รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๔
ครั้งที่ ๑ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพุธที่ ๒ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๕
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
____________________
บัดนี้เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา แล้วนะครับ ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ก็จะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้ปรึกษาหารือ ตามข้อบังคับนะครับ ท่านแรก คุณวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ ขอเชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี เขต ๑ ผมมีเรื่องเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดอุบลราชธานี ในขณะนี้พี่น้อง ชาวจังหวัดอุบลราชธานีประสบมหาอุทกภัยน้ำท่วมหนักในรอบ ๔๔ ปี ระดับน้ำสถิติคือ อ้างอิงจากระดับน้ำเอ็ม ๗ (M7) จากสะพานเสรีประชาธิปไตย จังหวัดอุบลราชธานี ระดับน้ำ ปกติอยู่ที่ ๔-๕ เมตร ในปี ๒๕๒๑ น้ำท่วมอยู่ที่ระดับ ๑๒.๗๖ เมตร ปี ๒๕๔๕ ท่วมอยู่ที่ ๑๐.๗๗ เมตร ปี ๒๕๖๒ ท่วมอยู่ที่ ๑๐.๙๗ เมตร และปัจจุบันครับ ปี ๒๕๖๕ ท่วมอยู่ที่ ๑๑.๕๑ เมตร รวมจากระดับน้ำปกติท่วมสูงอยู่ที่ ๖.๕๑ เมตร และขณะนี้ยังท่วมอยู่ที่ ๙.๔๙ เมตร ท่วมจากระดับปกติยังเหลืออยู่ที่ ๔.๔๙ เมตร พี่น้องประชาชนในชุมชนยังรอ คำตอบจากรัฐบาลถึงความช่วยเหลือทุกครั้งที่น้ำท่วมครับ พี่น้องประชาชนจะอุ่นใจที่มี ส.ส. ยืนอยู่เคียงข้าง แต่ในขณะนี้ ส.ส. โดนกฎเหล็ก ๑๘๐ วันไม่สามารถลงพื้นที่ไปช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนได้ มีแต่ไปเยี่ยมเยียนและให้กำลังใจพี่น้องได้แค่นั้นครับ ผมขอเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรถึงท่านนายกรัฐมนตรี ให้วาระน้ำท่วมในครั้งนี้เป็นบทเรียน ให้เป็นวาระของชาติครับ ให้นำเรื่องน้ำท่วมในครั้งนี้มาศึกษาในสภาผู้แทนราษฎรครับ ให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทำเป็นเรื่องด่วน ให้พี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มา ถกปัญหาเรื่องร้องเรียนของพี่น้องประชาชน เรื่องเดือดร้อนต่าง ๆ และให้ท่านนายกรัฐมนตรี สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเยียวยาให้พี่น้องประชาชนที่บ้านเรือนทรุดพัง ไร่นาที่โดน น้ำท่วม ชดเชยให้พี่น้องประชาชนที่ไม่สามารถออกไปทำมาหากินได้ในน้ำท่วมในครั้งนี้ ขอความกรุณาท่านประธานสภาส่งถึงท่านนายกรัฐมนตรีด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
คุณเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย มีเรื่องปรึกษาหารือท่านประธานสภาผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ขอความช่วยเหลือครับ คือเรื่องถนนหมายเลข ๒๒๑๙ โคกเจริญ หนองม่วง แล้วก็ศรีเทพ ถนนระหว่างช่วง หน้าอำเภอถึงหน้า อบต. โคกเจริญเป็นถนนเล็ก ๆ ซึ่งมีการจราจรสัญจรอย่างมาก แล้วก็มี อุบัติเหตุบ่อยครั้ง อยากจะให้ทางกรมทางหลวง แขวงทางหลวงลพบุรีที่ ๑ ช่วยขยายเป็น ๔ ช่องจราจร เพราะว่าทำให้ลดการเกิดอุบัติเหตุขึ้น แล้วก็ช่วงที่ ๒ คือถนนสาย ๒๓๔๔ จากหน้าอำเภอโคกเจริญถึงวัดโคกกุ่ม กม. ๔ ถึง กม. ๕ ระยะทาง ๒ กิโลเมตรนี้ เพื่อความ สะดวกต่อประชาชนขอให้ขยายเป็น ๔ ช่องจราจร เพราะว่าจุดนี้เป็นจุดศูนย์ราชการของ อำเภอโคกเจริญครับ🔗
แล้วก็มีอีกเรื่องหนึ่งคือถนนสาย ๒๒๑๙ ช่วงหน้า อบต. ถึงหน้าอำเภอนี้ ไฟแสงสว่างมืดมิด ก็อยากจะให้กรมทางหลวง แขวงทางหลวงลพบุรีที่ ๑ ช่วยขอไฟแสงสว่าง ให้ด้วยครับ เรื่องที่ ๒ ขอความอนุเคราะห์ได้ติดตั้งไฟแสงสว่าง สาย ๒๒๘๒ บ้านมะนาวหวาน บ้านโปร่งเกตุ บ้านห้วยขุนราม ตรงช่วงตลาดห้วยขุนราม อำเภอพัฒนานิคม ก็อยากจะขอมี ไฟแสงสว่าง ซึ่งขอไปทางกรมทางหลวง กรมทางหลวงก็บอกว่างบประมาณยังไม่มี ขอให้ รัฐบาลช่วยจัดสรรให้หน่อยครับ🔗
แล้วก็อีกเรื่องหนึ่งคือชาวบ้านอำเภอท่าหลวง อำเภอชัยบาดาล อำเภอ ลำสนธิ กล่าวขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ ที่อนุมัติโครงการถนน ๔ เลน จากอำเภอท่าหลวงไปจังหวัดนครราชสีมา สาย ๒๒๕๖ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยการก่อสร้างของศูนย์สร้างทางหล่มสักครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณสงวน พงษ์มณี🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ต่อเนื่องจากการน้ำท่วมน้ำแล้งในปีนี้ ผมมี ความเดือดร้อนของชาวบ้าน โครงการพระราชดำริอ่างเก็บน้ำห้วยยาบ ตำบลห้วยยาบ อำเภอบ้านธิ จังหวัดลำพูน อ่างเก็บน้ำแม่ขนาด ตำบลทากาศ อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน มีความจำเป็นต้องสร้างอย่างเร่งด่วน เพราะว่าไม่อย่างนั้นน้ำก็จะท่วมทุกปีเป็นอย่างนี้🔗
โครงการที่ ๒ ถนนทุกสายมีปัญหาเรื่องเป็นทางกั้นน้ำครับ ถนนสาย ๑๑๔๗ จากแยกสันป่าฝ้าย นิคมอุตสาหกรรม ไปยังอำเภอบ้านธิ ขอให้กรมทางหลวงไปดูแลทางลอด หน้าโรงพยาบาลบ้านธิ หน้าวัดสันพระเจ้าแดง ตำบลห้วยยาบ และท่อลอดในเขตหมู่ ๑ ตำบลทาแม่ลอบ อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำท่วมมาติดอยู่ที่ถนน ต้องรีบ สร้างท่อลอดให้กว้างและเหมาะสมกับช่องทางของทางน้ำนะครับ🔗
โครงการที่ ๓ ที่จะเสนอความเดือดร้อนผ่านท่านประธานไปยัง กรมทรัพยากรน้ำบาดาลครับ ท่านครับ โครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อความมั่นคงระดับ ชุมชนของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลเป็นโครงการที่ดีมากครับ อยากจะให้นำโครงการนี้ไปช่วย แก้ปัญหาในตำบลทาแม่ลอบ อำเภอแม่ทา จังหวัดลำพูน และหมู่ ๙ ตำบลห้วยยาบ อำเภอ บ้านธิ จังหวัดลำพูน และหมู่ ๑ ตำบลอุโมงค์ อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน ขอให้ท่านประธาน ได้ส่งเรื่องเหล่านี้ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนด้วย ขอบคุณครับ🔗
นางสาวศรีนวล บุญลือ ครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ข้าเจ้า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทยเจ้า ข้าเจ้าได้ลงพื้นที่ได้รับการร้องทุกข์จากประชาชน ตำบลท่าผา อำเภอ แม่แจ่ม กลุ่มผู้เลี้ยงวัวราคาตกต่ำ ไม่มีพ่อค้าแม่ค้าเข้าไปซื้อเลยเจ้า เพราะมีการนำเข้าวัวจาก เพื่อนบ้านเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยเยอะมาก ทำให้กลุ่มผู้เลี้ยงวัวเดือดร้อน ข้าเจ้า ในนามตัวแทนพี่น้องประชาชนขอเรียนท่านประธานสภาไปยังรัฐบาล ช่วยเร่งแก้ไขปัญหา ความเดือดร้อนในครั้งนี้ด้วยเจ้า ขอปรับลดวัวนำเข้าจากเพื่อนบ้านแล้วก็มาช่วยซื้อวัวของ คนไทยด้วยกันด้วยเจ้า🔗
เรื่องที่ ๒ ช่วงเดือนกันยายน เดือนตุลาคม เกิดพายุฝนตกหนัก น้ำกัดเซาะ ตลิ่งพัง หมู่ ๑ หมู่ ๑๐ ตำบลดอนเปา อำเภอแม่วาง หมู่ ๕ หมู่ ๗ หมู่ ๖ ตำบลน้ำบ่อหลวง หมู่ ๑ หมู่ ๒ หมู่ ๓ ตำบลบ้านแม อำเภอสันป่าตอง หมู่ ๒ บ้านทุ่งท้อ หมู่ ๓ บ้านท่ามะโอ ตำบลสองแคว หมู่ ๔ บ้านสบอาว ตำบลสันติสุข อำเภอดอยหล่อ ตำบลข่วงเปา ตำบล บ้านหลวง ไปอำเภอจอมทอง ที่ประสบอุทกภัยน้ำกัดเซาะตลิ่งพังนะเจ้า ดังนั้นอยากจะ เรียนฝากท่านประธานขอเร่งแก้ไขปัญหาฮือกับพี่น้องประชาชนในครั้งนี้นะเจ้า โดยเฉพาะ กระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตร กระทรวงมหาดไทยนะเจ้า ขอฝากเร่งแก้ไขปัญหาฮือกับ ประชาชนในครั้งนี้ด้วยเจ้า ขอกราบขอบพระคุณประธานเจ้า🔗
คุณประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล ขอหารือปัญหาพี่น้องที่ตำบลเกาะลันตาน้อย อำเภอเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ซึ่งมีปัญหาการออกเอกสารสิทธิในที่ดินเมื่อไปขอออกโฉนดที่ดินก็ล่าช้าซึ่งพื้นที่ บนเกาะลันตาน้อยถูกประกาศเป็นเขตป่าไม้และพื้นที่ ส.ป.ก. แล้วก็ทั้ง ๆ ที่มีบ้านเรือน ราษฎรอาศัยอยู่จำนวนมาก มีตัวอย่างนะครับ หนังสือรับรองการทำประโยชน์ออกให้ ชาวบ้านแบบไม่ลงวันที่ ไม่ลงเดือน ไม่ลง พ.ศ. .... ด้วยครับ ตามภาพที่ประกอบ🔗
เจ้าหน้าที่รัฐเรียกรับ ผลประโยชน์ครับ ขอให้กระทรวงมหาดไทย กรมที่ดินต้องยกเครื่องเรื่องนี้โดยด่วน แต่พอกับ นายทุนสร้างรีสอร์ต (Resort) ได้ คนรวยก็สามารถมีเอกสารสิทธิได้ ขอให้จังหวัดกระบี่ อำเภอเกาะลันตา สำนักงานที่ดินกระบี่เร่งดำเนินการแก้ไขด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ คุณสมพร แต่งแก้ว ได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน ที่ชุมชนคลองแห้ง อ่างเก็บน้ำปกาสัย ตำบลเขาพนม อำเภอเขาพนม จังหวัดกระบี่ โครงการ ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำที่กระทบบ้านเรือนที่อยู่อาศัยสวนยาง สวนผลไม้ประมาณ ๖๐๐ ไร่ ซึ่งกรมชลประทานไม่สามารถอธิบายเหตุผลความจำเป็นและมีการข่มขู่ชาวบ้าน รวมทั้ง ไปอ้างเหตุผลที่ขอทำโครงการนี้สมัย ส.ส. เมื่อ ๔๐ ปีที่แล้ว ขอให้กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ กรมชลประทาน จังหวัดกระบี่ อำเภอเขาพนม แก้ไขปัญหานี้ด้วย🔗
เรื่องสุดท้ายครับ คุณวราวุธ จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคก้าวไกล ไปรับเรื่องร้องเรียนปัญหาการปล่อยน้ำเสียลงคลองของโรงงานปาล์ม โรงงานยางพารา โรงงานอื่น ๆ ที่อำเภอท่าฉาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทำให้ลำคลองน้ำเสียเกิดมลพิษ เส้นทาง คลองไหลลงสู่อ่าวท่าฉางซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของอ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี ทำให้สัตว์น้ำ หายไป รายได้ประมงชาวบ้านสูญเสียวันละหลักหลายพันบาท ขอให้กระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ จังหวัดสุราษฎร์ธานี แก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วนด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
คุณปรีดา บุญเพลิง🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายปรีดา บุญเพลิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน การศึกษานำการเมือง ครูพัฒนาคน ประชาชน พัฒนาชาติ ขอหารือท่านประธานผ่านไปยังนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กรณีที่กระทรวงศึกษาธิการให้สถานศึกษากำหนดมาตรการและป้องกันปัญหาความรุนแรง ในสถานศึกษานั้น ขอเรียนว่าสภาพปัญหาปัจจุบันปัญหาของสถานศึกษาในปัจจุบัน มีมากมาย และไม่มีนักการภารโรงหรือ รปภ. ที่จะคอยดูแลตรวจตราเพราะถูกตัดอัตรากำลัง ดังนั้นผมอยากเสนอให้นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเร่งกำหนด มาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างชัดเจนและเร่งด่วนดังนี้🔗
๑. กำหนดกรอบอัตรากำลังให้ทุกโรงเรียนมีเจ้าหน้าที่ หรือ รปภ. ทหาร ตำรวจ มาประจำที่โรงเรียน คอยตรวจตราบุคคลภายนอกเข้าออกสถานศึกษาตลอด ๒๔ ชั่วโมง🔗
๒. กำหนดมาตรการป้องกันปราบปรามการแพร่ระบาดของยาเสพติด เป็นวาระแห่งชาติ ให้องค์กรเครือข่ายทั้งภาครัฐ เอกชนและประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม เปิดเผยข้อมูลผู้ค้า ผู้เสพ บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด รัฐให้ความคุ้มครองผู้แจ้ง เบาะแสด้วย🔗
๓. สร้างภูมิคุ้มกันที่ดีให้กับเด็กและเยาวชนให้ห่างไกลยาเสพติด โดยเพิ่ม หลักสูตรการเรียนวิชาจริยธรรม ศีลธรรม บูรณาการการเรียนรู้ หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมแก่นักเรียน นิสิต นักศึกษา🔗
๔. ทหารและตำรวจควรทำงานเชิงบูรณาการเพื่อทำสงครามปราบปราม ป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติดให้หมดไปจากแผ่นดินไทยให้จงได้ ขอบพระคุณครับ🔗
คุณประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร เขต ๕ ดินแดน-ห้วยขวาง พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตหารือท่านประธาน ไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ๑ เรื่อง ในกรณีที่ทางรัฐบาลได้มอบหมายให้กรุงเทพมหานคร ในการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณแยกเกียกกาย เพื่อการแก้ไขปัญหา การจราจรระหว่างพื้นที่ฝั่งกรุงเทพมหานครและพื้นที่ฝั่งธนบุรี ในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ ทางรัฐบาลได้ขอเข้ามาในปีงบประมาณ แต่สภาไม่ได้มีการอนุมัติเห็นชอบให้จัดสรร งบประมาณในเรื่องของการเวนคืน ๖๐๐ ล้านบาท และค่าก่อสร้าง ๘๔ ล้านบาท สภาตัดไปนะครับ ฉะนั้นตรงนี้ขออนุญาตนำเรียนท่านประธานผ่านไปถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อที่จะได้พิจารณาจัดสรรงบกลางในอำนาจของนายกรัฐมนตรี เพื่อที่จะนำมาแก้ไขปัญหา ให้กับกรุงเทพมหานคร เพราะว่าในเรื่องของการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณ แยกเกียกกายนั้นเป็นโครงการที่ทางรัฐบาลได้มอบให้ กทม. เป็นคนดำเนินการ ในส่วนของการเวนคืนซึ่งจะใช้งบประมาณประมาณ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาทนั้น รัฐบาลเอง รับผิดชอบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ในขณะนี้ได้มีการจ่ายไปแล้วประมาณ ๔,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในปี ๒๕๖๒ ปี ๒๕๖๓ และปี ๒๕๖๔ ส่วนปี ๒๕๖๖ กทม. ขอมาอีก ๖๐๐ ล้านบาท แต่สภาไม่ให้ก็ขอให้นายกรัฐมนตรีได้จัดสรรงบประมาณในส่วนของงบกลางไปแก้ไขปัญหา ส่วนในเรื่องของค่าก่อสร้างสะพานจะใช้วงเงินประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท รัฐบาล รับผิดชอบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ กทม. รับผิดชอบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ปี ๒๕๖๖ กทม. ขอรัฐบาลมา ๘๔ ล้านบาท สภาไม่ให้ ก็ขอให้นายกรัฐมนตรีเองได้จัดสรรงบกลางเพื่อที่จะได้นำไปให้ กรุงเทพมหานครซึ่งในขณะนี้ได้ตัวผู้รับจ้างในการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณแยกเกียกกายตรงหน้าอาคารรัฐสภาแล้ว กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
คุณบัญญัติ เจตนจันทร์🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผมขอหารือผ่านท่านประธานสภาไปถึง รัฐบาล ๓ เรื่องดังนี้นะครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหา น้ำท่วมในพื้นที่อำเภอแกลง อำเภอวังจันทร์ อำเภอเขาชะเมา จังหวัดระยอง อย่างเป็นระบบ ด้วยการตรวจสอบและดำเนินการขุดลอกลำคลองสายต่าง ๆ ที่มีลักษณะตื้นเขิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคลองบุญสัมพันธ์ซึ่งเป็นคลองขุดในพื้นที่ตำบลบ้านนา ตำบลทุ่งควายกิน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง คลองขุดนี้ได้ก่อสร้างมาเพื่อระบายน้ำหลากในฤดูฝน แต่ปัจจุบันมีลักษณะตื้นเขิน การระบายน้ำไม่คล่องตัวทำให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขัง ในตำบลบ้านนา ตำบลทุ่งควายกินแทบทุกปี ดังนั้นจึงขอให้รัฐบาลได้ยกระดับ คลองบุญสัมพันธ์แห่งนี้ให้มีศักยภาพให้ใกล้เคียงกับคลองภักดีรำไพ จังหวัดจันทบุรี🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้ท่านนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งรัด ดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่อำเภอแกลง อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง หลังเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่เมื่อปลายเดือนกันยายนถึงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา แต่ว่า การช่วยเหลือก็ยังไม่ถึง ขอให้ช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยเงินทดรอง ราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินด้วยครับ🔗
เรื่องสุดท้าย เรื่องที่ ๓ ขอให้กระทรวงคมนาคมได้เร่งรัดซ่อมแซมไฟฟ้า ส่องสว่างถนนสุขุมวิท บริเวณบ้านเนินสมบูรณ์ ตำบลทุ่งควายกิน อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ซึ่งมีอุบัติเหตุบ่อยครั้งเนื่องจากค่อนข้างมืด ล่าสุดมีจักรยานยนต์ถูกเฉี่ยวชน ทำให้ศีรษะขาดกระเด็นเลย ตลอดจนขอให้กระทรวงคมนาคมสำรวจถนนสุขุมวิท และถนนบ้านบึงแกลง ในพื้นที่อำเภอแกลง อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง พื้นที่ใดที่มี ความมืดขอให้เร่งซ่อมแซมไฟฟ้าแสงสว่างให้เกิดความปลอดภัยด้วย กราบขอบพระคุณครับ🔗
คุณครูมานิตย์ สังข์พุ่ม🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคเพื่อไทย จังหวัดสุรินทร์ วันนี้วันพุธที่ ๒ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๕ ซึ่งเป็นวันแรกของการเปิดสมัยประชุมครั้งสุดท้าย ในช่วง ปิด ๒ เดือนเรามีเรื่องที่มีปัญหาพี่น้องเดือดร้อนกันมากมายทั่วประเทศ แต่โดยระยะเวลา สั้น ๆ ผมขอหารือเรื่องสำคัญที่สุดก่อนนั่นก็คือเรื่องของพายุโนรูที่มาเมื่อสักครู่ มาปั๊บหายไป แต่ความโศกเศร้า ความเสียหายเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนคนไทยทั่วประเทศ โดยเฉพาะ จังหวัดสุรินทร์ของผมหรือในเขตอำเภอสำโรงทาบ ในเขตอำเภอศีขรภูมิของผมนั้น วันนี้หลังจากพายุไปแล้วถนนหนทางก็ขาดพังกระจุยกระจายหมด ก็ฝากไปยังรัฐมนตรี หรือผู้มีอำนาจรับผิดชอบไม่ว่าจะเป็นกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบทก็ดีหรือ กรมการปกครองส่วนท้องถิ่นก็ดีให้รีบดำเนินการและสิ่งที่สำคัญก็คือชาวนาซึ่งยากจนอยู่แล้ว มีปัญหาอยู่แล้วกับราคาข้าวไม่มีราคา แต่พายุมาน้ำขังหลายวันโดยเฉพาะอำเภอสำโรงทาบ ในอำเภอศีขรภูมิ ข้าวตายไปค่อนข้างอำเภอละครึ่งหนึ่ง แล้วก็วันนี้ความยากจนก็มีอยู่แล้ว ที่ผมบอกท่านประธาน ไหนค่าปุ๋ย ไหนค่าเกี่ยว ไหนค่าไถ ที่ผ่านมาก็อยากให้หน่วยงาน ที่รับผิดชอบโดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รีบฟื้นฟูชดเชย ผมกราบเรียนอย่างนี้ไม่อยากให้ชดเชยเฉพาะเป็นเงินอย่างเดียว ให้ร่วมกันทั้งเงิน แล้วก็ พวกพันธุ์ข้าว ถ้าเป็นไปได้ส่วนไหนที่ทางราชการชดเชยให้ได้ก็อยากให้ชดเชยอย่างเร่งด่วน อย่างน้อย ๆ ก็เป็นการให้กำลังใจ เพราะว่าพายุมาครั้งนี้สร้างความเสียหายให้มากมายทีเดียว ไม่เกิดมานานแล้วครับน้ำท่วมรุนแรงอย่างนี้ ก็ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
คุณนิพันธ์ ศิริธร🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นิพันธ์ ศิริธร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง เขต ๑ พรรคพลังประชารัฐ มีเรื่องหารือท่านประธาน ๑ เรื่องดังนี้ครับ ได้รับการร้องเรียนจากนายวีระชัย รุ่งเรือง กำนัน ตำบลนาพละ นายระวีวัฒน์ ชัยเพชร กำนันตำบลบ้านโพธิ์ นายวศิญาพงษ์ นาศรี ประชาชน ในตำบลน้ำผุด ตำบลบ้านโพธิ์ และตำบลนาพละ ว่าได้รับความเดือดร้อนจากการใช้เส้นทาง ถนนทางหลวงแผ่นดินสายที่ ๔๑๒๓ สายบ้านโพธิ์ถึงอำเภอห้วยยอด เนื่องจากมีการใช้รถ ใช้ถนนเป็นจำนวนมากเพราะเป็นถนนสายสำคัญที่ติดต่อระหว่างอำเภอเมืองตรังและอำเภอ ห้วยยอด เป็นเส้นทางสู่สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญหลายแห่งของจังหวัดตรัง แต่สภาพปัจจุบัน ถนนคับแคบเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงต้องการให้กรมทางหลวงแผ่นดินปรับเป็นถนน ๔ ช่องจราจร ในช่วงชุมชน พร้อมติดตั้งไฟฟ้าแสงสว่างเพื่อความปลอดภัยของประชาชนที่ใช้เส้นทางนี้ รายละเอียดจะได้นำเสนอผ่านท่านประธานสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไปครับ🔗
คุณณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ครับ🔗
เดี๋ยวถ้าฝ่ายโสตพร้อม นำสไลด์ (Slide) ได้เลยนะครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิก สภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล เขตบางแค กรุงเทพมหานคร วันนี้จะขออนุญาต ท่านประธาน ขอหารือในความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวบางแค ๓ เรื่องด้วยกันครับ ๒ เรื่องแรกเป็นเรื่องที่อยากจะให้ส่งไปทางสำนักการโยธา กรุงเทพมหานครครับ ท่านประธาน🔗
เรื่องแรกเป็นเรื่องของชุมชนวัดพรหมสุวรรณสามัคคีในเขตบางแคครับ ก็เป็นปัญหาความเดือดร้อนที่มีการก่อสร้างสะพานข้ามไปทับทางคนเดินทำให้ชาวบ้าน ปัจจุบันไม่สามารถเดินทางเลียบคลองได้นะครับ ตามรูปที่ทุกท่านเห็นอยู่บนสไลด์ (Slide) ก็คือเวลาจะเดินเชื่อมไปก็ต้องมุดใต้สะพานไปซึ่งสิ่งที่ชาวบ้านต้องการไม่ได้ต้องการอะไร มากเลยครับ ขอสไลด์ (Slide) ถัดไปนะครับ อีกฝั่งหนึ่งของสะพานสำนักการโยธา กรุงเทพมหานครเปิดให้ชาวบ้านสามารถสร้างทางขึ้นไปได้เอง ชาวบ้านไม่ได้ขออะไรขอแค่ การเปิดเดี๋ยวชาวบ้านสร้างกันเองได้ แต่ที่ปัญหาดูน่าแปลกก็คืออีกฝั่งหนึ่งสำนักการโยธา ไม่ยอมเปิดให้ ทำให้ทางเดินนี่ขาด ต้นเรื่องนี้ผมได้ตั้งไปที่สำนักงานเขตบางแคแล้ว แต่ว่าทางเขตเองแจ้งว่าอยู่ในความรับผิดชอบของ สนย. หรือสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร ก็เลยอยากจะฝากท่านประธานครับ ให้ทำเรื่องหารือไปทางกรุงเทพมหา นครให้อนุญาตเปิดสะพานตรงนี้อีกฝั่งหนึ่งด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของสำนักการโยธากรุงเทพมหานครเหมือนกัน ก็คือ เรื่องของไฟส่องสว่างในบริเวณถนนพุทธมณฑล สาย ๒ ที่ดับมาแล้วเป็นเวลา ๖ เดือน กว่า ๔๐ ดวง ก็เป็นเลขต้นเรื่องที่เคยประสานไปทางการไฟฟ้านครหลวง เดี๋ยวผมให้เลข รับเรื่องไว้จะได้ประสานเรื่องได้ก็คือเลขรับที่ ๐๑๖๙๐ ลงวันที ๒๕ เมษายน ๒๕๖๕ ครับ🔗
เรื่องสุดท้ายครับ เป็นเรื่องที่จะต้องขอหารือท่านประธานส่งไปยัง กฟน. หรือการไฟฟ้านครหลวงเช่นเดียวกัน เรื่องเมื่อสักครู่คือ กฟน. บอกว่าต้นเรื่องอยู่ที่ สำนักการโยธาก็ฝากไว้ที่สำนักการโยธา เรื่องสุดท้ายก็คือเป็นเรื่องไฟส่องสว่างในหมู่บ้าน เศรษฐกิจบริเวณเศรษฐกิจแมนชั่น ดับกว่า ๓๐ ดวง เช่นเดียวกันคาราคาซังมาแล้ว ๓ เดือน ผมได้ส่งหนังสือไปแล้วนะครับ ตามเลขรับที่ ๐๓๘๘๗ ลงวันที่ ๑๙ สิงหาคม ๒๕๖๕ ที่การไฟฟ้านครหลวง ขอบคุณครับ🔗
คุณกรวีร์ ปริศนานันทกุล🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม กรวีร์ ปริศนานันทกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย จากจังหวัดอ่างทองครับ เรื่องหารือที่จะนำเอาปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องราษฎร ในจังหวัดอ่างทองที่ประสบกับปัญหาน้ำท่วมใหญ่อีกครั้งหนึ่งในปีนี้ ตั้งแต่ก่อนที่จะ ปิดสมัยประชุมสภา รวมไปถึงเดือนเศษที่อยู่ในช่วงของการปิดสมัยสภาและมาเปิดประชุมสภา น้ำที่อ่างทองยังท่วมไม่เลิกเลยครับ ก็ต้องบอกว่าปีนี้เป็นความสงสัยและชาวบ้านก็ตั้งคำถาม ว่าเป็นการบริหารจัดการน้ำที่ผิดพลาดไม่เป็นธรรม และทำให้เกิดความเสียหายกับพี่น้อง ในเขตที่ราบลุ่มภาคกลางโดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดอ่างทองและจังหวัด พระนครศรีอยุธยาหรือไม่ ที่จังหวัดอ่างทองมีทั้งสิ้นมี ๗ อำเภอ เสียหาย ๖ อำเภอ ๕๒ ตำบล ๓๐๐ กว่าหมู่บ้าน มากกว่า ๒๕,๐๐๐ ครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากการบริหาร จัดการน้ำในรอบนี้ พี่น้องประชาชนฝากผมมาได้ติดตามแล้วก็ทวงถามถึงเรื่องของการช่วยเหลือเยียวยาและ ฟื้นฟูหลังจากที่น้ำลด มีพี่น้องเกษตรกรหลายพันครัวเรือนครับมีพื้นที่ที่เสียหายมากกว่า ๒๐,๐๐๐ ไร่ ได้ติดตามมาว่าได้สอบถามมาว่าความช่วยเหลือการเยียวยาสำหรับพืชสวน ไร่นาที่เสียหายรัฐบาลจะมีมาตรการอย่างไร เช่นกันกับบ้านเรือนที่พี่น้องประชาชนได้รับ ผลกระทบมากกว่า ๒๕,๐๐๐ ครัวเรือนจากทั้งจังหวัด แนวทางในการช่วยเหลือเยียวยา ในเรื่องของการซ่อมแซมบ้านจะมีมาตรการในการช่วยเหลือให้กับพวกเขาอย่างไร และสุดท้ายเรื่องของถนนหนทาง คูคลองต่าง ๆ รวมไปถึงเขื่อนป้องกันน้ำที่พังเสียหายไป จากน้ำท่วมในปีนี้ รัฐบาลจะมีแนวทางในการเร่งรัดช่วยเหลือเยียวยาฟื้นฟูให้กลับมาสู่ สภาพเดิมได้อย่างไร พี่น้องประชาชนติดตามและทวงถามอยากจะให้เร่งรัดและมีความ ชัดเจน รวมไปถึงเงินที่จะช่วยเหลือต่าง ๆ ให้กับพี่น้องประชาชนนั้นด้วยความเร่งด่วนครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
คุณจิรทัศ ไกรเดชา🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายจิรทัศ ไกรเดชา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย ผมจะนำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวจังหวัด พระนครศรีอยุธยามาหารือกับประธานผ่านถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงมหาดไทย ซึ่งจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้รับผลกระทบ จากอุทกภัยในปีนี้สร้างความเสียหายให้กับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มากถึง ๗๓,๔๓๓ ครัวเรือน ก็อยากหารือกับท่านประธานไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มา ตรวจสอบ ดูแลพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบอยู่ในขณะนี้ โดยเฉพาะพี่น้องชาวอำเภอ ลาดบัวหลวง บางซ้าย เสนา ผักไห่ บางบาล ได้รับความเสียหายมากถึง ๓๐,๐๐๐ ครัวเรือน ถนนเสียหายประมาณ ๓๐ สาย สถานที่ราชการ ๕๐ แห่ง โรงเรียน ๔๓ มัสยิด ๑๕ แห่ง วัด มัสยิด ได้รับความเสียหายกันอย่างถ้วนหน้าในการบริหารจัดการน้ำของหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง ทำให้พี่น้องชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้รับความเดือดร้อน ๒ ปีซ้อน ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๖๔ และมาถึง พ.ศ. ๒๕๖๕ พี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นเวลานาน ซึ่งอยู่กับน้ำท่วมขังเป็นเวลา ๓-๔ เดือนแล้วครับท่านประธาน บางบ้านต้องมาอาศัยอยู่บน ท้องถนนแล้วก็เอารถมาจอดบนท้องถนนก็ยังมีการโจรกรรมล้อรถยนต์สร้างความเสียหาย ให้กับพี่น้องประชาชน บ้านเรือนได้รับความเสียหายขนาดหนักเลยนะครับ ซึ่งท่านประธาน ก็ได้ลงพื้นที่ไปเยี่ยมเยียนพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา กระผมก็ต้อง ขอขอบคุณท่านประธานนะครับที่ได้ไปให้กำลังใจกับพี่น้อง แล้วอยากให้ท่านประธานนะครับ เร่งรัดถึงเงินชดเชยพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในครั้งนี้อย่างแสนสาหัส เลยนะครับ เพราะว่าปัญหาน้ำท่วมถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ ก็อยากให้รัฐบาลเข้ามาแก้ปัญหา ดูแลอย่างจริงจังให้เป็นรูปธรรมเพื่อลดปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนที่อยู่ใน พื้นที่ราบลุ่มโดยเฉพาะจังหวัดพระนครศรีอยุธยาครับ ขอบคุณครับ🔗
ผมนำเรื่องที่ท่านจิรทัศพูด ไปแจ้งนายกแล้วครับ ที่ได้ไปเห็นมา นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ดิฉันขออนุญาตหารือท่านประธาน เรื่องแรกขอให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเร่งจัดสรรที่ดินทำกินที่เอกชนเคยเช่าจากรัฐเพื่อปลูกปาล์มน้ำมัน ปัจจุบันได้หมด สัญญาเช่าแล้วในหลายอำเภอของจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเฉพาะในอำเภอเคียนซา พระแสง และชัยบุรี และกาญจนดิษฐ์ ให้กับชาวบ้านที่ไม่มีที่ดินทำกิน ดิฉันเคยนำเรื่องนี้เข้าหารือ ในสภาแล้วแต่ไม่มีความคืบหน้า🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำประปา ไม่เพียงพอและไม่มีคุณภาพในหลายอำเภอของจังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยเฉพาะอำเภอเวียงสระ บ้านนาสาร เคียนซา พระแสง และชัยบุรี🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งจัดสรรงบประมาณเพื่อแก้ปัญหาดังนี้ ๑. ขุดลอกลำคลองตลอดทั้งสายเนื่องจากลำคลองตื้นเขินพร้อมแก้ปัญหาแนวตลิ่งริมคลอง ผัง ๘ แห่ง ได้แก่ ลำคลองตาล ลำคลองน้ำพุ ลำคลองลำพูน ลำคลองเชิงหมอ ลำคลองฉวาง ลำคลองฉนวน ลำคลองน้ำเฒ่าและลำคลองหน ๒. ขุดลอกอ่างเก็บน้ำห้วยกา หมู่ ๗ ตำบล บ้านส้อง และขุดลอกคูเมือง หมู่ ๗ ตำบลควนสุบรรณ พร้อมตั้งสถานีสูบน้ำและระบบ ชลประทาน ๓. พัฒนาบ่อน้ำร้อน หมู่ ๑๓ ตำบลทุ่งหลวง ให้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวของ อำเภอเวียงสระ ๔. ปรับปรุงภูมิทัศน์บริเวณหลังป้อมตำรวจทุ่งเตา หมู่ ๑ ตำบลทุ่งเตา เป็นแหล่งท่องเที่ยวพร้อมใช้ทำกิจกรรม ๕. ปรับปรุงซ่อมแซมสนามฟุตบอลโรงเรียน บ้านสวนกล้วยหมู่ ๑๗ ตำบลบ้านส้อง ๖. จัดสร้างระบบท่อระบายน้ำถนนโรงเลื่อย ชุมชน ห้วยมุด ๒ เทศบาลเมืองนาสาร ๗. จัดสร้างระบบท่อระบายน้ำซอยป้าเหือม ชุมชนห้วยมุด ๓ เทศบาลเมืองนาสาร ๘. แก้ปัญหาแนวตลิ่งริมแม่น้ำตาปีพัง หมู่ ๕ ตำบลควนศรี🔗
เรื่องสุดท้ายขอให้กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชเร่งพิจารณา อนุญาตให้เทศบาลตำบลบ้านส้อง เข้าดำเนินการซ่อมแซมถนนในเขตอุทยานแห่งชาติ ใต้ร่มเย็น ดังนี้ ๑. ถนนสายคอกวัว หมู่ ๑๖ ๒. ถนนสายช้างลาก หมู่ ๑๗ ๓. ถนนสาย ศิลาราช หมู่ ๑๗ ๔. ถนนบนฝายน้ำล้นคลองราง หมู่ ๑๗ ๕. ถนนซอยบ่าวแกะ หมู่ ๑๒ ๖. ถนนสายปอณรงค์ หมู่ ๑๔ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
คุณสุรชาติ ชาญประดิษฐ์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ พรรคเพื่อไทย ผมขอหารือปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ชาวอำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมนั้น พื้นที่นี้เป็นพื้นที่อยู่ใกล้แม่น้ำชี แม่น้ำมูล และแม่น้ำห้วยขะยุง ปีนี้น้ำได้ท่วมอย่างหนัก ไร่นาเสียหายหลายหมื่นไร่ โดยเฉพาะตำบล บัวน้อย ตำบลโนนสัง ที่ปลูกข้าวหอมมะลิ ๑๐๕ ได้รับความเสียหายทั้งตำบล ระยะนี้ พี่น้องชาวตำบลบัวน้อย และตำบลโนนสังนั้น ถึงฤดูเก็บเกี่ยวข้าวหอมมะลิ แต่ปีนี้เป็นที่ น่าเสียดายว่าพี่น้องประชาชน ไม่ได้ขายข้าว มาถูกน้ำท่วมอย่างหนัก ชาวบ้านต้องขนย้าย สัตว์และสิ่งของหนีน้ำท่วมกันอย่างลำบาก ชาวบ้านถูกตัดขาดจากโลกภายนอก ต้องใช้เรือ ในการเดินทางเข้าออกหมู่บ้าน และ ส.ส. ก็ไม่สามารถไปช่วยพี่น้องประชาชนได้ เพราะกฎเหล็ก ๑๘๐ วัน และผมก็ต้องขอขอบคุณหน่วยงานที่ออกไปดูแลพี่น้องประชาชน ทุกหน่วยงานในครั้งนี้ ท่านประธานครับ น้ำท่วมครั้งนี้พี่น้องประชาชนอำเภอกันทรารมย์นั้น ได้ท่วมทั้งหมด ๑๕ ตำบล ๙๕ หมู่บ้าน จำนวนครัวเรือน ๕,๕๐๐ ครัวเรือน ไร่นา ของประชาชนได้รับความเสียหาย ๔๖,๘๘๒ ไร่ ท่านประธานครับ เมื่อปี ๒๕๕๔ น้ำได้ท่วม ไร่นาและชาวบ้านเดือดร้อน รัฐบาลในสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ได้จ่ายค่าชดเชยบ้านเรือน ที่ถูกน้ำท่วม ครัวเรือนละ ๑๕,๐๐๐ บาท และไร่นาที่ถูกน้ำท่วมไร่ละ ๒,๔๔๔ บาท ผมอยาก ให้รัฐบาลจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนครัวเรือนละ ๕๐,๐๐๐ บาท ค่าชดเชยให้กับไร่นา ที่ถูกน้ำท่วมอย่างน้อยก็ไร่นาละ ๕,๐๐๐ บาท ฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง รัฐบาล ช่วยเร่ง ดำเนินการให้กับพี่น้องประชาชนด้วย ผมขอส่งเอกสารให้กับรัฐบาลให้ท่านประธานครับ🔗
คุณนิยม ช่างพินิจ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม ช่างพินิจ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก สิ่งที่ผมจะหารือมีอยู่ ๓ เรื่องด้วยกันครับ เนื่องจากที่ลงพื้นที่แล้ว🔗
ปัญหาเรื่องแรกก็คือเรื่องของส่วนต่างของข้าวที่พี่น้องเกษตรกรนี้ยังไม่ได้ รับเลย ส่วนต่างของโครงการนโยบายประกันรายได้🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวให้กับพี่น้องเกษตรกรหรือว่าลดต้นทุน การผลิต เพราะจะเห็นได้ว่าถึงแม้ว่าวันนี้เราจะมองว่าราคาข้าวดี แต่สิ่งที่สำคัญวันนี้เอง ไม่ว่าจะเป็นปุ๋ย ไม่ว่าราคาน้ำมันราคาสูงมากครับ เพราะฉะนั้นเองวันนี้พี่น้องเกษตรกร เรียกร้องมาก โดยเฉพาะส่วนต่างถึงจะได้ไม่เยอะแต่ว่าค่าเก็บเกี่ยวหรือลดต้นทุนการผลิต ที่ไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท ๒๐ ไร่ ผมอยากให้ทางท่านประธานสื่อถึงรัฐบาลเร่งจ่ายเม็ดเงินตรงนี้ ให้กับพี่น้องเกษตรกรนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ วันนี้ในพื้นที่ของอำเภอบางระกำ นับว่าต้องเจอปัญหาอุทกภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของโครงสร้างถนนหนทางต่าง ๆ พื้นฐาน เสียหายเยอะ แต่สิ่งที่ สำคัญก็คือด้วยศักยภาพของท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบต. หรือเทศบาล ผมว่ามันไม่สามารถที่จะ ซ่อมแซมได้ และสิ่งที่ผมอยากให้ทางกรมส่งเสริมก็ดี หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น ทางหลวงชนบทก็ดี ช่วยผลักดันแก้ปัญหา แล้วก็แก้ปัญหาแบบยั่งยืนก็คือสิ่งที่จะช่วยเยียวยา ให้กับพี่น้องได้ก็คือถ้าปัญหาอุทกภัยมาอีก ผมอยากให้ยกระดับถนนของแต่ละเส้น อย่างน้อยก็ให้พี่น้องได้สัญจรไปมาได้อย่างสะดวก ก็คงจะมีอยู่ ๓ เรื่องด้วยกัน ๑. เรื่องของ ค่าส่วนต่าง ๒. เรื่องของช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวหรือลดต้นทุนการผลิต แล้วก็เรื่องของปัญหา อุทกภัย อยากให้ทางท่านประธานฝากถึงรัฐบาลครับ ขอบพระคุณมากครับท่านประธาน🔗
คุณรังสิมันต์ โรม ครับ🔗
เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอหารือต่อท่านประธาน ๔ เรื่อง🔗
เรื่องแรก ผมได้รับร้องเรียนจาก คุณฐิติกันต์ ฐิติพฤฒิกุล กรณีถนนขึ้นลง เขาป่าตอง จังหวัดภูเก็ตพังลงมา การสัญจรเป็นไปอย่างยากลำบากติดขัดทำได้เฉพาะ จักรยานยนต์เท่านั้น ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวและพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ซึ่งช่วงนี้ เป็นช่วงไฮซีซัน (High Season) มีนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ความเสียหายจะขยายเป็น วงกว้างทั้งต่อประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ไม่ดี รวมถึงปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นเนื่องจาก การขนส่งที่ยากลำบาก จึงอยากให้ท่านประธานประสานไปยังรัฐบาลและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งในการดำเนินการซ่อมแซมถนนให้แล้วเสร็จโดยเร่งด่วนครับ🔗
เรื่องที่ ๒ จากปัญหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นที่จังหวัดภูเก็ตในหลายพื้นที่ เกิดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก ปรากฏว่าทางราชการยังไม่ได้มีการมอบ เงินเยียวยาให้แก่พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ก่อนหน้านี้โควิด (COVID) ก็แย่แล้ว เจออุทกภัยอีกพี่น้องเดือดร้อนเป็นอย่างมาก อย่าให้ความล่าช้าของระบบราชการ เป็นอีกหนึ่งความเลวร้ายที่พี่น้องชาวภูเก็ตจะต้องได้รับอีกเลยครับ ขอให้ท่านประธาน ช่วยประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งเยียวยาด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ การแจ้งเตือนภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในจังหวัดภูเก็ตขาดประสิทธิภาพ ประชาชนในหลายพื้นที่ไม่ทราบล่วงหน้าทำให้ยามเมื่อเกิดอุทกภัยพี่น้องไม่สามารถ ขนข้าวของได้ทันท่วงที ส่งผลให้เกิดความเสียหาย อยากให้ท่านประธานประสานไปยัง รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาและให้ความช่วยเหลือต่อพี่น้องอย่างทันท่วงที ยามเกิดเหตุด้วยครับ🔗
เรื่องสุดท้ายผมได้รับการร้องเรียนจากคุณปกรณ์ อารีกุล ว่าในพื้นที่ อำเภอเมืองพรหมคีรี อำเภอพระพรหม อำเภอทุ่งใหญ่ อำเภอฉวาง จังหวัดนครศรีธรรมราช มีการระบาดของยาเสพติดโดยเฉพาะยาบ้า บางอำเภอราคาถูกเพียงเม็ดละ ๒๕ บาท เกิดการลักเล็กขโมยน้อย ขโมยกระทั่งขี้ยาง ล่าสุดในพื้นที่ขโมยขี้ยาง ๑ กิโลกรัม ซื้อยาบ้าได้ ๑ เม็ด แม้ว่าทางผู้ว่าราชการจังหวัดคนใหม่จะพยายามแก้ไขปัญหาแต่ไม่เพียงพอ จำเป็นต้องอาศัยการสนธิกำลังของเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนในการปราบปรามยาเสพติด จึงขอให้ท่านประธานช่วยปรึกษาไปยังท่านนายกรัฐมนตรีเพื่อแก้ปัญหาอย่างเร่งด่วนด้วย ขอบคุณครับ🔗
คุณเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกำแพงเพชร เขต ๒ พรรคพลังประชารัฐ เนื่องจากผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายกฐานภัทร อินเลี้ยง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลจันทิมา กับท่าน ส.จ. เอนก บำรุงเชื้อ บริเวณคลองมาบไทร เป็นคลองที่ไม่ได้อยู่ในอำนาจของกรมชลประทาน ตัว อบต. เองก็ไม่มีงบประมาณเพียงพอ ในการที่จะแก้ไขปัญหาให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน ผมจึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยัง กรมทางหลวงชนบท ท่อบริเวณถนน กพ. ๔๐๒๒ กม. ๘+๙๗๖ หนองสัก จันทิมา มีขนาด เล็กและสูงเกิน แม้กระทั่งในช่วงหน้าน้ำน้ำก็แทบจะผ่านท่อไปยังคลองมาบไทรเองแทบ ไม่ได้เลย แล้วก็ต้องขอกราบเรียนท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทยให้เร่งรัด ในการจัดสรรงบประมาณแก้ไขในการลอกคลอง เนื่องจากคลองมีความรกแล้วก็ตื้นเขิน เป็นอย่างมาก ถ้าสามารถทำได้จะช่วยแก้ไขปัญหาให้กับพี่น้องได้หลายตำบลทั้งตำบลช่องลม ตำบลโนนพลวง ตำบลประชาสุขสันต์และตำบลจันทิมา ขอบคุณครับ🔗
คุณไตรรงค์ ติธรรม🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ไตรรงค์ ติธรรม พรรคเพื่อไทย เขต ๒ จังหวัดบึงกาฬ วันนี้ขอหารือกับท่านประธาน ในเรื่องกีฬาแต่ว่า ๒ ประเด็น🔗
ประเด็นแรก สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย โดยมีท่าน พลตำรวจเอก สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง เป็นนายกสมาคม ซึ่งมีแฟนคอฟุตบอลหลายคนบอกว่าสมาคมฟุตบอลของเรา ไม่มีความเจริญก้าวหน้า ท่านก็อยู่มานานแล้วเกือบจะ ๘ ปีแล้วไม่เห็นมีการพัฒนา เขาบอก ว่าก็ยังดีมีกีฬาดิวิชัน (Division) ต่าง ๆ ให้เราพอดูได้ แต่ว่าเรื่องนักกีฬาฟุตบอลเราที่ไปแข่ง ระดับประเทศ ระหว่างประเทศ ใจหายใจคว่ำครับเพราะว่าเรามีนักกีฬาเยอะแยะ เป็นนักฟุตบอลอาชีพก็มีเยอะแยะ แต่สมาคมฟุตบอลไม่มีการพัฒนา ฉะนั้นอยากให้ท่าน นายกพัฒนาสมาคมให้มันประทับอกประทับใจ โค้ช (Coach) ที่เป็นคนไทยเราก็มีเยอะแยะ ซิกโก้คนไทยชื่นชอบแล้วเราไปจ้างทำไมโค้ช (Coach) ต่างประเทศมา🔗
ข้อที่ ๒ คือการกีฬาของประเทศไทย ผมอยากให้การกีฬาแห่งประเทศไทย มีการพัฒนาตั้งแต่ระดับยุวชน โดยเฉพาะการกีฬา กีฬาทำให้สร้างรายได้ สร้างงาน สร้างอาชีพทั้ง ๓ ประการนี้มีคนที่เกี่ยวข้องเยอะแยะเป็นหลายแสนคน ฉะนั้นการจะ พัฒนาการกีฬาของประเทศไทยเราต้องเริ่มตั้งแต่ยุวชน โดยเฉพาะในโรงเรียน โรงเรียน ทุกโรงเรียนเขาจะมีกีฬาสีอยู่ ฉะนั้นการกีฬาแห่งประเทศไทยควรจะเข้าไปดูแล เข้าไป สนับสนุนโรงเรียนบ้าง ขอบคุณครับ🔗
นายอภิชา เลิศพชรกมล🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อภิชา เลิศพชรกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด นครราชสีมา เขต ๙ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องร้องเรียนจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้านในเขตท่าเยี่ยม อำเภอโชคชัย เรื่องของการขอให้ทางการประปาส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทยได้สำรวจออกแบบเพื่อที่จะให้มีการก่อสร้างขยายท่อประปาให้กับพี่น้อง ประชาชนในเขตพื้นที่ตำบลท่าเยี่ยม เนื่องจากพื้นที่ตำบลท่าเยี่ยมนั้นมีความเจริญเติบโต ในเรื่องของที่อยู่อาศัยเนื่องจากมีโรงงานอุตสาหกรรมเข้ามาก่อสร้างในพื้นที่ตำบลท่าเยี่ยม ดังนั้นการขยายตัวของเมืองนั้นทำให้น้ำประปาหมู่บ้านซึ่งไม่พอใช้ จึงอยากจะให้ทาง การประปาส่วนภูมิภาคได้มาสำรวจออกแบบและมาดำเนินการก่อสร้างวางท่อประปา หมู่บ้านให้กับพี่น้องในพื้นที่ตำบลท่าเยี่ยม อำเภอโชคชัย🔗
อีกส่วนหนึ่งในพื้นที่ของตำบลแหลมทอง ตำบลหนองหัวแรต อำเภอ หนองบุญมากนั้นก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทางพี่น้องประชาชนมีความต้องการน้ำประปา ส่วนภูมิภาค เนื่องจากพื้นที่ทั้ง ๒ ตำบลนี้ของอำเภอหนองบุญมากเป็นพื้นที่ที่อยู่นอกเหนือ ของชลประทานต้องอาศัยพื้นที่ของชลประทานจังหวัดเข้ามาสำรวจ ดังนั้นน้ำผิวดินที่จะมา ใช้ในการทำประปาหมู่บ้านนั้นไม่เพียงพอ เนื่องจากในช่วงฤดูหน้าแล้งนั้นไม่มีน้ำทางเทศบาล ทั้ง ๒ แห่งต้องขนน้ำให้กับพี่น้องประชาชน จึงอยากให้ทางการประปาส่วนภูมิภาค ได้ดำเนินการเข้ามาสำรวจช่วยเหลือพี่น้องชาวอำเภอหนองบุญมาก🔗
อีกเรื่องหนึ่งท่านประธานครับ ผมอยากจะให้ทางรัฐบาลได้ช่วยเร่งรัด ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ประสบอุทกภัย เมื่อสักครู่มี ส.ส. ทั้ง ๒ ท่านได้พูดถึงเรื่อง ช่วยเหลือผู้ประสบภัยนั้นอยากจะเรียนอย่างนี้ว่าอยากจะให้ทางกระทรวงมหาดไทยได้กำชับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้รีบเอาเงินไปช่วยเหลือกับพี่น้องประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยถ้าจะกำชับโดยการออกหนังสือได้จะเป็นอย่างดี เพราะว่า อปท. นั้นมีเงินที่จะช่วยเหลือพี่น้องประชาชนอยู่แล้ว แต่ว่าต้องการความรวดเร็วมากกว่านี้ กราบขอบพระคุณครับ🔗
คุณชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี มีเรื่อง ปรึกษาหารือท่านประธานอยู่ ๑ เรื่อง ก็คือสืบเนื่องจากอุทกภัยหรือมหาอุทกภัยในครั้งนี้ ทำให้พี่น้องประชาชนจังหวัดอุบลราชธานีและหลายจังหวัดได้รับความเดือดร้อนโดย คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำซึ่งบริหารน้ำได้แย่มาก ๆ ในปีนี้ ซึ่งถือว่าหนักที่สุดในรอบ ๔๔ ปีที่ผ่านมา อุบลราชธานีน้ำท่วมปี ๒๕๒๑ ถือว่าหนักสุด ปี ๒๕๔๕ ก็หนัก ปี ๒๕๕๔ ก็หนัก ปี ๒๕๖๒ ก็หนัก แต่ปี ๒๕๖๕ นี่หนักสุดตั้งแต่เดือนกันยายนถึงเดือนตุลาคมน้ำขัง เกือบ ๒ เดือน พี่น้องประชาชนลำบาก ประชาชนลำบากด้วยสถานการณ์สภาวะเศรษฐกิจ ตกต่ำ พืชผลการเกษตรไม่เป็นราคา แล้วในขณะเดียวกันสินค้าอุปโภคบริโภคก็กลับขึ้นราคา ลูกหลานตกงานภัยโควิด (COVID) ยาบ้าเต็มบ้านเต็มเมืองก็มาผีซ้ำดามพลอยมาเจออุทกภัย น้ำท่วมซึ่งมีเวลานาน นานมาก ๆ ผมอยากจะให้ท่านนายกรัฐมนตรีได้ประชุมปรึกษาหารือเป็นวาระแห่งชาติกับกระทรวงต่าง ๆ ให้ทุกหน่วยงานออกไปช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ไม่ว่ากระทรวงมหาดไทย โดยผู้ว่าราชการ จังหวัด กรมราชทัณฑ์เอาผู้ต้องขังออกไปช่วยล้างบ้าน ไปซ่อมแซมบ้าน ขนขยะ หลังจาก น้ำท่วมกับเทศบาล อบต. อบจ. แล้วก็กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กรมต่าง ๆ ที่สามารถช่วยเหลือพี่น้องได้ และสิ่งสุดท้ายที่อยากจะฝากท่านประธานถึง ท่านนายกรัฐมนตรีก็คือเงินชดเชยช่วยเหลือน้ำท่วม ขอเป็นหลังคาละ ๑๐,๐๐๐ บาท ได้ไหมครับ ช่วยน้ำท่วมไร่นาขอเป็นไร่ละ ๒,๕๐๐ บาท ไร่มันสำปะหลังขอเป็นไร่ละ ๓,๐๐๐ บาท เยียวยาขอพันธุ์ข้าว พันธุ์ข้าวซึ่งจะต้องไปทำนาปรังในรอบต่อไปนี้ เพื่อดำรงชีวิตต่อ แล้วก็ปรับปรุงคุณภาพข้าว เงินค่าเกี่ยวข้าวขอด่วนได้ไหม ตอนนี้กำลัง เกี่ยวข้าว แล้วก็ค่าชดเชยส่วนต่างรายได้ของพี่น้องประชาชน ซึ่งปีนี้ต้องขอท่านประธานว่า ค่าน้ำท่วม ค่าปรับปรุงคุณภาพข้าว ส่วนต่างรายได้ ขอให้พี่น้องเกษตรกรได้ทุกครอบครัว ขอบพระคุณครับ🔗
คุณสะถิระ เผือกประพันธุ์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพี่น้อง ประชาชน อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี วันนี้ผมมีความเดือดร้อน ๓ เรื่องด้วยกันของ พี่น้องประชาชนอำเภอสัตหีบ ความเดือดร้อนเรื่องแรกที่สร้างปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน อำเภอสัตหีบคือเรื่องของน้ำประปาที่เป็นขุ่นเป็นตะกอนในบ้านพักข้าราชการทหารเรือ และโดยเฉพาะครอบครัว ทำให้ไม่สามารถทำความสะอาดเสื้อผ้าได้ครับ ไม่ว่าจะเป็นชุดขาว ชุดนักเรียนของบุตรหลานของข้าราชการกองทัพเรือ และในสภาวะเศรษฐกิจเช่นนี้ทำให้มี ภาระเพิ่มค่าซักผ้าเพิ่มขึ้นเกือบ ๑,๐๐๐ บาทต่อเดือน จึงใคร่ขอท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมครับ ช่วยเร่งผลักดันพัฒนาศักยภาพสวัสดิการ น้ำประปาให้ทหารเรือด้วยครับ จะพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกก็ดีครับ รวมถึงเพิ่มศักยภาพให้กับบริษัท อีสท์วอเตอร์ ซึ่งอยู่ภายใต้ของการประปาส่วนภูมิภาค หรือการประปาส่วนภูมิภาคอำเภอสัตหีบ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยด้วยครับ เพราะว่าเราอยู่ในพื้นที่ที่ใกล้เคียงอีอีซี (EEC) ที่สุดในประเทศไทยครับ ท่านประธานครับ🔗
สำหรับความเดือดร้อนเรื่องที่ ๒ เป็นปัญหาสำหรับผู้ป่วยโรคไตและผู้ป่วย ที่ต้องได้รับกายภาพบำบัดในโรงพยาบาลสัตหีบ กม. ๑๐ อำเภอสัตหีบของผมครับ เพราะขณะนี้หยุดสร้างไปแล้ว ๔-๕ เดือน ไม่ทราบว่าด้วยสาเหตุอะไรนะครับ ผู้รับเหมา ทิ้งงานหรืออะไร ขอให้ตรวจสอบด้วยนะครับ จึงใคร่ขอท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขช่วยเร่งรัดและติดตามอาคารไตเทียมและ กายภาพบำบัดของโรงพยาบาลสัตหีบ กม. ๑๐ ด้วยครับ🔗
และเรื่องสุดท้ายของความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนอำเภอสัตหีบ คือเรื่องของชุดรักษาความสงบหมู่บ้าน หรือ ชรบ. ถึงแม้ท่านจะเป็นประชาชนอาสา ไม่ได้รับ ค่าตอบแทนหรือค่าเบี้ยเลี้ยง แต่ ชรบ. มีหน้าที่เสี่ยงอันตราย เช่น เฝ้าระวังหมู่บ้าน สถานที่ สำคัญของอำเภอสัตหีบ เช่น วัด โรงเรียน ชุมชนแออัด และโดยเฉพาะในยามค่ำคืน ซึ่งอาจทำให้เกิดอาชญากรรม ทำให้ ชรบ. ได้รับบาดเจ็บ พิการ หรืออันตรายถึงชีวิต ท่านประธานครับ ผมจึงใคร่ขอท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้พิจารณา ไม่ว่าจะเป็นค่าเบี้ยเลี้ยงหรือค่าตอบแทนให้กับ ชรบ. เหล่านี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่ สมควรอย่างยิ่งในการปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงภัยเป็นอย่างมาก รวมถึงมีผลกระทบต่อครอบครัว ของ ชรบ. ด้วยครับ ขอบพระคุณครับ สวัสดีครับ🔗
คุณอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จากจังหวัดนครปฐม ดิฉันมีเรื่องหารือผ่านท่านประธานไปยังผู้บริหารศาลอาญาค่ะ เรื่องความเป็นอิสระของผู้พิพากษา ซึ่งขณะนี้มีประชาชนคนไทยจำนวนมากเชื่อว่า การทำงานของผู้พิพากษาถูกแทรกแซง โดยเฉพาะในคดีทางการเมือง และโดยเฉพาะในคดี ที่เกี่ยวข้องกับมาตรา ๑๑๒ ด้วยค่ะ โดยเฉพาะคดีอาญามาตรา ๑๑๒ ที่เกิดขึ้นอย่างมากมาย ในช่วง ๒ ปีที่ผ่านมานี้ ภายหลังจากที่นายกรัฐมนตรี คุณประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ประกาศว่า จะดำเนินคดีกับผู้ชุมนุมโดยใช้กฎหมายทุกมาตรา หลังจากที่เคยบอกว่าล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ ๑๐ ทรงมีพระเมตตาที่จะไม่ดำเนินคดีอาญา มาตรา ๑๑๒ กับใครอีกแล้ว ท่านประธานคะ ดิฉันจะขอยกตัวอย่างคดีของทนายอานนท์ นำภา ทนายความและนักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชน ที่ได้รับรางวัลระดับสากล คือรางวัลกวางจูเพื่อสิทธิมนุษยชนจากประเทศเกาหลีใต้ ที่มอบให้กับนักต่อสู้เพื่อเรื่องสิทธิมนุษยชนโดยเฉพาะนะคะ นายอานนท์ นำภา ถูกดำเนินคดี มาตรา ๑๑๖ จากการปราศรัยในเดือนสิงหาคม ปี ๒๕๖๓ ที่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย แต่ภายหลังถูกดำเนินคดีเพิ่มอีกคดีหนึ่งคือคดีมาตรา ๑๑๒ ภายหลังจากที่นายกรัฐมนตรี ประกาศจะเอาเรื่องกับผู้ชุมนุมขับไล่ตัวเอง โดยใช้กฎหมายทุก ๆ มาตราค่ะ ขณะนี้คดีความมาตรา ๑๑๒ ที่มีอยู่มากมายกำลังอยู่ในชั้นสืบพยานในศาลจำนวนมาก แต่เมื่อจำเลยจำเป็นจะต้องขอให้ผู้พิพากษาออกหมายเรียกพยานหลักฐานเพื่อนำมาต่อสู้คดี ผู้พิพากษากลับไม่ยอมออกหมายเรียกหลักฐานในการต่อสู้คดีให้กับจำเลยทั้ง ๆ ที่เป็นหน้าที่ แล้วก็เป็นอำนาจของท่านผู้พิพากษา โดยผู้พิพากษาได้ใช้ข้ออ้างว่าถูกสั่งห้ามโดยผู้บริหาร ศาลอาญา อย่างนี้ก็ได้หรือคะท่านประธาน ข้ออ้างนี้หมายถึงอะไรคะ จำเลยจำเป็นจะต้องใช้ มาต่อสู้ ไม่ว่าจะเป็นหลักฐานการเดินทางเข้าออกของในหลวงรัชกาลที่ ๑๐ ระหว่าง ประเทศไทยกับเยอรมัน หมายเรียกคำพิพากษาแพ่งที่เคยพิพากษายึดทรัพย์ในหลวง รัชกาลที่ ๗ เอกสารการใช้เงินของสถาบันกษัตริย์ หลักฐานการโอนหุ้นธนาคารไทยพาณิชย์ ไปเป็นของส่วนพระองค์ การไม่เปิดโอกาสให้จำเลยใช้พยานหลักฐานในการต่อสู้คดีอย่าง ครบถ้วน🔗
คุณอมรัตน์ครับ ผมขอ เตือนด้วยความหวังดีนะครับ อย่าไปไกล เราปรึกษาหารือเพื่อประโยชน์ของประชาชน อย่าไปไกลถึงเรื่องสถาบันครับ🔗
ท่านประธานขอบคุณค่ะ เรื่องนี้แหละเป็นเรื่องที่มีประโยชน์กับสาธารณชนมากที่สุด และเป็นเรื่องที่ท่านประธาน ไม่กล้าพูดนะคะ🔗
ผมขอเตือนนะครับ ด้วยความปรารถนาดี ไม่ได้ชื่นชมที่กล้าพูดหรอกครับ แต่ว่าเตือนด้วยความหวังดีกับพวกเรา ทุกคนว่าเราอยู่ในข้อบังคับกฎหมายพยายามหลีกเลี่ยงที่จะพาดพิงถึงสถาบัน แม้กระทั่ง สถาบันศาลข้อเท็จจริงนั้นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งก็ว่าไป ถ้าสมมุติมีข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ก็สามารถดำเนินการต่อไปได้ แต่ว่าต้องกราบเรียนที่ประชุมนี้ขอร้องไม่ให้พูดถึงสถาบันครับ🔗
ขอบคุณค่ะท่านประธาน ถ้า คนที่เป็นตัวแทนประชาชนไม่กล้าพูด แล้วจะให้ใครพูด ถ้าสภาแห่งนี้ไม่มีใครที่จะพูด เรื่องนี้ให้ประชาชน🔗
ผมคิดว่าผมได้เตือน หลายครั้งแล้วครับ จบได้แล้วครับ ขอเชิญคุณเจือ ราชสีห์ ต่อครับ🔗
ท่านประธานคะ ดิฉันขออีก ครึ่งนาทีกำลังจะสรุปค่ะ🔗
พอแล้วครับ ถ้ายังพูด เหมือนเดิมพอแล้วครับ ด้วยความหวังดีครับ พอครับ คุณเจือต่อครับ🔗
ท่านประธานคะ ดิฉันขอใช้ สิทธิพูด🔗
พอแล้วครับ ประธานสภา มีอำนาจสั่งให้พอก็พอครับ🔗
ดิฉันจะไม่พาดพิงถึงสถาบัน🔗
คุณอมรัตน์พอแล้วครับ ผมเตือนด้วยความปรารถนาดี พอแล้วครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาต ประท้วงท่านประธานครับ ท่านประธานครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ ขออนุญาตประท้วง ท่านประธานนะครับ ตามข้อบังคับในเรื่องของท่านประธานต้องวางตัวเป็นกลางในการทำ หน้าที่ ในเรื่องนี้ท่านอมรัตน์ยังพูดไม่จบ และความรับผิดชอบเป็นของท่านอมรัตน์เอง และในส่วนของกรณีนี้ท่านอมรัตน์ไม่ได้พูดผิดข้อบังคับใด ๆ เลยนะครับ เพราะว่ากำลังจะ สรุปว่าจะได้ส่งให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องชี้แจงภายใน ๓๐ วัน ตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ ขอให้ท่านพูดให้จบเถอะครับ ท่านประธานครับ🔗
ผมเพราะความเป็นกลาง ถึงต้องเตือนกัน แล้วก็ไม่ได้เตือนเพราะว่าไม่เป็นกลาง ผมต้องดูแลสภา เราอยู่มา ๓ ปีกว่า เกือบ ๔ ปีแล้วครับ พยายามประคับประคอง สถาบันอื่นเป็นอย่างไรก็ตาม สถาบันสภา ของเราต้องเป็นหลักเสมอ หลักก็คือต้องอยู่ในกรอบกฎเกณฑ์ กติกา กฎหมาย ผมสั่งอย่างไร ประธานมีอำนาจในการใช้ดุลยพินิจตามที่เห็นสมควร กรณีคุณอมรัตน์นั้นถือว่าจบแล้วครับ ต่อไปคุณเจือ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาต ท่านประธานครับ🔗
ดิฉันขอประท้วง ท่านประธานค่ะ🔗
ขออนุญาตประท้วง ท่านประธานครับ🔗
ประท้วงได้ครับ แต่ว่า ยังไม่เข้าสู่ระเบียบวาระ อันนี้เป็นเรื่องปรึกษา ยังไม่เปิดข้อบังคับ🔗
ดิฉันขอประท้วง ท่านประธานข้อ ๙ ค่ะ คำวินิจฉัยของท่านไม่ถูกต้องและไม่เป็นที่ยอมรับ ดิฉันจะขอพูดอีก ๒๐ วินาทีโดยไม่เกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ค่ะ🔗
เลยเวลาไปแล้ว ผมสั่งแล้ว ก็จบแล้วครับ🔗
ดิฉันขอประท้วง ท่านประธานค่ะ ท่านประธานทำหน้าที่ไม่ถูกต้อง ข้อ ๙ ค่ะ🔗
ยินดีรับฟังครับ แต่ว่า จบแล้วครับ ผมให้ท่านอภิปรายพอสมควรแล้วก็ยุติอภิปรายได้ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ ขอประท้วงท่านประธานครับ ในเมื่อท่านประท้วงต้องฟังเหตุผลของ ผู้ประท้วงก่อนนะครับ🔗
คุณธีรัจชัยครับ ผมฟังแล้ว และผมใช้ดุลยพินิจในฐานะประธานว่าเมื่อเห็นว่าอภิปรายพอสมควรแล้วก็ยุติอภิปรายได้ ก็จบแล้วครับ ไม่ต่อรองครับ🔗
ท่านประธานคะ🔗
อย่าให้เสียเวลาเลยครับ สภามีค่าสำหรับทุกคน เชิญนั่งเลยครับ🔗
ขอส่งเรื่องนี้ให้กับประธาน ศาลฎีกานะคะ🔗
ได้ครับ เชิญนั่งเลยครับ ต่อเลยครับ เชิญคุณเจือครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายเจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดสงขลา วันนี้ผมขออนุญาตหารือท่านประธาน สืบเนื่องจาก ผมได้รับหนังสือร้องเรียนจากนายชาญชัย ปิยะทะนง ท่านเป็นที่ปรึกษาชมรมตกปลา หัวเขื่อนจากจังหวัดสงขลา และเป็นผู้ประสานงานเครือข่ายตกปลา เรือตกปลาทั่วประเทศ ท่านขอให้กรมเจ้าท่าออกใบอนุญาตทะเบียนเรือตกปลาประเภทท่องเที่ยวจับสัตว์น้ำ เนื่องจากในปัจจุบันการท่องเที่ยวตกปลาได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก และเป็นที่ยอมรับ อย่างกว้างขวางว่าการตกปลาเป็นกีฬาชนิดหนึ่งที่ชั่วโลกให้การยอมรับ แล้วก็มีการส่งเสริม กันอย่างจริงจัง แต่ว่าประเทศไทยเราภาครัฐไม่ได้ส่งเสริม ทางชมรมก็อยากให้กรมเจ้าท่า ออกใบอนุญาตทะเบียนเรือประเภทตกปลา ประเภทท่องเที่ยวจับสัตว์น้ำให้กับเรือตกปลา ซึ่งขณะนี้มีอยู่มาก ทั่วประเทศมีสมาชิกกันอยู่ประมาณสัก ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ คน ของจังหวัดสงขลาก็เกือบ ๑๐,๐๐๐ คน จริง ๆ กรมเจ้าท่าเคยออกใบอนุญาตให้มานาน มากแล้ว แต่ว่าให้มาช่วงเดียวแล้วก็ให้มานิดเดียว หลังจากนั้นก็ได้หยุดไป ทางชมรมตกปลา ก็เลยอยากจะให้ผมนำเรียนไปยังท่านประธานเพื่อผ่านไปยังกรมเจ้าท่า และกรมประมง และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เพื่อจะได้ดูแลเรื่องใบอนุญาตให้กับเรือประเภทนี้ เพื่อจะได้มีเรือที่ใช้ตรงประเภท ขณะนี้ที่ตกปลากันอยู่ก็เป็นการใช้เรือที่ไม่ตรงประเภท แล้วก็ทำให้มีการร้องเรียนกับเจ้าหน้าที่ แล้วก็โดนจับกุม ผมเลยขออนุญาตนำเรียน ท่านประธานผ่านไปยังกรมเจ้าท่าเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำ เพราะประเทศ ไทยเรามีความพร้อมมีทะเลที่สวยงามทางฝั่งอ่าวไทยและทางฝั่งอันดามัน ขอกราบเรียน ท่านประธาน ขอบคุณครับ🔗
คุณนพพล เหลืองทองนารา🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิราม วันนี้ผมมีเรื่องเดียวครับนั่นก็คือเรื่อง ความเดือดร้อนของพี่น้องชาวนาทั่วประเทศ วันนี้คือวันที่ ๒ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๖๕ เลยวันที่ ๑๕ ตุลาคม มาร่วมเดือนแล้ว วันนั้นที่ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ ผมเป็นคนถามกระทู้ถามสดกับทางรัฐบาล แล้วนายกรัฐมนตรีให้ท่านรองจุรินทร์เป็นคน มาตอบ แล้วมีการพูดกันในนี้ว่าค่าส่วนต่างของข้าวนั้นงวดแรกจะเริ่มจ่ายตั้งแต่ วันที่ ๑๕ ตุลาคม ณ วันที่ผมถามนั้น คือวันที่ ๑ กันยายน ทางรัฐบาลเขาบอกว่ายังมีเวลา เหลือนับตั้งแต่วันที่ ๑ กันยายน ถึงวันที่ ๑๕ ตุลาคมอีกเดือนครึ่งอย่างไรก็ทัน แล้วจนวันนี้ ผมนี่เปลี่ยนจากการที่จะตั้งคำถามว่าชาวนานั้นจะได้เงินค่าส่วนต่างเมื่อไร เป็นว่าเอาใจลุ้น ช่วยให้มีการนำเรื่องนี้เข้าสู่คณะรัฐมนตรีก่อน เรื่องอื่นค่อยว่ากัน ถ้าไม่เข้าสู่คณะรัฐมนตรี ไม่มีทางเป็นไปได้ วันนี้การเอาเปรียบของรัฐบาลในเรื่องของการไม่ขยับราคาประกันของข้าว แต่ละชนิดก็ทุกข์ทรมานแย่อยู่แล้วนะครับ แล้วยังจะมาชักช้าเรื่องนี้อีก อย่าลืมว่า ๑๐,๐๐๐ บาท อย่างข้าว กข นี่ นั่นคือสมมุติฐานที่ปุ๋ย ๖๐๐ กว่าบาท น้ำมัน ๒๐ กว่าบาท แต่ตอนนี้ปุ๋ยคือ ๑,๖๐๐ กว่าบาท ตอนที่ชาวนาเขาทำ น้ำมันก็ ๓๐ กว่าบาท แล้วถ้าขืน ราคาฐาน ราคาประกันของชาวบ้านยังอยู่แค่ ๑๐,๐๐๐ บาท วันนี้ถ้าข้าวสด ๘,๐๐๐ บาท รับรองเหลือ ๒๐๐-๓๐๐ บาทเท่านั้นแหละครับ รู้อย่างนี้กลับไปเอาที่ ๖,๕๐๐ บาทดีกว่า เพราะราคาน้ำมันก็ถูก ปุ๋ยก็ถูก ผมเรียนรบกวนขอท่านประธานได้แจ้งไปทางรัฐบาลนะครับ ให้รัฐบาลเร่งรัดการจ่ายเงินทั้งในส่วนของโครงการประกันรายได้ นั่นคือส่วนต่างราคาข้าว และในส่วนของโครงการคู่ขนาน นั่นก็คือค่าเก็บเกี่ยว ค่าชะลอการขายข้าวให้กับพี่น้องชาวไร่ ชาวนาด้วยเถอะครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
คุณวัชรพล โตมรศักดิ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วัชรพล โตมรศักดิ์ โคราช พรรคชาติพัฒนากล้า ผมมีเรื่องหารือท่านประธาน เพื่อส่งต่อไปยังกระทรวงคมนาคม โดยท่านรัฐมนตรีศักดิ์สยาม ชิดชอบ ท่านอธิบดีกรมทางหลวง ท่านสราวุธ ทรงศิวิไล ท่านประธานครับ สืบเนื่องจากปัญหาน้ำท่วมใหญ่ในปีนี้ วันนี้ผลของ น้ำท่วมก็มีหลายจังหวัดยังได้รับผลกระทบอยู่ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะกราบเรียนหารือ ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงคมนาคมก็คือเรื่องปัญหาน้ำท่วมทางหลวง หมายเลข ๒๐๔ หรือเขาเรียกกันว่าตอนทางเลี่ยงเมือง ปัญหาตรงนี้ที่ผมหยิบยกขึ้นมาพูดก็เพราะว่าในปีนี้ และที่ผ่านมาได้เกิดน้ำท่วม แต่ปีนี้ปริมาณน้ำสูงมาก จนกระทั่งเหลือแต่รถใหญ่เท่านั้นที่วิ่งได้ รถเล็กต้องลำเลียงไปที่อื่น เกิดอัมพาตในเรื่องของการสัญจรไปมาในภาคอีสาน เส้นทางนี้ เป็นเส้นทางหลัก เพราะฉะนั้นผมเองก็ต้องขอขอบคุณไปยังแขวงทางหลวงนครราชสีมาที่ ๑ โดยท่านพิชฌคุณ ส.วรเนตร ผู้อำนวยการแขวงทางหลวงนครราชสีมาที่ ๑ ท่านได้ทำเรื่อง เสนอแผนในเรื่องของของบกลาง เพื่อดำเนินการในกรณีฉุกเฉินในเรื่องอุทกภัย เพื่อยกระดับ ถนนเส้นนี้ขึ้นอีก ๑ เมตร ในช่วงหลักกิโลเมตรที่ ๑๖ บวก ๔๐๐ ถึง ๑๗ บวก ๘๐๐ ก็คือ ระยะทางประมาณ ๑,๔๐๐ เมตร ท่านประธานครับ สิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะขอก็คือขอให้ทาง กระทรวงคมนาคมได้เร่งรัดในการที่จะจัดสรรงบประมาณเพื่อดำเนินการ ไม่อย่างนั้นแล้ว ก็จะเกิดปัญหาในปีต่อ ๆ ไป นี่คืออัมพาตขนานใหญ่🔗
อันที่ ๒ ท่านประธานครับ สิ่งหนึ่งที่ผมต้องขอก็คือในชุมชนละแวกใกล้เคียง ตรงนี้มีอยู่ ๓ ตำบลที่ได้รับผลกระทบหนัก ก็คือตำบลโคกสูง ตำบลจอหอ ตำบลตลาด ผมอยากที่จะให้กรมทางหลวง โดยแขวงทางหลวงนครราชสีมาที่ ๑ ได้มีการประชุมหารือกับ ท้องถิ่นเหล่านี้ที่เขาได้รับผลกระทบว่าถ้าเกิดมีการยกระดับถนนเส้นนี้ขึ้น ๑ เมตร จะทำ อย่างไรที่จะให้ปัญหาน้ำท่วมไม่เกิดผลกระทบกับชุมชนด้วย ดีกว่าที่จะไปยกแค่ระดับถนน เพื่อแก้ปัญหา แต่สิ่งที่ตามมาชุมชนก็ยังได้รับผลกระทบเหมือนเดิม กราบขอบพระคุณครับ🔗
คุณเดชทวี ศรีวิชัย ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเดชทวี ศรีวิชัย พรรคเสรีรวมไทย จังหวัดลำปาง เขต ๔ ครับ วันนี้ผมได้รับเรื่องจาก พี่น้องประชาชนในเขต ๔ จังหวัดลำปาง คือได้รับการร้องขอช่วยติดตามโครงการ อ่างเก็บน้ำห้วยแม่ผึ้ง หมู่ที่ ๕ ตำบลเสริมขวา อำเภอเสริมงาม จังหวัดลำปาง ซึ่งมีทางท่าน ผู้ใหญ่ชำนาญ ชัยศิริ นายกอำนวย ใจลังกา แล้วก็พ่อกำนันเฉลิมพล นวลสม และพี่น้อง ประชาชนในเขต ๔ อำเภอเสริมงาม ได้ร่วมกันขอเสนอรับโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแม่ผึ้ง ต่อสำนักงานชลประทานที่ ๒ จังหวัดลำปาง แต่ติดเรื่องการขออนุญาตพื้นที่ป่าเหมือนเดิม ปัญหาเดิม ๆ เลย จึงใคร่ขอความอนุเคราะห์จากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ได้โปรดกรุณาเมตตาพิจารณาด้วยครับ โครงการตรงนี้สำคัญมากนะครับ เป็นการป้องกันภัยแล้ง ป้องกันอุทกภัย ซึ่งเป็นปัญหาซ้ำซากจำเจมาตลอด ๑๐ กว่าปีแล้ว แล้วก็ที่สำคัญยังเป็นแหล่งน้ำดิบที่ผลิตประปาเลี้ยงหมู่บ้าน พี่น้องประชาชน ๒,๐๐๐ กว่าครัวเรือน จาก ๒ ตำบล ๑๒ หมู่บ้าน และพื้นที่การเกษตรที่รองรับตรงนี้ ไม่น้อยกว่า ๑๖,๐๐๐ ไร่ กราบขอบพระคุณล่วงหน้าด้วยนะครับ🔗
แล้วเรื่องที่ ๒ ก็ได้รับการร้องขอจากทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และสมาชิก สภาเทศบาล ผู้บริหารเทศบาล ๒ ตำบล บ้านผมเขาเรียกว่าตำบลไหล่ดอย มีตำบลเวียงมอก และตำบลแม่มอก มีปัญหาไฟฟ้าดับซึ่งเกิดขึ้นบ่อยมาก และพื้นที่ตรงนี้เป็นพื้นที่ป่ารกทึบ สูงชัน เป็นภูเขาด้วยนะครับท่านประธาน และถ้าหากได้รับการแก้ไขโดยมีสายแรงสูง หุ้มฉนวนหรือสายเคเบิลก็จะแก้ไขปัญหาตรงนี้ได้เป็นอย่างดี จึงขอความเมตตาจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานได้โปรดพิจารณาอนุเคราะห์ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน ๒ ตำบล ๒๔ หมู่บ้าน ประชากรร่วม ๒๐,๐๐๐ กว่าชีวิตนะครับที่รอความเมตตาจากท่าน กราบขอบพระคุณครับ🔗
คุณทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพครับ กระผม นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา วันนี้ขออนุญาตหารือกับท่านประธานนะครับ โดยเป็นการนำปัญหาความเดือดร้อนของ พี่น้องชาวนา ชาวโคราชที่ประสบปัญหาน้ำท่วมพื้นที่การเกษตร มาหารือกับท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพครับ การบริหารจัดการน้ำที่ผิดพลาดซ้ำซากของรัฐบาลและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ทำให้น้ำได้ท่วมพื้นที่การเกษตรและท่วมพื้นที่อยู่อาศัยของพี่น้องประชาชน เป็นวงกว้าง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งน้ำได้ทำให้ต้นข้าวที่กำลังตั้งท้องของพี่น้องชาวนา ได้จมน้ำเสียหาย เรายกย่องชาวนาว่าเป็นกระดูกสันหลังของชาติ แต่ดูสิ่งที่รัฐบาลและ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำกับพี่น้องชาวนาและพี่น้องชาวอีสานสิครับ ตามรูปนะครับ พวกเรา ส.ส. ครอบครัวรัตนเศรษฐ ได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนลงไปให้กำลังใจ ให้ความ ช่วยเหลือ แล้วก็ทำให้เราได้ทราบปัญหานะครับว่า ปัญหาน้ำท่วมที่แท้จริงเกิดจากการ บริหารจัดการน้ำที่ผิดพลาด ตอนที่ควรจะปล่อยน้ำ ตอนที่ควรระบายน้ำไม่ปล่อย พี่น้องประชาชนไม่มีน้ำใช้ แต่ตอนที่พี่น้องประชาชนไม่ต้องการน้ำ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็จะเปิดประตูระบายน้ำทำให้น้ำท่วมใส่ไร่นาพี่น้องประชาชนท่วมบ้านเรือนแบบนี้ทุกปี สิ่งที่ต้องทำท่านประธานคือต้องเปลี่ยนวิธีการคิด เปลี่ยนวิธีการบริหาร เพราะว่าถ้ายัง ทำแบบเดิม บริหารแบบเดิมปีหน้าน้ำมันก็ท่วมอีก ผมอยากจะถามไปถึงหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องนะครับ ผมอยากให้ท่านรับฟังเสียงพี่น้องประชาชน อยากให้ผู้นำชุมชน ให้พี่น้องประชาชนได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องของการบริหารจัดการน้ำ เพราะว่า พวกท่านไม่มีความสามารถจริง ๆ วันนี้ผมจึงขอเป็นตัวแทนพี่น้องชาวนามาเรียกร้อง เงินเยียวยาขั้นต่ำไร่ละ ๒,๐๐๐ บาท จากรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพครับ ยิ่งรัฐบาลนี้ บริหารสินค้าทุกอย่างก็มีแต่แพงขึ้น ๆ น้ำมันและปุ๋ยเป็นต้นทุนหลักของพี่น้องชาวนา เพราะฉะนั้นเงินเยียวยาไร่ละขั้นต่ำ ๒,๐๐๐ บาทนี้เป็นสิ่งที่พี่น้องชาวนาควรจะได้รับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
จบทั้ง ๓๐ ท่านนะครับ ผมถือโอกาสนี้ตั้งแต่ท่านแรกคือคุณวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์ มาถึงท่านสุดท้ายคุณทวิรัฐ รัตนเศรษฐ ขอแสดงความขอบคุณ ชื่นชมที่ทุกคนพยายามรักษาเวลานะครับ และใช้ ประโยชน์ของสมัยประชุมสุดท้ายในสภาของเราชุดนี้ที่จะนำปัญหาของพี่น้องประชาชน มาแจ้งให้ฝ่ายผู้รับผิดชอบได้รับทราบ🔗
สมาชิกที่เคารพครับ ขณะนี้มีผู้มาลงชื่อแล้ว ๓๑๙ คน จากจำนวนสมาชิกที่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ๔๗๖ คน นะครับ เพราะฉะนั้นองค์ประชุมของเราขณะนี้คือ ๒๓๘ คน ครบองค์ประชุมนะครับ ผมขอเปิดประชุมครับ ขออนุญาตไปตามระเบียบวาระ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม🔗
๒.๑ รับทราบพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศพระราชกฤษฎีกา เรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง พ.ศ. ๒๕๖๔🔗
ด้วยได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ประกาศพระราชกฤษฎีกา เรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง พ.ศ. ๒๕๖๔ ขอเชิญท่านสมาชิก ได้ยืนขึ้นรับฟังพระบรมราชโองการ เชิญเลขาธิการอ่านพระบรมราชโองการครับ🔗
พระบรมราชโองการ🔗
“พระราชกฤษฎีกา🔗
เรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง🔗
พ.ศ. ๒๕๖๕🔗
_____________🔗
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ🔗
พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว🔗
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๒ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๕🔗
เป็นปีที่ ๗ ในรัชกาลปัจจุบัน🔗
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า🔗
โดยที่สภาผู้แทนราษฎรได้กำหนดวันเริ่มสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง ในวันที่ ๑ พฤศจิกายน ตามความในมาตรา ๑๒๑ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย🔗
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๒๑ มาตรา ๑๒๒ และมาตรา ๑๗๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกา เรียกประชุมรัฐสภาสมัยประชุมสามัญประจำปีครั้งที่สอง ตั้งแต่วันที่ ๑ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๕ ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี”🔗
เชิญนั่งครับ ต่อไปเป็นเรื่อง ที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม บางเรื่องไม่ปรากฏในวาระนะครับ🔗
เรื่องแรก รับทราบแนวทางการหาเสียงเลือกตั้งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และแนวทางการจัดสัมมนาและศึกษาดูงานของคณะกรรมาธิการ ในช่วงระยะเวลา ๑๘๐ วัน ก่อนวันครบอายุของสภาผู้แทนราษฎร ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วย การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๑ ด้วยที่ประชุมคณะกรรมาธิการกิจการ สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาแนวทางการปฏิบัติในช่วงเวลาการหาเสียงเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของผู้สมัครและพรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง หน่วยงานของรัฐและคณะกรรมาธิการ อันเนื่องมาจากการครบอายุของสภาผู้แทนราษฎร วันที่ ๒๓ มีนาคม ๒๕๖๖ จนถึงวันก่อนวันเลือกตั้งเริ่มตั้งแต่วันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๖๕ อันนี้ เป็นไปตามปฏิทินนะครับ ของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งสรุปเป็นแนวทาง การปฏิบัติและข้อระวังปรากฏตามเอกสารที่เจ้าหน้าที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิกแล้ว ต้องขอบคุณท่านกรรมาธิการกิจการสภาผู้แทนราษฎรท่านประธานและคณะกรรมาธิการ ชุดนี้นะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ รับทราบเรื่อง การปิดช่องทางเดินบริเวณชั้น ๓ และชั้น ๔ ของ อาคารรัฐสภา ขอเรียนสมาชิกในเรื่องความไม่สะดวกดังต่อไปนี้ครับ🔗
ด้วยคณะกรรมการตรวจการจ้างโครงการก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ได้มี การสั่งการให้ผู้รับจ้างดำเนินการเปลี่ยนประตูห้องของห้องประชุมกรรมาธิการ ๑๔๘ บาน ให้เป็นไปตามรูปแบบรายการตามสัญญาก่อสร้างอาคารรัฐสภาแห่งใหม่ ดังนั้นจึงมีความ จำเป็นต้องปิดช่องทางเดินระหว่างอาคารชั้น ๓ และชั้น ๔ ของสำนักงานเลขาธิการ สภาผู้แทนราษฎร โซนเอ็น (Zone N) และสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภาส่วนหน้า โซนเอส (Zone S) บางส่วน เพื่อให้ผู้รับจ้างเข้าดำเนินงาน หากสมาชิกหรือผู้เกี่ยวข้องประสงค์จะเข้า ในบริเวณอาคารส่วนกลาง ขอกรุณาได้ใช้ทางเดินชั้น ๑ หรือชั้น ๒ เท่านั้น ทั้งนี้ตั้งแต่บัดนี้ เป็นต้นไปจนกว่างานจะแล้วเสร็จ เรียนเรื่องความไม่สะดวกบางเรื่องอันเกี่ยวขึ้นจากข้อตกลง สัญญาจ้างครับ🔗
เรื่องที่ ๓ รับทราบเรื่อง ขอปรับเปลี่ยนเส้นทางการแจ้งผลการดำเนินการ ตามข้อปรึกษาของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยแจ้งผลผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์🔗
ตามที่ได้มีข้อปรึกษาหารือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนมาก และแต่เดิม มีการแจ้งผลการดำเนินการตามข้อปรึกษาหารือที่จัดส่งหนังสือทางไปรษณีย์ให้กับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรโดยตรง ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการแจ้งผลการ ดำเนินการตามข้อปรึกษาหารือให้เป็นไปด้วยความรวดเร็วและลดปริมาณการใช้กระดาษ สภาจึงได้เห็นชอบให้ปรับเปลี่ยนเส้นทางการแจ้งผลดังกล่าวมาเป็นการจัดส่งทางสื่อ อิเล็กทรอนิกส์ระบบการแจ้งผลและจัดเก็บข้อปรึกษาหารือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร โดยจะเริ่มแจ้งให้สมาชิกได้รับทราบตั้งแต่การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๔ สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง เป็นต้นไปนะครับ ในการนี้ได้จัดให้เจ้าหน้าที่แนะนำวิธีการเข้า ใช้ระบบและการติดตั้งในอุปกรณ์สมาร์ตโฟน (Smartphone) และคอมพิวเตอร์พกพาแบบ หน้าจอสัมผัส บริเวณหน้าห้องประชุมในวันที่มีการประชุม วันนี้เมื่อเช้าผมไปสังเกตการณ์ พวกเราร่วมอยู่แล้วครับ🔗
เรื่องที่ ๔ รับทราบเรื่อง ขอขอบคุณประธานคณะกรรมาธิการกิจการสภา ผู้แทนราษฎรและคณะกรรมาธิการทุกคณะที่ให้ความร่วมมืองดการประชุมในช่วงที่รัฐสภา เป็นเจ้าภาพต้อนรับการประชุมประจำปีรัฐสภาภาคพื้นเอเชียและแปซิฟิกซึ่งประเทศไทยเป็น เจ้าภาพในครั้งที่ ๓๐ โดยรัฐสภาได้เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม ครั้งที่ ๓๐ นี้ ได้ผ่านไปตั้งแต่ วันที่ ๒๖-๒๙ ที่ผ่านมาได้เสร็จสิ้นไปโดยเรียบร้อย ทั้งหมดนี้ความร่วมมือส่วนหนึ่งก็มาจาก ประธานและกรรมาธิการทุกท่านในกรรมาธิการแต่ละคณะที่สละเวลาในช่วงเวลาดังกล่าว ผมเรียนว่าการประชุมได้ผ่านไปโดยเรียบร้อยครับ🔗
เรื่องที่ ๕ รับทราบเรื่อง ขอความร่วมมือสมาชิกสวมหน้ากากอนามัยหรือ หน้ากากผ้าภายในห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร ถึงแม้ว่าสถานการณ์แพร่ระบาดโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Coronavirus 2019) จะเบาบางลง แต่เพื่อประโยชน์ต่อสุขภาพของ สมาชิก เพื่อความปลอดภัยของสมาชิกและเจ้าหน้าทุกฝ่าย โดยความร่วมมือของกระทรวง สาธารณสุขและกรมควบคุมโรค ในช่วงเวลานี้ยังคงต้องขอให้พวกเราสวมหน้ากากอนามัย หรือหน้ากากผ้าตลอดเวลาในการประชุมเหมือนที่ปฏิบัติเมื่อเช้าต่อไปอีกระยะหนึ่งจนกว่า กรมควบคุมโรคหรือกระทรวงสาธารณสุขได้เปลี่ยนแนวปฏิบัติ ผมจึงเรียนเพื่อทราบครับ🔗
ทีนี้เรื่องที่อยากถือโอกาสเรียนในฐานะที่วันนี้เป็นวันแรกของสมัยประชุม สุดท้ายของสภาของเราว่าเรามีเวลาอยู่ ๑๒๐ วัน ได้ตรวจสอบปฏิทินแล้ววันหยุดมีเพียง ๓ วันที่ซ้อนกับวันประชุมของเรา คือในวันที่ ๑๖, ๑๗, ๑๘ ที่รัฐบาลประกาศให้เป็นวันหยุด เนื่องจากมีการประชุมเอเปค (APEC) ประเทศต่าง ๆ ที่มาประชุม เราก็จะหยุดประชุมในช่วง นั้น วันที่ ๑๖, ๑๗, ๑๘ หลังจากนั้นทางเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบโดยละเอียด ไม่มีวันหยุดใดที่ตรง กับวันประชุมสภาเลย ดังนั้นเราจะใช้เวลาประมาณ ๑๖ สัปดาห์ในการประชุมได้โดยตลอด ทั้งประชุมสภาผู้แทนราษฎรและประชุมรัฐสภา รวมทั้งเจ้าหน้าที่ของเราที่จะประชุม กรรมาธิการและอื่น ๆ ผมเรียนว่าเมื่อวานนี้ได้หารือ ๓ ฝ่าย เฉพาะสัปดาห์นี้เราประชุม วันศุกร์นะครับ ผมทราบดีว่าเพื่อน ๆ ไม่อยากให้มีนัดประชุมวันศุกร์บ่อย ก็จะปฏิบัติตาม คำแนะนำ เพียงแต่ขอว่าวันธรรมดาวันพุธ วันพฤหัสบดีนั้นถ้าเลยเวลาไปบ้างขอความร่วมมือ ให้เลยเวลาไปบ้างเพื่อชดเชยโดยเราไม่ต้องประชุมวันศุกร์บ่อยครั้ง มีบ้างก็จะขออนุญาต ในการประสานงานต่อไป นั่นประการหนึ่ง🔗
ประการที่ ๒ ก็คือมีเรื่อง ๒ เรื่องที่ผมขอเราเป็นพิเศษ ก็คือ ๑. เรื่อง เพื่อทราบซึ่งเป็นเรื่องที่หน่วยงานเขามาชี้แจง บางหน่วยก็มาหลายครั้ง เรียนตรง ๆ ก็คือ เกรงใจเขา ผมต้องลงไปขออภัยเขาเกือบทุกครั้งว่ามันไปไม่ถึงขออภัยด้วยเที่ยวหน้ามาใหม่ ทีนี้เรื่องนี้ที่จริงแล้วก็เหลือไม่มากแล้วครับ แต่เนื่องจากมันเข้าสมัยประชุมใหม่ หน่วยงาน ที่ครบวาระต้องเสนอเขาก็เสนอมาใหม่อีกแล้วครับในการประชุมรายงานประจำปีของเขา มันก็จะเพิ่มขึ้น เรื่องนี้ก็ได้หารือในที่ประชุม ๓ ฝ่ายว่าขอพวกเราได้ช่วยร่วมมือ เพราะเป็น เรื่องเพื่อทราบ เช่นเราลดเวลาหรือลดการอภิปราย แต่ทุกพรรคมีสิทธินะครับ ให้ทุกพรรค มีสิทธิส่งตัวแทนอภิปรายสอบถามได้ อันนี้เรื่องหนึ่ง เรื่องที่ ๒ ผลงานพวกท่านเอง กรรมาธิการแต่ละคณะใช้เวลาพิจารณาเป็นปี ๆ บางคณะเลื่อนไปตั้งหลายครั้ง เลื่อนไปเป็นปี บัดนี้ท่านทำงานเสร็จแล้ว แล้วงานของท่านไม่ผ่านความเห็นชอบสภาเป็นเรื่องที่น่าเสียใจที่สุด พูดง่าย ๆ ท่านกลับบ้านไปโดยไม่มีผลงานติดตัวไปเลย ทั้งที่ความจริงท่านประชุมกรรมาธิการ อย่างหนัก ผมจึงขอความร่วมมือว่าวันศุกร์ที่เราประชุมกรรมาธิการหรือวันอื่นก็ตามขอพวกเรา ได้ร่วมมือกัน หน่วยที่ไม่พร้อมก็ไม่พร้อมแต่ที่พร้อมขอให้มาและโดยกรรมาธิการแต่ละชุดนั้น โดยเฉพาะกรรมาธิการชุดที่ได้ขออนุญาตสภาเพื่อตั้งกรรมาธิการนั้นเราได้พิจารณาในขั้น รับหลักการตั้งกรรมาธิการนั้นก็ยาว เพราะฉะนั้นเวลาอภิปรายก็อาจจะมีตัวแทนพรรคทุกพรรคนะครับ แต่ว่าไม่ใช้เวลามาก เกินไปเพื่อให้ผลงานของท่านเสร็จใน ๑๒๐ วัน คือเสร็จภายใน ๒๘ กุมภาพันธ์นี้ เลยจากนี้ ไปแล้วท่านกลับไปบอกชาวบ้านไม่ได้เลยว่าผลงานมีอะไรบ้าง อันนี้เป็น ๒ เรื่องที่ผมขอ เพื่อประโยชน์ของพวกเราเอง ส่วนเรื่องอื่นนั้นแล้วแต่ครับ เรื่องอื่น ๆ นั้น เช่น ญัตติก็ดี อะไรก็ดีท่านมีสิทธิเสนอได้และจะพิจารณากี่วันก็เป็นเรื่องข้อตกลงทั้งสองฝ่ายหารือกัน สภาจะดำเนินการให้เรียบร้อย ผมขอเรียนพวกเราเพื่อได้รับทราบว่าสมัยสุดท้ายผมก็อยาก ใช้คำพูดของ ขออภัยนะครับ พาดพิงในทางที่ดี ขอใช้คำพูดของคุณครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ท่านเป็นผู้แทนหลายสมัย ท่านบอกว่าท่านเป็นผู้แทนมาหลายสมัย ท่านไม่เคยเห็นครั้งใด ที่สภามีผลงานมากอย่างครั้งนี้ ทั้งหมดนี้ผมขอให้เป็นเกียรติกับพวกเราที่ร่วมมือกันทำงาน ขอขอบคุณทุกท่านครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรอง รายงานประชุม ไม่มีครับ ก่อนเข้าระเบียบวาระที่ ๔ ขอเชิญข้อหารือครับ เชิญครับ🔗
ขอบพระคุณครับ กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดฉะเชิงเทรา ขออนุญาตหารือท่านประธานนะครับ ผมจะขออาศัยข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๕๔ (๒) โดยอยากจะขอกราบเรียนผ่านท่านประธานครับ ในการเสนอเปลี่ยนระเบียบ วาระการประชุม โดยจะขอนำเรื่องด่วนที่ ๑ พระราชกำหนดผ่อนผันให้กระทรวงการคลัง ค้ำประกันการชำระหนี้ของสำนักงานกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๖๕ และเรื่องด่วนที่ ๕ ร่างพระราชบัญญัติการแลกเปลี่ยนข้อมูลเพื่อปฏิบัติตามความตกลงระหว่างประเทศเกี่ยวกับ ภาษีอากร พ.ศ. .... เลื่อนมาพิจารณาก่อนเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วครับ🔗
เบื้องต้นผมขออนุญาตชี้แจงท่านประธานและที่ประชุมนิดเดียวครับ เรื่องนี้ ผมมีโอกาสได้ปรึกษากับเพื่อนสมาชิกที่เป็นตัวแทนของพรรคร่วมฝ่ายค้านและพรรค ร่วมรัฐบาลแล้วเราก็เห็นตรงกันครับว่ากฎหมาย ๒ ฉบับนี้สมควรที่จะเลื่อนขึ้นมาครับ แล้วก็ จะไปพิจารณากันในอาทิตย์หน้า ซึ่งก็คือวันพุธที่ ๙ พฤศจิกายนครับ จึงขออนุญาตเสนอ เปลี่ยนระเบียบวาระ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ขอผู้รับรองนะครับ🔗
ผู้รับรองถูกต้องครับ ขอเรียนถามสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ เชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะวิปฝ่ายค้านครับ ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยในหลักการก่อนนะครับ เพราะว่าร่าง พ.ร.ก. ที่เกี่ยวข้องกับ กองทุนน้ำมันนั้นเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและมีความจำเป็นครับ อีกทั้งเป็นเรื่องเร่งด่วน ที่จำเป็นต้องพิจารณาครับ เพียงแต่ว่าเวลาที่ทางฝ่ายรัฐบาลได้เสนอนั้นฝ่ายรัฐบาลได้เสนอ ในลักษณะว่าขอให้มาพิจารณาก่อนเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ผมไม่มั่นใจว่า ในวันนี้ที่ประธานได้กรุณาบรรจุวาระไว้มีเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว อยู่ทั้งหมด ๕ เรื่องด้วยกัน ตั้งแต่ ๔.๑-๔.๕ ผมขออนุญาตเป็นแบบนี้ได้ไหมครับว่าเอาเป็นว่า ในกรณีของการพิจารณาซึ่งจะเริ่มในครั้งหน้านี้น่าจะต้องใช้เกณฑ์ตัวกฎหมายเป็นตัวตั้งครับ ไม่ใช่ว่ามาก่อนการพิจารณาเสร็จแล้ว ผมยกตัวอย่างเช่นหากวันนี้เราพิจารณาไปถึง ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางราง ผมยกตัวอย่างนะครับ หากวันนี้ไม่แล้วเสร็จค้างอยู่ มาตราใดขอไปต่อตรงนั้นจนเสร็จก่อนแล้วไปต่อ พ.ร.ก. ได้หรือไม่ เว้นแต่ว่าหากวันนี้ พิจารณาเสร็จสิ้นจนไปจบที่กัญชา กัญชง อย่างที่เราตั้งใจกันไว้แบบนี้ไม่มีปัญหาครับ แต่ถ้าเกิดว่ามันจ่อเข้าไปในร่างกฎหมายใดแล้วมันค้างคา ผมเกรงว่าก็จะทำให้ร่างกฎหมาย ซึ่งสำคัญไม่แพ้กันถูกพิจารณาล่าช้าออกไป ก็อยากจะขอคำอธิบายหรือขอความชัดเจนครับ ว่าที่จะใช้คำว่าขอให้ไปพิจารณาก่อนร่างกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วนั้นวัดกันตรงไหน จะเข้าก่อนเลยผมคงไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไร แต่ถ้าจะเข้าแล้วมีกฎหมายวันนี้ค้างอยู่ขอให้ฉบับ ที่ค้างอยู่นั้นเสร็จสิ้นแบบนี้ก็ต่อได้ครับในส่วนของ พ.ร.ก. และร่างกฎหมายที่เป็นเรื่องด่วน ที่ทางฝ่ายรัฐบาลได้เสนอมาครับท่านประธานครับ🔗
ขอเชิญผู้เสนอครับ ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร ผู้เสนอเปลี่ยนระเบียบวาระ เบื้องต้นจริง ๆ แล้วต้องบอกว่าเข้าใจความตั้งใจที่จะให้การพิจารณากฎหมายเป็นไปตาม ระเบียบวาระของท่านณัฐวุฒิ แต่อย่างไรก็ดีผมเรียนชี้แจงต่อท่านประธานและเพื่อนสมาชิก อย่างนี้ว่าปัญหาก็คือว่า ๒ ร่างที่ผมเสนอเลื่อนให้พิจารณาในวันพุธหน้าหรือว่าสัปดาห์หน้า เนื่องจากกฎหมาย ๒ ฉบับ โดยเฉพาะเรื่องด่วนที่ ๕ ถ้าเราดูแล้วมันจะมีปัญหาในเรื่องของ เงื่อนเวลา เนื่องจากเราได้ไปเซ็นหรือว่าเราได้ร่วมในข้อตกลงระหว่างประเทศแล้ว ซึ่งถ้าเรา ไม่สามารถพิจารณากฎหมายเสร็จในวาระที่สามได้ภายในสิ้นปีนี้ มันก็จะเกิดผลเสีย ในหลาย ๆ มิติกับประเทศไทย จึงขอความกรุณาท่านประธานช่วยเลื่อนมานะครับ แล้วเรา ก็พิจารณาเรื่องแรกเลยในวันพุธหน้า ซึ่งมันก็จะไม่ได้ส่งผลกระทบต่อกฎหมายฉบับอื่น ถึงแม้ว่าเราอาจจะพิจารณาค้างอยู่ในตัวกลางกฎหมายก็ตาม แต่ว่าทั้งนั้นทั้งนี้แล้วผมเชื่อว่า เราก็จะไม่มีปัญหา สามารถทำได้ครับ ดังนั้นผมขออนุญาตยืนยันในการเลื่อนแบบเดิมครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ผมขอเรียน อย่างนี้เราตกลงกันเมื่อวานในการประชุมร่วม ๓ ฝ่าย ว่าเราจะเห็นชอบในการให้เลื่อน ระเบียบวาระขึ้นมา แต่ว่าผลการเลื่อนวันนี้มันจะมีผลในการประชุมครั้งต่อไป เราจะเพิ่ม ในวันนี้ไม่ได้เพราะเป็นพระราชบัญญัติ ข้อตกลงก็คือว่าครั้งหน้าโดยระเบียบข้อบังคับ การประชุมเราต้องบรรจุเรื่องที่กรรมาธิการพิจารณาไว้ก่อน ก็จะขอเลื่อนไปก่อนถึงเรื่องนั้น อันนี้ท่านณัฐวุฒิเข้าใจดีอยู่แล้ว เพียงแต่คุณณัฐวุฒิขอว่าถ้าพิจารณากฎหมายใดค้างอยู่ให้มันจบ แล้วถึงจะต่อเรื่องนี้ ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่แน่อนอนว่าจะทำได้หรือไม่ ผู้เสนอเชิญอีกครั้งนะครับ ความหมายก็คือสมมุติว่าเราพิจารณาร่างกฎหมายใดอยู่แล้ววันนี้ไม่จบ วันนี้ไม่จบ สัปดาห์หน้า การพิจารณาก่อนเลื่อนเรื่องขึ้นมาขอให้เรื่องนั้นจบก่อนได้ไหมแล้วจากนั้นก็ต่อเรื่องที่เรา ขอเลื่อน ความหมายคืออันนั้นครับ เช่นเหลืออยู่ ๑ มาตรา ๒ มาตรา ๑๐ มาตรา ๒๐ มาตรา อันนี้ก็ไม่แน่นอน แต่ว่าขอให้เรื่องนั้นจบไปก่อนที่คุณณัฐวุฒิขออย่างนั้นครับ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร ผมเรียนท่านประธานอย่างนี้ว่า ผมเข้าใจความปรารถนาดีของเพื่อนสมาชิก แล้วก็เข้าใจความปรารถนาดีของท่านประธาน แต่ว่าถ้าเราพิจารณาวันนี้ถึงเรื่องที่ ๔.๔ ร่างพระราชบัญญัติการขนส่งทางรางก็ดี หรือว่า ๔.๕ ร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชงก็ดี ๒ ร่างนี้เป็นร่างที่มีจำนวนการแก้ไขหรือว่าการเพิ่ม หรือว่าการตัดลดมาตราเยอะมากครับ ผมเกรงว่าถ้าเป็นอย่างนั้นมันจะใช้เวลาเยอะ จริง ๆ ส่วนตัวผมมองภาพรวมครับ กลัวว่าถ้าสมมุติว่ากฎหมายเรื่องด่วนต่าง ๆ ที่ผมเสนอในการ เปลี่ยนไปถ้าเราทำกฎหมายไม่ทันมันจะมีผลกระทบมากครับ จึงขออนุญาตท่านประธาน แต่ว่าอย่างไรก็ดีถ้าท่านประธานเห็นอย่างไรผมก็เห็นด้วยครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ท่านณัฐวุฒิครับ ผมขออย่างนี้นะครับผมคิดว่าเมื่อเรารู้วัตถุประสงค์เช่นนี้แล้ว ในการ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติที่กรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วเราก็จะดูจังหวะว่าเราพยายาม เรื่องนั้นไปถึงไหน ถ้าเห็นว่าเรื่องนั้นมันจบไม่ควรจะเริ่มเรื่องใหม่ก็จบไปวันนั้น แต่ว่าผม เห็นว่าข้อเสนอของผู้เสนอมีความประสงค์ก็คือวันนี้เราพิจารณาเรื่องที่กรรมาธิการพิจารณา เสร็จแล้วถึงไหน สัปดาห์หน้าก็จบแค่นั้นก่อนครับอย่าเพิ่งต่อ ซึ่งผมดูแล้วก็ไม่เสียหายอะไร แล้วเมื่อวานเราตกลงกันเช่นนี้ คุณณัฐวุฒิคงเข้าใจและคงไม่ขัดข้องนะครับ ท่านสมาชิก ท่านมีความเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไหม เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ชาดาครับ ในความเห็นผม ผมก็เห็นด้วยกับเรื่องการขอเลื่อน แต่อย่างนี้ครับท่านประธาน จริง ๆ แล้ว ในความคิดเห็นผม ผมว่าข้อบังคับการประชุมของเรามันไม่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญนะครับ คือเรื่องลักษณะนี้ในรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่า พ.ร.ก รัฐบาลต้องนำเสนอเข้าสภาทันทีที่มีการ เปิดสภานะครับ รัฐธรรมนูญกำหนดแบบนั้น ให้ ครม. ทำแบบนั้น แต่ปรากฏว่าถ้าเกิดมาเป็นเรื่องด่วน ในระเบียบวาระของเรา ในข้อบังคับการประชุมของเรานั้นให้เรื่องด่วนนั้นไปต่อท้ายกับสิ่งที่ คณะกรรมาธิการยังพิจารณาเรื่องของคณะกรรมาธิการตามที่เราทราบที่จบวาระที่สองเข้ามา มันก็เลยกลายเป็นว่าเวลาเรื่องด่วนตามรัฐธรรมนูญเข้ามา เราต้องไปรอตามระเบียบวาระ มันไม่ใช่เรื่องด่วนจริง อันนี้เป็นความเห็นผมซึ่งอาจจะผิดจะถูก ผมคิดว่าต่อไปโอกาสหน้า มันน่าจะเป็นเรื่องด่วนตามรัฐธรรมนูญ ไม่น่าต้องมาขอเลื่อนระเบียบวาระแล้ว เพราะว่า มันเป็นข้อกำหนดในรัฐธรรมนูญให้ ครม. ทำเช่นนี้ กราบเรียนด้วยความเคารพครับ🔗
ขอบพระคุณมากครับ เวลาบรรจุระเบียบวาระนี้ก็มีปัญหาฝ่ายกฎหมายก็หารือกัน แล้วก็ขอยึดข้อบังคับไว้ก่อน แต่ว่าข้อสังเกตของท่านชาดาก็จะเป็นแนวที่พิจารณาในโอกาสต่อไป ผมคิดว่าเราไม่มีผู้ใด เห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ มีข้อสังเกตบางเรื่องก็ขออนุญาตเลื่อนไปตามที่มีการเสนอและ มีผู้รับรอง ซึ่งจะเป็นการพิจารณาในครั้งต่อไปครับ ขอบคุณสมาชิกครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว🔗
๔.๑ ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว🔗
ขอเชิญคณะกรรมาธิการ เข้าประจำที่ครับ🔗
การพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เป็นการพิจารณาในวาระที่สอง ซึ่งจะพิจารณาเริ่มต้นตั้งแต่ชื่อร่าง คำปรารภ แล้วเรียงตามลำดับมาตราจนจบร่าง สำหรับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่มีการ แก้ไข ไม่มีกรรมาธิการสงวนความเห็นและไม่มีผู้เสนอคำแปรญัตติ ดังนั้นเมื่อได้พิจารณา เรียงตามลำดับมาตราตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๑ จบแล้วก็จะเป็นการพิจารณาทั้งร่างและสรุป อีกครั้งหนึ่งตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๒ ครับ ท่านประธานกรรมาธิการมีอะไรชี้แจงก่อน เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๔ ครั้งที่ ๒๐ วันพุธที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๕ ได้พิจารณาและลงมติรับหลักการแห่ง ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะรัฐมนตรี เป็นผู้เสนอ และตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นคณะหนึ่งเพื่อพิจารณากำหนดการแปรญัตติ ภายใน ๑๕ วัน บัดนี้ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ดำเนินการพิจารณาศึกษาร่าง พระราชบัญญัติดังกล่าวเสร็จเรียบร้อยแล้วโดยไม่มีการแก้ไข ซึ่งในการพิจารณาของ คณะกรรมาธิการวิสามัญนั้นได้มีการแต่งตั้งที่ปรึกษาประจำคณะกรรมาธิการจากผู้ซึ่ง มีความรู้ ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์เกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติดังกล่าว จำนวน ๒ ท่าน และมีการประชุมทั้งสิ้น ๓ ครั้ง โดยร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมีจำนวน ๓ มาตรา และไม่มีผู้แปรญัตติ ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแล้วเห็นควรคงไว้ตามร่างเดิม ดังนั้นจึงได้เสนอร่างพระราชบัญญัติตามร่างเดิมและข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาต่อไปครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านเลขาธิการดำเนินการไปตามลำดับครับ🔗
ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คำปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ ไม่มีการแก้ไข🔗
จบการพิจารณา เรียงตามลำดับมาตราแล้วนะครับ ต่อไปจะเป็นการพิจารณาทั้งร่าง เป็นการสรุปอีกครั้งหนึ่ง ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๒ ครับ สมาชิกท่านใดประสงค์จะแก้ไขถ้อยคำหรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มีก็ถือว่าจบ การพิจารณาวาระที่สอง ต่อไปจะเป็นการพิจารณาในวาระที่สามเพื่อให้สภาลงมติเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบโดยไม่มีการอภิปรายตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๓ ผมจึงขอถามมติที่ประชุมว่า จะเห็นชอบหรือไม่ ก่อนลงมติก็ขออนุญาตตรวจสอบองค์ประชุมตามข้อบังคับนะครับ🔗
สมาชิกที่เข้ามาแล้วกรุณา แสดงตนนะครับ ขอเชิญสมาชิกเข้ามานะครับ เราจะลงมติ ๒ ครั้ง เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบ แล้วก็ข้อสังเกตของกรรมาธิการด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ๐๓๘ แสดงตนครับ🔗
เจ้าหน้าที่นับไว้ด้วยครับ🔗
ท่านประธานคะ ๒๘๐ แสดงตนค่ะ🔗
ครับ🔗
๔๗๘ แสดงตนครับท่านประธาน🔗
ครับ🔗
๑๐๙ แสดงตนค่ะ🔗
ครับ พร้อมพอสมควรแล้ว ปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตน ๒๕๕ บวก ๔ เป็น ๒๕๙ นะครับ องค์ประชุมคือ ๒๓๘ ครบองค์ประชุมครับ🔗
ขอถามมติที่ประชุมว่า จะเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้หรือไม่นะครับ ผู้ใดเห็นชอบกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใด ไม่เห็นชอบกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน ขออนุญาตครับ พอดีมีโทรศัพท์เข้ามาครับ เพื่อน ๆ สมาชิกกำลังวิ่งจาก ห้องกรรมาธิการกันมาเยอะมากเลยครับ🔗
ขอบคุณครับ เดี๋ยวรอครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ๓๐๐ รังสิมันต์ โรม เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ๐๓๕ โกศล เห็นด้วยครับ🔗
พร้อมพอสมควรครับ ปิดการลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๗๑ บวก ๓ เป็น ๒๗๔ เห็นด้วย ๒๖๘ ไม่เห็นด้วยไม่มี งดออกเสียง ๑ ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ มติที่ประชุมเห็นชอบครับ🔗
มีข้อสังเกตของ กรรมาธิการ ดังนั้นต้องขอมติว่าจะเห็นด้วยกับข้อสังเกตของกรรมาธิการหรือไม่ ขอเชิญ สมาชิกได้แสดงตนอีกครั้งครับ🔗
พอสมควรแล้วนะครับ ปิดการแสดงตน จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตนขณะนี้ ๒๖๗ คน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ขอถามมติที่ประชุมว่าผู้ใด เห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกต กรรมาธิการกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗
ปิดการลงมติครับ จำนวน ผู้ลงมติ ๒๘๓ คน เห็นด้วยกับข้อสังเกตกรรมาธิการ ๒๗๗ คน ไม่เห็นด้วยไม่มี งดออกเสียง ๒ คน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ คน มติที่ประชุมเห็นด้วยกับข้อสังเกตกรรมาธิการครับ🔗
จบการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ ขอบคุณกรรมาธิการครับ🔗
๔.๒ ร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว🔗
การพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นการพิจารณาในวาระที่สอง ซึ่งจะพิจารณาเริ่มต้นตั้งแต่ชื่อร่าง คำปรารภ แล้วเรียงตามลำดับมาตราจนจบร่าง สำหรับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ไม่มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็นแต่มีผู้แปรญัติขอสงวนคำแปรญัตติ ดังนั้นก็จะให้ ผู้แปรญัตติได้อภิปรายก่อน ส่วนสมาชิกที่ไม่ได้สงวนคำแปรญัตติไว้จะอภิปรายเฉพาะถ้อยคำ หรือข้อความที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมเท่านั้น เมื่อกรรมาธิการได้ชี้แจงครบแล้วก็จะเป็น การลงมติในมาตรานั้น ๆ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๑ ขอเวลาให้กรรมาธิการเตรียมตัวนะครับ ขออนุญาตให้บุคคลต่อไปนี้มาร่วมให้ข้อมูล นายอาคม อ่วมสำอางค์ ผู้เชี่ยวชาญด้านวิชาการ สรรพสามิต กรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง อนุญาตครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงผมก็เป็น กรรมาธิการในคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ แต่ผมหารือท่านประธานนิดหนึ่งว่าคือกฎหมาย ฉบับนี้ขณะนี้มันมีประเด็นที่เกิดขึ้นก็คือมีกฎกระทรวงการผลิตสุรา เพิ่งออกมาใหม่ ประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา เป็นกฎกระทรวง ปี ๒๕๖๕ ซึ่ง ครม. ได้ให้ความเห็นชอบเมื่อวานนี้ แล้วก็มีการประกาศลงในราชกิจจานุเบกษาไว้แล้วนะครับ มันจะมีเนื้อหาที่สัมพันธ์กัน โดยตรงกับตัวกฎหมายฉบับนี้ เพราะกฎหมายฉบับนี้มุ่งไปกำหนดเงื่อนไขในการออก กฎกระทรวงเพื่อที่จะปลดล็อกจากทุนขนาดใหญ่มาให้ทุนขนาดเล็ก ๆ ของชาวบ้าน ผลิตได้ด้วย ทีนี้ผมเรียนหารือท่านประธานว่ามีความเป็นไปได้ไหมว่า เมื่อมีกฎกระทรวง ที่ออกใหม่และสัมพันธ์กันโดยตรงกับกฎหมายจะมีฝ่ายรัฐบาลที่เกี่ยวข้องลุกขึ้นชี้แจง ตัวเนื้อหาของกฎกระทรวงที่ออกใหม่ เพราะถ้าเกิดกฎกระทรวงฉบับนั้นใช้ได้ก็อาจจะไม่ต้อง แก้กฎหมาย แต่ว่าถ้าเกิดไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่จะปลดล็อกจากทุนขนาดใหญ่ ก็จะได้พิจารณากฎหมายเพื่อที่จะให้มันสัมพันธ์กันต่อไป กราบเรียนหารือท่านประธานครับ🔗
ครับ เราอยู่ในช่วงของ กรรมาธิการ ท่านสาทิตย์ครับ เพราะฉะนั้นมีอะไรก็จะต้องว่าไปตามลำดับของร่าง ส่วนเมื่อ ถึงมาตราใดที่เห็นว่าเกี่ยวข้องและมีผู้อยากจะชี้แจงประกอบ ขออนุญาตครับ แต่ว่าทั้งหมดนี้ ก็จะเป็นความรับผิดชอบของกรรมาธิการในวาระที่สองครับ ถ้ากรรมาธิการพร้อม เชิญรายงานนะครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอนุชา นาคาศัย ประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ขออนุญาตนำเสนอรายงานผลการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติต่อที่ประชุมดังนี้🔗
ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๔ ครั้งที่ ๕ (สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันพุธที่ ๘ มิถุนายน ๒๕๖๕ ที่ประชุมได้พิจารณาและลงมติรับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ของท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กับคณะ เป็นผู้เสนอ และได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ จำนวน ๒๕ คน เพื่อพิจารณา กำหนดการแปรญัตติภายใน ๗ วัน โดยร่างพระราชบัญญัติแบบนี้มีผู้เสนอคำแปรญัตติ จำนวน ๑ ท่าน ในการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้คณะกรรมาธิการได้นำผลการ รับฟังความคิดเห็นและการวิเคราะห์ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากกฎหมาย และรับฟังความ คิดเห็นด้วยวิธีการอื่น อาทิ การเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องให้เข้าร่วมชี้แจงหรือแสดงความคิดเห็น การพิจารณาหนังสือเสนอความเห็นต่อคณะกรรมาธิการ เป็นต้น เพื่อนำมาใช้ประกอบการ พิจารณาของคณะกรรมาธิการอย่างรอบด้านตามมาตรา ๗๗ ของรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย ซึ่งอาจมีข้อคิดเห็นที่แตกต่างกันอยู่บ้าง แต่อย่างไรก็ตามบทสรุปของ การพิจารณาร่างต้องเป็นไปตามความเห็นของกรรมาธิการเสียงข้างมาก🔗
บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวเสร็จแล้ว ปรากฏผลตามรายงานของคณะกรรมาธิการตามที่ได้มีการแก้ไขเพิ่มเติม พร้อมข้อสังเกตของ คณะกรรมาธิการ จึงกราบเรียนมาเพื่อที่ประชุมได้โปรดพิจารณาให้ความเห็นชอบต่อไป ขอบคุณครับ🔗
ครับ ขอบคุณนะครับ กระบวนการต่อไปก็ดำเนินการไปตามลำดับตามข้อบังคับในการพิจารณาวาระที่สองนะครับ ขอเชิญเลขาธิการครับ🔗
ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข คำปรารภ มีการแก้ไข🔗
คำปรารภมีการแก้ไขนะครับ ดังนั้นต้องขอมติที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขคำปรารภของกรรมาธิการหรือไม่ ขอเชิญสมาชิกได้กรุณามาลงมตินะครับ เรื่องการแก้ไขคำปรารภว่าจะให้มีการแก้ไขหรือไม่ กรุณาแสดงตนนะครับ🔗
ขอเรียนท่านสมาชิกว่า คำปรารภมีการแก้ไขจึงต้องขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขคำปรารภของ กรรมาธิการหรือไม่ครับ ขอเชิญพวกเราเข้ามาแล้วแสดงตนนะครับ🔗
พร้อมพอสมควรแล้วครับ ปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตนในขณะนี้ ๒๕๔ คน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ขอถามมติว่าผู้ใดเห็นด้วย กับกรรมาธิการที่แก้ไขคำปรารภกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยคือให้คงไว้ตามร่างเดิม กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗
สมาชิกพร้อมแล้วนะครับ ปิดการลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๗๓ คน เห็นด้วย ๑๐๙ คน ไม่เห็นด้วย ๑๔๕ คน งดออกเสียง ๑๙ คน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี มติที่ประชุมไม่เห็นด้วยที่กรรมาธิการแก้ไข คือให้คงไว้ตามร่างเดิมนะครับ🔗
มาตราต่อไปครับ🔗
มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ🔗
มาตรา ๓ มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติสงวนคำแปรญัตติ ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไทย จังหวัดนครศรีธรรมราช ท่านประธานครับ ในมาตรา ๓ ซึ่งผมได้ขอแปรญัตตินั้น ผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าโดยที่ในมาตรา ๑๕๓ ซึ่งทางกรรมาธิการได้มีการแก้ไขแล้วก็เพิ่มเติมจากเดิม ผมอยากเรียนท่านประธานว่า มี ๒ เรื่องที่ผมอยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก นั่นก็คือว่าในเรื่องของการ ผลิตสุราซึ่งมี ๒ ส่วนด้วยกัน ส่วนที่จะผลิตสุราที่ไม่ใช่เพื่อการค้ากับการผลิตสุราเพื่อการค้า ผมอยากเรียนท่านประธานไว้ที่ทางกรรมาธิการได้เขียนไว้ในมาตรา ๑๕๓/๑ ซึ่งผมก็อ่าน ให้ท่านประธานได้ทราบว่าในมาตรานี้ระบุว่าผู้ใดประสงค์จะผลิตสุราที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ตามชนิดและปริมาณที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงให้จดแจ้งรายละเอียดเกี่ยวกับเครื่องกลั่น สำหรับผลิตสุรา ชนิดสุรา ขั้นตอนการผลิตและปริมาณการผลิตต่ออธิบดีตามที่ อธิบดีประกาศกำหนด นั่นคือในส่วนของทางกรรมาธิการ ผมได้ขอแปรญัตติไว้ดังนี้ครับ ซึ่งความไม่ค่อยต่างกันมากนักในส่วนของผู้ผลิตสุราที่ไม่ใช่เพื่อการค้า ซึ่งผมได้ระบุไว้ว่า ผู้ใดจะผลิตสุราที่ไม่ใช่เพื่อการค้าสามารถกระทำได้โดยให้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลในเรื่อง มาตรฐานคุณภาพและสิ่งแวดล้อมเพื่อไม่ให้เกิดอันตราย🔗
ส่วนที่ผมเพิ่มไปมีอยู่สัก ๒-๓ ประเด็น ประเด็นเรื่องของการผลิตสุรา ที่จะต้องมีการกำกับในเรื่องมาตรฐานคุณภาพและสิ่งแวดล้อมและไม่ให้เกิดอันตราย นั่นส่วนที่ ผมเพิ่มไป ซึ่งผมเข้าใจว่าทางกรรมาธิการก็ได้กำหนดในส่วนนี้ แต่ว่าไม่ได้ลงรายละเอียด อย่างที่ผมได้เรียนให้ท่านประธานได้ทราบ ในส่วนที่ ๒ ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตสุราเพื่อการค้า ในส่วนนี้ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่า ผมเองได้เขียนขอแปรญัตติไว้ว่า ผู้ประสงค์จะผลิตสุราเพื่อการค้าให้ยื่นคำขออนุญาตต่อ อธิบดีและต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด ซึ่งในส่วนนี้ การขออนุญาตและออกใบอนุญาตตามวรรคสองที่ผมกล่าวถึงให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง โดยให้ระบุการกำหนดมาตรฐานคุณภาพและกำหนดให้ มีการขึ้นทะเบียนผู้ขอต่อคณะกรรมการระดับจังหวัดแบบพหุภาคี ซึ่งในส่วนที่ผมเติมไปว่า ต่อคณะกรรมการระดับจังหวัดแบบพหุภาคีที่มีความหลากหลายเป็นธรรม เพื่อตรวจสอบคุณภาพผู้ขึ้นทะเบียน และต้องไม่กำหนดคุณสมบัติของผู้ที่เกี่ยวกับขนาด กำลังการผลิต กำลังแรงม้า เครื่องจักร จำนวนพนักงาน หรือประเภทบุคคลผู้มีสิทธิ ขออนุญาต กรณีผู้ขออนุญาตให้เป็นบริษัทซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย ต้องไม่กำหนด จำนวนทุนจดทะเบียนขั้นต่ำ ยกเว้นการกำหนดสัดส่วนผู้ถือหุ้นสัญชาติไทย ผมอยากเรียน ท่านประธานว่าในส่วนนี้ที่กรรมาธิการได้ดำเนินการนั้นมีความต่างจากที่ผมได้ขอแปรญัตติไว้ ซึ่งในส่วนของกรรมาธิการเขียนไว้ว่าผู้ใดประสงค์จะผลิตสุราเพื่อการค้าหรือมีเครื่องกลั่น สำหรับผลิตสุราเพื่อการค้าไว้ในครอบครองให้ยื่นคำขออนุญาตต่ออธิบดีและต้องปฏิบัติตาม หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด ซึ่งในส่วนท้ายนั้นก็คล้ายกับทาง กรรมาธิการ มีส่วนที่คล้ายกับที่ผมได้แปรญัตติ แต่มีความต่างอย่างนี้ครับท่านประธานว่า ในการขออนุญาตต่ออธิบดี ตรงนี้ผมไม่ค่อยจะเห็นด้วย ผมจึงมองว่าการทำอะไรก็ตามที่ไปสู่ ส่วนกลางนั้น ผมมีจุดยืนว่าผมไม่ค่อยจะเห็นด้วย ผมคิดว่าน่าจะกระจายอำนาจไปยังจังหวัดในการขออนุญาต เพราะว่าการตั้งคณะกรรมการ พิจารณาระดับจังหวัดนั้นจะเป็นการกระจายอำนาจให้กับพี่น้องประชาชนที่จะผลิตสุรา เพื่อการค้า แต่ก็มีการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการตามที่อธิบดีกำหนด นั่นคือผมมองว่า ถ้าแบบพหุภาคีนั้นอาจจะมีผู้ว่าราชการจังหวัด มีสาธารณสุขจังหวัด มีมหาวิทยาลัยที่เป็น นักวิชาการที่เป็นนักวิจัยภายในจังหวัดมาเป็นกรรมการตรวจสอบคุณภาพและหลักเกณฑ์ ตามที่กระทรวงกำหนด และกรรมการอื่น ๆ ที่เป็นผู้ทรงคุณวุฒิ จึงเรียนท่านประธานว่า ทั้ง ๒ ส่วนที่ผมแปรญัตตินั้น ในส่วนที่ ๑ ก็ไม่ได้ต่างจากที่กรรมาธิการได้ดำเนินการในเรื่อง ของคุณภาพและมาตรฐานเพื่อป้องกันอันตราย แต่จุดต่างอยู่ในส่วนที่ ๒ ว่าจะขออนุญาต เรื่องนี้ต่อใครเท่านั้นเอง ก็นำเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ และเพื่อนสมาชิก ทุกท่านในความต่างในส่วนที่ ๒ ขอบคุณครับ🔗
เนื่องจากมาตรานี้ กรรมาธิการแก้ไขนะครับ ท่านสมาชิกก็มีสิทธิอภิปรายได้ ขอเชิญ นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ศิริกัญญา ตันสกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เนื่องจากมาตรานี้ มีการแก้ไขจึงจำเป็นที่จะต้องมีการซักถามทางกรรมาธิการให้ได้ชี้แจงค่ะ อย่างที่ได้มีเพื่อน สมาชิกได้มีการกล่าวถึงในเบื้องต้นแล้วว่าเมื่อคืนนี้มีการประกาศกฎกระทรวงฉบับใหม่เกี่ยวกับ เรื่องนี้โดยเฉพาะออกมาเมื่อคืนนี้สด ๆ ร้อน ๆ แต่ว่าถึงแม้ว่าจะเป็นการที่เหมือนกับว่าจะช่วย ปลดล็อกให้กับการผลิตสุราทั้งพื้นบ้าน แล้วก็เบียร์ สุราแช่ แล้วก็สุราพิเศษก็ตาม แต่ยังคงไม่ได้ เป็นไปตามเจตนารมณ์ที่ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่เรากำลังคุยกันอยู่จึงต้องการที่จะให้กรรมาธิการ ได้ชี้ช่วยชี้แจงหน่อยว่าถ้าเรามีกฎกระทรวงนี้แล้ว เรายังจำเป็นที่จะต้องผ่านร่าง พ.ร.บ. สุราก้าวหน้านี้ หรือว่าร่าง พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิตฉบับแก้ไขนี้หรือไม่ เพราะว่าดูในใจความ สำคัญนั้นมีความขัดหรือแย้งกับการแก้ไขตามมาตรา ๓ อย่างชัดเจน เนื่องจากว่าการแก้ไข มาตรา ๓ มีการกำหนดว่าจะไม่ให้มีการกำหนดหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับขนาดกำลังการผลิต กำลังแรงม้า เครื่องจักรทุนจดทะเบียนต่าง ๆ ซึ่งเป็นตัวที่ชี้วัดว่าผู้ประกอบการนั้นเป็นรายเล็ก หรือรายใหญ่ แต่ในขณะที่กฎกระทรวงที่เพิ่งออกมาเมื่อคืนนี้มีการกำหนดทั้งขนาดกำลัง การผลิต มีทั้งการกำหนดในเรื่องของกำลังแรงม้า ในส่วนของการที่จะทำโรงผลิตสุรา ในประเภทต่าง ๆ อย่างชัดเจน ถ้ากฎกระทรวงนี้มีความตั้งใจที่จะปลดล็อกให้รายเล็กรายย่อย ได้สามารถที่จะผลิตสุรา แต่กังวลในเรื่องของความปลอดภัยหรือว่ามาตรฐานคุณภาพก็ควรที่จะ มีการกำหนดตัวมาตรฐานของคุณภาพสินค้าของที่เป็นเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แทนการกำหนด กำลังการผลิตหรือไม่ ดังนั้นเมื่อจึงต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการให้ได้ช่วยชี้แจง ความแตกต่างระหว่างกฎกระทรวงที่เพิ่งออกเมื่อคืนนี้ กับตัวร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ที่เรากำลัง พิจารณากันอยู่ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ท่านวิรัช พันธุมะผล เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม นายวิรัช พันธุมะผล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคภูมิใจไทย ถ้าเราอ่านเฉพาะพระราชบัญญัติสรรพสามิตที่แก้ไขนะครับ ท่านศาสตราจารย์ ดอกเตอร์โกวิทย์ท่านได้สงวนไว้ในวรรคสองนะครับว่า การผลิตสุราไม่ใช่เพื่อการจำหน่าย ให้มีการควบคุมพอสมควร ในฐานะที่ผมเคยเป็นอัยการมา ๑๐ กว่าปี ได้มีการพบว่าการผลิต สุราที่ไม่ได้รับอนุญาตที่ไม่ได้เพื่อการจำหน่ายแต่ในทางพฤติกรรมก็มีการจำหน่าย คำว่าจำหน่าย รวมถึงการให้นะครับ การจำหน่ายนี่หมายถึงการให้เฉย ๆ ก็ถือว่าเป็น การจำหน่าย แต่ถ้ากินส่วนตัวมันไม่ใช่จำหน่ายหรอกครับ เพราะฉะนั้นผมก็เลยเห็นว่า ในกฎกระทรวงการผลิตสุรา พ.ศ. ๒๕๖๕ ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๖ ได้มีหมวดหนึ่งได้บัญญัติไว้ว่า การผลิตสุราที่มิได้เพื่อการค้าโดยมี ขั้นตอนต่าง ๆ โดยเฉพาะมาตรา ๗ มาตรา ๘ และมีมาตราที่สำคัญคือมาตรา ๑๐ ซึ่งได้เขียน ไว้ว่า ในกรณีที่อธิบดีพิจารณาแล้วเห็นว่าคำขอรับอนุญาตเป็นไปตามข้อ ๗ และสถานที่ ผลิตสุรามีพื้นที่เพียงพอที่จะผลิตสุราโดยไม่ก่อให้เกิดอันตราย หรืออาจก่อเหตุเดือดร้อน รำคาญแก่ผู้อื่น และมิใช่สถานที่ผลิตสุราของผู้ได้รับอนุญาตผลิตสุรารายอื่นให้มีคำสั่งอนุญาต เห็นไหมครับ อันนี้เป็นสิ่งที่ดีครับ คือในฐานะผมเป็นพนักงานอัยการมาก่อน ผมเห็นการผลิต สุราที่ไม่ได้ชอบด้วยกฎหมายก็ผลิตในบ้านครับ วัตถุกรวยก็เป็นสังกะสี สกปรก เป็นสนิม บางครั้งจากการตรวจพิสูจน์สุราที่ไม่ได้รับอนุญาตนี่ละครับ บางทีชาวบ้านก็ใส่กรัมม็อกโซน ลงไปเพื่อเร่งให้มันเกิดปฏิกิริยาเร็วขึ้น ขวดก็ไม่มีการล้างทำความสะอาด ชาวบ้านข้างเคียง ก็เหม็นนะครับ ผมไม่ได้ขัดข้องที่ชาวบ้านจะผลิตสุราเพื่อใช้เองกินเอง ตอนสมัยผมเรียน มหาวิทยาลัยเวลาจัดงานรุ่น จัดงานอะไรก็ตาม ผมก็ต้องไปขอที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ขอซื้ออุมาจากชาวบ้านมาแจกให้นักศึกษากินกัน ก็ถูลู่ถูกังกันมา ใส่ถ้วยโถโอชาม ก็ไม่ได้มีการล้างหรอกครับ ที่ผลิตนั้นนิสิต มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เขาก็ผลิตกันเอง ไม่ใช่มี ขั้นตอนที่ความสะอาดก็ดี สิ่งแวดล้อมก็ดี การตรวจพิสูจน์ว่าสุรานั้นเป็นกี่ดีกรี (Degree) ดีกรี (Degree) เท่าไร มีสูตรถูกต้องหรือไม่ นี่คือสิ่งที่น่าเป็นห่วง ผมไม่ติดใจถ้าจะให้ปฏิบัติ ตามกฎกระทรวง บทที่ ๑ ข้อ ๗ ข้อ ๘ ข้อ ๙ ข้อ ๑๐ ข้อ ๑๑ ข้อ ๑๒ ผมอ่านจาก กฎกระทรวงก็ไม่ได้เป็นการที่จะควบคุมไม่ให้ผลิต ความจริงผมยังอยากจะเขียนมากกว่านี้ แต่ผมว่าเขาก็ใจกว้างพอแล้วนะครับ เขายังไม่เขียนไว้ว่าประวัติของผู้ผลิตนี่เคยต้องโทษหรือ เคยกระทำความผิดเกี่ยวกับผลิตสุราโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สำคัญ และนอกจากนี้แล้วจริง ๆ สุราก็เป็นอาหารชนิดหนึ่งนะครับ การผลิตอาหารบางทีก็ต้อง ขออนุญาตเหมือนกัน แต่เราไม่พูดถึงขนาดนั้น เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยกับที่ท่าน ศาสตราจารย์ดอกเตอร์โกวิทย์ที่ท่านได้แปรญัตติไว้ว่า การขออนุญาตออกใบอนุญาตตาม วรรคหนึ่งให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข และท่านแปรญัตติไว้ว่าให้เป็นไปตาม กฎกระทรวง หลักเกณฑ์อื่นในลักษณะที่เป็นการกีดกันการค้า หรือก่อให้เกิดการแข่งขัน อันนี้ก็โอเค (OK) ครับของท่านโกวิทย์ ผมว่าเป็นสิ่งที่หวังดีของท่านผู้หลักผู้ใหญ่นะครับ ท่านก็เป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยมาก่อน ท่านก็เห็นพฤติกรรมของการผลิตสุราที่ไม่ได้มาตรฐาน ก็เป็นห่วงว่าจะเกิดอันตรายต่อประชาชน เพราะฉะนั้นผมก็เห็นด้วยที่จะให้เป็นไปตาม กำหนดในกฎกระทรวง ขอบพระคุณครับ🔗
กรรมาธิการเชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ในฐานะกรรมาธิการ ในกฎหมายฉบับนี้ก็เรียนชี้แจงท่านวิรัชนะครับว่าเรื่องคุณภาพ อะไรต่าง ๆ นานา จริง ๆ แล้วมันเป็นเรื่องที่ไม่ได้ระบุไว้ในกฎหมายนี้ก็จริงแต่จริง ๆ แล้ว ก็ต้องตามกฎหมายอื่นและกฎกระทรวงของทางกรมสรรพสามิตอยู่แล้ว แล้วก็ท่านศิริกัญญา ที่ได้อภิปรายเกี่ยวเนื่องกับว่ากฎกระทรวงมีความแตกต่างกับอันนี้อย่างไร ก็ต้องเรียน ตามตรงว่าเป็นกฎหมายคนละฉบับกัน กฎหมายนี้เป็นกฎหมายที่จะให้อำนาจในการ ไปแก้ไขกฎกระทรวง กฎกระทรวงที่แก้ไขมาเมื่อวานนี้เท่าที่ผมได้ดูก็มีการปลดล็อก ก็จริงอยู่แต่ก็เหมือนปลดล็อกอันหนึ่งแล้วก็มีล็อกอีกอันหนึ่งขึ้นมา ซึ่งมีหลายเรื่องด้วยกัน อาทิเช่นในการเอากำลังการผลิตของเบียร์ ๑๐ ล้านลิตรออก ก็ต้องไปทำเกี่ยวกับ อีไอเอ (EIA) ทั้งที่จริง ๆ แล้วในเรื่องของการทำโรงเบียร์นี้ การทำอีไอเอ (EIA) หรือการ ประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมอาจจะไม่จำเป็นสำหรับโรงเบียร์ที่ไม่ได้ขนาดใหญ่มาก ใช่ไหมครับ รวมถึงการยังคงเดิมอยู่ของสุราพิเศษประเภทบรั่นดี วิสกี้ต่าง ๆ หรือว่าลิเคียวร์ (Liqueur) จริง ๆ แล้วลิเคียวร์ (Liqueur) คือเหล้าที่เอาน้ำผลไม้ไปผสมนะครับ ซึ่งตรงนี้ กฎกระทรวงเดิมคือ ๓๐,๐๐๐ ลิตร ปัจจุบันก็ยังล็อกไว้ที่ ๓๐,๐๐๐ ลิตรอยู่ดี ก็คือไม่มีการ แก้ไขในส่วนนี้ รวมถึงโรงงานสุราขาวขนาดใหญ่คือ ๙๐,๐๐๐ ลิตรต่อวัน ก็ยังคงเดิม ซึ่งตรงนี้ ถ้าทางร่างของกรรมาธิการที่ใส่ว่าห้ามใส่กำลังแรงม้าเครื่องจักร ปริมาณอะไรต่าง ๆ เข้ามา มันก็จะทำให้เกิดเรื่องของการปลดล็อกตรงนี้เกิดขึ้นนะครับ ก็คือเราจะไม่มีลำดับชั้นต่อไป อย่างกฎกระทรวงใหม่เรื่องเหล้าขาวยังเหมือนเดิมนะครับ คือ ๕ แรงม้า ๗ แรงคนเหมือนเดิม และคนต้องอัปเลเวล (Up Level) เก็บเลเวล (Level) เหมือนอาร์โอวี (ROV) เลยครับ ท่านประธาน ก็คือทำ ๑ ปีก่อนไม่ผิด ซึ่งกฎหมายอื่นที่ไม่ได้แก้ในกฎหมายก็มากมายที่ให้ ชาวบ้านต้องทำบัญชีโน่นนี่นั่น ผมเชื่อว่าใครขี่มอเตอร์ไซค์แบบผมก็จะเข้าใจว่าถ้าตำรวจเขา มาเดินรอบรถเรา รอบมอเตอร์ไซค์เราอย่างไรก็ต้องผิดสักจุด ซึ่งตรงนี้ล่อแหลมมากนะครับ ในการที่อาจจะทำให้เจ้าหน้าที่ใช้อำนาจในการที่ไม่ชอบหรือว่าอะไรเมื่อเห็นสิ่งผิดแล้วเรียก รับเงินเพื่อเป็นการต่อรองว่าคุณจะได้ไม่ต้องไปรออีก ๑ ปีหน้า เพื่อคุณจะอัปเลเวล (Up level) เป็นโรงสุรากลั่นขนาดกลาง ซึ่งตรงนี้เองทำไมต้องมีเล็ก กลาง ตรงนี้ แล้วกว่าจะกลางเสร็จ กลางนี้คือทำได้ถึง ๔๙ แรงม้า ทำเกิน ๔๙ แรงม้าก็ต้องทำ ๙๐,๐๐๐ ลิตรต่อวัน ตรงกลาง มันหายไปไหนครับ อยากเรียนตรงนี้ว่านี่คือสิ่งที่ทางกรรมาธิการเราได้พิจารณาว่าอยากให้ ตัดตรงนี้เพื่อจะได้ไปปลดล็อกตรงนี้ที่กฎกระทรวงทั้งในอดีตตอนที่เราทำอยู่และปัจจุบันนี้ยัง ตึงและล็อกอยู่ ดังนั้นท่านประธานครับ ก็เรียนชี้แจงท่านสมาชิกครับว่าการที่เราออก กฎหมายฉบับนี้ที่จะผ่านไปได้สำคัญอย่างยิ่ง เพราะมันเป็นกฎกมายที่ออกโดย สภาผู้แทนราษฎรของเราเองที่เรามีความพิเศษกว่าประเทศอื่นที่มีคำว่าผู้แทน และมีคำว่า ราษฎรห้อยท้าย ผมเชื่อว่าหลาย ๆ ที่ พี่ ๆ ที่อยู่ต่างจังหวัด เพื่อนสมาชิกก็อยู่ต่างจังหวัด ก็จะทราบดีว่าอันนี้ก็เป็นความหวังของพี่น้องเขาเหมือนกันที่ได้นำผลผลิตทางการเกษตร ได้มาใช้นะครับ มันง่าย ๆ ครับ เราแค่ปลดล็อกอะไรสักอย่าง แล้วใบอนุญาตสุราเป็นเบียร์ ก็เป็นเบียร์ ใบอนุญาตสุรากลั่นก็สุรากลั่น ก็เท่านั้นเอง นี่คือสิ่งที่กฎหมายควรจะออกมา และจะบังคับให้กฎกระทรวงเป็นแค่เช่นนั้นเองครับ มันไม่ได้เป็นเรื่องอื่นที่ใหญ่โต เรื่องคุณภาพสิ่งแวดล้อมไม่ได้มีห้ามไว้ว่าห้ามกำหนด ถึงไม่กำหนดกฎหมายอื่นก็มีบังคับใช้ อยู่แล้ว อย่างไรก็ฝากพี่น้องเพื่อน ๆ สมาชิกในสภาว่าอย่างไรช่วยแสดงเสียงของตัวเองว่า ช่วยกันปลดล็อกวันนี้ไปด้วยกันนะครับ เราอาจจะคลายล็อกกันบ่อยเหลือเกินสองวันนี้ เมื่อวานก็ปลดล็อกแล้วก็ล็อกอีกที แต่วันนี้เราจะปลดโซ่ตรวนแห่งนี้ ไปให้ได้ด้วยมาตรา ๓ ของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ครับ ขอบคุณมากครับ🔗
มาตรา ๓ คุณพิธาจะขอ อภิปรายมาตรา ๓ ใช่ไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ขอลุกขึ้นอภิปราย พ.ร.บ. สรรพสามิต มาตรา ๓ ในวาระที่สองที่กรรมาธิการมีการแก้ไข สำหรับการอภิปรายในวันนี้เป็นการอภิปรายในวาระที่สอง ในส่วนที่กรรมาธิการแก้ไข เพราะฉะนั้นวันนี้ไม่ได้เป็นการอภิปรายซ้ำกับที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้วในวันนี้ หรือ ไม่ได้ซ้ำกับสิ่งที่พูดในวาระที่หนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นศักยภาพในการแปรรูปสินค้าการเกษตร ไม่ว่า จะเป็นการทลายทุนผูกขาด ไม่ว่าจะเป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมเรื่องเหล้า เล่าเรื่องในเรื่อง เหล้าของอุตสาหกรรมไทยแต่อย่างใดครับ แต่วันนี้เป็นการพิจารณากฎหมาย ซึ่งหลักการใน การพิจารณากฎหมายที่สำคัญที่สุดคือเมื่อเอาสภาพข้อเท็จจริง ศักยภาพของผู้ประกอบการ ในอุตสาหกรรมนี้มาเทียบกับกฎหมาย พ.ร.บ. ฉบับนี้ และเทียบกับกฎกระทรวงที่เพิ่งผ่านมา เมื่อวานครับว่าอันไหนที่มันเหมาะสมกับข้อเท็จจริงของประเทศ กับศักยภาพของประเทศ โดยจริง ศักยภาพของผู้ประกอบการไม่ว่าเขาจะทำจิน (Gin) หรือทำรัม (Rum) อยู่ที่ เชียงใหม่หรืออยู่ที่หนองคาย หรือว่าจะอยู่ที่สงขลา หรือว่าจะอยู่ที่สุราษฎร์ธานี พวกนี้เป็น ผู้ประกอบการระดับโลกทั้งนั้นครับท่านประธาน ชนะที่กรุงปารีส ชนะที่โตเกียว ชนะที่ ฮ่องกง ชนะคู่แข่งจากออสเตรเลีย ชนะคู่แข่งจากอาร์เจนตินา พวกนี้คือระดับโลก ถ้าสำหรับ ผู้ประกอบการระดับนี้ที่เป็นคนไทยที่ไปในระดับโลก แบรนด์ (Brand) ไทยที่ไปในระดับโลก ใช้กฎกระทรวงคุม เขาไม่ได้รับการปลดล็อกเลยครับ กฎกระทรวงคือการเปลี่ยนล็อก จากล็อกเก่าไปเป็นล็อกใหม่ มาตรา ๓ ที่เรากำลังพิจารณาอยู่นี้คือการปลดล็อกโดยแท้จริง ถ้าคุณทำจิน (Gin) หรือทำรัม (Rum) จากน้ำอ้อยที่อยู่ในภาคอีสาน ๓๐,๐๐๐ ลิตรต่อวัน เหมือนเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง แล้วก็ไม่มีการปลดล็อกด้วย เพราะว่าปีศาจพวกนี้มันอยู่ใน รายละเอียด ศักยภาพที่เขาเป็นอันดับหนึ่งที่เขาสามารถส่งออกไปได้ ๑๗ ประเทศ เขาก็ต้อง จดเป็นนิติบุคคล ต้องจดเป็นบริษัท ทั้งที่จริง ๆ แล้วไม่ได้เป็นสิ่งที่จะต้องมาควบคุมกัน อันนี้ เป็นตัวอย่างที่ ๑ ว่าศักยภาพของผู้ประกอบการไทยที่ไปในระดับโลกแล้ว ถ้ามาจาก กฎกระทรวงที่วิธีคิดอาจจะมาจากราชการ มาจากสรรพสามิตอย่างเดียวไม่สามารถ ปลดปล่อยศักยภาพของพี่น้องประชาชนคนไทยได้ ไม่สามารถปลอดปล่อยศักยภาพของ ผู้ประกอบการไทยได้ ไม่สามารถปลอดปล่อยศักยภาพของวัตถุดิบไทยอย่างข้าว อย่างมัน อย่างข้าวโพด อย่างผลไม้ได้ แต่ในขณะเดียวกันมาตรา ๓ ที่เรากำลังคุยกันอยู่นี้ว่าให้ยกเลิก ความในมาตรา ๑๕๓ พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ เพื่อที่จะไม่ให้มีการ กีดกันการแข่งขันผ่านกำลังการผลิต กำลังแรงม้า ทุนจดทะเบียน และจำนวนพนักงาน อันนี้ ต่างหากที่จะเป็นการปลดปล่อยศักยภาพอันแท้จริงของผู้ประกอบการไทยที่ไปในระดับโลก ซึ่งนโยบายสุราก้าวหน้านี้ไม่ใช่แค่นโยบายเกี่ยวกับความเท่าเทียมในการผลิตครับ เป็นนโยบายเศรษฐกิจด้วย เป็นนโยบายการเกษตรด้วยในการแปรสินค้าการเกษตร เป็นนโยบายท่องเที่ยวไปในตัวด้วย คิดว่าจะใครกี่คนที่จะเดินทางไปหนองคาย มีใครกี่คน ที่จะเดินทางไปแพร่ นั่นคือนักท่องเที่ยว นั่นคือคนที่สนใจในอุตสาหกรรมอาหารและสุรา ของประเทศไทยที่จะทำให้เกิดการท่องเที่ยว เกิดการเดินทางให้มากขึ้น เพราะฉะนั้นผม มีความจำเป็นครับที่จะต้องสนับสนุนร่างที่กรรมาธิการได้แก้ไขมาแล้วว่าสิ่งเหล่านี้ถ้าจะ ปลดปล่อยศักยภาพได้รัฐต้องเล็ก เรื่องแบบนี้รัฐจะใหญ่ไม่ได้ มันทำให้ศักยภาพไปต่อไม่ได้ เปลี่ยนแค่จากจดแจ้งของกรรมาธิการไปเป็นอนุญาตนี่ก็เรื่องใหญ่แล้วนะครับ พี่น้องประชาชนที่ฟังอยู่ไม่ต้องอยู่ในอุตสาหกรรมสุราก็ได้ เป็นเจ้าของโรงงานธรรมดาก็ได้ จะแค่เอาไฟฟ้าเข้าในหมู่บ้านก็ได้ การขออนุญาตจากรัฐ ราชการไทยที่รวมศูนย์นี่ยากมาก แล้วเป็นการเปิดดุลยพินิจให้ข้าราชการรีดไถจากพี่น้องประชาชนอีก พี่น้องสุราเรื่องใหญ่เลย ครับ ชอบไปหาโรงผลิตเหล้ากันตอน ๓ ทุ่ม แล้วก็มาขอตรวจดูบัญชี ถ้าอยากให้เรื่อง มันหายไปจ่ายมา ๕๐,๐๐๐ บาท อันนี้เป็นเรื่องของการที่มีกฎหมายที่หยุมหยิม กฎหมาย ที่เหมือนพายเรือวนอยู่ในอ่าง กฎหมายที่ลดกำแพงอันหนึ่งขึ้นแล้วสร้างกำแพงขึ้นมา อีกอันหนึ่ง แล้วมันเป็นดุลยพินิจที่จะทำให้พี่น้องประชาชนไม่สามารถไปถึงศักยภาพระดับโลกของเขาได้ และโดนขูดรีดไถ อย่างที่ทางรัฐบาล นายกรัฐมนตรีบอกว่ากลัวเหล้าเถื่อน ผมว่าที่เถื่อน ไม่ใช่เหล้าครับ เป็นกฎหมาย เถื่อนเป็นกระบวนการในการใช้กฎหมายให้ดุลยพินิจของ เจ้าหน้าที่เข้าไปรีดไถผู้ประกอบการที่เขาพยายามที่จะสร้างวัฒนธรรมไทยและแปรสินค้า การเกษตรให้กับไทย อันนี้ต่างหากที่จะเป็นเรื่องเถื่อน การลวงให้มีกฎหมายอย่างนี้อยู่ใน ๕๐ ปีของประเทศ ทำให้อยู่แค่ไม่กี่ครอบครัว อันนี้ต่างหากที่เป็นเรื่องเถื่อน เพราะฉะนั้น ในการที่เราจะทำให้เศรษฐกิจฟื้นได้ ทำให้การท่องเที่ยวฟื้นได้กระจายไม่กระจุก ต้องผ่านร่าง ของคณะกรรมาธิการร่างนี้เท่านั้น ผมคงไม่มีโอกาสที่จะได้อภิปรายต่อจนไปถึงวาระที่สาม แต่ผมอยากจะฝากท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกอย่างนี้ครับ สำหรับทุกท่านที่อยู่ในที่นี้ นี่เป็นการโหวต ๑ ครั้งในพันครั้ง บางท่านอาจจะเป็นหมื่น ๆ ครั้งที่เคยโหวตมา ไม่ได้มี ความหมายอะไรกับพวกท่านมากมายขนาดนั้น แต่สำหรับผู้ประกอบการ สำหรับเกษตรกร สำหรับคนรุ่นใหม่ที่อยู่ในวงการ นี่คือความฝันของเขาและนี่คือความหวังของเขา พอท่าน โหวตเสร็จท่านก็คงกลับไปกินรอธส์ชิลด์ของฝรั่งเศส กลับไปกินฮิบิกิของญี่ปุ่น กลับไป กินโซจูของเกาหลี ปลายปีนี้ท่านก็คงจะเตรียมตัวเดินทางปีใหม่ อาจจะไปโอปุสวัน ที่นาปา วัลเลย์ ที่สหรัฐอเมริกาเพื่อสนับสนุนเกษตรกรของอเมริกา ถ้าท่านสนใจเดินทางมาก หน่อยอาจจะไปไกลถึงเม็กซิโกเพื่อไปเตกิลา หรือไปเปรูเพื่อไปกินเบียร์ของพี่น้องชาติพันธุ์ ที่ทำมาจากข้าวโพด อาจจะไม่มีความหมายอะไรกับท่านมากไปกว่านั้น แต่สำหรับ พี่น้องเกษตรกร สำหรับผู้ประกอบการที่เขาสู้มาเป็น ๓๐-๔๐ ปี ตั้งแต่เครือข่ายเหล้าไทย ตั้งแต่สมัยที่ผมยังเด็กอยู่จนถึงทุกวันนี้ อันนี้คือโค้งสุดท้ายของเขาที่จะทำให้เขามี ความฝันอยู่ในประเทศนี้ ต้องเรียนท่านประธานผ่านไปยังพี่น้องประชาชนครับ เรามาไกล เกินกว่าจะแพ้ กับสิทธิชุมชนในการทำธุรกิจ ในการเปลี่ยนผู้ประกอบการ เปลี่ยนเกษตรกร ให้เป็นผู้ประกอบการ การเปลี่ยนโภคภัณฑ์ให้เป็นผลิตภัณฑ์ โภคภัณฑ์ราคามีแต่ลง ผลิตภัณฑ์ราคามีแต่ขึ้น และหาวิถีในการที่จะหาฐานภาษีใหม่ ๆ ให้กับประเทศ หางบประมาณใหม่ ๆ ในการที่จะดูแลผลกระทบที่เกิดขึ้นจากสุรา ไม่ว่าจะเป็นสุรานายทุน สุรานำเข้าหรือว่าสุราพื้นบ้าน ซึ่งนั่นก็คือการเก็บภาษีจากฐานอุตสาหกรรมใหม่ที่จะได้จาก สุราก้าวหน้าเพื่อมาดูแลเยาวชน นักดื่มคนรุ่นใหม่ให้ดื่มอย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อที่จะให้ กระทรวงสาธารณสุขที่ดูแลเรื่องเกี่ยวกับอุบัติเหตุในรถมีงบประมาณในการทำและไม่มีข้ออ้าง ในการที่จะดูแลทั้งจุดแข็ง ศักยภาพและความท้าทายที่มาจากอุตสาหกรรมสุราทั้งประเทศ ไม่ว่าจะมาจากเป็นของใคร ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
กรรมาธิการจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย ในฐานะ กรรมาธิการเสียงข้างมาก ต่อประเด็นที่มีเพื่อนสมาชิกได้อภิปรายในมาตรา ๓ ของ พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต หรือเรื่องของสุรา การเปิดเสรีสุรา ต้องเรียนด้วยความเคารพว่าในขั้นตอน ของกรรมาธิการมีการถกแถลงกันมาก และกระบวนการแก้ไขในมาตรา ๓ ที่เกิดขึ้นได้มีการ แยกมาตรา ๓ ออกเป็นมาตรา ๓/๑ และมาตรา ๓/๒ ซึ่งเป็นกระบวนการแก้ตามข้อสังเกต ของทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นสรรพสามิต ไม่ว่าจะเป็นกฤษฎีกา ซึ่งกระบวนการ ซึ่งมีการแก้ไขออกมานั้นเป็นเพียงแค่ทำให้ตัวกฎหมายมีความรัดกุมขึ้นในประเด็นของการ แยกกลุ่มของผู้ผลิตสุราเพื่อการค้าและไม่ใช่เพื่อการค้า และมีมาตรา ๓/๒ ออกมาเป็นเรื่อง ของการกำหนดโทษให้มีความเหมาะสม ต้องเรียนต่อท่านประธานอย่างนี้ครับ กระบวนการ แก้ไขที่เราได้ทำมา เดินหน้ามา น่าจะเป็นสิ่งซึ่งทำให้กระบวนการออกกฎหมายของเรา รัดกุมขึ้น โดยที่ไม่ได้มีการปรับแก้ในหลักการและเหตุผลจากที่เราในฐานะกรรมาธิการได้รับ มาจากทางเพื่อนสมาชิกที่เข้าไปอยู่ในชั้นกรรมาธิการเลย ต้องเรียนต่อท่านประธานครับ มีเพื่อนสมาชิกที่ได้มีการสอบถามในประเด็นที่มีความสำคัญตั้งแต่ก่อนการที่เราจะเริ่ม เข้าสู่วาระของตัวร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิตนี้ รวมถึงเพื่อนสมาชิกอีกท่านหนึ่ง ท่านศิริกัญญาก็สอบถามความแตกต่างระหว่างกฎกระทรวงที่ออกเมื่อวานกับ ร่างพระราชบัญญัติที่เรากำลังทำกันอยู่ ต้องเรียนต่อท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิก อย่างนี้ครับ ในส่วนของกระบวนการผมต้องเรียนตรง ๆ ว่าเวลานี้ถึงแม้ผมจะขึ้นมาแล้วผม บอกว่าผมเป็นกรรมาธิการเสียงข้างมากก็ตาม แต่ฟังดูกระแสทิศทางของสมาชิกในสภา ณ เวลานี้ทำท่าจะกลายเป็นเสียงข้างน้อย เพราะว่าเราอาจจะมีทิศทางซึ่งจะเดินไปสู่การพิจารณาโดยให้ความเห็นว่าตัวร่างพระราชบัญญัตินี้ อาจจะหมดความจำเป็นไปแล้วหรือไม่กับการที่มีกฎกระทรวงออกมาจากทางคณะรัฐมนตรี เมื่อวาน ผมต้องเรียนด้วยความเคารพว่ากฎกระทรวงที่ออกเมื่อวานนี้มีเนื้อหาซึ่งค่อนข้าง ใกล้เคียงครับ ต้องยอมรับความจริง อาจจะมีบางประเด็นที่ยังขาดตกบกพร่อง ที่ยังไม่ครบถ้วนตามสิ่งที่เราได้ทำกันอยู่ แต่ตัวร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เองเป็น ร่างพระราชบัญญัติซึ่งเราเดินหน้ามาเป็นเวลานานนะครับท่านประธาน เราเดินมากับปัญหา ที่มันเกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในภาคธุรกิจนี้โดยตรง แล้วเราจะหาทางที่จะออก กฎหมายเพื่อที่จะไปแก้กฎกระทรวงที่ทาง ครม. ได้ออกมาเมื่อวานนั่นแหละ ถึงแม้ว่า ในทัศนะของผมเองนั้น การแก้กฎกระทรวงเมื่อวานทำอย่างเร่งด่วน มีการประกาศ ในราชกิจจานุเบกษาภายในวันเดียวซึ่งไม่ค่อยปรากฏนักในกระบวนการที่จะออก กฎกระทรวงหรือออกกฎหมายใด ๆ นะครับ แสดงให้เห็นถึงความที่มีความเร่งรีบ อาจจะ เพื่อให้มีผลกระทบกับกระบวนการพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎรในวันนี้ก็เป็นได้ แต่ผมต้อง เรียนต่อท่านประธานครับ กระบวนการทำงานของเราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในสภาแห่งนี้ เราไม่ควรจะเอาปัจจัยภายนอกเข้ามาเป็นปัจจัยในการพิจารณาตัวกฎหมาย สิ่งที่เราทำอยู่เป็นการแก้กฎหมาย ซึ่งแน่นอนครับ ประเด็นแรกที่สำคัญที่สุดคือศักดิ์ มันสูงกว่าตัวกฎกระทรวง เป็นการยืนยันเจตนารมณ์ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรว่า ทิศทางการเปิดเสรีเรื่องของสุรานี้เป็นสิ่งซึ่งเราอยากจะให้เกิดความเสมอภาคต่อ พี่น้องประชาชนที่อยู่ในภาคธุรกิจเรื่องของสุรา ไม่ให้รายใหญ่มีการผูกขาดอีกต่อไป ไม่ให้รายใหญ่สามารถครองตลาดได้จนกระทั่งรายเล็ก ๆ ไม่สามารถยืนบนลำแข้งแล้วก็ต่อสู้ได้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเจตนารมณ์ซึ่งเราออกกฎหมายกันครับ ถ้าเราจะไปหวังพึ่งว่าวันนี้ มีกฎกระทรวงมาแล้วเราก็เห็นอยู่ว่ากฎกระทรวงอันนี้พี่น้องประชาชนเขาเรียกร้องให้มีการ แก้ไขมานับสิบปีแต่ไม่ได้รับการแก้ไข วันนี้เรากำลังจะออกกฎหมาย มามีกฎกระทรวง ออกมา ๑ ฉบับแล้วบอกว่าเพียงพอแล้ว มันไม่เป็นสิ่งที่จะยืนยันให้เกิดความมั่นใจได้เลยว่า ในอนาคตทิศทางของตลาดเรื่องของสุราจะเป็นไปอย่างไร หมายความว่าอะไรครับ วันนี้ ถ้ากฎหมายฉบับนี้ไม่สามารถผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรได้ แปลว่ากฎหมาย ซึ่งเป็นแม่เป็นหลักของตัวกฎกระทรวงต่าง ๆ ไม่มีผลบังคับใช้ วันนี้มีกฎกระทรวงซึ่งออก เมื่อวาน มะรืนอาจจะมีกฎกระทรวงไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงใหม่เปลี่ยนกลับก็ยังได้ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้จะสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนได้เพียงหนทางเดียวคือเราต้องยืนยันด้วย กฎหมาย ซึ่งเราได้ทำกันมาผ่านวาระที่หนึ่ง ผ่านความเห็นชอบในหลักการ ผ่านการทำงาน ในชั้นกรรมาธิการ แล้วเราจะเดินหน้าไปสู่การลงมติในวาระที่สามในวันนี้นั่นเอง ท่านประธานที่เคารพครับ สิ่งที่เรากำลังทำกันอยู่นะครับ ผมต้องเรียนต่อท่านประธาน ในขั้นตอนกระบวนการซึ่งผมได้พบมาในชั้นกรรมาธิการสักเล็กน้อย ในการพิจารณาในชั้น กรรมาธิการเราพบปัญหาว่ากระบวนการแก้กฎหมายผมต้องยอมรับความจริงครับ ผมเอง ใจอยากจะให้มีเรื่องของเสรีในเรื่องของการค้าการผลิตในเรื่องสุรานะครับ แต่สิ่งที่เราได้พบ มาก็คือถึงแม้ว่าตัวกฎหมายที่เรากำลังพิจารณากันอยู่เองนั้น เราทำกันมาอย่างดีที่สุดครับ แต่กระบวนการทำของเรานั้นมันก็ยังมีจุดโหว่ สิ่งที่ได้พบมาในขั้นตอนการพิจารณานั้นก็คือ ถึงแม้ว่าเราจะเดินหน้าจนกระทั่งกฎหมายฉบับนี้ได้รับความเห็นชอบในวาระ ๓ สิ่งที่เป็น ผลลัพธ์ออกมานั้นก็ยังไม่สามารถยืนยันให้กับพี่น้องประชาชนให้กับสภาแห่งนี้ได้ว่าการค้า อย่างเสรีในอุตสาหกรรมสุรามันจะเกิดขึ้นได้จริง เพราะกฎหมายที่มีความเกี่ยวเนื่องกันไม่ว่า จะเป็นกฎหมายในเรื่องของโรงงานอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำอีไอเอ (EIA) การบริหารจัดการต่าง ๆ อีกมากมาย ซึ่งมันจะเป็นอุปสรรคแล้วก็ยังจะเป็นจุดที่ยังเป็น ล็อกอยู่ ที่จะไม่สามารถทำให้ธุรกิจในเรื่องของสุราเป็นการค้าที่เสรีได้จริง วันนี้กฎกระทรวง ที่ออกมาเมื่อวานก็เป็นเช่นเดียวกันนั่นเอง เพราะว่ากฎกระทรวงที่ออกมาเมื่อวานเป็นการ ผูกมัดให้กับทุกคนที่จะเข้าสู่ธุรกิจต้องเข้าสู่กระบวนการในเรื่องของการทำโรงงาน อุตสาหกรรม การเข้าสู่อีไอเอ (EIA) ซึ่งก็ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเราจะเปิดเสรีให้กับเขา ในการที่จะทำมาหากิน ในการที่จะทำมาค้าขาย ปัญหาเหล่านี้ ผมเองในฐานะกรรมาธิการ เสียงข้างมาก ผมจึงได้เสนอกับกรรมาธิการทุกท่านให้บรรจุอยู่ในข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ อยู่ข้อหนึ่งคือข้อ ๙ เป็นการอธิบายความว่ามันยังมีกฎหมายอีกมากมายซึ่งยังจะเป็นอุปสรรค ต่อการเปิดเสรีในครั้งนี้ ผมเองและกรรมาธิการได้มีข้อสังเกตและอยากจะให้ เพื่อนสมาชิกได้ให้ความเห็นชอบด้วยเช่นกัน นั่นก็คือให้ความเห็นชอบว่ากฎหมาย และระเบียบต่าง ๆ ทางราชการที่มันยังเป็นอุปสรรคอยู่นั้น ก็ขอให้มีการเดินหน้าเพื่อที่จะไป แก้ไขในวาระต่อ ๆ ไป เพื่อให้สุดท้ายเป้าประสงค์ของเราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่จะให้มีความเสรีให้มีการแข่งขันอย่างเป็นธรรมเกิดขึ้นได้จริงนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปกรรมาธิการสาทิตย์ วงศ์หนองเตย🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะคณะกรรมาธิการ วิสามัญของกฎหมายฉบับนี้ น่าจะเรียกได้ว่าเป็นคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ผมอยากจะ เพิ่มเติมประเด็นที่คณะกรรมาธิการบางท่านได้อธิบายไปแล้วเมื่อสักครู่นี้ครับว่า มาตรา ๓ ถือเป็นมาตราที่เป็นหัวใจหลักของตัวกฎหมายฉบับนี้ แต่ขณะนี้มีปัจจัยของการลงมติในสภานี้ อาจจะแปรเปลี่ยนไปในวาระ ๑ ที่เรารับหลักการนั้นเราเห็นตรงกันหมดในสภานะครับโดย เสียงข้างมากว่าอุตสาหกรรมของการผลิตสุรานั้นถูกผูกขาดอยู่ในกลุ่มทุนขนาดใหญ่ ในระยะเวลาที่ยาวนานหลายสิบปี ในขณะที่มูลค่าการตลาดของอุตสาหกรรมประเภทนี้นั้น ต่อปีมีมูลค่าหลายแสนล้านบาท และกลุ่มทุนผูกขาดขนาดใหญ่เหล่านั้นก็ได้รับผลประโยชน์ จากสิ่งนี้ไป ในขณะที่ชาวบ้านหรือกลุ่มทุนขนาดเล็ก ๆ ทั้งหลายไม่สามารถที่จะเข้าสู่ อุตสาหกรรมนี้ได้เพราะมีกฎกระทรวง ซึ่งกฎกระทรวงนี้ออกโดยอาศัยอำนาจตาม มาตรา ๑๕๓ ของพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต อยากจะอธิบายเพิ่มเติมครับท่านประธานว่า ตัวกฎหมายฉบับนี้ในมาตรา ๓ มีคำถามว่าเมื่อมีการออกกฎกระทรวงฉบับใหม่ที่เมื่อคืน ออกมานั้น ถือว่าเสมือนกับเป็นการดำเนินการตามเจตนารมณ์ของกฎหมายฉบับนี้แล้ว หรือไม่ ก็จะมีคำถามตามมาว่าถ้ามีกฎกระทรวงฉบับนั้นแล้ว กฎหมายฉบับนี้ไม่จำเป็น อีกแล้วใช่หรือไม่ ผมเรียนท่านประธานครับว่าไม่ใช่ครับ ตัวกฎหมายฉบับนี้ในมาตรา ๓ ที่ไป แก้ไขมาตรา ๑๕๓ เห็นว่าโครงสร้างเดิมถูกผูกขาดอยู่ในกลุ่มทุนขนาดใหญ่ เพราะกฎหมาย ไปบังคับว่าให้ออกเป็นกฎกระทรวง แล้วในการออกกฎกระทรวงนั้นไม่ได้มีการเขียนเงื่อนไข ใด ๆ เลยครับ เพราะฉะนั้นกรรมาธิการก็ไปกำหนดเอาไว้ในมาตรา ๓ ในวรรคสามนี้ว่า กำหนดไว้ว่ากฎกระทรวงตามวรรคสองของมาตรานี้ต้องไม่กำหนดคุณสมบัติใด ๆ บ้าง เช่น ต้องไม่กำหนดคุณสมบัติผู้ขอเกี่ยวกับขนาดกำลังการผลิต กำลังแรงม้าเครื่องจักร ทุนจดทะเบียน เพราะเดิมในกฎกระทรวงที่ประกาศใช้อยู่นั้นไปกำหนดทุนจดทะเบียน นับสิบล้านบาทครับ แล้วก็เขียนไว้อีกว่าต้องไม่กำหนดคุณสมบัติเรื่องจำนวนพนักงาน แต่ที่สำคัญก็คือที่กรรมาธิการแก้ไขเพิ่มเติมมาในวรรคสามว่าจะต้องไม่กำหนดหลักเกณฑ์ อื่นใดในลักษณะที่เป็นการกีดกันทางการค้าหรือก่อให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม อันนี้ ถือว่ากฎหมายฉบับนี้กำหนดหลักเอาไว้ว่าต่อไปถ้าออกกฎกระทรวงแล้วจะต้องถือตามหลักนี้ ถ้าสภานี้ให้ความเห็นชอบผ่านกฎหมายฉบับนี้ไป ผ่านมาตรา ๓ นี้ไปแบบที่กรรมาธิการ ยกร่าง นั่นแปลว่าการออกกฎกระทรวงในอนาคตต่อไป ตราบใดที่กฎหมายฉบับนี้บังคับใช้ การออกกฎกระทรวงก็จะต้องถูกบังคับด้วยคุณสมบัติที่เขียนเอาไว้ตามวรรคสามนี้ว่าจะต้อง ไม่เป็นกฎกระทรวงที่ไปกีดกันทางการค้า หรือกำหนดในลักษณะอื่นที่เป็นการกีดกัน ทางการค้า เป็นการกำหนดหลักไว้ทั่วไปครับ แต่ถ้ากฎหมายฉบับนี้เราโหวตไม่เห็นด้วย นั่นก็แปลว่าเราคิดว่าแทนด้วยกฎกระทรวงฉบับที่มีการประกาศใช้ตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว ก็อย่างที่ เพื่อนสมาชิกที่เป็นกรรมาธิการได้กล่าวไปว่ากฎกระทรวงก็เป็นอำนาจของ ครม. ของกระทรวง ของอธิบดีที่จะประกาศกำหนดแล้วก็สามารถเปลี่ยนแปลงได้ เมื่อกฎหมาย กลับไปสู่สภาพเดิมคือไม่กำหนดเงื่อนไขคุณสมบัติใด ๆ เลยเขาจะออกอย่างไรที่จะกลับไป เอื้อทุนขนาดใหญ่อย่างไรก็ได้ เพราะฉะนั้นผมหยิบประเด็นนี้ขึ้นมาเพื่อให้สภานี้ได้ชั่งน้ำหนักอีกครั้งหนึ่งว่าการเขียน กฎหมายก็เป็นการกำหนดคุณสมบัติ ไม่ใช่เป็นการเขียนกฎหมายไปแก้กฎกระทรวง แต่เป็นการเขียนกฎหมายเพื่อกำหนดว่าการออกกฎกระทรวงนั้น สิ่งใดทำได้และสิ่งใด ไม่ควรทำ ซึ่งผมเชื่อว่าเป็นหน้าที่ของพวกเราในฐานะสมาชิกของสภานิติบัญญัติที่ต้องออก กฎหมายให้ยังประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับพี่น้องประชาชนอย่างดีที่สุด ผมฝากประเด็นนี้ไว้ให้ท่าน พิจารณาก่อนที่จะมีการลงมติ ถ้าคิดว่าการออกกฎหมายฉบับนี้สามารถไปกำหนดเงื่อนไข การออกกฎกระทรวงที่เอื้อประโยชน์ต่อประชาชนแล้ว ก็ลงมติเห็นชอบตัวกฎหมายฉบับนี้ ผ่านไป แต่ที่สำคัญก็คืออย่าไปคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องการเมืองที่จะได้ประโยชน์กับฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่งเลยนะครับ ผมคิดว่าเป็นเรื่องที่จะได้ประโยชน์กับประชาชนทั่วไป แล้วก็จะเป็น ประโยชน์ในการออกกฎหมายในอนาคตด้วย ขอบพระคุณครับ🔗
โดยที่มาตรา ๓ มีการแก้ไข ท่านสมาชิกก็มีสิทธิที่จะเสนอชื่อมาอภิปราย ขณะนี้พวกเราที่จะไปรับประทานอาหารก็ไปนะครับ เพราะว่ามีสมาชิกอภิปรายอีก ต่อไปกรรมาธิการคริส โปตระนันทน์ หลังจากนั้นก็สลับเป็น คุณเกียรติ สิทธีอมร คุณสงวน พงษ์มณี และมีสมาชิกที่เข้าชื่อขึ้นมา ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา และท่านสมาชิกทุกท่าน ผม คริส โปตระนันทน์ ก็จะขออนุญาตตอบข้อซักถามของ ท่านสมาชิกทุกท่านว่าตกลงกฎกระทรวงเมื่อวานมันเหมือนหรือมันแตกต่างจากร่างที่ ทางคณะกรรมาธิการยกร่างอย่างไรบ้าง จะขอกล่าวลงไปในรายละเอียดเพื่อที่สมาชิก ทุกท่านจะได้เห็นชัด ๆ ว่าเป็นอย่างไร อันที่ ๑ อย่างที่ท่านกรรมาธิการหลายท่านอภิปรายไป แล้วว่าร่างที่เรากำลังทำคือร่างแก้ไขกฎหมาย เมื่อวานนี้กฎกระทรวงที่ออกมาเป็นเพียง กฎกระทรวงที่ออกมาจากฝ่ายบริหาร เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้นคือหากเราผ่านกฎหมาย ในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลหน้าหรือรัฐบาลไหนจะต้องผูกพันตามสิ่งที่รัฐสภาแห่งนี้ตกลงกันไว้ คือกฎกระทรวงในการผลิตสุราทั้งหลายแหล่ ห้ามมิให้มีข้อใด ๆ เลย หลักเกณฑ์ใด ๆ เลย ที่ออกมาในลักษณะของการกีดกันทางการค้าหรือก่อให้เกิดการแข่งขันอันไม่เป็นธรรม เมื่อวานร่างกฎหมายตัวกฎกระทรวง ๒๕๖๕ ที่ออกมาเมื่อวาน ยังมีกฎระเบียบอีกหลายข้อ ที่แสดงให้เห็นถึงการกีดกันทางการค้า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการผลิตสุราขาวที่ถ้าเกิดว่า ท่านจะผลิตเกิน ๕๐ แรงม้าขึ้นไป ท่านต้องผลิตอีก ๙๐,๐๐๐ ลิตร ๙๐,๐๐๐ ลิตร ไม่ใช่ เป็นเรื่องปกติที่ประชาชนจะทำได้ นอกจากนี้ยังมีอีกหลายแง่หลายมุมที่ไม่เหมือนกัน อย่างเช่น ร่างกฎกระทรวงเมื่อวานนี้บอกว่า หากจะทำสุราเพื่อใช้เองในครัวเรือนหรือเพื่อที่จะผลิต เพื่อบริโภคเอง ต้องไปขออนุญาต อันนี้ก็ผิดกับสิ่งที่เมื่อวาน สิ่งที่กรรมาธิการเราพิจารณา ร่างกันถึงกว่า ๑๐ นัดด้วยกัน ผมอยากจะเรียนวิงวอนให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน วันนี้กล้าที่จะยืนยันในหลักการ กล้าที่จะยืนยันว่าประเทศนี้การผูกขาดจะต้องไม่เกิดอีก อย่างไรก็ดี ในเรื่องของหลักการการผูกขาด อุตสาหกรรมสุราเป็นเพียงอุตสาหกรรมหนึ่ง ในหลาย ๆ อุตสาหกรรมที่เรามีอยู่ ผมเรียนว่าถ้าเกิดว่าเราผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้ได้สำเร็จ มันจะเป็นตัวอย่างที่ทำให้เราสามารถออกกฎหมายออกมาล็อกดุลยพินิจของฝ่ายบริหาร ที่อาจจะทำให้เกิดการผูกขาดหรือก่อให้เกิดการแข่งขันไม่เป็นธรรมในหลาย ๆ อุตสาหกรรม วันนี้ก็ขอเรียนท่านสมาชิกว่าวันนี้เป็นก้าวสำคัญของประเทศไทยที่กล้าที่จะพูดว่าประเทศเรา จะเดินไปสู่การแข่งขันโดยเสรี หรือจะเดินไปสู่การแข่งขันแบบที่แบ่งผลประโยชน์ให้ พรรคพวก แบ่งผลประโยชน์ให้กับกลุ่มธุรกิจแค่บางกลุ่มนะครับ หรือว่าจะเป็นประเทศของ คนไทยทุกคน ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณเกียรติ สิทธีอมร หลังจากนั้นจะเป็นคุณสงวน พงษ์มณี คุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน คุณชาดา ไทยเศรษฐ์ เชิญคุณเกียรติครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกียรติ สิทธีอมร ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์นะครับ ก็ขอร่วมอภิปรายในมาตรา ๓ นิดหนึ่ง มีการแก้ไข และการแก้ไขในมาตรา ๓ นี้คือหัวใจ ของการแก้ไข พ.ร.บ. ฉบับนี้ทั้งฉบับ แล้วก็ได้ผ่านกระบวนการกลั่นกรองของกรรมาธิการ อยู่แล้ว แล้วชัดเจนว่าหลักเกณฑ์ของการปรับปรุงแก้ไขมันสะท้อนว่าปัญหาในอดีต มันคืออะไร ในอดีตเห็นชัดมันมีการผูกขาด มันมีการกีดกัน การแก้กฎหมายข้อนี้เพื่อไม่ให้ มีการกีดกัน ไม่ให้มีการผูกขาดนะครับ สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ก็คือว่าพอดีมีกฎกระทรวง ออกมา ซึ่งมันสะท้อนเป้าหมายของกฎหมายฉบับนี้ ของการแก้กฎหมายฉบับนี้ คำถามเลย กลับมาที่สภาว่ายังจำเป็นไหมที่จะต้องแก้กฎหมาย หรือกฎกระทรวงใช้ได้แล้ว ผมว่าสภา ต้องไม่สับสนนะครับ บทบาทของกฎหมายกับกฎกระทรวงคนละเรื่อง กฎกระทรวง คือวิธีปฏิบัติครับ แต่ถ้าเราไม่มีกฎหมายที่ระบุชัดเจนว่าวิธีปฏิบัติต้องยึดโยงหลักการอะไร ก็จะทำให้อำนาจของการกำกับอยู่ที่กระทรวง อยู่ที่เจ้ากระทรวง ไม่จำเป็นต้องเป็นไปตาม กฎหมายก็ได้ วันนี้โชคดีส่วนที่ออกมาเป็นกฎกระทรวงมันสะท้อนสิ่งที่เราพยายามในการ แก้กฎหมายตอนต้น แต่ไม่ใช่ทั้งหมด และที่สำคัญที่สุดก็คือว่าหลังจากนี้ไปถ้าวันนี้เราไม่ผ่าน กฎหมายฉบับนี้จะเกิดอะไรขึ้นได้ เปลี่ยนใจครับ ฝ่ายบริหารเปลี่ยนใจ วันนี้ใช้กฎกระทรวง ที่เพิ่งออกมาเมื่อวาน แต่พรุ่งนี้เปลี่ยนใหม่ได้ แก้ใหม่ได้ เพราะไม่มีความจำเป็นจะต้องยึดโยง กับหลักการของกฎหมายอีกต่อไปเพราะเราไม่ได้แก้ฉบับนี้ ซึ่งเป็นสาระสำคัญนะครับ สาระสำคัญความจริงมันไม่ได้เยอะเลย บอกว่าอย่าไปกีดกันเขา ต้องให้เป็นธรรม ต้องให้ รายเล็กรายน้อยเกิดได้เท่านั้น คำถามมีอยู่ว่าสภาแห่งนี้ไม่เห็นด้วยกับหลักนี้หรือครับ หลักนี้ ตรงกับรัฐธรรมนูญชัดเจนมากเลยนะครับ สะท้อนรัฐธรรมนูญของประเทศ ถ้าเราไม่ผ่าน เกิดอะไรขึ้น อย่างที่ผมเรียนกติกาที่ไปกำหนดในกฎกระทรวงเปลี่ยนเมื่อไรก็ได้ครับ แต่กฎหมายแก้ต้องมาที่สภา ถ้าวันนี้เราไม่แก้กฎหมายฉบับนี้ตามที่นำเสนอ แล้วก็ กรรมาธิการได้ทำงานอย่างหนักนะครับ แล้วเสียงข้างมากก็เห็นตรงกัน และเนื้อหาที่นำเสนอ แห่งสภาแห่งนี้ก็เป็นเนื้อหาที่สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญ และเป็นเนื้อหาที่จะทำให้รายเล็ก รายย่อยสามารถเกิดได้ ก็ต้องตั้งคำถามว่ากฎกระทรวงนี้มันมาทดแทนสาระสำคัญของ กฎหมายที่เราพยายามแก้ได้หรือไม่ ผมว่าไม่ได้ ตรงนี้ผมก็ต้องคิดว่าเราเองต้องตั้งสติให้ดีว่า วันนี้เรากำลังจะพิจารณาเรื่องอะไร เราบอกว่าพอดีมันมีกฎกระทรวงที่มันเข้าตากรรมการ ไม่เป็นอะไรไม่ต้องแก้กฎหมายก็ได้ ไม่จริงนะครับ กฎหมายเรามีปัญหาหลายฉบับนะครับ ท่านประธาน ใน ๔ ปี เราเห็นกฎหมายหลายฉบับเลยที่มีปัญหาเพราะว่าไม่มีการระบุชัดเจน ว่ากฎกระทรวงเวลาไปออกต้องยึดหลักอะไร เรามักจะใช้วิธีว่าในระหว่างที่ออกกฎหมาย ท่านนึกไม่ออกในบางเรื่อง ก็ยัดไปสู่กับกฎกระทรวงเสีย แต่นี่ไม่ใช่มาตรฐานสากลเลย กฎกระทรวงต้องเป็นเพียงวิธีปฏิบัติเท่านั้น ไม่ใช่เป็นผู้กำหนดหลักการของกฎหมาย ดังนั้น ถ้าวันนี้ไม่ผ่านฉบับนี้เพราะเห็นกฎกระทรวงว่ามันพอใช้ได้ ไม่ได้สะท้อนหลักการของ การออกกฎหมายของสภาที่มีมาตรฐาน ที่เราเขียนในมาตรา ๓ ที่มีการปรับปรุงแก้ไข โดยกรรมาธิการนี้ชัดเจนต้องให้มีมาตรฐานคุณภาพ มีสิ่งแวดล้อม มีความหลากหลาย มีความเป็นธรรม ต้องไม่กีดกัน ต้องไปกำหนดเงื่อนไข ต้องไม่กำหนดเงื่อนไขที่ทำให้รายเล็ก รายน้อยเกิดไม่ได้ ผิดตรงไหนครับ หลักการที่จะระบุเช่นนี้ในกฎหมายไม่ผิดเลยครับ กลับกันนะครับ เวลาทุกคนในโลกนี้ มองเข้ามาที่ประเทศไทยเขามองว่าประเทศไทยออกกฎหมายประเภทไหน มีหลักคิดอย่างไร คิดว่าเราคงต้องตั้งสติให้ดี ผมคิดว่ากฎกระทรวงมาแทนกฎหมายไม่ใช่คำตอบครับ กฎกระทรวงแทนกฎหมายไม่ได้ แต่กฎหมายอันนี้ที่ทำกันมาด้วยความยากเย็น ผมคิดว่า มันมาถึงทางที่เราจะต้องตัดสินใจว่าเราอยากจะเห็นกฎหมายนี้ให้ความเป็นธรรม กับประชาชนหรือไม่ ให้รายเล็กรายน้อยเกิดได้หรือไม่ แต่หลักนี้ต้องไม่ใช่เป็นเรื่องของ กฎกระทรวงครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าเราควรสนับสนุน ก็ขอบคุณกรรมาธิการที่ทำมาถึงจุดนี้ แล้วมันก็สะท้อนความเห็นของพรรคการเมืองทุกพรรคที่อยู่ในสภาแห่งนี้ เพราฉะนั้น ก็อย่าไปเข้าใจผิดว่ากฎกระทรวงนี้คือคำตอบนะครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณสงวน พงษ์มณี ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน วันนี้อยู่ ๆ สภาแห่งนี้ก็ได้พิจารณาเรื่องสิทธิพลเมือง อย่างชัดเจน แล้ววันนี้ในมาตรา ๓ มันเป็นปัญหาแนวทางของผู้บริหาร แล้วกฎกระทรวง คืออะไร คือการให้อำนาจของกฎหมาย กฎหมายเดิมมาตรา ๕ และมาตรา ๑๕๓ ไปให้ อำนาจฝ่ายบริหารออกกฎกระทรวงคือจะใช้กฎหมายนี้อย่างไรก็ได้ อันนี้เป็นปัญหาแนวทาง ของฝ่ายบริหารนะครับ เพราะว่ากฎกระทรวงมันสามารถเปลี่ยนไปตามแนวทางและนโยบาย ของผู้บริหารได้เลย ถ้าเราถือว่าการแก้กฎหมายวันนี้มันผิด เพราะมันมีอยู่แล้วทำไมต้องเป็น อย่างนั้น คำถามมากมายจะตามมา สารบัญญัติที่เขียนในกฎหมายเป็นเรื่องสำคัญไหม สำคัญ มันเป็นกรอบให้ผู้บริหารว่าคุณจะออกกฎกระทรวงตามแนวทางของคุณ ตามนโยบาย ของคุณ ต้องไม่ทำอะไรบ้างที่จะไปละเมิดสิทธิพลเมือง ผมพูดเรื่องนี้อาจจะฟังแล้วเป็น นามธรรม แต่ผมบอกชัดเจนอย่างนี้ผมเป็น ๑ คนที่ต่อสู้ให้เกิดสุราเสรี ข้าวก็เป็นข้าว ของชาวบ้าน พอเอาไปทำเป็นเหล้าหมักขึ้นมากลายเป็นของเถื่อนของผิดกฎหมายทันที จึงเกิดกระบวนการขึ้นมาว่าเราขอผลิตสุรากินเอง ทุกวันนี้กลุ่มทุนขนาดใหญ่กินประเพณี กินวัฒนธรรม กินภูมิปัญญาท้องถิ่น สกัดกั้นทุกอย่างของประชาชนเต็มไปหมด ในที่สุด ก็ปลดล็อกว่าให้มีสุราชุมชน พอรัฐบาลชุดนั้นหมดอำนาจ กระบวนการทำลายสิทธิพลเมือง เกิดขึ้นท่านประธานครับ ท่านประธานนั่งตรงนั้นท่านประธานเห็นภาพต่อเนื่องมา ทำทุกอย่าง หน่วยงาน ๆ หนึ่งคือสรรพสามิตจังหวัดกลายเป็นผู้ตามจับ ตามล้าง ตามเช็ด สุราชุมชนให้มันตายลงไป เพื่ออะไรครับ เพื่อให้บริษัทยักษ์ใหญ่อยู่ พอจะขึ้นภาษีที ท่านรู้ไหมโกดังบ้านผมนี่เต็มหมด บริษัทใหญ่ไปเช่าหมด รู้ล่วงหน้าว่าจะขึ้น ผลิตสุราเสร็จ ใช้เงินมาก ๆ ไปซื้อแสตมป์ราคาถูก หลังจากนั้นมาก็ขึ้นแสตมป์ แค่นี้เขาก็ได้กำไรมหาศาลแล้ว แล้วชาวบ้านจะอยู่อย่างไร วันนี้ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งที่มีการแก้ไข เพื่อสร้างกรอบให้กับ ฝ่ายบริหาร ท่านครับ ถ้าสมมุติผมจะพูดว่ารัฐบาลมีแนวทางในการจะดูแล วันนี้กฎกระทรวง อันเดียวที่ทำได้เหมือนกับตรงนี้คือว่าให้ทำเบียร์ได้เท่านั้นเอง แต่ทำให้ขายนี่ไม่รู้จะทำได้ไหม และกำหนดมากมายว่าต้องใช้กี่ลิตร ๆ ขนาดของการผลิต จำนวนที่ต้องการให้ทำและการ จดทะเบียนที่ต้องการให้มี สิ่งเหล่านี้คือการทำให้เกิดชนชั้นทางการผลิตมากขึ้นไป มากขึ้นไป มากขึ้นไป จึงถามว่าสภาแห่งนี้ว่าหลักการเขียนกฎหมายท่านคิดอย่างไร โดยหลักการเขียนกฎหมายท่านประธานครับ ขอบอกผ่านไปทางกรรมาธิการ เพราะว่าเวลา กฎหมายฉบับนี้ผ่านไปแล้วจะขึ้นไปหาวุฒิสภาท่านประธานครับ ประธานคณะกรรมาธิการ และเลขานุการคณะกรรมาธิการไม่มีสิทธิไปชี้แจงกฎหมายข้างบน คนไปคือใคร ก็กฤษฎีกานำไปชี้แจง สิ่งไหนที่กฤษฎีกาไม่เห็นด้วยกับเราในการร่าง พอไปถึงสมาชิกวุฒิสภา แนวโน้มที่จะเชื่อตามกฤษฎีกาที่ไม่เห็นด้วยกับเราเต็มไปหมด ในที่สุดพอตั้งคณะกรรมาธิการร่วม ถึงเข้าใจว่าเจตนารมณ์ของกฎหมายมันเป็นอย่างไร สิ่งหนึ่งที่จะเลยกฎหมายไปหน่อยหนึ่ง ท่านประธานหยุดตรงนี้ครับ ผมกำลังเขียนกฎหมาย แก้กฤษฎีกา มันเกี่ยวกับเรื่องนี้ไหม เกี่ยวครับท่านประธาน คณะกรรมการกฤษฎีกามีอายุ ๓ ปี โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งดำรงตำแหน่ง ๓ ปี แต่ประธานอยู่จนตาย ไม่มีวาระ เป็นไปได้ อย่างไร เลยทำให้ผูกมัดกฎหมายแบบเดิม ๆ วิธีการแบบเดิม ๆ ไว้ ผมเชื่อว่าขึ้นไปข้างบน ผ่านยาก แล้วหลายคนก็บอกว่าอันนี้ทำดีแล้ว ผมว่าถ้ารัฐบาลเห็นอย่างนี้ทำไม ไม่ร่างกฎหมายประกบ ถ้าท่านประธานผมเป็นนายกรัฐมนตรี ผมไปไล่ดูย้อนหลังของการ ทำหน้าที่ ท่านจะต้องร่างประกบฝ่ายค้านของประชาชนตลอดเลย เพราะอะไรครับ เพราะว่า การร่างประกบเป็นการแสดงเจตนาแต่ต้นนะ ว่าจะทำอย่างไรกับกฎหมายที่ประชาชนเขียน หรือที่ฝ่ายค้านเขียน วันนี้กฎหมายฉบับนี้เข้ามาดุ่ย ๆ ไม่มีร่างประกบ แล้วเกิดบอกว่ามีข่าว ว่าจะยุติไม่ให้ผ่าน เพราะมันเสรีเกินไป ผมเห็นด้วยครับ เห็นด้วยอย่างไรครับ เห็นด้วยว่า ผมเห็นด้วยกับคุณนี่กำลังถึงทางตัน ถ้าหากว่ามีคนไม่เห็นด้วยมาก ๆ แล้วกระแสสังคม ไม่ตอบรับ ไม่มีแน่ ๆ กฎกระทรวงจะออกมา ที่ผมพูดประเด็นนี้เพราะอะไรครับ ผมกำลังจะ บอกว่าการเขียนกฎหมายคือกระบวนการทางการเมืองโดยชอบ เราไม่ต้องเปิดเผย ไม่ต้องอาย วันนี้ฝ่ายรัฐบาลเห็นว่าช้าไม่ได้ต้องออกตัวนี้ออกมา ฝ่ายสภาก็ต้องบอกว่า อยู่ไม่ได้ ฉันต้องเห็นด้วย ผมพูดทั้งหมดนี้เพื่อกำลังจะบอกว่าหลักการเขียนกฎหมาย ๑ ล่ะ กับสารบัญญัติอีก ๑ ล่ะ วันนี้สารบัญญัติในมาตรา ๓ คือการให้ไปบอกว่ากฎกระทรวง ของคุณต้องแก้ไขอย่างไร อันไหนที่มันละเมิดสิทธิพลเมืองต้องเปลี่ยน สิ่งนี้จะเกิดขึ้นได้ไหม ได้ ได้ตรงไหนครับ วันนี้เราจะได้เห็นกันว่า ใครผ่าน ไม่ผ่าน ดูวิสัยทัศน์ของคนที่พูด ดูวิสัยทัศน์ของคนที่ยกมือ ดูวิสัยทัศน์ที่ลงมติ ผมยืนยันว่าผมเห็นด้วยกับมาตรานี้ที่คุณแก้ไข เปลี่ยนแปลงกันครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปคุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน จากนั้นก็จะเป็นคุณชาดา ไทยเศรษฐ์ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กฎกระทรวงที่ออกมาอย่างเร่งด่วนนั้น อาศัยมาตรา ๕ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๑๕๓ วรรคสอง พระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ และให้ยกเลิก กฎกระทรวง พ.ศ. ๒๕๖๐ ท่านประธานที่เคารพครับ ทำไมมันออกง่ายจัง มันออกเร่งด่วนได้ มันออกง่าย มันก็ยกเลิกง่าย มันเป็นแค่กฎกระทรวงตามนโยบายของรัฐบาล ท่านประธานครับ สมัยพรรคไทยรักไทยได้เป็นรัฐบาลนั้น เราได้เปิดโอกาสให้มีหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ เราเปิดโอกาสให้เหล้าพื้นบ้านได้มีโอกาส มีแบรนด์ (Brand) มีเขาเรียกว่ายี่ห้อของตำบล ยี่ห้อของอำเภอ ยี่ห้อของจังหวัดเต็มประเทศเลย ณ วันนี้ถูกปฏิวัติรัฐประหาร ๒ ครั้ง บิ๊กตู่ บิ๊กบังปฏิวัติ เสร็จเรียบร้อยกลับไปเป็นของนายทุน ท่านประธานที่เคารพครับ สุราพื้นบ้าน ยังเหลืออยู่ไหม เหลืออยู่ครับ ทนอยู่ครับ เพราะว่าข้าวตามพื้นบ้านนั้นเวลาไปขาย ก็ได้ราคาถูก เอาข้าวมาทำสุรา พอถูไถเป็นอาชีพที่แร้นแค้นไปได้ ท่านประธานที่เคารพครับ วันนี้สรรพสามิตยังรีดภาษี อย่างอื่นไม่มีปัญหาครับ เรื่องของโนว์ฮาวว์ (Knowhow) เรื่องขององค์ความรู้พื้นบ้าน ว่ารสชาติอะไร อย่างไร ทำได้หมดครับ แต่มาถูกรีดภาษี อย่างแรง อยู่ไม่ได้ครับ ผมไปในพื้นที่ไปตรงไหนก็บอกว่าไม่ไหวแล้ว แสตมป์มันแพง เสียภาษีอย่างหนัก รีดภาษีโดยไม่ละเว้น ท่านประธานที่เคารพครับ จะไปเท่ากับบริษัท ยักษ์ใหญ่ได้อย่างไร ดังนั้นผมไม่ไว้วางใจกฎกระทรวงที่ออกมา ดูกัญชาสิครับ ออกกฎกระทรวงออกมา วันนี้เป็นอย่างไรครับ คาอยู่ ยังเป็นปัญหาอยู่ แล้วยัดเยียด พระราชบัญญัติกัญชา กัญชง เข้ามา แล้วไม่เป็นยาเสพติดตามเงื่อนไขขององค์การ อนามัยโลก ป.ป.ส. ไม่มีโอกาสมาแตะต้องพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง ฉบับนี้เลย นี่คือตัวอย่าง ท่านประธานที่เคารพครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าในมาตรา ๓ นี้ที่แก้ไขมายังไม่พอ ผมไม่ไว้วางใจครับ ท่านบอกว่าหลักเกณฑ์อื่นใดในลักษณะที่เป็นการกีดกันทางการค้า หรือก่อให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม คือถ้าเขาทำอย่างนี้เขาทำให้มันไม่เป็นธรรม หลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เขาออกมา แล้วท่านจะไปเรียกร้องใครครับ ท่านจะไปร้องเรียนตรงไหน ไปเดินขบวนที่กระทรวงการคลังหรือครับ ไปนอนที่กระทรวงการคลังเป็นเดือน ๆ เขาก็ไม่ทำ ให้ท่าน มันทำได้หรือครับ มันเรียกร้องได้หรือกฎกระทรวงเหล่านี้ ดังนั้นผมคิดว่าท่านแก้ น้อยไป และอย่างที่ท่านสมาชิกได้อภิปรายไปแล้วว่าควรจะมีรายละเอียดมากกว่านี้ อีกหน่อยว่าสิ่งใดทำได้ สิ่งใดทำไม่ได้ รัฐบาลจะต้องให้โอกาสมากกว่านี้อย่างไร ท่านประธาน ที่เคารพ อันนี้ผมถือว่าแก้แล้วแต่ยังไม่พอ ขอฝากไว้ในมาตรา ๓ เสร็จแล้วใบอนุญาตทุก ๓ ปี ท่านรู้ไหมว่ากว่าจะได้ใบอนุญาตมามันเสียเงินเสียทอง เสียใต้โต๊ะ บนโต๊ะไปเท่าไร กว่าจะได้ใบอนุญาตมา ๑ ใบ ๓ ปีก็ต้องไปจ่ายมันอีกแล้ว จ่ายมันอีกแล้วครับ มันเก็บอีก ทุก ๓ ปี กำลังจะมีเงินมีทอง กำลังจะเลี้ยงลูก ส่งลูกไปโรงเรียน ปรากฏว่า ๓ ปีจะต้อง ไปจ่ายเงินใต้โต๊ะ บนโต๊ะให้พวกมันอีกแล้ว นี่คือความจริง ดังนั้นอายุการอนุญาต อนุญาตแล้ว เขาตรวจสอบทุกเดือน ตรวจสอบทุกปี ไม่จำเป็นต้องขออนุญาตบ่อย ๆ อย่างน้อยก็ ๕ ปี กลับมาดูว่าคุณภาพเป็นอย่างไร ดูว่ากิจการเป็นอย่างไร ฝากท่านกรรมาธิการด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไปคุณชาดา ไทยเศรษฐ์ หลังจากนั้นก็เป็นคุณสมชาย ฝั่งชลจิตร เชิญคุณชาดาครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ผม ชาดา ไทยเศรษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดอุทัยธานี พรรคภูมิใจไทย เรียนท่านประธานครับ เรื่อง พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิตฉบับนี้ ผมในฐานะที่เป็นมุสลิมต้องงดออกเสียงอยู่แล้วนะครับ แต่สิ่งหนึ่งที่อยากจะบอก คือรายละเอียด คือความเป็นห่วง ผมก็เป็นห่วงว่าการใช้สุรามันก็มี ทั้งบวกและลบ คือหลายคนก็พูดว่าจะหนักกว่ากัญชาอีกนะว่าอย่างนั้น แต่สุราก็คงมี กฎหมายควบคุมอีกหลายประการ แล้วก็ปัญหาก็คือว่าผมกลัวตัวเลขของการเสียชีวิต ของปีใหม่ สงกรานต์จะเพิ่มขึ้นหรือเปล่า ปัญหาจากเรื่องของสุราซึ่งจะมีการควบคุมได้ ระดับไหน อันนี้ก็เป็นเรื่องที่ผู้ที่มีส่วนเรื่องนี้ก็ต้องว่ากันไป ผมทำงานผมยึดหลักการครับ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากพูดมากก็คือว่ากฎกระทรวงนั้นออกมาก็ออกไป แต่จะรับหรือไม่รับ อย่าไปเอากฎกระทรวงมาเป็นตัวชี้วัด เพราะ พ.ร.บ. ที่เรากำลังออกอยู่นี้มันใหญ่กว่า กฎกระทรวง ผมเรียนด้วยความเคารพว่าท่านสมาชิกจะรับหรือไม่รับ พ.ร.บ. ฉบับนี้ ไม่ใช่ อยู่ที่กฎกระทรวงครับ หลักการการออกกฎหมายใหญ่กว่า พ.ร.บ. ใหญ่กว่ากฎกระทรวง ดังนั้นสิ่งที่สำคัญก็คือผมก็กลายเป็นว่าเราจะสับสนกันในเชิงหลักการหรือเปล่า เหมือนกับ เรื่องด่วนที่ผมพูดเมื่อสักครู่นี้มันกลายเป็นว่าถ้าจะลบไม่เอากฎหมายฉบับนี้ก็ว่าไป แต่อย่า ไปเอากฎกระทรวงมา เพราะสิ่งที่เรากำลังพิจารณานั้นมันเหนือกฎกระทรวง ผมเรียน ด้วยความเคารพ ผมพูดชัดเจนพูดตรงนะครับ แต่ผมเองก็คงจะงดออกเสียงอยู่แล้ว แล้วสิ่งที่ สำคัญผมกลัวผลกระทบ แล้วก็อีกประการหนึ่งก็คือรายได้ของรัฐลดไปไหม อันนี้ผมก็ไม่ได้ ศึกษา ก็ฝากกรรมาธิการ ฝากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องว่าเรื่องเยาวชนหรือว่าการใช้สุรา ซึ่งเราต้อง มีการควบคุมในระดับหนึ่ง ถ้าเกิดออกไปอย่างนี้จะมีปัญหาไหม แล้วก็สิ่งที่สำคัญก็คือรายได้ ของรัฐหายไปอย่างไรไหม ผมว่าอันนี้ก็เป็นเรื่องที่ต้องว่ากันด้วยความเคารพจริง ๆ แต่ผม ไม่อยากให้อะไรที่มันไม่ถูกต้องครับ🔗
ต่อไปคุณสมชาย ฝั่งชลจิตร แล้วหลังจากนั้นก็เป็นท่านคมเดช ไชยศิวามงคล เชิญเลยครับคุณสมชาย🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม สมชาย ฝั่งชลจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ต้องขออนุญาตท่านประธานอภิปรายร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่เพื่อนสมาชิกในพรรคก้าวไกลได้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร แต่ก่อนอื่นผมอยากจะ ตั้งคำถาม🔗
แปรญัตติมาตรา ๓ นะครับ คุณสมชายครับ ตอนนี้ต้องอย่าลืมเรากำลังพิจารณามาตรา ๓ ครับ🔗
มาตรา ๓ ครับ ประเด็นที่ผม ต้องการที่จะอภิปรายในมาตรา ๓ ของ พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิตฉบับนี้ก็เพื่อที่จะแสดง ให้เห็นว่าส่วนหนึ่ง ท่านประธานในอดีตที่ผ่านมาพวกเราอยู่ในภาคชนบท ท่านประธาน คงเห็นหรือคงรับรู้ว่าในวันหนึ่งในบ้านเรามีหน่วยงานราชการที่เรียกว่าสรรพสามิตเดินไป เที่ยวใช้เหล็กค้นหาไหตามป่าสาคู เพราะกังวลว่าพวกเราจะต้มสุราดื่มกันเอง และนี่คือสิ่งที่ มันถูกตรากันว่าสุราที่พี่น้องพวกเราผลิตมันคือสุราเถื่อน แต่ว่าสิ่งที่มันปรากฏความเป็นจริง ในสังคมนี้ผู้ที่ได้รับสิทธิในการผลิตสุราโดยถูกต้องตามกฎหมายของรัฐรวยมหาศาล แล้วก็ บังคับให้ประชาชนคนไทยต้องบริโภคสุราที่ผลิตโดยคนไม่กี่เจ้า จนกระทั่งสามารถตอบคำถาม กับสังคมได้ว่าเศรษฐีที่ใหญ่ในการผลิตสุราในประเทศนี้มีที่ดินประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ ไร่ มันอาจจะใหญ่กว่าจังหวัดระนองไปแล้วนะท่านประธานที่เคารพ ในประเด็นนี้ผมอยากจะ พูดว่ากฎหมายฉบับนี้มีความสำคัญอย่างไร มันพูดถึงเรื่องของสิทธิเสรีภาพในการประกอบ อาชีพของประชาชน มันพูดถึงความเสมอภาคและความเป็นธรรม แต่สงสัยกันไหมครับว่า วันนี้กฎหมายฉบับนี้กำลังจะเข้าสภา คณะรัฐมนตรีซึ่งเป็นฝ่ายบริหารได้มีมติให้ใช้กฎกระทรวง และบังคับใช้เอาวันนี้ด้วย นี่คือข้อสงสัยที่ผมสงสัยมาตั้งแต่อดีตที่ผ่านมาว่ามือในสภานี่ เป็นมือของนายทุนหรือมือของประชาชน เพราะสิ่งที่จะตอบคำถามได้ว่าผลประโยชน์ของ ประชาชาชนกับผลประโยชน์ของประชาชนในที่นี้ใครจะชนะ จำเป็นต้องพูดอย่างนี้จริง ๆ ฝ่ายนิติบัญญัติเป็นฝ่ายที่ออกกฎหมายเพื่อคุมการบริหารประเทศ พระราชบัญญัติส่งต่อไปยัง คณะรัฐมนตรีและข้าราชการให้ปฏิบัติตาม แต่ถ้าเรายืนยันว่าจะเอากฎกระทรวงซึ่งออก เมื่อวานให้มาใหญ่กว่าพระราชบัญญัติที่จะออกโดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นเจ้าของ อำนาจอธิปไตยของประชาชนที่เราเอามาใช้กันอยู่ นี่คือสิ่งที่ตอบคำถามว่าศักยภาพของ ฝ่ายนิติบัญญัติจะสยบยอมต่ออำนาจของฝ่ายบริหารหรือไม่ นี่มันคืออะไร สภาผู้แทนราษฎร จะต้องตอบคำถามนี้ให้ได้ว่ากฎหมายที่จะออกมารับรองสิทธิของประชาชนในการประกอบ อาชีพ ในการผลิตสินค้า หรือผลิตสิ่งที่จะมาบริโภค ท่านประธานลองสังเกตเรื่องราว ที่ผ่านมาสิครับ คำว่า สุรา มันไม่ได้มีแต่สุรากลั่นอย่างเดียว มันมีสุราแช่ มันมีอุ มันมีสาโท มันมีอย่างอื่น แม้แต่น้ำหวากบ้านเราที่มาจากต้นตาล นั่นก็คือสุราแช่ แม้กระทั่งวันหนึ่งที่เราเคยเห็นข่าวว่าเจ้าหน้าที่จากกรมสรรพสามิตจับพี่น้องเราที่ขาย น้ำแป้งข้าวหมาก เพราะถูกกล่าวหาว่านั่นคือสาโทแล้วปรับเป็นหมื่น ฟังเสียงและได้ยิน คนเหล่านั้นบ้างไหมครับว่าอุในไห สาโทที่วางไว้หลังบ้านนี่จะต้องขออนุญาตต่ออธิบดี ในการจะทำกินหรือ การนำเอาน้ำแป้งข้าวหมากมาดื่มกันที่บ้าน ต้องขออนุญาตอธิบดี ด้วยหรือ นี่คือสิ่งที่จะบอกว่ากฎหมายฉบับนี้ที่จะให้ผ่านสภาในวันนี้ก็คือรองรับสิทธิ ของประชาชนจริง ๆ หน่วยงานของรัฐจะออกกฎกระทรวงหรือจะออกระเบียบคำสั่งอะไร ก็ตาม จะต้องอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติซึ่งเหนือกว่ากฎกระทรวงหรือระเบียบ แต่ถ้าเรา ไม่ยอมให้กฎหมายฉบับนี้ผ่านก็แสดงว่า เรากำลังยืนยันว่าฝ่ายบริหารมีอำนาจจะกำหนด อะไรในประเทศนี้ได้ ฝ่ายสภาซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชนจะต้องสามารถออกกฎหมาย เพื่อวางกรอบให้ฝ่ายบริหารปฏิบัติการ จึงต้องสงสัยจริง ๆ ว่าเมื่อวานออกกฎกระทรวงมา เพื่อที่จะเป็นข้ออ้างไม่ให้ผ่าน พ.ร.บ. ฉบับนี้หรือไม่ นี่คือการแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่ผมสงสัย มาตลอดชีวิตที่เรียนรู้ทางการเมืองว่าทนอิทธิพล มีอำนาจทางการเมืองในประเทศนี้ครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ยังมีผู้อภิปรายอีกนะครับ แต่ว่าเพื่อประโยชน์ของพวกเรา เดี๋ยวจะหาว่าเราถ่วงเวลากฎหมายฉบับนี้นะครับ ผมขออนุญาต มาตรา ๓ ยกเลิกความในมาตรา ๑๕๓ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน มาตรา ๑๕๓ ผู้ใดประสงค์จะผลิตสุราเพื่อการค้า หรือมีเครื่องกลั่นสำหรับเป็นสุราเพื่อการค้าไว้ในครอบครอง ให้ยื่นคำขออนุญาตต่ออธิบดี และต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด วรรคสอง การขออนุญาตและออกใบอนุญาตตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไข ที่กำหนดในกฎกระทรวง และก็มีการแก้ไขในวรรคต่อไปว่า กฎกระทรวงตามวรรคสอง ต้องไม่กำหนดคุณสมบัติของผู้ขอเกี่ยวกับขนาดกำลังการผลิต กำลังแรงม้า เครื่องจักร ทุนจดทะเบียน จำนวนพนักงาน หรือหลักเกณฑ์อื่นใดในลักษณะที่เป็นการกีดกันทางการค้า หรือก่อให้เกิดการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม เว้นแต่การกำหนดสัดส่วนผู้ถือหุ้นที่มิใช่บุคคล สัญชาติไทย วรรคสุดท้าย ใบอนุญาตที่ออกตามมาตรานี้ให้มีอายุสามปีนับแต่วันที่ได้รับ อนุญาต ใบอนุญาตที่ออกตามมาตรานี้ให้มีอายุสามปีนับแต่วันที่ได้รับอนุญาต ผมเรียน เพราะว่าผมกลัวพวกเราจะไปไกลในขั้นรับหลักการกฎหมายฉบับนี้ เราผ่านไปเรียบร้อยแล้ว เรากำลังพิจารณา มาตรา ๓ ถ้าเราอยู่ในมาตรา ๓ โดยเคร่งครัดหน่อย เราจะได้ผ่านกฎหมาย ฉบับนี้ไปตามที่สมาชิกปรารถนา เพราะไม่อยากให้เราไปไกลเกินกว่ามาตรา ๓ นะครับ ก็ขอเรียนด้วยความเคารพทุกคนครับ ต่อไปท่านคมเดช ไชยศิวามงคล หลังจากนั้นจะเป็น ท่านธีรชัย พันธุมาศ แล้วก็เป็นคุณครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ส.ส. คมเดช พรรคเพื่อไทย เขต ๓ จังหวัดกาฬสินธุ์ จากมาตรา ๓ ที่ท่านประธานว่า ผมอยาก เปรียบเทียบอย่างนี้ครับท่านประธาน จากกฎกระทรวงที่ทางรัฐบาลออกมานี่ มันย้อนแย้งกัน การคุมคุณภาพ การคุมการผลิต การคุมการจำหน่าย การคุมเครื่องจักร และ/หรือ อะไร ต่าง ๆ นี่ เป็นการคุมกำเนิดในการพัฒนาการทำสุราพื้นบ้าน ช่วงพรรคไทยรักไทยดำเนินการเกี่ยวกับสุราชุมชนนี่ ผมเป็นคนหนึ่งที่ขยายผลให้ชาวบ้านทำ อยู่ในเครือข่ายทำประมาณเกือบ ๕๐ โรงด้วยกัน ท่านประธานครับ ท่านประธาน ทราบไหมว่าราคาเหล้าขาวที่ชาวบ้านใช้อยู่ตามบุญ ตามการตามงานนี่ ต้นทุนประมาณ ๑๐ บาทแค่นั้นเอง ต้นทุน ๑๐ บาทเอง บวกภาษีเข้าไป ๕๐ บาท ค่าขนส่ง ๑๐ บาท ค่ายี่ปั๊ว ๑๐ บาท ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว บวกกำไร บวกดอกเบี้ย ต้นทุน ๑๐ บาทนี่ท่านประธาน มันขึ้นไปได้ถึง ๑๒๐ บาท แล้วมันไปใช้เกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวบ้านส่วนใหญ่ภาคเกษตรกรรม บนประเพณี ต่าง ๆ ส่วนใหญ่ยังใช้อยู่ เหล้า เบียร์ น้ำอัดลม โซดา อะไรต่าง ๆ นี่ มันเป็นสิ่งที่ผูกขาด เป็นการผูกขาด และเป็นที่มาของความเหลื่อมล้ำทั้งหมด ธุรกิจพวกนี้ยึดครองประเทศไป ไปบวกกับกลุ่มพลังงานและ/หรืออะไรต่าง ๆ นี่ และโยงใยเข้าไปในภาคธุรกิจหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าปุ๋ย ไม่ว่าเมล็ดพันธุ์ พืชพันธุ์ อาหารสัตว์ อะไรต่าง ๆ มันออกไปในแนวนี้ เพราะฉะนั้น การออกกฎกระทรวงอย่างนี้ ท่านประธานครับ ผมว่าทางรัฐบาลหวังดีประสงค์ร้าย ไปควบคุมไม่ให้เกิดการจำหน่าย การพัฒนา การดำเนินการที่สามารถที่จะไปมีส่วนแบ่ง การตลาดในส่วนนี้ได้ ซึ่งมันไม่เหมาะสม ผมไม่เห็นด้วยที่ท่านไปออกกฎกระทรวงอย่างนี้ เพราะว่าเรามีประสบการณ์จากพรรคเพื่อไทยเคยออกสุราชุมชนมา ตัวนี้ทำให้ข้าวราคาขึ้น อย่างสุราชุมชนพวกนี้มันทำมาจากข้าวเหนียว จากข้าว จากทางรัฐบาลที่การบริหารจัดการ ที่ไม่มีความมั่นคงแน่นอน ตัวอย่างเช่นราคาข้าวก็ไม่ถึง ๕ บาท ๖ บาท ๗ บาท แต่ถ้าเรา ทำสุราชุมชนซึ่งเป็นสุราพื้นบ้านนี่ เราไปกลั่นมันราคาขึ้นมาถึง ๑๕ บาท ตัวนี้เป็นการ ช่วยเหลือพี่น้องประชาชนและโยงไป เพราะว่าตัววัตถุดิบมันจะใช้ข้าวเหนียวเป็นหลัก ซึ่งผมมีประสบการณ์ตรงนี้จากพรรคไทยรักไทยที่ได้ดำเนินการมาในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ไม่ทราบว่ามันถูกตัดรอนไปอย่างไร เพราะว่าตรงนี้ถ้าทางรัฐบาลมีความจริงใจควรจะ สนับสนุน แต่กฎหมายฉบับนี้กลับไปเป็นว่าเกิดขึ้นจากฝ่ายค้านที่นำเสนอพระราชบัญญัติ ตรงนี้ขึ้นมา แล้วก็มีส่วนหนึ่งจากรัฐบาลให้ความเห็นด้วย ซึ่งมันย้อนแย้งกัน พอกฎหมาย จะเข้าวันนี้ เมื่อคืนนี้กฎกระทรวงออกมา ถ้าเราดูตามปกติธรรมดานี่ ถ้าเราตีโจทย์ไม่แตกนี่ มันเหมือนกับการให้การสนับสนุน แต่ผมบอกเลยว่ามันเป็นการทำลาย เป็นการคุมกำเนิด ไม่ให้โตขึ้นมาในสัดส่วนของมันตรงนี้ ซึ่งไม่ควรจะเกิดในรัฐบาลชุดนี้ เพราะว่าสิ่งเหล่านี้ โยงใยไปถึงภาคเกษตรกรรมด้วย โดยเฉพาะราคาข้าว ก็คงกราบเรียนท่านประธานสั้น ๆ ในส่วนนี้ว่าผมขอสนับสนุน พ.ร.บ. ฉบับนี้ โดยเฉพาะพรรคเพื่อไทยเรา และถ้ามีโอกาส เป็นรัฐบาลก็จะแก้ไขปรับปรุง ตัดแนวทางต่าง ๆ ที่มันไม่สอดคล้องกัน หรือจะไปคุมกำเนิด ตรงนี้เพื่อให้มันเติบโตขึ้น กราบเรียนแค่นี้ครับท่านประธาน🔗
คุณธีรัจชัย พันธุมาศ หลังจากนั้นเป็นคุณครูมานิตย์ สังข์พุ่ม และเป็นคุณอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ครับ ขอเชิญเลยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตอภิปราย ในเรื่อง พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต ท่านประธานครับ ในชั้นรับหลักการ เราได้มีการพูดถึง ประโยชน์ของกรณีการแก้กฎหมายซึ่งเรียกว่า พ.ร.บ. สุราก้าวหน้า ในทางที่เข้าใจง่าย หลักการก็คือในเรื่องของเพิ่มรายได้เกษตรกร การเก็บข้าวในคลัง การไปขายข้าว เป็นกระสอบมันราคาต่ำ แต่เอาข้าวในขวดจะราคาดีหรือเป็นผลไม้อื่น นี่คือเพิ่มให้แก่ ประชาชน การกระตุ้นการท่องเที่ยวนั่นก็คือการสร้างเรื่องราวให้คนอยากมาเที่ยวแต่ละพื้นที่ มีตำนานของเครื่องดื่มที่มีแต่ละท้องที่ นั่นคือทำให้ท่องเที่ยวบูม (Boom) การกระจายรายได้ ให้รายย่อยก็คือในส่วนของประเทศ ไม่ให้นายทุนผูกขาดอยู่แค่ไม่กี่ราย มูลค่าเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ ๔๐๐,๐๐๐ ล้านในไทย เท่ากับญี่ปุ่น แต่ไทยมีแค่ ๗ ราย แต่ญี่ปุ่นมีถึง ๕๐,๐๐๐ ราย ซึ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เรารับหลักการมา เราไม่ต้องการให้ประเทศมีการผูกขาด และหลักการนี้ได้รับมา การแก้ไขก็ชัดเจนครับ เราตัดในส่วนของมาตรา ๑๕๓ ในส่วนนี้ไป ก็คือเราตัดในส่วนของการออกกฎกระทรวงต่าง ๆ นี้ จะต้องไม่กำหนดคุณสมบัติของผู้ที่ยื่น ขนาดกำลังผลิต กำลังแรงม้า เครื่องจักร ทุนจดทะเบียน จำนวนพนักงาน หลักเกณฑ์ใด ในลักษณะกีดกันทางการค้าก่อให้เกิดการแข่งขันไม่เป็นธรรม เว้นแต่สัดส่วนผู้ถือหุ้นที่ไม่ใช่ บุคคลสัญชาติไทย กรณีอย่างนี้นั่นคือเป็นการทลายทุนผูกขาดกลุ่มเดียวคือกลุ่มเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ อาจจะเป็นในส่วนอื่นที่ต้องถูกทลายอีกในกฎหมายทลายทุนผูกขาด ซึ่งจะต้อง เกิดขึ้นได้ในอนาคตอันใกล้เพื่อทำให้สังคมนั้นเป็นธรรม แต่ท่านประธานครับ กรณีอย่างนี้ รัฐบาล พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ยึดอำนาจตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ๘ ปีที่ผ่านมาไม่เคยแก้ไข ในส่วนของกฎกระทรวงเรื่องนี้เลย ปล่อยให้กฎกระทรวงนั้นเป็นการกุมอำนาจโดย กลุ่มทุนผูกขาด มี ๗ รายตรงนี้เท่านั้นเอง แต่เมื่อคืนนี้ทำไมถึงมาออกกฎระทรวงครับ ออกมาตัดหน้าเหมือนกับต้องการที่จะบอกว่าได้แก้กฎกระทรวงแล้ว และร่างนี้จะต้องตกไป ใช่หรือไม่ตามคำสั่งคำที่แถลงของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ได้พูดออกมาบอกว่า จะไม่ให้ร่าง พ.ร.บ. สุราก้าวหน้า หรือ พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้ผ่านสภาใช่หรือไม่ การออก กฎกระทรวงถามว่ามันเหมือนไหม ไม่เหมือน ยกตัวอย่างเช่นในเรื่องของเหล้ากลั่นชุมชน ยังมีการกีดกันนะครับ เพิ่มประเภทเครื่องจักรไม่ต่ำกว่า ๕๐ แรงม้า แต่มีข้อกำหนด สิ่งแวดล้อมและสาธารณสุข ผลิตได้เฉพาะเหล้าขาวเท่านั้น นี่คือข้อจำกัดยังมีอยู่ ไม่ใช่ กฎกระทรวงมาแล้วจะยกเลิกเหมือนกับ พ.ร.บ. ฉบับนี้🔗
๒. โรงเบียร์ที่ขาย ณ ที่ผลิตหรือบริวผับ (Brewpub) ไม่กำหนดกำลังผลิต ขั้นต่ำ แต่ต้องมีเครื่องจักรที่ได้มาตรฐานตามที่กำหนดและปฏิบัติตามกฎหมายสิ่งแวดล้อม และสาธารณสุข นั่นก็คือไม่สามารถทำได้โดยสะดวก ไม่ได้ควบคุมคุณภาพอะไรเลย นี่คือ เป็นการกีดกันทางการค้าและกีดกันเฉพาะกลุ่มทุนใหญ่ใช่หรือไม่🔗
๓. โรงผลิตเบียร์ไม่กำหนดกฎเกณฑ์และทุนจดทะเบียน แต่ต้องติดตั้งระบบ พิมพ์และเครื่องหมายการเสียภาษีและต้องผ่านอีไอเอ (EIA) มีต้นทุนเพิ่มอีก ๓-๕ ล้านบาท นั่นก็คือจะต้องให้มีต้นทุนแพงขึ้นหรือไม่ อีไอเอ (EIA) ยังพอพูดได้ว่าสามารถที่จะให้คุมก็ดี แต่การเพิ่มต้นทุนให้กับคนรายย่อยนี้เป็นการกีดกันให้กับกลุ่มทุนขนาดใหญ่เหมือนเดิม ใช่หรือไม่ โรงงานผลิตเหล้าขาวยังคงต้องทำการผลิตขั้นต่ำ ๙๐,๐๐๐ ลิตรต่อวัน ทำไมล่ะครับ รายย่อยไม่สามารถทำได้หรือครับ ยังต้องให้ฝ่ายบริหารมาทำแบบนี้หรือครับ ในส่วนของวิสกี้ บรั่นดี จิน ยังต้องกำลังผลิตขั้นต่ำ ๓๐,๐๐๐ ลิตรต่อวัน นี่ก็คือในส่วนของ ที่มีการแก้ไข ๘ ปีไม่เคยคิดจะแก้ไข แต่มาแก้ไขก่อนที่กฎหมายจะเข้าเพียงแค่ครึ่งวัน ในส่วนตรงนี้ หมายความว่าจะเป็นเงื่อนไขในการที่ปฏิเสธใช่หรือไม่ เรื่องนี้วัดใจ ส.ส. นะครับ ท่านจะเป็นสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ยืนข้างประชาชนหรือไม่ จะเป็นสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ที่ยืนข้างเกษตรกรรายเล็ก รายย่อยหรือไม่ จะเป็นสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ยืนข้างของคน กลุ่มเล็ก กลุ่มน้อย ต้องการมีความคิดจะสร้างฐานะเศรษฐกิจของตัวเองไปเทียบเท่ากลุ่มทุน ขนาดใหญ่ซึ่งมีแค่ ๗ รายในประเทศ ญี่ปุ่นมี ๕๐,๐๐๐ ราย มากกว่าเราตั้งเยอะแยะ ทำไมไม่ เหมือนกันล่ะครับ ๕๐,๐๐๐ ยี่ห้อ มี ๗ ราย ๗ ยี่ห้อในประเทศไทย วัดใจนะครับ พ่อแม่พี่น้องประชาชนช่วยกันดูว่า ส.ส. จะยืน จะเดินตาม ๆ ต้อย ๆ นายกรัฐมนตรีที่สั่ง ซ้ายหัน ขวาหันใช่ไหม แล้วกลุ่มทุนขนาดใหญ่ไปวิ่งคน ๆ เดียวจบแค่นั้นใช่ไหมครับ ถ้าร่างฉบับนี้ไม่ผ่านนั่นหมายความว่ายังมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ยังเชื่อฟัง พลเอก ประยุทธ์ อยู่ แล้ว พลเอก ประยุทธ์ ไม่ได้มาจากประชาชนโดยตรงนะครับ ขอให้พวก เราได้ตรวจสอบเรื่องนี้ ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็นการพิสูจน์วัดใจเลยว่าเราจะยืนข้างใคร เราจะยืนข้างทุนผูกขาดหรือยืนข้างประชาชน เราจะยืนข้างกลุ่มทุนผูกขาดหรือยืนข้าง ประชาชน วันนี้ขอให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนได้โปรดดูเช็ก (Check) ชื่อได้เลย เราสามารถ ทำได้ในขณะนี้ ณ วันนี้ ไม่ต้องรอไปรัฐบาลหน้าที่เป็นรัฐบาลที่จะต้องเป็นใหม่แล้วค่อยทำ เราสามารถทำได้ในวันนี้ ได้โหวตมติอันนี้ ไม่ต้องรอรัฐบาลหน้าแล้วค่อยทำนะครับ ผมฝาก ท่านพี่น้องประชาชนช่วยดู ผมฝากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ยืนข้างประชาชน ด้วยครับ🔗
คุณครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม พรรคเพื่อไทย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดสุรินทร์ ผมได้รับ มอบหมายจากคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว และพี่น้องพรรคเพื่อไทย ได้ขึ้นมาแสดงความเห็น เกี่ยวกับ พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิตฉบับนี้ จริง ๆ ในเบื้องต้นก็ไม่ได้ตั้งใจเท่าไรหรอกครับ แต่พอเห็นกฎกระทรวงออกมาเมื่อวาน ก็เลยทำให้มีความรู้สึกว่าบ้านนี้เมืองนี้มันเกิดอะไรขึ้น ก่อนอื่นผมขอบคุณท่านผู้แทนทั้งสภา ทั้งซีกเพื่อนที่อยู่ฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน เมื่อเดือนกันยายน ในวาระ ๑ ลงยกมือโหวตให้กฎหมายสรรพสามิตหรือเหล้าเสรีผ่านสภาไปจนเป็นวาระ ๒ วันนั้นอาจจะเป็นการเผอเรอของฝ่ายรัฐบาลก็ได้ที่มาร่วมกันยกมือจนผ่าน ก็เลยกำลัง กลายเป็นเรื่องใหญ่เพราะมีเสียงกระซิบมาว่าคนตัวใหญ่ที่สุดในรัฐบาลได้เชิญหัวหน้า พรรคการเมืองทุกพรรคที่ร่วมรัฐบาล ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไรผมไม่รู้แต่ผมติดตามข่าว ว่ามาคุยกันว่าผ่านไปได้ด้วยเหตุผลกลไกตามที่ผู้รู้จะมาอ้างว่าคนไม่มีปัญญาบ้าง ภูมิปัญญา ไม่ถึงบ้าง ถ้าดื่มเข้าไปแล้วจะท้องเสียบ้าง ชักตายบ้าง อะไรบ้างก็แล้วแต่มโนไป แต่เราต้อง ยอมรับคำว่าเหล้าไม่ใช่เพิ่งมาเกิดเร็ว ๆ นี้ เพราะว่าเหล้าเกิดมาตั้งแต่ผมยังไม่ได้เกิดครับ พ่อผมก็ยังไม่ได้เกิดหรอกครับ เขาทำกันมา แต่เมื่อก่อนมันกระจัดกระจายทำด้วย พี่น้องประชาชนทั้งหมด พอตอนหลังก็เกิดมีกลุ่มที่มีอำนาจที่แบ่งจัดสรรปันส่วนกันในธุรกิจ ต่าง ๆ จนลงตัว ท่านประธานสังเกตเห็นไหมครับ วันนี้ทรู กับดีแทคก็จะรวมกัน รวมกัน ใครตาย ประชาชนตาย กลุ่มพลังงานประชาชนตาย นี่สักพักอีกท่านประธาน กลุ่มที่ดิน เกิดขึ้นมาอีกประชาชนตาย พูดก็พูดเถอะครับ ผมก็ไม่ได้มาชมเชย แต่ส่วนดีผมก็ชมเชย ยุคท่านนายกทักษิณ ชินวัตร เราคิดถึงเรื่องหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ขึ้นมา เพื่อให้ประชาชน ได้มีอาชีพ ได้เอาผลิตภัณฑ์ทางการเกษตร ผลิตผลของเขาที่เอาไปขายในตลาดมันไม่ได้ราคา เอามาแปลงแล้วก็ทำ แล้วก็ส่งไปขายกับประเทศต่าง ๆ หรือขายกันเองภายในประเทศ ท้ายที่สุดกลุ่มทุนก็รวมหัวกันจัดการ จริง ๆ ถ้ายังมีเรื่องนี้อยู่วันนี้พี่น้องเขาก็ได้เกิดภูมิปัญญา ท่านประธานคงนึกออกว่าเขาก็เกิดสติปัญญาในการปรับ ความเชี่ยวชาญ ความชำนาญการ เกิดขึ้นในเรื่องของการผลิต บ้านผมก็เหล้าสาโท ทางใต้เขาเรียกว่าหวาก เมื่อสักครู่นี้ ท่านผู้แทนอธิบาย ทางภาคเหนือก็เหล้าอุ ดีขึ้น ๆ มาเป็นตามลำดับ แต่ว่าวันนี้เดินมาชนกับกลุ่มทุนตรง ๆ แล้วรัฐบาลก็แก้เกี้ยวเลยครับ แล้วเมื่อไรประชาชน คนไทยจะได้มีอาชีพที่เป็นของตัวเองได้กระจัดกระจายกันหลาย ๆ อาชีพ พรรคเพื่อไทยเรา เขียนไว้ชัดเจนสโลแกน (Slogan) ลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ขยายโอกาส คำว่า ขยายโอกาส ก็คือการสร้างอาชีพให้กับประชาชน จึงมีเรื่องของหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ วันนี้ผมรับไม่ได้ แล้วกฎกระทรวงสัปดาห์หนึ่งก็ออกใหม่ ออกได้ เพราะลงนามโดยรัฐมนตรี ออกทุกสัปดาห์ ออกทุกวัน ออกทุกเดือนก็ได้ แต่นี่เป็นความเสียหาย เป็นความน่าอับอายที่มาชิง ออกกฎกระทรวงก่อน พ.ร.บ. วาระ ๒ จะเข้าสภา ซึ่งจริง ๆ เรื่องนี้เป็นเรื่องของพวกเรา ซึ่งเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน เราอยากเห็นความหลากหลายอาชีพ เราอยากเห็น ประชาชนมีอาชีพ มีรายได้ ไม่ใช่ว่าสิ้นเดือนก็โอนไป โอนไป โอนไป เป็นอย่างไรครับ บัตรคนจนวันนี้ จาก ๑๔ ล้านคน เป็น ๒๒ ล้านคนแล้วทั่วประเทศนี้ เพราะไม่ได้ แสวงโอกาส ไม่ได้หาอาชีพให้เขาทำ ผมสงสัยตั้งแต่เมื่อวานว่าทำไมรัฐบาลเป็นห่วงประชาชน จังเลยกับเรื่องนี้ เลยออกกฎกระทรวงขึ้นมา ที่มาอ้างว่ากลัวสุขภาพ กลัวในส่วนโน้น ส่วนนี้ จริง ๆ ท่านรอให้สภาผ่านไปก่อนก็ได้ เพราะในสภามีตัวแทนประชาชนทั้งภาคฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล มีทุกส่วน เราคงไม่ทำเรื่องเลวร้ายให้กับพี่น้องประชาชนคนไทยหรอกครับ เราคงจะหาสิ่งที่ดี ๆ มาให้ นี่แหละเห็นชัดเจนหลายเรื่อง เอาอำนาจฝ่ายบริหารมาปิด สกัดกั้นอำนาจนิติบัญญัติจะทางตรงหรือทางอ้อมหลายครั้งที่เกิด เดี๋ยวยังมีอีกหลายเรื่อง ที่จะได้เอามาอภิปรายกันในที่ประชุมแห่งนี้ว่าเราโดนกีดกันเรื่องอะไรบ้าง แทนที่จะให้เป็น เรื่องที่พวกผู้แทนเขาทำไป ท้ายที่สุดท่านประธานที่เคารพครับ ผมว่าวันนี้ฝากกรรมาธิการ พวกเราต้องเดินหน้าต่อไป แล้วฝากคนมีอำนาจรัฐ ท่านต้องเห็นใจพี่น้องประชาชน สร้างอาชีพให้เขาแล้วไปขัดเกลา เช่นให้อธิบดีเซ็นผมว่ามันแรงไป เอาแค่ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือคณะกรรมการในระดับจังหวัดพอแล้ว เดิมกว่าจะมาถึงอธิบดี ไหนเงินค่าภาษี ไหนเงิน ค่ารถ ไหนเงินค่าใต้โต๊ะอีก ยิ่งหมดไปใหญ่ ท้ายที่สุด ขอบพระคุณท่านประธานครับ แล้วก็ ขอให้ พ.ร.บ.ฉบับนี้ผ่านไปด้วยดี แล้วพวกผมก็ยืนยันว่าวันหน้าต้องฟ้าสีทองผ่องอำไพ เพื่อไทยเป็นใหญ่ เราจะแก้ให้เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนมากที่สุด ขอบพระคุณครับ🔗
คุณอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม แล้วก็เป็นคุณเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม เชิญคุณอุบลศักดิ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ พรรคเพื่อไทยได้สนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ในวาระที่หนึ่งผ่านไปแล้วนั้น ส่วนในวาระที่สองที่กำลังจะพิจารณาอยู่นี้ ท่านประธานครับ สุราพื้นบ้านผมกราบเรียนว่า สมัยปี ๒๕๔๕ รัฐบาลทักษิณได้จัดมหกรรมสุราไทยที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ทำให้ พี่น้องประชาชนทุกหมู่บ้าน ๗๗ จังหวัด ๘๐๐ กว่าอำเภอ มีสุราพื้นบ้านเป็นเอกลักษณ์ ของตนเอง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องกราบเรียนว่าทรัพยากรของประเทศนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พี่น้องชาวนาชาวไร่ เมื่อผลิตข้าวมาแล้วนั้นขายข้าวได้เกวียนละประมาณ ๕,๐๐๐-๖,๐๐๐ บาท แต่ในหลายประเทศเราเอาส่วนต่าง ๆ ของข้าวนั้น ไม่ว่าปลายข้าวมาทำสุรา เปลือกข้าว เอามาทำกระแช่ และอีกหลายส่วนนั้น ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าทำให้ พี่น้องประชาชนโดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องชาวจังหวัดลพบุรีนั้นดื่มสุราชาวบ้าน โดยเฉพาะ ในค่ายทหารนั้นไม่มีปัญญาหรอกที่จะมาซื้อเหล้าโรง วันนี้มีรายใหญ่ ๆ อยู่ ๗ รายด้วยกัน แต่เมื่อก่อนนี้พี่น้องชาวจังหวัดลพบุรีนั้นสามารถผลิตสุราพื้นบ้าน สามารถส่งลูกเรียนจนจบ มหาวิทยาลัยและมีงานทำถึงปัจจุบันนี้ ในขณะเดียวกันนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้อง กราบเรียนว่าวันนี้การเสียภาษีในอัตราซึ่งที่กำหนดไว้นั้น ต้องกราบเรียนว่าถ้ารัฐบาลจะ ลดภาษีให้กับสุราพื้นบ้านครึ่งต่อครึ่งนั้น จะเห็นได้ว่ามันไม่สูญเสียภาษีอะไรเท่าไร ขณะเดียวกันรัฐบาลได้เอางบประมาณของประชาชน เอาไปให้คนละครึ่ง อีกครึ่งหนึ่งเอาไป ให้นายทุน อีกครึ่งหนึ่งไปล้วงจากกระเป๋าพี่น้องประชาชนจนหมดตัวนะครับ ก็เอาไปให้ นายทุนกลุ่มที่หนุนรัฐบาล ท่านประธานที่เคารพ จะเห็นว่าตัวเลขของรัฐบาลบอกว่า บัตรคนจน ที่บัตรคนละครึ่งนั้น ประมาณ ๓ ล้านราย ไม่สามารถจะไปดำเนินการได้ เพราะเงินหมดกระเป๋า ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่า อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงให้พี่น้องประชาชนในชนบท ซึ่งปัจจุบันนี้ท่านก็ทราบดีว่าตกอยู่ ในสภาพล้มละลาย มีหนี้สินล้นพ้นตัว ก็กราบเรียนว่าถ้าหากวันนี้ตามที่รัฐบาลได้ออก กฎกระทรวงมาเมื่อวานนี้นั้น จะเห็นได้ว่าเป็นการตัดหน้า พ.ร.บ. ฉบับนี้ ท่านประธานครับ กฎกระทรวงแก้ไขได้ตลอดเวลา วันใดนายกรัฐมนตรีไปกินข้าวกับนายทุนก็ต้องตามใจ นายทุน ก็ต้องมาแก้ไขใหม่ได้ตลอดเวลา เพราะถ้าหากออกเป็นกฎหมาย เป็น พ.ร.บ. การแก้ไขต้องผ่านกระบวนการ ผ่านสภาผู้แทนราษฎรซึ่งมีความคิดทุกพรรคการเมือง ผมจึงอยากจะกราบเรียนให้ท่านสมาชิกด้วยความเคารพว่าให้สนับสนุน พ.ร.บ. ฉบับนี้ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ จะทำรายได้ให้กับท้องถิ่น และท้องถิ่นก็จะมีภูมิปัญญาที่สามารถจะผลิตสุราแต่ละประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านจะเห็นว่าในพื้นที่ประเทศเพื่อนบ้านเราไม่ว่าประเทศลาว ไม่ว่าประเทศเวียดนาม ไปดู ได้ว่าเหล้ามีกี่ร้อยยี่ห้อ สามารถจะดื่มแบบไหนก็ได้แล้วแต่พื้นที่ จะทำให้เศรษฐกิจ ประชาชนทั่วไปที่ไปท่องเที่ยวอยากจะไปดื่มสุราพื้นบ้าน แต่ละจังหวัด แต่ละอำเภอ แต่ละตำบลก็จะทำให้เศรษฐกิจหมุนเวียนได้ ดังนั้นท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้อง กราบเรียนด้วยความเคารพว่าคนลพบุรีฝากมาให้ผมได้บอกกับสภาแห่งนี้ว่าช่วยกรุณา สนับสนุนสุราพื้นบ้าน จะทำให้เศรษฐกิจกระจายไปทุกหมู่บ้าน ทุกตำบลและประชาชน อีกส่วนหนึ่งก็สามารถจะดื่มสุราได้เหมือนเศรษฐี ท่านประธานที่เคารพครับ อย่างไรก็ตาม ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่า อยากกราบเรียนว่าวันนี้นายทุนยึดเสรีภาพของประชาชน ไปหมดแล้วต้องกราบเรียนว่ารัฐบาลเผด็จการ ทาสของนายทุน กราบขอบพระคุณอย่างสูงครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ตามด้วยท่านดอกเตอร์มหานิยม เวชกามา ครับ เชิญท่านเกรียงศักดิ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๗ พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ท่านประธานที่เคารพครับ พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต ซึ่งพี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ผ่านวาระที่หนึ่งมาเรียบร้อย เราเห็นพ้องต้องกันว่าการแก้ไขมาตรา ๓ เป็นการที่จะดูแลแก้ไขปัญหาของพี่น้องประชาชน ผู้ที่จะมีการผลิตสุราพื้นบ้านตามท้องถิ่น ตามภูมิปัญญาท้องถิ่น เราได้ยินว่าไม่ว่าจะเป็น การที่เราจะผลิตสุราท้องถิ่น นอกจากจะเป็นการส่งเสริมรายได้ให้พี่น้องมีรายได้แล้ว ยังจะเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว ให้ชาวต่างประเทศหรือชาวไทยของเราอยากไปสัมผัส ในพื้นที่นั้น ๆ เช่นบางท่านอาจจะบอกว่าตอนนี้เริ่มหนาวแล้วอยากไปดูดอุที่สกลนคร นครพนม อยากไปชิมสาโทที่อุดรธานี หนองบัวลำภู หนองคาย อยากไปชิมสุรากลั่น ซึ่งโด่งดังก็คือที่แพร่ อย่างนี้หลาย ๆ ที่ทั่วประเทศ เราเห็นว่าเมื่อมีภูมิปัญญาท้องถิ่นของ พี่น้องประชาชน เราก็ควรที่จะเปิดโอกาส การเปิดโอกาสนั้นก็ต้องมีกฎหมายรองรับให้ พี่น้องประชาชน มาตรา ๓ เป็นกฎหมายที่จะสามารถให้กลุ่มทุนเล็กทุนน้อย ภูมิปัญญา ท้องถิ่นของเราพี่น้องประชาชน ในเทศกาลต่าง ๆ เราก็ทราบกันดีว่าไม่ว่าจะเป็นการที่จะเอา ข้าวขึ้นลาน ชาวบ้านก็จะมีการหมักสาโท แล้วก็ขอลงขันลงแขกไปช่วยกัน อันนี้ก็เป็น วัฒนธรรมประเพณีที่เรามีมา แต่สิ่งที่เราอยากทำให้ในฐานะกรรมาธิการก็คือให้ พี่น้องประชาชนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน แต่ขณะเดียวกันก็ต้องไม่ตีกรอบเหมือน ทุนขนาดใหญ่ซึ่งเข้ามาครอบงำและกีดกัน กดดันภูมิปัญญาท้องถิ่นของเราไว้ เราจะเห็นว่า ไวน์ของประเทศต่าง ๆ มีเป็นพัน ๆ ยี่ห้อ แต่ละคนที่ไปท่องเที่ยวก็อยากไปเมืองนั้น ไปชิมไวน์เมืองนี้ ประเทศนั้นประเทศนี้เราทราบกันดี แต่ว่าของเรานี่เราก็ส่งเสริมว่านอกจาก มีไวน์องุ่นแล้ว แล้วก็มีไวน์หมากเม่าอีกอะไรอย่างนี้ ที่เป็นที่ทราบกันดีก็คือสมัยรัฐบาล พรรคไทยรักไทย เรามีหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ซึ่งก็ถือว่าเป็นการส่งเสริมสร้างรายได้ ขยายโอกาสให้พี่น้องประชาชนในสิ่งที่เป็นภูมิปัญญาของท้องถิ่น แต่เราจะไม่ได้มองว่า สิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นนั้น เป็นการแสดงออกถึงว่าเราต้องอยู่ภายใต้กรอบกติกาของกลุ่มทุนใหญ่ ซึ่งมีไม่กี่คน มีไม่กี่ทุนในประเทศไทย แต่เราจะเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนคนไทย ทั้งประเทศได้มีโอกาสที่จะผลิตสุราพื้นบ้าน สุราท้องถิ่น เพื่อที่จะมาใช้บริโภคและ ขณะเดียวกันก็เป็นการส่งเสริมรายได้ส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่จะ นำรายได้เข้าประเทศเราได้ครับ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นพี่น้องทราบดีว่าถึงจะมีสุราเสรี เราก็อยากให้ มีมาตรา ๓ มาตรา ๑๕๓ วรรคสอง เราก็บอกไว้ชัดเจนว่าเราจะไม่ไปกำหนดกฎเกณฑ์อะไร มากนัก เพราะเราทราบดีว่าชาวบ้านไม่มีทุนหรอกครับ ที่จะเป็นหมื่นเป็นแสนอะไรต้องมา ทำตามเครื่องจักรต้องแบบนี้ การผลิตต้องจำนวนเท่านี้ขึ้นไป นั่นก็คือเป็นการที่จะส่งเสริมนายทุนใหญ่ ๆ แล้ว ไม่ใช่เปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนคนที่จะ ผลิตสุราพื้นบ้าน สุราเสรีหรือสุราชุมชนได้ คณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ซึ่งมาจาก ทุกพรรคการเมืองก็เห็นว่าควรจะเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชน เราจะต้องมีกรอบ ของกฎหมาย มาตรา ๓ เป็นหลัก ที่จะช่วยให้พี่น้องประชาชนมีรายได้และสามารถใช้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นเข้ามาผลิตที่จะใช้ในท้องถิ่นของตัวเองและเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว เป็นการส่งเสริมเศรษฐกิจรายได้ของท้องถิ่นนั้น ๆ ด้วย จึงเป็นที่มาที่เราตรามาตรา ๓ มาตรา ๑๕๓ วรรคสอง แต่ผมก็มาดูมาตรา ๑๕๓ วรรคสอง กำลังจะเข้าสภาเมื่อวานนี้ ปรากฏว่ามีกฎกระทรวงออกมา ครม. มีมติว่าเป็นกฎกระทรวง ซึ่งถ้าข้อเท็จจริงแล้ว กฎหมายนี่ เราสามารถที่จะตราแล้วให้ใช้กับพี่น้องประชาชนทั้งประเทศเกิดประโยชน์สูงสุดกับ พี่น้องประชาชน คนยากคนจน คนรากหญ้าได้ แต่กฎกระทรวงนี้ ตอนนี้ท่านก็อาจจะเห็น อย่างนี้ ก็โดยเอาเทียบเคียงของคณะกรรมาธิการ แต่สักวันหนึ่งท่านยกเลิกกฎกระทรวง แล้วชาวบ้านเขาจะมีกฎหมายอะไรมารองรับ อันนี้เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วงมาก ๆ นะครับ เพราะในมาตรา ๑๕๓ วรรคสอง บอกว่าไม่ใช่เพื่อการค้า ตามชนิดและปริมาณที่กำหนดไว้ ในกฎกระทรวง นี่แหละครับคือหัวใจตรงนี้ ผมเชื่อว่าถ้ากลุ่มทุนใหญ่อ่านตรงนี้ น่าจะเป็น สิ่งที่เราเป็นห่วงมาก ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญท่านดอกเตอร์มหานิยม เวชกามา ตามด้วยท่านนิคม บุญวิเศษ เชิญครับ🔗
นายนิยม เวชกามา (สกลนคร) กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมขออภิปรายร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ซึ่งเป็น พ.ร.บ. สุราก้าวหน้า คือเรียกกันโดยทั่วไปของผู้ร่าง ที่ผมต้องอภิปราย สนับสนุน เพราะว่ามันเป็นเรื่องที่ประชาชนได้ประโยชน์ ผมไม่ได้เกี่ยวกับกฎกระทรวง เพราะร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เขาเขียนไว้ชัดเจนในมาตรา ๓ ที่บอกว่าในมาตรา ๑๕๓ ผู้ใดประสงค์จะผลิตสุราเพื่อการค้าหรือมีเครื่องกลั่น อ่านให้ประชาชนฟังนะครับ สำหรับ ผลิตสุราเพื่อการค้าไว้ในครอบครอง หรือให้ยื่นคำขออนุญาตต่ออธิบดีและผู้ปฏิบัติตาม หลักเกณฑ์และวิธีการเงื่อนไขที่อธิบดีกำหนด คำว่า กำหนด กำหนดก็คือกำหนด ในกฎกระทรวง นี่คือถ้าผมต้องอภิปรายว่ากฎกระทรวงก็เป็นส่วนกฎกระทรวงที่รัฐบาล ออกมาเมื่อคืนนี้ ผมก็เห็นด้วย เพราะไปลดขั้นตอนหลายอย่าง แต่อันนั้นคือกฎกระทรวง ประเด็นมันจึงอยู่ที่ว่าทำไม พ.ร.บ. ฉบับนี้ถึงจะออกไม่ได้ ผมเองได้ยินข่าว มีพรายกระซิบ แล้วว่ากฎหมายฉบับนี้ตกครับ รัฐบาลไม่เอา เพราะเป็นกฎหมายของฝ่ายค้าน เป็นกฎหมาย ของต้องเอ่ยชื่อนะ เจ้าของคือพรรคก้าวไกล ต้องให้เกียรติเขา แต่ผมไม่ได้มองว่ากฎหมาย ฉบับนี้เป็นของใคร ผมไปมองว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน คนยากคนจน ผมเองไม่ใช่คนกินเหล้านะ แต่กฎหมายฉบับนี้เรื่องสุรา มันเป็นการยกระดับ ยกราคาข้าว วันนี้ข้าวกิโลกรัมละ ๗ บาท ถ้าปล่อยให้พี่น้องประชาชนมีโอกาสทำสุราของตัวเอง จะจดภาษีถูกต้องอย่างไรก็แล้วแต่ ข้าวเปลือกจาก ๗ บาท มันจะขึ้นเป็น ๒๐ เพราะการแปรสภาพจากข้าวธรรมดาไปเป็นสุรา ประเด็นจึงมีอยู่ว่าทำไมกฎหมายฉบับนี้จึงต้องตก ผมเสียดายมากนะครับ กรรมาธิการ ที่นั่งอยู่ทุกคนเห็นด้วย แต่วันนี้ของท่านตกไปล่ะ เสียเวลาไปทำกฎหมายฉบับนี้ ๖-๗ เดือน จนจะเปิดสภาใหม่ ผมกราบเรียนว่าคำว่าสุราโดยหลักพระพุทธศาสนามันผิดศีลข้อที่ ๕ แต่ผมก็ยังว่ามันเป็นวิถีชีวิตของชาวบ้านซึ่งอยู่กับสุราขาว ซึ่งตอนหลัง ๆ รัฐบาลพยายาม ตีให้มันตกยุคนั้นก็ดีบอกว่าเป็นสุราเถื่อนแล้วไปใส่ร้ายป้ายสีว่าสุราเถื่อนพวกนี้ผสมยาพิษ ใส่ฟูราดาน (Furadan) กินแล้วตับแข็ง ซึ่งใส่ร้ายป้ายสี ยุคก่อนสุราภาษีของนายทุน ขายไม่ได้ครับ บ้านผมไม่กินเหล้าภาษี เขาเรียกเหล้าภาษี ไม่กิน เพราะมันขิวเขาบอก ภาษา บ้านผมคือมันเหม็นเขียว ต้องกราบเรียนแบบนี้ สุราอยู่กับบ้านกับเมือง อยู่กับประชาชน มานับร้อยปี ซึ่งแต่ก่อนอาจจะราคาแค่ ๘ บาทด้วยซ้ำไป สุราต้มเอง สุราเสียภาษี ๔๕ บาท มันก็เกินกัน ชาวบ้านคนยากคนจนเขามีโอกาสที่จะหาเงิน บางคนที่บ้านผมขายเหล้านี่ล่ะ อาจจะลักลอบบ้าง เขามีเงินส่งลูกเรียนหนังสือจนจบระดับมีงานมีการทำเลี้ยงชีวิต เลี้ยงครอบครัว นี่คือประเด็นที่บอกว่าวันหนึ่งทำไมไม่ปล่อยให้เขาทำ ทำไมไม่ให้โอกาส แก่พี่น้องประชาชนเขามีรายได้ กฎหมายฉบับนี้ พระราชบัญญัติฉบับนี้ปล่อยให้คนยากคนจน หาเงินเลี้ยงชีวิต แต่วันนี้ท่านไม่ให้ ผมต้องประกาศให้พี่น้องประชาชนรับรู้ว่า ท่านนายกรัฐมนตรีท่านคิดอะไร เห็นคนยากคนจนจะมีเงินมีทอง มีวิถีชีวิตเลี้ยงอาชีพ ท่านมีความทุกข์หรือถ้าเขามีเงิน หรือต้องให้เขามีบัตรคนจนมาแบ่งซื้อแบ่งขายอย่างทุกวันนี้ อยู่ไม่ได้แล้วครับ ท่านประธานครับ ในสมัยหนึ่งเหล้าอุบ้านของท่านประธาน อุเรณูนคร ดังสะท้านทั้งประเทศทั้งโลกใครไปเรณูนครก็ต้องกินเหล้าอุเรณูนคร ไหหนึ่ง ๒๐ บาท วันนี้หายไปจากโลกนี้เลย ผิดกฎหมาย ถ้าถามว่าก็ยังปล่อยให้ทำอยู่ ท่านรู้ไหมว่าคนทำสุรา อยู่ไม่ได้หรอกครับ ท่านตั้งกำแพงภาษีสูงมากสูงจนเขาทำไม่ได้ ผมจึงกราบเรียนว่า ผมเห็นกฎหมายฉบับนี้เลยต้องบอกถึงเวลาต้องส่งเสริม แต่ความหวังผมสิ้นละลายแล้ว ผ่านไม่ได้กฎหมายฉบับนี้ ผมได้ยินจากเพื่อน ส.ส. หลายคนบอกแล้วว่ารัฐบาลตีตก บ้านผม ยุคหนึ่งถ้าต้องบอกว่าไวน์หมากเม่าคือสกลนครครับ ไวน์หมากเม่าดังมากขายได้ทั่ว วันนี้อยู่ไม่ได้ครับ เนื่องจากท่านตั้งกำแพงสูงให้เขาขายไม่ได้ แค่ซื้อแสตมป์มาติดขวดหนึ่ง หมดไป ๔๐-๕๐ บาท แล้วอยู่กันอย่างไร ให้ชีวิตเขาอยู่ความยากลำบาก ผมจึงบอกว่าวันนี้ กฎกระทรวงท่านออกมาไม่เป็นไรก็ไปด้วยกันได้ แต่ท่านไม่คิดแบบนั้น กฎกระทรวงไปดูเลย ไม่ได้พูดถึงเรื่องภาษี เพราะฉะนั้นกฎกระทรวงแค่บอกปรับลด ปรับโน่นปรับนี่ แต่ภาษีไม่ได้ พูดถึง แต่ใน พ.ร.บ. ตัวนี้พูดถึงภาษีที่พี่น้องประชาชนบ้านผมเขาจะลืมตาอ้าปากได้ ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนิคม บุญวิเศษ ตามด้วยท่านคำพอง เทพาคำ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายนิคม บุญวิเศษ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค พลังปวงชนไทย กระผมขออภิปรายร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งได้มีการแก้ไขในมาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๕๓ แห่งพระราชบัญญัติ ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้ มาตรา ๑๕๓ ผู้ใดประสงค์จะผลิตสุรา เพื่อการค้าหรือมีเครื่องกลั่นสำหรับผลิตสุราเพื่อการค้าไว้ในครอบครองให้ยื่นคำขออนุญาต ต่ออธิบดีและต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด และสิ่งที่ ผมคิดว่าเป็นประเด็นสำคัญก็คือประเด็นที่คณะกรรมาธิการได้มีการแก้ไขถือว่าเป็นเรื่องที่ดี ท่านได้แก้ไขว่ากฎกระทรวงตามวรรคสอง ต้องไม่กำหนดคุณสมบัติของผู้ขอเกี่ยวกับ ขนาดการผลิต อันนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ กำลังแรงม้าเครื่องจักร ทุนจดทะเบียน จำนวน พนักงาน หลักเกณฑ์อื่นใดในลักษณะที่เป็นการกีดกันการค้าหรือก่อให้เกิดการแข่งขัน ที่ไม่เป็นธรรม เว้นแต่การกำหนดสัดส่วนผู้ถือหุ้นที่มิใช่บุคคลสัญชาติไทย อันนี้คือหัวใจสำคัญ กฎกระทรวงก็ตามถ้าเกิดว่าออกมาแล้วประชาชนชาวบ้านไม่สามารถทำได้ผมเรียกว่า กฎหมายกีดกั้นการค้า ตัวอย่างถ้าเรามากำหนดกฎเกณฑ์บอกว่าใครก็ตามที่จะผลิตสุรา จะต้องมีกำลังแรงมา ๕๐ กำลังแรงม้าผลิตได้ ๕๐,๐๐๐ ลิตร หรือ ๙๐,๐๐๐ ลิตรต่อวัน อย่างนี้ นี่เขาเรียกว่ากฎหมายกีดกันการค้าชัด ๆ กฎหมายใดที่ประชาชนไม่ได้ประโยชน์ ก็คือเป็นกฎหมายของนายทุน ประเทศไทยนะครับ ประเทศมั่นคงก็ต่อเมื่อประชาชนมั่งคั่ง ไม่ใช่ประเทศมั่นคงเพราะนายทุนมั่งคั่ง กฎกติกาใดก็ตามที่ขัดขวางการทำมาหากิน การประกอบอาชีพของประชาชนสภาเราต้องเอามาทบทวนใหม่ แก้ไขให้ประโยชน์ ต่อประชาชนเถอะครับ เพราะปัจจุบันนี้ภูมิปัญญาต่าง ๆ การทำมาหากินต่าง ๆ ใกล้จะ สูญสิ้นแล้ว มันสูญพันธุ์ไปหมดแล้ว เพราะกฎกติกาต่าง ๆ ที่กำหนดกฎเกณฑ์ขึ้นมากีดกัน อย่างไรครับ ไม่ใช่ประชาชนไม่มีความสามารถ ประชาชนมีความรู้มีความสามารถ สามารถ ทำได้ บางท่านก็อาจจะเข้าใจว่าถ้าให้ประชาชนทำโดยที่ไม่มีกฎเกณฑ์ต่าง ๆ อาจจะกิน แล้วท้องเสีย มันไม่สะอาด ท่านประธานครับ การที่เราจะทำอะไรให้ตัวเองกินเราต้องทำดี ที่สุด ต้องสะอาดที่สุดเราถึงกินใช่ไหมครับ ถ้ากินแล้วมันยังมีพออีก มันยังเหลืออีกเยอะ ประชาชนก็สามารถเอาไปขายเป็นรายได้ได้ พอขายแล้วมีคนกิน คนนิยมกินแล้วมันขายได้ดี เขาก็จะเริ่มทำจากเล็กไปหาใหญ่ เพราะอะไรครับ เพราะทำแล้วคนบริโภคเยอะ พอทำใหญ่ขึ้น ๆ ก็ไปจดทะเบียนเป็นการค้าได้ ไม่ใช่อยู่ ๆ จะมาบอกว่าจะต้องทำใหญ่เลย ไม่มีธุรกิจใดหรอก ที่มาถึงทำใหญ่เลย ลงทุน ๓๐ ล้านบาท ๕๐ ล้านบาท ไม่มี ฉะนั้นต้องเริ่มจากเล็กก่อน จากการบริโภคก่อน บริโภคเสร็จแล้วให้บ้านข้าง ๆ กินดูแล้วมันดี สุดท้ายก็ขายได้ พอขายได้ ก็พัฒนามาเป็นธุรกิจการค้าตามกฎระเบียบของกระทรวงพาณิชย์ได้ ฉะนั้นการแก้ไข กฎหมายต้องมองประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก กฎกระทรวงต่าง ๆ ก็ตาม ข้าราชการ ที่มาเป็นเจ้ากระทรวง เป็นนายใหญ่ของประชาชนปัจจุบันนี้ท่านมาจากประชาชนหรือไม่ ผมเชื่อว่าไม่นะครับ ท่านออกกฎกติกาแบบนี้ออกมาชัดเจนว่าท่านเป็นคนของนายทุน ฉะนั้นสภาเราต้องช่วยกันดูตรงนี้ครับ เพราะเรามาจากประชาชน ประชาชนต้องดู นักกฎหมายฉบับนี้เป็นประโยชน์ของประชาชนจริง ๆ ใครก็ตามที่ขัดขวางที่ตีตกให้จำไว้ ครั้งหน้าอย่าเลือกมา เราต้องเลือกตัวแทนประชาชนมาเพื่อแก้ไขกฎหมายให้เป็นธรรม ให้ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการประกอบอาชีพ มีการแข่งขันโดยเสรีอย่างเป็นธรรม อันนี้ ชัดเจนเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ แต่ถ้ามาออกกฎเกณฑ์กิจการการค้าตั้งแต่เริ่มแรก สุดท้าย ประชาชนทำไม่ได้ จะทำเพื่ออะไรครับ บอกว่าทำเพื่อชาติหรือทำเพื่อนายทุน ถ้าทำเพื่อชาติ ต้องทำเพื่อประชาชน ประชาชนต้องสามารถทำได้ การทำเหล้า โดยเฉพาะเหล้าสาโท ทำกันมาตั้งแต่เนิ่นนานแล้ว มีงานบุญต่าง ๆ ประชาชน เขาสามารถทำเองได้เพื่อประหยัดต้นทุน ไม่ใช่ว่ามากีดกันว่าใครทำก็โดนจับ สุดท้ายก็ต้อง ไปซื้อของกับนายทุน นายทุนไม่กี่บริษัทครับ ไม่กี่เจ้า รวยเป็นแสน ๆ ล้าน แต่ประชาชน ยังยากจน ฉะนั้นเราก็เลยคิดว่ากฎหมายฉบับนี้ผมขอชื่นชมครับ ส.ส. ที่ได้นำเรื่องนี้เข้าสู่สภา และชื่นชมกรรมาธิการด้วยที่มีการแก้ไข แต่เสียดายครับ ได้ข่าวมาว่าจะมีการตีตกในวันนี้ ขอความกรุณาครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนครับ ให้นึกถึง ผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลักนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านคำพอง เทพาคำ ตามด้วยท่านบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม คำพอง เทพาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ สำหรับพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต ฉบับแก้ไข มาตรา ๓ ที่จริงเรื่องนี้พี่น้องเครือข่าย ในการปลดล็อกในการที่จะทำให้เหล้าเป็นเหล้าเสรีชุมชนสามารถที่จะผลิตได้ มันเป็นการ ต่อสู้ของพี่น้อง การเรียกร้องของพี่น้องเครือข่าย ชาวไร่ชาวนา ได้ต่อสู้มาอย่างต่อเนื่อง ๓๐-๔๐ ปี หรืออาจจะตั้งแต่ปี ๒๔๙๓ เสียด้วยซ้ำไป ที่ชาวไร่ชาวนาได้ต่อสู้เพื่อที่จะให้เหล้า สามารถที่จะผลิตได้โดยชุมชนโดยครัวเรือน ซึ่งก็จะเป็นการที่จะแสดงให้เห็นถึงคุณค่า มูลค่า การแสดงมูลค่า คุณค่าอย่างเต็มความสามารถของผลิตผล ไม่ว่าจะเป็นข้าว โดยเฉพาะ เรื่องข้าวนี่แหละที่จะทำเป็นพื้นฐานในการที่จะผลิตเป็นสุรา เครือข่ายพี่น้องสุราพื้นบ้าน สุราชุมชน เคลื่อนไหวชุมนุมบางครั้งเป็นปีนะครับ เพื่อที่จะลบคำสบประมาทราชา แห่งท้องทุ่ง อย่างเหล้าสาโท เหล้าเด็ด หรือเหล้ากลั่น ให้พ้นจากคำว่าเหล้าเถื่อนให้ได้ อย่างไรก็ตามที่ผ่านมาก็ได้แค่เพียงกฎกระทรวง กฎกระทรวงให้สามารถผลิตได้ แต่อยู่ บนเงื่อนไขที่หนักมากนะครับท่านประธาน ไม่สามารถที่จะไปสนับสนุนส่งเสริมให้การ ปลดล็อกเรื่องของการผลิตสุราโดยชุมชน โดยครัวเรือนนี้ได้ และที่สำคัญที่สุดนะครับ ล่าสุด พอกฎหมายฉบับนี้เข้าสู่สภาในวาระ ๒ ปรากฏว่ารัฐบาลก็ได้ไปออกกฎกระทรวงมา ยิ่งกว่า รัดคออีกครับท่านประธาน ฉบับล่าสุดนี้ ฉบับก่อนนี่ล็อกนะครับ ฉบับนี้รัดคอเลยนะครับ ถึงแม้ว่ากฎหมายที่ผ่านมา ถึงแม้ว่ากฎหมายมันจะล็อกคอ รัดคอขนาดไหน ก็มีบางพื้นที่ ที่ชาวบ้านเขาลุกขึ้นสู้นะครับ อย่างที่สะเอียบ ท่านประธานรู้ไหมว่าสะเอียบ กรมสรรพสามิต สามารถเก็บภาษีสรรพสามิตจากพี่น้องทำเหล้าชุมชน ตำบลเดียวได้ถึง ๖๐๐ กว่าล้านบาทต่อปี ถ้าสมมุติว่าเป็นท้องถิ่นเขาเก็บภาษีเอง อนุญาตเอง ผมว่าสะเอียบนี่ โรงพยาบาลก็จะ ขนาดใหญ่ ถนนก็โอ้โฮ โรงเรียน ถ้าสมมุติว่าสะเอียบสามารถเก็บภาษีจากการผลิตสุราเอง ในพื้นที่ของตัวเอง ก็หนักหนาสาหัสกว่าชาวบ้านพี่น้องสะเอียบจะผลิตเหล้าได้ ขายได้ เสียภาษีได้ถึงปีละ ๖๐๐ กว่าล้านบาท ท่านประธานที่เคารพครับ ผมมีเพลงครับ การต่อสู้ ของพี่น้องเครือข่ายสุรา พวกผมเป็นศิลปินเป็นนักดนตรีก็ไปให้กำลังใจนะครับ มีเพลงครับ แต่ว่าไม่ร้องนะครับท่านประธาน แต่อ่านเนื้อเพลงให้ฟัง ที่ดินต้องเป็นของคนถือคันไถ รู้กันทั่วไปว่าไม่เคยมีมา ข้าวเต็มทุ่งเกิดจากแรงชาวนา ข้าวที่ได้มาเป็นข้าวเปลือกก่อนเป็น ข้าวสาร ข้าวเหนียวนึ่งผึ่งลม บดแป้งลูกกลมเคล้าคลึงให้ซาบซ่าน หมักใส่ไห ๓ วัน ๗ วันรอไม่นาน ออกรถฉ่ำหวานผ่าน้ำเร่งปฏิกิริยา ข้าวก็ข้าวเรา แป้งก็แป้งเรา เจ้าไหนั่นเล่าก็ไม่ได้ลักไผมา น้ำที่ผ่าก็เป็นน้ำธรรมดา ใยมากล่าวมาเป็นสุราเถื่อนทุกนานปี ที่ดินต้องเป็นคนของคนถือคันไถ ข้าวจะยิ่งใหญ่ต้องได้เป็นเหล้าเสรี เอาใส่ไหใส่ขวดเก็บดีกรี ถ้าเป็นแบบนี้ชาวนาเราจะร่ำรวย เราไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไม่ให้ความเห็นชอบกับพระราชบัญญัติ ภาษีสรรพสามิตฉบับแก้ไขฉบับนี้ วันนี้วัตถุดิบไม่ว่าจะเป็นข้าวอ้อย ผลหมากรากไม้ รากไม้ ก็ทำเหล้าได้นะครับท่านประธาน ผลหมากรากไม้ วัตถุดิบ ภูมิปัญญาทักษะ พี่น้องพร้อมแล้ว ผลผลิตก็พร้อม ประชาชนพร้อม ที่สำคัญวันนี้กฎหมายต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎร ผมมั่นใจว่าผู้แทนราษฎรในสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ซึ่งเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชน ทั่วประเทศก็พร้อมแล้วที่จะให้ความเห็นชอบกฎหมายฉบับนี้ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านบุญสิงห์ครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม บุญสิงห์ วรินทร์รักษ์ บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจไทย จังหวัดพะเยาครับ ท่านประธานครับ ผมจะพยายามอภิปรายอยู่ในกรอบของมาตรา ๓ ซึ่งไปยกเลิกมาตรา ๑๕๓ ที่ผมบอกว่า ผมจะอภิปรายอยู่ในกรอบ ผมอยากจะเท้าความนิดหนึ่ง ท่านประธานครับ เมื่อครั้ง ร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เข้ามาในสภาแห่งนี้ ในวาระ รับหลักการ ผมเรียนต่อท่านประธานว่าทั้งตัวผมเอง พรรคเศรษฐกิจไทยเรารับหลักการ ที่รับหลักการไม่ได้เห็นว่าเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือเป็นฝ่ายค้านไม่ได้เห็นว่าเป็นพรรคนั้นพรรคนี้ เราตัดประเด็นเรื่องของการเมืองออกทั้งหมด แต่เรามองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องผลประโยชน์ของ พี่น้องประชาชน ด้วยความสุจริตใจท่านประธานครับ สุราเรายืนยันมาตั้งแต่อดีตแล้วว่า มันเป็นภูมิปัญญา เป็นภูมิปัญญาของพี่น้องประชาชน เป็นภูมิปัญญาชาวบ้าน อยู่ดีวันดีคืนดี เราก็มาออกกฎหมายเพื่อไปจำกัดเขา แล้วไปเอื้อกับคนบางกลุ่มบางเหล่า มองว่ากฎหมาย แบบนี้มันไม่เป็นธรรม เราถึงแสดงออกถึงความชัดเจนครับ ในมาตรา ๓ ซึ่งไปยกเลิก มาตรา ๑๕๓ ของพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ นั้น ตรงนี้ถือว่าเป็นหัวใจ เป็นประเด็นหลักในมาตรา ๑๕๓ ที่กรรมาธิการไปพิจารณาแล้วแก้ไข และผมอยากจะ กราบเรียนท่านประธานว่ามาตรา ๑๕๓ ที่ปรากฏออกมาในวันนี้ในขั้นตอนกรรมาธิการ มานำเสนอต่อสภาแห่งนี้นั้น มีตัวแทนของพรรคเศรษฐกิจไทย ก็คือ ส.ส. จีรเดช ไปเป็นกรรมาธิการอยู่ในนี้ แล้วเรียนว่าเป็นกรรมาธิการเสียงข้างมาก ท่านประธานครับ ในมาตรา ๑๕๓ บอกว่าผู้ใดประสงค์จะผลิตสุราเพื่อการค้า หรือมีเครื่องกลั่นสำหรับผลิตสุรา เพื่อการค้าไว้ในครอบครองให้ยื่นคำขออนุญาตต่ออธิบดี ซึ่งถ้าหากว่ามองตรงนี้เริ่มไม่ค่อย มั่นใจต่อกฎหมายฉบับนี้ว่ากรรมาธิการไปดูรายละเอียดมาดีหรือยัง แต่พอมาดูที่วรรคสองบอกว่าการขออนุญาตและออกใบอนุญาตตามวรรคหนึ่งนั้นให้เป็นไป ตามหลักเกณฑ์วิธีการเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง ยิ่งไปกันใหญ่ มองแบบนี้เหมือนกับว่า กลับไปแบบเดิมไหม มันอยู่ที่วรรคสามครับ วรรคสามบอกว่า กฎกระทรวงตามวรรคสอง ต้องไม่กำหนดคุณสมบัติ อันนี้ฟังดี ๆ นะครับ ต้องไม่กำหนดคุณสมบัติของผู้ขอเกี่ยวกับ ขนาดกำลังการผลิต อันนี้อันที่ ๑ เพราะว่าของเดิมที่กำหนดอย่างนี้เพราะอะไร เดิมไป กำหนดกำลังการผลิตเขาห้ามเกิน ๕ แรงม้า ไปกำหนดไม่ให้เขาโต ไม่ให้เขาทำได้ ก็เลยออกมาอย่างนี้ กำหนดแรงม้าเครื่องจักร ทุนจดทะเบียน จำนวนพนักงาน ไปกำหนด หลักเกณฑ์เหล่านี้ไม่ได้ เพราะอะไรครับท่านประธาน เพราะว่ามันเป็นช่องทาง ถ้าไปกำหนด หลักเกณฑ์เหล่านี้แล้วมันเป็นช่องทาง เดี๋ยวผมจะเรียนท่านประธานครับว่ามันเป็นช่องทาง อย่างไร ท่านประธานครับ ของเดิมกำหนดหลักเกณฑ์ ถ้ากำหนดหลักเกณฑ์ในการขออนุญาต แต่ละครั้ง ๆ ผมไม่แน่ใจครับว่าจะเป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ ผมเห็นใจพี่น้องประชาชนของผม จะไปขออนุญาตแต่ละครั้งจำเป็นที่จะต้องใช้ความพยายามอย่างสูงสุด บางทีก็ยังอาจไม่ได้ เพราะฉะนั้นตรงนี้มันออกมาแก้ตรงนั้น เอาล่ะ ก็ถามว่ากฎกระทรวงที่ออกเมื่อวานนี้ มีผลบังคับใช้วันนี้ก็ไปปลดหลายอย่างแล้วนะ ก็ตอบว่าปลดจริงบางอย่าง แต่ถามว่า พระราชบัญญัติกับกฎกระทรวงอันไหนใหญ่กว่ากัน ถ้าไม่มีแก้ไขพระราชบัญญัติ กฎกระทรวงที่ออกวันนี้อีกปีหนึ่ง หรืออีก ๕ วัน ๑๐ วัน หรืออีก ๕ เดือน อาจจะไป เปลี่ยนแปลงอีก เพราะว่ากฎกระทรวงนั้นมันออกโดยฝ่ายบริหาร ซึ่งต้องอาศัยตัวกฎหมาย ที่ออกโดยฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะฉะนั้นกฎหมายที่ออกโดยฝ่ายนิติบัญญัติถือว่าสูงสุด ทางฝ่ายบริหารจะไปออกกฎกระทรวงอะไรก็ตามจะมาขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัติไม่ได้ เพราะฉะนั้นถามว่าตรงนี้เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนไหม ผมมองว่าเป็นประโยชน์ต่อ พี่น้องประชาชนทั้งระยะสั้นและระยะยาว เหล่านี้แหละที่ผมมองว่ามันเป็นประโยชน์ต่อ พี่น้องประชาชนในเรื่องของภูมิปัญญาท้องถิ่น อย่าไปกีดกันเขา สร้างความเท่าเทียม สร้างโอกาสให้เขา ตรงนี้มีอยู่นิดเดียวตรงท้ายบอกว่าสัดส่วนผู้ถือหุ้น ตรงนี้ผมไม่ติดใจ เพราะว่าเป็นเรื่องของทุนต่างประเทศอะไรจะเข้ามา ผมคิดว่าทั้งหมดทั้งหลายแหล่ เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ เหลือท่านสุดท้ายเป็นท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่าง พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากได้ปรับปรุงมาตรา ๓ คือให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๕๓ แห่ง พ.ร.บ. ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ โดยแก้ไขเป็น ดังนี้ ซึ่งมีส่วนที่ผมเห็นว่าเป็นสิ่งที่ ผมเห็นด้วย แล้วก็จะลงมติเห็นชอบด้วย ในมาตรา ๑๕๓ นั้นกล่าวว่า ผู้ใดจะผลิตสุรา เพื่อการค้า หรือมีเครื่องกลั่นสำหรับผลิตสุราเพื่อการค้าไว้ในครอบครองให้ยื่นคำขออนุญาต ต่ออธิบดีและต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขที่อธิบดีประกาศกำหนด ผมจึงเห็นว่าแม้ว่าสุราเป็นสารเสพติดเช่นเดียวกับอย่างอื่น ๆ เช่น เรื่องของบุหรี่ เรื่องของ กัญชา เรื่องของกระท่อม แล้วก็สารอื่น ๆ สารอะไรก็แล้วแต่ น้ำที่เขาผลิตขึ้นมาก็แล้วแต่ เป็นสารเสพติดนะครับ แต่ว่าเราก็สามารถที่จะนำช่องนี้มาพัฒนาในเชิงเศรษฐกิจ แล้วก็ ในเชิงนวัตกรรมให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมได้เช่นเดียวกันนะครับ ขอกราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗
ขอขอบคุณครับ ทีแรกว่าจะจบที่ท่านบัญญัติแล้ว มาตรา ๓ แต่ก็มีท่านวิรัตน์มาอีกท่านหนึ่ง ก็ขอจบที่ ท่านวิรัตน์แล้วกันนะครับ จากนั้นจะเป็นการชี้แจงของกรรมาธิการ แล้วเราก็จะได้ขอมติกัน เชิญท่าน ส.ส. ที่อยู่ข้างนอกทยอยเข้าห้องประชุมเลยนะครับ เชิญท่านวิรัตน์ครับ🔗
กราบขอบพระคุณท่านประธาน ที่เคารพเป็นอย่างสูง ที่ยังกรุณาให้กระผม นายวิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ได้แสดง ความคิดเห็นอภิปรายต่อที่ประชุมสภาในวันนี้ ต่อเรื่องร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต ฉบับนี้ ซึ่งเราเรียกง่าย ๆ ว่า พ.ร.บ. สุราเสรี ท่านประธานครับ มาตรา ๓ ที่ให้แก้ไขในมาตรา ๑๕๓ ข้อความว่า ผู้ใดประสงค์จะผลิตสุราเพื่อการค้า หรือมีเครื่องกลั่นสำหรับผลิตสุราเพื่อการค้า ไว้ในครอบครอง ให้ยื่นคำขอต่ออธิบดี และให้ทำตามหลักเกณฑ์และวิธีการ ที่ผ่านมาตรงนี้ ก็เป็นเหมือนกำแพงกั้น กั้นมิให้รายเล็กรายน้อย ชาวบ้านเขาได้ผลิตสุราพื้นบ้านนะครับ เปิดโอกาสให้บริษัทใหญ่ ๆ ที่มีทุนจดทะเบียนมากกว่า ๑๐ ล้านบาทขึ้นไป เพราะฉะนั้น ตรงนี้ผมจึงเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าควรจะแก้ไขเพราะเป็นเรื่องที่ถูกต้อง ประเทศเราเป็นประเทศ เสรีประชาธิปไตย ประชาธิปไตยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ในวรรคสาม กฎกระทรวงต้องไม่กำหนดคุณสมบัติของ ผู้ขอเกี่ยวกับขนาดกำลังการผลิต กำลังแรงม้า เครื่องจักร ทุนจดทะเบียน และ/หรือประเภท บุคคลผู้มีสิทธิขออนุญาต ตรงนี้ท่านตัดออก ผมเห็นด้วย ขอสนับสนุนเป็นอย่างยิ่ง ถูกต้องแล้ว ที่จะต้องตัดออกนะครับ ท่านประธานครับ ทุกวันนี้เราควรให้สิทธิบุคคลได้มีสิทธิ เสรีภาพ ที่จะขออนุญาต ท่านประธาน เราในสภาแห่งนี้กัญชาก็ยังให้เสรี ทำไมสุราจะเสรีไม่ได้นะครับ อะไรที่เราคิดว่ามันควรจะมีโทษมากกว่ากัน บางท่านอาจจะบอกว่าเดี๋ยวนี้กัญชาไม่มีโทษ แต่อย่างไรก็ตามผมยังคิดว่าก็เป็นยาเสพติดอยู่นั่นแหละ เพราะว่ายังมีสารทีเอชซี (THC) ซึ่งเป็นสารเสพติดอยู่ ซึ่งก็ยอมรับกันอยู่อยู่แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าในเมื่อกัญชา ก็ยังเสรีได้ ทำไมสุราจะเสรีไม่ได้ ผมสนับสนุนอย่างเต็มที่ในการแก้ไขตรงนี้ เพื่อให้สุรา เป็นสุราพื้นบ้าน จะมีประโยชน์ต่อชาวบ้าน ต่อเศรษฐกิจชุมชนเป็นอย่างยิ่ง ท่านประธาน จะเห็นว่าที่ประเทศญี่ปุ่น บริษัทต่าง ๆ ที่เป็น ๑ หมู่บ้าน ๑ ผลิตภัณฑ์ อิซอน อิจิปิน (Isson Ichipin) ก็ผลิตเหล้าสาเกออกมาเยอะแยะเป็นพันแบรนด์ (Brand) เป็นพันยี่ห้อ เพราะฉะนั้น สิ่งต่าง ๆ จะเป็นพัฒนาการสร้างรายได้ให้กับชุมชน จากยี่ห้อเล็ก ๆ ก็จะเป็นยี่ห้อที่จะส่งออก ได้ในอนาคตใหญ่โตขึ้นไปเรื่อย ๆ จะมีแต่บริษัทใหญ่โตเท่านั้นที่จะผลิตได้ ต่อไปจะมีสินค้า ชุมชนต่าง ๆ ของหมู่บ้านของชุมชนออกมา ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับว่า จะไม่มีคุณภาพ ผมเชื่อว่าทุกอย่างก็ต้องเริ่มจาก ก ไปจนถึง ฮ ชาวบ้านจะเรียนรู้ในการผลิต สินค้าอันนั้นเอง แล้วก็จะดีขึ้นเรื่อย ๆ คุณภาพต่าง ๆ ก็จะดีขึ้นเรื่อย ๆ ไม่น่ากังวลอะไร แล้วนะครับท่านประธาน🔗
ต่อไปเรื่องหลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่ตัดออกไปกรณีผู้ขออนุญาตเป็นบริษัท ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยต้องไม่กำหนดทุนจดทะเบียน ก็อย่างที่ผมกราบเรียน ท่านประธานไปแล้วว่าก็ไม่ควรจะต้องมีการกำหนด ควรปล่อยให้เป็นเสรีนะครับ เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งตรงนี้ท่านประธานครับ ดังนั้นสุดท้ายนี้ ผมขอสนับสนุนให้สุราเป็นสุราเสรีและสนับสนุนในมาตรานี้ให้มีการแก้ไขตามที่กรรมาธิการ ได้แก้ไว้นี้นะครับ ขอกราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปจะเป็นการชี้แจงของกรรมาธิการนะครับ เชิญคุณคริส โปตระนันทน์ เชิญครับ🔗
คริส โปตระนันทน์ โฆษกกรรมาธิการ นะครับ ขอชี้แจงในส่วนของ ๒ ประเด็น ที่ทางท่านสมาชิกติดใจก็คือในส่วนของผลกระทบ ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ต่อเด็ก รวมไปถึงต่อสังคมนะครับ ก็ต้องเรียนกับทุกท่านอย่างนี้ว่า ร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิตของเราในส่วนของที่เราพิจารณาในส่วนของกรรมาธิการ เป็นเรื่องของการผลิตไม่ใช่เรื่องของการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในส่วนนั้นในส่วนของ การควบคุมผลกระทบเป็นส่วนของกฎหมายคนละตัวกันนะครับ กฎหมายตัวนั้นคือ พระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ประเทศไทยมีการควบคุมที่ค่อนข้างเข้มข้น อยู่แล้วนะครับ ก็มีทั้งส่วนของการขาย การโฆษณา รวมไปถึงสถานที่และเวลาในการขาย ซึ่งเป็นมาตรการที่ค่อนข้างเข้มข้นอยู่แล้ว แต่ว่าถ้าในส่วนของเรื่องของอุบัติเหตุ ในส่วนนั้น จะอยู่ในเรื่องของ พ.ร.บ. จราจรทางบก ซึ่ง พ.ร.บ. การจราจรทางบก ทางกรรมาธิการก็นั่งดู ผลกระทบแล้วก็ยังใส่ไว้ในข้อสังเกตว่ามันยังมีปัญหาอยู่ในเรื่องของการบังคับใช้กฎหมาย ซึ่งอันนั้นเป็นส่วนของเรื่องที่เราก็วิงวอนให้ทางท่านสมาชิกทุกท่านเข้าไปแก้ไขกฎหมาย ในส่วนนั้นนะครับ🔗
และเรื่องที่ ๒ ในเรื่องของผลกระทบทางภาษีนะครับ ทางกรรมาธิการก็ได้ ประชุมกันแล้วในเรื่องต่าง ๆ เหล่านี้นะครับ มีการสอบถามของกรรมาธิการที่อยู่ในสัดส่วน ของกรมสรรพสามิตแล้วก็ได้รับคำยืนยันว่าร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อภาระ ต่อรายได้ของรัฐบาลและต่อภาษีที่จะเป็นรายได้เข้าประเทศนะครับ เนื่องจากในส่วนของ มีหลายท่านที่กังวลในเรื่องของการที่เราจะปล่อยให้ประชาชนสามารถผลิตเองและทำกินเอง ในบ้านจะส่งผลกระทบต่อภาษีหรือไม่ ในส่วนนี้นะครับ ในส่วนของมาตรา ๑๕๓/๑ เราได้ กำหนดให้ประชาชนที่อยากจะผลิตสุราที่มิใช่เพื่อการค้า ต้องจดแจ้งต่อกรมสรรพสามิต ซึ่งตรงนี้ยังมีหน้าที่จะต้องชำระภาษีทุกประการ ก็ขอให้ท่านสมาชิกทุกท่านไม่ต้องเป็นห่วง ในส่วนนี้ครับ กราบเรียนท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณภาคิน สมมิตรธนกุล ตอบชี้แจงแทนประธานกรรมาธิการ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ และเพื่อนสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ในนามของกรรมาธิการ ผม ภาคิน สมมิตรธนกุล ต้องขอขอบคุณเพื่อนสมาชิกทุกท่านที่ได้อภิปราย ได้สอบถาม ได้สนับสนุน ทั้งสนับสนุน และคัดค้านในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นั้นเราจะเห็นว่า มันเป็นกฎหมายที่มีความสำคัญ มีความจำเป็นที่คณะกรรมาธิการของเราได้ดูกันอย่าง รอบคอบ เพื่อหัวใจสำคัญ ก็คือผลประโยชน์ของพี่น้องประชาชนที่เราจะต้องดูแลเป็นอย่างดี ทั้งผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของกฎหมายฉบับนี้นะครับ ทั้งคนจะดื่มสุรา คนไม่ดื่มสุรา ผู้ผลิตนะครับ ผู้จำหน่าย ผู้ที่จะเข้าไปควบคุมในการดำเนินงานติดตามควบคุมให้มีผลทางกฎหมายนะครับ เป็นส่วนที่เกี่ยวข้องไปเสียทั้งหมดนะครับ ฉะนั้นจะเห็นว่าเรื่องของสุรานั้นมันเป็นวิถีชีวิตของคนไทยครับ จากเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ที่ได้ยกตัวอย่างว่าผลิตภัณฑ์อันนี้เป็นผลิตภัณฑ์ที่เราน่าจะมีการส่งเสริม เราน่าจะ มีการสนับสนุนให้เป็นภูมิปัญญาไทยสู่สากลเหมือนกับประเทศหลายประเทศที่เขาผลิตกัน เราไปต่างประเทศเราก็ไปดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เหล่านี้มากมายนะครับ แต่เราก็จะเห็นว่า มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ของไทยที่ขึ้นชื่อ ที่เป็นที่นิยมชื่นชอบของนักดื่มทั้งในประเทศ และต่างประเทศก็มีเหมือนกันนะครับ ฉะนั้นเราจะมองเห็นว่าหัวใจใหญ่ที่คณะกรรมาธิการ ของเราได้ห่วงใยยิ่งนั่นก็คือมาตรฐานครับ มาตรฐานและคุณภาพที่เราจะต้องเข้าไปคอยดูแล เอาใจใส่ เนื่องจากมีพี่น้องคนไทยที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์อันนี้มากมาย เพื่อนสมาชิก ทราบไหมครับว่าทุกวันนี้คนไทยเรานั้นดื่มสุรากันถึง ๒๘ เปอร์เซ็นต์ของคนไทย ๗๐ ล้านคน หนึ่งในนั้นยังมีเยาวชนที่จะดื่มสุราอีกมากกว่า ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ทุกวันนี้มีกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กับสุรามากมายหลายฉบับ ฉบับนี้เราได้แก้ไขเพื่อให้มีการผลิต อย่าว่าเสรีเลยครับ มีการผลิต ให้ภายใต้การควบคุม โดยได้แก้ไขในมาตรา ๑๕๓/๑ ให้ผู้ที่จะผลิตสุราที่ไม่ใช่การค้าผลิตได้ ขอให้ไปจดแจ้งก็ผลิตได้แล้ว โดยที่ไม่จำกัดเครื่องจักร ไม่จำกัดกำลังคนอะไรทั้งหลายนี้ ก็อยู่ในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้แล้ว โดยที่เราไปแก้ไขในกฎหมายที่มันมีอยู่แล้วคือ พ.ร.บ. สรรพสามิต ปี ๒๕๖๐ นะครับ ซึ่งก็แก้ไขเพียงมาตราเดียวเพื่อให้ความคล่องตัวในการ ปฏิบัติงานของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียสามารถดำเนินการได้ เราจะเห็นว่าหัวใจใหญ่ของกฎหมาย ฉบับนี้ก็คือมาตรฐานครับ คณะกรรมาธิการของเราห่วงใยเป็นอย่างยิ่ง เราได้ยกทีมของเราไป ศึกษาดูงานยังผู้ผลิตในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน ซึ่งมีพื้นที่ในการผลิตสุราพื้นบ้านเป็นจำนวน มากพอสมควร เราได้เห็นการผลิตในรูปแบบของวิสาหกิจชุมชนหรือผู้ผลิตขนาดเล็กมาก กับขนาดเล็ก ได้เปรียบเทียบกันให้เห็นว่าการผลิตที่ได้มาตรฐานนั้นมีการควบคุมดูแล จากหน่วยงานภาครัฐได้เป็นอย่างดีและมีการส่งเสริมเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพออกมา อันนี้ก็เป็นสิ่งที่ดี หัวใจใหญ่ของการผลิตคือสภาพแวดล้อม สิ่งแวดล้อม ของเสีย น้ำทิ้ง ที่ทิ้งออกมาจากอุตสาหกรรมประเภทนี้ก็พอสมควรอยู่นะครับ แต่ถ้าเรามาดูมาตรฐานของ การผลิตสุราขนาดเล็กลงมา เราไปเห็นแล้วแทบจะไม่อยากจะดื่ม เนื่องจากว่ามาตรฐาน ไม่มีเลย อันนั้นคือหัวใจใหญ่ที่คณะกรรมาธิการของเราห่วงใยยิ่งครับ ได้เข้าไปดูเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นที่เรากลับมากันแล้ว เราก็มาเห็นว่าควรที่จะมีมาตรฐานในการผลิตตั้งแต่ระดับ ครอบครัว ในเมื่อทางกฎหมายฉบับนี้จะให้ผ่านให้มีการผลิต ให้มีการจดแจ้งในระดับ ครอบครัว ท่านนึกภาพครับว่าถ้าครอบครัวผลิต แล้วในครอบครัวมีลูก สมมุติว่าไปเรียน หนังสือ เห็นพ่อผลิตเหล้าอยู่ก็แอบไปดื่มไปชิมดูมันเป็นอย่างไรบ้าง อร่อยไหม อันนั้นก็เป็น ปัญหาอันหนึ่งเช่นกันนะครับ พอกลับไปโรงเรียนบอกว่าภายในรอบสถานศึกษาห้ามดื่มสุรา ในรัศมี ๕๐๐ เมตร ก็พกจากบ้านมาเลยดีกว่าไหมอะไรอย่างนี้ ฉะนั้นกรรมาธิการเราได้คำนึง เห็นในหลายประเด็น พอระดับที่น่าจะมีการส่งเสริมให้มีการผลิตให้ได้มาตรฐานคือระดับ ชุมชนที่กรรมาธิการเราเห็นพ้องต้องกันหมดนะครับ รวมทั้งเพื่อนสมาชิกที่นั่งอยู่ในที่นี้ด้วย ก็คือการส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนให้มีการผลิตสุราภายใต้กำกับมาตรฐานของหน่วยงานภาครัฐ อันนี้ก็เป็นส่วนที่ดีที่จะมีการสนับสนุนส่งเสริมให้ได้มาตรฐาน อันต่อมาคือการผลิตระดับ อุตสาหกรรม อันนี้คงไม่น่าห่วงใยเพราะอยู่ในมาตรฐานอุตสาหกรรมอยู่แล้ว อันนี้คือ ความห่วงใยของกรรมาธิการที่เราได้ไปศึกษาดูงานมาแล้วว่าน่าจะมีการเข้าไปช่วยให้มีการ กำกับเรื่องของคุณภาพมาตรฐานให้มากให้มากขึ้น ถ้าหากว่ากฎหมายได้ผ่านออกไปใช้สู่การปฏิบัติได้จริง ฉะนั้นเราจะเห็นว่าถ้ากฎหมายฉบับนี้ ได้เอาไปใช้แล้ว ก็จะต้องออกกฎกระทรวงอยู่ดี กฎกระทรวงก็ต้องประกาศภายใน ๑๘๐ วัน เพื่อจะให้มีผลบังคับใช้ตามพระราชบัญญัตินี้ เพราะฉะนั้นกฎกระทรวงก็เป็นการนำสู่ การปฏิบัติที่มีการทำให้ได้มาตรฐานตามกฎหมาย ตามที่เพื่อนสมาชิกหลายท่านที่ได้ห่วงใย เรื่องของกฎกระทรวงที่ประกาศเมื่อวาน เราจะเห็นว่ากฎกระทรวงที่ประกาศเมื่อวานนั้น ก็เป็นกฎกระทรวงที่เห็นพ้องตามร่างกฎหมายฉบับนี้หมดทุกประการ ซึ่งก็น่าจะเป็นผลดี ที่สามารถใช้ได้ทันที ปฏิบัติได้ทันทีด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นในนามของกรรมาธิการทุกท่าน ที่ร่วมกันทำงานทั้ง ๒๕ ท่าน ต้องขอขอบคุณทั้งท่านกรรมาธิการ เพื่อนสมาชิกที่ได้ช่วยกัน แสดงความคิดเห็นอภิปรายเรื่องของร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้ ขอบคุณครับ🔗
เนื่องจาก มาตรา ๓ มีการแก้ไข แล้วมีผู้ขอสงวนคำแปรญัตติ ผู้สงวนยังคงติดใจจะได้ขอลงมตินะครับ โดยจะถามมติก่อนว่าจะยินยอมให้มีการแก้ไขหรือจะให้คงไว้ตามร่างเดิม ก่อนจะลงมติ ตรวจสอบองค์ประชุมครับ🔗
เชิญท่านสมาชิกเข้ามาแสดงตนครับ เชิญท่านสมาชิกได้แสดงตนเพื่อเช็ก (Check) องค์ประชุม กดปุ่มแสดงตนได้ครับ🔗
ปิดการแสดงตนนะครับ มีท่านสมาชิกแสดงตน ๓๓๙ ท่าน เกินกึ่งหนึ่ง ครบเป็นองค์ประชุม🔗
เนื่องจาก มาตรา ๓ กรรมาธิการได้แก้ไขมา ดังนั้นผมจะถามมติจากที่ประชุม ท่านสมาชิกท่านใด เห็นควรให้มีการแก้ไขโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านสมาชิกท่านใดไม่เห็นควรให้มีการแก้ไขคือคงตามร่างเดิมกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียง โปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญกดปุ่มลงคะแนนครับ🔗
ปิดการลงคะแนนนะครับ สมาชิกเห็นด้วย ๑๗๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒๑ ท่าน งดออกเสียง ๑๕๙ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน ดังนั้นมติของที่ประชุมเห็นด้วยว่าต้องให้มีการแก้ไข ในมาตรา ๓🔗
ต่อไปต้อง ถามมติอีกครั้งว่าจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ที่แก้ไขมาหรือท่าน จะเห็นด้วยกับการแก้ไขของผู้ขอสงวนคำแปรญัตติตรวจสอบองค์ประชุมก่อนนะครับ🔗
เชิญกดปุ่มแสดงตนครับ🔗
ปิดการแสดงตนนะครับ ท่านสมาชิกแสดงตน ๓๕๒ ท่าน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ต่อไปผมจะถามมตินะครับ ท่านสมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับการแก้ไขของคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านสมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับการแก้ไขของผู้แปรญัตติซึ่งขอสงวน คำแปรญัตติกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง🔗
ปิดการลงคะแนนนะครับ มีผู้ลงมติ ๓๖๐ ท่าน เห็นด้วย ๑๗๘ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๔ ท่าน งดออกเสียง ๑๗๕ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน ดังนั้นมติของที่ประชุมเห็นด้วย ตามการแก้ไขของกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่🔗
ต่อไปเชิญ ท่านเลขาธิการต่อครับ🔗
มาตรา ๓/๑ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่🔗
ท่านณัฐวุฒิจะสอบถาม เชิญครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายในมาตรา ๓/๑ ที่มีการให้เพิ่มเติมข้อความเป็นมาตรา ๑๕๓/๑ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ แต่ก่อนที่จะเข้าสู่รายละเอียดก็คงต้องทำความเข้าใจกันนิดหนึ่งว่า ณ ขณะนี้ สถานการณ์ในการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... หรือที่เรา เรียกกันว่าร่างพระราชบัญญัติสุราก้าวหน้านั้นยังมีความเปลี่ยนแปลงไปมา ความเปลี่ยนแปลงไปมาที่เกิดขึ้นก็คือในคำปรารภนั้นขณะนี้เรากลับไปใช้ร่างเดิม ก็ยืนยัน เสรีภาพในการประกอบอาชีพตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๐ ที่บอกว่าบุคคลย่อมมีเสรีภาพ ในการประกอบอาชีพ ซึ่งผมคิดว่านั่นคือความก้าวหน้าและเป็นสิ่งที่ดี และเฉกเช่นเดียวกันว่า เราก็ยืนยันผ่านมาตรา ๓ ที่มีการแก้ไขมาตรา ๑๕๓ ว่าต่อไปนี้การผลิตสุราเพื่อการค้านั้น สามารถดำเนินการดังรายละเอียดที่ปรากฏข้อความที่กรรมาธิการได้มีการแก้ไขซึ่งเป็นเรื่องที่ น่ายินดียิ่ง แต่ความเป็นจริงยังมีมาตรา ๓/๑ ที่ผมคิดว่าทั้งจำเป็นต้องทำความเข้าใจต่อ สถานการณ์การผ่านกฎกระทรวง ซึ่งผมเองก็ไม่ทราบว่าท่านไปประกาศราชกิจจานุเบกษา ตอนกี่โมงยาม ความจริงถ้ามีผู้แทนรัฐบาลอยู่ด้วยก็ตอบสักนิดหนึ่งว่าเจ้าหน้าที่สำนักงานเลขาธิการ คณะรัฐมนตรีท่านได้ค่าตอบแทนการทำงานล่วงเวลาหรือไม่ ผมไม่ได้ถามการประกาศว่า กี่โมงนะครับ แต่อยากรู้ว่าได้ค่าตอบแทนการทำงานล่วงเวลาครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่ เพราะราชกิจจานุเบกษาท่านออกมาดึกมาก แล้วการออกราชกิจจานุเบกษาที่มีการแก้ไข กฎกระทรวงนั้น ข้อความนั้นขัดหรือแย้งต่อมาตรา ๑๕๓/๑ เอาหลักการกันก่อนนะครับ ร่างที่ผ่านการรับหลักการในวาระ ๑ ของท่าน ส.ส. เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร นั้นท่านยืนยัน หลักการครับว่าต่อไปนี้การผลิตเพื่อดื่มกันในบ้านไม่จำเป็นต้องมีกฎเกณฑ์รายละเอียด ไปครอบคลุมทั้งหมดเลย ท่านวิรัช พันธุมะผล ท่านอภิปรายย้อนไปสมัยท่านเรียน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ บอกว่าต้องไปขนเหล้ามาจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ท่านเข้าใจผิดนะครับ ท่านพูดก่อนปี ๒๕๑๐ ผมเรียนมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในปี ๒๕๓๘ อยู่หอพักรัชดาภิเษก เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็เคยอยู่ที่หอพักรัชดาภิเษก พวกผมทำเรื่อง ของสาโทกันในโอ่งมังกรนะครับ แล้วโอ่งมังกรที่พวกผมหมักสาโทกัน แต่ผมต้องบอก ท่านประธานก่อนนะครับว่าผมเองไม่แตะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาปีนี้เป็นปีที่ ๒๐ แล้วครับ หยดเดียวก็ไม่ดื่ม แต่ว่าสมัยปี ๒๕๓๘ นั้นหมักสาโทกันในโอ่งมังกร ท่านทราบไหมครับว่า โอ่งมังกรมีกำลังบรรจุเท่าไร ๒๐๐ ลิตรครับ ซึ่งเดี๋ยวผมจะไปอภิปรายต่อว่ามาตรา ๑๕๓/๑ ที่ท่านเพิ่มเติมเข้าไปนั้นตอบโจทย์ตรงนั้นหรือไม่ ฉะนั้นเรื่องการผลิตเพื่อการกินกันเป็นสิ่งที่ เกิดขึ้นควบคู่กับสังคมมนุษย์มาแต่กำเนิด เจ้าของสุราที่รายใหญ่ที่สุดในประเทศเจ้าหนึ่ง ก่อนเจ้าสัวที่เราได้ยินชื่อกันในปัจจุบันเป็นคนจังหวัดอ่างทอง อยู่ห่างบ้านผมไม่ถึง ๓๐ เมตร ในตลาดเมืองอ่างทอง เวลาท่านไปกินเจ ท่านไปกินเจโรงเจติดบ้านผม ห้องที่ท่านพักกินเจ ก็ห่างจากห้องที่ผมนอนไม่ถึง ๑๐ เมตร แค่ข้ามถนนก็ถึงห้องที่ผมนอนแล้ว มาตรา ๑๕๓/๑ ร่างของท่านเท่าพิภพไม่ได้มี ท่านบอกว่าต่อไปนี้การผลิตเพื่อกินกันในบ้านไม่ต้องควบคุมเลยครับ แต่ปรากฏว่ากฎกระทรวงที่ออกมาเมื่อคืนนี้เป็นการรัดคอใหม่ครับ รัดคอใหม่ เพราะกฎกระทรวงปี ๒๕๖๐ ท่านบอกว่าการผลิตเพื่อกินในบ้านถือเป็นความผิด ท่านก็ดู เหมือนเป็นคนดี เห็นอกเห็นใจพี่น้องประชาชนออกกฎมาบอกว่าต่อไปนี้การผลิตเพื่อกิน ให้ทำได้นะ แต่ต้องไม่เกิน ๖๐๐ ลิตรต่อปี ผมเอาโอ่งมังกรมาเทียบให้ท่านเห็น เพราะว่า โอ่งมังกรบรรจุ ๒๐๐ ลิตร พูดกันง่าย ๆ ว่า ๓ โอ่งจบแล้วผลิตอีกไม่ได้ แล้วแบบนี้เขาจะทำกัน อย่างไรล่ะครับ พี่น้องประชาชนที่พัฒนาเรื่องของสุราใด ๆ ต่าง ๆ ส่วนที่ ๒ ก็คือกฎกระทรวง บอกว่าต้องมีการไปจดทะเบียนต่ออธิบดี เพื่อนสมาชิกหลายคนพูดตรงกันครับ คนต่างจังหวัดอยู่สะเอียบ เมืองแพร่ เมืองหนองคายที่ผมไปมา อุบลราชธานีของท่านคำพอง เทพาคำ ซึ่งท่านอยากจะร้องเพลงมากเลยเมื่อสักครู่แต่ร้องไม่ได้ในสภาแห่งนี้ เขาจะมา จดทะเบียนต่ออธิบดีที่อยู่ส่วนกลางได้อย่างไร นี่ไม่ใช่รัดคออีกหรือครับ เขาจะต้องมี คุณสมบัติเงื่อนไขที่ออกมาตามกฎกระทรวงซึ่งมีหลายข้อมาก นี่ไม่ใช่การรัดคอ พี่น้องประชาชนที่พัฒนาและเพิ่มมูลค่าผลผลิตให้เขาหรือครับ ฉะนั้นการออกกฎกระทรวง มาเมื่อคืนไม่ตอบโจทย์ใด ๆ ต่อการผลิตสุราหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เพื่อดื่มกินในบ้านเลย นั่นเป็นประเด็นที่สาธารณชนต้องเข้าใจว่าผมไม่เรียกว่าดักคอหรอกนะครับ เจ้าหน้าที่ ขยันเป็นพิเศษแบบนี้ถ้าท่านขยันกันตั้งแต่โควิด (COVID) ก็คงดีกว่านี้นะครับ ท่านปลดล็อกหนึ่ง มาใส่ล็อกใหม่ แล้วล็อกใหม่นั้นใช้กุญแจรุ่นใหม่ที่ไม่ใช่โซเล็กซ์ซึ่งแน่นกว่าเดิมเพื่อการผลิต ในการดื่มกินกันเองในบ้าน แต่อย่างไรก็ตามครับถึงแม้ร่างของท่านเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร นั้น ท่านบอกว่าต่อไปนี้การผลิตเพื่อดื่มกินอย่าไปล็อก แต่กรรมาธิการก็เพิ่มเงื่อนไขเข้ามาเป็น มาตรา ๓/๑ ที่แก้ไขมาตรา ๑๕๓/๑ ก็คือบอกว่าให้มีการจดแจ้ง ผมก็คงต้องถามท่านครับ คำว่าการจดแจ้งรายละเอียดกับเครื่องกลั่นสำหรับผลิตสุรา ชนิดสุรา ขั้นตอนการผลิต ปริมาณการผลิต ตามแบบที่อธิบดีประกาศกำหนดนั้นสอดคล้องกับกฎกระทรวง ที่ผ่านมาแล้วอย่างไร ถ้าสอดคล้องกับกฎกระทรวงในมาตรา ๓ ที่แก้ไขมาตรา ๑๕๓ ผมก็เชื่อมั่นว่าคะแนนโหวตจะเท่ากับเมื่อสักครู่หรือมากกว่า หรือมากกว่าด้วยนะครับ คนดื่มกันเยอะครับ ประเทศไทยดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ติด ๑ ใน ๕ ของโลกมาโดยตลอด เช้าฮา เย็นเฮ กลางคืนเซ ดึกห่าง สว่างซ้ำ แต่ถ้าซ้ำแล้วมันถอนได้ ก็ทำงานได้ครับ ส่วนที่ ๒ ของมาตรา ๓/๑ ที่แก้ไข ๑๕๓/๑ ก็คือว่าแล้วแบบนี้จะเอื้อต่อพี่น้องประชาชน ในการจดแจ้งไหม ถ้าเอื้อ ผมเอาด้วย ส่วนที่ ๓ ก็คืออยากจะให้สรุปฟันธงให้ชัดเลยครับ กรรมาธิการบอกมาเลยชัด ๆ ประโยคสุดท้ายครับท่านประธานครับว่าถ้าวันนี้ยกให้ มาตรา ๓/๑ อนาคตกฎกระทรวงที่รัฐกลับออกมาเมื่อคืนก็จะมีการแก้ไขกันในอนาคต ถ้าท่านตอบได้แบบนั้นว่าออกมาวันนี้ปุ๊บ ผ่านร่างนี้ปุ๊บ แก้ไขกฎกระทรวงแน่ ๆ ในอนาคต แบบนี้พวกผมโหวตให้ท่านทั้งหมดแน่นอนครับ ผมสนับสนุนหลักการนะครับ ที่ท่านเพิ่มเติม เข้ามา แม้อาจจะไม่เห็นด้วยทั้งหมด แต่ผมคิดว่าเป็นหลักการที่ดี และตอบทุกโจทย์ ส่วนคน ที่คลั่งศีลธรรมบอกว่าเราต้องควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ผมเองเป็นกรรมการควบคุม เครื่องดื่มแอลกอฮอล์มาก่อนครับท่านประธาน การปกป้องเยาวชนนั้นไม่อยู่ในกฎหมาย ฉบับนี้ อยู่ในกฎหมายฉบับอื่น ซึ่งพวกเราก็ทำงานเพื่อเป้าหมายนั้นครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
กรรมาธิการจะตอบชี้แจงไหมครับ กรรมาธิการไม่ตอบนะครับ มีไหมครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการครับ ชี้แจงเพื่อนสมาชิกที่ซักถามเรื่องความเป็นมา ของมาตรานี้ จริง ๆ แล้วตั้งแต่แรกที่ผมร่างมาตรานี้มาก็เชื่อว่าคนเราก็สามารถ มีสิทธิเสรีภาพในบ้านได้ แต่ด้วยกรรมาธิการของเราก็มีหลากหลายความคิด แล้วก็ได้ทำงาน ถกเถียงกันอย่างหนักตลอดการประชุม ๑๐ กว่าครั้ง ก็ได้ข้อสรุปว่าตรงกลางที่ว่าเราก็ควรจะ มีการจดแจ้งหน่อย ไม่ควรจะปล่อยปละละเลยตรงนี้ ซึ่งก็เป็นที่ยอมรับได้ แล้วก็เลยได้ ออกมาเป็นร่างเช่นนี้ ถ้าถามถึงเรื่องกฎกระทรวง ร่างนี้ก็จะเป็นเพียงแค่การจดแจ้ง ซึ่งต่างจากร่างของกฎกระทรวงที่เป็นเรื่องของใบอนุญาตใช่ไหมครับ ก็ต้องไปใบอนุญาตอีกที ดังนั้นการจดแจ้งคืออะไรครับ ก็คือคุณไปแค่แจ้ง แล้วคุณทำได้เลย ใบอนุญาต คุณรอให้ได้รับใบอนุญาต ที่จริงแล้วผมก็ไม่แน่ใจว่าขั้นตอนเป็นอย่างไรครับท่านสมาชิก ถ้าอย่างไรฝากท่านประธานไปยังพี่น้องประชาชนก็ลองไปที่กรมสรรพสามิตใกล้ ๆ ตรงนี้ และลองขอทำสุราที่บ้านดูนะครับ วันนี้น่าจะทำได้ โดยทำได้จริงหรือเปล่า อย่างไร ก็ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
มาตรา ๓/๑ เป็นมาตราที่คณะกรรมาธิการได้เพิ่มขึ้นมาใหม่ ดังนั้นต้องขอมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วย กับกรรมาธิการที่เพิ่มขึ้นมาใหม่หรือไม่ ก่อนลงมติขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ🔗
เชิญท่านสมาชิกแสดงตนนะครับ🔗
ปิดการแสดงตนครับ มีท่านสมาชิกแสดงตน ๒๘๓ ท่าน ครบเป็นองค์ประชุมครับ🔗
ต่อไป ผมจะถามมติ เนื่องจากคณะกรรมาธิการเพิ่มมาตรา ๓/๑ ขึ้นมาใหม่ ท่านสมาชิกท่านใด เห็นด้วยกับกรรมาธิการที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ในมาตรานี้กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านสมาชิกท่านใด ไม่เห็นด้วยกับการเพิ่มของกรรมาธิการ กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียง กดปุ่ม งดออกเสียง ครับ เชิญลงคะแนนครับ🔗
ปิดการลงคะแนนได้ครับ ผลการลงมติท่านสมาชิกเห็นด้วย ๑๖๖ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒ ท่าน งดออกเสียง ๑๖๐ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๖ ท่าน ดังนั้นมติที่ประชุมเห็นด้วยกับการเพิ่ม มาตรา ๓/๑ นะครับ🔗
ต่อไปครับ🔗
มาตรา ๓/๒ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่🔗
ไม่มี ท่านสมาชิกท่านใดสนใจจะซักถามนะครับ🔗
จะขอมติ จากที่ประชุมเลยว่าจะเห็นด้วยกับการเพิ่มขึ้นมาใหม่ของกรรมาธิการหรือไม่นะครับ🔗
กดปุ่ม แสดงตนก่อนลงมติ กดปุ่มแสดงตนได้ครับ🔗
ปิดการ แสดงตนครับ ท่านสมาชิกแสดงตน ๓๒๕ ท่าน ครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ผมจะถาม มตินะครับ เนื่องจากกรรมาธิการเพิ่มมาตรา ๓/๒ ขึ้นมา ท่านสมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการที่เพิ่มมาตรา ๓/๒ ขึ้นมาใหม่กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านสมาชิกท่านใด ไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ🔗
ปิดการลงคะแนนครับ ผลการลงมติท่านสมาชิกเห็นด้วย ๑๖๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑ ท่าน งดออกเสียง ๑๗๕ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน ดังนั้นมติที่ประชุมเห็นด้วยกับกรรมาธิการ ที่เพิ่มมาตรา ๓/๒ ขึ้นมาใหม่นะครับ🔗
ต่อไป มาตรา ๔ ครับ🔗
มาตรา ๔ มีการแก้ไข🔗
ไม่มี ผู้ขอสงวนนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดติดใจจะซักถามกรรมาธิการไหมครับ🔗
มีครับท่านประธาน🔗
เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ในมาตรา ๔ ผมขอมีส่วนร่วมในการซักถามกรรมาธิการวิสามัญ เพราะว่า เป็นมาตราสำคัญที่เกิดบริบทของรัฐบาลที่ร่วมกันตั้งแต่ ๑๐ คนขึ้นไป ได้ใช้อำนาจในการ ออกกฎหมาย ทำให้ประชาชนเข้าใจเป็นอย่างอื่นหรือไม่ นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นในมาตรา ๔ ท่านประธานครับ ผมจะไม่พูดนอกเหนือจากที่แก้ไขในมาตรา ๔ เพราะในมาตรา ๔ พูดถึง คำที่ถูกแก้ไขเติมคำว่า วันก่อนวันที่มีพระราชบัญญัติบัญญัติ และเติมคำว่า ให้ยังคงใช้บังคับ ได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งแก้ไข เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฉบับนี้ จนกว่าจะมีกฎกระทรวง หรือประกาศที่ออกตามความ ในพระราชบัญญัติสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ ซึ่งแก้ไขตามพระราชบัญญัตินี้ในวรรคแรก วรรคสองถ้าไม่แก้ไขสรุปว่าวรรคสองถ้าไม่แก้ไขภายใน ๑๘๐ วัน หากไม่ดำเนินการให้ รัฐมนตรีรายงานต่อคณะรัฐมนตรี มีอยู่ ๓ ประเด็น ท่านประธานครับ ผมอยากได้คำตอบ จากตัวกรรมาธิการให้ชัด ๆ เลยว่ากฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายซึ่งกำลังจะออกหลังจาก ที่รัฐบาลได้ออกประกาศเมื่อวานซืนแบบเร่งรีบ ข้ามคืนลงกันไปดังที่ท่านผู้มีเกียรติหลายท่าน พูดไปแล้วว่าเป็นประกาศฉุกเฉินอย่างยิ่งหรือไม่ ซึ่งในการออกกฎหมายฉบับนี้หลักการก็คือ การสร้างนวัตกรรมสินค้าให้เกิดประโยชน์ต่อระบบเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดการแข่งขันที่เป็นธรรมขจัดการกีดกั้นและผูกขาดตลอดจนให้เกิดการจัดระเบียบ ของการประกอบอาชีพของประเทศ ตรงนี้ที่กำลังร่างกฎหมายฉบับนี้เป็นไปตามนี้ แล้วประกาศที่ออกมาเมื่อวานนี้ ถ้ากฎหมายฉบับนี้ออกมาผมถามคำยืนยันจากตัวท่านผู้รู้ บนเวทีว่าเราจะออกประกาศทับในที่แก้ไขของประกาศ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ได้อย่างไรหรือไม่ ในประเด็นที่ขัดแย้งและอยากรู้ว่าประเด็นที่ขัดแย้ง เช่นกฎหมายฉบับนี้เขียนบอกว่าไม่มี ข้อจำกัด โดยเฉพาะเรื่องของการทำกินเองคือไม่ผิดกฎหมาย แต่รัฐบาลออกกฎหมายเล็กมาก่อน บอกว่าต้องใช้ดุลยพินิจของอธิบดี ๒๐๐ ลิตรต่อปี เราจะแก้ได้ใช่หรือไม่ เป็นคำถามแรก และในเรื่องของหลักการเกี่ยวกับสุราชุมชนที่จะต้องมีสิ่งแวดล้อมสาธารณสุขอีไอเอ (EIA) ก็ตาม ซึ่งเราไม่มีหลักขั้นต่ำอยู่ กฎหมายฉบับนี้เมื่อออกมาบังคับใช้แล้วสิ่งต่าง ๆ นั้น จะรับผิดชอบอย่างไร นั่นคือประเด็นสำคัญที่ผมอยากสอบถาม เพราะว่าในปี ๒๕๖๐ นั้น เราเห็นว่าการเน้นของตลาดนั้นตัวกำลังผลิตไม่มี พอปี ๒๕๖๕ มีการควบคุมขั้นต่ำ คือ ๒๕๖๐ ที่ผ่านมาเน้นเรื่องกำลังการผลิต แต่ของกฎหมายที่พรรคก้าวไกลเสนอไม่ได้เน้น อะไร ฟรีครับ เรียกว่าสุราก้าวหน้า ที่ก้าวหน้าล้ำอย่างไรช่วยอธิบายให้ผมทราบด้วย เพราะการห้ามกำหนดเกณฑ์กีดกั้นนั้นมันไม่เป็นคุณต่อประชาชนอย่างไร ในเรื่องของกรณี ดังกล่าว และมีคำถามอีก ๒ คำถาม ซึ่งในวรรคสุดท้ายของมาตรานี้ที่เขียนไว้บอกว่า การดำเนินการออกกฎหมาย หรือประกาศวรรคหนึ่งให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายใน ๑๘๐ วันนับตั้งแต่มีประกาศ หากไม่สามารถดำเนินการได้ ให้รัฐมนตรีรายงาน รัฐมนตรี กระทรวงการคลังที่เป็นผู้ออกประกาศนี้ใช่หรือไม่ ที่เคยออกประกาศ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ เมื่อวานซืนนี้ควรจะต้องรายงานอะไร ถ้าไม่ทำหรือขัดขืนและจะมีโทษหรือไม่ เป็นคำถาม สุดท้าย อยากให้ฝ่ายกฎหมายตอบให้ชัดเจนว่าประกาศ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ที่กระทรวงการคลังออกมาไร้สาระใช่หรือไม่ ไม่ใช่ปลดล็อกแต่เป็นเปลี่ยนล็อก ทำให้ ประชาชนเดือดร้อนอย่างไรช่วยตอบนะครับ เมื่อมีกฎหมายผลิตสุราปี ๒๕๖๕ เกิดขึ้น ปลดล็อกด้วยเงื่อนไขสุราแช่ชนิดเบียร์ หรือคราฟต์เบียร์ (Craft Beer) ด้วยการแก้ไข ปรับปรุงกฎกระทรวงการอนุญาตผลิตสุรา พ.ศ. ๒๕๖๐ คำถามต่อมาก็คือว่ากฎกระทรวง การผลิตสุรา ๒๕๖๕ มีผลไว้ใช้บังคับแล้วผู้ที่ต้องผลิตคราฟต์เบียร์ (Craft Beer) เสรี อันนี้ ผมถามคนที่เป็นคราฟต์เบียร์ (Craft Beer) เลย ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขอะไร แล้วกฎหมายฉบับนี้เมื่อตราแล้ว ส.ส. ผู้มีเกียรติทุกท่านช่วยกันออกได้แล้ว มันจะแก้ไข คราฟต์เบียร์ (Craft Beer) ดังกล่าวนี้ให้เกิดขึ้นกับชุมชนและผู้ที่ผลิตคราฟต์เบียร์ (Craft Beer) อย่างไร โดยเฉพาะเงื่อนไขที่จะออกตามหลักเกณฑ์ช่วยอธิบายให้ชัดเจน สำคัญคือ การที่จะต้องยื่นคำร้องขออนุญาตต่ออธิบดีจำเป็นจริงหรือไม่ ช่วยตอบด้วยครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
กรรมาธิการตอบชี้แจงครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ภาคิน สมมิตรธนกุล ในฐานะกรรมาธิการ ขออนุญาตตอบชี้แจงผู้ที่สอบถามเมื่อสักครู่นี้ ในนามของกรรมาธิการเราได้พิจารณากฎหมายฉบับนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับรัฐบาล ไม่ได้เกี่ยวกับ กฎกระทรวงอะไรที่ประกาศเมื่อวาน เราพิจารณากฎหมายฉบับนี้ ถ้ากฎหมายฉบับนี้ผ่าน แน่นอนว่าให้มีผลในการปฏิบัติก็คือต้องออกกฎกระทรวงในนามของกฎหมายฉบับนี้ ไม่เกี่ยวกับกฎหมายที่รัฐบาลประกาศเมื่อวานของกฎกระทรวงของกระทรวงการคลัง อยากชี้แจงให้ท่านผู้สอบถามเมื่อสักครู่ครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ สมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดอุบลราชธานี ก็มีเรื่องสอบถามกับทางกรรมาธิการเล็กน้อย ในมาตรา ๔ วรรคสอง ซึ่งเขียนมาก็ดีละครับ การดำเนินการออกกฎกระทรวงหรือประกาศ อื่น ๆ แต่สุดท้ายผมก็สงสัยว่าหากไม่สามารถดำเนินการได้ ให้รัฐมนตรีรายงานเหตุผล ที่ไม่อาจดำเนินการได้ต่อคณะรัฐมนตรี อันนี้หมายถึงอะไรครับ ทำไมต้องเขียน แล้วทำไม ต้องไปสั่งรัฐมนตรีให้ดำเนินการ ก็เหมือนอำนาจบริหารเขามีอยู่แล้ว มันเป็นมติ ครม. เขาก็ ทำได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นอยากให้ตอบว่าทำไมต้องเติมประโยคนี้เข้าไป ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญกรรมาธิการชี้แจงครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ดิฉัน นางสาวอุดมลักษณ์ บุญสว่าง กรรมาธิการ จากกฤษฎีกา ขออธิบายในวรรคสองของมาตรา ๔ อย่างนี้นะคะ คือในมาตรา ๔ จะบอกว่า ให้บรรดากฎกระทรวงที่ใช้บังคับอยู่ก่อน เราต้องดูว่ามันขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัติ ปัจจุบันหรือไม่ ถ้าขัดหรือแย้งก็มีความจำเป็นจะต้องแก้ไข ซึ่งในการแก้ไขนั้นเอง เรากำหนด กรอบเวลาไว้ว่าจะต้องทำภายใน ๑๘๐ วัน ทีนี้ในส่วนที่แก้ไขเพิ่มเติมมานั้นก็เพื่อเป็นการ เร่งรัดให้ทางรัฐมนตรีหรือกระทรวงการคลังทำภายในกรอบเวลา หากทำไม่ได้ ให้ดำเนินการ รายงานต่อคณะรัฐมนตรีต่อไป มันเป็นบทเร่งรัดเฉย ๆ ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
เนื่องจาก มาตรา ๔ กรรมาธิการได้มีการแก้ไข และไม่มีผู้ขอสงวน ไม่ว่าขอสงวนความเห็น หรือสงวน คำแปรญัตติ ดังนั้นจะถามมติจากที่ประชุมว่า ท่านจะเห็นด้วยกับการแก้ไขของกรรมาธิการ หรือไม่ ท่านมีแค่ ๒ ทางเลือก คือถ้าไม่เห็นด้วยก็คือคงไว้ตามร่างเดิม ก่อนลงมติ ขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ🔗
เชิญ แสดงตนครับ🔗
ปิดการ แสดงตนครับ มีท่านสมาชิกแสดงตน ๓๒๗ ท่าน ครบเป็นองค์ประชุมนะครับ🔗
ผมจะถาม มตินะครับ ท่านสมาชิกท่านใด เห็นด้วยกับกรรมาธิการที่แก้ไขมา เห็นกับการแก้ไข ของกรรมาธิการกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านสมาชิกท่านใดไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการ เสียงส่วนใหญ่ที่แก้ไขกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญกดปุ่ม ลงคะแนนครับ🔗
ปิดการ ลงคะแนนนะครับ ผลการลงมติ มีท่านสมาชิกเห็นด้วย ๑๖๓ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๓ ท่าน แต่งดออกเสียง ๑๗๒ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน ดังนั้นมติของที่ประชุม เห็นด้วย ตามการแก้ไขของกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่นะครับ🔗
ต่อไปครับ🔗
มาตรา ๕ มีการแก้ไข🔗
ไม่มี ผู้ขอสงวน ไม่มีสมาชิกติดใจ ดังนั้นขอมติที่ประชุมครับ🔗
กดปุ่ม แสดงตนครับ🔗
ปิดการ แสดงตนครับ มีท่านสมาชิกแสดงตน ๓๒๒ ท่าน ครบนะครับ🔗
ต่อไป ผมจะถามมตินะครับ ท่านสมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่แก้ไขมาโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านสมาชิกท่านใดไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่แก้ไขมา คือต้องการคงไว้ตาม ร่างเดิมกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงคะแนนครับ🔗
ปิดการลงคะแนนนะครับ ผลการลงคะแนน ท่านสมาชิกที่เห็นด้วย ๑๗๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๒ ท่าน งดออกเสียง ๑๖๙ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน ดังนั้นมติของที่ประชุมเห็นตาม กรรมาธิการที่แก้ไขมา🔗
ต่อไปครับ🔗
มาตรา ๖ ไม่มีการแก้ไข🔗
ต่อไปครับ🔗
มาตรา ๗ ไม่มีการแก้ไข🔗
เป็นการ พิจารณาครบทุกมาตราแล้ว ต่อไปเป็นการพิจารณาทั้งร่าง เป็นการสรุปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๒ มีท่านสมาชิกท่านใดต้องการแก้ไขถ้อยคำ คำพูดที่อาจจะดูแล้วพิมพ์ผิดพลาด มีไหมครับ ถ้าไม่มีถือว่าจบการพิจารณาวาระที่สองนะครับ🔗
ต่อไปเป็นการขอมติในวาระที่สามว่าจะเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับ ร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. ....🔗
เชิญ ท่านแสดงตนครับ กดปุ่มแสดงตนนะครับ🔗
ปิดการแสดงตนครับ🔗
ท่านประธานครับ ๒๗๓ แสดงตนครับ🔗
๒๗๓ เพิ่มไปอีก ๑ ท่าน เป็นผู้แสดงตน ๓๔๘ ท่าน ครบเป็นองค์ประชุมครับ🔗
ต่อไป จะขอมติในวาระที่ ๓ เห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ ท่านสมาชิก ท่านใดเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... กดปุ่ม เห็นด้วย ท่านสมาชิกท่านใดไม่เห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียง กดปุ่ม งดออกเสียง ให้ด้วยนะครับ เชิญลงคะแนนครับ🔗
ปิดการ🔗
๒๗๓ เห็นชอบครับ🔗
ปิดการ ลงคะแนนครับ ผลการลงมติมีท่านสมาชิกเห็นด้วย ๑๗๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๗๗ ท่าน งดออกเสียง ๑๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ ท่าน ดังนั้นมติของที่ประชุมไม่เห็นด้วยกับ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้นะครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ🔗
เชิญครับ🔗
ผม ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล เขตบางแค กรุงเทพมหานคร ขออนุญาตหารือ ท่านประธานสักเล็กน้อย เนื่องจากว่าผลการลงมติที่ผ่านมาห่างกันไม่ถึง ๒๕ คะแนนเสียง ตามข้อบังคับอาจจะสามารถขอให้มีการนับคะแนนหรือว่าลงมติใหม่ได้ อันนั้นก็เลยอยากจะ ขอให้ท่านประธานชะลอการพิจารณาในวาระนี้สักครู่หนึ่งครับ ตามข้อบังคับ ข้อ ๘๕ ครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
มันผ่าน ขั้นตอนการลงมติไปแล้วนะครับ🔗
เมื่อสักครู่เพิ่งเอาลงจากจอ แล้วผมก็ขออนุญาตท่านประธานใช้สิทธิตามข้อบังคับ ข้อ ๘๕ ทันทีเลยครับ🔗
ท่านจะให้🔗
ขอให้มีการนับคะแนน ใหม่ตามข้อบังคับ ข้อ ๘๕ ซึ่งแนวปฏิบัติที่ผ่านมาก็คือต้องมีการลงมติใหม่ด้วยครับ เมื่อสักครู่ก็มีการขอให้รับรองแล้ว🔗
คือท่านจะ ให้นับคะแนนใหม่ ใช่ไหมครับ🔗
ใช่ครับ🔗
มีผู้รับรอง ครบไหมครับ🔗
ครบครับ🔗
๒๐ ท่าน ครบนะครับ ดังนั้นการนับคะแนนใหม่🔗
ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตเสนอญัตติอีกอย่างหนึ่งก็คือขอใช้วิธีการลงมติโดยการขานชื่อด้วยครับ ขอผู้รับรองครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
เชิญครับ🔗
ขออนุญาตครับ กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทยากร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ คือผมกราบเรียนท่านประธานอย่างนี้ ผมไม่เห็นด้วยกับการลงมติใหม่ โดยการขานชื่อ ผมขอเสนอญัตติว่า ถ้าลงมติจบไปแล้วขอให้เอาตามผลที่ลงเลยได้หรือไม่🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ🔗
เชิญครับ🔗
กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย มีเพื่อนสมาชิกได้ร้องขอ ตามข้อบังคับการประชุม ข้อ ๘๕ ให้มีการนับคะแนนใหม่ในกรณีที่มีคะแนนไม่แตกต่างกัน เกินกว่า ๒๕ คะแนน เป็นเอกสิทธิตามข้อบังคับการประชุมของพวกเรา ไม่สามารถที่จะเสนอ ญัตติเพื่อที่จะไม่ให้เกิดการดำเนินการในการลงคะแนนอีกครั้งหนึ่งได้ เพราะฉะนั้นภารกิจ ที่ท่านประธานสามารถดำเนินการได้ในขณะนี้มีวิธีการเดียวคือ เริ่มในการลงคะแนนใหม่ อีกครั้งหนึ่งโดยการขานชื่อครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
เชิญ ท่านอรรถกร🔗
ขอบพระคุณครับ กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม อรรถกร ศิริลัทธยากร เพื่อนสมาชิกเสนอให้ลงมติ ด้วยการขานชื่อ เนื่องจากผมไม่เห็นด้วยกับการลงมติโดยการขานชื่อ เพราะว่าวันนี้ ยังมีกฎหมายอีกหลายฉบับ ถ้าจะลงมติใหม่ ผมขอเสนอให้ลงมติโดยการกดบัตรครับ ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ ครับ🔗
เชิญครับ🔗
ในส่วนของข้อบังคับ ข้อ ๘๕ เขาบัญญัติไว้อย่างนี้นะครับ เมื่อมีการออกเสียงลงคะแนนตามข้อ ๘๓ (๑) แล้ว ถ้าสมาชิก ร้องขอให้มีการนับใหม่ โดยมีผู้รับรองไม่น้อยกว่า ๒๐ คน ก็ให้มีการนับคะแนนเสียงใหม่ และให้เปลี่ยนวิธีการลงคะแนนเป็นวิธีการตามข้อ ๘๓ (๒) ข้อ ๘๓ (๒) ก็คือเรียกชื่อสมาชิก ตามหมายเลขประจำตัวสมาชิกให้ออกเสียงลงคะแนนเป็นรายคนตามวิธีที่ประธานกำหนด กรณีนี้ไม่มีการบอกว่าจะให้เสนอญัตติใหม่ว่าให้เลือกแบบใดครับ ข้อบังคับบอกว่าจะต้อง ทำตามแบบนี้เท่านั้นครับ ท่านประธานครับ🔗
ผมเห็นด้วย เพราะว่าการลงมติโดยขานชื่อ ขานชื่อก็ครบองค์โดยในตัวของมันอยู่แล้ว แล้วอีกประการหนึ่งตามที่ผมได้กราบเรียนให้ทราบแล้วว่าเป็นการให้นับใหม่ ให้ลงคะแนนใหม่ ต่อจากกระบวนการเพิ่งเสร็จสิ้นเมื่อสักครู่ ซึ่งเรามีการเช็ก (Check) องค์ประชุมแล้วนะครับ ผมได้ตอบไปแล้ว ไม่จำเป็นครับ ได้รายชื่อหรือยังครับ ขอรายชื่อ ขอเชิญท่านผู้มีรายชื่อ ขอความกรุณาขึ้นมาเป็นกรรมการนับคะแนนบนบัลลังก์ด้วย ขอรบกวนท่านด้วยนะครับ ท่านแรก ท่านพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล พรรคประชาธิปัตย์ ท่านที่ ๒ ท่านกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ พรรคภูมิใจไทย ท่านที่ ๓ ท่าน พันตำรวจโท ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ พรรคก้าวไกล ท่านที่ ๔ ท่านศรัณย์ ทิมสุวรรณ พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ ท่านอรรถกรจะส่งใครมา ๑ ท่าน แล้วก็เหลือพรรคอะไรครับ กลุ่มพรรคเล็กท่านส่งมา ๑ ท่าน ท่านจะส่งใครขึ้นมา เชิญครับ เชิญกรรมการขึ้นบนบัลลังก์ได้ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานครับ🔗
มีอะไรครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ เขตเลือกตั้งที่ ๓ ผมขออนุญาตที่จะเสนอ ตามข้อบังคับ ข้อ ๗๘ ในกรณีที่จะต้องมีมติของสภาให้ประธานมีสัญญาณให้สมาชิกทราบ เพื่อแสดงตนและตรวจสอบองค์ประชุมก่อนลงมติ เพื่อโปรดพิจารณา ขอผู้รับรองด้วยครับ🔗
ท่านอาจารย์โกวิทย์ พวงงาม อีกท่านครับ ขึ้นมาเป็นกรรมการครับ🔗
ท่านประธาน โปรดวินิจฉัยด้วยครับ🔗
เรื่องนี้ การตรวจสอบองค์ประชุมมันเป็นเอกสิทธิ์ แล้วก็ผมได้วินิจฉัยไปแล้วว่าการลงมติครั้งหนึ่ง คงไม่จำเป็นต้องตรวจสอบองค์ประชุมเพราะเราใช้องค์ประชุมคราวที่แล้วเท่ากับเป็นการ ลงต่อเนื่องอยู่ครับ แต่จะให้ตรวจสอบก็ได้ครับ ถ้ามีผู้ขอตรวจสอบ🔗
ผมขอตรวจสอบครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ เมื่อสักครู่ท่านประธานได้มีการใช้ดุลยพินิจบอกว่า การที่ตรวจสอบ องค์ประชุมเป็นการตรวจสอบไปแล้วในการลงคะแนน แต่กรณีนี้เขาเรียกว่าเป็นการ นับคะแนนใหม่ ลงคะแนนใหม่ ในส่วนตรงนี้ก็เลยไม่ต้องตรวจสอบองค์ประชุมอีก ถ้าเกิดว่า มีตรวจสอบองค์ประชุมอีกครั้งหนึ่ง ถ้าสมมุติว่ามีการกระทำที่ทำให้องค์ประชุมขาด และองค์ประชุมล่มเราจะว่าอย่างไรครับ นี่ผมพูดไว้ก่อนนะครับ แต่ถ้าสมมุติว่าเป็นการที่จะ แสดงตน เพื่อตรวจสอบองค์ประชุมเพื่อที่จะให้มันไม่ต้องมีข้อครหาอีกอันนี้ได้นะครับ ผมถามองค์ประชุมครับ🔗
การตรวจสอบองค์ประชุมก็เป็นเรื่องเอกสิทธิ์ของท่านสมาชิกที่จะท้วงติงในการตรวจสอบ ได้ทุกเวลา เพราะว่าองค์ประชุมสำคัญที่สุดในการดำเนินการประชุม ผู้ท้วงติงก็ท้วงติงว่า เราจะลงมติกันอีกครั้งหนึ่ง อ้างถึงข้อบังคับว่าข้อบังคับก็ระบุไว้ว่ามีการลงมติ มีการ ตรวจสอบองค์ประชุม เพื่อไม่ให้เป็นการยุ่งยากหรือเป็นปัญหาภายหลัง ก็ไม่เสียหาย หรอกครับ ส่วนจะเกิดเหตุการณ์ที่ว่าองค์ประชุมจะครบหรือไม่ครบ เดี๋ยวทีวี (TV) เขาจับ ประชาชนดูอยู่ไม่น้อย เพราะว่าภาษีสุราก้าวหน้าตรงนี้ พระราชบัญญัติฉบับนี้มีประชาชน ดูอยู่เยอะมากตามเว็บไซต์ (Website) ของสภามีประชาชนดูอยู่เป็นล้าน ๆ คนนะครับ มีประชาชนคอยตรวจสอบอยู่ครับ🔗
ท่านประธานครับ กระผม จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ เรียนต่อท่านประธานครับ กระบวนการ ตรวจสอบองค์ประชุมเป็นสิ่งสำคัญอย่างที่ท่านประธานได้เรียน แต่สิ่งที่เราดำเนินการอยู่นั้น เป็นการลงมติโดยเปิดเผยซึ่งองค์ประชุมของมันนั้นจะตรวจสอบด้วยตัวของมันเองอยู่แล้วครับ เพราะฉะนั้นถ้าท่านประธานดำเนินการการลงมติไปเลยก็จะเป็นการตรวจสอบองค์ประชุม ไปในตัวนะครับ ก็น่าจะครบถ้วนต่อระเบียบข้อบังคับ แล้วก็ข้อกฎหมายทั้งปวงที่เราจะต้อง ดำเนินการตามครับ ท่านประธานครับ คงไม่มีความจำเป็นต้องตรวจสอบด้วยการกดบัตร อีกครั้งครับ🔗
ผมก็เข้าใจครับ แต่เนื่องจากมันจะเสียเวลากันไปใหญ่ แล้วก็มีผู้ท้วงติงอย่างนี้ เราตรวจสอบ อีกสักครั้งไม่เสียหายหรอกครับ🔗
นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ครับ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ท่านประธานครับ ขอเพิ่มประเด็นอีกสักนิดเดียวได้ไหม เพื่อความชัดเจนไปพร้อม ๆ กันเลยครับ ๑. ตอนนี้เป็นการนับคะแนนใหม่ และเปลี่ยนวิธีการ ลงคะแนน ไม่ใช่เป็นการลงมติใหม่ นี่เป็นแนวปฏิบัติที่เคยทำ แล้วก็ข้อกฎหมายก็เขียนไว้ชัด ๒. ก่อนหน้านี้ในสมัยประชุมแรกก่อนที่ท่านอาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ จะเข้ามาเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็เคยมีกรณีแบบนี้และไม่มีการนับองค์ประชุมแต่ประการใด ๓. ท่านประธานครับ หากเห็นว่าเพื่อนสมาชิกหลายท่านฝ่ายรัฐบาลเดินออกไปและกำลัง จะล่มองค์ประชุม หากองค์ประชุมเกิดที่ท่านกำลังจะลงนับไม่ครบรอบหน้ากลับมาจะนับ คะแนนใหม่ด้วยการขานชื่อเป็นรายคนใช่ไหม ผมขอความชัดเจนตรงนี้ครับท่านประธาน🔗
เรื่องการ ตรวจสอบองค์ประชุมตามที่ผมได้เรียนแล้วนะครับ ๑. เป็นเอกสิทธิ์ ๒. ผู้ท้วงติงได้อ้างถึง ข้อบังคับ ส่วนเรื่องการประชุมต่อถ้าหากเกิดเหตุการณ์ที่องค์ประชุมไม่ครบขึ้นมาสภาเราค้าง ตรงไหน เราก็ต้องต่อไปตรงนั้นต่อไม่ได้ไปยกเลิกอะไรเลยนะครับ เชิญกดบัตรครับ ท่านสมาชิกครับ อยู่ในห้องประชุมนะครับ อย่าไปไหนนะครับ เข้ามาครับ ที่อยู่ข้างนอก ก็เชิญเข้ามาข้างในครับ🔗
ขอเชิญ ท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมแสดงตนครับ กรรมการยังขาดอีกท่านนะครับ เชิญท่านนิคม ให้เกียรติมาเป็นกรรมการหน่อยครับ🔗
ท่านประธานขอความกรุณา แจ้งฝ่ายโสตแพน (Pan) กล้องอย่างทั่วถึงในวันเปิดสมัยประชุมวันแรกหัวใจว้าวุ่นครับ🔗
ขอเชิญ ท่านสมาชิกเข้ามาครับ ใกล้ครบองค์ประชุมแล้วเชิญเข้ามาข้างใน มากดบัตรครับ🔗
ท่านประธานครับ ๐๘๕ แสดงตนครับ🔗
อย่าแสดงซ้ำนะครับ ท่านได้กดบัตรไหมครับ🔗
ท่านประธานครับ ๓๕๐ แสดงตนครับ🔗
ท่านประธานคะ ๒๕๑ แสดงตนค่ะ🔗
๓ ท่าน บัตรใช้ไม่ได้ใช่ไหมครับ🔗
ท่านประธาน ๒๑๔ แสดงตนครับ🔗
มีผู้แสดงตน ทางไมโครโฟน ๔ ท่าน ๒๘๕ ๓๕๐ ๒๕๑ และ ๒๑๔ ปิดการแสดงตนได้ครับ มีท่านสมาชิก แสดงตน ๒๕๗ ท่าน บวก ๔ ท่าน เป็น ๒๖๑ ท่าน กึ่งหนึ่งของเราแค่ ๒๓๘ ท่าน ดังนั้น เกินครึ่งหนึ่งครบเป็นองค์ประชุมนะครับ🔗
ขอดำเนินการต่อครับ กรรมการขึ้นมาครบไหม ครบทุกท่านแล้วนะครับ ถ้าครบก็เชิญ ท่านเลขาธิการดำเนินการต่อในการออกเสียงลงคะแนนครับ🔗
๑. นายกนก ลิ้มตระกูล🔗
๒. ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๓. นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๕. นางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา🔗
๖. นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล🔗
๗. นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก🔗
๘. กฤติเดช สันติวชิระกุล🔗
๙. นายกฤษฎา ตันเทอดทิตย์🔗
๑๐. นายกฤษณ์ แก้วอยู่🔗
๑๑. นางสาวกวินนาถ ตาคีย์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๑๒. นายกษิดิ์เดช ติมันต์🔗
๑๓. นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี🔗
กัญจน์พงศ์เห็นด้วย🔗
๑๔. นางกันตวรรณ ตันเถียร🔗
เห็นด้วยค่ะ🔗
๑๕. นางสาวกัลยา รุ่งวิจิตรชัย🔗
ไม่เห็นด้วยนะคะ🔗
๑๖. นายพิสิฐ ลี้อาธรรม🔗
๐๑๗. นางสาวกานต์กนิษฐ์ แห้วสันตติ🔗
๐๑๘. นายการุณ โหสกุล🔗
๐๑๙. นายกิตติ สมทรัพย์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๐๒๐. นายกิตติกร โล่ห์สุนทร🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๐๒๑. นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์🔗
๐๒๒. นางสาวกิตติ์ธัญญา วาจาดี🔗
เห็นด้วยค่ะ🔗
๐๒๓. นายกิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๐๒๕. นางสาวกุลวลี นพอมรบดี🔗
๐๒๖. นายกูเฮง ยาวอหะซัน🔗
๐๒๗. นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๐๒๘. นายเกษม ศุภรานนท์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๐๒๙. นายเกษม อุประ🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๐๓๐. นายเกษมสันต์ มีทิพย์🔗
๐๓๑. นายเกียรติ สิทธีอมร🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๐๓๒. นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์🔗
งดออกเสียงครับ🔗
๐๓๓. นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๐๓๔. ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๐๓๕. นายโกศล ปัทมะ🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๐๓๗. นายขจิตร ชัยนิคม🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๐๓๘. นายขวัญเลิศ พานิชมาท🔗
๐๓๙. นายเขตรัฐ เหล่าธรรมทัศน์🔗
๐๔๐. นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์🔗
๐๔๑. นายคฑาเทพ เตชะเดชเรืองกุล🔗
๐๔๒. นายคมเดช ไชยศิวามงคล🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๐๔๓. นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๐๔๔. นายคารม พลพรกลาง🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๐๔๕. นายคำพอง เทพาคำ🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๐๔๖. นายคุณากร ปรีชาชนะชัย🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๐๔๗. นายจตุพร เจริญเชื้อ🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๐๔๘. นายจรัส คุ้มไข่น้ำ🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๐๔๙. นายจรัสฤทธิ์ จันทรสุรินทร์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๐๕๐. ร้อยเอก จองชัย วงศ์ทรายทอง🔗
๐๕๑. นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ🔗
๐๕๒. นายจักรกฤษณ์ ทองศรี🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๐๕๓. นายจักรพรรดิ ไชยสาส์น🔗
๐๕๔. นายจักรพล ตั้งสุทธิธรรม🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๐๕๕. นายจักรพันธ์ พรนิมิต🔗
๐๕๖. นายจักรัตน์ พั้วช่วย🔗
๐๕๗. นางสาวจุฑาทัตต เหล่าธรรมทัศน์🔗
๐๕๘. นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์🔗
๐๕๙. นายจารึก ศรีอ่อน🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๐๖๑. นางสาวจิตภัสร์ ตั๊น กฤดากร🔗
๐๖๒. นายจิรทัศ ไกรเดชา🔗
๐๖๓. นายจิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์🔗
๐๖๔. นายจิรวัฒน์ ศิริพานิชย์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๐๖๕. นายจิรวัฒน์ อรัณยกานนท์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๐๖๖. นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๐๖๗. นางสาวจิราพร สินธุไพร🔗
เห็นด้วยค่ะ🔗
๐๖๘. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์🔗
๐๖๙. นายจีรเดช ศรีวิราช🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๐๗๐. นางจุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์🔗
เห็นด้วยค่ะ🔗
๐๗๑. นายอิสระ เสรีวัฒนวุฒิ🔗
งดออกเสียงครับ🔗
๐๗๒. นายเผดิมชัย สะสมทรัพย์🔗
๐๗๓. นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์🔗
๐๗๔. นายจุลพันธ์ โนนศรีชัย🔗
๐๗๕. นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์🔗
๐๗๗. นางเจริญ เรี่ยวแรง🔗
ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗
๐๗๘. นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์🔗
๐๘๐. นายฉลาด ขามช่วง🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๐๘๑. นางสาวชนก จันทาทอง🔗
เห็นด้วยค่ะ🔗
๐๘๒. นายชยุต ภุมมะกาญจนะ🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๐๘๓. นายชลน่าน ศรีแก้ว🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๐๘๔. นายชวน หลีกภัย🔗
งดออกเสียงครับ🔗
๐๘๕. พันตำรวจตรี ชวลิต เลาหอุดมพันธ์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๐๘๖. นายชวลิต วิชยสุทธิ์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๐๘๗. นายชัชวาลล์ คงอุดม🔗
๐๘๘. นายสวาป เผ่าประทาน🔗
๐๘๙. นายชัยชนะ เดชเดโช🔗
๐๙๐. นายชัยยันต์ ผลสุวรรณ์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๐๙๑. นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๐๙๒. นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์🔗
๐๙๓. นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์🔗
๐๙๔. นายชาญวิทย์ วิภูศิริ🔗
๐๙๕. นายชาดา ไทยเศรษฐ์🔗
๐๙๗. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๐๙๘. นายอิสรพงษ์ มากอำไพ🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๐๙๙. นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๑๐๐. นายชูศักดิ์ คีรีมาศทอง🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๑๐๑. นายชูศักดิ์ แอกทอง🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๑๐๒. นายเชิงชาย ชาลีรินทร์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๑๐๓. นายเชิดพงศ์ ราชป้องขันธ์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๑๐๔. นายโชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี🔗
๑๐๕. นายโชติวุฒิ ธนาคมานุสรณ์🔗
๑๐๖. นายไชยวัฒนา ติณรัตน์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๑๐๗. นายไชยา พรหมา🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๑๐๘. นายซูการ์โน มะทา🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๑๐๙. นางสาวญาณธิชา บัวเผื่อน🔗
เห็นด้วยค่ะ🔗
๑๑๐. พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๑๑๑. นายฐานิสร์ เทียนทอง🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๑๑๒. นายฐาปกรณ์ กุลเจริญ🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๑๑๓. นายฐิตินันท์ แสงนาค🔗
๑๑๔. นางสาวฐิติภัสร์ โชติเดชาชัยนันต์🔗
๑๑๕. นางสาวณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๑๑๖. นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๑๑๗. นายณัฏฐพล จรัสรพีพงษ์🔗
๑๑๘. นายยุทธนา โพธสุธน🔗
๑๑๙. นายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๑๒๐. นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๑๒๑. นายณัฐพงษ์ สุปริยศิลป์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๑๒๒ นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๑๒๓. นายณัฐวุฒิ กองจันทร์ดี🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๑๒๔. นายณัฐวุฒิ บัวประทุม🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๑๒๕. นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๑๒๖. นายดล เหตระกูล🔗
๑๒๗. นายดะนัย มะหิพันธ์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๑๒๘. นายดำรง พิเดช🔗
๑๒๙. นายเดชอิศม์ ขาวทอง🔗
๑๓๐. นางสาวตรีนุช เทียนทอง🔗
๑๓๑. นายตี๋ใหญ่ พูนศรีธนากูล🔗
๑๓๒. นายไตรเทพ งามกมล🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๑๓๓. นายไตรรงค์ ติธรรม🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๑๓๔. นางสาวสุภาพร กำเนิดผล🔗
๑๓๕. นางบุญญาพร นาตะธนภัทร🔗
๑๓๖. พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๑๓๗. นายทวิรัฐ รัตนเศรษฐ🔗
๑๓๘. นายทวีศักดิ์ ทักษิณ🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๑๓๙ นายทศพร ทองศิริ🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๑๔๐ นายทองแดง เบ็ญจะปัก🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๑๔๑. หยุดปฏิบัติหน้าที่ ๑๔๒. นางสาวทัศนีย์ บูรณุปกรณ์🔗
เห็นด้วยค่ะ🔗
๑๔๓. หยุดปฏิบัติหน้าที่ ๑๔๔. นายทายาท เกียรติชูศักดิ์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๑๔๕. นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๑๔๖. นายเทวัญ ลิปตพัลลภ🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๑๔๗. นายเทอดพงษ์ ไชยนันทน์🔗
๑๔๘. นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๑๔๙. นางเทียบจุฑา ขาวขำ🔗
เห็นด้วยค่ะ🔗
๑๕๐. หยุดปฏิบัติหน้าที่ ๑๕๑. นายธนกร ไชยกุล🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๑๕๒. นางสาวธนภร โสมทองแดง🔗
๑๕๓. นายธนยศ ทิมสุวรรณ🔗
๑๕๔. นายธนะสิทธิ์ โควสุรัตน์🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๑๕๕. นายธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ🔗
๑๕๖. นายมานพ คีรีภูวดล🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๑๕๗. นายธรรมนัส พรหมเผ่า🔗
๑๕๘. นายธรรมวิชญ์ โพธิพิพิธ🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๑๕๙. พ้นสมาชิกภาพ ๑๖๐. นายธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์🔗
เห็นด้วยค่ะ🔗
๑๖๑. นายธารา ปิตุเตชะ🔗
๑๖๒. นายธีรภัทร พริ้งศุลกะ🔗
๑๖๓. นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์🔗
เห็นด้วยค่ะ🔗
๑๖๔. นายธีระ ไตรสรณกุล🔗
๑๖๕. นายธีระ วงศ์สมุทร🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๑๖๖. นายธีรัจชัย พันธุมาศ🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๑๖๗. นายนพ ชีวานันท์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๑๖๘. นายนพคุณ รัฐไผท🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๑๖๙. นายนพดล แก้วสุพัฒน์🔗
งดออกเสียงครับ🔗
๑๗๐. นายนพดล มาตรศรี🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๑๗๑. นายนพพล เหลืองทองนารา🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๑๗๒. นางสาวนภาพร เพ็ชร์จินดา🔗
เห็นด้วยค่ะ🔗
๑๗๓. นายนริศ ขำนุรักษ์🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๑๗๔. นายพรชัย ตระกูลวรานนท์🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๑๗๕. นายสมศักดิ์ คุณเงิน🔗
๑๗๖. นายนัทธี ถิ่นสาคู🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๑๗๗. นายสุชาติ โชคชัยวัฒนากร🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๑๗๘. นายนิกร จำนง🔗
งดออกเสียงครับ🔗
๑๗๙. นายนิคม บุญวิเศษ🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๑๘๐. นายนิติพล ผิวเหมาะ🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๑๘๑. นายนิพันธ์ ศิริธร🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๑๘๒. นายนิยม ช่างพินิจ🔗
๑๘๓. นายนิยม วิวรรธนดิฐกุล🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๑๘๔. นายนิยม เวชกามา🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๑๘๕. นายนิรมิต สุจารี🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๑๘๖. นายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๑๘๗. พ้นสมาชิกภาพ ๑๘๘. นายนิโรธ สุนทรเลขา🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๑๘๙. นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย🔗
๑๙๐. นายบัญญัติ เจตนจันทร์🔗
๑๙๑. นายบัญญัติ บรรทัดฐาน🔗
งดออกเสียงครับ🔗
๑๙๒. นายบัลลังก์ อรรณนพพร🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๑๙๓. นายบุญแก้ว สมวงศ์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๑๙๔. นายบุญฐิณ ประทุมลี🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๑๙๕. นางบุญยิ่ง นิติกาญจนา🔗
ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗
๑๙๖. นางบุญรื่น ศรีธเรศ🔗
เห็นด้วยค่ะ🔗
๑๙๗. นายบุญลือ ประเสริฐโสภา🔗
๑๙๘. นายบุญสิงห์ วรินทร์รักษ์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๑๙๙. นางสาวเบญจา แสงจันทร์🔗
เห็นด้วยค่ะ🔗
๒๐๐. นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร🔗
๒๐๑. นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๒๐๒. นายปฐมพงศ์ สูญจันทร์🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๒๐๓. นายปดิพัทธ์ สันติภาดา🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๒๐๔. นายประกอบ รัตนพันธ์🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๒๐๕. นายประเดิมชัย บุญช่วยเหลือ🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๒๐๖. นายประทวน สุทธิอำนวยเดช🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๒๐๗. นายประภัตร โพธสุธน🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๒๐๘. นายประภูศักดิ์ จินตะเวช🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๒๐๙. นายประมวล พงศ์ถาวราเดช🔗
๒๑๐. นายประสงค์ บูรณ์พงศ์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๒๑๑. นายประสิทธิ์ มะหะหมัด🔗
๒๑๒. นายประสิทธิ์ วุฒินันชัย🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๒๑๓. นายประเสริฐ จันทรรวงทอง🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๒๑๔. นายประเสริฐ บุญเรือง🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๒๑๕. นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๒๑๖. นายปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๒๑๗. นายปริญญา ฤกษ์หร่าย🔗
๒๑๘. นายปรีดา บุญเพลิง🔗
๒๑๙. นายปัญญา จีนาคำ🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๒๒๐. นายชัยทิพย์ กมลพันธ์ทิพย์🔗
๒๒๑. พ้นสมาชิกภาพ ๒๒๒. นายปิยวัฒน พันธ์สายเชื้อ🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๒๒๓. นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช🔗
เห็นด้วยค่ะ🔗
๒๒๔. นางผ่องศรี แซ่จึง🔗
๒๒๕. นายไผ่ ลิกค์🔗
๒๒๖. พ้นสมาชิกภาพ ๒๒๗. นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๒๒๘. นายพนิต วิกิตเศรษฐ์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๒๒๙. นายพยม พรหมเพชร🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๒๓๐. นายพรชัย อำนวยทรัพย์🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๒๓๑. ผู้ช่วยศาสตราจารย์พรชัย อินทร์สุข🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๒๓๒. นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๒๓๓. นางสาวพรพิมล ธรรมสาร🔗
๒๓๔. นางพรเพ็ญ บุญศิริวัฒนกุล🔗
๒๓๕. นางพรรณสิริ กุลนาถสิริ🔗
ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗
๒๓๖. พ้นสมาชิกภาพ ๒๓๗. นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๒๓๘. นางสาวพัชรินทร์ ซำศิริพงษ์🔗
ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗
๒๓๙. นายพัฒนา สัพโส🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๒๔๐. นายพาณุวัฒณ์ สะสมทรัพย์🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๒๔๑. นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๒๔๒. นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ🔗
ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗
๒๔๓. นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน🔗
๒๔๔. นายพิเชษฐ สถิรชวาล🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๒๔๕. นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๒๔๖. นายพิบูลย์ รัชกิจประการ🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๒๔๗. นางสาวพิมพ์พร พรพฤฒิพันธุ์🔗
ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗
๒๔๘. นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล🔗
๒๔๙. นายพิษณุ พลธี🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๒๕๐. นายพีรเดช คำสมุทร🔗
๒๕๑. นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล🔗
งดออกเสียงค่ะ🔗
๒๕๒. นายพีระเพชร ศิริกุล🔗
๒๕๓. นายต่อศักดิ์ อัศวเหม🔗
๒๕๔. นายเพชร เอกกำลังกุล🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๒๕๕. นางสุเนตตา แซ่โก๊ะ🔗
ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗
๒๕๖. นางสาวเพชรดาว โต๊ะมีนา🔗
ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗
๒๕๗. นายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๒๕๘. นายไพจิต ศรีวรขาน🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๒๕๙. นายไพบูลย์ นิติตะวัน🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๒๖๐. นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๒๖๑. นางสาวไพลิน เทียนสุวรรณ🔗
๒๖๒. นายภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๒๖๓. นายภราดร ปริศนานันทกุล🔗
๒๖๔. นางสาวภริม พูลเจริญ🔗
ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗
๒๖๕. นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข🔗
๒๖๖. นายภาควัต ศรีสุรพล🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๒๖๗. นางสาวภาดาท์ วรกานนท์🔗
๒๖๘. นายภานุ ศรีบุศยกาญจน์🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๒๖๙. นายภาสกร เงินเจริญกุล🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๒๗๐. นายภิญโญ นิโรจน์🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๒๗๑. นายภูดิท อินสุวรรณ์🔗
๒๗๒. หยุดปฏิบัติหน้าที่ ๒๗๓. นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์🔗
เห็นชอบครับ🔗
๒๗๔. ร้อยตำรวจตรี มณฑล โพธิ์คาย🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๒๗๕. นายมณเฑียร สงฆ์ประชา🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๒๗๖. นายมนตรี ตั้งเจริญถาวร🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๒๗๗. นายมนตรี ปาน้อยนนท์🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๒๗๘. นางมนพร เจริญศรี🔗
เห็นด้วยค่ะ🔗
๒๗๙. นายมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์🔗
๒๘๐. นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช🔗
ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗
๒๘๑. นายมานพ ศรีผึ้ง🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๒๘๒. นายมานะ โลหะวณิชย์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๒๘๓. นายมานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๒๘๔. นายมานัส อ่อนอ้าย🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๒๘๕. นางมารศรี ขจรเรืองโรจน์🔗
ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗
๒๘๖. นางสาวจิราพร นาคดิลก🔗
๒๘๗. นางมุกดา พงษ์สมบัติ🔗
เห็นด้วยค่ะ🔗
๒๘๘. พลตำรวจเอก ยงยุทธ เทพจำนงค์🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๒๘๙. นายยงยุทธ สุวรรณบุตร🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๒๙๐. นายยรรยงก์ ถนอมพิชัยธำรง🔗
๒๙๑. นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๒๙๒. นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๒๙๓. พ้นสมาชิกภาพ ๒๙๔. รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๒๙๕. นายรณเทพ อนุวัฒน์🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๒๙๖. นายระวี มาศฉมาดล🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๒๙๗. นายรังสรรค์ มณีรัตน์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๒๙๘. นายรังสรรค์ วันไชยธนวงศ์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๒๙๙. นายรังสิกร ทิมาตฤกะ🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๓๐๐. นายรังสิมันต์ โรม🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๓๐๑. นางสาวรังสิมา รอดรัศมี🔗
ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗
๓๐๒. นายรัฐกิตติ์ ผาลีพัฒน์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๓๐๓. นายรุ่งโรจน์ ทองศรี🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๓๐๔. นายเรวัต วิศรุตเวช🔗
๓๐๕. นางสาวละออง ติยะไพรัช🔗
เห็นด้วยค่ะ🔗
๓๐๖. นางลินดา เชิดชัย🔗
๓๐๗. นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล🔗
๓๐๘. นางสาววชิราภรณ์ กาญจนะ🔗
๓๐๙. นายธนกร วังบุญคงชนะ🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๓๑๐. นายวรภพ วิริยะโรจน์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๓๑๑. นางสาววรรณวรี ตะล่อมสิน🔗
เห็นด้วยค่ะ🔗
๓๑๒. นางสาววรรณวิภา ไม้สน🔗
เห็นด้วยค่ะ🔗
๓๑๓. นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๓๑๔. นายวรสิทธิ์ กัลป์ตินันท์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๓๑๕. นายวราวุธ ศิลปอาชา🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๓๑๖. นายวัชรพล โตมรศักดิ์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๓๑๗. นายวัชระ ยาวอหะซัน🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๓๑๘. นายวัชรา ณ วังขนาย🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๓๑๙. นายวัฒนา ช่างเหลา🔗
๓๒๐. นายวัน อยู่บำรุง🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๓๒๑. นายวันชัย เจริญนนทสิทธิ์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๓๒๒. ลาออก ๓๒๓. นายวันนิวัติ สมบูรณ์🔗
๓๒๔. นางวันเพ็ญ พร้อมพัฒน์🔗
ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗
๓๒๕. พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง🔗
๓๒๖. นายวาโย อัศวรุ่งเรือง🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๓๒๗. นายภาคิน สมมิตรธนกุล🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๓๒๘. นายวิทยา ทรงคำ🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๓๒๙. ลาออก ๓๓๐. นายวิรัช พันธุมะผล🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๓๓๑. หยุดปฏิบัติหน้าที่ ๓๓๒. นายวิรัตน์ วรศสิริน🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๓๓๓. ลาออก ๓๓๔. นายวิวรรธน์ นิลวัชรมณี🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๓๓๕. นายวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๓๓๖. พลตำรวจโท วิศณุ ม่วงแพรสี🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๓๓๗. นายวิสาร เตชะธีราวัฒน์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๓๓๘. นายวิสิทธิ์ พิทยาภรณ์🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๓๓๙. นายวิสิษฐ์ เตชะธีราวัฒน์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๓๔๐. นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๓๔๑. นายมารุต มัสยวาณิช🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๓๔๒. นายวีระกร คำประกอบ🔗
งดออกเสียงครับ🔗
๓๔๓. นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข🔗
งดออกเสียงค่ะ🔗
๓๔๔. นายวีระพล จิตสัมฤทธิ์🔗
๓๔๕. นายวีระวัฒน์ โอสถานุเคราะห์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๓๔๖. นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร🔗
๓๔๗. นายวุฒินันท์ บุญชู🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๓๔๘. นายวุฒิพงษ์ นามบุตร🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๓๔๙. นายเพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๓๕๐. นายศรัณย์ ทิมสุวรรณ🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๓๕๑. นายศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ🔗
๓๕๒. นายศราวุธ เพชรพนมพร🔗
๓๕๓. นางสาวศรีนวล บุญลือ🔗
ไม่เห็นด้วยเจ้า🔗
๓๕๔. นายศรีเรศ โกฏคำลือ🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๓๕๕. นางศรีสมร รัศมีฤกษ์เศรษฐ์🔗
เห็นด้วยค่ะ🔗
๓๕๖. นายศักดา คงเพชร🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๓๕๗. นายศักดินัย นุ่มหนู🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๓๕๘. นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ🔗
๓๕๙. นายศาสตรา ศรีปาน🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๓๖๐. นายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๓๖๑. นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล🔗
เห็นด้วยค่ะ🔗
๓๖๒. นายศิริพงษ์ รัสมี🔗
๓๖๓. นางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู🔗
งดออกเสียงค่ะ🔗
๓๖๔. นายศิริวัฒน์ ขจรประศาสน์🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๓๖๕. นางสาวศิลัมพา เลิศนุวัฒน์🔗
๓๖๖. นายศุภชัย ใจสมุทร🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๓๖๗. นายศุภชัย นพขำ🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๓๖๘. นายศุภชัย โพธิ์สุ🔗
๓๖๙. นางสาวศุภมาส อิศรภักดี🔗
ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗
๓๗๐. นางสาวสกุณา สาระนันท์🔗
เห็นด้วยค่ะ🔗
๓๗๑. นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๓๗๒. นายสงวน พงษ์มณี🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๓๗๓. นายสนอง เทพอักษรณรงค์🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๓๗๔. นายสมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๓๗๕. นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๓๗๖. นายสมเกียรติ วอนเพียร🔗
๓๗๗. นางนันทนา สงฆ์ประชา🔗
๓๗๘. นายสมคิด เชื้อคง🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๓๗๙. นายสมเจตน์ ลิมปะพันธุ์🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๓๘๐. นายสมชาติ ประดิษฐพร🔗
๓๘๑. นายสมชาย ฝั่งชลจิตร🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๓๘๒. พลเอก สมชาย วิษณุวงศ์🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๓๘๓. นายสมบัติ ศรีสุรินทร์🔗
สมบัติ ศรีสุรินทร์ เห็นด้วยครับ🔗
๓๘๔. นายสมบัติ อำนาคะ🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๓๘๕. นายสมบูรณ์ ซารัมย์🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๓๘๖. นายสมพงษ์ โสภณ🔗
๓๘๗. นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๓๘๘. นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๓๘๙. นายสมศักดิ์ เทพสุทิน🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๓๙๐. นายสมศักดิ์ พันธ์เกษม🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๓๙๑. นางสมหญิง บัวบุตร🔗
เห็นด้วยค่ะ🔗
๓๙๒. นายสมัคร ป้องวงษ์🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๓๙๓. นายสยาม หัตถสงเคราะห์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๓๙๔. นายสรชัด สุจิตต์🔗
๓๙๕. นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์🔗
๓๙๖. นายสรอรรถ กลิ่นประทุม🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๓๙๗. นางสาวสรัสนันท์ อรรณนพพร🔗
เห็นด้วยค่ะ🔗
๓๙๘. นายสราวุธ อ่อนละมัย🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๓๙๙. นายสฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๐๐. นายสฤษดิ์ บุตรเนียร🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๐๑. นายสะถิระ เผือกประพันธุ์🔗
๔๐๒. นายสัญญา นิลสุพรรณ🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๐๓. นายสัณหพจน์ สุขศรีเมือง🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๐๔. นายสุรพร ดนัยตั้งตระกูล🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๐๕. นายสันติ พร้อมพัฒน์🔗
๔๐๖. นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๐๗. นายสัมฤทธิ์ แทนทรัพย์🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๐๘. นายสาคร เกี่ยวข้อง🔗
๔๐๙. นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๔๑๐. นายสาธิต ปิตุเตชะ🔗
๔๑๑. นายสาธิต อุ๋ยตระกูล🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๑๒. นายสายัณห์ ยุติธรรม🔗
๔๑๓. พ้นสมาชิกภาพ ๔๑๔. นายสิงหภณ ดีนาง🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๔๑๕. พันโท สินธพ แก้วพิจิตร🔗
๔๑๖. นายสินิตย์ เลิศไกร🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๑๗. นายสุรชาติ เทียนทอง🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๔๑๘. นางสิรินธร รามสูตร🔗
เห็นด้วยค่ะ🔗
๔๑๙. นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๒๐. นายสุชาติ ชมกลิ่น🔗
๔๒๑.ส นายสุชาติ ตันเจริญ🔗
งดออกเสียงครับ🔗
๔๒๒. นายสุชาติ ภิญโญ🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๒๓. นายสุชาติ อุสาหะ🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๒๔. นางสาวสุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ🔗
๔๒๕. นางสาวสุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา🔗
เห็นด้วยค่ะ🔗
๔๒๖. นายสุทา ประทีป ณ ถลาง🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๒๗. นายสุทิน คลังแสง🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๔๒๘. นายสุเทพ อู่อ้น🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๔๒๙. นายสุพล จุลใส🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๓๐. นายชวน ชูจันทร์🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๓๑. พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๔๓๒. นายสุภดิช อากาศฤกษ์🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๓๓. นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา🔗
เห็นด้วยค่ะ🔗
๔๓๔. พ้นสมาชิกภาพ ๔๓๕. นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๔๓๖. นายสุรชาติ ศรีบุศกร🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๓๗. นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๔๓๘. นายสุรทิน พิจารณ์🔗
๔๓๙. นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๔๔๐. รองศาสตราจารย์สุรวาท ทองบุ🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๔๔๑. นายสุรวิทย์ คนสมบูรณ์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๔๔๒. นายสุรศักดิ์ ชิงณวรรณ์🔗
๔๔๓. นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล🔗
๔๔๔. นายสุรศักดิ์ อนรรฆพันธ์🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๔๕. นายสุรสิทธิ์ นิธิวุฒิวรรักษ์🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๔๖. นายสุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์🔗
๔๔๗. พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๘๘. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๔๙. นายเสมอกัน เที่ยงธรรม🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๕๐. พลตำรวจเอก เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส🔗
๔๕๑. นายโสภณ ซารัมย์🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๕๒. นายองค์การ ชัยบุตร🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๔๕๓. นายองอาจ คล้ามไพบูลย์🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๕๔. นายองอาจ วงษ์ประยูร🔗
๔๕๕. นายอดิพงศ์ ฐิติพิทยา🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๕๖. นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ🔗
๔๕๗. นายอนันต์ ผลอำนวย🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๕๘. นายอนันต์ ศรีพันธุ์🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๔๕๙. นายอนาวิล รัตนสถาพร🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๖๐. นายอนุชา น้อยวงศ์🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๖๑. นายอนุชา นาคาศัย🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๖๒. นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ🔗
๔๖๓. นายอนุทิน ชาญวีรกุล🔗
๔๖๔. นายอนุมัติ ซูสารอ🔗
๔๖๕. นายอนุรักษ์ จุรีมาศ🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๖๖. หยุดปฏิบัติหน้าที่ ๔๖๗. นางอนุรักษ์ บุญศล🔗
เห็นด้วยค่ะ🔗
๔๖๘. นายอนุสรณ์ ปั้นทอง🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๔๖๙. นางสาวอนุสรี ทับสุวรรณ🔗
๔๗๐. นายเจือ ราชสีห์🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๗๑. นายอภิชา เลิศพชรกมล🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๗๒. นายอภิชาติ ตีรสวัสดิชัย🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๔๗๓. นายอภิชาต ศิริสุนทร🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๔๗๔. นายสุทัศน์ เงินหมื่น🔗
งดออกเสียงครับ🔗
๔๗๕. นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล🔗
เห็นด้วยค่ะ🔗
๔๗๖. นายอรรถกร ศิริลัทธยากร🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๗๗. ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๗๘. นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์🔗
๔๗๙. นายอัครวัฒน์ อัศวเหม🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๘๐. นายอัฏฐพล โพธิพิพิธ🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๘๑. นายอันวาร์ สาและ🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๘๒. นายอับดุลบาซิม อาบู🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๘๓. นายอับดุลอายี สาแม็ง🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๘๔. นายอัศวิน วิภูศิริ🔗
๔๘๕. นายอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๘๖. นางอาภรณ์ สาราคำ🔗
เห็นด้วยค่ะ🔗
๔๘๗. นายอารี ไกรนรา🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๘๘. นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๘๙. นายอำนาจ วิลาวัลย์🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๙๐. นายอำไพ กองมณี🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๔๙๑. นายเดชทวี ศรีวิชัย🔗
๔๙๒. นายจักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์🔗
๔๙๓. นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๔๙๔. นายเอกการ ซื่อทรงธรรม🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๙๕. นายเอกชัย ทรงอำนาจเจริญ🔗
เอกชัย เห็นด้วยครับ🔗
๔๙๖. นายเอกธนัช อินทร์รอด🔗
เห็นด้วยครับ🔗
๔๙๗. นายเอกภพ เพียรพิเศษ🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๔๙๘ นายเอกราช ช่างเหลา🔗
๔๙๙. นายเอี่ยม ทองใจสด🔗
ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๕๐๐. นายโอชิษฐ์ เกียรติก้องชูชัย🔗
เห็นด้วยครับ🔗
เชิญท่าน สมาชิกที่ยังไม่ได้ลงคะแนนครับ ทีละท่านนะครับ ผมจะเชิญท่านชาดาก่อนครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ๐๙๕ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
เชิญท่าน ต่อไปครับ🔗
ท่านประธานครับ สายัณห์ ยุติธรรม ๔๑๒ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
ท่านสายัณห์ ยุติธรรม เชิญท่านต่อไป ทีละท่านครับ🔗
๐๗๒ เผดิมชัย สะสมทรัพย์ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๐๘๙ ชัยชนะ เดชเดโช ไม่เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ๐๕๘ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ๑๖๑ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ๔๔๖ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ๐๑๐ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๑๑๘ ยุทธนา โพธสุธน ไม่เห็น ด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ๐๐๗ กรุงศรีวิไล ไม่เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานคะ ๑๘๙ ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗
๒๒๕ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
สายัณห์ ยุติธรรม ๔๑๒ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
ท่านครั้งที่ ๓ แล้วนะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ๒๑๘ ปรีดา บุญเพลิง งดออกเสียงครับ🔗
ท่านประธานครับ เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล ๓๐๗ เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ๐๗๕ เห็นด้วยครับ🔗
ท่านกรรมการทั้ง ๖ ท่านจดทันไหมครับ สับสนไหมครับ ได้นะครับ🔗
ท่านประธานคะ นันทนา สงฆ์ ประชา ๓๗๗ ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗
ท่านประธานครับ พิเชษฐ์ ๒๔๓ เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ กฤษฎา ตันเทอดทิตย์ ๐๐๙ เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ๒๕๐ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๐๓๘ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ คงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ๐๔๐ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
บุญลือ ประเสริฐโสภา ๑๙๗ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานคะ ๑๓๐ ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗
ท่านประธานครับ ๓๔๖ วุฒิชัย ไม่เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ภาคภูมิ ๒๖๕ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ กฤติเดช ๐๐๘ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๐๐๕ ค่ะท่านประธาน กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗
ท่านประธานครับ สวาป เผ่าประทาน ๐๘๘ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ๒๑๗ ปริญญา ไม่เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ฐิตินันท์ แสงนาค ๑๑๓ งดออกเสียงครับ🔗
ท่านประธานครับ จักรพรรดิ ไชยสาส์น ๐๕๓ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานคะ ๐๕๑ ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗
ท่านประธานครับ ๑๖๔ ธีระ ไตรสรณกุล ไม่เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ๒๒๐ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานคะ ๓๖๕ ศิลัมพา เลิศนุวัฒน์ ไม่เห็น ด้วยค่ะ🔗
ท่านประธานคะ ๒๒๔ ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗
ทีละท่านครับ🔗
ท่านประธานครับ ๔๙๒ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ๐๓๐ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๒๒๔ ค่ะท่านประธาน ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗
ครบแล้ว นะครับ ท่านกรรมการจดทันไหมครับ มีความสับสน🔗
ท่านประธานครับ ๑๘๒ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานคะ ๐๕๑ ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗
๑๐๕ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ๔๔๒ สุรศักดิ์ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ปกรณ์ ๒๐๐ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ ๑๙๐ เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ๓๘๖ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ๑๐๔ โชติพัฒน์ เตชะโสภณมณี ไม่เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ๓๖๒ ศิริพงษ์ รัสมี ไม่เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ๑๕๓ ธนยศ ทิมสุวรรณ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ จิรพงษ์ ทรงวัชราภรณ์ ๐๖๓ เห็นด้วยครับ🔗
๐๕๕ จักรพันธ์ พรนิมิตร ไม่เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานคะ ๒๔๘ พิมพ์ภัทรา วิชัยกุล ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗
ท่านประธานครับ เดชอิศม์ ขาวทอง ๑๒๙ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ๑๑๗ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๓๙๕ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๐๐๖ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานคะ ๑๓๔ ไม่เห็นด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
ท่านประธาน ๐๕๐ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ๑๕๕ ธนัสถ์ ทวีเกื้อกูลกิจ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ๔๔๓ ไม่เห็นด้วยครับ สุรศักดิ์ครับ🔗
กษิดิ์เดช ๐๑๒ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๐๐๖ ไม่เห็นด้วย🔗
ท่านประธานครับ ๓๑๙ วัฒนา ช่างเหลา ไม่เห็นด้วยครับ🔗
เกิน ๕๐๐ หรือยังครับ🔗
ท่านประธานครับ ประสิทธิ์ ๒๑๑ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๒๖๓ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ จุลพันธ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดเชียงใหม่ ท่านประธาน กระบวนการตอนนี้ผมดูด้วยความเป็นห่วง กรรมการก็มือเป็นระวิงไม่รู้ว่าจดถูก จดผิด บางท่านขึ้นมาขานชื่อ ไม่ได้ขานชื่อด้วยซ้ำ บอกเบอร์แล้วก็ขานว่ามติเป็นเช่นไร มันทำให้เกิดความสับสน ถ้าท่านประธานจะเป็น คนเรียกน่าจะเกิดความเรียบร้อยขึ้นครับ พวกผมก็ดูตามไม่ทันจริง ๆ🔗
ผมถาม กรรมการก่อนครับ ผมก็เกรงว่าจะเกิน ๕๐๐ ด้วยซ้ำไป🔗
ท่านประธานครับ ๒๗๑ ภูดิท อินสวรรณ์ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
กรรมการ มีปัญหาไหม ในการจดเบอร์ของท่านสมาชิกที่บอกเบอร์ประจำตัวสมาชิก แล้วก็บอกมติ ว่าจะลงหรือไม่ลงอย่างไรนะครับ มีปัญหาไหมครับ ถ้ามีจะได้ให้ผู้ที่มาขานชื่อตอนหลัง ลงใหม่อีกครั้งหนึ่งทีละท่าน มีไหมครับ มีท่านไหนที่มีปัญหา กรรมการทั้ง ๖ ท่านมีปัญหาไหม ถ้าไม่มีผมจะได้ปิดการลงคะแนนนะครับ🔗
ท่านประธาน ผมยังไม่ได้ลงนะครับ🔗
ใครครับ🔗
กิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ๐๒๑ ครับ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ๐๑๖ งดออกเสียงครับ🔗
๐๑๖ นะครับ🔗
๐๐๖ กรวีร์ไม่เห็นด้วยครับ🔗
ครับ🔗
๐๒๕ ไม่เห็นด้วยค่ะ🔗
ท่านประธานคะสรุปต้องให้ แจ้งเลขแล้วบอกชื่ออีกรอบไหมคะ🔗
ผมเกรงว่า กรรมการจะจดไปแล้วทีนี้จะสับสนกันใหญ่ ต้องถามกรรมการว่าทั้งหมดได้จดไว้ถูกต้องไหม🔗
ถ้าไม่อย่างนั้นจะได้แจ้งใหม่ อีก ๑ ครั้งค่ะ พร้อมทั้งชื่อด้วย ถ้าอย่างนั้นขออนุญาตแจ้งอีกรอบหนึ่งนะคะ ให้ได้ย้ำ ๑๘๙ แนน บุณย์ธิดา สมชัย ค่ะ🔗
ใจเย็นครับ นั่งก่อนครับ เดี๋ยวก่อนครับ ยังไม่สั่งครับ ยังครับ ผมกำลังจะถามกรรมการหลังจาก การขานชื่อแต่ละท่านและผู้ที่มาลงครั้งหลัง หลังจากครบ ๕๐๐ แล้วนี่กรรมการมีปัญหา อะไรไหม ถ้ามีปัญหาจะได้ขานใหม่อีกครั้งหนึ่ง กลัวว่ากรรมการจดเดี๋ยวจะซ้ำไปซ้ำมา กรรมการก็เลยแยกแยะไม่ถูก มีปัญหาไหมกรรมการครับ🔗
ไม่มีปัญหาครับ🔗
ครบนะครับ ถ้าเช่นนั้นมีท่านสมาชิกท่านใดยังไม่ลงคะแนนมีไหมครับ ท่านสุดท้าย ไม่มีแล้วนะครับ ถ้าไม่มี จะได้ปิดการลงคะแนนนะครับ เชิญกรรมการได้สรุปผลการลงคะแนนนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาต ๐๓๘ ขานอะไรเมื่อสักครู่นี้ เมื่อสักครู่นี้ขาน ๒ ครั้ง ครั้งหนึ่งเห็นด้วย ครั้งหนึ่ง ไม่เห็นด้วย สรุปขานอะไรครับ🔗
๐๓๘ ไม่เห็นด้วยครับ🔗
๐๓๘ สรุปว่าไม่เห็นด้วยนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ณัฐวุฒิ ขอประท้วงแล้วก็หารือท่านประธาน ทำ ๒ อย่างไปพร้อมกันเลยครับ🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก็ขออนุญาตอย่างนี้ครับ เมื่อสักครู่กรณี ของท่านสมาชิกหมายเลข ๐๓๘ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดชลบุรี ปรากฏว่า ท่านประธานปิดการลงมติไปแล้ว ปิดไปแล้วนะครับ แล้วท่านขาน ๒ รอบ แล้วท่านมาขาน ตอนที่ปิดไปแล้วอีกรอบหนึ่ง แบบนี้จะนับคะแนนอย่างไร แล้วก็กลับไปกลับมา กลับไป หลังจากที่ท่านปิดการลงมติไปแล้ว คะแนนนี้ไม่ชอบครับ🔗
ณัฐวุฒิ นั่งก่อนครับ คืออย่างนี้ครับตอนนี้เป็นเรื่องของกรรมการ ส่วนการลงมติครั้งแรกกรรมการ อาจจะได้ยินไม่ชัดเจน เพียงแต่ทวนมติใหม่แค่นั้นเอง ยืนยันแค่นั้นเอง เชิญกรรมการชี้แจงครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร ในฐานะกรรมการ นับคะแนน คือผมดูเอกสารที่เพื่อนสมาชิกเมื่อสักครู่นี้ หมายเลข ๐๓๘ กรรมการ ก็นับคะแนนเป็นการตรวจสอบใหม่เฉย ๆ ครับ คะแนนที่เราได้บันทึกไว้ตั้งแต่แรกคือ ไม่เห็นด้วยอยู่แล้วครับ จึงขออนุญาตนำเรียนท่านประธานครับ🔗
ท่านกรรมการ ถ้าสรุปผลการลงคะแนนเสร็จแล้วส่งมาที่ประธานนะครับ ผมขอพักการประชุม ๒ นาทีนะครับ🔗
พักประชุมเวลา ๑๖.๒๙ นาฬิกา🔗
เริ่มประชุมต่อเวลา ๑๖.๕๑ นาฬิกา🔗
เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ประเดิมชัยครับ ขออนุญาตเรียนสอบถามท่านประธานหน่อยว่ามันเกิดอะไรขึ้น มันนานมาก จนกระทั่งผิดสังเกตครับ🔗
ต้องถาม กรรมการนะครับ ประธานก็ไม่รู้หรอกครับ เพราะตอนนี้อำนาจการนับคะแนน การตรวจนับ คะแนน การลงคะแนนอยู่ที่กรรมการ ประธานได้มอบอำนาจกรรมการ ๖ ท่านแล้ว ก็เป็น เรื่องของกรรมการแล้วครับ🔗
ผมขออนุญาตถาม ท่านประธานผ่านไปถึงกรรมการว่ากรรมการช่วยตอบหน่อยครับ🔗
คงจะใกล้ แล้วละครับ ให้เขาใช้เวลาหน่อยนะครับ🔗
เดี๋ยวชาวบ้านสงสัยเอาว่า ตั้ง ๕ คน🔗
๖ คนครับ ไม่ใช่ ๕ คน ตามข้อบังคับต้อง ๖ คนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วีระกร คำประกอบ ผมลองจับเวลาดูตั้งแต่เริ่มนับคะแนนจนถึงบัดนี้ใช้เวลา ๒ ชั่วโมงครึ่ง ผมคิดว่าเมื่อประกาศผลแล้วก็ได้เวลาอันเหมาะสมที่เราจะปิดประชุมวันนี้นะครับ ท่านประธาน ขอบพระคุณครับ🔗
ใกล้เสร็จ ไหมครับ รู้สึกท่านสมาชิกก็กระวนกระวายใจ แต่ถ้ายังไม่เสร็จก็ทำให้ละเอียดนะครับ อย่าให้มีปัญหานะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ ขออนุญาตหารือท่านประธานก่อนที่จะดำเนินการขั้นต่อไปครับ คือเมื่อสักครู่ตัวกระผมเองแล้วก็ตัวสมาชิกของพรรคก้าวไกลได้ไปนั่งถอดเทปไล่แต่ละอัน ๆ ทุกโหวต ทุกมติที่ออกมาปรากฏว่ามีสมาชิกบางท่านได้มีการลงมติ ๒ ครั้ง โดยลงมติเป็น ๒๒๕ แล้วก็ ๒๕๕ ซึ่งในส่วนเจ้าหน้าที่ก็ได้ฟังแล้วก็ตรวจสอบกันครั้งหนึ่ง แต่ทีนี้ประเด็น อยู่ที่ว่าใน ๒๒๕ กับ ๒๕๕ มีโหวต ๒ ครั้ง ประเด็นว่าตรงนี้เราจะยุติอย่างไร แต่ในทางการ ที่เราตัดเราตัดออกไปหนึ่งแล้วนะครับ เอาเหลือแค่หนึ่งเดียว แต่ว่าในทางปฏิบัติแล้วเราจะ เห็นว่ามันจะเสียทั้ง ๒ บัตรไหม เพราะถือว่าในกรณีของการลงคะแนนซ้ำ ๒ ครั้ง ใน ๒ เลข ๒ รหัส ซึ่งคนละคนกันมันจะเสียทั้ง ๒ บัตรหรือไม่ ตรงนี้อยากจะเรียนท่านประธานเอาเป็น แนวปฏิบัติเลยว่าสำหรับกรณีนี้เราจะเอาอย่างไร แต่ตอนนี้เราตัดตรงนั้นออกไปนะครับ แล้วถ้าเกิดในกรณีต่อไปนั้นเราจะเอาอย่างไรครับท่านประธาน🔗
ท่านประธานคะ ขออนุญาต ใช้สิทธิพาดพิงค่ะ สุเนตตา ๒๕๕ ใช้สิทธินะคะ เมื่อสักครู่เห็นท่านธีรัจชัยบอก ๒๒๕ กับ ๒๕๕ สุเนตตา ๒๕๕ อยู่ค่ะ🔗
แต่ไม่ใช่ครับ แต่ว่ามีอีกท่าน เป็นผู้ชายมาลงมติใช้ ๒๕๕ กับ ๒๒๕ ๒ ครั้งครับ ตอนนี้ก็เลยต้องถามท่านว่าเราจะ หาข้อยุติอย่างไร เพราะสักครู่เราได้คุยกับทางเจ้าหน้าที่แล้วชัดเจน ฟังกันทุกคนแล้วครับ🔗
นั่งลงครับ คือขอชี้แจงอย่างนี้นะครับ ในระหว่างการลงมติ การนับคะแนน การรวมคะแนน ตามข้อบังคับ ข้อ ๘๓ ให้ประธานแต่งตั้งกรรมการขึ้นมาไม่น้อยกว่าหกคน ตรงนี้ ทำหน้าที่ประธานแล้วครับ เพราะฉะนั้นอำนาจในการควบคุมการลงคะแนน ผลของคะแนน ไปอยู่ที่กรรมการแล้วครับ แต่ประธานได้ทำหน้าที่แล้ว ได้ยินไหมครับผมเตือนตั้งหลายครั้ง ว่าสับสนไหม สับสนไหม ถ้าสับสนผมจะให้ลงใหม่ แต่ทีนี้กรรมการก็ยืนยันว่าไม่สับสน ทีนี้ กรณีท่านท้วงติงขึ้นมามันไม่ใช่อำนาจประธานครับ ประธานมีหน้าที่ที่จะประกาศผล แต่ส่วนคำถามท่านอาจจะให้กรรมการลองตอบดูว่าจะตอบได้ไหมเรื่องนี้🔗
ท่านประธานครับ มันมีอยู่ ๒ กรณี เพิ่มเติมอีกหนึ่ง ในอดีตที่ท่านประธานได้เคยดำเนินการก็คือในกรณีที่มีการขานชื่อ เสร็จแล้ว ผู้ที่จะมาขานชื่อหลังจากที่ขานชื่อในระบบนั้นเสร็จแล้วจะต้องมาลงชื่อที่ประธานก่อน แล้วขานชื่อจะทำให้ไม่มีการสับสน แต่ครั้งนี้ในวันนี้เป็นการต่างคนต่างยกมือ แล้วก็ บางท่านนั้นก็ได้ระบุชื่อบ้าง บางท่านระบุแต่หมายเลขสมาชิกขึ้นมาทำให้สับสน ท่านประธานก็ท้วงติงแล้วครับ ทำให้บางทีในกรณีแบบนี้ ๒๕๕ กับ ๒๒๕ เกิดความสับสน แล้วมีการลงมติ ๒ ครั้ง อยากจะถามทางท่านกรรมการด้วยว่าท่านจะมีคำตอบอย่างไรบ้าง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล กรรมการ ท่านประธานคะ ขอให้วางใจค่ะ เพราะเรา ทำงานคู่กันเพราะทุกคนก็นั่งระหว่างรัฐบาลกับฝ่ายค้านกันตลอดเวลานั่งคู่กันนะคะ แล้วก็ คะแนนไหนที่คิดว่าเป็นประโยชน์กับฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลเราก็ยอมให้ค่ะ หมายความว่า ถ้าคิดว่าไม่สงสัยเราก็ให้ประโยชน์กับฝ่ายที่น้อยกว่าด้วยซ้ำที่ทำ แล้วเรากระทบทั้งหมด ๓ คู่ มีคู่ดิฉัน ๓-๔ คู่ เอาตัวเลขที่มันมีดิฟ (Diff) น้อยที่สุดแล้วค่ะ เพราะฉะนั้นกรรมการถือเป็น ที่สิ้นสุดเราก็ต้องให้เกียรติกรรมการในการทำงานด้วยนะคะ ต้องเชื่อมั่นในกรรมการที่แต่งตั้ง มาด้วยค่ะ ขอบคุณมากค่ะ🔗
เข้าใจครับ เป็นอำนาจกรรมการอยู่แล้วละครับ ในการที่จะชี้ว่าคะแนนที่ลงฝ่ายไหน เหมือนกับที่เรา ไปลงคะแนนเลือกตั้งเขามีกรรมการว่าบัตรเสียหรือบัตรดี🔗
ด้วยความเคารพจริง ๆ นะครับ ก็คือเชื่อในส่วนกรรมการอยู่แล้วก็อำนาจสูงสุดอยู่ตรงนั้นกติกาเป็นอย่างนั้น แต่เราถามว่า ในกรณีเกิดการที่เราฟังแล้วมันมีข้อแตกต่างแบบนี้จริง ๆ เราจะทำอย่างไรในขณะนี้ ตัดสิน อย่างไร ท่านก็ยืนยันท่านยุติ แต่ว่าหลังจากนี้ถ้าเกิดว่ามีการประชุมใหม่ มีการนับคะแนน ด้วยการขานชื่อใหม่ท่านประธานจะทำแบบเดิมได้ไหมครับ กรณีหลังจากที่ขานชื่อในชื่อ ทั้ง ๕๐๐ ชื่อเสร็จแล้วก็ให้ผู้ที่จะมาลงชื่อใหม่ให้ลงชื่อก่อนแล้วขานชื่อจะได้ไม่ต้องสับสน แบบวันนี้ครับ🔗
ครับ ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งนะครับ แต่ที่ผ่านมาเราก็ใช้อย่างเช่นกรณีแสดงตนเราก็บอกเลขประจำตัว ของสมาชิกครับ ซึ่งผมก็ถามสักครู่นะครับ ถามย้ำ ๒ ครั้ง ๓ ครั้งว่าท่านออกเสียงกันบางที ซ้อนกันไปซ้อนกันมาก็ถามว่าท่านสมาชิกหรือท่านกรรมการทันไหม สับสนไหม ในเมื่อ กรรมการยืนยันว่าไม่สับสนก็ต้องเป็นไปตามนั้นละครับ เพราะอำนาจอยู่ที่กรรมการ แต่ถึงอย่างไรก็ตามถ้าท่านมีหลักฐานหลังจากประกาศผลไปแล้วนะครับ ท่านมีหลักฐานว่า มีการทุจริต มีการออกชื่อซ้ำ ลง ๒ ครั้ง โดยแอบอ้างหรืออะไรก็แล้วแต่ถือว่าเป็นการทุจริต แต่ในขั้นต้นเราเชื่อเกียรติศักดิ์เกียรติภูมิของการทำหน้าที่สมาชิกไว้ก่อน แต่ถ้าท่านมี หลักฐานมันก็ไม่ต่างกับกดบัตรแทนกันที่เคยถูกดำเนินคดี เพราะฉะนั้นท่านก็มีสิทธิที่จะ ไปฟ้องต่อในกรณีท่านมีหลักฐานว่าเขาทุจริตในการลงคะแนน ตรงนี้เป็นเรื่องที่พวกเรา เคยประสบมา แล้วคนที่ทุจริตก็เคยถูกดำเนินคดีถูกถอดถอนไปนะครับ เราก็มีตัวอย่าง อยู่แล้ว แต่ในเบื้องต้นเราต้องเชื่อเกียรติภูมิของเพื่อนสมาชิกของเราก่อนนะครับ🔗
ก็ตามที่ท่านวินิจฉัยครับ แต่ว่า เราตั้งประเด็นไว้เผื่อครั้งต่อไปแค่นั้นเองครับท่านประธาน🔗
ครับ เข้าใจครับ ในครั้งต่อไปก็จะป้องกันการสับสนจะให้มาเข้าชื่อก่อนก็ได้ครับ เชิญท่านณัฐวุฒิ มีอะไรครับ🔗
ขอบพระคุณท่านประธานครับ ณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกลครับ ความจริงประเด็นที่ผมจะพูด ท่านประธานได้กรุณาย้ำตอนท้ายแล้ว แต่ว่าผมขออนุญาตเพิ่มเติมและทำความเข้าใจครับ กรณีที่ท่านธีรัจชัยพูดถึงท่านสมาชิกหมายเลข ๒๒๕ และ ๒๕๕ นั้นไม่ได้หมายถึงท่านสุเนตตา แซ่โก๊ะ ครับ แต่บังเอิญว่ามีท่านสมาชิกท่านอื่นที่ท่านขานชื่อกับหมายเลข แล้ว ๒ รอบ ไม่ตรงกัน ซึ่งได้ตรวจสอบแล้วถูกต้องนะครับ ไม่มีปัญหาครับ อย่างไรก็ตามประเด็นที่ ท่านธีรัจชัยท่านพูดต่อมาแล้วบังเอิญวันนี้ท่านรองประธานทั้ง ๒ ท่านนั่งอยู่ในที่ประชุม ทั้ง ๒ ท่านเคยใช้แนวปฏิบัติก่อนหน้านี้ครับ ก็คือแนวปฏิบัติที่ขอให้ท่านใดที่ไม่ได้อยู่ ในระหว่างขานชื่อมาลงชื่อก่อน พอมาลงชื่อปุ๊บอาจจะเป็นกรรมการ อาจจะเป็น ท่านประธานได้กรุณาไล่ถามทีละท่านมันก็จะลดความสับสนครับ แล้วก็จะทำให้การ ตรวจเช็ก (Check) ของกรรมการเอง ของเจ้าหน้าที่ตรงกันและไม่ใช้เวลามากเท่ากับวันนี้ ก็ต้องขอบพระคุณว่าท่านประธานวินิจฉัยตอนท้ายชอบแล้ว และเห็นว่าน่าจะเป็นแนวปฏิบัติ ที่ดีในสภาชุดนี้และในสภาชุดถัด ๆ ไปครับท่านประธาน🔗
ครับ ยินดี ในครั้งต่อไปทำตามคำแนะนำของท่านณัฐวุฒิกับท่านธีรัจชัย จะให้ท่านสมาชิกมาแจ้งก่อนว่า ในระหว่างที่ขานชื่อมาไม่ทัน ยังไม่ได้ลงหรือข้ามชื่อไป หน้าบัลลังก์ครั้งต่อไปดูด้วยนะครับ อย่างไรก็ขอรายชื่อของสมาชิกที่ต้องการที่จะมาลงมติภายหลังจากครบ ๕๐๐ ท่านแล้ว จะมาใช้สิทธิในการลงเมื่อยังไม่ปิดการลงคะแนนก็มีสิทธิที่จะลงได้ แต่ก็แจ้งชื่อมานะครับ จะได้ไม่สับสน ก็เป็นการที่ดีครับ ผมขอประกาศผลการนับคะแนนของคณะกรรมการ ทั้ง ๖ ท่านที่ได้สรุปผลการนับคะแนนมาแล้วนะครับ มีท่านสมาชิกทั้งสิ้น ๔๐๕ ท่าน ที่ลงคะแนน เห็นด้วย ๑๙๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๑๙๖ ท่าน งดออกเสียง ๑๕ ท่าน ดังนั้นมติ ของที่ประชุมไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ฉบับนี้นะครับ เป็นอันว่าตกไปข้อสังเกตก็ตกไปด้วยนะครับ🔗
ขอบคุณ ท่านกรรมการทั้ง ๖ ท่านที่สละมาช่วยกันตรวจนับคะแนนนะครับ🔗
ต่อไปเป็นระเบียบวาระที่ ๔.๓ ร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเพื่อถอดถอน สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. .... ได้พิจารณาเสร็จแล้ว🔗
คณะกรรมาธิการพร้อมไหมครับ เชิญเข้าประจำที่ครับ🔗
ขอเชิญ คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่นะครับ🔗
ท่านสมาชิก ต่อไปจะเป็นการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ การเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. .... พิจารณาเสร็จแล้ว การพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นการพิจารณาในวาระที่สองซึ่งจะพิจารณาเริ่มต้นตั้งแต่ชื่อร่าง คำปรารภ แล้วก็เรียงตามลำดับมาตราจนจบร่าง โดยผมจะให้กรรมาธิการที่สงวน ความเห็นไว้หรือสมาชิกที่สงวนคำแปรญัตติไว้ได้อภิปรายก่อน ส่วนท่านสมาชิกที่ไม่ได้สงวน คำแปรญัตติไว้จะอภิปรายได้เฉพาะถ้อยคำหรือข้อความที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมเท่านั้น เมื่อคณะกรรมาธิการได้ตอบชี้แจงจนจบแล้วจะเป็นการลงมติในมาตรานั้น ๆ ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๓๑ นะครับ🔗
ในการนี้ผมได้อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุม ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๔ วรรคสอง ขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงต่อที่ประชุม คือนายนรศักดิ์ สุขสมบูรณ์ ต่อไปเชิญท่านประธานกรรมาธิการแถลงครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ ส.ส. จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ ได้รับมอบหมายจากท่านประธาน กรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเสนอข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. .... คือท่านนิพนธ์ บุญญามณี ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรดังนี้ครับ🔗
ตามที่ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๑๘ (สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่สอง) วันพุธที่ ๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ และครั้งที่ ๒๑ (สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่สอง) วันพุธที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ ที่ประชุมได้พิจารณาและลงมติรับหลักการ แห่งร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. .... ที่คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอและร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิก สภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. .... ของนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ กับคณะเป็นผู้เสนอ และเห็นชอบส่งให้คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเสนอ ข้อบัญญัติท้องถิ่น พ.ศ. .... เป็นผู้พิจารณากำหนดการแปรญัตติภายใน ๗ วัน โดยให้ถือว่า เอาร่างพระราชบัญญัติของคณะรัฐมนตรีเป็นร่างหลักในการพิจารณา ต่อมาในคราวประชุม สภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๔ ครั้งที่ ๒๐ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันพุธที่ ๒๔ สิงหาคม ๒๕๖๕ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ขอถอนร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อ เพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. .... เพื่อนำไปพิจารณา ปรับปรุงใหม่ ซึ่งที่ประชุมเห็นชอบให้ถอนร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวได้ตามที่ร้องขอนั้น🔗
บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้ดำเนินการพิจารณาเสร็จเรียบร้อยแล้ว จึงขอเสนอ รายงานผลการพิจารณาของคณะกรรมาธิการเพื่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรพิจารณาสรุป สาระสำคัญได้ดังนี้🔗
๑. ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีหลักการและเหตุผล โดยกำหนดให้มีกฎหมาย ว่าด้วยการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น เพื่อให้สอดคล้อง ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา ๒๕๔ ที่กำหนดให้ประชาชน ผู้มีสิทธิเลือกตั้งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสิทธิเข้าชื่อกันเพื่อถอดถอนสมาชิก สภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กฎหมายบัญญัติ ซึ่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหาร ท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ยังไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย สมควรยกเลิก กฎหมายว่าด้วยการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น และให้มีกฎหมายว่าด้วยการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ขึ้นแทน เพื่อให้สอดคล้องกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย🔗
๒. ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้กำหนดวิธีการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิก สภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น โดยกำหนดให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งมีสิทธิเข้าชื่อกันเพื่อถอดถอน สมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่นให้ครบตามจำนวนที่กฎหมายกำหนดและให้มีผล เป็นการถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น🔗
ทั้งนี้ คณะกรรมาธิการได้พิจารณาและปรับปรุงบทบัญญัติที่เกี่ยวกับวิธีการ เข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อเป็นการส่งเสริมสิทธิการมีส่วนร่วมของประชาชนในการปกครองท้องถิ่นให้มี ประสิทธิภาพ รวมทั้งการเพิ่มเติมหลักการสำคัญในการกำหนดกรอบระยะเวลาให้กับ ประชาชนในการใช้สิทธิเข้าชื่อกันเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น เพื่อป้องกันประเด็นปัญหาการใช้กลไกทางกฎหมายเป็นเครื่องมือ โดยมีเป้าประสงค์ ทางการเมืองอันเป็นการบิดเบือนเจตนารมณ์ของกฎหมาย🔗
๓. การปรับลดจำนวนผู้มีสิทธิเข้าชื่อถอดถอนเพื่อให้เหมาะสมกับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งขนาดเล็ก ขนาดใหญ่ โดยคณะกรรมาธิการได้กำหนดเกณฑ์ จำนวนผู้มีสิทธิเข้าชื่อที่มีผลเป็นการถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น โดยให้ถือตามจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในเขตเลือกตั้ง เพื่อให้จำนวนผู้มีสิทธิเข้าชื่อระหว่าง ผู้บริหารท้องถิ่นกับสมาชิกสภาท้องถิ่นมีความเหมาะสมและเป็นธรรมยิ่งขึ้น เพื่อมิให้ ฝ่ายสมาชิกสภาท้องถิ่นถูกเข้าชื่อเพื่อถอดถอนได้ง่ายเกินไป อันเป็นการปรับปรุงบทบัญญัติ ของร่างพระราชบัญญัติที่คณะรัฐมนตรีเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎร ให้มีความสมบูรณ์และ มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น🔗
อนึ่ง คณะกรรมาธิการขอแก้ไขรายงานของคณะกรรมาธิการในส่วนของ ร่างพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. .... ในหน้าที่ ๔ โดยมีรายละเอียดปรากฏตามเอกสารใบแทรกตามที่เสนอต่อที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎร โดยขออนุญาตแจกต่อที่ประชุมด้วยครับ จึงกราบเรียนมาเพื่อที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณารายงานของคณะกรรมาธิการร่างพระราชบัญญัติตามที่ได้มีการ แก้ไขเพิ่มเติมและข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการต่อไป🔗
ในการนี้กระผมขออนุญาตเสนอรายชื่อผู้เข้าร่วมชี้แจงร่างพระราชบัญญัติ ดังกล่าวเพิ่มเติม ได้แก่ นายศรศักดิ์ ตันติวรวิทย์ ตำแหน่งนักกฎหมายกฤษฎีกาชำนาญการ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อเข้าร่วมชี้แจงต่อสภาผู้แทนราษฎร จึงกราบเรียนมา เพื่อโปรดพิจารณาครับ🔗
เชิญผู้ร่วม ชี้แจงเข้าประจำที่นะครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ ต่อไปขอเชิญท่านเลขาธิการดำเนินการต่อไปครับ เชิญครับ🔗
ชื่อร่างพระราชบัญญัติ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติ ขอสงวนคำแปรญัตติ🔗
ท่านสมาชิก ที่ขอสงวนคำแปรญัตติยังคงติดใจที่จะอภิปรายไหมครับ เชิญท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นผู้เสนอ คำแปรญัตติและได้ขอสงวนคำแปรญัตติไว้ตั้งแต่ชื่อร่าง ซึ่งในชื่อร่างของกฎหมายฉบับนี้นั้น เรียกว่าพระราชบัญญัติการเข้าชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. .... ผมได้แปรญัตติเปลี่ยนใหม่เป็นพระราชบัญญัติเข้าชื่อเพื่อลงคะแนนเสียงถอดถอน สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. .... ประเด็นนี้แตกต่างกันก็คือเรื่องของ การเข้าชื่อเพื่อลงคะแนนเสียงถอดถอน ประเด็นนี้เป็นประเด็นสำคัญครับ ในการบัญญัติ กฎหมายฉบับนี้นั้นมีการบัญญัติว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้เพียงแต่มีการเข้าชื่อกัน ครบตามจำนวนเงื่อนไขที่กำหนดในกฎหมายก็สามารถที่จะถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นได้ แต่ผมไม่เห็นด้วย ตั้งแต่เดิมมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ เมื่อมีหลักการเช่นนี้ เกิดขึ้นนั้นเรื่องของท้องถิ่นนั้นได้มีการออกกฎหมายที่เรียกว่าพระราชบัญญัติเข้าชื่อ เพื่อลงคะแนนเสียงถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นมาโดยตลอดครับ นั่นหมายความว่าต้องกระทำเป็น ๒ ขั้นตอน ในขั้นตอนแรกคือการเข้าชื่อกัน แล้วในขั้นตอนที่ ๒ ก็คือต้องลงคะแนนเสียงถอดถอน แต่กฎหมายฉบับนี้บัญญัติเพียงแค่ ขั้นตอนเดียวก็คือการเข้าชื่อแล้วก็สามารถที่จะถอดถอนสมาชิกของสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหาร ท้องถิ่น ซึ่งมาจากการเลือกตั้งได้โดยทันที จริง ๆ แล้วในชั้นของกรรมาธิการนั้นเคยเสนอ เข้าสู่สภาแล้วครั้งหนึ่งครับ แต่ถูกท้วงติงเพราะว่าเดิมนั้นกรรมาธิการยกร่างมาก็เหมือนกับ ร่างที่มาจากคณะรัฐมนตรีนะครับ ก็คือหมายความว่าพอเข้าชื่อกันเสร็จเดิมนั้นให้ผู้กำกับ ดูแลสามารถใช้ดุลยพินิจได้ด้วย แล้วก็ถูกต่อต้านหรือถูกแสดงความไม่เห็นด้วยจากองค์กร ปกครองท้องถิ่นจำนวนมากว่าเป็นการทำลายเจตนารมณ์ของพี่น้องประชาชน ก็มีเสียง เรียกร้องประสงค์ที่จะให้มีการเข้าชื่อกันแล้วก็ให้คนไปลงคะแนนเสียงถอดถอนอย่างที่ เคยเป็นมาแต่เดิม แต่เมื่อกรรมาธิการรับกลับไปปรับปรุงร่างมาใหม่ ก็ยังไม่ได้บัญญัติ หลักการในเรื่องของการลงคะแนนเสียงถอดถอน ยังคงเป็นการเข้าชื่ออย่างเดียว แต่ไปตัด ขั้นตอนเรื่องของผู้กำกับดูแลที่ใช้ดุลยพินิจออกไปให้เหลือแค่เข้าชื่อเท่านั้น ประเด็นนี้จะเป็น ประเด็นที่ผมเสนอเป็นหลักการไว้ในชื่อร่างของกฎหมายฉบับนี้ว่าจะต้องเป็นการเข้าชื่อ แล้วก็ไปลงคะแนนเสียงถอดถอนกัน เหตุผลผมมีนิดเดียวเท่านั้นเองว่าโดยหลักการของ ระบอบประชาธิปไตยการลงคะแนนเสียงเพื่อที่จะให้ผู้หนึ่งผู้ใดได้ดำรงตำแหน่งสมาชิกสภา ท้องถิ่นหรือดำรงตำแหน่งเป็นผู้บริหารท้องถิ่นจะต้องเป็นการลงคะแนนเสียงโดยตรงและลับ ตรงและลับ เพราะฉะนั้นนั่นคือการได้มาครับ แต่ถ้าหากว่ามีการนำเสนอในเรื่องของการลงคะแนนเข้ามาก็อาจจะมีปัญหาในเรื่องที่ว่า อาจจะไม่สอดคล้องกับตัวรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๕๔ ซึ่งเป็นการกำหนดกรอบหรือว่าเงื่อนไข ในการออกกฎหมายฉบับนี้ได้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสาทิตย์ยังคงติดใจใช่ไหมครับ เชิญครับ🔗
ผมขออนุญาตท่านประธานครับ ผมสั้น ๆ เท่านั้นเองว่าผมก็ได้อ่านมาตรา ๒๕๔ ของรัฐธรรมนูญเช่นเดียวกัน แล้วก็ ได้ย้อนกลับไปดูรัฐธรรมนูญฉบับก่อนหน้านี้ แต่ประเด็นของผมก็คือว่าจริง ๆ แล้วการไป ตีความอย่างแคบอย่างที่เกิดขึ้นในขณะนี้เป็นการตีความอย่างแคบที่กลับไปเขียนกฎหมาย ในลักษณะที่ไปมีปัญหาในอนาคตได้ ในความเห็นของผมว่าคือรัฐธรรมนูญจะต้องเขียน โดยคำนึงถึงหลักการพื้นฐานสิทธิโดยพื้นฐานของประชาชนในการเป็นผู้ที่จะแต่งตั้ง หรือลงคะแนนเสียงเพื่อที่จะเลือกตั้งเพื่อไปดำรงตำแหน่งด้วย เพียงแต่กฎหมายรัฐธรรมนูญ ไปบัญญัติว่าประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีสิทธิเข้าชื่อกัน เพื่อเสนอข้อบัญญัติหรือเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น ก็ไปตีความอย่างแคบว่าเพียงแต่ เสนอชื่อก็สามารถถอนได้แล้ว ผมยังมองว่าเป็นการตีความอย่างแคบและน่าจะขัดกับ หลักการของระบอบประชาธิปไตยด้วย ความจริงในบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญฉบับนี้ มาตรา ๒๕๔ นี้ได้เขียนต่อไปอีกว่าได้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขที่กฎหมายบัญญัติ ซึ่งมิได้ห้ามเลยว่าห้ามลงคะแนนเสียง เพราะฉะนั้นถ้าการเขียนโดยคำนึงถึงหลักการพื้นฐาน ของระบอบประชาธิปไตย ผมยังเห็นว่าควรจะต้องมีการลงคะแนนเสียงเอาไว้ด้วย ซึ่งถ้าคณะกรรมาธิการจะตีความเช่นนี้ก็แล้วแต่ที่สภาจะต้องตัดสินใจว่าจะเป็นไป ในทิศทางใดครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ สรุปว่าท่านสาทิตย์ยังคงติดใจใช่ไหมครับ ถ้าติดใจก็คงจะต้องได้ขอมตินะครับ ท่านสมาชิกครับ เมื่อท่านผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติยังคงติดใจก็คงจะต้องถามมติ จากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับร่างของคณะกรรมาธิการที่ไม่มีการแก้ไขหรือเห็นด้วยกับ การแก้ไขของผู้แปรญัตติที่ขอสงวนคำแปรญัตตินะครับ ก่อนที่จะลงมติผมต้องขอตรวจสอบ องค์ประชุมนะครับ🔗
ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุมนะครับ เพื่อที่จะได้ลงมติในชื่อร่างพระราชบัญญัติ ว่าจะเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่ไม่มีการแก้ไขหรือเห็นด้วยกับท่านสมาชิกที่สงวน คำแปรญัตติที่ยังติดใจอยู่ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุมครับ🔗
ท่านประธานขอความกรุณา รอสักนิดครับ เมื่อสักครู่ลงไป ๔๐๐ กว่าเสียงครับ ตอนสุราก้าวหน้าคาดว่าพักผ่อนกัน เล็กน้อยก็คงเข้ามาโหวตถึง ๔๐๐ คนครับท่านประธาน🔗
ก็เห็นด้วย กับที่ท่านเสนอความคิดเห็นครับ เพราะเมื่อครู่นี้ค่อนข้างจะเครียดกันพอสมควรนะครับ มาเปิดสมัยประชุมวันแรกก็มีงานหนัก ๆ ให้ต้องได้ใช้สมองกันเยอะทีเดียวเป็นเรื่องธรรมดา เชิญท่านสมาชิกนะครับ ยังรอท่านอยู่ครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม นิคม ๑๗๙ แสดงตนครับ🔗
เดี๋ยวนะครับ ท่านสมาชิก ผมเพิ่งกดออดเรียกท่านสมาชิกนะครับ เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอก เข้าห้องประชุมนะครับ ท่านใดที่เข้าห้องประชุมแล้วขอเชิญท่าน ก่อนที่เราจะลงมติ ก็จะมีการตรวจสอบองค์ประชุม ผมขอเชิญท่านสมาชิกที่เข้าห้องประชุมแล้วใช้สิทธิแสดงตนโปรดเสียบบัตรแล้วกดปุ่ม แสดงตน นะครับ ส่วนท่านที่กำลังเดินทางเข้ามาก็ยังรอท่านอยู่นะครับ🔗
ท่านสมาชิก ท่านใดมีปัญหาเรื่องบัตรลงคะแนนท่านจะใช้สิทธิผ่านไมโครโฟนก็ได้นะครับ แต่ท่านต้อง เลือกอย่างใดอย่างหนึ่งเดี๋ยวจะมีปัญหาทีหลัง ถ้าบัตรท่านมีปัญหาท่านก็ใช้สิทธิทาง ไมโครโฟน แต่พอเจอบัตรแล้วท่านอย่าไปเสียบบัตรอีกครั้งนะครับ มันจะเป็นการลงคะแนน ซ้ำซ้อนกัน เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกชื่อ หมายเลขอะไรนะครับ ผมเมื่อสักครู่ยังไม่ได้บันทึก เสียบบัตรได้หรือยัง🔗
ท่านประธานครับ ผม นิคม ๑๗๙ ผมขอเสียบบัตรครับ🔗
เชิญนะครับ ยังรอท่านสมาชิกอยู่นะครับ เชิญท่านสมาชิกที่กำลังเดินทางเข้าห้องประชุมนะครับ ยังรอท่านอยู่นะครับ ท่านณัฐวุฒิ เพื่อนสมาชิกอยู่ข้างนอกเข้ามาหมดหรือยังครับ🔗
๑๙๒ เสียงที่โหวตครับ สุราก้าวหน้าเข้ามาหมดแล้วครับ🔗
ขอบคุณครับ ตอนนี้ขึ้นพิจารณาฉบับใหม่แล้วนะครับ ต้องลืมเรื่องเก่านะครับ สิ่งที่ผ่านไปแล้วก็ให้ มันผ่านไปเราเริ่มต้นกันใหม่ ยังมีเวลาต้องทำงานอยู่อีกหลายเดือนนะครับ รอแป๊บหนึ่ง นะครับเพื่อนเรากำลังทยอยเข้ามาครับ ท่านประธานชวน หลีกภัย เคยสอนผมด้วยการ ปฏิบัติว่าอดทนรอเพื่อนสมาชิกถึง ๕๐ กว่านาทีนะครับ แต่วันนี้ผมคงไม่ถึง ๕๐ นาทีนะครับ เชิญท่านสมาชิกที่เดินเข้ามาในห้องประชุมเข้ามาใหม่กรุณาได้เสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน ท่านผู้ใดที่นั่งอยู่แต่ว่าลืมกดปุ่มแสดงตน ก็กรุณาได้ตรวจสอบว่าได้กดแล้วหรือยังนะครับ🔗
เชิญท่านสมาชิกที่เดินทางเข้ามาใหม่กรุณาได้เสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตน กำลังทยอยเข้ามาอยู่นะครับ ท่านสมาชิกครับ ถ้าท่านสมาชิกได้แสดงตนกันทุกท่านแล้ว ผมขอปิดการแสดงตน เจ้าหน้าที่รายงานผลครับ จำนวนผู้เข้าประชุมในขณะนี้ ๒๔๖ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนน ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับผู้แปรญัตติที่ขอสงวนคำแปรญัตติโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียง ลงคะแนนครับ🔗
มีสมาชิก ท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนก็เชิญนะครับ ถ้าใช้สิทธิกันทุกท่านแล้วผมขอปิด การลงคะแนนเจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวนผู้ลงมติทั้งหมด ๒๔๙ ท่าน เห็นด้วย ๒๓๙ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๗ ท่าน งดออกเสียง ๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ ท่าน🔗
เป็นอันว่า ที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับผู้แปรญัตติที่สงวนคำแปรญัตตินะครับ ต่อไปเชิญท่านเลขาธิการ ดำเนินการอ่านคำปรารภครับ🔗
คำปรารภ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๑ ไม่มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ🔗
ขอเชิญ ผู้แปรญัตติที่ขอสงวนคำแปรญัตติยังคงติดใจที่จะอภิปรายไหม มาตรา ๑ นะครับ เมื่อผู้สงวน คำแปรญัตติไม่ติดใจ ท่านสาทิตย์ติดใจใช่ไหมครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงแล้ว ในมาตรา ๑ กับชื่อร่างก็จะเป็นไปในลักษณะเดียวกันนะครับ ก็คือเป็นเรื่องของชื่อ ของพระราชบัญญัติฉบับนี้ว่าเรียกว่าอย่างไร ซึ่งผมเองก็ยังยืนยันว่าพระราชบัญญัติฉบับนี้ ควรจะเป็นการเข้าชื่อเพื่อลงคะแนนเสียงถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น เพราะว่าถ้าเราอ่านในร่างของกฎหมายซึ่งกรรมาธิการทำมาจากต้นร่างของ กระทรวงมหาดไทย จะเป็นลักษณะของการแค่ลงชื่อก็สามารถที่จะถอดถอนสมาชิก สภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นได้ ซึ่งผมก็ยังคงเห็นว่าเป็นหลักการที่ผิดและควรจะ มีการลงคะแนนเสียงถอดถอน ดังนั้นในมาตรานี้ผมก็ได้ขอสงวนคำแปรญัตติไว้ครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ กรรมาธิการมีอะไรตอบชี้แจงไหมครับ ถ้าไม่มี ท่านสมาชิกครับ แม้ว่ามาตรานี้ คณะกรรมาธิการไม่มีการแก้ไข แต่เนื่องจากผู้แปรญัตติที่ขอสงวนคำแปรญัตติยังคงติดใจ คำชี้แจงของคณะกรรมาธิการนะครับ ดังนั้นผมจะขอถามมติจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วย กับร่างของคณะกรรมาธิการที่ไม่มีการแก้ไขหรือเห็นด้วยกับการแก้ไขของผู้แปรญัตติ ที่ขอสงวนคำแปรญัตติ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ🔗
ขอเชิญ ท่านสมาชิกได้ใช้สิทธิแสดงตนนะครับ โปรดเสียบบัตรและกดปุ่ม แสดงตนครับ🔗
เชิญท่าน สมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุมครับ ท่านสมาชิกที่อยู่ในห้องประชุมแล้วโปรดได้ใช้สิทธิ แสดงตนนะครับ มีท่านสมาชิกท่านใดที่ยังไม่ได้ใช้สิทธิแสดงตน เชิญนะครับ ถ้าใช้สิทธิ แสดงตนทุกท่านแล้วผมขอปิดการแสดงตนนะครับ เจ้าหน้าที่รายงานผลครับ จำนวน ผู้เข้าประชุมทั้งหมด ๒๔๒ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมนะครับ🔗
ต่อไปขอเชิญ ท่านสมาชิกใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนนะครับ ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นด้วยกับผู้แปรญัตติที่ขอสงวนคำแปรญัตติโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ท่านผู้ใดเห็นว่าควรงดออกเสียงโปรดกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญท่านสมาชิก ใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนครับ🔗
ท่านสมาชิก ใช้สิทธิกันทุกท่านแล้วนะครับ ผมขอปิดการลงคะแนนครับ เจ้าหน้าที่แสดงผลครับ จำนวน ผู้ลงมติ ๒๔๒ ท่าน เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ ๒๓๔ ท่าน ไม่เห็นด้วย ๗ ท่าน งดออกเสียง ไม่มี ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ ท่าน เป็นอันว่าที่ประชุมมีมติเห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการ🔗
ท่านสมาชิกครับ ที่ประชุมครับ ผมขออนุญาตเมื่อสักครู่ผมสรุปมติในการโหวตคำปรารภ ผมสรุปคำปรารภผิดพลาดไป ชื่อร่างนะครับ ผมขอแก้ไขมติที่ประชุมเห็นด้วยกับ คณะกรรมาธิการนะครับ เมื่อสักครู่ผมได้สรุปว่าเห็นด้วยกับผู้แปรญัตติที่สงวนคำแปรญัตติ ขอโทษทีนะครับ ต่อไปเชิญท่านเลขาธิการดำเนินการอ่านมาตราต่อไปครับ🔗
มาตรา ๒ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๓ ไม่มีการแก้ไข มาตรา ๔ มีการแก้ไข มีผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ🔗
ขอเชิญ ผู้แปรญัตติที่สงวนคำแปรญัตตินะครับ เชิญ พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะสมาชิก ขออนุญาตแปรญัตติที่ยื่นไว้โดยมาตรา ๔ นั้นเป็นมาตรา เกี่ยวกับบทนิยามศัพท์ ซึ่งผมได้แปรญัตติไว้ในช่วงสุดท้ายของเนื้อความ ซึ่งเกี่ยวกับ คำนิยามศัพท์ว่าผู้กำกับดูแล ผมมีการตัดคำว่า ควบคุมดูแล และคำว่า ราชการ ออกไป ในวรรคแรก ส่วนใน (๑) (๒) (๓) นั้นผมก็แก้ไข โดยเนื้อหาเป็นอย่างนี้ครับ ส่วนคำนิยาม คำว่า ผู้แทนของผู้เข้าชื่ออีกคำนิยามหนึ่งด้วย มีประเด็นอย่างนี้ครับ สิ่งที่การกำกับดูแล ถ้าเขียนนิยามศัพท์ว่าควบคุม ควบคุมไปยังท้องถิ่นผมว่าการแบ่งส่วนราชการนั้นมันก้าวล่วง มากเกินไป เพราะว่าผู้ที่ได้รับสิทธิการเข้าสู่สภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นนั้นถือว่าเป็น ตัวแทนภาคประชาชนที่ได้รับการเลือกสรรมาตามวาระและวงรอบในกฎหมาย ซึ่งประชาชน ตามรัฐธรรมนูญระบอบประชาธิปไตยของเราเองที่ใช้อยู่ การที่ให้รัฐส่วนกลาง โดยเจ้าหน้าที่ของรัฐเองคือรัฐบาลเองเข้าไปควบคุมผิดวัตถุประสงค์ผมถึงขอตัดมันออก นั่นคือสาระสำคัญ แล้วก็ผมก็เห็นในนิยามของกรรมาธิการก็มิได้ปรากฏคำนี้อยู่ด้วย เดี๋ยวผมอภิปรายต่อไป ก็เป็นประเด็นหนึ่งที่มีการแก้ไข ส่วนใน (๑) (๒) (๓) นั้นที่ผมยังคง และมีการแก้ผู้กำกับดูแลนั้นผมไม่ยึดโยงต่อการใช้รัฐส่วนกลาง ซึ่งในนิยามศัพท์ของ กรรมาธิการยังคงดำรงอยู่ในการใช้รัฐมนตรี แล้วใช้ผู้มีอำนาจจากรัฐส่วนกลางนั้นเข้าไปดูแล ซึ่งผมก็ยังไม่เห็นด้วย เหตุผลของการที่ไม่เห็นด้วยนั้นเพราะการที่ใช้ผู้ว่าราชการจังหวัด คือราชการส่วนภูมิภาคที่รัฐจัด แล้วราชการท้องถิ่นจะอิสระอย่างไร ทั้ง ๆ ที่เป็นระบบ การบริหารราชการที่รัฐบาลได้แบ่งสรรปันส่วนการบริหารที่ชัดเจน ส่วนภูมิภาคคงจะรับ เนื้อหาจากรัฐส่วนกลางมาก็เพียงพอแล้วครับ การกำกับดูแลในเนื้อหาที่เพียงแต่ซับพอร์ต (Support) สนับสนุนการดำเนินการ ควรจะเป็นไปตามครรลองประชาธิปไตยไม่ควรจะก้าวล่วง ผมจึงไม่เห็นด้วยกับการที่ใช้ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพื่อกำกับดูแลส่วนราชการบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์กรบริหาร ส่วนตำบล เมืองพัทยาหรือและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น ๆ ที่มีกฎหมายจัดตั้ง ตลอดจนการใช้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยสำหรับกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีการแก้ไข เวิร์ดดิง (Wording) นี้ใหม่ ผมไม่เห็นด้วย ผมยังยืนยันว่าต้องใช้ตัวประธานสภา เจ้าหน้าที่ จากท้องถิ่นเองที่ได้มาจากการเลือกสรรของเขาเอง เพื่อเป็นผู้ที่จะกำกับดูแลถึงจะครบถ้วน เป็นผู้แทนของอำนาจ ผมจึงใช้ประธานสภาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วก็ประธาน สภาตำบลหรืออำเภอต่าง ๆ แม้กระทั่งประธานสภาของกรุงเทพมหานครเป็นผู้ดูแลในนิยาม ศัพท์ของผม แต่ที่กรรมาธิการเห็นด้วยกับผม ผมก็ขอขอบคุณครับ โดยเฉพาะในคำนิยามว่า ผู้แทนของผู้เข้าชื่อ แต่ไม่ได้เขียนกับผมนะครับ ไม่ได้เอาตามผมหรอกครับ เพราะคงจะ ละอายที่ลืม ผมคิดว่าสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาลืมผมถึงเปิดนิยามศัพท์ใหม่ แต่ก็ขอบคุณที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกายอมถอยหลังและใช้นิยามศัพท์ที่เขียน ลงมาว่าผู้แทนผู้เข้าชื่อหมายถึงผู้มีสิทธิเข้าชื่อซึ่งได้เข้าชื่อและได้รับมอบหมายจากผู้เข้าชื่อ ให้มีอำนาจดำเนินกิจการที่เกี่ยวข้องกับการถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น ก็เหมือนกับที่ผมเขียนไม่ต่างกันเลยแต่เรียงคำใหม่ เหตุผลตรงนี้ที่ผมเสนอไว้ เพราะในกฎหมายฉบับนี้มันมีอยู่ ๓ มาตรา แล้วทำไมใยจึงไม่มีคำนิยามศัพท์ ท่านไปดูสิครับ ในมาตรา ๙ (๒) (๓) ก็มีครับ ในมาตรา ๑๐ ก็มี มาตรา ๑๐ วรรคสามก็บอกครับ มาตรา ๑๒ ก็มีอีก คำว่าผู้แทนของผู้เข้าชื่อ ถ้าไม่เขียนไว้กฎหมายฉบับนี้จะอธิบายต่อประชาชนอย่างไร ทั้งที่เป็นกฎหมายดำเนินการตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๒๕๔ เพื่อให้เกิดการถอดถอน เพราะการถอดถอนมันต้องระดมชื่อคนเข้ามา มันก็ต้องมีผู้แทน ผมถึงกำหนดนิยามศัพท์นี้ ขึ้นมา ก็ขอขอบคุณครับที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกายอมถอยและมีนิยามศัพท์นี้ ขึ้นมา แต่ก็เขียนตามที่สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาอยากได้เวิร์ดดิง (Wording) แบบนั้น ก็ขอขอบคุณครับท่านประธาน แต่ผมก็ยังยืนยันว่าผมยังขอแปรญัตติในส่วน ที่เกี่ยวข้องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะอำนาจของท้องถิ่น ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกผู้ขอแปรญัตติที่สงวนคำแปรญัตติเอาไว้มีท่านผู้ใดจะอภิปรายอีกไหมครับ คุณสาทิตย์เชิญครับ เสร็จจากท่านสาทิตย์แล้วค่อยเป็นท่านสมาชิกที่ประสงค์จะร่วม อภิปรายนะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผู้ที่เสนอคำแปรญัตติ แล้วก็สงวนคำแปรญัตติไว้ จริง ๆ มาตรา ๔ เป็นเรื่องของคำนิยามศัพท์ แต่คำนิยามศัพท์นี้ ก็ได้สะท้อนว่าแนวคิดแนวทางหรือหลักการของกฎหมายเป็นไปอย่างใด ผมก็ยังคงเห็นว่า จำเป็นที่จะต้องมีการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นอยู่ ดังนั้นที่ผมเสนอคำแปรญัตติไว้ก็คือคำแปรญัตติที่เพิ่มคำนิยามศัพท์ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ การลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอน เช่น คำว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้ง หน่วยลงคะแนนเสียง ที่ลงคะแนนเสียง ศาลากลางจังหวัด ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเทศบาล ซึ่งในการเสนอ คำแปรญัตตินี้ก็เป็นไปตามหลักการซึ่งผมเชื่อว่าเป็นหลักการที่ถูกต้อง นั่นก็คือว่าเมื่อมีการ เข้าชื่อกันแล้วการลงคะแนนเสียงถอดถอนก็จำเป็นที่จะต้องมีการบัญญัติเรื่องของ การที่จะต้องมีหน่วยลงคะแนนเสียงที่ลงคะแนนเสียง ซึ่งจะใช้ที่ที่แตกต่างกัน เพราะว่าผมเองก็ไม่เห็นด้วยกับการเข้าชื่อเท่านั้น แล้วสามารถจะถอดถอนผู้ที่มาจาก การเลือกตั้งโดยการลงคะแนนเสียงได้ เพราะท่านประธานลองนึกดู สมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นกว่าที่จะได้รับเลือกตั้งมาก็ต้องผ่านการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง แล้วก็ ต้องมีการลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง แต่ครั้นเวลาที่จะถอดถอนก็สามารถที่จะไปแค่ลงชื่อ ให้ครบตามจำนวนเท่านั้น ซึ่งในการลงชื่อให้ครบตามจำนวนนั้นเป็นไปตามที่กฎหมายฉบับนี้ บัญญัติ ซึ่งเดี๋ยวเราจะถึงมาตรานั้นแล้วก็จะต้องถกแถลงกัน ดังนั้นในการทอดทิ้งหลักการ ว่าด้วยการลงคะแนนเสียงนั้นผมยังเห็นว่าเป็นการขัดหลักการขั้นพื้นฐานของระบอบ ประชาธิปไตย จึงขอสงวนคำแปรญัตติและยืนยันที่จะต้องมีการลงมติครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปมีท่านสมาชิกที่สนใจที่จะร่วมอภิปราย มีท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แล้วก็ ท่านนิยม เวชกามา เชิญท่านโกวิทย์ พวงงาม ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช ผมเรียนท่านประธานว่า ในมาตรา ๔ ซึ่งเกี่ยวข้องกับนิยามศัพท์ในเรื่องของตามพระราชบัญญัติการเข้าชื่อ เพื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นนั้น ในส่วนที่กรรมาธิการไปแก้ไข ซึ่งในส่วนนี้ผมอยากจะถามกรรมาธิการว่าในส่วนของผู้กำกับดูแล จริง ๆ ผู้กำกับดูแล ที่เปลี่ยนไปที่กรรมาธิการได้ไปตัดข้อความเดิมในขั้นรับหลักการนั้น ผมคิดว่าอาจจะ ไม่ตรงกับในกฎหมายจัดตั้ง เพราะว่าเวลาเราพูดถึงผู้กำกับดูแล กฎหมายจัดตั้งเดิม ผมเรียนท่านประธานว่าในการให้นิยามของผู้กำกับดูแลนั้นมีอยู่ ๒ ส่วนด้วยกันเพื่อรวบรัด ก็คือในส่วนของการกำกับดูแลสำหรับองค์การบริหารส่วนตำบล เทศบาลเมือง และเทศบาล ตำบล กับในส่วนขององค์การบริหารส่วนจังหวัด ซึ่งในการกำกับดูแลในส่วนขององค์การ บริหารส่วนตำบลนั้นได้ระบุใน (๑) ไว้หรือเดิมที่ผ่านขั้นรับหลักการนั้นก็คือไปให้กฎหมายว่า เป็นไปตามกฎหมายจัดตั้ง นั่นก็คือการให้นายอำเภอหรือปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้าประจำ กิ่งอำเภอ สำหรับองค์การบริหารส่วนตำบล และสำหรับเทศบาลเมืองและเทศบาลตำบล ในกรณีที่ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัดให้ปฏิบัติการแทน อันนั้นส่วนของ อบต. หรือเทศบาลเมืองและเทศบาลตำบล ในส่วนขององค์การบริหารส่วนจังหวัด เมืองพัทยา นั่นก็ให้ผู้ว่าราชการจังหวัด และในส่วนของกรุงเทพมหานครให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย คำถามผมก็คือว่าการที่กรรมาธิการไปตัดในส่วนนี้ออกไปนั้น และใช้คำว่าผู้ว่าราชการจังหวัด สำหรับองค์การบริหารส่วนจังหวัดเทศบาลและองค์การ บริหารส่วนตำบล เมืองพัทยา และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นที่มีกฎหมายจัดตั้ง คำถามผมก็คือว่าการบัญญัติในส่วนนี้และไปตัดในส่วนที่เกี่ยวข้องกฎหมายจัดตั้งเดิมนั้น มันจะขัดกับกฎหมายจัดตั้งหรือไม่ อันนี้ก็เป็นคำถามที่อยากจะถามกรรมาธิการ นี่ก็คือ ส่วนที่เกี่ยวข้องกับการไปนิยามการกำกับดูแลใหม่ ซึ่งกรรมาธิการได้ตัดในส่วนที่ผม ได้กล่าวแล้วออกไป เพราะฉะนั้นถ้าดูอย่างนี้แม้ว่าจะดูเหมือนจะลดขั้นตอนในการกำกับก็ดี ก็คือลดขั้นตอน ในขั้นอำเภอให้นายอำเภอหรือปลัดที่ได้รับมอบหมายจากนายอำเภอ แล้วมาตรงสู่ ผู้ว่าราชการจังหวัด ทั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาลเมือง เทศบาลนคร เทศบาล ตำบล และในส่วนของกรุงเทพมหานครก็ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้กำกับ ดูแล นั่นก็คือส่วนที่ได้ตัดในส่วนเดิมออกไป แล้วเพิ่มส่วนใหม่เข้ามานะครับ ผมจึงกราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการได้ช่วยชี้แจงในจุดนี้ด้วยว่าจะเป็นการขัดกับหลักการ หรือจำเป็นจะต้องไปแก้ไขกฎหมายจัดตั้งล้อตามกฎหมายถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นหรือไม่ ก็เรียนท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการได้ตอบคำชี้แจง กระผมด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนิยมครับ🔗
ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กฎหมายฉบับนี้ถือว่ามีความสำคัญ อย่างยิ่งในการบริหารท้องถิ่น ในมาตรา ๔ เป็นคำนิยามเกี่ยวกับผู้มีสิทธิ ผู้ใช้สิทธิในการ เข้าชื่อเสนอถอดถอน ดูแล้วเป็นคำนิยาม แต่ผมถือว่ามีความสำคัญ ทำไมผมจึงบอกว่า มีความสำคัญ เพราะกฎหมายฉบับนี้ผมเห็นในระบบเป็นประชาธิปไตยมากพอสมควร ผมจึง จำเป็นต้องแสดงความคิดเห็นด้วย เพราะคำนิยามถ้ามันผิดพลาดแต่แรก ถ้าเราไม่ระมัดระวัง ก็จะทำให้กฎหมายฉบับนั้นเสียหาย เหมือนกับการกลัดกระดุมครับ ถ้าไปกลัดอันสุดท้าย มาใส่อันแรกอะไรมันจะเกิดขึ้น เพราะฉะนั้นผมจึงเห็นว่าผมทั้งเห็นด้วยกับกรรมาธิการ และบางอันก็เห็นแตกต่าง คือผู้มีสิทธิเข้าชื่อ คำนิยามว่าคือผู้มีสิทธิเข้าชื่อถอดถอนสมาชิก สภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นตามมาตรา ๕ อันนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าสมาชิกก็ดี ผู้บริหาร ท้องถิ่นก็ดี ในเมื่อประชาชนเขาเป็นผู้เลือกตั้งเข้ามาก็ต้องให้สิทธิเขาถอดถอนได้ ดังนั้น ในมาตรา ๔ จึงไปสอดคล้องกับมาตรา ๕ ว่าผู้มีสิทธิเข้าชื่อถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น หรือผู้บริหารท้องถิ่นเป็นผู้มีสิทธิในเขตเลือกตั้งอันนั้น หมายความว่าเราตั้งในเขตนั้นละครับ ท่านประธาน มันสอดคล้องกัน เพราะฉะนั้นผมจึงแสดงความคิดเห็นว่ายุคนี้เป็น ยุคประชาธิปไตย ในเมื่อไหน ๆ ก็ให้ประชาชนมีอำนาจเต็มที่ก็ไม่ควรจะให้บุคคลอื่น ซึ่งเขาไม่ได้เลือกตั้ง ไม่ว่าผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอก็ตาม มาถอดถอนผู้บริหารท้องถิ่น รวมถึงสมาชิกท้องถิ่นด้วย นี่คือเป็นประเด็นที่ผมต้องอภิปราย แม้กระทั่งการกำกับดูแล ผมก็เห็นด้วยกับท่านสุพิศาลว่าก็ควรเอาประชาชนนั่นละมากำกับดูแล ไม่ควรจะเอา นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือรัฐมนตรีก็ตาม เพราะเขาไม่ได้เลือกตั้งคนกลุ่มนี้เข้ามา เพราะฉะนั้นในเมื่อเขาเลือกใครเข้ามา จะเป็นประธานสภาหรือผู้กำกับดูแลก็จะอยู่ใน กลุ่มคนเขานั่นละ เมื่อเขาถอดถอนเขาก็ต้องกำกับดูแลด้วย นี่คือประเด็นที่ผมคิดขึ้นมาว่า ต้องเอาประชาชน เอาประธานสภาละครับท่านประธาน มากำกับดูแลทำได้ครับ ในสภา แห่งนี้ก็ยังใช้ประธานสภากำกับดูแล ส.ส. แล้วทำไมจะทำไม่ได้ ผมก็คิดอีกต่างว่าไม่มีความ จำเป็นจะต้องไปใช้ผู้ว่าราชการจังหวัด ไปใช้นายอำเภอมากำกับดูแล เพราะเขาไม่ได้เลือกตั้ง นี่คือเป็นประเด็นที่ผมต้องอภิปรายว่าสิ่งไหนที่เขาเลือกตั้งเขาก็ต้อง มีสิทธิในการกำกับดูแล เราทำไมต้องเอาเหมือนกับนกกระสาเลือกนายเห็นไหมก็มีปัญหา ประเด็นมันอยู่ตรงนี้ว่าส่วนที่ท่านเพิ่มเข้ามาผมเห็นด้วยนะครับท่านประธาน ผู้แทนของ ผู้เข้าชื่อก็หมายถึงเข้าชื่อผู้มีสิทธิตามมาตรา ๕ มันเกี่ยวเนื่องกันมันต้องพูดถึง ผู้มีสิทธิเข้าชื่อ ซึ่งได้เข้าชื่อได้รับการมอบหมายจากผู้เข้าชื่อให้มีอำนาจดำเนินกิจการเกี่ยวกับการถอดถอน สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น ท่านประธานครับ ผู้มีสิทธิเองอาจจะไม่มีเวลา อาจจะติดภารกิจอยู่ต่างประเทศมาไม่ได้ ก็ให้สิทธิเขามอบอำนาจให้ผู้ใดผู้หนึ่งที่เขาไว้เนื้อ เชื่อใจว่าเข้ามาลงชื่อถอดถอนและดำเนินการแทนได้ผมเห็นด้วยประเด็นนี้ เห็นด้วยเลยครับ เพราะไม่จำเป็นตัวเขา เพราะการสื่อสารระหว่างตัวกับผู้รับมอบอำนาจสื่อสารกันได้ในหลายทาง ในประเด็นนี้ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง ที่ผมเห็นแตกต่างคือผู้กำกับผมไม่เห็นด้วย ประเด็นต่อมา ท่านตัดออกหลายอันผมเข้าใจได้ ผมก็ยืนยันในหลักการที่ว่าเพื่อให้มันสอดคล้องกับมาตรา ๕ มาตรา ๙ เพราะฉะนั้นในจุดนี้ผมจึงต้องยืนยันในหลักการที่ว่าผู้กำกับดูแล ผู้กำกับไม่ว่านายก อบต. เทศบาล นายก อบจ. ควรจะเป็นประชาชนผู้ที่มาจากประชาชน ไม่ใช่ผู้ที่มาจาก หน่วยงานอื่น ตั้งจากกระทรวงมหาดไทย ตั้งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ตาม ประเด็นจึงเห็นแตกต่างกันตรงนี้ว่าเขาคัดเลือก เขาเลือกตั้งใครมาคนนั้นก็น่าจะมากำกับ ดูแลบุคคลกลุ่มนี้ครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ มีท่านสมาชิกท่านใดที่สนใจที่จะร่วมอภิปรายไหมครับ🔗
ไม่มีนะครับ ผมขออนุญาตถามท่านผู้แปรญัตติที่ขอสงวนคำแปรญัตติว่าท่านยังคงติดใจที่จะให้โหวตไหมครับ ท่านกรรมาธิการยังไม่ได้ชี้แจง เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ว่าที่พันตรี สรชาติ วิชย สุวรรณพรหม กรรมาธิการครับ ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านสมาชิกผู้มีเกียรติทั้ง ๔ ท่านนะครับ ซึ่งแต่ละท่านนั้นก็มี เหตุผลในการที่จะขอแปรญัตติมานะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านสุพิศาล ภักดีนฤนาถ นั้น ความเป็นจริงแล้วกรรมาธิการก็ได้เอาบางส่วนของท่านมาบัญญัติไว้ในมาตรา ๔ ให้แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้แทนผู้เข้าชื่อนั้นเองนะครับ แต่ว่าอาจจะไม่ตรงกับท่านเลยทีเดียว แต่แน่นอนเนื้อหาสาระกรรมาธิการอาจจะมีการปรับปรุงให้ดีขึ้นนะครับ ส่วนในส่วน ผู้กำกับดูแลที่ท่านอยากจะให้ประธานสภามากำกับนั้นเนื่องจากประธานเองก็เป็นคนหนึ่ง ซึ่งกฎหมายฉบับนี้จะเป็นคนถอดถอน ถอดถอนทั้งสมาชิก ถอดถอนทั้งประธาน ถอดถอน ทั้งผู้บริหารนะครับ ดังนั้นจึงไม่ควรที่จะมาเป็นผู้กำกับดูแลในส่วนที่ท่านนำเสนอมาครับ กรรมาธิการได้พูดคุยกันทุกประเด็นนะครับ ส่วนของท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย นั้น เหตุผล ก็คงเป็นไปตามที่ทางสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาได้นำเสนอไปแล้ว เป็นเรื่องตาม รัฐธรรมนูญปี ๒๕๖๐ ถ้าท่านไปดูรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เรื่อยมาจะเห็นว่ามีการลงคะแนน เพื่อถอดถอน รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๕๐ ก็ย้ำว่ามีการลงคะแนนเพื่อการถอดถอน ฉะนั้นกฎหมาย เมื่อปี ๒๕๔๒ นั้นจึงได้เริ่มต้นออกจากการให้มีส่วนร่วมแล้วก็ใช้เรื่อยมา จนกระทั่ง มามีรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ นี่แหละครับ นั่นแสดงว่าเจตนารมณ์หลักของรัฐธรรมนูญคือไม่ต้องการให้มีการลงคะแนน แต่ให้มี การถอดถอน จึงเป็นที่มาของการมาร่างกฎหมายฉบับนี้ตามเหตุผลที่ทางกฤษฎีกาได้นำเสนอ กับท่านไปแล้วนะครับ ส่วนประเด็นของท่านอาจารย์โกวิทย์ พวงงาม ในเรื่องของผู้กำกับ ดูแล ท่านบอกว่าขัดไหมกับพระราชบัญญัติจัดตั้ง ความเป็นจริงไม่ขัดครับ การที่ผู้กำกับดูแล ตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ เป็นต้นมาตามรัฐธรรมนูญเมื่อปี ๒๕๔๐ แล้วตามกฎหมายเมื่อปี ๒๕๔๒ นั้น ผู้กำกับดูแลในกฎหมายฉบับนี้ว่าด้วยการลงคะแนนและการถอดถอนผู้บริหารท้องถิ่นของ ปี ๒๕๔๒ ก็ไม่ได้ให้นายอำเภอมากำกับดูแลนะครับ แก้ไขให้เป็นผู้ว่าราชการจังหวัดเท่านั้น แต่ครั้งนี้ผมเชื่อได้ว่าการติดเข้ามาว่ามีนายอำเภอมากับดูแลด้วย น่าจะเป็นการไปขัดกับ กฎหมายเดิมด้วยซ้ำไป จริง ๆ กฎหมายเดิมเมื่อปี ๒๕๔๒ ก็ไม่มีว่านายอำเภอมาเป็นผู้กำกับ ดูแลนะครับ ถ้ามันจะขัดมันต้องขัดตั้งแต่กฎหมายเมื่อปี ๒๕๔๒ แล้วที่เราออกไป ซึ่งขณะนั้น ผมเองก็เป็นกรรมาธิการกฎหมายฉบับนี้เหมือนกัน หลักการของการให้ผู้กำกับดูแล องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นต้องการให้ผู้กำกับดูแลเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๐ ปี ๒๕๔๒ แล้วครับ แต่เนื่องจากว่าต้องการให้พระราชบัญญัติจัดตั้งได้ไปแก้ไข ไม่เคย มีการแก้ไขครับ เพราะมองจากเจตนารมณ์ของกฎหมายจะเห็นว่าตั้งแต่กฎหมาย แผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจเมื่อปี ๒๕๔๒ ออกมา ตั้งแต่กฎหมายฉบับนี้ออกมา เมื่อปี ๒๕๔๒ ไม่ต้องการให้นายอำเภอมาเป็นผู้กำกับดูแล เนื่องจากนายอำเภอนั้น มีหลายท่าน ตัวอย่างจังหวัดใหญ่ ๆ มาตรฐานมันจะแตกต่างกันออกไป ต้องการให้แก้ไขว่า ผู้ว่าราชการจังหวัดมาเป็นผู้กำกับดูแลทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น อบต. เป็นเทศบาลตำบล ก็แล้วแต่เพื่อให้แก้ไข แล้วถ้าต้องการให้นายอำเภอเป็นผู้กำกับดูแลนั้นผู้ว่าราชการจังหวัด มีอำนาจในการมอบอำนาจให้อยู่แล้ว แต่มาตรฐานกลางจะอยู่ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดของ จังหวัดนั้น ยกตัวอย่างเช่น โคราช จังหวัดขอนแก่น จังหวัดใหญ่ ๆ นะครับ นายอำเภอ ทุกอำเภอมาตรฐานไม่เหมือนกันในการกำกับดูแล นั่นคือสิ่งที่เราห่วงมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ ต้องขออนุญาตกราบเรียนท่านอาจารย์โกวิทย์ว่าในเรื่องกระจายอำนาจ ในเรื่องของกฎหมาย เกี่ยวกับท้องถิ่น เรามีกฎหมายกลางเริ่มที่ปี ๒๕๔๒ ก่อนหน้านั้นกฎหมาย อบต. อบจ. เทศบาลเกิดมาก่อนทั้งหมดนะครับ ไม่มีการจัดระเบียบ เรามีการจัดระเบียบกฎหมายท้องถิ่น คือหลังรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ซึ่งเราเริ่มจัดระเบียบกัน เช่นเดียวกันกฎหมายว่าด้วย การให้อำนาจผู้กำกับดูแลในการลงโทษของผู้บริหารท้องถิ่นมันก็มีมาตั้งแต่เริ่มต้นของ กฎหมาย แต่ไม่มีการแก้ไขว่าจะมีกฎหมายนี้ไปแก้ไข กฎหมายฉบับนี้แหละครับจะเป็น กฎหมายที่ไปแก้ไข ๑. ในเรื่องของการใช้เสียง ๓ ใน ๔ ในกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ หลายท่านบอกว่ารัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ดีที่สุด ความเป็นจริงไม่ได้ดีครับ ในมาตรา ๒๘๖ เพราะการกำหนดเงื่อนไขลงคะแนนเสียงถอดถอนที่ ๓ ใน ๔ เป็นเงื่อนไขรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ นั่นคือข้อบกพร่องของรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ ที่ท่านบอกว่าดีที่สุดครับ แต่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ เป็นรัฐธรรมนูญที่ดีกว่าปี ๒๕๔๐ ตรงที่รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ไม่ได้กำหนดเอาไว้ให้เป็นไปตามกฎหมายที่เราจะออก จึงเป็นโอกาสที่คณะกรรมาธิการนั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางคณะรัฐมนตรีได้เสนอกฎหมายฉบับนี้ขึ้นมา เพื่อแก้ไขข้อบกพร่อง ตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ เป็นต้นมา เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้นำไปสู่การปฏิบัติที่ได้ผลขึ้น ซึ่งตรงนี้เอง ต้องขออนุญาตกราบเรียนว่าเป็นความดีงามของกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ส่วนท่านนิยม เวชกามา ผู้มีสิทธิเข้าชื่อในมาตรา ๕ ผมว่าท่านนำเสนอมานั้นกรรมาธิการ รับทุกอย่างของท่านเข้ามาปรับปรุงและแก้ไข แล้วก็ให้ผู้มีสิทธินั้นเขียนกฎหมายปรับปรุง ให้ตามท่านหลายมาตรา ท่านตามไปหลายมาตราท่านจะเห็นว่ากรรมาธิการเอาตามท่าน นั่นแหละเข้ามาใช้ในการปรับปรุงในหลายมาตราที่เกิดขึ้น ขออนุญาตขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณ ท่านกรรมาธิการนะครับ ท่านสมาชิกครับ ในการโหวตมาตรา ๔ นั้นผมขอเอาไว้ในการ ประชุมคราวต่อไปนะครับ วันนี้เราประชุมกันมาพอสมควรแล้ว ขอปิดการประชุมนะครับ🔗