากยาเสพติดแล้วในกฎหมายที่ไป ควบคุมนั้นไม่ได้เขียนลักษณะของการยอมรับเรื่องของการบริโภคกระท่อมแบบวิถีชาวบ้าน หรือแบบวิถีชุมชนอย่างชัดเจน แต่เราไปออกแบบกฎหมายให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรมสามารถที่จะไปออกกำหนดเป็นกฎกระทรวงได้จริง ในทางหนึ่งเป็นเรื่อง ของอุตสาหกรรม แต่สิ่งที่มันหลุดจากอุตสาหกรรมมันคือวิถีชาวบ้าน ซึ่ง ณ วันนี้ไม่มีใครรู้ว่า ท่านจะออกอย่างไร นี่คือประเด็นของการออกแบบโดยไม่คำนึงมิติที่ ๑ ให้ชัดเจน แล้วพอไป ผสมกับอำนาจของเจ้าหน้าที่ที่สามารถจะเข้าไปตรวจค้นไปที่ต่าง ๆ ได้ แม้ว่าในมาตรา ๑ จะบอกว่าเข้าไปที่ปลูกกระท่อมต้องมีหมายค้น แต่ก็ยังมีหมายเหตุว่าในกรณีที่ถ้ามีหมายค้น แล้วอาจจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพโยกย้ายได้ไม่ต้องมีหมายค้นก็ได้ ก็เป็นการ เปิดโอกาสให้เป็นดุลพินิจของเจ้าหน้าที่เช่นเดียวกัน เรื่องนี้จะนำมาซึ่งปัญหาต่อเนื่องติดตาม มาอย่างแน่นอนเพราะไม่มีเรื่องของหลักการกำกับการใช้ดุลพินิจเลย นี่คือมิติที่ ๑ ของ ชาวบ้าน ณ วันนี้ไม่มีใครรู้ว่าบ้านหนึ่งปลูกได้กี่ต้น เป็นที่ถกเถียงกันมาก อย่างไรจึงเรียกว่า มีจำหน่ายจำนวนที่ผิดต่อกฎหมายก็ไม่มีใครตอบได้ครับ เพราะไปเขียนไว้ในกฎกระทรวง จริงไม่ต้องระบุรายละเอียด ต้องออกเป็นกฎกระทรวง แต่อย่างน้อยที่สุดในตัวกฎหมายหลัก ต้องมีหลักกำกับไว้ด้วย🔗

มิติถัดมาเรื่องยาเสพติดครับ มิตินี้อาจจะมีมาตราหนึ่งที่เขียนไว้ว่าถ้านำไป ผสมแล้วก็ต้องดูกฎหมายฉบับนั้น ฉบับต่าง ๆ นั้นด้วย อันนี้ถูกต้องนะครับ แต่ในมิติเรื่อง ยาเสพติดนี้ต้องป้องกันเรื่องของการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ซึ่งจะถูกแต่งตั้งขึ้นโดยกฎหมาย ฉบับนี้ด้วยว่าอาจจะมีการไปดำเนินการในลักษณะที่ทำให้เกิดสภาพของการทุจริตคอร์รัปชัน ของตัวเจ้าหน้าที่เองได้ด้วย แต่มิติที่ ๓ เรื่องใหญ่สุดที่เพื่อนสมาชิกพูดกัน คือมิติเรื่องส่งเสริมให้เป็นพืชเศรษฐกิจครับ การออกกฎหมายที่เป็นการให้ดุลยพินิจของฝ่ายที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐแต่โดยประการเดียว นั้นมันเอื้อให้เกิดสภาพของการอคติต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งอย่างแน่นอน กฎหมายไม่ได้เอื้อให้ เกิดสภาพของการทำกระท่อมให้เป็นพืชเศรษฐกิจที่เอื้อต่อวิถีชีวิตของชาวบ้าน ซึ่งก็อาจจะมี รายได้เพิ่มเติมได้ข้อกังวลเพื่อนสมาชิกที่พูดถึงเรื่องของทุนขนาดใหญ่เป็นข้อกังวลที่มี เหตุผลครับ เพราะฉะนั้นถ้ารับหลักการกฎหมายฉบับนี้ไปแล้วต้องคำนึงถึง ๓ มิติเหล่านี้ให้มี ความสมดุลกัน ระหว่างมิติเรื่องของการบริโภคแบบวิถีชาวบ้าน มิติเรื่องของการป้องกัน เรื่องของยาเสพติดและมิติในเรื่องของการเป็นพืชเศรษฐกิจ แต่ถ้ายังออกกฎหมายลักษณะนี้ โดยไม่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงแก้ไข ผมคิดว่าขาดความสมดุล กฎหมายนี้มุ่งออกแบบ ให้เป็นอำนาจของรัฐแต่ฝ่ายเดียวในการกำหนด และยังคงทัศนคติแบบเดิมที่คิดว่าตัวของ พืชกระท่อมนี้ยังคงเป็นยาเสพติดอยู่เหมือนเดิมนั่นเอง ทั้ง ๆ ที่กระท่อมไม่ใช่กัญชา ไม่ได้มีฤทธิ์แรงอย่างกัญชาที่ถูกกำหนดไว้ในสากล หรือพืชชนิดตัวอื่นที่มันเป็นปัญหา มากกว่าตัวกระท่อมเสียอีก เพราะฉะนั้นถ้าไปออกแบบลักษณะนี้การไปปลดล็อก เมื่อเดือนพฤษภาคมแทบจะไม่มีความหมายเลย ชาวบ้านแทนที่จะดีใจกลับไปอยู่ในมือของ ฝ่ายรัฐ เพราะฉะนั้นก็อยากให้คณะกรรมาธิการได้ไปปรับเรื่องของการออกแบบตัวกฎหมาย ฉบับนี้ให้มีความสมดุลมากขึ้นครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ตามด้วยสัณหพจน์ สุขศรีเมือง นะครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อมซึ่งเราปลดออกจากการเป็นยาเสพติดแล้วนั้นทางราชการ ได้ร่างกฎหมายขึ้นมาเพื่อควบคุมบริหารจัดการพืชกระท่อม ผมอ่านดูแล้วการปลดปล่อย กระท่อมจากยาเสพติดแทบจะไม่มีอิสระเสรีภาพในการบริหารจัดการดำเนินการ โดยประชาชนเพื่อประชาชนเลย ท่านประธานครับ ในหลักการและเหตุผลก็บอกแล้วว่า เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประชาชนมากที่สุด เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจ กับประชาชนมากที่สุด แต่ท่านเขียนในกฎหมายนี้แทบจะไม่เกิดประโยชน์กับประชาชนเลย ควบคุมจนแทบทำอะไรไม่ได้เลย แค่คำจำกัดความใบกระท่อมนะครับ ใบกระท่อม หมายความว่าใบของพืชกระท่อมให้หมายความรวมถึงสารที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพที่สกัด ได้จากใบกระท่อมตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขร่วมกันประกาศกำหนด วันนี้เดี๋ยวผู้เกี่ยวข้องตอบผมเลยนะครับว่าสารที่เป็น อันตรายต่อสุขภาพที่อยู่ในกระท่อมคือสารอะไร มันไม่มีครับ แล้วไประบุในคำจำกัดความ ได้อย่างไรครับ ไม่ได้ มันต้องตัดออก เพราะมันไม่มีสารอันตรายต่อสุขภาพ ไม่มี มีแต่ประโยชน์ต่อสุขภาพ คำจำกัดความการบริโภคครับ หมายความว่ากิน เคี้ยว ดื่ม อม หรือนำเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าวิธีใด ๆ ในรูปลักษณะใด ๆ บางทีการสูดดม ดมกลิ่น ดมควัน เพื่อรักษาสุขภาพ รักษาโรค ก็ต้องระบุไปนะครับการสูดกลิ่น🔗

ท่านประธานครับ มาในมาตรา ๑๑ การขายใบกระท่อมเพื่อเป็นประโยชน์ต่อ อุตสาหกรรมเกินปริมาณกำหนดในกฎกระทรวง คือคุณจะทำให้พืชกระท่อมเป็นพืช เศรษฐกิจครับ ผมเติบโตทางเศรษฐกิจขายใบกระท่อมจนร่ำรวยจนขยายกิจการ และคุณมา ควบคุมผมทำไม ผมขยายกิจการเป็นระดับประเทศ ระดับโลก ท่านจะต้องเอากฎกระทรวง มาควบคุมผมทำไม แล้วการขออนุญาตนำเข้าส่งออกตามมาตรา ๑๔ (๓) ท่านอนุญาต ทีละ ๑๒ เดือน ยังไม่ทันทำอะไรเลยครับ กำลังติดต่อระหว่างประเทศหมดเวลาใบอนุญาต แล้วต้องไปขอใหม่ครับ ถ้าเกิดรัฐมนตรีไม่ใช่ท่านสมศักดิ์ล่ะครับ ผมก็เดือดร้อนสิครับ ดังนั้นอายุการขออนุญาต นำเข้าส่งออก จะส่งออกยังไม่ทันส่งออก ออเดอร์ (Order) ใหญ่มา หมดอายุแล้ว นี่คือปัญหา ท่านควบคุมทุกอย่างเลย ดังนั้นพระราชบัญญัติฉบับนี้ดีครับ แต่ต้องแก้ไขให้มัน เป็นประโยชน์กับเศรษฐกิจ กับธุรกิจกระท่อมให้มากที่สุด ไม่ใช่ว่าราชการจะมาควบคุม ควบคุมเพื่อ เพื่ออะไรครับ เพื่อไม่ให้เกิดการเติบโตในภาคประชาชน ให้ธุรกิจรายใหญ่ ครอบงำได้ ท่านประธานครับ ธุรกิจรายย่อยหรือวิสาหกิจชุมชนจะต้องขออนุญาตส่งออก นำเข้าทุก ๆ ปี จะต้องอยู่ในความควบคุม ห้ามโต ห้ามขยายธุรกิจ ไม่ใช่ครับ ดังนั้น พระราชบัญญัติฉบับนี้จำเป็นจะต้องแก้ไขในหลายประเด็นมาก ฝากท่านประธาน ท่านรัฐมนตรีครับ เดี๋ยวไปดูกันในกรรมาธิการวิสามัญด้วยกันครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ตามด้วยท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ และคุณประสิทธิ์ มะหะหมัด เชิญครับ🔗

นายสัณ หพจน์ สุขศรีเมือง นครศรีธรรมราช

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช แบบแบ่งเขต อำเภอปากพนัง อำเภอหัวไทร อำเภอเชียรใหญ่ วันนี้ ผมต้องขอขอบคุณท่านประธาน แล้วก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมนะครับ ที่มีความตั้งใจและปรารถนาดีที่จะให้กระท่อมที่เป็นยาเสพติดประเภทที่ ๕ ได้ถูกยกเลิกไป ก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายอันดีในการเริ่มต้น แต่เนื้อหาใจความที่ได้อ่านศึกษาจาก ร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. .... ฉบับนี้ ตอนนี้ที่ผ่านกฤษฎีกามาเรียบร้อยแล้ว ส่วนหนึ่งก็จะเน้นไปที่เพื่อเป็นประโยชน์ของพี่น้องประชาชน แต่ในรายละเอียดลงไปสู่ในการ ทำในภาคอุตสาหกรรมเสียเป็นส่วนใหญ่ ส่วนหนึ่งบ้านผมเองตรงนี้พื้นที่จังหวัด นครศรีธรรมราช ไม่ว่าจะเป็นจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่ถูกปลดล็อกไปแล้วใน ๑๒๕ หมู่บ้าน จังหวัดนครศรีธรรมราชตอนนี้ยังไม่มีการปลดล็อกก็อยากฝากท่านประธานไปสู่ท่านที่ร่าง กฎหมายนะครับว่าช่วยปรับเพิ่มเติมให้กับพี่น้องประชาชนว่าสามารถที่จะขึ้นทะเบียนได้ จากความตั้งใจตรงนี้ จากกระแสที่มาจากพี่น้องประชาชน จากภาพสไลด์ (Slide) ที่ขึ้นอยู่บนจอตอนนี้ครับ ผมได้จัดเวทีเสวนาตั้งแต่วันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ นั่นหมายความว่าในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราชเองเป็นพื้นที่ที่ใช้พืชกระท่อมมาอยู่แล้ว นะครับ จริง ๆ ทั้งภาคใต้มีความตั้งใจที่อยากเห็นพี่น้องประชาชนไม่ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ ในการที่จะใช้พืชกระท่อมในการประกอบในส่วนของการทำงานที่ผ่านมา เพราะว่าประโยชน์ ล้วน ๆ ในส่วนของกระท่อมถ้าไม่เอาไปแปรรูปเป็นอย่างอื่น ไปต้มเป็นน้ำกระท่อมอันนั้น เราไม่เห็นด้วย ต้องจำกัดอย่างเด็ดขาด แต่ในส่วนของการที่จะใช้พืชกระท่อมในการทำงาน ประกอบอาชีพทั่ว ๆ ไป คนที่ใช้แรงงานเกษตรกร ชาวนา ชาวสวน เขากินกระท่อมแล้วก็ มีแรงสามารถทำงานได้ แล้วก็ไม่เคยเป็นพิษเป็นภัยกับใครเลย ผมโตมาจนถึงทุกวันนี้ อายุ ๔๘ ปี ผมยังไม่เห็นใครกินใบกระท่อมแล้วทำร้ายใครเลยครับ นอกจากในส่วนที่ถ้าเอา ไปผสมนะครับ ที่ไปผสมผสมอะไรบ้างครับ ก็ผสมยาบ้า หรือผสม ๔ คูณ ๑๐๐ ๕ คูณ ๑๐๐ แม้กระทั่งขี้เถ้าที่เผาศพมันยังเอามาผสมเลยครับ อันนั้นคือเราไม่เห็นด้วย เพราะฉะนั้น หลักการและเหตุผลในส่วนของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ก็คือขอให้เป็นการเริ่มต้นในการ ปลดล็อกถ้าหากเป็นไปได้อยากให้ใส่ในส่วนของสิทธิ อำนาจ และของพี่น้องประชาชนด้วย คนที่ปลูกแล้วต้องได้รับการเปิดช่องให้ขึ้นทะเบียนไว้ ที่ผ่านมาผมยกตัวอย่างของจริง ในเขตลุ่มน้ำปากพนังบ้านผมประกอบด้วย ๓ อำเภอ อำเภอปากพนัง อำเภอหัวไทร อำเภอเชียรใหญ่ ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำ สารอาหารต่าง ๆ ถูกไหลมาตอนน้ำท่วม ไหลไปยังพื้นที่ ของผม และเป็นสารอาหารที่มีความอุดมสมบูรณ์กับพืชหลาย ๆ ชนิด แม้กระทั่งส้มโอ ทับทิมสยาม ก็ทำให้กินดี รสชาติดี เช่นเดียวกันครับ กระท่อมเช่นกันครับเป็นปุ๋ยชั้นดีที่ทำให้กระท่อมขึ้นดี สวยงาม ผมคิดว่า น่าจะผลักดันให้เป็นพืชเศรษฐกิจในส่วนของชาวบ้านจริง ๆ นะครับ วิสาหกิจชุมชน ก็ส่วนหนึ่ง บางครั้งการรวมกลุ่มของพี่น้องประชาชนเองในแต่ละพื้นที่โดยลักษณะของ คนไทยแล้วการทำงานแบบเป็นกลุ่มค่อนข้างจะทำยาก เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ช่วย ปลดล็อกด้วยนะครับ ในส่วนของพี่น้องประชาชนทั่วไปปลูกได้ครัวเรือนละกี่ต้นก็ตามก็ให้ ระบุให้ชัด ไม่อย่างนั้นจะมีปัญหากับในส่วนของหน่วยงานที่ได้รับมอบหมาย ในการปลดล็อก ในการขออนุญาต ไม่ว่าจะเป็น ป.ป.ส. หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผมยกตัวอย่างของจริง ที่ผ่านมานะครับ ในส่วนแค่ ๓ อำเภอบ้านผม อำเภอปากพนัง สมมุติว่าท่านนายอำเภอ ท่านก็กินกระท่อม แกก็ไม่จับ ไม่เป็นอะไร ก็อยู่กันได้ปลอดภัย แต่ในส่วนอำเภอเชียรใหญ่ ติดกับอำเภอปากพนัง ท่านนายอำเภอไม่ได้กินกระท่อม แต่ท่านกินอย่างอื่น ท่านก็เลยจับแต่ กระท่อม อย่างนี้ครับมันเลยเกิดความเหลื่อมล้ำ แค่อำเภอติดกันครับ พื้นที่ห่างแค่ ๑๐ กิโลเมตร จริง ๆ ติดกันหมดครับมีปลูกกันทุกบ้าน นี่คือวัฒนธรรมของคนภาคใต้ แล้วก็ ใช้กันตั้งแต่ยุคโบราณมา ตั้งแต่เด็ก ๆ ผมเห็นมาแล้วครับ แต่วันนี้เราต้องยอมรับว่าส่วนหนึ่ง ถูกแปรไปเป็นส่วนผสมของยาเสพติดอันนั้นโอเค (OK) จึงเกิดกฎหมายร่างพระราชบัญญัติ พืชกระท่อมตรงนี้เพื่อให้เป็นพืชเศรษฐกิจ ส่วนหนึ่งนอกจากที่จะให้กับนายทุนขนาดใหญ่ ที่จะแปรรูปในเชิงอุตสาหกรรม การขออนุญาตนำเข้าหรือส่งออกใด ๆ ก็ตาม แล้วก็ การนำเข้าส่วนหนึ่งถ้าเป็นไปได้ก็ควรจะจำกัดไว้ก่อนอย่าเพิ่งนำเข้า เราน่าจะส่งเสริมให้ พี่น้องเกษตรกรได้ปลูกตัวนี้ก่อน เพราะเป็นพืชเศรษฐกิจที่ปลูกขึ้นง่าย ดินดีอุดมสมบูรณ์ ทำรายได้ให้กับเศรษฐกิจฐานรากได้ อย่างเช่น มะพร้าวอย่างนี้ครับ บางทีก็ไม่จำเป็นต้อง ขึ้นทะเบียนทั้งหมด ไม่ต้องขออนุญาตทั้งหมด ชาวบ้านก็ปลูกได้ ขายได้ ผมก็อยากให้ กระท่อมเป็นเช่นนั้นเหมือนกันครับ มีครอบครัวละ ๓ ต้น ๕ ต้นก็ไม่เป็นอะไรครับ ก็ขอให้ เขาได้ทำให้ง่าย อย่าให้ติดเงื่อนไขกับทางกฎหมายเยอะแยะมากมายนะครับ ตรงนี้เลย อยากจะฝากไว้เพื่อผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ไม่เป็นช่องทางในการทำ มาหากินของเจ้าหน้าที่รัฐในบางส่วน เหมือนกับยาบ้า ผมว่าตรงนั้นที่ต้องไปปราบให้ อย่างเร่งด่วน ในพื้นที่ตอนนี้เยอะ น่าเป็นห่วงกว่ากระท่อม กระท่อมมีแต่ประโยชน์ ส่วนใหญ่ ไม่มีเลยครับที่เป็นโทษ ก็ฝากไว้ครับ ก็ขอสนับสนุนเบื้องต้นเพื่อให้เป็นนิมิตหมายอันดีในการ เริ่มต้นในการที่จะปลดล็อกให้กระท่อมไม่เป็นยาเสพติดประเภทที่ ๕ ประชาชนได้ใช้กันตาม บรรพบุรุษที่มีใช้กันมานานนะครับ เป็นประโยชน์กับสังคม กับประเทศชาติต่อไปครับ ขอบคุณมากครับท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ตามด้วยคุณประสิทธิ์ มะหะหมัด นะครับ🔗

นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย ตำบลสำนักแต้ว สำนักขามของอำเภอสะเดา พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ใบกระท่อมเราพูดกันมาหลายรอบครับ ประชาชนอาจจะสับสน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอาจจะสับสนเหมือนกันว่าตกลงใบกระท่อมมันเป็นอย่างไรกันแน่ ท่านประธานครับ การแก้กฎหมายใบกระท่อม ยกเลิกจาก พ.ร.บ. ยาเสพติด ปี ๒๕๒๒ เราผ่านสภาเรียบร้อยแล้วครับ และฉบับนี้ก็คือร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อมที่จะนำมา ควบคุมหลังจากปลดล็อกจากยาเสพติด ต้องแยกให้ออกนะครับ เพราะฉะนั้นวันนี้ สถานการณ์โดยทั่วไปสภาพก่อนที่จะปลดก่อนครับ การแพร่ระบาดของใบกระท่อมในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส รวมทั้ง จังหวัดสงขลาบ้านผมเป็นพื้นที่ที่มีการแพร่หลายในการใช้พืชกระท่อมเป็นยาเสพติด เพราะฉะนั้นในพื้นที่เหล่านี้พี่น้องประชาชนก็ได้รับผลกระทบในเรื่องของการดำเนินคดี ท่านประธานครับ วันนี้เราจะมาดูที่จังหวัดสงขลาบ้านผมซึ่งเป็นพื้นที่ติดชายแดน ประเทศมาเลเซียที่ด่านปาดังเบซาร์ ด่านสะเดา และด่านประกอบที่อำเภอนาทวี ซึ่งเป็น พื้นที่ที่ขนใบกระท่อมทางช่องทางธรรมชาติ วันนี้เองผมได้รับโอกาสจากพรรคภูมิใจไทยไป เป็นกรรมาธิการพิจารณาเรื่องยกเลิก พ.ร.บ. เรื่องของใบกระท่อมฉบับที่ผ่านมา ท่านประธานครับ ผมเองได้จัดกิจกรรม โดยเฉพาะท่านประธาน ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ได้มอบหมายผมไปจัดที่อำเภอนาทวี ที่ร้านน้ำชาบังดล ร้านที่สงขลาโมเดล ท่านประธาน รู้ไหมครับ ผมเชิญชาวบ้านพี่น้องประชาชนเกือบ ๓๐๐ คน มาขอความคิดเห็นว่าสมควรจะ ยกเลิกไหมครับ ส่วนใหญ่เห็นด้วยครับที่จะยกเลิก เพราะฉะนั้นวันนี้ พ.ร.บ. ยาเสพติด ให้โทษ ปี ๒๕๒๒ เรายกเลิกไปแล้วครับ เป็นประเภท ๕ ทิ้งไปแล้วครับ ปรากฏว่ากระท่อม ตอนนี้ หลังจาก ๙๐ วันจะเป็นอะไรครับ ก็เป็นผักบุ้งครับ เป็นผักกาดครับ เป็นผักคะน้าครับ หลังวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๔ ใบกระท่อมจะเป็นพืชชนิดหนึ่งที่ไม่ผิดกฎหมาย ท่านประธานครับ วันนี้หลัง พ.ร.บ. จะประกาศ หลังวันที่ ๒๔ สิงหาคม มันมีคำถามครับ มีคำถามมากมาย มีคำถามว่าแล้วจะปลูกได้กี่ต้น ส.ส. แล้วถ้าผสมสารชนิดอื่นติดคุกไหมครับ ปริมาณในการถือครองที่ผิดกฎหมายเท่าไร และนักโทษที่โดนคุมขังตาม พ.ร.บ. ยาเสพติด ปี ๒๕๒๒ จะได้โดนพักโทษไหมครับ และการกระทำผิดในห้วงเวลา ๙๐ วันในการประกาศ พ.ร.บ. ยกเลิกจะเกิดอะไรขึ้น แล้วจะมีการควบคุมใบกระท่อมอย่างไร นี่คือคำถามครับ วันนี้ จึงเป็นที่มาของ พ.ร.บ. พืชกระท่อม เพราะฉะนั้นวันนี้มีกฎหมายเฉพาะควบคุมใบกระท่อม กฎหมายฉบับนี้เราจะทำเพื่อใคร เราจะทำเพื่อประชาชน นายทุนที่เขาคิดไว้ก่อนแล้วว่า จะทำเพื่อนายทุน หรือจะทำเพื่อนักการเมืองอีกครับ เพราะฉะนั้นวันนี้เมื่อร่างกฎหมาย ฉบับนี้ผ่าน ท่านประธานครับ อย่ามาบอกว่ามาแก้ทีหลังครับ ไม่มีใครเชื่อแล้วครับ เพราะเมื่อเป็นกฎหมายมันจะแก้ยาก ท่านประธานครับ สาระสำคัญของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ มีอะไรบ้างครับ กำหนดอำนาจหน้าที่ผู้ที่ได้รับใบอนุญาต ๒. ผู้ได้รับใบอนุญาตขายใบกระท่อม ต้องแสดงสถานที่ ฉลากชัดเจน ๓. การขายผลิตภัณฑ์ใบกระท่อมต้องอย่าให้ต่ำกว่า ๑๘ ปี ท่านประธานที่เคารพครับ มีข้อกำหนดว่าห้ามขายให้เด็กต่ำกว่า ๑๘ ปี ท่านรู้ไหมครับว่า ตลาดของใบกระท่อมคือเด็กอายุต่ำกว่า ๑๘ ปีครับ ไปดูสถิติในการจับกุม ไปดูสถิติในการคุมขัง ดำเนินคดี ส่วนใหญ่เป็นเด็กอายุต่ำกว่า ๑๘ ปี และ พ.ร.บ. ฉบับนี้ก็เหมือนกับไปทำโทษเขาอีก เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจะพูดวันนี้ก็คือในการกำหนดโทษจูงใจสาธารณชนให้บริโภคผลิตภัณฑ์ ใบกระท่อม กำหนดโทษผู้บริโภคใบกระท่อมปรุงเป็นยาเสพติด นี่ก็คือสาระสำคัญทั้งหมดที่ พอสรุปได้ให้พี่น้องประชาชนและเพื่อนสมาชิกได้เข้าใจในสาระสำคัญเบื้องต้น เพราะฉะนั้น วันนี้เราเอง ใบกระท่อม ผมเองก็มีความเชื่อมั่นว่าท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์มีความตั้งใจ ที่จะแก้ปัญหาเรื่องใบกระท่อม แต่ใน พ.ร.บ. ร่างฉบับนี้มีเพื่อนสมาชิกหลายคน ท้วงติงครับว่าเมื่อเป็นกฎหมายแล้ว มันจะไปแก้ปัญหาจริงหรือเปล่า เมื่อเป็นกฎหมายแล้ว จากการยกเลิก พ.ร.บ. ยาเสพติดประเภท ๕ แล้วกฎหมายฉบับนี้เกิดขึ้นมามันจะเข้า อีหรอบเดิมไหมครับ เพราะฉะนั้นวันนี้พวกผมเองในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ได้รับเสียงสะท้อนมากมายครับท่านประธาน พื้นที่ผมที่อำเภอนาทวี เรือนจำสามารถบรรจุ หรือว่าควบคุมผู้ต้องขังได้ประมาณ ๘๐๐ คน ตอนนี้เกือบ ๒,๐๐๐ คนครับ ส่วนใหญ่ คดีอะไรครับ ใบกระท่อมครับ พ.ร.บ. ฉบับนี้จะช่วยอะไรได้บ้าง สิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้พวกผมปกติวันนี้ประชุมงบประมาณ พอเห็นประเด็นใบกระท่อมขึ้นมาเราต้องมาแสดงความคิดเห็นเพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ ว่าความชัดเจนของรัฐบาล ความชัดเจนของกฎหมาย หลังจากนี้กระท่อมจะอยู่ในสถานะใด ผิดกฎหมายหรือไม่ นี่ก็คือคำตอบ เพราะฉะนั้นฝากไปยังกรรมาธิการที่กำลังจะตั้งขึ้นนะครับ ขอให้ท่านคิดถึงประชาชนให้มาก ๆ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านประสิทธิ์ มะหะหมัด ตามด้วยท่านสงวน พงษ์มณี นะครับ🔗

นายประสิทธิ์ มะหะหมัด กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม ประสิทธิ์ มะหะหมัด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. .... ในวันนี้ อยากจะเรียนว่าพืชกระท่อมอยู่ในความนิยมหรือคนไทยรู้จักกันมาเป็นระยะเวลา ๑๐๐ ปี วันนี้ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ที่ท่านได้กรุณาปลดล็อกให้ใบกระท่อมหรือพืชกระท่อมนั้นออกจากการเป็นยาเสพติด ประเภทที่ ๕ หลายคนที่รู้จัก หลายคนที่ลองเสพดูแล้วรอคอยเหลือเกินวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๔ นี้ ว่าเขานั้นจะสามารถที่จะเสพใบกระท่อมเป็นสมุนไพรได้อย่าง สะดวกสบาย หลายคนคิดว่าหลังจากวันที่ ๒๔ ไปนั้นเขาคงจะไม่ต้องหนีการจับกุมของ ตำรวจ เพราะว่ากระท่อมนั้นเหมือนกับเพื่อนสมาชิกบอกแล้วว่า หลังวันที่ ๒๔ นั้น เหมือนผักบุ้ง ผักกระเฉด หรือเหมือนกับแตงกวาแล้วกันครับ แต่ถ้า พ.ร.บ. นี้ออกมา ผมอยากจะเรียนกับประชาชนที่หลาย ๆ คนคงยังไม่เห็น ถ้าดู พ.ร.บ. นี้จะรู้สึกว่าการออก พ.ร.บ. นี้เหมือนกับว่าไปดำเนินการให้พืชธรรมดาหลังวันที่ ๒๔ สิงหาคมกลับกลายเป็นพืช ตัวหนึ่งซึ่งประชาชนไม่มีสิทธิที่จะบริโภค หรือใช้ประโยชน์มันได้อย่างเสรีภาพเหมือนกับ ผักบุ้ง ผักกระเฉดอีกแล้ว เพราะมีการจำกัดสิทธิ มีการทำให้ประชาชนรู้ว่าการเสพ ใบกระท่อมนั้นยังเป็นยาเสพติดอยู่ ทั้ง ๆ ที่ ๓๐ กว่าปีที่สภาผู้แทนราษฎรนี้ให้มันออกจาก การเป็นยาเสพติด ผมเรียนครับว่า พ.ร.บ. นี้ในหลักการถูกต้อง พ.ร.บ. นี้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หลายคนพูดและมีความกังวล กังวลอยู่ว่า พ.ร.บ. นี้จะทำให้พืชกระท่อมนั้นเป็นพืชชนิดหนึ่ง ที่เป็นอันตรายมากกว่ายาเสพติดที่เคยเป็นมาในอดีตด้วยซ้ำไป หลายคนอ่านครับ ผมอ่านในมาตราหลายมาตรา ในมาตรานี้ดูถึงเรื่องบทเฉพาะกาล เรื่องการลงโทษ จนกระทั่ง มาตรา ๒๓ มาตรา ๒๔ อ่านแล้วยังมึน ยังงง ยังต้องได้รับการชี้แจงจากผู้ที่ร่าง ซึ่งเป็นกฤษฎีกาในการร่างกฎหมายนี้ออกมา ผมมีโอกาสได้พบประชาชน ไปบอกประชาชน หลังวันที่ ๒๔ สิงหาคมนี้ท่านพยายามอย่าให้ตำรวจหรือหน่วยราชการเห็นว่าท่านเสพ กระท่อมเพราะอาจจะมีการจับทิ้งทวนท่าน แต่มาดู พ.ร.บ. ตรงนี้ยังคิดว่ามันอาจจะเป็นการ ที่ทำให้เขานั้นหมดสิ้นสิ่งที่เขาคิด หมดสิ้นสิ่งที่เขาหวัง เขาทำมาตั้งแต่สมัยเขายังหนุ่ม ๆ จนกระทั่งตอนนี้แก่ในการเก็บใบกระท่อมไปขาย นำเงินให้ลูกหลานนั้นเรียนจบปริญญา แต่เขาอาจจะทำไม่ได้ในการที่ถ้าอ่านและรู้ในรายละเอียดของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ผมเชื่อมั่นว่า พ.ร.บ. ฉบับนี้ถ้ามีการตั้งกรรมาธิการคงจะมีรายละเอียดและคงจะรู้ว่ากฎกระทรวง ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม สาธารณสุขจะออกมาจะบังคับให้เขานั้นปลูกกระท่อม ได้อย่างเสรีบ้านละกี่ต้น เขาสามารถที่จะนำไปฝากลูกหลานของเขาที่อยู่ข้างหน้าบ้าน หลังบ้าน เขาเสพเพื่อความเพลิดเพลิน ไม่ใช่เขียนในนี้ว่าเพื่อเป็นยา เพื่อเป็นการรักษาโรค เพื่อเป็นการเพลิดเพลินก็สามารถที่จะทำได้ ผมเองโตมาขนาดนี้ ผมบอกเลยผมกินกระท่อมไปน่าจะเป็นหลายร้อยใบ อยากเรียนครับว่าสิ่งหนึ่งที่ประชาชน หวังว่า ๒๔ สิงหาคมนี้เขาจะได้รับผลดีจากท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ จากคณะกรรมาธิการที่จะมี ว่าเราจะทำอย่างไรให้ผลประโยชน์เกิดกับประชาชน ผมจำได้ว่าผมอภิปรายเรื่องใบกระท่อม ผมบอกเลยว่าเราจะออกมาเพื่อผลประโยชน์ของคนรุ่นราวคราวเดียวกับผม บวกลบ อีกประมาณ ๕ ปีได้รับอานิสงส์ตรงนี้ แล้วก็สามารถที่จะเคี้ยวใบกระท่อมเป็นสมุนไพร เพื่อบำรุงร่างกายแล้วก็ปลอดจากการถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับ ฝากกรรมาธิการจะมีมา ฝากท่านรัฐมนตรี ฝากท่านทั้งหลายว่าเราและประชาชนหลายคนคอยวันที่ ๒๔ ว่าเขา จะหลุดจากการเสพใบกระท่อมอย่างผิดกฎหมาย แต่ถ้า พ.ร.บ. นี้ออกมาในลักษณะนี้ ผมเชื่อมั่นว่าเขาเหล่านั้นคงจะผิดหวัง เดี๋ยวเราร่วมกันในกรรมาธิการออกกฎระเบียบและ กติกา และฝากท่านรัฐมนตรีเรื่องของการออกกฎกระทรวง เรามาหารือกันเพื่อให้เกิด ประโยชน์กับประชาชน ไม่ใช่เป็นการล็อกสเปก (Lock Spec) ให้กับหน่วยงานหรือองค์กร ที่จะเกิดขึ้นมาหวังประโยชน์จากพืชกระท่อมครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสงวน พงษ์มณี ตามด้วยท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง และท่านชัยชนะ เดชเดโช เชิญครับ🔗

นายสงวน พงษ์มณี ลำพูน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ผมจะใช้เวลาสั้น ๆ ในการมองกฎหมายฉบับนี้ ผมไม่ค่อยสบายใจเนื่องจากผมติดตามการปลดล็อกกัญชง กัญชา แล้วก็มาถึงกระท่อม เอาไปเอามาเหมือนกับว่าไปสร้างกระบวนการกำกับดูแลที่มากเกินไปหรือเปล่า แล้วก็เพื่อ ประโยชน์ใคร มันมีคำถามซ้อนขึ้นมา ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยนะครับ ที่กฎหมายฉบับนี้ให้อำนาจรัฐมนตรีเป็นผู้ออกกฎกระทรวง ในการออกกฎกระทรวงนั้น ผมอยากให้ท่านรัฐมนตรีที่รับผิดชอบเรื่องนี้สร้างกระบวนการรับรู้ แล้วก็หาทางรับฟัง ความคิดเห็นให้หลากหลาย เราจะได้กฎกระทรวงที่พอเหมาะพอสมกับสถานการณ์ แล้วก็ เป็นไปตามที่เขียนไว้ในหลักการและเหตุผลว่าท่านต้องการให้มันเป็นพืชเศรษฐกิจของ ชาวบ้าน ในมิติที่เป็นพืชที่ชาวบ้านบริโภค เป็นวัฒนธรรมของเขา มันเหมือนหมาก เหมือนพลูครับ แต่มาวันนี้มันเป็นยาเสพติด พอเราปลดล็อกมันจะมีคำถามว่า ปลดล็อกอะไร ก็ปลดล็อกไม่ให้เป็นยาเสพติด หมายความว่าอย่างไร ก็หมายความว่า ให้โอกาสประชาชนสามารถเข้าถึงพืชกระท่อมได้ ให้โอกาสประชาชนสามารถเข้าถึง พืชกระท่อมได้ อ่านไปอ่านมาไปพบว่ามีการให้อำนาจเจ้าหน้าที่ในการเข้าไปตรวจค้นจับกุม เหมือนกับยาเสพติดคือไม่ต้องมีหมายศาล ผมก็กลับมาดูว่าคุณไปขออนุญาตรัฐธรรมนูญ มาตราไหนบ้าง บอกว่ามาตรา ๒๖ มาตรา ๒๘ มาตรา ๓๓ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๗ และมาตรา ๔๐ เอ่ยถึงเพื่อจะรอนสิทธิ เอ่ยถึงเพื่อจะตัดสิทธิในการเขียนกฎหมายเป็น ระเบียบวิธีที่กระทรวงของเรา แล้วก็กฤษฎีกาจัดทำมาตลอด แต่ท่านไปอ่านรัฐธรรมนูญ ผมจำมาตราไม่ได้ครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ มาตรา ๒๙ จะเขียนเลยนะครับ เราจะออก กฎหมาย จะรอนสิทธิ จะตัดสิทธิต้องไม่ละเมิดสาระสำคัญแห่งสิทธินะครับ การให้อำนาจ เจ้าหน้าที่เกินกว่ากฎหมายอาญาผมว่าขัดรัฐธรรมนูญ มันละเมิดสาระสำคัญแห่งสิทธิ ผมกำลังจะต้มใบกระท่อมกินไม่ได้ผสมอย่างอื่นก็บุกไปจับ อันนี้อันตรายมากครับ ผมย้ำอย่างนี้นะครับ อ้างได้ แตะได้เพื่อจะรอนสิทธิ แต่ไม่ได้คุ้มครองท่านว่าทำอย่างไรก็ได้นะครับ ผมย้ำตรงนี้ อีกทีนะครับ การละเมิดสาระสำคัญแห่งสิทธินี่ผิดรัฐธรรมนูญ ตรงนี้ต้องตัดออก กรรมาธิการ ต้องตัดออก คุณจะตรวจค้นเขาคุณต้องมีหมายศาล ผมว่าตัวนี้สำคัญมาก เพราะว่าตัวนี้ ถ้าทำไปปุ๊บแทนที่จะมีประโยชน์กลับจะเป็นผลร้าย เป็นผลร้ายกับชาวบ้านและเป็นผลร้าย กับเจ้าหน้าที่เอง ไหนว่ามันไม่ได้เป็นยาเสพติดแล้ว ทำไมกฎหมายทั้งหมดว่าออกมาขมวด เป็นอย่างนี้ ท่านที่เป็นกรรมาธิการดูให้ดีเถอะครับ เพราะว่าผู้ร่าง ผมไม่ได้หมายถึงรัฐมนตรี ที่คิดที่จะเอาออกไปนะครับ ผู้ร่างคือกฤษฎีกายังคิดว่าเป็นยาเสพติดอยู่ ยังบอกว่าสารไม่ดี อยู่ในนั้นอยู่ ไปผสมอย่างอื่นไม่ใช่หรือครับที่มันจะไม่ดี ตัวมันเองดี ดีจนต้องเป็น ยาเสพติด ตั้งแต่สงครามฝิ่นเป็นต้นมา ประเทศเราถูกละเมิดสิทธิ ประชาชนถูกละเมิด อันไหนที่เป็นเรื่องดีทำเป็นเรื่องเลวร้ายหมดเลย ทุนปิโตรเลียมลงทุนยาเคมีสกัดทุกอย่าง กัญชา กัญชง กระท่อม เป็นของเลวร้ายหมด เราก็เอากับเขาด้วย มีค่าหู ค่าตามันลำบาก การล่อซื้อสำหรับผมนะครับมันเป็นการเพิ่มความต้องการโดยไม่จำเป็น และผมว่า เป็นอันตราย ผมกลัวครับผมพูดเรื่องนี้สั้น ๆ ผมอยากจะเน้นอย่างนี้นะครับ เห็นด้วยที่จะ ออกกฎกระทรวงโดยรัฐมนตรี เห็นด้วยอย่างยิ่งด้วย แล้วพอดีโชคดีที่มีรัฐมนตรีท่านนี้อยู่ ท่านเห็นด้วยว่าเป็นสิ่งสำคัญต้องปลดล็อกไม่มีใครกล้าทำ ท่านทำ เห็นด้วยครับท่าน แต่ว่าการให้อำนาจเจ้าหน้าที่นี่ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ผมจะแปรญัตติตัดตรงนี้ออกไป เพราะว่า มันเป็นไปไม่ได้ครับ มันละเมิดสาระสำคัญแห่งสิทธิจริง ๆ ไปเพิ่มอำนาจให้เขาทำร้าย ชาวบ้าน ผมพูดแค่นี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ตามด้วยท่านชัยชนะ เดชเดโช เชิญ🔗

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กระบี่

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมในฐานะเป็นผู้ยื่นญัตติเรื่องนี้ด้วยนะครับ เรื่องปลดล็อกพืชกระท่อม ที่จริงแล้วตามพระราชบัญญัติแก้ไขยาเสพติดให้โทษ ฉบับที่ ๘/๒๕๖๔ ยกเลิกพืชกระท่อม ไม่เป็นยาเสพติด แล้วก็จะมาดูในเรื่องของเหตุผลและความจำเป็นในการจำกัดสิทธิและ เสรีภาพของบุคคลตามพระราชบัญญัตินี้ ระบุว่าเพื่อกำหนดมาตรการกำกับดูแลการเพาะ หรือปลูกพืชกระท่อม การขาย และการนำเข้าหรือการส่งออกใบกระท่อม เพื่อให้เกิด ประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประชาชนมากที่สุด และเพื่อคุ้มครองสุขภาพของบุคคลซึ่งมี อายุต่ำกว่า ๑๘ ปี และบุคคลกลุ่มเสี่ยงอื่นจากการบริโภคใบกระท่อม อันนี้คือเป็นเหตุผล ในการออกนะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วเรื่องนี้ต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกหลายท่านด้วยกัน ที่พยายามที่จะยื่นญัตติเพื่อที่จะปลดล็อกพืชกระท่อม และต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี สมศักดิ์ เทพสุทิน ที่จริงแล้วผลงานนี้ถือว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของท่านนะครับ แต่พอเรา มาดูในเนื้อหาสาระตามที่กฤษฎีกายกร่างขึ้นมา ๔๙ มาตรา มีอีกหลายมาตราที่ผมดูแล้วว่า จะต้องฝากกรรมาธิการไปทบทวนนะครับ ผมยกตัวอย่างเช่นไหน ๆ พืชกระท่อมเมื่อยกเลิก จากยาเสพติดแล้วมันก็เหมือนกับต้นไม้ชนิดหนึ่ง มันเหมือนกับต้นกาแฟต้นหนึ่งเหมือนกัน ผมยังไม่แน่ใจนะครับว่าพี่น้องประชาชนคนไทย ณ วันนี้ที่ติดกาแฟกับติดพืชกระท่อมอะไร มากกว่ากัน แล้วก็คนที่ติดพืชกระท่อม เท่าที่ผมอยู่ในพื้นที่นะครับไม่เคยเห็นคนติดกระท่อม แล้วไปสร้างอันตรายหรือไปเกเรเหมือนกับเมาสุราด้วยซ้ำไป ท่านประธานครับ ผมเรียนท่านประธานว่าใบกระท่อมผมคิดว่าเป็นใบไม้ชนิดเดียวที่ปัจจุบัน สู้แสงพระอาทิตย์ให้กับพี่น้องประชาชนที่ใช้แรงงาน เพราะฉะนั้นประชาชนที่ถอดเสื้อ ประกอบอาชีพชาวไร่ชาวนาชาวสวนครับ ถ้าภายใต้ดวงพระอาทิตย์ตอนเที่ยงตรงไม่ว่าจะ เป็นเดือนเมษายนก็ดีนะครับ ใบกระท่อมเป็นใบไม้ชนิดเดียวที่เป็นร่มให้กับพี่น้องประชาชน ที่จะสู้แดดได้นะครับ เพียงแต่ไม่สู้ฝนแค่นั้นเอง เพราะฉะนั้นงานชิ้นนี้ผมคิดว่าโดยหลักการ ทั่วไปแล้วถ้าหากว่าเราออกมาโดยเจตนารมณ์เพื่อที่จะปลดล็อกให้เกิดเป็นพืชเศรษฐกิจ และให้เป็นประโยชน์กับภาคประชาชนมากที่สุดนั้นถือว่าเป็นพระราชบัญญัติโบว์แดงของ กระทรวงยุติธรรม แต่ถ้าดูในเนื้อหาถ้าเกิดว่านำไปใช้แล้วก่อให้เกิดปัญหา แล้วก็ทำให้ภาค ประชาชนข้างล่างที่ปลูกพืชกระท่อมเกิดมีข้อจำกัดมากมาย มีความยากลำบากเพิ่มขึ้นและ เป็นช่องทางของการหาผลประโยชน์ของกลุ่มผู้มีอำนาจที่ไม่สุจริตแล้ว ก็น่าจะเป็นผลงาน ชิ้นโบว์ดำเหมือนกันนะครับ ก็ไม่อยากให้เป็นชิ้นโบว์ดำ อยากให้มันเหมือนกับพืชกระท่อม ที่มีทั้งก้านสีแดง ก้านสีขาว ก้านสีเขียวนะครับ พืชกระท่อมไม่มีก้านสีดำนะครับ เพราะฉะนั้น ก็อยากจะให้ผลงานนี้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ท่านประธานครับ ในมาตรา ๑๔ ผมคิดว่าถ้าเราเปรียบพืชกระท่อมเมื่อปลดออกจากยาเสพติดแล้วมัน เหมือนกับกาแฟต้นหนึ่งครับ เพราะฉะนั้นการที่เราให้เกษตรกรไปปลูกกระท่อม ผมคิดว่า ไม่ว่าจะเป็นเชิงอุตสาหกรรมก็ดีหรืออะไรก็ดีนั้นไม่ควรจำกัดที่จะไปขออนุญาตโดยกำหนด อายุใบอนุญาต ๕ ปี เพราะฉะนั้นพืชกระท่อมก็คือต้นไม้ชนิดหนึ่งที่เป็นต้นไม้ยืนต้น เพราะฉะนั้นการกำหนด ๕ ปีผมยังมองไม่เห็นประโยชน์ว่าเพื่ออะไร อาจจะเป็นประโยชน์ ในเรื่องของการที่ประชาชนต้องไปเสียค่าธรรมเนียมในเรื่องของการต่อใบอนุญาต เพราะฉะนั้น พืชกระท่อมเมื่อปลดแล้วผมอยากไม่ให้มีข้อจำกัดด้วยซ้ำไป วันนี้เศรษฐกิจพืชกระท่อมที่จริง แล้วเราน่าจะลดในเรื่องของการนำเข้าจากประเทศมาเลเซียได้ ในขณะที่ประเทศมาเลเซีย นำพืชกระท่อมเข้าในประเทศไทยไม่ว่าจะเป็นช่องทางใดก็ตามนั้นปีหนึ่งมหาศาลนะครับ แล้วใบกระท่อมถ้าเป็นใบที่สวยงามใบหนึ่ง ๕ บาท ๑๐ บาทที่ขายกัน มันเหมือนกับธนบัตร เลยนะครับ ไปเด็ดมาจากต้นไม้คิดว่าจะเป็นพืชชนิดเดียวที่ไม่ต้องเข้าเครื่องพิมพ์ เอาใบมาก็ แลกเงินได้เลย มันเหมือนกดตู้เอทีเอ็ม (ATM) อันนี้ปีนขึ้นต้นไม้เก็บมาเป็นใบก็นับเป็นเงิน ได้เลยที่นำมาขายได้ เพราะฉะนั้นแนวความคิดอย่างนี้ถ้าเรามีเจตนารมณ์ที่จะทำเพื่อพี่น้อง ประชาชนฐานล่างจริง ๆ เราต้องมาดูกันในรายละเอียดของข้อกฎหมาย เพราะฉะนั้นก็ฝาก กรรมาธิการด้วยนะครับว่าการกำหนดในเรื่องของการปลูก การกำหนดในเรื่องของการ อนุญาต การสร้างเงื่อนไขที่มันมีความซ้ำซ้อนยุ่งยาก มีหลายขั้นตอนและมีเงื่อนไขข้อบังคับ มากมายนั้นผมคิดว่าไม่ใช่เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่ออกกฎหมายฉบับนี้ แล้วก็ในเรื่องของ ข้อห้ามก็คงจะต้องไปทบทวนนะครับ แต่พืชกระท่อมโดยตัวมันเองนั้นถือว่าเป็นของดี เป็นยาสมุนไพรชนิดหนึ่งครับ ท่านประธานครับ สภาเรากำลังจะแจกฟ้าทะลายโจร เมื่อเช้า ผมมาผมยังไม่ได้ แล้วก็ฟ้าทะลายโจรก็คือพืชสมุนไพรเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นฟ้าทะลายโจร ก็ดี หรือว่ากาแฟก็ดี ถ้าเราดื่มกันมาก ๆ มันเป็นมันมีโทษทั้งสิ้นครับ และอีกอย่างหนึ่ง ในเรื่องของการนำของดีไปผสมกับของไม่ดีและก่อให้เกิดเป็นสูตร ๔ คูณ ๑๐๐ ๕ คูณ ๑๐๐ อะไรอย่างนี้ขึ้นมา อันนี้ก็ไปว่าอีกเรื่องหนึ่งในกลุ่มของคนที่เอาไปผลิต🔗

สุดท้ายแล้วครับท่านประธานครับ ในบทเฉพาะกาล ขอฝากในบทเฉพาะกาล มาตรา ๔๙ ฝากท่านรัฐมนตรี ฝากกรรมาธิการไปดูด้วยนะครับว่าไม่ได้ยกเว้นโทษไว้นะครับ เมื่อเราปลดล็อกแล้ว เพราะฉะนั้นบุคคลก่อนหน้านี้ที่ถูกดำเนินคดีในเรื่องของพืชกระท่อมไว้ ไม่ว่าจะอยู่ในระหว่างต้องโทษต้องขังก็ดีนั้นก็ต้องให้คนเหล่านั้นพ้นจากความผิดด้วยนะครับ ขอขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านชัยชนะ เดชเดโช ครับ🔗

นายชัยชนะ เดชเดโช นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชัยชนะ เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช วันนี้กระผมขออภิปรายสนับสนุนร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม ก่อนอื่นต้องขอชื่นชมท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมที่ ให้ความสำคัญกับการปลดล็อกกระท่อม และอีก ๑ คน ที่ผมไม่เอ่ยชื่อไม่ได้ ถึงแม้ว่าไม่ได้อยู่ ในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้แล้ว คือคุณเทพไท เสนพงศ์ อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ได้นำเสนอเรื่องปลดล็อกกระท่อมเป็นคนแรก ของสภาชุดนี้ ท่านประธานครับ ต้องยอมรับว่าพืชกระท่อมเป็นพืชที่มีความผูกพันและ มีความจำเป็นกับพี่น้องชาวใต้ โดยเฉพาะพี่น้องชาวจังหวัดนครศรีธรรมราชทั้งจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นโซน (Zone) ลุ่มน้ำปากพนัง โซน (Zone) พื้นที่ราบสูง และต้องยอมรับว่า พืชกระท่อมนั้นไม่ได้เป็นสารเสพติดอย่างที่หลายคนเข้าใจ คนปักษ์ใต้บ้านผมบริโภค กระท่อมเพื่อรักษาโรคเบาหวาน โรคความดัน บริโภคกระท่อมเพื่อทำงาน ประกอบอาชีพ บางหลังปลูกกระท่อมสามารถส่งลูกเรียนจบปริญญาเอก เรียนดอกเตอร์ได้ กระท่อม ในภาคใต้ วงกระท่อมนั้นเป็นวงสภากาแฟที่เป็นวงที่แลกเปลี่ยนความคิดเห็นสถานการณ์ บ้านเมือง ความคิดเห็นในแต่ละอย่าง พรรคประชาธิปัตย์เราเดินหน้าในเรื่องปลดล็อก กระท่อมมาโดยตลอด และยืนหยัดที่จะต่อสู้เรื่องนี้ และโชคดีที่ได้ท่านรัฐมนตรีออกมา สนับสนุน ผมเรียนท่านประธานให้ทราบว่านับตั้งแต่ที่สภาผู้แทนราษฎรเราแห่งนี้ได้เริ่ม นำเสนอตั้งกรรมาธิการศึกษากระท่อม พืช กัญชง กัญชา ผมเองก็เป็นกรรมาธิการวิสามัญ ในคณะนั้น พี่น้องประชาชนที่บริโภคพืชกระท่อม เราอย่าใช้คำว่า เสพ นะครับพืชกระท่อม ที่บริโภคพืชกระท่อมอยู่ มีความหวังว่าเมื่อไรเขาจะได้พกพาใบกระท่อมซึ่งเป็นใบยาของเขา เหมือนกับกาแฟ เหมือนกับยาเส้นได้อย่างสะดวก เขาคาดหวังว่าเมื่อไรพืชกระท่อม จะเอาออกจากสารเสพติดประเภท ๕ ท่านประธานทราบไหมครับ หลังจากที่เราศึกษา ผลกระทบกันอยู่ เราได้ลงพื้นที่พบปะกับพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่ทางใต้ เราได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนอยู่บ่อยครั้ง บางคนพกพากระท่อมอยู่ ๕ ใบ ก็โดนตำรวจจับ บางคนปลูกเพื่อบริโภคเองในบ้านก็โดน เจ้าหน้าที่รัฐไปจับ บางอำเภอ นายอำเภอ จะโค่นกระท่อมทั้งอำเภอพี่น้องประชาชนก็รวมตัวกันเพื่อขับไล่นายอำเภอ ถามว่าเส้นผมบังตาที่เป็นเรื่องไม่ควรจะเกิดขึ้นระหว่างเจ้าหน้าที่ของรัฐกับประชาชน ผู้อยู่ภายใต้กฎหมาย ไม่ควรจะมีข้อขัดแย้งกัน เพราะกระท่อมนั้นไม่ได้เป็นพืชที่ร้ายแรง แต่วันนี้สิ่งที่คนได้คาดหวังและมีความหวังกับรัฐบาลชุดนี้ มีความหวังกับสภาชุดนี้ว่า ใบกระท่อมจะเป็นพืชที่ถูกกฎหมาย ท่านประธานครับ ผมนั่งอ่านรายละเอียดใน ร่างพระราชบัญญัติที่นำเสนอต่อสภาแห่งนี้ ผมก็อ่านบทลงโทษ อ่านค่าธรรมเนียม อ่าน บทเฉพาะกาล สิ่งที่ผมหวังเป็นอย่างยิ่ง การปลดล็อกกฎหมายพืชกระท่อม เราอย่าเพียงแต่ใช้พี่น้อง ประชาชนผู้บริโภคพืชกระท่อมเป็นบันไดเพื่อการแสวงหาผลประโยชน์ให้กับนายทุน สิ่งที่ผมเป็นกังวลที่สุดก็คือว่าเมื่อกฎหมายฉบับนี้ผ่าน วันนี้มีนายทุน มีกลุ่มทุนหลายคนวิ่งไป ร่วมกับมหาวิทยาลัยขอลิขสิทธิ์ ขอสิทธิบัตรในการจะแปรรูปพืชกระท่อมเป็นอย่างใด อย่างหนึ่งในการต่อยอดทางธุรกิจ ผมไม่อยากเห็นครับ ผมเห็นด้วยถ้าจะมีกลุ่มรัฐวิสาหกิจ ชุมชนต่อยอดแปรรูปกระท่อมแต่ละเรื่อง ๆ และนำมาขาย แต่ผมไม่เห็นด้วยที่จะใช้กระท่อม เป็นเครื่องมือในทางธุรกิจ และไม่เห็นด้วยว่าต้องนำพืชกระท่อมนำเข้าจากต่างประเทศ ผมคาดหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเมื่อกฎหมายฉบับนี้ผ่าน และกรรมาธิการที่จะเข้าไปแปรญัตติ ก็ต้องให้คิดถึงเรื่องผลประโยชน์เรื่องนี้ให้เป็นหลัก ท่านประธานครับ ผมเรียนกับ ท่านประธานว่าพืชกระท่อมบริโภคแล้วทำให้คนมีความสุข พืชกระท่อมบริโภคแล้วทำให้ คนสุขภาพดี สรรพกำลังดี และที่สำคัญคนที่บริโภคพืชกระท่อมไม่เคยสร้างความวุ่นวาย ให้กับสังคมนี้ ไม่เคยทำร้ายสังคมนี้ และไม่เคยสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นในสังคมนี้ เพราะฉะนั้นผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่ากฎหมายฉบับนี้จะผ่านไปได้ด้วยดีครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิก ที่ได้เสนอชื่อขออภิปรายก็หมดนะครับ ต่อไปเป็นการชี้แจงของท่านผู้มาชี้แจง เชิญครับ🔗

นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด

กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ขออนุญาตตอบข้อซักถาม แล้วก็ชี้แจงในส่วนที่ยังเข้าใจไม่ตรงกัน แล้วก็อีกส่วนหนึ่ง ที่เป็นความคิดเห็นของท่านสมาชิกเราก็ได้รวบรวมไว้เพื่อที่จะนำไปปรับในชั้นกรรมาธิการ ต่อไปนะครับ ผมขออนุญาตตอบในภาพรวมอย่างนี้ว่า พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๖๔ หรือที่เราเข้าใจว่าปลดล็อกกระท่อม หลักก็คือในพระราชบัญญัติ ฉบับนี้จะมีผลใช้ในวันที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๔ ก็คือกระท่อมจะปลดล็อกจากยาเสพติด ประเภท ๕ ทันที ก็คือกระท่อมจะไม่ผิดกฎหมายอีกต่อไป แต่พระราชบัญญัติพืชกระท่อม ที่เสนอในวันนี้มีจุดประสงค์เพื่อที่จะไม่ให้เด็กและเยาวชนที่อายุต่ำกว่า ๑๘ ปี เข้าไป ยุ่งเกี่ยวหรือว่าไปใช้ในทางที่ผิด กับเป็นการควบคุมในเรื่องของการใช้ประโยชน์ในทาง อุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ถ้าใช้แบบวิถีชาวบ้านก็ถือว่าไม่ผิดกฎหมายต่อไป แล้วก็มีสมาชิก หลายท่านก็เป็นห่วงว่าถ้าชาวบ้านมีอยู่ ๒ ต้น ๓ ต้นหรืออย่างไรนี้จะผิดหรือไม่ ไม่ผิดนะครับ จะปลูกกี่ต้นก็ได้ไม่ต้องขออนุญาตถ้าหากมีวัตถุประสงค์ไม่เอาไปใช้ในทางอุตสาหกรรม อันนี้ ให้เข้าใจตรงกันก่อนว่าถ้าหากไม่เอาไปใช้ในการอุตสาหกรรมนี้จะไม่ผิดกฎหมาย แล้วบางท่านก็ว่ามันจะย้อนมาเหมือนเดิมหรือเปล่า ไม่เหมือนนะครับว่าในฉบับที่ใช้อยู่ ปัจจุบัน แม้แต่กระท่อมใบเดียวก็ถือว่าผิดกฎหมายแต่ถ้าตาม พ.ร.บ. ที่แก้ไขในวันที่ ๒๔ ที่จะประกาศใช้ กระท่อมมันจะไม่ผิดกฎหมายแล้วไม่ผิดกฎหมายแล้วนะครับ อันนี้เข้าใจ ตรงกันอย่างนี้ก่อนนะครับ🔗

ในคำถามต่อไปที่ท่านเป็นห่วงในมาตรา ๒๕ ว่าในกรณีที่ไม่ขออนุญาตหรือ ไม่ต่อใบอนุญาต และสามารถยื่นอุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และคำสั่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมนี้ถือว่าเป็นที่สุด ท่านกลัวว่าจะไปร้องต่อที่ไหนไม่ได้ คำวินิจฉัยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมที่ว่าถือเป็นที่สุดนั้นเป็นคำวินิจฉัยหรือเป็น คำสั่งทางบริหาร ถ้าหากท่านคิดว่ายังมีข้อกังขาอยู่ว่ายังอยากจะต่อไปอีก ผู้รับขออนุญาต ก็สามารถที่จะใช้สิทธิยื่นฟ้องต่อศาลปกครองได้ อันนี้ก็นำเรียนเพื่อทราบนะครับ🔗

สำหรับในเรื่องถึงแม้ว่าไปผสมกับโค้กกับยาแก้ไออะไรนี่ ในตัวยาแก้ไอเอง มันเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท ๓ที่จะต้องมีใบสั่งจากแพทย์ก่อนที่สั่งให้ซื้อได้ไม่เกิน ๓๐ เม็ด หรือว่ามีปริมาณไม่เกิน ๒๕๐ มิลลิกรัม เพราะฉะนั้นยาแก้ไอก็ผิดกฎหมาย ในการที่ จะเอาพืชกระท่อมไปผสม ๔ คูณ ๑๐๐ ถ้ามียาแก้ไออยู่ก็ผิดกฎหมายที่ยาแก้ไอ หรือว่าถ้าไป ผสมกับยาบ้าก็ผิดในเรื่องของยาบ้า อันนี้ก็ต้องทำความเข้าใจก่อน แล้วก็ส่วนมากที่หลาย ๆ ท่านเป็นห่วงก็คือในมาตรา ๒๙ ว่าในการที่จะขายพืชกระท่อมที่ว่าจะเอื้อประโยชน์กับ นายทุน ที่เราไม่ให้ขายโดยใช้เครื่องขายผมคิดว่าถ้าชาวบ้านทั่วไปเขาจะไม่มีเครื่องขายแล้ว ที่เราห้ามอย่างนี้เพื่อไม่ให้นายทุนได้ประโยชน์ ที่มีเครื่องขายแบบหยอดเหรียญ และอีกอย่างหนึ่งลักษณะอย่างนี้เราไม่สามารถควบคุมเด็กที่อายุต่ำกว่า ๑๘ ปีในการที่จะไป ซื้อได้ เพราะฉะนั้นในการที่เราห้ามขายโดยใช้เครื่องขายนั้นผมว่ามันเป็นการเอื้อประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชน ส่วนพี่น้องประชาชนจะขายอย่างไรครับ พี่น้องประชาชนจะตั้งโต๊ะ ขายหน้าบ้านก็ได้ พี่น้องประชาชนจะขายข้างทางหรือว่าตามตลาดชุมชนทำได้หมด ไม่ได้ ผิดกฎหมายอะไร ผมว่าตรงนี้เป็นการเอื้อประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน ก็อยากจะให้ เข้าใจตรงกัน แต่ว่ามีเงื่อนไขอื่นที่ท่านเป็นห่วงก็เดี๋ยวจะรวบรวมไว้ในส่วนของในชั้น กรรมาธิการนะครับ🔗

ในส่วนของเรื่องนิรโทษกรรม อันนี้ผมก็นำเรียนอย่างนี้ว่ากระท่อมที่ท่านมีอยู่ ในวันที่ ๒๔ ก็ไม่ผิดกฎหมายก็ไม่มีโทษไม่มีอะไร แต่ถ้าท่านมีเยอะแล้วก็ประสงค์จะเอา ไปปลูกเพื่อในเชิงอุตสาหกรรมท่านต้องไปขออนุญาตจดแจ้งภายใน ๙๐ วันหลังจากที่มี กฎกระทรวงออก แต่ถ้ามีอยู่แล้วตามที่ชาวบ้านมีทั่วไปมี ๒ ต้น ๓ ต้น ๕ ต้นอะไรก็แล้วแต่ ก็ไม่ได้ผิดกฎหมายอะไร อันนี้ก็ชี้แจงให้เข้าใจตรงกันอีกอันหนึ่งนะครับ🔗

อีกอันหนึ่งในเรื่องของสารในใบกระท่อมมีสารไมทราไจนีน (Mitragynine) ซึ่งถ้ามันมีมากเกินไปมันก็จะทำให้ส่งผลต่อสุขภาพ ทีนี้จากผลการวิจัยของ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ในใบกระท่อมสด ๑ กิโลกรัมมีประมาณ ๔๐๐-๖๖๗ ใบ แล้ว ๑ กิโลกรัมก็จะมีสารไมทราไจนีน (Mitragynine) ๑๐ กรัม อันนี้แจ้งท่านสมาชิกที่ได้ สอบถามไปเมื่อสักครู่นี้ ส่วนในเรื่องอื่น ๆ ก็จะเป็นเรื่องของข้อห่วงใยข้ออะไรต่าง ๆ ทางกระผมก็จะขอน้อมรับไปเพื่อที่จะเอาไปพิจารณากันในชั้นกรรมาธิการต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีครับ ผู้ชี้แจงจะมีอะไรอีกไหมครับ เชิญท่านรัฐมนตรีสรุปเลยครับ🔗

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผมได้นั่งฟังท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติอภิปราย สนับสนุนเป็นส่วนใหญ่ บางท่านก็มีข้อกังวลว่าการออกกฎหมาย การประกาศ ในกฎกระทรวงต่าง ๆ นั้นมันอาจจะเอื้อประโยชน์ให้กับส่วนการเมือง หรือว่าผู้ที่เกี่ยวข้อง อะไรในลักษณะนั้น ต้องเรียนว่าถ้าหากท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ดูจากเอกสารข้อมูล ข้อเท็จจริงแล้ว ท่านไม่สามารถที่จะคิดในสิ่งนั้นได้เลย เพราะการดำเนินการในการที่ออกกฎหมายที่จะ ปลดกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติดประเภทที่ ๕ ซึ่งกระท่อมเป็นยาเสพติดมา ๗๘ ปีแล้ว ในการที่เราจะปลดออกอย่างขาดเยื่อใยในเรื่องของสิ่งเสพติดโดย ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์นั้น ท่านคิดว่ามันทำง่ายนักหรือ ผมเรียนท่านประธานว่ามีผู้คนพยายามปลดและแก้ปัญหาที่จะ เอากระท่อมออกจากยาเสพติดมาเป็นเวลานานและหลายครั้ง กรรมาธิการหลายชุดของ สภาผู้แทนราษฎรประชุมแล้วประชุมอีก พิจารณากันแล้วพิจารณากันอีกก็ไม่สามารถ ดำเนินการได้ เพราะฉะนั้นบางสิ่งบางอย่างที่เราดำเนินการ ท่านอาจจะมองเห็นว่ายังมีเยื่อใย ยังมีเยื่อใยอยู่บ้าง เพราะบางครั้งเราอยากได้อะไรสักอย่างหนึ่งในขณะที่เรามีกำลังหรือมี เพาเวอร์ (Power) ไม่ถึง เราจะไปทำทั้งหมดมันไม่ได้ แต่วันนี้ในสถานการณ์ที่มันเดินมาถึง จุดนี้แล้วมันสามารถที่จะทำอะไรต่อมิอะไรได้เราก็ต้องทำ ผมเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ในวันนี้เรายังมีการนำเข้าหรือแอบนำเข้าใบกระท่อมเข้ามาในประเทศ เพราะในประเทศ ของเรามีผู้เสพและมีผู้เคี้ยวใช้กระท่อมอยู่ ก็แสดงว่าใบกระท่อมของเรายังมีปริมาณน้อย และการเพาะปลูกกระท่อมกว่าจะเป็นอุตสาหกรรมหรือพาณิชยกรรมในการที่จะขายใบได้ ใช้เวลาไม่น้อยกว่า ๔ ปีถึงจะสามารถผลิตใบให้มันเป็นล่ำเป็นสัน ถ้าหากว่าในระยะเวลา ๒-๓ ปีนั้น ยิ่งเด็ดก็ยิ่งจะทำให้ต้นกระท่อมนั้นตายเสีย แต่การเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง อุตสาหกรรม ท่านทั้งหลายก็รู้แล้วว่าผมเป็นได้อีกไม่เกิน ๒ ปีหรอกครับ ๑ ปีกับ ๘ เดือน ๙ เดือนก็หมดระยะเวลาแล้ว ผมจะไปออกใบอนุญาตหรือทำอะไรเพื่อให้เป็นประโยชน์ กับใครคนใดคนหนึ่งนั้นเป็นไปไม่ได้ ผมเรียนในข้อเท็จจริงและความตั้งใจตั้งแต่เดิมว่า เราออกกฎหมาย เราร่างกฎหมายพืชกระท่อมไปเพียงแค่ ๑๙ มาตราเท่านั้น แต่ไปถึง ขั้นตอนที่ผ่านคณะรัฐมนตรีแล้วไปถึงกฤษฎีกาก็มีข้อความที่ให้คำแนะนำกลับมาว่าบางครั้ง สิ่งที่เราออกไปหรือสิ่งที่เราพูดกันในสภาผู้แทนราษฎรมีบางเรื่องที่มันขัดรัฐธรรมนูญ อย่างเช่นผมต้องการให้พี่น้องประชาชนปลูกกระท่อมแค่ ๓ ต้น ใน ๑ ครอบครัวนั้นปลูกแค่ ๓ ต้น เพราะผมไม่ต้องการให้ล้นตลาด มันถึงมีคำว่าเป็นพืชเศรษฐกิจ อย่างเช่นเกษตรกร ที่ปลูกข้าวในประเทศของเรา เรามีข้าวมาก ๒๐ ล้านตัน ข้าวสารปีหนึ่งเราบริโภคแค่ ๑๐ ล้านตัน เราส่งออก ๑๐ ล้านตัน แล้วราคาตกต่ำเป็นปัญหากับบ้านกับเมือง ในขณะนี้ ถ้าเราปลูกกระท่อมมาก เราส่งออกได้ราคามันต่ำ ในขณะนี้เรามีราคาอย่างที่ท่านพูดกัน เมื่อสักครู่นี้ใบละ ๕ บาท ถ้า ๔๐๐ ใบ ๑ กิโลกรัม ก็ต้อง ๒,๐๐๐ บาท หรือ ๖๐๐ บาท ขึ้นไปต่อกิโลกรัม เราต้องการรักษาให้ราคาคงที่อยู่ เพราะฉะนั้นการปลูกกระท่อม ผมคิดตั้งแต่แรกว่าถ้าปลูกมากราคาตก แต่ก็ได้ยินคำว่ามันขัดรัฐธรรมนูญ มันไม่สามารถ ดำเนินการในลักษณะนั้นได้ ผมเรียนกับท่านทั้งหลายว่าร่างที่ท่านได้อ่านวันนี้แล้ว ฟังดูแล้ว ยังเข้าใจบ้าง ไม่เข้าใจบ้าง นั่นก็คือปลูกได้กี่ไร่ก็ได้สำหรับเกษตรกร แต่เหตุที่ต้องขออนุญาต นั่นก็คือการส่งออก ทำไมเราต้องขออนุญาต ก็เหตุผลที่ผมเรียนแล้วว่าผมกลัวว่าพืชจะเป็น พืชเศรษฐกิจของพี่น้องเกษตรกรไม่สามารถทำได้ถ้าเราปล่อยทุกอย่าง เพราะฉะนั้นมันก็ยังมีเรื่องของอนุญาต แต่อนุญาตนี้มันจะใช้ได้ผลก็ต่อเมื่อกระท่อมมันมีอายุ ดังที่ผมว่านั้น อายุ ๓ ปี ๔ ปีขึ้นไป มันถึงจะสามารถทำธุรกิจส่งออกในด้านอุตสาหกรรม ได้อย่างคล่องตัว ผมจึงเรียนท่านประธานว่า ขอให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโปรด เข้าใจว่าเราตั้งใจอันดีร่วมกัน แล้วในกฎหมายนี้ ถึงวันที่ ๒๔ สิงหาคม ผมได้ให้ ป.ป.ส. รวบรวมว่าผู้คนที่มีคดีเกี่ยวกับกระท่อมมีประมาณเท่าไร ๘,๐๐๐ กว่าคน ในขณะนี้มี ๘,๐๐๐ กว่าคน เมื่อถึงวันที่ ๒๔ สิงหาคม เมื่อกฎหมายไม่บังคับว่ากระท่อมเป็นยาเสพติด ผู้คนเหล่านั้นก็จะพ้นโทษ ด้วยความตั้งใจของพวกเรา เราก็จะดำเนินการต่อไป ผมขอกราบ ขอบพระคุณท่านประธานว่าสิ่งต่าง ๆ นั้นเราทำด้วยใจอย่างแท้จริง ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกยังมีอะไรติดใจจะซักถามอะไรไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าไม่มี ผมจะขอลงมติว่าเราจะรับหลักการและเหตุผลของ พ.ร.บ. ฉบับนี้หรือไม่ ก่อนที่จะลงมติ ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ🔗

(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง มีสัญญาณ ให้สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกห้องประชุมเข้าสู่ห้องประชุมนะครับ เพื่อที่จะได้ใช้สิทธิแสดงตน โดยการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมครับ🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิก ที่เข้ามาในห้องประชุมแล้วโปรดเสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนนะครับ ท่านสมาชิกท่านใด ที่ยังไม่แสดงตนก็เชิญครับ ถ้าแสดงตนเสร็จแล้ว ผมขอปิดการแสดงตนครับ มีท่านสมาชิก กำลังวิ่งเข้ามาอยู่นะครับ เชิญครับ ยังให้โอกาสท่านแสดงตนนะครับ ถ้าแสดงตนทุกท่านแล้ว เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ เป็นอันว่ามีผู้เข้าร่วมประชุมจำนวน ๒๕๑ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ🔗

ต่อไปผมจะขอ มติจากที่ประชุมว่าจะรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. .... หรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ผู้ใดเห็นควรรับหลักการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าไม่ควรรับหลักการ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ มีท่าน สมาชิกท่านใดที่ยังไม่ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนบ้างครับ ถ้ายังมี ก็เชิญออกเสียงลงคะแนน เชิญนะครับ เสียบบัตร🔗

(สมาชิกทำการเสียบบัตรแสดงตนและกดปุ่มลงคะแนน)
นายศักดินัย นุ่มหนู ตราด

ท่านประธานครับ ผม นายศักดินัย นุ่มหนู ๓๕๗ ไม่เห็นด้วยครับ พอดีบัตรมีปัญหาครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

๓๕๗ ไม่เห็นด้วยนะครับ ลงคะแนนกันทุกท่านแล้วนะครับ ผมขอปิดการลงคะแนนนะครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๗๖ ท่าน เห็นด้วย ๒๕๖ ท่าน ไม่เห็น ๑๗ บวก ๑ เป็น ๑๘ ท่าน งดออกเสียง ๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน🔗

เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติรับหลักการแห่งร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ครับ ต่อไปขอเชิญเสนอ คณะกรรมาธิการครับ เชิญท่านอรรถกรครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ขอเรียนเสนอ จำนวนกรรมาธิการวิสามัญเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม จำนวนทั้งหมด ๒๕ ท่าน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เสนอตั้ง กรรมาธิการวิสามัญนะครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ที่ประชุม เห็นเป็นอื่นไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าที่ประชุม ไม่เห็นเป็นอื่น ก็ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับที่ท่านอรรถกรเสนอตั้งคณะกรรมาธิการ วิสามัญ เมื่อกี้ท่านอรรถกรได้เสนอจำนวนกรรมาธิการแล้วนะครับ จำนวน ๒๕ ท่าน สัดส่วน กรรมาธิการของคณะรัฐมนตรี ๕ ท่าน สัดส่วนกรรมาธิการของแต่ละพรรคการเมือง จำนวน ๒๐ ท่าน ขอเชิญรัฐมนตรีเสนอชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของคณะรัฐมนตรี ๕ ท่านครับ🔗

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม ขอเสนอรายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ พืชกระท่อม พ.ศ. .... จำนวน ๕ ท่าน ๑. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ๒. นายวิชัย ไชยมงคล ๓. นางขนิษฐา ตันติศิรินทร์ ๔. นายจิรวัฒน์ จงสงวนดี ๕. พลเอก สมชาย วิษณุวงษ์ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปสัดส่วนกรรมาธิการของแต่ละพรรคการเมืองเป็นดังนี้นะครับ พรรคเพื่อไทย จำนวน ๖ ท่าน พรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๕ ท่าน พรรคภูมิใจไทย จำนวน ๓ ท่าน พรรคก้าวไกล จำนวน ๒ ท่าน พรรคประชาธิปัตย์ จำนวน ๒ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา จำนวน ๑ ท่าน พรรคเสรีรวมไทย จำนวน ๑ ท่าน ขอเชิญแต่ละพรรคการเมืองเสนอรายชื่อกรรมาธิการ ตามสัดส่วน แล้วก็ขอผู้รับรองตามข้อบังคับด้วยนะครับ เชิญพรรคเพื่อไทยครับ🔗

นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน สุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๒๙ พรรคเพื่อไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย จำนวน ๖ ท่าน ดังนี้ ๑. นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ๒. นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ ๓. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ๔. นายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ ๕. นายสงวน พงษ์มณี ๖. พันตำรวจโท ปิยวิชญ์ วงศ์สวัสดิ์ ขอผู้รับรองค่ะ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ๕ ท่านครับ🔗

นายจักรพันธ์ พรนิมิตร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม จักรพันธ์ พรนิมิตร กรุงเทพมหานคร พรรคพลังประชารัฐ ขอเสนอกรรมาธิการ ในสัดส่วนพรรคพลังประชารัฐ จำนวน ๕ ท่าน ดังต่อไปนี้ ๑. นายภูดิศ อินสุวรรณ์ ๒. นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ๓. นายประสิทธิ์ มะหะหมัด ๔. นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ และ ๕. นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย จำนวน ๓ ท่านครับ🔗

นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดฉะเชิงเทรา พรรคภูมิใจไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคภูมิใจไทย จำนวน ๓ ท่านครับ ๑. ท่าน ส.ส. ฉลอง เทอดวีระพงศ์ ๒. ท่าน ส.ส. มารุต มัสยวาณิช และ ๓. นายสิทานนท์ อมตเวทย์ ขอผู้รับรอง ด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเป็นสัดส่วนของพรรคก้าวไกล จำนวน ๒ ท่านครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอเสนอรายชื่อ กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. .... ในสัดส่วนของ พรรคก้าวไกล ๒ คนครับ ๑. สมชาย ฝั่งชลจิตร ๒. เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเป็นพรรคประชาธิปัตย์ครับ🔗

นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สุราษฎร์ธานี

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ พืชกระท่อม พ.ศ. .... ในสัดส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ๒ ท่าน ดังนี้ ๑. นายกนก วงษ์ตระหง่าน ๒. นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปสัดส่วนพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน🔗

นายนิกร จำนง แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคชาติไทยพัฒนา ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการ ในสัดส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน คือ นายสัมพันธ์ แป้นพัฒน์ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปเป็นสัดส่วนพรรคเสรีรวมไทย จำนวน ๑ ท่านครับ เชิญครับ🔗

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ขอเสนอรายชื่อกรรมาธิการในสัดส่วนของพรรคเสรีรวมไทย ๑ ท่าน ขอเสนอ พันตำรวจเอก เสวก อรุณชุมแสง ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ต่อไปขอเชิญเลขาธิการอ่านรายชื่อกรรมาธิการครับ🔗

นายสาธิต ประเสริฐศักดิ์ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ปฏิบัติหน้าที่แทน เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร

รายชื่อคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. .... จำนวน ๒๕ ท่าน ๑. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ๒. นายวิชัย ไชยมงคล ๓. นางขนิษฐา ตันติศิรินทร์ ๔. นายจิรวัฒน์ จงสงวนดี ๕. พลเอก สมชาย วิษณุวงศ์ ๖. นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ๗. นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์ ๘. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ๙. นายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์ ๑๐. นายสงวน พงษ์มณี ๑๑. พันตำรวจโท ปิยวิชญ์ วงศ์สวัสดิ์ ๑๒. นายภูดิศ อินสุวรรณ์ ๑๓. นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ๑๔. นายประสิทธิ์ มะหะหมัด ๑๕. นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ ๑๖. นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง ๑๗. นายฉลอง เทอดวีระพงศ์ ๑๘. นายมารุต มัสยวาณิช ๑๙. นายสิทานนท์ อมตเวทย์ ๒๐. นายสมชาย ฝั่งชลจิตร ๒๑. นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ๒๒. ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ๒๓. นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ ๒๔. นายสัมพันธ์ แป้นพัฒน์ ๒๕. พันตำรวจเอก เสวก อรุณชุมแสง🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ไม่มีท่านผู้ใด เห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าไม่มี ก็ขอเชิญท่านสมาชิกกำหนดระยะเวลาแปรญัตติครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่าน ประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดฉะเชิงเทรา ขออนุญาตเสนอระยะเวลาแปรญัตติ ๗ วัน ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าเป็นการจบการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ พืชกระท่อม พ.ศ. .... ที่มีท่านคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ ต้องขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรี ขอบคุณผู้มาชี้แจงนะครับ เชิญท่านอรรถกรครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและที่ประชุมนะครับ ก่อนที่ จะเข้าสู่การพิจารณาในระเบียบวาระถัดไป ผมขออนุญาตใช้เวลาของสภานิดเดียวครับ เนื่องจากเมื่อเช้านี้ทางสภาก็ได้มีการพิจารณาแล้วก็รับรองร่างพระราชบัญญัติกำหนด ความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ โดยสภามีมติรับหลักการ แล้วก็ให้ใช้กรรมาธิการวิสามัญชุดเดียวกับคณะที่ตั้งไป เพื่อพิจารณาในการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์นะครับ แต่ผมต้อง ขอโทษท่านประธานและขอโทษที่ประชุมนะครับว่าเมื่อเช้านี้กระบวนการอาจจะยังไม่สิ้นสุด เนื่องจากเราทำการเสนอให้ใช้กรรมาธิการชุดเดียวกันแล้ว แต่ยังไม่ได้กำหนดจำนวนวัน ระยะเวลาในการแปรญัตติ เกรงว่ากระบวนการจะไม่สมบูรณ์ ก็เลยจะขออนุญาตท่านประธาน ใช้เวลาตรงนี้เพียงสักครู่เดียวนะครับ ขอให้มีโอกาสได้เสนอระยะเวลาแปรญัตติเพื่อให้ กระบวนการทุกอย่างสมบูรณ์ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

บังเอิญ เมื่อบ่ายผมเองก็นั่นเหมือนกัน เพราะว่าเสนอให้ใช้กรรมาธิการชุดเดียวกัน ก็เลยคิดว่า การกำหนดการแปรญัตติก็คงต่อเนื่องกันเหมือนกัน ฉะนั้นเพื่อที่จะให้เกิดความสมบูรณ์ ก็เชิญท่านอรรถกรเสนอกำหนดการแปรญัตติกี่วัน เชิญครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ อรรถกร ศิริลัทธยากร นะครับ ขออนุญาตเสนอระยะเวลาแปรญัตติ ๗ วัน สำหรับการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติกำหนดความผิดเกี่ยวกับห้างหุ้นส่วน จดทะเบียน ห้างหุ้นส่วนจำกัด บริษัทจำกัด สมาคม และมูลนิธิ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอื่นไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ถ้าไม่มี ก็ถือว่าที่ประชุมมีมติเห็นชอบตามที่ท่านอรรถกรเสนอนะครับ เชิญท่านจุลพันธ์ครับ ท่านมี อะไรจะเสนอ เชิญครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ จากพรรคเพื่อไทย ขออนุญาตเรียน ต่อท่านประธาน จากการหารือวิป (Whip) ๒ ฝ่ายนะครับ มีความเห็นต้องกันว่า มีพระราชบัญญัติที่มีความจำเป็นเร่งด่วน มีความจำเป็นจะต้องเลื่อนมาในระเบียบวาระ ผมจึงอาศัยอำนาจตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๕๔ ในการเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุม ขออนุญาตท่านประธานเลื่อนระเบียบวาระเรื่องที่ค้างพิจารณา ที่ ๕.๑๕ ร่างพระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูป การศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. .... มาต่อท้าย เรื่องด่วนที่ ๖ เพื่อให้มีผล ในการประชุมในวันพุธหน้าครับ เราจะได้พิจารณาในเรื่องของการแก้ไขคำสั่ง คสช. ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เป็นเรื่องซึ่งคณะครูบาอาจารย์ทั่วประเทศได้มีข้อท้วงติงกันมาโดยตลอด เราควรจะเร่งรัดในการดำเนินการ แต่เนื่องด้วยเป็นพระราชบัญญัติ เราไม่สามารถเลื่อน แล้วก็พิจารณาในวันเดียวกันครับ ก็ขอเลื่อนมาต่อท้ายเรื่องด่วนที่ ๖ เพื่อได้พิจารณา ในสัปดาห์ถัดไปในวันพุธหน้าครับ ขอผู้รับรองครับ🔗

(มีสมาชิกยกมือขึ้นรับรอง)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

มีผู้รับรอง ถูกต้องนะครับ ผมขออนุญาตทบทวนนิดหนึ่งนะครับ ท่านจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ได้เสนอญัตติ ตามข้อ ๕๔ (๒) ขอให้มีการเปลี่ยนระเบียบวาระการประชุม โดยจะขอนำระเบียบวาระ ที่ ๕.๑๕ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๙/๒๕๖๐ เรื่อง การปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. .... ลงวันที่ ๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๕๖๐ โดยท่านนพคุณ รัฐผไท กับคณะ เป็นผู้เสนอ มาเพื่อ พิจารณาต่อท้ายเรื่องด่วนที่ ๖ ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... โดยให้เหตุผลว่าให้มีผลในการประชุมในวันพุธหน้าต่อไป🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ถูกต้องครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ก็มีผู้รับรอง ถูกต้อง ที่ประชุมเห็นเป็นอื่นไหมครับ ท่านชินวรณ์ครับ🔗

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ผมมีประเด็นที่อยากจะให้เกิดความชัดเจนนะครับว่า เนื่องจากว่าญัตติดังกล่าวที่ฝ่ายค้าน ได้นำเสนอนั้นมีญัตติในทำนองเดียวกันด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นอยากจะให้ท่านผู้เสนอ ได้เสนอญัตติที่เป็นทำนองเดียวกันขึ้นมาพิจารณาไปในคราวเดียวกัน ถ้าเกิดว่าสภาให้ ความเห็นชอบก็จะได้พิจารณาร่วมกันในช่วงสัปดาห์ต่อไป ผมเข้าใจว่าร่างพระราชบัญญัติ ในการที่จะไปแก้ไขในเรื่องของการปฏิรูปการศึกษาเกี่ยวกับคำสั่งของ คสช. ที่ ๑๙ เกี่ยวกับ โครงสร้างนั้นเป็นเรื่องที่เป็นปัญหาต่อเนื่องมาครับ เพราะฉะนั้นจึงมีหลายร่างที่อยู่ ในระเบียบวาระ แล้วก็เข้าใจว่าเป็นเรื่องเร่งด่วน ก็อยากจะให้เกิดความชัดเจนตรงนี้ว่า ขอเลื่อนขึ้นมาทั้งหมดทีเดียวได้ไหมครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่าน จุลพันธ์ครับ🔗

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชียงใหม่

ท่านประธานที่เคารพ ผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดเชียงใหม่ อย่างที่ได้เรียนในเบื้องต้นนะครับ ด้วย ความเคารพท่านชินวรณ์ด้วยนะครับ ร่างพระราชบัญญัตินี้เป็นความเห็นต้องกันของทั้ง ฝ่ายค้านและรัฐบาล โดยร่างพระราชบัญญัติที่เป็นเรื่องเดียวกันเลยนะครับมีน่าจะ ๖ ฉบับ ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดนะครับ ๕ ฉบับ หรือ ๖ ฉบับนะครับ ซึ่งเมื่อผมเลื่อนเรื่องหนึ่งแล้ว เมื่อถึง เวลาพิจารณาทั้งหมดก็จะถูกยกมาพิจารณาในคราวเดียวกันอยู่แล้วนะครับ เพื่อความสะดวก กับการเสนอเลื่อนก็จึงหยิบยกมาเพียงร่างเดียวเท่านั้นครับ แต่การพิจารณาเป็นการพิจารณา รวมทุกร่าง ซึ่งแน่นอนครับมีของพรรคประชาธิปัตย์ มีของพรรคภูมิใจไทย มีของพรรค ก้าวไกล อีกหลายพรรคการเมืองครับ ด้วยความเคารพครับ อาจจะตกชื่อพรรคไปขอกราบ ประทานอภัยด้วย ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เรียนท่าน ชินวรณ์ได้ทราบนะครับ โดยปกติแล้วถ้ามีการเสนอเลื่อนระเบียบวาระการประชุมขึ้นมา อย่างนี้ ถ้ามี พ.ร.บ. ที่มีหลักการเดียวกัน เจ้าหน้าที่เขาจะเสนอบรรจุเข้ามา ประธานก็จะรับ พิจารณาในการบรรจุพร้อม ๆ กับที่เสนอเลื่อนขึ้นมาเช่นกัน ฉะนั้นก็คงไม่มีปัญหานะครับ ที่ประชุมไม่เห็นเป็นอื่น ผมขอถือเป็นมติของที่ประชุมเห็นชอบให้มีการเลื่อนระเบียบวาระ ที่ ๕.๑๕ ขึ้นมาต่อท้ายเรื่องด่วนที่ ๖ เพื่อจะพิจารณาในวันพุธหน้านะครับ🔗

ต่อไปเป็นระเบียบวาระเรื่องด่วนที่ ๕ ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจ ข้อมูลเครดิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ)🔗

ด้วย คณะรัฐมนตรีได้เสนอร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... มายังสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาตามมาตรา ๑๓๓ (๑) ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยนอกจากนี้คณะรัฐมนตรียังได้นำเสนอรายงานการรับฟังความคิดเห็น ของผู้ที่เกี่ยวข้องและรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการตรากฎหมายมา เพื่อประกอบการพิจารณาในกระบวนการตรากฎหมายตามมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญแล้ว รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดไว้ให้ท่านสมาชิกทุกท่านแล้วนะครับ🔗

ในการนี้ผมขออนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจง ข้อเท็จจริงต่อที่ประชุมตามข้อบังคับ ข้อ ๗๖ ขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจง ในที่ประชุมครับ ๑. นางสาวสภัทร์พร ธรรมาภรณ์พิลาศ รองผู้อำนวยการสำนักงาน เศรษฐกิจการคลัง ๒. นายดำรงศักดิ์ ณ ระนอง ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมายธนาคาร แห่งประเทศไทย ๓. นางสุจารี มนชน ผู้อำนวยการฝ่ายตรวจสอบผู้ให้บริการทางการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย ๔. นางน้ำทิพย์ สินสุขเพิ่มพูน ผู้อำนวยการฝ่ายกฎหมาย ๒ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ นะครับ เชิญผู้เข้าชี้แจง เข้าประจำที่นะครับ รัฐมนตรีพร้อมแล้วเชิญท่านรัฐมนตรีแถลงหลักการและเหตุผลนะครับ เชิญครับ🔗

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ขอเสนอร่างพระราชบัญญัติการประกอบ ธุรกิจข้อมูลเครดิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (ร่างพระราชบัญญัติข้อมูลเครดิต โดยชื่อย่อ) ต่อสภาผู้แทนราษฎร โดยมีหลักการและเหตุผลดังนี้🔗

หลักการ แก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต พ.ศ. ๒๕๔๕ ดังต่อไปนี้🔗

๑. แก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคำว่า ข้อมูลเครดิต และบทนิยามคำว่า สมาชิก และเพิ่มบทนิยามคำว่า ผู้ประกอบธุรกิจตัวกลางในการจัดหาสินเชื่อ (แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๓)🔗

๒. แก้ไขเพิ่มเติมวิธีการและข้อห้ามในการเปิดเผยข้อมูลแก่สมาชิก หรือผู้ใช้บริการ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๐ วรรคสี่ และมาตรา ๒๔🔗

๓. กำหนดหน้าที่ของผู้ใช้บริการในการใช้ข้อมูลตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด ตามมาตรา ๒๔/๒ แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๒๒🔗

๔. เพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับสมาชิกประเภทผู้ประกอบธุรกิจเป็นตัวกลาง ในการจัดหาสินเชื่อเป็นการเพิ่มหมวด ๓/๑ บทบัญญัติเพิ่มเติมสำหรับสมาชิกประเภท ซึ่งกำกับดูแลโดยธนาคารแห่งประเทศไทย และเดบต์ คราวด์ ฟันดิง (Debt Crowd Funding) กำกับดูแลโดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งไม่ใช่ผู้ให้สินเชื่อโดยตรงเหมือนเช่นการให้สินเชื่อของสถาบันการเงิน ดังนั้นการกำหนด ให้ผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นตัวกลางในการจัดหาสินเชื่อสามารถเป็นสมาชิกของบริษัทข้อมูล เครดิตได้ จะเป็นประโยชน์ต่อการวิเคราะห์สินเชื่อ กล่าวคือผู้ขอสินเชื่อ โดยเฉพาะ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี (SMEs) และผู้ประกอบการสตาร์ตอัป (Startup) จะสามารถเข้าถึง แหล่งเงินกู้ได้มากขึ้น และช่วยลดการกู้ยืมเงินนอกระบบ นอกจากนี้ยังจะช่วยเพิ่มปริมาณ ข้อมูลในฐานข้อมูลเครดิตของประเทศให้มีความครบถ้วนมากยิ่งขึ้น จึงได้เสนอให้มีการแก้ไข กฎหมายว่าด้วยการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต ให้ผู้ประกอบธุรกิจเป็นตัวกลางในการจัดหา สินเชื่อ สามารถเป็นสมาชิกของบริษัทข้อมูลเครดิตได้ โดยมีสาระสำคัญดังนี้🔗

๑. แก้ไขเพิ่มเติมบทนิยามคำว่า ข้อมูลเครดิต และบทนิยามคำว่า สมาชิก ให้มีความหมายครอบคลุมถึงผู้ประกอบธุรกิจเป็นตัวกลางในการจัดหาสินเชื่อ เช่น ธุรกิจ เพียร์ ทู เพียร์เลนดิง แพลตฟอร์ม (Peer to Peer Lending Platform) ธุรกิจคราวด์ ฟันดิง (Crowd Funding) เป็นต้น เพื่อให้ผู้ประกอบธุรกิจเป็นตัวกลางในการจัดหาสินเชื่อ สามารถดำเนินการกับข้อมูลของลูกค้าที่ใช้บริการผ่านระบบหรือเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ ของตน ในทำนองเดียวกับสมาชิกประเภทสถาบันการเงินได้ เช่น การรายงานและส่งข้อมูล ให้แก่ข้อมูลบริษัทเครดิต การใช้และการเก็บรักษาข้อมูลที่ได้รับจากบริษัทข้อมูลเครดิต หรือการจัดทำและการใช้แบบจำลองด้านเครดิต เป็นต้น🔗

๒. เพิ่มนิยามคำว่า ผู้ประกอบธุรกิจเป็นตัวกลางในการจัดหาสินเชื่อ และกำหนดให้คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลเครดิตมีอำนาจออกประกาศกำหนดประเภท ของธุรกิจตัวกลางในการจัดหาสินเชื่อ เพื่อให้ประเภทธุรกิจที่ได้ประกาศกำหนดสามารถ เป็นสมาชิกบริษัทข้อมูลเครดิตได้🔗

๓. เพิ่มบทบัญญัติหมวด ๓/๑ เป็นบทบัญญัติเฉพาะที่กำหนดหน้าที่ ของบริษัทข้อมูลเครดิตและสมาชิกประเภทผู้ประกอบธุรกิจเป็นตัวกลางในการจัดหาสินเชื่อ ซึ่งรวมถึงบทบัญญัติเกี่ยวกับการเปิดเผยและข้อห้ามในการเปิดเผยข้อมูลลูกค้า แนวทาง ในการจัดทำแบบจำลองด้านเครดิต เพื่อให้สมาชิกประเภทผู้ประกอบธุรกิจเป็นตัวกลาง สินเชื่อสามารถวิเคราะห์สินเชื่อแทนผู้ที่จะให้สินเชื่อ และบริหารความเสี่ยงของผู้ที่จะให้ สินเชื่อได้ และแนวทางในการปฏิเสธการให้บริการหรือการขึ้นค่าบริการลูกค้า ซึ่งจะต้องแจ้ง ให้ลูกค้าทราบเป็นหนังสือ🔗

๔. แก้ไขเพิ่มเติมหน้าที่และข้อห้ามในการเปิดเผยข้อมูลลูกค้า เพื่อให้ แนวปฏิบัติของสมาชิกทุกประเภทเป็นไปในทางเดียวกัน🔗

๕. แก้ไขเพิ่มเติมสิทธิของเจ้าของข้อมูลในการที่จะได้รับทราบเหตุ แห่งการปฏิเสธคำขอสินเชื่อ หรือบริการในกรณีที่ใช้ข้อมูลของบริษัท ข้อมูลเครดิตมาเป็น เหตุในการปฏิเสธ เพื่อให้ครอบคลุมถึงสมาชิกประเภทผู้ประกอบธุรกิจ เป็นตัวกลางในการ จัดหาสินเชื่อ🔗

๖. แก้ไขเพิ่มเติมบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้องกับการรายงาน การส่งข้อมูล การเปิดเผยหรือการให้ข้อมูลแก่บริษัท ข้อมูลเครดิต การจัดทำและการใช้แบบจำลอง ด้านเครดิต การปฏิเสธการให้บริการ เพื่อรองรับสมาชิกประเภทผู้ประกอบธุรกิจเป็น ตัวกลางในการจัดหาสินเชื่อให้เหมือนกับสมาชิกประเภทสถาบันการเงิน นอกจากนี้ ร่างพระราชบัญญัติข้อมูลเครดิตดังกล่าวยังสอดคล้องกับยุทธศาสตร์ชาติ ยุทธศาสตร์ที่ ๒ ด้านการสร้างความสามารถในการแข่งขันการสร้างโอกาสการเข้าถึงบริการทางการเงิน และ สร้างโอกาสเข้าถึงข้อมูลและแผนปฏิรูปในเรื่องเศรษฐกิจ ยกระดับผลิตภาพและ ความสามารถในการแข่งขันในระดับประเทศให้สูงขึ้น มีการเติบโตอย่างครอบคลุม ทุกภาคส่วน มุ่งเน้นการใช้ระบบมาตรฐานและนวัตกรรมในการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจของประชาชนกลุ่มต่าง ๆ และ สถาบันทางเศรษฐกิจให้มีสมรรถนะสูงขึ้น🔗

ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้น ร่างพระราชบัญญัติข้อมูลเครดิตจะทำให้ ผู้ประกอบธุรกิจตัวกลางในการจัดหาสินเชื่อสามารถเป็นสมาชิกของบริษัทข้อมูลเครดิตได้นั้น จะทำให้ผู้ขอสินเชื่อโดยเฉพาะผู้ประกอบเอสเอ็มอี (SMEs) และผู้ประกอบการสตาร์ตอัป (Startup) ได้รับสินเชื่อโดยผ่านผู้ประกอบธุรกิจตัวกลางในการจัดหาสินเชื่อได้🔗

๘๒/๑ ซึ่งจะทำให้มีช่องทางในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนมากขึ้น นอกจากการขอสินเชื่อจากสถาบัน การเงิน ทั้งนี้การเข้าถึงแหล่งเงินทุนของผู้ประกอบธุรกิจเอสเอ็มอี (SMEs) หรือ ผู้ประกอบการสตาร์ตอัป (Startup) ด้วยต้นทุนทางการเงินที่เหมาะสมจะทำให้การประกอบ ธุรกิจมีการเติบโตอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน และเป็นการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของ ประเทศต่อไป🔗

ท่านประธานสภาผู้แทนที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ สุดท้ายนี้ กระผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสภาผู้แทนราษฎรจะได้พิจารณาให้ความเห็นชอบ ร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ต่อไป ขอกราบ ขอบพระคุณครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภา ผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีท่าน สมาชิกจะอภิปรายไหมครับ ท่านวิรัตน์เชิญครับ🔗

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ท่านประธานครับ ผมใคร่จะขออภิปรายผ่าน ท่านประธานไปยังคณะรัฐมนตรีและทุกท่านนะครับ ความคิดเห็นของผมตรงนี้อาจจะฟังดู แปลก ๆ คงจะไม่ตรงกับความคิดเห็นของนักการเงิน แต่ผมเชื่อว่าจะตรงกับประชาชน เป็นส่วนใหญ่ ท่านประธานครับ บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติจัดตั้งขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์เป็น ศูนย์กลาง เป็นตัวกลางในการเก็บรวบรวมข้อมูลของประชาชนเพื่อประกอบการให้สินเชื่อ ให้กับบริษัทผู้ทำธุรกิจให้กู้ยืม คือธุรกิจธนาคาร การจัดตั้งนี้มีข้อดี เท่าที่ผมดูนะครับ ๔ ประการ🔗

๑. ลดค่าใช้จ่ายในการวิเคราะห์สินเชื่อ ประหยัดเวลาในการหาข้อมูล ทำให้ บริษัทให้สินเชื่อเหล่านี้สามารถพิจารณาสินเชื่อได้สะดวก คล่องตัวขึ้น นั่นหมายถึงมีต้นทุน ที่ลดลง🔗

๒. ทำให้เกิดความเชื่อมั่น สามารถปล่อยสินเชื่อให้ลูกค้าที่ดี ๆ ก็จะทำให้ได้ ลูกค้าที่มีคุณภาพสินเชื่อดีขึ้น นั่นหมายถึงมีหนี้เสียน้อยลง🔗

๓. เกิดความมั่นใจ ลดภาระการกันสำรองหนี้เสีย นั่นทำให้ผลประกอบการ ดีขึ้นนั่นหมายถึงมีกำไรมากขึ้น🔗

๔. ธุรกิจการเงินมีความมั่นคงขึ้น มีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น สินเชื่อมีคุณภาพ ดีขึ้น นั่นหมายถึงบริษัทเหล่านี้มั่นคงขึ้น🔗

ข้อดีทั้ง ๔ ข้อทำให้บริษัทผู้ประกอบการให้สินเชื่อต่าง ๆ มีหนี้เสียลดลง กำไรมากขึ้น ต้นทุนลดลง คุณภาพมั่นคงขึ้น คำถามก็คือดีขึ้นหมดเลย แล้วประชาชนได้อะไร ประชาชนได้อะไรหมายถึงจะมีข้อดีตรงไหนให้ประชาชนบ้าง ท่านประธานครับ ตราบเท่าที่ เรามีผู้บริหารการเงินการคลังที่มาจากสถาบันการเงิน หรือว่าต้องการจะไปอยู่สถาบันการเงิน ผมคิดว่าตราบนั้นเราคงหนีไม่พ้นคำว่า ความมั่นคงของระบบธนาคารคือความมั่นคงของ ระบบการเงินของประเทศ ผลกำไรสร้างความมั่นคงให้ระบบธนาคาร ผลกำไรนี้มาจากไหน ผลกำไรนี้ไม่ใช่มาจากประชาชนหรือครับ รายได้ต่าง ๆ ก็มาจากประชาชน ท่านประธานครับ ในความเป็นจริงแล้วปฏิเสธไม่ได้หรอกว่าการมีบริษัท เครดิตบูโร เรียกง่าย ๆ นะครับ ก็เป็น ประโยชน์ต่อบริษัทให้ธุรกิจ ธุรกิจกู้ยืมเงินนั่นล่ะครับ สมัยก่อน ผมอาจจะต้องใช้คำว่า เป็นพ่อค้าเงินกู้นะครับ ทั้งหมดนี้มิใช่ประโยชน์ของประชาชนเลยแม้แต่น้อย ไม่ใช่ประโยชน์ ของลูกค้า คนใช้บริการ ท่านประธาน ทุกอย่างในโลกนี้มี ๒ ด้าน แต่เครดิตบูโร มีเหรียญแค่ ด้านเดียว มีแต่หัวไม่มีก้อย มีแต่กินไม่มีจ่าย ท่านประธาน ทำไมจึงมีบริษัท เครดิตบูโรเกิดขึ้น ในประเทศไทย ในปี ๒๕๔๐ เกิดวิกฤติต้มยำกุ้ง วิกฤติขาดแคลนเงินตราต่างประเทศ ค่าเงินบาทจาก ๒๔ บาทโดยประมาณต่อดอลลาร์ ลดไปถึง ๕๐ บาท ในระบบสถาบัน การเงินไทยมีเงินกู้เป็นสกุลต่างประเทศขาดทุนกันย่อยยับมหาศาล จึงต้องเพิ่มทุน ขายหุ้น ให้นักลงทุนต่างประเทศ ทุกธนาคารครับ ไม่เว้นแม้แต่ธนาคารเดียว การจัดตั้งบริษัท เครดิตบูโร เป็น ๑ ในเงื่อนไขไอเอ็มเอฟ (IMF) เพื่อคุ้มครองความมั่นคงและการปล่อยสินค้า ท่านประธานครับ แต่ในปัจจุบันนี้บริษัท เครดิตบูโรกลับกลายเป็นภาระต่อประชาชน ประชาชนที่เป็นลูกค้ากู้ก็ต้องเสียดอกเบี้ย ธนาคารก็มีกำไรหลักทรัพย์ค้ำประกันก็ต้องมี ประวัติก็ต้องตรวจสอบ เครดิตบูโร (Credit Bureau) ก็ต้องเซ็นยินยอมให้เปิดเผย จริง ๆ แล้วมีเครดิตบูโร (Credit Bureau) ทำให้ธนาคารความเสี่ยงต่ำลง กำไรมากขึ้น ผมถามว่าแล้วประชาชนได้อะไร ได้ดอกเบี้ยที่ถูกลงหรือไม่ ไม่มีเลยนะครับ เดิมทีสมัยก่อน ดอกเบี้ยเงินฝากกับเงินกู้จะต่างกัน ๒-๓ เปอร์เซ็นต์ แต่เดี๋ยวนี้เงินฝากไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ เงินกู้ ๗-๘ เปอร์เซ็นต์ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ก็มี ๒๐-๓๐ เปอร์เซ็นต์ก็มี นี่พูดถึง ถูกกฎหมายนะครับ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ก็ยังมี ท่านประธาน ค่าธรรมเนียมจิปาถะ ค่าใช้จ่าย ค่าเบี้ยปรับ ค่าผิดนัดชำระ ทุกช่องทางที่หารายได้ เก็บทุกช่องทาง แล้วท่านนายกรัฐมนตรี ท่านจะมาบ่นว่ามีหนี้สินประชาชนมากมาย ๕๐ ล้านบัญชี ผมว่าก็มาจากตั้งแต่ ท่านนายกรัฐมนตรีบริหารนี่ล่ะครับ ท่านประธานครับ อันที่จริงแล้วจะกู้เงินธนาคารนี้ ไม่ใช่ง่ายเลย ตรวจแล้วตรวจอีก ขอตรวจทุกอย่าง ผมจะเปรียบเทียบ ท่านประธานครับ เหมือนกับถ้าจะแต่งงานจะต้องเปลื้องผ้าให้ดูทุกสัดส่วน ทุกซอกทุกมุมอย่างละเอียด ดูแล้ว วันหนึ่งท่านก็บอกว่าไม่เอาแล้ว ให้ออกไปนะครับ กินส่วนของท่านไป ท่านขอให้คายคืนมา ไม่ใช่ไล่ไปเฉย ๆ นะครับ นี่ยังจะต้องฟ้องร้องดำเนินคดีไปอีกด้วย ตอนขอกู้เครดิตก็ตรวจ หลักทรัพย์ก็ให้กู้ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ บางรายยังต้องค้ำประกันด้วยนะครับท่านประธาน เงินต้น ดอกเบี้ยก็ต้องจ่ายทุกเดือน ๆ ลดต้นไปทุกเดือน พอวันหนึ่งประสบปัญหา เช่น ขณะนี้ เจอสถานการณ์โควิด (COVID) เงินต้นที่จ่ายไปก็หมด หลักทรัพย์ค้ำประกันก็ถูกยึด ยังตามด้วยหนี้สินค่าปรับอีกมามายต่อมิอะไรเพิ่มเติมเต็มไปหมดนะครับท่านประธาน ผมเห็นว่าการมีระบบเครดิตบูโร (Credit Bureau) เป็นประโยชน์กับผู้ประกอบกิจการ แต่ไม่เป็นประโยชน์กับลูกค้าประชาชนทั่วไป🔗

สุดท้ายนี้ผมคิดว่าควรยุบทิ้งไปครับ ไม่มีประโยชน์อะไร แต่ถ้ายังจะมีอยู่ ควรจะจำกัดวงให้จำกัด ให้ประชาชนเขามีช่องทางบ้าง ไม่ควรมุ่งขยายฐานสมาชิกออกไปอีก ขอให้ตระหนักว่าผลประกอบการที่มั่นคงนั้นมาจากประชาชน ผลกำไรต่าง ๆ จะตอบแทน คืนสู่สังคมอย่างไรบ้าง ผมว่าน่าจะดีกว่านะครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูง ครับ กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีทุกท่านนะครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีท่าน สมาชิกจะอภิปรายไหมครับ มีท่านวรภพครับ เชิญครับ🔗

นายวรภพ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนประธานสภา ที่เคารพ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ร่างกฎหมายฉบับนี้ก็คือมาเพื่อปลดล็อกการเกิดขึ้นของฟิน เทค เพียร์ ทู เพียร์ เลนดิง (Fin Tech Peer to Peer Lending) ถ้าผมจะเล่าให้ฟังอีกนิดหนึ่งก็คือ เพียร์ ทู เพียร์ เลนดิง (Peer to Peer Lending) คือแพลตฟอร์ม (Platform) กลางที่ให้คนกู้สามารถมาขอกู้กับ คนที่ต้องการจะปล่อยกู้ได้โดยตรง ประโยชน์ของมันจริง ๆ เยอะมาก คือคนกู้นี้สามารถ ทำให้กู้ได้ถูกลง กู้ได้มากขึ้น แล้วก็กู้ได้สะดวกขึ้น ในขณะเดียวกันคนที่ปล่อยกู้ก็จะได้ ผลตอบแทนการลงทุนมากกว่าเงินฝากธนาคารที่ทุกวันนี้จะทำได้ ผมว่านี่คือจะเป็นการ เปลี่ยนภาพการแข่งขัน เปลี่ยนโอกาสให้กับผู้บริโภค เปลี่ยนระบบการเงินในสังคมไทย ได้เยอะมาก ซึ่งจริง ๆ มันเป็นร่างกฎหมายที่ประเทศไทยเสียโอกาส ล่าช้ามา ๑๐ กว่าปีครับ เพราะผมติดตามเรื่องนี้อยู่ผมรู้ดีครับ แต่พอร่างนี้ออกมานี้ใจความสำคัญมันคือการปลดล็อก ให้เพียร์ ทู เพียร์ เลนดิง (Peer to Peer Lending) นี้สามารถขอข้อมูลเครดิตของ ผู้กู้ได้ เพื่อนำข้อมูลนี้ไปตัดสินใจ ไปประเมินความเสี่ยงได้ว่าผู้กู้คนนี้จะได้รับความเสี่ยง ที่เท่าไรและควรจะได้อัตราดอกเบี้ยเท่าไร เป็นข้อมูลให้ผู้ปล่อยกู้สามารถตัดสินใจได้ แต่สิ่งที่ ผมกังวลจากร่างนี้ก็คือในมาตรา ๒๔/๑ สงสัยว่าสรุปแล้วเพียร์ ทู เพียร์ เลนดิง (Peer to Peer Lending) สามารถเปิดเผยข้อมูลเครดิตให้กับผู้ที่จะปล่อยกู้ได้หรือไม่ เพราะ มันคือประเด็นสำคัญครับว่าถ้าเกิดว่าเมื่อเพียร์ ทู เพียร์ เลนดิง (Peer to Peer Lending) ได้ข้อมูลเครดิตมาแล้วสามารถไปบอกต่อกับผู้ที่จะปล่อยกู้ได้ไหมว่าคนที่ขอกู้นี้ไม่เคยมี ประวัติค้างชำระเลยในรอบ ๑๒ เดือน หรือในรอบ ๒๔ เดือนที่ผ่านมา ซึ่งนี่คือข้อมูล เครดิตนะครับ ในมาตรา ๒๔/๑ ไม่ได้มีเขียนตรงนี้ไว้ว่าตัวกลางเพียร์ ทู เพียร์ เลนดิง (Peer to Peer Lending) สามารถเปิดเผยตรงนี้กับผู้ที่ปล่อยกู้ได้หรือไม่ ถ้าเปิดเผยไม่ได้ ผู้ที่ปล่อยกู้ไม่สามารถรู้ได้ว่าบุคคลที่จะขอกู้มีประวัติเครดิตอย่างไร มีความ เสี่ยงน้อยหรือมากขนาดไหน อัตราดอกเบี้ยที่เขาจะได้รับคุ้มค่าแค่ไหนกับความเสี่ยงที่เขา จะลงทุนไป สิ่งเหล่านี้มันก็ยังไม่สามารถปลดล็อกเพียร์ ทู เพียร์ เลนดิง (Peer to Peer Lending) ได้ อันนี้ผมต้องการคำชี้แจงจากทางกระทรวงการคลังทางธนาคารแห่งประเทศไทย และท่านรัฐมนตรีนะครับว่าประเด็นนี้มันจะอยู่ในกฎหมายลูกหรือมันจะอยู่ตรงไหน เพราะว่าถ้าเกิดว่าออกมาแบบนี้ เพียร์ ทู เพียร์ เลนดิง (Peer to Peer Lending) ที่ท่านจะ ปลดล็อกก็ไม่มีประโยชน์ครับ ต่อเนื่องครับ จริง ๆ ในเรื่องของกฎหมายของข้อมูลเครดิต มันมีปัญหา ๒ ประเด็นที่ผมคิดว่าร่างนี้ไม่ได้แก้ไข ประเด็นแรกคือยังไม่มีการยกเลิก การผูกขาดของการประกอบธุรกิจข้อมูลเครดิตนี้อยู่ ปัจจุบันเป็นบริษัทเอกชน ย้ำว่าเป็น บริษัทเอกชนเพียงรายเดียวที่สามารถทำธุรกิจประกอบข้อมูลเครดิตได้ การปลดล็อกหรือ การมีผูกขาดทำให้ผลต่อมาคือว่าแบบจำลองในการเป็นเครดิตสกอร์ (Credit Score) ก็ถูกผูกขาดไว้ที่รายเดียว ซึ่งการที่เครดิตสกอร์ (Credit Score) ถูกผูกขาดไว้ทำให้เครดิต สกอร์ (Credit Score) ที่ปัจจุบันนี้ประเทศไทยใช้อยู่ขาดความน่าเชื่อถือ ไม่มีการแข่งขัน ไม่ได้เป็นที่ยอมรับของระบบการเงิน การทลายการผูกขาดตรงนี้มันจะเกิดให้มีการแข่งขัน การพัฒนาโมเดล (Model) จำลองเครดิตสกอร์ (Credit Score) ต่าง ๆ และผมคิดว่ามันจะ เป็นประโยชน์กับผู้บริโภคจำนวนมาก🔗

ต่อเนื่องอันที่ ๒ คือจริง ๆ แล้วเจ้าของข้อมูลควรจะต้องมีสิทธิขอ แล้วก็ เข้าถึงข้อมูลเครดิตของตัวเองโดยสะดวก โดยไม่มีค่าใช้จ่ายด้วยซ้ำ เพราะว่าข้อมูลเครดิต ทั้งหมดต้องนับว่าเจ้าของข้อมูลจริง ๆ คือตัวบุคคลคนนั้นเอง และในอนาคตมันควรจะมีช่อง ไว้ให้เชื่อมกับดิจิทัล ไอดี (Digital ID) คือดิจิทัล ไอดี (Digital ID) ภาครัฐภาครัฐที่ทาง กระทรวงมหาดไทยกำลังทำอยู่ เพื่อให้แต่ละคนสามารถขอดูข้อมูลเครดิตบูโร (Credit Bureau) ของตัวเองได้ทุกที่ทุกเวลา ไม่มีค่าใช้จ่าย นี่คือสิทธิของเจ้าของข้อมูล นี่คือสิ่งที่มา จาก ๒ ประเด็นที่ร่างนี้ยังไม่ได้แก้ ผมก็คงต้องฝากไว้ แล้วผมก็ยังเชื่อว่ากฎหมายนี้มันก็เป็น แค่ประตูบานแรก มันยังมีประเด็นอีกเยอะมากที่ประเทศไทยยังเจอกับกฎหมายที่เป็น อุปสรรคกับนวัตกรรมการเกิดสตาร์ตอัปฟินเทค (Startup Fin Tech) ต่าง ๆ ซึ่งทั้งหมดนี้ เดี๋ยวผมก็จะขอไปผลักดันในกรรมาธิการวาระที่ ๒ ต่อไป ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านรัฐมนตรีจะตอบชี้แจงไหม เชิญครับ🔗

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่เคารพครับ ก่อนอื่นก็ต้อง ขอขอบคุณในข้อคิดเห็นเมื่อสักครู่ที่ท่านสมาชิกได้กล่าวไว้ จริง ๆ แล้วก็จะมีตัวกฎหมายลูก ที่จะเขียนรายละเอียดเพิ่มเติม ซึ่งทางธนาคารแห่งประเทศไทยและกระทรวงการคลัง รวมทั้งทาง ก.ล.ต. ก็ได้ลิสต์ (List) รายการไว้แล้วว่าจะต้องมีอะไรบ้าง ในรายละเอียดนั้น คงจะต้องไปกำหนดไว้ในกฎกระทรวงหรือในระเบียบอีกครั้งหนึ่งครับ🔗

ตอบคำถามเรื่องของการเปิดเผยข้อมูลให้ผู้ปล่อยกู้ได้หรือไม่ ตรงนี้เท่าที่ สอบถามทางเจ้าหน้าที่นะครับ คือยังสามารถเปิดได้ เพียงแต่ว่าอาจจะไม่ได้ชัดเจน ในข้อกฎหมายในการแก้ไขในมาตรา อันนี้ก็จะขอรับไปดูในขั้นของกรรมาธิการครับ แต่อย่างที่ท่านสมาชิกได้กล่าวไว้สักครู่นั้นมันก็เป็นข้อดีอันหนึ่งคือในเรื่องของการที่เพิ่ม ในเรื่องของบทบาทของตัวกลางเข้ามา นอกเหนือจากการที่เราเข้าไปขอกู้จากสถาบันการเงิน แต่เพียงอย่างเดียว ซึ่งปัจจุบันนี้ก็เป็นที่นิยม จริง ๆ แล้วก็ยังมีอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของ คราวด์ฟันดิง (Crowd Funding) ซึ่งก็เป็นฟินเทค (Fin Tech) อันหนึ่ง แต่ว่าในข้อกฎหมาย ตรงนี้ก็จะครอบคลุมเฉพาะในเรื่องของที่เป็นเลนดิง (Lending) กับในเรื่องของอินเวสเมนต์ เบส (Investment Base) พวกนี้ ๒ เรื่อง แต่ยังมีอีก ๒ เรื่อง ซึ่งก็คงไม่ได้เข้าไปดูแล ดูเฉพาะในเรื่องของเกี่ยวข้องกับระหว่างเพียร์ทูเพียร์ (Peer to Peer) หรือว่าในเรื่องของ แมส (Mass) หรือคราวด์ (Crowd) ที่รวบรวมเงินมาแล้วก็ปล่อยกู้โดยตรงให้กับผู้ที่อยากจะ ได้ขอเงินกู้ตรงนี้ แต่บทบาทอย่างที่ท่านสมาชิกกล่าวไว้ก็คือว่าจริง ๆ แล้วเราเป็นการเพิ่ม ช่องทาง เพราะฉะนั้นบทบาทก็จะอยู่ที่มีตัวเล่นใหม่เข้ามาอีกกลุ่มหนึ่งก็คือตัวกลาง ซึ่งวันนี้ ก็ขออนุญาตว่าให้เพิ่มเข้ามาในพระราชบัญญัติในฉบับนี้ แต่ประเด็นในเรื่องของการที่จะให้ประชาชนได้ประโยชน์ ผมคิดว่านอกจากช่องทางแล้วก็จะ ขอรับในเรื่องของข้อคิดเห็นสักครู่นี้ว่าจริง ๆ แล้วในระบบสถาบันการเงินของเรา ในเรื่องของ การพูดถึงต้นทุนของการกู้ยืมนั้นก็ยังสูงอยู่นะครับ อย่างที่ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้กล่าวไว้ ในการหารือในเรื่องของการแก้ไขปัญหาหนี้สินของประชาชน ประเด็นต่าง ๆ ก็จะขอรับไว้ เพิ่มเติมนะครับ แล้วก็อาจจะขอไปพิจารณาในขั้นของคณะกรรมาธิการนะครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่มี ท่านสมาชิกจะอภิปรายนะครับ ถือว่าการอภิปรายเป็นการยุติแล้วนะครับ ต่อไปก็จะเป็นการ ขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยในการรับหลักการในวาระที่ ๑ ของร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้หรือไม่ แต่ก่อนจะขอมติจากที่ประชุมเราต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ ข้อ ๗๘ คือต้อง ตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ🔗

(นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง มีสัญญาณให้ สมาชิกที่มาประชุมทราบก่อนทำการตรวจสอบองค์ประชุม)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน สมาชิกที่อยู่ด้านนอกเข้ามาแสดงตนด้วยครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ด้านนอกเข้ามาแสดงตน และลงมตินะครับ อยากจะกราบเรียนท่านสมาชิกเป็นข้อสังเกตสักเล็กน้อยนะครับ เพราะระหว่างที่เรารอโดยไม่มีสมาชิกท่านใดอภิปราย ในการรอลงมติก็ดี ในการที่จะ ลงคะแนนอะไรก็ตามนะครับ ส่วนใหญ่ท่านสมาชิกจะลืมปิดไมโครโฟน บางท่านเปิด ไมโครโฟนทิ้งไว้ แล้วระหว่างที่เรารอการลงมตินี่เสียงมันจะออกไป การพูดคุยมันออกไป ถ่ายทอดสดนะครับ เพราะฉะนั้นช่วยสังเกตไมโครโฟนที่หน้าท่านด้วย ถ้าเกิดลืมปิดกรุณาปิด ให้ด้วยนะครับ ไม่อย่างนั้นแล้วเสียงมันออกอากาศนะครับ ที่ท่านคุยกันอยู่ เชิญท่านสมาชิก เข้ามาในห้องประชุมนะครับ มาลงมติครับ เชิญท่านอรรถกรครับ🔗

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบขอบพระคุณ ท่านประธานด้วยความเคารพนะครับ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร ส.ส. บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา นะครับ ก็ต้องขอบพระคุณท่านประธานนะครับที่รอเพื่อนสมาชิก แล้วก็ตอนนี้เท่าที่ทราบเมื่อสักครู่นี้ เพิ่งวางสายไปนะครับ เพื่อนสมาชิกที่อยู่ในห้องอนุงบกรรมาธิการหลายห้องกำลังเดินทาง ลงมา แต่ว่าอาจจะติดขัดตรงที่ลิฟต์มันมีจำนวนจำกัด ก็ขอให้ท่านประธานรออีกสัก ๕ นาที นะครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวิป (Whip) ครับ ไม่เป็นอะไรหรอกครับ ให้สมาชิกประชุมต่อไปเถอะครับ เอาไว้ลงมติกัน เที่ยวหน้าก็แล้วกันครับ เลื่อนไปพิจารณาต่อนะครับในคราวต่อไป วันนี้ปิดประชุมครับ ขอบคุณครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๑๖.๓๒ นาฬิกา