รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๔
ครั้งที่ ๑๔ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง) เป็นพิเศษ
วันศุกร์ที่ ๑๖ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
____________________
ท่านสมาชิกที่เคารพครับ ขณะนี้เวลา ๐๙.๓๐ นาฬิกา ก่อนเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุมจะอนุญาตให้ท่านสมาชิก ได้หารือตามข้อบังคับ ข้อ ๒๔ ขอได้ใช้เวลา ๒ นาที ให้เป็นประโยชน์กับประชาชนนะครับ ท่านแรก ท่านนิยม เวชกามา ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย วันนี้ ขอหารือนำเอาความเดือดร้อนของพระสงฆ์ซึ่งมีปัญหาออกมาร้องเรียนทางสื่อมวลชนแล้ว คือแบ่งเป็น ๒ ประเด็น ผมได้รับเสียงสะท้อนจากพระภิกษุสงฆ์ระดับผู้ปกครอง และพระธรรมทูต ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในต่างประเทศ โดยแบ่งเป็น ๒ ประเภทคือ พระธรรมทูต เดิมทีเดียวอยู่ใน ต่างประเทศทั้งอเมริกาและยุโรปจำนวนนับหมื่นรูป ก็ได้รับค่านิตยภัตตลอด ปรากฏว่า ตั้งแต่เดือนตุลาคม ๒๕๖๔ ถึงวันนี้เดือนธันวาคม เงินดังกล่าวหายไปไม่ได้รับเลย ดังนั้น ท่านพระครูสุตธรรมนิเทศ เจ้าอาวาสวัดพระมหาธาตุเจติยาราม รัฐฟลอริดา ประเทศ สหรัฐอเมริกา ก็เป็นหัวหอกนำทนายเข้าร้องต่อสื่อ ฉะนั้นผมก็ร้องในสภาว่ากลุ่มพระดังกล่าว ค่านิตยภัตเงินก็ไม่กี่ร้อยกี่พันแต่หลายเดือนหายไป อันนี้ฝากท่านประธานด้วยว่าหายไปไหน ส่วนอีกประเภทหนึ่งคือค่านิตยภัตเหมือนกันแต่ของพระสงฆ์ระดับผู้ปกครอง ตั้งแต่ เจ้าอาวาสขึ้นไปถึงระดับผู้หลักผู้ใหญ่ เงินไม่ได้รับการเคลื่อนไหวเป็นระยะเวลา ๒๐ ปี เคยได้อย่างไรก็ได้อย่างนั้นเป็นค่านิตยภัต พระบ้านนอกบ้านนาระดับเจ้าอาวาส ผมยกตัวอย่างเงินเดือน ๑,๘๐๐ บาท ซึ่งเป็นค่านิตยภัต วันนี้ก็ ๑,๘๐๐ บาท จนระดับถึง เจ้าคณะจังหวัดก็แค่ ๑๐,๐๐๐ บาท อันนี้เลยฝากท่านประธานไปถึงสำนักงานพระพุทธศาสนา แห่งชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่านรัฐมนตรีอนุชา นาคาศัย ช่วยติดตามเรื่องให้ด้วย ท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไปคุณประกอบ รัตนพันธ์🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตปรึกษาหารือท่านประธานถึงความเดือดร้อนของพี่น้อง ประชาชน ๒ เรื่องด้วยกัน🔗
เรื่องแรก ผมได้รับคำร้องทุกข์จากพี่น้องชาวตำบลควนกรดและตำบล นาไม้ไผ่หลายพื้นที่หลายครอบครัวว่าเขาทุกข์ร้อนเพราะน้ำประปาไม่ไหล ทั้ง ๆ ที่พี่น้อง ได้เข้าชื่อแจ้งถึงความเดือดร้อนไปถึงการประปาส่วนภูมิภาคอำเภอทุ่งสง แต่ไม่ได้รับ การแก้ไขแต่อย่างใด จึงขอให้การประปาอำเภอทุ่งสงได้เร่งรัดแก้ปัญหาให้พี่น้องที่เดือดร้อน ด้วยครับ ท่านประธานครับ ข้อเท็จจริงเมืองทุ่งสงเป็นเมืองใหญ่ วันนี้การขยายตัวของ ตัวเมืองสูงมาก เกิดหมู่บ้านจัดสรร ประกอบกับการประปาหมู่บ้านขัดข้อง ไม่สามารถ ใช้ประโยชน์ได้ต้องอาศัยการประปาส่วนภูมิภาคอย่างเดียว ผมไปศึกษาข้อเท็จจริงปรากฏว่ากำลังผลิตการประปาอำเภอทุ่งสงไม่สอดคล้องกับการ ขยายตัวแล้วความต้องการของพี่น้องประชาชน ฉะนั้นขอให้กระทรวงมหาดไทยได้เร่งรัด ในการขยายกำลังผลิตการประปาอำเภอทุ่งสงให้สอดคล้องกับการขยายตัวและความต้องการ ของพี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับคำร้องเรียนจากพี่น้องชาวอำเภอบางขันและอำเภอทุ่งสง เรื่องของกรรมสิทธิ์ในที่ดินคือการออกโฉนดในที่ดินว่าช้ามากไม่ทันกับเวลา ทั้งการออกโฉนด รายบุคคลและรายพื้นที่ ผมไปหาข้อเท็จจริงปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ แล้วก็บางราย จ่ายค่าธรรมเนียมเป็นหลายปีแล้วก็ยังไม่สามารถที่จะดำเนินการให้ได้ เพราะฉะนั้นขอให้ทาง กระทรวงมหาดไทยได้เร่งรัดจัดสรรเจ้าหน้าที่ในการเดินออกสำรวจโฉนดที่ดินให้เพียงพอ และให้สอดคล้องกับความต้องการของพี่น้องประชาชนด้วย กราบขอบพระคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗
ต่อไปท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ ที่อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย มีการขอสร้างอ่างเก็บน้ำ ลำห้วยบง บ้านทุ่งทราย หมู่ ๓ ตำบลหล่ายงาว อำเภอเวียงแก่น ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ออกไป สำรวจออกแบบแล้วก็ทำประชาคมกับพี่น้องประชาชนแล้ว แต่ตอนนี้เวลาล่วงมา ๒ ปีแล้ว ก็ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ฉะนั้นจึงอยากจะเรียนถามทางกรมชลประทาน กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ช่วยไปดูแลด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ที่อำเภอเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย ตำบลทุ่งก่อ ตำบลป่าซาง ตำบลดงมหาวัน แล้วก็อำเภอดอยหลวง ตำบลโชคชัย ตำบลปงน้อย ตำบลหนองป่าก่อ ทั้ง ๖ ตำบลนี้มันเป็นที่ราบสูงเล็ก ๆ เตี้ย ๆ ไม่มีชลประทาน ดังนั้นทางกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายก อบต. นายกเทศบาล มีความเห็นร่วมกันว่าสมควรที่จะขอให้ทางกรมน้ำบาดาลได้มา สำรวจขุดเจาะน้ำบาดาลในพื้นที่ ๖ ตำบลนี้เพราะว่านอกเขตชลประทาน อย่างไรก็ฝากทาง กรมน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมช่วยไปดูที่อำเภอเวียงแก่น อำเภอเชียงรุ้ง อำเภอดอยหลวงด้วยนะครับ ต้องกราบขอบคุณล่วงหน้าครับ ขอบคุณครับ ท่านประธานครับ🔗
ขอความร่วมมือ พวกเราสวมหน้ากากด้วยนะครับ คุณสุรทิน พิจารณ์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ ท่านประธานครับ ๓ เรื่องที่กราบเรียนท่านประธานครับ🔗
เรื่องแรก ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าตั๋วเครื่องบินภายในประเทศของประเทศไทย เดี๋ยวนี้แพงมาก อ้างอย่างเดียวอ้างโควิด (COVID) อ้างน้ำมันแพง ค่าตั๋วเครื่องบินจาก ดอนเมืองไปที่หาดใหญ่ ถ้าเป็นข้าราชการเกือบ ๑๐,๐๐๐ บาท ในขณะที่ตั๋วเครื่องบินจาก ดอนเมืองไปที่ฮานอย ไป-กลับ ๔,๐๐๐ บาท ใคร ๆ ก็บินได้ เดี๋ยวนี้มันบินไม่ได้แล้ว รักคุณเท่าฟ้า อย่างนี้ก็รักไม่ได้แล้ว ฝากไปที่กระทรวงคมนาคมช่วยดูแลเรื่องนี้ด้วยนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ตำรวจจราจรที่ไปล็อกล้อตามเมืองท่องเที่ยว อย่างเช่นหาดใหญ่ อันนี้มันมีปัญหาเนื่องจากนักท่องเที่ยวจากมาเลเซียเข้ามา ปรากฏว่าไปจอดอยู่ที่ทางขาวแดง ก็ถูกจับ ผมก็ถูกจับมานะครับ ที่ถูกจับแล้วมองเห็นคนที่มาจับไม่เจอเลย เอากุญแจไป ล็อกล้อแล้วก็วิ่งหนีเลย ปัญหามันเกิดขึ้นเพราะว่าไหนจะไปเครื่องบิน ไหนจะไปเสียค่าปรับ มันก็เลยเกิดปัญหา อยากให้ตำรวจอนุเคราะห์บ้าง บางทีควรจะใช้รัฐศาสตร์บ้างไม่ต้องใช้ นิติศาสตร์ตลอดไป ฝากไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาตินะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ คือพี่น้องชาวประมงจังหวัดปัตตานี ในช่วง ๒-๓ ปีที่ผ่านมา ไปหากิน ในน่านน้ำของมาเลเซีย คือของไทยมีปัญหาเรื่องเทียร์ ๑ (Tier 1) เทียร์ ๒ (Tier 2) เทียร์ ๓ (Tier 3) ก็เลยไปหากินที่ประเทศอื่น ปรากฏว่าถูกจับครับ ๒-๓ ปีแล้วไม่ได้กลับบ้าน อยากฝากไปที่รัฐบาลช่วยไปตามเรื่องนี้หน่อยนะครับ ผู้ร้องคือนายเกียรติศักดิ์ วงศ์นรานุวัฒน์ อยู่บ้านเลขที่ ๑๕๓/๕๑ ตำบลบึงนา อำเภอเมืองปัตตานี จังหวัดปัตตานี ขอบคุณครับ🔗
ต่อไปคุณองค์การ ชัยบุตร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน กระผม องค์การ ชัยบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกล วันนี้ ขออนุญาตหารือท่านประธานดังนี้ครับ🔗
กระผมได้รับข้อร้องเรียนจากท่านประสิทธิ์ สุดทาโคตร กำนันตำบลดงหมู อำเภอหว้านใหญ่ จังหวัดมุกดาหาร กรณีที่ทหารผ่านศึกยังไม่มีเอกสารสิทธิในที่ทำกิน ที่ดงหมูและแถวบริเวณอุ่มเหม้า บริเวณนี้เป็นป่าสงวนอยู่ แต่ชาวบ้านเขาต้องการ เอกสารสิทธิ ซึ่งเป็นทหารเก่าที่ปลดประจำการแล้วกับผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยส่วนหนึ่งและ ชาวบ้านอีกส่วนหนึ่งจะเป็นรอยต่ออยู่ ฉะนั้นแล้วฝากท่านประธานไปยังผู้มีอำนาจได้โปรด พิจารณาให้ออกเอกสารสิทธิให้กับชาวบ้านด้วย เขาไม่เอา คทช. อันนี้คือประเด็นที่เป็น ปัญหามาก🔗
เรื่องต่อไป ติดตามเรื่องถนนในพื้นที่ตำบลนาอุดม ถนนเข้าสู่แปลงเกษตร ที่ผมเคยหารือไปรอบสองรอบแล้ว ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งรัดจัดสรรงบประมาณ เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับชาวบ้านอย่างไร🔗
เรื่องต่อไป ถนนไปสู่แปลงเกษตรและไร่นาของพื้นที่ตำบลโนนยาง อำเภอหนองสูง จังหวัดมุกดาหาร ตอนนี้ท่านนายกองค์การบริหารส่วนตำบลโนนยาง ได้ประสานมาว่าขอความกรุณาให้ผู้หลักผู้ใหญ่ ผู้มีอำนาจได้จัดสรรงบประมาณเร่งรัด ดำเนินการแก้ไขให้ชาวบ้านด้วย🔗
เรื่องติดตามเรื่องต่อไป หารือมาหลายรอบแล้วครับ การขุดลอกแหล่งน้ำ ในหลายพื้นที่ที่ผมเคยหารือมา ไม่ทราบว่าหน่วยงานต่าง ๆ ได้เห็นความสำคัญของแหล่งน้ำ อุปโภคบริโภคของชาวบ้าน ไม่ว่าที่อำเภอนาสะเม็ง อำเภอดอนตาล จังหวัดมุกดาหาร หรืออำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี อำเภอเขื่องใน จังหวัดอุบลราชธานีอย่างนี้ที่ตื้นเขิน ฝากท่านประธานโปรดได้กำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งรัดจัดสรรงบประมาณเป็นการ แก้ปัญหาให้กับชาวบ้านด้วยครับ ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ท่านอภิชา เลิศพชรกมล🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม อภิชา เลิศพชรกมล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๙ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ เป็นที่ทราบดีกันอยู่แล้วว่ากระทรวงศึกษาธิการได้รับ งบประมาณในการช่วยเหลือเด็กเป็นอาหารกลางวันจำนวนเงิน ๒๑ บาทต่อหัว วันนี้ภาพ ที่ท่านประธานเห็น นี่คือ ๒๑ บาท ภาพนี้เกิดขึ้นที่โรงเรียนโชคชัยพรหมบุตรบริหาร สังกัด คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เขต ๒ จังหวัดนครราชสีมา ท่านประธานเห็นไหมครับ ๒๑ บาทมีไข่ ๑ ฟอง มีข้าว มีขนม ผมเชื่อว่าทั้งหมดนี้ ทั้งกะปิ น้ำปลา มันก็ประมาณสัก ๑๓ บาท เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นหลาย ๆ จังหวัด ผมไม่เคยคิดว่าจะเกิดที่อำเภอโชคชัย ผู้บริหารให้สัมภาษณ์ว่าเด็กนักเรียนนึกสนุกก็เลยตักอาหารน้อยแล้วก็ถ่ายรูปโพสต์ (Post) มาให้ผู้ปกครองได้ดู แล้วก็อ้างว่าต้องการโรงอาหารขนาดใหญ่ ผมเชื่อว่าเรื่องอย่างนี้มันไม่ใช่ เรื่องที่จะต้องมาพูดแบบนี้ ซึ่งการแก้ตัวแบบนี้ผมถือว่ามันไม่ควรที่จะพูดแบบนี้ ผมอยากจะ ให้ทางกระทรวงศึกษาธิการโดยเฉพาะสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เขต ๒ นครราชสีมา ท่านต้องตรวจสอบ แล้วก็สอบสวนข้อเท็จจริงว่าจำนวนอาหารที่ให้กับนักเรียน มันเหมาะสมไหมในจำนวน ๒๑ บาท ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการมีผู้บริหาร ระดับ ๑๑ จำนวนมาก ลองทบทวนดูสิว่าเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้ง เราจะมีแนวทางในการแก้ปัญหาอย่างไร โดยเฉพาะเงิน ๒๑ บาทเกิดขึ้นบ่อยมาก จึงอยากจะให้ทางกระทรวงศึกษาธิการหาแนวทาง และหาวิธีที่จะแก้ปัญหาเรื่องนี้ ผมไม่อยากให้เกิดขึ้นกับลูกหลานของคนไทยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไป คุณบุญรื่น ศรีธเรศ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน นางบุญรื่น ศรีธเรศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ พรรคเพื่อไทย ขอหารือ ท่านประธานเกี่ยวกับความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ค่ะ ดิฉันได้รับคำร้องขอ จาก นายสมบัติ นวลคำ อดีตรองนายกองค์การบริหารส่วนตำบลสะอาดไชยศรี นางคำบล จอนบูรม สมาชิกตำบลสะอาดไชยศรี และนายบุญเลิศ ดีเจริญ กรรมการกองทุนหมู่บ้าน บ้านสายป่าแดง ตำบลสะอาดไชยศรี อำเภอดอนจาน จังหวัดกาฬสินธุ์ว่า ถนนที่ใช้สัญจรไปมาในหมู่บ้านยาวประมาณ ๒๐๐ เมตรเศษ ๆ ชำรุดเสียหายเป็นบางส่วน เท่านั้น สภาพหน้าฝนถนนเละ หน้าแล้งฝุ่นตลบ แล้วองค์การบริหารส่วนตำบลก็ซ่อมแซม ไปบ้างแล้วแต่ขาดงบประมาณ งบประมาณไม่พอ จึงหารือท่านประธานผ่านไปยัง กรมปกครองส่วนท้องถิ่นสั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ และท้องถิ่นจังหวัด กาฬสินธุ์ได้ออกไปตรวจสอบดูแลแล้วก็จัดสรรงบประมาณซ่อมแซมให้กับพี่น้อง ซ่อมแซม ถนนสายบ้านสายป่าแดง ตำบลสะอาดไชยศรี อำเภอดอนจาน โดยเร่งด่วนด้วยค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ดิฉันขอหารือท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงมหาดไทยในส่วนของ กรมที่ดิน ขอให้ใส่ใจการออกเอกสารสิทธิให้กับพี่น้องประชาชนในที่ดินที่ทำกินและที่ดิน ที่สร้างเป็นที่อยู่อาศัย พี่น้องประชาชนไม่ใช่แต่จังหวัดกาฬสินธุ์ หลายจังหวัดทั่วประเทศไทย รอมาเป็นเวลานานมาก ดิฉันขอหารือมาครั้งที่ ๔ แล้วค่ะ ความคืบหน้าก็ยังไม่เป็นที่พอใจ ของพี่น้องประชาชน แล้วก็ได้รับคำตอบจากสภาว่ากำลังส่งเรื่องถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เรื่องหารือสภาถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ก็เลยอยากจะถามไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่า หนังสือสภาถึงกันหรือยังคะ ๔ ปีแล้วนะคะ จะครบแล้วค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ🔗
คุณภานุ ศรีบุศยกาญจน์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายภานุ ศรีบุศยกาญจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขต ๑ จังหวัดสุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ วันนี้กระผมมีเรื่องอยากจะหารือเป็นความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนในการขอทวงพื้นที่ที่องค์การสะพานปลาขอใช้จากเทศบาลนคร สุราษฎร์ธานี ตั้งแต่วันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๑๐ กินเวลามากว่า ๕๐ ปี วันที่ ๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๕ เทศบาลโดยท่านรองนายกเทศมนตรี ท่านแฟง สุวรรณบุตร ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ได้ทำหนังสือถึงองค์การสะพานปลาเพื่อที่จะขอคืนพื้นที่ แต่ปรากฏว่าวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕ ทางองค์การสะพานปลาก็ยังแจ้งกลับมาว่ายังใช้พื้นที่ดังกล่าวอยู่ แต่กระผมไปดู พื้นที่แล้วปรากฏว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่รกร้าง แล้วก็เมื่อไปดูสัญญาเก่า ๆ ปรากฏว่าวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๘ ทางองค์การสะพานปลาไปให้เอกชนเช่าช่วงต่อ พื้นที่ ๒ ไร่กว่า เช่าเดือนละ ๒๐,๐๐๐ กว่าบาท ผมจึงขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ท่านเฉลิมชัย ศรีอ่อน ได้โปรดช่วยตรวจสอบสัญญาดังกล่าว แล้วถ้าหากว่าผิดสัญญาประการใด ก็ขอให้เทศบาลได้มีโอกาสกลับมาใช้พื้นที่ดังกล่าวเพื่อที่จะทำเป็นสวนสาธารณะให้กับพี่น้อง ประชาชนครับ🔗
เรื่องที่ ๒ กระผมขอติดตามความคืบหน้ากรณีเด็กที่เสียชีวิตในรถตู้ครับ จากในปี ๒๕๕๗-๒๕๖๕ มีการลืมเด็กไว้ในรถตู้ถึงจำนวน ๑๒๙ ครั้ง แต่ในจำนวนนั้น มีเด็กเสียชีวิตจำนวน ๖ ราย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้มี มาตรการในการที่จะทำรถตู้อัจฉริยะออกมา แต่ปรากฏก็ยังเงียบหาย แต่ที่ไม่เงียบครับ จังหวัดสุราษฎร์ธานีของผมโดยการนำของท่านอดีตประธานหอการค้า ท่านไกรสีห์ ปัจจักขะภัติ ท่านลงทุนเองใช้เงินเอง ทำระบบป้องกันลืมเด็กในรถตู้ ลงทุนเพียง ๑,๐๐๐ กว่าบาท กระผมอยากจะให้กระทรวงได้ใส่ใจเรื่องนี้แล้วก็โปรดพิจารณาเรื่องนี้เป็นเรื่องกรณีเร่งด่วน ถ้าเป็นไปได้อยากขอให้ช่วยพิจารณาโครงการหนึ่งโรงเรียนหนึ่งรถตู้อัจฉริยะให้กับ ทุกโรงเรียนด้วยครับ ขอกราบขอบพระคุณครับ🔗
คุณเทียบจุฑา ขาวขำ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางเทียบจุฑา ขาวขำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอนำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาหารือกับท่านประธานดังนี้ค่ะ🔗
ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากนายอาจอง กองมณี นายก อบต. ตำบลจำปาโมง และพี่น้องประชาชน ตำบลจำปาโมง อำเภอบ้านผือ จังหวัดอุดรธานี ที่ได้รับผลกระทบจาก เหตุการณ์อุทกภัยพายุโนรู (Noru) ในพื้นที่ตำบลจำปาโมง ทำให้เกิดความเสียหาย ทุกปี น้ำท่วมเป็นประจำ ก็เกิดความเสียหายแก่ท้องไร่ท้องนาน้ำท่วมขังเป็นประจำ ถนนก็ชำรุด เสียหาย เพื่อแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในตำบลจำปาโมง จึงขอให้ กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินดังนี้ค่ะ ๑. ขอให้เร่งก่อสร้างซ่อมแซมถนนลาดยางบ้านม่วง ไปบ้านนาอ่าง ๒. ขอให้ยกระดับคันดินเพื่อป้องกันน้ำท่วมโดยการก่อสร้างถนน ค.ส.ล. ลำห้วยโมง บ้านม่วง แล้วก็บ้านนาอ่าง ๓. ขอให้ก่อสร้างซ่อมแซมถนนท่องเที่ยวเชิงธรรมะและธรรมชาติ บ้านจำปาโมง หมู่ ๑ แล้วก็บ้านนาอ่าง หมู่ ๒🔗
เรื่องที่ ๒ ดิฉันได้รับการร้องเรียนจากบุคลากรทางการแพทย์ สืบเนื่องจาก สถานการณ์เกิดโรคโควิด-๑๙ (COVID-19) เกิดขึ้นผ่านมา ๒-๓ ปี บุคลากรทางการแพทย์ แล้วก็เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ทั้งแพทย์ พยาบาล อสม. แล้วก็พนักงานทั่วไป ทำงานช่วยเหลือ พี่น้องประชาชนกันอย่างหนัก ยังไม่ได้รับค่าตอบแทนค่าเสี่ยงภัยเลยค่ะ ได้ทราบข้อมูลมาว่า ยังไม่ได้รับมาตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ เป็นต้นมา จึงขอฝากท่านประธานผ่านไปยัง กระทรวงสาธารณสุขเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ควรให้ค่าตอบแทนค่าเสี่ยงภัยให้กับบุคลากร ทางการแพทย์ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
คุณเกียรติ เหลืองขจรวิทย์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายเกียรติ เหลืองขจรวิทย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคภูมิใจไทย มีเรื่องปรึกษาหารือเกี่ยวกับความเดือดร้อนของชาวบ้านย่านชุมชนที่มีถนนหลวงผ่านไป แล้วก็เป็นถนนสายใหญ่ เป็นแค่ถนน ๒ เลน (Lane) แล้วเป็นย่านชุมชนหนาแน่น การสัญจรหนาแน่น เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง คือเส้นที่ ๑ สาย ๒๒๔๓ บ้านหัวลำ ตำบลหัวลำ อำเภอท่าหลวง จังหวัดลพบุรี ช่วง กม. ที่ ๒๘+๕๐ ถึง กม. ที่ ๒๙+๕๐๐ เส้นที่ ๒ บ้านกุดตาเพชร สาย ๒๒๖๐ ตำบลกุดตาเพชร อำเภอลำสนธิ จังหวัดลพบุรี กม. ที่ ๑๙+๙๐๐ ถึง กม. ที่ ๒๑+๕๐๐ เส้นที่ ๓ บ้านเกาะรัง สาย ๒๒๗๕ ตำบลเกาะรัง อำเภอชัยบาดาล จังหวัดลพบุรี ช่วง กม. ที่ ๔+๒๐๐ ถึง กม. ที่ ๖+๒๐๐ เส้นที่ ๔ สายทางหลวง ๓๓๒๖ หน้าอำเภอสระโบสถ์ เลยที่ว่าการอำเภอสระโบสถ์ ถึงการไฟฟ้า สระโบสถ์ ช่วง กม. ที่ ๑๒+๐๐ ถึง ๑๔+๕๐๐ แล้วก็เส้นที่ ๕ สาย ๒๒๑๙ หน้าที่ว่าการ อำเภอโคกเจริญ ตำบลโคกเจริญ จังหวัดลพบุรี กม. ที่ ๔๖+๘๕๙ ถึง ๔๘+๕๐๐ แล้วก็ เส้นที่ ๖ สาย ๒๓๔๔ หน้าศูนย์ราชการอำเภอโคกเจริญ ตำบลโคกเจริญ จังหวัดลพบุรี ช่วง กม. ที่ ๐+๐๐ ถึง กม. ที่ ๑+๕๐๐ ซึ่งทั้ง ๖ เส้นทางนี้อยู่ในย่านชุมชน เกิดอุบัติเหตุ บ่อยครั้ง แล้วก็ทางคับแคบ อยากจะให้กรมทางหลวงขยายเป็น ๔ ช่องจราจร เพื่อความ สะดวกความปลอดภัยของประชาชนครับ กราบขอบคุณครับ🔗
คุณอภิชาติ ศิริสุนทร🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อภิชาติ ศิริสุนทร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล วันนี้มีเรื่อง หารือท่านประธาน ๓ เรื่องครับ🔗
ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากคุณยุพิน ปัญญาสา เลขากลุ่มผู้ใช้น้ำ ตำบลคลองน้ำไหล อำเภอคลองลาน จังหวัดกำแพงเพชร ว่าได้รับความเดือดร้อนจากกรณี ฝายกั้นน้ำใต้อ่างน้ำคลองน้ำไหลชำรุดเสียหายอย่างหนักไม่สามารถเก็บกักน้ำได้มานานถึง ๖ ปี ชาวบ้านได้รับผลกระทบ ๑๓ หมู่บ้าน ขาดน้ำอุปโภคบริโภค น้ำเพื่อการเกษตร จึงขอหารือผ่านท่านประธานไปยังกรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ช่วยดำเนินการแก้ไขปัญหาให้ชาวบ้านด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับเรื่องร้องเรียนจากคุณยุพิน ปัญญาสา เลขากลุ่มวิสาหกิจ ชุมชนท่องเที่ยวอ่างเก็บน้ำคลองน้ำไหลว่ากลุ่มได้ทำกิจกรรมชุมชนท่องเที่ยวอ่างเก็บน้ำ คลองน้ำไหล มีวัตถุประสงค์เพื่อต้องการใช้เป็นพื้นที่กลางในการพัฒนาตำบล เพิ่มรายได้ ให้กับชุมชน ดังนั้นทางกลุ่มได้ยื่นขออนุญาตการใช้พื้นที่รอบอ่างเก็บน้ำไปยังกรมชลประทาน แต่เรื่องก็เงียบหายไป ดังนั้นฝากท่านประธานช่วยประสานไปยังกรมชลประทาน เพื่อดำเนินการให้พี่น้องประชาชนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นางธิตารัตน์ ขุนขันธ์ หมู่ ๒๒ ตำบลตาจง อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ ว่าได้รับความเดือดร้อนจากกรณีที่หน่วยงาน ของรัฐได้ให้คนขับรถแทรกเตอร์เข้ามาทำถนนในที่ดิน ส.ป.ก. ที่ครอบครัวได้ทำกินอยู่ โดยไม่ได้รับอนุญาตจากครอบครัวแต่อย่างใด ทำให้ครอบครัวเดือดร้อน ดังนั้นจึงฝาก ท่านประธานผ่านไปยังกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประสานไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ช่วยตรวจสอบหาข้อเท็จจริงและช่วยเหลือพี่น้องประชาชนต่อไป ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
คุณมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานคะ ขออนุญาตหารือท่านประธาน ผ่านสภาแห่งนี้ไปถึงกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม แล้วขณะเดียวกันก็อาจจะรวม ไปถึง กสทช. ซึ่งมีหน้าที่เรื่องเกี่ยวกับการดูแลโอเปอเรเตอร์ (Operator) ต่าง ๆ ของทาง โทรศัพท์มือถือด้วยค่ะ🔗
สิ่งที่ดิฉันอยากจะขออนุญาตหารือก็คือว่ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและ สังคม มีหน้าที่หนึ่งที่เขาอาจจะลืมไปแล้วนั่นก็คือกรณีการทำหน้าที่ด้านการมอนิเตอร์ (Monitor) แล้วก็การสกัดกั้นเรื่องเกี่ยวกับการกระทำความผิดกฎหมายสำคัญของชาติ บนโซเชียลมีเดีย (Social Media) หรือว่าบนแพลตฟอร์ม (Platform) บนคอมพิวเตอร์ต่าง ๆ หน้าที่นี้เป็นหน้าที่ทางด้านสังคม ซึ่งบริบททางด้านนี้ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม ท่านอาจจะปล่อยปละละเลยมากไปนิดหนึ่ง เพราะว่าปัจจุบันนี้ ขยะบนโซเชียลมีเดีย (Social Media) ข้อมูลที่ผิดกฎหมายหลักและกฎหมายสำคัญของชาติ เผยแพร่กว้างขวางและจำนวนมาก แล้วไม่ได้มีการเกรงใจข้อบริบทกฎหมายต่าง ๆ เลย โดยเฉพาะการกระทำการหมิ่นประมาทอาฆาตมาดร้ายสถาบันสำคัญของชาติ เรื่องนี้ดิฉัน ถือว่าปล่อยผ่านไปไม่ได้ หน้าที่หลักของกระทรวงนี้ท่านรัฐมนตรีอาจจะลืมไปแล้วว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงนี้สามารถในการที่จะเพิ่มศักยภาพของทีมงานและกระทรวงได้ ด้วยการแต่งตั้งเจ้าพนักงานคอมพิวเตอร์ ซึ่งหน้าที่นี้ท่านสามารถที่จะทำให้ทันสถานการณ์ ทันบริบทของสังคมที่เปลี่ยนแปลงไปได้ แต่ดิฉันได้ติดตามการทำภารกิจของกระทรวงนี้ ก็ยังไม่ได้มีการแต่งตั้งเพิ่มเติมให้ทันท่วงทีมากมายนักนะคะ เพราะฉะนั้นดิฉันถือว่าเรื่องนี้ เป็นหน้าที่ นอกจากนี้แล้วดิฉันอยากจะให้ท่านรัฐมนตรีแล้วก็เจ้าหน้าที่หรือเจ้าพนักงาน ในการทำหน้าที่ตรงนี้แข็งขันให้มากยิ่งขึ้น เพราะดิฉันว่า ณ ปัจจุบันนี้พี่น้องประชาชน ร้องเรียนแล้วได้หารือกันอย่างกว้างขวาง กลายเป็นหน้าที่ของพลเมืองในการที่จะต้องไป ถกเถียงกันเองบนแพลตฟอร์ม (Platform) ข้อมูลต่าง ๆ แต่ขณะเดียวกันในส่วนของ เจ้าพนักงานไม่ได้แข็งขันมากมายนักในการที่จะสกัดกั้นตามหน้าที่ของตนเอง เรื่องนี้ดิฉัน จึงขออนุญาตฝากท่านประธานไปถึงกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือกระทรวง เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่ชื่อเดิมของเขาอันเดิมด้วยค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ🔗
นางสาวปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพค่ะ ดิฉัน ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อชาติ วันนี้ดิฉันอยากจะมาปรึกษาหารือเกี่ยวกับบ่อขยะโรงขยะที่เป็นการ เซ็นสัญญาระหว่างเทศบาลนครเชียงรายและเทศบาลตำบลห้วยสัก โดยบ่อขยะนี้จะอยู่ใน เขตของบ้านดงป่าเหมี้ยง หมู่ ๑๐ โดยมีขนาดพื้นที่กว่า ๓๐๐ ไร่ ซึ่งจะหมดสัญญาในปี ๒๕๗๒ โดยประมาณ จากคลิป (Clip) ที่กำลังเปิดอยู่ในขณะนี้บ่อขยะอยู่ห่างจากหมู่บ้าน เพียงแค่ ๕๐๐ เมตรเท่านั้น ทำให้ส่งกลิ่นเหม็นต่อบ้านดงป่าเหมี้ยงและหมู่บ้านใกล้เคียง เป็นอย่างมาก ในตอนกลางวันแมลงวันเยอะมากจนต้องกางมุ้งรับประทานอาหาร อีกทั้ง บ่อขยะบ่อนี้ไม่ได้มีการทำระบบบำบัดน้ำเสียที่เพียงพอ จึงทำให้มีการปล่อยน้ำเสียน้ำขยะ ลงในแหล่งน้ำขนาดเล็กและขนาดใหญ่ จนลามไปถึงแหล่งน้ำหนองหลวงของชาวบ้าน อำเภอเวียงชัย ปลาที่ชาวบ้านเคยจับเป็นอาหารก็ไม่สามารถนำมารับประทานได้ เนื่องจาก รสชาติที่เปลี่ยนและมีกลิ่นในเนื้อปลา ในส่วนของชาวนาก็ได้รับผลกระทบจากน้ำเสียจาก บ่อขยะบ่อนี้ที่ซึมลงในดินและไหลลงสู่แหล่งน้ำ ทำให้พืชผลทางการเกษตรของชาวไร่ชาวนา ได้รับความเสียหาย พื้นที่นาที่ใกล้บ่อขยะก็ต้องปรับเปลี่ยนไปทำการเกษตรในด้านอื่น ๆ หรือต้องขายที่ดินทิ้งไป เพราะไม่สามารถปลูกนาได้ และเป็นที่น่าพิศวงที่เอกสารที่ เซ็นสัญญาระหว่างเทศบาลนครเชียงรายและเทศบาลตำบลห้วยสัก จนถึงตอนนี้ทางเทศบาล ตำบลห้วยสักชุดใหม่ยังไม่เคยเห็นเอกสารชุดนี้ จึงไปร้องขอดูเอกสารคู่สัญญาที่เทศบาล นครเชียงราย แต่ทางผู้บริหารที่นั่นก็ดูเหมือนจะบ่ายเบี่ยงนะคะ ดิฉันเลยอยากจะขอร้อง ขอความกรุณาหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องกำกับดูแลท้องถิ่นและสิ่งแวดล้อมเข้ามาเป็น ตัวกลางในการเปิดเอกสารสัญญาในชุดนี้ ที่ได้ทำระหว่าง ๒ เทศบาลว่ามีเงื่อนไขอย่างไรบ้าง และถ้ายังมีการทำบ่อขยะโรงขยะที่กระทบต่อชาวบ้านตำบลห้วยสักและอาจที่จะทำผิด เงื่อนไขสัญญาที่เซ็นเอาไว้ ดิฉันคงต้องร้องขอให้มีการยกเลิกสัญญาฉบับนี้ และนำบ่อขยะ โรงขยะแห่งนี้ออกจากพื้นที่ตำบลห้วยสัก เพราะความเดือดร้อนของประชาชนแม้เพียง ๑ คน หรือ ๑๐ คน หรือ ๑๐๐ คน ก็เป็นความเดือดร้อนของประชาชนคนไทย ขอบคุณค่ะ🔗
คุณอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคพลังประชารัฐ หารือถึงหน่วยงานราชการ ท่านนายกรัฐมนตรี ในวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาได้มีโอกาส ได้พูดคุยกับพี่น้องเชื้อสายจีนในจังหวัดยะลา ในวงสนทนาได้เข้าใจและรับรู้ความพยายาม ของรัฐบาลที่พยายามกระตุ้นให้ประชาชนมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการสนับสนุนอาชีพ และการจ้างงานในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และในวงสนทนานั้นเช่นเดียวกันได้มีการ เสนอให้รัฐบาลหรือหน่วยงาน ศอ.บต. ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือหน่วยงานที่รับผิดชอบให้การสนับสนุนการดำรงคงไว้ซึ่งวิถีวัฒนธรรมของพี่น้องเชื้อสายจีน🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้จัดโครงการให้คนไทยเชื้อสายจีนได้มีโอกาสได้กลับไป เยี่ยมเยียนบรรพบุรุษและสถานที่สำคัญทางศาสนา ณ สาธารณรัฐประชาชนจีน เช่นเดียวกัน กับที่ทางราชการจัดโครงการให้คนไทยที่นับถือศาสนาพุทธได้ไปเยี่ยมสถานที่สำคัญ ในพระพุทธศาสนาที่ประเทศอินเดีย หรือที่ทางราชการจัดโครงการให้คนไทยที่นับถือ ศาสนาอิสลามได้ไปประกอบศาสนกิจที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย เพราะเชื่อว่าแม้จะอยู่กัน ในสังคมที่หลากหลายความเชื่อ หลากหลายความศรัทธาก็สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างสันติสุข🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้ทางราชการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนเพื่อการอนุรักษ์ วัฒนธรรมของพี่น้องเชื้อสายจีนให้ดำรงอยู่ในสังคมได้ เช่น ประเพณีแห่พระลุยไฟ ประเพณี ตรุษจีน สารทจีน ประเพณีเชงเม้ง เทศกาลกินเจ ซึ่งจะเป็นการเชิญชวนให้คนไทยใน ภูมิภาคอื่นของประเทศได้ไปท่องเที่ยวและรู้จักสัมผัสชีวิตของคนไทยเชื้อสายจีนในพื้นที่ จังหวัดชายแดนภาคใต้ และจะได้เป็นการสนับสนุนการท่องเที่ยวของประเทศด้วย ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
คุณภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายภณณัฏฐ์ ศรีอินทร์สุทธิ์ ผู้แทนพี่น้องประชาชน จังหวัดนนทบุรี พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตนำความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน มากราบเรียนท่านประธานถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรก ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านอดีตกำนันวิเชียร มั่งมี กำนันตำบล ทวีวัฒนา ผ่านมายังท่านอมรเทพ โกศลเวช นายกองค์การบริหารส่วนตำบลทวีวัฒนา ในเรื่องของการก่อสร้างสะพานข้ามคลองมะสง ซึ่งคลองดังกล่าวนั้นอยู่ภายใต้พื้นที่ การกำกับดูแลของการประปานครหลวง ซึ่งปี ๒๕๖๓ นั้นก็มีการมาสำรวจ แต่มาถึงปีนี้ ก็ยังไม่มีความคืบหน้า จึงอยากให้ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในส่วนของ กระทรวงมหาดไทยให้เร่งรัดการออกแบบก่อสร้างจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับพี่น้อง ประชาชนที่ใช้สัญจรไปมา🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านกันชน ชมทะเล นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลราษฎร์นิยม ในเรื่องของการก่อสร้างประตูบังคับน้ำบริเวณปากคลองลัดกำนันยูร เชื่อมต่อคลองลากค้อน ซึ่งคลองดังกล่าวนั้นเวลาน้ำหลาก น้ำจะไหลเข้าไปในพื้นที่ชั้นใน ทำให้เกิดความเดือดร้อนกับพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ด้านในลำคลอง ตลอดจนพื้นที่ เกษตรกร เวลามีน้ำหลากชาวบ้านจะต้องมาปิดคลอง ก็อยากจะให้กรมชลประทานมาเร่ง ก่อสร้างประตูบังคับน้ำ🔗
อีกจุดหนึ่ง บริเวณตำบลไทรน้อย ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากท่านประพัฒน์ ศรีชื่น นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไทรน้อย เช่นเดียวกัน คลองนี้อยู่ที่ตำบลไทรน้อย คลองเชื่อมต่อคลองห้าร้อย เวลาน้ำหลากเข้ามาก็ใช้วิธีเดียวกัน ใช้ต้นยูคาลิปตัสบวกกับ ผ้าใบ แต่เวลาแรงดันน้ำมากก็จะทำให้ผ้าใบชำรุด จึงอยากให้กรมชลประทานนั้นมาเร่ง ออกแบบทั้ง ๒ คลอง เพื่อจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับพี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ กราบขอบคุณครับท่านประธาน🔗
แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน แพทย์หญิงเพชรดาว โต๊ะมีนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ภูมิลำเนาจังหวัดปัตตานีค่ะ ดิฉันได้มีโอกาสเยือนกรุงริยาด เมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดีอาระเบีย กับท่านพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยว และกีฬา รวมทั้งพบปะคนไทยในนครเมกกะและเมืองมาดีนะห์อีกหลายร้อยคน ได้รับเรื่อง เพื่อหารือ ๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรก จาก นายกอเซ็ง แซบากา และนายเจ๊ะดาโอ๊ะ ตาเฮ ประธาน และรองประธานสมาคมคนไทยในภาคตะวันตกของประเทศซาอุดิอาระเบีย ในเมืองเมกกะ คนไทยอยู่กว่า ๕,๐๐๐ คน ส่วนใหญ่เกิดและเติบโตในเมืองเมกกะ และจำนวนไม่น้อยไม่เคย เดินทางกลับประเทศไทย และในช่วงโควิด-๑๙ (COVID-19) ส่วนใหญ่ได้รับผลกระทบ ขาดทุนทรัพย์ทำให้ไม่สามารถเดินทางกลับเพื่อทำบัตรประชาชนใบแรกที่ประเทศไทยได้ ส่งผลให้ไม่สามารถทำหนังสือเดินทางได้เช่นเดียวกัน ท่านประธานที่เคารพคะ ฝากเรียน ท่านประธานไปยังกระทรวงมหาดไทยในการอนุโลมให้คนไทยในซาอุดิอาระเบีย โดยเฉพาะ คนที่มีอายุ ๒๐ ปีขึ้นไป มีความเป็นไปได้หรือไม่ที่จะทำบัตรประชาชนใบแรก ณ สถานกงสุลใหญ่ เมืองเจดดาห์ ประเทศซาอุดิอาระเบีย และสามารถทำหนังสือเดินทางเล่มใหม่ได้ ในคราวเดียวกัน🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องการค้างจ่ายค่าธรรมเนียมในการต่อใบพำนักถิ่นที่อยู่หรือ อิกอมะฮ์ หรือ เรสซิเดนซ์ เพอร์มิต (Residence permit) ซึ่งมีคนไทยในเมืองเมกกะ และเมืองเจดดาห์ค้างค่าธรรมเนียมดังกล่าว มีสาเหตุมาจากการตกงาน การเลิกจ้างในช่วง โควิด-๑๙ (COVID-19) จึงกลายเป็นหนี้สะสมครัวเรือนละประมาณ ๔๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ บาท ขี้นอยู่กับจำนวนสมาชิกในครอบครัว บางครอบครัวคงค้างเป็นล้านบาท รวมค่าธรรมเนียม คงค้างสำหรับ ๓๐๐ คนเป็นเงินประมาณ ๔๐ ล้านบาทค่ะ ทราบว่าฝ่ายไทยโดย ท่านเอกอัครราชทูตดามพ์ บุญธรรม ได้หยิบยกประเด็นนี้ให้ทางการซาอุดิอาระเบีย เพื่อพิจารณายกเว้นค่าธรรมเนียมคงค้างดังกล่าวแล้ว ขอกราบเรียนท่านประธานฝากไปยัง กระทรวงการต่างประเทศในการแจ้งผลความคืบหน้าให้ทราบเป็นระยะ ๆ และต้อง ขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีพิพัฒน์ รัชกิจประการ ในการเดินทางกระชับความสัมพันธ์ในเรื่อง การท่องเที่ยวของทั้ง ๒ ประเทศซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี ขอบพระคุณค่ะ🔗
คุณณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์🔗
ท่านประธานครับ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล จากชาวบางขุนเทียนครับ ท่านประธานครับ วันนี้มีเรื่องหารือไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ด้วยกัน หลายเรื่องนะครับ🔗
เรื่องแรก บริเวณถนนเทียนทะเล ๑๙ แยก ๒ ครับ ผมมีภาพมาเพื่อที่จะ สื่อสารไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องครับ พี่น้องประชาชนรวมตัวกันดังภาพที่เห็นครับ ก็คือ ออกมาบริเวณน้ำท่วมขัง ซึ่งไม่ว่าฝนจะตกหรือไม่ตกก็ท่วมขังแบบนี้จนต้องออกมาอาบน้ำ โชว์กันเลยทีเดียว แล้วก็โพสต์ (Post) ลงเฟซบุ๊ก (Facebook) แท็ก (Tag) มาที่ผมด้วยครับ แล้วก็บอกว่าให้หาหนทางช่วยเหลือเพราะมันหนักเหลือเกินบริเวณเทียนทะเล ๑๙ แยก ๒ อยากให้จัดสรรงบประมาณของกรุงเทพมหานคร โดยสภากรุงเทพมหานครต้องเข้าไปดูแล อย่างใกล้ชิดว่าจุดไหนบ้างที่มีความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน แล้วก็จัดสรรงบประมาณ ไปช่วยเหลือดูแลให้ถึงพี่น้องประชาชนโดยตรงนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ เรื่องของปัญหาผู้เลี้ยงหอยแครงในพื้นที่แขวงท่าข้าม เขตบางขุนเทียน ผมได้รับหนังสือซึ่งเป็นหนังสือภาพสะท้อนความเสียหายของการปล่อยน้ำ ในช่วงพายุเข้า ในช่วงเดือนตุลาคม เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา แล้วก็กรุงเทพมหานคร เป็นการปกครองแบบพิเศษ เพราะฉะนั้นการจะประกาศเขตภัยพิบัติอะไรต่าง ๆ มันก็มี เงื่อนไขแบบพิเศษ นี่คือภาพผู้เลี้ยงหอยแครงที่ได้รับผลกระทบ ผมมีรายชื่อแนบเอกสาร ทั้งหมด ๙ แผ่น เป็นจำนวน ๑๐๖ ราย ผู้ได้รับความเสียหายทั้งหมด ๓,๒๐๐ กว่าไร่ มูลค่าความเสียหายทั้งหมด ๒๒,๑๗๕,๐๐๐ บาท โดยการปล่อยน้ำระบายน้ำจากพายุ ครั้งที่ผ่านมานั้นมีปริมาณน้ำจืดทะลักเข้าไปในพื้นที่เลี้ยงหอยแครงของพี่น้องประชาชน เขตบางขุนเทียน จนทำให้หอยแครงนั้นตาย แล้วก็มูลค่าความเสียหายของแต่ละบ่อนั้น สร้างผลกระทบกับพี่น้องประชาชน และหากไม่ประกาศเขตภัยพิบัติก็จะสามารถรับเงิน เยียวยาได้ยาก เพราะฉะนั้นอยากจะฝากเรื่องนี้ไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ช่วยพิจารณาอย่างเร่งด่วนครับ พี่น้องประชาชนเดือดร้อนอย่างมากครับ ท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗
ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช วันนี้ผมมีข้อร้องเรียนซึ่งผมได้รับเรื่องร้องเรียน จากอาจารย์มหาวิทยาลัยหลายแห่งเพื่อขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เพื่อให้ใช้บังคับแนวทางปฏิบัติตามหลักธรรมาภิบาลในสถาบันอุดมศึกษา ซึ่งแนวหลักปฏิบัตินี้ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๔ ประกาศไว้ ๒ ประเด็นดังนี้นะครับ🔗
ประเด็นที่ ๑ ก็คือว่าระบุให้ผู้ดำรงตำแหน่งนายกสภามหาวิทยาลัย และกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิห้ามเกิน ๘ ปี ซึ่งบัญญัติไว้ในข้อ ๑๔ ผมขออ่าน ในข้อ ๑๔ นายกสภาสถาบันอุดมศึกษาและกรรมการสภาสถาบันอุดมศึกษา ผู้ทรงคุณวุฒิ ควรมีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละไม่เกิน ๔ ปี และไม่ควรดำรงตำแหน่งรวมกันเกินกว่า ๘ ปี นั่นประเด็นที่ ๑🔗
ประเด็นที่ ๒ ก็คือว่าการสรรหากรรมการสภามหาวิทยาลัยและกรรมการ สภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งกรรมการสรรหานี้มีความสำคัญต่อการคัดเลือกบุคคล ทั้งนายกสภาและกรรมการสภา เพราะฉะนั้นในข้อ ๑๒ ว่ากรรมการสรรหาควรมี บุคคลภายนอกจำนวนมากกว่ากึ่งหนึ่งนั้น ผมเรียนท่านประธานว่าขณะนี้ก็ไม่ได้ปฏิบัติ เพราะว่ามีกรรมการสรรหาที่ใช้พวกเดียวกันเป็นพวกพ้องหรือเป็นสมบัติผลัดกันชม🔗
เพราะฉะนั้นจึงเรียกร้องให้ทั้ง ๒ ประเด็นนี้รัฐมนตรีได้ช่วยกำกับเพื่อให้ ธรรมาภิบาลในมหาวิทยาลัยนั้นเกิดประโยชน์แก่การกำหนดทิศทางมหาวิทยาลัยมากที่สุด สิ่งเหล่านี้ผมเรียนท่านประธานว่ากลไกสภามหาวิทยาลัยและกรรมการสภามหาวิทยาลัยนั้น เป็นผู้กำหนดทิศทาง และผมคิดว่าน่าจะเป็นแบบอย่างของการมีหลักธรรมาภิบาล เรื่องทั้งหมดนี้มีในมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และสถาบันราชภัฏหลายแห่งที่ร้องเรียนมา กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพครับ🔗
คุณรังสรรค์ มณีรัตน์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายรังสรรค์ มณีรัตน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำพูน พรรคเพื่อไทย ผมได้รับ เรื่องร้องเรียนจากบรรดาผู้ปกครองของน้อง ๆ บุคลากรทางการแพทย์ในสังกัดกระทรวง กลาโหมว่า เมื่อตอนที่โควิด-๑๙ (COVID-19) ระบาดพวกเขาได้เป็นด่านหน้าไปต่อสู้กับ โรคร้ายโควิด (COVID) เป็นอย่างดี จนได้รับคำชื่นชมมาโดยตลอด และรัฐบาลเล็งเห็น ความสำคัญก็บอกว่าจะบรรจุบุคลากรเหล่านี้เป็นข้าราชการ แต่ต่อมาทราบข่าวเพียงแต่ว่า ของกระทรวงสาธารณสุขบรรจุรอบแรกไป ๓๐,๐๐๐ คน และจะบรรจุรอบที่ ๒ อีก ๒๗,๐๐๐ กว่าคน แต่ในสังกัดของกระทรวงกลาโหมได้แต่มองกันตาปริบ ๆ ด้วยความอิจฉา เพราะจนถึงบัดนี้ยังไม่มีการบรรจุบุคลากรทางการแพทย์ในสังกัดกระทรวงกลาโหมสักคนเดียว ดังนั้นเพื่อความมั่นคงในอาชีพของบุคลากรที่มีความสำคัญอย่างนี้ จึงขอให้ท่านประธาน ผ่านไปถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมให้ดำเนินการบรรจุบุคลากรเหล่านี้เป็นข้าราชการ โดยด่วนครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่ง ผมขอท่านประธานฝากไปถึงท่านรัฐมนตรีต่าง ๆ มาตอบ กระทู้ด้วย สมัยประชุมที่แล้วผมถามกระทู้ไป ๗-๘ กระทู้ เรื่องการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ ที่อำเภอลี้ อำเภอทุ่งหัวช้าง อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน พอถึงเวลารัฐมนตรีเลื่อนตลอด เลื่อนจนหมดสมัยประชุม มาสมัยประชุมนี้ท่านประธาน ผมเขียนถามไปอีก ทีนี้ถามเรื่อง การออกเอกสารสิทธิที่ดิน ความจริงรัฐมนตรีต้องมาตอบผมตอนเดือนตุลาคม ขอเลื่อน มาเดือนธันวาคม พอถึงเดือนธันวาคมขอเลื่อนไปปีหน้า ท่านประธานครับ แล้วอย่างนี้ ความที่ชาวบ้านเขาจะได้รับประโยชน์ที่รัฐมนตรีต้องมาตอบถึงความคืบหน้าที่จะดำเนินงาน ให้เขา ไม่ได้รับคำตอบเลย ดังนั้นฝากท่านประธานแจ้งรัฐมนตรีมาตอบกระทู้ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
คุณวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสตูล พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมมีความ เดือดร้อน ๒-๓ เรื่องที่อยากจะให้สภาได้ช่วยติดตามครับ🔗
เรื่องแรก เป็นถนนทางเข้าสวนยางพาราของพี่น้อง หมู่ ๖ บ้านผัง ๑๒๐ ตำบลอุใดเจริญ อำเภอควนกาหลง ซึ่งได้รับร้องเรียนมาจากพี่สมยศ เวชสิทธิ์ ว่าถนน ที่ชาวบ้านใช้เข้าสวนทำยางไม่สามารถใช้งานได้ เพราะว่ามีสภาพเละ เป็นโคลน เป็นหลุม เป็นบ่อ รวมไปถึงเป็นทางขึ้นเขาด้วยก็เลยทำให้เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง ซึ่งการแก้ไขค่อนข้าง ที่จะมีความยุ่งยากเพราะว่าต้องขออนุญาตการใช้พื้นที่จากนิคมสร้างตนเอง รวมไปถึงขอจาก ป่าไม้ เพราะว่ามันเป็นพื้นที่ทับซ้อนของ ๒ หน่วยงาน จึงอยากจะฝากท่านประธาน ผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อยากจะให้มีการบูรณาการเข้ามาแก้ปัญหานี้ให้กับพี่น้อง หมู่ ๖ ตำบลอุใดเจริญด้วยนะครับ แล้วก็อยากจะฝากไปยังผู้ปกครองนิคมจังหวัดสตูล ที่อยากจะให้ช่วยติดตามเรื่องของการออกเอกสารสิทธิทำกินในพื้นที่ของนิคมให้กับพี่น้อง ประชาชน เช่น การออกเอกสารสิทธิทำกินในหมู่ ๑๐ ตำบลควนกาหลง รวมไปถึงในพื้นที่ หมู่ ๖ ตำบลอุใดเจริญ อำเภอควนกาหลง ซึ่งรวม ๆ แล้วก็อยู่ประมาณ ๑๐ กว่าแปลง ซึ่งผมเอง ต้องขอบคุณทั้งท่านผู้ปกครองนิคมด้วยที่ได้คอยปรึกษากันมาโดยตลอด แล้วก็คอยเร่ง แก้ปัญหา ให้กับพี่น้องในพื้นที่มาโดยตลอด🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องสุดท้าย เป็นเรื่องที่พวกเราก็สู้กันมานานมากแล้ว ก็สู้กันมา ๓ ปี เป็นเรื่องของการขออนุญาตการใช้พื้นที่จากหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นป่าชายเลน ป่าสงวน เขตพื้นที่ทหาร หรือว่าอะไรก็แล้วแต่ เพื่อที่จะขยายเขตประปาเข้าไปยังพื้นที่ ๓ ตำบล ตำบลขอนคลาน ตำบลนาทอน ตำบลทุ่งบุหลัง ซึ่งใกล้จะเรียบร้อยเต็มทีแล้ว เหลือแค่การขอถอนที่สาธารณประโยชน์ แล้วก็การขอใช้ที่ของกรมป่าไม้ ซึ่งทาง ทสจ. เอง ก็ส่งไปยังกรมป่าไม้แล้ว ก็อยากจะฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านอธิบดีกรมป่าไม้อยากจะให้ มีการเร่งการพิจารณาเรื่องนี้ด้วย ขอบพระคุณครับ🔗
นางสาววรรณวลี ตะล่อมสิน🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาววรรณวลี ตะล่อมสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตยานนาวา เขตบางคอแหลม พรรคก้าวไกล วันนี้มีประเด็นหารือใน ๓ ประเด็น ขอสไลด์ (Slide) ด้วยนะคะ🔗
ประเด็นแรก เป็นเรื่อง ของจากโครงการที่มีการนำสายไฟลงดินบนถนนพระราม ๓ ทำให้ต้องเปิดผิวถนน เป็นระยะทางตลอดเส้นทาง ทำให้ถนนทรุดบ่อยครั้ง แล้วก็สร้างความเสียหายกับรถที่ต้อง ผ่านเส้นทางนี้ แล้วก็ล่าสุดเกิดเหตุเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งน่าจะเป็นครั้งที่ใหญ่ที่สุด เพราะว่าเป็นหลุมขนาดใหญ่ที่สุดและจุดที่เกิดเหตุก็เป็นจุดที่อยู่ใต้สะพานข้ามแยกไฟแดง ทำให้ต้องมาเช็ก (Check) ความแข็งแรงของโครงสร้างสะพาน ส่งผลให้รถติดยาวถึง ๑๗ กิโลเมตร ท้ายแถวไปถึงถนนราชบูรณะแล้วก็ราชพฤกษ์เลยนะคะ และจนถึงเช้าวันนี้ ก็ยังแก้ไขกันไม่เสร็จค่ะ ก็ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรุงเทพมหานคร และการไฟฟ้า ช่วยร่วมกันหาทางป้องกันปัญหาดังกล่าวไม่ให้เกิดขึ้นอีก🔗
ประเด็นที่ ๒ ขอให้เพิ่มไฟส่องสว่างให้กับทางเดินเท้าที่อยู่ริมคลอง เนื่องจากว่ามีชุมชนมากมายที่ตั้งอยู่ลึกเข้าไปจากถนนพระราม ๓ แล้วประชาชนที่อยู่ใน ชุมชนก็ต้องใช้ทางเดินเท้าในการเดินเข้าบ้าน และทางเดินเหล่านี้ก็เป็นทางเดินริมคลอง ซึ่งมักจะเป็นทางที่ค่อนข้างมืดและเปลี่ยว เช่น ชุมชนคลองด่าน ชุมชนปรีชา แล้วก็ชาวบ้านที่อยู่ ในซอยสาธุประดิษฐ์ ๕๗ สาธุประดิษฐ์ ๕๘ ซึ่งมันเสี่ยงต่อการจี้ปล้นแล้วก็ภัยอันตรายต่าง ๆ ก็ขอให้ทางสำนักงานเขตแล้วก็การไฟฟ้าแล้วก็รวมถึงกรุงเทพมหานครช่วยสำรวจแล้วก็จัดสรร งบประมาณสำหรับติดตั้งไฟทางเดินเพื่อความปลอดภัยของประชาชนด้วยค่ะ🔗
ประเด็นสุดท้าย ดิฉันก็ได้รับเรื่องร้องเรียนจากบุคลากรของโรงพยาบาล เจริญกรุงประชารักษ์ว่ายังไม่ได้รับค่าเสี่ยงภัยในช่วงระบาดของโควิด (COVID) ซึ่งเป็นยอด ค้างจ่ายมาหลายเดือนแล้ว เข้าใจว่าประเด็นนี้เป็นประเด็นที่หลาย ๆ ท่านก็พูดถึง ก็ขอให้ กระทรวงสาธารณสุขซึ่งเป็นผู้รับงบประมาณก้อนนี้รีบจัดสรรงบประมาณก้อนนี้ให้กับ บุคลากรด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
คุณกฤติเดช สันติวชิระกุล🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม กฤติเดช สันติวชิระกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ เขต ๒ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ผมขอหารือท่านประธานถึงปัญหาความเดือดร้อนของพ่อแม่พี่น้อง ชาวจังหวัดแพร่ เขต ๒ อันประกอบด้วยอำเภอลอง อำเภอวังชิ้น อำเภอสูงเม่น และ อำเภอเด่นชัย🔗
เรื่องแรก ผมได้รับการประสานงานจากนายกพยุงสิทธิ์ เดชบริบูรณ์ นายกเทศมนตรีตำบลปากกาง อำเภอลอง ถึงปัญหาการพังทลายของตลิ่งฝั่งน้ำยมในพื้นที่ ตำบลปากกาง ซึ่งมีการพังทลายหน้าดินปริมาณที่มาก จึงขอฝากไปยังกรมโยธาธิการและ ผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ให้เร่งสนับสนุนงบประมาณและโครงการดังกล่าวเพื่อป้องกัน ตลิ่งพังและปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่และเพื่อการท่องเที่ยวของ ตำบลปากกาง อำเภอลอง ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการประสานงานจากนายกเกรียงศักดิ์ บุญมาก นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยไร่ อำเภอเด่นชัย ถึงความคืบหน้าของโครงการ อ่างเก็บน้ำแม่พวก อำเภอเด่นชัย ซึ่งตอนนี้ได้ผ่านกระบวนการสำรวจและออกแบบเกือบ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ยังเหลือกระบวนการเวนคืนที่ดินอีก ๑ กระบวนการ จึงขอให้ทาง กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ช่วยเร่งดำเนินการในปี ๒๕๖๗ นี้ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ผมได้รับเรื่องจากคณะกรรมการหมู่บ้านในพื้นที่ ซึ่งเป็นบุคลากร ที่ทำงานขับเคลื่อนหมู่บ้านและชุมชน เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนหมู่บ้าน และใน สถานการณ์โควิด (COVID) ที่ผ่านมามีส่วนร่วมในการช่วยเหลือดูแลพ่อแม่พี่น้องประชาชน ในทุกหมู่บ้านและทุกชุมชน ผมจึงขอฝากไปยังกระทรวงมหาดไทยช่วยพิจารณาค่าตอบแทน ให้กับคณะกรรมการหมู่บ้านและชุมชนเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับบุคลากรดังกล่าว ในการพัฒนาพื้นที่ด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
คุณมนพร เจริญศรี ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน มนพร เจริญศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครพนม พรรคเพื่อไทย ท่านประธานคะ ดิฉันได้รับคำร้องจากพี่น้องประชาชน ชื่อนายสมยศ โยธาตรี ราษฎรหมู่ ๘ บ้านดง ตำบลนาขมิ้น อำเภอโพนสวรรค์ จังหวัดนครพนม เมื่อประมาณวันที่ ๒๖ กันยายน ลูกชาย ของเขาได้ขับมอเตอร์ไซค์ทางเข้าหมู่บ้านแล้วมีรถมาชนอย่างแรง จนกระทั่งหัวสมอง น็อก (Nock) พื้น ลำตัวบาดเจ็บ นำส่งโรงพยาบาลโพนสวรรค์ ขณะที่นำส่งพ่อแม่ก็ไป แจ้งความไว้ที่โรงพักอำเภอโพนสวรรค์ แต่ขณะที่หมอได้รับการรักษาเนื่องจากมีอาการ สมองบวม จึงนำส่งต่อให้โรงพยาบาลนครพนม เมื่อหมอได้รักษาแล้วอาการก็ยังไม่ดีขึ้น ทำให้น้องได้เสียชีวิต โดยได้รับการรักษาที่โรงพยาบาลนครพนม ๗-๘ วันค่ะ ท่านประธานคะ หลังจากน้องได้เสียชีวิตพ่อแม่ยากจนมาก ไม่มีเงินแม้กระทั่งซื้อโลงศพ เมื่อได้เผาศพน้องแล้ว ก็ไปติดตามคดีที่โรงพักโพนสวรรค์ ก็มีตำรวจได้บอกกับพ่อแม่น้องว่าในเมื่อเด็กก็ตายแล้ว ยังจะมาตามคดีอีก แล้วน้องก็มีค่าใช้จ่ายค่ารักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลโพนสวรรค์ประมาณ ๒๖,๐๐๐ บาท ที่โรงพยาบาลนครพนมประมาณ ๗๐,๐๐๐ บาท ซึ่งทางโรงพยาบาล ก็ติดตามทวงหนี้ ซึ่งดิฉันยกเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะว่าทั้งโรงพัก แล้วก็โรงพยาบาล ๒ โรงนี้ ก็คงไม่มีพี่น้องประชาชนต้องการที่จะไป แต่ดิฉันจะสะท้อนว่าวันนี้การบริการของทั้งโรงพัก แล้วก็โรงพยาบาลควรจะมีจิตสำนึก โรงพักที่บอกว่าเป็นของประชาชน โรงพักไม่ใช่เป็นของ ผู้กำกับหรือว่าตำรวจท่านใดท่านหนึ่ง โรงพักควรจะติดตามคดีความคืบหน้าของน้อง ที่เสียชีวิต แล้วก็เอาผู้ที่กระทำความผิดมาดำเนินคดี ส่วนโรงพยาบาล ขณะนี้โรงพยาบาล ควรมีจิตสำนึกในการที่จะดูแลคนป่วย ไม่ว่าเขาจะเป็นคนยากดีมีจน ควรจะหาช่องทางแล้วก็ ติดตาม แล้วก็สำนึกในคำกล่าวของพระบิดาที่บอกว่าให้ถือประโยชน์ส่วนตนเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นที่หนึ่ง ลาภทรัพย์และเกียรติยศชื่อเสียงจะตกแก่ท่านเอง ถ้าท่านทรงธรรมะแห่งอาชีพค่ะ ท่านประธาน ขอบคุณค่ะ🔗
พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดจันทบุรี พรรคพลังประชารัฐ เขต ๑ กราบเรียนท่านประธานว่าขณะนี้ประเทศ ของเรานั้นฟื้นตัวเร็วมาก สังเกตจากตัวเลขนักท่องเที่ยวที่เข้ามา ตอนนี้ก็กว่า ๑๐ ล้านคน ที่เข้ามาท่องเที่ยวยังประเทศไทย ในจังหวัดจันทบุรีของผมก็ถือว่าเป็นจังหวัดยอดนิยม ของนักท่องเที่ยวที่แห่แหนเข้ามาเที่ยวในจังหวัดจันทบุรี เพราะว่าจังหวัดจันทบุรีนั้น มีความหลากหลายทางภูมิศาสตร์ น้ำตก ภูเขา ทะเล และสวนผลไม้ เช่น มาเที่ยวชุมชน ริมน้ำจันทบูร อาสนวิหารพระนางมารีอาปฏิสนธินิรมล หาดเจ้าหลาว น้ำตกพลิ้ว หาดแหลมสิงห์ โฮมสเตย์ (Homestay) จันทบุรี ที่อำเภอแหลมสิงห์เพื่อไปกินปู ดูเหยี่ยวแดง ที่หมู่บ้าน ไร้แผ่นดิน เกาะเปิด โอเอซิส ซีเวิลด์ (Oasis Sea World) มีฟาร์มปลาโลมา น้ำตกพลิ้ว แล้วก็ยังมีอีกหลาย ๆ ที่ แต่อีกสถานที่หนึ่งที่ผมอยากจะนำเรียนเป็นพิเศษก็คือสถานที่ ที่สำคัญก็คืออุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฏ ซึ่งมียอดเขาสูงประมาณ ๑,๐๐๐ เมตร มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศไปนมัสการรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ ซึ่งเป็นสถานที่แสวงบุญตามความเชื่อของทางพุทธศาสนา ซึ่งเปิดให้เข้านมัสการปีละ ๒ ครั้ง เท่านั้น ในเดือนกุมภาพันธ์ถึงเดือนมีนาคม การขึ้นนั้นต้องใช้บริการรถสองแถว เป็นการ นั่งรถสองแถวที่น่าตื่นเต้นมาก เพราะเป็นทางคดเคี้ยวและสูงชัน ซึ่งต่อไปอาจจะมีการสร้าง กระเช้า ซึ่งก็จะต้องทำประชาพิจารณ์เสียก่อน จึงอยากให้มาท่องเที่ยวที่เมืองจันท์ ดังคำพูด ที่ว่าเมืองจันทบุรีนั้นเป็นเมืองแห่งความสุข สุขทุกวันที่จันทบุรีครับ ท่านประธานครับ อยากจะขอกราบเรียนไปยังรัฐบาลโดยกระทรวงคมนาคม ช่วยอำนวยความสะดวก ด้านการจราจรที่ยังติดขัดอยู่นะครับ เพื่อเป็นการเสริมการท่องเที่ยวให้ดีขึ้น โดยขออนุญาต เร่งรัดให้อนุมัติโครงการที่สำคัญ ๒ โครงการก็คือ ๑. โครงการสร้างอุโมงค์ลอดใต้ถนน สุขุมวิท บริเวณสี่แยกเขาไร่ยา อำเภอเมืองจันทบุรี และ ๒. สร้างสะพานข้ามแม่น้ำจันทบุรี บริเวณบ้านท่าแฉลบ อำเภอเมืองจันทบุรีไปยังบ้านบางกะไชย อำเภอแหลมสิงห์ จังหวัดจันทบุรี เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยว เพื่อให้เศรษฐกิจของจังหวัดจันทบุรีและให้ เศรษฐกิจของประเทศโดยรวมดีขึ้น กราบขอบคุณท่านประธานครับ🔗
คุณโกศล ปัทมะ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายโกศล ปัทมะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครราชสีมา เขต ๕ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมมีเรื่องหารือถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ที่ต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดดำเนินการ ดังนี้ครับ🔗
เรื่องแรก ขอให้ซ่อมแซมพื้นผิวจราจรและขยายถนนทางหลวงชนบท หมายเลข ๓๐๒๖ แยก ๒๐๒ บ้านนานิคม-บ้านหนองพลวง ช่วงบ้านสระครก-บ้านหนองพลวง ตำบลหนองบัวสะอาด โดยให้กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม พิจารณาดำเนินการ🔗
เรื่องที่ ๒ ขอให้ติดตั้งไฟส่องสว่างบนถนนทางหลวงหมายเลข ๓๐๒๖ ในเขตชุมชนหมู่บ้าน ช่วงบ้านด่านช้าง-บ้านหนองไผ่งาม ตำบลห้วยยาง และช่วงบ้านคูขาด ช่วงบ้านสระครก ตำบลหนองบัวสะอาด อำเภอบัวใหญ่ โดยให้กรมทางหลวงชนบท กระทรวงคมนาคม พิจารณาดำเนินการ🔗
เรื่องที่ ๓ ขอให้ซ่อมแซมพื้นผิวจราจรและขยายถนนหมายเลข ๒๓๘๔ ช่วงบ้านตลุกพลวง บ้านสันติสุข ตำบลโคกกระเบื้อง อำเภอบ้านเหลื่อม และช่วง บ้านหนองปรือโปร่ง ตำบลโคกกระเบื้อง อำเภอบ้านเหลื่อม และติดตั้งไฟส่องสว่างช่วงแยก โรงเรียนบ้านหนองหญ้าปล้อง บ้านดงบัง บ้านดงสว่าง ตำบลห้วยยาง อำเภอบัวใหญ่🔗
ซึ่งทุกเรื่องที่ผมได้กล่าวมาพี่น้องประชาชนประสบปัญหาความยากลำบาก และเสี่ยงในการสูญเสียชีวิตและทรัพย์สิน จึงขอให้กรมทางหลวงชนบทและกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พิจารณาดำเนินการอย่างเร่งด่วน กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
คุณศรีนวล บุญลือ ครับ🔗
กราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ข้าเจ้า นางสาวศรีนวล บุญลือ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๘ พรรคภูมิใจไทย ข้าเจ้าได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนได้รับความเดือดร้อน หมู่ ๑๘ บ้านห้วยเย็น หมู่บ้านกะเหรี่ยง ตำบลแม่วิน อำเภอแม่วาง จังหวัดเชียงใหม่ เป็นถนนที่ดินสไลด์ (Slide) ถมถนน เกี่ยวกับถนนการสัญจรไปมา ขนพืชผักทางด้าน การเกษตร มีปัญหาความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก ขอฝากทางแขวงทางหลวงชนบท เชียงใหม่ช่วยเร่งดูแลถนนสายนี้ให้กับประชาชนนะเจ้า🔗
เรื่องที่ ๒ ปัญหาฝายกั้นน้ำลำเหมืองไม้ไล่ลอและลำเหมืองเกาะไม้ตัน หมู่ที่ ๗ ตำบลน้ำบ่อหลวง อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่ ทุกวันนี้พี่น้องประชาชนทำการเกษตร ต้องเร่งแก้ไขปัญหาใช้แรงงานของชาวบ้านทำฝายกั้นน้ำช่วยเหลือตนเอง ดังนั้นอยากจะ เรียนฝากไปยังกรมชลประทาน กรมเจ้าท่า และกรมโยธาธิการและผังเมือง เร่งแก้ไขปัญหา ให้กับพี่น้องประชาชน เพื่อจะนำน้ำเข้าลำเหมืองทำการเกษตรต่อไป ที่ผ่านมา ๓ ปีกว่า ข้าเจ้าได้รับตำแหน่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ข้าเจ้าในนามของพี่น้องประชาชน ทุกท่าน ทุกคน ขอกราบขอบพระคุณท่านอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ที่ได้ดูแลพี่น้องประชาชนทางด้านสุขภาพ ขอขอบคุณ ทางท่านศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ที่ช่วยดูแลเรื่องถนนหนทาง ให้กับพี่น้องประชาชน มาไว้ขนพืชทางด้านการเกษตร ขอขอบคุณหน่วยงานราชการ และรัฐมนตรีทุกท่านทุกคนที่ได้ช่วยเหลือดำเนินการและประสานงานให้งานของข้าเจ้า ที่อภิปรายในสภาได้สำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ แก้ไขปัญหาให้อย่างรวดเร็ว ขอกราบ ขอบคุณท่านประธาน ณ โอกาสนี้ด้วยเจ้า ขอขอบคุณเจ้า🔗
นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด มหาสารคาม เขต ๑ พรรคเพื่อไทย ขอนำเรื่องหารือท่านประธานอยู่ ๔ เรื่องด้วยกันนะครับ🔗
เรื่องแรก คือเรื่องการขออนุมัติสนับสนุนงบประมาณการซ่อมแซมถนน ทางหลวงท้องถิ่น จากกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งผมได้รับการร้องเรียนจาก ท่านนายก อบต. ท่าสองคอน ท่านสุรชิต แก้วหะนาม ท่านนายก อบต. ลาดพัฒนา ท่านปรีชา แก้วลี ท่านนายก อบต. หนองปลิง ท่านทวีศักดิ์ อุทัยดา ท่านนายก อบต. บัวค้อ ท่านบรรจง แสงสิทธิ์ เนื่องจากช่วงที่ผ่านมามีปัญหาเรื่องของฝนตกและอุทกภัยและทำให้ ถนนเสียหายจนต้องการการซ่อมแซมอย่างเร่งด่วนนะครับ🔗
๑. คือตำบลท่าสองคอน ท่านนายกสุรชิต แก้วหะนาม ขอโครงการปรับปรุง ถนนดินเพื่อป้องกันน้ำท่วมจากบ้านสว่างถึงบ้านบ่อน้อย เพื่อเป็นคันดินในการป้องกัน น้ำท่วม ในภาพนี้ก็เป็นการที่ไปดูพื้นที่นะครับ แล้วก็ก่อสร้างถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก หมู่ ๑ และหมู่ ๑๖ ของตำบลท่าสองคอนนะครับ🔗
๒. ตำบลลาดพัฒนา ท่านนายกปรีชา แก้วลี ขอสนับสนุนโครงการก่อสร้าง ถนนคอนกรีตเสริมเหล็กบ้านท่าค้อ หมู่ ๑๔ บ้านหนองหวาย หมู่ ๙ บ้านท่างาม หมู่ ๓ บ้านหนองนาแซง หมู่ ๑๔ ซึ่งได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วมขังเป็นระยะเวลานาน🔗
๓. ตำบลหนองปลิง ท่านนายกทวีศักดิ์ อุทัยดา ขอสนับสนุนโครงการ ก่อสร้างถนนแอสฟัลต์ติก คอนกรีต (Asphaltic Concrete) ถนน มคถ. ๑๒๔-๐๒ บ้านศรีวิไล บ้านโนนสมบูรณ์ จากแยก ทร ๒๐๐๔ ซึ่งถนนมีสภาพชำรุดทรุดโทรม แล้วก็ ประชาชนได้รับความเดือดร้อนมากครับ🔗
๔. ตำบลบัวค้อ ขอถนนคอนกรีตเสริมเหล็ก บ้านหนองค้อ หมู่ ๔ บ้านโนนมี้ หมู่ ๒ ก็ขอนำเรียนท่านประธานเพื่อสนับสนุนจากกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นต่อไปครับ ขอบคุณครับ🔗
คุณวลัยพร รัตนเศรษฐ🔗
เรียนท่านประธาน วลัยพร รัตนเศรษฐ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานคะ ดิฉันได้ทราบข้อมูลจากเพื่อนอาจารย์ จากเยาวชนที่เคยอยู่ในวงการการศึกษา ประเด็น ขอหารือคือเรื่องของการพัฒนาเด็กและเยาวชนในนิติภูมิคุ้มกันทางสังคมค่ะ เด็กเยาวชน เป็นพลังเป็นกำลังสำคัญของชาติ สถาบันการศึกษาส่วนใหญ่เป็นการให้การศึกษาในเรื่อง ของการเตรียมกำลังคนเข้าสู่วงการทำงานอาชีพ สร้างผลิตภาพให้เกิดขึ้นกับครอบครัว แล้วก็ประเทศชาติ เป็นภารกิจหลักของสถาบันการศึกษาเหล่านั้นนะคะ แต่ท่านประธานคะ บริบทปัจจุบันและอนาคต เป็นเรื่องของการที่อยู่ในภาวะวูก้า (Vuca) คลุมเครือซับซ้อน ไม่แน่นอน ไม่ชัดเจน มีเรื่องที่เรารู้แล้วก็ไม่รู้ เรื่องที่ไม่รู้มากกว่าเรื่องที่เรารู้เสียอีก ดังนั้น เด็กเยาวชนหากผิดหวังปรับตัวไม่ได้ เสียใจรับมือไม่ไหว ความสับสนไม่แน่ใจในอนาคต อาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ขัดแย้งรุนแรงและอาจเป็นสาเหตุประการหนึ่งของโรคซึมเศร้า ท่านประธานทราบไหมว่าโรคซึมเศร้าจำนวนมากเกิดขึ้นในทุก ๆ ช่วงวัย สถิติปัจจุบัน ของกรมสุขภาพจิต ปัจจุบันนี้คนไทยเป็นโรคซึมเศร้า ๑.๕ ล้านคน จาก ๖๗ ล้านคน ดังนั้น การเรียนการสอนในสถาบันการศึกษาที่เน้นการสร้างอาชีพตามเป้าหมายของ แต่ละสาขา อย่างไรก็ตามเราก็ไม่สามารถสอนทุกสิ่งทุกอย่างให้กับเด็กและเยาวชนได้ ยิ่งยุคดิสรัปชัน (Disruption) เทคโนโลยีด้วย เรื่องการพลิกผันของเทคโนโลยีแล้ว เด็กและ เยาวชนงานสามารถรับข้อมูลได้อย่างไม่จำกัด คนคนหนึ่งสามารถเป็นทั้งผู้รับและ ผู้ส่งข้อมูลได้ในขณะเดียวกัน สิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องของความท้าทายของข้อมูลอันมหาศาล ในปัจจุบันและอนาคต ประเด็นก็คือสถาบันการศึกษาควรจะต้องสร้างศักยภาพในการ ติดอาวุธในการวิเคราะห์ การแยกแยะ มีโกรว์ธ มายด์เซ็ต (Growth Mindset) ในการที่จะ เผชิญหน้ากับปัญหาที่ท้าทายและเห็นเป็นโอกาสในการที่จะพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้ ดังนั้นสิ่งเหล่านี้เรียกว่าการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคม การรู้เท่าทัน มีเหตุผล สร้างวิจารณญาณ ในการแยกแยะข้อมูล เรียนรู้ได้อย่างไม่จำกัด รับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นได้ ดังนั้นดิฉันขอฝาก ท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องซึ่งดูแลสถาบันการศึกษา ได้แก่ กระทรวง อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงท่องเที่ยว และกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย และกระทรวง พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ โดยการออกแบบสร้างภูมิคุ้มกันให้บ่มเพาะทักษะ ความฉลาดรู้ในด้านชีวิตดิจิทัล (Digital) ด้านสังคมไปพร้อม ๆ กับการพัฒนาสร้างทักษะ อาชีพค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
คุณสมมุติ เบ็ญจลักษณ์🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสมมุติ เบ็ญจลักษณ์ พรรคประชาชาติ อำเภอยะรัง อำเภอมายอ อำเภอทุ่งยางแดง ท่านประธานครับ ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้คือปัญหาหนึ่ง ที่ส่งผลกระทบต่อสันติสุข ผมได้มีโอกาสพบปะเยี่ยมเยียนสัมมนาประชุมร่วมกับโรงเรียน เอกชนนอกระบบซึ่งเขาได้เรียกร้องเพื่อนำไปสู่สิ่งที่เป็นความต้องการของเขาอยู่ ๓ ประการ ด้วยกัน🔗
เรื่องที่ ๑ ก็คือออกระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยศูนย์การศึกษา อิสลามประจำมัสยิดตาดีกาจังหวัดชายแดนภาคใต้ สนับสนุนงบอุดหนุนค่าอาหารกลางวัน ตามอัตราเงินอุดหนุนคนละ ๒๐ บาท ต่อคนต่อภาคการศึกษา🔗
เรื่องที่ ๒ ประกาศนโยบายเฉพาะกิจจังหวัดชายแดนภาคใต้กรณีพิเศษ สำรวจความต้องการด้านวัสดุและครุภัณฑ์ปีละครั้ง หรือตั้งงบประมาณสนับสนุนวัสดุและ ครุภัณฑ์🔗
เรื่องที่ ๓ ก็คือประกาศนโยบายกรณีพิเศษสำรวจความต้องการของ ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิดและสถาบันศึกษาปอเนาะที่มีปัญหาเกี่ยวกับ วุฒิการศึกษาปริญญาตรี แต่มีความประสงค์จะดำเนินการขออนุญาตกรณีที่มีความพร้อม ด้านกายภาพทุกด้าน เช่น อาคารสถานที่ ห้องน้ำ เพื่อส่งต่อกระทรวงศึกษาธิการ🔗
เรื่องที่ ๔ ก็คือจากสถานการณ์น้ำท่วมจังหวัดปัตตานีที่ผ่านมา แล้วก็ขยาย วงกว้าง จึงขอให้รัฐบาลช่วยเหลือเป็นการด่วน โดยเฉพาะพื้นที่หลาย ๆ ตำบลในพื้นที่ เขตอำเภอยะรัง อำเภอมายอ อำเภอทุ่งยางแดง และพื้นที่อื่น ๆ เช่น ตำบลลางา ตำบลสะกำ ตำบลกระหวะ ตำบลลุโบะยิไร ตำบลพิเทน ตำบลน้ำดำ ตำบลประจัน ตำบลยะรัง ตำบลเมาะมาวี ตำบลเขาตูม และพื้นที่อื่น ๆ เพราะอีกหลายวันจากนี้ก็จะมี น้ำฝนลงมาอย่างหนักอีกรอบหนึ่ง ก็ขอฝากสิ่งที่ผมกล่าวเมื่อสักครู่นี้ให้ท่านประธานได้ผ่าน กระทรวงศึกษาธิการและรัฐบาลกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามที่ผมได้กล่าวเมื่อสักครู่นี้ ก็ขอขอบคุณมากครับ🔗
คุณกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา มาแล้วนะครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ดิฉัน กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตคลองเตยและ เขตวัฒนา พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ดิฉันมีเรื่องหารือท่านประธาน ๔ เรื่องด้วยกันนะคะ🔗
เรื่องแรก เป็นเรื่องของสำนักงานเขตวัฒนา อยู่ในพื้นที่ของเขตวัฒนา ก็มีชาวบ้านร้องทุกข์ร้องเรียนมาว่าบริเวณเอกมัย ๒๒ ให้ช่วยแก้ไขเหล็กโค้งซึ่งกินพื้นที่ ขอภาพขึ้นจอด้วยนะคะ🔗
ซึ่งกินพื้นที่บริเวณ ผิวจราจร ก็จะทำให้รถเฉี่ยวชนกันบ่อยมากเลย ยิ่งเวลากลางคืนจะเกิดอุบัติเหตุบ่อยมาก แล้วก็อันตรายเป็นอย่างยิ่งเลยค่ะ ซึ่งเมื่อสักครู่นี้ก็จะเห็นภาพนะคะ อันนี้ก็ขอฝากทางเขต วัฒนาช่วยดำเนินการด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ ก็เขตวัฒนาเช่นเดียวกัน ตรงบริเวณปากซอยปรีดีพนมยงค์ ๔๓ ภาพเมื่อสักครู่ก็จะมีเต็นท์ขายอาหารอยู่หลายเต็นท์ด้วยกัน มาเปิดขายตอนช่วงเวลา ตอนกลางคืน ตกเย็นมาก็จะมีรถเก๋งมาจอดตรงบริเวณนี้เต็มไปหมดเลย รวมไปถึงมี แกร็บไบค์ (Grab Bike) มารอรับส่งอาหาร ก็ทำให้การจราจรตรงบริเวณนั้นติดขัดแล้วก็ ผู้คนที่อยู่ในซอยเดือดร้อนเป็นอย่างมากเลย ก็ฝากทางสำนักงานเขตโดยให้เจ้าหน้าที่เทศกิจ แล้วก็จราจรตรงบริเวณนั้นช่วยดูแลความสะดวกสบายให้กับพี่น้องประชาชนด้วย🔗
อีกที่หนึ่งคือเป็นเขตคลองเตย ก็ปัญหาเรื่องท่อตัน น้ำท่วม แล้วก็ส่งกลิ่นเหม็น บริเวณซอยไผ่สิงโต ก็ฝากทางสำนักงานเขตช่วยไปลอกท่อให้ด้วย เพราะว่าคนที่ร้องเรียนมา ก็บอกว่าใช้ชีวิตลำบากมากต้องเดินอ้อมเข้าบ้าน เพราะว่าหน้าบ้านน้ำท่วมขังเป็นระยะ เวลานานแล้วก็ส่งกลิ่นเหม็นมาก🔗
เรื่องสุดท้าย ก็จะเป็นเรื่องของการจัดระเบียบสายไฟฟ้า สายสื่อสาย บริเวณ สุขุมวิท ๗๑ ซึ่งดิฉันเองก็ได้ไปพบเจอตอนช่วงเดินเยี่ยมพบปะพี่น้องประชาชน จะอยู่ตรง สุขุมวิท ๗๑ ปากซอยปรีดี ๓๑ แล้วก็จะมีตรงปรีดี ๒ ถึงปรีดี ๔ ตลอดเส้นนั้นก็จะมี สายระโยงระยางซึ่งอันตรายมากค่ะ กราบขอบพระคุณมากค่ะท่านประธาน🔗
ตั้งแต่ท่านแรกจนถึง ท่านสุดท้าย ก็แสดงความยินดีที่เราได้ใช้เวลา ๒ นาที เพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชน ขอชื่นชมทุกท่าน สมาชิกที่เคารพครับ ขณะนี้มีสมาชิกมาลงชื่อยังไม่ครบองค์ประชุม ยังขาดอยู่ประมาณ ๑๒ คน คือลงชื่อแล้ว ๒๐๘ คน องค์ประชุมต้อง ๒๒๐ คน คุณครูมานิตย์ขอเวลาผม ๑ นาที เชิญครับ ก่อนเปิดประชุมครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ครูมานิตย์ สังข์พุ่ม พรรคเพื่อไทย ผู้แทนจากจังหวัดสุรินทร์ เรื่องเดียวกันเลยครับ ที่ท่านประธานได้แถลงไปวันนี้ว่าขณะนี้สมาชิกเรามาลงเวลาไม่ครบ ผมกราบขอบพระคุณ ท่านประธานที่ชื่อชวน หลีกภัย จริง ๆ ๒ วันนี้ที่ให้สัมภาษณ์กับสื่อทีวี (TV) ปกป้องสถาบัน ของเรา ผมชื่นชมเพราะผมก็รักสถาบันนี้มาก ๆ แต่บรรยากาศในขณะนี้ด้วยความเคารพ จริง ๆ ด้วยความเคารพเพื่อนผู้แทนทุกคนว่าเราก็เห็นบรรยากาศค่อนข้างที่จะดูแล้ว มันไม่สง่า สภาชุดนี้เป็นสภาที่ได้ผลงานมากที่สุด ท่านประธานทำงานดีที่สุด แต่ล่มมากที่สุด สภาล่มมากที่สุดครับ ผมอยากกราบเรียนผู้มีอำนาจจริง ๆ เมื่อวานท่านประธานก็คง จะได้เห็น เหมือนสักครู่นี้เพื่อนผมลุกขึ้นถาม รัฐมนตรีเดี๋ยวนี้ก็ไม่ค่อยมาตอบคำถามกระทู้สด กระทู้ทั่วไป มันเหมือนกับปล่อยปละละเลย แล้วสิ่งที่สำคัญท่านนายกรัฐมนตรีท่านบอกว่า สภาแห่งนี้เป็นเรื่องของการเล่นการเมือง ผมรับไม่ได้เลยครับ ท่านให้สัมภาษณ์ท่านกลับ มาจากต่างประเทศ ท่านไม่เข้าใจ เพราะท่านไม่เคยเป็นผู้แทนราษฎร ท่านไม่เคยมาสภา มาตอบกระทู้มาตอบคำถาม ท่านก็บอกว่าปล่อยให้เล่นการเมืองกันไป ซึ่งจริง ๆ สภาแห่งนี้ มันเป็นสภานิติบัญญัติ ท่านเอาแต่ความดีใส่ของท่านอย่างเดียว ท่านบอกท่านทำงาน เพื่อบ้านเพื่อเมืองอยู่ที่ทำเนียบ แล้วท่านโยนภาระมาให้พวกเราคือเรื่องสภาล่ม แล้วก็ มาตำหนิพวกเราผู้แทนว่าใหญ่ ๆ โต ๆ กันแล้ว แต่ท่านไม่ปฏิบัติเอง ผมก็เลยอยากจะ กราบเรียนท่านประธาน ผมรบกวนเวลา ผมเกรงใจจริง ๆ ครับ แต่ว่าจำเป็นต้องลุกขึ้น มาหารือเพราะมันเป็นสถาบันของพวกเรา อยากจะกราบเรียนท่านประธาน ซึ่งจริง ๆ ท่านประธานก็ได้เตือนไปแล้วว่าหลายคนไม่มีตำแหน่งอยู่ในสภา ก็เที่ยวหน้ามาลงเสีย เมื่อสักครู่ผมก็ไปยื่นเอกสารผ่านหมอสุกิจ ที่ปรึกษาท่านประธาน เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ให้คนเป็นนายกรัฐมนตรีมาจากผู้แทนราษฎร ก็ฝากว่าให้ท่านกำชับเพื่อนผมให้มา ร่วมประชุม นี่จะ ๑๑ โมงแล้วยังไม่ครบองค์ประชุมเลยครับ แล้วบรรยากาศมันยิ่งแผลง ไปเรื่อย ผมกราบท่านประธานแล้วก็ขอขอบพระคุณที่ท่านประธานรักษาสภาอันทรงเกียรติ ของพวกเราแห่งนี้ไว้อย่างดีเยี่ยมในการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณคุณครูมานิตย์ครับ เหลือสมาชิก ๘ คนนะครับมาให้ครบองค์ แล้วเดี๋ยวจะได้รายงานให้ทราบว่าลาออก เพิ่มเป็นอีกกี่คน ถือโอกาสนี้ขอบคุณพวกเรานะครับ อย่าไปกังวลสถานการณ์ภายนอก ขอให้เราที่อยู่ทำหน้าที่เราให้สมบูรณ์ที่สุดจนนาทีสุดท้ายนะครับ แล้ววาระในวันนี้ที่รบกวน พวกเราเป็นพิเศษในวันศุกร์ ผมรู้ดีครับวันศุกร์ แม้กระทั่งผมเองก็มีภาระ แต่ว่าผมเป็นห่วง คนที่ทำงานในสภานี้คือกรรมาธิการแต่ละชุด เรียนท่านเลยว่าได้ทุ่มเททำงานกันมาเป็นปี ๆ บางคณะ ๒ ปี ประชุมกันไป ๔๐ ครั้ง เกือบ ๕๐ ครั้ง เบี้ยประชุมกินไปตั้ง ๒ ล้านบาท ๓ ล้านบาท เสร็จแล้วไม่ผ่านความเห็นชอบสภา เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่สุด ผมก็เลย ให้เจ้าหน้าที่ตรวจ แล้วก็เห็นว่าขณะนี้มีเรื่องที่กรรมาธิการเสนอมาแล้ว ๑๙ เรื่อง เมื่อวานนี้ ผ่านไป ๒ เรื่อง เหลือ ๑๗ เรื่อง ๑๗ เรื่องนี้วันนี้บรรจุไว้ ๖ เรื่อง ขอเลื่อน ๑ เรื่อง เราก็จะมี เวลาพิจารณา ๕ เรื่อง ถ้าเราทำ ๕ เรื่องให้จบ เหลือ ๑๒ เรื่องครับ ๑๒ เรื่อง เราประชุมอีก ๒ สัปดาห์ สัปดาห์ละ ๖ เรื่อง จบก่อนสิ้นปี ๒๕๖๕ งานที่ท่านอุตส่าห์ทำมาเหนื่อยเป็นปี ๆ ก็จะจบ ท่านจะนำผลงานนี้กลับบ้านด้วยความภาคภูมิใจ แต่ว่าถ้าท่านไม่ผ่าน สิ่งที่ทำมาทั้งปีเสียงบประมาณ เบี้ยประชุมไปเป็นล้าน ๆ ไม่ได้อะไร ขึ้นมาเลย อันนี้คือสิ่งที่ผมถึงอยากให้พวกเราได้เข้าใจจุดนี้ ความจริงแล้วปล่อยไปตาม ยถากรรมได้เท่าไรเอาเท่านั้นก็ทำได้ แต่มันไม่รับผิดชอบ ผมถึงอยากให้พวกเรา ร่วมรับผิดชอบแล้วก็ช่วยกันเถอะครับ ผมจะเชิญท่านประธานกรรมาธิการแต่ละคณะมา เพราะรู้ว่าท่านทำงานหนักมาตลอด แล้วก็มาขอความร่วมมือว่าเราช่วยกันพิจารณา แล้วก็ ให้เวลาที่เหมาะสมแล้วก็ผ่านไปได้ ในที่สุดปัญหาที่เรากังวลก็จะจบเลยครับ เรื่องอื่น ๆ นั้น ไม่ต้องกังวลมากแล้วเพราะว่าพระราชบัญญัตินั้นก็ว่ากันไปในวันพุธ ได้เท่าไรก็ไปเท่านั้น เราไม่สามารถที่จะไปเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นได้ แต่สำหรับเรื่องของกรรมาธิการนั้นคือสิ่งที่ท่าน ทำมา ผมนั่งดูรายละเอียดทุกเรื่องนะครับ ผมดูวาระที่ท่านบันทึกมาเป็นเล่ม ๆ ซึ่งเอกสาร เหล่านี้มีค่ามาก พวกเราที่ทำงานไปก็ควรจะได้มีความภาคภูมิใจ อันนี้คือสิ่งที่ขอความ ร่วมมือพวกเราว่าแต่ละเรื่องได้ตระหนักความรับผิดชอบร่วมกัน แล้วก็แต่ละเรื่องได้คิดถึง เรื่องต่อไปด้วยว่าขณะที่เราใช้เวลาเรื่องหนึ่งมากเกินไป อย่างเมื่อวานนี้มากเลยครับ มากจนกระทั่งในที่สุด ดีว่ามี ๒ เรื่อง แต่ก็จบไปได้ด้วยดี แต่สิ่งที่ขอชื่นชมก็คือทุกคน รักษาเวลา ๕ นาที หรือไม่เกินนั้น หรือเกินไปก็ด้วยมีเหตุมีผล อันนี้ผมคิดว่ามันทำให้ เราสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันนี้ผมขอขอบพระคุณพวกเราทุกคนนะครับ ขอให้กำลังใจ อย่าไปกังวลภายนอก ทำงานของเราให้ดีที่สุด ถ้าเรารักสภา รักศักดิ์ศรีสภา เราต้องทำหน้าที่ อย่าให้ใครตำหนิได้ อันนี้คือสิ่งที่ผมขออนุญาตเรียนพวกเราทุกคน ด้วยความเคารพครับ🔗
บัดนี้สมาชิกมาลงชื่อแล้ว ๒๒๐ คน ครบองค์ประชุมแล้วครับ ผมขออนุญาตเปิดประชุม🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม🔗
ซึ่งไม่ปรากฏในระเบียบวาระ🔗
รับทราบ เรื่อง การสิ้นสุดสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน ๒ คน🔗
ด้วยนายสุชาติ อุสาหะ และ พลเอก สมชายวิษณุวงศ์ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร พรรคพลังประชารัฐ ได้มีหนังสือขอลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๕ จึงเป็นผลให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง ๒ คน สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๓) ดังนั้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ปัจจุบันเท่าที่มีอยู่และปฏิบัติหน้าที่ได้คือ ๔๔๐ คน องค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่ง คือ ๒๒๐ คน จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมรับทราบ🔗
และในระหว่างที่ขึ้นมานี้เองก็มีหนังสือแจ้งมาอีก ๑ ฉบับ สมาชิกที่เคารพครับ ก็เป็นเรื่องเพิ่งแจ้งมาเดี๋ยวนี้เองว่า ศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ได้มีหนังสือขอลาออกจากการเป็นสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๕🔗
จึงเป็นผลให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๓ คน สิ้นสุดลง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๓) ดังนั้น ปัจจุบันเรามีสมาชิกที่ปฏิบัติหน้าที่ได้คือ ๔๓๙ คน องค์ประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งคือ ๒๒๐ คน จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมเพื่อรับทราบครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๔ เรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว🔗
๔.๓ รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง การศึกษาปรับปรุง แก้ไข กฎหมาย ด้านความมั่นคง ซึ่งคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศพิจารณาเสร็จแล้ว🔗
แต่เนื่องจากท่านประธานกรรมาธิการ คุณมนูญ สิวาภิรมย์รัตน์ แจ้งว่า กรรมาธิการได้รับอนุมัติเดินทางไปศึกษาดูงานในต่างประเทศไม่สามารถชี้แจงรายงานวันนี้ได้ จึงขอเลื่อนการพิจารณาออกไป เพราะฉะนั้น ๔.๓ ขอเลื่อนไป🔗
๔.๔ รายงานผลการพิจารณาศึกษาญัตติ เรื่อง การศึกษาและแก้ไขปัญหา รถรับจ้างสาธารณะ ซึ่งกรรมาธิการการคมนาคมพิจารณาเสร็จแล้ว แนวทางแก้ปัญหาจักรยานยนต์รับจ้างทั้งประเภทรับส่งคนโดยสารและประเภทรับขนส่ง สิ่งของ (นายสมเกียรติ ถนอมสินธุ์ กับคณะ เป็นผู้เสนอ) ๔. ญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎร ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของ ผู้ประกอบการรถตู้โดยสารสาธารณะประจำทาง (นางสาวปารีณา ไกรคุปต์ เป็นผู้เสนอ) ๕. ญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษากรณีการบริหาร รถรับจ้างสาธารณะและส่วนบุคคล เพื่อบริการให้ผู้บริโภคอย่างทั่วถึงและราคาเหมาะสม ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล (พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ เป็นผู้เสนอ) ๖. ญัตติ ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาการให้บริการ การกำหนดอัตราค่าโดยสาร ระบบบริหารจัดการและแผนงานในอนาคตของระบบขนส่ง สาธารณะในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล (นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เป็นผู้เสนอ) ๗. ญัตติ เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษารถรับจ้าง สาธารณะส่วนบุคคลในการให้บริการกับผู้บริโภคและอัตราค่าโดยสารที่เหมาะสม (นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล และนายภราดร ปริศนานันทกุล เป็นผู้เสนอ) ๘. ญัตติ ขอให้ คณะกรรมาธิการการคมนาคมพิจารณาศึกษาปัญหาและหาแนวทางการแก้ไขการให้บริการ และการกำหนดอัตราค่าโดยสารของรถรับจ้างสาธารณะ (นายโสภณ ซารัมย์ เป็นผู้เสนอ)🔗
คณะกรรมาธิการได้รับญัตตินี้โดยสภาผู้แทนราษฎรมอบให้ไปพิจารณา คณะกรรมาธิการได้ตั้งคณะทำงานขึ้นคณะหนึ่งโดยกำหนดขอบเขตในการพิจารณาดังนี้ ขอบเขตที่ ๑ ให้ศึกษาปัญหาการบริหารการจัดการรถสาธารณะในเขตกรุงเทพมหานครและ ปริมณฑล ขอบเขตที่ ๒ การแก้ปัญหาการให้บริการรถสาธารณะในระบบเทคโนโลยี ขอบเขตที่ ๓ ปัญหาการปฏิบัติตามมาตรการการควบคุมรถสาธารณะ ใน ๓ ประเด็นที่ทาง คณะกรรมาธิการมอบให้คณะทำงานไปศึกษา บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้ดำเนินการพิจารณา ศึกษาเสร็จเรียบร้อยแล้ว แล้วก็ได้เรียนเชิญเจ้าของญัตติไปรับทราบในรายงานฉบับนี้ ก่อนที่จะนำให้ท่านกรรมาธิการการคมนาคม สภาผู้แทนราษฎร ได้พิจารณาให้ความ เห็นชอบ🔗
บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้พิจารณาให้ความเห็นชอบและเสนอต่อสภา ผู้แทนราษฎร ให้สภานี้ได้พิจารณา กระผมจึงขออนุญาตกราบเรียนให้ท่านประธาน ได้ดำเนินการ เพื่อให้สภานี้ได้พิจารณาในรายงานฉบับนี้และเห็นชอบในข้อสังเกตเพื่อจะ ส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณท่านประธาน กรรมาธิการนะครับ สมาชิก สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานครับ สมเกียรติ ถนอมสินธุ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร จากเขตบางนาและ เขตพระโขนง วันนี้ผมขออภิปรายผลการพิจารณาศึกษา ญัตติ การศึกษาและแก้ไขปัญหา รถรับจ้างสาธารณะ ซึ่งผมเองก็เป็นหนึ่งในคนที่ได้เสนอญัตติที่คล้ายคลึงนี้ และรวมไปใน ญัตตินี้ที่พิจารณาร่วมกัน ซึ่งท่านประธานเองก็ได้กล่าวถึงครับ ผมเสนอญัตติขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหา รถจักรยานยนต์รับจ้างขนส่งคนและขนส่งสิ่งของ ซึ่งผมเองก็ได้มีส่วนร่วมในการพิจารณานี้ ทางชุดใหญ่เองก็ได้เชิญเข้าไปให้ความเห็น สอบถามแล้วก็เสนอประเด็นที่ต้องการแก้ไข และแนวทางต่าง ๆ หนังสือฉบับนี้ก็ครอบคลุมพอสมควรจากที่ท่านประธานเองได้แจ้ง กรอบเนื้อหากว้าง ๆ ครับ แต่ผมก็อยากแสดงความคิดเห็นว่ากว่าหนังสือฉบับนี้จะได้ เผยแพร่ได้มีการวิพากษ์วิจารณ์กันก็ใช้เวลาหลายเดือน ส่วนผมเองนอกจากตั้งญัตตินี้แล้ว ผมก็หาแนวทางผลักดันในวิธีแนวทางอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นการปรึกษาหารือเข้าไปแก้ไข ที่หน่วยงาน รับเรื่องร้องเรียนและตั้งกระทู้ถามรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ก็จะขอแจ้งขออัปเดต (Update) และสื่อสารว่าตอนนี้รถจักรยานยนต์รับจ้างขนส่งคนที่ก่อนหน้านี้ยังไม่ถูกกฎหมาย ปัจจุบันก็มีกฎกระทรวงของกระทรวงคมนาคมว่าตรงนี้สามารถทำได้แล้ว แต่มีขั้นตอนปฏิบัติ ซึ่งรถจักรยานยนต์ต่าง ๆ ก็ต้องไปทำตามขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนจากป้ายขาว เป็นป้ายเหลือง ไปทำใบขับขี่รถยนต์บุคคลก็ไปเป็นทำใบขับขี่รถสาธารณะ แล้วก็รายละเอียด อื่น ๆ ปลีกย่อยนะครับ แต่ก็จะบอกว่าก่อนที่จะมีการพิจารณาญัตตินี้ รถขนส่งคนผ่าน แอปพลิเคชัน (Application) ยังไม่ถูกกฎหมาย แต่ปัจจุบันนี้ถูกกฎหมายแล้ว เพียงแต่ว่า ต้องมีขั้นตอนปฏิบัติต่าง ๆ ครับ ส่วนรถขนส่งสิ่งของ ที่ผ่านมาก็ไม่ได้ผิด เพราะว่าไม่ว่า จะเป็นมีการให้บริการมาก่อนแล้ว ไม่ว่าจะเป็นไลน์แมน (LINE MAN) แกร็บฟู้ด (GrabFood) ต่าง ๆ มันมีข้อจำกัดไม่มากเท่าขนส่งคน แล้วก็มีประเด็นปัญหาข้อร้องเรียน ไม่มาก ก็อยากจะบอกว่าสิ่งที่เราทำกันในสภาเป็นเรื่องที่มีประโยชน์และสำคัญ เพียงแต่ติดขัดกันว่า กว่าที่จะได้มานำเสนอ กว่าที่จะอะไร มันก็ใช้เวลานาน แล้วก็อาจจะต้องใช้ช่องทางอื่น ๆ ในการผลักดันกันไป แต่ว่าในเมื่อวันนี้ได้มีโอกาสขึ้นนำเสนอ ก็อยากที่จะขอบคุณ ทุก ๆ กรรมาธิการ แล้วก็รวมถึงประธาน แล้วก็ ส.ส. เพื่อนสมาชิกได้เสนอญัตติที่เกี่ยวข้อง แล้วก็แสดงความคิดเห็นด้านนี้ครับ ในกรุงเทพฯ เอง ชาวกรุงเทพฯ และปริมณฑล ได้ประโยชน์จากเรื่องขนส่งสาธารณะที่จะดีขึ้นแล้วก็รองรับให้ประชาชนได้ใช้ชีวิตอย่างมี คุณภาพมากขึ้นครับ เพราะว่าก่อนหน้านี้ที่ไม่มีการจัดระเบียบอะไรมีข้อร้องเรียน มีปัญหา ทะเลาะวิวาทจากกลุ่มเดิม กลุ่มใหม่ก็ยังเป็นที่คลุมเครืออยู่ แต่ตอนนี้ก็มีการแก้ไขกฎหมาย ให้ดีขึ้นและถูกกฎหมายขึ้น ก็น่าจะไปในทิศทางที่ดีขึ้นสำหรับคนกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่ใช้บริการด้านนี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ คุณอนุรักษ์ บุญศล ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร พรรคเพื่อไทย ท่านประธาน ผ่านไปถึงท่านประธานโสภณ ซารัมย์ ที่ศึกษารายงานเรื่องของการศึกษาและแก้ปัญหา รถรับจ้างสาธารณะค่ะ ท่านประธานคะ เมื่อเช้าดิฉันออกจากซอยในหมู่บ้านค่ะ ไรเดอร์ (Rider) หรือที่เรียกว่าแกร็บ (Grab) นอนหายใจรวยรินอยู่ข้างถนนไม่ทราบว่าจะเสียชีวิต หรือไม่ นั่นคือการรับจ้างส่งอาหาร รับจ้างส่งของ ตายไม่เว้นแต่ละวันค่ะ ดิฉันอยู่ใน กรรมาธิการการแรงงาน ไรเดอร์ (Rider) แกร็บ (Grab) หรือที่เรียกว่าผู้รับจ้างส่งอาหาร ส่งของที่เขามาร้องเรียน เขาบอกว่าวันนี้เพื่อนเขาตายไป ๓ คน บาดเจ็บเป็นสิบ ๆ คน จากการที่เกิดอุบัติเหตุนี่ละค่ะ กลัวอาหารที่เอาไปส่งลูกค้าไม่ร้อนแค่นั้นเองเขาคิด แล้วเขา ก็ได้มา ๒๐ บาท ๓๐ บาท ๔๐ บาทต่อรอบต่อเที่ยว เมื่อเช้านี้ที่ในหมู่บ้านดิฉัน นอนหายใจรวยริน ก็ขอให้รอดนะคะ ถ้าเขาเป็นเสาหลักของบ้านเขาก็จะทำมาหากิน เลี้ยงครอบครัวต่อไป แต่ถ้าเสาหลักของบ้านเสียชีวิตไป ข้าวกับน้ำพริกปลาทูยังไม่มีเลย คนในครอบครัว แล้วดิฉันถามไปที่กรรมาธิการทุกท่านว่าเรื่องที่เขาไม่มีนายจ้างจะต้องสมัคร ในแอปพลิเคชัน (Application) ไม่มีใครช่วยเหลือเขาเลยเมื่อเกิดแบบนี้ ท่านได้ศึกษาแล้ว สรุปว่าอย่างไรที่จะไปสรุปให้คณะรัฐมนตรีและนายกรัฐมนตรีได้รับทราบในเรื่องรถรับจ้าง สาธารณะ โดยเฉพาะการส่งอาหารของแกร็บ (Grab) ของไรเดอร์ (Rider) ของหลาย ๆ บริษัท เดี๋ยวนี้ไม่มีนายจ้างค่ะ เขาต้องไปสมัครในแอปพลิเคชัน (Application) แล้วราคานี้ เท่าไร แล้วก็เงินเขาก็จะจ่ายเข้าไปในบัญชีเลย แล้วเขาไม่คุ้มครองอุบัติเหตุใด ๆ เลย ใช่อยู่ว่าเขาอาจจะได้วันละ ๕๐๐ บาท ได้วันละ ๑,๐๐๐ บาท ทำเที่ยวได้ตั้งแต่ตี ๕ เลยทีเดียว แม้กระทั่งจนถึง ๒ ทุ่ม ๓ ทุ่ม ๔ ทุ่ม ๕ ทุ่มอย่างนี้ค่ะ แต่ว่าเขาไม่มีนายจ้าง แต่สิงคโปร์นั้นแอปพลิเคชัน (Application) ใด ๆ จะต้องออกมาคุ้มครองคนเหล่านี้แล้ว มอเตอร์ไซค์รับจ้างในเรื่องของแกร็บ (Grab) ของไรเดอร์ (Rider) ดิฉันจะใช้ศัพท์ไม่เป็น ทางการสักเท่าไร แต่ว่านั่นคือมอเตอร์ไซค์ที่รับจ้างขนส่งสินค้าและอาหาร ดิฉันถามไปที่ กรรมาธิการทุกท่านอีกครั้งว่ากฎหมายตรงนี้ท่านได้ศึกษาหรือไม่ แล้วมีวิธีช่วยคนไทย ด้วยกันที่รับส่งสินค้านี้อย่างไร อันนี้ข้อที่ ๑ ค่ะ🔗
ข้อที่ ๒ ดิฉันได้ยินท่านประธานกล่าวถึงอธิบดีเกี่ยวกับระบบราง ๒-๓ ท่าน เลยทีเดียวที่อยู่บนบัลลังก์เคียงข้างท่านประธาน ระบบรางกว่า ๔,๐๐๐ กิโลเมตร ดิฉัน ถามเรื่องรถไฟรางคู่ค่ะ หลายครั้งที่ดิฉันลุกขึ้นมาอภิปรายบอกว่าเมื่อ ๔๐ ปีที่แล้ว ดิฉัน เป็นผู้หญิงที่ได้เข้ามาเรียนหนังสือในกรุงเทพฯ โดยใช้รถไฟค่ะ ท่านประธานค่ะ ตอนนั้น รถไฟ ๗๔ บาท ใกล้ ๆ ที่จะปิดเทอมจากกรุงเทพฯ ดิฉันจะต้องเก็บเงินให้ได้ ๑๐๐ บาท เพื่ออยากกลับไปเยี่ยมบ้าน ตำรวจตระเวนชายแดนจน ๆ พ่อของดิฉันบางครั้งไม่ส่งเงินมา ใกล้จะปิดเทอม ดิฉันหันหน้าไปทางทิศที่บ้านดิฉันอยู่แล้วก็ตะโกนไปสุดเสียงว่าคิดถึงแม่ คิดถึงพ่อ ไม่มีเงิน ๗๔ บาท ทีนี้ ๔,๐๐๐ กว่ากิโลเมตรท่านศึกษาอย่างไร ต้องให้มันทันกับ การเปลี่ยนแปลงของโลก ท่านศึกษาไปส่งให้นายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรีที่จะลงมือปฏิบัติ ตามท่านอย่างไร เมื่อรถไฟความเร็วสูงเกิดขึ้นที่ สปป. ลาวแล้ว เราจะต้องเร่งรีบเพื่อให้ทัน กับการเปลี่ยนแปลงของโลก ดิฉันถามว่าท่านศึกษาเรื่องนี้อย่างไรที่จะนำรถไฟความเร็วสูง จากประเทศไทยเชื่อมไปที่ สปป. ลาว เชื่อมไปที่จีน แล้วเชื่อมโลก ดิฉันอยากได้คำตอบค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
ขอบคุณนะครับ สมาชิก ท่านใดยังมีความประสงค์จะสอบถามไหมครับ เดี๋ยวจะให้ท่านประธานกรรมาธิการได้ชี้แจง พร้อมกันไป ที่ส่งชื่อมามี ๒ ท่านนะครับ คุณณัฐวุฒิ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทอง ต้องขอประทานโทษท่านประธานด้วยครับ ช่วงปลายสมัยประชุมบัตรที่แจกมาตั้งแต่ต้นปี หลายใบเริ่มกดไม่ค่อยติดครับ อาจจะส่งผลต่อการลงคะแนนหรือว่าการอภิปรายได้ ฝากเจ้าหน้าที่ด้วยครับ ผมขออนุญาตเรียนท่านประธานผ่านไปยังคณะกรรมาธิการอยู่สัก ๒-๓ ประเด็นด้วยกันครับ ไม่ได้เตรียมตัวมาครับ แต่ว่าบังเอิญได้เห็นรายงานผลการพิจารณา ศึกษาญัตติ เรื่อง การศึกษาและแก้ไขปัญหารถรับจ้างสาธารณะ ก็มีคำถามที่อยู่ในใจอยู่ ๓-๔ เรื่องด้วยกัน อย่างที่นำเรียนครับ🔗
ประการที่ ๑ ในเนื้อหาผมเข้าใจว่าประเด็นของคำว่า นิยาม ของรถรับจ้าง สาธารณะนั้นมิได้จำกัดเฉพาะกรณีเรื่องของรถที่อยู่ในระบบการขนส่งเท่านั้น แต่หมายถึง รถรับจ้างในกรณีโดยทั่วไปด้วย ปัญหาที่เกิดขึ้น ณ ขณะนี้ก็คือว่าเวลาที่มีโรงเรียนอยู่ใน ต่างจังหวัด หลายครั้งจะมีการออกไปทัศนศึกษา ออกไปศึกษาดูงานในพื้นที่ต่าง ๆ สิ่งที่เรา เคยได้ยินมาโดยตลอดก็คือการเกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง เช่นถ้าท่านใดผ่านถนน ๓๐๔ ช่วงกบินทร์บุรี ปราจีนบุรี นครราชสีมา วังน้ำเขียว ก็จะได้ยินกรณีของรถนักเรียนที่เสียชีวิต ที่ตกถนนแล้วมีนักเรียนเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ผมพยายามอ่านในรายงานฉบับนี้ไม่เห็น รายละเอียดว่าในกรณีของรถแบบนี้ที่โรงเรียนต้องใช้นั้นมีการเขียนไว้ในจุดใด อย่างไร ดูเสมือนว่าเราพูดถึงรถรับจ้างที่อยู่ในระบบขนส่งที่อยู่ในกรุงเทพมหานครหรือระหว่าง จังหวัดเท่านั้น แต่ว่าเวลาที่เกิดเรื่องเหล่านี้ขึ้นกับผู้ปกครองที่คาดหวังว่าลูกจะได้ไป ทัศนศึกษา กับตัวนักเรียนที่คาดหวังว่าจะได้ไปทัศนศึกษาต่าง ๆ นั้นเป็นความสูญเสีย ที่ไม่ควรเกิดขึ้น ผมคิดว่ากรรมาธิการอาจจะต้องมีคำตอบให้สักเล็กน้อยว่าเกี่ยวหรือไม่เกี่ยว ในรายงานการศึกษาของท่าน🔗
ประการที่ ๒ คือกรณีของการเสียชีวิตของนักเรียนที่เกิดในรถโรงเรียน เป็นจำนวนมาก มันมีตัวเลขนะครับ ผมไม่ได้เตรียมมาที่จะอภิปรายในวันนี้ แต่ผมมีญัตติ ที่ต้องการตั้งคำถามต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งท่านเองก็ออกเป็นระเบียบ ของกระทรวงศึกษาธิการที่เกี่ยวข้องกับรถนักเรียน ทั้งที่เป็นรถของโรงเรียนและเข้ามาส่ง นักเรียน ปัญหามันมีทั้งในแง่ของกายภาพครับ ไม่ว่าจะเป็นกรณีของรถเอง ไม่ว่าจะเป็นกรณีของ ระบบเซฟตี้ (Safety) ไม่ว่าจะเป็นกรณีของการติดตั้งจีพีเอส (GPS) หรือแม้กระทั่งการติดตั้ง ว่ามีคนเข้าออกอย่างไร ปัญหาที่ตัวบุคคล เช่น ไม่มีครูที่เป็นผู้ดูแลรถหรือเจ้าหน้าที่ที่ดูแลรถ นอกเหนือจากคนขับ ปัญหาอยู่ที่ความเข้าใจของพัฒนาการของเด็กครับ เช่น ผู้ขับรถบางคน นั้นไม่ทราบว่าเด็กบางคนนั้นอาจจะนอนหลับ เด็กบางคนนั้นอาจจะไม่ได้ลงจากรถ แค่ ๕-๖ นาทีนั้นนำไปสู่การเสียชีวิตได้และเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นเป็นอย่างยิ่ง ผมอ่านรายงาน ทั้งฉบับไม่เห็นการพูดถึงรถนักเรียนของกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งจริง ๆ แล้วรายงานของ สภาองค์กรผู้บริโภคที่มาส่งสภาเมื่อ ๒ สัปดาห์ที่แล้วมีความชัดเจนในเรื่องนี้นะครับ มีการ พยายามทำงานกับคณะกรรมการขนส่งในระดับทุกจังหวัดที่จะสนับสนุนการป้องกันไม่ให้ เกิดอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับนักเรียน และด้วยความเคารพ ไม่ต้องการให้มีสักรายเดียว ที่มีนักเรียนที่อยู่ในรถนักเรียนแล้วเสียชีวิต ก็ต้องเรียนถามทางคณะกรรมาธิการว่าตรงนั้น อยู่ในนี้หรือไม่ ผมพยายามอ่านทั้งหมดก็ไม่เห็นอย่างไร🔗
ประการที่ ๓ เป็นประการสุดท้ายครับ เนื่องจากปัญหาการยุบควบรวม โรงเรียนขนาดเล็กครับ หลายครั้งของการยุบควบรวมโรงเรียนนั้นไม่ต้องการยุบทั้งหมด ก็จะมีการใช้โมเดล (Model) ของระบบการขนส่งเข้ามา ผมยกตัวอย่างเช่นบางจังหวัด ยุบ ๕ โรงเรียน ป.๑ ป.๒ เรียนโรงเรียนหนึ่ง ป.๓ ป.๔ เรียนโรงเรียนหนึ่ง ป.๕ ป.๖ เรียนอีก โรงเรียนหนึ่ง ก็กลายเป็นว่าต้องใช้ระบบการขนส่งเข้ามาช่วยครับ ผมเคยได้ยินมาว่า กระทรวงศึกษาธิการมีการอุดหนุนค่าเดินทางให้เด็กต่อคน เข้าใจว่าอยู่ที่ประมาณ ๑๕ บาท หรือ ๒๕ บาทต่อวัน แต่ปัญหาท้ายที่สุดนั้นมันอยู่ที่ว่าระบบการขนส่งแบบนั้นถือว่าเป็น ส่วนหนึ่งของรถรับจ้างสาธารณะที่อยู่ในรายงานฉบับนี้หรือไม่ แน่นอนทั้งหมดทั้งมวลนั้น ผมพยายามจะพูดวงจรของเด็กครับ เป็นวงจรของเด็กที่เราพูดกันน้อยมากในระบบการขนส่ง แต่เวลาเกิดอุบัติเหตุเกิดการเสียชีวิตพวกเขาคือผู้ได้รับผลกระทบ ผู้ปกครองคือผู้สูญเสีย และมิใช่เวรกรรมครับ แต่เป็นเรื่องที่ป้องกันได้แต่เราพูดถึงกันน้อย จึงอยากนำเรียนว่า ปัญหาไม่ได้อยู่แค่เรื่องกฎหมาย ไม่ได้อยู่แค่เรื่องกายภาพ ไม่ได้อยู่แค่เรื่องรถทั้งหมด แต่อยู่ที่ ความเข้าใจต่อพัฒนาการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีเด็กที่อยู่ในรถต่าง ๆ ด้วย ก็ขออนุญาต นำเรียนผ่านท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการครับว่าเผื่อจะเป็นประโยชน์ในแง่ของรายงาน แล้วก็อาจจะเป็นประโยชน์ที่จะมีการส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไปครับ ต้องขอ ประทานโทษที่เสียเวลาท่าน แต่คิดว่าเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะครับ ขอบคุณครับ🔗
ยินดีนะครับ คุณมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตกรณีของการศึกษาแล้วก็แก้ไขปัญหาเรื่องรถรับจ้างสาธารณะ เป็นประโยชน์มากนะคะ ดิฉันเรียนท่านประธานผ่านไปถึงท่านกรรมาธิการ แต่ว่าดิฉัน อยากจะขออนุญาตโฟกัส (Focus) เรื่องหลัก ๆ นั่นก็คือการบริการรถรับจ้างสาธารณะ โดยผ่านแอปพลิเคชัน (Application) ของต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นไลน์แมน (LINE MAN) แกร็บแมน (Grab Man) หรือว่าไรเดอร์ (Rider) ยี่ห้อต่าง ๆ ซึ่งมีขึ้นมาหลากหลาย ซึ่งเป็นของประเทศไทยก็มีเพียงแค่ ๑ เจ้าหรือ ๒ เจ้าเท่านั้นเอง ที่เหลือเป็นแพลตฟอร์ม (Platform) ของต่างประเทศทั้งสิ้น และปัจจุบันนี้ด้วยเทคโนโลยีที่เปลี่ยนไป แล้วก็ วิถีชีวิตบริบทการดำเนินชีวิตของพี่น้องประชาชนนั้นเปลี่ยนไป โดยหลังจากสถานการณ์ โรคระบาดโควิด (COVID) นี้เราก็ปรับตัวกันค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นการส่งอาหารหรือไม่ว่า จะเป็นการเรียกบริการรถสาธารณะ น้อยแล้วที่เราจะออกไปหน้าปากซอยแล้วโบกแท็กซี่ ซึ่งเป็นบริการสาธารณะ สังกัดกระทรวงคมนาคมโดยถูกต้องตามกฎหมาย แต่ปัจจุบันนี้ กรณีของการใช้รถบริการสาธารณะ โดยที่รถบริการเหล่านี้ซึ่งเป็นแอปพลิเคชัน (Application) ที่ลงทะเบียนโดยผ่านแอป (App) ของต่างประเทศ ตรงจุดนี้ดิฉันอยากจะเรียนถาม ท่านประธานผ่านไปถึงท่านประธานกรรมาธิการและท่านกรรมาธิการทั้งหมดว่าท่านได้ศึกษา เรื่องนี้ครอบคลุมหรือไม่ อย่างไร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีรายได้โดยที่ จะต้องมีการประสานกับทางกระทรวงการคลังว่าเราได้ครอบคลุมตรงจุดนี้อย่างไร แบบไหน🔗
อันที่ ๒ ก็คือว่ากรณีของการจัดทำบัญชีผู้ที่ให้บริการรถสาธารณะ ลงทะเบียน ถูกต้องหรือไม่ อย่างไร และมีสมาชิกของผู้ที่เป็นผู้รับจ้างและประกอบอาชีพนี้เกิดขึ้น ซึ่งเป็น อาชีพใหม่ในสังคมไทยเท่าไร อย่างไร แล้วก็ได้มีการจัดเก็บภาษีรายได้เหล่านี้อย่างไร ซึ่งจริง ๆ แล้วสถานการณ์โรคระบาดผ่านไป ๓ ปีกว่าแล้ว แล้วก็บริการสาธารณะเช่นนี้เกิดขึ้น แต่ดิฉันว่ากระทรวงคมนาคมของท่านค่อนข้างที่จะล้าหลังพอสมควรคือไปไม่ทันเขา จนป่านนี้แล้วควรที่ประเทศชาติจะได้จัดเก็บภาษีรายได้จาก ๒-๓ ส่วนนี้เป็นจำนวนเท่าไร อย่างไร อันนี้ควรจะมีตัวเลขและสถิติแล้ว ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้เราจะเทอะทะไม่ได้ แล้วก็เราจะ มานั่งอยู่โดยใช้ลักษณะของการทำงานแบบเก่า ๆ ไม่เท่าทัน อันนี้ดิฉันว่ามันไม่น่าจะรอด แล้วก็ในส่วนของกรณีของแอปพลิเคชัน (Application) เหล่านี้อย่างที่บอก เนื่องจากว่า เป็นแอปพลิเคชัน (Application) ที่ลงทะเบียนโดยเป็นแอปพลิเคชัน (Application) ของ ต่างประเทศ ซึ่งรูปแบบของเขามันทันสมัยมันน่าใช้จริง พอเทียบกับแอปพลิเคชัน (Application) ที่ผลิตโดยประเทศไทยหรือคนไทยคือมันไม่ทันสมัยและมันไม่น่าใช้ ดังนั้นผู้ให้บริการและ ผู้ใช้บริการจึงไปใช้แอปพลิเคชัน (Application) ของต่างประเทศค่อนข้างมากและลงทะเบียน เป็นสมาชิกกันค่อนข้างเยอะ ตรงจุดนี้ดิฉันมองว่าเราจะต้องให้คนที่เขามา เขาเรียกว่า ทำมาหากินบนประเทศไทยควรที่จะต้องทำกระบวนการตรงจุดนี้อย่างถูกต้อง แล้วก็ กระทรวงที่เกี่ยวข้องในการที่จะจัดการเรื่องนี้ก็คือกระทรวงการคลัง แล้วก็กระทรวง คมนาคม นอกจากนั้นแล้วก็คือจะมีเจ้าหน้าที่ทั้งหลายที่เกี่ยวข้องด้วย ทั้งหมดนี้ดิฉัน ก็สะท้อนปัญหานี้ แล้วก็เมื่อสักครู่ดิฉันเปิดดูเล่มเป็นเบื้องต้น แต่ว่าท่านเน้นในเรื่องของ รถรับจ้างสาธารณะและบริการอื่น ๆ ที่เป็นพื้นที่ระหว่างจังหวัด แล้วก็ของต่างจังหวัด รวมทั้ง รถตู้บริการสาธารณะอื่น ๆ ด้วย แต่ว่าในเรื่องของการให้บริการทางแอปพลิเคชัน (Application) อันนี้ดิฉันว่ามันเป็นปริมาณและสมรรถนะที่มากขึ้น ทั้งบริการ และทั้งเรื่องของรายได้ และทั้งเรื่องของการประกอบอาชีพ ดังนั้นตรงจุดนี้ดิฉันมองว่าเราควรที่จะศึกษา อย่างละเอียดแล้วก็ทำให้มันเป็นกรรมวิธีที่ถูกต้อง แล้วก็จะสามารถช่วยประเทศชาติ ได้อย่างไร และช่วยประชาชนให้เขามีพื้นที่ทำมาหาเลี้ยงชีพได้อย่างปลอดภัยอย่างไร สำคัญ ที่สุดก็คือว่าผู้ให้บริการหรือผู้บริโภคอย่างพี่น้องประชาชนคนเราทุกคน เราจะมีความ ปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และได้รับบริการอย่างเป็นธรรมและถูกต้องอย่างไร อันนี้ดิฉัน ถือว่าเป็นหลักที่อยากจะฝากท่านประธานไปถึงท่านกรรมาธิการว่าอยากจะให้ท่านช่วย ศึกษาวิจัยเรื่องนี้รวมทั้งเพิ่มเติมในเรื่องนี้ให้เกิดประสิทธิผลด้วยค่ะ กราบขอบพระคุณค่ะ🔗
คุณภาคิน สมมิตรธนกุล🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม ภาคิน สมมิตรธนกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตที่จะอภิปรายและตั้งเป็นข้อสังเกตสอบถามท่านกรรมาธิการ ศึกษาและแก้ไขปัญหารถรับจ้างสาธารณะครับ ผมต้องขอขอบคุณท่านกรรมาธิการที่ท่าน ให้ความสนใจใส่ใจเรื่องของรถบริการสาธารณะ รถบริการสาธารณะนั้นเป็นรถที่ให้บริการกับ พี่น้องประชาชน เป็นหัวใจในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศด้วยเช่นกัน การขนส่ง ที่มีประสิทธิภาพนั้นจะช่วยสนับสนุนเศรษฐกิจของประเทศได้เป็นอย่างดี ท่านประธานครับ ในขณะนี้หลังจากที่โควิด (COVID) ได้ผ่อนคลายลงไปแล้ว สิ่งที่จะกลับมาก็คือนักท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจะกลับเข้ามาท่องเที่ยวประเทศไทยอย่างมากมายมหาศาล สิ่งสำคัญและหัวใจ ที่จะขับเคลื่อนบริการนักท่องเที่ยวนั่นก็คือรถขนส่ง รถขนส่งบริการสาธารณะมีทั้งรถขนส่ง สาธารณะและรถขนส่งบริการสาธารณะแบบส่วนบุคคล หรือแม้แต่รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง เราจะเห็นว่าที่คณะกรรมาธิการได้ศึกษานั้นได้ศึกษาเรื่องของรถขนส่งบริการสาธารณะ ระหว่างจังหวัด ระหว่างอำเภอ เท่าที่ได้อ่านดูนะครับ แต่ยังอยากจะทราบว่ามันยังมีจุดของ บริการสาธารณะหลายรูปแบบที่ไม่แน่ใจว่าท่านกรรมาธิการได้ศึกษาทั่วถึงไหม เช่น รถบริการสาธารณะส่วนบุคคลที่เรากำลังจะรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาในขณะนี้ว่า รถชัตเติลบัส (Shuttle bus) รถเมล์ขนาดใหญ่ที่จะให้บริการนักท่องเที่ยวนั้นมีมาตรฐาน ในการรองรับนักท่องเที่ยวได้มากน้อยขนาดไหนในเรื่องของความปลอดภัย ในเรื่องของการ เดินรถที่ได้กำหนดเส้นทางไว้เป็นมาตรฐานหรือว่าเป็นรูปแบบใด อันนั้นคือรถบริการ สาธารณะส่วนบุคคล ส่วนรถสาธารณะส่วนบุคคลที่เป็นปัญหาบ่อย ๆ ก็คือรถสาธารณะ ส่วนบุคคลที่บริการนักเรียน นักศึกษาที่ส่งไปโรงเรียน ส่งไปมหาวิทยาลัยนั้นได้มีการ ตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานทั้งคนขับทั้งรถว่าได้มีการตรวจสอบจากกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคมได้เป็นมาตรฐานหรือไม่ ซึ่งเราทราบข่าวจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ อย่างที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปรายไปแล้วนั้น ซ้ำแล้วซ้ำอีกได้มีการแก้ไขหรือไม่ อันนี้อยากจะ สอบถามไปยังท่านกรรมาธิการที่ได้ไปศึกษาเรื่องนี้🔗
อันต่อมาที่เราพบเห็นบ่อยก็คือเรื่องของบริการสาธารณะมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ซึ่งเราเห็นเต็มพื้นที่ในกรุงเทพมหานครกว่า ๒๐๐,๐๐๐ คัน ที่ให้บริการสาธารณะต่อเชื่อม การขนส่งในกรุงเทพมหานคร จากตัวบ้านมาที่ปากซอย จากปากซอยเพื่อขึ้นรถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) ลงจากรถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS) ก็ต่อไปถึงที่ทำงาน นี่เราใช้บริการสาธารณะจาก มอเตอร์ไซค์รับจ้างทั้งหมด รวมถึงเช้า ๆ เราจะต้องทานอาหารเช้าก็ต้องใช้มอเตอร์ไซค์ รับจ้างในการที่จะขนอาหารมาให้เราจากบริการแอปพลิเคชัน (Application) ทั้งหลาย ที่จะส่งมาให้ที่บ้าน ระบบมาตรฐานในการบริการของมอเตอร์ไซค์ต่าง ๆ นั้นมีมาตรฐานแค่ไหน ในเรื่องความปลอดภัยของผู้ที่จะซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์🔗
อันต่อมาก็คือสวัสดิการที่มอเตอร์ไซค์รับจ้างเหล่านั้นได้มาให้บริการนั้น มีสวัสดิการคุ้มครองเขาหรือไม่ ที่อยากจะสอบถามท่านกรรมาธิการว่าได้มีการศึกษาเรื่องนี้ หรือไม่ แอปพลิเคชัน (Application) ต่าง ๆ ที่ให้บริการในประเทศไทยนี้ เขาแค่กินหัวคิว คนส่งอาหารกับเจ้าของร้านอาหาร แล้วก็คนสั่งอาหาร กินทั้ง ๓ คนเลย ได้มีการคุ้มครอง ให้กับผู้บริโภคเหล่านี้หรือไม่ ได้มีการศึกษาเรื่องนี้ไหมว่าแอปพลิเคชัน (Application) ที่มาเปิดนั้นเปิดอย่างถูกต้องแล้วมีสวัสดิการคุ้มครองให้กับคนให้บริการหรือไม่ อันนี้เป็น ข้อสงสัยที่อยากจะสอบถามท่านกรรมาธิการว่าอันนี้คือหัวใจของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของ ประเทศด้วยเช่นกัน จึงฝากสอบถามไปยังท่านกรรมาธิการด้วย กราบขอบพระคุณมากครับ🔗
คุณสุเทพ อู่อ้น ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายสุเทพ อู่อ้น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เครือข่าย แรงงาน จากผลการศึกษาของการศึกษาเกี่ยวกับรถรับจ้างสาธารณะ ซึ่งเมื่อสักครู่ขออนุญาต เอ่ยนาม ครูติ๋วก็ได้พูดถึงเรื่องที่มาร้องเรียนในกรรมาธิการการแรงงาน ผมก็อยากขอเพิ่มเติม ปัญหาที่อยากจะให้กรรมาธิการได้รับทราบในส่วนประเด็นเกี่ยวกับรถสาธารณะ โดยเฉพาะ เรื่องของรถแท็กซี่ ซึ่งเกิดปัญหาอย่างต่อเนื่องจากการเกิดวิกฤติโควิด (COVID) นั้น เห็นได้ว่า ขณะนี้พี่น้องแรงงานแท็กซี่ที่ขับรถอยู่ หลายคนถูกยึดรถ หลายคนขณะนี้มีปัญหาเรื่องของ รายได้ที่น้อยลง และยังมีภาระหนี้สินเกี่ยวกับการที่จะต้องผ่อนชำระและมีการยึดรถ ซึ่งทำให้บางท่านคิดไม่ออกมีการดำเนินการฆ่าตัวเองตาย และผมก็ใช้ความพยายาม ในกรรมาธิการได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยรับเรื่อง แต่ขณะนี้ในเรื่องของการที่จะ ช่วยในการผ่อนชำระ หรือในเรื่องของค่าเช่าก็ยังมีปัญหาอยู่ สิ่งที่สำคัญขณะนี้เองเราจะมี การเปลี่ยนแปลงเรื่องของพลังงานจากน้ำมันเป็นระบบไฟฟ้า ทั้งรถแท็กซี่เอง รวมทั้ง มอเตอร์ไซค์วิน (Win) เอง ก็ได้มีเรื่องมาสู่กรรมาธิการการแรงงาน อยากให้มีการนำเสนอ ผลักดันเกี่ยวกับเรื่องของโครงการที่จะเข้าถึงรถแท็กซี่และมอเตอร์ไซค์ ซึ่งนั่นก็หมายความว่า อยากจะให้กรรมาธิการได้ศึกษาว่าขณะนี้ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงจากการใช้พลังงานน้ำมันแล้ว โครงการที่จะใช้รถไฟฟ้าซึ่งปัจจุบันนี้มีราคาที่สูง จึงทำให้แท็กซี่นั้นก็เข้าถึงยาก มอเตอร์ไซค์ วิน (Win) ก็เข้าถึงยาก ผมก็ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาก็ยังไม่มี แม้กระทั่งกระทรวงคมนาคมในโครงการที่จะเปิดเรื่องกองทุน ให้พี่น้องแท็กซี่ มอเตอร์ไซค์ วิน (Win) นั้นสามารถที่จะเข้าไปซื้อในราคาต้นทุนที่ถูก เพราะเขาเหล่านั้นเองก็พยายาม จะให้ความร่วมมือในการที่จะลดเรื่องของภาวะโลกร้อนจากการเปลี่ยนแปลงพลังงาน แต่การเตรียมความพร้อมครั้งนี้ยังไม่เป็นรูปธรรม จึงต้องฝากคณะกรรมาธิการศึกษาเกี่ยวกับ เรื่องสาธารณะเข้าไปดูแลในเรื่องนี้ด้วย🔗
อีกเรื่องหนึ่งเรื่องของ ขสมก. ขณะนี้เองก็มีเรื่องเข้ามาที่คณะกรรมาธิการ การแรงงานว่ามีการดำเนินการจัดซื้อรถที่มาใช้ในส่วนของ ขสมก. หรือรถเมล์ที่เราทราบกันดี แต่ระบบของการดำเนินการนั้นมีปัญหาในเรื่องของการดำเนินการเกี่ยวกับการควบคุมราคา อะไรต่าง ๆ และที่สำคัญลงไปอีกนั่นก็คือพนักงาน ขสมก. เอง ขณะนี้ในเรื่องของการจ้างงาน เกี่ยวกับการสร้างระบบสวัสดิการอะไรต่าง ๆ ก็ถูกลิดรอน มีการไม่ดำเนินการตามระเบียบ เดิมที่มีไว้ มันเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจากระบบสาธารณะ ดังนั้นเองเรื่องพวกนี้อยากจะฝาก กรรมาธิการลงลึกเข้าไปในส่วนของคนที่ทำงานอยู่ในระบบสาธารณะให้กับพี่น้องประชาชน ด้วยครับ🔗
ท่านศาสตราจารย์พิสิฐ ลี้อาธรรม ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอขอบคุณคณะกรรมาธิการการคมนาคมที่ได้จัดทำศึกษาเรื่อง การแก้ไขปัญหารถรับจ้างสาธารณะ แล้วก็ขอขอบคุณในเนื้อหาต่าง ๆ ที่ท่านได้ใส่เข้ามา แล้วก็มีประโยชน์ต่อการที่จะแก้ไขปัญหาต่อไป ผมมีข้อสังเกตบางประการที่จะขอให้ท่าน ได้โปรดพิจารณาเพิ่มเติม🔗
ประการแรก ในเรื่องของรถรับจ้าง เราต้องยอมรับว่ามีประชาชนไม่น้อย ที่ทำอาชีพนี้ แล้วก็ถือว่าเป็นอาชีพอิสระ เพราะว่าไม่ได้มีรายได้ประจำ จึงไม่อยู่ในระบบ ประกันสังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ขนส่งอาหารไปตามบ้านต่าง ๆ ได้รับค่าจ้างจากนายจ้างเป็นเที่ยวไป แล้วก็ไม่ได้ถูกเรียกว่าเป็นลูกจ้าง ถูกรียกว่าเป็น พาร์ตเนอร์ (Partner) เป็นการเลี่ยงบาลี เพราะฉะนั้นผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์หรือแท็กซี่ต่าง ๆ จะไม่มีหลักประกันในชีวิตในเรื่องของการขาดซึ่งรายได้ เช่นกรณีของการเกิดโรคระบาด โควิด (COVID) รายได้ที่ขาดหายไปก็ไม่ได้รับการดูแลเหมือนกับคนที่อยู่ในระบบประกันสังคม ที่มีเรื่องของการว่างงาน เรื่องของการคลอดบุตร เรื่องของสิทธิประโยชน์อื่น ๆ ก็จะไม่ได้รับ เพราะฉะนั้นก็อยากจะขออนุญาตให้ท่านได้ช่วยดูแลสวัสดิภาพ สวัสดิการของผู้ที่อยู่ในระบบ ของรถรับจ้างสาธารณะด้วยครับ เพราะว่าถ้าคนเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นมอเตอร์ไซค์รับจ้าง หรือคนขับแท็กซี่ มีชีวิตที่มีหลักประกัน มีความมั่นคง คุณภาพของงานก็จะดีขึ้น ผมมี ความเชื่อแบบนั้น เพราะฉะนั้นประเด็นนี้ก็ขอให้ท่านได้ช่วยพิจารณาด้วยครับ🔗
แล้วก็ในเรื่องของรถที่เราใช้อยู่ทุกวันนี้ เราก็ทราบกันดีว่าอีกไม่กี่ปีโลกจะมี การเปลี่ยนไปใช้เทคโนโลยีใหม่ ก็คือเปลี่ยนจากรถที่เป็นการเผาไหม้น้ำมันเชื้อเพลิงมาเป็น รถไฟฟ้าหรือไฮบริด (Hybrid) หรือเป็นแอซิดไฮโดรเจนก็แล้วแต่ ผมคิดว่าเราต้องมีนโยบาย ที่ดีและเหมาะสมในการเปลี่ยนผ่านตรงนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการให้ผู้ที่เป็นเจ้าของรถ เช่น มอเตอร์ไซค์ หรือแท็กซี่ ได้มีโอกาสเปลี่ยน โดยที่รัฐต้องมีโอกาส มีความสามารถ ที่เข้าไปช่วยเหลือดูแลได้ ทั้งในเรื่องของเงินทุนหรือในเรื่องของการให้เกิดการเปลี่ยนที่มีผลดี ต่อสิ่งแวดล้อม หลายประเทศในโลกมีการห้ามไม่ให้รถดีเซลหรือว่ารถเผาไหม้เข้ามาในเมือง มีการประกาศว่าอีกไม่กี่ปีข้างหน้าจะต้องไม่มีการใช้รถเผาไหม้อีกต่อไป เพราะฉะนั้น ของเราเอง ผมคิดว่ารถสาธารณะควรจะต้องเป็นเป้าหมายหนึ่งที่เราจะต้องดูแลเพื่อจะให้ เกิดผลดีต่อเรื่องของสิ่งแวดล้อมต่อไป🔗
ประการต่อไป ในเรื่องของรถไฟฟ้าแล้วก็รถไฟระบบราง จริง ๆ ประเทศไทย เราเองมีการลงทุนสูงมาก แต่ผมก็ยังเป็นห่วงว่าเรายังอาจจะใช้ประโยชน์ไม่ค่อยคุ้มเท่าไร อย่างกรณีของรถไฟรางคู่ที่ท่านประธานเป็นผู้หนึ่งที่ได้ผลักดันเรื่องนี้มาหลายปี ผมก็ยัง มีความรู้สึกว่าการรถไฟยังไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์จากการที่มีรถไฟรางคู่เกิดขึ้น คือจริง ๆ น่าจะต้องเปิดบริการให้มากขึ้นแล้วก็ประชาชนจะได้ใช้อย่างสะดวกให้มากขึ้น รวมไปถึง รถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครด้วย ควรต้องมีการปรับระบบรถขนส่งต่าง ๆ ที่เป็นรถเมล์ หรือแม้กระทั่งรถตู้ต่าง ๆ เชื่อมโยงกับรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ ให้เป็นระบบ แล้วก็ในเรื่องของ การจัดทำรถที่จะเชื่อมโยง จริง ๆ อบต. หรือท้องถิ่นควรได้รับบทบาทหน้าที่นี้ในการจัด สถานีให้รถตู้ที่จะเชื่อมโยงกับระบบรถสาธารณะที่เป็นระบบราง🔗
สุดท้ายครับท่านประธาน เรื่องของ ขสมก. เป็นเรื่องที่เรื้อรังมาเป็นเวลา ไม่ต่ำกว่า ๕๐ ปี ตั้งแต่ที่เรามีการให้รถเมล์ในกรุงเทพฯ เป็นกิจการรัฐวิสาหกิจ ทุกปีมีการ ขาดทุน แล้วหนี้ก็พอกพูนมาจนเกินกว่าแสนล้านบาท ผมอยากให้ท่านในการศึกษาเรื่องนี้ ควรต้องมีคำตอบให้ชัดเจนครับ ว่าเราจะแก้ปัญหารถเมล์ขนส่งในกรุงเทพมหานครอย่างไร เพราะมันเป็นระเบิดเวลาที่มีการสะสมอยู่ตลอดเวลาโดยที่ไม่มีผู้ใดมาแก้ไขปัญหาเรื่องของ การขาดทุนของ ขสมก. ครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ความจริงผมเป็นกรรมาธิการของคณะกรรมาธิการการคมนาคมนะครับ แล้วก็ในรายงานฉบับนี้ผมก็ได้มีการอ่านผ่าน แต่ผมต้องขอขอบคุณกรรมาธิการ แต่อยาก จะตั้งเป็นข้อสังเกตของการศึกษา เพราะว่าถ้าเราปล่อยผ่านไป เนื่องจากการศึกษานี้ไม่ได้ พูดถึงในมิติความเหลื่อมล้ำเรื่องโครงสร้างของกระทรวงคมนาคม เราต้องยอมรับว่าปัจจุบัน เราใช้งบประมาณปีหนึ่งประมาณสัก ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท เราทุ่มไปกับการสร้างทางหลวง ทางหลวงชนบท เราไปกระจุกตัวกับการก่อสร้างทางหลวง ส่วนการสร้างระบบขนส่งมวลชน ใน ๗๗ จังหวัด เราก็จะกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพฯ เป็นส่วนใหญ่ โดยงบประมาณเราจะพบว่า ประมาณ ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ๑๖๐,๐๐๐ ล้านบาท หรือ ๖๙ เปอร์เซ็นต์หรือ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ เป็นเรื่องของถนน ส่วนระบบขนส่งมวลชนระบบรางนี่เราใช้งบประมาณเพียง ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท แม้จะไปอ้างพีพีพี (PPP) ก็ตาม มันก็เป็นการอ้างที่ข้าง ๆ คู ๆ เพียงประมาณสัก ๑๑ เปอร์เซ็นต์ แต่ที่สำคัญก็คือว่าวันนี้เราพบว่าปัญหาความเหลื่อมล้ำ ที่สำคัญที่สุดคือการเดินทาง คนจะเดินทาง ถ้าคนจนจะเสียค่าเดินทางระบบขนส่งสูงกว่า คนที่มีรถ คือคนจนจะเสียค่าเดินทางประมาณสัก ๑๗ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ ส่วนคนที่มีรถ หรือชนชั้นกลาง ชนชั้นสูง จะเสียค่าใช้จ่ายจากการเดินทางประมาณสัก ๕-๑๕ เปอร์เซ็นต์ และที่สำคัญคือระบบขนส่งมวลชนโดยระบบรางที่ใช้อยู่ ระบบรถไฟไม่สามารถที่จะทำให้ คนทั่วไปใช้บริการได้เพราะราคาสูง เราต้องยอมรับว่าค่าใช้จ่ายของประชาชนปัจจุบัน จากการศึกษาของสภาเรา ต่อคนประมาณ ๑๘,๐๐๐ บาท หรือวันละ ๗๐๐ บาท เราผลักภาระ ให้กับคนกลุ่มนี้มีเงินประมาณวันละ ๓๐๐ บาท หรือค่าแรงขั้นต่ำ ดังนั้นสิ่งที่เราพบมากที่สุด เมื่อรัฐบาลไม่ทุ่มเทไปกับระบบขนส่งมวลชน อย่างท่านพิสิฐว่าระบบราง จึงไปกระจุกตัว อยู่ระบบรถคือสร้างถนนไว้ขนรถ แต่ไม่ได้สร้างระบบขนส่งมวลชนไว้ขนคน เราจะพบว่าตัวเลขเฉพาะในปี ๒๕๖๕ เรามีรถยนต์นั่งส่วนบุคคล ๑๘ ล้านคันเศษ เรามี รถบัสอยู่ประมาณ ๑๓๐,๐๐๐ คัน รถบรรทุกประมาณล้านกว่าคัน ท่านทราบไหมว่าเรามี รถประจำทางที่ให้คนใช้ อยู่ ๖๐,๐๐๐ กว่าคัน ๖๐,๐๐๐ กว่าคันก็คือ ๐.๑๓๙ คัน แล้วระบบดังกล่าวเราก็ไม่เคยได้ดูแล เราปล่อยภาระให้คน พอเรามาเช็ก (Check) เวลา คนเดินทาง ถ้าคนในกรุงเทพฯ ครึ่ง ๆ เดินทางด้วยรถส่วนตัว แล้วอีกครึ่งหนึ่งก็เดินทาง โดยรถขนส่งมวลชน แต่ถ้าคนในต่างจังหวัดจากข้อมูลที่เสนอในงบประมาณ ประมาณ ๘๔ เปอร์เซ็นต์คือคนจนต้องเดินทางด้วยรถสาธารณะ ดังนั้นเมื่อโครงสร้างของกระทรวง คมนาคมก็ดี โครงสร้างการคิดเรื่องระบบขนส่งมวลชนยังเป็นเรื่องของการกระจุกตัว งบประมาณเพื่อไปซ่อมสร้างถนน แล้วที่สำคัญคือพยายามสร้างองค์กรให้รวมศูนย์ กรมทางหลวงชนบทควรจะยุบได้แล้ว ควรจะส่งไปให้ท้องถิ่น หรือวันนี้ยิ่งจะมีกฎหมาย ระบบรางแทนที่จะเป็นเรกกูเลเตอร์ (Regulator) กลับเป็นโอเปอเรเตอร์ (Operator) ซึ่งเป็นการหมายมั่นปั้นมือที่จะให้รวมตัวอยู่ในส่วนกลาง ดังนั้นผมจึงอยากตั้งข้อสังเกต เรื่องความเหลื่อมล้ำเรื่องคมนาคมนะครับ ถ้าเป็นทิศทางอย่างนี้เหมือนว่าเราจะไม่มีโอกาส ให้กับคนยากไร้หรือคนยากจนที่คนรวยคนจนจะเดินทางไปถึงที่หมายในเวลาพร้อมเพียงกัน อย่างประเทศที่พัฒนาได้ ดังนั้นผมจึงฝากข้อสังเกตไว้ครับ🔗
ขออีกท่านหนึ่งครับ แล้วกรรมาธิการจะได้ชี้แจง คุณชวน ชูจันทร์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ชวน ชูจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ ท่านประธานที่เคารพครับ การจัดระบบการขนส่งนั้นมีผลอย่างมากกับการกระจายรายได้ หรือการแก้ปัญหาการจราจร วันนี้ก็ดีใจที่ท่านกรรมาธิการได้ทำรายงานมาอย่างละเอียด แต่ผมมีเรื่องที่อยากจะนำเรียนเสนออยู่ ๒ เรื่องนะครับ🔗
เรื่องแรก ก็คือขณะนี้เรามีสถานีระบบขนส่งทางรางเปิดขึ้นในหลายสถานี ด้วยกัน ปัญหาก็คือสถานีที่อยู่ชายขอบจะขาดการกระจายการเดินหลังจากสถานีออกไปรอบ ๆ อย่างเช่นที่ผมอยู่ในพื้นที่ตลิ่งชัน ยังคิดว่าถ้าเราเดินทาง ขาเข้ามาสถานีอาจจะง่าย เพราะเรา จ้างรถแท็กซี่ รถสาธารณะได้ แต่เมื่อมาลงที่นี่แล้วออกไม่ได้เพราะว่ารถสาธารณะเข้าไป น้อยมาก อยากให้ช่วยพิจารณาว่าสถานีที่อยู่ชายขอบอย่างนี้เราจะทำอย่างไรให้การส่งต่อ ออกไปสัก ๕ กิโลเมตร ๑๐ กิโลเมตร เป็นระบบการเดินทางเข้ามาขึ้นรถระบบราง ก็มีรถ ที่แน่นอนชัดเจน ขึ้นเวลาไหน อย่างไรจะมา เมื่อเราเดินทางไปถึงสถานีชายขอบเหล่านี้แล้ว มีรถที่จะส่งต่อไปอย่างไรได้บ้าง ผมว่าสิ่งเหล่านี้ช่วยได้มาก จะช่วยให้ระบบรางนั้นมีคน ใช้บริการมากขึ้น นี่ฝากไว้เรื่องหนึ่ง🔗
อีกเรื่องหนึ่งก็คือวันนี้เท่าที่สังเกตดูนักท่องเที่ยวเริ่มมาเยอะมาก โดยเฉพาะ ในพื้นที่เขตตลิ่งชันที่มีสถานที่ท่องเที่ยวตลาดน้ำอยู่ ๔-๕ แห่งด้วยกัน ปัญหาก็คือเราไม่มี รถสาธารณะที่จะมุ่งไปรอบ ๆ สถานที่ท่องเที่ยวเหมือนกัน ยกตัวอย่างเช่นมาลงที่สถานีบางหว้า แล้วก็ต้องหารถสาธารณะไปเองตามยถากรรม อันนี้เห็นว่าถ้าเราจัดระบบรถให้ดี จะสามารถ กระจายรายได้ สามารถให้บริการนักท่องเที่ยว แล้วก็อำนวยความสะดวกให้กับผู้โดยสาร ที่ต้องการท่องเที่ยวเป็นอย่างดี เพราะว่าระยะต่อไปนี้เราต้องยอมรับว่านักท่องเที่ยวจะมา มากขึ้น การจัดระบบขนส่งลักษณะที่อำนวยความสะดวกกระจายไปแบบก้านร่ม เมื่อเรามาลงจุดหนึ่งของสถานีใหญ่แล้ว มีรถเล็ก ๆ สาธารณะกระจายไปตรงไหนบ้าง ระยะทางเท่าไร ไปที่ไหน ผมเห็นต่างประเทศหลายแห่งเขาทำกัน สิ่งนี้จะเป็นประโยชน์มาก ก็ฝากให้ทางท่านที่อยู่ในระบบขนส่งช่วยคิดด้วยนะครับ🔗
อีกอันหนึ่งคือระบบเรือ ในพื้นที่ฝั่งตะวันตก ระบบเรือเหมือนกับถูกทอดทิ้ง โดยเฉพาะส่งไปยังที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ผมเห็นว่าการจัดระบบการขนส่งระยะใกล้ ระยะไกล อย่างนี้ที่สอดรับกับระบบใหญ่เป็นสิ่งจำเป็น วันนี้เหมือนกับว่าเราเปิดระบบใหญ่แล้ว จากนั้น ก็เป็นเรื่องของแต่ละคน แต่ละหน่วยที่จะไปคิดกันเอง ถ้าคิดได้ก็ดี ถ้าคิดไม่ได้หรือไม่มีใคร ช่วยคิดก็ไม่สามารถที่จะเชื่อมต่อการเดินทางได้ ทำให้ระบบใหญ่ของเราก็แลดูเหมือนไม่มีใคร มาใช้บริการก็เป็นการเสียโอกาสเป็นอย่างยิ่ง ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
เชิญประธานกรรมาธิการ ความจริงเป็นเรื่องการศึกษาการแก้ปัญหารถรับจ้างสาธารณะ แต่ว่าถ้าท่านประธานจะชี้แจง นอกเหนือจากที่ศึกษาตามที่สมาชิกสอบถามก็ยินดี เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม โสภณ ซารัมย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการคมนาคม เรื่องแรกที่จะต้องชี้แจงต่อสภา โดยผ่านท่านประธาน ๒ ประเด็นใหญ่ ๆ ก็คือ🔗
เรื่องแรก รายงานฉบับนี้เราได้ทำมาก่อน แล้วสถานการณ์มันก็อัปเดท (Update) ไปเรื่อย ๆ บางเรื่องอาจจะทำไปแล้ว บางเรื่องอาจจะล้าสมัย ก็ต้องเป็นไปตาม เวลานะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือ ข้อสังเกตต่าง ๆ ที่ทางท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรให้มา ทางคณะกรรมาธิการก็ยินดีรับไปพิจารณา และหวังว่าทางส่วนราชการที่ฟังอยู่ก็จะได้ รับทราบนะครับ🔗
ประเด็นที่ผมจะต้องขอให้คำตอบก็คือ ๑. เรื่องความปลอดภัยทางถนน จะเห็นว่าคณะกรรมาธิการการคมนาคมของสภาผู้แทนราษฎรเราให้ความสำคัญเรื่องนี้ เพราะว่ารายงานฉบับแรกของคณะกรรมาธิการการคมนาคมของสภาผู้แทนราษฎรที่เสนอ ต่อสภานี้และสภานี้ได้ให้ความเห็นชอบไปแล้วก็คือเรื่องความปลอดภัยทางถนน และในปัจจุบันนี้เมื่อในสัปดาห์นี้เราก็ได้ตั้งคณะอนุกรรมาธิการติดตามงานเรื่อง ความปลอดภัยทางถนน จึงเป็นเรื่องที่ให้ความสำคัญนะครับ ฉะนั้นก็เรียนให้ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับทราบนะครับ🔗
ส่วนเรื่องนโยบายการใช้รถสาธารณะ การใช้แอปพลิเคชัน (Application) ไม่ว่าขนคน ขนอาหาร เราให้ความสำคัญอยู่แล้ว โดยเฉพาะพรรคภูมิใจไทยได้ประกาศ เป็นนโยบายก่อนการเลือกตั้ง แล้วก็ถือว่าเราก็ได้ทำสำเร็จ ฉะนั้นการศึกษารายงานฉบับนี้ เราได้เชิญกรมการขนส่งทางบกมาร่วมเป็นคณะทำงาน จะได้เห็นว่ารายงานที่ท่านอภิปรายมา จะอยู่ในข้อสังเกตทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการคุ้มครองแรงงานก็จะอยู่ในหน้า ๑๐๕ หรือเรื่อง ภาษีต่าง ๆ ก็จะกำหนดอยู่ในข้อสังเกต อาจจะใช้คำไม่ตรงกับท่าน แต่ว่าที่สำคัญก็คือ เราระบุวัน เวลา อย่างเช่นการคุ้มครองแรงงานกระทรวงแรงงานควรดำเนินการให้เสร็จ ภายใน ๑ ปีหรือ ๒ ปีอย่างนี้ครับ ท่านก็ลองเปิดดูในรายละเอียดจะได้เห็นรายละเอียด🔗
ส่วนเรื่องที่ขออธิบายว่าในไรเดอร์ (Rider) ผู้ประกอบการเป็นภาคเอกชน เขาก็รับผิดชอบในกฎหมายแรงงานอยู่แล้ว ส่วนแรงงานที่อยู่นอกระบบ อันนี้ทางกรมการ ขนส่งทางบกได้ให้สถาบันจุฬาได้ศึกษาครบทุกระบบในการให้บริการในการที่จะปรับปรุง แม้แต่กระบวนการเสียภาษี ซึ่งอยู่ในรายงานฉบับนี้อยู่แล้วนะครับ🔗
ส่วนประเด็นที่ท่านได้พูดถึงเรื่องราง อันนั้นถ้าท่านไม่ลืมก็คงจะได้ทราบว่า คณะกรรมาธิการการคมนาคมได้เสนอเรื่องรายงานการพัฒนารถไฟความเร็วสูง การพัฒนา การแก้ปัญหารถไฟ แล้วสภาแห่งนี้ก็ได้เห็นชอบในข้อสังเกต แล้วก็ส่งไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องไปแล้วนะครับ🔗
ประเด็นการสอบถามมาตรฐาน กรมการขนส่งทางบกได้อนุญาตให้ ผู้ประกอบการที่ขออนุญาตมา ๖ ราย แล้วไม่ขออนุญาต ๒ ราย แสดงว่าการควบคุม มาตรฐานเป็นไปตามกระบวนการอย่างเข้มงวดเพื่อการใช้บริการให้ได้มาตรฐาน จึงเรียนมา เพื่อโปรดทราบนะครับ🔗
เรื่องรายละเอียดที่เป็นรายละเอียดเล็กน้อย ผมก็ขออนุญาตท่านประธาน ได้ขอความกรุณาให้ท่านนิกร จำนง ได้กล่าวถึงรายละเอียดบางเรื่องที่เป็นรายละเอียดนะครับ ขออนุญาตท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ ท่านนิกร สรุปนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ในฐานะ รองประธานคณะกรรมาธิการ มีประเด็นที่จะต้องชี้แจงเป็นประเด็นในภาพรวม ก็คือ มอเตอร์ไซค์รับจ้างเราจะเห็นว่าหลาย ๆ ท่านสอบถามเรื่องนี้ ผมเรียนว่าผมเองเป็นผู้แก้ไข กฎหมาย พ.ร.บ. รถยนต์ ฉบับที่ ๑๓ เมื่อปี ๒๕๔๗ ทำให้มอเตอร์ไซค์รับจ้างถูกต้อง ตามกฎหมายที่เป็นป้ายเหลือง เพราะเห็นว่าตั้งแต่ผมเล็ก ๆ ผมก็ใช้มอเตอร์ไซค์รับจ้าง ก็เลยเป็นสิ่งที่เราดำเนินการ ประเด็นที่มีการเสนอขึ้นมาก็คือเรื่องความปลอดภัยก็ดี เรื่องสวัสดิการก็ดี เป็นเรื่องที่สภาของเราจะต้องช่วยกันดูแลเขา แต่มีปัญหาเกี่ยวเนื่องก็คือ เรื่องสวัสดิการของเขา เนื่องจากว่ามอเตอร์ไซค์รับจ้างช่วงที่พืชผลน้ำแล้งอะไรพวกนี้ เขาจะเข้ามาขับมอเตอร์ไซค์รับจ้างในเขตเมือง แล้วบางทีก็กลับไปไม่ต่อเนื่องทั้งปี เพราะฉะนั้นระบบสวัสดิการก็จะมีปัญหาอยู่บ้าง แต่เราต้องช่วยกันแก้ไขเพราะว่าเป็น อาชีพหนึ่งที่ได้แก้ไขไปแล้วคือทำให้มันถูกกฎหมายไปแล้วนะครับ ก็ช่วยได้เยอะครับ การถูกกดดันจากหน่วยต่าง ๆ เขาก็ดูแลตัวเองได้ แล้วผู้โดยสารก็ปลอดภัยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ กรณีของท่าน ส.ส. ณัฐวุฒิ บัวประทุม เกี่ยวกับกรณีปัญหาที่ เป็นห่วงเรื่องรถนักเรียน เรื่องกรณีของนักเรียน เรียนว่าปัญหาเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ซับซ้อน เรามีรายละเอียดครับ คือว่าปัญหาเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นกับรถบัสมันเป็นรถสาธารณะ อยู่แล้ว เป็นรถสาธารณะไม่ประจำทางที่เกิดขึ้น เป็นหมวด ๓๐ แต่ปัญหามันซับซ้อนมาก เพราะว่าเรื่องนี้โทษเฉพาะตรงนั้นก็ไม่ได้ เราเคยศึกษาเรื่องนี้แล้วโทษกระทรวงศึกษาธิการ ท่านประธานครับ กระทรวงศึกษาการให้งบประมาณสำหรับการไปดูงานหรือทัศนาจร ของเด็ก ๒๐๐ กว่าบาทเท่านั้นเองต่อหัวต่อคน ดังนั้นพอได้เงินน้อยแค่นั้นโรงเรียนถ้าจะจัด มันเป็นปัญหาที่ลึกลงไปในเนื้อใน ถ้าจะจัดก็ต้องหารถที่มันราคาถูก ก็คือใช้รถ ๓๐ รถสาธารณะ ป้ายเหลืองนี่แหละ แต่ใช้รถ ๒ ชั้น ซึ่งเราจะเห็นว่าบางทีไปคว่ำในเขตทางที่เขาไม่เคยไป รถ ๒ ชั้นขึ้นไปบางแห่งมันไปไม่ได้นะครับ อีกอันคือว่าปกติแล้วรถเหล่านี้เวลาเดินทาง ต้องออกกลางคืน ท่านสังเกตไหมครับว่ารถนักเรียนจะออกกลางคืน เพราะว่าจะได้เซฟ (Save) ค่าโรงแรมสำหรับเด็กที่ไป ดังนั้นเรื่องนี้มันเลยทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นบ่อยครับ ก็ต้อง ขอไปทางกระทรวงศึกษาธิการให้เพิ่มเพราะเด็กต้องไปดูงาน เราควรจะเพิ่มงบประมาณ ให้มากกว่านี้หรือสมาคมผู้ปกครองจะช่วย ในอีกส่วนหนึ่งก็คือรถรับส่งนักเรียนที่ท่านพูดถึงว่า เป็นรถเอกชน ตรงนี้เป็นเรื่องจริง ประเทศเรายังจนอยู่ เพราะฉะนั้นพ่อแม่ไปส่งลูกจากตำบล จะไปส่งก็เอาลูกตัวเองด้วยแล้วรับจ้างลูกคนอื่นไปด้วย ซึ่งเป็นรถที่ไม่ประจำทาง แล้วก็ ไม่เป็นป้ายเหลืองด้วย เป็นรถส่วนบุคคล เรื่องนี้กรมการขนส่งทางบกได้ออกเป็นระเบียบ รถรับส่งนักเรียน ไม่ใช่รถโรงเรียน ให้มีการกำหนดเรื่องที่จับหรือว่าคนขับอะไรพวกนี้ แต่ที่สำคัญอยากจะเรียนว่าโรงเรียนเองนั่นแหละต้องเป็นผู้ควบคุม เพราะว่าถ้าผู้ปกครอง คนนี้ลูกเขาเรียน เขาเอาลูกเขามาด้วยจากตำบลมา ต้องมีการจดทะเบียนจากโรงเรียน แล้วก็ไปควบคุมดูแล ถ้ามีปัญหาก็ไม่ให้มารับส่งนักเรียน ซึ่งตรงนี้จะเป็นรายละเอียด ที่พยายามกันอยู่แล้ว แต่ปัญหาอย่างที่เรียนแล้วว่าประเทศเรายากจน เราไม่มีรถโรงเรียน ที่เป็นระบบเหมือนอย่างอเมริกาเขาซึ่งแข็งแรงมาก แข็งแรงกว่ารถถังอีก ก็นำเรียน ท่านประธานว่าปัญหาต่าง ๆ เรื่องรถสาธารณะและที่เกี่ยวเนื่องเราได้พยายามทำกันแล้ว แล้วขณะนี้มีรองอธิบดีท่านมา แล้วท่านอธิบดีก็มาอยู่ในกรรมาธิการอยู่แล้ว รายละเอียด ที่ท่านพูดตั้งหลายเขาจะรับไปดำเนินการได้ในทันทีครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณท่านกรรมาธิการ สมาชิกครับ โดยที่สมาชิกทั้ง ๙ ท่านได้อภิปราย ไม่มีผู้ใดคัดค้านญัตตินี้นะครับ ผมจะขอ ถามว่าพวกเราจะมีความเห็นเป็นอย่างอื่นหรือไม่ ถ้าเราไม่มีความเห็นเป็นอย่างอื่นก็ขอใช้ ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ คือถือว่าที่ประชุมเห็นชอบรายงานของคณะกรรมาธิการ มีข้อสังเกตของ กรรมาธิการอยู่ด้วย ซึ่งตามรูปแบบนั้นก็ต้องไม่มีการอภิปราย ผมก็ขอถือโอกาสได้เรียน ถามว่า สมาชิกจะคัดค้าน หรือมีความเห็นชอบกับข้อสังเกตของกรรมาธิการหรือไม่ครับ🔗
ถ้าไม่มี ก็ขอใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ขอบคุณท่านกรรมาธิการ ขอบคุณมากครับ ขอบคุณท่านสมาชิกนะครับ🔗
๔.๕ รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง ข้อเสนอเกี่ยวกับการกระจายอำนาจ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พิจารณาพบว่าการถ่ายโอนภารกิจทำได้ล่าช้าและไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เนื่องจากเรามี ข้อจำกัดหลายประการ เช่น ๑. เจ้าของกิจการเดิมไม่สมัครใจที่จะถ่ายโอน โอนให้เฉพาะ ที่อยากให้โอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งภารกิจเกี่ยวกับบริการพื้นฐานคุณภาพชีวิตของประชาชน โอนได้น้อยมาก เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล ทางหลวงชนบท เป็นต้น ๒. การกระจายการเงิน การคลังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เป้าหมายของการกระจายการเงินการคลังได้ตั้งไว้ที่ ร้อยละ ๓๕ ภายในปี ๒๕๔๙ แต่ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๓ ปีที่เราศึกษา อันล่วงเลย ปีงบประมาณเป้าหมายไปหลายปี พบว่าสัดส่วนงบประมาณท้องถิ่นยังไม่ถึงร้อยละ ๓๐ ของประเทศ ๓. องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขาดความเป็นอิสระในการปกครองตนเองตามเจตนารมณ์ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ หมวดปกครองท้องถิ่น เนื่องจาก กฎหมายการกระจายอำนาจ และกฎหมายการจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ยังบัญญัติ ให้อำนาจหน้าที่ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยังอยู่ภายใต้กฎหมายอื่น ๔. คณะกรรมการ การกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงานขนาดเล็กเกินไป เมื่อเทียบกับภารกิจที่ต้องประสานบูรณาการกระทรวงต่าง ๆ จำนวนมาก รวมทั้ง การรับผิดชอบในการขับเคลื่อนนโยบายการกระจายอำนาจของชาติให้ถึงท้องถิ่นทั่วประเทศ ๕. นอกจากนั้นยังมีปัญหาอื่นอีกมาก ดังที่จะกล่าวไว้ในรายงาน จากสภาพปัญหาดังกล่าว ทำให้เกิดความอ่อนแอทางด้านโครงสร้างและกระบวนการปกครองท้องถิ่นของชาติ ท้องถิ่น และประชาชนส่วนมากไม่สามารถพึ่งตนเองและปกครองตนเองได้ตามเจตนารมณ์ของ รัฐธรรมนูญ นำไปสู่ปัญหาว่างงานในระดับท้องถิ่น ความขาดแคลน ความยากจน ความเหลื่อมล้ำ หนี้ครัวเรือนและความอ่อนแอในระดับฐานรากของชาตินำไปสู่ความไม่มั่นคงในภาวะ เศรษฐกิจ สังคม และการเมืองแห่งรัฐ จึงสมควรรีบเร่งเยียวยาแก้ไขโดยการกระจายอำนาจ ปกครองของชาติเพื่อพัฒนาท้องถิ่น พลเมืองฐานรากให้มีความเข้มแข็ง พึ่งตนเองและ ปกครองตนเองได้อย่างสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ อย่างไรก็ตามคณะกรรมาธิการได้มี ข้อสังเกตเพื่อนำเสนอต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดังนี้🔗
๑. เสนอให้รัฐบาลโดยคณะกรรมการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นเป็นแกนกลางในการขับเคลื่อนนโยบายการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เป็นวาระ แห่งชาติ เพื่อทำให้ฐานท้องถิ่นเป็นฐานที่พัฒนาคุณภาพชีวิตขั้นพื้นฐานของประชาชน ให้หน่วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และองค์กรพัฒนาชุมชนร่วมกันใช้แผนแม่บทชุมชน และแผนพัฒนาท้องถิ่นเป็นเครื่องมือในการพัฒนาตนเอง โดยใช้กระบวนการมีส่วนร่วมของ ประชาชน และภาคประชาสังคมเป็นหลัก ในการนี้จำเป็นต้องถ่ายโอนภารกิจ การจัดบริหาร สาธารณะและกิจกรรมสาธารณะขั้นพื้นฐานจากภาครัฐ ส่วนราชการให้กับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นอย่างเร่งด่วน และที่สำคัญจะต้องรวบรวมภารกิจที่ช่วยเหลือ เพิ่มพูนท้องถิ่น ที่แยกส่วนอยู่กระจัดกระจายกันให้เป็นเอกภาพ โดยจัดให้มีกลไก คณะกรรมการ การกระจายอำนาจและการพัฒนาการบริการท้องถิ่นแห่งชาติ หรือเรียกชื่อย่อว่า กอ.พช. ให้มีหน้าที่ขับเคลื่อนนโยบายการกระจายอำนาจของชาติ โดยมี นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และในระดับจังหวัด ให้มี คณะกรรมการกระจายอำนาจและพัฒนาการบริหารท้องถิ่น จังหวัด (กอ.พช. จังหวัด) ในทุกจังหวัด โดยมี ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน🔗
๒. เสนอให้รัฐบาลโดยคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดเพิ่มขีดความสามารถและเพิ่มความ เข้มแข็งให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดย🔗
๒.๑ กระจายอำนาจทางการเงินการคลังให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มากขึ้น เพื่อให้มีเสถียรภาพและมีปริมาณงบประมาณที่เพียงพอในการพึ่งตนเองขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น จัดทำกฎหมายรายได้ท้องถิ่น เพิ่มสัดส่วนเงินอุดหนุนให้กับ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในสัดส่วนร้อยละ ๓๕ เพื่อให้เพียงพอต่อการจัดบริการสาธารณะ และกิจกรรมสาธารณะขั้นพื้นฐานอย่างพอเพียง🔗
๒.๒ ให้ปฏิรูปรูปแบบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เหมาะสม โดยยึดหลักรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๔๙ ที่ระบุถึง การจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยคำนึงถึงประชากร รายได้ ขนาดพื้นที่และความ หนาแน่นของประชากร โดยการเร่งรัดจัดทำร่างประมวลกฎหมายองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละหน่วยงานหรือแต่ละประเภท มีศักยภาพเพียงพอต่อการจัดทำบริการสาธารณะและกิจกรรมสาธารณะ ตอบสนองปัญหา และความต้องการของประชาชนได้อย่างมีคุณภาพและประสิทธิภาพได้อย่างมีมาตรฐาน โดยมี กอ.พช. และ กอ.พช. จังหวัด เป็นผู้ตรวจสอบมาตรฐานการจัดบริการสาธารณะ🔗
๓. เสนอให้รัฐบาลโดยคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรัดจัดให้มี หน่วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ในพื้นที่ที่มีอัตลักษณ์พิเศษ นอกเหนือจาก กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา เช่น🔗
๓.๑ หน่วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีลักษณะเป็นเมืองท่องเที่ยว และเป็นพื้นที่พิเศษ หรือมีลักษณะที่เป็นเกาะ เช่น เกาะสมุย หัวหิน หรือเกาะภูเก็ต ที่ควร จะยกเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษเต็มพื้นที่ทั้งจังหวัด🔗
๓.๒ หน่วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีลักษณะพิเศษเป็นเมือง เศรษฐกิจชายแดน เช่น แม่สอด เขมราฐ เป็นต้น🔗
๓.๓ หน่วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีลักษณะความเจริญเป็นเขต อุตสาหกรรม เช่น แหลมฉบัง เป็นต้น🔗
๓.๔ พื้นที่ที่มีลักษณะที่จะสามารถจัดการตนเอง โดยเฉพาะจังหวัด ที่มีความพร้อมทั้งทางเศรษฐกิจ ที่มีโครงสร้างพื้นฐาน พัฒนารายได้ที่เพียงพอในการจัดการ ตนเอง และเป็นจังหวัดที่มีความตื่นตัวของภาคประชาสังคม เช่น จังหวัดระยอง จังหวัดภูเก็ต จังหวัดสงขลา จังหวัดชลบุรี จังหวัดนนทบุรี จังหวัดสมุทรปราการ จังหวัดนราธิวาส จังหวัดปัตตานี และจังหวัดยะลา เป็นต้น🔗
๓.๕ การจัดทำให้มีรูปแบบการปกครองรูปแบบพิเศษในเชิงภารกิจร่วม หรือการร่วมมือระหว่างองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วยกันในการจัดบริการสาธารณะ ตามหลักการประหยัดเชิงขนาด โดยการจัดตั้งสหการ วิสาหกิจท้องถิ่น บรรษัทท้องถิ่น โดยจัดให้มีกฎหมายสหการขึ้นมาโดยเฉพาะ เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มีทางเลือก มากขึ้นในการจัดการบริการสาธารณะให้แก่ประชาชน อันจะก่อให้เกิดคุณภาพประสิทธิภาพ รวมทั้งประหยัดต้นทุนในการจัดบริการ🔗
๔. เสนอให้รัฐบาลโดยเฉพาะคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น และกระทรวงมหาดไทย เร่งรัดจัดทำ กฎหมายบริหารงานบุคคล ท้องถิ่น ให้เหมาะสมกว่าเดิม เพื่อให้สามารถจัดกำลังคนที่เหมาะสมกับภารกิจของท้องถิ่น และพัฒนาทรัพยากรบุคคลท้องถิ่นให้มีสมรรถนะและความคล่องตัว ตามความจำเป็นของ ตนเอง รวมทั้งสามารถสร้างแรงจูงใจในการทำงานของบุคลากรท้องถิ่น โดยมีระบบคุณธรรม และธรรมาภิบาลท้องถิ่นอย่างชัดเจน🔗
๕. เสนอให้รัฐบาลโดยคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย และกระทรวงการคลัง เร่งรัดทำกฎหมาย รายได้ และการคลังท้องถิ่น เพื่อให้ท้องถิ่นมีอิสระในการจัดการรายได้และบริหารการคลัง ของตนเองอย่างคล่องตัว โดยระบบรายได้และการคลังท้องถิ่นต้องบูรณาการกับระบบรายได้ และการคลังของชาติอย่างชัดเจน รวมทั้งต้องมีมาตรฐานกลางในการกำกับดูแลที่เหมาะสม🔗
๖. เสนอให้รัฐบาลโดยคณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย และสมาคมต่าง ๆ ขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น เร่งรัดจัดทำกฎหมายการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๕๓ เพื่อเปิดช่องให้ประชาชนและพลเมืองมีส่วนร่วมโดยตรงกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหาวิธีการส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามีส่วนร่วม🔗
๗. เสนอให้รัฐบาลโดยกระทรวงมหาดไทยและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ร่วมกันสำรวจครัวเรือนยากจน และจัดให้มียุทธศาสตร์ตลอดจนแผนการขจัดความยากจน ให้เด็ดขาด โดยให้มีลำดับความสำคัญเชิงนโยบายในระดับสูง🔗
๘. คณะกรรมาธิการเสนอให้แต่งตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมา เพื่อแก้ไขปรับปรุงเพิ่มเติมพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ เพื่อให้พระราชบัญญัติฉบับนี้สอดคล้องกับ รัฐธรรมนูญ และสอดคล้องกับความจำเป็นในการเป็นการแก้ไขปัญหาในระดับฐานราก ของชาติให้ลุล่วงโดยเร็ว🔗
กระผมจึงขอเสนอรายงานการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการ เรื่อง ข้อเสนอเกี่ยวกับการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ต่อที่ประชุม สภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณา และขออนุญาตท่านประธาน อนุญาตให้ศาสตราจารย์อุดม ทุมโฆสิต ได้รายงานเบื้องต้น ใช้เวลาประมาณ ๑๐ นาทีด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
อนุญาตครับ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน และสมาชิกสภาที่เคารพทุกท่าน กระผม ศาสตราจารย์ดอกเตอร์อุดม ทุมโฆสิต ในฐานะ ประธานคณะทำงาน ขอรายงานสรุปผลการศึกษาตามรายงานฉบับนี้ แท้ที่จริงแล้ว ท่านประธานกรรมาธิการได้นำเสนอรายละเอียดซึ่งมีสาระครบถ้วนไปตามสมควรแล้ว กระผมเองจะขอเสริมเฉพาะบางส่วนที่เห็นว่าจะทำให้การรายงานต่อที่ประชุมสภาแห่งนี้ มีความครบถ้วนสมบูรณ์ขึ้นนะครับ สำหรับส่วนที่ผมจะนำเสนอเพื่อให้สภารับทราบก็คือ จะกล่าวถึงเหตุผลความจำเป็นที่จะต้องกระจายอำนาจ โดยหลักการทั่วไปที่นานาประเทศ แล้วก็รวมทั้งประสบการณ์ของประเทศไทย ซึ่งได้มีประสบการณ์เรื่องการกระจายอำนาจ มาร่วม ๒๐ กว่าปีนั้น เราสรุปเหตุผลความจำเป็นที่จำเป็นจะต้องปรับปรุงกฎหมาย พระราชบัญญัติกำหนดแผนขั้นตอนกระจายอำนาจ พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้ทันสมัยและมี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นนะครับ เหตุผลความจำเป็นมีอยู่ ๔-๕ หลักด้วยกัน ซึ่งผมอาจจะขอ นำสรุปเพียงสั้น ๆ ดังนี้นะครับ🔗
เหตุผลข้อที่ ๑ โดยหลักความเป็นจริงตามธรรมชาติ ท้องถิ่นแต่ละท้องถิ่น มีความแตกต่างกันโดยธรรมชาติ เพราะฉะนั้นเขาควรจะมีอิสระที่จะรับรู้ปัญหาของตัวเอง แล้วก็รับรู้ยืนยันความต้องการของตนเอง เพราะฉะนั้นแนวทางอย่างนี้เราจำเป็นต้องกระจาย อำนาจให้ท้องถิ่นมีอิสระในการที่จะทำงาน ในการที่จะตัดสินใจเพื่อที่จะสนองความต้องการ ของตัวเองได้อย่างอิสระ ทีนี้การบริหารราชการแผ่นดินที่เน้นการรวมศูนย์อำนาจมีจุดอ่อน ก็คือไม่สามารถที่จะรู้และเข้าใจความต้องการของท้องถิ่นแต่ละท้องถิ่นได้อย่างลึกซึ้ง ครบถ้วน อันเป็นสาเหตุสำคัญนำมาซึ่งความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารราชการแผ่นดิน อันนี้เป็นเงื่อนไขเบื้องต้นที่ยอมรับกันทั่วโลกนะครับ แล้วก็มีการกระจายอำนาจไปใน รัฐต่าง ๆ ทั่วโลกมากขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับประเทศไทยเราได้มีประสบการณ์มา ๒๐ กว่าปี ซึ่งประสบการณ์เหล่านั้นเมื่อประมวลกันแล้วก็อยู่ภายใต้หลักการนี้เช่นเดียวกันนะครับ🔗
เหตุผลข้อที่ ๒ จำเป็นต้องกระจายอำนาจ ก็คือว่าประชาชนราษฎรทุก หมู่เหล่าถ้าหากว่าเขามีความสามารถในการพึ่งตนเองได้สูง แน่นอนก็จะช่วยค้ำจุนให้รัฐ เจริญเติบโตแล้วก็พึ่งตนเองได้ แข่งขันได้ สร้างคุณประโยชน์กับรัฐโดยรวมนานัปการ เพราะฉะนั้นหลักการกระจายอำนาจเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปว่าประชาชนหรือราษฎรที่อยู่ใน ท้องถิ่นห่างไกลหรือใกล้ก็ตามจะใช้อำนาจของตนในการที่จะพึ่งพาตนเองโดยวิถีทาง ต่าง ๆ กันให้เหมาะสมกับพื้นที่ของตน เพราะฉะนั้นในระยะสั้นอาจจะมีความขลุกขลัก นิดหน่อยในช่วงการเปลี่ยนผ่านในการกระจายอำนาจ แต่ในระยะยาวดีแน่นอน ซึ่งมีข้อมูล ข้อพิสูจน์ในนานาชาติที่แน่นหนามาก เพราะฉะนั้นประเด็นนี้จึงเป็นประเด็นที่ประเทศ ควรจะให้ความสำคัญแล้วก็ให้การตัดสินใจเรื่องการกระจายอำนาจให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น🔗
เหตุผลข้อที่ ๓ การรวมศูนย์อำนาจมันนำมาสู่ความไม่เท่าเทียม ความไม่ ยุติธรรมแห่งรัฐ กล่าวคือเกิดความเหลื่อมล้ำมาก เหตุผลสำคัญที่สนับสนุนเรื่องนี้ก็คือเมื่อเรา รวมศูนย์อำนาจ ทรัพยากรทุกเม็ดถูกรวมศูนย์มาอยู่ที่ส่วนกลาง แต่เวลากระจายกลับ จะกระจายกลับได้อย่างไม่มีประสิทธิภาพเท่าที่ควร เพราะฉะนั้นโดยเหตุผลดังกล่าวก่อให้เกิด ความยากจน ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำ ซึ่งประเทศไทยเราก็ตกอยู่ภายใต้ความจริงข้อนี้ เช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเรามีการกระจายอำนาจอย่างเหมาะสม นอกจากจะสร้าง ความเป็นธรรมให้กับราษฎร แล้วก็ความเป็นธรรมให้กับรัฐ ก็ยังจะขจัดปัญหาพื้นฐาน เช่น ปัญหายากจน ปัญหาความเหลื่อมล้ำโดยอัตโนมัติ ประเด็นนี้จึงเป็นประเด็นสำคัญแห่งรัฐ ที่จำเป็นจะต้องพิจารณา🔗
เหตุผลข้อที่ ๔ การกระจายอำนาจเป็นการสร้างคน สร้างประชาธิปไตย แล้วก็สร้างชาติ อันนี้ก็เช่นเดียวกันเป็นที่ยอมรับกันทั่วไปในระดับสากล ประเทศไทยเรา ผมว่าเฉกเช่นเดียวกัน เราจำเป็นต้องสร้างประชาชนให้เข้มแข็งพึ่งตนเองได้ แล้วก็จำเป็น จะต้องสร้างประชาธิปไตยให้ประชาชนสามารถจะเรียนรู้เข้าใจในหลักการประชาธิปไตย พื้นฐานตั้งแต่ระดับท้องถิ่นขึ้นมาเรื่อย ๆ จนกระทั่งถึงระดับชาติ ถ้าหากว่าเรากระจาย อำนาจไปสู่ท้องถิ่นให้ครบถ้วนสมบูรณ์ตามองค์ประกอบแห่งการกระจายอำนาจแล้ว ก็เป็นที่เชื่อมั่นได้ว่าประชาชนจะเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงของเขา แล้วในท้ายที่สุด ก็จะนำไปสู่การสร้างประชาธิปไตยตั้งแต่ฐานราก และแน่นอนถ้าหากฐานรากเข้มแข็ง ประชาธิปไตยระดับชาติก็เข้มแข็ง แล้วเศรษฐกิจสังคมระดับชาติก็จะเข้มแข็งตามไปด้วย🔗
จากเหตุผลความจำเป็นดังกล่าวจึงนำไปสู่ข้อสังเกตมากมายหลายประการ ด้วยกัน ซึ่งท่านประธานกรรมาธิการได้กล่าวไปแล้วผมจะไม่ขอกล่าวซ้ำ แต่จะขออนุญาต เรียนสักนิดหนึ่งว่าการกระจายอำนาจเป็นยุทธศาสตร์ในการบริหารราชการแผ่นดิน ที่เราไม่จำเป็นต้องลงทุนใช้เงินใช้ทองอะไรมาก แต่ใช้กลไกของอำนาจไปขับเคลื่อนรัฐ ถ้ากลไกลนี้เราทำได้ถูกต้อง รัฐก็จะขยับไปข้างหน้า รัฐก็จะทันสมัยมากยิ่งขึ้น แต่ถ้าหากว่า กลไกแห่งอำนาจมันใช้ไม่ได้มันผิดพลาดก็จะสร้างปัญหาให้รัฐประชาธิปไตยมากมายก่ายกอง ซึ่งผมคิดว่าประสบการณ์ของประเทศไทยเราก็เห็น ๆ กันอยู่ นี่คือข้อสังเกตส่งท้าย ประการที่ ๑🔗
ข้อสังเกตส่งท้ายประการที่ ๒ ก็คือพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอน การกระจายอำนาจไปสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งสภาแห่งนี้ได้เคยบัญญัติ ในช่วงนั้นพระราชบัญญัติฉบับนี้ได้ผ่านมติของสภาเป็นครั้งแรก ซึ่งผู้ร่างเอง แล้วก็สภาเอง ก็พยายามศึกษาให้ครบถ้วนทุกแง่ทุกมุม แต่ว่า ณ ปัจจุบันนี้โลกได้เปลี่ยนไปมาก แล้วหลักการกระจายอำนาจเป็นหลักการสากลที่ได้พัฒนาไปมาก เมื่อพัฒนาไปมาก เรามี ความรู้ความเข้าใจเพิ่มเติมขึ้นมามากมายเลย ว่าที่จะปรับปรุงให้ระบบการกระจายอำนาจ มันมีความครบถ้วนสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ประกอบกับโลกสมัยใหม่เป็นโลกที่มีความเสี่ยง มีความเข้มข้น มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วรุนแรง เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าเราปรับปรุง หลักการใช้อำนาจแห่งรัฐได้เหมาะสม จึงเป็นเหตุผลที่จำเป็นจะต้องปรับปรุงพระราชบัญญัติ ฉบับนี้ให้ทันสมัย แล้วก็ทันสถานการณ์ และสามารถจะแก้ปัญหาพื้นฐานของชาติให้มี ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ด้วยความเคารพต่อท่านประธานแล้วก็ท่านสมาชิกทุกท่านครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ มีท่านสมาชิกเข้าชื่อมาแล้ว ๕ ท่าน ท่านแรก คุณองค์การ ชัยบุตร จากนั้นก็เป็นท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม คุณประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ คุณดะนัย มะหิพันธ์ คุณคำพอง เทพาคำ ขอเชิญ คุณองค์การครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม องค์การ ชัยบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ถิ่นกำเนิด คือมุกดาหาร ท่านประธานครับ วันนี้ขออนุญาตมีส่วนร่วมในการเสนอเกี่ยวกับการกระจาย อำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ท่านกรรมาธิการได้เสนอเข้าสภามา ก่อนอื่น ผมก็มองว่าเป็นการดีที่สภาได้รับหลักการแล้วก็ให้ตั้งกรรมาธิการศึกษาแล้วกลับเข้ามา ในสภาเพื่อจะได้หาข้อศึกษาร่วมกัน ผมเองก็อยากมีส่วนร่วม แม้จะเป็นความคิดเห็นนิด ๆ น้อย ๆ ก็อยากมีส่วนร่วมในฐานะผู้แทนราษฎรที่มาจากภาคประชาชน ที่มาจากที่ใช้คำว่า เป็นกลุ่มชาติพันธุ์ที่อยู่กับท้องไร่ท้องนา ที่อยู่กับภาคประชาชนมาก่อน ต้องขออนุญาต ท่านประธานนำบทกวีของท่านอาจารย์วิสา คัญทัพ ที่ได้แต่งไว้ในยุคที่นักศึกษาเบ่งบาน ที่นักศึกษาหัวก้าวหน้า ที่มองว่าอำนาจสูงสุดต้องเป็นของประชาชนเท่านั้นดังนี้ครับ ท่านประธาน ไม่มีอำนาจใดในโลกหล้า ที่ผู้ปกครองต่างมาแล้วสาบสูญ ไม่มีใครล้ำเลิศ ให้เทิดทูน ประชาชนสุขสมบูรณ์นิรันดร์ไป เมื่อยืนหยัดต่อสู้ผู้กดขี่ ประชาชนย่อมมีชีวีใหม่ เมื่อฟ้าสีทองผ่องอำไพ ประชาชนต้องเป็นใหญ่ในแผ่นดิน นี่คือคำกวีของท่านวิสา คัญทัพ ที่ผมได้ขออนุญาตนำมาร่วมอภิปรายในวันนี้ เมื่อมองจากอดีตที่ผ่านมาแล้วมาถึง ยุคปัจจุบันนี้ ท่านมีมติให้ตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาศึกษา แล้วประกอบคำแถลงนโยบายของ รัฐบาลเมื่อปี ๒๕๖๒ ที่ผ่านมา โดยท่านประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้แถลง ในวันที่ ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๑๑/๘ หน้า ๒๙ โดยความสรุปว่า การกระจาย อำนาจ ความรับผิดชอบ และการเพิ่มบทบาทในการปกครองส่วนท้องถิ่น และส่งเสริม บทบาทของเอกชนในชุมชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น แสดงว่านโยบายรัฐบาล ท่านประยุทธ์ในปัจจุบันนี้ ท่านเองก็ยังมองเห็นบทบาทของท้องถิ่น จึงได้แถลงในวันเข้ารับ ตำแหน่ง แสดงว่าการปกครองท้องถิ่นมีความสำคัญมาก แต่ในทางกลับกันเมื่อแถลงแล้ว พ.ร.บ. หลาย พ.ร.บ. ที่นำเสนอว่าให้ท้องถิ่นมีอำนาจมากขึ้น ๒ อาทิตย์ที่แล้วภาคประชาชน ก็เสนอมาเกี่ยวกับการปฏิรูปในการปกครองท้องถิ่น ก็ตกไป มันไม่มีประโยชน์อะไรเลย ที่ผู้บริหารแถลงต่อสภาแล้วไม่รับหลักการหลาย ๆ พ.ร.บ. ที่ผ่านมา ตัวนี้ก็อีกเช่นกันนะครับ ท่านประธาน การกระจายอำนาจตัวนี้ซึ่งมีรายละเอียดดีมาก ท่านกรรมาธิการทุกท่านเป็น ผู้มีประสบการณ์ เป็นผู้มีความรู้คุณูปการที่ผมได้อ่านแล้ว ก็เห็นคล้อยตามที่ท่านได้นำเสนอ แต่เพียงว่าผู้หลักผู้ใหญ่ผู้บริหาร โดยเฉพาะท่านรัฐมนตรีเองยังไม่มองเห็นความสำคัญของ ท้องถิ่นเลย มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยที่ผู้แทนต้องมาหารือข้อเรียกร้อง ถนนขาด สะพานขาด เมรุไม่มี ที่เผาศพไม่มี โน่นนี่ล้วนแต่เป็นของท้องถิ่นครับท่านประธาน ในรายงานนี้ เห็นอุปสรรคอยู่ ๒ อย่าง อุปสรรคที่นำเสนอแล้วหลายภาคส่วนไม่ทำตาม หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องก็ไม่ทำตาม เช่นงบประมาณ งบประมาณที่ตั้งเอาไว้คือ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ ณ วันนี้ ได้น้อยมาก ๒๗ เปอร์เซ็นต์ และส่วนอื่น ๆ ก็ไม่ถึงเป้า ด้านบุคลากร ด้านอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ถึง เป็นว่าเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งไม่อยากไปอยู่ท้องถิ่น ไม่อยากลดตัวเองลงไปอยู่ท้องถิ่น ท้องถิ่น มีน้อย มีมากไม่สำคัญ แต่ส่วนกลางคุณจะซับ (Sub) ขนาดไหน คุณจะใช้อำนาจขับเคลื่อน อย่างไร คุณจะใช้คำสั่งอย่างไรพูดตรง ๆ ให้บุคลากรที่มีความสามารถมีความรู้ไปอยู่ท้องถิ่น ไปรับใช้ท้องถิ่น ถ้าไม่มีก็ต้องรับสมัครในท้องถิ่น รับคนในท้องถิ่นเข้ามา เพิ่มบุคลากร หรือเพิ่มเบี้ยต่าง ๆ เข้าไปเพื่อให้คนไปอยู่ท้องถิ่นจะได้ช่วยคนในท้องถิ่นทำงาน อันนี้เป็น นโยบายหลักของพรรคก้าวไกลที่เสนอมา แต่หลาย ๆ คนก็บอกว่าพวกนี้จะล้มล้าง การปกครอง ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
ต่อไปท่านศาสตราจารย์พิสิฐ ลี้อาธรรม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมขอขอบคุณคณะกรรมาธิการที่ได้ศึกษาเรื่องนี้ แล้วก็ทำรายงานฉบับนี้ ให้พวกเราได้อภิปรายกัน ผมขอเน้นประเด็นเรื่องของการถ่ายโอนหรือการผ่องถ่ายอำนาจ ที่ท่านพยายามจะใช้เป็นหลักในการดูเรื่องนี้ ผมอยากจะให้ท่านลองคิดใหม่ว่าแทนที่จะมุ่ง แต่เรื่องการถ่ายโอน ผมอยากจะให้ท่านมองว่าท่านน่าจะคิดในเรื่องของการสร้างอำนาจ ให้กับท้องถิ่น พูดง่าย ๆ คือการปลดล็อกที่มีอยู่ในเวลานี้ กฎหมายหลายฉบับไปล็อกท้องถิ่น ไม่ให้ทำงานต่าง ๆ ทำให้เขาไม่สามารถทำได้ต้องมาพึ่งพาส่วนกลาง ก็เลยมีคำของการใช้ คำว่าถ่ายโอน เพราะส่วนกลางยังคงหวงอำนาจ ยังคงยึดอำนาจอยู่ แล้วเราก็จะไปเน้นเรื่อง ถ่ายโอน ซึ่งในรายงานของท่านก็ระบุไว้หลายที่ว่าทำได้ยากมาก นักวิชาการหลายท่าน ก็พูดเรื่องนี้ แต่ท่านลองคิดใหม่ครับ ว่าแทนที่ท่านจะใช้คำว่าถ่ายโอนไปโดยที่อำนาจ ในส่วนกลางยังล็อกติดอยู่ ท่านไปคิดในเรื่องของการปลดล็อก เรื่องของการกระจายอำนาจ ก็คือให้เขามีอำนาจของเขาเอง แทนที่จะบอกว่าอำนาจต้องมาจากส่วนกลาง ผมขอยกตัวอย่าง เรื่องที่ท่านได้กล่าวถึงในหน้า ๑๐๖ ในหมวด ๗ ว่าด้วยการเงินการคลังท้องถิ่น ผมได้ดูแล้ว ผมยังมีความรู้สึกว่าที่ท่านเขียนมายังอ่อนมากในการที่จะให้ท้องถิ่นมีบทบาทมีอำนาจที่จะ ทำงานได้ในท้องถิ่น เพราะว่าหากท้องถิ่นยังคงต้องพึ่งพารัฐในการถ่ายโอน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในเรื่องที่ว่าจะต้องมีรายได้ถึง ๓๕ เปอร์เซ็นต์ของรายได้ของรัฐบาล ทุกวันนี้เราก็ทราบดีว่า รัฐบาลยังมีปัญหาเรื่องของรายได้ที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แล้วก็งบประมาณประจำปีเอง ก็ขัดสนมาก แต่ถ้าท่านใช้วิธีการคิดแบบใหม่ก็คือปลดล็อกให้ท้องถิ่นเขามีอำนาจที่จะ หารายได้เอง กฎหมายตรงไหนที่เป็นอุปสรรคที่ทำให้เขาทำไม่ได้ก็ปลดล็อกเสีย ผมเชื่อว่า ท้องถิ่นหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นพัทยา ภูเก็ต กรุงเทพฯ หรือแม้กระทั่งเชียงใหม่ก็ตาม มีความสามารถที่จะสร้างรายได้ของตนเองได้ ไม่ต้องไปพึ่งส่วนกลางในการที่จะผ่องถ่าย หรือว่าโอนงบมาให้ หรือแม้กระทั่ง กทม. เอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราก็เห็นว่า กทม. มีภารกิจ มากมายด้วยกัน มีงานสาธารณูปโภคสาธารณูปการที่จะต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมหาศาล ยกตัวอย่างก็คือรถไฟฟ้าก็ต้องไปอาศัยเอกชนมาลงทุนให้ ซึ่งจริง ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องยาก เพราะตลาดทุนพร้อมอยู่แล้ว แต่ถ้าเราปลดล็อกให้ท้องถิ่นเขาสามารถเข้าถึงแหล่งทุนในการระดมทุนเหล่านี้เข้ามาใช้จ่าย เพื่อการพัฒนาท้องถิ่นของเขาโดยมีหลักประกันในเรื่องของรายได้ในอนาคต มีลิมิต (Limit) ที่ทางส่วนกลางอาจจะมีการกำหนดไว้ อันนี้ผมคิดว่าเป็นวิธีหนึ่งที่จะทำให้ท้องถิ่นของเรา มีความสามารถที่จะทำงานได้เต็มที่มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการออกพันธบัตร ในต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในอเมริกา ในยุโรป เช่น เยอรมัน หรือในญี่ปุ่น ท้องถิ่นต่าง ๆ มีความสามารถในการออกพันธบัตร อย่างกรณีของญี่ปุ่นถ้าเป็นรัฐบาลออกเขาเรียกว่าเจจีบี (JGB) แต่ถ้าเป็นของท้องถิ่นออกเขาเรียกว่าแอลจีบี (LGB) ก็เป็นที่นิยมมากของประชาชน ในการซื้อพันธบัตรของท้องถิ่นในการออมในการลงทุน ซึ่งทุกวันนี้ประเทศไทยเราก็มีเงินออม อยู่พอสมควรที่จะดูแลตรงนี้ได้ เพราะฉะนั้นก็อยากจะเห็นท่านได้มีความคิดในเรื่องของการ ปลดล็อกให้ท้องถิ่นออกพันธบัตรได้ในการระดมทุนจากตลาดทุน หรือแม้กระทั่งในการจัดตั้ง ธนาคารเพื่อพัฒนาท้องถิ่นเพื่อจะเป็นตัวกลางในการระดมทุนให้กับท้องถิ่นสามารถที่จะไป ทำงานที่ต้องใช้เงินระยะยาวมาก ๆ ไม่ต้องมาอาศัยส่วนกลางหรือรัฐบาลกลางในการที่ จะต้องหาแหล่งทุนให้ ซึ่งสิ่งนี้ผมเชื่อว่าจะเป็นวิธีการหนึ่งที่จะทำให้เกิดความตื่นตัวในเรื่อง ของการพัฒนาท้องถิ่น แล้วก็เรื่องของการกระจายอำนาจก็จะเกิดขึ้นได้โดยปริยาย🔗
สุดท้ายครับท่านประธาน เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีอำเภอเป็น ๑๐ อำเภอ มีปัญหาสะสมหมักหมมค่อนข้างมาก คนเชียงใหม่มีความรู้สึกว่าไม่มีอิสระในการที่จะ ปกครองตนเอง ขณะที่กรุงเทพฯ พัทยา มีอำนาจมีสิทธิที่จะเลือกผู้นำของตนเอง แต่เชียงใหม่กลับไม่ได้ ผมก็ขออนุญาตใช้โอกาสนี้ในการให้ท่านได้ช่วยดูแลเรื่องนี้ด้วย ให้จังหวัดที่มีความก้าวหน้าอย่างเชียงใหม่ได้มีโอกาสที่จะเลือกผู้นำของจังหวัดด้วยตนเอง ขอบพระคุณมากครับ🔗
ผมเรียนให้เราทราบว่า มีสมาชิกได้เข้าชื่อมาแล้วทั้งหมด ๑๑ ท่าน จากท่านพิสิฐก็จะเป็นคุณประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ มีอาจารย์ประกอบ รัตนพันธ์ มีคุณดะนัย มะหิพันธ์ มีนายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ มีคุณคำพอง เทพาคำ มีคุณณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ มีคุณอนุรักษ์ บุญศล มีคุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร มีคุณณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ เมื่ออภิปรายหมดทุกท่านแล้วกรรมาธิการค่อยชี้แจง เพื่อไม่ให้เสียเวลา เชิญคุณประเสริฐพงษ์ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ อดีตอนาคตใหม่ ปัจจุบันพรรคก้าวไกล ภูมิลำเนากระบี่ ท่านประธานครับ รายงานการพิจารณาศึกษาข้อเสนอ เกี่ยวกับการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของกรรมาธิการที่นำเสนอ เป็นรูปเล่มวันนี้ต้องขอชื่นชมท่านซูการ์โน มะทา และกรรมาธิการทุกท่านที่ได้เรียบเรียง ประเด็นต่าง ๆ ได้อยู่ในระดับที่ผมพึงพอใจมาก แต่อย่างไรก็ตามคงจะต้องร่วมอภิปราย ร่วมเสนอแนะเพิ่มเติมบางอย่างในรายงานด้วยเช่นเดียวกัน รวมทั้งให้พี่น้องประชาชนที่อยู่ ทางบ้านได้รับทราบด้วยครับ เนื่องจากว่ารายงานยังไม่ได้พูดถึงการนำเสนอเรื่องการแก้ไข รัฐธรรมนูญซึ่งไปปลดล็อก ถ้ายังจำกันได้ ๒-๓ อาทิตย์ที่ผ่านมา ภาคประชาชนกว่า ๘๐,๐๐๐ คน เสนอปลดล็อกท้องถิ่น แก้ไขรัฐธรรมนูญหมวดการปกครองท้องถิ่นล้วน ๆ เลย และสภาแห่งนี้มีผู้แทนราษฎรที่มาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผมเชื่อว่าชุดที่ ๒๕ มามากที่สุด แต่ผิดหวังมากครับที่เราไม่สามารถที่จะปลดล็อกท้องถิ่นได้อย่างแท้จริง ที่สำคัญ รัฐบาลนี้เสนอนโยบายเกี่ยวกับการกระจายอำนาจ เขียนเป็นรูปเล่ม นายกรัฐมนตรีมาพูด ในที่ประชุมสภา แต่พูดแล้วไม่ทำครับ มีนโยบายแต่พูดแล้วไม่ทำ สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญมากครับ ในขณะที่พวกเราภาคประชาชนเสนอปลดล็อกท้องถิ่น ส.ส. ระดมความเห็นกัน แต่ปรากฏว่า ปลัดกระทรวงมหาดไทยอยู่ ๆ ก็ออกหนังสือให้ท้องถิ่นหรือว่าโรงเรียนในปกครองท้องถิ่น นำนักเรียนไปดูหนัง นี่มันใช้อำนาจหน้าที่ของปลัดกระทรวงหรือเปล่า ไปก้าวล่วงแบบนี้ แปลว่าข้าราชการส่วนกลางไม่รู้เรื่อง ไม่เข้าใจ ฝากท่านประธานนะครับ ท่านประธาน กรรมาธิการครับ เอาไปใส่บนโต๊ะปลัดกระทรวงมหาดไทย เอาไปวางบนโต๊ะผู้ว่าราชการ จังหวัดทุกจังหวัดด้วยครับ เขาจะได้รู้ว่าบทบาทหน้าที่การกำกับดูแลเป็นอย่างไร ไม่ใช่ ล้วงลูกสั่งการครับ นี่คือตัวอย่างที่ผมอยากมาเล่าให้ท่านประธานฟังครับ ข้อสั่งการบางทีก็แอบแฝง บอกว่า เลี่ยงบาลี เป็นแค่ขอความร่วมมือ ปัดโธ่ เรื่องแบบนี้ใครก็อ่านหนังสือขาด นี่มันสั่งการอ้อม ๆ อยู่แล้ว ขอเถอะครับ ข้าราชการส่วนกลางที่ชงให้บรรดาปลัดกระทรวง บรรดาอธิบดีก้าวล่วง อำนาจท้องถิ่น หยุดรูปแบบของการแทรกแซงแบบนี้สักทีครับ🔗
คุณประเสริฐพงษ์ กลับมา ที่กรรมาธิการดีกว่าครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ต้องขอบคุณท่านผู้แทนราษฎรที่เอ่ยถึงเรื่องของให้ปลดล็อกท้องถิ่น ท่านประธานครับ มีกรณีที่ท้องถิ่นทางภาคอีสานบ้านเราที่ร้อยเอ็ดอยากจะได้รถดับเพลิงที่ภาคเอกชนหรือว่า ราชการท้องถิ่นที่ญี่ปุ่นเขาอยากจะเอามาให้เราได้ใช้ ซึ่งอยู่ในเงื่อนไขที่เป็นรถใหม่ อยู่ใน เงื่อนไขที่เรารับได้ มีการนำเรื่องเข้าสู่กรรมาธิการ มีการพิจารณา หน่วยงานราชการรับหมด อยากได้ และเป็นเป็นเรื่องดีด้วยที่จะได้รับความร่วมมือจากต่างประเทศเพื่อพัฒนาบ้านเกิด ท้องถิ่นของเรา แต่อุปสรรคก็อยู่ที่รัฐมนตรีท่านหนึ่งครับ คือรัฐมนตรีจุรินทร์ไม่ยอม เซ็นเอกสาร ก็ฟ้องท่านประธานไว้ด้วย เรื่องของรายงานครับท่านประธาน ต่อให้เขียนดี อย่างไร ถ้ารัฐบาลไม่สนใจ ไม่อ่าน ไม่ฟัง ไม่ปฏิบัติ ก็ลำบากครับท่านประธานครับ ผมยกตัวอย่างกรณีของรองวิษณุ เครืองาม กว่าจะกลับไปแก้เรื่องยอดเงินค่าตอบแทน อสม. ที่ผ่าน อบจ. องค์การบริหารส่วนจังหวัด ที่นับเปอร์เซ็นต์แล้วผ่านสภา ผมต้องพูดในสภา ๓ รอบ จนวงในมากระซิบผมบอกว่าวันหนึ่งครั้งสุดท้ายที่ผมพูด รองวิษณุเพิ่งจะได้ยิน แล้วก็ รีบนัดประชุมคณะกรรมการกระจายอำนาจ แล้วก็แก้เรื่องนี้ ทั้ง ๆ ที่เคยมีมติไปแล้วด้วย นี่คือตัวอย่างที่ดีว่ารัฐบาลพูดแล้วไม่ทำ ตัวอย่างที่ปรากฏชัดเจนที่ผมเอามาแบบนี้ละครับ คืออุปสรรคของการพัฒนาการกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านประธานครับ บรรณานุกรมหนังสือเล่มนี้อ้างอิงหลายสถาบันมาก ชื่นชม แต่ไม่มีการอ้างอิงสถาบัน พระปกเกล้าที่อยู่ในความดูแลของท่านประธานเลย ที่มีงานวิจัยเรื่องท้องถิ่นโน่น นี่ นั่น เยอะแยะมาก นั่นหมายความว่าสถาบันพระปกเกล้าขาดความน่าเชื่อถือแน่ ๆ เลยครับ ท่านประธานครับ ไม่อยู่ในบรรณานุกรม ไม่มีการอ้างอิงถึง ผมต้องฝากท่านประธานไปที่ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้าด้วยนะครับ🔗
สุดท้ายครับท่านประธานครับ ราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ต้องสำนึก และสำเหนียกอยู่ตลอดเวลาว่าคนท้องถิ่นเขาก็รักบ้านเกิด เขารู้ปัญหา รู้วิธีจัดการแก้ไข ปัญหาของเขาได้ดีกว่า อย่ามาอ้างการทุจริต อย่ามาอ้างข่าวมั่ว ๆ ไปลดทอนหรือบั่นทอน ความเจริญเติบโตขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และที่สำคัญประชาชนคนท้องถิ่นทุกวันนี้ รู้เท่าทันข้อมูลข่าวสาร ขอบคุณครับ🔗
อาจารย์ประกอบ รัตนพันธ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตท่านประธานเพื่อมีส่วนร่วมในรายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง ข้อเสนอ เกี่ยวกับการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ของคณะกรรมาธิการ การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร ก่อนอื่นผมอยากกราบเรียนท่านประธานว่าตัวผมเองและพรรคประชาธิปัตย์ เรามีความเชื่อมั่นและความสำคัญเรื่องการกระจายอำนาจ เพราะเราคิดเสมอว่าคนท้องถิ่น ต้องดูแลท้องถิ่นของตัวเอง ไม่มีใครที่จะดูท้องถิ่นของคนอื่นได้ดีกว่าคนของท้องถิ่นของ ตนเอง เพราะฉะนั้นการกระจายอำนาจถือว่าเป็นหลักสำคัญที่สุดในระบอบประชาธิปไตย พรรคประชาธิปัตย์ยังให้ความเชื่อมั่นในเรื่องนี้ตลอดมา ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้อง กราบขอบพระคุณคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่นชุดนี้ ที่ได้ศึกษารอบคอบรอบด้านและเป็นเรื่องที่ดีที่สุด ทั้งในเรื่องการกระจายอำนาจ ๓ ด้าน กระจายเรื่องของภารกิจของงาน กระจายเงินงบประมาณ และกระจายคนให้สอดคล้องกัน ท่านได้ศึกษาว่า พ.ร.บ. แผนขั้นตอนการกระจายอำนาจ พ.ศ. ๒๕๔๒ ขณะนี้ ๒๓ ปีครับ ยังไม่กระจายที่สมบูรณ์มากพอ ยังมีหลายเรื่องที่ท่านศึกษา ทั้งในเรื่องของการกระจาย ภารกิจ การกระจายงบประมาณ การกระจายคนนั้นยังมีอุปสรรค ยังกั๊กเอาไว้ที่ส่วนกลาง แทนที่จะกระจายอำนาจไปสู่ท้องถิ่นให้สมบูรณ์แบบ ท่านได้มีข้อเสนอแนะว่าการกระจาย อำนาจสู่ท้องถิ่นที่มีประสิทธิภาพนั้นควรจะทำอย่างไร ผมกราบเรียนว่าผมศึกษารายงาน ชุดนี้แล้วผมชื่นใจ เพียงแต่ว่าส่วนราชการหรือหน่วยงานภาครัฐได้เล็งเห็นความสำคัญ และปฏิบัติตามข้อเสนอแนะของกรรมการชุดนี้ได้มากน้อยแค่ไหน อย่างไร ผมเชื่อว่า ถ้ากระทรวงมหาดไทย ถ้ารัฐบาลให้ความสำคัญ แล้วเอารายงานชุดนี้ไปศึกษา คงจะมี ประโยชน์ต่อการกระจายอำนาจสู่การปกครองส่วนท้องถิ่นและรูปแบบพิเศษได้อย่างแท้จริง ท่านประธานครับ วันนี้กระจายแต่ตัวหนังสือ แต่ข้อเท็จจริงหลายเรื่องยังไม่กระจาย ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานได้รับทราบว่าในการกระจายภารกิจให้กับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น มันไม่เป็นการกระจายจริง ๆ ครับ หลายเรื่องยังมีระเบียบข้อกฎหมายบังคับ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ อบจ. อบต. เทศบาล ทำได้ มากน้อยแค่ไหน อย่างไร แทนที่จะให้โอกาสเขาได้คิดเอง ทำเองในพื้นที่ของตัวเองก็ทำไม่ได้ ผมมีประสบการณ์ไปเยี่ยมเยียนโรงเรียนในพื้นที่ชนบทหลายที่ครับ กระทรวงศึกษาธิการไม่มี งบประมาณมากพอที่จะดูแลโรงเรียนให้มีคุณภาพ ท้องถิ่นเขาจะดูแล แต่เขาดูแลไม่ได้ เพราะว่าติดอยู่กับข้อกฎหมายขอองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่มอบให้ท้องถิ่นทำได้ บางภารกิจ ไม่ให้ทำได้ตามที่อยากจะทำ ก็เลยทำไม่ได้ มีเงิน มีจิตใจที่จะดูแลลูกหลาน ของเขาให้เป็นเด็ก เยาวชนที่ดีที่มีคุณภาพเสมอเหมือนกับท้องถิ่นอื่น แต่เขากลับทำไม่ได้ เป็นสิ่งที่น่าวิตกกังวลมากครับ ผมคิดว่าการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นนั้นควรที่จะกระจาย ภารกิจ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ เราต้องเชื่อมั่นคนในท้องถิ่นว่าเขามีสติปัญญา มีหลักคิด มีอะไร ต่าง ๆ ที่จะดูแลท้องถิ่นของเขา ถ้าเขาคิดที่จะทุจริตประพฤติมิชอบ ผมเชื่อเหลือเกินว่า พี่น้องประชาชนเขาจับตามองอยู่ เพราะฉะนั้นก็อยากกราบเรียนท่านประธานว่าขอให้ รัฐบาลได้นำรายงานชุดนี้ไปศึกษาและปฏิบัติตาม ก็คงจะเกิดประโยชน์กับท้องถิ่น อย่างมาก กราบขอบพระคุณท่านประธานมากครับ🔗
คุณดะนัย มะหิพันธ์ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม ดะนัย มะหิพันธ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอำนาจเจริญ เขตเลือกตั้งที่ ๒ ท่านประธานครับ ผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ ซึ่งหลายท่านก็ได้ชื่นชมคณะกรรมาธิการ ผมเองก็ชื่นชมแล้วก็ขอบคุณ ผมขอดูในรายงาน เรื่องผลการศึกษาที่ท่านได้ศึกษา คณะกรรมาธิการได้ตั้งโจทย์ ๓ ข้อ แล้วก็มีข้อเสนอแนะ โจทย์ของท่านข้อที่ ๑ ท่านถามว่าการกระจายอำนาจสำเร็จหรือไม่ คำตอบที่ท่านศึกษามา คือไม่ครับ ไม่สำเร็จ โจทย์ข้อที่ ๒ สมควรจะกระจายอำนาจต่อไปหรือไม่ มีเหตุผลอย่างไร ท่านตั้งโจทย์ คำตอบท่านตอบว่า ทำต่อไป เพราะ ๑. ท้องถิ่นพึ่งพาตนเองได้ ๒. เพื่อให้ รากฐานของประเทศเข้มแข็ง ๓. เพื่อแก้ปัญหาความยากจน ความเหลื่อมล้ำ อันนี้คือ ทำต่อไป โจทย์ข้อที่ ๓ ถามว่าจะกระจายอย่างไร ท่านตอบว่ากระจายก็ต้องปรับปรุงกฎหมาย ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ผมเห็นด้วยครับ กระจายอันที่ ๒ ท่านบอกว่า ปรับปรุงกฎหมายส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ส่วนท้องถิ่น บูรณาการอำนาจ อันนี้ผมสงสัยว่า เรากระจายอำนาจไปให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น แล้วทำไมต้องไปบูรณาการอำนาจ ทำไมไม่กระจาย ท่านตอบด้วย แล้วยังมีวิธีการกระจายอำนาจอีก ๘-๙ วิธี ผมไม่อ่านครับ เพราะว่าท่านประธานท่านได้อ่านแล้ว อันนี้ผมเอาเฉพาะ ๒ ประเด็นแรก และโจทย์ข้อที่ ๔ ท่านตั้งเป็นข้อเสนอแนะครับ ข้อเสนอแนะคือกำหนดให้เรื่องการกระจายอำนาจเป็นวาระ แห่งชาติ ภายใน ๑๐ ปี ทำไมวาระแห่งชาติต้องยาวขนาด ๑๐ ปีครับ สั้นกว่านั้นไม่ได้หรือ เอาสัก ๔ ปี ตามวาระของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ได้หรือ ทำไมท่านต้อง กระจายอำนาจ ต้องตั้งวาระแห่งชาติตั้ง ๑๐ ปี อันที่ ๒ ยกร่างกฎหมายการกระจายอำนาจใหม่ ผมกลัวว่าท่านยกร่างท่านก็จะไปยกร่าง ๑๐ ปี เหมือนกับที่ท่านจะให้การกระจายอำนาจ เป็นวาระแห่งชาติ อันที่ ๓ ร่างแก้ไขปัญหาความยากจนความเหลื่อมล้ำ ผมเรียนว่า ถ้าเป็นอยู่อย่างปัจจุบันนี้ ความยากจน ความเหลื่อมล้ำยิ่งจะห่างขึ้นไป ท่านจะทำอย่างไร อันที่ ๔ ร่างกฎหมายเรื่ององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในรูปแบบพิเศษ ที่จริงมันก็มีอยู่แล้ว ผมไม่ทราบว่าท่านจะเป็นร่างใหม่ทำไม คราวนี้ผมไปดูในข้อสังเกต ข้อสังเกตของท่าน ผมดูข้อ ๔ ข้อเดียว ข้อ ๔ คือท่านบอกว่าเสนอให้รัฐบาลโดยคณะกรรมการกระจายอำนาจ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และกระทรวงมหาดไทยเร่งรัดจัดการกฎหมายการบริหารงาน บุคคลส่วนท้องถิ่นให้เหมาะสมกว่าเดิม แสดงว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันไม่เหมาะสม ผมจะชี้ให้ ท่านคณะกรรมาธิการ ท่านประธานเห็นว่าสิ่งหนึ่งที่ท่านไม่พูดถึงคือคำสั่ง คสช. ฉบับที่ ๘/๒๕๖๐ คำสั่งนี้ได้ยึดเอาอำนาจการบริหารงานบุคคลขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาทั้งหมดเลย องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีตำแหน่งว่างเกิดขึ้น ๑ ตำแหน่ง ๒ ตำแหน่ง ต้องให้ส่วนกลาง เป็นผู้สอบ เป็นผู้คัดเลือก ท่านรู้ไหมครับว่าวันนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขาขาดแคลน บุคลากร โดยเฉพาะตำแหน่งช่างไม่มีเลยครับ อยากจะร่างแผนงานโครงการเพื่อเสนอ ของบประมาณ ไม่มีช่างมารับรอง ได้งบประมาณไปจะจัดการเรื่องการก่อสร้าง ช่างไม่มีตรวจ ต้องไปยืมช่าง เดี๋ยวนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเริ่มยืมบุคลากรแล้วครับ สิ่งเหล่านี้ผมฝาก ท่านกรรมาธิการท่านได้เพิ่มในข้อสังเกตที่จะให้รัฐบาลได้แก้ไขคำสั่ง คสช. ฉบับนี้ด้วย เพราะคำสั่งตัวนี้ไปลิดรอนสิทธิของผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ถ้าเขาทำผิด เขาทำผิดเพียงองค์กรเดียว ผมจำได้คราวนั้นที่กาฬสินธุ์ ท่านตีปลาตัวเดียวตายทั้งประเทศ ท่านแก้ปัญหาไม่ถูก ดังนั้นผมเรียนฝากท่านกรรมาธิการว่าเรื่องนี้ท่านจะต้องเสนอรัฐบาล ให้แก้ไขครับ เพราะถ้าเป็นอย่างนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นก็จะขาดบุคลากรตลอดไป🔗
อีกเรื่องหนึ่งครับท่านประธาน ท่านไปพูดเรื่องการกระจายอำนาจเกี่ยวกับ งบประมาณ ท่านรู้ไหมวันนี้ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลพนา คือนายเผชิญลาภ อินทรจันทร์ เขาบอกผมว่าการที่รัฐบาลให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ให้เทศบาลมาชี้แจงเพื่อขอรับงบประมาณที่สภาผู้แทนราษฎรนั้น ท่านปฏิบัติผิดกฎหมาย การกระจายอำนาจ ปี ๒๕๔๒ เพราะเขากำหนดให้สัดส่วนให้ส่วนกลางกระจายเงิน กระจาย งบประมาณไปให้เขาเป็นจำนวน จำนวนเท่าไร ไม่มีข้อใดที่บอกว่าคุณจะต้องมาชี้แจง มาพรีเซนต์ (Present) เอางบประมาณ ไม่มีครับ ที่สำคัญที่เขามาชี้แจงเอางบประมาณ ถ้าเกิดผู้มาชี้แจง ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีปัญหามีอคติกับกรรมาธิการที่เป็นผู้พิจารณางบประมาณก็ตัด หาเหตุหาผลไปตัด สิ่งเหล่านี้ ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเมื่อกฎหมายเขียนไว้แล้ว ว่าให้ท่านเร่งกระจายงบประมาณ ไปให้เขา ท่านก็จะต้องพิจารณาดำเนินการตามนั้น ไม่ใช่ท่านไปออกกฎออกระเบียบใหม่ เชิญเขามา ปีหน้าผมทราบว่าจะมาทั้ง อบต. ผมรับรองว่าการพิจารณางบประมาณไม่เสร็จ ง่ายหรอกครับถ้ามาทุก อบต. เรื่องนี้ผมฝากท่านประธาน ฝากท่านกรรมาธิการว่ามันจะต้อง ตั้งเป็นข้อสังเกตให้รัฐบาลได้รีบแก้ไขถ้าท่านจะกระจายอำนาจอย่างแท้จริง กราบขอบพระคุณ ท่านประธานครับ🔗
คุณกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคพลังประชารัฐ วันนี้ ผมขออนุญาตจะอภิปรายเกี่ยวกับรายงานการพิจารณาศึกษาเรื่องข้อเสนอเกี่ยวกับการ กระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ ของสภาผู้แทนราษฎรที่กำลัง นำเสนอต่อสภาอยู่ในขณะนี้ ผมขออภิปรายเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นซึ่งได้มีรายงานอยู่ในหน้า ข-๒ ข้อ ๓ และข้อ ๒.๒ เกี่ยวกับข้อสังเกต ของคณะกรรมาธิการ ซึ่งผมได้อ่านรายงานอันนี้แล้วก็เห็นว่าที่คณะกรรมาธิการได้ศึกษา แล้วก็รายงาน ก็เห็นว่าในรูปแบบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเรายังยึดติดอยู่กับเรื่อง รูปแบบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่เป็นจังหวัด องค์การบริหารส่วนจังหวัด เทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล แล้วก็รูปแบบอื่น ๆ เช่น กรุงเทพมหานคร แล้วก็เมืองพัทยา แต่ในส่วนที่ผมได้ดูแล้ว ในข้อ ๒.๒ หน้า ข-๖ รายงานว่าให้ปฏิรูปแบบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เหมาะสม โดยยึดรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๔๙ ที่ระบุถึง การจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องคำนึงถึงประชากร รายได้ ขนาดพื้นที่ และความ หนาแน่นของประชากร โดยการเร่งรัดจัดทำร่างประมวลกฎหมายองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละหน่วยหรือแต่ละประเภทมีศักยภาพเพียงพอ ต่อการจัดทำบริการสาธารณะ ในประเด็นนี้ละครับที่ผมคิดว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ที่จะปฏิรูปหรือว่าที่จะเปลี่ยนแปลงเพื่อที่จะให้การกระจายอำนาจมีความเป็นธรรม โดยเฉพาะในรูปแบบในมิติของพื้นที่ ผมเห็นว่าเราควรจะจัดให้มีพื้นที่ที่ใกล้เคียงกัน เช่น หน่วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น ภาคใต้ อาจจะเป็นภาคใต้ฝั่งตะวันออก หรือว่า ภาคใต้ฝั่งอันดามัน หรือภาคเหนือตอนบนในส่วนที่มีภูมิประเทศที่ใกล้เคียงแล้วก็จัดการพื้นที่ ให้ใกล้เคียงกัน เพื่อที่จะให้เกิดความเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชนที่อยู่ในแต่ละหน่วย ปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ๆ โดยเราไม่ต้องไปยึดมั่นว่าจะต้องเป็นจังหวัด จะต้องเป็นองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบใด ๆ เราต้องมีรูปแบบที่จะต้องจัดตั้งขึ้นใหม่ตามแนวทาง ข้อ ๒.๒ ที่ทางคณะกรรมาธิการได้รายงานไว้ในนี้นะครับ ผมคิดว่าเป็นข้อเสนอที่อยากจะให้ ได้นำไปพิจารณาเพื่อที่จะให้เกิดความเป็นธรรมกับพี่น้องประชาชนในทุกพื้นที่ เราอย่าไปคิดเอาแต่ว่าพื้นที่นั้นมีทรัพยากรมาก มีความสมบูรณ์ มีแหล่งท่องเที่ยวอยู่มาก เราจึงจะต้องไปจัดให้เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่จะกระจายอำนาจอะไรต่าง ๆ เหล่านี้ ก็เป็นข้อเสนอที่ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยังคณะกรรมาธิการเพื่อโปรดพิจารณา ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
อีก ๕ ท่านนะครับ เป็นพรรคก้าวไกล ๓ ท่าน เป็นพรรคเพื่อไทย ๑ ท่าน พรรคชาติไทยพัฒนา ๑ ท่าน คุณคำพอง เทพาคำ แล้วจะเป็นคุณณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม คำพอง เทพาคำ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สำหรับรายงานฉบับนี้ ผมดูตั้งแต่คำนำ ผมเห็นว่ามันมีความคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง จากสิ่งที่เกิดขึ้น ก็คือระบบการปกครองที่เกิดขึ้นในปี ๒๔๔๐ นั้น เป็นการจัดตั้งการปกครองในระบบมณฑล เทศาภิบาล เป็นการปกครองรวมศูนย์อำนาจเข้าสู่ระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ ไม่ใช่การ กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น หรือการปกครองท้องถิ่นอย่างแน่นอนนะครับ หรือแม้แต่การ ตั้งสุขาภิบาลใน ร.ศ. ๑๒๔ วันที่ ๘ มีนาคม ๒๔๔๘ ก็เป็นการตั้งขึ้นมาเพื่อรับใช้ราชการหลัก เท่านั้น หาใช่เป็นการพัฒนาการเรื่องของการปกครองส่วนท้องถิ่นไม่ อันนี้เห็นด้วยนะครับ แต่ที่ไม่แน่ใจว่าทางกรรมาธิการเจตนาที่จะข้ามไปหรือเปล่าก็คือการพัฒนาการการกระจาย อำนาจหลัง ปี ๒๔๗๕ คือการจัดตั้งเทศบาลเพื่อพัฒนาระบอบประชาธิปไตยให้ราษฎร ได้ปกครองตนเอง โดยจัดตั้งเทศบาลขึ้น ๔,๐๐๐ แห่งตามพระราชบัญญัติเทศบาล ปี ๒๔๗๖ อันนี้ข้ามไปหรือเปล่าครับ แต่ในที่สุดก็บอกว่าราษฎรไม่พร้อมที่จะปกครองตนเอง เพราะขาดความรู้ ขาดความเข้าใจ ไม่มีรายได้อย่างเพียงพอ ที่สุดก็ตั้งสุขาภิบาล ตั้งองค์การ บริหารส่วนจังหวัด โดยส่งข้าราชการกระทรวงมหาดไทยเข้าไปเป็นผู้บริหารจัดการ ซึ่งก็มี ทั้งคน มีทั้งเงิน มีทั้งงานเหมือนกันครับ ดังนั้นการกระจายอำนาจไม่ใช่เริ่มต้นจากปี ๒๔๔๐ แต่เป็นการเริ่มต้นหรือตามรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ แต่จริง ๆ แล้วเราเริ่มต้น ปี ๒๔๗๕ ตามพระราชบัญญัติเทศบาล ปี ๒๔๗๖ วันที่ ๒๔ เมษายน สำหรับรายงานฉบับนี้ผมก็ เห็นด้วย แต่อยากจะเพิ่มเติมคือควรมีการกระจายอำนาจตามความต้องการของท้องถิ่น เช่น แหล่งน้ำ การจัดการผลผลิตทางการเกษตร การรักษาขนบธรรมเนียมประเพณี วัฒนธรรม วิถีชีวิต ดิน น้ำ ป่าต่าง ๆ งบประมาณก็ควรจะเป็น ๕๐ ๕๐ นะครับ และภายใน ๕ ปีควรจะเป็น ๗๐ ๓๐ โดย ๗๐ เป็นของท้องถิ่น ๓๐ เป็นของส่วนกลาง ราชการ ส่วนภูมิภาคก็ยกเลิกไป ภารกิจก็ให้ท้องถิ่นจัดการไป ต้องกระจายอำนาจให้ไปถึงมือ ประชาชนจริง ๆ ในระดับชุมชนเลย เพราะว่าชุมชนเองถ้าเรากระจายอำนาจไปก็มีส่วน ในการที่จะทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นอย่างในเขตเทศบาลเมือง เขตเทศบาลนคร กรรมการชุมชนอะไรต่าง ๆ อสม. อพม. ที่จริงเขามีภารกิจที่จะต้องทำ ควรจะมีอำนาจหน้าที่ที่ชัดเจน แต่เราไม่กระจายงบประมาณลงไปให้เขาทำงาน ก็กลายเป็น ภาระ หรือแม้แต่ในเขตเทศบาลนคร เขตเทศบาลเมือง เขตเทศบาลตำบล อบต. ต่าง ๆ มีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เพราะจริง ๆ แล้วการที่ชุมชนหมู่บ้านมันก็ต้องมีผู้นำ ฉะนั้นอำนาจ หน้าที่ของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ของกรรมการชุมชนก็มีความชัดเจน เรามีความจำเป็นที่จะต้อง ให้เขาได้มีงบประมาณใช้ในการทำหน้าที่ตามภารกิจอย่างมีประสิทธิภาพ ก็มีเสียงสะท้อน มาจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ว่าทำไมไม่กระจายอำนาจ มอบตั้งแต่ภารกิจลงไปให้เขา ภารกิจ ก็ไม่ใช่ภารกิจที่จะเป็นประโยชน์กับชาวบ้าน เป็นภารกิจของทางการสั่งมาว่านะครับ แล้วก็ เป็นภาระที่กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ที่กรรมการชุมชนจะต้องทำ แต่ว่างบประมาณไม่มีให้เขา อย่างกรรมการชุมชนในเขตเทศบาลเองก็ไม่มีค่าตอบแทน เราก็เรียกร้องให้มีการ ให้ค่าตอบแทนกับคณะกรรมการชุมชนในเขตเทศบาลเหมือนกับกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านก็เหมือนกัน กำนัน ผู้ใหญ่บ้านก็ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายมากมาย ทั้งภาษีสังคม ทั้งงานในภารกิจ ดีไม่ดีบางทีก็ถูกนายอำเภอ ถูกทางราชการเรียกขอรับบริจาค ขอสมทบทุนโน่นนี่นั่นไม่รู้จบสิ้น ดังนั้นการที่เราจะกระจายอำนาจให้ถึงที่สุด ก็คือให้ถึงมือประชาชนที่อยู่ในชุมชน ในเขตเมืองในเขตเทศบาล ให้ถึงมือในเขตตำบล กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ตลอดจนอาสาสมัคร ต่าง ๆ ให้เขาสามารถมีงบประมาณในการที่จะทำภารกิจเพื่อประสิทธิภาพในการทำตาม เจตนารมณ์ของประชาชนที่อยู่ในชุมชนว่าเขาต้องการอะไร เราจะเห็นความแตกต่าง ว่าถ้าเรามีการกระจายอำนาจถึงมือประชาชนอย่างแท้จริง ความเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้น ในชุมชนท้องถิ่นอย่างแน่นอน ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
คุณณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ มีรายชื่อเพิ่มขึ้นมาอีกนะครับ จากนี้ก็จะเป็นคุณอนุรักษ์ บุญศล มีคุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร มีคุณณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ มีนายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ มีคุณอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ผมเรียนตรง ๆ ก็คือต้องขอความร่วมมือว่าจะมีกรรมาธิการ ที่เหลืออีก ๓ คณะ พวกเราถ้าจะสามารถประหยัดเวลาได้ก็ขอความร่วมมือนะครับ แต่ว่า จะเปิดโอกาสให้สมาชิกได้ถาม ถ้าอยู่ในเรื่องที่กรรมาธิการศึกษาก็จะไม่ไปไกลมากนัก ก็จะเป็นประโยชน์ ขอเชิญคุณณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จากนั้นก็จะเป็น คุณอนุรักษ์ บุญศล ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ก่อนอื่นได้ศึกษาเอกสารฉบับนี้แล้ว ถ้าเปรียบเหมือนกับรับประทาน อาหาร อาหารอร่อยครับ แต่ไม่ได้ดื่มน้ำ เดี๋ยวจะอธิบายให้ฟังนะครับ ที่เป็นอย่างนี้ ก็เพราะว่าที่อาหารอร่อยเพราะว่าท่านปรุงได้ดีเหลือเกิน ท่านศึกษาแล้วท่านนำเสนอ ข้อเสนอแนะ ๒-๓ ประการที่ถูกใจผม ก็คือการกระจายอำนาจในรูปแบบพิเศษต่าง ๆ ยกตัวอย่างเช่น จังหวัดจัดการตนเอง ก็คือจะมีจังหวัดระยอง นนทบุรี ภูเก็ต สงขลา ชลบุรี สมุทรปราการ และนราธิวาส ยกเป็นตัวอย่าง นี่คือแนวทางที่จะเป็นจังหวัดจัดการตนเอง ในรูปแบบพิเศษอื่น ๆ ยกตัวอย่างเช่น เป็นเขตเศรษฐกิจในรูปแบบการปกครองตนเอง อย่างเช่นแหลมฉบัง ในรูปแบบที่เป็นเศรษฐกิจชายแดนก็จะเป็นแม่สอด เขมราฐ อันนี้ ยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพเลยครับ อุตสาหกรรมเมื่อสักครู่พูดไปแล้ว ก็คือแหลมฉบัง และรวมทั้งเขตพิเศษที่เป็นเกาะ เกาะสมุย หัวหิน เหล่านี้ อันนี้เห็นด้วยอย่างยิ่ง น่าจะเริ่ม มีการกระจายอำนาจในรูปแบบพิเศษอย่างนี้ให้กว้างขวางออกไป🔗
ประการที่ ๒ ที่ประทับใจมากก็คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเขาขาดอะไร ขาดเงิน ขาดงบประมาณ เพราะฉะนั้นท่านเสนอให้มีการเร่งรัดทำกฎหมายรายได้และ การคลังท้องถิ่น อันนี้ถูกนะครับ ให้เขายืนอยู่บนขาของตัวเองให้ได้ ปัจจุบันเงินอุดหนุน เฉพาะกิจใช้ไม่หมดก็มาคืนกรมอีก จะขออีกทีก็กลับมาอีก ความเหลื่อมล้ำของพื้นที่ พื้นที่เล็กได้งบประมาณมาก บางทีก็ไปจ่าย ๒๐ เปอร์เซ็นต์ อย่างที่เป็นคำครหากันอยู่ ในขณะนี้ พื้นที่ที่ไม่ได้จ่ายก็ไม่ได้พัฒนาเลย อันนี้เป็นส่วนเหลื่อมล้ำที่เกิดขึ้นในพื้นที่ต่าง ๆ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฉะนั้นควรจะมีกฎหมาย ก็เห็นด้วยครับ🔗
แต่ว่าที่ไม่ได้ดื่มน้ำ ๒ เรื่องสำคัญ เรื่องที่ ๑ ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ ปี ๒๕๕๗ จนกระทั่ง ปี ๒๕๖๔ ปี ๒๕๖๕ ที่มีการเลือกตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไปยึดอำนาจเขา พัฒนาประชาธิปไตยในพื้นที่ในท้องถิ่นไม่เกิดขึ้นเลย ผู้ว่าราชการมาจากการแต่งตั้ง ผู้บริหาร องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมาจากการแต่งตั้ง ผมพบท่านผู้ว่าชัชชาติ ผมขอบคุณท่านว่า ท่านทำให้เห็นความแตกต่างระหว่างผู้ว่าราชการที่มาจากการเลือกตั้ง และผู้ว่าราชการ ที่มาจากการแต่งตั้ง กรณีอย่างนี้ที่เป็นรอยด่างสำคัญของการกระจายอำนาจของ ประชาธิปไตยท้องถิ่นที่เขาเป็นเจ้าของมันถูกยึดไป ท่านไม่ได้ศึกษาเลย ศึกษาเพื่ออะไร ศึกษาเพื่อมาเตือนคนที่จะยึดอำนาจต่อไปอย่ามารังแกท้องถิ่นเขานะ อย่ามายึดอำนาจ ประชาธิปไตยเขาไป ที่เขาเลือกตั้งผู้บริหารท้องถิ่นของเขา ท่านไม่ได้ทำเลย อีกประการหนึ่งที่ว่าไม่ได้ดื่มน้ำนี่สำคัญที่สุด ท่านไม่ได้ศึกษาเลยนะครับ คณะกรรมการ การกระจายอำนาจอยู่สำนักนายกรัฐมนตรี กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่ กระทรวงมหาดไทย ท่านไม่ได้เสนอเลยว่ารูปแบบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขณะนี้มันมี จำนวนมาก งบประมาณก็มากกว่าเขา บุคลากรก็มากกว่าเขา ทำไมไม่เสนอให้เป็นหน่วยงาน ที่แยกออกมาจากกระทรวงมหาดไทย แยกมาจากสำนักนายกรัฐมนตรี แล้วท่านไม่ต้อง พูดมากเลยครับ ถ้าเขาเป็นตัวของตัวเอง ถ้าเขามีปรัชญาในการบริหารการกระจายอำนาจ มีอุดมการณ์ในการกระจายอำนาจจริง ๆ แล้วเขาจะทำได้ดีกว่ารูปแบบอย่างนี้ ท่านไม่ได้ ศึกษา ไม่ได้เสนอเรื่องนี้เลย เสียดายครับ น้ำที่ควรจะได้ดื่มที่จะได้ชื่นใจ ท่านบอกว่ามันเป็น วาระแห่งชาติ นี่คือวาระแห่งชาติครับ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านต่อไปคุณอนุรักษ์ บุญศล เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางอนุรักษ์ บุญศล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๔ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพ รัฐรวมศูนย์ควรเป็นศูนย์เพื่อการกระจายอำนาจให้ถึงที่สุด เราในฐานะ ผู้แทนราษฎรจะต้องต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ประชาธิปไตยจะต้องเติบโตในท้องถิ่นทุรกันดาร จนถึงที่สุด เพราะว่าการที่อยู่ในถิ่นทุรกันดารจะทราบว่าความต้องการของพี่น้องประชาชน นั้นเป็นเช่นไร ศาสตราจารย์อุดม ทุมโฆสิต กล่าวว่า โลกสมัยใหม่มีการเปลี่ยนแปลงรุนแรง และรวดเร็ว การปรับตัวขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องปรับตัวตามอย่างฉับไวเช่นเดียวกัน กรณีศึกษาเรื่องนี้ก็ฉับไวในยุคนี้ ต้องบอกว่าฉับไวในยุคนี้ว่าคนในพื้นที่ต้องการอะไร องค์การ ปกครองส่วนท้องถิ่นตั้งแต่ อบต. เทศบาล อบจ. เลยทีเดียวว่าจะมีการบริหารจัดการอย่างไร ถึงจะเป็นรดน้ำที่รากอย่างแท้จริง แล้วต้นไม้แห่งประชาธิปไตยและประชาชนจะต้องเติบโต อย่างสมบูรณ์ที่สุด ท่านประธานซูการ์โน มะทา กล่าวว่าเรื่องของการสำรวจครัวเรือนยากจน เพื่อการช่วยเหลือให้หารายได้เพิ่มขึ้น อบต. เทศบาล หรือ อบจ. โดยเฉพาะ อบต. กับ เทศบาล ทราบว่าครอบครัวใดเป็นอย่างไร แต่เรื่องนี้ศึกษาได้เยี่ยมยอดที่สุด จะต้องเพิ่มรายได้ ให้กับครอบครัวที่มีรายได้น้อย หน้าหนาวอย่างนี้อีสานก็ให้เขาปลูกผักขายสิคะ เนื้อที่ไม่ถึงไร่ อาจจะงานหนึ่ง ๒ งาน ก็ต้องให้เขาทำ การปลูกผักทำอย่างไรจะกรอบกว่าผักในตลาด แล้วจะขายให้ใคร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ต้องมา ฉะนั้นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ใกล้ชิดที่สุด จะต้องดูแลเรื่องนี้ ดิฉันกราบเรียนให้ท่านประธานทราบว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่ต้องปั้นดินให้เป็นดาว แค่ปั้นโคลนตมให้เป็นก้อนดินก็ดีที่สุดแล้วในยุคนี้ เราจะต้องอยู่ อย่างพึ่งพากันได้ค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ การถ่ายโอนภาระงาน ดิฉันได้รับเรื่องร้องเรียนบ่อย ๆ และ ท่านประธานมีเมตตาให้ดิฉันหารือบ่อย ๆ แม้กระทั่งในห้องกระทู้แยกเฉพาะ ท่านประธาน ก็มีเมตตาให้ดิฉันถามคณะรัฐมนตรี รัฐมนตรีหลาย ๆ ท่านในเรื่องของการโอนงานไปแต่ไม่มี เงินงบประมาณ ดิฉันหารือท่านประธานหลายครั้งเรื่องของบ้านคำบอน ตำบลบ้านต้าย อำเภอสว่างแดนดิน จังหวัดสกลนคร เป็นถนนสายรองของถนนหมายเลข ๒๒ ค่ะ แล้ว อบต. ก็ตอบดิฉันมาว่าประมาณสัก ๑๐ กิโลเมตร จะทำให้ได้ปีละ ๑ กิโลเมตรเท่านั้น เป็นถนนของ อบจ. เขาบอกว่าจะเอาเงินที่ไหน ๑๐-๒๐ ล้านบาททุ่มลงไปให้ ไม่มีงบประมาณ ท่านประธานคิดดูสิคะ ๑๐ กิโลเมตรเป็นถนนของ อบจ. ๑๐ ปีถนนเส้นนั้น ถึงจะสมบูรณ์แบบที่สุด แบบนี้ค่ะ ก็คือหมายความว่าทางกรรมาธิการได้ศึกษาหรือไม่ว่า โอนภาระงานลงไป แต่ไม่โอนงบประมาณ แล้วเมื่อแก้ปัญหาฉับไวเฉียบพลันไม่ได้จะโอนคืน ของทางหลวงชนบทได้หรือไม่ ถ้าอยู่ในกรมทางหลวงชนบท พี่น้องประชาชนมีความเชื่อมั่น มากกว่าว่าจะเติบโตมากกว่าค่ะท่านประธานคะ แบบนี้ได้ศึกษาและได้บอกไปที่รัฐบาล หรือไม่ว่าจะต้องแก้ปัญหาอย่างไรพี่น้องประชาชนถึงจะได้ประโยชน์มากที่สุด เรื่องนี้มีปัญหา มากเลยค่ะ ดิฉันลงพื้นที่แต่ละครั้ง ๆ ดิฉันก็ได้รับเรื่องร้องเรียน🔗
และเรื่องสุดท้ายค่ะ สังคมผู้สูงอายุค่ะ ดิฉันเคยว่า อบต. ว่าเชิญท่านนายกมา บอกว่า ถ้า อบต. ใดคนแก่ที่อยู่บ้านคนเดียวเสียชีวิตจนหนอนเจาะ สมควรจะลาออก ทั้งสมาชิกแล้วก็ข้าราชการทั้งหมด คุณใกล้ชิดประชาชนขนาดนั้น แล้วหัวใจที่รักประชาชน อยู่ไหน ได้ศึกษาไหมคะเรื่องนี้ ดิฉันถามค่ะ กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ🔗
ต่อไปคุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ครับ ขอเชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล วันนี้ผมขออภิปรายในรายงาน เรื่อง ข้อเสนอ เกี่ยวกับการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งจริง ๆ ผมก็พยายามอ่าน ซึ่งท่านประธานแล้วก็ทางกรรมาธิการก็ได้ทำมานะครับ ผมว่าเป็นเรื่องดีอยู่แล้วครับ แล้วเรา เพิ่งมีการโหวตในรัฐธรรมนูญไปเกี่ยวกับการกระจายอำนาจ ซึ่งผมว่าตอนนี้ก็เป็น วาระแห่งชาติของเราที่ทุกคนก็เห็นถึงการกระจายอำนาจว่ามีข้อดีอย่างไรแล้ว ก็เหลือแต่ การเปลี่ยนแปลงแล้วก็อำนาจทางการเมืองที่มั่นคงในการเปลี่ยนแปลงต่อไป ซึ่งท่านก็ได้ บอกว่าอันนี้ก็เป็นจุดสำคัญอย่างหนึ่งเหมือนกันว่าการเมืองระดับชาติที่แข็งแรงก็จะทำให้ การกระจายอำนาจนี้เกิดขึ้นได้จริง แต่สิ่งหนึ่งอันนี้ไม่ใช่ข้อตำหนิหรืออะไร แต่อาจจะสงสัย นิดหนึ่งเพราะเข้าใจอยู่ว่ามันไม่มีรายชื่อจังหวัดอะไรเลยใช่ไหมครับท่านประธาน แต่ผมว่า คนที่ไม่เข้าใจเรื่องกระจายอำนาจมากที่สุดในตอนนี้ในประเทศไทยกลับกลายเป็นคนกรุงเทพฯ เพราะว่าคนกรุงเทพมหานครเองเราก็หลวมตัวดีใจว่าเรามีการเลือกตั้งผู้ว่าราชการ เราได้ เลือกตั้งผู้ว่าราชการเรารู้สึกดีใจมากกว่าที่อื่นแล้ว แต่ที่ไหนได้ครับ การกระจายอำนาจ ในกรุงเทพฯ ที่มีมานานกว่าหลาย ๆ ที่กลับกลายเป็นล้าหลังที่สุดเลย เพราะอะไรครับ ท่านประธาน ในต่างจังหวัดเขามีการเลือกตั้งนายก อบจ. ซึ่งจริง ๆ แล้วมันก็เปรียบได้กับ การเป็นผู้ว่าราชการนั่นละ ถ้าเรามองไปลึกอีกก็ยังมีนายกเทศมนตรีในระดับเทศบาล ยังมีนายก อบต. อีก หันกลับมาดูกรุงเทพมหานครที่ผมเป็น ส.ส. เชื่อไหมครับว่าเราไม่มี การเลือกตั้งผู้บริหารในระดับเขตหรือแขวงเลย เราดีใจครับว่าเรามีสภา กทม. ซึ่งก็เหมือน พวกเราในสภานี้ ก็มีหน้าที่ออกข้อบัญญัติ กทม. ไม่ได้มีการบริหารอะไร ก็ขึ้นอยู่กับ ผู้ว่าราชการผ่านให้ท่านไป ผอ. เขตก็มาจากการแต่งตั้งของผู้ว่าราชการจังหวัดที่มาจากการ เลือกตั้ง เชื่อไหมครับท่านประธาน ผมเป็น ส.ส. มาสมัยแรก ๔ ปี เอาความจริงตอนแรก ผมก็ไม่รู้หรอกครับว่ามันบริหารจัดการกันอย่างไร พอได้มาสดับตรับฟังแล้วโชคดีในโชคร้าย ก็คือได้ทำงานต่าง ส.ก. ด้วย แล้วก็ ส.ข. ด้วย เพราะเรามีแต่ ส.ส. อย่างเดียวใน กทม. ตอนแรก ทำทุกอย่างเลย ผอ. เขตเปลี่ยนมา ๔ คนแล้วครับท่านประธาน แล้วผมมี ๓ เขต รวมกัน ๑๒ คนที่เปลี่ยนไป ผมมองว่าตำแหน่งในการบริหารในระดับเขตคือต้องมีการพัฒนา ให้ไปไกลขึ้น การอยู่อย่างต่อเนื่อง การได้แมนเดต (Mandate) หรือว่าฉันทานุมัติจาก ประชาชนให้เขามาพัฒนา มันก็จะมีผลกระทบที่ดีกว่าให้กับชาว กทม. ในเขตนั้น ๆ หลายครั้งผมได้มีโอกาสไปทำเรื่องสุราก้าวหน้าที่ต่างจังหวัด ผมก็ได้ไปเห็นหลาย อบต. หลายตำบลที่มีนายก อบต. ที่เข้มแข็ง เขาจัดสวนอะไรเขาทำอะไรดีหมดนะครับ ทำบริการสาธารณะต่าง ๆ เท่าที่ขนาดเขาพอทำได้เล็กน้อยเขายังทำได้ ผมเห็นใน กทม. บางครั้งผมประชุมสภา ยังไม่ปิดสมัยประชุม ไม่ว่างไปสวัสดี ผอ. สักพักย้ายอีกแล้ว อย่างนี้ คือผมไม่แน่ใจว่าการพัฒนามันจะอยู่ตรงไหน แล้วผมไม่แน่ใจว่าในคณะกรรมาธิการ ซึ่งผมดูรายชื่อแล้วก็ไม่มี ส.ส. กทม. ได้ศึกษาเรื่องโครงสร้างของกรุงเทพฯ ไว้อย่างไรไหม เนื่องจากว่ากรุงเทพมหานครก็สำคัญนะครับ คือผมต้องเห็นใจผู้ว่าชัชชาติว่าแกมีประชากร ไปมาในกรุงเทพฯ ๑๐ ล้านคน ๑๕ ล้านคน ไปมาแต่ละวันในปริมณฑลมันใหญ่กว่าประเทศ หลาย ๆ ประเทศในยุโรปนะครับ อย่างประเทศเอสโตเนียเอยอะไรเอย ๑ คนดูไม่ไหว หรอกครับ ในแนวคิดของผมที่เคยคุยกับพรรคก้าวไกลแล้วจะทำเป็นนโยบาย ก็คือเรา อยากมีการเลือกตั้ง ผอ. เขต แน่นอนอยู่แล้ว ซึ่งบางเขตไปมา ใหญ่กว่าหลายจังหวัดเลย ก็เลยไม่แน่ใจว่าคือมันจะดีเพียงพอหรือไม่ ก็เลยยังอยู่ในขั้นการศึกษาภายในพรรคอยู่ เลยอยากถามทางกรรมาธิการว่าได้มีการศึกษาอะไรเพิ่มเติมไหมเผื่อผมจะได้นำไปปรับ แล้วก็ผลักดันเป็นนโยบายต่อไป รวมถึงเรื่องการอาจจะลดไซส์ (Size) กรุงเทพฯ แบ่งเป็น ๔ นครในกรุงเทพฯ แต่ละฝั่ง อย่างเช่นการแยกธนบุรีออกมาเป็นอีกฝั่งหนึ่ง ซึ่งเวลาผมลง พื้นที่ก็ได้ไปไต่ถามพี่น้องว่าให้แยกจังหวัดธนบุรีไหม ส่วนใหญ่ก็โอเค (OK) ซึ่งมันก็กลับไป เหมือนเดิมแต่ก่อนครับ ก็ยืนยันตรงนี้ว่าการกระจายอำนาจไม่ใช่การแบ่งแยกดินแดน หรืออะไรนะครับ มันเป็นพลวัตของมันอยู่แล้ว แต่ก่อนเราก็เคยกระจายอำนาจมาก่อน แล้วมารวมอำนาจ แล้วกระจายอำนาจ แล้วก็มารวมอำนาจ จนตอนนี้ อย่างไรให้กำลังใจ ท่านกรรมาธิการ แล้วก็ฝากตอบผมด้วยนะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
คุณวีระกร คำประกอบ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม วีระกร คำประกอบ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ ขอกราบเรียนว่า เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งกับการทำรายงานของคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ ของสภาผู้แทนราษฎร ที่ได้สรุปเนื้อหาแล้วปัญหาเกี่ยวกับการกระจายอำนาจไปยังท้องถิ่นในปัจจุบัน ขอกราบเรียน ท่านประธานอย่างนี้ว่า ปัญหาของท้องถิ่นนี้จะเป็นปัญหาเรื่องที่สำคัญที่สุดก็คือชอบถ่ายโอน แต่ภารกิจ แต่ไม่ถ่ายโอนงบประมาณ การที่ถ่ายโอนภารกิจไปมากมายโดยเฉพาะในเรื่องของ ถนนหนทาง ถนนในท้องถิ่นที่ได้รับถ่ายโอนไปจากกรมโยธาธิการและผังเมืองก็ดี สมัยก่อน รพช. ก็ดี หลายหน่วยงานที่ถ่ายโอนไป อบต. ไม่ทราบเรื่องด้วยซ้ำไป อยู่ ๆ ก็ถ่ายโอน ไปจนหมดนะครับ การถ่ายโอนบางครั้งก็ถ่ายโอนได้กระท่อนกระแท่น กล่าวคือเราไปดู ผมเองในฐานะที่เป็นประธานการถ่ายโอนถนนไปให้กับท้องถิ่น เราได้ไปดู ถนนที่จังหวัด อุบลราชธานีมีอยู่เส้นหนึ่งเป็นของทางหลวง วิ่ง ๆ ไปกลายเป็นของเทศบาลครับ วิ่ง ๆ ไป กลายเป็นของ อบจ. มาตรฐานแต่ละมาตรฐานคนละอย่างกันเลย มาตรฐานไม่เท่ากันเลย ของทางหลวงเขาทำมาดี ๔ เลน (Lane) เลยครับ วิ่งไปในเขตเทศบาลเล็กลงแต่มีไฟฟ้า พอออกจากเขตเทศบาลวิ่งไปเป็นถนน อบจ. ท่านครับ เหลือ ๒ เลน (Lane) รถเบรกกัน แทบจะเรียกว่าตกถนนกันตาย แล้วมืดตึ๊ดตื๋อ แล้วถนนก็จะบอกว่ามันเป็นหลุมเป็นบ่อเยอะ เพราะเหตุว่ามาตรฐานมันไม่เท่ากัน อบจ. อย่างนครสวรรค์มีถนนดูแลเป็น ๑,๐๐๐ กิโลเมตร เป็นหลายพันกิโลเมตร แต่งบประมาณท่านไปดูสิมันน้อยเหลือเกิน กรรมาธิการในเรื่องของ การถ่ายโอนถนนเราได้เสนอไปยังสภาแล้ว แล้วสภาก็เสนอเป็นข้อสังเกตไปยังรัฐบาล แล้วด้วย ทั้งสภามีความเห็นเหมือนกันก็คือการถ่ายโอนถนนไม่ว่าครับ ถ่ายโอนภารกิจไป แต่ท่านจะต้องพิจารณาที่จะต้องให้งบประมาณในการดูแล บำรุงรักษา ซึ่งเรียกว่า ค่าเมนเทนแนนซ์ (Maintenance) จะต้องให้เขาครับ เราเสนอไปแล้วให้กิโลเมตรละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท กล่าวคือ อปท. หรือเช่น อบต. หนึ่งมีถนนที่ต้องดูแลทั้งสิ้น ๔๐ กิโลเมตร ให้เขาไปเลยครับกิโลเมตรละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ก็ ๔ ล้านบาทให้เขาไปทุกปี เพราะเขามี ๔๐ กิโลเมตร จนกว่าอีก ๑๐ ปีข้างหน้าอาจจะสำรวจใหม่ ถ้าเขามีถนน ที่มากกว่านั้นก็ต้องให้เขากิโลเมตรละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ๑๐๐,๐๐๐ บาท กิโลเมตรละ ๑๐๐,๐๐๐ บาทเราเอามาจากไหนครับ เป็นค่าดูแลบำรุงรักษาที่ต่ำสุด โดยเอาตัวเลขของ กรมชลประทานที่เขาดูแลถนนที่อยู่บนคันคลองชลประทาน ไม่เอามาตรฐานเดียวกับ กรมทางหลวงชนบทแล้ว เพราะอันนั้นจะสูงเกินไป ไม่เอาเท่ากับกรมทางหลวงแล้ว ซึ่งก็ยิ่ง สูงหนักเข้าไปใหญ่ เอาแค่กรมชลประทานที่ดูแลถนนบนคันคลองนี่ละครับ กิโลเมตรละ ๑๐๐,๐๐๐ บาทโดยประมาณ เราก็เสนอไปแล้วครับ ผมอยากจะกราบเรียนท่านประธานว่า ถ้าเราให้งบประมาณอุดหนุนเป็นกรณีพิเศษสำหรับถนนไปเลย นี่อยากจะเสนอไปยัง ท่านซูการ์โนด้วย เสนอให้ตรงกันกับกรรมาธิการชุดที่แล้วที่เราเสนอไปแล้ว ๑๐๐,๐๐๐ บาท ให้เขาไปเลย ถ้าหากว่าตัดในส่วนดูแลถนนไป รัฐบาลอุดหนุนพิเศษไปเลย เฉพาะการทำถนน ดูแลรักษาถนนโดยเฉพาะเลย กิโลเมตรละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ๔๐ กิโลเมตรให้ไป ๔ ล้านบาท มี ๕๐ กิโลเมตรให้ ๕ ล้านบาท ให้ตามภาระหน้าที่สิครับ ไม่ใช่ว่าให้แต่ภาระ แต่เงินไม่ให้เขา ถนนในบ้านนอกมันก็เป็นหลุมเป็นบ่ออยู่อย่างนี้ละครับ รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๔๐ เขียนไว้ดี เขียนตั้งแต่ในเรื่องของแนวนโยบายแห่งรัฐเลย เขียนไว้เลยว่ารัฐบาล พึงอุดหนุนและสนับสนุนการปกครองส่วนท้องถิ่น นี่มาเขียนกันอยู่ในมาตรา ๒๔๙ มาตรา ๒๕๐ ไปเขียนมาตราท้าย ๆ แล้วลดความสำคัญลงไปมาก รัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ลดความสำคัญของท้องถิ่นไปมาก ไปเขียนอยู่มาตราท้าย ๆ แล้วไม่ได้เขียนด้วยว่า ให้สนับสนุนให้อะไร บอกให้สนับสนุนทั้งภูมิภาคทั้งอะไรก็ไม่รู้ คือดูแล้วเห็นได้ชัดเจนว่า ผู้ร่างรัฐธรรมนูญ ปี ๒๕๖๐ ไม่เอาใจใส่ท้องถิ่นเลย ทั้ง ๆ ที่ถ่ายโอนภารกิจไปให้เขาแล้ว ขอกราบเรียนอีกครั้งยืนยันว่าการถ่ายโอนภารกิจไปยังท้องถิ่นพึงต้องมีงบประมาณอุดหนุน ให้เขาด้วยเป็นกรณีพิเศษ โดยเฉพาะถนน โดยเฉพาะแหล่งน้ำ โดยเฉพาะอาคารบังคับน้ำ ทั้งหลาย ซึ่งเขาไม่มีงบประมาณที่ดูแลเลย เอาไปให้ก็ไม่ผุพังไปเสียหายหมด ก็กราบเรียน ท่านประธานแต่เพียงเท่านี้ ขอบคุณครับ🔗
ท่านณัฐพงษ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายรายงานข้อเสนอเกี่ยวกับการกระจายอำนาจให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นของคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ สภาผู้แทนราษฎร ผมเห็นด้วยกับข้อสังเกต ข้อเสนอแนะของกรรมาธิการทั้ง ๘ ข้อ แต่ทั้งนี้ผมขอเพิ่มเติมแล้วให้ข้อสังเกตในข้อที่ ๖ เรื่องการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรบริหารปกครองส่วนท้องถิ่นในเรื่องการเร่งรัดให้ ฝ่ายรัฐบาลออกกฎหมายการมีส่วนร่วม ท่านประธานครับ ผมขอภาพเพื่อประกอบ การเสนอแนะด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ถ้าเราพูดว่า การเมืองคือการปกครองประเทศ โดยฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายตุลาการ ในสภา ของเรานี่คือการออกกฎหมาย และมีอำนาจในการปกครองทั้งประเทศ ท้องถิ่น ท้องที่ คือการบ้านที่องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่นมีอำนาจ นี่คือหมู่บ้านห้วยเหลือง นี่สภาพการสัญจร ของหมู่บ้าน อำนาจมันอยู่ที่ส่วนกลาง อำนาจมันไม่อยู่ที่ท้องถิ่นและท้องที่ การสัญจร ชาวบ้านได้งบประมาณ ๒๐ กว่าล้านบาท แต่ทำทางไม่ได้ ประเด็นที่น่าเจ็บปวดกับการ พิจารณาก็คือได้งบประมาณแล้วมีการเซ็นสัญญาแล้ว หมู่บ้านห้วยเหลือง ตำบลแม่ท้อ อำเภอเมือง จังหวัดตาก ท้ายสุดชาวบ้านต้องสร้างถนนแบบนี้ครับ นี่คือสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นไม่สามารถทำได้ และที่น่าเศร้าใจมากกว่านั้นคือได้งบประมาณแล้วแต่ถูกโยก เพราะมันอยู่ในพื้นที่เขตอนุรักษ์ เขตป่าสงวน ที่มันซ้ำซ้อนกับองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นที่ไม่สามารถทำได้ อันนี้คือปัญหาที่เกิดทั่วประเทศเลยครับท่านประธาน เราจะหาหนทางแก้ไขอย่างไร ถ้าเราไม่ให้อำนาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นท้องที่ เขาทำได้ แล้วอำนาจผูกมัดกับกฎหมายอื่น ๆ และกระทรวง กรม กองส่วนกลาง นี่คือภาพ ที่เราจะต้องเจอไปไม่สิ้นสุดทุกพื้นที่ของประเทศไทย นี่คือตัวอย่างที่เราเห็นได้ชัดว่า การกระจายอำนาจต้องกระจายไปที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และท้องถิ่นเท่านั้นที่รู้ว่า เขาต้องการอะไร ไม่ใช่ส่วนกลางมากำหนดชี้ชะตาจากส่วนกลางและกำหนดให้ท้องถิ่น ต้องการแบบนั้นแบบนี้ อันนี้คือข้อแรกที่ผมเห็นว่า สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เส้นทางสัญจร เข้าออกหมู่บ้าน ขุดบ่อน้ำ ไฟฟ้าที่จะปักเสาพาดสาย โรงเรียน โรงเรียนบ้านห้วยเหลือง มีโรงเรียนอยู่ในหมู่บ้านแต่ไม่สามารถใช้สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานตามที่รัฐธรรมนูญ กำหนดให้ นี่คือข้อหนึ่งที่ผมเห็นด้วยว่าการกระจายอำนาจจะต้องกระจายสู่ท้องถิ่น🔗
ประเด็นอีกข้อหนึ่ง ในข้อที่ ๓ ข้อสังเกต ข้อเสนอแนะที่เขียนไว้ว่า การกระจายอำนาจกับท้องถิ่นจะต้องกระจายเร่งรัดให้มีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น เป็นรูปแบบพิเศษ และในพื้นที่ที่มีอัตลักษณ์พิเศษ ท่านประธานครับ พื้นที่ของกลุ่มชาติพันธุ์ ที่อยู่ในป่าในเขา นี่คือพื้นที่อัตลักษณ์ที่เขียนไว้ในรายงานนี้ด้วยหรือไม่ก็อยากจะถาม ซึ่งผม เข้าใจว่าน่าจะใช่ แต่คงต้องถามกรรมาธิการว่าใช่หรือไม่ ยกตัวอย่างเกาะหลีเป๊ะ กลุ่มพี่น้อง ชาติพันธุ์ชาวเลเขาอยู่มาดั้งเดิม แค่ไม่มีเอกสารยืนยัน แค่กระดาษแผ่นหนึ่ง จากผู้ที่บุกเบิก กลายเป็นผู้บุกรุก ไม่สามารถเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่ใช้ชีวิตวิถีชีวิตดั้งเดิม เด็กนักเรียนไม่สามารถ ไปเรียนในโรงเรียนที่ตัวเองจะต้องเรียนเพื่อให้ได้ความรู้เป็นอนาคตของชาติ อันนี้คือปัญหา ของกลุ่มชายขอบ กลุ่มเปราะบางที่จะต้องกระจายอำนาจให้เขาตัดสินใจในพื้นที่ดั้งเดิม ของเขาครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ🔗
เชิญ คุณหมอกิตติศักดิ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด มหาสารคาม เขต ๑ พรรคเพื่อไทย วันนี้ขออภิปรายรายงานการพิจารณาศึกษาข้อเสนอ เกี่ยวกับการกระจายอำนาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านประธานครับ จากรายงานนี้ ก็จะเห็นว่าทุกคนพูดถึงการกระจายอำนาจ ทุกคนรู้ว่าการกระจายอำนาจเป็นสิ่งที่ดี เป็นสิ่งที่ ต้องสนับสนุน แต่เราก็เจอว่าในทุก ๆ คนที่อภิปรายก็จะมีปัญหาต่าง ๆ มากมาย เพราะฉะนั้น หลักใหญ่ ๆ ของการส่งเสริมการกระจายอำนาจและองค์กรปกครองท้องถิ่น ก็คือหลักความ เป็นอิสระ ออโตโนมี (Autonomy) หรือการให้อำนาจที่เหมาะสม🔗
อันที่ ๒ คือเรื่องของทรัพยากรหรืองบประมาณ แล้วทำไมจะให้อำนาจ ความอิสระไปกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้มากที่สุด โดยมีหลักธรรมาภิบาล หรือจะทำให้ทรัพยากรหรืองบประมาณต่าง ๆ ไปใกล้ประชาชนที่สุด นั่นละครับคือสิ่งที่เกิด ประสิทธิภาพที่สุด เพราะฉะนั้นในการที่จะทำให้องค์กรปกครองท้องถิ่นได้รับการ สนับสนุน เรื่องของการกระจายอำนาจเราก็พบประเด็นใหญ่ว่าในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ องค์กรปกครองท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นการเงินการคลังที่หลายท่านก็บ่นมาตลอดนะครับ กฎหมายระเบียบ ที่บางทีอยากทำแต่ไม่มีกฎระเบียบที่มารองรับ หรือการบริหารงานบุคคลที่บางทีมาสอบที่ส่วนกลางอะไรต่าง ๆ แล้วก็โครงสร้างอำนาจ หน้าที่ที่เราอยากจะมีหน่วยงาน อปท. แบบพิเศษขึ้นมาอีกมากกว่านี้ ทำอย่างไรถึงจะเกิดขึ้น ได้ง่ายขึ้น เพราะฉะนั้นแล้วในสิ่งที่ผมคิดก็คือว่าเราต้องเปลี่ยนฉากทัศน์ใหม่หมดของ การกระจายอำนาจ คือเรียกว่าทำแบบใหม่ ถ้าคิดแบบเดิมมันก็ได้แบบเดิมละครับ ท่านสังเกตไหมว่าหน่วยงานที่กำกับดูและรับผิดชอบ อันที่ ๑ กรมส่งเสริมการปกครอง ท้องถิ่น สังกัดกระทรวงมหาดไทย กถ. อันที่ ๒ คณะกรรมการมาตรฐานการบริหารงาน บุคคลส่วนท้องถิ่น สังกัดสำนักปลัดกระทรวงมหาดไทย อันที่ ๓ คือคณะกรรมการกระจาย อำนาจแห่งชาติ สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทั้ง ๓ หน่วยงานอยู่คนละที่เลย ทำไมละครับ จะไม่เอา ๓ หน่วยงานนี้มาบูรณาการร่วมกัน ตอนนี้เขาบูรณาการนะครับ เช่น คณะกรรมการ กระจายอำนาจ ๓ เดือนประชุมที ปัญหาข้อต่าง ๆ ก็คั่งค้างมา แต่การบูรณาการต่าง ๆ จะต้องรวดเร็ว ต้องมีประสิทธิภาพ ต้องทันกับปัญหาต่าง ๆ แล้วต้องคิดเชิงรุกมากกว่า ฉะนั้นในสิ่งที่พวกผมได้เสนอกันคือว่าเราควรจะมีหน่วยงานสนับสนุนการกระจายอำนาจ และการพัฒนาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้ได้ ประเด็นหลักคือว่าเราต้องเอา ๓ หน่วยงาน มาอยู่ร่วมกัน ประเด็นที่ ๒ คือเราต้องเปลี่ยนดีเอ็นเอ (DNA) ของทั้ง ๓ หน่วยงานให้มี แรบบิทเรสปอนด์ (Rabbit respond) คือต้องรวดเร็ว ตรงปัญหา เช่น ผมเคยมีปัญหาเรื่อง ฉีดวัคซีนสุนัขบ้า เขาบ่นมาเป็นปีกว่าจะออกกฎหมายออกระเบียบให้ ถ้าเป็นหน่วยงานใหม่ มีปัญหาที่มหาสารคาม มีสุนัขบ้าระบาด ตอนบ่ายหน่วยงานที่กำกับดูแลสามารถ จะออกระเบียบให้เลย นี่คือสิ่งที่อยากได้ แล้วก็คณะกรรมการที่จะมากำกับดูแล ผมไปเป็น อนุกรรมาธิการในการศึกษาหน่วยงานที่สนับสนุนการกระจายอำนาจและการปกครอง ส่วนท้องถิ่น ก็พบว่าส่วนใหญ่อยากให้ทั้ง ๓ หน่วยงานมารวมเป็นหน่วยงานเดียว อันที่ ๒ เขาอยากให้มีคณะกรรมการกระจายอำนาจแห่งชาติ อันที่ ๓ ก็คือกระทรวงท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นคณะกรรมการกระจายอำนาจและกระทรวงท้องถิ่นมีความสำคัญทัดเทียมกัน คือเทียบเท่ากระทรวง แล้วอยากให้ขึ้นตรงกับนายกรัฐมนตรี อีกนิดหนึ่งนะครับท่านประธาน พอดีท่านอุบลศักดิ์บอกว่าใช้เวลาท่านได้ ก็บอกว่าหน่วยงานส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ถ้าเราเอามาทั้ง ๓ อันรวมกันแล้วสามารถจะเปลี่ยนดีเอ็นเอ (DNA) เปลี่ยนวิธีคิด แล้วสามารถจะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่พวกเราบ่นมาตลอด ผมไปประชุมที่สันนิบาตเทศบาล ประชุม อบต. ประชุม อบจ. เขาจะบ่นตลอด ในสภาก็บ่นตลอด แต่แก้ปัญหาไม่ได้ ผมเชื่อมั่นว่าถ้าทั้ง ๓ หน่วยงานมารวมกันสร้างอีโคซิสเต็ม (Ecosystem) ใหม่ขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ปัญหาที่บ่น ๆ ตลอดมันจะได้รับการแก้ไขคลี่คลายอย่างเป็นระบบ แล้วก็สามารถจะแก้ปัญหาเรื่องของความเป็นอิสระและงบประมาณต่าง ๆ ให้กับองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น ก็ฝากท่านกรรมาธิการ ผมอ่านแล้วยังไม่มีประเด็นนี้ในรายงานฉบับนี้ ก็ฝากประเด็นนี้เข้าสู่รายงานฉบับนี้อีกครั้งด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
เชิญ ท่านอุบลศักดิ์🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ตามที่คณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจการปกครองท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ ตามที่รายงานดังกล่าวนั้น ต้องกราบเรียนท่านประธาน ด้วยความเคารพว่า พระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ นั้นเป็นเวลา ๒๒ ปีที่ผ่านมา ปรากฏว่าการกระจายอำนาจไปแต่ตัวหนังสือ แต่บุคลากร งบประมาณไม่ได้กระจายไปด้วย ทำให้เกิดปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งไม่ว่าถนนหนทางเมื่อเกิดปัญหาแล้วท้องถิ่นไม่สามารถ จะดำเนินการได้ ในขณะเดียวกันที่ผมเคยกราบเรียนไปหลายครั้งหลายหนแล้วว่า น้ำคือชีวิต ในกรณีที่พื้นที่เกษตรกรที่ทำไร่ทำนา มีฝายที่ได้โอนไปจากกรมชลประทานตั้งแต่ปี ๒๕๔๒ ฝายร้าว ฝายแตก เขื่อนพัง ก็ไม่สามารถจะกักเก็บน้ำได้ ไม่สามารถจะบริหารจัดการน้ำ ได้อย่างเป็นระบบ แน่นอนที่สุดเมื่อพี่น้องประชาชนเดือดร้อนน้ำมากไม่สามารถจะระบายได้ ก็ไปหาท้องถิ่น ท้องถิ่นก็ตอบไม่ได้ว่าจะทำอย่างไร เมื่อน้ำน้อยแน่นอนที่สุดเพราะฝาย มันร้าวมันแตกไปแล้วไม่สามารถจะเก็บน้ำได้ ทำให้เกษตรกรนั้นเสียโอกาส ดังนั้น จึงอยากจะกราบเรียนว่ากฎหมายฉบับนี้ สมัยนั้นจำได้การกระจายอำนาจเมื่อปี ๒๕๒๒ นั้น ซึ่งเราให้ปกครองท้องถิ่นไป ให้ อบต. ให้เทศบาล และให้ อบจ. ซึ่งทำงานอยู่นั้น ก็กราบเรียน ด้วยความเคารพอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงและเสนอแนวทางกับคณะกรรมาธิการว่าควรจะ ไปแก้พระราชบัญญัติการกระจายอำนาจ ปี ๒๕๔๒ อย่างไรก็ตาม ผมได้สอบถามเจ้าหน้าที่ หลายท่านว่าอย่างชลประทานอยากจะเข้ามาทำงานที่ฝายแตก ฝายร้าวก็ต้องมาขออนุญาต ท้องถิ่น เรื่องงบประมาณแผ่นดินก็เหมือนกันท้องถิ่นไม่มีงบประมาณ แต่ชลประทาน มีงบประมาณก็จะเกิดมีปัญหา ในขณะเดียวกันบุคลากรต้องมีวิศวกรที่สามารถไซน์ (Sign) ได้ หรือเซ็นรับรองแบบได้ ท้องถิ่นไม่มี บางจังหวัดก็ต้องจ้างคนอื่นเขา ค่าใช้จ่ายก็สูง ดังนั้น ควรจะมีงบประมาณเพื่อให้บุคลากรได้ไปศึกษาเพิ่มเติมเพื่อจะได้มีใบอนุญาต สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ต้องกราบเรียนว่าไม่สามารถจะแก้ไขปัญหาได้ ฝากคณะกรรมาธิการว่าควรจะไป ยกร่างกฎหมายการกระจายอำนาจสู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ปี ๒๕๔๒ นั้นแก้ไขเสียใหม่ เป็นการด่วน แล้วคณะกรรมาธิการชุดผมก็จะเสนอเช่นเดียวกัน ก็กราบขอบพระคุณ ท่านประธานเป็นอย่างสูง เพื่อไม่ให้เสียเวลาประหยัดเวลาครับ ขอบคุณมากครับ ท่านประธานครับ🔗
เชิญ กรรมาธิการได้ชี้แจงเพิ่มเติม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง ผมขอขอบคุณท่านประธานซูการ์โนได้อนุญาตให้ผมได้ช่วยตอบข้อสงสัยของ เพื่อนสมาชิกที่ได้สอบถามมาทั้งหมด ๑๓ ท่าน ก็ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วย ผมเรียน ท่านประธานว่าทุกคำถามหรือคำอภิปราย โดยเฉพาะคำอภิปรายที่ท่านได้อภิปรายค่อนข้าง จะไปในทางที่เห็นด้วยกับกรรมาธิการที่ได้เสนอ ส่วนประเด็นปลีกย่อยที่ท่านกรรมาธิการ ได้รับฟังท่านนั้นผมน้อมรับ และกรรมาธิการทุกคนเห็นว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ช่วยกันทำให้ การขับเคลื่อนการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นนั้นได้เกิดประโยชน์กับพี่น้องประชาชน และการกระจายอำนาจในอนาคตต่อไป ในชั้นนี้ผมอยากจะเรียนท่านประธานและขอตอบ เป็นประเด็นหลัก ๆ สัก ๔ ประเด็นเพื่อให้เข้าใจที่ตรงกัน🔗
ประเด็นที่ ๑ ผมคิดว่ามีท่านสมาชิกพูดเรื่องพัฒนาการของการกระจาย อำนาจ อันนี้ก็ถูกต้องว่าพัฒนาการของการกระจายอำนาจไม่ได้เริ่มปี ๒๕๔๐ แต่มันเริ่มมา ตั้งแต่รัชกาลที่ ๕ มีสุขาภิบาล แล้วก็เริ่มตั้งแต่มีเทศบาลใน พ.ศ. ๒๔๗๖ อันนี้ก็ขอบคุณ เพื่อนสมาชิกที่ได้ให้ข้อสังเกตเพิ่มเติม แต่ประเด็นใหญ่ที่ผมอยากจะเรียนในประเด็นที่ ๑ ที่พูดกันมากก็คือเรื่องของหน้าที่และ อำนาจของท้องถิ่น อันนี้เป็นประเด็นสำคัญที่เราได้พยายามเขียนไว้ในข้อสังเกต เพื่อนสมาชิกกังวลเรื่องให้กระจายอำนาจมาแล้วนี่ไม่กระจายเงิน โดยเฉพาะงบประมาณ แต่กระจายแต่หน้าที่ แล้วก็เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ซึ่งเราได้เสนอไว้ ผมเรียนว่าการแก้ไข พ.ร.บ. กำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจนี่เราได้เขียนไว้ในข้อสังเกตเพื่อให้เพื่อนสมาชิก ได้สบายใจ แต่มากไปกว่านั้นเพื่อนสมาชิกพูดเรื่องปลดล็อกท้องถิ่น ซึ่งก็สอดคล้องกัน เพราะว่าในปลดล็อกท้องถิ่นก็พูดเรื่องอำนาจของท้องถิ่นที่ควรจะจัดบริการในเรื่องบริการ สาธารณะขั้นพื้นฐานของพี่น้องประชาชน โดยให้อำนาจนั้นเป็นของท้องถิ่น ยกเว้นอำนาจ ๔-๕ เรื่อง ผมยกตัวอย่าง เช่น เรื่องการต่างประเทศ เรื่องความมั่นคง เรื่องการทหาร เรื่องการทูต เรื่องการเงิน เป็นต้น หรือเรื่องของภาพรวมของประเทศอันนั้นก็ถูกต้อง ซึ่งอันนี้ เราตระหนักตรงนี้ ส่วนเรื่องอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับงบประมาณ ผมเรียนว่าเรื่องงบประมาณ เป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งในข้อเสนอนั้นเราเสนอ ๓๕ เปอร์เซ็นต์ แต่เพื่อนสมาชิกก็พยายามบอกว่า ให้มากกว่านั้น ซึ่งก็น้อมรับในจุดนี้ ผมเห็นใจท้องถิ่นว่าการมีรายได้เพื่อทำหน้าที่พัฒนา คุณภาพชีวิตขั้นพื้นฐานนั้นจะต้องได้ทั้งภารกิจที่ได้มารวมถึงงบประมาณด้วย อันนี้ก็เป็น เรื่องที่ถูกต้อง ซึ่งเราได้เสนอเรื่องกฎหมายรายได้และการคลังท้องถิ่น อันนี้อยู่ในข้อสังเกต เพื่อให้เพื่อนสมาชิกได้สบายใจ🔗
มีท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ได้พูดที่ให้ข้อคิดต่อกรรมาธิการที่ดี ไม่ว่าจะเป็นการให้ ท้องถิ่นออกพันธบัตรก็ดี หรือให้ท้องถิ่นดำเนินการให้มีธนาคารพัฒนาการท้องถิ่น อันนี้ก็เป็น เรื่องความก้าวหน้าของท้องถิ่นที่จะต้องดำเนินการต่อไป ก็ขอขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วย🔗
ก่อนถึงเรื่องบุคคลมันมีประเด็นเรื่องการบูรณาการที่เพื่อนสมาชิกได้ถาม ผมอยากจะเรียนว่าการบูรณาการเรามองในลักษณะหุ้นส่วน ผมคิดว่าการกระจายอำนาจ เราไม่สามารถแยกออกจากรัฐส่วนกลางได้ นั่นก็คือยังคงมีรัฐบาลกลางและเรามีท้องถิ่น เราจะบูรณาการในลักษณะหุ้นส่วนอย่างไร นั่นก็คือการแปลงนโยบายที่เกี่ยวข้องกับภาพใหญ่ ของประเทศที่ท้องถิ่นไม่สามารถและไม่มีขีดความสามารถที่จะจัดการได้ ตรงจุดนี้ก็ต้องให้ ส่วนกลางมาช่วยในเรื่องที่ผลกระทบต่อประชาชนโดยภาพรวม ก็เรียนด้วยความเคารพ ตรงจุดนี้🔗
ส่วนเรื่องบุคคลนี่จริง ๆ ท่านพูดเรื่องคำสั่ง คสช. ที่ให้อำนาจในการสอบที่อยู่ ที่ส่วนกลางนั้นเราตระหนักดีครับ ในกรรมาธิการเราทำหลายเรื่อง แล้วก็เรียนท่านว่าอันนี้ เราได้เสนอกฎหมายเพื่อให้การบริหารงานบุคคลนั้นมีอิสระ นั่นก็คือกฎหมายระเบียบ บริหารงานบุคคลของท้องถิ่น ซึ่งในรายละเอียดค่อยว่าไป นั่นเป็นข้อเสนอของกรรมาธิการ ถ้ารับไปแล้วรัฐบาลเห็นชอบในจุดนี้ เราก็จะทำให้กฎหมายนี้ไปสู่คนท้องถิ่นที่มีการสอบ การอะไรของท้องถิ่นเองโดยอิสระครับ🔗
มีเรื่องของ กทม. ที่บอกว่าจริง ๆ กรรมาธิการชุดนี้ซึ่งได้เสนอไปครั้งหนึ่งแล้ว เรื่อง กทม. เรื่องของเขตเรื่องของอะไร เรื่องของสภาเขต เราได้เสนอไปแล้ว เราเห็นด้วย ที่จะให้จัดการ กทม. ออกเป็นเทศบาลก็ได้หรือว่าในระดับเขตเราจะต้องกระจายอำนาจ อย่างไรนั้นเราเสนอไปในครั้งก่อน ก็ให้เพื่อนสมาชิกได้สบายใจ🔗
อีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องความเข้มแข็งของท้องถิ่นที่หลายท่านพูดเรื่อง ในมาตรา ๒๔๙ ที่เราได้เสนอว่าการจัดตั้งองค์กรท้องถิ่นต้องคำนึงถึงรายได้ คำนึงถึง ประชากร คำนึงถึงพื้นที่และคำนึงถึงความหนาแน่นนั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้องที่ท่านเสนอมา เราได้เสนอให้มีการทำประมวลกฎหมายท้องถิ่น ซึ่งปรากฏชัดอยู่ในรายงานเพื่อให้ เพื่อนสมาชิกได้สบายใจว่าวิธีคิดแบบนี้องค์กรท้องถิ่นเราจะต้องดำเนินการทำให้เขามี ศักยภาพได้อย่างไร🔗
มีเรื่องของรูปแบบพิเศษ อันนี้ทุกท่านก็เห็นด้วยว่ารูปแบบพิเศษที่เรา ได้นำเสนอในรายงานนั้น เราเสนอเป็น ๓ เรื่องด้วยกัน ๑. จังหวัดที่มีความพร้อมให้เป็น จังหวัดจัดการตนเอง นั่นก็เสนอไว้ ๒. ก็คือพื้นที่ที่เป็นอัตลักษณ์พิเศษ ซึ่งเพื่อนสมาชิก หลายท่านได้พยายามถาม อัตลักษณ์พิเศษก็หมายถึงเรื่องของชาติพันธุ์ เรื่องของ พหุวัฒนธรรม เรื่องพวกนี้เราได้ใส่ไว้ชัดเจนในรายงาน ก็อยากให้สบายใจ แต่ว่ายังมีเรื่องของ เขตท่องเที่ยว เขตเป็นเกาะ อันนี้ก็มีในรายงานอย่างครบถ้วน อยากให้เพื่อนสมาชิกได้สบายใจ ว่าเราได้ตระหนักถึงจุดนี้นะครับ🔗
ในส่วนสุดท้าย เรียนท่านประธานว่าท่านพูดเรื่องกลไกการกระจายอำนาจอยู่ ซึ่งเราได้เสนอคณะกรรมการการกระจายอำนาจและการบริการท้องถิ่นแห่งชาติ ซึ่งอาจจะ ตรงกับที่ท่านคุณหมอเกียรติศักดิ์ได้เสนอว่าจริง ๆ ท่านก็ได้ศึกษาเรื่องกระทรวงท้องถิ่น เพื่อจะเป็นกลไกดูแลท้องถิ่น และท่านได้เสนออีกโมเดล (Model) หนึ่งก็คือคณะกรรมการ ท้องถิ่นแห่งชาติ ก็เหมือนกับที่ทางกรรมาธิการได้เสนอคณะกรรมการการกระจายอำนาจ และการบริการท้องถิ่นแห่งชาติ อันนั้นก็เป็นกลไกหนึ่งที่จะมาดูแลขับเคลื่อนการกระจาย อำนาจนะครับ🔗
สุดท้ายก็คือเรื่องการมีส่วนร่วม อันนี้ผมขอขอบคุณเพื่อนสมาชิก แต่การมี ส่วนร่วมนั้นผมเห็นด้วยนะครับ อันนั้นก็แล้วแต่วิธีการของท้องถิ่นที่จะทำให้ไปถึงชุมชน ได้อย่างไร กระจายงบไปให้ชุมชนได้อย่างไร แต่เราได้เสนอเรื่องการให้มีสภาพลเมือง เข้าไปด้วยในกระจายอำนาจที่เราได้เสนอไว้ในข้อท้าย ๆ ก็กราบเรียนเพื่อนสมาชิก ด้วยความเคารพว่าเรื่องเหล่านี้เราได้เสนอไว้เรียบร้อยในเรื่องของการมีส่วนร่วมนะครับ🔗
เพราะฉะนั้นโดยสรุปก็คือเราพยายามพูดในเชิงกฎหมายหลายเรื่อง ไม่ว่า จะเป็นประมวลกฎหมายท้องถิ่นที่จะต้องให้รัฐบาลต้องไปดู ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการยกระดับ การปกครองรูปแบบพิเศษที่มีทั้ง ๓-๔ ส่วนที่ผมอธิบายแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกฎหมาย บริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น กฎหมายรายได้และการคลังท้องถิ่น กฎหมายการมีส่วนร่วม ของประชาชนที่จะร่วมดูแลท้องถิ่นของตนเอง รวมทั้งไปแก้ไข พ.ร.บ. กำหนดแผน และขั้นตอนการกระจายอำนาจ เพื่อปลดล็อกอำนาจและหน้าที่ และเพิ่มเงินให้ท้องถิ่น นั่นคือสิ่งที่ทางกระผมและเพื่อนสมาชิกได้รับฟัง แล้วในนามของกรรมาธิการวันนี้ก็ขอบคุณ เพื่อนสมาชิกที่ได้ให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการกระจายอำนาจ ทุกท่านเห็นตรงกัน ว่าวาระแห่งชาติของประเทศต่อนี้ไปต้องกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น เพื่อให้ท้องถิ่นมีอำนาจ และมีความเข้มแข็งในการจัดบริการสาธารณะเพื่อพี่น้องประชาชนต่อไป กราบเรียน ท่านประธานด้วยความเคารพครับ🔗
มีสมาชิก ท่านใดคัดค้าน ไม่เห็นด้วย หรือมีความเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ เนื่องจากในรายงานของ คณะกรรมาธิการได้ทำข้อสังเกต ซึ่งเป็นส่วนสำคัญนะครับ รายงานบวกข้อสังเกตที่จะต้อง ขออนุญาตจากสภาที่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เพื่อจะส่งไปให้รัฐบาลตามรายงานทั้งฉบับ พร้อมข้อสังเกตที่จะชี้แนะให้รัฐบาลต้องทำอะไรบ้าง ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๕ นะครับ ดังนั้น ต้องถามมติจากที่ประชุมว่าเราจะอนุมัติ จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย🔗
ท่านประธานครับ ผม วีระกร คำประกอบ พรรคพลังประชารัฐ จังหวัดนครสวรรค์ ท่านประธานที่เคารพครับ จากการ อภิปรายที่ผ่านมาก็ได้พูดเรื่องข้อสังเกตทั้งสิ้น แล้วเราก็เห็นด้วยกับข้อสังเกตของกรรมาธิการ ทุกคนเลย ผมยังไม่เห็นมีใครเลยครับที่จะไม่เห็นด้วย ผมคิดว่าน่าจะใช้ข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ขอบพระคุณครับ🔗
เข้าใจครับ กำลังจะถาม ต้องเกริ่นก่อนนะครับ กำลังจะถามว่ามีสมาชิกท่านใดที่ไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกต หรือเห็นเป็นอย่างอื่นไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ก็ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบหรือเห็นด้วยกับข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ซึ่งหมายถึง ทั้งรายงานและข้อสังเกตที่จะส่งไปทั้งฉบับเพื่อให้รัฐบาลดำเนินการ ไม่มีสมาชิกท่านใด เห็นเป็นอย่างอื่นนะครับ🔗
๕๒/๑🔗
ถ้าไม่มี ก็ถือว่าที่ประชุมเห็นด้วย อนุมัติให้ส่งรายงานและข้อสังเกตไปให้รัฐบาลและหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตามรายงานข้อเสนอแนะและข้อสังเกต ตามที่คณะกรรมาธิการ ได้ศึกษามา เป็นการจบการพิจารณาในวาระที่ ๔.๕ ครับ ขอบพระคุณท่านประธานและ ท่านคณะกรรมาธิการและผู้ชี้แจงครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
๔.๖ รายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง การจัดตั้งเทศบาลนครแหลมฉบัง เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ซึ่งคณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษพิจารณาเสร็จแล้ว ส่วนท้องถิ่นที่มีความสำคัญทางยุทธศาสตร์ของเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก อีอีซี (EEC) และระบบเศรษฐกิจ รวมถึงภาคอุตสาหกรรมของประเทศ เนื่องจากเป็นที่ตั้งของ ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบังซึ่งเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งทางทะเลที่สำคัญของภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การจัดตั้งเทศบาลนครแหลมฉบังเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รูปแบบพิเศษ จะเป็นกลไกสำคัญในการช่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบาย การพัฒนา เศรษฐกิจ เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก อีอีซี (EEC) และยุทธศาสตร์ชาติ การจัดตั้ง เทศบาลนครแหลมฉบังเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษนั้นจำเป็นต้องได้รับ การสนับสนุนเชิงนโยบายที่ชัดเจนจากรัฐบาล เนื่องจากหากไม่สามารถเชื่อมโยงรูปแบบ และกลไกในการบริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ กับประเด็นเกี่ยวกับ เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษได้ก็จะเป็นการสร้างมูลค่าที่เพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับพื้นที่ และยกระดับขีดความสามารถด้านการแข่งขันของประเทศ🔗
อย่างไรก็ตาม การจัดตั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษต้องคำนึงถึง โจทย์แห่งอนาคต ของพื้นที่เพื่อเชื่อมโยงกับ หน้าที่และอำนาจ ขององค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษที่จัดตั้งขึ้น ทั้งนี้ เทศบาลนครแหลมฉบังมีต้นทุนทางภูมิศาสตร์และ มีต้นทุนทางสังคมที่เข้มแข็ง แต่สิ่งสำคัญที่เทศบาลนครแหลมฉบังจำเป็นต้องมีเพื่อช่วย สนับสนุนการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก อีอีซี (EEC) ได้อย่างมีประสิทธิภาพคือต้นทุนทางการบริหาร ทั้งในเชิงองค์กร ทุนมนุษย์ ภาวะผู้นำ และ นวัตกรรมเชิงนโยบาย🔗
จากการวิเคราะห์ข้อมูลและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง คณะกรรมาธิการมีข้อเสนอ เชิงนโยบายและข้อสังเกต ดังนี้🔗
๑. เทศบาลนครแหลมฉบัง กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และสำนักงาน คณะกรรมการการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ควรพิจารณาทบทวน สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการนครแหลมฉบัง พ.ศ. .... ให้สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มีแนวทางจัดบริการ สาธารณะที่ทันสมัยและคล่องตัวในการดำเนินการ เพื่อให้นครแหลมฉบังมีศักยภาพเต็มที่ ในการสนับสนุนการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ของเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก🔗
๒. ในระหว่างที่รัฐบาลและรัฐสภาพิจารณาร่างพระราชบัญญัติระเบียบ บริหารราชการนครแฉลมฉบัง พ.ศ. .... เทศบาลนครแหลมฉบังควรแสวงหาความร่วมมือกับ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หน่วยงานของรัฐ ที่เกี่ยวข้อง และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ โดยเฉพาะองค์การบริหารส่วนจังหวัด ชลบุรีในการจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษนครแหลมฉบัง ตามมาตรา ๓๙ แห่งพระราชบัญญัติเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก พ.ศ. ๒๕๖๑ โดยเลขาธิการ คณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก อาจพิจารณามอบอำนาจหน้าที่ ตามมาตรา ๔๓ ให้กับนายกเทศมนตรีนครแหลมฉบัง ในการนี้ เทศบาลนครแหลมฉบัง อาจพิจารณาทำการร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ก่อตั้งบริษัทจำกัดตามมาตรา ๕๗ ตรี แห่งพระราชบัญญัติเทศบาล พ.ศ. ๒๔๙๖ และที่แก้ไข เพิ่มเติมถึงฉบับที่ ๑๔ พ.ศ. ๒๕๖๒ เพื่อดำเนินการด้านสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน ที่ส่งเสริมเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษในพื้นที่ หากเทศบาลนครแหลมฉบังสามารถดำเนินการ ร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออกในรูปแบบดังกล่าวได้ ก็จะเกิดตัวแบบการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่เมืองพิเศษสามารถขยายผลไปยังพื้นที่อื่น ในภาคตะวันออกได้🔗
๓. เทศบาลนครแหลมฉบังสามารถขอให้คณะกรรมการการกระจายอำนาจ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประกาศให้เทศบาลมีอำนาจหน้าที่พิเศษตามบทบัญญัติ แห่งพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น พ.ศ. ๒๕๔๒ มาตรา ๑๖ (๓๑) ให้เทศบาลเมืองพัทยา และองค์การบริหาร🔗
๖. เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดยุทธศาสตร์ และการจัดทำเทศบัญญัติงบประมาณรายจ่าย เทศบาลนครแหลมฉบังอาจออกแบบให้ ชุมชนต่าง ๆ ที่อยู่ในเขตเทศบาลมีกลไกของตัวแทนประชาชนในระดับชุมชน เพื่อสะท้อน ปัญหา ข้อเรียกร้อง และข้อเสนอแนะ หรืออาจตั้งสภาเมืองเพื่อเป็นช่องทางในการรับฟัง เสียงของประชาชนอย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ การออกแบบกลไกเช่นนี้จะต้องคำนึงถึงการมี ส่วนร่วมของประชาชนและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่หลากหลาย ต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพและ ความคุ้มค่าในการดำเนินการ หากกลไกที่จะสร้างขึ้นใหม่ก่อให้เกิดภาระทางงบประมาณหรือ ทรัพยากรทางการบริหารงานอื่นอย่างมากเกินความจำเป็น เทศบาลนครแหลมฉบัง อาจประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล (Digital) เข้ามาจัดการได้ เช่น การจัดการประชุม การสื่อสารผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ การสร้างแพลตฟอร์ม (Platform) สำหรับเรื่องร้องเรียนต่าง ๆ โดยเฉพาะการจัดทำสภาเมืองดิจิทัล (Digital) สำหรับประชุม สื่อสาร รวบรวมข้อมูลที่สำคัญ และจำเป็น สามารถเชิญผู้เชี่ยวชาญและผู้ทรงคุณวุฒิร่วมเผยแพร่ความรู้ผ่านการประชุม ออนไลน์ (Online) เพื่อพัฒนาองค์กรและสังคมได้อย่างต่อเนื่อง🔗
กล่าวโดยสรุป คณะกรรมาธิการการกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ เห็นว่า การจัดตั้งเทศบาลนครแหลมฉบังเป็นองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษเป็นประเด็นการปฏิรูปที่สำคัญของประเทศ เพราะนอกจาก จะเป็นการปฏิรูปรูปแบบการบริหารจัดการท้องถิ่นแล้ว ยังเป็นการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติ ที่เน้นการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ เพื่อบรรลุ วัตถุประสงค์แห่งการปฏิรูปดังกล่าว เทศบาลนครแหลมฉบังจำเป็นจะต้องเตรียมความพร้อม ด้านศักยภาพในการบริหารเชิงพื้นที่ด้วยแนวทางการจัดบริการสาธารณะที่แตกต่างจาก การจัดบริการสาธารณะแบบดั้งเดิมขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในประเทศไทย กระผม จึงขอรายงานการพิจารณาศึกษาของคณะกรรมาธิการ เรื่อง การจัดตั้งเทศบาลนครแหลมฉบัง เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ ต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้พิจารณาต่อไป ขอบคุณครับ🔗
คุณวีระกร เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วีระกร คำประกอบ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครสวรรค์ พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งตอนนี้เหมือนจะอยู่คนเดียวครับ เหงาเหมือนกัน ท่านประธานที่เคารพครับ เห็นด้วยกับ กรรมาธิการสามัญกระจายอำนาจของสภาผู้แทนราษฎรที่ท่านซูการ์โน มะทา ขอประทานโทษ เอ่ยนาม ที่ได้กรุณาเสนอให้เทศบาลนครแหลมฉบัง เป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบ พิเศษ สาเหตุผมให้เหตุผลที่ขอสนับสนุนอย่างน้อย ๒ เรื่องครับ🔗
เหตุผลที่ ๑ คือด้วยความที่เทศบาลนครแหลมฉบังมีงบประมาณของตัวเอง ซึ่งจัดเก็บรายได้ ไม่ว่าจะจัดเก็บจากภาษีที่ดิน สิ่งปลูกสร้างตามกฎหมายว่าด้วยภาษีที่ดิน และสิ่งปลูกสร้าง ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธินิติกรรมต่าง ๆ เนื่องจากเทศบาล นครแหลมฉบังเป็นเทศบาลที่มีผู้อยู่หนาแน่นและเป็นแหล่งอุตสาหกรรมและท่าเรือที่สำคัญ ที่สุดของประเทศไทย มีความหนาแน่นทั้งในส่วนของโรงงาน มีความหนาแน่นทั้งในส่วนของ อสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัย การจัดเก็บภาษีจึงไม่มีปัญหา ผมเชื่อว่าในปัจจุบันเทศบาลนคร แหลมฉบังคงจะมีงบประมาณไม่ต่ำกว่าพันล้านบาท อาจจะหลายพันล้านบาท เพราะฉะนั้น ด้วยลักษณะของงบประมาณแล้วเทศบาลนครแหลมฉบังสมควรที่จะยกระดับขึ้นเป็น เขตเศรษฐกิจพิเศษ🔗
เหตุผลที่ ๒ คือเทศบาลนครแหลมฉบังในพื้นที่ดังกล่าวซึ่งผมกราบเรียน ไปแล้วว่าเต็มไปด้วยอุตสาหกรรมหนัก อุตสาหกรรมไฮเทค (High tech) อุตสาหกรรม หลายประเภท อุตสาหกรรมต่อเนื่อง โดยเฉพาะอุตสาหกรรมรถยนต์ อุตสาหกรรมที่เป็น ส่วนประกอบของรถยนต์ ตลอดจนถึงท่าเรือต่าง ๆ ดูแล้วมันมีความซับซ้อนของมัน การที่จะใช้รูปแบบขององค์การปกครองท้องถิ่นทั่วไปมาดูแล จะเป็นเทศบาลนครก็ดีซึ่งก็ถือว่าใหญ่ที่สุดของเทศบาลแล้ว ผมก็ยังเชื่อว่าไม่สามารถที่จะ ดูแลได้อย่างทั่วถึงหรือลงไปในทางลึก ไปในทุกเซกเตอร์ (Sector) ของเทศบาลนคร ซึ่งผมกราบเรียนแล้วว่ามันเป็นเทศบาลที่ยิ่งใหญ่และซับซ้อนกว่าองค์การปกครองท้องถิ่น ธรรมดามากเหลือเกิน ปัญหาส่วนใหญ่แล้วจะมาเป็นปกครองแบบพิเศษได้หรือไม่ มันจะต้องขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของงบประมาณเป็นหลัก แต่เทศบาลนครแหลมฉบังไม่มีปัญหา เรื่องนี้เลย แล้วก็ไม่ใช่มีเฉพาะว่าเขามีงบประมาณเยอะอย่างเดียว เขาเก็บรายได้ได้เยอะ อย่างเดียว แต่เป็นเพราะความสลับซับซ้อนไม่มีใครที่รู้เรื่องท้องถิ่นได้ดีกว่าท้องถิ่นนั้นเอง อันนี้เป็นหลักการอยู่แล้ว ท้องถิ่นย่อมรู้เรื่องของตัวเองได้ดีที่สุด ท้องถิ่นจะทำให้ถูกใจ ประชาชนได้มากกว่า ท่านจะเอาส่วนภูมิภาคเข้าไปยุ่งเกี่ยวอะไรมากมาย ภูมิภาคไม่มีทาง รู้เรื่องหรอกครับ นายอำเภอไม่มีทางรู้ ผู้ว่าราชการจังหวัดไม่มีทางรู้มากไปกว่าท้องถิ่นนั้น ท้องถิ่นจะรู้ถึงขนาดถนนตรงไหนเป็นหลุมเป็นบ่อ ตรงไหนควรจะปรับปรุง ตรงไหน ควรจะเป็นสวนสาธารณะ ตรงไหนจะเป็นอะไร ตรงไหนจะเป็นสิ่งที่จะต้องเป็นเรื่องของการ ประชุมจัดสัมมนาอบรม สิ่งเหล่านี้ท้องถิ่นย่อมรู้ดี ผมจึงมองเห็นว่าด้วยความที่ยิ่งใหญ่ และซับซ้อนของเทศบาลนครแหลมฉบังสมควรอย่างยิ่งที่จะยกระดับขึ้นเป็น การปกครองพิเศษตามที่คณะกรรมาธิการสามัญของสภาเราได้นำเสนอในวันนี้ และขอบคุณ คณะกรรมาธิการที่ได้พยายามมอง ความจริงผมมองไม่ถึงตรงนั้น ผมเห็นว่าที่เรามีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นพัทยา ไม่ว่าจะเป็นกรุงเทพมหานคร มันก็ดี การเลือกตั้งผู้ว่า การให้ผู้ว่า ซึ่งเป็นคนท้องถิ่น คนท้องถิ่นเขาเลือกของเขา เขารู้อยู่แล้วว่าอะไรดีอะไรไม่ดี เวลาเขา หาเสียงเขาก็จะพูดถึงว่าเขามีนโยบายที่จะทำอะไร อันนี้ผมถึงเห็นว่าทางกรรมาธิการ ได้พยายามมองประเด็นที่จะยกระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เรียกว่าเทศบาลนคร แหลมฉบัง ยกเป็นองค์กรปกครองรูปแบบพิเศษเหมือนกับกรุงเทพมหานคร เหมือนกับพัทยา ซึ่งที่ท่านได้ร่างพระราชบัญญัติมานี้ผมเห็นด้วยทุกประการ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญ ท่านณัฐวุฒิ พรรคก้าวไกลครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทอง ต้องขอบพระคุณทางกราฟฟิก (Graphic) สภา เมื่อสักครู่ก่อนหน้านี้ ในการอภิปรายครั้งแรกท่านใส่ผมคำว่าคนจังหวัดอ่างทองในกราฟฟิก (Graphic) ให้ผมด้วย ท่านประธานครับ ถ้าผมจะไม่พูดก็เกรงว่าสมาชิกทางบ้านจะเข้าใจผิดว่ามีแต่ท่านวีระกร คำประกอบ ต้องขออภัยที่เอ่ยนาม อยู่ท่านเดียวในสภา ผมก็ยังอยู่ครับ แต่ว่าไม่ได้เหงา เท่าไร ผมมีอยู่ ๔ ประเด็นที่จำเป็นจะต้องขออนุญาตพูดถึงรายงานการพิจารณาศึกษา เรื่องการจัดตั้งเทศบาลนครแหลมฉบังเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรูปแบบพิเศษ จริง ๆ ก็อ่านเร็ว ๆ นะครับ อาจจะจับความได้ไม่หมดต้องขอประทานโทษท่านกรรมาธิการ แต่ผมคิดว่าถ้าท่านจะตอบคำถามทั้ง ๔ ประเด็นของผมได้ก็จะเป็นประโยชน์ต่อ พี่น้องประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ของเทศบาลนครแหลมฉบัง🔗
ประเด็นที่ ๑ เวลาที่เราพูดถึงการปกครองท้องถิ่นในรูปแบบพิเศษ วันนี้ ผมขออนุญาตที่จะยก อบจ. เทศบาล และองค์การบริหารส่วนตำบลนั้นออกไปก่อน ความเป็นรูปแบบพิเศษที่เรารู้กันก็คือกรณีของกรุงเทพมหานครและเมืองพัทยา ผมพยายาม จะอ่านในรายละเอียดนะครับ แต่อาจจะความรู้ไม่พอที่จะเข้าใจว่าในท้ายที่สุดนั้น ท่านลอง ฉายภาพเปรียบเทียบให้เห็นชัดเจนมากกว่านี้ได้อีกสักนิดหรือไม่ ว่ากรณีของเทศบาล นครแหลมฉบัง ยิ่งถ้าท่านมีร่าง พ.ร.บ. ประกอบมาด้วยนั้นมันมีความเหมือนหรือแตกต่าง จากกรณีของเมืองพัทยาแบบใด ประการใด ความเป็นจริงในเมืองพัทยาเองก็มีปัญหา ส่วนของเขาที่ค่อนข้างมาก ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของสำนักพัฒนาสังคม ซึ่งมีเจ้าหน้าที่เพียง ๓๐ คน ไม่เพียงพอต่อการดูแลพี่น้องประชาชนที่มีอยู่หลายแสนคนในพื้นที่ของเมืองพัทยา ต่าง ๆ เป็นต้น ตรงนี้ก็ต้องขอความชัดเจนครับ ไม่ใช่พูดแต่เพียงเรื่องกองช่าง ไม่ใช่พูดแต่เชิง พาณิชย์ แต่หมายรวมถึงการดูแลคนและการเปรียบเทียบระหว่างตัวเมืองพัทยากับเทศบาล นครแหลมฉบังซึ่งมีลักษณะที่ท่านพยายามจะบอกว่าเป็นการปกครองในรูปแบบพิเศษ🔗
ประการที่ ๒ เวลาที่เราพูดถึงระดับของเทศบาลนคร ที่ใกล้ที่สุดกับ แหลมฉบังก็คือเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรี ซึ่งมีการรวมองค์กรปกครองในระดับ ตำบลถึง ๕ ตำบลเข้ามา ผมไม่พูดถึงเทศบาลเมืองศรีราชา ไม่พูดถึงเทศบาลที่ใกล้เคียง กว่านั้น ผมคิดว่าประเด็นหนึ่งที่ผมเคยได้รับบทเรียนจากนายกเทศมนตรีเทศบาล นครเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีท่านให้ข้อคิดไว้น่าสนใจครับ ท่านบอกว่าคนที่มาอยู่ในเทศบาล นครเจ้าพระยาสุรศักดิ์มนตรีส่วนใหญ่มาทำงานในนิคมอุตสาหกรรม ซึ่งมีอยู่ถึง ๖ แห่ง ด้วยกัน ทั้งที่ตำบลบ่อวิน ทั้งที่ตำบลเจ้าพระยาสุรศักดิ์ ต่าง ๆ เป็นต้น ความหมายของท่าน ก็คือว่าพี่น้องประชาชนที่มาอยู่จำนวนมาก ๆ นั้น มิได้ย้ายภูมิลำเนามาอยู่ในพื้นที่ ท่านบอกว่า กระทรวงมหาดไทยหรือให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นสามารถทำการลงทะเบียนหรือ จดแจ้งคนที่มาอยู่ในพื้นที่ของท่านได้หรือไม่ ถามว่าจะเป็นประโยชน์อย่างไรครับ ก็คือจะเป็น ประโยชน์ในการรู้จำนวนพี่น้องประชาชนที่อยู่อย่างแท้จริง จะเป็นประโยชน์ในการจัดสรร งบประมาณ จะเป็นประโยชน์ในการวางแผนบริหารจัดการต่าง ๆ ปัญหาของเทศบาล นครแหลมฉบังผมคิดว่ามีความใกล้เคียงกันครับว่าพี่น้องประชาชนที่มาอยู่จำนวนหนึ่ง หรือจำนวนมากในนั้นก็ไม่ใช่คนในตำบลนั้นทั้งหมด ฉะนั้นตรงนี้เป็นประเด็นที่ ๒ ที่ผม อยากจะเห็นความชัดเจนจากท่านครับ🔗
ประเด็นที่ ๓ ในรายละเอียดท่านพยายามพูดถึงเขตเศรษฐกิจพิเศษอยู่ใน หลายพื้นที่ด้วยกัน ความเป็นจริงผมสนใจในเรื่องของเขตวัฒนธรรมพิเศษ เช่น กรณีของ แม่สอด กรณีของสังขละบุรี กรณีของแก่งกระจานมากกว่า แต่ผมไม่พูดถึงเพราะว่า เป็นคนละเรื่องกันที่จะพูดในที่นี้ ท่านยกตัวอย่างว่าลักษณะการทำนั้นจะนำไปสู่การมี รูปแบบที่เรียกว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษ ผมยกตัวอย่างเปรียบเทียบ แล้วผมคิดว่าท่านคงมี ข้อมูลมีบทเรียนที่จะตอบกับสภาแห่งนี้ว่ากรณีเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ทำไปแล้วที่แม่สอดนั้น ประสบความสำเร็จจริงหรือไม่ กรณีเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ทำไปแล้วที่อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงรายนั้นประสบความสำเร็จจริงหรือไม่ ตั้งเขตจริงครับ แต่พี่น้องประชาชน ไม่ได้ประโยชน์ ตัวด่านอยู่ห่างจากตัวอำเภอ ๓-๔ กิโลเมตร มีแต่ระบบโลจิสติกส์ (Logistics) ที่ขนเข้ามา แต่ท้ายที่สุดไม่เกิดโรงงาน ท้ายที่สุดไม่เกิดการจ้างงาน ท้ายที่สุดไม่เกิดประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ ฉะนั้นการที่ท่านเทียบโมเดล (Model) โดยใช้กรณีของ เขตเศรษฐกิจพิเศษมาเป็นตัวประกอบและสนับสนุนว่าควรจะทำให้เทศบาลนครแหลมฉบัง เป็นองค์กรปกครองรูปแบบพิเศษนั้น ผมยังมีความคลางแคลงใจ นั่นเป็นประเด็นที่ ๓🔗
ประเด็นที่ ๔ ประเด็นที่มีการพูดถึงมากในเรื่องของอีอีซี (EEC) ผังเมือง ออกไปก่อนนะครับ คงไม่มีเวลาที่จะพูดถึง ก็คือประเด็นเรื่องของขยะ กรณีการกันพื้นที่ อีอีซี (EEC) วันนี้ที่ควรจะอยู่ในพื้นที่จังหวัดชลบุรี ระยอง อาจจะรวมถึงฉะเชิงเทราเท่านั้น แต่ปรากฏว่ามีการส่งขยะไปถึงปราจีนบุรี ฉะนั้นอะไรคือหลักประกัน และขยะที่นี้ หมายรวมถึงทั้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งขยะที่ถูกขนหรือลักลอบขนเข้ามาโดยผิดกฎหมาย ซึ่งเพื่อนสมาชิกของผมก็เคยไปตรวจเจอที่เทศบาลนครแหลมฉบัง อะไรคือการจัดการขยะ อะไรคือหลักประกันว่าการเพิ่มอำนาจการปกครองส่วนท้องถิ่นให้เทศบาลนครแหลมฉบังนั้น จะนำไปสู่ปัญหาเรื่องของการจัดการขยะต่าง ๆ ได้🔗
นั่นเป็น ๔ ประเด็นที่ผมขออนุญาตที่จะตั้งประเด็นข้อสังเกตและสอบถาม ในท้ายที่สุดท่านประธานครับก่อนที่ท่านประธานจะขอให้มีการให้ความเห็นในท้ายนั้น ผมคิดว่าประเด็นหนึ่งที่ต้องทำความเข้าใจก็คือว่ารายงานฉบับนี้ไม่ได้มีแต่เพียงเนื้อหาและ กรณีข้อสังเกตนะครับ แต่รายงานฉบับนี้ยังมีภาคผนวก ไม่ว่าจะเป็นภาคผนวก ก หรือกรณี ของภาคผนวก ข ภาคผนวก ข นี้เป็นรูปภาพเฉย ๆ อย่างไรผมก็คงรับอยู่แล้ว แต่กรณีของ ภาคผนวก ก นั้น ท่านประธานอาจจะต้องถามในที่ประชุมแห่งนี้ว่าถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของ รายงานและจะอยู่ในส่วนไหน อยู่ในส่วนเนื้อหา หรืออยู่ในส่วนข้อสังเกต หรือจะให้รับแบบใด อย่างไร เพราะว่าเนื้อหาผมอาจจะรับ แต่กรณีของภาคผนวกที่เป็นร่าง พ.ร.บ. นั้น อาจจำเป็นที่จะต้องมีความคิดเห็นที่แตกต่าง ซึ่งอันนี้อาจจะต้องเป็นประเด็นคำถามที่ ท่านประธานจะได้กรุณาถามที่ประชุมแห่งนี้ต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญ กรรมาธิการได้ตอบชี้แจงครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม พรชัย ตระกูลวรานนท์ ในฐานะกรรมาธิการ ขอขอบพระคุณท่านประธานกรรมาธิการ ที่ได้กรุณามอบหมายให้ผมทำหน้าที่ตอบข้อซักถามของเพื่อนสมาชิก ในเวลาเดียวกัน ก็ขอขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกที่กรุณาให้ความสนใจแล้วก็อภิปรายเกี่ยวข้องกับตัวรายงาน ที่ทางกรรมาธิการได้นำเสนอ ในชั้นต้นเลยผมขออนุญาตท่านประธานที่จะเรียนว่ารายงาน ฉบับที่เกี่ยวข้องกับข้อเสนอการจัดการให้เป็นเมืองรูปแบบพิเศษกรณีของแหลมฉบังนี้ เป็น ๑ ใน ๓ ตัวเล่มรายงาน อันสืบเนื่องมาจากรายงานฉบับก่อนหน้านั้น กล่าวคือ ในรายงานก่อนหน้านั้นซึ่งเป็นการศึกษาภาพรวมแล้วก็ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปรับปรุง ระบบกระบวนการกระจายอำนาจในประเทศไทยนั้นได้พูดแตะไว้ในหลายส่วนที่เกี่ยวข้องกับ ความเป็นเฉพาะของแต่ละพื้นที่ของแต่ละท้องถิ่น รายงานที่เกี่ยวข้องกับกรณีของแหลมฉบังนี้ เป็นหนึ่งในส่วนซึ่งเราขยายต่อเนื่อง นอกจากนั้นก็ยังจะมีกรณีของเกาะสมุย แล้วก็ยังมีกรณี ของเมืองแม่สอด ซึ่งตัวเล่มรายงานเสร็จสิ้นเรียบร้อยพร้อมนำเสนอแล้วก็รอบรรจุเข้าสู่วาระ การพิจารณาของสภานี้ต่อไป กล่าวเฉพาะในกรณีตัวเล่มรายงานของแหลมฉบัง กระผม ขออนุญาตเรียนท่านเพื่อนสมาชิกและท่านประธานว่า จริง ๆ ก็ไม่ได้เป็นการริเริ่มใหม่อะไร แต่เป็นการสานต่อแล้วก็ต่อยอดสิ่งซึ่งก่อนหน้านั้นในสภาเองก็ดี ในภาคส่วนธุรกิจก็ดี หรือในภาคประชาชนก็ดี ได้มีความพยายามที่จะเรียกร้องให้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบ การปกครองท้องถิ่นในกรณีแหลมฉบัง เพราะกฤษฎีกาจัดตั้งเทศบาลนครแหลมฉบังตั้งแต่ ปี ๒๕๓๔ นั้น เกิดขึ้นในห้วงระยะเวลาที่รัฐบาลพยายามที่จะพัฒนาพื้นที่ในบริเวณแหลมฉบัง เพื่อที่จะรองรับการขยายตัวของโครงการอีสเทิร์นซีบอร์ด (Eastern Seaboard) เงื่อนไข ปัจจัยต่าง ๆ ณ เวลานั้นปี ๒๕๓๔ เมื่อเทียบเคียงกับที่เกิดขึ้นในปัจจุบันแตกต่างกัน อย่างมาก อันนั้นคือจุดตั้งต้นที่ทำให้มีการศึกษาในกรรมาธิการชุดของเราเพื่อที่จะอัปเดต (Update) ข้อมูลเงื่อนไขปัจจัย ขออนุญาตไปที่ท่านณัฐวุฒิได้กรุณาซักถามไว้ทั้ง ๔ ประเด็น🔗
ประเด็นที่ ๑ ที่ท่านซักถามไว้ก็คือเวลาที่พูดถึงรูปแบบพิเศษ ตรงไหน อะไร อย่างไรที่เรียกว่าเป็นรูปแบบพิเศษ ในกระบวนการขั้นตอนการศึกษาแล้วการลงพื้นที่ ได้พูดคุยกันหลายรอบ เดิมทีเดียวก็มีข้อเสนอว่าอาจจะต้องพลิกโฉมปรับรื้อโครงสร้าง กระบวนการบริหารทั้งหมดให้มีลักษณะพิเศษจริง ๆ แต่พื้นที่เอง ภาคประชาชนเอง รวมทั้ง ผู้บริหารเทศบาล ณ ปัจจุบันเองก็อยากจะตอบเฉพาะโจทย์ที่มันเกิดขึ้นเฉพาะหน้า เราจึงพยายามประนีประนอมปรับเปลี่ยนหรือว่าเสนอเฉพาะที่จะสามารถทำได้จริงในระยะเวลา อันสั้น ซึ่งไม่ต้องใช้เวลาในการปรับรื้อมากจนเกินไป เพราะเข้าใจอยู่เองว่าภายในระยะเวลา ไม่เกิน ๕-๑๐ ปี พื้นที่บริเวณรอบแหลมฉบังก็จะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง อย่างแน่นอน เมื่อสถานการณ์ทางโควิด (COVID) ดีขึ้นแล้ว การเข้ามาลงทุนของธุรกิจ จากต่างประเทศก็ดี อะไรต่อมิอะไรก็ดี จะทำให้ภูมิทัศน์ในบริเวณแหลมฉบังและโดยรอบ เปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง การจะเตรียมอะไรล่วงหน้าในการปรับรื้อมากจนเกินไปนั้น ก็อาจจะไม่สอดคล้องกับสิ่งซึ่งจะเกิดขึ้นในอนาคต ก็ถือว่าเป็นการเสนอรูปแบบพิเศษ แบบประนีประนอม ซึ่งก็อาจจะยังไม่ได้ถูกใจพวกเราเท่าไรนัก หรือไม่ถูกใจที่เพื่อนสมาชิก บอกว่ามันก็ยังไม่มีอะไรพิเศษมากมายเท่าไรนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ ที่ท่านณัฐวุฒิถามคือเรื่องเทศบาลนคร ผมเรียนว่ามันแตกต่าง ไปจากการปกครองท้องถิ่นในกรณีที่อยู่ในภูมิภาคอื่น ๆ ถ้าหากเพื่อนสมาชิกได้มีโอกาส ผ่านไปหรือได้ลงไปพื้นที่ก็จะพบว่าปัจจุบันแหลมฉบังมีสภาพความเป็นเมือง มีความ สลับซับซ้อนอย่างที่ก่อนหน้านี้มีเพื่อนสมาชิก ท่านวีระกร ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ได้พูดไว้แล้ว แล้วก็มีลักษณะความเป็นเมืองซ้อนเมืองในหลายมิติ ทั้งมีชาวต่างชาติเข้าออกประกอบ กิจกรรมทางเศรษฐกิจ มีนักท่องเที่ยวผ่านไปผ่านมาจากศรีราชา มีกิจกรรมทางสังคมและอื่น ๆ อยู่ค่อนข้างจะมาก ฉะนั้นความเป็นเทศบาลเมืองจึงบ่งชี้ในตัวของมันเองด้วยคำที่ประกอบ กันว่ามันจำเป็นจะต้องมีการบริหารจัดการ มีระบบนิเวศที่จะสามารถเอื้ออำนวยได้ทั้ง อุตสาหกรรม ท่าเรือ ชุมชน แล้วก็ผู้คนที่หมุนเข้าหมุนออกอยู่ตลอดเวลา ข้อเสนอเรื่องของ การจดแจ้งทำทะเบียนแม้จะไม่ใช่เป็นการย้ายทะเบียนบ้านเข้ามาก็ดี แต่ทำให้ประชากร ที่มีอยู่จริงมีส่วนร่วมในการรับผิดชอบ อันนี้ก็ปรากฏอยู่ในข้อเสนอของเราในเรื่องของการ ทำให้เทศบาลนครแหลมฉบังมีอำนาจในการจะออกเทศบัญญัติที่จะเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ต่าง ๆ ได้เพิ่มมากขึ้นด้วยนะครับ อันนี้เป็นประเด็นที่ ๒ นะครับ🔗
ประเด็นที่ ๓ ที่เพื่อนสมาชิกได้สอบถามคือเรื่องของอีอีซี (EEC) ที่จริง กิจกรรมที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ในแต่ละจุด ๆ ของ ๓ จังหวัดที่ประกาศเป็นเขตอีอีซี (EEC) ก็มีความแตกต่างหลากหลาย ในรายงานฉบับนี้เราโฟกัส (Focus) หรือว่ามุ่งที่จะอภิปราย เฉพาะในส่วนซึ่งเกี่ยวข้องกับเทศบาลนครแหลมฉบังเท่านั้น ซึ่งก็แน่นอนก็ทำให้ไม่ครบถ้วน ไปทั้งหมดนัก ผลกระทบจากอีอีซี (EEC) ก็ดี เรื่องขยะหรือเรื่องอื่น ๆ ก็ดี อันนี้ก็ยังแตะไป ไม่ถึง เพราะว่าเราจำกัดตัวของเราเองในการทำการศึกษาเฉพาะที่เกี่ยวกับนครแหลมฉบัง🔗
ประเด็นที่ ๔ ซักถามเรื่องเกี่ยวกับอีอีซี (EEC) ก็เช่นกัน ก็ไม่อยู่ในวิสัย ที่กรรมาธิการชุดผมจะสามารถชี้แจงหรือตอบแทนได้ทั้งหมด เพราะว่ามันก็จะเกินจาก ขอบเขตที่ทางกรรมาธิการมอบหมายให้ผมในฐานะที่เป็นประธานอนุกรรมาธิการ ทำการศึกษา ก็ขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานสภาผ่านไปยังเพื่อนสมาชิก ด้วยความเคารพครับ🔗
ท่านณัฐวุฒิ ยังติดใจอะไรไหมครับ🔗
ไม่ติดใจครับท่านประธาน แล้วก็ต้องขอบพระคุณแล้วก็ชื่นชมว่าในส่วนของร่างกฎหมายนั้นก็เป็นร่างกฎหมาย ที่เป็นการเฉพาะเจาะจงแล้วก็เป็นส่วนหนึ่งของรายงานที่ผมคิดว่าเป็นประโยชน์ในการที่ ถ้าส่งไปให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้มีการพิจารณาต่อครับ🔗
มีท่านสมาชิกท่านใดไม่เห็นด้วยกับรายงานไหมครับ เพราะในรายงานยังมีข้อสังเกต ที่เราจะต้องขอที่ประชุมว่าจะอนุมัติให้ส่งรายงานและข้อสังเกตไปให้รัฐบาลตามที่ คณะกรรมาธิการได้ศึกษาและรายงานมาที่ประชุมสภานะครับ มีท่านสมาชิกท่านใด ไม่เห็นด้วยกับข้อสังเกตมีไหมครับ หรือเห็นเป็นอย่างอื่นมีไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ถือว่าที่ประชุมเห็นชอบทั้งรายงานและข้อสังเกตเพื่อให้คณะกรรมาธิการได้ส่งผ่าน ประธานสภาไปยังรัฐบาลเพื่อดำเนินการตามรายงานและข้อสังเกตที่รายงานมาสภาขณะนี้ ขอบพระคุณคณะกรรมาธิการมากครับ ขอบคุณมากครับ🔗
๔.๗ รายงานผลการพิจารณาศึกษาญัตติ เรื่อง การจัดตั้งกระทรวงการข้าว ซึ่งคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์พิจารณาเสร็จแล้ว🔗
ท่านประธาน พร้อมเมื่อไรก็เริ่มรายงานแถลงเลยนะครับ ไม่ต้องรีบร้อนครับ พร้อมเมื่อไรก็แถลงได้ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ เรียนท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ดิฉัน นางกันตวรรณ ตันเถียร ประธานคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ ขอเสนอรายงาน ผลการศึกษาญัตติ เรื่อง การจัดตั้งกระทรวงข้าว ของคณะกรรมาธิการการเกษตรและ สหกรณ์ ซึ่งได้พิจารณาแล้วเสร็จในภาพรวมดังนี้🔗
ในคราวประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๑ ครั้งที่ ๑๙ (สมัยสามัญ ประจำปีครั้งที่สอง) วันพฤหัสบดีที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๓ ที่ประชุมได้พิจารณาเรื่อง ขอให้ สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาศึกษาโครงการจัดตั้งกระทรวงข้าว และลงมติให้ส่งคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์พิจารณา ตามข้อบังคับการประชุม สภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. ๒๕๖๒ ข้อ ๙๐ โดยคณะกรรมาธิการได้พิจารณาญัตติดังกล่าว อย่างรอบคอบและรอบด้าน จากการประชุมโดยการเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล ผ่านการตั้งคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาความเหมาะสมในการจัดตั้งกระทรวงข้าว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพิจารณาศึกษาและจัดทำข้อสังเกตเกี่ยวกับแนวทางการบริหารจัดการ ข้าวแบบองค์กรรวม และแนวทางการจัดตั้งกระทรวงการข้าว เนื่องจากข้าวเป็นพืชเศรษฐกิจ ที่สำคัญของประเทศ แต่ในปัจจุบันการทำนาเพื่อผลิตข้าวต้องประสบปัญหาต่าง ๆ อย่างมากมาย เช่น ราคาปัจจัยการผลิตที่สูงขึ้น ผลผลิตต่อไร่ต่ำ ขาดแคลนแรงงาน และการ ระบาดของโรคแมลงศัตรูข้าว ในส่วนของปัญหาการบริหารจัดการข้าวของภาครัฐนั้น คณะกรรมาธิการที่ได้ศึกษาก็พบว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการด้านข้าวยังไม่มี เอกภาพเพียงพอและไม่สามารถบูรณาการร่วมกันได้อย่างแท้จริง รวมทั้งกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องยังไม่ทันสมัย ไม่สอดคล้องกับสภาพปัจจุบันของชาวนาในปัจจุบัน เป็นเหตุให้รัฐ ควรปรับปรุงและพัฒนาการจัดการข้าวตลอดห่วงโซ่และพัฒนาอาชีพทำนาให้มีความมั่นคง ยั่งยืนอย่างบูรณาการและเป็นเอกภาพ จากการศึกษาพบว่าแนวทางการแก้ไขปัญหา การบริหารจัดการข้าวแบบองค์กรรวมควรมีการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องในเรื่องข้าวทั้งระบบตั้งแต่การวิจัย การส่งเสริม การถ่ายทอดความรู้สู่เกษตรกร ทั้งการผลิต การแปรรูปและการตลาดอย่างจริงจัง เราควรสร้างกลไกการมีส่วนร่วมกับ ท้องถิ่นและปฏิรูปกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยยกเลิกหรือปรับปรุงกฎหมายที่ล้าสมัยและ เป็นอุปสรรค และออกกฎหมายเพื่อสร้างกลไกของภาครัฐในการผลักดันการปฏิรูปด้านการ บริหารจัดการกลไกและเพิ่มความเข้มแข็งของสถาบันเกษตรกร🔗
สำหรับแนวทางการจัดตั้งกระทรวงข้าวนั้น เมื่อคณะกรรมาธิการศึกษา ก็พบว่ายังมีข้อจำกัดอยู่หลายประการด้วยกัน ซึ่งหากไม่สามารถจัดตั้งกระทรวงการข้าวได้ รัฐบาลและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ควรขับเคลื่อนกรมการข้าวซึ่งเป็นหน่วยงานหลัก ให้ปฏิบัติภารกิจเต็มศักยภาพ และมีประสิทธิภาพ เพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวนาให้มีความ เข้มแข็งและสามารถประกอบอาชีพได้อย่างยั่งยืนต่อไป🔗
บัดนี้คณะกรรมาธิการเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินการศึกษาญัตติ ดังกล่าวแล้วเสร็จ จึงขอรายงานพร้อมข้อสังเกตเพื่อให้เพื่อนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทุกท่านพิจารณาเห็นชอบและเสนอไปยังคณะรัฐมนตรีเพื่อดำเนินการตามที่สมควรต่อไป ลำดับต่อไปขอเรียนเชิญท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง และในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาความเหมาะสมในการจัดตั้ง กระทรวงข้าวกล่าวข้อสรุปโดยสังเขปค่ะ🔗
เชิญท่านอุบลศักดิ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม รองประธาน กรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการในการดำเนินการจัดตั้ง กระทรวงการข้าว ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าวันนี้พี่น้องชาวนาทั่วประเทศได้ต่อสู้ ตั้งแต่ผลิต แปรรูป การตลาด เราไม่สามารถที่จะกำหนดราคาพืชผลทางเกษตรได้ ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าข้าวเป็นสินค้าออกของประเทศไทย เมื่อก่อนปี ๒๕๑๘ นั้น ประเทศไทยได้ส่งข้าวออกไปต่างประเทศเป็นอันดับ ๑ รัฐบาลได้เก็บค่าพรีเมียม (Premium) เขาเรียกว่าอากรขาออก แล้วมาตั้งเป็นกองทุนสงเคราะห์เกษตรกรอยู่กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ ท่านประธานที่เคารพครับ ผมต้องกราบเรียนสั้น ๆ ว่าส่วนรายละเอียดนั้น เรามีการเตรียมการวางแผนและศึกษาการจัดตั้งกระทรวงการข้าวมาหลายสิบปี โดยเฉพาะ อย่างยิ่งพี่น้องเกษตรกรทำนาที่อยู่ในสังกัดของกลุ่มเกษตรกรและสหกรณ์นั้นมีอยู่ประมาณ ๗๐-๘๐ เปอร์เซ็นต์ของประเทศ และเป็นอาชีพหลักของชาวนา และเป็นอาชีพที่ส่งสินค้า ออกมาดูแลประเทศในสมัยก่อนนั้น ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงไปต่าง ๆ นานานั้น ต้องกราบเรียน ด้วยความเคารพว่า เมื่อ ๒-๓ ปีที่ผ่านมานั้นต้องยอมรับว่าประเทศไทยเราส่งข้าว ออกเป็นอันดับ ๓ อันดับ ๒ ในขณะเดียวกันเพื่อนบ้านของเรานั้นเมื่อก่อนนี้ต้องกราบเรียนว่า ประเทศไทยไม่มีคู่แข่ง ปัจจุบันนี้มีคู่แข่ง ในอาเซียน (ASEAN) นั้นต้องกราบเรียนว่าข้าว ผู้บริโภคสามารถจะแปรสภาพข้าวตั้งแต่ผลิต แปรรูปการตลาดแบบครบวงจร เพราะที่ ผ่านมานั้นทุกอาชีพสามารถกำหนดราคาพืชผลทางเกษตรที่ตัวเองผลิตมาได้ แต่มีอาชีพ ชาวนาเมื่อผลิตแล้วต้องไปถามเถ้าแก่ว่าจะให้ราคาเท่าไร เมื่อก่อนเคยมีคนพูดกันอยู่เสมอว่า พอเอาข้าวไปโรงสีเหมือนหามผีเข้าป่าช้า แต่อย่างไรก็ตามตอนนี้การพัฒนาได้พัฒนาไป อยู่ในรายละเอียดที่เราได้ศึกษามามากพอสมควร ท่านประธานที่เคารพครับ ซึ่งรายละเอียด ตั้งแต่ผลิต แปรรูป การตลาด และตลาดซื้อขายล่วงหน้า และการกำหนดพื้นที่เศรษฐกิจ หรือแบ่งพื้นที่เพาะปลูกนั้น เราได้มีการเตรียมแผนไว้ในเอกสารหมดเรียบร้อยแล้ว แล้วถ้าหากว่าทางสภาจะเห็นชอบให้ดำเนินการจัดตั้งกระทรวงการข้าวในไม่ช้านี้ ต้องกราบเรียนว่าชาวนาจะเป็นผู้กำหนดราคาข้าวของตัวเอง ต้องกราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผมคงไม่ใช้เวลามากมายนักเพื่อให้ท่านสมาชิกได้มีโอกาสแสดงความคิดเห็น แต่อย่างไรก็ตาม ในประเด็นในเอกสารนั้นผมกราบเรียนท่านสมาชิกว่าเราได้ทำรายละเอียด ตั้งแต่แปรรูปแปรอย่างไร แล้วต้องกราบเรียนว่าข้าวนั้นสามารถจะแปรสภาพ ไม่ว่าแกลบ ไม่ว่ารำ ไม่ว่าปลาย จะทำให้ข้าวเกวียนอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า ๑๕,๐๐๐ บาทแน่นอนครับ แล้วถ้าหากเดี๋ยวนี้เราได้เอาน้ำข้าวไปทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ (Furniture) คือตกแต่ง หรือต่าง ๆ แกลบก็ไปทำฝาผนัง ไปทำอะไรต่าง ๆ เยอะแยะหมดครับ ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ ผมคงไม่ใช้เวลามากมาย ก็กราบเรียนด้วยความเคารพ ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรคงจะมีความเห็นตรงกันว่าชาวนารอคอยมาหลายสิบปี อยากมีองค์กร สามารถจะพัฒนาตัวเองได้ ผมขอกราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ🔗
เชิญ ท่านนิกร จำนง🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นิกร จำนง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคชาติไทยพัฒนา ท่านประธานครับ ผมขอแสดงความเห็นในฐานะที่ทำงานเป็นที่ปรึกษาในกระทรวงเกษตร และสหกรณ์มาหลายปีทีเดียว แล้วผมสนใจเป็นอย่างมากกับกรมการข้าว ก็อยากจะเรียนว่า เบื้องต้นขอสนับสนุนการจัดตั้งกระทรวงการข้าว เพราะว่ามีความสำคัญสำหรับประเทศนี้มาก ท่านประธานคงจำได้ว่าเดิมกระทรวงสำคัญจตุสดมภ์ เรามีเวียง วัง คลัง นา นานี่คือ หนึ่งในจตุสดมภ์ก็คือเป็นกระทรวงหรือเป็นหน่วยงานใหญ่มากของประเทศไทยในอดีต เพราะว่าเราเป็นประเทศที่อยู่ได้ด้วยข้าวด้วยนา แล้วเราก็ยิ่งใหญ่มากในเรื่องนี้ ทีนี้ปัญหา ก็คือว่าตอนหลังจะโดยอะไรก็แล้วแต่เรามีการยุบทิ้ง โลกมันเปลี่ยนไป จตุสดมภ์ที่เป็นนา หายไป แล้วมีกรมการข้าวขึ้นมาระยะหนึ่ง แล้วตอนหลังก็เปลี่ยนไปอีกหายไป ช่วงหลังนี้ ด้วยความจำเป็นก็เลยมีการตั้ง นั่นผมพูดถึงอดีต ปัจจุบันนี้มีการตั้งกรมการข้าวขึ้นมา แต่ว่าพอตั้งกรมการข้าวขึ้นมาลักษณะการบริหารของเรามันมีปัญหา คือเรามีปัญหาเรื่อง ระบบบริหารราชการเป็นอย่างมาก เราตั้งกรมการข้าวขึ้นมา พอตั้งกรมการข้าวขึ้นมา งานเดิมที่เกี่ยวกับข้าวและชาวนามีอยู่หลายกรมมาก กรมส่งเสริมการเกษตรคอยดูแล เรื่องชาวนาเรื่องอะไรพวกนี้ก็ทิ้งงานเลยเพราะว่าเอาให้กรมการข้าวทำ ในส่วนของเกี่ยวกับ พันธุ์ข้าวต่าง ๆ ที่เป็นของกรมวิชาการเกษตรก็มีศูนย์วิจัยพันธุ์ข้าวก็เอางานให้กรมการข้าว สหกรณ์หรือว่าชาวนาอะไรต่าง ๆ นี้ ชาวนาก็ทิ้งไปที่กรมการข้าว กลายเป็นว่ากรมการข้าว รับผิดชอบภาระงานที่ยิ่งใหญ่มาก แต่ปัญหาก็คือว่าการจัดการ งบประมาณเราให้เหมือน ตั้งกรมธรรมดา ไม่เหมือนกับจตุสดมภ์คือนา ภารกิจมันสำคัญมาก เราก็ให้งบประมาณไป ๓,๐๐๐-๔,๐๐๐ ล้านบาทต่อปีค่อยขยับขึ้นมา คนก็ไม่ให้ มันเกิดอะไรขึ้น เงินในการบริหาร ไม่เพียงพอเพราะต้องดูแลทั้งชาวนา พยายามจะขอข้าว หมายถึงว่าข้าวจังหวัด คนที่ดูแล ผู้ปลูกข้าวในจังหวัดต่าง ๆ ต้องมีครับ ไม่ต้องทุกจังหวัด เฉพาะจังหวัดในภาคกลาง จังหวัด ในภาคอีสาน หรือในภาคใต้แถวสงขลาหรือแถวอะไรพวกนี้มันต้องมี ของบประมาณไป ไม่ให้เลย แล้วใครจะเป็นคนดูแล เวลามีเพี้ยกระโดดก็ดี มีปัญหาเรื่องภัยพิบัติเรื่องข้าวหรือ น้ำท่วมหรือฝนแล้งอะไรพวกนี้ไม่มีใครดูแลเรื่องข้าวและชาวนา ไม่มี เรามีเหลืออยู่อย่างเดียว ที่มีอยู่ก็คือเป็นหลักการซึ่งเรายิ่งใหญ่มากคือศูนย์วิจัยข้าวเดิม เรามีพันธุ์ข้าวเป็นจำนวนมาก ผมได้พยายามผลักดันช่วงก่อน เราตั้งใจจะตั้งศูนย์วิจัยข้าวให้ใหญ่เหมือนอีรี่ (IRRI) ในฟิลิปปินส์ ซึ่งเราอยากจะคุมเรื่องข้าวเราต้องเป็นเจ้าพ่อให้ได้เพราะเราอยู่กับเรื่องนี้มา ส่งออกมากที่สุด ข้าวไทยก็ดีที่สุด ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง ก็ไปตั้งศูนย์วิจัยข้าวขึ้นมา ที่จังหวัดสุพรรณบุรี ฯพณฯ บรรหาร ศิลปอาชา ช่วงนั้นก็พยายามผลักดัน เพราะว่ามีการ จัดหาที่ให้ใหญ่ที่สุดตรงนั้น แล้วก็มีเครื่องไม้เครื่องมือให้ด้วย ปรากฏว่ามีปัญหางบประมาณ ตอนช่วงหลังไม่ได้ให้ไป ไม่มีเงินในการจัดทำเพื่อรวบรวมเอาพันธุ์ข้าวเข้ามารวบรวมเพื่อ จะใช้ประโยชน์ มีแต่รวบรวมมีแต่สายพันธุ์ แล้วก็นอกจากนั้นนักวิชาการพอเกษียณไป ขอนักวิชาการเข้ามาก็ไม่ให้ ดังนั้นผมเรียนท่านประธานว่าในรอยต่อตรงนี้เราจำเป็นต้อง หันกลับมาหาว่าเรามีอะไรบ้างตอนนี้ เรามีท่องเที่ยวกับเกษตรเท่านั้นที่เป็นทรัพย์สมบัติของ ประเทศที่สามารถจะหารายได้โดยตรงให้กับประชากร อย่างอื่นเราโดยอ้อมหมด สินค้า ที่ผลิตที่ส่งออกเยอะเป็นสินค้าที่ผลิตในประเทศไทย ไม่ใช่เป็นสินค้าที่ไทยผลิต เพราะฉะนั้น อาหารไม่ว่าอย่างไรคนก็ต้องกินข้าว ดังนั้นผมเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง แต่ระหว่างทางผมเชื่อว่า เป็นไปได้ยากมาก พูดกันตรงไปตรงมาที่จะตั้งกระทรวงการข้าว เพราะระบบราชการเขาล็อก ไว้ว่าเราไม่ขยาย เราดาวน์ไซซิง (Downsizing) เราไม่ให้หรอก ดังนั้นระหว่างนี้ขอให้เพิ่ม ขอให้ใช้กรมการข้าวที่ในระหว่างทางตรงนี้ให้ดีที่สุด ให้ประสบผลที่สุด แล้วก็ให้ขยายเรื่องงบประมาณโดยเฉพาะเรื่องพันธุ์ข้าวที่ดีสำหรับเกษตรกรชาวไทย ก็ขอสนับสนุน แต่ว่าระหว่างทางนี้ให้ยอมรับความจริงว่าเป็นไปได้ยาก ช่วงนี้ก็พัฒนา หรือเรียกร้องสิ่งที่จะเรียกร้องได้มาก่อนในช่วงรอยต่อครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ท่านประกอบ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมขออนุญาตมีส่วนร่วมในรายงานผลการพิจารณาศึกษาญัตติเรื่อง การจัดตั้งกระทรวงการข้าวของคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ สภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้ศึกษารายงานชิ้นนี้ก็รู้สึกดีใจ เพราะว่าคณะกรรมาธิการ ได้ศึกษาทุกแง่ทุกมุมเกี่ยวกับเรื่องข้าวอย่างรอบคอบรอบด้าน แล้วก็มีข้อเสนอแนะ ที่น่าสนใจมาก กระผมเองไม่ได้ติดใจว่าการตั้งกระทรวงการข้าวหรือกรมการข้าว เหมือนปัจจุบัน แต่ผมขออนุญาตย้อนอดีตนิดหนึ่งว่าเดิมทีประเทศไทยเรานั้นมีกรมการข้าว แล้วภายหลังก็เหลือแต่เป็นกองการข้าว แล้วมาวันนี้พัฒนาขึ้นเป็นกรมการข้าว และคณะกรรมาธิการกำลังที่จะยกฐานะให้เป็นกระทรวงการข้าว ซึ่งผมกราบเรียนว่าก็เป็น เรื่องปกติ เพราะว่าการทำนาคือวัฒนธรรมของคนไทย ข้าวคือความมั่นคงของประเทศชาติ ถ้าท่านประธานย้อนอดีตรายได้หลักของประเทศไทยมาจากภาคเกษตร ๒ ตัวครับ ยางพารา กับข้าว สลับที่กัน บางปีข้าวเป็นสินค้าส่งออกอันดับหนึ่ง บางปียางพารา แล้วก็แร่ ๓ ตัวนี้ครับสมัยก่อน แต่มาช่วงหลังเรื่องการท่องเที่ยวก็แซงขึ้นมา แต่อย่างไรก็ตาม ผมกราบเรียนท่านประธานว่าข้าวก็ต้องคงคู่อยู่กับประเทศไทยตลอดไป สิ่งที่น่าเป็นห่วงวันนี้ ส่วนราชการที่รับผิดชอบเรื่องข้าวนั้นยังค่อนข้างที่จะมีปัญหา เดิมทีประเทศไทยเราได้รับ การยกย่องว่าเป็นประเทศที่ใส่ใจพัฒนาวิจัยเรื่องข้าวอยู่ในระดับชั้นนำของโลก แต่มาวันนี้ ปรากฏว่าการพัฒนาสายพันธุ์ข้าว การวิจัยเรื่องข้าว เทคโนโลยีในการปลูกข้าวเราก็สูญเสีย ให้กับต่างประเทศไป เราสู้หลายประเทศไม่ได้ วันนี้เรามีปัญหาเรื่องปัจจัยการผลิต เรื่องปุ๋ย ที่มีราคาแพง เรื่องพันธุ์ข้าวที่ให้ผลผลิตต่อไร่สู้ต่างประเทศไม่ได้ เรื่องของรสชาติที่ตรงกับ ความต้องการของต่างประเทศในหลายเรื่องด้วยกัน ท่านประธานที่เคารพ เราเคยภาคภูมิใจ ว่าข้าวหอมมะลิของประเทศไทยนั้นเป็นข้าวหอมที่ดีที่สุดในโลก เป็นแชมป์เปี้ยน (Champion) ของข้าว เราขายข้าวหอมมะลิได้ในราคาที่สูงมาก แต่วันนี้ปรากฏว่าหลายประเทศพัฒนา สายพันธุ์ข้าวหอมซึ่งอาจจะมีชื่อแตกต่างกัน เราก็จะสูญเสียข้าวที่เราภาคภูมิใจตลอดเวลา ไม่น่าเชื่อครับ ผมได้พบเอกสารชิ้นหนึ่ง แต่ผมเองก็ยังไม่เชื่อกำลังจะหาในทางลึกว่าวันนี้ ข้าวหอมมะลิเราเป็นรองประเทศเขมร ผมพบเอกสารชิ้นหนึ่ง แต่ผมกำลังศึกษาต่อว่ามันจริง หรือไม่ แต่ที่แน่ ๆ ครับ วันนี้เรากำลังวิตกว่าเราจะล้าหลังประเทศเวียดนามในเรื่องของการ วิจัยเรื่องพันธุ์ข้าว ในเรื่องการพัฒนาพันธุ์ข้าว ในเรื่องของการปลูกข้าว ประเทศหลาย ประเทศ ไม่ว่าประเทศอินเดีย ประเทศเวียดนาม หลายประเทศในเอเชีย (Asia) กำลังเป็น คู่แข่งที่สำคัญของเรา เราเคยเป็นประเทศที่ส่งข้าวออกเป็นลำดับแรกลำดับต้น ๆ วันนี้ไม่ใช่ครับ เรากำลังสูญเสีย ในเรื่องตลาดข้าว เพราะฉะนั้นการที่คณะกรรมาธิการได้ศึกษาเรื่องนี้ ผมกราบเรียนว่า เป็นเรื่องที่มีประโยชน์ต่อประเทศชาติ เป็นเรื่องที่มีประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนคนไทย อย่างมาก เพราะเราต้องอยู่กับข้าว คนไทยรับประทานข้าว ข้าวคือความมั่นคง ข้าวคือ วัฒนธรรมของคนไทย หลายประเทศเขาออกกฎหมายแรงมากท่านครับ พื้นที่ทำการเกษตร เขาไม่อนุญาตให้แปรสภาพเป็นเรื่องอื่น แต่ประเทศไทยวันนี้ท่านจะเห็นว่าพื้นที่ทำนา บ้านเราสูญเสียไปมาก เราไม่มีการโซนนิง (Zoning) กฎหมายบ้านเราไม่แข็งแรง สักวันหนึ่ง ผมคิดว่าเราต้องสั่งข้าวจากต่างประเทศมารับประทาน กราบขอบคุณมากครับ🔗
ต่อไป ท่านภาสกร เงินเจริญกุล ท่านมัลลิกา แล้วท่านสมชาย เชิญท่านภาสกรก่อนครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม ภาสกร เงินเจริญกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจใหม่ ก็ต้องขอบคุณคณะกรรมาธิการที่ศึกษาเรื่องนี้ แต่ผมอยากให้เห็นในมุมมองบางมุมมอง แบบนี้นะครับท่านประธาน คือข้าวเราปลูกกันมานานมาก แล้วก็เป็นสินค้าส่งออกของเรา ในอันดับ ๑ ซึ่งช่วงนี้เราก็ได้สูญเสียแชมป์ (Champ) ไปเรียบร้อยแล้ว แล้วก็ท่านนิกร ที่เมื่อสักครู่ได้กรุณาชี้แจงว่าเรามีความรู้อะไรมาตั้งมากมาย ขออนุญาตที่เอ่ยนามท่านนิกร แต่ไม่เสียหายนะครับ ว่าเรามีความรู้เกี่ยวกับพันธุ์ข้าว เกี่ยวกับวิธีการปลูกข้าวอะไรเยอะแยะ มากมาย แล้วในกรรมาธิการก็รู้ด้วยว่าปัญหาที่ท่านศึกษานี่ รู้หมดเลยว่าปัญหาเป็นอย่างไร เราขาดการบูรณาการ เราขาดการจัดการกระบวนการทั้งหมด แต่สิ่งที่น่าสงสารคือชาวนาเรา เราทำสินค้าได้ดี เราทำผลิตภัณฑ์ได้ดี แต่ความเสี่ยงทุกอย่างอยู่ที่ชาวนานะครับ คนที่ส่งออก ได้อันดับ ๑ รายได้ไม่ได้ไปตกที่ชาวนาเป็นจำนวนมาก ฉะนั้นคนที่เขาไม่มีความเสี่ยงแต่ได้รับ ผลผลิตนี่เขาได้เงินเยอะแยะมากมาย ผมเห็นด้วยในการที่จะทำหน่วยงานที่ดูแลเกี่ยวกับ พันธุ์ข้าว แต่อาจจะไม่ใช่กระทรวงการข้าว ท่านลองดูที่ท่านเขียนมาก็จะมีปัญหาต่าง ๆ รวมถึงปัญหาการจัดการของภาครัฐ ผมอยากให้เห็นมุมมองแบบนี้ว่าถ้าเราเป็นกระทรวง ขึ้นมาปุ๊บ ปัญหาที่เกิดขึ้นก็คือการบริหารจัดการแบบเดิม ๆ ๑. ก็คือช้า ความล่าช้า มาแน่นอน ๒. ความทันสมัย ไม่มีครับ ฉะนั้นแทนที่เราเป็นกระทรวงนี่เราอาจจะกลายเป็น รัฐวิสาหกิจหรือการร่วมทุนของใครสักอย่างหนึ่งก็ได้ ไม่จำเป็นจะต้องเป็นกระทรวงอย่างเดียว เพราะกระทรวงเราก็จะมาด้วยปัญหาที่เราเห็นหมด ความล่าช้า ความไม่ทันสมัย การตัดสินใจที่มีกระบวนการต่าง ๆ มากมาย ผลประโยชน์ที่จะทำให้ตกกับชาวนาได้เต็มเม็ด เต็มหน่วยอาจจะไม่เกิดขึ้น แต่ถ้าเราเปลี่ยนวิธีการคิดว่าจากกระทรวงการข้าวเป็นหน่วยงาน สักหน่วยงานหนึ่ง อาจจะเป็นรัฐวิสาหกิจหรือการร่วมทุนระหว่างภาครัฐหรือเอกชนก็แล้วแต่ ผมไม่แน่ใจว่าท่านมีการศึกษาในเรื่องนี้หรือเปล่า จะทำให้การบริหารจัดการมันง่ายขึ้น รวมถึงการที่จะไปเจรจาการค้ากับต่างประเทศหรือการรับซื้อจากใครก็แล้วแต่ มันสามารถ ทำได้ง่ายขึ้น วันนี้จริง ๆ เรามีผลผลิตที่ดี แต่อย่างที่ท่านกรรมาธิการได้ศึกษามา มันขาด เรื่องของการบริหารจัดการทั้งระบบ มันเหมือนกับเราผลิตอาหาร ผลิตอะไรก็แล้วแต่ มันเลือกได้ ๒ แนว แนวหนึ่งคือเราจะเอาปริมาณหรือจะเอาคุณภาพ ถ้าเราจะเอาปริมาณ เราก็ต้องผลิตเยอะ ๆ ขายถูก ๆ แต่ถ้าเราจะเอาคุณภาพเราก็ไม่ต้องผลิตเยอะ แต่ขายให้ได้ แพง ๆ เหมือนกันครับวันนี้เราก็ต้องแบ่งเหมือนกันว่าหน่วยงานนี้สมมติว่าเรามีหน่วยงาน ขึ้นมาที่ไม่ใช่หน่วยงานที่เป็นภาครัฐ เราจะแบ่งผลผลิตของเราที่ได้จากชาวนาออกเป็นกลุ่ม แบบไหนบ้าง แบบปริมาณหรือแบบคุณภาพเพื่อที่จะให้ชาวนาไม่จำเป็นต้องทำงานหนัก แล้วได้เงินน้อย เราทำงานแบบมีประสิทธิภาพไม่เหนื่อยมาก แต่ได้เงินเยอะได้ ก็เลยอยากจะเสนอในมุมมองที่ว่าไม่จำเป็นต้องเป็นกระทรวงการข้าว เป็นหน่วยงานอื่นก็ได้ ๑. เร็ว ทันสมัย ๒. งบประมาณก็ใช้น้อยลง ๓. จำนวนคนก็ไม่ต้องมีมากมายเยอะแยะ ก็เลยอยากเสนอเป็นมุมมองในมุมมองลักษณะนี้ครับ ขอบพระคุณครับท่านประธาน🔗
เชิญ ท่านมัลลิกาครับ🔗
เรียนท่านประธาน ดิฉัน มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ดิฉันต้องขอชื่นชมท่านกรรมาธิการแล้วก็ทุกท่านทั้งคณะที่ได้ ทำการศึกษา แล้วก็พยายามในการที่จะช่วยขับเคลื่อนในการแก้ไขปัญหาในระดับนโยบาย ของรัฐบาลในการที่จะช่วยดูแลพี่น้องเกษตรกรชาวนา ท่านประธานคะ ดิฉันขออนุญาต ตั้งข้อสังเกตจากการศึกษาของกรรมาธิการ ประเด็นเรื่องเกี่ยวกับการจัดตั้งกระทรวง ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยค่ะ แล้วที่สำคัญที่สุด การจัดตั้งกระทรวงโดยใช้ทรัพยากร ทั้งบุคลากร บุคคลที่จะต้องทันสมัยในยุคปัจจุบัน ขณะเดียวกันก็จัดสรรงบประมาณด้วยค่ะ ดิฉัน ตั้งข้อสังเกต ๒-๓ เรื่องนะคะ🔗
เรื่องแรก ก็คือว่าอะไรที่เป็นอุปสรรคปัญหาของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพาณิชย์ในปัจจุบันนี้ที่ทำให้ท่านคิดถึงเรื่องเกี่ยวกับการ จัดตั้งกระทรวงซึ่งจะต้องมาดูแลเรื่องเกี่ยวกับข้าวโดยเฉพาะ ดิฉันเห็นด้วยโดยหลักการไม่ขัด เพราะว่าเกษตรกรพี่น้องชาวนาในประเทศนี้มีทั้งสิ้น ๕ ล้านกว่าครัวเรือน แล้วก็เป็น ประชากรที่มีอาชีพที่เราจะต้องดูแล เนื่องจากว่าข้าวเป็นสินค้าที่จะต้องเกิดการแข่งขัน ดิฉันดูในส่วนของการจัดโครงสร้างองค์กรของท่าน ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างที่จะต้องดึง ทรัพยากรมาจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จากองค์กรของกระทรวงอุตสาหกรรม จากกระทรวงพาณิชย์ แล้วก็เรื่องที่จะต้องมีการจัดการโอนภารกิจการงานและบุคลากร มาจากกรมวิชาการเกษตรและกรมส่งเสริมการเกษตรเพื่อที่จะมีการจัดตั้ง นอกจากนั้นแล้ว ก็ยังมีโครงสร้างอื่น ๆ ดิฉันมองแล้วหนักใจแทนท่านกรรมาธิการ แล้วก็รู้สึกหนักใจในเรื่อง เกี่ยวกับสำนักงบประมาณกับในส่วนของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คือเนื่องจากดิฉันมีประสบการณ์จากการทำงานเป็นที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ปัญหาและอุปสรรคสำคัญอย่างยิ่งของพี่น้องเกษตรกรชาวนา แล้วก็ของภาคการเกษตรบ้านเรา และของกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงอุตสาหกรรม ปัญหา หลัก ๆ ใหญ่ ๆ คือวิชัน (Vision) ของสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่ค่อนข้าง จูน (Tune) ไม่ค่อยตรงกัน สำหรับภารกิจของทางสภาพัฒน์กับภารกิจของทางกระทรวงต่าง ๆ ในการที่จะไปดูแลภาครากหญ้าแล้วก็พี่น้องเกษตรกร เช่นเดียวกันกับสำนักงบประมาณ คือหลายท่านเวลาประชุมเราก็จะมองเห็นว่าท่านนั่งอยู่บนหอคอยงาช้าง เสร็จแล้วพอทาง กรรมาธิการเองก็ดีศึกษามา สภาผู้แทนราษฎรเองศึกษามา แล้วก็กระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ศึกษาเรื่องพวกนี้มา แต่มันก็จะไปติดขัดที่คอขวดของวิชัน (Vision) ของสำนักงบประมาณ เช่นเดียวกัน ดังนั้นดิฉันจึงอยากถามท่านว่าท่านได้พิจารณาเรื่องพวกนี้ขึ้นมา ท่านได้ร่วม พิจารณาแล้วก็ได้นำผู้บริหารของสำนักงบประมาณกับสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม แห่งชาติมาร่วมหารือแล้วหรือยัง เพื่ออะไร เพื่อหลักการถ้าเกิดไม่ติดขัด การเป็นไปได้กับ การตั้งมันจะได้ไม่เป็นปัญหานั่นเองค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ ก็คือว่าปัจจุบันนี้ยุคสมัยเปลี่ยนไป ภารกิจที่ท่านกรรมาธิการพูด เมื่อสักครู่นี้บอกว่าพยายามตั้งมาตั้งสิบกว่าปีแล้วมันก็ไม่สำเร็จสักทีหนึ่ง ดิฉันมองว่า เมื่อ ๑๐ ปีที่แล้วกับในยุคปัจจุบันนี้ที่เทคโนโลยีเปลี่ยนไป และการค้าการขายในปัจจุบันนี้ เราไม่ได้ใช้เพียงแค่องค์กรที่เป็นกระทรวงเท่านั้น แต่เราใช้ภาคความร่วมมือของรัฐ และเอกชน คนที่จะต้องเป็นคนนำในการที่จะเป็นแม่ทัพหลักในการที่จะต้องค้าขายข้าว หรือภาคสินค้าเกษตรคือภาคเอกชน เพราะฉะนั้นการที่เราจะปรับวิชัน (Vision) และภารกิจ ของทางกระทรวง เพื่อให้ภาคเอกชนเป็นผู้นำ เป็นองค์กรนำ แล้วก็ขณะเดียวกันกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ที่มีส่วนสนับสนุนภารกิจเหล่านั้นให้ประสบความสำเร็จ อันนี้ต่างหาก ที่เป็นสิ่งที่จะต้องปรับตัวในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่ความเทอะทะหรือว่าความล้าสมัย จุดนี้ดิฉัน จึงอยากขออนุญาตกราบเรียน อันเนื่องมาจากว่าท่านจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ท่านได้ปรับวิชัน (Vision) เรื่องนี้กับกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ และกระทรวงพาณิชย์มาในรอบ ๓ ปีครึ่ง แล้วเราก็มีประสบการณ์ในการทำ ภารกิจนี้ในช่วงโควิด (COVID) ซึ่งไม่มีใครคาดคิดว่าโรคระบาดมันจะเกิดขึ้น ดังนั้นการปรับภารกิจนำเอาทูตพาณิชย์หรือว่า สคต. ทั่วโลกที่เรามีอยู่มาตลอด ๕๘ แห่ง เป็นเซลส์แมน (Salesman) ระดับประเทศ ไม่ใช่ทำหน้าที่แค่รับแขกแจกบัตรเท่านั้นในการ ไปเจรจาค้าขาย ตรงจุดนี้จึงกลายเป็นภารกิจที่สตาร์ต (Start) และเริ่มขึ้นในรัฐบาลชุดนี้ ดิฉันก็ขอชื่นชม แล้วก็ประสบความสำเร็จเป็นอย่างยิ่ง ประสบความสำเร็จอย่างไร ขนาด ภาวะโควิด (COVID) ใช่ไหมคะท่านประธาน แต่ปรากฏว่าในรอบ ๑๐ เดือนที่ผ่านมานี้ ของปี ๒๕๖๕ เราได้รายได้จากการขายข้าวทั้งหมดเป็นการส่งออก ๑๐๙,๒๐๗ ล้านบาท เป็นบวก ๒๐.๗ เปอร์เซ็นต์ เป็นบวกนะคะในภาวะวิกฤติ แต่เราก็ยังบวก ๒๐.๗ เปอร์เซ็นต์ ตลาดที่เราขยายได้ดีคือ อิรัก จีน ญี่ปุ่น แอฟริกาใต้ แล้วทั้งหมดนี้ก็เป็นลักษณะของการปรับ วิสัยทัศน์ ปรับวิถีการทำงาน ดังนั้นดิฉันจึงมองว่าอะไรถ้าเกิดท่านตั้งเป็นกระทรวงแล้ว เคพีไอ (KPI) ของท่านจะวัดจากอะไร แล้วก็กำลังคนของท่านจะวัดจากอะไรแล้วเอามาจาก ตรงส่วนไหน แล้วจะสัมฤทธิ์ผลได้อย่างไร แล้วก็ปรับตัวให้ทันสมัยยุคปัจจุบันนี้อย่างไร ด้วยค่ะท่าน ขอบพระคุณมากค่ะ🔗
เชิญ ท่านอุบลศักดิ์ครับ กรรมาธิการชี้แจงนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ในฐานะประธานอนุกรรมาธิการพิจารณา การจัดตั้งกระทรวงการข้าว ต้องขอบพระคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้กรุณาท้วงติง ให้เหตุให้ผลแล้วเสนอแนะแนวทางการแก้ปัญหาทั้งระบบ ต้องเรียนด้วยความเคารพว่า ผมในฐานะที่ทำหน้าที่อีกฐานะหนึ่ง เป็นประธานคณะกรรมการกลางกลุ่มเกษตรกร แห่งประเทศไทย มีกลุ่มเกษตรกรอยู่ ๗,๓๘๔ กลุ่มทั่วประเทศ ทำนา ๘๐ เปอร์เซ็นต์องค์กรนี้ แล้วก็เป็นกรรมการนโยบายข้าวตั้งแต่ปี ๒๕๓๔ เป็นกรรมการ คจก. และโครงการช่วยเหลือ เกษตรกรตั้งแต่ปี ๒๕๓๔ ครับท่านประธานที่เคารพ ผมได้ศึกษาและหาแนวทางความคิด และครั้งหนึ่งสภาแห่งนี้ได้เสนอตั้งกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาเรื่องปัญหาราคาพืชผล ทางเกษตรตกต่ำ ผมคนหนึ่งได้รับมอบหมายให้มาทำหน้าที่เป็นประธานเกี่ยวกับปัญหา เรื่องข้าว ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ นั้นเราได้เชิญหน่วยงาน เรามีเวลามาก เราได้เชิญ หน่วยงานทุกหน่วยงานที่ท่านให้ข้อสังเกตนั้น เราได้เชิญมาให้ข้อคิดและได้ข้อสรุปไป ในเบื้องต้น และเสนอต่อสภาแห่งนี้แล้ว ท่านประธานที่เคารพครับ ญัตติดังกล่าวเป็นญัตติ ของผมที่เสนอตอนท่านประธานชวนได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่เป็นประธานสภา ผู้แทนราษฎร ต่อมาผมก็ยื่นญัตตินี้มาตั้งแต่เดือนมิถุนายน ปีแรกครับ ต้องเรียนว่าเราได้ศึกษา กันมาพอสมควร ต้องเรียนนิดหนึ่งว่า ประการที่ ๑ ที่ท่านสงสัยว่าการตั้งกระทรวงการข้าวนั้น จะต้องเพิ่มงบประมาณไหม ผมก็ยืนยันกับท่านประธานว่างบประมาณไม่ได้เดือดร้อนกับ หน่วยงานใดเลย ประการที่ ๒ บุคลากรจำเป็นต้องเพิ่มเติมไหม อาจจะมีบ้างเล็กน้อย แต่บุคลากรได้มีอยู่ในหน่วยงานแล้ว ต้องกราบเรียนเมื่อก่อนมี เวียง วัง คลัง นา ก็ถือว่า มีกระทรวงชาวนาอยู่แล้ว ต่อมาได้มีการเปลี่ยนแปลงไป ตอนที่ตั้งกรมการข้าวใหม่นั้น ก็เอาจากหน่วยงานในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ บุคคลที่มีความรู้ก็เอามาอยู่ในกรมการข้าว ก็ปรากฏว่าตั้งแต่ผลิตแปรรูปแต่การตลาดเราไม่พร้อม ต้องเรียนว่าวันนี้ถ้าหากว่า ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติจะได้ศึกษาในเล่มอย่างละเอียดรอบคอบแล้วนั้น เราได้เขียนละเอียด ไว้พอสมควรว่าที่มาที่ไปอย่างไร ผมถึงกราบเรียนว่าวันนี้เราอาจจำเป็นต้องมีผลิต หมายความว่าเราต้องวางแผนตั้งแต่ดิน น้ำ ทุกสิ่งทุกอย่างทั้งปัจจัยทุกอย่างอยู่ในหมวดนี้ เสร็จเรียบร้อย ส่วนการแปรรูปนั้น ผมต้องกราบเรียนให้ฝ่ายโสตช่วยกรุณาเปิดชุดที่ ๙ ช่วยเปิดให้ท่านสมาชิกได้ทราบนิดหนึ่ง🔗
ว่าชุดที่ ๙ เราได้มีการเตรียม วางแผนอย่างไรบ้าง ข้าวท่านทราบไหมว่าข้าว เป็นข้าว ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์เท่าไร ๙๐ เปอร์เซ็นต์เท่าไร เป็นปลายเท่าไร เป็นรำเท่าไร รายละเอียดเรามีอยู่ในเล่มพอสมควรแล้ว ท่านจะเห็นภาพว่าตรงนี้ยอดเงินเป็นอย่างไร เราไม่ตกหล่นเลย ที่เรียกว่าครบวงจรครับ ผมจึงกราบเรียนด้วยความเคารพ จริง ๆ เราเชิญคณะกรรมาธิการไปดูงานที่โรงงานหนึ่งที่อำเภอท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี สามารถผลิตข้าว ทั้งหมดทั้งระบบนั้น ตันหนึ่งได้ประมาณ ๑๓๔,๐๐๐ กว่าบาท นั่นคือข้อจริงที่สามารถ จะพิสูจน์ได้ แต่ที่ผ่านมานั้นต้องกราบเรียนว่าชาวนามีหน้าที่ต้องลงทุนทั้งหมด ค่าจ้างไถ จ้างเกี่ยว จ้างหว่านจนเป็นเมล็ด ต้นทุนราคาตันหนึ่งเกวียนหนึ่งไม่น้อยกว่า ๘,๐๐๐ กว่าบาท แต่พี่น้องเกษตรกรวันนี้ขายข้าวได้เกวียนหนึ่ง ๖,๐๐๐-๗,๐๐๐ บาท นั่นข้อจริง ไม่ใช่ข้อเท็จ ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงตรงนี้ ถ้าหากว่าครบวงจร พอแปรรูปปั๊บก็จะมีระบบรูปแบบว่าแปรไปเป็นอะไรบ้าง อยู่ในรายละเอียดหมดเรียบร้อย ถ้าผมจะอภิปรายหรือจะรายงานให้ทราบก็คงจะใช้เวลายาว ต้องกราบเรียนว่าจะมี รายละเอียดหมดเลยว่าทุกชิ้นส่วนที่เป็นข้าวนั้นแปรรูปเป็นอะไรบ้าง แม้แต่เป็นเครื่องสำอาง แม้แต่เป็นพลังงานไฟฟ้า เขาทำกันหมดแล้วครับตัวนี้ ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ แล้วในขณะเดียวกันตลาดซื้อขายล่วงหน้าเรามีทูตพาณิชย์ ที่ผ่านมานั้นทูตพาณิชย์ก็ไม่ได้ทำ หน้าที่ตรงนี้ ทูตพาณิชย์บอกว่าตลาดซื้อขายล่วงหน้าอยู่ตรงไหนเสร็จแล้วก็มากำหนดโซนนิง (Zoning) โดยระบุพื้นที่ปลูกว่า เราจะปลูกข้าวบริโภคภายใน ปลูกข้าวส่งออก หรือปลูกข้าว แปรรูป มันก็สามารถจะมากำหนดวางแผนได้ นี่คือการบริหารงานแบบบูรณาการกระทรวง การข้าว ต้องเรียนว่าวันนี้ผมยืนยันเลย ถ้าหากว่ารัฐบาลสามารถทำได้หรือจะพัฒนาไป อย่างไรก็แล้วแต่ วันนี้กรมการข้าวเราไม่สามารถจะสั่งการอะไรได้เลย งบประมาณที่บอกว่า ๘,๐๐๐ ล้านบาท ๔,๐๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่ มีไม่กี่สตางค์ครับ แม้แต่นักวิชาการจะผลิต พันธุ์ข้าวมาแต่ละยี่ห้อหรือแต่ละชนิดนั้นต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า ๑๐ กว่าปี ถึงจะบอกข้าว กข ๑ กข ๒ ได้ นั่นคือข้อจริงครับท่านประธานที่เคารพ ผมจึงอยากจะกราบเรียน ท่านสมาชิกว่าอยากเห็นท่านได้ช่วยกรุณาสนับสนุนตรงนี้ ส่วนรายละเอียดต่าง ๆ นั้นก็ไปว่า กันว่ารัฐบาลชุดไหนหรือจะดำเนินการหรือไม่ดำเนินการอย่างไรก็ตาม ส่วนใดที่เกิด ประโยชน์ท่านก็เอาไปใช้ที่ศึกษามาแล้ว ใช้เวลาศึกษามานาน ใช้งบประมาณมหาศาลครับ ท่านประธานที่เคารพ ผมถึงกราบเรียนมวลสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่านว่าอยากให้ท่านช่วย เสนอแนะแนวทาง จะต่อเติมเสริมแต่งว่าคณะกรรมการชุดนี้เราได้ศึกษามาแล้ว อีกแง่มุมหนึ่ง จะทำอย่างไร หรือจะเติมเต็มอย่างไร เรารับฟังความคิดเห็นครับ แล้วเราก็สามารถจะพัฒนา ไปสู่ตามที่แนวความคิดของท่านเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับพี่น้องชาวนาทั้งประเทศ พี่น้องชาวนาทั้งประเทศรอคอยความหวังจากหลายรัฐบาลที่ผ่านมา สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรหลายครั้งเราได้นำเสนอ แต่ครั้งนี้ถือจะเป็นประวัติศาสตร์ ถ้าสภาแห่งนี้ได้กรุณา เห็นชอบและนำเสนอรัฐบาลไปเลือกพิจารณาว่าส่วนไหนที่เกิดประโยชน์ ผมคิดว่าไม่มาก ก็น้อย ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ ผมจะขอบคุณท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติแทนพี่น้อง ชาวนาทั้งประเทศ ถ้าวันนี้สภาจะได้กรุณาผ่านญัตติของคณะกรรมาธิการการเกษตรและ สหกรณ์เพื่อส่งไปให้รัฐบาลได้พิจารณาดำเนินการเสริมเติมแต่งตรงไหนก็แล้วแต่ กราบขอบพระคุณท่านประธานที่เคารพครับ🔗
ต่อไป ท่านสมชาย ท่านนิยม ท่านองค์การ ท่านนพพล เชิญท่านสมชาย ฝั่งชลจิตร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม สมชาย ฝั่งชลจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ก็ต้องขออนุญาตท่านประธานแสดงความคิดเห็นต่อรายงานการพิจารณาศึกษาเรื่องการ จัดตั้งกระทรวงการข้าว ผมก็ดีใจที่ในสภาแห่งนี้ยังให้ความสำคัญกับชาวนา แต่ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในรุ่นผมได้ยินเพลงอยู่เพลงหนึ่ง อย่างน้อยก็ ๑ เพลง หรือ ๒ เพลงนี่ละครับ โอ้ว่าชาวนาไทย ทนทุกข์ทนใจลำเค็ญ เหนื่อยยากแสนเข็ญ ชีวิตลำเค็ญกลางท้องทุ่ง หรือบางบทกวีที่อาจจะมีคนไม่อยากจะได้ยิน เปิบข้าวทุกคราวคำ จงสูจำเป็นอาจิณ เหงื่อกู ที่สูกิน จึงก่อเกิดมาเป็นคน ข้าวนี้นะมีรส ให้ชนชิมทุกชั้นชน แต่เบื้องหลังนั้นทุกข์ทน นี่คือสิ่งที่มีปรากฏเป็นจริงกับชาวนา แต่ผมก็ไม่ได้ขัดขวางท่านประธานกรรมาธิการละครับ อยากจะให้รายงานนี้ผ่านไป แต่ผมยังมีข้อกังวลว่ากระทรวงการข้าวตั้งขึ้นมาได้แล้วนี้ มันจะเพิ่มมูลค่าให้ชาวนามีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิมได้หรือไม่ ถ้ามีการตั้งกระทรวงการข้าว ขึ้นมาได้ อย่างน้อยก็ได้รัฐมนตรี ได้หน่วยงานราชการ ได้งบประมาณไปดำเนินการ แต่ความหวังของพี่น้องชาวนาว่าจะได้ราคาและชีวิตที่ดีขึ้นอย่างไร นี่คือสิ่งที่เป็นเรื่อง ที่จะต้องคิด แล้วก็ต้องถามกันว่าเราเข้าใจไหมครับว่าระบบการค้าภายใต้กลไกของทุนนิยม เสรีใหม่เขาวางระบบกลไกในเรื่องของกลไกตลาดไว้ตลอดเวลา เรารู้กันไหมว่าการค้าข้าว ในประเทศไทยมันมีกลุ่มทุนผูกขาด ในรายงานนี้เจาะให้เห็นไหมว่ากระบวนการของการ ผูกขาดการค้าข้าว ตั้งแต่ชาวนามาโรงสี มารวมล้ง แล้วก็ถึงผู้ส่งออก แต่ละขั้นตอนมีกำไร ทั้งนั้น เราเห็นภาพปรากฏอย่างหนึ่ง วันที่รัฐบาลหนึ่งได้แทรกแซงราคาข้าวโดยการประกัน ราคา ทำไมกระบวนการล้มโครงการประกันราคาจึงเกิดขึ้น นี่คือกลไกของการผูกขาด ได้ดำเนินการทำหน้าที่ของมันอย่างถูกต้อง ชาวนาจึงอยู่ในราคา ๖,๐๐๐ บาทกับต้นทุน ๘,๐๐๐ กว่าบาทในวันนี้ นี่คือสิ่งที่จะต้องมองให้เห็น กลไกตลาดไม่ต้องพูดครับ กระบวนการผลิต ชาวนาก็ทำนาอยู่ กระบวนการส่งเสริมของหน่วยราชการไม่ว่าจะเป็นกรมการข้าว ไม่ว่าจะเป็น กรมวิชาการเกษตร ไม่ว่าจะเป็นกรมส่งเสริมการเกษตร หรือกระทั่งว่ากรมส่งเสริมสหกรณ์ นั่นคือกระบวนการผลิตนำมาสู่กระบวนการแปรรูป เหมือนที่ท่านประธานคณะกรรมาธิการ อธิบายว่าถ้าแปรรูปแล้วชาวนาได้ด้วยหรือไม่ที่จะเพิ่มมูลค่าข้าวจากเกวียนละ ๑๐,๐๐๐ กว่าบาท เป็น ๑๐๐,๐๐๐ กว่าบาทใครได้ การส่งออกที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น ชาวนาได้ตรงไหน มีกระทรวง มันหมายความว่าอย่างไร หวังได้ไหม และที่สำคัญที่สุดกลไกตลาด ไม่ว่าจะเป็นตลาด ภายในประเทศ ซึ่งกรมการค้าภายในประเทศเป็นผู้รับผิดชอบ ไม่ว่าจะเป็นตลาดต่างประเทศ ซึ่งกรมการค้าระหว่างประเทศเป็นผู้รับผิดชอบ โควตา (Quota) ข้าวที่คณะกรรมการ นโยบายข้าวแห่งชาติกำหนดให้กับใครเป็นผู้มีอำนาจในการส่งออกข้าว ข้อห้ามเรื่อง การค้าข้าวชายแดนมีมาตั้งแต่สมัยรัฐประหารของ จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ วันนี้ยกเลิกแล้ว หรือยัง นี่คือสิ่งที่มันเป็นกลไกตลาด เราจะช่วยเหลือชาวนา ไม่ใช่ตั้งกระทรวงนะครับ แต่ผมไม่ขัดขวางญัตตินี้ แต่ดูที่กลไกตลาดของระบบการค้าข้าวในประเทศไทย แล้วเราจะ ช่วยเหลือชาวนาอย่างไร ในเมื่อวันหนึ่งก็ตามถ้าเราไปแทรกแซงกลไกราคาตลาด กลุ่มทุน ผู้ผูกขาดการส่งออกข้าวจะลงขันมาเล่นงานกับรัฐบาลอีกไหม ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ท่านนิยม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมเองก็ชื่นชมแนวคิดของคณะกรรมาธิการที่ไปศึกษา โดยมีแนวคิดที่จะ ช่วยเหลือพี่น้องชาวนา ผมก็เปิดดูในรายงานของท่านก็ทำมาดี ละเอียด ที่ชื่อว่า รายงาน ผลการพิจารณาศึกษาญัตติการจัดตั้งกระทรวงการข้าวของคณะกรรมาธิการ แต่ผมขอแสดง ความคิดเห็นอีกแนวหนึ่งในฐานะที่ผมไม่ใช่พ่อค้าแต่ชีวิตผมเกิดมาเป็นชาวนา พ่อแม่ผมทำไร่ ทำนา ผมเกิดมาทำนาตั้งแต่เด็กเลย ตั้งแต่ตัวเล็ก ๆ ไปจูงควายไถนาแล้ว ซึมซับกับความเป็นชาวนา ไม่ได้คิดว่าตัวเองจะเป็น ส.ส. ด้วยซ้ำไป แต่ที่ผมต้องแสดงความคิดเห็น ท่านประธานครับ ผมมีความคิดเห็นแตกต่าง กับกรรมาธิการ วิธีคิดที่จะเอาหน่วยงานราชการมาแก้ปัญหาข้าว ผมเห็นต่างจริง ๆ ผมก็พยายามศึกษาหนังสือของท่านว่าถ้ามีกระทรวงข้าวแล้วชาวนาจะมีชีวิตดีขึ้นอย่างไร ผมเห็นหน่วยงานราชการหลายหน่วยงานตั้งขึ้นมา คนที่ได้ดิบได้ดีคือข้าราชการ ไม่ใช่ชาวไร่ชาวนา ท่านไปดูแนวคิดจะตั้งกระทรวงท้องถิ่น แนวคิดที่จะจัดตั้งคณะกรรมการ จัดการน้ำแห่งชาติ แนวคิดที่จะจัดการคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติอะไรประเภทนี้ วันนี้ ก้าวหน้าอย่างไรไหม ไม่มี ผมจึงเห็นว่าถ้าเป็นกระทรวงข้าวก็เป็นกระทรวงข้าว ที่มันเสียหาย หลายเรื่องทุกวันนี้ก็เพราะราชการเรา ไม่ใช่เรื่องของชาวไร่ชาวนาด้วยซ้ำไป พันธุ์ข้าว บางสายพันธุ์ที่ชาวไร่ชาวนาเขาคิดกันขึ้นมา ผมเกิดมารู้จักข้าวสันป่าตองเป็นเม็ดใหญ่ มีภูมิต้านทานสูง วันนี้หายไปจากชาวไร่ชาวนาเพราะระบบราชการ ผมจึงเป็นห่วงเป็นใยว่า การตั้งกระทรวงข้าวนี้ชาวไร่ชาวนาจะดีขึ้นอย่างไร เรื่องการผลิตข้าวพี่น้องเกษตรกรเขามี ภูมิปัญญา ผมต้องถามคณะกรรมาธิการต่อไปว่าชีวิตชาวนาเขาไม่ใช่แค่ทำข้าวอย่างเดียว ที่ปัญหามันเกิดขึ้นทุกวันนี้ เอาทั้งกระทรวงพาณิชย์ เอาทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้ามาดูแลเขา สุดท้ายล้มเหลว ประเทศไทยมีข้าวออกอันดับ ๑ ของประเทศ สมัยนั้นไม่ได้มี กรมการข้าวด้วยซ้ำไป ก็เป็นอย่างนี้ละ หลายท่านก็บอกว่าเวียง วัง คลัง นา ก็เป็น กระทรวงใหญ่พูดง่าย ๆ ก็หมายถึงข้าว เดิมทีเดียวกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็เป็นแค่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็มุ่งหวังให้ชาวไร่ชาวนา แต่วันนี้ล้มเหลวทั้งหมด เพราะระบบคือระบบข้าราชการเรา เพราะฉะนั้นจะเอาระบบราชการมาแก้ปัญหาแบบนี้ ผมยังเห็นต่างอยู่ มันยากจริง ๆ มันต้องดูในเรื่องบุคลากร ในเรื่องของภาคเอกชนเขาจะช่วย อย่างไร ข้าราชการเองในกระทรวงกรมการข้าวเอง บ้านผมมีแต่แปลงสาธิตครับ กรมการข้าว ไม่ได้ทำอะไรจริงจังเลย ในหน่วยงานแปลงสาธิตมีแต่ลูกจ้าง ข้าราชการมีอยู่คน ๒ คน นี่คือเป็นประเด็นที่มันติดอยู่ในตาผม ผมจึงเห็นต่างว่าการเป็นกระทรวงข้าวแล้วจะให้ชีวิต ชาวนาดีขึ้น ผมยังคิดไม่ออก ผมก็พยายามดูทั้งหมดเป็นการเขียนแบบวิชาการ แต่โดย ข้อเท็จจริงมันยากที่จะทำให้ชีวิตชาวนาดีขึ้นจากเพราะมีกรมการข้าว นอกจากข้าราชการ มีตำแหน่งอธิบดีขึ้นเยอะแยะหลายคน รัฐมนตรีเพิ่มเข้ามา ที่สำคัญคือถ้าจะเอางบมาตั้ง กระทรวง ทำไมไม่เอางบมาแก้ปัญหาข้าวให้มีตลาดข้าว วันนี้กระทรวงพาณิชย์ยังทำอะไรไม่ได้ ไม่ใช่แค่เกษตรอย่างเดียวนะครับ ๒ กระทรวงบวก เพราะฉะนั้นถ้ามีแค่กระทรวงการข้าว ผมยังยืนยันว่าผมยังรับไม่ได้ครับ ความเติบใหญ่คือข้าราชการ ส่วนชาวนาก็ยัง หลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดินเหมือนเดิม ยากจนเหมือนเดิม ราคาปุ๋ยพุ่งสูงขึ้น ไม่มีเงิน ต้นทุนสูง ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗
ท่านองค์การ ชัยบุตร เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม องค์การ ชัยบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ จากพรรคก้าวไกล คนมุกดาหาร ลูกอีสาน เกษตรกรล้านเปอร์เซ็นต์ครับ ต่อญัตตินี้ผมขออนุญาตมีความเห็น เกี่ยวกับการตั้งกระทรวงการข้าว ต้องขอบคุณ ผมเองถ้าเรื่องเกษตรกรผมจะคิดบวก ไม่ได้มากก็ได้เกือบมาก ดีกว่าจะไม่ได้อะไรเลยที่จะเป็นความหวังของชาวไร่ชาวนา ประเด็นนี้ชาวไร่ชาวนาเขาเรียกร้องกันมานาน กลุ่มต่าง ๆ ไม่ว่าภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคใต้ ที่ทำไร่ทำนา เขาก็เรียกร้องว่าอยากเห็นผู้มีอำนาจได้จัดการกระบวนการค้าข้าว กระบวนข้าว การปลูก การผลิต การรวบรวม การแปรรูป ตัวนี้มันมีปัญหามากตั้งแต่อดีต ถึงปัจจุบัน ณ ปัจจุบันนี้ก็มีปัญหา น้ำท่วม ภัยพิบัติ ข้าวภาคอีสานตายเป็นแสน ๆ ไร่ ข้าวก็ ไม่มีราคา อะไรมันเกิดขึ้น มันติดอยู่กลไกอะไรกลไกตรงไหน รัฐขับเคลื่อนผิดพลาด หรือชาวบ้านปลูกข้าวไม่มีคุณภาพ เรื่องคุณภาพอย่าไปโทษชาวบ้าน เพราะชาวบ้านเขาทำ เก่งอยู่แล้ว แต่กระบวนการขับเคลื่อนที่จะอุ้มชูชาวไร่ชาวนาของรัฐบาลที่จะคลอดมาตรการ ต่าง ๆ ออกมาดูแลเขาแทบจะไม่มีอานิสงส์ที่จะให้เกษตรกรอยู่แถวหน้า ท่านมีนโยบาย ก็จะให้เอกชนเขาไป มันมีที่ไหนคนปลูกข้าวไม่ได้กำหนดราคา คนภาคเกษตรที่ผลิตสินค้า การเกษตรทุกตัวที่เป็นพืชเศรษฐกิจไม่ได้มีโอกาสกำหนดราคาเลย เกี่ยวข้าวเสร็จ เอาข้าว เข้าโรงสีไปให้พ่อค้าเขาตั้งราคา ๑๐๐ ปีก็แก้ปัญหาไม่ได้ครับท่านประธาน ถ้าตราบใดที่ เกษตรกรยังกำหนดราคาควบคุมราคาตัวเองบอกราคาไม่ได้ เกษตรกรไม่มีวันลืมตาอ้าปาก และไม่ได้เป็นประชาชนลำดับ ๑ ของประเทศและของโลก รัฐบาลต้องแก้ตรงนี้ เขาเรียกว่า หามผีตกป่าช้า ไม่เผาต้องได้เผาเพราะหนี้สินมันรออยู่ แต่ก็เห็นดีเห็นงามด้วยที่ ท่านกรรมาธิการจะปรับโครงสร้างเรื่องอำนาจเพื่อจะให้มีรัฐมนตรีที่อยู่เป็นเกษตรกรจริง ๆ มาเป็นรัฐมนตรี จะได้สู้กับพ่อค้า กระทรวงนี้ผมอยากเห็นวิสัยทัศน์ว่าข้าวออกมาแล้ว ท่านจะจัดการข้าวอย่างไรเพื่อให้พ่อค้ามาต่อรองราคาข้าวที่สหกรณ์ ผมอยากเห็นอย่างนี้ พ่อค้าต้องมาต่อรองราคาที่สหกรณ์ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ โรงสี โรงอบ ต้องชัดเจนว่า ท่านส่งเสริมให้เกษตรกรมีโรงสี แต่ท่านให้ไม่หมด ท่านให้โรงสีไปอะไรไป แต่อุปกรณ์ภายใน การแยกข้าวอะไรข้าวไม่มีเลย ไปขายข้าวแข่งพ่อค้าก็ไม่ได้ เขาอ้างว่ามันเจือปนเยอะ ฝุ่นเยอะ ไปขายเขตไหนก็ไม่ได้ ไปแสดงสินค้าตรงไหนมันขายไม่ได้เพราะว่ากระบวนการคัดเลือก การแปรรูปมันมีปัญหา ท่านต้องจริงใจตรงนี้ อย่าหมกเม็ด ถ้าตั้งกระทรวงการข้าวและผลผลิต เกษตรกรแล้ว เกษตรกรต้องกำหนดราคาได้ ต้องกำหนดต้นทุนได้ ท่านจะเอาราคาเท่าไร เหมือนกลั่นน้ำมันนี่แหละ พ่อค้าน้ำมันยังเอากำไรได้เลย ทำไมเกษตรกรที่เป็นส่วนใหญ่ของ ประเทศไทยยังกำหนดราคาข้าวไม่ได้เลย ถ้ากระทรวงนี้ตั้งมา คนที่เป็นผู้นำกระทรวง ต้องสามารถให้เกษตรกรกำหนดราคาข้าวได้ว่าข้าวอิเซ ข้าว กข ๖ ลงทุนไปเท่านี้ ใส่ปุ๋ย ไปเท่านี้ ราคาเท่านี้ หรือส่งเสริมให้ชาวบ้านปลูกข้าวอินทรีย์ แต่ถ้าเกษตรกรคนไหนปลูกข้าว อินทรีย์จะให้ราคานี้ให้เขากำหนดได้เลย เอาไปเข้าโรงสี เข้าโรงอบ ให้ชาวนาเป็นคนจัดการ กระบวนการตรงนี้แล้วให้พ่อค้ามาซื้อจากชาวนาโดยตรง อันนี้เกี่ยวข้าวเสร็จยังไม่ได้ตาก ยังไม่แห้งเลย เอาเข้าโรงสีแล้ว มันมีที่ไหน มันมีแต่เจ๊งกับเจ๊งครับท่านประธาน ขอบคุณมากครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านนพพล เหลืองทองนารา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ ผมเองต้องขอขอบพระคุณนะครับ แล้วก็ต้องขอชื่นชมในความตั้งใจของทางคณะกรรมาธิการที่วันนี้ได้นำเสนอรายงานเกี่ยวกับ เรื่องการตั้งกระทรวงข้าว ผมเองตั้งแต่เป็นผู้แทนราษฎรมาผมถือว่าเรื่องข้าวกับเรื่องน้ำ เป็นเรื่องที่สำคัญ เพราะว่าประชากรของประเทศไทยของเรามีอาชีพทางด้านการเกษตร เป็นหลักนะครับ แม้ว่าถ้าเปรียบเทียบผลผลิตด้านจีดีพี (GDP) มันอาจจะเป็นมูลค่าที่เทียบกับด้านอุตสาหกรรมและบริการไม่ได้มากนัก แต่อย่าลืมว่า สิ่งเหล่านี้ทางการเกษตรเป็นปัจจัยพื้นฐาน เป็นปัจจัยที่ทำให้เศรษฐกิจบ้านเรายังยืนอยู่ได้ แล้วก็เป็นการกระจายเม็ดเงินโดยทั่วถึง ท่านครับ ผมเองก็เช่นเดียวกัน ก็มีข้อสงสัยว่าการตั้ง กระทรวงการข้าวถามว่าผมคัดค้านไหม ผมไม่คัดค้าน ผมเองอยากให้มีการตั้งกระทรวงนี้ มานานแล้วด้วยซ้ำ แต่ว่าจนถึงบัดนี้เพิ่งจะมาได้พูดคุยกันอย่างจริงจังผมก็ยังดีใจ แต่ว่า ปัญหาที่มันคาใจอยู่ก็เหมือนอย่างท่าน ส.ส. หลาย ๆ ท่านก็คือว่าแล้วตั้งกระทรวงการข้าว ขึ้นมาแล้วชาวนาจะได้อะไร ผมว่าทุกวันนี้สิ่งที่มันน่าเป็นห่วงสำหรับชาวนาไทยก็คือทำแล้ว เขาไม่เหลืออะไรเลย แม้แต่ในเรื่องของโครงการประกันรายได้ ซึ่งมันก็โดยตรงกับชาวนา เอาในเรื่องของว่าราคาที่เรามาหาเกณฑ์ราคาอ้างอิงเพื่อที่จะจ่ายส่วนต่างให้กับพี่น้องชาวไร่ ชาวนา ยังเป็นราคาที่เกษตรกรทุกคนยังคาใจ ว่าทำไมทางภาครัฐไปเอาราคาตรงไหนมา ถึงให้การชดเชยเรื่องส่วนต่างมันไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ผมเองอีกอย่างหนึ่งที่ วิตกกังวลก็คือว่าวันนี้ไทยสูญเสียแชมป์ (Champ) คำว่าแชมป์ (Champ) ไม่เท่าไรหรอกครับ อยากเสียก็เสียไป แต่ว่าในเนื้อในของมัน การส่งออกข้าวของเราก็ลดน้อยถอยลง จากสมัยก่อน เคยส่งได้สูงสุดถึง ๑๓ ล้านตัน แต่มาปัจจุบันส่งออกได้เพียงแค่ ๖ ล้านตัน ๗ ล้านตันเอง ปีนี้ใช่อาจจะครบเป้าหมาย ๗.๕ ล้านตัน แต่ว่าถ้าเปรียบเทียบกับสมัยก่อนมันเทียบกัน ไม่ได้เลย ถือว่าหายไปเท่าหนึ่งด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นผมเองอยากให้ทางภาครัฐได้มามุ่งเน้น คือทุกอย่างทำควบคู่กันไปได้ แต่ก็ขอให้ทางส่วนราชการได้ให้ความเอาใจใส่นะครับ โดยเฉพาะในเรื่องของการวิจัยพันธุ์ข้าว อย่าลืมว่าวันนี้ผลผลิตข้าวต่อไร่ของประเทศไทย ไม่ว่าจะชนิดไหนก็แล้วแต่ ไม่ว่าข้าวจะเป็นข้าวเปลือกจ้าว ข้าว กข หรือว่าข้าวหอมมะลิ ผลผลิตต่อไร่อัตราต่อสู้เขาไม่ได้เลย แล้วก็ในปัจจุบันมันมีการลักลอบนำเข้าข้าวหอมพวง ซึ่งเป็นข้าวสัญชาติของเวียดนาม ซึ่งผลผลิตของเขาได้ต่อไร่สูงสุดสูงถึง ๑,๒๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ ถ้ามาเปรียบเทียบกับของเรา ข้าวหอมมะลิประมาณ ๔๐๐ กิโลกรัมต่อไร่ แม้ว่าข้าวหอมพวง อาจจะไม่ใช่เป็นข้าวพื้นนุ่มแต่ว่าอาจจะไม่ถึงขั้นข้าวหอมมะลิก็ตาม แต่ว่ามันก็อยู่ในช่วง ระหว่างกลาง ระหว่างข้าวหอมมะลิกับข้าว กข เพราะฉะนั้นแล้วก่อนที่กระทรวงการข้าว จะสำเร็จ ผมอยากให้มีการได้เอาใจใส่แล้วก็ทุ่มเทกับสิ่งที่จะทำให้ชาวนาไทยได้มีเมล็ดพันธุ์ที่ดี ในการเพาะปลูก ท่านครับ การสูญเสียแชมป์ (Champ) ที่มีการประกวดข้าวที่ภูเก็ตนะครับ ก็คือสูญเสียแชมป์ (Champ) ให้กับผกาลำดวนของเขมรเขา วันนี้ตลาดส่งออก คือผกาลำดวน กับข้าวหอมมะลิไทย เกรด (Grade) เดียวกัน แล้วปัจจุบันที่เขาชนะเราคือชนะเรื่องกลิ่น แต่อย่างอื่นเสมอกันหมด ปัจจุบันตลาดส่งออกข้าวหอมมะลิของไทยที่เป็นล่ำเป็นสันก็คือ แถวอเมริกาเหนือ ก็คือสหรัฐอเมริกา แคนาดาเป็นหลัก วันนี้ของเรายังยืนอยู่ได้ยังสู้เขาได้ แต่ว่าถ้าวันใดวันหนึ่ง คิดหรือครับ อย่างผกาลำดวนก็ดี หรือข้าวของเวียดนามก็ดีเขาจะไม่ พัฒนาตัวเอง ถ้าเรายังหยุดอยู่กับที่ ผมว่าวันข้างหน้าอย่าว่าแต่สูญเสียแชมป์ (Champ) เลย คงจะสูญเสียทั้งในเรื่องของคุณภาพข้าว แล้วก็อัตราเฉลี่ยหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นผลผลิต ก็ตามอะไรก็ตาม เพราะฉะนั้นขอให้ทางคณะกรรมาธิการได้ช่วยบอกรัฐบาลด้วยในการที่ จะพัฒนาในสิ่งที่จำเป็น ณ เวลานี้ให้กับชาวนาไทย ขอบคุณครับ🔗
เชิญ กรรมาธิการชี้แจงครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผม อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ในฐานะประธานอนุ กรรมาธิการ ได้ศึกษาการจัดตั้งกระทรวงการข้าว ต้องขอบคุณท่านสมาชิกทุกท่านที่ได้ให้ ข้อเสนอแนะ ผมต้องกราบเรียนท่าน ส.ส. นิยมด้วยว่าท่านอาจจะเข้าใจผิด ฝ่ายโสต ช่วยเปิดเอกสารเลข ๘ ด้วยครับ🔗
ในกระทรวงนั้นเป็นทาง วิชาการเป็นบุรุษไปรษณีย์ให้กับเกษตรกร ซึ่งเกษตรกรจะมีองค์กรอยู่ ๔ องค์กรด้วยกัน ตั้งแต่จัดพันธุ์ข้าว ตั้งแต่วางแผน ตั้งแต่การตลาดแปรรูปทั้งหมด จะมีอยู่ในช่วงซ้ายมือ ของผมครับ เอกสารหน้าที่ ๑๐ ช่วยเปิดดูครับ ว่าทั้งหมดนั้นต้องกราบเรียนว่าเกษตรกร ชาวนาทำเองครับ ไม่ได้ให้พ่อค้ามาทำ ข้าวอาจจะมีจากการเป็นข้าวสาร ชาวนาทำเอง ข้าวกึ่งสำเร็จรูป ชาวนาจะทำเอง ส่วนการที่เสริมวิตามินต่าง ๆ นั้นชาวนาทำเองหมด ในการแช่แข็งข้าวก็ดีหรือในการดำเนินการต่าง ๆ ยกตัวอย่างง่าย ๆ เลย ทำไวน์ (Wine) ก็เอามาจากข้าวนะครับ ในประเทศเพื่อนบ้านเราในเอเชีย (Asia) ที่ไปศึกษาดูปรากฏ ทุกอย่างครบวงจรหมด ไม่ว่าขนมจีน ไม่ว่าขนมปัง ไม่ว่าทุกสิ่งทุกอย่างรายละเอียดต่าง ๆ เราแปรมาจากข้าวเกือบหมด เพราะฉะนั้นถ้าหากว่าบูรณาการเขาทำเองหมดเขามีองค์กร เขาเองนะครับ ต้องกราบเรียนท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ท่านต้องไปดูในเล่มว่าเราทำไว้หมด แต่มันอาจจะตัวเล็ก ช่วยขยายหน่อยว่าตามชาร์ต (Chart) ที่ผมเห็นว่าวันนี้เกษตรกรทำเอง หมดเลย รวมตัวกันเป็นองค์กร วันนี้องค์กรกลุ่มเกษตรกรที่เป็นชาวนาคือกลุ่มเกษตรกรมีอยู่ ๗,๐๐๐ กว่าตำบล มีสหกรณ์อยู่ทุกอำเภอ เรียกสหกรณ์การเกษตร เราก็วางแผนว่าจะ บูรณาการอย่างไร ตั้งแต่ผลิต แปรรูป ตลาดแบบครบวงจรทำอย่างไร ตลาดซื้อขายล่วงหน้า ทำอย่างไร วันนี้เกษตรกรพอมีความรู้จบปริญญาตรี ปริญญาโท สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ และเดินทางได้ ก็ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพนิดหนึ่งว่าวันนี้เรามีความพร้อม ขณะนี้ ชาวนาส่งข้าวออกนอกเองแล้วครับ ไม่ได้ให้พ่อค้าส่งออกครับ แปรรูปเองครับ วันนี้เราส่ง หลาย ๆ ตัวอย่าง อย่างรายละเอียดต่าง ๆ ซึ่งเวลาอาจจะน้อยไปหน่อยไม่สามารถจะใช้เวลา ตรงนี้มานำเสนอได้ ถ้าหากคณะกรรมาธิการท่านใดหรือสมาชิกท่านใดผมจะพาไปดูโรงงาน ที่ท่าวุ้ง จังหวัดลพบุรี บ้านเกิดผมนี่ละครับ วันนี้เขาทำพร้อมครบทุกอย่าง ตั้งแต่เริ่มผลิต ฟางเอยอะไรเอยมีพร้อมหมดเลยครับ เป็นสินค้าที่ทุกคนไปดูแล้วไปเลียนแบบ และวันนี้ ขยายแม้แต่วิตามินต่าง ๆ ที่ท่านบริโภค หล่อไม่หล่อ หรือมีความเข้มแข็ง ก็เอามาจากข้าว ทั้งหมดเลยครับ อันนี้ผมขอสรุปสั้น ๆ ว่าขอให้มีความมั่นใจว่าวันนี้ถ้าหากรัฐบาลได้เอา ส่วนหนึ่งส่วนใดที่เราศึกษาไปแล้วนั้นเอาไปลองดูสิว่าเป็นอย่างไร แต่ให้เราศึกษาเราก็ศึกษา ศึกษาทุกแง่ทุกมุม ทั้งข้อดีข้อเสีย จุดอ่อนอย่างไร จุดแข็งอย่างไร แต่เป้าหมายวันนี้ทำอย่างไร ที่ชาวนาจะกำหนดราคาพืชผลการเกษตรของตัวเองได้ นี่คือหน้าที่ของคณะกรรมาธิการ ได้วิเคราะห์ วิจัย และศึกษามามากพอสมควรครับ ขอย้ำอีกครั้งว่าขอให้สภาแห่งนี้ได้กรุณา ให้ความเห็นชอบ แล้วผมยืนยันที่จะดำเนินการตามเอกสารต่าง ๆ นี้ แล้วจะผลักดันรัฐบาล ดำเนินการให้บรรลุผลและชาวนาจะกำหนดราคาพืชผลการเกษตรของตัวเองในอนาคต ข้างหน้าครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านนิยม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมต้องพูดสักหน่อย ไม่อย่างนั้นผมเสียหาย ท่านอาจารย์ใหญ่ผมนี่สนิทกัน ในเรื่องความเป็นเพื่อน แต่ว่าในวิธีคิดนี้ผมคิดแบบชาวไร่ชาวนาจริง ๆ ผมเกิดมารู้จักข้าว ทำนาตั้งแต่ตัวเล็ก ๆ ผมไม่ได้ว่าท่านไม่ให้ชาวนามีส่วน แต่ว่าที่ผมเป็นห่วงเป็นใย ผมก็อยากเห็นกระทรวงการข้าว เพราะมันเป็นชีวิตของชาวไร่ชาวนา เพียงแต่ว่าผมในฐานะ ลูกชาวนา ถ้ามีกระทรวงการข้าวแล้ว ท่านอาจจะทำละเอียด แต่ผมมีวิธีคิดของผมว่าผมยังคิดไม่ได้ว่าจะเอาระบบราชการไปแก้ปัญหาชาวนาแบบนี้ ขนาดใช้ ๒ กระทรวง ทั้งกระทรวงพาณิชย์ ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เดิมทีเดียว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่มีสหกรณ์ชื่อยาวแบบนี้หรอกครับ ผมเกิดทัน แต่เมื่อเป็นท่าน ก็คิดว่าจะช่วยชาวนา เติมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้ามา บวกระบบสหกรณ์เข้ามา วันนี้ ถึงไหนไหม แทนที่จะข้าวอันดับ ๑ ของประเทศไทย ผมเกิดมาตั้งแต่เป็นนักเรียน ป. ๔ สินค้า ส่งออกของไทยคือข้าว แต่วันนี้ถอยหลังเลยครับ เพราะกระทรวงระบบนี่ละ ผมจึงยัง ไม่เห็นด้วยในการจะใช้ระบบราชการตั้งกระทรวงแล้วจะไปช่วยชาวนาได้อย่างไร ผมยังคิดไม่ออก แบบท่านอุบลศักดิ์พูด จะใช้กรมการข้าวแก้ปัญหาได้ไหมอะไรที่ว่านี้ ปีนี้เห็นตั้งงบประมาณ โหลด (Load) เลยกรมการข้าว ระบบนี้เอามาใช้ไหม ผมยังเห็นว่าระบบราชการนี่ละ ทำระบบกระบวนการข้าวเสียหายอยู่ ทำไมไม่คิดไปถึงภาคเอกชนมาช่วยในกระบวนการ ขายข้าว ปัญหาตอนนี้ไม่ใช่การผลิตนะครับ การขายข้าวไม่ได้ กิโลกรัมละ ๕ บาท ๖ บาท มีที่ไหนครับ ผมจึงไม่เห็นด้วยในลักษณะตั้งกระทรวงการข้าว มันเสียงบประมาณ ถ้าอยากได้ ก็อยากได้ ถ้าตั้งแล้วพี่น้องผมชาวไร่ชาวนาลืมตาอ้าปากได้ เป็นกระดูกสันหลังของชาติ อย่างที่อ้างถึงได้ ผมเห็นด้วย เวียง วัง คลัง นา ท่านนิกรพูดแล้วผมยังจำใส่ใจอยู่ มีตั้งแต่ สมัยโบราณแล้ว วันนี้ถอยหลังเข้าคลองเพราะระบบนี้ละ ระบบทำให้ชาวนาลำบากครับ ท่านประธาน ผมยืนยันแบบนั้นอยู่นะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ในข้อสังเกต ของกรรมาธิการก็พูดชัดเจนว่าการตั้งกระทรวงการข้าวมันยากที่เป็นรูปธรรม ถ้าตั้งไม่ได้ การบูรณาการในหน่วยงานต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพในเรื่องราคา ในเรื่องการผลิต วันนี้ก็พูด ชัดเจน ท่านนิยมจะคัดค้านไหมครับรายงานนี้ เพราะรายงานเขาไม่ได้ระบุว่าจำเป็นจะต้อง ตั้งกระทรวงการข้าว เพียงแต่บอกว่าถ้าตั้งกระทรวงการข้าวไม่ได้ก็บูรณาการหน่วยงาน ราชการของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับข้าวเพื่อให้ผลประโยชน์ ราคาข้าวได้ประโยชน์ ชาวนาได้ประโยชน์ ระบบการผลิตการตลาดให้ดีที่สุด เท่าที่ผมอ่าน รายงาน เพราะฉะนั้นมีท่านสมาชิกท่านใดคัดค้านในรายงานไหมครับ ท่านนิยม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมอยากเห็น กระทรวงการข้าวแล้วประชาชนได้ประโยชน์ รายงานนี้ดีละเอียด แต่ผมคิดว่าจะใช้ระบบ กระทรวงการข้าวมาทำให้พี่น้องบ้านผมซึ่งเป็นชาวนา ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ บ้านผมทำนาหมด ทั้งหมู่บ้าน แล้วมีชีวิตดีขึ้นนี่ ผมคิดไม่เป็นว่ากระทรวงการข้าวจะแก้ปัญหาได้ ผมก็เห็นด้วย ในการตั้งกระทรวงการข้าวครับ🔗
กรรมาธิการ มีอะไรชี้แจงไหมครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ในฐานะกรรมาธิการ ก็ต้องขอขอบคุณพี่นิยม ที่เข้าใจ แล้วก็ยืนยันว่ากระบวนการกระทรวงนั้นเป็นระบบกึ่งทางราชการและบริหาร ประเทศชาติบ้านเมือง เหมือนเป็นบุรุษไปรษณีย์นะครับ ดูละเอียดเป็นบุรุษไปรษณีย์ ทั้งวิชาการ ทั้งประสานงาน แต่รายละเอียดทั้งหลายนั้นต้องกราบเรียนว่าชาวนาทำเอง คิดทำเองหมดแล้ว แล้วเริ่มทำเองแล้ว แล้วส่งของออกนอกเองแล้วตอนนี้ แพคเกจ (Package) ออกทุกอย่างเลย อันนี้ให้พี่นิยมได้สบายใจ ขออนุญาตพี่นิยมผ่านครับ ขอบคุณมากครับพี่นิยมครับ🔗
เนื่องจาก กรรมาธิการได้มีข้อสังเกตในรายงาน ข้อสังเกตอยู่ในหน้า ๕๑ หน้า ๕๒ หน้า ๕๓ ดังนั้น ต้องถามท่านสมาชิก มีท่านสมาชิกท่านใดไม่เห็นด้วย เห็นเป็นอย่างอื่นกับรายงานและ ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการการเกษตรและสหกรณ์ที่ได้ทำการศึกษาเรื่องการจัดตั้ง กระทรวงการข้าว มีท่านสมาชิกท่านใดไม่เห็นด้วยมีไหมครับกับรายงานและข้อสังเกต🔗
ถ้าไม่มี ผมถือว่าตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ไม่มีท่านสมาชิกท่านใดเห็นเป็นอย่างอื่นหรือคัดค้าน ก็ถือว่า มติที่ประชุมเห็นชอบให้ส่งรายงานและข้อสังเกตไปให้รัฐบาลดำเนินการต่อไป ตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๕ นะครับ ขอบคุณกรรมาธิการครับ จบครับ🔗
๔.๘ รายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง การจัดระเบียบสายไฟฟ้า สายสื่อสาร และการบริหารจัดการไฟฟ้าส่องสว่างอย่างทั่วถึงทั้งประเทศ ซึ่งคณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้ว แต่เนื่องจากในช่วงเวลาดังกล่าวได้เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา ๒๐๑๙ (Corona 2019) คณะกรรมาธิการจึงได้ขอขยายเวลาพิจารณาศึกษาออกไปเพื่อให้การ พิจารณาศึกษาได้ข้อมูลอย่างครบถ้วนและสมบูรณ์อย่างทุกประเด็น โดยได้ขอขยายเวลา พิจารณาออกไปจำนวน ๕ ครั้ง จนถึงวันที่ ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๕ รวมเป็นระยะเวลาในการ พิจารณาศึกษาทั้งสิ้น ๔๘๐ วัน โดยการพิจารณาศึกษาดังกล่าวคณะกรรมาธิการได้ตั้ง คณะอนุกรรมาธิการขึ้นมา ๓ คณะ ประกอบด้วย ๑. คณะอนุกรรมาธิการศึกษาการจัด ระเบียบสายไฟฟ้า สายสื่อสาร และการบริหารจัดการไฟฟ้าส่องสว่างในเขตพื้นที่ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคตะวันออก และเขตพิเศษอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยมีนายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง เป็นประธานอนุกรรมาธิการ ๒. คณะอนุกรรมาธิการศึกษาการจัดระเบียบสายไฟฟ้า สายสื่อสาร และการบริหารจัดการ ไฟฟ้าส่องสว่างในเขตพื้นที่ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีนายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ รองประธานคณะกรรมาธิการ คนที่สอง เป็นประธานอนุกรรมาธิการ และ ๓. คณะอนุกรรมาธิการศึกษาการจัดระเบียบสายไฟฟ้า สายสื่อสาร และการบริหารจัดการ ไฟฟ้าส่องสว่างในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยมีนางกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา เป็นประธานคณะอนุกรรมาธิการ ดังนั้นการพิจารณาศึกษาเรื่องดังกล่าวคณะกรรมาธิการ ได้กำหนดเป้าหมายในการพิจารณาศึกษาออกเป็นประเด็นหลัก ๆ โดยสาระสำคัญคือ ๑. ด้านการจัดระเบียบสายไฟฟ้าและสายสื่อสาร ซึ่งมีประเด็นการพิจารณาถึงความ เหมาะสมในการแก้ปัญหาที่เกิดจากสายไฟฟ้าและสายสื่อสารในพื้นที่ต่าง ๆ ที่มีความจำเป็น และเร่งด่วนแตกต่างกันไปตามแต่ลักษณะของภูมิทัศน์และภูมิสถาปัตย์ของสภาพพื้นที่นั้น ๆ รวมถึงเพื่อให้เกิดการดำเนินงานที่มีเป้าหมายชัดเจนเป็นรูปธรรม อีกทั้งเพื่อให้เกิดผลในการ ปฏิบัติอย่างจริงจังและต่อเนื่อง จึงกำหนดให้มีขั้นตอนการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ออกเป็น ๓ ระยะ คือระยะสั้นที่ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๓ ปี ระยะกลาง ต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๕ ปี และระยะยาวต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน ๑๐ ปี เป็นต้น ๒. ด้านการบริหารจัดการไฟฟ้าส่องสว่าง โดยพิจารณาศึกษาจะมุ่งเน้นถึง การบริหารจัดการไฟฟ้าส่องสว่างสาธารณะที่สามารถให้บริการได้อย่างทั่วถึงเพียงพอและ มีคุณภาพ ทั้งนี้ เพื่อสร้างความปลอดภัยในการเดินทางสัญจรไปมาในยามวิกาล และยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแก้ปัญหาให้กับกลุ่ม ประชากรที่ไม่สามารถเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากไฟฟ้าส่องสว่างอันเนื่องมาจากข้อจำกัด ในการให้บริการของภาครัฐ รวมถึงปัญหาอุปสรรคในด้านกฎหมายและระเบียบหลักเกณฑ์ ต่าง ๆ ที่ไม่เอื้ออำนวยให้หน่วยงานของรัฐที่เข้าไปดำเนินการระบบให้บริการสาธารณูปโภค พื้นฐานด้านไฟฟ้าในพื้นที่ดังกล่าวให้กับประชาชน ดังนั้นในการพิจารณาศึกษาของ คณะกรรมาธิการครั้งนี้จึงมุ่งเน้นที่จะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ อย่างเป็นรูปธรรมอย่างเป็นระบบ โดยมองถึงผลสัมฤทธิ์ในทางปฏิบัติที่สามารถจะนำไปขับเคลื่อนให้เกิดผลสำเร็จได้อย่าง รวดเร็วและเป็นรูปธรรม บัดนี้ คณะกรรมาธิการได้นำเสนอรายงานผลการพิจารณาญัตติ เรื่อง การจัดระเบียบสายไฟฟ้า สายสื่อสาร และการบริหารจัดการไฟฟ้าส่องสว่างอย่างทั่วถึง ทั้งประเทศต่อสภาผู้แทนราษฎรเพื่อให้พิจารณารายละเอียดของรายงาน รวมถึง ข้อเสนอแนะและข้อสังเกตของกรรมาธิการ ซึ่งปรากฏตามเล่มรายงานที่ได้จัดวางให้แก่ สมาชิกทุกท่านเรียบร้อยแล้ว และเพื่อให้การนำเสนอและตอบข้อซักถามในการพิจารณา รายงานดังกล่าวของสภาผู้แทนราษฎรให้เป็นไปอย่างถูกต้องและได้รับข้อมูลอย่างครบถ้วน คณะกรรมาธิการจึงขออนุญาตให้บุคคลดังที่ท่านประธานได้กล่าวมาแล้วเข้ามาร่วมชี้แจง ในห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร กระผมขอให้ทางประธานอนุกรรมาธิการทั้ง ๓ ท่าน ได้ชี้แจงแต่ละอนุกรรมาธิการที่ดูแลแต่ละภาคในการนำเสนอรายงาน รวมถึงข้อเสนอแนะ ข้อสังเกตต่อที่ประชุมสภา ลำดับแรกก็เรียนเชิญท่านอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ รองประธาน คณะกรรมาธิการ คนที่หนึ่ง เป็นผู้เสนอ ขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านอัครเดชครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ตามที่ ท่านประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการจัดระเบียบสายไฟฟ้า สายสื่อสาร และการ บริหารจัดการไฟฟ้าส่องสว่างอย่างทั่วถึงทั้งประเทศ ได้นำเรียนท่านประธานและเพื่อนสมาชิก ไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งคณะกรรมาธิการชุดนี้ได้มีการตั้งอนุกรรมาธิการขึ้นมาทั้งหมด ๓ ชุด ซึ่งกระผมเองนั้นได้รับผิดชอบดูแลในเรื่องของภาคกลางแล้วก็ภาคใต้ รวมถึงภาคตะวันออก ซึ่งรวมถึงเขตพิเศษอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีด้วย ซึ่งเขตพิเศษ อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีนั้น ถือว่าเป็นพื้นที่พิเศษที่มีการจำหน่ายไฟที่กองทัพเรือได้เข้ามาดูแล ซึ่งไม่ได้ขึ้นอยู่กับ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคตามที่ได้เคยมีการชี้แจงในสภาแห่งนี้มาแล้ว ซึ่งการประชุมของ อนุกรรมาธิการชุดที่ได้แต่งตั้งขึ้นได้มีการศึกษา โดยวันพฤหัสบดีที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๔ ที่ประชุมได้มีมติให้ทางอนุกรรมาธิการได้ทำการศึกษาในพื้นที่ภาคกลาง แล้วก็ภาคใต้ ตลอดจนถึงภาคตะวันออก โดยสภาพปัญหาและอุปสรรคในการจัดระเบียบสายไฟฟ้า สายสื่อสาร อย่างที่ท่านประธานและเพื่อนสมาชิกได้ทราบอยู่แล้วว่าที่เราเห็นอยู่นี้เป็นปัญหา ที่เรื้อรัง แล้วก็เป็นปัญหาที่มีผลกระทบต่อภาพพจน์ของประเทศชาติ ซึ่งเวลานักเดินทาง หรือนักท่องเที่ยวมาเที่ยวที่เมืองไทย เราก็จะเห็นว่ามีการถ่ายรูป ซึ่งเป็นสายสื่อสารที่ไป เกาะเกี่ยวอยู่บนเสาไฟฟ้า ทำให้ภาพพจน์ของประเทศชาตินั้นเสียหาย และที่สำคัญยังเป็น อันตรายต่อพี่น้องประชาชน อย่างที่เราได้เห็นมีการเกิดอุบัติเหตุที่สายสื่อสารนั้นได้ตกลงมา แล้วก็เกี่ยวพี่น้องประชาชนที่สัญจรไปมาบนท้องถนน นอกจากนี้ยังมีปัญหาเรื่องของไฟฟ้า ช็อต (Shot) ด้วย ถึงแม้ว่าสายสื่อสารนั้นจะไม่มีกระแสไฟฟ้า แต่เป็นสายโลหะที่สามารถ ที่จะทำให้นำกระแสไฟฟ้าไปช็อต (Shot) ทำให้เกิดความสูญเสียในชีวิตและทรัพย์สินต่อ พี่น้องประชาชน ซึ่งตรงนี้ผมเองในฐานะที่เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ทำญัตติให้ สภาแห่งนี้ได้มีการศึกษาแล้วก็ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาเพื่อจัดระเบียบสายไฟฟ้า สายสื่อสารขึ้น ซึ่งทางสภาผู้แทนราษฎรก็ได้ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้ขึ้น ก็ต้อง ขอขอบคุณท่านประธานแล้วก็เพื่อนสมาชิกที่ได้เห็นชอบให้มีการตั้งคณะกรรมาธิการชุดนี้ขึ้น ตามที่ผมได้เสนอให้ตั้งญัตตินี้ขึ้น ท่านประธานครับ ผมเองจากการที่ได้ลงไปศึกษากับทาง อนุกรรมาธิการ เราก็ได้พบว่าจริง ๆ แล้วสายสื่อสารที่มันยุ่งเหยิงอยู่บนเสาไฟฟ้ามันเกิด จากการขาดการบริหารจัดการที่ดี ซึ่งการบริหารจัดการที่ดีมันจะต้องเอาสายสื่อสารที่ไปเกาะ อยู่บนเสาไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้งานแล้วเอาลงมา ที่เราเรียกว่าสายตาย ซึ่งปัจจุบันนี้มีอยู่ประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ที่ค้างอยู่ เราได้ทำการศึกษาโดยผมเองในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ ก็ได้เสนอให้ใช้อำเภอบ้านโป่งเป็นบ้านโป่งโมเดล (Model) นำปัญหานี้ เข้าไปศึกษาแล้วก็บูรณาการทั้งหน่วยงานภาครัฐ เอกชน แล้วก็รัฐวิสาหกิจ โดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจที่ดำเนินการในช่วงปี ๒๕๖๓ ก็คือทีโอที (TOT) ปัจจุบันนี้เปลี่ยนเป็น เอ็นที (NT) แล้ว ก็ได้มีการบูรณาการกับภาคเอกชนก็คือผู้ที่ได้ให้บริการในเรื่องสาย อินเทอร์เน็ต แล้วก็สายสัญญาณต่าง ๆ รวมถึงภาครัฐก็คือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็คือเทศบาลเมืองบ้านโป่งเข้าไปดำเนินการจัดระเบียบสายสื่อสารที่ไม่เป็นระเบียบในเขต เทศบาลเมืองบ้านโป่ง ระยะทาง ๔.๘ กิโลเมตร เราได้สายตายออกมา ๒๐ กว่าตัน ถือว่า เป็นปริมาณที่เยอะมากที่มันไปอยู่บนเสาไฟฟ้า หลังจากนั้นเราก็เอาสายตายออก เราก็ดำเนินการจัดระเบียบเอาสายที่มีอยู่ผูกรัดแบ่งประเภทให้เรียบร้อย เราก็จะได้เห็นว่า สายสื่อสารที่อยู่บนเสาไฟฟ้ามีความเป็นระเบียบมากขึ้นในเขตเทศบาลเมืองบ้านโป่ง นอกจากนี้ผมเองก็ได้ทำกระทู้มายังคณะรัฐมนตรี ด้วยการทำกระทู้ถามทางรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมในสมัยนั้น ก็คือท่านพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ก็ต้อง ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน เพราะว่าต้องขอใช้โอกาสนี้ขอบคุณท่านด้วย เพราะว่าผมได้อภิปราย ในกระทู้ขอให้ทางรัฐบาลได้ทำบ้านโป่งโมเดล (Model) ด้วยการดำเนินการนำสายสื่อสาร ลงใต้ดิน จริง ๆ แล้ว โจทย์ของเราเราต้องการนำสายไฟฟ้า สายสื่อสารลงไปพร้อมกัน แต่การนำสายไฟฟ้าแล้วก็สายสื่อสารลงพร้อมกัน ๑ กิโลเมตรใช้งบประมาณ ๖๐-๘๐ ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้ทำโครงการ ๔ เมืองใหญ่ นำสายไฟฟ้า สายสื่อสารลงใต้ดิน เราหมดงบประมาณไป ๑๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ผมเองได้พาคณะอนุกรรมาธิการลงไปศึกษา ดูงานที่อำเภอหาดใหญ่ เราใช้งบประมาณที่หาดใหญ่ไป ๒,๐๐๐ ล้านบาท เกือบ ๓,๐๐๐ ล้านบาท เอาลงไปได้ไม่กี่กิโลเมตรเอง ได้ประมาณ ๒๐-๓๐ กิโลเมตร เราใช้งบประมาณมหาศาลเลย แต่ว่าปัญหาดังกล่าวเหมือนกับเราตำน้ำพริกไปละลายแม่น้ำ เพราะว่าเราต้องใช้งบประมาณ อีกหลายล้านล้านเลยกว่าที่เราจะสามารถที่จะให้เห็นผลเป็นรูปธรรมได้ ซึ่งมันเกิน ความจำเป็นไป ฉะนั้นผมเลยได้เสนอบ้านโป่งโมเดล (Model) ขึ้น ก็คือการนำสายสื่อสาร ลงใต้ดินอย่างเดียว โดยสายไฟฟ้ายังอยู่บนอากาศเหมือนเดิม ก็คือเราไม่ต้องไปจัดการ สายไฟฟ้าเลย เราไม่ต้องเอาสายไฟฟ้าลงใต้ดิน แต่เราเอาเฉพาะสายสื่อสารลงใต้ดิน จากกิโลเมตรหนึ่ง ๖๐-๘๐ ล้านบาท เหลือกิโลเมตรละ ๑๐ ล้านบาท ซึ่งกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคมได้จัดสรรงบประมาณให้องค์การโทรศัพท์ในสมัยนั้น ปัจจุบันนี้ก็คือ เอ็นที (NT) ก็คือโทรคมนาคม มาดำเนินการให้ผู้รับเหมาเจาะพื้นที่ความยาว ๔.๘ กิโลเมตร ก็คือพื้นที่จากวงเวียนช้างของอำเภอบ้านโป่ง ก็คือในเขตเทศบาลบ้านโป่ง ผ่านหอนาฬิกา แล้วไปสุดที่สี่แยกไฟแดงบ้านโป่ง ถ้าท่านเคยไปที่อำเภอบ้านโป่งท่านก็จะนึกภาพออก แล้วก็ อีกเส้นหนึ่งก็คือเส้นที่ตัดจากตัวหน้าอำเภอบ้านโป่ง ผ่านหน้าเทศบาลบ้านโป่งไปจบที่ สะพานโคกหม้อ ก็จะเป็นสี่แยกที่ตัดกันที่วงเวียนหอนาฬิกา ระยะทางทั้งหมด ๔.๘ กิโลเมตร ทางเอ็นที (NT) ใช้งบประมาณไป ๔๘ ล้านบาท ตอนนี้ผู้รับเหมาได้นำสายสื่อสารลงใต้ดิน กำลังจะดำเนินการให้ กสทช. ทำสภาพบังคับให้เอกชนลงมาใช้ท่อที่ทางเอ็นที (NT) ได้เจาะไว้ ใต้ดินแล้ว เพื่อเอาสายสื่อสารทั้งหมดที่มีอยู่บนถนนเส้นทางที่ผมได้กราบเรียนประธานไป ๔.๘ กิโลเมตรเอาลงใต้ดิน เพื่อให้ได้เป็นเมืองต้นแบบ ให้เมืองอื่น ๆ เอาสายสื่อสารลงใต้ดิน เหมือนกัน โดยที่สายไฟฟ้ายังไม่ต้องหมด อันนี้ก็เลยขออนุญาตได้นำเรียนท่านประธานว่า เราได้ศึกษาไว้ แล้วก็ตรงนี้นำไปเสนอให้ทางเพื่อนสมาชิกในสภาแห่งนี้ได้รับทราบในรายงาน เพื่อจะได้เป็นต้นแบบ ท่านประธานขอเวลาอีก ๑ นาทีครับ แล้วก็ส่วนสุดท้ายก็คือการใช้ ในส่วนของสายซิงเกิล ลาสต์ ไมล์ (Single Last Mile) อย่างที่ท่านประธานได้บอกไปแล้ว ก็คือเรื่องของการใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ก็คือใช้สายซิงเกิล ลาสต์ ไมล์ (Single Last Mile) แทนสายที่เอกชนได้ลากพาดไป ซึ่งตรงนี้จะทำให้เกิดความเป็นระเบียบขึ้น โดยให้ผู้ให้บริการ มาเช่าสายจากทางเอ็นที (NT) ก็คือสายซิงเกิล ลาสต์ ไมล์ (Single Last Mile) ซึ่งปัจจุบันนี้ ต่างคนต่างลาก ก็จะเป็นภาระกับทางเสาไฟฟ้าที่จะต้องถูกพาดผ่าน อันนี้ก็จะเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่คณะอนุกรรมาธิการได้เสนอมายังคณะกรรมาธิการวิสามัญชุดใหญ่ แล้วก็นำเสนอมาอยู่ในรายงานแห่งนี้ ก็เลยขออนุญาตได้ใช้เวลาของสภาแห่งนี้ได้ชี้แจง ในส่วนของคณะอนุกรรมาธิการจัดระเบียบสายไฟฟ้า สายสื่อสาร และไฟฟ้าส่องสว่าง ในพื้นที่ภาคกลาง ภาคใต้ ภาคตะวันออก เขตพิเศษอำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มา ณ โอกาสนี้ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญ ประธานคณะอนุกรรมาธิการ ขอสรุปสั้น ๆ หน่อยนะครับ เพราะว่ารายงานอยู่ในเล่ม ท่านสมาชิกก็ได้อ่าน🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน กรณิศ งามสุคนธ์รัตนา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตคลองเตยและวัฒนา พรรคพลังประชารัฐ เรียนท่านประธานค่ะ คือในฐานะที่ดิฉันเป็นประธานคณะอนุ กรรมาธิการจัดระเบียบสายไฟฟ้า สายสื่อสาร และการบริหารจัดการไฟฟ้าส่องสว่าง ดูแล ในความรับผิดชอบในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ซึ่งจากรายงานได้รับการ แต่งตั้งมา ดิฉันก็ได้ลงพื้นที่ในส่วนของกรุงเทพมหานคร ซึ่งในภาพรวมก็ขออนุญาตรวมสั้น ๆ แล้วกันว่ากรุงเทพมหานครเป็นเมืองหลวง แล้วก็แบ่งหน้าที่ในการรับผิดชอบในเรื่องของ ไฟฟ้าส่องสว่าง มี ๔ ส่วนด้วยกันก็คือ ส่วนแรก จะเป็นในส่วนของสำนักการโยธาของ กรุงเทพมหานคร ซึ่งก็จะดูเรื่องไฟฟ้าส่องสว่างตั้งแต่ถนนสายหลัก สายรอง แล้วก็สะพาน คนข้ามถนน รวมไปถึงสะพานรถยนต์ข้ามแยกถนน สะพานข้ามคลอง ซึ่งอันนี้มีระยะทาง ประมาณ ๔๐๐ กว่าเส้นทาง ส่วนที่ ๒ จะเป็นในส่วนของสำนักการระบายน้ำของ กรุงเทพมหานคร ซึ่งรับผิดชอบดูแลไฟฟ้าส่องสว่างตามแนวเขื่อนทางเดินริมคลอง ทั่วกรุงเทพฯ แล้วก็ส่วนที่ ๓ เป็นสำนักสิ่งแวดล้อม ซึ่งดูแลในเรื่องของไฟฟ้าส่องสว่าง ติดตั้งตามสวนสาธารณะต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งมีอยู่ ๔๒ สวนสาธารณะใหญ่ แล้วก็ ๗๘ สวนสาธารณะรอง รวมไปถึงสวนขนาดย่อมอีกประมาณ ๑๐๐ กว่าสวน ส่วนที่ ๔ จะเป็นในส่วนของสำนักงานเขตของกรุงเทพมหานคร ๕๐ สำนักงานเขตด้วยกัน ซึ่งก็จะดูแล ไฟฟ้าส่องสว่างตามตรอก ซอก ซอย ที่มีทั้งหมดประมาณ ๕,๖๐๐ เส้นทาง ซึ่งโดยรวมแล้ว ดิฉันขออนุญาตรวบเลยแล้วกันนะคะ ว่าคณะอนุกรรมาธิการของเราได้ลงไปในส่วนของ กรุงเทพมหานคร โดยไปประชุมร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็น กรุงเทพมหานคร กสทช. เอ็นที (NT) แล้วก็ส่วนต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้อำนวยการเขตทั้ง ๖ กลุ่มโซน (Zone) ที่ดูแลรับผิดชอบ ๖ กลุ่มโซน (Zone) ก็เข้าร่วม ประชุมด้วย เราก็ได้ดำเนินการในการออกแบบสอบถามว่าไฟฟ้าส่องสว่างที่มีปัญหาอยู่ ในเรื่องที่เราได้รับเรื่องร้องเรียนกับพี่น้องประชาชนมาว่าอาจจะเป็นความล่าช้าในการ ซ่อมแซม หรือว่ารวมไปถึงการซ่อมแซมล่าช้า แล้วก็ไม่สามารถที่จะเปลี่ยนโคมไฟที่เกิดความ เสียหายได้ ซึ่งอันนี้ใช้เวลานานมาก บางที่เป็นปี เราก็ทำแบบสอบถามว่าทางหน่วยงาน ที่ดำเนินการที่ดูแลรับผิดชอบโดยตรงมีความเห็นอย่างไร ซึ่งเราทำแบบสอบถามออกเป็น ๓ ข้อด้วยกันว่า ๑. เห็นด้วยกับการที่จะให้ถ่ายโอนภารกิจไปให้กับการไฟฟ้านครหลวง หรือไม่ ๒. ก็คือไม่เห็นด้วย อยากจะให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถทำเองได้ หรือ ๓. มีความเห็นว่าควรจะต้องร่วมมือกันในการบริหารจัดการตามความเหมาะสม ซึ่งทาง กรุงเทพมหานครก็ได้ตอบแบบสอบถามมานะคะ ก็จะคิดเป็นที่ว่าเห็นด้วยที่จะถ่ายโอน ภารกิจไปประมาณร้อยละ ๘๖ ส่วนไม่เห็นด้วย ไม่มีเลย แล้วก็ที่เห็นควรที่จะให้บริหาร จัดการร่วมกันก็จะมีอยู่ประมาณร้อยละ ๑๔ เท่านั้น ซึ่งหลัก ๆ แล้วปัญหาที่เกิดขึ้น แล้วก็ อุปสรรคต่าง ๆ หลัก ๆ ก็คือจะในเรื่องของสำนักงานเขตบางทีแจ้งกับทางการไฟฟ้าไป ก็เกิดความล่าช้า เพราะว่าก็ยังติดปัญหาในเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้างหรือไม่มีเอ็มโอยู (MOU) ระหว่างกรุงเทพมหานครกับการไฟฟ้านครหลวง หรือไม่อีกทีก็จะเป็นในเรื่องของ การขาดแคลนเครื่องมือ อุปกรณ์ วัสดุที่จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยน อุปกรณ์หลอดไฟต่าง ๆ รวมถึงบุคลากรที่ไม่มีความรู้หรือความชำนาญเพียงพอที่กรุงเทพมหานครยังขาดอยู่ แล้วก็ ติดปัญหาอีกเรื่องหนึ่งก็คือปัญหาที่ดินตามถนน ตรอก ซอก ซอย ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของ เอกชนที่หน่วยงานของกรุงเทพมหานครไม่สามารถจะเข้าไปได้ และที่สำคัญที่สุดก็คือ ในเรื่องของงบประมาณที่ไม่เพียงพอ อย่างเช่นทางสำนักการโยธาของกรุงเทพมหานคร ที่ดูทั้ง ๕๐ สำนักงานเขตได้รับงบประมาณเพียงปีละ ๕๐ ล้านบาทเท่านั้น แต่ในส่วนของ สำนักงานเขตที่จะต้องเปลี่ยนหลอดไฟหรืออะไรอย่างนี้ที่สามารถเปลี่ยนได้ก็จะได้รับ งบประมาณเพียงปีละ ๑ ล้านบาทเท่านั้น ส่วนในกรุงเทพมหานคร หลัก ๆ ในเรื่องของ สายสื่อสารแล้วก็สายไฟฟ้าที่จะนำลงดิน ส่วนใหญ่แล้วถนนสายหลักก็จะนำลงดินไป ค่อนข้างเยอะ ท่านประธานคงทราบ คงเห็น แต่ว่าตามถนนสายรอง กับตามตรอก ซอก ซอย นี่คือยังไม่มี เนื่องจากว่าจะต้องใช้ งบประมาณค่อนข้างสูง แต่ว่าดิฉันเองก็ได้ร่วมกับทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม แล้วก็รวมไปถึงเอ็นที (NT) แล้วก็ กสทช. ก็ได้มีการบริหารจัดการ ในเรื่องของการมัดรวบการจัดระเบียบสายสื่อสารต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสักครู่ ท่านอัครเดช ขออนุญาตที่เอ่ยนาม บอกว่าทางในส่วนของราชบุรีนี้สายตายที่ไม่ได้ใช้งาน ที่ห้อยอยู่นี้ประมาณ ๕๐ เปอร์เซ็นต์ แต่กรุงเทพฯ ประมาณ ๗๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านจะเห็นเลยว่า ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติถ่ายรูปแล้วไปลงในโซเชียล (Social) ต่าง ๆ สายต่าง ๆ ที่ไม่ได้ใช้งาน ถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ด้วยกัน แต่ว่าตอนนี้เราก็ได้จัดระเบียบไปแล้วเพราะว่า กสทช. เอง ได้จัดสรรงบประมาณในปี ๒๕๖๕ เอาไว้ถึง ๗๐๐ ล้านบาท ก็ทยอย ๆ ดำเนินการไป โดยเฉพาะในเส้นเศรษฐกิจ แล้วก็เส้นถนนสายหลักนี้เราก็จะเห็นว่าจัดระเบียบเป็นที่ เรียบร้อยแล้ว ในส่วนของอนุกรรมาธิการที่เราได้รับมอบหมายไปก็จะดูในส่วนของจังหวัด นนทบุรีแล้วก็จังหวัดสมุทรปราการ หลัก ๆ ปัญหาก็จะใกล้เคียงกัน ในส่วนขององค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นทั้ง ๒ ที่ เราก็ใช้แบบสอบถามเช่นเดียวกัน เหมือนกับกรุงเทพมหานคร ก็ทำแบบสอบถามไปตั้ง ๒ ส่วน ทั้งนนทบุรีแล้วก็สมุทรปราการ คร่าว ๆ เลยแล้วกันว่า ส่วนใหญ่ทางเทศบาลหรือว่าองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ อย่างเช่นเทศบาล ก็มีศักยภาพเพียงพอในการที่จะดำเนินการซ่อมแซมในส่วนของไฟฟ้าส่องสว่างได้เองนะคะ ก็ไม่ค่อยเห็นด้วยกับการที่จะต้องให้ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคไปดูแล ก็อยากจะให้บริหาร จัดการร่วมกันมากกว่า แต่หลัก ๆ ก็จะมีปัญหาในเรื่องของขาดงบประมาณในการที่จะไป จัดซื้ออุปกรณ์ แล้วก็รวมไปถึงบุคลากรที่ไม่มีความรู้หรือความชำนาญเพียงพอนะคะ ซึ่งอันนี้ ที่เป็นห่วงอยู่ ซึ่งหลัก ๆ ก็จะมีประมาณนี้ ดิฉันเองก็ขออนุญาตสรุปคร่าว ๆ ตามนี้นะคะ ขอบพระคุณค่ะท่านประธาน🔗
เชิญ ประธานอนุกรรมาธิการครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ประธานคณะทำงานของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ เราก็ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสภาพปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินการจัดระเบียบสายไฟฟ้า สายสื่อสาร ก็เหมือนกับท่านรองประธานทั้ง ๒ ท่านได้ชี้แจงต่อสภา มีสภาพปัญหาของ สายไฟฟ้าแล้วก็สายสื่อสาร ซึ่งสายจริง ๆ ในการใช้งานก็ไม่กี่สาย ก็จะมีสายตายที่ห้อยขึ้น ตามเสาไฟฟ้าระโยงระยาง ก็อยากจะให้เพื่อนสมาชิกได้สอบถามแล้วก็จะขอชี้แจงเป็น รายบุคคลไป เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลาต่อสภาผู้แทนราษฎรครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านภาคินก่อนครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ ผมต้องขอขอบคุณท่านกรรมาธิการที่ได้ศึกษาเรื่อง การจัดระเบียบสายไฟฟ้า สายสื่อสาร และการบริหารจัดการไฟฟ้าส่องสว่าง อันนี้เป็นสิ่งที่ มีประโยชน์กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ในเรื่องของไฟฟ้าโดยเฉพาะไฟฟ้าส่องสว่าง แล้วก็ปัญหาอุปสรรคเรื่องของระบบสายไฟบ้านเรามันมีปัญหาจริง ๆ ครับ คือถ้าเราไปตาม จังหวัดต่าง ๆ เข้าไปในเขตเทศบาลเราจะเห็นการขุดก่อสร้างทางเดินฟุตพาท (Footpath) ต่าง ๆ ก็จะพบว่าต่างคนต่างทำ ก็คือถ้าจะเดินสายสื่อสารก็ไปขุดทีหนึ่ง ถ้าจะวางระบบ น้ำประปาก็ไปขุดอีกทีหนึ่ง ฝังกลบ ๆ อยู่นั่นละครับ เราจะเห็นว่าทุกจังหวัดเป็นปัญหา เหมือนกันหมดเลย ผมก็เลยอยากสอบถามว่าท่านกรรมาธิการได้ศึกษาในเรื่องนี้ด้วยไหม บางที่ที่เห็นว่าบางเทศบาลได้เอาลงใต้ดินแล้ว บางเทศบาลยังไม่ได้เอาลงใต้ดิน เห็นว่าศึกษา กันทั้งกรุงเทพมหานคร แล้วก็ต่างจังหวัดในแต่ละภาคด้วยนะครับ จะเห็นว่าปัญหาที่ผมพบนี้ ผมเห็นจากรายงานนี้จะพบว่าปัญหาก็คือการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน ซึ่งการทำงาน มันเป็นอุปสรรคในการไม่ร่วมมือหรือว่าไม่บูรณาการกัน ตั้งแต่กรมปกครองท้องถิ่นที่เป็น เจ้าของพื้นที่ ในเขตเทศบาล ในเขตเมืองของแต่ละจังหวัดนะครับ คนที่จะเอาสายไฟลงดิน การไฟฟ้านครหลวง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคก็ไม่มีการประสานงานกัน ทำให้การดำเนินการมันติดปัญหาอุปสรรค รวมทั้งกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ที่จะต้องเอาสายลงดินร่วมกับเทศบาล ทีนี้ปัญหาตามมาคือเรื่องงบประมาณ เท่าที่ทราบจาก ท่านกรรมาธิการได้พูดถึงก็คือเจ้าของพื้นที่ไม่มีงบประมาณ แต่คนที่เป็นเจ้าของสายมีกำไร มากมายมหาศาล ทั้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ทั้งการไฟฟ้านครหลวง โดยเฉพาะอีแกต (EGAT) อีแกต (EGAT) เป็นคนผลิตไฟฟ้าส่งต่อให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคและการไฟฟ้านครหลวงนี้ ก็มีกำไรมากมายมหาศาล แต่ถ้ามีการบูรณาการทั้งเรื่องของงบประมาณ บูรณาการเรื่องของ การทำงานร่วมกัน ผมเข้าใจว่าการศึกษาของคณะกรรมาธิการชุดนี้จะไม่ไร้ประโยชน์ จะมีประโยชน์อย่างมากกับรัฐบาลกับพี่น้องประชาชนในการที่จะเอาสายไฟลงใต้ดิน เอาสายสื่อสารลงใต้ดิน น้ำประปาลงไปแล้ว ๒ อันนี้ลงไปด้วยก็จะเป็นประโยชน์อย่างมาก ทำให้บ้านเมืองเป็นระเบียบเรียบร้อย คนต่างประเทศมาเที่ยวเราก็มีความสะอาดสะอ้าน ผมเห็นดีด้วยกับคณะกรรมาธิการชุดนี้ที่ได้เข้ามาศึกษาเรื่องของระบบสายไฟลงดิน ทั้งสายสื่อสารและสายไฟฟ้า ขอบคุณท่านกรรมาธิการ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ เชิญท่านศาสตราจารย์โกวิทย์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาที่เคารพ ผม ศาสตราจารย์โกวิทย์ พวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคพลังท้องถิ่นไท จังหวัดนครศรีธรรมราช ก่อนอื่นผมขอบคุณทางคณะกรรมาธิการ วิสามัญที่ได้ศึกษาเรื่องการจัดสายไฟฟ้า สายสื่อสาร และการบริหารจัดการไฟฟ้าส่องสว่าง แล้วก็ให้ภาพการนำเสนอการจัดระเบียบสายไฟฟ้า สายสื่อสาร และบริหารจัดการไฟฟ้า ส่องสว่าง ท่านประธานครับ ผมมี ๒ ประเด็น🔗
ประเด็นที่ ๑ ก็คือเรื่องของการนำสายไฟฟ้า สายสื่อสารลงใต้ดิน ผมคิดว่า ส่วนหนึ่งมันเกิดจากแนวคิด ผมไม่แน่ใจว่าแนวคิดเรื่องภูมิทัศน์เมือง แนวคิดเรื่องการจัดการ ผังเมืองหรือภูมิทัศน์ของเมืองต่าง ๆ ซึ่งในต่างประเทศเขาจะมีคอนเซปต์ (Concept) หรือ แนวคิดพวกนี้ ผมว่าน่าจะใส่ไว้บ้างก็ดีว่าเป็นแนวคิดที่ปลุกสังคมไทยให้ตระหนักถึงความ สวยงามของสถาปัตยกรรมเมือง แต่บ้านเรานะครับท่านประธาน มันเกิดขึ้นท่ามกลางหน่วย แต่ละหน่วยต่างก็ไปทำ ทำสายไฟฟ้าลงดิน หรือว่าหน่วยที่จะทำสายสื่อสารอะไรต่ออะไร ไม่ว่าจะสายไฟฟ้าลงดินหรือสายสื่อสารลงดินก็ตาม มันแยกส่วนกันทำไปหมด การเกิดเมือง มันเกิดจากการรวมอำนาจของส่วนกลาง ผมจึงเรียนว่าผมเห็นด้วยกับท่านกรรมาธิการ ที่ใช้กรณีศึกษา เช่น ทางเทศบาลเป็นกรณี หลายที่เทศบาลเมือง เทศบาลนครที่เขารักใน ภูมิทัศน์เมืองเขาก็ดำเนินการ ผมคิดว่าเรื่องพวกนี้จะต้องมาทำให้เบ็ดเสร็จได้อย่างไร ในการบูรณาการหรือเป็นหุ้นส่วน ข้อเสนอของผมก็คือว่าน่าจะใช้โมเดล (Model) ของเทศบาลเป็นหลัก อาจจะตัวอย่างของเทศบาลเมืองหรือเทศบาลนครที่เขามีความพร้อม เรื่องงบประมาณ แต่ว่าหุ้นส่วนที่ควรจะลงไป เช่นเรื่องของทางบริษัท โทรคมนาคม กิจการ โทรคมนาคม หรือกระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม ที่ไปเกี่ยวข้องกับการดำเนินการ เรื่องนี้ ผมคิดว่าน่าจะเป็นผู้สนับสนุนนั่นคือประการที่ ๑ อยากจะคิดถึงอนาคตไปข้างหน้า🔗
ประการที่ ๒ เรื่องของไฟฟ้าส่องสว่าง ผมเห็นด้วยนะครับ โดยเฉพาะแถบ นนทบุรี ผมเคยอภิปรายในสภาและขอหารือไว้ ผมเรียนว่าบ้านเรามันก็จะเป็นอย่างนี้ ถนนริมคลองมหาสวัสดิ์ทั้งหมดจากที่เป็นแนวไปถึงไทรน้อยอะไรต่ออะไร ปัญหาก็คือว่า เป็นของประปา แต่ว่าเวลาเป็นของประปาจะขยายถนนก็ไม่ได้ ส่วนแสงสว่างนั้นผมเรียน ท่านประธานว่าในแสงสว่างนั้นส่วนใหญ่ก็เป็นอยู่ที่ไฟฟ้า ก็ไม่สามารถปักเสาไฟฟ้าได้ เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมอยากเสนอสั้นนิดเดียว ๑ นาทีท่านประธานก็คือว่า ทำอย่างไร ให้เจ้าภาพหลักในเรื่องนี้ ก็คือให้ท้องถิ่นไปจัดการเรื่องไฟฟ้าส่องสว่าง แต่หน่วยสนับสนุนต้องไปบังคับเลย ผมคิดว่าในข้อเสนอ ข้อสังเกตอาจจะต้องปฏิรูประบบ ราชการไหมว่าให้หน่วยพวกนี้มาสนับสนุนท้องถิ่นให้ได้ที่เขาจะดำเนินการ เพราะท้องถิ่น เขามีเงิน เพราะฉะนั้นสิ่งเหล่านี้ผมเห็นว่าในข้อสังเกตบางส่วนผมเสนอไว้เพื่อเป็นประโยชน์ กับกรรมาธิการครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านนิยม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ สำหรับรายงานฉบับนี้ผมเห็นด้วยและสนับสนุนให้รัฐบาลไม่ต้องทำงาน วิจัยเลย เอาไปทำตามนี้พี่น้องมีความสุขครับ ไม่ต้องไปทำงานอะไรอีกแล้ว โดยเฉพาะ อันสุดท้ายประเด็นที่ท่านตั้งไว้คือ และการบริหารจัดการไฟฟ้าส่องสว่างอย่างทั่วถึง ทั้งประเทศ นี่คือประเด็นที่ผมถูกใจมาก และผมไปดูในข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการ ในข้อ ๖ ข้อ ๗ หน้า ๑๐๐ เป็นประเด็นที่รัฐบาลรับไปทำเลยครับ ไม่ต้องไปทำอะไรอย่างอื่น เพราะท่านเขียนไว้ค่อนข้างดีมากว่าการบริหารจัดการในข้อ ๖ ไฟฟ้าส่องสว่างอย่างทั่วถึง ประเด็นสำคัญคือการมองถึงศักยภาพ การให้บริการไฟฟ้าส่องสว่างอันถือเป็นสาธารณูปโภค อ่านสั้น ๆ ประเด็นมันอยู่ที่ว่าพี่น้องประชาชนบ้านขยาย คือบ้านผมอาจจะไม่เหมือน กรุงเทพฯ ไม่มองประเด็นนั้น บ้านผมมันบ้านนอก ในลักษณะที่เขาไม่มีไฟฟ้าใช้ เขาต้องหา ต้นไม้หาอะไรไปพ่วงจากบ้านหลังหนึ่ง บ้านหลังเดียวพ่วงไปอีก ๑๐ หลัง เพราะไม่มีไฟฟ้า นี่คือประเด็นในข้อเท็จจริง พ่วงไปแล้วก็จ่ายค่าไฟกันหม้อเล็ก ๆ พอบ้างไม่พอบ้าง นี่คือบ้านผมครับ ในวัดวัดหนึ่งผมไปดูแล้วไม่มีไฟเลย ท่านเป็นวัดจริง ๆ คือวัดโนนเก้ายอด หมู่ ๗ บ้านโนนประดู่ ตำบลเชียงสือ เป็นวัดถูกต้องตามกฎหมาย ไม่มีไฟฟ้าใช้ มีเจดีย์ใหญ่โต ผมไปเรียกร้องแล้ว ๗ เดือน ยังไม่มีอะไรคืบ นี่คือประเด็นต้องฝากท่านประธาน ฝากกรรมาธิการให้รัฐบาลนี้เอาไปดำเนินการเลย ไม่ต้องไปศึกษาอีก มันสมบูรณ์แล้ว ผมเห็น หลายหมู่บ้านในเขตบ้านผม อำเภอโพนนาแก้ว อำเภอเต่างอย อำเภอโคกศรีสุพรรณ อำเภอกุสุมาลย์ อำเภอเมืองบางส่วน ก็เรียกร้องให้มีไฟฟ้าแล้วก็ศักยภาพของท้องถิ่นมันไม่มี ให้ อบต. เทศบาลเล็ก ๆ ก็ทำไม่ได้ ไฟฟ้าทำได้ประโยชน์อยู่แล้วเพราะตัวเองทำไปแล้ว เก็บเอาผลประโยชน์หมด ไม่ได้เสียหายอะไร เพียงแต่ว่าชาวบ้านเขาอยากใช้ก็ให้เขาทำ ให้เขาใช้ ไม่ต้องให้เขาไปพ่วงอีก ๗-๘ หลัง ที่มันเป็นอย่างทุกวันนี้ ประเด็นมันอยู่เท่านี้ครับ ผมไม่ได้พูดยาวหรอก ต้องบอกว่าแม้กระทั่งบ้านผมยังเห็นเขามาร้องเรียน บ้านโคกนาดี หมู่ ๖ ตำบลแมดนาท่ม บ้านเขาเป็นชุมชนที่อยู่หลัง รพ.สต. ไม่มีไฟฟ้าใช้ วันนี้ไฟฟ้า ทำอะไรอยู่ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยบอกเลยว่าให้ไฟฟ้าดำเนินการ ก็ไม่ดำเนินการ ผมต้องขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านอุบลศักดิ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี ตามที่คณะกรรมาธิการรายงานการพิจารณาศึกษา เรื่อง การจัดระเบียบ สายไฟฟ้า สายสื่อสาร และการบริหารจัดการไฟฟ้าส่องสว่างอย่างทั่วถึงทั้งประเทศ ต้องขอขอบคุณท่านประธานและคณะกรรมาธิการได้ศึกษาอย่างยอดเยี่ยมทั้งบนดิน และใต้ดิน แต่ขอฝากไว้ว่าขณะนี้อำเภอโคกสำโรงหมู่ ๙ ตำบลวังเพลิง เรียกว่าหมู่บ้าน มะม่วงเจ็ดต้น มีราษฎรอาศัยอยู่ประมาณ ๑๐ กว่าปี เกือบ ๒๐ ปีแล้วครับ ๙๐ ครัวเรือน ไม่มีไฟฟ้าใช้ ต้องใช้ตะเกียง ต้องใช้ถ่านครับ ประการที่ ๑🔗
ประการที่ ๒ ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพ ฝากไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ขอให้คณะกรรมาธิการช่วยประสานงาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเขตอำเภอพัฒนานิคม ซึ่งตั้งแต่ หน้าที่ว่าการอำเภอโคกสำโรงไปจนถึงหน้าเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ไม่มีไฟฟ้าสาธารณะใช้เลย มืดค่ำ กลางคืนก็มืด ในขณะเดียวกันเป็นที่ท่องเที่ยวเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ไฟก็ไม่มี ก็ขอขอบคุณท่านกรรมาธิการ และท่านประธานที่เคารพครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ กรรมาธิการมีอะไรจะชี้แจงเพิ่มเติมไหมครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมจะขออนุญาต เพิ่มเติมอภิปรายอีกท่านหนึ่งด้วยความกระชับครับ🔗
เชิญครับ สั้น ๆ นะครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมขออภิปรายร่วมด้วยใช้ระยะเวลาสั้น ๆ ครับ เรื่องรายงานศึกษาของกรรมาธิการวิสามัญ เรื่อง การจัดระเบียบสายไฟฟ้า สายสื่อสาร และการบริหารจัดการไฟฟ้าส่องสว่างอย่างทั่วถึง ทั้งประเทศ ผมเห็นด้วยกับข้อสังเกตของกรรมาธิการส่วนใหญ่ แต่ผมยังมีข้อที่จะ เพิ่มเติมนิดหนึ่งในข้อที่ ๓.๘ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมควรจะ มีคำว่า ควรจะ แก้ไขและผ่อนปรนระเบียบต่าง ๆ และอาจจะปรับปรุงให้กฎหมายผ่อนปรน ให้ในพื้นที่ที่พี่น้องอยู่ในชนบท พื้นที่ที่ไม่มีเอกสารสิทธิ ผมคิดว่าคำนี้ควรที่จะใช้คำว่า ต้อง เพราะในรัฐธรรมนูญ มาตรา ๕๓ หมวด ๕ ของรัฐธรรมนูญ พุทธศักราช ๒๕๖๐ รัฐพึง จะต้องจัดสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานให้กับประชาชนตามหลักของการพัฒนาอย่างยั่งยืน ผมอยากชี้ให้เห็นตัวอย่างที่เห็นชัด ๆ คือหมู่บ้านแม่กลองใหญ่กับแม่กลองน้อย อำเภออุ้มผาง จังหวัดตาก ถ้ามีภาพประกอบด้วยก็จะดีครับ🔗
หมู่บ้านนี้มีไฟฟ้าผ่านจาก ตัวอำเภอพบพระไปที่อำเภออุ้มผาง ข้าง ๆ ถนนมีสถานีอนามัยไม่สามารถใช้ไฟฟ้าได้ อันนี้ คือตัวอย่างของการใช้กฎหมายที่คลุมเครือและกฎหมายที่ยังเป็นอุปสรรคอยู่ โรงเรียนมีคอมพิวเตอร์ แต่ไม่สามารถต่อเสาไฟฟ้า ต่อสายไฟฟ้า ปักเสาพาดสายไปใน โรงเรียน อันนี้เป็นประเด็นที่เป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทยว่า จะทำอย่างไรที่จะทำให้ แสงสว่าง สาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานมันเป็นสาธารณูปโภคที่รัฐจะต้องจัดให้ ต้องนะครับ จัดให้ทั่วพื้นที่ทั้งชนบทและพี่น้อง โดยเฉพาะพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ที่ยังอยู่ในป่าในเขา หวังว่า กรรมาธิการชุดนี้ได้มีข้อสรุปเสนอแนะแล้ว ผ่านไปยังฝ่ายบริหาร ยุคนี้คือยุค ปี ๒๕๖๕ ศตวรรษที่ ๒๑ แล้วนะครับ ไม่ใช่ยุค ปี ๒๕๐๔ ไม่ใช่ยุคผู้ใหญ่ลีตีกลอง ยุคนี้คือยุคผู้ใหญ่ลี รีทวิตเตอร์ (Re Twitter) ยูทูป (YouTube) แล้วก็เฟซบุ๊ก (Facebook) แล้ว การสื่อสาร เด็กนักเรียนจะต้องมีไฟฟ้าในการศึกษาเพื่อเป็นอนาคตของชาติ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญประธานกรรมาธิการ ท่านชูวิทย์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ รองประธานกรรมาธิการ ก็ขอชี้แจงต่อเพื่อน กรรมาธิการ ซึ่งท่านนิยม เวชกามา ท่านอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ที่บอกว่าความเดือดร้อน ของพี่น้องประชาชนก็คือการขยายเขตไฟฟ้าให้กับพี่น้องประชาชนนั้น ซึ่งกรรมาธิการ ได้เล็งเห็นความเดือดร้อนตรงนี้นะครับ ซึ่งเราก็ได้พิจารณาการนำสายไฟฟ้าลงดินที่เป็น ปัญหาสำคัญต่อพี่น้องประชาชน ซึ่งหลาย ๆ จังหวัดก็มีปัญหาสายไฟฟ้ากับสายสื่อสาร พะรุงพะรัง ซึ่งเป็นภาพที่ออกไปต่อพี่น้องประชาชนแล้วก็มีการถ่ายรูปไปต่างประเทศ แล้วก็เป็นการล้อเลียนเรา ก็ไปทำที่ฮ่องกง ไต้หวัน ก็เป็นร้านก๋วยเตี๋ยว ซึ่งกรรมาธิการ ได้เล็งเห็นความสำคัญ แต่ว่าปัญหาที่จะนำสายไฟฟ้าลงดินให้ทุกเทศบาลทุกจังหวัดนั้น ก็คงจะลำบากเพราะว่าใช้งบประมาณเยอะมาก แล้วก็สิ่งที่เกิดปัญหาที่ทางท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้ถามมาก็คือเราจะต้องมีเจ้าภาพหลัก แล้วก็รัฐบาลต้องนำเป็นวาระแห่งชาติ ในการที่จะนำสายไฟฟ้าลงดินเพราะใช้งบประมาณเยอะ แล้วก็ต้องนำระบบซิงเกิล ลาสต์ ไมล์ (Single Last Mile) มาช่วย เพราะจะได้ลดค่าใช้จ่าย ลงเยอะ เราได้ติดตามดูโครงการนำร่องของเทศบาลนครอุบลราชธานี ก็เกิดปัญหาตามมา ก็คือเมื่อนำสายไฟฟ้าลงดินเรียบร้อยแล้วก็จะทำให้ภูมิทัศน์สวยงามในกลางวัน พอตก กลางคืนถนนทุกสายก็จะมืดครับ เพราะว่าไม่มีเสาไฟฟ้า แล้วก็ไม่มีไฟฟ้าส่องสว่างตามถนน เทศบาลก็จะต้องจัดงบประมาณอีกครั้งหนึ่งเพื่อมาทำเสาไฟฟ้าและไฟฟ้าส่องสว่างกลางคืน ก็จะเกิดอุบัติเหตุ เกิดการ ลัก วิ่ง ชิง ปล้นในเทศบาลนั้นอีก และอีกเทศบาลหนึ่งก็คือ เทศบาลหนองคายที่เราได้ไปนำสายไฟฟ้าลงดินเรียบร้อยแล้ว แต่ก็เกิดปัญหาตามมา เหมือนกันนะครับ ก็คือสิ่งที่กรรมาธิการได้ทำแล้วก็ได้รวบรวมรายละเอียดสภาพปัญหานี้ ซึ่งอยู่ในรายงานแล้ว ก็ขอขอบคุณท่านสมาชิกที่ได้อภิปรายเพื่อเป็นความห่วงใยของพี่น้อง ประชาชน ขอบคุณครับ🔗
ในรายงาน ของกรรมาธิการ ก็มีทั้งรายงานและข้อสังเกต ซึ่งต้องถามที่ประชุมนะครับ จะเห็นด้วย กับรายงานและข้อสังเกตที่จะส่งไปให้รัฐบาลดำเนินการตามที่รายงานที่เป็นเล่มที่เสนอ ต่อสภา ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับ ข้อ ๑๐๕ มีท่านสมาชิกท่านใดไม่เห็นด้วยกับรายงาน และข้อสังเกต หรือเห็นเป็นอย่างอื่น มีไหมครับ🔗
ถ้าไม่มี ก็ตามข้อบังคับ ข้อ ๘๘ ถือว่าที่ประชุมเห็นด้วยกับรายงานและข้อสังเกตที่จะส่งไปให้รัฐบาล ผ่านท่านประธานให้รัฐบาลนั้นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตามรายงานและ ข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการที่ส่งรายงานมานะครับ ก็เป็นการจบการพิจารณาของ กรรมาธิการวิสามัญ วันนี้คงพอสมควรแล้ว ขอปิดประชุมครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗