รายงานการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ ๒๕ ปีที่ ๔
ครั้งที่ ๑๕ (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่สอง)
วันพุธที่ ๒๑ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๖๕
ณ ห้องประชุมสภาผู้แทนราษฎร อาคารรัฐสภา
____________________
ก่อนเข้าสู่ ระเบียบวาระการประชุมก็เป็นการปรึกษาหารือ ทั้งหมด ๓๐ ท่านเช่นเคย ท่านละ ๒ นาที โดยเริ่มจาก ๔ ท่านแรก ท่านสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ ท่านสุรทิน พิจารณ์ ท่านสงวน พงษ์มณี นายศาสตรา ศรีปาน เชิญท่านสุรชาติครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายสุรชาติ ชาญประดิษฐ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ประกอบด้วยอำเภอกันทรารมย์ อำเภอโนนคูณ อำเภอน้ำเกลี้ยง ท่านประธานที่เคารพครับ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนชาวตำบลบัวน้อย ตำบลโนนสัง ที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมบ้านเรือน วัด โรงเรียน ไร่นา รัฐบาลยังไม่จ่าย ค่าชดเชยเกี่ยวกับค่าเสียหายที่เกิดขึ้นกับที่อยู่อาศัยที่ถูกน้ำท่วม พี่น้องประชาชนก็เดือดร้อนมาก ในสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำข้าวยากหมากแพง ผมอยากให้รัฐบาลช่วยลดขั้นตอนในการสำรวจ ที่ยุ่งยาก นี่ก็ล่วงเลยเวลามา ๒ เดือนแล้วที่ทางรัฐบาลยังไม่ได้จ่ายเงินค่าชดเชยน้ำท่วม ฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กระทรวงการคลัง กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ และรัฐบาลเร่งดำเนินการให้ด่วนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนเรื่องถนน หนทาง ซึ่งผมได้หารือไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่ก็ยังไม่ได้ซ่อมแซมให้กับพี่น้องประชาชน ผมได้รับ การร้องเรียนจากชาวบ้านหัวเหล่า ประกอบด้วยหมู่ที่ ๖ หมู่ที่ ๑๑ หมู่ที่ ๑๖ ตำบลบก อำเภอโนนคูณ จังหวัดศรีสะเกษ ถนนจากบ้านหัวเหล่ามาถึงถนนหมายเลข ๒๐๘๕ สภาพถนน เป็นลูกรัง เป็นหลุมเป็นบ่อและประชาชนส่วนมากใช้เส้นทางนี้ไปยังอำเภอ ซึ่งเป็น เส้นทางหลัก ท่านประธานครับ ผมเคยหารือไปครั้งนี้ครั้งที่ ๒ แต่ยังไม่ดำเนินการ ฝากท่านประธานผ่านไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง คือกรมส่งเสริมปกครองท้องถิ่น ช่วยจัดสรรงบประมาณให้กับองค์การบริหารส่วนตำบลบก เพราะพี่น้องประชาชนเดือดร้อน ขอขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านสุรทิน พิจารณ์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม สุรทิน พิจารณ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยใหม่ แบบบัญชีรายชื่อ ๓ เรื่อง กราบเรียน ประธานครับ🔗
เรื่องแรก คือเรื่องการบังคับการใช้กฎหมายจราจรของตำรวจทางหลวง เดี๋ยวนี้รถสิบล้อ รถพ่วง วิ่งถนนเส้นใหญ่ ๆ จะวิ่งคู่กันไปเลย อยากจะให้ตำรวจทางหลวง บังคับให้วิ่งทางด้านซ้าย เลน (Lane) ซ้ายทั้งหมด เพราะว่ามันจะเกิดความปลอดภัย หรือบางครั้งก็วิ่งตีคู่กัน ๓ เลน (Lane) เลย ทั้งรถพ่วง รถสิบล้อ รถสิบแปดล้อ ฝากไปที่ กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ถนนพระราม ๒ สร้างไม่รู้ว่ากี่ปี ๆ ไม่เคยเสร็จสักที อันที่หนึ่ง อันที่ ๒ ฝุ่นที่ถนนพระราม ๒ พี่น้องอยู่ใกล้ถนนได้ร้องเรียนมาว่าฝุ่น อีกอันหนึ่งก็คือ ป้ายบอกการจราจรไม่มีครับ มาตอนกลางคืนหลงหน้าหลงหลัง อยากจะให้ทางกรมทางหลวง กระทรวงคมนาคมเร่งรัดการก่อสร้างให้ไวขึ้น ถ้าให้ดีก็คือตัดเป็นตอน เป็นตอน เป็นตอนไป อันนี้สร้างมาแล้วไม่รู้ว่ากี่ปี ไม่เคยเสร็จสักที🔗
เรื่องที่ ๓ คือถนนวิภาวดี ช่วงรังสิตคือหน้าตลาดสี่มุมเมือง เป็นหลุมเป็นบ่อ ผมหารือตั้งแต่เป็นผู้แทนราษฎร มีหลุมหนึ่งอยู่ทางเข้ามหาวิทยาลัยรังสิต ๔ ปีแล้วยังไม่ถม สักที ยังเป็นหลุมเหมือนเดิม กราบเรียนท่านประธานว่าต้องเร่งรัดด้วย ชาวบ้านเดือดร้อน ฝากไปที่กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ขอบคุณครับ🔗
ท่านสงวน พงษ์มณี🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน เขตเลือกตั้งที่ ๑ ขณะนี้พี่น้องชาวจังหวัดลำพูน และส่วนราชการ แล้วก็ผู้มาลงทุนทั้งหลายมีความกังวลอย่างมากเรื่องน้ำประปาที่กำลัง ผลิตอยู่ว่าจะไม่พอใช้ แล้วน้ำดิบไม่มีคุณภาพ เนื่องจากน้ำดิบที่น้ำปิงก็มาจากแหล่งสะสม น้ำเสียของจังหวัดเชียงใหม่ น้ำดิบน้ำกวงก็มาจากการสูบน้ำใต้อ่างที่ทำความสะอาดโรงงานหรือว่าบ่อน้ำเสีย ผมจึงจะ เสนอให้จังหวัดลำพูนพิจารณาว่าอ่างเก็บน้ำวังชมภูอยู่ในเขตตำบลศรีบัวบาน อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน เป็นอ่างเก็บน้ำซึ่งเก็บน้ำจากเขื่อนแม่กวงส่งน้ำโดยตรงโดยไม่ผ่านชุมชนเมือง และไม่มีน้ำเสียลงสักจุดเลย เหมาะที่จะทำเป็นแหล่งน้ำดิบสำหรับประปาภูมิภาค เพื่อป้อนสู่ นิคมอุตสาหกรรมใหม่ เมืองที่จะเกิดขึ้นใหม่ และการนิคมอุตสาหกรรมที่จะเกิดขึ้นใหม่กำลัง พัฒนาตามเอ็นอีซี (NEC) จึงขอให้ท่านประธานได้ส่งเรื่องไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กรมชลประทาน และการประปาส่วนภูมิภาคเพื่อบูรณาการแก้ปัญหาร่วมกันให้คนลำพูน สบายใจ วันนี้กระแสพัฒนาก็เกิดขึ้น แล้วก็สภาพปัจจุบันน้ำพอใช้ไหม พอใช้บางส่วน ไม่พอใช้บางส่วน แต่ว่าเป็นกังวลกันเรื่องคุณภาพของแหล่งน้ำ ทั้งการประปาที่ลำพูนเอง ก็รู้สึกเป็นกังวล เนื่องจากว่าน้ำไม่มีสภาพพอเหมาะสมกับการทำน้ำประปา จึงขอให้ ท่านประธานรีบส่งเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะแก้ปัญหาร่วมกันโดยเร็วครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านศาตรา ศรีปาน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ สมาชิกทุก ๆ ท่านครับ ผม ศาสตรา ศรีปาน สมาชิกผู้แทนราษฎร เขต ๒ จังหวัดสงขลา หาดใหญ่ คลองแห คลองอู่ตะเภา วันนี้มีเรื่องมาหารือกับท่านประธานถึงความเดือดร้อนของ พี่น้องประชาชนในเขตพื้นที่ครับ ท่านประธานที่เคารพครับ กองอำนวยการน้ำแห่งชาติเตือน วันที่ ๑๗-๒๐ ธันวาคม จะมีน้ำท่วมเฉียบพลัน น้ำก็มาตามนัด จังหวัดสงขลาของผม อำเภอกระแสสินธุ์ อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอควนเนียง อำเภอสิงหนคร อำเภอหาดใหญ่ อำเภอรัตภูมิ รวมไปถึงจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาสด้วยท่วมหนักมาก อันนี้รถผมช่วยชาวบ้านแล้วก็เสียรถไปคันหนึ่ง นี่คือสถานการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะ ในหาดใหญ่ ในหาดใหญ่ตอนนี้ในเทศบาลนครตอนนั้นท่วมหนักมาก ชุมชนรถไฟ ท่งเซียเซี่ยงตึ๊ง แสงศรีซอย ๒ แล้วก็พื้นที่รถไฟหลายส่วน เราก็ไปช่วยชาวบ้าน ผู้สูงอายุต่าง ๆ ก็ประสานกองทัพแล้วก็ไปรับผู้สูงอายุที่ติดอยู่ในบ้านเรือนต่าง ๆ แล้วก็ไปส่งที่พักพิงชั่วคราว เพื่อรับอาหารและน้ำดื่มต่อไป มากกว่าน้ำท่วมเลวร้ายยิ่งกว่าก็คือกฎ กกต. ๑๘๐ วัน ซึ่งทำให้พวกเราทำงานไม่สะดวกเลย เดินไปไหนก็ต้องระแวงว่ามีคนมาถ่ายรูปเราหรือเปล่า สถานการณ์จริงก็คือว่าเราเดินไปชาวบ้านบอกว่า ส.ส. ขอน้ำ ขอข้าวกินหน่อย หิวข้าว ออกไปนอกบ้านไม่ได้ พวกเราทำอย่างไร เราทำอะไรไม่ได้จริง ๆ ช่วยไประแวงไป ต้องยกเลิกโดยด่วน ทีนี้อยากจะบอกว่าเพื่อน ๆ ส.ส. ในที่นี้ก็คงคิดเห็นเหมือนผมเวลา ยามวิกฤติเราต้องช่วยเหลือพี่น้องประชาชน แล้วขอขอบคุณ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ลงไปอย่างรวดเร็ว ไปเยียวยาชาวบ้านที่น้ำท่วมที่ผ่านมา แล้วก็ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งเยียวยาชาวบ้านที่ประสบอุทกภัยในครั้งนี้ให้ลงมาเยียวยาชาวบ้านอย่างเร่งด่วน หลังน้ำท่วมครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไป อีก ๔ ท่าน ท่านศักดินัย นุ่มหนู ท่านกฤติเดช ท่านดะนัย มะหิพันธ์ ท่านชัยชนะ เดชเดโช เชิญท่านศักดินัยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ศักดินัย นุ่มหนู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตราด พรรคก้าวไกล ท่านประธานครับ จังหวัดตราดเป็นพื้นที่ของการเพาะปลูก โดยเฉพาะเรื่องของทุเรียน เงาะ มังคุด พอถึงช่วง ฤดูแล้งเป็นช่วงฤดูของการที่จะต้องมีการให้น้ำกันเยอะ พี่น้องเกษตรกรก็ให้น้ำพร้อม ๆ กัน ซึ่งตรงนี้ก็มีปัญหาในเรื่องของระบบไฟฟ้า ซึ่งไฟฟ้าที่เป็นไฟ ๒ เฟส (Phase) ก็ไม่สามารถ ที่จะตอบสนองในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ได้นะครับ ก็จึงอยากจะขอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ของกระทรวงมหาดไทยได้เข้าไปพัฒนาแล้วก็ปรับปรุงระบบให้เป็นไฟฟ้า ๓ เฟส (Phase) ในพื้นที่ดังต่อไปนี้ครับ ในพื้นที่ของตำบลสะตอก็เป็นพื้นที่หมู่ที่ ๖ บ้านตกตักที่อยู่ใน ซอยยุทธศาสตร์ ซึ่งตรงนี้ก็ให้เจ้าหน้าที่ได้เข้าไปศึกษาไปรับรู้ได้เลยจากชุมชนจากท้องที่ แล้วก็ในพื้นที่ที่ ๒ เป็นพื้นที่ของตำบลวังตะเคียน ตำบลวังตะเคียนนี้ก็มีร้องเรียนเข้ามาใน ๓ หมู่ด้วยกันก็คือ หมู่ที่ ๒ บ้านฆ้อง หมู่ที่ ๕ บ้านตากแว้ง แล้วก็หมู่ที่ ๖ บ้านทุ่งพีด ส่วนตำบลที่ ๓ ก็เป็นตำบล ทุ่งนนทรี ก็เป็นในพื้นที่ของหมู่ที่ ๙ บ้านคลองใหญ่ เป็นพื้นที่ที่มีการปลูกผลไม้ค่อนข้างเยอะ แล้วก็พื้นที่ในตำบลห้วยแร้ง เป็นพื้นที่หมู่ที่ ๓ บ้านบางปรง พื้นที่ทั้งหมดที่ผมได้กล่าวถึงนี้ เป็นพื้นที่ที่ร้องเรียนเข้ามายังกระผมในฐานะที่เป็นผู้แทนราษฎร เพื่อที่จะขอให้ทางการไฟฟ้า ส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทยได้เข้าไปพัฒนาแล้วก็ปรับปรุงเพื่อที่จะให้ระบบไฟฟ้านั้น สามารถที่จะรองรับความสมบูรณ์พร้อมได้ เพราะว่าเนื่องจากว่าตอนนี้ก็มีหลายสวนของ พี่น้องเกษตรกรเองเครื่องใช้ไฟฟ้ากำลังตกแล้วก็เกิดความเสียหาย ก็จึงขอให้สภาได้แจ้ง เรื่องนี้ไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้พัฒนาแล้วก็ปรับปรุงด้วยครับ ขอขอบคุณมากครับ🔗
เชิญ ท่านกฤติเดช สันติวชิระกุล ครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม กฤติเดช สันติวชิระกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ เขต ๒ พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ จากการอบรมเชิงปฏิบัติการและเข้าพื้นที่ของอำเภอลอง อำเภอวังชิ้น อำเภอสูงเม่น และอำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ โดยคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยว สภาผู้แทนราษฎร ได้รับฟังความคิดเห็นของประชาชนและผู้มีส่วนได้เสียจากทุกภาคส่วน ได้ข้อสรุปว่ากระบวนการเข้าร่วมเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์นั้นเป็นการพัฒนาเมืองในหลายมิติ ซึ่งจะส่งผลให้มีการใช้ทรัพยากรต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพ ผสมผสานกับทุน ทรัพยากร บุคคลที่มีการสร้างสรรค์ ก่อให้เกิดการรังสรรค์งานและผลงานหลากหลายรูปแบบที่รวมกัน เป็นอัตลักษณ์ของเมืองที่มีความโดดเด่นดึงดูดนักท่องเที่ยวและเยี่ยมชม ก่อให้เกิดการ สร้างงานและรายได้ต่อชุมชนและผู้คนในพื้นที่ พื้นที่จังหวัดแพร่โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อำเภอลอง อำเภอวังชิ้น อำเภอสูงเม่น และอำเภอเด่นชัย เป็นแหล่งอารยธรรมลุ่มน้ำยม ที่ก่อร่างสร้างภูมิปัญญาและหัตถศิลป์มานานนับพันปีในหลากหลายสาขาอาชีพ ทั้งผ้าตีนจก ที่โดดเด่น งานแกะสลักไม้จากไม้สักที่มีคุณค่า แหล่งถลุงเหล็กโบราณที่มีความสำคัญ ทางประวัติศาสตร์ นอกจากนี้ยังมีศิลปะทางดนตรีและวิถีชีวิตของผู้คนหลากหลายชาติพันธุ์ พี่น้องประชาชนในพื้นที่มีความพร้อมที่จะพัฒนา ยกระดับภูมิปัญญาท้องถิ่นและเตรียม ความพร้อมของพื้นที่ เพื่อรองรับการส่งเสริมให้เป็นเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ด้านหัตถกรรม พื้นบ้านขององค์การยูเนสโก (UNESCO) ผมจึงขอเสนอต่อกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงวัฒนธรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ช่วยส่งเสริมและขับเคลื่อนกระบวนการ เตรียมความพร้อมของพื้นที่อำเภอลอง อำเภอวังชิ้น อำเภอสูงเม่น และอำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ โดยการสนับสนุนงบประมาณองค์ความรู้และประกาศเป็นพื้นที่พิเศษของ องค์การยูเนสโก (UNESCO) เพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน และเพื่อให้กระบวนการขับเคลื่อน เศรษฐกิจทางวัฒนธรรมที่มีพี่น้องประชาชนในทุกชุมชนได้รับประโยชน์อย่างทั่วถึงสามารถ เกิดขึ้นจริงและยั่งยืนครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านดะนัย มะหิพันธ์ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายดะนัย มะหิพันธ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอำนาจเจริญ เขตเลือกตั้งที่ ๒ ผมมีเรื่อง ร้องเรียนท่านประธาน ๑ เรื่องครับ ผมได้รับหนังสือจากท่านนายอำเภอพนา นายวสุรุจ สามารถ เรื่องการขอใช้ที่ราชพัสดุเพื่อนำมาสร้างบ้านพักให้กับข้าราชการชั้นผู้น้อยระดับ ๑ ระดับ ๒ ซึ่งขณะนี้มีความเดือดร้อนไม่มีที่พักอาศัยได้ไปเช่าบ้านอยู่ ที่ราชพัสดุที่ขอใช้ คือที่ อจ. ๙๖ ซึ่งอยู่ในที่ครอบครองของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้ทำเรื่อง มาตั้งแต่วันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๖๕ แล้วต่อมาผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญได้ทำหนังสือ ถึงกระทรวงมหาดไทยตั้งแต่วันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๖๕ จนบัดนี้เรื่องนี้ยังไม่ได้มีการ พิจารณาว่าจะให้ดำเนินการอย่างไร เพราะทางนายอำเภอเองก็เตรียมที่จะทำงบประมาณ ในการก่อสร้างสถานที่บ้านพักให้กับข้าราชการชั้นผู้น้อยซึ่งมีความเดือดร้อน ก็อยากจะฝาก ท่านประธานผ่านไปถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย ได้เร่งดำเนินการในเรื่องนี้ เพื่อจะให้ได้ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ราชพัสดุต่อไป แล้วผมเอง ก็ขอฝากเอกสารฉบับนี้ผ่านท่านประธานด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
นำเอกสาร มาเลยครับ ท่านต่อไป ท่านชัยชนะ เดชเดโช นครศรีธรรมราช เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชัยชนะ เดชเดโช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ผมมีเรื่องหารือท่านประธานด้วยกัน ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องที่ ๑ สืบเนื่องจากผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายวิฑูรย์ หม่อมปลัด นายกองค์การบริหารส่วนตำบลร่อนพิบูลย์ เนื่องจากองค์การบริหารส่วนตำบลร่อนพิบูลย์ ได้รับแจ้งจากนายจรินทร์ ฤทธิ์มนตรี ราษฎรหมู่ ๒ ตำบลร่อนพิบูลย์ อำเภอร่อนพิบูลย์ เนื่องจากว่ามีครัวเรือนจำนวน ๒๒ ครัวเรือนยังไม่มีไฟฟ้าใช้ จึงขอหารือท่านประธานไปยัง กระทรวงมหาดไทย ให้ขอขยายเขตไฟฟ้าให้กับพี่น้องประชาชนได้ใช้ครบถ้วนในหมู่ที่ ๒ ตำบลร่อนพิบูลย์ด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจาก นายพิทักษ์เดช เดชเดโช นายบุญโชค ขำปราง นายกองค์การบริหารส่วนตำบลปากพนัง ฝังงตะวันออก นายประยุทธ์ ฐานะวัฒนา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแหลมตะลุมพุก นายสุทิน คงละออ นายกองค์การบริหาร ส่วนตำบลขนาบนาก อำเภอปากพนัง ตลอดจนถึงกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ทั้ง ๓ ตำบล สืบเนื่องจาก เหตุการณ์วาตภัยเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมา พื้นที่แนวชายฝังงทั้งหมดจำนวน ๔ กิโลเมตร คลื่นกัดเซาะทำให้พี่น้องที่อยู่แนวชายฝังงได้รับผลกระทบบ้านที่อยู่อาศัยและผลผลิต ทางการเกษตร จึงขอหารือไปยังกระทรวงมหาดไทยให้เร่งดำเนินการเยียวยา และกรมโยธาธิการ และผังเมือง และกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม ได้ดำเนินการก่อสร้างเขื่อนแนวป้องกันตลิ่ง ตลอดชายฝังงครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายศิลปชัย สุนทรมัฏฐ์ เลขานุการ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครศรีธรรมราช และนายจรินทร์ ใจห้าว ผู้ใหญ่บ้านหมู่ ๑๕ ตำบลเทพราช อำเภอสิชล สืบเนื่องจากหมู่บ้านดังกล่าวมีจำนวนครัวเรือนทั้งหมด ๑๘๕ ครัวเรือนในพื้นที่หมู่บ้านหมู่ ๑๕ ตำบลเทพราช ซึ่งทั้งหมู่บ้านยังไม่มีไฟฟ้าใช้นะครับ จึงขอหารือท่านประธานไปยังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค กระทรวงมหาดไทย ให้เร่งดำเนินการ ขยายเขตไฟฟ้าให้อย่างเร่งด่วน เพื่อให้พี่น้องประชาชนจะได้มีไฟฟ้าใช้ทุกครัวเรือน ขอบคุณมากครับ🔗
อีก ๔ ท่าน ท่านพีระเพชร ท่านยงยุทธ ท่านปดิพัทธ์ ท่านมัลลิกา เชิญท่านพีระเพชร ศิริกุล กาฬสินธุ์ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ท่านสุชาติ ตันเจริญ ที่เคารพ กระผม ส.ส. ดอกเตอร์พีระเพชร ศิริกุล สมาชิกสภา ผู้แทนราษฎรจังหวัดกาฬสินธุ์ เขตเลือกตั้งที่ ๔ พรรคเพื่อไทย หัวใจคือประชาชน ขอหารือ ท่านประธานผ่านไปยังผู้มีอำนาจที่จะแก้ไขความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน🔗
เรื่องที่ ๑ กระผมได้รับเรื่องราวร้องทุกข์จากนายสมศักดิ์ แก้วบุญชา บ้านเลขที่ ๕๑ บ้านบอน หมู่ที่ ๖ ตำบลลำห้วยหลัว อำเภอสมเด็จ จากนายคำตัน ม่วงเพชร นายกเทศมนตรี สมาชิกสภาเทศบาลตำบลลำห้วยหลัว ด้วยกองทุนให้กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายสมศักดิ์ แก้วบุญชา ที่ศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่นายสมศักดิ์ยืมเงินไป เพื่อการศึกษาจำนวน ๒๐,๐๐๐ บาท ศาลได้พิพากษายึดทรัพย์ของนายสมศักดิ์เป็นที่ดิน ๕ ไร่ ขายทอดตลาดเป็นเงิน ๔๔๕,๔๐๐ บาท เงินแค่ ๒๐,๐๐๐ บาท ยึดที่ดินทำกินเขา ครอบครัวเขาจะอยู่อย่างไรครับ ท่านนายกรัฐมนตรี ท่าน พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ท่านสมศักดิ์ เทพสุทิน ท่านปลัดกระทรวงการคลัง ท่านผู้อำนวยการณรงค์ชัย ผู้จัดการกองทุนให้กู้ยืมเงินเพื่อการศึกษา ไหนท่านประกาศว่า ท่านจะหยุด ท่านจะชะลอ ท่านจะไม่ยึดทรัพย์ ท่านจะไม่ขายทอดตลาด แต่วันนี้เหตุนี้ เกิดขึ้นแล้ว พี่น้องประชาชนจะได้รับความเดือดร้อนเมื่อท่านไม่ปฏิบัติตามคำพูด เรื่องนี้ ท่านรู้ไหมว่าครอบครัวเขาทั้งครอบครัวไม่มีที่ทำกิน ความคับแค้นทางจิตใจ ความยากไร้ ทางวัตถุ ไม่ได้รับความยุติธรรม การขาดโอกาส การด้อยโอกาส เป็นเงื่อนไขของการต่อสู้ เป็นเงื่อนไขของสงคราม ที่ผ่านมาท่านนายกรัฐมนตรีเป็นทหารท่านทราบดีครับ ขอความกรุณาให้ท่านผู้มีอำนาจทั้งหลายได้รีบแก้ไขเป็นการเร่งด่วนครับ🔗
เรื่องที่ ๒ การขยายเขตไฟฟ้าที่อยู่อาศัยเพื่อการเกษตรของตำบลคำสร้างเที่ยง ท่านนายกมีชัย ผุยพลทัน ท่านรอง ท่านเลขา ท่านอาจารย์เหรียญ กาสีวัน ได้ฝากถามว่า การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอสามชัย อำเภอสมเด็จ และท่านผู้มีอำนาจทั้งหลายดำเนินการ ถึงขั้นตอนไหนแล้วบ้าง เรื่องนี้เสนอมาหลายปีแล้ว ขอความกรุณาตอบข้อซักถามของพี่น้อง ประชาชนด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องนี้สำคัญมากเป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชนผู้ยากไร้ คือเรื่องเงินช่วยเหลือสงเคราะห์ศพผู้สูงอายุที่ ๖๐ ปีที่เสียชีวิต หน่วยงานที่รับผิดชอบ คือสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัด อำเภอ ขาดการประชาสัมพันธ์ ไม่แจ้งเรื่องนี้ ไม่ประชาสัมพันธ์เรื่องนี้ให้กับพี่น้องประชาชนผู้ยากไร้ ผู้ด้อยโอกาส ผู้ขาดโอกาสได้รับทราบทำให้เขาเสียโอกาส เร่งดำเนินการเถอะครับ ส่วนผู้ที่รู้ทำเรื่อง ขอมาแล้ว เรื่องก็ชักช้า เงินแค่ ๓,๐๐๐ บาทไม่มากมาย แต่มันคือชีวิตของคนที่อยู่ กราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพ ท่านประธานได้ช่วยมีเมตตา มีบัญชาให้หน่วยงานนี้ ได้เร่งดำเนินการด้วย กราบขอบพระคุณท่านสุชาติ ตันเจริญ ที่เคารพอย่างสูงครับ🔗
ต่อไป ท่านยงยุทธ สุวรรณบุตร ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ กระผม ยงยุทธ สุวรรณบุตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสมุทรปราการ พรรคพลังประชารัฐ ขออนุญาตปรึกษาหารือท่าน ๓ เรื่องครับ🔗
เรื่องแรก ตำบลคลองด่านซึ่งอยู่ในจังหวัดสมุทรปราการ พี่น้องประชาชน เขาอยากได้เขื่อน เพราะมีคลองด่านเป็นคลองเส้นเลือดใหญ่ที่ทำมาหากินตั้งแต่ปากคลองถึง เขื่อนชลประทานความยาว ๓,๕๐๐ เมตร ๒ ฟากฝังง ๗,๐๐๐ เมตร เขาต้องการเขื่อนเพื่อจะได้ สะดวกสบายในการขึ้นลงในการค้าขายครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ของชาวคลองด่านต้องการทางบายพาส (Bypass) จากถนนสุขุมวิท ทางใต้ถนนตัดกับถนนปานวิถีวิ่งลงปากคลองด่าน ความยาวประมาณ ๓,๕๐๐ เมตร กว้าง ๒๐ เมตร🔗
เรื่องที่ ๓ ประชาชนชาวคลองด่านต้องการได้ทางบายพาส (Bypass) ทางทิศเหนือสุขุมวิท จะวิ่งไปชนถนนกรมชลประทานเพื่อจะเชื่อมต่อกับวัดหลวงพ่อปาน ในตรงนั้นมีพื้นที่ที่เป็นหน่วยราชการมีวัดอยู่ ๒ วัด มีวัดน้อยกับวัดหลวงพ่อปาน แล้วก็ มีโรงพยาบาล รพ.สต. คลองด่าน แล้วก็มีโรงเรียนอนุบาลสุดใจ แล้วก็มีกรมชลประทาน อยู่ที่นั่น คนตรงนั้นประมาณหลายพันคน ทั้ง ๓ โครงการนี้ใช้งบประมาณน่าจะเป็นพันล้านบาท สมควรที่จะอนุมัติช่วยเหลือคนคลองด่าน เพราะคนคลองด่านไม่ได้รับการดูแล แล้ว อบจ. ก็ลงไปช่วยทำเขื่อนบางส่วนไปแล้ว แต่ก็ยังไม่พอ ขออนุญาตท่านประธานช่วยส่งเรื่องนี้ ทั้งหมดให้กับผู้เกี่ยวข้องและผู้มีอำนาจช่วยลงไปดูแล ตำบลคลองด่านเขาจะได้เจริญขึ้นกว่านี้ เพราะว่าคลองด่านเป็นพื้นที่ที่โตทางเศรษฐกิจเรื่องอาหารทะเล ประมงพื้นบ้านเขาใช้พื้นที่ ใช้คลองตรงนี้เป็นสายหลัก ขออนุญาตท่านประธานถ้าทำโครงการทั้ง ๓ โครงการนี้เสร็จ พื้นที่ตรงนี้จะเป็นพื้นที่ที่ประชาชนชาวกรุงเทพฯ สามารถไปจับจ่ายใช้สอยในเรื่องของ อาหารทะเลได้ ขออนุญาตส่งเอกสารทั้งหมดให้กับท่านประธาน เพราะว่าไม่สามารถ อภิปรายได้ ผมมีเวลาอยู่แค่นี้ ขอบคุณครับ🔗
นำขึ้น มาเลยครับ ท่านต่อไปท่านปดิพัทธ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม ปดิพัทธ์ สันติภาดา พรรคก้าวไกล จังหวัดพิษณุโลก ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้พิการ ทางสายตาท่านหนึ่งที่บอกว่าตอนนี้โควตาการขายลอตเตอรี่ของผู้พิการตอนนี้กำลังถูก แทรกแซง แล้วทำให้ผู้พิการหลายคนไม่มีโควตา ไม่ได้รับหวยตามโควตา หนำซ้ำ เล่มลอตเตอรี่ที่ผู้พิการได้รับก็เริ่มต้นราคาที่ ๘๐ บาทแล้ว ตอนนี้กลายเป็นว่าผู้พิการเอง ก็ไม่สามารถที่จะขายลอตเตอรี่ในราคา ๘๐ บาทได้เนื่องจากต้นทุนมาแพง ต้องมีการแก้ไข เรื่องนี้นะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ ก็เป็นแม่ค้าลอตเตอรี่อีกท่านหนึ่งเหมือนกันบอกว่าตอนนี้ตำรวจ ล่อซื้อทุกเดือน เดือนละ ๓,๐๐๐ บาท แล้วลีลาท่าทางการมาล่อซื้อก็คือย่ามใจมาก เหมือนมาไถเงิน ตำรวจทุกคนก็รู้ว่าลอตเตอรี่มันแพงมาจากไหน ยี่ปั๊วซาปั๊วทุกคนก็รู้จัก ข้าราชการ นักการเมืองที่เป็นเอเยนต์ (Agent) หวย แต่ว่าตอนนี้กลับมารีดเลือดจากปู ก็คือมาจับแม่ค้าหวยที่แผงริมถนน ท่านประธานตอนนี้ มันเกิดสภาพแบบนี้ทั่วประเทศแล้ว แล้วก็ด่านต่าง ๆ ที่ไล่จับประชาชนอยู่ตอนนี้ ข้างล่าง รีดเลือดจากปู ข้างบนตำรวจก็ไปรีดเลือดจากกระบวนการมาเฟียจีน ตอนนี้ชาวบ้าน เขาลือกันหมดแล้วว่าตู้ห่าวรอดแน่นอน แล้วก็มาเฟียจีนอีกหลายคน พอเราไปดูวงการอื่น ๆ เรื่องของเรือหลวงตอนนี้ ผบ.ทร. ก็มาพูดว่าเสื้อชูชีพไม่พอ แล้วอย่างไรละ มันก็ไม่มีอะไร โปร่งใส่ แล้วก็ไม่แคร์ (Care) ชีวิตของประชาชนเลย ผบ.ทอ. ตอนเครื่องบินพม่าบินเข้ามาที่ ประเทศไทยก็บอกไม่เป็นอะไร แค่บินเข้ามาในสวนหลังบ้าน สวนหน้าบ้านเรา เพราะฉะนั้น ตำรวจก็ดี ทหารก็ดี ตอนนี้เละเทะไปหมดแล้ว พี่น้องประชาชนเดือดร้อนมาก แล้วคนที่ต้อง รับผิดชอบคือคุณประยุทธ์ ที่ตอนนี้วัน ๆ พูดแต่เรื่องของการที่จะนั่งเป็นนายกรัฐมนตรีต่อ ได้อย่างไร จะไปดูด ส.ส. ได้อย่างไร จะไปอยู่พรรคไหน ชาวบ้านเขาไม่เห็นเลยว่าเรามี นายกรัฐมนตรีที่เห็นหัวประชาชน เขียนข้อหารือไปเลยถึง พลเอก ประยุทธ์ ว่าลาออก ไปได้แล้ว คนพิษณุโลกฝากมาครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านมัลลิกา เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ดิฉัน มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ขออนุญาตหารือท่านประธาน ๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรก ได้รับการประสานมาจากสำนักงานรับเรื่องร้องทุกข์ พรรคประชาธิปัตย์ ภาคเหนือ ประสานจากคุณธนิตศักดิ์ ทวีพรจีรภาคย์ อดีตนายกโรตารี่ จังหวัดลำปาง และผู้ใหญ่บ้านกิ่วต่ำ หมู่ที่ ๑๑ ตำบลปงเตา อำเภองาว จังหวัดลำปาง พร้อมราษฎร อีกจำนวนทั้งสิ้น ๓๐๐ ครัวเรือน ประสบปัญหาเรื่องหลักคือเรื่องที่ดินทำกิน ๑,๘๐๐ ไร่ จึงขออนุญาตฝากเรื่องนี้ผ่านคณะกรรมการจัดสรรที่ทำกิน หรือ คชก. ด้วยค่ะ🔗
อันที่ ๒ คือมีปัญหาเรื่องเกี่ยวกับการขาดบัตรประจำตัวประชาชน ซึ่งเป็น ผู้เฒ่าผู้แก่อายุเยอะแล้วจำนวน ๘๐ ราย ยื่นเรื่องไปที่กระทรวงมหาดไทยแล้ว ก็ฝากเรื่อง ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยด้วยค่ะ เพราะว่าคิวยาวเหลือเกิน🔗
อันที่ ๓ คือเรื่องถนนหนทาง ก็คือเข้าหมู่บ้าน ๔ กิโลเมตร ซึ่งอันนี้ก็ยังเป็น ไกลปืนเที่ยงอยู่ ทั้ง ๆ ที่อยู่ที่อำเภองาวเท่านั้นเอง แต่ว่าเป็นถนนลูกรัง เดินทางค่อนข้าง ลำบาก ฝากกระทรวงคมนาคม แล้วก็ฝากท้องถิ่นจังหวัดลำปางให้เขาด้วย สภาพก็ค่อนข้าง ทุลักทุเลพอสมควร แล้วเวลาหน้าฝนก็คือเดินทางลำบาก🔗
เรื่องที่ ๒ รับเรื่องร้องทุกข์จากคุณสุรพล เต็มสวัสดิ์ อนุกรรมการกองทุนฟื้นฟู และพัฒนาเกษตรกร จังหวัดพะเยา ซึ่งเป็นหนึ่งในจำนวนอนุกรรมการ ๑๗ คน จากกองทุน ฟื้นฟูของจังหวัดพะเยา แล้วก็รวมทั่วประเทศ ก็คือเป็นอนุกรรมการ ๒,๐๐๐ คน เขาเป็น ตัวแทนเกษตรกร แล้วก็กองทุนฟื้นฟู จึงขอให้สำนักนายกรัฐมนตรี แล้วก็สำนักงบประมาณ ช่วยพิจารณาฐานค่าเดินทางไปประชุม หรือไปดำเนินการต่าง ๆ ของกองทุนฟื้นฟู เวลามา ประชุมเดินทาง คิดมา ๒๐ ปีแล้ว กิโลเมตรละ ๔ บาท แต่ว่าหน่วยงานอื่นเขาอัปเดต (Update) เป็นกิโลเมตรละประมาณ ๖ บาทแล้ว แต่ว่าสำหรับอนุกรรมการซึ่งเป็นตัวแทน เกษตรกรทั่วประเทศ เวลาเดินทางยังได้ฐานเดิมอยู่ร่วม ๒๐ กว่าปีแล้ว เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ ก็ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญ ฝากสำนักนายกรัฐมนตรี แล้วก็สำนักงบประมาณพิจารณาด้วยค่ะ ขอบพระคุณมากค่ะ🔗
อีก ๔ ท่าน ท่านวิวัฒน์ชัย ท่านสัณหพจน์ ท่านนิรมิต ท่านณัฏฐ์ชนน เชิญท่านวิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ ศรีสะเกษ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม วิวัฒน์ชัย โหตระไวศยะ จังหวัดศรีสะเกษ เขต ๓ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมขอนำ ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนคนชนบทในจังหวัดศรีสะเกษมาหารือท่านประธาน ดังต่อไปนี้🔗
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับคำร้องจากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และ ศอ.บต. ในเขต อำเภอศรีรัตนะ อำเภอเบญจลักษ์ อำเภอไพรบึง และอำเภอพยุห์ ว่าขณะนี้เกษตรกร ต้องการไฟฟ้าขยายเขตเพื่อการเกษตรเป็นจำนวนมาก แล้วได้ส่งเอกสารครบแล้ว แต่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคยังไม่ดำเนินการให้ จึงขอให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคช่วยเร่งรัด ให้เกษตรกรด้วย🔗
เรื่องที่ ๒ ผมได้รับหนังสือจากนายวุฒินัย ทุมมา นายก อบต. พรหมสวัสดิ์ ให้ช่วยติดตามโครงการก่อสร้างประตูปิดเปิดฝายน้ำล้นห้วยทา ช่วงหน้า อบต. พรหมสวัสดิ์ และโครงการก่อสร้างพนังกั้นน้ำห้วยทา บ้านโนนเจริญ และบ้านกระหวัน ซึ่งทั้ง ๒ โครงการนี้ จะช่วยแก้ปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วมได้🔗
เรื่องที่ ๓ นายบุญเทียน สีดาว กำนันตำบลโนนเพ็ก ได้ยื่นหนังสือว่าขณะนี้ ห้วยแฮดได้ตื้นเขินมาหลายปีแล้ว ส่งผลให้เกษตรกรเดือดร้อน ขอให้กรมชลประทาน ช่วยดำเนินการขุดลอกให้ด้วย และถนนลาดยางอำเภอพยุห์ สายบ้านหนองแต้ บ้านหนองไฮ ชำรุดเสียหายมาก ขอให้ อบจ. ศรีสะเกษ ช่วยดำเนินการแก้ไขให้พี่น้องโดยเร่งด่วน🔗
เรื่องสุดท้าย ท่านประธานที่เคารพ นายธนกฤต ดุษฎีกุล นายก อบต. เสียว อำเภอเบญจลักษ์ ได้ขอความช่วยเหลือให้ติดตามทวงถามถนนสายหลักของอำเภอเบญจลักษ์ ซึ่งเชื่อมระหว่างตำบลต่อตำบล โดยเริ่มต้นจากบ้านหนองคับคา บ้านเสียว สิ้นสุดที่ ถนนหลวงแผ่นดิน หมายเลข ๒๐๘๕ ระยะทาง ๑๐ กิโลเมตร ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของ อบจ. ศรีสะเกษ เรื่องนี้ได้นำมาหารือหลายครั้งแล้ว แต่ อบจ. ศรีสะเกษ ก็ยังไม่ดำเนินการ แก้ไขเลย ทั้ง ๔ เรื่องนี้ผมขอส่งเป็นเอกสารผ่านท่านประธานไปยังนายกรัฐมนตรี เพื่อส่งไป ยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรับผิดชอบ ผมเองจะติดตามทวงถามเรื่องทั้งหมดนี้ต่อไป ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
เอาเอกสาร มาเลยครับ เชิญท่านสัณหพจน์ ส.ส. จังหวัดนครศรีธรรมราชครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม สัณหพจน์ สุขศรีเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช เขตลุ่มน้ำปากพนัง วันนี้ขอหารือท่านประธาน ๕ เรื่อง🔗
เรื่องที่ ๑ ขอให้แขวงทางหลวงชนบทนครศรีธรรมราชปรับปรุงและซ่อมแซม ถนนทางหลวงชนบท นศ.๓๐๐๕ แยก ทล.๔๐๘ บ้านสระโพธิ์ ช่วงบริเวณสะพาน เชียรใหญ่-สระโพธิ์🔗
เรื่องที่ ๒ เรื่องปุ๋ยแพง ราคาปาล์มถูก ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผลักดันการส่งออกด้วยครับ🔗
เรื่องที่ ๓ เรื่องการสนับสนุนการจัดตั้งห้องเย็น เพื่อเก็บรักษาพืชผล ทางการเกษตร ในเขตพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง ไว้รองรับในช่วงเวลาราคาพืชผลตกต่ำนะครับ🔗
เรื่องที่ ๔ การเพิ่มศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวลุ่มน้ำปากพนัง แหลมตะลุมพุก ไฟฟ้าส่องสว่างครับ🔗
เรื่องสุดท้ายเรื่องสำคัญมากครับ ขอจัดสรรความช่วยเหลือเบื้องต้นให้กับ ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะเขตพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง อำเภอเชียรใหญ่ อำเภอหัวไทร อำเภอปากพนัง โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมาพื้นที่ ๓ อำเภอลุ่มน้ำ ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย วาตภัย แล้วก็คลื่นกัดเซาะชายฝังง ซึ่งแม้ว่าพื้นที่ส่วนใหญ่ สถานการณ์จะคลี่คลายสู่สภาวะปกติ แต่ยังคงมีพื้นที่ซึ่งยังมีน้ำท่วมขัง เช่น บ้านเนินธัมมัง ตำบลแม่เจ้าอยู่หัว ตำบลการะเกด ตำบลท่าขนาน อำเภอเชียรใหญ่ ตำบลคลองน้อย ตำบลขนาบนาก ตำบลท่าพระยา ตำบลบ้านเพลิง ตำบลปากพนัง ฝังงตะวันออก เขตเทศบาล เมืองปากพนัง และตำบลแหลมตะลุมพุก อำเภอปากพนัง ตำบลเขาพังไกร ตำบลควนชะลิก ตำบลแหลม ตำบลหน้าสตน ตำบลเกาะเพชร อำเภอหัวไทร บางพื้นที่ยังคงมีน้ำท่วมขัง ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อนทั้งเรื่องของการใช้ชีวิตประจำวัน ของใช้อุปโภคบริโภค การสัญจรไปมา จึงฝากให้ท่านประธานประสานหน่วยงานด้วยครับ ส.ส. ๑๘๐ วันทำอะไร ไม่ได้ตอนนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านนิรมิต สุจารี ส.ส. จังหวัดร้อยเอ็ดครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ กระผม นายนิรมิต สุจารี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ขอกราบนำเรียนปัญหาความเดือดร้อนของราษฎร เรียนต่อท่านประธานดังต่อไปนี้ครับ🔗
เรื่องที่ ๑ ผมได้รับการร้องเรียนจากนายกองค์การบริหารส่วนตำบล พรมสวรรค์ นายไพฑูรย์ เชื้ออุ่น และราษฎรของตำบลพรมสวรรค์ ที่เป็นลูกค้าของ ธ.ก.ส. สาขาอำเภอโพนทอง กล่าวคือเขาได้มีปัญหา มีเจ้าหน้าที่ของธนาคาร ธ.ก.ส. สาขาอำเภอ โพนทอง และร่วมกับนายทุนไปบอกกับชาวบ้าน ซึ่งเป็นกลุ่มสมาชิกของ ธ.ก.ส. สาขาอำเภอ โพนทอง ว่าถ้าใครมีหนี้ในกลุ่มที่มีหนี้ให้มาทำสัญญากันใหม่ มีทำสัญญาค้ำประกัน และสัญญาเงินกู้กันใหม่ แล้วก็ให้มอบบัตรเอทีเอ็ม (ATM) พร้อมรหัสบัญชีของธนาคาร เป็นหลักประกันไว้ เมื่อเงินธนาคารออกมาปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ดังกล่าวได้ไปกดเอาเงินของ ชาวบ้านออกไปทั้งหมด ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน ๑๘ คน แล้วได้มีการร้องเรียนไปยัง หน่วยงานต่าง ๆ มาหลายหน่วยงาน ปรากฏว่าได้รับเงินคืนอยู่ ๒ ราย ส่วนอีก ๑๐ กว่าราย ยังไม่ได้รับเงินคืน ความเสียหายเดือดร้อนแต่ละรายจาก ๑๐๐,๐๐๐-๕๐๐,๐๐๐ บาท ขอนำเรียนให้ท่านประธานได้ส่งเรื่องไปยังกระทรวงการคลัง แล้วก็ ธ.ก.ส. สำนักงานใหญ่ เพื่อให้ตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าชาวบ้านไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างไร กราบขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ท่านณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ ส.ส. จังหวัดสงขลา เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอนาทวี สะบ้าย้อย สำนักแต้ว สำนักขาม ของอำเภอสะเดา พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานครับ ท่านรู้จักพื้นที่สีแดงไหมครับ วันนี้ผมจะอภิปรายในเขตพื้นที่สีแดงของ จังหวัดสงขลา แต่จริง ๆ เป็นเรื่องของความมั่นคงไปป้ายสีให้กับเขา แต่ชาวบ้านเขาต้องการ สีแดง สีเขียว สีดำก็คือครุฑครับ เอกสารสิทธิ พี่น้องประชาชนมีความหวังกับสภาของเรา ผมเองได้เชิญท่านวิรัช พันธุมะผล ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ลงไปในพื้นที่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ปรากฏว่าชาวบ้านไปซื้อที่เมื่อปี ๒๕๒๑ ประมาณ ๕๐ ไร่ มาแบ่งให้กับพี่น้องในพื้นที่ประมาณ ๕๐ หลัง มีมัสยิด มีปอเนาะ ปรากฏว่ามีคนเอาไปขาย วันนี้ ๓๐-๔๐ ปีผ่านไป ผมเองอยากจะเรียกร้องให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกรมที่ดิน ท่านวิรัชเองก็ได้ประสานกับท่านอธิบดี ผมก็ได้ประสานกับ ทาง อบต. ให้ดำเนินไปในระดับล่าง วันนี้เขามีความหวังกับสภาของเรา เพราะฉะนั้น เรียนไปยังอธิบดีกรมที่ดินดำเนินการสั่งการไปยังสำนักงานที่ดินจังหวัดสงขลา สาขาเทพา ที่ดูแลพื้นที่นี้ให้ดำเนินการพิสูจน์สิทธิ พิสูจน์ว่าที่ดินแปลงนี้ที่เป็น น.ส. ๓ ก ใครถือสิทธิ และประชาชน ๔๐ กว่าครัวเรือนจะได้เอกสารสิทธิอย่างไร นี่ก็คือความหวังของประชาชน มันเป็นเรื่องเล็กแต่เขามีความหวังกับพวกเรา เพราะฉะนั้นผมเองในฐานะที่เป็น ส.ส. ขอบคุณ ท่านนายสฤษฏ์พงษ์ ท่านวิรัช ที่ลงในพื้นที่สีแดงที่ใคร ๆ ก็กลัว ขอบคุณครับ🔗
อีก ๓ ท่าน ท่านสะถิระ ท่านสุรวิทย์ ท่านอาดิลัน เชิญท่านสะถิระ เผือกประพันธุ์ ส.ส. ชลบุรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม สะถิระ เผือกประพันธุ์ สมาชิกผู้แทนราษฎร เขตสัตหีบ จังหวัด ชลบุรี ท่านประธานครับ วันนี้ผมมีปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะ อำเภอสัตหีบ โดยเฉพาะตำบลพลูตาหลวง เรื่องการก่อสร้างสะพานข้ามแยก กม. ๑๐ เพราะปัจจุบันนี้การก่อสร้างทางแยกนั้นมีความล่าช้าเป็นอย่างมากครับ ตามแผนที่กำหนด และโดยเฉพาะการจราจรในชั่วโมงเร่งด่วน บริเวณนั้นมีอะไรบ้าง มีโรงพยาบาลสมเด็จ พระนางเจ้าสิริกิติ์ มีโรงพยาบาลสัตหีบ กม. ๑๐ และมีโรงเรียนบ้านขลอด ชั่วโมงเร่งด่วน เวลาผู้ป่วยจะเข้าโรงพยาบาลเกิดปัญหาอะไรครับ ปัญหาการจราจรติดขัดเป็นอย่างมาก บางวันครึ่งชั่วโมง บางวันถึง ๑ ชั่วโมง ทำให้การใช้ชีวิตประจำวันของพี่น้องประชาชน ในอำเภอสัตหีบ โดยเฉพาะตำบลพลูตาหลวงและผู้ใช้รถใช้ถนนเดือดร้อนเป็นอย่างมากครับ และที่สำคัญเวลากลางคืนความปลอดภัย ไฟส่องสว่าง สัญลักษณ์การเตือนจราจรแทบจะ ไม่มีเลยครับ ผมลงพื้นที่ไปด้วยตัวเอง ว่าจะมี ตอนนี้ผมก็ยังไม่เห็นมี แล้วที่สำคัญบริเวณ ใต้สะพานลอย สะพานข้ามแยกนั้นควรจะมีพื้นที่สาธารณะเล็ก ๆ อาจจะเป็นสนามฟุตบอล สนามฟุตซอลหรือสนามบาสเกตบอลให้กับเยาวชนด้วยนะครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่งก็คือกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน รวมถึงพี่น้องประชาชนร้องเรียนมา การก่อสร้างถนนในพื้นที่ตอนที่ ๓ บริเวณทางเข้าซอยต่าง ๆ มีทางคับแคบ ทัศนวิสัย ในการมองเห็นอาจทำให้เกิดอันตรายได้ครับ🔗
ส่วนเรื่องที่ ๒ เป็นเรื่องของการพัฒนาอำเภอสัตหีบ คือการสร้างการรับรู้ ขอสไลด์ (Slide) ด้วยครับ🔗
อำเภอสัตหีบนั้นเราไม่เหมือนพัทยา แต่มีคนรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย มีคนรู้จักว่าเกาะขามคืออะไร เรือหลวงจักรีคืออะไร เกาะแสมสารคืออะไร แต่เขาไม่ทราบว่าสิ่งท่องเที่ยวเหล่านั้นอยู่ที่อำเภอสัตหีบครับ พี่น้อง ประชาชนอำเภอสัตหีบอยากให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติรู้ว่าอำเภอสัตหีบ เรามีอะไรบ้าง แล้วสถานที่ท่องเที่ยวเหล่านั้นอยู่ในอำเภอสัตหีบทั้ง ๕ ตำบล ไม่ว่าจะเป็น ตำบลนาจอมเทียน ตำบลบางเสร่ ตำบลสัตหีบ ตำบลแสมสาร และโดยเฉพาะตำบลพลูตาหลวง ของผม ฝากท่านประธานผ่านไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมด้วยครับ ให้เร่ง พิจารณาเรื่องเหล่านี้โดยด่วนครับ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญ ท่านนายแพทย์สุรวิทย์ ส.ส. ชัยภูมิ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ขอหารือเพื่อแก้ปัญหาและพัฒนาจังหวัดชัยภูมิ ๒ เรื่องคือ🔗
๑. ขอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ได้บูรณะปรับปรุงทางหลวง แผ่นดินสายสำคัญที่มีการจราจรคับคั่ง ทั้งรถยนต์ส่วนบุคคล ทั้งรถขนส่งสินค้าการเกษตร เป็นเส้นทางที่รถโดยสารสายหลักวิ่งผ่าน ให้เป็นถนน ๔ ช่องจราจร ๒ สาย คือ ๑. ทางหลวง แผ่นดินสายลาดใหญ่ ช่องสามหมอ อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ หมายเลข ๒๐๕๔ ความยาวประมาณ ๑๙ กิโลเมตร ขอให้เป็นถนน ๔ ช่องจราจรตลอดสาย โดยเฉพาะในช่วง ที่ผ่านที่ว่าการอำเภอคอนสวรรค์ในเขตเทศบาลตำบลคอนสวรรค์ ขอให้มีระบบไฟฟ้า ส่องสว่างและทางระบายน้ำหรือเป็นถนน ๔ ช่องจราจรผ่านชุมชน🔗
๒. ทางหลวงแผ่นดินสายแก้งคร้อ-สามพาด ผ่านอำเภอแก้งคร้อ และ อำเภอบ้านแท่น จังหวัดชัยภูมิ ความยาวประมาณ ๖๐ กิโลเมตร ขอให้เป็นทาง ๔ ช่อง จราจรตลอดสาย เฉพาะช่วงที่ผ่านเทศบาลตำบลหนองสังข์และเทศบาลตำบลบ้านเต่า ขอให้เป็นถนนผ่านย่านชุมชน และขอให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ ปรับปรุงหลักสูตรชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ประถมศึกษาปีที่ ๒ และประถมศึกษาปีที่ ๓ เน้นวิชาภาษาไทยและวิชาคณิตศาสตร์ ซึ่งเป็นวิชาพื้นฐานในการ เรียนวิชาอื่น นอกจากนี้ขอให้เริ่มเรียนภาษาอังกฤษในชั้นนี้โดยเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อการสื่อสารมากกว่าไวยากรณ์ และขอให้งบประมาณที่จัดให้โรงเรียนต่าง ๆ ส่งตรงไปที่ โรงเรียนมากกว่าส่งไปที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา เพราะโรงเรียนเป็นนิติบุคคลสามารถ จัดซื้อจัดจ้างได้รวดเร็ว ได้สิ่งของมีคุณภาพและตรงความต้องการ ขอบคุณครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านอาดิลัน อาลีอิสเฮาะ จังหวัดสงขลาครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เคารพ ผม อาดิลัน อาลีอิสเฮาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดยะลา พรรคพลังประชารัฐ วันนี้มีข้อหารือถึงท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นับตั้งแต่วันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๕ มีเหตุฝนตกหนักในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ทำให้เกิดความเสียหายถ้วนหน้า ทั้งในเขตเทศบาลนคร เทศบาลเมือง เทศบาลตำบล อบต. ได้รับความเสียหายถ้วนหน้า ชีวิตและทรัพย์สินเสียหาย แม้ว่าทางจังหวัดเองจะมีงบประมาณจัดสรรไว้สำหรับแก้ปัญหา ฉุกเฉินจำเป็นเร่งด่วนในการจัดสรรถุงยังชีพมาแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชน แต่ก็ยัง ไม่เพียงพอ ยังมีบางพื้นที่ที่ตกหล่น เมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคมที่ผ่านมา ท่าน พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ ได้ลงพื้นที่จังหวัดปัตตานี ก็ได้นำเรื่องนี้นำเรียนต่อท่านรองนายกรัฐมนตรี เพื่อที่จัดสรรให้ความช่วยเหลือกับพี่น้องประชาชนและได้สั่งการให้กับหน่วยงานที่รับผิดชอบ ไปจัดการโดยเร่งด่วน สิ่งหนึ่งที่ท้องถิ่นจะต้องรับผิดชอบก็คือการจัดสรรอุปกรณ์เครื่องไม้ เครื่องมือในการที่จะบรรเทาสาธารณภัยให้กับพี่น้องประชาชนที่ตัวเองรับผิดชอบ กระทรวงมหาดไทยควรที่จะต้องมีการจัดสรรดูแลสำรวจความต้องการของท้องถิ่นที่ติดแม่น้ำ จะต้องมีเครื่องไม้เครื่องมือที่จะต้องดูแลพี่น้องประชาชน เรื่องของเรือบรรเทาสาธารณภัย เรื่องของเครื่องมือกู้ชีพ เรื่องเครื่องมือดำน้ำ เหล่านี้เอาไว้สำหรับช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับ ภัยพิบัติจากน้ำท่วม ซึ่งหลายครั้งที่เราได้เห็นกรณีมีน้ำท่วมแล้วจะมีผู้เสียชีวิตจากน้ำท่วม แต่เครื่องไม้เครื่องมือของท้องถิ่นไม่เพียงพอ ต้องร้องขอความช่วยเหลือจากจังหวัดหรือพื้นที่ ข้างเคียง เหล่านี้เป็นปัญหาอุปสรรคเบื้องต้นที่ผมเชื่อว่าท้องถิ่นสามารถจะได้รับ การสนับสนุนจากทางกระทรวงมหาดไทยได้หากให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ขอบคุณ ท่านประธานครับ🔗
ท่านอาดิลันเป็น ส.ส. จังหวัดยะลานะครับ ผมกล่าวผิดเป็นจังหวัดสงขลา ขออภัยครับ ต่อไป อีก ๔ ท่าน ท่านนพพล ท่านอัครเดช ท่านญาณธิชา และท่านเอกการ เชิญท่านนพพล ส.ส. จังหวัดพิษณุโลกครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นพพล เหลืองทองนารา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพิษณุโลก พรรคเพื่อไทย คนพรหมพิรามครับ ท่านครับ วันนี้ผมมีเรื่องมาหารือ ขอให้ท่านได้ช่วย ในพื้นที่อยู่ ๒-๓ เรื่อง🔗
เรื่องแรก ก็คือขอให้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพิษณุโลกได้ดำเนินการ ก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง ณ บ้านท่าช้าง หมู่ที่ ๒ ตำบลท่าช้าง อำเภอพรหมพิราม จังหวัดพิษณุโลก เพราะว่าที่นี่ได้เกิดตลิ่งทรุดมาตั้งแต่ปี ๒๕๕๗ ปี ๒๕๕๘ แล้วก็ทาง อบต. ท่าช้าง โดยนายกวิก จันทร์สอน ได้มีการส่งหนังสือไปที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคพิษณุโลก ครั้งแรกเมื่อวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๕๙ แล้วหลังจากนั้นก็อุตส่าห์เว้นวรรคเพื่อให้ทางสำนักงานเจ้าท่าได้ประสานงาน แต่ว่า จนในที่สุดต้องมีการออกหนังสือครั้งที่ ๒ ไป คือออกไปเมื่อวันที่ ๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ เพื่อที่จะทวงถามเรื่องนี้ กราบขอท่านประธานได้ช่วยหน่วยงานที่รับผิดชอบคือสำนักงาน เจ้าท่าภูมิภาคสาขาพิษณุโลกได้ดำเนินการแก้ไขเรื่องนี้โดยด่วน🔗
๒. ในเรื่องของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแควน้อยบำรุงแดน ที่จังหวัดพิษณุโลก เขื่อนแควน้อยบำรุงแดนนั้นได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากในหลวง รัชกาลที่ ๙ และได้เปิดเขื่อนนี้เริ่มใช้ตั้งแต่ปี ๒๕๕๑ จริง ๆ แล้วในเรื่องของคลองส่งน้ำ และคลองระบายน้ำก็ควรจะต้องเสร็จสิ้นไปพร้อม ๆ กับเขื่อนแล้ว แต่นี่เนิ่นนานมา ๑๐ กว่าปีแล้ว โดยเฉพาะคลองระบายวันนี้ยังไม่สามารถที่จะใช้การได้เต็มประสิทธิภาพ และที่สำคัญยังไม่มีการส่งมอบงานอีกหลายจุดหลายที่ เพราะฉะนั้นความเดือดร้อนก็มี เกิดขึ้นกับราษฎร แล้วอีกอย่างหนึ่งปลายคลองของคลองระบายไม่มี คือเป็นปลายเปิด ถ้าน้ำหลากมาก็จะท่วม ทำให้พี่น้องเสียหายในเขตตำบลสมอแข ดอนทอง บ้านป่า ขอให้ทาง โครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาแควน้อยได้รีบดำเนินการแก้ไขในเรื่องนี้โดยด่วนด้วย ขอบคุณครับ🔗
ท่านต่อไป ท่านอัครเดช ส.ส. ราชบุรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดราชบุรี เขต ๔ อำเภอบ้านโป่ง พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ผมมีเรื่อง ความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนชาวอำเภอบ้านโป่งมากราบเรียนท่านประธาน เพื่อประสานหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาดำเนินการทั้งหมด ๖ เรื่อง🔗
เรื่องแรก พื้นผิวการจราจรถนนแสงชูโต ตั้งแต่ช่วงเทศบาลเมืองท่าผาถึง หน้าโรงเรียนธีรศาสตร์ชำรุดเสียหาย ขอให้กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม พิจารณา ดำเนินการแก้ไข🔗
เรื่องที่ ๒ ได้รับการร้องเรียนจากครูอาจารย์ว่าขอไฟสัญญาณเพื่อชะลอ ความเร็วรถหน้าโรงเรียนธีรศาสตร์ ตำบลท่าผา และโรงเรียนหนองปลาหมอพิทยาคม ตำบลหนองปลาหมอ อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ขอให้กรมทางหลวงพิจารณาดำเนินการ🔗
เรื่องที่ ๓ ถนนตำบลปากแรต หมู่ ๑๖ ซอย ๑ เชื่อมต่อตำบลหนองกบ ชำรุดเสียหาย ถนนได้ถ่ายโอนให้ท้องถิ่นแล้ว จึงขอให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย พิจารณาดำเนินการ🔗
เรื่องที่ ๔ ถนนเลียบทางรถไฟ ตำบลนครชุมน์ ระหว่างวัดตาผาถึง วัดใหญ่นครชุมน์ และถนนเลียบทางรถไฟช่วงหมู่ ๑๐ ถึงหมู่ ๑๑ ตำบลนครชุมน์ ชำรุดเสียหาย ขอให้การรถไฟเร่งให้การอนุญาตใช้สิทธิเหนือพื้นที่และให้กรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่นพิจารณาดำเนินการปรับปรุงถนน🔗
เรื่องที่ ๕ ถนนหมู่ที่ ๑๐ บ้านสัมมารามชื่อถนนบ้านรางกระเจียว บ้านห้วยไร่ และถนนสายหมู่ ๑๑ บ้านห้วยยางถึงบ้านหนองไก่ขันชำรุดเสียหาย ขอให้กรมส่งเสริม การปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย พิจารณาดำเนินการ🔗
เรื่องที่ ๖ ขอสะพานข้ามคลองชลประทาน หมู่ที่ ๔ ตำบลคุ้งพยอมและ สะพานหมู่ที่ ๑๐ ตำบลเบิกไพร เชื่อมหมู่ ๒ ตำบลลาดบัวขาว บริเวณวัดหุบกระทิง ขอให้ กรมชลประทาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พิจารณาดำเนินการให้กับพี่น้องประชาชน ด้วยครับ กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ต่อไป ท่านญาณธิชา ส.ส. จันทบุรีครับ🔗
เรียนประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน ญาณธิชา บัวเผื่อน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดจันทบุรี เขต ๓ พรรคก้าวไกล วันนี้ดิฉันมีเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนมาปรึกษาหารือในสภาแห่งนี้เป็นจำนวน ๒ เรื่องค่ะ🔗
เรื่องแรก เป็นเรื่องที่พี่น้องประชาชนฝากดิฉันมาหารือก็คือเรื่องแก๊ง คอลเซ็นเตอร์ (Call Center) ระบาดหนักโทรหาวันละ ๓-๔ รอบ ดิฉันเชื่อว่าพวกเรา หลาย ๆ คนในที่นี้ก็คงจะเคยโดนกันบ่อย ๆ บางทีก็วันละหลาย ๆ ครั้ง หลาย ๆ เบอร์ มักจะมาพร้อมอุบายใหม่ ๆ ที่เน้นความซับซ้อนและสร้างความตกใจ บางคนตั้งสติทัน ก็รู้เท่าทัน บางคนตั้งสติไม่ทันก็ถูกหลอก บอกข้อมูลส่วนตัวโอนเงินจนหมดบัญชีเดือดร้อน ไปตาม ๆ กัน จึงอยากให้แก้ไขปัญหาเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนค่ะ ขอหารือไปยังกระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม และตำรวจไซเบอร์ (Cyber) แล้วก็สำนักงานตำรวจแห่งชาติ🔗
เรื่องที่ ๒ เป็นปัญหาเดิม ๆ เลยค่ะ ที่เคยหารือในสภาแห่งนี้ไปแล้วหลายครั้ง แต่ว่ายังไม่ได้รับการแก้ไขใด ๆ เลย ก็คือปัญหาในเรื่องของช้างป่าทำร้ายชาวบ้านและทำลาย พืชผลทางการเกษตรของชาวบ้าน ตลอดระยะเวลาเกือบ ๔ ปี ที่ดิฉันทำงานมาจนจะหมด วาระแล้ว มี ส.ส. หลายท่านนำปัญหาเรื่องนี้เข้าสู่สภา มีการตั้งญัตติในสภาไปแล้ว และมีการ ตั้งกรรมาธิการวิสามัญและรายงานต่อสภาไปแล้วด้วย แต่ปัญหานี้ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข ท่านรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็เหมือนจะนอนหลับไม่รู้ นอนคู้ไม่เห็น ไม่มีนโยบายการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน ไม่ทำอะไรเลย ปล่อยให้ชาวบ้านและหน่วยงาน ในพื้นที่เผชิญปัญหาตามลำพังค่ะ จากการรับฟังปัญหาในพื้นที่ชาวบ้านต้องการให้เจ้าหน้าที่ ทหารในพื้นที่ออกมาช่วยเฝ้าระวังช้างป่าค่ะ ที่ผ่านมามีการออกมาช่วยอยู่แล้ว แต่ว่าทาง เจ้าหน้าที่ต้องการให้หน่วยงานต้นสังกัดก็คือ ฉก.นย. จังหวัดจันทบุรีออกคำสั่งอย่างเป็น ทางการเป็นหนังสือมาเพื่อความสะดวกแก่เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน เพราะว่าเป็นการทำงาน นอกภารกิจ จึงอยากหารือไปทางหน่วยงานเฉพาะกิจนาวิกโยธินจังหวัดจันทบุรีและขอหารือ ไปยังกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ถ้าเป็นไปได้สมัยหน้าขอเปลี่ยนรัฐมนตรี กระทรวงนี้ด้วยค่ะ ขอบคุณค่ะ🔗
เชิญ ท่านเอกการ ส.ส. แพร่ ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายเอกการ ซื่อทรงธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดแพร่ พรรคภูมิใจไทย วันนี้ ผมมีเรื่องหารือดังนี้ครับ ผมได้รับเรื่องร้องเรียนจากเครือข่ายชาวไร่ยาสูบจังหวัดแพร่ และตัวแทนกลุ่มภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบแห่งประเทศไทย นำทีมโดย นายล้วน ร่องแก้ว ประธานเครือข่าย สืบเนื่องจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีได้มีหนังสือเลขที่ นร ๐๕๐๓/๑๓๐๗๐ ลงวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕ หลังจากที่ทางภาคีเครือข่าย ได้มีโอกาสนำเสนอข้อคัดค้านเกี่ยวกับร่างกฎกระทรวงกำหนดส่วนประกอบผลิตภัณฑ์ยาสูบ และสารที่เกิดจากการเผาไหม้ของส่วนประกอบผลิตภัณฑ์ยาสูบ หลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข การแจ้ง การออกใบรับรอง และอัตราค่าธรรมเนียม ซึ่งทางมติคณะรัฐมนตรีให้รับร่าง ไปพิจารณา รวมทั้งปรับปรุงแก้ไขกระบวนการรับฟังความคิดเห็นและนำข้อคัดค้านของ ภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบไปประกอบพิจารณาด้วย โดยกำหนดให้แล้วเสร็จภายใน เดือนพฤศจิกายน ๒๕๖๖ ต่อมาได้มีหนังสือจากสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ ๑๑ กรกฎาคม ๒๕๖๕ ได้ส่งร่างกฎกระทรวงจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งร่างดังกล่าวทางกลุ่มภาคีเห็นด้วยกับการรณรงค์ให้ประชาชนเลิกสูบบุหรี่ แต่การแบน (Ban) สารประกอบสารปรุงแต่ง โดยเกรงว่าจะมีการแบน (Ban) รสเมนทอล (Mental) ในบุหรี่ ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้มีการลักลอบนำเข้าบุหรี่ผิดกฎหมายเข้ามาอย่างมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อผู้ปลูกใบยาสูบและส่งผลต่อรายได้เศรษฐกิจของประเทศ ประกอบกับในช่วง สถานการณ์ที่ผ่านมากลุ่มชาวไร่ได้รับผลกระทบกับการถูกปรับลดโควตาและการได้รับเงิน เยียวยาที่ล่าช้าอย่างมาก อยากฝากกรมควบคุมโรคยกเลิกการแบน (Ban) สารส่วนประกอบ ทั้งหมดโดยเฉพาะเมนทอล (Mental) และฝากทางกรมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากกลุ่ม ชาวไร่ทั้งประเทศเพื่อหาแนวทางร่วมกันและผลักดันเพื่อไม่ให้ผลกระทบตกลงสู่เกษตรกร ชาวไร่ยาสูบกว่า ๓๐,๐๐๐ ครอบครัว ๑๓ จังหวัด ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป อีก ๔ ท่าน ท่านอุบลศักดิ์ ท่านผ่องศรี ท่านธีรรัตน์ ท่านวัชรพล เชิญท่านอุบลศักดิ์ ส.ส. ลพบุรีครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ผมขอหารือท่านประธานไปยังหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง🔗
ประเด็นที่ ๑ โครงการสูบน้ำจากหน้าเขื่อนป่าสักจากตำบลมะกอกหวาน อำเภอชัยบาดาล ไปถึงตำบลเพนียด อำเภอโคกสำโรง ซึ่งราษฎรได้รับความเดือดร้อน ขณะนี้ เรื่องเกี่ยวกับชาวนาเมื่อเวลาเกี่ยวข้าวเสร็จเวลาข้าวจะสุกก็ดี น้ำจะไม่พอ จึงขออนุญาตให้เร่งโครงการนี้🔗
ประเด็นที่ ๒ เรื่องอำเภอหนองม่วง ตำบลบ่อทอง แก้มลิง บึงทะเลน้อย ซึ่งแห้งแล้งไม่มีน้ำเลย มีแต่ชื่อบึงครับ ต้องการให้กรมชลประทานรีบดำเนินการจัดโครงการ แก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน🔗
ประเด็นที่ ๓ เรื่องฝายบ้านบ่อดินสอพอง ตำบลดงดินแดง อำเภอหนองม่วง ปรากฏว่าแห้งแล้งเช่นเดียวกัน ขอให้กรมชลประทานไปดำเนินการแก้ไขเป็นการด่วน🔗
ประเด็นที่ ๔ เรื่องโครงการสูบน้ำจากหน้าเขื่อนป่าสัก ตำบลมะนาวหวาน ตำบลน้ำสุด ตำบลห้วยขุนราม ซึ่ง ๓ ตำบลนี้อยู่หน้าเขื่อนแต่ไม่มีน้ำใช้🔗
ประเด็นที่ ๕ เรื่องการไฟฟ้า ราษฎรหมู่ ๑๐ ตำบลโคกสลุง อำเภอ พัฒนานิคม ซึ่งไม่มีไฟฟ้าเข้าไปทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน🔗
ประการสุดท้าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งวันนี้พี่น้องชาวนาเกี่ยวข้าวราคาต่ำมาก ๔,๐๐๐-๕,๐๐๐ บาท ไปถึงโรงสียังไม่รับเลยครับ ฉะนั้นวันนี้อยากให้รัฐบาลได้แก้ไขปัญหา เร่งด่วนความเดือดร้อนของพี่น้องชาวนาซึ่งเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว ถ้าหากไม่แก้ไข แน่นอน ชาวนาจะตกอยู่ในสภาพล้มละลายเกือบทุกคนครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านผ่องศรี ส.ส. ศรีสะเกษ ครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผ่องศรี แซ่จึง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๘ ท่านประธานคะ ดิฉันอยากจะนำเสนอ ผลของการทำงานโครงการนำร่อง เรื่องอีเอฟ (EF) พัฒนาทักษะทางสมองของเด็กในปฐมวัย เพื่อป้องกันการติดยาเสพติดในเด็กประถม จากการทดลองนำร่อง ๔ จังหวัด จังหวัดศรีสะเกษ ในเขตเลือกตั้งที่ ๘ เป็น ๑ ใน ๔ และวันนี้อยากจะนำเรียนท่านประธานว่าดิฉันเชื่อแล้วว่า โครงการป้องกันยาเสพติด โครงการนี้จะทำให้สังคมลดยาเสพติดลงได้นะคะ จะนำเรียน ผลสัมฤทธิ์ของการทำโครงการนี้ วันนี้เขากำลังนำเสนอกันอยู่ผลของงานวิจัย สำหรับครูจะมี ผลสัมฤทธิ์ที่เพิ่มขึ้นในเรื่องด้านความรู้ความเข้าใจในเรื่องของอีเอฟ (EF) จาก ๒.๒๘ เป็น ๓.๗๗ แล้วก็ด้านความเข้าใจจาก ๒.๘๕ เป็น ๓.๕๖ ส่วนด้านความรู้ความสามารถ การจัดประสบการณ์การเรียนการสอนของคุณครูเพิ่มขึ้นจาก ๒.๕๕ เป็น ๓.๑๕ ด้านภาพรวมของระยะการเตรียมงานของคุณครูก่อนเข้าโครงการจะได้คะแนน ๓.๔๓ หลังโครงการ ๔.๖๙ นี่ค่ะผลสัมฤทธิ์ ในเรื่องของเด็กความสำเร็จนั้นเรื่องริเริ่มและลงมือทำ จะเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ ๑๔.๙๙ การวางแผนจัดระบบดำเนินการของเด็กเพิ่มขึ้น ๒๖.๕๒ ส่วนมุ่งเป้าหมายจะเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๔.๒๙ กลุ่มทักษะกำกับตนเองที่สำคัญที่สุด ในโครงการนี้ ใจจดใจจ่อ ใส่ใจ เพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๔.๐๙ การควบคุมอารมณ์เพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๔.๔๘ และติดตามประเมินตนเองเพิ่มขึ้นร้อยละ ๑๗.๖๐ สุดท้ายก็คือภาพรวมค่ะ ขออนุญาตนิดหนึ่งจะได้สมบูรณ์ ภาพรวมที่เราสำเร็จโครงการนี้ก็คือความจำเพื่อใช้งาน เพิ่มขึ้นจาก ๓.๑ เป็น ๓.๖ ยั้งคิดไตร่ตรองเพิ่มขึ้นจาก ๓.๑๖ เป็น ๓.๖๒ ยืดหยุ่นความคิด อันนี้สำคัญนะคะ เพิ่มจาก ๒.๗๗ เป็น ๓.๖๗ ใจจดใจจ่อเพิ่มจาก ๓.๑๑ เป็น ๓.๖๒ ควบคุม อารมณ์ตนเองเพิ่มจาก ๓.๑๓ เป็น ๓.๖๖ ติดตามประเมินผลตนเองจาก ๒.๙๕ เป็น ๓.๕๘ ริเริ่มและลงมือทำ ๓.๑๒ เป็น ๓.๖๗ วางแผนจัดระบบดำเนินการ อันนี้เด็กจาก ๒.๖ เป็น ๓.๖๒ สุดท้ายก็คือมุ่งเป้าหมายจาก ๓.๑๒ เป็น ๓.๖๔ ท่านประธานคะ ดิฉันนำเรียนเพื่อ จะกราบเรียนไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กระทรวงศึกษาธิการ และ กระทรวงสาธารณสุข ได้โปรดดำเนินการต่อเนื่องต่อยอดเพื่อความสำเร็จในเรื่องของการ ป้องกันยาเสพติด ป้องกันการติดยาในเด็กปฐมวัย โครงการ ๔ จังหวัดเรานำร่องมาได้ดีเลิศ ประเสริฐศรีแล้วค่ะท่านประธาน โปรดได้นำเรียน ดิฉันจะส่งเอกสารภาพรวมทั้งหมดไปยัง ท่านประธานเพื่อจะได้ดูภาพรวม วันนี้เขากำลังนำเสนอกันอยู่ในจังหวัดศรีสะเกษ เขต ๘ กราบขอบพระคุณท่านประธานค่ะ🔗
เอาเอกสาร มาเลยครับ อีก ๕ ท่านสุดท้ายนะครับ ท่านธีรรัตน์ ท่านวัชรพล ท่านประสงค์ ท่านจอมขวัญ และท่านณัฐชา เชิญท่านธีรรัตน์ ส.ส. กรุงเทพฯ ครับ🔗
ขอบคุณท่านประธานค่ะ ดิฉัน ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร กรุงเทพมหานคร พรรคเพื่อไทย ดิฉันขอหารือท่านประธานในความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนนะคะ🔗
เรื่องแรก อย่างที่เราทราบกันดีว่าในช่วงที่ผ่านมาเกิดเหตุไฟไหม้ ในกรุงเทพมหานครเป็นจำนวนมาก แล้วถ้าเรากลับมาย้อนคิดดู ต้องดูที่มาตรฐาน การป้องกัน รวมถึงการที่เราจะเข้าไปดำเนินการแก้ไข สถานีดับเพลิงร่มเกล้ามีปัญหา ในเรื่องของไม่ว่าจะเป็นอาคารสำหรับพนักงานดับเพลิง หรือแม้แต่เครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ ยังไม่ได้รับการปรับปรุงดูแล ดิฉันหารือไปหลายครั้งก็ได้ทราบว่าอาคารหรือแม้แต่สถานที่ ที่ตั้งของสถานีดับเพลิงนั้นยังอยู่ระหว่างข้อพิพาท แต่หลังจากนั้นก็ไม่มีการดำเนินการแก้ไข ใด ๆ ให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงนั้นได้มีสถานที่ หรือมีความเตรียมพร้อมในการที่จะปฏิบัติงาน อย่างดีพอ ดิฉันขอประสานกรุงเทพมหานครได้เร่งตรวจสอบแล้วก็ดำเนินการแก้ไขในเรื่องนี้ โดยด่วนค่ะ🔗
เรื่องที่ ๒ สนามกีฬาชุมชนเคหะร่มเกล้า ทราบเช่นกันว่าอยู่ระหว่าง การคุยกันระหว่างเคหะร่มเกล้าและกรุงเทพมหานคร แต่ก็ยังไม่มีการดำเนินการใด ๆ ดิฉันขอให้เร่งดำเนินการในการทำเอ็มโอยู (MOU) ที่จะยกสนามเป็นของกรุงเทพมหานคร เพื่อที่จะนำงบประมาณลงมาดูแลในส่วนที่จะเป็นพื้นที่ส่วนกลางให้พี่น้องในชุมชนได้มาใช้ ประโยชน์ร่วมกัน ก็จะถือว่าเป็นการสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนเป็นอย่างมาก จึงขอให้ ทั้ง ๒ หน่วยงานนี้เร่งทำงานแล้วก็แก้ไขปัญหาให้กับประชาชนค่ะ🔗
เรื่องที่ ๓ ทางเท้าเลียบคลองหนึ่ง คลองสองต้นนุ่น คลองสามประเวศ คลองเจ็ก คลองตาสอน เป็นจุดที่จะทำให้นักเรียนได้รับการเดินทางโดยปลอดภัย ดิฉันขอให้ กรุงเทพมหานครได้มองการณ์ไกลค่ะ ในการที่จะขยายทางเท้าเหล่านี้ให้ได้มาตรฐาน ในการใช้ทาง รวมถึงมีราวจับในการสร้างความปลอดภัยด้วยค่ะ🔗
เรื่องสุดท้าย เรื่องของสะพานข้ามคลอง ช่วงลำกอไผ่ตอนบนที่จะช่วย บรรเทาความเดือดร้อน รถติด การจราจรที่หนาแน่นในนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง ตอนนี้ ชาวบ้านทำสะพานกันเองค่ะ ใช้งบประมาณส่วนตัว แต่ถ้าหากกรุงเทพมหานครเข้าไปสำรวจ และตั้งงบประมาณเพื่อที่จะสร้างสะพานที่ได้มาตรฐานก็จะเป็นประโยชน์ในการเดินทาง แล้วก็มีความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนด้วยค่ะ ขอบคุณท่านประธานค่ะ🔗
เชิญ ท่านวัชรพล ส.ส. นครราชสีมาครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วัชรพล โตมรศักดิ์ โคราช ชาติพัฒนากล้า ผมมีเรื่องหารือท่านประธานเพื่อส่งต่อ ไปยังท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านอาคม เติมพิทยาไพสิฐ และท่านอธิบดี กรมบัญชีกลาง นางสาวกุลยา ตันติเตมิท ท่านประธานทราบไหมว่าในขณะนี้ในภาคอีสาน ภาคเหนือและหลายจังหวัดในประเทศไทยได้เกิดอากาศหนาวเย็น ในช่วงอาทิตย์กว่า ที่ผ่านมา โดยปกติแล้วทางหน่วยงาน ปภ. พม. หรือแม้กระทั่งท้องถิ่นจะต้องออกไปแจกจ่าย ผ้านวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลานี้เศรษฐกิจของประเทศไทยเรา ท่านประธานก็ทราบดี ๒-๓ ปีที่ผ่านมา เราติดปัญหาเรื่องโควิด (COVID) ทำให้เศรษฐกิจและรายได้พี่น้องประชาชน ลดลง ก็เรื่องปัญหาตรงนี้ที่มันเกิดปัญหาขึ้นก็เพราะว่าทางกรมบัญชีกลางได้ไปออก หลักเกณฑ์ในการจ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ก่อนหน้านี้ได้มีกลุ่มผ้านวมของทั้งประเทศ ซึ่งผมก็ได้รับเรื่องร้องเรียนจากนายอุดม กิ่งพุทรา ซึ่งเป็นตัวแทนกลุ่มผ้านวมจาก ๓๒๗ กลุ่ม ในเรื่องของสินค้าโอทอป (OTOP) ปกติแล้ว ในส่วนของกลุ่มผ้านวมเหล่านี้ เขาจะจำหน่ายให้กับทางรัฐแล้วเป็นการสร้างรายได้ให้กับ พี่น้องประชาชน แต่พอระเบียบที่ออกมากับหลักเกณฑ์ในปี ๒๕๕๘ และปี ๒๕๖๓ ท่านประธานทราบไหมครับ ในข้อ ๕.๑.๑๔ ให้ดำเนินการได้ จะต้องอุณหภูมิต่ำกว่า ๘ องศา ติดต่อกัน ๓ วัน แล้วก็โดยเฉพาะอย่างยิ่งให้คนละไม่เกิน ๓๐๐ บาท สถิติที่ผ่านมาในรอบ ๓๐ ปี ที่ผมไปค้นหามา อุณหภูมิประเทศไทยต่ำสุดก็คือ ๑๒-๑๔ องศา แล้วในการกำหนด หลักเกณฑ์นี้มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ทางพี่น้องประชาชนจะได้รับการช่วยเหลือจากองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ ปภ. หรือ พม. เลย จึงอยากจะกราบเรียนท่านประธานไปยัง กรมบัญชีกลาง กรุณาเถอะครับ ในการแก้ไขหลักเกณฑ์ จากเดิมที่ท่านกำหนดไว้ ๘ องศา ติดต่อกัน ๓ วัน ขอแก้เป็น ๑๕ องศาติดต่อกัน ๓ วัน และสำคัญไปกว่านั้นเพื่อเป็นการ ช่วยเหลือกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับกลุ่มผ้านวมต่าง ๆ ทั้งหมด ๓๒๗ กลุ่ม ที่เขามีสต๊อก (Stock) สินค้าที่ทำเอาไว้ ตอนนี้เขาจะสิ้นเนื้อประดาตัวครับ ท่านประธานกราบขอบคุณครับ🔗
ท่านต่อไป เชิญท่านนายแพทย์ประสงค์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพครับ ผม นายแพทย์ประสงค์ บูรณ์พงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย จากจังหวัดนครพนม ผมมีเรื่องปรึกษาหารือคือเรื่องที่ดินของพี่น้อง ประชาชนประมาณ ๓,๐๐๐ ไร่ ในเขตอำเภอท่าอุเทน แต่ไม่ใช่ที่ดินดงพระทายคนละอัน ที่ดินเหล่านี้เป็นของชาวบ้านเป็นที่ทำกินประมาณ ๓,๐๐๐ ไร่ มีโฉนดเริ่มต้นจาก โฉนด ๑๙๒๒-๑๙๒๗ แล้วก็ น.ส. ๓ ที่ ๒๑๖๐ รวมทั้งหมด ๓๓ แปลง รวมทั้งหมดก็เป็น ๔๔ แปลง ออกโดยไม่ชอบโดยกฎหมาย ก็มีการต่อสู้กันมา เพราะว่าตอนเริ่มแรก ๑๐ ปีที่แล้วก็มีคนไปฆ่าวัวควายเขาตายที่ทำเลเหล่านี้ แล้วที่ต่าง ๆ เหล่านี้ก็ถูกยึด โดยนายทุนและโดยผู้มีอิทธิพลทั้งหลายจนกระทั่งบัดนี้ มีการต่อสู้กัน แล้วมีการฟ้องร้องกัน ระดับตั้งแต่กระทรวง กรม จังหวัด ทุกข้อหาในประเด็นนี้ก็ได้คืนที่แก่ราษฎรเขาดังที่ผมได้ แนบเอกสารทั้งหมดส่งท่านประธานด้วยนะครับ การสอบสวนที่ดินของนางเยาวลักษณ์ จรรยาบรรณพงษ์ ครอบครองที่ดิน น.ส. ๓ ก็ไม่มีสิทธิ การสอบสวนที่ดินของนายวิเชียร วงศ์เทียนชัย กับนางศิริพร วงศ์เทียนชัย ครอบครองที่ดินทั้งหมดก็ผิดตามกฎหมาย อันที่ ๓ เป็นเรื่องใหญ่ บริษัท เกษตรปิยมิตร จำกัด โดยนายวิศิษฐ์ จิรภิวงศ์ ก็ถือที่ดินไว้มากมาย รวมกัน ๓,๐๐๐ ไร่ ได้ถือครองเหล่านี้ก็มีการฟ้องร้องกันไปฟ้องร้องกันมา แต่ผลสุดท้าย ก็มีข้อสรุปแล้วว่าที่ดินต่าง ๆ เหล่านี้ผิด จะต้องคืนให้แก่พี่น้องประชาชน ผมจึงเรียนมายัง ท่านประธานที่เคารพว่าเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องสำคัญที่อยากเรียนฝากท่านช่วยประสานงาน ไปยังกระทรวงมหาดไทยด้วยว่าจะต้องคืนที่ดินแก่ราษฎรเขา อธิบดีต้องเซ็นมอบให้เขา อธิบดีคนเก่าปลดเกษียณไปแล้วเหลือแต่คนใหม่ จึงกราบฝากด้วย แล้วเรื่องนี้ผมก็จะตั้ง กระทู้ถามเฉพาะด้วยนะครับ แต่กลัวว่าสภาจะหมดเวลาเสียก่อน ผมจึงกราบเรียน ท่านประธานที่เคารพได้โปรดช่วยในเรื่องนี้ด้วยครับ ขอขอบคุณอย่างสูงครับ🔗
ท่านจอมขวัญ เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาที่เคารพ ดิฉัน นางสาวจอมขวัญ กลับบ้านเกาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสมุทรสาคร เขต ๓ พรรคเศรษฐกิจไทย ขอนำปัญหาความเดือดร้อนมาหารือต่อ ท่านประธาน ๑ เรื่องค่ะ เป็นเรื่องของปัญหาน้ำท่วมซอยมหาชัยแฟคตอรี่ ตำบลกาหลง ดิฉัน ได้ลงพื้นที่เมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคมที่ผ่านมา โดยการประสานงานจากนายวิชัย ถีระปราโมทย์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลกาหลง ก็ทำให้ได้รับทราบว่าในช่วงตั้งแต่ริมถนนพระราม ๒ กิโลเมตรที่ ๔๓ เริ่มตั้งแต่ถนนคู่ขนานพระราม ๒ เข้าไปในซอยมหาชัยแฟคตอรี่เกิดน้ำท่วม จากน้ำทะเลหนุนเป็นประจำ ซึ่งเมื่อวันที่ ๑๙ ธันวาคมนั้น ทางนายไสว บริษัท เอสพี มาร์เก็ตติ้ง ซัปพลาย จำกัด และผู้ประกอบการโรงงานอื่น ๆ ก็ได้รวบรวมเงินกัน ไปซื้อเครื่องสูบน้ำมาช่วยสูบน้ำออกจากโครงการมหาชัยแฟคตอรี่ แต่ว่าเครื่องสูบน้ำมันเล็ก ก็ลดน้ำได้น้อย ทาง อบต. กาหลงก็เลยประสานไปทางโครงการชลประทานสมุทรสาคร ขอความอนุเคราะห์เครื่องสูบน้ำ ท่อสูบน้ำมาช่วยลดน้ำในพื้นที่ แล้วก็จัดตั้งเครื่องสูบน้ำ สแตนด์บาย (Standby) ไว้จนถึงวันที่ ๒๔ ธันวาคมนี้ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาความเดือดร้อน ชั่วคราว ดิฉันขอเสนอให้กรมชลประทานได้โปรดพิจารณาดำเนินการแก้ปัญหาในระยะยาว โดยการสร้างประตูปิดปากคลองกลางที่หมู่ ๑๐ ตำบลบางโทรัด เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำ ในคลองสุนัขหอนไหลเข้ามาในคลองกลางแล้วก็มาท่วมพื้นที่ชุมชนหมู่ ๒ ตำบลกาหลง แล้วก็เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดน้ำท่วมถนนพระราม ๒ ด้วยค่ะ ขอบพระคุณค่ะ🔗
เชิญ ท่านณัฐชา🔗
ท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรครับ ผม ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล จากชาวบางขุนเทียนครับ วันนี้ขอหารือท่านประธานไปยังหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง ๔ เรื่องด้วยกันครับ🔗
เรื่องแรก ถนนแสมดำตอนนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่ว่าถนนในซอยของแสมดำ ทุกซอยยังเป็นลูกรังอยู่นะครับ ซึ่งผมเคยหารือในสภาแห่งนี้ไปแล้ว ก็อยากจะให้หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเร่งพิจารณาทำถนนคอนกรีตหรือลาดยางมะตอยให้กับพี่น้องประชาชน เนื่องจากว่าเดือดร้อนอย่างมากนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจซบเซา แล้วก็หลังจากสถานการณ์โควิด (COVID) ตอนนี้ห้างร้านต่าง ๆ ในถนนบางขุนเทียนชายทะเลซึ่งเป็นร้านอาหารซีฟู้ด (Seafood) หลากหลายร้านค้าต้องเผชิญปัญหาอย่างหนักเนื่องจากว่าไม่มีโครงการกระตุ้น เศรษฐกิจที่จะทำให้พี่น้องประชาชนมาท่องเที่ยวหรือมาจับจ่ายใช้สอย เพราะฉะนั้นสิ้นปีนี้ คิดอะไรไม่ออกบอกไม่ถูกเลือกอาหารทะเลที่บางขุนเทียนนะครับ🔗
เรื่องที่ ๓ ตามงานเก่านิดหนึ่งครับ ถนนคลองสหกรณ์ คลอง ๑ คลอง ๒ ทั้ง ๒ ฝังงยังคงเป็นปัญหาถกเถียงกันอยู่ระหว่างสหกรณ์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แล้วก็หน่วยงานท้องถิ่นก็คือสำนักงานเขตว่าใครจะมีหน้าที่เข้าไปทำ แต่สุดท้ายแล้วปัญหา เกิดกับพี่น้องประชาชนว่าไม่มีใครมาเข้ามาช่วยเหลือดูแลสักที ขอฝากท่านรัฐมนตรี ช่วยสั่งการด้วยนะครับ เรื่องย่อยที่ ๒ ก็คือสะพานลอยถนนบางขุนเทียนชายทะเล ขอไป นานแล้วหารือไป ๓ ครั้งแล้วก็ยังไม่ได้รับข้อสรุปว่าจะสร้างเมื่อไร อย่างไร แต่ว่าพี่น้อง ประชาชนต้องเผชิญปัญหาอุบัติเหตุกันอยู่นะครับ🔗
เรื่องสุดท้ายค่อนข้างเป็นเรื่องใหญ่นิดหนึ่ง เมื่อวันที่ ๕ กันยายน ถึงวันที่ ๑๗ พฤศจิกายน มีการลงทะเบียนคนจน ๒๑ ล้านคน ไม่ผ่าน ๑.๓ ล้านคน วันที่ ๒๐-๒๓ ธันวาคม ตอนนี้กำลังเปิดให้แก้ไขอยู่ คน ๑.๓ ล้านคนตอนนี้ยังไม่ทราบว่าตัวเองจน หรือไม่จน เพราะฉะนั้นรัฐบาลช่วยชี้แจงให้ชัดว่าวิธีการในการแก้ไขต้องให้หน่วยงานต่าง ๆ ลงพื้นที่และให้ความรู้พี่น้องประชาชน ณ วันนี้ ๒๐-๒๓ ธันวาคมมีการเปิดให้แก้ไข พี่น้อง ประชาชนหลายคนยังไม่รู้ ถึงหลายคนรู้เดินทางไป ๕-๖ รอบแล้วยังไม่รู้ว่าตัวเองจน หรือเปล่า เพราะฉะนั้นขอฝากกระทรวงการคลังต้องทำงานเชิงรุกและช่วยเหลือพี่น้อง ประชาชน เพราะว่าพี่น้องประชาชนคาดหวังว่าผู้ที่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐช่วงปีใหม่ จะได้รับของขวัญปีใหม่ ขอบคุณครับ🔗
เป็นการ จบการปรึกษาหารือครบทั้ง ๓๐ ท่าน ต้องขอบคุณทุกท่านครับที่รักษาเวลา🔗
ท่านสมาชิกครับ ขณะนี้มีท่านสมาชิกมาลงชื่อเพื่อประชุม จำนวน ๒๕๗ ท่าน ครบเป็นองค์ประชุม สามารถ ดำเนินการประชุมได้แล้วนะครับ ผมขอดำเนินการประชุมตามระเบียบวาระต่อไปครับ🔗
ระเบียบวาระที่ ๑ กระทู้ถาม ไม่มี🔗
ระเบียบวาระที่ ๒ เรื่องที่ประธานจะแจ้งต่อที่ประชุม🔗
ซึ่งไม่ปรากฏในระเบียบวาระ มีอยู่ ๓ เรื่อง เรื่องแรกก็คือเรื่องสมาชิก ๓ ท่าน ลาออกทำให้สิ้นสภาพสมาชิก เรื่องที่ ๒ ประกาศสมาชิกที่อยู่ในบัญชีรายชื่อลำดับถัดไป ขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตำแหน่งที่ว่าง เรื่องที่ ๓ ก็สมาชิกใหม่ปฏิญาณตน ก่อนปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ🔗
เรื่องแรก รับทราบ เรื่อง การสิ้นสุดสมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จำนวน๓ ท่าน🔗
ด้วย นายอันวาร์ สาและ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ ได้มีหนังสือขอลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ ๑๖ ธันวาคม ๒๕๖๕ และนางสาวกรณิศ งามสุคนธ์รัตนา และนางสาวภาดาท์ วรกานนท์ สมาชิกสภาผู้แทน ราษฎร พรรคพลังประชารัฐ ได้มีหนังสือขอลาออกจากการเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ตั้งแต่วันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๕ จึงเป็นผลให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ทั้ง ๓ ท่านนั้นสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๑๐๑ (๓) และ (๘) จึงขอแจ้งให้ที่ประชุมทราบ🔗
ที่ประชุม รับทราบนะครับ🔗
เรื่องที่ ๒ รับทราบประกาศสภาผู้แทนราษฎร เรื่อง ให้ผู้มีชื่ออยู่ในลำดับ ถัดไปในบัญชีรายชื่อของพรรคการเมืองเลื่อนขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แทนตำแหน่งที่ว่างลง🔗
ด้วย นายอารี ไกรนรา นางนันทนา สงฆ์ประชา นางสาวอนุสรี ทับสุวรรณ และศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ได้มีหนังสือลาออกจากตำแหน่งของสมาชิก สภาผู้แทนราษฎร จึงเป็นผลให้สมาชิกภาพของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้ง ๔ ท่านสิ้นสุดลง ตามมาตรา ๑๐๑ (๓) ท่านประธานสภาได้ประกาศให้ผู้มีรายชื่อลำดับถัดไปเลื่อนขึ้นมาเป็น สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแทนตามมาตรา ๑๐๕ (๒) มีดังนี้ ๑. นางบุศริณธญ์ วรพัฒนานันน์ ซึ่งอยู่ในลำดับที่ ๖ ของพรรคเพื่อชาติ ๒. นายรองรักษ์ บุญศิริ อยู่ในลำดับที่ ๓ ของ พรรคประชาภิวัฒน์ ๓. นายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ อยู่ในลำดับที่ ๙ ของพรรครวมพลัง ๔. นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ อยู่ในลำดับที่ ๓๑ ของพรรคประชาธิปัตย์ จึงขอแจ้งให้ ที่ประชุมทราบ🔗
เรื่องที่ ๓ ที่ผมได้กราบเรียนให้ทราบตอนต้นว่าสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นต้องปฏิญาณตน ในที่ประชุมก่อนเข้ารับหน้าที่ตามมาตรา ๑๑๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย สมาชิกทั้ง ๓ ท่าน พร้อมไหมครับ อยู่ในห้องประชุมหรือยังครับ ถ้าอยู่ในห้องประชุม มีท่านบุศริณธญ์ ท่านรองรักษ์ ท่านนาวาตรี สุธรรม ได้ยืนขึ้นเพื่อจะปฏิญาณตน โดยผมขอ กล่าวนำ แล้วให้ระบุชื่อตนเองนะครับ พร้อมไหมครับ ๓ ท่านแล้วนะครับ เริ่มนะครับ🔗
“ข้าพเจ้า นางบุศริณธญ์ วรพัฒนานันน์ ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติ หน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้ และปฏิบัติตาม ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”🔗
“ข้าพเจ้า นายรองรักษ์ บุญศิริ ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตาม ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”🔗
“ข้าพเจ้า นาวาตรี สุธรรม ระหงษ์ ขอปฏิญาณว่า ข้าพเจ้าจะปฏิบัติหน้าที่ ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประเทศและประชาชน ทั้งจะรักษาไว้และปฏิบัติตาม ซึ่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยทุกประการ”🔗
เสร็จแล้ว เชิญนั่งครับ ดังนั้นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรปัจจุบันนี้ที่มีอยู่แล้วปฏิบัติหน้าที่ได้มีทั้งหมด ๔๓๙ คน องค์ประชุมเวลาเราเช็ก (Check) องค์ประชุมก่อนลงมติจะต้องมีอย่างน้อย ๒๒๐ คนทุกครั้ง🔗
ระเบียบวาระที่ ๓ รับรองรายงานการประชุม ไม่มี🔗
เรื่องที่ที่ประชุมเห็นชอบให้เลื่อนขึ้นมาพิจารณาก่อน🔗
๑. ร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. .... ซึ่งคณะกรรมาธิการวิสามัญ พิจารณาเสร็จแล้ว เชิญคณะกรรมาธิการครับ พร้อมไหมครับ🔗
ในเรื่องนี้ จากการประชุมคราวที่แล้ว ซึ่งผมนั่งเป็นประธานอยู่นะครับ ในที่ประชุมได้มีการพิจารณา เรื่องนี้ในร่างพระราชบัญญัตินี้อยู่ในวาระที่ ๒ เราได้พิจารณาตั้งแต่ ชื่อร่าง คำปรารภ พิจารณาไปแล้วนะครับ แล้วก็เรียงตามลำดับมาตรา จนถึงมาตรา ๓ เมื่อถึงมาตรา ๓ กรรมาธิการนำไปขอแก้ไข แล้วกลับมาเสนอที่ประชุม แก้ไขโดยการตัดมาตรา ๓ ออกทั้ง มาตรา ในเรื่องนี้ก็มีท่านสมาชิกได้อภิปรายกันจำนวนมากมาย จนกระทั่งปิดการอภิปราย แล้วก็รอลงมติ ผมสั่งปิดประชุม เพื่อจะมาลงมติในวันนี้ต่อไป ดังนั้น ขั้นตอนต่อไปคือการขอมติ ในมาตรา ๓ ว่าจะเห็นด้วยกับการตัดออกของกรรมาธิการหรือไม่ เป็นการลงมติแล้วนะครับ ดังนั้นขอเชิญท่านสมาชิกเข้าห้องประชุมเพื่อมาลงมติด้วยครับ🔗
องค์ประชุม ต้องการ ๒๒๐ ท่านนะครับ ก่อนจะลงมติต้องตรวจสอบองค์ประชุมครับ ท่านสมาชิก เข้ามาในห้องแล้วกดปุ่มแสดงตนเพื่อแสดงตน จะเช็ก (Check) องค์ประชุมครับ ขณะนี้ เรากำลังจะพิจารณาเรื่องที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้วคือร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. .... ซึ่งเป็นการค้างการพิจารณาจากการประชุมครั้งที่แล้ว เราได้ประชุมถึง มาตรา ๓ กำลังจะขอมติจากที่ประชุมในมาตรา ๓ แห่งร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. .... ของคณะกรรมาธิการ ท่านสมาชิกที่เข้ามาในห้องประชุมแล้วกดปุ่มแสดงตน ได้เลยนะครับ🔗
ท่านประธาน ๐๙๕ ชาดา ไทยเศรษฐ์ ขอแสดงตนครับ🔗
มีท่านชาดา ๑ ท่านแสดงตนโดยผ่านไมโครโฟนครับ🔗
ท่านประธานคะ เบญจา แสงจันทร์ ๑๙๙ แสดงตนค่ะ🔗
ท่านเบญจา อีก ๑ ท่านนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ๒๒๙ แสดงตนครับ🔗
บอกชื่อ ด้วยครับ ๒๒๙🔗
๒๒๙ พยม พรหมเพชร แสดงตนครับ🔗
พยม พรหมเพชร🔗
๔๕๒ แสดงตนครับ🔗
ขอชื่อ ด้วยครับ ๔๕๒🔗
เรียนท่านประธาน องค์การ ชัยบุตร ๔๕๒ แสดงตนครับ🔗
ขณะนี้ มีผู้แสดงตนโดยผ่านไมโครโฟนโดยไม่ได้ใช้บัตร ๔ ท่าน ท่านสมาชิกที่อยู่นอกห้องประชุม เข้ามาแสดงตนด้วยนะครับ แสดงตนครบทุกท่านไหมครับ มีท่านใดยังไม่ได้แสดงตนมีไหม ถ้าไม่มี ขอปิดการแสดงตน มีผู้แสดงตนโดยใช้บัตรกดปุ่มแสดงตน ๒๒๙ ท่าน บวก ท่านชาดา ท่านพยม ท่านองค์การ แล้วก็ท่านญาณธิชา อีก ๔ ท่าน เป็น ๒๓๓ ท่านนะครับ🔗
ท่านประธาน เมื่อสักครู่ที่ขาน เป็นท่านเบญจานะครับ ไม่ใช่ท่านญาณธิชานะครับ🔗
ขออภัยครับ ท่านเบญจานะครับ เป็น ๒๓๓ ท่าน ครบองค์ประชุม องค์ประชุมต้องการ ๒๒๐ ท่านครับ🔗
เราพิจารณามาถึงมาตรา ๓ ที่จะขอมติ เนื่องจากมาตรานี้คณะกรรมาธิการได้เสนอที่ประชุม แก้ไขโดยตัดออกทั้งมาตรา ดังนั้นต้องถามจากที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับการตัดมาตรา ๓ ออกทั้งมาตราของคณะกรรมาธิการหรือไม่ องค์ประชุมครบ ขอถามมติเลยนะครับ ท่านสมาชิกท่านใดเห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการที่ตัดออกทั้งมาตราโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ท่านสมาชิกท่านใดไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย งดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญท่านกดปุ่มออกเสียงลงคะแนนครับ🔗
๒๒๙ เห็นด้วยครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ๐๙๕ ชาดา ไทยเศรษฐ์ เห็นด้วยครับ🔗
๒๒๙ พยม พรหมเพชร เห็นด้วยครับ🔗
ครั้งเดียวนะครับ ท่านพยมครับ โอเค (OK) ครับ กรุณาบอกชื่อ บอกเลขที่ด้วยก็ดีครับ มี ๒ ท่านที่ลงมติ โดยไมโครโฟน ๒ ท่านเห็นด้วยนะครับ ลงมติทุกท่านหรือยังครับ ถ้าลงแล้ว ผมขอปิดการ ลงมติลงคะแนน ผู้ลงมติ ๒๓๓ บวก ๒ เป็น ๒๓๕ ท่าน เห็นด้วย ๑๙๙ บวก ๒ เป็น ๒๐๑ ท่าน ไม่เห็นด้วย ไม่มี งดออกเสียง ๓๑ ท่าน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ ท่าน ดังนั้น มติที่ประชุมเห็นด้วยกับการตัดออกทั้งมาตรา ในมาตรา ๓ นี้นะครับ🔗
ต่อไป มาตรา ๔ มาตรา ๔ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น มีผู้แปรญัตติขอสงวน คำแปรญัตติ ขอเชิญกรรมาธิการที่ขอสงวนจะติดใจไหมครับ ผู้แปรญัตติมีท่านใดติดใจไหม ผู้แปรญัตติที่ขอสงวนไว้ก่อนนะครับ เชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาตในมาตรา ๔ มีการแก้ไขของกรรมาธิการหลายอันนะครับ ผมในฐานะสมาชิกก็เลย ต้องมีคำถาม ๒-๓ คำถาม เพื่อให้เข้าใจในประเด็นดังกล่าว โดยเฉพาะที่เพื่อนสมาชิกผม ย้ำเตือนหนักหนา กัญชากับกัญชงมีมีนนิง (Meaning) ที่แตกต่างกันพอสมควรนะครับ แต่ท่านไปแก้เติมตรงกัญชง โดยว่าคณะกรรมาธิการกัญชา กัญชง กำหนดประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา ตรงนี้อยากทราบตัวเลขของทีเอชซี (THC) ว่าจะประกาศเท่าไร ช่วยยืนยันชัดเจนหน่อย เพราะว่าชาวม้งทั้งหลายที่อยู่ในชนบทอยู่ในเขาจะได้รู้ว่ากัญชง มันปลูกแล้วไม่ผิดกฎหมายนะครับ🔗
ถัดไปสารสกัด ท่านเติมในคำว่า สารสกัด คือ ช่อดอก แต่ไม่รวมถึงยาเสพติด ในประมวลยาเสพติด ตรงนี้สารสกัดก็น่าจะต้องมีน้ำหนักของทีเอชซี (THC) เพราะสิ่งที่ กฎหมายบัญญัติว่าเป็นยาเสพติดคือปริมาณทีเอชซี (THC) ที่อยู่ในช่อดอกของกัญชา หรือกัญชงเท่านั้น ที่สรุปแล้วไม่ใช่ยาเสพติด ที่เป็นจุดมุ่งหมายของคณะกรรมาธิการชุดนี้🔗
ถัดไปในการตัดประเด็นหลายประเด็นที่เพิ่ม โดยเฉพาะคำว่า บริโภค คำว่า บริโภค คือการเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าทางใดหรือรูปแบบใดก็ตามที่เขียนไว้ เป็นคำที่ผมเคย อภิปรายไว้คราวที่แล้วว่าน่าจะเป็นคำครอบคลุมใหญ่หรือเปล่า หรือเป็นมีนนิง (Meaning) ท่านยังเติมในคำว่า บริโภค ลงไป โดยเฉพาะเรื่องของนิยามศัพท์ที่เพิ่มลงไปคำหนึ่ง คำว่า สูบ ทำไมท่านไม่เติมคำว่า รม ลงเข้าไปด้วย รม ท่านเคยรมไหมครับ แพทย์แผนไทย เขาจะเคยรม รมสมุนไพรให้ผิวสวย ผิวงาม ผมก็พูดไปแล้ว เสพเข้าทางจมูกได้ด้วย ใส่ตู้อบ นั่งยอง ๆ แล้วก็เอาสมุนไพร นี่คือกัญชง กัญชา มันก็เอามารมอีก ถ้าเอาช่อดอกไปใส่แล้วเผา แล้วรม ทำไมไม่ใส่ หรือจะไปอยู่ในมีนนิง (Meaning) รวม ผมเป็นคำถามว่าทำไมไม่ใส่ คำว่า รม เพราะว่าในการรมของผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ก็ดีหรือแพทย์แผนไทยที่ผู้ชายชอบ หรือผู้หญิงก็ชอบในการอบสมุนไพร ยังมีอยู่หลากหลายในชนบท นั่นคือคำถามหนึ่งที่ต้อง ตอบให้ได้ว่าท่านจะเอาไปขมวดอยู่ในคำว่า ในเมื่อ หรือนำเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าวิธีใด ๆ หรือรูปแบบใด ๆ หรืออย่างนั้น🔗
คำถามถัดไปเป็นคำถามที่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มนิยามว่า การสื่อสาร ทางการตลาด ข้อความใบจดแจ้งที่อยู่ตอนท้ายสุดของมาตรา ๔ ซึ่งเป็นการเพิ่ม เพื่อประโยชน์การค้า ตรงนี้ละครับ ท่านดูสิว่านิยามตรงนี้ในคำว่า โฆษณา แล้วต่อท้าย บลา บลา บลา (Blah Blah Blah) มันมีคำว่าเพื่อประโยชน์การค้า ทีนี้คำถามตรงนี้ ค้าเพื่ออะไร ถ้าค้าเพื่อสันทนาการผมว่าไม่ถูกต้อง แต่ถ้าค้าเพื่อทางการแพทย์ เพื่อให้ ประชาชน ผู้ป่วย ผู้มีส่วนได้เสียได้รับประโยชน์จากการโฆษณา เพื่อให้เขาเข้าใจถึงผลิตภัณฑ์ หรือสารสกัดที่ได้จากกัญชงหรือกัญชามา ในทางการค้าอื่น ๆ ยกเว้นอย่างเดียว การค้า อย่างอื่น ๆ ยังพอรับได้ เช่นกัญชง เสื้อผ้าที่ท่าน ส.ส. เพื่อนผม ณัฐพล ขอเอ่ยชื่อนิดหนึ่ง นั่งอยู่ข้างหน้าผม ใช้อยู่เป็นกัญชง ผมก็มีผ้ากัญชง ๓ ชิ้น วันนี้ไม่ได้ใส่มา ผมจึงอยากถามว่า เพื่อการค้า ถ้าเป็นการค้าขายเพื่อสร้างเศรษฐกิจไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นการค้าเพื่อสันทนาการ เปิดห้างร้าน เปิดที่เสพ เปิดที่สูบ เปิดที่รมควันเพื่อเสพเข้าร่างกาย อย่างนี้จะผิดกฎหมาย หรือไม่ครับท่านประธาน เป็นคำถาม ๓ คำถาม ขอบคุณครับ🔗
จะอนุญาตให้ท่านผู้ขอสงวนความเห็นคือกรรมาธิการเสียงข้างน้อยกับผู้แปรญัตติ สงวนคำแปรญัตติ ถ้ายังติดใจอยู่ มีท่านกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ท่านเท่าพิภพ เชิญครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร แบบแบ่งเขต ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการเสียงส่วนน้อยครับ ในมาตรา ๔ ผมก็ได้ขอสงวนความเห็นไว้ ในเรื่องของอำนาจในการให้อนุญาตของผู้อนุญาตนะครับ ซึ่งแต่เดิมร่างเราจะให้อำนาจของ ทางเลขาธิการ อย. เป็นผู้ให้อนุญาตนะครับ แล้วอีกอันหนึ่งก็จะเป็นเรื่องของผู้จดแจ้ง ซึ่งตอนนี้คณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ก็ได้ให้คณะกรรมการอาหารและยาหรือ อย. เป็นผู้รับจดแจ้งนะครับ ซึ่งตรงนี้ในความเห็นของผมในตอนแรกที่ผมได้แปรไว้คือผมแปรไว้ว่า ให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง หรือว่าผู้ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มอบหมายนะครับ ก็จะอธิบายตรงนี้ว่าในความเห็นของผมนี้ยังยืนยันว่ากัญชาก็ควรจะมีการ เก็บภาษีอะไรบางอย่างเยี่ยงภาษีสรรพสามิต เหมือนเหล้า เบียร์ต่าง ๆ ถ้าเกิดขึ้นได้ผมจึง สงวนความเห็นไว้อย่างนี้ แต่สภาจะว่าอย่างไรผมก็น้อมรับนะครับ แต่สิ่งที่ผมยืนยัน ในหลักการว่าผู้รับจดแจ้ง การรับจดแจ้งหมายถึงการที่ประชาชนจะปลูกที่บ้านใช่ไหมครับ แล้วคราวนี้ผมก็คิดว่าการที่ให้ไปขออนุญาตจาก อย. เพื่อประชาชนธรรมดา หลาย ๆ ครั้ง เขาอยู่ต่างจังหวัดความสะดวกสบายอาจจะไม่ได้รับประโยชน์อย่างนั้น ผมจึงขอแปรญัตติว่า ให้เป็นในเชิงขององค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นผู้ว่า กทม. หรือว่าองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดในจังหวัดนั้น ๆ เป็นผู้รับจดแจ้งนะครับ เพราะการจดแจ้งก็คือการแจ้งทราบ นั่นเอง โอเค (OK) เข้าใจครับ กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ก็อธิบายกับผมว่าจำนวนการปลูก อะไรต่าง ๆ อย. เขาต้องรายงานต่อนานาชาติว่าเท่าไร แต่ผมว่าหน่วยงานราชการไปออก ประกาศกันเองให้องค์การบริหารส่วนท้องถิ่นได้ทำยอดแล้วส่ง ผมว่าไม่น่าจะติดอะไร จึงมาขอเสียงสภาเพื่อให้เห็นชอบกับผมเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนครับ🔗
อีกเรื่องหนึ่ง ถึงแม้ผมเป็นกรรมาธิการเสียงส่วนน้อย ผมก็อยากจะช่วยชี้แจง เรื่องที่ท่านสมาชิกสุพิศาล ภักดีนฤนาถ ขออนุญาตเอ่ยนามได้สอบถามเกี่ยวกับการสื่อสาร ทางการตลาดว่าหมายความว่าอย่างไร ตอนแรกจะมีคำว่าโฆษณาอะไรต่าง ๆ นานา ซึ่งตรงนี้เองผมจากประสบการณ์ทำเรื่องสุรามามันก็จะมีกฎหมายควบคุมเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ที่เขาเรียกว่าหลาย ๆ คนก็คงรู้ว่าโพสต์ (Post) แก้วเหล้าไม่ได้ โดนปรับติดคุก มากกว่าวิ่งราวอีกกระมังครับ ซึ่งอันนี้ก็เป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน เพื่อป้องกัน เหตุนั้นจึงมานิยามในเรื่องของการสื่อสารทางการตลาดนะครับ ซึ่งจะได้ชัดเจนไปเลยว่า ประชาชนคนธรรมดาถ้าอยู่ดี ๆ โพสต์ (Post) แล้วไปติดรูปอะไรอย่างนี้ ก็คือไม่ได้ตั้งใจ จะขาย ไม่ได้เป็นคนที่จะค้าขายเรื่องนี้ก็ควรจะไม่มีความผิดตามนิยามในการห้ามโฆษณา ซึ่งจะมีในมาตราต่อ ๆ ไปในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ อันนี้ก็ช่วยชี้แจงแม้เป็นกรรมาธิการ เสียงส่วนน้อย เพราะว่าอันนี้ผมก็อยากให้เกิดความชัดเจน แล้วก็ลดการใช้ดุลยพินิจของ เจ้าหน้าที่ราชการในการไปกลั่นแกล้งประชาชนโดยใช่เหตุ ขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านสมาชิกซักถาม มีรายชื่อ ๓-๔ ท่าน คุณหมอบัญญัติ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมได้สงวนคำแปรญัตติในมาตรา ๔ ของ ร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. .... ไว้นะครับ โดยกระผมให้แก้ไขปรับปรุงในหัวข้อ ผู้รับจดแจ้ง ซึ่งในร่างเดิมให้นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด หรือผู้ซึ่งนายกองค์การบริหาร ส่วนจังหวัดมอบหมาย ผมขอแก้เป็น ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย เนื่องจากในห้วงระยะเวลาปี ๒๕๖๒ ถึงปี ๒๕๖๕ ที่ผมเป็นอนุกรรมาธิการเกี่ยวกับกัญชา กัญชง เห็นปัญหาอุปสรรคในการอนุมัติ อนุญาตของ อย. ว่ามีความยุ่งยากมาก ในช่วงนั้น กัญชาทางการแพทย์มีการพัฒนาไปตามลำดับ แต่ว่าผู้ที่ปลูกกัญชาไม่ว่าจะเป็นวิสาหกิจ ชุมชนในช่วงนั้นก็ดีที่จะต้องทำเอ็มโอยู (MOU) กับโรงพยาบาลหรือสถานศึกษา มหาวิทยาลัยต่าง ๆ ก็ดี ก็ต้องมาขออนุญาตที่ อย. ซึ่งอยู่ที่ส่วนกลาง ทำให้เกิดความยุ่งยาก ตอนนั้นเราเห็นปัญหาแล้วคิดว่าถ้า อย. ซึ่งก็คือราชการบริหารส่วนกลาง ถ้ามอบอำนาจให้ ราชการบริหารส่วนภูมิภาคก็คือผู้ว่าราชการจังหวัด หรือผู้ว่าราชการจังหวัดจะมอบให้ สาธารณสุขจังหวัด สาธารณสุขจังหวัดก็มีกลุ่มงานคุ้มครองผู้บริโภค ซึ่งทำหน้าที่เป็นเหมือน อย. ในระดับจังหวัดอยู่แล้ว ทำหน้าที่ในการที่จะเป็นผู้รับจดแจ้ง หรือจะเป็นผู้ดูแลเกี่ยวกับ เรื่องของกัญชาทางการแพทย์แทน อย. ผมว่าจะเป็นการแก้ปัญหาที่ถูกจุด ในส่วนเรื่องของ การมอบอำนาจจากส่วนกลางนั้นผมเห็นว่าไปที่ผู้ว่าราชการจังหวัดจะเหมาะสมกว่า กับการ ที่ไปที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดนั้น ปัจจุบันองค์การบริหารส่วนจังหวัดเป็นการบริหาร ส่วนท้องถิ่น หลายภารกิจก็ยังไม่มีการกระจายอำนาจ โดยคณะกรรมการการกระจายอำนาจ ไปให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เรื่องสุขภาพนี้ท้องถิ่นก็ยังไม่ได้รับไปทั้งหมด ปัจจุบัน อย่าง รพ.สต. ก็ยังไปแค่บางจังหวัดเท่านั้นเอง ผมได้สงวนคำแปรญัตติไว้ในส่วนนี้นะครับ ในส่วนของกรรมาธิการเสียงข้างมากที่ผมไม่เห็นด้วยก็คือในเรื่องของสารสกัด สารสกัด ที่กรรมาธิการเสียงข้างมากได้ตัดคำว่า หมายความว่าได้จากกระบวนการสกัดทุกส่วนของ กัญชา กรรมาธิการเสียงข้างมากก็ไปตัดคำว่า ทุกส่วนของกัญชา แล้วเพิ่มคำว่า จากช่อดอก อันนี้ผมไม่เห็นด้วย เพราะว่าใครจะไปรู้ว่าอนาคตในส่วนที่ไม่ใช่ช่อดอกซึ่งมีสารทีเอชซี (THC) อาจจะไม่ได้มากเท่าช่อดอก แต่กระบวนการสกัดที่มีประสิทธิภาพก็สามารถที่จะทำให้ มีสารทีเอชซี (THC) ซีบีดี (CBD) ต่าง ๆ เพิ่มขึ้นมาก็ได้ ผมคิดว่าเพื่อให้เกิดความครอบคลุม คือคำว่าสารสกัดนั้นต้องมาจากทุกส่วนของกัญชาจึงจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง อยากจะฝากทาง ท่านกรรมาธิการได้ตอบข้อซักถามว่าส่วนที่ผมไม่เห็นด้วยนั้นทางกรรมาธิการเสียงข้างมาก ให้เหตุผลอย่างไรนะครับ ท่านประธานกราบขอบพระคุณครับ🔗
เชิญ ท่านดะนัย มะหิพันธ์ ท่านไม่ได้ขอสงวนนะครับ เพราะฉะนั้นเสนอเพิ่มเติมไม่ได้ นอกจาก ซักถามในสิ่งที่แก้ไขนะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม ดะนัย มะหิพันธ์ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอำนาจเจริญ เขตเลือกตั้งที่ ๒ ผมขออภิปราย ร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. .... ในมาตรา ๔ เรื่องการนิยามความหมายของคำ ผมสงสัยที่ท่านกรรมาธิการไปเพิ่มเติมในคำว่า บริโภค บริโภคหมายความว่ากิน เคี้ยว ดื่ม อม ท่านไปเพิ่มคำว่า สูบ เข้ามา สูบหรือนำเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ หรือในรูปแบบลักษณะ ใด วันนี้เราเห็นข่าวตามสื่อมวลชน เราเห็นภาพที่ปรากฏที่แท้จริง ผมได้รับ เรื่องร้องเรียนในพื้นที่เรื่องการสูบกัญชามันมากเหลือเกิน ผมฟังท่านประธานกรรมาธิการ พูดวันที่ท่านเกริ่นนำ การนำเสนอร่าง พ.ร.บ. ตัวนี้ ท่านประธานบอกว่าขณะนี้หลังจากที่ เปิดกัญชาเสรีแล้วทำให้การเสพยาบ้าลดลง มันไม่ใช่วิธีการที่ดี ท่านประธาน เชื่อไหมว่าทุกวันนี้เขาเสพกัญชา ยาบ้าคือส่วนผสมอีกส่วนหนึ่งที่เข้าไปอยู่ในกัญชา เขาเปลี่ยนสูตรใหม่แล้ว เด็กนักเรียนตั้งแต่ประถม ไม่ว่าจะพกน้ำกระท่อมไปโรงเรียน สูบกัญชาแล้วก็ไปโรงเรียน หนีโรงเรียนไปสูบกัญชา สถานที่สูบอยู่ในป่า อยู่ในวัด พระก็ร้องเรียน ผมได้รับข้อมูลจากพระสงฆ์องคเจ้าท่านบอกว่าทำไม ส.ส. ไม่พูดในสภา วันนี้ ผมพูดให้แล้ว ท่านพระคุณเจ้าทุกรูปที่ท่านบอกผมมา ผมได้นำเสนอว่าท่านมาเขียนคำว่า สูบ ลงไปในนิยามคำว่า บริโภค อีก นั่นแสดงว่าท่านส่งเสริม สนับสนุนให้ปลูกครัวเรือนละ ๑๕ ต้นเพื่อสูบใช่หรือไม่ กัญชาเคี้ยวไม่ได้ แต่ดื่มได้ถ้ามีการต้ม การกลั่น ผมจึงเห็นว่าการที่ ท่านมาแก้ไขมาเพิ่มเติมคำว่า สูบ เข้าไป มันเป็นการส่งเสริม เป็นการสนับสนุน จึงอยาก จะฝากท่านประธานผ่านได้ถึงท่านกรรมาธิการและผ่านไปถึงพี่น้องประชาชนว่า วันนี้กัญชา เป็นยาเสพติดที่รุนแรงเพราะมีส่วนผสมอื่นเข้าไปผสมในกัญชาด้วย เด็กเขาบอกเอง ไม่ใช่ ผู้ใหญ่บอก เพราะว่าเดี๋ยวนี้เด็กเขาเรียนรู้แล้วก็เรื่องไม่ดีเขาก็จะบอกต่อ ๆ กันไปในกลุ่ม เห็นใจผู้ปกครอง เห็นใจพี่น้องประชาชนที่เขาดูแลลูกเต้าไม่ไหว เห็นใจพี่น้องเพื่อนครู ที่ไม่สามารถที่จะควบคุมกำกับดูแลเด็กนักเรียนได้จนมีปัญหาเกิดขึ้นทุกวัน ก็ฝาก ท่านประธานผ่านไปถึงกรรมาธิการด้วยครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านนิยม ได้สงวนคำแปรญัตติใช่ไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมแปรญัตติในมาตรา ๔ ร่วมกับท่านรัฐมนตรีวิสาร เตชะธีราวัฒน์ ผม คุณหมอบัญญัติด้วย ในมาตรานี้ คุณหมอบัญญัติพูดไปแล้ว คือในส่วนของผม คณะกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ไปแปรญัตติแล้วมันไม่ชัดเจนตรงประเด็นที่ว่าการแปรญัตติ ผมต้องเกริ่นขึ้นตรงนี้คือ ความไม่ชัดเจนในคำนิยามของมาตรา ๔ ในมาตรา ๓ ผมอภิปรายไว้แล้วว่าตัดมาตรา ๓ ออก ผมเห็นด้วย แต่ในมาตราอื่นมันเกี่ยวพันกัน ท่านตัดอันหนึ่งแต่อันหนึ่งมันยังไม่ตัด มันเลยเป็นปัญหา แม้กระทั่งกรรมาธิการที่ตัดออกในส่วนของคำว่า ซึ่งผมต้องแปล ผลิต เอาผลิตเป็นตัวอย่าง ของผมใส่ไว้เต็ม คำว่า ผลิต หมายความว่า เพาะ ปลูก ทำผสม ปรุง แปรสภาพ เปลี่ยนรูป สังเคราะห์ ทางวิทยาศาสตร์ และให้ความหมายรวมถึงการบรรจุหรือรวมบรรจุด้วยเพื่อขาย ซึ่งก็ไม่รวม ถ้าการแปรรูปแบบง่าย ๆ แต่กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ในร่างพระราชบัญญัตินี้ที่ตัดออก คือท่านบอกว่าผลิตไม่นับ เป็นการเพาะและปลูก อันนี้เป็นประเด็นที่ผมต้องถามว่าการปลูก ไม่ถือเป็นการผลิตหรือ ภาษาบ้านใครพูด ปลูกไม่ถือเป็นการผลิตคืออะไร ท่านตัดออก ผมจึงบอกว่าเพาะหรือปลูกก็คือการผลิต นี่เป็นประเด็นที่ผมต้องแปรญัตติว่า อะไรก็ตาม ที่มันเกี่ยวเนื่องที่มันมาเป็นกัญชามันคือการผลิตทั้งนั้นละครับ ท่านไปเปิดดูในพจนานุกรมได้ ไม่มีหรอกผลิต ไม่มีคำว่า ปลูก ไม่มีคำว่า เพาะ เพาะกับปลูกไม่มี ท่านตัดออก ผมจึง กราบเรียนว่าผมใส่ไว้ ที่ผมแปรญัตติคือคำว่า ผลิต ก็หมายความว่า เพาะ ปลูกด้วย แล้วก็ใส่ เข้าไปทั้งหมด เพาะ ปลูก ทำผสม ปรุง แปรสภาพ เปลี่ยนรูป สังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ อะไรประเภทนี้นั่นคือการผลิต ผมต้องกราบเรียนว่าที่ผมแปรญัตติไว้ กัญชา กัญชงผมไม่พูด ก็ได้ครับ ผมเห็นด้วยเรื่องกัญชงเพราะว่ามันไม่ได้เรื่องเสียหาย ซึ่งกฎหมายฉบับนี้กัญชงไม่น่า มาใส่ด้วยซ้ำไปเพราะมันเป็นคนละเรื่องกัน กัญชาทุกสกุลสูบแล้วเมาหมด ท่านไม่ต้องพูด อย่างอื่น เพราะฉะนั้นผมจึงแปรญัตติว่ากัญชาหมายความว่าพืชในสกุลแคนเนบิส (Cannabis) วัตถุหรือสารต่าง ๆ ที่มีอยู่ในพืชกัญชา เช่น ยาง น้ำมัน อะไรพวกนี้ นั่นละคือ กัญชา ชีวิตผมอยู่กับกัญชาครับ ดังนั้นสารสกัดที่ว่าผมจึงแปรไว้ว่าสารสกัดหมายความว่าสาร ที่ได้จากกระบวนการสกัดทุกส่วนของกัญชา นี่ผมยืนยันแบบนั้นท่านประธาน ส่วนคณะกรรมาธิการท่านจะเห็นอย่างไรก็เรื่องของท่าน ผมในฐานะคนหนึ่งในสภานี้ ผมยืนยันว่าทุกส่วนของกัญชาที่สกัดออกมาคือสารสกัด ไม่เหมือนบางท่านบอกว่ากัญชา ไม่เป็นยาเสพติด แต่สารที่อยู่ในกัญชาเป็นยาเสพติด แค่นี้คนฟังทั้งบ้านทั้งเมืองเขาก็หัวเราะ แล้วครับ ทีนี้ผมแปรญัตติไว้อีกอันหนึ่งครับ คำว่า บริโภค ของผมใส่คำว่า กิน เคี้ยว ดื่ม อม หรือนำเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าด้วยวิธีใด ๆ หรือรูปลักษณะใด ๆ ในการแปรญัตติของผมใส่คำว่า บริโภค ทุกอย่างผมถือว่าคือการบริโภค ไม่ว่าการกิน เคี้ยว ดื่ม อม รวมถึงการสูบด้วย ในส่วนของกรรมาธิการท่านบอกสูบไม่ใช่การบริโภค คิดคนละประเด็น สูบก็คือการบริโภค อย่างหนึ่ง ผมยืนยันครับ เพราะฉะนั้นผมจึงแปรว่า บริโภค หมายความว่า กิน เคี้ยว ดื่ม อม หรือนำเข้าสู่ร่างกายโดยวิธีใด ๆ หรือในรูปลักษณะใด ผมไม่พูดถึงการสูบ อะไรก็ตามที่นำ เข้าสู่ร่างกายนี่คือการบริโภค ท่านประธานขอบคุณมากครับ🔗
เชิญ ท่านณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ผม นายณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะสัดส่วนจากกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งเกี่ยวข้องและมีส่วนได้ส่วนเสีย กับร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. .... ฉบับนี้โดยตรงครับ ขอเป็นปากเป็นเสียงแทนพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ ในมาตรา ๔ ในมาตรานี้ท่านประธานครับ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปราย เนื้อหาสาระของมาตรานี้ก็คือการชี้ชัดอธิบายว่ากัญชา คืออะไร กัญชงคืออะไร เป็นคำถามที่ถามผ่านท่านประธานไปยังกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ ทำไมกัญชาก็คือแคนนาบิส (Cannabis) ทำไมกัญชงก็ใช้คำว่าแคนนาบิส (Cannabis) ๒ คำนี้ไม่ต่างกันเลยใช่ไหมครับ อย่างนั้นเราใช้คำว่ากัญชา กับ พ.ร.บ. กัญชง ทำไมครับ ในโลกที่เขาใช้กัน รวมทั้งรายงานของกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาแนวทางการใช้และแก้ไข ปัญหาเกี่ยวกับการใช้กัญชา กัญชง และใบกระท่อมอย่างเป็นระบบ ที่ผ่านจากสภา ผ่านไปแล้ว กัญชงเราใช้คำว่าเฮมพ์ (Hemp) คำถามและข้อสงสัยทั้งหมดในมาตรา ๔ ตั้งแต่ คำที่ใช้เรียกชื่อ ถ้าคำมันผิด สาระข้างในมันก็จะผิดไปด้วยหรือไม่ เป็นคำถามที่ต้องถามว่า ในหน้าที่ของสภานี้ที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เรามาจากประชาชน ปวงชนชาวไทย เราต้องร่างกฎหมายทุกคำทุกมาตราให้เกิดความเป็นธรรม และการตั้งเข็มทิศมันผิดตั้งแต่แรก เป้าหมายมันจะผิดไหมครับท่านประธานครับ ผมจะอธิบายเพื่อให้มีความเข้าใจ เรื่องการผลิต ในสาระการผลิต ทำไมต้องเพาะปลูก ทำไมต้องตัดออก กัญชาก็ต้องเพาะปลูก กัญชงก็ต้อง เพาะปลูก เพราะพืช ๒ ชนิดนี้เป็นพืชมันต้องเพาะปลูก ในส่วนของกัญชาผมจะแตะให้น้อย แต่ในส่วนของกัญชง กัญชงคือพืชจิตวิญญาณ พืชวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาติพันธุ์ เมล็ดสายพันธุ์ ที่เราปลูกบนดอยเรารู้จัก เราใช้เป็นเครื่องนุ่งห่ม ไม่ได้ไปใช้เสพเลย ยืนยันที่นี้และพี่น้อง ปวงชนชาวไทยทั้งประเทศให้เข้าใจว่า กัญชงไม่ใช่พืชที่กลุ่มชาติพันธุ์มาใช้สูบ ใช้เสพ เป็นยาเสพติด คือความไม่เข้าใจของเจ้าหน้าที่รัฐ ขึ้นไปบนดอยต้นมันเหมือนกัญชา พี่น้อง กลุ่มชาติพันธุ์เราเรียกว่าหมั้งหรือม่าง จำไว้ชัด ๆ หมั้งหรือม่าง ทั่วโลกพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ รู้จักใช้ในคำนี้ มันเหมือนเปรียบเทียบก็คือคล้าย ๆ คนแฝด อีกคนหนึ่งเป็นโจร อีกคนหนึ่ง เป็นนักบุญ แล้วหน้าตามันคล้ายกัน เราประกาศจับคนที่เป็นคนบาป คนฆ่าสัตว์ หรือคนที่ เป็นฆาตกร ไปเห็นหน้าตาคล้ายกันเลยจับ กัญชงไม่รู้ว่าจะเรียกอะไรก็เลยเรียกกัญชงครับ แต่คนนี้ไม่ใช่คนบาปครับ สิ่งนี้คือสิ่งที่ผิดพลาด ตั้งแต่การใช้คำก็ผิดพลาด การขายทำไม ต้องคิดว่าการแลกเปลี่ยนคือการขาย วิถีชีวิตดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ การแลกเปลี่ยนกัน ไม่คิดว่าเป็นการขายครับ และผู้บริโภคกับการบริโภค การใช้ในครัวเรือน การใช้ก็คือใช้ เป็นกลุ่ม แล้วตัดคำว่า ที่อยู่อาศัยเดียวกัน ตัด ที่อยู่อาศัย ออกไปทำไม เพราะพี่น้องกลุ่ม ชาติพันธุ์เราอยู่เป็นกลุ่มก้อน เราอาศัยอยู่ที่เดียวกัน แล้วเราพึ่งพิงพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน เพื่อยืนยันนะครับ ต้นกัญชาคือต้นที่ผมโชว์ตรงนี้ครับ เป็นแค่เส้นใยเพื่อใช้ในการทำ ความอบอุ่นให้กับร่างกาย ท่านประธานขออนุญาตนะครับ นี่คือผ้าใยกัญชง ขอยืนยันที่นี้ว่า การออก พ.ร.บ. ฉบับนี้เป็นการลิดรอนสิทธิวัฒนธรรมดั้งเดิมของกลุ่มชาติพันธุ์ นี่คือสิ่งที่ผม กังวลใจว่า พ.ร.บ. กฎหมายฉบับนี้เป็นความลำบากใจของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่มัน กำกวม มันไม่ชัดเจน ผมเห็นด้วยครับกับการตัดออกจากพืชเสพติดประเภทที่ ๕ แต่เรายัง ไม่มีมาตรการในการควบคุม กฎหมายจะต้องไม่เป็นกฎหมายที่กดทับ ต้องเป็นกฎหมายที่ ปลดล็อก กฎหมายที่ไม่ยุติธรรม มันไม่เท่ากับเป็นกฎหมาย และถ้าไม่มีการยอมรับ มันก็เป็น เพียงแค่กฎหมู่เท่านั้นครับ ขอบคุณครับ🔗
ต่อไป ท่านคุณหมอวาโยครับ เชิญครับ🔗
เรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ กระผม วาโย อัศวรุ่งเรือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล กับร่างพระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. .... ที่กำลัง พิจารณาอยู่ในมาตรา ๔ นี้ ซึ่งเป็นมาตราที่สำคัญเพราะว่าเป็นมาตราที่เกี่ยวกับบทนิยาม ว่าสิ่งที่เรากำลังจะพูดกันต่อไป ๙๐ กว่ามาตรา เรานิยามมันว่าอะไร ผมมีอยู่ประมาณ ๕ ประเด็นกับเวลา ๕ นาทีนี้จะพยายามจัดสรรให้ดีที่สุด เพราะว่าบทนิยามบทเดียว มาตรานี้ มาตราเดียว ๒ หน้าเข้าไปแล้ว ได้เวลา ๕ นาทีก็ว่ากันไป🔗
เรื่องแรก ท่านนิยามกัญชากับกัญชงแยกกัน ซึ่งจริง ๆ แล้วเป็นนิมิตหมาย ที่ดีมาก เพราะต่อเนื่องจากท่าน ส.ส. ณัฐพล จากพรรคก้าวไกล ผู้แทนจากชาวม้ง ก็บอก ไปแล้วว่ากัญชากับกัญชงมันไม่เหมือนกัน ท่านเอามารวมกันแล้วมาบังคับขู่เข็ญรวมกันแบบนี้ ไม่น่าจะเหมาะสม เพราะว่ากลุ่มชาติพันธุ์เขาก็ยังใช้กัญชงในวิถีชีวิตของเขา ตามแนวทาง ของเขาในการทำเส้นใย ทำผ้า ทำมุงหลังคา ทำสิ่งของอะไรต่าง ๆ แล้วก็กัญชงนี้มันไม่ได้ มีใครเอามาพี้กัน มันเสียเวลา สิ่งที่มันต่างกันระหว่างกัญชากับกัญชง หลัก ๆ ก็คือว่า สารประกอบที่อยู่ข้างใน มันมีทีเอชซี (THC) กับซีบีดี (CBD) กัญชาซีบีดี (CBD) สูง สูบเข้าไป แล้วมันไฮ (High) ส่วนกัญชงทีเอชซี (THC) มันน้อย ซีบีดี (CBD) สูงกว่า ทีนี้ถามว่าทำไม เราถึงต้องมานั่งแยกกัน ผมเลยอยากจะเสนอทางกรรมาธิการอย่างนี้ว่าคือถ้าท่านจะเขียน กัญชากับกัญชงลงไปในนี้แล้วถ้าท่านอยากตัดกัญชงออก เพื่อให้กลุ่มชาติพันธุ์เขาสามารถ ใช้ได้ ท่านตัดแค่คำเดียวนี่คือจบเลย จบเลยท่านประธาน กัญชงนี่หมายความว่าพืชในสกุล แคนนาบิส (Cannabis) ใช่ไหม และวัตถุหรือสารต่าง ๆ ที่มีอยู่ในพืชกัญชง เช่น ยางน้ำมัน และมีสารทีเอชซี (THC) ไม่เกินปริมาณตามที่คณะกรรมการกำหนดใช่ไหมครับ ไม่เกินนะ ถ้าท่านตัดคำว่า ไม่ ออก แล้วเหลือแค่คำว่า กัญชง คือตัวที่มีทีเอชซี (THC) เกินกว่า ที่คณะกรรมการกำหนด คือมีทีเอชซี (THC) สูงเกินไป ก็ให้เข้ามาอยู่ในความควบคุมของ พระราชบัญญัตินี้ เพราะว่าอะไรครับ เพราะผมเข้าใจว่ากรรมาธิการรอบคอบว่าถ้าสมมุติว่า เราปล่อยกัญชงออกไป ในอนาคตอาจจะมีผู้ที่พัฒนากัญชงแล้วทำให้ทีเอชซี (THC) มันสูง แล้วก็มาหลุดรอดใช้ช่องโหว่จาก พ.ร.บ. ฉบับนี้ แต่ถ้าท่านเขียนเอาไว้ว่าถ้าอย่างนั้น ฉันกำหนดเลยว่ากัญชงที่มันมีทีเอชซี (THC) สูงเกินกว่าค่าเท่านี้ให้ถือว่าเข้ามาอยู่ใน พ.ร.บ. นี้ด้วย ฉันควบคุมด้วย แบบนี้พี่น้องชาวชาติพันธุ์ก็สามารถใช้กัญชงที่มีค่าทีเอชซี (THC) น้อย ๆ ได้ ประเด็นนี้ผ่านไป🔗
ประเด็นที่ ๒ สารสกัด เดิมเขียนเอาไว้ว่าคือกระบวนการอะไรก็ไม่รู้ สกัดออกมาจากทุกส่วน แต่ท่านกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ไปตัดคำว่า ทุกส่วน ออก แล้วไปเติมคำว่า เป็นช่อดอก แทน แล้วทำไมละ ถ้าเทคโนโลยีในอนาคตมีคนสกัดทีเอชซี (THC) ออกมาได้เยอะ ๆ จากรากมัน แล้วท่านจะบอกว่าสิ่งนั้นไม่ใช่สารสกัดหรือ ผมคิดว่า แบบนี้ก็อาจจะไม่ค่อยเหมาะสมเท่าไร เดี๋ยวฟังท่านอธิบายแล้วกัน🔗
ประเด็นที่ ๓ คือเรื่องผลิต ท่านไปตัดคำว่า เพาะ กับ ปลูก ออกทำไม เพาะ กับ ปลูก ไม่ใช่การผลิตหรือ อันนี้ท่านอธิบายให้ผมฟังหน่อย ทำไมการปลูกกัญชา การปลูกกัญชงมันไม่ใช่การผลิต แล้วมันคือการอะไร แล้วอย่างนี้ท่านจะควบคุมอย่างไร🔗
ประเด็นที่ ๔ ท่านนิยามคำว่าโฆษณาอยู่แล้ว ถูกไหมครับ เป็นลีเกิลเทิร์ม (Legal Term) เป็นนิยามตามกฎหมาย เพราะว่าคำว่าโฆษณาที่เป็นคอมมอนเทิร์ม (Common Term) มันใช้ตามพจนานุกรมใช่ไหมครับ ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งก็แปลว่าวิธีการอะไรก็ตามที่ท่านเผยแพร่ออกไปซึ่งสารสู่สาธารณชน แต่ไม่มีเพื่อประโยชน์ ในทางการค้า ท่านก็มาเขียนว่าเพื่อประโยชน์ในทางการค้า แต่ท่านก็มาเพิ่มเรื่องของมาร์เกตติง (Marketing) ว่าการสื่อสารการตลาดหมายความว่าอะไร ผมก็เลยอยากถามว่าท่านจะเขียน ทำไม ในเมื่อการสื่อสารการตลาดมันก็คือโฆษณาเพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้าอยู่แล้ว🔗
ประการสุดท้าย อันนี้ผมเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ คือเรื่องของ ผู้อนุญาตกับผู้รับจดแจ้ง ท่านตัดร่างเดิมออก ซึ่งร่างเดิมให้อำนาจกับผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วก็ทางองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ท่านมาให้อำนาจเป็นเลขาธิการกับผู้ซึ่งเลขาธิการ ได้มอบหมาย ก็คือเลขาธิการ อย. นั่นเอง ซึ่งอันนี้ผมเห็นด้วยนะครับ แต่ว่ายังอยากให้ยึด อุดมการณ์เดิมของกฎหมายฉบับนี้ตั้งแต่ร่างแรกที่เขาต้องการกระจายอำนาจออกไปให้สู่ ผู้ว่าราชการจังหวัด ให้สู่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เขาสามารถรับจดทะเบียนกันง่าย เพราะฉะนั้นตรงนี้ท่านต้องเอาบันทึกที่ประชุมที่ท่านคุยกันกับทางเลขาธิการ อย. ว่า ให้ อย. เป็นคนออกกฎเกณฑ์ส่วนกลาง แล้วก็ให้ใช้กฎเกณฑ์นี้แหละ แต่ว่าท่านสามารถมอบหมาย ให้กับผู้ว่าราชการจังหวัด ให้กับ อบจ. อบต. ของเขาสามารถรับจดแจ้ง รับขึ้นทะเบียนต่าง ๆ แบบนี้ได้ ถ้าท่านอธิบายได้แบบนี้ผมว่าเหมาะสมครับ ท่านประธานขอบคุณครับ🔗
เชิญ ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ มาตรา ๔ ซึ่งเป็น ส่วนของคำนิยามศัพท์นั้นผมคิดว่ามีความสำคัญมาก เพราะว่าถ้าเกิดมีการบัญญัติเอาไว้ โดยมีเจตนารมณ์ที่แอบแฝง มีถ้อยคำที่กำกวม หละหลวมก็อาจจะเปิดโอกาสให้มีการตีความ กฎหมายเอาไปใช้แล้วก็อาจจะเกิดผลเสียหายมากกว่าผลดีได้ กฎหมายฉบับนี้มีการ ตั้งประเด็นคำถามว่าที่แท้ต้องการใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์เท่านั้น หรือเพื่อเปิด ช่องนันทนาการด้วย คนที่ร่างกฎหมายเบื้องต้นพยายามจะบอกว่าจะใช้ประโยชน์ เพื่อการแพทย์เท่านั้น แต่บทนิยามศัพท์ที่ผมจะยกต่อไปนี้ผมกำลังสงสัยว่าท่านเขียนเอาไว้ มีเจตนาที่จะเปิดช่องให้มีการใช้เพื่อนันทนาการอย่างเสรีได้ครับ นั่นคือคำนิยามเรื่อง ประโยชน์ในครัวเรือน คำว่า ประโยชน์ในครัวเรือน นั้นมันโยงกับมาตรา ๑๘ ของกฎหมายฉบับนี้ ซึ่งเขียนถึงเรื่องที่ชาวบ้านสามารถที่จะปลูกได้ครัวเรือนละ ๑๕ ต้น โดยในมาตรา ๑๘ ท่านเขียนว่าผู้ใดประสงค์จะเพาะปลูกกัญชาหรือกัญชงเพื่อใช้ประโยชน์ ในครัวเรือนไม่เกินครัวเรือนละ ๑๕ ต้น ก็แค่ไปจดแจ้งแล้วก็สามารถที่จะไปปลูกได้ คำถาม มีว่าประโยชน์ในครัวเรือนคืออะไร ในบทบัญญัติมาตรานี้ท่านเขียนว่าประโยชน์ในครัวเรือน หมายความว่าการบริโภคส่วนบุคคลเพื่อดูแลรักษาสุขภาพของตนเองและบุคคลในครอบครัว ที่อาศัยอยู่ แล้วยังไปตัดคำว่า ทั้งนี้ ไม่เกินปริมาณที่กำหนดในกฎกระทรวง ซึ่งถ้าเขียน ตัวท้ายที่ไม่ตัด คือปริมาณที่กำหนดในกฎกระทรวงอาจพอฟังได้ แต่คำว่า บริโภคส่วนบุคคล เพื่อดูแลรักษาสุขภาพของตนเองและบุคคลในครอบครัว มันเป็นการเปิดช่องให้มีการ นันทนาการ เปิดช่องอย่างไรครับ การใช้ประโยชน์ในครัวเรือนในตรงนี้บริโภคส่วนบุคคล ไม่มีใครที่จะไปบอกว่าบุคคลนี้บริโภคกัญชาได้หรือไม่ได้ เขาสามารถตัดสินใจได้โดยตัวเอง แต่ถ้าเป็นการใช้ประโยชน์เพื่อกัญชาทางการแพทย์ก็ควรที่จะเป็นความเห็นของแพทย์ ว่าคน ๆ นั้นมีความจำเป็นที่จะต้องใช้กัญชาเพื่อรักษาตนเอง เพื่อสุขภาพของบุคคลคนนั้น แต่การเขียนเอาไว้ในลักษณะนี้เป็นการเปิดช่องให้ทุกคนที่ไปปลูกกัญชาโดยการจดแจ้ง ๑๕ ต้น สามารถบริโภคได้อย่างเสรี แล้วแถมยังเขียนไว้ด้วยว่าประโยชน์ในครัวเรือน หมายความว่าบริโภคส่วนบุคคล แปลว่าไปซื้อมาเสพในบ้านของตัวเองอย่างเสรีได้ด้วย อันนี้ ไม่ใช่ประโยชน์ทางการแพทย์แน่นอน เพราะในขั้นตอนบริโภคในครัวเรือนไม่มีเหตุผล ทางการแพทย์ใด ๆ เข้ามาเกี่ยวข้อง ในความเห็นของศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติดบอกว่า ไม่จำเป็นต้องเขียนแบบนี้เลยเพราะเป็นการเปิดช่องเพื่อการนันทนาการ เพราะปัจจุบัน ประเทศไทยมียาแผนไทยและผลิตภัณฑ์น้ำมันกัญชาที่ผู้ป่วยสามารถใช้ได้ตามข้อบ่งใช้ ทางการแพทย์นับตั้งแต่กระทรวงสาธารณสุขได้เริ่มนำกัญชามาใช้ทางการแพทย์ตั้งแต่ ปี ๒๕๖๒ จนถึงปัจจุบัน มีผู้ป่วยในไทยราวกว่า ๑๔๓,๐๐๐ คน ข้อมูล ณ กลางปี ๒๕๖๕ ที่สามารถเข้าถึงยาหรือผลิตภัณฑ์ยาที่ทำจากกัญชาได้อย่างทั่วถึงผ่านคลินิกกัญชาทาง การแพทย์กว่า ๙๓๘ แห่งทั่วประเทศ จะเห็นได้ว่าประชาชนยังเข้าถึงกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ได้อย่างที่ท่านกำหนด เอาไว้เดิมก่อนที่มาบัญญัติไว้ในกฎหมายแบบนี้ แต่การเขียนกฎหมายแบบนี้ นี่แหละครับ คือหละหลวม กำกวม มีเจตนารมณ์ซ่อนเร้นที่จะเปิดให้มีการใช้กัญชาเพื่อนันทนาการ ได้อย่างเต็มที่ นอกจากนั้นแล้วในเรื่องของการเปิดโอกาสใช้ในนันทนาการนั้นยังไม่ตรงกัน กับต่างประเทศที่มีการบัญญัติกฎหมายให้ประชาชนจะไปใช้นั้นยังมีข้อบ่งใช้ทางการแพทย์ ที่เป็นรายละเอียดอีกหลายเรื่องครับ นี่คือข้อกังวลของผม แล้วเป็นข้อกังวลสำคัญ เพราะบทบัญญัติมาตรา ๔ ไปเปิดช่องมาตรา ๑๘ ให้ในครัวเรือนคือบุคคลคือคนทั่วไป แถมยังไม่บอกด้วยว่าจะป้องกันการเข้าถึงกัญชาของเด็กและเยาวชนในครอบครัวได้อย่างไร อีกด้วย นี่แหละครับ เสรีนันทนาการสุดขั้ว แล้วที่ผมบอกว่าเขียนในกฎหมายฉบับนี้ เขียนแบบนี้ นี่แหละคือปัญหา แล้วผมเรียนท่านประธานต่อไปนิด ผมมีข้อห่วงใยว่า การอภิปรายกัญชาพวกเรามีบางท่านไปให้สัมภาษณ์ภายนอกว่าเราไม่ควรเสียเวลามานั่งติ นั่งค้านทำให้เสียโอกาสไปวัน ๆ ผมอยากจะเรียนท่านประธานว่าคนที่ลุกขึ้นพูดในสภานี้ เป็นตัวแทนปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญซึ่งเขาต้องทำหน้าที่กลั่นกรองกฎหมาย เป็นหน้าที่ของฝ่ายนิติบัญญัติ เราจะทำกฎหมายแบบขอไปที ขอให้ผ่าน ตามใจใครคนใด คนหนึ่งไม่ได้ครับ เพราะกฎหมายมีสภาพบังคับที่ต้องใช้กับทุกคนในประเทศ และถ้าเขียน กฎหมายไปผิด ตีความเจตนารมณ์ผิด เกิดผลเสียอย่างมหาศาลในประเทศ การแก้ไข กฎหมายก็จะทำได้ยิ่งยากครับ นี่ไม่ใช่กระบวนการคัดค้านหรือถ่วงกฎหมาย แต่เป็น กระบวนการกลั่นกรองกฎหมายโดยตัวแทนของประชาชน แล้วผมเรียนครับ ท่านอาจจะ เห็นด้วยกับเรื่องกัญชาเสรีสุดขั้ว แต่คนอีกจำนวนมากเห็นด้วยเฉพาะกัญชาเพื่อประโยชน์ ทางการแพทย์เท่านั้น แล้วผมเชื่อว่าคนส่วนนี้จะเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ผมจึงลุกขึ้น อภิปรายมาตรานี้แล้วอยากจะขอให้คณะกรรมาธิการได้ทบทวนบทบัญญัติมาตรานี้ เพราะอันนี้จะนำไปสู่เสรีนันทนาการสุดขั้วของกัญชาครับ🔗
เชิญ กรรมาธิการตอบชี้แจงครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ กระผม นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ กรรมาธิการ ขออนุญาตนำเสนอเพื่อทำ ความเข้าใจเพราะว่าหลายท่านได้ลุกขึ้นอภิปรายแล้วก็เห็นว่าถ้าไม่อธิบายเสียตั้งแต่ตอนต้น เกรงว่าการอภิปรายจะไม่เข้าใจเจตนารมณ์ของคณะกรรมาธิการดังต่อไปนี้🔗
ประการที่ ๑ หลายท่านอภิปรายเรื่องนิยามคำว่า กัญชา กัญชง ผมเรียนว่า คณะกรรมาธิการไม่ได้แก้อะไรเลยในวาระรับหลักการ แค่เพิ่มคำว่า คณะกรรมการกัญชา กัญชง เท่านั้นครับ นี่คือข้อที่ ๑ เราไม่ได้แก้อะไรเพิ่มเติมนอกจากเพิ่มคำว่า กัญชา กัญชง ที่เหลือเหมือนกับวาระรับหลักการทุกประการ🔗
ประการที่ ๒ คำว่า สารสกัด ผมเรียนให้ทราบว่าคณะกรรมาธิการเห็นว่า เรื่องของช่อดอกนั้นเป็นส่วนที่มีการควบคุมโดยอนุสัญญาเดี่ยวอยู่แล้ว โดยคำนิยาม ดังนั้น การควบคุมในเชิงสารสกัดต้องควบคุมช่อดอก ซึ่งเป็นไปตามเจตนารมณ์ของอนุสัญญาเดี่ยว ว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ แต่ที่เราเขียนไว้ในวรรคท้ายว่า แต่ไม่รวมถึงยาเสพติดตามประมวล กฎหมายยาเสพติด เพราะเมื่อไรก็ตามที่เข้าเกณฑ์ในฐานะยาเสพติด นั่นต้องไปใช้ตาม ประมวลกฎหมายยาเสพติด มีบทลงโทษตามประมวลกฎหมายยาเสพติดทุกประการ🔗
ประการถัดไปที่มีผู้ขึ้นมาอภิปรายด้วยความห่วงใยเยอะว่าทำไมการผลิต คณะกรรมาธิการไม่บัญญัติเรื่องเพาะปลูก ผมกราบเรียนว่าคณะกรรมาธิการเห็นว่า เพาะปลูกนั้นเป็นนิยามที่มีศัพท์พจนานุกรมของตัวเองครับ และมีบทบัญญัติอย่างชัดเจน เรื่องการเพาะปลูกไว้แยกหมวดต่างหากโดยเฉพาะ จึงแยกออกจากการผลิต และที่สำคัญ ก็คือเราเพิ่มคำว่า สกัด เข้าไปในคำว่า การผลิต เพราะเราเห็นว่าต้องมีการควบคุม ในกระบวนการสกัดในการผลิตด้วยก็จะทำให้ครบในกระบวนการในการพิจารณานิยาม คำว่า การผลิต นอกจากนั้นแล้วเราก็เห็นว่าการใช้ในครัวเรือนไม่ว่าจะเป็นการทำอาหาร ซึ่งคนส่วนใหญ่ ใช้แบบนั้น คนไทย ก็ไม่ควรที่จะไปอยู่ในกระบวนการผลิตทั่วไปเพื่อไปให้กับคนอื่น ในขณะเดียวกันเราก็นิยามคำอื่น ๆ เช่น การขายให้ครอบคลุมกับกฎหมายฉบับอื่น ที่เกี่ยวข้องกับผลิตภัณฑ์สมุนไพร แล้วก็ส่วนอื่น ๆ ให้สอดคล้องกัน ประเด็นสำคัญหนึ่งก็คือ เรื่องของผู้รับจดแจ้ง ผมเรียนอย่างนี้ว่าการที่คณะกรรมาธิการตัดสินใจเปลี่ยนจากหลักการ เรื่องให้อำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดหรือนายก อบจ. คณะกรรมาธิการได้รับฟังเหตุผล ที่สำคัญอย่างยิ่งว่าประเทศไทยมีพันธะผูกพันในการรายงานต่ออนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วย ยาเสพติดให้โทษ รายงานต่อคณะกรรมการยาเสพติดระหว่างประเทศ จำเป็นต้องมีข้อมูลเดี่ยว เป็นเอกภาพและบูรณาการทุกข้อมูลเข้ามาในข้อมูลเดี่ยว ในขณะนี้องค์การอาหารและยา ทำหน้าที่นี้อยู่ แต่มิใช่หมายความว่ากระจายอำนาจไม่ได้ครับ ในกฎหมายฉบับนี้บัญญัติ อย่างชัดเจนว่าในการที่จะให้อำนาจในเรื่องของการจดแจ้งนั้นเป็นเรื่องที่เลขาธิการองค์การ อาหารและยาสามารถกระจายอำนาจได้ และสามารถกระจายได้แม้กระทั่ง สสจ. ผู้ว่าราชการ จังหวัดและส่วนอื่น ๆ แต่ที่สำคัญก็คือว่าการที่การรวมอำนาจการจดแจ้งเพื่อให้ง่าย ต่อการปลูกในครัวเรือนนั้น มันมีความหมายว่าปัจจุบันมันมีเทคโนโลยีที่เป็นอิเล็กทรอนิกส์ การลงทะเบียนที่เร็วสามารถใช้ทางโทรศัพท์มือถือตรวจสอบคุณสมบัติของผู้จดแจ้งได้ ไม่จำเป็นต้องไปสร้างเงื่อนไขภาระให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ยังไม่มีบุคลากร โดยเฉพาะ ไม่มีคณะกรรมการในเรื่องของการตรวจสอบเรื่องที่ต้องมีการรายงาน ต่อคณะกรรมการยาเสพติดระหว่างประเทศ เราจึงเห็นว่าอำนาจเหล่านี้ในท้ายที่สุดควรเป็น อำนาจของเลขาธิการ อย. เพื่อเป็นไปตามอนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษครับ🔗
ประการถัดมาที่ผมอยากจะเรียนให้ทราบถึงคำว่า การสื่อสารการตลาด ก็อย่างที่ท่านกรรมาธิการเท่าพิภพได้กรุณานำเสนอไปแล้วว่าเราล้อไปตามการควบคุม แอลกอฮอล์ และการสื่อสารทางการตลาดนั้นจำเป็นต้องมีการควบคุม เราจึงไม่พิจารณาว่า จะต้องมีข้อความนี้ขึ้นมาเพื่อจะทำให้การควบคุมเป็นไปอย่างรัดกุม ไม่ว่าจะเป็นการ ประชาสัมพันธ์ การสร้างข่าว การส่งเสริมการขาย การแสดง ณ จุดขาย การตลาดแบบโดยตรง การขาย เป็นต้น แต่ที่สำคัญก็คือคณะกรรมาธิการเพิ่มคำว่า ข้อความ ใส่เข้ามาในบทบัญญัติ ฉบับนี้ เพราะที่ท่านแปรญัตติมาไม่มีข้อความนี้ เพราะปัจจุบันคำว่า ข้อความ ได้มีการสื่อสาร ที่ไม่ใช่แค่ตัวอักษร มีภาพ ภาพยนตร์ แสง เสียง เครื่องหมาย และการกระทำอื่น ๆ ใด ที่ทำให้คนสามารถเข้าใจความหมายได้ ที่มีการแปรญัตติทั้งหมดไม่มีใครใส่ข้อความนี้ครับ เราเห็นว่าจำเป็นเพราะจำเป็นต้องมีการควบคุม นอกจากนั้นแล้ว คณะกรรมาธิการได้เพิ่ม คำว่า ใบอนุญาต ใบรับจดแจ้ง ก็ด้วยเหตุผลว่าสองคำนี้ละครับ มันมีการใช้บ่อยมาก จึงต้อง มีการคำนิยามใช้คำนี้อยู่ในร่างกฎหมายทั้งฉบับ มันจะทำให้การใช้คำมีความกะทัดรัดขึ้นครับ🔗
ประการถัดมาก็คือเรื่องของที่ท่านหลายคนมีความห่วงใยว่าจะนำไปสู่อะไรบ้าง ทำไมถึงมีการปลูกในครัวเรือน ผมเรียนให้ทราบว่างานวิจัยครั้งล่าสุดที่มีการสำรวจล่าสุด ซึ่งตีพิมพ์ในปี ๒๕๖๕ โดยศาสตราจารย์ดอกเตอร์แพทย์หญิงสาวิตรี อัษณางค์กรชัย นางสาวกนิษฐา ไทยกล้า และดอกเตอร์นายแพทย์มูฮัมมัดฟาห์มี ตาเละ ซึ่งรายงาน ผ่านอย่างเป็นทางการโดยศูนย์การศึกษายาเสพติดเช่นเดียวกัน ผมขออนุญาตนำเสนอ ข้อเท็จจริงเพื่อให้ท่านตระหนักว่าปัจจุบันคนไทยส่วนใหญ่ใช้กัญชาใต้ดินครับ ที่ท่านบอกว่าเราส่งเสริมทางการแพทย์อย่างเต็มที่นั้น ในความเป็นจริงแล้วเกิดเหตุการณ์ สิ่งที่เรียกว่าคนไทยเข้าไม่ถึงการใช้กัญชาทางการแพทย์ครับ ปัจจุบันนี้ผมเรียนให้ทราบว่า โรคที่กระทรวงสาธารณสุขประกาศมีกัญชาที่เป็นประโยชน์โดยตรงจากงานวิจัย หลักฐาน ชัดเจน ประเภทที่ ๑ นะครับ ประเภทที่ ๒ น่าจะได้ใช้ประโยชน์ แล้วประเด็นที่ ๓ คืนอาจจะมีการวิจัยในอนาคต แต่เชื่อไหม ๘๔ เปอร์เซ็นต์ของคนไทย ส่วนใหญ่ใช้ในโรคอื่น ๆ ที่ไม่ถูกบัญญัติโดยกระทรวงสาธารณสุข แปลว่าเขารองานวิจัยไม่ได้ งานวิจัยอย่างเป็นทางการที่จะเป็นระบบ อย่างที่ท่านบอกว่าเป็นประโยชน์โดยตรงนั้น รอ ๑๗ ปีครับ ประชาชนในวันนี้ใช้กัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ที่นอกระบบ สาธารณสุขถึง ๘๔ เปอร์เซ็นต์ เขาเหล่านี้ไม่ใช่อาชญากร เขาเป็นคนที่ต้องการรักษาตัวเอง และผมเรียนให้ทราบว่าที่หลายท่านถามว่าทำไมมีการสูบเป็นหนึ่งในการบริโภค เพราะเรา จะควบคุมอย่างไรครับ ถ้าเราไม่นิยามการควบคุมในวิธีหนึ่งในการบริโภคเรื่องการสูบเอาไว้ เราจะควบคุมการสูบได้อย่างไร ดังนั้นการบริโภคจำเป็นต้องมีคำว่า การสูบ อยู่ในคำนิยาม ด้วยครับ ประเด็นสำคัญที่ท่านถามว่าในรอบ ๑ ปีที่ผ่านมา ว่าประชาชนใช้เหตุผลทาง การแพทย์เท่าไร ผ่อนคลายเท่าไร และเข้าสังคมเท่าไร นี่สภาวะกัญชาที่มีคนใช้ใต้ดินเยอะถึง ๘๔ เปอร์เซ็นต์ ผมเรียนว่าใช้ทางการแพทย์ ๙๘.๑ เปอร์เซ็นต์ นี่จากผลการศึกษาล่าสุดครับ ใช้เพื่อผ่อนคลาย ๑๓.๑ เปอร์เซ็นต์ และเพื่อเข้าสังคม ๐.๙ เปอร์เซ็นต์ แปลว่าคนไทย รักสุขภาพตัวเอง มีวุฒิภาวะในการใช้กัญชาครับ🔗
ประเด็นถัดไปที่ผมอยากจะขออนุญาตนำเสนอจากงานวิจัยชิ้นเดียวกัน ซึ่งถือว่าเป็นการตีพิมพ์การสำรวจอย่างเป็นทางการ ว่าในบรรดาการใช้กัญชาทั้งหมด ปรากฏว่ามีการหยด กิน ผสมในทางการแพทย์ ๖๖.๔ เปอร์เซ็นต์ ประการถัดมารองลงมา ก็คือต้ม ชงเป็นชา ซึ่งมันไม่มีปัญหาเรื่องยาเสพติดเลย ถ้าต้มเป็นใบเป็นประโยชน์ ต่อสุขภาพด้วย ๒๓.๗ เปอร์เซ็นต์ ผมขออนุญาตนำเสนออีกนิดหนึ่งครับ พ่น ทา อาบน้ำ นวด ๑๑.๖ เปอร์เซ็นต์ และสูบ มวน ๙.๘ เปอร์เซ็นต์ของปริมาณทั้งหมด แปลว่าอะไรครับ คนเหล่านี้เหมือนท่านประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ หลายคนมีความกริ่งเกรงเรื่องการสูบ แต่ผมอยากจะเรียนให้ทราบว่าการสูบเป็นวิธีที่รู้ฤทธิ์ยาเร็วกว่าการกิน เพราะรู้ภายใน ๑๐ นาที ทำให้เขาหยุดทัน แต่การบริโภคที่ต้องหยอดที่ละนิดค่อย ๆ ไต่ระดับไป เพราะการออกฤทธิ์อีก ๑ ชั่วโมง เราไม่สามารถจะรู้ว่าเราบริโภคเกินหรือเปล่า และหลายท่าน อาจจะเข้าใจมองภาพลักษณ์การสูบไม่ดี แต่ผมอยากจะเรียนให้ทราบว่าในอีกมิติหนึ่ง คือการสูบนั้นจะทำให้ฤทธิ์ยานอกจากออกเร็วแล้ว การบริโภคผ่านการย่อยผ่านตับจะออก ฤทธิ์มากกว่าการสูบ แรงมากกว่า ๓-๗ เท่าตัว แปลว่าการสูบเป็นวิธีหนึ่งที่เป็นทางเลือกของ ประชาชน แม้ว่าจะมีผลเสียต่อทางเดินหายใจ ผมเรียนให้ทราบว่าในขณะที่ประชาชน ใช้กัญชาใต้ดินนอกระบบสาธารณสุข ๘๔ เปอร์เซ็นต์ที่ต้องการการคุ้มครองในการปลูก ที่บ้าน ผมเรียนว่าจากผลการศึกษาครั้งนี้มีการถามว่าประชาชนมีความรู้สึกว่าสุขภาพตัวเอง ดีขึ้นหรือดีขึ้นมากร้อยละ ๙๓ แสดงว่าตั้งแต่ปี ๒๕๖๒ จนถึงปี ๒๕๖๕ กัญชาอยู่กับ ประชาชนอย่างมีวุฒิภาวะได้ เพราะฉะนั้นผมก็เรียนให้ทราบว่าที่กรรมาธิการร่างมา อยู่ในขณะเป็นร่างอยู่บนพื้นฐานของสภาพข้อเท็จจริงอยู่ในปัจจุบัน และเราต้องมีหน้าที่ การรายงานต่อคณะกรรมการระหว่างประเทศภายใต้อนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติด ให้โทษได้ หลายท่านกังวลนิยามคำว่า กัญชา กัญชง ซึ่งผมเรียนให้ทราบว่าพวกเราไม่ได้แก้ นิยามเป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น แต่ในอนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษไม่มีแบ่งกัญชา กับกัญชง ใช้สกุลเดียวกันคือแคนนาบิส (Cannabis) และคุมช่อดอก คุมยางว่าต้องไม่เป็น การใช้ผิดวัตถุประสงค์ ต้องมีการขออนุญาต แล้วเราก็ใช้วิธีนั้น ดังนั้นกระบวนการจดแจ้งก็ดี และการอนุญาตก็ดีคือกระบวนการควบคุมครับ และสิ่งที่เราทำอยู่คิดว่าเราร่างโดย คณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก ไม่ได้ร่างตามอำเภอใจในการแก้ไข พวกเราก็หัวใจเดียวกันกับพวกท่านคือต้องการการควบคุม ที่ร่างเพิ่มข้อความมานั้น ก็เพื่อประโยชน์ในการใช้ประโยชน์จากสภาพข้อเท็จจริงและการควบคุมต่อไปในอนาคต และเรียนให้ทราบว่ามันจะเป็นไปได้อย่างไรว่ากัญชาเสรีเราไม่ห่วงเยาวชน ปัจจุบัน ท่านกรรมาธิการซึ่งเป็นเลขาอยู่ ซึ่งก็คือปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่ท่านเป็นรองอธิบดี กรมการแพทย์แผนไทยไปจับคนที่ใช้กัญชา ขายกัญชาโดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุก แต่ว่าเราพยายามควบคุม แล้วยิ่งเป็นเด็ก เยาวชน กฎหมายก็เขียนบัญญัติอยู่แล้วว่า โทษรุนแรงมาก จำคุก ๓ ปี ปรับไม่เกิน ๓๐๐,๐๐๐ บาท หรือทั้งจำทั้งปรับในการขาย และถ้าทำผิดอย่างอื่นแล้วมาทำผิดกับเด็ก เยาวชนด้วย โทษเดิมนั้นเพิ่มขึ้นเป็น ๒ เท่า ยกตัวอย่างเช่นมีการลักลอบนำเข้าจากต่างประเทศ โทษจำคุก ๕ ปี สูงสุดนะครับ ปรับไม่เกิน ๕๐๐,๐๐๐ บาท ถ้ามาใช้กับเยาวชนด้วย โทษเดิมนั้นเพิ่มเป็น ๑๐ ปี ทำไมเราจะไม่ห่วง เยาวชน ดังนั้นคำนิยามนี้พวกเราคิดว่าจำเป็นต้องเดินต่อ เพราะการผูกพันต่อมาตราอื่น ๆ มันโยงจากคำนิยาม ถ้าท่านไปแปรญัตติใช้มาตราอื่น ๆ หรือการแปรญัตติอย่างอื่น ที่ไม่สัมพันธ์กัน มันจะไม่สามารถดำเนินการในการใช้ประโยชน์ได้ ขอบพระคุณครับ🔗
เชิญ ท่านธีรัจชัยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ขออนุญาต อภิปรายในส่วนมาตรา ๔ ซึ่งเป็นคำนิยาม ท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนคำนิยามนั้น ถ้าเราดูจากหลักการตามมาตรา ๓ เดิม นั่นก็คือค่อนข้างให้กัญชานั้นไม่ใช่ยาเสพติด คำนิยามมันก็คงจะไม่ต้องแก้ไขอะไร และเนื้อความใน พ.ร.บ. ฉบับนี้ ก็คงจะไม่ต้องแก้ไข อะไร เนื่องจากว่าทางกรรมาธิการเสียงข้างมากนั้นค่อนข้างทำมาดูให้กัญชานั้นไม่ใช่ ยาเสพติดและเป็นกัญชาที่ค่อนข้างเสรี เรื่องนี้กระทรวงสาธารณสุขได้มีการออกประกาศ กฎกระทรวงเรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ. ๒๕๖๕ ค่อนข้างปลดปล่อยจากกัญชา ไม่ให้เป็นยาเสพติดมาแล้ว จึงไม่มีการควบคุมมาระยะหนึ่ง มันเหมือนกับว่าเราไม่ต้องทำ อะไรอีกแล้ว ตรงนี้เป็นเรื่องของความเสรีในการที่ใช้กัญชาทั้งสันทนาการและทางการแพทย์ ผมเชื่อว่าพี่น้องประชาชนคงต้องการว่ากัญชานั้นควรจะส่งเสริมการใช้กัญชาทางการแพทย์ อย่างถูกกฎหมาย อยากได้ตรงนี้ และสิ่งที่สำคัญก็คือต้องการพื้นที่เฉพาะที่จะอนุญาตให้ใช้ กัญชาเพื่อสันทนาการเช่นเดียวกับหลายประเทศที่เขาได้มีการเปิดเสรี แต่ไม่ใช่มีการเปิดใช้ เสรีกัญชาอย่างสุดโต่ง เหมือนในปัจจุบันกัญชาของเรานั้นถือว่าเสรีอย่างสุดโต่ง และประโยชน์ได้เฉพาะกับคนบางกลุ่ม ซึ่งมีประโยชน์เฉพาะกลุ่มคนบางกลุ่มเท่านั้น ท่านประธานครับ ในส่วนคำนิยามเมื่อเราเปลี่ยนแปลง มาตรา ๓ ในส่วนของกัญชา เป็นยาเสพติดแล้ว แต่ในส่วนของคำนิยามนั้นยังเขียนว่า ผู้อนุญาต หมายความว่า เลขาธิการ กรรมการอาหารและยา หรือผู้ซึ่งเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยามอบหมาย และผู้รับ จดแจ้ง หมายความว่า เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา หรือผู้ที่คณะกรรมการอาหาร และยามอบหมาย กรณีนี้เรายังคิดว่าเป็นกัญชาเสรีอยู่หรือ จึงให้เฉพาะคนที่อยู่ในกระทรวง สาธารณสุขเป็นผู้อนุญาต เมื่อเป็นยาเสพติดการควบคุมจะไม่มีเลขาธิการคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดอยู่หรือ หรือองค์กรเกี่ยวกับบังคับใช้ยาเสพติดอยู่หรือ ถ้าเป็นยาเสพติดแล้วจะให้เจ้าหน้าที่สาธารณสุขไปตามจับทั่วประเทศมันจะทำได้อย่างไร ให้ อย. ไปปราบจับกุมทั่วประเทศ จะเอากำลังที่ไหนไปจับถ้าเป็นยาเสพติด จะให้อธิบดี กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือกไปจับจะสามารถบังคับใช้กฎหมาย ได้อย่างไร นี่คือการเปลี่ยนกฎหมาย มาตรา ๓ แต่ไม่เปลี่ยนหลักการในการร่างกฎหมาย🔗
ดูมาตรา ๘ อีกมาตราหนึ่ง มาตรา ๘ องค์ประกอบของคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า คณะกรรมการกัญชา กัญชง มีแต่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นกรรมการ กรรมการโดยตำแหน่งก็คือปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข อธิบดีกรมการแพทย์ อธิบดีกรมการแพทย์ แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก อธิบดีกรมวิชาการเกษตร ไม่มีองค์กรใดเลยที่จะเกี่ยวข้อง กับการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด นั่นคือเราเปิดเสรีสุดโต่งแล้วใช่ไหม และกฎหมาย มาตรา ๘ จะไม่ขัดกับมาตรา ๓ หรือ และจะบังคับใช้กฎหมายได้อย่างไร และจะสร้าง ความสมดุลระหว่างการส่งเสริมกัญชาทางการแพทย์กับการควบคุมเฉพาะเพื่อเปิดการใช้ สันทนาการได้อย่างไร โครงสร้างนี้เป็นโครงสร้างเสรีอย่างสุดโต่งนะครับ🔗
มาดูอีกมาตราหนึ่ง มาตรา ๓๗ (๔) มาตรา ๓๗ (๔) นั้นคือในเรื่องของการใช้ กัญชา ห้ามผู้ใดสูบกัญชา กัญชง หรือสารสกัดในสถานที่สาธารณะ และสถานที่ หรือบริเวณ ดังต่อไปนี้ วัด สถานที่สำหรับประกอบพิธีการ สถานที่บริการสาธารณสุข ร้านขายยา สถานที่ราชการ สถานศึกษาตามกฎหมาย สถานบริการน้ำมันเชื้อเพลิง สวนสาธารณะทางราชการ ร้านอาหาร เป็นต้น มาตรานี้คืออะไรครับ เสพที่บ้านได้ เสพที่อื่น นอกจากบัญญัติไว้ใน ๘ อนุมาตรานี้ได้ คือปล่อยให้เสพเป็นหลัก ไม่ปล่อยเป็นข้อยกเว้น นี่คือกัญชาเสรีสุดโต่ง ไม่ใช่กัญชาที่เป็นยาเสพติด ตามมาตรา ๓ ที่สภาแห่งนี้ได้เปลี่ยนแปลง มติของคณะกรรมาธิการทั้งหมดแล้ว เราร่างกฎหมายแบบนี้ขัดกันเองได้อย่างไร ประเทศอื่น เขาสนับสนุนกัญชาทางการแพทย์ ผมก็เห็นด้วย และขีดเส้นว่าใช้ที่เหมาะสม แต่ พ.ร.บ. ฉบับนี้คำนิยามก็ยังเปิด🔗
มาดูอีกตัวหนึ่งก็คือในส่วนของคำนิยามที่บอกว่าการบริโภค การบริโภค หมายความว่า กิน เคี้ยว ดื่ม อม สูบ หรือนำเข้าสู่ร่างกายไม่ว่าวิธีใด ๆ ในรูปลักษณะใด ๆ นั่นหมายความว่าอย่างไรครับ เมื่อเราเป็นในส่วนของยาเสพติดแล้วการบริโภคจำเป็นต้องมี สถานที่เฉพาะที่อนุญาตใช่หรือไม่ ไม่ใช่ปล่อยทั่วไป เสพได้หมด ห้ามเฉพาะบางที่ ขอเรียน ผมไม่เห็นด้วยกับในส่วนของกัญชาเสรีสุดโต่ง แต่เห็นด้วยกับกัญชาที่ทางการแพทย์ แล้วก็ เปิดให้เฉพาะในการสันทนาการได้เท่านั้น เหมือนประเทศอื่นที่เขาทำแล้ว ถ้าจะเปิดเสรี จะต้องมีระยะเวลาให้เราพิสูจน์ว่าเราทำได้จริง ๆ หรือไม่เท่านั้น ดังนั้นผมเห็นว่าในส่วนของ คำนิยามที่ทำแบบนี้คลาดเคลื่อนต่อมาตรา ๓ ที่เราแก้ไปแล้ว และยังมีอีกหลายมาตรา ที่ยังคลาดเคลื่อนอยู่ ขอให้ท่านกรรมาธิการได้โปรดตอบตรงนี้ การร่างกฎหมายแบบนี้ จะขัดกันเองหรือไม่ครับ🔗
คุณมานพ คีรีภูวดล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล สัดส่วนชาติพันธุ์ และชนเผ่าพื้นเมือง ท่านประธานครับ ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายตรงนี้ น่าจะเป็น การซักถาม ผมไม่ได้สงวนไว้ แต่จะเป็นคำถามต่อกรรมาธิการ เบื้องต้นผมค่อนข้างจะท้วงติง กรรมาธิการ แล้วก็ในวาระที่หนึ่งผมคิดว่าผมได้พูดไปแล้วว่ากัญชากับกัญชงไม่เหมือนกัน แต่ว่าในวาระที่สี่มีความจำเป็นที่จะต้องมาพูดให้กับกรรมาธิการว่าผมยังยืนยันในหลักการนี้ ว่ากัญชงกับกัญชาในบริบทสังคมไทย ผมคิดว่ามันมีรากวัฒนธรรมแล้วมีที่มาที่ไปต่างกัน ผมอยากจะให้ท่านประธานได้ดูสื่อที่ผมได้เตรียมไว้สักเล็กน้อย ขอฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ ได้เอาออกมาด้วยนะครับ🔗
นี่ก็คือภาพที่การใช้ต้นใยกัญชง เอามาเพื่อที่จะทำเป็นเส้นใย เพราะฉะนั้นก็คือว่ามันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของการสูบอะไรเลย ภาพต่อไปผมไปถ่ายกับพี่น้องในพื้นที่ คือลักษณะต้นใหญ่ ๆ อย่างนี้เขาจะเก็บไว้ทำเมล็ด ต้นเล็ก ๆ เมื่อสักครู่เขาจะทำเป็นใยในการที่จะทอผ้า แล้วก็ออกมาคล้าย ๆ อย่างที่อยู่ ในมือผมตอนนี้ ออกมาแล้วก็เป็นผลิตภัณฑ์จำนวนมหาศาล แล้วผมค้นเข้าไปดูในกูเกิล (Google) ว่าสามารถทำเสื้อเกราะก็ได้ แล้วก็บางบริษัทก็เอาเส้นใยตรงนี้มาทำเป็น รถยนต์แล้วนะครับ เพราะฉะนั้นผมคิดว่าโดยตัวของมันแล้วก็เส้นทางที่จะเดินต่อระหว่าง กัญชงกับกัญชามันมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงครับ อันนี้ขอติงทางกรรมาธิการนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ ผมคิดว่าในบริบทสังคมไทยผมเชื่อมั่น ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ก่อนหน้านี้ไม่มีการเอาเมล็ดกัญชงจากต่างประเทศเข้ามาในประเทศไทยเรา หน่วยงาน ส่วนราชการ ศูนย์วิชาการหรือแม้แต่บริษัทเอกชนนะครับ ผมคิดว่าทุกหน่วยงานเอามาจาก กลุ่มพี่น้องชาติพันธุ์ม้งทั้งนั้น มีโครงการพัฒนา มีโครงการหลายพื้นที่ในพื้นที่ภาคเหนือ ที่ผมอยู่นี้ก็มีการพัฒนาสายพันธุ์ต่าง ๆ เหล่านี้จากพี่น้องม้งเกือบทั้งนั้น พี่น้องม้ง เขาเรียกว่าหมั้งหรือม่าง พืชตัวนี้ผมคิดว่าสิ่งสำคัญที่สุดถ้าเราไม่ได้แยกออกจากกันกับกัญชา ผมคิดว่าอันนี้เป็นความเสียหายใหญ่หลวงกับพี่น้องชาติพันธุ์ของผมครับ สิ่งที่ผมอยากจะ ซักถามกรรมาธิการว่าเรากำหนดอย่างนี้ การที่รู้ว่ามันเป็นคนละทาง คนละส่วนอย่างนี้ ผมคิดว่าความเสียหายตรงนี้จะเกิดขึ้น นอกจากตัววัฒนธรรมของพี่น้องประชาชนที่ถูกมอง เรื่องนี้มาตลอด บ้านผมก่อนที่จะมีการปลดล็อก เจ้าหน้าที่ตำรวจแยกไม่ได้นะครับ แยกไม่ได้ ว่าอะไรเป็นกัญชง กัญชา แต่รู้ทั้งรู้ว่าตรงนี้พี่น้องก็จะใช้ในการประกอบพิธีกรรม ความสำคัญ ของมันผมคิดว่าเรื่องพิธีกรรมมันจะมีคำหนึ่ง พี่น้องม้งจะใช้คำว่าจั่วป้อจั่วเหยอ อันนี้ต้องพูดเวลาส่งวิญญาณเพื่อที่จะสื่อสารกับคนที่เสียชีวิตไปแล้วนะครับ เขาจะถักรองเท้า จากเส้นใยตรงนี้ ถ้าจั่วป้อจั่วเหยอบรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วไม่ได้เอารองเท้าที่ทำมาจาก ใยกัญชงถือว่าไม่ใช่เป็นลูกหลานของเขา พืชวัฒนธรรมตรงนี้ผมคิดว่าสิ่งที่จะทำให้มันต่อยอด มันเป็นเรื่องของผลิตภัณฑ์ มันเป็นเรื่องเส้นทางคนละทางกัน คือผมจะเป็นคำถาม ถ้าเป็นไปได้กรรมาธิการ เมื่อสักครู่ผมเห็นด้วยกับหมอวาโย เห็นด้วยกับหมอวาโยว่า ในนิยามคำว่า กัญชง คำว่า ไม่เกิน ก็คือว่าเกินดีกว่า คณะกรรมการที่จะกำหนด ถ้าเกินก็คือ ทีเอชซี (THC) เกินก็คือเป็นกัญชาอย่างไรครับ แต่ถ้าไม่เกินก็คือกัญชงอย่างไรครับ🔗
ส่วนที่ ๒ ถามกรรมาธิการว่าจะทำอย่างไรจะทำให้เจตนาของกัญชงที่เป็น พืชวัฒนธรรมที่จะต่อยอดในทางพืชเศรษฐกิจที่ไม่ใช่สารในกัญชง เป็นเส้นใยมากกว่า ต้องช่วยกันคิดนะครับ ยังมีโอกาสที่จะปรับแก้หรืออย่างไรอันนี้ผมไม่ทราบ ถ้าเรามาดู ในนิยามคำว่าบริโภค ผมคิดว่าตัวกัญชงที่ผมพยายามได้นำเสนอว่ามีการเอาเส้นใยมา มีการถักทอเป็นผ้า บริษัทในโลกนี้ไม่ว่าที่ประเทศจีนหรือว่าอื่น ๆ เขาก็เอาเส้นใยมาทำเป็น ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ที่มันไม่ใช่เรื่องการเสพ แล้วเราจะให้ความหมายเรื่องเสพได้อย่างไรครับ เพราะตัวของมันเองมันไม่ได้เสพมันไม่ได้บริโภคครับ ตัวของมันเองคือมันทำหน้าที่แบบหนึ่ง สิ่งที่ผมได้อภิปรายตรงนี้ผมอยากจะยืนยันแล้วตอกย้ำว่ากัญชงเป็นพืชคนละตัวกับกัญชา ถึงแม้ว่าระดับสากลจะเรียกเหมือนกัน แต่มีคำหนึ่งที่เขาเรียกเหมือนกันคือเฮมพ์ (Hemp) ในประเทศไทยก็ใช้นะครับ โครงการพัฒนาเกษตรที่สูงเขาใช้คำว่าเฮมพ์ (Hemp) เหมือนกัน พอมันโตขึ้นกลัวว่ามันจะเก็บดอกเก็บช่อใช่ไหม เขาก็ตัดดอกออกไปเขาก็ปล่อยให้มันโต เพราะฉะนั้นผมคิดว่าอันนี้ขอติงกรรมาธิการว่าท่านปล่อยให้เรื่องนี้ระหว่างกัญชงกับกัญชา ผสมผสานกันได้อย่างไร ขอบคุณมากครับท่านประธาน🔗
มีท่านผู้แปรญัตติที่ส่งชื่อ มาอีก ๑ ท่านนะครับ ศาสตราจารย์พิสิฐ ลี้อาธรรม มีสมาชิกที่ขออภิปรายไม่ได้เป็น ผู้แปรญัตติอีก ๕ ท่าน ขอเชิญศาสตราจารย์พิสิฐ ลี้อาธรรม ผู้แปรญัตติครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในวาระที่หนึ่งที่เรารับหลักการกฎหมายฉบับนี้กันนะครับ มีการเขียน อยู่ในหลักการและเหตุผลชัดเจนว่าให้ใช้เพื่อการแพทย์ การวิจัย และอุตสาหกรรมอื่นเท่านั้น ไม่ได้มีการระบุว่าให้ใช้เพื่อนันทนาการ แล้วแถมยังระบุตอนท้ายว่า เพื่อเป็นการคุ้มครอง ผู้บริโภคไม่ให้มีการใช้ เพราะว่ากัญชง กัญชาอาจเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคจึงต้องมีการออก กฎหมาย แล้วก็ในช่วงที่เรามีการอภิปรายในเรื่องของคำปรารภ กระผมก็ได้ท้วงติงในประเด็นนี้ ว่าควร ต้องมีการระบุให้ชัดว่าเราจะไม่ให้มีการใช้เพื่อนันทนาการ แต่ปรากฏว่ากรรมาธิการก็ไม่ได้ เอาใจใส่เรื่องนี้ พอมาถึงมาตรา ๔ ซึ่งเป็นเรื่องของคำนิยาม มีคำนิยามที่เกี่ยวกับการผลิต เกี่ยวกับการบริโภค เกี่ยวกับการขาย แล้วก็ถ้าดูถ้อยคำที่แก้หรือเขียนไว้แต่เดิมล้วนแล้วแต่ เปิดทางให้มีการใช้อย่างเสรี ไม่ได้มีการปิดกั้นว่าไม่ให้ใช้เพื่อนันทนาการ เพราะฉะนั้นถ้าจะให้ กระผมรับมาตรานี้ท่านจะต้องมีการเขียนให้ชัดว่าการผลิต การขาย หรือการบริโภค ที่นิยามไว้เหล่านี้ ต้องมีคำว่าโดยคำแนะนำของแพทย์ แล้วก็ไม่เป็นการนันทนาการ🔗
ประการสุดท้าย ในเรื่องของการสื่อสารการตลาดและการโฆษณา รวมถึง ข้อความเขียนไว้เปิดกว้างมากครับ เปิดกว้างยิ่งกว่าการขายเครื่องดื่มสุราหรือบุหรี่เสียอีก ที่ท่านเขียนในนี้เกือบจะทำให้ พูดง่าย ๆ ก็คือการเข้าถึงโดยบุคคลกลุ่มต่าง ๆ ได้ง่ายมาก แม้กระทั่ง ณ เวลานี้ที่ร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ ก็มีเครื่องดื่มประเภทนี้ขาย แล้วก็ในการเปิดตัว ของท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ท่านก็ยังออกมาส่งเสริมการใช้กัญชากับ เรื่องของไอศกรีม เรื่องของการรับประทานส้มตำ ซึ่งทางแพทยสมาคมก็ได้มีการออก ประกาศเรื่องไม่ให้ใช้กัญชาในทางที่ผิด แล้วข้อหนึ่งในนี้ของทางแพทยสมาคมที่ประกาศไว้ ก็คือไม่ใช้กัญชาหรือกัญชงเพื่อนันทนาการโดยเด็ดขาด แล้วก็ไม่ผสมกัญชง กัญชาในอาหาร หรือขนมสำหรับประชาชนรับประทาน อันนี้ก็เป็นการชัดเจนว่าสิ่งที่ท่านทำในการร่าง กฎหมายฉบับนี้ ขัดแย้งกับเรื่องที่เรารับหลักการในวาระที่หนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เขียนไว้ ในเหตุผล แล้วก็เท่าที่ผมตรวจสอบดูในโซเชียลมีเดีย (Social Media) ต่าง ๆ แม้กระทั่ง ประกาศภายในของกระทรวงสาธารณสุขเองก็มีความไม่สอดคล้องกัน อย. แน่นอนครับ ออกมาหนุนเต็มตัว แต่ปรากฏว่าสำนักงานปลัดกระทรวงก็ดี หรือว่าสำนักงานอื่นเช่น กรมสุขภาพจิต กรมอนามัย ก็ออกมาหนุนว่าจะต้องมีการระมัดระวังแล้วก็ใช้เพื่อการแพทย์ เท่านั้น ผมคิดว่าเรื่องนี้ถ้าเราปล่อยปละละเลยไม่ดูแลให้ดี มันจะส่งผลกระทบต่อประเทศเรา อย่างใหญ่หลวงเรื่องของสุขภาพของประชาชน ผมจึงอยากจะขออนุญาตให้ท่านได้ช่วย ทบทวนว่าได้กรุณาใส่ถ้อยคำในคำนิยามต่าง ๆ ที่กระผมเรียนไว้ให้ชัดเจน แล้วก็ในเรื่องของ กัญชง ผมก็เห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกหลายท่าน ว่าจริง ๆ แล้วเป็นพืชอีกประเภทหนึ่งซึ่งเรา ใช้ประโยชน์อย่างมหาศาลในเรื่องของอุตสาหกรรม แล้วก็มีสารทีเอชซี (THC) ต่ำมาก แล้วก็ สามารถที่จะเอามาใช้เพื่อประโยชน์ในเรื่องของการทำเรื่องสิ่งทอ อย่างที่มีปรากฏอยู่แล้ว จึงน่าจะแยกแยะหรือเขียนตรงนี้ให้ชัดเจน ไม่ควรจะเหมารวมเป็นพวกเดียวกันอย่างที่ ท่านทำอยู่ ณ เวลานี้ จริง ๆ คำภาษาอังกฤษเขาก็แยกแยะไว้ชัด คำว่า กัญชา ก็คือใช้คำว่า มาลีฮวนนา (Marijuana) แล้วคำว่า กัญชง ก็คือคำว่า เฮมพ์ (Hemp) แต่ท่านกลับไป เหมารวมอยู่ในคำเดียวกันก็คือแคนนาบิส (Cannabis) เสมือนหนึ่งว่าเป็นพืชประเภท เดียวกัน กระผมจึงขออนุญาตกราบเรียนมาเพื่อท่านจะได้โปรดพิจารณา เพราะว่าเรื่องนี้ มีความสำคัญมากต่อประเทศไทย ขอบพระคุณมากครับ🔗
ต่อไปนางสาวละออง ติยะไพรัช จากนั้นก็จะเป็นคุณวิรัตน์ วรศสิริน คุณสงวน พงษ์มณี คุณชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ คุณคมเดช ไชยศิวามงคล จะได้เตรียมตัวครับ เชิญนางสาวละอองครับ🔗
ดิฉัน นางสาวละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย จริง ๆ แล้วดิฉันก็ติดใจสงสัย ในหลายมาตรา แต่สำคัญในเรื่องของคำนิยามคำว่า ผลิต ได้ตัดคำว่า เพาะปลูก ออกไป ดิฉันก็ไม่ค่อยสบายใจเพราะการเพาะปลูกก็เป็นเรื่องที่สำคัญ ดิฉันดูในมาตราอื่นก็ไม่เห็น และสำคัญที่สุดก็เรื่องของการตัดคำว่า สังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ การสังเคราะห์ ทางวิทยาศาสตร์ในการผลิตการสังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สุด เพราะเรื่องของทางวิทยาศาสตร์มันสามารถที่จะบอกตัวเลข สามารถที่จะบอกว่าสาร แต่ละชนิดมันจะมีทีเอชซี (THC) หรือซีบีดี (CBD) อย่างไร อันนี้คือดิฉันก็ยังต้องการให้มีคำว่า สังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ อยู่ในมาตรานี้ด้วย แล้วสิ่งที่ สำคัญไปกว่านั้นก็คือผลิต ดิฉันขออ่านในมาตรานี้นะคะ ผลิต หมายถึง ทำ ผสม ปรุง แปรสภาพ สกัด เปลี่ยนรูปและรวมถึงการแบ่งบรรจุหรือรวมบรรจุช่อดอก ตรงนี้ดิฉันว่า มันแอบแฝงในเรื่องของนันทนาการไปด้วยหรือเปล่า เพราะว่าช่อดอกมันจะต้องมีสารสกัด ที่ให้ทราบว่ามันมีทีเอชซี (THC) อยู่กี่เปอร์เซ็นต์ ถ้าเรามีคำว่า ช่อดอก เข้าไปในเรื่องของ การผลิต ดิฉันกลัวว่ามันจะรวมถึงนันทนาการ และยิ่งท่านปานเทพ ดิฉันขอเอ่ยนาม นิดหนึ่งว่า ที่ท่านพูดในเรื่องของการสูบที่ได้ผลดี แล้วมีใต้ดินที่ใช้ที่ท่านอ้างถึงตัวเลข และท่านอ้างถึงบอกว่ามีการสูบและได้ผลดีกว่าการหยอดหรือทำอะไรก็แล้วแต่ แต่เรื่องนี้ ถ้ามันเป็นเรื่องไม่จริงมันจะเป็นเรื่องของความเสียหายต่อผู้ที่ใช้อย่างไม่มีความรู้ ดิฉันเอง อยู่ในกรรมาธิการ ได้ฟังกรรมาธิการเสียงข้างมากหลายท่านที่ใช้กัญชาในการสูบหลายท่าน ดิฉันก็ถามว่าท่านเป็นโรคอะไร ท่านสูบเพื่ออะไร แล้วก็เวลาที่มีการนันทนาการหรือฟูลมูน ปาร์ตี (Full moon party) หรืออะไรก็ตาม ตอนนั้นจะสามารถให้สูบได้ด้วย ดิฉันก็ถามว่า สูบเพื่ออะไร สูบเพื่อไม่ให้ขาดสติหรือเปล่า แต่ในกรรมาธิการไม่มีใครสามารถที่ตอบดิฉัน ได้เลย เพราะฉะนั้นในเรื่องของการสูบ ดิฉันอยากให้พูดได้ชัดเจนว่าการสูบมันรักษาโรคอะไร สูบเพื่ออะไร แล้วก็มีงานวิจัยหรืองานที่อ้างอิงตัวเลขจริง ๆ ว่าการสูบมันสามารถรักษาได้จริง หรือไม่ อันนี้คือดิฉันเป็นห่วงจริง ๆ ท่านกรรมาธิการเสียงข้างมากทุกท่าน ดิฉันเองพยายาม ที่จะทำความเข้าใจหลายเรื่อง แต่ในสังคมเราความรู้ทางด้านการแพทย์มันไม่ได้บ่งชี้เลยว่า สารซีบีดี (CBD) มันมีเกณฑ์ ซีบีดี (CBD) ที่สกัดแล้ว ในการใช้รักษาโรคต่าง ๆ มันมีจำนวน ปริมาณต่อน้ำหนักหรือต่ออายุใช้อย่างไรที่จะสามารถที่รักษาผู้คนได้ อันนี้ยังอยู่ในขั้นสกัด ที่เป็นซีบีดี (CBD) แต่ถ้ามาอยู่ในช่อดอก แล้วเราก็ไม่รู้ว่าในช่อดอกมีสารทีเอชซี (THC) เท่าไร จะใช้ปริมาณเท่าไร กรรมาธิการเองก็ตอบว่าคนสูบจะรู้เอง คนสูบจะรู้เองว่าตัวเอง เวลาสูบจะรู้ปริมาณที่สูบและขนาดไหนที่จะพอดี ท่านประธานคะ ดิฉันว่าการที่เราจะใช้ กัญชามันจะต้องมีงบประมาณแล้วจะต้องมีงานวิจัยจริง ๆ ที่เข้ามาเกี่ยวข้อง แล้วเราพูดกัน ทางด้านวิชาการว่าเราจะใช้ปริมาณเท่าไร ดิฉันไม่สบายใจเลยที่จะบอกว่าใช้ดี ๙๐ เปอร์เซ็นต์ ๙๘ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันว่ามันจะทำให้เกิดผลที่เสียหายกับเยาวชน กับคนในหมู่มากที่ใช้โดยที่ไม่มีความเข้าใจ ใช้ด้วยความเชื่อ ขออนุญาตที่เอ่ยนาม ท่านปานเทพ ท่านมีความเชี่ยวชาญในด้านสมุนไพรในเรื่องของฟ้าทะลายโจรอย่างนี้ มันก็ไม่ได้เรื่องที่เกี่ยวข้อง แต่ในเรื่องของกัญชาถือว่าเป็นยาเสพติด ทุกประเทศถือว่ากัญชา เป็นยาเสพติดแล้วไม่สามารถที่จะใช้โดยที่พลการหรือไม่มีความรู้ได้ อันนี้ดิฉันเองเป็นห่วง ในตรงนี้ แล้วก็ยิ่งการผลิตแฝงคำว่า ช่อดอก เข้าไปด้วย ดิฉันไม่มั่นใจว่าเราจะใช้กัญชา ในด้านการแพทย์หรือด้านนันทนาการกันแน่ อันนี้คือเรื่องสำคัญที่ดิฉันเป็นห่วง ขอบคุณ ท่านประธานค่ะ🔗
ขออนุญาตให้ท่านผู้แปรญัตติ ที่ส่งชื่อมาใหม่ ท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ในมาตรา ๔ ก็คือว่าหลายท่านก็พูดไปแล้วว่าเอากัญชามาผูกกับกัญชงแล้วโหนกัญชง จริง ๆ แล้วมันเป็นการมัดมือชก พืชกัญชงนี่เป็นพืชอุตสาหกรรม เป็นพืชอุตสาหกรรมที่มี เส้นใยที่มีประโยชน์มากมายมหาศาล ตั้งแต่เสื้อผ้าไปจนถึงเสื้อเกราะ เป็นเส้นใย ที่มีคุณภาพสูงมาก แต่ก็นำมาผูกกับกัญชาซึ่งเป็นยาเสพติดขององค์การอนามัยโลก ท่านประธานครับ อยากจะเรียนถามท่านกรรมาธิการว่านิยามที่ว่านำเข้าและส่งออก ขยายความสิ ว่านำเข้าส่วนไหน นำเข้าอะไร แล้วส่งออกอะไร ก็ผมถามท่านว่าใน ๑๐๐ กว่า ประเทศนี้มันมีไม่กี่ประเทศที่ค้าขายกันเสรี ตกลงว่าท่านจะนำเข้าแล้วส่งออกไปกี่ประเทศ ที่ไหน ท่านตอบผม ท่านจะนำเข้าแล้วส่งออกอะไรในส่วนของต้นกัญชา กัญชง เสร็จแล้ว มาถึงการบริโภค กิน กินนี่ก็คงจะกินอะไร กินใบใช่ไหม เอาไปทำอาหาร เอาไปผัด เอาไปแกง อันนี้ก็คือกิน เคี้ยว เคี้ยวอะไร เคี้ยวใบใช่ไหม หรือว่าเคี้ยวช่อดอก คงเคี้ยวไม่ได้ ก็ต้องเคี้ยวใบ แล้วก็ดื่ม ก็คงต้มดื่ม ดื่มใบไม่ได้ก็คงต้มใบไปดื่มหรือต้มดอกกัญชาหรือเปล่า อม อมอะไร อธิบายนะครับ อมอะไร เสร็จแล้ว สูบ หลายท่านบอกว่าสูบเพื่ออะไร ตอบสิ มาใส่ในคำจำกัดความ บริโภค สูบใด ๆ ก็ตามผิดหมด เอางานวิจัยมาดูสิ สถาบันไหน ในประเทศไทยนี้ที่วิจัยว่าสูบแล้วเกิดประโยชน์ ๙๐ กว่าเปอร์เซ็นต์ที่ท่านพูด มันเกิด ประโยชน์อะไร งานวิจัยทุกชิ้นที่ท่านอ้าง ท่านกรรมาธิการผู้รู้ ถ่ายแจกสมาชิกดูบ้างสิว่า มันอย่างไรจะได้ภาคภูมิใจว่ามันมีประโยชน์จริง ๆ ท่านพูด ท่านอ้าง เอามาถ่ายแจกสัก ๔-๕ งานวิจัยสิ มีไหม เรื่องของการสูบมันเป็นอันตรายอย่างยิ่ง แล้วอย่างท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ขออนุญาตเอ่ยนาม ในครอบครัว ๑๕ ต้นให้บริโภคในครอบครัว บริโภค ในครอบครัวก็หมายถึง กิน เคี้ยว ดื่ม อม สูบ ใช่หรือไม่ แล้วใครสูบ ตั้งแต่พ่อแม่พี่น้อง ลูกหลานสูบได้หมดในครอบครัวในบ้าน เอาให้มันครอบคลุมหน่อยสิครับ ผมเสนอว่า ควรจะตัดคำว่า สูบ ออก เพราะการสูบ เอางานวิจัยมาโชว์เดี๋ยวนี้เลยว่ามันดีอย่างไร มันดีกับ คนชรา มันดีกับคนอายุ ๓๐-๔๐ ปีอย่างไร แล้วไม่ดีต่อเด็กอย่างไร อายุต่ำกว่า ๑๘ ปีมันไม่ดี อย่างไร ผมอยากจะให้ตัดคำว่า สูบ ออก เพราะคำว่า สูบ มันเป็นนันทนาการ เป็นสันทนาการ วันนี้ร้านกัญชาไปดูสุขุมวิท ข้าวสาร สีลม ภูเก็ต สมุย เชียงใหม่ มีการโชว์ช่อดอกเอาใส่ขวด โชว์ โชว์ โชว์ แล้วก็มีเครื่องสูบเล็ก ๆ หลายรูปแบบ ตกลงคุณขายอะไรครับ ร้านกัญชา ทั่วประเทศขายอะไร ขายใบสดหรือครับ ขายใบแห้งหรือครับ เขาขายอะไร วันนี้หายนะ ยังอยู่ แล้วมันก็จะเริ่มขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเกิดอาการติดมากขึ้น ท่านประธานที่เคารพครับ ผมเสนอให้ตัดคำว่า สูบ ออก การบริโภคโดยการสูบนี่ผิดกฎหมาย เดี๋ยวตอบผมนะครับ งานวิจัยไหนเอามาให้ผมดู ว่าการสูบมันดีอย่างไร เคลิบเคลิ้มใช่ไหม ทำให้คนที่แบบเครียด แล้วคลายเครียดใช่หรือไม่ อันนี้หรือว่าประโยชน์ ท่านตอบผมนะครับ ขอบคุณครับ ท่านประธาน🔗
ต่อไปคุณวิรัตน์ วรศสิริน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ วรศสิริน จากพรรคเสรีรวมไทย วันนี้ขออภิปรายร่วมแสดงความเห็น ในร่างกฎหมายกัญชาฉบับนี้นะครับ ในกฎหมายฉบับนี้ผมคิดว่ามาตราที่สำคัญก็มีอยู่ ๒ มาตรา มาตรา ๓ ที่กำหนดว่ากัญชาไม่ใช่ยาเสพติดก็ได้ถูกตัดออกไปแล้วนะครับ ส่วนมาตรา ๔ นี้คำนิยามต่าง ๆ ก็เป็นเรื่องที่ต้องดูกันให้แน่ชัดว่าจะมีผลกระทบอย่างไร ในอนาคต ซึ่งท่านกรรมาธิการท่านได้อภิปรายชี้แจงได้อย่างละเอียดแล้ว แต่ว่าก็อยากจะ แสดงความเห็นต่อไป ผมมีความเห็นในเรื่องสารสกัด ความหมายของคำว่า สารสกัด ในนี้ ว่าสารที่ได้มาจากกระบวนการสกัดช่อดอกกัญชาหรือช่อดอกของกัญชง แต่ไม่รวมถึง ยาเสพติดตามประมวลกฎหมายยาเสพติดให้โทษ ท่านประธานครับ ต้องยอมรับว่า สารสกัดทีเอชซี (THC) ก็เป็นสารสกัด เราจะยอมรับหรือไม่ เราเชื่อหรือไม่ว่าสารสกัดของ กัญชาเป็นอันตราย เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ต่อสมอง ตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญที่จะต้องพูดกัน ให้ชัดว่ามีอันตรายขนาดไหน จะทำให้เด็กเยาวชนรุ่นใหม่ต่อไปมาสูบกัญชาแล้วกลายเป็น คนสติปัญญาช้าลง เห็นเด็กนักเรียนสูบกัญชากันเต็มไปหมด ผมคิดว่าตรงนี้เราต้องรู้ ให้ชัดก่อนว่าสารสกัดความหมายมันเป็นตามนี้หรือไม่ สารสกัดเป็นกระบวนการสกัด เพื่อให้ได้สารที่มีฤทธิ์ต่อจิตประสาท แน่นอนที่สุดเมื่อมีฤทธิ์ต่อจิตประสาทย่อมจะต้องถือเป็น สารเสพติดที่จะต้องควบคุม ซึ่งท่านเองก็เขียนไว้ในความหมายของคำว่ากัญชาและกัญชง กัญชาท่านหมายความว่าพืชในสกุลแคนนาบิส (Cannabis) และวัตถุหรือสารต่าง ๆ ที่มีอยู่ ข้างใน ท่านรวมอยู่แล้วมีสารต่าง ๆ ซึ่งท่านเองก็รู้อยู่ว่าสารนี้ท่านกำหนดว่ามากกว่า ๐.๒ เปอร์เซ็นต์ท่านถือว่าเป็นยาเสพติด เพราะฉะนั้นโดยมาตรา ๓ แล้ว ท่านกรรมาธิการ ท่านก็ได้ตัดออกไปแล้ว ท่านยอมรับแล้วว่ามันก็เป็นยาเสพติด ดังนั้นกระผมจึงมีความเห็นว่า สารสกัดควรจะต้องเติม ต้องเป็นรวมถึงยาเสพติดด้วย ท่านจะใส่คำว่า แต่ไม่รวมถึง ยาเสพติดตามประมวลกฎหมายยาเสพติดไม่ได้ คำนี้ท่านต้องตัดออกไป เพราะมันคือ ยาเสพติด แล้วท่านก็ตัดมาตรา ๓ ไปแล้วว่ากัญชา กัญชง เป็นยาเสพติด🔗
ท่านประธานครับ ต่อไปเรื่องการผลิต ท่านตัดคำว่า สังเคราะห์ทาง วิทยาศาสตร์ ออกไป ผมคิดว่าท่านคงจะประมาณว่าสกัดกับสังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ เหมือนกัน ผมคิดว่าไม่เหมือนกัน สกัดก็คือการไปบีบ ไปคั้น ไปต้ม ไปทำมันออกมา ด้วยวิธีการเพื่อสกัดเอาสารสิ่งใดสิ่งหนึ่งออกมา ส่วนสังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์มันเป็นการ แยกแยะทางวิทยาศาสตร์ออกมา อาจจะใช้น้ำยาหรือใช้อะไรก็ตามที่จะแยกแยะเอาสาร ในนั้นออกมา ดังนั้นผมมีความเห็นว่าท่านยังต้องคงคำว่า สังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์ ไว้ ท่านจะตัดออกไปโดยคิดว่ามันเหมือนกันไม่ได้ มันไม่เหมือนกันหรอกครับ เพราะฉะนั้น ท่านจะต้องการให้เป็นกัญชาเสรีซึ่งผมไม่เห็นด้วยตั้งแต่ต้นอยู่แล้ว ผมก็เสนอตั้งแต่ต้นแล้วว่า ให้ใช้คำว่า กัญชาอนุทิน ไป อย่ามาใช้คำว่า กัญชาเสรี เพราะถ้าท่านใช้คำว่า กัญชาเสรี แล้ว จะเสียหายคนอื่นเขา ซึ่งเขาไม่ได้รู้เรื่องด้วย กราบขอบพระคุณท่านประธานเป็นอย่างสูงครับ🔗
คุณสงวน พงษ์มณี ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม สงวน พงษ์มณี พรรคเพื่อไทย จังหวัดลำพูน ผมอภิปรายในมาตรานี้ ผมไม่ได้แปรญัตติ แต่ผมเป็นสมาชิก ซึ่งเห็นท่านแก้ก็เลยต้องขอพูดหลายส่วน แต่ว่ามีเวลาน้อยก็จะพูดในเรื่องที่สำคัญ เมื่อครู่นี้ ดีใจที่ท่านขึ้นมาชี้แจงบอกว่านี่มันเป็นเจตนารมณ์ในการเขียนกฎหมาย ก็ขอให้ท่านบันทึก อย่างนี้ว่าอันนี้เป็นเจตนารมณ์จริง ๆ ของท่าน เพราะว่าครั้งต่อไปเมื่อขึ้นไปถึง ส.ว. ทาง ส.ว. ก็จะดูว่าเจตนารมณ์ของสภาร่างที่ได้รับอนุญาตจากท่านไปเป็นอย่างไร ตัวที่สำคัญที่สุด ที่ผมคิดว่าต้องพูดและต้องขอให้ท่านตัดสินใจคือเรื่องกัญชง ถ้าผมอ่านดูทั้งหมดมันเป็นการ ต่อเนื่อง ต่อเนื่องที่สำคัญ ๒ เรื่อง เรื่องการขายกับเรื่องการปลูก กับเรื่องการส่งออก ท่านดูนะครับ เอาคนบ้านผมซึ่งกำลังขายเส้นใยกิโลกรัมละ ๓,๐๐๐ บาท มีคนมาสั่งเขามาก แล้วส่งออกอย่างไร ตอนนี้ต้องไปขอ อย. หรือ ใครอนุญาตล่ะอย่างนี้ มันกินไม่ได้ มันใช้ได้ แล้วมันเป็นวัฒนธรรม ศพของผู้หลักผู้ใหญ่ที่เป็นชนชาติม้งเขาต้องมีผ้า มีรองเท้า มันทน มันเป็นพืชที่ทนต่อการทำลายของสภาพธรรมชาติมาก ฝังไว้เป็น ๑๐ ปียังดีอยู่ยังเป็นผืนอยู่ จุดนี้ผมถามว่าจุดนี้มันต่อเนื่อง ท่านจะทำอย่างไร ช่วยตอบหน่อยว่าพวกกัญชงที่เขา เอาเมล็ดไปทำน้ำมัน แล้วน้ำมันของเขามีโอเมก้า ๖ (Omega 6) เยอะด้วย แล้วคุณจะให้ไป ขอใคร ถ้าเขาจะเอาเมล็ดออกไป เหล่านี้เป็นเรื่องที่มันเป็นการต่อเนื่องจากที่ท่านเขียน ท่านเขียนนิยามคำว่า ขาย รวมถึงการจำหน่าย จ่าย แจกหรือแลกเปลี่ยน แล้วขอล่ะ วัฒนธรรมบ้านผมปลูกไว้ ๑๕ ต้นมันกินไม่หมดไปขอล่ะ อยู่ตรงไหน พอพูดเรื่องปลูก ตัดออก เพาะปลูก มันมีต่อเนื่อง ต่อเนื่องยิ่งต้องเขียนเพราะนี่เป็นบทคำว่านิยาม นิยามคือ ตัวกำหนดเจตนารมณ์อย่างชัดแจ้ง ตัวอื่นเป็นตัวต่อเนื่อง พิพากษาสู้คดีก็ต้องเอาคำอภิปราย ของพวกเราไปดูว่าเจตนารมณ์เป็นอย่างไร จุดนี้ผมอยากจะฝากท่านได้พิจารณา ท่านครับ เวลาน้อยนิดชื่นชมนะที่แก้อย่างละเอียด ใช้ภาษาที่ทันสมัย เช่น การสื่อสาร การตลาด เข้าท่าและละเอียดเพียงพอ ชื่นชม แต่สิ่งที่ผมไม่สบายใจแล้วก็ได้ถูกแก้ไขโดยท่าน ก็คือเรื่องการ จดแจ้งกับการขออนุญาต เข้าใจการกระจายอำนาจเป็นอุดมการณ์ของทุกพรรคการเมือง ของทุกคนที่เป็นนักการเมือง แต่ว่ากระบวนการจัดการมันต้องมีความพร้อม มันต้องมีความ เข้าใจ สามารถถ่ายเทมอบอำนาจให้ใครได้ ผมอยากจะถามท่านว่าปัญหาที่จะเกิดขึ้นจากนี้ ถ้ามีคนตำหนิท่านว่าท่านหาเสียงกันไว้ ๖ ต้น แล้วขึ้นเป็น ๑๕ ต้น และเขียนนิยามคำว่า การขายถึงขนาดนี้เหมือนเอาคุกไปให้ชาวบ้าน เอาชาวบ้านที่ปลูกกลายเป็นคนถูกเอาไปเป็น ตัวประกันเลยนะท่าน ใครจะมาขอจะมาทำอะไรก็ต้องให้ เพราะอะไรครับ เพราะว่ามันถูก ข้อกล่าวหาจากนิยามของท่านเรื่องการขายไปชัดเจนแล้ว ตัวนี้ฝากท่านคิดด้วยว่าจะเขียน อย่างไร ถ้าจะกรุณาเขียนให้ชัดได้ว่าอันไหนของกัญชงมันคือใช้ได้ อันไหนของกัญชามันคือ ใช้ได้และคือใช้ไม่ได้ ผมถามกลับไปนักเทคนิคที่ท่านเชิญมา รากกัญชามันมีทีเอชซี (THC) หรือ ไหนว่ามีแต่ทีเอชซี (THC) เท่านั้นที่เป็นตัวบอกว่าให้ไปไม่ได้ เพราะมันมึนเมา เขาใช้แคนนาบิส (Cannabis) ทีเอชซี (THC) เราเอาตัวนี้มาเป็นตัวห้าม แล้วห้ามทั้งหมดรวมทั้งรากด้วย เปลือกด้วย มันมีหรือ ผมว่าอยากจะให้ท่านพิจารณาเรื่อง มาตรานี้ให้รอบคอบ ส่วนอันอื่น ๆ ต่อเนื่องก็เห็นเจตนาในการทำ ดีใจที่ท่านตั้งใจที่จะ แก้ปัญหาเพื่อตอบคำถามกับสังคม แต่ผมฝากท่านคิดว่านิยามนี่เป็นเจตนารมณ์ ท่านช่วยพิจารณาแล้วอันไหนที่จะให้เป็นอย่างไรก็ขอให้เขียนอย่างนั้นแล้วพูดให้บันทึกว่า นี่คือนิยามนะ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ครับ ต่อไปคุณชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ พรรคเพื่อไทย จังหวัดอุบลราชธานี กรรมาธิการ เสียงข้างน้อยนะครับ ต่อด้วยมาตรา ๔ คำนิยาม ซึ่งตอนนี้ท่านสมาชิกหลายท่านก็อยากจะ ให้แยกกัญชา กัญชาคือยาเสพติดมีทั้งคุณมีทั้งโทษ แต่ว่ากัญชงเป็นอุตสาหกรรมใหม่ สร้างเศรษฐกิจใหม่ สามารถทำเสื้อ ทำผ้าคลุมรถหรือทำเส้นใยต่าง ๆ ได้ อยากให้แยกกัน แล้วก็ต่อมาด้วยคำว่า สารสกัด สารสกัดก็คือกระบวนการสกัดทุกชนิดผมว่า ทั้งช่อดอกด้วย ที่เอามาสกัดได้ก็อยากจะให้รวม แล้วก็ ผลิต ที่เพื่อนสมาชิกสงสัยก็คืออยากให้รวมถึงคำว่า เพาะปลูก ด้วย ซึ่งเพาะปลูกชาวบ้านจะเข้าใจง่ายก็คือการผลิต คนที่ผลิตก็คือคนที่เพาะปลูก แล้วก็ผลิตเราเอาไปสังเคราะห์ทางวิทยาศาสตร์เพื่อให้รู้ว่ามีซีบีดี (CBD) เท่าไร มีทีเอชซี (THC) เท่าไร แล้วทีนี้ท่านมารวมบรรจุช่อดอก ช่อดอกตอนนี้เราคงจะเห็นว่ามีการวางขาย โดยทั่วไป แล้วก็ส่งเสริมให้สูบ สูบก็คิดว่าไม่น่าจะมีผลดีอะไรจากการวิจัยของท่านที่บอก แล้วก็หนักที่สุดก็คือคำนิยามคำว่า ขาย ขายหมายความว่า จำหน่าย จ่าย แจก หรือแลกเปลี่ยน ทั้งนี้ เพื่อประโยชน์ในทางการค้าหรือโดยมีสิ่งตอบแทนหรือผลประโยชน์อย่างอื่น และให้ หมายความรวมถึงมีไว้เพื่อขาย วันนี้ถ้าท่านบอกว่าให้ปลูกบ้านละ ๑๕ ต้นเพื่อไว้ใช้ประโยชน์ ในครัวเรือน การบริโภคส่วนบุคคลเพื่อดูแลรักษาสุขภาพของตนเองและบุคคลในครัวเรือน วันนี้ถ้ามีใครป่วย ยกตัวอย่างเช่นป่วยด้วยโรคเบาหวานหรือป่วยด้วยโรคมะเร็ง เพื่อนบ้าน ก็จะไปเยี่ยมกัน พอเยี่ยมเสร็จแล้วหมอส่งกลับบ้านสุดวิสัยก็คือลองกัญชาดูไหม ลองสารสกัด กัญชาดูไหม แล้วทีนี้ก็เอาไปให้ด้วยความเป็นเครือญาติ วันนี้ผิดกฎหมายครับ เพราะว่า เอาไปแจก เอาไปแจกผิดกฎหมายแล้วนะครับ แล้วเสร็จแล้วผมมีต้นกัญชาอยู่ ๑๕ ต้น ข้าง ๆ บ้านจะต้มไก่จะปรุงอาหารไม่มีกัญชาก็จะเดินข้ามรั้วมาขอแหน่ ขอแหน่ คำว่า ขอ ก็ผิดกฎหมายอีกแล้ว เพราะผมให้ไปผิดกฎหมายแน่นอน แล้วที่หนักสุดก็จะมี ตำรวจที่ไม่ดีนะครับ ตำรวจที่ไม่ดีก็จะทำการล่อซื้อโดยให้เด็กนักเรียนหรือลูกหลานเห็นว่า ที่บ้านผมมีต้นกัญชาก็จะไปขอซื้อ ขอซื้อด้วย ๑๐๐ บาท ในขณะที่ขอซื้อ ๑๐๐ บาทเป็นเงิน ที่ล่อซื้อ อีกประมาณ ๑๕ นาทีตำรวจก็จะมาที่บ้านเพื่อจะมาจับลูกหลานเราที่ขายกัญชา ๑๐๐ บาทขึ้นสู่ศาลเตี้ย และการบริโภค บริโภค หมายความว่า กิน เคี้ยว ดื่ม อม สูบ เพื่อนำเข้าสู่ร่างกาย วันนี้มีเพื่อนสมาชิกหลายคนในสมัยท่านนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ เด็ก ป. ๓ ป. ๔ ได้ถือแท็บเล็ต (Tablet) ไปโรงเรียน แต่วันนี้เด็ก ป. ๓ ป. ๔ ถือบ้องกัญชาไปโรงเรียน แล้วในขณะนี้ยาบ้าราคาตก ราคาตก เพราะว่าจากเม็ดละ ๑๐๐ บาท ๒๐๐ บาท ตอนนี้เหลือ ๗ เม็ด ๑๐๐ บาท เพราะว่า เอาไปผสมในกัญชาแล้วมีบ้องกัญชา สูบกัญชาผสมยาเสพติดคือยาบ้า ก็อยากจะให้ตัด คำว่า สูบ ออก แล้วก็ข้อ ๕ การใช้ประโยชน์ในครัวเรือนซึ่งอยากจะให้ครอบคลุมมากขึ้นก็คือ เพื่อนบ้านอยู่ด้วยความเอื้ออาทร อยู่ด้วยการเป็นชาวบ้านในการที่จะให้ไปใช้ไปสูบหรือไปใช้ ในการทำต้มทำแกงก็อยากจะให้ทางกรรมาธิการได้หาวิธีว่าจะใช้คำไหนที่มันจะสวยงาม🔗
แล้วก็ประเด็นสุดท้าย ก็คือการอนุญาต ผู้อนุญาตและผู้จดแจ้ง ซึ่งวันนี้ ต้องยอมรับว่าเราตัดมาตรา ๓ ออก คำว่า มาตรา ๓ ก็คือกัญชาเป็นยาเสพติด วันนี้เราจะ อนุญาตง่าย ๆ ไม่ได้ ต้องควบคุมแล้วว่าใครจะปลูกกัญชา ปลูกที่ไหน ปลูกอย่างไร ปลูกกี่ต้น สามารถต้องควบคุมได้ ส่วนกัญชงก็ไม่มีโทษ มีแต่ประโยชน์ เราก็สามารถให้ผู้อนุญาตได้ออก อนุญาตง่าย ๆ ก็กราบขอบพระคุณครับท่านประทาน🔗
ต่อไปท่านคมเดช ไชยศิวามงคล ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ผม ส.ส. คมเดช ไชยศิวามงคล พรรคเพื่อไทย ชาวบ้านฝากมาถามอย่างนี้ครับท่านประธาน ยาบ้า ยังแก้ไม่ได้เลย เต็มประเทศอยู่ ทำไมเอากัญชง กัญชา มาแถมให้อีก ผมจะเอาข้อมูล ด้านกฎหมาย ด้านข้อเท็จจริงและประสบการณ์ กัญชากับใบมอญสมัยก่อนมันอยู่ในต้มไก่ กับปลาร้าที่เขามาทำส้มตำ โดยวิถีชีวิตชาวบ้านมันจะอยู่อย่างนั้น แล้วข้อเท็จจริง เหล้า เบียร์ บุหรี่ ยาไอซ์ (Ice) ยาอี (E) กัญชง กัญชา ใบมอญ ทำไมทานเหล้าแล้วต้องสูบบุหรี่ด้วย ทำไมกินเบียร์แล้วมีสูบบุหรี่ด้วย บุหรี่ที่ใช้ถ้าเราไปดูแถวถนนข้าวสาร บุหรี่มันจะใช้ผสมกัน กับกัญชา มีชาวต่างประเทศชอบ ตัวสิ่งนี้มีนักดนตรีอยู่หลายคนช่วงเล่นคอนเสิร์ตต่าง ๆ จะสร้างอารมณ์จากจุด ๆ นี้ ต้องสูบกัญชา สูบบุหรี่ และหรืออะไรต่าง ๆ เพราะฉะนั้นตามที่ ท่านชูวิทย์บอกว่าเดี๋ยวนี้ไอ้ตัวกัญชามันไปผสมกับยาบ้า กัญชาเดี๋ยวนี้ไปผสมกับยาบ้า แล้วก็ ใส่เข้าไปในบ้องแล้วก็สูบ ชาวบ้านทุกวันนี้เต็มไปด้วยความหวาดระแวง ว่าลูกหลาน จะเผาบ้านตัวเอง โดยเฉพาะการขอเงิน การยืมเงิน และหรือไม่ได้ จะขโมยของอยู่ในบ้าน ตัวเองเป็นหลักเลย โดยชีวิตจริงเป็นอย่างนั้น เหล้า บุหรี่ กัญชาอะไรมันผสมผสานกันได้หมด ทำไมตัววิธีการที่ท่านดำเนินการมาทั้งหมดผมเรียนตรง ๆ เลยว่ามันผิดรูปแบบ มันผิดวิธีการ มีของดี ๆ อยู่หลายอย่างในระบบทางการเมือง ถ้าท่านใช้ผิดวิธีหรือขยายผลผิดวิธีมันจะพัง ทันที ท่านแก้ไขกฎหมายอยู่หลายอย่างหลายข้อ ผมจำได้ว่ามีข่าวว่ามีช่วงหนึ่งทางบุรีรัมย์ เคยรวบรวมคนที่จะไปขยายผลด้านกัญชาและแจกกัญชาไปถึงล้านต้น มันเอาอยู่หรือครับ แล้วเป้าหมายที่ว่าแจก ๖ ต้น แจก ๑๕ ต้น อันนี้เป็นการยัดเยียดเข้าไปในครัวเรือนทั้งหมดเลย เราจะไปคุมได้อย่างไรท่านประธาน การนันทนาการ การไปใช้อย่างเป็นประโยชน์ ในเมื่อสิ่งเหล่านี้มันอยู่ในครัวเรือนทั้งหมดแล้ว ผมว่าประเทศมันพังแล้วเดี๋ยวนี้ ผมไม่ทราบว่าท่านจะเดินต่อไปอย่างไร แต่ข้อกฎหมาย ส่วนหนึ่ง ข้อเท็จจริงส่วนหนึ่ง ประสบการณ์ส่วนหนึ่ง และการออกเยี่ยมเยียนพี่น้อง ประชาชน พี่น้องประชาชนยังบอกว่าทำไมยังเอากัญชามาเพิ่มให้อีก ทั้ง ๆ ที่อยู่แค่นี้ ก็ลำบากแล้ว ผมเคยเสนอในสภาแห่งนี้ว่าในความคิดความเชื่อที่มันหลากหลายในระบอบ ประชาธิปไตย ถ้ามันเกิดข้อขัดแย้งขึ้นท่านควรจะใช้กฎหมายเกี่ยวกับการประชามติ ท่านเอากฎหมายฉบับนี้เลย ถามชาวบ้านทั้งหมดเลยว่าชาวบ้านจะเอาไหม ถ้าเอามันจะเดิน ต่อไปได้ แต่ถ้าไม่เอาควรยุติ ผมฟังดูนี่ หลายไฟท์ (Fight) หลายขั้น หลายตอนแล้ว ปรากฏว่า ถึงมาตรา ๔ ๙๐ กว่ามาตรา อีก ๒ เดือน ๓ เดือนหมดวาระ โอกาสที่จะผ่านยากมาก ผมก็มีพรรคพวกเป็น ส.ว. อยู่ เพราะว่ามันกระจายไปทุก ๆ จังหวัด ก็ถามดูเขาบอกว่า ถึงจะผ่านก็ไม่ผ่าน ขนาดแนวคิดที่ว่า ส.ว. ก็เป็นกลุ่มก้อนเดียวกันยังไม่เห็นด้วยเลย มันเกิด อะไรขึ้นครับท่านประธานครับ แนวคิดต่าง ๆ มันผิดวิธี ผมอยากเรียนต่อท่านประธานสภาว่า ถ้าอยากให้มีความเป็นกลาง อยากให้มีแนวคิดหลาย ๆ อย่าง หลาย ๆ ด้าน หลาย ๆ มิติ ควรนำกฎหมายฉบับนี้ไปประชาพิจารณ์หรือประชามติกับชาวบ้านครับ🔗
คุณประกอบ รัตนพันธ์ ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม ประกอบ รัตนพันธ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออนุญาตท่านประธานนะครับ เพื่อที่จะมีส่วนร่วมในการ อภิปรายในมาตรา ๔ ก็ถือว่าเป็นมาตราที่มีความสำคัญมาตราหนึ่ง เพราะว่าเป็นมาตราของ คำจำกัดความ ในมาตรา ๔ ผมกังวลมากนะครับ ก็คือเรื่องการผลิตที่คณะกรรมาธิการ เสียงข้างมากได้ตัดคำว่า เพาะ ปลูก ออกในการผลิต ที่ผมกังวลเพราะอะไรครับ เพราะว่า เรื่องกัญชานั้นเราต้องทำความเข้าใจให้ชัดเจน กัญชามีสายพันธุ์หลักที่ปลูกในโลกนี้ ๓ สายพันธุ์ สายพันธุ์แรกก็คือสายพันธุ์ที่นำเส้นใยมาใช้ประโยชน์ สายพันธุ์ที่ ๒ คือสายพันธุ์ ที่สกัดเอาสารซีบีดี (CBD) มาทำเครื่องสำอางเป็นหลัก สายพันธุ์ที่ ๓ คือสายพันธุ์ที่เอาสาร ทีเอชซี (THC) ไปสกัดทางการแพทย์เป็นหลัก สายพันธุ์ที่ปลูกเพื่อเอาเส้นใย สายพันธุ์ที่ปลูก เพื่อที่จะทำเครื่องสำอาง ผมกราบเรียนท่านประธานว่าเราจะปลูกที่ไหนในพื้นดินทั่วไป ปลูกอย่างไรก็ไม่มีปัญหาส่งผลกระทบเท่าไร แต่สายพันธุ์ที่นำไปใช้ในทางการแพทย์ ต้องพิถีพิถัน ต้องมีหลักวิธีในการปลูกที่ปลอดภัย เพราะว่ากัญชานั้นเป็นพืชประเภท ที่เรียกว่าคอนซัมชัน แพลนต์ (Consumption plant) เป็นพืชที่มันดูดสารพิษในดิน ดูดธาตุ อาหารในดินขึ้นไปสะสมในลำต้นและช่อดอกมากที่สุด เพราะฉะนั้นจะเห็นว่าในการปลูก กัญชาเพื่อการส่งออกที่ขายช่อไปสกัดสารทีเอชซี (THC) ทางการแพทย์ หรือใช้ในการแพทย์นั้น เขาจะพิถีพิถันในเรื่องของดินปลูกเป็นกรณีพิเศษ ดินจะต้องปลอดภัย ดินจะต้องไม่มีสารพิษ แล้วต้องไปปลูกในเรือนโรงที่ควบคุมอุณหภูมิและช่วงแสงได้ ความเข้มของแสงได้ เพื่ออะไร เพื่อเป็นการควบคุมปริมาณของสารในช่อดอก ทั้งสารทีเอชซี (THC) และสารซีบีดี (CBD) เพราะฉะนั้นถ้าเกิดคณะกรรมาธิการตัดคำว่า เพาะปลูก ออกนั้นผมกังวลมากครับ กังวลว่า คณะกรรมาธิการค่อนข้างจะเข้าใจไม่ถี่ถ้วน เข้าใจไม่ลึกจริง ๆ ก็ทำให้การปลูกกัญชานั้นจะมี ผลกระทบอย่างมาก ผมกราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่าการที่ พ.ร.บ. ฉบับนี้และเจตนารมณ์ของ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้เปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนได้ปลูกกัญชาทุกบ้านที่ขออนุญาต ตรงนี้คือความเป็นอันตราย เพราะว่าถ้าเกิดดินที่ไม่มีการควบคุม พี่น้องประชาชนเอากัญชา ไปปลูก จะใช้ประโยชน์ทางช่อดอกไปทางการแพทย์ค่อนข้างจะมีปัญหา เพราะว่าอาจจะ มีสารพิษที่อยู่ในดิน ซึ่งบ้านเราวันนี้ดินที่ใช้ในการเพาะปลูกแล้วมันอุดมสมบูรณ์ไปด้วย สารพิษที่สะสมในดินอยู่มากมายก็ทำให้พืชชนิดนี้มันแอบซอร์บ (Absorb) มันกระโดด มันออสโมซีส (Osmosis) สิ่งเหล่านี้เข้าไปสะสมก็เป็นพิษ เพราะฉะนั้นผมกราบเรียนว่า ผมเองยังที่จะให้คงไว้ในเรื่องของการเพาะและการปลูกเพื่อควบคุมดินที่ปลูกกัญชาไว้ด้วย ก็กราบเรียนท่านประธานที่เคารพว่าผมไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการเสียงข้างมากที่ตัด คำว่า เพาะ และ ปลูก ออก ถึงแม้ว่าผู้ชี้แจงได้ชี้แจงแล้วว่ามีกฎหมายฉบับอื่นควบคุมอยู่ ผมไม่เห็นกฎหมายฉบับไหน ฉบับไหนที่ควบคุมเรื่องการปลูกกัญชาบอกผมสักฉบับสิ ผมจะได้ไปศึกษา ไม่จริงครับ ไม่จริง แต่การเขียนอย่างนี้เป็นการเขียนในการเปิดโอกาสให้ พี่น้องประชาชนปลูกกัญชาได้อย่างเสรี กราบขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
เชิญท่านกรรมาธิการครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ กรรมาธิการ ขออนุญาตเพื่อทำความเข้าใจกับหลายท่าน ที่อาจจะยังไม่ได้มีการสื่อสารจากคณะกรรมาธิการไปนะครับ🔗
ข้อแรก การที่คณะกรรมาธิการตัดคำว่า เพาะปลูก ไม่ได้แปลว่าเราไม่ใส่ใจ เรื่องการเพาะปลูกครับ เพราะว่าการเพาะปลูกได้แยกออกเป็น ๒ หมวดอย่างชัดเจน และเป็นคำพื้นฐานในพจนานุกรม และมีใบอนุญาตเฉพาะการเพาะปลูกต่างหาก ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่าเราให้ความสำคัญกับเรื่องการเพาะปลูกแยกออกมาจากการผลิต นี่คือประการที่ ๑🔗
ประการที่ ๒ ที่ผมอยากจะเรียนให้ทราบว่าที่ทุกท่านเป็นห่วงเรื่องกัญชา กัญชง ผมขออนุญาตนำเสนออย่างนี้ว่าในอนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ เขาไม่ควบคุมเส้นใยกับเมล็ดแม้จะเรียกว่ากัญชา และในอนุสัญญาเดี่ยวไม่ได้แยกคำว่า กัญชาหรือกัญชง ตราบใดที่ใช้ประโยชน์จากเส้นใยและเมล็ดไม่ได้มีการควบคุมในฐานะ ยาเสพติด แต่ทีนี้ผมอยากจะเรียนให้ทราบว่าถึงกระนั้นก็ตามคณะกรรมาธิการได้ระบุ ในเรื่องของมาตรา ๑๘ เรื่องของการรับจดแจ้งว่าจะใช้ประโยชน์ในครัวเรือนไม่เกิน ๑๕ ต้น ที่ได้ร่างไว้โดยคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก แต่เห็นไหม มาตรา ๑๘/๑ บอกว่าถ้าเป็นการ เพาะปลูกกัญชงเพื่อใช้ประโยชน์จากราก ลำต้น หรือเส้นใยได้ครัวเรือนละ ๕ ไร่ ๕ ไร่โดยที่ เพียงแค่การจดแจ้ง ไม่ต้องขออนุญาต ก็จะมีคำถามว่าแล้วทำไมต้องจดแจ้ง เพราะเราต้อง รายงานต่อคณะกรรมการระหว่างประเทศภายใต้อนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติดให้โทษ🔗
ผมขออนุญาตนำเสนออีกประการหนึ่งที่ทำให้เห็นว่าเราแยกเรื่องกัญชง แม้อยู่ในกฎหมายฉบับเดียวกันนี้ออกมาต่างหาก ว่าการขายในเรื่องของเส้นใย เราได้ พิจารณาอย่างถ่องแท้ว่าถ้าเป็นเส้นใยท่านไม่ต้องเป็นห่วงเลย ท่านจะขายผ่านเครื่องขายก็ได้ ออนไลน์ (Online) ก็ได้ มันไม่ใช่ปัญหาเลย เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้ได้แยกออกมาต่างหาก อยู่แล้วในเรื่องของมิติการใช้เส้นใยและราก ซึ่งไม่ได้ถูกควบคุมภายใต้อนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วย ยาเสพติดให้โทษ จึงกราบเรียนว่าเราได้แยกกัญชา กัญชง ในกฎหมายฉบับเดียวกันไว้อยู่แล้ว ท่านไม่ต้องกลัว การปลูกกัญชงเป็นสิ่งที่มีการสนับสนุน โดยเฉพาะการใช้เส้นใย เป็นประโยชน์ในทางอุตสาหกรรมอยู่แล้ว จึงขออนุญาตกราบเรียนเบื้องต้นเท่านี้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ สมาชิกยังมี อะไรจะสอบถามไหมครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ขออนุญาตครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ ขออนุญาตสอบถามเพิ่มเติมเล็กน้อย🔗
เชิญครับ🔗
จากทางที่ท่านผู้ชี้แจง เมื่อสักครู่ท่านผู้ชี้แจงได้กรุณาบอกว่าในส่วนกัญชงอยู่ในอนุสัญญาเดี่ยว แล้วก็ในการใช้ เส้นใยไม่ได้มีอะไรที่ห้ามใช้ แต่ในส่วนของ พ.ร.บ. ฉบับนี้ไม่ได้มีระบุตามอนุสัญญาเดี่ยว ถ้ามีท่านกรุณาชี้แจงสักนิดว่าได้มีการอนุญาตให้ใช้โดยไม่ผิดกฎหมายหรือไม่ ตามที่ผม ได้อภิปรายเมื่อสักครู่ก็คือว่าในส่วนของ พ.ร.บ. ฉบับนี้มันเปลี่ยนกัญชา กัญชง เป็นยาเสพติดแล้ว และตรงนี้ที่ท่านพูดมาแต่ในอนุสัญญาเดี่ยวมีตรงไหนในนี้ที่ห้าม ถ้าไม่มี กรรมาธิการ เสียงข้างมากจะเสนอในการแก้ให้มี ได้หรือไม่ เอาตรงนี้ก่อน แต่หลักการผมไม่เห็นด้วย ว่าหลักการไม่ใช่เสรีแล้ว มันเป็นการควบคุม เป็นยาเสพติดแล้ว ขอให้ท่านตอบด้วยครับ🔗
เชิญท่านกรรมาธิการครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ กระผม นายแพทย์เทวัญ ธานีรัตน์ เลขานุการคณะกรรมาธิการ ผมขอเรียนอย่างนี้ ตามที่ กรรมาธิการเสียงข้างมากได้ตัดมาตรา ๓ ไป ไม่ได้หมายความว่ากรรมาธิการยอมรับว่ากัญชา เป็นยาเสพติดให้โทษ อันนี้คือหลักการอยู่ตรงนี้ และในกฎหมายฉบับนี้สิ่งที่กรรมาธิการ ห่วงใยที่สุดก็คือเรื่องการใช้ช่อดอก เพราะฉะนั้นในส่วนที่ไม่ใช่ช่อดอกทั้งหมดกรรมาธิการ ก็ปล่อยให้ถูกใช้ได้ อย่างเช่นกรณีกัญชง เราชัดเจนว่าเราไม่ได้ห้ามเรื่องการใช้ราก กิ่ง ก้าน ต้น ชัดเจน อย่างเช่นเรื่องการอนุญาตขาย ท่านไปดูในมาตราที่ระบุอนุญาตขาย เราระบุ ชัดเจนว่าเราอนุญาตให้ขายได้โดยไม่ต้องขออนุญาต ก็ขอเรียนชี้แจงเพิ่มเติมอย่างนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านพิเชษฐ์ เชิญครับ🔗
นิดเดียวครับท่านประธาน กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ท่านกรรมาธิการก็ยังไม่ได้ตอบผมว่า ตกลงกระบวนการนำเข้าและส่งออก มันจะนำเข้า ส่งออกส่วนไหน ถ้านำเข้าช่อดอก เอามาทำอะไร เอามาเข้าโรงงานประเทศไทย เอามาเพื่ออะไร ถ้าส่งออก ส่งออกส่วนไหน แล้วไปประเทศไหนบ้าง ชาวบ้านเขาก็อยากจะรู้ เสร็จแล้วการสูบ ท่านกรรมาธิการก็ไม่ได้ ตอบผมว่าการสูบมันดีอย่างไร งานวิจัยว่าสูบแล้วดีมันดีอย่างไร ผมเสนอให้ตัด ท่านมี ความเห็นอย่างไร เพราะว่าการบริโภค ถ้าพูดถึงการสูบมันเป็นสันทนาการที่ทำให้ติดได้ เอางานวิจัยมาให้ผมดูสิ ผมเรียนถามนะครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ท่านนิยม เวชกามา ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา คือตามรายงานของทางคณะกรรมาธิการทั้ง ๒ ท่านชี้แจงเมื่อสักครู่นี้ ผมสงสัยนิดหนึ่งสั้น ๆ ครับ🔗
ท่านนิยมเข้าตู้ดีกว่า อนุญาตให้ท่านพูดได้ครับ ขอบคุณครับ เป็นตัวอย่างครับ🔗
ท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ผมถามสั้น ๆ ทั้ง ๒ ท่านเลยนะครับ เพราะว่าผมนั่งฟังก็สงสัยที่ท่านปานเทพบอกว่าที่ท่านต้องทำแบบนี้ เพื่อที่จะรายงานเรื่องเกี่ยวกับยาเสพติดต่อในอนุสัญญา อันนี้ผมต้องถามท่าน ท่านเล่าให้ผม ฟังหน่อย เพราะมันมีกฎหมายยาเสพติด ท่านจะรายงานอย่างไรประเด็นหนึ่ง อีกอันหนึ่ง ที่ผมสงสัยคือคุณหมอเทวัญบอกว่าที่ตัดออก มาตรา ๓ ที่ตัดออกไม่ได้เป็นเพราะ ไม่ได้ยอมรับว่ากัญชาเป็นยาเสพติดอะไร ผมยิ่งฟังยิ่งสับสน ท่านตัดเพราะอะไร ท่านตอบ ผมหน่อยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ท่านปานเทพหรือคุณหมอ เชิญเลยครับ🔗
ขออนุญาตท่านประธานนะครับ ผม นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ กรรมาธิการ ก่อนอื่นเลยผมอยากจะเรียนให้ทราบว่าถึงแม้ เราจะไม่ได้กำหนดให้กัญชาเป็นยาเสพติด แต่เรามีหน้าที่จะต้องปฏิบัติตามอนุสัญญาเดี่ยว ว่าด้วยยาเสพติดให้โทษในการรายงานพื้นที่การเพาะปลูก ขั้นตอนการนำเข้า การอนุญาต นำเข้า การส่งออก การผลิต นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเราต้องมีนิยามคำว่า นำเข้าและส่งออก เพราะเรามีหน้าที่ต้องทำในการอนุญาตเช่นนั้น นี่คือประการที่ ๑🔗
ประการที่ ๒ ผมขออนุญาตเลยว่าภายใต้อนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วยยาเสพติด ให้โทษ มาตรา ๑ คำว่า กัญชา หรือกัญชงที่ประเทศไทยเรียก มีคำเดียวคือแคนนาบิส (Cannabis) เท่านั้น ซึ่งแปลว่าพืชในสกุลกัญชาหรือกัญชงภายใต้อนุสัญญาเดี่ยวว่าด้วย ยาเสพติดให้โทษ เขาไม่แยกครับ เขาใช้คำเดียวคือแคนนาบิส (Cannabis) เท่านั้น แล้วแคนนาบิส (Cannabis) ที่เราพูดถึง ที่เรียกว่ากัญชาหรือกัญชงนี่ละครับ เขาหมายถึง เฉพาะช่อดอกและยางของช่อดอกเท่านั้น แต่เวลาควบคุมภายใต้อนุสัญญาเดี่ยว เขาควบคุม แคนนาบิส แพลนต์ (Cannabis plant) คือต้นทั้งต้น ซึ่งแปลว่าจะต้องมีการขออนุญาต หรือขอจดแจ้งที่เราดำเนินการอยู่ มีพื้นที่เท่าไร เพื่อรายงานกลับไปที่คณะกรรมการ ยาเสพติดระหว่างประเทศ มีคนถามว่าแล้วทำไมเราไม่เป็นยาเสพติดเสียเลย ผมอยากเรียน ให้ทราบว่าเราช้ากว่าต่างประเทศหลายสิบปี ผมขอเรียนให้ทราบว่าภายใต้อนุสัญญาเดี่ยว ว่าด้วยยาเสพติดให้โทษไม่เคยกำหนดให้กัญชาห้ามใช้ทางการแพทย์และทางวิทยาศาสตร์ แต่ทุกท่านครับ เวลาแปลเป็นภาษาไทยไม่มีคำนี้ เราช้ามาหลายสิบปี เทียบกับต่างประเทศ ที่เขาจดสิทธิบัตรไปอย่างมากมายมหาศาล ถ้าเราจะเริ่มวิจัยใหม่เราต้องรอ ๑๗ ปีกว่าจะมี งานวิจัยเชิงประจักษ์ที่เป็นไปตามมาตรฐานได้ นี่คือวิกฤติของชาติที่เราต้องเผชิญอยู่นะครับ🔗
ประการที่ ๓ ที่ผมอยากจะเรียนให้ทราบว่าปัจจุบันนี้พอเราเดินตามงานวิจัย ที่บอกว่าเชิงประจักษ์ทางการแพทย์ เมื่อสักครู่ที่ท่านพิเชษฐ์ถามว่าผมเอามาจากงานวิจัย อะไร ผมขอให้ท่านไปจดได้เลยนะครับ ชื่อรายงานการศึกษาติดตามสถานการณ์การใช้ และการให้บริการกัญชาทางการแพทย์ ระยะที่ ๒ ของศูนย์ศึกษาปัญหายาเสพติด ปี ๒๕๖๔ เก็บข้อมูลระหว่างธันวาคม ๒๕๖๓ ถึงกุมภาพันธ์ ๒๕๖๔ โดยศาสตราจารย์ดอกเตอร์ แพทย์หญิงสาวิตรี อัษณางค์กรชัย นางสาวกนิษฐา ไทยกล้า และดอกเตอร์นายแพทย์ มูฮัมมัดฟาห์มี ตาเละ ผมไม่ได้พูดว่าผมสนับสนุนการสูบกัญชา แต่ผมบอกว่ามีคนสูบกัญชา ทางการแพทย์จริง ๆ ที่ท่านถามว่าแล้วเอามาจากไหนสูบกัญชาทางการแพทย์ เป็นหนึ่งใน กรรมวิธีของการแพทย์แผนไทย ประกาศโดยสภาการแพทย์แผนไทย ภายใต้กฎหมายวิชาชีพ ของผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทย แล้วก็ไม่ใช่มีแค่กัญชาอย่างเดียวเป็นการสูบ มีสูบลำโพง สูบดอกปีบ แม้แต่มวนบุหรี่ก็รักษาโรคในการชุบกระดาษตามตำรับยาไทย แปลว่าการสูบเป็นกรรมวิธีการหนึ่งของการรักษาทางการแพทย์ที่ปฏิเสธไม่ได้ครับ ประการที่ ๒ ที่ผมอยากจะเรียนให้ทราบว่าในข้อเท็จจริง อย่างกรณีท่านประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ท่านนอนไม่หลับ แล้วท่านก็พยายามอภิปรายว่าท่านต้องเลือกใช้วิธีการสูบ เพราะวิธีการหยดแรงเกินไป ออกฤทธิ์ช้า กะยาก แล้วท่านก็มีอาการมาก เพราะมันออกฤทธิ์ มากกว่าสูบ ๓-๗ เท่าตัว ในกระบวนการนี้ทำให้เราปฏิเสธการสูบไม่ได้ และถ้าเราไม่เขียนไว้ ในคำนิยามเราจะควบคุมไม่ได้ การที่เราเขียนเอาไว้เท่ากับเราตั้งใจจะควบคุม การที่เรา ไม่เขียนเอาไว้เท่ากับเราละเลยเห็นว่าสิ่งนี้ไม่ต้องควบคุม มันตรงกันข้ามกัน ขอบพระคุณครับ🔗
ขออนุญาตท่านประธาน นิดหนึ่งครับ ผม พิเชษฐ์ ครับ ท่านปานเทพคือผมฟังท่านไม่ทัน ท่านให้เจ้าหน้าที่ปริ้นต์ (Print) ออกมาให้ผมถ้าคิดว่ามันดี เพราะผมต่อสู้เพื่อไม่ให้ประเทศนี้มันเป็นขี้ยาทั้งประเทศ ผมต่อสู้เรื่องนี้ ท่านให้เจ้าหน้าที่ปริ้นต์ (Print) ออกมาว่าคนที่ท่านอ้างเมื่อสักครู่นี้ ผลงาน วิจัยทั้งหมดผมขอในห้องนี้ครับ ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
คุณธีรัจชัย เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล ขอเรียนท่านประธานครับ ท่านกรรมาธิการยังไม่ได้ตอบคำถามผมถึง ๒ ข้อ ข้อที่ ๑ ก็คือในเรื่องของมาตรา ๓ นั้น ได้แก้ไขโดยตัดคำว่า ไม่เป็นยาเสพติดให้โทษ นั่นก็คือต้องกลับไปเป็นยาเสพติดให้โทษแล้ว ในส่วนกัญชา อันนี้ท่านยังไม่ได้ตอบ ท่านบอกว่าความเข้าใจของตัวกรรมาธิการบอกว่า มันไม่เป็นยาเสพติดให้โทษ ซึ่งก็คลาดเคลื่อนต่อหลักการร่างกฎหมายทั่วไปนะครับ อันนี้ประเด็นที่ ๑ ท่านยังไม่ตอบให้เคลียร์ (Clear)🔗
ประเด็นที่ ๒ ในเรื่องของที่ท่านบอกว่าอนุสัญญาเดี่ยว กัญชงสามารถ ใช้เส้นใยได้ ผมถามว่าในส่วน พ.ร.บ. ฉบับนี้มีตรงไหนที่แยกแยะว่าไม่ใช่ยาเสพติดและมาใช้ เส้นใยได้ เพราะใน พ.ร.บ. ฉบับนี้หมายถึงตีเหมาการใช้การอะไรก็แล้วแต่ ถ้ามันต้องกลับไป เป็นยาเสพติด ใครเอามาใช้ย่อมจะต้องมีความผิดและถูกควบคุมตาม พ.ร.บ. ยาเสพติด และกฎหมายยาเสพติดด้วย ผมอยากให้ท่านตอบให้ชัดเจนเพราะท่านยังไม่ตอบ ทั้ง ๒ ประเด็นนี้เลยครับ🔗
เชิญเลยครับ🔗
เรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร ในฐานะกรรมาธิการ ผมขออนุญาตเรียนเกี่ยวกับประเด็นที่ ท่านสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ท่านธีรัจชัยได้ตั้งคำถามนะครับ🔗
ประการแรก ผมว่าตามมาตรา ๓ ที่เคยมีแล้ว ต่อมาเราก็ได้มีการเสนอให้ตัด และที่ประชุมแห่งนี้ก็ได้ลงมติให้ตัด ความเดิมของมาตรา ๓ มีความว่า ให้กัญชาและกัญชง ตามพระราชบัญญัตินี้ไม่ถือเป็นยาเสพติดให้โทษตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพติดหรือประมวล กฎหมายยาเสพติด แต่การที่เราตัดไปมันก็ไม่ได้ทำให้กัญชากลับไปเป็นยาเสพติด เพราะกัญชาจะเป็นยาเสพติดหรือไม่ต้องไปดูที่ประมวลกฎหมายยาเสพติด ประมวลกฎหมาย ยาเสพติด มาตรา ๒๙ ได้บัญญัติไว้ว่ายาเสพติดมีอยู่ ๕ ประเภท และประเภทที่ ๕ สิ่งที่เป็น ยาเสพติดก็ไม่มีคำว่า กัญชา อยู่ แล้วต่อมาเมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข โดยคำแนะนำของคณะกรรมการควบคุมยาเสพติดและโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามยาเสพติดได้ออกประกาศระบุชื่อยาเสพติดประเภท ๕ ออกมานี้ สิ่งที่เป็นยาเสพติดก็คือสารสกัดจากกัญชา กัญชงที่มีค่าทีเอชซี (THC) เกิน ๐.๒ เปอร์เซ็นต์ โดยน้ำหนัก เพราะฉะนั้นความเป็นยาเสพติดของกัญชา ณ เวลานี้ต่อให้ตัดมาตรา ๓ ออกไป ต้นกัญชาทั้งต้นก็ไม่ได้เป็นยาเสพติด ในประเทศไทยสิ่งที่มาจากกัญชาแล้วเป็นยาเสพติดก็คือ สารสกัดที่มีค่าทีเอชซี (THC) เกิน ๐.๒ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น นี่คือสิ่งที่จะขอตอบสำหรับ คำถามแรก🔗
สำหรับคำถามที่ ๒ ถ้าท่านได้อ่านร่างพระราชบัญญัตินี้ไปเรื่อย ๆ จนจบ ก่อนที่เราจะมาแสดงความเห็นกันในเรื่องของคำนิยามอย่างเดียวนี้ ขออนุญาตเรียนว่า ในกฎหมายเราได้เขียนเรื่องของกัญชงนี้เราไม่ได้ห้ามในเรื่องของการขาย มีอยู่ในหลายมาตรา ซึ่งท่านไปดูได้ว่าจริง ๆ การที่เราไม่ได้ห้ามขายกัญชง นั่นหมายถึงว่าสิ่งอะไรที่เป็นกัญชง ที่เป็นไฟเบอร์ (Fiber) ที่เป็นเส้นใยทั้งหลายก็สามารถที่จะทำไปได้ ในมาตรา ๑๘/๑ เราก็ เขียนไว้เรื่องของการที่สามารถที่จะจดแจ้งปลูกได้ถึง ๑๕ ไร่ เรื่องนี้แยกกันชัดเจน ในที่ประชุมมีที่ปรึกษาที่เป็นผู้เกี่ยวข้องในเรื่องของด้านต่าง ๆ เรื่องกัญชา กัญชง เราได้ พิจารณากันอย่างละเอียด ขอเรียนยืนยันว่าไม่ได้เป็นอย่างที่ท่านเข้าใจ แล้วผมขออนุญาต ชี้แจง สิ่งที่อยากจะขออนุญาตเรียนเพิ่มเติมในประเด็นที่ท่านพิเชษฐ์ได้ถามนะครับ การเขียนเรื่อง การนำเข้า ส่งออก มันเป็นการเขียนกฎหมายไว้เพื่อที่จะให้มีในกรณีที่จะต้องมีการนำเข้าและ ส่งออก ผมมีข้อมูลอยู่นิดหนึ่ง จะขออนุญาตเรียนว่าจากศูนย์ของมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ได้ออกเรื่องของแนวโน้มเรื่องธุรกิจในปี ๒๕๖๖ และพูดถึงธุรกิจดาวรุ่งอยู่อย่างหนึ่ง ก็คือบอกว่าธุรกิจดาวรุ่ง ๑ ใน ๑๐ ในปี ๒๕๖๖ คือธุรกิจเกี่ยวกับกัญชา ใบกระท่อม ซึ่งท่านพิเชษฐ์อาจจะไม่ทราบเรื่องกัญชา แต่เรื่องใบกระท่อมท่านก็ทราบดี เพราะท่านเข้าใจ เรื่องนี้อยู่ ท่านเป็นกรรมาธิการเรื่อง พ.ร.บ. พืช กระท่อม พ.ศ. .... สิ่งที่จะขอเรียนย้ำ ให้เข้าใจอีกครั้งว่าสภาแห่งนี้เองทราบดีว่าเดิมทั้งกัญชาและกระท่อมเป็นยาเสพติด ตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ ปี ๒๕๒๒ และต่อมาทั้งสองคือทั้งกัญชาและกระท่อมก็ได้ถูก ปลดล็อกมา ทบทวนเพื่อให้ทุกท่านได้ทำความเข้าใจนึกย้อนหลังไปว่าวันนี้เราไม่ได้พูดถึง กระท่อมเลย เราพูดกันแค่เรื่องกัญชา จะบอกว่าที่จริงแล้วทั้งกัญชาและกระท่อมก็ล้วน แล้วแต่เคยเป็นยาเสพติด แต่วันนี้เราปรับทัศนคติใหม่ตามโลก เพื่อที่จะทำสิ่งเหล่านี้ ทำให้ประชาชนเข้าถึงได้ใช้ประโยชน์อย่างมากที่สุด เป็นประโยชน์ที่สุด วันนี้กรรมาธิการ ซึ่งล้วนแล้วมาจากพรรคการเมืองทุกพรรค ทางพรรคเพื่อไทยท่านเป็นพรรคใหญ่ก็มาอยู่ ๖ คน พรรคผมเล็ก ๆ มีอยู่ ๓ คน อย่างพรรคประชาธิปัตย์ก็มี ๒ คน เรามากันตามลำดับ จัดลำดับจากเล็กมาใหญ่ แล้วจริง ๆ ท่านไปดูในรายงานได้ว่ากรรมาธิการที่มาจากพรรค การเมืองของท่านได้แสดงความเห็นคัดค้าน สนับสนุนเป็นประการใด เพราะฉะนั้นเรียน อย่างนี้ว่า จริง ๆ ผมยินดีพร้อมที่จะรับฟังแล้วก็พร้อมที่จะพิจารณากันได้ แต่ขอเรียน ทบทวนอีกทีว่าคำว่า กัญชาและกัญชง ในคำนิยามไม่ได้มีการแก้ไขมาเลย เราอภิปราย ในสิ่งที่เราไม่ได้แก้ไขกันเลยครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาต อีกสักนิดหนึ่ง เพื่อให้สิ้นกระแสความครับ🔗
เชิญครับ🔗
ผม นายธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล ด้วยความเคารพในท่านประธานคณะกรรมาธิการ พ.ร.บ. กัญชา กัญชง พ.ศ. .... เมื่อสักครู่ท่านชี้แจงออกมาว่าในส่วนของกัญชา กัญชงนั้น มิได้เป็นยาเสพติด เนื่องจากว่ามีการแก้ไขในส่วนของ พ.ร.บ. ยาเสพติดในตรงแนบท้ายว่า กัญชาไม่มีแล้ว แต่ได้เปลี่ยนเป็นสารสกัดจากกัญชา กัญชงในปริมาณที่เป็นยาเสพติดเท่านั้น ผมเรียนถามท่านอีกนิดหนึ่งเพื่อให้กระจ่างในที่ประชุม การจะออกกฎหมายแบบนี้ แต่เนื่องจากว่า พ.ร.บ. กัญชา กัญชง พ.ศ. .... ฉบับนี้เขียนไว้แต่ละอันไม่ได้บอกว่าสารสกัด จากกัญชา กัญชง แต่เขียนว่าเป็นกัญชาและกัญชง อย่าลืมนะครับ ดังนั้นจะบอกว่าไม่ได้เป็น ยาเสพติดนั้นก็คงเป็นไปไม่ได้ในส่วนนั้น ตรงนี้ก็คือว่ารายละเอียดถ้าจะให้ตรงจริง ๆ ไม่ต้องเขียนว่าสารสกัดจากกัญชาและกัญชงซึ่งพ้นจากยาเสพติด แต่ในส่วนของกัญชา กัญชง ซึ่งตัวนี้เขียนว่ากัญชา กัญชงทั้งหมด การบัญญัติกฎหมาย การตีความจะต้องตีความ ได้ชัดแจ้งกว่านี้ ขอเรียนว่าเห็นแล้วยังไม่สบายใจอยู่ครับท่านประธาน🔗
ท่าน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง กรรมาธิการเดี๋ยวค่อยตอบพร้อมกันนะครับ เชิญเลยครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ สำหรับมาตรา ๔ ผมจะขอแสดงความเห็นเนื่องจากผมไม่ได้สงวนไว้ก็ตาม โดยเฉพาะมาตรา ๔ ผมเป็นห่วงคำนิยามคำว่า ผลิต แม้ว่ากรรมาธิการจะไปแก้ไขแล้วก็ตาม ที่บอกว่าให้หมายความว่า ทำ ผสม ปรุง แปรสภาพ สกัด เปลี่ยนรูป รวมถึงการแบ่งบรรจุ หรือรวมบรรจุช่อดอกหรือสารสกัดเพื่อขาย แต่ไม่รวมถึงการ ทำ ผสม ปรุง แปรสภาพ สกัด เปลี่ยนรูปเพื่อใช้ประโยชน์ในครัวเรือน การประกอบอาหาร ประเด็นสำคัญที่ผมอยากให้ตัดคำว่า ประกอบอาหาร ออกไป เพราะว่าไม่เช่นนั้นจะนำ ช่อดอกไปผสมเป็นอาหาร อาจจะเป็นคุกกี้ หรือเป็นที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ไปยืนโฆษณาไอศกรีม ซึ่งเราต้องยอมรับว่าสิ่งนี้เป็นการส่งเสริมให้เอากัญชาไปใช้ เพื่อสันทนาการ การมีความสุขกับการกินโดยได้ใช้สารที่เป็นสารเสพติดจากกัญชานั้น ผมเห็นว่าจะเป็นอันตรายและเป็นการเขียนซ่อนที่หวังผล คือผมยังยืนยันว่าประมวล กฎหมายให้ใช้ยาเสพติดนั้นเมื่อออกมาใช้กัญชายังเป็นยาเสพติดอยู่ เพราะประเทศไทยเรา เชื่อศาล หลังจากประมวลกฎหมายออกมาใช้ ศาลได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดว่ากัญชา โดยเฉพาะที่ขอนแก่นก็มีการตัดสินแล้ว ผมไม่อยากให้อภิปรายให้ประชาชนเข้าใจไขว้เขว ดังนั้นเมื่อกัญชายังเป็นยาเสพติด ยาเสพติดกับความเป็นสันติสุขมันจะย้อนแย้งกัน ประเทศ จะมีสันติสุขได้ประเทศนั้นประชาชนต้องไม่เสพหรือใช้ยาเสพติด เพราะยาเสพติดเป็นการ ทำลาย ดังนั้นผมจึงขอให้ตัดข้อความที่คำว่า ประกอบอาหาร ซึ่งจะเป็นการส่อไปในการ ที่ใช้ส่วนของช่อดอกมาผสมเพื่อเป็นอาหารเป็นยาเสพติด ขอบพระคุณมากครับ🔗
มีสมาชิกส่งชื่อมาอีก ท่านหนึ่ง คุณณัฐพล สืบศักดิ์วงศ์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมอภิปรายแล้ว แต่ผมมีคำถามที่จะถามผ่านท่านประธานไปกรรมาธิการครับ คำถามของผม ก็คือในมาตรา ๔ เมื่อสักครู่นี้ทางกรรมาธิการได้ตอบมา ผมมีข้อสงสัยช่วยอธิบายให้พี่น้อง กลุ่มชาติพันธุ์ในเรื่องการปลูกกัญชง เพราะว่าในมาตรา ๔ มันมีคำเรียกกัญชาก็แคนนาบิส (Cannabis) กัญชงก็แคนนาบิส (Cannabis) แต่ในกรรมาธิการที่เราได้ผ่านสภา ในกรรมาธิการวิสามัญเราใช้คำว่าเฮมพ์ (Hemp) ตั้งแต่วันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๓ ในการศึกษาการแก้ไขการใช้กัญชา กัญชง ใบกระท่อมอย่างเป็นระบบ คำถามที่ผมจะถาม เพื่อยืนยันให้กับพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ที่ใช้กัญชงในการใช้เป็นเครื่องนุ่งห่ม เพราะในมาตรา ๔ ยกเลิกคำว่า เพาะปลูก ท่านประธานครับ พืช ๒ ชนิดนี้คือพืชที่ต้องเพาะปลูก ช่วยยืนยัน ได้ว่าพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ใช้ปลูกเมล็ดสายพันธุ์ดั้งเดิมในพื้นที่พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ได้อย่างไร ช่วยตอบชัด ๆ ให้พี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ได้อุ่นใจ จะได้ไม่ถูกจับดำเนินคดีอีกนะครับ🔗
และประเด็นที่ ๒ เนื้อหาสาระของมาตรา ๔ ไม่มีคำว่า ใช้ในวิถีชีวิตดั้งเดิม ในร่างมาตรา ๔ นี้ใช้คำว่า ครัวเรือน ระหว่างคำว่า ครัวเรือน กับ วิถีชีวิตดั้งเดิม ที่รัฐธรรมนูญ คุ้มครองไว้ ต่างกันนะครับ ช่วยตอบชัด ๆ ว่าพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ผมปลูกได้หรือไม่ ใช้เมล็ด สายพันธุ์ดั้งเดิมได้หรือไม่ ยังต้องจดแจ้ง ยังต้องมีผู้อนุญาต นั่นคือการกดทับอยู่หรือไม่ นั่นคือความที่พี่น้องเราจะได้รับความเป็นธรรมจาก พ.ร.บ. ฉบับนี้หรือไม่ ช่วยตอบให้ กระจ่างเพื่อบันทึกไว้ในสภาด้วย ขอบคุณครับ🔗
ท่านสมาชิกท่านใดจะถาม อีกไหม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม วิรัตน์ วรศสิริน ขออนุญาตมีคำถามถึงท่านกรรมาธิการดังนี้นะครับ ตามที่ ท่านประธานกรรมาธิการท่านได้ชี้แจงว่าถึงจะได้มีการยกเลิก มาตรา ๓ ไปแล้วก็ตาม แต่ว่า กัญชาจะเป็นยาเสพติดหรือไม่ก็ไม่ได้เกี่ยวกับตรงนี้ ไปเกี่ยวกับกฎหมายฉบับอื่น ถ้าอย่างนั้น ผมก็ถามท่านประธานกรรมาธิการว่าแล้วท่านยกเลิกไปทำไมมาตรา ๓ ในเมื่อมันบัญญัติ ไว้แล้ว เขียนไว้แล้ว แล้วท่านยกเลิกทำไม ท่านยกเลิกเพราะท่านไปแอบแฝงอะไรไว้หรือ ถ้าเป็นเช่นนั้นนะครับ🔗
ประเด็นที่ ๒ อยากจะขอถามท่านว่าเมื่อสักครู่ท่านชี้แจงว่าการนำเข้า และสั่งเข้ามา ส่งออกก็เพื่อประโยชน์ของเศรษฐกิจ ผมก็อยากจะกราบเรียนถามท่านว่าคำว่า นำเข้า ความหมายว่านำหรือสั่งเข้ามา แสดงว่านำเข้ามา ท่านจะส่งเสริมเศรษฐกิจการนำเข้า จากต่างประเทศอย่างนั้นหรือ ใคร ๆ ก็นำเข้ามาได้อย่างนั้นหรือ ไปซื้อมาชิ้นละเล็กละน้อย ก็ได้อย่างนั้นหรือ กราบเรียนถามท่านกรรมาธิการผ่านท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗
มีท่านสมาชิกท่านใด จะสอบถามเพิ่มเติมไหมครับ เพื่อประหยัดเวลากรรมาธิการจะได้ตอบพร้อมกันไปครับ🔗
ขออนุญาตท่านประธานครับ เรียนท่านประธานครับ ผม มานพ คีรีภูวดล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคก้าวไกล🔗
คุณมานพ อภิปรายไปแล้ว🔗
ใช่ครับ ผมขอถามเพิ่มเติม นิดเดียวครับ🔗
เชิญครับ🔗
คือเมื่อสักครู่ฟังที่กรรมาธิการ ได้ชี้แจงกรณีเรื่องของกัญชง ท่านก็บอกว่าก็สามารถตัดได้ ขายได้ แล้วก็พูดถึงว่าอนุญาต ให้ปลูกได้ ๑๕ ไร่ แต่สิ่งที่ผมอภิปรายผมบอกว่าคือถ้าเส้นทางของกัญชงมันต้องไปเรื่องธุรกิจ การประกอบการ เรื่องผลิตภัณฑ์ระดับสากล แล้วก็ในโลกนี้ก็มีนะครับ ท่านกรรมาธิการ บอกว่าในความหมายที่องค์กรสากลว่าใช้แคนนาบิส (Cannabis) แต่ขณะเดียวกันก็ใช้เฮมพ์ (Hemp) เหมือนกันทั้ง ๒ ตัวนี้ ในเส้นทางที่ผลิตภัณฑ์เขาใช้เฮมพ์ (Hemp) สิ่งที่ผม อยากจะเห็นก็คือว่า ๑๕ ไร่มันไม่พอ ถ้าจะทำเป็นพืชที่จะนำไปสู่เรื่องการผลิตภัณฑ์ ทางเศรษฐกิจเรื่องใยกัญชง เพราะฉะนั้นก็คือว่าถ้าในมุมมองของผม ผมคิดว่า ท่านกรรมาธิการยกกัญชงออกไปเลยทุกอย่างก็จะจบ พอจบปุ๊บเรื่องนี้มันจะได้ทำหน้าที่ เรื่องของมันอีกทางครับ ขอบคุณมากครับ🔗
สมาชิกมีผู้ใดที่จะสอบถาม เพิ่มเติม🔗
ถ้าไม่มีแล้วก็จะให้ กรรมาธิการชี้แจงนะครับ แล้วจะได้ขอมติที่ประชุมต่อไปครับ ขอเชิญกรรมาธิการ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม ศุภชัย ใจสมุทร กรรมาธิการ ผมขออนุญาตเรียนต่อท่านสมาชิกทุกท่านว่า ถ้าท่านจะได้กรุณาดูร่างพระราชบัญญัติไปจนจบถึงมาตรา ๙๕ ท่านจะพบว่าจริง ๆ แล้ว เราแยกเรื่องการจดแจ้ง กับขออนุญาต เป็น ๒ ส่วน จดแจ้งก็คือปลูกอยู่ในครัวเรือน กรณี ที่เป็นกัญชาไม่เกิน ๑๕ ต้น กัญชงไม่เกิน ๑๕ ไร่ นั่นคือการปลูกเองใช้เองอยู่ในครัวเรือน ห้ามขาย แต่กรณีที่ท่านประสงค์จะทำธุรกิจจะปลูกกัญชงสัก ๑,๐๐๐ ไร่ ท่านต้องขออนุญาต จะปลูกกัญชาที่จะต้องเป็นเรื่องที่ไม่ใช่เป็นการใช้ในครัวเรือนก็ต้องขออนุญาต เรื่องนี้เราพูด กันมานานพูดกันซ้ำหลายครั้ง เรื่องเดิมครับ เพราะฉะนั้นต้องบอกว่าจริง ๆ มันไม่ใช่ สนับสนุน สิ่งที่จะขออนุญาตเรียนก็คือว่าในเรื่องกัญชงในที่ประชุมของคณะกรรมาธิการ เราเห็นว่าแทนที่เราจะเขียนเฉพาะเจาะจงว่าเป็นเรื่องของชนเผ่าดั้งเดิมที่ท่านได้มีการปลูก เพื่อใช้ประโยชน์ในทางพิธีกรรมของท่านหรือว่าใช้สอยในครัวเรือน กัญชงก็ไม่ควรจะมี เฉพาะที่จะอนุญาตให้เฉพาะท่านเท่านั้น แต่ประชาชนทั่วไปที่จะทำกัญชงเพื่อประโยชน์ ในเชิงอุตสาหกรรมทุกที่ ไม่ว่าจะเป็นทางภาคเหนือ พื้นที่ที่อยู่ทางภาคเหนือ ทางใต้ก็มีสิทธิ ที่จะปลูก ถ้าจะทำไปในเรื่องขออนุญาตในการประกอบธุรกิจ เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ ก็ต้องทำความเข้าใจว่าไม่ได้ละเลยที่จะดูแลพี่น้องประชาชน จริง ๆ ตอนที่เราได้มีการ พิจารณา พี่น้องที่มาจากจังหวัดตราด ตอนนั้นก็ได้เข้ามายื่นหนังสือเรา แล้วเราก็ได้เขียน เข้าไปทั้งสิ้น จริง ๆ ในร่างพระราชบัญญัติของที่เสนอเข้ามาตอนแรกก็มีมากกว่า ๑ ฉบับ อีก ๑ ฉบับก็มีของจากพรรคพลังประชารัฐก็มีเรื่องของกัญชง แล้วเราก็เอามาผสมผสาน เข้ามาเพื่อให้มันเกิดความลงตัว เพราะฉะนั้นก็ต้องเรียนว่าเมื่อสักครู่ผมลืมแจ้งไปก็คือว่า ขอแก้ไขว่าเรื่องกัญชงก็คือเรื่องกรณีของเรื่องการจดแจ้งท่านสามารถปลูกได้ ๕ ไร่ คือถ้าว่าต่ำกว่านั้นท่านไม่เกิน ๕ ไร่ ท่านก็สามารถที่จะปลูกเพื่อที่จะเอามาถักทอมาทำเป็น เสื้อผ้า เป็นเครื่องในสิ่งที่ท่านเมื่อสักครู่ที่ท่านเล่าให้ฟังว่ามีพิธีกรรมอะไรต่าง ๆ ท่านก็สามารถใช้ของท่านได้ เอาเส้นใยมาถักทอ ถักเป็นผ้าเพื่อใช้ประโยชน์ ไม่เกิน ๕ ไร่ ท่านทำได้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นนอกเหนือจากนั้นก็เป็นเรื่องที่ท่านต้องขออนุญาต ต้องเรียนว่า จริง ๆ ปัญหาของการเรียกชื่อนี้ก็เป็นประเด็นหนึ่งที่ผมคิดว่าพวกเราบางครั้งก็เป็นเรื่องสามัญ เป็นคำพูดที่ทั่วไปที่เราเรียกกัน บางคำเป็นศัพท์ที่เขาเรียกว่าเป็นศัพท์สแลง เพราะฉะนั้น อย่างคำว่าแคนนาบิส (Cannabis) ถือว่าเป็นคำทั่วไป หรือมาลีฮวนนา (Maleehuana) เป็นคำทั่วไป แต่ความเป็นจริงเฉพาะเรื่องกัญชาเขาเรียกกันเต็มไปหมด เห็นมีคำว่าแกรส (Grass) มีคำว่า จอยต์ (Joint) มีคำว่า วีด (Weed) มีคำว่า เฮิร์บ (Herb) มีคำว่า พอต (Pot) เต็มไปหมด หรือบางคำบางประเทศใช้คำว่า กัญชา ของเราใช้คำว่า กัญชา บางประเทศก็ใช้ คำว่า กัญชา อินเดียใช้คำว่า บัง (Bhang) แปลว่าจริง ๆ แล้วคำเหล่านี้เราก็ไม่ได้หมายความว่า ควรจะเป็นคำดั้งเดิม แต่ที่เราบัญญัติไว้ในคำนิยาม เราพูดถึงรากของทางพฤกษศาสตร์ ก็คือคำว่าแคนนาบิส (Cannabis) ซึ่งมันเป็นภาษาทางพฤกษศาสตร์ ว่าทั้งไม่ว่ากัญชาหรือ กัญชงก็เป็นสิ่งที่ได้มีที่มาจากพืชชนิดเดียวกัน ส่วนจะแยกย่อยไปเป็นอย่างไร มีค่าทีเอชซี (THC) ซีบีดี (CBD) มากน้อยเป็นประการใด นั่นก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งของแต่ละพันธุ์ เมื่อสักครู่ ขออนุญาตเอ่ยนาม ท่านอาจารย์ประกอบ ท่านก็ได้อธิบายเรื่องว่ามันมีคุณสมบัติอะไร ของมันพิเศษ อันนั้นก็คือลักษณะของพืชแต่ละสายพันธุ์ของมัน ซึ่งต้องว่ากันไป ส่วนกรณี ที่ท่านถามเรื่องนำเข้า ส่งออกนี่นะครับ จริง ๆ กฎหมายเราต้องเขียนเพื่อให้มันครอบคลุม ทั้งหมด ถามว่าอนุญาตให้ใครนำเข้าได้หรือไม่ คำว่านำกับเข้าติดกันครับ เพราะว่าเป็นคำ ที่อยู่ในพระราชบัญญัติเรื่องของศุลกากร เพราะฉะนั้นกรณีเรื่องนำเข้าหรือส่งออกมันเป็นคำ ที่อยู่ในกฎหมายอยู่แล้ว แล้วจริง ๆ ต้องเขียนเผื่อ กรณีเรื่องการเขียนไว้ตรงนี้ต้องเรียนว่า วันนี้ท่านบอกว่าเราจะห้ามนำเข้าหรือไม่ ต้องทำความเข้าใจว่าในขณะที่เราได้มีการพิจารณา เราต้องศึกษารอบด้านว่ามันมีข้อตกลงทางดับเบิลยูทีโอ (WTO) ข้อตกลงขององค์การค้า ระหว่างประเทศว่าเราไปมีภาระผูกพันอะไรหรือไม่ ก็เป็นประเด็นหนึ่งซึ่งถึงเวลาเข้า ในร่างพระราชบัญญัติเราก็จะถึงตรงนั้น สิ่งที่อยากจะขอเรียนต่อท่านสมาชิกทุกท่านว่า จริง ๆ แล้ววันนี้เราอาจจะมาดูเรื่องคำนิยาม แต่ทั้งหมดทั้งปวงคำนิยามมันก็โยงไปถึง มาตราต่าง ๆ ที่ท่านกรุณาได้อธิบายกัน แต่ผมอยากจะบอกว่าทั้งหมดที่ท่านอธิบายมานี้ ไม่ได้หมายความว่าส่วนไหนขาด ส่วนไหนเกิน ยกตัวอย่างเช่นท่านพูดเรื่องการเพาะปลูก ทำไมไม่ใส่ไปในคำนิยาม จริง ๆ ขอเรียนยืนยันว่าคำว่า เพาะปลูก เราแยกไปต่างหากเลย ในมาตรา ๑๘ และในหมวดนั้นทั้งหมด มาตรา ๑๘ มาตรา ๑๘/๑ มาตรา ๑๘/๒ มีเรื่องของการเพาะปลูก เพราะฉะนั้นถามว่าทำไมผลิตไม่ได้รวมถึงเพาะปลูกด้วย เพราะเพาะปลูกเราไปแยกเฉพาะเจาะจง สิ่งที่ต้องขออนุญาตทำความเข้าใจอีกครั้งนะครับ ด้วยความเคารพในความเข้าใจของท่าน ขออนุญาตเอ่ยนามตอบท่าน พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ถ้าเราจำกันได้ว่าหลังจากที่ประกาศกระทรวงสาธารณสุขมีผลบังคับใช้ ๑๒๐ วัน ครบ ๑๒๐ วัน เมื่อวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๖๕ บรรดาผู้ต้องขังที่คดีถึงที่สุดที่อยู่ในเรือนจำ ถูกปล่อยตัวออกมาจากเรือนจำ ๗,๐๐๐ กว่าคน คดีที่อยู่ในมืออัยการ อยู่พนักงานสอบสวน คดีที่อยู่ในการพิจารณาของศาลอีกนับจำนวนคดีหมื่นคดีในคดีความผิด พ.ร.บ. ยาเสพติด ให้โทษ ปี ๒๕๒๒ เกี่ยวกับเรื่องของกัญชา หรือว่าตามประมวลกฎหมายยาเสพติด ถูกปล่อยตัวออกหมด ถูกสั่งไม่ฟ้อง ถูกยกฟ้องไปทั้งสิ้น เหตุผลเพราะกัญชามันไม่ใช่ ยาเสพติดแล้วครับ วันนี้ท่านอภิปรายกันใหม่ทำให้ประชาชนเกิดความสับสนอีกนะครับ ผมยืนยันว่าวันนี้กัญชาตั้งแต่ยอดมันจนรากเข้าไปลึกไปที่มันเป็นต้นมันไม่ได้เป็นยาเสพติด สิ่งที่เป็นยาเสพติดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด พุทธศักราช ๒๕๖๔ ก็คือสารสกัดที่มี ค่าทีเอชซี (THC) เกิน ๐.๒ เปอร์เซ็นต์ ประเด็นเรื่องถามว่าทำไมตัดมาตรา ๓ ออกไป ผมเรียนตรง ๆ ว่าในขณะที่เรามีการร่าง มาตรานี้ เราก็มีความเป็นห่วงใย เมื่อสัปดาห์ที่แล้วผมก็ได้ตอบไปครั้งหนึ่งว่าถ้าวันหนึ่ง ประกาศกระทรวงสาธารณสุขกลับไปบอกว่ากัญชาเป็นยาเสพติดอีก อย่างน้อยผู้ที่ได้ ประกอบธุรกิจอยู่หรือว่าผู้ปลูกกัญชาอยู่เป็นล้านบ้าน ล้านต้นตอนนี้ก็จะต้องไม่เป็นยาเสพติด นี่คือสิ่งที่ห่วงใย เพราะฉะนั้นเมื่อในที่สุดท่านทั้งหลายมีความเข้าใจไปในคนละทิศคนละทาง กรรมาธิการเราบอกว่าเราประชุมกันแล้ว เราก็ตัดก็ได้ ผมเรียนท่านว่าต่อให้ไม่มีมาตรา ๓ เข้ามา กัญชาก็ไม่ใช่เป็นยาเสพติดครับ ต่อให้ความในมาตรา ๓ มันไม่ได้เล็ดลอดให้ท่าน ได้เห็น มันก็ไม่ได้มีความที่จะทำให้กัญชามันกลับไปเป็นยาเสพติด ความเป็นยาเสพติด เป็นหรือไม่เป็น อย่างที่ผมได้กราบเรียนไปข้างต้นแล้วผมเชื่อว่าทุกท่านที่นี่ไหน ๆ เราก็ ร่วมกันปลดล็อกกัญชามาตามประมวลกฎหมายยาเสพติดนั้นแล้ว ก็โปรดได้ทำความเข้าใจ ให้ตรงกันว่ากัญชาไม่ได้เป็นยาเสพติด เพราะพวกเรานี่ละร่วมกันปลดล็อก ขอบพระคุณครับ🔗
คุณละอองยังมีติดใจไหมครับ🔗
ติดใจค่ะท่านประธาน🔗
เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ดิฉัน ละออง ติยะไพรัช สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย ดิฉันสงสัยจริง ๆ ค่ะ ว่าวันนี้ที่การปลูกจดแจ้งให้ชาวบ้านปลูกได้ ๑๕ ต้น ในมาตรา ๑๘ ก็คือช่อดอกมันจะมี สารซีบีดี (CBD) กับทีเอชซี (THC) ซึ่งเราก็ยังไม่ได้สกัด เราก็ยังไม่รู้ว่ามีทีเอชซี (THC) เกินกับ จำนวน ๐.๒ เปอร์เซ็นต์หรือไม่ วันนี้ถ้าเราปล่อยปละอย่างนี้ท่านมีการควบคุมอย่างไร เพราะว่าการบริโภคท่านหมายถึงในเรื่องของการกิน การเคี้ยว การดื่ม การสูบ แสดงว่าตรงนี้ ไม่ผิดกฎหมาย ถือว่าไม่ใช่ยาเสพติดหรือว่าอย่างไร ท่านควบคุมอย่างไร ดิฉันสงสัยมาก ยิ่งท่านบอกว่ากัญชาตอนนี้ไม่ใช่ยาเสพติด ตอนนี้มันคืออะไร ก็คือปลูกได้เสรี เพราะฉะนั้น ถ้ากฎหมายฉบับนี้ก็คือว่า ๑๕ ต้น หรือไม่ ๑๕ ต้นก็ไม่ผิด ในความหมายของท่านคืออย่างนี้ หรือเปล่าคะ กราบขอบคุณท่านประธาน ขอได้คำตอบด้วยค่ะ🔗
ท่านกรรมาธิการจะทำให้ กระจ่างเลยไหมครับ เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ จริง ๆ เรากำลังพิจารณาถึงคำนิยาม ผมเข้าใจว่าถ้าเราได้มีโอกาสไปพิจารณา จนถึงมาตรา ๑๘ ผมว่าท่านก็คงอภิปรายเรื่องเดิม จริง ๆ ท่านเป็นกรรมาธิการด้วย เพราะฉะนั้นก็คือจะต้องเรียนว่าพอถึงเวลามาตรา ๑๘ แล้วเราชี้แจงตอนนั้นเลยดีกว่าไหม เพราะจริง ๆ เรื่องนี้ในที่ประชุม ท่านละอองขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านก็ได้แสดง ความคิดเห็นเรื่องนี้อยู่พอสมควร เพราะฉะนั้นก็คือถ้าถึงมาตรา ๑๘ แล้วผมว่าที่ประชุมแห่งนี้ ก็คงจะได้อภิปรายกันอย่างเต็มที่ ขออนุญาตจะไปตอบตอนเวลาโน้นครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณมากครับ เราได้อภิปรายทั่วถึงทุกท่านนะครับ กรรมาธิการก็ได้ชี้แจงครบถ้วนแล้ว มาตรา ๔ นี้ กรรมาธิการแก้ไข คงต้องขอมติที่ประชุมว่าจะเห็นควรให้มีการแก้ไขหรือไม่ แล้วกรณีที่ ที่ประชุมมีมติเห็นควรแก้ไข ก็จะถามมติว่าจะเห็นควรแก้ไขตามร่างกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือร่างกรรมาธิการที่สงวนความเห็นและผู้แปรญัตติ ผมขอรบกวนพวกเราเข้ามานะครับ🔗
ขอเชิญพวกเราเข้ามานะครับ สมาชิกที่เข้ามาแล้วก็กดบัตรเพื่อแสดงตนนะครับ🔗
พร้อมพอสมควรแล้ว ปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตนขณะนี้ ๒๔๔ คน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ขอถามมติที่ประชุมว่า ผู้ใดเห็นควรให้มีการแก้ไขตามที่กรรมาธิการแก้ไขโปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นควร ให้มีการแก้ไขกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง เชิญลงมติครับ🔗
สมาชิกพร้อมนะครับ ปิดการลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๕๑ คน เห็นด้วยให้มีการแก้ไข ๑๑๔ คน ไม่เห็นด้วย ๗๑ คน งดออกเสียง ๖๕ คน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ คน มติที่ประชุมให้มีการแก้ไขตามที่ กรรมาธิการแก้ไข🔗
ต่อไปก็จะถามว่า จะเห็นควรให้มีการแก้ไขตามกรรมาธิการเสียงข้างมากหรือแก้ไขตามที่มีผู้สงวนความเห็น และมีผู้แปรญัตตินะครับ ขอเชิญสมาชิกแสดงตนอีกครั้งครับ🔗
ปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุมแสดงตน ๒๔๙ คน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ถามมติว่าผู้ใดเห็นด้วยกับ กรรมาธิการเสียงข้างมากกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่สงวนความเห็นและ ผู้แปรญัตติโปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญ ลงมติครับ🔗
ปิดการลงมติครับ จำนวน ผู้ลงมติ ๒๕๙ คน เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ๑๑๗ คน ไม่เห็นด้วยกับกรรมาธิการ เสียงข้างมาก ๗๔ คน งดออกเสียง ๖๕ คน ไม่ลงคะแนนเสียง ๓ คน มติที่ประชุมเห็นด้วย กับกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ🔗
ขอเชิญมาตราต่อไปครับ🔗
มาตรา ๕ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น และผู้แปรญัตติขอสงวนคำแปรญัตติ🔗
มาตรา ๕ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการสงวนความเห็น แล้วก็มีกรรมาธิการ ๑ ท่านขอแปรญัตติเพิ่มมาตรา ๕/๑ ไว้ด้วย ผมก็จะเปิดโอกาสให้ท่านผู้สงวนความเห็นได้มีการอภิปราย อภิปรายไปถึง มาตรา ๕/๑ ของท่านเท่าพิภพได้ด้วยนะครับ แต่เวลาลงมติก็จะแยกลงมติมาตรา ๕ ก่อน ที่มีการแก้ไข และถ้าท่านเท่าพิภพติดใจก็จะลงมติมาตรา ๕/๑ ถ้าไม่ติดใจก็จะผ่านไป ขอเชิญท่านผู้ที่มีความประสงค์อภิปรายมาตรา ๕ ท่านแรก คุณเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร เป็นกรรมาธิการ จากนั้นจะเป็นผู้แปรญัตติ ท่านศาสตราจารย์พิสิฐ ลี้อาธรรม ขอเชิญ คุณเท่าพิภพครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางกอกใหญ่ พรรคก้าวไกล ก็ขอบคุณท่านประธานครับ ผมเป็นกรรมาธิการ เสียงข้างน้อยที่ได้สงวนความเห็นไว้ ซึ่งมาตรานี้ก็จะเป็นมาตรา ๕ ว่าด้วยเรื่องของ ให้รัฐมนตรีกระทรวงใดในการที่จะรับผิดชอบรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งก็เป็นปกติ ทั่วไปของหลาย ๆ กฎหมาย ซึ่งจากร่างเดิมก็ด้วยแนวคิดที่แตกต่างกันระหว่างผมกับทาง กรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่แล้ว อันเก่าเป็นกระทรวงสาธารณสุข แต่ผมขอสงวนและแก้เป็น กระทรวงการคลัง เหตุผลก็คล้าย ๆ กับมาตราก่อนที่ผมได้พูดไป รวมถึงสิ่งที่ผมเห็นว่า เป็นสิ่งสำคัญมากแล้วก็อันนี้ผมคิดว่าเป็นสิ่งที่แตกต่างอย่างยิ่งกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ในกรรมาธิการ แล้วก็อาจจะในหลายมุมมอง คือเรื่องของการเก็บภาษีหรือประโยชน์ของรัฐ ที่จะได้รับจากการปลดล็อกกัญชา ผมยกตัวอย่าง ต่างประเทศเวลาเขาคุยกันข้อดีอย่างหนึ่ง ของการที่เขาปลดล็อกกัญชา อย่างในแคลิฟอร์เนียหรือในอเมริกาหรือแคนาดาก็คือเรื่องของ การเกิดฐานภาษีใหม่ที่มันกว้างขึ้น ถ้าเรามองว่ากัญชาเป็นสิ่งที่หลาย ๆ ท่านพูดว่ามันมีทั้งข้อดีและข้อเสีย มันก็คงไม่ต่างอะไร จากการที่มองเรื่องของสุรา ซึ่งสุราเองก็มีการเก็บภาษีสรรพสามิตเพราะเป็นการควบคุม โดยกลไกของราคา เมื่อใดที่รัฐคิดว่าสิ่งใดเป็นอันตรายต่อประชาชนก็ควรจะมีการเก็บภาษี เพื่อบังคับให้ราคาของสินค้านั้น ๆ มีราคาสูงขึ้นจนประชาชนไม่สามารถที่จะซื้อได้ในราคาถูก จนนำไปสู่เหตุผลของการที่ใช้มากเกินไป ดังนั้นสิ่งที่ผมได้แปรขึ้นมาก็ต้องยอมรับว่า ในกฎหมายฉบับนี้ไม่มีเรื่องของการจัดเก็บภาษีเลย ผมจึงขอเพิ่มในมาตรา ๕/๑ อย่างที่ ท่านประธานให้โอกาสผมได้อธิบายไว้ว่า มาตรา ๕/๑ ผมให้รัฐมนตรีกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ข้อกำหนด อัตราในการเก็บภาษีกัญชาเพื่อนันทนาการไว้ในกฎกระทรวงด้วย ผมก็จะ เซนซิทีฟ (Sensitive) อีกว่าอันนี้มันนันทนาการหรืออะไรอย่างนี้ ก็เรียนตามนี้ว่าถ้าไปอ่าน กฎหมายจริง ๆ จริงอยู่ไม่มีคำว่า สันทนาการ นันทนาการเลย แต่ตามหลักกฎหมาย ประชาชนไทยหลายท่านอาจจะลืมไปแล้วว่าประชาชนคนไทยจริง ๆ แล้วเรามีสิทธิ ทำทุกอย่างได้ถ้าไม่มีกฎหมายกำหนดห้ามไว้ ซึ่งในกฎหมายฉบับนี้ก็ไม่ได้มีการบอก ตรงไหนเลยว่าห้ามนันทนาการหรือห้ามสันทนาการ ดังนั้นโดยหลักกฎหมายทั่วไปแล้วก็คือ ทุกคนทำได้ ดังนั้นถ้าจะเป็นอย่างนี้แล้ว แล้วก็หลักการของพรรคก้าวไกลก็ยังเคยบอกไว้ แล้วว่าเราก็สนับสนุนถึงการนันทนาการนั่นละครับ แต่ก็ต้องมีการควบคุม ถูกต้อง แล้วก็ รัฐได้ประโยชน์จริง ๆ โดยการนำภาษีกัญชาที่จะเก็บไปพัฒนา ทั้งเรื่องการศึกษา เรื่องสาธารณสุขอย่างอื่นด้วย ดังนั้นมาตรานี้ก็เป็นการให้อำนาจของรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังในการเก็บภาษีกัญชา เพราะว่าอีกนัยหนึ่งที่จะเป็นเหตุผลสำคัญที่อยากให้ สมาชิกเห็นด้วยกับผมก็คือ กฎหมายฉบับนี้จริงอยู่รัฐได้ประโยชน์ในเรื่องของการเก็บ ใบอนุญาต แต่ถ้าให้มองภาพความเป็นจริงแล้วคนที่ตัวเล็ก ๆ ตอนนี้ก็ทำได้ คนตัวใหญ่ ๆ ก็ทำได้ ถึงแม้จะมีใบอนุญาตประเภทเล็ก กลาง ใหญ่ ก็จริงครับ แต่ผมมองว่าการทำเช่นนี้ มันก็เหมือนกับว่าเราเดินเข้าร้านบุฟเฟ่ต์ (Buffet) คนตัวเล็ก ๆ ก็เดินเข้าร้านได้ ก็จริงอยู่ แต่อาจจะไปกินหมูกระทะ แต่คนตัวใหญ่เขาอาจจะไปบุฟเฟ่ต์ (Buffet) ที่มันปลูกไปโดยไม่มี ลิมิต (Limit) ดังนั้นความยุติธรรมต่อหน้ากฎหมายหรือว่าในเชิงการเงินการคลังและ เศรษฐกิจ ผมว่าต้องมีกลไกเรื่องภาษีกำหนด ดังนั้นผมในฐานะเป็นเสียงข้างน้อย วันนี้ ก็เตรียมตัวเตรียมใจมา ๓ เดือน ตั้งแต่โดนอุ้มไปรอบก่อน ก็หวังว่ามาตรานี้จะได้รับ เสียงสนับสนุนจากทุกท่านให้เราได้มีกลไกภาษีแล้วก็ให้ประชาชนหรือประเทศได้ประโยชน์ ได้เม็ดเงินที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจอุตสาหกรรมกัญชาด้วยครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ท่านผู้แปรญัตติต่อไป ศาสตราจารย์พิสิฐ ลี้อาธรรม ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในเรื่องของการกำหนดค่าธรรมเนียม โดยลักษณะงานแล้ว กระทรวง สาธารณสุขซึ่งทำหน้าที่ในเรื่องของการดูแลรักษาพยาบาล ดูแลเรื่องของอนามัยของ ประชาชน ไม่น่าจะมีบทบาทในเรื่องนี้ที่จะต้องเข้าไปตรวจในพื้นที่ว่าการปลูกหรือว่า การผลิตกัญชา กัญชง เป็นอย่างไร น่าจะเป็นอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานที่มีความถนัด ในเรื่องนี้ ซึ่งลักษณะงานที่ใกล้เคียงกันก็คือเรื่องของยาสูบ ซึ่งก็สังกัดกระทรวงการคลัง อยู่กับกรมสรรพสามิต ซึ่งจริง ๆ แล้วเรื่องของการทำงานที่ว่านี้กรมสรรพสามิตมีความถนัด ในเรื่องของการเก็บภาษีจากเรื่องของอบายมุขต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสุรา ยาสูบ หรืออดีต ก็เคยเก็บภาษีฝิงน เพราะฉะนั้นเรื่องของกัญชาผมเข้าใจว่าน่าจะมีลักษณะเดียวกัน โดยที่ทาง กรรมาธิการท่านเองก็ประกาศชัดเจนว่าท่านไม่ถือว่ากัญชาเป็นยาเสพติด เพราะฉะนั้น สิ่งที่ผมเป็นห่วงก็คือว่ากัญชาก็จะถูกใช้ ไม่เฉพาะแต่เรื่องของการแพทย์อย่างที่พวกเรา ประสงค์เท่านั้น จะต้องลามไปถึงเรื่องของสันทนาการ เรื่องของการใช้เพื่อการอื่น ๆ ไปด้วย เพราะฉะนั้นเพื่อจะให้เกิดความเป็นธรรมแล้วเกิดความถูกต้อง ผมก็คิดว่าหน่วยงานอย่าง กระทรวงการคลังก็น่าที่จะมีบทบาทในเรื่องนี้ อีกประการหนึ่งในเรื่องของยาสูบ ซึ่งเราก็ ทราบดีว่าทุกวันนี้สถานการณ์ยาสูบ ผู้ปลูกยาสูบก็มีปัญหาเกิดขึ้นมากมายด้วยกันจากเหตุผล หลายประการ แต่ว่าแนวโน้มก็คือทางการยาสูบแห่งประเทศไทยก็เคยมาชี้แจงกับ กรรมาธิการการเงินการคลังว่าจะมีการสนับสนุนให้ผู้ปลูกยาสูบหันไปปลูกกัญชงเพื่อใช้ ในเรื่องของอุตสาหกรรม เพื่อใช้ในเรื่องของสิ่งทอเหล่านี้เป็นต้น ซึ่งผมก็คิดว่ากระทรวงการคลังจึงน่าจะมีความถนัดในเรื่องนี้มากกว่าที่จะเป็นงาน ของหมอหรือแพทย์ที่ทำหน้าที่ในการรักษาคนไข้ในเรื่องของการจัดเก็บค่าธรรมเนียม จึงขออนุญาตที่จะแปรญัตติให้มาตรานี้ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังทำหน้าที่ในการ รักษาการตาม พ.ร.บ. ฉบับนี้ ก็ขออนุญาตกราบเรียน ขอบพระคุณมากครับ🔗
ต่อไปจะเป็นสมาชิกที่ขอ อภิปรายเนื่องจากมีการแก้ไขนะครับ คุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แล้วจะเป็นคุณธีรัจชัย พันธุมาศ เชิญคุณสาทิตย์ครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในส่วนมาตรา ๕ ความจริงเป็นเรื่องของการกำหนดเรื่องของค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ซึ่งในกฎหมายฉบับนี้ ให้อำนาจรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัติ แล้วก็มีอำนาจ แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ กับออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ซึ่งก็ได้เขียน ไว้แล้วว่าสามารถที่จะลดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมและกำหนดกิจการอื่น แล้วก็ออกประกาศ เพื่อปฏิบัติการได้ แต่ประเด็นก็คือว่าท่านได้ไปเพิ่มเติมอีกวรรคหนึ่งขึ้นมา ก็คือเขียน เรื่องของการออกกฎกระทรวงกำหนดค่าธรรมเนียมตามวรรคหนึ่ง จะกำหนดอัตรา ค่าธรรมเนียมให้แตกต่างกันโดยคำนึงถึงขนาดพื้นที่เพาะปลูก จำนวนหรือปริมาณของกัญชา กัญชง หรือสารสกัด หรือขนาดและกิจการของผู้รับอนุญาตก็ได้ ประเด็นของผมก็คือว่า ผมมีความสงสัยเรื่องของการให้อำนาจของผู้ที่รักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ในเรื่อง เกี่ยวกับการกำหนดค่าธรรมเนียม เพราะดูเหมือนว่าเจตนาที่ท่านเพิ่มเติมขึ้นมาก็ไม่ได้มีส่วน ที่จะไปเกี่ยวข้องกับการทำให้เรื่องของการกำหนดค่าธรรมเนียมของการดำเนินการเกี่ยวกับ เรื่องของกัญชาจะมีอัตราค่าธรรมเนียมที่สูงกว่าค่าธรรมเนียมอื่น ๆ ทั่วไป แต่กลับไปเขียนไว้ ก่อนหน้านี้แล้วว่าสามารถจะลดหรือยกเว้นค่าธรรมเนียมได้ด้วย รวมถึงส่วนที่กรรมาธิการ ไปเพิ่มเติมขึ้นมา ก็ไม่ได้มีส่วนที่จะไปแสดงเจตนาที่จะให้การดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องกัญชา ไม่ว่าจะผลิต การขายอื่น ๆ ต่าง ๆ มีค่าธรรมเนียมที่จะให้ความคุ้มค่ากับรัฐ เนื่องจาก เมื่อมีการเปิดเสรีกัญชาขึ้นมา แม้ว่าจะเป็นเฉพาะทางการแพทย์ก็ตาม สังคมเองก็มี ความเสี่ยงอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นการกำหนดค่าธรรมเนียมต่าง ๆ นั้นก็ควรกำหนดเอาไว้ให้ ค่อนข้างสูง ซึ่งเมื่อไปเทียบดูบัญชีแนบท้ายพระราชบัญญัติก็มีหลายฝ่ายที่ได้มีข้อท้วงติง เอาไว้ว่ามีการกำหนดเอาไว้ค่อนข้างต่ำ แต่ที่สำคัญก็คือว่าผมแปลกใจหลังจากมาทบทวน อีกครั้งหนึ่ง เสียดายที่ไม่ได้เห็นเรื่องนี้ก่อน เบื้องต้นก็คือว่าผมแปลกใจว่าในมาตรานี้ ความจริงกรรมาธิการควรบัญญัติเรื่องของเมื่อมีการเปิดกัญชาขึ้นมาแล้วว่าควรจะเก็บภาษี สรรพสามิตกัญชาด้วยหรือไม่ เพราะความจริงภาษีสรรพสามิตถ้าเราไปดูความหมายจะเป็น การเก็บจากสินค้าที่มีลักษณะฟุ่มเฟือย หรือสินค้าที่ได้รับผลประโยชน์พิเศษจากรัฐ หรือเป็น สินค้าที่บริโภคแล้วมีผลเสียต่อสุขภาพและศีลธรรมอันดี หรือเป็นสินค้าที่ก่อให้เกิดภาระต่อ รัฐบาลในการที่จะต้องไปดูแลผู้บริโภคต่าง ๆ เหล่านี้เป็นต้น เหล้ามีการเก็บภาษีสรรพสามิต ยาสูบมีการเก็บภาษีสรรพสามิต แต่กัญชาถ้าดูตามมาตรานี้สามารถจะลดหรือยกเว้น ค่าธรรมเนียมได้ แล้วการออกกฎกระทรวงรวมถึงเมื่อไปเทียบดูบัญชีแนบท้ายก็เป็นอัตราที่ ค่อนข้างต่ำ ในขณะที่ท่านพูดถึงว่ากัญชา กรรมาธิการลุกขึ้นชี้แจงเองว่ามีมูลค่านับแสนล้านบาท รัฐแทบไม่ได้ประโยชน์อะไรจากค่าธรรมเนียมต่าง ๆ อยู่แล้ว แถมยังไม่ได้บัญญัติให้มีการเก็บ ภาษีสรรพสามิตด้วย อันนี้ก็เลยเป็นข้อสงสัยว่าทำไมกัญชาเมื่อมีการเปิดในลักษณะนี้ขึ้นมา มีมูลค่าสูง สังคมเสี่ยงแล้วจึงไม่ได้มีการบัญญัติกฎหมายในลักษณะเหล่านี้ ซึ่งควรจะอยู่ใน มาตรา ๕ นี้ อันนี้เป็นข้อสงสัยที่ผมอยากจะลุกขึ้นถามแล้วก็เสนอไว้ว่าถ้าจะต้องมีการ ออกกฎหมายควบคุมเรื่องกัญชาก็ควรจะบัญญัติไว้ด้วยว่ากัญชานั้นก็ต้องมีหน้าที่ในการ ที่จะต้องเสียภาษีสรรพสามิตและจะต้องไปบัญญัติในกฎหมายภาษีสรรพสามิตต่อไป ในอนาคตด้วย ขอบพระคุณครับ🔗
ต่อไปคุณธีรัจชัยครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในส่วนของ มาตรา ๕ ผมจะตั้งประเด็นไว้ทั้งหมด ๓ ประเด็น การที่เราจะให้กัญชาบริการทางการแพทย์ ทุกคนยอมรับ การที่จะควบคุมแล้วก็เปิดเฉพาะที่จำเป็นเพราะกัญชา มาตรา ๓ ยังเป็น ยาเสพติด แต่ท่านประธานกรรมาธิการก็ได้ชี้แจงต่อที่ประชุมว่าสารสกัดจากกัญชาบางส่วน เท่านั้นที่เป็นยาเสพติด ในปริมาณที่กำหนดเท่านั้นตามท้าย พ.ร.บ. ยาเสพติด แต่อย่างไร ก็ตามท่านประธานที่เคารพครับ ในส่วนของกัญชานั้นสารสกัดจากกัญชาเป็นซับเซต (Subset) ของกัญชา เป็นซับเซต (Subset) คือเป็นส่วนย่อย ๆ กัญชา ถ้าเกิดว่าเราปล่อย ให้การบัญญัติกฎหมายคลุมเครือแบบนี้ นั่นก็คือจะให้ข้าราชการที่ทำนั้นมีอำนาจดุลยพินิจ จะตรวจใคร กัญชาตรงส่วนไหนก็ได้ เวลาไหนก็ได้ และหน่วยงานของราชการที่จะต้องมี อำนาจในการกำกับดูแลเรื่องกัญชา อย่างน้อยต้องมี ๓ หน่วยงาน เพราะถ้าเกิดว่า เราต้องการให้กัญชานั้นมีใช้ประโยชน์ทางการแพทย์และถ้าเกิดให้สันทนาการโดยการ ควบคุมประเทศชาติจะต้องได้ ๑. ก็คือจะไม่ต้องให้ทางเยาวชนต้องไปติดโดยเสรีจนเกินควร ๒. ภาษีอากรต้องได้ ไม่เป็นประโยชน์ต่อนายทุนเท่านั้น กรณีของมาตรา ๕ ระบุไว้ มองมิติเดียวคือมิติของทางการควบคุมถึงการปลูก การจำหน่ายการอะไร แล้วก็ คิดค่าธรรมเนียมดูแล้วอาจจะไม่คุ้ม บุหรี่เราคิดว่าเป็นการสูบจะต้องเสียภาษีจำนวนมาก แต่กัญชาอาจจะเป็นตัวที่เสี่ยงมากกว่าแต่ทำไมถึงมิได้ให้เสียภาษีสรรพสามิต ทำไมถึงให้ กระทรวงสาธารณสุขเป็นหน่วยงานเดียวที่สามารถกำหนดอัตราค่าธรรมเนียม ซึ่งประโยชน์ ประเทศชาติจะได้น้อย ในส่วนตัวนี้ผมคิดว่าตรงนี้ที่ท่าน ส.ส. เท่าพิภพที่บอกว่า ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังนั้นน่าจะเป็นสิ่งที่เกิดประโยชน์ อีกส่วนหนึ่ง ที่ผมอยากจะเรียนก็คือในส่วนการควบคุมที่บอกว่ามีสารเสพติดเป็นยาเสพติด กัญชานั้น เป็นยาเสพติดจึงมีสารสกัดปริมาณที่กำหนดนั้น ในส่วนหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องกับ กระทรวงยุติธรรมที่คุมยาเสพติดทำไมไม่มีส่วนในการออกระเบียบแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ มาตรวจสอบได้เลย หรือกรณีอย่างนี้เราจะปล่อยให้เป็นดุลยพินิจของเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติ ถ้าอันไหนที่มีดุลยพินิจมากเท่าไรจะตรวจเมื่อไรก็ได้ นั่นคือเปิดช่องให้มีการทุจริตในเรื่อง กัญชา เราจะไปตรวจบ้านไหนก็ได้ ใครก็ได้ หรือจะไม่ตรวจก็ได้ หรือตรวจจับแล้วจะปล่อยก็ได้ เพื่อเอาผลประโยชน์ก็ได้ นี่คือจะปล่อยให้เกิดการทุจริตมหาศาลของ พ.ร.บ. กัญชาฉบับนี้ ประเทศชาติไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย หรือถ้าปล่อยอิสรเสรีไปเยาวชนก็ขาดการควบคุม นี่คือการร่างกฎหมายที่ค่อนข้างจะคลาดเคลื่อนต่อหลักทั่วไปที่พึงจะเป็นในการควบคุม และปล่อย นี่คือปล่อยอิสรเสรี แล้วควบคุมบางอย่าง มันคลาดเคลื่อนต่อหลักการ อย่างสิ้นเชิง ผมอาจจะไม่ค่อยเห็นพ้องด้วย ผมเรียนว่าในส่วนตรงนี้ที่ให้รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขแต่ผู้เดียว และกำหนดค่าธรรมเนียมเฉพาะการปลูก การจำหน่ายอะไร แค่นั้นไม่เพียงพอ จะต้องเพิ่มให้สูง มิฉะนั้นการที่ปล่อยเสรีทางกัญชามาก่อนหน้านี้ ก็คือ เอื้อให้กลุ่มทุนที่ได้ประโยชน์เพียงกลุ่มเดียว โดยที่ไม่เก็บภาษีให้ประชาชนเลย แล้วปล่อยให้ ประเทศชาติและเยาวชนนั้นไปเสี่ยงกับกัญชาโดยควบคุมไม่ได้ ผมขอเรียนว่าผมสนับสนุน ในส่วนของท่านเท่าพิภพ แล้วอยากจะให้ดูในส่วนของการควบคุมในส่วนยาเสพติดด้วยครับ ท่านประธานครับ🔗
คุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ในมาตรา ๕ นี้ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้รักษาการ ตามพระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมไม่เห็นด้วย กระทรวงสาธารณสุขเป็นกระทรวงที่ดูแลสุขภาพ ของพี่น้องประชาชน ท่านประธานครับ ถามว่าตอนที่กัญชาเป็นยาเสพติดมันเดือดร้อนไหม มันมีปัญหาไหมเรื่องสุขภาพ วันนี้เอากัญชามาอ้างว่ารักษาสุขภาพของประชาชน ผมถามว่ามันคุ้มไหมกับความอ่อนแอ ของประชาชนในชาติ ความอ่อนแอของครอบครัว มันคุ้มไหมที่กระทรวงนี้มาเป็นเจ้าภาพ เพียงกระทรวงเดียว สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กระทรวงยุติธรรม ป.ป.ส. ไม่มีส่วน มาเกี่ยวข้องเลย เออเองทำเอง คิดว่าพรรคนี้จะเป็นพรรคที่อยู่คู่กับกระทรวงสาธารณสุข ตลอดไปหรือไม่ ฯพณฯ รัฐมนตรี ท่านคิดว่าท่านจะเป็น ฯพณฯ รัฐมนตรีของกระทรวง สาธารณสุขไปตลอดชีวิตหรือไม่ ระวังบาปกรรมที่ท่านได้สร้างไว้กับประชาชนคนไทย วันไหนที่ กรรมตามทัน เอาอบายมุขนี้เข้าสู่ประเทศนี้ ขอให้มันมีอันเป็นไปจนถึงชั่วลูกชั่วหลาน🔗
คุณพิเชษฐ์ครับ เอาเนื้อ ๆ อย่าเพิ่งไปแช่งใคร เอาในเนื้อเรื่องครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ พระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นอันตราย ผมถึงบอกเป็นอันตราย มันเป็นยาเสพติดของโลก แต่กระทรวงยุติธรรม หน่วยปราบปรามยาเสพติดไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย เขียนมา ได้อย่างไรครับ ท่านบอกว่ากระท่อมถูกปลดล็อก แต่กระท่อม ป.ป.ส. เขารับผิดชอบ นำเข้า ส่งออกต้องตรวจสอบปริมาณแล้วเข้าตรวจค้นได้ทุกที่ ท่านกฤษฎีกาท่านนั่งอยู่นั่นท่านไม่เคย พูดเลย ท่านเป็นกรรมาธิการพูดหน่อยสิ ท่านกลัวอะไร ท่านเป็นผู้ต่อสู้อย่างแข็งขัน พูดหน่อย เพื่อประเทศชาติและประชาชน ให้ความเห็นมา เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ แต่ว่า ผลประโยชน์ อำนาจที่มีอยู่ ผมคิดว่าไม่เป็นไร ถ้ามันผ่านก็ให้ผ่าน แต่เมื่อผมเป็นรัฐบาล เมื่อไรเมื่อนั้นละครับมันจะกลับมาเป็นยาเสพติด ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
สมาชิกที่มีความประสงค์ จะอภิปรายสอบถาม เพื่อประหยัดเวลา ขอให้สอบถามครั้งเดียว กรรมาธิการจะได้ตอบไป พร้อมกันครับ ถ้าไม่มีผู้อภิปรายเพิ่มเติม ขอเชิญกรรมาธิการครับ ผมเห็นด้วยกับ ท่านประธานคณะกรรมาธิการว่ามาตราใดที่ยังไม่ถึงเอาไว้อภิปรายตอนมาตรานั้นครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ท่านสมาชิกครับ กระผม จิรวัฒน์ จงสงวนดี กรรมาธิการ ในส่วนของมาตรา ๕ นี้ ผมขออนุญาตจะตอบเป็น ๒ ส่วน คือในส่วนของรัฐมนตรีผู้รักษาการเป็นส่วนแรก ส่วนที่ ๒ ก็จะเป็นส่วนของวรรคสองที่มีท่านสมาชิกได้มีการกล่าวถึงเกี่ยวกับการกำหนดค่าธรรมเนียม ตามสัดส่วนนะครับ🔗
ในประเด็นแรก ในส่วนของรัฐมนตรีรักษาการ ในชั้นการพิจารณาของ กรรมาธิการก็ได้มีการพิจารณาในเรื่องนี้อย่างรอบคอบ กราบเรียนอย่างนี้ครับ ในเบื้องต้น เราดูกรอบว่าหน้าที่และอำนาจของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้เป็นเรื่องอะไร ส่วนที่ ๒ ที่ผมจะนำเรียนในประเด็นนี้ก็คือว่าหากรัฐจะเก็บภาษี จะมีการเก็บอย่างไรบ้าง🔗
ในส่วนแรกเกี่ยวกับเรื่องของรัฐมนตรีรักษาการนี้ โดยที่เรามองกันว่า ตัวผลิตภัณฑ์ตัวที่กฎหมายนี้เกี่ยวข้องเป็นส่วนที่เกี่ยวเนื่องกับสุขภาพ ร่างกาย มีผลกระทบ ต่อสุขภาพ ร่างกาย เราก็ดูว่ากระทรวงไหนเป็นกระทรวงที่เหมาะสม ซึ่งก็คือกระทรวง สาธารณสุข เพราะการดูแลเราต้องดูแลทั้งระบบนะครับ🔗
ในส่วนที่ ๒ โดยที่มาตรา ๒/๑ ที่เราได้มีการอภิปรายกันแล้วก็คุยกันไปแล้ว ว่าหน่วยงานในเรื่องนี้จะมีเกี่ยวพันกับเรื่องอาหาร ยา สมุนไพรต่าง ๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เรายอมรับ ตั้งแต่มาตรา ๒/๑ แล้วว่าทาง อย. เป็นผู้ดูแลกฎหมาย แล้วก็เป็นผู้มีส่วนรับผิดชอบ ในกฎหมายดังกล่าว ตรงนี้ก็เป็นกฎหมายสุขภาพ เราก็มองว่าทางสำนักงานคณะกรรมการ อาหารและยาจึงเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่และอำนาจเกี่ยวข้องโดยตรงในเรื่องนี้ ในส่วนนี้ จึงเป็นเหตุแห่งการกำหนดหน้าที่ให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาเป็นผู้ดูแล ในเรื่องนี้ แล้วก็เมื่อเป็นเรื่องผลิตภัณฑ์แล้วก็เป็นเรื่องสุขภาพประชาชน จึงมีการ กำหนดให้ทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้รักษาการตามกฎหมายนี้ ในประเด็นแรก🔗
ในส่วนที่ ๓ ส่วนที่ว่าภาษีเรามีการเก็บไหม ขอเรียนอย่างนี้ครับ ในเรื่องภาษี จริง ๆ เรื่องนี้ในร่างกฎหมายนี้เรามีการเก็บค่าธรรมเนียมอยู่แล้ว แต่ค่าธรรมเนียม ท่านจะเห็นว่าเป็นค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการอนุญาต โดยที่ร่างพระราชบัญญัติ ฉบับนี้เป็นกฎหมายที่มีเอาไว้เพื่อกำกับ ควบคุม การใช้ตัวกัญชง กัญชา ไม่ได้มีวัตถุประสงค์ โดยตรงเกี่ยวกับการจัดเก็บภาษีนะครับ ค่าธรรมเนียมที่กำหนดในกฎหมายฉบับนี้จะเป็น ค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวเนื่องกับการขออนุญาต จะไม่ใช่เป็นหลักในเรื่องการจัดเก็บภาษี เสร็จแล้วถามว่าถ้าเกิดเพื่อประโยชน์ทางเศรษฐกิจจะมีการเก็บภาษีไหม ในส่วนของภาษี รายได้ส่วนบุคคลก็จะมีการจัดเก็บโดยปกติตามกฎหมายอยู่แล้ว ประมวลรัษฎากรหรือตาม สรรพากรในการจัดเก็บอยู่แล้ว ส่วนประเด็นที่ได้มีการอภิปรายว่าในเรื่องนี้ควรจัดเก็บเป็น ภาษีเฉพาะหรือไม่ อย่างไร ในส่วนนี้ได้มีท่านสมาชิกหลายท่านได้มีการกล่าวถึงตัวภาษี สรรพสามิต ซึ่งจริง ๆ แล้วตรงนี้การที่เราไม่นำเรื่องภาษีอากรมากำหนดในร่างกฎหมาย ฉบับนี้ จริง ๆ แล้วมันจะสอดคล้องกับตัวมาตรา ๓๒ ตามพระราชบัญญัติวินัยการเงิน การคลังของรัฐ พ.ศ. ๒๕๖๑ มาตราดังกล่าวบอกว่า การจัดเก็บรายได้แผ่นดินที่เป็นภาษีอากร ทำได้แต่โดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายที่ให้อำนาจจัดเก็บภาษีอากรนั้น ตรงนี้มีเหตุผล สนับสนุนดังนี้ครับ ในส่วนที่หลายท่านได้มีการกล่าวถึงตัวภาษีสุรา ยาสูบ และไพ่ กฎหมาย ที่ให้อำนาจในการเก็บภาษีสำหรับสินค้าสุรา ยาสูบ และไพ่ ก็คือตัวพระราชบัญญัติภาษี สรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ ดังนั้นต่อไปหากรัฐประสงค์จะมีการเก็บภาษีในส่วนดังกล่าวเพื่อให้ สอดคล้องกับตัวมาตรา ๓๒ พ.ร.บ. วินัยการเงิน การคลังของรัฐ ก็สามารถไปดำเนินการ ปรับปรุงกฎหมายหรือแก้ไขเพิ่มเติมในกฎหมายฉบับนั้นได้ครับ🔗
ผมขอเชิญสมาชิกเข้ามา เพื่อเตรียมลงมตินะครับ แต่ว่ามีท่านสมาชิกขออนุญาตอีกท่านหนึ่ง คุณชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ แต่ขอเชิญสมาชิกเข้ามานะครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ในมาตรา ๕ ซึ่งกรรมาธิการได้ชี้แจงนะครับ แต่ผมก็ยังไม่เห็นด้วยอยู่ดี เพราะว่าวันนี้เราจะเห็นตามท้องถนนหรือถนนข้าวสาร เขาพันเป็นมวน ๆ แล้วก็ขายเป็นมวน ซึ่งทีนี้คนที่จะขายสุราหรือขายบุหรี่ตามงานต่าง ๆ ต้องไปขออนุญาตจากกรมสรรพสามิต แต่วันนี้คนขายกัญชาเป็นมวนไม่ต้องขออนุญาต แล้วสามารถไปวางขายตรงหน้าร้านขายบุหรี่ หรือหน้าร้านขายสุราได้ มันก็จะแปลก ๆ อยู่ว่าวันนี้ทำไมเราปล่อยให้คนขายกัญชาซึ่งกัญชา คือยาเสพติด วันนี้มันเสรีเกินไป มันน่าจะต้องมีการเก็บภาษีสรรพสามิตอีกทีหนึ่งครับ ขอบคุณครับ🔗
สมาชิกกรุณาเข้ามานะครับ🔗
กรรมาธิการเชิญครับ🔗
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายแพทย์เทวัญ ธานีรัตน์ เลขานุการคณะกรรมาธิการ และเป็นรองอธิบดีกรมการแพทย์ แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ขอตอบประเด็นที่ท่านชูวิทย์พูดถึงนะครับ ในขณะนี้กัญชา ไม่ได้เสรีครับ กระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องสมุนไพร ควบคุม (กัญชา) พ.ศ. ๒๕๖๕ ให้ช่อดอกกัญชาเป็นสมุนไพรควบคุม ที่ท่านบอกว่ามีวางขาย ตามท้องตลาด หาบเร่ ตอนนี้กระทรวงสาธารณสุขได้ออกบังคับใช้กฎหมาย ที่ถนนข้าวสาร เราไปจับมาแล้ว และดำเนินคดีจนถึงที่สุด พร้อมทั้งเราไปจับอีกครั้งหนึ่งที่ทองหล่อ ก็มีดำเนินคดีจนถึงที่สุด รวมแล้วประมาณ ๑๐ ราย ซึ่งถึงโทษจำคุกครับ ก็เรียนเพื่อตอบ ตรงนี้ครับ ขอบคุณครับ🔗
ความจริงจะลงมติแล้ว มีท่าน พันตำรวจเอก ทวี ขอแถมขึ้นมาครับ ขอเชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ สำหรับมาตรา ๕ ที่ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขเป็นผู้รักษาการ ตามพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งตรงนี้ผมคิดว่าเป็นปรัชญาที่สำคัญเพราะเราต้องยอมรับว่าถ้าเรา ไม่โกหกตัวเองหรือไม่โกหกคนทั้งประเทศ ประเทศในสหประชาชาติ ๙๗ เปอร์เซ็นต์ กัญชาเป็นยาเสพติด ส่วนอีก ๔-๕ ประเทศที่ไม่ได้เป็นยาเสพติดก็มีมาตรการควบคุม ที่แข็งแกร่งและเข้มแข็งกว่าที่เรามีอยู่ ดังนั้นการที่เราลดระดับเป็นผู้รักษาการในมาตรานี้ ทั้งที่กัญชาจริง ๆ ประธานคณะกรรมาธิการอาจจะชี้แจงว่า ยกตัวอย่างกัญชาไม่ใช่ยาเสพติด แต่ประเทศไทยเราต้องเชื่อในกระบวนการยุติธรรม เมื่อศาลถึงที่สุดแล้ว หลังจากประมวล ออกมา กัญชาเป็นยาเสพติดมีการตัดสิน ดังนั้นผมจึงเห็นว่าเมื่อกัญชาอยู่ในหมวดของ ยาเสพติด จึงเห็นควรให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้รักษาการตามพระบัญญัตินี้เช่นเดียวกับ เรื่องของคณะกรรมการ ป.ป.ส. และโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าการปล่อยปละละเลยให้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งแม้ว่าท่านอาจจะไม่ได้เป็นในสมัยหน้า แต่เจตนาของท่าน ท่านประกาศทั้งก่อนเลือกตั้ง หลังเลือกตั้ง และในวาระต่าง ๆ เป็นการแสดงถึงกัญชาเสรีและ ส่งเสริมทางสันทนาการ ดังนั้นผมจึงเห็นว่าผู้รักษาการตามมาตรา ๕ ตาม พ.ร.บ. นี้ ควรเป็นนายกรัฐมนตรีครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณนะครับ มาตรา ๕ มีการแก้ไข มีกรรมาธิการสงวนความเห็น แล้วก็มีผู้แปรญัตติสงวนคำแปรญัตติ แล้วก็ มีผู้แปรญัตติขอเพิ่มมาตรา ๕/๑ ด้วย ผมเรียนถามท่านเท่าพิภพติดใจมาตรา ๕/๑ ไหมครับ เพราะถ้าสมมุติว่าไม่ติดใจก็จะได้ลงมติมาตรา ๕ จบแล้วไปวาระต่อไปครับ🔗
ท่านประธานครับ เท่าพิภพครับ ติดใจเป็นอย่างยิ่งครับ ก็ขอให้สภาโหวตตามผมด้วยครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ท่านสมาชิกครับ ขอกรุณาแสดงตนเพื่อลงมติก่อนในมาตรา ๕ ครับ ขอมติ ๓ ครั้งนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ณัฐวุฒิ จากจังหวัดอ่างทองครับ รบกวนท่านประธานครับ เมื่อสักครู่ท่านประธานเอ่ยว่าจะมีการ ลงมติ ๓ ครั้ง เพื่อนสมาชิกไม่ค่อยเข้าใจว่าหมายความว่าอย่างไร เพราะว่าทุกครั้งเคยลงแค่ ๒ ครั้ง เพื่อกันความผิดพลาดครับ🔗
มาตรา ๕ เมื่อลงมติ ๒ ครั้งแล้ว ก็จะไปถามมติมาตรา ๕/๑ ของท่านเท่าพิภพ สมาชิกที่เข้ามาแล้วกรุณา กดบัตรแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมครับ🔗
ท่านประธานครับ ชวลิต ๐๘๕ แสดงตนครับ🔗
เจ้าหน้าที่บันทึกด้วยครับ พร้อมพอสมควรแล้ว ปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตน ๒๒๔ คน บวก ๑ คน เป็น ๒๒๕ คน ครบองค์ประชุมครับ🔗
มาตรา ๕ เป็นเรื่องของ รัฐมนตรีรักษาการ กรรมาธิการมีการแก้ไข ขอถามมติที่ประชุมก่อนว่าเห็นควรให้มีการแก้ไข หรือไม่ เมื่อมติเห็นควรแก้ไข ก็จะถามว่าจะแก้ไขตามร่างกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือตามร่างของกรรมาธิการที่สงวนความเห็นและผู้แปรญัตติ ผู้ใดเห็นควรให้มีการแก้ไข โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นควรให้มีการแก้ไขกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควร งดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗
ปิดการลงมติครับ จำนวน ผู้ลงมติ ๒๒๖ คน เห็นด้วยให้มีการแก้ไข ๑๘๗ คน ไม่เห็นด้วย ๔ คน งดออกเสียง ๓๓ คน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ คน มติที่ประชุมเห็นด้วยให้มีการแก้ไขครับ🔗
คำถามต่อไปก็ขอรบกวน สมาชิกแสดงตนอีกครั้งครับ🔗
สมาชิกที่เข้ามาแล้ว กดบัตรแสดงตนเพื่อลงมติครั้งที่ ๒ ในมาตรา ๕ ครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ณัฐวุฒิ ขออนุญาตท่านประธานรออีกสักนิดครับ มีกรรมาธิการ ๒-๓ คณะที่กำลังประชุมอยู่ครับ ท่านประธานครับ🔗
เข้าใจครับ รอครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พีระเพชร ศิริกุล ๒๕๒ แสดงตนครับ🔗
อย่าไปกดบัตรเพิ่มนะครับ พร้อมพอสมควรแล้ว ปิดการแสดงตนครับ เจ้าหน้าที่รวมที่ลงแสดงตนทางเสียงด้วยนะครับ จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตนขณะนี้ ๒๒๕ คน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ต่อไปคำถามที่ ๒ ก็คือ จะเห็นด้วยกับการแก้ไขตามร่างกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือเห็นด้วยกับร่างของ กรรมาธิการที่สงวนความเห็นและผู้แปรญัตติ ผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก กดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่สงวนความเห็นคือกรรมาธิการเสียงข้างน้อย กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗
พร้อมพอสมควรแล้วครับ ปิดการลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๒๖ คน เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ๑๑๕ คน ไม่เห็นด้วยก็คือเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ๗๔ คน งดออกเสียง ๓๗ คน ไม่ลงคะแนนเสียง ไม่มี มติที่ประชุมมาตรา ๕ เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมากครับ🔗
เนื่องจากมาตรา ๕ นี้ มีสมาชิกแปรญัตติโดยการเพิ่มมาตรา ๕/๑ แล้วก็ได้สอบถามแล้วท่านก็ติดใจ ดังนั้นก็ต้อง ขอที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่สงวนความเห็นโดยเพิ่มมาตรา ๕/๑ หรือไม่ สมาชิกกรุณาแสดงตนนะครับ🔗
มาตรานี้เมื่อสมาชิกพร้อม ก็จะได้ขออธิบายวิธีลงมตินะครับ เพื่อไม่ให้มีปัญหาเกิดขึ้น สมาชิกกรุณากดบัตรแสดงตน ท่านสมาชิกครับ มาตรา ๕/๑ นี้กรรมาธิการส่วนใหญ่ไม่ได้เพิ่มขึ้น แต่กรรมาธิการ เสียงข้างน้อย คือท่านเท่าพิภพขอเพิ่มมาตรา ๕/๑ ขึ้น ดังนั้นคำถามก็จะถามอย่างนี้ครับ ผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการที่เพิ่มมาตรา ๕/๑ ขึ้น กดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับ ที่เพิ่มมาตรา ๕/๑ ขึ้น คือเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย🔗
ท่านประธานครับ ผม วีระกร ท่านยังไม่ได้ขานองค์ประชุมเลยครับ🔗
ครับ ผมอธิบายเพื่อให้ ทราบก่อนนะครับ ตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ สมาชิกเข้าใจแล้วนะครับ🔗
ปิดการแสดงตนครับ จำนวน ผู้เข้าประชุม ๒๒๘ คน ครบองค์ประชุมครับ🔗
เมื่อตอนอธิบายนั้นก็ยัง ไม่ครบครับ สมาชิกเข้าใจนะครับ คำถาม ผู้ใดที่เห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ที่ขอแปรญัตติเพิ่มมาตรา ๕/๑ กดปุ่ม เห็นด้วย สมาชิกที่ไม่เห็นด้วยกับการเพิ่มมาตรา ๕/๑ คือเห็นด้วยกับกรรมาธิการเสียงข้างมาก ไม่เพิ่มมาตรา ๕/๑ กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควร งดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง สมาชิกเข้าใจแล้วนะครับ โปรดลงมติครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ปดิพัทธ์ ๒๐๓ เห็นด้วยครับ🔗
๒๐๓ เจ้าหน้าที่บันทึก ไว้ด้วยครับ พร้อมนะครับ ปิดการลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๓๓ คน เห็นด้วยให้เพิ่ม มาตรา ๕/๑ เสียงข้างน้อยของกรรมาธิการ ๔๕ คน ไม่เห็นด้วยคือเห็นด้วยกับกรรมาธิการ เสียงข้างมาก ไม่เพิ่ม ๑๓๑ คน งดออกเสียง ๕๕ คน ไม่ลงคะแนนเสียง ๒ คน มติที่ประชุม ไม่เห็นด้วยในการเพิ่มมาตรา ๕/๑ นะครับ🔗
ขอเชิญต่อครับ🔗
หมวด ๑ บทบัญญัติทั่วไป มีการแก้ไข🔗
หมวด ๑ เป็นการแก้คำว่า บทบัญญัติทั่วไป เป็น บททั่วไป ไม่มีผู้สงวนความเห็น มีการแก้ไข ก็จำเป็นต้องขอมติ ที่ประชุมครับ ขอเชิญสมาชิกแสดงตนเพื่อลงมติ หมวด ๑ ครับ🔗
กรุณาแสดงตนนะครับ หมวด ๑ จะถามครั้งเดียวว่าจะเห็นควรแก้ไขตามที่กรรมาธิการแก้ไขหรือไม่ สมาชิกกรุณา แสดงตนนะครับ🔗
พร้อมไหมครับ ปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตน ๒๒๔ คน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ขอถามมติว่าผู้ใดเห็นด้วย ที่กรรมาธิการแก้ไขในหมวด ๑ กดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยที่กรรมาธิการแก้ไขกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗
พร้อมนะครับ ปิดการ ลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๓๓ คน เห็นด้วยที่กรรมาธิการแก้ไข ๑๗๗ คน ไม่เห็นด้วย ๖ คน งดออกเสียง ๔๕ คน ไม่ลงคะแนนเสียง ๕ คน มติที่ประชุมเห็นด้วยที่กรรมาธิการ แก้ไขครับ🔗
เชิญต่อไปครับ🔗
มาตรา ๖ คณะกรรมาธิการตัดออก🔗
มาตรา ๖ กรรมาธิการ ตัดออก ไม่มีผู้ประสงค์จะอภิปราย แต่ว่าเนื่องจากกรรมาธิการตัดออกก็ต้องขอมติที่ประชุม ว่าจะเห็นด้วยที่กรรมาธิการตัดออกหรือไม่ ขอตรวจสอบองค์ประชุมครับ สมาชิกกรุณา แสดงตนเพื่อลงมติมาตรา ๖ ครับ🔗
สมาชิกที่เข้ามาแล้ว กรุณากดบัตรแสดงตนเพื่อลงมติในมาตรา ๖ ครับ🔗
พร้อมพอสมควรแล้ว ปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตนขณะนี้ ๒๒๓ คน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ขอถามมติที่ประชุมว่า ผู้ใดเห็นด้วยกับกรรมาธิการตัดออกกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ คือให้คงไว้ตามร่างเดิมกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม อภิชาติ ศิริสุนทร ๔๗๓ เห็นด้วยครับ🔗
ครับ ขอปิดการลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๓๒ คน เห็นด้วย ๑๗๐ คน ไม่เห็นด้วย ๕ คน งดออกเสียง ๔๙ คน ไม่ลงคะแนนเสียง ๘ คน มติที่ประชุมเห็นด้วยที่กรรมาธิการตัดออกครับ🔗
เชิญต่อครับ🔗
มาตรา ๗ คณะกรรมาธิการตัดออก🔗
มาตรา ๗ กรรมาธิการ ตัดออก ไม่มีสมาชิกติดใจอภิปราย แต่โดยที่กรรมาธิการแก้ไขคือตัดออก จึงต้องขอมติ ที่ประชุมว่าจะเห็นควรให้มีการตัดออกหรือไม่ ขอเชิญท่านสมาชิกแสดงตนเพื่อลงมติ มาตรา ๗ ครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม อภิชาติ ศิริสุนทร ๔๗๓ แสดงตนครับ🔗
เจ้าหน้าที่บันทึกด้วยครับ สมาชิกที่อยู่ในห้องประชุมกรุณากดบัตรแสดงตนเพื่อตรวจสอบองค์ประชุมตามข้อบังคับครับ สมาชิกเข้ามาใหม่กรุณากดบัตรนะครับ ขออีก ๒ คนครับ พร้อมนะครับ ปิดการแสดงตน จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตน ๒๒๔ คน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ขอถามมติว่าเห็นด้วยกับ ที่กรรมาธิการตัดออกทั้งมาตราหรือไม่ ผู้ใดเห็นด้วยที่กรรมาธิการตัดออกทั้งมาตรา ในมาตรา ๗ นี้โปรดกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยที่กรรมาธิการตัดออกกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗
ปิดการลงมติครับ จำนวน ผู้ลงมติ ๒๒๕ คน เห็นด้วยที่กรรมาธิการตัดออก ๑๕๙ คน ไม่เห็นด้วย ๔ คน งดออกเสียง ๕๘ คน ไม่ลงคะแนนเสียง ๔ คน มติที่ประชุมเห็นด้วยกับกรรมาธิการตัดออกนะครับ🔗
เชิญมาตราต่อไปครับ🔗
มาตรา ๗/๑ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่🔗
มาตรา ๗/๑ กรรมาธิการ เพิ่มขึ้นใหม่ ไม่มีผู้ติดใจอภิปราย แต่ว่าโดยที่กรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่ ก็ต้องขอมติที่ประชุมว่า จะเห็นด้วยที่กรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่หรือไม่ สมาชิกกรุณาแสดงตนก่อนลงมติครับ🔗
ปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตน ๒๒๓ คน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ขอถามมติว่าผู้ใดเห็นด้วย ที่คณะกรรมาธิการเพิ่มมาตราขึ้นใหม่กดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมาธิการ โปรดกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗
ปิดการลงมติครับ จำนวน ผู้ลงมติ ๒๒๗ คน เห็นด้วยที่กรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่ ๑๕๒ คน ไม่เห็นด้วย ๗ คน งดออกเสียง ๖๓ คน ไม่ลงคะแนนเสียง ๕ คน มติที่ประชุมเห็นด้วยที่กรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่🔗
เชิญมาตราต่อไปครับ🔗
มาตรา ๗/๒ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่ มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น🔗
มาตรา ๗/๒ กรรมาธิการ เพิ่มขึ้นใหม่ มีกรรมาธิการสงวนความเห็น ท่านกรรมาธิการสงวนความเห็นติดใจไหมครับ อย่างไรก็ต้องลงมติ แต่ว่าติดใจจะได้เปิดโอกาสให้อภิปรายครับ🔗
ไม่มีผู้อภิปรายมาตรา ๗/๒ ก็ขอมติที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยที่กรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่หรือไม่ รบกวนสมาชิกแสดงตนครับ🔗
เนื่องจากมาตรา ๗/๒ นี้ กรรมาธิการไม่ติดใจ ฉะนั้นจึงขอลงมติครั้งเดียวครับ🔗
ท่านประธานครับ หารือหน่อย ได้ไหมครับ จิรายุครับ ขออนุญาตหารือท่านประธานหน่อยได้ไหมครับ🔗
ขอนิดเดียวขอให้เรื่องนี้ จบก่อน เดี๋ยวครับ ท่านสมาชิกครับ ปิดการแสดงตน จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตนขณะนี้ ๒๒๔ คน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ผมขอมติที่ประชุม ในมาตรา ๗/๒ ว่าจะเห็นควรให้มีการเพิ่มมาตรา ๗/๒ ขึ้นใหม่หรือไม่ ผู้ใดเห็นควร ที่กรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่กดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นควรให้มีการเพิ่มขึ้นใหม่กดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญลงมติครับ🔗
ปิดการลงมติครับ จำนวน ผู้ลงมติ ๒๓๖ คน เห็นด้วยที่กรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่ ๑๖๓ คน ไม่เห็นด้วย ๕ คน งดออกเสียง ๖๗ คน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑ คน มติที่ประชุมเห็นด้วยที่กรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่🔗
ท่านจิรายุเราต่อดีกว่า อย่าเพิ่งไปนั่นเลยครับ เอาไว้ตอนมีปัญหาค่อยว่ากันครับ ก็ขอบพระคุณพวกเราทุกคน มาตรา ๗ เลขาธิการ เชิญครับ🔗
มาตรา ๗/๓ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่ มีกรรมาธิการ ขอสงวนความเห็น🔗
มาตรา ๗/๓ กรรมาธิการ เพิ่มขึ้นใหม่ กรรมาธิการสงวนความเห็น ท่านกรรมาธิการไม่ติดใจนะครับ🔗
แต่โดยที่มีการเพิ่มขึ้นใหม่ ก็ต้องขอมติที่ประชุมว่าจะเห็นด้วยที่กรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่ในมาตรา ๗/๓ หรือไม่ ขอให้ท่านสมาชิกได้กรุณาแสดงตนเพื่อลงมติครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม จิรายุ ห่วงทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตคลองสามวา ผมจะขออนุญาต ให้ท่านประธานพักการประชุมสักชั่วโมงก่อนได้ไหมครับ เพื่อให้ท่านประธานวิป (Whip) รัฐบาลช่วยระดมคนของรัฐบาลมาหน่อย เป็นกฎหมายสำคัญของรัฐบาล คือพวกผมก็อยู่เป็น องค์ประชุม ดูจากตัวเลขแล้วเกือบ ๘๐ เสียง แสดงว่ารัฐบาลมีอยู่ประมาณสัก ๑๖๐ เสียง มีหายไป ๑๐๐ เสียง คือมันเริ่มวังเวงขึ้นทุกขณะท่านประธานครับ จึงขอให้พักการประชุม สักชั่วโมงหนึ่งได้ไหมครับ🔗
เดี๋ยวครับ คุณจิรายุครับ อย่าวังเวง🔗
มันวังเวงจริง ๆ ครับท่านประธาน🔗
มีเรื่องจะวังเวงมากกว่านี้ คุณจิรายุครับ เรื่องนี้หน้าที่เราทุกคน ผมต้องขอบพระคุณเพื่อน ๆ ทุกคนครับ เราทำหน้าที่ ไปโดยปกติ จะช้าไปบ้างก็ด้วยความเห็นใจกันครับ สมาชิกกรุณากดบัตรเพื่อแสดงตน เพื่อลงมติมาตรา ๗/๓ นะครับ พอมาตรา ๗/๔ จะมีผู้อภิปรายครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผมขออนุญาตนิดหนึ่งครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ การที่คณะกรรมาธิการได้ตัดมาตรา ๗ ออก มาตรา ๗ เป็นการเขียนหลักการที่ดี ก็คือการดำเนินการผลิตภัณฑ์ที่เป็นสมุนไพรก็ดี ยาก็ดี อาหาร หรือเครื่องสำอาง โดยใช้กัญชา กัญชงเป็นวัตถุดิบหรือส่วนประกอบในรูปผลิตภัณฑ์ ถ้ามันมี กฎหมายอยู่แล้วให้เป็นไปตามกฎหมายนั้น กฎหมายที่ออกมาก่อนเป็นกฎหมายที่ผ่าน โดยสภาผู้แทนราษฎร แต่เมื่อกรรมาธิการไปตัดออก แล้วก็มีมาตรา ๗/๑ มาตรา ๗/๒ มาตรา ๗/๓ มาตรา ๗/๔ อย่างน้อยอยากจะให้กรรมาธิการลองอธิบายสิ ว่าทำไมเขียนตรงนี้ ขึ้นมา ทั้งที่กฎหมายที่มีอยู่ที่เราไปเขียนหลักการไว้ดีเลยว่าถ้ามีกฎหมายอยู่แล้ว ไม่ต้อง ดำเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ ต้องเป็นพระราชบัญญัติอื่น มันเป็นการออกกฎหมาย โอเวอร์รูล (Overrule) หรือไปยกเลิกสภานิติบัญญัติที่ผ่าน ๆ มา ดังนั้นอยากจะให้ กรรมาธิการอธิบายในระหว่างที่รอกรรมาธิการเพื่อให้ครบ เพราะไม่เช่นนั้นมันเหมือนเป็น กฎหมายที่จะมัดมือมัดเท้า แล้วก็ที่สำคัญเป็นกฎหมายที่อันตรายต่อสุขภาพของประชาชน คนไทยทั้งประเทศ ซึ่งผมถือว่าเป็นเรื่องสำคัญครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณมากครับ ท่านครับ เรื่องมาตรา ๗ ได้ผ่านไปแล้ว แต่ว่าอย่างไรก็ตามเมื่อท่านพูดมาเช่นนี้ประเดี๋ยว เข้ามาตรา ๗/๔ ผู้อภิปราย กรรมาธิการต้องตอบจะได้รวมชี้แจงประเด็นนี้ด้วยครับ สมาชิก กรุณากดบัตรครับ🔗
ขออีก ๔ ท่านครับ ปิดการแสดงตนครับ จำนวนผู้เข้าประชุมที่แสดงตนขณะนี้ ๒๒๕ คน ครบองค์ประชุมครับ🔗
ขอถามมติที่ประชุมว่า จะเห็นด้วยที่คณะกรรมาธิการเพิ่มมาตรา ๗/๓ ขึ้นหรือไม่ ผู้ใดเห็นด้วยกดปุ่ม เห็นด้วย ผู้ใดไม่เห็นด้วยกดปุ่ม ไม่เห็นด้วย ผู้ใดเห็นควรงดออกเสียงกดปุ่ม งดออกเสียง ขอเชิญ ลงมติครับ🔗
ขอปิดการลงมติครับ จำนวนผู้ลงมติ ๒๓๒ คน เห็นด้วย ๑๔๑ คน ไม่เห็นด้วย ๑๕ คน งดออกเสียง ๕๙ คน ไม่ลงคะแนนเสียง ๑๗ คน มติที่ประชุมเห็นด้วยที่กรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่นะครับ🔗
เชิญท่านเลขาธิการครับ🔗
มาตรา ๗/๔ คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นใหม่ มีกรรมาธิการขอสงวนความเห็น🔗
มาตรา ๗/๔ กรรมาธิการ เพิ่มขึ้นใหม่ กรรมาธิการสงวนความเห็น แล้วก็มีผู้ประสงค์จะอภิปรายไม่ได้แปรญัตติ ไม่ได้เป็นกรรมาธิการ แต่เนื่องจากมีการแก้ไข สมาชิกขออภิปรายส่งชื่อมา ๒ ท่าน ผู้ใดมีความประสงค์อภิปรายส่งชื่อมานะครับ พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ คุณสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ขอเชิญท่าน พลตำรวจตรี สุพิศาล ครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานที่เคารพ ผม พลตำรวจตรี สุพิศาล ภักดีนฤนาถ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล มาตรา ๗/๔ เป็นหัวใจของการแก้ไขในมาตรา ๗ มาตรา ๗/๑ มาตรา ๗/๒ มาตรา ๗/๓ นั่นคือแค่โครงใหญ่เท่านั้นเอง แต่ในโครงใหญ่นั้นเป็นการลบทิ้งของการสร้างกฎหมาย เกี่ยวกับเรื่องการดำเนินการผลิตผลิตภัณฑ์ โดยให้ผู้ผลิตที่จะผลิตผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปออกมา ในรูปแบบใด เลยมาขยายความในมาตรา ๗/๔ กราบเรียนครับ ท่านทวีควรจะต้องมา อภิปรายมาตรานี้ครับ แล้วก็กรรมาธิการควรจะต้องตอบให้ชัดเจน ในมาตรานี้มันมีหนึ่งวรรค ที่มีอนุอีก ๓ อนุ อย่างนี้ครับ ลักษณะเป็นอย่างไรครับพืชเศรษฐกิจ พืชเศรษฐกิจ ที่เขียนไว้ที่เพิ่ม เป็นพืชเศรษฐกิจ ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มาชี้ว่าลักษณะ พืชเศรษฐกิจที่เกิดจากกัญชาและกัญชงคืออะไร ตอบให้ชัด ๆ ครับ ตั้งแต่ลำต้น ราก ใบ ไปจนถึงกิ่ง ก้าน เอาให้ชัด นั่นคือคำถาม เพราะว่าเขียนไว้ในนิยาม รวมไปถึงของการที่จะ คุ้มครองสุขภาพของบุคคล อันนั้นคือคำถามแรก🔗
คำถามที่ ๒ ใน (๑) มีเฉพาะสนับสนุน ไม่มีส่งเสริม แต่วรรคแรกใช้คำว่า ส่งเสริม แต่ (๑) เขียนเฉพาะแค่สนับสนุน ไม่มีส่งเสริมใช่ไหมครับ แสดงว่า (๑) ในมาตรา ๗/๔ นี้ จะไม่ส่งเสริมในการเพาะ แปรรูป กัญชา กัญชงหรือสารสกัดเพื่อประโยชน์ในการแพทย์ และทางวิทยาศาสตร์ และเพื่อพัฒนาให้เป็นพืชที่มีมูลค่าในทางเศรษฐกิจถูกต้องไหมครับ ที่ผมเข้าใจ เพราะว่าไม่มีคำว่า ส่งเสริม (๒) มีคำว่า ส่งเสริม ให้ อันนี้ผมเลยเป็นคำถามว่า ส่งเสริมและมีสนับสนุน งานวิจัย ขึ้นหิ้ง เป็นหอคอยเน่ามาเยอะแยะ กระทรวง อว. เอาเงินจากสภาแห่งนี้เป็นหมื่นล้าน ผมเห็น ในงานวิจัยหลาย ๆ งาน ผมเข้างบประมาณปีแรกที่ อว. รวมงานวิจัยจากมหาวิทยาลัย ทุกมหาวิทยาลัย ผมเห็นมันเน่าอยู่ในนั้น มันจะเน่าแบบนี้อีกหรือเปล่า ทำเพื่ออะไรครับ ผมจึงไม่เห็นด้วยในการนำเสนอแบบนี้ ผมเข้าใจว่างานวิจัยก็ไปอยู่ที่กระทรวง อว. ถ้ายังไม่เอาเข้ามายังเป็นประโยชน์ เพราะงานวิจัยที่ทำอยู่ทุกวันนี้คืองานที่ขึ้นหิ้ง และทิ้งให้เน่า กองให้สูญเปล่า ละลายงบประมาณ ถ้ายังทำแบบนี้ ถ้าจะให้มีงานวิจัยที่เป็น ประโยชน์ ทำไมไม่เขียนตอนท้ายว่าสารสกัดเพื่อประโยชน์โทษของกัญชา กัญชง และสาร สกัดเพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองสุขภาพของบุคคลใน (๒) และนำมาแก้ไขให้เป็นประโยชน์ ดีขึ้นต่อประชาชนอย่างชัดเจน มันต้องเขียนอย่างนี้ เพื่อเอางานวิจัยมาขับเคลื่อนให้เป็น รูปธรรม ไม่ใช่เขียนลอย ๆ แล้วก็ขว้างทิ้งไปทางอากาศ ผมไม่เห็นด้วยอันนี้🔗
ประเด็นที่ ๓ เป็นคำถามครับ ความรู้ เอกสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ตัวดีครับ รูปแบบที่ทำต้องให้ชัด จะเป็นการ์ตูนอะไรต้องทำความเข้าใจ เข้าใจให้ถึงเด็กระดับล่าง เด็ก เยาวชน ระดับล่างเลยให้เห็นภาพในการเผยแพร่ แต่ผมติดใจ วรรคสุดท้าย ติดใจว่า โดยไม่ต้องเสียค่าเอกสาร อะไรครับ จะฟรีก็ฟรีไปสิครับ มันจะได้ คลุม ๆ ไปเสียเลย เฉพาะเอกสารไม่เสีย เอกสารเขาเลิกใช้แล้วครับ เอกสารนี้คือหนังสือ หรือเปล่า หรือเป็นปฏิทิน หรือจะเป็นอะไรครับ คู่มืออย่างที่เขียนไว้ คำแนะนำ หนังสือ ทางวิชาการและเอกสารอื่น ๆ หรืออย่างไร เห็นไหมว่าคำว่า เอกสาร ไม่ได้ชัดเลย เป็นคำเฉย ๆ โดด ๆ ขึ้นมา คลุมทั้งหมดเป็นคำว่า เอกสาร คำถามมีแค่นี้ว่าคืออะไร ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ตามด้วยท่านบัญญัติ เจตนจันทร์ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ มาตรา ๗/๔ เป็นมาตราที่คณะกรรมาธิการเพิ่มขึ้นมาใหม่ ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมาด้วยการไปกำหนดให้ หน่วยงานหนึ่งที่มีฐานะเป็นกรมในกระทรวงสาธารณสุขมาทำหน้าที่ในเรื่องของการส่งเสริม ให้คนปลูกกัญชา ผมอ่านมาตรานี้ทั้งหมดแล้วผมไม่เห็นด้วยเป็นอย่างยิ่งครับ ที่ไม่เห็นด้วย ก็เพราะว่าในมาตรา ๗/๔ ท่านไปกำหนดให้หน่วยงานสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา มาทำหน้าที่ซึ่งท่านเขียนเอาไว้ใน (๑) บอกว่าให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา มีหน้าที่ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการดังต่อไปนี้ ๑. สนับสนุนประชาชน ในการเพาะปลูกกัญชาหรือกัญชง หรือแปรรูปกัญชา กัญชงหรือสารสกัดเพื่อประโยชน์ ทางการแพทย์หรือทางวิทยาศาสตร์และการพัฒนาให้เป็นพืชที่มีมูลค่าในทางเศรษฐกิจ ๒. นอกจากส่งเสริม สนับสนุน การศึกษา วิจัยแล้ว ยังกำหนดให้ อย. ไปทำหน้าที่ในเรื่อง ของการพัฒนาสายพันธุ์ของกัญชาหรือกัญชง เรื่องการผลิต จัดการการตลาด การใช้ประโยชน์และโทษจากกัญชา กัญชงหรือสารสกัด ๓. ให้ความรู้จัดทำเอกสารซึ่งเดิมที เข้าใจว่าเป็นการให้ความรู้กับผู้บริโภค กลับกลายเป็นว่าให้ความรู้พัฒนาศักยภาพ ผู้ประกอบการในการใช้ประโยชน์จากกัญชา กัญชง ที่ผมไม่เห็นด้วย เพราะว่า อย. เป็นหน่วยงานในกระทรวงสาธารณสุขที่ถูกจัดตั้งขึ้นมาให้มีหน้าที่ในการควบคุม ตรวจสอบ ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ เช่นผลิตภัณฑ์สุขภาพ หรือดำเนินการเรื่องอาหารตามกฎหมายว่าด้วยอาหาร ควบคุม ตรวจสอบคุณภาพเรื่องของยา ตามกฎหมายว่าด้วยยาหรือตามกฎหมายว่าด้วยเครื่องสำอาง กฎหมายว่าด้วยวัตถุอันตราย กฎหมายว่าด้วยวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท กฎหมายว่าด้วย ยาเสพติดให้โทษ และกฎหมายอื่น ๆ เหล่านี้เป็นต้น พูดง่าย ๆ คือ อย. มีหน้าที่ในการกำกับ ควบคุม ตรวจสอบให้ฝังงของผู้บริโภคมีความปลอดภัย แต่ครั้นท่านไปกำหนด อย. ให้มีหน้าที่ ในการพัฒนาสายพันธุ์กัญชา ให้มีหน้าที่ในการที่จะไปส่งเสริมให้คนมาเพาะปลูกกัญชา มากขึ้น มันเกิดสิ่งหนึ่งที่จะเกิดขึ้นมาได้ก็คือปัญหาผลประโยชน์ขัดกันหรือคอนฟลิกต์ ออฟ อินเตอร์เรสต์ (Conflict of Interest) ในขณะที่สายพันธุ์ที่ อย. เป็นคนพัฒนาขึ้นมา ถ้ามีบริษัทใดบริษัทหนึ่งหยิบเอาสายพันธุ์นั้นไปใช้ผสมในอาหาร แล้ว อย. ก็เป็นคนกำกับ ตรวจสอบคุณภาพของผลิตภัณฑ์นั้นเอง นี่คือผลประโยชน์ขัดกันที่เกิดขึ้นแน่นอน ผมคิดว่า นี่เป็นการใช้ อย. ให้ไปทำหน้าที่ที่ไม่สมควรทำและเป็นการขัดต่อหน้าที่โดยตรงของ อย. ที่มีมาตั้งแต่ต้น แม้แต่กระทั่งเรื่องของการสนับสนุนให้มีการศึกษา วิจัยต่าง ๆ นั้น มันก็ควร จะเป็นหน้าที่ของสถาบันการศึกษาหรือหน่วยงานอื่น ๆ ซึ่งอาจจะมีทุนวิจัยที่เกิดขึ้น ส่วน อย. ก็ต้องทำหน้าที่ในการให้ความรู้กับผู้บริโภคว่าควรจะใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีการผสม กัญชาในทางด้านสุขภาพ อาหารและยาอย่างไรให้เหมาะสม ไม่ใช่มีหน้าที่ไปส่งเสริมให้คน ปลูกกัญชา ไม่ใช่ให้ อย. มีหน้าที่ไปพัฒนาสายพันธุ์กัญชา ไม่ใช่ให้ อย. มีหน้าที่ในการที่จะไป ศึกษา วิจัยและให้ข้อมูลความรู้กับผู้ประกอบการในการปลูกหรือผลิตเรื่องของกัญชา เพราะฉะนั้นมาตรา ๗/๔ ผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง แล้วผมเห็นว่าการบัญญัติกฎหมาย ในลักษณะอย่างนี้เห็นได้ชัดเลยว่าขาดการวิเคราะห์ผลกระทบ ขาดการคำนึงถึงผลกระทบ ในทางด้านการทำหน้าที่ของหน่วยงาน และที่สุดแล้วคนที่เสียประโยชน์มากที่สุดก็คือ พี่น้องประชาชนซึ่งต้องพึ่งหวัง อย. จากการกำกับ ควบคุมคุณภาพของอาหาร ยา และเครื่องสำอาง เพราะจะกลายเป็นผู้ที่ไปส่งเสริมเรื่องของกัญชาเสียเอง ผมว่าผิดอย่างยิ่ง ผมไม่เห็นด้วยครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญคุณหมอบัญญัติ ตามด้วยท่านนายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายแพทย์บัญญัติ เจตนจันทร์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จากจังหวัดระยอง พรรคประชาธิปัตย์ กระผมขออภิปรายในมาตราที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ คือมาตรา ๗/๔ ของร่าง พ.ร.บ. กัญชา กัญชง ซึ่งอยู่ในหมวด ๑ บททั่วไป ในมาตรา ๗/๔ นี้ ผมได้อ่านดูแล้วผมรู้สึกว่าเหมือนกับจะให้ อย. ไปอยู่ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คือไปเพิ่มให้ อย. นั้นทำหน้าที่ส่งเสริมการปลูก การแปรรูปกัญชาสารสกัด ซึ่งการปลูก มันเป็นเรื่องของกรมส่งเสริมการเกษตร ก็ไม่ทราบว่าผู้รักษาการตาม พ.ร.บ. นี้จะต้อง ย้อนกลับไปเพิ่มรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ด้วยหรือไม่ แต่ว่า อย. ไม่ได้ อยู่ที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในส่วนนี้ผมว่ามันผิดฝาผิดตัว อย. มีหน้าที่ในการ เรกูเลเตอร์ (Regulator) ก็คือควบคุมผลิตภัณฑ์ยาและอาหารว่าจะต้องจดแจ้งอย่างไร แล้วมีมาตรฐานของอาหารและยาอย่างไร นี่คือหน้าที่ของ อย. ที่เรารู้จัก แต่ว่าถ้าจะต้องมา ส่งเสริมการปลูก ทั้งดิน ทั้งต้นพืช ทั้งสายพันธุ์ต่าง ๆ ผมว่าอันนี้มันจะไม่ใช่นะครับ ต่อไปในมาตรา ๗/๔ ที่เพิ่มเข้ามาใหม่ยังให้ อย. ไปวิจัยอีก ซึ่งอันนี้ไปก้าวก่ายหน้าที่ของ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม อย. มีแต่หมอ มีแต่เภสัชกร จะไปวิจัย เพราะการวิจัยเป็นเรื่องใหญ่ มันเป็นอีกเรื่องหนึ่งเรื่องการศึกษา วิจัย ผมคิดว่า สิ่งที่เพิ่มเข้ามาในมาตรา ๗/๔ มันไม่สอดคล้องกับหน้าที่ของ อย. ในการส่งเสริม วิจัย ทั้งวิจัย การปลูก วิจัยการแปรรูป วิจัยพัฒนาสายพันธุ์ วิจัยการผลิต วิจัยการจัดการ และวิจัย การตลาดด้วย ทำหลายอย่างเหลือเกิน ผมว่าอันนี้ไม่ควรจะเพิ่มเติมเข้ามา แล้วก็ยังเพิ่ม หน้าที่ให้ความรู้อีก ให้ความรู้ทางด้านเอกสาร สื่ออิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ ในการพัฒนา ผู้ประกอบการ การพัฒนาผู้ประกอบการน่าจะเป็นเรื่องของกระทรวงพาณิชย์หรือเปล่า พัฒนาผู้ประกอบการ พวกสตาร์ตอัป (Startup) ต่าง ๆ ผมว่าใช้งาน อย. หนักไปหน่อย หรือเปล่าไม่ทราบตรงนี้ ผมอยากจะให้ อย. กลับมาเป็นหน่วยงานเรกูเลเตอร์ (Regulator) ก็คือหน่วยงานการกำกับมาตรฐานผลิตภัณฑ์ยาและอาหาร กรณีที่อนาคตรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงสาธารณสุขเปลี่ยนแปลงไป ซึ่งมาตรา ๓ ก็ไม่ขัด ให้กัญชาย้อนกลับไปเป็น ยาเสพติดได้อีก อย. ก็ต้องทำหน้าที่ดูแลเรื่องของยาเสพติด เพราะฉะนั้นในส่วนนี้จะให้ อย. มาทำอะไรต่ออะไรตรงนี้ผมว่าไม่ควร แล้วนอกจากนั้นยังเป็นผลประโยชน์ทับซ้อนอย่างที่ ท่านสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กล่าว ก็คือตนเองไปพัฒนาสายพันธุ์ พอพัฒนาสายพันธุ์เสร็จ คนปลูกก็ต้องปลูกตามสายพันธุ์ที่ อย. พัฒนา อันนี้ก็เป็นเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อน ซึ่งไม่ควรจะมีอยู่ตรงนี้นะครับ ในส่วนนี้ผมก็ขออภิปรายเพื่อไม่เห็นด้วยกับที่กรรมาธิการ เสียงข้างมากเพิ่มมาในมาตรา ๗/๔ ก็เห็นว่าควรที่จะตัดออกไปทั้งมาตรา ๗/๔ นี้เลย กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญนายกองตรี อาญาสิทธิ์ ตามด้วยท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน เชิญครับ🔗
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายกองตรี อาญาสิทธิ์ ศรีสุวรรณ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดนครศรีธรรมราช เขตเลือกตั้งที่ ๓ พรรคพลังประชารัฐ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายรายงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พระราชบัญญัติกัญชา กัญชง พ.ศ. .... ที่กำลังนำเสนอต่อสภาผู้แทนราษฎรในขณะนี้ ในประเด็นของมาตรา ๗/๔ โดยที่เหตุผลและความจำเป็นในการที่ได้มีการเสนอ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ก็เพื่อที่จะให้เกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประชาชนมากที่สุด และเพื่อคุ้มครองสุขภาพของบุคคลและกลุ่มเสี่ยงอื่น ๆ โดยสรุปนี่นะครับ แต่ว่าผมได้อ่าน ในมาตราต่าง ๆ โดยเฉพาะในมาตรา ๗/๔ ก็เห็นว่าในมาตรา ๗/๔ มีการพูดถึงเรื่องของการ ส่งเสริมกัญชา กัญชง เพื่อสารสกัดให้เกิดประโยชน์ในทางการแพทย์ ทางวิทยาศาสตร์ และเป็นพืชเศรษฐกิจ ซึ่งรวมทั้งคุ้มครองสุขภาพของบุคคล ให้คณะกรรมการอาหารและยา มีหน้าที่ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป ในประเด็นนี้ผมเห็นว่าในเรื่องของการใช้ กัญชา กัญชง ผมขออนุญาตใช้ชาร์ต (Chart) เพื่อประกอบคำอภิปรายนะครับ🔗
การใช้กัญชง กัญชา โดยเฉพาะในกัญชาทำให้เกิดประโยชน์แก่พี่น้องเกษตรกรในต่างจังหวัด โดยเฉพาะกลุ่มที่ เลี้ยงปศุสัตว์นะครับ ผมได้มีโอกาสทำงานร่วมกับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย ทุ่งใหญ่ ก็ได้มีการศึกษาเรื่องของการใช้กัญชาในปศุสัตว์ ซึ่งการใช้กัญชาในปศุสัตว์นี้เรายัง ไม่ได้มีการกำหนดไว้ว่าเราจะให้เกษตรกรได้มีโอกาสในช่องทางใด โดยมาตรา ๗/๔ ก็พูดถึงเรื่อง ในทางการแพทย์ วิทยาศาสตร์ แล้วก็ให้คณะกรรมการอาหารและยาเป็นผู้มีหน้าที่อันนี้ ผมคิดว่าเหมือนกับอย่างท่านที่อภิปรายที่ผ่านมา คิดว่าหน้าที่ในการที่จะส่งเสริมในเรื่อง เหล่านี้ควรจะให้เป็นหน่วยงานทางด้านการส่งเสริมด้านการเกษตรนะครับ เพราะว่าหน่วยงานด้านส่งเสริมด้านการเกษตรก็จะมีวิชาในเรื่องของการส่งเสริมอาชีพ เรื่องการเกษตร เรื่องการเพาะปลูกอะไรต่าง ๆ แล้วก็สนับสนุนให้ประชาชนได้เพาะปลูก กัญชาหรือแปรรูปกัญชาเพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ให้เพิ่มเติมในเรื่องของด้านทางปศุสัตว์ เพื่อที่จะให้เกษตรกรได้สามารถที่จะปลูกและใช้กัญชาในการดูแลพวกปศุสัตว์ต่าง ๆ ในการรักษาโรค ในการรักษาความเจ็บปวด การลดความเครียด ลดความก้าวร้าวในสัตว์ บางชนิด โดยให้พี่น้องเกษตรกรสามารถที่จะได้มีโอกาสตรงนี้แล้วก็การควบคุมต่าง ๆ ควรจะ แยกออกจากกันไป จำนวน ปริมาณต่าง ๆ ก็ให้เป็นไปตามความเหมาะสม ผมคิดว่า สิ่งเหล่านี้ก็จะเกิดประโยชน์แก่พี่น้องประชาชน คนที่อยู่ในต่างจังหวัด คนที่เป็นเกษตรกร คนที่อยู่ที่กลุ่มรากหญ้า จึงกราบเรียนมาเพื่อได้โปรดพิจารณาในประเด็นนี้ด้วยครับ กราบขอบพระคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ในมาตรา ๗/๔ หลายท่านได้ให้ความเห็นไปแล้วว่า อย. มีภารกิจมากมาย เหลือเกิน เป็นคอขวดของความเจริญ เป็นคอขวดของอุตสาหกรรม เป็นคอขวดของการ ขออนุญาต ของเอสเอ็มอี (SMEs) ของนวัตกรรมใหม่ ถ้าท่านจะทำเครื่องสำอางหรือจะทำ สมุนไพรสักยี่ห้อหนึ่ง ๓ ปี เอาไปรอกันอยู่นั่น อัดแน่นกันอยู่ตรงนั้น รอการอนุญาต บอกว่า เจ้าหน้าที่ไม่พอ งบประมาณไม่พอ แล้วมาทำเรื่องกัญชง กัญชานี่ ทุกเรื่อง ผมถึงบอกว่า คุณจะเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขตลอดชีวิตหรืออย่างไร พรรคของคุณอาจจะ อยู่กระทรวงสาธารณสุขตลอดชีวิตหรืออย่างไร ไม่ใช่พรรคของท่านนะ พรรคของคนอื่น ผมคิดว่าเรื่องของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องของการเพาะปลูกกัญชา ลงทุนโรงละ ๒,๐๐๐,๐๐๐ บาท ทำอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ แล้ว อย. จะองค์ความรู้ที่ไหน เป็นแม่งาน แล้วก็ไปให้กระทรวง อว. เขาวิจัย ไปให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เขาดูแลการเพาะปลูก ที่มีประสิทธิภาพ คุณภาพ เรื่องการขาย การตลาดคุณก็ไปดูแล มันหน้าที่ของกระทรวง สาธารณสุขหรือ การตลาด การนำเข้า ส่งออก มันเป็นพืชที่นำเข้าส่งออกได้ไหม ท่านกฤษฎีกาลองแนะนำผมสิว่ากระทรวงพาณิชย์มีส่วนเกี่ยวข้องไหมเกี่ยวกับการนำเข้า ส่งออกซึ่งเป็นพืชใหม่ พืชยาเสพติดของโลก มันจะต้องมีวิธีการอย่างไรบ้าง เกี่ยวข้องกับ กระทรวงพาณิชย์ไหม ท่านตอบผมมันเกี่ยวข้องกับกระทรวงพาณิชย์ไหม อย. สามารถทำเองได้ ไหม การนำเข้า ส่งออก แล้วเรื่องของการวิจัย คุณจะเอางบที่ไหนมาให้เขา งบที่อยู่ภายใต้ อย. งบประมาณทั้งหมดทั้งปวงจะต้องไปซุกอยู่กับ อย. ต้องไปซุกอยู่กับกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งมันเป็นงบที่ใหญ่มากที่จะต้องมาวิจัยและพัฒนาอย่างเร่งด่วน เรื่องของยา เรื่องของความ ปลอดภัย แล้วในทางปฏิบัติวิธีการงบประมาณมันจะได้มามากแค่ไหน เรื่องของการตลาด ระหว่างประเทศ สุดท้ายมันก็มีปัญหา เพราะว่าพืชเหล่านั้นที่จะนำเข้า ส่งออก มันจะต้อง มีการบันทึก จะต้องมีการบริหารจัดการที่ถูกต้องในประเทศที่เขายอมรับกัญชาได้ หรือยอมรับไม่ได้ อย่างไรแล้วในมาตรานี้ผมไม่เห็นด้วยที่จะให้ อย. ซึ่งเป็นองค์กรเล็ก ๆ อยู่ในกระทรวงสาธารณสุขมารับผิดชอบในมาตรา ๗/๔ นี้ ผมไม่เห็นด้วย แต่พวกเราก็ต้องโหวต โหวตก็แพ้ แล้วพูดมันมีประโยชน์อะไร ให้ความเห็นไปก็แพ้ แต่ตรงนี้มันจะทำให้เรื่องของกัญชง กัญชา เขาเรียกว่าอะไร อยู่ในคอขวด อยู่ในการ บีบบังคับ คุณบอกว่าเสรี เสรีตรงอื่นได้ สูบได้ ขายได้ นักท่องเที่ยวมาก็แบ็กแพ็ก (Backpack) มาก็ไป ที่ปายก็ไปสูบกัน ที่ภูเก็ต ที่สมุยสูบกัน แต่ว่าเรื่องของการส่งเสริมที่จะ ให้เป็นวิทยาศาสตร์จริง ๆ เอาไปซุกอยู่กับ อย. ผมถามว่าปีหนึ่งเขาจะได้งบเท่าไร ๓ วงเล็บนี้ จะได้งบเท่าไร คือผมคิดว่าผมโหวตผมก็แพ้ ฝากท่านประธานกรรมาธิการด้วย ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเป็นท่านสมชาย ฝังงชลจิตร ตามด้วยท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม สมชาย ฝังงชลจิตร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ผมขออนุญาตอภิปราย พ.ร.บ. กัญชา กัญชง พ.ศ. .... มาตรา ๗/๔ เพราะอ่านแล้วมันงง ว่า อย. วันนี้กำลังจะกลายเป็นกรมวิชาการเกษตรกำลังทำหน้าที่กรมส่งเสริมการเกษตร กำลังทำหน้าที่เป็นคณะเกษตรคือคณะวิทยาศาสตร์ เพราะบทบาทมาอยู่ที่ อย. ทั้ง ๆ ที่ อย. มีหน้าที่ในการกำกับ ควบคุม ดูแลในเรื่องของผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับอาหารและยา ว่าควรจะมีส่วนผสมของสารอย่างไรบ้าง ซึ่งใช้ในการอุปโภคบริโภคแล้วไม่เป็นอันตรายต่อ พี่น้องประชาชนผู้บริโภค การกำหนดมาตรา ๗/๔ ขึ้นมามันเป็นเรื่องผิดฝาผิดฝังง เพราะมันไม่ควรจะมีฐานะอย่างนี้จริง ๆ และมาตรา ๗/๔ มันควรจะออกไปจริง ๆ เพราะไม่ใช่หน้าที่ ระบบราชการมันยิ่งวกวน หน้าที่ไม่ใช่หน้าที่ก็จะเอาอำนาจมาใช้ เพราะว่า บทบาทแบบนี้มันเป็นเรื่องที่จะต้องมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โครงสร้างของการพัฒนาหรือการ ส่งเสริมการปลูกวันนี้มันมีเทคโนโลยีทางด้านไบโอเทคโนโลยี (Biotechnology) ที่จะต้องใช้ วิชาการทางวิทยาศาสตร์อย่างมากในการที่จะใช้องค์ความรู้ในการพัฒนาแต่ละเรื่อง ยิ่งการผลิตในระบบมันจะต้องสร้างองค์ความรู้ที่ไม่ใช่บทบาทสำคัญของ อย. จริง ๆ เพิ่มมาตรา ๗/๔ มาทำไม ท่านประธานที่เคารพครับ ความจริงหลายมาตรามันกำลังท้าทาย อยู่อย่างหนึ่งครับ เพราะเมื่อกระทรวงสาธารณสุขได้เอากัญชาออกไปจากยาเสพติดแล้ว ร่างกฎหมายฉบับนี้หลาย ๆ มาตรามันจะไปขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะเมื่อไม่เป็น ยาเสพติดแล้วกัญชาก็คือพืชธรรมดา แล้วเรากำลังเอากฎหมายมาบอกว่าทำอย่างนี้ไม่ได้ ทำอย่างนี้ไม่ได้ ต้องให้ทำอย่างนี้ ต้องมีหน่วยงานอย่างนี้ควบคุม จริงครับ ถ้าจะผลิตเป็น เครื่องดื่มหรือยาหรือเครื่องใช้อย่างไรก็ตามให้ อย. ควบคุมได้ หรือว่าจะนำเข้า ส่งออก ให้ ป.ป.ส. หรือหน่วยงานไหนควบคุมได้ แต่การกำกับควบคุมโดยวิธีการร่าง ผมอธิบาย รวมทั้งหลายมาตรานี้แหละว่ามันกำลังจะไปขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะกัญชา เมื่อไม่เป็นยาเสพติดมันก็คือพืชทั่วไป แล้วเราจะมีกรอบอะไรที่จะมาใช้มาร่างกติกาอะไรที่มา ให้เหนือกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานคือมันไม่เป็นยาเสพติด ถ้ามันเป็นยาเสพติดแล้วเรากำหนด วิธีการว่าคนจะเอามาใช้ จะมาปลูก จะมาทำอย่างไรให้มีมาตรการอย่างไรก็ได้ แต่นี่มัน ไม่เป็นยาเสพติด เอาออกจาก พ.ร.บ. ยาเสพติดไปแล้ว แล้วจะมาบอกว่าคุณจะกำกับอย่างนี้ เหมือนกับเรามีสิทธิในการที่จะเดิน แต่บอกว่าท่านต้องเดินเอาเท้าขวาออกก่อน ถ้าไม่อย่างนั้นผิดกฎหมาย อย่างนี้มันทำได้หรือครับ เพราะฉะนั้นภาพรวม ๆ ว่าการร่าง มาตรา ๗/๔ เพิ่มขึ้นมามันไม่ใช่หน้าที่จริง ๆ แล้วไม่ใช่เรื่องที่จะต้องวางโครงสร้างวิธีคิด แบบนี้ว่า อย. ต้องมาทำหน้าที่แบบซึ่งไม่ใช่หน้าที่ของตนเอง ก็อยากจะฝากเพื่อนสมาชิกว่า เอามาตรานี้ออกเถอะครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิสิฐ ลี้อาธรรม ตามด้วย พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิสิฐ ลี้อาธรรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ท่านประธานครับ ในวาระที่หนึ่งที่เรารับหลักการ เรามีการอ่านว่าในเหตุผลที่ท่านเขียนมา ว่ากัญชง กัญชา อาจจะมีอันตรายต่อผู้บริโภค เพราะฉะนั้นจึงต้องมีการออกกฎหมายเพื่อจะมา กำกับ ดูแล ควบคุม แต่ปรากฏว่าท่านกลับมาเขียนมาตรา ๗/๔ โดยเฉพาะ (๓) ที่พยายาม จะบอกว่ากัญชาเป็นประโยชน์ พยายามจะให้หน่วยงานของรัฐที่เพื่อนสมาชิกได้อภิปราย ไปแล้วว่าไม่ได้มีหน้าที่ทางด้านนี้เลย ทำหน้าที่ในการให้ความรู้จัดทำเอกสารและ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ คำแนะนำ คู่มือ หนังสือวิชาการ หรือเอกสารอื่นใดเพื่อเผยแพร่ความรู้ พัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการในการใช้ประโยชน์จากกัญชา ทั้งที่จริง ๆ แล้วกฎหมายฉบับนี้ หลักการของเราที่รับไว้และเหตุผลที่ท่านเขียนขึ้นมาก็คือต้องการจะกำกับ ต้องการที่จะ คุ้มครองไม่ให้ประชาชนได้รับอันตรายจากเรื่องของกัญชา อันนี้ผมคิดว่าสิ่งที่ท่านเขียนมานี้ ขัดแย้งอย่างสิ้นเชิง นั่นประการหนึ่ง ผมเห็นด้วยกับทางท่านสมาชิกว่าหน่วยงานอย่างกระ ทรวงสาธารณสุขที่มีคุณหมอหรือเภสัชกรเป็นผู้นำองค์กรจะมาทำเรื่องของเกษตร จะมาทำเรื่องของการส่งเสริมงานวิจัยแบบกระทรวง อว. มันก็จะเป็นเรื่องที่ซ้ำซ้อน คงไม่จำเป็นต้องให้มีการทำแบบนี้ นั่นก็ประการหนึ่ง🔗
แต่ที่ผมอยากจะขอชี้อีกประการหนึ่งก็คือว่าในหลักการหรือแม้กระทั่ง ในคำปรารภในร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ท่านพูดถึงเรื่องของการใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ การวิจัย หรือแม้กระทั่งในคำปรารภ ท่านก็เขียนในลักษณะเดียวกันนี้ แต่ปรากฏว่าในมาตรานี้ ท่านมีคำอีกคำหนึ่งเติมขึ้นมา ว่าใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ ทางวิทยาศาสตร์ และเป็นพืช เศรษฐกิจ ในมาตรา ๗/๔ ทั้งใน (๑) แล้วก็ทั้งในตัวมาตรา ๗/๔ เองมีคำว่าพืชเศรษฐกิจ ก็ทำให้ผมนึกไปถึงว่าท่านก็คงจะกินความรวมไปถึงการเป็นพืชที่จะมาใช้ทำพวกเครื่องดื่ม หรือสันทนาการต่าง ๆ ซึ่งที่ท่านยังไม่เคยเขียนตรงไหนว่าเราไม่มีเจตนาในการร่างกฎหมาย ที่จะให้เกิดขึ้น ผมจึงอยากจะให้ท่านช่วยตัดคำนี้ออก เพื่อจะให้มาตรา ๗/๔ สอดคล้องกับ การที่เราร่างกฎหมายฉบับนี้ โดยเฉพาะในเหตุผลแล้วก็คำปรารภ นั่นก็ประการหนึ่ง🔗
สุดท้ายท่านยังเขียนในตรงท้ายว่าให้หน่วยงานของรัฐทำสิ่งเหล่านี้ โดยไม่ต้อง ให้ผู้รับประโยชน์ต้องเสียค่าเอกสาร ลำพังค่าเอกสารนิด ๆ หน่อย ๆ ท่านยังจะให้ประชาชน ต้องมาแบกรับค่าใช้จ่ายแทนท่าน ผมก็คิดว่าการที่ท่านนำมาตรา ๗/๔ มาใส่ ทำให้ผมยิ่งเห็น เลยว่าเจตนาของผู้ร่างต้องการจะทำสิ่งที่อยู่นอกเหนือจากเรื่องของการแพทย์ ก็คือเรื่องของ การเอื้อประโยชน์ให้กับนายทุนรายใหญ่ที่จะใช้ประโยชน์จากการขายกัญชาให้กับประชาชน ซึ่งในทางการแพทย์หรือวงการต่าง ๆ ที่ได้มีการประกาศ หรือแม้กระทั่งหน่วยงานอื่น ของกระทรวงสาธารณสุขเองก็ชี้ถึงโทษและภัย แล้วก็มีการเขียนอย่างค่อนข้างที่จะชัดเจนว่า ต้องระมัดระวังอย่างยิ่งยวด แต่กลายเป็นว่ามาตรานี้ท่านกลับพยายามจะส่งเสริม ก็ขออนุญาตแสดงความเห็นว่าผมไม่เห็นด้วยกับมาตรานี้ครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญ พันตำรวจเอก ทวี ตามด้วยนางสาวพิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ผมมีความเห็นว่ามาตรา ๗/๔ ผมเสนอให้ตัดออก เหตุที่เสนอให้ตัดออก เนื่องจากว่ามาตรานี้ส่อหรือมีพฤติกรรมที่เป็นอันตรายเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากว่าเราต้อง ยอมรับความจริง เราจะโกหกใครก็ตาม แต่เราต้องยอมรับความจริงว่ากัญชามีโทษ และมีความเชื่อกันทั้งโลกว่าเป็นยาเสพติด ไม่เช่นนั้นประเทศในสหประชาชาติ ๑๙๙ ประเทศ มีถึง ๑๙๕ ประเทศเห็นว่ากัญชาเป็นยาเสพติด มีเพียง ๔ ประเทศ ที่มีมาตรการควบคุมอย่างเคร่งครัด แต่ปรากฏว่าจั่วหัวของมาตรา ๔/๗ เพื่อเป็นการส่งเสริม กัญชา การส่งเสริมกัญชา กัญชง หรือสารสกัดใช้ประโยชน์ทางการแพทย์ทางวิทยาศาสตร์ และเป็นพืชเศรษฐกิจ อันนี้มันเป็นการก้าวล่วง คือการทำลายอะไรก็ได้ แต่การทำลาย ความเป็นมนุษย์ด้วยยาเสพติดผมถือว่าเป็นภัยร้ายแรง ท่านประธานที่เคารพครับ หลักการ การเป็นฝ่ายนิติบัญญัติที่ดีนั้นคือการกันไว้ดีกว่าแก้ คือการลงโทษ คือการป้องกัน อาชญากรรม ดีกว่าการลงโทษอาชญากร ดังนั้นฝ่ายนิติบัญญัติที่ดีก็ต้องสกัดว่าอะไร เป็นสิ่งที่ดี ควรจะปกป้องคุ้มครองประชาชน อะไรเป็นสิ่งที่เลวร้ายหรืออุบาทว์ก็ไม่ควรที่จะ ส่งเสริมไปให้สู่กับประชาชน เราจะเห็นได้จากไปส่งเสริมให้ อย. ซึ่งปัจจุบัน อย. เราก็มี กฎหมายที่เขียนเจตนารมณ์ของ อย. เพื่อจะคุ้มครองประชาชนคนไทยทางด้านอาหาร รวมถึงคุ้มครองความไม่ปลอดภัยทางด้านอาชญากรรมทางอาหารด้วย แต่วันนี้เรากลับให้ อย. ซึ่งปัจจุบันบทบาทของตัวเองก็เป็นแดนสนธยาอยู่แล้ว ภาพยังมองเป็นแหล่งของการ ขออนุญาต อนุมัติที่ไม่ใช่เป็นนักวิทยาศาสตร์อย่างแท้จริง มาส่งเสริมให้ อย. สนับสนุน การปลูกกัญชา แค่นี้โลกก็รู้แล้วว่าสนับสนุนเพื่อผลักดันให้กัญชาเป็นยาเสพติด ประการที่ ๒ ส่งเสริมให้มาทำวิจัย ท่านประธานที่เคารพทราบหรือไม่ว่างบประมาณ ปี ๒๕๖๖ งบการวิจัย ๑๗,๐๐๐ ล้านบาทเขาไม่ได้ให้มาที่ อย. แล้วทำไมต้องให้ อย. ไปสนับสนุนการวิจัย และประการสำคัญคือมาทำให้ทำการสื่อสาร งบประมาณการประชาสัมพันธ์การสื่อสาร มันมีหน่วยงานอื่น ๆ อยู่แล้ว อย. ควรทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีก่อน แล้วที่สำคัญคือมาตรานี้ ผมถือว่าเป็นการเปิดโอกาสให้กัญชาเสรีอย่างแท้จริง ไม่ใช่กัญชาเพื่อการแพทย์ หรือวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ ดังนั้นผมจึงเห็นควรให้ตัดมาตรา ๗/๔ ทั้งมาตราครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญท่านพิมพ์รพี ตามด้วยท่านชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ดิฉัน พิมพ์รพี พันธุ์วิชาติกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดกระบี่ โดยประเด็นมาตรา ๗/๔ ดิฉันคิดว่ามันย้อนแย้ง และเสนอ ให้ตัดออกทั้งมาตราค่ะ เนื่องจากว่าดิฉันเป็นกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัย และนวัตกรรม เป็นอนุกรรมาธิการการวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิจัยและนวัตกรรม เพื่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและประเทศ ดิฉันค้นพบว่า อย. มีภารกิจมากมาย ไปหมดแล้วในการทำอย่างไรให้ชาวบ้านมีรายได้มากขึ้น ซึ่งทุกวันนี้ภารกิจของ อย. และงบประมาณเองก็ไม่สอดคล้องกับภารกิจอยู่แล้ว อย. มีหน้าที่เป็นเพียงเรกูเลเตอร์ (Regulator) เป็นคนควบคุม เพราะฉะนั้นการที่ให้ อย. มาทำเรื่องการสนับสนุนกัญชา ตั้งงบวิจัย มิหนำซ้ำยังให้ อย. พัฒนาพันธุ์อีก มันจะยิ่งย้อนแย้งในหลักการที่ อย. ควรจะต้องทำ เพราะ อย. คือเรกูเลเตอร์ (Regulator) ฉะนั้นปัญหาคือทุกวันนี้ อย. ก็มีปัญหาหนักมาก อยู่แล้วในการที่จะสามารถสร้างรายได้ให้เกษตรกร คำถามคือหากเราต้องการให้กัญชาเป็นพืชที่สามารถทำให้เกษตรกรมีรายได้จากการให้กัญชา เป็นการแพทย์มันก็ต้องมีมูลค่าในการที่ต้องทำ ฉะนั้นวิธีการให้ อย. มาทำสิ่งนี้ดิฉันคิดว่า มันตัดทอนสิทธิของประชาชนที่ใช้ภารกิจของ อย. ในภารกิจอื่น ๆ เช่น การสร้างมูลค่าเพิ่ม ของสินค้าเกษตร สารแอนโดรกราโฟไลด์ (Andrographolide) หรือสินค้ากระป๋อง อาหาร ต่าง ๆ ที่ทำให้เศรษฐกิจฐานรากพัฒนาได้ แต่กลายเป็นว่า อย. ซึ่งควรทำสิ่งนั้นกลายเป็นต้อง มาโฟกัส (Focus) ในภารกิจหลักของ อย. คือสนับสนุนการปลูกกัญชา กัญชง สารสกัด เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ ซึ่งจริง ๆ แล้วไม่ใช่ภารกิจของ อย. เลย ส่งเสริมและสนับสนุน วิจัย อันนี้ก็ออกนอกลู่นอกทางเป็นภารกิจของ อว. ไม่ใช่ภารกิจของ อย. ที่สำคัญที่สุดคือ พัฒนาสายพันธุ์กัญชงและกัญชาด้วย อันนี้ยิ่งแปลกใหญ่ แล้วในอนาคตหากว่าสายพันธุ์ ที่มันดีกว่า ท่านประธานศุภชัยได้สายพันธุ์ที่ดีกว่าจากสหรัฐอเมริกา แคนาดามา แล้วมัน ขัดแย้งกับสายพันธุ์ของ อย. อย. จะให้ประโยชน์กับสายพันธุ์ไหนคะ สายพันธุ์ที่ดีกว่า หรือสายพันธุ์ของ อย. ดิฉันคิดว่าในฐานะเรกูเลเตอร์ (Regulator) ผู้ควบคุม อย. ไม่ควรจะมี ผลประโยชน์ทับซ้อนกับเรื่องเรื่องนี้ ดิฉันยืนยัน และให้ความรู้จัดทำเอกสารสื่ออิเล็กทรอนิกส์ คำแนะนำ คู่มือ อันนี้ยิ่งแย่ใหญ่ ดิฉันคิดว่า อย. ไปทำเรื่องอื่น ๆ เถอะค่ะ ให้ชาวบ้าน มีรายได้มากขึ้นจากข้าว จากอาชีพ จากการแปรรูปวัตถุดิบต่าง ๆ เพื่อจะส่งออกหรือทำให้ ขายได้มากขึ้น อันนี้ดิฉันคิดว่าไม่ใช่ภารกิจของ อย. ขอให้ตัดออกทั้งหมด ขอบคุณมากค่ะ🔗
ขอบคุณครับ ก่อนที่ท่านชูวิทย์จะอภิปราย พอดีประธานคณะกรรมาธิการจะขอชี้แจง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม ศุภชัย ใจสมุทร กรรมาธิการ ขออนุญาตอภิปรายชี้แจงในประเด็นที่ ท่านได้อภิปรายกันเมื่อสักครู่ ผมจะขออภิปรายข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในช่วงของการพิจารณา ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้โดยคณะกรรมาธิการ ผมจะต้องขออนุญาตเอ่ยนามบุคคล ซึ่งท่านเป็นกรรมาธิการอยู่แต่ว่าท่านไม่ได้เข้ามาร่วมประชุมวันนี้ คือเรื่องนี้เดิมมาตรา ๗/๔ ไม่ได้มีอยู่หรอกครับ แต่เนื่องจากมีกรรมาธิการท่านหนึ่งเห็นว่าควรจะต้องมีหน่วยงานที่จะเป็น หน่วยงานในการมาประสานงานทำในเรื่องดังกล่าว ๓ เรื่องนี้ เพราะฉะนั้นท่านจึงเสนอว่า ควรที่จะต้องเขียนมาตรานี้ไว้จึงเป็นมาตรา ๗/๔ ถามว่ามาตรา ๗/๔ มาจากไหน ผมเรียน ท่านสมาชิกที่เคารพครับ เราเคยผ่านกฎหมายอยู่ฉบับหนึ่งคือพระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. ๒๕๖๕ พระราชบัญญัติพืชกระท่อม พ.ศ. ๒๕๖๕ มาตรา ๙ มีข้อความเหมือนกับ ร่างที่ท่านกำลังพิจารณากันทั้งสิ้น มาตรา ๙ ของ พ.ร.บ. พืชกระท่อม พ.ศ. ๒๕๖๕ กำหนดให้สำนักงาน ป.ป.ส. เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่สนับสนุนในการเพาะปลูกหรือแปรรูป พืชกระท่อม เพราะฉะนั้นถ้าบอกว่า อย. มาทำหน้าที่อย่างนี้มันช่างประหลาดเสียจริง ป.ป.ส. ไปส่งเสริมให้คนปลูกกระท่อมก็เป็นความประหลาดเช่นเดียวกัน แล้วเราเคยออก กฎหมายนั้นแล้วก็ผ่านไปแล้ว เพราะฉะนั้นสิ่งที่ผมอยากจะขอให้ทุกท่านได้เข้าใจ ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ไม่ได้ให้ อย. มีหน้าที่ในการทำ ๑ ๒ ๓ แต่เป็นหน่วยงาน ประสานงาน เป็นหน่วยงานประสานงานครับ เขียนไว้ชัดเจนว่ามีหน้าที่ประสานงาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการต่อไปนี้ แปลว่ามีหน้าที่ประสานงาน ไม่ได้มีหน้าที่ทำเอง จริง ๆ ขออนุญาตกราบเรียนต่อท่านประธานผ่านไปยังท่านสมาชิกที่เคารพว่าเรื่องนี้อย่างที่ ผมได้กล่าวไปข้างต้นว่าไม่ได้เป็นความคิดของกรรมาธิการเสียงส่วนใหญ่ละครับ แต่มี กรรมาธิการท่านหนึ่งท่านยืนกรานให้มีถ้อยคำพวกนี้อยู่ในมาตรานี้ ขออนุญาตเอ่ยนามท่าน ท่านศาสตราจารย์ดอกเตอร์กนก วงษ์ตระหง่าน เองเป็นคนขอเสนอให้เข้ามาในตรงนี้ วันนี้ ท่านไม่ได้เข้า แต่ไปตรวจสอบหลักฐานได้ครับ แล้วในการอภิปราย ณ วันนั้นท่านก็อภิปราย ในวาระรับหลักการท่านก็พูด และท่านเป็นผู้เสนอเรื่องนี้เข้ามาอยู่ในร่างนี้🔗
-๗๙/๑ แต่ถ้าท่านประสงค์ที่จะให้ตัดของอาจารย์กนกผมก็ไม่ติดใจ กรรมาธิการก็จะได้บอกว่ายินดี ก็ว่ากันไป เพราะจริง ๆ ใส่เข้ามาก็เพื่อที่จะให้ท่านกนกมีความสบายใจ เพราะฉะนั้นถ้าใคร ที่บอกว่าจะส่งเสริมให้มีการนันทนาการอะไรต่าง ๆ เรื่องนี้ไม่มีหรอกครับ ท่านอาจารย์กนก ท่านไม่ได้มีความคิดที่จะให้ร่างทั้งหมดทั้ง ๓ เรื่องนี้มันเป็นเรื่องของนันทนาการแต่อย่างใด เป็นการประสานงานเพื่อสนับสนุน ส่งเสริม เช่นเดียวกับที่ให้ ป.ป.ส. ไปดำเนินการส่งเสริม พัฒนาเทคโนโลยีในการแปรรูปพืชกระท่อมเหมือนกันเป๊ะเลยครับ แต่เปลี่ยนจากคำว่า กระท่อม มาเป็น กัญชา เท่านั้นเอง นอกนั้นความเหมือนทุกประการ เพราะฉะนั้นโปรดได้ พิจารณาพินิจพิเคราะห์ครับ ถ้าท่านเคยเห็นชอบให้พืชกระท่อมสามารถที่จะต้องให้ ป.ป.ส เป็นหน่วยประสานงานทำเรื่อง ๑ ๒ ๓ นี้แล้ว ถ้าท่านจะไปตัดใน พ.ร.บ. กัญชา กัญชง พ.ศ. .... เสียก็ได้ แต่ถ้าเห็นว่าไหน ๆ กระท่อมกับกัญชาก็คือเรื่องเดียวกันที่เคยถูกปลดล็อกไปด้วยกัน แล้วควรจะต้องมีด้วยกัน อย. ก็มีหน้าที่ประสานงาน แต่ถ้าท่านเห็นว่า อย. มีหน้าที่ ประสานงานแล้วเหนื่อยมากขึ้น ในการพิจารณางบประมาณในปีต่อ ๆ ไปท่านจะเพิ่ม งบประมาณให้ อย. ไป อย. ก็คงไม่ปฏิเสธแล้วก็ยินดี แต่เมื่อสักครู่ท่านก็อาจจะมีการพูดถึง พาดพิงถึงคอขวดของ อย. ถ้าท่านกรรมาธิการที่เป็นเลขาธิการ อย. มีความประสงค์ที่จะ อภิปรายก็เชิญนะครับ ขออนุญาตให้ท่านได้มีการชี้แจงเพิ่มเติมครับท่านประธานครับ ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ ก่อนที่ เลขาธิการ อย. จะอภิปราย ผมมีเรื่องที่จะถาม อย. ด้วย ผมอภิปรายก่อน ท่านค่อยตอบ ได้ไหมครับ🔗
อย่างนั้นเดี๋ยว ท่านกรรมาธิการที่เป็นเลขาธิการ อย. ค่อยชี้แจงหลังจากที่ท่านสมาชิกได้อภิปราย ไปแล้วอีกสัก ๒ ท่าน คือท่านชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ตามด้วยท่านนิยม เวชกามา แล้วท่านกรรมาธิการค่อยชี้แจงครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม ชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ กรรมาธิการเสียงข้างน้อย วันนี้ผมเป็นทั้งกรรมาธิการพืชกระท่อม แล้วก็ กรรมาธิการกัญชา ที่ท่านประธานได้ชี้แจงเมื่อสักครู่ก็อยากจะแลกเปลี่ยนว่ามาตรา ๗/๔ เราให้อำนาจ อย. ส่งเสริมกัญชา กัญชง หรือสารสกัดให้ใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ หรือทางวิทยาศาสตร์ และเป็นพืชเศรษฐกิจ ต่างกันโดยสิ้นเชิงกับเราให้ ป.ป.ส. สนับสนุน พืชกระท่อม เพราะว่า ป.ป.ส. ดูแลยาเสพติด และทีนี้เมื่อเราให้กระท่อมเป็นการปลูก เสรีแล้ว ป.ป.ส. ก็ได้ติดตามดูการปลูกและติดตามดูพี่น้องประชาชนที่ปลูกกระท่อม แต่ว่าวันนี้เราจะให้ อย. มาดูแลผู้ปลูกกัญชา แล้วก็ส่งเสริมผู้ปลูกกัญชา แล้วถามว่าวันนี้ อย. ผมว่าท่านมีหน้าที่ในการออกใบอนุญาตผู้ที่จะไปขอ อย. อย่างเช่นสงสัยมาก ๆ ก็คือ พ.ร.บ. กัญชา ยังไม่เสร็จเลย น้ำกัญชาวางขายที่เซเว่น-อีเลฟเว่น แล้ว อย. อนุญาตได้อย่างไร ทำไมมันถึงไว แล้วผมเกรงว่าวันนี้จะทำให้ อย. เสียหายก็คือจะมีการจ่ายสินบนให้ อย. แล้วก็เร่งออก อย. ให้ทัน มีการจ่ายเงินใต้โต๊ะ เพราะผมไปขออนุญาตยาประเภทนี้ แล้วให้ อย. ออกเร็ว ๆ แล้วถ้าใครไม่มีเงินใต้โต๊ะ อย. ก็ไม่ออกให้ วันนี้ใบกระท่อมจะเสรี อย่างไร เมื่อบรรจุแคปซูล (Capsule) ต้องไปขอ อย. ถามว่าใบกระท่อมเสรีจะทำเป็นยา เพื่อรักษาร่างกาย🔗
ท่านชูวิทย์ ต้องขออภัยครับ เมื่อสักครู่ที่ท่านได้เอ่ยถึง อย. ถ้ามีการจ่ายใต้โต๊ะ ถึงจะได้รับอนุญาตโดยไว แต่ถ้าไม่จ่ายใต้โต๊ะก็ไม่ได้รับอนุญาต ผมว่ามันเป็นการใส่ร้าย ผมอยากให้ท่านถอนคำพูด ตรงนี้เสีย เพราะมันเป็นการใส่ร้ายหน่วยงานหน่วยงานหนึ่ง มันคงไม่ดีที่เอาคำพูดแบบนี้ มาพูดในสภาของพวกเรา🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตถอน ผมไม่ได้ใส่ร้าย แต่ผมยกตัวอย่างให้ฟังว่าวันนี้กัญชา พ.ร.บ. ยังไม่เสร็จ วันนี้น้ำกัญชา ที่ขออนุญาตจาก อย. ไปขายที่เซเว่น-อีเลฟเว่นแล้วได้อย่างไร🔗
คือประเด็นนี้ ไม่มีปัญหาครับ ประเด็นที่ผมขอให้ถอนคือถอนประเด็นที่บอกว่าถ้าจ่ายเงินใต้โต๊ะ ได้รับอนุญาตไว ถ้าไม่จ่ายใต้โต๊ะไม่ได้รับอนุญาต ขอให้ถอนตรงนี้นะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมถอนแล้ว อย่างไรครับ🔗
เชิญอภิปราย ต่อครับ🔗
แต่ว่าทีนี้ผมคิดว่าท่านประธาน ไม่น่าจะได้ตอบแทน อย. เพราะว่าวันนี้คนที่ไปขอ อย. เขาสงสัยมากครับ ไม่เกี่ยวกับกัญชา ก็ช้าครับ ใช้เวลาเป็นปีสองปี แต่ว่าวันนี้ถ้าเราให้อำนาจในมาตรา ๗/๔ มาก ๆ ก็จะเกิด ยักษ์ใหญ่ก็คือ อย. นี่ละเป็นยักษ์ใหญ่ในการที่สนับสนุนพี่น้องประชาชนในการปลูก เพื่อเป็นพืชเศรษฐกิจ แล้วก็ใครที่เป็นยักษ์ใหญ่ที่ลงทุนเยอะ ๆ เงินเยอะ ๆ ก็สามารถที่จะได้ อย. เร็ว แต่เกษตรกรหรือกลุ่มวิสาหกิจ ผมเชื่อว่าขอ ๓ ปีก็ไม่ได้ อันนี้อยากจะฝากทาง อย. ให้ท่านตอบให้ฟังหน่อยว่า นาย ก กับ นาย ข ไปขอพร้อมกัน คนที่มีกำลังมากกว่า แล้วคนที่ ไม่มีกำลังจะได้รับ อย. พร้อมกันไหม นี่คือข้อสงสัย ผมจึงขอให้ตัดมาตรา ๗/๔ ออก เพราะว่ากลัวจะไปกลั่นแกล้งพี่น้องประชาชนเพื่อเอื้อผลประโยชน์ต่อพรรคพวกตัวเองครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ก่อนท่านนิยมจะอภิปราย ผมชี้แจงท่านชูวิทย์นิดเดียว ประธานไม่ได้ตอบแทน อย. นะครับ เพียงแต่ว่าคำพูดคำไหนที่เป็นการใส่ร้าย ผิดข้อบังคับ ประธานก็ต้องควบคุมการประชุม ฉะนั้นก็ขอชี้แจงว่าไม่ได้ตอบแทน อย. นะครับ ส่วนประเด็นอื่น อย. มีหน้าที่ตอบครับ เชิญท่านดอกเตอร์นิยม เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานครับ ผมต่อเนื่องครับ ความจริงผมจะอภิปรายมาตรา ๘ แต่บังเอิญต่อเนื่องกัน เลยขออภิปรายมาตรานี้ก่อนครับ ความจริงแบบท่านประธานคณะกรรมาธิการชี้แจงว่า กระท่อมทำไมมี ป.ป.ส. มันเกี่ยวเนื่องกัน ต้องพูดเกี่ยวเนื่องกัน ผมนั่งฟังตลอด ตอนนั้น เหมือนกันกฎหมายฉบับนั้น ท่านประธานครับ ในมาตรา ๗/๔ ถอดออกไปเถอะครับ ทำไม ผมว่าอย่างนั้น ส่วนท่านประธานจะอ้างถึงคนข้างนอก ท่านเป็นคนข้างนอกนั่นละ ท่านศาสตราจารย์กนก ท่านไม่ได้อยู่ในนี้ ท่านไม่มีสิทธิพูด แต่ผมยืนยันว่ากฎหมายฉบับนี้ ในมาตรา ๗/๔ เป็นการเอื้อประโยชน์ ท่านไปอ่านดูดี ๆ เลย ความจริงผมไม่อยากอภิปราย แม้ท่านจะบอกว่า อย. เป็นเพียงผู้ประสานก็ตามครับ ประเด็นนี้เป็นการทำงาน แบบไม่ใช่หน้าที่แล้วครับ ไปดู (๑) (๒) (๓) ส่งเสริมศักยภาพ กอย. เอง ไม่มีวันนี้ แบบที่ ท่านชูวิทย์พูดนั่นละ ขออยู่ ๒ ปี ๓ ปียังไม่ได้เลย ผมเห็นด้วยนะท่านชูวิทย์พูด ผมมีส่วน รู้เห็นในการขอหลายเรื่อง ซึ่งไม่ได้อยู่เดี๋ยวนี้ก็มี ขอมาหลายปีแล้ว ทั้ง ๆ ที่เรื่องมันไม่ใช่ เรื่องใหญ่อะไร ท่านมีอะไรผมไม่รู้ เพราะผมไม่เคยเป็นข้าราชการในส่วน อย. แต่ยืนยันว่า กฎหมายฉบับนี้ประชาชนไม่ได้ประโยชน์ แล้วก็ผมยืนยันต่อท่านประธานคณะกรรมาธิการด้วย พวกกันก็ตาม แต่ว่ายืนยันตรงไหน ป.ป.ส. ที่เข้ามาดูแลเรื่องแบบนี้ ผมก็อภิปราย ไปเปิดดู ผมไม่เห็นด้วย ผมถือว่าไม่ใช่หน้าที่ ป.ป.ส. กฎหมายกระท่อม กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เอง ก็ล้นมือหรืออย่างไร หน้าที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตอนนั้น ผมก็บอกแบบนั้น ป.ป.ส. เข้ามาทำไม เขียนกฎหมายให้กับ ป.ป.ส. ทำไม ไม่แตกต่างกันท่านประธาน ตรงนี้ก็เหมือนกัน ให้ อย. เข้ามาทำไม ไม่ใช่หน้าที่ เขียนกฎหมายเพื่อใคร เขียนทำไม เรื่องงบประมาณ เรื่องอะไร เพื่อน ส.ส. พูดไปหลายคนแล้วว่าเป็นเรื่องของ อว. เรื่องงานวิจัย แล้วอย่าไปคิดว่าจะทำได้ทุกเรื่อง อย. ไม่ใช่เทวดา การเขียนกฎหมาย ในมาตรานี้โยนไฟใส่มือ อย. เลยนะผมดู เพราะหน้าที่หลัก ๆ ของตัวเองก็ไปไม่รอดอยู่แล้ว เป็นภาระหนักอึ้งอยู่แล้ว ช้ามาก อย. ขออะไรก็ตาม แล้วทำไมต้องเอามาให้ อย. ทำอีก ผมก็พยายามนั่งอ่าน ๓-๔ รอบ ซึ่งไม่ได้อ่านกฎหมายหลายรอบขนาดนี้ มาตรา ๗/๔ เขียนเลย เพื่อส่งเสริมกัญชา กัญชง หรือสารสกัดให้ใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์หรือทาง วิทยาศาสตร์ และเป็นพืชเศรษฐกิจ ท่านประธานครับ เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าเรื่องแบบนี้ ผมต้องขอโทษท่านประธานอาจจะพรรคท่านเสนอมาอะไรก็แล้วแต่ แต่ผมไม่ได้มองแบบนั้น ผมมองว่าประชาชนได้อะไร ถ้าเขียนกฎหมายแบบนี้ประชาชนไม่ได้อะไรเลย เพราะ อย. ไม่มีศักยภาพที่จะมาส่งเสริมให้ประชาชนปลูกกัญชง กัญชาอะไร ไม่มีหรอกครับ ไปทำแค่ อนุญาต ไม่อนุญาต พิสูจน์ส่วนดี ส่วนเสีย ส่วนยาอะไรนั่นท่านก็หนัก หนักจนทำอะไรไม่ได้ อยู่แล้วทุกวันนี้ จนช้า ๒ ปี ๓ ปี คงไม่ปฏิเสธนะเป็นเรื่องจริง ไปดู ท่านรับเรื่องเข้ามาเมื่อไร อนุมัติเมื่อไร ท่านเข้าไปดูเลยงานของ อย. ไม่ให้เขาพูดไม่ได้มันเกี่ยวเนื่องกัน ส่วนเงินใต้โต๊ะมี ไม่มี ผมไม่รู้ผมไม่เคยขอ แต่ว่ารู้จากคนเล่ามาผมก็ยังไม่เชื่อ อันนี้จึงเป็นประเด็นว่าต้องดูตัวเอง อย่าเอาถ่านไฟแดง ๆ ไปใส่มือของ อย. เขา แค่นี้เขาก็จะตายอยู่แล้ว ผมจึงบอกว่ากฎหมาย ฉบับนี้ผมอ่านหลายรอบจึงได้มาพูด แล้วก็จะพูดต่อมาตรา ๘ ซึ่งเป็นเรื่องที่รับไม่ได้จริง ๆ ท่านเอาใส่มาทำไม ขอบคุณมากท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปเชิญกรรมาธิการตอบชี้แจงครับ แล้วตามด้วยท่านสฤษฏ์พงษ์นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายแพทย์ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาในฐานะกรรมาธิการ ก็กราบเรียนในส่วนของมาตรา ๗/๔ ผมกราบเรียนว่าจริง ๆ แล้วอันนี้ก็เป็นไปตามหลักการ เหมือน พ.ร.บ. พืชกระท่อม พ.ศ. ๒๕๖๕ มาตรา ๙ ที่ผ่านสภาแห่งนี้ไปแล้ว ถ้าเราอ่าน มาตรา ๗/๔ ตรง ๆ ผมขออนุญาตท่านประธานได้อ่านนะครับ ชัดเจนบอกว่า เพื่อส่งเสริม กัญชา กัญชง หรือสารสกัดให้ใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์หรือทางวิทยาศาสตร์ และเป็นพืชเศรษฐกิจ รวมทั้งคุ้มครองสุขภาพบุคคล ให้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา มีหน้าที่ประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการดังต่อไปนี้ แล้วก็มี (๑) (๒) ๓) ก็กราบเรียนว่าอันนี้เป็นหน้าที่ อย. ก็คือหน้าที่ประสานงาน ส่วนคนกระทำก็คือหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้อง เนื่องจากในร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือว่าเลขาธิการเป็นผู้อนุญาตนะครับ แล้วก็ผู้รับจดแจ้ง ในส่วนของการดำเนินการในส่วนนี้ เราก็มีหน้าที่ประสานงาน ถามว่า อย. ทำหน้าที่ตรงนี้ได้ไหม บางท่านบอกว่าเป็นเรกูเลเตอร์ (Regulator) ก็ไปดูสุดท้ายเลย จริง ๆ แล้วอยากจะเรียนอย่างนี้ครับ ในบทบาทในเรื่องของ ต้นน้ำที่เราบอกว่าประสานงานกับหน่วยงานเกษตรเพื่อดูเรื่องพันธุ์ เรื่องอะไรทั้งหลาย จริง ๆ แล้ว อย. เรามีหน้าที่หลักก็คือเรื่องของการคุ้มครองผู้บริโภคในเรื่องของการดูแล ผลิตภัณฑ์สุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นยา สมุนไพร เครื่องสำอาง แล้วก็ในส่วนของพวกเครื่องมือแพทย์หรือว่า ใด ๆ ก็ตาม ในส่วนของอาหารด้วยนะครับ คือผมพูดง่าย ๆ ว่าเรื่องของกัญชา กัญชง วัตถุดิบหรือส่วนประกอบที่เราเอามาใช้ในผลิตภัณฑ์สุขภาพของกัญชา กัญชง ที่ตัด มาตรา ๗ ออกแล้วไปใส่ในส่วนของมาตรา ๒/๑ ไว้แล้วที่ผ่านสภาแห่งนี้ไปแล้วนะครับ ก็ชัดเจนว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือ พ.ร.บ. นั้น ๆ เพราะฉะนั้นผลิตภัณฑ์สุขภาพจะเป็น ผลิตภัณฑ์ที่พี่น้องประชาชนใช้หรือว่าผู้บริโภคใช้ ถ้าจะมีคุณภาพตัววัตถุดิบนั้นก็คือต้นน้ำ หรือว่าต้นทางต้องมีคุณภาพด้วย เพราะฉะนั้นการประสานงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในเรื่องนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของพืชพันธุ์ในส่วนของกัญชา กัญชง หรือว่าสารสกัด หรือไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงานวิจัย คงไม่เอาวิจัยแล้วก็มาขึ้นหิ้ง ถ้าเขาเอาวิจัยแล้วไปต่อ แล้วก็ไปขออนุญาต อย. ได้ตามกลไกของเรกูเลเตอร์ (Regulator) อันนี้ก็จะเป็นประโยชน์ ต่อพี่น้องประชาชน เพราะได้ผลิตภัณฑ์กัญชา กัญชงที่มีนวัตกรรม มีเรื่องของการที่ใช้ ประโยชน์ได้สูงสุด ผมกราบเรียนว่าอันนี้จริง ๆ แล้วผมว่ามีประโยชน์อย่างยิ่งในเรื่องของ การทำงาน แต่ก็อยากจะให้เข้าใจในเรื่องของการที่เราเป็นผู้ประสานงานในส่วนนี้ พูดง่าย ๆ คือปลายทางเป็นเรื่องของผลิตภัณฑ์สุขภาพเกือบทั้งสิ้น ยกเว้นในเรื่องของการใช้เส้นใยของ กัญชา กัญชงที่ใช้ในเรื่องของเครื่องนุ่งห่มอะไรทั้งหลาย ก็กราบเรียนไว้ครับ สำหรับสมาชิก บางท่านสงสัยในเรื่องของทำไมน้ำกัญชาออกมาแล้วเป็นอย่างไร ผมเรียนนิดหนึ่งน้ำดื่มของ พวกกัญชา กัญชงทั้งหลายก็ถือเป็นผลิตภัณฑ์อาหาร เราก็ขออนุญาตจาก พ.ร.บ. อาหาร เมื่อสักครู่ผมบอกแล้วว่าในส่วนของกัญชาทั้งต้นตั้งแต่ยอดลงมาจนถึงรากไม่เป็นยาเสพติด มีเฉพาะสารสกัดที่มีทีเอชซี (THC) เกิน ๐.๒ เปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนัก เพราะฉะนั้นส่วนใด ที่ไม่เป็นยาเสพติดแล้ว ก็สามารถเอาไปทำเป็นผลิตภัณฑ์ได้ทั้งสิ้น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ เรื่องอาหาร ยาจากสมุนไพร พวกสมุนไพร แล้วเครื่องสำอาง ผมกราบเรียนว่าในส่วนของ อย. ตอนนี้เราอนุมัติผลิตภัณฑ์ในกลุ่มนี้ไปแล้ว ๒,๒๐๐ กว่ารายการ อันนี้เป็นเรื่องของในเชิง ที่ให้ผู้บริโภคได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าที่ใช้ประโยชน์ได้สูงสุด แล้วก็เป็นเรื่องของในเชิง เศรษฐกิจด้วย แล้วก็มีเรื่องยาที่ใช้ในทางการแพทย์ อันนี้ก็เป็นไปตามหลักในเหตุผล ร่างพระราชบัญญัตินี้ที่เขียนมาตั้งแต่แรก ผมก็กราบเรียนครับ สำหรับในส่วนของงานอื่น ของ อย. ผมกราบเรียนว่าในเรื่องของการอนุมัติ อนุญาต อย่างผลิตภัณฑ์สุขภาพ เป็นหน้าที่โดยตรงของ อย. อยู่แล้ว เราถือหลักอยู่เสมอว่าผลิตภัณฑ์สุขภาพไม่ว่าจะเป็นยา อาหาร เครื่องสำอาง เครื่องมือแพทย์ หรือพวกวัตถุอันตรายที่ใช้ในบ้านเรือนจะต้องออกสู่ พี่น้องประชาชนให้มีทั้งคุณภาพมาตรฐาน ความปลอดภัย แล้วก็มีประสิทธิผล ให้สมประโยชน์ของคนที่ใช้ ก็คือเราเป็นตัวแทน เป็นผู้แทนของพี่น้องประชาชนหรือว่า ผู้บริโภคในส่วนนี้ เวลาที่เราอนุมัติ อนุญาต การจำกัดเวลามันมีเรื่องของเขาเรียกคู่มือ ประชาชน หรือ พ.ร.บ. อำนวยความสะดวกที่ชัดเจนอยู่แล้วว่าผลิตภัณฑ์อะไรที่จะต้องให้ เท่าไร ถ้าท่านส่งมาได้ครบถ้วนทั้งตัวผลิตภัณฑ์หรือว่าเอกสารในทางวิชาการทั้งหลาย เราก็อนุมัติได้ทันเวลา แล้วปัจจุบันนี้เราก็ใช้เขาเรียกระบบอิเล็กทรอนิกส์เกือบทั้งสิ้น ผมใช้คำว่าเกือบทั้งสิ้น เพราะว่าตรงนี้ก็จะเพิ่มในความรวดเร็ว ความรวดเร็วก็ต้องมาถึง ความถูกต้อง แล้วก็อย่างที่ผมว่าตัวผลิตภัณฑ์สุดท้ายต้องได้เรื่องของความปลอดภัย คุณภาพ มาตรฐาน แล้วก็เรื่องของประสิทธิผลด้วยครับ ก็กราบเรียนท่านประธานครับ ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม พันตำรวจเอก ทวี🔗
เดี๋ยวครับ ท่านทวี ผมได้อนุญาตท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง เอาไว้ เดี๋ยวผมจะให้ท่านต่อ ท่านพิเชษฐ์ ด้วยนะครับ เชิญท่านสฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม สฤษฏ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกระบี่ พรรคภูมิใจไทย ในมาตรา ๗/๔ ผมขออนุญาตแสดงความคิดเห็น ผมเข้าใจเลยว่าที่กรรมาธิการท่านศุภชัย พูดว่าจากเดิม ๔๕ มาตรา แล้วมันกลายมาเป็น ๙๕ มาตราเพราะอะไร อันนี้ก็เป็นส่วนหนึ่ง ที่ท่านศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน ในฐานะเป็นกรรมาธิการในขณะนั้น ในนามของ พรรคประชาธิปัตย์ ผมเข้าใจท่านศาสตราจารย์กนกดีว่าท่านใส่มาตรา ๗/๔ ท่านมองเห็น อะไร คือในมาตรา ๗/๔ ถ้าผมจะมองเป็นอีกมิติหนึ่งว่าถ้าในอนาคตกัญชามันก้าวไปสู่ พี่น้องประชาชนปลูกกันมากแล้วก็เข้ามาทำผลิตภัณฑ์อย่างนี้ ถ้าในมุมอย่างนี้ก็จะต้อง ให้มี อย. เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้อง ในวรรคหนึ่ง มาตรา ๗/๔ ก็เขียนว่า อย. มีหน้าที่ประสานงาน ผมกราบเรียนท่านประธานว่ากัญชาไม่ใช่เป็นพืชพริกหรือกะเพรา วันนี้กัญชาถ้าปลูก ในสวนปาล์มหรือสวนยางพาราที่เกษตรกรเขาพ่นยาสารเคมี กัญชาที่ปลูกมา แล้วก็เก็บมา ไปสกัดออกมานั้นจะมีสารปนเปื้อนแน่นอน เพราะฉะนั้นวัตถุประสงค์ในเรื่องของการเขียน กฎหมายเราต้องดูเป้าหมายสุดท้ายโดยเจตนารมณ์ เช่น ในกรณีการปลูกพืชเพื่อที่จะ ไปทำอาหารกับยาสมุนไพร ที่มาในเรื่องของการปลูกก็ต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นการเตรียมดิน การตรวจดิน การให้น้ำ การให้ปุ๋ย เพราะฉะนั้นราคาของพืชสมุนไพรที่ไปทำเครื่องแกง กับพืชสมุนไพรที่เอาไปทำยาแผนโบราณมันจึงราคาต่างกัน เป็นพืชชนิดเดียวกันแต่ราคา ต่างกัน ก็เพราะที่มาในเรื่องของการควบคุม การดูการตรวจสอบสารปนเปื้อน เพราะฉะนั้น ถ้าเรามองในเรื่องของ อย. ใน (๑) (๒) (๓) อันนี้ผมเห็นว่าถ้าเราจะมองไปถึง ในอนาคตที่เจตนารมณ์ท่านศาสตราจารย์กนก วงษ์ตระหง่าน คิดเอาไว้ ผมก็คิดว่า เป็นประโยชน์กับประชาชน เป็นประโยชน์กับประชาชนในเรื่องของความปลอดภัย แต่ว่า มันจำเป็นที่จะต้องเพิ่มมูลค่าแน่นอน แต่ประเด็นปัญหาว่า อย. ปัจจุบันนั้นเรามีอุปสรรค ในเรื่องของการดำเนินการล่าช้า แล้วก็มีสิ่งแปลกปลอมหรือว่ามีอะไรที่จะทำให้ ผู้ประกอบการนั้นเกิดความไม่สบายใจ เนื่องจากว่ามันไม่เป็นเหมือนใจ อันนี้ก็ว่ากัน อีกเรื่องหนึ่ง ซึ่ง อย. ก็คงจะต้องไปปรับปรุงพัฒนาต่อไป แต่ผมเชื่อในเรื่องของการเขียน กฎหมายในมาตรา ๗/๔ นั้น ในส่วนตัวผมจะสงวนเอาไว้ก็ได้ จะตัดทิ้งก็ได้ แต่ว่าถ้าในกรณี ในอนาคตในพืชของกัญชา กัญชงนั้น ถ้าเราคิดว่าเพื่อที่จะให้ประชาชนปลอดภัย ผมเห็นด้วย ในมาตรานี้ว่าจะต้องคงอยู่ ผมยกตัวอย่างให้ท่านประธานดูว่าที่จังหวัดกระบี่ตอนนี้ดังมากเลย น้ำเหล็กไหลตอนนี้คนไปรอเป็นหมื่นคน น้ำเหล็กไหลกินแล้วหายจากโรคเลย ตอนแรก ๆ คนละ ๓ ขวด วันนี้ยังอยู่เป็นพันเป็นหมื่นเลย ต้องเข้าคิว แล้วก็ราคาก็ถูกมากขวดละ ๑๐ บาท ๒๐ บาท แต่ว่าคนไปหาที่พึ่ง แต่ในขณะนี้บางคนก็ไปตรวจ น้ำก็อาจจะสารเจือปนบ้าง ตอนหลังก็ไปตรวจก็บอกว่ากินได้ปลอดภัย แต่บางคนกินก็หาย บางคนเป็นอัมพฤกษ์เดินไป ๓ ขา มีไม้เท้าด้วย แต่พอไปกิน ๓ ขวด อธิษฐานถึงปู่อะไรต่าง ๆ ที่อำเภอเขาพนม ทิ้งไม้เท้า เลยครับ หาย อันนี้ก็ถือว่าบางเรื่องมันก็ถูกกับโรคถูกกับคน เพราะฉะนั้นกัญชาก็เช่นกันครับ ไม่ใช่หายทุกเรื่อง ไม่ใช่ว่ารักษาได้ทุกคน เพราะฉะนั้นประเด็นในเรื่องของมาตรา ๗/๔ มันอยู่ที่สภาว่าเราจะให้น้ำหนักในเรื่องของกัญชา ซึ่งในส่วน พ.ร.บ. ฉบับนี้ ของกระท่อม ก็เอามาใส่ หยิบยกในเรื่องของบุหรี่ก็เอามาใส่ หยิบยกในเรื่องของเหล้าก็เอามาเติมใส่เข้าไป ก็เพื่อป้องกันให้สังคมที่ทุกคนห่วงใยกันว่าให้มันเกิดความสมบูรณ์ ให้มีความปลอดภัย ไม่หลงใหลเข้าไปถึงเด็ก ไม่หลงใหลเข้าไปถึงสตรีมีครรภ์ เพราะฉะนั้นกระบวนการอย่างนี้ เราต้องได้อันนี้ เสียอันนี้ ได้ ๒ อย่าง เสีย ๑ อย่าง ได้ ๑๐ อย่าง เสียไปกี่อย่างก็ต้องมาชั่ง น้ำหนักดู ในส่วนตัวผม ผมคิดว่าถ้าเรามองเรื่องกัญชง กัญชา อนาคตไปในเรื่องของ เศรษฐกิจแล้วนั้น แล้วก็ลงสู่ภาคประชาชน ถ้ามองถึงเรื่องของความปลอดภัยก็ควรสงวน เอาไว้ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ต่อไปท่านทวีได้อภิปรายมารอบหนึ่งแล้วนะครับ ท่านพิเชษฐ์ก็เหมือนกัน มีอะไรที่ข้องใจ ก็เชิญครับ เอาสรุปสั้น ๆ นะครับ🔗
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ต้องขอบคุณท่านประธานครับ ผมสั้น ๆ นิดหนึ่งคือเพื่อให้เป็น ความรอบด้าน แล้วก็ผมเคารพในเหตุผลของทุกฝ่าย🔗
ประการที่ ๑ ที่ท่านประธานกรรมาธิการได้ชี้แจงโดยยกตัวอย่างกระท่อม กับกัญชา ผมอยากจะเรียนให้ทุกคนทราบว่าในเรื่องของกัญชาเราไปมีพันธกรณี อนุสัญญาเดี่ยวเรื่องยาเสพติด ค.ศ. ๑๙๖๑ คือในอนุสัญญาเดี่ยว ค.ศ. ๑๙๖๑ เรื่องยาเสพติดมีพืชอยู่ ๓ ตัว ด้วยความเข้าใจกัน ๑. ฝิงน ๒. กัญชา ๓. โคคา ซึ่งพืช ๓ ตัวนี้ ถึงขนาดรบกัน ส่วนกระท่อมนั้นไม่มีอยู่ในสหประชาชาติหรือใน ๑๙๙ ประเทศอาจจะมี บางประเทศเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ภายใน พอท่านหยิบเรื่องกระท่อมมากับกัญชา ก็อยากจะให้เห็นว่ามันคนละเรื่อง แล้วท่านเอามาเป็นเรื่องเดียวกัน🔗
อีกประการหนึ่งที่ผมค่อนข้างเป็นห่วงอย่างยิ่งเมื่อได้รับคำชี้แจงของ เลขาธิการ อย. ขอประทานโทษนะครับ เป็นกรรมาธิการ วันนี้ท่านก็อาจจะมีความชอบใจ เพราะว่ากฎหมายฉบับนี้เขียนอำนาจเอาอำนาจของประชาชนมาใส่ในตัวของท่านขึ้นมาอีก ทั้งที่ท่านมีเจตนารมณ์ของกฎหมาย ของ อย. เมื่อปี ๒๕๕๒ แก้มาหลายครั้งก็ตามนะครับ คือท่านต้องคุ้มครองเรื่องความมั่นคง ความปลอดภัย ทางด้านสุขภาพ ด้านอาหาร และด้าน ต่าง ๆ แต่ท่านจะเปลี่ยนวิสัยทัศน์มาส่งเสริม ทั้งที่โลกเขาบอกว่ากัญชาเป็นยาเสพติด แล้วผมรู้สึกเสียใจที่มีคำว่านายแพทย์อยู่ข้างหน้าด้วยครับ ขอบพระคุณมากครับ🔗
ที่จริง การอภิปรายไม่ควรจะเสียดสีกันนะครับ ท่านทวีครับ ต่อไปเชิญท่านพิเชษฐ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย พรรคเพื่อไทย นิดเดียวท่านประธานครับ ที่ท่านเลขาธิการ อย. ในฐานะกรรมาธิการได้ชี้แจงว่า พวกน้ำกัญชา แล้วก็ครีม พวกเครื่องสำอางเกี่ยวกับกัญชา กัญชง มันเป็นประเภทอาหาร แล้วก็ออกมาขาย ขายตามตู้แช่ ตามที่ไหนก็มีหมด ไม่มีข้อจำกัด ผมคิดว่าตรงนี้เป็นการ สุ่มเสี่ยงแล้วก็ปล่อยให้มีการขายไปสู่ชุมชนโดยที่ไม่มีการรับผิดชอบ ท่าน อย. ครับ ท่านรู้ไหมว่าความรับผิดชอบของท่าน วันนี้เคส (Case) ที่ขออนุญาตมีอยู่กี่หมื่นเคส (Case) ผมคิดว่าท่านเลขาธิการคงจะทราบว่าการขออนุญาตที่รออยู่มีกี่หมื่นเคส (Case) ท่านคง จะตอบได้ ลองตอบผมสิว่าการขออนุญาตทุกอย่างที่ผ่าน อย. ตอนนี้ที่รออยู่มีสักเท่าไร แล้วข้ออ้างของท่านก็คือว่างบประมาณไม่พอใช่ไหมครับ เรามีงบประมาณและบุคลากร ไม่พอที่จะไปอนุญาต แล้วมันจะต้องใช้แลบ (Lab) ต้องใช้กระบวนการที่ทำให้เกิดความ ปลอดภัยอันนี้คือข้ออ้าง ฉะนั้นอยากจะเรียนท่านว่าหัวเป็นอย่างไรหางเป็นอย่างนั้น วันนี้ หัวท่านเป็นอย่างหนึ่ง แต่ถ้าเปลี่ยนรัฐบาลหัวท่านก็เป็นอีกอย่างหนึ่ง อยากจะให้ ท่านเลขาธิการได้ตระหนักว่าการรับใช้นักการเมือง อย่างไรก็ขอให้ตั้งอยู่ในความยุติธรรม ท่านเลขาธิการครับ ทีนี้ว่าพืชกระท่อมเป็นพระราชบัญญัติได้ออกไปใช้แล้ว ประกาศใช้แล้ว แต่ว่าผลิตภัณฑ์ของกระท่อม ไม่ว่าน้ำกระท่อม ผงกระท่อม แคปซูล (Capsule) กระท่อม ผลิตภัณฑ์กระท่อมยังไม่ได้มีผลิตภัณฑ์ออกมา🔗
เดี๋ยว ท่านพิเชษฐ์ครับ ท่านศุภชัยมีอะไรไหมครับ🔗
ผมขออนุญาตประท้วงครับ เมื่อสักครู่ท่านว่ากล่าวท่านเลขาธิการ อย. ซึ่งท่านเป็นกรรมาธิการที่นี่ แล้วท่านใช้ถ้อยคำ ในลักษณะว่ารับใช้นักการเมือง ผมว่าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้ควรจะให้เกียรติบุคคลที่เขามา ทำหน้าที่ เราควรจะต้องสงบปากสงบคำ เมื่อสักครู่ท่านไปกล่าวหาท่านเลขาธิการ อย. ว่า รับใช้นักการเมือง🔗
ผิดข้อบังคับข้อไหนครับ ท่านประธาน🔗
ประท้วงข้อเดียวที่ท่าน ชอบประท้วงนั่นแหละครับ🔗
ได้ ๆ🔗
พอได้นะครับ เพราะฉะนั้นก็คือขอให้ท่านถอนคำพูดเถอะครับ ผมมีหน้าที่ที่ต้องให้เกียรติคนที่มาเป็น กรรมาธิการด้วย คือเราไม่ควรที่จะไปว่ากล่าวคนอื่น เราเป็นผู้แทนของประชาชน ควรที่จะต้องให้เกียรติประชาชนคนหนึ่งที่เขามาทำหน้าที่ตรงนี้นะครับ ท่านประธาน ช่วยให้เขาถอนคำพูดด้วยครับ🔗
ท่านศุภชัยครับ ผมว่าอย่างนี้ดีไหมครับ เมื่อสักครู่ผมก็ได้เตือนท่านทวีไปแล้วนะครับ ผมอยากให้อภิปรายกัน ด้วยเหตุด้วยผล แล้วก็ไม่ควรที่จะไปเสียดสีซึ่งกันและกัน ท่านพิเชษฐ์ก็เหมือนกันครับ เมื่อสักครู่ผมก็ฟังอยู่ ที่ท่านพูดบอกว่าท่านเลขาธิการ อย. ทำหน้าที่รับใช้นักการเมืองอะไร คือท่านพูดบ่อย ๆ แล้ว เอาอย่างนี้ครับท่านศุภชัย ผมว่าไม่ต้องถอนละครับ แต่ว่าผมขอ เตือนท่านพิเชษฐ์ว่าไม่ควรจะพูดในลักษณะเสียดสีใส่ร้ายซึ่งกันและกัน ควรให้เกียรติซึ่งกัน และกัน เชิญท่านพิเชษฐ์อภิปรายต่อครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาตครับ จริง ๆ ต้องเรียนว่าท่านเลขาธิการ อย. ท่านไม่ใช่เป็นสมาชิกสภาผู้แทน ราษฎรที่จะสามารถตอบโต้ได้ ท่านเป็นบุคคลภายนอกที่มาเป็นกรรมาธิการ เพราะฉะนั้น ท่านวินิจฉัยว่าไม่ต้องขอโทษ หรือว่าต้องถอนคำพูด ผมว่าท่านวินิจฉัย ผมประท้วง ท่านประธานแล้วรอบนี้ ข้อ ๙ ท่านต้องให้ถอนคำพูด เราไม่ควรที่จะมีสิทธิที่จะไปว่ากล่าว ท่านพูดเรื่องนี้ท่วงทำนองนี้มาหลายรอบแล้ว รอบนี้มาว่าผมไม่ยอมนะครับ ผมประท้วงท่าน ให้ถอนเถอะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม ปกติไม่เคยประท้วง🔗
เดี๋ยว ท่านอุบลศักดิ์ครับ🔗
ผมขอประท้วงก่อนครับ ยกมือ เหนือหัวแล้วครับ🔗
เข้าใจครับ🔗
ก็ต้องให้สิทธิผมสิครับ🔗
ผมให้สิทธิ🔗
ปกติผมไม่เคยประท้วงใคร แต่วันนี้ ต้องประท้วงประธานกรรมาธิการ🔗
ท่านอุบลศักดิ์ครับ ฟังก่อนครับ ผมจะให้สิทธิทุกท่านที่ประท้วง แต่ว่าก็ควรจะประท้วงทีละคน เพื่อประธาน จะได้วินิจฉัยถูก ผมขอวินิจฉัยเรื่องที่ท่านศุภชัยประท้วงก่อนนะครับ ที่จริงแล้วผมฟัง ผมก็วินิจฉัยได้อย่างที่ท่านศุภชัยได้ประท้วงขึ้นมา เพียงแต่ว่าผมอยากให้การประชุม มันเป็นไปด้วยความราบรื่น ผมก็ได้ขอร้องท่านพิเชษฐ์ไปแล้วว่าขออย่าได้พูดในลักษณะ ใส่ร้ายหรือเสียดสีซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมาธิการ เขาพยายาม มาช่วยทำหน้าที่ในสภาเรา เราก็ให้เกียรติซึ่งกันและกัน ผมก็เลยคิดว่าไม่ต้องถอนละ แต่ว่า ขอเตือนเอาไว้ก่อน ถ้าหากว่ามีอีกผมจะต้องบังคับใช้ข้อบังคับการประชุมอย่างเคร่งครัด ต่อไปนะครับ ผมก็ขอท่านศุภชัยด้วยเพื่อจะให้การประชุมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ปกติ อยู่มา ๓-๔ ปีไม่เคยประท้วง วันนี้ผมขออนุญาตประท้วงตามข้อ ๖๙ ท่านประธานกรรมาธิการ ดูถูกเหยียดหยามสมาชิกด้วยการว่าให้สงบปากสงบคำ ถามว่าศักดิ์ศรีความเป็นผู้แทน ทัดเทียมกันหมด ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน ผมขอประท้วงให้ประธานกรรมาธิการ ถอนคำพูดนี้ด้วยครับ🔗
ท่านอุบลศักดิ์ครับ ท่านศุภชัยพูดผมก็ได้ยินเมื่อสักครู่ แต่ว่ามันเป็นการตอบโต้กันไปมา เอาเถอะ ขอให้ จบกันเถอะครับ ขอให้ท่านพิเชษฐ์อภิปรายต่อครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ ลองไปเปิดเทป (Tape) ดูว่าผมได้ว่าท่านไหมนะครับ ผมไม่ได้ไปดูถูกอะไรท่าน🔗
ท่านพิเชษฐ์ครับ ผมว่าท่านเข้าเรื่อง อย่าย้อนหลังเลยครับ เพราะย้อนหลังผมจะได้วินิจฉัยใหม่นะครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมอยากจะเรียน ท่านกรรมาธิการ พอดีท่านเป็นเลขาธิการ อย. ด้วย ผมอยากจะให้ท่านลองไปดูว่า ท่านได้อนุมัติผลิตภัณฑ์ของกัญชา ๒,๐๐๐ ผลิตภัณฑ์ แต่เรื่องของกระท่อมซึ่งเป็น พระราชบัญญัติแล้ว เขาไปขออนุญาตท่านไม่ผ่านเลย ไม่ว่าจะเป็นแคปซูล (Capsule) ไม่ว่า จะเป็นน้ำต้มกระท่อมหรือผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับกระท่อม ไม่ผ่านสักอันเลย ท่านลองตอบสิว่า เหตุเกิดจากอะไร แต่ทำไมกัญชามีตั้ง ๒,๐๐๐ ผลิตภัณฑ์ กระท่อมซึ่งเป็นพระราชบัญญัติแล้ว ไม่ผ่านสักอันเลย อยากจะเรียนถาม พอดีท่านเป็นกรรมาธิการด้วย ถ้าผมได้ล่วงเกินอะไรไป🔗
ท่านพิเชษฐ์ ผมว่าเราอภิปรายตรงนี้วาระสอง ฉะนั้นการอภิปรายวาระสองต้องอยู่ในประเด็นที่กำลัง หารือกันอยู่ ฉะนั้นท่านจะไปพูดถึงประเด็นอื่น ซักถามถึงประเด็นอื่นคงไม่ใช่ ฉะนั้น จะขอให้อยู่ในประเด็นครับ ท่านพิเชษฐ์สรุปเถอะครับ🔗
ท่านประธานครับ บังเอิญว่า ท่านเปรียบเทียบ ในสภานี้ ท่านประธานเปรียบเทียบกระท่อมกับกัญชา เพราะว่า มันมาด้วยกัน แล้วกระท่อมไปก่อน แต่กัญชามาทีหลัง ทีนี้กัญชามีผลิตภัณฑ์ตั้ง ๒,๐๐๐ ผลิตภัณฑ์ซึ่งอนุญาตไป แต่กระท่อมไม่เคยอนุญาตเลย ผมอยากจะเรียนถาม ท่านกรรมาธิการว่าทำไมในเมื่อมาก่อนแล้วทำไมไม่ได้รับการอนุญาต ก็แค่นี้นะครับ ถ้าพูดกระทบกระทั่งไปก็ต้องขอโทษท่านประธานด้วยนะครับ ท่านประธานกรรมาธิการครับ รู้ว่าท่านเหนื่อย ไม่เป็นไรครับ เพราะผมไม่ได้ว่าท่านเลขาธิการ ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ ครับ🔗
เชิญ ท่านสาทิตย์ครับ ท่านสาทิตย์ก็อภิปรายไปรอบหนึ่งแล้วนะครับ ผมขอให้เอาสั้น ๆ นะครับ🔗
ผมมีประเด็นซักถาม แล้วก็ แสดงความเห็นเพิ่มเติมสั้น ๆ แค่นั้นเองครับ ท่านประธานครับ ผม สาทิตย์ วงศ์หนองเตย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ผมเป็นคนอภิปรายเรื่องมาตรา ๗/๔ ที่ไม่เห็นด้วยกับการใช้หน่วยงานของ อย. มาทำหน้าที่ในการพัฒนาสายพันธุ์ ส่งเสริม เรื่องของการปลูกกัญชาอื่น ๆ เพราะว่าผมมีเหตุผลว่า อย. มีหน้าที่ในการควบคุม ตรวจสอบ ผลิตภัณฑ์ตามกฎหมายต่าง ๆ เช่น อาหาร ยา เรื่องสุขภาพหรือเรื่องเครื่องมือแพทย์ แต่ท่านประธานลุกขึ้นใช้วิธีการว่าในกฎหมายพืชกระท่อมมาตรา ๙ กำหนดให้ ป.ป.ส. เป็นตัวประสานงาน ส่งเสริมเรื่องของกระท่อม ผมว่าใช้ตรรกะนี้อธิบายไม่ได้ เหตุที่ไม่ได้ เพราะว่า ๑. พืชกระท่อมนั้นถูกปลดออกจากยาเสพติด ๒. ป.ป.ส. ไม่มีอำนาจหน้าที่ ในการควบคุม ตรวจสอบ ควบคุมเรื่องของอาหาร ยาและสุขภาพ แต่ อย. นั้นมี เพราะฉะนั้น ป.ป.ส. จึงไม่มีเรื่องของคอนฟลิกต์ ออฟ อินเตอร์เรสต์ (Conflict of Interest) ผลประโยชน์ ขัดกัน แต่ อย. มีโอกาสที่จะมี เพราะฉะนั้นตรรกะนี้ใช้อธิบายไม่ได้ครับ แล้วผมก็แปลกใจว่า การบัญญัติมาตรา ๗/๔ เอา อย. ขึ้นมา ท่านใช้ตรรกะนี้จริงหรือ หรือเพิ่งลุกขึ้นอภิปราย เมื่อครู่ซึ่งใช้ไม่ได้ กับ ๒. ท่านอ้างถึงสมาชิกของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งท่านลาออกจาก ส.ส. ไปแล้วคืออาจารย์กนก มีการโทรไปสอบถามอาจารย์กนก ท่านบอกท่านเสนอจริง แต่ผมเรียนท่านประธานว่าที่ยกอาจารย์กนกขึ้นมา ถ้าประสงค์ว่าไม่ให้สมาชิกประชาธิปัตย์ อภิปราย เพราะว่าอาจารย์กนกเสนอ ผมเรียนอย่างนี้ มันชี้ให้เห็น ๒ ข้อ ว่า ๑. ในกฎหมายนี้ ไม่ได้คิดมาตั้งแต่ต้นว่าให้ อย. ทำ แต่อาจารย์กนกเสนอ เสนอปั๊บกรรมาธิการก็รับ แต่เมื่อรับ ไปแล้วเป็นความเห็นกรรมาธิการ ผมว่าเป็นสิทธิของสมาชิกที่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย พรรคประชาธิปัตย์ก็เช่นเดียวกันครับ ในเมื่อเป็นร่างกรรมาธิการกลับมาสู่สภา อำนาจหน้าที่ ของเราก็คือ เมื่อพิจารณาตรวจสอบการเขียนกฎหมายแล้วเราเห็นด้วย ไม่เห็นด้วย เป็นสิทธิ ของเรา เพราะฉะนั้นอาจารย์กนกจะเสนออย่างไร กรรมาธิการรับไปแล้ว เป็นร่าง กรรมาธิการ สมาชิกมีสิทธิที่จะอภิปราย ผมจึงยังยืนยันที่จะไม่เห็นด้วยกับการใช้ อย. ทั้งโดยตรรกะเรื่องของการยกมาตรา ๙ กฎหมายกระท่อม และโดยที่ยกอาจารย์กนกขึ้นมา ขอบพระคุณครับ🔗
ท่านสมาชิกครับ มาตรา ๗/๔ ก็ได้มีการอภิปรายกันอย่างกว้างขวางแล้วทั่วถึง ท่านดอกเตอร์นิยม🔗
ต่อเนื่องนิดหนึ่งครับ🔗
จะรอบที่ ๓ แล้วนะครับ ท่านเอาสั้น ๆ แล้วกัน เชิญครับ🔗
คือผมต้องถามต่อท่านเลขาธิการ อย. ครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม นิยม เวชกามา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสกลนคร เขต ๒ พรรคเพื่อไทย ต่อเนื่องนิดเดียวครับ พอดีผมนั่งฟังท่านเลขาธิการ อย. ท่านชี้แจงว่า ในมาตรา ๗/๔ ท่านบอกว่ามันมีความจำเป็นที่จะต้องไปดูตั้งแต่ต้นน้ำ ผมฟังนะ หมายความว่า กลัวไม่ได้คุณภาพ ความเป็นจริง อย. เป็นผู้กำกับ ตรวจสอบคุณภาพที่ขอเข้ามาโดยหลัก โดยหลักหน้าที่ แต่ท่านบอกว่าทำตรงนี้ท่านประสานต้องลงไปดูในพื้นที่พื้นฐานตั้งแต่ปลูก ขึ้นมาว่าจะมีคุณภาพอะไร อย่างไร หรือไม่ประเภทนั้น ซึ่งผมเห็นว่าท่านชี้แจงลึกไป คือมันไม่ใช่หน้าที่ท่านต้องไปดูถึงขนาดว่าเขาปลูกเขาใส่ปุ๋ยอะไร ใส่สูตรอะไร มันเกินไป ก็เหมือนบ้านผม บ้านผมเนื้อโคขุนโพนยางคำขึ้นชื่อสุดยอด แต่สหกรณ์เองไม่มีความจำเป็น ที่ต้องไปดูตั้งแต่ใส่อาหารอะไร ๆ ประเภทนี้ อย. ไม่ต้องไปดูตรงนั้น ดูแต่ว่าเนื้อมีคุณภาพ หรือไม่ มีสารตกค้างหรือไม่ นั่นก็พอแล้ว นี่ผมจึงเห็นว่าผมไม่เห็นด้วยกับท่านเลขาธิการ ชี้แจงครับ ขอบคุณมากครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ มาตรา ๗/๔ ท่านสมาชิกก็มีการอภิปราย🔗
ท่านประธานครับ ผมลงชื่อไว้ ขออนุญาตอภิปรายนิดหนึ่งครับ ไม่เกิน ๒-๓ นาทีครับ🔗
เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม นายแพทย์จาตุรงค์ เพ็งนรพัฒน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ ต้องนำเรียนว่าวันนี้ถ้าเกิดว่าผู้ซึ่งเป็นแพทย์เขาดูเรื่องของกัญชา กัญชง ผมว่ามาตรา ๗/๔ มีความจำเป็นและสำคัญ อย่างน้อย ๒ เรื่อง🔗
เรื่องแรก ถ้าพูดถึงในลงลึก ทั้งไม่ว่าจะเป็นข้อที่ ๑ สนับสนุนประชาชนในการ เพาะปลูก ข้อที่ ๒ ส่งเสริม วิจัย แล้วก็ให้ความรู้ จริง ๆ เขียนไว้กว้าง ๆ ดีแล้ว ผมได้คุยกับ ทางคุณหมอหรือว่าผู้ซึ่งเชี่ยวชาญด้านกัญชา ต้องนำเรียนท่านประธานนะครับ กัญชา บ้านเรามีเป็น ๑๐๐ สายพันธุ์ ต่างประเทศมีเป็นพัน ๆ หมื่น ๆ สายพันธุ์ แล้วในตัวกัญชา มีสาร ๓ ตัวซึ่งจะเป็นประโยชน์มากในการรักษามะเร็ง คือแคนนาบินอยด์ (Cannabidiols) ที่ละลายในไขมัน กับเทอร์ปีน (Terpenes) ที่เป็นเรื่องของกลิ่น แล้วก็ฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) ซึ่งเป็นเรื่องของสี เพราะฉะนั้นถ้าเกิดเราไม่มีการพัฒนา เขาจะเอาสายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์มาดูว่าจะเอาตัวไหนมาจัดการกับมะเร็งตัวไหนนะครับ อย่างบางอันไปฆ่า อย่างมะเร็งตับอ่อนอย่างนี้ เขาก็เอาสายพันธุ์ซึ่งแต่ละที่ เพราะฉะนั้นตัวนี้จะเป็นประโยชน์ สำหรับคนอีกมาก ผมเป็นแพทย์รู้เลยว่าถ้าเขาเจ็บป่วยแล้วเขาหายจากมะเร็งตับอ่อน ซึ่งยังไม่มี มันจะเป็นคุณูประโยชน์ คุณูประการให้เขาได้มีชีวิตอยู่ เพราะฉะนั้นถ้าไม่เขียนไว้ แล้วใครจะมาเป็นเจ้าภาพ เราต้องดูนะครับ คนที่เป็นเจ้าภาพจริง ๆ คนที่เกี่ยวข้องและมี ความเกี่ยวพันมากที่สุด🔗
ประเด็นที่ ๒ ที่เขียนไว้อย่างที่เราเคยเห็นคนไปโฆษณาเกินความจริง เกินเรื่องว่าสารสกัดจากมังคุดจากอะไรรักษาโรคทั้งหมด แล้วคนที่อายุมาก ๆ ก็ฟัง เขาโฆษณาชวนเชื่อก็ไปซื้อกินแล้วก็เป็นโรคอื่นมากมาย โดยเฉพาะเรื่องของไตวาย แต่ถ้าเรา ไม่มี อย. เข้ามาควบคุม ดูแลเรื่องสกัดให้ข้อมูลเขาก็จะหลงไป นี่แหละตัวนี้จะเป็น ตัวคอนโทรล (Control) ควบคุมให้เขาดึงกลับมา ประชาชนผู้บริสุทธิ์จะได้ไม่บริโภค สารที่เกิดเป็นมะเร็งมากหรือว่าเป็นประโยชน์ให้กับพี่น้องประชาชน เท่ากับเป็นการคุ้มครอง เพราะฉะนั้นผมเห็นด้วยว่าจะต้องมีเจ้าภาพแล้วก็จะเป็นประโยชน์ รวมทั้งที่สบายใจคือ เรื่องของที่ใช้ในครัวเรือน คนกังวลมากว่าใช้ในครัวเรือนจะมีปัญหาไหม ในนิยามก็ได้ ครอบคลุมไปแล้ว แล้วของเราเราดูทั้งการแพทย์ ทั้งเศรษฐกิจ ทั้งเรื่องสมุนไพร ทั้งเรื่องเกี่ยวกับคอสเมติก (Cosmetic) ทั้งเรื่องอื่น ๆ ที่จะเป็นประโยชน์ รวมทั้งครอบครัว เรื่องต่าง ๆ เราไม่ได้บอกเลยว่าจะเป็นนันทนาการ ผมคิดว่าตัวนี้จะครอบคลุมแล้วจะเป็น ประโยชน์ เพราะฉะนั้นกฎหมายฉบับนี้ถือว่าเป็นประโยชน์และต้องให้การสนับสนุนครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ขอบคุณครับ ท่านอุบลศักดิ์ขออภิปราย เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ท่านสมาชิกผู้ทรงเกียรติ กระผม นายอุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย ต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่ามาตรา ๗/๔ นั้น คือ อย. เป็นผู้วิจัย ผมอยากถามกรรมาธิการว่าวันนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีกรมส่งเสริม การเกษตร มีหน่วยงานไม่ว่าดิน ไม่ว่าน้ำ ทุกอย่างอยู่ในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ทำไม ไม่ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นคนวิจัยศึกษา ถามท่านประธานกรรมาธิการ ในขณะเดียวกันนั้นต้องกราบเรียนด้วยความเคารพว่าจริง ๆ ผมไม่ได้อภิปรายอะไรเลย เพียงแต่ว่าเห็นคณะกรรมาธิการชุดนี้ยิ่งใหญ่มาก ในขณะเดียวกันนั้นสภาผู้แทนราษฎรได้มี มติเห็นชอบให้ท่านไปแก้ไขมา แต่ท่านก็ยังมายืนยันอีกว่าไม่แก้แม้แต่ตัวเดียว ถือว่าอหังการ์ ในขณะเดียวกันคณะกรรมาธิการสภาผู้แทนราษฎรมาจากการเลือกตั้ง ได้แสดงความคิดเห็น แต่ปรากฏคณะกรรมาธิการซึ่งไม่ใช่ผู้แทนราษฎรกลับเหน็บแนมผู้แทนราษฎร ผมคิดว่าวันนี้ ขาดวุฒิภาวะการเป็นคณะกรรมาธิการ ท่านมีหน้าที่สรุปเหตุผล ไม่ใช่มีหน้าที่มาต่อว่า🔗
ท่านอุบลศักดิ์ครับ เรื่องนี้มันจบไปแล้วครับท่าน ผมว่าท่านเข้าเนื้อหาของ พ.ร.บ. เถอะครับ ถ้าไปพูด กระทบกระทั่งกันไปมาก็คงไม่ได้ไปไหนละครับ🔗
ผมไม่ได้กระทบครับ ไปพาดพิง ผมก่อนครับ ผมอยู่เฉย ๆ ผมยังไม่เคยโต้ตอบเลยครับ เอาแค่นี้พอ สรุปว่าวันนี้ผมเห็นด้วย ควรที่จะให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ผลิตทุกอย่าง เป็นผู้ดำเนินการวิจัย ขอบคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านกรรมาธิการ กฤษฎีกาท่านจะชี้แจง เชิญครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานครับ ขออนุญาตพูดถึงมาตรานี้สักหน่อย จริง ๆ มาตรานี้ตั้งแต่ตอนร่าง พ.ร.บ. พืชกระท่อม ขอโทษที่ต้องกล่าวถึง เนื่องจากว่าหลักการในเรื่องนี้มาจากร่าง พ.ร.บ. ฉบับนั้น เหตุผล ในตอนแรกที่มีการคิดกันคืออย่างที่ท่านสมาชิกได้มีการกล่าวถึงหลายท่านแล้วว่าในเรื่อง ในการพัฒนาไปสู่ความสุดยอดหรือในการพัฒนาไปสู่ความถูกต้องมันจะต้องอาศัยกระทรวง หรืออาศัยหน่วยงานหลายกระทรวงหลายหน่วยงานเหลือเกิน ในเมื่อมีหลายกระทรวง หลาย ๆ หน่วยงาน ในการพิจารณาในครั้งนั้นก็เลยมองว่าอย่างนี้การจะไปถึงจุดนั้นได้ไม่ใช่ เรื่องง่าย ก็ควรที่จะหาใครสักคนหนึ่งเข้ามาช่วยดูช่วยประสานงานเพื่อจะได้ไปถึงจุดนั้น เพื่อประโยชน์ของประชาชนโดยแท้ในการเสนอมาตรา ๙ ในครั้งนั้นนะครับ ในเมื่อมีการ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติกัญชาในครั้งนี้ ท่านกรรมาธิการที่ได้เคยมีส่วนร่วมในการ พิจารณาร่างพระราชบัญญัติพืชกระท่อมก็เห็นว่าหลักการนี้น่าจะเป็นหลักการที่ดี อย่างเมื่อสักครู่ท่านสมาชิกได้มีการกล่าวแล้ว เรื่องนี้ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องนี้ ของกระทรวง อว. เรื่องนี้ของกระทรวงโน้น กระทรวงนี้ ท่านกรรมาธิการที่มีประสบการณ์ หรือว่าที่ท่านได้ผ่านตัวร่าง พ.ร.บ. พืชกระท่อม ก็เห็นว่าหลักการนี้เป็นหลักการที่ดีเลย จึงได้นำมาเสนอคณะกรรมาธิการ ทางคณะกรรมาธิการก็ได้พิจารณาแล้ว พิจารณาเยอะ ไม่ใช่รับเลย เราก็มีการถกกัน เพราะว่ากรรมาธิการในชุดนี้ก็มีหลายท่านที่ยังไม่ทราบเหตุผล ก็ถามว่าทำไม ถามเหมือนที่ท่านสมาชิกได้ถาม ไม่ไปอยู่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์หรือ ไม่ไปอยู่กระทรวง อว. หรือ ตรงนี้เลยเป็นที่มาของความชัดเจนว่าทาง อย. เป็นผู้ประสาน เท่านั้น งบประมาณจะไปซ้ำซ้อนไม่ได้ จึงใช้คำว่าเป็นผู้ประสาน กรรมาธิการเห็นด้วยว่า การที่มีเรื่อง ๆ หนึ่งการจะเดินก้าวไปข้างหน้าถ้าหลายคนทำมันขาดการบูรณาการ ถ้าเกิดขาดการบูรณาการเมื่อไร โอกาสที่จะสำเร็จ ประชาชนจะได้ประโยชน์มันก็ช้าลงไป อีกนิดหนึ่ง จึงเป็นที่มาบอกว่าถ้าอย่างนั้นเราหาคนที่มาช่วยบูรณาการ ช่วยประสานงาน เสียหน่อยสิ กรรมาธิการจึงได้ขอร้องทางกรรมาธิการภาค อย. พอดีท่านอยู่ด้วย ก็บอกว่าเรื่องนี้ ท่านรับไปหน่อยได้ไหม เพราะอันนี้เป็นการเพิ่มหน้าที่เลย กรรมาธิการเลยบอกว่าหลักการนี้ ฟังจากท่านกรรมาธิการที่มาเสนอแล้วเป็นหลักการที่ดี น่าสนใจ ก็เลยบอกว่าโอเค (OK) อย่างนั้นรับหลักการมา ฉะนั้นหาคนประสาน ก็เลยไปขอร้องทางท่านเลขาธิการ อย. ซึ่งเป็น กรรมาธิการอยู่ บอกว่าท่านช่วยหน่อยแล้วกัน ช่วยประสาน ประโยชน์จะได้ตกแก่ประชาชน งานจะได้ก้าวหน้าต่อไป ท่านก็ได้กรุณา ไม่ได้ขัดข้องในเรื่องนี้นะครับ ซึ่งจริง ๆ ถ้าเราดู มาตรา ๗/๔ ก็เห็นชัดเจนเลยว่าเพื่อส่งเสริมกัญชา กัญชง สารสกัดให้เป็นประโยชน์ในทาง การแพทย์และวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ยังสรุปตอนท้าย รวมทั้งคุ้มครองสุขภาพของบุคคล คือเรามัด เราไม่ใช่ว่าไปส่งเสริม คือถ้าเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายเราส่งเสริมไม่ได้อยู่แล้ว เราส่งเสริมให้ทำในเรื่องที่ถูกกฎหมายครับ จึงขออนุญาตกราบเรียนท่านประธานถึงเหตุผล และที่มาที่ไปประกอบการพิจารณาของท่านสมาชิกครับ ขอบคุณครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านสมาชิกครับ ก็ได้มีการอภิปรายซักถามกันอย่างทั่วถึงแล้วนะครับ แม้ว่ามาตรานี้ กรรมาธิการที่ขอสงวนความเห็นจะไม่ติดใจ แต่เนื่องจากมาตรานี้คณะกรรมาธิการได้เพิ่มขึ้นใหม่ ดังนั้นผมขอถามมติจากที่ประชุมว่า จะเห็นด้วยกับการเพิ่มมาตราขึ้นใหม่ของคณะกรรมาธิการ หรือไม่ ก่อนลงมติผมขอตรวจสอบองค์ประชุมนะครับ🔗
ขอเชิญ ท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุมนะครับ ท่านสมาชิกที่กำลังประชุมกรรมาธิการอยู่ ก็ขอเชิญเข้ามาร่วมในการลงมติก่อนนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเข้าห้องประชุม เพื่อเราจะได้ลงมติในมาตรา ๗/๔ ซึ่งกรรมาธิการได้เพิ่มขึ้นใหม่🔗
ท่านประธานครับ ผม ระวี ๒๙๖ ขอแสดงตนครับ🔗
๒๙๖ แสดงตนนะครับ ขอเชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกรีบเข้าห้องประชุมเพื่อจะได้ลงมติ ในมาตรา ๗/๔ รอท่านสมาชิกสักพักเขากำลังเดินทางเข้ามาเรื่อย ๆ ท่านที่อยู่ข้างนอก ก็รีบเร่งหน่อย ส่วนท่านที่อยู่ข้างในก็กรุณาได้กดปุ่มแสดงตนด้วยนะครับ ช่วยกันทำงาน ไม่รู้ว่าสภาจะอยู่อีกกี่วัน เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอก เพราะว่าเพื่อน ๆ ที่อยู่ข้างในรอคอย ท่านอยู่ ส่วนท่านที่อยู่ข้างในก็กรุณาได้เสียบบัตรและกดปุ่มแสดงตนด้วยนะครับ ท่านพิเชษฐ์ไปไหนแล้ว แสดงตนหรือยัง ถ้ายังไม่แสดงก็รีบ ๆ แสดงเสีย เสียงของท่านมีค่า เป็นตัวแทนพี่น้องชาวจังหวัดเชียงรายมาทำหน้าที่🔗
ท่านประธานครับ ท่านประธานชวนเคยทำสถิติรอไว้ตั้ง ๕๓ นาที ท่านช่วยทำลายสถิติด้วยก็คงจะดีครับ🔗
เอาชั่วโมงหนึ่งเลยใช่ไหมครับ🔗
ท่านประธานครับ ไม่ครบก็ปิดไป🔗
ขอบคุณครับ ก็ยังมีเพื่อนเราทยอยเข้ามาอยู่ครับ เดี๋ยวรอสักพัก ไม่เป็นไรครับ ผมนั่งได้อีกเป็นชั่วโมงครับ อย่างแย่ที่สุดก็จบมาตรา ๗/๔ ก็ยังดี ช่วย ๆ กันหน่อย พ.ร.บ. จะได้ไม่ค้างอยู่อีกนาน พ.ร.บ. อีกหลายฉบับที่มีความสำคัญก็รอการพิจารณาอยู่ พ.ร.บ. ที่รออยู่ล้วนแล้วแต่เป็น พ.ร.บ. ที่มีความสำคัญกันทั้งนั้น ถ้าไม่ได้พิจารณาในวาระการเป็นสมาชิกสภาชุดนี้ก็คง เป็นเรื่องที่น่าเสียดายนะครับ🔗
ท่านประธานครับ ผมหารือ ท่านประธานว่าเราใช้วิธีขานชื่อดีไหมครับ🔗
ยังหรอกครับ เดี๋ยวรอสักครู่ครับ🔗
คือถ้าท่านประธานจะรอ ก็ขานชื่อ ไปพลาง ๆ ก็ได้นะครับ🔗
เชิญ ท่านสมาชิกที่ประชุมกรรมาธิการหรืออยู่ข้างนอกช่วยกันมาโหวตลงคะแนน ในห้องประชุมใหญ่ก่อนนะครับ เหลืออีกไม่เยอะแล้วครับ🔗
ท่านประธานครับ ขออนุญาต หารือท่านประธานระหว่างรอเพื่อนสมาชิกได้ไหมครับ🔗
ได้ครับ🔗
ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จังหวัดอ่างทอง ผมขออนุญาตหารือท่านประธานว่าเนื่องจากว่าเราใช้เวลาในการพิจารณากฎหมาย แต่ละฉบับกันอย่างเต็มที่ แล้วก็ทุกเรื่องมีความสำคัญ แต่ผมคิดว่าท่านประธาน ต้องกำชับแล้วว่าในการอภิปรายในแต่ละมาตราท่านสมาชิกต้องทำตามข้อบังคับ ท่านสงวนไว้ ท่านแปรไว้ หรือท่านใช้สิทธิในฐานะสมาชิกต้องทำตามข้อบังคับอย่างเคร่งครัด เพราะว่าผมเองผมรอมาตรา ๘ มา ๓ อาทิตย์แล้ว ผมไม่ได้พูดมาเดือนกว่า ๆ แล้ว คนอ่างทองก็ถามถึงว่าณัฐวุฒิหายไปไหน ก็จำเป็นครับ ไม่อย่างนั้นเดินไปไม่ถึงสิ่งที่ผม พูดมาสักที เมื่อสักครู่นักเรียนจากจังหวัดอ่างทองมาเต็มเลย ผมไม่ได้เอ่ยทักทายเขาเลย ด้วยซ้ำ นั่นเป็นประการที่ ๑🔗
ประการที่ ๒ จำเป็นว่าพี่น้องประชาชนเขาสงสัยว่าตกลงกฎหมาย ร่าง พ.ร.บ. คู่ชีวิต พ.ศ. .... และร่าง พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่มีการเลื่อนวาระ ซึ่งพวกเราก็ให้ความสำคัญมาจ่ออยู่แล้วจะพิจารณา ปีนี้หรือจะพิจารณาปีหน้า อันนี้ก็ต้องมาคุยกันว่ากรอบเราจะเดินหน้าอย่างไร🔗
ประการที่ ๓ เมื่อสัปดาห์ที่แล้วท่านประธานชวน หลีกภัย ท่านมีการเลื่อน วาระกฎหมายที่วุฒิสภามีการแก้ไขทั้งหมด ๔ ฉบับมาจ่อรอครับ และทราบมาว่ามีอีก ๑ ฉบับที่มาจ่อแล้ว ซึ่งผมคิดว่าจำเป็นต้องเลื่อนเช่นเดียวกัน ก็คือกรณีของ พ.ร.บ. กองทุน เงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา หรือ กยศ. ก็อยากจะนำเรียนว่ามันมีความเป็นไปได้ไหม ต้องฝาก ท่านนิโรธ สุนทรเลขา ซึ่งท่านกรุณามากนะครับ ปลาแนมจากเยาวราชมาถึงพรรคก้าวไกล บ่อย ๆ กับทางวิป (Whip) ฝ่ายค้าน อาจจำเป็นที่ต้องมีการนัดประชุมกรณีของกฎหมาย ที่มีการเลื่อนมาแยกไปต่างหากอีกสักวันหนึ่ง อาจจะเป็นสัปดาห์หน้าหรืออาจจะเป็น เมื่อเปิดเดือนมกราคมปีหน้าก็ได้นะครับ แต่ผมคิดว่าอันนั้นก็ต้องมาดูข้อบังคับว่า ทำได้หรือไม่ อย่างไร แต่ผมคิดว่าถ้าเดินไปกรอบแบบนี้ท่านประธานชวนบอกว่ากฎหมาย ก็เหลือไม่เยอะ ก็เกรงว่าเดี๋ยวจะไม่ทันตามกรอบเวลาของพวกเรา ก็อยากจะฝากนำเรียน ท่านประธานด้วยความกรุณาอย่างยิ่งครับ ณัฐวุฒิไม่ได้พูดอภิปรายใด ๆ มาเดือนกว่า ๆ แล้ว เพราะว่ารอกฎหมายที่จะมีการอภิปรายอยู่ ขอบพระคุณท่านประธานครับ🔗
ขอบคุณครับ🔗
ท่านประธานครับ🔗
ท่านอุบลศักดิ์ มีอะไรไหมครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม อุบลศักดิ์ บัวหลวงงาม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี พรรคเพื่อไทย จริง ๆ ก็เห็นใจท่าน ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ ที่ไม่ได้พูดมาเดือนหนึ่ง เห็นใจ มันเป็นหน้าที่ของ ผู้แทนราษฎร จะบอกว่าชาวบ้านโทรศัพท์มา ไม่ใช่ จริง ๆ แล้วนั้นผมอยากให้กรรมาธิการ ตั้งสติว่าอย่าไปเหน็บแนมผู้แทนราษฎร ชอบกระแนะกระแหน ชอบว่าคนโน้นคนนี้🔗
พอแล้วครับ ถ้าจะพูดก็ควรจะพูดเฉพาะประเด็นตัวเองนะครับ พอแล้วครับท่านอุบลศักดิ์ นั่งเถอะครับ พอแล้วครับ🔗
อย่างนั้นเดี๋ยวให้นับขานชื่อนะครับ นิดเดียวครับ คือจะเตือนสติว่าเราต้องพิจารณาด้วยเหตุด้วยผล ความคิดของผู้แทน มันหลากหลาย เขาก็เป็นผู้แทนราษฎร ประชาชนเขาคิดอย่างไรเขาก็มาบอกในสภาแห่งนี้ ส่วนจะเห็นประการใดนั้นก็อยู่ที่เสียงส่วนใหญ่เขาจะว่าไป อันนี้ผมเตือน จริง ๆ ไม่มี เจตนาหรอก อย่าไปเหน็บแนม ถากถาง ขอบคุณครับ🔗
เชิญนั่ง ได้แล้วครับ ก็ทยอยเข้ามาเรื่อย ๆ นะครับ ขนาดท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรติดภารกิจ ท่านก็ยังพยายามมาแสดงองค์ประชุมช่วยการประชุม ฉะนั้นท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอก ก็เชิญนะครับ เมื่อสักครู่ท่านณัฐวุฒิได้หารือ ผมก็ชี้แจงเพิ่มเติมท่านณัฐวุฒินิดเดียว ในช่วงที่ รอท่านสมาชิก พ.ร.บ. คู่ชีวิต พ.ศ. .... ก็ต่อจาก พ.ร.บ. กัญชา กัญชง พ.ศ. .... ถ้า พ.ร.บ. กัญชา กัญชง พ.ศ. .... จบ ก็เป็น พ.ร.บ. คู่ชีวิต พ.ศ. .... ที่จะต้องพิจารณากันต่อไป แล้วก็ พ.ร.บ. กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ก็เป็น พ.ร.บ. ที่มีความสำคัญมากต่อการช่วยเหลือ เยาวชนของชาติเรา ซึ่งก็รอจ่ออยู่ที่จะเข้ามาพิจารณา เพราะว่าเป็นการผ่านการพิจารณาของ สมาชิกวุฒิสภาแล้ว แต่มีความเห็นที่ไม่ตรงกันอยู่บ้าง ก็ต้องมาพิจารณาในสภาผู้แทนราษฎร ของพวกเรา ว่าจะเห็นตามที่ท่านวุฒิสภาแก้ไขหรือไม่ หรือจะตั้งกรรมาธิการร่วมก็ค่อยว่ากัน ไปนะครับ เหลืออีก ๑๑ ท่านครับ🔗
ท่านประธานครับ ณัฐวุฒิ ขอต่อเนื่องจากที่ท่านประธานกรุณานิดเดียวครับ ท่านอนุญาตไหมครับ🔗
เหลืออีก ๑๐ ท่านครับ เชิญท่านณัฐวุฒิหารือต่อครับ🔗
ขอบพระคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล คนจังหวัดอ่างทองครับ เนื่องจากว่าท่านประธานชวนท่านได้กรุณามาด้วยนะครับ ก็เลย อยากจะหารือต่อนิดเดียวว่าในลำดับวาระผมเข้าใจครับ แต่ว่ากรณีของกฎหมายที่วุฒิสภา มีการแก้ไขทั้งหมด ถ้านับรวม พ.ร.บ. กองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ไม่นับอื่น ๆ ที่มีการ แก้เมื่อวานอีกจะเป็นทั้งหมด ๕ ฉบับด้วยกัน ทุกฉบับสำคัญหมด ร่างพระราชบัญญัติ การเดินเรือในน่านน้ำไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติสถาปนิก (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จนมาถึง ร่างพระราชบัญญัติกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ข้อเสนอของผมก็คือว่า ได้มีการเลื่อนวาระมาแล้ว มาต่อจริงครับ แต่เราไม่รู้ว่าการดำเนินการ พ.ร.บ. คู่ชีวิต พ.ศ. .... พ.ร.บ. แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... จะจบเมื่อไร ฉะนั้นมันเป็นไปได้หรือไม่ครับที่วิป (Whip) ทั้ง ๒ ฝ่ายจะหารือ หรือท่านประธานอาจจะ กรุณาเองที่จะขอให้มีการกำหนดวาระในการพิจารณาทั้ง ๕ ฉบับนั้นแยกออกไปเป็น ๑ วัน ต่างหาก แต่ว่าจะเกิดขึ้นได้หรือไม่ อย่างไร ก็อาจจะต้องมาดูข้อบังคับ เนื่องจากว่าเรามีการ เลื่อนมาแล้ว ซึ่งหากสามารถที่จะกำหนดได้ อาจจะเป็นในสัปดาห์หน้าซึ่งต้องมีการขอนะครับ หรืออาจจะเป็นเมื่อปีใหม่ขึ้นมาแล้วก็ได้ ๕ ฉบับน่าจะใช้เวลา ไม่ว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ จะต้อง ตั้งกรรมาธิการร่วมหรือไม่ แต่ผมคิดว่าน่าจะใช้เวลาในกรอบไม่เกิน ๑ วัน สำหรับทั้ง ๕ ฉบับ ได้ครับ ก็ขออนุญาตนำเรียนเสนอต่อท่านประธานแล้วก็ประธานวิป (Whip) รัฐบาล แล้วก็ ประธานวิป (Whip) ฝ่ายค้านครับ ขอบคุณครับท่านประธาน🔗
ก็เป็นข้อเสนอ ที่ดีนะครับ ท่านประธานก็ได้รับทราบแล้ว เชิญท่านสมาชิกที่อยู่ข้างนอกเหลืออีก ๙ ท่าน เพราะแสดงตนทางไมโครโฟน ๑ ท่าน ท่านชินวรณ์ยกมือ เชิญท่านชินวรณ์ครับ🔗
กราบเรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ กระผม ชินวรณ์ บุณยเกียรติ พรรคประชาธิปัตย์ จากจังหวัดนครศรีธรรมราช ต่อประเด็นที่ท่านณัฐวุฒิ บัวประทุม ได้กรุณาใช้เวลาช่วงนี้ขึ้นมาหารือ ผมคิดว่าเป็นประเด็น ที่จะเป็นประโยชน์ต่องานฝ่ายนิติบัญญัติของเรานะครับ ผมเห็นด้วยโดยหลักการนะครับ แต่ผมคิดว่าเราจะต้องคุยกันในรายละเอียด เพราะในช่วงหลังนี้เราจะพบความเป็นจริงว่า ท่านประธานสภา ท่านชวน หลีกภัย ก็กรุณาที่จะให้โอกาสพวกเราในการที่เลื่อนกฎหมาย ขึ้นมา ซึ่งคิดว่าจะเป็นกฎหมายที่เราเห็นพ้องต้องกันเพราะว่าเลื่อนขึ้นมา ตอนแรก ผมก็เข้าใจว่าเป็นอย่างนั้นเพราะว่ามีประเด็นสำคัญไม่กี่ประเด็น เพราะฉะนั้นผมอยากจะ เชิญชวนทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายรัฐบาลว่าถ้าเราจะได้ทำงานนอกรอบกันเพื่อพิจารณาว่า มีกฎหมายใดบ้างที่เรามีความเห็นพ้องต้องกัน ผมยกตัวอย่างเช่นที่ท่านพูดถึงคือ พระราชบัญญัติกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา ก็มีประเด็นที่เราเห็นต่างกัน และวุฒิสภา ก็ไปแก้ไข เพราะฉะนั้นถึงแม้เลื่อนขึ้นมาก็จะไม่เป็นประโยชน์ ในความหมายของผมคือ ไม่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนหรือนักเรียน นักศึกษาที่กู้ยืมเงิน ผมได้คุยกับน้อง ๆ แม้แต่ของพรรคก้าวไกลเองก็คุยกันหลายคนว่า เนื่องจากเวลาเราจำกัด ถ้ากฎหมายฉบับนี้ไม่ผ่าน นักเรียน นักศึกษาต้องจ่ายดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ต้องเสียค่าปรับ ร้อยละ ๑๘ แล้วก็ไม่ได้ปรับโครงสร้างอะไรเลย แต่ว่าถ้าพวกเราได้เห็นความสำคัญ และช่วยกัน ถึงแม้ว่าไม่ได้ดั่งใจหมดทุกฝ่าย ผมเข้าใจ แต่ผมคิดว่าการมองซึ่งผลประโยชน์ ที่เกี่ยวกับนโยบายพรรคโดยตรง กับผลประโยชน์ของนักเรียน นักศึกษาที่จะได้รับ ผมคิดว่า ผลประโยชน์ของนักเรียน นักศึกษา หรือประชาชนที่จะได้รับสำคัญกว่า เพราะเรื่องนี้ เป็นผลงานของพวกเราทุกคน ผมจึงอยากจะเรียกร้องว่าถ้าหากท่านประธานวิป (Whip) ฝ่ายค้าน ท่านประธานวิป (Whip) ฝ่ายรัฐบาลได้คุยหารือนอกรอบ ผมมั่นใจว่าท่านประธาน ก็จะให้ความกรุณาอยู่แล้วเพราะท่านก็หาวิธีการที่จะทำอย่างไรให้งานสภาเดินหน้าไปได้ เพราะท่านได้ปรารภกับพวกเราอยู่เสมอว่าถึงแม้ความคิดเห็นเราจะแตกต่างกัน แต่ว่าหน้าที่ ขององค์ประชุมผมคิดว่าถ้าเป็นความรับผิดชอบร่วมกันที่เรามาช่วยกัน และถ้าสามารถ ต่อยอดตามที่ท่านณัฐวุฒิเสนอได้ก็จะเป็นประโยชน์ ผมจึงอยากเสนอความคิดนี้ไว้ในสภา แห่งนี้ด้วยว่าในช่วงสุดท้ายนี้ยังมีกฎหมายสำคัญที่เป็นประโยชน์กับพี่น้องประชาชน หลายฉบับ เรามาช่วยกันทำหน้าที่ตรงนี้ให้สมบูรณ์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นการปกครอง ในระบอบประชาธิปไตยโดยรัฐสภาต่อไป ขอบคุณครับ🔗
ท่านสมาชิก รออีกสักนิดนะครับ ตอนนี้รอมาได้ ๒๗ นาทีแล้ว รออีกสัก ๓ นาที ถ้าตัวเลขไม่ขยับผมจะได้ ขออนุญาตท่านประธานชวนให้แสดงผลการแสดงตน วันนี้ต้องให้แสดงผลการแสดงตนด้วย ใครมา ไม่มา ใครอยู่ ไม่อยู่ ใครแสดงตน ไม่แสดงตน ก็ต้องถูกบันทึกเอาไว้ในที่ประชุมครับ ท่านพิเชษฐ์รีบไปกดแสดงตนเพื่อบันทึกไว้ในที่ประชุมนะครับ อยู่แต่ไม่กดก็เหมือน ไม่อยู่นะครับ ยังมีทยอยเข้ามาอีกนะครับ เชิญครับ🔗
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน ท่านประธานอย่าพูดมากครับ คือท่านพูดมากมันก็ยิ่งแย่ ท่านก็รู้ว่า ระเบียบวาระการประชุม กฎ ข้อบังคับเป็นอย่างไรนะครับ อย่าไปว่าคนอื่นเลยเราอยู่สภา มานานแล้ว มันเป็นเอกสิทธิ์ของแต่ละคน อย่าต่อว่าเพื่อนเลยครับท่านประธาน🔗
ไม่ได้ต่อว่า อะไรครับ เพียงแต่แจ้งให้ทราบเท่านั้นเอง ที่ต้องพูดบ้างผมก็กลัวจะมีท่านสมาชิกว่ามันวังเวง เหลือเกินอะไรทำนองนี้นะครับ ผมก็ไม่อยากให้ใครบอกว่ามันวังเวงอีก ก็คุย ๆ กันไปบ้าง แต่ล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ เชิญท่านสมาชิกที่เข้ามาใหม่ ท่านสมาชิกครับ คงไม่รอแล้ว เจ้าหน้าที่รายงานผลครับ เพื่อจะได้บันทึกเอาไว้ในสภาแห่งนี้ จำนวนผู้เข้าประชุมทั้งหมด ๒๑๓ ท่าน บวก ๑ ท่าน เป็น ๒๑๔ ท่าน ไม่ครบองค์ประชุมครับ🔗
ผมขอเอา ระเบียบวาระนี้ไปลงมติในคราวต่อไป ขอปิดการประชุมครับ🔗