unknown · · 529 lines

(นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง ได้ขึ้นบัลลังก์ เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เรียนท่านสมาชิก ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม ผมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิกได้มีการปรึกษาหารือ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๒๔ โดยผมจะให้ปรึกษาหารือ ตามลำดับรายชื่อและเวลาที่ยื่น ใช้เวลาท่านละ ๒ นาทีนะครับ ท่านแรก ขอเชิญคุณเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม ตามด้วยท่านระวี มาศฉมาดล เชิญครับ🔗

นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม อุดรธานี

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเกรียงศักดิ์ ฝ้ายสีงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี เขต ๗ พรรคเพื่อไทย ผมได้รับการร้องเรียนจาก นายบุญช่วย พัฒนชัย ประธานกลุ่มผู้ปลูกมะม่วงอำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี นายทองสุก นางบุญกว้าง ส.ท. สุพัตรา ส.ท. ธีระพงษ์ ผู้ช่วยสมชาย นายสุบรรณ ตำบลกุดหมากไฟ อำเภอหนองวัวซอ จังหวัดอุดรธานี ท่าน สจ. พนมพร ฝ้ายสีงาม สจ. บัวเรียน สจ.วีระพล สจ. สมชาย นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน พี่น้องประชาชนทุกตำบลในอำเภอหนองวัวซอ อำเภอกุดจับ อยากให้กรมทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมช่วยขุดเจาะบ่อน้ำประปาบาดาล เพื่อการเกษตรและใช้ในการอุปโภค บริโภค ให้พี่น้องประชาชนได้ใช้อย่างทั่วถึงโดยด่วนครับ🔗

เรื่องที่ ๒ อยากให้ทางกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบ สร้างโรงงานผลไม้อบแห้ง ไม่ว่าจะเป็นมะม่วงน้ำดอกไม้ เพื่อเป็นการถนอมอาหาร เพิ่มรายได้ ในการกระจายสินค้าไปสู่ต่างประเทศ ยุโรป อเมริกา จีน เพื่อนำเงินตราเข้าประเทศ🔗

เรื่องที่ ๓ การปรับผิวจราจรถนนคอนกรีตลาดยาง ในอำเภอหนองวัวซอ อำเภอกุดจับ ทุกตำบลยังมีปัญหา ที่อยากให้กรมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม รีบไปดำเนินการแก้ไข เพื่อให้พี่น้องประชาชนสัญจร ไปมาโดยสะดวก ปลอดภัย และสามารถใช้ในการขนถ่ายสินค้าไปสู่ภูมิภาคอื่น ๆ โดยสะดวก ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านระวี ตามด้วยท่านสงวน พงษ์มณี นะครับ🔗

นายระวี มาศฉมาดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์ระวี มาศฉมาดล ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังธรรมใหม่ กระผมขอหารือ ผ่านท่านประธานไปยังประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ เรื่อง ขอให้ เร่งดำเนินการสอบสวนการทุจริตในโครงการพัฒนาระบบเคาน์เตอร์อัตโนมัติ นิว ซีเอ โพส (New CA POS) และโครงการพัฒนาระบบบริหารการส่งต่อโดยใช้เทคโนโลยีอาร์เอฟไอดี (RFID) ของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด🔗

ตามที่สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้มีหนังสือ ร้องเรียนการทุจริตโครงการนิว ซีเอ โพส (New CA POS) วงเงิน ๑๔๘ ล้านบาท และโครงการ อาร์เอฟไอดี (RFID) วงเงิน ๔๓ ล้านบาท ของบริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ไปยังประธาน ป.ป.ช. เมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๐ ต่อมาวันที่ ๕ มิถุนายน ๒๕๖๓ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด ได้รับหนังสือแจ้งจาก ป.ป.ช. ว่าเรื่องดังกล่าวไม่ได้อยู่ในอำนาจ หน้าที่ของ ป.ป.ช. จึงส่งเรื่องไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นผู้ดำเนินการ เมื่อวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๖๓ สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จึงมีหนังสือติดตามทวงถามไปที่ สตช. ปรากฏว่าได้รับคำตอบว่าเรื่องดังกล่าวไม่ได้อยู่ในอำนาจของ สตช. จึงส่งเรื่องคืนให้กับ ป.ป.ช. ดำเนินการต่อไป ตั้งแต่วันที่ ๘ กันยายน ๒๕๖๓🔗

ต่อมาสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จึงมีหนังสือ ทวงถามเรื่องดังกล่าวไปที่ ป.ป.ช. เมื่อวันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๖๔ ก็ไม่ได้รับความคืบหน้า แต่อย่างใด สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด จึงมีหนังสือติดตามไปที่ ป.ป.ช. อีกครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๖๕ พร้อมแนบสำนวนการสอบสวนของ คณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ซึ่งคณะกรรมการชุดดังกล่าวนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บัญชา ให้มีการแต่งตั้งและตรวจสอบการทุจริตโครงการดังกล่าว แต่จนถึงขณะนี้ระยะเวลาผ่านมา ๕ ปีแล้วยังไม่มีความคืบหน้าอย่างใดเลย จึงขอรบกวนประธาน ป.ป.ช. ช่วยกรุณาเร่งรัดคดีนี้ โดยเร่งด่วนด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสงวน ตามด้วยท่านวัชรพล โตมรศักดิ์ ครับ🔗

นายสงวน พงษ์มณี ลำพูน

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ผมได้นำความเดือดร้อนของพี่น้องรอบ ๆ นิคมอุตสาหกรรม ภาคเหนือมารายงานต่อสภา เพื่อขอให้สภาได้ส่งความเดือดร้อนนี้ไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขณะนี้มีการขยายตัวของนิคมอุตสาหกรรมอย่างมากในพื้นที่จังหวัดลำพูน เนื่องจากได้ยินข่าวว่า ทางรัฐบาลได้กำหนดให้เป็นเอ็นอีซี (NEC) ของภาคเหนือที่สำคัญ ชาวบ้านทั้งหมด กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมทั้งนายก เขาเห็นว่าจำเป็นต้องมีการสร้างถนนโครงข่ายในช่วงตำบลมะเขือแจ้ ๒ เส้นทาง และถนนโครงข่ายนี้น่าจะใช้ถนน ๒ ข้างทางของกรมชลประทานที่มีคลองผ่าน ในเขตนั้นได้ จึงอยากจะให้ท่านได้ส่งเรื่องไปยังท่านผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูนเพื่อบูรณาการ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อันมีโยธาธิการจังหวัด ทางหลวงชนบทจังหวัด และชลประธานจังหวัด ได้หาทางมาพัฒนาให้ตรงนี้กลายเป็นเมืองขยายเพื่อรองรับการขยายตัวของนิคมอุตสาหกรรม จะทำให้ที่ดินตรงนี้ตอบโจทย์กับการพัฒนามากขึ้น และยังทำให้ความแออัดในถนนสาย ๑๑๔๗ ในช่วงที่คนงานเลิกงานลดลง ถนนเส้นนี้จะเชื่อมระหว่างถนนสาย ๑๑๔๗ ถึงถนนสาย ๑๑ คือ ถนนสายหลัก ความเดือดร้อนทั้งหมดจะหายไปได้ต้องเกิดจากการบูรณาการในการจัดทำ ร่วมกันระหว่าง ๓ หน่วยงานดังกล่าวข้างต้น จึงขอกราบเรียนให้ท่านประธานได้ส่งเรื่องนี้ ไปยังอธิบดีที่เกี่ยวข้องและหน่วยงานที่ผมได้กล่าวถึง ขอให้ท่านได้ดำเนินการให้ผมด้วยนะครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวัชรพล ตามด้วยท่านประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ครับ🔗

นายวัชรพล โตมรศักดิ์ นครราชสีมา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วัชรพล โตมรศักดิ์ โคราช ชาติพัฒนากล้า ผมมีเรื่องที่อยากจะกราบเรียนท่านประธาน เพื่อหารือไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม ท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ และท่านอธิบดีสราวุธ ทรงศิวิไล เพื่อที่จะกราบขอ ของขวัญปีใหม่ เหลืออีก ๑๖ วันก็จะถึงปีใหม่ ปี ๒๕๖๖ แล้ว ผมขออนุญาตเป็นตัวแทนพี่น้อง ชาวอีสาน ท่านประธานครับ มีโครงการก่อสร้างมอเตอร์เวย์ (Motorway) หรือเราเรียกว่า มอเตอร์เวย์ (Motorway) สาย ๖ ทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ซึ่งใช้งบประมาณทั้งสิ้น ๘๔,๖๐๐ ล้านบาท รัฐบาลได้พยายามที่จะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี ๒๕๖๓ โดยมี การแบ่งสัญญาออกเป็น ๔๐ สัญญา แต่ ณ วันนี้ได้เกิดปัญหาขึ้นก็คือการออกแบบนั้นไม่ทราบเป็นเพราะอะไรโครงการใหญ่ขนาดนี้ กลับไม่มีการสำรวจ ออกแบบให้ถูกต้อง จนกระทั่งต้องของบเพิ่มอีก ๖,๗๐๐ ล้านบาท ผ่านมา ในเวลา ๒ ปีสัญญาต่าง ๆ นั้นได้หมดสิ้นลงกับช่วงสัญญาบางสัญญา ปัญหาที่ตามมาก็คือ เรากลับไม่ได้ใช้ถนนมอเตอร์เวย์ (Motorway) นี้เลย บางครั้งที่รัฐบาลได้เปิดให้ใช้ช่วงเทศกาล ก็เยงเปิดเฉพาะด้านเดียว ยกตัวอย่างเช่นในช่วงที่ผ่านมาก็คือในปี ๒๕๖๔ ในช่วงวันที่ ๙-๑๙ เมษายน ได้มีการทดลองเปิดใช้เพื่อบรรเทาเบาบางให้กับพี่น้องประชาชน มีการใช้รถ จำนวนทั้งสิ้น ๓๘๐,๐๐๐ กว่าคัน และมาใช้มอเตอร์เวย์ (Motorway) ถึง ๑๐๒,๐๐๐ กว่าคัน คิดเป็น ๒๖.๘ เปอร์เซ็นต์ นี่คือสิ่งหนึ่งที่ผมกำลังจะกราบเรียนท่านว่าเหลือเพียงอีก ๑๖ วัน กับปีใหม่ที่จะมาถึง ทำไมทางกระทรวงคมนาคมไม่เร่งรัดในการดำเนินการที่จะเปิดใช้บางช่วง ที่แล้วเสร็จ ยกตัวอย่างเช่นท่านเคยเปิดจากปากช่องไปสู่สีคิ้ว ไปขามทะเลสอ เราก็น่าจะเปิด แบบถาวรให้กับพี่น้องประชาชน เพราะฉะนั้นสุดท้ายผมอยากจะขออนุญาตได้กราบเรียน ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นไปได้ไหมครับขอให้เปิดใช้ อย่างถาวรให้กับพี่น้องในช่วงจากปากช่องไปโคราช และขอให้เร่งรัดในการดำเนินการให้แล้วเสร็จ กราบขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านประเสริฐพงษ์ ตามด้วยท่านสาคร เกี่ยวข้อง ครับ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตไกล ปัจจุบันพรรคก้าวไกล ขอหารือท่านประธานเกี่ยวกับปัญหาความเดือดร้อน ซึ่งผมได้รับ ข้อร้องเรียนจาก คุณสุพรรษา ม่าเหล็ม ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคก้าวไกล เขต ๔ จังหวัดตรัง ซึ่งประชาชนในพื้นที่อำเภอกันตัง อำเภอสิเกา และอีกหลายอำเภอของจังหวัดตรัง บ้านท่าน ประธานชวน ที่ถูกหน่วยงานราชการดำเนินคดีกล่าวหาบุกรุก ทั้ง ๆ ที่ชาวบ้านเป็นผู้อยู่อาศัย มาก่อนประกาศของเขตป่าไม้ หรือเขตอุทยานแห่งชาติ หรือ ส.ป.ก. เกษตรกรจะโค่นต้น ยางพาราขายชำระหนี้ ธ.ก.ส. ก็ทำไม่ได้ จะปลูกใหม่ก็ทำไม่ได้ ชาวบ้านเดือดร้อนมากครับ กระทรวงมหาดไทยที่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ช่วยแก้ไขปัญหานี้อย่างเร่งด่วนร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดตรังด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ปัญหาโรงงานในพื้นที่จังหวัดกระบี่ทิ้งน้ำเสียลงคลอง โดยเฉพาะ ที่อำเภอเขาพนม อำเภอเหนือคลอง จังหวัดกระบี่ ทำให้คลองปกาสัยเน่าเสีย ปลาตาย น้ำเน่า เอามาใช้ทางการเกษตรก็ไม่ได้ ขอให้กระทรวงอุตสาหกรรมทำงานอย่างตรงไปตรงมา ทำงาน เพื่อรักษากฎหมาย รักษาสิ่งแวดล้อมอย่างเข้มงวด ฝากผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่คนใหม่ ด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ปัญหาการสัมปทานรังนกของประเทศไทย ซึ่งมีทั้งหมด ๙ จังหวัด ที่ยังมีอีกหลายพื้นที่ที่ไม่สามารถเปิดประมูลได้ ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขาดรายได้ ไปพัฒนาพื้นที่ เช่นที่จังหวัดชุมพร หรือแม้กระทั่งที่จังหวัดตรัง และอีกหลายจังหวัดที่ยังมี การลักลอบเก็บขายโดยผู้มีอิทธิพลที่อิงกับนักการเมืองบางกลุ่ม ขอให้กระทรวงมหาดไทย กับผู้ว่าราชการจังหวัดที่เป็นประธานพิจารณาจัดเก็บอากรรังนกอีแอ่น เรื่อง สัมปทานเก็บ รังนกอีแอ่น เร่งจัดการอย่างเร่งด่วนด้วย🔗

เรื่องที่ ๔ เป็นเรื่องที่เดือดร้อนมากที่ดินบนเกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล ที่นายทุน ไปขอออกโฉนดได้อย่างไร แล้วก็ไปปิดกั้นทางเข้า ออกของโรงเรียนอาดัง ที่เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล จนนักเรียนเข้า ออกโรงเรียนไม่ได้ ต้องปีนรั้วโรงเรียนที่นายทุนไปปิดกั้น ขอให้กรมที่ดิน กระทรวงมหาดไทย นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากการแต่งตั้ง รีบแก้ไขปัญหา ให้ชาวบ้านด้วยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสาคร ตามด้วยท่านอนันต์ ศรีพันธุ์ นะครับ🔗

นายสาคร เกี่ยวข้อง กระบี่

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ กราบเรียนท่านประธานผ่านไปยัง อธิบดีกรมทางหลวงชนบทและผู้อำนวยการสำนักงานทางหลวงชนบทที่ ๑๔ (กระบี่) ผมได้รับ คำร้องเรียนจากท่านนายกองค์การบริการส่วนตำบลนาเหนือ ท่านภาณุวิชญ์ เชื่อมแก้ว ได้ขอให้ ไปติดตั้งระบบแสงสว่าง พร้อมซ่อมแซมระบบไฟฟ้า บนถนนสายควนขนมจีน-บางเตียว ตำบลนาเหนือ อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ เพราะว่าเส้นทางนี้ไม่มีแสงสว่างและมีความมืด เกิดอุบัติเหตุบ่อย อีกทั้งเป็นเส้นทางที่มีความสำคัญ เป็นทางลัดเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดกระบี่ จังหวัดพังงา และจังหวัดภูเก็ต มีพี่น้องประชาชนสัญจรไปมา แล้วก็นักท่องเที่ยวได้ใช้เส้นทางนี้ เยอะนะครับ อยากให้ได้ทำการแก้ไขและอยากให้ไปติดตั้งไฟฟ้าให้มีแสงสว่าง ให้ลดอุบัติเหตุ แล้วก็เป็นเส้นทางที่มีความสมบูรณ์ต่อไปนะครับ🔗

อีกเรื่องหนึ่งครับ อยากกราบเรียนไปยังท่านอธิบดีกรมท่าอากาศยาน แล้วก็ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ให้ได้มีการประสานงานกันหาสายการบินต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นสายการบินชาร์เตอร์ไฟลต์ (Charter Flight) หรือสายการบินที่บินประจำเข้ามาสู่ จังหวัดกระบี่ เนื่องจากผู้ประกอบการในจังหวัดกระบี่ได้ประสบปัญหาจากภัยโควิด (COVID) ประสบปัญหากับเศรษฐกิจอย่างมาก ในขณะนี้จังหวัดกระบี่ได้มีการลงทุนสร้างสนามบิน แล้วก็ อาคารใหม่ของสนามบิน ซึ่งเป็นอาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ แต่ยังไม่มีการใช้งาน อย่างเต็มที่ จึงอยากให้ทางอธิบดีกรมท่าอากาศยานและผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ได้ประสานกันเพื่อนำเอาสายการบินต่างประเทศ คือเป็นเรื่องการทำการตลาด ไม่ว่าจะเป็น สายการบินที่บินมาประจำ เป็นเที่ยวบินประจำ หรือเป็นเที่ยวบินเหมาลำ ชาร์เตอร์ไฟลต์ (Charter Flight) และอีกเรื่องหนึ่งครับ อยากให้ทางอธิบดีกรมท่าอากาศยานได้แต่งตั้ง ผู้อำนวยการตัวจริงไปทำงานและบริหารงานในสนามบินจังหวัดกระบี่ ซึ่งเป็นสนามบินที่สำคัญ และสร้างรายได้ให้กับกรมท่าอากาศยานเป็นอันดับ ๑ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอนันต์ ตามด้วยท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ครับ🔗

นายอนันต์ ศรีพันธุ์ อุดรธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม ส.ส. อนันต์ครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดอุดรธานี ผมมีเรื่องหารือท่านประธานอยู่ ๒ เรื่อง คือ เรื่องไฟฟ้าเพื่อการเกษตรของบ้านนาพัง ตำบลเตาไห ซึ่งมีปัญหามาก เพราะว่า ชาวบ้านเขาก็สำรวจแล้ว แล้วก็ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตไปสำรวจแล้วว่าถูกต้อง เข้าหลักเกณฑ์ มีครัวเรือนที่เป็นภาคการเกษตรนั้น ๒๕ ครัวเรือน มีสำเนาทะเบียนบ้าน มีห้องน้ำ ห้องส้วม ตามหลักเกณฑ์ทั้งหมด ไปสำรวจปีกว่าแล้วว่าจะได้จนป่านนี้ยังไม่ได้ นี่คือสิ่งหนึ่งที่อยากจะให้ ทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตนั้นไปดำเนินการให้เกษตรกรได้มีไฟฟ้าใช้ด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องถนนทางหลวงจากจังหวัดอุดรธานีไปถึงจังหวัดหนองคาย เมื่อสร้างแล้วก็มีปัญหาเรื่องที่จะทำถนนเชื่อมระหว่างครัวเรือนเกษตรกรที่ติดริมทางของ ทางหลวงแผ่นดินอยู่ แล้วทีนี้เวลาจะทำถนนเข้าไปทางกรมทางหลวงได้ขุดท่อของเขาที่มีอยู่เดิม ออกหมดแล้ว ทีนี้พอจะทำใหม่ต้องให้ชาวบ้านเสียเงินค่าทำท่อและค่าทำถนนเข้าบ้านอีก อันนี้ เป็นสิ่งหนึ่งที่กรมทางหลวงนั้นจะต้องรับผิดชอบ หรือผู้รับเหมาจะต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่ให้เขา เสียเงินอีก นี่คือสิ่งหนึ่งที่เป็นปัญหาของชาวอำเภอเพ็ญ โดยเฉพาะตำบลนาพู่ ตำบลบ้านธาตุ แล้วก็ตำบลเชียงหวาง ๓ ตำบล หลายหมู่บ้านที่มีปัญหาเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้อยากจะให้ ทางกรมทางหลวงหรือว่าทางหลวงแผ่นดินไปดูแลในเรื่องนี้ด้วยเพื่อความเรียบร้อย ซึ่งจะทำให้ ชาวบ้านนั้นเดือดร้อนมาก ผมหารือท่านเรื่องถนนนี้ก็รับคำร้องเรียนมาจากประชาชน คงไม่ได้ว่า ผม ส.ส. จังหวัดอุดรธานีโง่อีกนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสฤษฏ์พงษ์ ตามด้วยท่านพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ เชิญครับ🔗

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กระบี่

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย ผมหารือ ท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗

เรื่องที่ ๑ เป็นเรื่องของถนนเพชรเกษม สาย ๔ จากบ้านตลาดเก่า จุดเริ่มต้น โค้งปลาลังไปอำเภอเหนือคลอง ที่มีการขยายถนนเพื่อที่จะรองรับสนามบินจังหวัดกระบี่ เพื่อให้เต็มช่องจราจรนะครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ ที่ได้จัดสรรงบประมาณไปให้ ซึ่งผมแล้วก็ในทีมของพี่น้องชาวจังหวัดกระบี่ ได้ร่วมกันนำเสนอผลักดัน ทั้งผ่านสภาตั้งแต่ต้นปี ๒๕๖๒ เป็นต้นมา ตอนนี้แล้วเสร็จแล้วนะครับ โครงการกำลังดำเนินการ แต่ว่าติดขัดปัญหาที่ได้รับการร้องเรียนและเป็นห่วงจากพี่น้องประชาชน ๒ ข้างถนนก็คือในเรื่องความล่าช้าของโครงการ ก็คือว่าโครงการตอนนี้ชะลอไป เนื่องจากว่า ต้องใช้งบประมาณของการประปาส่วนภูมิภาคที่จะขยายท่อประปาให้ออกไปชิดขอบถนน และ ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคด้วยที่จะต้องย้ายเสา เพราะฉะนั้นอันนี้ก็หารือเพื่อที่จะให้ทาง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง การประปาส่วนภูมิภาคหรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ดำเนินการเร่งรีบด้วย นะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เนื่องจากว่าน้ำท่วมบริเวณบ้านตลาดพรุดินนา เป็นระยะทางประมาณ ร่วม ๆ สัก ๕๐๐-๖๐๐ เมตร เวลาฝนตกพี่น้องก็ได้รับความเดือดร้อน แล้วก็โครงการอันนี้มีการ จัดสรรงบประมาณเพื่อที่จะขยายทาง แล้วก็ไหล่ทางประมาณ ๕๐ ล้านบาท ก็ขอให้หน่วยงาน ของแขวงการทางได้เร่งรัดดำเนินการในการแก้ปัญหาของพี่น้องประชาชนบริเวณบ้านพรุดินนา ซึ่งเป็นตลาด จะได้บรรเทาความเดือดร้อนในกรณีฝนตกหนัก ๆ แล้วก็ช่วงสะพานต่าง ๆ ก็ทำไว้ เสร็จเรียบร้อยแล้ว ในเรื่องของแสงสว่างต่าง ๆ เดี๋ยวก็จะได้มีความสะดวกสบายขึ้น ก็ขอให้ แขวงการทางได้ดำเนินการเร่งรีบด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพรเทพ ตามด้วยท่านนัทธี ถิ่นสาคู เชิญครับ🔗

นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ ประจวบคีรีขันธ์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายพรเทพ วิสุทธิ์วัฒนศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เขต ๒ อำเภอหัวหิน อำเภอปราณบุรี พรรคเพื่อไทย ผมมีเรื่องหารือผ่านท่านประธานถึง หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๓ เรื่อง ดังนี้นะครับ🔗

เรื่องที่ ๑ รับแจ้งจากผู้ใหญ่ธงชัย เทียนอิ่ม และ อบต. การการุณ สุขศรี หมู่ ๘ ตำบลทับใต้ อำเภอหัวหิน ว่าถนนหลักในหมู่บ้านเสียหาย คือเส้นป่าเสลา ป่าละอู หมู่ ๘ ตำบลทับใต้ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เนื่องจากท้องถิ่น อบต. ขาดงบประมาณ จึงได้มีมติขอถ่ายโอนจาก อบต. ทับใต้ไปยังกรมทางหลวงชนบท จึงขอให้กรมทางหลวงชนบท เร่งรับโอนและพิจารณาจัดสรรงบประมาณสร้างใหม่ให้กับประชาชนครับ🔗

เรื่องที่ ๒ รับแจ้งจากพี่น้องชาวสวนยาง อำเภอหัวหิน อำเภอปราณบุรี และ ชาวจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เรื่อง ยังไม่ได้รับเงินประกันรายได้ยางพาราในงวดที่ ๔ ที่จ่ายผ่าน ธ.ก.ส. คือเงินส่วนต่างระหว่างราคาขายกับราคาที่รัฐประกัน ซึ่งปกติก็จะมาตรงเวลานะครับ ก็เลยฝากเตือนว่าจึงขอให้รัฐบาลโดยกระทรวงการคลังช่วยเร่งรัดการจ่ายด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๓ เรื่องนี้เป็นเรื่องเดิมที่เคยแจ้งปัญหาไว้คือบนถนนสามแยกทางเข้า โครงการชลประทานปราณบุรี ถนนเพชรเกษม หมายเลข ๔ ตำบลหนองตาแต้ม อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ยังเกิดอุบัติเหตุมากมายรายเดือน ประชาชนอยู่กันแบบไม่รู้ว่าวันนี้ ใครจะเป็นผู้ประสบอุบัติเหตุ จึงขอให้กรมทางหลวงซึ่งเคยแจ้งไว้ว่าจะทำทางข้ามทางรถยนต์ ถนนข้ามทางรถยนต์ ช่วยเร่งและสร้างให้กับประชาชนด้วยครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนัทธี ตามด้วย พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ครับ🔗

นายนัทธี ถิ่นสาคู ภูเก็ต

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นัทธี ถิ่นสาคู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดภูเก็ต พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตหารือประเด็นเรื่องของ การชำระภาษีประจำปี เนื่องจากว่าอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้จะครบรอบชำระการจ่ายภาษี ที่เรียกว่าภาษีที่ดินและสิ่งก่อสร้าง ขอเรียนว่าการจัดเก็บภาษีลักษณะนี้ส่งผลให้ผู้ประกอบการ และเจ้าของที่ดินมีภาระเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวทีเดียว ได้มีการร้องเรียนเรื่องนี้เพื่อส่งผ่านไปยัง กระทรวงมหาดไทยได้พิจารณาปรับปรุงในประเด็นที่สามารถดำเนินการได้อยู่ ๒-๓ ประเด็น ประเด็นแรก เรื่องเจ้าหน้าที่ของท้องถิ่นที่มีหน้าที่ตรวจสอบและประเมิน ขาดทั้งจำนวน ขาดทั้ง ประสบการณ์ ประเด็นที่ ๒ เรื่องวิธีการประเมินและสำรวจยังไม่สอดคล้อง แล้วก็ตรงกับ ข้อเท็จจริงที่เป็นอยู่ ประเด็นที่ ๓ เรื่องนี้จำเป็นจะต้องแก้ไขปรับปรุงเป็นการเร่งด่วน ก็คือเรื่อง การกำหนดราคาประเมินที่ดินที่ไม่เป็นธรรมและสอดคล้องกับเจตนารมณ์ของกฎหมาย เช่นที่ดิน ของ ส.ป.ก. ซึ่งระบุที่ดินของ ส.ป.ก. นั้นให้ใช้เพื่อการเกษตรเท่านั้น ราคาประเมินที่ดินของ ส.ป.ก. ก็ควรจะเท่ากันทั่วทั้งประเทศ เพราะระบุประเภทและข้อจำกัดในการใช้งานเหมือนกัน แต่วิธีการจัดเก็บในปัจจุบันไม่ได้แยกประเภทให้ถึงแม้ว่าที่ดินนั้นเป็นที่ดิน ส.ป.ก. อย่างเช่น ส.ป.ก. ที่อยู่ในแหล่งท่องเที่ยว อยู่ในโซน (Zone) ธุรกิจ ก็ต้องจ่ายภาษีตามราคาประเมินที่ดินใน อัตราของนักธุรกิจแหล่งท่องเที่ยวเช่นเดียวกัน ซึ่งถือว่าไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง จำเป็นอยู่เอง ที่กระทรวงมหาดไทยจะต้องทบทวนกรณีนี้เพื่อคืนความเป็นธรรมให้กับพี่น้องผู้ครอบครองที่ดิน ในเขต ส.ป.ก. และอยู่ในโซน (Zone) ที่มีการประเมินราคาที่ดินที่สูงมากด้วย ขอขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุพิศาล ตามด้วยท่านพยม พรหมเพชร ครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธาน ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กระผมได้ร่วมเดินทาง ไปรับฟังข้อเรียกร้องจากชาวจังหวัดตราด ๓ อำเภอในช่วงที่ผ่านมา โดยมี ส.ส. ศักดินัย นุ่มหนู และ ส.ส. รังสิมันต์ โรม ได้ร่วมรับฟัง และมีข้อหารือใน ๓ ประเด็นเพื่อให้รัฐบาลและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องรีบดำเนินการแก้ไขโดยด่วน🔗

๑. ปัญหาการยกระดับด่านท่าเส้น อำเภอเมือง และด่านเนิน ๔๐๐ อำเภอบ่อไร่ ให้เป็นด่านถาวรโดยเร็ว หรือเร่งรัดดำเนินการให้มีการเจรจาทั้ง ๒ ด่าน เพื่อให้สามารถใช้ พาสปอร์ต (Passport) เข้าเมืองได้โดยเร็ว เพื่อให้นักท่องเที่ยวกัมพูชา เวียดนาม จีนเข้ามา ใน ๓ จังหวัดของกัมพูชาที่ติดชายแดนไทย และขอให้ สตช. โดย ตม. ได้ดำเนินการแสตมป์ (Stamp) พาสปอร์ต (Passport) ให้มีเกิดขึ้นในด่านดังกล่าวทั้ง ๒ ด่านโดยเร็ว นอกจากนั้นแล้ว ยังมีการสร้างอาคารรุกล้ำในเขตด่านท่าเส้นซึ่งเป็นพื้นที่ของด่าน ขอให้เร่งรัดฝ่ายปักปันเขตแดน คือคณะเจบีซี (JBC) ได้ลงไปสำรวจและดำเนินการ ฝ่ายความมั่นคงร้องเรียนมาครับว่าขอให้ สนับสนุนไฟฟ้า น้ำประปาในพื้นที่เขตของด่าน ไม่มีเลยครับ โล่งเลยครับ🔗

๒. เรื่องของนายกเทศมนตรีตำบลหาดเล็ก นายกก้อยได้ร้องเรียนผ่าน โดยต้องการขอให้มีการใช้เทมโพรารี บอร์เดอร์ พาส (Temporary Border Pass) เป็นบัตรขาว ให้กัมพูชาเข้ามาทำงานในเมืองให้มากที่สุด โดยเฉพาะทาง ตม. ยืนยันว่าจะรับได้วันละ ๒,๐๐๐ คน เพื่อสร้างเศรษฐกิจฐานรากที่ด่านหาดเล็กโดยเร็ว โดยขอให้เปิดด่านดังกล่าว ให้เจ้าหน้าที่ได้อำนวยความสะดวกและเร่งรัดในการแก้กฎหมาย และนอกจากนั้นยังมีเรือประมง ที่จอดอยู่ทิ้งไว้ โดยเจ้าหน้าที่ของศุลกากรได้ทิ้งไว้นะครับ🔗

๓. เรื่องด่าน ๔๐๐ ขอให้ยกเป็นด่านถาวรโดยเร็ว และที่นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ท่านประวิตรไปกัมพูชาเพื่อเจรจาเปิดด่าน ขอให้ดำเนินการเอาข้อมูลมาเปิดเผย🔗

และสุดท้ายครับ รอบเกาะช้างและถนนขอให้เร่งรัดทางหลวงชนบทได้เปิด ประมูลและมีการสร้างด้วยครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพยม ตามด้วยท่านเกษม อุประ นะครับ🔗

นายพยม พรหมเพชร สงขลา

ท่านประธานสภาที่เคารพอย่างสูง ตลอดจนถึงท่านสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ กระผม พยม พรหมเพชร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๓ วันนี้กระผมมีเรื่องมาหารือ ๒ เรื่อง เนื่องจากความจำเป็น เดือดร้อนในพื้นที่โดยเฉพาะที่หมู่ ๖ ตำบลทุ่งขมิ้น อำเภอนาหม่อม น้ำท่วมฉับพลัน ทำให้ คอสะพานของหมู่ ๖ เรียกว่าสะพานคลองเรียนเกหวี หรือบ้านกะทิง อยู่หมู่ ๖ คอสะพานพัง และตลิ่งพังทั้ง ๒ ข้าง แล้วก็การจราจรไปมาได้ช่องทางเดียว อยากจะขอแจ้งผู้ที่เกี่ยวข้อง สะพานนี้เป็นสะพานของกรมโยธาธิการและผังเมืองได้สร้างมาหลายสิบปีแล้ว ก็ขอแจ้ง เป็นความเดือดร้อนในพื้นที่ โดยเฉพาะนายก อบต. ได้แจ้งข่าวมา แล้วก็จะได้ประสานไปส่วนที่ เกี่ยวข้องขอให้ช่วยดูแลเร่งด่วนด้วย วันเสาร์นี้ท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี จะไปเยี่ยมพี่น้องชาวนาหม่อม คิดว่าถ้ามีโอกาสจะได้เรียนเชิญท่านรัฐมนตรีประจำสำนัก นายกรัฐมนตรี ดอกเตอร์ธนกรจะได้เข้าไปเยี่ยมเพื่อพบปะพี่น้องประชาชนและช่วยแก้ปัญหา ความเดือดร้อน🔗

เรื่องที่ ๒ เรื่องประปาในหมู่ ๖ บ้านนาทองสุก ตำบลทุ่งขมิ้น เนื่องจากว่า พี่น้องประชาชนร้องเรียนมาโดยผ่าน อบต. พิพิจน์ ขวัญมณี ก็ได้แจ้งมายังผม ก็ได้ประสานกับ การประปาภูมิภาค โดยท่าน ผอ. ธีรพงศ์ หนูเกื้อ ก็คิดว่าช่วงนี้จะได้เข้าไปตรวจสอบ ดูแล เพื่อแก้ปัญหาให้พ่อแม่พี่น้องอย่างรวดเร็ว เนื่องจากว่าการประปาส่วนภูมิภาคก็มีความสนใจ ในพื้นที่และให้การสนับสนุนในพื้นที่ตลอดเวลานะครับ🔗

เรื่องที่ ๓ ก็คือเรื่องถนนโดยเฉพาะสายตำบลท่าข้าม ตำบลทุ่งใหญ่ แล้วก็ ตำบลคอหงส์ ซึ่งชำรุดทรุดโทรมมาเป็นเวลาหลายปีแล้ว ของบประมาณผ่านกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นแล้วยังไม่ได้รับการจัดสรรดูแล ก็คิดว่ากรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น คงจัดสรรดูแลเพราะสายนี้เป็นยุทธศาสตร์ให้พี่น้องสัญจรไปมาช่วงระหว่างเมืองสงขลา มายังหาดใหญ่ เพื่อให้ได้รับการพัฒนาอย่างสมบูรณ์ แล้วก็แก้ปัญหาให้พี่น้องประชาชนด้วยครับ ขอขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านเกษม ตามด้วยท่านคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ นะครับ🔗

นายเกษม อุประ สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม เกษม อุประ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ขอกราบเรียนหารือท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับเรื่องปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เนื่องจากว่าได้รับการร้องทุกข์จากพี่น้องชาวนาในพื้นที่ว่า การทำนาในปีนี้นั้นขาดทุนอย่างหนัก จึงได้เตรียมการเพื่อหาทุนคืน นั่นก็คือเตรียมการทำนาปรัง จึงอยากจะฝากถึงกระทรวงพาณิชย์ได้ดูแลในเรื่องของปัจจัยการผลิต ในเรื่องของราคาปุ๋ย ราคายาฆ่าแมลง และค่าน้ำมันรถไถในการเกี่ยวข้าว ในการไถนา ๒. ควบคุมกลไกการตลาด ในเรื่องของราคาข้าว เพราะปัจจุบันราคาข้าวไม่คุ้มกับต้นทุน จึงอยากจะให้ดูในจุดที่คุ้มทุน และ ๓. ฝากถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วย ให้ช่วยดูแลในเรื่องของน้ำในการทำ นาปรัง🔗

เรื่องที่ ๒ ถึงท่านนายกรัฐมนตรี เนื่องจากได้รับการร้องทุกข์จากพี่น้องประชาชน ในพื้นที่และพี่น้องจังหวัดสกลนครในเรื่องของยาเสพติดที่ระบาดอย่างหนัก เคยหารือในสภา แห่งนี้หลายครั้งแต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข จึงอยากจะฝากท่านได้ดูแล ติดตาม เพราะว่าเดี๋ยวนี้ คนติดยาเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ อาละวาด คุ้มคลั่ง จิตหลอน ทำร้ายคนใกล้ชิด และสร้าง ความเดือดร้อนให้พี่น้องประชาชน เกิดความหวาดผวา อยากจะให้ดำเนินคดีกับผู้ค้ามากกว่า การที่จะดำเนินคดีกับผู้เสพเป็นคดีเล็ก ๆ น้อย ๆ อยากให้ดำเนินคดีอย่างเด็ดขาดด้วยเพื่อความ อบอุ่นของประชาชน ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านคงกฤษ ตามด้วยท่านฉลาด ขามช่วง ครับ กระผมจึงขอหารือต่อท่านประธานสภาไปถึงท่านนายกรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้เร่งดำเนินการช่วยเหลือ เยียวยา และเร่งจัดสรรงบประมาณให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อแก้ไข ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดระนองอย่างเร่งด่วนต่อไป ขอกราบขอบคุณครับ🔗

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านฉลาด ตามด้วยท่านรองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ นะครับ🔗

นายฉลาด ขามช่วง ร้อยเอ็ด

ท่านประธานที่เคารพ ผม ฉลาด ขามช่วง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด เขต ๒ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมขอนำเรื่องความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนมาหารือท่านประธาน เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำไปแก้ไขปัญหาต่อไป🔗

เรื่องแรก ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนผู้ที่ใช้บริการโรงพยาบาล ในอำเภอจังหาร โรงพยาบาลอำเภอโพธิ์ชัย โรงพยาบาลอำเภอเชียงขวัญ โรงพยาบาล อำเภอธวัชบุรี เวลาพี่น้องไปใช้บริการสถานที่คับแคบ แออัด ฝนตกก็ตากแดด ตากฝน ทำให้ เป็นไข้เพิ่มขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาความแออัดยัดเยียดของพี่น้องประชาชน เพื่ออำนวยความสะดวก ในการรักษาพยาบาลให้กับพี่น้องประชาชน จึงขอให้กระทรวงสาธารณสุขจัดสรรงบประมาณ ก่อสร้างอาคารผู้ป่วยนอกและอาคารผู้ป่วยในให้กับโรงพยาบาลใน ๔ อำเภอ ที่อำเภอจังหาร อำเภอเชียงขวัญ อำเภอโพธิ์ชัย อำเภอธวัชบุรีด้วยครับ🔗

เรื่องที่ ๒ เนื่องจาก อบจ. ได้รับโอน รพ.สต. ไปอยู่ภายใต้การกำกับดูแล แต่ไม่มี งบประมาณ จึงขอให้กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นจัดสรรงบประมาณเงินถ่ายโอนให้กับ อบจ. เพื่ออุดหนุน รพ.สต. ต่อไปครับ🔗

เรื่องที่ ๓ เพื่อป้องกันสมองไหล ขอให้กระทรวงสาธารณสุขเพิ่มค่าตอบแทน ให้กับแพทย์ พยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล และบุคลากรทางการแพทย์ต่อไป เพื่อให้อยู่ในระบบ ราชการ🔗

เรื่องที่ ๔ ขอให้เพิ่มค่าตอบแทนให้กับพี่น้อง อสม. ทุกท่านในการที่จะให้ การสนับสนุนการสาธารณสุขต่อไปครับ🔗

เรื่องที่ ๕ ขอให้กระทรวงมหาดไทยเพิ่มค่าตอบแทนให้กับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน แพทย์ สารวัตรกำนัน ผู้ช่วย เพื่อเป็นขวัญกำลังใจ🔗

เรื่องที่ ๖ ขอให้รัฐบาลช่วยลดค่าครองชีพให้กับพี่น้องประชาชน เช่น ลดค่ากระแสไฟฟ้า ค่าแก๊ส ค่าน้ำมัน เพื่อให้พี่น้องอยู่ได้โดยปลอดภัย ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ได้หลายเรื่องนะครับ ต่อไปเชิญรองศาสตราจารย์รงค์ ตามด้วยท่านปดิพัทธ์ สันติภาดา ครับ เชิญครับ🔗

รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ ผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตหารือ ๒ เรื่อง เรื่องที่ ๑ คือเรื่องการเปลี่ยนสีผังเมืองรวม อำเภอเมืองนครศรีธรรมราชจากสีเขียวให้เป็นสีเหลือง เรื่องที่ ๒ ขอให้มีการสร้างสะพานใหม่ ทดแทนสะพานเก่าที่ตำบลไชยมนตรี🔗

เรื่องแรก เรื่องของการเปลี่ยนสีผังเมืองรวมอำเภอเมืองนครศรีธรรมราช จากสีเขียวให้เป็นสีเหลือง ได้รับการร้องเรียนจากท่านเชาวลิต สุพรัตน์ คุณธเนศ เขตนคร คุณเสนอ ผันแปรจิตร เพื่อที่จะให้เปลี่ยนผังเมืองจากสีเขียว วันนี้บนถนนเฉลิมพระเกียรติ ที่เริ่มตั้งแต่ศาลาบางปู บ้านน้ำแคบ โรงเรียนเมือง สี่แยกเบญจมราชานุสรณ์ บ้านวังรัก บ้านนาป่า บ้านนาพรุ ท่าช้าง จนไปถึงจังหูน ยาวทั้งหมด ๓๒ กิโลเมตร เป็นถนนทางหลวงแผ่นดิน ที่มีสภาพถาวรดีมาก ผ่านสนามบิน ผ่านโรงเรียนประจำจังหวัด แต่ว่าผังเมืองตรงนั้นยังเป็น สีเขียว พี่น้องที่ร้องเรียนแถบนั้นเขาบอกต้องการเป็นสีเหลืองเพื่อจะได้ปรับใช้พื้นที่ให้สมกับ การเป็นพื้นที่ที่มีความเจริญอย่างมาก จะได้ทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อบต. ได้รับภาษี จากการโอน จากการซื้อขาย หรือทำนิติกรรมนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ก็คือได้รับการร้องเรียนเกี่ยวกับการให้สร้างสะพานใหม่ทดแทนสะพานเก่า ที่หมู่ ๓ ถึงหมู่ ๔ บ้านหนองบัว ตำบลไชยมนตรี อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้รับ การร้องเรียนจากผู้ใหญ่พา ดิษฐพร แล้วก็ชมรมผู้สูงอายุไชยมนตรี ชมรม อสม. พี่สุนีย์ บอกว่า สะพานที่บ้านหนองบัว ที่วัดหนองบัว เป็นสะพานเก่า แคบ รถสวนกันไม่ได้ครับ สร้างมา มากกว่า ๔๐ ปี วันนี้ชำรุด เสาโยกโย้หมดแล้ว หมดสภาพ ดังนั้นจึงอยากจะให้ทางหลวงชนบท เข้าไปดำเนินการสำรวจ ออกแบบ และประมาณการตั้งงบประมาณก่อสร้างให้พี่น้องเขา พี่น้อง ที่ไชยมนตรีเขาเรียกร้องมา พี่น้องที่เฉลิมพระเกียรติเขาเรียกร้องกรมโยธาธิการและผังเมือง จึงเรียนท่านประธานฝากไปยังหน่วยงาน ฝากไปยังรัฐมนตรีและอธิบดีให้ดำเนินการให้พี่น้อง เมืองนครศรีธรรมราชด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านปดิพัทธ์ ตามด้วยท่านอำนาจ วิลาวัลย์ ครับ เชิญครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา พิษณุโลก

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา จังหวัดพิษณุโลก พรรคก้าวไกล อาทิตย์ที่ผ่านมามีสื่อท้องถิ่นในจังหวัดพิษณุโลก ได้สอบถามความคิดเห็นของประชาชนในจังหวัดพิษณุโลกว่าจังหวัดของเรานั้นยืนหนึ่งเรื่องอะไร คอมเมนต์ (Comment) แทบจะเป็นเอกฉันท์เลยก็คือมีด่านตรวจจราจรที่มากเกินไป เรียกได้ว่า เป็นเมือง ๑๐๐ ด่านเลย ผมเข้าใจดีถึงการกวดขันจราจร แต่ตอนนี้ประชาชนตั้งข้อสังเกตว่า การตั้งด่านในช่วงเวลาที่เป็นช่วงเวลาติดขัดทำให้การจราจรนั้นติดขัดเป็นจำนวนมาก หรือว่า ที่เส้นทรัพย์ไพรวัลย์ตั้งด่านตั้งแต่เช้าจรดเย็นเลย หรือบางทีในช่วงเอเปค (APEC) ผมไปเยี่ยม ประชาชนแถวบางทราย วังน้ำคู้ บอกมีการตั้งด่านที่หน้าวัดบางทรายด้วย บอกว่าตรวจ ความปลอดภัยเอเปค (APEC) ที่จังหวัดพิษณุโลก ตอนนี้ประชาชนเขาเลยคิดว่าด่านพวกนี้ มันมีมากเกินไปหรือเปล่า เป็นภาระหรือเปล่า แล้วทำให้เกิดจุดประสงค์ของการหาผลประโยชน์ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำตัวไม่ชอบหรือเปล่า ในขณะเดียวกันการดูแลด้านการจราจรที่ควรจะทำ อย่างเช่นการจัดการเรื่องไฟจราจรที่ชำรุดบกพร่อง การจัดการเรื่องการจอดรถของสถานบันเทิง ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุมากมายนั้นกลับไม่ได้รับการดูแลแก้ไข แต่ว่าเอากำลังทั้งหมดมาเกี่ยวข้อง กับการตั้งด่าน เรื่องนี้จึงอยากให้มีการทบทวนนโยบาย แล้วอีกด่านหนึ่งก็คือด่าน ๗ วันอันตราย ในช่วงปีใหม่ ปรากฏว่าการตั้งด่านโดยฝ่ายปกครองไปทำให้กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อสม. อพปร. ต้องไปตั้งด่านละเอียดยิบย่อยอยู่ในซอยเล็ก ๆ หน้าหมู่บ้านของตัวเองบ้าง ในซอยเล็ก ๆ บ้าง แล้วพวกเขาก็ต้องตรวจแต่เพื่อนบ้าน พี่น้อง ญาติของเขาเอง แทบจะไม่มีผลประโยชน์อะไรเลย ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาความปลอดภัยในเรื่องของการจราจร เกิดภาระงานที่ไม่จำเป็น แล้วก็ กลายเป็นภาพสวย ๆ ที่เวลาผู้ใหญ่ไปเยี่ยมด่านนั้นก็ถ่ายรูปส่ง เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ต้องทบทวนว่า ด่าน ๗ วันอันตรายในถนนเส้นเล็ก ๆ นั้นมีความเป็นธรรมหรือเปล่านะครับ🔗

เรื่องต่อมาก็คือเรื่องของแรงงานที่ไม่เป็นธรรมนะครับ ตอนนี้นิสิตฝึกสอน โดยเฉพาะอาชีพครูนั้นถูกใช้งานเยอะมากแต่ไม่ได้รับค่าตอบแทน แล้วก็แพทย์ฝึกหัด หรือว่าแพทย์ใหม่ต้องทำงานโอเวอร์ไทม์ (Overtime) แล้วก็ใช้เวลา ใช้พลังงาน ทำให้สุขภาพ ของตัวเองเจ็บป่วย แล้วก็เป็นความเครียด อยากให้มีการดูแลในเรื่องของนักศึกษาฝึกงาน แล้วก็ แพทย์ฝึกงานทั้งหลายที่ได้รับความไม่เป็นธรรมตอนนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอำนาจ ตามด้วยท่านวัน อยู่บำรุง ครับ เชิญครับ🔗

นายอำนาจ วิลาวัลย์ ปราจีนบุรี

ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม อำนาจ วิลาวัลย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดปราจีนบุรี แบบแบ่งเขต เขตเลือกตั้งที่ ๑ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ ผมมีเรื่องปรึกษาหารือกับท่านประธานกับความเดือดร้อนของพี่น้องชาวหมู่ ๒ ตำบลบางยาง กับการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมแม่น้ำปราจีนบุรี เรื่องนี้ผมหารือมาครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๔ ครับ ยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด ในสัญญาการก่อสร้างเขื่อนนี้ตั้งแต่ปี ๒๕๖๓ เริ่มต้นสัญญา ๓ มิถุนายน ๒๕๖๓ สิ้นสุดสัญญา ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๔ สภาพปัจจุบันก็ยังเป็นแบบนี้อยู่ ไม่มีการก่อสร้างใด ๆ เกิดขึ้นในเขื่อนตัวนี้ ณ ขณะนี้ถนนที่ชาวบ้านใช้สัญจรถูกน้ำท่วมแล้วก็ซัด ขาดหายไปครับ ชาวบ้านต้องไปเช่าพื้นที่นาเพื่อทำถนนให้รถได้วิ่งผ่าน เดือนละ ๖,๐๐๐ บาท ซึ่งชาวบ้านจะต้องเรี่ยไรเงินกันเองเพื่อออกค่าเช่าพื้นที่นาเอามาทำถนน โดยชาวบ้านได้ไป ร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรมก็เงียบหาย ร้องเรียนไปทางอำเภอก็เงียบหาย ร้องเรียนมายัง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหวังว่าสภาแห่งนี้จะเป็นที่พึ่งของพี่น้อง ชาวบ้านจึงฝากผมมา ผมก็ต้อง หารือเป็นครั้งที่ ๔ เพราะผมเป็นผู้แทนราษฎรเงียบไม่ได้ ต้องหารือให้กับพี่น้องเป็นครั้งที่ ๔ จึงอยากขอทราบความชัดเจนว่ากรมโยธาธิการและผังเมืองทำไมถึงไม่ยกเลิกสัญญา แล้วก็หา ผู้ทำรายใหม่เข้าไปเพื่อก่อสร้างให้แล้วเสร็จ ตอนนี้ผ่านมาเป็นเวลา ๓ ปีแล้วที่เขื่อนตัวนี้ไม่มี การก่อสร้าง ไม่มีการขยับ ไม่มีการเคลื่อนที่ไปไหนเลย ไม่มีผู้รับเหมาเข้ามาทำงาน แล้วทาง กรมโยธาธิการและผังเมืองก็นิ่งเฉย ไม่มีการที่จะจี้ไปยังผู้รับเหมาให้รีบเร่งเข้ามาทำงาน จึงอยาก สอบถามไปทางกรมโยธาธิการและผังเมืองว่าท่านทำไมไม่ยกเลิกสัญญา แล้วก็หาผู้รับเหมา รายใหม่เข้ามาทำให้พี่น้องประชาชน ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวัน ตามด้วยท่านเจือ ราชสีห์ นะครับ เชิญครับ🔗

นายวัน อยู่บำรุง กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพ ผม วัน อยู่บำรุง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ชาวบางบอน หนองแขมเลือกมา ขอหารือท่านประธานถึงจุดเสี่ยงที่อาจจะเกิดอุบัติเหตุ บริเวณหน้าโรงเรียนวัดบางบอน ถนนเส้นนี้เล็ก แคบ และมีรถสัญจรจำนวนมาก ประกอบกับมีนักเรียน เด็กเล็กจำนวนมาก เช่นกัน จึงขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบดำเนินการหามาตรการป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น กับเด็ก ๆ ด้วย🔗

เรื่องจุดเสี่ยงที่อาจจะเกิดเหตุอาชญากรรม ๑. บริเวณป้ายรถโดยสารประจำทาง ปากซอยเอกชัย ๑๐๐ เคยเกิดเหตุชิงทรัพย์บริเวณนี้ จึงอยากให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องดำเนินการ หามาตรการป้องกันเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นกับประชาชนซ้ำอีก ๒. บริเวณซอยโรงเรียนบ้านนายผล บริเวณหน้าโรงเรียนเป็นพื้นที่ป่าธูปฤาษีขนาดใหญ่ ทำให้เสี่ยงต่อความปลอดภัย อาจก่อ อาชญากรรม และรวมถึงสัตว์มีพิษต่าง ๆ ที่อาศัยอยู่ อาจจะเกิดอันตรายต่อประชาชน ขอให้ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องช่วยดำเนินการด่วน ๓. บริเวณสวนหย่อมใต้ต่างระดับถนนเอกชัย มีบุคคล มั่วสุมตั้งวงดื่มสุรา แล้วยังมีบุคคลเร่ร่อนนอนค้างอ้างแรมบริเวณดังกล่าว ประชาชนที่สัญจร ผ่านไปมาเกรงว่าจะไม่ได้รับความปลอดภัย ขอให้เจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องช่วยดำเนินการด้วย🔗

เรื่องสุดท้าย เรื่องปรับภูมิทัศน์ ที่หมู่บ้านพระปิ่น ๕ ซอย ๒๘ ช่วงท้ายซอย มีสวนหย่อมอยู่ แต่ปัจจุบันกลายเป็นที่รกร้าง มีชาวบ้านนำขยะชิ้นใหญ่ เช่น ฟูกนอน ตู้ เตียง รถเข็นที่ชำรุดมาทิ้ง และต้นไม้ก็หักโค่นบางส่วน บางต้นก็เกี่ยวสายไฟ ชาวบ้านก็กลัวว่า อาจจะเกิดเพลิงไหม้สายไฟ ทางตัวแทนชาวบ้านได้มาขอให้ประสานงานกับทางผู้เกี่ยวข้อง ให้มาเก็บขยะและตัดกิ่งไม้ และขอให้ทางราชการมาปรับภูมิทัศน์สวนหย่อมนี้ให้มีสภาพสวยงาม เพื่อที่ชาวบ้านจะได้ใช้ประโยชน์ร่วมกัน ท่านประธานอีกนิดครับ ผมสงสัยมานานแล้วกล่องใส ๆ ที่อยู่ข้างหน้ามันช่วยกันโควิด (COVID) ได้ด้วยหรือครับ เมื่อไรจะเอาออกสักที เกะกะมากเลย ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

สภาเรายังถือว่า บล็อกกระจกนี่เป็นมาตรการในการป้องกันโควิด (COVID) ได้ระดับหนึ่ง คือป้องกันไม่ให้น้ำลาย ท่านวันเวลาพูดดัง ๆ มันกระจายออก มันจะมีขอบเขตจำกัด เหมือนกับประธานก็เหมือนกัน ก็คงจะต้องใช้ไปอีกจนกว่าจะแน่ใจว่าเชื้อโควิด (COVID) ไม่มีแล้ว ต่อไปเชิญท่านเจือ ตามด้วย ท่านนพพล เหลืองทองนารา ครับ เชิญครับ🔗

นายเจือ ราชสีห์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายเจือ ราชสีห์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดสงขลา วันนี้ผมจะขออนุญาตหารือเกี่ยวกับเรื่องเหตุระเบิดที่เกิด ที่อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลานะครับ ก่อนอื่นกระผมต้องขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง ต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตจากเหตุระเบิดขบวนรถไฟ ที่อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา และขอเป็น กำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกท่าน สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ ๓ เดือนธันวาคม ๒๕๖๕ ที่ผ่านมามีเหตุระเบิดเกิดขึ้นกับรถไฟขบวนรถสินค้าบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ ขบวนที่ ๗๐๗ หาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ตกรางในพื้นที่บ้านท่าโพธิ์ระหว่างคลองแงะ สะเดา ที่อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา พอเกิดเหตุแล้วหลังจากนั้นอีก ๓ วันทางการรถไฟแห่งประเทศไทยก็ขออนุญาต ต่อฝ่ายความมั่นคงว่าจะขอส่งเจ้าหน้าที่ไปซ่อมแซมราง พอเจ้าหน้าที่เข้าไปเมื่อวันที่ ๖ ธันวาคม ก็เกิดเหตุระเบิดซ้ำ ทำให้เจ้าหน้าที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทยเสียชีวิต ๓ ราย และบาดเจ็บ ๔ ราย สร้างความกังวลให้กับคนในพื้นที่ถึงเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้อง ประชาชนชาวสงขลาเป็นอย่างยิ่ง รวมถึงจะส่งผลกระทบต่อความเสียหายของการท่องเที่ยว อย่างมหาศาล เพราะว่าจังหวัดสงขลาเป็นศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจของภาคใต้ กระผมเอง อยากจะเรียนท่านประธานไปถึงท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงกลาโหม แม่ทัพภาคที่ ๔ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา อยากจะให้ท่านช่วยกันป้องกัน ระงับเหตุการเกิดที่จังหวัดสงขลา อยากให้เป็นพื้นที่ปลอดภัย เป็นพื้นที่เซฟตีโซน (Safety Zone) แล้วก็อยากให้ทบทวนมาตรการ แล้วก็ถอดบทเรียนการตรวจสอบการเก็บกู้ระเบิด ป้องกันเหตุ สลดซ้ำซ้อน กระผมแน่ใจว่าไม่มีใครอยากให้เกิดเหตุ แต่ว่าเมื่อเกิดเหตุแล้วเราก็ต้องหาทาง ป้องกัน เพื่อจะฟื้นฟูความเชื่อมั่นของการท่องเที่ยวของพี่น้องประชาชนให้เกิดขึ้นให้ได้ แล้วก็ อยากจะฝากไปถึงหน่วยงานให้เยียวยาให้กับผู้ที่ได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีอยู่รายหนึ่ง อยู่อำเภอคลองหอยโข่ง ครอบครัวนี้มีลูกอยู่ ๒ คน คนหนึ่งเสียชีวิตในที่เกิดเหตุไปแล้ว อีกคนหนึ่งเป็นตำรวจอยู่ที่ ๓ จังหวัด เขาเองอยากจะให้ทางหน่วยงานผู้รับผิดชอบได้ย้ายลูกเขา กลับมาเพื่อดูแลครอบครัว ขอฝากท่านประธานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนพพล ตามด้วยท่านประมวล พงศ์ถาวราเดช ครับ🔗

(นายนพพล เหลืองทองนารา ไม่อยู่ในห้องประชุม)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านนพพล ทันไหมครับ ถ้าไม่ทันผ่านไป ท่านประมวลพร้อมไหมครับ เชิญเลยครับ🔗

นายประมวล พงศ์ถาวราเดช ประจวบคีรีขันธ์

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายประมวล พงศ์ถาวราเดช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เขตอำเภอทับสะแก บางสะพาน บางสะพานน้อย พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้ผมขอหารือ ๓ เรื่อง🔗

เรื่องที่ ๑ ได้รับการร้องเรียนจากเกษตรกรชาวสวนยางพารา เรื่องราคายางพารา ตกต่ำ และเป็นฤดูฝนไม่สามารถจะกรีดยางได้ ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายประกันรายได้ยางพารา จึงขอให้รัฐบาลโดยการนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา อนุมัติโครงการประกันรายได้ ยางพาราโดยเร่งด่วน เพื่อให้เกษตรกรได้รับเงินชดเชยมาเป็นค่าใช้จ่ายในการครองชีพต่อไป🔗

เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากเกษตรกรชาวสวนปาล์ม ซึ่งปัจจุบันราคา ปาล์มน้ำมัน กิโลกรัมละ ๔.๘๐ บาท ซึ่งเกินราคาประกันรายได้ แต่ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น จึงขอให้รัฐบาลหาวิธีการใช้น้ำมันปาล์มในด้านพลังงาน และขอให้สนับสนุนผู้ประกอบการ ในการส่งออก เพื่อให้ราคาน้ำมันปาล์มสูงขึ้น ให้เกษตรกรชาวสวนปาล์มมีรายรับเพียงพอต่อ การครองชีพ🔗

เรื่องที่ ๓ ได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน โดยการนำของ กำนันสมหมาย ปานทอง และผู้บริหารท้องถิ่น สมาชิกสภาท้องถิ่น โดยการนำของนายกธวัชชัย แดงฉ่ำ และพี่น้อง อสม. โดยการนำของประธานมานพ ทองมา เรื่องค่าตอบแทนที่ไม่ได้รับ การปรับเพิ่มขึ้นมาเป็นเวลาหลายปี จึงอยากให้รัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทยและกระทรวง สาธารณสุขเพิ่มค่าตอบแทนให้สูงขึ้น เพื่อเป็นกำลังใจให้กับองค์กรดังกล่าวด้วยครับ ขอบคุณ มากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอนุรักษ์ บุญศล ตามด้วยท่านภาคภูมิ บูลย์ประมุข นะครับ เชิญครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๔ พรรคเพื่อไทย ดิฉันหารือท่านประธาน ผ่านไปถึงอธิบดีกรมชลประทาน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประภัตร โพธสุธน และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่อง ขอให้ก่อสร้างฝายชะลอน้ำ กั้นแม่น้ำสงคราม ช่วงกุดแฮด บ้านนาดินจี่ ตำบลคำสะอาด อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร และกุดแฮดที่เดียวกันนี่ละค่ะ บ้านโคกคำไหล ตำบลอ้อมกอ อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ท่านประธานดูภาพดิฉันที่จอด้วยค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานคะ ภาพนี้ดิฉันตั้งกระทู้ถาม ถามที่ห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ ท่านประธานเป็นประธานในวันนั้น ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ ดิฉันจำได้ ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนจากจังหวัดสกลนคร นายถนัด อ่อนละมุน ผู้ใหญ่บ้าน บ้านนาดินจี่ หมู่ ๖ ตำบลคำสะอาด อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร และฝั่งแม่น้ำสงคราม อีกฝั่ง นายพีรพัฒน์ สำนวนเลิศ บ้านโคกคำไหล หมู่ ๓ ตำบลอ้อมกอ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดอุดรธานี ถึงความต้องการฝายชะลอน้ำและบริเวณกุดแฮดนี้ ดิฉันลงพื้นที่แล้วก็นำเข้าสู่ กระทู้ถามแยกเฉพาะ เมื่อวันที่ ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ โดยมีท่านประธานคือท่านประธานศุภชัย โพธิ์สุ ในขณะนั้น ดิฉันบอกกล่าวกับท่านประธานเลยว่ายังไม่มีหน่วยงานใด ๆ ลงไปสำรวจอะไรเลย แล้วพี่น้อง ๒ ฝั่งแม่น้ำสงครามเลยมาร้องเรียนดิฉันอีก ท่านประธานคะ ฝายชะลอน้ำกุดแฮด จะช่วยดูแลพี่น้องประชาชน ๒ ฝั่งแม่น้ำสงคราม เพราะศรัทธาในนิยามน้ำคือชีวิต ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

จำได้นะครับ รัฐมนตรีก็คงจะจัดการในเร็ว ๆ นี้ ต่อไปเชิญท่านภาคภูมิ ตามด้วยท่านสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา นะครับ🔗

นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข ตาก

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายภาคภูมิ บูลย์ประมุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตาก พรรคเศรษฐกิจไทย วันนี้ กระผมมีเรื่องหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ๑ เรื่อง คือเรื่องการเร่งรัดการขออนุญาตใช้พื้นที่ในการทำประโยชน์ ซึ่งทราบข่าวว่าเรื่องเหล่านี้ตอนนี้ กองอยู่ที่กองการอนุญาต กรมป่าไม้ การรอการอนุมัติการใช้พื้นที่ป่าของหน่วยงานราชการต่าง ๆ เป็นอุปสรรคสำคัญมากในการพัฒนาพื้นที่ที่อยู่ในเขตป่า ท้องที่ ท้องถิ่น และหน่วยงานต่าง ๆ ไม่สามารถทำได้เพราะติดปัญหาในเรื่องนี้ โดยเฉพาะเขตพื้นที่ของกระผมซึ่งมีองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นหลายแห่งที่อยู่ในเขตป่าเกือบล้วน ๆ หลายแห่งไม่ได้มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน มาหลายสิบปี เงินที่เขาเหลืออยู่ ที่ใช้งบประมาณแต่ละงบประมาณ บางแห่งท่านประธาน เชื่อไหมเหลือเกือบ ๑๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งบางแห่งงบประมาณถึง ๒๐-๓๐ ล้านบาท ทำไม่ได้ เลยทำให้เกิดการสะสม ขณะนี้จะนำออกมาใช้ก็ติดในเรื่องการขออนุญาตใช้พื้นที่จากกรมป่าไม้ ซึ่งพื้นที่เหล่านี้ประชาชนส่วนใหญ่ก็เป็นกลุ่มที่น้องชาติพันธุ์ เป็นคนที่อยู่ในป่า เขาขาดโอกาส มากอยู่แล้ว การพัฒนาก็ยังไม่เข้าถึง เงินมี งบประมาณมี แต่การอนุญาตเป็นไปด้วยความล่าช้า มีเงื่อนไขมาก ติดอุปสรรคมาก ทำให้การทำงานของหน่วยงานราชการช้ามาก มีความเหลื่อมล้ำสูง ยิ่งขึ้นไปอีก ซึ่งตอนนี้ผมทราบว่าเรื่องกองอยู่ที่กองการอนุญาตของกรมป่าไม้หลายหมื่นเรื่อง ด้วยกัน จึงอยากจะให้ทางท่านรัฐมนตรีหรือท่านปลัดกระทรวงเร่งรัดเจ้าหน้าที่ของท่าน โดยการเพิ่มแรงจูงใจ เพิ่มงบประมาณ เพิ่มบุคลากร ให้งานนี้เป็นงานหลักสำคัญของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คัดแยกในพื้นที่ที่สามารถเป็นไปได้และรีบอนุมัติโดยด่วน ตอนนี้ชาวบ้านพึ่งแต่ถนนพระทำ ถนนที่พระเรี่ยไรญาติโยมแล้วเอามาทำให้ชาวบ้าน เพราะไม่ต้องขออนุญาตใช้พื้นที่ป่าครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสุภาภรณ์ ตามด้วยท่านรุ่งโรจน์ ทองศรี นะครับ🔗

นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตภาษีเจริญ ตลิ่งชัน ๔ แขวง พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ขอสไลด์ค่ะ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นางสุภาภรณ์ คงวุฒิปัญญา กรุงเทพมหานคร

จากรูปภาพเป็นเรื่องร้องทุกข์ จากพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ในซอยเพชรเกษม ๒๙ จะเห็นว่ามีเสาตอม่อของรถไฟฟ้าของ รฟม. บังอยู่หน้าปากซอย ปิดการมองเห็นรถที่จะเข้า ออกซอย และรถทางตรงที่วิ่งมาจาก ถนนเพชรเกษม ไม่สามารถมองเห็นกันและกันได้ ก่อให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง จึงขอให้ทาง รฟม. เร่งดำเนินการแก้ไขติดตั้งป้ายสัญลักษณ์บอกให้รถที่วิ่งมาจากทางตรงชะลอตัว และระวังรถ ที่ออกจากซอย ที่จุดบริเวณเสารถไฟฟ้าของ รฟม.ด้วยค่ะ🔗

เรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของการปรับปรุงยกระดับของถนนพุทธมณฑลสาย ๑ ที่รอ งบประมาณในการปรับปรุงมาเป็นระยะเวลาอย่างยาวนานค่ะ ซึ่งดิฉันได้พูดหารือในประเด็นนี้ ตั้งแต่มาเป็นผู้แทนเมื่อปี ๒๕๖๒ จนถึงปีปัจจุบัน จนใกล้จะครบวาระของสภาแล้วนะคะ เป็นการหารือเรื่องนี้เป็นครั้งที่ ๔ แล้วค่ะท่านประธาน ที่ผ่านมาไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ซึ่งทุกครั้งที่มีการหารือจะได้รับหนังสือชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการออกแบบ ปรับปรุง และเสนอของบประมาณ เพื่อที่จะยกระดับถนนพุทธมณฑลสาย ๑ ทุกครั้งที่มี การหารือ แต่ผลของมันคือสำนักงบประมาณของกรุงเทพมหานครนั้นได้ตัดงบประมาณส่วนนี้ ทุกปีตลอดมา ดิฉันจึงขอให้สำนักงบประมาณของกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ท่านชัชชาติ และกระทรวงมหาดไทย ได้เห็นความสำคัญและความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ช่วยเร่งอนุมัติแผนงานและงบประมาณเพื่อปรับปรุงถนนให้กับพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านรุ่งโรจน์ ตามด้วยท่านวิรัตน์ วรศสิริน นะครับ เชิญครับ🔗

นายรุ่งโรจน์ ทองศรี บุรีรัมย์

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม รุ่งโรจน์ ทองศรี ผู้แทนเซราะกราว อำเภอละหานทราย อำเภอบ้านกรวด อำเภอเฉลิมพระเกียรติ อำเภอโนนดินแดง ซมกราบสวัสดี แม อาว บองประโอน กรุ๊บ ๆ คเนีย เด้อ บาด แซมซาย กุนะกุได สวัสดีครับ พี่น้องบ้านเฮา ซำบายดีบ่ เสื้อสวย ๆ ที่ผมใส่วันนี้ผ้าลายทราย ผ้าผไทรวมพล มีหลากหลายสี สวยงามมาก ๆ ครับ สนใจติดต่อนายกสมหวัง กำนันพจน์ พี่ศรีไพร สท. แสน และผ้าภูอัคนีของดีอำเภอเฉลิมพระเกียรติ วันที่ ๑๗ ธันวาคมนี้ มีงานบุญคูณลาน สู่ขวัญข้าว และของดีอำเภอละหานทราย จัดที่วัดป่าละหานทราย วันที่ ๑๘ ธันวาคม มีงานวิ่งก้าวด้วยธรรม ของโรงพยาบาลละหานทราย ท่านประธานครับ ขอนำปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องหารือ เพื่อสู่การแก้ไขครับ🔗

๑. เรื่องข้าวของแพง ขอให้ควบคุมเรื่องราคาน้ำมัน ปุ๋ย ไฟฟ้า เครื่องอุปโภค บริโภค เพื่อให้พี่น้องอยู่ได้ครับ🔗

๒. ดูแลราคาพืชผลทางการเกษตร ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา อ้อย ข้าวโพด โรคลัมปี สกิน (Lumpy skin) ในวัว และโรคเอเอสเอฟ (ASF) ในหมูด้วยครับ🔗

๓. ช่องตะโก บนทางหลวงหมายเลข ๓๔๘ ขอให้เร่งทำอีไอเอ (EIA) ให้เสร็จ โดยเร็วที่สุด ขอเป็น ๖ เลน (Lane) เพราะอุบัติเหตุเกิดแทบทุกวัน ขอถนน ๔ เลน (Lane) ละหานทราย-บ้านกรวด ละหานทราย-หนองตะครอง-ปะคำ ละหานทราย-โนนดินแดง ละหานทราย-เฉลิมพระเกียรติ🔗

๔. ขุดลอกแหล่งน้ำหนองปลาอีด อำเภอละหานทราย ขุดลอกหนองบัว หนองปรือ บ้านตะโก ตำบลอีสานเขต อำเภอเฉลิมพระเกียรติ🔗

๕. ปรับปรุงภูมิทัศน์แหล่งท่องเที่ยว สวนสุขภาพ อำเภอเฉลิมพระเกียรติ หนองรำพึง หนองปลาอีด หินหลุมร้อยปี เขื่อนลำนางรอง อ่างเก็บน้ำคลองมะนาว อำเภอ โนนดินแดง🔗

๖. ขอยกฐานะจุดผ่อนปรนชายแดนสายตะกู ตำบลจันทบเพชร อำเภอ บ้านกรวด เป็นด่านถาวร เพื่อการค้าชายแดนของพี่น้องบ้านเรา ผู้แทนเซราะกราว รุ่งโรจน์ ทองศรี ขอกราบขอบพระคุณมาก ๆ ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านวิรัตน์ ตามด้วยคุณกันตวรรณ ตันเถียร นะครับ🔗

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน ผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ขอขอบคุณท่านประธาน ขอเรียนหารือท่านประธานไปยังกระทรวงคมนาคม เรื่องชาวบ้านบ้านโพนทรายร้องทุกข์ ขอภาพด้วยนะครับ ตามภาพ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

เมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม ๒๕๖๕ บริเวณ หน้าแขวงทางหลวงชนบทมุกดาหาร ราษฎรบ้านโพนทราย ตำบลโพนทราย อำเภอเมือง จังหวัด มุกดาหาร ได้รวมตัวกันยื่นหนังสือร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมผ่าน ร้อยตำรวจตรี สุเทียน ทองโสม หัวหน้าสาขาภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน พรรคเสรีรวมไทย เขต ๑ จังหวัด มุกดาหาร ว่าได้รับความเดือดร้อนจากการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้กับกรมทางหลวงชนบท เพื่อเชื่อมต่อขยายทางหลวงหมายเลข มห ๐๑๙ กับทางหลวงหมายเลข ๒๑๒ ท่านประธานครับ ชาวบ้านได้โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินที่ถูกเวนคืนไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ ๑๙ เมษายน ๒๕๖๕ แต่ถึงปัจจุบัน เพิ่งได้รับเงินค่าเวนคืน เป็นเงิน ๗๕ เปอร์เซ็นต์ ยังขาดอีก ๒๕ เปอร์เซ็นต์ของแต่ละราย ส่วนที่ ขาดชาวบ้านก็โทรศัพท์ติดต่อสอบถามไป ก็ถูกบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด อ้างเหตุผลต่าง ๆ นานา เงินยังไม่มา เอกสารไม่มี สมุดไม่อยู่ ให้คอยไปก่อน ก็คอยแล้วก็ไม่ได้รับคำตอบ กรณีดังกล่าวทำให้ชาวบ้านที่ไม่ได้รับเงินเวนคืนในส่วนที่เหลือได้รับผลกระทบประสบกับปัญหา หนี้สิน จากการที่ต้องย้ายที่อยู่ใหม่ สร้างบ้านใหม่ ติดเงินค่าก่อสร้าง ค่าวัสดุ ค่าแรง ค่าต่าง ๆ ทำให้ได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เบื้องต้นทราบว่าผู้อำนวยการแขวงทางหลวงชนบท มุกดาหารได้แจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ. เมืองมุกดาหาร ว่าเงินที่เวนคืนหายไป ๒๕ เปอร์เซ็นต์นั้น จำนวน ๑๖๘ ราย เป็นเงิน ๖๖ ล้านบาท ถูกยักยอกไป แล้วรับปากว่าจะรีบ จัดการให้ วันนี้กระผมจึงเป็นตัวแทน ร้อยตำรวจตรี สุเทียน ทองโสม และชาวบ้านบ้านโพนทราย นำเรียนหารือท่านประธานเพื่อประสานไปยังกรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม ขอให้ ดำเนินการจ่ายเงินส่วนที่เหลือให้กับราษฎรบ้านโพนทรายด้วย เนื่องด้วยระยะเวลาได้ผ่านมา นานโขแล้วครับ กราบขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบพระคุณครับ ต่อไปเชิญท่านกันตวรรณ ตันเถียร ตามด้วยท่านอับดุลอายี สาแม็ง ครับ🔗

นางกันตวรรณ ตันเถียร พังงา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางกันตวรรณ ตันเถียร ผู้แทนพี่น้องชาวพังงา จากพรรคประชาธิปัตย์ค่ะ วันนี้ดิฉันขอปรึกษา ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นเรื่อง เกี่ยวกับกลุ่มเกษตรพี่น้องเกษตรกรแม่บ้าน ๒ กลุ่ม🔗

กลุ่มแรก กลุ่มแม่บ้านเกษตรกรบ้านเขาตำหนอน ดิฉันได้รับการร้องเรียนจาก นางปรีดา ทวีรส ประธานกลุ่มแม่บ้าน และนางสุกัญญา ประสมกิจ กลุ่มนี้เป็นกลุ่มแม่บ้าน เกษตรกรบ้านเขาตำหนอน ทำขมิ้นชัน ขมิ้นผง เคยได้รับงบประมาณจากกระทรวงพลังงาน ทำอาคารอบแห้งพลังงานแสงอาทิตย์แบบเรือนกระจก ได้รับงบประมาณตั้งแต่ปี ๒๕๕๖ ปัจจุบันนี้สภาพอาคารหลังคาได้มีการรั่ว ร้าว ทำให้ฝนตกแล้วเกิดความเสียหายแก่พืชผลผลิต ที่อยู่ภายใต้การอบแห้ง เพราะฉะนั้นทางกลุ่มแม่บ้านจึงร้องขอความช่วยเหลือจาก กระทรวงพลังงาน เพียงแค่เปลี่ยนแผ่นหลังคาอันนี้ก็จะทำให้โรงอบแห้งสามารถทำงานได้ เต็มประสิทธิภาพและแก้ไขให้พี่น้องประชาชนค่ะ🔗

กลุ่มที่ ๒ กลุ่มถั่วลิสงคั่วแห้งของกลุ่มแม่บ้าน หมู่ ๒ บ้านบางปลา ตำบลหล่อยูง กลุ่มนี้ได้รับงบประมาณจากกรมพลังงานเช่นกัน แต่ปัญหาคือแผ่นหลังคาก็มีการแตกร้าว รั่วซึม ทำให้การใช้งานไม่เต็มศักยภาพ ฝากท่านรัฐมนตรีนำงบซ่อมแซมไปให้กับกลุ่ม แค่นี้กลุ่ม ก็สามารถต่อยอดได้อย่างถาวร🔗

เรื่องที่ ๒ กราบขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการ ท่านได้ลงไปพื้นที่ในจังหวัดพังงาพร้อมกับดิฉัน และได้เยี่ยมโรงเรียนเล็ก ๆ โรงเรียนบ้านบางกรัก ซึ่งโรงเรียนแห่งนี้ได้รับงบประมาณก่อสร้างอาคารเมื่อ ๔๕ ปีที่แล้ว อาคาร มีสภาพทรุดโทรม อาคารแตกร้าว แต่รองบประมาณมายาวนาน ท่านรัฐมนตรีตรีนุชลงไป ช่วงเวลาประมาณ ๕ โมงถึง ๖ โมงเย็นพบคณะครูเล็ก ๆ ท่านได้เห็นปัญหาแล้วนำมาสู่ งบประมาณในการซ่อมแซม ๕.๕ ล้านบาท ท่าน ผอ. โรงเรียน นางปานจันทร์ ชูเอียด และคณะครู ฝากขอบคุณมายังท่านรัฐมนตรีที่เล็งเห็นความสำคัญ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านอับดุลอายี ตามด้วย ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี ครับ🔗

นายอับดุลอายี สาแม็ง ยะลา

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอับดุลอายี สาแม็ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา เขต ๓ พรรคประชาชาติ ผมขอหารือกับท่านประธานสัก ๒ เรื่องนะครับ🔗

สืบเนื่องจากว่าผมได้ไปประชุม สัมมนา ในเรื่องของคุณภาพการศึกษาของ โรงเรียนเอกชน ที่จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ ๑๒ เดือนธันวาคม ๒๕๖๕ เรื่อง การส่งเสริมการศึกษา ในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อเข้าสู่ระบบอุดมศึกษาโดยวิธีการทำพอร์ตโฟลิโอ (Portfolio) ที่สำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดยะลา เพื่อให้มีคุณภาพการศึกษาในโรงเรียนเอกชน จังหวัดยะลา นั้น เราจำเป็นจะต้องมีคนที่แนะนำ แนะแนววิธีการสร้างคุณภาพการศึกษา ตอนนี้ เรื่องของศึกษานิเทศก์ประจำสำนักงานการศึกษาเอกชนจังหวัดยะลายังไม่มีเป็นเวลานานแล้ว ก็อยากจะให้มีการบรรจุตำแหน่งนี้เข้าไป เนื่องจากว่าตำแหน่งมีแต่คนไม่มี ก็อยากจะให้มี คนเหล่านี้เพื่อไปสร้างเสริมคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนเอกชนในจังหวัดภาคใต้ด้วยนะครับ🔗

เรื่องที่ ๒ สืบเนื่องจากเรื่องเดียวกันว่าครั้งหนึ่งผมก็ได้คุยแล้วในสภาแห่งนี้ เพื่อจะได้บรรจุงบประมาณเรื่องของอาหารกลางวันตาดีกา ตามศูนย์จริยธรรม ๕ จังหวัด ชายแดนภาคใต้ แต่ว่า ณ ขณะนี้ในเขตเทศบาลนครยะลา ในเขตเทศบาลเมืองเบตง ในเขตเทศบาลเมืองปัตตานีก็ยังไม่มีการจัดสรรอาหารกลางวันของศูนย์จริยธรรมประจำมัสยิด ลักษณะอย่างนี้เป็นเรื่องของการจัดสรรงบประมาณที่มีความลักลั่น ไม่เสมอภาค ก็อยากจะให้มี การจัดการโดยเร็ว ในข้อเท็จจริงแล้วคนเหล่านี้ในพื้นที่ของศูนย์จริยธรรมก็ฝากขอบคุณมา ยังรัฐบาล แต่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่อยากจะให้มีความเสมอภาค อย่าไปคิดตามโครงสร้างของ สภาสันติสุขที่มีเขตตำบลอย่างเดียว ในเขตเทศบาลก็ควรจะจัดสรรให้ด้วยนะครับ ขอขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ ร้อยตำรวจเอก อรุณ ตามด้วยท่านนพพล เหลืองทองนารา เชิญครับ🔗

ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี สงขลา

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ร้อยตำรวจเอก อรุณ สวัสดี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขต ๔ วันนี้ใคร่หารือ ท่านประธาน ๒ เรื่องครับ🔗

เรื่องที่ ๑ ได้รับการประสานงานจากนายกองค์การบริหารส่วนตำบลระโนด ท่านนายกเลิศ คงเย็น และกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ชาวบ้านของตำบลระโนด ด้วยหาดปากบาง หรือที่เรียกว่าสวนสาธารณะเฉลิมพระเกียรติตำบลระโนด ซึ่งเป็นสถานที่ที่สวยงามที่สุดของ อำเภอระโนด อยู่ติดกับทะเลสาบสงขลา มีวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม ซึ่งสถานที่แห่งนี้ อบต. ระโนด ได้ใช้เป็นกิจกรรมสาธารณะต่าง ๆ เช่น จัดงานประเพณีต่าง ๆ สถานที่พักผ่อน สถานที่ ออกกำลังกาย ชาวบ้านเขามีความประสงค์ที่จะพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวของอำเภอระโนด จึงหารือประสานมาทางผมผ่านท่านประธานช่วยส่งถึงกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวง การท่องเที่ยวและกีฬา ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ช่วยพัฒนาออกแบบ เพื่อจะให้สถานที่ที่หาดปากบางแห่งนี้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ของอำเภอระโนดครับ🔗

เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากท่านสุเวทย์ บางพงศ์ ซึ่งท่านเป็นประธาน ตัวแทนของชาวประมงทะเลสาบสงขลา ได้รับความเดือดร้อนจากจอกแหน ซึ่งได้รับการผลักดัน มาจากทะเลน้อยลงมาในทะเลสาบสงขลาเต็มไปหมดเลยนะครับ แทนที่จะจัดเก็บขึ้นฝั่ง แต่ผลัก ลงทะเลสาบสงขลามาขยายเต็มทะเลสาบ ทำให้เครื่องมือประมงชาวบ้านเสียหาย ผมจึงหารือ ท่านประธานผ่านท่านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเร่งลงไปแก้ปัญหา อย่างเร่งด่วนครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านนพพล เหลืองทองนารา ท่านสุดท้ายนะครับ เชิญครับ🔗

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิราม ผมเองมีเรื่องที่จะมาหารือกับท่านอยู่ ๒-๓ ประการนะครับ🔗

ประการแรก ก็คือด้วยความห่วงใยของทั้งตัวผมเอง แล้วก็ทั้งสมาชิกของ พรรคเพื่อไทยทั้งหมด ในเรื่องของโครงการประกันรายได้เกษตรกร บัดนี้จริงอยู่ว่ามีการจ่ายเงิน ในเรื่องของโครงการประกันรายได้เกษตรกรทั้งในส่วนของค่าเก็บเกี่ยวที่ว่าไร่ละ ๑,๐๐๐ บาท แล้วก็ส่วนต่าง ณ วันนี้ก็เลยมาแล้วในงวดที่ ๙ แต่ว่าทั้งหมดทั้งสิ้นที่มีการจ่ายไป ณ ตอนนี้ ยังมีเกษตรกรที่ยังมิได้รับเงินชดเชยส่วนต่างทั้งประเทศมีอีกจำนวน ๖,๐๐๐ กว่าราย อย่างใน จังหวัดพิษณุโลกมีอยู่ ๑๓๓ ราย มีทั้งในส่วนที่ชื่อและนามสกุลบัญชีของเกษตรกรไม่ตรงกับ กรมส่งเสริมการเกษตร แล้วก็มีทั้งในเรื่องของการปิดบัญชีบ้าง อายัดบัญชีบ้าง ผมเอง ก็อยากจะขอความกรุณาทางธนาคาร ธ.ก.ส. ได้แจ้งไปยังพี่น้องเกษตรกรเหล่านี้ด้วย เพราะเป็น เงินจำนวนหลายร้อยล้านบาทนะครับ🔗

ประการที่ ๒ ในเรื่องของประปา ผมเองก็เคยพูดเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แม้ว่า ระยะเวลาอาจจะใกล้กัน เพียงสัปดาห์เดียวผมก็มาพูดอีกเป็นครั้งที่ ๒ แต่ว่าที่ตำบลทับยายเชียง อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก นั้น ประปาที่นี่ถือว่ามีความสำคัญมาก และเป็นประปา ขนาดใหญ่ที่จะหล่อเลี้ยงประชาชนในตำบลทับยายเชียงเกือบทั้งตำบล นั่นคือตำบลนี้มีอยู่ ๖ หมู่บ้าน แต่ว่าประปาแห่งนี้ซึ่งผ่านในข้อตกลงเดิม ในสิ่งที่เดิมที่เกิดขึ้นก็คืองบประมาณผ่านไป ทางผู้ว่าราชการจังหวัด ซีอีโอ (CEO) ของจังหวัดพิษณุโลก ในงบประมาณปี ๒๕๖๖ แต่ว่ามีปัญหาเรื่องที่ดินก็เลยมาดำเนินการแก้ไข แล้วตอนนี้ทางนายก แล้วก็กำนันตำบลทับยายเชียง ก็ได้แก้ไขเรียบร้อยแล้ว แต่ด้วยความเป็นห่วงเป็นใย เพราะว่าประชากรร้อยละ ๘๐ จะต้องใช้ ประปาจากแห่งนี้ ตลอดจนแหล่งน้ำผิวดินที่จะมาผลิตน้ำประปาที่ตำบลทับยายเชียงนี้ ตอนนั้น ต้องขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีช่วยประภัตรที่ได้ไปขุดสระ แต่ว่าสระกับจำนวนปริมาณน้ำ ที่ต้องผลิตให้เพียงพอกับพี่น้องประชาชนในตำบลทับยายเชียงทั้ง ๕ หมู่นั้นน้อยเหลือเกิน ก็ขอให้ท่านได้ขยายสระเก็บน้ำลูกนี้ให้กับประปาที่จะเกิดขึ้นใหม่ด้วยเถอะนะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ก็ได้เปิดโอกาสให้ท่านสมาชิกนำเอาปัญหาของพี่น้องประชาชนมาปรึกษาหารือ ครบทั้ง ๓๐ ท่านแล้วนะครับ🔗

จำนวนสมาชิกที่มาประชุมทั้งหมดที่ลงชื่อไว้เมื่อเลิกประชุม ๔๐๐ คน
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขณะนี้มีท่าน สมาชิกเข้าชื่อประชุม จำนวน ๒๔๐ ท่าน ถือว่าครบองค์ประชุมแล้ว ผมขอเปิดการประชุม และดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระนะครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม🔗

เรียนท่านสมาชิกครับ ก่อนที่จะมีการถาม ตอบกระทู้ถาม ตามระเบียบวาระ กระทู้ถามผมขอเรียนให้ที่ประชุมทราบว่าสำหรับการพิจารณากระทู้ถามแยกเฉพาะได้ไป ดำเนินการถามและตอบในห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ ที่อยู่บริเวณชั้น ๑ ควบคู่กันไปกับ การพิจารณาของกระทู้ถามสดด้วยวาจาและกระทู้ถามทั่วไป🔗

๑.๑ กระทู้ถามสดด้วยวาจา🔗

๑.๑.๑ กระทู้ถามที่ ๒๑๗ ส. (นางวลัยพร รัตนเศรษฐ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม🔗

ขณะนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ท่านชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ อยู่ในห้อง เตรียมพร้อมที่จะตอบแล้วนะครับ คุณวลัยพร รัตนเศรษฐ ก็พร้อมแล้ว เชิญคุณวลัยพรครับ🔗

นางวลัยพร รัตนเศรษฐ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ท่านรัฐมนตรี ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ดิฉัน วลัยพร รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตยกประเด็นการดำเนินงานของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม กระทู้ถามในวันนี้ค่ะ และขอขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีที่ท่านกรุณามาชี้แจง ด้วยตนเอง ขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรี ดิฉันได้รับข้อมูลจากนักศึกษา จากเยาวชน จากประชาชนในพื้นที่หลากหลายแห่ง รวมทั้งข้อมูลจากเพื่อนสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรด้วยกันด้วยนะคะ เกี่ยวกับปัญหาของการให้บริการอินเทอร์เน็ต (Internet) สาธารณะสู่ชุมชนหรือบริการวายฟาย (Wi-Fi) สาธารณะ จากรายงานการติดตามประเมินผล ของกองประเมินผล สำนักงบประมาณ พบว่าโครงการนี้เป็นโครงการใหญ่ มีการติดตั้ง การให้บริการวายฟาย (Wi-Fi) จำนวน ๘,๒๔๖ จุดทั่วประเทศ ซึ่งไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายกับประชาชน ในช่วงปี ๒๕๖๒ ถึงปี ๒๕๖๕ ที่ผ่านมาใช้งบประมาณ ๗๐๕.๖๒ ล้านบาท จากงบประมาณ จัดสรร ๙,๓๑๗.๘๑ ล้านบาท การประเมินผลครั้งนี้มีข้อมูลที่น่าสนใจ คือมีการเก็บรวบรวม ข้อมูลจากประชาชน ๕,๐๐๐ คนทั่วประเทศ ในจำนวนนี้ประมาณ ๔๖ เปอร์เซ็นต์ ก็เกือบ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ ใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) จากโครงการนี้ในบางครั้ง อีกประมาณ ๓๒ เปอร์เซ็นต์ ใช้เป็นประจำสม่ำเสมอ สะท้อนอะไรคะ สิ่งเหล่านี้สะท้อนว่า ๗๘ เปอร์เซ็นต์ หรือเกือบ ๘๐ เปอร์เซ็นต์คือเข้าถึงการบริการสาธารณะดิจิทัล (Digital) ชุมชน ซึ่งเป็นเรื่องของ การที่เกิดประโยชน์ เพิ่มรายได้ แล้วก็ทำให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เป็นประโยชน์กับประชาชน ในพื้นที่อย่างมาก ยิ่งในสถานการณ์ของโควิด (COVID) ด้วย หรือสถานการณ์ที่เป็นวิกฤติต่าง ๆ การติดต่อสื่อสารหรือการที่ใช้ช่องทางเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์เป็นสิ่งที่จำเป็นและสำคัญ คำถามที่จะเรียนถามท่านรัฐมนตรีผ่านไปทางท่านประธานสภาก็คือขอเรียนถามว่า สถานะปัจจุบันของโครงการนี้จะดำเนินการต่อหรือไม่ อย่างไร แล้วก็ยังมีแนวคิดด้วยค่ะว่า การบริการสาธารณะนี้จะส่งมอบต่อให้กับหน่วยงานในพื้นที่เพื่อดูแลต่อไป ขออนุญาตที่จะ เรียนถามความชัดเจนในเรื่องนี้ เป็นความห่วงใยของประชาชนในพื้นที่ว่าจะสามารถใช้บริการ สาธารณะนี้ได้ต่อไปหรือไม่ อย่างไร อันนี้เป็นคำถามแรกนะคะ🔗

ส่วนคำถามที่ ๒ ขออนุญาตที่จะถามต่อไปเลยค่ะ ความพึงพอใจของประชาชน ต่อผู้ตอบแบบสอบถามในเรื่องนี้ปรากฏว่าพึงพอใจอยู่ในระดับมาก แต่อย่างไรก็ตามพบปัญหา หลายประการค่ะ พบปัญหาว่าสัญญาณไม่เสถียร บางครั้งก็หลุด ประชาชนไม่ทราบว่ามีบริการ อินเทอร์เน็ต (Internet) สาธารณะที่ให้กับชุมชนแบบนี้โดยที่ไม่คิดค่าใช้จ่าย แล้วก็การประชุม ออนไลน์ (Online) ยังทำไม่ได้ รวมทั้งการสมัครเข้ารับบริการก็มีขั้นตอนค่อนข้างมาก แล้วได้รับ ข้อมูลจากท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านชวน ชูจันทร์ พรรคพลังประชารัฐ ฝากเรียนว่า กำลังแรงส่งของวายฟาย (Wi-Fi) ก็ดี จุดบริการไม่เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน ทั้งประเทศ เพราะว่าโครงการนี้ของกระทรวงดีอี (DE) เป็นโครงการที่เป็นประโยชน์มาก ๆ กับในพื้นที่ ซึ่งทำมาแล้วตั้งแต่ประมาณปี ๒๕๖๒ จนถึงปัจจุบัน ดังนั้นอยากที่จะเรียนถาม ต่อไปว่าแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นที่นำเรียนเมื่อสักครู่นี้กับสถานะของโครงการ จะขยายผลต่อหรือไม่ อย่างไร เพื่อให้การบริการสาธารณสู่ชุมชนมีความครอบคลุม แล้วก็ ครบถ้วน ให้เกิดประโยชน์กับประชาชนได้มากยิ่งขึ้น ขออนุญาตเรียนถามท่านประธานผ่านไปยัง ท่านรัฐมนตรีค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เชิญท่านรัฐมนตรีตอบครับ🔗

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ก็ขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ให้ความเป็นห่วงเป็นใย ในโครงการอินเทอร์เน็ต (Internet) สู่ชุมชน ซึ่งเป็นฟรีวายฟาย (Free Wi-Fi) ที่เราได้จัดบริการ มาอย่างต่อเนื่องหลายปีแล้วนะครับ ซึ่งอันนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการสำคัญที่รัฐบาล ได้ขับเคลื่อนมา โดยใช้ชื่อโครงการว่าไทยแลนด์ ๔.๐ (Thailand 4.0) ประเทศไทยต้องไปไกล กว่าที่เราคิดด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital) มีการนำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน (Digital Transformation) มาใช้ในทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชนมีธุรกิจใหม่ ๆ เกิดขึ้นจาก เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital) ภายใต้โครงการไทยแลนด์ ๔.๐ (Thailand 4.0) แต่ที่สำคัญก็คือ การที่ขยายการใช้บริการอินเทอร์เน็ต (Internet) ให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ในประเทศไทย ผ่านโครงการเดินสายไฟเบอร์ออปติก (Fiber Optic) การใช้สัญญาณโทรศัพท์มือถือ ๔ จี (4G) ให้ทั่วทุกประเทศ การใช้การสื่อสารด้วยข้อมูลดิจิทัล (Digital) ผ่านโทรศัพท์มือถือไร้สาย หรือการเดินสายไฟเบอร์ (Fiber) ไปในทุกจุดแล้วก็ตั้งเป็นฟรี วายฟาย ฮอตสปอต (Free Wi-Fi Hotspot) ในบางชุมชน ในบางหมู่บ้าน ที่คิดว่ามีความจำเป็นที่ต้องเข้าไปส่งเสริมให้ พี่น้องประชาชนได้มีโอกาสเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital) ซึ่งทำให้ในปัจจุบันประเทศไทยเรา ถือว่าเป็นประเทศที่อยู่ในอันดับที่ดีมากในการที่คนไทยเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital) หรือเข้าถึงอินเทอร์เน็ต (Internet) ในการสำรวจบางหน่วยงานอย่างล่าสุดกระผมก็ทราบว่า เรามีการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต (Internet) ในระดับสูง ๆ ถึง ๗๗.๘ เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับ ค่าเฉลี่ยของโลกที่ ๖๓.๕ เปอร์เซ็นต์ ถือว่าอยู่ในอัตราที่สูงมาก ความเร็วอินเทอร์เน็ต (Internet) ฟิกซ์บรอดแบรนด์ (Fixed Broadband) โดยเฉลี่ยของประเทศไทยเราก็ถือว่าเป็นอันดับ ๕ ของโลก สปีด (Speed) ของเรา ส่วนเรื่องการสื่อสารไร้สายซึ่งวันนี้เราไปถึง ๕ จี (5G) แล้ว จะพบว่าในหลายพื้นที่เรามีสปีด (Speed) ของการสื่อสารข้อมูลผ่านมือถือที่เร็วมาก สะดวกสบายมาก ก็เป็นสิ่งที่ทำมาโดยตลอดของรัฐบาล ภายใต้การนำของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นะครับ ส่วนการขยายอินเทอร์เน็ต (Internet) สาธารณะที่กระผมได้กล่าวคือการไป ติดตั้งวายฟาย (Wi-Fi) แล้วก็มีบริการฟรีให้ประชาชนนะครับ โครงการที่ท่านสมาชิกพูดถึงน่าจะเป็นโครงการที่เรียกว่าอินเทอร์เน็ต (Internet) สาธารณะ สู่ชุมชน ซึ่งเริ่มเมื่อปี ๒๕๖๒-๒๕๖๕ ๓ ปี ซึ่งทางกระทรวงก็ได้ตั้งงบประมาณไว้เพื่อจ่าย ค่าบริการคือค่าอินเทอร์เน็ต (Internet) ค่าแอร์ไทม์ (Air Time) ทั้งหมด ๓ ปี หมดโครงการไป เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมานี้เองนะครับ แล้วก็ตามข้อตกลงโครงการนี้ไม่ได้หยุด เพียงแต่ว่า ทางกระทรวงจะเป็นการนำร่องแล้วก็ริเริ่มโครงการให้ แต่ผู้ใช้บริการจริง ๆ ก็คือการศึกษา นอกโรงเรียนหรือ กศน. ก็จะเป็นคนที่ตั้งงบประมาณ เพื่อเข้ามาจ่ายค่าบริการหรือว่ามา ปรับปรุงระบบเมนเทอแนนซ์ (Maintenance) ประมาณนั้นต่อไป ซึ่งเท่าที่ทราบทาง กศน. ก็ได้รับโครงการนี้ไปแล้ว แล้วก็มีการตั้งงบประมาณเพื่อจะดูแลให้โครงการนี้เดินหน้าต่อไป เพราะฉะนั้นกระทรวงก็เลยไม่ได้มีการดำเนินการในเรื่องนี้แล้ว เพราะได้ส่งมอบให้ กศน. เป็นผู้ดูแล แต่หลังจากนี้ไป กศน. ก็ต้องไปปรับปรุงในเรื่องการทำงานบางเรื่อง เท่าที่ผมทราบ เช่นเดิมทางกระทรวงเขาใช้บริการของทีโอที (TOT) หรือเอ็นที (NT) เปลี่ยนชื่อเป็นปัจจุบันนี่ เป็นผู้ให้บริการทั้งหมด ปัจจุบันเท่าที่ทราบ กศน. ก็จะกระจายอำนาจให้แต่ละจังหวัด หรือแต่ละโรงเรียน กศน. เป็นเงิน ๑,๐๐๐ บาทต่อเดือน ให้ไปซื้อบริการอินเทอร์เน็ต (Internet) ใช้ในแต่ละโรงเรียนเอง อาจจะใช้ยี่ห้อไหนก็ได้ บริษัทไหนก็ได้ แล้วแต่ที่ทางโรงเรียนหรือทาง สถาบันการศึกษานั้นจะเห็นว่าเหมาะสมในพื้นที่ ก็มีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบการทำงานไปบ้าง แต่ในหลักการอินเทอร์เน็ต (Internet) ที่เข้าถึงชุมชนผ่านโครงการนี้ที่ผ่านไปที่ กศน. ยังมีอยู่ เพียงแต่เปลี่ยนผู้รับผิดชอบเป็น กศน. ดำเนินการเอง ส่วนโครงการอื่นที่ยังมีอยู่ก็ทำต่อไป เรียนเพื่อนสมาชิกอย่างเช่นโครงการเน็ตประชารัฐ ซึ่งเป็นการขยายอินเทอร์เน็ต (Internet) สู่ชุมชนอีกโครงการหนึ่งนะครับ อันนั้น ๒๔,๗๐๐ จุดทั่วประเทศ อันนี้ยังทำอยู่ โครงการนี้มีอายุ ๕ ปี ยังเหลือเวลาอีก ๒-๓ ปีที่เราทำอยู่ แต่ว่ามันก็มีปัญหาครับ เท่าที่ทราบก็คือหลายพื้นที่ จุดที่ติดตั้งอาจจะไม่เหมาะสม อุปกรณ์อาจจะเสียหายหรือไม่มีประสิทธิภาพ ต้องมีการปรับปรุง ระบบเพื่อให้ขยายสัญญาณวายฟาย (Wi-Fi) ให้ดีขึ้น ให้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น ประกอบกับ เทคโนโลยีใหม่ที่เข้ามาก็มีความจำเป็นอาจจะต้องมีการปรับปรุงอุปกรณ์กระจายสัญญาณ ซึ่งอันนี้เราก็ได้พูดคุยกันกับผู้ดำเนินโครงการ แล้วก็เดี๋ยวจะของบประมาณมาเพิ่มเติม เพื่อจะปรับปรุงระบบให้กระจายสัญญาณวายฟาย (Wi-Fi) ให้ดีขึ้น รวมถึงก็ได้มีการพูดคุยกับ กสทช. ซึ่งมีกองทุนยูเอสโอ (USO) หรือยูโซที่จะเข้ามาช่วยสนับสนุนเรื่องนี้ด้วยนะครับ กระผม ก็ตั้งโครงการอีกโครงการหนึ่งเรียกว่าอินเทอร์เน็ต (Internet) เพื่อชุมชน ซึ่งจะกระจายสัญญาณ เข้าไปอีกประมาณ ๘,๐๐๐-๙,๐๐๐ จุดทั่วประเทศ เพิ่มเข้าไปอีก เพิ่มไปในชุมชนที่ อาจจะห่างไกลหรือว่าไม่มีความพร้อม ประชาชนไม่มีความพร้อมที่จะจ่ายค่าบริการอินเทอร์เน็ต (Internet) เองก็จะทำฟรีวายฟาย (Wi-Fi) ให้ในชุมชนต่าง ๆ เพิ่มอีกด้วยนะครับ เรียนว่า การให้บริการฟรีวายฟาย (Wi-Fi) กับพื้นที่ชุมชนจะมีความจำเป็น แล้วรัฐบาลก็จะทำ อย่างต่อเนื่องต่อไป เรียนเบื้องต้นเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวลัยพร มีคำถามต่อไปไหมครับ เชิญครับ🔗

นางวลัยพร รัตนเศรษฐ แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบพระคุณค่ะ ขออนุญาต ที่จะนำเรียนคำถามข้อสุดท้าย เรียนถามท่านรัฐมนตรี แต่ว่าเรียนถามผ่านท่านประธานไป ก็คือ จริง ๆ แล้วเรื่องของการที่ใช้บริการสาธารณะดิจิทัล (Digital) ชุมชนเป็นเรื่องของการที่ ประชาชนใช้ประโยชน์จากการรับบริการในโครงการต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับอินเทอร์เน็ต (Internet) ชุมชน มากกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์เป็นเรื่องของการศึกษา หาความรู้ หาข้อมูล มากกว่า ๔๐ เปอร์เซ็นต์เป็นเรื่องของการเรียนออนไลน์ (Online) ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ท่านรัฐมนตรีได้ ชี้แจงแล้ว ท่านได้กล่าวว่าตอนนี้ให้ กศน. เป็นเรื่องของการศึกษาไป แต่ยังมีมากกว่า ๘๐ เปอร์เซ็นต์เป็นเรื่องของการศึกษา หาความรู้ หาข้อมูล แล้วก็มากกว่า ๓๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นเรื่องของการติดตามข่าวสารบ้านเมือง หรือเรื่องของการใช้ในวิถีชีวิต เช่น ฟังเพลง เล่นเกม แล้วก็เรื่องของการดูภาพยนตร์หรืออะไรก็แล้วแต่ นั่นคือในเรื่องของวิถีชีวิต ดังนั้นอยากที่ จะเรียนถามว่าการพัฒนาประสิทธิภาพการให้บริการอินเทอร์เน็ต (Internet) สาธารณสุขชุมชน ของกระทรวงดีอี (DE) เป็นการพัฒนารายได้ พัฒนาคุณภาพชีวิตที่เพิ่มขึ้นให้กับชุมชน ครัวเรือนต่าง ๆ ลดความเหลื่อมล้ำทั้งมิติเศรษฐกิจและมิติสังคมนั้น กระทรวงดีอี (DE) มีแนวทางหรือการดำเนินการอย่างไร ในการพัฒนาประสิทธิภาพและสร้างประสิทธิผลที่เพิ่มขึ้น ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนทุกกลุ่มเป้าหมาย ไม่เว้นกระทั่งกลุ่มคนพิการ กลุ่มผู้หญิง กลุ่มเด็ก หรือแม้แต่กลุ่มผู้สูงอายุ เพื่อทำให้ดิจิทัล (Digital) ชุมชนเป็นสิทธิที่ประชาชน จะสามารถเข้าถึงและเท่าทันเทคโนโลยี นั่นก็คือดิจิทัลลิเทอเรซี (Digital Literacy) ซึ่งมี ความสำคัญมากในปัจจุบันและอนาคต เพราะว่าไม่เพียงการเข้าถึงเท่านั้น แต่ยังเป็นเรื่องของ สิทธิประโยชน์ เรื่องของการที่จะต้องตระหนักรู้ในเรื่องของกฎหมายดิจิทัล (Digital) ในเรื่องของ การสื่อสารผ่านดิจิทัล (Digital) ที่ถูกต้อง เพราะเราก็คงทราบกันดีว่าตอนนี้เรามีเรื่องของ อาชญากรรมออนไลน์ (Online) ค่อนข้างเยอะมากเลย หลอกกันไปหลอกกันมาเต็มไปหมด คดีมีทุกวันเป็นหลายร้อยคดี พันคดีที่เกิดขึ้น ดังนั้นความปลอดภัยของดิจิทัล (Digital) ก็ดี สุขภาพดิจิทัล (Digital) ก็ดี หรือการใช้ประโยชน์ในเชิงของธุรกิจเรื่องดิจิทัลคอมเมิร์ซ (Digital Commerce) เป็นสิ่งที่จะต้องถูกยกระดับขึ้นมาในการเพิ่มประสิทธิภาพ แล้วก็สร้างประสิทธิผล ที่เพิ่มขึ้นให้กับผลการดำเนินงาน ที่ท่านรัฐมนตรีดูแลกระทรวงดีอี (DE) อยู่ ไม่ทราบว่า มีแนวทางในการที่จะยกระดับประสิทธิภาพ สร้างประสิทธิผลที่เพิ่มขึ้นอย่างไรในอนาคต ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรี ตอบครับ🔗

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่มีความเป็นห่วงเป็นใย เรื่องของการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital) นะครับ เรียนว่าจริง ๆ จากข้อมูลตัวเชื่อมของ ไอเอ็มดี (IMD) ตัวชี้วัดเรื่องเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital) ของประเทศไทยเรามีตัวชี้วัดที่ดีขึ้น มาโดยตลอด ปัจจุบันนี้อยู่ที่อันดับที่ ๒๐ ซึ่งถือว่าสูงมากเมื่อเทียบกับหลายประเทศที่มาอยู่ ในการจัดอันดับ ในเรื่องดิจิทัล (Digital) เทคโนโลยีคือโครงสร้างพื้นฐานที่เรามีอยู่ แต่จุดอ่อน ของเราก็คือเรื่องคน เวลาตัวชี้วัดที่เราจะค่อนข้างคะแนนไม่ดีคือเรื่องคน เรื่องการใช้งาน ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องที่เราต้องพัฒนากำลังคนของเราให้มีความรู้ ความสามารถเรื่องดิจิทัล (Digital) ให้สูงขึ้น เพื่อจะได้ไปทำธุรกิจหรือทำการวิจัยต่าง ๆ ได้มากขึ้น บวกกับประชาชนโดยทั่วไป ก็มีความไม่เข้าใจถึงเทคโนโลยีใหม่ ๆ เป็นจำนวนมาก อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้กล่าวว่าก็คงต้อง เป็นเรื่องของทั้งกระทรวงดิจิทัลเองและทุกหน่วยงานต้องเข้าไปช่วยกันให้ความรู้ประชาชน แต่ทางกระทรวงเองมีโครงการสำคัญคือโครงการศูนย์ดิจิทัลชุมชน ซึ่งจะกระจายไปทุกตำบล ในประเทศไทย ให้มีศูนย์ดิจิทัลชุมชนที่จะให้บริการประชาชน ในเรื่องอินเทอร์เน็ต (Internet) เรื่องการใช้งานคอมพิวเตอร์ ช่วยในการขายของออนไลน์ (Online) รวมถึงช่วยให้ความรู้ อะไรต่าง ๆ ที่จะทำให้ประชาชนมีภูมิต้านทานต่อภัยอาชญากรรมออนไลน์ (Online) ต่าง ๆ ด้วย อันนี้เราทำอยู่ ตอนนี้เราเริ่มดำเนินการมาแล้ว ๕๐๐ จุด แล้วจะดำเนินการต่อไปในปี ๒๕๖๖ อีก ๑,๗๒๒ แห่งทั่วประเทศ เมื่อรวมกับสิ่งที่เราจะทำต่อไป เช่นการกระจายอินเทอร์เน็ต (Internet) ให้ไปทุกหมู่บ้าน ทุกชุมชน ผ่านโครงการไฟเบอร์ออปติก (Fiber Optic) ที่ดำเนินการมา โดยบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) แล้วก็จะมีการโอเพนแอกเซส (Open Access) ให้ประชาชนสามารถซื้อหรือเข้ามาใช้บริการเข้าไปที่บ้านได้ด้วย ทำให้การกระจาย ของการใช้อินเทอร์เน็ต (Internet) ครอบคลุมพื้นที่ได้มากยิ่งขึ้น ให้ประชาชนทุกพื้นที่สามารถ เข้าถึงอินเทอร์เน็ต (Internet) ได้ รวมถึงวันนี้เราก็มีโครงการที่จะทำ ๕ จี (5G) อินเทอร์เน็ต (Internet) ผ่านมือถือ โดยบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ซึ่งโครงการนี้ที่เรา ตั้งใจทำคือจะเป็นการให้บริการในราคาถูก เมื่อเทียบกับผู้ให้บริการเอกชนในปัจจุบัน ซึ่งอาจจะ ถือว่ามีราคาค่อนข้างสูงอยู่ เราจะทำเป็นซิม (SIM) ราคาถูก เพื่อให้ประชาชนที่มีรายได้น้อย สามารถเข้าถึงบริการอินเทอร์เน็ต (Internet) ผ่านมือถือได้ในราคาที่ถูกลง ซึ่งจะทำให้ การแข่งขันของเอกชนมีผลกระทบต่อประชาชนน้อยลงด้วยนะครับ หวังว่าสิ่งที่เราได้ทำมา จะทำให้ประชาชนเข้าถึงอินเทอร์เน็ต (Internet) ได้มากยิ่งขึ้น🔗

แต่ที่สำคัญก็ฝากเรียนท่านประธานไปถึงเพื่อนสมาชิกครับ ปัญหาใหญ่ที่รัฐบาล เป็นห่วงวันนี้ไม่ใช่เรื่องของการเข้าถึงอินเทอร์เน็ต (Internet) เพียงอย่างเดียวแล้ว วันนี้ กระผมห่วงว่าคนเข้าถึงมากเกินไป ก็จะมีทั้งคอนเทนต์ (Content) ที่ไม่เหมาะสม คอนเทนต์ (Content) ที่อาจจะเป็นลามกอนาจาร หรือว่าผิดกฎหมายก็มีเยอะมาก ซึ่งอันนี้เราก็พยายาม ปิดกั้นอยู่ ยังปิดกั้นดำเนินคดีอยู่ แต่ว่าด้วยความที่ระบบของเราเป็นระบบเปิด พอปิดก็เปิดใหม่ แล้วก็มีช่องทางต่าง ๆ เข้ามา พวกเราต้องช่วยกันให้ความรู้ประชาชนให้มีภูมิต้านทาน อีกเรื่องหนึ่งก็คือเรื่องของการที่เราต้องมีการปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัยเพื่อแก้ปัญหา อาชญากรรมออนไลน์ (Online) ต่าง ๆ ซึ่งอันนี้ก็คงต้องฝากเพื่อนสมาชิกช่วยกันหาทางออก เรื่องนี้ร่วมกันต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าจบการถาม ตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจาของท่าน ส.ส. วลัยพร รัตนเศรษฐ ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ของท่านชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ จบลงไปแล้วนะครับ ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ที่ได้ ให้เกียรติกับสภาผู้แทนราษฎรของพวกเรา🔗

๑.๑.๒ กระทู้ถามที่ ๒๑๙ ส. (นายสมคิด เชื้อคง เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ด้วยสำนัก เลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว มีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม คือ พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ขณะนี้ท่านรัฐมนตรีชัยชาญ ช้างมงคล ก็พร้อมอยู่ในห้องประชุมแล้ว ขอเชิญท่าน ส.ส. สมคิด เชื้อคง ได้ถามเลยครับ เชิญครับ🔗

นายสมคิด เชื้อคง อุบลราชธานี

ท่านประธานที่เคารพ ผม นายสมคิด เชื้อคง ส.ส. จังหวัดอุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย วันนี้ต้องขอบพระคุณท่านประธานเรื่อง กระทู้ถามสดที่จะต้องถามท่านนายกรัฐมนตรี นี่อีก ๔ เดือนจะครบ ๔ ปีแล้วนายกรัฐมนตรี พลเอก ประยุทธ์ไม่เคยมาตอบกระทู้ถามที่สภาแห่งนี้เลย จะให้เกียรติ ไม่ให้เกียรติไม่ทราบ ผมก็บ่นให้ท่านประธานฟัง ก็บ่นไปอย่างนั้นละครับ พวกเราก็บ่นกัน แต่ว่ารัฐมนตรีที่มาตอบ ต้องขออภัยนะครับ พวกผมเรียกว่าท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกระทู้ เนื่องจากท่านขยัน ตอบกระทู้ถาม แล้วก็ตอบทุกเรื่องแทนนายกรัฐมนตรี ปกติมอบแทนกันได้ แต่ว่ามันทุกเรื่อง มากนักก็เป็นเรื่องที่ไม่น่าจะสง่างามเท่าไร ผมเรียนอย่างนี้นะครับ วันนี้จะถามกระทู้ถาม เรื่องเกี่ยวกับตำรวจ ตำรวจพูดแตะตรงไหนโดนตรงนั้น มีข่าวเรื่องทุจริตการสอบนายสิบตำรวจ ที่ภาค ๙ จะทุจริตกันอย่างไร ไปอย่างไรก็คงจะไม่มีรายละเอียด เพียงแต่ผมข้องใจ และผม ก็เชื่อว่าพี่น้องประชาชนก็ข้องใจ ทำไมตำรวจระดับผู้ปฏิบัติแท้ ๆ แทนที่จะเปิดช่อง เปิดโอกาส ให้พี่น้องประชาชนซึ่งเป็นระดับที่ไม่สูงมาก การศึกษาก็ไม่ได้สูงมากมาย พอทำงานได้ ให้มี โอกาสอย่างเท่าเทียม ปรากฏว่าเรื่องแบบนี้รับตำรวจ ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ คน แต่ละกองบัญชาการ ๕๐๐ คน ๘๐๐ คน มีข่าวอยู่ตลอดเวลา แล้วไม่มีการแก้ไข ข่าวกองบัญชาการ ภาค ๙ คนที่แถลงคือผู้บัญชาการเองนะครับ ผู้บัญชาการ ภาค ๙ แถลงเอง พลตำรวจโท นันทเดช เพราะฉะนั้นผู้บัญชาการ ภาค ๙ แถลงน่ากลัวนะครับ ท่านแถลงบอกว่าอย่างไรครับ ถ้ามีการ เกี่ยวข้องจะจัดการเรื่องคดีอาญา น่ากลัวครับ แถลงน่ากลัวแต่ทำอีกเรื่องหนึ่ง อ่านไปอ่านมา ปรากฏว่าทางภาค ๙ บอกว่ากำลังสอบสวน แล้วสอบสวนเมื่อไรมันจะเสร็จ วันนี้ที่ผมมาพูด เพราะผมอยากจะให้ตำรวจทำงานอย่างมีศักดิ์ศรี ทำงานอย่างดี เข้ามาแล้วอยู่ ๆ ภาษาบ้านผม เขาเรียกไถเงินครับ สุดท้ายคนจะไปดูแลพี่น้องประชาชนโดนรีดไถแต่ต้น แล้วอยู่ ๆ ออกไปเป็น ตำรวจแล้วจะดีได้อย่างไร เริ่มต้นไม่ดีแล้วต่อไปข้างหลังมันก็แย่สิครับ พี่น้องประชาชนเขา ก็บอกว่านี่อย่างไรเวลามันมีปัญหาเกิดขึ้นตำรวจถึงเป็นปัญหาอยู่ตลอด เราอยากจะให้ตำรวจ ที่ดี ๆ ที่เขาทำงานมีกำลังใจ มีเรื่องที่สำคัญ ๆ ทำแล้วไปทำ ยิ่งวันนี้ข่าวอะไรออกมาเกี่ยวกับ ตำรวจ มีข่าวออกมาทีไรพี่น้องประชาชนช้ำใจทุกที เรื่องนี้ ผบ.ตร. ต้องรับผิดชอบ แม้จะเข้ามาใหม่ แม้จะบอกว่าเหลืออยู่ ๑ ปี แต่หน้าที่ท่านต้องรับผิดชอบ พลตำรวจเอก ดำรงศักดิ์ ปฏิเสธ ไม่ได้เลย ทางภาค ๙ บอกว่ากำลังสอบสวน ๑๑๘ คน กำลังจะเอาออก แสดงว่ามันมีมาตลอด มีมาทุกกองบัญชาการหรือเปล่า นี่ไปโผล่ที่ภาค ๕ อีกท่านประธาน มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งออกมา ให้สัมภาษณ์ว่าถูกเรียกรับเงิน ๔๒๐,๐๐๐ บาท ๔๒๐,๐๐๐ บาทสอบพลตำรวจ มันอะไร กันนักกันหนา บ้านนี้เมืองนี้เอาแค่ระดับนี้ยังมีปัญหาเลย แล้ว ผบ.ตร. นะครับท่านประธาน ผมเล่าให้ฟังนิดหนึ่งก่อนจะถาม ผบ.ตร. ใครขึ้นมาก็แล้วแต่ ท่านรัฐมนตรีฟังนะครับ เขาถ่ายเอกสารคำพูดกันหรือเปล่าผมไม่รู้ พอใครขึ้นมารับตำแหน่ง ผบ.ตร. ต่อไปนี้จะไม่มีด่าน ต่อไปนี้จะไม่มีการซื้อ ขายตำแหน่ง ต่อไปนี้จะไม่มีบ่อน พูดมาทุก ผบ.ตร. ผมก็นึกในใจ เขาถ่ายเอกสารกันไว้ใครมารับตำแหน่งก็พูดคำนี้ละ สุดท้ายก็เป็นปัญหามาตลอด ผมอยากจะ เรียนถามท่านรัฐมนตรีก่อน คำถามแรกว่ากรณีเกิดเหตุที่ภาค ๙ มีใครบ้างที่เกี่ยวข้อง ที่รับผิดชอบ แล้วมีจำนวนเท่าไร ผู้เสียหายเท่าไร รวมถึงการเกิดเหตุที่กองบัญชาการ ภาค ๕ แม้จะไม่มีรายละเอียด แต่ผู้หญิงที่เขามาให้ข่าวเขาบอกครับท่านรัฐมนตรี ท่านอาจจะได้เห็นแล้ว บอกว่าการประกาศผลสอบนายสิบตำรวจนี่ประกาศชื่อซ้ำกัน แสดงว่าจ่าย ๘๔๐,๐๐๐ บาท หรือเปล่า ประกาศ ๒ ชื่อซ้ำกันเลย ท่านตรวจสอบเลย เรื่องนี้ผู้บัญชาการ ภาค ๕ ต้องรับผิดชอบด้วย จะเป็นใครผมไม่ทราบ หนักที่สุดคือ ผบ.ตร. ต้องคุยกัน เพราะฉะนั้น อยากถามว่ามีเท่าไร อย่างไร ดำเนินการถึงไหนแล้ว ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พลเอก ชัยชาญตอบครับ🔗

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ กระผม พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม ได้รับมอบหมายจากท่านนายกรัฐมนตรี ให้มาตอบกระทู้ถามของท่านสมาชิกผู้ทรงเกียติในวันนี้ครับ ก่อนอื่นต้องขอเรียนว่าในเรื่องของ ปัญหาการทุจริตการสอบของตำรวจที่ผ่านมาทั้งในส่วนของการเข้าเป็นนักเรียนนายสิบ และ การบรรจุเข้ามาเป็นนายตำรวจชั้นประทวน อย่างที่ท่านสมาชิกได้สอบถามทั้งในส่วนของ ตำรวจภูธรภาค ๙ แล้วก็ตำรวจภูธรภาค ๕ ต้องขออนุญาตเรียนอย่างนี้ว่าในกรณีที่เกิดขึ้นนั้น ถ้าจะให้ชัดเจนกระผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกเป็น ๒ กรณี🔗

กรณีแรก เป็นการทุจริตการสอบเข้าเป็นนักเรียนนายสิบตำรวจ ที่กองบัญชาการ ตำรวจภูธรภาค ๙ ภาคใต้ ที่ท่านสมาชิกได้สอบถาม ซึ่งเป็นการสอบในปี ๒๕๖๔ จะเห็นว่า สถานการณ์โควิด (COVID) ก็ได้เลื่อนมาสอบในเดือนมีนาคม ๒๕๖๕ ในจำนวนผู้สมัครเข้าสอบ ทั้งหมดนั้นประมาณ ๙,๘๐๐ คนเศษ มีเป้าหมายจะรับไว้ ๓๙๐ คน ผ่านการสอบรอบแรก ๗๘๐ คน ในช่วงที่มีการสอบได้มีการตรวจพบผู้เข้าสอบนั้นทุจริตก็คือมีโพยข้อสอบ ๑ ราย พร้อมทำเฉลยคำตอบ ตรงนี้ก็จับได้ในช่วงที่มีการสอบ หลังจากนั้นแล้วก็ได้มีการขยายผลตรงนั้น โดยทางกองบัญชาการศึกษาก็ได้มอบหมายให้ท่านรองผู้บัญชาการศึกษาได้ทำการขยายผล สืบสวนสอบสวนผู้ที่จะมีส่วนเกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นบุคคลภายนอกที่มีส่วนในการที่จะทำการ ทุจริตก็ตาม หรือแม้แต่ในส่วนของเจ้าหน้าที่เองที่มีส่วนร่วมก็ได้มีการดำเนินการ มีการสอบสวน แล้วก็ที่ท่านเรียนถามนะครับ ทางตำรวจภูธรภาค ๙ ก็ได้มีการมอบหมายในการร้องทุกข์ ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดทั้งผู้ที่เป็นผู้จ่าย ผู้รับ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง กรณีตัวเลขที่ ท่านสมาชิกได้กล่าว ๑๑๘ คน ที่ในขั้นต้นมีหลักฐานเชื่อว่าจะมีการทุจริตนั้น พอตรวจสอบ จริง ๆ แล้วก็มีอยู่ประมาณ ๙๕ คน ซึ่งใน ๙๕ คนนั้นก็ได้มีการตรวจสอบอีกครั้งหนึ่ง โดยเอา เอกสารมาดำเนินการตรวจสอบอีกครั้ง สุดท้ายแล้วก็มีจำนวนประมาณ ๗๘ คนที่ไม่ผ่าน การคัดเลือกเข้ามานะครับ🔗

ในกรณีที่ ๒ นี้เป็นการสอบเพื่อบรรจุบุคคลภายนอกเข้ามาเป็นนายตำรวจ ชั้นประทวน เป็นนายสิบตำรวจ ในกลุ่มงานอำนวยการและสนับสนุนหน่วยงานต่าง ๆ ตรงนี้ มีความต้องการ ๗๒๕ อัตรา แต่ว่าอย่างไรก็ตามยังมีผู้สมัครสนใจจำนวนมาก มีผู้สมัครถึง ๑๓๕,๐๐๐ คนเศษ ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเลยได้มีการแบ่งไปสอบข้อเขียนในทุกภาค เพื่อที่จะให้ ความสะดวกกับผู้ที่เข้ามารับการสอบ สอบพร้อมกันในวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน พอสอบเสร็จ ในวันรุ่งขึ้นตามที่ท่านสมาชิกได้กล่าวว่าในวันที่ ๒๘ ก็มีโพยออกมาเหมือนกับว่าเป็นชุดปัญหา ข้อสอบ เป็นคำตอบ ๔ ชุด ตรงนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ได้ตั้งกรรมการสอบสวน ท่านรองผู้บัญชาการศึกษาตั้งกรรมการสอบสวนขึ้นมาว่าตรงนั้นมาจากไหน อย่างไร และวันที่ ๙ ธันวาคมที่ผ่านมาก็มีประกาศผู้สอบข้อเขียนผ่านประมาณ ๑,๑๖๐ คนเศษ ในช่วงนี้ขออนุญาต กราบเรียนท่านประธานว่าในการดำเนินการสอบสวนนั้นก็คงจะต้องไปดูทั้งในเรื่องของข้อสอบ ไปดูเรื่องของสภาพแวดล้อม ไปดูถึงเอกสารต่าง ๆ เนื่องจากว่ามีผู้ผ่านการคัดเลือกเข้ามาจำนวน ๑,๐๐๐ กว่าคนเศษ ตอนนี้ก็อยู่ในระหว่างการดำเนินการของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ซึ่งก็ได้ ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบอีกคณะหนึ่งระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีผู้ช่วย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ มีการตรวจสอบ แล้วก็จะตรวจสอบไปถึงความเชื่อมโยงกับกรณีที่ ตำรวจภูธรภาค ๙ ด้วยว่ามีความเชื่อมโยงกันอย่างไร เป็นขบวนการหรือไม่ กระผมคิดว่า ตรงนี้ก็ต้องมีเอกสาร มีข้อมูล ก็ต้องกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกว่าตรงนี้ ท่านนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ท่านก็ได้สั่งการเร่งรัดให้ สำนักงานตำรวจแห่งชาตินั้นดำเนินการตรวจสอบให้รวดเร็ว เป็นที่กระจ่างต่อสังคม สำคัญที่สุด ก็คือว่าเพื่อให้ความยุติธรรมกับผู้เข้ารับการสอบทุกคน ในคำถามที่ ๑ ขออนุญาตเรียนตอบ ท่านสมาชิกในขั้นต้นแค่นี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านสมคิดครับ ก่อนที่จะถามคำถามที่ ๒ ผมขออนุญาตนิดหนึ่ง แจ้งให้ท่านสมาชิกรับทราบว่า สภาผู้แทนราษฎรยินดีต้อนรับคณะนักเรียนโรงเรียนสิริเบญญาลัย และเจ้าหน้าที่จาก อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ จำนวน ๑๒๐ คน ที่ให้เกียรติเข้ามาฟังการประชุม สภาผู้แทนราษฎรของพวกเราในครั้งนี้ ขอต้อนรับนะครับ เชิญท่านสมคิดถามคำถามที่ ๒ ครับ🔗

นายสมคิด เชื้อคง อุบลราชธานี

ท่านประธานที่เคารพรับ ผม สมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดอุบลราชธานี ท่านก็ตอบตามที่ท่านได้เอกสารนั่นละครับ แต่สิ่งหนึ่ง เมื่อสักครู่นี้ผมก็บอกว่าผู้บัญชาการ ภาค ๙ ต้องรับผิดชอบ ภาค ๕ ต้องรับผิดชอบ พอท่านมา บอกว่าผู้บัญชาการศึกษานี่ ผมลืมไป นั่นละเจ้าของเรื่องต้องรับผิดชอบ แล้วต้องมีคำตอบ ให้กับสังคม ผมไล่ไปไล่มาเดี๋ยวจะหมดผู้บัญชาการตำรวจ มันมี ๙ กองบัญชาการ ไล่ไปไล่มา เกือบหมดแล้ว เพราะฉะนั้นผมถึงบอกว่าสิ่งที่เราอยากจะบอกท่านนี่ เหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้น เกี่ยวเนื่องกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ ข่าวที่ออกมาแฉมีตำรวจอยู่ในขบวนการ ตั้งแต่ยศพันตำรวจเอก ร้อยตำรวจเอก ไปนัดเจอกันที่รีสอร์ต (Resort) ที่อำเภอนาหม่อม จังหวัดสงขลา ข่าวก็มีไปทั่ว มันมีไปทั่ว เพราะฉะนั้นเรื่องการสอบสวนท่านต้องเด็ดขาด เรียนอย่างนี้นะครับท่านประธาน ปัญหาของบ้านเรา ปัญหาระบบราชการก็คือการสอบสวนแล้ว ถ้าพูดก็คือว่ารู้เห็นเป็นใจกัน เอาละมันจะรู้เห็นเป็นใจอย่างไรก็แล้วแต่ ยังมีสภาผู้แทนราษฎรแบบพวกผมอยู่ ก็ต้องมานั่ง ทวงถาม ต้องมานั่งบอกว่าวันนี้เราต้องสร้างความเชื่อมั่น เพราะตำรวจใกล้ชิดกับประชาชน ตำรวจอยู่กับประชาชน ผมเคยถามตอนอภิปรายไม่ไว้วางใจว่าทำไมเหตุการณ์ของตำรวจเกิดขึ้น มากมาย ทำไมถึงมีการเรียกรับเงินทุกเรื่อง ต้นเหตุมันมีอยู่แล้ว เขาพูดกันให้แซด เขาปิดกัน ให้แซด ต้นเหตุมาจากการซื้อ ขายตำแหน่ง ท่านนายกรัฐมนตรีท่านมาตอบในอภิปราย ไม่ไว้วางใจ ท่านตอบตามระเบียบเลย ตอบผมว่าการซื้อ ขายตำแหน่งไม่มี มันมีที่ไหนตำรวจซื้อ ขายตำแหน่ง เขาตั้งตำแหน่งตามอัตราต่าง ๆ ใครครองยศเท่าโน้น เท่านี้ ก็ถูกของนายกรัฐมนตรี นั่นคือตามระเบียบ แต่ที่สังคมโจษจันทุกวันนี้มันไม่ได้ตามระเบียบ มันตามผู้มีอำนาจครับ มันถึงแก้ปัญหาไม่ได้ กองบัญชาการศึกษาก็จะแก้ปัญหาไม่ได้เพราะข่าวหนึ่ง ผมต้องเอ่ยชื่อท่าน ท่านเป็นผู้แทนราษฎรในนี้ ท่านเป็นอดีตผู้การกองปราบ คุณสุพิศาล ภักดีนฤนาถ พูดไว้เลย ผมดูในสื่อ บอกว่าเกิดมานานแล้ว อันนี้ก็เป็นเสียงลือเสียงเล่าอ้าง แต่เล่ามาทีไรมันจริงทุกที พอเขาบอกว่าไม่มีการซื้อ ขายตำแหน่ง ไม่จริงครับ ทางโน้นก็ไม่จริง ทางนี้ก็ไม่จริง แต่ชาวบ้านรู้ ท่านประธานครับ ชาวบ้านผมบอกว่าอย่างไรรู้ไหมครับ ท่านผู้แทนอย่าให้เขาย้ายตำรวจบ่อย ผมบอกทำไมล่ะ ย้ายบ่อยก็ดี เพราะว่าเราจะได้เปลี่ยนคนทำงาน ไม่ ยิ่งย้ายบ่อยพวกผมยิ่งหนัก ด่านยิ่งเยอะ แปลว่าอะไร แปลว่าพี่น้องขาดความเชื่อมั่นในกระบวนการตำรวจ ผมอยากจะถาม ท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่ามาตรการที่จะป้องกันไม่ให้เกิดกรณีสอบแบบนี้ ทางกองบัญชาการมีอะไรที่ป้องกัน เพราะอนาคตมันจะต้องสอบ ที่ผมพูดอยากให้ตำรวจ ที่เขาไปสอบเขามีศักดิ์ศรี เขามีความเชื่อมั่นว่าเขาได้มาโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม ไม่ใช่ได้มา เพราะจ่ายเงิน มันไม่มีแต่ตำรวจหรอกครับ ท้องถิ่นก็แรง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มาพอดีเลย ฟ้องเลย ท้องถิ่นก็แรง ข่าวในกระทรวงยิ่งมากครับ ซี ๓ (C3) ๗๐๐,๐๐๐ บาท อย่างนี้ อันนี้ไม่ได้ถามท่าน เล่าให้ท่านฟัง ท่านไปจัดการแก้ไข ยิ่งสอบท้องถิ่น ส่วนกลาง ปัญหายิ่งเยอะ ผมเลยพาลเสียเลยเพราะว่าท่านนั่งอยู่ด้วย ทีนี้ท่านป้องกันเรื่องการสอบตำรวจ ตำรวจนี่เก่งนะครับจับได้ทุกเรื่อง จับโน่นจับนี่ ยากไปหมดก็จับ เทคโนโลยีจับหมด แต่จับคนโกง ข้อสอบไม่ได้ มันคืออะไรล่ะครับ เพราะฉะนั้นท่านอธิบายวิธีป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นให้พวกผมฟัง หน่อยครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญรัฐมนตรี ตอบครับ🔗

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ต้องขออนุญาตกราบเรียน ท่านสมาชิกว่าในเรื่องของการสอบจะเป็นใด ๆ ก็ตามราชการนี่ผมคิดว่าก็คงจะมีแนวทาง ในลักษณะเช่นเดียวกัน ในการสอบของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตั้งแต่เรื่องของการออกข้อสอบ คณะกรรมการออกข้อสอบจะต้องเข้ามาเก็บตัวในการออกข้อสอบ จะต้องไม่มีที่จะไปพบใคร ไม่มีใช้เครื่องมือสื่อสาร มีการออกข้อสอบลักษณะเป็นสุ่มออก แล้วก็มีการคัดเลือกข้อสอบ คือจะไม่ให้กรรมการที่ออกข้อสอบนั้นได้เห็นข้อสอบทั้งหมด แบ่งการออกข้อสอบ แล้วก็มี กรรมการคัดเลือก ผมว่าตรงนี้ก็มีกระบวนการ มีขั้นตอนในการที่จะทำให้ข้อสอบนั้นไม่รั่วไหล ออกไปบุคคลภายนอกที่ไปสู่การทุจริต ในเรื่องของการพิมพ์ก็ตาม การส่งเอกสารก็ตาม ผมคิดว่า ทุกหน่วยงานโดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติเองก็เน้นย้ำในเรื่องนี้ว่าในการดำเนินการ ออกข้อสอบ การพิมพ์ข้อสอบ ไปถึงขั้นที่จะส่งข้อสอบไปในวันสอบนั้นก็จะต้องมีกระบวนการ ที่จะต้องทำให้ข้อสอบนั้นไม่รั่วไหลออกไปยังบุคคลภายนอกได้ อย่างไรก็ตามในกรณีที่เกิดขึ้นนั้น สำนักงานตำรวจแห่งชาติก็ได้ลงไปดูในรายละเอียดของการกำหนดวิธีการที่จะป้องกันในลักษณะ แบบนี้อีก ตรงนี้ท่านนายกรัฐมนตรีก็ได้สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติซึ่งมีกรณีที่เกิดขึ้นนั้น ไปดูรายละเอียด ไปเน้นย้ำให้เพิ่มมาตรการ รวมถึงมาตรการทางด้านเทคโนโลยีในเรื่องของ เครื่องมือสื่อสารก็ตาม ในเรื่องของอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่จะเข้าไป ผู้ที่สอบก็มีการให้แต่งเป็นชุดกีฬา ให้สามารถตรวจสอบได้ว่าไม่มีการพกพาสิ่งใดเข้าไป ตรงนี้ก็มีมาตรการต่าง ๆ แต่กระผมคิดว่า มาตรการที่กระผมได้กล่าวทั้งหมดนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเองก็จะต้องไปเพิ่มมาตรการ ในการที่จะไปป้องกันมิให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะของการเอาข้อมูลออกรั่วไหลไปตั้งแต่เริ่มต้น ที่กระผมได้กราบเรียนไปแล้ว ตรงนี้ขออนุญาตที่จะรับข้อเสนอของท่านสมาชิกแล้วจะผ่านไป ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้วก็จะกราบเรียนท่านนายกรัฐมนตรีได้เน้นย้ำไปทุกหน่วยงาน โดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ได้กำหนดมาตรการให้รัดกุมให้มากยิ่งขึ้นกว่าที่ได้ ดำเนินการ ซึ่งก็มีมาตรการที่มากอยู่แล้ว ก็กราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมคิด มีอะไรจะถามต่ออีกไหม เชิญครับ🔗

นายสมคิด เชื้อคง อุบลราชธานี

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สมคิด เชื้อคง พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุบลราชธานี ขอบพระคุณท่านรัฐมนตรีครับที่ตอบ อย่างน้อย ๆ ก็เป็นมาตรการปกติที่ท่านทำอยู่ เมื่อสักครู่บอกว่าคณะกรรมการออกข้อสอบ นั่นละคณะนี้ ต้องถูกสอบ ต้องถูกตรวจสอบอย่างแรงเลย เพราะว่าอะไรครับ เพราะข้อสอบจะรั่วได้ ไม่รั่วได้ ก็ออกจากคณะนี้ละ มันคงไม่ดำดินมาจากไหนหรอกครับ เพราะว่าคนรู้ข้อสอบจะสุ่ม จะแรนดอม (Random) ตัวอย่างให้ใครออกก็อีกเรื่องหนึ่ง แต่ว่า มันมาจากนี้ ผมไม่ใช่ตำรวจแต่เวลาสอบคงจะไม่ยาก แล้วเส้นทางเงินก็ไม่ยาก คณะกรรมการ ที่เกี่ยวข้อง ผมเชื่อว่าถ้าจะเอาจริงทำได้ เดี๋ยวจะหาว่าผมติแต่ตำรวจ ตำรวจดี ๆ เขาจะเสียใจ ผมอภิปรายอยู่ตรงนี้ พอตอนกฎหมายปฏิรูปตำรวจผมพูดตลอด ปฏิรูปตำรวจไปอ่านเอกสาร ตามกฎหมายส่วนมากพูดแต่เรื่องตำแหน่ง พูดแต่เรื่องขององค์กรตำรวจ แต่ไม่พูดอยู่เรื่องหนึ่ง ผมเสนอท่านประธานอย่างนี้ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีนะครับ ปฏิรูปตำรวจอย่างไรมันก็ไปไม่รอด เพราะวันนี้ท่านใช้ตำรวจฟรีเลยทำให้เกิดส่วนหนึ่งของคอร์รัปชัน ผมเคยเสนอว่าตำรวจเวลาไป ใช้เขา เขาเข้าเวร ๘ ชั่วโมง ทำไมไม่จ่ายเงินให้เขา ตั้งงบประมาณสิครับ พูดเรื่องเงินก่อน พูดแต่ เรื่องงานไปโน่น เข้าเวรโน่น เข้าเวรนี่ไม่ได้รับสักบาท แถมต้องจ่ายค่าน้ำเอง จ่ายค่าน้ำมันรถเอง ไม่ได้รับเงิน ต้องเดินทางโน่นนั่นนี่ ต้องเห็นใจผู้ปฏิบัติตั้งเป็นงบประมาณ เช่น พยาบาลเขา ได้เวรละ ๘๐๐-๙๐๐ บาท ตำรวจเวรละ ๘๐๐ บาท ๘ ชั่วโมงมาทำงาน ผมเชื่อว่าเรื่องคอร์รัปชัน ตำรวจจะลดลง เพราะเราเอาเงินให้เขาถูกช่อง ถูกวิธีการ ไม่มีใครอยากคอร์รัปชันถ้าเขาอยู่ได้ ตำรวจผู้ปฏิบัติอยู่ไม่ได้สุดท้ายก็ไปทำผิดกติกาโดยมีการเรียกรับผลประโยชน์จากเล็กไปใหญ่ จากใหญ่ไปเรื่อย ๆ ต่อกันเป็นลูกโซ่ เรื่องนี้ผมฝากท่านรัฐมนตรี ทำได้ครับ มาขอสภาอยู่แล้ว งบประมาณ ผมก็เชื่อว่าผู้แทนราษฎรไม่ใจจืดใจดำ เพราะตำรวจผู้ปฏิบัติเขาจะได้มีศักดิ์ศรี เขาอยู่ได้ เดือนหนึ่งเขาเข้าเวรสัก ๑๐ เวรเขาก็ได้ ๘,๐๐๐ บาทแล้ว เขาก็ไม่ต้องทำอย่างอื่น เขาตั้งใจทำงาน เพราะวันนี้เราใช้ตำรวจฟรีมันเลยเป็นปัญหา เพราะฉะนั้นเรื่องนี้อยากฝาก🔗

อีกเรื่องหนึ่งผมอยากจะเรียนถามท่านว่าเวลามีปัญหาเรื่องตำรวจไม่ว่าจะเรื่อง อะไรก็แล้วแต่ สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นในสังคมตำรวจท่านก็คือว่าพอจะไปจับบ่อนโน้นเอาไปเก็บไว้ที่ กองบัญชาการก่อน ย้าย ๕ เสือ ทุกโรงพักเวลามีอะไรย้าย ๕ เสือ ผมว่า ๕ เสือมันไม่ใช่ มันเป็น ๕ แมวกระมัง มันต้องใหญ่กว่านั้น เวลามีบ่อนอะไรย้าย ๕ เสือ แล้วสุดท้ายก็กลับมาที่เดิม จำนวนมาก ไม่อยากได้ยินแบบนี้ เอาอย่างนี้ไหมครับ ใครที่ทำผิดท่านจัดการให้เด็ดขาด หัวไม่ส่ายหางไม่กระดิก แล้วพี่น้องประชาชนก็จะได้อุ่นใจในการที่จะทำงานร่วมกับตำรวจ ผมไปอ่านบนโรงพักผมยังจำได้เลย เขาบอกว่าโรงพักเพื่อประชาชน ฝากท่านประธาน ผ่านท่านรัฐมนตรีให้เป็นโรงพักเพื่อประชาชนจริง ๆ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านรัฐมนตรี จะตอบไหมครับ เชิญครับ🔗

พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพและท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติครับ ก็ต้องขอบคุณ ทางท่านสมาชิกที่กรุณาให้ข้อเสนอแนะกับเรื่องของสวัสดิการเบี้ยเลี้ยงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ต้องกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกว่าในส่วนนี้ท่านนายกรัฐมนตรีท่านก็มอบนโยบาย แล้วก็เน้นย้ำไปทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติในเรื่องของสวัสดิการของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เบี้ยเลี้ยง โดยเฉพาะตำรวจชั้นผู้น้อย ตรงนี้เป็นสิ่งที่เป็นนโยบายสำคัญ แล้วสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็จะต้องรับแนวทางไปในการดำเนินการ ต้องกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านสมาชิกว่า ตำรวจ ๒๐๐,๐๐๐ กว่านายที่มีอยู่นั้น กระผมขออนุญาตกราบเรียนว่าตำรวจนั้นก็คือ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ผู้ที่ดูแลความสงบสุขให้กับพี่น้องประชาชน พี่น้องประชาชนขอให้เชื่อมั่น เจ้าหน้าที่ตำรวจว่าทุกท่านนั้นพร้อมที่จะทำงาน ดูแลพี่น้องประชาชนในทุก ๆ เรื่อง เมื่อท่าน มีปัญหาข้อขัดข้องหรือมีอะไรที่กระทบต่อชีวิตประจำวันของท่าน ท่านสามารถที่จะไป อย่างที่ ท่านสมาชิกได้กล่าวเป็นโรงพักของประชาชน แล้วทุกวันนี้กระผมคิดว่าทุกโรงพักก็ได้มี การปรับปรุงการบริหารจัดการการรับแจ้งเรื่องราวร้องทุกข์ การดำเนินการกระผมว่าพัฒนาไป มากกว่าในอดีตที่ผ่านมา ตรงนี้ก็ขอให้พี่น้องประชาชนได้เชื่อมั่น สำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจบางท่าน บางนายที่ไปทำผิด ทุจริต หรือว่าทำผิดต่อหน้าที่นั้น ขออนุญาตกราบเรียนว่าตรงนี้นโยบายของท่านนายกรัฐมนตรีก็ชัดเจนว่าถ้าเจ้าหน้าที่ทำผิดนั้น จะต้องถูกลงโทษทางวินัยและทางอาญา ซึ่งก็จะมีความผิดมากกว่าบุคคลทั่วไปด้วยซ้ำไป ตรงนี้ ก็ขอให้พี่น้องประชาชนได้เชื่อมั่นด้วยความมั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกคนที่ทำงาน ปฏิบัติหน้าที่ ดูแลพี่น้องประชาชนนั้น จะดูแลพี่น้องประชาชนให้ดีที่สุดสมกับที่เป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าจบกระทู้ถามสดด้วยวาจาของท่านสมคิด เชื้อคง ถาม นายกรัฐมนตรี ท่านนายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นผู้ตอบแทน ต้องขอขอบคุณท่าน พลเอก ชัยชาญ ช้างมงคล ที่กรุณาให้เกียรติกับทางสภาผู้แทนราษฎร ของพวกเรานะครับ🔗

๑.๑.๓ กระทู้ถามที่ ๒๑๙ ส. (นายสมชาย ฝั่งชลจิตร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ด้วยสำนัก เลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว มีบัญชา มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย คือ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา เป็นผู้ตอบ กระทู้ถามแทน ตอนนี้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่าน พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา อยู่ในห้องประชุมพร้อมแล้วนะครับ ขอเชิญท่านสมชาย ฝั่งชลจิตร ถามได้เลยครับ เชิญครับ🔗

นายสมชาย ฝั่งชลจิตร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สมชาย ฝั่งชลจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาต ท่านประธานและต้องขอบคุณท่านประธานที่อนุญาตให้ญัตติหรือกระทู้ถามของผมได้เข้าสู่สภา ในวันนี้ และประเด็นที่ ๒ อยากจะขอบคุณท่านประธานที่ได้ให้คำแนะนำเมื่อเช้าในการปฏิบัติงาน ความเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและประเด็นของการตั้งกระทู้ถาม ก็ต้องขอบคุณจริง ๆ ครับ ก่อนอื่นผมก็ต้องกราบเรียนต่อท่านประธานว่าผมจำเป็นจริง ๆ จะต้องเอาปรากฏการณ์มาเสนอ ต่อสภา ต่อที่ประชุมแห่งนี้ให้ได้เห็น ให้ได้รับรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น แล้วเพื่อที่จะนำไปสู่แก่นแท้ของ ปัญหา เพราะฉะนั้นผมอยากจะขออนุญาตท่านประธานขอสไลด์ (Slide) ครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายสมชาย ฝั่งชลจิตร แบบบัญชีรายชื่อ

นี่คือภาพข่าวที่ปรากฏ ในสื่อสารมวลชนและในออนไลน์ (Online) ทั่วไปว่านักเรียนที่อยู่ที่โรงเรียนบนเกาะหลีเป๊ะ เกาะหลีเป๊ะหลายท่านอาจจะยังไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหน ก็อยู่ที่จังหวัดสตูล อำเภอเมือง จังหวัดสตูล ใกล้ ๆ กับเกาะลังกาวีซึ่งเป็นเกาะที่มีชื่อเสียงของประเทศเพื่อนบ้าน และวันนี้เกาะหลีเป๊ะ ก็เป็นเกาะที่ได้รับความนิยมของนักท่องเที่ยวในการที่จะเดินทางไปพักผ่อนหย่อนใจและมีโอกาส ที่จะข้ามแดนไปยังเกาะลังกาวี แต่ท่านประธานที่เคารพครับ ที่ผมต้องเอาเรื่องนี้มาตั้งกระทู้ถาม ในวันนี้เพราะว่าภาพที่ปรากฏนั้นท่านทั้งหลายรับได้หรือไม่ ท่านรัฐมนตรีรับได้หรือไม่ว่านักเรียน ที่โรงเรียนบนเกาะหลีเป๊ะถูกกระทำโดยกลุ่มบุคคลภายนอกซึ่งมีอิทธิพลทางการเงินเข้าไป กว้านซื้อที่ดินแล้วจัดการตั้งรั้วไม่ให้นักเรียนเข้าไปโรงเรียน จนกระทั่งว่านักเรียนต้องถามหาว่า ทางโรงเรียนของหนูไปทางไหน วันนี้ก็ยังเป็นปัญหาอยู่จนถึงปัจจุบัน เรื่องราวเหล่านี้เกิดมา ตั้งแต่ปี ๒๕๖๔ หรือปีที่แล้ว วันนี้ท่านรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีก็เดินทางไปที่นี่ละ เพื่อที่จะหาทางออกในการแก้ปัญหา นักเรียนไม่มีทางเดินไปที่โรงเรียน ต้องปีนรั้ว ลอดรั้ว ซึ่งกลุ่มนายทุนได้สร้างขึ้นมา ปรากฏการณ์แบบนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร หน่วยงานของรัฐ ที่รับผิดชอบโดยเฉพาะประเด็นของความมั่นคงของชีวิต ประเด็นโอกาสของคนเล็กคนน้อย เดี๋ยวผมพูดถึงว่าคนเล็กคนน้อยที่ผมกล่าวถึงนี่คือคนกลุ่มไหน วันนี้ไม่ทราบว่านักเรียนจะมีทางเข้าโรงเรียนด้วยวิธีการปกติแล้วหรือยัง นี่คือคำถามแรกว่า รัฐบาลได้จัดการเรื่องนี้ให้เด็กนักเรียนที่โรงเรียนในเกาะหลีเป๊ะ ที่ปรากฏในภาพเมื่อสักครู่ เดินทางเข้าโรงเรียนโดยปกติแล้วหรือยัง หรือดำเนินการอย่างไร คำถามแรกครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรี ตอบครับ🔗

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผมขอเรียนตอบแทนท่านนายกรัฐมนตรี ต่อกระทู้ ถามสดด้วยวาจานะครับ ก่อนอื่นที่จะไปเรื่องของเกาะหลีเป๊ะ กระผมต้องเรียนเบื้องหลัง ความเป็นมาเพียงนิดเดียว ในส่วนเดียว เพราะมีประวัติยืดยาวของเกาะหลีเป๊ะ เอาเฉพาะส่วนที่ เกี่ยวข้อง ในปี ๒๔๕๙ ข้าหลวงประจำจังหวัดสตูลในขณะนั้น ได้แก่ พระยาสมันตรัฐบุรินทร์ ได้นำคนจากเกาะลันตาไปส่วนหนึ่ง ไปอาศัยอยู่ที่เกาะหลีเป๊ะ ด้วยเรื่องของการแก้ปัญหา ประเทศล่าอาณานิคมในขณะนั้น ผมคงเรียนคร่าว ๆ เช่นนั้น และคนที่ไปอยู่ในขณะนั้นก็เป็นต้น ตระกูลหาญทะเล ที่ต้องกล่าวให้เห็นตรงนี้ก็เพราะว่าเหตุที่เกิดขึ้นต่อคำถามแรกเรื่องของ เด็กนักเรียนเข้าไปเรียนไม่ได้ โดยมีคนไปกั้นรั้วไม่ให้เข้าไปเวลานี้ แล้วคำถามคือรัฐบาลได้แก้ หรือไม่ อย่างไร ก็ต้องเรียนก่อนว่าผู้ที่มีเอกสารสิทธิตรงนี้ แล้วก็ไปดำเนินการกั้นรั้วแล้วเกิด ปัญหากับเด็กนั้นก็เป็นตระกูลหาญทะเล ซึ่งสืบเนื่องมาจากบรรพบุรุษของเขาในขณะนั้น ได้แก่ คุณแม่ของคุณย่า คุณทวดนี่นะครับ เด๊ะอ๊ะ หาญทะเล แล้วก็มีโต๊ะคีรี หาญทะเล เป็นพ่อ แล้วก็ มีญาติออกมาคือท่านดารา อังโชติพันธ์ ซึ่งเสียชีวิตไปแล้ว จนกระทั่งถึงยุคปัจจุบันเป็น คุณณัฐภัทรและคุณชนิดา ซึ่งคงต้องเอ่ยนาม เพราะว่าเกี่ยวข้องกับข้อที่ท่านถามโดยตรง🔗

สรุปตรงนี้ว่าที่ผมเรียนมาทั้งหมดไม่ใช่คนข้างนอกไปซื้อที่ เป็นเรื่องของคนที่ถือ เอกสารสิทธิซึ่งอยู่มาโบราณตั้งแต่เริ่มมีคนที่อยู่เกาะหลีเป๊ะ อย่าทำให้คนเข้าใจผิดว่าผมไม่ได้ เข้าไปอยู่ข้างหนึ่งข้างใด แต่ให้รู้ว่าการดำเนินการเป็นเรื่องของคนที่เขาถือเอกสารสิทธิ ก็ต้อง เรียนต่อไปว่าแล้วต้นกำเนิดมาจากเรื่องใด ก็ต้องเรียนว่าเมื่อมีประมวลกฎหมายที่ดิน ปี ๒๔๙๗ ก็ได้มีการให้ออกไปแสดงแจ้งจดเรื่อง ส.ค. ๑ ท่านคงทราบดี มีราษฎรที่สืบเชื้อสายกันต่อมา ตั้งแต่ปี ๒๔๕๙ ที่ผมเรียนตั้งแต่ต้นนี้ซึ่งเป็นญาติกันทั้งนั้นในตระกูลหาญทะเล แตกลูก แตกหลานออกมาไปแจ้ง ส.ค. ๑ ทั้งสิ้นเลย ไปแจ้งจำนวนหนึ่งก็แล้วกันนะครับ เพื่อจะให้ รวดเร็ว ต่อมาก็ได้มาแปลง ได้มาเปลี่ยนเป็น น.ส. ๓ สรุปตรงนี้คือที่มาของที่ดินก็มีที่มาจาก ส.ค. ๑ จากราษฎรที่อยู่มาดั้งเดิม ทั้งหมดนั้น ส.ค. ๑ ๔๑ ฉบับ แล้วก็มาแปลงเป็น น.ส. ๓ ทั้งสิ้นเลย แล้วแบ่งแยกด้วยเป็น ๒๖ ฉบับ แล้วยังเป็น ส.ค. ๑ อีก ๒๓ ฉบับ นั่นเป็นที่มานะครับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเรื่องของการพิพาทของผู้ที่มีเอกสารสิทธิซึ่งเป็นคนดั้งเดิมที่อยู่ในพื้นที่ จากตระกูลหาญทะเลสืบเนื่องกันมา การที่มีข้อพิพาทนั้นไม่ได้มีเฉพาะบริเวณโรงเรียนเท่านั้น มีแม้กระทั่งในปี ๒๕๑๗ นั้นทางราชการได้ประกาศเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ในพื้นที่หมู่เกาะ แถวนี้ รวมทั้งเกาะหลีเป๊ะด้วยได้ประกาศ ก็มีข้อพิพาทระหว่างผู้ที่ถือเอกสารสิทธิกับทางภาครัฐ นอกจากนั้นยังมีการพิพาทระหว่างผู้ที่ถือเอกสารสิทธิแปลงนี้ซึ่งเป็นแปลงที่ใหญ่และสวยมาก อยู่ติดทะเลกับราษฎรอีกส่วนหนึ่งที่เข้าไปสร้างบ้าน ณ ขณะนี้ก็ยังอยู่ในขั้นตอนของศาลอยู่ ในขณะนี้ ก็มาถึงประเด็นตรงนี้ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไรนะครับ ที่ที่สร้างโรงเรียนปัจจุบันนี้กับที่ที่เป็น รพ.สต. ในขณะนี้เป็นที่ที่เจ้าของที่ได้บริจาคให้มีการสร้างโรงเรียน แล้วก็มีการสร้าง รพ.สต. หรืออนามัยตั้งเดิมในขณะนี้ ทางเจ้าของที่เขาต้องการที่จะแบ่งแยกแปลง การดำเนินการ ก็ต้องให้กรมที่ดินไปรังวัด แต่ชาวบ้านที่มีข้อพิพาทกันอยู่นั้นก็ไม่ยอมให้ไปดำเนินการ ขณะนี้ ก็มีการนัดกันประมาณวันที่ ๒๒ เดือนธันวาคมจะไปใหม่อีกครั้งหนึ่ง ถ้าไม่แบ่งแยกศาลก็ไม่มีแ0 แนวทางที่จะไปตัดสินได้ในขณะนี้ อันนั้นเป็นเรื่องที่อยากเรียนให้ทราบทั้งหมด แล้วเขาไปปิดกั้น อย่างไร ก็เป็นเรื่องของเจ้าของที่เขาจะถือสิทธิอะไรไม่ทราบไปปิดกั้นเส้นทางที่เข้าโรงเรียน ที่เขาบริจาคที่ให้ ถามว่าแล้วทางราชการทำอะไร เมื่อเกิดเรื่องขึ้นทางราชการโดยท่านนายอำเภอ หรือส่วนที่เกี่ยวข้องทั้งหลายก็พยายามไปเจรจากับเจ้าของที่เพื่อไกล่เกลี่ย เพื่อจะให้ยินยอม ให้เด็กนักเรียนได้ใช้ นั่นคือแนวทางที่แก้ สรุปแล้วคือให้ไปแก้เพื่อจะให้เด็ก ๆ ไม่ยากลำบาก ไปเรียนหนังสือ แล้วให้การดำเนินการทางกฎหมายมันเดินต่อไปได้ นั่นคือแนวทางที่เขาทำ ในขณะนี้มีข่าวไปนั้นทางเจ้าของที่ยังไม่ยอม แต่ทราบมาว่าขณะนี้เจ้าของที่นั้นยินยอมที่จะให้ เด็กใช้เส้นทางนี้ ส่วนการดำเนินคดีเป็นเรื่องของการฟ้องร้องหรือการที่จะพิสูจน์สิทธิกันนั้น ก็ดำเนินการต่อไปตามประมวลกฎหมาย ก็เรียนเพื่อทราบครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านสมชาย ถามคำถามต่อไปครับ เชิญครับ🔗

นายสมชาย ฝั่งชลจิตร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผมฟัง ท่านรัฐมนตรีตอบคำถามเหมือนกับท่านยืนอยู่ในหัวใจของเจ้าของโฉนดเลย ขอภาพเกาะหลีเป๊ะ ในปี ๒๕๓๕ กับปี ๒๕๔๐🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายสมชาย ฝั่งชลจิตร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ในภาพสีดำ คือภาพปี ๒๕๔๐ ภาพแผนที่ในปี ๒๕๓๕ ที่เป็นหน่วยงานทหารจัดทำขึ้น ภาพสีดำคือภาพพื้นที่ ที่เป็นเกาะ ส่วนที่เป็นสีขาว ๆ คือชายหาด และพี่น้องชาติพันธุ์ซึ่งเราเรียกที่นั้นว่าอูรักลาโว้ย เขาอยู่กันตามริมชายหาด อยู่กันตามริมทะเลนี่ละ สภาพอย่างนี้ในปี ๒๕๔๐ สิ่งที่มันเกิดขึ้น เป็นปรากฏการณ์อีกอย่างหนึ่งก็คือกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชได้ฟ้องว่าการออก เอกสารสิทธิในเกาะหลีเป๊ะประมาณ ๔๔ คดีที่พิพากษาไปแล้วเกือบทั้งหมด ปรากฏว่า เป็นหนังสือ ส.ค. ๑ ปลอม ภาษาคนทำที่ดินเขาเรียกว่า ส.ค. ๑ บิน ไม่ทราบว่าบินมาจากไหน ถูกพิพากษาให้เพิกถอนไปแล้วหลายรายเกือบทั้งหมดใน ๔๐ คดีว่าเป็น ส.ค. ๑ ที่เอามาจาก ที่ไหนก็ไม่ทราบ มายื่นขอออกเอกสารหลักฐานกรรมสิทธิ์ในที่ดินที่เกาะหลีเป๊ะ นี่คือสิ่งที่ปรากฏ🔗

ข้อที่ ๒ วิถีชีวิตของชาวเลเป็นวิถีชีวิตของคนที่เป็นชนชั้นบรรพกาลจริง ๆ เขาไม่รู้จักการสะสม เขาหาได้วันต่อวัน ใช้ต่อวัน กินต่อวัน ในอดีตที่ผ่านมาเขาไม่รู้จักระบบ กรรมสิทธิ์ของทุนนิยมหรอกครับ ในปี ๒๔๙๗-๒๔๙๘ ที่มีการแจ้งว่าครอบครองที่เขาก็ไม่รู้ และที่สำคัญที่สุดคือเขาอยู่โดยวิถีธรรมชาติ เขาพึ่งพาธรรมชาติ เขาพึ่งพาความอุดมสมบูรณ์ ของธรรมชาติที่เกาะหลีเป๊ะ เพราะฉะนั้นเขาไม่ได้แจ้งเพราะเขาอยู่ในพื้นที่ริมทะเล ไม่ได้ครอบครอง สภาพที่ปรากฏนั่นก็คือไม่มีการทำประโยชน์ในเกาะหลีเป๊ะก่อนปี ๒๕๔๐ ยังเป็นพื้นที่ป่า เพราะฉะนั้นการอ้างว่าจะขอเอกสารสิทธิหรือโฉนดที่ดินโดยผ่านไม่ว่าจะเป็น น.ส. ๓ หรือ ส.ค. ๑ มันต้องมีหลักฐานปรากฏว่าได้เข้าทำประโยชน์จริง ๆ เพราะฉะนั้น กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชจึงฟ้อง แล้วสุดท้ายหลายคดีศาลพิพากษาว่าเป็น ส.ค. ๑ ปลอม บินมาจากไหนก็ไม่รู้ ผมถามในฐานะที่ท่านเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ตรวจสอบเรื่องราวที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชบอก และศาลพิพากษาว่าโฉนด หรือ ส.ค. ๑ ที่นำมาใช้ในการออกเอกสารสิทธิที่เกาะหลีเป๊ะถูกต้องตามความเป็นจริงหรือไม่ และที่สำคัญที่สุดการแจ้งการครอบครองแปลงละ ๕๐-๘๐ ไร่ ในปี ๒๔๙๗-๒๔๙๘ และมา ออกเป็น น.ส. ๓ ในปี ๒๕๒๐ ซึ่งเป็นการออกเอกสาร น.ส. ๓ ก ตามภาพถ่ายทางอากาศ ไม่ได้เดินสำรวจจริง ๆ ท่านได้ตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารที่เขาอ้าง เหมือนที่ท่านยืน อยู่ในหัวใจของเจ้าของโฉนดหรือเจ้าของ น.ส. ๓ ในวันนี้ ท่านได้ตรวจสอบความถูกต้องแล้ว หรือยัง ตามที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชพยายามดำเนินการอยู่ คำถามที่ ๒ ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรี ตอบครับ🔗

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ขออนุญาต เรียนตอบกระทู้ถาม แต่อยากจะเรียนนิดหนึ่งว่าวิสัยของคนที่มาดูแลประเทศชาติ ในฐานะที่ ในขณะนี้ก็มาทำในฐานะนิติบัญญัติ แล้วก็ให้ฝ่ายบริหารมาชี้แจง ไม่จำเป็นต้องกระแนะกระแหน ว่ากระผมไปยืนอยู่ตรงที่ใด ในชีวิตกระผมไม่เคยมีที่ดินที่ใดที่ไม่ใช่ที่ที่กระผมผ่อนอยู่และกระผม อยู่อาศัย และกระผมไม่ได้เคยรู้จักใครในพื้นที่หลีเป๊ะหรืออะไรทั้งสิ้น ไม่จำเป็นต้อง กระแหนะกระแหน กระผมให้เกียรติมาตอบทั้ง ๆ ที่กระผมรู้ว่าเป็นกระทู้ถามสดซึ่งมัน กว้างไกลมาก กระผมก็มาให้ ขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปด้วยว่าไม่จำเป็นต้องกระแหนะ กระแหน กระผมตอบได้ทุกอย่าง และยินดีที่จะตอบ เหตุการณ์ที่กล่าวอ้างมันปนกันหลายอย่าง ด้วยกัน แต่กระผมขอเรียนว่าเมื่อกระผมมารับหน้าที่ที่กระทรวงมหาดไทยก็จะมีปัญหาเรื่องที่ดิน อยู่ ที่ดินเรื่องที่ได้ยินประจำก็จะเป็นเรื่องของชาวเล ที่เราเรียกว่าชาวพื้นที่ ก็แล้วกัน วิถีชีวิตเขาเป็นอย่างนั้นจริง ๆ เขาใช้พื้นที่อยู่ริมทะเล ในเกาะ แล้วเขาก็ไม่ค่อยได้มี เอกสารสิทธิ ไม่ได้แจ้งจริง กระผมกำลังจะเรียนให้ทราบว่าแล้วกรมที่ดินอยู่ที่จุดใด กรมที่ดิน จะต้องทำทุกอย่างอยู่บนกฎหมายที่มีเท่านั้น เพราะฉะนั้นกระผมก็อยากจะเรียนว่าความชอบธรรม กับความเป็นธรรม ความชอบธรรมก็คือว่าคนที่ไม่ได้อยู่ในขณะนั้นแต่เขาไปแจ้ง ส.ค. ๑ ต่อมา พัฒนาเป็น น.ส. ๓ ก เขาทำตามกฎหมาย เราก็ต้องดูตามกฎหมาย เราไม่มีสิทธิไปทำอย่างอื่น ถามว่าแล้วความเป็นธรรมนั้นชอบธรรมไหม กระผมก็เห็นด้วยว่าไม่ชอบธรรม ก็ต้องมีแก้ไข ใครที่จะทำได้ในการแก้ไขปัญหานั้น มีการทำแล้วก็คือศาลสั่งได้ เพราะฉะนั้นก็ต้องไปดำเนินการ ช่องนั้น ไม่ใช่ท่านจะมาคาดคั้นให้เจ้าหน้าที่ที่ดินไปทำสิ่งที่ตัวเองไม่มีอำนาจ ไปพิสูจน์ดีเอ็นเอ (DNA) ของกระดูกศาลก็เคยสั่งได้ แต่กรมที่ดินทำไม่ได้ ดูตามหลักฐานย้อนไปเมื่อมีประมวล กฎหมายมาเขาไปแจ้ง ส.ค. ๑ ในขณะนั้น กระผมเองก็เพิ่งเกิดได้ ๒-๓ ปีเท่านั้นก็ไม่รู้ จะย้อนกลับไปแก้อะไรให้ได้อย่างไร รวมทั้งจะไปแก้ได้เขาก็คงไม่ให้อำนาจกระผมไปแก้ที่เขาทำ ส.ค. ๑ กันไว้ แล้วจะให้พิสูจน์ ก็ไม่ได้ ไปพูดถึงกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชนั้นเขาดูแลพื้นที่ให้ใคร เขาดูแลพื้นที่ให้คนไทยทั้งประเทศ การที่จะไปมีข้อกฎหมาย ให้กับราษฎรอยู่ในพื้นที่นั้น ถ้าราษฎรนั้นเป็นผู้ที่อ่อนด้อยอย่างที่ว่า ที่กระผมได้เรียนตั้งแต่แรก แล้วว่ากระผมก็ทราบดี กระผมก็เห็นว่ามันไม่น่าจะชอบธรรม แม้ว่าเป็นธรรมตามกฎหมาย ท่านต้องไปหาทางแก้กันโดยกฎหมาย เขาก็รักษาที่ดินให้กับประเทศชาตินี้ละ เขาไม่ได้เอาไป เป็นที่ของครอบครัวเขา กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช แล้วเขาประกาศไปตั้งแต่ ปี ๒๕๑๗ ใครในนี้จะไปแก้ได้ ท่านไปแก้ ไปเพิกถอนก็ได้ ท่านก็ไปทำ แล้วก็ไปออกว่าราษฎร ที่อยู่มาแล้วไม่ได้เคยไปออกเอกสารสิทธิ ท่านจะไปแก้ด้วยกฎหมายก็ไปแก้ แต่มาบริภาษกัน มันไม่ใช่ ท่านมาถามว่าตรวจสอบหรือไม่ที่ของอุทยานแห่งชาติ กระผมไม่อยากจะพูดคำศัพท์ ที่ไม่ดีออกไปว่าก็ให้เขาดำเนินการไป ถ้าท่านอยากจะแก้ตรงนี้ก็ไปแก้กฎหมายอุทยานแห่งชาติ ท่านไปแก้ข้อยกเว้นอะไรก็ได้ให้ราษฎร ท่านพิสูจน์ให้ได้ว่าเขาอยู่มาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ จะใช้ช่องทางศาล ช่องทางกฎหมาย ท่านทำได้เลย แต่อย่ามาบอกว่ากระผมได้ไปดูหรือไม่ ความถูกต้องที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชเขาทำ คงไม่ใช่ แล้วท่านนายกรัฐมนตรี ก็ทำไม่ได้ที่ไปบอกกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชไปเพิกถอน ให้ที่ประชาชน เขาก็ทำไม่ได้ ท่านก็ทำไม่ได้ อันนั้นคือภาพรวมที่อยากจะตอบ กระผมได้เรียนแล้วนะครับว่า กระผมก็ทราบปัญหานี้ แล้วที่เราเรียกชาวเลที่อยู่ในพื้นที่ก็ไม่ค่อยได้ไปจดเอกสารสิทธิอะไร แล้วก็อาจจะสืบเชื้อสายถึงปัจจุบันนี้ อาจจะ แล้วบางคนที่ไม่ได้เป็นชาวเลอาจจะอพยพไปตามที่ กระผมเรียนให้ทราบแล้ว ไปแจ้งเขาก็มีสิทธิตามกฎหมาย ใครอยากเพิกถอนก็ไปแก้กฎหมาย กระผมก็เรียนภาพเพื่อให้ชาวเลได้รับความเป็นธรรม กระผมเรียนว่าศาลทำได้ แล้วก็ทำไปแล้ว มี ถ้าสภาทำได้สภาก็ทำนะครับ แต่ไม่ใช่กระผมจะไปขอเพิกถอนอะไรเขา ไม่ได้โดยกฎหมาย ขณะนี้เขาถือเอกสารสิทธิตามกฎหมายเขาก็ฟ้องร้องกันอยู่ ศาลก็ต้องดูตามกฎหมาย ถ้าท่านไม่แก้ แต่ว่าศาลก็มีข้อพิจารณาแล้วอย่างเช่นเหตุการณ์ที่ชาวเลได้ ถ้ากระผมจำไม่ผิด ที่จังหวัดภูเก็ต ศาลก็ตัดสินให้เป็นที่ของชาวเล เรียนว่าไม่ใช่จะสิ้นไร้ไม้ตอกทีเดียวที่จะดูแล คนพวกนี้ แล้วก็ทำไปตามกฎหมาย กระผมก็ทำตามกฎหมาย เพราะฉะนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องมา กล่าวหานะครับ เรียนภาพรวมให้ทราบในคำตอบครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

คำถามสุดท้าย เชิญท่านสมชายครับ🔗

นายสมชาย ฝั่งชลจิตร แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธาน ถ้าหากว่ามีอะไรที่เป็นการพูดที่อาจจะไม่ถูกต้องอะไรก็ตามนี่ผมก็ต้องขออภัย เพราะว่า ผมก็ให้เกียรติกับทุกท่านที่ทำหน้าที่ในฐานะที่เป็นผู้นำประเทศหรือเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ผมยังไม่ได้คำตอบว่าท่านได้สั่งให้มีการตรวจสอบความถูกต้องของเอกสารที่นำมาสู่การกั้นรั้ว ไม่ให้นักเรียนและพี่น้องเดินข้ามแล้วหรือยัง เพราะที่ผมพูด ผมพูดว่ากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชพยายามที่จะขัดขวางการใช้เอกสารปลอมไปออกเอกสารสิทธิในที่ดิน เกาะหลีเป๊ะ นี่คือสิ่งที่ปรากฏ และผมเห็นด้วยกับกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ในการตรวจสอบความถูกต้องและดำเนินคดีไปแล้ว ๔๔ ราย จนกระทั่งศาลพิพากษาว่า เอาเอกสารปลอมมาดำเนินการในการออกเอกสารสิทธิ ส่วนแปลงนี้จะเป็นไปตามที่ ท่านรัฐมนตรีอ้างหรือไม่ ผมไม่ทราบ แต่ต้องมีการตรวจสอบถึงความถูกต้อง เพราะนี่คือ ข้อสงสัยที่ผมตั้งไว้🔗

เรื่องที่ ๓ ที่ผมอยากจะคุยกับท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าพี่น้อง อูรักลาโว้ยเป็นพี่น้องที่อยู่มาก่อนสกุล หรืออาจจะมีสกุลหาญทะเลอยู่ด้วยก็ได้ แต่พื้นที่นี้ต้องให้ เกียรติภูมิของพี่น้องชาติพันธุ์อูรักลาโว้ยว่าเขาคือคนที่ยืนยันว่าในวันที่มีการแบ่งปันดินแดน เขายืนยันว่าจะอยู่กับสยาม เกาะหลีเป๊ะจึงยังเป็นของประเทศไทยอยู่จนถึงปัจจุบัน แต่วันนี้พี่น้องชาติพันธุ์ที่เป็นอูรักลาโว้ย ที่เป็นพี่น้องมันนิ หรือพี่น้องมอแกนที่อยู่ในพื้นที่ ฝั่งทะเลอันดามันกำลังจะกลายเป็นสิ่งแปลกปลอมของรัฐไทย พี่น้องที่อยู่ที่เกาะหลีเป๊ะซึ่งเป็น อูรักลาโว้ยพันกว่าคนวันนี้ไม่มีที่แม้กระทั่งจอดเรือ ไม่มีที่ที่จะเดินเข้าไปยังหมู่บ้านของตนเอง ไม่มีทางเดินไปโรงเรียน นี่คือสิ่งที่มันปรากฏว่าการแก้ปัญหาของรัฐไม่สามารถที่จะตอบปัญหา กับคนกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยได้ ไม่เป็นไรครับ ภายใต้รัฐบาลท่านไม่มีนโยบายเรื่องนี้ แต่ถ้าพวกผม เป็นรัฐบาลเมื่อไรจะจับมาแก้ปัญหาให้ได้ ผมอยากจะถามว่าในปัญหาพี่น้องชาติพันธุ์ที่อยู่ใน หมู่เกาะทางฝั่งอันดามันเกือบทั้งหมดซึ่งมีตั้งแต่อูรักลาโว้ย มีตั้งแต่มอแกน ตั้งแต่จังหวัดระนอง ไปจนถึงจังหวัดสตูลนั่นละครับ ท่านมีนโยบายในการที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตของเขา อย่างไรบ้าง เพราะวันนี้ก็ต้องตำหนิไปที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชเหมือนกันว่า พื้นที่ที่เขาเคยอยู่วันนี้แม้แต่จอดเรือในริมหาดที่ประกาศเป็นเขตตัวอย่างยังจอดไม่ได้ วิถีชีวิต ของการหากินในรอบเกาะหรือในทะเลริม ๆ หมู่เกาะทั้งหลายเมื่อประกาศเป็นเขต อุทยานแห่งชาติ มีกฎหมายอุทยานแห่งชาติควบคุมในการประกอบอาชีพประมง วิถีชีวิตเขา กำลังเดือดร้อน ผมจึงจำเป็นต้องถามว่ารัฐบาลโดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งดูแลเรื่องความมั่นคงของชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ท่านมีทางเลือกหรือมีทางออก ในทางนโยบายให้กับคนเล็กคนน้อย หรือพี่น้องที่เราเรียกกันว่าชายขอบ ชาติพันธุ์ทั่วประเทศ เลยครับ กำลังมีปัญหาในการที่จะอยู่กับรัฐแบบที่ไม่ให้ความสำคัญเหมือนกับเขาไม่ใช่คน ถ้าอยู่ริมเหววันนี้เขาพร้อมที่จะถูกถีบตกเหวไปแล้ว ผมจึงอยากจะให้ฝ่ายนโยบายมองคน เหล่านั้นเป็นคนเหมือนกับเรา เป็นคนไทยที่เคยมีประวัติยืนยันว่าเขาจะอยู่กับสยาม นั่นคือ การรักษาแผ่นดินไว้โดยเฉพาะเกาะหลีเป๊ะให้เป็นของชาติไทยจนถึงปัจจุบัน ด้วยสายตาของท่าน ทั้งหลายมองและแก้ปัญหาให้เขาอย่างไร อยากจะถามคำถามนี้ครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรี ตอบครับ🔗

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ต่อปัญหาที่บอกว่าไม่ได้ตอบในข้อที่ ๒ เรื่องของ การแก้ปัญหาที่โรงเรียนจะมีการตรวจสอบหรือไม่ อย่างไร กระผมคิดว่ากระผมก็ตอบไปแล้วว่า การดำเนินการนั้นก็อยู่บนพื้นฐานของกฎหมาย ขณะนี้มีผู้ที่อ้างว่ามีเอกสารสิทธิแล้วก็อยู่ที่ศาล ศาลให้ไปรังวัด การที่ศาลจะตัดสินได้ก็ต้องดูเอกสารสิทธิที่ว่านี้ว่าชอบธรรม ไม่ชอบธรรมอย่างไร เป็นมาอย่างไร ไม่ว่าจะของรัฐ ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ของประชาชน ที่มีคดีอะไรก็แล้วแต่ จะต้องไปรังวัดให้ได้ ไม่อย่างนั้นศาลก็ไม่สามารถจะตัดสินหาความยุติธรรม ให้บุคคลดังกล่าวได้ ถ้าคนคนนี้กำลังฟ้องร้องกับประชาชนอยู่ ประชาชนหลายรายด้วยกัน ไม่มีที่อยู่ ก็ต้องพิสูจน์ว่าประชาชนอยู่มาอย่างไร มีเอกสารสิทธิอย่างไร มีหลักฐานอย่างไร ทั้งเอกสาร ทั้งความเป็นมา กระผมเชื่อว่าศาลท่านมีวิธีที่จะพิจารณาและตัดสินได้ แล้วก็คนที่มา กล่าวอ้างว่ามีเอกสารสิทธินั้นชอบธรรม ไม่ชอบธรรม ไม่ว่าเป็นกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช หรือใคร ศาลก็มีวิธีที่จะตัดสินให้ เพียงแต่ว่ากระทรวงมหาดไทย โดยกรมที่ดิน เกี่ยวข้องเพราะเราต้องไปรังวัด รวมทั้งให้ข้อมูลทั้งหมด ความเป็นมาให้กับศาล เพื่อศาลได้ตัดสิน ทีนี้คงตอบแล้วว่าเข้าไป ตรวจสอบอย่างไร คงไม่ได้หมายความว่าให้กระผมตั้งคณะกรรมการไป แล้วไปบอกว่าเป็นที่ใคร เขาคงไม่ฟังกระผม เพราะมันอยู่ในชั้นศาลฟ้องร้องกันอยู่ ก็คงจะตอบข้อ ๒ นะครับ🔗

ส่วนที่ว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับคนชายขอบ คนอ่อนด้อย กลุ่มเปราะบาง อย่างไร เรื่องของการกินอยู่ดูแล ไม่ใช่ดูเฉพาะกลุ่มชาวเลหรือที่อยู่ที่ฝั่งอันดามัน เกาะต่าง ๆ ทั้งสิ้น รัฐบาลดูแลทั้งหมดในขณะนี้ โดยคณะกรรมการที่เราคงพอรู้จักคือคณะกรรมการนโยบาย ที่ดินแห่งชาติ ซึ่งมีหลายคณะด้วยกัน ทีนี้ก็ต้องมาดูว่าจะแก้อย่างไร ในกรณีนี้กระผมคิดว่ามันมี อย่างนี้นะครับว่า ๑.พวกนี้เขาอยู่เก่าแก่แล้วไม่มีเอกสารสิทธิ พิพาทกับใคร พิพาทกับรัฐ พิพาท กับประชาชนด้วยกัน ช่องทางที่ทำได้แล้วก็ทำอยู่แล้วในขณะนี้คือเรื่องของใช้ คทช. ไปดูว่า ที่ตรงนี้ถ้าราษฎรเขาอยู่มาก่อนเราต้องกันออกไปให้ราษฎรเขาถ้ามีหลักฐาน กระผมเรียนยืนยัน ว่าแม้ไม่มีหลักฐานก็น่าจะมีช่องที่จะใช้อำนาจศาลได้ ก็เรียนว่ามีช่องจะไปได้ แต่ถ้ามีช่องทาง กฎหมายเขามีหลักฐานอะไร เราก็สามารถใช้ คทช. ที่ไปแก้ไขได้ เรื่องของคณะกรรมการบุกรุก ที่รัฐ เรื่องของการที่จะเอาที่ขององค์กรของรัฐที่ประชาชนเขาอยู่ไปแล้ว ถ้าเขาอยู่ก่อน ก็กันออกไป ถ้าเขามาอยู่แล้วเขาเป็นกลุ่มด้อยจะให้เขาอยู่ในนาม ในลักษณะของการแก้ปัญหา ของ คทช. รัฐบาลก็ทำให้ รวมความว่ารัฐบาลนั้นให้ความสำคัญกับกลุ่มชนกลุ่มนี้ด้วยนะครับ ทีนี้ลงไปเฉพาะประเด็นนี้กระผมก็จะได้ไปเรียนท่านนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน คทช. ที่จะดูเรื่องนี้เพื่อแก้ปัญหาให้ด้วยนะครับ ซึ่งเข้าใจว่าก็คงต้องหาทางแก้ไขปัญหาอย่างที่กระผม เรียนแล้วว่าบางทีก็ไม่ใช่เรื่องง่าย อยู่มาเก่าอยู่มาแก่ไม่มีเอกสารสิทธิเลยแล้วไปทับกับที่รัฐ ที่ของคนอื่น มันจะต้องมีวิธีที่จะแก้ปัญหาให้ได้ จะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าคนพวกนี้อยู่มาจริง ก็ไม่ใช่ง่ายนะครับ แล้วก็จะอยู่ที่ใดบ้าง จะชี้กันไปทั้งเกาะเลย หรือจะอยู่ตรงไหนก็ต้องไปหา วิธีทำกันนะครับ แต่เรียนว่าก็ให้ความสำคัญ แล้วรัฐบาลก็ได้แก้ปัญหาให้ไปหลายส่วนด้วยกัน แม้กระทั่งหน่วยงานบางหน่วยงานเขาก็ยังยืนยันอยู่บนกฎหมายเขา รัฐบาลก็พยายามที่จะแก้ไข ปัญหาที่หน่วยงานนั้น ๆ ถือกฎหมายอยู่ ก็เรียนโดยภาพรวมครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าจบการถาม ตอบกระทู้ถามสดด้วยวาจาของท่าน ส.ส. สมชาย ฝั่งชลจิตร ถาม นายกรัฐมนตรี ต้องขอขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่กรุณาให้เกียรติกับสภาผู้แทนราษฎรของพวกเราที่มาช่วยตอบกระทู้ถาม ขอขอบคุณครับ🔗

๑.๒ กระทู้ถามทั่วไป🔗

๑.๒.๑ กระทู้ถามที่ ๕๔๗ เรื่อง ติดตามความคืบหน้าปัญหากรณีดาวเทียม ไทยคม (นายรังสิมันต์ โรม เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม🔗

ตอนนี้ท่าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจสังคมก็พร้อมอยู่ในห้องประชุมที่จะตอบแล้ว ขอเชิญท่าน ส.ส.รังสิมันต์ โรม ถามได้เลยครับ เชิญครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้ขอตั้งกระทู้ถามท่านชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในเรื่องปัญหากรณี ดาวเทียมไทยคม ซึ่งผมได้เคยอภิปรายไม่ไว้วางใจไปตั้งแต่เมื่อวันที่ ๓ กันยายน ๒๕๖๔ ปีกว่า ๆ แล้วครับ ซึ่งผมเชื่อว่าหลังการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนั้นทางกระทรวงก็คงจะต้องมีการนำ ในสิ่งที่ผมได้อภิปรายไม่ไว้วางใจไปปรับปรุงแก้ไข หรืออย่างน้อยที่สุดก็แก้ตัวในประเด็นต่าง ๆ ซึ่งวันนี้ผมต้องใช้โอกาสนี้ในการที่จะติดตามความคืบหน้าต่อไปครับ เริ่มที่กรณีแรกคือกรณีในเรื่องการเปลี่ยนตัวอนุญาโตตุลาการ ในคดีดำที่ ๙๗/๒๕๖๐ เกี่ยวกับ ดาวเทียมไทยคม ๗ และไทยคม ๘ ว่าเป็นดาวเทียมตามสัญญาสัมปทานซึ่งจะต้องตกเป็นของ กระทรวงหรือไม่ และคดีดำที่ ๙๓/๒๕๖๓ เกี่ยวกับดาวเทียมไทยคม ๕ เมื่อเดือนมิถุนายน ๒๕๖๔ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมใต้บังคับบัญชาของท่านได้แจ้งไปยังสำนักงาน อัยการสูงสุดขอเปลี่ยนตัวอนุญาโตตุลาการ ซึ่งปรากฏว่าคนที่ท่านตั้งขึ้นมาใหม่ก็คืออัยการสูงสุด ในขณะนั้นเองที่มีข้อครหาในเรื่องของความไม่เป็นกลาง พอเรื่องเริ่มเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ขึ้นมา ก็ไปเปลี่ยนเอาอดีตอธิบดีอัยการท่านหนึ่งมาเป็นอนุญาโตตุลาการแทน ซึ่งก็พบอีกว่าเคยเป็น ผู้ที่ทำงานต่อสู้คดีไทยคม ๗ และไทยคม ๘ อยู่ด้วยกับคนของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม เพราะฉะนั้นกระทรวงภายใต้ความรับผิดชอบของท่านรู้แน่ ๆ ว่าตั้งคนลักษณะแบบนี้ ขึ้นมาอาจจะมีปัญหาถูกอีกฝ่ายร้องในเรื่องของความเป็นกลางได้ และยังไม่นับว่าในอีกคดีหนึ่ง เกี่ยวกับไทยคม ๕ ซึ่งก็คือคดีเอ ๒๗/๒๐๒๐ (A27/2020) ท่านก็จะไปเปลี่ยนอนุญาโตตุลาการ ของฝ่ายกระทรวง ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับท่านประธาน ไม่เสียหายครับ คือคุณสุรางค์ นาสมใจ ทั้งที่ พ.ร.บ. อนุญาโตตุลาการ พ.ศ. ๒๕๔๕ นั้นห้ามมิให้คู่พิพาทคัดค้าน อนุญาโตตุลาการที่ฝ่ายตัวเองตั้งขึ้นมา แล้วพอคุณสุรางค์ถามมาว่าตัวเขามีเหตุไม่เป็นกลาง อย่างไร สุดท้ายทางกระทรวงตอบไม่ได้ครับ🔗

สำหรับคดีไทยคม ๗ ไทยคม ๘ และคดี ๙๓/๒๕๖๓ หลังจากผมอภิปราย ไม่ไว้วางใจไปส่งผลให้ในเวลาต่อมาทางคุณ พ พาน ไม่ต้องเอ่ยนามนะครับ ท่านรัฐมนตรีรู้ดี อยู่แน่นอนว่าผมหมายถึงใคร จึงถอนตัวจากการเป็นอนุญาโตตุลาการไป แต่นั่นก็ไม่ได้ หมายความว่าสิ่งที่ท่านชัยวุฒิเคยได้กระทำลงไปในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคมเกี่ยวกับเรื่องการเปลี่ยนตัวอนุญาโตตุลาการนั้นมันจะจบแล้ว ๆ กันไป และมากไปกว่านั้นสิ่งที่ตามมาหลังจากการถอนตัวไปแล้วคือกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคมก็ได้ตั้งอนุญาโตตุลาการคนใหม่ขึ้นมาแทน แต่ปรากฏว่าคนใหม่ที่ตั้งขึ้นมานี้กลับเป็น อัยการสายอาญา ไม่ได้มีประสบการณ์ด้านคดีแพ่ง ปกครองแต่อย่างใด ตั้งขึ้นมาแล้วก็ไม่ได้เป็น ประโยชน์กับฝ่ายกระทรวงตอนสืบคดีเลยแม้แต่น้อย สุดท้ายผลเป็นอย่างไรครับท่านประธาน ผลก็คือในที่สุดเมื่อวันที่ ๖ ตุลาคม ๒๕๖๕ ที่ผ่านมาอนุญาโตตุลาการในคดีไทยคม ๗ และไทยคม ๘ ได้มีคำชี้ขาดเป็นเอกฉันท์ออกมาแล้วว่าดาวเทียมทั้ง ๒ ดวงนั้นไม่ใช่ดาวเทียม ตามสัญญาสัมปทาน พูดง่าย ๆ ก็คือฝ่ายกระทรวงแพ้คดี จะอ้างความเป็นเจ้าของดาวเทียม ทั้ง ๒ ดวงไม่ได้ คราวนี้หลังจากเผยแพร่ออกมาหุ้นไทยคม ยินดีด้วยครับผู้ถือหุ้นทั้งหลาย พุ่งขึ้น ๔ เปอร์เซ็นต์ ผมขอย้ำไว้ด้วยนะครับว่ามติเป็นเอกฉันท์ นั่นหมายความว่าอนุญาโตตุลาการ ที่ฝ่ายกระทรวงตั้งมาใหม่ ที่ผมบอกไปแล้วว่าไม่มีประสบการณ์คดีแพ่งและปกครองก็ไปโหวตให้ ฝ่ายไทยคมเขาด้วย ผลของการแพ้คดีนี้ทำให้ไทยคมยังไปยื่นคำร้องขอให้คืนหลักประกันสัญญา เป็นเงินหลักร้อยล้านบาท ซึ่งถ้าศาลปกครองสั่งให้คืนรัฐอาจเสียดอกเบี้ยซึ่งมาจากภาษี ประชาชนอีกด้วย นอกจากนี้ผมยังขอเสริมข้อเท็จจริงด้วยว่าประธานอนุญาโตตุลาการในคดี ไทยคม ๗ และไทยคม ๘ ที่กระทรวงเพิ่งแพ้ไปนั้นเป็นคนเดียวกันกับอีกคดีหนึ่งคือ ๙๓/๒๕๖๓ ซึ่งถามว่าในคดี ๙๓/๒๕๖๓ นั้นใครเป็นคนร่วมตั้งประธานขึ้นมา ก็คือคนเดิมครับ คุณ พ พาน นั่นหมายความว่ามีโอกาสที่กระทรวงจะแพ้อีกคดี ผมจึงขอถามอย่างนี้ครับ ตกลงแล้วการที่ ท่านชัยวุฒิไปเปลี่ยนตัวอนุญาโตตุลาการในคดีไทยคม ๗ และไทยคม ๘ เป็นอดีตอัยการสูงสุด และคุณพฤฒิพร ตามลำดับ ซึ่งก็เห็นอยู่ว่าโดยบทบาทหน้าที่ของทั้ง ๒ คนนี้ย่อมมีปัญหา เรื่องความเป็นกลาง แล้วที่ท่านเลือกทั้ง ๒ คนนี้ขึ้นมานั้นท่านอาศัยข้อกฎหมายหรือการให้ เหตุผลทางกฎหมายว่าอะไรครับ ทำไมท่านถึงสามารถตั้งได้ แล้วอนุญาโตตุลาการคนใหม่ที่ตั้งขึ้นมาแทนนั้นไม่ได้ตรวจสอบเลยหรือว่ามีความเชี่ยวชาญ เหมาะสมที่จะดูคดีนี้ได้ รวมถึงกรณีคดีเอ ๒๗/๒๐ (A27/20) ที่ท่านพยายามไปเปลี่ยน อนุญาโตตุลาการฝ่ายกระทรวงที่มีอยู่เดิม ซึ่งโดยหลักแล้วทำไม่ได้ ท่านมีเหตุผลอะไรสนับสนุน การเปลี่ยนตัว สรุปแล้วมีข้อเท็จจริงอะไรไหมว่าอนุญาโตตุลาการนั้นขาดความเป็นกลาง สมควร ต้องเปลี่ยน ช่วยบอกให้ผมฟังหน่อยครับ ผมขอย้ำด้วยว่าท่านได้โปรดอธิบายเรื่องนี้ดี ๆ นะครับ เพราะมันอาจจะเป็นคำให้การที่ผูกมัดต่อตัวท่านเองได้ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านรัฐมนตรีชัยวุฒิตอบครับ🔗

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะที่กำกับดูแลเรื่องดาวเทียม อยากเรียนให้ข้อมูลเบื้องต้นก่อนนะครับว่าการตั้งอนุญาโตตุลาการ ทางกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้ส่งเรื่องให้สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นผู้ดำเนินการ ตามระเบียบ สำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพิจารณาชี้ขาดการยุติข้อพิพาทระหว่างหน่วยงานของรัฐ และการดำเนินคดี พ.ศ. ๒๕๖๑ ข้อ ๒๖ แล้วในการแต่งตั้งอนุญาโตตุลาการกระทรวงได้ขอให้ อัยการสูงสุดพิจารณาบุคคลที่มีความเป็นกลาง เป็นอิสระ มีคุณสมบัติตามที่กำหนดไว้ในสัญญา อนุญาโตตุลาการ ซึ่งก็เป็นการดำเนินการตามกฎหมายพระราชบัญญัติอนุญาโตตุลาการ พ.ศ. ๒๕๔๕ มาตรา ๑๙ ถ้าโดยหลักการก็คือเราทำตามกฎหมาย ตามระเบียบที่มี โดยมีการทำ หนังสือ ทำเรื่องให้ทางอัยการสูงสุดส่งอธิบดีอัยการที่มีความเหมาะสม มีความเชี่ยวชาญ และมี คุณสมบัติถูกต้องเข้ามาเป็นอนุญาโตตุลาการ ในฐานะฝ่ายกระทรวงคือฝ่ายรัฐบาล ซึ่งในบางครั้ง มีการตั้งแล้วก็มีการลาออก มีการถอนตัว ซึ่งอันนี้ก็เป็นเหตุผลของผู้ที่เป็นอนุญาโตตุลาการ แต่ละท่าน ซึ่งก็ไม่ได้มา กระผมคงไปก้าวล่วงอธิบายแทนไม่ได้นะครับ แต่ว่าเมื่อมีการถอนตัว หรือมีการลาออกเราก็ต้องทำหนังสือไปถึงอัยการสูงสุดให้ส่งบุคคลท่านอื่นที่มีคุณสมบัติ เหมาะสม ถูกต้อง เชี่ยวชาญ มาทำงานแทนต่อไป ซึ่งก็เป็นกระบวนการตามปกติ และที่สำคัญ ท่านคงทราบนะครับ สำนักงานอัยการสูงสุดเป็นหน่วยงานที่เป็นองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ด้วยนะครับ ก็คือไม่สามารถไปแทรกแซงหรือไปกำกับดูแลโดยกระทรวงหรือโดยรัฐบาลได้ อยู่แล้ว อันนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งอยากให้ท่านเข้าใจด้วย เพื่อให้ทุกอย่างเป็นความโปร่งใส ตรงไปตรงมา เป็นกลาง แล้วก็ให้อัยการสูงสุดเป็นคนตัดสินใจทั้งหมด กระผมไม่ได้ไปเลือก และ ที่สำคัญชื่อทั้งหมดที่ท่านพูดมาหรืออยู่ในบัญชีรายชื่อคนที่เป็นอนุญาโตตุลาการนี่ ทางกระผม หรือทางเจ้าหน้าที่ในกระทรวง กระผมก็จะสอบถามแล้ว ก็ไม่มีใครมีความสัมพันธ์ส่วนตัว หรือมีการรู้จักเป็นส่วนตัวเลยนะครับ ก็เป็นการทำงานโดยหน้าที่อย่างแท้จริง ไม่ได้มีความรู้จัก หรือว่าไปล็อบบี (Lobby) เพื่อให้เกิดใครคนใดคนหนึ่งเข้ามาใด ๆ ทั้งสิ้น ก็เป็นกระบวนการ ตามกฎหมายทั้งหมด หลังจากที่อนุญาโตตุลาการมีการตัดสินชี้ขาดไปแล้วก็ไม่ใช่ว่าจะถึงที่สุด เพราะว่าอย่างเรื่องของดาวเทียมไทยคม ๗ และไทยคม ๘ ซึ่งอนุญาโตตุลาการก็ชี้ขาดว่า ดาวเทียมไทยคม ๗ และไทยคม ๘ ไม่ใช่ดาวเทียมในสัญญาสัมปทาน ก็คือไม่ใช่ดาวเทียม ที่เราจะไปกำกับดูแลเรื่องสัมปทาน พูดง่าย ๆ คือกระทรวงก็เป็นฝ่ายแพ้ในเรื่องนี้ ซึ่งทาง กระทรวงก็จะดำเนินการต่อไปทางกฎหมายก็คือการฟ้องไปที่ศาลปกครอง เป็นกระบวนการ ต่อเนื่อง เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ก็ยังไม่จบ ก็เรียนให้ทราบเป็นข้อมูลไว้ด้วยครับ🔗

ส่วนเรื่องการตั้งอนุญาโตตุลาการอีกท่านหนึ่ง ที่เรียกว่าคดีเอ ๒๗/๒๐๒๐ (A27/2020) ที่ท่านได้กล่าวถึง คืออันนี้อยู่ในช่วงที่กระผมเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีใหม่ ๆ ก็ทราบว่ามีการลาออกหรือการถอนตัวของอนุญาโตตุลาการบางท่าน ก็มีการขอไปที่ อัยการสูงสุดให้ส่งอนุญาโตตุลาการคนใหม่มานะครับ ซึ่งในช่วงนั้นก็มีคำกระผมได้ยินมา แต่ไม่แน่ใจว่ามีความคิดที่จะให้อนุญาโตตุลาการเป็นคนคนเดียวกันอะไรทำนองนี้ เพราะว่า คำร้องหรือข้อพิพาทเป็นเรื่องในทำนองเดียวกันนะครับ ก็เลยมีความประสงค์จะให้เกิดเหตุการณ์นั้น คือให้อนุญาโตตุลาการที่เป็นตัวแทนของฝั่งรัฐบาล แล้วกันนะครับ ก็ให้เป็นคนคนเดียวกัน แต่ว่าอย่างไรก็ตามเมื่อทำแล้วอาจจะไม่สำเร็จ หรือไม่เหมาะสมอย่างไร กระผมก็ไม่ทราบ เพราะเป็นเรื่องของทางอัยการสูงสุดนะครับ แล้วก็มี การปรับเปลี่ยนให้เป็นอย่างที่เป็นในปัจจุบันก็คือมีการเปลี่ยนเฉพาะอัยการที่เข้ามาในคดี หมายเลข ๙๗/๒๕๖๐ และคดีหมายเลข ๙๓/๒๕๖๓ เท่านั้น ส่วนที่ท่านกล่าวถึงคือ เอ ๒๗/๒๐๒๐ (A27/2020) จึงไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง ก็เรียนชี้แจงเท่านี้ครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรังสิมันต์ โรม ถามคำถามครั้งที่ ๒ ครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก่อนอื่นสืบเนื่องจากคำถามแรก ที่ท่านรัฐมนตรีชี้แจง เอาประเด็นเรื่องนี้ก่อนครับ เรื่องสายสัมพันธ์ คือถ้าพูดถึงว่าสายสัมพันธ์ มันเกี่ยวข้องกันอย่างไร ตัวท่านรัฐมนตรีกับเจ้าของไทยคมรู้จักกัน สนิทแนบแน่นเลย และ อัยการสูงสุดคนก่อนที่เป็นประเด็นผมก็มีหลักฐานโชว์เป็นสไลด์ (Slide) มีภาพที่ชัดเจน อันนี้ ไม่ชัดเจนหรือครับว่ามีสายสัมพันธ์ที่แนบแน่นสนิทกัน เป็นคอนฟลิกต์ ออฟ อินเทอเรสต์ (Conflict of interest) หรือผลประโยชน์ขัดกัน🔗

ประเด็นที่ ๒ ท่านบอกว่าท่านจะโยนเป็นความผิดของอัยการสูงสุด ไม่ได้ครับ เพราะสุดท้ายกระทรวงต้องเป็นคนเสนอชื่อ ดังนั้นสุดท้ายท่านคือปราการด่านสุดท้าย ในการเสนอชื่อ ซึ่งท่านมีหน้าที่ต้องดูครับว่าการเสนอชื่อคนเหล่านั้นสุดท้ายจะทำให้กระทรวง แพ้หรือเปล่า🔗

ประเด็นที่ ๓ ประเด็นสุดท้ายที่เกี่ยวเนื่องกับท่านสุรางค์ คือท่านจะไปถอดถอน เขาออกจากการเป็นอนุญาโตตุลาการ สุดท้ายท่านสุรางค์เขาไม่ยอม ท่านเลยต้องยืนยัน ท่านจะบอกว่าท่านมารับตำแหน่งใหม่ ๆ ไม่เกี่ยวครับ เพราะวันนั้นท่านเป็นรัฐมนตรีแล้ว🔗

มาต่ออีกเรื่องหนึ่งเพื่อไม่ให้เสียเวลา ผมได้อภิปรายไปว่าเมื่อสัญญาสัมปทาน ดาวเทียมไทยคม ๓๐ ปีใกล้ถึงวันหมดอายุในตอนต้นเดือนกันยายน ๒๕๖๔ ก็ได้มีการทำสัญญา ส่งมอบสิทธิบริหารจัดการดาวเทียมตามสัญญา ให้ไปอยู่ในความดูแลของบริษัท โทรคมนาคม แห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือเอ็นที (NT) ซึ่งก็ออกตัวเสียดิบดีว่ามีความพร้อมในการรับช่วงต่อ แต่ปรากฏว่าในเวลานั้นก็มีข้อมูลว่าเอ็นที (NT) เตรียมไปทำสัญญากับไทยคมให้เข้ามาบริหาร ดาวเทียมต่อ เป็นสัญญาลักษณะที่เรียกว่าอัฐยายซื้อขนมยาย คือเมื่อหักลบเงินที่เอ็นที (NT) จ้าง ไทยคมบริหาร กับเงินที่ไทยคมซื้อช่องสัญญาณของดาวเทียมไปบริการลูกค้าแล้ว ในทางปฏิบัติ ก็เท่ากับว่าไทยคมสามารถเอาดาวเทียมไปบริหารเอง เก็บกำไรจากลูกค้าไว้เอง โดยจ่ายจริง ถูกกว่าเดิมมาก ไม่ต้องผ่านกระบวนการตามกฎหมายร่วมทุนใด ๆ และไม่มีช่องทางให้เอ็นที (NT) ได้พัฒนาศักยภาพของตัวเองต่อ ผมก็ไม่ทราบว่าหลังจากที่ผมอภิปรายไม่ไว้วางใจไปแล้ว ดีล (Deal) ที่ว่านี้จบอย่างไร แต่ที่ผมทราบมีอีกดีล (Deal) หนึ่งที่เกิดขึ้นระหว่างเอ็นที (NT) กับไทยคมคือการที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและเอ็นที (NT) ขอให้ไทยคม ช่วยควบคุมดาวเทียมไปก่อนในช่วงเปลี่ยนผ่านสัมปทานไปจนถึงวันที่ ๑๕ ตุลาคม ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา ซึ่งไทยคมก็ไม่ได้ช่วยฟรี ๆ เพราะคิดค่าใช้จ่ายด้วย ๒๐ ล้านบาท และดีล (Deal) ที่ว่านี้เกิดขึ้นมาอย่างไรผมไม่ทราบ เพราะไม่ได้มีการทำสัญญาว่าจ้างหรือผ่านกระบวนการ ขั้นตอนทางระเบียบพัสดุแต่อย่างใด จนไป ๆ มา ๆ พอพ้น ๑๕ ตุลาคมไปแล้วยังจัดการ ตามกระบวนการไม่ได้ สุดท้ายไทยคมก็ไปฟ้องกระทรวงและเอ็นที (NT) ต่อศาลปกครองในที่สุด เรียกค่าเสียหายถึง ๑๐๐ ล้านบาท เลขคดีคือคดีดำที่ ๑๙๔๖/๒๕๖๕ จึงขอถามว่าดีล (Deal) ที่เกิดขึ้นระหว่างฝ่ายกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและเอ็นที (NT) กับฝ่ายไทยคม ที่ว่ามานี้ที่ไม่มีข้อสัญญาและข้อกฎหมายใด ๆ เลย ทำให้สุดท้ายกลายเป็นจำเลยถูกฟ้อง เรียกเงิน ๑๐๐ ล้านบาท ใครรับผิดชอบครับ คนคนนั้นควรจะเป็นท่านรัฐมนตรีหรือเปล่า แล้วสรุปว่า ๑ ปีกว่า ๆ ที่ผ่านมาหลังสัญญาสัมปทานสิ้นสุดลงเอ็นที (NT) ได้เคยมีลูกค้า ช่องสัญญาณดาวเทียมเป็นของตัวเองจริง ๆ บ้างไหม ได้ส่งรายได้ให้กระทรวงไปเป็นจำนวนเงิน เท่าไร เอาที่ไม่ใช่มาจากภาครัฐนะครับ มีบ้างไหม แล้วการฝึกอบรม เจ้าหน้าที่ของเอ็นที (NT) ให้ควบคุมดาวเทียมได้ซึ่งกำหนดไว้ในสัญญาสัมปทานเดิมได้เกิดขึ้นจริง ๆ ไหม ปัจจุบันนี้ เจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมดาวเทียมจริง ๆ เป็นคนของใคร ของเอ็นที (NT) หรือไทยคม ไหนกันคือ การเพิ่มผู้ประกอบการรายใหม่ เพิ่มทางเลือกและความหลากหลาย ส่งเสริมการแข่งขัน ในกิจการดาวเทียม ท่านรัฐมนตรีช่วยอธิบายอย่างละเอียดให้ฟังหน่อยเถอะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านรัฐมนตรี ตอบครับ🔗

นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ต้องขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่ให้ความสนใจในเรื่อง ดาวเทียมไทยคม ซึ่งก็ตรงกับสิ่งที่รัฐบาลต้องการเลยนะครับ เป็นนโยบายเลย คืออยากจะให้ เอ็นที (NT) ซึ่งเดิมที่เราตั้งไว้ก็คือบริษัทแคท (CAT) หรือ กสท. แล้วเปลี่ยนชื่อมาเป็นเอ็นที (NT) ในภายหลังจากการควบรวมกับทีโอที (TOT) เรียกว่าเอ็นที (NT) คือบริษัท โทรคมนาคม แห่งชาติ จำกัด (มหาชน) ซึ่งตอนนี้ก็มีหน่วยงานที่กระผมได้มอบหมายให้ตั้งสายงานขึ้นมา เรียกว่าสายงานเรื่องดาวเทียม เพื่อจะให้มาทำธุรกิจดาวเทียมอย่างเต็มรูปแบบ โดยเบื้องต้นก็คือ เราจะให้เข้ามารับดาวเทียมไทยคม ๔ และไทยคม ๖ ซึ่งโอนมาจากบริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) เมื่อหมดสัญญาสัมปทาน ซึ่งตอนนี้พอโอนมาให้ที่กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคมเราก็ได้มอบสิทธิการทำงานทั้งหมด การใช้งาน การบริหารจัดการให้กับบริษัทเอ็นที (NT) เข้ามาดูแล ซึ่งกระบวนการนี้ก็ทำให้เอ็นที (NT) จริง ๆ มันทำมาก่อนแล้วนะครับ ตั้งแต่ ก่อนที่จะมีการหมดสัญญาสัมปทานในเดือนกันยายนปีที่แล้ว ก็จะมีการดำเนินกระบวนการ ตรวจสอบทรัพย์สิน ส่งมอบทรัพย์สินมาโดยตลอด รวมถึงการฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ของบริษัท เอ็นที (NT) ที่จะเข้าไปรับช่วงต่อในการดูแลดาวเทียมไทยคม ๔ และไทยคม ๖ แต่อย่างไรก็ดี เมื่อถึงเวลาตอนนี้เรามีนโยบายชัดเจนว่าเราอยากให้เอ็นที (NT) ดำเนินการเองทั้งหมด ด้วยคน ของเอ็นที (NT) เอง รวมถึงอนาคตข้างหน้าถ้ามีการเปิดประมูลวงโคจรโดย กสทช. ซึ่งเรา ก็ทราบว่าวงโคจรทั้งหมดของประเทศที่มีอยู่ ๔ แพ็กเกจ (Package) ก็จะมีการเปิดประมูล เร็ว ๆ นี้ ซึ่งทางรัฐบาลก็ได้มอบหมายให้ทางเอ็นที (NT) เข้าร่วมประมูลด้วยเพื่อจะได้มีวงโคจร แล้วก็ยิงดาวเทียมขึ้นไปเป็นของเอ็นที (NT) เองซึ่งก็เป็นรัฐวิสาหกิจ ก็เหมือนเป็นของรัฐบาลเอง พูดง่าย ๆ นะครับ อันนี้เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล ซึ่งตรงกับที่ท่านเพื่อนสมาชิกได้พูด คือเราต้องทำเอง อย่างไรก็ดีในการส่งมอบดาวเทียมเมื่อมีการโอนสิทธิให้เอ็นที (NT) แล้ว และ เอ็นที (NT) เข้าไปดำเนินการต่าง ๆ ก็มีข้อจำกัดหลายเรื่อง เช่นอาจจะเรื่องของความพร้อม ในการเข้าไปทำงาน ความชำนาญ ความเชี่ยวชาญอาจจะไม่เพียงพอ ก็มีการหาผู้เชี่ยวชาญ มาช่วยเพื่อให้ดาวเทียมสามารถเดินหน้าต่อไปได้ เพราะหัวใจสำคัญอีกเรื่องหนึ่งนอกจาก เราทำงานได้แล้วเราต้องคำนึงถึงผู้ใช้บริการหรือประชาชนที่ใช้บริการดาวเทียมด้วย ไม่ให้ ดาวเทียมมีปัญหา ไม่ให้ธุรกิจหรือการใช้งานต่าง ๆ สะดุดหยุดลง เพราะถ้ามันสะดุดหยุดลง หรือพูดง่าย ๆ ถ้าเป็นดาวเทียมที่ใช้กับการดูทีวี (TV) แล้วเกิดทีวี (TV) จอดำดูไม่ได้ คนเดือดร้อนก็คือประชาชน เพราะฉะนั้นเราก็ต้องคำนึงถึงเรื่องการต่อเนื่องให้สามารถทำงาน ต่อไปได้ด้วย ซึ่งอันนี้ก็เป็นเรื่องที่เอ็นที (NT) ก็เข้าไปดำเนินการอยู่ บวกกับเรื่องของระบบรับ ส่ง สัญญาณ ที่เรียกว่าอัปลิงก์ (Uplink) ดาวลิงก์ (Downlink) ข้อมูลต่าง ๆ ก็ไม่ได้โอนมาทั้งหมด ก็เป็นข้อโต้แย้งหรือข้อสัญญาแล้วกันนะครับ ที่มีการพูดคุยกันมาก่อนว่าส่งมอบเฉพาะส่วน ของดาวเทียม ส่วนสถานีรับ ส่งสัญญาณไม่ได้ส่งมอบมา เพราะฉะนั้นการที่จะมีการเชื่อมต่อ ข้อมูลกับภาคพื้นดินก็จะต้องมีการทำงานร่วมกับไทยคมหรือผู้ที่มีเครื่องรับ ส่งสัญญาณ อาจจะมี บริษัทอื่นด้วยที่จะเข้ามาใช้บริการดาวเทียมต่อไป เพราะฉะนั้นในภาพรวมก็อยากจะให้ท่าน เข้าใจว่าถึงแม้ทางรัฐบาลจะมีนโยบายสำคัญก็คืออยากให้เอ็นที (NT) เข้ามาบริหารจัดการ ดาวเทียมไทยคม ๔ และไทยคม ๖ ด้วยเอ็นที (NT) เอง แล้วก็มีเรื่องของการให้เตรียมที่จะสร้าง ดาวเทียมดวงใหม่ แต่อย่างไรก็ดีก็ต้องคำนึงถึงความพร้อมของเอ็นที (NT) และแนวทางของเอ็นที (NT) ที่จะทำงาน ต่อไป ซึ่งอันนี้กระผมก็ไม่ได้ลงไปแทรกแซงเอ็นที (NT) นะครับ ก็คือให้เอ็นที (NT) สามารถทำ ธุรกิจหรือทำงานได้อย่างเป็นอิสระภายใต้กรอบและระเบียบที่กฎหมายกำหนด ส่วนเรื่องที่จะมี การฟ้องร้อง มีคดีเรื่องค่าเสียหายต่าง ๆ หรือข้อตกลงที่ยังไม่มีข้อยุติ กระผมก็คิดว่าคงเป็นเรื่อง ของกระบวนการทางกฎหมาย หรือว่าให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้มาตัดสินใจกันต่อไป ยังมีเวลาที่เรา จะต้องหาข้อเท็จจริงและแก้ปัญหาเรื่องนี้ต่อไป ในเรื่องข้อกฎหมายต่าง ๆ เช่นเรื่องที่ ทางเพื่อนสมาชิกได้กล่าวถึงมีการฟ้องร้องคดีอะไรต่าง ๆ ก็ทำไปครับ อันนี้ก็เป็นการดำเนินการ ตามกฎหมาย ซึ่งกระผมก็เรียนว่าตั้งแต่กระผมมารับหน้าที่เรื่องที่เกี่ยวกับไทยคมเป็นเรื่องที่ กระผมระมัดระวังมาก เพราะว่าเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับผลประโยชน์ของชาติ แล้วก็มีเรื่องของ สัญญาสัมปทานซึ่งเป็นสัญญาณที่ต่อเนื่องมา ๓๐ ปี ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นในยุคนี้ ที่เราเข้ามานี่ คือมารับช่วงในที่สัมปทานมันหมดแล้ว แล้วเราจะทำอย่างไรต่อไปกับสิ่งที่เหลืออยู่ของดาวเทียม ที่ยังใช้งานอยู่เท่านั้นเองนะครับ แต่สัมปทาน ๓๐ ปีมันจบไปแล้ว เรามาแก้ปัญหาในอดีต ที่มีเงื่อนต่าง ๆ ผูกไว้มากมาย มันไม่ได้ง่ายนะครับ แต่เรียนให้เพื่อนสมาชิกเข้าใจว่าไม่มีเรื่อง ของผลประโยชน์ เรื่องของการเอื้อประโยชน์ให้ใครเลยนะครับ คือท่านอาจจะพูดว่าคนโน้น รู้จักคนนี้ คนนี้รู้จักคนนั้น แต่ท่านไม่ได้พูดว่ามีการเอื้อประโยชน์ให้ใคร อย่างไร ถ้าท่านพูดแต่ว่า คนนั้นรู้จักคนนี้ ท่านมองด้วยอคติว่าคนโน้นไม่เป็นกลาง คนนี้ไม่เป็นกลาง แล้วมันผิดตรงไหนล่ะ ครับ เอื้อประโยชน์อย่างไร มีใครได้ประโยชน์ เสียประโยชน์ มีทุจริตตรงไหน ท่านไม่ได้พูด ก็ขอตอบสั้น ๆ แค่นี้ครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานขอให้คำแนะนำสั้น ๆ นิดเดียว ใช้เวลาไม่นานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ🔗

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เรียนท่านประธานผ่านไปท่านรัฐมนตรีนะครับ ผมก็อยากเห็น เอ็นที (NT) มีศักยภาพในการแข่งขันเรื่องดาวเทียม แล้วก็ถ้าผมเป็นท่านรัฐมนตรีผมจะตอบว่า เอ็นที (NT) จะมีความพร้อมเมื่อไร ผมจะตอบให้ชัดว่าเอ็นที (NT) กำลังจะมีศักยภาพเข้ามา อย่างไร คนที่กำลังทำหน้าที่ได้รับการฝึกฝนควบคุมดาวเทียมเป็นคนของเอ็นที (NT) ผมจะตอบ ให้ชัด แต่น่าเสียดายวันนี้มันไม่เกิด หวังว่าครั้งหน้าท่านรัฐมนตรีจะตอบที่ชัดเจนขึ้น ส่วนในเรื่อง ของสายสัมพันธ์อะไรต่าง ๆ ผมอภิปรายไว้อย่างชัดเจนแล้วนะครับท่านประธาน ตอนที่ผม อภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่าใครมีผลประโยชน์อย่างไร เพราะสุดท้ายสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ ทุกคนรู้ว่าดาวเทียมที่เป็นสมบัติของชาติกำลังจะตกอยู่ในมือของใครผ่านฝีมือของท่านรัฐมนตรี ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าจบการถาม ตอบกระทู้ถามทั่วไปในระเบียบวาระที่ ๑.๒.๑ ของท่าน ส.ส. รังสิมันต์ โรม ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจสังคม ท่านชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ที่กรุณาให้เกียรติกับสภา ผู้แทนราษฎรของพวกเรา🔗

๑.๒.๒ กระทู้ถามที่ ๕๕๐ เรื่อง การควบรวมกิจการโทรคมนาคมของ TRUE และ DTAC (นายระวี มาศฉมาดล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม🔗

ด้วยนายระวี มาศฉมาดล ได้มีหนังสือแจ้งว่าขอถอนกระทู้ถามเรื่องดังกล่าว ดังนั้นจึงเป็นกรณีที่ผู้ตั้งกระทู้ถามขอถอนกระทู้ถาม ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๑๕๓ นะครับ🔗

๑.๒.๓ กระทู้ถามที่ ๕๕๑ เรื่อง ความคืบหน้าในการแก้ปัญหาแก่ชาวประมง และความคืบหน้าในการแก้ไขพระราชกำหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ (นายวรภพ วิริยะโรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗

ด้วยสำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และมีหนังสือแจ้งว่า กระทู้ถามเรื่องนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน ได้มอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านประภัตร โพธสุธน เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน แต่เนื่องจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ติดภารกิจสำคัญไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามได้ จึงขอเลื่อนการสอบกระทู้ถามดังกล่าวไป เป็นวันพฤหัสบดีที่ ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ ขอเลื่อนไปเลย ผมก็ไม่แน่ใจว่าจะได้ถาม ได้ตอบ กันไหม🔗

นายวรภพ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตท่านประธานครับ ผม วรภพ วิริยะโรจน์ ขอหารือท่านประธานสั้น ๆ นิดหนึ่งครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านวรภพครับ ความจริงแล้วกระทู้ถามทั่วไปเราจะไม่ให้เจ้าของกระทู้ถามได้พูดเพราะเลื่อนไป แล้วไม่มีกำหนด ชัดเจนว่ารัฐมนตรีจะมาตอบเมื่อไรครับ🔗

นายวรภพ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ก็ขอปรึกษาท่านประธานนิดหนึ่ง🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ🔗

นายวรภพ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

ด้วยความที่ผมตั้งใจตั้งกระทู้ถามนี้ กับท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์โดยตรง ทีนี้ท่านก็มอบหมายให้รัฐมนตรี ช่วยว่าการ รัฐมนตรีช่วยว่าการก็มาขอเลื่อน แต่เลื่อนไปเป็น ๑๖ กุมภาพันธ์ซึ่งมันไกลมาก ผมก็เลยต้องหารือกับท่านประธานอย่างนี้ครับว่าความเดือดร้อนของพี่น้องชาวประมง ๒๒ จังหวัดนี้มันรออยู่ แล้วมันมีมานานเป็น ๘ ปีแล้ว ดังนั้นการที่เลื่อนไปแบบนี้ผมก็ต้องฝาก ท่านประธานไปยังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ผมตั้งกระทู้ถามโดยตรงว่า จะสามารถมาตอบได้เร็วกว่านี้ไหม เพราะว่าชาวประมงเขาเดือดร้อน แล้วถ้าเลื่อนไป ๑๖ กุมภาพันธ์ ก็ต้องฝากท่านประธานไปถามท่านรัฐมนตรีว่าถ้าจะเลื่อนไกลขนาดนี้ให้ออกมา ชี้แจงกับชาวประมงเลยว่าท่านไม่อยากจะตอบ คือท่านไม่อยากจะแก้ไขปัญหาให้ชาวประมง ชาวประมงเขาจะได้ไม่ต้องตั้งความหวังกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คนนี้ ในการเลือกตั้งครั้งหน้าเขาจะได้รู้ว่าต้องเลือกใคร ผมก็ต้องฝากหารือท่านประธานสั้น ๆ แบบนี้ ละครับว่าความเดือดร้อนตรงนี้มัน ๘ ปีแล้ว และถึงเวลาผมมาทวงความคืบหน้าในฐานะผู้แทน ก็เลื่อนตอบกระทู้ถามผมไป แล้วก็เลื่อนไป ๑๖ กุมภาพันธ์ ถ้าจะเลื่อนแบบนี้ก็เลื่อนไป ๒๕ มีนาคมเลยก็ได้นะครับจะได้ไม่ต้องตอบกัน แล้วก็ให้ชาวประมงเขาได้รู้ไปเลยว่าสุดท้าย ท่านทำงานกันแบบนี้ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ เดี๋ยวผมจะให้เจ้าหน้าที่ได้ประสานไปที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์อีกครั้งหนึ่ง ขอเร่งรัดให้ ท่านรัฐมนตรีได้มาตอบเร็วกว่า ๑๖ กุมภาพันธ์หน่อย เพราะ ๑๖ กุมภาพันธ์ก็อย่างที่ท่านวรภพ พูดละครับ ผมก็ใจไม่ดีเหมือนกันสภาเราจะอยู่ได้ยาวถึง ๑๖ กุมภาพันธ์ไหม🔗

๑.๒.๔ กระทู้ถามที่ ๕๕๒ เรื่อง หลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขในการ ขึ้นทะเบียนผู้ประกอบการงานก่อสร้างภาครัฐ (นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

ด้วยสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่ากระทู้ถามเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง คือ ท่านอาคม เติมพิทยาไพสิฐ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามแทน ในการนี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังติดภารกิจ จึงมอบหมายให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง คือ ท่านสันติ พร้อมพัฒน์ เป็นผู้ตอบกระทู้ถามนี้แทน แต่เนื่องจากรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลังไม่สามารถมาตอบกระทู้ถามนี้ได้ จึงขอเลื่อน การตอบกระทู้ถามดังกล่าวไป เป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๕ แจ้งท่านเท่าพิภพ ได้รับทราบนะครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

๑.๓ วาระกระทู้ถาม แยกเฉพาะ🔗

ผมถือโอกาสนี้เพื่อประโยชน์กับพี่น้องประชาชนที่ติดตาม กระทู้ถามก็เป็น กระบวนการหนึ่งที่ฝ่ายนิติบัญญัติได้ตรวจสอบ ติดตามการปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายบริหาร ซึ่งในรัฐธรรมนูญ แล้วก็ข้อบังคับปัจจุบันนี้กระทู้ถามมี ๓ ประเภท คือ กระทู้ถามสดด้วยวาจา ซึ่งจะตั้งกระทู้ถามเรื่องสด ๆ โดยไม่ต้องทำล่วงหน้า แต่ว่าเสนอกระทู้ถามตอนเช้าวันที่ตั้ง กระทู้ถาม วันหนึ่งไม่เกิน ๓ กระทู้ กระทู้ถามทั่วไป อันนี้เป็นกระทู้ถามที่ปฏิบัติมาตลอด ระยะเวลาหลายสิบปีของระบอบประชาธิปไตย แต่ที่เพิ่มขึ้นใหม่ที่กำลังพิจารณาอยู่ห้องนี้ก็คือ กระทู้ถามแยกเฉพาะ กระทู้ถามนี้จะเป็นกระทู้ถามที่ระบุไว้ว่าเป็นเรื่องเฉพาะพื้นที่ เฉพาะกรณี ถ้าพูดไปแล้วก็เป็นกระทู้ถามที่สามารถสอบถามปัญหาได้ทันต่อเหตุการณ์ ในขณะที่กระทู้ถาม ทั่วไปบางทีถามน้ำท่วมไปตอบเอาตอนหน้าแล้ง หรือถามเรื่องฝนแล้งไปตอบเอาตอนน้ำท่วม แต่กระทู้ถามแยกเฉพาะนั้นสามารถทันเหตุการณ์ได้ทันที เพราะว่าข้อบังคับกำหนดว่าเมื่อส่ง กระทู้ถามมาแล้ว ส่งไปยังคณะรัฐมนตรี ก็จะต้องตอบภายใน ๑๕ วันนับแต่วันที่ส่งไปถึงนะครับ ก็เลยทำให้กระทู้ถามนี้เร็วกว่ากระทู้ถามทั่วไป แต่ว่าโดยที่มีการตอบกระทู้ถามในวันเดียวกัน ทั้งที่สภาใหญ่คือที่บัลลังก์สภาใหญ่และที่ห้องกระทู้ถามแยกเฉพาะ บางท่านก็ถามทั้งที่สภาใหญ่ และที่กระทู้ถามแยกเฉพาะ ท่านผู้ตอบก็เหมือนกันจึงต้องสลับกัน ดังนั้นบางเรื่องก็เลยต้องสลับ สำหรับวันนี้กระทู้ถามแยกเฉพาะมี ๖ กระทู้ ได้จัดลำดับเอาไว้ว่าลำดับที่ ๑ เป็นกระทู้ถาม แยกเฉพาะที่ ๔๗๙ ของคุณประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ อยู่ในระเบียบวาระที่ ๑.๓.๖ ลำดับที่ ๒ เป็นของคุณอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ อยู่ในระเบียบวาระที่ ๑.๓.๓ เป็นคำถามแยกเฉพาะ ที่ ๔๖๕ กระทู้ถามอีก ๔ กระทู้นั้นเรียนไว้เลยว่าขอเลื่อนหมด เราก็เลยมี ๒ กระทู้ที่จะต้องตอบ ในวันนี้ครับ🔗

๑.๓.๖ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๗๙ เรื่อง การแก้ปัญหาความบกพร่องของ กระทรวงมหาดไทย ในการจัดสอบบุคลากรท้องถิ่น (นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

กระทู้ถามแรกที่เรียงลำดับ ท่านสมาชิกประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ได้มาแล้ว และท่านรองนายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยก็ได้มาแล้ว ในหลักการกระทู้ถามนี้ให้เวลาไม่เกิน ๒๐ นาที เราก็เลย แบ่งเวลาว่าผู้ถาม ๑๐ นาที ผู้ตอบ ๑๐ นาที อันนี้เป็นแนวปฏิบัติที่ทำมา แล้วก็สมาชิกในห้องนี้ ส่วนใหญ่ร้อยละ ๙๙.๙๙ ทำได้ อันนี้ก็ชื่นชม เพราะฉะนั้นผมขออนุญาตว่าเราเข้าสู่กระทู้ถาม แยกเฉพาะ ขอเชิญคุณประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ถามคำถามแรกเลยครับ เมื่อถามจบแล้ว ท่านรัฐมนตรีตอบแล้ว ก็มีสิทธิถามได้อีกครั้งหนึ่ง ขอเชิญเลยครับ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ อดีตพรรคอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล ขอตั้งกระทู้ถามแยกเฉพาะ ถามท่านนายกรัฐมนตรีนะครับ แต่ว่าท่าน นายกรัฐมนตรีก็คงมอบให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมาตอบ เรื่อง การแก้ปัญหา ความบกพร่องของกระทรวงมหาดไทย ในการจัดสอบบุคลากรท้องถิ่น ซึ่ง คสช. ได้มีคำสั่ง ที่ ๘/๒๕๖๐ เมื่อวันที่ ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๖๐ รวมศูนย์อำนาจในการจัดสอบคัดเลือก และคัดเลือกบุคลากรขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในระดับบริหารให้แก่ส่วนกลาง โดยอ้างว่า เพื่อแก้ปัญหาการทุจริตการบริหารงานบุคคล ซึ่งต่อมาเมื่อวันที่ ๓๐ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ ก็มีคณะกรรมการกลางร่วมกับคณะกรรมการกลางของเทศบาล ก.จ. ก.ท. จ้าง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยสำนักส่งเสริมฝึกอบรม ในการจัดสอบด้วยวงเงิน ๖ ล้านบาท มีสัญญาจ้างเรียบร้อย มีคนสอบ ๑๙,๐๐๐ คน มีคนสอบผ่าน ๙,๐๐๐ คน ปรากฏว่าผู้สอบผ่าน สายอำนวยการท้องถิ่น หรือว่าแท่งอำนวยการท้องถิ่น ได้ร้องเรียนและยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง ตั้งแต่ปลายปี ๒๕๖๔ มีผู้ร้องเรียนสูงถึง ๔๐๐-๕๐๐ คน มีผู้เข้าสอบกว่า ๑๔๐ คนได้ร้องขอดู ข้อสอบ ซึ่งมีการบุกยื่นหนังสือร้องเรียนถึงท่าน มท. ๑ จนต่อมาได้มีการตรวจสอบและพบ ความผิดปกติจริง ขอตรวจสอบข้อสอบ ขอบัญชีคะแนนผู้สอบ ซึ่งปรากฏว่ามีบัญชีที่ผู้ร้องเรียน ใช้คำว่าบัญชีกบกระโดด กบสไลด์ (Slide) ซึ่งเมื่อมีการตรวจสอบข้อสอบใหม่ก็ปรากฏว่า มีความบกพร่อง ผิดพลาดจริง หลังตรวจใหม่ก็มีคนสอบผ่านถึง ๓,๑๑๑ คน จึงมีการนำรายชื่อ ผู้สอบมาจัดลำดับใหม่ ซึ่งบางคนถูกบรรจุ แต่งตั้ง และปฏิบัติหน้าที่แล้ว ก็ถูกถอดออกจาก ตำแหน่ง หลายคนหลังถูกถอดถอนก็ยังไม่มีตำแหน่งรองรับ ซึ่งหลายคนก็ย้ายที่อยู่ข้ามจังหวัด กันไปแล้วด้วย หรือตัวอย่างเช่นมีหัวหน้าฝ่าย ๒ คนอยู่ในกองกองเดียวครับ ผมจึงขอเรียนถาม ท่านรัฐมนตรี ในครั้งที่ ๑ ซึ่งมีหลายคำถามนะครับ ครั้งที่ ๑ รัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทย มีมาตรการเยียวยาให้แก่บุคลากร โดยเฉพาะคนที่สอบเพิ่มได้ ๓,๑๑๑ คนนี่ได้ให้การบรรจุ แต่งตั้งครบถ้วนหรือไม่ หากไม่ได้รับการแต่งตั้งจะแก้ไขเยียวยาอย่างไร กรณีบรรจุไปแล้วบุคคล ที่ได้รับแต่งตั้งมีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ค่าใช้จ่ายในการจัดหาที่อยู่ใหม่ เป็นต้น เหล่านี้ เมื่อต่อมาถ้าได้ถูกถอดออกจากตำแหน่งจะแก้ไขเยียวยาอย่างไร โดยเฉพาะการบรรจุ แต่งตั้ง ที่ได้ดำเนินการไปได้ครบถ้วนหรือไม่ แล้วก็ภายในระยะเวลาเท่าใด ขอทราบรายละเอียดครับ ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นเอกสารที่ส่งล่วงหน้าแล้วครับ ขอบพระคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก่อนที่ท่านรัฐมนตรีจะตอบ ก็อนุญาตให้ พันจ่าเอก สาคร สิทธิศักดิ์ และคุณปิยะ คังกัน เป็นผู้ให้ข้อมูล เชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผมขออนุญาตตอบกระทู้ถามแทนท่าน นายกรัฐมนตรีต่อกระทู้ถามดังนี้นะครับ เรื่องของการสรรหาข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ให้ดำรงตำแหน่งสายผู้บริหารขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ในอดีตที่ผ่านมาก็คงจะ ปรากฏข่าวอยู่เป็นประจำเรื่องของความโปร่งใสนะครับ เหตุที่เกิดขึ้นก็จะมีหลายกรณีด้วยกัน เช่น การไม่โปร่งใส มีการเรียกรับผลประโยชน์ ที่ร้ายกว่านั้นก็คือว่าบรรจุ แต่งตั้งคนที่เป็น เครือญาติเข้าไป อันนี้มีผลต่อเนื่องนะครับ ผมคงจะอธิบายความได้ว่าถ้าผู้บริหารองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่อยู่ในตำแหน่งขณะนี้บรรจุคนของตัวเองเข้าไป เป็นญาติของตัวเองเข้าไป เมื่อพ้นวาระของตัวเองก็จะมีการเลือกตั้งใหม่เข้ามา ผู้ที่เข้ามาเป็นผู้บริหารองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นใหม่อาจจะไม่ใช่คนเดิม ก็จะมีความยากลำบากในการทำงานเป็นอย่างยิ่ง อันนี้ จะเป็นประเด็นหนึ่ง🔗

อีกประเด็นหนึ่ง คนที่เห็นชอบ เห็นดีเห็นงามกับระบบเดิมก็คือผู้ที่ได้ ผลประโยชน์โดยตรงเท่านั้น แต่ประชาชนโดยทั่วไปที่อยากจะเข้ามาเป็นข้าราชการของรัฐ เพื่อรับใช้ประชาชนไม่เห็นดีเห็นงามแน่นอนกับระบบเดิม นั่นเป็นเจตนาของการที่คิดจะแก้ไข ปัญหา โดยที่ทางคณะ คสช. ก็มีคำสั่ง ที่ ๘/๒๕๖๐ ดังกล่าวนี้ โดยเนื้อหาก็คือให้ ก. กลาง ที่เรียกว่าการบริหารงานบุคคลท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการเอามาสอบรวม แต่อย่างไรก็ตาม ในการดำเนินการนั้นก็จะมีการออกประกาศของ ก. กลาง ข้อสำคัญก็คือว่าในการที่จะ ดำเนินการนั้นก็จะให้สถาบันการศึกษาเป็นผู้ดำเนินการในส่วนนี้ตามมาตรฐานที่ได้ออกไป ในการดำเนินการครั้งนี้ก็มีตำแหน่งว่างอยู่ ๗๐ ตำแหน่งด้วยกัน ใน ๗๐ ตำแหน่งถ้าคิด ทั่วประเทศเลยก็มีอัตรา ๘,๔๑๔ อัตราในขณะนั้น ทางกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในครั้งนี้ ก็ได้ว่าจ้างให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์เป็นผู้ดำเนินการสรรหาดังกล่าวนี้ ซึ่งขอบเขตงานนั้น ก็จะมีทั้งเรื่องของการออกข้อสอบ การจัดสอบ การจัดสถานที่สอบ การตรวจ หมดเลยจนกระทั่ง ได้ผลออกมา เมื่อได้ผลออกมาแล้วขั้นตอนต่อไปทางคณะอนุกรรมการที่แต่งตั้งโดย ก. กลาง ที่ดำเนินการเรื่องนี้ มากำกับเรื่องนี้ ก็จะเอาผลการประเมินมาทำบัญชีขึ้นมา ประกาศขึ้นไว้ เพื่อรอเรียกบรรจุ ก็อย่างที่ท่านผู้ถามได้กรุณาเรียนให้ทราบแล้วว่าพอขึ้นบัญชีและประกาศผล ออกไปครั้งแรก เมื่อวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๕ ก็มีผู้สอบ หลายท่านก็ได้มีข้อสังเกต แล้วก็ไปทำ ตามประกาศที่เขามีอยู่แล้วคือสามารถไปดูข้อสอบได้ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก็ไปขอดู รวมทั้งบางส่วนก็ไปฟ้อง ในการไปขอดูนั้นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีมาตรการในการ ดำเนินการทุกอย่าง อันนี้ต้องให้เครดิตว่าไม่ได้มีเรื่องการทุจริตนะครับ เดี๋ยวกระผมจะเรียน ให้ทราบต่อไปนะครับ ก็ยังยืนยันว่าการดำเนินการนั้นไม่ผิดพลาด ก็ยังยืนยันทุกครั้งที่มีคนไป ขอดูข้อสอบว่าดำเนินการถูกต้อง จนกระทั่งมีการฟ้องศาล แล้วก็ต้องรวบรวมหลักฐาน รวมทั้ง ข้อสอบไป ก็ได้ไปเห็นสิ่งผิดปกติ ทั้งตัวมหาวิทยาลัยเอง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และคณะอนุกรรมการก็เห็นข้อผิดปกติของข้อสอบ ประเด็นที่ผิดปกติคืออย่างนี้ครับว่าการออก ข้อสอบนั้นออกข้อสอบทั้งสิ้น ๑๐๐ ข้อ มี ๑๐๐ ข้อเท่านั้น แต่วิธีที่จะป้องกันการทุจริตนั้นก็ได้ สลับข้อเป็น ๓ ชุดด้วยกัน สลับข้อให้เป็นข้อสอบ ๓ ชุด ใน ๑๐๐ ข้อเหมือนเดิมนี่แต่สลับข้อ ให้เป็น ๓ ชุด โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ชี้แจงว่าใช้เอไอ (AI) คือใช้สมองของคอมพิวเตอร์ เป็นคนดำเนินการ เขาจะเชื่อมั่นและพิมพ์ข้อสอบ แล้วก็รัดกุมหมดทุกอย่างจนสอบเสร็จ ออกมาแล้วประมวลผล สิ่งที่เกิดขึ้นคือความผิดพลาดที่ข้อสอบดันมี ๔ ชุด ในขณะที่แบบคำตอบ ตรวจมีแค่ ๓ ชุด เพราะมันมีแค่ ๓ ชุดเท่านั้น ก็มีการผิดพลาด แล้วก็มีการแจกข้อสอบนี้ออกไป ไม่ได้ผิดพลาดจากมีการทุจริตใด ๆ ทั้งสิ้น เป็นการผิดพลาดในการดำเนินการตามสัญญาจ้าง ระหว่างกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ทางคณะอนุกรรมการ ตั้งกรรมการ ๓ ฝ่าย คือ ทั้งกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ทั้งมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แล้วก็ผู้ที่เสียหายทั้งหมดมาดู อย่างไรก็ตามก็ได้มีการตรวจสอบผู้สอบทั้งหมดเลย จนได้ผล ออกมาว่าผู้ที่สอบได้แล้วตกลงไปจากประกาศครั้งแรกมีถึง ๓,๑๑๑ ท่านด้วยกัน คณะกรรมการ ก็มาหาทางแก้ไข ถามว่าทำไมต้องแก้ไข เพราะอยู่ในขั้นตอนที่อยู่ในความรับผิดชอบของ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ที่จะต้องแก้ไข จริง ๆ ยังไม่ได้รับงานการจ้างนี้ เขาก็หาทางแก้ไข แก้ไขอย่างไร ก็มาดูว่าทั้งหมดมีคนที่ต้องเพิ่มชื่อเข้ามา ก็เอามาเรียงใหม่ ประกาศใหม่ เอาง่าย ๆ รวบรัด เวลาจะไม่พอนะครับ เมื่อทำเรียบร้อยแล้วก็บรรจุประกาศ ซึ่งประกาศไปแล้ว ๙ ครั้ง ก็สามารถบรรจุได้เกือบหมด คงมีใน ๔๐ ตำแหน่งนี่ ๕ ตำแหน่งที่มีปัญหาอยู่ สถานะ ตอนประกาศมีอัตราว่างอยู่ ๓๐๐ อัตรา แต่ผู้ที่ผ่านการสรรหามี ๑,๒๐๐ กว่าคนเศษ ก็จะมี ปัญหาเกือบ ๆ พันคนที่ไม่มีที่ ซึ่งปกติก็จะต้องขึ้นบัญชีรอไว้ มีตำแหน่งว่างก็บรรจุ ไม่มี ตำแหน่งว่างอยู่ได้ ๑ ปีก็ต้องสอบใหม่ มีปัญหาอยู่แล้วนะครับ อย่างไรก็ตามพอบรรจุจริง บรรจุได้ถึง ๑,๐๓๑ คน เกือบหมดเลย คงเหลือประมาณ ๒๑๗ อัตราที่ไม่มี อันนี้ประเด็นแรกก่อน ใน ๒๑๗ อัตราขณะนี้ก็พยายามที่จะบรรจุเมื่อมีตำแหน่งว่าง ก็คาดว่าการประชุมที่จะมี ในเร็ววันนี้ก็จะน่าจะเหลือประมาณ ๑๖๔ ท่านด้วยกันที่ไม่มี ประเด็นแรกก็คือคนพวกนี้ ได้รับสิทธิตามที่เป็นอยู่แล้ว ก็คือว่าตำแหน่งเดิมที่ประกาศมี ๓๐๐ อัตรา แต่บรรจุไปดู ๆ แล้ว ก็น่าจะประมาณ ๑,๑๐๐ กว่าคน ก็บรรจุเสร็จ ก็จะขาดอยู่นิดหนึ่ง ก็เป็นไปตามปกติ เพราะว่า อย่างไรก็ต้องขึ้น ของเดิมต้องขึ้นถึง ๑,๐๐๐ อัตราเลยนะครับ นี่หมดไปประเด็นแล้วว่า เขาก็ไม่ได้เสียหายอะไร เพราะเราบรรจุเกินจากที่ว่างไปที่ประกาศครั้งแรกนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๒ ก็คือมีบางท่านประกาศบรรจุไปเรียบร้อยแล้ว การที่เขา ประกาศใหม่ก็ต้องถอยหลังเพราะว่าคนสอบได้ที่ดีกว่ามาแทรก การแก้ไข ก็ได้แก้ไขโดยที่ว่า ให้เขาอยู่ที่เดิมได้ แต่อยู่ในอัตราเดิมแล้วรอ เหมือนกับผลที่กระผมเรียนแล้วว่าเขาต้องรอ แต่ว่า ไม่ใช่ย้ายกลับไปบ้าน เมื่อมาแล้วก็ให้อยู่ อันนี้ก็เป็นมาตรการที่คงจะบอกได้ว่าเยียวยา ถ้าท่านดู ทั้งหมดแล้วในการสอบนอกจากจะได้ความบริสุทธิ์ยุติธรรมแล้ว ก็สามารถบรรจุได้เกือบหมดเลย แล้วที่เหลือก็ต้องเหลือตามกฎเกณฑ์ที่ต้องรอ คนที่บรรจุไปแล้วเขาต้องถอยลงไปก็ไม่ต้องย้าย กลับไป ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นปลายทางก็ยังสงวนตำแหน่งในอัตราเดิมไว้ให้เขาอยู่ ในขณะนี้เพื่อแก้ไขปัญหานะครับ เรียนยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าที่สอบทั้งหมดต้องมีคนรอ อย่างไร ก็ต้องมีคนรอ แต่เมื่อดูทั้งหมดแล้ว ๘,๐๐๐ กว่าคน รวมทั้งบวกใหม่ด้วย ก็เหลือแค่ร้อยกว่าเอง ก็เรียนเพื่อทราบครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านเหลือเวลาไม่ถึงนาที เชิญท่านประเสริฐพงษ์ครับ🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธานครับ เหลือเวลาทางผมเยอะกว่าไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวเผื่อเวลาให้ท่านรัฐมนตรีได้ตอบนะครับ ซึ่งคำถาม ครั้งที่ ๒ ของผมนี่ ผมก็ยังถือว่าแม้ว่าท่านจะตอบว่าไม่มีเรื่องทุจริต หรือไม่ผิดพลาด หรือไม่เสียหาย แต่ผมก็ยังยืนยันว่าเรื่องนี้ผิดพลาด แล้วก็เสียหายแน่ ส่วนเรื่องทุจริตหรือไม่ ก็อยู่ในคำถามครั้งที่ ๒ นั่นละครับว่าเป็นความบกพร่องและความเสียหายต่อสิทธิประโยชน์ ขวัญกำลังใจของบุคลากรท้องถิ่น แล้วก็ต่อราชการ เพราะฉะนั้นคำถามผมนะครับ กระทรวงมหาดไทยตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงหรือสอบสวนดำเนินการทางวินัย กับเจ้าหน้าที่ในสังกัดจากกรณีปฏิบัติหน้าที่บกพร่องและเสียหายหรือไม่ ซึ่งแม้ ผอ. บางคน จะเกษียณไปแล้ว แล้วก็ทราบว่ามีความพยายามที่จะไม่ยอมตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง กรณีแบบนี้ดำเนินการแล้วหรือยัง ขอทราบรายละเอียดนะครับ ซึ่งการยึดอำนาจในการ บริหารงานบุคคลมาที่ส่วนกลางมันมีปัญหา เกิดความเสียหาย เพราะฉะนั้นคำถามที่ ๒ ต่อไป ก็คือกระทรวงมหาดไทยจะยกเลิกคำสั่ง คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ หรือไม่ และจะดำเนินการเมื่อใด ขอทราบรายละเอียดนะครับ ซึ่งคำถามของผมก็หมดแล้ว แล้วก็อยากจะนำเรียนท่านประธาน ผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าจริง ๆ ผมก็ยอมรับว่าการสอบบรรจุข้าราชการที่ส่วนกลางเปิดโอกาส ให้กับคนที่เข้าถึงได้จริง ๆ เพราะผมในสมัยปี ๒๕๓๖ บรรจุเป็นนิติกรของกระทรวงมหาดไทย รุ่นแรกและรุ่นเดียวที่กระทรวงมหาดไทยจัดสอบไม่มีเส้นเลย อันนี้ต้องยอมรับ ในขณะเดียวกัน ท่านรัฐมนตรีก็ตอบว่าในท้องถิ่นเวลาจัดสอบเองก็มีทุจริตเอาพวกพ้องเข้ามา ผมก็ยอมรับอีก ประเด็นแบบนี้เราควรจะมองหันหน้าเข้าหาด้วยกันได้ไหมครับท่านรัฐมนตรีว่าอะไรที่จัดสอบ ส่วนกลางแล้วมันเป็นประโยชน์ อะไรที่มีปัญหาทุจริตช่วยกันอุดช่องว่าง และในพื้นที่เอง ถ้ารวมจัดสอบในรูปแบบของกลุ่มจังหวัดสามารถจัดสอบด้วยตัวเองได้ ซึ่งตอนนี้เรื่องบุคลากรครู ในสังกัดตอนนี้มีปัญหามาก ก็อยากให้ท่านรัฐมนตรีช่วยฝากกำชับ ติดตาม เร่งรัด เพื่อแก้ปัญหาด้วย เพราะผมฟังคำสัมภาษณ์ของท่านเมื่อไม่กี่วันที่ออกสื่อว่าต่อไปท่านหมดวาระท่านก็จะเป็นคนแก่ ๆ คนหนึ่งที่เดินในตลาด ผมคิดว่าเวลาเจอท่านผมจะได้ยกมือไหว้ แล้วก็ผมเชื่อว่าการมาเป็น นักการเมืองของท่านในตลอดหลายปีที่ผ่านมามีส่วนดีที่ช่วยแก้ปัญหาบ้านเมือง ในขณะเดียวกัน ก็ยังมีข้อที่พวกเรายังคาใจหลายเรื่อง แต่ก็ไม่เป็นไรครับ เรามองไปในอนาคตข้างหน้า ก็ฝาก ความหวังไว้ที่ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยว่าช่วยติดตาม เร่งรัดแก้ปัญหาด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ท่านรัฐมนตรีก็อาศัยเวลา ของท่าน มีเวลาอยู่ เชิญเลยครับ🔗

พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผมก็อยากตอบเพิ่มเติม ประเด็นก็คือพาดพิงมาจาก ข้อแรกว่าไม่มีข้อผิดพลาด กระผมได้เรียนแล้วว่ามีข้อบกพร่อง แล้วเกิดการบกพร่องจากใคร ได้ยินชัดเจน กระผมได้เรียนแล้วว่าเกิดจากขณะนี้ผู้ที่ได้รับการจ้างทำจากกรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นที่เป็นคู่สัญญากันมีความบกพร่องจริง แล้วก็ขณะนี้ยังไม่ตรวจพบการทุจริต ก็ไปถึงข้อกล่าวอ้างที่จะต้องพูดว่าไม่มีการตั้งกรรมการอะไรดังกล่าวที่ว่านี้เพื่อจะอะไรสักอย่าง ก็ต้องเรียนก่อนว่าไม่มีใครพยายามที่จะไปทำเช่นนั้น ทั้งผู้ที่เกี่ยวข้องก็ไม่มีสิทธิที่จะไปบอกว่าตั้ง หรือไม่ตั้ง หรือคนที่อยู่ในหน้าที่ก็ไม่มีสิทธิที่จะไปบอกว่าตั้ง ไม่ตั้ง ขั้นตอนมันอยู่ในขั้นใด ในขณะนี้ อย่างที่เรียนให้ทราบแล้วว่ายังไม่มีการส่งมอบงาน เพราะว่ายังมีผลของข้าราชการ ระดับสูงยังไม่ได้ประกาศ ก็ยังไม่ได้มีการรับงานในขั้นนี้ เมื่อยังไม่มีการรับงานก็อยู่ในขั้นตอน ของคณะกรรมการตรวจการจ้าง ถ้าคณะกรรมการตรวจการจ้างมีข้ออะไรในการตรวจการจ้าง ซึ่งต้องมีแน่นอน เพราะมีข้อบกพร่องเกิดขึ้นก็จะต้องมี แล้วจึงจะเป็นขั้นตอนของการตั้ง กรรมการสอบข้อเท็จจริงและกรรมการสอบสวนต่อไป ใครบกพร่อง ใครผิดก็ต้องไม่มีการละเว้น ดำเนินการ อันนี้แจ้งโดยภาพที่ให้เห็นว่าต้องดำเนินการเช่นนั้น คงไม่ต้องวิตกกังวลไปว่าจะไม่มี ใครทำ ไม่มีใครไปหาเรื่อง โดยเฉพาะคนที่เขาไม่เกี่ยวเขาก็จะต้องทำตามกฎหมาย ถ้าเขาไม่ทำ เขาจะต้องเข้าไปเกี่ยวทันที เพราะฉะนั้นก็สบายใจได้ว่าจะมีการดำเนินการแน่นอน โดยเริ่มต้น จากคณะกรรมการตรวจการจ้าง แล้วก็ถ้าเขามีแนวทางอย่างไรขึ้นมาว่ามันมีทุจริตหรืออะไร ก็แล้วแต่ก็มีการดำเนินการต่อไปนะครับ🔗

ก็กลับไปเรื่องของคำถามพ่วงอยู่ในข้อเดียวกัน เรื่องที่มาของคำสั่งนี้นะครับ ที่จะไปบอกว่าควรทำอย่างไร อันนี้น่าจะเกินอำนาจขณะนี้ ด้วยกฎหมายมีอย่างนี้ เดี๋ยวกระผม จะเรียนว่าแล้วมันไปอยู่ที่จุดใดที่จะต้องทำในขณะนี้ เรียนยืนยันว่าการดำเนินการที่ผ่านมานั้น กระผมคงไม่ยกชื่อจังหวัด แต่ทุจริตทั้งจังหวัดเกือบหมดทุกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเลย ปัญหาไม่ได้เกิดแค่อย่างที่กระผมเรียนแล้วเราจะไม่ได้คนดีเข้ามา ไม่ใช่เท่านั้น แต่เขาเอาญาติ เอาคนที่เขาอยากได้มา ซึ่งไม่รู้ว่าเก่งหรือดีหรือไม่เอาเข้ามา มันจะเป็นปัญหาให้ผู้บริหารต่อไป มีปัญหา เพราะมันคนละกลุ่ม คนละพวกกัน แล้วการที่สอบรวมนี่กระผมยืนยันว่าคนที่ อาจจะออกมาไม่เห็นด้วยก็น่าจะเป็นผู้ที่เขาอยากให้ญาติเขาเป็นคนสอบนั่นละ แต่ถ้าคนทั่วไป เขาชอบระบบนี้ เขาชอบระบบนี้มากว่าเขาได้มีโอกาสเข้ามา มีปัญหาเขาก็มาร้องได้ แล้วก็ ต้องแก้ไข คนที่ทำก็ต้องมาตอบกระทู้ถามอยู่นี่ว่าผิดไหม เขาได้ความเป็นธรรม เขามีช่องทาง แน่นอนมันดีกับระบบทั้งหมดเลย แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากเป็นคำสั่ง คสช. ท่านถามว่าจะเลิก หรือไม่ อย่างไร เนื่องจากมีศักดิ์เป็น พ.ร.บ. เพราะฉะนั้นถ้าจะเลิกก็ต้องออก พ.ร.บ. ก็อยู่ที่ พวกท่านที่อยู่ในสภาไปดำเนินการได้เลย แล้วท่านจะออกแบบมาอย่างไร ที่ท่านเสนอ เมื่อสักครู่นี้ท่านก็ออกแบบมาได้เลย แต่ขอให้ออกแบบมาแล้วดีกว่าที่มันเป็นแล้วก็แก้ปัญหา ก็แล้วกัน อย่าได้สะท้อนกลับมาแล้วไม่ดีกว่า กระผมไม่ได้ใช้ศัพท์หยาบ กระผมใช้คำว่าไม่ดีกว่า ก็แล้วกัน ขณะนี้ก็คิดอย่างนี้ แล้วก็ทำอย่างนี้ แล้วคนที่ทำเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ เกือบทุกครั้ง ก็จะมีสลับกัน กระผมไม่เอ่ยนาม แต่ครั้งนี้เป็นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก็ต้องยอมรับว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่เราต้องเชื่อถือ คนที่มาก็จะเป็นอาจารย์ แล้วมาตรการ ในการทำนั้นรัดกุมมาก ๆ ต้องเก็บตัว ต้องทำอะไร ท่านคงพอจะทราบบ้าง เจตนาดีมันมี ถ้าการทำสิ่งใดในประเทศไทยแล้วมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น แล้วท่านจะต้องประณามหรืออะไร สักอย่างนี่ กระผมว่าแนวทางอย่างนี้น่าจะดีกว่าไหมครับ มาดูว่ามันเกิดอย่างไร แล้วมันเป็น อย่างไร แล้วจะแก้อย่างไร หรือควรจะปรับอย่างไร ถ้าพูดอย่างนี้น่าจะดีกว่า กระผมเสนอแนะ ว่าถ้าทำอย่างนี้ประเทศชาติจะได้รับผลที่ดี พี่น้องประชาชนได้รับผลดี เราจะได้ผู้บริหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ดี เจ้าหน้าที่ที่ดีมา ถ้ามาตรการที่ว่านี้โดยคำสั่ง คสช. ไม่ดี ท่านต้องเสนอแก้ พ.ร.บ. อยู่ในอำนาจ แล้วท่านจะดีไซน์ (Design) ออกมาอย่างไรท่านทำได้เลย เราทำตามอันนี้ไปเท่านั้น เรียนยืนยันอีกครั้งหนึ่งว่าทั้งหมดนี้ยังไม่ปรากฏ กระผมใช้คำว่า ยังไม่ปรากฏ เมื่อรับงานแล้ว สอบสวนกันแล้ว เป็นอย่างไร ใครเกี่ยวข้อง ต้องดำเนินการ ตามกฎหมาย ขอเรียนโดยสรุปครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณครับ คุณประเสริฐพงษ์ ยังมีอะไรเพิ่มเติม นิดเดียวครับ เหลือเวลา🔗

นายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ แบบบัญชีรายชื่อ

ก็ดีใจที่ท่านรัฐมนตรี ให้คำยืนยันว่าเมื่อกรณีเกิดข้อผิดพลาดก็ช่วยกันแก้ไขอะไร อย่างไร ตามวิถีทาง ซึ่งผมคิดว่า ถ้าจะเทียบกับระบอบประชาธิปไตย ถ้ามีปัญหาแก้ไขทุจริตในรัฐบาลก็ควรจะแก้ในระบอบ ประชาธิปไตย ไม่ควรที่จะเอาทหารมาปฏิวัติครับ ขอบคุณครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ขอบคุณท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย เป็นรัฐมนตรีที่มาตอบกระทู้ถามเกือบทุกครั้ง ต้องขอชื่นชมด้วยความจริงใจ ขอบคุณคุณประเสริฐพงษ์นะครับ ขอบคุณมากครับ🔗

๑.๓.๓ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๖๕ เรื่อง ขอให้ติดตั้งไฟสัญญาณจราจร บริเวณสี่แยกทางหลวงชนบท หมายเลข ๓๐๑๒ หมู่ ๕ ตำบลกรับใหญ่ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคม🔗

รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงคมนาคมมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ เป็นผู้ตอบ ตอนนี้ท่านได้มาแล้วนะครับ และขออนุญาตให้วิศวกร นายพิชชา วชิโรปถัมภ์ ได้มี โอกาสมาให้ข้อมูลในประเด็น ก็ถามหลายครั้งแล้ว กระทู้ถามนี้ก็ถามได้ ๒ ครั้ง ฝ่ายละ ๑๐ นาที ผู้ถามมีเวลา ๑๐ นาที ผู้ตอบมีเวลา ๑๐ นาที เชิญคำถามแรกครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้ทำกระทู้ถามรัฐบาล เรียนท่านประธานไปถึงปัญหาของพี่น้องประชาชนเรื่องของอุบัติเหตุในการที่จะได้ให้ทาง ส่วนราชการมาติดตั้งไฟสัญญาณจราจรบริเวณสี่แยกทางหลวงชนบท หมายเลข ๓๐๑๒ หมู่ ๕ บ้านหนองกลางด่าน ตำบลกรับใหญ่ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ด้วยปัจจุบันบริเวณสี่แยก ทางหลวงชนบท หมายเลข ๓๐๑๒ ซึ่งเป็นสี่แยกที่ตัดกับถนนเลียบคลองชลประทาน มียานพาหนะใช้สัญจรไปมาระหว่างจังหวัดนครปฐม จังหวัดราชบุรี และจังหวัดกาญจนบุรี โดยมีประชาชนใช้สัญจรไปมาเป็นจำนวนมาก แต่ยังไม่มีไฟสัญญาณจราจร ตามภาพที่ได้นำ กราบเรียนท่านประธานและท่านรัฐมนตรี จึงทำให้เกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้ง ประชาชน ได้รับอันตรายแก่ชีวิตและร่างกาย เสรีภาพ และทรัพย์สิน ดังนั้นเพื่อเป็นการคุ้มครอง และป้องกันสวัสดิภาพในชีวิตและทรัพย์สินให้แก่พี่น้องประชาชนที่ใช้เส้นทางดังกล่าว ทั้งยังเป็น การอำนวยความสะดวกแก่ผู้ที่สัญจรไปมาให้ได้รับความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นที่จะต้องมี การดำเนินการติดตั้งไฟสัญญาณจราจรที่บริเวณสี่แยกทางหลวงชนบท หมายเลข ๓๐๑๒ ตัดกับถนนเลียบคลองชลประทาน ท่านประธานที่เคารพ กระผมเองได้เคยนำปัญหาดังกล่าวนั้น นำกราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ในวาระข้อหารือของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ที่ทางท่านประธานได้เปิดโอกาสให้ ส.ส. นั้นได้นำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมา กราบเรียนท่านประธาน เพื่อนำไปให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้องพิจารณาดำเนินการแก้ไข แต่เนื่องด้วยทางทางส่วนราชการได้ทำหนังสือแจ้งมาได้ประมาณเกือบ ๒ ปีแล้วว่าปัญหา ดังกล่าวนั้นจะได้ดำเนินการต่อไป ก็มีหนังสือจากทางสภามา หลังจากนั้นเรื่องก็เงียบหายไป กระผมเองก็ได้รับการร้องเรียนจากนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลกรับใหญ่ นายธรรมรัตน์ วงษ์พิทักษ์โรจน์ ว่าที่บริเวณแยกดังกล่าวก็มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อย ชนกันก็เสียชีวิตบ้าง บาดเจ็บบ้าง ต้องเรียนกับท่านประธานว่าเป็นรายเดือนเลย เนื่องจากถนนเส้นดังกล่าว ทางส่วนราชการได้พัฒนาถนนเลียบคลองชลประทาน เดิมถนนเลียบคลองชลประทานเส้นนี้ ท่านประธานครับ ท่านรัฐมนตรีว่ามันเป็นถนนที่เส้นทางไม่ได้ใหญ่เหมือนปัจจุบันนี้ แต่พอ ส่วนราชการได้พัฒนาถนนเลียบคลองชลประทานที่ตัดออกจากจังหวัดนครปฐมผ่านบริเวณ อำเภอบ้านโป่ง ที่ตำบลกรับใหญ่ เพื่อที่จะไปจังหวัดกาญจนบุรี ทำให้พี่น้องประชาชนใช้เส้นทาง ถนนเลียบคลองชลประทานผ่านเส้นนี้เพื่อลัดออกจากจังหวัดนครปฐมไปจังหวัดกาญจนบุรี เป็นจำนวนมาก เมื่อก่อนถนนเลียบคลองชลประทานเองนาน ๆ จะมีรถผ่านไปสักครั้งหนึ่ง แต่พอพัฒนาถนนให้ใหญ่ขึ้นเพื่อเป็นความสะดวกในการเดินทางให้กับพี่น้องประชาชน รถก็เยอะขึ้น จากเดิมเป็นเส้นทางรอง คราวนี้ก็เลยกลายเป็นเส้นทางหลัก ประกอบกับถนน สาย ๓๐๑๒ ซึ่งเป็นทางหลวงชนบทที่ออกมาจากแยกโพธิ์คู่ถึงบ้านห้วยกระบวกก็เป็น เส้นทางใหญ่อยู่แล้ว ทีนี้ใหญ่กับใหญ่มาเจอกันรถมันก็เลยต่างคนต่างไม่ชะลอ ท่านประธาน จะเห็นว่าตอนนี้ถนนเลียบคลองชลประทานเป็นถนนใหญ่ขึ้น เมื่อก่อนเป็นถนนเล็ก พอถนน พัฒนาใหญ่ขึ้นไฟสัญญาณจราจรไม่ได้ตามมา พอใหญ่กับใหญ่มาเจอกันรถที่ชนกันไม่เคยต่ำกว่า ๑๒๐ เลยครับ ๑๒๐ ๑๒๐ ชนกัน บวกกันทีหนึ่ง ชนกันทีก็ตกคลองบ้าง เสียชีวิตกันเป็นประจำ ทีนี้กระผมก็เลยนำปัญหาดังกล่าวมานำกราบเรียนท่านประธาน ส่วนราชการก็บอกว่าอยู่ใน ระหว่างดำเนินการ ตอนนี้หายไปประมาณ ๒ ปีก็ยังไม่มีความคืบหน้า เลยต้องรบกวนเวลา ของท่านประธานและท่านรัฐมนตรีทำกระทู้มาถามว่ากระทรวงคมนาคมมีนโยบายและแผนงาน ในการติดตั้งไฟสัญญาณจราจรบริเวณสี่แยกดังกล่าวหรือไม่ อย่างไร ขออนุญาตนำกราบเรียน ถามท่านประธานครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอเชิญท่านรัฐมนตรีครับ🔗

นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม วันนี้ ผมได้รับมอบหมายจากท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมให้มาตอบกระทู้ถามของท่าน สมาชิก ท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ก่อนอื่นก็ต้องขอขอบคุณและขอชื่นชมท่านอัครเดช ที่ท่านได้มีความเป็นห่วงเป็นใยพ่อแม่พี่น้อง เป็นห่วงคุณภาพการใช้ชีวิตผู้ใช้ถนนทุก ๆ ครั้งมา หลายครั้งที่ผมได้มาตอบกระทู้ถามนำความเป็นห่วงของท่านมาสู่สภา ถนนดังกล่าวที่ท่าน ได้กล่าวถึงก็คือถนนสาย รบ. ๓๐๑๒ แยกทางหลวงหมายเลข ๓๒๓ บ้านห้วยกระบอก ตำบลกรับใหญ่ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ช่วง กม. ที่ ๑๐ บวก ๔๐๐ อยู่ในความควบคุม ของแขวงทางหลวงราชบุรี โดยกระทรวงคมนาคม กรมทางหลวงชนบท เราได้มีแผนพิจารณา ปรับปรุงบริเวณดังกล่าวเพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวได้รับความปลอดภัยและความสะดวก ในการสัญจรไปมา โดยได้มอบหมายให้แขวงทางหลวงชนบทราชบุรีดำเนินการ และได้บรรจุแผน ในการติดตั้งไฟสัญญาณจราจร ถนนสาย รบ. ๓๐๑๒ แยกทางหลวง หมายเลข ๓๒๓ ในปี ๒๕๖๗ ก็คือปีงบประมาณหน้า อันนี้เรียบร้อยแล้วนะครับ อยู่ในแผน ได้รับการยืนยัน จากทางกรมทางหลวงชนบท แล้วก็ทางกระทรวงคมนาคม อันนี้ผมก็ได้เช็กให้ท่านอีกครั้งหนึ่งว่า ในปี ๒๕๖๗ ก็จะมีแผนติดตั้งไฟสัญญาณจราจรอยู่ในแผนดังกล่าวแน่นอนครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญท่านอัครเดชครับ🔗

นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ราชบุรี

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดราชบุรี ต้องขอบคุณท่านรัฐมนตรีอธิรัฐ รัตนเศรษฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคมอย่างยิ่ง ที่ท่านได้มาตอบกระทู้ถาม และท่านก็เสียสละเวลาของท่านมาตอบกระทู้ถามให้กับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นประจำในส่วนของกระทรวงคมนาคม มีคำขอบคุณที่พี่น้อง ชาวจังหวัดราชบุรีจะขอบคุณท่านรัฐมนตรีอธิรัฐ รัตนเศรษฐ อีกเรื่องก็คือไฟสัญญาณจราจร ที่เมื่อ ๓ เดือนที่แล้วท่านรัฐมนตรีได้มาตอบกระทู้ถามแห่งนี้ก็คือช่วงจุดตัดของตำบลลาดบัวขาว ที่เป็นทางหลวงชนบทจากจังหวัดกาญจนบุรีมา ท่านรัฐมนตรีรับปากว่าจะไปติดตั้งไฟสัญญาณ จราจรให้ ตอนนี้ติดตั้งเสร็จแล้ว แล้วก็พี่น้องประชาชน ตลอดจนผู้นำท้องถิ่นได้ทำพิธีเปิด ด้วยความดีใจ เพราะว่าชนกันประจำเลยเหมือนกัน ลักษณะอุบัติเหตุคล้าย ๆ กับตรงนี้ครับ ตอนนี้ก็เปิดไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ชาวราชบุรีก็ต้องขอขอบคุณทางรัฐบาล แล้วก็กระทรวงคมนาคม ตลอดจนท่านรัฐมนตรีอธิรัฐ รัฐตนเศรษฐ มา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ แล้วก็ไฟแดงนี้ที่มาเรียนถาม ท่านรัฐมนตรีผ่านท่านประธานไปได้รับคำตอบว่าจะได้ติดตั้งในปีงบประมาณ ๒๕๖๗ ก็ต้อง ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีมา ณ โอกาสนี้ด้วยครับ🔗

ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องที่อยากจะกราบเรียนปัญหาให้กับท่านประธาน ไปทางท่านรัฐมนตรีว่าจริง ๆ แล้วในส่วนของการติดตั้งไฟสัญญาณจราจร จริง ๆ แล้วอยากให้ ทางรัฐบาลโดยเฉพาะกระทรวงคมได้สำรวจว่าถ้าเส้นทางไหนที่มีการพัฒนาถนนขึ้นมาแล้ว แล้วขนาดของถนนใกล้เคียงกับเส้นทางหลักประชาชนก็จะใช้ความเร็วใกล้เคียงกัน ไม่อยากให้มี ปัญหาแบบนี้เข้ามาในสภาเพราะจะรบกวนเวลาของสภาผู้แทนราษฎร อยากให้ทาง กระทรวงคมนาคมไม่ว่าจะเป็นกรมทางหลวงชนบทหรือกรมทางหลวงได้พิจารณาทำไฟสัญญาณ จราจรเลย เพราะว่าถ้าให้ท้องถิ่นไปดำเนินการเราจะเจอปัญหาว่าทางท้องถิ่นไม่มีงบประมาณ ดำเนินการ แล้วที่สำคัญพอให้ท้องถิ่นไปดำเนินการท้องถิ่นก็ไปของบประมาณจากจังหวัด ทางจังหวัดก็จะตอบมาว่าไม่สามารถของบประมาณได้เพราะผิดหลักเกณฑ์ อันนี้ก็คือปัญหา สำคัญ ก็เลยขอให้ทางท่านรัฐมนตรีได้พิจารณาแนวทางนี้ไปเพื่อจะได้ไม่รบกวนเวลาของสภา และผมคิดว่าปัญหานี้ได้คุยกับทางสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในพื้นที่ต่าง ๆ ก็เจอปัญหา ลักษณะคล้าย ๆ กัน ก็เลยขออนุญาตนำกราบเรียนท่านประธานไปยังท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงคมนาคม ท่านอธิรัฐ รัตนเศรษฐ มา ณ โอกาสนี้ ขอบคุณท่านประธานและท่าน รัฐมนตรีครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ก็ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรี ที่กรุณามาตอบกระทู้ถาม ก็จบคำถาม คำตอบนะครับ🔗

๑.๓.๑ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๖๗ เรื่อง การก่อสร้างฝายชะลอน้ำ กั้นแม่น้ำสงครามเพื่อการเกษตรในฤดูแล้ง (นางอนุรักษ์ บุญศล เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน มอบหมายให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประภัตร โพธสุธน เป็นผู้ตอบ รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แจ้งว่ามีภารกิจสำคัญไม่สามารถตอบกระทู้ถามได้ ขอเลื่อนการตอบไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๖🔗

๑.๓.๒ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๗๐ เรื่อง ขอให้แก้ไขปัญหาที่ดิน โดยการออกเอกสารสิทธิการครอบครองทำประโยชน์ในที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดิน ในตำบลแม่ลาน อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน (นายรังสรรค์ มณีรัตน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์🔗

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน มอบหมายให้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ นายประภัตร โพธสุธน เป็นผู้ตอบ รัฐมนตรี ช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แจ้งว่าติดภารกิจสำคัญไม่สามารถตอบกระทู้ถามได้ ขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไป ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๖ มกราคม ๒๕๖๖ ปีหน้านะครับ🔗

๑.๓.๔ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๖๖ เรื่อง ขอความอนุเคราะห์ การดำเนินการจัดการบำบัดน้ำเสีย ในพื้นที่เทศบาลตำบลห้วยกระบอก อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี (นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ เป็นผู้ตั้งกระทู้ถาม) ถาม รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย🔗

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แจ้งว่ามีภารกิจสำคัญไม่สามารถตอบ กระทู้ถามได้ ขอเลื่อนตอบกระทู้ถามนี้ออกไป ในวันพฤหัสบดีที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๕ ปีนี้ครับ🔗

๑.๓.๕ กระทู้ถามแยกเฉพาะที่ ๔๗๘ เรื่อง ขอทราบผลการดำเนินงาน ในกิจกรรมปฏิรูปที่ ๑-๕ ในด้านยุติธรรม (พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เป็นผู้ตั้ง กระทู้ถาม) ถาม นายกรัฐมนตรี🔗

เลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้แจ้งว่ากระทู้ถามนี้นายกรัฐมนตรีพิจารณาแล้ว มีบัญชามอบหมายให้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายอนุชา นาคาศัย เป็นผู้ตอบ กระทู้ถามแทน เนื่องจากรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีติดภารกิจสำคัญไม่สามารถตอบ กระทู้ถามได้ ขอเลื่อนการตอบกระทู้ถามออกไปเป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๕ ปีนี้ วันนี้ก็หมดระเบียบวาระการประชุม ขอขอบพระคุณทุกฝ่ายครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานแจ้งต่อที่ประชุม🔗

ซึ่งไม่ปรากฏในระเบียบวาระคือ รับทราบเรื่อง การสิ้นสุดสมาชิกภาพของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๒๙ คน🔗

ด้วยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้มีหนังสือขอลาออกจากการเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ ๑๕ ธันวาคม ๒๕๖๕ จำนวน ๒๙ คน จึงเป็นผลให้ สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๒๙ คน สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๓) รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิกแล้ว ดังนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ในปัจจุบันเท่าที่มีอยู่และปฏิบัติหน้าที่ได้คือจำนวนทั้งหมด ๔๔๒ คน องค์ประชุมไม่น้อยกว่า กึ่งหนึ่งก็เท่ากับ ๒๒๑ คนนะครับ🔗

จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมได้รับทราบ🔗

๒.๑ รับทราบรายงานผลการพิจารณาตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. .... สภาผู้แทนราษฎร และข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. .... รายงานผล การดำเนินงานตามข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๒๗ วรรคสอง ประกอบข้อ ๑๐๕ วรรคสี่🔗

ตามที่สภาผู้แทนราษฎรได้มีมติเห็นชอบให้ส่งข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. .... สภาผู้แทนราษฎร และข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการร่วมกันเพื่อพิจารณาร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. .... เพื่อให้ คณะรัฐมนตรีพิจารณาดำเนินการนั้น🔗

เลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ รับทราบผลการพิจารณาตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอ และให้เสนอต่อ สภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ รายละเอียดปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิกแล้ว🔗

จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ🔗

๒.๒ รับทราบรายงานกิจการประจำปี งบดุล บัญชีกำไรและขาดทุนของธนาคาร เพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ ๓๑ ธันวาคม ๒๕๖๔🔗

ด้วยธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทยได้มีหนังสือแจ้งว่าผู้แทน จากหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายที่จะเข้าชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรติดภารกิจสำคัญ จึงขออนุญาตเลื่อนการเข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงรายงานต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรออกไป เป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๖๕ นะครับ🔗

๒.๓ รับทราบรายงานประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ของคณะกรรมการ กำกับกิจการพลังงานและสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน🔗

ด้วยสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานได้มีหนังสือแจ้งว่าผู้แทน จากหน่วยงานที่ได้รับมอบหมายที่จะเข้าชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรติดภารกิจเร่งด่วน จึงขออนุญาตเลื่อนการเข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงรายงานต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรออกไป เป็นวันพฤหัสบดีที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๖๕ นะครับ🔗

๒.๔ รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๔ ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ ผมเลยตามไปดูในหมายเหตุ ท่านประธานครับ ในหมายเหตุที่ ๓๐ ท่านเขียนไว้ชัดเจน ผมอ่านอย่างนี้เลยครับ ณ วันที่ ๓๐ กันยายน สำนักงานได้รับการจัดสรรงบประมาณจาก สำนักงบประมาณสำหรับดำเนินการโครงการเงินกู้แก้ไขปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจ สังคมที่ได้รับผลกระทบการแพร่ระบาดโควิด-๑๙ (COVID-19) (โครงการ) ขยายผล และเทคโนโลยีผลิตน้ำยาสกัดอาร์เอ็นเอ (RNA) เพื่อตรวจโรคโควิด (COVID) จำนวน ๑๒.๕๐ ล้านบาท มติ ครม. เมื่อวันที่ ๗ เมษายน ๒๕๖๓ ให้ดำเนินการ ผมสงสัยครับว่ารัฐบาล มาขอ พ.ร.บ. เงินกู้จากเราเพื่อไปกู้เงิน แล้วอยู่ดี ๆ เอาเงินกู้ไปปล่อยเงินกู้หรือครับ คำถาม ตรงนี้ มันเป็นงบประมาณที่ไปกู้เงิน แล้วตกลงเอาคำว่ากู้เงินมาแบกให้กับหน่วยรับงบประมาณนี้ หรือครับ เพราะว่าในแผนเงินกู้ ๑.๕ ล้านบาทมันมีแผน ๓ ระยะอยู่แล้วครับ แผนเศรษฐกิจ แผนเยียวยา แผนฟื้นฟู อันนี้อยู่ในแผนอันไหนตามตาราง ช่วยตอบผมด้วยครับ แล้วทำไมรัฐบาล ถึงมาปล่อยเงินกู้ แล้วทำไมจำหน่ายวิธีงบประมาณด้วยการบอกว่าเป็นเงินกู้จากรัฐบาล แสดงว่า เงินกู้รัฐบาลท่านก็ต้องใช้สิครับ ตกลงใครใช้แน่ คำถามครับ🔗

ไปดูในเอกสารที่ผมสนใจมากที่สุดก็คือในเรื่องของผลกระทบทางเศรษฐกิจ และสังคมจากการดำเนินงานของ สวทช. ในหน้า ๑๒๖ ท่านเปิดดูนะครับ ท่านรายงาน ของ สวทช. ในเรื่องของการใช้งบประมาณประจำปี ๒๕๖๔ ที่เขียนไว้ในนี้ ๓ ลำดับแรกที่ใช้ ๒๕,๒๒๔ ล้านบาท มีมูลค่าในตลาดอย่างนั้น มี ๓ กลุ่มที่ท่านพูดถึงไว้ ผมสนใจกลุ่มเดียวครับ กลุ่มที่ ๒ กลุ่มเอไอ (AI) บิ๊กดาตา (Big Data) และดิจิทัล (Digital) ที่มีกำลังทุน ๕,๘๕๓ ล้านบาท เพื่อเสนอผลงานดีเด่น โครงการขับเคลื่อนสมาร์ตไทยแลนด์ (Smart Thailand) โดยผ่าน ความร่วมมือจากผู้นำอุตสาหกรรม มีมูลค่าในโครงการประมาณ ๑,๖๕๒ ล้านบาท นี่คือ คำถามว่าในเนื้องานตรงนี้ ในกลุ่มงานตรงนี้ ซึ่งจะมีคำตอบอยู่ในส่วนท้ายเรื่องการดำเนินงาน ในหน้าถัดไป ๓ ลำดับแรกเหมือนกัน ในอุตสาหกรรมดังภาพที่อยู่ข้างล่างนี่ กลุ่มที่ ๑ คือพูดถึง เอไอ (AI) บิ๊กดาตา (Big Data) และดิจิทัล (Digital) มากที่สุดถึง ๒๒,๐๕๑ ล้านบาท และเป็น โครงการพัฒนาเอไอ (AI) นะครับ ผลงานดีเด่นคือโครงการพัฒนารายการติดตามและประเมินผล ยุทธศาสตร์ชาติและปฏิรูปประเทศ อีเมนซ์ (eMENSCR) หรือเปล่าครับ อีเมนซ์ (eMENSCR) อิเล็กทรอนิกส์ การประมวลผลแห่งชาติ ผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจคือ ๑๓,๖๒๒ ล้านบาท ในหน้า ๑๒๖ นั้นผมถามนะครับ ท่านจะทำงานซับซ้อนกับกระทรวงดีอี (DE) หรือครับ เมื่อสักครู่ดีอี (DE) เพิ่งมาตอบ ตอนนี้มติ ครม. ลงวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๖๕ เขาออก พระราชกฤษฎีกาตั้งสถาบันคลังข้อมูลขนาดใหญ่แห่งชาติ บิ๊กดาตา (Big Data) นี่ละครับ พ.ศ. .... ไปแล้ว และเป็นการยกฐานะหน่วยงานออกไปแล้ว เป็นหน่วยงานที่เรียกว่าหน่วยงาน สถาบันส่งเสริมการวิเคราะห์และบริหารข้อมูลขนาดใหญ่ของกระทรวงดีอี (DE) สวทช. ไปเสิร์ฟ อะไรตรงนี้ช่วยตอบหน่อยครับ ใช้เงินจำนวนก้อนนี้ไปเสิร์ฟอะไรในประเด็นดังกล่าวนี้ให้กับ กระทรวงดีอี (DE) หรือไม่ อันนี้คำถามในหน้านี้นะครับ🔗

ส่วนในหน้าของอีเมนซ์ (eMENSCR) หรือในสภาหลาย ๆ ท่าน ส.ส. มักจะไป อ่านเพี้ยนเป็นอีเมนเซอร์อะไรพวกนี้ ผมบอกว่าไม่ใช่อีเมนเซอร์ มันคือคันทรีรีฟอร์ม (Country Reform) ครับ ตัวซี (C) กับตัวอาร์ (R) ไม่ใช่ตัวอี (E) กับตัวอาร์ (R) ประเด็นของมันก็คือท่านให้ อะไรในโครงการนี้ที่หมดไป ๑๓,๖๒๒ ล้านบาท ผมอยู่ในสภาแห่งนี้พยายามติดตามโครงการนี้ มาตลอด โครงการนี้ออกมาเป็นเปเปอร์ (Paper) บนโต๊ะหลาย ๆ ท่าน เป็นรายงานประกอบด้วย บีอาร์ ๐๐๑๐๑ (BR 00101) ยันไปบีอาร์ ๑๓๐๐ (BR 1300) อะไรก็ไม่รู้ ๑๓ โครงการของบีอาร์ (BR) นะครับ ท่านใช้เงิน ๑๓,๐๐๐ ล้านบาทเพื่อติดตามโครงการนี้ แล้วประชาชนได้อะไร สวทช. ผลิตอะไรให้ประชาชน โดยเฉพาะประเด็นในนั้นจะพูดถึงเรื่องผลสัมฤทธิ์ของงบประมาณ เคยประเมินไหมครับว่าบีอาร์ (BR) ของท่านในโครงการของอีเมนซ์ (eMENSCR) ผลสัมฤทธิ์ ในงบประมาณที่เขียนไว้สวยหรูในเอกสารเล่มขาวคาดแดง ที่รัฐบาลนำเสนอสภาแห่งนี้ เป็นร้อย ๆ ครั้งผ่านงบประมาณใน ๔ ปีมาแล้วนี่ โครงการนี้ตอบโจทย์นี้ว่างบประมาณนั้น ถูกสร้างผลสัมฤทธิ์และตัวเคพีไอ (KPI) อย่างครบถ้วนหรือไม่ เพราะตัวเคพีไอ (KPI) เป็นเงื่อนไข สำคัญที่มีการพัฒนาเรื่องยุทธศาสตร์และแผนปฏิรูป ตลอด ๔ ปี โควิด (COVID) มายุทธศาสตร์ ไม่เคยเปลี่ยน ๒๐ ปีก็ยังเป็น ๒๐ ปี แผนปฏิรูปที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ. ก็ไม่ทำให้ครบถ้วน ตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว้ นี่คือคำถามครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญผู้ชี้แจง ได้ชี้แจงครับ🔗

ศาสตราจารย์ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ

กราบเรียนท่านประธานและท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ทุกท่านครับ กระผม ศาสตราจารย์ดอกเตอร์ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ หรือ สวทช. ของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ขอนำเรียนท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ จากพรรคก้าวไกล ในประเด็นที่ท่านได้กรุณาให้ความสนใจ แล้วก็อ่านรายงานของ สวทช. ประจำปี ๒๕๖๔ นะครับ🔗

คำถามแรกที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของงบประมาณ มันเป็นคำทางบัญชีครับว่า รายงานเงินกู้ของรัฐบาล จริง ๆ เป็นศัพท์เทคนิคว่ารัฐบาลได้งบก้อนนี้มาจากเงินกู้ ทาง สวทช. เอง ไม่ได้ต้องใช้งบก้อนนี้คืนให้กับรัฐบาลครับ เพียงแค่แยกจากรายงานงบประมาณประจำปีที่ทาง สำนักงานได้รับ แล้วก็อีก ๑๒.๕ ล้านบาทนี้ได้มาในคราวหลังซึ่งใช้ไปในสถานการณ์เฉพาะโควิด (COVID) ที่ผ่านมานะครับ🔗

ในประเด็นที่ ๒ ท่านกรุณาให้ความสนใจเกี่ยวกับการที่ สวทช. ซึ่งเป็น หน่วยงานวิจัยครับ สวทช. นี้มีหน่วยงานวิจัยด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แทบจะเรียกได้ว่า ครบทุกด้านที่มีอยู่ในวงการวิทยาศาสตร์ปัจจุบัน โดยที่มีการบ่มเพาะทั้งในด้านของไบโอโลจี (Biology) หรือทางชีววิทยา ทางวัสดุศาสตร์ผ่านศูนย์เอ็มเทค (MTEC) ทางด้านอิเล็กทรอนิกส์ และคอมพิวเตอร์ผ่านศูนย์เนคเทค (NECTEC) ตอนหลังนี้มีอีก ๒ เรื่องที่เป็นเทคโนโลยีใหม่ ก็คือเรื่องของนาโนเทคโนโลยี (Nanotechnology) แล้วก็เรื่องของพลังงานนะครับ ก็จะมี ศูนย์นาโนเทค (NANOTEC) แล้วก็ศูนย์เอ็นเทค (ENTEC)🔗

ประเด็นที่ท่านถามเมื่อสักครู่นี้จะอยู่ในกลุ่มของเอไอ (AI) และบิ๊กดาตา (Big Data) ซึ่งเป็นผลงานทางศูนย์เนคเทค (NECTEC) ต้องเรียนว่ามันมีตัวเลขที่เกี่ยวข้องอยู่ ๒ ตัวเลขครับ ถ้าเกิดว่าดูในรายงาน หน้า ๑๒๖ ตัวเลขอันแรกก็คือการที่กระตุ้นให้เกิดการลงทุน ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ต้องนำเรียนว่าตัว ๒๕,๒๒๔ ล้านบาทไม่ใช่งบประมาณที่ทาง สวทช. หรือว่ารัฐบาลได้ลงทุนไปนะครับ แต่ว่าการที่เราวิจัยด้านนี้กระตุ้นให้เกิดการลงทุน จากทั้งภาคเอกชน แล้วก็ภาคอื่น ๆ มาเป็นมูลค่าที่ประเมินได้อยู่ที่ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท โดยเฉพาะในส่วนของกลุ่มเอไอ (AI) บิ๊กดาตา (Big Data) แล้วก็ดิจิทัล (Digital) นะครับ จากผลงานวิจัย จากอะไรต่าง ๆ นี้ก่อให้เกิดมูลค่าการลงทุน ตามที่ท่านได้เรียนไปเมื่อสักครู่ ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาทนะครับ🔗

ในส่วนของตัวเลขที่ ๒ ที่บอกว่าคำนวณผลกระทบทางเศรษฐกิจ ทาง สวทช. เอง ก็จะมีกระบวนการว่าแต่ละโครงการนั้นถ้าเกิดเอาไปถอดว่าผลกระทบจากการวิจัยทำให้เกิด มูลค่าทางเศรษฐกิจกับประเทศเท่าไร ทุกโครงการรวมกันมีผลกระทบทางเศรษฐกิจมูลค่าเพิ่ม ๗๓,๖๙๒ ล้านบาท ซึ่งในส่วนนี้ถ้าเราแยกเฉพาะกลุ่มของเอไอ (AI) บิ๊กดาตา (Big Data) แล้วก็ดิจิทัล (Digital) มาดูเป็นตัวอย่างมูลค่ารวมจะอยู่ที่ ๒๒,๕๖๑ ล้านบาท ซึ่งตัวเลขตัวนี้ ก็เช่นเดียวกันครับ ไม่ใช่ตัวเลขที่ทางรัฐบาลได้ลงทุนไป แต่ว่าเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นเนื่องจาก การที่ประเทศเราได้ก้าวหน้าด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในด้านดี🔗

ดังนั้นในส่วนนี้ถามว่าดีอี (DE) มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในการที่จะสร้างโครงสร้าง พื้นฐาน เพื่อที่จะเป็นรากฐานให้การลงทุนการทำงานด้านต่าง ๆ ด้านดิจิทัล (Digital) เทคโนโลยี ของประเทศไปต่อได้นะครับ ในส่วนของการวิจัยและพัฒนา สวทช. ก็ร่วมมืออย่างเต็มที่ เพื่อให้ การขับเคลื่อนต่าง ๆ ของรัฐบาลในด้านนี้เป็นไปอย่างถูกต้อง แล้วก็ใช้เทคโนโลยีที่เป็นปัจจุบัน มากที่สุด ต้องขอบคุณทุกท่านที่ได้กรุณาให้ความสำคัญ แล้วก็ศึกษารายงานอย่างละเอียดครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

ขออนุญาตนิดเดียวครับ ท่านประธาน ผม สุพิศาล ภักดีนฤนาถ ในเรื่องสมาร์ตไทยแลนด์ (Smart Thailand) มันเป็น อย่างไร ช่วยตอบอีกคำถามหนึ่งครับ🔗

ในหน้า ๑๖๒ ที่ท่านบอกว่า ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในโครงการที่ขับเคลื่อน สมาร์ตไทยแลนด์ (Smart Thailand) ผ่านระบบอย่างไร แล้วก็สร้างมูลค่าร่วมกับ ผู้นำอุตสาหกรรมกับใครบ้าง เพราะผมเห็นว่าอีอีซี (EEC) ยังไปไม่ถึงไหนเลย โดยเฉพาะ อินฟราสตรักเจอร์ (Infrastructure) เพราะเอไอ (AI) ต้องใช้ ๕ จี (5G) มาขับเคลื่อน การทำ อินฟราสตรักเจอร์ (Infrastructure) ของ ๕ จี (5G) ท่านต้องต่อสายเคเบิลมาเข้าที่ศรีราชา เกิดดิจิทัลพาร์ค (Digital Park) ดิจิทัลพาร์ค (Digital Park) นั้นจะทำให้ ๒ ค่ายยักษ์ที่มีการเป็น โปรไวเดอร์ (Provider) บริการ ๕ จี (5G) เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นเอไอ (AI) พวกนี้จะเข้าไปไม่ถึง ถ้าไม่มี ๕ จี (5G) ที่จะเคลื่อนในการรีโมต (Remote) หรือคอนโทรล (Control) ในนิคมอุตสาหกรรม ทั้งหมด นี่คือสิ่งที่อยากจะรู้ว่าในสมาร์ตไทยแลนด์ (Smart Thailand) นี่อย่าเขียนว่าแค่ สมาร์ตไทยแลนด์ (Smart Thailand) คนคิดว่าหรู แต่จริง ๆ แล้วไปถึงไหนครับ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญตอบครับ🔗

ศาสตราจารย์ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ

ขอบพระคุณท่านประธาน ขออนุญาตเรียนตอบว่าอย่างนี้นะครับ ในส่วนของสมาร์ตไทยแลนด์ (Smart Thailand) เป็นโครงการที่กระทรวงอุตสาหกรรมสร้างขึ้น แล้วก็ทาง สวทช. เองก็จะมีส่วนร่วมที่สำคัญในการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมของประเทศ มันมีองคาพยพทั้งในส่วนของกระบวนการที่จะยกอุตสาหกรรมที่มีอยู่หลายหมื่นโรงงาน ทั่วประเทศให้ดีขึ้นอย่างไร กับสิ่งที่จะวัดว่าจะดีขึ้นนี่มาตรฐานของการวัดเป็นเช่นไร ที่ สวทช. ร่วมอย่างมาก ๆ เลยก็คือในส่วนของกระบวนการที่จะวัดได้อย่างไร แล้วก็การที่จะเทรน (Train) ผู้ที่จะไปช่วยให้โรงงานอุตสาหกรรม ทำให้โรงงานตัวเองดีขึ้นอย่างไร อันนี้เราเรียกว่าไทยแลนด์ อินดัสทรี อินเดกซ์ ๔.๐ (Thailand Industry Index 4.0) ซึ่งมาจากการที่จะวัดมาตรฐาน อุตสาหกรรมเป็นอินดัสทรี (Industry) ๑.๐ ๒.๐ ๓.๐ แล้วก็ ๔.๐ เราก็ถอดมาเป็นแบบ ของประเทศไทยเรา ซึ่งสามารถที่จะใช้วัดและเทียบกับมาตรฐานสากลได้ ในส่วนนี้ที่อยู่ที่อีอีซี (EEC) ของ สวทช. รับผิดชอบในส่วนของอีอีซีไอ (EECi) เติมคำว่าอินโนเวชัน (Innovation) เข้ามา ซึ่งเป็นเหมือนกับหน่วยที่เป็นเบรน (Brain) ของการที่จะยกระดับอุตสาหกรรม ยกระดับ เทคโนโลยีต่าง ๆ เพื่อให้จากห้องปฏิบัติการเข้าสู่โรงงานได้🔗

สำหรับประเด็นที่ท่านเรียนในที่ประชุมนี้ ผมเห็นด้วยอย่างยิ่งว่าการขับเคลื่อนที่ จะไปด้วยกันต้องทำทุกภาคฝ่ายพร้อมกัน ในส่วนของ สวทช. ที่ได้เริ่มทำในส่วนของอินดัสทรี ๔.๐ (Industry 4.0) เรียนว่ามีส่วนที่ได้เริ่มทำการไปแล้ว แล้วก็เริ่มมีการฝึกอบรมผู้ที่จะไปช่วย โรงงานอุตสาหกรรมขึ้นมาระดับหนึ่ง แต่ว่าเคลื่อนคนเดียวไม่ได้ครับ ต้องให้องค์ประกอบ ทุกภาคฝ่ายร่วมมือกันในการที่จะทำอีอีซี (EEC) ถ้าเกิดว่าจะเกิดขึ้นตรงนี้อย่างจริงจังจะต้องมี ทั้งองค์ประกอบของดิจิทัลเทคโนโลยี (Digital Technology) ซึ่ง สวทช. เองก็ได้มีหน่วยนี้อยู่ใน อีอีซีไอ (EECi) จะมีทั้งในส่วนของไบโอเทคโนโลยี (Biotechnology) ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแปรผลิตภัณฑ์ ทางชีวภาพให้เป็นสารมูลค่าสูง ซึ่งเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ทางอีอีซีไอ (EECi) หวังว่าจะช่วย เสริมให้กับอีอีซี (EEC) แล้วก็มีผู้ประกอบการเข้าไปใช้สิ่งเหล่านี้นะครับ ที่ผมเรียนเมื่อสักครู่ว่า ไทยแลนด์ อินดัสทรี อินเด็กซ์ ๔.๐ (Thailand Industry Index 4.0) ทาง สวทช. ได้ตั้งหน่วย เรียกว่า ซัสเทนเนเบิล แมนูแฟคเทอริง เซ็นเตอร์ (Sustainable Manufacturing Center) หรือ ตัวย่อว่าเอสเอ็มซี (SMC) เป็นหน่วยที่พร้อมมูลในการให้ข้อมูลกับโรงงานอุตสาหกรรม ล่าสุดนี้ ทาง สวทช. เองก็ได้หารือกับกระทรวงอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิดในการที่จะยกระดับการประเมิน ยกระดับการวัดมาตรฐาน และสร้างกระบวนการกลไกที่จะเข้าไปช่วยดูว่าระบบอุตสาหกรรม ของแต่ละรูปแบบ เช่น โรงงานทอผ้า โรงงานที่มีเครื่องจักรกลแบบต่าง ๆ นี้จะมีผู้ที่จะไปแนะนำ ให้เขาทำดีขึ้นได้อย่างไร ผ่านทั้งกระบวนการที่ผ่านเรกูเลเตอร์ (Regulator) หรือที่ทาง กระทรวงอุตสาหกรรมเป็นหลักอยู่แล้ว แล้วก็กระบวนการที่ผ่านพลังของกระทรวง อว. ที่ใช้อาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ทำเป็นหน่วย ที่เรียกว่า ซิสเต็มอินที เกรเตอร์ (System Integrator) เพื่อที่จะไปช่วยเขาในการที่จะปรับปรุงคุณภาพของโรงงานอุตสาหกรรมให้มี ค่าอินเด็กซ์ (Index) ที่สูงขึ้น ไม่ได้ดีขึ้นแต่ในภาพของค่าที่วัด ก็คือเมื่อค่าอินเด็กซ์ (Index) สูงขึ้น หมายความว่าตัวโรงงานจะสะอาดขึ้น จะมีเอฟฟิเชียนซี (Efficiency) หรือว่าประสิทธิภาพ การทำงานที่ดีขึ้น ผลิตภัณฑ์จะสูญเสียน้อยลง แล้วก็ท้ายที่สุดผู้บริโภคจะได้ผลิตภัณฑ์ที่คุณภาพ ดีขึ้นครับ🔗

นอกจากนั้นประเด็นที่ท่านยกนี้เป็นประเด็นที่สำคัญอย่างยิ่งว่าเรื่องของ เทคโนโลยีการเชื่อมต่อ ทาง สวทช. เองก็มองว่าเทคโนโลยีการเชื่อมต่อนั้นเราจะต้องเป็น ลีดเดอร์ (Leader) ในเรื่องของการสร้างมาตรฐานการเชื่อมต่อ ไม่ว่าจะเป็นของอุตสาหกรรม การใช้เน็ตเวิร์กกิง (Networking) ของระบบวายฟาย (Wi-Fi) ใหม่ที่มี หรือระบบโมบายเน็ตเวิร์ก (Mobile Network) ใหม่ที่มี เพื่อให้โรงงานอุตสาหกรรมสามารถที่จะเช็กสต็อก (Check stock) สามารถที่จะเชื่อมโยงกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นนะครับ🔗

นอกจากนั้นทางอีอีซีไอ (EECi) เองยังได้เริ่มกระบวนการที่เข้าสู่เกษตรกร ถึงรากหญ้า อย่างเช่นกรณีที่การบริหารจัดการสวนทุเรียน ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูง สวทช. เองก็ได้ลงไปจับกับเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อที่จะดูว่าสามารถที่จะใช้เซ็นเซอร์ (Sensor) อะไรบ้างไปช่วยในการบริหารจัดการสวนทุเรียนอย่างมีคุณภาพ ปริมาณน้ำ ปริมาณปุ๋ย ส่วนนี้ สำคัญอย่างยิ่ง เรียกว่า เทคโนโลยีอดอปชัน (Technology Adoption) คือเกษตรกรยอมรับ เทคโนโลยีเข้าไปเพื่อที่จะไปเป็นส่วนหนึ่งในการบริหารจัดการตัวธุรกิจเขาครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านวิรัตน์ครับ🔗

นายวิรัตน์ วรศสิริน แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ วรศสิริน พรรคเสรีรวมไทย ขออนุญาตมีคำถามที่จะสอบถามไปทาง สวทช. ด้วย เพราะว่าท่านรัฐมนตรี ท่านเอนก เหล่าธรรมทัศน์ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เมื่อปี ๒๕๖๓ ท่านได้แจ้งต่อพี่น้อง ประชาชนทั้งประเทศว่าเราจะส่งยานอวกาศภายใน ๗ ปี ก็ไม่ทราบว่าโครงการนี้ท่านรัฐมนตรี ได้มอบให้ สวทช. วิจัยหรือศึกษาหรือไม่ กระผมเองก็ตื่นเต้นอยากจะเห็นว่าประเทศไทยเรามี ฐานยิงจรวดเสียทีส่งไปอวกาศ ก็ไม่ทราบว่าทาง สวทช. ท่านได้ศึกษาและได้เริ่มต้นทำแปลน สร้างฐานอวกาศหรือยัง เพื่อให้ฝันของท่านรัฐมนตรีเป็นจริง ขอกราบสอบถามท่านเป็นความรู้ หน่อยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญชี้แจงครับ🔗

ศาสตราจารย์ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ

ขอบพระคุณท่านวิรัตน์ วรศสิริน นะครับ ในส่วนนี้ต้องเรียนว่า สวทช. ไม่ได้รับผิดชอบโดยตรงกับโครงการไทย สเปซ คอนซอร์เตียม (Thai Space Consortium) นะครับ แต่อย่างไรก็ตามต้องขอบพระคุณท่าน ที่ท่านกล่าวว่าตื่นเต้นไปกับ ท่านรัฐมนตรีอเนก ผมคิดว่าถ้าท่านรัฐมนตรีอเนกได้ฟังอยู่คงดีใจครับ เป็นอะไรที่ตัวผมเอง ในส่วนของนักเรียนทุนรัฐบาลคนหนึ่งที่อยากจะเห็นประเทศก้าวหน้าด้วยวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยี เห็นด้วยอย่างยิ่งกับการที่จะมีโปรเจกต์ (Project) ระดับชาติ เพื่อที่จะรวมพลัง ของคนเก่งให้มีโจทย์ที่ท้าทายในการแก้ปัญหา ผลประโยชน์ที่จะเกิดจากตรงนี้ไม่ได้เกิดเฉพาะ ในเรื่องของการที่จะส่งตัวดาวเทียมไปโคจรรอบดวงจันทร์ได้หรือไม่ แต่ว่าเป็นการรวมคน ที่เป็นเลิศด้านต่าง ๆ เพื่อที่จะมาร่วมกันแก้ปัญหาเดียวกัน ซึ่งจะทำให้เกิดเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า ที่เป็นซายน์เทคโนโลยี (Science Technology) เต็มไปหมด ต้องเรียนว่าอันนี้เป็นความ รับผิดชอบโดยตรงของสถาบันวิจัยดาราศาสตร์แห่งชาติหรือ สดร. ซึ่งเป็นแกนนำร่วมกับจิสด้า (GISTDA) แล้วก็สถาบันวิจัยแสงซินโครตรอน (Synchrotron) ๓ หน่วยนี้จับมือกันก่อน และ สวทช. เป็นหน่วยที่ไปร่วมอยู่ด้วยครับ เรียนว่าล่าสุดนี้โครงการก็ยังดำเนินการไป แม้ว่าจะได้รับ ผลกระทบในการได้รับการจัดสรรงบประมาณที่น้อยกว่าที่คาดไว้อย่างมากจนแทบไม่มีเลย แต่ทั้ง ๓ หน่วยงานมองว่าตัวโปรเจกต์ (Project) นี้เป็นโปรเจกต์ (Project) ที่จะได้รับ ความร่วมมือจากต่างประเทศ แล้วก็มีโอกาสที่จะสร้างนักวิจัยด้านนี้ เรียนว่าอาจจะเกิดเซตแบก (Setback) บ้างในเรื่องของงบประมาณ แต่ว่าคอนซอร์เตียม (Consortium) ที่รวมนักวิจัยไทย ที่ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนทุนก็ลูกหลานพวกเรานี่ละครับ ก็ยังฟอร์ม (Form) กันอย่างแน่นหนา แล้วก็ยังตั้งเป้าที่จะส่งดาวเทียมไปโคจรรอบดวงจันทร์ตามที่ตั้งใจเอาไว้ ขอบคุณครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ท่านสมาชิกครับ จบการอภิปรายซักถามแล้วนะครับ ถือว่าที่ประชุมได้รับทราบรายงานประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๔ ของสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติแล้ว ขอขอบคุณตัวแทนหน่วยงาน ที่มาชี้แจงนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานครับ ท่านอย่ารีบสรุป ผมกำลังจะถามอยู่ ขอถามอีกสัก ๒ ข้อนะครับ ไม่ต้องรีบท่านประธาน วันนี้ไม่มีใครหรอกครับ มีแต่เราเท่านั้น🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ผมสรุปไปแล้ว เพราะว่าท่านไม่ได้ยกมือให้เห็นนะครับ ขอบคุณท่านกรรมาธิการครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธาน ท่านจะเอาอย่างนี้ใช่ไหม ผมขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ ท่านไม่ให้ความสำคัญกับสมาชิก แล้วท่านจะประชุมกับใคร🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ฟัง ผมเอง ได้ขอบคุณหน่วยงานเขาไปแล้ว หน่วยงานเขาก็ลุกไปแล้ว หน่วยงานพอจะกลับมาชี้แจง ได้ไหมครับ เชิญท่านศาสตราจารย์อีกครั้งครับ เชิญท่านพิเชษฐ์ถามครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย สวทช. นี่ เป็นองค์กร คือเป็นหัวใจหลักในการพัฒนาประเทศ สวทช. นี่หลากหลายมาก ท่านทำภารกิจ ของท่านเยอะแยะมากมาย เรียกว่าเป็นเบี้ยหัวแตกไปหมดเลย สุดท้ายเป้าหมายสำคัญ ของ สวทช. ที่จะนำพาทิศทางของประเทศไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน เป้าหมายหลักที่จะนำพา ประเทศไปสู่นวัตกรรมทางด้านไหน นวัตกรรมที่หลาย ๆ ประเทศเขาทำกัน ซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ต่าง ๆ สวทช. จะต้องมีส่วนเป็นอย่างมากที่จะนำพาประเทศเข้าสู่นวัตกรรมใหม่ ท่านลองบอกผมสิว่าแนวทางยุทธศาสตร์ชาติ ๒๐ ปี เอาแค่ ๕ ปีข้างหน้าการพัฒนาประเทศ ในฐานะที่ท่านเป็นที่ปรึกษาทางด้านวิทยาศาสตร์ของรัฐบาล ท่านจะนำพาประเทศไปสู่ด้านไหน🔗

ท่านประธานครับ ผมถามอีกข้อหนึ่งนะครับ ธนาคารทรัพยากรชีวภาพแห่งชาติ ท่านอธิบายให้พี่น้องประชาชนได้รับทราบคร่าว ๆ คือผมอ่านในนี้ได้ แต่พี่น้องประชาชนที่อยู่ ทางบ้านเขาไม่เข้าใจ เขาอยากจะรู้ เขาอยากจะรับทราบ เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์ในการพัฒนา ทางด้านชีวภาพของจังหวัดต่าง ๆ ของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เขาฟังอยู่ อันนี้ข้อที่ ๑ ท่านอธิบาย สั้น ๆ นะครับ🔗

๔๗/๑🔗

ข้อที่ ๒ การจัดทำคาร์บอนฟุตปริ้นต์ (Carbon Footprint) ขององค์กร ซึ่ง ณ วันนี้หลายองค์กรก็มาทำเรื่องนี้กัน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็มาทำ เรื่องนี้กัน ในสัดส่วนของท่านเป็นผู้นำหรือผู้ตาม หรืออยู่ตรงไหนของซีเอฟโอ (CFO) ท่านอยู่ ตรงไหน แล้วเรื่องนี้ท่านจะเป็นผู้นำหรือจะช่วยองค์กรอื่น ๆ หรือไม่ เพราะว่าวันนี้ประเทศไทย เป็นประเทศเกษตรกรรม เรื่องคาร์บอนเครดิตประเทศไทยมีโอกาสที่จะสร้างเงิน สร้างกำไร ให้กับประเทศได้ ถาม ๒ ข้อ แล้วก็วิสัยทัศน์ ๕ ปีข้างหน้า ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญท่านตอบ สรุปสั้น ๆ เลยนะครับ🔗

ศาสตราจารย์ชูกิจ ลิมปิจำนงค์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีแห่งชาติ

ขอบคุณครับ เรียนตอบท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน จากพรรคเพื่อไทย ในส่วนของคำถามต้องขอบพระคุณท่านมากครับ ต้องเรียนที่ประชุมก่อนว่าผมมาเป็น ผู้อำนวยการ สวทช. ได้ ๓ เดือน ใจผมตรงกับใจท่านคืออยากที่จะใช้พลังของ สวทช. จากการที่ เป็นที่รวมของนักวิจัยด้านต่าง ๆ ของประเทศ ตามที่ผมได้แถลงไปในคราวที่แล้วว่ามีครบ ทุกด้าน ดังนั้นการที่จะสร้างประโยชน์กับประเทศทาง กวทช. ซึ่งกำกับดูแล สวทช. อยู่ ก็ได้มีคอมเมนต์ (Comment) เดียวกับท่านเลยครับว่า สวทช. ไม่ควรที่จะทำทุกเรื่อง เพราะงบประมาณของประเทศเรามีจำกัด ควรที่จะโฟกัสลงในเรื่องที่จะเป็นมรรคเป็นผล ต่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชน ดังนั้นในนโยบายที่ได้นำเสนอ สวทช. ครั้งล่าสุดนี้จึงสร้าง คอร์บิซิเนส (Core Business) คำว่าบิซิเนส (Business) เป็นพันธกิจที่สำคัญของ สวทช. ที่จะมี ต่อประเทศขึ้นมาในเรื่องหลัก ๆ ซึ่งในรายงานประจำปีคราวต่อไปคงจะได้มีโอกาสนำเสนอ เมื่อมีเวลามากขึ้นนะครับ ซึ่งตรงนี้จะเป็นหัวใจในการที่จะเอาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มาก่อมรรคก่อผลให้เกิดกับประชาชนอย่างแท้จริงครับ🔗

ขอเรียนตอบท่านในประเด็นของธนาคารทรัพยากรชีวภาพแห่งชาติ คือเนชันนัลไบโอแบงก์ (National Biobank) เป็นอะไรที่ถ้าเกิดว่าเราไม่มีตรงนี้เราจะต้องคอยใช้ พันธุ์พืชที่แปรผันไปอยู่ตลอดเวลา การมีคลังทรัพยากรชีวภาพไว้เช่นมีพืชพันธุ์ดี เราก็จะเก็บ ไม่ว่าบางครั้งจะผ่านการแช่แข็ง บางครั้งจะผ่านการทิชชูคัลเจอร์ (Tissue Culture) เพื่อที่ จะรักษาพันธุ์ไว้โดยไม่แปรเปลี่ยน ซึ่งทาง สวทช. เองก็ได้มีการตั้งตัวเนชันนัลไบโอแบงก์ (National Biobank) นี้เพื่อที่จะใช้เป็นที่ฝากของพันธุ์ดีของพืชชนิดต่าง ๆ ก็กำลังขยายผล แล้วก็รับฝากมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มของพืชเศรษฐกิจในกรณีของข้าวเป็นต้น เมื่อเรามี ข้าวพันธุ์ดีเราก็สามารถที่จะฝากไว้อยู่ในคลัง แล้วก็ให้มั่นใจได้ว่าอีก ๕ ปีข้างหน้า อีก ๑๐ ปี ข้างหน้าก็สามารถที่จะได้ข้าวพันธุ์เดิมออกมาโดยที่ไม่มีการแปรสายพันธุ์อย่างนี้เป็นต้น🔗

ในส่วนของคาร์บอนฟุตพริ้นท์ (Carbon Footprint) แล้วก็ในเรื่องของตัว เซอร์คูลาร์อินเด็กซ์ (Circular Index) เป็นอะไรที่ถ้าท่านติดตามท่านจะทราบดีว่าประเด็นตรงนี้ ประเทศไทยเราอาจจะถูกลงโทษ ถ้าเป็นแหล่งที่เจเนอเรต (Generate) ก๊าซเรือนกระจก หรือว่า ใช้ทรัพยากรในอนาคตอย่างไม่ระมัดระวัง สวทช. ทำหน้าที่ในการที่จะประเมินตรงนี้ เราเป็น หน่วยของประเทศที่จะประเมินเพื่อที่จะใช้เป็นเครื่องยืนยัน อย่างเช่นป่าไม้ของเราสามารถ ที่จะดูดกลืนตัวคาร์บอนไดออกไซด์ได้มาก ได้น้อยเพียงใด แล้วก็มีบนฐานของการวิจัยที่เชื่อมั่น เมื่อมีการบันทึกสิ่งเหล่านี้จะทำให้ประเทศเราไม่เสียเปรียบเมื่อจะต้องมีการคิดคาร์บอนเครดิต หรือว่าปริมาณการปล่อยและปริมาณการดูดกลืนคืน รวมถึงโรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ก็เช่นเดียวกันครับ อุตสาหกรรมที่จะได้รับผลกระทบมาก ๆ ก็คืออุตสาหกรรมที่ใช้เชื้อเพลิงเยอะ หรือว่าอุตสาหกรรมที่ในการผลิตปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ออกมาเยอะ ซึ่งบางครั้งใช้เทคโนโลยี ไม่ยากนักในการที่จะลดการปลดปล่อย หรือว่าเวลาปลดปล่อยแล้วมีช่องทางที่จะดูดกลับ คาร์บอนตรงนั้น เพื่อไปแปลงรูปอยู่ในรูปอื่น ไม่ปล่อยเข้าสู่อากาศ อันนี้ก็จะเป็นสิ่งที่ สวทช. ได้วิจัยเคียงข้างกับต่างประเทศ เพื่อที่จะดูบริบทของอุตสาหกรรมในประเทศ ดูบริบทของการใช้ คาร์บอนในประเทศ รวมถึงการดูดซับคาร์บอนในประเทศ เพื่อที่จะเอาข้อมูลเหล่านี้เป็นเครื่อง ยืนยันให้กับประเทศ ไม่เสียเปรียบเวลาคิดบัญชีของคาร์บอนเครดิตกับต่างประเทศ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

เชิญครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน นะครับ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ต้องขอให้กำลังใจท่านผู้อำนวยการ ท่านอยู่มา ๓ เดือน อย่างไรก็ขอให้เป็นที่พึ่งที่หวังของพี่น้องประชาชนนะครับ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ก็ถือว่าจบการซักถามนะครับ ต้องขอกราบขอบคุณท่านผู้อำนวยการสำนักงาน สวทช. พร้อมคณะ ที่กรุณาให้เกียรติกับสภาผู้แทนราษฎรของพวกเรานะครับ🔗

๒.๕ รับทราบรายงานประจำปี ๒๕๖๔ ของสถาบันพระปกเกล้า🔗

ด้วยสถาบันพระปกเกล้าได้มีหนังสือแจ้งว่าผู้แทนจากหน่วยงานที่ได้รับ มอบหมายที่จะเข้าชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรติดภารกิจเร่งด่วน จึงขออนุญาตเลื่อน การเข้าร่วมประชุมเพื่อชี้แจงรายงานต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรออกไปก่อนนะครับ🔗

๒.๖ รับทราบรายงานการตรวจสอบสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓🔗

ด้วยเลขาธิการ คณะรัฐมนตรีได้มีหนังสือแจ้งว่าคณะรัฐมนตรีได้มีมติ เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ รับทราบ รายงานการตรวจสอบสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ตามที่ กระทรวงการคลังเสนอ และให้เสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อทราบ ตามมาตรา ๗๔ แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน พ.ศ. ๒๕๖๑ รายละเอียด ปรากฏตามเอกสารที่ได้จัดวางให้ท่านสมาชิกแล้ว ได้มีท่านสมาชิกสนใจที่จะร่วมอภิปราย ผมจึง ได้อนุญาตให้ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมชี้แจงข้อเท็จจริงต่อที่ประชุม ตามข้อบังคับ การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๗๖ ผมจึงขอเชิญผู้มีรายชื่อดังต่อไปนี้เข้าร่วมชี้แจงในที่ประชุม ๑. นางสาวสุดท้าย ชัยจันทึก ผู้อำนวยการกองตรวจสอบภาครัฐ รักษาการในตำแหน่ง ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบบัญชี ๒. นายณัฐพล อารีประเสริฐสุข นักวิชาการตรวจสอบภายใน ชำนาญการพิเศษ ๓. นางสาวรติชา อภิชัย นักบัญชีชำนาญการ🔗

(ผู้แทนจากกรมบัญชีกลางเข้าชี้แจงต่อที่ประชุม)
นายศุภชัย โพธิ์สุ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง

ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่ยื่นความจำนงเอาไว้นะครับ มี ๒ ท่าน คือท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ และท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ขอปรับเวลาเป็น ๕ นาที ตามที่ท่านประธานชวน หลีกภัย ได้กำหนด เอาไว้นะครับ เชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ครับ🔗

พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ ท่านเข้าสูตรเดิม ๕ นาที แต่ต้องขอขยับนิดเดียวครับ เพราะผมอ่านมาเยอะ มี ๓ คำถามที่อยู่ในเอกสารที่ปรากฏในรายงานครับ จากการประเมินผลของการทำงาน ในหน่วยงานนี้ ซึ่งผมก็เห็นใจว่าหน่วยตรวจรับ ๗๒,๔๑๘ หน่วย ส่วนราชการที่เป็นส่วนใหญ่ ในภูมิภาคคือ ๖๒,๙๓๙ หน่วย ร้อยละ ๘๖ เศษ ๆ ก็หนักเอาการครับ ทีนี้ผมมาที่รายงานหน้านี้ ท่านประธานครับ ผมสงสัยว่าทำงานหนักอย่างนี้ต้องจ่ายค่าตอบแทนสูงดั่งรายงานนี้จริงหรือไม่ ท่านดูรายงาน หน้า ๔๒ ครับ หน้า ๔๒ จะมีบัญชีงบดุลของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ที่สิ้นสุดวันที่ ๓๐ ตรงค่าตอบแทน หมายเหตุที่ ๒๑ ค่าตอบแทนนี้ข้อสังเกตคือปี ๒๕๖๒ เป็นปีที่ โควิด (COVID) มาตอนปลายปี ปี ๒๕๖๓ เป็นโควิด (COVID) ทั้งปี ผมตั้งข้อสงสัยว่าทำไม ปี ๒๕๖๒ มีค่าตอบแทน ๓.๕ ล้านบาทเศษ แต่ปี ๒๕๖๔ มี ๖.๙ ล้านบาทเศษ ตามไปดูครับ เหตุผลที่เขียนไว้ในรายงาน ในหมายเหตุที่ ๒๑ ท่านครับ หมายเหตุที่ ๒๑ นั้นเห็นชัดเลยครับ ในตารางหมายเหตุที่ ๒๑ คือหน้า ๕๒ ท่านช่วยอธิบายผมครับ คำถามว่าทำไมสูงถึง ๑๐ เท่า ในค่าตอบแทนผู้ปฏิบัติงานให้กับทางราชการ จาก ๓๒๕,๕๘๒.๘๒ บาท ขึ้นเป็น ๓,๙๓๒,๑๐๘ บาท ไปทำอะไรในปี ๒๕๖๓ โควิด (COVID) มาทั้งปี หรือทำงานที่บ้านแล้วจ่ายค่าเบี้ยประชุมด้วย คือค่าตอบแทนพิเศษ🔗

ในเอกสารนี้ที่ปรากฏอยู่ผมอ่านโดยสาระสำคัญของรายงานการตรวจสอบ การดำเนินงาน หน้า ๖๖ คำชี้แจงของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน สิ่งที่ผมสงสัยในข้อ ๔ ตอนท้ายของเนื้อหา โครงการก่อสร้างสถาบันธรรมาภิบาล สตง. มีความประสงค์จะใช้เป็น ประโยชน์ที่ดินที่ตั้งโครงการสถาบันธรรมาภิบาล บลา บลา บลา แล้วมาถึงตรงนี้ครับ หน้า ๕๗ โดยกระทรวงมหาดไทยเพื่อประกอบการพิจารณาร่างพระราชกฤษฎีกาถอนสภาพที่ดิน อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันในท้องที่ตำบลพลูตาหลวง อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี พ.ศ. .... พูดง่าย ๆ ว่าที่ประชุมอนุมัติพระราชกฤษฎีกา เรียบร้อยแล้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยนำเรื่องเสนอต่อประกาศบังคับใช้แล้ว คำถาม ประชาชนที่เดือดร้อนจะได้รับจำนวนเท่าไร ที่ดินอยู่ตรงไหนในตำบลพลูตาหลวง เป็นจำนวน กี่ไร่ และมีกระบวนการดำเนินการตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวอย่างไร นี่คำถามในเอกสาร หน้านี้ครับ🔗

ในแผนของหน้า ๗๐ การตรวจสอบผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพการดำเนินงาน ได้แก่ การตรวจสอบผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพการดำเนินงาน ตามมาตรา ๙๐ ท่านครับ ภาพรวมกับภาพเงินครับ ตรวจสอบภาพรวม ภาพรวมนี่ต่ำมากเลย ไปดูได้เลยครับ ร้อยละ ๑๘ ร้อยละ ๓๐ ร้อยละ ๓๒ ในภาพรวมของส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค แล้วก็ในการตรวจสอบการเงิน ของส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคคือติดลบครับ -๒.๒๐ -๐๐๐.๔ สรุปว่าภาพการเงิน -๐.๑๓ นี่คือ ตัวเลขที่ขาดประสิทธิภาพ ช่วยกำหนด แล้วตอบคำถามด้วย สิ่งดังกล่าวนี้มีคำชี้แจงครับ บอกว่า หน่วยงานต่าง ๆ ไม่สามารถส่งรายงานได้ ทำไม ใช้เครื่องมืออะไรถึงจะกำราบ ๗๐,๐๐๐ กว่าหน่วย ให้ส่งรายงานตามเวลา ผมถามว่าสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินทำอะไร อยู่ที่ไหน🔗

ในเอกสารที่มีสาระสำคัญ ซึ่งผมคิดว่ามีความจำเป็นที่จะต้องถามต่ออีก สักนิดเดียวครับ ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับงานโดยเฉพาะเรื่องของตัวเลข ในหน้า ๖๘ ท่านดูครับ หน้า ๖๘ ในข้อสังเกตบอกว่าการเบิกจ่ายไม่เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรี ที่กำหนดตามเป้าหมาย การเบิกจ่ายรายจ่ายประจำปีและการเบิกจ่ายรายจ่ายต้นทุนต่ำมาก บลา บลา บลา นี่ครับ พูดง่าย ๆ ว่าการเบิกจ่ายของสำนักงานไม่เป็นไปตามแผน แล้วที่ผมเคยถามว่าผลสัมฤทธิ์ ตาม พ.ร.บ. งบประมาณอยู่ตรงไหน ใครเป็นคนรับรองผลสัมฤทธิ์และตัวเคพีไอ (KPI) ตามเล่ม ขาวคาดแดงที่เขียนไว้สวย ๆ หรู ๆ ให้ประชาชนได้เข้าใจง่าย ๆ ว่ารัฐบาลเอาเงิน ๓.๑ ล้านบาท หรือ ๓.๓ ล้านบาท และไปกู้เงินมาใช้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างมากมาย ท่านประธานมีเท่านี้ครับ ไม่เกินมากกว่านี้ ขอบคุณครับ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธาน สภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้เคยกล่าวในการอภิปรายเกี่ยวกับเรื่องนี้ในปีก่อนหน้าว่าการที่กรมบัญชีกลางทำหน้าที่ ตรวจสอบ สตง. แล้วก็ สตง. ทำหน้าที่ตรวจสอบงานของกรมบัญชีกลางจะดูเหมือนกับเป็น การเกาหลังให้กัน จริง ๆ ควรต้องมีการนำหน่วยงานอื่นที่ไม่มีความเกี่ยวข้องมาตรวจสอบ กระผมเข้าใจดีว่าอันนี้อยู่ในมาตรา ๗๔ ของกฎหมายว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน ซึ่งประสงค์ จะกล่าวเพื่อจะบันทึกไว้ให้ท่าน ถ้าหากมีโอกาสในอนาคตควรต้องปรับปรุงในส่วนนี้ เพื่อไม่ให้ เป็นตัวอย่างกับหน่วยงานอื่นที่เขาอาจจะต่อว่าได้นะครับ🔗

ในมาตรา ๗๔ ที่บัญญัติให้กรมบัญชีกลางมีหน้าที่ในการตรวจสอบ สตง. มีการ ระบุว่าให้คณะผู้ตรวจมีหน้าที่และอำนาจเช่นเดียวกับที่ผู้ว่าการมีหน้าที่และอำนาจ ซึ่งอยู่ใน กฎหมายของ สตง. มาตรา ๕๓ ที่มีการระบุหน้าที่และอำนาจไว้ (๑) มีการตรวจเงินแผ่นดิน กระผมเห็นว่ารายงานที่ท่านทำมาได้ทำหน้าที่นี้เต็มที่ แต่ว่ายังมี (๒) ที่ว่าตรวจผลสัมฤทธิ์ และประสิทธิภาพในการใช้จ่ายเงินของหน่วยงานของรัฐ ซึ่งก็คือ สตง. กระผมยังไม่ได้เห็น การตรวจผลสัมฤทธิ์และประสิทธิภาพในการใช้จ่ายเงินว่าแต่ละปี สตง. ได้รับงบประมาณไป เป็นหลักพันล้านบาท แล้วก็ไปตรวจสอบหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐเป็นพัน ๆ แห่งได้มีผลสัมฤทธิ์ อย่างไรบ้าง หากท่านจะสามารถรวบรวมผลออกมา อย่างเช่นสามารถเรียกคืนเงินแผ่นดิน ที่ตกหล่นสูญหายไปมาได้และเก็บเป็นสถิติไว้ก็จะเป็นผลงาน กระผมเชื่อนะครับว่า สตง. ได้ทำหน้าที่เหล่านี้ เพียงแต่ว่าท่านอาจจะไม่ได้รวบรวมสิ่งเหล่านี้ขึ้นมา ก็ขออนุญาตที่จะเรียน เพื่อจะได้เป็นบรรทัดฐานไว้นะครับ🔗

สำหรับงบประมาณที่ท่านนำเสนอในครั้งนี้เป็นงบประมาณของปี ๒๕๖๒-๒๕๖๓ ซึ่งแน่นอนก็จะมีรายละเอียดบางประการที่กระผมขออนุญาตตั้งข้อสังเกตนะครับ ข้อแรก ก็คือ เรื่องของเงินสด ก็ยังปรากฏว่ามีเงินสดที่อยู่ในงบประมาณท่านจำนวนมากด้วยกัน ไม่ว่าจะอยู่ใน งบประมาณของ สตง. เอง จำนวนรวมทั้งหมดพันกว่าล้านบาท บวกกับที่ลงทุนระยะสั้นอีก ๓๐๐ ล้านบาท ก็คือ ๑,๓๐๐ ล้านบาท แล้วก็ยังมีงบประมาณที่เป็นของกองทุนของ สตง. เอง ซึ่งมีเงินสดอีกมากกว่าเท่าตัว ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท เบ็ดเสร็จเรามีเงินสดอยู่ใน สตง. ถึง ๓,๕๐๐ ล้านบาท ซึ่งเงินสดเหล่านี้อยากจะขอให้ท่านช่วยชี้แจงว่าท่านมีการบริหารจัดการ เงินสดเหล่านี้หรืออย่างไร เพราะว่าเงินทุกบาททุกสตางค์เป็นเงินภาษีอากรที่เราเก็บมา แล้วถ้าเกิดเราบริหารไม่ดีดอกผลได้น้อยหรือไม่ได้ ก็เท่ากับทำให้ประชาชนเสียโอกาส เสียประโยชน์โดยใช่เหตุ ท่านช่วยกรุณาชี้แจงด้วยครับว่าในการลงทุนระยะสั้น ฝากเงิน ๓ เดือน หมายเหตุท่านก็ไม่ได้ระบุไว้ แต่อยากให้ท่านช่วยชี้แจงว่าได้มีผลตอบแทนเท่าไร ท่านมีวิธีการใดไหม ที่จะบริหารเงินก้อนนี้ ๓,๕๐๐ ล้านบาทให้เกิดประโยชน์งอกเงยขึ้นมา โดยที่แน่นอนต้องดูแล ในเรื่องของความมั่นคงด้วย เพราะว่านี่คือการบริหารเงิน แล้วก็จะเป็นแบบอย่างให้ท่านได้ไปดู หน่วยงานอื่นของรัฐที่มีการเก็บเงินสดไว้มากว่าได้มีการบริหารจัดการอย่างไร อันนี้ก็เป็น ประเด็นที่ ๑ นะครับ🔗

ประเด็นต่อไป ยังมีรายละเอียดอีกหลายประการที่กระผมจะขออนุญาตให้ท่าน เวลาที่ทำหมายเหตุประกอบงบประมาณน่าจะแจกแจงรายละเอียดให้ชัดเจน อย่างเช่น หมายเหตุที่ ๒๒ มีค่าเช่า เข้าใจว่าจะเป็นค่าเช่าบ้านของข้าราชการ ซึ่งในปี ๒๕๖๓ มีการกระโดดขึ้นมาจาก ๕๙ ล้านบาทในปีก่อนหน้า มาเป็น ๘๐ ล้านบาท กระโดดขึ้นมาถึง ๓๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ อันนี้ก็เป็นอันหนึ่งที่อาจจะต้องมีรายละเอียดที่ท่านควรจะต้องนำเสนอ ในหมายเหตุนะครับ🔗

เรื่องของบำนาญก็มีจำนวนสูงทุกปี ควรจะทำเป็นแบบอย่าง ให้รายละเอียด กับผู้อ่านว่าจำนวนบุคลากรที่รับบำนาญของ สตง. มีเท่าไรนะครับ🔗

สุดท้ายก็คือเรื่องการฝากเงินของท่านนี่ครับ มีการระบุไว้ในมาตรา ๘๑ ว่า ให้ฝากเงินไว้กับธนาคารของรัฐที่เป็นรัฐวิสาหกิจหรือไปลงทุน ณ เวลานี้ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ก็ไม่ใช่รัฐวิสาหกิจแล้ว ท่านยังฝากธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) อยู่หรือเปล่า แน่นอนท่านอาจจะอ้างว่าธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ได้รับยกเว้นตามมติ ครม. แต่กระผม ก็ยังมีคำถามครับว่ามติ ครม. จะอยู่เหนือกฎหมายได้อย่างไร ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านวีระกรครับ🔗

นายวีระกร คำประกอบ นครสวรรค์

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ได้อ่าน การตรวจสอบสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ประจำปี ๒๕๖๓ โดยกรมบัญชีกลางแล้ว ก็มีความรู้สึกเช่นเดียวกับที่ท่านผู้อภิปรายเมื่อสักครู่คือท่านอาจารย์พิสิฐ ลี้อาธรรม ขอประทานโทษที่เอ่ยนาม มีความเห็นตรงกันก็คือเมื่อตรวจแล้วไม่ว่าจะทั้งงบดุลของสำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดินก็ดี หรือกองทุนเพื่อพัฒนาการตรวจเงินแผ่นดินก็ดี ก็มีแต่คำว่า เพียงพอ เหมาะสม มีเหตุผล น่าเชื่อถือ ทั้งที่ทั้ง ๒ หน่วยงานนี้ก็น่าจะมีความใกล้ชิดกัน หรือเรียกได้ว่า อยู่ในกระทรวงเดียวกัน แต่ก็ช่วยกันดู ดูแล้วก็ไม่มีอะไรที่เป็นที่น่าสงสัย มีแต่คำว่า น่าเชื่อถือ ความเพียงพอ ข้อมูลที่ได้เพียงพอ เหมาะสม ฟังดูแล้วก็ดีนะครับ ก็ฝากท่านด้วยว่าทาง สตง. หรือสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินความจริงแล้วมันน่าจะมีผลที่จะออกมาจากการตรวจสอบ หน่วยงานต่าง ๆ เป็นอย่างไร ความจริงก็เป็นหน้าที่ของ สตง. รายงานของ สตง. แต่ว่า รายงานของท่านก็น่าที่จะดูในส่วนนี้ด้วย ผลสัมฤทธิ์ที่เกิดขึ้นจากการที่ สตง. ได้ทำงาน บรรลุวัตถุประสงค์หรือไม่ มีค่าชี้วัดหรือเคพีไอ (KPI) เหมาะสมที่จะได้รับงบประมาณดังกล่าว หรือไม่ เพราะว่าที่ผ่านมาในฐานะผู้แทนราษฎรต่างจังหวัดก็จะได้รับคำร้องเรียนเสมอ ๆ จาก องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็น อบต. ต่าง ๆ เทศบาลต่าง ๆ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ว่าทาง สตง. บางทีก็ตรวจแล้วอันนี้ทำได้ อันนั้นทำไม่ได้ ไปบางแห่งก็บอกอันนั้นทำไม่ได้ อันนี้ทำได้ หาข้อชัดเจนไม่ค่อยจะได้ เพราะฉะนั้นบางครั้งเวลา อบต. ต่าง ๆ ต้องจัดงานประเพณีต่าง ๆ ต้องแจกนั่นแจกนี่ เช่นในช่วงของเทศกาลสงกรานต์ ก็ต้องมีการแจกเสื้อคอกระเช้าบ้าง ผ้าขาวม้าบ้าง ปรากฏว่านายก อบต. ก็ต้องเอาเงินมาจ่ายกลับคืน ตามที่ สตง. สั่งทุกประการ สผ งบประมาณที่ใช้ไปก็หลายพันล้านบาทต่อปี เพราะฉะนั้นก็อยากจะเห็นการที่ สตง. ตรวจแล้ว เจอทุจริตในกระทรวงใหญ่ ๆ บ้าง ไม่ใช่ตรวจแต่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ๖๒,๐๐๐ แห่ง ทั่วประเทศ ตรวจแล้วตรวจอีก ตรวจกระทั่งผ้าขาวม้า แต่ว่ากระทรวงใหญ่ ๆ งบประมาณ เป็นหมื่นเป็นแสนล้านเขาตรวจหรือเปล่า ฝากท่านได้ดูเรื่องของเคพีไอ (KPI) หรือว่าตัวชี้วัด ผลสัมฤทธิ์ของ สตง. ด้วยนะครับ ไม่ใช่ตรวจเฉพาะบัญชีอย่างเดียว กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ ครับ🔗

พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สงขลา

เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา พรรคประชาธิปัตย์ กระผมเองมานึกถึงหน่วยงานนี้ก็ต้องยอมรับกันว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะสัมผัสกับ ผู้นำท้องถิ่นโดยตลอด ในอดีตผู้นำท้องถิ่นติดคุกกันเป็นจำนวนมากเพราะว่ามุ่งแต่จะจับผิด แต่ในครั้งนี้พอเปลี่ยนมาเป็นผู้ว่าการ สตง. คนใหม่แนวคิดการปฏิบัติตอนนี้ขับเคลื่อนไปได้ เมื่อก่อนขับเคลื่อนไปไม่ได้ครับ ข้าราชการไม่กล้าทำงาน ไม่รู้ว่าจะผิดหรือถูก เพราะว่าถูกตั้ง กรรมการสอบสวนเป็นจำนวนมาก อยู่ในคุกก็เป็นจำนวนมาก ถ้าท่านสังเกตดู แต่ระยะหลัง หลังจากเปลี่ยนเป็นผู้ว่าการ สตง. คนนี้ก็แนวปฏิบัติแตกต่างกันไป คือให้การสนับสนุน โดยตั้งทีมงานให้เป็นที่ปรึกษากับ อบต. อบจ. เทศบาล ทำให้งานขับเคลื่อนไปได้ กระผม ขอชื่นชมนะครับ ส่วนงบประมาณกระผมคิดว่ายังน้อยไป ถ้ามีงบประมาณมากกว่านี้กระผม เชื่อมั่นว่า สตง. ทำงานได้มากกว่านี้ ก็ต้องขอขอบคุณ ขอชมเชย สตง. ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญผู้ชี้แจง จาก สตง. ได้ตอบชี้แจงนะครับ🔗

นางสาวสุดท้าย ชัยจันทึก ผู้อำนวยการกองตรวจสอบภาครัฐ รักษาการ ในตำแหน่งที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบบัญชี กรมบัญชีกลาง

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติที่เคารพทุกท่านนะคะ ดิฉัน นางสาวสุดท้าย ชัยจันทึก ผู้อำนวยการกองตรวจสอบภาครัฐ รักษาการในตำแหน่งที่ปรึกษา ด้านพัฒนาระบบบัญชี กรมบัญชีกลาง ขออนุญาตนำเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้กรุณา สอบถามในประเด็นที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประเด็นฝาก แต่ว่าก่อนอื่นต้องขออนุญาตว่าวันนี้ผู้ชี้แจง ของเรามาจากกรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง ไม่ได้มาจากสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน อย่างไรก็ตามประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน กรมบัญชีกลางจะมีการทำ สรุปทุกครั้ง แล้วก็แจ้งให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินได้ทราบในเรื่องของข้อสังเกต และข้อเสนอแนะของท่านสมาชิกทุกท่านด้วยทุกครั้ง ขออนุญาตนำเรียนสำหรับประเด็นที่ ท่านสุพิศาลได้กรุณาสอบถามในเรื่องของค่าตอบแทน ที่ท่านบอกว่าทำไมเป็นเรื่องของตัวเงิน ที่ก้าวกระโดด อันนี้นำเรียนว่าจริง ๆ ปี ๒๕๖๓ เองช่วงนั้นอาจจะมีการจ้างที่ปรึกษาค่อนข้าง หลายคน แล้วก็จะมีค่าใช้จ่ายตรงนี้เกิดขึ้น ก็อาจจะก้าวกระโดดจากปี ๒๕๖๒ นิดหนึ่งนะคะ🔗

ส่วนโครงการก่อสร้างที่ท่านได้กรุณาสอบถามมาในเรื่องของการเพิกถอนที่ดิน ตรงนี้นำเรียนว่าทางสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเองก็ได้ดำเนินการตามกระบวนการ ตามกฎหมายของกรมที่ดินที่ระบุให้ดำเนินการ ซึ่งจริง ๆ ความคืบหน้าก็ไปพอสมควร ล่าสุด ตามข้อมูลที่ท่านกรุณานำเรียนนี่นะคะ ตามหน้า ๖๖ หน้า ๖๗ เป็นข้อชี้แจงของสำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดินที่เราได้มีการตั้งข้อสังเกต แล้วก็มีการติดตามเรื่องนี้ ซึ่งกระบวนการสุดท้าย ของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินก็คือจะต้องมีการเข้าที่ประชุมเพื่อผ่านร่างพระราชกฤษฎีกา แล้วก็นำเรียนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี ถ้าเสนอ คณะรัฐมนตรีเสร็จก็จะสิ้นสุดกระบวนการตรงนี้ อันนี้คือในเรื่องของโครงการก่อสร้างค่ะ🔗

สำหรับประเด็นการตรวจสอบผลสัมฤทธิ์ต่าง ๆ ขออนุญาตนำเรียนภาพรวม ทั้ง ๓-๔ ท่านที่ได้กรุณาให้ความสำคัญนะคะ ในส่วนของกรมบัญชีกลางเองในกระบวนการ ตรวจสอบตรงนั้นข้อมูลในรายละเอียดตรงนี้อาจจะยังไม่มี อันนี้ก็ขออนุญาตรับข้อสังเกต ของทุกท่านไปเพิ่มเติมว่าเราจะดูในเรื่องผลสัมฤทธิ์การใช้จ่ายเงินของสำนักงานการตรวจเงิน แผ่นดินในการไปตรวจสอบหน่วยงานต่าง ๆ ว่าเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างไรนะคะ🔗

สำหรับประเด็นการเร่งรัดเบิกจ่ายต่าง ๆ อย่างที่บอกว่าการเร่งรัดเบิกจ่าย ไม่เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีหรือว่าเป้าหมายตามมติคณะรัฐมนตรี เนื่องจากว่ามติ คณะรัฐมนตรีก็ได้มีการกำหนดค่าเป้าหมายทั้งการเบิกจ่ายภาพรวมและการเบิกจ่ายรายจ่าย ลงทุนอยู่ที่ร้อยละ ๑๐๐ ในเรื่องของการใช้จ่าย คำว่า การใช้จ่าย ก็คือรวมทั้งส่วนที่เบิกจ่ายจริง และส่วนที่ผูกพันไว้เพื่อที่จะเบิกจ่ายต่อไปก็ค่อนข้างได้เยอะ เพียงแต่ว่าในส่วนของการเบิกจ่ายจริง อาจจะไม่สูง ทั้งนี้ทั้งนั้นส่วนใหญ่ประเด็นหลัก ๆ จะอยู่ที่เรื่องการจัดซื้อจัดจ้างในการก่อสร้าง อาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินที่จังหวัดต่าง ๆ ซึ่งจะมีกระบวนการในการดำเนินงาน อาจจะเบิกจ่ายไม่ทัน แต่ว่าก็มีการผูกพันงบประมาณสำหรับเรื่องนี้เอาไว้นะคะ🔗

สำหรับของท่านพิสิฐเมื่อสักครู่ ด้วยความขอบพระคุณที่ท่านได้กรุณาให้ ข้อสังเกตในกรณีที่กรมบัญชีกลางตรวจสอบสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน และสำนักงาน การตรวจเงินแผ่นดินก็ตรวจสอบกรมบัญชีกลาง อันนี้ขออนุญาตว่าในส่วนของเราก็คงรับทราบ ประเด็นนี้ในการที่จะนำเสนอในเชิงนโยบาย แต่ว่า ณ โอกาสนี้ทางกรมบัญชีกลางเอง ก็ดำเนินการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการตรวจเงินแผ่นดิน อันนี้ท่านก็ได้ กรุณานำเรียนไว้ด้วยแล้วนะคะ เรื่องการตรวจสอบผลสัมฤทธิ์ ก็ขออนุญาตนำประเด็นไป อย่างที่นำเรียนสักครู่นะคะ รวมถึงในเรื่องของเงินสดของ สตง. ที่มีอยู่จำนวนมาก ในเรื่องของ การลงทุนระยะสั้นอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ก็จะขออนุญาตนำประเด็นเหล่านี้ไปนำเรียน สตง. ในการ ที่จะบริหารจัดการทางด้านการเงินเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไปค่ะ🔗

สำหรับประเด็นเรื่องค่าเช่าที่มีการเพิ่มขึ้น รายการค่าเช่า สตง. ก็จะมีค่าเช่า หลัก ๆ ที่ค่อนข้างจะเป็นงบประมาณที่ค่อนข้างสูงนะคะ ก็จะเป็นค่าเช่ารถราชการ พร้อมกับ คนขับ แล้วก็เป็นค่าเช่าที่ดิน รวมถึงค่าเช่าพื้นที่ที่เป็นสำนักงานที่พหลโยธินด้วยอีกส่วนหนึ่ง อันนี้ก็เป็นค่าเช่าที่เพิ่มขึ้น ซึ่งในปี ๒๕๖๓ ก็ได้มีค่าใช้จ่ายตรงนี้เพิ่มขึ้นจากเดิมนะคะ🔗

สำหรับประเด็นเรื่องการฝากเงินไว้ที่ธนาคาร อันนี้ก็ขออนุญาตรับท่านไป เช่นเดียวกันว่าทาง สตง. จะต้องดำเนินการในเรื่องของการฝากเงินให้เป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งกรณีของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) อันนี้ก็คงจะขออนุญาตรับข้อสังเกตไปค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เป็นอันว่า ที่ประชุมรับทราบรายงานการตรวจสอบสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ เรียบร้อยแล้วนะครับ เชิญผู้แทนหน่วยงาน ขอบพระคุณมากครับ🔗

ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗

ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว🔗

๔.๑ รายงานผลการพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาการออกประทานบัตร เหมืองแร่และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองแร่ ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาเสร็จแล้ว🔗

ในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๑๙ (สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๓ ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้มีมติ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาการออกประทานบัตรเหมืองแร่ และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองแร่ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ข้อ ๔๙ มีกำหนดระยะเวลาพิจารณาศึกษาได้ ๙๐ วัน และได้ขยายระยะเวลาเป็นจำนวน ๖ ครั้ง ตั้งแต่วันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๓ ถึงวันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๔ รวมระยะเวลาดำเนินการทั้งสิ้น ๔๓๕ วัน ซึ่งประกอบไปด้วยคณะกรรมาธิการทั้งหมด ๔๓ ท่าน เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นบุคคลภายนอก พร้อมคณะที่ปรึกษาอีกหลายท่านที่มีความรู้ ความสามารถ และมี ประสบการณ์ในเรื่องนี้โดยตรงทั้งสิ้น ดังมีรายนามที่ปรากฏอยู่ในเล่มรายงานผลการศึกษา ที่เสนอต่อที่ประชุมแล้ว🔗

วัตถุประสงค์ เพื่อพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาการออกประทานบัตรเหมืองแร่ และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองแร่🔗

คณะกรรมาธิการได้ทำการพิจารณาศึกษาตั้งแต่สาเหตุของข้อร้องเรียน การรับฟังปัญหา การศึกษาข้อกฎหมาย การเชิญหน่วยงานราชการ ผู้ประกอบการทำเหมืองแร่ และประชาชน บุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องมาชี้แจง ตลอดจนข้อสังเกตต่าง ๆ เพื่อเป็นการนำผล การศึกษาทั้งหมดไปกำหนดเป็นประเด็นข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ซึ่งจะได้แจ้งให้ หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องนำไปพิจารณาดำเนินการปรับปรุงแก้ไข อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ ต่อประเทศชาติ ประชาชนในประเทศอย่างยั่งยืนและผาสุกต่อไป🔗

ทั้งนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ดำเนินการพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาการออก ประทานบัตรเหมืองแร่และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองแร่ ตามกรอบ การพิจารณาประเด็น การดำเนินงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ซึ่งสรุปสาระสำคัญได้ดังนี้🔗

๑. คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ประชุมพิจารณา โดยเชิญประชาชน บุคคลภายนอกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมประชุม เพื่อให้ข้อมูล ข้อเท็จจริง ตลอดจนชี้แจง แสดงความคิดเห็น จำนวน ๔๕ ครั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญได้มีการเดินทางไปศึกษา ดูงาน จำนวน ๖ ครั้ง ดังนี้🔗

ครั้งที่ ๑ ปัญหาการออกประทานบัตรเหมืองแร่ถ่านหิน อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่🔗

ครั้งที่ ๒ การตรวจสอบข้อเท็จจริง การขออาชญาบัตรกรณีการขุดเจาะสำรวจ แร่โพแทช ที่อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร🔗

ครั้งที่ ๓ การฟื้นฟูเหมืองแร่หลังจากการเลิกประกอบกิจการ จังหวัดลำปาง🔗

ครั้งที่ ๔ การประกอบกิจการเหมืองแร่ การกำกับดูแล และฟื้นฟูเหมืองแร่ ในพื้นที่จังหวัดสระบุรี🔗

ครั้งที่ ๕ การฟื้นฟูห้วยคลิตี้จากการปนเปื้อนสารตะกั่ว เนื่องจากการประกอบ กิจการเหมืองแร่ในพื้นที่บ้านคลิตี้ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี🔗

ครั้งที่ ๖ เป็นครั้งสุดท้าย การประกอบกิจการเหมืองแร่ในพื้นที่ลุ่มน้ำ ๑ เอ (1A) และ ๑ บี (1B) พื้นที่จังหวัดสระบุรี🔗

โดยคณะกรรมาธิการได้กำหนดกรอบวิธีการพิจารณาประเด็นการดำเนินงานของ คณะกรรมาธิการวิสามัญไว้เป็น ๓ ประเด็น ดังนี้🔗

ประเด็นที่ ๑ พิจารณาประเด็นปัญหาก่อนออกประทานบัตรเหมืองแร่ โดยพิจารณาศึกษาญัตติที่เกี่ยวข้องกับประเด็นการออกประทานบัตร เป็นการศึกษาเกี่ยวข้องกับ การยื่นขอประทานบัตร มีการพิจารณาตั้งแต่กระบวนการกำหนดเขตพื้นที่แหล่งแร่ ตามแผนแม่บทบริหารจัดการแร่ ๕ ปี พ.ศ. ๒๕๖๐ ถึง พ.ศ. ๒๕๖๔ การขออนุญาตอาชญาบัตร ผูกขาดสำรวจแร่ การขออนุญาตอาชญาบัตรพิเศษ การขอประทานบัตรทำเหมืองแร่ การจัดการ รับฟังความคิดเห็นของประชาชนในการออกประทานบัตร กรณีแหล่งหินอุตสาหกรรม เพื่ออุตสาหกรรมก่อสร้าง การขออาชญาบัตรและประทานบัตรทำเหมืองแร่ในเขตนิคม สร้างตนเอง การขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ การขออนุญาตเข้าทำประโยชน์ ในพื้นที่ปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม การจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม ไออีอี (IEE) อีไอเอ (EIA) อีเอชไอเอ (EHIA) และการประเมินสิ่งแวดล้อมระดับยุทธศาสตร์ หรือเอสอีเอ (SEA)🔗

ประเด็นที่ ๒ พิจารณาประเด็นปัญหาที่อยู่ในระหว่างเปิดการทำเหมืองแร่ โดยพิจารณาศึกษาญัตติที่เกี่ยวข้องกับประเด็นการทำเหมืองแร่ ภายหลังที่ได้รับการ ประทานบัตร เช่น กรณีจัดการสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองแร่ และกรณีต่ออายุประทานบัตร ที่อยู่ใกล้แหล่งโบราณคดี ในพื้นที่ตำบลหน้าพระลาน ตำบลพุคำจาน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสระบุรี การจัดสรรเงินค่าภาคหลวงแร่ เงินผลประโยชน์เพื่อตอบแทนแก่รัฐและเงินกองทุนต่าง ๆ ให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การตรวจกำกับและติดตามของหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ขณะเปิดการทำเหมือง เช่น กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ สำนักงานอุตสาหกรรม พื้นฐานและการเหมืองแร่ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อบจ. เทศบาล อบต. สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานการปฏิรูปที่ดิน เพื่อเกษตรกรรม และสำนักศิลปากรพื้นที่ กรมอนามัย และกรมควบคุมโรค เป็นต้น🔗

ประเด็นที่ ๓ พิจารณาประเด็นปัญหาภายหลังจากการทำเหมืองแร่และฟื้นฟู การทำเหมืองแร่ โดยพิจารณาศึกษาญัตติที่เกี่ยวข้องกับประเด็นภายหลังจากการทำเหมืองแร่ และฟื้นฟูการทำเหมืองแร่แล้ว เช่น ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นจากการทำเหมือง การพัฒนา ขุมเหมืองหรือพื้นที่ทำเหมืองแร่ไปแล้ว เพื่อประโยชน์ต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม การจัดตั้ง กองทุนและการพัฒนาชุมชนที่เกิดจากการทำเหมืองแร่ การสร้างแหล่งน้ำสำรองให้กับประชาชน และชุมชนเพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้ง การสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างชุมชนกับผู้ประกอบการ เหมืองแร่ และความรับผิดชอบของผู้ได้รับประทานบัตรเหมืองแร่เกี่ยวกับการทำแนวกันชน ในพื้นที่บัฟเฟอร์โซน (Buffer Zone)🔗

อย่างไรก็ตามจากผลการศึกษาพิจารณาตามกรอบและดำเนินการที่ได้กำหนดไว้ คณะกรรมาธิการมีข้อสังเกตจากการพิจารณาศึกษาในที่ประชุม รวมถึงการเดินทางไปศึกษาดูงาน ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับฟังข้อมูล ข้อเท็จจริงจากประชาชน ผู้ประกอบการและหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง หรือได้รับผลกระทบจากปัญหาการออกประทานบัตรเหมืองแร่และผลกระทบ ด้านสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองแร่ อันจะเป็นประโยชน์ต่อการแก้ไขปัญหาผลกระทบของ ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการออกประทานบัตรเหมืองแร่และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการทำ เหมืองแร่อย่างแท้จริง อีกทั้งยังเป็นข้อสังเกตที่จะส่งเสริมให้การพัฒนาเหมืองแร่ของประเทศ ได้อย่างยั่งยืนต่อไป🔗

กระผมขออนุญาตมอบให้บุคคลดังต่อไปนี้เป็นผู้เสนอรายงานในลำดับต่อไป ลำดับที่ ๑ ท่านดอกเตอร์อรรณุวัฒน์ วัฒนวรรณ กรรมาธิการวิสามัญ ได้เป็นผู้เสนอรายละเอียด เนื้อหารายงานในเล่มโดยสังเขป ลำดับที่ ๒ ดอกเตอร์อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองประธาน คณะกรรมาธิการวิสามัญ เป็นผู้นำเสนอสรุปกรณีศึกษาญัตติปัญหาการออกประทานบัตร ถ่านหิน ที่อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ ลำดับที่ ๓ นางสาวสกุณา สาระนันท์ กรรมาธิการ เป็นผู้นำเสนอกรณีการขออาชญาบัตรพิเศษแร่โพแทช อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร ๔. นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ โฆษกคณะกรรมาธิการ เป็นผู้นำเสนอกรณีพื้นที่หินอุตสาหกรรม บ้านในวง อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง🔗

นอกจากนั้นกระผมจะขออนุญาตท่านประธานและที่ประชุมให้คณะกรรมาธิการ คณะที่ปรึกษา และบุคคลภายนอก เป็นผู้ตอบข้อซักถามต่อที่ประชุม ดังต่อไปนี้ ดอกเตอร์อดิทัต วะสีนนท์ รองอธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ นายสกล จุลาภา กรรมาธิการ นายไพชยนต์ เจริญไชยศรี ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ นายอรรถสิทธิ์ อึ้งเหมอนันต์ ที่ปรึกษา คณะกรรมาธิการ นายวรพจน์ ทองอุปการ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ นายประยุทธ เสี้ยวยิ้ม ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ และนายบรรพต แสงเขียว ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ🔗

สำหรับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการวิสามัญ กระผม นายประทวน สุทธิอำนวยเดช ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ พร้อมด้วยท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน กรรมาธิการ จะเป็นผู้นำเสนอในลำดับสุดท้าย🔗

ในการนี้คณะกรรมาธิการวิสามัญจึงขอเสนอรายงานผลการศึกษาตามลำดับ ที่นำเรียน เพื่อให้ที่ประชุมได้โปรดพิจารณา และเสนอข้อคิดเห็นในลำดับต่อไป ขอบคุณครับ🔗

ขออย่างนี้ นะครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการและท่านกรรมาธิการที่จะมารายงาน เนื่องจากรายงานนี้ เรามีอยู่ในนี้ทั้งหมดแล้ว เพราะฉะนั้นผู้ที่รายงานถ้ามันนอกเหนือจากตรงนี้หรือพยายามสรุป สั้น ๆ เพราะเนื้อหาอยู่ในนี้ สมาชิกทุกท่านก็ได้อ่านแล้ว แต่ท่านสรุปหรือมีอะไรจะเพิ่มเติมได้ แต่อย่าใช้เวลาเยอะนะครับ เพราะทุกคนรู้อยู่แล้ว ขอเป็นสรุป ๆ ให้เข้าใจนะครับ เชิญครับ🔗

นายอรรณุวัฒน์ วัฒนวรรณ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ และสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน กระผม นายอรรณุวัฒน์ วัฒนวรรณ กรรมาธิการ ขออนุญาตนำเสนอกรอบแนวคิดการดำเนินงานและสรุปเนื้อหาในเล่มรายงาน โดยจะใช้เวลาไม่เกิน ๑๐ นาทีครับ ขออนุญาตใช้เพาเวอร์พอยต์ (PowerPoint) ประกอบการ นำเสนอด้วยนะครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดพรีเซนเทชัน)
นายอรรณุวัฒน์ วัฒนวรรณ กรรมาธิการ

สำหรับตัวเล่มรายงานผลการศึกษา ของคณะกรรมาธิการจะมีทั้งหมด ๓๔๕ หน้า โดยไม่รวมภาคผนวกต่าง ๆ ในการนำเสนอวันนี้ กระผมจะนำเสนอเฉพาะสรุปสั้น ๆ ในบางประเด็นเท่านั้น อย่างเช่น กรอบแนวคิดในการ ดำเนินการ เรื่องกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ภารกิจของหน่วยงาน การมีส่วนร่วม ของประชาชนในการประกอบกิจการเหมืองแร่ การจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบ สิ่งแวดล้อมสำหรับโครงการเหมืองแร่ การประกอบกิจการเหมืองแร่ในพื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ ๑ รูปแบบในการฟื้นฟูพื้นที่เหมืองแร่เมื่อสิ้นสุดการทำเหมือง แล้วก็ผลประโยชน์จากการประกอบ กิจการเหมืองแร่ โดยกรอบแนวคิดเราดูทั้ง ๓ มิติ🔗

มิติแรก ก็คือศึกษากฎหมายที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ในเรื่องของการสำรวจแร่ การขอ ประทานบัตรหรือทำเหมืองแร่ การจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การมี ส่วนร่วมต่าง ๆ รวมถึงการจัดสรรผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องให้กับชุมชน ท้องถิ่น แล้วก็ภาครัฐ ด้วยนะครับ🔗

มิติที่ ๒ ที่เราพิจารณาก็คือการจัดกลุ่มตามระยะเวลา ตั้งแต่การขออนุญาต ในขั้นตอนต่าง ๆ ช่วงเวลาระหว่างการประกอบกิจการ แล้วก็ช่วงเวลาหลังสิ้นสุดการประกอบ กิจการเหมืองแร่นะครับ🔗

มิติสุดท้าย เราครอบคลุมถึงประเด็นสำคัญต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นผลกระทบ ด้านสิ่งแวดล้อม เรื่องการกำกับดูแลกิจการ แล้วก็เรื่องการฟื้นฟู เยียวยา ซึ่งท่านประธานได้สรุป ไปแล้วนะครับ🔗

ขออนุญาตแนะนำในส่วนที่มีรายละเอียดอยู่ในเล่มรายงานก็คือกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้องนะครับ ในรายละเอียดของเล่มรายงานจะอยู่ที่หน้า ๓๓ ถึงหน้า ๖๓ แล้วก็ในท้ายเล่มเราจัดทำคิวอาร์โค้ด (QR Code) ของกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง ไว้ให้ด้วยนะครับ เผื่อท่านที่ศึกษาในรายละเอียดจะได้ลงลึกไปถึงกฎหมายและระเบียบ ที่เกี่ยวข้อง โดยกฎหมายหลัก ๆ จะประกอบทั้งหมด ๗ ส่วน ในส่วนแรกก็คือ พ.ร.บ. แร่ ในส่วนที่ ๒ จะเป็นกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ร.บ. ป่าไม้ พ.ร.บ. ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ร.บ. จัดที่ดินเพื่อการครองชีพ อันนี้เป็นส่วนที่เกี่ยวข้อง กับพื้นที่สำหรับการทำเหมืองแร่ พ.ร.บ. การปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม อันนี้ก็มีส่วนที่ เกี่ยวข้องกับเรื่องของพื้นที่ที่ใช้ทำเหมืองแร่ด้วยนะครับ แล้วก็ พ.ร.บ. โบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ซึ่งเรามีรายละเอียดอยู่ในเล่มเหมือนกันว่ากฎหมายหลักที่เกี่ยวข้องก็คือกฎหมายว่าด้วยแร่ ที่ผ่านมาขอเรียนให้ท่านผู้ทรงเกียรติได้ทราบว่าจริง ๆ แล้วการประกอบกิจการเหมืองแร่ ของประเทศไทยเรามีมาร้อยกว่าปีแล้ว พ.ร.บ. ฉบับแรกก็คือ พ.ร.บ. การทำเหมืองแร่ ร.ศ. ๑๒๐ ที่ผ่านมามีการปรับแก้ใหญ่ไปทั้งหมด ๔ ครั้ง ฉบับปัจจุบันก็คือ พ.ร.บ. แร่ พ.ศ. ๒๕๖๐ ทุก ๆ ๕๐-๖๐ ปีเราจะมีการปรับแก้ครั้งใหญ่ แต่ว่าอันนี้ไม่รวมรายละเอียดในการปรับแก้ เล็ก ๆ น้อย ๆ อีกด้วยนะครับ จริง ๆ แล้ว พ.ร.บ. แร่ พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นฉบับใหม่ที่เราเพิ่งใช้กัน แล้วก็มีการจัดทำอนุบัญญัติที่เกี่ยวข้อง หลักการใหม่ ๆ เช่นในเรื่องของการพัฒนาที่ยั่งยืน เรื่องการมีส่วนร่วมของภาคประชาชน อันนี้เราเอามาใส่ใน พ.ร.บ. ฉบับใหม่เรียบร้อยแล้ว จะมี ประเด็นการปฏิรูปใน พ.ร.บ. ฉบับใหม่อยู่สัก ๑๐ ประเด็น จะมีรายละเอียดตามสไลด์ (Slide) แล้วก็ในเนื้อหานะครับ🔗

ส่วนที่สำคัญส่วนหนึ่งก็คือในเรื่องของการมีส่วนร่วม ใน พ.ร.บ. แร่ฉบับใหม่ ปี ๒๕๖๐ เราให้มีคณะกรรมการบริหารจัดการนโยบายแร่แห่งชาติ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรี หรือรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน แล้วก็มีผู้แทนส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในทุกภาคส่วน แล้วก็ ให้มีการมีส่วนร่วมตั้งแต่ในขั้นของตอนกำหนดนโยบาย แล้วก็การจัดทำแผน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่อง ของยุทธศาสตร์การบริหารจัดการแร่ ๒๐ ปี รวมไปจนถึงแผนในการบริหารจัดการแร่ ทุก ๆ ๕ ปี ด้วยนะครับ🔗

กระผมคงไม่ลงรายละเอียดมาก แต่อยากจะชี้ให้ทุกท่านเห็นว่าจริง ๆ แล้ว การอนุญาตอาชญาบัตร หรือที่เราเรียกว่าการอนุญาตให้สำรวจแร่ เป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำไปสู่ การทำเหมือง ในการสำรวจแร่ไม่ใช่ว่าทุกครั้งที่สำรวจแล้วจะพบแร่ แล้วก็สามารถนำไปสู่การทำ อุตสาหกรรมเหมืองแร่ได้ เป็นการสำรวจเพื่อให้รู้ว่าทรัพยากรในดินในประเทศของเรา มีอะไรบ้าง โดยหลัก ๆ จะแบ่งเป็น ๓ ชนิด เป็นการสำรวจแร่ การผูกขาดสำรวจ แล้วก็ อาชญาบัตรพิเศษ ซึ่งแต่ละประเภทจะมีระยะเวลาในการให้สำรวจกับปริมาณงาน แล้วก็วิธีการ ที่แตกต่างกันไป แต่ประเด็นสำคัญที่อยากจะเรียนท่านผู้มีเกียรติว่าการอนุญาตให้สำรวจแร่ คือภาครัฐให้สิทธิในการสำรวจ แต่การเข้าถึง การเข้าไปในพื้นที่เป็นเรื่องที่ผู้ประกอบการ ภาคเอกชนต้องดำเนินการเอง ในพื้นที่จะมีอยู่ ๒ ส่วน ก็คือพื้นที่ของรัฐก็ต้องไปขออนุญาตจาก หน่วยงานภาครัฐ แล้วก็พื้นที่ของภาคเอกชนก็ต้องไปดำเนินการได้รับความยินยอมหรือเช่าจาก เอกชน โดยในการสำรวจแร่จะกำหนดให้เฉพาะการอนุญาตอาชญาบัตรพิเศษแร่ทองคำที่จะต้อง ให้มีการปิดประกาศแจ้งให้ประชาชนทราบก่อนที่จะเข้าไปสำรวจนะครับ🔗

จะลงรายละเอียดนิดหนึ่ง ให้ทุกท่านทราบว่าขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง เนื่องจาก เรื่องของการอนุญาตเหมืองแร่มีการเกี่ยวข้องในกฎหมายหลายฉบับ แล้วก็หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หลายภาคส่วน เพราะฉะนั้นจุดเริ่มต้นผู้ประกอบการถ้าต้องประกอบกิจการเหมืองแร่ภายใต้ กฎหมายปัจจุบันต้องทำได้เฉพาะในเขตแหล่งแร่เท่านั้น พอรู้ว่าเป็นเขตแหล่งแร่ผู้ประกอบการ ต้องการทำเหมืองก็จะไปเริ่มต้นยื่นคำขอที่สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด ซึ่งเป็นส่วนราชการ ของกระทรวงอุตสาหกรรม มีอยู่ทั่วประเทศนะครับ ผู้ขอไปยื่นขอ เสร็จแล้วเจ้าหน้าที่ จากอุตสาหกรรมจังหวัดก็จะแจ้งขอบเขต คือจะมีการรังวัดเพื่อตรวจสอบว่าพื้นที่นั้น อยู่ในบริเวณใดบ้าง เจ้าหน้าที่จากอุตสาหกรรมจังหวัดก็จะแจ้งให้ผู้ขอดำเนินการ ๕ เรื่อง🔗

เรื่องแรก ก็คือจำเป็นต้องมีการจัดทำรายงานธรณีวิทยาแหล่งแร่ ซึ่งดำเนินการ โดยนักธรณีวิทยา เป็นคนที่เรียนจบมาทางด้านวิชาชีพโดยเฉพาะ🔗

เรื่องที่ ๒ จะต้องมีการจัดทำแผนผังโครงการทำเหมือง ก็คือต้องมีการออกแบบ ทางด้านวิศวกรรม ที่เกี่ยวข้องกับวิศวกรรมเหมืองแร่🔗

เรื่องที่ ๓ ต้องมีการไปจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม แล้วก็มี การจัดทำเบสไลน์ (Baseline) ข้อมูลด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ หรือบัฟเฟอร์โซน (Buffer Zone) ถ้ามีนะครับ🔗

ในส่วนต่อมาก็คือกฎหมายใหม่กำหนดให้มีการปิดประกาศ ๓๐ วันก่อนในพื้นที่ มีการรับฟังความคิดเห็น แล้วก็ถ้ามีประเด็นต่าง ๆ ก็นำไปสู่การทำประชามติก่อนที่อุตสาหกรรม จะรวมเรื่องมาที่กรม แล้วก็นำเสนอในขั้นตอนการอนุญาตต่อไปครับ🔗

ขออนุญาตเรียนชี้แจงว่าจริง ๆ แล้วโครงการเหมืองแร่ทุกโครงการจะต้องผ่าน การจัดทำรายงานการประเมินวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมก่อน ตามกฎหมายว่าด้วย สิ่งแวดล้อม อาจจะจำแนกมาเป็นผลกระทบเบื้องต้น หรือทำอีไอเอ (EIA) สำหรับโครงการ ที่มีผลกระทบปานกลาง และถ้ามีผลกระทบสูงก็จะต้องทำอีเอชไอเอ (EHIA) เรียนแล้วว่า จริง ๆ ขั้นตอนก่อนไปทำอีไอเอ (EIA) จะต้องทำรายงานธรณีวิทยาแหล่งแร่ ทำแผนผังโครงการ ทำเหมือง แล้วก็นำไปสู่การทำอีไอเอ (EIA) นะครับ🔗

ปัจจุบันทางเรากับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะ สผ. มีการจัดทำแนวทาง การทำรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม ซึ่งประกาศใช้เมื่อปี ๒๕๖๓ ก็จะมี รายละเอียดต่าง ๆ แล้วก็ในการศึกษาเราจะดูครอบคลุมไปในรัศมีมากกว่า ๓ กิโลเมตร อันนี้ ก็จะเป็นรูปแบบของการฟื้นฟูพื้นที่จะกำหนดไว้ในเงื่อนไขต่าง ๆ เช่น ในแผนผังโครงการ ทำเหมือง ในกฎหมายว่าด้วยสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ เป็นรูปแบบต่าง ๆ ในบางพื้นที่ถ้าเป็นพื้นที่ ลุ่มน้ำชั้นที่ ๑ การจะใช้พื้นที่ลุ่มน้ำชั้นที่ ๑ ในการทำเหมืองแร่ มติ ครม. มีมติผ่อนผันให้ว่า ต้องขออนุญาตเป็นคราว ๆ แล้วก็ส่วนใหญ่จะให้เฉพาะพื้นที่เดิมที่ทำไว้ ถ้าเป็นพื้นที่ใหม่เงื่อนไข ก็คือต้องมีความจำเป็นอันยิ่งยวด แล้วก็ต้องขอ ครม. เป็นครั้ง ๆ เป็นรายพื้นที่ไปนะครับ🔗

จริง ๆ แล้วในเรื่องการจัดสรรผลประโยชน์ทั้งภาครัฐไปสู่ชุมชน แล้วก็สู่ครัวเรือน ภายใต้กฎหมายเดิมเรามีอยู่แล้ว เช่น มีผลประโยชน์ตอบแทนรัฐเฉพาะกรณีที่แหล่งแร่เกิน ๕๐ ล้านบาท เราก็ต้องเก็บเงินในส่วนนี้เข้ากระทรวงการคลัง ส่วนต่อมาก็คือค่าภาคหลวง แร่แต่ละชนิดเราจะมีการประกาศราคาแร่เป็นค่ากลาง แล้วก็มีการเก็บค่าภาคหลวงในอัตรา ร้อยละ ๔ ร้อยละ ๗ หรือในอัตราก้าวหน้าแล้วแต่ชนิดแร่ โดยในการจัดสรรเงินก็จะแบ่งให้ ไปเข้ากระทรวงการคลัง ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ไปสู่ อบต. และเทศบาลในที่ตั้งประทานบัตร ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ไปสู่ อบต. เทศบาลอื่น ๆ ในจังหวัดอีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วก็ อบต. และเทศบาลทั่วประเทศอื่น ๆ อีก ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือก็จะมีทั้งหมด ๓ กองทุน มีกองทุน เฝ้าระวังสุขภาพ เราเก็บตามปริมาณการผลิต แต่ว่าถ้าผลิตน้อยเราเก็บตามอัตราขั้นต่ำที่ปรากฏ อยู่ในสไลด์ (Slide) นะครับ เรามีกองทุนพัฒนาหมู่บ้านก็จะเก็บ เช่นถ้าเป็นหินอุตสาหกรรม เราจะเก็บประมาณ ๑ บาทต่อเมตริกตัน แต่ว่าถ้าผลิตน้อยเราก็จะเก็บ ๕๐๐,๐๐๐ บาทต่อปี เพื่อเอาไว้ใช้ประโยชน์สำหรับการพัฒนา มีกองทุนฟื้นฟู ภายใต้กฎหมายใหม่เรามีการเพิ่ม รายละเอียดเพิ่มเติมขึ้นมา เช่นมีการให้จัดทำประกันภัยทุกโครงการเหมืองแร่ จะมีวงเงิน ๑-๕๐ ล้านบาท แล้วแต่ประเภทหรือความรุนแรงของโครงการ มีเงินบำรุงพิเศษ แล้วก็ สิ่งที่สำคัญคือมาปิดจุดอ่อนการทำเหมืองในอดีตก็คือเรามีหลักประกันในการฟื้นฟู และการเยียวยา ในกรณีนี้เราต้องเอาไปวางไว้เป็นแบงก์การันตี (Bank Guarantee) ในกรณีที่ ผู้ประกอบการไม่สามารถดำเนินการฟื้นฟูได้ ภาครัฐก็จะมีเงินตัวนี้เป็นเงินค้ำประกัน มาดำเนินการในส่วนของภาครัฐ กระผมขออนุญาตจบการนำเสนอเพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ🔗

นายประทวน สุทธิอำนวยเดช ประธานคณะกรรมาธิการ

ขอบพระคุณครับ ประเด็นที่ทางดอกเตอร์อรรณุวัฒน์ได้นำเสนอเกี่ยวกับเนื้อหาในเล่ม สรุปประเด็นเกี่ยวกับ ระเบียบ ข้อกฎหมายต่าง ๆ ที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีหน่วยงานอะไรบ้าง มีกฎหมายอะไรบ้าง ซึ่ง ในเล่มระบุชัดเจนแล้ว เพียงแต่ว่าผมอยากจะให้ทางดอกเตอร์อรรณุวัฒน์สรุปสั้น ๆ เพื่อพวกเราจะได้ไปพร้อมกัน เพราะมันยุ่งยากพอสมควรเกี่ยวกับเกี่ยวกับ พ.ร.บ. แร่ นี่นะครับ ลำดับต่อไปผมจะขออนุญาตให้ดอกเตอร์อนุสรณ์ รองประธานคณะกรรมาธิการ ได้สรุป ให้ท่านเห็นว่าประเด็นที่ท่าน ส.ส. หลายท่านที่เสนออยู่ ๗ ญัตติมีปัญหาอะไร ถ้าไม่มีปัญหา คงไม่ตั้งกรรมาธิการวิสามัญนะครับ จากปัญหาดังกล่าวเดี๋ยวจะสรุปให้ท่านเห็นว่าคณะของเรา ได้ศึกษาแล้วพบปัญหาอะไร จะเสนอแนะอะไร อยู่ในข้อสังเกตท้ายเล่มครับ ขอเชิญท่าน ดอกเตอร์ครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน ดอกเตอร์ครับ🔗

นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง ในคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาศึกษาแก้ปัญหาการออกประทานบัตรเหมืองแร่และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การทำเหมืองแร่ สภาผู้แทนราษฎร ประเด็นที่กระผมจะได้นำเรียนท่านประธานก็คือกรณีของ ปัญหาการขอออกประทานบัตรเหมืองแร่ถ่านหินอมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ กระผมจะเริ่มต้นที่ ความเป็นมาของปัญหาก่อนนะครับ ในช่วงปี ๒๕๔๓-๒๕๖๐ มีบริษัทที่ยื่นขอประทานบัตร ก็คือบริษัท ๙๙ ธุวานนท์ จำกัด ได้ยื่นขอประทานบัตรเพื่อขอทำเหมืองแร่ถ่านหิน ซึ่งพื้นที่ตั้ง อยู่ที่หมู่ ๑๒ บ้านกะเบอะดิน อำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่ เนื้อที่ที่ยื่นขอก็อยู่ที่ ๒๘๔ ไร่ ๓๐ ตารางวา เป็นคำขอที่ ๑/๒๕๔๓ หลังจากนั้นบริษัทได้ดำเนินการในการจัดทำเอกสาร ที่เกี่ยวข้อง เรียกว่าดำเนินการครบถ้วนครับ ประกอบไปด้วย รายงานธรณีวิทยาแหล่งแร่ แผนผังโครงการทำเหมืองแร่ หนังสือแสดงความเห็นของสำนักศิลปากรท้องที่ มีรายงาน การวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ (EIA) แล้วก็ได้ผ่านความเห็นชอบจากการประชุม ของประชาคมและองค์การบริหารส่วนตำบลอมก๋อย แต่ปัญหาอยู่ตรงนี้ครับ อยู่ตรงที่ว่า ยังไม่ได้รับหนังสืออนุญาตให้เข้าไปทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติจากกรมป่าไม้ ก็ถือว่า การดำเนินการและการยื่นเอกสารนั้นยังไม่ครบถ้วนจึงไม่สามารถดำเนินการต่อได้ จากนั้น วันที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๐ พ.ร.บ. แร่ฉบับใหม่ก็คือฉบับปี ๒๕๖๐ มีผลบังคับใช้ วันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๑ กรมป่าไม้ได้มีหนังสืออนุญาตให้บริษัทเข้าไปทำประโยชน์ในเขตป่าสงวน แห่งชาติ โดยอนุญาตให้ ๑๐ ปี ช่วงปี ๒๕๖๒-๒๕๖๓ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ จึงได้ประมวลเรื่องและดำเนินการตามแนวทางของพระราชบัญญัติแร่ ฉบับปี ๒๕๖๐ ให้ครบถ้วน สาระสำคัญก็คือว่าต้องดำเนินการในขั้นตอนการมีส่วนร่วมของประชาชน นั่นหมายถึงว่าจะต้องทำประชาคมให้ครบถ้วนเพื่อรับฟังความเห็นของชุมชนตามหลักเกณฑ์ใหม่ แต่ว่ามีการร้องคัดค้านทำให้ไม่สามารถจัดประชุมได้ นี่คือความสำคัญของปัญหาและความเป็นมา🔗

การสรุปวิเคราะห์ประเด็นปัญหา กระผมจะไปที่บริบทการดำเนินการของ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างปี ๒๕๔๓-๒๕๖๐ ซึ่งเป็นช่วงที่ พ.ร.บ. แร่ ฉบับก่อนนี้ก็คือ พ.ร.บ. แร่ ฉบับปี ๒๕๑๐ บังคับใช้ ทางอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ได้รับ การจดทะเบียนคำขอประทานบัตรเหมืองแร่ถ่านหินของบริษัทผู้ยื่นขอก็คือ บริษัท ๙๙ ธุวานนท์ จำกัด เป็นคำขอที่ ๑/๔๓ โดยดำเนินการครบถ้วน แต่ว่ายังไม่ได้รับหนังสืออนุญาตเพื่อเข้า ทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติของกรมป่าไม้ เอกสารไม่ครบจึงไม่สามารถส่งเรื่องต่อไปที่ กพร. หรือกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ได้ ระหว่างปี ๒๕๖๐-๒๕๖๓ ช่วงเวลาที่ พ.ร.บ. แร่ ปี ๒๕๖๐ มีผลบังคับใช้นี้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ได้รับหนังสือ จากกรมป่าไม้ให้บริษัท ๙๙ ธุวานนท์ จำกัด เข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ โดยมีอายุ ๑๐ ปี ในขั้นตอนนี้ถือว่าทั้งเอกสารถึงขั้นตอนการดำเนินการให้ครบถ้วน แต่ไปติดปัญหา เรื่องของขั้นตอนกฎหมายใหม่ก็คือจะต้องไปจัดการประชุมไปทำประชาคมรับฟังความเห็น ของพี่น้องประชาชนและชุมชน ปัญหาอยู่ตรงนี้ก็คือว่ามีการคัดค้านแล้วก็มีการขัดขวาง การดำเนินการจึงทำให้ไม่สามารถจัดการประชุมได้ นั่นเป็นบริบทปัญหาในมุมของสำนักงาน อุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่ในส่วนของการดำเนินงานของ กพร. หรือกรมอุตสาหกรรมพื้นฐาน และการเหมืองแร่ซึ่งก็รับทราบปัญหาข้อร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวอมก๋อยซึ่งได้รับ ผลกระทบแล้วก็ได้รับทราบว่าชุมชนไม่สามารถที่จะเข้าร่วมการจัดประชุมรับฟังความเห็นได้ แต่มีระเบียบปฏิบัติที่เกี่ยวเนื่องคือถ้าไม่สามารถจัดประชุมได้ก็จะไม่สามารถเข้าสู่กระบวนการ พิจารณาอนุญาตได้ แล้วเมื่อเราไปพิจารณาจากประเด็นกฎหมายตามประกาศเรื่องการจัดรับฟังความเห็นชุมชน พ.ศ. ๒๕๖๑ ในส่วนที่เกี่ยวข้อง มีสารัตถะสำคัญอยู่ ๓ ประเด็นด้วยกัน ๑. ก็คือหากไม่สามารถ จัดประชุมรับฟังความเห็นของชุมชนได้สามารถขยายระยะเวลาการจัดประชุมใหม่ภายใน ๖๐ วัน ดูจากข้อ ๑ ไม่น่าจะมีปัญหา แต่ข้อ ๒ เริ่มมีปัญหาครับ คือในรายละเอียดไม่ได้บอกว่า หากมีการร้องเรียน มีการคัดค้านให้ใช้ดุลยพินิจเสนอให้ดำเนินการจัดรับฟังประชามติ ต้องสามารถขยายเวลาออกไปได้ ๖๐ วัน คือข้อ ๑ บอกว่าจะต้องไปจัดการประชุม ข้อ ๒ บอกว่าถ้าจัดในห้วงนั้นไม่ได้ให้ขยายออกไป แล้วข้อ ๓ ก็เป็นปัญหาว่าไม่ได้บอกว่าถ้าขยายไป ๖๐ วันแล้วจะต้องขยายได้ไปอีกนานแค่ไหน อย่างไร และประเด็นสำคัญก็คือว่าหากผู้ร่วม จัดการประชุมคือผู้ใหญ่บ้านและพื้นที่ไม่เข้าร่วมจัดประชุมอันจะเกิดจากเหตุผลใดก็ตาม คำถาม คือว่าสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดเชียงใหม่สามารถเสนอจัดการประชุมหน่วยงานเดียว ได้หรือไม่ ดังนั้นในข้อเสนอและเป็นรายงานการศึกษาก็คือว่าเราอยากจะให้ทาง กพร. หรือกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ได้ไปปรับปรุง แล้วก็เร่งประกาศกฎระเบียบ ที่เกี่ยวข้องและแนะนำแนวทางการดำเนินงานที่ชัดเจนให้กับหน่วยงานผู้ปฏิบัติในแต่ละพื้นที่ ให้มีระเบียบปฏิบัติที่ชัดเจน ไม่ต้องไปตีความ และปิดโอกาสการใช้ดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ ในแต่ละพื้นที่ ไม่เช่นนั้นก็จะเกิดการสองมาตรฐานหรือว่าไร้มาตรฐานในที่สุดนะครับ🔗

บริบทการดำเนินงานของสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม การประกอบการอุตสาหกรรมเหมืองแร่ถูกกำหนดให้จัดทำรายงาน การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม เพื่อใช้ประกอบการพิจารณาอนุญาตประทานบัตร และหนังสืออนุญาตให้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ โดยหลักเกณฑ์ วิธีการ และประเภทโครงการ จะเป็นไปตามประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในฉบับที่เกี่ยวข้อง การขอประทานบัตรเหมืองแร่ถ่านหินของบริษัท ๙๙ ธุวานนท์จำกัด ได้จัดทำรายงาน การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมหรืออีไอเอ (EIA) ผ่านการเห็นชอบเรียบร้อยแล้ว อายุ ของรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมในการขอประทานบัตรเหมืองแร่ตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๑ ตามมาตรา ๕๑/๖ รายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสิ่งแวดล้อม แห่งชาติ หรือได้รับความเห็นชอบ หรือถือว่าได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ ผู้ชำนาญการ สามารถนำไปใช้เพื่อเสนอขอรับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี หรือประกอบการ พิจารณาอนุญาตตามกฎหมายได้ เป็นระยะเวลา ๕ ปี นับตั้งแต่วันที่ สผ. หรือหน่วยงานของรัฐ ตามที่คณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่แทน ได้มีหนังสือแจ้ง ความเห็นของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติหรือความเห็นของคณะกรรมการผู้ชำนาญการ แล้วแต่กรณี🔗

ท่านประธานที่เคารพ เรื่องของการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ ทรัพย์ในดิน สินในน้ำ ทำให้เกิดประโยชน์ สร้างคุณูปการต่อประเทศชาติและประชาชนนั้นเป็นสิ่งสำคัญ แต่ผลกระทบ ในมิติสิ่งแวดล้อม ผลกระทบในมิติคุณภาพชีวิตที่กระทบกับประชาชนนั้นก็จะต้องได้รับ ผลกระทบในระดับที่ประชาชนให้ความเห็นชอบและสร้างสมดุลที่อยู่ร่วมกันได้ ประทานบัตรเกิด ผู้ประกอบการสามารถเดินหน้าประกอบกิจกรรมได้ แต่ว่าต้องไม่กระทบพี่น้องประชาชน สภาพการณ์ในขณะนี้ถ้าร้องเป็นเพลงต้องบอกว่ากลับตัวก็ไม่ได้ ให้ไปต่อไปก็ไปไม่ถึง ผู้ประกอบการไปยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพราะเขาก็อ้างว่าเขาได้กระทำการครบถ้วน ตามกฎหมาย แต่ไม่สามารถได้ประทานบัตรและเปิดดำเนินกิจการได้ ในขณะที่ภาคประชาชน ภาคประชาสังคมก็ไปยื่นฟ้องต่อศาลยุติธรรม เลยทำให้ทั้งองค์กรที่เป็นผู้ประกอบการและพี่น้อง ประชาชนฝ่ายชุมชนยังเกิดปัญหาและไม่รู้ว่าบทสรุปจะไปจบตรงไหน กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายประทวน สุทธิอำนวยเดช ประธานคณะกรรมาธิการ

ขออนุญาตครับ เพื่อให้กระชับ เรามีอีก ๒ ญัตติ ซึ่งจะกำหนดให้ผู้นำเสนอพิจารณาเสนอประมาณ ๕ นาที เพื่อให้กระชับนะครับ ก็คือ นางสาวสกุณา สาระนันท์ กรรมาธิการ จะเป็นผู้เสนอ กรณีการขอ อาชญาบัตรพิเศษแร่โพแทช ที่อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนคร เป็นตัวอย่างเคส (Case) หนึ่ง แล้วอีกท่านหนึ่งก็จะเป็นท่านคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ท่านเป็นโฆษก ก็จะเสนอปัญหา กรณี พื้นที่แหล่งหินอุตสาหกรรมบ้านในวง อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง ส่วนอีก ๔ ญัตตินั้นทางผม จะตัดบทเข้าไปเสนอควบคู่กับข้อสังเกตในลำดับต่อไปนะครับ เชิญเลยครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านสกุณาครับ🔗

นางสาวสกุณา สาระนันท์ กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน สกุณา สาระนันท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญ ขอรายงานการศึกษากรณีการขออาชญาบัตรพิเศษเพื่อสำรวจแร่โพแทช ที่อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนครค่ะ สืบเนื่องจากที่ดิฉันได้เสนอญัตติให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อพิจารณาดำเนินการศึกษาและหาแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ อันที่จริงนโยบายการสำรวจแร่โพแทชในประเทศไทยมีมาตั้งแต่ปี ๒๕๑๙ ภายใต้นโยบาย ร่วมทุนเพื่อสร้างเครือข่ายเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN) และในปี ๒๕๓๒ ประเทศไทยก็ได้ทำ เอ็มโอยู (MOU) กับประเทศจีน ตามมติคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน (ASEAN) หลังจากนั้น ก็มีนักลงทุนได้พยายามยื่นเข้าขออนุญาตเรื่อยมา จนกระทั่งในปี ๒๕๕๘ ทันทีที่ คสช. เข้ามา บริหารประเทศก็มีการอนุมัติการขอทั้งอาชญาบัตรและประทานบัตรจำนวนมากในการขุดเจาะ เหมืองและแร่ในประเทศไทย ทั้งที่จังหวัดนครราชสีมา จังหวัดชัยภูมิ และจังหวัดอุดรธานี เช่นกันค่ะที่จังหวัดสกลนครก็มีการขออนุมัติอาชญาบัตรสำรวจแร่โพแทชให้กับบริษัท ไชน่า หมิงต๋า โปแตช คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ครอบคลุมพื้นที่ถึง ๑๒๐,๐๐๐ ไร่ หลังจาก วันที่ ๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๘ ที่รัฐบาลได้อนุมัติการขออาชญาบัตรนี้ประชาชนในพื้น ที่ก็ออกมาเคลื่อนไหวทันทีเพื่อส่งสัญญาณว่าพวกเขาไม่เอาเหมือง ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องเรื่อยมา แม้ว่าประชาชนจำนวนมากจะไม่เห็นด้วย แต่ภาครัฐก็ไม่ได้ให้ความสนใจ เท่าที่ควร จนกระทั่งเกิดปัญหาบานปลายมากขึ้นในหลายประเด็น เช่นเกิดการขุดเจาะสำรวจแร่ ของบริษัท ไชน่า หมิงต๋า โปแตช คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด ได้กระทำผิดข้อตกลง ท้ายอาชญาบัตรพิเศษ ในข้อ ๖ เนื่องจากได้พบว่ามีการเข้าเจาะสำรวจในพื้นที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยบริษัทได้เข้าสำรวจแร่ในพื้นที่ของกรมธนารักษ์ และในพื้นที่นี้เดิมอยู่ในการครอบครอง ของกรมปศุสัตว์ ต่อมามหาวิทยาลัยรามคำแหงได้ขยายวิทยาเขตในพื้นที่ดังกล่าว กรมปศุสัตว์ จึงได้ส่งมอบให้มหาวิทยาลัยในปี ๒๕๕๐ ต่อมาในปี ๒๕๕๙ บริษัทได้ดำเนินการเพื่อขอเช่าพื้นที่ จากกรมธนารักษ์ แต่บริษัทไม่ได้ขออนุญาตจากมหาวิทยาลัยจึงถือได้ว่าการกระทำของบริษัท เป็นการเข้าสำรวจแร่โดยไม่ได้รับอนุญาต ท้ายที่สุดผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้มอบอำนาจให้ กรมธนารักษ์จังหวัดสกลนครฟ้องร้องดำเนินคดีต่อบริษัททั้งทางแพ่งและอาญา เกิดข้อพิพาท จนกระทั่งบริษัทได้ยื่นฟ้องต่อกลุ่มผู้คัดค้านทั้งคดีแพ่งที่เรียกร้องค่าเสียหายจำนวนมากถึง ๓,๖๐๐,๐๐๐ บาท และคดีอาญาในข้อหาข่มขืนจิตใจเจ้าพนักงานที่มีโทษจำคุกถึง ๗ ปี และปรับสูงสุดถึง ๑๔๐,๐๐๐ บาท เมื่อใบอนุญาตหมดอายุในวันที่ ๑๒ มกราคม พ.ศ. ๒๕๖๓ บริษัทได้ยื่นหนังสือขออนุญาตใหม่อีกรอบ เจ้าหน้าที่ของหน่วยงานอุตสาหกรรมจังหวัดก็รับ คำขอทั้งที่ยังมีความขัดแย้งในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม ด้วยประเด็นปัญหาดังกล่าวจึงเป็นสาเหตุ ให้ดิฉันยื่นญัตติเสนอให้มีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญเพื่อหาแนวทางแก้ไข และเมื่อวันที่ ๘-๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ คณะกรรมาธิการวิสามัญได้ลงพื้นที่ที่อำเภอวานรนิวาสเพื่อตรวจสอบ ข้อเท็จจริงของปัญหา หลังจากที่ลงพื้นที่ศึกษาข้อเท็จจริงจึงตั้งข้อสังเกตว่าส่วนหนึ่งของปัญหา ที่เกิดขึ้นนั้นมีสาเหตุมาจากกฎหมายไม่ได้กำหนดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็น ของประชาชนในขั้นตอนการขออาชญาบัตร และในเวลานั้นเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบก็ไม่มีอิสระ และไม่มีศักยภาพในการสร้างกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนได้ดีพอ การที่ ประชาชนไม่มีส่วนร่วมและได้รับข่าวสารที่ไม่ครบถ้วนก่อให้เกิดความกังวล หวาดกลัว และนำไปสู่ความขัดแย้ง🔗

คณะกรรมาธิการวิสามัญจึงมีข้อเสนอแนะ ๒ ข้อ ๑. ให้แก้ไขพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๖๐ เพื่อให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและชุมชนตั้งแต่ขั้นตอน การขออนุญาตอาชญาบัตร และแม้เป็นขั้นตอนขออาชญาบัตรใหม่ของบริษัทเดิม ในพื้นที่เดิม ก็ต้องมีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน และหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงมหาดไทยต้องกำกับการทำงานของเจ้าหน้าที่ อย่างเข้มข้น ๒. การบริหารจัดการแร่ ตามแผนแม่บทการบริหารแร่ พ.ศ. ๒๕๖๐ ในวันนี้ ก็เป็นที่ทราบกันดีว่าความหลากหลายทางชีวภาพเป็นสิ่งที่มีมูลค่าทางเศรษฐกิจที่สูงมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทยเรามีข้อได้เปรียบในเรื่องนี้ ที่สำคัญมากกว่านั้นก็คือเป็นข้อ ได้เปรียบของชนบทซึ่งคนส่วนใหญ่ยังยากจน ดังนั้นคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการแร่ แห่งชาติหรือ คนร. ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบต้องทบทวนเรื่องนี้ใหม่ จริงอยู่ ๔๐-๕๐ ปีก่อน การทำเหมืองอาจจะเป็นโอกาสของประเทศ แต่วันนี้แม้แต่โออีซีดี (OECD) ซึ่งเป็นองค์กร เพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและพัฒนา เป็นองค์กรที่ได้รับความยอมรับในระดับสากล ยังได้รายงานในปี ๒๐๐๘ ว่าเหมืองแร่ไม่ได้สร้างความมั่งคั่งให้เศรษฐกิจประเทศ และประชาชน รอบเหมืองก็ไม่ได้ประโยชน์จากการทำเหมืองเท่าที่ควร แล้วในความเป็นจริงเราก็เห็น อย่างชัดเจนว่าการใช้ทรัพยากรธรรมชาติในอดีตไม่ได้สร้างความมั่งคั่งให้ประเทศมากนัก ความเหลื่อมล้ำก็ยังมีมากขึ้น แต่นายทุนก็มั่งคั่ง ทิ้งซากปรักหักพังให้กับคนในพื้นที่ ยังไม่รวมถึง ประเด็นของไคลเมตเชนจ์ (Climate change) ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่มากอีกเรื่องหนึ่งที่คนทั้งโลก ต้องรับผิดชอบร่วมกัน สำหรับประเทศไทยรัฐบาลต้องลงมาทำงานกับเรื่องการใช้ประโยชน์ จากทรัพยากรธรรมชาติอย่างใกล้ชิดมากขึ้น การกำหนดแผนต้องใช้ข้อมูลประกอบจากทุกมิติ เราต้องหาคำตอบที่ชัดเจนว่าประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ได้จากการทำเหมืองต้องแลกกับอะไรบ้าง คุ้มค่าหรือไม่ ความหมายคือทรัพยากรธรรมชาติต้องถูกนำออกมาใช้อย่างรู้ค่า ให้เกิดประโยชน์ อย่างเป็นธรรมกับประชาชนในพื้นที่ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศอย่างยั่งยืน ขอบคุณค่ะ ท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญกรรมาธิการคงกฤษรายงานครับ🔗

นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ระนอง

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายคงกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ ในฐานะกรรมาธิการ ในการศึกษาพิจารณาการแก้ไขปัญหา การออกประทานบัตรเหมืองแร่และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองแร่ ในส่วน ของกระผมซึ่งดูในฐานะของผลกระทบและการหาแนวทางในส่วนนี้ และพยายามที่จะนำ แนวทางการแก้ไข ซึ่งมีอยู่ ๓ ประเด็นตามที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้พิจารณาไว้ กระผม ขอเป็นประเด็นที่ ๑ คือการพิจารณาประเด็นปัญหาการออกประทานบัตรเหมืองแร่ โดยพิจารณาศึกษาญัตติที่เกี่ยวข้องกับประเด็นการออกประทานบัตร เป็นการศึกษาเกี่ยวกับ การยื่นคำขอประทานบัตร ตามที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้มอบให้กระผมเป็นผู้นำเสนอ ในพื้นที่แหล่งหินอุตสาหกรรมบ้านในวง อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง ซึ่งคณะกรรมาธิการ ได้พิจารณาในเรื่องนี้ พื้นที่แหล่งหินอุตสาหกรรมบ้านในวง อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง เมื่อปี ๒๕๔๐ กระทรวงอุตสาหกรรมได้ประกาศให้เขาหินปูนซึ่งอยู่บริเวณพื้นที่ชุมชนบ้านในวง เนื้อที่ประมาณ ๔๓๐ ไร่ ภูเขามีอยู่ ๒ ลูก นั่นคือภูเขาหินบ้านหมอลำและภูเขาหินฉางผึ้ง ซึ่งเป็น พื้นที่แหล่งหินอุตสาหกรรม เมื่อปี ๒๕๕๑ ได้มีผู้ประกอบการยื่นเรื่องการขอประทานบัตร ในพื้นที่หินดังกล่าว แต่ชุมชนและชาวบ้านได้ร่วมกันคัดค้าน ต่อมาเมื่อปี ๒๕๖๑ ได้มี กลุ่มนายทุนยื่นคำขอประทานบัตรเหมืองแร่ในพื้นที่ดังกล่าว ทั้งหมด ๒ แปลง เป็นการขอ ประทานบัตรใบที่ ๑ และใบที่ ๒ ของปี ๒๕๖๑ พอปี ๒๕๖๒ กระผมก็เคยได้หารือในสภา แล้วก็ได้มีการติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด และมีการให้มารังวัดคำขอประทานบัตรใบที่ ๑ ของปี ๒๕๖๑ แล้วก็มีการตัดเนื้อที่ห้ามทำเหมืองตามกฎหมายออกไป จนทำให้ผู้ขอได้ขอถอน ประทานบัตรใบที่ ๑ ออกไป เมื่อวันที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๒ ทำให้คงเหลือการขอประทานบัตร ใบที่ ๒ ครับ ในส่วนของกรรมาธิการนี้ก็ได้มีการติดตามเรื่องนี้มาโดยตลอด ในการที่จะให้อุตสาหกรรมจังหวัด พร้อมด้วยจังหวัดระนอง แล้วก็ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ติดตามในเรื่องเกี่ยวกับการขอประทานบัตร ใบที่ ๓ ซึ่งพยายามที่จะติดต่อให้มีการแจ้งเตือนในเรื่องการมายื่นขอรังวัดในการทำให้กับ เจ้าหน้าที่มาโดยตลอด ซึ่งหากเลยกำหนดระยะเวลาดังกล่าวผู้ขอประทานบัตรก็จะต้องถูก ยกเลิกไป ตามพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. ๒๕๖๐ และกรรมาธิการก็ต้องเชิญตัวแทนเครือข่าย คนรักษ์บ้านในวง เมืองในหมอก ซึ่งมีผู้นำท้องที่ ท้องถิ่น ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านผู้ใหญ่สุรินทร์ ประธานเครือข่าย และท่านสมชาย ทิศกระโทก ซึ่งเป็นรองประธานเครือข่าย พร้อมด้วย ชาวบ้านท่านอาจารย์เอก และตลอดจนพี่น้องประชาชนชาวบ้านในวง ก็ได้มาร่วมชี้แจงข้อมูล เกี่ยวกับปัญหาที่เกิดขึ้นในบ้านในวง ซึ่งปัญหาที่เกิดขึ้นชาวบ้านจึงมีข้อเรียกร้องอยู่ ๒ ประการ ประการที่ ๑ ขอให้มีการยกเลิกประกาศแหล่งหินอุตสาหกรรม ประการที่ ๒ ขอให้อธิบดี กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ใช้อำนาจยกคำขอประทานบัตรใบที่ ๒ ในพื้นที่ บ้านในวงเหนือ ในวงใต้ออกไป🔗

จากผลการสรุป อุตสาหกรรมจังหวัดระนองก็ได้มีข้อมูล เมื่อวันที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๔ ของจังหวัดระนอง ได้มีหนังสือเห็นชอบยกเลิกแหล่งหินเพื่อการทำเหมืองแร่ต่อไป โดยเนื่องจากว่าพื้นที่นี้เป็นพื้นที่ที่ทับซ้อน เช่น กรมศิลปากรประกอบกับเป็นพื้นที่โบราณสถาน กรมป่าไม้กำหนดเป็นป่าชุมชน และประกอบกับว่าประชาชนพื้นที่ไม่เห็นชอบในการทำเหมืองแร่ ต่อมาในเรื่องเกี่ยวกับการขอให้ยกเลิกประทานบัตรใบที่ ๒ ของอุตสาหกรรมจังหวัดระนอง ก็มี การประมูลเรื่องและรวบรวมเอกสารส่งให้อุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ เพื่อขอให้ พิจารณายกเลิกคำขอประทานบัตรใบที่ ๒ เมื่อวันที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๔ ซึ่งจริง ๆ แล้ว ในส่วนนี้เมื่อมีพื้นที่บางส่วนทับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นที่ดินโครงการป่าละอุ่นหรือพื้นที่ที่ทับซ้อน ที่กรมศิลปากรได้แจ้งไว้ จึงได้มีการถอนประทานบัตรใบที่ ๒ ไป เมื่อวันที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ในการทำงานของชั้นกรรมาธิการนี้ก็ถือว่าเป็นการทำงานราบรื่นในใบที่ ๒ ให้กับพี่น้องประชาชนชาวจังหวัดระนอง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องเครือข่ายคนรักษ์ บ้านในวง เมืองในหมอก ในส่วนนี้ เมื่อผมได้ลงพื้นที่และได้มีการนำปัญหาหารือและไปเสนอ ให้กับทางผู้ได้รับปัญหาเดือดร้อน ชาวบ้านก็ยังมีความวิตกกังวลว่ายังไม่ได้มีการประกาศให้เป็น การยกเลิกแหล่งหินอุตสาหกรรม จึงมีความวิตกกังวลในส่วนนี้ เลยฝากให้ชั้นกรรมาธิการ ได้มีการให้ติดตามในเรื่องนี้มาโดยตลอด ซึ่งในส่วนของพื้นที่แหล่งหินอุตสาหกรรมบ้านในวง อำเภอละอุ่น จังหวัดระนอง ทางคณะกรรมาธิการตั้งข้อสังเกตว่าควรเร่งดำเนินการพิจารณา เรื่องดังกล่าวเพื่อหาข้อสรุปให้ชัดเจนและตอบข้อสงสัยของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว เพราะปัจจุบัน กพร. ไม่มีอนุญาตประทานบัตรพื้นที่แหล่งหินอุตสาหกรรมแต่อย่างใด โดยกำลัง ดำเนินการยกเลิกแหล่งหินอุตสาหกรรม แหล่งแร่เพื่อการดำเนินเหมืองดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เนื่องจากแหล่งหินบางส่วนของแหล่งหินเพื่อทำเหมืองแร่และแหล่งหินเพื่อการทำเหมืองอยู่ใน แผนแม่บทบริหารจัดการแหล่งแร่แห่งชาติที่ได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี ดังนั้น การยกเลิกเขตแหล่งแร่เพื่อการทำเหมืองแร่จะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีต่อไป ตรงนี้ต้องขอกราบขอบพระคุณท่านประธานไปถึงทางท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ ทุก ๆ ท่านที่ให้พวกเราได้มีการตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้เพื่อมาพิจารณาให้กับพี่น้องประชาชน ที่ได้รับปัญหาในการทำเหมืองแร่ในประเทศไทยทั้งหมด ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีอีกไหมครับ เชิญครับ🔗

นายประทวน สุทธิอำนวยเดช ประธานคณะกรรมาธิการ

จากการนำเสนอ กรณีที่เสนอต่อที่ประชุมนี้มี ๓ ญัตติที่ผ่านไปแล้วเป็นปัญหาในพื้นที่แต่ละจังหวัด แต่ละเรื่อง ที่มีการยื่นญัตติเสนอเข้ามา ยังเหลืออยู่อีก ๔ ญัตติด้วยกันเป็นประเด็นที่ทำให้พวกเรา ต้องเอาเป็นโจทย์ในการเข้าศึกษาในพื้นที่เป็นหลัก ญัตติต่าง ๆ ยังเหลืออยู่อีก ๔ ญัตติ เพื่อประหยัดเวลา และเพื่อทำความเข้าใจ กระผมขออนุญาตให้ท่านศึกษาในเล่มว่ามีญัตติอะไรบ้าง แต่ประเด็นที่ผมกำลังจะเสนอนี้จะเป็น ผลรวมจากปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ตั้งแต่การเริ่มดำเนินการขออนุญาต ตั้งแต่กฎหมายที่เกี่ยวข้อง มีกฎหมายต่าง ๆ ในเรื่องของเจ้าภาพ ในเรื่องของ พ.ร.บ. ต่าง ๆ ๕-๗ หน่วยงานด้วยกัน ก็เป็น ความยุ่งยากพอสมควร แล้วก็ติดกันจนปัญหาทั้งปวงก็เกิดขึ้น ร้องเรียน แล้วก็มีญัตติเข้ามา กระผมขอสรุปเป็นข้อสังเกตท้ายเล่ม ซึ่งท่านได้ถืออยู่ในมือ ประมาณ ๔-๕ หน้าด้วยกัน ถ้ากระผมจะอ่านให้ท่านฟังก็เป็นการเสียเวลา กระผมขอสรุปแล้วกันนะครับว่าประเด็นที่เรา ค้นพบและเรามีข้อสังเกตที่จะเสนอต่อสภาแห่งนี้ได้พิจารณา แล้วเมื่อท่านพิจารณาแล้ว ท่านดูแล้วว่าประเด็นอะไรที่มีปัญหาที่ยังขาดตกบกพร่อง ก็จะกราบรบกวนท่านได้ช่วยนำเสนอ เพื่อพวกเราคณะกรรมาธิการวิสามัญจะได้ไปปรับปรุง แล้วก็จะได้นำเรียนท่านประธานสภา นำเรียนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไปนะครับ🔗

ประเด็นที่ ๑ คือเรื่องการบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและโปร่งใส ในการประกอบกิจการเหมืองแร่ อย่างที่กระผมกล่าวไปแล้วก็มีปัญหาว่ากฎหมายต่าง ๆ จะเป็น การใช้พื้นที่ของป่าไม้ ของ ส.ป.ก. ของนิคมสร้างตนเอง ของศิลปากร มีปัญหาบางอย่าง ไม่ต่อเนื่อง ไม่บูรณาการกัน ทำให้การขออนุญาตของหน่วยงานราชการช้า ผู้ประกอบการ ก็ไม่สามารถที่จะดำเนินการ ทิ้งเวลาเป็น ๑๐ ปี ๒๐ ปีก็ยังไม่จบ เรื่องการพิจารณาก็มีปัญหา นอกจากนั้นกฎหมายที่กระผมกล่าวไป จะเป็นนิยาม เป็นข้อกำหนด ข้อหวงห้ามต่าง ๆ ยังไม่ชัดเจน เมื่อไม่ชัดเจนก็ต้องกลับไปว่าให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ออกกฎหมายต่าง ๆ ไประบุ ให้ชัดเจน ถ้าไม่ชัดเจนจะเป็นทั้งผู้ประกอบการ ชาวบ้านก็จะมาอ้างร้องคัดค้านว่าไม่สมบูรณ์ ด้วยเรื่องต่าง ๆ ก็เกิดปัญหาขึ้นมา ทำให้เรื่องทั้งหมดเป็นประเด็นในเรื่องของการร้องเรียน เฉพาะเรื่องกฎหมายอยู่ท้าย ๆ เล่ม ท่านได้อ่าน กระผมเขียนได้ชัดเจนแล้ว เรามีข้อสังเกต และข้อเสนอแนะอยู่ท้ายเล่มทั้งหมด นี่ก็เป็นเรื่องของข้อกฎหมาย🔗

ประเด็นที่ ๒ เป็นเรื่องเกี่ยวกับบุคลากร บุคลากรคือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ว่าจะเป็นทางอุตสาหกรรมจังหวัด ทางงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ของป่าไม้ก็ตาม ของศิลปากรก็ตาม หน่วยงานที่เป็นเจ้าภาพทั้งหมดเจ้าหน้าที่บางหน่วยต้องบอกว่าไม่ชัดเจน ในเรื่องของแนวทางปฏิบัติ การต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ที่ทำงานในพื้นที่บางท่านบรรจุเข้ามาใหม่ แต่ความรู้ไม่ชัดเจนก็ต้องศึกษามาก จะแก้ไขอย่างไร จะทำอย่างไร ก็ปล่อย ในเรื่องของปัญหา ที่เกิดขึ้นถ้าไม่ศึกษา แล้วไม่มีการเทรนนิง (Training) หรือมีการอบรม หรือเพิ่มอัตรากำลัง รวมทั้งเครื่องมือ เครื่องจักรทั้งหมดก็จะเป็นผลพวงทำให้เกิดการร้องเรียน อย่างของท่านสกุณา ที่เหมืองแร่โพแทช น้ำผึ้งหยดเดียวมีปัญหาถึงขนาดจะฆ่าจะแกงกัน ร้องเรียนกันเป็น ๑๐ ปี ๒๐ ปีแค่ขออาชญาบัตรพิสูจน์แร่โพแทช ที่จริงอย่างท่านสุกัญญาได้นำเรียนท่านไปแล้ว เป็นแค่เรื่องขออาชญาบัตรสำรวจว่าพื้นที่ใต้ดินนั้นมีแร่หรือเปล่า เพื่อเอามาประกอบการขอ ประทานบัตรของหน่วยงาน โดยให้ผู้ประกอบการออกไปพื้นที่เจาะสำรวจตามระเบียบ แต่พอเข้าพื้นที่ไปชาวบ้านไม่เข้าใจหรอก นึกว่าจะสร้างความเดือดร้อนให้ตัวเอง ขอคัดค้านก่อน แล้วหลักเกณฑ์ก็คือการขออาชญาบัตรเพื่อสำรวจแร่ไม่ต้องทำรับฟังความคิดเห็น เพียงแต่ว่า เข้าไปในพื้นที่ ไปติดต่อเจ้าของที่ ขออนุญาตเจ้าของที่ เสร็จแล้วก็เจาะ เจาะตามไหน เจาะตาม แผนที่หน่วยงานกำหนด พอเจาะได้เรียบร้อยก็นำเรื่องมาประมวล มาประกอบเรื่อง เสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาขอประทานบัตรแค่นั้นเอง แต่ความเข้าใจของพื้นที่นึกว่า จะไปสร้างความเดือดร้อน นึกว่าจะทำเหมืองแน่นอน มันเป็นแค่เบื้องต้น ทางคณะกรรมาธิการ เราเข้าไปชี้แจงท่านผู้ว่าราชการเองก็ดีใจ ทางหน่วยงาน นายอำเภอทั้งหมด มีการโยกย้าย มีปัญหากันเยอะแยะไปหมด แล้วเกิดการขัดแย้งในพื้นที่ เจ้าหน้าที่ของรัฐจำเป็นต้องมีความรู้ และจะปล่อยให้ผู้ประกอบการเข้าพื้นที่อย่างเดียวไม่ได้ จำเป็นจะต้องมีความรู้และแนะนำ อันนี้ก็เป็นประเด็นหนึ่งที่อยู่ในข้อ ๒ เรื่องการพัฒนา และปรับปรุงโครงสร้างบุคลากร รวมทั้งความรู้ ความสามารถของบุคลากรในหน่วยงานต่าง ๆ จำเป็นจะต้องมีความรู้ ความสามารถ กระผมได้เชิญทาง กพร. มาดูว่าอัตรากำลังของหน่วยงาน ที่ทำงานในพื้นที่มากเกินไปหรือเปล่า งานมากกว่าคนเกินไปหรือเปล่า เขาบอกว่ามันไม่สามารถ หยิบยกได้ ก็ต้องบริหารจัดการอย่างอื่น ก็คือในเรื่องของเพิ่มศักยภาพ เพิ่มขีดความสามารถ เพิ่มความรู้ให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐ อันนี้ก็เป็นประเด็นหนึ่งที่อยู่ในข้อสังเกตนะครับ🔗

เรื่องสุดท้าย จากข้อสังเกตที่พวกเราค้นพบว่าน่าจะเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ในเรื่องของกิจการทำเหมืองแร่คือเรื่องการมีส่วนร่วมและการจัดสรรผลประโยชน์ที่ทำกันอยู่ เช่นกรณีที่มีอยู่อย่างเรานำเสนอท่านไป แล้วทุกคนได้รู้แล้วว่าการมีส่วนร่วมนี่ จากรัฐธรรมนูญ กำหนดให้มาตรา ๔๔ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องประกาศรับฟังความคิดเห็นก่อนที่จะออก กฎหมายใด ๆ ก่อนจะดำเนินการใด ๆ ก็ทำกันครับ ต่างคนต่างทำมั่วกันไปหมดเลย ทั้ง ๆ ที่ กลุ่มเป้าหมายก็กลุ่มเดียวกัน เวลาก็เนิ่นนานออกไป กรมป่าไม้ทำ กรมอุตสาหกรรมพื้นฐาน และการเหมืองแร่ทำ กรมศิลปากรทำ ส.ป.ก. ทำ ต่างคนต่างทำ กฎหมายกำหนดว่าทุกคน จะต้องปฏิบัติ แต่จริง ๆ แล้วทำไมไม่ออกระเบียบให้ทำแค่หน่วยเดียวแล้วเข้าไปถึงประชาชน อันนี้เราก็แนะนำไปในข้อสังเกตว่าเห็นควรปรับปรุงแก้ไขเพื่อย่นระยะเวลาในการดำเนินการ ของผู้ประกอบการ แล้วก็ตอบโจทย์ปัญหาต่าง ๆ ให้ประชาชนไม่ต้องวุ่นวายที่จะต้องมาพบกัน ทุกหน่วยเข้าพื้นที่ทำ อันนี้ก็เป็นประเด็นหนึ่งนะครับ🔗

แล้วสุดท้ายเลยก็คือผลประโยชน์ การมีส่วนร่วมที่ทำอยู่จะเป็นเงินค่าภาคหลวง ที่เก็บแล้วแบ่งจัดสรรปันส่วนเข้าสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อบจ. อบต. เทศบาล พอได้เงิน ทั้งหมดจัดสรรปันส่วนที่ออกแบบกันมาตาม พ.ร.บ. แร่ ก็แบ่งกันไป ๔๐

๖๐ พอแบ่งเรียบร้อย แล้วก็กระจายกันไปเป็นเบี้ยหัวแตกเข้าไปอยู่ในหน่วยงานต่าง ๆ แต่เวลาลงแก้ปัญหาในพื้นที่ ไม่ได้แก้ในชุมชนนั้นโดยตรง องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีคณะกรรมการอยู่ชุดหนึ่งทำหน้าที่ว่า จะเอาเงินไปใช้ประโยชน์อะไร ไม่ถูกจุด ปัญหาจึงเกิดการร้องเรียนและคัดค้าน อันนี้ก็เป็น ประเด็นใหญ่เลย เราจะนำเสนอว่าถ้าทำแบบการมีผลประโยชน์ร่วม การมีส่วนร่วมภายใต้การมี ผลประโยชน์ร่วมสู่ครัวเรือนหรือตัวตนก็จะสามารถแก้ไขได้ เราพยายามที่จะคิดในรายงาน เพื่อจะสรุป แต่เนื่องจากเราใช้เวลาพอสมควร เราก็เลยนำเสนอที่ประชุมเพื่อโปรดพิจารณา แล้วนำเสนอรายงานของเราให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปออกแบบกันใหม่ ไปทำการมีส่วนร่วม ภายใต้ผลประโยชน์ร่วมสู่ครัวเรือน ท้ายที่สุดนี้ขออนุญาตท่านประธาน และขออนุญาต ท่านผู้มีเกียรติ สมาชิกทุกท่านได้ดูวิดีโอ (Video) ซึ่งคณะเราได้ไปค้นพบมาว่าถ้าทำแบบทฤษฎี นกอินทรีย์ ให้ถึงตัวตน ให้ถึงสู่ครัวเรือน การมีส่วนร่วมนั้นจะไม่มีปัญหาเรื่องการขัดแย้งในพื้นที่ ขออนุญาตนำเรียนวิดีโอ (Video) ให้ท่านได้ศึกษาก่อนที่ท่านจะได้อภิปรายเสนอแนะประเด็น ผลการศึกษาของคณะเราครับ ขอบพระคุณครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพและเสียง)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีท่านสมาชิก ขออภิปรายซักถามอยู่หลายท่านนะครับ ท่านแรก ท่านมานพ คีรีภูวดล เชิญก่อนครับ🔗

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์และชนเผ่า พื้นเมือง ท่านประธานครับ กระผมพยายามดูทฤษฎีนกอินทรีย์ของท่านประธาน กระผมก็ยังงง ๆ ผมไม่แน่ใจว่านกอินทรีย์เป็นคนภายนอกหรือเปล่า ประชาชนคืออยู่ใต้น้ำที่เป็นทรัพยากรอยู่ ข้างในหรือเปล่า ซึ่งกระผมตีความอาจจะไม่ตรงกับท่านประธาน กระผมอาจจะต้องใช้เวลา พักใหญ่เพื่อที่จะเข้าใจทฤษฎีของท่าน อย่างนี้ครับท่านประธาน จริง ๆ เรื่องนี้กระผมคิดว่ามันมี ตัวละครใหญ่ ๆ อยู่ ๒-๓ กลุ่มนะครับ กระผมคิดว่า ๑. คือพี่น้องประชาชนที่อยู่ใกล้ชิดกับ ฐานทรัพยากรเหมืองแร่ต่าง ๆ ๒. คือรัฐที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ที่ท่านได้ รายงานในคณะกรรมาธิการ แล้วก็กลุ่มทุนที่เป็นผู้ลงทุนเพื่อที่จะทำหน้าที่ในการเข้าไป ประทานบัตร กระผมคิดว่า ๓ กลุ่มนี้มีความเกี่ยวข้องกัน แล้วก็ ๓ กลุ่มนี้มีความคิดที่ไม่ค่อย ตรงกัน หรือ ๒ กลุ่มแรกอาจจะตรงกัน ปัญหาสำคัญกระผมคิดว่ามีกระบวนการ ก็คือว่าก่อนมี การทำเหมือง ช่วงมีการทำเหมือง แล้วก็หลังมีการทำเหมือง กระผมจะยกตัวอย่างกรณีที่อมก๋อย เมื่อสักครู่ท่านกรรมาธิการ ดอกเตอร์อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ได้พูดถึงเรื่องกระบวนการ กระผม พยายามดูรายงานแล้วมันไม่มีมิติของประชาชน กระผมไม่แน่ใจว่ากรรมาธิการได้ลงพื้นที่ หรือเปล่า หรือว่าได้เชิญพี่น้องประชาชนที่เป็นกลุ่มที่เห็นต่างหรือว่ามีการออกมาคัดค้านเข้ามา สอบถามในคณะกรรมาธิการไหม ข้อมูลที่ท่านรายงานส่วนใหญ่จะเป็นหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็น ทางกรมป่าไม้ ทางอุตสาหกรรมจังหวัด ทางสำนักแผนและนโยบายนะครับ ท่านได้พูดถึง เรื่องของการเริ่มต้นตั้งแต่ปี ๒๕๔๓ มีกระบวนการของประชาชนมีส่วนร่วม มีประชาคม อะไรต่าง ๆ เหล่านี้ แต่ พ.ร.บ. เหมืองแร่เปลี่ยนแปลงไปก็ต้องเริ่มกันใหม่ แล้วก็ปรากฏว่า มีการค้าน สิ่งที่กระผมจะบอกความจริงกับท่านประธานและกรรมาธิการก็คือว่ามีการทำ ประชาคม ปรากฏว่าคนที่อายุ ๗-๘ ขวบไปทำประชาคมก็ได้ ในเอกสารที่ฝ่ายคัดค้าน ได้ตรวจสอบไว้นี่นะครับ คนที่เขียนหนังสือไม่ได้ปรากฏว่าก็เขียนหนังสือได้ ลงลายมือชื่อได้ ในเอกสารประชาคม บางคนเสียชีวิตแล้วก็มียังลงประชาคมได้ อันนี้คือประเด็นที่ผมคิดว่า ก่อนดำเนินการเหล่านี้ท่านพูดถึงเรื่องกระบวนการมีส่วนร่วมต่าง ๆ ที่ท่านได้อภิปราย ได้นำ เสนอแนะ กระผมคิดว่าทุกคนเห็นด้วยหมดละครับ เมื่อสักครู่ท่านประธานคณะกรรมาธิการบอกว่าเราจำเป็นจะต้องพูดเรื่องการมีส่วนร่วม การแบ่ง ผลประโยชน์ กระผมคิดว่าอันนี้เรื่องสำคัญต้องเริ่มต้นตั้งแต่กระบวนการไปสำรวจร่วมด้วยกันว่า ที่นี่มีแร่อะไร มีคุณค่าอะไร มันจะตอบผลประโยชน์ให้กับประเทศชาติ สังคม และกลุ่มคน ส่วนใหญ่อย่างไร คนที่เสียสละจะได้อะไร มันต้องเริ่มต้นด้วยกันครับ ไม่ใช่ว่าให้หน่วยงานอื่น ๆ หรือบริษัทดำเนินการไว้แล้ว พี่น้องครับ เราเจออันนี้ ทรัพย์สินนี้จะเป็นผลประโยชน์อย่างนี้ กระผมคิดว่าการเริ่มต้นอย่างนี้มันมีปัญหาตั้งแต่ต้นเลยนะครับ🔗

ทีนี้ในส่วนของการดำเนินการที่เกิดขึ้นผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก หลาย ๆ ครั้ง ที่ประชาชนออกมาประท้วง ไปดูทุกบริบท ทุกพื้นที่เลยครับ ทุกเหมืองที่ดำเนินการ ปรากฏว่า อันที่ ๑ คือไม่ได้ทำตามข้อตกลง ดำเนินการเกินขอบเขตที่ดำเนินการไว้ ผลกระทบที่ตามมา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องฝุ่น เรื่องรถ เรื่องความปลอดภัย เรื่องคนต่างถิ่น เรื่องอาชญากรรม เรื่องอะไร เต็มไปหมด ประชาชนก็เลยมีภาพติดใจ มีความทรงจำที่ไม่ดีว่าเมื่อมีกลุ่มทุนดำเนินการอย่างนี้ ไม่มีความรับผิดชอบต่อชุมชนหรือข้อตกลงที่ดำเนินการไว้ พวกเขาเหล่านั้นก็จะจำไว้🔗

เรื่องที่ ๓ หลังดำเนินการ กระผมถามกรรมาธิการว่ากรณีเหมืองแร่คลิตี้ที่ท่านได้ ศึกษานี่ครับ หลังจากนั้นก็มีผลกระทบในแง่ทั้งสิ่งแวดล้อมและผลกระทบต่อสุขภาพ วันนี้ท่านมี ตัวเลขไหมว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นในแง่สุขภาพประชาชนต้องรักษา และอาหารในน้ำ ในดิน ไม่ว่าปลา ไม่ว่าจะเป็นกุ้ง ที่มีสารตกค้างอยู่ในปลา อยู่ในข้าวเหล่านี้มูลค่าเท่าไร วันนี้ สผ. หน่วยงานของรัฐต้องออกมาชดเชยเท่าไรที่จะฟื้นฟู และการฟื้นฟูวันนี้ก็ยังไม่จบ มันมีสารตกค้าง หลาย ๆ อย่างที่เกิดขึ้น🔗

เพราะฉะนั้นกระผมคิดว่ากระบวนการทั้งหมดที่คณะกรรมาธิการได้ศึกษามา กระผมคิดว่าในแนวทางต่าง ๆ เหล่านี้มันก็เห็นด้วยร่วมกันนั่นละว่าหน่วยงานต่าง ๆ จะต้องมา ช่วยกันออกแบบกระบวนการมีส่วนร่วมให้ชัดเจน สิ่งที่จำเป็นที่สุดก็คือกระบวนการตัดสินใจ ร่วมกันตั้งแต่ระดับพื้นที่ ชาวบ้านเขามองอย่างนี้คือมันเป็นทรัพยากรของเขา เขาเกิดมาเขาก็อยู่ ตรงนั้น อยู่ ๆ คนอื่นก็ไปคว้าเอาไปอย่างนี้ และไปแล้วก็กลับ แล้วก็ไม่ได้อยู่ที่นี่ ชาวบ้านเขา มองอย่างนี้จริง ๆ เพราะฉะนั้นถ้าแก้ปัญหาเรื่องนี้ ข้อเสนอของกระผมที่พยายามจะเพิ่มเติม ให้รายงานของท่านมีความสมบูรณ์มากขึ้นก็คือกระบวนการศึกษา กระผมคิดว่าท่านไปเขียน กฎหมายเพิ่มเติมหรือว่าเสนอแนะเพิ่มเติมว่ามันต้องเริ่มมีส่วนร่วมและคิดคุยกันเรื่องแบ่ง ผลประโยชน์ คิดคุยกันว่าถ้าเกิดปัญหาจะรับผิดชอบร่วมกันอย่างไรตั้งแต่ต้น ขั้นตอนที่ ๑ ขั้นตอนแรกเลยนะครับ ไม่ต้องรอให้หน่วยงานอื่นไปศึกษาแล้วก็มาบอกว่าอันนั้นดีอย่างนี้ อันนี้ ดีอย่างนี้🔗

โดยสรุปครับ กระบวนการก่อนดำเนินการมีความสำคัญมาก ผมได้อภิปราย ไว้แล้วกรณีอมก๋อยนี่มันมีบทเรียน มีตัวอย่าง และมีข้อเท็จจริงบางอย่าง มันก็เลยเกิด ปรากฏการณ์ขึ้นมา กรณีที่ดำเนินการแล้วเกิดผลกระทบอย่างคลิตี้ก็ดีก็มีชุดบทเรียน ประสบการณ์เหมือนกัน ดำเนินการแบบไม่มีความรับผิดชอบ หรือดำเนินการโดยไม่รัดกุม หรือดำเนินการอย่างไรก็ตามแต่ แต่ว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นคือปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งสุขภาพ สิ่งแวดล้อม และรัฐต้องออกเงินไปชดเชย ไปฟื้นฟู เพราะฉะนั้นหลังดำเนินการกรณีเหมือง ที่แม่เมาะ จังหวัดลำปาง กระผมเพิ่งไปกับท่านประธานอภิชาตินี่นะครับ ปรากฎว่ามีมติ ครม. ออกมาแล้วว่าให้ประชาชนที่อพยพออกไปจะต้องได้รับสิทธิ ได้รับกรรมสิทธิ์ รอไป ๒๐ กว่าปี กรรมาธิการลงไปจึงมีการดำเนินการ ที่บ้านหางหงส์ก็ดี หลายหมู่บ้าน บ้านหัวฝายก็ดี อันนี้ ข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น เพราะฉะนั้นคือความรับผิดชอบของรัฐที่สัญญาในข้อตกลงกับประชาชน มันมีปัญหาและไม่เป็นจริงก็เลยเกิดปัญหา เกิดกระบวนการคัดค้าน คำถามของกระผมก็คือว่า ท่านรู้ไหมครับ ที่เหมืองแม่เมาะ จังหวัดลำปาง ตามข้อตกลงการไฟฟ้าจะต้องดำเนินการ ในการชดเชยที่ดิน อันนั้นก็ให้ชดเชยการอพยพ โยกย้ายนะครับ วันนี้บางหมู่บ้านยังไม่ได้รับเลย เพราะฉะนั้นทั้งหมดนี้กระผมอยากจะเพิ่มเติมให้กรรมาธิการได้นำเสนอในรายงานต่อไป ขอบคุณท่านประธานมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ครับ🔗

นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ นครศรีธรรมราช

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ กระผมขออนุญาตที่จะร่วมอภิปรายเป็นการเสนอแนะหรือว่าเสนอความเห็นเพิ่มเติมในเรื่องของ รายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาและแก้ไขปัญหาการออกประทานบัตร เหมืองแร่และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองแร่ สภาผู้แทนราษฎร ที่กำลัง พิจารณารับทราบรายงานอยู่ในขณะนี้ ก่อนอื่นกระผมก็ขอชื่นชมคณะกรรมาธิการที่ได้มี การจัดทำรายงานที่ดูแล้วสมบูรณ์มาก แล้วก็กว้างขวางในทุกบริบท มีการประชุม ๔๕ ครั้ง การศึกษาดูงาน ๖ ปัญหา ๖ แห่ง แล้วก็ได้นำข้อมูลมาเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ กระผม ขออนุญาตที่จะอภิปรายในประเด็นที่เห็นว่ายังมีส่วนสำคัญที่จะได้นำเสนอ เพื่อที่จะเป็นข้อมูล เพิ่มเติมในส่วนของความคิดเห็นนะครับ ประเด็นสำคัญก็คือประเด็นการมีส่วนร่วมในการจัดทำ เหมืองแร่ ซึ่งเมื่อสักครู่นี้กระผมก็ได้รับฟังจากท่านผู้อภิปรายที่ผ่านมา ก็เห็นว่าเป็นข้อมูลที่ดี แล้วก็สอดคล้องกับความคิดที่กระผมกำลังจะอภิปราย เพราะฉะนั้นกระผมจะใช้เวลา เพียงเล็กน้อยในการเพิ่มเติมเกี่ยวกับประเด็นการมีส่วนร่วมในการทำเหมืองแร่ ตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ กระผมขออนุญาตที่จะใช้ภาพประกอบ ๑ ภาพ เป็นภาพที่เป็นสิ่งแวดล้อม เป็นภาพของภูเขาที่มีชื่อเสียง ขอภาพด้วยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ นครศรีธรรมราช

อันนี้ประกอบ เพื่อที่จะให้เห็นว่าการจัดทำเหมืองแร่หรือว่าการจะทำอุตสาหกรรมจะต้องมีการคำนึงถึง เรื่องของพระราชบัญญัติสิ่งแวดล้อมและการรักษาคุณภาพของสิ่งแวดล้อม อันนี้ที่กระผมนำมา ประกอบนี้เป็นภาพของภูเขา เรียกว่าเขาชุมทอง ในเขตจังหวัดนครศรีธรรมราช เราจะมองเห็น ว่าภาพบรรยากาศของภูมิทัศน์เป็นภูเขาที่สวยงาม แล้วก็มีชื่อเสียงในระดับประเทศ กระผม จะนำเสนอให้เห็นว่าถ้าหากว่าเราจะทำเหมืองแร่หรือจะทำกิจการที่เกี่ยวข้องกับการสร้างปัญหา ให้เกิดกับสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าเราจะไปสร้างอาคารหรือจะไปทำเหมืองแร่ก็จะมีการเปลี่ยนแปลง ในเรื่องของภูมิทัศน์ ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เขาก็จะมองเห็น ตื่นเช้ามาก็จะเห็นสิ่งที่เป็น สิ่งแวดล้อม ถ้าหากว่าเราไม่ได้มีการพิจารณาให้ครบถ้วน การพิจารณาของคณะกรรมการ ในชุดที่จะอนุญาตหรือว่าผู้ที่มีอำนาจในการใช้กฎหมายนี่ครับ จะทำให้มีผลกระทบต่อผู้ที่อยู่ ในพื้นที่ หมายถึงว่าคนที่ได้มีวิถีชีวิตอยู่เป็นประจำ มาเลี้ยงวัว มาทำเรื่องอะไรต่าง ๆ ตื่นมา ก็รู้แล้วว่าตรงนี้เป็นบ้าน ตรงนี้เป็นพื้นที่ เป็นถิ่นฐาน วันนี้เรานั่งรถเดินทางไปไหนมาไหนจะเห็น สิ่งแวดล้อมที่ถูกทำลายโดยอุตสาหกรรมหรือว่าโดยอะไรก็แล้วแต่ที่มีการเปลี่ยนแปลง สิ่งเหล่านี้ กระผมก็คิดว่าเราจำเป็นจะต้องให้ความสำคัญและบังคับใช้กฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม โดยเคร่งครัด จึงต้องมีกระบวนการในการให้ประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มต้น แล้วก็ตรวจสอบ ในขณะดำเนินการ ซึ่งกระผมดูในรายงานแล้วก็ได้กำหนดไว้ แต่ว่าสิ่งสำคัญก็คือผู้ที่จะปฏิบัติ ในประเด็นแรกที่ท่านประธานได้รายงานเมื่อสักครู่ว่าการใช้กฎหมายที่มีความเป็นธรรม และมีประสิทธิภาพนั้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะฉะนั้นกระผมอยากจะให้ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้มีการกำกับดูแล แล้วก็ให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมที่สำคัญในการที่จะใช้เรื่องของการมีส่วนร่วม การที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการที่จะประกอบกิจการเหมืองแร่และกิจการอื่น ๆ ที่กระทบต่อ สิ่งแวดล้อม กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป ท่านอภิชาติ ศิริสุนทร แล้วก็ท่านต่อไป ท่านอนุรักษ์ บุญศล เชิญท่านอภิชาติครับ🔗

นายอภิชาติ ศิริสุนทร แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อภิชาติ ศิริสุนทร ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตท่านประธาน ได้มีส่วนร่วมในการที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาการออกประทานบัตรเหมืองแร่และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม จากการทำเหมืองแร่ ซึ่งก็เป็นรายงานที่ดีครับ ผมอ่านแล้วก็ฟังท่านได้แถลงรายงานต่อสภา ก็อยากจะแสดงความคิดเห็นนะครับ เนื่องจากว่าแร่ถือว่าเป็นทรัพยากรของประเทศ ซึ่งทรัพยากรของประเทศสำคัญหลักก็คือเป็นทรัพยากรของพี่น้องประชาชนทุกคน ดังนั้น ในเมื่อเป็นทรัพยากรของพี่น้องประชาชนทุกคนเรื่องการใช้ทรัพยากรเหล่านี้ต้องใช้อำนาจ ในการตัดสินใจจากพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่เป็นสำคัญด้วย แต่ที่ผ่านมาที่เราเห็นก็คือ เรื่องการทำประชาคมก็ดี การทำประชามติก็ดี ล้วนแล้วแต่ทำเพื่อที่จะสนองให้เกิดการผ่าน การได้รับสัมปทาน ใช้กลไกทุกอย่างในการที่จะทำให้ผ่านโดยไม่โปร่งใสในหลาย ๆ ที่ ซึ่งอันนี้ เป็นสาระสำคัญที่ทางคณะกรรมาธิการควรที่จะต้องมีข้อคิดเห็นนี้ไปยังรัฐบาลในเรื่องของการแก้ พ.ร.บ. แก้กฎหมาย การมีส่วนร่วมของประชาชนผมคิดว่าไม่ใช่แค่ไปยกมือ ไม่ใช่แค่ไปเซ็น แล้วก็กลับบ้าน ซึ่งที่ผ่านมาเราเห็นอย่างนั้นจริง ๆ ไม่ใช่แค่ไปเกณฑ์คนมาจากไหนก็ไม่รู้ ที่ ส.ส. มานพพูด เราเห็นกรณีเหมืองทรายแก้วที่จังหวัดปราจีนบุรี ตู้คอนเทนเนอร์ (Container) มาตั้งไปขอบ้านเลขที่ แล้วไปเอาคนที่ไหนก็ไม่รู้มาทำประชามติ พอทำประชามติเสร็จก็ย้าย คนออกจากตู้คอนเทนเนอร์ (Container) นั่นละ ซึ่งอันนี้ผมคิดว่าเราต้องมาคิดเรื่องการมี ส่วนร่วมจริง ๆ ในความหมายก็คือไม่ใช่แค่นี้ ไม่ใช่แค่ไปยกมือเพื่อให้ครบองค์ประกอบของ การพิจารณาเพื่อออกสัมปทานบัตร ผมคิดว่าต้องให้อำนาจแก่ชุมชน มันมากกว่าการมีส่วนร่วม นั่นก็หมายถึงว่าอำนาจก่อนที่จะพิจารณา อำนาจหลังพิจารณา หรือระหว่างการดำเนินการ ต้องให้อำนาจชุมชน ต้องถือว่านั่นคือสิทธิของชุมชน ถ้าตราบใดที่อำนาจรวมไว้ที่ส่วนกลาง รวมไว้ที่กระทรวงอุตสาหกรรมทั้งหมดเขามองไม่เห็นหรอกครับ ดังนั้นผมคิดว่าสำคัญหลัก การมีส่วนร่วมให้หมายความอำนาจในการพิจารณาอนุมัติ อนุญาต ตั้งแต่ก่อนดำเนินการ ระหว่างดำเนินการ ถ้าดำเนินการไปแล้วมีผลกระทบที่ปรากฏ ที่เห็นนี่ ชุมชนสามารถที่จะระงับ ยุติ หรือข้อเสนอไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ ต้องเชื่อฟังชุมชน หรือหลังดำเนินการเราก็เห็นว่า หลายเหมืองที่ท่านศึกษา เหมืองคลิตี้ก็ดี เหมืองแร่ทองคำที่เมืองเลยก็ดี การฟื้นฟูสำคัญ หลังจากทำเหมืองแล้วการฟื้นฟูสำคัญเพราะมันกระทบแน่ ๆ กับสิ่งแวดล้อม แต่ปรากฏว่า เงินที่ทางบริษัทได้วางประกันหรือวางอะไรไว้ ถ้าไปดูในรายละเอียดจริง ๆ มันน้อยกว่าที่รัฐ ต้องใช้งบประมาณในการฟื้นฟู ถามว่าคุ้ม ไม่คุ้มครับ มันไม่คุ้มครับ อย่างที่ท่านไปศึกษาเรื่องเหมืองคลิตี้ใช้งบฟื้นฟูจำนวนมหาศาล ซึ่งมันไม่คุ้ม ดังนั้นเป็นเรื่องที่ ละเอียดอ่อนและเป็นเรื่องที่ต้องใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เรื่องที่กระทบต่อพี่น้องประชาชน การมีส่วนร่วมต้องให้หมายความว่าอำนาจในการพิจารณาอนุญาต อนุมัติ ถ้าชุมชนไม่อนุญาต มีฉันทามติเรียบร้อยแล้วก็ต้องเชื่อฟังชุมชน ไม่ใช่ดื้อดึงไปทำประชามติโดยใช้กลลวง กลล่อ กลหลอก ไปใช้วิธีการต่าง ๆ ในการที่จะทำให้เกิดประชาคมนั้นสมบูรณ์ การจ้างบริษัทในการที่ จะมาพิจารณาศึกษาผลกระทบ ผมคิดว่าเราไปให้บริษัทผู้ประกอบการไปจ้างเขาก็จ้างเขียนให้ เขาผ่านละครับ ดังนั้นก็ฝากทางกรรมาธิการว่าให้เขียนให้ชัดเรื่องอำนาจของชุมชน เรื่องสิทธิ ของชุมชนที่จะมีอำนาจในการพิจารณาอนุญาต อนุมัติ ทั้งก่อนดำเนินการ ระหว่างดำเนินการ และหลังดำเนินการ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านอนุรักษ์ บุญศล ครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย บ้านดิฉันโพแทชเยอะค่ะ โพแทชนี่เยอะมาก ๆ เลย พอดิฉันเห็นท่านประทวน สุทธิอำนวยเดช บอกว่าการศึกษา ของท่านนั้นละเอียดถี่ถ้วน ถี่ยิบทุกมิติ ดิฉันก็เลยจะมาสอบถาม มีคำถามต่อกรรมาธิการทุกท่าน และท่านประธานคณะกรรมาธิการเลยว่าข้อสรุปของท่านหลายคนก็บอกว่าจะมีทางออก ในเรื่องของประทานบัตร กรรมาธิการบางท่านบอกว่าไม่ทำ ไม่ควรให้มีเกิดขึ้นเลยในประเทศไทย เพราะว่าทรัพย์ในดิน สินในน้ำ เมื่อนำมาใช้แล้วก็ย่อยสลายไป แล้วกว่าจะมาดูแลชุมชน ให้สุขสมบูรณ์เหมือนเดิม ไม่มีความขัดแย้ง ไม่มีมลพิษ และอยู่กันอย่างมีความสุข ใช้เงินหลวง มากกว่าที่พ่อค้าให้ พูดง่าย ๆ อย่างนี้เลยนะคะ ดิฉันก็เลยว่าโพแทชบ้านดิฉันเยอะเพราะว่า เป็นแหล่งเกลือ แล้วเมื่อประชุมคณะกรรมาธิการงบประมาณดิฉันได้สอบถามไปว่าปุ๋ยแพง มหาศาล ซื้อจากเมืองนอก ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันถามว่าปุ๋ยที่เราซื้อแพง ๆ อยู่ในขณะนี้ แล้วเรา ซื้อจากเมืองนอกทุกบาท โพแทชนี่เยอะ เกลือมหัศจรรย์ในภาคอีสาน เพื่อนดิฉัน จุฑาพัตธน์ เมนะสวัสดิ์ ข้างนี้ ส.ส. อาภรณ์ สาราคำ ดิฉันอยู่จังหวัดสกลนคร ต้องบอกว่าเยอะมาก เยอะขนาดไหน ดิฉันเอาเรื่องของบ้านขาม ตำบลค้อใต้ อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร เข้าในคณะกรรมาธิการ ไม่มีน้ำจืดเลยค่ะ แล้งมาแย่งน้ำกัน ที่ อบต. ใส่ท่อเอาไปวางใส่โอ่ง ไห ตีกันทุกปีมาแย่งน้ำกัน ถามกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบอกว่าเป็นสายมาเลย เกลือทั้งนั้น โพแทชทั้งนั้น แล้วดิฉันถามไปที่ประธานคณะกรรมาธิการ ท่านประทวน สุทธิอำนวยเดช ว่าเราต้องซื้อปุ๋ยจากต่างประเทศร่ำไปใช่ไหมคะ ที่มีอยู่นี่ไม่ใช้มันแล้วเพราะว่า จะทำให้เกิดความขัดแย้ง อันนี้ใช่หรือไม่ นี่คือคำถามของดิฉันนะคะ ดิฉันฟังตั้งแต่ท่านพูดว่า ครั้งแรกเลยที่กรรมาธิการชุดนี้ คณะนี้ทำงานรอบคอบมาก ศึกษาละเอียด ใช้เวลาเป็นปีสองปี เลยทีเดียวนี่ นี่คือคำถามแรก🔗

คำถามที่ ๒ แล้วมันจะไม่มีช่องทางในการใช้ทรัพยากรเลยหรือ ก็เรามีทรัพยากร เราทำไมจะต้องไปซื้อต่างประเทศมหัศจรรย์เลย อย่างนี้เรามี แล้วดิฉันได้ยินมา ดิฉันถามเอง ในกรรมาธิการงบประมาณว่าเรามีทรัพยากรโพแทชมากขนาดนี้ แล้วเกิดความขัดแย้งมาก ขนาดนี้ ดิฉันไม่ได้บอกว่าดิฉันเข้าข้างพ่อค้า นายทุน ขุนศึกนะคะ พี่น้องประชาชนฟังดี ๆ คำถามดิฉันเป็นประโยชน์ต่อในพื้นที่เป็นอย่างมาก เพราะบางครั้งมันไม่ได้ไปยุ่งอยู่กับบ้าน ชาวบ้าน มันอาจจะเป็นที่ของหลวง และดิฉันถามคำถามว่าไม่ใช้ประโยชน์จากสิ่งเหล่านี้เลยหรือ ที่ท่านศึกษา หรือว่าท่านศึกษาเป็น ๒ ด้านว่าถ้าใช้ประโยชน์จะต้องทำอย่างนี้ ถ้าไม่ใช้ประโยชน์ จะต้องทำอย่างนี้ อย่างนี้ค่ะ แล้วเรื่องของทรัพย์ในดิน สินในน้ำไปทับกับสิ่งที่เรียกว่าศิลปวัตถุ โบราณ ยุคบ้านเชียง บ้านดิฉันมีเยอะแยะมากมาย บ้านครูติ๋วนี่เยอะแยะ ถ้าสายแร่ตรงนั้นแล้ว สิ่งที่เป็นหม้อ ไหลายบ้านเชียง ภาชนะเครื่องปั้นดินเผา ๕,๐๐๐ ปี ท่านเขียนไว้ว่าอย่างไร ๒-๓ คำถามที่ต้องการคำตอบให้ประชาชน กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ครับ🔗

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตรัง

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ความจริงแล้วผมเป็น คนหนึ่งที่ได้ยื่นญัตติกรณีของเหมืองแร่จนกระทั่งนำไปสู่การตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ และความจริงแล้วก็มีท่านคณะกรรมาธิการ ซึ่งต้องขออนุญาตเอ่ยนามท่าน คือคุณศิริวรรณ ปราศจากศัตรู ก็ได้เสนอชื่อผมเป็นที่ปรึกษาด้วย แล้วก็ต้องขอขอบคุณคณะกรรมาธิการ ที่ได้กรุณามีมติแต่งตั้ง แต่ก็ต้องขออภัยที่ไม่ได้เข้าร่วมประชุมเลยตลอดระยะเวลา เนื่องจากว่า เวลาประชุมนั้นก็ไปซ้ำซ้อนกับคณะกรรมาธิการคณะอื่น ผมได้อ่านรายงานของคณะกรรมาธิการ คณะนี้ซึ่งได้เสนอสภาในช่วงเวลานี้ แม้ว่าจะไม่ได้อ่านครบทุกหน้า แต่ว่าก็ต้องถือโอกาสนี้ ได้ขอบคุณแทนพี่น้องประชาชนที่คณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ได้มีความพยายามที่จะวางกรอบ แนวทางการศึกษาเรื่องของผลกระทบจากเหมืองแร่ไว้อย่างครอบคลุมพอสมควร โดยท่านแบ่ง ไทม์ไลน์ (Timeline) ออกเป็น ๓ ส่วน ก็คือ ตั้งแต่ก่อนที่จะมีการออกประทานบัตรเหมืองแร่ ประเด็นที่อยู่ในระหว่างการเปิดการทำเหมืองแร่ แล้วก็ภายหลังจากทำเหมืองแร่ แล้วก็เรื่องของ การฟื้นฟู รวมตลอดจนกระทั่งถึงได้จับเคส (Case) หรือกรณีของแต่ละกรณีขึ้นมาเป็นกรณีศึกษา แล้วก็ยังมีข้อสังเกตหลายข้อ ซึ่งก็ได้มีการสรุปต่อสภานี้ไปแล้ว ผมก็เรียนกับท่านประธานว่า ผมเห็นด้วยในทุกข้อที่ท่านเสนอมานะครับ แต่ว่าเรื่องของเหมืองแร่เป็นเรื่องที่ผมคิดว่ารัฐบาล ทุกรัฐบาลนับจากวันนี้เป็นต้นไปก็คงจะต้องมีนโยบายที่ชัดเจน เพราะเรื่องเหมืองแร่ในความเห็น ของผมเป็นความขัดแย้งกันในเกือบจะทุกที่ ในช่วงระยะเวลา ๑๐ กว่าปีที่ผ่านมานี้ เรื่องที่แปลก คือมุมมองของผู้ประกอบการ มุมมองของหน่วยงานของรัฐ กับมุมมองของชาวบ้านจะไม่ตรงกัน มุมมองของรัฐจะมีมุมมองว่าต้องการแหล่งแร่เพื่อที่จะนำไปใช้ตอบสนองการพัฒนาทางด้าน เศรษฐกิจ มุมมองของผู้ประกอบการก็ต้องการแหล่งแร่ที่ตนเองสามารถจะเข้าถึง ทำได้ง่าย มีโอกาส ทำกำไรสูงสุด แต่มุมมองของชาวบ้านซึ่งอยู่ในพื้นที่ที่จะมีการทำเหมืองแร่จะเป็นมุมมองว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในการทำเหมืองแร่นั้นชาวบ้านไม่ได้ประโยชน์ มีแต่โทษที่ได้รับ แล้วเรื่องที่แปลก ที่เกิดขึ้นในแต่ละที่ที่ผมไปประสบมา อย่างกรณีที่ท่านเขียนไว้ในรายงานฉบับนี้ก็คือกรณีของ เขาควนเหมียง ตำบลปากแจ่ม อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง จะเป็นกรณีชาวบ้านมักจะมี ความรู้สึกว่านายทุนกับฝ่ายรัฐเข้ากันได้ดี นายทุนกับผู้นำท้องถิ่น ผู้นำท้องที่ก็เข้ากันได้ดี นายทุนกับผู้มีอิทธิพลก็เข้ากันได้ดีและมักยืนประจันหน้ากับฝ่ายตรงข้ามคือชาวบ้าน นี่เป็น ประเด็นที่อาจจะไม่ได้อยู่ในขั้นตอนของกฎหมาย แต่เป็นทัศนคติของสิ่งที่จะต้องไปปรับปรุง ในหน่วยงานของรัฐด้วยว่าบางทีเรามองมิติเดียวเรื่องของการพัฒนาทางเศรษฐกิจ แต่เราขาดมิติ ในการพิจารณาเรื่องชุมชน เรื่องวิถีชุมชน เรื่องสังคม มันก็จะทำให้บริบทของเศรษฐกิจกดทับ วิถีชีวิตชุมชน ความเป็นอยู่ของชาวบ้าน แล้วเวลาราชการพิจารณาก็ดูแต่เฉพาะข้อกฎหมาย ในส่วนนี้ก็เลยดูเหมือนไปเข้าข้างนายทุน ฝ่ายของชาวบ้านเองเขาผูกพันกับวิถีชีวิตและเขามี ความรู้สึกว่าถ้ามาทำเหมืองก็ทำลายภูเขาตรงหน้าเขาไป ทำลายต้นไม้ตรงหน้าเขาไป ทำลาย ความสงบสุขตรงหน้าเขาไป ทำลายพืชพันธุ์ไม้ พืชพันธุ์สัตว์ที่เขาคุ้นเคยมาแต่เล็กลงไป ต่อหน้าเขา และเขาไม่ได้ผลประโยชน์ตอบแทนแต่อย่างใด ในข้อเสนอของท่านที่เป็นข้อสังเกต ท่านพูดถึงกระบวนการมีส่วนร่วมต่าง ๆ การเปิดเผยข้อมูล ถูกต้องหมดครับ มันต้องปรับ กระบวนการใหม่ทั้งระบบ แต่ที่สำคัญก็คือการพิจารณากำหนดแหล่งแร่หรือแหล่งแร่หิน ก็แล้วแต่ผมคิดว่าจำเป็นต้องมีการทบทวนทุกที่ กรณีเขาควนเหมียง ตำบลปากแจ่ม แหล่งแร่นี้ ถูกกำหนดมาตั้งแต่ปี ๒๕๔๗ กฎหมายเหมืองแร่ออกปี ๒๕๖๐ ก็ไปเอาประกาศปี ๒๕๔๗ ใส่กลับเข้ามา แต่โชคดีที่กระบวนการชุมชนชาวบ้านเข้มแข็งเขาลุกขึ้นต่อสู้ ผู้ใหญ่บ้านมีการยื่น ถวายฎีกา และที่สำคัญเขามาปรึกษาหารือกับทางผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ผมเป็นคนหนึ่งที่เขา หารือด้วย นี่เป็นกรณีแรกครับ และท่านเขียนไว้ในรายงานนี้ด้วยว่าชาวบ้านขอถึงขั้นว่าให้มี การประกาศยกเลิกแหล่งหินตรงนี้ไปเสียเลย เพราะถ้าไม่ประกาศยกเลิกแหล่งหิน คำขอ ประทานบัตรอันนี้ตกไป นายทุนคนใหม่ก็มาขอประทานบัตรได้อีก ความขัดแย้งก็จะเกิดขึ้นอีก ทั้ง ๆ ที่สภาพชุมชนชาวบ้านแวดล้อมเข้าไปทำเหมืองแร่ใด ๆ ไม่ได้อีกแล้ว โดยเฉพาะแร่หิน เพราะชาวบ้านอยู่โดยรอบหมดแล้ว เพราะฉะนั้นท่านเขียนไว้ในนี้บอกว่ากรณีนี้ทางกรม ที่เกี่ยวข้องเตรียมข้อมูลเสนอขอยกเลิกพื้นที่แหล่งหินเขาควนเหมียง ตามประกาศ กระทรวงอุตสาหกรรม ลงวันที่ ๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๗ เพื่อให้คณะกรรมการกำหนดพื้นที่ แหล่งหินอุตสาหกรรมเพื่อการก่อสร้างพิจารณานำเรื่องเสนอคณะกรรมการนโยบายบริหาร จัดการแร่แห่งชาติ ขอปรับปรุงเขตแหล่งแร่ พูดง่าย ๆ คือตัดตรงนี้ออกไปเสียในแผนแม่บท การบริหารแร่ โดยขอตัดพื้นที่เพื่อการทำเหมืองออกไป แล้วเสนอ ครม. เห็นชอบปรับปรุง แผนแม่บทในการบริหารแร่ อันนี้ถูกต้อง แต่คำถามผมที่จะทิ้งไว้ตอนสุดท้ายก็คือว่าผ่านมาตั้งแต่ เดือนมีนาคม ๒๕๖๓ มีนาคม ๒๕๖๔ มีนาคม ๒๕๖๕ ๒ ปีแล้วครับ จะถึงมีนาคม ๒๕๖๖ แล้ว คณะกรรมการบริหารจัดการแร่แห่งชาติยกเลิกหรือยัง ช่วยตอบผมด้วย เพราะกระบวนการต่อสู้ ของชาวบ้านถ้ายังไม่ยกเลิกตรงนี้ ทั้ง ๆ ที่หน่วยงานทุกหน่วยเห็นด้วยหมดแล้วนะครับ ถ้าท่าน ยกเลิกแล้วก็จบ แต่ทีนี้ชาวบ้านก็รอคำตอบอยู่ว่ายกเลิกแล้วหรือยัง🔗

ประเด็นสุดท้าย ผมขออนุญาตนิดเดียวก็คือว่ามีประเด็นหนึ่งที่อาจจะตกค้างไป ในกรณีของเหมืองที่เลิกทำแล้วก็คือเหมืองแร่ดีบุก ที่อำเภอห้วยยอด จังหวัดตรัง บ้านผมนะครับ จะมีประเด็นตกค้างตามมาก็คือพื้นที่สัมปทานเหมืองแร่ดีบุกพอเขาเลิกทำไปหลายสิบปีแล้ว ชาวบ้านบุกรุกไปอยู่ เจ้าของเหมืองแร่เดิม เจ้าของสัมปทานเดิมก็มาอ้างสิทธิ กรมป่าไม้บอก ของตัวเอง ชาวบ้านที่อยู่ตอนนี้อย่างเช่นกรณีหมู่ ๖ ตำบลปากแจ่ม อำเภอห้วยยอด ที่เดียวกัน บ้าน ๑๗ หลังอยู่ในพื้นที่นี้ ซึ่งพิพาทกันระหว่างเจ้าของสัมปทานเหมืองแร่กับทางกรมป่าไม้ แล้วยังไม่จบนี่ ๑๗ หลังไม่มีไฟฟ้าใช้ เพราะไฟฟ้าก็ขยายเขตเข้าไปไม่ได้ อันนี้เป็นประเด็นหนึ่ง ผมดูในเล่มนี้ยังไม่มี ก็ฝากประเด็นนี้ด้วย ขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสาคร เชิญครับ🔗

นายสาคร เกี่ยวข้อง กระบี่

ท่านประธานที่เคารพ ผม สาคร เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคประชาธิปัตย์ ต่อการพิจารณาศึกษาแก้ปัญหา ออกประทานบัตรเหมืองแร่และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองแร่ของ คณะกรรมาธิการ ผมได้มีโอกาสเห็นรายงานของท่าน ก็ขอขอบคุณไปยังกรรมาธิการทุกท่าน ที่ได้ศึกษาเรื่องนี้อย่างละเอียดรอบคอบ แล้วก็อ่านได้อย่างเข้าใจง่าย ปัญหาของเหมืองแร่ ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ของผมก็มีอยู่มากมาย ทั้ง ๆ ที่จังหวัดกระบี่ของผมเป็นจังหวัดการท่องเที่ยว เป็นจังหวัดที่มีเศรษฐกิจชุมชน การท่องเที่ยว แล้วก็มีการท่องเที่ยวเชิงนิเวศเป็นอย่างมาก อย่างที่ท่านตั้งกรอบมาว่าเป็นกรอบปัญหาก่อนการออกประทานบัตรเหมืองแร่ กรอบระหว่าง การเปิดทำเหมืองแร่ กรอบภายหลังจากการทำเหมืองแร่ และการฟื้นฟูการทำเหมืองแร่ ท่านประธานครับ ผมจะเรียนท่านว่าก่อนการออกประทานบัตรการทำเหมืองแร่นี่มันมี กระบวนการผู้ซึ่งจะมาขอประทานบัตร แล้วก็การวิ่งเต้น ล็อบบี (Lobby) แล้วก็พอออก ประทานบัตรแล้วก็ขายประทานบัตร ไม่ได้ไปประกอบการจริง ที่จังหวัดของผมมีเหตุการณ์ แบบนี้เกิดขึ้น🔗

ทีนี้ผมจะเรียนกับท่านว่าจังหวัดของผมเป็นจังหวัดท่องเที่ยว เป็นจังหวัด ริมชายทะเล แล้วบางพื้นที่ก็มีป่าชายเลน ป่าโกงกางที่อุดมสมบูรณ์มาก อย่างเช่นที่ ตำบลอ่าวลึกน้อย อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ มีเหมืองแร่ เหมืองหินอยู่แล้ว และยังไปเปิด แหล่งหินใหม่ ไปเปิดให้เข้าไปตรวจสอบเพื่อขอออกประทานบัตรใหม่ ผมก็เกิดความสงสัย แล้วก็ มีข้อขัดแย้งในพื้นที่เป็นอย่างมากระหว่างผู้ประกอบการกับพี่น้องประชาชน จนเหมือนจะเกิด ม็อบปะทะกัน ผมเองก็ได้มีส่วนร่วมเข้าไปพูดคุย จริง ๆ แล้วจังหวัดของเราก็มีการพัฒนา ยอมรับว่าต้องการใช้หินในการพัฒนา ไม่ว่าจะเป็นการก่อสร้าง จะเป็นถนนหนทางอะไรต่าง ๆ แต่นั่นละครับก็เลยอยากให้ทางท่านประธานที่ตั้งข้อสังเกตมาหลายข้อ อย่างเช่นข้อ ๓ เรื่องการให้ความคิดเห็นของประชาชนและชุมชนในขั้นตอนการขออาชญาบัตร เพื่อป้องกัน ความขัดแย้งระหว่างประชาชนในพื้นที่และผู้ประกอบการเหมืองแร่นี่ครับ ผมมองว่าอยากจะให้ ผู้มีอำนาจหรือท่านกรรมาธิการได้ดูตรงนี้นิดหนึ่งว่าในเรื่องของการกำหนดโซนนิง (Zoning) กำหนดพื้นที่อุตสาหกรรมเหมืองแร่ อุตสาหกรรมเหมืองหิน อย่างเช่นในจังหวัดกระบี่ อีกพื้นที่หนึ่งก็คือในพื้นที่อำเภอปลายพระยา ในตำบลปลายพระยา ตำบลเขาเขน บ้านทะเลหอย มีพี่น้องประชาชนทำการเกษตรแม่นยำ ทำการเกษตรมูลค่าสูง ทำสวนทุเรียนกันเยอะมาก มีรายได้ มีความอุดมสมบูรณ์ แต่ผู้ประกอบการขออาชญาบัตรเข้าไปเดินเรื่องทำขออาชญาบัตร อย่างเช่นท่านสมาชิกท่านก่อน ๆ ได้อภิปรายว่าพื้นที่บางพื้นที่เห็นเขาหวงอยู่ ภูเขา พันธุ์ไม้ พันธุ์สัตว์ แล้วก็สร้างความชุ่มชื้น อาจจะเป็นแหล่งต้นน้ำ อาจจะเป็นแหล่งโบราณคดีก็ได้ โดยเฉพาะในจังหวัดกระบี่มีภาพเขียนในถ้ำเยอะมาก ก็เลยอยากจะตั้งเป็นข้อสังเกตว่า จากข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ข้อ ๓ แล้วก็อยากจะเรียนท่านเรื่องของโซนนิง (Zoning) เรื่องของการกำหนดพื้นที่ในการทำเหมืองหิน ผมมองว่าการทำเหมืองหินหรือการทำเหมืองแร่ ถ้าท่านกำหนดพื้นที่ได้ดี ๆ เราก็จะได้ใช้เหมืองหินด้วยกัน ถ้าท่านมากระจายไปอยู่เกือบทุกพื้นที่ โดยไม่คำนึงถึงเศรษฐกิจ ไม่คำนึงถึงเชิงนิเวศ ไม่คำนึงถึงการท่องเที่ยว หรือความสุขสงบร่มเย็น ของพี่น้องประชาชนในชุมชนแล้วก็จะทำให้เกิดความขัดแย้ง แล้วในความขัดแย้งนั้นก็มีเรื่อง ของผู้ประกอบการที่คิดไม่ดี คิดไม่ซื่อ เอาเงินเข้าไปจ้าง เอาเงินเข้าไปแลก ทำให้พี่น้องในชุมชน เกิดความแตกแยก เพราะว่าอาจจะมองเห็นถึงการจ้างงาน อาจจะมองเห็นถึงการได้รับ ประโยชน์เล็ก ๆ น้อย ๆ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในระยะยาวกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่มากมาย ผลกระทบและการฟื้นฟู ซึ่งยังมองไม่เห็น คาดการณ์ไม่ถูกว่าจะฟื้นฟูแล้วเป็นอย่างไร อาชีพเดิม ๆ ประมงชายฝั่ง หรือการท่องเที่ยว หรือการประมง เชิงนิเวศต่าง ๆ ของพื้นที่น่าเป็นห่วงมากในการฟื้นฟู ในระยะยาว กราบเรียนท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการ แต่ว่าก็ขอยอมรับว่าสิ่งที่ท่าน ได้ศึกษามาผมอ่านบ้าง ไม่ละเอียดนัก แต่มีประโยชน์เป็นอย่างยิ่ง ขอขอบคุณไปยังกรรมาธิการ ทุกท่านครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านปดิพัทธ์ พรรคก้าวไกล เชิญครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา พิษณุโลก

เรียนท่านประธานครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา พรรคก้าวไกล จังหวัดพิษณุโลก ขออภิปรายถึงรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหาการออกประทานบัตรเหมืองแร่และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม จากการทำเหมืองแร่นะครับ ก็คิดว่าหลายอย่างเพื่อนสมาชิกพูดไปแล้ว แต่ผมอยากจะเน้นอยู่ ๒ ที่ที่ผมมีโอกาสได้เข้าไปดูด้วยตัวเองก็คือที่คลิตี้นะครับ พอเราดูในการที่พวกท่านได้ไปสำรวจ ที่คลิตี้มา แน่นอนเป็นคดีประวัติศาสตร์ที่ประชาชนสามารถชนะคดี แล้วก็ทำให้เกิดการบังคับคดี จนเกิดการฟื้นฟูได้ แต่พอเราไปดูวิธีการฟื้นฟูปรากฏว่ากระบวนการในการฟื้นฟูไม่ได้ถูก ออกแบบให้ประชาชนมีส่วนร่วมของคลิตี้บน แล้วก็คลิตี้ล่างพร้อมกัน มันก็เลยฟื้นฟูไปติดขัดไป ยิ่งฟื้นฟูยิ่งทำให้ตะกอนแร่ที่ได้รับการสำรวจไม่รอบคอบพอเกิดผลกระทบที่ร้ายแรงขึ้น แม้แต่ การฟื้นฟูรอบที่ ๑ ประเมินผลออกมาแล้วว่ายังไม่เรียบร้อย ก็เดินหน้าสู่การฟื้นฟูรอบที่ ๒ เพราะฉะนั้นงบประมาณในการฟื้นฟูมันแทบจะบานปลายออกไปเรื่อย ๆ คำถามก็คือว่า แล้วบริษัทที่เจ๊งไปแล้ว บริษัทที่ล้มบนฟูกไปแล้ว พวกเขาไม่ต้องรับผิดชอบอะไรเลยหรือครับ เราต้องใช้ภาษีของพี่น้องประชาชน แล้วก็ยืดเวลาที่ทำให้พี่น้องประชาชนที่คลิตี้ต้องทนทุกข์ ต่อไปเรื่อย ๆ มากกว่านั้นบริษัทที่ทำการฟื้นฟูพาผมไปสำรวจเพิ่ม ปรากฏว่าที่คลิตี้บนยังมีแร่ ที่กอง ๆ อยู่ตามพื้นอีกเต็มไปหมดเลย เพราะฉะนั้นถ้ามีฝนตกลงมามันก็จะชะเอาตัวแร่ตกลงมา ที่คลิตี้ล่างอีกเหมือนเดิม เพราะฉะนั้นบทเรียนตรงนี้สำคัญมากว่าการฟื้นฟูมันใช้ทรัพยากร ใช้งบประมาณมหาศาลเลย แต่ว่าบทเรียนของคลิตี้กลับไม่ได้รับการเรียนรู้ แล้วก็มาออกทำให้ การออกประทานบัตรเหมืองแร่ในปัจจุบันนี้ดีขึ้น ตัวอย่างที่เราเห็นชัดเจนก็คือที่ทรายแก้ว จังหวัดปราจีนบุรี ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ขอภาพขึ้นเลยครับ🔗

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
นายปดิพัทธ์ สันติภาดา พิษณุโลก

อันนี้เป็นตู้คอนเทนเนอร์ (Container) ที่ในนี้เป็นทะเบียนบ้าน แล้วมีคนอยู่ในบ้านนี้ ๒๐ คน ท่านประธานคิดดูเอา นายอำเภอ ผู้ว่าราชการจังหวัดอะไรก็รู้ แต่สิ่งที่ผมรู้สึกตกใจที่สุดคืออะไรครับ ตอนที่คณะกรรมาธิการ การพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชนเรียกเจ้าหน้าที่มาชี้แจง เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าทำถูกต้องตามระเบียบแล้ว ทำถูกต้องตามระเบียบทะเบียนราษฎรแล้ว มันถูกตามเอกสาร แต่ไปดูสภาพความเป็นจริงสิครับ มนุษย์ตู้คอนเทนเนอร์ (Container) เพิ่งย้ายเข้ามาทำประชามติโดยเฉพาะ แล้วก็ย้ายออกไปเลยหลังประชามติชนะ แต่ผู้มีอำนาจ ในจังหวัด อุตสาหกรรมจังหวัดกลับบอกว่าเรื่องนี้ถูกต้องตามระเบียบแล้ว เพราะฉะนั้นผมคิดว่า เรื่องนี้มันมีปัญหามากในผู้ปฏิบัติการ ในระดับจังหวัด ในพื้นที่ เพราะเขาทำหน้าที่แค่ตรวจ เอกสารว่าประชามติมันผ่านหรือไม่ผ่าน ตรวจแค่เอกสารเท่านั้นเอง แต่เมื่อสิ่งที่เกิดขึ้น เห็นขัดแย้งกับสายตาพวกเขากลับเชื่อเอกสารมากกว่าการสำรวจพื้นที่จริง เพราะฉะนั้น ผมจึงคิดว่าเรื่องนี้ควรจะต้องอยู่ในข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการด้วยว่ากระบวนการจัดทำ ประชามตินั้นตอนนี้ประเทศไทยของเราจัดการทำประชามติเป็นเพียงพิธีกรรมเท่านั้นเอง ทำให้ ถูกต้องตามกฎหมาย และการทำให้ถูกต้องตามกฎหมายประเทศนี้มันง่ายนิดเดียวครับ ประเทศ แห่งศรีธนญชัยที่จะทำอย่างไรก็ได้ให้ผ่านกฎหมายให้ได้ แล้วพอไปดูเบื้องหลังเจ้าของที่ดินที่ขาย ให้กับบริษัทที่มาทำเหมืองแร่ในจังหวัดปราจีนบุรี ก็บ้านใหญ่ที่จังหวัดปราจีนบุรี เพราะฉะนั้น จะเป็นเรื่องของกลุ่มทุนคุยกับกลุ่มการเมืองโดยมีประชาชนนั่งดูตาปริบ ๆ เลย เพราะพวกเขา ทำถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ แล้วก็แน่นอนพอเดินหน้าทำไปเรียบร้อยแล้ว เรื่องของ การทำประชามติของรัศมี ที่ผู้คนจะต้องเข้ามาทำประชามติก็ทำนิดเดียว แต่เวลาทำเหมืองแร่ ผลกระทบด้านฝุ่นมันไปไกลมากนะครับ ผลกระทบเรื่องน้ำ แหล่งน้ำไปไกลมาก แต่ประชามติ กลับทำบริเวณที่มีการขุดแค่นิดเดียวเท่านั้นเอง กระบวนการเหล่านี้ทั้งหมดยิ่งทำให้เห็นชัดเจนว่าเราแทบจะไม่เรียนรู้อะไรเลยกับความผิดพลาด ในอดีต แล้วก็ปล่อยให้เรื่องนี้เกิดทำซ้ำไปซ้ำมา ผมคิดว่ากระบวนการไม่เรียนรู้ไม่ได้เป็นเพราะ เราไม่รู้ว่ามีข้อผิดพลาด แต่เป็นเพราะอำนาจของกลุ่มทุน เป็นอำนาจทางการเมืองที่ยังให้ เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการต้องทำตามพวกเขา แล้วก็ทำให้เกิดสภาพแบบนี้ขึ้นอีก เพราะฉะนั้น ผมก็อยากให้ทางพวกเราที่เป็นนิติบัญญัติทำให้กฎหมายรอบคอบที่สุด แก้ไขกระบวนการทำ ประชามติให้ประชาชนมีอำนาจจริง ๆ ไม่ได้ปล่อยให้ประชาชนเป็นแค่จำนวนนับหรือรายชื่อ หลอก ๆ ที่ทำให้กฎหมายสำเร็จ แล้วเรื่องนี้รัฐบาลจำเป็นที่จะต้องมีแนวทางในการจัดการ เหมืองแร่ที่ดีขึ้นในอนาคต ไม่ปล่อยให้เกิดคลิตี้ ๑ คลิตี้ ๒ คลิตี้ ๓ คลิตี้ ๔ นะครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านพิมพ์รพี เชิญครับ🔗

นางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดกระบี่ค่ะ อื่นใดดิฉันขอขอบพระคุณกรรมาธิการทุกท่านที่ทำงาน และ ส.ส. ทุกท่าน ณ ที่นี้ที่ตั้งใจ แล้วก็ อภิปรายเพื่อให้ประโยชน์นี้เกิดกับประชาชนให้มากที่สุด ดิฉันขอเป็นกำลังใจและยืนยันว่า การท่องเที่ยวในจังหวัดกระบี่ที่ท่านสาครพูด หรือลักษณะต่าง ๆ ในการท่องเที่ยวซึ่งสามารถหา รายได้มากให้กับประชาชน และสร้างความกระจายรายได้ได้อย่างมาก เรื่องสิ่งแวดล้อม เป็นสิ่งสำคัญค่ะ ดิฉันขอบคุณ ส.ส. สกุณาที่ให้ความสำคัญเรื่องของโพแทช เริ่มมีความเข้าใจ แล้วว่าทำไมจังหวัดสกลนครที่วันนี้ถึงไม่อยากจะขุด เนื่องจากว่ามีเพียงพอแล้วในประเทศไทย ที่จะต้องทำ อย่างไรก็แล้วแต่ดิฉันขอตั้งข้อสังเกตไว้สั้น ๆ นั่นคือเห็นด้วยกับการที่ ส.ส. ทุกคน ออกมาปกป้องการทำเหมือง ให้กระบวนการมีการถูกต้อง ปลอดภัย แล้วก็มีการทำ ประชาพิจารณ์ที่ถูกต้อง🔗

ดิฉันขอเสนอว่าประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรม ปุ๋ยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ในการทำเกษตรกรรมนั้น ค่าเอ็นพีเค (NPK) ใช้แตกต่างกันแต่ละพืช ดิฉันมาจากจังหวัดกระบี่ พื้นที่หลักทำปาล์ม ซึ่งใช้ค่าเค (K) คือโปแตสเซียมจำนวนมาก แล้วราคาก็ค่อนข้างจะแพง โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้ที่มีปัญหา ดิฉันไม่ได้พูดโดยหมายความว่าอยากจะให้มีพื้นที่ในการขุด เพิ่มเติม ถ้ามันมีอยู่แล้วก็ดีอยู่แล้วค่ะ เพียงแต่ว่าเราสามารถทำวิธีการของรัฐบาล ฝากถึงท่าน นายกรัฐมนตรี ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม แล้วก็ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยว่าให้มีการใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ มีการทำปุ๋ยที่มีคุณภาพ และให้เงินต่าง ๆ สินแร่ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากเหมืองแร่ที่ทำอย่างตั้งใจนี้ ส่งต่อเป็นผลิตผลให้ประชาชนให้ดี เพราะว่าตัวค่าเค (K) นี้จะดีถ้าเราสามารถเอาโพแทชนี้ ทำได้อย่างถูกต้อง ได้ราคาที่ดี ประชาชนก็จะมีความสุขด้วย ขอเป็นกำลังใจให้ท่าน ส.ส. ทุกคน ในการทำงานวันนี้ค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ🔗

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชียงราย

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ กระผมเป็นกรรมาธิการอยู่ด้วย ในรายงานพิจารณาศึกษาแก้ไขปัญหา ออกประทานบัตรเหมืองแร่และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมจากการทำเหมืองแร่ สภาผู้แทนราษฎร ๓ ปีกว่ามานี้สภาผู้แทนราษฎรของเราได้มีรายงานหลายฉบับ แต่ฉบับนี้ถือว่า เป็นฉบับที่เกี่ยวกับการเอาทรัพย์ในดิน สินในน้ำออกมาใช้ ซึ่งก็ได้ข้อสรุปที่ดีพอสมควร ด้วยข้อจำกัดด้านเวลา ด้านงบประมาณที่มีจำกัด คณะกรรมาธิการก็พยายามที่จะออกไป แก้ปัญหา แล้วก็รับทราบว่าวันนี้ประเทศเราโอกาสที่จะนำเอาทรัพย์ในดิน สินในน้ำออกมาใช้นี่ ยากมาก ยากจริง ๆ แล้วก็ถูกต่อต้านทุกรูปแบบ ทุกสถานที่ ดังนั้นสิ่งเหล่านี้รัฐบาลจำเป็น จะต้องแก้ไข เพราะว่าตราบใดที่ทรัพยากรที่อยู่ใต้ดินยังไม่ถูกนำมาใช้การพัฒนาประเทศ ก็ยิ่งล่าช้าเข้าไป ปัญหาใหญ่ที่สุดก็คือปัญหาความไม่เข้าใจของภาครัฐและประชาชนไม่เข้าใจกัน และที่สำคัญที่สุดก็คือว่าผลประโยชน์ร่วม จากการศึกษาของคณะกรรมาธิการหลายท่าน ได้อภิปรายไปแล้วว่าผลประโยชน์ร่วมกันตั้งแต่เริ่มสำรวจไปจนถึงเมื่อทำเหมืองแร่แล้ว ผลประโยชน์ที่พี่น้องประชาชนที่เขาได้รับ ผลกระทบยังไม่ถึงตัว ยังไม่ถึงครอบครัว ท่านประธานครับ มีส่วนแบ่งนะครับ มีส่วนแบ่งจากการสัมปทานเหมืองแร่ไปสู่ท้องถิ่น ไปสู่ อบต. สู่เทศบาล องค์การบริหารส่วนจังหวัดก็ได้ด้วย แล้วไปทั่วประเทศด้วย สมมุติว่ามีเหมือง โพแทชที่ภาคอีสาน ปรากฏว่าผลประโยชน์ถูกแบ่งออกไปที่องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล และ อบต. ทั่วประเทศครับ ทีนี้ชาวบ้านที่เป็นเจ้าของพื้นที่ เอาง่าย ๆ อย่างจังหวัดสระบุรี ฝุ่นควันโรงปูน ชาวบ้านที่อยู่รอบโรงปูนสูดเอาควันพิษไปทุกวัน ๆ แต่เทศบาลและ อบต. ได้เงินอุดหนุน แต่เงินอุดหนุนไม่ได้ถึงคนที่สูดควันพิษอยู่ทุกวัน ปรากฏว่าเอาไปใช้ทำถนน เอาไปใช้อย่างอื่นหมดเลย แต่ชาวบ้านยังไม่ได้รับผลตอบแทนและไม่ได้รับการชดเชย ความเสียหาย ดังนั้นข้อนี้สำคัญมาก ตราบใดที่ประเทศไทยมีเหมืองโพแทช ภาคอีสานนี่ มหาศาลเลย แล้ววันนี้เราค้นพบแร่เกลือหิน แร่เกลือหินที่จะทำแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งนักวิจัยของประเทศไทยได้ค้นพบแล้ว มีในประเทศไทยมากมายมหาศาลเลยที่จะทำแบตเตอรี่ โดยใช้เกลือแร่โพแทชนี้ กระผมคิดว่าถ้าเกิดว่าความเข้าใจระหว่างรัฐกับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ยังไม่เข้าใจกัน ผลประโยชน์ยังไม่ลงตัว พี่น้องประชาชนยังไม่ได้ผลประโยชน์ในครัวเรือนนี่ กระผมคิดว่ายาก ดังนั้นปุ๋ย แล้วก็แบตเตอรี่รถไฟฟ้าซึ่งเป็นอนาคตของประเทศไทยนี่ จำเป็นอย่างยิ่งที่กฎหมายเกี่ยวกับเหมืองแร่จะต้องแก้ไขและพัฒนา ทางคณะกรรมาธิการ ได้ทำคิวอาร์โค้ด (QR Code) ไว้ด้านหลังเกี่ยวกับเรื่องที่เกี่ยวข้องทั้งหมด หลายคิวอาร์โค้ด (QR Code) เลย ก็อยากจะให้ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้เก็บเล่มนี้เอาไปไว้เพื่อที่จะตอบ ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชนที่ต้องการจะรับทราบปัญหาเกี่ยวกับเหมืองแร่ทั้งหมด ไม่ว่า เหมืองหินที่เอาไปใช้ทำถนน ทำอะไรต่าง ๆ จากการสัมปทานอยู่ในเล่มนี้หมด จะมีคำตอบ แล้วก็มีข้อเสนอแนะให้รัฐบาลได้ปฏิบัติเพื่อจะได้เอาแร่ที่ขัดแย้งกันนี้ขึ้นมาใช้จากนี้ไป อยากจะให้ทางฝ่ายราชการที่คณะกรรมาธิการจะได้ส่งต่อ แล้วก็พี่น้องประชาชนได้อยู่ร่วมกัน โดยที่เอาทรัพยากรในดินขึ้นมาใช้ ซึ่งจะทำให้มีสัดส่วนต่อจีดีพี (GDP) ของประเทศ อย่างมหาศาล ปุ๋ยโพแทสเซียม แล้วก็แร่เกลือหินที่จะทำแบตเตอรี่ของรถไฟฟ้าแทนลิเธียม (Lithium) ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญกรรมาธิการได้ตอบชี้แจงครับ🔗

นายประทวน สุทธิอำนวยเดช ประธานคณะกรรมาธิการ

ต้องกราบ ขอบพระคุณในส่วนของข้อเสนอแนะ ข้ออภิปรายในข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งประเด็นการให้ทาง กรรมาธิการตอบคำถามนะครับ ผมสรุปประเด็นก็คือมีผู้ทรงเกียรติที่ได้กรุณาอภิปรายเพิ่มเติม อยู่ ๙ ท่าน ท่านมานพ คีรีภูวดล ท่านก็ตั้งประเด็นว่าชาวบ้านมองทรัพยากรเป็นของเขา การมีส่วนร่วมของประชาชนต้องเข้มข้นยิ่งขึ้น ท่าน นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ก็พูดถึง ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการมีส่วนร่วม อยากให้ชัดเจน นายอภิชาติ ศิริสุนทร การมีส่วนร่วม ของประชาชน อำนาจ อยากให้ประชาชนมีอำนาจ นางอนุรักษ์ บุญศล ทำไมไม่เอาแร่โพแทช มาใช้ประโยชน์ ผลกระทบต่อโบราณคดีที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวในพื้นที่ของท่าน ท่านก็ตั้ง ข้อประเด็นว่าแร่เราเยอะแยะแล้วทำไมไม่เอามา ทำให้ปุ๋ยแพง ทำนองนี้เราเข้าใจดีนะครับ ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย การขัดแย้งระหว่างรัฐ ผู้ประกอบการ ชาวบ้าน ท่านตั้งประเด็น อย่างนี้ คือผมได้เสนอทฤษฎีนกอินทรีย์ ให้เห็นว่ารัฐก็คือในส่วนของนักท่องเที่ยว ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ ต้องกราบขออภัยที่นำเสนอทฤษฎีนกอินทรีย์นั้นเป็นตอนจบของปัญหาทั้งปวง ถ้าเราทำแบบ ทฤษฎีนกอินทรีย์ได้ เรายกตัวอย่างนะครับ รัฐก็คือในส่วนของนักท่องเที่ยว ผู้ประกอบการ คือเจ้าของเรือ ชาวบ้านคือนก นกได้มากินเหยื่อ ได้กินอาหาร ที่เหลือเอาไปโปรย นักท่องเที่ยว ได้ถ่ายรูป ประชาชนที่ไปเที่ยวแล้วได้ไปถ่ายรูปกับนก เป็นการมีส่วนร่วมภายใต้ผลประโยชน์ร่วม อย่างชัดเจน การมีส่วนร่วมของเราทั้งหมดที่ทำโดย พ.ร.บ. กฎหมายต่าง ๆ ของหน่วยงานต่าง ๆ ยังไม่เข้าถึงตัวตน ยังไม่เข้าถึงปัญหาจริง ๆ ถ้าเราสามารถออกแบบเหมือนทฤษฎีนกอินทรีย์ได้ จะลดปัญหาการขัดแย้งซึ่งมันแอบแฝง บางเรื่องไม่ใช่เรื่องจริง คณะเราได้ศึกษาอย่างนั้น ก็เลย ได้ยกประเด็นอันนี้ขึ้นมาให้ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติได้ศึกษา แล้วช่วยกันสนับสนุนให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง จะเป็นกรมป่าไม้ก็ตาม จะเป็นกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเลยระหว่างเจ้าของที่ดินที่เป็นของรัฐ รวมทั้งผู้กำกับดูแล ผู้อนุญาต เอาไป ออกระเบียบแนวทางการปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นเงินกองทุนค่าภาคหลวงทั้งหลายที่มีอยู่ ที่ทำกันอยู่ ไม่จบหรอกครับปัญหา ถ้าจะให้จบต้องใช้ทฤษฎีนกอินทรีย์ก็คือนกได้กินเหยื่อทุกตัว แล้วก็มี ส่วนร่วม ถึงแม้นว่าเขาจะทนในเรื่องของเขม่าควันของเรือ จะทนเสียงดังของเครื่องจักรกล เขาก็ไม่หนีไปไหน ถึงเวลาเป่าปากเรียกเขามาตรงกลางน้ำ เขาอยู่ป่าชายเลนเขาก็บินออกมากิน ทำไมเขาไม่หนี แต่ประชาชนของเราอยู่ในพื้นที่ได้เงินทางอ้อม เขาก็เลยมีความคิดว่าเริ่มต้นสวย แต่พอกำกับดูแลกับปลายเหตุขัดแย้งกันตลอด ร้องเรียนตลอด เขาไม่ใช่ส่วนร่วมที่แท้จริง อย่างที่ท่านบอกอยากให้มีส่วนร่วมที่แท้จริง ถ้ามีส่วนร่วมแท้จริง ข้อสุดท้าย ข้อ ๓ ในเล่ม ของผมเป็นกลยุทธ์ เป็นวิธีการที่อยากจะเสนอให้หน่วยงานของรัฐเอาไปปฏิบัติแล้วไปออกแบบมา ซึ่งคณะของเราพยายามที่จะยกร่างการมีส่วนร่วมภายใต้ผลประโยชน์ร่วม เราเรียกหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะ อบจ. อบต. เทศบาลมาบอกว่าเงินที่ได้ไปเปลี่ยนรูปแบบได้ไหม เราดู กองทุนต่าง ๆ ที่ กพร. ออกแบบมา กองทุนสิ่งแวดล้อม กองทุนสุขภาพ ที่เก็บเงินจาก ผู้ประกอบการ สมัยก่อนไม่มีหรอกครับ สมัยใหม่มี ให้เขาทำแต่ยังไม่ได้สำเร็จ เนื่องจากเวลา มีจำกัด เราศึกษามานานพอสมควร เราก็เลยตั้งประเด็นนี้ให้รายงานเล่มนี้ในข้อสังเกตผ่านไป แล้วหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหยิบเอามาจับ ปัญหาการขัดแย้งทั้งปวงของพื้นที่ก็จะจบลงในหลักการ การมีส่วนร่วมก็ว่ากันไป ในการรับฟังความคิดเห็น ประชามติมันเริ่มต้นอย่างไรก็ทำไป แต่ตอนสุดท้ายการจัดสรรปันส่วนผลประโยชน์ร่วมต้องเกิด ถ้าเกิดเมื่อไรจะยุติได้ในระดับ ผมว่า ลดการขัดแย้งได้เลยนะครับ ต่อมาท่านสาคร เกี่ยวข้อง กำหนดเขตแร่ให้เหมาะสม อันนี้ มีนโยบายกำหนดแหล่งแร่ชัดเจนแล้ว ทางหน่วยงานของรัฐเขาดูเรื่องความคุ้มค่าทางด้าน เศรษฐกิจ เขาประเมินทางด้านสิ่งแวดล้อม ผลกระทบต่าง ๆ ที่จะกำหนดเป็นแหล่งแร่ ถ้าเป็น กำหนดแหล่งแร่เรียบร้อยแล้วเขาบริหารความเป็นนโยบายของทางรัฐบาลกำหนดออกมา เพราะฉะนั้นผู้ประกอบการจะยื่นเรื่องขอประทานบัตรได้ต้องเป็นแหล่งแร่ที่กำหนดไว้แล้ว ถึงจะขอได้ อันนี้ก็ชัดเจนอยู่แล้วครับ ท่านปดิพัทธ์ สันติภาดา กระบวนการทำประชามติ กระบวนการทำประชามติหรือการรับฟัง ความคิดเห็นในแต่ละเรื่อง เดิมในเรื่องเก่า ๆ แม้แต่อาชญาบัตรการขอสำรวจแร่ไม่มีครับ อย่างแร่ทองคำ ที่จังหวัดจันทบุรี มีแค่ปิดประกาศให้ประชาชนรับรู้ว่าจะมีการสำรวจ อาชญาบัตร แต่เนื่องจากว่ามีแค่แร่ตัวเดียวคือแร่ทองคำไม่ได้รับฟังความคิดเห็น เรามีปัญหา ที่จังหวัดสกลนคร มีการขัดแย้งกันมา เรามีปัญหาที่อมก๋อย เรามีปัญหาอีกหลายที่ด้วยกัน เราก็เลยตั้งข้อสังเกตว่าต่อไปนี้หน่วยงานของรัฐที่จะดำเนินการใด ๆ จะอนุญาตใด ๆ แม้แต่ อาชญาบัตรก็ต้องรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่ก่อน ไม่ใช่แค่ปิดประกาศ ท่านอ่านดู ในเล่มจะมีอยู่ข้อกฎหมายว่าด้วยเงื่อนไข ข้อสังเกตที่ ๑ เราใส่เข้าไป เพราะเราเจอแล้ว ถ้าปล่อย ทิ้งไว้ก็จะเกิดการร้องเรียนกันไม่ยุติ เพราะฉะนั้นรับฟังความคิดเห็นเถอะก่อนที่จะอนุญาตให้ สำรวจอาชญาบัตร ทุกแร่ครับ ไม่ใช่แร่เดียว ท่านพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล การทำประชาพิจารณ์ ให้ถูกต้อง ผมก็นำเรียนแล้วว่าในข้อกฎหมาย ข้อสังเกตของผม ผมก็ไม่อยากให้หน่วยงาน ทุกหน่วยต่างคนต่างทำ ให้ทุกหน่วยไปร่วมกันคิด ไปออกแบบให้ชัดเจน การเข้าพื้นที่ไม่ใช่ปล่อย ให้ผู้ประกอบการเขาไปสำรวจ ไปรับฟังความคิดเห็น ไปปะทะกับชาวบ้าน เข้าไปในพื้นที่ พอเข้าไปก็จะไปพบกับผู้ใหญ่บ้าน กำนัน แล้วให้เขาไปเอง ไม่ควรอย่างยิ่ง ออกแบบใหม่ครับ หน่วยงานของรัฐทุกหน่วยที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้ประกอบการไปร่วมรับฟังความคิดเห็น ไปชี้แจง ให้กับชาวบ้านให้เข้าใจเลยว่าเขาจะได้ประโยชน์ จะเสียประโยชน์ มีผลกระทบอย่างไร กระบวนการแปรรูปมีมลภาวะ มีสิ่งแวดล้อมอะไรเกิดขึ้น ถ้าทำอย่างนี้ได้ก็ลดการขัดแย้งทั้งหมด แต่ในอดีตไม่มี ในอดีตแค่ในส่วนของแร่ทองคำ แค่ปิดประกาศว่ารับทราบ อีกไม่กี่วันจะมีการขอ สำรวจอาชญาบัตร มาเจาะว่าทรัพย์ในดินมีแร่ทองคำขนาดไหน แล้วเก็บเรื่องไป แต่ปัจจุบัน ไม่ใช่ เราพยายามให้เขาออกแบบใหม่ กลับมาที่แร่โพแทชของท่านอนุรักษ์นะครับ ท่านบอกว่า แร่ของเราเยอะแยะทำไมไม่มาทำ ท่านครับ การอนุญาตที่เหมืองแร่ของจังหวัดชัยภูมิ ได้รับประทานบัตรให้ดำเนินการนำโพแทชจากใต้ดินขึ้นมาได้แล้ว แต่ไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะมันมีต้นทุนมหาศาล ถ้าเราเอาแร่ตัวนี้ขึ้นมาได้มันก็จะลดค่าปุ๋ยของเราได้เยอะ แต่ตอนนี้ ก็เพียรพยายามกันอยู่ว่าจะทำอย่างไร หาทุนร่วมอยู่ ส่วนจังหวัดสกลนครไม่ต้องพูดถึง จังหวัดสกลนครแร่ดี รวมทั้งจังหวัดอุดรธานีก็มีสินแร่นี้เยอะ แต่ว่ามันเป็นขั้นตอนของกฎหมาย เป็นขั้นตอนของระเบียบในการอนุญาต อันดับแรกเลยต้องขออาชญาบัตรก่อน ก็คือสำรวจว่า แร่ตรงนั้นมีมูลค่าเท่าไร แค่ลงมือเจาะก็ทะเลาะกันแล้ว จะเอาอะไรขึ้นมาล่ะครับ เพราะว่า ประเทศไทยเราประชาธิปไตย เราเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม เราไม่สามารถที่จะใช้ อำนาจของรัฐไปบังคับเอาแร่มาแล้วลดคอสต์ (Cost) ให้เกษตรกรทำปุ๋ยให้ถูกลง ทำไม่ได้ครับ ก็ต้องผ่านกระบวนการนั้นก็คือการรับฟังความคิดเห็น เสร็จแล้วอาชญาบัตรแค่สำรวจ ยังสำรวจไม่ได้เลยจะขอประทานบัตรได้อย่างไร ส่วนแร่โพแทชของจังหวัดชัยภูมิก็คือต้นทุนครับ ต้องมีหุ้น ต้องเรียกหุ้นหลาย ๆ หุ้นมา เพราะว่าการลงทุนเทคโนโลยีหลายเรื่องเหลือเกินที่จะต้องเจาะเข้าไปแล้วเอาแร่ออกมา เป็นต้นทุนสูง อย่างไรก็ตามในส่วนนี้เห็นมีการอภิปรายกันเยอะมากเรื่องผลกระทบทางด้านปุ๋ย ก็พยายามทำกันอยู่ว่าทางรัฐบาล ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็คงมีไอเดีย (Idea) มีนโยบาย ที่หาทางออก พยายามที่จะให้นำแร่ตัวนี้ขึ้นมาได้ ทั้งหมดทั้งปวงที่ท่านได้กรุณาเสนอแนะมา เรารับทราบ โดยเฉพาะปัญหาของคลิตี้ แร่ตะกั่วที่เมืองกาญจนบุรีนี่เดิมผมก็เข้าใจแบบท่าน นั่นละว่ามันมีแต่ปัญหา มีแต่มลภาวะ มีแต่สิ่งแวดล้อม มีแคดเมียมปนลงไปในน้ำ แล้วยังปล่อย ให้ทำทำไม อันนั้นเป็นอดีต เป็นข้อผิดพลาด ผู้ประกอบการล้มบนฟูกหายไปไหน นั่นเป็นอดีต เป็น พ.ร.บ. เก่าที่อนุญาต ไม่มีเงินประกัน รัฐอนุญาตไปในอดีต เอาอดีตมาพูด ผมว่ามันเลย ไปแล้วครับ ตอนนี้เราต้องดูอนาคตกับดูปัจจุบัน ปัจจุบันมี พ.ร.บ. แร่กำหนดหมด อย่างกรณี ที่คลิตี้ถ้าเรามีการทำเบสไลน์ดาตา (Baseline Data) ก่อน หรือที่เหมืองทองอัครา ที่จังหวัดพิจิตร ถ้าเรามีการสำรวจพื้นที่ก่อน ภูมิประเทศก่อน โดยเก็บข้อมูลสำรวจว่าพื้นที่ ดังกล่าวโดยปกติที่ยังไม่มีการทำขุดแร่เลยมีค่าปนเปื้อนในน้ำเท่าไร โดยธรรมชาติแล้วฝนตก จากที่สูง จากภูเขาก็จะชะดินล้างสารต่าง ๆ ลงมาที่ต่ำ มาที่ลำน้ำ ถ้าเรามีการวัดน้ำตัวนั้นก่อนที่ จะทำเหมืองแร่อนุญาตให้ทำประทานบัตร แล้วพบว่าตรงนั้นมันอุดมสมบูรณ์ มีแร่ปนเปื้อน จากธรรมชาติอยู่แล้วจำนวนเท่านั้น เท่านี้ เสร็จแล้วเอาเก็บเป็นข้อมูล ถ้าหลังจากอนุญาตเสร็จ เราก็คอนโทรล (Control) คุมเวลาตลอดเวลาเลยว่าไปวัดน้ำสิ ถ้ามันโผล่มาเยอะก็รู้แล้วโจทย์คือ ผู้ประกอบการ แต่ตอนนี้มันเลยไปแล้วเราไม่รู้จะโทษใคร ในที่สุดแพะก็มาตกผู้ประกอบการ แล้วเรื่องการฟื้นฟูที่ท่านพาดพิงมาถึงว่ากรมควบคุมมลพิษได้รับอนุญาต ก็พยายามทำครับ แล้วการมีส่วนร่วมผมเข้าไปดูในพื้นที่เขาก็ทำกัน ใช้ได้เลยนะครับ ถ่ายรูปมาแล้วก็ดี แต่พอฟัง ท่านสรุปมาแล้วเหมือนกับตรงกันข้าม ผมติงอย่างเดียวในส่วนของคลิตี้ยังมีชาวบ้านที่เป็น ชาวบ้านในพื้นที่จริง ๆ อยากให้ทำเหมืองเพราะมีรายได้ มีอะไร ผมก็เลยบอกว่าถ้าการทำเหมือง ขึ้นมาเป็นการทำลายสุขภาพไม่ได้นะ แต่อย่างไรก็ตามอันนี้ก็ต้องให้ความเป็นธรรมว่าธรรมชาติ ปัจจุบัน ธรรมชาติในอดีตเป็นอย่างไร แล้วเราจะแก้อย่างไร เราจะทำให้คนอยู่ตรงนั้นอยู่กันได้ โดยไม่ทำลายสุขภาพอย่างไร อย่างของอมก๋อยเองการรับฟังความคิดเห็น รวมทั้งอีไอเอ (EIA) ที่มีประเด็นข้อพิพาทกันอยู่ เราเข้าไปแล้วเราพบว่าชาวบ้านไม่พึงพอใจที่จะให้เอานำแร่ลิกไนต์ ขึ้นมา เนื่องจากเขาดูว่าในอดีตการทำอีไอเอ (EIA) นิยามคำว่าป่าน้ำซับซึม แล้วก็ป่าต้นน้ำ ในนิยามอันนั้นไม่มีพจนานุกรมหรือไม่มีกำหนดไว้ว่าตีความว่าอย่างไร แต่มีการพาดพิงไป ในกรอบแหล่งแร่ของ คนร. คณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการแร่แห่งชาติ ซึ่งกำหนดออกมา หลังจากปัญหาเรื่องเหมืองทองอัครา สมัยก่อนไม่มีคณะกรรมการชุดนี้ในกำหนดแหล่งแร่ ปล่อยให้ผู้ประกอบการไปสำรวจอาชญาบัตรเอง มีแร่ที่ไหนก็ทำมาว่าคุ้มค่า หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องก็อนุญาต ตอนหลังพอมีปัญหาหาโจทก์ หาจำเลยไม่ได้ว่าประชาชนที่ได้รับผลกระทบ จริง ๆ เป็นการกระทบจากกระบวนการแปรรูปหรือไม่ เขาก็มีคณะกรรมการชุดนี้ขึ้นมา ตอนนี้ ก็กลายเป็นว่าตีความกันว่าให้ยกเลิกอีไอเอ (EIA) เสียที่อมก๋อย เพราะว่ามีนิยามอันนี้เกิดขึ้น แล้วบอกว่านิยามอันนี้ทางเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าข้างผู้ประกอบการ ทำไมไม่ดูให้ชัดเจน พอเข้า พื้นที่มาก็มาดูตอนที่ฤดูร้อน ใบไม้ร่วง ไม่ใช่แหล่งน้ำ ประเด็นเป็นอย่างนั้น ผมก็เลยมาดูแล้ว ข้อสังเกตของเราก็บอกว่าให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปออกนิยามพวกนี้ให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้มี การเอานิยามนี้มาใช้และถกเถียงกันแล้วหาข้อยุติไม่ได้ ทั้งหมดที่ผมนำเรียนไปนี้ไม่ทราบว่าตอบ ประเด็นของท่านครบถ้วนหรือไม่ ก็คาดว่ามันน่าจะเป็นเรื่องที่ผมนำเรียนไปหมดแล้ว ถ้าเราเอา ทฤษฎีนกอินทรีย์ไปใช้ เมื่อสักครู่หลายท่านดูแล้วบอกตามไม่ทันและไม่เข้าใจ จะอธิบายอย่างไร ก็อธิบายชัด ๆ เลยครับ นักท่องเที่ยวก็คือรัฐ นักท่องเที่ยวจะเดินทางไปเที่ยวเพราะมีข่าวลือว่า สถานที่นั้นเป็นสถานที่ที่น่าไปชม น่าไปเที่ยว ก็เดินทางมา รัฐก็กำหนดนโยบายที่จะต้องนำแร่ เป็นอุตสาหกรรมพื้นฐานเอามา เพราะฉะนั้นเราจะเสียดุลการค้าเยอะรัฐก็กำหนดนโยบาย เข้าไปดูในพื้นที่ พอขึ้นเรือปุ๊บเรือก็คือผู้ประกอบการ ผู้ประกอบการขอประทานบัตรเหมืองแร่ หรือผู้ประกอบการทำแร่นำนักท่องเที่ยวไปแล้ววิ่งออกไปกลางน้ำ ไปเจอแหล่งของชุมชน หรือไปเจอที่อยู่ของนก เสร็จแล้วผู้ประกอบการก็คืนกำไรให้จากเงินค่าน้ำมัน ค่าตั๋ว ค่าโดยสาร เอาส่วนหนึ่งไปซื้อไส้ไก่ ไปซื้ออาหาร แล้วเป่าปาก แล้วก็โยนไส้ไก่ลงไปในน้ำ นกได้ยิน เคยกิน ก็บินมา ก็เหมือนผู้ประกอบการเขาอยู่ในพื้นที่ด้วย แต่การออกแบบ การมีส่วนร่วม และ ผลประโยชน์ร่วมของเราไม่ชัดเจน ไม่ถึงครัวเรือน และไม่ถึงตัวตน มีทางเป็นไปได้ไหม มีครับ เพราะเงินค่าภาคหลวง เงินกองทุนที่เก็บไป อยากจะนำเรียนอย่างนี้ว่าผู้ประกอบการดี ๆ ก็มี ไม่ใช่ผู้ประกอบการไม่ดี เราก็พยายามที่จะไปดูเป็นต้นแบบ เขาไม่ได้อิงทฤษฎี เขาไม่ได้อิง กฎหมาย แต่เขาอิงวิญญาณของเขาในการเป็นผู้ประกอบการ เขาอยู่กับชุมชน เขาคืนกำไร ให้ชุมชน ไม่เห็นชุมชนร้องเรียน ถนนหนทางก็ใช้เส้นเดียวกัน แหล่งน้ำก็ใช้เหมือนกัน เขาอยู่ ด้วยกันได้หลายที่ แต่ที่เราหยิบยกประเด็นเอาแต่เรื่องผู้ประกอบการแร่ที่ไม่ดีมาพูดกัน คณะกรรมาธิการเราไปดูทั้ง ๒ มิติ ทั้งดีกับไม่ดี มันก็เลยกลายเป็นว่ารายงานเล่มนี้เราพยายาม ทำขึ้นมามี ๓ ข้อใหญ่ ๆ ข้อกฎหมาย ข้อหน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐต้องเข้มงวด ต้องแอคทีฟ (Active) ต้องกระตือรือร้น ใช้ พ.ร.บ. อำนวยความสะดวกเข้ามากำกับดูแลให้เขา ทำงานอย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ รวมทั้งบำเหน็จ บำนาญ ผลตอบแทนทั้งหมดต้องให้ กับเขา เขาจะได้มีแรง แล้วก็เพิ่มคนให้เขาด้วย เพิ่มอัตรากำลังด้วย แล้วผลสุดท้ายก็คือการมี ส่วนร่วม ที่ทำไปแล้วก็ลดลง แล้วก็เพิ่มการมีผลประโยชน์ร่วมสู่ครัวเรือน สู่ตัวตน ก็จะลดปัญหา การขัดแย้งทั้งปวง แล้วก็แร่ที่อยู่ในดินโพแทชของท่านก็จะได้ถูกขึ้นมาโดยไม่มีการคัดค้านและมี ส่วนร่วม ทำให้เกษตรกร ทำให้รายได้ต้นทุนทั้งหลายลดลง เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ให้กับประเทศเรา🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เข้าใจแล้ว พอสมควรแล้วครับ เชิญท่านมานพครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานคะ ดิฉันยกหลายครั้งค่ะ ยกตั้งแต่ท่านประธานคณะกรรมาธิการพูดอยู่ ตั้งแต่ ๒๐ นาทีที่แล้วค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ผมเรียก ท่านนั้นก่อนครับ เดี๋ยวตามด้วยท่านครับ🔗

นายมานพ คีรีภูวดล แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับท่านประธาน อย่างนี้ครับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการได้พูดถึงเรื่องคลิตี้อะไรพวกนี้ คือสิ่งที่ผม พยายามเสนอก็คือว่าเพื่อให้เอกสารรายงานมีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ประเด็นของผมคือว่า การย้อนไปดูในอดีตเพื่อที่จะกำหนดอนาคต กรณีการทำเหมืองแร่และเกิดความขัดแย้ง มาโดยตลอด ผมยกกรณีตัวอย่างบทเรียนกรณีของคลิตี้ครั้งนี้ ความคุ้มค่าก็ดี ความขัดแย้ง ที่ตามอยู่ การฟื้นฟูของหน่วยงานภาครัฐที่ดำเนินการอยู่ตรงนี้ ผมพยายามยกว่าอันนี้เป็นบทเรียนที่จะต้อง มาเขียนและกำหนด เรื่องกรณีเหมืองแร่อมก๋อยที่มีการทำประชาคม แล้วก็เอกสารไม่สมบูรณ์ ซึ่งตอนนี้มีฝ่ายคัดค้านดำเนินการอยู่ ผมยกว่านี่ก็คือบทเรียน ผมก็ยกตัวอย่างกรณีแม่เมาะว่า ๒๐ กว่าปีที่รอคอยเอกสารสิทธิที่ยังไม่ได้ดำเนินการและกำลังเริ่มนี่ครับ อันนี้คือความเจ็บปวด ของประชาชนที่กำลังรอคอย และยังมีหลายพื้นที่นี่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมยืนยันกับท่านประธาน และประธานคณะกรรมาธิการก็คือว่าการดูอดีตที่มันเป็นข้อผิดพลาดและข้อปัญหาเพื่อที่ จะกำหนดเป็นแนวทาง ไม่ใช่เป็นการย้อนไปไกล ไม่ได้เป็นการพูดเรื่องเก่า การพูดเรื่องอดีต จะนำไปสู่การกำหนดอนาคตที่ชัดเจนครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านอนุรักษ์ครับ🔗

นางอนุรักษ์ บุญศล สกลนคร

กราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูง ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน โพแทชบ้านดิฉันเยอะจริง ๆ ค่ะ แล้วก็เป็นสายมา ท่านประธานประทวนบอกว่าแค่เจาะ ก็ทะเลาะกันแล้ว นั่นเป็นเรื่องจริงเลยทีเดียวที่บ้านดิฉันคือประชาชนไม่อยากได้ ไม่อยากให้ ขุดเจาะเลยแม้แต่นิดเดียว เพราะว่ามันมีผลมาจากการสัมปทานเกลือ เมื่อ ๑๐ กว่าปีที่แล้ว ดิฉันได้นำเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ก็ยกเลิกการสัมปทานไปในเรื่องของเกลือนะคะ แล้วทีนี้ ดิฉันถามไปที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการว่าเมื่อเจาะก็ทะเลาะกันแล้วท่านก็รู้ แล้วทำอย่างไร ถึงจะอยู่กันได้ พี่น้องประชาชนคิดว่าเมื่อเจาะโพแทชแล้วมันจะทะลักไปที่ อบต. กับเทศบาล พี่น้องประชาชนได้แต่มลพิษ ไม่ได้อะไรเลย ไม่ทราบว่าท่านได้ศึกษาในกรณีนี้หรือเปล่า และที่บ้านดิฉันจังหวัดสกลนคร แล้วก็จังหวัดอุดรธานีก็เช่นเดียวกันแค่เจาะก็ทะเลาะกัน อย่างมหัศจรรย์แล้ว แล้วในพื้นที่เมื่อเป็นประชาธิปไตยดิฉันรับฟังเสียงของประชาชนนะคะ เมื่อเขาไม่ต้องการก็ไม่ต้องการ เมื่อเขาไม่ต้องการก็คือไม่ต้องการ แต่ท่านเมื่อศึกษาแล้ว มีทางออกให้กับประเทศชาตินี้หรือไม่ จะมีโอกาสได้ใช้ปุ๋ยถูกลงหรือไม่ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านปดิพัทธ์ เชิญครับ🔗

นายปดิพัทธ์ สันติภาดา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา ก็ขอบคุณท่านประธานที่ตอบอย่างละเอียดในทุกแง่มุมนะครับ แต่เรื่องของประชามติ ที่ผมพูดมันไม่ใช่เรื่องของการสำรวจ แต่คือคุณภาพของการทำประชามติ เพราะถ้าประชามติ มันไปเพิ่มขั้นตอนเป็นการสำรวจก็ขนคนใส่ตู้คอนเทนเนอร์ (Container) ได้เหมือนเดิมละครับ ไม่ว่าประชามติจะมีมากกี่ครั้งก็ตาม แต่ถ้าคุณภาพและเจ้าหน้าที่ยังไม่เข้าไปควบคุมกระบวนการ ทำประชามติก็เพียงแค่เพิ่มขั้นตอนต้นเท่านั้นเอง แล้วก็ท่านบอกว่าเราเอาแต่เรื่องไม่ดีมาพูด ก็มีแค่ ๕ นาทีครับ แล้วญัตตินี้เริ่มต้นจากการมีปัญหาเราก็เลยเอาปัญหามา แล้วกรรมาธิการ ก็ไปแก้ เรื่องที่ดีอยู่แล้วเราก็ชื่นชมก็ว่าไป เราไม่ได้ตั้งหลักที่จะมาค้านหรือว่าทำอะไรไม่ดี แต่เรา เป็นผู้แทนในพื้นที่เราก็เอาปัญหามาสะท้อน🔗

เรื่องสุดท้ายก็คือโมเดล (Model) นกอินทรีย์อยู่ในรายงานหรือเปล่าครับ คือถ้าอยู่ผมอาจจะไม่รับ เพราะจริง ๆ แล้วผมว่าภาพลักษณ์มันผิด ประชาชนทุกคนในพื้นที่ ไม่ใช่นก รัฐก็ไม่ใช่นักท่องเที่ยว รัฐมีหน้าที่ทำให้คนที่เข้าไปในทะเลเขาสามารถประกอบการ ได้อย่างเป็นธรรม ได้รับผลประโยชน์ พวกรัฐไม่ใช่นักท่องเที่ยวนะครับ ผมคิดว่าอะนาโลจี (Analogy) หรือว่าภาพลักษณ์นี้ไม่ถูกก็อยากให้ท่านได้ทบทวน แต่ถ้ามันอยู่ในรายงานผมก็ต้อง รบกวนจริง ๆ ว่าเป็นข้อสรุปที่ผิดพลาด แล้วก็อาจจะส่งผลถึงการไม่รับรายงาน ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

จะชี้แจง ไหมครับ🔗

นายประทวน สุทธิอำนวยเดช ประธานกรรมาธิการ

กราบขอบคุณครับ ที่ถามว่าจะออกแบบอย่างไรเอาแร่ขึ้นมาได้ แล้วมันมีการขัดแย้งกันอยู่ ผมก็พยายามเพียร นำเสนอทฤษฎีนกอินทรีย์ การมีผลประโยชน์ร่วม ถ้าไม่อย่างนั้นเขาก็จะร้องเรียนตลอด ทำอย่างไรให้ประชาชนในจังหวัดสกลนครมีรายได้จากการเอาแร่โพแทชเข้ามาสู่ครัวเรือน หรือสู่ตัวตน แต่ถ้ายังทำเหมือนเดิมจนปัญญาครับ ก็จะต้องคัดค้านกันตลอดไป เราจะต้องให้ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปออกระเบียบจากการมีส่วนร่วม จากผลประโยชน์ที่ได้ทางอ้อม จาก อบต. อบจ. และเทศบาลที่เก็บค่าภาคหลวงแล้ววิ่งตรงไปที่ตรงนั้น แล้วในที่สุดเขาก็จะมีคณะกรรมการของเขาชุดหนึ่งเป็นคนพิพากษ์ว่าจะเอาเงินที่ได้ จากค่าภาคหลวงไปบริหารจัดการอะไร ไม่จำเป็นต้องทำเกี่ยวกับแร่ ระเบียบเก่า แต่ถ้าเป็น ระเบียบใหม่ให้ออกยกร่างกันใหม่ว่าเงินหน้าตักมีเท่าไร รายได้จะเก็บจากผู้ประกอบการเท่าไร แล้วจัดสรรปันส่วนว่าทุกคนจะมีรายได้จากการนำแร่ คนสกลนครจะรวย คนอุดรธานีก็จะรวย แต่ทั้งหมดทั้งปวงที่ผมนำเรียนไปแล้วไม่ใช่มุ่งแต่ความรวยอย่างเดียว แต่ต้องคำนึงถึง ความถูกต้องของสาธารณะ ต้องคำนึงถึงว่าเอาแต่รวยอย่างเดียวบางทีเป็นโรคตายเร็วขึ้นมา เป็นมะเร็งไม่เอา เพราะฉะนั้นหน่วยงานของรัฐ กระทรวงสาธารณสุข ต้องเข้าไปดูว่าจะทำ อย่างไร แล้วถึงออกแบบกันมาใหม่ เพราะฉะนั้นแร่ที่อยู่ในดินทั้งหมดก็จะถูกขึ้นมา หรือแร่ที่มี มูลค่าเยอะ ๆ ของประเทศก็จะถูกเอาขึ้นมา ติดอยู่ตรงนี้นิดเดียวต้องทำการมีส่วนร่วมให้เลยไป จนถึงการมีผลประโยชน์ร่วมปลายน้ำด้วย🔗

ส่วนในเรื่องที่ท่านบอกว่าทฤษฎีนกอินทรีย์อยู่ในเล่มหรือเปล่า ไม่ได้อยู่ครับ เพียงแต่ชี้ให้ท่านเห็นในที่ประชุมเท่านั้นเองว่าท่านเห็นด้วยไหม ถ้าท่านไม่เห็นด้วยก็ไม่ต้องเอา ทฤษฎีนกอินทรีย์มา แต่ถ้าท่านเห็นด้วยผมจะส่งเรื่องนี้บวกไปว่านกอินทรีย์ไปลองแอปพลาย (Apply) ดูสิว่าตัวละครที่ผมกำหนดไว้ว่าเรือ นักท่องเที่ยว และประชาชน ผมพยายามยกสมการ ให้มันดูง่าย ๆ แต่อาจจะเข้าใจผิดกัน ขอบคุณมากครับที่แนะนำ เราก็จะไปดูกันใหม่ว่านิยาม ที่เรากำหนดไว้อาจจะไม่ถูกต้อง อย่างที่ท่านแนะนำมา ก็พยายามที่จะเพียรพยายามอย่างเดียว นอกจากกฎหมาย นอกจากเจ้าหน้าที่แล้ว ก็ในเรื่องนี้ละครับ ถ้าทำเรื่องนี้จบการมีผลประโยชน์ร่วม สู่ครัวเรือนได้จะลดปัญหาได้เยอะแยะมาก นำเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีท่านสมาชิก ท่านใดที่ไม่เห็นด้วย คัดค้านรายงาน จะเห็นเป็นอย่างอื่นมีไหมครับ เชิญครับ🔗

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมต้องขอความชัดเจนจาก ท่านประธานคณะกรรมาธิการจริง ๆ ครับ ท่านไม่ได้ตอบประเด็นอย่างตรงไปตรงมาในกรณีที่ ท่านปดิพัทธ์ สันติภาดา ถาม แต่ท่านต่อเติมไปอีกครับ ท่านบอกว่าท่านในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการเห็นว่าทฤษฎีนี้สามารถเอามาเปรียบเทียบใช้ได้ แล้วท่านถามพวกเรากลับว่า ถ้าพวกเราเห็นด้วยท่านจะเอากลับไปใส่ในรายงาน ตกลงวันนี้จะให้พิจารณารายงานจบเลย หรือถ้าท่านพูดแบบนี้หมายถึงว่าท่านจะถอนรายงานเอาทฤษฎีท่านใส่มาก่อน แบบนั้นก็ได้ นะครับ ก็กลับไปเอาทฤษฎีนกอินทรีย์ใส่มาครับ แล้วก็มาพิจารณากันอีกรอบหนึ่งว่าจะเป็น อย่างไร ฉะนั้นเอาให้ชัดครับ ถ้าผมเห็นด้วยต้องไม่มีประเด็นเรื่องทฤษฎีนกอินทรีย์ในรายงาน แต่ถ้าวันนี้ท่านยืนยันว่าท่านจะใส่ก็มาพิจารณากันว่าพวกผมจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย จะได้ ไม่ต้องเสียเวลาถอนรายงานออกไปพิจารณา ต้องขอความชัดเจนจากคณะกรรมาธิการก่อนที่ จะให้พวกผมเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยครับท่านประธาน🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านประทวนครับ🔗

นายประทวน สุทธิอำนวยเดช ประธานคณะกรรมาธิการ

ขออนุญาต ท่านประธานครับ ขอบคุณมากครับที่ได้กรุณาถามให้ชัดเจนขึ้น คือทฤษฎีนกอินทรีย์ไม่อยู่ในเล่ม อยู่แล้ว เพียงแต่ว่าเรายกอ้างอิงในหลักการของนกกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งผู้ประกอบการ ท่องเที่ยวมาประกอบเท่านั้น ท่านได้อภิปรายมาว่านิยามที่ผมใส่เข้าไปไม่น่าถูก ผมก็บอกว่า จะเสนอมาให้ผมปรับปรุงอย่างไรท่านก็เสนอมา ถ้าไม่ถูก ที่ท่านบอกไม่ถูกมันคืออะไร หรือท่าน บอกว่ามันไม่ควรอย่างยิ่งที่จะใส่ในเล่มผมก็น้อมรับ แล้วก็จะไม่ได้พูดถึงนกอินทรีย์ในเล่ม แต่จะพยายามยกประเด็นที่บอกกับทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่าการดำเนินการเกี่ยวกับแร่ ทั้งหมด ไม่ว่าจะอาชญาบัตร ประทานบัตร การกำกับดูแล หรือผลพวงที่มีผลกระทบ ทำอย่างไร ให้ประชาชนได้ผลประโยชน์ตกถึงครัวเรือนหรือตัวตน อันนี้คงไว้ครับ ก็อยากจะรบกวนท่าน ได้ช่วยแนะนำเพิ่มเติมครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ก็คงไม่มีอะไร เพราะรายงานจะแก้ไขเพิ่มเติมไม่ได้นอกจากที่ประชุมจะอนุญาตนะครับ วันนี้เป็นรายงาน ของคณะกรรมาธิการ เพราะอยู่ ๆ ประธานเสนอไปแล้ว จะไปแก้ไขเพิ่มเติมโดยที่ประชุม ไม่รับทราบ ไม่อนุญาตนี่แก้ไขไม่ได้ อันนี้ชัดเจน ไม่ต้องห่วง ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบนะครับ🔗

เนื่องจากกรรมาธิการมีข้อสังเกตอยู่ ๓ ประเด็น อยู่ในรายงาน หน้า ๓๓๖-๓๔๐ เป็นข้อสังเกตที่ต้องมาขอที่ประชุมสภาเพื่อจะเห็นด้วย พูดง่าย ๆ ว่าอนุมัติ ถ้าเห็นด้วย หรืออนุมัติก็จะได้ส่งข้อสังเกตไปให้รัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ซึ่งเป็นไปตาม ข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ดังนั้นอยากจะถามที่ประชุมว่าข้อสังเกตทั้ง ๓ ประเด็น ที่มี ประเด็นที่ ๑ การบังคับใช้กฎหมายอย่างเป็นธรรมและโปร่งใสในการประกอบกิจการ เหมืองแร่ ภาษาอังกฤษ แฟร์ แอนด์ ทรานส์พาเรนต์ ลอว์ เอนฟอร์ซเมนต์ (Fair and Transparent Law Enforcement) ประเด็นที่ ๒ การมีส่วนร่วมและการจัดสรรผลประโยชน์ร่วม สู่ครัวเรือน ประเด็นที่ ๓ การพัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างบุคลากรภาครัฐ มีท่านสมาชิก ท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่เห็นด้วยไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ถ้าไม่มี ผมถือว่าที่ประชุมเห็นชอบทั้งรายงานและข้อสังเกต ก็จะส่งไปให้รัฐบาลดำเนินการ ตามรายงาน และข้อสังเกตที่คณะกรรมาธิการได้พิจารณาศึกษามาให้ดำเนินการต่อไปนะครับ เป็นการจบ การพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขอบคุณท่านประทวนและท่านกรรมาธิการทุกท่าน นะครับ ขอบคุณมากครับ🔗

๔.๒ รายงานผลการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา แผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และแนวทางการบริหารจัดการปัญหาหนี้สินครูและบุคลากร ทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว🔗

ขอเชิญ คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่ครับ🔗

(คณะกรรมาธิการเข้าประจำที่)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีผู้มาชี้แจง ๑ ท่าน คือ นายทอง วิริยะจารุ รองประธาน คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาหาสาเหตุ และแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ประธานมีอะไรจะแถลง ชี้แจง นอกเหนือจากรายงานที่ทำ เป็นเล่มมาสู่ห้องประชุมแล้วไหมครับ เชิญครับ🔗

นายปรีดา บุญเพลิง รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายปรีดา บุญเพลิง รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง แทนประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา แผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และแนวทางการบริหารจัดการปัญหาหนี้สินและบุคลากร ทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ ขอเสนอที่ประชุมพิจารณาดังนี้🔗

จากการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๒ ครั้งที่ ๑ และครั้งที่ ๑๗ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันพฤหัสบดีที่ ๓๐ กรกฎาคม ๒๕๖๓ และครั้งที่ ๑๙ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) วันพฤหัสบดีที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๓ ได้มีมติแต่งตั้ง คณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และแนวทางการบริหาร จัดการปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ ตามรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๑๒๙ ประกอบข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๙๖ เพื่อศึกษาแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และแนวทางการจัดการบริหารปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ เพื่อให้การพิจารณาของคณะกรรมาธิการตามที่ได้รับมอบหมายจากสภาผู้แทนราษฎร คณะกรรมาธิการจึงได้ทำการพิจารณาศึกษาโดยกลไกการทำงานที่มีความรอบด้าน ตามระบบงานนิติบัญญัติของสภาผู้แทนราษฎร ทั้งงานด้านการประชุม การเชิญผู้แทน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันประชุม การจัดสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากการที่ ทุกภาคส่วนมีส่วนเกี่ยวข้อง รวมทั้งเพื่อให้การดำเนินงานของคณะกรรมาธิการมีความรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ คณะกรรมาธิการจึงได้อาศัยอำนาจตามข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๙๖ มีมติแต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการในคณะกรรมาธิการขึ้น จำนวน ๒ คณะ ได้แก่ ๑. คณะอนุกรรมาธิการเพื่อศึกษาแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา มีนายเกษม ศุภรานนท์ เป็นประธาน ๒. คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาหาสาเหตุและแนวทาง แก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ มีนายปรีดา บุญเพลิง เป็นประธาน🔗

คณะกรรมาธิการหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารายงานผลการพิจารณาศึกษาในครั้งนี้ รัฐบาลจะนำผลการศึกษาไปเป็นแนวทางต่อการศึกษาแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรอย่างเป็นระบบต่อไป บัดนี้ผมขอให้ ประธานคณะอนุกรรมาธิการศึกษาแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และประธาน คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาหาสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากร ทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ นำเสนอต่อสภาแห่งนี้ และรับฟังข้อสังเกตของสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรต่อไป เชิญท่านเกษม ศุภรานนท์ ครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญครับ🔗

นายเกษม ศุภรานนท์ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม เกษม ศุภรานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๑ พรรคเศรษฐกิจไทย กราบเรียนเพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผลการพิจารณาศึกษาแผนปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษา ซึ่งประมวลย่อ ๆ คร่าว ๆ ได้ประมาณ ๔-๕ ด้านครับ ประเด็นที่ ๑ เรื่องคุณภาพ การศึกษา ประเด็นที่ ๒ เรื่องความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ประเด็นที่ ๓ ปัญหาระบบ การศึกษา และประเด็นที่ ๔ กฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อการสร้างขีดความสามารถ ในการแข่งขันของประเทศ รวมถึงการบริหารจัดการศึกษา🔗

เรื่องคุณภาพการศึกษาเป็นปัญหาหลักของเมืองไทยเรา ของบ้านเรา เรียนด้วย ความเคารพ ความเหลื่อมล้ำคุณภาพทางการศึกษาจะอยู่คู่ขนานกัน บ้านห่างทางไกล การบริหารบนความขาดแคลน เคยเรียนท่านสมาชิกที่เคารพทุกครั้งว่าเรามีการปฏิรูปประเทศ กี่ครั้ง ปฏิวัติกี่ครั้ง ประชาธิปไตยกี่ปี โรงเรียนก็ยังขาดแคลน สถานศึกษาก็ยังขาดแคลน ทั้ง ๔ เอ็ม (4M) ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณ มันนี (Money) ไม่ว่าจะเป็นแมน (Man) หรือคน ไม่ว่าจะเป็นแมตทีเรียล (Material) สื่อการสอน การจัดการก็จะไม่มีคุณภาพ อันนี้คือสิ่งที่เรา ศึกษา แล้วก็นำเรียนด้วยความเคารพว่าคุณภาพมันเกี่ยวข้องกับเรื่องความเหลื่อมล้ำ กระผม เคยอยู่ในสถานศึกษาที่โคราช ที่อนุบาลนครราชสีมา ต่อจากผู้อำนวยการทอง จะเห็นว่าสเตกโฮลเดอร์ (Steakholder) คนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาจะมีรถตู้ ขนาดประมาณ ๑๐ กว่าคน แล้วก็ประมาณวันละ ๒๐๐ คัน มาจอดที่หน้าโรงเรียนด้วยการสเตกโฮลเดอร์ (Stakeholder) คือคนที่ผูกพันทางการศึกษา บอกว่าลูกข้าจะต้องเรียนโรงเรียนที่มีคุณภาพ โรงเรียนที่ดี โรงเรียนที่พวกเราสบายใจ ตื่นเช้ามาก็บอกไป ไปโรงเรียนไอซียู (ICU) ไปลูกไป ไปโรงเรียนไอซียู (ICU) อย่างนี้ปัญหาก็เกิด ทางชาวบ้านเองก็เหมารถตู้เข้ามา มาเรียน ในโรงเรียนที่มีชื่อเสียงที่เขามั่นใจว่าจะตอบโจทย์ แล้วก็มีคุณภาพกับลูกหลานเขา เพราะฉะนั้น ตรงนี้เองที่เกิดความเหลื่อมล้ำว่าในชนบทเอง ในต่างอำเภอเอง ในสถานศึกษาเองยังมีความที่ ผู้ใช้บริการยังไม่มั่นใจ ขอความกรุณาท่านประธานที่เคารพ ขอความกรุณาท่านสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ เรามาให้ความสำคัญกับการศึกษาเถอะครับ แล้วท่านทั้งหลายก็จะมี ความสุขในการบริหารจัดการ ในการอยู่ในชุมชน กระผมเคยเรียนกับท่านรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงศึกษาธิการว่าเรามีคณะกรรมการสถานศึกษาอยู่ เราน่าจะมี ขอโทษนะครับ เบี้ยประชุมให้กับคณะกรรมการสถานศึกษา ๑๕ คน ให้เขาดูแล ให้เขาเป็นหูเป็นตา บ้านห่างทางไกล เรียนด้วยความเคารพ เพราะฉะนั้นคุณภาพของการศึกษาจะอยู่คู่กับ ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา จะอยู่คู่กับปัญหาระบบการศึกษา อย่างระบบการศึกษา ที่เห็นชัดเจน ขอเรียนท่านประธานผ่านไปยังสมาชิก อย่าง พ.ร.บ. อาชีวศึกษาของเอกชนไม่มี การสั่งการ การบริหารจัดการก็เกรงว่าจะผิดระบบ ผิดระเบียบ อย่างนี้เป็นต้น เพราะฉะนั้น เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุณาให้ความสำคัญ กรุณาให้ความร่วมมือ แล้วก็ตั้งข้อสังเกตได้นะครับ อย่างปัญหาเรื่องระบบการศึกษาของเราซึ่งเรารออยู่ เรื่อง พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติ ซึ่งท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหลายในที่นี้คงจะเป็นกรรมาธิการอยู่ด้วย หรือเป็นผู้ที่ศึกษาเรื่องนี้อยู่ด้วย แต่ว่า พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่นี้ก็พยายาม จะแก้ปัญหาเรื่องการศึกษาโดยเฉพาะมาตรา ๘ เด็กได้ประโยชน์โดยตรง โดยการเรียน ตามสมรรถนะของเด็ก เด็กมีความสุขในเรื่องอะไร เรียนประถมศึกษานี่ อย่างโคราชเรา เด็กมีพรสวรรค์เรื่องเพลงโคราชก็จะไปประกอบเพลงโคราชกับพ่อกับแม่คู่ขนานกันไปได้ อย่างนี้เป็นต้น อย่างกรณีที่ฟัน ไฟด์ โฟกัส (Fun Find Focus) ของโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยในอดีต เด็กก็จะมีความสุข ป. ๑ ป. ๒ เรียนอย่างมีความสุข เรียนอย่างสบายใจ🔗

(การประชุมดำเนินมาถึงตอนนี้ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้ขึ้นบัลลังก์เพื่อดำเนินการประชุมต่อไป)
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ขอบคุณนะครับ ท่านกรรมาธิการเพิ่มเติม เชิญเลยครับ🔗

นายปรีดา บุญเพลิง รองประธานคณะกรรมาธิการ

กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติ กระผม นายปรีดา บุญเพลิง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคครูไทยเพื่อประชาชน ในฐานะประธาน คณะอนุกรรมาธิการศึกษาแนวทางการแก้ปัญหาหนี้สินครูและบุคลากร ทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ ขอนำเสนอจากที่คณะอนุกรรมาธิการได้ศึกษาแนวทางการแก้ไข ปัญหาหนี้สินครูอย่างเป็นระบบ🔗

วัตถุประสงค์🔗

๑. เพื่อศึกษาสภาพปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา🔗

๒. เพื่อศึกษาสาเหตุหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา🔗

๓. เพื่อศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา🔗

กลุ่มเป้าหมาย ผู้ทรงคุณวุฒิ บุคลากรจากสถาบันการเงิน และหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง แกนนำองค์กรวิชาชีพครู ตัวแทนครูและบุคลากรทางการศึกษาทั่วประเทศ คณะที่ปรึกษาประจำคณะอนุกรรมาธิการ เครือข่ายพัฒนาชีวิตครู ๔ ภูมิภาค🔗

แนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ หมายถึง การกำหนดแนวทางวิธีการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูให้ลดลงและอัตราดอกเบี้ยลดลง หรือขยายเวลาการผ่อนชำระหนี้ให้ยาวขึ้น และกำหนดแนวทางป้องกันการเป็นหนี้ได้ อย่างเหมาะสม เพื่อให้ครูและบุคลากรทางการศึกษามีขวัญกำลังใจ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น สามารถปฏิบัติหน้าที่เต็มตามศักยภาพ ซึ่งจะส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนที่สูงขึ้น🔗

ครูและบุคลากรทางการศึกษา หมายถึง ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับ เงินเดือนจากเงินงบประมาณแผ่นดินในลักษณะเงินเดือน ค่าจ้างรายเดือน หรือเงินค่าตอบแทนอื่น ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงมหาดไทย หรือกระทรวงอื่น ๆ และผู้ที่ดำเนินการจัดการเรียนการสอนในสถานศึกษาของรัฐและเอกชน รวมทั้งผู้ที่เกษียณอายุ ราชการไปแล้ว🔗

สภาพปัจจุบันและปัญหา เด็กต้องได้เรียนหนังสือ ครูสละชีวิตเพื่อนักเรียน บ้านพักครู เปิดใจน้ำตาครูที่เป็นหนี้ กยศ. แทนศิษย์ ครูเร่ขายห่อหมก ให้เด็กเรียนฟรี กินฟรี อยู่ฟรี นี่คือสภาพปัญหา🔗

ข้อมูลและบุคลากรทางการศึกษา ปี ๒๕๖๒ เมื่อวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๓ ประเภทระดับประถมศึกษา ๒๕๐,๐๐๐ กว่าคน ระดับประถมมัธยมศึกษา ๑๒๖,๐๐๐ กว่าคน ระดับอาชีวศึกษาภาครัฐ ครูผู้สอนสังกัดการศึกษาพิเศษ ๑๙,๐๐๐ กว่าคน ครูผู้สอนสังกัด สช. ๙๙,๐๐๐ กว่าคน คณาจารย์สายวิชาการ ๒๕๖ วิทยาลัย ๗๕,๐๐๐ กว่าคน บุคลากรสนับสนุน ๒๖๐ มหาวิทยาลัย ๑๒๐,๐๐๐ กว่าคน ครูและบุคลากรทางการศึกษาที่เกษียณอายุราชการ ๒๗๙,๐๐๐ กว่าคน รวมทั้งหมด ๙๙๙,๘๑๐ คน🔗

หนี้สินครู ๑.๔ ล้านล้านบาท ครูเป็นหนี้กว่า ๘๐๐,๐๐๐ คน ประกอบด้วย หนี้เงินกู้จากสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ๑๑๓ แห่ง ธนาคารออมสิน โครงการ ช.พ.ค. ช.พ.ส. ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) อัตราดอกเบี้ยในปัจจุบัน ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ปีแรกประมาณ ๒.๕ เปอร์เซ็นต์ ปีที่ ๒ ๒.๗๕ เปอร์เซ็นต์ และ ปีต่อ ๆ ไปเอ็มแอลอาร์ลบ ๑ (MLR-1) แต่ไม่เกินประมาณ ๕ เปอร์เซ็นต์ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ประมาณ ๗ เปอร์เซ็นต์ ธนาคารออมสิน ช.พ.ค. ๕.๕-๖.๕ เปอร์เซ็นต์ สหกรณ์ ออมทรัพย์ครู ประมาณ ๕.๕ เปอร์เซ็นต์🔗

สภาพหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นหนี้ รวมยอดหนี้ทั้งหมดมากกว่า ๑.๔ ล้านล้านบาท มีจำนวนครูที่เป็นหนี้ ๘๐๐,๐๐๐ กว่าคน แบ่งประเภทหนี้ของครูและบุคลากรทางการศึกษาเป็น ๓ ระดับ คือหนี้ปกติ หนี้ใกล้วิกฤติ และ หนี้ขั้นวิกฤติ ผลการศึกษาสรุปได้ว่าสภาพหนี้สินมี ๓ ระดับ หนี้ปกติคือครูสามารถชำระหนี้ได้ ตามปกติ มีเงินเดือนเหลือพอใช้ปานกลาง หนี้ใกล้วิกฤติ ครูสามารถชำระหนี้ได้ปกติ แต่ไม่มีเงิน เหลือใช้ในแต่ละเดือน ครูต้องยืมเงินนอกระบบมาใช้จ่ายให้เพียงพอกับรายจ่ายเพิ่มขึ้นทุกปี หนี้ขั้นวิกฤติ ครูไม่สามารถชำระหนี้เงินกู้ได้ปกติ เงินใช้แต่ละเดือนไม่เพียงพอกับรายจ่าย ผู้ค้ำประกันต้องแบกรับภาระหนี้แทนและถูกฟ้องร้องให้ดำเนินคดี ซึ่งมีเพิ่มขึ้นทุกปี จำนวนคดี ที่ฟ้องร้องครูในปี ๒๕๖๒ จากการศึกษาคดีกู้ยืมเงินอยู่ที่ ๑๓๘,๔๒๐ คดี คดีบัตรเครดิต ๑๖๘,๓๔๗ คดี คดีสินเชื่อส่วนบุคคล ๒๙๓,๘๙๙ คดี คดีหนี้ที่กู้ยืมเรียน ๙๒,๔๗๒ คดี หนี้ในสภาพขั้นวิกฤติ🔗

สาเหตุการเป็นหนี้ของครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นหนี้โดยปัจจัยพื้นฐาน เป็นหนี้ในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ เป็นหนี้จากการช่วยเหลือสังคม เป็นหนี้จากการขาดหลักคิด ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เป็นหนี้จากปัจจัยอื่น ๆ🔗

แนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ มี ๓ แนวทาง ใช้ระบบสหกรณ์เป็นฐาน โดยกระทรวงศึกษาธิการร่วมกับกระทรวงเกษตร และสหกรณ์และสถาบันการเงินทำงานเชิงบูรณาการ โดยแก้ไขข้อกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวข้อง ในการบริหารจัดการให้เอื้อต่อการแก้ไขหนี้สินครูผ่านระบบสหกรณ์ครูทั่วประเทศ หลักการคือ ๑. รวมหนี้ ปรับแผนการชำระหนี้ ๒. สามารถมีหลักทรัพย์หรือโอนหุ้นชำระหนี้ได้ ๓. จัดหา แหล่งทุนสนับสนุนในอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ ๒ บาทต่อปี ๔. ขยายเวลาการผ่อนชำระหนี้ เงินกู้ ๕. ให้มีหลักประกันเงินกู้ที่เหมาะสม ไม่เป็นภาระต่อผู้ค้ำประกัน🔗

แนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ คือ ๑. จัดตั้งกองทุนพัฒนาครูไทย โดยความร่วมมือของคณะรัฐมนตรี กระทรวงการคลัง ธนาคาร แห่งประเทศไทย ออกพระราชบัญญัติเงินกู้ หรือพันธบัตรรัฐบาลเพื่อระดมทุนจากสถาบัน การเงินทั้งในและต่างประเทศ เพื่อเป็นกองทุนในการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ในอัตราดอกเบี้ย ไม่เกินร้อยละ ๒ บาทต่อปี หลักการคือ รวมภาระหนี้สินไว้ที่กองทุน ป้องกันการกู้ที่ซับซ้อน มีมาตรการควบคุม กำกับติดตามการบริหารจัดการรายได้อย่างเป็นระบบ ส่งเสริมให้จัดทำ บัญชีครัวเรือน น้อมนำหลักเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในการดำรงชีวิต มีคณะกรรมการบริหาร จัดการหนี้ทั้งในระดับประเทศ ระดับจังหวัด ระดับเขตพื้นที่การศึกษากำกับดูแล🔗

แนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ พันธบัตรช่วยครูปลดหนี้ โดยความร่วมมือของธนาคารของรัฐ เช่น ธนาคารออมสิน ธอส. ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครู จัดจำหน่ายพันธบัตรเพื่อระดมทุน จากสถาบันการเงินทั้งในและต่างประเทศ อัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๒ ระยะเวลา ๕ ปี เพื่อเป็น กองทุนในการแก้ปัญหาหนี้สินครู หลักการคือ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูนำเงินกองทุนซื้อหนี้จาก ธนาคารที่คิดดอกเบี้ยเงินกู้เกินร้อยละ ๔ สหกรณ์ออมทรัพย์ครูคืนหนี้ที่กู้จากธนาคารที่คิดดอกเบี้ยเกินร้อยละ ๒ สหกรณ์ออมทรัพย์ครู คืนเงินต้นพร้อมทั้งดอกเบี้ยพันธบัตรภายใน ๕ ปี สหกรณ์ออมทรัพย์ครูต้องคิดอัตราดอกเบี้ย เงินกู้ไม่เกินร้อยละ ๔ มีมาตรการควบคุม กำกับติดตามการบริหารจัดการรายได้อย่างเป็นระบบ ส่งเสริมให้ครูรวมกลุ่ม จัดทำบัญชีครัวเรือน น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ในการดำรงชีวิต🔗

ข้อเสนอแนะในการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็น ระบบ คือการประนอมหนี้หรือปรับโครงสร้างหนี้ รัฐต้องพักชำระหนี้แก่ครูอย่างน้อย ๒ ปี ตามความสมัครใจ รัฐบาลเจรจาขอความร่วมมือสถาบันการเงินต่าง ๆ ที่ครูเป็นหนี้ให้ลด ดอกเบี้ยเงินกู้ต่ำลง ไม่เกินร้อยละ ๔ บาทต่อปี รัฐบาลให้ความช่วยเหลือแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ที่เป็นหนี้และผู้ค้ำประกันเงินกู้ที่กำลังถูกฟ้องและถูกดำเนินคดีโดยเร่งด่วน เพิ่มรายวิชา ในหลักสูตรการเรียนครู เช่น วิชาเศรษฐกิจ เศรษฐศาสตร์การเงิน การลงทุน การดำเนินชีวิต ตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง🔗

กระบวนการผลิตครู รัฐต้องกำหนดให้มีสถาบันการผลิตครูโดยตรง กระจาย อำนาจอยู่ทุกภูมิภาค และสอบคัดเลือกนักเรียน ม ๖ ที่เรียนดี มีคุณธรรม จริยธรรมมาเรียนครู จบแล้วบรรจุครูในท้องถิ่นของตนเองทันที รัฐต้องจัดสวัสดิการ สวัสดิภาพที่ดีแก่ครูทุกด้าน ให้เท่าเทียมกันอย่างเพียงพอ เช่น สวัสดิการบ้านพัก ที่อยู่อาศัย ยานพาหนะ เป็นต้น รัฐต้อง ส่งเสริมความก้าวหน้า ความมั่นคงในชีวิตครู และปรับปรุงโครงสร้างอัตราเงินเดือนครูให้สูงขึ้น และเพียงพอ เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจในยุคปัจจุบัน รัฐต้องกระจายอำนาจให้สถานศึกษา ทุกด้าน และลดภาระงานครู ให้ครูมีหน้าที่สอนอย่างเดียว และจัดหาบุคลากรฝ่ายสนับสนุน การสอนให้เพียงพอ ปรับปรุงพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๔๗ และ แก้ไขเพิ่มเติมให้เหมาะสม ควรนำรูปแบบโครงสร้างพัฒนาชีวิตครูที่สมาคมเครือข่ายพัฒนา ชีวิตครูแห่งประเทศไทยมาเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูทั้งระบบ แก้ไขพระราชบัญญัติ บำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๔๙๔ และแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อใช้สูตรการคิดคำนวณบำเหน็จ บำนาญ รัฐควรสนับสนุนให้จดจัดตั้งทะเบียนธนาคารครูไทย โดยมุ่งเน้นผลประโยชน์ของ มวลสมาชิกเป็นสำคัญ หลักการก็คือ รวมเงินเดือนครู เงินสวัสดิการ เงินฝากของครูฝากไว้ที่ ธนาคารครูไทย เงินบำรุงการศึกษา เงินอุดหนุนการศึกษาทุกประเภทผ่านธนาคารครูไทย จัดหา แหล่งเงินทุนและจัดสวัสดิการเงินกู้ให้สำหรับครูที่กู้ยืมในอัตราดอกเบี้ยต่ำ จัดสวัสดิการ สนับสนุนการศึกษาอื่น ๆ แก่มวลสมาชิก เช่น ทุนการศึกษา สวัสดิการฌาปนกิจสงเคราะห์ เป็นต้น กำหนดมาตรการควบคุม กำกับติดตามการบริหารจัดการรายได้อย่างเป็นระบบ มีการส่งเสริมให้ทำบัญชีครัวเรือน และน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ ในการดำรงชีวิต รัฐพึงจัดเก็บภาษีเพื่อการศึกษาเฉพาะ และลงทุนเพื่อเป็นค่าใช้จ่าย ด้านการศึกษาให้เพียงพอกับความต้องการและความจำเป็น ให้กระทรวงศึกษาธิการ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุงแก้ไขข้อกฎหมาย ระเบียบ หรือหลักเกณฑ์ที่เป็นสาเหตุที่ ทำให้เพิ่มรายจ่ายโดยไม่จำเป็น เช่น ควรปรับลดเวลาการทดลองปฏิบัติราชการของครูผู้ช่วย ให้เหลือ ๖ เดือน และสามารถยื่นคำขอย้ายกลับภูมิลำเนาได้ภายใน ๒ ปี รวมทั้งให้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แก้ไขกฎหมาย กฎกระทรวง ระเบียบ หลักเกณฑ์ที่เป็นอุปสรรค ต่อการบริหารจัดการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูที่ไม่เอื้อต่อการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู🔗

สภาพความสำเร็จด้านสังคมและด้านเศรษฐกิจ รัฐใช้เป็นแนวทางในการแก้ไข ปัญหาหนี้สินให้แก่ข้าราชการอื่นและพี่น้องประชาชนทุกสาขาอาชีพได้ โดยยึดมั่นหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ สังคม มีความเอื้ออาทร อยู่เย็นเป็นสุข มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืน🔗

สภาพความสำเร็จด้านครูและบุคลากรทางการศึกษา มีขวัญกำลังใจที่ดี ในการปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ ปัญหาหนี้สินครูลดลง มีความมั่นคงในชีวิต และความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ปฏิบัติหน้าที่จัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ🔗

ด้านผู้เรียน ได้รับการเรียนรู้เต็มตามศักยภาพ มีคุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา ของชาติ และมีคุณภาพเท่าเทียมอารยประเทศ ผู้เรียนมีทักษะชีวิตที่ดี ยึดมั่นในหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง🔗

ท่านประธานที่เคารพ จากการศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู เราได้มี ตัวอย่างในการดำเนินการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูโดยสหกรณ์ออมทรัพย์ครู ซึ่งรองประธาน คณะอนุกรรมาธิการ คือ ท่านทอง วิริยะจารุ จะได้ขออนุญาตนำเสนอแนวทางสั้น ๆ ให้ท่าน ได้ทราบถึงความสำเร็จในการแก้ไขปัญหา เพื่อที่รัฐบาลจะได้นำตัวอย่างนี้ไปแก้ไขปัญหา อย่างเป็นระบบต่อไป ขอกราบเรียนเชิญท่านทองครับ🔗

นายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร

เชิญนะครับ ส่วนใดที่ปรากฏ อยู่ในเอกสารแล้วจะกรุณาย่อความหน่อยก็จะเป็นประโยชน์เกี่ยวกับการบริหารเวลานะครับ ขอเชิญเลยครับ🔗

นายทอง วิริยะจารุ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร และท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติด้วยความเคารพ กระผม ทอง วิริยะจารุ ประธานที่ปรึกษาสหกรณ์ ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา ในฐานะรองประธานคณะอนุกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง แก้ปัญหา หนี้สินครูครับ ก่อนที่จะถึงโคราชโมเดล ที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านปรีดา บุญเพลิง ท่านได้บอกว่าใช้กระบวนการสหกรณ์ในการแก้ปัญหา ซึ่งสหกรณ์ทั่วประเทศโดยเฉพาะสหกรณ์ครูมี ๑๑๓ สหกรณ์ มีสมาชิก ๙๐๐,๐๐๐ กว่าคน หนี้สินก็เยอะอยู่ครับ เดี๋ยวจะเล่าเป็นตัวเลขให้ฟัง ท่านครับ ในบรรดาครูที่เป็นหนี้อย่างสหกรณ์ ของผมซึ่งเป็นสหกรณ์ใหญ่มาก ใหญ่พิเศษ ๒๘,๘๐๐ กว่าคน ที่ไม่เป็นหนี้เลยก็ ๗,๙๐๐ กว่าคน และที่เป็นหนี้แล้วมีปัญหา ถ้าเราจะใช้คนไปในการดูแลสมาชิก ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร สถาบัน การเงิน หรือสหกรณ์อื่น ก็อยู่ในตัวเลขที่ใกล้เคียงกันคือประมาณ ๑๐-๑๕ เปอร์เซ็นต์ที่มีปัญหา แล้วนอกนั้นที่กู้เงิน เป็นหนี้ อย่างท่านหัวหน้าพรรคครูไทยเพื่อประชาชน ท่านปรีดา บุญเพลิง ขออนุญาตเอ่ยนามนะครับ ท่านได้บอกไปแล้วตั้ง ๘๐๐,๐๐๐ กว่านี่ ที่จริงเขาก็มีวินัยในการส่ง ในการดูแลตัวเอง ในการดูแลครอบครัว ก่อนจะถึงโคราชโมเดลที่กระบวนการสหกรณ์ใช้ แก้ปัญหาหนี้สิน ใช้แก้กระทั่งว่าคุณครูถูกฟ้องล้มละลาย ศาลตัดสินแล้ว สหกรณ์ครูโคราช ก็ลงไปอุ้มช่วย ถูกพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ร่วม ๓๐ กว่าคน เรากำลังช่วยกันอยู่ สิ่งเหล่านี้วิชาชีพเราจะต้องให้การดูแลกันก่อนที่จะถึงตรงนี้ โดยเฉพาะสหกรณ์ครูโคราชนั้น เป็นสหกรณ์ที่ใหญ่พิเศษ อย่างที่เรียนท่านแล้วนะครับ ก็ยังได้ดำเนินการ ดังนั้นผมขออนุญาตที่ประชุมเข้าไปในเรื่องของกระบวนการสหกรณ์ช่วยครูแก้ปัญหาหนี้สิน ได้อย่างไร และนโยบายของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูของครูโคราชนั่นก็คือการช่วยตนเอง การช่วยเหลือซึ่งกันและกันตามหลักของสหกรณ์จะนำไปสู่การกินดี อยู่ดี มีความเป็นธรรม และสันติสุขในสังคม ซึ่งตัวนี้เป็นปรัชญา เป็นแนวคิด เป็นนโยบายที่เราจะต้องปฏิบัติ สิ่งที่กระผมได้พูดไปแล้วหนี้สินของครูเกิดแล้ว ซึ่งมีทั้งคุณครูและบุคลากรทางการศึกษา เพราะฉะนั้นในเรื่องของหนี้ที่เกิดแล้วใครล่ะที่เป็นเจ้าหนี้ครู สหกรณ์ออมทรัพย์ครับ ก่อตั้ง กันมานาน ๕๐-๖๐ ปีก็มี อันที่ ๒ ก็คือ ช.พ.ค. หรือ สกสค. ที่ธนาคารออมสินมาเป็นเจ้าภาพ และอันที่ ๓ ที่เป็นเจ้าหนี้ครูก็คือหนี้เงินกู้จากสถาบันการเงินอื่น ไม่ว่าธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธอส. ธ.ก.ส. หรือหนี้ข้างนอก🔗

ทีนี้หลักในการที่จะแก้ไขหนี้สินครูที่ครูโคราชใช้เป็นโมเดล (Model) ในการแก้ ดูที่ว่าสมาชิกเมื่อเข้ามาแล้ว ทำสัญญากันแล้ว ก็สามารถชำระหนี้ได้ อันที่ ๑ นะครับ อันที่ ๒ มีเงิน ดำรงชีพพอเพียง สหกรณ์ครูโคราชนั้นปฏิบัติตามระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการให้มีเงินเหลือ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ในการที่จะช่วยเหลือดูแลกันในครอบครัว แล้วก็เสนอการหัก ณ ที่จ่ายไม่เกิน ๗๐ เปอร์เซ็นต์ของกรมส่งเสริมสหกรณ์ นั่นคือกฎกระทรวงก็มีเงินดำรงชีพ เราสามารถปฏิบัติ ตามระเบียบและกฎกระทรวงได้ สุดท้ายอันที่ ๓ ก็คือเสียชีวิต หนี้หมดครับ คำว่าหนี้หมดนี่ ไม่ทิ้งภาระให้กับลูกหลาน ไม่ทิ้งภาระให้คนข้างหลัง ครูโคราชก็จะดูว่าหนี้สินที่เราดึงมาจาก สถาบันการเงิน เราดึงมาจาก สกสค. คือ ช.พ.ค. มารวมหนี้กับทางสหกรณ์แล้วเมื่อเขาเสียชีวิต จะเป็นเงินเท่าไร หนี้ต้องหมดนะครับ นี่คือสิ่งที่เราได้ปฏิบัติ ทีนี้นวัตกรรมหรือกระบวนการของ สหกรณ์ที่ใช้ในสหกรณ์ข้างในก่อน กระบวนการของสหกรณ์ก็คือเราเพิ่มไปอีก เราดึงทายาทมา เป็นผู้ค้ำประกันร่วม อันที่ ๖ นำหลักทรัพย์ค้ำประกัน ไม่ว่าหลักทรัพย์เป็นบ้านหรือที่นามา ค้ำประกัน แล้วมาดูให้เกิดหลักค้ำประกันที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ อันที่ ๗ จัดทำสวัสดิการให้กับ สมาชิก ครูโคราชจะทำสวัสดิการโดยไม่ต้องไปพึ่งประกันก็คือทำประกันสวัสดิการฌาปนกิจ ถึง ๔ สวัสดิการ ส.ส.นม. ส.ฌ.นม. ฌ.ส.นม. ส.ส.สท. ซึ่งจะดูแลพี่น้องสมาชิกในการที่จะมา ค้ำประกัน และอันที่ ๘ ก็คือการส่งชำระหนี้แบบก้าวหน้า เรียนอย่างนี้การส่งชำระหนี้ แบบก้าวหน้าก็จะเป็นปัญหา เพราะฉะนั้นตรงนี้เพื่อที่ให้พี่น้องสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ทราบ ซึ่งท่านประธานสภาได้กรุณาบอกว่าให้พูดย่อ ๆ สั้น ๆ กระผมก็พยายามจะสั้น ๆ นะครับ ทึ่คณะอนุกรรมการแก้ปัญหาหนี้สินที่จะใช้กระบวนการสหกรณ์มาแก้ไขปัญหาหนี้ก็คือคนที่ กำลังจะถูกฟ้องเราเข้าไปช่วย คนที่ถูกพิทักษ์ทรัพย์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เราก็เข้าไปช่วย คนที่ศาล ตัดสินล้มละลายก็ลงไปอุ้มขึ้นมาให้เขาเดินต่อ ให้เขาหายใจได้ เพราะฉะนั้นในตรงนี้ก็สรุปว่ากระบวนการสหกรณ์ช่วยได้จริง ดูแลพี่น้องเพื่อนครูในอัตรา ดอกเบี้ย ๔ บาท ๕๐ สตางค์ อาจจะเกินมานิดหนึ่งเพราะเรามีเฉลี่ยคืนให้ ถึง ๔๐ สตางค์ ถึง ๕๐ สตางค์ ก็เหลืออยู่ประมาณสัก ๔ บาท แล้วก็เขาจะได้ส่วนลดส่วนที่ดึงหนี้เข้ามา แล้วหลายท่านจะสงสัยว่า เอ๊ะ ใช้กฎหมาย ใช้อะไร ใช้กติกาเหมือนกันหมดครับ ข้อบังคับ ระเบียบ พ.ร.บ. สหกรณ์ ปี ๒๕๔๒ ระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ ปี ๒๕๕๑ แล้วก็ กฎกระทรวงของกรมส่งเสริมสหกรณ์ รวมทั้งข้อบังคับ ระเบียบ และกติกาของสหกรณ์ เราเคร่งครัดในระเบียบวินัยเรื่องการดูแลเงิน แล้วก็ใช้เงิน เพราะฉะนั้นในส่วนตรงนี้ถ้าภาครัฐ จะได้กรุณาดูแลสหกรณ์ ดูแลโดยใช้เงินอัตราดอกเบี้ยต่ำ อย่างที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ได้กล่าวไปแล้ว ก็จะเป็นพระคุณอย่างสูง แล้วก็จะได้ช่วยครูได้จริง ๆ ขอขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

มีกรรมาธิการ จะแถลงเพิ่ม ขอให้สรุป ๆ หน่อยนะครับ เพราะทุกอย่างอยู่ในรายงานแล้ว เชิญครับ🔗

นายบุญฐิน ประทุมลี กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายบุญฐิน ประทุมลี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดมุกดาหาร ในฐานะกรรมาธิการ ก็คงจะขอเพิ่มเติมข้อสังเกตในการแก้ไขบริหารหนี้สินครูอย่างเป็นระบบ โดยเฉพาะส่วนที่ เกี่ยวข้องก็คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์และกรมส่งเสริมสหกรณ์ โดยเฉพาะการแก้ไขเพิ่มเติม พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. ๒๕๔๒ ในใจความว่า มาตรา ๕๐ ให้สหกรณ์มีคณะกรรมการ บริหารดำเนินการ ประกอบไปด้วย ประธานกรรมการ ๑ คน และกรรมการอื่นอีกไม่เกิน ๑๔ คน ซึ่งที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งจากสมาชิก🔗

เหตุผล กรมส่งเสริมสหกรณ์ดูแลสหกรณ์ทั่วไป แต่ปัญหาที่กระผมจะพูด ประเด็นนี้เพราะอะไรมาตรานี้ เขาไม่ได้บอกว่าเลือกตรงและลับ ข้อที่เกิดการทุจริตทั้งหลาย ที่เกิดจากสหกรณ์ต่าง ๆ เป็นจำนวนมากนะครับ ทั้งของครู สหกรณ์การเกษตร สหกรณ์ตำรวจ ล้วนจากการที่ข้อบกพร่องในมาตรานี้ เพราะว่าการคัดเลือกกรรมการบริหารนั้นไม่ได้เลือกตรง และลับ ยกเว้นบางสหกรณ์ที่เขาปฏิรูปแล้วก็มี ดังนั้นกระผมอยากให้กระทรวงเกษตร และสหกรณ์โดยเฉพาะกรมส่งเสริมสหกรณ์เข้าไปดูในจุดนี้ ซึ่งเขียนอยู่ในรายงานแล้วว่า การเลือกกรรมการบริหารนั้นยังบกพร่องอยู่ บางสหกรณ์ไม่ได้เลือกโดยตรงและลับก็เป็นเรื่อง ปกติที่เขาจะหาวิธีเลือกตัวแทนของเขาขึ้นมาเพื่อบริหารสืบทอดกันมาเรื่อย ๆ ซึ่งเป็นผลจาก การบริหารที่ขัดกับการบริหารบ้านเมืองที่ดี ทำให้เกิดช่องว่างในการทุจริต โดยเฉพาะนโยบาย ต่าง ๆ เกิดหนี้สินกับสมาชิกโดยเฉพาะของคุณครูที่เกิดขึ้นหรือสหกรณ์อื่น ดังนั้นกระผมก็จะเน้น ในประเด็นนี้ว่าจุดนี้ในฐานะที่ส่งไปให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว รัฐบาลก็เอาไปแก้ไข ให้ถูกต้อง ก็จะเกิดความรัดกุมและเป็นประโยชน์กับพี่น้องสมาชิกมากยิ่งขึ้น ขอขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสมาชิก ส่งรายชื่อมาหลายท่านที่จะอภิปราย ขอเริ่มท่านแรก ท่านองค์การ ชัยบุตร ก่อนนะครับ แล้วตามด้วยท่านดะนัย มะหิพันธ์ ท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม เชิญครับ🔗

นายองค์การ ชัยบุตร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม องค์การ ชัยบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกล จังหวัดมุกดาหารคือบ้านเกิดครับ ขออนุญาตมีส่วนร่วมเกี่ยวกับรายงานแนวทางการปฏิรูป การศึกษาและหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยกระผมเองก็ไม่ได้มีส่วนเป็นครูมาก่อน เป็นเกษตรกรลูกบ้าน ๆ แต่ก็ได้รับผลพวงจากปัญหาหนี้ชาวบ้านพ่วงมาหนี้ครู ตั้งแต่เป็นผู้แทนมาก็ได้รับทราบว่าครู มีหนี้มากจริง ๆ ทั้งที่ไม่ได้รายงานในหนังสือเล่มสวย ๆ นี้ก็มี อย่างเช่นหนี้นอกระบบ ในส่วนนี้ ได้รับทราบว่าครูส่วนหนึ่งก็ได้ไปกู้เงินนอกระบบมา แต่รายงานนี้ไม่มีว่าอย่างไร ไม่มีตัวเลข ที่แสดงผลในรายงานได้ชัดเจน จะมีในส่วนของสถาบันการเงินของรัฐหรือแบงก์พาณิชย์ ในส่วนหนึ่งที่ท่านได้จับเข้ามาก็ประมาณ ๑.๔ ล้านล้านบาท น่าเป็นห่วงครับท่านประธาน ดูรายงานจากที่ท่านประธานคณะอนุกรรมาธิการได้รายงานมาว่าเอ็นพีเอ (NPA) เอ็นพีแอล (NPL) ของท่านเพิ่มขึ้นทุกปี ก็แสดงว่าความสามารถในการใช้หนี้ของบุคลากรทางการศึกษา และครูลดลง อาจจะมาจากค่าตอบแทนที่เต็มเพดานหรือยังน้อยอยู่ ก็ไม่ทราบด้วยในข้อเท็จจริง แต่กระผมก็ได้สัมผัสครูบ้านนอก ญาติผมก็เป็นครู เพื่อนผมก็เป็นครูหลายคน เป็นผู้บริหาร การศึกษาก็หลายคน ก็ได้มาบ่นเรื่องนี้ แล้วก็ได้มายื่นหนังสือร้องเรียนต่อคณะกรรมาธิการ แก้ปัญหาหนี้สินแห่งชาติ สภาผู้แทนราษฎร อยู่เนือง ๆ นะครับท่านประธาน เรื่องนี้น่าเป็นห่วง ถ้ารัฐบาลได้มองเห็นความทุกข์ยากลำบากของคุณครูทั่วประเทศ ไม่ว่าครูจากอนุบาลหรือครู มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ก็แล้วแต่ สิ่งที่ท่านนำเสนอในวันนี้กระผมเองก็เห็นด้วยที่อยากจะเห็น กองทุนการศึกษาของครูหรือกองทุนที่มีเงินที่รัฐบาลเป็นคนตั้งต้นให้สหกรณ์ออมทรัพย์ต่าง ๆ ทั่วประเทศของคุณครูนี้ได้กู้ไปในดอกเบี้ยที่ต่ำ ก็จะเป็นแรงหนึ่ง ก็จะเป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะให้ คุณครูที่อยู่ทั่วประเทศที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ออมทรัพย์ครูทั่วประเทศได้กู้ดอกเบี้ยต่ำ และไปจัดการบริหารการใช้หนี้ ที่จังหวัดมุกดาหารเองก็ไม่ต่างกับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูที่โคราช ก็ได้ช่วยเพื่อนครู สหกรณ์ก็จะช่วยกัน บางที่สหกรณ์อื่นก็มายืมเงินกันก็มี อันนี้ก็น่าเห็นใจ แต่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูที่เจริญแล้วเขาก็จะเป็นพี่เลี้ยงให้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูที่ยังไม่แข็งแรงพอ หรือเม็ดเงินไม่เพียงพอ อยากฝากท่านประธานไปยังรัฐบาล โดยเฉพาะท่านนายกรัฐมนตรี ได้มองเห็นในส่วนนี้นะครับ เพราะว่าปัญหาหนึ่งที่กระผมได้รับทราบก็คือการบรรจุ แต่งตั้ง ที่ไกลบ้าน พอไกลบ้านแล้วไปอยู่บ้านพักครูก็ไม่ปลอดภัย ที่จังหวัดยโสธร เขตการศึกษาที่ ๒ ได้ร้องเรียนกระผมว่าครูไปบรรจุใหม่อยากจะกลับบ้าน เพราะบ้านพักครูไม่ปลอดภัย กระผม ก็แนะนำว่าต้องไปหาญาติพี่น้องในกลางหมู่บ้านเช่าถูก ๆ หน่อย พอเช่าถูกก็ไม่มีเงินให้เช่า ก็ได้เอาเงินเดือนที่บรรจุใหม่ กระผมก็ไม่รู้กี่บาท ก็ไปเจียดรายได้ส่วนหนึ่งเป็นค่าน้ำมันรถ อีกค่าหนึ่งที่ครูได้รับภาระคือค่ากิจกรรมต่าง ๆ ที่ไม่ควรจะเกิด เช่นการประเมิน อันนี้ใช้เงิน นะครับ การประเมินครูบรรจุใหม่นี่คุณครูต้องมีเงินรองรับกรรมการประเมิน หรือกิจกรรมแข่ง การศึกษาต่าง ๆ คุณครูก็ต้องควักกระเป๋าเอง เพราะรัฐบาลไม่ได้มีเงินส่วนนี้ไปสมทบ หรือมี ก็ไม่เพียงพอ นี่คือส่วนหนึ่งที่เขาเป็นหนี้โดยที่เขาไม่ตั้งใจที่จะให้เป็น ฝากอย่างนี้ด้วยนะครับ แล้วกระผมก็เห็นดีเห็นงามด้วยที่ท่านได้เสนอตั้งกองทุนต่าง ๆ เข้ามา ถ้ารัฐบาลมองเห็น ความสำคัญตรงนี้ก็น่าจะรีบเร่งให้คุณครูทั่วประเทศได้รับอานิสงส์ตรงที่ท่านกรรมาธิการ ได้นำเสนอครับ ขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านดะนัย มะหิพันธ์ ครับ🔗

นายดะนัย มะหิพันธ์ อำนาจเจริญ

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ดะนัย มะหิพันธ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอำนาจเจริญ ท่านประธานครับ เรื่องการแก้ปัญหาหนี้สินครู ซึ่งมีการตั้งกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาพิจารณา กระผมขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานว่ากระผมได้อภิปรายไว้ตั้งแต่วาระรับหลักการว่า กระผมไม่เห็นด้วยในการยื่นญัตตินี้ เนื่องจากว่าครูไม่ได้เป็นหนี้วิกฤติทุกคน ซึ่งกระผมจำได้ว่า วันนั้นท่านนำเสนอบอกว่าครู ๘๐๐,๐๐๐ คนเป็นหนี้วิกฤติ ไม่ใช่ กระผมได้ยืนยันไปแล้วนะครับ🔗

ท่านประธานครับ การนำเสนอญัตตินี้กระผมเห็นว่าเหมือนกับเอาครูเรา มาประจาน มาขึ้นเขียง ถูกสังคมตราหน้าว่าครูเป็นหนี้ การศึกษาด้อย เด็กเสียโอกาสเพราะครู เป็นหนี้ กระผมไม่เห็นด้วยตั้งแต่วันแรก เพราะกระผมมองว่าข้าราชการทุกกลุ่มเป็นหนี้ วันนี้ ประเทศไทยก็ยังเป็นหนี้ กระผมไปดูในรายงานที่คณะกรรมาธิการวิสามัญได้สรุปนะครับ ดูในเรื่องของหนี้สินทั้งหมดที่ท่านสรุปมาว่าครูเป็นหนี้ทั้งหมด ๑,๔๐๑ ล้านล้านบาท เป็นหนี้ สหกรณ์เยอะที่สุดคือ ๘๐๐,๐๐๐ ล้านล้านบาท แล้วก็เป็นหนี้ธนาคารออมสิน เป็นหนี้ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) เป็นหนี้ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และสถาบันการเงินอื่น ที่ท่านเขียนมาทั้งหมดท่านไม่ได้แยกเลยว่าบางคนอาจจะเป็นหนี้ถึง ๕ สถาบันที่มีปรากฏ บางคนอาจจะเป็น ๑ สถาบัน ๒ สถาบัน ๓ สถาบัน แต่ท่านเขียนมาในภาพรวม เพราะฉะนั้น ข้อมูลอย่างนี้ไม่สามารถที่จะแก้ปัญหาวิกฤติจริง ๆ ได้ เพราะท่านไม่ได้ข้อมูลที่แท้จริง🔗

ท่านประธานครับ พอไปดูในข้อเสนอแนะการที่ท่านเสนอแนะให้แก้ปัญหา ทั้งหมดท่านเสนอแนะมา ๑๑ ข้อครับ กระผมดูแล้วเชื่อว่าข้อเสนอเหล่านี้ถ้าทำได้สักข้อ โดยเฉพาะข้อที่เสนอแนะกระทรวงศึกษาธิการก็ยังพอที่จะช่วยเยียวยาครูได้ แต่เท่าที่ผ่านมา ไม่มีเลยครับว่าข้อเสนอเหล่านี้จะทำได้ เอาแค่ข้อ ๓ ข้อเดียวนี่ การจัดสวัสดิการ สวัสดิภาพครู รัฐต้องจัดให้มีสวัสดิการ สวัสดิภาพครูโดยเท่าเทียมกับอัยการ ทหาร ตำรวจ เอาแค่นี้ครับ ถ้าทำข้อนี้ได้ครูก็ได้รับสวัสดิการที่เพียงพอ หนี้ก็อาจจะลดลง ข้อเสนอทั้งหมดทั้ง ๑๑ ข้อ กระผมมองแล้วเป็นไปไม่ได้ครับ🔗

สิ่งที่กระผมอยากจะเสนอครับ กระผมเสนอว่าการแก้ปัญหาหนี้สินครูนั้น ท่านจะต้องแยกหนี้ปกติกับหนี้วิกฤติออกจากกัน ถ้าจะนำมาพูดตรงนี้จะต้องเอามาพูดเฉพาะ หนี้วิกฤติถึงจะมองเห็นแนวทางการแก้ปัญหาที่ชัดเจนว่าคนที่เป็นหนี้วิกฤติจริง ๆ จะต้อง แก้ปัญหาอย่างไร เพราะนอกนั้นเขาเป็นหนี้ปกติ กระผมเองก็เป็นหนี้ ครูมานิตย์นั่งอยู่ข้าง ๆ ผม ก็เป็นหนี้ สำหรับครูที่เป็นหนี้ปกติท่านไม่ต้องไปยุ่งกับเขาครับ เขามีความสามารถในการส่งใช้ เขามีความสามารถในการแก้ปัญหา แต่วันนี้ท่านไปเอาครูทั้งหมดมาเขียนลงว่าเขาเป็นหนี้ เพราะไม่ได้แยกหนี้วิกฤติ อันนี้ถ้าอยากจะช่วยจริง ๆ ผู้บริหารระดับกระทรวงไปเจรจากับ หน่วยงาน สถาบันการเงินที่ให้กู้ได้ไหมครับว่าคนที่เป็นลูกค้าชั้นดีลดดอกเบี้ยให้เขาได้ไหม แบ่งเกรด (Grade) ครูที่เป็นหนี้ได้ไหม ครูเอ (A) ครูบี (B) ครูซี (C) ถ้าครูเอ (A) ก็ดอกเบี้ยต่ำหน่อย ครูบี (B) ก็ดอกเบี้ยสูงขึ้น ครูซี (C) ก็ดอกเบี้ยสูงต่อไป เสร็จแล้วถ้าคนที่เป็นซี (C) เขาก็อยากจะ ปรับตัวเป็นบี (B) เขาก็อยากจะปรับตัวเป็นเอ (A) นี่คือวิธีการแก้ไขนะครับ🔗

อยากจะเรียนท่านประธานผ่านไปถึงรัฐบาลครับ วันนี้รัฐบาลให้วงเงินกู้ กับธนาคารพาณิชย์เพื่อไปปล่อยกู้ให้กับผู้ประกอบการธุรกิจเอสเอ็มอี (SME) วงเงิน ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ดอกเบี้ยต่ำจนไม่รู้จะต่ำ แต่ท่านรู้ไหมครับท่านประธาน เงิน ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทพอไปถึงธนาคาร ธนาคารไปกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการให้กู้ จนเอสเอ็มอี (SME) เหล่านั้นไม่สามารถกู้ได้ มีเงินเหลือเป็น ๒๐๐,๐๐๐-๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าท่านจะช่วยครูแก้ปัญหาวิกฤติหนี้สินจริง ๆ เงินเหล่านี้เอาไปให้ครูที่วิกฤติกู้ เสร็จแล้ว ก็มีมาตรการป้องกัน ป้องปรามไม่ให้ครูก่อปัญหาหนี้สินเพิ่ม ถ้าเพิ่มจะต้องมีมาตรการ แห่งการลงโทษ เช่นนี้กระผมว่าจะแก้ปัญหาได้ครับ แล้วก็ฝากท่านกรรมาธิการ ฝากท่าน ประธานว่าถ้าแก้ปัญหาหนี้สินครูได้ ส.ส. อยู่ในสภานี้ก็จะได้ผลพลอยได้หลายคน รวมทั้ง กระผมด้วย แล้วก็ฝากท่านด้วยว่าช่วยแก้ปัญหาหนี้สินประเทศให้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ครับ🔗

นายพิสิฐ ลี้อาธรรม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ก่อนอื่นกระผมขอขอบคุณคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ได้จัดทำรายงานฉบับนี้เพื่อรายงานถึง การศึกษาเกี่ยวกับเรื่องแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา แล้วก็เรื่องของหนี้สินครู โดยหลักการ แล้วกระผมถือว่าการศึกษาเป็นอนาคตของชาติ เราเคยมีคำขวัญว่า เด็กฉลาด ชาติเจริญ เพราะฉะนั้นอนาคตของเราขึ้นอยู่กับการศึกษาครับ ประเทศไทยจะพ้นจากการเป็นประเทศ ยากจนหรือประเทศกำลังพัฒนาได้ก็ต่อเมื่อเรามีการศึกษาที่ดีขึ้นไปกว่านี้ แล้วทุกประเทศในโลก ตอนนี้ก็พยายามที่จะแข่งขันกันโดยการศึกษา โดยพยายามจะยกระดับคุณภาพการศึกษา ให้แข่งขันเท่าทันผู้อื่น และทุกวันนี้ก็มีเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาที่ทำให้ระบบการศึกษา สามารถที่จะให้การศึกษามีประสิทธิภาพและมีคุณภาพสูงขึ้น จริง ๆ ประเทศไทยของเราได้มี การให้ความสำคัญกับเรื่องการศึกษามาช้านานนะครับ เรามีการจัดสรรทรัพยากรมากมาย ด้วยกันโดยเฉพาะอย่างยิ่งงบประมาณแผ่นดินประจำปี ประมาณ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณแต่ละปีเราใช้เพื่อการศึกษา ซึ่งถือเป็นเงินที่ก้อนโตที่สุดในงบประมาณของ แต่ละปีที่ผ่านมา แล้วก็งบประมาณส่วนใหญ่ในอดีตที่ผ่านมาก็ใช้กับเรื่องของการสร้างตึก สร้างรั้ว ทำป้ายใหญ่ แต่ช่วงหลังนี้เราก็จะมีการใช้เงินงบประมาณเพื่อให้เด็กได้รับประโยชน์ โดยตรงมากขึ้น เช่น เรื่องของอาหารกลางวัน เรื่องของนม เรื่องของ กยศ. และ กสศ. เป็นต้น เพราะฉะนั้นกระผมชื่อว่าเราไม่ได้อ่อนด้อยในเรื่องของการทุ่มเททรัพยากรนะครับ จริง ๆ แล้ว เมื่อ ๑๐๐ กว่าปีที่แล้วคือปี ๒๔๖๔ เรามี พ.ร.บ. ประถมศึกษาแห่งชาติ ผ่านมา ๑๐๐ ปี มาบัดนี้ เราก็ยังไม่ได้ถือว่าการศึกษาเราดีขึ้นกว่าที่อื่น ซึ่งก็เป็นประเด็นหนึ่งที่กระผมคิดว่าอยากจะให้ การศึกษาฉบับนี้ท่านได้สะท้อนถึงเรื่องนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาทั้งคุณภาพและปริมาณ ปริมาณก็คือจำนวนเด็กตอนนี้ก็ลดลงไปเรื่อย ๆ จากเมื่อ ๖๐ ปีที่แล้วประมาณ ๑.๒ ล้านคน ตอนนี้เหลือ ๕๐๐,๐๐๐-๖๐๐,๐๐๐ คน ก็มีผลต่อเรื่องของโรงเรียน เรื่องของอาคาร เรื่องของ ครูที่สอนในแต่ละโรงเรียน กระผมคิดว่าเรื่องของการจัดการทรัพยากรเหล่านี้ที่เราทุ่มเทไป เป็นเรื่องสำคัญ มีฝรั่งมาบอกผมว่าเขาพบว่าโรงเรียนในประเทศไทยมีมาก แล้วก็มีอาคารใหญ่โต เทียบกับของเขา ซึ่งอันนี้ก็ต้องถือว่าเป็นประจักษ์พยานหนึ่ง🔗

ทีนี้สิ่งที่ท่านพูดถึงในเรื่องของวิธีการแก้ปัญหานะครับ กระผมก็อยากจะขอ คอมเมนต์ (Comment) นิดหนึ่ง ในหน้า ๖๙ เรื่องของการมีระบบการศึกษาให้เด็กพิเศษ ได้รับประโยชน์ สั้น ๆ นะครับ กระผมอยากจะให้ท่านได้ดูตัวอย่างของประเทศสิงคโปร์ ที่เขามี กลไกที่จะให้เด็กที่มีความสามารถพิเศษ ตอนอายุสัก ๙ ขวบถึง ๑๑ ขวบ ๑๒ ขวบ ได้รับ ประโยชน์โดยตรง อันนี้จะเป็นหนทางหนึ่งที่กระผมคิดว่าจะยกระดับเด็กของเราที่มีศักยภาพ ให้มีคุณภาพดีขึ้นนะครับ🔗

ประการสุดท้าย ที่กระผมอยากจะขอกล่าวในที่นี้ก็คือเรื่องของการมีหนี้สิน ของครู ครูก็เหมือนข้าราชการอื่น ๆ ก็มีหนี้สินเยอะ แล้วก็หนี้สินส่วนใหญ่เท่าที่กระผมได้ศึกษา ก็เป็นหนี้สินเกี่ยวกับเรื่องของที่อยู่อาศัย กู้ซื้อบ้าน กระผมและเพื่อนสมาชิกในห้องนี้เราได้มี การผ่านกฎหมายเรื่องของการให้ กบข. สามารถที่จะเปิดโอกาสให้ข้าราชการครูและอื่น ๆ นำเงิน กบข. ไปลดหนี้ได้ หนี้ที่อยู่อาศัย คือไปซื้อบ้านได้ กฎหมายฉบับนี้ผ่านพวกเราไป เป็นเอกฉันท์ ส.ส. ทุกท่านที่ลงคะแนนเห็นด้วยกันหมด แล้วก็เป็นหนทางที่จะลดหนี้ครูได้ เพราะจะมีเงินถึงประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาทที่จะเข้ามาสู่ระบบของข้าราชการ ในการไปช่วย เรื่องของการซื้อบ้านหรือลดหนี้บ้าน แต่ปรากฏว่ากฎหมายฉบับนี้ถูกวุฒิสภาไปแก้เสีย ทำให้เรา ต้องมาดูเรื่องนี้กันใหม่ ก็ขออนุญาตบันทึกไว้นะครับว่าพวกเราในสภาแห่งนี้จะต้องช่วยกันดูแล กฎหมาย กบข. ฉบับนี้ เพื่อให้ครูและข้าราชการมีโอกาสที่จะนำเงินของเขาเองมาลดภาระหนี้ มาลดหนี้ แล้วเขาได้มีบ้านที่เป็นทรัพย์สิน กระผมเชื่อว่าวิธีการแบบนี้จะเป็นวิธีการที่ดีที่สุด ในการลดปัญหาหนี้สินของครูได้ในขณะนี้ ขอบพระคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านต่อไป ท่านชินวรณ์ครับ🔗

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อนอื่น กระผมต้องขอชื่นชมคณะกรรมาธิการที่ได้รับเรื่องนี้ไปศึกษา ซึ่งเป็นเรื่องหลักที่สำคัญ เกี่ยวกับปัญหาการศึกษาของประเทศถึง ๒ เรื่องด้วยกัน แต่ว่าท่านก็สามารถทำรายงานมา ได้เป็นที่เรียบร้อย แล้วก็มีข้อสรุปที่กระผมคิดว่าถ้าเราจะได้เห็นชอบในวันนี้ก็จะได้เสนอเป็น ข้อสังเกตเพื่อให้รัฐบาลได้ไปดำเนินการต่อไป เพียงแต่ว่าทั้ง ๒ ประเด็นนี้กระผมได้มีส่วนสำคัญ ในการคลุกคลีตั้งแต่เป็นผู้สอน เป็นผู้บริหารโรงเรียน เป็นผู้บริหารการศึกษา แล้วก็เป็น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการที่เคยทำนโยบายนี้มาแล้ว ถ้ากระผมเพิกเฉยไม่ได้พูดไว้ เพื่อจะบันทึกไว้ที่สภานี้ กระผมคิดว่าก็คงจะเสียดายโอกาสครับ🔗

กระผมมีประเด็นแรก คือประเด็นแผนการปฏิรูปทางการศึกษา ซึ่งกระผม อยากจะกราบเรียนว่ามองในมุมของภาพรวมในการที่จะปฏิรูปทางการศึกษานั้น กระผมคิดว่า ที่ท่านเสนอมานั้นเป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริง แต่วันนี้สิ่งที่กระผมอยากจะฝากคณะกรรมาธิการ คือกระผมอยากจะให้มองไปสู่อนาคตครับ ว่าการศึกษาไทยในโลกอนาคตนั้นควรจะเป็นอย่างไร ตรงนี้จะเป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะปัญหาในการปฏิรูปทางการศึกษา ซึ่งกระผม มีส่วนตั้งแต่ปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษแรกคือเมื่อปี ๒๕๔๒ แล้วก็มีส่วนในการปฏิรูปการศึกษา อีกครั้งหนึ่งเมื่อปี ๒๕๕๒ และกระผมก็เป็นรัฐมนตรี กระผมก็พบความเป็นจริงครับว่าระบบ การศึกษาไทยในยุคนั้นเราต้องการที่จะนำประเทศไปสู่ประชาคมอาเซียน (ASEAN) แต่วันนี้ เราต้องนำประเทศไปสู่สังคมโลก ที่ให้ประเทศไทยของเราสามารถที่จะปรากฏในแผนที่โลก และมีคนที่มีศักยภาพ มีสมรรถนะที่เพียงพอที่จะเป็นพลเมืองของโลกต่อไปในอนาคต การสร้างคนนั้นไม่ใช่เป็นทรัพยากรมนุษย์แล้วครับ แต่วันนี้เราต้องมองโลกว่าการศึกษานั้น เป็นการลงทุนมนุษย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่รัฐจะต้องเข้ามาดูแลทั้งระบบอย่างแท้จริง นั่นคือ หมายความว่าอย่างไรครับ นั่นคือหมายความว่าการมองคุณภาพทางการศึกษาในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่เรื่องของการอ่านออกเขียนได้ หรือไม่ใช่เรื่องของความเหลื่อมล้ำอย่างเดียว แต่ว่าคุณภาพทางการศึกษาที่ยูเนสโก (UNESCO) ได้กำหนดเอาไว้นั้นเขามองมาตั้งแต่ เรื่องของการที่มีสุขภาพอนามัยที่ดี มีสถานศึกษาที่มีความพร้อมทั้งในเรื่องสถาปัตย์ สิ่งแวดล้อม การอำนวยความสะดวก สถานที่ในการออกกำลังกาย มองไปจนถึงการที่จะต้องมีน้ำดื่มที่สะอาด และคุณภาพทางการศึกษาในโลกยุคอนาคตนั้นมองต่อไปถึงการที่คนที่จะจบจากการศึกษาไป ในแต่ระดับนั้นต้องสามารถเรียนรู้เพื่อที่จะเรียนรู้ต่อไป ต้องเรียนรู้เพื่อการมีงานทำ ต้องเรียนรู้ เพื่อรู้จักชีวิตตัวเอง และต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ในสังคมแห่งการแข่งขันกับสังคมโลก สิ่งเหล่านี้ จะเกิดขึ้นได้อย่างไร ปัญหาประเทศไทยมี ๓ เรื่อง ๑. มีปัญหาเรื่องผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง ท่านประธานคณะกรรมาธิการทราบดีครับว่า ๑๐ ปีที่ผ่านมาเราเปลี่ยนรัฐมนตรีไป ๑๐ กว่าคน เพราะฉะนั้นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลงไม่เกิดขึ้น เราต้องทำการศึกษาของเราให้เป็น วาระแห่งชาติ แล้วก็เดินหน้าการศึกษา การศึกษา และการศึกษาต่อไป🔗

ประการที่ ๒ เรามีปัญหาในเรื่องของการที่เราไม่ได้มุ่งเน้นโจทย์ที่เกี่ยวข้อง โดยตรงในการที่จะนำพาการศึกษาไปสู่อนาคต นั่นคือคุณภาพของครูครับ เราต้องยอมรับ ความเป็นจริงว่าครูเป็นหัวใจสำคัญ ถ้าเราไม่สามารถปฏิรูปครูได้เราไม่มีทางที่จะปฏิรูป การศึกษาให้ประสบความสำเร็จ🔗

และประการสุดท้ายที่กระผมอยากฝากคณะกรรมาธิการก็คือว่าเราจะต้อง ดำเนินการในการบริหารจัดการการศึกษาแบบใหม่ครับ ในวันนี้การบริหารจัดการการศึกษา ไม่ใช่เรื่องของกระทรวงศึกษาธิการแล้วครับ แต่เป็นเรื่องของชุมชน สังคม องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น และหมู่บ้าน และแม้แต่กระทั่งครอบครัวก็ต้องสามารถที่จะจัดการศึกษาได้🔗

เวลาเหลือนิดเดียวอยากจะไปถึงเรื่องหนี้สินครูนิดหนึ่งครับ มีหลายคนขึ้นมา พูดว่าไม่อยากจะใช้คำนี้กับหนี้สินครู ซึ่งเป็นเรื่องจริง ปรากฏจริง แล้วก็มีอยู่จริง แต่ว่าในสมัยที่ กระผมมีส่วนในการกำหนดนโยบาย กระผมก็ไม่ได้ใช้คำนี้ กระผมใช้คำว่าพัฒนาคุณภาพชีวิตครู กระผมคิดว่าถ้าเราจะแก้ไขปัญหาหนี้สินครูอย่างแท้จริง ตามที่ท่านเสนอมาไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ระบบสหกรณ์ กองทุนพัฒนาครูไทยช่วยครูปลดหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้ หรือแม้แต่ข้อเสนอแนะ อื่น ๆ ก็เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ครับ แต่ว่าสิ่งที่กระผมอยากจะเสนอแนะกรรมาธิการว่าถ้าเรา จะพัฒนาโดยการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู เราจะต้องเริ่มต้นโดยการพัฒนาคุณภาพชีวิตครู อย่างแท้จริง หมายความว่าอย่างไรครับ คือเราจะต้องดำเนินการให้ครูได้มีรายได้ที่สูงขึ้น มีขวัญกำลังใจ มีวิทยฐานะ พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับใหม่นั้นเรามุ่งเน้นให้มีกองทุน ครูของแผ่นดิน ที่ได้ตั้งเอาไว้สมัยกระผมเป็นรัฐมนตรี วันนี้ก็จะเป็นกฎหมายที่จะเกิดขึ้น ในอนาคต เราต้องการที่จะมีกองทุนเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อมาช่วยครูแบ่งเบาภาระ ในการสอนของครู ให้ครูมีความคล่องตัว และมีประสิทธิภาพในการเรียนการสอนที่สูงขึ้น🔗

และประการสุดท้ายที่กระผมอยากจะฝากในการพัฒนาคุณภาพชีวิตครู ก็คือว่า ท่านต้องคิดเรื่องเพิ่มรายได้ให้กับครูด้วยนะครับ กระผมคิดว่าเขามีรายได้ที่เพียงพอและใช้ชีวิต ที่เป็นวิถีชีวิตของครู กระผมเชื่อว่าหนี้สินครูก็จะลดลง และแน่นอนที่สุดครูมาจากครอบครัว ที่ยากจน กระผมคิดว่ากระทรวงศึกษาธิการก็ต้องเข้าไปดูแลในการส่งเสริมครู กระผมเสียดายว่า ในยุค คสช. ไปออกคำสั่งยกเลิกกองทุนที่เกี่ยวข้องกับสวัสดิการครู วันนี้กระผมเรียกร้องว่า ควรจะให้ครูเป็นแสน ๆ คนเขามารวมพลังกันเพื่อจะแก้ไขปัญหาของตัวเอง โดยเฉพาะปัญหา หนี้สินครู และกระผมเชื่อว่าวิชาชีพครูจะเป็นวิชาชีพที่มีศักดิ์ศรี มีฐานะ มีความมั่นคงต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไป คุณหมอจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ และท่านครูมานิตย์นะครับ🔗

นายจาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ ศรีสะเกษ

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ ต้องกราบ ขอบพระคุณท่านประธาน ขอบคุณประธานคณะกรรมาธิการ และกรรมาธิการทุกท่าน กระผม เป็นผู้หนึ่งที่ยื่นญัตติ ๑ ใน ๑๐ ญัตติ แล้วก็ได้อภิปราย บรรจุเมื่อวันที่ ๓๐ กรกฎาคม ถึงวันที่ ๖ สิงหาคม ๒๕๖๓ ใน ๑๐ ญัตตินี้มีท่านนิยม เวชกามา ร่วมเซ็นชื่อกับกระผมด้วย ในวันนั้น แล้วก็การดำเนินการที่ท่านประธานได้กรุณาตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมา แล้วผลออกมา เป็นการสรุปรายงานในวันนี้ กระผมนำเรียนว่าก็ถือว่าชมเชย แล้วก็เป็นกำลังใจ หลายอย่าง ตรงกัน หลายเรื่องอยากให้ท่านฮิต ทู เดอะ พอยต์ (Hit to the point) เลย ตรงจุดเลยว่า เป็นอย่างไร ท่านประธานครับ รากฐานของตึกคือเหล็ก คืออิฐ รากฐานของชีวิตคือการศึกษา ถ้าการศึกษาไม่ดี ครูไม่มีกะจิตกะใจที่จะสอน เด็กนักเรียนไม่ได้ความรู้ที่ดี ประเทศชาติก็จะลำบาก เพราะฉะนั้น วันนี้เรามาแก้ที่ตรงจุดแล้ว สำหรับที่ท่านได้ไปรวบรวมมาทั้งหมด แล้วก็รวมทั้งข้อสังเกต ตลอดจนสภาพปัญหาอะไรต่าง ๆ กระผมนำเรียนว่าเริ่มแรกเลยต้องเรียนว่า ๑. ครูเป็นหนี้ เพราะสิ่งซึ่งเราสามารถหยิบยื่นช่วยเหลือได้โดยเฉพาะภาครัฐ ก็คือครูที่บรรจุแล้วไปบังคับเขาว่า ไม่ให้ย้าย อย่างบ้านกระผมอยู่จังหวัดศรีสะเกษ อำเภอกันทรลักษ์ ครูที่อยู่จังหวัดศรีสะเกษ ไปบรรจุที่อื่น กว่าจะย้ายเมื่อก่อน ๔ ปี ๒ ปี กระผมว่าตรงนี้ต้องขอนะครับ ลดลงมาแล้ว ต้องลดเลย ครูในส่วนของ สพฐ. ก็ลดลงมาแล้ว แต่ในส่วนภาคอื่นถ้าเราสามารถลดค่าใช้จ่าย ในการเดินทางไปเยี่ยม จิตใจที่เขาอยู่กับพ่อแม่เขาสามารถหารายได้เพิ่มได้ นี่คือเรื่องหนึ่ง ที่ต้องแก้ปัญหาว่าเขาพร้อมย้ายได้เลย ไม่ต้องไปบังคับว่าต้องกี่ปี ๆ นี่คือหลักเลย เพราะฉะนั้น อันนี้จะช่วยได้เยอะ🔗

ประเด็นที่ ๒ หนี้สินที่เกิดขึ้นที่ท่านสรุปมานะครับ จากสหกรณ์ออมทรัพย์ ๘๕๒,๐๐๐ ล้านบาท จากธนาคารออมสิน ๔๐,๐๐๐ ล้านบาท ๖๗,๐๐๐ ล้านบาทจากธนาคาร กรุงไทย จำกัด (มหาชน) จากธนาคารอาคารสงเคราะห์ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็สถาบัน การเงินอื่น ๆ รวมแล้ว ๑.๔ ล้านล้านบาท กระผมอยากให้ท่านแยกแยะว่าหนี้สินจากทั้งกลุ่ม ดอกเบี้ย ดอกเบี้ยคือตัวสำคัญเลย ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านปรีดา บุญเพลิง และคณะ เพราะว่ากระผมได้คุยกับคณะครูบาอาจารย์มาตลอด เพราะเป็นผู้แทนตั้งแต่ปี ๒๕๓๘ และเป็น เลขาธิการรัฐมนตรี ตั้งแต่ปี ๒๕๓๙ จนถึงปี ๒๕๔๓ มาหลายสมัย คือหนี้ ช.พ.ค. ที่เขาเคยกู้ กันมาเมื่อก่อนดอกเบี้ยถ้าจำไม่ผิดน่าจะร้อยละ ๖ เขากู้เงิน ๑,๒๐๐,๐๐๐ บาท ส่งมา ๑๐ กว่าปี เงินต้นยังเหลือ ๘๐๐,๐๐๐-๙๐๐,๐๐๐ บาท ๑๐ กว่าปีนะครับ ต้นลดแค่ ๓๐๐,๐๐๐ บาท ยังเป็นหนี้อยู่อีกตั้ง ๙๐๐,๐๐๐ บาท พอเกิดดอกเบี้ยสูงก็มีคนไปขอ ตอนนี้ลดมาเหลือ ๔.๙ ก็พอได้ปรับเงินต้นเพิ่มขึ้น แต่ผมไม่มั่นใจว่าจะใช้เวลาอีกเท่าไรเขาถึงจะหมด นี่คือดอกเบี้ยที่สูง ยกตัวอย่างเฉพาะ ช.พ.ค. แต่ในสหกรณ์ต่าง ๆ ท่านเห็นเหมือนกัน แล้วตอนที่ท่านสรุปมา ในเรื่องของมาตรา ในเรื่องบทสรุปผู้บริหาร (ฉ) ว่าให้หาเงินกู้สถาบันการเงินที่ดอกเบี้ยไม่เกิน ร้อยละ ๒ กระผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง เราแก้ได้ ๒ อย่าง อย่างแรกเลย เงินฝากจากพี่น้อง ประชาชน จากคนที่มีเงินหรือว่าคนที่เป็นเศรษฐี มหาเศรษฐี เขามีเงินฝาก ร้อยละ ๕๐ สตางค์ ร้อยละ ๑ บาท ถ้าออกพันธบัตรหรือรัฐบาลเป็นเจ้าภาพนี่ให้เขามาซื้อ ให้เขาได้รับสักร้อยละ ๒ หรือร้อยละ ๑.๕ มากกว่าเก่า ๑ เท่า แล้วเอาตัวนี้มารวมหนี้ของทั้งหมด ๑.๔ ล้านล้านบาท มาให้เขากู้ในร้อยละ ๒ รับรองเลยว่าเงินต้นเขาจะลดฮวบเลย แล้วเขาจะพ้นหนี้ ความทุกข์ตรงนี้ จะหมดไปเลย ซึ่งท่านได้สรุปมาแล้วหนี้ประมาณ ๘๐๐,๐๐๐ คน ๑ ใน ๔ ใกล้วิกฤติคือส่งได้ แต่ไม่มีเงินเหลือยังชีพ แล้วกระผมเชื่อว่าอีกส่วนหนึ่งวิกฤติแล้วคือไม่มีใช้หนี้แล้ว ถูกฟ้องร้องแล้ว ๒ เรื่องนี้ครับ ๑ ใน ๔ กับส่วนหนึ่งต้องรีบแก้ให้เขาเลย เพราะฉะนั้นกระผมนำเรียนเลยว่า ต้องเร่งนำเรื่องตรงนี้ให้รัฐบาลดำเนินการเป็นเจ้าภาพเร่งด่วนที่สุด เพื่อที่จะให้ครูทั้งหมดเขาได้ ลืมตาอ้าปาก พอเขาได้มีการศึกษาที่ดี เด็กสามารถเรียนรู้ด้วยสมรรถภาพเอง เขาก็ไม่จำเป็น จะต้องเรียนในห้อง ไปต่างประเทศ เขามีพาไปเดินทัศนศึกษาต่าง ๆ หาความรู้ ประสบการณ์ ครูก็จะดีขึ้น ท่านต้องเพิ่มรายได้ให้เขา ต้องขอบคุณท่านประธาน ขอบคุณคณะกรรมาธิการ ชื่นชมนะครับ ก็ขอให้เราผ่านรายงานนี้ แล้วให้รัฐบาลไปแก้ รวมทั้งตั้งกองทุน รวมทั้งลดต้นทุน ให้ดอกเบี้ยต่ำลง รวมถึงแก้ปัญหาการทุจริตในสหกรณ์ต่าง ๆ ขอบคุณมากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านครูมานิตย์ครับ🔗

นายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม สุรินทร์

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม พรรคเพื่อไทย ผู้แทนจากเมืองสุรินทร์ ในเบื้องต้นจริง ๆ นี่ไม่อยากลุกขึ้นมาอภิปราย เพราะมันพูดเหมือนกับพี่ดะนัย พี่ชายของผมที่เป็นครู เป็นมาเยอะแยะในวงการครู มาเป็น รองเลขาธิการ สกสค. องค์กรที่ให้ครูกู้ทุกอย่าง หลังผมก็หลานสาวจิราพร สินธุไพร นี่ก็ลูกชาย พี่นิสิต สินธุไพร เราเป็นวงการครูทั้งนั้น แม่เขาครูเอมอรก็มาเป็นผู้แทน จริง ๆ ภายใต้สีทอง ผ่องอำไพไม่มีอะไรที่ครูทำไม่ได้ นอกจากการใช้หนี้ให้หมด แต่ว่าบังเอิญคณะกรรมาธิการ ผมกลับจังหวัดสุรินทร์ก็ถามว่าทำไมไม่เป็นคณะกรรมาธิการนี้ เพื่อนครูถามผม ผมบอก เป็นไม่ได้หรอก แก้ปัญหาหนี้สินอย่างไรก็ใช้หนี้ให้ไม่ได้หมดหรอกครับ ผมก็เป็นกรรมการ สหกรณ์มาประมาณ ๑๐ ปี รู้จักท่านทอง แต่ท่านทองไม่รู้จักผมหรอกครับ ท่านเป็นประธานอยู่ โคราช ผมเป็นอยู่จังหวัดสุรินทร์ แม้กระทั่งว่าก่อนมาเป็น ส.ส. วันสุดท้ายยังเป็นรองประธาน กรรมการสหกรณ์ออมทรัพย์ครูจังหวัดสุรินทร์ เห็นน้ำตา เห็นปัญหา ซึ่งครูต้องแยกหลายระบบ ครูที่วิกฤติจริง ๆ ที่เกิดจากปัญหาที่เขาไม่อยากให้เกิด เช่นไปค้ำประกันหรือไปเกิดปัญหาต่าง ๆ ส่วนครูที่เขากู้เพื่อสร้างโอกาสให้กับเขามีมากมายก็ต้องเป็นหนี้สิครับ แบงก์ยังเป็นหนี้แบงก์เลย นักธุรกิจก็ยังไปเป็นหนี้เลย มันก็มีความจำเป็นเพื่อจะสร้างฐานะ แต่เอาเถอะครับ ไม่ให้เสีย กำลังใจ ขอบคุณที่ทำมา แต่ถ้าท่านทำ กรรมาธิการที่ไปแก้ไขปัญหาให้กับเด็กผมจะเข้าไป ทันทีเลย เพราะโครงสร้างของประเทศที่อ่อนแอวันนี้มันอ่อนแอมาจากเด็ก แต่จริง ๆ เรื่องครูนี่ คิด ๓ อย่างแก้ปัญหาหนี้สินได้ ผมไม่ได้เลียนแบบคุณหมอนะครับ ๑. รู้ว่าปัญหาเขาค่าใช้จ่าย ในการบรรจุนี่ เขาจบวิทยาลัยครูมา ๕ ปี มหาวิทยาลัย ๕ ปีทั้งหมด ครูสอนอยู่แปดริ้วแต่เป็น คนสุรินทร์ จังหวัดสุรินทร์ไม่เปิดสอบ บรรจุแล้วให้เขาย้ายกลับไปเถอะ อย่างไรเขาก็ไปสอนเด็ก เหมือนกันครับ เขาอยู่แปดริ้วก็สอนเด็ก ไปจังหวัดสุรินทร์ก็สอนเด็ก ให้เขาไปนี่ลดค่าใช้จ่ายแล้ว เห็นชัดเจนเลย มาเที่ยวทำ ๔ ปี ไปทำทำไม ๔ ปี ก็ให้เขาย้ายกลับไปเลยสิครับลดค่าใช้จ่าย อย่างเห็นได้ชัด ๒. เรื่องวิทยฐานะหรือเงินชำนาญการพิเศษหรือเชี่ยวชาญต่าง ๆ ทำแล้วทำอีก ครู สพฐ. ครูมัธยม แต่ในขณะเดียวกันครูเทศบาลทำเที่ยวเดียวผ่านหมดเลย ผมเป็นกรรมาธิการ การศึกษามาก่อนได้แก้ปัญหาเรื่องนี้ครู สพฐ. ที่ตก ไม่ผ่าน เรียกมาถาม ปรากฏว่าความต่าง มันต่างกัน กรรมการของครู สพฐ. นี่ออกแอคชัน (Action) หน่อยกว่าจะผ่านได้ต้อง ๕-๖ ครั้ง หรือบางจังหวัดมีอะไรนัย ๆ กรรมาธิการบางท่านรู้ ก็มีหนี้สิครับ ทำไมเมื่อเขามีถ้วย มีโล่อยู่ ห้องเรียนที่เขาสอนเต็มไปหมด ก็ให้เขาไปสิวิทยฐานะ ความชำนาญการ ไม่ต้องทำเปเปอร์ (Paper) ไม่ต้องโน่นนี่นั่นมาก นี่เขาเอาน้ำใส่โอ่งจนล้นโอ่งแล้ว กับบางคนสนิทกับกรรมการ ๓ คน พี่ไปวิ่งให้อีกคน ตัวเองวิ่งอีกคนหนึ่ง ปรากฏว่าผ่าน นี่เป็นหนี้โดยที่เขาไม่อยากเป็น จริง ๆ เรื่องวิทยฐานะต้องขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรีทักษิณ ตอนท่านเป็นนายกรัฐมนตรีอยู่ วันนั้นท่านบอกว่าทำอย่างไรให้ข้าราชการครูมีโอกาสเพิ่มเงินขึ้นมากกว่านี้ ก็ส่งพวกผมมา เลยครับ มาเป็นกรรมาธิการ จนมีเงินวิทยฐานะ ชำนาญการ ชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ แล้วก็ เงินเดือนขึ้น ๒ ปี ๒ รอบ เพราะครูเรามันจนมาตั้งแต่เบื้องต้น ทำที่กระทรวงศึกษาธิการก่อน ก็คือครูก่อน ก่อนหน่วยงานราชการอื่น เพราะต้องการแก้ปัญหาให้กับครูเป็นตัวอย่าง แต่แน่นอนที่สุดตราบใดที่ยังไม่มีเมืองพอ ประเทศนี้มันมีแต่อำเภอเมืองพล จังหวัดขอนแก่น ความโลภก็ต้องกู้ บางคนผมยังหยอกเล่นเลย ไม่กู้แต่ระเบิดใช่ไหม มันก็มีกลุ่มนี้ แต่กลุ่มที่เขา กู้ไปเพื่อสร้างฐานะ สร้างโอกาส สร้างอนาคต วันนี้ผมมีความสุขมาก ผมเป็นกรรมการสหกรณ์ เมื่อประมาณ พ.ศ. ๒๕๓๒ เดินสายบรรยายเพราะยังเป็นเด็กหนุ่มอยู่ ไปให้กำลังใจครู วันนั้นผมบอกถ้าครูคนไหนขี่ฟอร์จูนเนอร์ ขี่รถดี ๆ ผมจะมีความสุขมาก วันนี้เต็มครับ วันนี้เต็ม ท่านประธานที่เคารพ ผมก็ไม่อยากรบกวนเวลาท่านประธาน ผมบอกวิธีแก้วันนี้อีกอย่างหนึ่ง เมื่อสักครู่ ๒ อย่างแล้วนะครับ ง่าย ๆ ครูให้ย้ายกลับบ้าน ไม่ต้องให้มันยุ่งยาก ผลงาน ทางวิชาการ ข้อที่ ๓ ท่านดะนัยก็พูด หลายคนก็พูด ไม่เคยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ท่านใด ผมใช้คำว่าท่านใด ไม่ได้ว่าท่านชินวรณ์นะครับ นี่ก็มาจากบ้านนอก มาอยู่กระทรวง หูกวางได้เป็นถึงเสนาบดี อันนี้ก็สุดยอด แต่มีความตั้งใจกับวิธีคิดในการแก้ปัญหาหนี้สินครู อย่างแท้จริง ไปช่วยกลุ่มโน้น ไปช่วยกลุ่มนี้ ไปช่วยกลุ่มนั้น ก็ระดมเงินสิครับแล้วให้สหกรณ์กู้ ไม่ต้องไปอ้างที่อื่น ครูก็มีธนาคารของครูเขาเองคือสหกรณ์ ยิ่งใหญ่ มีเกียรติ ได้รับโอกาส หลายอย่างก็หาดอกเบี้ยถูก ๆ ให้เขามากู้สหกรณ์ ดีกว่ามากู้แบงก์กรุงไทย แบงก์กรุงเทพ แบงก์ออมสิน เพราะแบงก์เหล่านี้คือกำไร พอมีกำไรแน่นอนที่สุดเอากับสหกรณ์แพง สหกรณ์ ก็ไปปล่อยครูแพง🔗

ผมอยากเห็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการท่านต่อไปนี่ ถ้าท่าน รองประธานสุชาติไปเป็นน่าจะคุยกันง่ายครับว่าการ แล้วผมจะไปนั่งใกล้ท่าน ไม่ขอตำแหน่ง อะไรครับ จะไปบอกว่าท่านครับทำอย่างนี้ ทำอย่างนี้ ทำอย่างนี้ ให้มีความตั้งใจ ผมสังเกตเห็น เกือบทุกรัฐบาลพอจะแต่งตั้งเสนาบดีแล้วปฏิเสธแต่กระทรวงศึกษาธิการหมดครับ เพราะกระทรวงศึกษาธิการมีแต่เงินเดือน รั้วโรงเรียนครูก็ต้องหาผ้าป่ามาเอง โดมครูก็ต้องหา ผ้าป่ามาเอง อะไรก็หามาเองหมด มีแต่เงินเดือน อาคารเรียนกับบ้านพักครูซ่อมแซมนิดหน่อย ผลประโยชน์ไม่ค่อยมีเลยไม่มีใครอยากไปนั่ง นี่คือปัญหาของการศึกษาชาติ จริง ๆ มันมีอีกเยอะ ผมอยากเห็นวันหนึ่งเราตั้งกรรมาธิการเพื่อศึกษาปัญหาของเด็ก เด็กคือรากฐาน การศึกษาคือ เพาเวอร์ (Power) การศึกษาคือโอกาส การศึกษาคือทุกอย่าง เราทำแต่ครูอย่างเดียวไม่ได้ หรอกครับ เราต้องทำเรื่องเด็กด้วยนะครับ🔗

ท้ายที่สุดผมขอบคุณอีกครั้งหนึ่ง เดี๋ยวท่านจะหาว่าผมไม่ให้กำลังใจท่านเลย ท่านก็ทำมาอย่างมีประโยชน์ แต่หลายอย่างมันก็ยังมีช่องว่างอยู่ แล้วสิ่งที่สำคัญเราทำเสร็จ เอาไปให้รัฐบาลไม่รู้รัฐบาลอ่านหรือเปล่า ปฏิวัติทีก็ยกเลิกเรื่องครูเยอะแยะ มาตรา ๔๔ คำสั่งที่ ๑๙/๒๕๖๐ วันนี้เราก็โดนต้มกลางอากาศอีก นี่นั่งพยักคอท่านอดีตเลขาธิการคุรุสภา ท่านปรีดา โดนต้มแล้วยังไปยกมือให้รัฐบาลอีก โดนต้มไปเยอะแยะ ไปยกเลิกอะไรที่ตั้งเป็น กองทุนก็ยกเลิกเยอะแยะ เขายังไม่เข้าใจเลยบริหารประเทศแล้วเราจะทำอย่างไร แต่ก็ดีครับ ภาษาลาวเขาเรียกว่ามาโสกัน มาโสกันแล้วก็ส่งให้เขา เพราะหลายคนเราก็เป็นครูบาอาจารย์ ไม่นานหรอกครับสภานี้ก็เต็มไปด้วยครูบาอาจารย์ วันนั้นละเราจะแก้ปัญหาได้ ขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ต่อไปท่าน ศาสตราจารย์โกวิทย์ แล้วก็ท่านรองศาสตราจารย์รงค์ เชิญท่านอาจารย์โกวิทย์ครับ🔗

ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไทย จังหวัดนครศรีธรรมราชครับ วันนี้เรื่องที่เป็นรายงาน ของกรรมาธิการสามัญที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และแนวทาง การบริหารจัดการหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา มี ๒ เรื่องที่ต้องพูด แล้วก็ดูจากรายงาน เรื่องที่ ๑ คือเรื่องการปฏิรูปการศึกษา ซึ่งส่วนนี้ผมคิดว่าพูดกันใน ๒-๓ เรื่อง ไม่ว่าจะเป็น ยกระดับคุณภาพการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา พัฒนาผู้เรียนทุกกลุ่มให้ได้รับ การศึกษาที่มีคุณภาพ อันนี้คือประเด็นหลักในส่วนที่ ๑ ส่วนที่ ๒ คือเรื่องของการจัดการ หนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา ผมเรียนในประเด็นที่ ๑ แล้วกันนะครับ คือผมดูใน หลายหน้าที่รายงานได้เขียนไว้ ก็ขอบคุณที่ให้รายละเอียด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยกระดับคุณภาพและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาผู้เรียนให้มีคุณภาพ จะอยู่ในหน้า ๑๕๒ หน้า ๑๕๔ แล้วก็อยู่ในหน้า ๘๔ กับหน้า ๘๕ ในส่วนของรายละเอียด แต่ผมเรียนท่านประธานว่าเราค่อนข้างที่จะเห็นวิธีการน้อยไป จะให้ในหลักการส่วนใหญ่ แต่เพื่อ เป็นประโยชน์ทางกรรมาธิการ ผมเรียนอย่างนี้ว่าพอเราพูดถึงการยกระดับคุณภาพการศึกษา มีหลายส่วนที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการพัฒนาเด็กก่อนวัยเรียนหรือว่าพัฒนาตัวโรงเรียนเอง ที่จะเป็นตั้งแต่ก่อนวัยเรียน แล้วก็โรงเรียนชั้นประถม เรื่องพวกนี้ผมว่าต้องคลี่ออกมาให้ชัดเจน ว่าจะทำอย่างไร การเตรียมเด็กก่อนวัยเรียนนี่ผมคิดว่ายังมีปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำอยู่แล้ว เด็กที่ยากจน ครอบครัวที่ยากจนกับครอบครัวที่มีการศึกษาและมีฐานะที่ดี เราจะทำอย่างไร ข้อเสนอนี้ก็ค่อนข้างจะมีน้อย ผมคิดว่าการสร้างโอกาสให้กับเด็กที่ยากจน ครอบครัวที่ยากจน ควรทำ ไม่ว่าจะเป็นการมีกองทุนก่อนวัยเรียนเราก็ต้องมี ซึ่งปัจจุบันมีอยู่แล้ว แต่จะเพิ่มอย่างไร ให้มันเกิดขึ้น🔗

เรื่องที่ ๒ ผมคิดว่าการประเมินโรงเรียนของเรายังไม่ชัดเจนว่าทำอย่างไร ถ้าโรงเรียนเกรดเอ (Grade A) เกรดบี (Grade B) เกรดซี (Grade C) ผมยกตัวอย่าง ในต่างประเทศ เขาบอกไว้หน้าโรงเรียนเลย โรงเรียนนี้ดี โรงเรียนนี้พอใช้ มันจะได้ใส่เรื่องที่ ถูกต้องเข้าไป สมมุติว่าโรงเรียนที่มีปัญหาเรื่องอุปกรณ์ มีปัญหาเรื่องสื่อการสอน รัฐบาลก็ใส่ ในโรงเรียนพวกนี้เข้าไป เพื่อให้ลดความเหลื่อมล้ำได้ เด็กก็จะได้เรียน ได้สร้างโอกาสที่เท่าเทียม ผมคิดว่าประเด็นแบบนี้น่าจะใส่ไว้ในรายงานบ้างนะครับ🔗

นอกจากนั้นเรื่องของครูพูดกันมาก ผมคิดว่าการผลิตครูมันเป็นต้นทางของเรื่อง ทั้งหมดที่นำไปสู่หนี้สินนะครับ ผมยกตัวอย่างเช่นราชภัฏหรือครุศาสตร์ตามสถาบันการศึกษานี่ เราจะทำอย่างไรเพื่อกำหนดให้ทุนนักเรียน ม. ๖ ที่จะไปเรียนครูและกลับไปสู่บ้านเกิด วิธีคิด แบบนี้ผมคิดว่าต้องวางเป็นระบบ ซึ่งผมอยากจะเห็นในรายงานที่สร้างระบบแบบนี้ แล้วทำให้ เด็กที่ตั้งใจอยากจะกลับสู่บ้านเกิดจะพัฒนาเรื่องของคุณภาพบ้านตัวเองได้ ที่ผมบอกว่ามันโยง ไปสู่ต้นทาง ผมเห็นด้วยกับข้อเสนอเพิ่มรายได้ เพราะครูเป็นวิชาชีพ อาจจะเพิ่มในวิชาชีพ มากขึ้น หรือปรับเงินเดือนครู หรือปรับเงินเดือนข้าราชการทั้งระบบ อันนี้ผมคิดว่ารัฐบาล ต้องทำนะครับ🔗

ในส่วนของหนี้สินผมมาดูครูเป็นหนี้เกิดจากอะไร ไม่น่าเชื่อในรายงานบอกไว้ ละเอียด ต้องขอชมเชยนะครับ เป็นหนี้เพราะว่าไปซื้อสิ่งอำนวยความสะดวกเรื่องการเรียน การสอน ผมถามนิดเดียวกระทรวงศึกษาธิการไม่มีคอมพิวเตอร์ให้ครูหรือ กระทรวงศึกษาธิการ ไม่มีปริ้นเตอร์ (Printer) ให้ครูหรือ อันนี้ในรายงานนะครับ ผมแค่ตั้งคำถาม กระทรวงศึกษาธิการ ไม่มีสื่อการสอนให้ครูหรือ เรื่องพวกนี้ผมว่าเป็นภาระของกระทรวงศึกษาธิการที่สนับสนุนเรื่องที่ เป็นสิ่งอำนวยความสะดวก ครูส่งนักเรียนไปแข่งขันกีฬา ทำกิจกรรมแข่งขันทางวิชาการ ครูกลับมาเป็นหนี้ ออกเงินเองหรือ อันนี้ก็น่าตกใจในรายงานมันมีได้อย่างไร ผมไม่พูดถึงหนี้ เรื่องงานบุญ งานอะไรนะครับ🔗

แล้วก็เห็นด้วยกับข้อเสนอของท่านที่ให้ปรับเรื่องการเจรจากับสถาบันการเงิน เรื่องหนี้สิน พักหนี้ครู ลดดอกเบี้ย แล้วก็เรื่องของคนค้ำประกัน แต่ผมอยากให้แยกแยะนิดเดียว ก็คือผมไม่แน่ใจว่าท่านแยกแยะเรื่องอย่างนี้อย่างไร เพราะว่าท่านไปตีขรึมไปหมด ผมยกตัวอย่างเช่นครูที่ถูกฟ้องร้องจากหนี้ท่านทำอย่างไร ครูที่กำลังดำเนินคดีอยู่ในศาล จะทำอย่างไร ผมว่าให้แยกเป็นระบบ ครูที่เป็นหนี้อยู่จะทำอย่างไร หรือเหมารวมว่าทั้งหมด ต้องมีการพักชำระหนี้ เป็นต้น ข้อต่อมาก็คือเรื่องดอกเบี้ยจะเอาอย่างไร ผมเห็นด้วยกับการที่ให้ สหกรณ์เข้าไปมีบทบาทช่วยครู แล้วก็เรื่องของกองทุนพัฒนาครูไทยนี่เห็นด้วย ทั้งหมดผมคิดว่า ท่านต้องแยกแยะอย่างที่ผมได้เสนอต่อท่านประธานผ่านไปยังท่านว่าจะทำอย่างไร🔗

ทีนี้ทั้งหลายทั้งปวงผมคิดว่ากระทรวงศึกษาต้องหาพาร์ตเนอร์ชิป (Partnership) ที่มาจัดการเรื่องการศึกษา ผมเห็นด้วยกับการมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษาของข้อเสนอ ในรายงาน แต่ผมคิดว่าการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นมันเป็นโจทย์ใหญ่ เพราะต่อนี้ไป ในโลกอนาคตไม่ใช่ผูกขาดอยู่ที่กระทรวงศึกษาธิการ ผมดูแล้วขาดคอมพิวเตอร์ ขาดปริ้นเตอร์ (Printer) ขาดเงินที่จะส่งเด็กไปแข่งกีฬาอย่างนี้ ผมคิดว่ากระทรวงศึกษาธิการต้องทบทวนแล้ว วิธีคิดแบบนี้ เพราะฉะนั้นในท้องถิ่นกระจายอำนาจไปให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เขาอาจจะสนับสนุนได้ ลดการผูกขาดอยู่ที่กระทรวงศึกษาธิการ เพราะฉะนั้นอาจจะเสนอ เป็นระบบว่าจะถ่ายโอนไปให้กับท้องถิ่นได้อย่างไร แล้วท้องถิ่นที่มีศักยภาพและความพร้อม ผมคิดว่าเขาลดความเหลื่อมล้ำได้ แล้วก็ตอบโจทย์ที่ท่านจะพูดเรื่องลดความเหลื่อมล้ำ และให้ผู้เรียนมีคุณภาพที่ดี นี่คือสิ่งที่ผมอยากเสนอท่านประธานผ่านไปยังกรรมาธิการทั้งหมด ที่เสนอเรื่องนี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่าน รองศาสตราจารย์รงค์ครับ🔗

รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ นครศรีธรรมราช

ท่านประธานที่เคารพ ผม รองศาสตราจารย์รงค์ บุญสวยขวัญ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ขออนุญาตท่านประธานว่าถ้าหากเวลาจะเกินไปนิดหน่อย ผมต้องขอประทานอนุญาตไว้ตั้งแต่เบื้องต้นครับ ขอบคุณท่านปรีดา บุญเพลิง ท่านเกษม และคณะกรรมาธิการที่ได้เขียนรายงานดี ๆ มาให้พวกเราได้ศึกษา โดยใช้เวลานานมาก แล้วก็ เป็นรายงานที่มีข้อมูลค่อนข้างดี แต่อย่างไรก็ตามขอวิพากษ์เป็นเบื้องต้นนะครับ รายงานชิ้นนี้ บอกว่าจะทำอยู่เรื่องเดียวคือเรื่องของหนี้สินครู มีวัตถุประสงค์ชัดเจนในรายงานชิ้นนี้คือ สภาพหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา สาเหตุปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา แนวทางแก้ไข ผมเอาแฟร์ ๆ คณะทำงานชุดนี้ คณะกรรมาธิการชุดนี้ได้ตอบคำถามทั้ง ๓ หัวข้อ อย่างชัดเจนในตัวรายงาน แต่ก็มีบางส่วนครับท่านประธาน ท่านอาจารย์ปรีดา ท่านอาจารย์เกษม ผ่านท่านประธานว่าท่านกำลังบอกว่าสภาพหนี้สินครูเป็นอย่างไร ท่านพรรณนาอย่างละเอียด ในหน้า ๙๕-๙๖ ผมอ่านแล้วละเอียดมากนะครับ สภาพหนี้สินเป็นอย่างไร สาเหตุปัญหาหนี้สิน ข้อ ๒ ท่านพูดไว้ชัด ท่านบอกว่าหนี้มาจากกี่หมวด มาจากทั้งหมด ๕ หมวด คือหนี้สิน โดยปัจจัยพื้นฐาน มีอยู่ ๕ ข้อ หนี้ระหว่างการปฏิบัติงาน เช่นระยะทาง ขับรถไกล ต้องไปซื้อ คอมพิวเตอร์ จะต้องพาเด็กไปแข่งขันกีฬา รวม ๆ สะระตะมี ๗ ข้อ หนี้ที่จ้องช่วยเหลือสังคม งานวัด งานบุญ งานบวช งานสวด อะไรเขียนไว้อย่างดีมากนะครับ หนี้จากการขาดหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงท่านก็มี ๑ ข้อ เพียงแต่ท่านไม่อรรถาธิบายไว้ว่าครูขาดหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงในการดำเนินชีวิตและมีสภาพหนี้สินเป็นอย่างไร หนี้มาจากปัจจัยอื่น ๆ อีก ๑๒ ข้อ ท่านเขียนละเอียดมาก ทั้งหมดมีอยู่ ๕ หมวด ซึ่งจะเป็นข้อย่อย ๆ ก็ประมาณ เกือบ ๒๐ ข้อย่อย ๆ โดยใช้กูเกิลฟอร์ม (Google Form) ท่านไม่บอกว่าในกูเกิลฟอร์ม (Google Form) ที่ท่านสรุปไว้วันที่ ๒๐ ตุลาคม ๒๕๖๕ ครูตอบกี่คน แยกเป็นเท่าไร ข้อมูลมันเลยเป็น ข้อมูลรวม แต่ถ้าท่านสามารถจำแนกข้อมูลออกเป็นย่อย ๆ ว่าที่ตอบมาเป็นครูเท่าไร บุคลากร ทางการศึกษาเท่าไร ครูอายุเท่าไร อายุราชการเท่าไร สามารถแบ่งเป็นตัวแปร แล้วจะนำไปสู่ วัตถุประสงค์ ข้อ ๓ คือเราจะแก้ปัญหาให้เขาอย่างไร อันนี้ขออนุญาตวิพากษ์ด้วยความเคารพ ท่านกรรมาธิการผ่านประธานไปว่าอ่านแล้วดีมาก แต่ไม่หนำใจครับ อยากจะให้เห็นเลยว่า ท่านจำแนกกลุ่มคนมาจากกูเกิลฟอร์ม (Google Form) เท่าไร🔗

มาถึงข้อสุดท้ายบอกว่าแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร อันนี้เป็นเรื่องใหญ่มาก ๆ ผมคิดว่ากรรมาธิการใช้เวลาเยอะ มีความเข้าใจ แต่เวลาพรีเซนต์ (Present) ออกมาในเอกสาร ชิ้นนี้ว่ามีแนวทางแก้ไขปัญหาหนี้สินครูทั้ง ๕ หมวดใหญ่ ๆ ประมาณ ๒๐ ข้อย่อย ๆ แก้ปัญหา อย่างไร ระดับไมโคร (Micro) คือระดับตัวครูและบุคลากรทางการศึกษานี่ท่านควรจะเสนอแนะ เข้ามาว่าถ้าขาดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงคณะกรรมการชุดนี้จะเสนอแนะเขาอย่างไรล่ะ หนี้ที่เกิดจากระหว่างปฏิบัติงานตั้งแต่เป็นครูมาจนมาถึงปัจจุบันต้องพาเด็กไปโน่น ต้องไปซื้อ เอกสาร ไปเที่ยวจ้างเขาพิมพ์ ไปทำเอกสารประเมินก็เกิดเป็นหนี้ ไมโคร (Micro) นี่ท่านจะแก้ เขาอย่างไรล่ะ ในขณะเดียวกันปัจจัยพื้นฐาน ๕ ข้อครูจะแก้อย่างไร ประเด็นของผมก็คือว่า ในแนวทางแก้ปัญหาทั้งหมดนี่ท่านควรจะเอาปัญหาทั้ง ๕ หมวด ประมาณ ๒๐ ข้อย่อย มาบอกว่าในเลเยอร์ (Layer) ของครูจะทำอย่างไร ในเลเยอร์ (Layer) ของโรงเรียนจะทำอย่างไร ในเลเยอร์ (Layer) ของ สพฐ. หรือศึกษาธิการจังหวัดควรจะทำอย่างไร ในเลเยอร์ (Layer) ของกรมควรจะทำอย่างไร เลเยอร์ (Layer) ของกระทรวงควรจะทำอย่างไร รัฐบาลควรจะทำ อย่างไร จึงจะเห็นว่าเอกสารชิ้นนี้เป็นโพลิซีบรีฟ (Policy Brief) ที่เราจะต้องส่งกลับให้รัฐบาล ให้กระทรวงศึกษาธิการนำไปปฏิบัติ เพราะนี่เป็นข้อเสนอแนะจากฝ่ายนิติบัญญัติ จากการที่ ทำงานอย่างขะมักเขม้นต่อเนื่องเกือบ ๒ ปีอันนี้ขาดไป ที่ผมบอกไม่หนำใจ อันนี้ด้วยความเคารพ ทั้ง ๒ ท่านที่นั่ง ท่านอื่นผมไม่ได้รู้จักชื่อ แต่เอ่ยชื่อกันไว้ด้วยความเคารพ แต่อย่างไรก็แล้วแต่ อยู่ ๆ ท่านก็ไปจั๊มพ์ (Jump) บอกว่าหนี้สินทั้ง ๕ หมวด ประมาณ ๒๐ ข้อย่อย ปัจจัยอื่น ๆ ใช้ระบบสหกรณ์เป็นฐาน อยู่ ๆ ท่านไปจั๊มพ์ (Jump) อันนี้ถ้าบอกว่ามันจะเป็นการสร้างข้อสรุป เชิงนโยบาย มันไม่ได้สัมพันธ์กับสาเหตุปัญหาทั้ง ๕ หมวด ๒๐ ข้อย่อยเลย ท่านบอกว่า ใช้สหกรณ์เป็นฐาน ผมเชื่อครับ ท่านอาจารย์ปรีดา ท่านอาจารย์เกษม ด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ ผมเป็นครูมา ๔๑ ปี วันนี้ได้มีชีวิตครอบครัว ได้เป็นรองศาสตราจารย์ ดอกเตอร์ ได้มีรถ ได้มีบ้าน ได้มีลูก ได้เรียนหนังสือก็มาจากสหกรณ์นั่นละครับ สหกรณ์ ออมทรัพย์ครูมีคุณค่ากับพวกเรา ท่านก็เป็นคนที่มีประสบการณ์ แต่ท่านไม่ได้บอกให้ชัดเจนว่า จะทำอย่างไรคำว่าสหกรณ์เป็นฐาน กองทุนพัฒนาครูไทย ท่านก็เขียนไปลอย ๆ กองทุน พัฒนาครูไทย ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ที่รัฐสภา ซึ่งประกอบด้วย สภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา ตั้งกรรมาธิการ ผมเป็นกรรมาธิการด้วย เรากำลังเขียนกองทุนพัฒนาครูไทย กองทุนเทคโนโลยีเพื่อการศึกษา เพื่อลดไม่ให้ครูต้องไปซื้อคอมพิวเตอร์ ไม่ต้องไปซื้อปริ้นเตอร์ (Printer) ไม่ต้องไปซื้อกระดาษไข กระดาษโรเนียว รุ่นผมกับรุ่นอาจารย์ปรีดา ไม่ต้องซื้อ กองทุน เหล่านี้ทำอย่างไร กองทุนเหล่านี้ควรจะเขียนอย่างไร ในพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ ที่กำลังรอเข้าสู่สภา ถ้าสภาไม่ยุบเสียก่อนนะครับ ท่านจะได้เสนอแนะเข้าไปในวาระที่สอง วาระที่สาม ในแต่ละมาตรา ตรงนี้มันยังไม่เห็นนะครับ เสียดายครับ แต่อย่างไรก็ตามก็เห็นใจอยู่ พันธบัตรช่วยปลดหนี้คืออะไร ทำอย่างไร รวมไปจนถึงปรับปรุงโครงสร้างหนี้ ยุบรวมหนี้ให้ลดลง สามารถชำระหนี้ได้ เหล่านี้ทั้งหมดคือ ๕ ข้อเสนอแนะตามวัตถุประสงค์ ข้อ ๓ แต่ทั้งหมดนี้ ยังไม่ได้เป็นคอนเซปต์ (Concept) ที่จะนำไปสู่การอ่านหรือศึกษาของฝ่ายกระทรวงศึกษาธิการ ที่จะต้องนำเอกสารชิ้นนี้ไปแปลง ไปแก้ปัญหา นี่คือสิ่งที่ผมคิดว่าจะช่วยเติมเต็มท่านกรรมาธิการ ด้วยความเคารพว่าเอกสารดี มีข้อมูลชัดเจน ใช้ศึกษานะครับ การศึกษาวันนี้ประเทศไทยเรา ต้องพัฒนาที่ครู ถ้าครูเป็นตัวแปรต้น ครูเราวันนี้เดินไปข้างหน้าเราจะเพิ่มค่าตอบแทนอย่างไร เราจะเพิ่มความมั่งคั่งอย่างไร เราจะเพิ่มความยั่งยืนอย่างไร สุดยอดครับ วันนี้พี่น้องครูไทย ผู้ประกอบวิชาชีพครูของพวกเราเป็นอาชีพที่มีเกียรติมาก ทุกคนก็อยากเป็นครู ผมอยู่ในซีก มหาวิทยาลัยด้วย เดิมนั้นไปอยู่ประถมศึกษา วันนี้ครูในมหาวิทยาลัยจำนวนมากที่เป็น พนักงานราชการหรือเป็นพนักงานของรัฐในมหาวิทยาลัยยังออกไปเป็นครูโรงเรียนประถม ในโรงเรียนการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพราะพี่น้องครูก้าวหน้า มั่นคง เติบโต เราต้องพัฒนาให้ พี่น้องครูรักห้องเรียน พัฒนาครูเราไม่ให้มีปัญหาเรื่องต้องแบกเงิน ต้องไปกู้เงิน ไปกู้ฉุกเฉิน ที่สหกรณ์ ออกมาแล้วเขาเป็นหนี้ ให้ครูเขามีเงิน ให้ครูเขามีคุณภาพชีวิตในเรื่องเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกันให้ครูเขาอยู่ในบรรยากาศของการบริหารจัดการที่มีผู้อำนวยการหรือผู้บริหาร สถานศึกษา ให้ครูเขามีใบประกอบวิชาชีพ ทั้งเงิน ทั้งศักดิ์ศรี สิ่งเหล่านี้จะทำให้ครู เป็นตัวแปรต้น เมื่อครูเป็นตัวแปรต้นก็เสียสละ อุทิศตัวเองที่จะทำงานให้กับลูกหลานของเรา ลูกหลานของเราจะได้มีอนาคตทางการศึกษา การแก้ปัญหาหนี้สินก็จะเป็นปัจจัยหนึ่ง และเป็น ปัจจัยสำคัญที่ผมคิดว่ามีประโยชน์จากคณะกรรมาธิการชุดนี้ครับ ขอบคุณที่ให้โอกาสครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญท่านนิยมครับ🔗

นายนิยม เวชกามา สกลนคร

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมคงไม่พูดในด้านวิชาการ แต่ในข้อเท็จจริงผมเป็นครู ตั้งแต่บรรจุเป็นครูมาก็เป็นหนี้เลย ท่านประธาน เป็นหนี้ตั้งแต่เป็นครู ได้รับเงินเดือนเป็นหนี้เลย นี่คือข้อเท็จจริง เอาทั้งหนี้สามัญ แล้วก็หนี้ฉุกเฉิน ที่เรียก ฉฉ. กันละครับ ต้องไปดูพื้นฐานของความเป็นครู ครูส่วนใหญ่ ๘๐ เปอร์เซ็นต์มาจากครอบครัวที่ยากจน ไม่ได้ร่ำรวยอะไรเลย ผมนี่พ่อแม่ทำนา ไม่มีอาชีพ อย่างอื่น ทำนาโดยสายเลือด เพราะฉะนั้นเลยมาเป็นพระ ทีนี้ต้องขอบคุณคณะกรรมาธิการ ท่านตั้งประเด็น ๒ อนุกรรมาธิการ ๒ สาย ด้านการศึกษากับด้านหนี้สิน ซึ่งเป็นครูล้วน ๆ ผมดูแล้วมีทั้งครูใหญ่และครูน้อย มีทั้งครูใหญ่ปรีดา ผอ. ก็มี ผอ. เกษมจากโคราช พรรคพวกกัน แต่ผมต้องกราบเรียนท่านประธานว่าผมเป็นครูจริง ๆ ผมไม่เคยเป็นครูใหญ่ เป็นครูน้อย ไปอีกเส้นทางหนึ่งมาเป็นนักกฎหมายของครูเท่านั้นเอง ได้เป็นผู้บริหารตอนมาอยู่ กระทรวงพาณิชย์ ผมจึงกราบเรียนว่าเรื่องหนี้สินของครูก็เป็นประเด็นที่จะพัฒนาการศึกษา ถ้าปล่อยให้ครูเป็นหนี้อยู่การศึกษาไม่ก้าวหรอกครับ มันเกี่ยวเนื่องกัน ผมจึงขอพูดประเด็นที่ว่า หนี้สินของครู เพราะครูเป็นหนี้ตั้งแต่บรรจุ อันนี้คือประเด็นท่านประธาน ไม่ต้องไปมองคนอื่น เอาผมนี่ละเป็นครูแล้วเป็นหนี้เลย ๑. เป็นหนี้รายเดือนก็ต้องเป็นหนี้ เรียกว่าฉุกเฉินเป็นหนี้ รายเดือน ต้องเอาทุกเดือน ถ้าไม่เอาไม่มีเงินเดือนเหลือ ถามว่าทำไมต้องเป็นหนี้ ผมบรรจุ เป็นครู ๑,๓๗๕ บาท สมัยนั้นเยอะนะเงินเดือน ๑,๓๗๕ บาท ข้าราชการทั่วไป ๔๐๐-๕๐๐ บาท เท่านั้นเองครับ จัตวา ก็ยืนยันว่าที่ท่านนำเสนอมาทั้งหมดมีทั้งจุดอ่อนและจุดแข็ง คือประเด็น ผมดูในรายละเอียดแล้วหนี้สหกรณ์มันเป็นธรรมชาติ แต่เราต้องพูดถึงอย่างหนึ่งคือผมอยากให้ ท่านไปศึกษาในประเด็นว่าครูกินครูด้วย ท่านไม่ได้มีในประเด็นนี้ผมอ่านแล้ว ทำไมผมถึงว่า ครูกินครู โดยธรรมชาติของครูเงินเดือนก็น้อยอยู่แล้วในสมัยนั้น เดี๋ยวนี้ดีขึ้นครูเงินเดือน ๔๐,๐๐๐-๕๐,๐๐๐ บาท สมัยผมไม่มีเงินหมื่นหรอกครับ หลักพันนี่ละ แถมเป็นหนี้ มอเตอร์ไซค์ ก็ต้องส่งครับ สมัยนั้นครูบ้านนอกต้องขี่วิบาก ผมนี่ขี่วิบาก ๑๕,๐๐๐ บาทสุดยอด จ่ายเดือนละ ๕๐๐ บาท ไปแล้วครับเงินเดือน นี่คือประเด็นต้องเป็นหนี้เพื่อสวัสดิการตัวเอง ครูจะไปอย่างไร ก็อยู่บ้านนอก หลายท่านพูดไปแล้วว่าไม่ได้อยู่ท้องที่ตัวเอง นี่คือประเด็นหนึ่งของการเป็นหนี้ ถ้าตราบใดให้ครูไปอยู่ไกล ๆ หนี้ก็เพิ่ม ผมไปอ่านดูในนี้คือประเด็นศึกษาดี เพียงแต่ว่าท่าน ต้องใส่ประเด็นเพิ่มคือเราจะไปจัดการอย่างไรในการที่ครูจะไม่กินครู นี่เป็นประเด็นนะครับ อย่าคิดว่าไม่เป็นประเด็นนะ ท่านประธานไม่ได้เป็นครู ท่านประธานร่ำรวยไม่มีปัญหา ของผมนี่ เป็นชาวไร่ ชาวนา จากลูกชาวนาแล้วมาเป็นครู เพราะฉะนั้นไม่มีพื้นฐานอะไรเลย ทุกอย่าง ต้องเป็นหนี้คือสหกรณ์ นี่คือประเด็น ในสิ่งนี้รัฐบาลต้องรับไปทำ ท่านศึกษาดีแล้ว เพียงแต่ว่า รัฐบาลไปจัดทำอย่างไร จัดทำโดยเข้าไปอุ้มครูหน่อย ในบางเรื่องถ้าปล่อยอย่างนี้ก็เป็นอย่างนี้ ละครับ ครูก็เหมือนกับเกษตรกร พอทำไร่ ทำนาก็ต้องเป็นหนี้ หนี้หลายเรื่อง อันนี้ไม่ใช่เป็นแค่ หนี้ปุ๋ยอย่างเดียว อย่างอื่นก็เป็น สหกรณ์ทั้งนั้นละ แต่วิธีการจะเอาหนี้มาใช้หนี้ไม่ได้หรอกครับ ต้องสร้างศักยภาพครูด้วย ที่ท่านเสนอมาทั้งหมดนี่ถูกต้อง ภาษีสังคมของครู ครูอยู่ในหมู่บ้านต้องดีกว่าชาวบ้านทั่วไป ไม่มี ก็ต้องหามาให้มีเรื่องเงินนี่ ใส่ซอง ใส่อะไรก็เหมือนกันต้องดีกว่าชาวบ้าน ชาวบ้านใส่ ๑๐ บาท ครูต้องใส่ ๕๐ บาท นี่คือวิธีการ เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วย ขอบคุณที่ท่านยังคิดความเป็นครู แต่ที่ท่านต้องคิดผมบอกเลยสหกรณ์อย่าคิดเอาหน่วยงานมาใช้หนี้โดยการกู้หนี้ นั่นคือวิธีการ ที่ท่านจะช่วยครูได้ โดยเฉพาะครูต้องมีสวัสดิการที่ดีกว่าปัจจุบัน ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เชิญครับ🔗

นายสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง กระบี่

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย ผมขอตั้ง ข้อสังเกตในเรื่องนี้นะครับว่าคณะกรรมาธิการเพื่อศึกษาแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และแนวทางการบริหารจัดการปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบ ซึ่งตรงนี้ในชื่อเรื่องก็ดี และผมดูรายงานที่ศึกษามาก็มีประเด็นที่ละเอียดลึกพอสมควร แต่ผม อยากตั้งข้อสังเกตในเชิงวิพากษ์นิดหนึ่งว่าถ้าเราจะดำเนินการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา คือระบบการศึกษาทั้งหมด แล้วก็ให้มันเป็นระบบ ผมคิดว่าในรายงานฉบับนี้ยังไม่ได้รวมถึง ในเรื่องของการศึกษาที่สังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะฉะนั้นในเรื่องของการศึกษา มันมีทั้งกระทรวงศึกษาธิการ แล้วก็เราอยู่ในระบบ ในภาคบังคับ ตั้งแต่ ม. ๑ จนถึง ม. ๓ คือ ๙ ปี ใน ๙ ปีนี้ก็มีโรงเรียนของอนุบาล ของ อบต. มีโรงเรียนเทศบาลจนถึงมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ถึงมัธยมศึกษาปีที่ ๖ แล้วก็มีโรงเรียนขององค์การบริหารส่วนจังหวัดด้วย เพราะฉะนั้นถ้าเรา จะปฏิรูปการศึกษาทั้งระบบนี่ครับต้องควบคุมทั้งหมด เนื่องจากว่าข้าราชการครูอาจจะสังกัด กระทรวงศึกษาธิการ แต่ข้าราชการครูขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็สังกัดในส่วนของ กระทรวงมหาดไทย แต่ตลาดการศึกษาเด็กนักเรียนเป็นตลาดรวม เพราะฉะนั้นเด็กที่เรียนจบ ป. ๖ อย่างนี้ก็อาจจะจบจากโรงเรียนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จบในเทศบาล แล้วก็ไปเข้าต่อ โรงเรียน สพฐ. ของกระทรวงศึกษาธิการ เพราะฉะนั้นก็เลยมีปัญหา โยนปัญหาคุณภาพของเด็ก ว่าเด็กเธออ่านหนังสือไม่ออกเนื่องจากว่าพื้นฐานไม่ดี ก็โยนกันไปโยนกันมา สิ่งนี้เป็นข้อสังเกตที่ ควรจะมีการจับค่ามาตรฐานของคุณภาพการศึกษา อันนี้ขาดไป แล้วก็กระทรวงศึกษาธิการ ไม่เคยจับมือกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเลยในเรื่องของคุณภาพอันนี้ แล้วก็เห็นด้วยที่ คณะกรรมาธิการสามัญได้ตั้งอนุกรรมาธิการ ๒ คณะ คณะที่ ๑ ที่มีท่านเกษม เป็นประธาน คณะอนุกรรมาธิการเพื่อศึกษาแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา อันนี้ก็ดีเหมือนกัน อันนี้ถือว่า ควบคุม แต่ว่ารายละเอียดในการศึกษาต้องไปศึกษาด้วยว่าวันนี้เด็กในระบบที่ภาคบังคับ จนถึง ม. ๓ ๙ ปี ทำไมเด็กหลุดออกไปจากนอกระบบถึง ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน นี่ถ้าเอาจริง ๆ มันผิดกฎหมายนะครับ แสดงว่าด้อยคุณภาพเลย เพราะว่าเด็กไม่สามารถเข้าไปเรียนได้ ๒๐๐,๐๐๐ กว่าคน ทั้ง ๆ ที่ว่ารัฐส่งเสริมให้เรียนฟรี และอนุกรรมาธิการอีกคณะหนึ่ง คณะอนุกรรมาธิการพิจารณาหาสาเหตุและแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้สินครู อันนี้ก็ยิ่งใหญ่ มากเลย ผมไปดูในรายงานว่าหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ครู ๘.๗๔ แสนล้านบาท หนี้ธนาคารออมสิน ๓.๙ แสนล้านบาท แล้วก็ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กับธนาคารอาคารสงเคราะห์เท่ากัน ประมาณ ๖๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วก็สถาบันอื่น ๆ อีก ๑.๖ หมื่นล้านบาท รวมเบ็ดเสร็จแล้ว ๑.๔ ล้านล้านบาท ไม่น้อยทีเดียว อันนี้ตั้งธนาคารครูได้ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานที่เรา จะต้องไปทบทวนมีมากมาย ไม่ว่าจะเป็น สกสค. ก็ดี สำนักงานคณะกรรมการชุดนี้ก็จะต้องไปดู ระบบในเรื่องของสวัสดิการ ในเรื่องของการที่จะให้เงินกู้สวัสดิการของครูด้วย เพราะฉะนั้น การที่จะพูดในเรื่องของการศึกษาเป็นระบบต้องพูดในเรื่องขององค์กรครูทั้งหมดทุกสังกัด แม้กระทั่งอาชีวศึกษาก็จะต้องไปดูแลด้วย แล้วคราวนี้ในเรื่องของผู้ปกครอง พ่อแม่ก็จะต้องไปดู ย้อนหลังด้วยนะครับ เพราะฉะนั้นคุณครูรวยก็มี แต่ครูจนก็เยอะกว่า การประชุมสหกรณ์แต่ละครั้งนี่จ่ายเบี้ยกัน ทีละ ๑,๕๐๐ บาทที่มานี่ ก็ไม่น้อยเหมือนกันนะครับ เพราะฉะนั้นกระทรวงศึกษาธิการเมื่อก่อน ไม่ใช่เป็นกระทรวงที่ถูกจัดในเกรดเอ (Grade A) แต่จริง ๆ แล้วการศึกษาควรจะต้องถูกจัด ในเรื่องที่เกรดเอบวกบวก (Grade A++) ที่รัฐบาลต้องให้การศึกษาของประเทศในภาพรวม เพราะว่าประเทศเราจะเจริญได้ พื้นฐานนะครับ การทุจริต การซื้อเสียง การประกอบอาชีพ ความเหลื่อมล้ำนี่ พื้นฐานทั้งหมดอยู่ที่การศึกษาทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นการศึกษาผมคิดว่าเป็น การลงทุนระยะยาว แต่ว่าส่วนใหญ่ไม่ว่าจะท้องถิ่นก็ดี ภาคการเมืองก็ดี เขาอยากจะลงทุน ระยะสั้นแล้วก็เห็นผลทันที เพราะฉะนั้นการศึกษาก็ต้องเรียกร้อง ก็ต้องหาว่าปัญหาต่าง ๆ นั้น ในโครงสร้างของครู แล้วก็ในส่วนของเด็ก ผู้ปกครองจะต้องทำอย่างไร🔗

สุดท้ายครับท่านประธาน นโยบายของพรรคภูมิใจไทยเรา เรามีนโยบายพักหนี้ คนละ ๑ ล้านบาท ปลอดดอกเบี้ย ๓ ปี เนื่องจากว่าโควิด (COVID) มีปัญหามา ๓ ปี สิ่งเหล่านี้ ผมคิดว่าเป็นการตอบโจทย์จากที่เราไปศึกษาปัญหาหนี้สินของครูทั่วประเทศ ๑.๔ ล้านล้านบาท คิดดูสิครับ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้เราต้องช่วยกันว่าเราจะแก้ปัญหาให้ครูมีสุขภาพดี สุขภาพจิตดี ไม่เป็นหนี้ การที่เป็นครูแล้วไปค้ำหนี้ กยศ. ของเด็กอย่างนี้ก็จะต้องปลดล็อก ต้องล้างหนี้ ต้องให้ ครูเหล่านี้ บางครั้งไม่มีส่วนอะไรเลย เป็นครูที่รักศิษย์ เป็นครูที่เกรงใจ เป็นครูที่มีความผูกพัน ในด้านการศึกษา🔗

อีกนิดหนึ่งครับท่านประธาน ขอเวลา มันเป็นเรื่องสำคัญ วันนี้ผมอยู่ในองค์กร ท้องถิ่นโรงเรียนร้างเยอะนะครับ เนื่องจากว่าเด็กไม่มี เด็กน้อยเพราะประชากรไทยเกิด ปีละ ๕๐๐,๐๐๐ คน เพราะฉะนั้นโรงเรียนร้าง กรมธนารักษ์หรือว่าโรงเรียนเจ้าของเดิม วันนี้ชาวบ้านเอาแพะ เอาวัวไปผูก เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมคิดว่าต้องจัดระบบว่าโรงเรียน ระดับประถมศึกษานี่ถ่ายโอนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งหมดดีไหม มาจับรวมกัน และทำมาตรฐาน แล้วก็ถ่ายโอนและดูว่าที่ตรงไหน ความหนาแน่นของพี่น้องประชาชนอย่างไร เราจะบริการครูกับบริการเด็ก เอาเด็กไปเรียนกับครูหรือเอาครูมาสอนกับเด็ก ที่ไหนสะดวก กว่ากันแล้วก็มีสวัสดิการ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็พร้อมในการที่จะไปรับถ่ายโอน แต่ส่วนใหญ่เขาก็ไม่ไป เพราะฉะนั้นความมั่นใจ ความเชื่อถือ ความเข้าใจ รัฐบาลต้องมีหน้าที่ทำ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ท่านนพพล เหลืองทองนารา🔗

นายนพพล เหลืองทองนารา พิษณุโลก

กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ ในเรื่องของปัญหาหนี้สินครูผมเอง ต้องขอกราบขอบพระคุณทั้งคณะกรรมาธิการ แล้วก็ท่านผู้แทนทุกคนที่ได้ให้เกิดการศึกษา เรื่องปัญหาหนี้สินครู เพราะผมเองก็เคยบอกทุกคนตั้งแต่นานมาแล้ว หรือแม้แต่ล่าสุดผมบอกว่า ครูไม่ใช่เสมือนเป็นพ่อแม่คนที่ ๒ แต่ครูนั้นเป็นพ่อแม่คนที่ ๒ ของผม ผมนับถือและบูชามาก และทุกครั้งที่ผมเห็นคุณครูไม่สบายใจ ผมเองก็มีความรู้สึกที่ไม่ดี ปัญหาหนี้สินครูอย่างที่ได้ สรุปกันมาว่าหนี้สินครูมีทั้งหมด ๑.๔ ล้านล้านบาท มีทั้งในส่วนของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูเอย ทั้งสถาบันการเงินเอย ท่านครับ ผมเองก็อ่านของท่าน ในความรู้สึกของผม ผมเองต้องการ ที่อยากจะให้การกำหนดมาตรฐานทั้งหลาย กฎเกณฑ์ทั้งหลายให้เป็นอย่างนั้นจริง ๆ ตามที่ กำหนด ยกตัวอย่างเช่นในเรื่องที่เขียนไว้ว่าจะต้องเหลือเงิน ๓๐ เปอร์เซ็นต์ให้คุณครูได้ใช้จ่ายนี่ ในความเป็นจริงมันเป็นตามนั้นไหมครับ หรือว่าเป็น ๓๐ เปอร์เซ็นต์ทิพย์ ผมเองอยากให้ตรงนี้ ได้มีการเอาจริงเอาจังกัน เพราะว่าจะได้ไปสอดคล้องกับระเบียบวินัยการใช้เงินของคุณครูด้วย ผมอยากให้มีการแก้ไขกฎระเบียบอีกอย่างหนึ่งในส่วนของสหกรณ์ออมทรัพย์ครูก็คือในเรื่องของ ระยะเวลา ระยะเวลาที่กำหนดไว้ เพราะเท่าที่ผมจำได้ถ้าครูกู้ไปแล้ว สมมุติกู้มา ๑ ล้านบาท กำหนดไว้เลย ๑๐๐ งวด ทำไมจะต้องอย่างนั้นล่ะครับ ทำไมจะต้องฟิกซ์ (Fix) กันขนาดนั้น แล้วพอมากำหนดกฎเกณฑ์กันแบบนี้แล้วในบางช่วง บางตอนของช่วงชีวิตคุณครูเองอาจจะมี ความจำเป็น น่าที่จะขยายคือน่าจะให้มีความยืดหยุ่น ณ ตรงนี้นะครับ🔗

ประการต่อมาก็คือว่าทางรัฐควรจะจริงจังในการแก้ไขปัญหาของครูในเรื่องของ หนี้สิน ถามว่ารัฐบาลดำเนินเรื่องนี้มานานแค่ไหนแล้ว นานมากนะครับ ตั้งแต่ผมจำความได้ อย่างน้อย ๆ ผมเริ่มสนใจการเมืองตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๒๒ ตอนอายุ ๗ ขวบ มีมาทุกรัฐบาล แต่ผลปรากฏว่าผลจากตรงนั้นมันก็เหมือนผักชีโรยหน้า พูดกันตามตรงนะครับ ไม่ได้มีใครตั้งใจ ที่จะแก้ไขปัญหาหนี้สินของครูอย่างจริงจัง ผมเองเสียดายมาก แล้วผมก็สะท้อนใจเหมือนกันว่า ทำไมไม่มีคนที่จะเป็นเพื่อนครูอย่างจริงจัง เป็นเพื่อนครูที่ออกมาจากใจ ไม่ใช่ว่าจะมาหาเสียง เรื่องการเมือง จริงนะครับ เราก็รู้กันอยู่ว่าประเทศชาติต่อไปในวันข้างหน้ามันจะเดินได้ จะไปต่อ มันจะทรุดลงหรืออะไร คุณครูเป็นสถาบัน เป็นองค์กรหนึ่งที่จะกำหนดทิศทางประเทศชาติ ของเรา ท่านครับ ผมอยากจะเรียกร้อง ในการแก้ไขปัญหาครูนี่ขอบพระคุณที่ท่านได้เริ่มต้น แม้ว่าเวลาในสภาชุดนี้จะเหลือไม่เท่าไร แต่ว่าผมอยากให้พวกเราแสดงความจริงจังที่ออกมา จากใจนะครับ ถ้าแสดงความจริงจังเพราะว่าจะหวังคะแนนวันข้างหน้าในการเลือกตั้งที่จะถึง ในอีกไม่กี่เดือนนี่อย่าเลยครับ ปล่อยให้มันซาไปเถอะครับ เดี๋ยวจบวันนี้แล้วก็ไม่มีใครพูดถึง ก็ไม่ต้องพูดถึงแล้วครับ ขอให้ตรงนี้เราเริ่มต้นอย่างจริงจังเสียที แม้เวลาน้อยผมคิดว่า คุณครูทั้งหลายมองออกครับว่าพวกเราจริงใจหรือไม่จริงใจกับการที่จะแก้ไขปัญหาหนี้สินครู แล้วอีกอย่างหนึ่งผมเองต้องขอโทษถ้าเหมือนเป็นการลบหลู่คุณครู ผมมิได้อย่างนั้นนะครับ นั่นก็คือว่าผมอยากให้มีการจัดอบรมให้คุณครูได้มีความรู้ในการใช้จ่าย วินัยทางด้านการเงิน ผมต้องกราบขอโทษ ถ้าผมพูดคำนี้ออกมาเหมือนกับดูถูกครูว่านพพลเธอไม่รู้หรือว่าครูรู้อยู่แล้ว ระเบียบวินัย แต่ว่าในสิ่งที่มันปรากฏการซื้อข้าวซื้อของเหมือนกับระเบียบการใช้เงินของคุณครู ไม่ใช่นะครับ เพราะผมรักครู ผมถึงกล้าที่จะพูดว่ามันจะต้องมีการอบรมทำความเข้าใจให้คุณครู ได้เห็น ได้รู้ ได้ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องของระเบียบวินัยทางการเงิน ถ้าสมมุติว่าคุณครู ไม่มีระเบียบวินัยทางการเงินวันข้างหน้าสิ่งที่จะเกิดกับคุณครูจะทำให้มีความทุกข์ใจ ทั้งกาย และใจขนาดไหน ผมเองขอเรียกร้องให้ทั้งสภานะครับ แต่ผมเชื่อและมุ่งมั่นในอุดมการณ์ ของท่านผู้แทนทั้ง ๕๐๐ คนว่าพวกเราเต็มใจและจริงใจจริง ๆ แต่ว่าขอภาพที่ปรากฏ อย่างชัดเจนและออกมาจากใจด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

เชิญกรรมาธิการ มีอะไรจะชี้แจงเพิ่มเติมไหมครับ🔗

นายปรีดา บุญเพลิง กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายปรีดา บุญเพลิง ทำหน้าที่แทนประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ ขอน้อมรับคำอภิปราย ข้อเสนอแนะ เพื่อดำเนินการศึกษาแผนปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา และแนวทางการบริหาร จัดการปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างเป็นระบบในโอกาสต่อไป ขอบคุณ มากครับ🔗

นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่มีสมาชิก ท่านใดที่คัดค้านในรายงานนะครับ เพราะว่าในรายงานมีข้อสังเกต ดังนั้นจะต้องขอให้ที่ประชุม อนุมัติข้อสังเกตคือเห็นด้วยกับข้อสังเกต เพื่อจะส่งไปให้รัฐบาลดำเนินการต่อ มีท่านสมาชิก ท่านใดที่ไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกตไหมครับ คือรายงานนี้อย่างไรไม่มีคนค้านก็เท่ากับเห็นชอบ รายงานอยู่แล้ว ในกรณีของข้อสังเกตมีท่านใดคัดค้านไหมครับ🔗

(ไม่มีสมาชิกมีความเห็นเป็นอย่างอื่น)
นายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ไม่มีใคร เห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ ถ้าเช่นนั้นก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบรายงานและข้อสังเกต คือรายงาน ทั้งฉบับจะมีความเป็นมา มีปัญหา มีข้อเสนอแนะ และมีข้อสังเกต เราจะส่งไปให้รัฐบาล ได้ดำเนินการตามที่คณะกรรมาธิการได้ศึกษาและเสนอแนะ พร้อมทั้งข้อสังเกตให้รัฐบาล ดำเนินการต่อไป ก็จบการพิจารณาของท่านกรรมาธิการครับ ขอบพระคุณมากครับ วันนี้ คงจะพอสมควรแล้ว ท่านสมาชิกครับ ผมขอปิดประชุมนะครับ ขอบคุณครับ🔗

เลิกประชุมเวลา ๑๘.๑๑ นาฬิกา